กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 5] มารกามเทพ

Mankam.JPEG
4-4-2013 19:32



มารกามเทพ



ออกอากาศ : ทุกคืนวันพุธ-พฤหัส 20.10 - 21.40 น. ช่อง 5
บทประพันธ์โดย :  อัจฉรียา
บทละครโทรทัศน์ โดย : อัจฉรียา
กำกับการแสดงโดย : ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
ผลิตโดย : บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด
อำนวยการผลิตโดย : สุรางค์ เปรมปรีดิ์, ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นิพนธ์ ผิวเณร

รายชื่อนักแสดง

นัท มีเรีย รับบท พลอย
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท เพชร
มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ รับบท เพชรน้ำบุศย์/น้ำหนึ่ง
แอริน ยุกตะทัต รับบท อลิส              
อภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท ทับทิม
สุรวุฑ ไหมกัน รับบท รมต.เกรียงศักดิ์
กชกร นิมากรณ์ รับบท คุณหญิงดาราณี
สุปราณี เจริญผล รับบท นวล
ตฤณ เศรษฐโชค รับบท สมบัติ
เทพยุดา ศรียาภัย รับบท อารีย์
พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร รับบท นักปราชญ์
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท พจนีย์
ธัญวิสิฎฐ์ เสียงหวาน รับบท หมอณัฐ
ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท นิ้ง
ชมะนันท์ อรรถจินดา รับบท ภาคย์
เปรมนลิน ธรรมเจริญ รับบท รจนา
กัจนฐานียา ศรีโรจน์วัฒนะ รับบท ตาหวาน



เรื่องย่อ ละครมารกามเทพ



       รักที่ยาก...จะสมหวัง เมื่อความแค้น ชิงชัง คือ...มารกามเทพ
      
       น้ำหนึ่ง หรือ เพชรน้ำบุศย์ (มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ) ดีใจมากที่ได้เจอกับ เพชร (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) วิศวกรหนุ่มหล่อรุ่นพี่ ที่น้ำหนึ่งแอบปลื้มตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเพชรบอกรักและแสดงออกถึงความจริงใจอย่างแท้จริง น้ำหนึ่งจึงรับรักเพชร
      
       เพชรดีใจมากขอน้ำหนึ่งแต่งงาน แต่ รมต.เกรียงศักดิ์(สุรวุฑ ไหมกัน) และ คุณหญิงดาราณี(กชกร นิมากรณ์) พ่อแม่ของน้ำหนึ่งกลับไม่ยอม เพราะสถานภาพทางสังคมของน้ำหนึ่งและเพชรแตกต่างกันเกินไป เพชรจึงขอพิสูจน์ความรักแท้ จนกว่าพ่อแม่ของน้ำหนึ่งจะเห็นใจ
      
       อลิส (แอริน ยุกตะทัต) สาวไฮโซ ชอบดูถูกคน เป็นคู่แข่งของน้ำหนึ่งมาแต่ไหนแต่ไร เพราะความอิจฉาริษยาที่เห็นน้ำหนึ่งมีแต่คนรุมล้อม อลิสจึงทำทุกอย่าง เพื่อทำลายชื่อเสียงของน้ำหนึ่ง
      
       ทางด้านรมต.เกรียงศักดิ์และคุณหญิงดาราณี ยืนยันเสียงแข็งไม่ยอมให้น้ำหนึ่งแต่งงานกับเพชรเด็ดขาด และจะพาน้ำหนึ่งไปอยู่เมืองนอก น้ำหนึ่งจึงบอกให้เพชรรีบพาเธอหนี เพชรพาน้ำหนึ่งมาที่บ้านเชิงเขา ที่นั่นน้ำหนึ่งได้พบกับ ทับทิม (อภิรดี ภวภูตานนท์) แม่ของเพชรและ พลอย (นัท มีเรีย) พี่สาวขาพิการของเพชร ทับทิมมีท่าทางเกลียดชังน้ำหนึ่งตั้งแต่แรกเห็น จึงทำมึนตึงเฉยชากับน้ำหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับพลอยแม้ในใจจะโกรธเกลียดแค้นน้ำหนึ่งยิ่งกว่าใคร แต่พลอยก็ซ่อนความรู้สึกได้อย่างมิดชิด
      
       แต่แล้วน้ำหนึ่งต้องช็อก! เมื่อ พจนีย์(อินทิรา เกตุวรสุนทร) เข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเพชร นั่นก็หมายถึงน้ำหนึ่งต้องตกอยู่ในฐานะภรรยาน้อย น้ำหนึ่งเสียใจและตกใจมาก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
      
       เพชรจึงบอกความจริงว่าในอดีตพ่อของน้ำหนึ่งได้ปลุกปล้ำขืนใจพลอย หนำซ้ำยังขับรถไล่ชนจนพลอยต้องพิการเดินไม่ได้ และพอคุณหญิงดาราณีรู้เรื่องก็ยังส่งคนมาทำร้ายรังควานพลอยไม่สิ้นสุด เพชรจึงแค่ต้องการตัวน้ำหนึ่ง เพื่อต้องการล้างแค้นและให้ชดใช้ความผิดแทนพ่อกับแม่
      
       แต่ด้วยความรักที่น้ำหนึ่งมีให้เพชรจนหมดหัวใจ และสงสารพลอยที่ต้องโดนทำร้ายแบบนี้ น้ำหนึ่งจึงยอมก้มหน้าชดใช้ความผิดแทนพ่อแม่โดยไม่คิดจะหนีกลับกรุงเทพฯ น้ำหนึ่งยอมถูกเพชร, พลอย, ทับทิม, พจนีย์ ตลอดจน รจนา (เปรมนลิน ธรรมเจริญ) น้องสาวของพจนีย์ที่แอบหลงรักเพชร รุมทำร้ายร่างกายและหัวใจ โดยเฉพาะต้องทนอยู่กับคนที่เหมือนมีอาการประสาทตลอดเวลาอย่างพลอย
      
       นานวันเข้าเพชรเริ่มเห็นใจและสงสารน้ำหนึ่ง จึงตัดสินใจไปรับ ตาหวาน (กัจนฐานียา ศรีโรจน์วัฒนะ) เด็กในบ้านของน้ำหนึ่งมาคอยรับใช้ นวล (สุปราณี เจริญผล) แม่บ้านรู้เรื่องเข้าจึงรีบมาบอกท่านรมต. เกรียงศักดิ์ ทำให้ นักปราชญ์ (พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร) ลูกชายนักธุรกิจผู้ทรงอิธิพล ขออาสาจัดการเพชรด้วยตัวเอง เพราะหวังผลไว้ว่าถ้าได้แต่งงานกับน้ำหนึ่ง พ่อของน้ำหนึ่งจะได้ช่วยหนุนหลังทางการเมือง
      
       ในขณะเดียวกันนวลพยายามสืบหาความจริงเรื่องเพชร จนในที่สุดก็รู้ว่าเพชรคือลูกชายของเธอ ที่ฝากให้ทับทิมเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ เพราะในอดีตทับทิมคือเพื่อนรุ่นพี่ของนวล นวลทั้งดีใจเสียใจ ที่ได้รู้ว่าเพชรคือลูกชายของเธอ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นวลตกใจมากที่ได้รู้ว่าพลอยคือลูกสาวของทับทิม เพราะความจริงแล้ว พลอยคือเลขาหน้าห้องของรมต.เกรียงศักดิ์ ที่พยายามเสนอตัวให้เกรียงศักดิ์ แต่ท่านเป็นคนรักครอบครัว และไม่ได้ต้องการพลอยแบบนั้น
      
       พลอยโกรธและเสียใจมากที่ถูกปฏิเสธ จึงวิ่งให้รถชนตาย แต่ หมอณัฐ (ธัญวิสิฎฐ์ เสียงหวาน) ลูกพี่ลูกน้องของอลิสช่วยเอาไว้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พลอยพิการเดินไม่ได้ ทำให้เพชรกับทับทิมโกรธแค้นมาก ในที่สุดความแค้นจึงมาตกที่น้ำหนึ่ง เพราะเธอต้องเป็นคนชดใช้ความผิดแทนพ่อแม่
      
       เรื่องราวความรักของเพชรและน้ำหนึ่งจะลงเอยอย่างไร? เมื่อรู้ว่า “พลอย” พี่สาวที่น่าสงสารของเขา แท้จริงแล้วคือ “มารกามเทพ”
      
       และพลอยจะทำอย่างไร? เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่คนน่าสงสาร แต่เธอคือ “มาร” สำหรับทุกคน หาคำตอบได้ใน “มารกามเทพ”

ที่มา :

เรื่องย่อโดยละเอียด ละครมารกามเทพ

ที่มา :

ตอนที่ 1
      
       มองจากบ้านเชิงเขาหลังหนึ่งใต้ท้องฟ้ามืดสลัวยามค่ำคืน ซึ่งแลเห็นเพียงจันทร์เสี้ยวสาดส่องลงมา ท่ามกลางความเงียบสงัดที่แลดูวังเวงนั้น ยินเสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิงคนหนึ่งดังแว่วมาตามสายลม
      
       เสียงนั้นบ่งบอกถึงความเจ็บปวดชอกช้ำใจสุดขีด พร้อมๆ กับเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ของล้อรถเข็นที่บดลงกับพื้นดิน ในความมืดสลัว เสียงร่ำไห้ผสานกับเสียงล้อรถเข็น ฟังดูช่างน่ากลัวชวนขนลุกขนพองเกินจะบรรยาย
      
       ที่แท้เป็นพลอย สาวสวยขาพิการซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น และกำลังร้องไห้ ดวงหน้างามงดนั้นดูเศร้าหมองระคนขมขื่น ไร้ชีวิตชีวา มีเพียงดวงตาคู่งามเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเจ้าของร่างนั้นยังมีชีวิตอยู่ นัยน์ตาที่มีน้ำตาคลอเต็มนั้นก็เต้นระริกแฝงประกายแห่งความรัก ความโกรธ เกลียด เคียดแค้น และชิงชัง เมื่อหวนคิดถึงอดีต ที่แสนปวดร้าวขึ้นมา
      
       ครั้งนั้น ช่วงเวลาตอนกลางวัน พลอยอยู่ในชุดสวย เก๋ และทันสมัยในรูปลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เปรี้ยวเกินไป เดินเข้ามาในคฤหาสน์ของเกรียงศักดิ์ อย่างเร็วรี่
       เกรียงศักดิ์เห็นพลอย ก็ตกใจมาก
       “พลอย...มาที่นี่ทำไม”
       “พลอยมาทวงสิทธิ์ของพลอย” หญิงสาวบอก
       “เธอไม่มีสิทธิ์” เกรียงศักดิ์กวาดตามองแบบกลัวมาก จับพลอยดึงออกไป “กลับไป”
       พลอยไม่ยอม “พลอยไม่กลับ...พลอยจะทวงสิทธิ์ของพลอย”
       “ฉันบอกเธอแล้วไง...”
       เกรียงศักดิ์พูดไม่ทันจบ คุณหญิงดาราณีเดินเข้ามาด้านหลัง เห็นหลังของเกรียงศักดิ์กำลังยื้อยุดกันอยู่
       “มีอะไรคะคุณพี่”
       เกรียงศักดิ์หันตัวมา ดาราณีเห็นพลอยยืนอยู่
       ดาราณีแปลกใจ “อ้าว พลอย”
       “คุณหญิง”
       “มีเรื่องอะไรกันเหรอ” คุณหญิงถาม
       เกรียงศักดิ์ถลึงตาใส่พลอย “เสร็จธุระแล้ว กลับไปได้”
       พลอยยืนนิ่ง มีน้ำตาคลอเบ้า เกรียงศักดิ์สำทับเสียงเข้ม
       “กลับไป”
       ดาราณีเห็นพิรุธจึงถาม “มีเรื่องอะไรเหรอพลอย”
       พลอยร้องไห้ออกมา “พลอย..พลอย...”       
       ดาราณีเห็นพิรุธมากขึ้น ถามเสียงเข้ม
       “นี่มันเรื่องอะไรกันคะคุณพี่?”
       “ไม่มีอะไร” เกรียงศักดิ์บอก
       พลอยสวนออกมา “ทำไมท่านถึงบอกว่าไม่มีคะ ในเมื่อพลอยกับท่าน...”
       เกรียงศักดิ์ถลึงตาใส่ สวนขึ้นทันที “หยุดเดี๋ยวนี้พลอย...”
       ดาราณีถามเร็วปรื๋อ ท่าทีร้อนรนใจมาก “เธอพูดอย่างนี้หมายความว่า...เธอกับท่าน...”
       แทนคำตอบพลอยร้องไห้โฮออกมา เกรียงศักดิ์หันไปมองหน้าดาราณี
       “ไม่..ไม่ใช่อย่างที่คุณหญิงคิดนะ...ภรรยาผมมีคนเดียวคือคุณหญิง”
       พลอยหน้าซีดเผือด
      
       นึกถึงตรงนี้ มือของพลอยที่กำพนักรถเข็นสั่นระริกจนต้องจับพนักไว้แน่นเพื่อคุมตัวเอง แต่กระนั้นพลอยก็ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ปลายนิ้วของพลอยจิกเกร็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด อดสู ขมขื่นใจ
       ในดวงตาอันเจ็บปวดของพลอย เห็นเป็นภาพเกรียงศักดิ์ ออกงานกับดาราณีและลูกสาว เพชรน้ำบุศย์ เป็นภาพครอบครัวที่สุดแสนจะอบอุ่น
       เหตุการณ์เดิมผุดขึ้นมาอีกครั้ง
       เกรียงศักดิ์ร้องบอกดาราณี
       “ไม่ใช่อย่างที่คุณหญิงคิดนะ...ภรรยาผมมีคนเดียวคือคุณหญิง” เสียงนั้นดังก้องซ้ำไปมา “ภรรยาผมมีคนเดียวคือคุณหญิง”
      
       น้ำตาของพลอยไหลทะลักออกมา พลอยเอามือกุมหัวตัวเอง
       “ไม่...ไม่....พลอยเป็นเมียท่าน...พลอยเป็นเมียท่าน” นัยน์ตาพลอยวาวโรจน์ ไม่ยอมรับความจริง “พลอยไม่ยอม!”
      
       จู่ๆ เหมือนมีมือของคุณหญิงดาราณีผลักมาโดนรถเข็นของพลอยเต็มแรง รถเข็นลื่นไถลลงมาตามเนินเขา พลอยกรีดร้องสุดเสียง ขณะที่ร่างของพลอยหล่นลงจากรถเข็นกลิ้งลงมาตามทาง
      
       ขณะเดียวกันบนถนนเส้นทางจากเชียงใหม่ เพชรขับรถกลับบ้านมาแทบจะเหาะ ท่าทางของเพชรเคร่งเครียดร้อนใจ เสียงของทับทิมผู้เป็นแม่ดังก้องในหู
       “พลอยลื่นตกเขา...รีบกลับบ้านมาเดี๋ยวนี้เพชร”
       เพชร เหยียบคันเร่งสุดแรง
      
       รุ่งเช้าพระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นจากภูเขา แสงสีทองเพิ่งจับที่ขอบฟ้ารำไร เพชรมาถึงบ้านลงจากรถเดินแกมวิ่งเข้ามาในบ้านท่าทางร้อนรน เห็นทับทิมยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่
       “พี่พลอยเป็นยังไงบ้างครับแม่”
       “ดูเองแล้วกัน” บุ้ยใบ้ไปที่พลอย
       เพชรหันไปมอง เห็นร่างของพลอยกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาในบ้าน ร่างทั้งร่างดูเหี่ยวแห้ง ทรุดโทรม ซีกหน้าข้างหนึ่งของพลอยมองเหม่อออกไปด้านนอก แต่อีกเสี้ยวหน้านั้นยังเห็นร่องรอย คราบน้ำตาชัดเจน
       เพชรเดินเข้าไปหา “พี่พลอย”
       “เพชร” พลอยผวาตัวกอดเพชรร้องไห้ “พี่อยากตายเพชร...พี่อยากตาย”
       เพชรกอดตอบพลอยแน่น ปลอบ “อย่าพูดอย่างนี้ครับ พี่พลอยยังมีแม่ ยังมีผม”
       “แต่พี่ไม่มีวันเอาหน้าไปสู้ใครได้อีก พี่อาย..พี่อายเหลือเกินเพชร พี่อาย” พลอยร้องไห้โฮๆ
       “จะอายทำไมครับ...พี่พลอยไม่ได้เป็นคนผิด แต่พี่พลอยเป็นฝ่ายถูกกระทำ อย่าร้องไห้ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว...มันผ่านไปแล้วครับพี่พลอย”
       เพชรกอดพลอยแน่น พลอยสะอื้นไห้ สีหน้าของเพชรเป็นห่วงพลอยจับใจ
      
       ครู่ต่อมาเพชร ถามทับทิมด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
       “เกิดอะไรขึ้นกับพี่พลอยครับแม่? ทำไมพี่พลอยเป็นอย่างนี้อีกแล้ว”
       ทับทิมบอกด้วยเสียงขมขื่น “จะมีอะไรก็...” พร้อมกับกระแทกเสียงออกมา “เรื่องนั้นแหละ เมื่อไหร่ไอ้เลวนั่นมันจะหมดอำนาจวาสนา ตายๆ ไปซะที”
       “ในเมื่อพี่พลอยเลือกที่จะไม่เอาเรื่องในวันนั้น พี่พลอยก็ต้องทำใจลืมมันให้ได้” เพชรว่า
       ทับทิมระเบิดอารมณ์ใส่เสียงสูง “จะให้ลืมได้ยังไง แกก็รู้นี่..ไอ้เลวนั่นมันทำร้ายพี่แกยังไง”
      
       เหตุการณ์ในอดีตที่พลอยเคยเล่าให้ฟังผุดขึ้นในหัวทับทิมอีกครั้ง



       วันนั้นเมื่อหลายปีก่อนพลอยซึ่งยังสาวและสวย แต่งตัวเรียบร้อย เดินมาเคาะประตูห้องของเกรียงศักดิ์ที่โรงแรม เกรียงศักดิ์ซึ่งอยู่ในห้องเดินมาที่ประตูเปิดออกมา ยืนอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน นุ่งแค่ผ้าเช็ดตัว
      
       พลอยเห็นถึงกับผงะ
       “เอกสารด่วนที่ท่านต้องการค่ะ”
       “เอาเข้าไปวางไว้บนโต๊ะ” เกรียงศักดิ์เดินเข้าไปข้างใน
       พลอยลังเล ไม่กล้าเข้า เกรียงศักดิ์หันมาดุ
       “ชักช้าอยู่ทำไม? รีบเข้าไปสิ”
       พลอยหน้าซีด ท่าทีไร้เดียงสา “ค่ะๆ” แล้วเดินเข้ามา
       เกรียงศักดิ์ปิดประตูทันที ยินเสียงประตูปิดล็อก พลอยหันมามองอย่างตกใจกลัว เห็นเกรียงศักดิ์ยืนมองจ้องอยู่ แววตาวาววับ และยิ้มมีเลศนัย ขณะเดินเข้ามา
       พลอยถอยหลังกรูด เกรียงศักดิ์คว้าตัวพลอยมากอดเอาไว้ พลอยเนื้อตัวสั่น
       “อย่า..อย่าค่ะท่าน อย่าทำอะไรพลอย”
       เกรียงศักดิ์ไม่หยุด กลับเหวี่ยงร่างพลอยลงบนเตียง แล้วโถมตัวลงมาทาบทับ
       พลอยตกใจกลัว ตัวสั่นร้องไห้ยกมือไหว้
       “อย่าค่ะท่าน..อย่าทำพลอย พลอยไหว้ล่ะ อย่า...”
       พลอยหวีดร้องสุดเสียง ร้องไห้โฮ หวาดกลัวมาก
      
       เพชรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เขาจำความเจ็บปวดขมขื่นของพลอยได้ดี
       “มันทำให้พลอยพิกลพิการไม่พอ”
       ทับทิมว่า พร้อมกับที่ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมา เป็นภาพที่เกรียงศักดิ์ขับรถไล่ล่าพลอยที่วิ่งหนี พลอยล้มลง ถูกเกรียงศักดิ์ขับรถชน เข้าช่วงล่าง พลอยร้องกรี๊ด สลบเหมือด
       “ไอ้เกรียงศักดิ์ มันยังให้เมียมันมาทำร้ายพลอยอีก” ทับทิมบอก
       “อะไรนะครับแม่”
       พลอยเข็นรถเข็นเข้ามา บอกเพชรด้วยน้ำเสียงสั่น เจือเสียงสะอื้น น้ำตาคลอหน่วย ท่าทีหวาดผวา และน่าสงสาร
       “เมื่อคืนคุณหญิงดาราณีบุกมาที่นี่!”       
       “คุณหญิงดาราณีบุกมาที่นี่”
       เพชรถามเสียงกร้าวท่าทางตกใจมาก
      
       พลอยเล่าเรื่องให้สองคนฟังต่อ
       หลังจากรถเข็นถูกผลักจนไถลลงมาตามทาง และในขณะที่พลอยซึ่งหน้าคว่ำอยู่ที่พื้น กำลังพยุงร่างกายขึ้น แต่แล้วพลอยต้องชะงัก เมื่อเห็นคุณหญิงดาราณีเดินเข้ามา พลอยเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ
       “คุณหญิง”
       ดาราณีดวงตาถมึงทึง ร้ายกาจ บอกเสียงเข้ม “ใช่! ฉันเอง”
       พลอยกวาดตามอง เห็นว่าที่ด้านหลังของคุณหญิงเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ ร่างพิการของพลอยรีบถอยร่น ท่าทางน่าสงสาร เท้าของคุณหญิงเหยียบเข้าที่มือของพลอยสุดแรง
       “โอ๊ย! ปล่อยค่ะคุณหญิง...อย่าทำพลอย พลอยกลัวแล้ว” พลอยพยายามดึงมือออก
       “เฮอะ! ทีตอนนี้ทำเป็นกลัว...แล้วตอนที่ให้ท่าผัวฉันน่ะ ทำไมแกไม่กลัวฉันนังพลอย” คุณหญิงกดเท้าลงที่มือของพลอยแรงขึ้นอีก
       พลอยเจ็บมาก ร้องไห้คร่ำครวญน่าสงสาร “พลอยไม่ได้ให้ท่า พลอยถูกท่านข่มเหง”
       ดาราณีกัดฟันกรอด “หนอย! ถูกข่มเหง น้ำหน้าอย่างแกน่ะเหรอที่ผัวฉันจะมอง”
       ดาราณีนั่งลงกระชากผมพลอยขึ้นมา ดวงหน้าของพลอยหวาดหวั่น กลัวจับใจ
       “โถ! นังเป๋ นังง่อย ทำเป็นซื่อ ไร้เดียงสา แกคงคิดสินะ...ว่าทำหน้าตาโง่ๆ เซ่อๆ อย่างนี้ แล้วท่านจะสงสารเห็นใจ จนเลิกกับฉันไปหาแกน่ะ” ดาราณีกระชากผมดึงอีก
       “อย่าค่ะคุณหญิง กรุณาเถอะ..พลอยเจ็บ”
       ดาราณีหมั่นไส้มาก “แกนี่มันช่างดัดจริตจริงๆ หื้อ! ทำเสียง ทำหน้า วอนตบจริงๆ นังพลอย” ดาราณีตบผลัวะ
       “โอ๊ย” พลอยร้องคร่ำครวญ “คุณหญิง...ขอร้องเถอะค่ะ พลอยเจ็บ พลอยกลัว”
       “กลัว...นี่เหรอหน้าตาคนที่กลัว แกท้าทายฉันชัดๆ” ดาราณีตบอีกผลัวะ
       พลอยร้องสุดเสียง “โอ๊ย”
       ระหว่างนั้นทับทิมเดินมาอย่างร้อนรน เสียงทับทิมดังเข้ามา
       “พลอย...พลอยอยู่ไหนลูก..พลอย”
       ดาราณีกระชากผมพลอยขู่ “อย่ามายุ่งกับผัวฉันอีก ไม่งั้นแกตาย”
       ดาราณีผลักหัวพลอยเต็มแรง จนหน้าพลอยกระแทกดิน แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พลอยหน้าจมดินร้องไห้โฮ
      
       พลอยร้องไห้โฮๆ เพชรกุมมือพลอยแน่น สายตามีแต่ความเจ็บปวด ความสงสาร พลอยร้องไห้ออกมาอย่างคนที่เจ็บปวดถึงที่สุด
       “พี่ไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจจริงๆ ในเมื่อพวกเค้าทำลายชีวิตพี่จนพังยับเยิน คุณหญิงยังจะตามมารังควานอะไรพี่อีก”
       เพชรดึงพลอยมากอดเอาไว้ทั้งตัว ในขณะที่ทับทิมบอกเสียงเครือ น้ำตาไหล ขมขื่น
       เจ็บปวดเหลือแสน
       “แกรู้มั้ยเพชรว่าแม่เสียใจมากแค่ไหน ที่ไม่เคยปกป้องพลอยได้...พลอยต้องถูกคนพวกนั้นรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า...เพียงเพราะเรามันต่ำต้อย ไม่มีวันที่จะไปสู้รบปรบมือกับคนมีเงิน มีอำนาจวาสนาอย่างพวกมันได้”
       เพชรพูดเสียงเข้ม มองพลอยอย่างสลดใจ “ก็ในเมื่อวันนั้นพี่พลอยไม่คิดจะเอาเรื่อง”
       พลอยมองหน้าเพชร แววตาตัดพ้อ “เพราะพี่รู้ ต่อให้ขึ้นโรงขึ้นศาล ยังไงพี่ต้องแพ้”
       “พี่พลอยกำลังดูถูกกระบวนการยุติธรรม” เพชรว่า
       “เพชรกำลังปฏิเสธความจริงของโลกใบนี้ต่างหาก...ช่างเถอะค่ะแม่ ในเมื่อพลอย
       ไม่มีทางเลือก ท่านจะให้พลอยเป็นเมียเก็บ เมียน้อย เป็นนางบำเรอ พลอยก็จะทน”
       “โธ่เอ๊ย! พลอย”
       ทับทิมเดินมากอดปลอบลูกสาว พลอยร้องไห้
       “เวรกรรมอะไร...ลูกถึงต้องเจอเรื่องเลวทรามอย่างนี้ เวรกรรมอะไร” ทับทิมครวญคร่ำ
       พลอยไม่ตอบ ได้แต่ซุกหน้าลงกับอกของทับทิมร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “เวรกรรมแต่ชาติปางก่อนมังคะแม่..และในเมื่อ...พลอยทำอะไรพวกเค้าไม่ได้...พลอยก็จะปล่อยให้เค้ามาเหยียบมาย่ำ” เสียงของพลอยค่อยๆ แผ่วลง อย่างน่าสงสาร “ให้เค้าสุขสำราญ จนกว่าจะสาแก่ใจ...จะได้หมดเวรหมดกรรมกันซะที”
      
       ดวงตาของเพชรมีแต่ความเจ็บปวด และแค้นใจ สงสารพลอยที่ถูกกระทำย่ำยีไม่จบไม่สิ้น



       หลายวันผ่านไป ที่ห้างสรรพสินค้าหรู ด้านในบริเวณลานกิจกรรม มีการจัดงาน “ธรรมชาติล้ำค่าของไทย”
      
       ภายในงานมี ผลไม้ เครื่องประดับ อัญมณี นานาชนิด บนเวทีเห็นท่านเกรียงศักดิ์ ตัดริบบิ้นเปิดงาน ข้างๆ คือคุณหญิงธิดา ยืนอยู่ ดวงหน้ายิ้มแย้ม เกรียงศักดิ์เองก็ดูสุขุมอบอุ่น
      
       เพชรยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความขมขื่น คิดแค้นในใจ
       “สร้างความทุกข์ไว้ให้พี่พลอย แล้วยังยิ้มกันหน้าระรื่นอีก เลว!”       
       เจ้าของสวนเดินถือกระเช้าชมพู่น้ำดอกไม้เพชรน้ำบุศย์มาให้
       “นี่ครับท่าน ชมพู่น้ำดอกไม้ เพชรน้ำบุศย์ ที่ท่านเอาชื่อลูกมาตั้งเป็นชื่อชมพู่ให้ผมเมื่อ10 กว่าปีก่อน”
       “โห! สวยจริง เก่งมากๆ เลย ที่ปลูกได้ขนาดนี้” เกรียงศักดิ์ชื่นชม
       “ก็ท่านแหละครับให้คำแนะนำ แล้วไหนครับคุณหนูน้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์”
       เจ้าของสวนกวาดตามองหา พร้อมๆ กับเพชรที่กวาดตามองหาเหมือนกัน
       เพชรพึมพำ “น้ำหนึ่ง...เพชรน้ำบุศย์”
      
       ภายในห้างสรรพสินค้า เพชรน้ำบุศย์ในชุดนักศึกษาปีสี่ แต่งตัวเรียบร้อย เดินแกมวิ่งมาตามทาง มีนิ้งตามหลังมา หอบแฮกๆ
       “โห! น้ำหนึ่ง นี่มันในห้างนะ จะรีบเดินไปไหน”
       “ก็น้ำหนึ่งอยากเห็นชมพู่เพชรน้ำบุษย์ที่คุณพ่อเอาชื่อของน้ำหนึ่งไปตั้งนะสิ...อยากรู้จะสวยงามน่ากินขนาดไหน รีบไปกันเถอะนิ้ง”
       เพชรน้ำบุศย์ลากนิ้งไป แต่แล้วร่างของเพชรน้ำบุศย์ก็ชนเข้ากับอลิสที่แต่งตัวเปรี้ยวเกินวัยจนเซผงะ
       สองฝ่ายร้อง “ว้าย” ต่างฝ่ายต่างชนกัน
       เพชรน้ำบุศย์กับนิ้งพูดพร้อมกัน “ขอโทษค่ะ”
       อลิสมองน้ำหนึ่งกวนๆ “ขอโทษแล้วมันหายเจ็บมั้ย”
       “ตรรกะของเธอนี่มันแปลกจริงๆ”
       อลิสยียวน “ก็นี่แหละตรรกะของอลิส ขอโทษไม่หายเจ็บ”
       “งั้น...พวกฉันก็ไม่ขอโทษ...เพราะพวกฉันก็เจ็บเหมือนกัน” นิ้งว่า
       “แต่ฉันเจ็บกว่า” อลิสผลักนิ้งแบบหาเรื่อง จนนิ้งเซถลาไป
       นิ้งเหลียวขวับ มองมาอย่างโกรธแค้น “ยัยอลิส”
       “ทำไม? มีอะไร?” อลิสจะถลันเข้าหา
       เพชรน้ำบุศย์เข้าไปขวางด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายมาก “ไม่มีเรื่องสักวันไม่ได้เหรออลิส”
       “ไม่ได้! โดยเฉพาะกับ...เธอ”
       “ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเอาชนะฉันได้ซักเรื่องน่ะเหรอ? โดยเฉพาะเอาชนะหัวใจพี่ภาคย์” เพชรน้ำบุศย์คว้ามือนิ้ง “ไปกันเถอะนิ้ง”
       อลิสเต้นร่าวๆ “ยัยน้ำหนึ่ง นี่เธอเยาะเย้ยฉันนี่หว่า”
       อลิสตามไปแบบโกรธมาก
      
       เพชรจ้องมองเกรียงศักดิ์และคุณหญิงดาราณีเขม็ง
       “น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์...ฉันอยากจะเห็นหน้าเธอนัก...ลูกของคนเลวๆ หน้าตาจะเป็นยังไง”
       มือของเพชรกำแน่น พยายามข่มอารมณ์ อีกมุมเพชรน้ำบุศย์กำลังเดินแกมวิ่งมาหา เสียงมือถือดัง เพชรรับ
       เสียงปลายสายดังลอดออกมา “เพชร..เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ที่ไซต์งานมีปัญหา รีบมาดูเร็ว”
       “ได้..เดี๋ยวรีบไป”
       เพชรวางสาย มองไปที่เกรียงศักดิ์กับดาราณีด้วยความเสียดาย
      
       เพชรเดินลิ่วไปตามทาง เพชรน้ำบุศย์กับนิ้งวิ่งตามมา เพชรน้ำบุศย์มองไปเห็นเพชรก็ดีใจตื่นเต้นมาก พูดออกมาเบาๆ
       “พี่เพชร”
       “อะไร? น้ำหนึ่งอะไร” นิ้งถาม
       เพชรน้ำบุศย์ไม่ตอบ วิ่งตามเพชรไปทันที ภาคย์เดินมาจากอีกมุมพอดี นิ้งร้องเรียก
       “พี่ภาคย์”
       ภาคย์ถามนิ้งทันที “น้ำหนึ่งไปไหนนิ้ง”
       “สงสัยไปเข้าห้องน้ำมังคะ”
       “ห้องน้ำที่ไหน ก็เห็นอยู่...ว่าวิ่งตามผู้ชาย” อลิสพูดพร้อมกับเบ้ปาก
       ภาคย์มองอลิสอย่างไม่พอใจ จะเดินตามเพชรน้ำบุศย์ ถูกอลิสคว้ามือเอาไว้
       “จะไปไหนพี่ภาคย์ อลิสไม่ให้ไป”
       “อลิสมีสิทธิ์อะไรมาห้ามพี่” ภาคย์ถาม
       “ว่าที่คู่หมั้นไงล่ะ!”
       “อลิสคิดไปคนเดียว” ภาคย์พูดจบก็เดินตามเพชรน้ำบุศย์ไป
       นิ้งเบ้ปากใส่อลิส พร้อมกับหัวเราะเย้ยก่อนจะตามภาคย์ไป อลิสได้แต่กระทืบเท้าขัดใจมาก
      
       เพชรเดินลิ่ว หางตาแลเห็นเพชรน้ำบุศย์วิ่งตามมา เพชรรีบหลบมุม เพชรน้ำบุศย์วิ่งตามมากวาดสายตามองหาเพชร พึมพำเบาๆ
       “พี่เพชร หายไปไหนเร็วจัง”
       เพชรน้ำบุศย์กวาดสายตามอง แต่ไม่เห็นเพชร ภาคย์ นิ้งตามมา
       “มองหาใครน้ำหนึ่ง”
       “เปล่าค่ะ” เพชรน้ำบุศย์ปฏิเสธ
       “งั้นก็รีบไปเถอะ ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่เธอ รอแย่แล้ว” นิ้งบอก
       เพชรน้ำบุศย์ยังลังเล กวาดสายตามองหาเพชร จนภาคย์ต้องแตะข้อศอก เพชรน้ำบุศย์ถึงเดินคอตกกลับไป
       เพชรออกจากที่ซ่อน
       “ไม่เคยรู้จักกันซักหน่อย ตามเรามาทำไม” เสียงมือถือดังอีก เพชรรับแล้วบอกกับทางปลายสาย “กำลังไปเดี๋ยวนี้แล้ว”
      
       เพชรเดินผละไปอย่างรวดเร็ว หมดความสนใจเรื่องของเพชรน้ำบุศย์แค่นั้น

       ภายในงาน เกรียงศักดิ์ยืนอยู่เคียงข้างกับคุณหญิงดาราณี เพชรน้ำบุศย์ ภาคย์ และนิ้งเดินเข้ามาหา สามคนยกมือไหว้ ดาราณีถามทันที
      
       “ไปสัมภาษณ์งานมาเป็นยังไงบ้างลูก”
       “อาทิตย์หน้าเริ่มงานได้เลยค่ะคุณแม่” เพชรน้ำบุศย์ตอบ
       “ต่อไป...จะได้โตเป็นผู้ใหญ่ซักที มะ..มาดูชมพู่เพชรน้ำบุศย์”
       เกรียงศักดิ์จูงมือลูกสาวไปดูชมพู่ ภาคย์กับนิ้งตามไป แต่แล้วกลับมีเสียงเรียก
       “ท่านครับ...ผมมี พลอย เป็นของที่ระลึกมาฝากท่านครับ”
       คุณหญิงดาราณีชะงัก เกรียงศักดิ์เองก็หน้าเจื่อน
      
       ตกตอนกลางคืน มือของเกรียงศักดิ์ยื่นพลอยให้กับนวลและตาหวาน
       “ฉันให้”
       สองคนทำท่าดีใจมาก รีบยกมือไหว้ “ขอบคุณค่ะ”
       “โอ้โห! สวยจังเลยค่ะ....ตาหวานจะเก็บเงินไปทำหัวแหวน เผื่อจะเป็นแก้วสารพัดนึก ขออะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง”
       “อยากได้อะไรจ้ะตาหวาน” เพชรน้ำบุศย์ถาม
       “อันดับแรกเลย ถ้ามีแฟน ห้ามให้แฟนของตาหวาน เจ้าชู้หลายใจ ห้ามมีกิ๊ก ห้ามงุงิงิงุ ปุ๊ปิ๊ปุ๊ปิ๊เด็ดขาด”
       เกรียงศักดิ์ กับดาราณีหน้าเจื่อนไป
       นวลแตะมือเบาๆ เชิงตำหนิ “เป็นเด็กเป็นเล็ก พูดจาอะไร แก่แดด ขอโทษค่ะท่าน”
       นวลรีบพาตาหวานออกไป เพชรน้ำบุศย์หันหน้าไปมอง เกรียงศักดิ์ และดาราณี เห็นพ่อแม่หน้าเจื่อนผิดปกติ จึงถามอย่างกังวล เป็นห่วงระคนสงสัย
       “คุณพ่อ คุณแม่...มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
       ดาราณีตอบเสียงอ่อนโยน “เปล่าจ้ะ...แม่คงเหนื่อยมากไปหน่อย”
       ดาราณีเดินไป เกรียงศักดิ์มองตาม ด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกดาราณีมาก ก่อนบอกน้ำหนึ่ง
       “ดึกแล้ว...ไปพักผ่อนเถอะลูก”
       เกรียงศักดิ์เดินตามดาราณีไป เพชรน้ำบุศย์นึกสงสัย พ่อแม่เป็นอะไร
      
       พอดาราณีเดินเข้ามาในห้องก็ทรุดตัวลงนั่ง ร้องไห้เงียบๆ น้ำตาไหลริน เกรียงศักดิ์เดินตามเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ จับมือของดาราณีเอาไว้ บอกด้วยเสียงอ่อนโยน เสียใจที่สุด
       “คุณหญิง...ผมขอโทษ...เรื่องพลอย...ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ”        คุณหญิงดาราณีไม่ตอบ มีเพียงน้ำตาที่บอกว่ายังเสียใจตลอดเวลา
      
       เวลาเดียวกันพลอยเข็นรถเข็นออกมาท่ามกลางความมืด ดวงตามีหยาดน้ำตาคลอหน่วย
       ตลอดเวลา แบบคนช้ำใจหนัก เสียงอ่อนโยน ปลอบประโลมของเกรียงศักดิ์ดังก้อง
       “ฉันขอโทษนะพลอย...เรื่องของเรา...ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ
       ดวงหน้าและดวงตาที่เสียใจของพลอยแข็งกร้าวขึ้นทันควัน โกรธมาก
       “แต่พลอยตั้งใจ” พลอยเสียงเข้มขึ้น จะเอาให้ได้ “พลอยตั้งใจ”
       มือพลอยจิกเกร็งที่พนักเก้าอี้ เห็นสีเล็บแดงฉาน ตัดกับภาพลักษณ์อ่อนแอของพลอยโดยสิ้นเชิง
      
       วันต่อมาขณะที่เพชรน้ำบุศย์ขับรถมาจอดหน้าหงอยๆ ที่สี่แยกไฟแดง รอสัญญาณไฟเขียว
       “วันนั้นไม่น่าคลาดกับพี่เพชรเล้ยย.....” สีหน้าหญิงสาวดูมุ่งมั่นมากขณะพูดออกมา “เจ้าประคู้ณ...ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง” แอบอมยิ้มหน้าเขินๆ “ขอให้น้ำหนึ่งได้เจอกับพี่เพชรอีก”
       เพชรน้ำบุศย์อมยิ้มขำๆ นึกในใจ พูดไปงั้นแหละเจอก็ดี แต่โอกาสเจอแทบไม่มี ก่อนที่จะเบนสายตามองออกไปนอกรถ ฉับพลันต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นร่างเพชรยืนอยู่ที่ร้านวัสดุก่อสร้าง
       เพชรน้ำบุศย์ตะลึงงัน
       “พี่เพชร”
       ด้านเพชรกำลังสั่งซื้อ และเลือกของที่ร้านวัสดุก่อสร้าง ไม่ได้มองออกมานอกถนนเลย สนใจแต่งานตรงหน้า เพชรน้ำบุศย์พะว้าพะวัง ตัดสินใจลดกระจกลงร้องเรียก
       “พี่เพชร”
       เพชรที่กำลังเลือกของอยู่ หันมาตามเสียง กวาดสายตามองไป แต่ยังไม่เห็นเพชรน้ำบุศย์
       ระหว่างนั้นสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถด้านหลังบีบแตรดังสนั่น เพชรน้ำบุศย์สะดุ้งอีก รีบขับรถออกไป แต่จดสายตาสายตามองเพชรไม่วางตา ตื่นเต้นดีใจมาก
       เพชรไม่เห็นใคร ทำท่าว่าคงหูแว่วไปเอง ก่อนเลือกของต่อไป
      
       ส่วนเพชรน้ำบุศย์ขับรถผ่านไฟแดงมา ก่อนเบนรถเข้าจอดที่ข้างทางแบบไม่สนใจเลยว่าเป็นป้ายห้ามจอด ก่อนวิ่งลงมา ย้อนกลับไปทางเดิมรวดเร็ว
      
       เพชรน้ำบุศย์วิ่งข้ามถนนมา แต่ยังข้ามมาไม่ได้ มีจังหวะลุ้นๆ เพชรน้ำบุศย์พะว้าพะวังสีหน้าร้อนใจ กลัวไม่เจอเพชร
       ฟากเพชรซื้อของเสร็จ เดินออกมานอกร้าน คนขายตามมา
       “เดี๋ยวผมให้คนเอาของไปส่งที่ไซต์งานนะครับนายช่าง”
       “ขอบคุณครับ”
       เพชรตรงไปที่รถ น้ำหนึ่งวิ่งย้อนกลับมาได้ เห็นเพชรขับรถออกไป เพชรน้ำบุศย์หน้าเสีย
       “พี่เพชร”
      
       เพชรไม่ได้ยิน เพราะขับรถออกไปแล้ว เพชรน้ำบุศย์หน้าสลดลง



       ไม่นานนัก สองสาวอยู่ในร้านไอศกรีม เพชรน้ำบุศย์หน้าจ๋อย ขณะที่นิ้งอมยิ้ม มองเพื่อนสาวแบบระอานิดๆ
      
       “โอ้โห! น้ำหนึ่ง ตัวนี่เป็นเอามาก วิ่งตามพี่เพชรถึงขนาดโดนล็อกล้อรถ ก็ยอม”
       “เวอร์ไปใช่มะ” เพชรน้ำบุศย์หน้าจ๋อย “ยอมรับว่าเวอร์...แต่...แต่....ตัวก็รู้ว่า...” เขินๆ เหนียมๆ “ว่าเราแอบปลื้มพี่เพชรมานานแล้ว” ขณะพูดดวงตาเพชรน้ำบุศย์เป็นประกายเจิดจ้าท่าทางตื่นเต้น “และอีกอย่าง...”
       “อะไร”
       “พี่เพชรกับเราต้องเป็นเนื้อคู่กันแน่ๆ เพราะทันทีที่เราอธิษฐานเสร็จ พี่เพชรก็มาปรากฏตัวตรงหน้าปั๊บเลย”
       นิ้งหัวเราะ “เหมือนอย่างที่เค้าว่าเลย...ผู้หญิง ชอบคิดว่าความบังเอิญเป็นพรหมลิขิต”
       “ก็แล้วจะให้คิดว่าอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่พรหมลิขิต...” ยิ้มฝันเพ้อ “พี่เพชร...ต้องเกิดมาเพื่อ
       เราแน่ๆ เลยนิ้ง”
       เพชรน้ำบุศย์หัวเราะคิก ดวงตาของสาวน้อยชวนฝัน
      
       ส่วนที่ไซต์งานแห่งนั้น คนงานทำงานกันอย่างแข็งขัน แต่ละคนเหงื่อตก ท่าทางเหน็ดเหนื่อย เพชรในเครื่องแต่งกายวิศวกรคุมงาน โทรศัพท์อยู่
       “ไซต์งานที่ผมรับผิดชอบมีปัญหานะครับแม่...อีกหลายวันกว่าจะได้กลับบ้าน...พี่พลอยเป็นยังไงบ้างครับ...แล้วผมจะรีบกลับ”
       เพชรวางสาย สีหน้ามีแต่ความเป็นห่วง เครียดกังวลใจเรื่องพลอย
      
       คืนนั้นที่คฤหาสน์เกรียงศักดิ์ เพชรน้ำบุศย์อยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังพับดาวใส่ขวดโหลอยู่ นวลกับตาหวานที่เดินมาตรวจดูความเรียบร้อยของบ้านเห็นเข้านวลจึงร้องทัก
       “ดึกมากแล้ว...คุณน้ำหนึ่งยังไม่นอนอีกเหรอคะ”
       เพชรน้ำบุศย์ยิ้มหวาน “ยังไม่ง่วงค่ะ เลยมานั่งพับดาว”
       “ให้ตาหวานช่วยพับดาวมั้ยคะ”
       เพชรน้ำบุศย์มองดาวในมือยิ้มๆ “ขอบใจจ้ะ แต่ไม่ต้อง....” พลางหยิบขวดโหลขึ้นมา “เพราะพี่...จะนั่งพับเอง...พี่จะนั่งพับดาวจนกว่าจะเจอ...พี่คนนั้น”
       ตาหวานงง “พี่คนไหนคะ”
       เพชรน้ำบุศย์ยิ้มไม่ตอบ แต่ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า ภาพจำในอดีตผุดขึ้นมา
      
       วันนั้นที่สนามบาสของโรงเรียน เพชรกำลังแข่งบาสอยู่ ท่วงท่าและลีลาของเพชรเท่มาก
       สาวน้อยในโรงเรียนส่งเสียงกรี๊ดเพชร รวมทั้งเพชรน้ำบุศย์ที่เวลานั้นเรียนอยู่ชั้น ม.6 มองเพชรอย่างเอาใจช่วย เวลาเพชรโยนลูกเข้าห่วง สาวๆ ก็เฮ จังหวะหนึ่ง ระหว่างการแข่งขัน ลูกบาสลอยมาถูกหัวของเพชรน้ำบุศย์อย่างจัง น้ำหนึ่งร้องกรี๊ด เพชรกระโจนเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
      
       ไม่นานหลังจากนั้น เพชรที่เปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยแล้ว ที่คอมีเสื้อแข่งกีฬาพาดอยู่ เพชรเดินมายื่นแก้วน้ำให้เพชรน้ำบุศย์ที่นั่งหน้าซีดแต่ยิ้มพราย ตามองแต่เพชรไม่วางตา เพชรถามเอ็นดู
       “ไง...เจ็บมากมั้ย”
       “นิดหน่อยค่ะ...แล้วผลการแข่งการแข่งขันเป็นไงบ้างคะ”
       “โรงเรียนเราต้องชนะสิ” เพชรว่า
       “เพราะพี่เพชรกลับมาช่วย แล้วพี่เพชร...จะกลับมาเยี่ยมโรงเรียนอีกเมื่อไหร่คะ”
       “ไม่รู้เหมือนกัน...งานพี่ยุ่งมาก ตกลง เราไม่ได้เป็นไรนะ”
       “ค่ะ”
       “งั้น..ตั้งใจเรียน” เพชรเดินออกไป...แต่นึกอะไรขึ้นได้จึงหยุด เดินมาแล้วหยิบเสื้อกีฬายื่น
       ให้ “เสื้อประจำตัวพี่...พี่ให้...เป็นการปลอบขวัญ มีโอกาสแล้วเจอกัน” จากนั้นก็เดินไป
       “ค่ะ” เพชรน้ำบุศย์กอดเสื้อเพชรเอาไว้ ปลื้มมาก เห็นเบอร์ 13 เด่นหรา “พี่เพชร!”
      
       ตาหวาน นั่งฟังเรื่องเพชรที่เพชรน้ำบุศย์เล่าตาค้าง ราวกับฟังนิทาน เพชรน้ำบุศย์เดินมาพร้อมกับเสื้อกีฬาของเพชร
       “นี่ไง..เสื้อของพี่คนนั้น น้ำหนึ่งเก็บรักษาไว้อย่างดี แล้วก็ถือว่าเลข 13 เป็นเลขนำโชคของน้ำหนึ่ง”
       “โอ้โห! เหมือนในละครเลย ตาหวานอยากเจอคนอย่างพี่คนนั้นบ้างจัง...เออ..แล้วถ้าพี่คนนั้นเจอพี่น้ำหนึ่ง...เค้าจะจำพี่น้ำหนึ่งได้หรือคะ? ท่าทางพี่คนนั้นเค้าป๊อบจะตาย”
       “คงจำไม่ได้มั้ง...วันนี้พี่วิ่งตามเค้า...เค้ายังไม่หยุดเลย”
       “ว้าว....เจอกันแล้วเหรอคะ” ตาหวานตื่นเต้น
       เพชรน้ำบุศย์หน้ามุ่ย “เจอข้างเดียวนะสิ...เฮ้อ! รอตั้งหลายปีบทจะได้เจอ...พี่เค้าจำไม่ได้ซะงั้น”
       “พี่เค้าคงไม่เห็นมังคะ...เพราะเวลาผ่านไปแค่สามสี่ปี น่าจะจำได้” นวลหน้าเศร้า “แต่ถ้าต้องพลัดพราก จากกันตั้งแต่ยังเด็ก และผ่านมาเป็นหลายสิบปี ต่อให้มายืนอยู่ตรงหน้า ก็คงจะจำไม่ได้”
       “ป้านวลพูดเหมือนเคยพลัดพรากจากใครมายังงั้นแหละค่ะ”
      
       นวลน้ำตารื้น “ลูกชายของป้าเองค่ะ”



       นวลนึกถึงเรื่องราวขมขื่นในอดีต ที่ต้องเอาลูกชายวัยไม่กี่เดือน ยื่นให้ทับทิม ท่าทางลุกลี้ลุกลน
      
       “พี่ทับทิม...ฉันฝากไอ้น้อยหน่อยนะพี่”
       “แกจะไปไหน”
       “หนี! ฉัน...ฉันพลั้งมือฆ่าคน”
       “หา” ทับทิมตกใจมาก “ใคร..แกฆ่าใคร”
       “ลูกค้า...มันปล้ำฉัน....ฉันไปก่อนนะพี่..ฝากลูกด้วย”
       นวลกระหืดกระหอบวิ่งหายไป ลับร่างของนวล ตำรวจวิ่งกรูกันเข้ามา พลอยที่ขณะนั้นอายุ
       ไม่กี่ขวบเห็นตำรวจก็เนื้อตัวสั่นเทา
       ภาพสุดท้ายที่นวลเห็นคือ ทับทิมโอบกอดน้อยและพลอยเอาไว้
      
       นวลนั่งนึกถึงอดีตแล้วน้ำตาไหล ไม่ไหวติง เพชรน้ำบุศย์เรียกเบาๆ
       “ป้านวลคะ..ป้านวล”
       นวลรีบปาดน้ำตา “ป้าขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” นวลลุกหนีไปเลย
       เพชรน้ำบุศย์มองตาม “พี่ไม่เคยรู้เลยว่าป้านวลมีลูก..นี่..ป้านวลเคยเล่าให้ตาหวานฟังบ้างมั้ย เรื่องมันเป็นยังไง”
       ตาหวานพูดท่าทีโอเวอร์ “โห! เรื่องของป้านวลนี่ก็ยังกับละครเลยค่ะพี่น้ำหนึ่ง...เมื่อก่อนป้านวลแกเป็นหมอนวดแผนโบราณแล้วมีเหตุจำเป็นอะไรก็ไม่รู้ เลยฝากลูกไว้กับเพื่อน แต่พอกลับไปหาลูกอีกที บ้านเพื่อนก็ไฟไหม้ ย้ายไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ตั้งแต่วันนั้นแกกับลูกชายก็พลัดพรากจากกัน จนถึงวันนี้เลยค่ะ”
       “โถ! น่าสงสารป้านวลจัง”
       “นั่นน่ะสิคะ..ป้านวลไม่ได้บอกด้วย ว่าลูกชายของแก มีไฝ มีฝ้า มีปาน มีแป้ว อยู่ตรงไหน? ไม่งั้น..ตาหวานช่วยป้านวลตามหาไปแล้ว”
       “ตาหวานเนี่ยพูดเป็นเล่นไปได้...การพลัดพรากเป็นสิ่งที่ทรมาน ก็ขอให้ป้านวลได้เจอลูกเร็วๆ แล้วกัน”
       “งั้นตาหวานก็ขอให้...พี่น้ำหนึ่ง ได้เจอกับพี่คนนั้นเร็วๆ อย่าพลัดพรากกันนานเลยนะคะ”
       “แก่แดดจนไหม้จริงๆ เลยตาหวาน”
       เพชรน้ำบุศย์แอบอมยิ้มเขินๆ
      
       หลายวันผ่านไป เพชรขับรถโฟร์วีลคันเก่ามาตามทาง ดวงหน้าของเพชรยังคงเคร่งเครียดเป็นห่วงพลอย เสียงทับทิมดังก้องในหู
       “วันๆ ข้าวปลาพลอยก็ไม่กิน เอาแต่นั่งร้องไห้ แม่...เครียด..จนแม่จะบ้าตามพลอยไปแล้วเพชร”
       เพชรเหยียบคันเร่งเร็วขึ้น
      
       ขณะเดียวกัน ที่ห้องของพลอยภายในบ้านเชิงเขา ภาพในจอทีวีเห็นเป็นภาพเกรียงศักดิ์กับดาราณีออกงานด้วยกัน มือของเกรียงศักดิ์แตะที่เอวของดาราณีตลอดเวลา ท่าทางของเกรียงศักดิ์รักและห่วงใยภรรยามาก
       พลอยนั่งอยู่บนรถเข็นดูทีวีอยู่ ดวงหน้าบูดบึ้ง ดวงตาฉายแววแห่งความโกรธเกลียด เคียดแค้น อาฆาต ชิงชัง แฝงความริษยาอย่างปิดเอาไว้ไม่มิด
       “มีความสุขมากเลยใช่มั้ย?” พลอยเสียงดังขึ้น “มีความสุขมากเลยใช่มั้ย” เขวี้ยงรีโมทใส่
       ทีวีแล้วเลื่อนรถเข็นพุ่งเข้าไปหาทีวี ราวกับจะทำร้ายคนในนั้นได้ กรีดร้องไปด้วย “แกสองคนจะสุขอีกไม่นานหรอก ว้าย”
       รถเข็นของพลอยลื่นไถลกับพื้นเพราะเสียหลัก ร่างของพลอยล้มลงกระแทกพื้น พลอยกรีดร้องสุดเสียง
       “โอ๊ย......”
      
       เพชรก้าวลงจากรถพอดี ได้ยินเสียงของพลอยดังลั่น
       “พี่พลอย”
       ที่นอกตัวบ้าน ทับทิมกำลังเก็บผักอยู่ได้ยินเหมือนกัน
       “พลอย”
       สองคนรีบตรงไปที่ห้องพลอยรวดเร็ว
      
       เพชรกับทับทิมวิ่งมาที่ห้องพลอย เพชรเปิดประตู เห็นพลอยนอนร้องไห้ล้มคว่ำอยู่ที่พื้น ข้างๆ คือรถเข็นที่ล้มเอียงอยู่ เพชรกับทับทิมรีบวิ่งไปช่วยพลอย
       “พี่พลอย” เพชรพยุงร่างพลอยขึ้น
       “เป็นยังไงบ้างลูก? เจ็บตรงไหนบ้างพลอย” ทับทิมถาม
       “พลอยเจ็บที่ใจ..แม่จ๋า..พลอยเจ็บที่ใจ”
       เพชรหันไปมองทีวี แม้ไม่เห็นภาพของเกรียงศักดิ์ และดาราณีแล้ว แต่ก็พอเดาออก ทับทิมเอ่ยขึ้น
       “เห็นข่าวพวกมันอีกแล้วใช่มั้ย”
       “เมื่อไหร่ คนชั่วที่ทำกับพลอย มันจะได้รับกรรมซักที” พลอยครวญ
      
       สีหน้าของเพชรถมึงทึง ดวงตาวาวโรจน์ นับวันจะยิ่งเกลียดแค้นชิงชังคนพวกนั้น

       เกรียงศักดิ์เดินเข้ามาที่ห้องทำงานในกระทรวง เจ้าหน้าที่ลูกน้องเดินมาหาท่าทีนอบน้อม
      
       “ท่านครับ วรินดาหน้าห้องคนใหม่มาแล้วครับ”
       หญิงสาวสวยนามว่าวรินดามองเกรียงศักดิ์อย่างชื่นชม
      
       เกรียงศักดิ์เดินเข้ามาทรุดตัวลงที่เก้าอี้ในห้องทำงาน ภาพจำในอดีตผุดขึ้นมาอีก เห็นวรินดาเป็นพลอย ที่มาทำงาน และเอาเอกสารมาให้เซ็น เสิร์ฟกาแฟให้ โดยที่เกรียงศักดิ์นั่งทำงานแบบไม่ได้ใส่ใจพลอยนัก
       ทุกครั้งที่เห็นพลอยเดินมา พลอยจะคอยส่งสายตาแห่งความรัก ความชื่นชมที่มีต่อเกรียงศักดิ์ อย่างชัดเจนตลอดเวลา
      
       เกรียงศักดิ์ยังนึกไปถึงเหตุการณ์เดียวกันกับที่พลอยเล่าให้เพชรกับทับทิมฟัง ตอนไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับเกรียวศักดิ์
       ภายในห้อง เกรียงศักดิ์นั่งตรวจงานและดื่มไวน์ไปด้วย ท่าทางของเกรียงศักดิ์กึ่มๆ มึนๆ ระหว่างนั้นมีเสียงเคาะประตูห้อง
       เกรียงศักดิ์ตะโกนถามออกไป “ใคร”
       ด้านนอกห้องเวลานั้น พลอยสวมใส่ชุดรัดรึง เปิดเผย แลดูเซ็กซี่ ในมือหอบเอกสาร ยืนอยู่ พลางตอบ
       “พลอยค่ะ”
       เกรียงศักดิ์เดินไปเปิดประตูให้ “มีอะไร”
       พลอยมองมาอย่างรักใคร่ลุ่มหลง “มีเอกสารด่วนที่ท่านจะต้องเซ็นค่ะ”
       เกรียงศักดิ์เห็นสายตา ท่าทางพลอยก็อยากเลี่ยง “ฉันจะนอนแล้ว ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน”
       “แต่มันด่วนจริงๆ ค่ะท่าน เป็นเอกสารที่พลอยทำตกหล่น พลอยขอโทษ...รบกวนท่านด้วยนะคะ”
       “งั้นเอามาดู...”
       พลอยยื่นเอกสารให้เกรียงศักดิ์
       “ปากกาล่ะ”
       “พลอย...พลอยรีบ เลยไม่ได้ติดมาค่ะ”
       เกรียงศักดิ์ตำหนิ “เธอนี่จริงๆเลยพลอย ถ้าทำงานพลาดบ่อยๆ ฉันคงต้องเปลี่ยนหน้าห้อง”
       เกรียงศักดิ์เดินเข้าไปในห้อง พลอยเดินตามเข้าไป พร้อมกับฉวยโอกาสนั้นปิดประตูเบาๆ เกรียงศักดิ์หันมา พลอยร้องขึ้น
       “โอ๊ย” ทำท่าปวดหัวจะเป็นลม)
       “เธอเป็นอะไรพลอย”
       เกรียงศักดิ์ปราดเข้ามา ก่อนที่ร่างของพลอยจะร่วงลงกับพื้น เกรียงศักดิ์ก็ประคองพลอย
       “เดี๋ยวฉันจะให้คนพาเธอไปหาหมอ”
       เกรียงศักดิ์จะผละไป แต่แล้วพลอยกลับคว้ามือเอาไว้
       เกรียงศักดิ์เซไป “อะไรพลอย”
       พลอยโถมตัวเข้ากอดทันที “พลอยรักท่านค่ะ..รักมานานแล้ว”
       เกรียงศักดิ์ตกใจ ไม่ชอบอะไรแบบนี้ รีบแกะมือออก “รู้ตัวหรือเปล่า...ว่าพูดอะไรออกมา”
       พลอยสบตาเว้าวอน “รู้ค่ะ แล้วก็ตั้งใจด้วย”
       มือของเกรียงศักดิ์ที่แกะมือของพลอยชะงัก พลอยอ้อนวอนต่อ
       “พลอยไม่ขออะไรมาก ขอแค่...ได้อยู่ใกล้ชิด ได้ปรนนิบัติ ได้เป็นคนคนหนึ่งของท่าน เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเป็นวาสนาของพลอยแล้ว”
       พลอยอ้อนคำหวานพลางดึงมือของเกรียงศักดิ์ขึ้นมากอด เอามือมาแนบหน้าอย่างรักใคร่ ชื่นชม
       “ท่านอย่ารังเกียจเดียดฉันท์ อย่าผลักไสไล่ส่งพลอยเลยนะคะ พลอยสัญญา...พลอยจะไม่เรียกร้องอะไร พลอยจะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน...พลอยจะอยู่ในที่ของพลอย นะคะท่าน” พลอยระดมจูบมือของเกรียงศักดิ์ ก่อนโถมทั้งตัวเข้ามาจูบซุกไซร้ทั่วดวงหน้า
       เกรียงศักดิ์ยืนแข็งทื่อ ผิดชอบชั่วดีต่อสู้กันอย่างแรง และในที่สุดมือของเกรียงศักดิ์ก็เผลอ
       กอดรัดพลอย ก่อนที่ร่างทั้งสองคนจะล้มลงบนเตียง
       เป็นเหตุการณ์เดียวกันแต่คนละเรื่องกับที่พลอยเล่าโดยสิ้นเชิง!
      
       เกรียงศักดิ์ดึงตัวเองกลับมา นั่งเอามือกุมขมับ ได้แต่คิดในใจ
       “ถ้าวันนั้นฉันมีสติ ไม่ดื่มเหล้า เหตุการณ์เลวร้ายทุกอย่าง จะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันอย่างเด็ดขาด...ฉันจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย”
       เกรียงศักดิ์กดโทรศัพท์ติดต่อภายนอก
       “สมชาย...ให้วรินดาสลับหน้าที่กับวุฒิ แล้วให้วุฒิมาเป็นหน้าห้องของฉันแทน”
       เกรียงศักดิ์วางโทรศัพท์ลงด้วยท่าทางมั่นคง ใจคอหนักแน่น
      
       คืนนั้นเพชรนั่งหน้าเครียดอยู่ด้านนอก มีทับทิมยืนอยู่ข้างๆ พูดเสียงเครือ
       “ถ้าแม่ฆ่ามันสองคนนั่นได้..แม่ฆ่ามันไปแล้ว...พลอยจะได้ปลดปล่อยความทุกข์ในใจไปบ้าง” ทับทิมเริ่มร้องไห้ “แม่มีลูกสาวเพียงคนเดียว แทนที่จะมีอนาคตสดใส กลับต้องมาเป็นคนพิการ ถูกคนตราหน้าว่าเมียเก็บ เมียน้อย นางบำเรอ แม่อยากให้ลูกสาวของมัน ได้รับกรรมเหมือนกับที่มันทำกับพลอย มันจะได้รู้รสความเจ็บ ความปวด” ทับทิมกระแทกเสียงเมื่อพูดประโยคนี้ “เหมือนแม่ เหมือนพลอย”
       เพชรยืนนิ่ง ดวงตาสับสน รู้ว่าพี่เจ็บ แม่เจ็บ “แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง”
       “ก็ทำให้ลูกสาวของมัน เจ็บปวด อับอาย ยิ่งกว่าพลอย”
       เพชรนิ่ง อื้ออึง ทับทิมกรีดเสียงร้องขึ้น
       “รับปากแม่สิเพชร”
       “ผม...” เพชรอึกอัก
       “จะผมอะไรอีก? พลอยทุกข์ขนาดนี้...แกไม่คิดจะเจ็บจะแค้นแทนพี่เลยเหรอ หรือ...แกคิดว่า..พลอยมันไม่ใช่พี่แก”
       เพชรเสียงเครือ “ถึงแม่จะไม่ได้คลอดผมมา แต่แม่คือผู้ให้ชีวิต แม่เลี้ยงดูผม แม่กับพี่พลอยคือคนที่มีค่าที่สุด ต่อไป...คนที่เจ็บจะไม่ใช่พี่พลอย...แต่จะเป็นพวกมันทุกคน”
       พลอยนั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาด้สนหลัง ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนเคลื่อนรถออกไป ดวงตาของพลอยวาวโรจน์อย่างน่ากลัว
      
       วันต่อมา เพชรขับรถมาตามทางต่างจังหวัด กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยอุปกรณ์เสริมไปด้วย
       “ช่วยฉันหน่อยเถอะเพื่อน...ฉันอยากรู้...ฉันจะเจอคุณน้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์ ลูก
       สาวรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์กับคุณหญิงดาราณีได้ที่ไหน” เพชรนิ่งฟัง “ขอบใจมากเพื่อน”
       เพชรวางสายดวงตาวาววับ
      
       ขณะนั้น เพชรน้ำบุศย์กับอลิสกำลังถ่ายแบบปกนิตยสารแฟชั่นกันอยู่ในสตูดิโอ แต่เขม่นกันอยู่ในที โดยเฉพาะอลิสที่พยายามพรีเซ้นต์ตัวเองเด่นกว่าน้ำหนึ่งตลอด ทีมงานซุบซิบกัน
       “ปกฉบับนี้ไม่ต้องขายหรอก..สองตระกูลแข่งกันซื้อ ก็หมดแท่นพิมพ์แล้ว”
       “แต่เค้าก็สวยจริงสวยจังของเค้านะ” ทีมงานอีกคนหวานเจ๊าะแจ๊ะ “น้องน้ำหนึ่ง น้องอลิส เอียงหน้าเข้าใกล้กันหน่อยสิคะ...”
       อลิสแกล้งเอามือมาดึงศีรษะน้ำหนึ่งแบบคว้าหมับมากอด แต่แอบจิกหัวทางด้านหลัง น้ำหนึ่งก็ไม่ยอม คว้าหมับที่เอวแต่แกล้งจิกเข้าที่เอว ดึงรั้งเสื้อลีลาสาวเซ็กซี่ แต่แอบจิก ทีมงานพอใจ
       “น่านล่ะค่ะ รักกันรักกัน”
       สองคนโพสท่าแบบแอบจิก แอบหยิกกัน ทีมงานเมาท์มอยกันสนุกปาก
       “นางเกลียดกันตั้งแต่ชาติปางไหนเนี่ย”
      
       “คงตั้งแต่ลืมตาเกิดนั่นแหละ ก็คงชิงดีชิงเด่นกันตามประสาไฮโซ!”



       ขณะที่เพชรน้ำบุษย์เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวจะเปลี่ยนเสื้อ แต่อลิสเดินมาตามหลัง คว้าไหล่ไว้
      
       “นี่มันจะกล้ามากเกินไปแล้วนะน้ำหนึ่ง ตะกี้เธอแกล้งฉันทำไม”
       “ก็เธอแกล้งฉันก่อน”
       “ยังไง..เธอก็ไม่มีสิทธิ์แกล้งฉัน”
       “ตรรกะของเธอแปลกๆ อีกแล้ว แกล้งคนอื่นได้ แต่ห้ามคนอื่นเค้าแกล้งคืน”
       เพชรน้ำบุษย์เดินเลี่ยงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบไม่สนใจ อลิสมองตามหมั่นไส้เต็มที่ พูดตามหาเรื่องกวนๆ
       “ก็ตรรกะของอลิสไง...มีอะไรหรือเปล่า?” พลางเบ้ปากใส่ “โธ่”
       อลิสกวาดสายตามอง พอเห็นเพชรน้ำบุษย์เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อก็แอบเปิดกระเป๋า เอากุญแจรถออกมา มองอย่างสาสมใจ
       “แล้วเธอจะได้รู้จักตรรกะของอลิสยิ่งกว่านี้ ยัยน้ำหนึ่ง....” อลิสมองกุญแจที่ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงหน้า “รักกัน...รักกัน...” ยิ้มหยัน...แล้วหย่อนลงถังขยะก่อนเดินออกไป
      
       เพชรน้ำบุษย์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมา พลางเอาทิชชู่ซับหน้าไปด้วย มาถึงก็คว้ากระเป๋า ควานหากุญแจด้วยความเคยชิน
       “อ้าว!กุญแจหายไปไหน”
       น้ำหนึ่งควานหากุญแจแบบงงมากๆ หน้านิ่ว กุญแจหายไปไหน น้ำหนึ่งกวาดสายตามอง
       หาไปเรื่อย ก่อนทิ้งทิชชู่ลงถังขยะ แล้วเห็นกุญแจอยู่ในนั้น
       “อ้าว! มาอยู่นี่ได้ยังไง?” ลำดับเรื่องราวแล้วนึกรู้ทันที “อลิส”
      
       ด้านอลิสมองซ้ายมองขวา พอไม่เห็นใครก็บอกเพื่อน
       “เจาะยางมันเลย”       
       เพื่อนของอลิสจัดการเจาะยางรถของเพชรน้ำบุษย์ ทีมงานเดินออกมาพอดี
       “ยังไม่กลับเหรอน้องอลิส”
       อลิสสะดุ้งโหยงรีบบอก “รอน้ำหนึ่งค่า...”
       ทีมงานงง “อ้อ..เหรอ”
       อลิสเลียนเสียง “ค่า..รักกัน..รักกันค่า”
       “ค่า..รักกันรักกัน แล้วเจอกันนะคะ ซียูค่า” ทีมงานเดินไปที่รถตัวเอง
       อลิสโบกมือบ๊ายบาย “ค่าซียูค่า...” แล้วหันมาทางเพื่อนหัวเราะชอบใจ “กว่ายัยน้ำหนึ่งมันจะหากุญแจเจอ รถมันก็ยางแบบหมดแล้วล่ะ มันจะได้รู้ ตรรกะของอลิสเป็นยังไง”
       เพชรน้ำบุษย์เดินออกมาเห็นรถตัวเองจึงเอ่ยขึ้น “ตรรกะของอันธพาล”
       อลิสหันขวับมามอง เดินมาหาอย่างไม่กลัว แถมยียวนใส่ “แล้วไง”
       “ไม่แล้วไงหรอก..แค่รู้ว่า...คนดีๆ ไม่ควรเอาตัวไปยุ่งกับอันธพาล”
       เพชรน้ำบุษย์จะเดินออกไป อลิสตาวาววับ โกรธจัด ตามมากระชากผมทันควัน
       “ฉันอันธพาล แล้วยังไง”
       “ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
       “ไม่ปล่อย...เธอจะได้รู้ซึ้งไปถึงตับไตไส้พุง ตรรกะของอลิส ไม่ว่าจะทำอะไรถูกทุก
       อย่าง รวมทั้งตบเธอก็ไม่ผิดด้วย” ว่าแล้วก็ตบผลัวะ
       “ว้าย!”
       ร่างของเพชรน้ำบุษย์กำลังจะล้มลงกับพื้น รถของเพชรแล่นเข้ามาจอด เพชรเดินลงมาประคองไว้ทัน เพชรน้ำบุษย์มองตื่นตะลึง ขณะที่อลิสชี้หน้า
       “รู้ซะมั่งว่าฉันเป็นใคร? เธอเป็นใคร?คราวหน้าอย่าได้เผยอมาเทียบรัศมีฉันอีก” อลิสมองเพชรอย่างเอาเรื่อง แว้ดใส่ “มองทำไมไอ้กร๊วก”
       เพชรมองอย่างตำหนิ เพราะนึกว่าเป็นน้ำหนึ่ง “มองสก๊อย”
       “แก” อลิสจะถลันเข้ามา
       “เอาสิ...เธอตบ ฉันต่อย เพราะกร๊วก ก็ต้องคู่สก๊อย ถ่อย เถื่อน หยาบคาย สมกันดี”
       “ไอ้” อลิสโกรธจนตัวสั่น “ฝากไว้ก่อนเถอะ...แล้วแกจะได้รู้จักตรรกะของฉัน ไป”
       อลิสเดินที่รถกับเพื่อน ขับออกไปแทบจะชนสองคน
       “ลูกคนรวยนี่นิสัยแย่จริงๆ..เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
       “เปล่าค่ะ....ขอบคุณพี่เพชรมากๆ ค่ะที่มาช่วย”
       “รู้จักฉันด้วยเหรอ”
       ไรู้สิคะ....ก็พี่เพชรเคยให้เสื้อบาส เบอร์ 13 ไง”
       เพชรอึ้ง ตะลึงมองเพชรน้ำบุษย์ตาแป๋ว นึกถึงตอนให้เสื้อบาสน้ำหนึ่ง แล้วหัวเราะออกมา
       “เราจริงๆ เหรอ…”
       “ค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์มองเพชรอย่างปลื้มปริ่มเอามากๆ
      
       ไม่นานหลังจากนั้นเพชรน้ำบุษย์นั่งรถมากับเพชรซึ่งแล่นมาตามทาง เพชรเอ่ยขึ้น
       “เรื่องรถไม่ต้องห่วง เพื่อนพี่เป็นเจ้าของอู่ เดี๋ยวเค้าจัดการให้”
       “ขอบคุณพี่เพชรจริงๆ ค่ะ...ถ้าคืนนี้ไม่ได้พี่เพชร คงแย่”
       เพชรยิ้มละไม “ไม่เป็นไร....โทษที...พี่จำเราไม่ได้...โลกมันกลมจริงๆ”
       เพชรน้ำบุษย์ตื่นเต้น “กลมจริงๆ ค่ะ....แล้ว..พี่เพชรมาทำอะไรที่สตูคะ”
       “ได้ข่าวจากเพื่อนว่า...” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย้ยหยัน “คุณน้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์ลูกสาวรัฐมนตรีมาถ่ายแบบแถวนี้เลยแวะมาดู สก๊อยคนนั้นเหรอ”
       “เปล่าค่ะ...” เพชรน้ำบุษย์ขำ
       “ว้า...เสียดาย..พี่มาซะดึก....เลยไม่ได้เจอ”
       “แล้วพี่อยากเจอ ...น้ำหนึ่ง...เพชรน้ำบุษย์ไปทำไมคะ”
       “พี่อยากรู้จักเค้า...เราทำงานที่สตูหรือเปล่า..ขอเบอร์ให้พี่หน่อยสิ”
       “ไม่ได้ค่ะ”
       “ทำไมล่ะ” เพชรงวยงง
       “ก็...เพราะน้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์ นั่งอยู่ตรงนี้แล้วไงคะ”
       “อะไรนะ?”
       เพชรเบรกรถทันที หน้าผากของเพชรน้ำบุศย์แทบชนคอนโซลรถ
       “เราคือ...น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์”
       “ค่ะ...”
      
