กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       ส่วนเหตุการณ์ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ดูแลจนพลอยค่อยๆ ดีขึ้น รู้สึกตัวขึ้นมา เพชรที่อยู่เฝ้าข้างๆเตียง ปราดเข้าไปหาทันที
      
       “พี่พลอย”
       พลอยค่อยๆ ได้สติ สิ่งแรกที่ทำคือกวาดตามองหาเพชร ท่าทางเลิ่กลั่ก
       “เพชร..เพชร”
       เพชรคว้ามือเอาไว้ “ผมอยู่นี่ครับพี่พลอย”
       “เพชร” พลอยผวาตัวมากอดเพชรแน่นร้องไห้เหมือนกลัวน้องหาย “เพชรอย่าหนีพี่ไปหาน้ำหนึ่งนะพี่ไม่เหลือใครแล้ว พี่ไม่มีใครแล้ว”
       “มีสิครับพี่พลอย...เรายังมีแม่ เรายังมีกันทั้งสามคน”
       “แต่เพชรกำลังจะหนีพี่ หนีแม่ไปหาน้ำหนึ่ง พี่ไม่ยอมนะเพชร พี่ไม่ยอม” พลอยกอดแน่น
       ขึ้นอีก ร้องไห้โฮๆ “พี่ทำใจไม่ได้จริงๆ ที่เพชรจะรักผู้หญิงคนอื่นมากกว่าพี่ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้นคือน้ำหนึ่ง พี่ไม่ยอม” พลอยกรี๊ดๆๆ
       เพชรพยายามปลอบโยน “แต่ผมกับท่านเกรียงศักดิ์คุยกันแล้วนี่ครับพี่พลอย เราจะยุติเรื่องที่ผ่านมา เริ่มต้นใหม่”
       “เพชรคิดว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆ ขนาดนั้นเหรอ เพชรคิดว่าคนพวกนั้นจะยอมให้เพชรแต่งงานกับน้องของศัตรูเหรอ ไม่มีทาง”
       “มีสิครับ เพราะคนพวกนั้น ไม่ได้เห็นพี่พลอยเป็นศัตรู”
       พลอยอึ้ง “เพชร”
       “ไม่มีใครเห็นพี่พลอยเป็นศัตรูทั้งนั้น ทั้งท่านเกรียงศักดิ์ คุณหญิง น้ำหนึ่ง มีแต่พี่พลอยคนเดียวที่เห็นคนอื่นเป็นศัตรู
       “เพชร” พลอยโกรธจัดตบผลัวะ
       “พี่พลอย” เพชรมองมาอย่างตกใจ และคาดไม่ถึง
       พลอยสะอื้นไห้ด้วยความเสียใจ “ได้....ถ้าพี่เป็นศัตรู พี่เป็นนางมารร้ายสำหรับทุกคน...พี่ไปก็ได้เพชร พี่ไปก็ได้”
       พลอยกระชากสายน้ำเกลือออก ผุนผลันออกไป
       “พี่พลอย..พี่พลอย” เพชรรีบตามพลอยออกไปด้วยความเป็นห่วง มือกุมแผลตัวเองเอาไว้ตลอดเวลา
      
       พลอยร้องไห้ด้วยความเสียใจวิ่งหนีออกมาตามทางเดินในโรงพยาบาล เพชรตามไป
       “พี่พลอย อย่าไป พี่พลอย”
       เพชรวิ่งตามพลอย จังหวะนี้น้ำหนึ่งที่ตั้งใจมาหาเพชรเดินมาอีกทาง สองคนชนกัน
       “ว้าย” น้ำหนึ่งล้มลง
       พลอยได้ยินเสียงคนร้อง ชะงัก หันกลับไปมอง จึงเห็นเพชรประคองน้ำหนึ่งขึ้นมา
       เพชรมองอย่างตกใจ คาดไม่ถึง ทั้งดีใจ และห่วง “น้ำหนึ่ง”
       “พี่เพชร”
       สองคนมองตากัน แววตามีแต่ความรัก ห่วงหา อาวรณ์ และอาทร พลอยมองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดรวดร้าว รู้สึกถึงความสูญเสีย ขณะที่สายตาของน้ำหนึ่งเหลือบมองเห็นเลือดที่ซึมผ่านแผลออกมา
       “พี่เพชร” น้ำหนี่งเอามือแตะจับทันทีด้วยความเป็นห่วง
       เพชรเจ็บร้อง “โอ๊ย”
       “พี่เพชรยังไม่หาย ไปหาหมอเร็วค่ะ”
       เพชรจับมือน้ำหนึ่งที่แตะท้องตัวเองไว้ “พี่ไม่เป็นไร...แค่น้ำหนึ่งมา พี่ก็ดีใจแล้ว”
       “ไม่ใช่เวลาหวาน ไปหาหมอเร็วค่ะ” น้ำหนึ่งประคองเพชรขึ้นมา ทั้งที่ตัวเล็กนิดเดียว
       เพชรมองมาอย่างซาบซึ้ง เพชรกอดน้ำหนึ่งปล่อยให้พาตัวเองเดินไปลืมพลอยเสียสนิท
       พลอยน้ำตาไหลพราก มองภาพตรงหน้า เพชรไม่เหลือใจให้เธอเลยจริงๆ
      
       พลอยเดินเซซังหมดแรงเข้ามาภายในบ้านเชิงเขา รอบกายเงียบสงัดและมืดสนิท บรรยากาศช่างดูวังเวง พลอยสะอื้นในอก
       “แม่..พลอยไม่เหลือใครแล้ว พลอยไม่เหลือใครจริงๆ”
       พลอยนั่งทรุดอยู่หน้าประตู ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างหมดแรง ท่ามกลางความมืดและเงียบนั้น พลอยได้ยินเสียงใบไม้กรอบแกรบๆ พลอยหยุดฟัง รู้สึกถึงรอยย่ำของคนที่อยู่ไม่ไกล
       พลอยหันขวับไปมอง ตามเสียงทันที
      
       ด้านพจนีย์เดินเข้ามาในสวนด้วยความสงสัย กวาดตามองบริเวณที่เคยเจอรองเท้าของรจนา
       แต่ไม่เห็นอะไรเพิ่ม “ทำไมไม่เห็นอะไร”
       เสียงเย็นๆ ของพลอยดังเข้ามา “สงสัยอะไร ทำไม ไม่ไปหาตำรวจ”
       พจนีย์สะดุ้งเฮือกหันกลับมามองตกใจ “พี่พลอย”
       “ตามหานี่ใช่มั้ย ฉันเก็บไว้ล่อแกเอง” พลอยชูรองเท้าอีกข้างของรจนาขึ้นโชว์
       พจนีย์ตาโตเหลือกลานตกใจมาก พลอยยิ้มเยาะ ก่อนหัวเราะน้อยๆ
       “หรือไอ้นี่” หยิบมือถือรจนาขึ้นมาอีก
       “มือถือรจนา...ที่มีความลับซ่อนอยู่ อยากดูมั้ยล่ะ”
       พลอยเปิดคลิปในมือถือ ก่อนยื่นไปตรงหน้าพจนีย์ เห็นเป็นภาพพลอยกับเกรียงศักดิ์ที่รจนาถ่ายไว้ พจนีย์ตาโตตกใจ พลอยยิ้มไม่สะทกสะท้าน
       “ใช่...มันมีความลับ และยังมีความลับมากกว่านี้อีก”
       มือของพลอยเปิดคลิปตัวใหม่ให้พจนีย์ดู เป็นภาพพลอยรจนา
       พจนีย์ตะลึง “รจ”
       “รจนามันแส่หาเรื่องเอง...แก..ก็เหมือนกัน”
       พจนีย์แทบคลั่ง “แกทำอะไรรจ แกทำอะไรรจ” ปราดเข้ามา จะขย้ำ)
       พลอยรอจังหวะอยู่แล้วตบผลัวะอย่างแรง จนพจนีย์ล้มลงไป พลอยตามไปขย้ำซ้ำอีกกระชากผมพจนีย์ขึ้นมา
       “อยากรู้ใช่มั้ย ว่าฉันทำอะไร นังรจ มานี่ แกมานี่”
      
       พลอยกระชากร่างของพจนีย์ ไม่ได้ต่างจากตอนกระชากรจนา พาเข้าครัวไป


  


       พลอยผลักพจนีย์เข้าไปในห้องครัว ร่างของพจนีย์เซถลาลงกับพื้น พจนีย์เลิ่กลั่ก พลอยเหยียดยิ้มขณะถาม
      
       “แกอยากรู้ไม่ใช่เหรอ ว่าน้องแกอยู่ไหน”
       พจนีย์งง ถามเสียงสั่น ใจคอไม่ดี “อยู่ไหน”
       “ก็อยู่ข้างๆ แกไง...มันนั่งอยู่ข้างๆ แกนั่นแหละ”
       พจนีย์ใจหล่นไปที่ตาตุ่ม ขณะกวาดตามองไปที่ผนังที่ตัวเองนั่งแนบชิดติดอยู่ เห็นรอยฉาบที่กำแพงดูแปลกตา และใหม่กว่า บริเวณข้างๆ กัน พลอยหัวเราะกระแทกเสียงใส่
       “นังรจนามันอยู่ข้างแกนั่นแหละ”
       “รจ!” พจนีย์ตกใจแทบสิ้นสติ เอามือแตะผนัง “รจ....รจ...” พร้อมกับปราดเข้าไปหาพลอบ “แกทำอะไรน้องฉัน”
       พลอยผลักอกคืน “ก็เหมือนกับที่ฉันจะทำกับแกนั่นแหละ”
       ขาดคำพลอยคว้าสากอาวุธคู่กายขึ้นมา พจนีย์มองตะลึง
       “แต่ของรจนาเป็นจอบ ไม่ใช่สาก”
       พจนีย์ถอยหลังกรูด “อย่านะ..อย่า”
       พลอยถือสากหัวเราะเดินเข้ามา “แกสองคนก็ยังรนหาที่เอง ฉันก็อยู่ของฉันเฉยๆ หนำซ้ำยังคอยช่วยเหลือเกื้อกูลพวกแกทุกอย่าง คนเนรคุณ”
       “ฉันเนรคุณที่ไหน ฉันก็แต่งงานกับพี่เพชรให้แล้วไง” พจนีย์ย้อน
       พลอยเยาะหยัน “แต่งงานกับเพชรให้ โฮะ! นี่ฉันต้องขอบใจแกใช่มั้ย? ทั้งๆ ที่ความจริงแกกระสันอยากเป็นของเพชรจนตัวสั่น”
       พจนีย์ด่ากลับ “แกสิ...กระสัน...อยากเป็นเมียท่านเกรียงศักดิ์จนตัวสั่น แต่เอาเข้าจริง แกก็เป็นได้แค่เมียน้อย เมียเก็บ นางบำเรอที่เค้าไม่เอา”
       “นังพจนีย์” พลอยแค้นจัด กำด้ามสากเหวี่ยงลงใส่
       พจนีย์หลบ แต่ยังปากดีเพราะทนไม่ไหว “ฉันนี่แหละเป็นคนเห็นความลับของแก และ
       ฉันไม่หยุดแค่นี้หรอก ฉันจะแฉ แฉแกทุกอย่าง นังพลอยบ้า นังวิปริต”
       “แกคงมีปากพูดได้หรอก นังพจนีย์”
       พลอยคำรามแล้วเหวี่ยงสากลงมาอีก คราวนี้พจนีย์ที่ระวังตัวอยู่แล้ว กลิ้งตัวหลบ พลอยเสียหลัก
       พจนีย์คว้าของใกล้มือฟาดที่ตัวพลอยอย่างแรง ชนิดที่เรียกว่ากระหน่ำ ตีๆๆ
       “นังบ้า! นังพลอยบ้า! วันนี้แหละทุกคนจะได้รู้ความเลวของแก นังฆาตกรโรคจิต”
       พจนีย์จะฟาดลงมาอีก แต่พลอยใช้ขาถีบพจนีย์ทั้งที่ขานั้นไม่มีแรงเท่าไหร่ พจนีย์เซนิดๆ
       พจนีย์หัวเราะเยาะ “คิดเหรอว่า นังเป๋อย่างแกจะทำอะไรคนดีๆ อย่างฉันได้”
       พจนีย์กระชากขาพลอยดึงลากไป
       “ฉันจะทำอย่างที่แกทำกับน้องฉันอย่างสาสม นังพลอย”
       พลอยหลังครูดพื้นเจ็บ ร้องลั่น “ปล่อย..ปล่อยฉัน”
       “ร้องเลย แกจะได้รู้รสชาติความทรมานที่แกชอบทำกับคนอื่น”
       พจนีย์กระชากร่างพลอยอย่างแรง โดยไม่ทันได้มองด้านหลัง และหลังของพจนีย์จึงกระแทกเข้ากับขอบประตูจนเสียหลักเซล้มลง พจนีย์ร้องลั่น พลอยลุกขึ้นมาหัวเราะร่า
       “แกเหมือนกับน้องแกไม่มีผิด โง่ อวดฉลาด” พลอยคว้าสากใกล้มือขึ้นมา
       พจนีย์ตกใจจนตาเหลือก ถอยหลังกรูด “แกมันบ้า แกมันบ้า”
       “งั้นแกก็รู้สินะ..ว่า คนบ้า ทำได้ทุกอย่าง”
       พลอยเงื้อสากขึ้นมือสุดแขน พจนีย์กรี๊ดลั่น ร่างร่วงผล็อยลงไปคาพื้น
      
       พลอยลากพจนีย์ที่ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดมาตามทางบนไหล่เขาที่อยู่ทางหลังบ้าน
       พจนีย์เลือดท่วมหัว พูดได้เพียงแผ่วๆ จะหมดแรง “พี่พลอย ปล่อย..พจน์ไหว้ล่ะ พจน์ไหว้” พจนีย์ไหว้ขอชีวิต
       “ได้...ฉันจะปล่อยเธอ”
       พจนีย์ยกมือไหว้อีก “ขอบคุณ...พี่พลอย...ขอบคุณ”
       “ขอบคุณทำไม ในเมื่อ ฉันจะปล่อยให้แกไปตาย”
       พจนีย์กลัวจับขั้วหัวใจ ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ก็กลัวตาย “หา” พจนีย์หน้าซีดปากสั่น
       พลอยหัวเราะ “แกบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่านังเป๋โรคจิตอย่างฉัน ทำอะไรแกไม่ได้ฉันจะใช้ขาเป๋ๆ นี่แหละ ส่งแกไปตาย”
       พลอยยกเท้าขึ้น พจนีย์มองเท้าพลอย ก่อนจะหันกลับไปมองยังพื้นด้านข้าง เห็นเป็นทางลาดชันลงสู่หุบเหว พจนีย์ร้องลั่น
       “อย่าพี่พลอย อย่า!”
       เท้าของพลอยยันร่างของพจนีย์สุดแรง พจนีย์ร้องกรี๊ดสุดเสียงขณะที่ร่างไถลลงหุบเหวด้านล่าง พลอยหัวเราะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณอย่างสะใจ
       ร่างของพจนีย์กระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรง พจนีย์ร้องสุดเสียงออกมาอีกที ก่อนจะเงียบไป พลอยตะโกนก้อง ด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดและขมขื่น
       “แกรู้ยัง ขาเป๋ของฉัน ทำได้ทุกอย่าง” พลอยสะบัดหน้าหัันมานัยน์ตาวาวโรจน์ พร้อมกับคำรามออกมา
      
       “คนต่อไปคือแก นังน้ำหนึ่ง”

       ตะวันฉายแสงแรกของวันใหม่ สาดส่องเข้ามาในห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล ขณะที่เพชรนอนตะแคงอยู่บนเตียง มองดูน้ำหนึ่งที่นอนอยู่บนโซฟา
      