       เพชรมองอย่าตกตะลึง คาดไม่ถึง ในแววตามีความตกใจ เสียดาย เคียดแค้น ชิงชัง ปนเปกันอยู่ในนั้น



       ค่ำคืนนั้น พลอยนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น ที่จอดอยู่บริเวณด้านนอกของบ้านเชิงเขา หญิงพิการทอดสายตามองออกไปในความมืด เห็นเงาของทิวเขาแลดูทะมึนน่ากลัวอยู่เบื้องหน้า ทับทิมเดินออกมาหา
      
       “ไม่ต้องห่วงนะพลอย ว่าแกจะจมอยู่ในกองทุกข์คนเดียว” ในความสลัวของแววตาของทับทิมเข้ม เสียงกร้าว “เพชรมันไปเอาคืนให้แกแล้ว”
       พลอยแสร้งทำเป็นแววตาหมองหม่น บอกเสียงอ่อนระโหย รู้สึกไม่ดี
       “จริงๆ พลอยไม่อยากให้เพชรมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้...เพชรจะทำได้ยังไง? เพชรเป็นคนดี แล้วเพชร...ก็เป็นคนใจอ่อน...” แล้วแววตาคู่นั้นก็เปล่งประกายวาววับร้ายกาจ กลัวว่าเพชรจะทำไม่ได้ “พลอยกลัวว่าน้องจะทำไม่ได้”
       “แกลืมไปแล้วเหรอว่า ตอนนี้เพชรมันเป็นเพชร ไม่ใช่ไอ้น้อย...เด็กขี้โรคใกล้ตาย
       เหมือนตอนนั้น”
       เสียงเด็กร้องไห้ดังขึ้นมาในหัวของทับทิม ขณะนึกถึงเรื่องราวในอดีต 20 ปีก่อน
      
       เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่บ้านเชิงเขาของทับทิมตอนกลางวัน เด็กชายน้อย หรือเพชรตอนเด็กร้องไห้กระจองอแง ทับทิมเลี้ยงดูด้วยความหงุดหงิด ไม่ใช่ไม่รัก แต่เพราะเด็กชายป่วยบ่อยมากตามประสาเด็กขี้โรค จนทับทิมหงุดหงิดฉุนเฉียวเอา พลอยในวัยเด็กก็นั่งป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น
       “โอ๊ย...ไอ้น้อยเอ๊ย..เมื่อไหร่จะหายซักที สามวันดีสี่วันไข้แบบนี้ ฉันจะเลี้ยงแกโตมั้ยเนี่ย”
       หญิงคนข้างบ้านเดินเข้ามาแนะวิธีแกล้เคล็ด “ไม่เปลี่ยนชื่อให้มันล่ะ ชื่อ”น้อย” ..ความหมายไม่ค่อยดี ไอ้น้อยมันก็เลยผอมแห้งแรงน้อย ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่เรื่อย”
       ทับทิมบอกเสียงเศร้า “ก็แม่มันตั้งให้ ฉันเลยไม่อยากเปลี่ยน”
       “แล้วตอนนี้แม่มันหายหัวไปไหนล่ะ” เพื่อนบ้านถาม
       เห็นทับทิมอึ้ง เพื่อนบ้านบอกอีก
       “ถึงแกจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่แกป้อนข้าวป้อนน้ำ เลี้ยงดูยิ่งกว่าแม่มันซะอีก ขืนไม่เปลี่ยนชื่อ...ไอ้น้อยมันได้ตายก่อนโตแน่ทับทิม”
       พูดจบเพื่อนบ้านก็เดินจากไป ทับทิมกอดเพชร มองนิ่ง แววตาครุ่นคิด
       “นวลเอ๊ย...ตั้งแต่นาทีนี้ ฉันจะถือว่าไอ้น้อยมันเป็นลูกฉันแล้วนะ” ทับทิมกอดเด็กชายน้อยมองหน้านิ่ง “แม่ชื่อทับทิม แล้วนั่นก็พี่พลอย ลูกชื่อว่า “เพชร” แล้วกัน....โตขึ้นมาลูกจะได้แข็งแกร่ง เป็นที่พึ่งให้แม่ ให้พี่ได้” ว่าพลางทับทิมอุ้มเพชรขึ้นมาหยอกเอินยิ้มแย้ม “นะเพชรนะ หายวันหายคืน โตขึ้นมาแข็งแกร่งประดุจเพชรนะลูกแม่”
       ทับทิมกอดเด็กชายเพชร หยอกล้อเล่นหัว เด็กหญิงพลอยเข้ามากอดเล่นด้วย
       เวลาเดียวกัน เพชรซึ่งมีสีหน้าขรึมเครียดขับรถมาส่ง เพชรน้ำบุษย์ที่หน้าคฤหาสน์เกรียงศักดิ์ อีกฝ่ายนั้นลอบมองเพชรตลอดเวลา สองคนเดินลงมาจากรถ เพชรน้ำบุษย์ยกมือไหว้ขอบคุณเพชร
       “ขอบคุณพี่เพชรมากค่ะที่มาส่งน้ำหนึ่ง”
       แววตาเครียดเคร่งของเพชรเปลี่ยนมาเป็นกรุ้มกริ่มทันที “พี่เต็มใจ...อย่างที่พี่บอก...พี่อยากรู้จักน้ำหนึ่งอยู่แล้ว”
       เพชรน้ำบุศย์สะเทิ้นเขินอาย “ทำไมคะ”
       เพชรไปไม่เป็นเพราะไม่ใช่ตัวจริง รีบกลบเกลื่อน มองมาตาหวานซึ้ง
       “ถ้าพี่บอก...น้ำหนึ่งอย่าขำพี่นะ…”
       เพชรน้ำบุษย์อมยิ้มอยากรู้ “ก็อะไรล่ะคะ”
       เพชรอ้ำๆ อึ้งๆ ทำทีเป็นเขินอาย “หมอดูบอกพี่...ปีนี้พี่จะเจอเนื้อคู่...เค้าชื่อเล่น...น. หนู ชื่อจริง พ.พาน”
       เพชรน้ำบุษย์ จ้องตาเพชร ใจเต้นระรัว เพชรจ้องตาตอบก่อนจะบอกย้ำ
       “น. หนู...พ.พาน พี่...เลย คิดว่า...เป็นน้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์”
       น้ำหนึ่งเขิน อายมาก ระหว่างนั้นนวลเดินออกมาเห็นเข้า
       “คุณน้ำหนึ่ง”
       เพชรน้ำบุษย์ตกใจนิดๆ “ป้านวล”
       นวลเขม้นมองเพชรด้วยท่าทีระแวง ไม่ชอบใจนัก เพชรเองก็มองนวลตอบ แต่น่าแปลกที่เพชรไม่ได้รู้สึกไม่ชอบสายตาคู่นั้น เพชรยิ้มให้ นวลไม่ได้ยิ้มตอบบอกเพชรน้ำบุษย์เสียงอ่อนโยน
       “ดึกมากแล้ว คุณน้ำหนึ่งรีบเข้าบ้านเถอะค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์ ยิ้มให้เพชร “ขอบคุณมากค่ะ แล้วเจอกันนะคะพี่เพชร”
       เพชรยิ้มหวาน แววตาเจ้าชู้เปิดเผย “ครับ”
       นวลมองเพชรทั้งไม่พอใจและนึกระแวง ก่อนพาเพชรน้ำบุษย์ เข้าบ้านไป เพชรมองตาม ก่อนที่ดวงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มจะเปลี่ยนเป็นดุดัน แววตาแข็งกระด้าง มองไปที่คฤหาสน์ด้วยความเกลียดชัง สายตาเบนมองไปที่ป้ายชื่อหน้าบ้าน รมต.เกรียงศักดิ์ อัจฉริยะไพลิน
      
       ด้านนวลพาเพชรน้ำบุษย์เข้ามานั่งในห้องโถง ตาหวานเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ นวลต่อว่าอย่างเป็นห่วง
       “ดีนะคะที่ท่านกับคุณหญิงยังไม่กลับมา ไม่งั้นมีผู้ชายมาส่งอย่างนี้ คุณน้ำหนึ่งถูกดุแน่”
       ตาหวานตาโต “ว้าว...พี่น้ำหนึ่งมีผู้ชายมาส่ง”
       นวลมองตาหวานแบบปรามๆ ก่อนถามเพชรน้ำบุษย์ด้วยความเป็นห่วง
       “เค้าเป็นใครที่ไหนคะ ไปรู้จักมักจี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมคุณน้ำหนึ่งถึงไว้ใจ ยอมให้เค้ามาส่งถึงบ้านได้”
       ตาหวานหัวเราะคิก “ป้านวล ซักพี่น้ำหนึ่งยังกับผู้ต้องหา ยิ่งกว่าท่านกับคุณหญิงอีกนะเนี่ย”
       “ก็ป้ารักป้าห่วงของป้านี่” นวลว่า
       เพชรน้ำบุษย์กอดนวลประจบ ใบหน้าสวยระบายยิ้ม “น้ำหนึ่งรู้ค่ะว่า ป้านวลเลี้ยงน้ำหนึ่งมาตั้งแต่เล็ก แต่น้อยก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา”
       “ไม่ต้องมาเฉไฉค่ะ...บอกป้ามาดีกว่า...คนที่ชื่อเพชรเค้าเป็นใคร”
       เพชรน้ำบุษย์บอกอย่างอายๆ “พี่เพชร...ก็คือ “พี่คนนั้น” ไงคะป้านวล”
       ตาหวานกรี๊ดกร๊าด “แอร๊ยย... “พี่คนนั้น” ได้เจอกับ “น้องคนนี้” แล้วเหรอคะ? ตาหวานดีใจจังเลยค่ะพี่น้ำหนึ่ง” เด็กสาวคว้าหมอนที่โซฟามากอดทำท่าไปด้วย “จิ้นจิกหมอนเลยนะคะเนี่ย”
       นวลไม่อยากเชื่อ “จริงเหรอคะ คุณน้ำหนึ่ง คุณเพชรคือพี่คนนั้น แล้วเป็นไงมาไงถึงได้มาเจอกันคะ”
       เพชรน้ำบุษย์บอก ทั้งอายทั้งเขิน “พี่เค้ามาตามหาน้ำหนึ่งค่ะ”
       “แอร๊ย” ตาหวานเป็นเอามากกลิ้งลงกับพื้น เขินแทน
       นวลมองดุ “ตาหวาน! แกเป็นอะไร”
       “จิ้นไงคะป้า ตาหวานกำลังจิ้นอยู่ แล้วไงต่อคะพี่น้ำหนึ่ง”
       “เค้าบอกว่า น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์เป็นเนื้อคู่ของเค้าค่ะ”
       พูดจบเพชรน้ำบุษย์ก็วิ่งขึ้นไปบนห้องอย่างรวดเร็ว ตาหวานตาโตอ้าปากค้าง
       “แอร๊ย” ตาหวานร้องกรี๊ดขึ้นมาอีก แล้วทำท่าชักตายไปเลย “ตายๆ โอ๊ย...เจออย่างนี้ ตาหวานตายไปเลย แอร๊ย...”
      
       นวลมองตามเพชรน้ำบุษย์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่แววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลและห่วงใยอย่างประหลาด

       พอเพชรน้ำบุษย์เข้ามาในห้อง ก็เดินตรงไปเปิดตู้หยิบเสื้อเล่นบาสเบอร์ 13 ของเพชร ที่ให้ไว้มากอดอย่างดีอกดีใจมาก
      
       “เราไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยน้ำหนึ่ง? เราได้เจอพี่เพชรแล้ว”
       เพชรน้ำบุษย์ยิ้มทิ้งตัวลงนอนกลิ้งอยู่บนเตียง ยิ้มกว้าง ก่อนลุกขึ้นเดินมาคว้าขวดโหลดาวขึ้นมามองสลับกับเสื้อของเพชรเบอร์ 13 เหลือบมองไปที่ปฏิทินเห็นชัดวันที่ 13
       “13 มีนาคม เลขนำโชคของน้ำหนึ่ง...น้ำหนึ่งจะจำเลขนี้ไปจนตายค่ะพี่เพชร”
       เพชรน้ำบุษย์กลิ้งกอดเสื้อ กอดขวดดาวมีความสุขเอามากๆ
      
       เพชรมาพักที่คอนโดเล็กๆ ของเขาที่ซื้อไว้ในกทม. และกำลังโทรศัพท์คุยกับทับทิมที่อยู่บ้านเชิงเขา
       “ผมเจอเค้าแล้วครับแม่”
       “ดี...รีบทำตามแผนให้เร็วที่สุด จำเอาไว้! ยัยน้ำหนึ่งมันต้องเจ็บ ยิ่งกว่าที่พ่อมันทำกับพลอย”
       ทับทิมวางสาย พลอยนั่งบนรถเข็นรอฟังอยู่ด้านหลัง ดวงตาวาวโรจน์สาสมใจ
      
       ท่ามกลางความมืดของหุบเขา พลอยเข็นรถออกมาที่หน้าบ้าน
       “เวลาที่พวกแกจะต้องเจ็บปวดและอับอายมาถึงแล้ว...เพชรน้องพี่” พลอยตาแข็งกร้าว “พี่เชื่อว่าน้องทำได้”
       พลอยยิ้มออกมา ทว่าวงหน้าของพลอยแสยะแลดูน่ากลัว ขณะเงยหน้ามองจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า
      
       ด้านเพชรเปลี่ยนชุดใหม่ทรุดตัวลงนั่ง นึกถึงตอนที่ตนให้เสื้อเพชรน้ำบุษย์ ซึ่งเด็กสาวรุ่นน้องปลื้มมาก เสียงของเพชรน้ำบุษย์ตอนยิ้มแย้มแนะนำตัวดังก้องในหู
       “น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์นั่งอยู่ตรงนี้ไงคะ”
       เพชรมีสีหน้าสลดลง เต็มไปด้วยความสับสน สงสารและเห็นใจน้ำหนึ่งอยู่ในนั้น แต่แล้ว
       ภาพความเจ็บปวดที่พลอยเล่าว่าเกรียงศักดิ์ขืนใจ รวมทั้งดาราณีมาทำร้ายพลอย รวมทั้งภาพที่เกรียงศักดิ์ขับรถชนพลอย ผุดขึ้นมาพร้อมๆ กับเสียงของทับทิม
       “แม่มีลูกสาวเพียงคนเดียว แทนที่จะมีอนาคตสดใส กลับต้องมาเป็นคนพิการ ถูกคนตราหน้าว่าเมียเก็บ เมียน้อย นางบำเรอ แม่อยากให้ลูกสาวของมัน ได้รับกรรมเหมือนกับที่มันทำกับพลอย”
       คิดแล้วเพชรบอกตัวเอง “ฉันจะสงสารเธอไม่ได้ น้ำหนึ่ง!”
       ดวงตาของเพชรกร้าวขึ้นมาทันที
      
       รุ่งเช้าที่คฤหาสน์เกรียงศักดิ์ ระหว่างรับประทานอาหาร เพชรน้ำบุษย์มีสีหน้าสดใส นวลแอบมองด้วยความเป็นห่วง จังหวะหนึ่งตาหวานกระมิดกระเมี้ยนเดินเข้ามามองเพชรน้ำบุษย์เหมือนมีเลศนัย
       “พี่น้ำหนึ่งคะ...มีคนมาหาค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์แอบตื่นเต้น “ใครเหรอ”
       ตาหวานบอกเบาๆ แทบไม่มีเสียงทำแค่ปาก “พี่คนนั้นค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์อมยิ้ม “น้ำหนึ่งไปหาเพื่อนก่อนนะคะ” แล้วลุกเดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม
       เกรียงศักดิ์และดาราณีมองตาหวานเขม็ง ตาหวานหลบหน้าจะรีบออกไป แต่ดาราณีเรียกไว้
       “เดี๋ยวตาหวาน”
       ตาหวานสะดุ้งโหยง “คะ”
       “ใครมาหาพี่น้ำหนึ่ง” ดาราณีถาม
       ตาหวานกลัว อึกอักๆ “เอ่อ…”
       เกรียงศักดิ์ถาม “ใคร”
       “พี่คนนั้น” ตาหวาน
       เกรียงศักดิ์ฉงน “พี่คนไหน”
       ตาหวานทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม มองไปทางนวลแบบขอความช่วยเหลือ
       “รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยค่ะ” นวลบอก       
       ดาราณีกับเกรียงศักดิ์เหลียวมองหน้ากันอย่างแปลกใจ
      
       เพชรน้ำบุษย์วิ่งออกไปที่หน้าคฤหาสน์ เห็นเพชรยืนหันหลังอยู่ ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุด
       เสื้อผ้าที่ค่อนข้างยับเหมือนทำงานมาทั้งคืน เป็นชุดเดียวกับที่ใส่เมื่อคืนตอนมาส่งเพชรน้ำบุษย์ เพชรเริ่มแผนการแล้ว
       “พี่เพชร”
       ขณะเดียวกันที่ห้องโถงด้านใน เกรียงศักดิ์ และดาราณีมองภาพจากกล้องวงจนปิด เห็นเพชรหันมาพร้อมรอยยิ้มหวานสดใส ในมือชูถุงน้ำเต้าหู ปาท่องโก๋ และโจ๊กหนึ่งถุงมาด้วย
       “น้ำหนึ่งทานข้าวเช้ายัง”
       เพชรน้ำบุษย์ยิ้มหวาน ดวงตายังตื่นเต้นดีใจไม่หาย และยังไม่ทันตอบ เพชรก็พูดต่อ       
       “พี่เพิ่งเสร็จจากไซต์งาน เลยแวะซื้ออาหารเช้ามาฝาก น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋เจ้านี้
       อร่อย อ้อ!มีโจ๊กอีกถุงด้วย” เพชรยื่นให้
       เพชรน้ำบุษย์รับมา “ขอบคุณค่ะ...แล้วนี่เมื่อคืนพี่เพชรไม่ได้นอนเลยเหรอคะ”
       “จ้ะ...มาส่งน้ำหนึ่งเสร็จ พี่ก็กลับไปทำงานต่อเลย ทานให้อร่อยนะ”
       “ค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์ยิ้มเขินด้วยความอาย เพชรมองอย่างพึงพอใจ ดวงตาแสดงออกชัดเจนว่าชอบเพชรน้ำบุษย์
       “พี่กลับก่อนนะ...” เพชรเอามือทำท่าโทร. บอก “แล้วคุยกัน”
       เพชรขึ้นรถคันเก่าขับออกไป ทำท่ามองตาม หัวใจเต้นระรัว
      
       เพชรน้ำบุษย์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมถุงอาหารเช้า ดวงหน้ามีแต่รอยยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับเจื่อนลงสนิทเมื่อเห็นเกรียงศักดิ์และดาราณียืนหน้าขรึมมองมาอยู่ เพชรน้ำบุษย์ถามเสียงอ่อยๆ
       “คุณพ่อ คุณแม่มีอะไรคะ”
       “พ่อต้องถามเรามากกว่า คิดยังไง ถึงให้คนแบบนั้นมาถึงบ้าน” เกรียงศักดิ์เสียงขุ่น
       “แบบไหนคะ? พี่เพชรเค้าเป็นวิศวกร เป็นนักกีฬาของโรงเรียน”
       “อาชีพไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเค้าจะเป็นคนดีหรือไม่ดี ดูท่าทางเค้าแล้วแม่ไม่สบายใจ”
       เกรียงศักดิ์ต่อความ “แล้วไอ้มุขที่บอกว่าเป็นเนื้อคู่ ดูก็รู้ มันเป็นคนกะล่อน”
       เพชรน้ำบุษย์มองหน้านวล หญิงสูงวัยหลบตาวูบ
       “ทางที่ดีแม่ว่าอยู่ห่างๆ เค้าดีกว่า แล้วอาหารพวกนี้ ก็ไม่ต้องกิน ใส่อะไรมาหรือเปล่าก็ไม่รู้”
       ดาราณีหันหน้าไปทางนวลเป็นเชิงบอก นวลค่อยๆ เดินมา
       “คุณน้ำหนึ่งคะ..นวลขอค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์ไม่ยอมปล่อย เกรียงศักดิ์ต้องเดินมาหา และเป็นฝ่ายดึงถุงอาหารจากมือ
       ลูกสาวส่งให้นวล พูดเรียบๆ แต่ดุ
       “แล้วอย่าให้พ่อเห็นว่าน้ำหนึ่งติดต่อกับเค้าอีก”
      
       เกรียงศักดิ์เดินออกไปทำงานพร้อมกับดาราณี เพชรน้ำบุษย์หน้างอ



       ขณะที่นวลกำลังจะเอาถุงอาหารเช้าของฝากจากเพชร ทิ้งลงใส่ถังขยะ มือของน้ำหนึ่งยื่นมาคว้าไป
      
       “คุณน้ำหนึ่ง”
       เพชรน้ำบุษย์ยังเอาถุงอาหารแกะใส่ชาม นวลบอก
       “อย่าทานเลยนะคะ”
       “พี่เพชรอุตส่าห์มีน้ำใจซื้อมาฝาก น้ำหนึ่งจะทาน”
       “แต่...”
       “ไม่มีแต่ค่ะ...นี่น้ำหนึ่งยังไม่ได้โกรธเลยนะคะที่ป้านวลเอาเรื่องพี่เพชรไปเล่าให้คุณ
       พ่อฟังน่ะ”
       “ก็คุณท่านถาม”
       ตาหวานสอดขึ้นมา “ถามก็ไม่เห็นต้องบอก”
       นวลเอ็ดเอา “ก็เมื่อกี้แกนั่นแหละเป็นคนเล่าฉอดๆ”
       ตาหวานร้อง “อุ๊ปส์” เพชรน้ำบุษย์มองตาหวานที่แก้ตัวพัลวัน “ก็ตาหวานนึกว่า คุณท่านจะจิ้นเหมือนตาหวานน่ะสิคะ ที่ไหนได้ ถูกท่านดุเลย”
       เพชรน้ำบุษย์นั่งทานอย่างอร่อย “ถ้าไม่อยากถูกดุ ต่อไปมีอะไรก็ไม่ต้องบอก” หญิงสาวหันมาทางนวล “นะคะป้านวล มีอะไรอย่าบอกคุณพ่อคุณแม่นะคะ”
       นวลออกอาการไม่สบาย “จิ้งจกทักเค้ายังฟัง นี่คุณพ่อคุณแม่ท่านทักนะคะ”
       “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ น้ำหนึ่งรู้จักพี่เพชรมาตั้งนาน พี่เพชรเป็นคนดี” เพชรน้ำบุษย์ย้ำคำ “เป็นคนดีจริงๆ ค่ะ”
       “จริงด้วยป้านวล หล่อด้วย ไม่อย่างนั้นพี่น้ำหนึ่งไม่รอ “พี่คนนั้น” มาตั้งหลายปีหรอกเนอะ..พี่น้ำหนึ่งเนอะ”
       เพชรน้ำบุษย์พยักหน้า ทานอาหารเช้าอย่างอร่อย ทั้งที่เป็นอาหารธรรมดาแท้ๆ
      
       ฟากเพชรเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว เดินมาทำงานที่ไซต์งาน
       “ไปกินข้าวกันเพชร” เพื่อนชวน
       “เอาเลย ตามสบาย”
       เพชรเดินเลี่ยงมานั่งที่ไซต์งานอีกมุม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ด้านเพชรน้ำบุษย์กำลังแต่งตัว
       จะออกไปข้างนอก เสียงมือถือดังจึงหยิบมากดดู เห็นเป็นเพชรส่งไลน์มาเป็นรูปน่ารักๆ เพชรน้ำบุษย์ยิ้ม ส่งไลน์ตอบกลับไป
       เพชรนั่งมองจอมือถือแสยะยิ้ม กดไลน์ส่งไปอีก สองคนส่งกันไปมา จากภาพน่ารักๆทักทายธรรมดา เริ่มมีรูปหัวใจ และเพชรน้ำบุษย์ก็เป็นฝ่ายยิ้มปลื้มอยู่คนเดียว
      
       ไม่นานต่อมา สองสาวเดินซื้อของอยู่ในห้างหรู พลางพูดคุยกัน จู่ๆ นิ้งกรี๊ด
       “จริงเหรอที่ตัวเจอพี่เพชรแล้ว”
       เพชรน้ำบุษย์บอกอย่างจริงจังแต่นัยน์ตามีแต่แววหวานชื่น ตื่นเต้น
       “ฮื่อ! ยังคิดว่าอยู่ในความฝันรึเปล่าเนี่ย”
       นิ้งตีแขนดังเผียะ น้ำหนึ่งร้อง
       “เรื่องอะไรมาตีเค้า”
       “ตัวจะได้รู้ไงว่าไมได้ฝัน...นี่ต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ เลยน้ำหนึ่ง” นิ้งทำตาเคลิ้มฝันขณะพูด “สาวน้อยแอบหลงรักรุ่นพี่ แล้ววันหนึ่งเค้าก็ได้เข้ามาในชีวิตของเธอจริงๆ น้ำหนึ่ง โรแมนติกมากเลยตัว”
       เพชรน้ำบุษย์ยิ้มหวานอย่างมีหวัง แววตาเคลิ้ม “เราก็คิดอย่างนั้นแหละนิ้ง มันต้องเป็นพรหมลิขิต พี่เพชรคงเป็นเนื้อคู่ของเรา”
       “นี่! พอซื้อของเข้าออฟฟิศใหม่แล้ว ตัวพาเค้าไปทำผมหน่อยนะ เค้าอยากเปลี่ยนสีผม” นิ้งบอก
       “วันหลังได้มั้ย?” เพชรน้ำบุษย์เสียงอ่อยๆ “วันนี้เค้าอยากซื้อเสื้อให้พี่เพชร...พี่เพชรทำงาน
       หนัก คงไม่มีเวลามาซื้อเอง”
       “โห! ยังไม่ทันเป็นแฟนกันเลย ลืมเพื่อนซะแล้ว”
       เพชรน้ำบุษย์เขินมาก “ไม่ได้ลืม...เพียงแต่ตอนนี้...คิดถึงพี่เพชรอยู่คนเดียว” คว้าแขนนิ้ง “ไป..ไปซื้อเสื้อให้พี่เพชรกัน” สองสาวเดินไป ได้ยินเสียงนิ้งแซว ดังแว่วๆ มา
       “อ้าว!แล้วไม่ซื้อของเข้าออฟฟิศแล้วเหรอน้ำหนึ่ง” เสียงนิ้งหัวเราะคิกคัก
       สองสาวไม่รู้ว่าอลิสเดินออกมาจากมุมใกล้ๆ กันเลือกซื้อของอยู่ก่อน และได้ยินสองคนคุยกัน
       “พี่เพชร...ใครอ่ะ”
       สีหน้าและท่าทาง ตลอดจนน้ำเสียงอลิสอยากรู้อยากเห็นมาก
      
       ส่วนที่ไซต์งาน ขณะที่เพชรคุมงานอยู่อย่างคล่องแคล่ว และสมบุกสมบันกับงาน มาดอย่างเท่ เสียงมือถือของเพชรดัง เพชรหยิบมารับ
       “ครับพี่พลอย”
       พลอยโทร.มาจากบ้านเชิงเขา ถามอย่างเป็นห่วง
       “ทำงานอยู่เหรอเพชร? เหนื่อยมั้ย?”
       “นิดหน่อยครับ...แล้วพี่พลอยกับแม่ล่ะครับ เป็นไงบ้าง”
       พลอยแกล้งบีบเสียงร้องไห้ “พี่คิดถึงเพชร แม่ก็คิดถึง พี่เองก็ฝันไม่ค่อยดี...พี่ฝัน” พลอย สะอื้นไห้ฮักๆ “ฝันว่าเพชรถูกคนทำร้าย”
       เพชรหัวเราะเบาๆ “แค่ฝันเท่านั้นครับพี่พลอย”
       “พี่กลัวว่ามันจะไม่ใช่แค่ฝัน เพชรก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเค้าร้ายขนาดไหน? แล้วถ้าเค้ารู้ว่าเพชรเป็นน้องพี่ พี่กลัวว่าเพชรจะมีอันตราย”
       เพชรเสียงเข้ม “ผมไม่กลัว ลูกผู้ชายเกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว และผมก็พร้อมจะตาย ถ้า
       แก้แค้นให้พี่พลอยได้สำเร็จ”
       “ไม่เอา พี่ไม่เอา พี่ไม่ยอมให้เพชรเป็นอะไร”
       “อย่าร้องไห้สิครับพี่พลอย ผมดูแลตัวเองได้ ที่สำคัญ ผมไม่ให้พวกมันรู้เด็ดขาด ว่าผมเป็นน้องชายพี่พลอย”
       “หมายความว่า...”
       “ผมจะทำ จนกว่าแผนของเราจะสำเร็จครับพี่พลอย”
      
       เพชรพูดจริงจัง ดวงหน้าเข้ม แววตามาดหมาย ไม่มีความหวั่นกลัวเจือแม้แต่นิดเดียว



       ส่วนพลอยเข็นรถออกมาด้านนอก ดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุขออกมา ก่อนที่จะ
       ตะเบ็งเสียงหัวเราะออกมาดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
      
       “อย่างน้อยความพิการ ความน่าสังเวชของฉัน มันก็ทำให้ฉันได้แก้แค้น โดยที่ฉัน
       ไม่ต้องลงแรงเอง ดีแล้วพลอยที่วันนั้นเธอไม่ตาย...” น้ำเสียงของพลอยฟังดูหลอนๆ “ดีใจ...ที่วันนั้น
       ...เธอไม่ตาย”
       ดวงตาของพลอยยามนี้ เหลือกลานเจ็บปวด เมื่อคิดถึงความหลัง       
      
       คืนนั้นพลอยวิ่งมาตามทาง เสียงของเกรียงศักดิ์ดังก้อง
       “ฉันบอกเธอแล้ว อย่าให้คุณหญิงรู้เรื่องของเราเป็นอันขาด”
       “แต่พลอยทนอยู่ในสภาพเมียเก็บ นางบำเรอ ไม่ไหวแล้ว”
       เกรียงศักดิ์เสียงเข้ม “แต่เธอเป็นคนเสนอให้ฉันเองนะพลอย ได้ยินมั้ยเธอเป็นคนเสนอให้ฉันเอง เธอจะมาเรียกร้องสิทธิ์ไม่ได้”
       น้ำตาของพลอยไหลกบนัยน์ตาแล้ว ทั้งเจ็บทั้งอาย ความเจ็บปวดทำให้พลอยบอกตัวเองเสียงกร้าว
       “ทำไมจะไม่ได้ พลอยจะเรียกร้องสิทธิ์ของพลอย ท่านจะต้องถูกตราหน้าที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย”
       พลอยมองที่ด้านหลัง เห็นรถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พลอยตัดสินใจ ณ เดี๋ยวนั้นกระโจนเข้าหารถทันควัน คนขับเบรกตัวโก่ง
       “เฮ้ย”
       คนขับรีบเบี่ยงรถหลบ แต่กระนั้นพลอยก็ยังถูกชนเข้าอย่างจัง ร่างของพลอยลอยละลิ่วกลิ้งอยู่บนท้องถนน ขณะที่คนขับอาศัยความมืดขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พลอยชักกระตุก
       เลือดท่วมตัว น่าสังเวชใจ อยู่ตรงนั้น
      
       อีกวันต่อมา พลอยฟื้นขึ้นมา ในภาวะนั้นยังงุนงงสับสนอยู่ เห็นทับทิมจับมือพลอยร้องไห้ ส่วน ข้างๆ มีเพชรยืนหน้าเครียดอยู่ ทับทิมร้องออกมาอย่างดีใจ
       “พลอย! พลอยฟื้นแล้ว” ทัยทิมผวาตัวกอดพลอยร้องไห้โฮ “แม่ดีใจที่สุดเลยลูก ดีใจที่สุดเลย”
       พลอยเริ่มนึกได้ ร้องฟูมฟายออกมา “นี่พลอยยังไม่ตายอีกเหรอ? ทำไมไม่ปล่อยให้พลอย
       ตายๆๆๆ ไปเลย” พลอยกรี๊ด อาละวาด อย่างคุ้มคลั่ง คุมตัวเองไม่อยู่
       เพชรตรงเข้ามากอด คว้าตัวพี่สาวเอาไว้ ท่าทีงุนงง “ทำไมพี่พลอยถึงพูดอย่างนี้..โชคดีแค่ไหนแล้วที่คุณหมอณัฐ เค้าผ่านไปเห็น ไม่อย่างนั้น ป่านนี้ไม่รู้พี่พลอยจะเป็นยังไง”
       “ก็ตายไปเลยสิ ปล่อยให้พี่ตายๆๆๆ ไปเลย”
       พลอยสติแตกกรีดร้องโวยวาย อาละวาด อยากตายจริงๆ เพชรกับทับทิมเข้ามาช่วยกันจับร่างของพลอยเอาไว้
       สองคนพูดทำนองเดียวกัน “หยุดพลอย” / “หยุดพี่พลอย”
       “ปล่อย..พลอยอยากตาย ปล่อย”
       พลอยดิ้นสุดแรงเกิด จนร่างหล่นจากเตียง สองคนตกใจ
       “พลอย” / “พี่พลอย”
       พลอยจะลุกขึ้นมา แต่ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติที่ขาของตัวเอง
       “ขาพลอย...ขาพลอยเป็นไร” พลอยเบิกตากว้าง ขณะพยายามจะลุก แต่ลุกไม่ได้ พลอยหน้าซีดเป็นกระดาษ ตกใจสุดขีด ร้องสุดเสียง “ขาพลอย”
       ทับทิมกับเพชรตรงเข้ามาประคอง ทับทิมกอดพลอยไว้ ร้องไห้ตามกัน
       “ทำใจดีๆ ไว้ลูก ยังมีทางรักษา พลอยต้องหาย พลอยต้องกลับมาเดินได้เหมือนเดิม”
       พลอยแทบลืมหายใจ “แปลว่า...พลอยเดินไม่ได้ พลอยพิการ” พลอยกรีดร้องขึ้นอีก “ไม่...”
       พลอยดิ้นพร่าดๆ อาละวาดหนัก แบบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว เพชรคว้าตัวพลอยมากอดไว้แน่น
       “อย่าร้องไห้พี่พลอย อย่าร้อง ยังไงผมก็ไม่ทิ้งพี่พลอย” เพชรปลอบ
       “แม่ก็ไม่ทิ้งแกไปไหน แกอย่าทำอย่างนี้พลอย”
       สามคนกอดกันร้องไห้ พลอยร้องไห้โฮๆ รู้สึกเสียใจมาก ก่อนที่ดวงตาจะแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เหมือนคิดอะไรได้ แล้วพลอยก็พูดออกมาทันที
       “ท่านเป็นคนทำพลอย ท่านเป็นคนทำพลอย”
       เพชรตกใจ “อะไรพี่พลอย”
       “ท่านขับรถชนพี่ ได้ยินมั้ยเพชร ท่านขับรถชนพี่”
       “ไอ้เกรียงศักดิ์” ทับทิมแค้นสุดแค้น
      
       ครั้งนั้น พลอยมองแม่และน้องอย่างสาสมใจ
      
       ขณะที่เกรียงศักดิ์นั่งทำงานอยู่ มีเสียงเคาะประตู
       “เข้ามา”
       ลูกน้องของเกรียงศักดิ์เดินเข้ามา เกรียงศักดิ์ถามด้วยเสียงทรงอำนาจ
       “ว่าไง? น้ำหนึ่งไปไหน กับใคร”
       “ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ากับคุณนิ้ง แล้วก็ตรงกลับบ้านเลยครับ”
       เกรียงศักดิ์พยักหน้า “ถ้าน้ำหนึ่งอยู่กับผู้ชายคนไหน รีบรายงานฉันให้เร็วที่สุด”
       “ครับท่าน” ลูกน้องเดินออกไป
       เกรียงศักดิ์นั่งทำงานต่อ สีหน้าดูผ่อนคลายขึ้น เสียงมือถือดัง เกรียงศักดิ์คว้ามาดู ก่อน
       ทำหน้าแปลกใจ เมื่อเห็นสายที่โทร.เข้ามาเป็น เบอร์ส่วนตัว
       เกรียงศักดิ์นิ่วหน้า “ใคร” ก่อนจะกดรับสาย “สวัสดีครับ”
       พลอยพูดเสียงหวาน แต่ฟังดูหลอน “สวัสดีค่ะท่าน”
       เกรียงศักดิ์ตกใจ จำได้ “พลอย”
       พลอยโทร.มาจากบ้านเชิงเขา มือกำโทรศัพท์แน่น สายสัมพันธ์เก่าๆ ไม่เคยจางหาย สี
       หน้าพลอยเจ็บปวด ขณะบอกออกมา
       “ค่ะ...พลอยเอง...ท่านสบายดีนะคะ”
       เกรียงศักดิ์ยังงงไม่รู้พลอยจะมาไม้ไหน “สบายดี แล้วพลอยล่ะ”
       “พลอยคิดถึงท่านทุกวัน”
       เกรียงศักดิ์อึ้ง ขณะที่พลอยพูดต่อ
       “แล้วก็เห็นข่าวท่านอยู่บ่อยๆ น้องน้ำหนึ่ง...โตเป็นสาวเร็วจังนะคะ”
       “พลอยมีอะไรหรือเปล่า”
       “น้องน้ำหนึ่งสวยน่ารักมากค่ะ...พลอยฝากบอกน้องน้ำหนึ่งด้วยนะคะ...ซักวันเราคงได้เจอกัน” พูดเท่านั้นพลอยก็วางสายไป
       เกรียงศักดิ์วางโทรศัพท์ด้วยท่าทางไม่สบายใจ
      
       ส่วนพลอยกำโทรศัพท์แน่น ก่อนที่จะเอามือทุบที่ขาตัวเอง ดวงตาเปล่งประกายวาววับ เพลิงแค้นฉายโชนในดวงตาคู่นั้น
ตอนที่ 2
      
       ตกตอนกลางคืน เกรียงศักดิ์เดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับดาราณี มีตาหวานกับนวลออกมารับกระเป๋า ดาราณีถามหาลูกสาว
      
       “น้ำหนึ่งล่ะ”
       “อยู่ในห้องค่ะ” นวลบอก
       ดาราณีถาม “แล้วพี่คนนั้นมาอีกมั้ย”
       “เปล่าค่ะ” นวลตอบ
       ดาราณีกับเกรียงศักดิ์ยิ้มสบายใจก่อนเดินเข้าไปข้างใน ตาหวานหน้าจ๋อย
       “สงสารพี่น้ำหนึ่งจัง แต่อย่างว่ารักแท้ย่อมมีอุปสรรค” ตาหวานยิ้มเพ้อ “และตาหวานก็เชื่อว่า...สุดท้ายพี่คนนั้นจะต้องเอาชนะใจท่านได้ค่ะ”
       “เพ้อเจ้อ” นวลเดินออกไป
       “พี่คนนั้นหล่อจะตาย ถึงถูกด่าว่าเพ้อเจ้อ ตาหวานก็ยอมค่ะ”
       ตาหวานยิ้มตามประสาเด็ก ไม่ได้คิดอะไร
      
       เพชรน้ำบุษย์อยู่ในห้องนอน ตามองจ้องโทรศัพท์ แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ ส่งมาสักที เพชรน้ำบุษย์หยิบมือถือขึ้นมาพึมพำ
       “ทำไมพี่เพชรไม่โทร.มาซักที”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันที เพชรน้ำบุษย์สะดุ้งโหยงตกใจ พอเห็นเบอร์โทร.ก็ยิ้มแฉ่ง รีบรับสาย
       “สวัสดีค่ะ”
       เพชรอยู่ที่คอนโด ดวงตาแข็งกระด้าง แต่ปากยิ้ม เสียงหวาน
       “ขอโทษจ้ะน้ำหนึ่ง พอดีพี่ยุ่งกับงานทั้งวัน เลยเพิ่งได้โทร.มา”
       “แล้วนี่พี่เพชรเลิกงานแล้วเหรอคะ”
       เพชรสร้างภาพ “เปล่าจ้ะ...พักให้คนงานไปทานข้าว พี่เลยถือโอกาสโทรฯมาหาน้ำหนึ่ง”
       เพชรน้ำบุษย์ยิ้มดีใจมีความสุข แต่นึกห่วง “งั้นก็แปลว่า...พี่เพชรก็ยังไม่ได้ทานข้าวสิคะ”
       “จ้ะ...แต่ไม่เป็นไร พี่อยากคุยกับน้ำหนึ่งมากกว่า เป็นไง..เมื่อเช้า อาหารอร่อยมั้ย”
       “อร่อยมากเลยค่ะ”
       “งั้นวันหลัง...เดี๋ยวเราไปทานด้วยกัน อ้อ! รถของน้ำหนึ่งได้แล้วนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเลิกงาน พี่จะแวะไปรับน้ำหนึ่งที่บ้าน”
       เพชรน้ำบุษย์ตกใจ “ไม่เป็นไรค่ะพี่เพชร”
       เพชรวูบไป “น้ำหนึ่งไม่อยากเจอพี่”
       “อยากเจอค่ะ...น้ำหนึ่งมีของจะให้พี่เพชรด้วย แต่...ไปเจอกันที่อู่ดีกว่าค่ะ”
       เพชรตาวาว แต่น้ำเสียงออดอ้อนฟังดูเศร้า “อ้อ! น้ำหนึ่งคงไม่อยากให้พี่ไปที่บ้าน ไม่เป็นไรพี่เข้าใจเจอกันที่อู่ก็ได้จ้ะ...ฝันดีนะจ้ะน้ำหนึ่ง”
       “ค่ะพี่เพชร..ฝันดีค่ะ” เพชรน้ำบุษย์วางสายสีหน้าไม่สบายใจ “จริงๆ น้ำหนึ่งอยากให้พี่เพชรมาหาที่บ้านค่ะแต่คุณพ่อ...”
       ฟากเพชร ยืนอยู่ที่ระเบียงคอนโดพูดกับตัวเองเสียงกร้าว
       “ทำกับผู้หญิงไว้เยอะล่ะสิ ถึงได้หวงลูกสาว...ดี หวงเท่าไหร่ยิ่งดี เวลาเจ็บจะได้กระอักเลือด เหมือนกับที่แกทำกับพี่พลอย”
       ดวงตาเพชรแข็งกร้าวรับใบหน้าถมึงทึงยิ่งแลดูน่ากลัว
      
       ค่ำคืนนั้นที่บ้านเชิงเขา พลอยกำลังยื่นเช็คให้พจนีย์ ซึ่งพจนีย์มองอย่างลิงโลด ดีใจ ท่าทางร่าเริงสดใส ยื่นมือมารับพร้อมยกมือไหว้
       “ขอบคุณมากค่ะพี่พลอย นี่ถ้าพี่พลอยไม่ช่วย เราแย่แน่เลย”
       รจนาผู้เป็นน้องสาวยกมือไหว้ตามแต่ท่าทางเรียบร้อยกว่าพจนีย์ “ขอบคุณมากค่ะพี่พลอย”
       พลอยยิ้ม ดวงหน้าละไม “ไม่เป็นไร ถือว่าช่วยๆ กัน”
       พจนีย์ประจบ “ถ้าพี่พลอยมีอะไรให้พจน์ช่วย บอกมาเลยนะคะ พจน์ทำให้ทุกอย่าง เพราะพี่พลอยมีบุญคุณกับพจน์”
       “คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” พลอยถาม
       พจนีย์หัวเราะคิก “จริงสิคะ..เงินตั้งมากมาย พี่พลอยยังให้พจน์ได้เลย” หญิงสาวพูดแบบขำๆ “นี่ถ้าพี่พลอยเป็นผู้ชาย...พจน์ก็ยินดี เป็นของพี่พลอยค่ะ”
       พจนีย์หัวเราะร่าเริง แต่รจนาทำหน้าจ๋อย แย้งออกมา
       “พี่พจน์ นั่นมันมีแต่ในละคร”
       พลอยเยื้อนยิ้ม “อาจไม่ใช่แค่ในละครก็ได้จ้ะ เพราะในโลกนี้ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”
       “แต่ถ้าเป็นการแต่งงานล้างหนี้ พจน์ขอแต่งกับพี่เพชรแทนพี่พลอยนะคะ” พจนีย์หัวเราะเขิน “เออ..แล้วพี่เพชรล่ะคะ? หมู่นี้พจน์ไม่เห็นพี่เพชรกลับมาเยี่ยมบ้านเลย”
       พลอยยิ้มรู้ทัน “เพชร ติดธุระอยู่ที่กรุงเทพฯ น่ะจ้ะ เสร็จงานก็คงจะกลับ”
       “งั้นถ้าพี่เพชรกลับมา พจน์จะทำขนมจีนน้ำเงี้ยวของโปรดของพี่เพชรมาให้ค่ะ”
       รจนามองหน้าพจนีย์ สีหน้าสงสัยว่าพี่สาวชอบเพชรจริงหรือ? ขณะที่พจนีย์มองดูรูปเพชรที่วางตั้งอยู่ในบ้านอย่างเป็นปลื้ม พลอยเหลือบตามองเห็นเข้าใจในสายตาของรจนา
       พลอยยิ้มมีเลศนัยขณะตอบสั้นๆ “ได้จ้ะ”
       พจนีย์ยิ้มแย้มบอกลา “งั้น..วันนี้พจน์กลับก่อนนะคะ ขอบคุณพี่พลอยมากค่ะ”
       “ขอบคุณมากค่ะพี่พลอย” รจนาบอก
       สองพี่น้องยกมือไหว้พลอย แต่ตามองดูรูปเพชร พลอยได้แต่ยิ้มอย่างรู้ทัน
       “แล้วเจอกันจ้ะ พจนีย์ รจนา”
       รจนา และพจนีย์เดินออกไปแต่ตามองเพชรทั้งสองคน
      
       สองพี่น้องเดินออกมา รจนาถามพจนีย์
       “พี่พจน์ชอบพี่เพชรเหรอ”
       “โห!ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ใครบ้างจะไม่ชอบ” พจนีย์มองรจนา ถามสัพยอก “หรือแกไม่ชอบ”
       “เราเป็นผู้หญิง พูดจาอะไรอย่างนี้น่าเกลียด”
       “ปากตรงกับใจ น่าเกลียดตรงไหน ดีกว่าคนแอ๊บแล้วกันน่า”
       พจนีย์พูดเปิดเผย รจนาหน้าจ๋อย ระหว่างนั้นทับทิมเดินสวนเข้ามาพอดี สองคนยกมือไหว้
       “อ้าว..คุณน้าสวัสดีค่ะ”
       ทับทิมรับไหว้ “สวัสดีจ้ะ จะกลับแล้วเหรอ”
       “ค่ะ..ไว้พจน์จะมาหาบ่อยๆ นะคะ” พูดเหมือนมีเลศนัย รู้อยู่คนเดียวว่าแอบชอบเพชร
       ทับทิมรับคำงงๆ ว่าจะมาทำไม “จ้ะๆ"
      
       สองคนเดินออกไปทับทิมมองตามด้วยความสงสัย


  


       ไม่นานหลังจากนั้นทับทิมประคองพลอยให้นอนลงบนเตียง ขณะถาม
      
       “สองคนนั้นมาทำไม”
       “มายืมเงินค่ะ จะเอาไปไถ่ที่”
       ทับทิมตกใจ “แล้วพลอยเอาเงินจากไหน ไถ่ที่ มันไม่ใช่เงินน้อยๆ”
       “ก็เงินที่เค้าโอนมาให้ใช้น่ะค่ะ”
       ทับทิมยิ่งตกใจมากขึ้น “อย่าบอกนะ ว่าแกยังเอาเงินจากไอ้เกรียงศักดิ์อยู่”
       พลอยนิ่ง แต่ดวงตาแข็งกร้าว ยอมรับอยู่ในที ทับทิมมองอย่างไม่พอใจ ความโกรธแล่นมาเป็นริ้วๆ
       “ทำไมแกถึงยอมให้มันเอาเงินฟาดหัว? ทั้งๆ ที่มันคิดจะฆ่าแกแล้วมันก็ยัง ทำให้แกกลายมาเป็นคนพิการแบบนี้ ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่เจ็บไม่จำบ้างรึไงพลอย”
       พลอยโกรธขึ้นมา พูดเสียงเครือสั่น แต่ดังมาก “ก็เพราะพลอยทั้งเจ็บทั้งจำน่ะสิคะแม่...ว่ามันทำอะไรกับพลอย พลอยถึงต้องเอาจากมัน อย่างน้อย...มันจะได้คิดว่าพลอยโง่ พลอยเชื่อง ยอมทำทุกอย่างตามที่มันต้องการ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว...พลอยอยากจะฆ่ามันตลอดเวลา” พลอยกระแทกเสียงตรงคำท้ายๆ “คนเก่งที่ไม่ระวังศัตรู ยังไงมันก็ต้องแพ้”
       “แน่ใจนะว่ามันไม่ใช่ข้ออ้าง”
       “แม่หมายความว่ายังไง”
       “แม่รู้ว่าแกรักมัน ที่แกยอมเป็นเมียน้อย เมียเก็บก็เพราะแกรักมัน แล้วแกคิดเหรอว่าสิ่งที่มันยื่นให้แกเพียงแค่เล็กๆ น้อยๆ จะไม่ทำให้แกผูกพันกับมัน และถึงวันนั้น แกก็จะใจอ่อน”
       “แม่กำลังดูถูกพลอย”
       “ฉันรู้จักแกมากกว่า...คนเก่งที่ไม่ระวังศัตรูอาจจะแพ้ แต่คนที่ไม่กล้าทำร้ายศัตรูเพราะใจอ่อน อันตรายยิ่งกว่า...”
       “ไม่มีวัน! พลอยไม่มีวันใจอ่อน! ต่อให้ตายพลอยก็จะเอาคืน และเพชรก็คือตัวแทนความแค้นของพลอย”
       พลอยตะโกนก้อง น้ำตาไหลนอง ด้วยความแค้นใจ
      
       วันต่อมาเพชรยืนอยู่ที่รถของเพชรน้ำบุษย์ ถัดไปด้านนอกคือรถคันเก่าของเพชรที่จอดอยู่ สักครู่มีแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอด และเพชรน้ำบุษย์ก็ก้าวลงมาพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง
       “พี่เพชร”
       เพชรที่คุยกับเพื่อนอยู่หันมา “อ้าว! มาแล้วเหรอน้ำหนึ่ง” แล้วหันไปบอกกับเพื่อน “ฉันฝากรถไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมาเอา” เพชรแตะไหล่อย่างจงใจแต่ทำทีเป็นไม่ตั้งใจ “ปะ น้ำหนึ่ง”
       “แล้วค่าซ่อมเท่าไหร่คะ”
       “ไม่เป็นไร พี่จัดการแล้ว”
       เพชรน้ำบุษย์มองอย่างเกรงใจปนปลื้ม “แต่…”
       เพชรเยื้อนยิ้มทำเป็นใจดี “เล็กน้อยน่า” พร้อมกับเดินนำไปที่รถเพชรน้ำบุษย์ “แล้วนี่ถืออะไรมาเยอะแยะ มะพี่ช่วย”
       เพชรจะคว้าของในมือมาถือ เพชรน้ำบุษย์ยิ้มบอก พลางยื่นให้
       “น้ำหนึ่งซื้อเสื้อมาฝากพี่เพชรค่ะ พอดี..เห็นพี่เพชรทำงานดึกบ่อยๆ บางวันก็ไม่ได้กลับบ้าน พี่เพชรจะได้เอาไว้เปลี่ยน”
       เพชรทำเป็นยิ้มดีใจมองซึ้งๆ “ขอบใจมากจ้ะที่ห่วงพี่”
       เพชรรับถุงเสื้อแล้วไปที่รถของตัวเอง โยนถุงเสื้อเข้าไปโดยไม่ได้สนใจ ขัดกับคำพูดหวานๆ แต่เพชรน้ำบุษย์ยังไม่ทันฉุกคิด ก่อนจะเดินย้อนกลับมาหาเพชรน้ำบุษย์ คราวนี้แตะเอวสาวเจ้าเนียนๆ
       “ป่ะ รีบไปกันเถอะ..สายแล้ว เผื่อมีเวลาจะได้ไปทานข้าวกัน”
       เพชรน้ำบุษย์รู้ว่าถูกแตะเอว สาวน้อยสะเทิ้นยิ้มเขิน แอบมองเพชร รู้สึกอบอุ่น เขาไม่ได้มีท่าทีที่
       จะล่วงเกินแม้แต่นิดเดียว เพชรน้ำบุษย์ยิ้มปลื้มเข้าไปใหญ่
      
       บนถนนสวยๆ เส้นนั้น เห็นต้นปีบเรียงรายกันเป็นแถวเป็นแนว สีขาวนวลตาของดอกปีบดูเหมือนกลีบเมฆลอยละล่อง เพชรน้ำบุษย์มองตาเป็นประกายเจิดจ้า
       “ดอกปีบสวยจังเลยนะคะ”
       “น้ำหนึ่งชอบเหรอ”
       “ค่ะ”
       เพชรน้ำบุษย์พูดแค่นั้น เพชรก็เบนรถจอดเข้าข้างทางทันที เพชรน้ำบุษย์งง
       “รถเป็นอะไรคะพี่เพชร”
       เพชรไม่ตอบ มีเพียงรอยยิ้มหวานอบอุ่นให้เพชรน้ำบุษย์ ก่อนที่จะเดินตรงไปที่ต้นปีบ หยิบใบไม้
       ที่พุ่มไม้ข้างๆ มาทำเป็นกรวยกระทงง่ายๆ เอาเศษกิ่งไม้ทำเป็นไม้กลัด ร่างสูงโปร่งของเพชรเอื้อมมือขึ้นไปเด็ดดอกปีบหลายดอกมาใส่กรวย ก่อนเดินมาหาเพชรน้ำบุษย์ที่รถ ยื่นให้
       “พี่ให้”
       เพชรน้ำบุษย์มองเพชร อึ้ง ตะลึง คาดไม่ถึง ว่าเพชรจะโรแมนติกขนาดนี้ จังหวะนั้นเหมือนมีคนมองมายังสองคน และเอามือถือถ่ายภาพเอาไว้ ขณะที่เพชรเดินอ้อมมาที่รถ ขับออกไป ในใจเพชรไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด แต่เพชรน้ำบุษย์มองเพชรอย่างปลาบปลื้ม ประทับใจสุดจิต
       ด้านหลัง เห็นรถคันหนึ่งวิ่งตาม
       ขณะที่เกรียงศักดิ์นั่งทำงานอยู่ที่กระทรวง เสียงแมสเสจมือถือดัง เกรียงศักดิ์หยิบมาดู เห็นเป็น
       ภาพเพชรยื่นดอกไม้ให้เพชรน้ำบุษย์
       “น้ำหนึ่ง”
       ดวงตาเกรียงศักดิ์วาววับไม่พอใจมาก
      
       เพชรขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน ทันทีที่เห็นรถของเพชรน้ำบุษย์ รปภ.ก็วิ่งมาเปิดประตูให้ เพชรขับรถเข้าไป นวลกับตาหวานวิ่งออกมารับตามปกติ
      
       “พี่น้ำหนึ่งได้รถมาแล้ว” ตาหวานตื่นเต้นดีใจ
       เพชรกับเพชรน้ำบุษย์ก้าวลงมาจากรถคนละด้าน ในมือเพชรน้ำบุษย์มีกระทงดอกปีบอยู่
       ตาหวานมองจ้องจนตาค้าง “พี่คนนั้น”
       แต่นวลตกใจมาก “คุณน้ำหนึ่ง” รีบเดินปรี่มาหา “ทำไมทำแบบนี้คะ เดี๋ยวคุณพ่อก็โกรธหรอก” นวลหันมาพูดกับเพชรไม่ดุดัน แต่ร้อนรน “คุณรีบกลับไปเลยค่ะ แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก”
       เพชรชะงักมองมายังเพชรน้ำบุษย์ท่าทีตกใจ
       “ป้านวล..พูดกับพี่เพชรอย่างนี้ได้ยังไงคะ พี่เพชรอุตส่าห์ไปเอารถให้น้ำหนึ่งนะคะ”
       “แต่ถ้าคุณท่านรู้ จะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ”
       เพชรน้ำบุษย์หน้าเสียหนัก โดยไม่เห็นว่าดวงตาเพชรเป็นประกายวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนบอกเสียงนุ่ม
       “ไม่เป็นไรจ้ะน้ำหนึ่ง พี่กลับก่อนแล้วกัน” ค้อมศีรษะให้นวล จะเดินออกไป
       เพชรน้ำบุษย์เรียกไว้ “พี่เพชร....เดี๋ยวน้ำหนึ่งโทร.หานะคะ”
       เพชรหันหน้ามายิ้มให้ เพชรน้ำบุษย์มองตามเพชรตาละห้อย
       นวลรีบบอก “คุณน้ำหนึ่ง รีบเข้าบ้านเถอะค่ะ”
       นวลดึงเพชรน้ำบุษย์ ส่วนตาหวานทำท่ายกมือถือใส่เพชรบอกเบาๆ
       “เดี๋ยวพี่น้ำหนึ่งโทร.หานะคะ”
       “ตาหวาน!”
       นวลเอาอีกมือดึงหูตาหวานอย่างแรง ตาหวานร้องลั่น
       “โอ๊ย!” พร้อมกับเบิกตากว้างทำเสียงตกใจมาก “พี่คนนั้น”
       “ยังจะพี่คนนั้นอีก”
       นวลโมโหหันมา ตั้งท่าจะดึงหูตาหวานเข้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเกรียงศักดิ์ก้าวเข้ามา
       “คุณท่าน”
       เพชรน้ำบุษย์หันมาหา “คุณพ่อ” รีบบอก “พี่เพชรรีบกลับเร็วค่ะ”
       เกรียงศักดิ์กับเพชรเผชิญหน้ากันแล้ว
       “ยังกลับไม่ได้!”
      
       เกรียงศักดิ์พูดเสียงเข้มทรงอำนาจ เพชรมองเกรียงศักดิ์แทบจะเรียกว่าจ้องเขม็ง
        


  


       เกรียงศักดิ์เดินมาหาเพชรน้ำบุษย์ดึงกระทงดอกปีบออกจากมือลูกสาว แล้วยื่นกระทงคืนให้เพชร
        
       “เอาของคุณคืนไป แล้วอย่ามายุ่งกับลูกสาวผมอีก”
       เพชรน้ำบุษย์อึ้งตะลึงงัน “คุณพ่อ...”
       เพชรมองหน้าเกรียงศักดิ์ ดวงตากร้าวแข็ง แต่พยายามข่มซ่อนความรู้สึกเกลียดชัง เปล่งประกายเป็นแววรั้นและอยากเอาชนะออกมา เกรียงศักดิ์เองก็จ้องมองเพชรไม่วางตา เห็นเพชรไม่รับ เกรียงศักดิ์จึงบอกต่อ
       “ถ้าคุณไม่รับจากมือ งั้นเอาจากพื้นแล้วกัน”
       เกรียงศักดิ์ปล่อยกระทงดอกปีบจากมือ ดอกปีบสีขาวค่อยๆ ร่วงหล่นลงพื้น เพชรน้ำบุษย์ใจจะขาด น้ำตาร่วงพร้อมๆ กับดอกปีบหล่นถึงพื้นพอดี นวลและตาหวานอึ้งตะลึงงัน ขณะที่เกรียงศักดิ์เดินมา ใช้เท้าเหยียบดอกปีบ และมือของเกรียงศักดิ์ก็คว้าแขนเพชรน้ำบุษย์ดึงเข้าบ้าน
       เพชรน้ำบุษย์หันไปมองเพชร น้ำตากบนัยน์ตาแต่ไม่กล้าพูด มีเพียงสายตาที่บ่งบอกว่า ห่วงใย มากมาย ขณะที่เพชรมองตามเกรียงศักดิ์กร้าว ดวงตาคู่นั้นเผยความเกลียดชังออกมาอย่างเด่นชัด
       เพชรคิดแค้นอยู่ในใจ “ยิ่งเหยียดหยามกันเท่าไหร่ ลูกสาวคุณก็จะยิ่งเจ็บเท่านั้น...ช่วยไม่ได้ที่เธอเกิดมาเป็นลูกของนายเกรียงศักดิ์ น้ำหนึ่ง”
      
       เกรียงศักดิ์กึ่งดึงกึ่งลากเพชรน้ำบุษย์เข้าไปในบ้าน ก่อนจะเหวี่ยงลูกสาวลงที่โซฟาเบาๆ ก่อนเอ็ดตะโรดังลั่น
       “ทำไมไม่เชื่อฟังพ่อบ้างน้ำหนึ่ง”
       เพชรน้ำบุษย์ไม่เถียง พยายามอธิบาย “น้ำหนึ่งไม่ได้ทำอะไรผิด น้ำหนึ่งแค่อยากมีเพื่อน”
       “พ่อไม่ได้ห้ามน้ำหนึ่งมีเพื่อน แต่น้ำหนึ่งไม่ควรไปไหนต่อไหนกับผู้ชายที่สถานภาพต่างกัน ใครเห็นเค้าจะคิดยังไง ถ้าลูกสาวรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ไปไหนมาไหนกับกุ๊ย”
       เพชรน้ำบุษย์แย้ง “พี่เพชรไม่ใช่กุ๊ย”
       “พ่อจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับลูก จะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เป็นเรื่องแน่ๆ ถ้าลูกยังไปไหนมาไหนกับมัน”
       เกรียงศักดิ์มองดุ เพชรน้ำบุษย์ก้มหน้าร้องไห้ เกรียงศักดิ์เดินกลับออกไป เพชรน้ำบุษย์นั่งร้องไห้
       ตาหวานกับนวลแอบมองทั้งเห็นใจ และสงสาร เพชรน้ำบุษย์มองจนร่างเกรียงศักดิ์ลับไป ก็รีบวิ่งออกไปทันที สองคนตกใจ
       “คุณน้ำหนึ่งจะไปไหน”
       “หรือพี่น้ำหนึ่งจะคิดสั้น วิ่งออกไปให้รถชน” ตาหวานออกอาการจิตตกกลัวมาก “แอร๊ย...”
       สองคนวิ่งตามออกไป
       เกรียงศักดิ์ขึ้นรถ คนรถขับออกไป เพชรน้ำบุษย์วิ่งออกมา เห็นรปภ.กำลังกวาดดอกปีบใส่ที่ที่ตักผง เพชรน้ำบุษย์วิ่งออกไป ตะโกนสุดเสียง
       “อย่า!”
       เพชรน้ำบุษย์เอามือปัดไม้กวาดออก แล้วรีบเก็บดอกปีบอย่างรวดเร็วด้วยความหวงแหน น้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ นวลกับตาหวานวิ่งออกมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง สองคนร้องลั่น
       “พี่น้ำหนึ่งอย่า” / “คุณน้ำหนึ่งอย่า!”
       สองคนเบรกทันทีเมื่อเห็นเพชรน้ำบุษย์เก็บดอกปีบ
       “โถ…คุณน้ำหนึ่ง”
       นวลกับตาหวานได้แต่มองเพชรน้ำบุษย์อย่างเห็นใจ
       ขณะเดียวกันเพชรแอบมองมาจากช่องของรั้วประตู ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
      
       ขณะที่อลิสนั่งทานอาหารกับเพื่อนในร้านอาหาร จู่ๆ ก็โวยวายเสียงดัง
       “เฮ้อ…ฉันตามหาข้อมูลไอ้ผู้ชายที่ชื่อเพชร ตั้งหลายวัน ไม่เห็นจะมีใครรู้จักมันเลย”
       “ก็ไม่เห็นเธอต้องสงสัย ถ้าเป็นลูกหลานไฮโซ ก็ต้องมีคนรู้จัก แสดงว่านายเพชรอะไรนี่มันโนบอดี้” เพื่อนว่า
       “แสดงว่ายัยน้ำหนึ่งมันใฝ่ต่ำ ไปคบกับแว้นซ์ที่ไหนแน่ๆ เลย ดี! ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่ายัยน้ำหนึ่งมันคบกับใคร ฉันจะได้แฉให้พี่ภาคย์ได้รู้ ว่าเพชรน้ำหนึ่งที่พี่ภาคย์เทิดทูน เอาเข้าจริงมันก็แค่พลอยหุง”
       “ตรรกะของเธอ มันเป๊ะอีกแล้วอลิส”
       อลิสยกมือตบกันกับเพื่อนอย่างสนุก
      
       คืนนั้นพลอยนั่งร้องไห้อยู่บนรถเข็น เสียงของทับทิมดังก้องในหู
       “ฉันรู้จักแกมากกว่า....คนเก่งที่ไม่ระวังศัตรูอาจจะแพ้ แต่คนที่ไม่กล้าทำร้ายศัตรูเพราะใจอ่อน อันตรายยิ่งกว่า...”
       พลอยปาดเช็ดน้ำตา แล้วบอกตัวเองด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
       “พลอยคนเดิมมันตายไปแล้วแม่...พลอยคนที่หลงรักเค้ามากกว่าตัวเอง มันตายไปแล้ว สิ่งที่เหลือมันคือความแค้น ความแค้นเท่านั้น”
       ดวงตาของพลอยกร้าวแข็ง เสียงมือถือดัง พลอยเข็นรถไปหยิบโทรศัพท์ แสร้งพูดเสียงเครือเหมือนคนร้องไห้
       “ว่าไงจ๊ะเพชร”
       เพชรอยู่ที่ไซต์งาน ถามด้วยความเป็นห่วง
       “พี่พลอยร้องไห้อีกแล้ว”
       พลอยปาดน้ำตา ทำเสียงเข้มแข็ง “พี่ไม่ได้ร้องไห้”
       “ดีแล้วครับ...ต่อไปน้ำตาจะหมดไปจากพี่พลอย”
       พลอยตั้งใจฟัง ขณะที่เพชรพูดบอกอย่างมั่นใจ
       “ผมมั่นใจ เหยื่อของเรา ติดกับแล้ว”
      
       พลอยยิ้มออกมาในสีหน้า ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์อย่างสาสมใจ

       น้ำหนึ่งอยู่ในห้องนอน นั่งมองดอกปีบกลีบช้ำในกระทงที่ถูกเหยียบย่ำอย่างเสียใจเสียดายน้ำตาไหล ก่อนหยิบมือถือขึ้นมามอง กดไลน์ที่เพชรเคยส่งมาให้ มองดูอย่างอาวรณ์
      
       “พี่เพชร ต่อไปเราสองคนคงไม่มีโอกาสได้พบ ได้เจอกันอีกแล้ว...” น้ำหนึ่งร้องไห้ “น้ำ
       หนึ่งคงได้แค่...”
       น้ำหนึ่งมองจอมือถือ ก่อนกดส่งไลน์เป็นรูปการ์ตูนร้องไห้ออกไป
       เพชรเห็นไลน์ที่น้ำหนึ่งส่งมา มองดูอย่างไม่สนใจไยดี แล้วโยนมือถือทิ้งลงบนเตียง เดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำไป
       ส่วนทางฝั่งน้ำหนึ่ง อ่านไลน์ที่ตัวเองส่งไป แต่เพชรไม่ได้ส่งไลน์กลับมา น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ
       “ขนาดไลน์ พี่เพชรยังไม่กล้าตอบกลับมาเลย...คุณพ่อ..ทำไมใจร้ายกับน้ำหนึ่งอย่างนี้” น้ำหนึ่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ
      
       ที่ทางเดินหน้าห้องนวลเดินมาหยุดที่ประตู มีตาหวานเดินตามหลังมา ป้านวลเคาะประตูเรียกเบาๆ
       “คุณน้ำหนึ่งคะ...คุณน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งเช็ดน้ำตา ตอบนวลเสียงสุภาพเหมือนเดิม แต่เจือเสียงสะอื้น เต็มไปด้วยความเศร้า
       “คะ..ป้านวล”
       “ได้เวลาทานข้าวแล้วค่ะ คุณน้ำหนึ่งลงมาทานข้าวนะคะ”
       “น้ำหนึ่งไม่หิวค่ะ”
       ตาหวานช่วยพูด “แต่ วันนี้ป้านวลทำของโปรดของพี่น้ำหนึ่งทั้งนั้นเลยค่ะ”
       “พี่ไม่อยากทานอะไร” น้ำหนึ่งแอบประชดนิดๆ “พี่ทานอะไรไม่ลง”
       นวลอ้อนวอน “คุณน้ำหนึ่งคะ”
       “ขอโทษนะคะป้านวล..น้ำหนึ่งอยากอยู่เงียบๆ คนเดียวค่ะ”
       น้ำหนึ่งลุกมาดับไฟ มองจากด้านนอกลอดช่องประตูเห็นไฟในห้องดับลง นวลกับตาหวานมองหน้ากันจ๋อยๆ ขณะเดินลงมาที่บันได สองคนค่อยๆ เดินห่างออกมาจากห้องน้ำหนึ่ง ตาหวานพูดอย่างเห็นใจ
       “พี่น้ำหนึ่งคงจะโกรธที่ถูกท่านดุแน่ๆ เลยป้านวล ถึงไม่ยอมออกมาทานข้าว”
       “ท่านทำถูกแล้ว โบราณว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”
       ตาหวานยิ้มจนตาหยี “นั่นโบราณ สมัยนี้เค้าบอกรักวัวให้ผูก รักลูกต้องให้ไอแพดจ้ะป้า”
       “เฮ้อ…แกนี่ เก่งแต่เรื่องไร้สาระ หัดทำงานซะบ้าง อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัว
       ปั้นควายให้ลูกท่านเล่น”
       “บ๊ะ! ป้านวลนี่เอาท์ตลอด สมัยนี้เค้าต้องอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย เปิดwifi ให้เพื่อนบ้านเล่น และที่อินเทรนด์สุดๆตอนนี้...น้ำมาปลากินมด น้ำลดได้ชดเชยห้าพัน อิอิ”
       พูดเท่านั้น ตาหวานวิ่งลงบันไดไปตามประสาเด็ก ขณะที่นวลเหลียวมองกลับไปที่ห้องของน้ำหนึ่ง เห็นช่องตามแนวประตูยังมืดเหมือนเดิม
       ท่ามกลางความมืด น้ำหนึ่งนั่งร้องไห้มองดอกปีบกลีบช้ำและรอไลน์ที่ไม่ตอบกลับมาด้วยใจที่แหลกสลาย
      
       ด้านเพชรเดินออกมาจากห้องน้ำ มองไปเห็นโทรศัพท์ที่ถูกโยนอยู่บนเตียง เพชรลังเลก่อนเดินมาหยิบมือถือขึ้นมาดูอีก เห็นเป็นไลน์รูปตุ๊กตาร้องไห้สื่อความรู้สึกของน้ำหนึ่ง เพชรมองดู สายตามีทั้งความหยามหยัน สะใจปะปนด้วยความสงสารและเวทนา ก่อนจะเกิดประกายวาบที่ดวงตาเหมือนคิดอะไรออก
      
       เกรียงศักดิ์ที่เพิ่งประชุมเสร็จเดินออกมาจากโรงแรมพร้อมดาราณี เกรียงศักดิ์รับโทรศัพท์จากนวล ซึ่งโทร.มาจากบ้านรายงานเรื่องน้ำหนึ่ง
       เกรียงศักดิ์นั้นหน้าตาเป็นกังวลมาก “ว่าไงนะนวล..น้ำหนึ่งไม่ยอมทานอะไรตั้งแต่กลางวัน”
       นวลโทรศัพท์อยู่ในห้องโถง มีตาหวานประกบข้างตามเคย นวลบอกอีก
       “ค่ะ...พอท่านออกไป คุณน้ำหนึ่งก็เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมาเลย ดิฉันอ้อนวอนยังไงก็ไม่ออกมาค่ะ”
       เกรียงศักดิ์ถอนหายใจ “โอเค..เดี๋ยวฉันจะรีบกลับ” แล้วกดวางสาย
       ดาราณีที่เดินเคียงข้าง มีท่าทีหนักใจ พูดกับเกรียงศักดิ์
       “ฉันกังวลจังเลยค่ะคุณ...น้ำหนึ่งไม่เคยเป็นเด็กก้าวร้าว แต่ทำไมตอนนี้ลูกถึงได้แข็งกระด้าง ดื้อเงียบกับพ่อแม่”
       “ก็เพราะไปคบกับไอ้กุ๊ยนั่นไง...” เกรียงศักดิ์ลดเสียงอ่อนลง “ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมคุยกับลูกเอง”
      
       สองคนเดินออกจากโรงแรมด้วยท่าทางไม่สบายใจ แต่ยังไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร


  


       ขณะที่น้ำหนึ่งนั่งจมจ่อมอยู่ในห้อง เสียงสัญญาณไลน์ดัง น้ำหนึ่งรีบคว้ามือถือมาดูอย่างมีความหวัง
      
       พอกดดูก็เห็นเป็นเพชรส่งไลน์น่ารักๆ มาปลอบไม่ให้ร้องไห้
       “พี่เพชร”
       น้ำหนึ่งจะตอบกลับไป แต่เพชรก็ส่งไลน์มาอีกหลายๆ รูป ติดๆ กัน มีทั้งแบบท่าสู้ๆ ยกสองมือ รูปอาหาร ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น น้ำหนึ่งสุดจะดีใจ รับทันที
       “พี่เพชร”
       “เลิกร้องไห้ แล้วก็ทานข้าวได้แล้ว” เสียงเพชรดังลอดออกมา
       “น้ำหนึ่งทานไม่ลง”
       “น่า...ทานนิดนะ พี่สั่งพิซซ่าไปให้”
       “แต่...”
       “พี่สั่งพิซซ่าไปให้...น้ำหนึ่งลงมาเอาเร็ว...เร็วเข้า....เค้าไปถึงแล้ว”
       น้ำหนึ่งทำหน้างง เดินไปที่หน้าต่างชะโงกหน้าลงไป เห็นเพชรในชุดพนักงานส่งพิซซ่า นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ จอดขนาบข้างรั้วบ้านน้ำหนึ่ง
       น้ำหนึ่งดีใจ “พี่เพชร”
       เพชรเงยหน้าที่สวมหมวกกันน็อกขึ้นมองส่งยิ้มให้ด้วย น้ำหนึ่งยิ้มดีใจรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
      
       น้ำหนึ่งวิ่งเร็วจี๋ลงบันได ด้วยท่าทางร่าเริงมีความสุข ผ่านหน้านวลกับตาหวานที่นั่งทุกข์ใจอยู่ สองคนมองอย่างตกใจ นวลถามทันที
       “คุณน้ำหนึ่งจะไปไหนคะ”
       “รับพิซซ่าค่ะ” น้ำหนึ่งวิ่งไป
       สองคนมองตาม ตาหวานตาโตตามประสาเด็ก
       “พี่น้ำหนึ่งสั่งพิซซ่า...” ตาหวานทำท่าเอามือลูบปาก “หวานปาก”
       นวลทำหน้างง “ปกติคุณน้ำหนึ่งไม่ชอบทานพิซซ่านี่นา แล้วไหงวันนี้อยากกิน”
      
       น้ำหนึ่งวิ่งออกไปหน้าบ้าน เห็นเพชรแต่งตัวเป็นเด็กส่งพิซซ่าขี่มอเตอร์ไซค์มาจอด บอกตามธรรมเนียม
       “เอาพิซซ่ามาส่งครับ”
       รปภ.จะไปรับ น้ำหนึ่งตะโกนบอก
       “น้ำหนึ่งรับเองค่ะ”
       น้ำหนึ่งเดินตรงไปหา เพชรมองน้ำหนึ่งยิ้มหวานซึ้ง น้ำหนึ่งก็มองเพชรยิ้มตอบอย่างดีใจ
       “ทานให้อร่อยนะครับ สวัสดีพิซซ่ายินดีให้บริการคุณ รับขนมจีบเพิ่มมั้ยครับ”
       น้ำหนึ่งทั้งเขินทั้งอาย รปภ.จ้องมอง น้ำหนึ่งตอบอายม้วน
       “รับคะ เอามาส่งทุกๆ วันเลยนะคะ”
       น้ำหนึ่งยิ้มถือกล่องพิซซ่าเดินแกมวิ่งเข้าบ้านไป ผ่านหน้านวลกับตาหวานที่เดินออกมา
       นวลชะโงกหน้ามองหน้ารั้ว เห็นหลังเพชรขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปไวๆ รปภ. หันมาถามนวลงงๆ
       “ป้านวล..สมัยนี้พิซซ่า..เค้าขายขนมจีบพ่วงด้วยเหรอ”
       นวลทำหน้างงหันมามองตาหวาน “ว่าไงตาหวานคนอินเทรนด์”
       “ไม่เคยได้ยิน แต่อยากรู้...พิซซ่าที่ไหนขายขนมจีบ จะได้สั่งมากินบ้าง อิอิ”
       นวลกับตาหวานมองหน้ากัน สุดท้ายเหมือนเก็ตแล้วทั้งคู่
       “พิซซ่า...ขนมจีบ!”
       สองคนอุทานพร้อมเพรียง แล้วหันขวับมองเข้าไปด้านใน
      
       น้ำหนึ่งปิดประตูห้อง เปิดไฟสว่าง วางกล่องพิซซ่าไว้บนโต๊ะ วิ่งมาที่หน้าต่าง มองออกไป เห็นเพชรถอดเสื้อคลุมส่งให้เด็กส่งพิซซ่าตัวจริง พร้อมยื่นเงินให้ เด็กส่งพิซซ่าขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ขณะที่เพชรยืนมองขึ้นมาที่ห้องน้ำหนึ่งโบกมือให้ พร้อมโทรศัพท์ออก
       น้ำหนึ่งรีบคว้ามารับ “คะพี่เพชร”
       เพชรยิ้ม “ทานให้หมดนะครับ จะได้มีแรง” แล้วพูดหยอกเย้าทีเล่นทีจริง “หนีคุณพ่อ...ออกมาเจอพี่”
       น้ำหนึ่งหัวเราะคิกออกมา เพชรพูดจริงจัง
       “อย่าคิดมาก...เรื่องแค่นี้พี่ไม่ท้อหรอก...พี่จะทำให้คุณพ่อน้ำหนึ่งยอมรับเรื่องของเรา”
       “ขอบคุณค่ะพี่เพชร”
       สองคนมองหน้ากันแล้วยิ้ม สายตาของเพชยฉายแววแห่งความจริงจังมั่นคงและนั่นก็ทำให้น้ำหนึ่งยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นหัวใจ
       สองคนไม่รู้ว่าที่อีกมุม เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ ภายในรถอลิสและเพื่อนสาวที่ดักรออยู่นานแล้วยกมือถือถ่ายภาพของเพชรและน้ำหนึ่งเอาไว้
      
       ขณะเดียวกันที่บ้านเชิงเขา ทับทิมเข็นรถให้พลอยชมสวน ร้อมกับหัวเราะก้องสะใจขณะคุยโทรศัพท์กับเพชร
       “ป่านนี้นังเด็กนั่นคงเคลิ้มมมม ฝันหวานกับแผนง่ายๆ ที่แกใช้หลอกมัน”
       “ผมก็เห็นเค้าปลื้มใจอยู่”
       แววตาทับทิมเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม “มีโอกาสเมื่อไหร่ รวบหัวรวบหางมันเลย”
       เพชรไม่สบายใจ ส่วนพลอยบอกทับทิม
       “ขอพลอยพูดกับเพชรหน่อยค่ะแม่”
       ทับทิมยื่นมือถือให้ลูกสาว พลอยแสร้งบอกเพชรน้ำเสียงเหมือนจะอาทร
       “แต่พี่ไม่อยากให้เพชร ทำลายผู้หญิงคนนั้น”
       ทับทิมได้ยินแว้ดมาทันควัน “ทำไมล่ะพลอย? นังนั่นมันจะได้มีตราบาปเหมือนแกไง”
       “พลอยไม่อยากเห็นผู้หญิงตายทั้งเป็นเหมือนพลอย..แค่ทำให้เค้าอับอายก็น่าจะพอ” พลอยกลับไปพูดกับเพชร “เพชรได้ยินแล้วใช่มั้ย”
       “ครับ..ผมจะทำให้เค้าหนีตามผมมาให้ได้..หลังจากนั้น” น้ำเสียงเพชรฟังดูขมขื่น “เค้าจะตกอยู่ในสภาพเมียน้อย นางบำเรอ เหมือนที่พี่พลอยเคยเจอ”
       “พี่กลัวว่าเพชรจะหลงในความสวย ความใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กผู้หญิงคนนั้น แล้วจะพาลหลงรักเค้าจริงๆ” พลอยพูดดักคอ
       “ไม่มีทางครับพี่พลอย ผมไม่มีทางใจอ่อน”
       “งั้นต่อไป เพชรจะคุยจะพูดอะไรกับเค้า พี่ขอฟังด้วยได้มั้ย”
       “ได้ครับพี่พลอย”
       พลอยยิ้มอย่างสบายใจ ขณะที่เพชรมีสีหน้าไม่สบายใจเอาเลย
      
       อลิสกลับถึงบ้าน เปิดรูปที่ปริ้นท์ออกมาดูทีละแผ่น เห็นเป็นภาพของเพชรตั้งแต่อยู่ในชุดพนักงานส่งพิซซ่า ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน น้ำหนึ่งออกมารับหน้าตาสดใส จนเพชรอยู่ในชุดธรรมดายืนคุยโทรศัพท์ที่ข้างรั้วบ้านกับน้ำหนึ่งที่อยู่บนบ้าน
       อลิสยิ้มด้วยความพอใจ ขณะกรีดรูปภาพในมือ เห็นภาพที่เรียงซ้อนกันเล่าเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมด อลิสยิ้มตาวาววับ
      
       “ยัยน้ำหนึ่ง แกเสร็จแน่ๆ”


  


       วันต่อมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อลิสมาดักรอเกรียงศักดิ์ที่มางาน ”ของกินสี่ภาค” ในลานกิจกรรมของห้างแห่งนั้น
      
       แลเห็นจานอาหารจากทุกภาคเรียงรายมากมาย เกรียงศักดิ์ และดาราณีมาร่วมในงาน สองคนทำท่าทานอาหาร โปรโมทงาน ให้นักข่าวถ่ายรูป ก่อนที่จะเดินออกมา ชมงาน อลิสที่รออยู่แล้ว วิ่งเข้าไปหา ไหว้ประจบ
       “สวัสดีค่ะคุณอา”
       สองคนยิ้มใจดีรับไหว้ ดาราณีทักทาย
       “มาเที่ยวงานเหรอจ้ะอลิส”
       “อลิสตั้งใจมาหาคุณอาทั้งสองค่ะ”
       “มีเรื่องอะไร”
       เกรียงศักดิ์ถามอย่างสงสัย ดาราณีเองก็มองด้วยท่าทีสนใจ
      