       สักครู่หนึ่งเพชรลุกลงจากเตียง เดินไปทรุดนั่งที่พื้น มองดูใบหน้าน้ำหนึ่ง ก่อนก้มลงจูบที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา
       น้ำหนึ่งสะดุ้งตื่น “พี่เพชร...ลงมาทำไมคะ เดี๋ยวแผลก็แตกอีกหรอก”
       “พี่คิดถึงน้ำหนึ่ง...อยากกอด อยาก…” เพชรทำท่าจะก้มลงจูบอีก
       น้ำหนึ่งนึกได้ หน้างอ ผลักเพชรออก ถอยตัวออกห่าง จังหวะนี้ด้านหลัง ประตูห้องค่อยๆแง้มออก พลอยยืนอยู่ที่นั่น ขณะที่เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ ไม่ได้มองดูประตู
       เพชรถามเสียงแผ่วเหมือนคนใจสลาย “ทำไมทำท่ารังเกียจพี่ขนาดนี้น้ำหนึ่ง”
       “ก็น้ำหนึ่งรังเกียจพี่เพชรจริงๆ นี่คะ....รู้ทั้งรู้ ว่าน้ำหนึ่งรัก พี่เพชรยังเอาหัวใจของน้ำหนึ่งไปเหยียบเล่น”
       เพชรรีบคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอด “พี่รู้ที่ผ่านมา พี่ผิด ผิดจนน้ำหนึ่งไม่ควรจะให้อภัยแต่พี่ทำไป เพราะพี่จำเป็นจะให้พี่ทำยังไง น้ำหนึ่งถึงจะให้อภัย”
       “ไปจากชีวิตของน้ำหนึ่งค่ะ” น้ำหนึ่งทำปากแข็ง
       “ไม่จริง...น้ำหนึ่งไม่ได้ต้องการอย่างนั้น ที่น้ำหนึ่งมาที่นี่เพราะห่วงพี่”
       น้ำหนึ่งน้ำตารื้น “ค่ะน้ำหนึ่งทั้งรักทั้งห่วงพี่เพชร แต่ในเมื่อพี่เพชรใจร้ายใจดำกับน้ำหนึ่งเรื่องของเรา มันควรจบลงซะที น้ำหนึ่งลาก่อน โชคดีค่ะพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งผลักเพชรออก แล้วจะออกไป แต่เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ กอดไว้แน่น พลอยมอง
       เจ็บไปถึงขั้วหัวใจ ขณะที่เพชรพร่ำบอก
       “ไม่..พี่จะไม่ยอมให้น้ำหนึ่งไปไหนทั้งนั้น พี่รักน้ำหนึ่ง ได้ยินมั้ย พี่รักน้ำหนึ่ง”
       เพชรคว้าร่างบอบบางของน้ำหนึ่งเอาไว้ระดมจูบด้วยความรัก
       พลอยยืนมองภาพตรงหน้า น้ำตาไหลริน ตระหนักชัด ว่าได้สูญเสียเพชรไปอย่างไม่มีวันกลับ หัวใจของเพชรอยู่ที่น้ำหนึ่งแล้ว
       เพชรกอดน้ำหนึ่งแน่นพร่ำบอก “พี่รักน้ำหนึ่ง...ได้ยินมั้ยพี่รักน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งสะอื้นฮักๆ “น้ำหนึ่งก็รักพี่เพชร รักพี่เพชรคนเดียว รักมาตลอด แต่พี่เพชรทำร้ายน้ำหนึ่ง พี่เพชรเหยียดหยามเกียรติของน้ำหนึ่งทุกอย่าง พี่เพชรยัดเยียดให้น้ำหนึ่งเป็นเมียน้อย”
       เพชรละล่ำละลัก “น้ำหนึ่งก็รู้....พี่ไม่เคยมีอะไรกับพจนีย์ สิ่งที่ค้างอยู่ มันแค่ทะเบียน ทะเบียนที่พี่พลอย...”
       พลอยพูดต่อคำนั้นเอง ด้วยเสียงแผ่วๆ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
       “บังคับให้เพชรเซ็น”
       สองคนหันไปมอง เห็นพลอยยืนร้องไห้อยู่ ตรงประตู
       “พี่พลอย”
       “พี่ขอโทษ ถ้าทุกอย่าง มันเกิดจากพี่ พี่เป็นตัวมาร ของน้ำหนึ่งกับเพชรเพชรพาน้ำหนึ่งไปจากพี่เถอะ” พลอยบีบน้ำตาร้องไห้อีก “เพชรพาน้ำหนึ่งไปจากพี่...ไปจากพี่เลย”
       พลอยยืนสะอื้นอยู่ตรงนั้น ก่อนที่จะทำทีเป็นหายใจไม่ออก พลอยแกล้งชัก สองคนตกใจ
       “พี่พลอยๆๆ”
       ร่างของพลอยชักกระตุก ทำท่าจะนอนกองอยู่ตรงนั้น เพชรตะโกนขณะอ้อมมากดกริ่ง
       “ช่วยด้วยครับช่วยด้วย” บอกกับน้ำหนึ่ง “ฝากพี่พลอยด้วย พี่จะไปตามหมอ”
       น้ำหนึ่งมองพลอย บอกอย่างเป็นห่วง
       “ทำใจดีๆ นะคะพี่พลอย พี่พลอยต้องไม่เป็นอะไร”
       พลอยมองน้ำหนึ่งนิ่งๆ ดวงตาแข็งกระด้าง เสียงเยียบเย็น “ใช่...พี่ต้องไม่เป็นอะไร ถ้าชีวิตของพี่ จะไม่มีเธอ ไปจากพี่ ไปจากเพชรได้มั้ย...พ่อเธอทำลายพี่จนพังยับเยินแล้ว พี่ขอร้อง เธออย่ามาเป็น มาร ในชีวิตพี่อีกเลย”
       น้ำหนึ่งอึ้ง เงียบงัน น้ำตาไหล ก่อนบอกอย่างเด็ดเดี่ยว “ค่ะน้ำหนึ่งจะไม่อยู่เป็นมารชีวิตพี่เพชร พี่พลอยอีก”
       น้ำหนึ่งร้องไห้ออกมา แล้วผลุนผลันออกไป ทันทีที่ประตูปิดพลอยยิ้มออกมาคิดในใจ
       “เธอฉลาดแล้วน้ำหนึ่ง ที่เธอเลือกจากไป ไม่งั้น...เธอจะมีชีวิตไม่ต่างจากสองพี่น้องนั่น
      
       ด้านเพชรวิ่งออกมาพร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่วิ่งมาพอดี
       “มีอะไรครับ มีอะไร”
       “ช่วยพี่สาวผมด้วยครับ”
       พูดแค่นั้น เพชรก็วิ่งนำเจ้าหน้าที่ออกไป ส่วนน้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้ออกไปอีกมุมแล้ว
      
       เพชรนำเจ้าหน้าที่วิ่งเข้ามา เห็นพลอยนอนแทบจะกองอยู่ที่พื้น เพชรรีบเข้ามาประคอง
       “พี่พลอยเป็นยังไงบ้าง”
       “พี่....พี่...” พลอยทำท่าจะหายใจไม่ออก เจ้าหน้าที่เข้ามาประคองพลอยดูแล
       เพชรกวาดตามอง ใจหายวับ “แล้ว แล้วน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งล่ะครับพี่พลอย”
       “น้ำหนึ่ง ไปแล้ว”
       “น้ำหนึ่งไปแล้ว” เพชรลุกพรวดวิ่งออกไปทันที
       “เพชร...เพชร!”
       พลอยผลักเจ้าหน้าที่ออก ตามเพชรไปติดๆ
      
       เพชรวิ่งออกมาตามหาน้ำหนึ่ง ใจหายวับ เพชรกวาดสายตามองไม่มีแม้เงา
       “น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่ง” เพชรลิมสิ้นความอาย วิ่งตามน้ำหนึ่งต่อ
       พลอยตามมาด้านหลัง มองเพชรทั้งสงสาร เห็นใจ แต่ก็สะใจ
       เพชรยืนเคว้งมองหาน้ำหนึ่งหน้าเศร้า หัวใจกระตุกวูบหลุดลอยจากร่าง
      
       อารีย์เดินออกมาจากห้อง นักปราชญ์เดินเข้ามาหน้าตาบึ้งตึง ใจยกน้ำมาเสิร์ฟให้ อารีย์มองอย่างแปลกใจ
       “อ้าว!ไหนแกบอกจะตามน้ำหนึ่งไปอังกฤษ”
       “น้ำหนึ่งไม่ได้ไปครับ”
       “ไม่ได้ไป” อารีย์ฉงน
       “ผมให้พรรคพวกเช็คอย่างละเอียดแล้ว น้ำหนึ่งไม่ได้ออกนอกประเทศ น้ำหนึ่งหลอกพวกเรา” นักปราชญ์ หยิบน้ำดื่มหมดแก้ว
       ทับทิมที่ยืนหลบมุมอยู่ด้านหลังมองพอใจ ใจเดินเอาแก้วมาส่งให้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว อารีย์ยืนยิ้ม
       “หลอกพวกเรากลับไปหาไอ้เพชร”
       “ใช่ครับ..น้ำหนึ่งต้องหลอกพวกเรากลับไปหาไอ้เพชร ผมไม่ยอม”
       นักปราชญ์พูดท่าทางโมโห ทับทิมยิ้มสะใจ
      
       ที่คฤหาสน์ของเกรียงศักดิ์ ในเวลาไม่นานต่อมา ดาราณีถามนักปราชญ์อย่างตกใจ
       “น้ำหนึ่งไม่ได้ไปอังกฤษ”
       “ไม่ได้ไปที่ไหนๆ ด้วยครับ ผมสงสัยว่าน้ำหนึ่งจะหลอกคุณน้า กลับไปหาไอ้เพชร”
       ดาราณีหันไปมองหน้าเกรียงศักดิ์เป็นเชิงถาม เกรียงศักดิ์บอก
       “ไม่น่าเป็นไปได้”
       นักปราชญ์หงุดหงิดไม่พอใจ “ทำไมคุณน้ามั่นใจอย่างนั้น”
       “เมื่อวานน้าไปหาเพชร”
       “ไปหาไอ้เพชร? คุณน้าไปจับมันเข้าคุก”
       “เปล่า...น้าเคลียร์เรื่องทุกอย่างกับเค้า”
       “หมายความว่ายังไงครับ”
       “น้าอยากยุติเรื่องทุกอย่างง”
       “แล้วเรื่องของตาหวาน คุณน้าจะปล่อยให้เรื่องของตาหวานเงียบหายไปเหรอครับ”
       “น้าไม่อยากต่อเวรต่อกรรมอะไรกับเค้าอีก ที่ผ่านมา เราก็ผิดมากพอแล้ว”
       “คุณน้ากำลังจะทรยศผม”
       “ไม่..นักปราชญ์ เพชรยังคงเป็นฆาตกร แต่เราจะไม่ไปยุ่งไปตามเพชรอีก ปล่อยให้อายุความมันหมด ทุกคนก็จะรอด รวมทั้งเธอ”
       “คุณน้า”
       “น้ารู้ ว่าเธอทำเพื่อน้า เพื่อน้ำหนึ่ง แต่ขอให้เรื่องมันจบเถอะนะนักปราชญ์น้าขอร้อง อย่าให้เรื่องมันยุ่งไปกว่านี้อีกเลย”
       “งั้นผมขอสิ่งตอบแทนในสิ่งที่ผมสูญเสียได้มั้ยครับ”
       เกรียงศักดิ์ฉงน “เธอต้องการอะไร”
       “แต่งงานกับน้ำหนึ่ง” นักปราชญ์บอก
      
       น้ำหนึ่งเดินเข้ามาได้ยินพอดี


  


       นักปราชญ์กลับไปแล้ว สามคนพ่อแม่ลูกอยู่ในห้องโถงด้วยกัน น้ำหนึ่งบอกเสียงแข็งในท่าทีเด็ดเดี่ยว
      
       “ไม่นะคะ น้ำหนึ่งไม่แต่งงานกับพี่นักปราชญ์เด็ดขาด”
       “เพราะเพชรใช่มั้ย ที่ลูกไม่ไปอังกฤษ ก็เพราะลูกไปหาเพชร แล้วลูกก็ไม่ยอมแต่งงาน”
       “จะมีพี่เพชรหรือไม่มี น้ำหนึ่งก็ไม่อยากแต่งงานกับพี่นักปราชญ์”
       เกรียงศักดิ์เอ่ยขึ้นบ้าง “แต่ที่ผ่านมานักปราชญ์ช่วยเหลือเรามาตลอด”
       “ช่วยเหลือในทางที่ผิด ทำให้พี่เพชรต้องกลายเป็นฆาตกร”
       “ตอนนั้นมันคือทางออกที่ดีที่สุด พ่อกับแม่เป็นห่วงน้ำหนึ่ง โกรธเพชรน้ำหนึ่งต้องเข้าใจ” ดาราณีบอก
       น้ำหนึ่ง เสียงสั่น ทาทางหวาดกลัว “แต่น้ำหนึ่งไม่อยากแต่งงานกับพี่นักปราชญ์”
       “แต่มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด...” เกรียงศักดิ์ ว่า
       น้ำหนึ่งมองเกรียงศักดิ์ เกรียงศักดิ์พูดด้วยความลำบากใจ
       “ไม่อย่างนั้น เรื่องของลูก เพชร พลอย พ่อ จะไม่มีวันจบอย่างเด็ดขาด”
       “แล้วคุณพ่อคิดว่า น้ำหนึ่งแต่งงานกับพี่นักปราชญ์ เรื่องจะจบเหรอคะ”
       “อย่างน้อย...เพชรก็จะกลับไปอยู่ ในที่ของเค้า....ที่มีเค้า มีพลอย”
       “พวกเค้า จะได้ไปจากชีวิตเราซักทีนะน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งกลั้นไม่อยู่ ร้องไห้โฮ ทุกข์ระทม ขมขื่น เจ็บปวดใจเหลือแสน
      
       ฝ่ายเพชรเปิดประตูเข้ามาในห้อง ด้วยท่าทางเหมือนคนไร้หัวใจ เขาเดินไปหยิบเสื้อเบอร์
       13 ที่เคยให้น้ำหนึ่ง และขวดดาวขึ้นมามอง ภาพเก่าก่อนแสนหวานระหว่างเพชรกับน้ำหนึ่งผูดขึ้นมาหลอกหลอน เพชรพึมพำเบาๆ
       “พี่รู้แล้วน้ำหนึ่ง ว่าคนที่หัวใจสลายเป็นยังไง”
       เพชรกวาดมองดูรอบห้อง มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีน้ำหนึ่งอีกแล้ว
      
       อลิสคุยกับหมอณัฐ แต่หมอณัฐดูท่าทางนิ่งเฉยท่าทางเหมือนคิดอะไรอยู่
       “แต่มันก็ดีนะพี่หมอ ถ้าผู้ชายเจ้าชู้ เจอผู้หญิงอย่างคุณพลอยบ้า จะได้รู้ซะมั่ง อย่าเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น”
       หมอณัฐครุ่นคิดเรื่องที่พลอยโกหกเรื่องกระเป๋ายา หมอณัฐลุกขึ้น
       อลิสถามทันที “พี่หมอจะไปไหน”
       “ไปธุระ อลิสนอนเลยนะ ไม่ต้องรอพี่”
       หมอณัฐเดินออกไป อลิสชะเง้อคอมองตามสงสัย
       “ต้องไปหายัยพลอยบ้าอีกแน่ๆ”
       อลิสได้แต่ค้อนไม่พอใจ หมอณัฐไม่ฟังตน
      
       พลอยเดินออกมาด้านนอก น้ำตาปริ่ม ขณะโทร.คุยระบายกับทับทิม
       “เพชรเหมือนคนไม่มีหัวใจ”
       ทับทิมในคราบแม่บ้านไพลินบอก “คนอกหักก็เป็นอย่างนี้ทุกคน...อีกหน่อยก็ลืม”
       “พลอยไม่เคยลืม...หรือแม่ลืมสิ่งที่พ่อทำกับแม่...”
       “แม่ก็ไม่เคยลืม! แต่แกก็รู้แล้วนี่ ใครทำแม่เจ็บมีสภาพยังไง”
       “พลอยก็เหมือนกับแม่...ใครทำพลอยเจ็บ มันไม่มีทางตายดี!”
       “ใครทำลูกแม่เจ็บ มันก็ไม่มีทางตายดีเหมือนกัน!”
       ทับทิมยกขวดน้ำใสๆ กรดกำมะถัน ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ขึ้นมา มองตาวาว
      
       วางสายจากแม่ พลอยยังยืนอยู่ท่ามกลางความมืด พำพึมราวกับเสียงหลอนหลอกดังก้องอยู่ในหู
       “ไม่มีใครตายดี ใครที่ฉันเกลียด มันไม่มีทางตายดี!”
       พลอยหันกลับมา แต่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นพจนีย์ในสภาพน่าเกลียดน่ากลัวยืนอยู่
       ดวงตาของพจนีย์ที่มองมาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย พลอยร้องกรี๊ดผงะ
       “อย่า..อย่าทำฉัน อย่า”
       หมอณัฐรีบคว้าตัวพลอยไว้ก่อนจะล้มลง “ผมเองครับคุณพลอย”
       พลอยเนื้อตัวสั่นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามอง “หมอ”
       “คุณพลอยกลัวอะไรครับ”
       พลอยได้แต่นิ่งอึ้งไม่ตอบเนื้อตัวสั่น หลอนเรื่องพจนีย์
      
       สองคนอยู่ภายในห้องรับแขก พลอยวางแก้วน้ำให้หมอณัฐ มือไม้ยังสั่น
       หมอณัฐ เห็นก็เป็นห่วง “คุณพลอยไม่สบาย ไม่เห็นต้องลำบากเลย”
       พลอยยังตัวสั่น ท่าทีหวาดผวา “พลอยไม่เป็นไรค่ะ คุณหมอมาซะดึกมีอะไรคะ”
       “ที่โรงพยาบาลบอกว่าคุณพลอยไม่สบาย พอผมไปหา..คุณพลอยก็ออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว”
       “พลอยไม่เป็นไรค่ะ...”
       “แต่ผมว่าคุณพลอยไม่สบาย นั่งนี่นะครับ..ผมขออนุญาตเอาไปหายามาให้ทาน”
       หมอณัฐผลุนผลันลุกเดินไป ด้วยความสงสัยเรื่องกระเป๋ายาของตน
       พลอยเห็นหมอเดินมุ่งหน้าไปข้างในก็ตกใจ “หมอคะ..หมอ” แล้วรีบตามไป
      