       สามคนอยู่ในร้านกาแฟในห้าง เกรียงศักดิ์กับดาราณีมองหน้าอลิสอย่างสนใจ อลิสแสร้งทำเป็นลีลา
       “อย่าหาว่าอลิสอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะคะ ที่อลิสทำก็เพราะอลิสเป็นห่วง”
       “อลิสทำอะไรจ๊ะ” ดาราณีซัก ท่าทีร้อนใจ
       “ก็เรื่องน้ำหนึ่งน่ะสิคะ”
       เกรียงศักดิ์ร้อนใจและงุนงงสงสัย “น้ำหนึ่งทำอะไร”
       อลิสแกล้งถอนหายใจทำท่าหนักใจมาก
       “อลิสก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าคุณอารู้เรื่องรึเปล่า”
       “อาว่าอลิสมีอะไร พูดมาตรงๆเลยดีกว่าจ้ะ” เกรียงศักดิ์ข่มอารมณ์
       อลิสลีลาอยู่ คราวนี้ทำหน้าหนักใจ แต่จำเป็นต้องพูด
       “ก็เรื่องที่น้ำหนึ่งคบกับเด็กแว้นน่ะสิคะ”
       ดาราณีตกใจ “น้ำหนึ่งคบกับเด็กแว้น”
       อลิสทำแอ๊บ “จะแว้นหรือกุ๊ย อลิสก็เรียกไม่ถูก...คุณอาดูนี่เองแล้วกันค่ะ”
       อลิสหยิบรูปถ่ายของเพชรและน้ำหนึ่งเมื่อคืนออกมาให้สองคนดู เกรียงศักดิ์กับดาราณีหยิบมาดูทีละแผ่น
       เห็นเป็นรูปของเพชรในชุดพนักงานส่งพิซซ่า น้ำหนึ่งออกไปรับ เพชรในชุดธรรมดา จอดรถคุยกับน้ำหนึ่งที่ข้างรั้ว และเห็นเป็นเพชรน้ำหนึ่งคุยกัน ขณะที่อลิสเจื้อยแจ้ว ไม่หยุด
       “จริงๆ อลิสก็ได้ยินข่าวมาพักหนึ่งแล้วนะคะ ว่าน้ำหนึ่งแอบคบผู้ชาย แล้วก็เป็นผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้าด้วย...แต่ไม่คิดเลยจริงๆ ค่ะว่าเมื่อคืน ตอนผ่านไปบ้านคุณอา น้ำหนึ่งจะเห็นผู้ชายคนนั้น”
       สีหน้าเกรียงศักดิ์บึ้งตึง ส่วนหน้าดาราณีซีดเผือด อลิสแอบยิ้มสะใจ พูดต่อ
       “อลิสเลยแอบถ่ายรูปเอาไว้ นี่ในมือถือก็มีนะคะ...แต่ที่ปริ้นท์ออกมาให้คุณอา เพราะอลิสกลัวว่าจะเห็นไม่ชัดนะค่ะ เดี๋ยวอลิสส่งเข้ามือถือคุณอาเลยยนะคะ”
       อลิสทำท่าหยิบมือถือออกมา แต่เกรียงไกรบอกเสียงเข้ม
       “ไม่ต้อง ขอบใจมากอลิสที่มาบอกอา”
       อลิสแอ๊บทำตาใสซื่อ “อลิสหวังดีกับน้ำหนึ่งน่ะค่ะ” แล้วหลอกด่าน้ำหนึ่ง “ไม่อยากให้เป็นเด็กใจแตก” และจงใจเน้นคำใส่ร้ายโดยพูดเป็นนัย” อลิสอยากให้น้ำหนึ่ง ”เจอ” แต่เรื่อง ”ดีๆ” ค่ะ”
       ไม่นานนัก รถของเกรียงศักดิ์แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ เกรียงศักดิ์กับดาราณีหน้าบึ้งตึง ขณะที่ลงจากรถ ในมือเกรียงศักดิ์ถือรูปนับสิบ ถามนวลเสียงแข็งที่วิ่งเข้ามารับ
       “น้ำหนึ่งอยู่ไหน”
       นวลกับตาหวานตกใจ ทำตัวแทบไม่ถูก นวลตอบตะกุกตะกัก
       “อยู่ในห้องค่ะ”
       เกรียงศักดิ์และดาราณีเดินลิ่วเข้าไปด้านใน
      
       ส่วนน้ำหนึ่งอยู่ในห้อง ยืนกัดพิซซ่าค้างคืนอยู่ เสียงโทรศัพท์ดัง น้ำหนึ่งรับสายทันที
       “คะพี่เพชร”
       เพชรอยู่ที่ไซต์งาน คุยกับน้ำหนึ่ง
       “พี่มาส่งขนมจีบแล้วจ้ะ”
       ที่บ้านเชิงเขา เสียงของเพชรดังลอดออกมาจากโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่ พลอยนั่งนิ่งฟัง แต่สีหน้าไม่สบายใจ ทับทิมเองก็ยืนฟังลุ้นๆ ขณะที่น้ำหนึ่งยิ้มมีความสุข
       “มาช้าจังเลยค่ะ...เมื่อเช้าน้ำหนึ่งรอก็ไม่มา”
       พลอยฟังอยู่ยิ้มพอใจ คิดในใจ น้องชายฉันก็ไม่ได้สนใจแกเท่าไหร่
       ส่วนเพชรยิ้ม ขณะตอบน้ำหนึ่ง
       “ใจจริงพี่อยากส่ง ”ขนมจีบ” ให้น้ำหนึ่งทั้งวันเลย แต่พี่กลัวน้ำหนึ่งจะเบื่อ เลยค่อยๆ ส่งมา”
       พลอยที่ฟังโทรศัพท์ชักไม่พอใจ น้ำหนึ่งตอบเพชรกลั้วหัวเราะ
       “น้ำหนึ่งชอบทาน ”ขนมจีบ” พี่เพชรส่งมาได้ทั้งวันเลยค่ะ”
       พลอยฟังโทรศัพท์ตาเขียวปั้ด ไม่พอใจมาก กลัวว่าเพชรจะกลายเป็นพวกน้ำหนึ่ง และหลงรักน้ำหนึ่งจริงๆ ไม่ได้หึงหรือหวง
      
       ขณะเดียวกันเกรียงศักดิ์เดินขึ้นบันไดมา หน้าตาบึ้งตึง มีดาราณีเดินตามหลังสีหน้าร้อนใจเหมือนกัน นวลกับตาหวานได้แต่แหงนหน้ามองตาม ร่างสองคนที่เดินพ้นบันไดไป ตาหวานกังวลหนัก
       “พี่น้ำหนึ่งเละแน่ๆ”
      
       สองคนมองตามด้วยความวิตก และเป็นห่วงน้ำหนึ่งมาก

       น้ำหนึ่งคุยกับเพชรต่อ เจอเพชรถามอ้อนเสียงหวาน
      
       “ทานข้าวหรือยังครับ”
       “ยังค่ะ...แต่ทานพิซซ่าเมื่อคืน…” ในมือถือพิซซ่า
       “อ้าว!น้ำหนึ่งทานไม่หมด”
       “จริงๆ หมดค่ะ...แต่น้ำหนึ่งอยากเก็บพิซซ่าของพี่เพชร ไว้ทานนานๆ”
       ประตูถูกเปิดออก เกรียงศักดิ์เดินเข้ามาหน้าตึง ได้ยินพอดี
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งตกใจมาก “คุณพ่อ...”
       พิซซ่าหล่นร่วงลงจากมือ ขณะที่อีกมือน้ำหนึ่งถือมือถือเอาไว้อยู่
       เพชร พลอย และทับทิม จึงได้ยินเสียงทุกอย่าง ทุกคนฟังอย่างระทึกใจ
       “นี่มันอะไร”
       เกรียงศักดิ์ปารูปนับสิบใส่หน้าน้ำหนึ่ง ท่าทางโกรธจัด น้ำหนึ่งตกใจ มือถือของน้ำหนึ่งหล่นลงบนเตียงแต่ไม่ได้ตัดสาย
       น้ำหนึ่งหยิบรูปภาพขึ้นมาดู เห็นเป็นรูปของเพชร ในชุดพิซซ่า และทุกเหตุการณ์ น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือดตกใจมาก เกรียงศักดิ์ตะคอกเสียงดัง
       “อร่อยมากใช่มั้ยพิซซ่า”
       พูดแค่นั้นเกรียงศักดิ์ก็ปัดกล่องพิซซ่าที่วางอยู่บนโต๊ะทิ้ง น้ำหนึ่งมองอย่างตื่นตะลึง และตกใจ เกรียงศักดิ์เสียงดังเดินเข้าไปตะคอกใส่ใกล้ๆ
       “อร่อยมากนักใช่มั้ย”
       น้ำหนึ่งเนื้อตัวสั่น ดาราณีได้แต่ยืนตัวสั่นแต่ไม่ห้าม เกรียงศักดิ์ตะเบ็งเสียงดังลั่นห้อง
       “ทั้งๆ ที่พ่อห้ามแกไม่ให้คบกับไอ้กุ๊ยนั่น แต่แกก็ยังแอบคบ วางแผนหลอกล่อให้มันมาหา แกทำอย่างนี้มันเหมือนให้ไอ้กุ๊ยนั่นเอาเท้ามาเหยียบหน้าพ่อ”
       เพชรฟังด้วยความสลดใจ สงสารน้ำหนึ่ง แต่พลอยและทับทิมสาแก่ใจ ยิ่งได้ฟังเสียงร้องไห้ของน้ำหนึ่งที่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ พลอยกับทับทิมก็ยิ่งสะใจ
       ดาราณีถามขึ้น
       “ทำไมทำอย่างนี้น้ำหนึ่ง”
       “น้ำหนึ่งไม่ได้ตั้งใจ”
       เกรียงศักดิ์เสียงดังลั่น โกรธขึ้นมาอีก “ไม่ได้ตั้งใจ นี่ถ้าแกตั้งใจ แกคงตั้งบันไดให้มันปีนเข้ามาหาแกถึงห้องใช่มั้ยน้ำหนึ่ง?” เกรียงศักดิ์บันดาโทสะของขึ้น “นี่เองที่เค้าเรียกว่าเสนอตัวให้ผู้ชาย”
       น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ เพชรสงสารจับใจ ส่วนพลอยสะใจ แต่สะท้อนใจอยู่ในคำพูดนั้นมือของพลอยเกร็ง สั่น
       เกรียงศักดิ์ปราดเข้ามากระชากร่างน้ำหนึ่ง คำราม
       “ถ้าแกทำตัวง่ายแบบนี้ ผู้ชายมันก็มองแกเป็นแค่ของเล่น”
       มือพลอยสั่นระริกยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเจ็บช้ำ
       เกรียงศักดิ์ด่ากราด “อย่าให้ฉันเห็นแกอยู่กับมันอีก ไม่งั้นมันตาย”
       เกรียงศักดิ์เดินออกไปเลย น้ำหนึ่งกลัวจนตัวสั่น ดาราณีพูดเป็นเชิงตำหนิ
       “แม่จะไม่ปลอบใจลูก เพราะแม่เห็นด้วยกับพ่อทุกอย่าง” คุณหญิงเสียงเครือ รู้สึกสะเทือนใจ “ไม่มีผู้ชายคนไหน จะรัก จะยกย่อง ผู้หญิงใจง่าย จำไว้นะน้ำหนึ่ง”
       ดาราณีเดินออกไป น้ำหนึ่งร้องไห้โฮอยู่เพียงลำพัง
       ส่วนพลอยกรีดร้องออกมาสุดเสียง จนน้ำหนึ่งสะดุ้ง เพราะเสียงพลอยดังลอดโทรศัพท์ออกมา น้ำหนึ่งตกใจคว้ามาดู ขณะที่เพชรรีบตัดการสนทนาสามสายทิ้งทันที
      
       พลอยเนื้อตัวเกร็ง ตาเหลือกลานเจ็บปวด ทับทิมตกใจ
       “พลอย พลอย เป็นอะไรลูก”
       พลอยไม่ตอบ ทั้งเนื้อทั้งตัวสั่น น้ำตาไหลพราก ภาพแห่งความหลัง ประเดประดังแล่นเข้ามาในความคิดราวสายน้ำ และมันล้วนเป็นความคิดที่เจ็บปวดเหลือใจ
      
       ฉากหนึ่งเกิดขึ้นในห้องทำงานของเกรียงศักดิ์ พลอยยืนหน้าซีด น้ำตาไหล ขณะที่เกรียงศักดิ์ด่าทอต่อว่า
       “ฉันจะไม่เสียเวลากับเธออีกแล้วนะพลอย ออกไป”
       “แต่พลอยเป็นเมียท่าน และพลอยก็ไม่ยอมให้ท่านทิ้งพลอยไปง่ายๆ”
       “แต่เธอเป็นฝ่ายเสนอตัวให้ฉันเอง เธอทำทุกวิถีทางที่จะจับผู้ชาย”
       ดาราณีเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำด้านใน มองพลอยอย่างรังเกียจ
       “เธอทำตัวเอง...ไม่มีผู้ชายคนไหน จะรัก จะยกย่อง ผู้หญิงใจง่าย จำไว้นะพลอย”
       ว่าแล้วก็คล้องแขนเกรียงศักดิ์ “ไปค่ะคุณ”
      
       เกรียงศักดิ์เดินออกไปกับดาราณีโดยไม่สนใจใยดี  พลอยร้องไห้ ทั้งเจ็บทั้งอาย


  


       ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด พลอยที่นั่งอยู่บนรถเข็น ดิ้นเร่าๆ ทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งแค้นใจ ทับทิมพยายามจับตัวเอาไว้ เพชรโทร.กลับมา เสียงโทรศัพท์บ้านดังลั่น แต่ทับทิมยังยื้อเรียกสติพลอย
      
       “พลอยๆๆ”
       พลอยตะโกนลั่น “แกดูถูกฉัน ฉันจะฆ่าแก...ฉันจะฆ่าแก”
       พลอยคว้าเอามีดที่วางอยู่แถวนั้น พร้อมเลื่อนรถเข็นไปที่ต้นไม้ใกล้ๆ แล้วใช้มีดฟันที่ต้นไม้
       อย่างแรง เห็นยางไม้ไหลออกมา ดูน่ากลัว พลอยกระหน่ำฟันต้นไม้ไม่ยั้ง ทับทิมคว้ามือของพลอยเอาไว้ ร้องห้าม
       “พอแล้วลูก..พอ”
       พลอยพยายามจะฟันอีก แต่ถูกทับทิมยึดมือเอาไว้แน่น ส่วนเพชรหน้าเครียด ที่ไม่มีคนรับ
       โทรศัพท์ เพชรวางสายลงท่าทีกลัดกลุ้ม
       ฟากพลอยอ่อนแรง ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “พลอยเกลียดมัน มันด่าพลอย พลอยเป็นผู้หญิงใจง่าย อยากมีผัวจนตัวสั่น”
       ทับทิมน้ำตาไหล กอดประคองศีรษะพลอยแนบอกตัวเองที่ยืนอยู่
       “มันไม่ได้ด่าพลอย มันด่าลูกมัน”
       พลอยเถียง “ไม่จริง...” จู่ๆ กรีดร้องเสียงดัง “มันด่าพลอย ..มันด่าพลอย มันด่าพลอย”
       ทับทิมทนไม่ได้ กรีดร้องใส่หน้าบ้าง “แล้วที่แกมานั่งร้องกรี๊ดๆ อย่างนี้มันจะช่วยอะไรได้ เลิกตอกย้ำความเจ็บปวดเดิมๆ ซักที” ทับทิมเน้นคำ “แกต้องคิด คิดจะทำยังไงให้ลูกมันต้องเจ็บเร็วกว่านี้ ปวดกว่านี้”
       พลอยเริ่มนิ่ง ตั้งสติฟังทับทิม
       “วางไม่เป็น มันก็เย็นไม่ได้”
       พลอยตาวาว “แม่จะให้พลอยเย็น”
       ทับทิมบอกเสียงดุ “ไม่ได้ให้เย็น แต่ให้แกหัดคิด หัดทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอนอย่าฟุ้งซ่าน จำไว้ คนบ้าไม่เคยทำอะไรสำเร็จ”
       ทับทิมเดินเข้าบ้านไป เพราะนึกฉุนและโกรธเหมือนกัน
       ส่วนพลอยนั่งนิ่งเหมือนฟังและคิดตาม พึมพำเบาๆ เหมือนไม่เชื่อ
       “คนบ้า..ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ”
       ริมฝีปากของพลอยเหยียดยิ้มเยาะออกมา แล้วหยิบมีดขึ้นมาใหม่ คราวนี้พลอยค่อยๆ กด
       และกรีดต้นไม้ต้นนั้นให้ยางมันไหลออกมา ค่อยๆ ออกแรงหนักขึ้น หนักขึ้น จนเห็นยางต้นไม้ไหลออกมา ถึงจะเป็นสีขาว แต่กลับดูเหมือนสีเลือด
      
       พลอยแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ขณะปักมีดลงไปอย่างแรงดังฉึก!
      
       พลอยไม่รู้ว่ารจนาถือปิ่นโตเดินมาชะงัก มองภาพของพลอยอย่างตกใจกลัว ก่อนถดตัวถอยร่นหนีกลับบ้านไป
      
       สองพี่น้องอยู่ที่บ้าน พจนีย์กระชากปิ่นโตจากมือของรจนาพร้อมเอ็ด
       “แกนี่มันปัญญาอ่อนจริงๆเลยยัยรจ กะอีแค่พี่พลอยเอามีดปักต้นไม้ ก็กลัวเนื้อตัว
       สั่น
       “ก็ท่าทางของพี่พลอยน่ากลัวนี่คะ”
       พจนีย์มองน้องแล้วพูดล้อๆ “กลัวเหรอ ดี...งั้นต่อไป” ชูปิ่นโต “พี่จะเอากับข้าวไปให้พี่พลอยเอง แกไม่ต้องไป อยู่บ้านทำหน้าเป็นปลาสำลักน้ำอย่างนี้นี่ล่ะ”
       “แต่กับข้าว รจเป็นคนทำนะ” รจนาท้วง
       “จะพี่ จะน้องทำก็เหมือนกันล่ะ อีกอย่าง...แกไม่ได้สนใจพี่เพชรอยู่แล้ว จะโชว์ฝีมือทำไม? พี่จะเอาไปเอง ก่อนจะเจอพี่เพชร พี่จะเข้าทางพี่พลอย”
       พจนีย์หัวเราะคิกชอบใจ รจนาทำเฉยไม่พูดอะไร
      
       พอพจนีย์ออกจากบ้านไป รจนารีบแอบเดินเข้ามาในห้อง ก่อนกดโทรศัพท์หาใครบางคน พอปลายสายรับ รจนาก็รีบบอกเอาหน้า
       “พี่พลอยขา...รจทำกับข้าวอร่อยๆ ไปให้...แต่พี่พจน์จะเป็นคนเอาไปนะคะ”
       พลอยบอกห้วนสั้นๆ
       “ขอบใจมากจ้ะ” พลอยวางสายอย่างอารมณ์เสีย “ใครเค้าอยากจะกินของของพวกแก”
      
       พลอยเขวี้ยงโทรศัพท์ลงบนเตียง ยังอารมณ์เสีย สืบเนื่องจากตอนกลางวัน
      
       คืนนั้นทับทิมโทร.มือถือคุยกับเพชรเสียงดุ
       “วันหลังไม่ต้องให้ยัยพลอยฟังสามสายแล้วนะ ฟังแล้วก็เป็นบ้า”
       เพชรที่อยู่คอนโดถามด้วยความเป็นห่วง
       “แล้วตอนนี้พี่พลอยเป็นยังไงบ้างครับ”
       ทับทิมเสียงอ่อนลง “แม่ให้กินยานอนหลับ หลับไปแล้ว..แล้วเพชรล่ะได้คุยกับยัยเด็กนั่น
       หรือยัง”
       “ยังเลยครับ”
       ทับทิมพูดน้ำเสียงเยาะหยัน “โทร.ไปหามันหน่อยไป...ถูกพ่อแม่ด่าขนาดนี้...แม่ว่า..คนเดียวที่มันต้องการคือแก” ทับทิมสำทับเสียงเจ้าเล่ห์ “หยอดเข้าหน่อย หว่านเข้าหน่อย...ทีนี้...อยากได้อะไร...มันก็เข้าทางแกหมดแหละเพชรเอ๊ย”
       ทับทิมหัวเราะแล้ววางสาย
      
       ส่วนเพชรหน้าเครียดมองมือถือในมือตัวเอง ครุ่นคิดว่าจะทำอะไรต่อ แล้วในที่สุดก็ได้แต่ถอนใจ


  


       น้ำหนึ่งหัวใจสลายร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ หยิบรูปตกพื้นขึ้นมาดู มองโทรศัพท์ ไม่มีสายเรียกเข้าจากเพชร น้ำหนึ่งยิ่งเดียวดายว้าเหว่ใจ ได้แต่ก้มหน้าซบหน้าลงแนบเข่าร้องไห้
      
       แต่แล้วน้ำหนึ่งก็ต้อง สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงเรียกเข้า รีบคว้าโทรศัพท์มาดู เห็นเป็นเบอร์เพชร น้ำหนึ่งยิ้มดีใจรีบรับ
       “พี่เพชร” น้ำหนึ่งถามรัวเร็ว “พี่เพชรได้ยินใช่มั้ยคะ”
       เพชรอยู่ที่คอนโดหน้าหมองเศร้าขณะพูดโทรศัพท์ ใจจริงไม่อยากโทร. เพราะสงสารน้ำหนึ่ง แต่ต้องโทร.
       เพชรถอนหายใจ “ครับ” ก่อนจะหยอดซึ้งๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แต่น้ำหนึ่งไม่ต้องกลัวนะครับ ต่อให้โลกจะถล่ม ฟ้าจะทลาย พี่ก็จะไม่ทิ้งน้ำหนึ่งไปไหน พี่จะอยู่เคียงข้างน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งร้องไห้โฮด้วยความดีใจ
       ขณะเดียวกันที่ด้านหน้าห้อง เห็นเพียงเงาของใครคนหนึ่งมาหยุดยืนที่หน้าประตู ที่แท้เป็นเกรียงศักดิ์ ที่ยืนหน้าเครียดปนเศร้า กำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง อย่างเป็นห่วง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงน้ำหนึ่งลอดออกมาว่า
       “น้ำหนึ่งใจดีใจที่สุดเลยค่ะ ที่ได้ยินพี่เพชรพูดอย่างนี้...คุณพ่อคุณแม่โกรธน้ำหนึ่งแล้ว...พี่เพชรอย่าทิ้งน้ำหนึ่งอีกนะคะ”
       สีหน้าแววตาของเกรียงศักดิ์ในดวงหน้าที่ฉายความอ่อนโยนเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
       ขณะที่เพชรบอกน้ำหนึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงไปด้วยความเห็นใจต่อ
       “จ้ะ...พี่จะไม่ทิ้งน้ำหนึ่งไปไหน...เราจะร่วมกันฟันฝ่าจนกว่าพ่อแม่น้ำหนึ่งจะเห็นใจดึกมากแล้ว..น้ำหนึ่งนอนซะนะ พรุ่งนี้เราจะตื่น มาพบกันใหม่ หลับฝันดีจ้ะ”
       “ค่ะพี่เพชร..หลับฝันดีค่ะ”
       น้ำหนึ่งวางสาย ความเศร้าใจไม่เหลือแล้ว มีแต่อารมณ์รักละมุนละไมอบอุ่นหัวใจตาม
       ประสาเด็กสาวเมื่อพบเจอแรกรัก
       ส่วนเพชรทันทีที่วางสาย ก็เหวี่ยงโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียง สีหน้ามีแต่ความเสียใจ เศร้าใจ สับสนปนเปไปหมด
      
       ฟากเกรียงศักดิ์ ยกมือทำท่าจะทุบประตูแต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ มือของเกรียงศักดิ์ค้างอยู่อย่างนั้น และกำมือแน่นสั่นระริก ด้วยความโกรธแค้นอย่างรุนแรง
      
       เกรียงศักดิ์กลับเข้ามาในห้องนอนตะเบ็งเสียงใส่ดาราณีด้วยความโกรธลูกสาวที่ขัดคำสั่ง
       “น้ำหนึ่งทำกับเราขนาดนี้ ลูกกำลังลองดี” เกรียงศักดิ์พูดเสียงเข้มขึ้น “ลูกกำลังลองดีกับผม”
       “ลูกยังเด็ก ให้เวลาลูกหน่อยเถอะค่ะคุณ”
       “เด็กเหรอ...รู้จักคบผู้ชาย มีความรัก มันไม่เด็กแล้ว ลูกคงอยากลองดีกับผมจริงๆ”
       “ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณ พรุ่งนี้อะไรๆ ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้”
       เกรียงศักดิ์มองมาไม่พอใจ “อะไรๆ ก็อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ คุณยังหวังอย่างนั้นอยู่เหรอ”
       “จะเอาอะไรแน่กับใจคนล่ะคะ ลูกก็เหมือนกัน ลูกยังเด็ก ตอนนี้แกอาจจะกำลังสับสน วุ่นวาย พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมา แกอาจจะคิดได้ก็ได้...คุณก็รู้...ที่ผ่านมาน้ำหนึ่งไม่เคยเป็นเด็กดื้อรั้น”
       “คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ เพราะไอ้กุ๊ยเพชรไง ลูกถึงได้กลายเป็นคนดื้อด้าน...ได้...ถ้าอยากจะลองดี ผมก็จะทำให้ดู”
       เกรียงศักดิ์พูดด้วยความโกรธลูกสาว เกลียดเพชรเข้าไส้ ดาราณีมีสีหน้าหนักใจ
      
       รุ่งเช้าน้ำหนึ่งแต่งตัวในชุดจะออกไปทำงาน จะออกจากบ้าน วงหน้าของน้ำหนึ่งไม่เศร้าอีกแล้วเพราะได้กำลังใจจากเพชร พอเห็นนวลกับตาหวาน น้ำหนึ่งก็ถาม
       “คุณพ่อ คุณแม่ออกไปแล้วเหรอ”
       “ค่ะ”
       น้ำหนึ่งจะออกไป นวลเรียก
       “คุณน้ำหนึ่งคะ...” น้ำหนึ่งหันมามอง นวลพูดต่อ มีความอาทรอยู่ในน้ำเสียงแววตากังวล “ท่านหวังดี คุณน้ำหนึ่งอย่าดื้อกับท่านเลยนะคะ”
       น้ำหนึ่งมองมายิ้มๆ “ค่ะป้านวล...น้ำหนึ่งก็เสียใจเหมือนกัน ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ”
       “ว้า” ตาหวานหน้างอเสียใจแบบเด็กๆ หมดลุ้น “อย่างงี้ก็แปลว่า...พี่น้ำหนึ่งจะเลิกคบกับพี่
       คนนั้นเหรอคะ? โถ!อุตส่าห์ได้เจอชายในฝัน พี่น้ำหนึ่งไม่น่าตัดสินใจอย่างนี้เลย”
       “ก็ใครว่าพี่จะเลิกคบ “พี่คนนั้น” ล่ะจ๊ะตาหวาน”
       นวลตาโต “หมายความว่ายังไงคะคุณน้ำหนึ่ง....ก็ไหนว่าคุณน้ำหนึ่งเสียใจ”
       น้ำหนึ่งบอกอย่างจริงจัง “น้ำหนึ่งเสียใจจริงๆ ค่ะที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ....แต่น้ำหนึ่งกับพี่เพชรตกลงกันแล้ว ว่าเราจะพิสูจน์ความรัก ความจริงใจ จนกว่าคุณพ่อคุณแม่ท่านจะเห็นใจ”
       นวลเหวอทันที “คุณน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งยิ้มล้อๆ “น้ำหนึ่งไปทำงานก่อนนะคะป้านวล...ตาหวาน”
       น้ำหนึ่งเดินออกไป ตาหวานยกมือทำท่าฮึด
       “มันต้องอย่างนี้สิคะพี่น้ำหนึ่ง ฮึ้ย”
       ตาหวานยิ้ม ออกอาการลุ้นมาก แต่นวลทำท่าหนักใจ
       “โธ่เอ๊ย!คุณน้ำหนึ่ง”
      
       น้ำหนึ่งนั่งอยู่ในรถโดยมีคนขับรถ ขับพาน้ำหนึ่งออกไป
      
       ส่วนด้านหลังเพชรซึ่งจอดรถดักรออยู่ รีบขับรถตามไป โดยไม่ทันสังเกตว่าด้านหลังมีรอมอเตอร์ไซค์อีกคันดักซุ่มรออยู่ และขี่ตามรถเพชรไปเช่นกัน

      ขณะที่น้ำหนึ่งนั่งอยู่บนรถที่ขับแล่นมาบนถนนสายหนึ่ง เสียงสัญญาณไลน์ดัง น้ำหนึ่งรีบคว้ามือถือมาเปิดดู เห็นเป็นรูปสติ๊กเกอร์คนทำท่าทักทาย
      
       น้ำหนึ่งส่งสติ๊กเกอร์กลับไป มีเสียงเข้ามาอีก คราวนี้เป็นตัวหนังสือ
      
       น้ำหนึ่งอ่านเบาๆ “น้ำหนึ่งทำงานวันแรก พี่จะไปส่งน้ำหนึ่งนะครับ”
       น้ำหนึ่งทำหน้าฉงน ตอบกลับไป
       “ได้ยังไงคะ”
       เพชรส่งไลน์กลับมาเป็นข้อความ
       “น้ำหนึ่งก็...หันมามองข้างหลังสิ”
       น้ำหนึ่งหันขวับไปมอง เห็นเพชรขับรถตามหลังอยู่ น้ำหนึ่งมองเพชร ยิ้มอย่างดีใจ เพชรโบกมือทักน้ำหนึ่ง ก่อนทำท่าให้น้ำหนึ่งรีบหันกลับมากลัวคนขับรถเห็น น้ำหนึ่งหันหน้ากลับมาเหมือนเดิม นั่งอมยิ้ม แอบมองเพชรจากกระจกด้านหน้า ทำท่าปกติเพื่อไม่ให้คนขับรถสังเกต แต่นั่งยิ้มและส่งไลน์ตลอดทาง เด็กสาวมีความสุขหวานไหวไปกับความรักมากๆ
      
       ไม่นานต่อมา คนขับรถส่งน้ำหนึ่งที่หน้าบริษัท คนขับบอก
       ไตอนเย็นผมมารับนะครับ”
       “น้ำหนึ่งมีธุระ เดี๋ยวกลับเอง”
       “ไม่ได้ครับ ท่านสั่งให้ผมคอยอำนวยความสะดวกให้คุณน้ำหนึ่งทุกอย่าง”
       น้ำหนึ่งพยักหน้าแกนๆ แบบยอมจำนน คนขับรถขับออกไป น้ำหนึ่งหันไปมองเพชรที่จอดรถอยู่ด้านหลัง ยิ้มให้ แต่ไม่กล้าเดินไปหา เพราะรถของที่บ้านยังติดอยู่แถวนั้นอยู่ เพชรโบกมือทำท่าให้น้ำหนึ่งเข้าออฟฟิศ น้ำหนึ่งอิดออด เพชรโทร.มาน้ำหนึ่งรับ
       “คะพี่เพชร”
       “เข้าไปทำงานได้แล้วจ้ะ”
       น้ำหนึ่งอิดออดมองเพชรตาละห้อย “แต่น้ำหนึ่งอยากคุยกับพี่เพชร”
       “พี่ต้องไปทำงาน น้ำหนึ่งเองเพิ่งมาทำงานวันแรก ก็ต้องรีบไปทำงานเหมือนกัน ตอนเย็น...เดี๋ยวพี่มารับกลับบ้าน แล้วเจอกันจ้ะ”
       น้ำหนึ่งยิ้มหวาน “แล้วเจอกันค่ะพี่เพชร”
       เพชรโบกมือให้น้ำหนึ่งอีกที ก่อนรถจะเคลื่อนตัวไป น้ำหนึ่งมองตามรถของเพชรจนเห็นปะปนไปกับรถคันอื่น น้ำหนึ่งถึงเดินเข้าตึก ระหว่างนั้นมอเตอร์ไซค์คันเดิมที่ตามเพชรและน้ำหนึ่งมาตั้งแต่บ้าน หยิบมือถือขึ้นมาคุยกับใครบางคน ขณะขี่รถตามเพชรต่อไป
      
       ฟากนิ้งยังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนที่นอน ลุกขึ้นมากรี๊ด
       “แอร๊ยย..อิน ฟิน จิกหมอน” ไม่พูเปล่าทำท่าทางไปด้วย “ทำไมพี่เพชร โรแมนติกขนาดนี้”
       น้ำหนึ่งเดินคุยโทรศัพท์ ขึ้นออฟฟิศพร้อมรอยยิ้ม
       “พี่เพชรดีกับเค้ามากจริงๆ เลยนิ้ง”
       “อย่างนี้รักตายเลยใช่ป่ะ”
       “ใช่..พี่เพชรทำให้เค้ามีกำลังใจขึ้นเยอะเลย”
       “งั้นก็...สู้เพื่อรักต่อไปนะน้ำหนึ่ง”
       “จ้ะนิ้ง...เค้าจะสู้เพื่อรัก...เพราะเค้ารักพี่เพชร รักจริงๆ”
       “เค้าว่าพี่เพชรต้องรักตัวมากกกก...ไม่งั้น..พี่เพชรไม่ทำขนาดนี้หรอก”
       น้ำหนึ่งยิ้มเขินอาย ทั้งดีใจ ทั้งปลื้มใจ “พี่เพชรคือ คนในฝัน ของเค้าจริงๆ”
       น้ำหนึ่งวางสาย สีหน้าอิ่มเอม มีความหวัง และมีความสุขมาก
      
       ด้านเพชรจอดรถแล้วเดินเข้าไซต์งาน เพื่อนทัก
       “วันนี้มาสายจังเพชร”
       “เมื่อเช้ามีธุระนิดหน่อย มีอะไรรึเปล่า”
       “นายโทร.มาบอก ให้นายไปไซต์งานที่ระยอง” เพื่อนบอก
       “โอเค...งั้นถ้าทางนี้มีอะไร นายโทร.บอกแล้วกัน”
       “โอเค”
       เพชรเดินกลับมาขึ้นรถ แล้วขับออกไป มอเตอร์ไซค์ที่ตามมาตั้งแต่เช้า ขับตามไป
      
       เพชรขับรถมาตามทางมุ่งหน้าไปไซต์งานที่ระยอง พอถึงจังหวะทางเปลี่ยว ไม่ใช่ทาง
       หลัก เพชรเห็นรถกระบะตามมาประกบเบียดแซง ไร้เหตุผล
       “ขับรถประสาอะไร”
       เพชรพยายามขับรถใจเย็น หลีกเลี่ยงการปะทะ แต่แล้วรถกระบะคันนั้นกลับปาดมาขวาง
       หน้า แทบชน เพชรเบรกหัวทิ่ม ร้องออกมาด้วยความโมโห
       “เฮ้ย!
       เพชรก้าวลงมา คนร้ายในรถกระบะก็ลงมา ไม่มีการพูดอะไรทั้งนั้น พอลงมาถึงมันก็กรูกันลงมากระชากร่างเพชรเข้ามาอัด เพชรพยายามสู้ แต่เป็นสามรุมหนึ่ง เพชรสู้ไม่ไหว ร่างร่วงผล็อยลงไปนอนกองกับพื้น หนึ่งในคนร้ายทำท่าจะยกเท้ากระทืบอีก อีกคนที่เป็นหัวโจกร้องห้าม
       “พอแล้ว! เดี๋ยวมันตาย”
       “แต่” อีกคนทำท่าอยากกระทืบซ้ำ
       “ท่านบอก “แค่สั่งสอน” กลับ”
       หนึ่งในคนร้ายเตะเพชรอีกโครม ก่อนเดินขึ้นรถขับออกไป เพชรขบกรามแน่นได้ยินเต็มสองหูโกรธจัด
       “ท่าน!”
      
       สีหน้าเพชรมีแต่ความคั่งแค้น ปะปนไปด้วยความเจ็บปวด ทั้งกายและใจ


  


       ส่วนเกรียงศักดิ์ และดาราณีเดินเคียงข้างใบหน้ายิ้มแย้ม ออกงานคู่กันตามปกติ วันนี้ออกงานในห้างหรู งานเสร็จสิ้นลง ผู้คนยกมือไหว้ล่ำลา เกรียงศักดิ์ยิ้มละไม ท่าทางอารมณ์ดี
      
       ระหว่างเดินออกมาที่รถ ดาราณีถามพร้อมรอยยิ้ม
       “หายโกรธลูกหรือยังคะ”
       เกรียงศักดิ์เยื้อนยิ้มอ่อนโยน “ความจริงผมก็ไม่ได้โกรธอะไร แค่เป็นห่วงน้ำหนึ่งมากกว่า คุณก็รู้...”
       “รู้สิคะ...ฉันถึงอยากให้คุณใจเย็นๆ...วัยขนาดน้ำหนึ่ง ต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ต้องใช้ไม้อ่อน เพราะถ้าใช้ไม้แข็ง ลูกจะเตลิด”
       “ผมจะพยายามใจเย็นให้มากกว่านี้...ขอบคุณมากที่เมื่อคืนให้สติผม ไม่งั้นป่านนี้ไอ้หมอนั่น เละไปแล้ว”
       “ฉันรู้ว่าคุณพูดไปเพราะโมโห เอาเข้าจริง...คุณทำร้ายใครไม่ได้หรอกค่ะ งั้นเดี๋ยวเสร็จงานแล้ว พาลูกไปทานข้าวนะคะ”
       “เดี๋ยวผมโทร.หาลูกเดี๋ยวนี้เลย”
       สองสามีภรรยายิ้มให้กัน ก่อนเดินขึ้นรถ คนขับรถขับรถออกไป ขณะที่เกรียงศักดิ์หยิบ
       มือถือขึ้นมา
      
       ขณะที่น้ำหนึ่งทำงานอยู่ เสียงมือถือดัง น้ำหนึ่งรับ
       “คะพี่เพชร...” นิ่งฟังแล้วสีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจ “อะไรนะคะ ตอนนี้พี่เพชรอยู่โรงพยาบาล....ถูกรุมทำร้าย น้ำหนึ่งจะรีบไปเดี๋ยวนี้คะ” น้ำหนึ่งหันไปทางเพื่อน “เรามีธุระด่วน กลับก่อนนะ”
       น้ำหนึ่งรีบคว้ากระเป๋าเดินตัวปลิวออกไปจากออฟฟิศอย่างร้อนใจ
      
       ฟากเพชรนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล วางมือถือลง เพชรบาดเจ็บมากเอาการ ใบหน้าเขียวช้ำ ปูดบวม ต้องให้น้ำเกลือ ดวงตาของเพชรเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เสียงคนร้ายดังก้องในหัว
       “พอแล้ว!เดี๋ยวมันตาย”
       “แต่” อีกคนทำท่าอยากกระทืบซ้ำ
       “ท่านบอก “แค่สั่งสอน” กลับ”
      
       เพชรมั่นใจว่าเป็นฝีมือเกรียงศักดิ์ โกรธแค้นมากๆ ขบกรามแน่ คำรามออกมา
       “ไอ้เกรียงศักดิ์ ไอ้เลว....”
       สีหน้าเพชรไม่เหลือเยื่อใยความสงสารให้น้ำหนึ่งอยู่เลย
      
       เกรียงศักดิ์นั่งอยู่บนรถโทรศัพท์หาน้ำหนึ่ง ดาราณีถาม
       “ลูกไม่รับสายเหรอคะ”
       “สายไม่ว่างเลย...เดี๋ยวผมโทร.ใหม่”
       เกรียงศักดิ์กดโทร.ใหม่ น้ำหนึ่งกำลังจะเดินออกนอกออฟฟิศ เสียงมือถือดัง กดรับด้วยสีหน้ากังวล “คะคุณพ่อ”
       เกรียงศักดิ์นั่งอยู่บนรถกับดาราณี บอกกับน้ำหนึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
       “น้ำหนึ่งเย็นนี้เลิกงานแล้ว...เดี๋ยวพ่อกับแม่รับไปทานข้าวนะลูก”
       “เอ่อ...น้ำหนึ่งไปไม่ได้ค่ะ...วันนี้เพิ่งทำงานวันแรก...มีงานกองเต็มเลย...ไว้วันหลังนะคะ”
       เกรียงศักดิ์หน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งแต่ยังยิ้มได้ “งั้นตั้งใจทำงานนะลูก”
       น้ำหนึ่งหน้าจ๋อยเสียใจเหมือนกันที่โกหกแต่ห่วงเพชร “ค่ะ”
       เกรียงศักดิ์บอกด้วยเสียงอ่อนโยน “น้ำหนึ่ง..พ่อกับแม่...รักหนูมากนะลูก”
       “ค่ะ...คุณพ่อ”
       น้ำหนึ่งมีสีหน้าสับสนวุ่นวายใจอย่างที่สุด แต่ตัดสินใจเดินออกไปพร้อมโทรศัพท์
       “พี่เพชรรอน้ำหนึ่งเดี๋ยวนะคะ...น้ำหนึ่งจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
      
       ขณะเดียวกันที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง อลิสนั่งทานข้าวกับเพื่อนสาวเกย์คนสนิทลูกไล่คนเดิม ท่าทางมีความสุขมากๆ
       “สมน้ำหนึ่งยัยน้ำหนึ่ง ป่านนี้วิ่งแจ้นไปเฝ้าไอ้กุ๊ยเพชรที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ”
       เพื่อนบอกขำๆ “ร้ายว่ะอลิส”
       อลิสหัวเราะชอบใจ “ร้ายที่ไหน...ก็แค่ เบา..เบา”
       เพื่อนสาวลดเสียงเบาลง “แล้วถ้าเค้ารู้ว่าแกเป็นคนทำล่ะ”
       อลิสโวยลั่น “โอ๊ย! จะรู้ได้ยังไง๊ ในเมื่อฉันไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่สำคัญ ฉันย้ำกับคนของฉันแล้วย่ะ ให้กรอกหูให้ไอ้เพชร ว่า ”ท่าน” เป็นคนสั่งให้ทำ”
       เพื่อนสาวเอ่ยขึ้น แดกดันตามประสา “ตรรกะอลิสนี่เทพมากเลย ยิงปืนนัดเดียว นกร่วงมาทั้งฝูง”
       อลิสหัวเราะชอบใจใหญ่ “ฉันมั่นใจ ไอ้เพชรมันเอาคืนท่านแน่ๆ บอกได้คำเดียว นังน้ำหนึ่ง...เละๆๆ”
       อลิสหัวเราะอย่างสะอกสะใจมาก
      
       ด้านน้ำหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องผู้ป่วย เห็นเพชรนอนเจ็บอยู่บนเตียง น้ำหนึ่งวิ่งถลาเข้ามาหาเพชร เกาะที่ขอบเตียงร้องไห้โฮ
      
       “พี่เพชร”
       “น้ำหนึ่ง”
       “พี่เพชรเจ็บมากมั้ยคะ”
       “เจ็บกายไม่เท่าไหร่...แต่พี่เจ็บที่หัวใจ...ถ้าต่อไป...พี่จะไม่ได้เจอน้ำหนึ่งอีกแล้วจริงๆ” เพชรตัดพ้อ
       “ทำไมคะพี่เพชร” น้ำหนึ่งใจคอไม่ดี มองเพชรเขม็ง อยากรู้เรื่องใจเต้นไม่เป็นส่ำ
       เพชรแกล้งหันหน้าหนีทำเป็นสะเทือนใจ “ก็...คุณพ่อของน้ำหนึ่ง...คง..คง” เพชรแสร้งทำเป็นพูดอย่างยากเย็น “ไม่พอใจ”
       น้ำหนึ่งคิดเป็นตุเป็นตะ นึกถึง ตอนที่เกรียงศักดิ์ขู่ ว่าถ้าเห็นสองคนอยู่ด้วยกันอีก จะเอาเพชรถึงตาย
       “นี่หมายความว่า...ที่พี่เพชรเป็นอย่างนี้ เพราะคุณพ่อของน้ำหนึ่งใช่มั้ยคะ”
       เพชรแกล้งทำเป็นเบือนหน้าหนี ไม่อยากพูด นั่นยิ่งกระตุ้มต่อมอยากรู้ จนน้ำหนึ่งเขย่ามือเพชรร้องไห้ถาม
       “ใช่มั้ยคะ ที่พี่เพชรเป็นอย่างนี้ เพราะฝีมือคุณพ่อน้ำหนึ่งใช่มั้ย”
       เพชรทำท่าลำบากใจ หันหน้าหนี น้ำหนึ่งยิ่งกดดัน เขย่าร่างเพชรคาดคั้น
       “ใช่มั้ยคะพี่เพชร” เพชรไม่ตอบ น้ำหนึ่งบอกน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “น้ำหนึ่งจะไปพูดกับคุณพ่อ”
       น้ำหนึ่งจะผละไป เพชรหันมาคว้ามือน้ำหนึ่งไว้
       “อย่าน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งหันมา “พี่เพชร”
      
       เพชรดึงน้ำหนึ่งมากอด ทำทีเป็นปลอบประโลม


  


       น้ำหนึ่งกอดเพชรแน่นทั้งสงสารและเห็นใจ ความรู้สึกที่มีต่อเพชร ท่วมท้นอยู่ภายใน เพชรแกล้งปลอบเสียงอ่อนโยน อบอุ่น แต่ดวงตาแข็งกร้าว
      
       “อย่า...อย่าทำอย่างนั้น...ที่คุณพ่อทำเพราะท่านรักและหวังดีกับน้ำหนึ่ง”
       “แต่พี่เพชร...” น้ำหนึ่งมองทั่วร่างเพชร ด้วยความสงสาร
       เพชรดันตัวน้ำหนึ่งออก มองอย่างเทิดทูน “พี่เข้าใจคุณพ่อน้ำหนึ่ง เพราะถ้าเทียบกับน้ำหนึ่งพี่มันก็แค่คนธรรมดา ต่ำต้อย” เพชรพูดพร้อมกับเชยคางขึ้นมา “แต่น้ำหนึ่ง เป็นเหมือนดอกฟ้า สิ่งที่ท่านทำมันถูกแล้ว”
       “จะถูกได้ยังไง ให้คนมาทำร้ายกัน..คุณพ่อใจร้าย ใจร้ายที่สุด” น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ
       “ไม่เอาครับ น้ำหนึ่งอย่าร้องไห้” เพชรเอามือเช็ดน้ำตาพูดด้วยเสียงอ่อนโยน “พี่ยืนยันสิ่งที่ท่านทำ มันถูกแล้ว....” ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว “เพราะถ้าพี่เป็นท่าน พี่ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อตัดขาด ผลักไส คนที่ไม่คู่ควรน้ำหนึ่ง ออกไปจากชีวิต”
       น้ำหนึ่งได้ฟังเหมือนใจจะขาดรอนๆ “แปลว่าต่อไป...พี่เพชรจะไม่ติดต่อกับน้ำหนึ่ง”
       เพชรกลับส่ายหน้า “พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น...แต่พี่จะทำทุกอย่าง...เพื่อให้ตัวเองทัดเทียมเท่ากับน้ำหนึ่ง คุณพ่อท่านจะได้เห็นใจ”
       “พี่เพชร” น้ำหนึ่งหลงคำหวาน มองอย่างตื้นตันและซาบซึ้งใจมาก
       เพชรลูบหน้าปัดผมให้ท่าทางใจดีมาก “เป็นเด็กดีของคุณพ่อนะครับ....” จู่ๆ แกล้งร้องอย่างเจ็บปวด “โอ๊ย”
       “พี่เพชร” น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ สงสารจับใจ
       “พี่ไม่เป็นไร” ปากบอกไม่เป็นไร แต่แกล้งทำหน้าตาเจ็บปวดมาก “ไม่เป็นไร”
       “ยิ่งพี่เพชรดีอย่างนี้ น้ำหนึ่งยิ่งไม่ยอม”
       น้ำหนึ่งบอกอย่างเด็ดเดี่ยว แล้ววิ่งออกไป เพชรทำเสียงตกใจร้องเรียกไว้
       “น้ำหนึ่งๆๆ”
       แต่น้ำหนึ่งไม่ยอมหันกลับมา
       ลับหลังน้ำหนึ่งเพชรยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างสาแก่ใจ
      
       น้ำหนึ่งที่หน้าตายังบวมช้ำ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาวิ่งเข้าบ้านมา ถามนวลทันที
        “คุณพ่ออยู่ไหน”
       “ห้องนั่งเล่นค่ะ” นวลบอก
       “เห็นท่านบ่นว่า....พี่น้ำหนึ่งไม่ยอมไปทานข้าวด้วย...”
       น้ำหนึ่งไม่ฟัง วิ่งไปในบ้าน ตาหวานอ้าปากค้าง
       “อ้าว!ยังเล่าไม่จบเลย”
       นวลมองตามเด็กสาวด้วยความไม่สบายใจ ตัดสินใจเดินตามมาดู ตาหวานย่องตามไปด้วย
      
       ขณะที่เกรียงศักดิ์กับดาราณีนั่งดูทีวีกันอยู่ในห้องโถง ท่าทางผ่อนคลาย น้ำหนึ่งวิ่งเข้ามา ตามมาด้วยนวลและตาหวานที่หลบมุมแอบฟัง ดาราณีเห็นน้ำหนึ่งก็ถาม
       “กลับมาแล้วเหรอลูก”
       เกรียงศักดิ์ตกใจ เห็นน้ำหนึ่งร้องไห้ “อ้าว! แล้วเป็นอะไรน้ำหนึ่ง?ลูกร้องไห้ทำไม”
       “ร้องไห้เพราะคุณพ่อ” น้ำหนึ่งว่า
       เกรียงศักดิ์ตกใจ “เพราะพ่อ”
       ดาราณีกับเกรียงศักดิ์มองหน้ากันงุนงง ดาราณีถามต่อทันที
       “คุณพ่อทำอะไรหนูลูก”
       “คุณพ่อไม่ได้ทำหนูหรอกค่ะ แต่คุณพ่อให้คนไปทำร้ายพี่เพชร”
       เกรียงศักดิ์ฉงน ดาราณีมองหน้าสามี ท่าทางไม่แน่ใจ นวล และตาหวานตกใจ ขณะที่น้ำหนึ่งร้องไห้คร่ำครวญ ด้วยถูกความรักบังตา
       “ทำไมคุณพ่อใจร้ายใจดำอย่างนี้คะ ถ้าพี่เพชรตาย คุณพ่อจะทำยังไง หรือไม่เป็นไร เพราะคนต่ำต้อยด้อยค่าอย่างพี่เพชร ต่อให้ตายยังไงก็ไม่มีค่าอยู่แล้ว”
       “น้ำหนึ่งพูดอะไร พ่อไม่รู้เรื่อง” เกรียงศักดิ์งวยงง
       “คุณพ่อไม่ต้องปฏิเสธค่ะ น้ำหนึ่งรู้ความจริงหมดแล้ว” น้ำหนึ่งสะอื้น “นี่ขนาดพี่เพชรนอนเจ็บขนาดนั้น...พี่เพชรยังไม่เคยว่าคุณพ่อซักคำ” เด็กสาวเสียงดังใส่ผู้เป็นพ่อ “มีแต่คุณพ่อคนเดียวนั่นแหละ จะฆ่าจะแกงพี่เพชร”
       “นี่แปลว่าลูกไปหามันมาอย่างนั้นน่ะเหรอ”
       น้ำหนึ่งเถียงอย่างไม่กลัวเกรง “ค่ะ..น้ำหนึ่งถึงได้รู้ได้เห็นไงคะ...” พร้อมกับตะโกนลั่น “ว่าคุณพ่อใจร้าย คุณพ่อใจดำ”
       “นี่ขัดคำสั่งพ่อใช่มั้ย” เกรียงศักดิ์โกรธจัด “แกนี่เลี้ยงดีไม่ได้จริงๆ น้ำหนึ่ง” ตะโกนสั่งเสียงดัง “เอารถออก”
       เกรียงศักดิ์คว้าแขนลูกสาวเต็มแรง น้ำหนึ่งตกใจ
       “ปล่อยน้ำหนึ่งนะคะ ปล่อย”
       ดาราณีถามเสียงสั่นท่าทีตกใจ “คุณคะ..ดึกดื่นป่านนี้แล้วจะพาลูกไปไหนคะ”
       “ก็ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ฟัง ฉันจะพาน้ำหนึ่งไปอยู่ที่ไร่ ให้มันรู้ไป ว่าไอ้หมอนั่นมันจะตามไปหาน้ำหนึ่งได้อีก”
       เกรียงศักดิ์ลากลูกสาวไป น้ำหนึ่งดิ้นรนขัดขืนร้องกรี๊ดๆ ดาราณีตามมาดู นวลกับตาหวานมองตามใจระทึก ตาหวานถามเสียงสั่น
       “ไอ้หมอนั่น คนเดียวกับพี่คนนั้นใช่มั้ยคะ”
       “เออ”
       นวลตอบ ท่าทางอยากเขกกะโหลกตาหวานที่สุด
      
       เกรียงศักดิ์ลากน้ำหนึ่งขึ้นรถตู้ ทันทีที่ประตูปิด คนขับรถก็ออกรถทะยานไปทันที
       “ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ด้วยน้ำหนึ่ง”
      
       ดาราณีมองตาม หัวอกผู้เป็นแม่เจ็บปวดปานว่าจะขาดใจ
ตอนที่ 3
      
       บ้านเชิงเขาของพลอยตกอยู่ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน เสียงล้อรถเข็นบดกับพื้นดัง เป็นจังหวะเอี๊ยดๆ พลอยเข็นรถเข็นมา ดวงหน้านิ่ง แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และอาฆาตพยาบาท
      
       ภาพจำที่เกรียงศักดิ์และดาราณีรุมด่าทอต่อว่าที่ตนเป็นคนใจง่ายผุดขึ้นมาหลอกหลอนอีกครา พอคิดถึงทีไรพลอยก็โกรธขึ้นมาทุกที มือที่จับพนักรถเข็นเกร็งสั่น พลอยหอบหายใจรัวเร็ว ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาโทร. ออก
       ขณะเดียวเพชรที่นอนอยู่ในห้องผู้ป่วยที่โรงพยาบาลหน้าเครียด ยังโกรธแค้นเกรียงศักดิ์ที่ส่งคนมาทำร้าย เพชรรับโทรศัพท์
       “ครับพี่พลอย”
       พลอยพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ “เป็นยังไงบ้างเพชร”
       เพชรสับสน ลังเลสงสัย ตกใจ ไม่แน่ใจ พลอยรู้ว่าตัวเองเจ็บ
       เพชรหยั่งเชิง “อะไร ยังไงครับพี่พลอย”
       “ก็...เรื่องของเพชรกับเด็กคนนั้นน่ะสิ” พลอยฉุกคิด นึกสงสัย “เอ๊ะ! หรือว่าเพชรมีอะไร”
       เพชรรีบปฏิเสธ “เปล่าครับเปล่า”
       ระหว่างนั้นพยาบาลเปิดประตูเข้ามา พลอยได้ยินเสียงเปิดประตูเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
       “ฉีดยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดนะคะ”
       พยาบาลหยิบอุปกรณ์ที่เตรียมมาฉีดยาให้เพชร พลอยตกใจมาก
       “เพชร...เพชรเป็นอะไร”
       เพชรรีบปฏิเสธ “เปล่าครับพี่พลอย”
       พลอยเงี่ยหูฟัง คิ้วขมวด สงสัยมาก พยาบาลฉีดยาเสร็จยิ้มให้เพชร
       “ยาก่อนนอนค่ะ” พยาบาลวางยาแล้วเดินออกไป
       พลอยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “บอกพี่มาเดี๋ยวนี้เพชรเป็นอะไร”
       เพชรเงียบไปนิด ก่อนตัดสินใจบอก “ไอ้เกรียงศักดิ์มันส่งคนมาทำร้ายผม”
       “ไอ้เกรียงศักดิ์”
       ดวงตาพลอยเป็นประกายวามวาบเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
      
       ขณะเดียวกันที่ไร่ของเกรียงศักดิ์ ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล แต่ในยามค่ำคืน ต้นไม้สูงใหญ่ยืนต้นไปทั่ว นั่นทำให้ไร่ทั้งไร่ดูวังเวง
       รถของเกรียงศักดิ์วิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านพัก และไม่นานก็เห็นเกรียงศักดิ์ลากลูกสาวลงมา น้ำหนึ่งขัดขืนยื้อตัวไว้ มองสภาพตรงหน้าท่าทีหวาดกลัวมาก
       “ไม่! น้ำหนึ่งไม่อยู่นะคะคุณพ่อ”
       “ต้องอยู่”
       น้ำหนึ่งเถียง “ยังไงน้ำหนึ่งก็ไม่เลิกติดต่อกับพี่เพชร”
       เกรียงศักดิ์โกรธจัด ตวาดเสียงเข้ม “ก็ให้มันรู้ไปว่าแกจะขัดคำสั่งพ่อได้”
       พูดจบเกรียงศักดิ์ก็กระชากมือน้ำหนึ่งลากเข้าไปยังที่พัก น้ำหนึ่งทั้งร้องทั้งดิ้นรนขัดขืน
       “ปล่อยนะคะคุณพ่อปล่อย น้ำหนึ่งไม่อยู่ๆ”
       เกรียงศักดิ์ลากน้ำหนึ่งเข้าไปในห้องๆ หนึ่งในบ้านพัก ปิดประตูดังโครม ได้ยินเพียงเสียงน้ำหนึ่งดังลอดออกมา
       “คุณพ่อใจร้ายๆ”
      
       เวลาเดียวกันดวงตาพลอบวาววับ โกรธแค้น เจ็บปวด และชิงชังแทนเพชรหลังฟังเรื่องจบ
       “มันทำร้ายทั้งพี่ทั้งเพชร พี่จะไปฆ่ามัน”
       แรงโทสะที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด จนพลอยเผลอตัวลุกขึ้นอย่างเร็ว แรงเหวี่ยงของน้ำหนักตัว ที่เดินไม่ได้ดันรถเข็นไปด้านหลัง ร่างพลอยเซถลาล้มคว่ำหน้ากับพื้น ในขณะที่รถเข็นพลิกกระเด็นไปด้านอื่น โทรศัพท์ก็หลุดกระเด็นไปอีกทาง
       พลอยร้องสุดเสียง “โอ๊ย”
       เพชรได้ยินเสียงร้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น “พี่พลอย”
       เสียงเพชรดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ที่กระเด็นตกอยู่ตรงพื้นใกล้ๆ
       “พี่พลอย...พี่พลอย”
       ทับทิมวิ่งออกมา เห็นพลอยคว่ำอยู่กับพื้นก็ตกใจ
       “พลอย!! อะไรลูก เป็นอะไร?” ทับทิมพยายามประคองพลอยขึ้นมา
       พลอยเองก็พยายามจะลุกขึ้นมาอย่างยากเย็น “ไอ้เกรียงศักดิ์มันส่งคนไปฆ่าเพชร พลอยจะไปฆ่ามัน” ความโกรธแค้นพวยพุ่งล้นอกพลอยกรีดเสียง เค้นคำออกมา “พลอยจะไปฆ่ามัน”
       เพชรได้ยินเสียงของพลอยดังมา
       “พี่พลอย”
       พลอยพยายามจะลุกขึ้น โดนทับทิมดุ พูดแดกดันอยู่ในที
       “จะไปฆ่ามันทั้งที่เดินไม่ได้นี่นะ”
       พลอยได้ยินชะงัก อึ้งไปทันที เพชรได้ยินทุกคำสงสารพี่สาวจับใจ ทับทิมก็มองพลอย เห็นสภาพใบหน้าลูกสาวเป็นรอยแดงถลอก เลอะไปด้วยดิน ทับทิมสะท้อนใจ ทั้งสงสาร เห็นใจ เข้าใจ เวทนาจนน้ำตาคลอ
       “แม่รู้...แม่เข้าใจแกทุกอย่าง แต่ยิ่งเห็นแกทำอย่างนี้ แม่ยิ่งเจ็บ จะทำอะไรนึกถึงตัวเองบ้างพลอย”
       พลอยร้องไห้โฮ บอกแม่เสียงสั่น “ใช่..พลอยขาเป๋...พลอยคงทำอะไรมันไม่ได้” น้ำเสียงของพลอยฟังออกว่าแค้นหนัก “แต่นี่ไอ้เกรียงศักดิ์มันทำกับเพชร มันจะฆ่าเพชร พลอยยอมไม่ได้ ต่อให้พลอยเป็นอีเป๋ พลอยก็จะไปฆ่ามัน”
       พลอยพยายามจะลุกขึ้นมาอีก ทับทิมคว้าตัวเอาไว้
       “หยุด พลอยหยุด”
       พลอยยังพยายามดิ้นจะไป “ไม่....ไอ้เกรียงศักดิ์มันจะฆ่าเพชร พลอยจะไปฆ่ามัน”
       เพชรขบกรามแน่น ตะโกนผ่านมือถือออกไป
       “ไม่ต้องพี่พลอย”
       พลอยชะงัก เสียงของเพชรดังก้องออกมา
       “ผมกำลังจะพาหัวใจของไอ้เกรียงศักดิ์ ไปให้พี่เหยียบเอง”
       พลอยนิ่ง ทับทิมก็อึ้ง ขณะที่เพชรขบกรามแน่นขณะคำรามออกมาท่าทีดุดัน
      
       “ถึงเวลาแล้วน้ำหนึ่ง!”


  


       รุ่งเช้า ขณะที่ดาราณีเดินนำนวล และตาหวานที่ถือของใส่บาตรออกมา ดาราณีบอกเบาๆ ท่าทีกลัดกลุ้มใจ
      
       “เร็วๆ เข้านวล ฉันใจคอไม่ดีเลย เฮ้อ! ไม่รู้ป่านนี้พ่อลูกจะคุยกันยังไง”
       นวลกับตาหวานสาวเท้าก้าวเร็วๆ ตามดาราณี เสียงโทรศัพท์ดัง ทุกคนหยุด มองไปตามเสียง มันดังมาจากกระเป๋าถือของน้ำหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนเกิดเรื่อง
       “นวล...ไปเตรียมของไป ฉันจะรับโทรศัพท์”
       “ค่ะคุณหญิง” นวลเดินออกไปหน้าบ้านเตรียมของ
       ตาหวานบอกซื่อๆ ท่าทีประจบ “เดี๋ยวตาหวานไปหยิบให้ค่ะ”
       ตาหวานรีบวิ่งไปที่กระเป๋า ล้วงเอามือถือออกมา สายตาเด็กสาวเห็นชื่อเพชร ถึงกับ
       สะดุ้งโหยง รีบกดวางสายทันที
       เพชรที่ยังอยู่โรงพยาบาลหน้าบึ้ง โกรธที่ถูกตัดสาย ขณะที่ตาหวานบอกดาราณี
       “เค้าวางสายไปแล้วค่ะ”
       ดาราณีถามพาซื่อ “แล้วใครล่ะโทร.มา”
       ตาหวานอึกอักไปนิดก่อนบอกเอาตัวรอด “คุณนิ้งค่ะ”
       “งั้นคงไม่มีอะไรหรอก”
       ดาราณีเดินตามนวลออกไป ส่วนเพชรโกรธที่ถูกตัดสายรำพึงอย่างฉุนเฉียว
       “ไม่กล้ารับสายฉัน ดี ฉันจะทำให้เธอบ้านแตกเลยน้ำหนึ่ง”
       เพชรกดสายโทร.หาน้ำหนึ่งใหม่ ตาหวานสะดุ้งโหยง ขณะที่ดาราณีหันขวับมา
       “ยัยนิ้งโทรฯมาอีกเหรอ? สงสัยจะมีอะไร? มะ..ตาหวานเอาโทรศัพท์มา”
       ตาหวานหน้าซีด ไม่รู้จะทำยังไงต่อ นวลเดินเข้ามาบอก
       “คุณหญิงขา...พระกำลังมาค่ะ”
       “ตาหวาน บอกนิ้งไป น้ำหนึ่งไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด”
       คุณหญิงสั่ง ตาหวานยิ้มตาหยี “ค่ะๆ คุณหญิง”
       พอดาราณีเดินออกไปกับนวล ตาหวานกดรับสาย ขณะที่เพชรปั้นหน้าปั้นเสียงปั้นปึ่งสุดๆ
       “พี่นึกว่าน้ำหนึ่งจะไม่รับสายพี่อีกแล้ว....
       ตาหวานตาโต เสียงเพชรนุ่มหูและหวานมากกก ตาหวานบิดตัวฟินแล้วฟินอีก เพชรพูดต่อ
       “รู้มั้ย...พี่คิดถึง”
       “ตาหวานว่าพี่น้ำหนึ่งก็คงคิดถึงพี่เพชรเหมือนกันค่ะ”
       เพชรทั้งงง ทั้งอาย ขณะที่ตาหวานบอกต่อ
       “แต่ตอนนี้พี่น้ำหนึ่งถูกคุณท่านจับไปขังไว้ที่ไร่” เด็กสาวบอกสถานที่ “เพราะท่านโกรธ พี่เพชรต้องไปช่วยพี่น้ำหนึ่งให้ได้นะคะ”
       “ไร่...ไร่อยู่ที่ไหน”
       เพชรถามเร็วปรื๋อ ขณะฟังตาหวานบอกที่อยู่ แล้วเพชรก็วางสาย ปลดสายน้ำเกลือออกอย่างรวดเร็ว
      
       ฝ่ายตาหวานเก็บมือถือของน้ำหนึ่งใส่กระเป๋าถือตามเดิม ก่อนทำท่าทางฟินเอามากๆ
       “ถ้าหนังจีนมีผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ หนังฝรั่งมีโรมิโอ กับจูเลียต หนังไทยก็ต้องมีพี่คนนี้กับน้องคนนั้น... ตามไปช่วยพี่น้ำหนึ่งให้ได้นะพี่เพชร
       ตาหวานกำกำปั้น ถองศอกเชียร์
       “โย่!!”
      
       ขณะเดียวกันเพชรเปลี่ยนมาอยู่ในชุดปกติแล้ว และกำลังวิ่งออกมาตรงทางเดินในโรงพยาบาลท่าทีร้อนรนรีบเร่ง พยาบาลตกใจวิ่งตาม
       “คุณยังไม่หายนะคะคุณ”
       เพชรไม่ฟังเสียง วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะโทรศัพท์บอกเพื่อน
       “ฉันกำลังจะไปเอารถ เตรียมรถไว้ให้ด้วย”
       เพชรวิ่งถลาออกไป พยาบาลมองตามงงๆ ไม่เข้าใจ
       “จะรีบไปไหนของเค้า?”
      
       บรรยากาศยามเช้าที่ไร่ของเกรียงศักดิ์แสนสดใส วิวทิวทัศน์สวยงามร่มรื่น แต่ไม่ทำให้น้ำหนึ่งสดชื่น เดินหน้างอง้ำออกมาหน้าบ้านพัก เกรียงศักดิ์มองอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
       “พ่อไม่ได้อยากทำอย่างนี้ แต่หนูบังคับให้พ่อต้องทำ”
       น้ำหนึ่งมองมาอย่างเสียใจ “น้ำหนึ่งทราบค่ะว่าคุณพ่อหวังดี...แต่คุณพ่อ เคยคิดถึงใจน้ำหนึ่งบ้างมั้ยคะ? น้ำหนึ่งรักพี่เพชร พี่เพชรก็รักน้ำหนึ่ง” แล้วอัดอั้นจนร้องไห้ออกมา “แล้วทำไมคุณพ่อต้องบังคับกีดกัน ขัดขวาง”
       สีหน้าเกรียงศักดิ์ที่เหลียวมามองน้ำหนึ่งท่าทีอ่อนใจอยู่อย่างนั้น คิดในใจว่าลูกหนอลูกช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ขณะตอบลูกสาว
       “ความเหมาะสมไงน้ำหนึ่ง “ความเหมาะสม” ที่สำคัญ...ผู้ชายที่จะดูแลปกป้องลูกของพ่อได้...เค้าต้องไม่ทำให้ลูกเสื่อมเสียเกียรติ แต่นี่นายนั่น พยายามทุกทางที่จะให้ลูกเสื่อมเสียเกียรติ”
       น้ำหนึ่งแย้ง “พี่เพชรไม่เคยทำ”
       เกรียงศักดิ์ฉุนบอกเสียงเข้ม “สิ่งที่ไอ้หมอนั่นมันทำทุกอย่างนั่นล่ะทำให้ลูกเสียเกียรติ ลูกต้องอยู่ที่นี่ จนกว่าพ่อจะแน่ใจว่าลูกกับมันเลิกติดต่อกันอย่างเด็ดขาด หรือไม่ก็…”
       ท่านรัฐมนตรีค้างคำ น้ำหนึ่งมองหน้าเกรียงศักดิ์ด้วยความอยากรู้
       “แต่งงานกับภาคย์”
       น้ำหนึ่งตกตะลึง เกรียงศักดิ์บอก
       “ภาคย์ชอบลูกไม่ใช่เหรอ” เกรียงศักดิ์บอกช้าๆ ชัดๆ ตั้งใจขู่ “แค่พ่อเอ่ยปากคำเดียว”
       น้ำหนึ่งสวนคำออกมาทันที “ลูกไม่แต่ง”
       “พ่อถึงให้ลูกเลือกไง...จะเลิกกับไอ้เพชร หรือ แต่งงานกับภาคย์ คิดเอา”
       พูดเท่านั้นเกรียงศักดิ์เดินออกไปที่รถเลย ซึ่งคนขับสตาร์ทเครื่องรออยู่ น้ำหนึ่งตะโกนอย่างเด็กดื้อรั้น
       “น้ำหนึ่งไม่แต่งกับพี่ภาคย์ แล้วน้ำหนึ่งก็ไม่เลิกกับพี่เพชร...น้ำหนึ่งรักพี่เพชร คุณพ่อได้ยินมั้ย น้ำหนึ่งรักพี่เพชร”
      
       เกรียงศักดิ์มองน้ำหนึ่งจากกระจกด้านในรถ ได้แต่ส่ายหน้าระอาเหลือไม่คิดว่าลูกสาววัยใสจะหลงผู้ชายขนาดนี้


  


       เพชรขับรถมุ่งหน้ามาตามทางตาม มุ่งหน้าสู่ไร่ของเกรียงศักดิ์ ด้วยความเร็วสูง มองจากมุมสูง เห็นรถของเกรียงศักดิ์มุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯและรถของเพชร มุ่งหน้าไปทางไร่ สวนเลนกัน
      
       อลิสเดินออกมาหน้าบ้านกับหมอณัฐลูกพี่ลูกน้อง ณัฐถามอย่างเอ็นดู
       “ตกลงไม่ไปเที่ยวกับพี่จริงๆ เหรออลิส”
       “เอาไว้วันหลังแล้วกันค่ะพี่หมอ ยังไงพี่หมอก็ทำงานอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว อลิสไปตอนไหนก็ได้”
       ณัฐโยกศีรษะเย้าอย่างเอ็นดู “ก็เห็นบ่นอยากไปแต่ไม่ไปซักที”
       “ยังไม่ว่างค่ะ ติดธุระ”
       ณัฐแซว “ทำผม ทำเล็บ น่ะนะเรียกว่าธุระ”
       อลิสหัวเราะคิก “อลิสไม่ไร้สาระขนาดนั้นหรอกค่ะพี่หมอ...” พลางลอบทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ติดธุระจริงๆ เดินทางปลอดภัยนะคะ อย่ามัวแต่ใจลอย...คิดถึงคนไข้”
       เจออลิสแซว ณัฐกลบเกลื่อนเฉไฉ “คนไข้ที่ไหน”
       อลิสทำท่านึก “ก็...คนที่ชื่อพลอยประดับ หรือพลอยอะไร...ที่พี่หมอเคยช่วยเค้าเอาไว้ไงคะ”
       ณัฐอมยิ้มเขิน อลิสแหย่ต่อ
       “เห็นคุณลุง คุณป้า.. เล่า พี่หมอว่าเค้าสวยมากก...มิน่า...หมู่นี้ไม่ค่อยกลับมาบ้านเลย ทำแต่งาน”
       ณัฐยิ้มเขิน “ก็มันเป็นงานของพี่นี่...จะไปทำธุระก็ไปเถอะ แล้วเจอกัน”
       ณัฐโยกหัวคลึกผมอลิส ก่อนเดินไปที่รถ อลิสตะโกนไล่หลัง
       “ขับรถดีๆ นะคะ...วันหลังอลิสจะไปด้วย...อยากไปเห็นหน้าคนไข้ของพี่หมอค่า”
       ณัฐยิ้มขับรถออกไป ขณะที่อลิสบอกตัวเองพร้อมรอยยยิ้มแต่ดวงตาวาววับ มีแผนร้าย
       “ส่วนอลิสขอตัวไปทำธุระก่อน”
      
       อลิสแสร้งทำท่าเป็นเด็กสาวแสนน่ารักเดินเข้าไปในบ้าน นวลมาเห็นพอดี
       “อ้าว!คุณอลิส”
       “ฉันมาหาน้ำหนึ่ง”
       นวลอึกอัก “คุณน้ำหนึ่งไม่อยู่ค่ะ”
       อลิสมองอย่างจับสังเกต “มีอะไรรึเปล่า”
       นวลมองจ้องหน้า “ก็แล้วทำไมต้องมีด้วยล่ะคะ”
       อลิสแอ๊บ “ก็..ฉันรู้ว่าท่านไม่พอใจน่ะสิที่น้ำหนึ่งไปคบกับ ผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนายเพชร เลยเป็นห่วง..อยากรู้ น้ำหนึ่งจะเป็นยังไง”
       นวลมองอย่างไม่ไว้ใจ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พ่อลูก ..คุณท่านกับคุณน้ำหนึ่งเคลียร์กันได้”
       อลิสผิดหวัง “เหรอ งั้นก็ดี...ฉันจะได้เบาใจ...ไม่มีอะไร งั้นฉันกลับเลยแล้วกัน”
       อลิสหมุนตัวจะเดินกลับออกไป ตาหวานวิ่งถือโทรศัพท์ออกมา
       “ป้านวล ท่านโทร.มา”
       อลิสหูผึ่ง หยุดกึก หลบมุมแอบฟังขณะที่นวลรีบรับโทรศัพท์ โดยไม่ได้นึกถึงอลิสเลย
       “ค่ะท่าน”
       เกรียงศักดิ์อยู่ในรถ เดินทางกลับกรุงเทพฯ บอก
       “นวล...มาอยู่เป็นเพื่อนน้ำหนึ่งที่ไร่ด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะให้รถไปรับ”
       “ค่ะๆๆ” นวลรีบวางสาย
       “มีอะไรป้านวล” ตาหวานสงสัย
       “ท่านจะให้ป้าไปอยู่เป็นเพื่อนคุณน้ำหนึ่งที่ไร่”
       อลิสตาวาววาม เก็ททันที คิดในใจ
       “นังน้ำหนึ่งอยู่ที่ไร่”
      
       ส่วนน้ำหนึ่งอยู่ในบ้านพัก เดินวนไปเวียนมา เห็นลูกน้องของเกรียงศักดิ์นั่งเฝ้าอยู่หน้าบ้าน และไม่ยอมลุกหนีไปไหน น้ำหนึ่งบ่น
       “นี่ก็เหมือนกัน ไม่อยากเข้าห้องน้ง ห้องน้ำบ้างรึไง เฝ้าอยู่ได้ เฮ้อ! มือถือก็ไม่มี ไอโฟน ไอแพดก็ไม่มี อะไรๆ ก็ไม่มี แล้วจะติดต่อพี่เพชรได้ยังไง”
       เพชรขับรถมาตามทางมุ่งสู่ไร่ของเกรียงศักดิ์ขณะโทรศัพท์
       “พี่พลอย...ผมกำลังจะไปฉุดตัวยัยน้ำหนึ่ง...พี่พลอยรอดู ไอ้เกรียงศักดิ์มันกระอักเลือดได้เลย”
       สีหน้าพลอยที่มือกำโทรศัพท์ยิ้มน้อยๆ ดวงหน้ามีแต่ความสาแก่ใจ ขณะรำพึงออกมา
       “น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์....ต่อไป...คงเป็นแค่ได้แค่กรวดทราย”
      
       ขณะนั้นรถตู้ของเกรียงศักดิ์แล่นมาจอดหน้าบ้าน นวลรีบขึ้นรถไปอย่างเร่งรีบ รถตู้เคลื่อนตัวออกไป อลิสที่จอดรถซุ่มรออยู่ ขับตามไปทันที
      
       ด้านเพชรขับรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าไร่ของเกรียงไกร ตรงข้างทางโดยจอดซุ่มรอดูเหตุการณ์ ก่อนลอบเข้าไป
       เพชรค่อยๆ ย่องเข้ามา เห็นเป็นน้ำหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ในบ้านพัก บริเวณด้านหน้ามีคนของเกรียงศักดิ์เดินคุมเชิงไปมาอยู่ เพชรนิ่วหน้า ไม่รู้จะทำยังไง มองดูอาวุธรอบตัวก็ไม่มี จนปัญญา
      
       ด้านนวลนั่งอยู่ในรถตู้ ออกอาการกระสับกระส่าย เป็นห่วงน้ำหนึ่ง ที่อยู่คนเดียว อยากไปหาเร็วๆ
       ส่วนด้านหลัง อลิสขับรถตามแทบจะจี้ตูด ตามประสาสาววีนเหวี่ยงใจร้อน คำรามก้องรถ
       “ถ้าฉันรู้ว่าแกอยู่ไหน? ฉันจะให้ไอ้กร๊วกนั่นมาฉุดแกให้สาแก่ใจเลยยัยหนึ่ง”
      
       อลิสฮึกเหิมคึกคะนอง และเมามันมากๆ

      ขณะเดียวกันพลอยนั่งอยู่บนรถเข็น ดวงหน้าของพลอยมีรอยยิ้มน้อยๆ ขณะที่ทับทิมรับโทรศัพท์
      
       “พลอยอยู่ด้านนอกน่ะค่ะ รอซักครู่นะคะคุณหมอ เดี๋ยวดิฉันไปตามให้”
       เป็นหมอณัฐที่เพิ่งขับรถมาถึงโรงพยาบาลในตัวอำเภอเดียวกับพลอย โทร.มาหา หมอณัฐเป็นหมอประจำตัวของพลอย
       “ไม่เป็นไรครับคุณน้า...ฝากบอกคุณพลอยด้วย ผมมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวจะเข้าไป”
       “คุณหมอจะเข้ามาตอนไหนคะ”
       พลอยได้ยินเหลียวขวับมามองแม่ อย่างสนใจ
       ณัฐก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือตอบทับทิม
       “ตอนเย็นครับ”
       “ค่ะ..น้าจะบอกพลอยให้ ว่าคุณหมอจะเข้ามาตอนเย็น”
       พลอยแผดเสียงขึ้น “ไม่ต้อง”
       ทั้งหมอณัฐและทับทิมได้ยิน หมอณัฐหน้าเสีย ขณะที่ทับทิมนิ่วหน้าใส่พลอย
       พลอยย้ำเสียงแข็ง “วันนี้พลอยไม่ว่าง พลอยมีธุระ”
       ทับทิมอยากจะด่า แต่ต้องออมเสียง ด้วยความเกรงใจหมอ
       “พลอย”
       หมอณัฐได้ยินรีบบอก
       “ถ้าคุณพลอยไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับคุณน้า ไว้วันหลัง ผมค่อยเข้าไปก็ได้ ฝากบอกคุณพลอย หมั่นทำกายภาพบำบัดนะครับ...จะได้หายเร็วๆ”
       “ค่ะๆ..น้าขอโทษด้วยนะคะคุณหมอ”
       ทับทิมวางสาย สุดแสนจะเกรงใจหมอณัฐ
       ขณะที่ณัฐวางสาย สีหน้าเศร้าๆ เป็นห่วงพลอย อย่างจริงใจ
      
       พอวางสายทับทิมตำหนิพลอย ทันที
       “ทำไมพูดกับคุณหมออย่างนั้น”
       พลอยนิ่งๆ แต่ยังแถประสาคนเอาใจตัว “ก็พลอยมีธุระ”
       “ธุระอะไร? คนอื่นเค้าห่วงแก แต่แกไม่คิดห่วงตัวเองบ้างเลย”
       พลอยประชดส่ง “ก็แหงสิ...พลอยเป็นคนนิสัยไม่ดี”
       ทับทิมมองมา แววตาดูออกว่าเสียใจนัก “ประชดประชันแม่ แล้วมันได้อะไร แม่เจ็บ แกเจ็บ...แค่นี้...ยังทุกข์ไม่พออีกเหรอพลอย”
       ทับทิมเดินหนีเข้าไปในบ้าน ทั้งระอาทั้งหงุดหงิด พลอยมองตามดวงตามีแววเสียใจนิดๆ แล้วตัดใจสะบัดหน้าหันมา ดวงตาเต็มไปด้วยไฟแค้นเหมือนเดิม ก่อนพึมพำเบาๆ
       “คนที่เจ็บคราวนี้...ต้องไม่ใช่เรา แม่...”
      
       ตกตอนเย็นที่มุมหนึ่งด้านนอกของบ้านเชิงเขา สองพี่น้อง พจนีย์กับรจนาเดินเข้ามาหาพลอยที่นั่งอยู่บนรถเข็น พูดถามอย่างประจบ
       “พี่พลอยให้พจน์กับรจมาหา..มีอะไรคะ” พจนีย์นึกบางอย่างได้ สีหน้าเจื่อนๆ “คงไม่ใช่เรื่องเงินใช่มั้ย”
       “พี่เคยงกกับเราสองคนเหรอ”
       พจนีย์ยิ้มแหยๆ “ไม่ค่ะ..แต่พจน์เกรงใจ อีกอย่างพจน์ก็ยืมเงินพลอยนานแล้ว แต่ยังไม่
       มีมาคืนซักที”
       “ไม่มีก็ไม่ต้องคืน”
       พจนีย์มองหน้าพลอยอย่างตกตะลึง คาดไม่ถึง ก่อนจะหันมามองน้องสาว สีหน้าของรจนาก็ไม่ได้แตกต่างจากพจนีย์นัก สองพี่น้องแปลกใจ พจนีย์ตัดสินใจถาม
       “จริงเหรอคะพี่พลอย เงินตั้งเยอะแยะ พี่พลอยจะไม่เอาคืน”
       พลอยยิ้มหวานอย่างคนมีเมตตาเต็มเปรี่ยม “คนอย่างพี่ เคยพูดเล่นด้วยเหรอ? ไม่มีก็ไม่ต้องคืน....ขอแค่...”
       พลอยค้างคำไว้ พจนีย์ตกใจกลัวเหมือนกัน ว่าจะให้ทำอะไร
       “พี่พลอยจะให้พจน์ทำอะไรคะ”
       “ไม่ใช่แค่พจน์คนเดียว รจด้วย” พลอยบอก
       สองพี่น้องหันมามองหน้ากัน ก่อนที่รจนาจะถาม
       “พี่พลอยจะให้เราทำอะไรคะ”
       “เป็นเจ้าสาวของเพชร”
       พลอยบอกในท่าทีแน่วนิ่ง
       รจนาอึ้งไปทันที แต่แอบดีใจ พจนีย์เสียอีกที่เป็นฝ่ายถามดีใจแบบปิดไม่อยู่
       “เป็นเจ้าสาวของพี่เพชร? พี่พลอยพูดจริงเหรอคะ”
       “ใช่จ้ะ เป็นเจ้าสาวของเพชร เอาแบบจดทะเบียนกันเลย” พลอยมองหน้าสองคนพี่น้อง “ว่าแต่...เราสองคน...ใครอยากเป็นเจ้าสาวของเพชรจ๊ะ”
       พจนีย์กับรจนาพูดพร้อมกันแต่คนละอารมณ์ พจน์อยากเป็นจริงๆ รจนาหลุดปาก
       “พจน์ค่ะ” / “รจค่ะ”
       พจนีย์หันมามองหน้ารจนาเป็นเชิงถามอะไรของเธอเนี่ย รจนาก้มหน้าหลบตาแอ๊บสุดฤทธิ์
       พลอยยิ้มขำ “ไม่ต้องแย่งกันจ้ะ”
       พจนีย์ตกใจ “ได้ทั้งสองคน”
       พลอยมองเป็นเชิงหยอกล้อ ว่าพูดไปได้
       “โธ่พจน์..ขืนเพชรทำอย่างนั้น คนเค้าจะได้ว่าเพชรเป็นพวกวิปริต จิตวิปลาสน่ะสิจ๊ะ”
       “พจน์ก็ว่าอย่างนั้นล่ะค่ะ...” พจนีย์ยิ้มหวาน “คนเรา ต้องมีผัวเดียว เมียเดียวถึงจะถูกต้อง
       ใช่มั้ยคะ”
       คำว่า “ผัวเดียวเมียเดียว” คำพูดไม่คิดอะไรของพจนีย์กระแทกเข้าหน้าพลอยเต็มๆ จนสาวพิการสะอึก พยายามปรับสีหน้า
       “ใช่จ้ะ...เพราะฉะนั้น...พจน์กับรจไปคุยกันเองแล้วกัน ว่าใครจะเป็นเจ้าสาวของเพชร”
       “รจค่ะ..รจเป็นน้อง รจควรเสียสละ” รจนาแหลมขึ้นมาเสนอหน้าอีก
       พจนีย์เสียงเข้มใส่น้อง “แต่พี่เป็นพี่...พี่ควรทำทุกอย่างให้น้อง” แล้วหันมายิ้มหวานกับพลอย “ได้ค่ะ...ถ้าพี่พลอยต้องการ พจน์จะยอมเป็นเจ้าสาวของพี่เพชรเอง ถือเป็นการตอบแทน
       บุญคุณ ของพี่พลอยที่มีต่อครอบครัวของพจน์
       พลอยยิ้มหยันในสีหน้า “ขอบใจมากที่สำนึกบุญคุณพี่...แต่พี่ไม่ทำความลำบากใจให้พจน์มากนักหรอก
       พลอยหยิบกระดาษสีขาว ที่เต็มไปด้วยตัวอักษรยื่นมาตรงหน้าพจนีย์
       “อะไรคะ”
       “สัญญา...การเป็นภรรยาแค่ในนามของเพชรเท่านั้น”
       พจนีย์ใจหายวาบ “เป็นภรรยาแค่ในนามของพี่เพชรเท่านั้น”
       พลอยยิ้มอย่างรู้ทัน “ใช่..บอกแล้วไง ว่าพี่ไม่ทำความลำบากใจให้พจน์จนเกินไป ถึงพจน์จะจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับเพชร แต่สุดท้ายแล้ว มันจะกลายเป็นโมฆะทั้งหมดด้วยสัญญาฉบับนี้”
       พจนีย์คว้าสัญญามาอ่านรวดเร็ว
       “สัญญาว่าจ้างการจดทะเบียน...”
      
       พลอยพยักหน้าเยื้อนยิ้มเยือกเย็น ส่วนรจนาลอบยิ้มอย่างสะใจ มีแต่พจนีย์ที่หน้าเสียอยู่คนเดียว


  


       ไม่นานนัก สองศรีพี่น้องกลับมาที่บ้านแล้ว สภาพของพจนีย์เป็นบ้านของชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ฐานะไม่ดีเท่าพลอย
      
       พจนีย์หน้าหงิกหน้างอ ถือสัญญาแกว่งไปมาอย่างอารมณ์เสีย
       “ทำไมพี่พลอยต้องให้ทำสัญญาบ้าๆ แบบนี้ด้วย”
       รจนาบอกหน้าซื่อๆ “พี่พลอยคงไม่ได้อยากได้พี่พจน์เป็นน้องสะใภ้”
       พจนีย์ แหวใส่ “แล้วพี่พลอยอยากได้ใคร? แกรึไง?” แล้วมองจ้องหน้า “นี่...รู้ทั้งรู้ ว่าพี่ชอบพี่เพชร ทำไมแกต้องเสนอหน้าออกตัวว่าจะแต่งงานกับพี่เพชรฮึยัยรจ”
       รจนาแอ๊บซื่อใส “รจบอกแล้วไงคะ รจเป็นน้อง รจควรเสียสละ”
       พจนีย์ถามอย่างกังวล คือไม่ด้อยากแย่งผู้ชายกับน้อง “ไม่ใช่เพราะว่าแกรักพี่เพชรนะ”
       รจนาฉำไฉ ทำเป็นปราม “พี่พจน์ เอาอีกแล้ว เราเป็นผู้หญิงอย่าพูดเรื่องแบบนี้สิคะ มันไม่ดี ใครมาเห็นเข้าน่าเกลียดตาย”
       พจนีย์ย้ำอีก “ปากกับใจตรงกัน น่าเกลียดตรงไหน พี่จะแต่งงานกับพี่เพชรเอง เพราะพี่
       รักพี่เพชร ที่สำคัญ” ชูสัญญาขึ้นมา “พี่จะทำให้สัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะให้ได้”
       “พี่พจน์จะทำยังไง”
       “ก็ทำให้พี่เพชรรักพี่ไง?” พจนีวางท่าเซ็กซี่ ดึงเสื้อที่ไหล่ลงหน่อย “รูปร่างหน้าตาอย่าง
       นี้ ถามหน่อยเถอะพี่เพชร ..ชอบมั้ยๆ”
       พจนีย์ยิ้มอย่างคนมั่นใจในตัวเอง รจนาหน้าเสีย แอบดึงเสื้อลงเลียนแบบพจนีย์บ้าง แต่มันช่างไม่น่าดูเอาซะเลย
      
       ด้านเพชรดักซุ่มดูอยู่ เห็นลูกน้องของเกรียงศักดิ์ยังอยู่ที่เดิม เพชรหงุดหงิด
       เพชรสบถเบาๆ “มันจะไม่ไปไหนจริงๆ รึไงวะ”
       เพชรนิ่งหน้าก่อนตัดสินใจ หยิบก้อนหินแถวนั้นเขวี้ยงใส่ตัวบ้านดังปัง ทั้งน้ำหนึ่งและลูกน้องของเกรียงศักดิ์สะดุ้งเฮือก หันขวับมามอง เพชรรีบหลบ คนของเกรียงศักดิ์ตะโกน
       “ใครวะ”
       คนของเกรียงศักดิ์ชักปืนออกมา พลางกวาดตามอง แล้วเดินสำรวจรอบบริเวณทันที
       เพชรจดสายตามองชายคนนั้นไม่วางสายตา ก่อนแฝงกายเร้นหลบไปคนละทาง เป้าหมายคือบ้านพักที่อยู่ด้านหน้า
      
       ลูกน้องของเกรียงศักดิ์ เดินตรวจตราบริเวณไร่อย่างระมัดระวัง ก่อนออกมาด้านนอก เห็นรถของเพชรจอดซุ่มอยู่ คนของเกรียงศักดิ์ยกปืนขึ้น เล็งไปอย่างรวดเร็ว แต่พอเดินเข้ามาสำรวจ กลับไม่เห็นใคร ลูกน้องเกรียงศักดิ์รู้ทันที
       “หรือว่า”
       ลูกน้องเกรียงศักดิ์รีบวิ่งกลับไปที่ไร่ บริเวณบ้านพักทันที
      
       ภายในบ้านพัก น้ำหนึ่งใจเต้นไม่เป็นส่ำ กวาดตามองภาพด้านหน้าด้วยความสงสัยตื่นกลัว
       เพชรอ้อมมาทางด้านหลัง หาทางปีนขึ้นไป เคาะที่กระจกหน้าต่างเบาๆ น้ำหนึ่งสะดุ้งเฮือกตกใจหันขวับ เห็นเป็นเพชร ยืนเกาะขอบหน้าต่าง มองน้ำหนึ่งด้วยสายตาลึกซึ้ง
       “พี่เพชร”
       น้ำหนึ่งยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ มองจ้องแต่เพชร ตื่นเต้น ขยี้ตาตัวเอง เอาหน้า
       แนบกระจก
       “น้ำหนึ่งไม่ได้ตาฝาด พี่เพชรมาหาน้ำหนึ่งจริงๆ ด้วย”
       “เพราะพี่รักน้ำหนึ่ง”
       เพชรแนบหน้าลงตรงกระจก ใบหน้าของเพชรและน้ำหนึ่งห่างกันแค่กระจกกั้น เพชรทอดสายตาหวานซึ้งมองมา หัวใจของน้ำหนึ่งแทบละลาย
       ขณะเดียวกันที่หน้าบ้านพัก ลูกน้องของเกรียงศักดิ์วิ่งเข้ามาในระยะห่าง กวาดตามองไปรอบๆ ทั่วทั้งบริเวณไม่มีใคร
       “ก็ไม่มีใครนี่หว่า” เก็บปืนเข้าชายพกเหมือนเดิม
       เพชรมองผ่านน้ำหนึ่งเห็นคนเดินมาพูดผ่านกระจก
       “มีคนมา”
      
       น้ำหนึ่งอ่านปากเพชรหันขวับไปมอง เห็นลูกน้องเกรียงศักดิ์เดินเข้ามาใกล้


  


       น้ำหนึ่งเปิดหน้าต่างให้เพชรทันที
      
       “ปีนเข้ามาค่ะพี่เพชร เร็ว”
       เพชรไม่รอช้า รีบปีนเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว ก่อนหันปิดหน้าต่าง รูดผ้าม่านปิดรวดเร็ว
       คนของเกรียงศักดิ์เห็นผ้าม่านไหวรูด ผิดปกติ จึงวิ่งตรงมาที่บ้านพักอย่างรวดเร็ว
      
       ภายในห้อง น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างเต็มตื้น หัวใจของสาวน้อยเต้นระรัว ขณะที่เพชรหวานใส่
       “ไม่มีอะไรพรากเราสองคนให้จากกันได้ ถึงน้ำหนึ่งจะอยู่สุดหล้าฟ้าเขียว พี่ก็จะตามหาให้เจอ”
       “พี่เพชร”
       น้ำหนึ่งตื้นตันดีใจมาก สองหนุ่มสาวมองหน้ากัน ก่อนที่เพชรจะดึงน้ำหนึ่งเข้าไปกอด
       น้ำหนึ่งที่เวลานี้ความรักท่วมอกกอดเพชรแนบแน่น ไม่มีแม้แต่ความลังเล สงสัย ควรไม่ควร สิ่งที่น้ำหนึ่งมีให้เพชรคือความรักที่ท่วมท้นล้นใจ
       สาวน้อยเงยหน้ามองเพชร ขณะที่เพชรก้มหน้าลงมาต่ำประทับรอยจูบที่ริมฝีปากน้ำหนึ่งแนบแน่น ขณะที่ด้านหน้าห้อง คนของเกรียงศักดิ์ควักปืนวิ่งมาเคาะประตู
       “คุณน้ำหนึ่งครับคุณน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งผละออกจากเพชร ความละอายใจวิ่งเข้ามาแทนที่ ขณะที่เพชรรั้งตัวเอาไว้ ต้องการประกาศ เขาเป็นอะไรกับน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งมองอ้อนวอน
       “พี่เพชร”
       “ถึงตรงนี้พี่ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว..พี่จะสู้...เพื่อน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งตกใจมาก “พี่เพชร”
       เพชรเดินตรงดิ่งไปที่ประตู ขณะที่คนของเกรียงศักดิ์เคาะประตู
       “คุณน้ำหนึ่งครับคุณน้ำหนึ่ง”
       เพชรบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเข้ามา ลูกน้องเกรียงศักดิ์ตกใจ
       “เฮ้ย!”
       เพชรไม่รอช้า ชกเปรี้ยง แล้วยันร่างของชายคนนั้นอย่างแรง จนปืนหล่นกระเด็น เพชรหันมาคว้าตัวน้ำหนึ่ง
       “เร็วน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งตัวปลิวตามแรงกระชากของชายหนุ่ม เพชรคว้ามือน้ำหนึ่ง ขณะเตะเข้าปลายคางลูกน้องของเกรียงศักดิ์อย่างแรง จนร่างนั้นผงะ เซ หลุนๆ กลิ้งตามพื้น
       เพชรพาน้ำหนึ่งวิ่งออกไปทันที ลูกน้องเกรียงศักดิ์กลั้นใจ ลุกขึ้นมาตะโกน
       “หยุด”
       ลูกน้องเกรียงศักดิ์แข็งใจ คลานไปหยิบปืนขึ้นมา
      
       เพชร ลากมือน้ำหนึ่งวิ่งไม่หยุด ส่วนด้านหลังคนของเกรียงศักดิ์ยิงปืนเปรี้ยงออกมา น้ำหนึ่งสะดุดหินล้มลง ร้องกรี๊ด เพชรประคองน้ำหนึ่ง ห่วงจริง
       “เจ็บมากมั้ยน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งยังไม่ทันตอบหน้าตาเหยเก ลูกน้องเกรียงศักดิ์ถือปืนเล็งมา
       “ปล่อยคุณน้ำหนึ่ง ไม่งั้นแกตาย”
       เพชรฉุดน้ำหนึ่งขึ้นมาในลักษณะโอบประคอง แต่ร่างของน้ำหนึ่งอยู่ด้านหน้าเพชร เพชรจงใจใช้น้ำหนึ่งบังตัวเอง แต่แกล้งกอดเอาไว้
       “ก็เอาสิ...ฉันยอมตาย พร้อมกับคุณน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งรีบกางแขนออกปกป้องเพชร “อย่านะ...ถ้านายยิง ฉันก็ยอมตายพร้อมกับพี่เพชร
       เหมือนกัน”
       ลูกน้องเกรียงศักดิ์ลำบากใจมาก “คุณน้ำหนึ่ง”
       “ฉันพูดจริง ไปบอกคุณพ่อเลย ฉันรักพี่เพชร ฉันจะไปกับพี่เพชร ต่อให้ความตายก็พรากฉันไม่ได้”
       “คุณน้ำหนึ่ง”
       “เอาปืนลง”
       ลูกน้องของเกรียงศักดิ์ลังเล ไม่รู้จะทำยังไง ลูกนาย เอาตัวบังผู้ชายเอาไว้ ขณะที่
       เพชรพาน้ำหนึ่งออกมา
       “ไปน้ำหนึ่ง”
       เพชรประคองน้ำหนึ่งออกไป ลูกน้องเกรียงศักดิ์ได้แต่ยิงปืนขู่ เปรี้ยง!
      
       ที่หน้าไร่รถตู้ของนวลวิ่งมาจอด นวลเห็นเพชรพาน้ำหนึ่งวิ่งตรงไปยังรถที่จอดซุ่มอยู่ และลูกน้องของเกรียงศักดิ์วิ่งตามมา
       “หยุดคุณน้ำหนึ่งหยุด”
       อลิสที่ขับรถตามมา เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
       “ต๊าย! ยัยน้ำหนึ่งกับไอ้หมอนั่น”
       อลิสมองตะลึง ขณะที่เพชรดันน้ำหนึ่งขึ้นรถ
       “เร็วน้ำหนึ่ง”
      
        โดยไม่รอช้าน้ำหนึ่งกระโจนขึ้นรถทันที

      ลูกน้องของเกรียงศักดิ์ยิงปืนเปรี้ยงที่รถของเพชรกะสกัด แต่เพชรเหยียบคันเร่งพารถหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว นวลได้แต่ตะโกน
      
       “คุณน้ำหนึ่งๆๆ อย่าไปค่ะอย่าไป”
       อลิสวิ่งลงจากรถมาหาตื่นเต้น “นี่ไอ้กร๊วกนั่นพาน้ำหนึ่งหนีเหรอคะ? Oh! My God”
       อลิสทำท่าโอเวอร์สุดขีด ก่อนนึกแผนเขี่ยบอล
       “นี่ถ้าคุณอารู้...จะว่ายังไงเนี่ย”
      
       เกรียงศักดิ์อยู่ที่ห้องโถงชั้นล่างในคฤหาสน์ตะเบ็งเสียงถามคนของตัวเองดังลั่น เห็นเวลาประมาณตีห้า
       “ไอ้เพชรพาน้ำหนึ่งหนี”
       ลูกน้องกุมเป้ากลัวนาย “ครับ”
       “แกไปดูลูกสาวฉันยังไง? บ้าเอ๊ย!”
       เกรียงศักดิ์ทำท่าจะตบบ้องหูลูกน้องแต่ค้างมือเอาไว้ แสดงให้เห็นว่าจริงๆ เกรียงศักดิ์
       ไม่ได้เป็นคนใจร้าย ใจดำ เลว มีความยับยั้งชั่งใจตัวเองอยู่ เสมอ
       “ไป...รีบไสหัวไป ก่อนที่ฉันจะกระทืบแกตายอยู่ตรงนี้ ไป๊”
       ลูกน้องเกรียงศักดิ์รีบออกไปอย่างรวดเร็ว นวลหน้าซีด ดาราณีนั่งสูดยาดม ตาหวานแอบอยู่มุมเสา ตามประสาเด็กไม่กล้าเข้ามาแต่อยากรู้ อลิสอยู่ด้วย จีบปากจีบคอใส่ไฟต่อ
       “แต่จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้หรอกค่ะคุณอาขา...อลิสเห็นกับตาว่าน้ำหนึ่งเอาตัวเองบังไอ้หมอนั่น เรียกว่าถ้าคนของคนอายิงปืนออกไป ถูกน้ำหนึ่งตายแหงแก๋แน่ๆ เลยค่ะคุณอาขา”
       “จริงเหรอนวล”
       นวลก้มหน้านิ่งไม่กล้าตอบ ลำบากใจ เกรียงศักดิ์ตะเบ็งเสียงถาม
       “ฉันถามทำไมไม่ตอบ จริงอย่างอลิสว่าหรือเปล่า”
       อลิสฮึกเหิมมาก “ป้านวล...พูดออกมาเลย พูดความจริงกลัวอะไร?อย่างน้อยป้านวลก็ได้ช่วยคนถูกนะคะ เพราะคนที่ผิดคือน้ำหนึ่ง”
       ดาราณีถาม “นวล...จนถึงขั้นนี้แล้วพูดมาเถอะ”
       “ค่ะ...จริงอย่างที่คุณอลิสบอก..คุณน้ำหนึ่งเอาตัวเองบังคุณเพชร”
       “ปั๊ดโธ่เอ๊ย!นังลูกไม่รักดี! ใจง่าย หนีตามผู้ชายชัดๆ”
       อลิสยิ้มสะใจ ตาหวาน แอบยิ้มฝันหวานตามประสาเด็กๆ ที่เพชรพาน้ำหนึ่งหนีไปได้สำเร็จ ส่วนเกรียงศักดิ์ได้แต่ฟาดงวงฟาดงา เตะข้าวของแถวนั้น และมือก็ไปฟาดเข้ากับกระเป๋าของน้ำหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ มือถือของน้ำหนึ่งร่วงออกมา สายตาทุกคู่มองมือถือน้ำหนึ่ง ก่อนที่เกรียงศักดิ์จะคว้าขึ้นมา กดไล่เบอร์ทันที จนเห็นชื่อเพชร
       “ไอ้เพชร” เกรียงศักดิ์คำราม
      
       รุ่งเช้าน้ำหนึ่งอยู่ในห้องที่คอนโดเพชร เพิ่งอาบน้ำเสร็จเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ น้ำ
       หนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตของเพชรตัวหลวมโพรก แต่น่าเอ็นดู
       “เดี๋ยวสายๆ พี่พาไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่นะ...ตอนนี้น้ำหนึ่งนอนก่อนเถอะ..เหนื่อยมา
       ทั้งคืนแล้ว” เพชรบอก
       น้ำหนึ่งมองนาฬิกา จวนเจียนจะหกโมงเช้า รีบบอก
       “จะเช้าแล้ว น้ำหนึ่งไม่นอนดีกว่าค่ะ”
       “น้ำหนึ่งกลัวพี่เหรอ”
       น้ำหนึ่งยิ้ม “เปล่าค่ะ..น้ำหนึ่งไม่เคยกลัวพี่เพชร..ตรงกันข้าม น้ำหนึ่งอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่กับพี่เพชร”
       เพชรเดินเข้ามาใกล้ “งั้นก็นอน”
       ไม่พูดเปล่า...เพชรดันร่างของน้ำหนึ่งให้นั่งลงบนเตียง ก่อนที่เพชรจะนั่งตามลงไป สอง
       หนุ่มสาวนั่งเบียดชิดกัน ใจของสาวน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ หลบตาขวยเขิน ขณะที่สายตาที่เพชรมองน้ำหนึ่งเหมือนเสือมองจ้อง เตรียมขย้ำเหยื่อ เพชรดันร่างของน้ำหนึ่งให้นอนลงไป ขณะที่ร่างสูงใหญ่ทาบทับตามลงมา น้ำหนึ่งเงยหน้ามองเพชร สายตามีแต่ความรัก หวามไหว เพชรแกล้งมองน้ำหนึ่งด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ก้มหน้าลงมาใกล้ จมูกชิดติดจมูก กระซิบแผ่ว
       “พี่รักน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งหลับตาพริ้ม ขณะที่เพชรบรรจงจูบที่ริมปากแผ่วเบา แต่ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์
       ก็ดังขึ้น สองคนชะงัก เพชรไม่สนใจเสียงโทรศัพท์ แต่น้ำหนึ่ง ได้โอกาส ดันตัวเพชรออก
       “โทรศัพท์ค่ะ”
       เพชรอิดออด “ใครอยากโทร.มาแต่เช้าก็ช่างมัน”
       เพชรสวมกอดจะดันร่างน้ำหนึ่งลงบนเตียงใหม่ แต่น้ำหนึ่งเอามือดันเพชรออก ใจแข็ง
       “รับโทรศัพท์เถอะค่ะ....เผื่อคนเค้ามาตามงาน”
       “ถ้าใครโทร.มาตามงานพี่ตอนนี้ พี่จะเตะมัน”
       เพชรจำใจต้องลุกจากน้ำหนึ่ง เดินไปหยิบโทรศัพท์ แต่นิ่วหน้าเมื่อเห็นเป็นเบอร์น้ำหนึ่งโทร.เข้ามา เพชรชะงักสงสัย น้ำหนึ่งถาม
       “ใครโทร.มาคะพี่เพชร”
       “น้ำหนึ่ง”
       เพชรหันมือถือไปให้น้ำหนึ่งดู น้ำหนึ่งคว้ามาถือไว้มองแล้วใจหายวาบ หน้าซีดเผือด
       “ต้องเป็นคุณพ่อ...คุณพ่อแน่ๆ”
      
       น้ำหนึ่งได้แต่มองมือถือไม่กล้ารับ


  


       เกรียงศักดิ์ถือมือถือโกรธมาก หันมามองดาราณี ตะเบ็งเสียงอย่างโกรธแค้น
      
       “ไอ้เพชรมันไม่รับโทรศัพท์ผม”
       ดาราณีเงียบไม่รู้จะพูดยังไง อลิสเสียอีกที่เป็นคนพูด
       “น่าสงสัยนะคะ ทำไมไม่รับ...หรือว่า…”
       ทุกคนเหลียวขวับมามองอลิส ดาราณีถาม
       “อะไรอลิส”
       “ก็น้ำหนึ่งกับไอ้หมอนั่น อาจจะกำลัง...” สาวแสบหย่อนเสียงให้ดูตื่นเต้น “มีซัมติ้งรองอะไรกันอยู่?”
       “ไอ้เพชร”
       เกรียงศักดิ์คำรามกดสายโทร.ออกอีก
      
       น้ำหนึ่งหน้าซีด ไม่กล้ารับ เพชรบอก
       “ถึงตอนนี้พี่ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว”
       เพชรดึงมือถือออกมาจากมือน้ำหนึ่ง รับเอง แกล้งทำเสียงกวนอย่างที่สุด
       “สวัสดีครับ...ผมเพชรครับ”
       เกรียงศักดิ์โกรธมาก
       “ไอ้เพชร..แกเอาลูกสาวฉันไปไว้ไหน...พาน้ำหนึ่งกลับมาเดี๋ยวนี้”
       “พากลับ...งั้นผมขอถาม ภรรยา ของผมก่อนนะครับ...ว่าเค้าอยากกลับไปหาคุณพ่อรึเปล่า”
       ทั้งน้ำหนึ่งและเกรียงศักดิ์สุดจะตกใจกับคำว่า...ภรรยา
       “พี่เพชร”
       เพชรพูดอ้อล้อ จงใจยั่ว “น้ำหนึ่งจ๋า..คุณพ่อให้ถาม...น้ำหนึ่งอยากกลับบ้านไปหาคุณพ่อ หรืออยู่กับพี่จ๊ะ”
       เกรียงศักดิ์โกรธจนตัวสั่น “ไอ้เพชร..ลูกฉันไม่ได้เป็นเมียแก เอาลูกสาวฉันคืนมาเดี๋ยวนี้”
       เพชรยิ้มหยันในสีหน้า ดาราณีกะนวลแทบจะเป็นลม อลิสยิ้มสะใจ ส่วนตาหวานฟินมาก
       ด้านน้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด เมื่อเพชรยื่นมือถือให้ถามซ้ำ
       “ว่าไงจ้ะน้ำหนึ่ง จะกลับไปหาพ่อ...หรืออยู่กับพี่”
       เกรียงศักดิ์ตะเบ็งเสียงคอแทบแตก “กลับบ้านเดี๋ยวนี้น้ำหนึ่ง ไม่งั้นแกกับพ่อขาดกัน”
       น้ำหนึ่งทั้งห่วงทั้งกลัวพ่อ ดึงมาพูดเอง “ค่ะคุณพ่อ...น้ำหนึ่งจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
       เพชรดึงมือถือมาพูดต่อ “แต่มีข้อแม้...ลูกเขยคนนี้ จะเป็นคนไปส่งภรรยาด้วยตัวเอง”
       “ไอ้เพชร”
       เกรียงศักดิ์แทบล้มทั้งยืน สีหน้าอลิสระรื่นแอบยิ้มสะใจ พลางคิดในใจ
       “หนีตามผู้ชาย ฉันจะทำให้ภาพพจน์แกไม่ต่างจากสก๊อยเลยนังน้ำหนึ่ง”
       อลิสหันมา สะดุ้งเฮือก เมื่อเจอดาราณีมองอยู่
      
       อลิสเดินออกมาที่หน้าคฤหาสน์ตรงมาที่รถของตัวเอง หน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมเรียบร้อย สายตาของดาราณีดูชาเย็น ขณะที่บอก
       “อาขอบใจมาก ที่อลิสเป็นห่วงน้ำหนึ่ง แต่คราวหลังไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะจ๊ะ คนอื่นที่เค้าไม่รู้..เค้าจะเข้าใจว่าอลิสสอดรู้สอดเห็น”
       อลิสสะดุ้งเฮือก “คุณอาคะ...อลิสไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นนะคะ”
       ดาราณีมองด้วยสายตาเย็นชา “อาเข้าใจจ้ะ ว่าอลิสเป็นห่วงน้ำหนึ่ง ไม่งั้นคงไม่ตามไปถึง
       ไร่หรอก ขอบใจอีกครั้งจ้ะ แต่อาว่าอลิสรีบกลับบ้านเถอะ....หายมาทั้งคืนแบบนี้ที่บ้านจะเป็นห่วง”
       อลิสยิ้มอยากอยู่สาระแนต่อ “ไม่เป็นไรค่ะ อลิสอยู่ต่อได้ ที่บ้านไม่ห่วง”
       ดาราณียิ้มเยือกเย็น “อ้อ...อลิสคงหายไปทั้งคืนอยู่บ่อยๆ จนที่บ้านชิน แต่ยังไงอาว่าอลิส กลับบ้านดีกว่า คุณอาผู้ชายคงอยากคุยกับน้ำหนึ่งส่วนตัว”
       อลิสสบตาดาราณีจังๆ ท่าทางนิ่งๆ ของคุณหญิงทำให้อลิสเกรงได้เหมือนกัน ได้แต่บอกเสียงอ่อยๆ
       “งั้น..อลิสกลับก่อนนะคะ” ยกมือไหว้ “แล้วจะมาใหม่ค่ะ”
       “อลิส” ดาราณีรียกไว้
       “คะ”อลิสงงๆ เกรงๆ
       ดาราณีขอร้อง “ต่อไปมีเรื่องอะไรคุยกับอาคนเดียวก็ได้นะ...ไม่ต้องคุยกับอาผู้ชายอีกอย่าง...อาหวังว่าเรื่องวันนี้ อลิสจะไม่บอกใคร”
       อลิสมองหน้าอย่างเกรงใจ “ค่ะ”
       “ขอบใจมากจ้ะ”
       อลิสเดินไปที่รถตัวเอง หน้าแอบเฮี้ยวเหมือนเดิม ขณะที่ดาราณีถอนหายใจกลุ้มหนักคิดในใจ
      
       “น้ำหนึ่งนะน้ำหนึ่ง...ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้?”


  


       เพชรเดินจูงมือน้ำหนึ่งลงมา หน้าคอนโดหน้าตาเกรี้ยวกราด อมยิ้มนิดๆ อย่างสะใจ น้ำหนึ่งยื้อมือเอาไว้ ท่าทีกังวล พร้อมถามเพชรอย่างน่าสงสาร
      
       “พี่เพชรคะ...ทำไมพี่เพชรพูดกับคุณพ่ออย่างนั้นล่ะคะ” พลางก้มลงมองเสื้อตัวเอง “แล้ว
       ยิ่งน้ำหนึ่งแต่งตัวอย่างนี้ คุณพ่อก็ยิ่งต้องเข้าใจว่า...”
       เพชรพูดสวนขึ้นทันที “น้ำหนึ่งเป็นภรรยาพี่”
       น้ำหนึ่งยิ่งตกใจ “พี่เพชร”
       เพชรแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน “พี่ขอโทษ...แต่ถ้าพี่ไม่พูดอย่างนั้น คุณพ่อของน้ำหนึ่งก็ต้องพรากน้ำหนึ่งไปจากพี่ เราสองคนต้องพรากจากกัน น้ำหนึ่งทนได้เหรอ? พี่ทนไม่ได้”
       น้ำหนึ่งอึ้ง มองเพชร หัวใจของสาวน้อยอ่อนยวบลงไปทันที มือของเพชรกุมมือน้ำหนึ่งบีบกระชับแน่น บอกด้วยน้ำเสียงเว้าวอนเหมือนเดิม
       “น้ำหนึ่ง....ไม่ต้องกังวลนะ พี่รักน้ำหนึ่ง รักมาก พี่จะอยู่เคียงข้าง ปกป้อง ดูแล พี่จะไม่ทำให้น้ำหนึ่งต้องมัวหมองกับการเป็นภรรยาของพี่อย่างเด็ดขาด”
       น้ำหนึ่งมองเพชรด้วยสายตาที่คลายกังวลขึ้น ก่อนยิ้มออกมาน้อยๆ คำพูดของเพชรทำให้
       เชื่อมั่นเหลือเกินว่าเขาจะไม่ทิ้งเธอ
      
       เวลาต่อมา ด้านในคฤหาสน์ เกรียงศักดิ์เดินกระสับกระส่ายท่าทางโมโหจัด ขณะที่ดาราณีก็นั่งไม่ติดที่ เสียงรถแล่นมาจอด เกรียงศักดิ์หันขวับตาวาว เดินลิ่วออกไปทันที ร้อนใจมาก ทนรอไม่ไหว ดาราณีรีบตามไปทันที
      
       เพชรก้าวเดินลงจากรถพร้อมจูงมือน้ำหนึ่งที่แข้งขาสั่นลงมา นวลกับตาหวานที่รออยู่หน้า
       บ้านอ้าปากค้าง เห็นน้ำหนึ่งในชุดเสื้อผ้าของเพชร ตาหวานไม่ฟินแล้ว เรื่องมันใหญ่โตเกิ๊น เพชรจูงมือน้ำหนึ่งจะเข้าไป นวลร้องลั่น
       “เดี๋ยวค่ะ”
       เพชรกับน้ำหนึ่งหันมามองป้านวล ป้านวลบอก
       “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะนะคะคุณหนึ่ง ท่านเห็นอย่างนี้ ตายแน่ๆ”
       น้ำหนึ่งมองหน้าเพชร เพชรกุมมือน้ำหนึ่งแน่น เกรียงศักดิ์และดาราณีเดินออกมาจากด้านในบ้าน นวลมองด้วยแววตาเว้าวอน และจะร้องไห้
       “นะคะคุณน้ำหนึ่ง อย่าให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้เลย เร็วเข้าค่ะ เร็วเข้า”
       เกรียงศักดิ์ ดาราณีเดินออกมา เพชร กุมมือน้ำหนึ่งแน่น
       “พี่เพชร”
       “ไม่ต้อง...พี่เป็นลูกผู้ชายพอ...พี่ทำอะไรลงไปพี่พร้อมรับผิดชอบ”
       นวลมองเพชตาขวาง “ลูกผู้ชายที่เห็นแก่ตัวน่ะสิ เพราะสิ่งที่คุณทำมันกำลังทำให้คุณน้ำหนึ่งลำบาก” นวลหันมาทางน้ำหนึ่ง “คุณน้ำหนึ่งรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ”
       น้ำหนึ่งมองเพชรพะว้าพะวัง ขณะที่เกรียงศักดิ์ เดินนำดาราณีออกมา ตาหวานร้อง
       “ป้านวล ไม่ทันแล้วล่ะ คุณท่านออกมาแล้ว”
       เพชร กะน้ำหนึ่งหันขวับไปมอง สายตาของเพชรมีความสาแก่ใจ น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด
       ขณะที่เกรียงศักดิ์และดาราณี ลมแทบจับเมื่อเห็นสภาพน้ำหนึ่ง
      
       เกรียงศักดิ์โกรธแทบจะฉีกเพชรเป็นชิ้นๆ ตวาดดังลั่น “น้ำหนึ่ง”

       เกรียงศักดิ์ลากน้ำหนึ่งเข้ามาในบ้าน น้ำหนึ่งร้องไห้ หวาดกลัวตกใจ
      
       “ปล่อยค่ะคุณพ่อ..น้ำหนึ่งเจ็บ ปล่อย”
       เพชรรีบเข้ามาช่วยดึงน้ำหนึ่งออก
       “ปล่อยภรรยาผม”
       เกรียงศักดิ์เหลียวขวับมามองหน้าเพชร “อย่ามาใช้คำๆ นี้กับลูกฉัน ไอ้เพชร”
       ขาดคำเกรียงศักดิ์ก็ชกเข้าที่หน้าของเพชรเต็มแรง เพชรแกล้งเซถลาล้มลงเรียกร้องความเห็นใจ น้ำหนึ่งผวาเข้าไปหาเพชร ห่วงมากๆ
       “พี่เพชร”
       เกรียงศักดิ์โกรธยิ่งขึ้น “เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้วน้ำหนึ่ง มานี่”
       เกรียงศักดิ์กระชากน้ำหนึ่งคืนมา น้ำหนึ่งไม่ยอมคว้าตัวเพชรไว้
       “ไม่ค่ะไม่ น้ำหนึ่งไม่ไป”
       เพชรแกล้งกอดน้ำหนึ่งแน่นประชด “อย่าเอา เมีย ผมไปไหนเลยนะครับ ผมขอร้อง”
       เกรียงศักดิ์บันดาลโทสะ แทบหายใจไม่ออก “ไอ้เพชร”
       ดาราณี หน้าซีดเผือด นวลกับตาหวานที่แอบมองก็หน้าซีดกลัวมาก เพชรยิ่งสาแก่ใจ ยิ่งกอดน้ำหนึ่งประชด ปั้นเสียงน่าสงสาร
       “ยังไงผมกับน้ำหนึ่งก็เป็นผัวเป็นเมียกันแล้ว...เราสองคนพร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกัน...คุณพ่อ คุณแม่...อย่าขัดขวางเลยนะครับ เห็นแก่เด็กตาดำๆ ที่จะเกิดมาเถอะ”
       ดาราณีแทบจะเป็นลม นวลกับตาหวานตาเหลือก ขณะที่เกรียงศักดิ์ ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งแบบหมดแรง คาดไม่ถึง เพชรมองอย่างสะใจ ดาราณีรีบไปหาเกรียงศักดิ์
       “คุณคะคุณ....” หันมาทางน้ำหนึ่งที่ร้องไห้อยู่ “น้ำหนึ่ง ลูกเห็นรึยังว่าคุณพ่อเสียใจมากแค่ไหน ทำไม ถึงได้ทำตัวอย่างนี้”
       น้ำหนึ่งลนลานคลานเข้าไปแทบเท้าเกรียงศักดิ์กับดาราณี จับเท้าพ่อแม่เอาไว้ร้องไห้อ้อนวอน
       “คุณพ่อคุณแม่ขา...น้ำหนึ่งกราบขอโทษค่ะ” แล้วก้มลงกราบ “แต่น้ำหนึ่งกับพี่เพชร รัก
       กันจริงๆ คุณพ่อคุณแม่อนุญาตให้เราสองคนคบกันนะคะ”
       เพชรรีบบอก “คุณพ่อคุณแม่อนุญาตให้เราสองคนใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนะครับ”
       เกรียงศักดิ์มองเพชรและน้ำหนึ่ง สายตามีแต่ความเสียใจ เพราะไม่ได้เกลียดเพชรเข้ากระดูกดำ แค่รู่สึกว่าไม่คู่ควรลูกสาวเท่านั้น
       นวลน้ำตาซึมมองที่น้ำหนึ่งแล้วส่ายหน้า คิดในใจว่าไม่น่าเลย แต่ตาหวานมองเพชรแบบฮีโร่ พระเอ๊ก พระเอก น้ำหนึ่งอ้อนวอนต่อ
       “นะคะคุณพ่อ..นะคะ...” รีบบอกกับเพชร “พี่เพชร กราบคุณพ่อเร็ว”
       เพชรทำเป็นลังเล ไม่คิดจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว น้ำหนึ่งเร่งเร้า
       “เร็วค่ะพี่เพชร”
       เพชรลังเล แต่จำต้อง ทำท่าจะก้มลงกราบ แต่เกรียงศักดิ์พูดก่อน
       “ไม่ต้อง”
       น้ำหนึ่งใจหายแว้บ “คุณพ่อ”
       เกรียงศักดิ์เสียงเครือเสียใจเหลือแสน “ถ้าน้ำหนึ่งรักเค้าขนาดนั้น...พ่อก็ไม่ขัด”
       น้ำหนึ่งดีใจตะลึงคาดไม่ถึง “คุณพ่อ”
      
       เพชร ดาราณี และนวล ก็คาดไม่ถึง เป็นไปได้ยังไง ตาหวานยิ้มแก้มแทบแตก


  


       เกรียงศักดิ์พูดต่อ
      
       “ถ้ารักกันจริง...ก็เข้าตามตรอกออกตามประตู” บอกกับเพชร “ให้พ่อแม่มาสู่ขอน้ำหนึ่ง
       ด้วยแล้วกัน”
       เพชรคาดไม่ถึง
      
       เพชรถึงคอนโด รีบโทร.รายงานพลอยทันที พลอยรับฟังยิ้มน้อยๆ ขณะบอก
       “เอาสิ...เค้าอยากให้เอาพ่อแม่ไปสู่ขอ...เพชรก็จัดไป”
       เพชรอยู่ที่คอนโด หน้าตายุ่ง
       “งั้นเค้าก็รู้สิครับ”
       พลอยพูดเสียงเย็นๆ แทรก “ก็ใครจะให้แม่ไปจริงๆ คนว่างงานแถวบ้านเราเยอะแยะจะตาย...เพชรมารับไปก็ได้ เรื่องแค่นี้ไม่ยากหรอก...รีบกลับมาแล้วกัน”
       พลอยวางสาย เพชรเองก็วางสาย สีหน้าบ่งบอกว่ากลุ้มใจ เหมือนเรื่องจะยากขึ้นทุกวัน
       พลอยกดโทรศัพท์ออก สีหน้ายิ้มละไม
       เสียงมือถือของพจนีย์ดังก้อง พจนีย์เดินมารับสายเสียงหวาน
       “คะพี่พลอย”
       รจนาที่กำลังรีดผ้าอยู่ ชะงักเงยหน้าขึ้นมาดู พลอยพูดเสียงหวาน
       “พี่ได้ฤกษ์แต่งจอมปลอมของพจน์กับเพชรแล้ว ยินดีด้วย”
       พจนีย์ยิ้มดีใจ “เมื่อไหร่คะ”
       “พรุ่งนี้...พจน์มาที่บ้านพี่ได้เลย”
       พลอยยิ้ม..แต่เป็นรอยยิ้มของคนมาดมั่น มีแผนในใจ
      
       พจนีย์ยิ้มแป้น วางสายอย่างดีใจ หันมาบอกรจนา
       “พี่จะได้เป็นเจ้าสาวของพี่เพชรแล้ว....โอ๊ย..พี่ดีใจ อะไรมันจะเหมาะสมกันขนาดนี้ เพชร...พจน์ แอร๊ย”
       พจนีย์ทำท่าลิงโลดดีใจมาก รจนามองมาหน้าเสีย แอบอิจฉา ถามเบาๆ
       “พรุ่งนี้พี่พจน์จะใส่ชุดไหนไปคะ รจจะได้รีดให้”
       “ชุดไหนดีๆๆ” พจนีย์ทำท่าคิด ก่อนบอก “เดี๋ยวนะ” พลางหันไปรื้อตู้เสื้อผ้า
       “ว้า..มีแต่ชุดเก่าๆ พี่พลอยบอกกะทันหันไป พี่ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเลย” ตัดใจดึงออกมา
       ตัวหนึ่ง “เอาตัวนี้แล้วกัน ใหม่สุด”
       พจนีย์ยื่นชุดเดรสให้รจนาหนึ่งตัว รจนาบอกอ่อนหวาน
       “เดี๋ยวรจรีดให้นะคะ”
       “ขอบใจจ้ะรจนาน้องรัก”
       พจนีย์เดินลั้นลาปลื้มปริ่มออกไป รจนาอมยิ้ม ท่าทางมีเลศนัย ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเพื่อน
       “หน่อย...บ้านเธอมีหมามุ่ยใช่ป่ะ”
      
       รจนายิ้มพอใจ


  


       รุ่งเช้าเกรียงศักดิ์อยู่ในชุดทำงาน เตรียมตัวออกไปทำงาน กำลังเดินออกมาจากห้อง ลงบันไดมา ดาราณีตามหลัง ท่าทางของเกรียงศักดิ์นิ่งจนดาราณีเป็นห่วง
      
       “คุณคะ....คุณโอเคนะคะ”
       เกรียงศักดิ์พยักหน้า ดาราณีถามต่อ
       “แล้วจริงเหรอคะ ที่คุณอนุญาตให้นายเพชรอะไรนั่น...พาพ่อแม่มาสู่ขอน้ำหนึ่ง”
       “ใช่...แต่วันที่มันพาพ่อแม่มันมา น้ำหนึ่งไม่อยู่แล้วล่ะ”
       ดาราณีชะงักงง น้ำหนึ่งที่ถือถาดใส่ชุดอาหารเช้ากำลังจะเดินเลี้ยวขึ้นบันไดเอาไปให้พ่อแม่ด้วยใบหน้ายิ้มละไมชะงัก งงเหมือนกัน เกรียงศักดิ์พูดต่อ
       “ผมจะหลอกพาน้ำหนึ่งไปอยู่อเมริกา ไม่มีทางที่ผมจะให้ไอ้หมอนั่นแต่งงานกับน้ำหนึ่งอย่างเด็ดขาด”
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด ตกใจ คาดไม่ถึง
      
       น้ำหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยหัวใจเต้นระรัว วงหน้าซีดเผือดเพราะคาดไม่ถึง อึ้งๆตกใจ กังวล ก่อนคว้ามือถือขึ้นมากดโทร.ออกอย่าง รวดเร็ว
      
       ขณะเดียวกันที่บ้านเชิงเขา พลอยนั่งอยู่บนรถเข็น ใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆ ขณะที่พจนีย์ที่อยู่ในชุดสวย มีอาการคันคะเยอ
       พลอยมองชักสงสัย “คัน...อะไรนักหนาจ้ะพจน์”
       “ไม่รู้ค่ะพี่พลอย คันไปหมดเลยอ่ะ” พจนีย์เกาทั้งตัว
       รจนาที่อยู่ในชุดสวยไม่แพ้พจนีย์แกล้งบอกอย่างเป็นห่วง
       “ไหวมั้ยพี่พจน์ กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีมั้ยคะ”
       “เปลี่ยนได้ยังไง? ถ้าพี่เพชรมาถึงแล้วไม่เห็นเจ้าสาวจะทำยังไง”
       “แต่ถ้าเจ้าสาวนั่งคันตั้งแต่ยังไม่แต่งงานคงไม่ดี” พลอยเห็นด้วย
       พจนีย์หน้าเสีย รจนาแอบยิ้ม
       “พี่เพชรยังไม่มาหรอก...พี่พจน์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะค่ะ”
       “งั้นเดี๋ยวพจน์จะรีบมานะคะ”
       พจนีย์รีบเดินออกไปมือไม้เกาตลอดคันมาก รจนาแอบยิ้ม พลอยหงุดหงิด
       พลอยคิดในใจ “ป่านนี้แล้ว ทำไมเพชรยังไม่มา? อย่าบอกนะว่า หลงเสน่ห์นังเด็กนั่น”
      
       น้ำหนึ่งยังคงร้องไห้ขณะกดสายหาเพชร
       “พี่เพชร...พี่เพชรต้องช่วยน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งหยิบมือถือขึ้นมารวดเร็ว
      
       เพชรจอดรถแล้วกำลังจะเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางอิดโรย เสียงโทรศัพท์ดัง เพชรหยิบมือถือ
       ขึ้นมา ภาพแทนสายตาเห็นเป็นเบอร์โทร.น้ำหนึ่ง เพชรกำลังจะรับสาย ทับทิมก็เดินออกมา
       “กลับมาแล้วเหรอเพชร”
       เพชรมองโทรศัพท์ท่าทีลังเล ทับทิมมองตามสายตาเพชร บอกเสียงเข้ม
       “รีบเข้าไปข้างใน พลอยรออยู่”
       “ครับแม่”
       เพชรจำต้องกดสายทิ้ง เก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วเดินเข้าไปข้างใน
       ทางด้านน้ำหนึ่ง ยิ่งออกอาการลนลาน ร้อนใจสุดขีด
       “ทำไมพี่เพชรไม่รับสาย”
      
       สีหน้าน้ำหนึ่งว้าวุ่นและกังวลหนัก ใจเสียเข้าไปใหญ่
ตอนที่ 4
      
       ขณะที่เพชรเดินเข้าไปด้านในบ้าน แต่ต้องชะงักด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นพลอยนั่งอยู่กับทับทิมและรจนา แต่ละคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยงาม พลอยยิ้มทักทาย
      
       “เอ้า...เพชร..มาพอดี...เร็วๆ เข้าจ้ะ อย่าให้เจ้าหน้าที่เค้าเสียเวลา”
       เพชรงง)อะไรครับพี่พลอย?
       “ก็...มาจดทะเบียนสมรสไงจ๊ะ…”
       “แล้วพจนีย์ไปไหน” ทับทิมสงสัย
       “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะค่ะ”
       “อ้าว!พจนีย์ไม่อยู่ จะจดทะเบียนได้ยังไง”
       พลอยบอก “รจนาจดแทนก็ได้มั้งคะ”
       เจ้าหน้าที่เหวอไปทันที
       รจนาแอบยิ้มแต่แอ๊บถามตกใจ “พี่พลอยจะให้รจแต่งงานกับพี่เพชร”
       “ใช่...เพราะยังไง..เพชรก็ต้องแต่งงานอยู่แล้ว”
       รจนายิ้มเขินก้มหน้าลงเอียงอาย แต่เพชรงงไปใหญ่ถามเสียงแข็ง
       “ผมน่ะเหรอครับจะต้องแต่งงานกับรจนา”
       รจนาหน้าเสีย ทับทิมบอกเสียงเข้ม
       ทับทิมบอกเสียงเข้ม “แกต้องแต่ง” แล้วหันมาทางรจนา “เอ้า...หนูรจ...เซ็นชื่อเลยลูก”
       “ค่ะ”
       รจนารีบรับคำรวดเร็ว ทำท่าจะหยิบหนังสือจดทะเบียนมาเซ็น แต่เจ้าหน้าที่ทักท้วง
       “จะดีหรือครับ เพราะที่คุยกันไว้แต่แรก เจ้าสาวของคุณเพชร คือคุณพจนีย์”
       “น้องชายฉันแต่งงานกับใครก็ได้ค่ะ....เซ็นชื่อเลยรจนา”
       รจนาแอบยิ้มรับคำ “ค่ะ”
       รจนาหยิบปากกาทำท่าจะเซ็น แต่ต้องชะงักเมื่อพจนีย์วิ่งเข้ามา
       “หยุดนะรจนา”
       รจนาหน้าเสีย “พี่พจน์”
       พจนีย์เดินมาไม่พอใจบอกเสียงแข็ง
       “พี่มาแล้ว”
       พูดจบพจนีย์ก็เซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว รจนาหน้าแหกและเสียดายมาก แต่เพชรยืนเซ่อ งง ไม่
       เข้าใจ ไปไม่ถูก พจนีย์เซ็นเสร็จก็บอกเพชรอ่อนหวาน แถมยื่นปากกาให้
       “พี่เพชรขา...เซ็นชื่อได้เลยค่ะ”
       “ไม่”
       พลอยหยิบทะเบียนสมรสที่วางอยู่ในสมุดส่งให้เพชร บอกเสียงเข้ม
       “เพชร เซ็นเลยจ้ะ....” พลอยเน้นคำ “เจ้าหน้าที่เค้ารอนานแล้ว เกรงใจ”
       เพชรหันไปมองเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็สงสัยเหมือนกัน เพชรตัดบท
       “ผมไม่เซ็น” เพชรเดินหนีออกไปเลย
       “เพชร...เพชร” พลอยฉุนขาด
       ทับทิมงง “เพชร”
       พจนีย์หน้าเสีย รจนาแอบอมยิ้ม เจ้าหน้าที่บอก
       “ถ้าเจ้าบ่าวยังไม่พร้อม ไว้วันหลังก็ได้นะครับ”
       “พร้อมค่ะ เดี๋ยวฉันคุยกับน้องชายฉันเอง”
       พลอยที่ถือสมุดแฟ้มทะเบียนสมรสเข็นรถเข็นตามเพชรไปอย่างรวดเร็ว ทับทิมบอกเจ้าหน้าที่
       “รบกวนรอซักครู่นะคะ”
       ทับทิมเดินตามพลอยออกไป รจนาหน้าเสียอีก คราวนี้พจนีย์แอบยิ้มสลับกับรจนา ก่อน
       เดินตามพลอยเข้าไปด้านใน
      
       พลอยเข็นรถเข็นเข้ามา เห็นเพชรยืนหันหลังให้ ทันทีที่ได้ยินเสียงรถเข็น เพชรก็หันขวับไปถามพลอยทันที
       “ผมไม่เข้าใจ...ทำไมพี่พลอยจะต้องให้ผมจดทะเบียนกับพจนีย์ด้วย”
       “เพื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นจะได้เป็นเมียน้อย เมียเก็บ....หรือว่านางบำเรออย่างสมบูรณ์ไงล่ะ”
       เพชรลังเลอย่างเห็นได้ชัด ทับทิมตามเข้ามาบอกเสียงเย็น
       “แม่คงไม่ต้องอธิบายใช่มั้ย? เมียน้อย เมียเก็บ นางบำเรอ มันเป็นยังไง?”
       เพชรยืนนิ่ง ไม่อยากทำขนาดนั้น
       ด้านน้ำหนึ่งอยู่ที่บ้าน สุดแสนจะวุ่นวายใจ กดโทร.หาเพชรอีก เสียงมือถือดัง เพชรสะดุ้ง รู้ว่าเป็นน้ำหนึ่ง ทับทิมถามทันที
       “เด็กนั่นใช่มั้ย”
       เพชรยืนนิ่ง พลอยบอก
       “เอามือถือมานี่”
       เพชรลังเล กลัดกลุ้มใจ พลอยสำทับเสียงเย็น
       “พี่บอกให้เอามือถือมานี่”
       เพชรจำต้องยื่นมือถือให้พลอย พลอยกดเปิดสปีกเกอร์โฟนก่อนยื่นคืนเพชร เสียงน้ำหนึ่ง
       ละล่ำละลักดังก้อง
       “พี่เพชร...เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”
       “มีอะไรน้ำหนึ่ง”
       “คุณพ่อโกหก คุณพ่อไม่ได้ให้เราแต่งงานกัน แต่คุณพ่อจะส่งน้ำหนึ่งไปอเมริกา”
       ทุกคนหันขวับไปมองเพชรเป็นตาเดียว เพชรเองก็อึ้ง น้ำหนึ่งร้องไห้
       “พี่เพชรรีบมาหาน้ำหนึ่งเร็วๆ นะคะ น้ำหนึ่งไม่อยากไปอเมริกา น้ำหนึ่งอยากอยู่กับพี่เพชร”
       เพชรพะว้าพะวัง ลึกๆ สงสารน้ำหนึ่ง พลอยและทับทิม สีหน้าหยามหยันดูถูก พลอยจ้องหน้าเพชร พยักหน้า เพชรบอกน้ำหนึ่ง
       “น้ำหนึ่งไม่ต้องกลัว....ไม่มีอะไรจะพรากเราสองคนจากกันได้ พี่จะไปรับน้ำหนึ่ง เดี๋ยวนี้”
       น้ำหนึ่งวางสาย สีหน้าคลายกังวล แต่พลอยนั่งหน้าบึ้ง ทับทิมเอ่ยขึ้น ท่าทีกังวล
       “หรือว่าไอ้เกรียงศักดิ์มันรู้.....ถึงจะส่งเด็กนั่นไปเมืองนอก”
       “มันจะรู้หรือไม่ ไม่ใช่ธุระของเรา” พลอยมองจ้องหน้าเพชร “ธุระของเราคือ...”
       เพชรพยักหน้า พลอยยื่นสมุดแฟ้มให้ ทับทิมเป็นฝ่ายสำทับ
       “เซ็นซะ แล้วรีบไปรับตัวเด็กนั่นมา...น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์ มันจะไปไหนไม่ได้...นอกจากมาเป็นเมียน้อย เมียเก็บ...เหมือนที่พ่อมันทำกับพลอย”
       เพชรเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสอย่างรวดเร็ว
      
       พจนีย์มองภาพที่เพชรเซ็นทะเบียนสมรส สีหน้าระรื่นด้วยความดีใจ


  


       พจนีย์เดินกลับมาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน ดีใจมากๆ ขณะบอกรจนา
      
       “ได้เป็นเจ้าสาวของพี่เพชรแล้วรจ...พี่ได้เป็นเจ้าสาวพี่เพชรแล้ว แอร๊ย พี่ดีใจสุดๆ เลย”
       รจนาแอ๊บสุดขีด “รู้ค่ะ แต่พี่พจน์ไม่น่าทำท่าคันแต่เช้าเลยนะคะ ใครเห็นเข้าน่าเกลียด”
       “ก็พี่คันจริงๆ นี่...” พจนีย์ทำท่าคิด “แต่พี่เดินฝ่าดงหมามุ่ยตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
       รจนาตกใจ “หมามุ่ย อะไรคะ”
       “ก็เมื่อเช้าตอนที่พี่กลับมาเปลี่ยนเสื้อ ป้าแกบอก เสื้อพี่มีแต่หมามุ่ย พี่เลยสงสัย พี่ไปติดหมามุ่ยมาได้ยังไง”
       รจนาก้มหน้าอย่างมีพิรุธ พจนีย์เรียกเสียงเข้ม
       “รจนา”
       รจนาปากคอสั่น “เปล่านะค่ะพี่พจน์ รจเปล่า”
       พจนีย์มองมาอย่างงงๆ “เปล่าอะไร”
       “ก็รจไม่ได้เป็นคนเอาหมามุ่ยใส่เสื้อพี่พจน์นะคะ”
       พจนีย์จ้องตาน้องเขม็ง “แต่เธออยากแต่งงานกับพี่เพชรแทนพี่”
       รจนามองพจนีย์ ค้นหาว่าสายตาของพจนีย์หมายความว่าอะไร พจนีย์ถามคาดคั้นต่อ
       “ใช่มั้ย? เธออยากแต่งงานกับพี่เพชรแทนพี่”
       รจนารีบปฏิเสธ “เปล่าค่ะเปล่า”
       “แล้วเธอจะเซ็นทะเบียนสมรสทำไม”
       รจนาตีหน้าใสซื่อแอ๊บ “ก็พี่พลอยบังคับรจ”
       “พี่พลอยจะบังคับรจได้ยังไง ในเมื่อที่ตกลงกัน พี่จะเป็นเจ้าสาวของพี่เพชร”
       “จริงๆ นะคะ..พี่พลอยบังคับรจ”
       พจนีย์นึกไปถึงตอนพลอยยื่นข้อเสนอให้พวกตนสองพี่น้อง ใครก็ได้แต่งงานกับเพชร
       พจนีย์ทำท่าคิด “แปลว่า...พี่พลอยจะให้พี่เพชรแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนก็ได้...” มองรจนาเชิงถาม “พี่พลอยทำทำไม”
       รจนาส่ายหน้าไม่รู้
      
       คืนนั้นพลอยหยิบทะเบียนสมรสขึ้นมา เห็นเป็นเพชรจดทะเบียนกับพจนีย์พลอยยิ้มสาสมใจ
       “ไม่ว่าเธอจะมาในฐานะไหน เธอก็เป็นได้แค่เมียน้อยแค่นั้น...น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศษ์”
       พลอยหัวเราะกึกก้องด้วยความสะใจ
      
       ด้านน้ำหนึ่งเดินลงมาจากบันได ใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่พยายามทำท่าทางทุกอย่างเป็นปกติ
       เสียงเพชรดังก้อง
       “ทำตัวให้เป็นปกตินะน้ำหนึ่ง อย่ามีพิรุธให้คุณพ่อจับได้ ไม่ต้องกลัว ยังไงเราต้องได้อยู่ด้วยกัน”
       เพชรกำลังขับรถแทบจะบินมา มุ่งหน้ากลับมากรุงเทพฯ หน้านิ่วคิ้วขมวด
       น้ำหนึ่งเดินลงมา นวลเดินเข้ามาพอดี พร้อมตาหวาน นวลบอก
       “ป้ากำลังจะไปตามคุณน้ำหนึ่งอยู่พอดีค่ะ”
       “มีอะไรเหรอคะป้านวล”
       “คุณท่านให้หาค่ะ”
       น้ำหนึ่งนิ่ง กังวล สีหน้ามีพิรุธ แต่นวลเข้าใจไปอีกทางบอกว่า
       “ไม่ต้องกลัวนะคะคุณน้ำหนึ่ง ป้าเห็นท่านยิ้ม อารมณ์ดีเชียวล่ะค่ะ”
       ตาหวานเข้ามาเกาะแขนน้ำหนึ่ง “ตาหวานเดาว่าคุณท่านจะให้ของขวัญแต่งงานพี่น้ำหนึ่ง
       ด้วยล่ะค่ะ เพราะตาหวานเห็นคุณท่านดูโปรแกรมทัวร์ใหญ่เลย”
       น้ำหนึ่งแกล้งรับมุข “ถ้าได้ไปเที่ยวจริงๆ พี่จะให้ตาหวานไปด้วย”
       “พี่น้ำหนึ่งไปฮันนีมูน ขืนตาหวานตามไปด้วย ตาหวานต้องถูกพี่คนนั้นอัดก็อบปี้ติดข้างฝาแน่ๆค่ะ โทษฐานไปเป็นก้างขวางคอ”
       “ดีมากตาหวาน ที่รู้ตัว...ไปค่ะคุณน้ำหนึ่ง เดี๋ยวคุณท่านจะรอ”
       “ค่ะป้านวล”
       น้ำหนึ่งยิ้ม แต่ตามีแต่แววกังวลชัดเจน
      
       เกรียงศักดิ์นั่งอยู่กับดาราณีที่ห้องนั่งเล่น ในมือมีหนังสือท่องเที่ยว สองคนสายตากังวล พอเห็นน้ำหนึ่งเดินเข้ามาก็ยิ้ม เกรียงศักดิ์ตบข้างตัว
       “มานี่เลยลูกน้ำหนึ่ง”
       “คุณพ่อมีอะไรคะ”
       “ก่อนน้ำหนึ่งจะแต่งงาน พ่อกับแม่อยากพาน้ำหนึ่งไปเที่ยว”
       น้ำหนึ่งหลุดความกังวลออกมา ดาราณีเอ่ยขึ้น
       “ก็ถ้าน้ำหนึ่งแต่งงานจริงๆ น้ำหนึ่งก็ต้องไปอยู่กับนายเพชร น้ำหนึ่งก็รู้ว่าพ่อกับแม่เกลียดนายนั่นเข้ากระดูกดำ คงจะไปเยี่ยมเยียนน้ำหนึ่งบ่อยๆ ไม่ได้”
       เกรียงศักดิ์ผสมโรง “พ่อกับแม่เลยอยากพาลูกไปเที่ยวก่อน”
       “น้ำหนึ่งไปนะลูก...กลับมาค่อยแต่งงาน”
       “ก็ได้ค่ะ....น้ำหนึ่งจะไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่...ว่าแต่...เราจะไปไหนกันคะ”
       “น้ำหนึ่งอยากไปไหนลูก”
       “แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ”
       เกรียงศักดิ์แกล้งถามภรรยา “ว่าไงคุณอยากไปไหน”
       ดาราณีแกล้งตอบ “แล้วแต่คุณกับลูกเลยค่ะ”
       “งั้น...เราไปอเมริกากันนะ โอเคนะลูก”
       “ค่ะ...เราจะไปเที่ยวอเมริกาด้วยกัน”
       เกรียงศักดิ์กับดาราณียิ้มให้กัน น้ำหนึ่งมอง รู้ว่ารอยยิ้มนั้นหมายถึงอะไร
      
       วันต่อมาอลิศเดินถือกระเป๋าเดินทางขนาดย่อม พลางคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสาวลูกไล่คนเดิม
       “ถูกแม่ยัยน้ำหนึ่งเหน็บมาขนาดนั้น ฉันบินไปกินโจ๊กฮ่องกงแก้เซ็งดีกว่า” นิ่งฟัง “ไม่ต้องห่วง...ยิ่งไกลยิ่งดี เวลาปล่อยข่าวว่ายัยน้ำหนึ่งหนีตามผู้ชายจะได้เนียนๆ โอเค แล้วเจอกันแก”
       อลิสวางสาย เดินออกมารอแท็กซี่
      
       น้ำหนึ่งอยู่ในห้อง เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “น้ำหนึ่ง...แม่เข้าไปได้มั้ยลูก”
       “ค่ะคุณแม่”
       ดาราณีเปิดประตูเข้ามา เห็นน้ำหนึ่งเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ามากมาย
       “ไปเที่ยวแค่อาทิตย์เดียวเอง ทำไมเอาเสื้อผ้าไปเยอะนักล่ะลูก”
       น้ำหนึ่งอึ้งๆ รีบกลบเกลื่อน “ก็...เอาไปเผื่อเวลาถ่ายรูปนะค่ะ”
       ดาราณีพูดเป็นนัย “ก็ดี...เผื่อหนูติดใจ อยากจะอยู่ที่นั่นเลย”
       น้ำหนึ่งพูดเป็นนัยเหมือนกัน “ยังไง หนูก็อยากแต่งงานกับพี่เพชรค่ะ”
       “น้ำหนึ่งรักเค้าขนาดนั้นเลยเหรอลูก”
       น้ำหนึ่งมองมาด้วยสายตาเว้าวอน “ค่ะ...และน้ำหนึ่งคงขาดใจตายแน่ๆ...ถ้าไม่ได้อยู่กับเค้า”
       “ความรักเกิดจากความผูกพัน...ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน ใกล้ชิดกัน..ซักวันอาจจะลืมกันไปเอง”
       “ทำไมคุณแม่ถึงพูดอย่างนี้คะ”
       “เพราะแม่ไม่อยากให้หนูยึดติด เพราะคนที่ยึดติด สุดท้ายจะเป็นคนที่ทุกข์หนักกว่าใคร? เก็บเสื้อผ้าเถอะลูก แล้วเก็บคำพูดของแม่ไปคิดทบทวนดู ระยะเวลาที่หนูอยู่ห่างจากเพชร อาจจะทำให้หนูเปลี่ยนใจ”
       ดาราณีเดินออกไปปิดประตู น้ำหนึ่งมองตาม รู้ดีว่าดาราณีหมายถึงอะไร น้ำหนึ่งเดินไป
       หยิบกระปุกดาวและเสื้อที่เพชรเคยให้ออกมาจากตู้ กอดแน่น
       “ยังไงน้ำหนึ่งก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจจากพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งเอาของสองสิ่งใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทางด้วย ก่อนหยิบมือถือออกมา
       “พี่เพชรคะ....ออกมาได้แล้วค่ะ...น้ำหนึ่งกำลังจะเดินทางไปสุวรรณภูมิแล้วค่ะ”
       เพชรอยู่ที่คอนโด และอยู่ในชุดพร้อมเดินทางฟังข้อมูลที่น้ำหนึ่งบอก
       “แล้วเจอกันน้ำหนึ่ง”
      
        เพชรพูดด้วยท่วงท่าและน้ำเสียงเหยียดหยัน ไม่เหมือนคนจะพาสาวหนีสักนิด แต่น้ำหนึ่งมืดบอดไม่ฉุกคิดในน้ำเสียงเลย


  


       น้ำหนึ่งเดินเข้าไปยังสนามบินขาออก พร้อมกับเกรียงศักดิ์และดาราณี แต่ละคนแสดงละครด้วยสีหน้าแตกต่างกัน เกรียงศักดิ์ และดาราณีดูจะโล่งๆ เรื่องยุ่งๆ จะจบซักที
      
       แต่น้ำหนึ่งกังวลว่าเพชรจะมาช่วยทันหรือเปล่า
       เพชรกำลังมุ่งหน้าเดินมาอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เคาน์เตอร์เช็กอิน เกรียงศักดิ์ ดาราณี และน้ำหนึ่งตรงเข้าเช็กอิน พอน้ำหนึ่งเห็นสายการบินและพบว่าจุดหมายปลายทางเป็นอังกฤษ น้ำหนึ่งก็ตกใจ
       “อ้าว!เราไม่ได้ไปอเมริกาหรือคะคุณพ่อ”
       “พอดี...แม่เค้าเปลี่ยนใจอยากไปอังกฤษ”
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือดตกใจมาก หันไปมองดาราณี “ทำไมตะกี้คุณแม่ไม่บอกน้ำหนึ่ง”
       ดาราณียิ้มหวานบอกอย่างอ่อนโยน “ก็ไม่ว่าจะไปไหน เราก็ไปด้วยกันไม่ใช่เหรอลูก”
       น้ำหนึ่งนิ่งอึ้ง ดวงตาไหวหวั่น และเริ่มกังวล เพราะแผนไม่เป็นอย่างที่คิด แต่จำต้องเช็กอินไปอังกฤษ
       “แล้วไม่โหลดกระเป๋าล่ะน้ำหนึ่ง”
       “ใบนี้...น้ำหนึ่งถือขึ้นเครื่องด้วยดีกว่าค่ะ”
       น้ำหนึ่งกอดกระเป๋าเดินทางใบย่อมแน่น
      
       ด้านอลิสเดินนวยนาดปานนางแบบ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเพชรเดินอยู่อีกมุม
       “ไอ้หมอนั่นนี่....คนอย่างมันมาที่นี่ทำไม”
       อลิสจับตามองเพชรอย่างสงสัย แต่ไม่ได้ฉุกคิดว่าการมาของเพชรเกี่ยวกับน้ำหนึ่ง
      
       เกรียงศักดิ์เช็กอินโดยไม่ยอมใช้อภิสิทธิ์ใดๆ ในการอำนวยความสะดวก ด้วยพื้นนิสัยที่เป็นคนแสนดี น้ำหนึ่งเช็กอินเสร็จ สามคนพ่อแม่ลูกกำลังจะเดินไปสู่ด้านใน
       “เดี๋ยวน้ำหนึ่งขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” น้ำหนึ่งจะไป
       ดาราณีดึงมือลูกสาวไว้ “เดี๋ยวค่อยเข้าไปข้างในดีกว่าลูก...” มองเข้าไปเห็นคนรอเยอะ “คนเยอะ”
       “ไปน้ำหนึ่ง” เกรียงศักดิ์บอก
       ดาราณีคว้ามือน้ำหนึ่งไปต่อแถวตรงตม. น้ำหนึ่งกังวลมาก ที่ไม่สามารถติดต่อเพชรได้ ขณะเดียวกัน เพชรกำลังเช็กอินไปอเมริกา สายการบิน และเที่ยวบินเดิมที่น้ำหนึ่งบอกไว้
      
       เกรียงศักดิ์ ดาราณี และน้ำหนึ่ง ผ่านด่านตรวจคนเข้าไปด้านใน สีหน้าของน้ำหนึ่งดูเลิ่กลั่ก ร้อนใจกังวล
       “น้ำหนึ่งขอตัวนะคะ”
       โดยไม่รอคำตอบน้ำหนึ่งเดินไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ด้านหลัง อลิสเดินมาเจอสองคน
       “อ้าว! คุณอา....สวัสดีค่ะ” อลิสยกมือไหว้
       เกรียงศักดิ์ และดาราณี รับไหว้อลิส ทำหน้าแบบเจอกันอีกแล้วเหรอ? ดาราณีมองอลิสท่าทีไม่สบายใจ
       “จะไปไหนกันคะ”
       “อังกฤษ...แล้วอลิสล่ะ” ดาราณีถามกลับ
       “ว่าจะบินไปทานโจ๊กที่ห้องฮ่องกงหน่อย ค่ำๆ ก็บินกลับมาแล้วล่ะคะ....เออ..แล้ว
       น้ำหนึ่งล่ะคะ? ไม่ไปด้วยเหรอ?”
       “ไปจ้ะ....แต่ตอนนี้ไปเข้าห้องน้ำ”
       อลิสนิ่วหน้า “เอ๊ะ!”
       ดาราณีฉงน “มีอะไรเหรออลิส”
       “ก็ตะกี้ อลิสเห็นไอ้หมอนั่น...อุ๊ย!” รีบตบปากตัวเอง “แฟนน้ำหนึ่งตรงเคาน์เตอร์เช็คอินน่ะค่ะ”
       เกรียงศักดิ์กับดาราณีหันขวับไปมองหน้ากันทันควัน ดาราณีรีบบอก
       “ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวฉันไปดูลูกเองค่ะ”
       ดาราณีผละไปรวดเร็ว เกรียงศักดิ์หน้าเครียด กังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่สีหน้าของอลิส
       อยากรู้เต็มที ตามนิสัยสอดรู้สอดเห็น อลิสตาลุกวาว
       “อลิสไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะคุณอา”
       อลิสรีบตามดาราณีไปอย่างรวดเร็ว
      
       น้ำหนึ่งเดินมาหลบมุมโทรศัพท์ เพชรรับสาย น้ำหนึ่งรีบบอกละล่ำละลัก
       “พี่เพชรคะ...เจอกันที่ประตู 9” น้ำหนึ่งบอกจุดนัดในสนามบิน “นะคะ...คุณพ่อคุณแม่จะพาน้ำหนึ่งไปอังกฤษค่ะ”
       เพชรที่จะไปประตูทางอเมริกาเหวอไปทันที
       “ได้...พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”
       น้ำหนึ่งวางสายคิดในใจ
       “ขอโทษนะคะคุณพ่อคุณแม่....น้ำหนึ่ง รักพี่เพชรค่ะ”
       น้ำหนึ่งรีบลากกระเป๋าไปตามจุดที่นัดกับเพชร โดยที่ด้านหลังดาราณีวิ่งตามมาและอลิส ตามมาอีกที ดาราณีเห็นน้ำหนึ่งไปทางอื่น ก็ร้องเรียกทันที
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งสะดุ้งเฮือกเหลียวขวับ หันมามองเห็นดาราณีก็ตกใจ “คุณแม่”
       น้ำหนึ่งชะงักไปนิด แต่ตัดสินใจ คว้ากระเป๋าเดินทางวิ่งหนีทันที ดาราณีใจหายวับ ร้องเรียกอย่างตกใจ
       “น้ำหนึ่งๆๆ”
       อลิสตาลุกวาว “น้ำหนึ่งจะไปไหนคะคุณอา”
       ดาราณีไม่ตอบอลิส คว้ามือถือขึ้นมาโทร. อย่างร้อนใจ
       “คุณคะ....รีบมาเร็วค่ะ”
      
       เพชร วิ่งมาหาน้ำหนึ่ง ขณะที่น้ำหนึ่งวิ่งมาหาเพชร ส่วนอีกทาง เกรียงศักดิ์วิ่งมาหาดาราณีอย่างร้อนใจ
       เกรียงศักดิ์กระหืดกระหอบมา “มีอะไรคุณ”
       “ลูกหนี..ลูกหนีไปค่ะ”
       อลิสสาระแนขึ้น “น้ำหนึ่งต้องหนีไปกับไอ้กุ๊ยนั่นแน่ค่ะคุณอา”
       เกรียงศักดิ์ และดาราณีไม่สนใจฟังอลิส แต่รู้ว่าจริง เกรียงศักดิ์ได้แต่สบถ
       “โธ่เอ๊ย! น้ำหนึ่ง”
       เพชรกับน้ำหนึ่งวิ่งมาเจอกัน เพชรคว้ามือน้ำหนึ่ง
       “ไปน้ำหนึ่ง”
      
       เพชรคว้ามือน้ำหนึ่ง อีกมือก็คว้ากระเป๋า สองคนวิ่งหนีไปเร็วรี่

       เกรียงศักดิ์ ดาราณี และอลิสวิ่งตามหาน้ำหนึ่ง อลิสตาไวเห็นเพชรจูงมือน้ำหนึ่งอยู่ชั้นล่าง รีบตะโกนบอกเสียงดัง
      
       “คุณอาขา...น้ำหนึ่งกับไอ้กุ๊ยอยู่นั่นค่ะ”
       เกรียงศักดิ์กับดาราณีก้มลงมองด้านล่าง ด้วยความตกใจ สองคนตะโกนลั่นพร้อมๆ กัน
       “น้ำหนึ่งๆ”
       เพชรกับน้ำหนึ่งเงยหน้าขึ้นมามอง รวมทั้งคนในสนามบิน สายตาทุกคนดูเหมือนว่ารู้จักร.ม.ต.เกรียงศักดิ์ และต่างมองเป็นตาเดียว เกรียงศักดิ์จำต้องพยายามสำรวมวิ่งลงบันไดเลื่อนตามไปอย่างปกติ ดาราณีกับอลิสวิ่งตามหน้าตื่น
      
       เพชรจูงมือน้ำหนึ่งพาวิ่งออกมายังที่จอดรถ เห็นรถคันหนึ่งวิ่งมา ที่แท้เป็นภาคย์เบรกรถดังสนั่น ในขณะที่เพชรกับน้ำหนึ่งก็ชะงัก เพราะรถเกือบชน ภาคย์เห็นเพชรจับมือน้ำหนึ่งก็มองอย่างตกใจ
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งตกใจ แต่เพชรไม่สนใจ ลากมือน้ำหนึ่งข้ามถนนไปยังที่จอดรถ ภาคย์มองตาม
       อย่างงุนงง ระหว่างนั้นเกรียงศักดิ์ ดาราณี อลิส วิ่งตามออกมา อลิสเห็นภาคย์ก็ดีใจ
       “พี่ภาคย์”
       “มีเรื่องอะไรกันครับคุณอา? ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งพาน้ำหนึ่งไป” ภาคย์รีบถาม
       “ไปทางไหนภาคย์” เกรียงศักดิ์ถามอย่างร้อนใจ
       “ลานจอดรถทางนั้นครับ”
       เกรียงศักดิ์กะดาราณี ข้ามถนนไปทันที ภาคย์งงเต็มที หันมาถามอลิส
       “นี่มันเรื่องอะไรกันอลิส”
       อลิสพูดเน้นๆ ช้าๆ ชัดๆ อยากให้ภาคย์เสียใจ และรู้ว่าน้ำหนึ่งเป็นคนไม่ดี
       “น้ำหนึ่งหนีตามผู้ชายค่ะพี่ภาคย์”
       “น้ำหนึ่ง”
       ภาคย์ตกใจแทบช็อก หน้าซีดเผือด คาดไม่ถึง
      