       หมอณัฐเดินไปอีกด้าน พยายามกวาดสายตามองหากระเป๋ายา แต่ไม่เห็นพลอยเดินตามมาท่าทีมีพิรุธ “หมอคะ..พลอยไม่เป็นไร”
       “หมอเป็นหมอ หมอรู้คุณพลอยไม่สบาย” หมอณัฐหันไปอีกทาง
       พลอยมองตามสายตาหมอ แต่แล้วก็สายตาของพลอยก็หลอนมองเห็นรจนาในสภาพน่าเกลียดน่ากลัวเหมือนศพยืนอยู่ตรงผนังที่ถูกพลอยฝังเอาไว้ พลอยร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง
       “อย่า..อย่าทำฉัน ฉันกลัวแล้ว กลัวๆๆๆๆ” เนื้อตัวพลอยสั่นสะท้าน
       “คุณพลอย” หมอณัฐเข้ามากอดรวบตัวเอาไว้
       พลอยกลัวหนัก “อย่า...อย่าเข้ามา ฉันกลัวๆๆๆ”
       เพชรที่อยู่ในห้องได้ยินเสียง สะดุ้งตื่นขึ้นมา
       “ไม่มีอะไรครับคุณพลอย” หมอณัฐปลอบ
       “มี...มี...มันอยู่นั่น” พลอยชี้มือไปที่ผนังห้อง
       หมอณัฐมองไม่เห็นอะไร “ไม่มีอะไรนี่ครับ นอกจาก...”
       หมอณัฐเดินไปคลำดูผนังที่เห็นรอยฉาบใหม่ เห็นว่าแตกต่างจากรอยเก่าชัดเจน เพชรเดินลิ่วเข้ามาเห็นพอดี
       “มีอะไรกันครับ”
       พลอยสะดุ้งเฮือก “ไม่มี...ไม่มี” พลอยหันไปบอกกับหมอ “พลอยต้องการพักผ่อน”
       หมอณัฐ ยิ่งห่วง “คุณพลอย”
       พลอยเผลอหลุดวีนเหวี่ยงใส่ “ไม่ได้ยินเหรอ พลอยต้องการพักผ่อน กลับไป”
       เพชรตกใจ “พี่พลอย” มองหมอท่าทีเกรงใจ “ขอโทษครับคุณหมอ”
       “ไม่เป็นไรครับ งั้นผมกลับก่อน ฝากดูแลคุณพลอยด้วย”
       พอหมอณัฐเดินออกไป พลอยทำท่าจะเป็นลม หวาดกลัวมากจนเซทำท่าจะล้ม
       “พี่พลอย”
      
       เพชรรีบถลาเข้าไปประคองพลอยทันที
      

       คืนเดียวกันนั้นเพชรประคองพลอยเข้ามาในห้อง พามาที่เตียงนอน พลอยกอดเพชรแน่น รู้สึกถึงความปลอดภัยมั่นคง เพชรบอกอ่อนโยน
      
       “ไม่มีอะไร พี่พลอยนอนนะครับ”
       “เพชรนอนกับพี่นะ” พลอยคว้ามือเพชรเอาไว้ ด้วยความหวาดกลัวไม่ได้คิดเรื่องชู้สาว
       “พี่พลอยกลัวอะไร” เพชรมองมาเริ่มสงสัย
       พลอยชะงัก เริ่มได้สติ “เปล่า...พี่ไม่ได้กลัวอะไร พี่เพียงแค่ อยากกอดเพชร” พลอยลนลานกอดน้องเอาไว้กลัว “นานแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน”
       “พี่พลอยไม่สบาย ต้องพักผ่อนเยอะๆ ผมไม่อยากอยู่รบกวน พี่พลอยนอนนะครับ”
       เพชรจับมือพลอยออก แต่พลอยควานคว้ามือเพชรเอามากอดไว้ใหม่
       “เพชร อยู่กับพี่นะ” พลอยเบ้หน้าจะร้องไห้ “พี่กลัว...” มองน้องชายด้วยสายตาอ้อนวอน “นะ..อยู่กับพี่..พี่กลัว”
       เพชรจำต้องพยักหน้า ล้มตัวนอนลงบนเตียงข้าง ๆพลอยกอดเพชรเอาไว้ เหมือนเด็กน้อยต้องการการปกป้อง คุ้มครองดูแล เพชรมองพลอยอย่างประหลาดใจ รู้สึกอึดอัดอยู่ในที
       สีหน้าพลอยกังวล หวาดกลัวมากๆ
      
       ฝ่ายน้ำหนึ่งนอนร้องไห้ คิดถึงเพชร
       “น้ำหนึ่งไม่อยากแต่งงาน...พี่เพชร..ทำไม ชีวิตเราต้องเป็นอย่างนี้ด้วย”
       น้ำหนึ่งได้แต่กอดตัวเองร้องไห้ อ้างว้างโดดเดี่ยวไม่มีใคร
      
       วันต่อมา สองสาวนัดเจอกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง นิ้งถามเสียงดัง
       “ตัวต้องแต่งงานกับไอ้คุณนักปราชญ์” น้ำหนึ่งพยักหน้า นิ้งโวย “จะบ้าเหรอ ไม่มีทางแก้ปัญหาอย่างอื่นแล้วรึไง”
       “นั่นแหละการแก้ปัญหา ทุกอย่างต้องจบลง”
       “บ้า...ตัวต้องบ้าไปแล้ว ถ้าเป็นเค้า เค้าจะหนีตามพี่เพชร”
       น้ำหนึ่งตกใจ “นิ้ง!”
       “ไม่ต้องมาร้อง ไม่ต้องมาแอ๊บ ทำยังกับตัวไม่เคยหนีตามพี่เพชรงั้นแหละ”
       น้ำหนึ่งเขินๆ “แต่เค้ากับพี่เพชร ไม่เคยมีอะไรกันนะ”
       “เฮ้ย!จริงดิ สมัยนี้ เดินผ่านเค้าก็กินตับกันแล้วนะ...ตัวรอดได้ยังไง”
       น้ำหนึ่งสายตาฝัน ปลื้ม “พี่เพชรเป็นลูกผู้ชาย เป็นสุภาพบุรุษ”
       “แน่ใจนะว่าพี่เพชรไม่ใช่ตุ๊ด”
       “นิ้ง”
       “ก็เค้าสงสัย ตัวไปอยู่กับพี่เพชรมาตั้งนาน รอดได้ยังไง”
       “ก็บอกแล้วไง พี่เพชรเป็นลูกผู้ชาย เป็นสุภาพบุรุษ พี่เพชรไม่ทำอะไรเค้าหรอก”
       นิ้งทำท่าคิด “งั้น...ถ้าเค้าไม่ทำ ตัวก็ทำ ปล้ำเลย”
       น้ำหนึ่งตกใจ “นิ้ง”
       “ทำไม ก็รวบหัวรวบหาง พอพี่เพชรตกเป็นของตัว ตัวก็บอกพ่อแม่ ว่าต้องแต่งงานกับพี่เพชร”
       “บ้า...พูดบ้าๆ”
       “บ้าจริงด้วย เพราะความจริง พี่เพชรต้องปล้ำตัวใช่มั้ย งั้นตัวก็ให้พี่เพชรปล้ำแต่ อย่าเพิ่งยอม เดี๋ยวเค้าจะว่าหญิงไทยใจง่ายตัวก็อิดออดพอเป็นพิธี” นิ้งออกท่าออกทางไปด้วย “อย่าค่ะ อย่าค่ะพี่เพชร หลังจากนั้นก็สู้ไม่ได้ หมดแรง แหะๆ”
       น้ำหนึ่งหน้าเศร้าลง “นิ้ง ระหว่างเค้ากับพี่เพชร ใครจะปล้ำใครก่อน ไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาทุกอย่างคือ พี่พลอย พี่พลอยไม่มีทางยอมให้เค้ากับพี่เพชรแต่งงานกันหรอก”
      
       อารีย์ถามนักปราชญ์ขึ้น
       “สรุป...ทางโน้นตกลงให้แกแต่งงานกับน้ำหนึ่ง”
       “ครับ”
       “ก็ดี..ถือว่าเป็นของแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าหน่อย อย่างน้อยลูกสะใภ้แม่ก็ลูกสาวรัฐมนตรี”
       “แล้ว แม่จะทำยังไง? จะบอกพ่อหรือเปล่า”
       “เค้าเป็นพ่อแก ยังไงต้องบอก...แต่ถ้าพ่อแกเห็นนังทับทิมมันดีกว่าฉัน แล้วจะไม่มาก็อีกเรื่อง” อารีย์เดินออกไปอย่างฉุนเฉียว
       ทับทิมที่ยืนหลบมุมอยู่ ยิ้มมีเลศนัย
       ในเวลาต่อมา ทับทิมในชุดแต่งตัวธรรมดา ยืนคุยอยู่กับพลอยในสวนบ้านเชิงเขา พลอยถามตกใจแกมโล่งใจ
       “น้ำหนึ่งจะแต่งงาน”
       “ฮื่อ แต่งงานกับไอ้นักปราชญ์ คนที่มันปรักปรำเพชร”
       “แปลว่า...มันจะลอยนวล”
       “ใครว่า มันจะต้องทุกข์ทรมาน พิกลพิการทั้งบ้านต่างหาก ทั้งนังอารีย์แม่ย่า ไอ้นักปราชญ์ลูกเขย”
       พลอยสะดุดหู หรี่ตามองตาเป็นประกาย “แม่เอา....อะไรให้มันกิน”
       “ยาวิเศษของแม่ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส...แม่ผสมในอาหารทุกอย่างให้มันสองแม่ลูกกิน ต่อให้มีปีก มันก็หนีไม่รอด เพราะปีกมันจะหัก กลายเป็นนกพิการสาแก่ใจแม่จริงๆ พลอย”
       สองคนแม่ลูกโรคจิตหัวเราะ ขณะที่พลอยถาม
       “พลอยขอยาวิเศษของแม่ได้มั้ยคะ เผื่อพลอยจำเป็นต้องใช้มัน”
       ทับทิมยิ้ม ไม่ปฏิเสธ
      
       วันต่อมาหน้าตาน้ำหนึ่งซีดเซียวไม่ค่อยดีเลย เกรียงศักดิ์บอก
       “วันนี้พี่นักปราชญ์เค้าจะพาน้ำหนึ่งไปเลือกชุดแต่งงาน”
       “น้ำหนึ่งใส่อะไรก็ได้ค่ะ”
       “ไม่ได้หรอก...ถึงลูกจะไม่ได้รักไม่ได้ชอบนักปราชญ์แต่มันก็คือหน้าตาของหนูเอง”
       “มีแต่หน้าตา แต่ไม่มีหัวใจ ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะคุณแม่...” น้ำหนึ่งเดินออกไปเลย
       “น้ำหนึ่ง” ดาราณีจะตามแต่เกรียงศักดิ์แตะมือห้าม ดาราณีไม่ยอม เอามือออกตามไป
       นวลมองน้ำหนึ่งอย่างเห็นใจ รีบตามออกไป
      
       น้ำหนึ่งเดินออกมาร้องไห้คนเดียว นวลเดินตามมา ด้วยความเป็นห่วง และสงสาร
       “คุณน้ำหนึ่ง”
       “บางที น้ำหนึ่งก็คิด...ว่าตัวเองทั้งโง่ ทั้งเซ่อ ที่ตัดสินใจอย่างนี้..แต่น้ำหนึ่งรู้ดีป้านวล..เรื่องทุกอย่างมันจะไม่จบ ถ้าน้ำหนึ่งไม่แต่งงาน”
       “ใช่ค่ะ เพราะคนพวกนั้นมันโรคจิต ถ้าคุณน้ำหนึ่งไม่แต่งงาน นายเพชรก็ต้องตามมาตอแยวุ่นวาย แม่พลอยก็คงตามมาราวี ถ้าไม่ห่วงว่าเรื่องราวมันจะวุ่นวายมาถึงคุณท่าน นวลจะไปอาละวาด ยัยพลอยด้วยตัวเองเลยค่ะ นวลยังโกรธไม่หาย ปลอมเป็นผีเป็นสาง มาหลอกจนคุณหญิงต้องเป็นอย่างนี้”
       ดาราณีที่เข็นรถออกมาได้ยินพอดี คุณหญิงหน้าซีดเผือด น้ำหนึ่งตัดบท
       “อย่านะคะป้านวล คุณแม่อโหสิกรรมให้พวกเค้าแล้ว น้ำหนึ่งไม่อยากให้คุณแม่
       ต้องโกรธแค้นอาฆาตขึ้นมาอีก”
       “มันสายไปแล้วน้ำหนึ่ง” ดาราณีเสียงเครือสั่น
       สองคนตกใจหันขวับ “คุณแม่” / “คุณหญิง”
      
       เกรียงศักดิ์นั่งกลุ้มอยู่ นักปราชญ์เดินเข้ามาหา
       “สวัสดีครับคุณน้า น้องน้ำหนึ่งล่ะ”
       “อยู่ในสวน”
       “งั้นผมไปหาน้องก่อนนะครับ”
       นักปราชญ์เดินไปที่สวน เกรียงศักดิ์เหน็ดเหนื่อยหัวใจเกินกว่าจะห้าม
      
       ดาราณีน้ำตาไหลพราก พูดเสียงสั่นเครือ
       “แม่อภัยให้พลอยมาตลอด...เพราะแม่คิดเสมอว่าคุณพ่อเองก็มีส่วนผิด” ดาราณีน้ำตา
       ไหลพราก “แต่พอพลอยทำอย่างนี้ มันเกินไป..พลอยตามมาจองเวรจองกรรมแม่..ทั้งๆที่แม่ไม่เคยทำอะไรพลอย จนแม่ต้องเป็นแบบนี้” ดาราณีแค้นใจ ทุบขาตัวเอง
       สองคนรีบเข้ามาห้าม “คุณแม่” / “คุณหญิง”
       “น้ำหนึ่งต้องถูกย่ำยีเสื่อมเสียเกียรติ มีคำว่าเมียน้อยติดอยู่ที่หน้าผากตลอดชีวิต ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยว” ดาราณีพูดแล้วตาวาววับ “แม่ไม่ยอมพลอยอีกแล้ว แม่ไม่ยอม”
       “คุณแม่ จะทำอะไรคะ” น้ำหนึ่งงง
       “แม่จะให้ น้ำหนึ่งแต่งงานกับเพชร แม่อยากรู้เหมือนกันว่าพลอยจะทำอะไรลูกแม่ได้”
       “คุณหญิง”
       “พลอยจะได้รู้ ว่าพลอยไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับบงการชีวิตใคร แม่ยินดีที่จะให้เพชรแต่งงานกับน้ำหนึ่ง”
       นักปราชญ์เดินเข้ามาหน้าบูดบึ้ง “แต่ผมไม่ยอม”
       ทุกคนหันขวับไปมอง ดาราณีตะลึง นักปราชญ์พูดอย่างโกรธแค้น
       “และถ้าน้ำหนึ่งยังดื้อดึง น้ำหนึ่งก็จะได้เห็นไอ้เพชรมันเป็นฆาตกรฆ่าตาหวานอย่างสมบูรณ์แบบ หรือไม่ก็ ไม่มีโอกาสได้หายใจ”
       “นักปราชญ์”
       “คุณน้ารู้นี่ครับว่าผมเป็นคนจริง เรื่องแค่นี้ผมทำได้ง่ายนิดเดียว โดยเฉพาะที่ผ่านมาผมต้องตกกระไดพลอยโจนกับคุณน้า ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่เรื่องของผม การเอาคืนของผมแค่นี้มันน้อยไป”
       “เธอร้ายกว่าที่น้าคิด” ดารณีว่า
       “มันเป็นความชอบธรรมที่ผมควรได้ครับคุณน้า ไม่มีการลงทุนอะไร ที่ไม่หวังผลกำไร ผมก็เหมือนกัน ผมหวังในตัวน้ำหนึ่ง และน้ำหนึ่งต้องแต่งงานกับผมเพียงคนเดียว”
      
       น้ำหนึ่งมองนักปราชญ์ที่พูดเสียงเข้มใส่อย่างเกลียดชัง นาทีนั้นคิดถึงเพชรเหลือเกิน


  


       พอตกตอนกลางคืน เพชรยืนเหม่อมองไปยังท้องฟ้า คิดถึงภาพความหลังเก่าๆระหว่างตัวเองกับน้ำหนึ่งที่เพชรกลั่นแกล้งน้ำหนึ่งทุกอย่าง แล้วเพชรก็ได้แต่ทอดถอนใจ
      