       เพชรลากมือน้ำหนึ่งและกระเป๋ามายังรถ เพชรเก็บกระเป๋ารวดเร็ว ขณะที่เกรียงศักดิ์และดาราณีวิ่งตามมา สองคนตะโกนลั่น
       “น้ำหนึ่ง! หยุดนะน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งหันไปมองพ่อแม่ พะว้าพะวัง เพชรลากมือน้ำหนึ่ง
       “ขึ้นรถเร็วน้ำหนึ่ง”
       เพชรเปิดประตูรถผลักน้ำหนึ่งเข้าไปล็อกทันที เกรียงศักดิ์ตะโกน ชี้หน้าร้องลั่น
       “ไอ้เพชร หยุดนะ หยุด อย่าพาลูกฉันไปไหนนะ”
       ดาราณีใจจะขาดรอนๆ “น้ำหนึ่งอย่าไปนะลูก”
       เพชรหันมาเหยียดยิ้ม หยามหยันอย่างไม่กลัว สะใจเผยธาตุแท้ เกรียงศักดิ์โกรธมาก กระโจนเข้ามาหา จะกระชากประตูพาน้ำหนึ่งออกมา แต่เพชรเข้ามาขวาง เกรียงศักดิ์เงื้อมือ
       “เอาลูกฉันคืนมาเดี๋ยวนี้”
       เกรียงศักดิ์ชกหน้าเพชรเต็มแรง น้ำหนึ่งที่อยู่ในรถร้องวี๊ด
       “คุณพ่อ”
       เพชรเหลียวขวับกลับมามองเกรียงศักดิ์ ยิ้มเย้ยบอกกวนๆ เบาๆ จงใจยั่ว
       “จุ๊ๆๆๆ เบาๆสิครับ เสียงดังขนาดนี้ ใครๆเค้ารู้กันหมด ว่าลูกสาวหนีตามผู้ชาย ขายขี้หน้าเค้านะครับ...คุณพ่อตา”
       “ไอ้เพชร”
       เกรียงศักดิ์ได้แต่เงื้อมือ เพชรยิ้มไม่สนใจ เดินรี่ไปยังฝั่งคนขับ เกรียงศักดิ์กระชากประตูตะโกนลั่น
       “น้ำหนึ่งลงมาเดี๋ยวนี้”
       ดาราณีร้องบอก “ลงมาเดี๋ยวนี้น้ำหนึ่ง”
       สองคนพยายามกระชากประตู น้ำหนึ่งยกมือไหว้ พูดผ่านกระจกออกมา
       “คุณพ่อคุณแม่น้ำหนึ่งขอโทษ...น้ำหนึ่งรักพี่เพชรค่ะ”
       เพชรหันมายักคิ้วหลิ่วตายั่ว ก่อนกระชากรถพุ่งออกไปอย่างเร็วและแรง สองคนได้แต่ตะโกนตามไป
       “ไอ้เพชร เอาลูกสาวฉันคืนมา”
       “น้ำหนึ่ง อย่าไปลูก อย่าไป!”
       เกรียงศักดิ์ได้แต่เตะลมเตะแล้งไปเรื่อย อลิสกับภาคย์วิ่งตามมา อลิสมองอย่างสาแก่ใจ ตะโกนซะดังเหมือนห่วงเต็มประดา
       “น้ำหนึ่งหนีตามไอ้กุ๊ยนั่นไปแล้ว ใช่มั้ยคะคุณอา”
       เกรียงศักดิ์ กับดาราณีได้สติ เกรียงศักดิ์ชะงัก ด้วยความอับอาย
      
       ทางด้านนวล และตาหวาน ต่างตกอกตกใจ ที่เห็นเกรียงศักดิ์เดินพรวดเข้ามาตะเบ็งเสียงดังลั่นก้องบ้าน ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และโมโหสุดขีด
       “ผมไม่เข้าใจว่าน้ำหนึ่งทำตัวอย่างนั้นได้ยังไง ไร้ค่า!ไร้ราคา”
       ดาราณีแก้ตัว “ลูกอาจจะถูกล่อลวง”
       เกรียงศักดิ์เดินขึ้นบันไดพลางก่นด่า “ล่อลวงที่ไหน น้ำหนึ่งเต็มใจหนีตามไอ้เพชรชัดๆ ลูกไม่รักดี” หันหน้ากลับมาทางภรรยา “คอยดู...ผมจะให้คนตามล่า....ถ้ารู้ว่าไอ้เพชรพาน้ำหนึ่งไปอยู่ไหน ผมเอามันตาย”
       เกรียงศักดิ์สบถด่าขณะเดินขึ้นบันได เกรียงศักดิ์เหยียบขั้นบันไดพลาด ร่างโงนเงนก่อนจะถลาร่วงลงมา เกรียงศักดิ์ร้องลั่น
       “เฮ้ย”
       ร้องได้คำเดียวเกรียงศักดิ์ก็ล้มฟาดลงมาที่พื้น ร่างกระตุกๆ ก่อนจะสลบเหมือดอยู่ตรงนั้น ดาราณีกรีดร้องลั่น
       “คุณ!”
       นวลกะตาหวานอุทานลั่น “คุณท่าน”
       ดาราณีสั่งเสียงเข้ม “เรียกรถพยาบาลเร็ว”
       “ค่ะๆๆ”
       นวลวิ่งไปโทรศัพท์ ดาราณีกอดร่างของเกรียงศักดิ์ร้องไห้ ตาหวานหน้าสลด นิยายรักโรแมนติกที่ฝันเพ้อ ในความเป็นจริงไม่โรแมนติกอย่างที่คิดซะแล้ว ดาราณีคร่ำครวญหัวใจสลาย
       “น้ำหนึ่ง....ทำไมทำอย่างนี้น้ำหนึ่ง”
      
       ส่วนเพชรขับรถมามุ่งหน้าสู่บ้านเชิงเขา น้ำหนึ่งนั่งหน้าตากังวล เพชรนิ่ง ไม่ได้มองหน้าน้ำหนึ่งเลย ดวงตาของเพชรกร้าว เจือไปด้วยความสาสมใจ ขณะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก
       “ผมกำลังขับรถกลับบ้านนะครับแม่...เย็นๆ คงถึง”
       เพชรวางสาย ไม่ได้ใส่ใจมองน้ำหนึ่งแม้สักน้อย น้ำหนึ่งมองภาพตรงหน้า สายตาเริ่มมีคำถาม เพชรดูเหมือนจะเปลี่ยนไปชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมง
       ฟากทับทิม ที่มือถือโทรศัพท์กดปิดเสียง ถามพลอย
       “ได้ยินแล้วใช่มั้ย”
       พลอยบอกด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “วันนี้...ที่รอคอย”
       สีหน้าพลอยระบายยิ้มบางๆ เหมือนคนอารมณ์ดี แต่ทว่าดวงตาของพลอยแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว
      
       ขณะเดียวกันร่างของเกรียงศักดิ์ที่นอนอยู่บนรถเข็น ถูกนำส่งเข้าห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว
      
       ดาราณีร้องไห้ นวลหน้าซีดเผือด ทัพนักข่าวรุมถ่ายภาพเกรียงศักดิ์มากมาย


  


       ภายในร้านอาหารสองคนนั่งทานข้าวด้วยกัน อลิสนั่งจิ้มไอแพดไปด้วย อ่านข่าวไปด้วย
       ท่าทางตื่นเต้นตกใจ จนภาคย์ต้องเงยหน้ามอง
      
       “ตายๆๆๆ น้ำหนึ่งท่าทางจะบาปหนัก ตายไปตกนรกหมกไหม้นะคะเนี่ย...” พูดแล้วมองมายังภาคย์ “หนีตามผู้ชาย...จนพ่อต้องเข้าโรงพยาบาล”
       ภาคย์ตกใจ “ข่าวออกอย่างนั้นเลยเหรอ”
       “เปล่าค่ะ...ข่าวออกแค่รมต.เกรียงศักดิ์ โหมงานหนักจนเป็นลมร่วงตกบันได แต่ความจริง ก็อย่างที่เรารู้กันล่ะค่ะพี่ภาคย์” อลิสพูดเย้ยหยัน “น้ำหนึ่งหนีตามผู้ชาย”
       ภาคย์ไม่สบายใจ ดุอลิส
       “อาจจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด”
       อลิสแว้ดใส่ “รู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไร พี่ภาคย์ยังจะพูดอย่างนี้อีก ถูกสั่งจิตมารึไง สงสัยอลิสต้องพาพี่ภาคย์ไปออกรายการคนอวดผี ให้ริว จิตสัมผัสช่วย”
       “งั้นพี่ก็จะพาอลิสไปโรงพยาบาล”
       “ไปทำไมคะ...อลิสไม่ได้เป็นอะไร”
       “ทำไมจะไม่ได้เป็น” ภาคย์มองหน้าอลิส “ไม่สังเกตบ้างรึไง อลิสมีนอโผล่ตรงกลางหน้าผาก”
       อลิสทำหน้างงๆ เอามือคลำหน้าตัวเอง
       “นอโผล่กลางหน้าผาก แอร๊ย..พี่ภาคย์ด่าว่าอลิสแรด”
       ภาคย์ แถมต่อมเผือกก็โตจะเต็มหน้า จะไปฮ่องกงแท้ๆ เจอเรื่องชาวบ้านหน่อย ลืมไปเลย ไปบำบัดตัวเองด่วนนะอลิส ไม่งั้น...ไม่มีใครคบอลิสแน่ๆ
       ภาคย์ลุกพรวดเดินออกไป อลิสกรี๊ดลั่น
       อลิส พี่ภาคย์...แอร้ย...พี่ภาคย์ด่าอลิส พี่ภาคย์!!
       อลิสได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ ก่อนด่า
       “นังน้ำหนึ่ง เพราะแก...แกคนเดียว”
      
       เพชรขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน บอกน้ำหนึ่งเสียงห้วน
       “ถึงแล้วลงมา”
       น้ำหนึ่งเปิดประตูรถก้าวลงมา เห็นบ้านทั้งหลังตั้งทะมึน ดูเงียบๆ เพชรเองก็ดูเงียบๆ ห่างเหินแปลกตาไป น้ำหนึ่งถามเพชร
       Wไม่มีใครอยู่เหรอคะ ดูบ้านเงียบๆ”
       เพชรตอบห้วนสั้น “มี แต่จะให้เค้าออกมาวิ่งเล่นกันรึไง บ้านถึงจะได้ไม่เงียบ”
       น้ำหนึ่งจ๋อย “น้ำหนึ่งก็แค่ถามดู”
       “รีบขนของเข้าบ้าน หน้าหนาว ที่นี่มืดเร็ว คุณหนูไฮโซอย่างเธอ อาจจะไม่คุ้นเคย”
       พูดจบเพชรก็เดินลิ่วเข้าบ้าน น้ำหนึ่งมองตามไม่เข้าใจ
       “พี่เพชรเป็นอะไร”
       น้ำหนึ่งมองตาม เพชรไม่หันมา น้ำหนึ่งกวาดสายตามอง เห็นบริเวณรอบๆ เป็นภูเขา ทุกอย่างรอบตัวเงียบ และพระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าลงอย่างรวดเร็ว ความมืดโรยตัวปกคลุมไปทั่วพื้นที่ น้ำหนึ่งห่อไหล่มองรอบๆ อย่างหวาดกลัว ก่อนเปิดประตูรถ ลากกระเป๋าลงมาอย่างทุลักทุเล
       แต่พอหันหน้ากลับมา น้ำหนึ่งก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเจอพลอยนั่งอยู่ เหมือนในหนังผีลึกลับ
       “ห๊ะ” น้ำหนึ่งสะดุ้งตกใจ
       พลอยยิ้มเยาะ “ไม่ต้องกลัวฉันหรอก เพราะเธอกับฉัน...ต้องเจอกันอีกนาน”
       น้ำหนึ่งมองพลอย ไม่รู้จัก พลอยยิ้ม
       “ไม่รู้จักฉันใช่มั้ย?....อีกเดี๋ยวเธอก็จะได้รู้จัก และเธอก็จะจำฉันกับเพชรไปจนวันตาย”
       “คุณพูดเรื่องอะไร”
       “อยากรู้...ก็เข้าไปข้างในสิ”
       น้ำหนึ่งมองด้วยท่าทีงวยงง ที่เห็นพลอยยุ น้ำเสียงเร่งเร้า
       “เข้าสิ...เข้าไปข้างใน”
       น้ำเสียงของพลอยยั่วยุ ท้าทาย เร่งเร้า จนน้ำหนึ่งยอมเดินเข้าไปข้างใน พลอยมองตามยิ้มที่มุมปาก สายตามาดมั่นคาดการได้ ต่อไปจะมีเรื่องอะไร
      
       น้ำหนึ่งเดินพรวดเข้าไปในบ้านด้วยความอยากรู้ แต่ต้องลดฝีเท้าลงเมื่อเห็นด้านในมืด ไฟ
       ไม่ได้เปิด น้ำหนึ่งค่อยๆ เดินเข้าไปข้างใน แล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายหญิงคู่หนึ่งยืนกอดจูบกันอยู่ น้ำหนึ่งบอกโดยอัตโนมัติ
       “ขอโทษค่ะ”
       น้ำหนึ่งรีบเดินออกมาข้างนอก แต่ก็ต้องหยุดเมื่อพจนีย์พูดขึ้น
       “ใครเข้ามาในบ้านเราคะพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งหันขวับกลับไปมอง พร้อมๆ กับที่เพชรเปิดไฟขึ้น น้ำหนึ่งเห็นพจนีย์ยืนสองมือโอบรอบคอเพชรออดอ้อน น้ำหนึ่งตกใจแทบช็อก
       “พี่เพชร”
       พจนีย์แกล้งมองหน้าเพชรสลับน้ำหนึ่งถามอย่างไร้เดียงสา
       “เค้ารู้จักพี่เพชรด้วยนี่?....ใครคะ”
       “คนรู้จัก” เพชรบอกเสียงเย็นชา
       น้ำหนึ่งตะลึง ใจหายวับ “คนรู้จัก....เราสองคนเป็นแค่คนรู้จักกันเหรอคะพี่เพชร”
       “หรือน้ำหนึ่งจะให้พี่บอกเมียพี่...ว่าน้ำหนึ่งเป็นเมียน้อย เมียเก็บพี่”
       น้ำหนึ่งตะลึง อึ้ง ช็อกไปใหญ่ “เมียน้อย เมียเก็บพี่? หมายความว่ายังไงคะ?”
       พจนีย์มองน้ำหนึ่งตาเขียว ไม่พอใจส่วนตัว “ฉันเป็นเมียพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งอึ้งช็อก มึนงงเหมือนถูกค้อนทุบหัว “เมีย”
       “ใช่...ฉันเป็นเมียพี่เพชร” พจนีย์ใส่อินเนอร์สุดๆ
       “ไม่..ไม่จริง”
       “จริง....พจนีย์คือเมียของพี่” เพชรย้ำชัด
       น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ “พี่เพชร...นี่มันอะไรกันพี่เพชร”
       เพชรเน้นคำอีกรอบ “พจนีย์คือเมียของพี่”
       ไม่พูดเปล่า...เพชรโอบกอดพจนีย์เข้ามาแนบชิด พจนีย์หัวเราะนิดๆ อย่างมีจริต
       “อีกแล้วเหรอคะ?..พี่เพชรไปหลอกผู้หญิงอีกแล้วเหรอคะว่ายังโสด”
       เพชรหัวเราะ “ก็ไม่เคยหลอกนะ..แต่เค้าไม่เคยถาม”
       น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ มองไม่เชื่อ “พี่เพชร ทำไมพี่เพชรทำกับน้ำหนึ่งอย่างนี้”
       น้ำหนึ่งพูดแค่นั้นก็ผละตัววิ่งออกไปด้วยความเสียใจ ช็อกสุดขีด แต่ต้องชะงัก เมื่อเจอพลอยเข็นรถเข้ามา พลอยหัวเราะเยาะดังก้อง เมื่อเห็นน้ำหนึ่งร้องไห้
       “อย่างที่ฉันบอกใช่มั้ย...เธอจะต้องจำฉัน จำเพชรไปจนตาย”
       น้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้ออกไป เพชรอึ้ง รีบสะบัดมือออกจากพจนีย์อย่างรวดเร็ว
       “โอ๊ยยย..พี่เพชร เหวี่ยงซะแรง พจเจ็บนะ”
       เพชรไม่ได้สนใจพจนีย์สักนิด พจนีย์หน้างอ ทับทิมเดินออกมาจากห้อง มองภาพตรงหน้าอย่างสะใจ เพชรหน้าตากังวล ทับทิมพูดหยามหยัน
       “เป็นเมียน้อยไม่เป็น...งั้นก็ให้มันไปเป็นเมียหลวงแล้วกัน คนงานกลัดมันแถวนี้มีเยอะออกจะตาย”
      
       พลอยและทับทิมสะใจมาก พจนีย์เองก็ลอบยิ้มอย่างสะใจ มีแต่เพชรที่ดูกังวลมาก


  


       ความมืดโรยตัวลงครอบคลุมทั่วพื้นที่อย่างรวดเร็ว น้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้เสียใจมาตามทาง ภาพในสายตาน้ำหนึ่ง พร่าเลือนด้วยน้ำตากบนัยน์ตา เสียงของเพชรดังก้อง
      
       “รจนาคือเมียของพี่ๆๆๆ” เสียงนั้นดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหู
       น้ำหนึ่งปิดหูไม่อาจยอมรับความจริงได้ “ไม่จริง....ไม่จริง”
       จากนั้นน้ำหนึ่งหลับหูหลับตาวิ่งด้วยความเจ็บปวดเสียใจ อยากจะไปจากที่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด
       วิ่งกระเซอะกระเซิงเสียขวัญไปเลย น้ำหนึ่งวิ่งสุดแรง ด้วยความไม่ชินพื้นที่ ไม่ได้มอง เท้าของน้ำหนึ่งเหยียบก้อนหิน และลื่นไถล ร่วงมาตามทางทันที
       น้ำหนึ่งร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ร่างกลิ้งหลุนๆ ลงมาตามทาง
      
       ด้านเพชรหน้าตาเครียดเคร่ง กังวลอย่างเห็นได้ชัด ทับทิมหันมาเห็นก็เลยแว้ดใส่
       “อย่าบอกนะว่าแกห่วงนังเด็กนั่น ตาเพชร”
       “มันมืดแล้วครับแม่ อันตราย” เพชรบอก
       พจนีย์แอ๊บนางเอกต่อหน้าเพชร “งั้นเดี๋ยวพจไปตามกลับมาให้นะคะ”
       “ไม่ต้อง” พลอยบอกเสียงกร้าว พร้อมกับหันขวับมามองเพชร “ถ้าเพชรอยากให้เค้ากลับมา เพชรก็ไปตามเอง”
       เพชรจะเดินออกไป ทับทิมร้องห้าม
       “อย่านะตาเพชร”
       “ให้เพชรไปเถอะค่ะแม่”
       เพชรมองหน้าพลอยอย่างไม่แน่ใจ พลอยทำหน้านิ่งๆ พูดสำทับเสียงนิ่ง
       “ถ้าเพชรอยากไปตามเค้าก็ไป...ไปสิ ไปตามเค้ากลับมา”
       เพชรมองพลอย ด้วยความรู้สึกดีๆ คิดว่าพลอยไม่ได้ใจร้าย
       “ขอบคุณครับพี่พลอย”
       เพชรเดินออกไปรวดเร็ว ทับทิมส่งเสียงไม่พอใจ หงุดหงิดขัดใจ
       “ทำไมแกถึงให้ตาเพชรไปยัยพลอย”
       “ก็เพชรอยากไป แต่แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยิ่งเพชรแสดงออกมาว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน นังเด็กนั่น ยิ่งต้องชดใช้ สิ่งที่มันทำ”
       ทับทิมถอนหายใจโล่งอก แต่พจนีย์มองพลอยกับทับทิมท่าทีสนใจใคร่รู้ มีเรื่องอะไรกัน ในขณะเดียวกันก็มองอย่างเป็นต่อ เมื่อพลอยกับทับทิมแสดงออกให้รู้ว่าเป็นศัตรูกับน้ำหนึ่งชัดเจน พจนีย์แอบยิ้มขณะบอกพลอยกับทับทิม
       “พี่พลอยกับน้าทับทิมอยากให้พจทำอะไรให้มั้ยคะ”
       “ไม่มี...เธอกลับไปได้แล้ว”
       “งั้นก็แปลว่า...พี่พลอยกับคุณน้า ยอมให้พี่เพชรกับผู้หญิงคนนั้น...”
       “มันเป็นเรื่องครอบครัวของพี่...หน้าที่ของพจน์มีแค่...เมียจอมปลอม”
       พลอยพูดพร้อมจ้องหน้าเขม็ง พจนีย์ไม่กล้าสบสายตาพลอย ได้แต่บอกอ้อมแอ้ม
       “งั้นพจกลับเลยนะคะ”
       พจนีย์เดินออกมา ท่าทางไม่พอใจดวงตาแฝงความเจ้าเล่ห์บางอย่าง
      
       ส่วนเพชรเดินเร็วๆ มาตามทาง แต่เป็นคนละทางกับน้ำหนึ่ง ตะโกนเรียก
       “น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งที่นั่งเจ็บเท้าอยู่ท่ามกลางความมืด หันขวับ มองหาเพชร สายตามีแต่ความลังเล สับสน ไม่เข้าใจ น้ำหนึ่งนั่งนิ่งแทบไม่หายใจ
       เพชรมองไม่เห็นน้ำหนึ่ง ตัดสินใจวิ่งไปอีกทาง น้ำหนึ่งมองเพชรตาละห้อย ความรู้สึกแสนจะสับสน กวาดสายตามองไปรอบๆ ท่าทางกลัวๆจะลุกก็ลุกไม่ไหว แต่ก็พยายามลุก
       “โอ๊ย!”
       พจนีย์เดินมา ได้ยินเสียงน้ำหนึ่งก็หันไปมอง เห็นน้ำหนึ่งนั่งก้มหน้าเอามือบีบข้อเท้าตัวเองแบบเจ็บมาก พจนีย์ยิ้มเยาะเดินมาหา ที่น้ำหนึ่งได้ยินเสียงผีเท้าของคน น้ำหนึ่งหันขวับไปมอง เห็นเป็นพจนีย์ ถูกพจนีย์เย้ย
       “ผู้หญิงที่หน้าด้าน เป็นเมียน้อยคนอื่น มันก็มีสภาพแบบนี้แหละ”
       พจนีย์สะบัดหน้าเดินจากไป น้ำหนึ่งร้องไห้โฮสุดแสนจะเจ็บช้ำใจ
      
       เพชรวิ่งตามหาน้ำหนึ่ง บริเวณโดยรอบมีแต่ความมืด ป่าเขา ต้นไม้รกครึ้ม เพชรมองเป็นห่วง
       “น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่ง”
       ส่วนด้านหลัง พจนีย์วิ่งตามมา ทำท่าเป็นห่วงตะโกน
       “พี่เพชรคะ พี่เพชร”
       เพชรหยุดกึก เหลียวขวับไปมอง “มีอะไรพจน์”
       พจนีย์ทำหน้าเจ้าเล่ห์ โกหกเนียนๆ “พจน์เห็นคนที่ชื่อน้ำหนึ่ง ไปทางนั้นน่ะค่ะ”
       พจนีย์ชี้ไปทางหนึ่ง เพชรหันไปมอง เห็นเป็นทางเปลี่ยว
       “เปลี่ยวจะตายไปได้ยังไง”
       เพชรไปตามทางที่พจนีย์ชี้ พจนีย์แอบยิ้มตามไป
       ฟากน้ำหนึ่งมองอยู่น้ำตาไหลพราก เสียใจมาก
       “พี่เพชรไม่ใช่คนเดิม...อย่าไปสนใจเค้า เธอต้องช่วยตัวเองน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งพยายามจะลุกขึ้น แต่แล้วกลับล้มทรุดลงไปอีก เพราะความเจ็บปวด
       “โอ๊ย”
       น้ำหนึ่งนิ่วหน้าเอามือจับข้อเท้า ลุกไม่ไหว จู่ๆ มีมือใครคนหนึ่งยื่นเข้ามาตรงหน้า น้ำหนึ่ง
       เงยหน้าขึ้นมอง แต่แล้วก็ต้องผวา เมื่อเห็นเป็นชายร่างกายกำยำ หน้าตาหื่นกระหายยืนอยู่ตรงหน้า น้ำหนึ่งลุกขึ้นกระถดตัวถอยหลัง แต่ก็ต้องร้องออกมาสุดเสียง เมื่อร่างปะทะเข้ากับใครคนหนึ่ง
       “ว้าย!”
       น้ำหนึ่งหันขวับไปมอง ก็เห็นผู้ชาย รูปร่างลักษณะแบบชายคนแรกยืนยิ้มอยู่ สายตาที่
       มองน้ำหนึ่งโลมเลีย น้ำหนึ่งมองชายสองคนหน้าตาเลิ่กลั่ก หวาดกลัวสุดขีด
       “อย่าทำอะไรฉันนะ อย่า”
       น้ำหนึ่งจะหนีแต่ถูกชายทั้งสองคนคว้าตัวเอาไว้
       “เธอหนีไม่รอดหรอก”
       “มานี่” ชายอีกคนกระชากสุดแรง
      
       น้ำหนึ่งกรี๊ดสุดเสียง “อย่า...ช่วยด้วยๆๆๆๆ”

       เพชรที่กำลังตามหาน้ำหนึ่ง ได้ยินเสียงน้ำหนึ่งแว่วๆ
      
       “ช่วยด้วยๆ”
       เพชรชะงัก พจนีย์ที่ตามมาก็ได้ยิน กลอกตาเลิ่กลั่ก พจนีย์แกล้งเอามือกุมหน้าอกท่าทางเจ็บปวดมาก
       “โอ๊ย...”
       เพชรถามตามสัญชาตญาณ “เป็นอะไรพจน์”
       พจนีย์กุมหน้าอกอยู่อย่างนั้น “พจ พจ พจเป็นโรจหัวใจ พจเจ็บหัวใจ โอ๊ย”
       พจนีย์ทำท่าจะทรุด เพชรเข้ามาประคอง พจนีย์ได้ทีคว้าตัวเพชรไว้เนียนๆ หาที่พึ่ง หาหลักยึด ส่วนน้ำหนึ่งถูกคนร้ายลากตัวไป น้ำหนึ่งสู้สุดชีวิตทั้งที่ขาเจ็บ
       “ปล่อยฉัน..ปล่อย ช่วยด้วยๆๆๆๆ
       เสียงของน้ำหนึ่งดังเข้ามาขณะที่เพชรประคองพจนีย์อยู่ได้ยิน พจนีย์เองก็ได้ยิน คว้าตัวเพชรไว้แน่น ทำท่าจะเป็นจะตาย
       “ช่วยพจด้วยค่ะพี่เพชร ช่วยพจด้วย”
       “ช่วยด้วยๆๆๆ” น้ำหนึ่งตะโกนลั่น
       เพชรหน้าตาลังเล ขณะที่เสียงน้ำหนึ่งก็ร้องอย่างตกใจหวาดกลัว และเพชรก็ตัดสินใจคว้ามือถือขึ้นมา
       “แม่ครับ...พจนีย์โรคหัวใจกำเริบ แม่ช่วยให้คนงานมารับพจน์ด้วยนะครับที่ท้ายไร่”
       พจนีย์หน้าเหวอไป เพชรบอก
       “อดทนหน่อยนะพจ เดี๋ยวแม่พี่จะรีบพาคนมาช่วย”
       เพชรผละจากรจนารวดเร็ว พจนีย์หน้าเหวอไป ผิดแผน ได้แต่ร้อง
       “พี่เพชรๆๆ”
       ท่าทางพจนีย์หัวเสียอย่างมาก
      
       พลอยกับทับทิมมองหน้ากัน ทับทิมรำพึง
       “โรคหัวใจกำเริบ พจนีย์เป็นโรคหัวใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
       พลอยกับทับทิมมองหน้ากันด้วยความงุนงง ก่อนที่พลอยจะหรี่ตา
       “หรือว่า....” พลอยยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน ก่อนหันมาบอกทับทิม “ไม่ต้องไปค่ะแม่”
       “ทำไม”
       พลอยยิ้มพอใจ “พลอยว่า...พจนีย์คงกำลังอินกับบทภรรยาของเพชรอยู่น่ะค่ะ...ไม่มีอะไรหรอก หรือถ้าจะมี....ก็...คงเป็นบทเริ่มต้น” พลอยตาดุขณะพูดคำต่อมา “ที่นังน้ำหนึ่ง มันจะต้องเจอ ในฐานะเมียเก็บ”
       พลอยกับทับทิมยิ้มให้กัน เห็นเป็นเรื่องสนุก และสาแก่ใจ
      
       คนร้ายลากน้ำหนึ่งเข้าป่าข้างทาง น้ำหนึ่งยื้อตัวเอาไว้
       “อย่า..อย่าทำฉัน...อย่า”
       คนร้ายไม่สน ลากน้ำหนึ่งเข้าไปในป่าข้างทาง พยายามกดน้ำหนึ่งลงพื้น น้ำหนึ่งกรีดร้อง
       น้ำหนึ่งร้อง “อย่า”
       “ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก”
       มันสองคนกดน้ำหนึ่งลงพื้นจนได้ ขณะก้มหน้าลงต่ำ เท้าของเพชรเตะเข้าชายโครงคนร้ายอย่างจัง และกระโดดถีบคนร้ายอีกหนึ่งคน และไม่รอให้คนร้ายตั้งหลักได้ทัน เพชรคว้าข้อมือหนึ่งฉุดขึ้นมาสุดแรง
       “หนีเร็ว”
       ไม่รอช้า เพชรลากน้ำหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็ว โดยที่เพชรไม่รู้เลยว่าน้ำหนึ่งขาเจ็บอยู่
      
       บริเวณเนินเขา เพชรคว้ามือน้ำหนึ่งลากมา ต้องการให้หนีไปเร็วๆ จะไม่ต้องทรมาน น้ำ
       หนึ่งเจ็บร้องโอดครวญ
       “โอ๊ย” น้ำหนึ่งเอามือกุมเท้า
       “เป็นอะไรน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งมองหน้าเพชร เสียใจสะเทือนใจ “เป็นเมียเก็บ...เมียน้อยมังคะ”
       เพชรใจอ่อนยวบ วูบหนึ่งที่สงสารเห็นใจ “น้ำหนึ่ง”
       “ปล่อยน้ำหนึ่งค่ะ” น้ำหนึ่งสะบัดมือออก แต่ยังไม่หลุด เพชรยื้อมือเอาไว้ “ไม่ต้องมา
       สงสารเห็นใจ เราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
       พจนีย์เดินเข้ามาหา ทำท่าคนป่วยเป็นโรคหัวใจ เอามือกุมหน้าอกไว้ บอกเสียงแผ่วแลดูน่าสงสาร
       “ดีแล้วค่ะ เพราะฉันก็ไม่อยากใช้สามีร่วมกับใคร”
       เพชรถึงจะรู้ว่าเป็นแผน แต่คาดไม่ถึง พจนีย์จะแรงถึงขนาดนี้
       “พจน์”
       พจนีย์ทำเนียน ไม่มองเพชร มองน้ำหนึ่ง ขณะบอก
       “ดีแล้วค่ะ ที่คุณคิดจะไป เพราะถ้าอยู่ คุณคงเป็นได้เมียเก็บ”
       โลกทั้งใบพังทลายสิ้น น้ำหนึ่งมองเพชรสุดแสนจะเสียใจ สะบัดมือเต็มแรงจนเสียหลักเซล้ม
       “ว้าย”
       น้ำหนึ่งกรีดร้องสุดเสียง พร้อมๆ กับร่างไถลลงไปยังพื้นดินที่เป็นพื้นลาดชันตรงหน้า ก่อนจะนอนแน่นิ่งไป เพชรร้องตะโกนสุดเสียง
       “น้ำหนึ่ง”
       เพชรรีบวิ่งลงไปประคองร่างน้ำหนึ่งขึ้นมา พจนีย์มองตาเขียวหึงเพชร ขณะที่เพชรช้อนอุ้มน้ำหนึ่งขึ้นมา สงสารห่วงใยไม่รู้ตัว
      
       เพชรอุ้มร่างหมดสติของน้ำหนึ่งเข้ามาในบ้าน พลอยกับทับทิมมองตกใจ ทับทิมถามทันที)
       “อะไรกันตาเพชร อะไร”
       “น้ำหนึ่งถูกฉุด แล้วลื่นไถลตกเขาครับ”
       พูดแค่นั้นเพชรก็อุ้มน้ำหนึ่งวางที่โซฟา พลอยรีบบอก
       “อย่าพามานอนที่นี่”
       เพชรหันไปมอง พลอยพูดต่อหน้านิ่งๆ
       “เป็นเมียเก็บทั้งที...ก็ทำให้สมบทบาทหน่อยสิเพชร...”
       ทุกคนมองหน้าพลอยอย่างไม่เข้าใจ เพชรงง พจนีย์ที่ตามมามองน้ำหนึ่งตาขวาง หึงหวงเพชรสุดขีด พลอยพูดต่อ
       “พาเข้าไปนอนในห้อง หลังจากนั้น...พี่คงไม่ต้องบอกเพชรใช่มั้ย ว่าต้องทำยังไง”
       ทับทิมยิ้มสะใจ เพชรหน้าซีด อุ้มน้ำหนึ่งเดินไป พจนีย์ยิ่งหึงหวงเข้าไปใหญ่
       พลอยยิ้มบางๆ คิดในใจ
      
       “น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์....เธอต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าฉัน”


  


       ไม่นานต่อมาเพชรอุ้มน้ำหนึ่งเข้ามาในห้องตัวเอง ก่อนจะวางร่างบอบบางของน้ำหนึ่งลงบนเตียงในห้องตัวเอง เพชรแลเห็นคราบน้ำตาเต็มหน้า ตามเนื้อตามตัวของน้ำหนึ่งก็มีร่องรอยเขียวช้ำ มอมแมมสกปรก
      
       เพชรมองสภาพเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเวทนา ก่อนเดินไปหยิบผ้าขนหนูในตู้ เอาไปชุบน้ำ มาซับหน้าให้น้ำหนึ่งอย่างอ่อนโยน
      
       ส่วนในห้องนั่งเล่นของบ้าน พจนีย์มองตามไปที่ห้องของเพชรท่าทางกระวนกระวายไม่สบายใจ
       พลอยหันมามอง จนพจนีย์รู้สึกตัว พลอยถามเสียงนิ่ง ดวงตากร้าว ชนิดคนฟังน่าจะอาย
       “พจน์บอกจะกลับบ้านนานแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังอยู่อีกล่ะ”
       พจนีย์หน้าเสีย รีบแก้ตัว “ก็ถ้าพจน์กลับไป มันจะไม่แปลกเหรอคะ? ในเมื่อพจน์เป็นเมียพี่เพชร
       แต่พจน์กลับยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมานอนในห้องกับพี่เพชร”
       พลอยหันมาจ้องหน้าพจนีย์ พจนีย์รีบเสริมแก
       “ถ้าจะให้สมจริง พจน์ต้องอาละวาด กระชากหล่อนขึ้นมาตบๆๆๆ โทษฐานที่แย่งผัวของพจน์ค่ะ”
       พลอยพูดในท่าทีนิ่งๆ “พี่รู้สึกว่าพจน์จะอินกับการเป็นเมียเพชรมากไปหน่อยนะ...จำใส่สมองเอาไว้พจน์คือเมียจอมปลอม”
       “ค่ะ”
       พจนีย์หน้าเสีย พลอยพูดต่อเหน็บลงไปอีก
       “กลับได้แล้ว เดี๋ยว โรคหัวใจจะกำเริบ พี่เป็นห่วง”
       พจนีย์หน้าเสียเข้าไปใหญ่ ทับทิมถือกระเป๋าของน้ำหนึ่งเข้ามา เห็นท่าทางของพจนีย์พอดี
       ก็รู้ทัน
       “ไม่ต้องห่วงตาเพชร...ห่วงตัวเองดีกว่า รีบบ้านเถอะ ดึกมากแล้ว”
       “ค่ะ”
       พจนีย์เดินหน้าจ๋อยออกไป พลอยพูดต่อ
       “ต่อไป..ก็ไม่ต้องอินขนาดนี้นะ...เพราะยังไง” พลอยเน้นคำ “พจน์ก็เป็นแค่เมียจอมปลอม”
       พจนีย์เดินออกไป แอบชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ
      
       พจนีย์เดินออกมา เดินไปบ่นไป
       “ใครจะไม่อิน พี่เพชรทั้งหล่อ ทั้งล่ำ ทั้งขาว ทั้งแข็ง เอิ่ม...ท่อนแขน แข็งๆ น่ากัดชะมัด ผู้หญิงคนไหนก็ต้องทำอย่างเราทั้งนั้นแหละ แอร๊ย”
       พจนีย์ทำท่าครึ้มใจ หลงเสน่ห์เพชรที่หล่อโดนใจมาก
       สองคนคุยกัน ทับทิมบอกพลอยอย่างกังวล
       “แค่วันแรก...แม่พจยังแสดงซะเกินบทบาท แม่ละห่วงจริงๆ ต่อไปมันจะอีรุงตุงนัง”
       พลอยเยื้อนยิ้มไม่กลัวสักนิด “รจนาไม่ได้อยู่ในสายตาของพลอยเลยค่ะแม่...แต่คนที่จะต้องอีรุงตุงนัง อยู่ในห้องตะหาก”
       พลอยยยิ้มหยันในสีหน้า
      
       ฟากเพชรนั่งเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้น้ำหนึ่ง สายตาอาทร ระหว่างนั้นทับทิมเปิดประตูเข้าไปพร้อม
       กระเป๋า ทับทิมมองเห็นว่าเพชรดูแลน้ำหนึ่งอย่างดี จึงถามขึ้นห้วนๆ
       “ขอโทษ..ที่แม่ไม่ได้เคาะประตู อยากรู้ แกจะทำอะไรกับนังเด็กนี่”
       เพชรมองหน้าแม่ก่อนหลบตา เพราะตนไม่ได้ปล้ำน้ำหนึ่งอย่างที่พลอยและทับทิมอยากให้เป็น ทับทิมมองเพชรเข้าใจ
       ทับทิมถอนหายใจ “แม่รู้...ว่าเพชรไม่สบายใจ แต่เพชรก็รู้ใช่มั้ยลูก...ว่าเวลาถูกขัดใจพี่พลอยจะ
       เป็นยังไง”
       เพชรเงียบอีก สายตาครุ่นคิด ไม่สบายใจ ทับทิมย้ำเสียงอ่อนโยน
       “พลอยเป็นพี่สาวคนเดียวของเพชร เพชรน่าจะรู้ว่าควรทำยังไงกับเด็กคนนี้ใช่มั้ยลูก”
       เพชรหันมามามอง ขณะที่ทับทิมเลื่อนกระเป๋าเดินทางของน้ำหนึ่งวางไว้ให้ก่อนเดินออกไป เพชรมองน้ำหนึ่งแล้วถอนหายใจ สลับกับเหลียวมองร่างของทับทิมที่เดินพ้นประตูออกไป แล้วก็ต้องชะงัก
       เมื่อมองผ่านช่องประตู เห็นพลอยนั่งบนรถเข็นมองเขม็งอยู่ สองพี่น้องสบสายตากัน ก่อนที่พลอยจะเข็นรถเข็นออกไป
       เพชรเดินไปปิดประตู ถอนหายใจเฮือก ขณะเปิดกระเป๋าของน้ำหนึ่ง ตั้งใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ภาพแทนสายตาเพชรเห็นเป็นเสื้อช็อปที่เคยให้น้ำหนึ่งและดาวดวงเล็กๆ ที่อยู่ในขวดแก้ว ที่ขวดเห็นลายมือน่ารักๆของน้ำหนึ่งเขียนเอาไว้ “จะเก็บดาวทุกดวงให้พี่เพชร”
       เพชรมองน้ำหนึ่ง ด้วยความสงสาร
      
       รุ่งเช้าบรรยากาศรายรอบ บ้านเชิงเขา และทั่วหุบเขา มีแต่ความสวยงาม สดใส ส่วนด้านในห้อง น้ำหนึ่งรู้สึกตัวขึ้นมา มองเห็นห้องที่ไม่คุ้นตา น้ำหนึ่งกวาดสายตามองแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นตัวเองอยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่ น้ำหนึ่งเอามือตะปบเสื้อตัวเองรวดเร็ว ครุ่นคิดหวาดระแวง
       “อย่าบอกนะว่าพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งหายใจรัว ขณะค่อยๆ เปิดผ้าห่มสำรวจร่างกายตัวเองอย่างไร้เดียงสา ท่าทีตื่นตกใจ
      
       ทับทิมเข็นรถเข็นให้พลอยออกมายังด้านนอกบ้าน เสียงล้อรถเข็นบดกับพื้น ทำให้เพชรที่หลบมุม
       มานอนอยู่ที่ซุ้มม้านั่งด้านนอกรู้สึกตัว เพชรหันไปมองพอเห็นพลอยกับทับทิมก็รีบหลบอยู่หลังต้นไม้แถวนั้น
       ทับทิมเข็นรถเข็น มาตามทาง พลอยถามทับทิมอย่างกังวลใจ
       “แม่ว่าป่านนี้เพชรกับเด็กนั่นเป็นยังไง”
       ทับทิมนิ่งไปนิดก่อนตอบ “ถึงเพชรจะเป็นสถาพบุรุษยังไง เพชรก็เป็นผู้ชาย อีกอย่าง...เพชรคง
       ไม่กล้าหักหลังแกหรอก”
       เพชรหน้าเจื่อนไป รู้สึกเสียใจ สับสน พลอยมองทับทิมอย่างไม่แน่ใจ ทับทิมพูดต่อ
       “ไม่ต้องกังวล ตั้งแต่เมื่อคืน แม่ยังไม่เห็นเพชรออกมาจากห้องเลย”
       พลอยยิ้มบางๆ ขณะบอก
       “ถ้าเป็นอย่างแม่ว่าก็ดี...ลูกของไอ้เกรียงศักดิ์ มันจะได้เป็นแค่เมียน้อยเมียเก็บ เหมือนกับพลอย”
       ประโยคท้ายเสียงของพลอยฟังดูขมขื่นและเจ็บช้ำ
      
       เพชรทั้งสงสารพลอย สงสารน้ำหนึ่ง สับสนว้าวุ่นในใจหนัก


  


       ด้านรจนากำลังเก็บผักในสวนผักเล็กๆ หลังบ้านเพื่อนำไปขาย ขณะที่พจนีย์หน้าตาหงิกงอ
      
       “ตกลง..พี่เพชรกับยัยน้ำหนึ่งอะไรนั่น ได้เสียเป็นเมียผัวกันแล้วแน่ๆ”
       รจนาแอ๊บใส่ “ต๊าย..พี่พจน์พูดจาน่าเกลียดอีกแล้ว”
       พจนีย์หงุดหงิด “นี่...เลิกทำท่าปัญญาอ่อนได้แล้วพี่รำคาญ คำไทยแท้ๆ อย่างผัวกับเมียน่าเกลียดตรงไหน”
       รจนาทำท่าเหนียมอายไม่กล้าพูด “ก็มันน่าเกลียด”
       “ไม่น่าเกลียด พี่มีสิทธิ์พูด เพราะพี่เป็นเมียพี่เพชร”
       “ก็แค่ในนาม”
       “ตอนนี้อาจจะแค่ในนาม แต่ต่อไป....พี่ได้เป็นเมียตัวจริงของพี่เพชรแน่ๆ”
       พจนีย์พูดอย่างจริงจัง รจนามองเหยียดคิดในใจ... ฉันต่างหาก
      
       เพชรจะเดินเข้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อรจนาเรียก
       “พี่เพชร”
       เพชรหันมองรจนาแปลกใจ “มีอะไรรจ”
       “พี่เพชรอย่าทำอะไรให้พี่พจน์เข้าใจผิดนะคะ”
       เพชรงง “เข้าใจผิด? รจหมายถึงอะไร”
       “พี่พจน์รักพี่เพชรค่ะ ถ้าพี่เพชรมีคนอื่นอยู่แล้ว พี่เพชรควรอยู่ห่างพี่พจน์ค่ะ”
       เพชรพยักหน้า ก่อนเดินเข้าบ้านท่าทีอมทุกข์ รจนาอมยิ้ม เอามือถือถ่ายคลิปของเพชรเอาไว้รจนาบอกตัวเองในใจ
       “แล้วรจจะอยู่ใกล้พี่เพชรเองค่ะ”
      
       น้ำหนึ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดใหม่ทะมัดทะแมง แต่อาการเจ็บขายังอยู่ น้ำหนึ่งมอง
       ตัวเองหน้ากระจกอย่างไม่แน่ใจ เพชรเปิดประตูเข้ามารวดเร็ว หนีพลอย น้ำหนึ่งสะดุ้งโหยง
       “พี่เพชร” น้ำหนึ่งถอยหลังกรูด อาการหวาดกลัว
       “ไม่ต้องกลัว...พี่ไม่ได้ทำอะไรน้ำหนึ่ง”
       “แต่พี่เพชรก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้ำหนึ่งใช่มั้ย”
       “ใช่”
       น้ำหนึ่งอายมาก “พี่เพชร”
       “สาบานพี่ไม่ได้มอง”
       “ไม่ได้มองแล้วพี่เพชรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้ำหนึ่งได้ยังไง”
       เพชรไม่ได้จะกุ๊กกิ๊ก ตั้งใจทำให้สบายจริงๆ “ก็อย่างนี้ไง”
       เพชรตรงเข้ามาจับน้ำหนึ่งหันหลัง แล้วหลับหูหลับตา ทำท่าจะถอดเสื้อ ตั้งใจจะสาธิตเฉยๆ แต่น้ำ
       หนึ่งร้องกรี๊ด ผลักเพชรออกอย่างแรง จนหลังเพชรกระแทกฝา
       “อย่ามาทำอย่างนี้กับน้ำหนึ่งนะ”
       เพชรงง “ทำไม”
       “น้ำหนึ่งไม่เคยคิดเป็นเมียน้อย เมียเก็บใคร ถ้าพี่เพชรอยากได้ของเล่น ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่น้ำหนึ่ง”
       เพชรอึ้ง เข้าใจน้ำหนึ่งทันทีว่าหมายถึงอะไร แต่เมื่อนึกถึงพลอย น้ำเสียงเพชรก็หยามหยัน
       ขณะกระชากน้ำหนึ่งเข้ามา ตะคอกถามดุดัน
       “แล้วคิดว่าผู้หญิงคนอื่น อยากเป็นของเล่น เป็นเมียน้อย เมียเก็บหรือไง”
       น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างไม่เข้าใจ “ไม่มีใครอยากเป็น...นอกซะจากโดนหลอก เหมือนที่น้ำหนึ่งโดนพี่เพชรหลอก” ขณะพูดน้ำหนึ่งมองจ้องหน้าเพชร “แต่อย่าคิดนะคะ..ว่าน้ำหนึ่งจะใจง่าย...ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย คนอย่างน้ำหนึ่ง หลอกได้แค่ครั้งเดียวค่ะ ปล่อย”
       น้ำหนึ่งพยายามผลักเพชรออก แต่ด้วยความที่ขาเจ็บ ออกแรงมากๆ น้ำหนึ่งจึงเสียหลัก เจ็บเท้า
       ร้องโอ๊ย เพชรสงสารตกใจเข้ามาประคอง
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งยังโกรธอยู่ “ปล่อย”
       ที่ด้านนอกพลอยนั่งรถเข็นมา เสียงรถเข็นบดกับพื้นดังเอี๊ยดๆ เพชรได้ยินกอดร่างน้ำหนึ่งเอาไว้ น้ำหนึ่งไม่เข้าใจ ร้องกรี๊ดๆ
       “ปล่อยน้ำหนึ่งนะปล่อย”
       พลอยที่ผ่านหน้าห้องหันขวับมามองเงี่ยหูฟัง เพชรแสร้งหัวเราะหยาบคาย
       “ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก มะ...ถ้าชอบบบ...พี่จัดให้”
       เพชรกอดน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งร้องกรี๊ดๆ พลอยยิ้มพอใจ ขณะที่เพชรกระซิบที่ข้างหูน้ำหนึ่ง
       “อยู่เฉยๆ ไม่อย่างนั้น เธอเดือดร้อนแน่น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งมองเพชรงุนงงไม่เข้าใจ เพชรดันตัวน้ำหนึ่งออกพูดเสียงดัง กะให้พลอยได้ยิน
       “แค่เนี้ยะ..ก็ระทวย แล้วเธอจะดิ้นทำไม๊..น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งยิ่งมองเพชรอย่างไม่เข้าใจ แต่พลอยที่อยู่นอกห้องยิ้ม สาแก่ใจ ก่อนพารถเข็นผ่านไป
      
       ทางด้านดาราณีกับนวลเฝ้าเกรียงศักดิ์อยู่ในห้องพักฟื้น สองคนหน้าตากังวล ดาราณีน้ำตาคลอจับมือเกรียงศักดิ์
       “น้ำหนึ่งจะรู้บ้างมั้ย ว่าพ่อเป็นถึงขนาดนี้”
       “อย่าโทษคุณน้ำหนึ่งเลยค่ะคุณหญิง...คนที่ผิด คือผู้ชายคนนั้น...”
       “นายเพชร” ดาราณีเค้นคำ
       “นวลจะจำชื่อเค้าไว้จนวันตาย...เค้าทำลายชีวิตท่าน ชีวิตคุณน้ำหนึ่ง”
       ดาราณีมองร่างสามี “อย่าเป็นไรนะคุณ คุณอย่าเป็นอะไรไปนะคะ” แล้วบีบมือเกรียงศักดิ์เบาๆ
       เกรียงศักดิ์ที่นอนไม่ได้สติ ค่อยๆ กระพริบตา พึมพำออกมา
       “น้ำหนึ่ง....อย่าไปลูก อย่าไป”
       ดาราณีดีใจ “คุณ”
       นวลก็ดีใจ “ท่าน..ท่านฟื้นแล้ว...”
       “โทร.หาน้ำหนึ่งให้ฉันเร็วนวล...”
       “ค่ะๆๆ”
       นวลรีบกดโทรศัพท์หาน้ำหนึ่งทันที
      
       ขณะที่พลอยเลื่อนรถออกมาตรงระเบียง มองบรรยากาศรอบๆ อย่างมีความสุข ท่าทางจิตๆหลอนๆ
       “วันนี้...บรรยากาศดีจริงๆ”
       เสียงโทรศัพท์ดังลั่น พลอยทำหน้าฉงนไม่คุ้นเสียง กวาดตามอง เสียงดังมาจากรถของเพชร
       พลอยเลื่อนรถเข็นตรงไปเปิดประตู เห็นกระเป๋าถือของน้ำหนึ่งวางอยู่ พลอยชักสีหน้า คว้ากระเป๋าหยิบมือถือ กดรับ ทันทีที่มีคนรับ นวลที่อยู่โรงพยาบาล ด้านนอกห้องเกรียงศักดิ์ก็พูดอย่างดีใจ
       “คุณน้ำหนึ่ง ป้าเองนะคะ”
       พลอยทำหน้าหยามหยันจำนวลได้ พลอยพูดเสียงเย็นๆ
       “รู้แล้ว...หน้าจอบอกอยู่”
       นวลงงสงสัย “นั่นเบอร์ของคุณน้ำหนึ่งหรือเปล่าคะ”
       “ใช่”
       “คุณเป็นใคร” นวลเอะใจเสียงคุ้นๆ
       “พี่สาวของเพชร...” พลอยถามห้วนๆ เนื้อเสียงกระด้าง “มีอะไร”
       นวลบอกห้วนอย่างไม่พอใจ “ขอสายคุณน้ำหนึ่ง”
       “น้ำหนึ่งไม่ว่าง...เข้าหอกับเพชรอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน”
       นวลหน้าร้อนผ่าว ทั้งอายและไม่พอใจ บอกพลอยเสียงห้วน
       “ช่วยไปตามคุณน้ำหนึ่งมารับสายที ท่านเกรียงศักดิ์ตกบันได เจ็บหนักที่คุณน้ำหนึ่งหลงผิด หนีตามผู้ชายอย่างนายเพชร”
       อได้ฟังพลอยหัวเราะนิดๆ ดวงตาเบิกกว้างอย่างดีใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหยามหยัน
       “ฉันเสียใจด้วยที่ท่านเกรียงศักดิ์ตกบันได เจ็บหนัก แต่คุณน้ำหนึ่งของป้า จะเสียใจรึเปล่าฉันไม่รู้ เพราะตอนนี้ดูเหมือนคุณน้ำหนึ่งกำลังมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้เป็น เมียเก็บสามีชาวบ้านเค้า”
       นวลงุนงงและตกใจมาก “คุณหมายความว่ายังไง”
       “เพชรมีเมียอยู่แล้ว” พลอยจงใจเน้นคำ “งามหน้าแน่ๆ ถ้านักข่าวรู้ว่า คุณน้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์ ลูกสาวคนเดียวของรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ผู้มีภาพพจน์สวยหรู เป็นได้แค่เมียน้อยเมียเก็บชาวบ้าน”
      
       พลอยกดวางสาย ดวงหน้าเหยียดยิ้มเย้ยหยันสะใจ

       นวลยืนกำมือแน่น เหงื่อแตกพลั่กทั้งตกใจ เสียใจ งุนงง คาดไม่ถึง ดาราณีเดินออกมาตาม
      
       “นวล...ฉันให้มาโทรศัพท์แค่นี้ทำไมนานนัก”
       นวลสะดุ้งเฮือกตกใจแก้ตัว “เอ่อ....โทรศัพท์ไม่ค่อยมีสัญญาณน่ะค่ะ”
       “น้ำหนึ่งว่ายังไงบ้าง”
       “นวลไม่ได้คุยกับคุณน้ำหนึ่งค่ะ” นวลลนลาน ตะกุก ตะกัก “เธอ...เธอไม่อยู่ แต่นวลบอกพี่สาวนายเพชรไปแล้ว”
       “แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ดาราณีถามรัวเร็วทั้งตกใจ และเป็นกังวล “หรือน้ำหนึ่งจะเป็นอะไร”
       “เปล่าค่ะคุณน้ำหนึ่งไม่ได้เป็นอะไร”
       “แล้วทำไมนวลทำหน้าอย่างนั้น”
       “เอ่อ..นวล...นวลรู้สึกว่าเสียงพี่สาวของนายเพชรคุ้นๆ...เหมือน...เหมือน”
       “เหมือนใคร”
       “เหมือนเสียงของพลอยค่ะ”
       ดาราณีหน้าซีดเผือด ไม่ได้คิดว่าเป็นพลอยจริงๆ แต่สะเทือนใจทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้
      
       ฝ่ายทับทิม ย้อนถามพลอยอย่างลิงโลด
       “ไอ้เกรียงศักดิ์ มันถึงขั้นตกบันไดเลยเหรอ”
       “ก็แค่เจ็บ...” พลอยบอกด้วยน้ำเสียงขมขื่น “มันน่าจะเป็นอัมพาต เหมือนพลอย” พลางเอามือทุบขาตัวเอง
       ทับทิมเหยียดยิ้ม “แค่ลูกมันหนีตามผู้ชายมา มันยังเป็นขนาดนี้ ลองถ้ามันได้รู้ว่า ลูกสาวมันเป็นได้แค่เมียน้อยเมียเก็บ มันอาจจะล้มหัวกระแทกพื้นเส้นเลือดในสมองแตกตายก็ได้นะลูก”
       “พลอยไม่ได้อยากให้มันตายค่ะแม่ พลอยอยากให้มันทรมาน ตายทั้งเป็นเหมือนพลอย”
        นัยน์ตาพลอยวาวโรจน์ น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีแต่ความเคียดแค้นชิงชัง
      
       ส่วนเกรียงศักดิ์ที่ท่าทางอ่อนแรง เจ็บปวด ถามดาราณี อย่างกังวล
       “น้ำหนึ่งเป็นยังไงบ้างคุณหญิง...น้ำหนึ่งจะกลับมาหาผมมั้ย”
       “เอ่อ...ฉันยังไม่ได้คุยกับลูกเลยค่ะ”
       เกรียงศักดิ์หันขวับมามองอย่างหวาดระแวง “คุณหญิงโกหกผม” เสียงเครือสั่น นึกเสียใจ “จริงๆแล้ว น้ำหนึ่งไม่ยอมกลับมา”
       “เปล่าค่ะคุณ...ฉันยังไม่ได้คุยกับลูกจริงๆ”
       “ทำไม”
       ดาราณีกับนวลก้มหน้า หลบตา เกรียงศักดิ์ถามอีก
       “หรือไอ้เพชรมันไม่ยอมให้ลูกกลับมา”
      
       ฟากเพชรเดินหนี น้ำหนึ่งวิ่งตามมาถาม งุนงงสงสัยไม่เข้าใจ
       “พี่เพชรปิดบังอะไรน้ำหนึ่งอยู่รึเปล่าคะ”
       “ก็เรื่องที่พี่มีเมียอยู่แล้วไง”
       “น้ำหนึ่งว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น”
       เพชรนิ่งไปนิด ก่อนตอบ
       “ใช่..มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่...ถ้าคนรู้ว่า...ลูกสาวรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์เป็นได้แค่เมียน้อยเมียเก็บ”
       “น้ำหนึ่งไม่แคร์ค่ะ เพราะความจริง น้ำหนึ่งไม่ได้เป็น”
       เพชรหัวเราะเยาะ บอกเสียงกร้าว “แล้วท่านรัฐมนตรีกับคุณหญิงแคร์มั้ย”
       น้ำหนึ่งหน้าเสีย เพชรพูดต่อน้ำเสียงเย้ยหยัน
       “ที่สำคัญ...น้ำหนึ่งคิดว่าคนทั้งประเทศจะเชื่อเหรอ? น้ำหนึ่งหนีตามพี่มา แต่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง”
       น้ำหนึ่งมองเพชรสายตาเสียใจ แต่ในขณะเดียวกันก็งุนงง ไม่เข้าใจ
       “แต่พี่เพชรก็รู้อยู่แก่ใจนี่คะ...ความจริง เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน”
       ด้านหลังน้ำหนึ่งพลอยเข็นรถเข็นมา เพชรเห็นก็คว้าตัวน้ำหนึ่งมากอด
       “ทำไมจะไม่ได้เป็น” เพชรตะเบ็งเสียงดังขึ้นกะให้พลอยได้ยิน “น้ำหนึ่งเป็นเมียพี่ เป็นของพี่...ถึงจะเป็นเมียน้อยเมียเก็บ แต่น้ำหนึ่งก็ขึ้นชื่อว่าเมียเหมือนกัน”
       น้ำหนึ่งดิ้นรน ผลักไสเพชรออก
       “ทำไมพี่เพชรถึงได้ย้ำนักย้ำหนาว่าน้ำหนึ่งเป็นเมียน้อย เมียเก็บ ทั้งๆ ที่…”
       โดยอัตโนมัติ เพชรจับน้ำหนึ่งหันหลังก้มลงจูบปิดปากไม่ให้พูด น้ำหนึ่งตาโตตกใจ
       “พี่ต้องกลับไปทำงาน...แล้วจะรีบกลับมาหาเมียรักนะจ๊ะ”
        เพชรผลุนผลันขึ้นรถขับออกไป น้ำหนึ่งวิ่งตามตะโกน
       “อย่าเพิ่งไปนะพี่เพชร เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พี่เพชร”
       เพชรไม่จอดน้ำหนึ่งได้แต่มองขัดใจ พลอยเข็นรถใกล้เข้ามา น้ำหนึ่งได้ยินเสียงล้อรถเข็น หันขวับไปมอง พลอยยิ้มเย้ย
       “อาไร้...เป็นเมียเค้าแค่คืนเดียว...ถึงกลับวิ่งตามเลยหรือจ้ะน้ำหนึ่ง”
       “น้ำหนึ่งไม่ได้เป็นเมียพี่เพชร”
       พลอยหัวเราะเย้ยหยัน “ไม่ได้เป็น...โถๆๆๆ อยู่กันสองคนกับพี่ ไม่ต้องแอ๊บก็ได้น้ำหนึ่ง...เธออยู่
       กับนายเพชรทั้งคืน มันจะไปเหลืออะไร”
       “พี่เพชรไม่ได้ทำอะไรน้ำหนึ่งจริงๆ ค่ะพี่พลอย”
       พลอยจ้องหน้าน้ำหนึ่ง เริ่มรู้สึกว่าน้ำหนึ่งพูดจริง ถามย้ำ
       “เธอพูดจริงเหรอ”
       “ค่ะ...พี่เพชรไม่ได้ทำอะไรน้ำหนึ่งแม้แต่นิดเดียว...”
       พลอยตาวาววับ คำพูดของน้ำหนึ่งจริงจัง จนรู้สึกเชื่อ ขณะที่น้ำหนึ่งพูดต่อ
       “แล้วน้ำหนึ่งก็ไม่เข้าใจ ทำไมพี่เพชรจะต้องย้ำแต่คำว่าเมียน้อยเมียเก็บ ทั้งๆ น้ำหนึ่งกับพี่
       เพชรไม่ได้เป็นอะไรกัน”
       พลอยมองน้ำหนึ่ง ดวงตาเหลือกลาน โกรธ เสียใจ และขัดใจ ที่เพชรไม่ทำตามคำสั่ง บอกเสียงกร้าว
       “เป็น...ยังไงเธอก็ต้องเป็นเมียน้อยเมียเก็บของเพชร เพราะเธอมีหน้าที่ชดใช้ ได้ยินมั้ยน้ำหนึ่ง เธอมีหน้าที่ต้องชดใช้”
       พลอยกรีดเสียงร้องดังขึ้น ที่ถูกขัดใจ มือของพลอยเกร็งหงิกงอ เพราะเครียดแล้วชัก ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม
       น้ำหนึ่งตกใจมาก “พี่พลอย” ถลาเข้าไปหา
       พลอยตาค้าง โกรธเพชร “อย่าเข้ามาใกล้ฉัน คนอย่างเธอมีหน้าที่ต้องชดใช้เพียงอย่างเดียวน้ำ
       หนึ่ง ได้ยินมั้ย เธอต้องชดใช้...ชดใช้”
        พลอยกรีดร้องจับตัวน้ำหนึ่งเขย่า อาละวาด อย่างขาดสติ น้ำหนึ่งเจ็บดิ้นรน
       “ปล่อยค่ะพี่พลอยปล่อย”
       พลอยไม่ปล่อย แถมเขย่าตัวน้ำหนึ่งแรงขึ้น ขณะเดียวกันมือไม้ของพลอยกเกร็งหงิกงอ สั่นกระตุก
       ไปทั้งตัว พลอยชัก น้ำหนึ่งตกใจ
       “พี่พลอยๆๆ”
       ร่างของพลอยร่วงลงมาจากรถเข็น ทับทิมได้ยินเสียงร้องโวยวายวิ่งออกมา พอเห็นก็ตกใจ
       “พลอยๆๆๆๆ”
       ทับทิมวิ่งมาหาพลอยอย่างรวดเร็ว
      
       ขณะที่น้ำหนึ่งยืนเนื้อตัวสั่น ตกใจ ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ งุนงง สับสน ในสิ่งที่กำลังเผชิญว่าคืออะไร?


  


       ขณะที่ตาหวานทำความสะอาดบ้านอยู่คนเดียว กวาดสายตามองไปรอบๆ
      
       “เกิดมาไม่เคยต้องอยู่คนเดียว น่ากลัวชะมัดเลย”
       ตาหวานมองรอบๆก่อนจะหันมา แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงหลับหูหลับตาร้องกรี๊ด เอาไม้ขนไก่
       ฟาดๆๆๆ เมื่ออลิสยืนอยู่
       “แอร๊ยยยยผี”
       อลิสทั้งหลบทั้งด่า “แอร๊ยย...เดี๋ยวตบหัวหลุด ผีที่ไหนจะสวยขนาดนี้”
       ตาหวานจำเสียงได้ “คุณอลิส”
       “ใช่...ฉันเองอลิส ผู้หญิงที่สวยที่สุด งามเลิศในปฐพี”
       “ตาหวานไม่ได้เป็นกระจก มาบอกทำไมคะ”
       “นังตาหวาน”
       “อีกอย่าง....จะเข้าบ้านคนอื่น ทำไมไม่รู้จักให้สุ้มให้เสียง คุณอลิสไม่มีมารยาท”
       “ต๊ายยยๆๆ” อลิสเอานิ้วจิ้มหน้าผาก “นังตาหวาน เดี๋ยวฉันตบตาหลุด มันจะมากเกินไปแล้ว
       นะยะ ทำตัวยังกับเป็นเจ้าของบ้าน”
       ตาหวานเชิดหน้าขึ้นท่าทางกวนๆ บอกแบบกะยั่ว แต่ลืมตัว “ก็ระหว่างที่คุณท่านอยู่โรงพยาบาล
       ตาหวานถูกแต่งตั้งให้รักษาการณ์คฤหาสน์หลังนี้น่ะสิคะ”
       อลิสตาโตตกใจ “ห๊ะ”
       ตาหวานหัวเราะชอบใจ “ฮั่นแน่ะๆ ตกใจ คาดไม่ถึงล่ะสิคะ...แหงล่ะ..รักษาการณ์กับเจ้าของบ้าน
       มันก็ครือๆ กัน”
       อลิสจิ้มหน้าผากอีกจนตาหวานหงายเงิบ “ฉันไม่สนใจหรอกว่าแกจะรักษาการณ์ หรือเป็นขี้ข้า
       ในบ้าน ตกลง...ที่น้ำหนึ่งหนีตามผู้ชาย..คุณอาต้องเข้าโรงพยาบาลเลยเหรอ”
       ตาหวานรู้สึกตัว ว่าเผลอหลุดปากบอกอลิส รีบเอามือตบปากตัวเอง
       “อุ๊ปส์”
       อลิสมองแบบหมั่นไส้ “มะ..ฉันช่วยตบ”
       พูดจบอลิสก็ตบปากตาหวานดังเพี๊ยะหมั่นไส้เต็มแก่ ตาหวานร้องลั่นเจ็บ วิ่งหนี อลิสยิ้มพอใจ
       ตาวาว
      
       อลิสเดินนวยนาดไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่หน้าบ้าน ขณะโทรศัพท์บอกนักข่าว
       “พี่ตุ้มขา..อลิสมีข่าวจะบอก.. ..น้ำหนึ่ง ลูกสาวของท่านเกรียงศักดิ์ทำตัวเป็นสก๊อยหนีตาม
       ผู้ชาย จนท่านเกรียงศักดิ์นอนแบ่บอยู่โพงพยาบาล เป็นหรือตายก็ไม่รู้ พี่ตุ้มลงพาดหัวตัวใหญ่ๆ เลยนะคะ” อลิสฟังปลายสายแล้วหัวเราะ “โอ๊ย...มีเรื่องสำคัญอลิสก็นึกถึงพี่ตุ้มเพียงคนเดียวล่ะค่ะ แค่นี้นะคะ”
       อลิสวางสายแล้วกดโทร.ใหม่ “พี่จ๋าเหรอค้า...อลิสมีข่าวจะบอก...น้ำหนึ่ง ลูกสาวของท่านเกรียงศักดิ์ทำตัวเป็นสก๊อยหนีตามผู้ชาย...”
       เห็นอลิสเปิดประตูขึ้นรถขับออกไป แต่ยังได้ยินเสียงอลิสหัวเราะแว่วมา
       “โอ๊ย...มีเรื่องสำคัญอลิสก็นึกถึงพี่ตุ้มเพียงคนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ”
       อลิสหัวเราะเริงร่าขณะขับรถออกไป
      
       พลอยนอนอยู่บนเตียงแล้ว มีทับทิมนวดตามเนื้อตามตัวให้ เป็นห่วง
       “พี่พลอยเป็นอะไรคะ”
       ทับทิมมองอย่างหมั่นไส้ “ชัก...เธอไม่รู้จักคนชักรึไง”
       น้ำหนึ่งก้มหน้า..กลัวสายตาของทับทิม ที่มองมาอย่างเกลียดชัง บอกเสียงอ่อย
       “ทราบค่ะ ที่แต่ถาม น้ำหนึ่งหมายถึง...พี่พลอยเป็นโรคอะไรรึเปล่าคะ ถึงได้มีอาการแบบนี้”
       ทับทิมตวัดเสียงใส่ “ประสาทไง!”
       “ประสาท”
       น้ำหนึ่งเบิกตากว้างมองทับทิม สายตาไม่เข้าใจ คำว่าประสาทหมายถึงทับทิมด่าตัวเองหรือ
       พลอยเป็นจริงๆ ทับทิมมองหน้าน้ำหนึ่ง ยิ่งเห็นหน้าตาที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสายิ่งหมั่นไส้
       “แถวนี้ไม่มีผู้ชาย..เธอไม่ต้องมาแอ๊บ” ทับทิมหมั่นไส้มาก ทำท่าเหมือนจะเข้ามาขย้ำ
       น้ำหนึ่งก้มหน้า ทำตัวไม่ถูก ได้แต่บอกอ่อนน้อม “น้ำหนึ่งไม่ทราบจริงๆ ค่ะ”
       “แล้วเธอคิดว่า..ผู้หญิงที่หน้าตาสะสวย อนาคตไกล แต่แล้ววันหนึ่งต้องกลายมาเป็นอัมพาต พิกลพิการ นอนแบ่บแต่อยู่บนเตียงแบบนี้ จะมีความสุขรึไง? เป็นใคร ก็ต้องประสาท”
       ทับทิมมองน้ำหนึ่งเกลียดชัง น้ำหนึ่งบอกด้วยความเสียใจ
       “น้ำหนึ่งเสียใจด้วยค่ะ”
       “ฉันเองก็เสียใจ...แต่เสียใจที่พลอยมันเชื่อใจ ไว้ใจ คนที่มีภาพพจน์ที่สวยหรู แสนดี” ทับทิม กระแทกเสียงด่า “แต่ความจริงเลวแสนเลว”
       น้ำหนึ่งก้มหน้าไม่เข้าใจ ทับทิมพูดเหมือนด่า จงเกลียดจงชัง ทับทิมมองพลอยเวทนา
       “ไม่น่าเลยลูก...ไม่น่าเลยพลอย”
        ทับทิมเสียงเครือ น้ำหนึ่งมองภาพสองแม่ลูกอย่างเห็นใจ สองคนนั่งเงียบ เป็นภาวะที่สุดอึด
       อัดใจ เสียงทีวีที่เปิดอยู่ด้านนอกดังแว่วเข้ามา
       “รมต.เกรียงศักดิ์ ถูกหามส่งรพ.ตั้งแต่คืนวานนี้ ว่ากันว่าสาเหตุมาจาก...ลูกสาวหนีตาม
       แฟนหนุ่มเท็จจริงเป็นอย่างไร...เราจะเสนอข่าวเป็นลำดับต่อไป
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือดตกใจ
       “พ่อ...” หันมาทางทับทิม “น้ำหนึ่งกลับเลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่ให้ที่พัก”
       น้ำหนึ่งเดินขากระเผลกออกไป แต่ทับทิมว่า
       “มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”
       น้ำหนึ่งหันกลับมามอง ทับทิมมองน้ำหนึ่งเกลียดชังขณะบอก
       “เพราะไอ้คนเลว ที่มันทำร้ายพลอย คือพ่อของเธอ”
       “คุณพ่อ”
       น้ำหนึ่ง ตกใจ คาดไม่ถึง
      
       เกรียงศักดิ์นอนอยู่ในห้อง พักฟื้น มีดาราณี นวลเฝ้า ขณะที่นักข่าวรุมถามรอบเตียงเสียงเซ็งแซ่ สลับกับถ่ายรูปพรึ่บพรั่บ
       “จริงหรือเปล่าครับท่าน?ที่ว่าลูกสาวท่านหนีตามผู้ชาย” นักข่าว 1 ถาม
       นักข่าว 2 ถามต่อ “แหล่งข่าวบอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นกุ๊ย จริงหรือเปล่าคะ”
       “ไม่จริง...ลูกสาวผมไม่ได้หนีตามใครทั้งนั้น”
       “แต่แหล่งข่าวบอกว่าจริงแน่นอนร้อยเปอร์เซ็น บอกอีกด้วยผู้ชายคนนั้นชื่อเพชร ไม่มีอาชีพ
       ไร้หลักแหล่ง เกาะผู้หญิงกิน จริงหรือเปล่าคะ”
       ดาราณี นวล หน้าซีด เกรียงศักดิ์โมโห โต้นักข่าวไปมา
       “พอผมบอกว่าไม่จริง พวกคุณก็ไม่เชื่อ อ้างแต่แหล่งข่าวๆ ถ้าเชื่อแหล่งข่าวขนาดนั้นก็ไป
       ถามแหล่งข่าวไม่ต้องมาถามผม”
       “ก็แหล่งข่าวยืนยัน บอกอีกด้วย พอท่านรู้ว่าลูกสาวหนีตามผู้ชาย ท่านตกบันได”
       “ก็บอกแล้วไง ถ้าพวกคุณเชื่อแหล่งข่าว ก็ไปถามแหล่งข่าว ไม่ต้องมาถามผม”
       ดาราณีรีบเข้ามาห้าม “ขอโทษนะคะ ท่านต้องการพักผ่อนค่ะ”
       “ตกลงว่าท่านเป็น...”
       เกรียงศักดิ์สวนขึ้นทันที โมโหมาก “ผมไม่ได้เป็นอะไร แค่หกล้ม พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
       “ตกลงว่า..ลูกสาวท่านไม่ได้หนีตามผู้ชาย...แล้วคุณน้ำหนึ่งไปไหนคะ”
       “เค้าไปเที่ยว เดี๋ยวก็กลับ...แค่นี้นะครับ ผมจะนอน”
        พูดจบเกรียงศักดิ์ก็หลับตา ดาราณีบอกนักข่าว
       “ให้ท่านพักผ่อนนะคะ...ขอบคุณค่ะ”
       กลุ่มนักข่าวเดินออกไป แต่ก่อนไปก็หันมาถ่ายรูปพรึ่บพรั่บ ทันทีที่ประตูปิด เกรียงศักดิ์ก็ลืมตาขึ้น สีหน้าเครียดเคร่ง ทั้งโกรธ ทั้งโมโห
       “ผมไม่เข้าใจ ทำไมน้ำหนึ่งถึงทำกับผมได้ขนาดนี้”
       “ลูกแค่หลงผิดไป”
       “หลงผิด โดยไม่คิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่ ..ผมเกลียดไอ้เพชรนะเกลียดมันมาก แต่คนที่ผมทั้ง
       เกลียดทั้งโกรธมากกว่าคือน้ำหนึ่ง ทำไมถึงได้ใฝ่ต่ำอย่างนี้”
      
       เกรียงศักดิ์เสียงเครือ สะเทือนใจที่สุดในชีวิต


  


       ฝ่ายน้ำหนึ่งที่ขายังเจ็บอยู่ วิ่งกระเซอะกระเซิงมาอย่างเสียขวัญ มาถึงตรงบริเวณหนึ่งในไร่บ้านเชิงเขา เสียงของทับทิมดังก้องในหู
      
       “ไอ้คนเลว ที่มันทำร้ายพลอย คือพ่อของเธอ”
       “ไม่จริง”
       “จริง...และเธอก็ต้องรู้ ความเลวระยำของพ่อเธอ น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่ง นึกถึงสิ่งที่ทับทิมเล่า ประมวลภาพความสัมพันธ์ของพลอยและเกรียงศักดิ์ ตามคำบอกเล่าของพลอย เกรียงศักดิ์ปล้ำ แล้วยังขับรถชนพลอย
       น้ำหนึ่งน้ำตาไหลริน เสียใจ เสียงของพลอยดังก้อง
       “คนอย่างเธอมีหน้าที่ต้องชดใช้เพียงอย่างเดียวน้ำหนึ่ง ได้ยินมั้ย เธอต้องชดใช้...ชดใช้”
       น้ำหนึ่งน้ำตาไหลพราก เสียใจมาก และคาดไม่ถึง
       เกรียงศักดิ์นอนนิ่งหน้าเครียด ดาราณีมองมาท่าทีเสียใจ ปลอบเสียงอ่อนโยน
       “ฉันไม่อยากให้คุณโกรธลูก...ลูกยังเด็ก...ฉันยังยืนยัน ลูกต้องถูกผู้ชายคนนั้นล่อลวง”
       “ผมรู้...ที่ผมพูดตอนนั้นเพราะผมโมโห คนผิด ยังไงก็เป็นไอ้เพชรอยู่ดี”
       “ฉันอยากให้ลูกกลับมา”
       “ผมให้คนไปตามหาแล้ว ถ้ารู้ว่าไอ้เพชรมันอยู่ที่ไหน ผมจะไปเอาน้ำหนึ่งกลับคืนมา”
       เกรียงศักดิ์พูดด้วยน้ำเสียงปวดร้าว แต่ดวงตากร้าวบอกว่าเอาจริง
      
       วันต่อมาเพชรอยู่ในคอนโดแต่งตัวเสร็จ เปิดประตูออกจากห้อง แต่ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อประตูถูกผลักกลับเข้ามาพร้อมร่างชายฉกรรจ์สองคนที่ผลักเพชรเข้ามาในห้องจนล้มลง
       “โอ๊ย”
       มันสองคนไม่รอช้า ตรงเข้ามารุมเพชร ตะคอกถาม
       “คุณน้ำหนึ่งอยู่ไหน” / “เอาคุณน้ำหนึ่งคืนมาเดี๋ยวนี้”
       “บอกไอ้เกรียงศักดิ์ อย่ามายุ่งกับเมียฉัน”
       คนของเกรียงศักดิ์ต่อยเข้าที่หน้าเพชรอีกพลางด่า
       “บ๊ะ! ไอ้นี่ปากดี...ประเดี๋ยวได้ตายตรงนี้หรอก”
       “เอาลูกสาวท่านคืนมา”
       “บอกว่าอย่ามายุ่งกับเมียฉัน”
       “ปากดีอย่างนี้ อุ้มมันไปหาท่านเลยดีกว่า”
       ลูกน้องเกรียงศักดิ์ตรงเข้ามากระชากร่างเพชร เพชรฉวยโอกาส ผลักออก เตะเข้าที่ตัวคนของเกรียงศักดิ์
       แล้ววิ่งหนีออกไปรวดเร็ว ลูกน้องเกรียงศักดิ์วิ่งตามพลางตะโกน
       “อย่าหนีนะเว้ย อย่าหนี”
      
       เพชรขับรถหนีมา ลูกน้องเกรียงศักดิ์ขับรถตาม เพชรขับหนีอย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่ว่าจะไปทางไหน ลูกน้องเกรียงศักดิ์ก็ตามทัน
       ระหว่างนั้นมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งผ่านมา เพชรจอดรถเข้าที่ข้างทาง กระโจนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หนีไปได้อย่างหวุดหวิด
      