       “พี่ทำร้าย...คนที่รักพี่ที่สุดได้ยังไง” เพชรคร่ำครวญอยู่ในใจ สุดแสนจะเสียใจ
      
       ส่วนพลอยนอนอยู่ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก เห็นแต่ความมืดมิดว่างเปล่า
       พลอยผวากลัวนึกถึงเพชรในทันที “เพชร” แล้วผุดลุกขึ้นจะลุกไปจากเตียง แต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นร่างพจนีย์ในสภาพผีนั่งมองพลอยดวงตาแข็งกร้าวน่ากลัว
       พลอยตกใจกลัวมาก “พจนีย์”
       “แกฆ่าฉัน” เสียงพจนีย์ดังสะท้อนก้องในหัวพลอยซ้ำๆ “แกฆ่าฉัน....แกฆ่าฉัน แกฆ่าฉัน”
       พลอยปากคอสั่น เถียงลั่น “ไม่...ฉันไม่ได้ทำ”
       “แกฆ่าฉัน”
       พลอยกรี๊ดเสียงดัง “แอร๊ย...ม่าย....” พลอยหันหน้าจะหนี
       จังหวะนี้รจนาในสภาพถูกโบกปูนติดอยู่ที่ผนัง ดวงหน้าซีดขาวดวงตาที่เคยกลัวพลอยมาบัดนี้จ้องมองเขม็ง
       “แกฆ่าฉัน” รจนา
       พลอยกรี๊ดสุดเสียง “แอร๊ยยย” เสียงกรีดร้องลั่นบ้าน
       เพชรที่ยืนคิดถึงน้ำหนึ่งอยู่ได้ยิน รีบวิ่งเข้ามา
      
       พลอยร้องกรี๊ดๆๆ ตกใจกลัวผีสองพี่น้อง พลอยถดตัวถอยร่น จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ ทั้งรจนา
       และพจนีย์คลานเข้ามาดักหน้า ดักหลังไว้หมด
       “แกฆ่าฉัน...แกฆ่าฉัน”
       พลอยปิดหน้าปิดตา ตะโกนใส่หน้าผีสองพี่น้อง “เปล่า...ฉันไม่ได้ทำ”
       พจนีย์กระชากมือพลอยออก “แกฆ่าฉัน”
       ดวงตาพลอยเบิกกว้าง เจอผีรจนามองอยู่ แต่แล้วความกลัว ก็เปลี่ยนเป็นความกล้าบ้าบิ่น
       “พวกแกรนหาที่เอง ได้ยินมั้ยพวกรนหาที่เอง พวกแกรนหาที่เอง”
       เพชรวิ่งเข้ามาได้ยิน ทั้งงงทั้งตกใจ เปิดไฟพรึ่บ ทันทีที่ไฟสว่าง เพชรก็เห็นพลอยในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง สภาพน่ากลัวกว่าผีสองพี่น้องที่พลอยเห็น อาการเหมือนคนบ้า วิกลจริตเข้าไปทุกวัน
       พลอยยังไม่ได้มองเพชร กวาดตามองไปรอบๆ ห้องเห็นแต่ผีสองพี่น้อง “พวกแกรนหาที่เอง”
       เพชรเข้าไปจับตัวพลอยเตือนสติ “อะไรครับพี่พลอย..อะไร”
       พลอยตกใจกรีดร้องขึ้น ยังไม่รู้ตัว “พวกแกรนหาที่เอง...”
       เพชรพูดแทบเป็นตวาดเสียงดังลั่น “พี่พลอย”
       พลอยได้สติ “เพชร”
       “ใครรนหาที่? ใครทำอะไรครับ”
       พลอยหลบตา ปากคอสั่น กลัวความลับแตก “เปล่า...ไม่มีอะไร ไม่มีใคร”
       “แล้วทำไมพี่พลอยพูดอย่างนั้น”
       พลอยจิตหลุด เริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ “พี่บอกไม่มีอะไร ก็ไม่มีอะไรไง”
       เพชรจ้องมองพลอย สายตาของเพชรบอกว่า มันต้องมีแน่ๆ พลอยเห็นดวงตาของเพชรก็รู้ตัว
       “ไม่มี...ไม่มีอะไร พี่แค่ฝันร้าย”
       เพชรถามอย่างจับสังเกต “พี่พลอยฝันถึงอะไร”
       “ฝันถึง...” พลอยเกือบหลุด “เปล่า...ไม่มีอะไร”
       เพชรยังจับสังเกตอยู่ “งั้น...พี่พลอยก็นอนพักผ่อนเถอะนะครับ ผมเองก็จะไปนอนเหมือนกัน”
       พลอยผวาคว้ามือเพชรไว้ มองอ้อนวอน “เพชร...อยู่เป็นเพื่อนพี่ก่อน นะ..นอนกับพี่”
       เพชรปลดมือออกมองพลอย “ก็ในเมื่อพี่พลอยบอกว่าไม่มีอะไร พี่พลอยจะกลัวไปทำไมครับ นอกซะจากว่า..พี่พลอย...มีอะไรแล้วกำลังปิดบังผม”
       เพชรมองพลอยจับสังเกตมากขึ้น พลอยอึ้ง กลัว เพชรตัดสินใจเดินออกไปพลอยโพล่งขึ้นมา
       “พี่ไม่มีอะไรนะเพชร สิ่งเลวร้ายที่พี่เคยทำ คือเรื่องของท่านอย่างเดียวเท่านั้น”
       เพชรหันกลับมามองจ้อง พลอยมองตาเพชร ไม่แน่ใจ เพชรรู้อะไรมาอีก ได้แต่พรั่งพรูเหมือนวัวสันหลังหวะ
       พลอยหลอนหนัก “แล้วตอนนั้นท่านก็ไม่ได้เจ็บปวดทรมาน อย่างที่เพชรคิด เพราะพี่ฉีดยา
       ให้ท่าน”
       เพชรตกใจ “ฉีดยา” เป็นอีกเรื่องที่เพชรเพิ่งรู้
       “ใช่...พี่ฉีดยาให้ท่าน” พลอยโกหก แก้ตัวเรื่อยเปื่อย “ต่อให้ตอนนั้นพี่เฉือนท่านออกทีละชิ้น..ทีละชิ้น ท่านก็ไม่เจ็บปวด”
       เพชรทั้งตกใจ ทั้งสลด พลอยเป็นเอามาก “พี่พลอย”
       พลอยหัวเราะร่า “พี่ใจดีใช่มั้ยเพชร....ขนาดท่านกระทำกับพี่ขนาดนั้น พี่ยังใจดีกับท่านเลย” ใบหน้าพลอยเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “แต่ถ้าใครรนหาที่ ก็เป็นความผิดของมันเอง”
       “ใครรนหาที่ครับพี่พลอย”
       “นัง!” พลอยเกือบหลุด แต่นึกได้ทัน “ไม่มี” มองตาเพชรขณะบอก “พี่แค่พูดเผื่อเอาไว้ ไม่มีจริงๆ”
       เพชรมองแบบไม่วางใจ เชื่อว่าต้องมีอะไรแน่ๆ “ครับ..พี่พลอยเป็นพี่สาวของผม ผมจะเชื่อพี่พลอยนอนนะครับ” เพชรปิดไฟแล้วเดินออกไป สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดระแวง
       พลอยหันขวับมามองที่ผนังห้อง เห็นรจนานอนตัวก่อตัวงอก่องอขิงเหมือนถูกฝังเอาไว้ในผนัง รจนาเบิกตามองพลอยอย่างอาฆาตแค้น พลอยมองตอบไม่กลัวแล้ว สะบัดหน้าหันมาอีกทาง เจอพจนีย์นั่งอยู่ข้างๆ เตียง พลอยกระชากผมพจนีย์สุดแรง
       “คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ? มาหลอกฉันเลยนะ ยกโขยงมาหลอกฉันเลย!”
       เพชรที่อยู่ด้านนอกได้ยินหมดทุกอย่าง เพชรกลั้นใจค่อยๆ แง้มประตูออกอย่างแผ่วเบา
       เห็นพลอยกำลังขย้ำวิกผมยาว ที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาพลอยหัวเราะอย่างพอใจ นาทีนี้ผีก็ไม่กลัว แลเห็นภาพหลอน เป็นผีพจนีย์ทำหน้าแหยใส่
       “มาเลย...พวกแกยกโขยงมาหลอกฉันเลย”
       เพชรมองอย่างสลดคิดในใจ
       “พี่พลอยต้องมีเรื่องอะไรปิดบังเราแน่ๆ”
       เพชรปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
      
       อลิสย้อนถามเพื่อนสาวนังมินโฮที่ลากสังขารมาหาถึงบ้านหมอณัฐที่เขาใหญ่ ท่าทีตกใจ ระคนแปลกใจ
       “อย่าบอกนะว่าที่แกลากสังขารมาหาฉันถึงนี่ เพราะข่าวยัยน้ำหนึ่งจะแต่งงาน”
       “เออ”
       อลิสตกใจท่าทีน่าขัน “เฮ้ย! จริงดิ”
       “ก็จริงน่ะสิ...แหม!แก เรื่องแบบนี้มันต้องเห็นหน้ากันจั๋งๆ มันถึงจะเมาท์กันได้มันๆ” มินโฮจีบปากเม้าท์
       อลิสแอบอิจฉา “โฮะ!! ยัยน้ำหนึ่งแต่งงาน มันจะมันตรงไหน”
       “ก็มันตรงที่” มินโฮทำท่ากระซิบ เบาๆ เมาท์แบบละครหลังข่าว “ยัยนิ้ง..บอกว่า…”
       อลิสหงุดหงิดโวยทันที “เฮ้ย! อยู่กันแค่สองคนจะกระซิบทำไม? ดังๆ เลยดังๆ”
       มินโฮจัดให้ บอกเสียงดัง “ยัยน้ำหนึ่งมันแต่งงาน เพื่อหนีพี่เพชร น้องของยัยคุณพลอยบ้าศัตรูของแกน่ะสิ”
       หมอณัฐจะเดินออกไปทำงานได้ยิน ชะงักฟัง มินโฮเมาท์ต่อ
       “เพราะถ้ายัยน้ำหนึ่ง ยังรักอยู่กับพี่เพชร ยัยพลอยบ้ามันไม่ยอมแน่ๆ และแกก็คงรู้
       ใช่มั้ย? พอยัยพลอยบ้าไม่ยอม มันจะเป็นยังไง”
       อลิสตาโต “ต้องฆ่า”
       หมอณัฐได้ยินหมดทุกอย่าง สีหน้าเป็นกังวลอย่างชัดเจน หมอณัฐเองก็เริ่มสงสัยตะหงิดๆ มีหลายอย่างชวนให้คิดแล้ว
      
       หมอณัฐตัดสินใจหาความจริง ค่อยๆ แอบเดินเข้าไปในบ้านเชิงเขา แบบระแวดระวัง แต่เพชรเห็น มองจับตาอย่างสงสัย ปกติหมอณัฐ ไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็น
       เพชรถามอย่างสุภาพ สายตาเป็นมิตร
       “คุณหมอมีอะไรรึเปล่าครับ”
       “เอ่อ..ผม...พอดี ผมลืมกระเป๋ายาเอาไว้ที่นี่ คุณเพชรเห็นบ้างหรือเปล่า”
       “กระเป๋ายา!” เพชรงง
       “ครับ...มียาอันตรายหลายอย่างอยู่ในนั้น...ผมกลัวเด็กๆ จะเก็บได้ แล้วเผลอเอาไปเล่น”
       เพชรครุ่นคิดถึงคำพูดของพลอย
       “เดี๋ยวผมช่วยหาดู”
       “ขอบคุณครับ” เพชรเดินนำเข้าไปข้างในบ้าน
      
       เพชรนำหมอณัฐเดินเข้าไปหากระเป๋ายามุมต่างๆ ภายในบ้าน จังหวะนี้มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเพชรกับหมอณัฐตลอดเวลา แต่สองคนหาไม่เห็น
       “เดี๋ยวผมถามพี่พลอยให้”
       “ไม่เป็นไรครับ...ผมอาจจะลืมไว้ที่อื่นก็ได้” หมอณัฐเกรงใจเพชร “งั้น...ผมขอตัวกลับก่อน
       นะครับ แล้วเรื่องที่ผมมา..ผมไม่อยากให้บอกคุณพลอย ผมกลัวว่าเธอจะไม่สบายใจ” หมอเดินออกไปเลย
       เพชรมองตาม สายตาของเพชร สงสารหมอณัฐและรู้เรื่องนี้พลอยเกี่ยวข้องแน่นอน ที่แท้พลอยยืนหลบอยู่มุมหนึ่ง มองจ้องหมอณัฐเขม็ง
      
       หมอณัฐเดินตรงมาที่รถจะกลับ รู้สึกเหมือนมีคนมองตามตลอดเวลา ทนไม่ไหวจึงเดินกลับไป กะรู้ให้ได้ว่าใครตามมา พลอยที่แอบมองอยู่รีบฉากหลบทันที
       แต่พลอยก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเพชรฉุดมือพลอยอย่างแรง พลอยจะร้องตกใจแต่เพชรเอามืออุดปากเอาไว้ หมอณัฐได้ยินเสียงร้อง มั่นใจ ว่ามีคนตามมาแน่ๆ จะเดินตาม แต่ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเจออลิสยืนหน้าซีดตกใจอยู่
       “มีอะไรอลิส”
       “มานี่เร็วค่ะ” อลิสบอก ท่าทีร้อนใจ
      
       ไม่นานต่อมาอลิสเดินนำหมอณัฐเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล เห็นพจนีย์นอนอยู่บนเตียงในสภาพสะบักสะบอม
       “คุณพจนีย์”
      
       หมอณัฐมองหน้าอลิสอย่างงุนงง

       ครู่ต่อมา สองคนเดินออกมาคุยกันที่ด้านนอก อลิสเล่าเรื่องให้ฟังพี่ชายฟัง
      
       “ตอนอลิสขับรถไปส่งเพื่อนกลับกรุงเทพฯ ขากลับ เจอชาวบ้านช่วยกันหามพจนีย์ออกมา”
       อลิสเล่าละเอียดจนเห็นเป็นภาพเหตุการณ์
      
       ขณะที่อลิสขับรถของหมอณัฐไปตามทาง เห็นชาวบ้านช่วยกันหามพจนีย์ออกมาจากป่าข้างทาง อลิสจอดรถลงไปถามอย่างพลเมืองดี
       “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” มองเห็นร่างหญิงสาวสภาพสะบักสะบอมก็ตกใจ “พจนีย์”
       “คุณรู้จักเหรอ” พลเมืองดี
       อลิสหน้าตาตื่น ตกใจมาก “ค่ะ....แล้ว ทำไมเค้าเป็นแบบนี้ล่ะคะ”
       “ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะกลิ้งมาจากไหล่เขา กระแทกเข้ากับต้นไม้”
      
       เล่าถึงตรงนี้หมอณัฐมองอลิสสีหน้าไม่เข้าใจ
       “พี่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับอลิส แต่พี่ไม่เข้าใจ ทำไมอลิสต้องทำท่าตื่นๆ แล้วต้องไปตามหาพี่ถึงบ้านเชิงเขาด้วย”
       อลิสหงุดหงิดไม่พอใจ “ก็เพราะบริเวณที่ชาวบ้านเค้าเจอพจนีย์ มันเป็นที่ดินที่อยู่หลังบ้านเชิงเขา คราวนี้พี่หมอพอจะเข้าใจหรือยังคะว่าทำไมอลิสต้องไปตามพี่หมอที่นั่นด้วย” อลิสจ้องหน้าหมอขณะบอก “อลิสมั่นใจ ยัยพลอยบ้า ต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอน”
       หมอณัฐระอา “ตรรกะอลิสอีกแล้ว” พร้อมกับจะเดินหนีไป
       อลิสโพล่งออกไปทันที “ค่ะตรรกะอลิส แต่ตรรกะของอลิสก็คงไม่ต่างจากตรรกะของคนอื่นๆ ที่เลือกจะเข้าข้างแต่ตัวเอง รวมทั้งพี่หมอด้วย”
       หมอณัฐหันมา อลิสพูดต่อ
       “เพราะถ้าพี่หมอเปิดใจ พี่หมอก็จะต้องเห็นอย่างอลิส คุณพจนีย์มีเรื่องกับยัยพลอย แล้ววันหนึ่งคุณพจนีย์ก็เกือบตายอยู่แถวบ้านยัยพลอย มันจะไม่เกี่ยวกับยัยพลอยได้ยังไง”
       หมอณัฐอึ้ง แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวหนีไป แม้จะเริ่มคล้อยตาม แต่เพราะรักพลอยจึงไม่กล้ายอมรับความจริง อลิสตะโกนตามหลัง
       “อลิสรู้...ความจริงแล้วพี่หมอกำลังโกหกตัวเอง” หมอณัฐหยุดกึก “แต่ระวังเถอะค่ะ หลอกตัวเองดีนัก พี่หมออาจจะต้องเป็นเหยื่อรายต่อไปของยัยพลอย” อลิสขัดใจมาก
       หมอณัฐเดินหนีไป สีหน้าไม่สู้ดีเอาเลย
      
       ด้านพลอยนั่งนิ่งเหมือนเด็กทำความผิดแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้ เพชรมองดุ
       “พี่พลอยยังไม่บอกผมเลย ว่าพี่พลอยเอาเข็มฉีดยามาจากไหน”
       “เข็มไหน อะไร?...ไม่มี”
       “ก็เข็มที่พี่พลอยจะฉีดท่านเกรียงศักดิ์...มันเป็นของหมอณัฐใช่มั้ยครับ”
       พลอยถูกต้อนเลยชักลน “ไม่นะ..ไม่ใช่ พี่ไม่รู้เรื่อง”
       เพชรเริ่มหงุดหงิด “จะไม่รู้เรื่องได้ยังไง ในเมื่อพี่พลอยบอกผมเอง”
       พลอยทำมึน แอ๊บซื่อ “พี่ก็แค่พูดเล่นๆ...พูดไปเรื่อยเปื่อย ความจริง พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย”
       เพชรหงุดหงิด ด้วยทั้งห่วง ทั้งเหนื่อย ปนระอา “พี่พลอยต้องไปหาหมอกับผม” เพชรคว้ามือหมับ ฉุดไป
       พลอยยื้อมือไว้ “ไม่นะ..พี่ไม่ไป พี่ไม่ได้เป็นอะไร พี่จะไปทำไม” แล้วสะบัดออกระเบิดอารมณ์ใส่ด้วยความโมโห “นี่หมอณัฐมาพูดอะไรให้เพชรเข้าใจผิดพี่อีกแล้วใช่มั้ย เพชรถึงได้มองพี่เป็นคนบ้า พูดจาไม่รู้เรื่อง พี่ไม่ได้บ้านะ พี่ไม่ได้บ้า”
       เพชรทนไม่ไหวเหมือนกันระเบิดกลับ “แต่ตอนนี้ผมกำลังจะบ้า”
       พลอยตกใจ “เพชร”
       เพชรเหนื่อยใจสุดๆ โพล่งขึ้นอีก “บ้า...เหมือนครั้งหนึ่งที่พี่พลอยอยากเป็น คนบ้า คนพิการเพื่อให้ทุกคนเอาใจ ทุกคนสนใจ”
       พลอยอึ้ง สะเทือนใจ “เพชร”
       “บอกตามตรงนะพี่พลอย ตอนนี้ผมเหนื่อย เหนื่อยเกินกว่าที่จะดูแลใครอีกแล้ว ผมอยากมีชีวิตของผมเอง ชีวิตของผมที่มีน้ำหนึ่ง”
       “เพชร” พลอยน้ำตาคลอสะเทือนใจยิ่งกว่าเดิม
       “อย่าขอร้องอะไรผมอีกเลยนะครับ ผมจะไปตามน้ำหนึ่ง แต่งงานกับน้ำหนึ่งพอกันซักทีกับความแค้นของเรา” เพชรเดินหนีไปอย่างฉุนเฉียว
       พลอยรีบเดินไปคว้าตัวเพชรกอดไว้ “ไม่นะ เพชรอย่าทิ้งพี่ไป พี่ไม่ยอม”
       เพชรไม่สนใจแกะมือพลอยออกไม่ใยดี พลอยกรีดร้อง
       “พี่อยู่คนเดียวไม่ได้ถ้าไม่มีเพชร อย่าทิ้งพี่ ๆๆๆ”
       เพชรแกะมือพลอยออกจนได้แล้วเดินหนีไป พลอยกรี๊ดสุดเสียงก่อนใช้ไม้เดิม นอนกลิ้งกับพื้น ชักทุรนทุรายเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพชรหันมามอง ก่อนตัดใจ เดินไปโดยไม่สนใจ ทนไม่ไหวแล้ว พลอยเห็นอย่างนั้นก็กรีดร้อง เหมือนคนที่ได้รับความเจ็บปวดอย่างที่สุด ที่ถูกขัดใจ
      
       ตกตอนกลางคืนเพชรเดินเข้าไปในห้อง เสียงร้องกรี๊ดๆ ของพลอยยังดังเข้ามา มันไม่ได้เป็นเสียงร้องของคนชัก คนจะตาย แต่เป็นเสียงร้องกรี๊ดๆ ของคนที่ถูกขัดใจ เพชรหลับตาลงอย่าง เหนื่อยล้า เครียดที่สุด ถอดใจ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นเสื้อกับขวดดาวของน้ำหนึ่ง เพชรเดินไปคว้าสองอย่างมากอดเอาไว้ บอกกับตัวเอง
       “พี่จะทำตามหัวใจของพี่ซักที น้ำหนึ่ง”
      
       ส่วนพลอยเดินเซซังเข้าไปในห้องของทับทิม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเหมือนคนบ้าจริงๆ เสียงทับทิมดังขึ้น
       “ยาวิเศษของแม่อยู่ในลิ้นชักหัวเตียง แกอยากเอาไปจัดการกับใคร ก็เอาไปเลย”
       พลอยเดินตรงไปเปิดลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง หยิบขวดยาสีใสๆ ขึ้นมา มองตาขวาง
       “ฉันไม่ให้ใครไปจากฉันได้ทั้งนั้น”
       ดวงตาของพลอยเบิกกว้าง กลอกตาไปมา แลดูน่ากลัว มือข้างหนึ่งกำขวดยาแน่น
      
       วันต่อมา เห็นควันลอยออกมาจากบริเวณด้านข้างฝั่งครัวของบ้านเชิงเขา
       ท่ามกลางแสงแดดอ่อนอุ่นยามเช้าที่สาดเข้ามาในครัว เห็นเป็นพลอยกำลังนั่งทำขนมน้ำดอกไม้อยู่อย่างขะมักเขม้น แป้งสีชมพูจากกาไหลลงในถ้วยตะไลในซึ้ง พอเทขนมเสร็จ พลอยก็นึ่ง แล้วลงมือนั่งแคะขนมที่เสร็จแล้วใส่จานสวยงาม พลอยยิ้มสบายใจเฉิบ
      
       น้ำหนึ่งแต่งตัวอยู่หน้ากระจกท่าทีซังกะตาย เสียงของนักปราชญ์ดังก้องในหู
       “แต่งตัวสวยๆ นะจ้ะน้ำหนึ่ง เดี๋ยวพี่จะไปรับ ไปเลือกชุดแต่งงาน”
       น้ำหนึ่งทำท่าจะผละจากกระจก หน้าบูดบึ้งเอาเรื่อง เสียงของเพชรตอนที่บอกรักดังขึ้นในภวังค์ น้ำหนึ่งรีบคว้าโทรศัพท์กด เห็นเป็นเบอร์เพชร แต่ต้องชะงัก ภาพดาราณีที่พิการเพราะพลอย ภาพความใจร้ายของเพชรต่างๆ นานา รวมทั้งเหตุการณ์ที่เพชรบอก ไม่เคยรักน้ำหนึ่งผุดขึ้นมาราวสายน้ำไหล น้ำหนึ่งข่มใจตัวเอง
       “อย่าทำตัวเป็นลูกอกตัญญูอีกน้ำหนึ่ง”
      
       น้ำหนึ่งหันไปแต่งตัวต่อ ตัดใจจากเพชรทันที


  


       ด้านหมอณัฐตรวจดูอาการพจนีย์ร่วมกับหมอคนอื่นๆ ดวงตาของพจนีย์เหม่อลอย เหมือนคนเลื่อนลอย ไร้สติ
      
       “คนเจ็บเป็นยังไงบ้างครับพี่หมอ”
       “ศีรษะคล้ายจะถูกฟาดด้วยของแข็งอย่างแรง จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก” หมอณัฐว่า
       “แปลว่า...”
       “คนเจ็บ อาจจะจำอะไรไม่ได้” หมอณัฐบอก
       หมอคนอื่นมองดูพจนีย์ ใบหน้าและตามร่างกายของพจนีย์บอบช้ำ ดวงตาเหม่อลอย
      
       หมอณัฐเดินออกมาด้านนอก เสียงของอลิสดังก้อง
       “คุณพจนีย์มีเรื่องกับยัยพลอย แล้ววันหนึ่งคุณพจนีย์ก็เกือบตายอยู่แถวบ้านยัยพลอย มันจะไม่เกี่ยวกับยัยพลอยได้ยังไง”
       สีหน้าของหมอณัฐเคร่งเครียด การกระทำบางอย่างของพลอยชัดเจนขึ้นทุกวัน
       “คุณพลอย....อย่าเป็นอย่างนั้นเลย” หมอณัฐคิดในใจ แอบหวังอยู่ดี
      
       เพชรแต่งตัวพร้อมเดินทางออกมา เจอพลอยที่ถือจานขนมมาพอดี พลอยทำเป็นไม่รู้ไม่
       ชี้ที่เห็นเพชรจะไปรีบบอก
       “ทานขนมน้ำดอกไม้ก่อนจ้ะ”
       เพชรมองอย่างแปลกใจ กับท่าทางพลอยที่ดูปกติมาก “ไม่ดีกว่าครับพี่พลอย ..ผมรีบไป”
       พลอยตีเนียนถามอีก “ไปไหนจ๊ะ”
       เพชรมองจ้อง “ไปหาน้ำหนึ่ง” วัดใจพลอย
       พลอยทำนิ่งๆ ยิ้มอ่อนโยน “พี่คงห้ามเพชรไม่ได้จริงๆ งั้นก็ตามใจ มะ..ก่อนไปทานขนม
       ก่อนแล้วกัน พี่อบเทียนแล้ว ห้อมหอม”
       เพชรเห็นท่าทางของพลอยไม่มีอะไร เลยใจอ่อนเดินตาม
      
       พลอยพาเพชรมานั่งในสวน ใต้ต้นปีบต้นใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น ดอกปีบร่วงหล่นตามลม ส่งกลิ่นหอมอบอวนไปทั่วบริเวณ
       “พี่มัวแต่ทำขนม เลยไม่ได้ทำกับข้าวเอาไว้ เพชรทานขนมน้ำดอกไม้แทนข้าวนะจ๊ะ”
       เพชรยิ้มชื่น เพราะรักพลอยอยู่ดี “ใครจะทานขนมแทนข้าวได้พี่พลอย”
       “ก็เพชรไง..ตอนเพชรเด็กๆ พี่ป้อนขนมเพชรแทนข้าวอยู่บ่อยๆ” ตักยื่นให้ที่ปาก พร้อมกับบอกเสียงอ่อนโยน “พี่รักเพชรมากนะ รักมาก”
       เพชรมองมาด้วยความรักและสงสาร “ผมก็รักพี่พลอยครับ รักมาก”
       พลอยเยื้อนยิ้มพอใจ “ทานขนมจ้ะ”
       เพชรอ้าปากทานขนม สายตาพลอยมองดูเพชรเคี้ยวขนม แล้วยิ้มอย่างพอใจ
       พลอยตักป้อนให้อีก “ทานอีกนะจ้ะ ทานเยอะๆ น้องชายตัวน้อยของพี่”
       เพชรมองพลอย ท่าทางของพลอยเหมือนคนบ้าอีกแล้ว เพชรสงสาร จำใจกินต่อ
       พลอยยื่นแก้วน้ำดอกอัญชันให้เพชรดื่ม “น้ำดอกอัญชันผสมมะนาว หอมหวานชื่นใจ
       เพชรดื่มน้ำอัญชันแทบหมดแก้ว พลอยมองที่เพชรดื่มพูดต่อยิ้มๆ “ถ้าเพชรแต่งงานกับน้ำหนึ่งจริงๆ พี่จะทำขนมน้ำดอกไม้ในงานแต่งงาน แล้วพี่ก็จะสอนให้น้ำหนึ่ง ทำขนมน้ำดอกไม้ด้วย”
       เพชรไม่อยากเชื่อมองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ พลอยถอนหายใจ
       “ในเมื่อพี่ห้ามเพชรไม่ได้..พี่ก็ต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้เพชร แล้วเสร็จจากงานแต่งานของเพชร พี่จะบวช”
       “พี่พลอย” เพชรแปลกใจ
       พลอยยิ้มแย้ม บอกต่อ “พี่พูดจริง...ทางเดียวที่จะทำให้พี่สงบได้..พี่ต้องปลง ถ้าพี่ปลงได้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่เหรอเพชร?”
       “ถ้าพี่พลอยจะบวชจริงๆ ผมจะร่วมอนุโมทนาด้วย”
       เพชรพูดได้แค่นั้นก็ทำท่าผะอืดผะอม ก่อนจะอาเจียนอย่างรุนแรง พลอยมองสายตานิ่ง แต่ทำท่าตกอกตกใจ
       “เพชร”
       “พี่พลอยผม...” เพชรไม่ไหว อาเจียนออกมาอีก
       เพชรเห็นโลกหมุนอย่างรุนแรงรวดเร็ว เพชรหน้าตาเหยเก พลอยเข้าไปเขย่าตัว
       “เพชรๆ”
       ภาพเหตุการณ์ตอนที่พลอยผสมแป้งทำขนมในครัว เห็นพลอยยกขวดน้ำยาสีใสเทลงในน้ำแป้งที่ผสม ไม่ใช่นิดเดียว แต่ปริมาณมากผุดขึ้นในหัวพลอย
       ส่วนเพชรอาเจียนอย่างหนักหน่วง พลอยนึกถึงตอนที่ทำน้ำดอกอัญชัน แล้วหยดยาลงไป ปริมาณมากอีกเช่นกัน
       เพชรยังคงอาเจียนอย่างหนักแทบหมดไส้หมดพุง และหมดแรงลงเริ่มจะไม่ได้สติ
       พลอยแกล้งเรียก “เพชรๆๆ” มองเพชรตาวาววับ แล้วบอกตัวเองในใจ
      
       “พี่ไม่ให้เพชรไปไหนจากพี่ทั้งนั้น โดยเฉพาะไปหานังน้ำหนึ่ง”
ตอนที่ 16
      
       น้ำหนึ่งอยู่ที่ร้านเว้ดดิ้งแห่งหนึ่งกับนักปราชญ์แล้ว มีพนักงานในร้านคอยดูแล น้ำหนึ่งเลือกชุดแต่งงานชุดแล้วชุดเล่าในท่าทีซังกะตายเหมือนไม่สนใจ โดยมีนักปราชญ์คอยตามไม่ห่าง
      
       “นี่น้ำหนึ่งไม่ชอบชุดไหนเลยเหรอ?”
       “ค่ะ”
       นักปราชญ์เริ่มหงุดหงิด “งั้นให้ดีไซเนอร์ เค้าออกแบบใหม่เลยดีมั้ย”
       “อะไรก็ได้ค่ะ” น้ำหนึ่งพูดแล้วเดินหนีไม่ดูอีก
       “อ้าว” นักปราชญ์เดินตาม
       “ก็เราสองคนไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักอยู่แล้ว จะชุดไหนก็เหมือนกันล่ะค่ะ”
       นักปราชญ์ชักโมโห “น้ำหนึ่ง”
       “หรือไม่จริงคะ...พี่นักปราชญ์ก็รู้อยู่แล้ว น้ำหนึ่งรักพี่เพชร แล้วน้ำหนึ่งก็รู้...ที่พี่นักปราชญ์แต่งงาน เพราะอยากเป็นเขยรัฐมนตรี ในเมื่อเราสองคนรู้อยู่แก่ใจ ว่าเราสองคนแต่งงานเพื่ออะไร พิธีรีตองอะไร ก็ไม่เห็นจะมีความหมาย” น้ำหนึ่งเดินหนีอีก
       นักปราชญ์ไม่ยอม เดินตามมา “งั้นก็ไม่ต้องแต่ง จดทะเบียนแค่นั้น จบ”
       “น้ำหนึ่งไม่จด”
       นักปราชญ์โมโหมาก “เอายังไงอีก”
       “อย่างที่บอกค่ะ พี่นักปราชญ์อยากจัดงานแต่งใหญ่โตแค่ไหน ก็เชิญ แต่จะไม่มีการจดทะเบียน เราสองคนจะแต่งงานกันแค่ในนามแค่นั้น”
       “อวดดีนักนะน้ำหนึ่ง”
       “ถ้าน้ำหนึ่งอวดดี...พี่นักปราชญ์จะไม่แต่งงานกับน้ำหนึ่งก็ได้นี่คะ”
       “โอเค...แต่งก็แต่ง ยังไงคนทั้งประเทศก็จะได้รู้ ต่อไปน้ำหนึ่งเป็นเมียพี่”
       “งั้นถ้าจะแต่ง พี่นักปราชญ์ก็ต้องทำตามความต้องการของน้ำหนึ่งทุกอย่าง”
       “จะให้ทำยังไง ว่ามา”
       “น้ำหนึ่งจะแต่งงานวันที่ 13 มิถุนา และภายในงาน จะต้องมีแต่ดอกปีบเท่านั้น”
       “13 มิถุนา ภายในงานจะต้องมีแต่ดอกปีบ” หน้าตานักปราชญ์ยามนี้สุดแสนจะโมโห โกรธขึ้ง
       เพชรนอนดวงตาปรือ สติเหมือนจะหลุดลอย พลอยมองนิ่ง ดวงตาของพลอยมีทั้งความเจ็บปวด แต่ก็สาแก่ใจ ดอกปีบร่วงหล่นลงมาบนใบหน้าเพชร กลางหว่างสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะดับวูบลงนั้น เพชรหวนคิดถึงน้ำหนึ่ง
       เห็นเป็นตัวเองจูงมือน้ำหนึ่งเดินเล่นที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สองคนหน้าตายิ้มแย้มเบิกบาน บรรยากาศแสนอบอุ่น
       “หอมจังค่ะ”
       “หอมดอกปีบ”
       ดอกปีบค่อยๆ หล่นลงมาจากต้น เพชรเก็บเอามาหนึ่งดอก มาแซมผมให้น้ำหนึ่ง
       “นี่หลอกน้ำหนึ่งอีกหรือเปล่าคะ”
       “หลอกอะไรจ้ะ”
       “ก็ครั้งหนึ่ง พี่เพชรเคยทำโรแมนติก จอดรถแล้วเก็บดอกปีบให้น้ำหนึ่ง”
       ภาพตอนเพชรจอดรถเด็ดดอกปีบใส่กรวยมาให้น้ำหนึ่งผุดขึ้นมาอีกครั้ง
       “แต่กลายเป็นว่า...ตอนนั้นพี่เพชรทำเพื่อหลอกน้ำหนึ่งแค่นั้น”
       เพชรรู้สึกผิด “พี่ขอโทษ จะไม่มีอีกแล้วจ้ะ พี่จะเก็บดอกปีบทั้งหมดในโลกนี้ไปให้น้ำหนึ่ง”
       เพชรพูดพลางก้มลงหอมช่อดอกปีบที่อยู่เรือนผมน้ำหนึ่ง
      