       เสียงโทรศัพท์ดังลั่นห้องรับแขกบ้านเชิงเขา ทับทิมเดินมารับสาย
       “อะไรนะลูก เพชรลูกไล่ล่า”
       เพชรจอดรถโทรศัพท์อยู่ตู้ข้างทาง บอกทับทิมด้วยเสียงเครียดจัด
       “ครับแม่....ไอ้เกรียงศักดิ์มันให้คนมาอุ้มผม”
       ทับทิมโกรธมากยิ่งขึ้น “อุ้ม ไอ้เกรียงศักดิ์ให้คนมาอุ้มลูก นี่มันจะฆ่าจะแกงกันเลยเหรอ”
       น้ำหนึ่งเดินหน้าเศร้ามาได้ยินตกใจ ขณะที่เพชรบอกทับทิม
       “มันจะเอาลูกสาวมันคืน...แต่แม่ไม่ต้องห่วง ถ้าแผนเรายังไม่สำเร็จ ผมไม่ปล่อยให้น้ำหนึ่งไปไหนทั้งนั้น ....นี่ผมก็มาหลบโทรศัพท์ กลัวมันจะตามเจอจากสัญญาณโทรศัพท์ของผมเมื่อเช้าก็ถือว่าโชคดีที่ผมย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่คอนโด ไม่งั้นป่านนี้มันอาจตามไปเจอพี่พลอยแล้วที่บ้าน”
       “ตอนเกิดเรื่อง แม่ถึงขนาดยอมย้ายบ้านหนี มาถึงป่านนี้แล้ว แม่ไม่มีทางยอมให้ไอ้เกรียง
       ศักดิ์ตามมาเจอพลอยเด็ดขาด เพชรไม่ต้องห่วง ดูแลตัวเองนะลูก”
       “ครับแม่....แล้วน้ำหนึ่ง”
       “ไอ้เกรียงศักดิ์มันทำกับเราถึงขนาดนี้ ยังไงยัยน้ำหนึ่งก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พ่อมันทำ”
       “ใช่...น้ำหนึ่งต้องชดใช้ในสิ่งที่ไอ้เกรียงศักดิ์มันทำ”
       เพชรวางสาย ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมาใหม่ โกรธเกลียดเกรียงศักดิ์พาลมาถึงน้ำหนึ่ง
      
       ทับทิมหันมา เห็นน้ำหนึ่งยืนหน้าซีดจ๋อยอยู่ ทับทิมมองมาอย่างเกลียดชัง
       “เธอได้ยินหมดแล้วใช่มั้ย พ่อเธอให้คนมาอุ้มเพชร”
       น้ำหนึ่งเสียงเครือ สั่น เสียใจทั้งเรื่องของพ่อและถูกหลอก “น้ำหนึ่งขอโทษค่ะ คุณพ่อคงโกรธ ที่น้ำหนึ่งหนีตามพี่เพชร แต่ถ้าน้ำหนึ่งกลับบ้าน ทุกอย่างก็จะจบ”
       “จบ มันจะจบง่ายอย่างนี้เชียวเหรอ น้ำหนึ่ง”
       ทับทิมตรงมากระชากแขนน้ำหนึ่งอย่างแรง น้ำหนึ่งร้องด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ทับทิมกระชากแขนลากน้ำหนึ่งมาสุดแรง
       “มานี่...เธอมานี่”
       น้ำหนึ่งร้องเจ็บปวด ทับทิมไม่สะใจ ลากอย่างแรง ด้วยความเกลียดชัง
      
       ร่างน้ำหนึ่งถูกลากไปยังสวนหลังบ้าน น้ำหนึ่งร้องอย่างเจ็บปวด ทับทิมตะคอก
       “นั่นเธอดูนั่น”
        น้ำหนึ่งมองตามทับทิม เห็นเป็นพลอยกำลังฝึกทำกายภาพบำบัดบนลู่ทาง เดินด้วยตัวเอง สีหน้าพลอยเจ็บปวด พลอยล้ม แต่กัดฟันลุก สุดแสนทรมาน แต่พลอยไม่ท้อ ลุกขึ้นมาใหม่ แต่ก็ต้องลุกลงอีก เพราะร่างกายไม่แข็งแรง ขายังใช้การไม่ได้ ทับทิมมองพลอยด้วยความสงสาร
       “เธอดู...พลอยถูกข่มเหงรังแกจนต้องอยู่ในสภาพเมียเก็บเมียน้อยให้แม่เธอมาย่ำยีไม่พอ พ่อเธอยังทำให้พลอยเป็นอัมพาตอีก” ทับทิมหันมามองน้ำหนึ่ง “แล้วเธอยังจะไป มันไม่ง่ายไปเหรอน้ำหนึ่ง มันไม่ง่ายไปเหรอ”
       ทับทิมจิกทึ้งร่างน้ำหนึ่งไว้ น้ำหนึ่งร้องไห้ พลอยหันมามอง ทับทิมลากน้ำหนึ่งเข้าไปหาพลอย
       “เธอดู...เธอดูให้เต็มตา สภาพลูกสาวฉัน มันทุเรศทุรังขนาดไหน”
       ทับทิมผลักน้ำหนึ่งอย่างแรง จนร่างน้ำหนึ่งล้มลงตรงหน้าพลอย
       พลอยจดสายตามองหน้าน้ำหนึ่งเขม็ง น้ำหนึ่งผงะ หน้าตาที่เปียกซ่กไปด้วยเหงื่อของพลอย กอปรกับดวงตาที่แข็งกร้าวเย็นชา ยิ่งดูน่ากลัว เหมือนคนเป็นโรคจิต มือพลอยมาตะปบที่ไหล่สุดแรง น้ำหนึ่งสะดุ้งเฮือก พลอยถามเสียงเย็น
       “สภาพของฉันมันทุเรศมากใช่มั้ย”
       พลอยจ้องเขฒ้ง น้ำหนึ่งตัวสั่น พลอยบีบที่หัวไหล่ของน้ำหนึ่งแรงมากขึ้น
       “ตอบฉันมา...สภาพของฉันมันทุเรศมากใช่มั้ย”
       “ไม่ค่ะพี่พลอย ไม่”
       “ไม่ต้องมาพูดดี สายตาเธอบอกว่ากลัวฉัน รังเกียจฉัน...ใช่ซี้ ฉันมันเป็นคนพิการ ง่อย
       เปลี้ยเสียขา แต่ที่ฉันเป็นอย่างนี้เพราะพ่อของเธอ พ่อของเธอ”
       พลอยที่ยังล้มลุกอยู่ที่พื้น ออกแรงกดน้ำหนึ่งลงมา ตะโกนก้อง
       “พ่อของเธอ ไอ้เกรียงศักดิ์มันทำให้ฉันเป็นอย่างนี้”
       “ไม่...ไม่จริง คุณพ่อเป็นคนดี”
       พลอยมองหน้า ไม่กรี๊ดแต่แค้น “งั้นแกหมายความว่าฉันเป็นคนเลวเหรอนังน้ำหนึ่ง” พลอยขย้ำ
       คอน้ำหนึ่ง “แกด่าว่าฉันเป็นคนเลวเหรอ”
       พลอยจิกผมน้ำหนึ่ง กระชากให้แหงนเงยขึ้น น้ำหนึ่งกลัวจนตัวสั่น ร้องไห้อย่างน่าเวทนา
       “เปล่าค่ะพี่พลอย..เปล่า....คุณพ่ออาจไม่ได้ตั้งใจ”
       “ใช่...พ่อเธอไม่ได้ตั้งใจ ฉันถึงได้ตกอยู่ในสภาพนี้ไง เธอต้องชดใช้ให้ฉัน ได้ยินมั้ยน้ำหนึ่ง เธอต้องชดใช้ให้ฉัน”
       พลอยออกแรงจิกผมน้ำหนึ่งแรงมากขึ้น น้ำหนึ่งได้แต่ร้องโอดโอย ถามพลอย
       “แล้วพี่พลอยจะให้น้ำหนึ่งชดใช้ยังไงคะ”
       “เธอก็ต้องเป็นเมียน้อยเมียเก็บเพชร เหมือนกับที่พ่อเธอทำกับฉัน”
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด ตื่นตกใจ และหวาดกลัว ขณะที่พลอยเขย่าร่างของน้ำหนึ่งแรงอีกตะโกนใส่หน้า
       “เธอก็ต้องเป็นเมียน้อยเมียเก็บเพชร เหมือนกับที่พ่อเธอทำกับฉัน”
       น้ำหนึ่งร้องกรี๊ดแล้วหมดสติไป
      
       ส่วนดาราณีประคองเกรียงศักดิ์เข้าไปในบ้าน มีนวลกับตาหวานตามหลัง เกรียงศักดิ์ถามคนของ
       ตัวเองที่มารายงาน
       “ตกลงไอ้เพชรมันหนีไปได้”
       “ครับท่าน...แต่ผมสืบดูแล้วทะเบียนบ้านมันอยู่ที่คอนโด ยังไงมันก็ต้องกลับมา” ลูกน้องบอก
       “แล้วมันจะกลับมาเมื่อไหร่?”
       ลูกน้องเงียบ เกรียงศักดิ์บอก
       “ไปสืบมา ไอ้เพชรมันพาน้ำหนึ่งไปอยู่บ้านญาติโกโหติกาคนไหน ฉันจะไปลากตัวมันเอง”
       เกรียงศักดิ์พูดเสียงเกรี้ยวกราดเพราะโกรธจัด ดาราณีกับนวลนิ่งเห็นด้วย ตาหวาน ไม่สบายใจห่วงน้ำหนึ่ง
      
       ด้านน้ำหนึ่งนอนร้องไห้อยู่ในห้อง เสียงของพลอยดังก้อง
       “เธอก็ต้องเป็นเมียน้อยเมียเก็บเพชร เหมือนกับที่พ่อเธอทำกับฉัน”
       สีหน้าของน้ำหนึ่งหวาดกลัว หวาดระแวง ไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเองดี ทันใดนั้นประตูก็
       เปิดผลัวะเข้ามา ตามด้วยร่างของเพชร หน้าตาของเพชรดุดัน น้ำหนึ่งถอยหลังกรูด
       “อย่าทำอะไรน้ำหนึ่งนะพี่เพชร”
       เพชรมองด้วยสายตาเฉยเมย “สายไปแล้วน้ำหนึ่ง”
       เพชรเดินเข้ามาหา น้ำหนึ่งถอยหลัง
       “อย่า...”
       เพชรไม่พูดอะไรนอกจากกระชากร่างของน้ำหนึ่งเข้ามา ปล้ำจูบก่อนผลักน้ำหนึ่งลงบนเตียง
       “อย่าพี่เพชรอย่า...” น้ำหนึ่งทุบอกเพชรผลักออก “ปล่อยน้ำหนึ่งนะ ปล่อย”
       “ไม่ปล่อย เธอต้องเป็นของฉัน”
       น้ำหนึ่งมองจ้องหน้า ทั้งเสียใจ โกรธ และผิดหวัง “พี่เพชร”
       เพชรมองอย่างโลมเลีย ค่อยๆ เอามือจับคางน้ำหนึ่งเชยขึ้น
       “แต่อย่าหวังว่าจะได้เป็นเมียแต่ง น้ำหน้าอย่างเธอเป็นได้แค่เมียเก็บเท่านั้น”
       พูดจบเพชรก็ปลุกปล้ำน้ำหนึ่งทันที น้ำหนึ่งได้แต่ร้องไห้โฮ ร้องตะโกนออกมา
      
       “อย่า..พี่เพชรอย่า น้ำหนึ่ง รักพี่เพชร อย่า”
ตอนที่ 5
      
       วันต่อมา ขณะที่พลอยเข็นรถเข็นเข้ามาในห้องโถงบ้านเชิงเขา ได้ยินเสียงของน้ำหนึ่งดังแว่วมาเหมือนคนนอนละเมอ
      
       “อย่า..พี่เพชร...น้ำหนึ่งรักพี่เพชร”
       พลอยค่อยๆ เข็นรถเข็นเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นน้ำหนึ่งนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟากลางห้องโถง ละเมอออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว ระคนเจ็บช้ำ เนื้อตัวสั่นเทา
       น้ำหนึ่งครางเบาๆ “อย่าพี่เพชร...อย่าทำน้ำหนึ่ง...น้ำหนึ่งรักพี่เพชร”
       พลอยมองน้ำหนึ่งด้วยสายตาแห่งความเคียดแค้น และเกลียดชัง ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้าย่ำมาจากด้านหลังเบาๆ พลอยหันไปมอง เห็นเพชรเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม เพชรไม่ได้มองพลอย แต่สายตามองไปที่น้ำหนึ่ง แววตาของเพชรบ่งบอกถึงความเวทนา สงสาร
       แต่ดวงตาของพลอยที่มองมายังเพชรมีความเสียใจ ไม่พอใจ ก่อนที่พลอยจะเลื่อนรถเข็นออกไป ดวงตา แข็งกร้าว
       ที่แท้ น้ำหนึ่งหลับฝันไปว่า เพชร ข่มเหง
      
       บ้านเชิงเขาด้านนอก เห็นบรรยากาศธรรมชาติสดชื่น สวยงาม พลอยเข็นรถเข็นออกมา
       ขณะที่เพชรเดินตาม เพชรจับด้านหลังรถเข็น พลอยเลื่อนตัวออกห่างบอกน้ำเสียงหมางเมิน
       “ที่รีบกลับมาเพราะห่วงมันใช่มั้ย”
       เพชรเงียบ ไม่กล้าตอบ เพราะหากตอบไปพลอยก็โกรธ แต่พลอยกลับถามคาดคั้นด้วยเสียงแข็งยิ่งขึ้นไปอีก
       “พี่ถามว่าใช่มั้ย”
       “ผมห่วงแม่ ห่วงพี่พลอย กลัวว่าไอ้เกรียงศักดิ์มันจะส่งคนมาตามน้ำหนึ่ง ที่นี่”
       พลอยบอกเสียงเข้ม “ไม่จริง....พี่มองดูสายตาเพชรก็รู้...เพชรห่วงนังเด็กนั่น สงสารนังเด็กนั่น ใจ
       เพชรอ่อนทันทีที่รู้ว่ามันรักเพชร”
       เพชรปฏิเสธในท่าทีลังเล “ไม่นะครับพี่พลอย”
       พลอยไม่ฟัง บอกเสียงสะอื้นน้ำตาไหลริน ทั้งเสียใจ และน้อยใจ
       “พี่ไม่เชื่อ...บอกแล้วไง...พี่มองตาเพชรก็รู้...เพชรไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพี่เป็นอะไร รู้สึกยังไง” พลอยถามรัวเร็ว “สายตาเพชรมีแต่คำถาม ทำไมมันถึงมานอนตรงนั้นแทนที่จะเป็นห้องเพชร พี่บอกให้ก็ได้...มันรู้ความจริงหมดแล้วเรื่องพ่อของมันทำเลวทำชั่วยังไง แล้วมันก็ทำใจไม่ได้ มันเป็นลม...รู้ไว้...ใจจริงพี่อยากจะทิ้งให้มันนอนอยู่ตรงนั้น แต่แม่ แม่เป็นคนพามันเข้ามา แม่เป็นคนให้มันนอนตรงนั้น ไม่งั้นมันก็...”
       พลอยจะพูดต่อว่า..มันก็นอนอยู่ตรงนั้น แต่พูดไม่ทันจบเพชรสวนขึ้น
       “ผมไม่ได้สนใจเค้าเลยว่าเค้าจะเป็นยังไง ผมห่วงแต่แม่ ห่วงพี่พลอย”
       “ห่วง..เพชรห่วงพี่...” พลอยร้องไห้สะอึกสะอื้น “งั้นเพชรก็ต้องรู้...ลูกไอ้เกรียงศักดิ์ มันเห็นสภาพน่า
       สมเพชของพี่...” จู่ๆ พลอยก็คลั่งกรี๊ดขึ้นมาอีก “มันเห็นพี่ง่อยเปลี้ยเสียขา มันเห็นพี่พิกล พิการ พี่ล้มลุกคลุกคลานอยู่กับพื้น...มันเห็นสภาพทุเรศทุรังของพี่หมดแล้ว พี่อายนะเพชร พี่อาย”
       เพชรกอดพลอยเอาไว้แล้วปลอบ “มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยครับพี่พลอย”
       “แต่พี่อาย...พี่อาย..ได้ยินมั้ยเพชร พี่อาย”
       พลอยสะอื้นฮักๆๆ ท่าทีเสียใจหลือแสน พยายามเรียกร้องความสงสารจากเพชรสุดขีด เพชรนิ่ง สายตาสับสน และพลอยก็รับรู้ถึงความรู้สึกนั้น ถอนตัวออกจากเพชร มองจ้องหน้า
       “แต่เพชรคงไม่อาย เพราะเพชรไม่ใช่พี่ ขนาดพ่อยัยน้ำหนึ่งตามไล่ล่า เพชรยังไม่คิดจะทำอะไร เพชรไม่คิดทำอะไร” น้ำเสียงของพลอยฟังดูน่าสงสารแต่ตาวาวโรจน์ขณะพูด “มันก็จริง...ถ้ามีใครซักคนที่รักเรา เราจะทำร้ายเค้าได้ยังไง?” พูดมาถึงตรงน้ำพลอยก้มหน้า เหมือนทำใจได้ “ได้...เพชรจะทำยังไงก็แล้วแต่เพชร พี่ก็จะอยู่ในโลกแห่งความทุกข์ของพี่ต่อไป”
       จากนั้นพลอยค่อยๆ เข็นรถออกไป แต่หางตายังแอบชำเลืองมองเพชร ยิ่งเห็นเพชรยืนนิ่ง สายตาของพลอยก็มีแต่ความโกรธแค้นล้นใจ
       เพชร เครียดจัด สับสน และว้าวุ่นใจ ไม่รู้จะทำยังไงดี?
      
       ส่วนน้ำหนึ่งค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา น้ำหนึ่ง ตกใจ งุนงง เห็นตัวเองนอนอยู่บนโซฟา น้ำหนึ่งกวาดสายตามองไปรอบๆ เริ่มประมวลเหตุการณ์ ตั้งแต่วิ่งเตลิดหนีไป และหมดสติ น้ำหนึ่งคิดในใจ
       “แปลว่า...ตะกี้เราแค่ฝันไป”
       เพชรเดินพรวดเข้ามา น้ำหนึ่งสะดุ้งโหยง
       “พี่เพชร” ลุกพรวดถอยหลังกรูด ท่าทีหวั่นกลัว
       เพชรมองน้ำหนึ่ง ใจหนึ่งก็เวทนา แต่พอคิดถึงพลอย นึกถึงเกรียงศักดิ์ เพชรก็หน้าตาดุดัน
       “เธอรู้แล้วใช่มั้ย ความจริงมันคืออะไร”
       น้ำหนึ่งเสียใจสุดๆ “พี่เพชร...หลอกน้ำหนึ่งให้รัก...เพื่อต้องการแก้แค้น”
       เพชรนิ่งหันหน้าหนีไปทางอื่น กลัวน้ำหนึ่งจะเห็นว่าตัวเองเสียใจ น้ำหนึ่งถาม
       “แต่มันยุติธรรมสำหรับน้ำหนึ่งเหรอคะ? น้ำหนึ่งไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ ว่าคุณพ่อกับพี่พลอยรู้จัก
       กัน น้ำหนึ่งไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าพี่เพชรกับพี่พลอยเป็นพี่น้องกัน แต่ที่น้ำหนึ่งรู้...น้ำหนึ่งถูกหลอกใช้ น้ำหนึ่งเป็นแค่เหยื่อ เหยื่อ ของความแค้น” น้ำหนึ่งเปลี่ยนเสียงเป็นกร้าวแข็งขณะพูโประโยคต่อมา “และทุกคนที่นี่ต่างยัดเยียดให้คุณพ่อเป็นคนเลว”
       “ก็พ่อเธอมันเลวจริงๆ”
       น้ำหนึ่งตบหน้าเพชรอย่างแรง จนหน้าหัน เพชรโกรธจัด
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งโกรธเถียง “ถึงน้ำหนึ่งจะรักพี่เพชร...แต่จะให้พี่เพชรมายืนด่าคุณพ่อต่อหน้า น้ำหนึ่งไม่
       ยอมค่ะ”
       “แล้วเธอจะทำอะไรฉัน”
       “ปกป้องศักดิศรีของคุณพ่อทุกอย่าง”
       “ปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองให้ได้ก่อนเถอะน้ำหนึ่ง”
       เพชรหยัน แล้วอุ้มน้ำหนึ่งจนลอยหวือ น้ำหนึ่งร้องกรี๊ด
       “ปล่อยนะพี่เพชร ปล่อย..ปล่อยน้ำหนึ่ง”
       “ไม่ปล่อย...พี่พลอยถูกพ่อเธอข่มเหงรักแกยังไง เธอก็ต้องถูกฉันทำยังงั้นน้ำหนึ่ง”
       เพชรอุ้มน้ำหนึ่งไปที่ห้องนอนตัวเอง น้ำหนึ่งทั้งร้องทั้งดิ้นทั้งผลัก น้ำหนึ่งผลัก จนตัวเองหล่นลงพื้น แล้วเพชรค่อยลาก ค่อยอุ้มขึ้นไปใหม่
       ทับทิมได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ของน้ำหนึ่งก็วิ่งออกมาดู เห็นเพชรอุ้มน้ำหนึ่งตรงไปที่ห้อง แล้วปิดประตูดังโครม วูบแรกทับทิมรู้สึกตกใจ ก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มหยันขณะคิดในใจ
      
       “เธอต้องชดใช้ทุกอย่างแทนพ่อเธอ น้ำหนึ่ง”


  


       ส่วนเพชรโยนน้ำหนึ่งลงบนเตียง ก่อนโถมตัวลงมาหา น้ำหนึ่งร้องกรี๊ด
      
       “อ๊าย...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ปล่อย”
       “ไม่”
       เพชรพูดจบก็ปลุกปล้ำจูบ ซุกไซร้ทั่วใบหน้า น้ำหนึ่งผลักออกอย่างแรง ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด แต่ร่างของเพชรไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย น้ำหนึ่งงับเข้าที่หัวไหล่ของเพชรอย่างแรง เพชรร้องลั่น
       “โอ๊ย”
       น้ำหนึ่งกัดไม่ปล่อย ไม่เหลือแล้วอารมณ์รัก รู้แต่ตอนนี้โกรธ เกลียดเพชรอย่างที่สุด
       “น้ำหนึ่ง”
       เพชรผลักน้ำหนึ่งออกอย่างแรง น้ำหนึ่งลอยหวือ เซไปติดกระแทกหัวเตียง ร้องอย่างเจ็บปวด
       “โอ๊ย”
       เพชรจะโถมเข้ามา แต่น้ำหนึ่งคว้าโคมไฟขึ้นมากำแน่นไม่ยอม
       “ฉันไม่รู้เรื่องพ่อฉันกับพี่สาวคุณ และฉันไม่มีทางชดใช้อะไรทั้งนั้น แต่ถ้าคุณเข้ามา...ฉันสู้ตาย”
       น้ำหนึ่งมองเพชรตาวาว ไม่เหลือแล้วความอ่อนหวานน่าสงสาร เพชรมองน้ำหนึ่งอึ้ง คาดไม่
       ถึง ขณะพูดออกมา
       “ถ้าคิดว่าจะสู้แรงฉันได้...ก็เอา
       พูดจบเพชรก็โถมเข้ามา น้ำหนึ่งฟาดโคมไฟในมือกะใส่หัวเพชร แต่เพชรหลบฉาก แล้วปล้ำน้ำหนึ่งลงบนเตียง น้ำหนึ่งร้องลั่น
       “คุณว่าพ่อฉันเลว...แต่สิ่งที่คุณทำกับฉัน...มันก็เลวพอๆ กัน”
       “ฉันไม่สน...ฉันรู้แค่ว่า...เธอต้องมีสภาพเดียวกับพี่ฉัน น้ำหนึ่ง”
       เพชรโถมตัวจูบน้ำหนึ่ง แต่น้ำหนึ่งสู้ตาย มือของเพชรกระชากเสื้อน้ำหนึ่ง ก่อนจะโยนหวือเหวี่ยงไปแบบไร้ทิศทาง ตามมาด้วยเสื้อของเพชร ที่ถูกโยนตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
      
       พลอยเข็นรถมาอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้านเชิงเขา มือที่กำพนักรถเข็นเกร็งแน่น คับข้อง ขุ่นเคืองแค้นใจ ดวงตาของพลอยวาวโรจน์ ริมฝีปากบิดเบี้ยวโกรธ ส่วนที่ด้านหลัง พจนีย์เดินเข้ามา มองท่าทางของพลอย ก็รู้...ว่าพลอยรู้สึกอย่างไร พจนีย์ถามเสียงอ่อนหวาน
       “พจน์ไม่รู้หรอกนะคะว่า ทำไมพี่พลอยถึงเกลียดผู้หญิงคนนั้น”
       พลอยสะดุ้ง เหลียวขวับ พยายามปรับสีหน้าปกติ ขณะที่พจนีย์พูดประจบเอาใจ
       “แต่พจพร้อมจะทำทุกอย่าง ที่จะทำลายผู้หญิงคนนั้นแทนพี่พลอยเอง”
       พลอยมองพจนีย์เขม็ง พจนีย์มองประจบ สายตาบอกว่าพร้อมทำทุกอย่าง พลอยมองพจนีย์
       อย่างพอใจ ดวงหน้าปรากฏรอยยิ้มบางๆ ก่อนบอกด้วยท่าทีนิ่งๆ
       “งั้น..พจน์ก็ต้องทำทุกอย่าง อย่างที่คนเป็นเมียจะต้องทำ”
       พจนีย์เนื้อเต้นที่พลอยไฟเขียว ยิ้มอย่างดีใจ “พี่พลอยพูดจริงเหรอคะ”
       “พี่เคยบอกพจน์แล้วไง พี่ไม่เคยพูดเล่น”
       “งั้นพจน์ก็จะแสดงความเป็นเมียของพี่เพชรให้สมบาทเลยล่ะค่ะ”
       พจนีแอบยิ้มพอใจ ฝันเฟื่องว่าจะได้เป็นเจ้าของเพชรจริงๆ พลอยเองก็ยิ้ม...ยิ้มอย่างคนเป็นต่อ เหนือกว่า
       ทับทิมเดินเข้ามาบอก “รอมานาน...ก็จัดเต็มแล้วกัน พจนีย์”
       “งั้น..พจน์ก็ซ้อมไว้ก่อนนะคะ...” พจนีย์ทำเสียงระรื่นกับทับทิม “คุณแม่ขา...” แฃล้วหันมาทางพลอย "คุณพี่ขา...ส่วนพี่เพชร...ก็..คุณผัวขา”
       พลอยกับทับทิมมองหน้าพจนีย์อย่างไม่พอใจ แต่พจนีย์ยิ้มหวาน เอาจริงมาก
      
       เพชรพยายามปลุกปล้ำน้ำหนึ่งที่อยู่ใต้ผ้าห่ม ช่วงบนที่พ้นชายผ้าออกมาของน้ำหนึ่ง
       เปลือยปล่า น้ำหนึ่งกอดผ้าห่มแน่น ร้องไห้โฮๆ รู้ว่าสู้ไม่ได้ เพชรชะงัก น้ำหนึ่งพูดเสียใจ
       “ถ้าฉันสู้คุณ...ฉันก็คงตายเปล่า...ตาย พร้อมกับความน่าสมเพช เวทนา ของผู้หญิงที่ถูกข่มขืน”
       เพชรสลดถามเสียงอ่อนลง “น้ำหนึ่งรักพี่ไม่ใช่เหรอ”
       “พี่เพชรดูละครมากไปรึเปล่าคะ...นางเอกถูกพระเอกปล้ำ ได้แต่ร้องกรี๊ดๆ สุดท้ายก็โอนอ่อนผ่อนตาม ตื่นขึ้นมาร้องไห้กระซิกๆ รักกัน แฮ้ปปี้เอ็นดิ้ง”
       เพชรหลบตาน้ำหนึ่ง รู้สึกละอายใจ น้ำหนึ่งมองหน้าเพชรพูดต่อ
       “ชีวิตจริง ไม่มีผู้หญิงคนไหน ยินดีมีความสุขกับการที่ถูกคนที่ตัวเองรัก ข่มเหงรังแกหรอกค่ะ...ถ้ามีความเป็นลูกผู้ชายอยู่บ้าง ก็สำนึกด้วยนะคะ สิ่งที่พี่เพชรกำลังทำ มันเลวร้ายแค่ไหน”
       จู่ๆ ประตูเปิดผลัวะเข้ามา เพชรกับน้ำหนึ่งหันไปมอง สองคนเห็นพจนีย์ยืนจังก้าอยู่
       พจนีย์ก็เห็นน้ำหนึ่งช่วงบนเปลือย กอดผ้าห่มแน่นร้องไห้ อยู่ข้างๆ เพชรที่ด้านบนเปลือยเหมือนกัน พจนีย์มองน้ำหนึ่งเกลียด ถลันเข้ามาจิกผม ตบตี
       “งั้นเธอก็สำนึกด้วยนะน้ำหนึ่ง สิ่งที่เธอทำเลวร้ายแค่ไหน” พจนีน์จิกหัวน้ำหนึ่งตบเต็มแรง
       เพชรตกใจมาก ถลันเข้ามาห้าม “อย่าพจน์”
       พจนีย์ผลักเพชรออก “พี่เพชรอย่ามาห้าม...” ถลันเข้าหาน้ำหนึ่งอย่างสมบทบาท “ไม่ได้ทาคาลาไมน์รึไง ถึงได้ชอบแย่งสามีคนอื่น หน้าด้าน”
       “ฉันไม่ใช่...” น้ำหนึ่งยังพูดไม่จบคำพจนีย์สวนทันทีด้วยเสียงดังมากๆ
       “ยังจะเถียงว่าไม่ใช่....เธอลองดูมั้ย ถ้าทุกคนได้เห็นเธออยู่กับพี่เพชรในสภาพนี้เค้าจะคิดกันยังไง”
       ขาดคำพจนีย์ก็ควักมือถือออกมาถ่ายคลิป
       ด้านพลอยกับทับทิมที่อยู่อีกห้องถัดไปได้ยินเสียงเหตุการณ์ สองคนยิ้มสาแก่ใจ
       ส่วนน้ำหนึ่งกอดผ้าห่มแน่นตื่นตกใจ ขณะที่เพชรกระโจนไปแย่งมือถือจากพจนีย์
       “อย่านะพจน์ หยุด”
       พจนีย์เบี่ยงตัวออก ไม่ยอมหยุดถ่ายคลิปแต่ตะโกนเสียงดัง
       “อย่าค่ะพี่เพชร อย่ามาห้าม คนทั้งประเทศจะได้รู้...ว่าลูกสาวรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ หน้าด้านเป็นได้แค่เมียน้อยเมียเก็บชาวบ้าน”
       น้ำหนึ่งตกตะลึงหน้าซีดเผือด ขณะที่พจนีย์วิ่งออกไปพร้อมคลิป เพชรมองน้ำหนึ่ง ทั้งสงสารทั้ง เสียใจ น้ำหนึ่งนิ่งอึ้ง น้ำตาไหลเป็นทาง ถามเพชรเสียงสั่น
       “นี่ใช่มั้ย คือสิ่งที่คุณต้องการ”
       เพชรนิ่งอึ้ง ไม่รู้จะบอกน้ำหนึ่งยังไง น้ำหนึ่งพูดต่อ
       “รู้ไว้นะคะสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตน้ำหนึ่ง คือการไม่เชื่อพ่อแม่ แต่หลงเชื่อพี่เพชร...” น้ำหนึ่งเสียงเครือมากขึ้นขณะพูดถ้อยคำต่อมา “นี่ใช่มั้ยที่พี่เพชรต้องการ...”
       น้ำหนึ่งสุดกลั้น ร้องไห้โฮๆ ออกมา เพชรมองน้ำหนึ่งอย่างเวทนา ยิ่งรู้สึกผิด เวทนา
      
       พจนีย์วิ่งมาหาพลอยอย่างลิงโลด
       “คลิปค่ะพี่พลอย”
       พจนีย์ยื่นมือถือให้ พลอยหยิบมือถือมาเปิดคลิปดู เป็นภาพที่พจนีย์ด่าน้ำหนึ่งที่อยู่ในสภาพเกือบเปลือย ว่าเป็นเมียน้อย พลอยยิ้มกับทับทิมอย่างพอใจ บอกตัวเอง ในใจ
       “นี่ล่ะ คือสิ่งที่ฉันต้องการ”
       ทับทิมบอก “ทำดีมากพจนีย์”
       “นี่แค่เบาๆ ค่ะ”
       ทับทิมยิ้มขำ “แล้วถ้าหนักๆล่ะ”
       “พจน์ก็ต้องเป็นเมียพี่เพชรจริงๆ”
      
       ทับทิมกับพลอยหันขวับมามองพจนีย์ เห็นพจนีย์ยิ้ม กิริยามุ่งมั่นและเอาจริงมาก


  


       เพชรเดินหน้าเครียด กลุ้มใจสิ่งที่พจนีย์ทำ พจนีย์เดินมาโอบกอดทางด้านหลัง เพชรสะดุ้งหันมา
      
       “พจทำอะไร”
       “ก็ทำหน้าที่เมียของพี่เพชรน่ะสิคะ”
       “พจน์ไม่ใช่”
       พจนีย์ถลันมาด้านหน้า เข้ามาเอานิ้วแตะปากเพชร
       “จุ๊ๆๆๆ อย่าพูดเสียงดังไปสิคะพี่เพชร....เดี๋ยวใครได้ยิน...ไหนๆ พวกเราก็ลงทุนขนาดนี้แล้ว พี่เพชรต้องลงทุนเล่นให้สมบทบาทหน่อย”
       พจนีย์สวมกอดเพชรอีกที ก่อนยื่นหน้าเข้าไปจูบที่แก้มกระซิบเสียงแผ่ว
       “โดยเฉพาะบทบาทการเป็นผัวเมีย”
       พลอยเข็นรถเข็นมาด้านหลัง จ้องมองพจนีย์เขม็ง อารมณ์เสีย เริ่มไม่อยากได้
       พจนีย์เป็นน้องสะใภ้ เพชรพูดนิ่งๆ
       “พี่เล่นได้นะ...ถ้าความจริงพจน์ไม่ได้คิดอะไรกับพี่”
       พจนีย์ถอนตัวออกมามองเพชรงงๆ ขณะที่เพชรหนักใจ
       “แต่นี่....พี่รู้...ว่าพจน์รักพี่....พี่ไม่อยากทำให้พจน์เสียหาย ไม่ว่าสถานะไหนก็ตาม”
       เพชรจะเดินหนี พจนีย์คว้าตัวเพชรเอาไว้ มองหน้าออดอ้อนขณะบอก
       “แต่ถ้าพจน์เต็มใจล่ะค่ะ?”
       พจนีย์กับเพชรประสานสายตากัน เพชรมองพจนีย์ไม่เข้าใจ พจนีย์มองเพชร สายตาบ่งบอก
       ความรู้สึกชัดเจน น้ำเสียงอ่อนหวาน
       “พจน์พร้อมจะเป็นเมียแต่งของพี่เพชรจริงๆ ค่ะ”
       พจนีย์โน้มตัวลงจูบเพชรอย่างแผ่วเบา เพชรตัวแข็งทื่อ พลอยมองพจนีย์ตาวาว ไม่พอใจมาก
      
       รจนาถาม ตะกุกตะกัก แอ๊บเหนียมอายสุดขีด
       “อะไรนะคะ พี่พจน์...พี่พจน์...” ทำเป็นไม่กล้าพูด
       พจนีย์พูดออกมาเอง “เออ...พี่จูบพี่เพชร...อะไรของแกรจนา แค่คำว่าจูบก็ไม่กล้าพูด”
       “ก็รจอาย...” รจนาทำหน้าเขินอาย
       พจนีย์หัวเราะ “แรกๆ พี่ก็อาย...แต่พอพี่ได้” พจนีย์พูดแทบจะไม่ออกเสียง “จูบพี่เพชร...พี่ลืมทุก
       สิ่งทุกอย่าง แบบที่เค้าพูดว่า ลืมโลกไปเลยล่ะ”
       รจนาทำท่าอายมาก “พี่พจน์พูดอะไรน่าเกลียด รจทนฟังไม่ได้แล้วค่ะ”
       รจนาสะบัดหน้าวิ่งเข้าบ้านไป พจนีย์หัวเราะขำ
       “เด็กหนอเด็ก แค่นี้ก็ทนฟังไม่ได้...กำลังจะเล่าต่อซะหน่อย หลังจากนั้น พี่เพชรผลักพี่แทบ
       หัวคะมำ”
       พจนีย์ยิ้ม ขำตัวเอง
      
       รจนาวิ่งเข้ามาในห้อง ล็อกประตู คว้ามือถือมาเปิดดูคลิปที่พจนีย์แอบถ่ายเพชรเอาไว้ เห็นพจนีย์มองเพชรอย่างหลงใหลได้ปลื้ม เสียงของพจนีย์ดังก้อง
       “แต่พอพี่ได้ จูบพี่เพชร...พี่ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แบบที่เค้าพูดว่า ลืมโลกไปเลยล่ะ”
       “รจอยากลืมโลกบ้างจังเลยค่ะ”
       รจนาได้แต่มองเพชร อย่างคนแอบรักแอบหลง แต่ไม่กล้าแสดงออก
      
       ขณะที่นวลทำกับข้าวอยู่ในครัว โดยมีตาหวานเป็นลูกมือ นวลเดินมาชำเลืองมองมือถือเครื่องเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหารเป็นระยะ แต่ไม่มีคนโทร.เข้ามา นวลเดินไปทำกับข้าวต่อ ท่าทางไม่สบายใจ
       ตาหวานชำเลืองมองโทรศัพท์ ทำหน้ายุ่ง นวลเดินกลับมาชำเลืองมองมือถืออีก ที่มือถือไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นวลเดินกลับไปทำกับข้าวต่อเซ็งๆ ตาหวานชะโงกหน้ามามองมือถือ เขม้นตามอง
       “5 6 9…”
       นวลหันมามองตาหวานงงๆ ตาหวานมองมือถืออีก พึมพำ
       “เอ๊...หรือ 8 3 2”
       “อะไรของแกตาหวาน”
       “ก็ป้านวลมองหาเลขที่ออกไม่ใช่เหรอ? ตาหวานเลยช่วยดูไง”
       “บ้า” นวลเดินมาคว้ามือถือ “ป้าดู...เพราะอยากรู้...คุณน้ำหนึ่งจะโทร.มาหรือเปล่า”
       ตาหวานเกาหัวยิกๆ “เอ๊า! ถ้าพี่น้ำหนึ่งโทร.มาก็ต้องมีเสียงเรียกเข้าสิป้า ป้าจะเดินมาดูทำไมให้
       เสียเวลา”
       นวลลดเสียง “เผื่อคุณน้ำหนึ่งไม่กล้าโทร.มาไง...แต่อาจจะส่งข้อความมาแทน”
       “ป้า..พี่น้ำหนึ่งกำลังมีความสุขอยู่กับพี่คนนั้น....พี่น้ำหนึ่งไม่โทร.มาหรอก ป้าไม่ต้องห่วง”
       “ไม่ห่วงเลยเหรอว่าท่านจะเป็นยังไง? ข่าวก็ออกกันโครมๆ ว่าท่านไม่สบาย”
       ตาหวานทำท่าคิด “พี่น้ำหนึ่งอาจจะกำลังฮันนีมูนอยู่ก็ได้”
       นวลพึมพำ “ฮันนีมูนกับคนที่มีเมียแล้วนี่นะ”
       ตาหวานเอียงหน้าเข้ามา “หือ?”
       นวลเอามือผลักหน้าออก “ไม่ต้องสอดรู้สอดเห็นขนาดนั้นก็ได้”
       “ก็ป้านวลพูดแปลก พี่น้ำหนึ่งน่ะนะ กำลังฮันนีมูนกับคนที่มีเมียแล้ว”
       นวลตกใจมาก “ตาหวาน”
       นวลรีบเอามือมาอุดปากตาหวาน ดาราณีเดินเข้ามา นวลสะดุ้งเฮือก รีบบอก
       “อาหารจวนเสร็จแล้วค่ะคุณหญิง”
       “ฉันไม่ได้มาตามอาหาร ฉันมีเรื่องอยากจะถามนวล”
       “เรื่องอะไรคะ”
       นวลมองดาราณี ใจเต้นไม่เป็นส่ำ
      
       ดาราณีเดินนำออกไป ท่าทางมีเรื่องกังวลใจ นวลเดินตามอย่างนอบน้อม ดาราณีถาม
       “นวลบอกฉันว่า....พี่สาวของนายเพชร เสียงเหมือนพลอย”
       นวลเลิ่กลั่ก “ค่ะ...แต่นวลก็ไม่แน่ใจนะคะ....แค่รู้สึกว่าเสียงเค้าคุ้นๆ คล้ายๆเสียงของพลอย”
       “แล้วนวลคิดว่าเป็นไปได้มั้ย? ที่พี่สาวของนายเพชรจะเป็นพลอย?”
       นวลหน้าซีดเผือด มองดาราณีสงสารบอกอย่างสงสาร
       “นวลอาจจะแค่หูฝาด คิดไปเอง เพราะที่ผ่านมา...พลอยก็ไม่เคยพูดถึงพี่น้องที่ไหน ขอโทษค่ะถ้านวลทำให้คุณหญิงไม่สบายใจ”
       “ฉันก็ไม่สบายใจจริงๆนั่นแหละ คิดมาก ห่วงไปสารพัด ไม่เข้าใจเลย ทำไมน้ำหนึ่งถึงได้หลงรักนายเพชร ถึงขนาดทำตัวตกต่ำขนาดนั้น”
       “คุณน้ำหนึ่งยังเด็ก” นวลบอก
       ดาราณีเสียงเครือสั่น รู้สึกโกรธลูกสาว “หนีตามผู้ชายได้ ไม่ใช่เด็กแล้วนะนวล”
       นวลตกใจ “คุณหญิง”
       “ต่อหน้านวลนะ ฉันถึงได้กล้าพูดอย่างนี้ ไม่งั้น...ฉันก็คงได้แต่ทำหน้าชื่นอกตรม” ดาราณีนิ่งงันไป
       นิด “แล้วถ้านายเพชร...เป็นน้องชายของพลอยจริงๆ ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าฉันจะทำยังไง”
      
       ตกตอนกลางคืน เกรียงศักดิ์ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บที่ขา ตวาดดาราณี สองคนอยู่ในห้อง นอน
       “พูดอะไรคุณหญิง เหลวไหล”
       “ฉันก็แค่ลองคิดดู....พลอยอาจจะส่งน้องชายมาหลอกน้ำหนึ่ง”
       เกรียงศักดิ์มองอย่างสงสาร “คุณหญิงอาจจะห่วงลูกมาก เท่าที่ผมรู้...พลอยเป็นลูกคนเดียว เค้า
       ไม่มีพี่น้องที่ไหน อีกทั้งพลอยกับไอ้เพชร หน้าตาก็ไม่ได้เหมือนกันแม้แต่นิดเดียว”
       “พี่น้องหน้าตาอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้”
       “นวลพูดให้คุณหญิงคิดมากไปจริงๆนั่นแหละ นอนเถอะ”
       เกรียงศักดิ์ประคองดาราณีนอนลงบนเตียง ขณะบอก
       “พลอยเค้าไปจากชีวิตเราแล้ว อย่าพูดถึงเค้าอีกเลย”
       ปากบอกดาราณีอย่างนั้น แต่ดวงตาของเกรียงศักดิ์กลับมีความกังวลเข้ามาแทน
      
       ท่ามกลางความมืด เกรียงศักดิ์หลบมุมออกมาโทรศัพท์
       “ฉันอยากรู้ว่าประวัติของไอ้เพชรอย่างละเอียด ประวัติของพลอยประดับด้วย...แล้วก็อยากรู้...ตอนนี้พลอยประดับอยู่ที่ไหน? ด่วน”
      
       เกรียงศักดิ์วางสาย ท่าทางกังวลอย่างเห็นได้ชัด

       เช้าวันต่อมา พลอยถามเพชรในอาการงุนงง
      
       “อะไร เพิ่งมาก็จะกลับ ไหนบอกว่า...ลาพักร้อนไปแล้ว”
       “ผมกลัวไอ้เกรียงศักดิ์จะตามมาเจอครับ เลยจะหลบไปอยู่ที่อื่น” เพชรบอก
       “ญาติเรามีมากมาย เพชรไปอยู่บ้านลุงกลั่นท้ายสวนก็ได้...ที่นั่นเงียบ ร้าง ไอ้เกรียงศักดิ์ไม่มีทางตามเจอ พายัยน้ำหนึ่งไปอยู่ด้วยก็ได้”
       “พี่พลอย....ผมว่า...ปล่อยน้ำหนึ่งไปเถอะ” เพชรตัดสินใจพูดออกไป
       “เพชร” พลอยฉุนกึก
       “เค้าเสียหายมากพอแล้ว”
       “แล้วมันเพียงพอกับที่พี่สูญเสียแล้วเหรอ?”
       เพชรอึ้งพลอยว่าต่อ
       “สิ่งที่น้ำหนึ่งมันเจอ...เทียบเท่าไม่ได้กับสิ่งที่พี่เจอแม้แต่นิดเดียว...ถ้าน้ำหนึ่งต้องชดใช้...มันต้องชดใช้ให้พี่ทุกอย่าง”
       น้ำเสียงของพลอยนิ่งเย็น แต่ดูน่ากลัว
       น้ำหนึ่งเดินหิ้วกระเป๋าออกมาจากด้านใน เป็นจังหวะเดียวกับที่เพชรเดินเข้าไป เพชรถาม
       “จะไปไหน”
       “กลับบ้าน”
       เพชรห่วง “กลับยังไง”
       “ ที่นี่กับกรุงเทพฯ...ถึงจะไม่ได้ใกล้กันมาก...แต่มันคงไม่ใช่เรื่องยากลำบากสำหรับน้ำหนึ่ง”
       “ใช่...เรื่องแค่นี้ง่ายนิดเดียวสำหรับลูกสาวของท่านรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์”
       น้ำหนึ่งบอกเสียงขื่นขม “ขอบคุณค่ะที่ยังให้เกียรติ”
       เพชรเยาะหยัน “เกียรติของเธอ ถูกทำลายลงหมดแล้ว”
       น้ำหนึ่งมองด้วยสายตาตัดพ้อ เสียใจมาก “ค่ะ...ถึงไม่ใช่เรื่องจริง...แต่ถ้าคลิปนั่นหลุดออกไป คนทั้งประเทศก็ต้องเข้าใจว่าน้ำหนึ่งเป็นเมียน้อย เมียเก็บพี่เพชรอยู่ดี...และชื่อเสียงของคุณพ่อก็จะถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ..ทั้งๆ ที่ความจริง...คุณพ่ออาจไม่ใช่คนผิด”
       เพชรโกรธตะคอกใส่ “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งน้ำตาไหลริน เพชรมองสงสาร น้ำหนึ่งย้อนถาม
       “น้ำหนึ่งรู้ว่าพี่เพชรรักพี่พลอย...น้ำหนึ่งเองก็รักคุณพ่อ...พี่เพชรเชื่อพี่พลอย...น้ำหนึ่งเองก็อยากจะฟังคำอธิบายจากคุณพ่อ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง?...ถ้ามันเป็นเรื่องจริง...น้ำหนึ่งพร้อมจะชดใช้...แต่ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด”
       เพชรตะคอก “ไม่มีทางเป็นเรื่องเข้าใจผิด...พ่อเธอทำร้ายพี่ฉัน”
       “แต่คุณพ่อที่น้ำหนึ่งรู้จัก ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่ใช่คนทำลายผู้หญิง”
       พลอยเข็นรถเข็นเข้ามาด้านหลังได้ยินพอดี ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ รู้สึกเหมือน
       ตัวเองถูกด่าว่าเป็นคนผิด
       เพชรกระชากตัวน้ำหนึ่งเข้ามา
       “งั้นก็แปลว่า...พี่พลอยให้ท่าพ่อเธอ”
       พลอยยิ่งโกรธ เสียใจหนัก น้ำหนึ่งร้องไห้รีบแก้
       “น้ำหนึ่งไม่ได้ว่าอย่างนั้น...เพียงแต่ถ้าเราฟังความสองข้าง ถ้าเราได้รู้ความจริง”
       เพชรไม่ฟังให้จบ ตะคอกใส่อีก “ความจริงคือพ่อเธอทำร้ายพี่ฉัน”
       “ไม่จริงค่ะ...คุณพ่อไม่เคยทำร้ายใคร”
       “น้ำหนึ่ง”
       “ให้น้ำหนึ่งกลับไปถามคุณพ่อนะคะ...ถ้าคุณพ่อยอมรับว่ามีสัมพันธ์กับพี่พลอยจริง...คุณพ่อทอดทิ้งพี่พลอย คุณพ่อทำให้พี่พลอยเจ็บปวด น้ำหนึ่งจะชดใช้ให้...แม้จะต้องเป็นการทำร้ายคุณแม่ น้ำหนึ่งก็ยอม”
       พลอยเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ยิ่งน้ำหนึ่งเทิดทูนครอบครัวตัวเองแค่ไหน พลอยยิ่งเจ็บ พลอยมองน้ำ
       หนึ่งอย่างเกลียดชัง ส่วนเพชรเอ่ยขึ้นอีก
       “แล้วเธอคิดว่าพ่อเธอจะยอมรับทุกอย่างกับเธอเหรอ”
       น้ำหนึ่งมอง นิ่งอึ้ง เพชรพูดต่อ
       “ไม่มีใครยอมรับความเลวร้ายของตัวเองได้หรอก น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์ รวมทั้งพ่อเธอ!”
       เพชรกับน้ำหนึ่งยืนจ้องหน้ากัน น้ำหนึ่งน้ำตาไหล ขณะที่พลอยค่อยๆ เคลื่อนรถเข็นห่างออกไป
      
       มือถือของเกรียงศักดิ์ดังลั่น เกรียงศักดิ์ที่รอข่าวจากคนของตัวเองแทบกระโจนคว้ามือถือ
       แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเป็นชื่อพลอย ดาราณีเดินเข้ามา ถามอย่างสงสัย
       “มีอะไรเหรอคะ”
       “นักข่าว ผมไม่อยากรับ ขี้เกียจตอบคำถาม”
       เกรียงศักดิ์กดสายทิ้งทันที ส่วนพลอยที่อยู่บ้าน โกรธมาก มือกำมือถือแน่น แน่นจนเกร็ง ดวงหน้าบิดเบี้ยว
       “ดีแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันก็ไม่อยากตอบคำถามใคร”
       ดาราณีเดินออกไป เกรียงศักดิ์ยกมือถือขึ้นมามอง เห็นมิสคอลของพลอย เกรียงศักดิ์ทำท่าครุ่นคิดถึงเรื่องอดีต
      
       ในห้องส่วนตัวภายในร้านอาหารวันนั้น พลอยนั่งก้มหน้าอยู่ต่อหน้าเกรียงศักดิ์ ที่บอกอ่อนโยน
       “พลอยยังมีอนาคตอีกไกล ลืมฉันเถอะนะพลอย”
       พลอยเงยหน้าขึ้นมามองทั้งน้ำตา “แต่พลอยรักท่าน พลอยอยากอยู่กับท่าน”
       เกรียงศักดิ์ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย
       “เราพูดกันหลายครั้งแล้วนะพลอย มันเป็นไปไม่ได้...ฉันมีครอบครัวแล้ว”
       “งั้น...ถ้าท่านไม่มีครอบครัว...เราก็อยู่กันได้ใช่มั้ยคะ”
       เกรียงศักดิ์อ่อนใจมาก “มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว...ยังไงฉันก็เลือกครอบครัวฉัน”
       พลอยหน้าสลด เกรียงศักดิ์รีบบอก
       “แต่พลอยไม่ต้องห่วงนะ...ฉันยินดีดูแลพลอยทุกอย่าง ดูแลพลอยทุกเรื่อง”
       “งั้นถ้าพลอยมีปัญหา...พลอยก็โทร.มาหาท่าน ติดต่อท่านได้ใช่มั้ยคะ”
       “ได้สิพลอย สำหรับพลอยได้เสมอ...ฉันยินดีเป็นที่ปรึกษาให้พลอย ช่วยเหลือพลอยทุกเรื่อง ยกเว้น...ความสัมพันธ์แบบที่ผ่านมาของเรา มันต้องจบแค่นี้”
       เกรียงศักดิ์พูดจริงจัง พลอยหน้าสลดเสียใจ
       เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่พลอยจะถูกรถชน เหมือนเรื่องราวจะเลิกลากันด้วยดีแล้ว
      
       แต่จริงๆ เกรียงศักดิ์ไม่รู้ตัวว่า พลอยไม่ยอมจบ!


  


       เกรียงศักดิ์นั่งมองมือถือในมือ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด กังวลเรื่องที่ดาราณีสงสัยเรื่องเพชรเป็นน้องพลอย เกรียงศักดิ์ตัดสินใจกดมือถือโทร.กลับไปหาพลอยทันที ในจังหวะเดียวกันนั้นพลอยมองโทรศัพท์เขม็ง ก่อนกดรับ
      
       “พลอยนึกว่าท่านจะไม่โทร.กลับมาหาพลอยซะแล้ว”
       เกรียงศักดิ์ดวงตามีแผน พยายามทำเสียงปกติ “โทร.สิ บอกแล้วไง ฉันมีเวลาให้พลอยเสมอ”
       ดวงตาพลอยฉายแววไม่พอใจ เป็นสิ่งที่พลอยคิดได้ เกรียงศักดิ์ก็สนใจพลอยเกรียงศักดิ์ไม่ดี เกรียงศักดิ์ย้ำ
       “แต่โทษที ตะกี้คุณหญิงอยู่ด้วย ฉันเลยไม่กล้ารับสาย” ถึงจะมีแผนแต่ก็ให้พลอยรู้ มีดาราณีและเกรงใจตลอด
       พลอยโกรธมาก มองด้วยหางตาเห็นน้ำหนึ่งเดินมา ในระยะห่างพอควรพลอยยิ้มสมใจ แกล้งบอกเสียงอ่อนโยน
       “ตอนแรกพลอยเป็นห่วง...ที่เห็นข่าวของท่าน..แต่ตอนนี้พลอยทราบว่า ท่านคงสบายดีแล้วแค่นี้นะคะ”
       พลอยวางสายทันที แล้วเข็นรถเข็นเลื่อนออกไป เกรียงศักดิ์ร้องเรียกเบาๆกลัวคนได้ยิน
       “พลอย..พลอย”
       สัญญาณหายไป เกรียงศักดิ์กดสายโทร.หาพลอยออกไปอย่างขัดใจ
       น้ำหนึ่งที่หิ้วกระเป๋าดวงหน้าเศร้า เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเดินมา เสียงมือถือดังลั่น น้ำหนึ่งเดินผ่านไป แต่แล้วก็หยุด เมื่อเสียงมือถือดังไม่หยุด ความอยากรู้ทำให้น้ำหนึ่งถอยหลังกลับมามอง และเห็นชื่อเกรียงศักดิ์โทร.เข้ามาชัดเจน น้ำหนึ่งมองจ้องเขม็ง น้ำหนึ่งมองซ้ายขวาไม่เห็นใคร ไม่รู้ว่าพลอยหลบอยู่มุมหนึ่ง มองน้ำหนึ่งอยู่
       น้ำหนึ่งกวาดสายตามองไปรอบๆ ท่าทีระวังตัว ก่อนหยิบมือถือขึ้นมารับ ลุ้น ระทึกใจเต้นโครมคราม
       ด้านเกรียงศักดิ์ พยายามทอดเสียงหวานตะล่อม
       “โธ่! พลอยจ๋า...อย่าเพิ่งงอนสิจ้ะ....พลอยก็น่าจะรู้...ถ้าคุณหญิงรู้ว่าฉันยังติดต่อกับพลอยจะเป็นเรื่องใหญ่”
       น้ำหนึ่งช็อก อึ้ง ตกใจ พลอยยิ้มสาสมใจ ขณะที่เกรียงศักดิ์พยายามตะล่อมต่อ เสียงตะกุกตะกัก
       “ฉันเป็นห่วงพลอยมากนะ...คิดถึง...แล้วก็อยากรู้....ตั้งแต่เราไม่ได้พบกัน พลอยเป็นยังไง”
       น้ำหนึ่งน้ำตาไหล กลั้นสะอื้น ไม่คิดว่าพ่อจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เกรียงศักดิ์ได้ยินเสียงสะอื้นก็ตกใจ
       “นี่พลอยร้องไห้เหรอ ไม่เอาน่าพลอย...คุณหญิงอยู่....ฉันไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่” เกรียงศักดิ์เข้าเรื่องทันทีหลอกถาม “เอางี้ พลอยอยู่ที่ไหนบอกฉันมา...ฉันจะไปหาพลอยทันทีพลอยจะได้เชื่อ...ว่าฉัน...ยังรู้สึกเหมือนเดิมกับพลอย”
       น้ำหนึ่งวางโทรศัพท์อย่างเดิม น้ำตาไหลริน ร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนพลอยยิ้มสาแก่ใจ
       ขณะที่เสียงของเกรียงศักดิ์ดังลอดออกมา
       “พลอย...นี่พลอยยังฟังฉันอยู่รึเปล่า? บอกฉันมา พลอยอยู่ที่ไหน ฉันจะไปหาพลอย”
       กระเป๋าในมือของน้ำหนึ่งร่วงลงพื้น น้ำหนึ่งร้องไห้โฮวิ่งออกไปทันที เกรียงศักดิ์ได้ยินแต่เสียง
       ร้องไห้ ก็ยิ่งตกใจ
       “พลอยๆๆๆ”
       ดาราณีเดินกลับเข้ามา เกรียงศักดิ์จำต้องกดสายทิ้งทันที พลอยมองมือถือ เสียงสัญญาณดังออกมาว่าเกรียงศักดิ์วางสายไปแล้ว พลอยยิ้มพอใจ ค่อยๆ เข็นรถตามน้ำหนึ่งออกไป
      
       น้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้ออกมาล้มลงที่พื้นตรงด้านนอก เหมือนคนหมดแรง ร้องอย่างเสียใจอย่างที่สุด
       พลอยมองสภาพน้ำหนึ่งพร้อมรอยยิ้ม ขณะเข็นรถเข้าไปถามน้ำหนึ่ง
       “ไง...คุณพ่อที่แสนดีของเธอ”
       น้ำหนึ่งหันขวับมามอง พลอยถามเย้ยหยัน
       “ต้องให้ฉันเล่าให้ฟังอีกมั้ย? ว่าความสัมพันธ์ของฉันกับพ่อเธอมันขั้นไหน”
       “ไม่...น้ำหนึ่งไม่อยากฟัง” น้ำหนึ่งเอามือปิดหูร้องไห้ “น้ำหนึ่งไม่อยากฟัง”
       “แต่เธอต้องฟัง”
       พลอยเลื่อนรถเข็นปรื้ดมาข้างตัวน้ำหนึ่งพร้อมตวัดมือน้ำหนึ่งที่ปิดหูออกอย่างแรง น้ำหนึ่งผงะ
       พลอยจ้องน้ำหนึ่ง “พ่อเธอทำลายชีวิตฉัน ทำลายครอบครัวฉัน เธอรู้มั้ยน้ำหนึ่ง วันแรกที่แม่รู้ว่าฉันเป็นเมียน้อยเมียเก็บ แล้วกลายสภาพเป็นนังง่อย แม่เป็นยังไง”
       น้ำหนึ่งมองพลอย ส่ายหน้า ไม่รู้...พลอยมองจ้องอย่างเกลียดชัง พูดไปเรื่อย
       “แม่ล้มหัวฟาดพื้น ตื่นมาแทบจำอะไรไมได้ ส่วนฉันก็มีตราบาปเป็นนังง่อยที่แย่งผัวชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ฉันเป็นฝ่ายถูกข่มเหงรังแก เพชรต้องถูกตามฆ่า” พลอยกระชากผมน้ำหนึ่ง “ได้ยินมั้ยน้ำหนึ่ง เธอต้องชดใช้ เธอต้องชดใช้”
       น้ำหนึ่งร้องลั่น “อย่าพี่พลอย..เจ็บ..น้ำหนึ่งเจ็บ”
       “ความเจ็บของเธอมันไม่เท่า ความเจ็บของฉัน”
       พลอยกำผมน้ำหนึ่งแน่น ขณะที่อีกมือเตรียมจะเข็นรถเข็นไป ที่ด้านหลัง เพชรวิ่งออกมาเห็นร้องลั่น
       “อย่าพี่พลอย”
       เพชรวิ่งเข้ามา พร้อมๆ กับที่พลอยกระชากผมน้ำหนึ่งเข็นรถเข็นออกไป น้ำหนึ่งร้องกรี๊ดเจ็บปวด
       ขณะที่เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งไว้ได้ทัน พลอยหันขวับตวาดลั่น
       “เพชร”
       น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ เจ็บปวดทั่วหัว เพชรกอดประคองน้ำหนึ่งเอาไว้บอกพลอย
       “ให้น้ำหนึ่งชดใช้วิธีอื่นเถอะครับ...อย่าเป็นวิธีนี้เลย”
       “ไม่เป็นไรค่ะ...” น้ำหนึ่งบอกกับพลอย “เพื่อทดแทนความผิดของคุณพ่อ...น้ำหนึ่งยอมพี่พลอยทุกอย่าง...พี่พลอยจะทำยังไงกับน้ำหนึ่งก็ได้ ขอเพียงพี่พลอยให้อภัย ในสิ่งที่คุณพ่อทำ”
       “น้ำหนึ่ง”
       “แค่นี้มันยังน้อยไปค่ะพี่เพชร กับสิ่งที่พี่พลอยต้องเจอ”
       พลอยยิ้มพอใจ “เธอเป็นเด็กที่น่ารักมากน้ำหนึ่ง น่ารัก”
       พลอยค่อยๆ เลื่อนรถเข็นเข้ามาเชยคางน้ำหนึ่ง ท่าทางหลอนๆ น้ำหนึ่งมองตามมือพลอย เนื้อตัวสั่น ลุ้นว่าพลอยจะทำอะไร ขณะเงยหน้าสบตา พลอยยิ้มแอ๊บดีแต่ดวงตาแอบร้าย
       “ทำตัวดีๆ นะ....ทำตัวดีๆ...เอาความดีเข้าแลก...ซักวัน....ฉันจะให้อภัยเธอ”
       พลอยยิ้มให้น้ำหนึ่งก่อนเข็นรถออกไป น้ำหนึ่งมองพลอยเนื้อตัวสั่น เพชรมองน้ำหนึ่งเวทนา
       “เธอนี่มันโง่จริงๆ”
       “แต่น้ำหนึ่งตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ค่ะพี่เพชร...น้ำหนึ่งจะเป็นมือเป็นเท้าให้พี่พลอย..น้ำหนึ่งจะ
       ดูแลพี่พลอยทุกอย่าง เอาความดีเข้าแลก จนกว่าพี่พลอยจะให้อภัย”
      
       น้ำหนึ่งบอกในท่าทีจริงจัง เพชรมองเด็กสาวทั้งเวทนาและสงสาร


  


       ตกกลางคืน ทับทิมยื่นเม็ดยาพร้อมแก้วน้ำให้พลอย
      
       “ยาระงับประสาทกินซะ”
       พลอยตาเขียว “พลอยไม่ได้เป็นบ้า พลอยไม่กิน” ดันยาออก
       ทับทิมเสียงอ่อนแต่เข้ม มองเห็นใจ “แกต้องกิน”
       พลอยพูดเสียงสั่น “พลอยบอกแล้วไงว่าพลอยไม่ได้เป็นบ้า”
       ทับทิมมองลูกสาวอย่างเวทนา “แม่ก็ไม่เคยคิดว่าแกเป็นบ้า....แต่ที่แกต้องกิน แกจะได้หายเร็วๆ...” ถอนหายใจเหนื่อยล้า “ทุกวันนี้แกเครียดมากนะพลอย...แกไม่มีความสุขเลย”
       “พลอยจะมีความสุขได้ยังไง? ในเมื่อพลอยยังไม่ได้แก้แค้น”
       “แต่แกก็บอกนังเด็กนั่นเองไม่ใช่เหรอ? ให้มันเอาความดีชนะแก”
       “แม่คิดว่าพลอยหมายความอย่างที่พูดเหรอคะ”
       พลอยย้อนถามพร้อมรอยยิ้มหยัน ทับทิมมอง พลอยบอกอีก
       “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะแม่....พลอยจะรอให้นังน้ำหนึ่งมันท้อง...ท้องไม่มีพ่อ...ถึงตอนนั้นไอ้เกรียงศักดิ์มันก็จะปฏิเสธไม่ได้ ว่าลูกสาวของมันขาวสะอาด ไม่มีมลทิน”
       “แกคิดว่าเพชรจะทำเหรอ”
       “พลอยมองตาก็รู้” พลอยบอกด้วยเสียงแฝงความขมขื่น “เพชรกับนังเด็กนั่นมีใจให้กัน ...แล้วซักวัน...”
       “โอเค...ซักวัน...มันอาจจบลงอย่างที่แกคิด แล้วแกคิดเหรอว่าเพชรจะปล่อยนังน้ำหนึ่งเป็นของเล่นของแก”
       “เพชรไม่ยอม...พจนีย์ก็ไม่ยอมเหมือนกันค่ะ”
       พลอยเหยียดยิ้ม เหมือนจะรู้ล่วงหน้า ว่าพจนีย์จะทำอะไร
      
       ด้านรจนานั่งดูคลิปของน้ำหนึ่งอยู่กับพจนีย์ ดวงตาของรจนาสาแก่ใจ แกล้งถาม
       “พี่พจน์ร้ายจัง ยังกับสก๊อยแน่ะ”
       “พี่จำเป็นต้องทำ ไม่งั้นยัยนั่นจะกลัวเหรอ”
       “เป็นผู้หญิงทำเรื่องแบบนี้น่าอาย”
       “คนที่จะต้องอายไม่ใช่พี่ แต่เป็นยัยน้ำหนึ่ง ลูกรัฐมนตรีคนดัง ที่เอาเข้าจริง ก็เป็นได้แค่
       เมียเก็บเมียน้อยเค้า ส่งคลิปให้เพื่อนๆ พี่ดูบ้างดีกว่า”
       “อย่าค่ะพี่พจน์อย่า สงสารเค้า”
       “สงสารมันทำไม”
       “ยังไงก็ลูกผู้หญิงด้วยกัน”
       “ผู้หญิงดีๆ ว่าไปอย่าง แต่พวกผู้หญิงหน้าด้าน มันต้องประจาน”
       พจนีย์ยิ้มสะใจ ก่อนส่งคลิปให้เพื่อน รจนาแอบมองเก็บข้อมูล
      
       กลางดึกพระจันทร์ยามค่ำคืนลอยเลื่อนอยู่บนท้องฟ้า พจนีย์หลับสนิทอยู่ในห้อง ประตูห้องของพจนีย์ค่อยๆ ถูกเปิดเข้ามา และเห็นเป็นรจนาแอบย่องเข้ามา หยิบมือถือของพจนีย์ออกไป
      
       รจนาเปิดประตูเข้ามาในห้องตัวเองก่อนล็อกประตู เดินไปที่คอมพ์ฯ เปิดคลิปที่พจนีย์ด่าน้ำ
       หนึ่ง อัพขึ้นยูทูป รจนาแอบยิ้มสะใจดวงตาวาววับในความมืดสลัว
      
       วันต่อมา ตามสถานที่ต่างๆ สำนักงานหนังสือพิมพ์ อินเทอร์เนต เห็นผู้คนอ่านข่าว “เขยรมต.เกรียงศักดิ์ วิวาห์เหาะ” มีใบหน้าเพชรประกอบข่าว อย่างครึกโครม
      
       ตกตอนบ่ายกองทัพนักข่าวมาสัมภาษณ์เกรียงศักดิ์ที่เปิดห้องโถงในคฤหาสน์ให้สัมภาษณ์ บางสื่อยื่นหนังสือพิมพ์ให้เกรียงศักดิ์
       “มีข่าวออกมาอย่างนี้ ท่านจะว่ายังไงครับ”
       เกรียงศักดิ์ปัดนสพ.ออก ไม่มอง ทำไม่สนใจ
       “ผมไม่สนใจ”
       “แต่เค้าว่าผู้ชายคนนี้มีภรรยาอยู่แล้ว”
       ดาราณี นวลซีดเผือด ตาหวานที่อยู่วงล้อมด้านนอกก็ตาโต เกรียงศักดิ์พูดเสียงนิ่งๆ
       “ถ้าจริง..ก็ให้ภรรยาผู้ชายคนนี้ออกมายืนยัน...ผมจะได้ถือโอกาส แยกลูกสาวผมออกมาด้วย เพราะเท่าที่ผมรู้ มันไม่มีอะไร น้ำหนึ่งกับผู้ชายคนนี้แค่คนรู้จักเท่านั้น”
       ดาราณีแกล้งยิ้ม ใจดีสู้เสือ “ถ้าพวกคุณมีแหล่งข่าว ก็ช่วยแฉประวัติผู้ชายคนนี้ด้วยค่ะ ผู้หญิงคน
       อื่นจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ “ผู้ชาย” ที่มี “ภรรยา” แล้ว”
       บรรดานักข่าว เห็นว่าเกรียงศักดิ์ และดาราณี ท่าทางปกติไม่ซีเรียส นักข่าวมองหน้ากันงง
       ไปไม่ถูก แต่ก็พยายามถาม
       “แล้วถ้าเค้ามีภรรยาแล้วจริงๆ”
       “ก็บอกแล้วไงครับให้ภรรยาเค้ามาแสดงตัวด้วยแล้วกัน เรื่องจะได้จบๆ”
       “แล้วท่านไม่อายหรือครับ ถ้าลูกสาวแย่งสามีคนอื่นจริงๆ”
       “ถึงวันนั้นค่อยว่ากัน แค่นี้นะครับ ผมจะพักผ่อน”
       “เชิญค่ะเชิญ”
       นวลกับตาหวานพานักข่าวออกไป นักข่าวเดินออกไป ทันทีที่คล้อยหลังนักข่าว ดาราณีก็นั่ง
       ทรุดลงกับโซฟา หน้าซีดเผือด ท่าทางจะเป็นลม
       “คุณ...มันกลายเป็นเรื่องไปแล้ว”
       “คราวก่อนมีแค่ชื่อ คราวนี้มีรูป”
       สองคนมองหน้ากัน เกรียงศักดิ์เอ่ยขึ้น
       “คนใกล้ชิดเราที่รู้เรื่องของนายเพชรก็มีแค่คนเดียว”
       ดาราณีมองหน้าเกรียงศักดิ์ ขณะที่เกรียงศักดิ์พูดอย่างมั่นใจ
       “อลิส”
      
       ดาราณีนัดเจออลิสในร้านอาหารหรู อลิสถามดาราณีตาใส
       “คุณอาให้อลิสมาทานข้าวด้วย...แสดงว่ามีเรื่องกลุ้มใจ น้ำหนึ่งเป็นยังไงเหรอคะ?
       “อาว่า...อลิสน่าจะรู้แล้วนะ ข่าวลงออกขนาดนั้น มีรูปด้วย”
       อลิสงง “รูป...รูปอะไรคะ”
       ดาราณีมองอย่างหงุดหงิดไม่พอใจ แต่สำรวม “ถึงขนาดนี้แล้ว อลิสไม่ต้องทำปากแข็งกับอาหรอก”
       “อลิสไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าเรื่องอะไร พอดีอลิสไม่ได้ตามข่าวเลย เพิ่งบินไปกินโจ๊กฮ่องกงกลับมา”
       “ก็ข่าวของนายเพชรกับน้ำหนึ่งน่ะสิ...ลงรูปด้วย...และคนที่มีรูปของนายเพชรก็คืออลิสคนเดียว”
       อลิสตาโตชักงง เพราะตอนบอกนักข่าวบอกแค่ชื่อ
       “มีทั้งรูปทั้งชื่อ ตาย อลิสไม่รู้เรื่องเลย ขออลิสเช็กข่าวเดี๋ยวนะคะ”
       อลิสคว้าไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดออกมา คลิกหาข้อมูลรวดเร็ว เห็นรูปเพชร อลิสเขม้นตามองเพราะเป็นรูปที่ไม่เคยเห็น ดาราณีมองอย่างหมั่นไส้
       “ทำไมต้องทำท่าเหมือนไม่เคยเห็นด้วยอลิส”
       “ก็รูปนี้อลิสไม่เคยเห็นจริงๆ นี่คะคุณอา”
       อลิสเลื่อนไอแพดให้ดาราณีดู ดาราณีเห็นเป็นรูปของเพชรที่ไม่เคยเห็นจริงๆ ดาราณีมองหน้าอลิส อลิสมองไอแพดหาข้อมูล แล้วก็ร้องลั่น
       “ว้าย”
       “ร้องอะไรอีกอลิส”
       “มีคลิปด้วยค่ะ มีคลิปด้วย”
       “คลิป” ดาราณีตกใจ
       มือของอลิสกดคลิปดูทันที เห็นเป็นพจนีย์ด่าทอน้ำหนึ่ง แต่เห็นแค่ภาพน้ำหนึ่งคนเดียว ส่วนเพชร กับเสียงพจนีย์มีแค่เสียง
       “อย่านะพจ หยุด”
       “อย่าค่ะพี่เพชร อย่ามาห้าม คนทั้งประเทศจะได้รู้...ว่าลูกสาวรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ หน้าด้าน เป็นได้แค่เมียน้อยเมียเก็บชาวบ้าน”
       ดาราณีหน้าซีด ขณะที่อลิสจ้องหน้าดาราณี ตะเบ็งเสียงแหลมดังแสบแก้วหู
       “นายเพชรมีเมียแล้ว น้ำหนึ่งเป็นเมียน้อยเค้าหรือคะเนี่ย”
      
       คนทั้งร้านหันมามองอลิส ดาราณีหน้าซีดเผือด อับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี

       พลอยเปิดดูคลิปมือไม้สั่น ทับทิมถาม
      
       “คลิปหลุดไปได้ยังไง”
       พลอยหันขวับไปมองทับทิม ก่อนสะบัดหน้ากลับ ตาวาวโรจน์
      
       พจนีย์นั่งมองคลิปในมือถืออย่างสะใจ
       “ถ้าฉันร้ายกว่านี้ คลิปนี้ถูกอัพโชว์ทั่วประเทศแล้วยัยน้ำหนึ่ง”
       โดยไม่รู้ว่าที่ด้านหลัง พลอยเข็นรถเข็นเข้ามา พจนีย์ได้ยินเสียงรถเข็นสะดุ้งหันไปมอง
       “พี่พลอย”
       “คงกำลังฝันหวานอยู่ล่ะสิ ว่าจะมีนักข่าวตามมาสัมภาษณ์ในฐานะเมียของเพชร”
       พจนีย์งง “อะไรคะพี่พลอย”
       รจนารีบมาแอบดู ท่าทางอยากรู้ปนสะใจ เห็นพลอยก่นด่าพจนีย์
       “ยังจะถามอีก...เธออัพคลิปให้คนดูทั่วประเทศ เธอทำเกินคำสั่งฉันพจนีย์”
       พูดจบพลอยก็พุ่งรถเข็นเข้าชนร่างของพจนีย์อย่างแรงจนพจนีย์ล้มลง ร้องลั่น
       “พจเปล่านะคะ พจน์เปล่า”
       พลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาอย่างเร็วกระชากผมพจนีย์ ตะคอกอย่างกราดเกรี้ยว
       “ยังจะมาแก้ตัวอีก” พลอยกัดฟันกรอด “คงอยากป่าวประกาศมากนักสินะ ว่าเธอน่ะเป็นเมียเพชร
       “ก็ตามกฎหมายพจน์คือเมียพี่เพชรจริงๆ”
       “หน้าด้าน”
       พลอยตบหน้าพจนีย์อย่างแรง ตบอย่างแน่นหนัก พจนีย์หน้าหัน มองพลอยทั้งเจ็บและกลัว
       รจนาเองก็รีบหลบกลัวพลอยเหมือนกัน พลอยจ้องพจนีย์
       “รู้อยู่แก่ใจว่าการจดทะเบียนของเธอกับเพชร มันจอมปลอมยังจะกล้าอ้างสิทธิ์นั้นอีก ตกลง...เธออยากเป็นเมียของเพชรนักใช่มั้ย”
       พลอยจ้องเขม็ง พจนีย์มองตาพลอยที่ช่างน่ากลัวนัก พจนีย์ส่ายหน้า
       “เปล่าค่ะ...พจน์ไม่ได้อยากเป็นเมียพี่เพชร”
       “ดี”
       พลอยคำราม ขณะกระชากผมของพจนีย์จนหน้าหงาย บอก
       “เพราะถ้าเธอคิด...เธอก็จะมีสภาพที่ไม่ต่างจากนังน้ำหนึ่ง”
       พจนีย์มองไม่เข้าใจ พลอยเหยียดยิ้ม
       “ศัตรูหมายเลขหนึ่งของฉัน”
       พลอยเลื่อนรถเข็นออกไปอย่างรวดเร็ว พจนีย์หลบตาซ่อนหน้าไม่กล้ามองหน้า กลัวจับใจ รจนาเองก็หลบวูบ กลัวไม่ต่างกัน
      
       ไม่นานต่อมารจนาทำแผลฟกช้ำให้พจนีย์อยู่ในบ้าน รู้สึกผิดเหมือนกัน พจนีย์บ่น
       “ถ้าพี่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยคลิป พี่จะจิกหัวในมาตบเหมือนอย่างที่พี่พลอยทำกับพี่เลย”
       รจนารีบหลบตาบอกอ้อมแอ้ม
       “ก็เพื่อนพี่พจน์นั่นแหละค่ะ”
       “เพื่อนพี่ไม่ได้มีส่วนได้ ส่วนเสีย จะส่งไปทำไม”
       “ก็คึกคะนองไงคะ...พี่พจน์รีบออกมาเถอะค่ะ พี่พลอยน่ากลัว”
       “ไม่ใช่แค่น่ากลัวอย่างเดียว พี่พลอยโหดเหี้ยมอีกต่างหาก”
       พจนีย์พูดออกมาเบาๆ ดวงตาประหวั่นพรั่นพรึง เมื่อนึกถึงภาพอดีต ที่เห็นมากับตา
      
       เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่บ้านของพลอย ซึ่งเป็นคนละหลังกับปัจจุบันนี้ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก่อนที่พลอยจะย้าย หลังมีเหตุการณ์เกรียงศักดิ์แต่อยู่ในละแวกบ้านปัจจุบัน
       พลอยอยู่ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กำลังคลุกข้าวอยู่ในครัว พจนีย์เดินเข้ามา
       “พี่พลอย ทำอะไรอยู่คะ”
       พลอยยิ้มๆ “คลุกข้าวให้แมวน่ะจ้ะ”
       พลอยพูดพลางคว้ายาเบื่อหนูมาเทลงในชามข้าวที่คลุกกับปลาทู พจนีย์มองในอาการตะลึง ก่อนถามเสียงสั่นๆ
       “แล้วทำไมพี่พลอยต้องใส่ยาเบื่อหนูลงไปด้วย”
       “ก็พวกแมวบ้า มันชอบมาขโมยกินของในครัว”
       แมวตัวหนึ่งกระโดดมาเกาะที่ริมหน้าต่าง ส่งเสียงเมี๊ยวๆๆ พลอยมองแมวดวงตาเฉยเมย
       “ไล่ก็แล้ว ด่าก็แล้ว...ไม่ยอมไป...แถมเห็นพรรคพวกนอนตายก็ไม่เข็ด”
       พลอยพูดเหมือนรายงานลมฟ้าอากาศ ขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง พจนีย์มองตาม เห็นแมวหนึ่งตัวนอนชักกระตุกน้ำลายฟูมปากอยู่ข้างชามข้าว ใจพจนีย์เต้นไม่เป็นส่ำ ขณะพลอยยิ้มเรียกแมว
       “เหมียวๆๆๆ มากินข้าวเร็ว”
      
       รจนาฟังแล้วทำหน้าสยอง ถามพจนีย์
       “รู้อย่างนี้แล้ว พี่พจน์ยังไม่กลัวพี่พลอยอีกเหรอ”
       “ไม่...อยากได้ลูกเสือพี่ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ อยากเป็นเมียพี่เพชร พี่ก็ต้องยอมพี่พลอย”
       พจนีย์พูดด้วยรอยยิ้มอย่างคนอวดดี รจนาหัวเสีย เพราะโดนขนาดนี้ ยังไม่ยอมเลิกกับเพชรอีก
      
       ตกตอนกลางคืน บ้านเชิงเขา ตกอยู่ในความมืด มีแสงไฟส่องสว่างเป็นจุดๆ
       พลอยเลื่อนรถเข็นมาตามทางที่บริเวณด้านนอกตัวบ้าน แต่แล้วก็ต้องหยุดกึก เมื่อเห็นเพชรยืน
       คุยกับน้ำหนึ่ง
       “เห็นข่าวแล้วใช่มั้ย”
       น้ำหนึ่งน้ำตาคลอ “เห็นคลิปถึงจะถูก...”
       “อีกไม่นาน...พ่อของน้ำหนึ่งก็คงจะมา...”
       “มา...ทุกอย่างก็สายไปแล้วล่ะค่ะ...เกียรติยศ ชื่อเสียงของน้ำหนึ่ง ถูกทำลายจนป่นปี้ แต่ถ้ามันชดเชย มันทดแทนกับความผิดที่คุณพ่อทำกับพี่พลอย...น้ำหนึ่งว่าคุณพ่อจะเข้าใจ”
       เพชรมองน้ำหนึ่งเวทนา ขณะที่พลอยคำรามก้องในใจ
       “ฉันไม่ยอมให้ใครพานังน้ำหนึ่งไปไหนทั้งนั้น”
      
       ดวงตาของพลอยวาวโรจน์ ไม่มีวันยอม!


  


       พอทับทิมรู้เรื่อง ก็บอกพลอยเสียงเข้ม ในท่าทางแข็งกร้าวดูออกว่าโกรธจัด
      
       “แม่ก็ไม่ยอมให้นังเด็กนั่นไปไหนทั้งนั้น”
       พลอยน้ำตาไหลบอกทับทิมเสียงอ่อน ท่าทางเสียใจ ท่าทางพลอยน่าสงสาร
       “แล้วเราจะทำยังไงได้ล่ะแม่...พลอยมองก็รู้...” พลอยสะเทือนใจ “เพชร...เพชร เป็นพวกของน้ำหนึ่ง”
       “ยังไงเพชรก็ต้องเป็นพวกของเรา เพราะเพชรเป็นน้องของแก”
       ทับทิมลูบเรือนผมพลอยเบาๆ ก่อนดึงพลอยเข้ามากอด ศรีษะพลอยซบลงที่หน้าอกทับทิม ขณะพึมพำออกมาเบาๆ
       “ใช่ค่ะ! เพชรเป็นน้องของพลอย เพชรต้องทำทุกอย่างให้พลอย ถึงแม้ว่าเพชรจะรักนังเด็กนั่นก็ตาม”
       ดวงตาของพลอยเปล่งประกาย เห็นแต่ความชิงชังน้ำหนึ่งเริงโรจน์อยู่ในนั้น
      
       ส่วนน้ำหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้อง ท่าทางทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส และสับสนว้าวุ่นมากๆ เหตุการณ์ตอนได้ยินเสียงเกรียงศักดิ์ผุดขึ้นมาหลอกหลอนอีก และสลับกับภาพความทุกข์ทรมานของพลอยที่เห็น สายตาของน้ำหนึ่งมีความเสียใจ ผิดหวัง ภาพความรัก ภาพความอบอุ่นของครอบครัว ที่มีน้ำหนึ่ง เกรียงศักดิ์ ดาราณี อยู่ด้วยกันสลับเข้ามา
       “คุณพ่อที่แสนดีของน้ำหนึ่ง กลายเป็นคนอย่างนี้ได้ยังไง” ความรู้สึกอื้ออึงสับสน “ทำไม...
       ทำไมคุณพ่อถึงกลายเป็นคนแบบนี้”
       น้ำหนึ่งร้องไห้ ทุกข์ทรมาน ผิดหวังในตัวเกรียงศักดิ์มาก เสียงมือถือดังลั่น น้ำหนึ่งสะดุ้งเฮือก เห็นเป็นเบอร์เกรียงศักดิ์ น้ำหนึ่งไม่รับกดสายทิ้ง
       เกรียงศักดิ์หันไปบอกดาราณี ที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งเสียใจ กลุ้ม และโมโห
       “น้ำหนึ่งตัดสายทิ้ง”
       ดาราณีคว้ามือถือของตัวเองออกมาโทร.หาน้ำหนึ่งทันที พอน้ำหนึ่งเห็นเป็นเบอร์ดาราณีชั่งใจ ก่อนคว้ามารับ
       “คุณแม่”
       ดาราณีดีใจมากที่รับสาย “น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งอยู่ไหน? กลับมาบ้านเรานะลูก”
       “น้ำหนึ่งไม่กลับค่ะ”
       ดาราณี ผิดหวัง เสียใจ ใจหายวาบ
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งโกรธเกรียงศักดิ์ “ฝากเรียนคุณพ่อด้วย น้ำหนึ่งไม่กลับ ไม่ใช่เพราะพี่เพชร แต่เพราะคุณพ่อ น้ำหนึ่งเกลียดคุณพ่อ”
       พูดได้แค่นั้นน้ำหนึ่งก็กดปิดมือถือ ดาราณีตะโกนเรียก
       “น้ำหนึ่งๆ”
       เกรียงศักดิ์คว้ามือถือของดาราณีกรอกเสียง “น้ำหนึ่ง”
       แต่ไม่มีสัญญาณจากปลายสาย เกรียงศักดิ์กดมือถืออีก คราวนี้เป็นสัญญาณปิดเครื่อง
       เกรียงศักดิ์ทั้งโมโหทั้งสะเทือนใจ “น้ำหนึ่งปิดมือถือไปแล้ว”
       ดาราณีมองมาอย่างเกรงใจและเสียใจ
       “คุณต้องช่วยลูกนะคะ คุณต้องช่วยลูก ฉันว่าลูกต้องถูกล่อลวง”
       “ถ้าถูกล่อลวงจริง น้ำหนึ่งกลับมาแล้ว...แต่นี่...ลูกไม่คิดที่จะกลับมาเลยต่างหาก” เกรียงศักดิ์สุดแสนจะเสียใจ
       ดาราณีมองเกรียงศักดิ์ นึกถึงคำพูดของน้ำหนึ่ง ค่อยๆ บอกสามีอย่างเกรงใจ
       “ลูกอาจจะกลัวคุณโกรธ เลยไม่กล้ากลับมา”
       “ผมโกรธแน่...ที่น้ำหนึ่งทำตัวอย่างนั้น...คุณรู้มั้ย...ผมต้องให้คนไปจัดการเก็บคลิปอุบาทว์
       นั่น ไม่ให้มันเผยแพร่ต่อไป แต่ขนาดนี้ ชื่อเสียง วงศ์ตระกูล ก็ป่นปี้หมด...น้ำหนึ่ง...ไม่น่าเลย”
       สีหน้าเกรียงศักดิ์เครียดเคร่ง ดาราณียิ่งน้ำตาไหลพราก สองคนสบตากันด้วยความทุกข์ใจสาหัส
       ส่วนน้ำหนึ่งตัดสินใจเด็ดขาดบอกตัวเองในใจ
       “น้ำหนึ่ง จะชดใช้ทุกอย่างแทนคุณพ่อค่ะ”
       น้ำหนึ่งมองกระเป๋าที่จัดเรียบร้อย ตัดสินใจเปิดออก รื้อเสื้อผ้าและข้าวของออกมาเหมือนเดิม
      
       ขณะเดียวกันเพชรยืนนิ่ง ครุ่นคิดอยู่บริเวณด้านนอกบ้านเชิงเขาด้านนอก ภาพตอนที่เพชรนั่งทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์แล้วเห็นคลิปของน้ำหนึ่ง เพชรตกใจ คาดไม่ถึง เป็นห่วงน้ำหนึ่ง เสียงของน้ำหนึ่งดังก้อง
       “ทุกอย่างก็สายไปแล้วล่ะค่ะ...เกียรติยศ ชื่อเสียงของน้ำหนึ่ง ถูกทำลายจนป่นปี้”
       เพชรได้แต่ทอดถอนหายใจ รู้สึกสงสารน้ำหนึ่งจับใจ
      
       ขณะที่น้ำหนึ่งรื้อของออกจากระเป๋า ก็เห็นเสื้อกีฬาเบอร์ 13 และขวดดาวที่ทำให้เพชร น้ำหนึ่ง
       ชะงักมอง เห็นทีไรเจ็บในใจทุกที ระหว่างนั้นประตูห้องเปิดออก เพชรเดินเข้ามา น้ำหนึ่งสะดุ้งรีบปิดกระเป๋า
       เพชรนึกว่าน้ำหนึ่งเก็บของจะกลับไป ก็รู้สึกใจหาย
       “น้ำหนึ่งจะไปจริงๆ เหรอ”
       น้ำหนึ่งเงียบไม่ตอบ ทั้งรัก ทั้งเสียใจ ทั้งรู้สึกผิด อยากหนีไปให้ไกล แต่ก็ยังอยากอยู่เพื่อชดใช้แทนพ่อ ความรู้สึกสับสนไปหมด
       เพชรมองอย่างเข้าใจ “พี่ช่วย” เดินเข้ามาหาจะช่วยปิดกระเป๋า
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       น้ำหนึ่งเบี่ยงตัวดึงกระเป๋าออก กระเป๋าหล่นพื้น เสื้อบาสของเพชร และขวดโหลดาวที่น้ำหนึ่งพับหล่นลงพื้น เพชรจะเก็บ แต่น้ำหนึ่งรีบคว้าเสื้อกับขวดโหลเอาไว้บอก
       “ไม่ต้องค่ะ....น้ำหนึ่งกำลังจะเอาไปทิ้งพอดี”
       เพชรเสียงอ่อยๆ “ถ้าน้ำหนึ่งรังเกียจพี่ขนาดนั้น...ก็ตามใจ”
       เพชรมองน้ำหนึ่งด้วยความเสียใจ น้ำหนึ่งเองก็มองเพชร ใจอ่อนยวบ เพราะรักเพชรสุดใจ
       “น้ำหนึ่ง....พี่...”
       เพชรเอื้อมมือมาจะจับมือน้ำหนึ่ง หมายจะอธิบายจะขอโทษ จังหวะนี้ประตูห้องถูกเปิดผลัวะเข้ามาพร้อมร่างของทับทิม สองคนเหลียวไปมองพร้อมกัน
       ทับทิมมองจ้องท่าทีที่เพชรมีต่อน้ำหนึ่งอย่างไม่พอใจ น้ำหนึ่งฉวยโอกาสค้อมตัวเดินเลี่ยงผ่านทับทิมออกไปด้านนอก ทับทิมหันขวับมาจ้องหน้าเพชรอย่างไม่พอใจ
      
       น้ำหนึ่งเดินออกมาด้านนอก ในมือหอบเสื้อ ขวดโหลดาวออกมา ท่าทางสับสนลังเล ทิ้ง หรือไม่ทิ้งดี ก่อนจะทำท่าฮึด
       “เรากับพี่เพชรไม่ควรมีเยื่อใยอะไรกันอีก”
      
       น้ำหนึ่งทิ้งเสื้อบาสเบอร์ 13 กับขวดโหลดาวลงถังขยะ น้ำตาหยดริน เจ็บปวดใจเหลือเกิน


  


       ส่วนในห้อง ทับทิมปรายตามองกระเป๋าของน้ำหนึ่ง ก่อนจะถามเพชรเสียงแข็ง
      
       “ทำอะไรน่ะ”
       “เก็บของให้น้ำหนึ่งครับ...เผื่อพ่อเค้ามารับ”
       “แกจะให้นังเด็กนั่นไปเหรอ”
       เพชรไม่กล้าสบตาทัยทิม เพียงแต่บอกออกมา
       “ผมว่า..เราทำกับเค้ามากพอแล้ว แค่นี้น้ำหนึ่ง วงศ์ตระกูลของไอ้เกรียงศักดิ์ก็เสียหายไปหมดแล้ว”
       ทับทิมเค้นคำ “เสียหาย”
       “คนเห็นคลิปทั่วประเทศนะครับแม่” เพชรลดเสียงแผ่วลง “พี่พลอย..ไม่น่าทำถึงขนาดนี้เลย”
       “พลอยไม่ได้ทำ”
       “แล้วใครทำ”
       “ก็ใครล่ะที่มันเป็นคนถ่าย”
       “พจนีย์”
       นัยน์ตาเพชรวาวโรจน์ขบกรามแน่น โกรธพจนีย์มาก
       รุ่งเช้า พลอยถามทับทิมอย่างตกใจ
       “อะไรนะคะแม่...เพชรไปบ้านพจน์”
       “ฮื่อ... ผลุนผลันออกไปแต่เช้าเลย”
       พลอยหน้าเครียด ตาวาว ไม่พอใจพจนีย์ขึ้นมา
      
       ด้านพจนีย์ยิ้มระรื่นให้เพชรอย่างดีใจ
       “พี่เพชร...พี่เพชรจะให้พจน์ไปค้างที่บ้านใช่มั้ยคะ? ได้ค่ะ..รอเดี๋ยว”
       พจนีย์กระวีกระวาดจะเข้าไปในบ้าน แต่เพชรตะคอก
       “ไม่ต้อง”
       น้ำเสียงของเพชรน่ากลัวจนพจนีย์ต้องหันกลับมามอง เพชรถามอย่างไม่พอใจ
       “พจน์เอาคลิปไปปล่อยทำไม”
       “พจน์ไม่ได้ทำค่ะ ต่อให้คุณน้าทับทิม พี่พลอย พี่เพชรมาถาม พจน์ก็จะบอกเหมือนเดิมว่าไม่ได้ทำ”
       อีกมุมหนึ่ง ใต้เงาทะมึนของต้นไม้ แลเห็นทับทิมเข็นรถให้พลอยอยู่ สองคนมองจ้องดูเพชรกับพจนีย์ไม่วางตา ทับทิมกับพลอยมองหน้ากัน
       “พจนีย์ปากแข็งจริงๆ”
       ส่วนอีกมุม ตรงด้านหลังบ้าน รจนาค่อยๆ ย่องมาแอบฟัง พลอยเห็นเข้าพึมพำออกมา
       “หรือพจน์จะไม่ได้ทำจริงๆ”
       พลอยมองสองพี่น้องสลับกัน ท่าทีลังเลสงสัย ฟากพจนีย์ยืนกรานบอกเพชร
       “พจน์ไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปจริงๆ นะคะพี่เพชร”
       เพชรตะคอก “พี่ไม่เชื่อ”
       “ไม่เชื่อก็ตามใจ” พจนีย์มองอย่างสงสัย “แต่เอ๊ะ...แล้วทำไมพี่เพชรต้องเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้คะ หรือว่า....พี่เพชรรักและห่วงผู้หญิงคนนั้นจริงๆ”
       พลอยกับทับทิม เพ่งมองหน้าเพชร อยากรู้คำตอบ เช่นกัน
       “เรื่องของพี่”
       “เรื่องของพจน์ด้วยค่ะ เพราะพจน์เป็นเมียพี่เพชร”
       “จะให้พี่บอกอีกกี่ครั้งกี่หนว่าไม่ใช่”
       รจนาโผล่หน้าออกจากมุมเสา ลอบมองยิ้มดีใจ พจนีย์ไม่ยอมต่อปากต่อคำ
       “แต่ทะเบียนสมรสก็บอกว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน”
       พลอยโกรธมาก ทับทิมเองก็ไม่พอใจ ออกอาการยุ่งยากใจ ที่เรื่องมันยุ่งไปใหญ่
       เพชรโกรธไม่พอใจ “พจน์รู้แก่ใจว่ามันไม่ใช่” เพชรกระชากแขนพจนีย์พูดใส่หน้า “และพจน์ก็ไม่ควรทำเกินหน้าที่อย่างนี้”
       “พจน์รู้ว่าพี่เพชรโกรธ แต่พจน์ก็อยากให้พี่เพชรเข้าใจพจน์บ้าง...พจน์เองก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกัน..แต่ในเมื่อพจน์ถูกจ้าง พจน์ก็ต้องทำหน้าที่ของพจน์ให้ดีที่สุด”
       เพชรอึ้ง มองพจนีย์ พลอยหรี่ตามองอย่างโกรธขึ้ง พจนีย์บอกเพชรอย่างเหนือกว่า คิดว่าตัวเองเป็นต่อ
       “คนที่พี่เพชรควรตำหนิ ควรเป็นพี่พลอยค่ะ เพราะพี่พลอยเป็นคนจ้างพจน์”
       พลอยฟังนิ่งๆ แต่ประกายตาวาววับ เพชรผลุนผลันออกไป ท่ามกลางความตกตะลึงของสองพี่น้อง พลอยมองพจนีย์ ทั้งโกรธและเกลียด
      
       สองพี่น้องอยู่ในบ้าน พจนีย์โกรธเพชรบ่นบ้าเอากับน้องสาวจอมแอ๊บ
       “เรื่องของยัยน้ำหนึ่ง มันจะอะไรกันนักกันหนา เดี๋ยวพี่พลอยก็พล่าน เดี๋ยวพี่เพชรก็พล่าน”
       “จะเรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพี่พจน์” รจนาบอก
       “เกี่ยวสิ ก็พี่เป็นเมียพี่เพชร”
       “พี่พจน์ก็รู้ ว่าความจริงไม่ใช่”
       “พี่บอกแล้วไง ว่ามันต้องใช่ วันหนึ่ง พี่เพชรต้องเป็นของพี่ แต่ที่พี่อยากรู้...พี่พลอยจ้างพี่เป็นเมียพี่เพชร ทำไม”
       สองพี่น้องมองหน้ากัน สายตาของทั้งคู่บอกชัดเจน ว่าอยากรู้เหมือนกัน รจนาพึมพำ
       “นั่นสิคะ...พี่พลอยจ้างพี่พจน์ไปเป็นเมียพี่เพชรทำไม”
      
       ท่ามกลางความเงียบสงบของหุบเขา ทับทิมเข็นรถเข็นของพลอยมาตามทาง ทับทิมถอนหายใจ
       “ท่าทางพจนีย์มันจะบังคับยากแล้วมั้งพลอย”
       “พลอยชอบปราบม้าพยศค่ะ โดยเฉพาะถ้าม้าตัวนั้น มันพยศกับเพชร มันถูกสั่งสอนแน่”
       พลอยพูดพร้อมระบายยิ้มบางๆ บนสีหน้าเหมือนไม่ได้ซีเรียส แต่ดวงตาวาวโรจน์น่ากลัว
      
       เพชรเดินกลับเข้าบ้านด้วยสภาพสีหน้าบึ้งตึงโกรธจัด เสียงของรจนาดังก้อง
       “คนที่พี่เพชรควรตำหนิ ควรเป็นพี่พลอยค่ะ เพราะพี่พลอยเป็นคนจ้างพจน์”
       เพชรงุ่นง่านหงุดหงิด ได้แต่ ทุบ เตะ ต้นไม้ระบายอารมณ์ อยากอัดใครซักคน แต่ไม่รู้จะอัดใคร
      
       น้ำหนึ่งชะเง้อชะแง้มองเพชรอยู่ที่หน้าต่าง
       “พี่เพชรไปไหน? ป่านนี้ทำไมยังไม่กลับมา”
       ประตูถูกผลักเข้ามาตามความเคยชิน น้ำหนึ่งลุกขึ้นหันขวับไปมองเพชรชะงัก
       “พี่ขอโทษ....” เพชรเผลอหลุดปาก “พอดีพี่เคยแต่อยู่คนเดียวเลยไม่ได้เคาะประตู”
       น้ำหนึ่งสงสัยก็ไหนว่ามีเมีย “อยู่คนเดียว?”
       เพชรรู้ตัวว่าหลุด รีบแก้ “ก็...พี่เป็นกับพจน์เป็นผัวเมียกัน ก็ถือว่า...เป็นคนคนเดียวกัน”
       น้ำหนึ่งสะอึก สะเทือนใจ เพชรเดินมาคว้าผ้าเช็ดตัว
       “นั่งลงเถอะ....พี่จะออกไปอยู่ข้างนอก เอ่อ...พี่จะไปง้อพจนีย์...เค้าโกรธ”
       น้ำหนึ่งยิ่งเสียใจ เพชรมองมาให้นึกสงสาร แต่ต้องตัดใจ พอจะเดินออกไปข้างนอก ต้องชะงักเมื่อเห็นทับทิมเข็นรถพลอยตรงมา สองคนมองจ้องหน้าเพชรเขม็ง โดยเฉพาะพลอย เพชรถอยกลับเข้าไปในห้องปิดประตู บอกน้ำหนึ่งเบาๆ
       “พี่รับปาก ถึงพี่จะอยู่ในห้องนี้ พี่ก็ไม่ทำอะไรน้ำหนึ่งหรอก”
       จากนั้นเพชรเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ น้ำหนึ่งมองตามงงๆ ประตูห้องน้ำถูกปิดลง น้ำหนึ่งทำ
       หน้าสงสัยค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้อง เปิดแง้มออกเบาๆ แล้วสอดตามองออกไป เห็นด้านหลังของทับทิมที่เข็นรถเข็นพาพลอยออกไป น้ำหนึ่งนิ่วหน้านึกสงสัย เริ่มเห็นความไม่ชขอบมากล ระหว่าง เพชร และพลอย
      
       ตกตอนกลางคืน พลอยนั่งอยู่นิ่งๆ ท่ามกลางความมืดในห้อง ท่าทางเหมือนไม่รู้สึกอะไร...แต่
       เห็นประกายตาที่วาววับโกรธแค้นชัดเจน โกรธเกลียดทุกสิ่งอย่าง ทั้งเกรียงศักดิ์ น้ำหนึ่ง และพจนีย์
      
       วันต่อมาเกรียงศักดิ์กดโทร.ออก หาน้ำหนึ่งอีก แต่สัญญาณปลายสายเป็นปิดมือถือ ดาราณีถาม
       “น้ำหนึ่งยังไม่เปิดมือถืออีกเหรอคะคุณ”
       เกรียงศักดิ์ทั้งโมโหและเสียใจ “คุณรู้แล้วใช่มั้ยว่าน้ำหนึ่งไม่ได้ถูกล่อลวง...น้ำหนึ่งเต็มใจเป็นเมียน้อยเค้าจริง”
       ดาราณีอึ้งก่อนที่จะปล่อยน้ำตาไหลรินออกมา คุณหญิงร้องไห้โฮ ความทุกข์เกาะกินใจมากขึ้นเป็นทวี
      
       คืนนั้นพลอยเปิดคอมพิวเตอร์ดูข่าวตามเว็บต่างๆ เห็นเป็นข่าวเกรียงศักดิ์เรื่องน้ำหนึ่ง
       “หึ่งทั่วเนต ลูกรมต.เป็นน้อย” / “ลือสนั่น รมต.เกรียงศักดิ์สั่งเก็บคลิปฉาว”
       พลอยเซิร์ชคลิปดูในยูทูป คลิปไม่มีแล้ว พลอยยิ้มออกมา
       “สั่งเก็บ...ก็อัพลงใหม่ได้ ไม่เห็นจะยากเลย”
       พลอยคว้ามือถือขึ้นมา เปิดคลิปที่พจนีย์ส่งมาให้ดู แล้วยิ้มร้ายออกมา
       ขณะเดียวกัน พจนีย์นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเหมือนกัน ได้แต่ตั้งคำถามในใจ
       “พี่พลอยจ้างเรามาเป็นเมียพี่เพชรทำไม...หรือว่า...พี่พลอยไม่อยากให้ยัยน้ำหนึ่ง
       เป็นเมียพี่เพชร...” ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยความสงสัย “แล้วจะให้ยัยน้ำหนึ่งอยู่ในบ้านทำไม? เราต้องรู้ให้ได้”
      
       สีหน้าและดวงตาของพจนีย์มุ่งมั่นมาดหมายว่าต้องรู้ให้ได้

       ฟากน้ำหนึ่งอยู่ในห้อง มองเพชรอย่างกลัวๆ จนเพชรเอ่ยขึ้น
      
       “พจนีย์โกรธพี่จนไม่ยอมกลับบ้าน...พี่ไม่ทำอะไรให้มันยุ่งยากไปกว่านี้หรอก ไม่ต้องกลัว”
       เพชรดับไฟล้มตัวเอนกายลงนอนที่ฟูกบนพื้น แล้วหันหลังให้ น้ำหนึ่งมองเพชรก่อนทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ชะโงกหน้าไปดูเพชรให้แน่ใจ เห็นเพชรนอนกอดอกหันหลังอยู่
       จังหวะหนึ่งลมพัดวูบแรงเข้ามาทางหน้าต่าง น้ำหนึ่งมองเห็นผ้าห่มมีเพียงผืนเดียว น้ำหนึ่งนั่งนิ่ง จ้องมองเพชรอย่างเป็นห่วง สังเกตเห็นเพชรเริ่มหายใจสม่ำเสมอ แสดงว่าหลับแล้ว น้ำหนึ่งจึงค่อยๆ ย่อง ไปเอาผ้าห่มคลุมร่างเพชรแล้วกลับขึ้นเตียงโดยไว
       ทันทีที่ผ้าห่มถูกร่าง เพชรก็รู้สึกตัวลืมตาแต่ยังไม่ขยับกาย ดวงตารับรู้ถึงความรัก ความอาทร และเป็นห่วงที่น้ำหนึ่งมีให้ สีหน้าของเพชรสลด ก่อนจะค่อยๆ หันหลังกลับไปมองน้ำหนึ่ง เห็นน้ำหนึ่งหันหน้าเข้าข้างฝา หันหลังให้
       น้ำหนึ่งนอนร้องไห้ เสียใจ สงสารชะตากรรมของตัวเอง
       เพชรได้ยินเสียงถอนสะอื้นยิ่งสงสาร นอนมองนิ่งๆ จนเห็นว่าร่างน้ำหนึ่งนอนนิ่ง แสดงว่า
       หลับแล้ว เพชรจึงค่อยๆ ย่องขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างน้ำหนึ่งพร้อมกับผ้าห่ม เห็นคราบน้ำตานองหน้า เพชรเช็ดน้ำตาให้น้ำหนึ่งอย่างแผ่วเบา ก่อนเอาผ้าห่มคลุมร่างให้มอง หลากหลายความรู้สึกปนเปในหัว ทั้งเวทนา สงสาร และเห็นใจ ความผูกพันลึกซึ้งก่อตัวขึ้นในใจเพชรตั้งแต่บัดนั้น
      
       ขณะเดียวกันในห้องนอนของนวล ตาหวานนอนกระสับกระส่ายหลับไม่ลง จนนวลต้องพลิกตัวหันมาถาม
       “แกจะดิ้นเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้าทำไมตาหวาน”
       “ก็ตาหวานคิดถึง..เป็นห่วงพี่น้ำหนึ่ง”
       “ห่วงทำไม? ไหนบอก พี่คนนั้น เป็นพระเอก เป็นเทพบุตร เชียร์คุณน้ำหนึ่งให้ พี่คนนั้นนักหนา...แล้วเป็นไง? ตอนนี้ พี่คนนั้น ทำคุณน้ำหนึ่งขายหน้าทั่วประเทศ...คอยดูถ้าป้าเจอหน้าเมื่อไหร่ จะแพ่นกบาล พี่คนนั้น ของแกให้แยกเลย”
       “ขอให้จริงเถอะ”
       “ก็แล้วทำไมจะไม่จริง?”
       “อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้ วันหนึ่ง พี่คนนั้นที่ป้านวลสุดแสนจะเกลียด อาจจะกลายเป็นคนที่ป้านวลรักสุดหัวใจก็ได้ไง” ตาหวานเพ้อ
       “ไม่มีทาง....นายเพชร ทำลายชีวิตคุณน้ำหนึ่ง ป้าไม่มีทางรักคนอย่างนั้นลงแน่ๆ”
       นวลโกรธเพชร และยิ่งเป็นห่วงน้ำหนึ่ง
      
       รุ่งเช้า เพชรนอนหลับสนิทอยู่ที่ฟูกด้านล่าง ดวงตาภายใต้เปลือกตาเคลื่อนไหว ไปมา เหมือนคน
       กำลังฝันร้าย เพชรละเมอออกมาจากจิตใต้สำนึก
       “แม่..แม่อยู่ที่ไหน ผมอยากเจอแม่”
       น้ำหนึ่งที่หลับอยู่สะดุ้งตื่น เหลียวมามองดูเพชร เห็นดวงหน้าของเพรชกระสับกระส่าย
       น้ำหนึ่งจะลงไปดู แต่ร่างถูกพันไว้ด้วยผ้าห่ม น้ำหนึ่งนิ่งมองดูผ้าห่ม จำได้ เมื่อคืนห่มให้เพชร
       “แปลว่า...พี่เพชร” น้ำหนึ่งมองผ้าห่มสลับกับมองเพชร
       เพชรนอนนิ่ง ลมหายใจสม่ำเสมอ หลับต่อ น้ำหนึ่งลุกขึ้นมาหยิบเอาผ้าห่มห่มคืนให้ มองเพชรถามตัวเองในใจด้วยความสงสัย
       “แม่...แม่อยู่ไหน? ทำไมพี่เพชรละเมออย่างนี้”
      
       ทับทิมไม่สบายใจ จึงแวะมาทำบุญที่วัด กำลังเอาดอกไม้ธูปเทียนมาถวายพระ ท่าทางของทับทิมไม่สบายใจ
       “ทุกวันนี้ จิตใจลูกมีแต่ความทุกข์ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองให้ลูกผ่านวิกฤตตรงนี้ไปให้ได้ด้วยเถอะ” ทับทิมบอกตัวเองในใจ “นวล...ฉันขอโทษ...ฉันเองก็รักเพชรเหมือนลูก...แต่เพื่อพลอย ฉันจำเป็นให้เพชรต้องทำอย่างนี้...เธอให้อภัยฉันนะนวล”
       ทับทิมมององค์พระนิ่ง ทุกข์ใจ
      
       น้ำหนึ่งอาบน้ำเสร็จเปลี่ยนชุดเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นเพชรนอนกอดผ้าห่มแน่นท่าทางหนาวมาก ใจน้ำหนึ่งอ่อนยวบ
       “พี่เพชรเองก็หนาว...แต่เมื่อคืนพี่เพชรยังห่มผ้าให้เรา”
       น้ำหนึ่งมองเพชร สายตาบอกว่ารักเต็มเปี่ยม น้ำหนึ่งนิ่งคิด ก่อนเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ท่าทางกังวล ร้อนใจ
      
       รจนาเดินออกมาด้านนอก กวาดสายตามองหาพจนีย์? แต่ไม่เห็น
       “พี่พจน์ไปไหนแต่เช้า? อย่าบอกนะว่าไปตามพี่เพชร”
       รจนาหน้าตึง ตาขวาง แอบหวงเพชรทั้งที่ไม่มีสิทธิ์
       จริงดังที่รจนาสงสัย พจนีย์เดินลิ่วมายังบ้านเชิงเขา และเห็นน้ำหนึ่งเดินลิ่วไปที่แห่งหนึ่งด้วย
       ท่าทางร้อนรน
       “ยัยนั่นจะไปไหน”
       พจนีย์สงสัยมองตามน้ำหนึ่งที่เดินไปที่ถังขยะ หยิบเสื้อกล้ามของเพชรและขวดโหลดาวขึ้นมาอย่างดีใจมากที่มันยังอยู่ จู่ๆ มือของพจนีย์คว้าหมับทั้งสองสิ่งกระชากไปอย่างรวดเร็ว น้ำหนึ่งตกใจ
       “ว้าย!”
       สองสาวสบตากัน พจนีย์มองเสื้อบาส
       “ฉันจำได้...นี่มันเสื้อทีมของพี่เพชร” มองลงที่ขวดดาว “จะเก็บดาวทุกดวงให้พี่เพชร” ก่อนจะมอง
       หน้าน้ำหนึ่งแล้วด่ารับอรุณ “หน้าด้าน..รู้ว่าพี่เพชรมีเมียอยู่แล้วยังหน้าด้านมาแย่งของของฉันอีก”
       “ฉันไม่เคยคิดแย่งของๆ ใคร เอาของฉันคืนมา” น้ำหนึ่งจะแย่งคืน
       พจนีย์เบี่ยงมือออก “ไม่....ในเมื่อฉันเป็นเมียทุกอย่าง ที่เป็นของพี่เพชร มันก็คือของฉัน”
       พจนีย์เดินลิ่วหนีไปพร้อมของในมือ น้ำหนึ่งร้องลั่น
       “เอาของของฉันคืนมานะ เอาของฉันคืนมา!” น้ำหนึ่งตามพจนีย์ไปทันที
      
       พจนีย์วิ่งมาหาพลอย เล่นบทน้องสะใภ้เต็มที่ ตะโกนดังลั่น
       “พี่พลอยขา...พี่พลอย ช่วยพจน์ด้วยค่า”
       เพชรอยู่ในห้องได้ยินเสียงพจนีย์ดุ้งตื่น เห็นผ้าห่ม รู้ทันทีน้ำหนึ่งคลุมให้ เพชรรีบวิ่งออกมานอกห้องทันที
      
       พจนีย์จะวิ่งเข้าไปในบ้าน แต่ทับทิมเดินออกมาขวางทางหน้าตึง
       “เสียงดังอะไรแต่เช้า”
       พจนีย์ชี้ใส่น้ำหนึ่งที่วิ่งตามมา น้ำหนึ่งหยุดหอบหายใจ มองทับทิมอย่างกลัวๆ พจนีย์ฟ้องต่อ
       “ก็ผู้หญิงคนนี้สิค่ะคุณแม่ หน้าด้านแย่งพี่เพชรไม่พอ....ยังขโมยเสื้อที่พี่เพชรให้พจน์อีก”
       เพชรเดินออกมาพอดี ได้ยินทุกอย่าง น้ำหนึ่งจ้องหน้าเพชร แต่ปากบอกพจนีย์
       “เปล่า ฉันไม่ได้ขโมย พี่เพชรให้ฉัน”
       พจนีย์จ้องตาเพชรถาม “พี่เพชรเอาของที่เคยให้พจน์ ให้มันเหรอคะ”
       เพชรอ้ำอึ้งเจอสายตาทับทิมที่จ้องเขม็งมองมาอย่างไม่พอใจ เลยต้องตอบอ้อมแอ้มแต่ท่าทางลำบากใจ
       “เปล่า...พี่ไม่ได้ให้”
       น้ำหนึ่งตกใจคาดไม่ถึง “พี่เพชร” แล้วนึกเสียใจ จนน้ำตาปริ่มๆ
       “ถ้าพจน์อยากได้คืน พจน์ก็เอาคืนมา”
       พูดแค่นั้นเพชรก็ผลุนผลันเดินเข้าบ้านไป ทับทิมมองตามอย่างรู้ทัน เพชรไม่กล้าอยู่สบตาน้ำหนึ่งในขณะที่พจนีย์ได้ทีเดินไปเผชิญหน้าน้ำหนึ่งว่า
       “ได้ยินเต็มสองหูแล้วใช่มั้ย”
       น้ำหนึ่งมองตามเพชรเสียใจน้ำตาไหลริน พจนีย์รู้เพชรให้น้ำหนึ่งจริงๆ พูดต่อ
       “แต่ในเมื่อเธอลงทุนหน้าด้านมาถึงนี่แล้ว เอาคืนไป”
       พจนีย์ปาเสื้อใส่น้ำหนึ่งและแกล้งทิ้งขวดโหลดาวลงกับพื้น น้ำหนึ่งผงะ ขวดดาวแตกกระจาย ดาวนับพันหล่นเกลื่อนพื้น น้ำหนึ่งน้ำตานองหน้า ในขณะที่พจนีย์ยิ่งมองยิ่งหมั่นไส้
       รจนาตามมา วิ่งมาเห็นเหตุการณ์ มองภาพตรงหน้าสะใจ พจนีย์บอกน้ำหนึ่ง
       “เสื้อน่ะฉันให้เธอได้ แต่พี่เพชร....อย่าหวัง น้ำหน้าอย่างเธอ เป็นได้แค่เมียน้อยจำไว้”
       พจนีย์มองจ้องน้ำหนึ่งก่อนสะบัดหน้าเดินหนีไป รจนามองสบตาน้ำหนึ่ง แกล้งทำทีเป็นเห็นใจ
       น้ำหนึ่งยืนร้องไห้มองเสื้อและขวดดาวที่พื้น ทับทิมมองแววตาเจ็บปวด
       “เธอเจ็บใช่มั้ย? เธอเสียใจใช่มั้ย...งั้นก็รู้ไว้นะ...สิ่งที่เธอถูกเมียเพชรกระทำ คือสิ่งที่แม่เธอทำกับพลอย”
       ทับทิมเดินหนีไปอีกคน น้ำหนึ่งร้องไห้โฮ มองที่พื้นนิ่ง ค่อยๆ ก้มลงเก็บเอาเสื้อของเพชรและ
       ดาวนับพันที่หล่นเกลื่อนพื้นขึ้นมา
       ระหว่างนั้นพลอยนั่งบนรถเข็นมองอยู่ และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง คิดในใจ
       “คนฉลาด ไม่ต้องทำอะไร มีหน้าที่แค่ ยุ ให้คนตีกัน”
      
       พลอยยิ้มในสีหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะเข็นรถเข็นไปเรื่อยๆ ท่าทางสบายใจ


  


       พจนีย์เดินยิ้มสะใจ ปนโกรธเกลียด จะกลับบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเจอรจนายืนอยู่
      
       “ทำไมพี่พจน์ถึงทำตัวอย่างนี้คะ”
       “ก็พี่อยากได้...ไม่ใช่แค่พี่เพชร....แต่ทุกอย่าง ที่เป็นของบ้านเชิงเขา รจคงเข้าใจนะ”
       “พี่พลอยไม่มีทางให้พี่พจน์ทำอย่างนั้นแน่ๆ”
       “แต่ถาพี่เพชรหลงรักพี่ มันก็อีกเรื่องใช่มั้ย”
       พจนีย์ยิ้มร่าวิ่งกลับบ้านไป รจนามองตาม คิดในใจ
       “ไม่มีทาง พี่เพชรไม่มีทางรักพี่พจน์ ไม่มีทาง”
       รจนามองตามตาเขียวแล้วเดินตามพจนีย์กลับบ้านไป พลอยเข็นรถเข็นเข้ามา
       “ทำยังกับฉันจะดูเธอสองพี่น้องไม่ออก พจนีย์ รจนา”
       พลอยหัวเราะนิดๆ เบิกบานใจ เป็นที่สุด
      
       คืนนั้นเพชร ยืนกอดอกอยู่ด้านนอกบ้าน ท่าทางกลุ้มใจ ทับทิมเดินเข้ามา เห็นท่าทางของเพชรก็รู้จึงบอกออกไป
       “คนเรา...ลองคิดจะทำอะไร แล้วเกิดลังเล ไม่มีทางสำเร็จ”
       เพชรหันมามอง ทับทิมมองจ้องเข้าไปในแววตา ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ แทนพลอย
       “แม่เห็นตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แกสงสารนังเด็กนั่น แต่แกไม่ควร ใจอ่อน โดยเฉพาะถ้าแกได้
       เห็น ความทุกข์ทรมาน ของพลอย”
       ทับทิมจ้องหน้าเพชรเป็นเชิงตำหนิ ในแววตามีแต่ความเสียใจ และผิดหวัง เพชรเองก็เสียใจ
      
       เวลาต่อมา ที่บริเวณทำกายภาพบำบัดของพลอยในบ้านเชิงเขา พลอยกำลังฝึกกายภาพบำบัด ด้วยการจับราวคู่หัดเดิน สีหน้าพลอยมุ่งมั่น ส่วนด้านหลัง ทับทิมเดินมาพร้อมกับเพชร บอกเสียงเครือ
       “ขนาดดึกดื่นค่ำคืน อากาศหนาวเหน็บขนาดนี้ พลอยมันยังต้องออกมาทำกายภาพบำบัดเพราะพลอยอยากเดินได้...ทั้งๆ ที่ความจริง...ถ้าไม่มีไอ้เกรียงศักดิ์ ชีวิตพลอยก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้...ฮึ!!คำพูดเดิมๆ แต่แม่ก็ต้องพูด....เพราะมันเจ็บ มันแค้น แกได้ยินมั้ยเพชร”
       เพชรหน้าสลด ทับทิมมองตำหนิ บอกย้ำสำทับ
       “รู้ทั้งรู้ ว่าอะไรเป็นอะไร แกจะปล่อยนังเด็กนั่นไปอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องก็ตามใจแก”
       ทับทิมเดินหนีไปอย่างโกรธจัด มองจากหางตา พลอยเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง พอทับทิมเดินไป ท่าทีที่เข้มแข็งของพลอยเปลี่ยนเป็นอ่อนแอขึ้นมาทันที แกล้งปล่อยตัวล้มลุกหกล้มน่าเวทนา
       เพชรตกใจ “พี่พลอย”
       เพชรรีบวิ่งเข้ามาหา ประคองร่างพลอยให้ลุกขึ้น พลอยยิ้มให้เพชรด้วยดวงตาสดใส
       “ไม่เป็นไรเพชร...พี่ไม่เป็นไร พี่ต้องเดินให้ได้”
       พลอยดึงมือตัวเองออกจากร่างเพชร เอื้อมมือจับราว และพยายามโหนตัวลุกขึ้นไปใหม่ ไม่ทันไรร่างของพลอยก็ล้มฮวบลงแบบไม่มีแรง เพชรประคองพลอยขึ้นมาอีก พลอยยิ้ม
       “พี่ไม่เป็นไรจริงๆ เมื่อก่อนพี่ทรมานมากกว่านี้อีกเพชร......แค่นี้ถือว่านิดเดียว”
       พลอยยิ้ม แล้วกัดฟันจับราวจะลุกยืนให้ได้ เพชรคว้าตัวพลอยมากอดแน่นสุดจะสงสาร
       พลอยแกล้งถามซื่อๆ ในกิริยาตกใจ “อะไรจ๊ะเพชร อะไร”
       เพชรมองมาอย่างจริงใจ ห่วงใย และรู้สึกผิด “ผมจะไม่ลังเล...ผมจะไม่ใจอ่อน ใครที่มันทำพี่พลอยเจ็บ...ผมจะเอามันคืน”
       ท่าทีของเพชรแข็งกร้าว พลอยแกล้งทำหน้าตกใจ งวยงงว่าเพชรเป็นอะไร เพชรดึงตัวพลอยมา
       กอดมือแข็งแรงแตะศรีษะพลอยที่ซบบนไหล่เบาๆ พลอยยิ้มพอใจ แต่เพชรกลุ้มหนัก
      
       เพชรเปิดประตูเข้ามาในห้อง น้ำหนึ่งสะดุ้งโหยง ยังไม่ทันจะทำอะไรร่างสูงใหญ่ของเพชรก็ผวามากอด น้ำหนึ่งทั้งตกใจทั้งโกรธ
       “พี่เพชร”
       น้ำหนึ่งผลักร่างเพชรออกเต็มแรง เพชรล้มลงบนเตียง นอนแน่นิ่ง น้ำหนึ่งงง
       “พี่เพชร”
       น้ำหนึ่งค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ เอามือแตะ แล้วก็ต้องทำหน้าย่น
       “พี่เพชรดื่มหนักขนาดนี้เลยเหรอ”
       น้ำหนึ่งถามตัวเอง ค่อยๆ พลิกร่างของเพชรให้นอนหงาย แม้จะหลับ แต่เห็นชัดเจนว่าเพชรคิ้ว
       ขมวดเหมือนมีเรื่องกลุ้มใจ น้ำหนึ่งมองเป็นห่วง รีบเดินไปเอาผ้าเย็นออกมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้
       เพชรบ่นเพ้องึมงำ “แกต้องใจแข็งไว้เพชร...น้ำหนึ่ง..พี่ขอโทษ”
       น้ำหนึ่งนิ่งอึ้ง มองเพชรอย่างไม่เข้าใจ
       “พี่เพชรแคร์น้ำหนึ่ง! ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ”
       น้ำหนึ่งตั้งคำถาม คิดในใจ
       “เราต้องอยู่ที่นี่ เพื่อค้นหาความจริง!”
      
       วันต่อมาพลอยเข็นรถเข็นพาตัวเองมาตามทาง น้ำหนึ่งออกมาเห็นก็วิ่งมาหา เข็นช่วย
       “น้ำหนึ่งช่วยค่ะ”
       พลอยยิ้มพูดเหมือนใจดีแต่แอบเหน็บ “ไม่เป็นไร....ที่ผ่านมา พี่ก็ช่วยตัวเองทุกอย่าง”
       พลอยเข็นรถเข็นพาตัวเองไป น้ำหนึ่งมองจ้องพลอย ใจหนึ่งก็อยากทดแทนความผิดพ่อ อีกใจอยากรู้ มีอะไรซ่อนอยู่
       “น้ำหนึ่งเคยบอกพี่พลอยแล้วไงคะ...จะทำทุกอย่างจนกว่าพี่พลอยจะให้อภัย”
       “แล้วถ้าคุณพ่อมารับล่ะ”
       “น้ำหนึ่งไม่กลับค่ะ น้ำหนึ่งจะอยู่ดูแล จนกว่าพี่พลอยจะหาย”
       พลอยมองน้ำหนึ่งยิ้มเอ็นดูแต่ตะโกนก้องในใจ
       “ทำเป็นกตัญญูเพื่อพ่อ เชอะ...ความจริง หลงรักน้องชายฉันต่างหาก นังน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งถามซื่อๆ “พี่พลอยไม่เชื่อเหรอคะ”
       จังหวะนั้นพจนีย์เดินมาทางด้านหลัง เห็นท่าทางที่พลอยมีต่อน้ำหนึ่งก็อิจฉา พลอยแกล้งมองน้ำหนึ่งยิ้มเอ็นดู บอกเสียงอ่อนโยน
       “เชื่อ...เพียงแต่ตอนนี้พี่ไม่ต้องการแล้ว”
       น้ำหนึ่งมองพลอยอย่างงุนงง พลอยยิ้มอ่อนโยน เหมือนผู้ใหญ่ใจดี
       “พูดตรงๆ นะ ตอนแรก พี่โกรธ...พี่เกลียดน้ำหนึ่ง...แต่พอพี่เห็นความตั้งใจจริงของน้ำหนึ่งที่
       จะทำทุกอย่างเพื่อพี่...พี่เลยไม่เจ็บไม่แค้นอะไร...ท่าน...แล้วก็น้ำหนึ่งอีก..คิดซะว่าที่ผ่านมา...เป็นเวรเป็นกรรมของพี่เอง”
       น้ำหนึ่งตกใจ คาดไม่ถึง “พี่พลอย”
       “พี่พูดจริงๆ จ้ะน้ำหนึ่ง....ถ้าน้ำหนึ่งอยากกลับบ้าน ให้เพชรไปส่งนะจ๊ะ ถือซะว่า..เรื่องของเราจบกันเพียงแค่นี้”
       พูดจบพลอยก็เข็นรถเข็นเข้าบ้านไป แต่จากหางตาเห็นพจนีย์มองอยู่ พลอยแอบยิ้ม น้ำหนึ่งมอง
       ตาม ยิ่งสงสารเห็นใจพลอย
       พจนีย์มองน้ำหนึ่งอย่างชิงชัง
      
       พลอยนั่งยิ้มสำราญใจ กำลังจะเข็นรถเข็นเข้าบ้าน พจนีย์วิ่งตามเข้ามาโวยวาย
       “พจน์ไม่เข้าใจ....”
       พลอยทำทีเป็นไม่รู้ ย้อนถามเสียงหวาน “เรื่องอะไรจ๊ะ”
       “ก็เรื่องที่พี่พลอยจ้างให้พจน์มาเป็นเมียพี่เพชร แต่พี่พลอยกลับไปทำดีกับยัยน้ำหนึ่ง”
       “แล้วทำไม”
       “ก็แล้วพี่พลอยจะให้พจน์ทำยังไงกันแน่คะ”
       “ทำทุกอย่างตามใจพจน์เลยจ้ะ...จะคืนสัญญาก็ได้ หนี้ พี่ยกให้...เพราะตอนนี้...พี่ให้อภัยน้ำหนึ่งหมดแล้ว พูดก็พูดนะ...” พลอยจงใจเสี้ยม แหย่รังแตน “เพชรจะรักจะชอบกับน้ำหนึ่งพี่ก็ไม่ว่า”
       พจนีย์อึ้ง นิ่งงันไป คาดไม่ถึง “พี่พลอย”
       “พี่อยากพักผ่อน ขอตัวก่อนนะ”
       พลอยเข็นรถเข็นเข้าบ้านไป พจนีย์หงิกงอ ได้แต่ตะโกนก้องในใจ
       “ถึงพี่พลอยจะยอม แต่พจน์ไม่ยอม”
       พจนีย์กระแทกเท้าเดินออกไป พลอยชำเลืองมอง แค่เห็นสีหน้าของพจนีย์ พลอยก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พลอยเลี้ยวรถเข็นกลับอย่างรวดเร็ว
      
       เห็นชัดเจนเลยว่าบัดนี้ พลอยนั้นแข็งแรงขึ้นมาก ขณะตามพจนีย์ไป


  


       ขณะที่น้ำหนึ่งเดินด้อมๆ มองๆ สอดสายตามองไปทั่วบริเวณบ้านเชิงเขา ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พจนีย์โผล่มาด้านหลัง
      
       “มองหาผัวชาวบ้านรึไง”
       น้ำหนึ่งมองพจนีย์เป็นเชิงตำหนิ “มองหาชะนีมากกว่าค่ะ วันๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่ร้องหาผัว”
       “นังน้ำหนึ่ง”
       “กรุณาเรียกฉันให้สุภาพด้วยค่ะคุณพจนีย์ ไม่งั้น...ดิฉันจะพาลถามไปถึงบรรพบุรุษของคุณ
       ได้ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานยังไง ถึงได้มาจิกหัวคนอื่น”
       “ทำไมฉันจะจิกไม่ได้...ในเมื่อคนที่ฉันจิก มันคือเมียน้อย”
       “คำก็เมียน้อย สองคำก็เมียน้อย แต่เสียใจด้วยนะ ฉันไม่ได้สะทกสะท้านอะไรหรอก เพราะ
       ความจริงฉันไม่ได้เป็น”
       พจนีย์ยกมือถือขึ้นขู่ “งั้น...ก็ลองดูคลิปอีกซักรอบแล้วกัน....ต่อให้เธอปฏิเสธ ฉันก็อยากรู้
       เหมือนกันว่าคนทั้งประเทศจะคิดยังไง”
       “อย่านะ”
       “กลับไปซะ อย่ายุ่งกับพี่เพชร ไม่งั้น คลิปแย่งผัวชาวบ้านของเธอได้โผล่อีกรอบแน่”
       น้ำหนึ่งอึ้ง หน้าเสีย ไม่อยากเสียหายอีก สะบัดหน้าเดินหนีไป พจนีย์ยิ้มอย่างพอใจ
       “แค่ขู่ก็กลัวจนหางจุกตูด ขี้ขลาดชะมัด” พูดอย่างไม่เชื่อ “ท่าทางแบบนี้เป็นเมียน้อยได้
       ยังไง” ทำท่าคิดก่อนมองมือถือยิ้มร้าย “ดี...ฉันจะเอาคลิปขู่แกตลอดเลยน้ำหนึ่ง”
       พจนีย์ยิ้มพอใจ ด้านพลอยเองก็ยิ้มพอใจ หยิบมือถือขึ้นมากดส่งคลิปพจนีย์ด่าน้ำหนึ่ง อัพขึ้นยูทูปทันที
      
       ตกตอนกลางคืนเกรียงศักดิ์อยู่ที่คฤหาสน์ หน้าซีดตัวสั่น ขณะตะเบ็งเสียงถามลูกน้อง
       “ผมสั่งให้เก็บคลิปบ้าๆ พวกนั้นไปแล้ว โผล่มาอีกได้ยังไง”
       “มีคนอัพขึ้นมาใหม่ครับ”
       “ไปสืบให้ได้ ว่าอัพมาจากไหน?ใคร?แล้วเรื่องไอ้เพชรด้วย...ที่ทำงาน บ้าน คอนโด มันซุกหัวอยู่ที่ไหน ตามมาให้ได้”
       “ครับผม”
       ลูกน้องเดินออกไป เกรียงศักดิ์หน้าเครียด ดาราณีกลุ้มจนไม่รู้จะกลุ้มยังไง?
       “อัพแล้วอัพอีก แสดงว่าคนที่อัพคลิปต้องการประจานเรา”
       “ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร”
       เกรียงศักดิ์โกรธจัด ตาหวานหน้าจ๋อยสงสารน้ำหนึ่ง ดาราณีกะนวลหน้าตึงอยากรู้เหมือนกัน
      
       อลิสแต่งตัวสวยเดินอารมณ์ดีออกมาจากบ้านตรงไปที่รถ ภาคย์เดินเข้ามาหา
       “อารมณ์ดีเชียวนะอลิส”
       อลิสหันมามองดีใจ “พี่ภาคย์” รีบเข้ามาหาเกาะแขน “ก็ต้องอารมณ์ดีสิคะ อลิสแต่งตัวสวยจะไปหาพี่ภาคย์อยู่เลย แต่พอเจอพี่ภาคย์ยืนอยู่ตรงนี้ อลิสรู้เลยว่าบุพเพสันนิวาสมีจริง”
       “อะไรของเธอ แค่นี้ก็ถือเป็นบุพเพสันนิวาส”
       “ตรรกะอลิสค่ะ เราได้มาเจอกันเพราะเรามีบุพเพสันนิวาสต่อกัน โดยเฉพาะเมื่อคืนอลิสอธิษฐานว่า ถ้าเจอหน้าผู้ชายคนไหนเป็นคนแรก คนนั้นจะเป็นเนื้อคู่ของอลิส...” อลิสหัวเราะเขิน “แล้วอลิสก็เจอพี่ภาคย์ จะไม่ให้อลิสดีใจได้ยังไงคะ”
       “แต่พี่เสียใจ” ภาคว่า
       อลิสหน้าเสีย “อ้าว”
       “อลิสเป็นคนปล่อยคลิปน้ำหนึ่งใช่มั้ย”
       อลิสถอนหายใจเฮือกๆๆ หน้าหงิก “พี่ภาคย์คะ...อลิสไม่ได้เป็นแฝดอินจันกับยัยน้ำหนึ่งนะคะ พอยัยน้ำหนึ่งมีเรื่องจะต้องคิดถึงอลิสน่ะ”
       “ก็มีแต่อลิสคนเดียว ที่คิดร้ายกับน้ำหนึ่ง”
       “พี่ภาคย์”
       “ที่พี่แวะมาเพราะอยากบอก ลบคลิปซะ ก่อนที่จะเดือดร้อน วงในเค้าบอก ท่านเกรียงศักดิ์เอาเรื่องคนปล่อยคลิปแน่”
       พูดจบภาคย์ก็ขึ้นรถขับออกไป อลิสหน้าเหวอ
       “แล้วมันตรรกะอะไรยะ เอาเรื่องคนปล่อยคลิป แล้วมาตามบอกฉัน ฉันไม่ได้ปล่อยโว้ย” ท่าทีอลิสน่าขัน หงุดหงิดหยิบมือถือขึ้นมา “พี่หมอ..อารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวอลิสไปหานะ...จะไปอยู่ด้วยหลายๆ วันเลย”
       อลิสหน้าตาหงิกงอ สุดจะเซ็ง
       อลิสขับรถมาจอดพรืดที่หน้าโรงพยาบาล หมอณัฐยืนรออยู่หัวเราะ
       “ขับรถเป็นพายุหมุนอย่างนี้...ระวังเถอะ ต่อไปจะได้นั่งรถกู้ภัยมาที่นี่แทน”
       “โอ๊ย..จะลงนรกหรือสวรรค์อลิสไม่สนใจแล้วค่ะพี่ภาคย์...ตอนนี้เซ็งโคตร...จู่ๆ ก็มีเหามากระเด้งบนหัวดึ๋งๆๆๆทั้งที่ไม่ได้ทำ..ไม่รู้เรื่องอะไรนักหนา”
       หมอณัฐ หัวเราะ “พี่ไม่ได้เป็นยาฆ่าเหาซะด้วยซิ สงสัยช่วยไม่ได้”
       “แค่ให้อลิสมาอยู่ด้วย...ก็ช่วยได้แล้วค่ะ ส่วนยาฆ่าเหาเดี๋ยวอลิสจัดการเอง ว่าแต่..จะไปไหนคะ? อลิสไม่เชื่อหรอกว่ามารออลิส”
       “อลิสคิดถูกแล้วจ้ะ พี่ไม่ได้มารออลิส..แต่กำลังจะไปบ้านเชิงเขา”
       “บ้านเชิงเขา...” อลิสทำท่าคิด “บ้านของคนไข้คนสวยของพี่หมอที่ชื่อ พลอยประดับ ใช่มั้ยคะ”
       หมอณัฐ ยิ้มอ่อนโยน “ใช่จ้ะ...พี่กำลังจะไปหาคุณพลอย”
       “ว้าว! อลิสไปด้วยค่ะ อยากเห็นแทบขาดใจแล้วเนี่ย คุณพลอย คนไข้คนสวยของพี่หมอ”
       “โอเค้..แต่เดี๋ยวพี่โทร.บอกคุณพลอยหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวเค้าจะตกใจ ที่เห็นแม่เหาโผล่ไปบ้านเค้า”
       “พี่หมออ่ะ..ว่าอลิสซะเสียเลย”
       อลิสหัวเราะไม่ถือสา ขณะที่หมอณัฐหยิบมือถือขึ้นมา
       “คุณพลอยเหรอครับ...ผมมีเรื่องจะรบกวนหน่อยนะครับ”
       พลอยกำลังคุยโทรศัพท์กับหมอณัฐ
       “เรื่องแค่นี้เอง..ไม่เห็นจะรบกวนตรงไหน ยินดีค่ะ..แล้วเจอกันค่ะคุณหมอ”
       พลอยวางสาย ทับทิมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถาม
       “มีอะไร”
       “หมอณัฐจะมาหาพลอยค่ะ บอกว่าจะพาน้องสาวมาด้วย...ชื่อน่าเอ็นดูเชียวค่ะ อลิส”
      
       น้ำหนึ่งเดินเข้ามาพอดี ได้ยินชื่อ อลิส ก็ส่ายหัว แต่ไม่ได้ติดใจคิดว่าใช่หรือไม่ใช่อลิส คู่ปรับตัวแสบ
ตอนที่ 6
      
       น้ำหนึ่งเดินออกมาตรงหน้าบ้าน ท่าทางครุ่นคิด พึมพำออกมา
      
       “อลิส...โลกคงไม่กลมขนาดนั้นมั้ง”
       น้ำหนึ่งทำท่าจะเดินไปอยู่แล้ว แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงพลอยเรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อนน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งหันไปมอง เห็นพลอยเข็นรถตามมา ใบหน้ายิ้มแย้ม
       “ตะกี้พี่เห็นน้ำหนึ่งแว่บๆ ตามหาเพชรเหรอจ๊ะ”
       น้ำหนึ่งตอบอ้อมแอ้ม “เปล่าค่ะ”
       พลอยแกล้งทำเป็นมีเมตตา แต่จงใจบอกให้รู้ “ดีแล้วล่ะจ้ะที่น้ำหนึ่งไม่ได้ตามหาเพชร เพราะตอนนี้...เพชรเค้าไปหาพจนีย์ที่บ้าน”
       น้ำหนึ่งหน้าเสีย เดินน้ำตาคลอจากไป พลอยยิ้มพราย ดีใจที่เห็นน้ำหนึ่งเจ็บปวด
      
       น้ำหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูปิดลง น้ำตาไหลรินอาบแก้ม แต่แล้วน้ำหนึ่งทำท่าฮึดพยายามบอกตัวเอง “จำไว้...เราอยู่ที่นี่ เพื่อชดใช้ความผิดของคุณพ่อให้พี่พลอย พี่เพชรจะไปกับใครไม่ต้องไปสนใจ”
       ปากบอกอย่างนั้นแต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาไม่หยุด
      
       ด้านทับทิมถามพลอยอย่างแปลกใจ
       “เพชรน่ะเหรอไปหาพจนีย์”
       พลอยอมยิ้มพอใจ “พลอยก็บอกเด็กนั่นไปยังงั้นแหละค่ะคุณแม่”
       “แม่ก็คิดอยู่” ทับทิมกวาดตามอง “อ้าว! แล้วนี่เพชรไปไหน? อย่าบอกนะว่า ถอดใจ หนีกลับ
       กรุงเทพฯ ไปแล้ว น้องชายแกยิ่งลักปิดลักเปิดอยู่ด้วย”
       พลอยหน้าตากังวล “มีเพื่อนมาหาจากกรุงเทพฯน่ะค่ะ ท่าทางเพชรแปลกๆ เหมือนไม่อยากให้
       เรารู้เรื่อง”
       พลอยกับทับทิมมองหน้ากัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลแทน
      
       สองคนอยู่ที่ด้านนอกบริเวณสวน เพชรถามเพื่อนอย่างตกใจ กังวล เพราะรู้อยู่แล้ว เกรียงศักดิ์ต้องตาม
       “นายว่าอะไรนะ มีคนไปตามหาฉันที่ไซต์งาน”
       เพื่อนเพชรที่หน้าตายังมีร่องรอยเขียวช้ำปูดบวม เหมือนโดนต่อยมา บอกต่อ
       “ใช่! พอฉันบอกว่านายลาพักร้อน ก็ถามอยู่นั่น ว่านายจะกลับเมื่อไหร่ ฉันเห็นท่าทาแปลกๆ ฉันเลยไม่บอก แต่พอไม่บอกก็อย่างที่เห็น”
       เพชรมองหน้าเพื่อน เห็นร่อยรอยความบอบช้ำก็ยิ่งโกรธ สบถออกมา
       “เลวมาก”
       เพื่อนเพชรถามอย่างเป็นห่วง
       “มีอะไรหรือเปล่า? เพราะเจ้ายุทธที่อยู่คอนโดเดียวกับนายก็มาบอก เห็นคนไปวนเวียนแถวห้องนายทุกวัน”
       “ไม่มีอะไร” เพชรมองเพื่อน ทั้งห่วง และเกรงใจ “ตกลง นายไม่เป็นไรมากใช่มั้ย”
       “ฮื่อ! แต่บอกตรงๆ ว่าห่วงนาย พอดีฉันมาดูไซต์งานแถวนี้ เลยรีบมาบอก ยังไงระวังตัวด้วยนะเพชร”
       เพชรพยักหน้า สีหน้าเครียดเคร่ง “ขอบใจมากเพื่อน แล้วเจอกัน”
       เพื่อนเพชรพยักหน้าแล้วเดินออกไป จังหวะนี้ทับทิมเข็นรถพลอยเข้ามาทางด้านหลัง หน้าโกรธขึ้ง
       “มันพาลกับทุกคน เลว!”
       “พี่ไม่ต้องบอกใช่มั้ย ว่าเพชรต้องทำยังไง”
       “ครับพี่พลอย”
       เพชรโกรธและเกลียดเกรียงศักดิ์มากขึ้น
      
       ครู่ต่อมาเพชรฉุดกระชากมือของน้ำหนึ่งอย่างแรงแล้วผลักขึ้นรถ
       “โอ๊ย...เจ็บ...ปล่อยพี่เพชร”
       “ขึ้นไป”
       “นี่มันอะไรกันคะพี่เพชร”
       เพชรดุ “ไม่ต้องถาม เธอมีหน้าที่อย่างเดียว ฟังคำสั่งพี่”
       น้ำหนึ่งเถียง “น้ำหนึ่งไม่ฟัง”
       “ไม่ฟังใช่มั้ย”
       น้ำหนึ่งไม่ทันตอบ เพชรก็กระชากร่างของน้ำหนึ่งเข้ามาหา ทำท่าจะจูบ ทับทิมมองอย่างสะใจ แต่
       พลอยมองด้วยสีหน้าขัดใจ ดูออกว่าเพชรชอบน้ำหนึ่ง
       ด้านน้ำหนึ่งเอามือตะปบเข้าที่ปากเพชรอย่างแรง บอกเสียงแข็ง
       “อย่านะคะ”
       เพชรตวัดจับมือน้ำหนึ่งกางออก “คิดเหรอว่าเราจะสู้แรงพี่ได้ ขึ้นรถ”
       เพชรพูดจบก็กระชากร่างน้ำหนึ่งยัดเข้าไปในรถอย่างแรง ก่อนออกรถไป ทับทิมมองตามอย่างพอใจ
       “ก่อนไอ้เกรียงศักดิ์มันจะตามมา ลูกมัน ก็ได้ตำแหน่งเมียน้อยของพจนีย์แล้วล่ะ”
       “พลอยกลัวมากกว่า แม้ว่าจะได้น้ำหนึ่งเป็นสะใภ้ตัวจริง”
       ทับทิมมองมาอย่างสงสัย พลอยบอกต่อ
       “ถึงเพชรจะทำท่ารังเกียจน้ำหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่เพชรมองเด็กนั่น พลอยไม่เห็นสายตาเพชรจะเกลียดยัยเด็กนั่นเลย”
      
       พลอยชักไม่สบายใจ ไม่ได้หึง แต่กลัวเพชรจะอยู่ข้างน้ำหนึ่ง


  


       สองข้างทางเต็มไปด้วยป่า ต้นไม้ใหญ่รกครึ้ม หมอณัฐขับรถมากับอลิส สภาพรถของหมอณัฐส่ายไปมา จนอลิสถาม
      
       “รถเป็นอะไรคะพี่หมอ”
       “ไม่รู้ จอดดูดีกว่า”
       หมอณัฐเบนรถแล้วจอดเข้าข้างทาง เห็นล้อรถข้างหนึ่งแบนแต๊ดแต๋
       อลิสตามลงมาดู ตกร้องโอเวอร์โครตๆ “ว้ายยย!ยางแตก!!”
       “สงสัยตอนพี่ออกพื้นที่วันก่อน เผลอเหยียบอะไรไป”
       อลิสอารมณ์เสียหน้าตาหงุดหงิดมาก “แล้วจะทำยังไงคะ”
       หมอณัฐ ยิ้มเอ็นดูน้อง “ยางแตก ก็เปลี่ยนยางสิจ้ะอลิส รอพี่เดี๋ยว”
       หมอณัฐเปิดท้ายรถหยิบยางอะไหล่มาเปลี่ยนอย่างคล่องแคล่ว อลิสยืนหงุดหงิดบ่นบ้าตามประสา
       “เร็วนะคะพี่หมอ อลิสไม่ใช่สถานสงเคราะห์ อลิสไม่ชอบบริจาคเลือดให้ยุงค่ะ”
       อลิสปัดแขนปัดขาตัวเองไปตามประสา เพชรบึ่งรถสวนทางออกมาหน้าตาบึ้งตึง เห็นอลิส และหมอณัฐหันหน้าเข้าหารถ โดยหันหลังให้ทางพอดี
       รถของเพชรขับผ่านเร็วและแรงฝุ่นตลบ หน้าตาน้ำหนึ่งตกใจ น้ำหนึ่งมองแต่เพชรที่ขับรถแรง ไม่ได้มองอลิส ไม่เห็นว่าอลิสหันมาแว้ด ด่าไล่หลัง
       “ไอ้บ้าเอ๊ย...ขับรถยังไง ฝุ่นตลบหมด”
       หมอณัฐ เงยหน้าขึ้นมาจากการเปลี่ยนล้อ “ก็เหมือนกับที่อลิสชอบขับนั่นแหละ ขับแบบไม่เห็นหัว
       คน”
       “ก็อลิสสวยและรวยมาก อลิสทำอะไรก็ไม่ผิด”
       “ตรรกะอลิสอีกแล้วใช่มั้ย”
       อลิสยิ้มมั่นใจ “ใช่ค่ะ”
       “เค้าเรียกตรรกะของคนนิสัยไม่ดี หลงตัวเอง”
       อลิสหัวเราะ “ว้ายย...คำด่าของพี่หมอ เจ็บจุงเบย”
       อลิสไม่สนใจหมอณัฐ หันไปมองภาพรถคันนั้น ไม่เห็นท้ายรถแล้ว อลิสบ่นอุบ
       “อย่าให้เจออีกทีนะ จะจัดการให้เข็ดเลย ไม่รู้รึไง ตรรกะอลิส...ทำอะไรก็ไม่ผิด”
       หมอณัฐ ได้แต่ส่ายหน้าระอาก่อนบอก
       “เจอคนจริงเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็รู้ ตรรกะอลิส จะเป็นยังไง”
       อลิสเชิดหน้าอย่างถือดี
      
       พจนีย์เดินเข้าไปในบ้านเชิงเขา พลอยจงใจเลื่อนรถเข็นมาด้านหน้าอย่างแรง แทบจะชน พจนีย์ที่กำลังจะก้าวเข้าไปในบ้านตกใจ ร้องลั่น
       “ว้าย!พี่พลอย” พจนีย์แอบทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมพี่พลอย ออกมาอย่างนี้คะ เกือบชนพจน์เลย”
       พลอยพูดนิ่งๆ น้ำเสียงขุ่นไม่พอใจ “พี่ต้องถาม...ว่าพจน์เข้ามาทำไม”
       พจนีย์ยิ้มประจบ “ถามได้...ก็เข้ามาหาพี่เพชรสิคะ...จะได้สมจริงสมจังกับการเป็นเมียพี่เพชรหน่อย”
       “เพชรไม่อยู่”
       พจนีย์ตกใจ หน้าเสีย “อย่าบอกนะคะว่าพี่เพชรกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว”
       “เพชรไม่ได้กลับกรุงเทพฯ....เพชรไปบ้านไร่ของตากลั่น”
       พจนีย์นิ่งคิด “บ้านไร่ตากลั่น ที่เค้าขายที่ ให้พี่พลอยน่ะเหรอคะ”
       “ใช่...”
       “ไปทำไมบ้านร้าง” พจนีย์ฉงน
       พลอยแอบอมยิ้มขณะบอก “ไม่รู้...รู้แต่ว่า เพชรพาน้ำหนึ่งไปด้วย”
       “ยัยน้ำหนึ่ง”
       พจนีย์แทบจะกรี๊ดออกมาแต่ไม่กล้า ได้แต่บอก
       “ถ้าพี่เพชรไม่อยู่ งั้นพจน์กลับก่อนนะคะ” พจนีย์เดินออกไปเลย
       พลอยมองตาม แอบยิ้มพอใจ คิดในใจ อย่างเย้ยหยัน
       “ทำยังกับฉันไม่รู้ ว่าเธอจะไปไหน? เธอไปไม่ถึงหรอก พจนีย์”
      
       ทับทิมนั่งจัดแจกันดอกซ่อนกลิ่นอยู่ สีหน้าของทับทิมเคร่งขรึม แววตาที่มองดูดอกไม้ในมือ
       วาววับน่ากลัว พลอยเคลื่อนเก้าอี้เข้ามาเรียกเบาๆ
       “แม่ค่ะ”
       ทับทิมไม่ได้หันไป มีเพียงดวงตาที่เหลือบมองมา ได้ยินพลอยบอก
       “พลอยสงสัยว่าพจนีย์จะไปพังวิมานของเพชร แม่ช่วยจัดการให้พลอยหน่อยค่ะ”
       ทับทิมนิ่งฟัง พลอยเยื้อยยิ้ม น้ำเสียงของพลอยมีเลศนัยซ่อนอยู่
       ท่วงท่าอารมณ์ของทับทิม ซ่อนความเป็นคนป่วยโรคจิตเอาไว้ แท้จริงแล้วในอดีตทับทิมเคยฆ่าสามีตัวเองเพราะหึงหวง และพลอยเห็นเหตุการณ์นี้
      
       ด้านเพชรขับรถด้วยความเร็วสูงมาตามทางที่ขรุขระ ร่างน้ำหนึ่งเซไปมา สะดุ้งสะเทือนตามแรงกระแทก ของรถ น้ำหนึ่งดูท่าทีจึงพูดตะล่อม
       “พี่เพชรคะ..ใจเย็นๆ นะคะ...มีเรื่องอะไร เราค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันได้ค่ะ”
       เพชรบอกอย่างดุดัน “ไม่ได้ พ่อน้ำหนึ่งทำเกินไป”
       น้ำหนึ่งตกใจ “คุณพ่อทำอะไรอีกคะ”
       “ความเดือดร้อนให้กับทุกคน เธอต้องชดใช้น้ำหนึ่ง”
       พูดจบเพชรก็จอดรถพรืด น้ำหนึ่งหน้าคะมำ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ตรงหน้าแต่ห่างออกไปจากที่จอดรถ สภาพเก่าๆ น่ากลัว น้ำหนึ่งจ้องมองงงๆ แต่ยังไม่ทันได้ทำหรือถามอะไร เพชรก็กระโดดลงมาจากรถ อ้อมมาเปิดประตู กระชากร่างของน้ำหนึ่ง
       “ลงมา”
       ร่างแบบบางของน้ำหนึ่งลอยหวือตามแรงกระชากของเพชรทันที
      
       เพชรลากมือของน้ำหนึ่งตรงไปยังบ้านของตากลั่น น้ำหนึ่งร้องลั่น
       “ปล่อยนะพี่เพชร ปล่อย” น้ำหนึ่งพยายามดิ้นรนไปมา
       “ไม่ต้องร้อง เธอได้อยู่ที่นี่แน่น้ำหนึ่ง”
       เพชรลากน้ำหนึ่ง ส่วนอีกมือไขกุญแจบ้าน น้ำหนึ่งมองสภาพบ้านอย่างหวาดผวา
       “อย่าพี่เพชร...น้ำหนึ่งกลัว กลัว”
       “ถึงกลัวยังไง เธอก็ต้องอยู่ที่นี่”
       เพชรดุ ขณะที่มือไขกุญแจ เปิดพร้อมลากน้ำหนึ่งเข้าไปด้านใน จังหวะนั้นเอง มือถือของน้ำหนึ่งหล่นลงที่พื้น
      
       เพชรก้มลงเก็บ พร้อมลากน้ำหนึ่งเข้าไปในห้อง ปิดประตูปัง


  


       ทางด้านรจนาเดินออกมาหน้าบ้าน มองหา แต่ไม่เห็นใคร รจนาหน้านิ่วขณะพึมพำ
      
       “พี่พจนีย์ต้องไปหาพี่เพชรแน่ๆ เลย”
       รจนาทำท่าไม่พอใจ แอบหึงหวงเพชรอยู่ในที รีบเดินออกไปทันที
      
       พจนีย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทางอันขรุขระ มุ่งหน้าสู่บ้านตากลั่น พจนีย์ขี่รถผ่านทีก็สะดุ้งสะเทือนที ขณะที่ตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ
       ระหว่างนั้นเหมือนมีคนมองจ้องพจนีย์ตลอดเวลา บรรยากาศน่ากลัวมาก
      
       ฝ่ายหมอณัฐยังคงสาละวนอยู่กับการเปลี่ยนล้อ มีอลิสเร่งยิกๆ
       “เสร็จรึยังคะพี่หมอ?” อลิสกวาดสายตามอง “นี่มันจะเย็นแล้ว อลิสไม่ชอบอยู่ที่แบบนี้นานๆ
       อลิสกลัว”
       หมอณัฐเย้า “โลกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอลิสหรอก”
       อลิสหน้าง้ำ “พี่หมอ!”
       “นี่! ถ้ากลัว...อลิสไปบ้านคุณพลอยก่อนก็ได้...พี่เกรงใจเค้าอยู่เหมือนกัน...”
       “บ้านเชิงเขาน่ะเหรอคะ น่ากลัวเปล่า”
       หมอณัฐ อมยิ้มขำ “บอกแล้วไง...โลกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอลิสหรอก ไปเหอะ...ไม่ต้องกลัวคุณพลอยอยู่กับน้าทับทิมแค่สองคน เอ่อ..น้าทับทิม แม่ของคุณพลอยน่ะ ฝากบอกคุณพลอยด้วย รถพี่ยางแตก เปลี่ยนเสร็จแล้วจะรีบไป”
       “ก็ได้ค่ะ ที่อลิสไป...เพราะเห็นแก่พี่หมอหรอกนะคะ...” อลิสอมยิ้มขณะบอก “เกรงอกเกรงใจกันซะจริง...คุณพลอย ท่าจะรอนาน”
       “ไปเร็ว ทางนั้น” หมอณัฐชี้บอกทาง
       “ค่า...อลิสจะรีบไป ไม่ให้คุณพลอยของพี่หมอ รอนานหรอกค่า”
       พูดจบอลิสก็เดินไปตามทางที่หมอณัฐบอก
      
       ระหว่างนั้นคนร้าย 2 คน โผล่ออกมา ทั้งคู่เป็นคนงานของทับทิมนั่นเอง พวกมันวิ่งลัดเลาะมาตามเนินเขา มองไปด้านล่างเห็นรถพจนีย์วิ่งมา สองคนมองจ้องไม่วางตา
       “มันมาแล้ว”
       “รีบไปดักมันทางโน้นอย่างที่นายแม่บอก เร็ว”
       สองคนวิ่งลัดเลาะบนเนินเขาไปอีกทาง ขณะที่พจนีย์ฮึดฮัด จอดรถด้วยความหงุดหงิด
       “ไม่ทันใจโว๊ยย!”
       พจนีย์เหลียวหน้าแลหลัง เห็นรถอีแต๋นชาวบ้านวิ่งมา จึงรีบโบกรถ
       “น้าไปด้วย”
       คนขับจอดให้ ท่าทีคุ้นเคยกันอยู่ พจนีย์กระโจนขึ้นรถพลางบอก
       “ขอติดรถไปบ้านตากลั่นหน่อย”
       รถแล่นฉิวไปทันที สองคนร้าย มองตามพจนีย์
       “เฮ้ย!มันไปแล้ว”
       “ต่อให้มันรอดครั้งนี้ คนอย่างนายแม่ ก็ไม่ปล่อยให้มันรอดหรอก”
       “รีบไปบอกนายแม่เร็ว”
       สองคนผละไปแบบหัวเสีย
      
       ในสวนมุมที่ค่อนข้างเงียบสงัด ไม่มีคน ทับทิมเอาดอกซ่อนกลิ่นวางไว้บนพื้น ท่าทางเหมือนไว้อาลัยให้กับใครสักคน สีหน้าแววตาของทับทิมมีทั้งความโศกเศร้าและแฝงความน่ากลัวเอาไว้ ก่อนที่ดวงตาจะหรี่ลงโกรธอาฆาตแค้น ดวงหน้าของทับทิมยามเมื่ออยู่ในแสงแดดแห่งตะวันชิงพลบยิ่งดูน่ากลัว คนงานทั้งสองคนวิ่งกระหืดกระหอบมา
       “นายแม่...นังนั่นมันขึ้นรถตาเจิดไปแล้ว”
       ทับทิมเหลียวขวับมามอง ตาวาววับแว่บหนึ่ง ก่อนจะบอกเสียงนิ่งๆ
       “ช่าง!วันพระไม่ได้มีหนเดียว...พวกแกกลับไปได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน”
       ทับทิมพูดแค่นั้นก็เดินออกไปเลย สองคนมองหน้ากันงงๆ
      