       นึกถึงตรงนี้ดวงตาเพชรใกล้หรี่ปิดลง คราวนี้พลอยใจหาย กลัวจริงๆ
       “เพชร” พลอยเขย่าตัว “เพชร เพชรอย่าเป็นอะไรนะ เพชร”
       เพชรนอนแน่นิ่ง พลอยกลัวร้องไห้โฮ พยายามฉุดกระชากร่างของเพชรขึ้นมา
       “เพชรลุกขึ้นมาคุยกับพี่ก่อนสิ..ลุกขึ้นมาคุยกับพี่ เพชร” พลอยกอดเพชรแนบอกร้องไห้
       เหมือนคนบ้าคลั่ง “อย่าทิ้งพี่ไปนะเพชร อย่าทิ้งพี่ไป”
       หมอณัฐวิ่งเข้ามาพอดี
       “คุณพลอย คุณเพชรเป็นอะไร?
       พลอยบอกละล่ำละลัก “ช่วยเพชรด้วยค่ะคุณหมอ ช่วยเพชรด้วย” พลอยร่ำร้องแทบขาดใจ
       ร่างเพชรถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว โดยมีหมอณัฐตามประกบ พลอยร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ
       “เพชรต้องไม่เป็นอะไรๆๆๆ”
       พลอยร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วเห็นภาพหลอนเป็นผีพจนีย์ ปรากฏตัวยิ้มเยาะ
       “ฉันจะเอาพี่เพชรไปอยู่ด้วย”
       พลอยตะโกนลั่น “ไม่มีวัน”
       คนแถวนั้นหันขวับมามองพลอย เห็นพลอยพูดอยู่คนเดียว พลอยสะบัดหน้าจะไปทางอื่น
       เห็นผีรจนาในสภาพซีดเซียวมองจ้อง
       “ฉันจะเอาพี่เพชรไปอยู่ด้วย”
       “อยากตายอีกรอบเหรอนังผีบ้า!”
       คนแถวนั้นหันขวับมามองพลอย พลอยยืนถมึงทึง ไม่กลัวผี แต่คนแถวนั้นกลัวพลอย
       “ผีบ้า...”
       “ก็เค้าน่ะแหละผีบ้า ไม่น่าเลยนะ ส้วยสวย ไม่น่าเป็นบ้าเลย”
       พลอยยืนตาขวางไม่รู้ตัว
      
       นักปราชญ์มาส่งน้ำหนึ่งที่คฤหาสน์ น้ำหนึ่งบอกย้ำ
       “อย่าลืมนะคะ ทำอย่างที่น้ำหนึ่งต้องการ ไม่อย่างนั้นน้ำหนึ่งไม่แต่ง” น้ำหนึ่งเดินหนีไป
       นวลมองตามไม่เข้าใจ จึงถามนักปราชญ์ “อะไรคะคุณนักปราชญ์”
       “ก็น้ำหนึ่งน่ะสิครับ บอกสินสอดจะไม่เอาซักบาท แต่ต้องแต่งงานวันที่ 13 มิถุนาและทั่วทั้งบริเวณงานแต่งงานจะต้องมีแต่ดอกปีบ”
       “13 มิถุนา ดอกปีบ” นวลพึมพำ
       “13 มิถุนาไม่เท่าไหร่ อยากแต่งวันไหนก็แต่ง แต่ที่จะเอาดอกปีบมาประดับทั่วงาน ดอกปีบมันทนที่ไหน มันเหี่ยวมันช้ำง่ายจะตาย...แล้วทั้งงาน ผมจะไปหาที่ไหนมามากมายขนาดนั้น น้ำหนึ่งทำอย่างนี้ ไม่ต้องการแต่งงานกับผมชัดๆ”
       นวลเองก็ไม่พอใจน้ำหนึ่ง “ใช่ค่ะ...คุณน้ำหนึ่งไม่ต้องการแต่งงานกับคุณ”
       นักปราชญ์โกรธ “ป้านวล”
       “ทั้งเลข 13 ทั้งเรื่องดอกปีบอะไรนั่น เกี่ยวกับไอ้เพชรทั้งนั้น”
       นักปราชญ์งง “เกี่ยวยังไงป้า”
       “เลขประจำตัวไอ้เพชรตอนเป็นนักกีฬาคือเลข 13 ส่วนดอกปีบ ไอ้เพชรก็เป็นคน
       เอามาให้คุณน้ำหนึ่งไงล่ะคะ”
       ฟังที่นวลบอกนักปราชญ์หน้าบูดบึ้ง โกรธจัด
      
       คืนนั้นพอกลับมาถึงบ้าน นักปราชญ์ขว้างปาข้าวของในห้องรับแขกด้วยท่าทางโมโหมาก
       “ยิ่งรู้ว่าไอ้เพชรเป็นคนให้ดอกปีบกับน้ำหนึ่ง ผมก็ยิ่งไม่มีทางให้มีดอกปีบในงานแต่งงานของผม”
       “แล้วจะทำยังไง” อารีย์ถาม
       “ก็ถ้าไม่ยอมแต่งดีๆผมก็จะฉุด ไม่ต้องรอแล้ว สิบสอง สิบสาม ฉุดเลย”
       จังหวะนี้ทับทิมในคราบของไพลินยืนมองอยู่ด้านหลัง จากมุมในครัว ยิ้มคิดในใจ
       “ต่อไปแกคงมีแรงไปฉุดใครได้หรอก ไอ้เลว”
       ใจเดินมาทางด้านหลัง “น้ำอัญชันเสร็จรึยังไงไพลิน”
       “เรียบร้อยแล้วจ้ะ” ทับทิมยื่นให้
       ใจรับน้ำอัญชันจากมือของทับทิม แล้วเดินเข้าไปเสิร์ฟให้สองแม่ลูก สองคนรับมาดื่มท่าทางชื่นใจ ทับทิมมองพอใจก่อนเดินกลับเข้าครัวไป แต่ยังทันได้ยินเสียงอารีย์เอ่ยขึ้น
       “เออ...แม่ไพลินนี่ฝีมือดีทุกอย่าง ตั้งแต่มาอยู่นี่ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเลย ไปตามมาหาฉันหน่อยไปใจ”
       “ค่ะ”
       ทับทิมตาเป็นประกาย ใจเดินออกมา แต่ยังไม่ทันไร อารีย์ก็อาเจียนออกมา ใจกับนักปราชญ์ตกใจ
       “คุณแม่...” นักปราชญ์บอกกับใจ “เรียกรถพยาบาลเร็วใจ”
       “ค่ะๆๆๆ” ใจวิ่งออกไป
      
       ขณะที่ทับทิมยืนมองอย่างสาแก่ใจ


  


       รุ่งเช้าเพชรนอนอยู่บนเตียง ตามเนื้อตัวมีสายระโยงระยาง พลอยนั่งเฝ้าอยู่ สภาพของพลอยเหมือนซากศพ ผอมและโทรม เพชรขยับตัว ครางเบาๆ พลอยรีบปราดเข้าไปหาทันทีอย่างดีใจ
      
       “เพชร..เพชรรู้สึกตัวแล้ว”
       เพชรหลับตา แต่ในความรู้สึกของเพชร เหมือนตัวเองลืมตาอยู่ และเห็นเป็นน้ำหนึ่งมาหา
       เพชรดีใจมาก “น้ำหนึ่ง...”
       พลอยหน้าซีด เพชรคว้าตัวพลอยมากอดแน่น อย่างคนโหยหาคนรัก
       “น้ำหนึ่งกลับมาหาพี่แล้ว... พี่ดีใจ ดีใจจริงๆ” เพชรกอดพลอยแน่น “ต่อไป น้ำหนึ่งอย่าจากพี่ไปไหนอีกนะ” เพชรมองหน้าพลอย แต่เห็นเป็นน้ำหนึ่ง “เราจะแต่งงานกัน อยู่ด้วยกันตราบจนนิรันดร์” เพชรจูบน้ำหนึ่ง
       พลอยตาเบิกกว้าง แต่ก็ไม่ปฏิเสธ พลอยปล่อยให้เพชรจูบ แต่ดวงตาวาวโรจน์ เจ็บ แสลงใจที่ตัวเองเป็นตัวแทนของน้ำหนึ่ง
       จังหวะนี้ประตูถูกเปิดเข้ามา หมอณัฐกับอลิสสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า อลิสร้องดังตามนิสัย
       “ว้าย”
       พลอยผงะออกจากเพชร ฟากเพชรเหมือนรู้สึกตัว เบิกตากว้าง ทันทีที่ลืมตาก็ถาม
       “น้ำหนึ่งล่ะ น้ำหนึ่งอยู่ไหน”
       “น้ำหนึ่งมีที่ไหน ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็” อลิสจงใจประชด “พี่พลอยของคุณไง”
       เพชรงง “พี่พลอย”
       อลิสประชดอีก “บอกไปสิคะพี่พลอยขา จะน้ำหนึ่ง น้ำสอง น้ำอะไรไม่มีทั้งนั้น มีแต่พี่พลอย ที่ยืนให้น้องเพชรกอดจูบอยู่ตรงนี้”
       หมอณัฐ ดุ “อลิส”
       อลิสเบ้ปาก เพชรหน้าซีดงุนงง พลอยหน้าเสีย แต่มองอลิสตาวาว หมอณัฐตัดบท
       “ผมมาตรวจอาการคุณเพชร”
       พลอยหันมาทางอลิส “แล้วเธอมาทำไม”
       อลิสแกล้งยั่วพลอย “ก็มาเยี่ยมพี่เพชรขา..แทนน้ำหนึ่งเพื่อนรักของอลิสน่ะสิคะพี่พลอยขา”
       “ผมเป็นอะไรครับคุณหมอ”
       หมอณัฐอ้ำอึ้ง “อาหารเป็นพิษน่ะครับ”
       “อาหารเป็นเพชรที่ไหน? ทำไมพี่หมอไม่บอกพี่เพชรขา ไปตรงๆ ล่ะคะ ว่ามีกรดกำมะถันปนเปื้อนอยู่ในอาหาร” อลิสบอกแทนละเอียดยิบ
       “กรดกำมะถัน” เพชรงง ส่วนพลอยหน้าซีด
       หมอณัฐ ดุอีก “อลิส”
       “โอเคๆๆโอเค อลิสไม่ยุ่งก็ได้ ก็แค่จะแวะมาบอก รีบรักษาเนื้อรักษาตัวนะคะพี่เพชรขา เพราะน้องน้ำหนึ่งกำลังจะแต่งงานอาทิตย์หน้าแล้วล่ะค่ะ”
       เพชรตกใจ “น้ำหนึ่งจะแต่งงาน”
       “ค่ะ..อ้าว แล้วพี่พลอยขาไม่ได้บอกเหรอคะ ข่าวใหญ่ขนาดนี้ โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับรมต.เกรียงศักดิ์ พี่พลอยขาไม่น่าจะพลาดนะคะ”
       พลอยมองอลิสอย่างเข่นเขี้ยว แทบอยากจะกระโดดไปหักคอ
      
       ขณะที่อลิสเดินลิ่วจะออกจากโรงพยาบาล พลอยตามไป
       “เธอกำลังยุ่งเรื่องของฉัน”
       “แล้วเธอจะทำอะไรฉัน ทำอย่างที่ทำกับพจนีย์เหรอ”
       พลอยหน้าซีด อลิสหัวเราะเยาะ แหย่พลอย
       “ความลับไม่มีในโลกหรอกนะคะพี่พลอยขา พี่เพชรจะรับได้ยังไง ถ้ารู้ว่า ความจริงแล้วพี่พลอยคือฆาตกรฆ่าคน แค่นั้นไม่พอ พี่พลอยขายังจะฆ่าพี่เพชรอีก เอ๊ะ..หรือว่าฆ่าเพราะหึง นี่พี่พลอยวิปริตถึงขนาดหลงรักน้องชายตัวเองเหรอคะ” อลิสหัวเราะร่า “อุ๊ยๆๆ จะเรียกว่าวิปริตก็คงไม่ได้...เพราะพี่เพชรขา ไม่ใช่น้องชายแท้ๆ ของพี่พลอย” พูดถึงตรงนี้อลิสมองจ้องหน้าพลอยเขม็ง “กินผู้ใหญ่ไม่ได้ เลยหันมากินเด็กเหรอคะพี่พลอย”
       พลอยมองจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ อลิสเสียงดังใส่ไม่กลัวสักนิด
       “มองทำไม พี่พลอยเป็นโรคจิต รู้ตัวไว้ด้วยนะ ยัยพลอยบ้าเธอเป็นโรคจิต”
       พลอยยื่นมือออกไปจะตะปบคออลิส อลิสจับมือพลอยเอาไว้ก่อน
       “เธอไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอกยัยพลอยบ้า มีแต่ต่อไป เธอนั่นแหละ จะต้องเข้าไปนอนในคุกเพราะฉัน”
       พลอยมองสู้ตาอลิส “ไม่มีทาง”
       อลิสยั่วอีก “มีซี้...รอพยานปากเอกอย่างพจนีย์ จำความได้เท่านั้นแหละ เธอเสร็จแน่”
       พลอยเผลอหลุด “พจนีย์ยังไม่ตาย”
       อลิสหัวเราะสะใจ ผลักพลอยออกจนล้มลง “เธอทำร้ายพจนีย์จริงๆ ด้วย...อีกไม่นาน เตรียมรับผลกรรมที่เธอทำไว้ได้เลย ยัยพลอยบ้า” เดินเชิดหนีไปไม่แยแสพลอย
       พลอยหน้าซีด “พจนีย์มันยังไม่ตาย ไม่จริง!”
      
       ตกกลางดึก พลอยเดินลุยเข้าไปในป่าที่ยันพจนีย์ลงเหวไป ปากร่ำร้อง
       “พจนีย์มันจะไม่ตายได้ยังไง เป็นไปไม่ได้”
       พลอยเดินบุกเข้าไปในป่า กวาดสายตามองหาซากศพของพจนีย์ แต่ไม่เห็นศพพจนีย์แต่อย่างใด พลอยหน้าซีด
       “พจนีย์ยังไม่ตาย...ไม่จริง”
       เสียงหมอณัฐดังเข้ามาเบาๆ “จริงครับคุณพลอย”
       พลอยเหลียวขวับไปมอง เห็นหมอณัฐยืนอยู่ด้านหลัง “คุณหมอ”
       หมอณัฐมองมาด้วยความสงสาร “คุณพจนีย์ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าวันไหน ความจำเธอกลับคืนมา...ความจริงที่ว่า ใครเป็นคนทำร้ายเธอ ก็คงจะเปิดเผย”
       พลอยเสียวสันหลังวาบ เริ่มลนลาน “ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ทำ” พร้อมกับจะเดินหนี
       หมอณัฐคว้ามือพลอยไว้ “คุณพลอยครับ หมอรักคุณพลอยนะครับ รักมาก หมอไม่อยากให้คุณพลอยถลำตัวมากไปกว่านี้ หมออยากให้คุณพลอยมอบตัว”
       “ฉันไม่ได้ทำผิด ฉันจะมอบตัวทำไม” พลอยตวัดเสียงใส่
       “แล้วกรดกำมะถันล่ะครับ กรดกำมะถันปนเปื้อนลงไปในอาหารที่คุณเพชรรับประทานได้ยังไง”
       ดวงตาของพลอยเบิกกว้าง หวาดระแวง ปนกลัว “หมอ!”
       “หมอพร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณพลอยทุกอย่าง แต่คุณพลอยคงรู้นิสัยของอลิส อลิสไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่ๆ
      
       พลอยหน้าซีดเผือด
      
       ดึกสงัด ทั่วบริเวณบ้านพักของหมอณัฐเงียบเชียบและมืดสนิท บ้านทั้งหลังเหมือนตกอยู่ในสายตาใครคนหนึ่งตลอดเวลา
      
       ที่แท้เป็นพลอยนั่นเอง ดวงตาของพลอยก็เบนไปที่รถคันหนึ่งที่จอดอยู่ มันเป็นรถที่อลิสชอบใช้ พลอยยิ้มที่มุมปาก สีหน้าแสดงว่าคิดอะไรออก
      