       อลิสเดินเข้ามาในบริเวณบ้านเชิงเขา กวาดสายตามองทั่วบริเวณอย่างแปลกใจ
       “นี่เหรอบ้านเชิงเขา ทำไมใหญ่จัง”
       อลิสกวาดสายตามองรอบๆ ค่อยๆ เดินเข้าไปยังตัวบ้าน แต่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมองไปที่หน้าต่าง
       เห็นพลอย ซึ่งโผล่มาแค่ช่วงบน อลิสยิ้มทัก ถามตามประสา
       “นี่บ้านเชิงเขาใช่มั้ยคะ”
       “ค่ะ” พลอยมองมาท่าทีแปลกใจ
       “ฉันชื่ออลิส น้องสาวของพี่หมอณัฐ พอดีพี่รถพี่หมอยางแตก พี่หมอเปลี่ยนยางอยู่น่ะค่ะเลยให้ฉันมาก่อน”
       พลอยพยักหน้ารับรู้ อลิสถามต่อ
       “คุณคือคุณน้าทับทิมใช่มั้ยคะ? สวัสดีค่ะ”
       ดวงตาของพลอยเปล่งประกายวาววาบขึ้นมาอย่างไม่พอใจ แต่อลิสไม่ทันสังเกต เจื้อยแจ้วต่อ
       “ที่นี่สวยดีนะคะกว้างใหญ่ด้วย บรรยากาศก็ดี๊ดี แต่เสียดายที่มีแต่..พื้นลาด ทำลายวิวทิวทัศน์หมดเลย แต่อย่างว่าละค่ะ อยู่กับคนพิการ ก็ต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเค้า ไม่อย่างนั้น คนพิการก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้”
       ริมฝีปากของพลอยสั่นระริก รู้สึกเจ็บหนึบขึ้นมาทันทีกับถ้อยคำของอลิส แต่อลิสไม่รู้เรื่อง
       “แล้วนี่คุณพลอยอยู่ที่ไหนคะ? เห็นพี่หมอบอกว่าสวยมากกก ไม่น่าที่จะพิการเลย”
       พลอยไม่ตอบแต่เลื่อนรถเข็นออกมา จนโผล่พ้นออกมาจากขอบหน้าต่าง มาที่ประตู เห็นทั้งตัว
       “ฉันนี่แหละพลอย”
       อลิสหน้าแหย “คุณพลอย”
       “ขอโทษนะคะที่ฉันพิการ ไม่อย่างนั้น....คงได้ลุกเดินไปต้อนรับคุณด้วยตัวเอง เชิญค่ะ”
       พลอยพูด พลางผายมือเชิญอลิสเข้าไปด้านใน อลิสเดินเข้าไปแอบทำหน้าอี๋คิดในใจ
       “ก็สวยหรอกนะ แต่แก่..แก่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย”
      
       พลอยมองตามอลิสอย่างไม่ถูกชะตา

       ส่วนภายในบ้านตากลั่น น้ำหนึ่งกับเพชรอยู่กันคนละมุม ท่าทางของเพชรโมโหจัด ในขณะที่น้ำหนึ่งมองสภาพรอบๆ ตัว อย่างหวาดผวา และงุนงง
      
       “ตกลง..พี่เพชรให้น้ำหนึ่งมาอยู่ที่นี่ทำไมคะ”
       “ชดใช้ให้พ่อของเธอไง นายเกรียงศักดิ์”
       “ถ้าพี่เพชรอยากให้น้ำหนึ่งชดใช้ พี่เพชรก็บอกมา คุณพ่อทำอะไร”
       เพชรกระชากน้ำหนึ่งเข้ามาตัวเอง “เธอรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้วน้ำหนึ่งว่าพ่อเธอทำอะไร”
       “ถ้าเป็นเรื่องพี่พลอย...น้ำหนึ่งบอกแล้วไงคะ ว่าน้ำหนึ่งจะชดใช้ให้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ พี่เพชร
       มากักขังน้ำหนึ่งอย่างนี้” น้ำหนึ่งพยายามดันตัวออก
       “เธอบอกเองนะ ว่าถ้าเป็นเรื่องของพี่พลอย เธอจะชดใช้ให้ทุกอย่าง”
       น้ำหนึ่งมองมา พูดอย่างถือดี “ใช่ค่ะ”
       “งั้น...เธอก็ต้องได้รู้รสชาติการเป็นเมียน้อย เมียเก็บอย่างพี่พลอย”
       เพชรกระชากร่างของน้ำหนึ่งเข้ามาปล้ำจูบก่อนผลักลงบนเตียง น้ำหนึ่งได้แต่ดิ้นรนขัดขืน
       “ปล่อยนะพี่เพชร ปล่อย”
       “ไม่ปล่อย”
       น้ำหนึ่งผลักเพชรออกเต็มแรง เพชรกระชากเสื้อน้ำหนึ่งเต็มแรง เป้าหมายแค่ฉุดเอาไว้ แต่ผลปรากฏเสื้อของน้ำหนึ่งขาดดังแควก เผยให้เห็นหัวไหล่
       “พี่เพชร”
       “น้ำหนึ่ง”
       สีหน้าของเพชรมีแต่ความตกใจ เสียใจ คาดไม่ถึง ด้านหน้าตาเจิดขี่รถมาจอด พจนีย์เดินลงมา
       “ขอบใจมากจ้ะน้า”
       พจนีย์มองภาพบ้านตรงหน้า เห็นรถของเพชรจอดอยู่ พจนีย์ตาวาว
       “พี่เพชร”
       พจนีย์สาวเท้าเข้าไปทันที
      
       ด้านพลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำในมือ รินน้ำดื่มให้อลิสอย่างคล่องแคล่วบอก ยิ้มๆ
       “แม่ฉันไม่อยู่ แต่ไม่เป็นไร...สำหรับคุณ...ฉันคงแทนแม่ได้”
       “ขอโทษค่ะ เห็นพี่หมอเล่าว่าคุณอยู่กับแม่แค่สองคน พอฉันเห็นคุณฉันเลยนึกว่าเป็นแม่”
       พลอยไม่พอใจ หน้าบึ้ง อลิสหัวเราะ พูดต่อ
       “ก็ตอนแรกฉันเห็นแค่ท่อนบน ท่าทางคุณก็คล่องแคล่ว เหมือนคนปกติ ใครจะคิดว่าพิการ เอ่อ....ฉันไม่ได้คิดว่า คุณแก่พอจะเป็นแม่อะไรหรอกนะคะ”
       พลอยพยายามข่มอารมณ์ “ไม่เป็นไรค่ะ”
       “แสดงว่ามีคนทักอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยคะ”
       พลอยข่มอารมณ์อีก “มีคุณเป็นคนแรก”
       อลิสหัวเราะขำตัวเอง โพล่งตามนิสัยไม่ยอมคน “แต่ฉันว่า ฉันต้องไม่ใช่คนสุดท้ายแน่ๆ อย่างว่า
       ...” ทำท่าสงสาร “คุณพิการ คุณเลยไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เลยอาจจะดูสูงอายุกว่าคนวัยเดียวกันไปนิ้ด...นึง”
       มือของพลอยจิกที่พนักรถเข็นจนเกร็ง โกรธมาก อลิสไม่รู้ตัวอีกบอก
       “แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณสนิทกับพี่หมอ เดี๋ยวฉันเอาครีมบำรุงแพงๆ มาให้” อลิสรีบบอก
       แบบนึกว่าตัวเองมีมารยาทเต็มประดา “ฉันรู้ค่ะว่าคุณมีเงิน แต่คุณอยู่บ้านนอก และคุณก็คงไปช็อปปิ้งไหนต่อไหนเหมือนคนอื่นๆไม่ได้ ใช่มั้ยคะ เดี๋ยวฉันช่วยเองค่ะ รับรองอีกไม่นานหน้าตึงเปรี๊ยะ”
       พลอยคิดในใจ “แค่นี้ก็ตึงแล้วล่ะ ถูกแกด่าจนหน้าตึง!”
       อลิสเดินไปทั่วบริเวณบ้านไม่สนใจพลอย ปากก็พูดพร่ำ
       “ที่นี่บรรยากาศดี๊..ดีนะคะ มิน่า พี่หมอชอบ ฉันเองก็ชอบ...เสียดายจริงๆ นี่ถ้าคุณไม่พิการ
       คงไม่ต้องทำทางลาดให้มันเกะกะนะคะ”
       อลิสกวาดมองวิวด้านนอก ยืนเหนือบันได ตรงทางลาดที่มีลักษณะทางต่างระดับ พลอย ค่อยๆเลื่อนรถเข็นเข้าไปใกล้แบบตั้งใจชน ร่างของอลิสให้กระเด็น จู่ๆ รจนาวิ่งเข้ามา
       “พี่พลอย”
       พลอยหยุดกึกโดยอัตโนมัติ หน้าตาขัดใจ ขณะที่อลิสหันขวับมามองรจนา ด้วยสายตาถือตัว
       พลอยไม่พอใจแต่พยายามข่ม “มีอะไรรจ”
       “พี่พจน์มาที่นี่หรือเปล่าคะ?...พอดี รจไม่เห็น”
       พลอยตวัดเสียง “พจนีย์มีที่ไปคือที่นี่ ที่เดียวรึไง”
       รจนาอ้อมแอ้ม “ก็...รจนึกว่าพี่พจน์ มาหาพี่เพชร”
       อลิสได้ยินชื่อเพชรก็หูผึ่ง ทำหน้าสงสัยเหมือนเคยได้ยิน แต่ไม่มีใครสังเกต พลอยตอบ
       “ใช่...พจนีย์มาหาเพชร แต่กลับไปแล้ว และรจก็ควรจะกลับไปได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้พี่มีแขก”
       “ไม่เป็นไรค่ะคุณพลอย ฉันเดินเล่นรอพี่หมอแถวๆ นี้ก็ได้...อีกเดี๋ยวพี่หมอก็คงมา ฉันไม่ใช่คนพิการ อยู่เฉยๆ นานๆ ไม่ได้ค่ะ”
       พูดจบอลิสก็เดินออกไป รจนามองตามอลิสอยากรู้ พลอยอมยิ้มได้ทีเขี่ยบอล
       “อยากรู้ใช่มั้ยพจนีย์ไปไหน”
       รจนาเงียบ พลอยบอก
       “พจนีย์ไปตามเพชรที่สวนของตากลั่นจ้ะ”
       รจนาเงียบอีก แต่สายตาปิดไม่มิด ว่าหึงหวงเพชร
      
       ขณะเดียวกันภายในห้องที่บ้านตากลั่น น้ำหนึ่งยืนเนื้อตัวสั่น พยายามปกปิดช่วงเสื้อที่ขาดวิ่นเอาไว้ เพชรหน้าเสีย
       “พี่ขอโทษ”
       “น้ำหนึ่งเกลียดพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งคับแค้นจนน้ำตาไหลออกมา จะวิ่งออกไป เพชรร้องห้าม
       “อย่าน้ำหนึ่ง”
       เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ จากแรงกระชาก สองคนเสียหลักล้มลงไปบนเตียง โดยที่ร่างของ
       เพชรโอบน้ำหนึ่งเอาไว้ เพชรมองเสียใจ
       “พี่ขอโทษ...”
       น้ำหนึ่งเงยหน้ามองเพชร สีหน้าของเพชรยามนี้มีแต่ความเสียใจและดูจริงใจ น้ำหนึ่งสับสน ขณะที่เพชรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้
       “พี่ขอโทษ...พี่ไม่คิดจะทำร้ายน้ำหนึ่งจริงๆ”
       “ทำไมคะ ทำไมพี่เพชรถึงไม่คิดจะทำร้ายน้ำหนึ่ง”
       เพชรเงียบ น้ำหนึ่งถามเพชรทั้งน้ำตา
       “เพราะความจริงแล้วพี่เพชรก็รักน้ำหนึ่ง เหมือนที่น้ำหนึ่งรักพี่เพชรใช่มั้ยคะ”
      
       สองหนุ่มสาวสบตากัน เพชรไม่ตอบ แต่แววตาฉายชัดว่ารักน้ำหนึ่ง


  


       เพชรห้ามใจไม่อยู่ ก้มลงจูบริมฝีปากน้ำหนึ่ง แต่ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดเข้ามา เป็นพจนีย์ที่เห็นเพชรจูบน้ำหนึ่งอยู่
      
       “พี่เพชร!! นังน้ำหนึ่ง”
       เพชรกับน้ำหนึ่งผละออกจากกัน พจนีย์ถลันเข้ามาด้วยความหึงหวง
       “นังน้ำหนึ่ง แก”
       พจนีย์บุกเข้าไปตบน้ำหนึ่ง ครั้งนี้ต้องจริงจังมากกว่าตอนถ่ายคลิป เพชรถลันเข้าไปกระชากร่าง
       ของพจนีย์ออก
       “หยุดนะพจน์”
       พจนีย์สะบัดออก “พี่เพชรอย่ามาห้าม พจน์จะตบคนหน้าด้าน ที่มันมาแย่งพี่เพชร”
       พจนีย์ผลักเพชร ถลาเข้าไปใหม่ คราวนี้เพชรกระชากพจนีย์สุดแรง
       “หยุด...จำไว้ พจน์ไม่ได้เป็นอะไรกับพี่”
       น้ำหนึ่งมองอย่างงุนงงสงสัย ขณะที่พจนีย์ก็กลัวความลับแตก ตัวเองจะไม่ได้อ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของเพชร
       พจนีย์รีบตวาดกลบ “นี่พี่เพชรหลงนังเมียน้อยจนไม่ลืมหูลืมตาใช่มั้ยคะ? ได้...พจน์จะไปป่าวประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าพี่เพชรทิ้งพจน์”
       พจนีย์วิ่งออกไปด้วยความโกรธและเสียหน้า เพชรหันมาแก้ตัวกับน้ำหนึ่ง
       “พี่รำคาญผู้หญิงขี้หึง”
       น้ำหนึ่งมองจ้องด้วยความสงสัย “ตกลงพี่เพชรกับคุณพจน์ไม่ได้เป็นอะไรกันใช่มั้ยคะ”
       เพชรได้แต่นิ่งอึ้ง
       ส่วนด้านนอกพจนีวิ่งออกไป เหมือนคนมองพจนีย์ตลอดเวลา
      
       อลิส ยืนปัดมดแมงไปมาท่าทางเบื่อๆ
       “ไม่เห็นมีอะไร น่าเบื่อจังเลย”
       รจนาเข้ามาด้านหลัง “ถ้าเบื่อ ทำไมคุณไม่กลับ”
       อลิสสงสัย ประมาณว่านังนี่เป็นใครวะมายุ่ง อลิสหันขวับ
       “เธอก็ไม่ใช่เจ้าของบ้านนี่....ยุ่งอะไร”
       “ฉันจำเป็นต้องยุ่ง ในฐานะน้องสาวของพี่พจน์”
       “อะไรของเธอพจน์” อลิสทำหน้างงไปใหญ่
       “พี่พจน์เป็นภรรยาของพี่เพชร”
       อลิสชะงัก นิ่วหน้าได้ยินชื่อเพชรอีก ขณะที่รจนาพูดต่อ
       “หมู่นี้ชอบมีผู้หญิงหน้าด้านมายุ่งกับพี่เขยฉัน เพิ่งตามมาจากกรุงเทพฯ ก็อีกหนึ่ง ที่เป็น
       ข่าวเกรียวกราวไปทั่วเมืองไง”
       อลิสฉุกคิดขึ้นมาทันที “ใคร”
       รจนายังไม่ทันตอบ หมอณัฐก็เดินเข้ามา รจนาเห็นก็ยกมือไหว้
       “สวัสดีค่ะคุณหมอ”
       “สวัสดีครับ...คุณรจมาหาคุณพลอยเหรอครับ”
       “ค่ะ แต่กำลังจะกลับพอดี ไว้เจอกันนะคะ” รจนาจะเดินไป
       อลิสร้องเรียกไว้ด้วยความสงสัย “เดี๋ยวเธอ เดี๋ยว” อลิสตั้งท่าจะตามไป
       หมอณัฐ คว้าข้อมือไว้ “อะไร? รู้จักเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้จิกหัวเรียกเค้าอย่างนั้น”
       “อลิสมีอะไรอยากจะถามเค้านิดหน่อย เดี๋ยวมาค่ะพี่หมอ”
       อลิสวิ่งตามรจนาไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่หมอณัฐส่ายหน้าระอา เดินเข้าบ้านเชิงเขาไป
      
       ค่ำแล้วพลอยอยู่ที่สถานที่ทำกายภาพบำบัดของตัวเอง หมอณัฐเดินไป เห็นท่าทางของพลอยมุ่งมั่นตั้งใจมาก หมอณัฐยิ้ม
       “คุณพลอยของหมอเก่งจัง”
       “แต่จนป่านนี้ก็ยังเดินไม่ได้ซักที”
       หมอณัฐเดินเข้ามาหาพลอย ช่วยประคองทำกายภาพบำบัด
       “ต้องได้สิครับ คุณพลอยต้องเดินได้ซักวัน”
       หมอณัฐประคองพลอยทำกายภาพบำบัด พลอยพยายามเดิน เท้าของพลอยเหมือนเดินได้คล่องขึ้น สีหน้าของหมอณัฐตกใจ ตื่นเต้น
       “เดี๋ยวครับคุณพลอย”
       พลอยมองหน้าหมอณัฐงงๆ หมอณัฐบอก
       “หมอรู้สึกเหมือน..ขาคุณพลอยจะมีแรงเพิ่มขึ้นนะครับ เอ้า!ลองใหม่”
       หมอณัฐประคองพลอย จับช่วงขาให้เดินอย่างไม่รังเกียจ สีหน้าพลอยสลดเมื่อนึกถึงความหลังขึ้นมา
      
       เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในห้องทำงานเกรียงศักดิ์ ตอนกลางวัน
       เกรียงศักดิ์นวดขาให้พลอยเบาๆ แววตาเกรียงศักดิ์วาววาม แม้จะห้ามใจแต่หลังๆ ก็เริ่มมีใจให้พลอยขึ้นมา พลอยตกใจขวยเขิน
       “ลุกขึ้นมาค่ะ ท่าน พลอยไม่ได้เป็นอะไร”
       “ทำไมจะไม่ได้เป็น...พลอยหกล้ม พลอยเจ็บ เดี๋ยวฉันทายาให้นะ”
       เกรียงศักดิ์หยิบยามาทาให้พลอย นวดแผ่วเบาระคนหวาน
       “อย่าค่ะ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ จะมานวดให้พลอยได้ยังไงกันคะ”
       “ทำไมจะไม่ได้..ในเมื่อพลอย..เป็นเมียของฉันอีกคน”
       พลอยปลื้มปิติ ขณะที่เกรียงศักดิ์ลุกขึ้นมาสวมกอดพลอย เพราะเมื่อคบกันไปนานๆ เกรียงศักดิ์ก็ปากหวานตามประสาผู้ชาย และทำให้พลอยหลงรักและผูกพันมากขึ้น
      
       ร่างพลอยกระตุกเกร็ง ความทุกข์ความเศร้าในอดีตถาโถมเข้ามาอีก
       หมอณัฐ เห็นความผิดปกติ “คุณพลอย อย่าเกร็งสิครับ ปล่อยตัวตามสบาย”
       พลอยที่เวลานี้ดวงหน้าซีดเผือด ได้สติ “ขอโทษค่ะ”
       “อย่าเครียดครับ...ปล่อยตัวตามสบาย ทำใจให้สบาย...ไม่ต้องเกร็ง...ลองดูใหม่นะครับ”
       หมอณัฐประคองพลอย และจับบริเวณขาช่วยประคอง พลอยมองอย่างตื้นตัน ฮึดเดินใหม่ หมอณัฐร้องบอกเสียงตื่นเต้น
       “ขาคุณพลอยมีแรงขึ้นแล้วจริงๆ”
       พลอยเองก็ตื่นเต้น ปลื้มปิติ หมอณัฐบอก
       “หมอมั่นใจ ซักวันคุณพลอยต้องเดินได้”
      
       สีหน้าพลอยอิ่มเอิบ มีแต่ความตื่นเต้น ยินดี


  


       ด้านอลิสวิ่งตามรจนาออกมา บรรยากาศด้านนอกมืดหมดแล้ว
      
       “มืดเร็วจัง ยัยนั่น..ก็เดินไปไหนเร็วซะจริง”
       อลิสได้แต่ถามตัวเองก่อนพึมพำ
       “เพชร....ผู้หญิงหน้าด้านที่เป็นข่าว....อย่าบอกนะว่ายัยน้ำหนึ่ง!”
       อลิสตาโต ตกใจคาดไม่ถึง ใจเต้นรัวเร็ว
      
       ฟากน้ำหนึ่ง คะยั้นคะยอถามเพชร ด้วยความอยากรู้
       “พี่เพชรบอกน้ำหนึ่งสิคะ...ว่าความจริงพี่เพชรไม่ได้เป็นอะไรกับคุณพจนีย์”
       เพชรหน้าเสีย รู้ตัวว่าเดินเกมพลาด แกล้งหันมาทำท่าเป็นหนุ่มเจ้าเล่ห์
       “แล้วถ้าพี่...ไม่มีพจนีย์..น้ำหนึ่งจะยอมเป็นของพี่แต่โดยดีรึเปล่า”
       เพชรแกล้งเอามือมาคลอเคลียตรงแก้มน้ำหนึ่ง ลูบหน้าลูบผมด้วยสายตาโลมเลีย
       น้ำหนึ่งมองเพชรงงๆ “น้ำหนึ่งไม่เข้าใจพี่เพชร”
       “ก็...เป็นของพี่ซะสิ น้ำหนึ่งจะได้เข้าใจพี่...ดีกว่าเดิม”
       เพชรโน้มตัวลงมาทำท่าจะจูบ น้ำหนึ่งเอามือยันหน้าเพชรเอาไว้ ไม่ได้หนี
       น้ำหนึ่งมองเข้าไปในดวงตาค้นหาคำตอบ “เอาสิคะ..ถ้าพี่เพชรทำลายน้ำหนึ่งได้ ก็เชิญ..เชิญเลย”
       เพชรลำบากใจ “อย่าท้าพี่นะน้ำหนึ่ง”
       “น้ำหนึ่งไม่ได้ท้าค่ะ” น้ำหนึ่งน้ำตารื้น “แต่น้ำหนึ่งก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่เพชรจะกล้าแลกความเป็นสุภาพบุรุษกับการรังแกข่มเหงผู้หญิงรึเปล่า”
       สองคนมองหน้ากัน น้ำหนึ่งบอกเสียงแผ่ว สายตามีแต่ความเสียใจ
       “ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็นเมียเก็บ เมียน้อย น้ำหนึ่งก็เหมือนกัน”
       น้ำหนึ่งสะอื้นไห้ออกมา เสียงมือถือของน้ำหนึ่งที่เพชรวางไว้บนโต๊ะดังขึ้น น้ำหนึ่งจะคว้ามารับสาย แต่เพชรคว้ามาเสียก่อน เห็นเป็นเบอร์ของเกรียงศักดิ์
       เพชรบอกด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “ท่านเกรียงศักดิ์...”
       น้ำหนึ่งจะคว้ามือถือคืนแต่เพชรดึงออกห่าง
       “ท่านเกรียงศักดิ์จะรู้สึกยังไงบ้างน้า? ถ้าลูกสาวคนเดียว...เป็นเมียน้อยคนอื่น”
       พูดจบเพชรก็กดรับสาย และปล้ำจูบน้ำหนึ่งอย่างรุนแรง น้ำหนึ่งร้อง
       “อย่าค่ะพี่เพชรอย่า”
       เกรียงศักดิ์ถือโทรศัพท์อยู่ในมือ ได้ยินหมด ตกตะลึง
       “น้ำหนึ่ง”
       ดาราณีที่อยู่ข้างๆถามเสียงสั่น “อะไรคะคุณ”
       เกรียงศักดิ์ได้แต่อึ้ง ดาราณีแย่งมาเปิดสปีกเกอร์โฟน ขณะที่เพชรกระซิบข้างหูน้ำหนึ่ง
       “ร้องเลยน้ำหนึ่ง ร้องเลย คุณพ่อจะได้รู้...ว่าตอนนี้ลูกสาวสุดที่รักกำลังทำอะไร”
       น้ำหนึ่งน้ำตาไหลพราก ไม่กล้าร้องซักแอะ ขณะที่เพชรจูบซุกไซร้ แกล้งน้ำหนึ่งและเกรียง
       ศักดิ์ กระซิบเสียงสั่นยั่ว
       “น้ำหนึ่งหอมไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว พี่มีความสุขที่สุดเลย น้ำหนึ่งจ๋า”
       ฟากดาราณีกับเกรียงศักดิ์ได้ยิน ดาราณีน้ำตาไหลออกมา ขณะที่เกรียงศักดิ์ร้องตะโกน
       “ไอ้เพชร”
       แล้วโทรศัพท์ในมือของเกรียงศักดิ์ก็ถูกเขวี้ยงออกไป พร้อมๆ กับที่น้ำหนึ่งยกเท้ายันเพชรเต็มแรง
       ร่างเพชรเสียหลักชนเข้ากับฝาผนัง
       “เลว..พี่เพชร เลวที่สุด น้ำหนึ่งเกลียดพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งวิ่งหนีเพชรออกไปทันที เพชรร้องตาม
       “น้ำหนึ่ง..อย่าไป..น้ำหนึ่ง”
       เพชรรีบตามน้ำหนึ่งไปทันที
      
       ท่ามกลางความมืด พจนีย์วิ่งมาตามทาง หน้าตาบึ้งตึง เสียงเกรี้ยวกราด
       “คอยดูนะ ฉันจะฟ้องพี่พลอย....พี่พลอยจะต้องจัดการแกแน่ๆ นังน้ำหนึ่ง”
       ทันใดนั้นเองร่างของพจนีย์ก็สะดุดเข้ากับเชือกที่คาดกลางระหว่างทางเอาไว้ ความสูงแค่ข้อ
       เท้า
       “ว้าย”
       ร่างของพจนีย์เซล้มลงข้างทาง พจนีย์เอามือคลำเท้า
       “มืดก็มืด ทำไมฉันต้องมาล้มตอนนี้ด้วย ห๊า”
       พจนีย์บ่นแต่แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นเชือกคาดกลางถนนอยู่
       “ใครบ้าเอาเชือกมาคาดไว้”
       พจนีย์หน้าตาหงิกงอ หันรีหันขวาง แต่พอหันหน้ามาอีกทีก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจอกับร่างของใครคนหนึ่งในชุดสีน้ำตาลเก่าๆ โทรมๆ มีผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มองไม่เห็นใบหน้า
       พจนีย์ร้องกรี๊ด “ว้าย”
       ทับทิมในร่างสตรีลึกลับกระชากผมของพจนีย์ขึ้นมาเสียงเปลี่ยนไปเป็นอีกคน
       “นังผู้หญิงหน้าด้าน แกไปแย่งสามีเค้าทำไม”
       “ฉันเปล่านะ ฉันเปล่า”
       “จะเปล่าได้ยังไง ในเมื่อฉันเห็น” ทับทิมกระชากหน้าพจนีย์ให้หงายขึ้นอีก “ฉันสั่งแกไว้เลยนะ ห้ามแกไปยุ่งกับผัวเมียสองคนนั่นอีก ไม่งั้นแกตาย”
       พูดจบทับทิมก็เอาท่อนไม้ฟาดเข้าที่หน้าของพจนีย์อย่างแรง พจนีย์ร้องออกมาได้คำเดียวก็
       หมดสติแน่นิ่งลงตรงนั้น ก่อนที่ทับทิมจะเร้นกายหนีหายไปรวดเร็ว
       ระหว่างนั้นมะพร้าว เด็กสาวที่บ้านอยู่แถวนั้นขับรถกระบะคันเก่าผ่านมา
       “เฮ้ย”
       มะพร้าวร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนลงไปช่วยเหลือพจนีย์
      
       ฝ่ายหมอณัฐประคองพลอยที่เดินถือไม้เท้าแบบสี่ขา เจอทับทิมเดินกลับมาพอดี ด้วยท่าทางปกติ
       “อ้าว! คุณหมอ จะกลับแล้วเหรอคะ”
       “ครับ”
       “โทษทีค่ะ พอดีน้าวุ่นๆ ในสวนหน่อย เลยไม่ได้มาดูแล นี่ใช่มั้ยคะน้องสาวคุณหมอ คุณอลิส”
       “ครับ”
       อลิสมัวครุ่นคิดเรื่องเพชรกับน้ำหนึ่ง เลยไม่ได้ฟัง จนหมอณัฐต้องสำทับเรียก
       “อลิส”
       อลิสสะดุ้ง “คะ..พี่หมอ”
       “คุณน้าทับทิม”
       อลิสรีบยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”
       พลอยยิ้มหยันในสีหน้า “คราวนี้ไม่ผิดตัวนะคะ”
       หมอณัฐฉงน “อะไรครับ”
       “ตอนแรกที่เจอกัน คุณอลิสคิดว่าพลอยเป็นแม่”
       หมอณัฐตกใจ “อลิส”
       อลิสหน้าเจื่อนแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หมอณัฐต้องบอกพลอยอ้อมแอ้ม
       “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ..อลิสสายตาไม่ค่อยดี สงสัยกลับไปต้องไปทำเลสิค ไปอลิส กลับ”
       “สวัสดีค่ะ”
       หมอณัฐรีบจูงอลิสออกไป ทับทิมมองตาม
       “ทำไมยัยอลิสทำท่าทางแปลกๆ มันเห็นอะไรหรือเปล่า”
       “ไม่นี่คะ..พลอยไม่ได้ทำอะไร
       “แต่แม่สงสัยว่ามันจะมีอะไร”
       ทับทิมมองตามอลิสด้วยท่าทีไม่ค่อยไว้วางใจ
      
       หมอณัฐเดินนำอลิสมาที่รถ อลิสบอก
       “พี่หมอ...อลิสขออยู่ด้วยนานๆ นะ”
       “ได้สิ..ว่าแต่อลิสจะอยู่ได้เหรอ? ที่นี่ไม่ได้มีอะไร เหมือนกรุงเทพฯ นะ”
       “ได้สิคะ..อยู่กับแสงสีมานาน อลิสอยากอยู่กับธรรมชาติมั่ง”
       “แน่ใจเหรอ?” หมอณัฐมองจ้องหน้า “พี่รู้สึกเหมือนอลิสมีอะไร”
       “ถ้าจะมี...ก็คงเป็นเรื่องของคุณพลอยของพี่หมอ”
       “ทำไม”
       อลิสเฉไฉไปเรื่อย “ตอนแรกที่ฟังพี่หมอเล่า อลิสให้ผ่าน แต่พอเจอตัวจริง อลิสว่าเค้าน่ากลัว
       เค้าเหมือนมีอะไรแปลกๆ ค่ะ”
       “พี่บอกแล้วไง คนที่แปลกและน่ากลัวที่สุดในโลกคืออลิส ไม่ใช่คุณพลอย ไปขึ้นรถ”
       หมอณัฐพาอลิสขึ้นไป อลิสหันมามองบริเวณบ้านเชิงเขา อย่างคาใจตามนิสัยอยากรู้ คิดในใจ
       “ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงหน้าด้านที่มาจากกรุงเทพฯ ใช่ยัยน้ำหนึ่งรึเปล่า”
      
       น้ำหนึ่งวิ่งหนีมาตามทาง ท่าทางเหนื่อยอ่อนลงไปทุกที เพชรวิ่งตาม
       “หยุดนะน้ำหนึ่ง หยุด”
       น้ำหนึ่งไม่หยุด ตะโกนบอก
       “ไม่ต้องมายุ่ง น้ำหนึ่งเกลียดพี่เพชร”
       เพชรตามมาทันกระชากคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ “คิดว่าจะหนีพี่ได้หรือ”
       “น้ำหนึ่งยอมตาย ดีกว่าจะอยู่กับคนอย่างพี่เพชร”
       “น้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งมองเพชรสายตาเสียใจมาก “พี่เพชรเห็นแก่ตัว พี่เพชรทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งทำลาย
       เกียรติของน้ำหนึ่ง พี่เพชรไม่สนใจเลย ว่าน้ำหนึ่งจะอับอายแค่ไหน พี่เพชร เลว!”
       น้ำหนึ่งผลักเพชรออกแล้ววิ่งหนีออกไป หมอณัฐขับรถมาด้วยความเร็วสูง จากแสงไฟสูงเจิดจ้า หมอณัฐเห็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งจะวิ่งตัดหน้า
       “เฮ้ย”
       หมอณัฐร้องลั่น รีบหักรถเลี้ยวหลบ อลิสเอามือปิดหน้าร้องลั่น
       เป็นจังหวะเดียวกับที่เพชรตามมากระชากร่างของน้ำหนึ่งพ้นรัศมีของรถ เพชรตะคอก
       “หยุดบ้าได้แล้วน้ำหนึ่ง มานี่”
       เพชรลากข้อมือน้ำหนึ่งลับหายเข้าป่าข้างทาง อลิสกับหมอณัฐหันกลับมามอง อลิสใจเต้นรัว ตื่นเต้นตกใจ หมอณัฐห่วงน้อง
       “เป็นยังไงมั่งอลิส เป็นยังไง”
       อลิสไม่ได้สนว่าตัวเองจะเจ็บ จดจ่อเรื่องน้ำหนึ่ง “อลิสคิดว่าอลิสเห็นยัยน้ำหนึ่ง”
       “ใคร”
       “ยัยน้ำหนึ่งก็..คู่ปรับอลิส ที่อลิสเคยเล่าให้พี่หมอฟังนะสิคะ”
       อลิสกระโจนลงจากรถ มองไปตามทาง เห็นแต่ความมืด ร่างของน้ำหนึ่งกับเพชรหายไปแล้ว
       ทางด้านพลอยกำลังเดินฝึกกายภาพบำบัดเพียงลำพัง จับราวเดิน ท่าทางลุ้นๆ พลอยกลั้นหายใจ ปล่อยมือออกจากราว พลอยเดินได้หนึ่งก้าว แต่แล้วร่างร่วงผล็อยลงไป ทว่าสีหน้าของพลอยตื่นเต้น ถึงจะล้ม แต่มันก็เป็นนิมิตรหมายที่ดี
      
       พลอยไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวาลขึ้นมาอย่างน่ากลัว

       รจนาเดินตามหาพจนีย์ ดวงตาวาวโรจน์ขณะบอกตัวเองในใจ
      
       “รจไม่ยอมให้พี่พจ์ไปหาพี่เพชรหรอก...พี่เพชรต้องเป็นของรจ”
       รจนาย่ำเท้าไป จุดหมายคือ บ้านตากลั่น
      
       ขณะเดียวกันเพชรลากน้ำหนึ่งมาตามทางจะกลับบ้าน น้ำหนึ่งยื้อมือตัวเองเอาไว้สุดฤทธิ์ ร้องกรี๊ด ขณะที่เพชรดุอย่างเป็นห่วง
       “เลิกบ้าได้แล้วน้ำหนึ่ง ถ้าตะกี้รถชนตายจะเป็นยังไงฮึ”
       “ก็ตายน่ะสิคะ”
       เพชรฉุนจัด ตวาดลั่น “น้ำหนึ่ง”
       “น้ำหนึ่งบอกแล้วไงคะ ว่าน้ำหนึ่งยอมตาย ดีกว่าจะต้องอยู่กับคนอย่างพี่เพชร”
       เพชรมองน้ำหนึ่งนิ่งสายตาปวดร้าว ถามเสียงจริงจัง
       “ในสายตาน้ำหนึ่ง พี่เลวขนาดนั้นเลยเหรอ”
       น้ำหนึ่งมองมายังเพชรน้ำตาคลอ เจ็บปวดเสียใจ “คนที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นไม่เลวหรอก
       ค่ะ แต่เลือดเย็น...ใจดำ...” มองจ้องในอาการตัดพ้อ เสียใจมาก “นี่ใช่มั้ยคะที่ที่เพชรบอก...ปีนี้พี่จะเจอ
       เนื้อคู่....เค้าชื่อเล่น...น.หนู ชื่อจริง พ.พาน เค้าชื่อ...น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์”
       เพชรใจหล่นวูบ มองหน้าน้ำหนึ่ง เห็นน้ำหนึ่งร้องไห้ ขณะบอกด้วยแววตาตัดพ้อ
       “ความจริงแล้ว มันเป็นเกม...เกมของพี่เพชรแค่นั้น แต่หัวใจ..หัวใจของน้ำหนึ่ง...มันแหลกสลายไปแล้ว เพราะถูกพี่เพชรเอาเท้าเหยียบขยี้...น้ำหนึ่ง...ไม่น่า...รักพี่เพชรเลย”
       พูดจบน้ำหนึ่งก็ผละตัววิ่งหนีไป เพชรรีบคว้าตัวของน้ำหนึ่งเอาไว้
       “เดี๋ยว..น้ำหนึ่ง”
       ร่างของน้ำหนึ่งปลิวหวือเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเพชร เพชรมองหน้าน้ำหนึ่งบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
       “รู้ไว้นะ...ทุกครั้งที่พี่ทำร้ายน้ำหนึ่ง พี่ก็ทำร้ายหัวใจตัวเองเหมือนกัน”
       น้ำหนึ่งไม่เชื่อ มองเพชรด้วยสายตาสับสน ร้องไห้โฮออกมา
       เพชรตกใจ “น้ำหนึ่ง”
       “พอได้แล้วค่ะ น้ำหนึ่งเจ็บ..เจ็บตรงที่รู้ว่า พี่เพชรพูดไม่จริง แต่น้ำหนึ่งยังอยากจะเชื่ออีก”
       เพชรบอกในท่าทีจริงจังอีก “งั้นใช้หัวใจของน้ำหนึ่ง หาความจริงจากใจพี่แล้วกัน”
       พูดจบเพชรสวมกอดน้ำหนึ่งเอาไว้ มองจ้องตา ก่อนก้มลงประทับจูบ...น้ำหนึ่งตาโต แต่หัวใจอ่อน
       ยวบไปอีกครั้ง เพราะรักเพชรเหลือเกิน
       จังหวะนี้รจนาที่เดินมาชะงัก ตกตะลึง กัดริมฝีปากตัวเอง เมื่อเห็นเพชรกับน้ำหนึ่งมองจ้องตากันอยู่ ในสายตาของน้ำหนึ่งเห็นความจริงจังในแววตาคู่นั้น ขณะที่เพชรก็มองเห็นความอ่อนหวาน ในดวงตาที่ร้าวรานของน้ำหนึ่ง เพชรสงสารจับใจ ขณะที่น้ำหนึ่งน้ำตาไหลรินพูดด้วยเสียงเครือสั่น
       “คนกระทำคงไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่ถูกเอาหัวใจไปล้อเล่น มันเจ็บค่ะพี่เพชร มันเจ็บ”
       พูดจบน้ำหนึ่งก็ผละตัวจะวิ่งไปอีก
       “น้ำหนึ่ง”
       เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอดไว้แนบแน่น ด้วยความสงสาร และเห็นใจเป็นที่สุด น้ำหนึ่งดิ้น แต่เพชรกอดรัดแน่นไม่ยอมให้ไป น้ำหนึ่งยังคงดิ้นหนีอยู่อย่างนั้น เพชรคว้าตัวไว้อีก กอดแนบแน่นด้วยความเสียใจ ที่สุดน้ำหนึ่งก็ร้องไห้โฮซบหน้ากับอกเพชร
       สองคนไม่รู้ว่ารจนามองมาอย่างแน่วนิ่ง จ้องตาแทบถลน มือกำแน่น ก่อนถลันวิ่งหนีไป พร้อมกับแกล้งร้องออกมาอย่างตกใจ
       “พี่เพชร”
       เพชรกับน้ำหนึ่งผละออกจากกัน รจนาแสร้งทำเป็นร้องว่าเพิ่งเห็น
       “ว้าย” จากนั้นรจนาก็รีบหันหลังกลับ พูดละล่ำละลัก “นี่พี่เพชร...กับคุณน้ำหนึ่ง....มิน่า...พี่พจน์”
       เพชรฟังแล้วฉงน “พจนีย์ทำไม”
       รจนาหันกลับมาแต่ไม่มองหน้า “พี่พจน์ถึงได้หนีออกจากบ้านไงคะ ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย”
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด “คุณพจนีย์”
      
       รุ่งเช้าพลอยรู้เรื่องก็แกล้งทำท่าตกใจ หันไปมองทับทิม ทับทิมมองจ้องไปที่น้ำหนึ่ง เหน็บเอา
       “มีเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้าน คงไม่มีผู้หญิงคนไหนทนอยู่ได้หรอก พจนีย์หนีไปน่ะถูกแล้ว”
       “เปล่านะคะ...น้ำหนึ่งไม่ได้เป็น...”
       น้ำหนึ่งพูดยังไม่ทันจบ ทับทิมทะยานเข้ามากระชากผมเต็มแรง น้ำหนึ่งร้อง “โอ๊ย” ทับทิมด่ากราด
       “จนขนาดนี้ ยังจะกล้าพูดอีกว่าไม่ได้เป็น”
       เพชรปราดเข้ามาดึงน้ำหนึ่งออก “อย่าครับคุณแม่”
       พลอยจดสายตามองหน้าเพชรเขม็ง ที่เห็นเพชรปกป้องน้ำหนึ่งท่าทีห่วงใยมาก แต่พลอยไม่แสดงอาการ บอกนิ่งๆ
       “อย่าค่ะแม่...ให้เพชรจัดการเองเถอะค่ะ”
      
       ทับทิมยอมปล่อยมือจากน้ำหนึ่ง


  


       เพชรรีบคว้าตัวน้ำหนึ่งประคองเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยมือ รจนามองตาขวาง แต่ไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าพลอย ทับทิมถาม
      
       “แล้วนี่..จะทำยังไง? จะไปตามหาพจนีย์ได้ที่ไหน”
       พลอยมองหน้าเพชร เห็นเพชรหน้านิ่วแต่ไมได้เดือดเนื้อร้อนใจเท่าที่ควร พลอยจึงเสริม
       “นั่นสิ...เป็นลูกผู้หญิง ไปไหนมาไหนคนเดียวคงอันตราย”
       “พจน์น้อพจน์...น่าจะรู้...ธรรมชาติของผู้ชาย จะมีเล็กมีน้อยยังไง สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังอยู่ดี” ทับทิมจงใจเยาะน้ำหนึ่ง
       น้ำหนึ่งน้ำตาหยดแหมะ เพชรจับแขนน้ำหนึ่ง บีบแน่นเป็นเชิงให้กำลังใจ
       พลอย ทับทิม และรจนามองจ้องน้ำหนึ่งด้วยสายตาแตกต่างกัน พลอยหวงเพชร ในฐานะพี่ แต่กลัวเพชรสนใจคนอื่นมากกว่าตัวเอง ขณะที่ทับทิม มองอย่างเกลียดชังที่รู้ว่าเพชรชอบน้ำหนึ่งจริงๆ จะไม่ยอมแก้แค้น ส่วนรจนามองอย่างหึงหวงเพชร และเกลียดชังน้ำหนึ่ง
       รจนาพูดนิ่งๆ แอบเหน็บให้น้ำหนึ่งรู้สึกผิด “แต่ตอนนี้...พี่พจน์เตลิดไปไหนก็ไม่รู้”
      
       ส่วนพจนีย์นอนหมดสติอยู่ที่บ้านลุงเพิ่ม มีมะพร้าวคอยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ พจนีย์ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา เอามือกุมแผลบริเวณถูกตี ครางแผ่วๆ มะพร้าวสะดุ้ง ก่อนทำหน้าโล่งใจ โพล่งตามนิสัย
       “เฮ้อ!นึกว่าจะตายซะแล้ว”
       ลุงเพิ่มที่อยู่นอกบ้านได้ยินเสียงเดินเข้ามาถาม
       “เป็นไงวะมะพร้าว ต้องพาส่งลูกพยาบาลหรือเปล่า”
       “เปล่าลุง...เค้าฟื้นแล้ว” มะพร้าวบอก
       “ถูกใครทำร้ายมาวะ? แถวบ้านเราขโมยขโจร โจรผู้ร้ายไม่เคยมี”
       “นั่นน่ะสิ”
       สองคนมองหน้ากันสงสัย
      
       ทับทิมเดินมาหาพลอยที่นั่งอยู่ หน้าตาของทับทิมถมึงทึง
       “เพชรชักจะยังไงๆ อย่างที่แกว่าแล้วพลอย”
       “เพชรสนใจเด็กนั่น” พลอยน้ำตาคลอๆ พูดเน้นคำอย่างน้อยใจ “มากกว่าพลอย”
       พูดจบพลอยก็ทำท่าจะอาเจียนออกมา เพราะเครียดจัด ทับทิมร้องลั่น โผเข้าหา
       “พลอยๆ”
       พลอยพูดแทบไม่มีเสียง “เพชรห่วงนังเด็กนั่น มากกว่าพลอย”
       พลอยโก่งคออาเจียนออกมา ทั้งร่างซวนเซจะล้มลงกับพื้น ทับทิมต้องพยุงร่างเอาไว้ตะโกนลั่น
       “พลอย...แม่ไม่ยอม ยังไง เพชรมันก็ต้องแก้แค้นให้แก”
       ดวงตาของทับทิมวาววับ โกรธเพชรมาก
      
       ด้านน้ำหนึ่งร้องไห้อยู่ในห้อง เพชรจับร่างน้ำหนึ่งขึ้นมาบอกอย่างอ่อนโยน ด้วยสีหน้าเป็นกังวล
       “พี่ว่าน้ำหนึ่งกลับบ้านดีกว่า”
       น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างสงสัย “แล้วพี่พลอย”
       “พี่พลอยเป็นคนใจดี พี่จะคุยกับพี่พลอยเอง”
       น้ำหนึ่งเงียบไปนิดหนึ่ง “พี่พลอยยิ่งดี น้ำหนึ่งก็ยิ่ง...ยิ่งรู้สึกผิดกับพี่พลอย...คุณพ่อ...คุณพ่อไม่น่า
       เลย” น้ำหนึ่งร้องไห้โฮๆ อย่างคนเสียขวัญ
       เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอดปลอบเอาไว้ รู้สึกผิด
       “มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับน้ำหนึ่ง”
       จังหวะนี้ทับทิมเปิดประตูเข้ามา สองคนสะดุ้งโหยงผละออกจากกัน ทับทิมจ้องหน้าเพชร บอกเสียงแข็ง
       “มานี่เดี๋ยวนี้เพชร!”
       “ครับ”
       ทับทิมมองน้ำหนึ่งเขม็ง ก่อนเดินออกไป น้ำหนึ่งมองตามเพชรไม่สบายใจ
      
       เพชรมองมา ไม่รู้ทับทิมจะทำอะไร ทับทิมมองจ้องเพชร บอกด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
       “แกดูนั่น”
       เพชรมองหน้าทับทิมก่อนมองตามสายตาของทับทิม เห็นพลอยนอนกองกับพื้นโก่งคอเจียน ทับทิมตวาด
       “แกดูซะ..พลอยเป็นยังไง”
       ทับทิมผลักเพชอย่างแรงจนร่างเพชรเซล้มลงตรงหน้าพลอย เพชรเงยหน้าขึ้น ใบหน้าพลอยประจัน
       อยู่ตรงหน้าเพชร ดวงหน้าของพลอยซีดเผือด แววตาสุดเศร้า แต่เมื่อรวมกัน ใบหน้านั้นแลดูชวนขนลุกขนพอง พลอยมองเพชร อาเจียนออกมาตรงหน้า เพชรมองอย่างผะอืดผะอม ความเครียดและกดดันที่ก่อตัวขึ้น ทับทิมตรงเข้ามาเขย่าเพชร ขย้ำคอให้มองพลอย
       “แกดูเพชร แกดู สภาพพลอยเป็นอย่างนี้ ถ้าแกจะปล่อยนังเด็กนั่นอีก แกก็ไม่สมควรจะเรียกพลอยว่าพี่อีกต่อไป"
      
       เพชรมองหน้าพลอย เห็นพลอยอาเจียนออกมาอีกน้ำลายไหลย้อย สภาพน่าเวทนาและน่ากลัว


  


       ขณะเดียวกันน้ำหนึ่งเดินไปเดินมาท่าทางเครียดและกังวล ทั้งห่วงเพชร และเริ่มสงสัยในท่าทีแปลกๆ ของทับทิม จนอดรนทนไม่ไหว น้ำหนึ่งจึงรีบเดินออกไปจากบ้านทันที
      
       ด้านเพชรสุดแสนจะอัดอั้นและลำบากใจ แต่ต้องพูด
       “พี่พลอย” เอื้อมมือมาจะจับพลอยประคองเพื่อปลอบ
       ทับทิมปัดมือเพชรออก “ไม่ต้องจับพลอย พลอยมันไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่มันอาจจะตายเร็วขึ้นเพราะมีน้องอย่างแก”
       ทับทิมผลักเพชรอีก พร้อมเอามือขย้ำคอเพชรผลักให้เข้าไปใกล้พลอย ขณะที่พลอยมองหน้า
       เพชร ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลปนกัน เมื่อผสมกับอาการอาเจียน เพชรมองสุดจะทน เผลอทำหน้าแหยงกลัว
       พลอยเอื้อมมือมาคว้าคอเพชร ถามเสียงแผ่ว “เพชร ทนสภาพพี่ไม่ได้เหรอ”
       เพชรปฏิเสธ “เปล่า...ครับ พี่พลอย”
       พลอยคว้าคอเพชรเข้าใกล้ๆ “งั้น...เพชรก็เข้ามาใกล้ๆ พี่สิ...เข้ามาใกล้ๆ ให้ได้ยินเสียงหัวใจของพี่ว่ามันทรมานแค่ไหน”
       มือของพลอยเกร็งจิกคอเพชรแน่น ตามองเพชร ท่าทางน่าสงสารแต่สายตาบ่งบอกถึงความ เจ็บปวด
       “หัวใจของคนที่ถูกทิ้ง ถูกย่ำยี ถูกกดขี่ข่มเหง” เสียงพลอยเริ่มดังขึ้น เพราะคุมอารมณ์ไม่อยู่ “แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนผิด คนเลวทรามต่ำช้า คนอื่นพี่ไม่แคร์ แต่เพชร...เพชรไม่สนใจพี่” พลอยหวีด
       ร้องสุดเสียง “เพชรเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ ทั้งๆ ที่มันเป็นลูกของศัตรู”
       พลอยกรี๊ดๆๆ เพชรทนไม่ไหวปัดมือพลอยออก ทับทิมกับพลอยตกใจ เพชรไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
       ทับทิมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
       “ไอ้เพชร” คว้าตัวเพชรเอาไว้
       เพชรปัดมือทับทิมออก ทนไม่ไหวแล้ว “ผมรู้ครับแม่ ผมรู้หมดว่าอะไรเป็นอะไร แต่...แต่น้ำหนึ่งไม่เกี่ยว”
       พลอยกะทับทิมคาดไม่ถึง “เพชร” / “ไอ้เพชร”
       “จะให้ผมไปฆ่าไอ้เกรียงศักดิ์ก็ได้...แต่น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งไม่เกี่ยว...อย่าให้ผมต้องกลายเป็น ผู้ชายที่เลวทรามต่ำช้า ข่มเหงรังแกผู้หญิงเลยนะครับ”
       เพชรผลุนผลันเดินไปหนี เหมือนไม่สนใจอะไรแล้ว พลอยมองตามด้วยความปวดร้าว น้ำตาคลอ
       “เพชรเห็นคนอื่นดีกว่าพลอยจริงๆ”
       “แม่ไม่ยอม ไอ้เพชร”
       ทับทิมตามเพชรไปทันที
      
       ขณะที่ที่น้ำหนึ่งวิ่งมา เห็นเพชรเดินมาอีกมุม โดยมีทับทิมเดินตามตวาดดังลั่น
       “หยุดเดี๋ยวนี้เพชร แม่บอกให้หยุด”
       เพชรไม่หยุด ทับทิมวิ่งมากระชากแขน แล้วตบผลัวะข้าที่หน้าเพชร จนเพชรหน้าหัน เพชรเหลียวขวับมาตกใจใจ น้ำหนึ่งตะลึง ตกใจ รีบหลบมุมแอบมอง เสียงของทับทิมดังก้อง
       “เดี๋ยวนี้แกกล้าทำกับแม่อย่างนี้เหรอ” ทับทิมตบอีกฉาด “แกกล้าทำกับแม่อย่างนี้เหรอ เสียดายที่ฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยงแกมา”
       น้ำหนึ่งมอง สะดุดคำว่า “ชุบเลี้ยง” ขณะที่เพชรมองทับทิมด้วยสายตาร้าวราน เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
       “แม่”
       “ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่..ถ้าเรื่องแค่นี้แกทำให้ฉันไม่ได้”
       เพชรลำบากใจ “ผมรู้ว่าพี่พลอยเจออะไรมาบ้าง พี่พลอยต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่
       สิ่งที่แม่ให้ผมทำ คือการให้ผมย่ำยีผู้หญิง เหมือนที่พี่พลอยถูกกระทำ...มันถูกต้องเหรอครับแม่”
       ทับทิมเสียงเข้ม เหมือนถูกจี้จุดในอดีต
       “ถูก!เพราะผู้หญิงพวกนี้...มันวิ่งเข้ามาเอง มันแส่เอง...” น้ำเสียงทับทิมเริ่มสั่น “เหมือน...นังหน้าด้านที่มันวิ่งเข้ามาหาพ่อแก!”
      
       เหตุการณ์ครั้งอดีตผุดขึ้นในความคิดของทับทิม เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านเดิมทับทิม ก่อนเกิดเรื่องพลอย
       เวลาตอนกลางวัน จินดา สามีของทับทิมพ่อของพลอย นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสวน จินดา เป็นนายหน้าขายที่
       ระหว่างนั้นมีผู้หญิงชาวบ้านสาวสวยทำทีเป็นยื่นโฉนดมาให้ แต่สายตามองมาอย่างยั่วยวนเจ้าชู้ พอจินดายื่นมือมาผู้หญิงก็จับมือเอาไว้ จินดายิ้มท่าทีสุภาพเบี่ยงมือออก แต่ผู้หญิงกลับยึดเอาไว้
       ทับทิมยืนมองอยู่ที่นอกสวน เห็นผู้หญิงเขยิบเข้ามาใกล้ เบียดตัวเข้าหาจินดามากกว่าเดิม แถมยังเอามือสวมกอด ก้มลงจูบที่แก้ม จินดาบ่ายเบี่ยง ผู้หญิงรุก สุดท้ายจินดาก็เผลอใจ จูบตอบ
       ทับทิมที่แอบมองอยู่นานเดินพรวดเข้ามาหึงหวงสุดขีด จินดาผงะตกใจ
       แต่ผู้หญิงคนนั้นเหยียดยิ้ม ทำท่าเหนือกว่า สวยกว่า และสาวกว่า ทับทิมมองตาวาวโรจน์
      
       ทับทิมโกรธจนเนื้อตัวสั่น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
       “พวกผู้หญิงหน้าด้าน เห็นพ่อแกมีขึ้นมาหน่อยก็วิ่งเข้าหา” ดวงตาเหลือกลานกลอกไปมา
       “มันสมควร” ทับทิมกระแทกเสียงตอนท้าย “มันสมควร!”
       เพชรสุดแสนจะลำบากใจ คือไม่รู้ความจริง ฟังแค่เรื่องเล่าของแม่และพี่สาว แม้จะเชื่อแต่ครั้นพอตัวเองต้องมาเป็นคนกระทำ ถูกดึงเข้าไปเกี่ยว ทำให้เพชรลำบากใจและอึดอัดมาก
       “แต่ถ้าพ่อ...ถ้าพ่อจะไม่” เพชรท้วง
       “พ่อแกก็ ไม่ แต่ผู้หญิงพวกนั้นต่างหากที่เข้าหาพ่อแก ผู้หญิง หน้าด้านทุกคน”
       “ถ้าแม่พูดอย่างนี้ ก็แปลว่า..แม่กำลังด่าพี่พลอย”
       “ไอ้เพชร” ทับทิมตบหน้าเพชรอีก ก่อนกระชากแขน น้ำตารื้น เสียงเครือสั่น “จำไว้ว่าพี่แก
       ไม่ได้เหมือนผู้หญิงพวกนั้นพลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์กระทำ...พลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์ย่ำยี ทันทำให้พลอยเป็นโรคประสาท พลอยพิกลพิการ”
      
       น้ำหนึ่งสะเทือนใจ น้ำตาไหลพราก เริ่มรู้สึกผิดแทนพ่อขึ้นมาอีก

       ส่วนทับทิมร้องไห้ฟูมฟายอยู่กับเพชร พูดด้วยเสียงเครือๆ ร่างสั่นสะท้าน
      
       “พลอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น ไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น” ร่างทับทิมสั่นมากขึ้นอีกขณะตะเบ็งเสียงบอก “ได้ยินมั้ยเพชร พลอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น ไม่มีวันเหมือน!”
       “แม่” เพชรคว้าตัวทับทิมเอาไว้
       ร่างของทับทิมสั่นไปทั้งตัว เริ่มคุมตัวเองไม่ได้ น้ำหนึ่งมองภาพตรงหน้า อย่างตื่นตะลึง งุนงงสงสัย
       คนบ้านนี้แปลกๆ ขึ้นทุกวัน
       ทับทิม ดวงตาอัดแน่นไปด้วยความลับความหลังแสนเจ็บปวด ทับทิมคุ้มคลั่ง เริ่มอาละวาด
       “ฉันเกลียดนังผู้หญิงหน้าด้าน ฉันเกลียดมัน ฉันเกลียดมัน”
       ทับทิมคลั่งขึ้นมาอีก เพชรจับตัวทับทิมเอาไว้
       เพชรพยายามดึงสติทับทิม “หยุดครับแม่ หยุด”
       “ฉันไม่หยุด...” ทับทิมตาเหลือกลานสับสน เริ่มแยกไม่ออก อันไหนความจริง อันไหนความหลัง
       เสียงของทับทิมสั่นรัว “ฉันจะไปจัดการนังผู้หญิงหน้าด้านพวกนั้น ฉันจะไปจัดการนังน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งตกใจ หน้าซีดเผือด ทั้งรู้สึกผิด รู้สึกกลัว จึงวิ่งผละออกมา เพชรกอดทับทิมเอาไว้แน่น
       “อย่าครับแม่ อย่า”
       ทับทิมตาเหลือกลาน “ฉันจะไป...ฉันไปจะ”
       ภาพของจินดาซึ่งนอนจมกองเลือด เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกแทง เลือดไหลทะลัก ผุดขึ้นมาหลอกหลอนทับทิมซึ่งยามนี้น้ำตาไหลพรากๆ ทะลักออกมาเหมือนกันกับเลือดจากร่างจินดา ทั้งน้ำตาและเลือดที่ไหลทะลักผสมปนเปในความคิดของทับทิม นอกจากนี้ในห้วงคำนึงนั้น ยังเห็นเงาของใครคนหนึ่ง นั่งถือมีดอยู่ข้างๆ ศพจินดา
      
       ทับทิมดึงตัวเองออกมา คืนสู่ปัจจุบัน น้ำตาไหลพราก ขณะพูดเหมือนเพ้อออกมา
       “พ่อแกต้องยังอยู่...พ่อแกต้องยังอยู่” เสียงทับทิมดังขึ้นกว่าเดิม “ถ้าไม่มีผู้หญิงพวกนั้น”
       ทับทิมกรี๊ดสุดเสียง ก่อนที่จะนอนแน่นิ่งหมดสติไป เพชรตกตะลึง ร้องออกมาได้คำเดียว
       “แม่!”
       เพชรกอดประคองทับทิม สีหน้าเจ็บปวด อึดอึด ลำบากใจ ทุกข์ใจแสนสาหัส
      
       ด้านน้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้ออกมา เสียงของทับทิมดังก้องในหู
       “พลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์กระทำ พลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์ย่ำยี ทันทำให้พลอยเป็นโรค
       ประสาท พลอยพิกลพิการ”
       พร้อมกันนั้นในความคิดน้ำหนึ่ง เห็นเป็นภาพความทุกข์ทรมานต่างๆ ของพลอย ที่เคยพบเจอ
       จังหวะนี้ พลอยเลื่อนรถเข็นออกมามองน้ำหนึ่งเขม็ง ทันใดนั้นเองพลอยรีบเลื่อนรถเข้ามาหาอย่าง
       รวดเร็ว น้ำหนึ่งร้องกรี๊ดสุดเสียง เมื่อเห็นรถของพลอยไถลออกมาด้วยความเร็วสูง น้ำหนึ่งฉากหลบ!
       แล้วเสียหลักล้มลง น้ำหนึ่งร้องไห้ ทั้งเจ็บทั้งกลัว พอเงยหน้าขึ้นมาก็สะดุดกึก เมื่อสิ่งที่เห็นคือเท้าของพลอย
       พลอยมองน้ำหนึ่งนิ่งๆ มีแต่แววแห่งความชิงชังฉายชัดในดวงตาคู่งาม น้ำหนึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามอง พลอยปรับสีหน้ามองมาอย่างอาทร
       “พี่ขอโทษ...พี่ไม่เห็นน้ำหนึ่ง พี่ไม่ทันระวัง... ขึ้นมาจ้ะ”
       พลอยยื่นมือออกไปหา น้ำหนึ่งมองพลอย ยิ่งร้องไห้ออกมา พลอยแสร้งตกใจ
       “น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่งเป็นอะไรจ๊ะ”
       น้ำหนึ่งสะอื้นฮักๆ สงสารพลอยจับใจ “พี่พลอย”
       พลอยยิ่งทำทีเป็นห่วงตกใจมากขึ้น “น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งเป็นอะไรไปจ๊ะ ร้องไห้ทำไม”
       น้ำหนึ่งมองมาอย่างซาบซึ้ง “น้ำหนึ่งร้องไห้ เพราะรู้สึกผิดกับพี่พลอย” เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกจับมือพลอยเอาไว้ “ทำไมพี่พลอยเป็นคนดีอย่างนี้คะ”
       น้ำหนึ่งเลื่อนตัวเข้ามากอดขาของพลอยเอาไว้ พลอยเหยียดยิ้มมองอย่างเย้ยหยัน แต่ถามด้วยเสียงตกใจ
       “พี่...พี่งงไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นจ๊ะ”
       “น้ำหนึ่งรู้ว่าพี่เพชร พี่พลอยต้องเจ็บปวดเพราะน้ำหนึ่ง...ต่อ..ต่อให้พี่เพชรจะไล่ น้ำหนึ่งก็
       ไม่ไป”
       พลอยงงจริง “อะไรนะ? เพชรไล่น้ำหนึ่ง หมายความว่ายังไง”
       น้ำหนึ่งบอกพาซื่อ “พี่เพชรบอกให้น้ำหนึ่งกลับบ้าน”
       นัยน์ตาพลอยเป็นประกายวาววับ นึกโกรธเพชรขึ้นมา แต่พลอยยังคุมสีหน้านิ่ง ฟังน้ำหนึ่งว่าต่อ
       “ค่ะ พี่เพชรบอกให้น้ำหนึ่งกลับบ้าน เพราะเรื่องทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับน้ำหนึ่ง”
       อารมณ์โกรธของพลอยพุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ จนปรี๊ดขึ้นมาสูงสุด แต่ไม่พูด ดวงตาจ้องฟังน้ำหนึ่งต่อ น้ำหนึ่งมัวแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ไม่ทันเห็นดวงตาของพลอยยามนี้ที่แทบจะลุกเป็นไฟแล้ว
       “แต่น้ำหนึ่งไม่กลับหรอกค่ะ...ยิ่งเห็นพี่เพชรถูกน้าทับทิมดุ น้ำหนึ่งก็ยิ่งจะไม่ไปไหน น้ำหนึ่ง
       จะอยู่ที่นี่ ดูแลรับใช้พี่พลอย จนกว่าคุณน้าทับทิมจะหายโกรธ”
       “โถ...น้ำหนึ่ง ทำไมหนูถึงเป็นเด็กดีอย่างนี้...เชื่อเพชรนะจ๊ะ กลับกรุงเทพฯเถอะ พี่จะคุย
       กับแม่เอง” พลอยแสงทำเสียงหม่นเศร้า “แต่เพชร..เพชรอาจจะโดนหนักหน่อย”
       น้ำหนึ่งสวนออกมาทันที “ยิ่งรู้อย่างนี้น้ำหนึ่งยิ่งไม่กลับ...น้ำหนึ่งจะให้คุณพ่อมาชดใช้”
       “หนูจะให้ท่านชดใช้ยังไง”
       “ทุกอย่างที่พี่พลอยต้องการ”
       “ทุกอย่างที่พี่ต้องการ”
       “ค่ะทุกอย่างที่พี่พลอยต้องการ”
       “แม้กระทั่งไปแทนที่คุณแม่ของหนูอย่างนั้นน่ะหรือ”
       น้ำหนึ่งอึ้ง เงียบไปทันที เพิ่งคิด หากมีพลอย แม่ก็ต้องโดนทำร้าย
      
       พลอยมองน้ำหนึ่งอย่างเกลียดชัง


  


       ด้านเกรียงศักดิ์ทานข้าวเช้าเตรียมไปทำงาน แต่กินไม่ลง ดาราณีถามอย่างห่วงใย
      
       “จะให้นวลทำอะไรใหม่ให้มั้ยคะ เดี๋ยวฉันไปบอกให้” ดาราณีทำท่าจะลุกไปในครัว
       เกรียงศักดิ์ยกมือห้าม น้ำเสียงหม่น “ไม่ต้อง...จะทำอะไรตอนนี้ ผมก็ทานไม่ลง”
       ดาราณีถอนหายใจเฮือก
       “ฉันรู้ว่าคุณกลุ้ม ฉันเองก็กลุ้ม แต่ยิ่งคุณทำอย่างนี้ ฉันก็ยิ่งกลุ้มใจ”
       “ผมขอโทษ...ผมไปทำงานก่อนแล้วกัน”
       เกรียงศักดิ์คว้ากระเป๋าเดินออกไป ดาราณีมองตามกลุ้มใจ
      
       เกรียงศักดิ์เดินออกมา ท่าทางไม่สบายใจ ยิ่งคิดถึงอดีต ยิ่งไม่สบายใจ
      
       เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนกลาง ขณะที่เกรียงศักดิ์จะเดินไป พลอยยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังบอก
       “ท่านเอง....ก็มีลูกสาว”
       เกรียงศักดิ์หันมามอง พลอยบอกต่อ
       “ถ้าวันหนึ่ง ลูกสาวท่าน ถูกทิ้งไปอย่างพลอย ท่านจะว่ายังไงคะ”
       “พลอย” เกรียงศักดิ์ลำบากใจ “แต่ที่ผ่านมา...พลอย...ยินยอมพร้อมใจเองนะ”
       “งั้น...ถ้าลูกสาวของท่าน ยินยอมพร้อมใจกับใคร...คนคนนั้นก็มีสิทธิ์ทิ้งได้เหมือนกัน ใช่มั้ยคะ”
       เกรียงศักดิ์ฉุน “เอ๊ะ!พลอยนี่ยังไง”
       “พลอยแค่อยากบอก พลอยเองก็มีแม่ มีคนที่รักพลอยเหมือนกัน...ท่านจะได้เข้าใจหัวอกของแม่พลอยบ้าง แม่พลอยเจ็บ และพลอยก็เจ็บยิ่งกว่าที่ทำให้แม่ทุกข์ใจ”
       พลอยน้ำตาไหลออกมานองหน้า
      
       เกรียงศักดิ์ยิ่งคิดยิ่งเครียด บอกตัวเองในใจ
       “กรรมตามสนองเราแล้ว ตามสนองเราแล้วจริงๆ”
       เกรียงศักดิ์สะบัดหน้า พยายามไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนเดินขึ้นรถ คนขับรถขับออกไป
       เกรียงศักดิ์ยังไมได้คิดว่าเรื่องที่น้ำหนึ่งหนีตามเพชรนั้นเกี่ยวข้องกับพลอย แค่รู้สึกทุกข์ประสาคนเป็นพ่อ เหมือนที่แม่พลอยเคยโดน
      
       อลิสยังอยู่ที่บ้านหมอณัฐ ครุ่นคิดเรื่องที่ได้ยินรจนาพูด เสียงนั้นดังก้องในหู
       “หมู่นี้ชอบมีผู้หญิงหน้าด้านมายุ่งกับพี่เขยฉัน เพิ่งตามมาจากกรุงเทพฯ ก็อีกหนึ่ง ที่เป็น
       ข่าวเกรียวกราวไปทั่วเมืองไง”
       ภาพที่เห็นน้ำหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถผุดขึ้นมาอีก
       “มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ผู้หญิงคนนั้นมันต้องเป็นนังน้ำหนึ่ง”
       อลิสคิดสระตะแล้วหันขวับจะเดินออกไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หมอณัฐที่จะออกไปทำงานเดินเข้ามา สองคนเกือบชนกัน อลิสร้องลั่น
       “ว้าย!”
       “จะรีบไปไหนอลิส”
       อลิสยิ้มทะเล้น “มาเที่ยว ก็ต้องไปเที่ยวสิคะ...อลิสไปก่อนนะคะ เดี๋ยวมา”
       อลิสจะเดินออกไป หมอณัฐร้องเรียกไว้
       “เดี๋ยว”
       “อะไรคะ”
       “อลิสไปเที่ยวจริงเหรอ”
       “ก็จริงน่ะสิคะ พี่หมอทำไมถามแปลกๆ”
       “ก็อลิสทำท่าแปลกๆ เหมือน...อยากรู้อยากเห็นเรื่องอะไรอย่างนั้นแหละ”
       “ก็แล้วถ้าอลิสบอกว่า อยากรู้เรื่องคุณพลอย พี่หมอจะว่ายังไงคะ”
       อลิสทำหน้ายิ้มยั่ว หมอณัฐเขินนึกว่าพูดเล่น
       “เรานี่จริงๆ เลยอลิส” หมอณัฐเดินออกไป
       อลิสหัวเราะขำร้องตาม “เอ๊า!พี่หมอ อย่าเพิ่งรีบไปสิคะ...มาเล่าเรื่องคุณพลอยให้อลิสฟังก่อน”
       หมอณัฐอมยิ้มเขิน เดินขึ้นรถ แล้วขับออกไป อลิสมองตามจนรถของหมอณัฐแล่นออกไป
       “ก็พี่หมอไม่ยอมเล่าเรื่องคุณพลอยให้ฟังนี่ อลิสถึงต้องสืบเอง!”
      
       ขณะนั้นพลอยนั่งรถเข็นมาเพียงลำพัง ดวงตาครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกับน้ำหนึ่ง
       “แม้กระทั่งไปแทนที่คุณแม่ของหนูอย่างนั้นน่ะหรือ”
       น้ำหนึ่งได้แต่อึ้ง นิ่งเงียบ พลอยทำหน้าเย้ยหยัน
       “ฉันไม่ไปแทนที่แม่เธอหรอกน้ำหนึ่ง...มันจะมากกว่านั้น!”
       ดวงตาพลอยเต็มไปดวยความเคียดแค้น โกรธเกลียด ชิงชังอัดแน่น แล้วจู่ๆ พลอยก็ทำท่าจะลุกเดินขึ้นมา แต่กลับล้มแผละลงไป ทว่าพลอยฮึดสู้ จับพนักรถเข็น พยุงตัวเองขึ้นมาใหม่ ท่าทางของพลอยแข็งแรงขึ้นทุกวัน
      
       น้ำหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ที่ด้านนอกตัวบ้าน สีหน้ากลุ้มหนัก คิดในใจ
       “เราเป็นห่วงพี่พลอย จนลืมนึกถึงคุณแม่” ก่อนจะพึมพำออกมา “คุณแม่น้ำหนึ่งขอโทษ”
       น้ำหนึ่งเครียดจัด รู้สึกผิดต่อแม่และพลอย น้ำหนึ่งเดินออกไป ระหว่างนั้นอลิสเดินเข้ามาในบริเวณบ้านแล้ว กิริยาท่าทางของอลิสอยากรู้อยากเห็นเต็มที
      
       แต่อลิสยังไม่ทันเห็นน้ำหนึ่ง


  


       ส่วนภายในห้อง ทับทิมทอมนอนแบบอยู่บนเตียง ท่าทางยังเครียดจัดอย่างเก่า เพชรเอายามาให้
      
       “ยาครับแม่”
       “แม่ไม่กิน”
       “แต่คุณหมอสั่งให้แม่กินตลอดนะครับ”
       “คนบ้านนี้มันบ้า บ้าทั้งแม่ทั้งลูก!”
       เพชรปลอบ “แม่กับพี่พลอยไม่ได้บ้า มันเป็นแค่ยาคลายเครียด แม่ทานนะครับ จะได้ดีขึ้น”
       เพชรกุลีกุจอ เอายาเอาน้ำให้ทับทิมกิน ทับทิมมองหน้า เพชรฝืนยิ้มเอาใจ
       “ทานนะครับ” เพชรพยายามตะล่อมจับมือทับทิมออกมา เอายาวางไว้ให้ แล้วยื่นแก้วน้ำ ทับทิมรับมาก่อนบอก
       “แม่อยากอยู่คนเดียว”
       “งั้นแม่พักผ่อนเยอะนะครับ ผมอยู่ด้านนอกนี่แหละ มีอะไรแม่เรียกผมได้ตลอดเวลา”
       เพชรเดินออกไป ทับทิมนั่งหน้าเครียดเคร่ง มือกำยาแน่น ไม่ยอมกิน
       “ฉันไม่บ้า ฉันไม่กิน”
       ทับทิมเอายาทิ้งลงในถังขยะ
      
       เพชรเดินออกมานอกห้องของทับทิม สีหน้าของเพชรกังวล กลุ้มใจ เป็นสีหน้าที่เหน็ดเหนื่อยเหลือแสน
      
       ทับทิมนั่งน้ำตาไหลอยู่ภายในห้อง จ่อมจมอยู่กับความทุกข์ใจ ภาพความทุกข์ทรมานต่างๆ ของพลอย ทั้งตอนถูกเกรียงศักดิ์ทิ้งขับรถชนจนพิการ ถูกดาราณีลากตัวท้าย หัวอกของคนเป็นแม่เห็นแล้วใจสลาย ทับทิมครุ่นคิดถึงเรื่องร้ายในอดีต
      
       วันนั้นทั้งที่เป็นตอนกลางวัน แต่ในห้องนอนทับทิมกลับมืดสลัวๆ บรรยากาศวังเวงน่ากลัว ร่างของจินดานอนจมกองเลือด ทับทิมนั่งถือมีดอยู่ มองจ้องร่างไร้วิญญาณของจินดาสะอื้นไห้
       “ฉันทนไม่ได้...ทนไม่ได้จริงๆ ถ้าคุณจะทิ้งฉันไปมีคนใหม่....เราต้องอยู่ด้วยกันจินดา...เรา
       ต้องอยู่ด้วยกัน
       ทับทิมค่อยๆ เอามือลูบหน้าจินดาอย่างเสียดาย หวงแหน อาลัยอาวรณ์ พลอยในชุดนักเรียนประถมต้นเดินเข้ามา พลอยกรี๊ดสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของจินดานอนจมกองเลือด
       “พ่อ!”
       ทับทิมสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองพลอยอย่างตกใจ
      
       ทับทิมนอนหลับอยู่ในห้อง เหงื่อแตกพลั่ก แต่ดวงตาภายในเปลือกตานั้นกลิ้งกลอกตลอดเวลา เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาหลอกหลอน
      
       วันนั้นพลอยซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย กำลังเอาธูปปักลงกระถางหน้ารูปภาพของจินดา
       “พลอยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อถูกคนร้ายฆ่าตาย”
       ทับทิมเสียงสั่นๆ “ทำไมพลอยคิดอย่างนั้น”
       พลอยทำท่าครุ่นคิดถึงความหลัง “ถึงตอนนั้นพลอยจะยังเด็ก แต่พลอยก็จำได้ พลอยไม่เห็นคนร้าย พลอยเห็นแต่แม่...และมือของแม่ก็ถือมีด เปื้อนเลือด”
       สีหน้าทับทิมซีดเผือด เนื้อตัวสั่นระริก พลอยจ้องหน้าทับทิม
       “แม่ฆ่าพ่อใช่มั้ยคะ”
      
       ทับทิมนอนกระสับกระส่ายไปมา รำพึงรำพัน
       “ไม่...ฉันไม่ได้ฆ่าพ่อแก ฉันจะฆ่าพ่อแกไปทำไมพลอย ฉันจะฆ่าพ่อแกไปทำไม”
       ถามตัวเองเสร็จ ทับทิมก็ร้องไห้โฮ แบบคนเก็บกดเสียสติ เพชรที่ดูอยู่ด้านนอก ได้
       ยินเสียง ยิ่งเครียด อยู่บ้านนี้ไม่เคยมีความสุขเลย!
       เพชรไม่รู้เรื่องที่พลอยเห็นทับทิมฆ่าจินดาตาย รู้แค่พ่อถูกคนทำร้ายตาย
       เพชรหลับตาลงเหนื่อยอ่อน บอกตัวเองในใจ
       “แกต้องทำให้แม่ ทำให้พี่พลอยมีความสุขเพชร!”
       เพชรผลุนผลันเดินออกไป
      
       เพชรจะเดินออกไปนอกบ้าน เห็นอลิสจะเดินเข้ามาในตัวบ้าน เพชรเขม้นตามองอลิสจำได้ พลอยเคลื่อนรถเข็นเข้ามา บอกเพชรเสียงเรียบ
       “แขกพี่...เดี๋ยวพี่จะรับรองเค้าเอง เพชร...ไปดูแลน้ำหนึ่งให้ดีแล้วกัน”
       พลอยเคลื่อนรถเข็นออกไป
      
       เพชรวิ่งออกมาด้านหลังบ้าน กวาดตามองหาน้ำหนึ่ง
       “น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่ง”
       อลิสชะงัก ได้ยินเสียงของเพชรเรียกน้ำหนึ่งๆ
       “น้ำหนึ่ง!”
       อลิสจะตามเสียงไป แต่ต้องชะงัก เมื่อพลอยเลื่อนรถเข็นออกมารวดเร็ว จากตรงทางลาดที่พลอย
       ใช้เข็นรถ
       “มาหาใคร”
       อลิสตกใจหน้าเจื่อน ก่อนแสร้งยิ้ม “ก็มาหาคุณพลอยไงคะ”
       พลอยยิ้มรู้ทัน “แต่ท่าทางของคุณอลิสไม่เห็นจะสนใจฉันเลย อยากรู้เรื่องคนบ้านนี้เหรอคะ”
       อลิสยิ้มเจื่อน เสียงของเพชรดังขึ้น
       “น้ำหนึ่งๆ”
       อลิสหันไปมอง อาการปิดไม่มิด พลอยยิ้มเย้ย
       “คุณอยากรู้เรื่องคนบ้านนี้จริงๆ ด้วย”
       ว่าพลางพลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาใกล้ๆ อลิสถอยหลังกรูด แทบจะล้ม
       “คุณจะทำอะไร”
       “เล่าทุกอย่างให้คุณฟังไง...รอฟังดีๆ แล้วกัน”
       พูดเท่านั้น พลอยก็ไม่ปล่อยให้อลิสตั้งตัว แต่พลอยกลับเลื่อนรถเข็นพุ่งชนเข้าที่ร่างของอลิสอย่างแรง อลิสล้มลง ร้องลั่น
       “โอ๊ย”
       พลอยพุ่งตัวเองลงมาจากรถเข็น กระชากผมอลิสอย่างแรง
      
       “ไง...อยากรู้เรื่องอะไรถามมา ฉันจะบอกให้หมดเลย”