       รุ่งเช้าวันต่อมาอลิสเดินลงมาจากตัวบ้าน ขณะที่หมอณัฐเดินหน้ามุ่ยขึ้นมา
       “รถพี่เสีย ยืมรถอลิสหน่อยนะ”
       “ได้ค่ะ” อลิสควักกุญแจให้
       “อลิส พี่ขอร้อง อลิสอย่าทำอะไรเรื่องคุณพลอยนะ ไว้พี่จะพยายามตะล่อมคุยให้เค้ายอมรับผิดเอง”
       อลิสตาโตดีใจ “พี่หมอเชื่อแล้วใช่มั้ยคะว่าคุณพลอยทำผิด คุณพลอยเป็นคนร้าย”
       หมอณัฐพยักหน้า อลิสยิ้มดีใจ
       “ถ้าพี่หมอพูดอย่างนี้ อลิสก็ไม่ทำอะไรหรอกค่ะ อลิสจะรอให้เค้ารับกรรมด้วยตัวของเค้าเอง”
       “ขอบใจมากอลิส” หมอณัฐจะเดินไป
       อลิสบอกทันที “จริงๆอลิสก็ไม่ได้อะไรกับเค้าหรอกนะคะ ที่อลิสทำทุกอย่างเพราะห่วงพี่หมอเท่านั้นเอง”
       หมอณัฐเดินกลับมา “ขอบใจมากอลิส” เอื้อมมือมาดึงอลิสไปกอด
       อลิสหัวเราะ “ไม่เป็นไรค่ะพี่หมอ รักกัน ๆๆ ค่ะ”
       สองคนยิ้มเข้าใจกัน หมอณัฐเดินไปที่รถ อลิสหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก
        
       โดยไม่รู้ว่าพลอยซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งมองอลิสไม่วางตา สายตาบอกว่าโกรธแค้น ชิงชัง และเกลียดมาก
      

      ทางด้านน้ำหนึ่งทำหน้าซังกะตายอยู่ในห้อง เสียงโทรศัพท์ดัง น้ำหนึ่งกดรับเปิดลำโพง พลางเปิดดูหนังสือไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สนใจที่จะคุยเท่าไหร่
      
       “ว่าไงอลิส”
       “เธอจะแต่งงานเหรอ”
       “ใช่หรือไม่ใช่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ”
       จังหวะนี้ประตูห้องถูกเคาะเบาๆ แล้วถูกเปิดเข้ามา น้ำหนึ่งไม่เห็น แต่ดาราณีที่เข้ามาได้ยิน
       “นี่! ฉันไม่ได้โทร.มาหาเรื่องเธอนะ ที่ฉันโทร.มานี่เพราะสงสารพี่เพชร”
       “พี่เพชรทำไม”
       “ถูกยัยพลอยบ้าวางยา เกือบตาย ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่แต่งงาน แต่ฉันจะกลับมาหา มาช่วยพี่เพชร”
       ดาราณีฟังแล้วไม่สบายใจ น้ำหนึ่ง พยายามต่อสู้กับหัวใจตัวเอง
       “พี่เพชรกับฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
       “เกี่ยวสิ เพราะทันทีที่พี่เพชรฟื้น คนแรกที่เค้าคิดถึงคือเธอ และที่สำคัญ...ฉันว่ายัยพลอยบ้ามันน่ากลัว”
       “พี่พลอยจะทำอะไรอีก”
       “ไม่รู้ แต่ฉันเห็นสายตายัยพลอยบ้ามองพี่เพชรแล้ว ฉันกลัวพี่พลอยบ้าจะกินพี่เพชร เธอรีบมานะน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งลังเล เสียงดาราณีดังขึ้น
       “แม่ไม่ให้น้ำหนึ่งไปไหนทั้งนั้น”
       “คุณแม่”
       “ไม่ว่าเพชร-พลอยจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเรา ชีวิตเราไม่ควรจะมีพวกเค้าอีกแล้วนะ...น้ำหนึ่งต้องแต่งงาน”
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด ดาราณีมองลูกสงสาร แต่จำต้องใจแข็ง
      
       อลิสที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จ จะเดินเข้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพลอยยืนอยู่
       อลิสถามอย่างตกใจ “มาทำไม”
       “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
       “มีอะไร อยากพูดก็พูดมา”
       “ที่นี่คงไม่เหมาะ ...คืนนี้เราเจอกันได้มั้ย”
       “จะหลอกฉันไปฆ่าหั่นศพรึไง” อลิสดักคอ
       “ก็แล้วแต่เธอจะคิด แต่ถ้าเธออยากรู้เรื่องราวทุกอย่าง คืนนี้เราเจอกันที่...ห้วยแมงมุมดำ” พลอยค่อยๆ เดินกลับออกไปช้าๆ
       อลิสทำท่ากลัว แต่เบ้ปาก “จะมาจะไป เหมือนผีจริงๆ เลยแม่คุณ” สาวแสบครุ่นคิด “ห้วยแมงมุมดำ หล่อนจะทำอะไรของหล่อน” อลิสหยิบมือถือขึ้นมากดส่งข้อความ “พี่หมอ..คืนนี้..ยัยพลอยบ้านัดอลิสไปหาที่ห้วยแมงมุมดำ พี่หมอรีบตามไปนะ”
       อลิสวางสาย สายตาไม่ไว้วางใจพลอยเลย
      
       ท่ามกลางความมืดของห้วยแมงมุมดำ รอบบริเวณเห็นแต่เป็นป่ารกชัฏ อลิสหน้างอ
       “นัดมานี่...ยัยพลอยบ้ามันจะหลอกฉันมาฆ่าหั่นศพแหงๆ” อลิสกวาดตามอง “พี่หมอนะพี่หมอ ทำไมไม่มาซักที คุณพลอย..คุณอยู่ไหน คุณพลอย”
       เงียบไม่มีเสียงตอบ แต่พออลิสย่างเท้าลงพื้นเท่านั้น ร่างทั้งร่างก็ถูกกระตุกวูบด้วยแร้วที่มี
       ลักษณะเหมือนถุงผ้าผืนใหญ่ ดึงขึ้นไปที่สูงอย่างรวดเร็ว แร้วนั้นดึงแน่น อลิสร้องตะโกนลั่นป่า
       “ช่วยด้วยๆๆๆ”
       แต่แร้วนั้นช่างเหมือนกับใยแมงมุม เมื่อกระตุกแร้วก็ยิ่งรัดตัวอลิสแน่นหนาขึ้น ที่สุดอลิสก็หมดสติลง พลอยยืนยิ้มมองผลงานอย่างพึงพอใจ
      
       ดึกสงัด หมอณัฐขับรถมาจอดริมห้วยแมงมุมดำ รอบๆ บริเวณมืดไปหมด เห็นเพียงแสงจันทร์
       “อลิส..อลิส..อลิสอยู่ไหน คุณพลอย”
       เงียบไม่มีคนตอบ หมอณัฐกดมือถือโทร.ออก
       “ไม่มีสัญญาณ....” หมอครุ่นคิด “หรืออลิสจะยังไม่มา”
       ยุงบินมากัดตอม หมอณัฐไล่ยุงก่อนตัดสินใจไปนั่งรถในรถ เวลาผ่านไปหมอณัฐหาวหวอดๆ และอลิสก็ยังไม่มา หมอณัฐเผลอหลับลงตรงนั้น
      
       พลอยลากแร้วที่หุ้มตัวอลิสมาก่อนสะบัดแร้วออก ร่างของอลิสกลิ้งออกมา
       พลอยมองอย่างสาสมใจ “ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าดวงของแกจะดีเหมือนนังพจนีย์หรือเปล่า”
       พลอยเอาเท้ายันร่างของอลิสลงไปในเหวเบื้องล่างอย่างแรง ร่างของอลิสกลิ้งลงไป
       “ขาเป๋ๆ ของฉัน มันยังใช้งานได้ดีตามเคย” พลอยแสยะยิ้มหัวเราะร่า ก่อนเดินกลับไป
       ร่างของอลิสกลิ้งหลุนๆ ลงเนินเขาที่ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำลึก ทันทีที่ร่างสัมผัสน้ำอลิสก็รู้สึกตัวร้องลั่น “โอ๊ย”
       อลิสร้องลั่น และสติฟื้นคืนมาทันที อลิสเอามืออุดปากตัวเอง ว่ายน้ำหนีสุดแรง ก่อนจะหมดแรง อยู่ในน้ำ ร่างอลิสร่วงผล็อยจมน้ำทันที
       ส่วนหมอณัฐ เผลอหลับไป และหมอณัฐก็ไม่มีโอกาสได้รู้ตัวว่าจะเป็นการหลับครั้งสุดท้ายหลับชั่วนิรันดร์
      
       เพชรนอนกระสับกระส่าย ท่าทางไม่สบายใจเอาซะเลย นึกถึงตอนหลังจากที่พลอยกับอลิสออกไป เพชรถามหมอณัฐ
       ซึ่งเวลานั้นเพชรถามหมอณัฐละล่ำละลัก
       “จริงเหรอครับคุณหมอ มีกรดอะไรบ้าๆ ปนอยู่ในอาหารของผม”
       หมอณัฐ ลำบากใจ “ครับ”
       “พี่พลอย”
       “อาจจะไม่เกี่ยวกับคุณพลอยก็ได้ครับ สารปนเปื้อนพวกนั้นอาจจะมาจากแหล่งที่คุณพลอยไปซื้ออาหารมาก็ได้”
       “พี่พลอยไม่ได้ซื้อที่ไหนหรอกครับคุณหมอ อาหารมื้อนั้นพี่พลอยเป็นคนทำให้ผมทาน” หมอณัฐซีดเผือดขาว
      
       คืนนั้นเพชรสุดแสนจะอ่อนเพลีย ไม่เข้าใจ
       “พี่พลอยห้ามผมไปหาน้ำหนึ่งไม่ได้หรอก”
       เพชรบอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว
      
       รุ่งเช้าพลอยประคองเพชรเข้ามาในบ้าน
       “พี่ดีใจจริงๆ เลยที่เพชรไม่เป็นอะไร”
       เพชรมองพลอยนิ่งๆ ขณะถาม “สารปนเปื้อนบ้าๆ พวกนั้น มาอยู่ในอาหารได้ยังไงครับพี่พลอย”
       พลอยลนลานละล่ำละลัก “พี่ไม่รู้...พี่ไม่รู้จริงๆนะเพชร อาจจะเป็นจาก” คิดหาข้อแก้ตัวใหญ่ “แป้ง...แป้งที่ทำขนม”
       “ก็อาจจะเป็นไปได้นะครับ ปนมากับแป้ง แต่ผมก็ยังแปลกใจอยู่ดี ทำไมแป้งถึงได้มีสารปนเปื้อนมากขนาดนั้น เพราะเท่าที่ผมคุยกับหมอณัฐ คุณหมอบอกว่า ร่างกายของผมต้องได้รับสารปนเปื้อนนั้นในปริมาณที่มาก ผมถึงได้เกือบตาย”
       “พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ ที่พี่ไม่ระวัง ต่อไป พี่จะไม่ประมาทอย่างนี้อีก ต่อไปพี่จะเลิกซื้อแป้งยี่ห้อนั้นไปเลย เพชรนั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้ เพชรจะได้ทานยา”
       พลอยเดินไป เพชรนั่งเหนื่อยหัวใจอยู่ตรงนั้น เสียงโทรศัพท์ดัง เพชรเดินไปรับ
       “บ้านเชิงเขาครับ”
       ทับทิมในคราบไพลิน อยู่ที่บ้านสมบัติยิ้มบางๆ “แม่เอง...ที่แม่โทร.มานี่ เพราะมีข่าวดีมาบอก”
       “เรื่องอะไรครับ”
       “แม่ไอ้นักปราชญ์มันกำลังจะเดี้ยงแล้วนะ เพราะแม่ใช้ยาวิเศษจัดการมัน”
       เพชรฉงน “ยาวิเศษ..ยาวิเศษอะไรครับ”
       “ก็ยาวิเศษที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แม่ผสมลงไปในอาหาร เครื่องดื่ม ของกินทุกอย่างให้พวกมันกิน แม่มันเดี้ยงไปแล้ว ต่อไปก็ถึงคราวลูกมันแล้วล่ะ...”
       “พอได้แล้วครับแม่..ผมไม่อยากให้แม่เป็นผู้ร้ายฆ่าคน”
       “ช่วยไม่ได้ มันอยากทำแกก่อน แม่ก็จะจัดการพวกมันอย่างสาสม บอกพลอยด้วยไอ้ยาวิเศษที่แม่ให้ไปน่ะ ให้มันใช้ระวังๆ”
       เพชรเพิ่งรู้ ทับทิมให้ยากับพลอย เสียงทับทิมดังเจื้อยแจ้วต่อ
       “เพราะถ้าใส่ลงไปมากๆ ถึงตายได้เลยนะ แล้วถ้าตายกะทันหัน ความผิดก็จะมาถึงตัว...ไม่เหมือนแม่..แม่ใส่ทีละนิด ทีละหน่อย ยังไงแม่ก็ลอยนวล”
       ทับทิมวางสาย เพชรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น รู้แน่ชัด พลอยวางยาเขาจริงๆ
      
       พลอยง่วนอยู่ในห้อง ในมือถือขวดกรดกำมะถันเอาไว้
       “พี่เกือบฆ่าเพชร” พลอยตั้งใจ แต่ตอนนี้นึกเสียใจ
       จังหวะที่พลอยทำท่าจะเอายาทิ้งในถังขยะ ประตูห้องพลอยค่อยๆ แง้มออกช้าๆ แผ่วเบาเห็นเป็นเพชรแอบเข้ามามองพลอย เห็นในมือพลอยมีขวดน้ำใสๆ อยู่เสียงทับทิมดังก้องมา
       “ก็ยาวิเศษที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น”
       เพชรมองจ้องที่ขวดยา หัวใจเต้นรัวเร็ว ขณะที่พลอย ทำท่าจะทิ้งขวดยาแต่เสียดาย ที่สุด
       พลอยก็ตัดสินใจเอาขวดยาเก็บไว้ที่เดิม พลอยหันมาแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นเพชร
       “มีอะไรเพชร”
       “ผม...ปวดหัว เลยอยากจะมาขอยาแก้ปวดหัวกับพี่พลอย”
       พลอยใจเต้น ไม่รู้เพชรเห็นหรือเปล่า “ได้จ้ะ” พลางเปิดตู้หยิบยามาให้
       “ขอยานอนหลับผมด้วยครับ หมู่นี้ผมนอนไม่หลับ”
       “จ้ะ” พลอยหยิบขวดยานอนหลับให้
       “ขอบคุณครับ”
       เพชรเดินออกไป พลอยมองตามสีหน้าว้าวุ่นไม่สบายใจ กังวลว่าเพชรรู้เห็นอะไรรึเปล่า?
      
       ไม่นานต่อมาท่ามกลางความมืด เพชรนั่งอยู่บนเตียง สายตาของเพชรจับจ้องที่เสื้อเบอร์ที่13 และขวดโหลดาว ก่อนจะมองขวดยานอนหลับที่อยู่ในมือ ท่าทางเหมือนคิดอะไรอยู่
      
       วันต่อมาน้ำหนึ่งบอกนักปราชญ์ที่แวะมาหาที่บ้าน
       “คุณป้าไม่สบาย จะเลื่อนงานแต่งออกไปก็ได้นะคะ”
       “ไม่เป็นไร พี่เช็คอาการคุณแม่แล้ว ท่านปลอดภัย แต่วันแต่งถ้าไม่หายดี ท่านอาจจะมาร่วมงานไม่ได้”
       “คอยให้ท่านหายดีดีกว่าค่ะ น้ำหนึ่งอยากให้ท่านมาร่วมงาน” น้ำหนึ่งว่า
       “ขอบใจมากที่เป็นห่วงแม่พี่..แต่พี่ว่า น้ำหนึ่งไม่อยากแต่งมากกว่า”
       น้ำหนึ่งนิ่ง นักปราชญ์หัวเราะ
       “ยิ่งน้ำหนึ่งทำท่าอย่างนี้ พี่ยิ่งอยากแต่ง ไม่ต้องรออะไรแล้ว แต่งๆๆ ไปซะทีจะได้หมดเรื่องราว หมดปัญหา” นักปราชญ์จงใจพูดยั่ว “งานแต่งของเราจะต้องยิ่งใหญ่แน่นอน”
       น้ำหนึ่งมองหน้านักปราชญ์อย่างไม่พอใจ แต่จำต้องนิ่ง
      
       น้ำหนึ่งกับนิ้งนัดกันที่ร้านอาหาร สองสาวคุยกัน นิ้งโวย
       “ทั้งๆ ที่ยัยอลิสอุตส่าห์มาบอกว่าพี่เพชรรักตัว ตัวยังจะแต่งกับไอ้พี่นักปราชญ์นั่นอีกเหรอ”
       “ฮื่อ”
       “น้ำหนึ่ง”
       “บอกแล้วไงนิ้ง จะได้จบปัญหาทุกอย่าง อ้อ! วันงาน ตัวไม่ต้องแต่งตัวสวยมาก็ได้นะ เพราะเค้าก็จะเป็นเจ้าสาวที่ไม่สวยเหมือนกัน”
       น้ำหนึ่งบอกอย่างไม่พอใจ
      
       ด้านเพชรยืนคั้นน้ำผักผลไม้อยู่ในครัว เพชรหน้าเครียดตะโกนก้องบอกตัวเองในใจ
       “เจ้าสาวของพี่จะมีน้ำหนึ่งเพียงคนเดียว และเจ้าบ่าวของน้ำหนึ่งก็จะต้องมีพี่เพียงคนเดียวเหมือนกัน”
       ดวงตาที่เพชรจับจ้องที่น้ำผักผลไม้ที่ไหลลงมาที่แก้วนิ่ง
      
       พลอยนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เห็นข่าวแต่งงานของน้ำหนึ่ง “13 มิถุนาฤกษ์ดี น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์ พร้อมลั่นระฆังวิวาห์ ปิดตำนานเมียน้อยเสียที”
       เสียงฝีเท้าดังเข้ามา พลอยรีบซ่อนหนังสือพิมพ์รวดเร็ว
       “ดื่มน้ำผักผลไม้ครับ ผมทำมาให้พี่พลอย”
       พลอยมองอย่างดีใจ “นึกขยันอะไรขึ้นมาฮึเพชร” รับแก้วมาดื่ม
       “ผมอยากดูแลพี่พลอย...”
       พลอยมองหน้าเพชรไม่เชื่อสายตา เพชรพูดต่อ
       “จริงๆ เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง เราไม่จำเป็นต้องมีใครอีกก็ได้”
       พลอยคาดไม่ถึง “เพชรพูดจริงนะ”
       “ครับ..ผมขอโทษที่ทำให้พี่พลอยไม่สบายใจ ต่อไป..เราจะมีกันและกันแค่สองคน”
       “ขอบใจมากเพชรที่เข้าใจพี่ พี่รักเพชรที่สุดในโลกเลย” พลอยผวากอดเพชร
       เพชรดันตัวพลอยออก “ผมก็รักพี่พลอย พี่พลอยดื่มน้ำให้หมดนะครับ”
       พลอยหน้าแหยๆ “น้ำผักนี่ขมจัง รสก็เฝื่อนๆไม่อร่อย แต่เพชรอุตส่าห์ทำให้พี่..พี่จะดื่มให้หมดเลย หมดเหยือกเลยนะเพชรนะ”
       “ครับ”
       พลอยหันไปคว้าเหยือกมาเทน้ำผักใส่แก้วดื่มอีก เพชรมองพลอยด้วยสายตาสลด สงสาร
       เห็นใจ แต่แล้วดวงตาของเพชรก็เป็นประกายกร้าวขึ้น คิดในใจ
       “ผมขอโทษพี่พลอย แต่มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเห็นแก่ตัว”
       สีหน้าพลอยง่วงงง แล้วเริ่มหาวหวอดๆ และพลอยก็หมดสติหลับพับไปตรงนั้น
      
       เพชรทอดถอนใจก่อนอุ้มตัวพลอยขึ้นมา


  


       เช้าวันต่อมา น้ำหนึ่งนั่งแต่งหน้าทำผมเจ้าสาวอยู่ สำหรับพิธีช่วงเช้า หน้าตาของน้ำหนึ่งดูไม่มีความสุขเอาเลย จนนิ้งที่ยืนข้างๆ กระซิบบอกเซ็งๆ
      
       “ไม่อยากแต่งก็ไม่รู้จะแต่งทำไม”
       “ก็แต่งให้ทุกคนสบายใจไง”
       “แล้วตัวเองทุกข์น่ะเหรอ” น้ำหนึ่งนิ่ง นิ้งว่าต่อ “ยังไงเธอตัดสินใจแล้ว เธอต้องยิ้มรับไม่อย่างนั้น คนที่จะทุกข์กว่าเธอคือคุณพ่อคุณแม่แน่ๆ”
       นิ้งกับน้ำหนึ่งหันไปมอง เห็นรมต.เกรียงศักดิ์ และนวล พาดาราณีเข้ามา น้ำหนึ่งฝืนยิ้มให้ทุกคน
       ดาราณียิ้มเศร้า เข้าใจลูก “น้ำหนึ่งสวยมากกก แต่ ความจริง...ลูกแม่ ต้องสวยได้มากกว่านี้”
       น้ำหนึ่งยิ้มเจื่อนๆ ดาราณีพูดต่อ
       “แต่สำหรับแม่...ยังไง น้ำหนึ่งก็สวยที่สุด มะ...ขอแม่กอดที”
       น้ำหนึ่งลุกขึ้นมาจะให้แม่กอด แต่แล้วน้ำหนึ่งกลับสะดุดขาตัวเอง ล้มลงร้อง “ว้าย”
       “น้ำหนึ่ง” แรงรักและความเป็นห่วงลูกสาวสุดสวาท ทำให้ดาราณีลุกพรวดจากรถเข็นปราดมาหาน้ำหนึ่ง
       ทุกคนชะงักมองตะลึงภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า เหมือนว่าดาราณีจะเดินได้
       เกรียงศักดิ์กะนวลอุทานลั่น “คุณหญิง”
       น้ำหนึ่งเองก็เช่นกัน “คุณแม่”
       ทุกคนมองจ้องหน้าคุณหญิง เกรียงศักดิ์กับน้ำหนึ่ง รีบประคองดาราณีขึ้นมา
       น้ำหนึ่งตกตะลึง “คุณแม่เดินได้”
       ดาราณีอึ้ง คาดไม่ถึงเหมือนกัน ค่อยๆ เหยียดเท้าออกไป คุณหญิงค่อยๆ ก้าวเดิน
       ได้อย่างน่าอัศจรรย์ น้ำหนึ่งดีใจเหลือแสน ร้องไห้โฮ ยิ้มทั้งน้ำตา
       “คุณแม่เดินได้..คุณแม่เดินได้แล้วจริงๆ ด้วย น้ำหนึ่งดีใจที่สุดในโลกเลยค่ะ”
       เกรียงศักดิ์สวมกอดดาราณีอย่างเต็มตื้น “ขอบคุณมากคุณหญิง ที่มอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ลูกในวันแต่งงาน” สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันตื้นตัน “ผมดีใจจริงๆ”
       จังหวะนี้นักปราชญ์ปรากฎตัวเดินเข้ามามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ
       “เสียดาย...คุณแม่พี่ก็อยากให้ของขวัญน้ำหนึ่งเหมือนกัน แต่ท่านยังไม่หายดี เลยมาร่วมงานเราไม่ได้”
       น้ำหนึ่งบอกเสียงห้วน “น้ำหนึ่งก็บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งแต่ง”
       นักปราชญ์บอกเสียงเข้ม “ก็พี่อยากแต่ง ต่อให้งานนี้ไม่มีแขกมาซักคน พี่ก็จะแต่ง” พลางถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้ โดยไม่เกรงใจเกรียงศักดิ์เลย “เจ้าบ่าวของน้ำหนึ่งต้องเป็นพี่ ไม่ใช่ไอ้เพชร
       น้ำหนึ่งมองนักปราชญ์ไม่พอใจ เกรียงศักดิ์กับดาราณีมองหน้ากันไม่สบายใจ”
      
       ขณะเดียวกันเพชรบึ่งรถมาตามทางอย่างรวดเร็ว ใจครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา
      
       เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนกลางคืน เพชรเดินออกมาจากห้องพลอย หลังจากที่เพชรพาพลอยเข้านอนแล้ว
       เพชรอยู่ตรงโถงด้านนอกแล้ว แลเห็นข้าวของวางระเกะระกะ แก้วน้ำ เหยือกสมุนไพร และเห็นหนังสือพิมพ์วางตกอยู่
       หน้านั้นในหนังสือพิมพ์เป็นรูปคู่ของน้ำหนึ่ง และนักปราชญ์พร้อมรายงานข่าวการแต่งงานของสองคน เพชรคว้ามาดู ภาพแทนสายตา
       “13 มิถุนายน ฤกษ์ดี น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุศย์ พร้อมลั่นระฆังวิวาห์ ปิดตำนานมหากาพย์เมียน้อย”
       เพชรหน้าซีดเผือด “น้ำหนึ่ง” ผลุนผลันไป เสียงมือถือดัง เพชรกดรับ “ครับ”
       “คุณเพชร..นี่ป้าน้อม ที่ดูแลคอนโดนะคะ” เสียงน้อมดังลอดออกมา
       “มีอะไรครับ?”
       “ป้าเก็บมือถือคุณก้องได้ ในมือถือ ป้าเห็นคลิปที่คุณก้องถ่ายไว้ มีรูป ไฮโซที่ชื่อนักปราชญ์ด้วยค่ะ”
       เพชรได้ฟังก็มีหน้าตาตื่นเต้น สงสัย และแปลกใจระคนกัน
      
       เพชรขับรถมาด้วยอาการสับสน ว้าวุ่น เสียงบอกตัวเอง
       “น้ำหนึ่งจะแต่งงาน...คลิปไอ้นักปราชญ์”
       ที่สุดเพชรก็ตัดสินใจ เลี้ยวรถไปอีกทางอื่นที่ไม่ใช่โรงแรมสถานที่แต่งงานของน้ำหนึ่ง
       ไม่นานหลังจากนั้น เพชรจอดรถก้าวลง แล้วเดินลิ่วลงไปหาน้อมที่ยืนรออย่างกระวนกระวายอยู่แล้ว
       “ป้าหาเบอร์คุณเพชรตั้งนาน กว่าจะเจอ นี่ค่ะมือถือคุณก้อง” หญิงสูงวัยยื่นให้
       เพชรรับมาเปิดดูทันที ในสายตาเห็นเป็นภาพนักปราชญ์แอบย่องเข้าไปในห้องเพชรที่คอนโด ดวงตาของเพชรเปล่งประกายวาบขึ้น เห็นทางเอาผิดนักปราชญ์
       “ขอบคุณมากป้าน้อม ผมมีหลักฐานที่จะทำให้ผมพ้นผิดแล้ว” เพชรคำรามอยู่ในใจ “แกไม่รอดแน่ นักปราชญ์”
      
       เวลานั้นนักปราชญ์และน้ำหนึ่ง แต่งตัวสวยหล่ออยู่ในชุดบ่าวสาวเรียบร้อย ต่างคนต่างมองหน้ากัน หากแต่ไม่ใช่แววตาของคนที่กำลังมีความสุขกับการเป็นคู่ชีวิตกันเลย ก่อนที่น้ำหนึ่งจะสะบัดหน้าใส่นักปราชญ์ แล้วเดินออกมา นักปราชญ์มองตามไม่พอใจ
       “ฉันจะทำให้ไอ้เพชรมันกระอักเลือดเลยคอยดู!”
       นักปราชญ์ตามออกไปอย่างฉุนเฉียว
      
       ด้านพลอย งัวเงียตื่นขึ้นมาบนเตียง ทำหน้างงๆ เริ่มลำดับเหตุการณ์
       “เราเข้ามานอนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
       พลอยทำหน้าครุ่นคิด ทบทวนความจำ เหตุการณ์ตอนที่เพชรเอาน้ำมาให้กินผุดขึ้นมา
       “เพชร” พลอยลุกพรวดขึ้น
      
       พลอยเดินออกมายังห้องโถง ตรงที่เพชรเอาน้ำมาให้ดื่ม เห็นสภาพข้าวของทุกอย่างยังวาง
       อยู่เหมือนเดิม แก้ว เหยือกน้ำ พลอยหน้าตาตื่น นึกถึงตอนที่ตนซ่อนหนังสือพิมพ์เอาไว้ พลอยกวาดสายตามองหา แต่มันไม่อยู่แล้ว พลอยหน้าซีด รู้ทันทีว่าเพชรรู้เรื่องน้ำหนึ่งแต่งงานแล้ว
       พลอยร้อนใจมากกว่าเดิมเป็นทวี “เพชร..เพชร” รีบตรงไปยังห้องเพชรทันที
      
       ครู่ต่อมาพลอยเปิดประตูเข้ามาในห้องเพชร เห็นสภาพห้องเรียบร้อย และบนเตียงนอนมีหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นวางอยู่ ข่าวน้ำหนึ่งแต่งงานเด่นหรา พลอยคว้ามา แต่ต้องชะงักอีก เมื่อเห็นเสื้อเบอร์ 13 ของเพชรวางอยู่ เคียงข้างกับขวดโหลดาวของน้ำหนึ่ง
       พลอยขว้างหนังสือพิมพ์ลงพื้น ปราดเข้าไปหยิบเสื้อ และต้องชะงักอีก เมื่อเห็นลายมือของเพชร เขียนบนกระดาษ เรียบแต่สวย
       โดยเขียนชื่อ “เพชร” แล้วคั่นด้วยรูปหัวใจ “น้ำหนึ่ง” = เพชรน้ำหนึ่ง
       “เพชรรักน้ำหนึ่ง เพชรรักน้ำหนึ่ง”
       พลอยกรีดร้องสุดเสียง อาละวาดอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกันนั้นก็ขยำกระดาษ ปัดเสื้อ เขวี้ยงขวดดาวแตก เห็นดาวกระจายเต็มพื้น ตาพลอยขวาง คำรามออกมาด้วยความหวงแหน
       “พี่ไม่ยอม พี่ไม่ยอมให้เพชรแต่งงานกับนังน้ำหนึ่งเด็ดขาด”
       ฝ่ายเพชรขับรถมาตามทาง มือถือดัง เพชรหยิบมามองเห็นเป็นเบอร์พลอย เพชรตัดใจไม่รับสาย
       พลอยโกรธจัด ตาขวาง กดโทร.ออกอีก เพชรไม่รับแต่ทำหน้าเหนื่อยใจ พลอยยิ่งโกรธ
       “เพชรไม่รับสายพี่ เพชรไม่รับสายพี่?” พลอยกระหน่ำกดจิก โทร.ออกอีก
       เพชรเริ่มหงุด และในที่สุดก็ตัดสินใจกดปิดมือถือไปเลย พลอยโทร.ออก อีกรู้ว่าเพชรปิดมือถือก็หน้าซีดเผือด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้งตาขวาง
       “เพชรกำลังลองดีกับพี่” นัยน์ตาของพลอยยามนี้วาวโรจน์ แลดูเหี้ยมเกรียม ไม่ใช่พลอยคนเดิม
       “ได้! แล้วเพชรกับนังน้ำหนึ่งจะได้จำพี่ไปจนวันตาย”
      
       ภายในห้องที่จัดงานแต่งของโรงแรม น้ำหนึ่งอยู่ในชุดเจ้าสาว เป็นชุดไทยสำหรับงานแต่งตอนเช้าเดินออกมาดู น้ำหนึ่งกวาดตามอง เห็นดอกไม้ประดับงานแต่ง แต่ไม่มีดอกปีบ
       “ไหนดอกปีบ” น้ำหนึ่งแปลกใจ
       นักปราชญ์ที่ตามมาบอก “พี่เตรียมไว้งานฉลอง กลางคืน”
       “น้ำหนึ่งจะเอาเดี๋ยวนี้” น้ำหนึ่งเสียงแข็งใส่
       นักปราชญ์เสียงแข็งไม่ยอมเหมือนกัน “พี่บอกแล้วไง ว่างานกลางคืน”
       น้ำหนึ่งไม่ยอมเหมือนกัน “น้ำหนึ่งก็บอกแล้วไง ว่าต้องมีดอกปีบตั้งแต่งานเช้า
       นักปราชญ์กระชากแขนด้วยความโมโห “อย่าปัญญาอ่อนน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งเสียงเข้ม “อย่ามาด่ากันนะ” พร้อมกับกระชากแขนออก
       “ทำไมจะด่าไม่ได้ ในเมื่อน้ำหนึ่งงี่เง่า”
       น้ำหนึ่งอึ้ง นักปราชญ์หยาบคายมากกว่าที่คิด “คำพูดของพี่ แตกต่างจากชื่อพี่จังเลยนะคะ พี่นักปราชญ์” น้ำหนึ่งเค้นคำแดกดันตอนท้าย
       “พี่ใช้คำพูดที่เหมาะกับคนฟัง คนเป็นยังไง พี่ก็พูดอย่างนั้น อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้...ว่าทำไมต้องเป็นดอกปีบ ทำไมต้องเป็นวันที่ 13”
       “รู้...แล้วไงคะ” น้ำเสียงของน้ำหนึ่งเต็มไปด้วยความหยามหยัน “ยังไง พี่ก็อยากแต่งงานกับน้ำหนึ่งอยู่ดี”
       “ใช่ แต่หลังแต่ง เธอเจอดีแน่น้ำหนึ่ง พี่จะลบไอ้เพชรออกจากใจเธอจนมันไม่เหลือซาก”
       น้ำหนึ่งยิ้มหยัน “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถึงวันครบรอบแต่งงานพี่ก็ต้องจำได้ วันที่13 ความจริงแล้วมันคือวันอะไร?”
       “วันตายของไอ้เพชร!”
       นักปราชญ์กระแทกเสียงใส่ พร้อมกับเดินชนไหล่น้ำหนึ่งอย่างแรงไม่ให้เกียรติ
      
       น้ำหนึ่งมองตามไม่พอใจมาก
      

      ครู่ต่อมาน้ำหนึ่งเดินกระฟัดกระเฟียดกลับมามาในห้องแต่งตัวเจ้าสาว นิ้งรู้เรื่องก็สุดแสนจะเซ็งแทน
      
       “ถ้าเป็นฉัน จ้างให้ฉันก็ไม่แต่ง ทุกข์ทรมานขมขื่นตั้งแต่เห็นหน้าจะแต่งทำไม? อ่ะ!
       โทรศัพท์ ใครก็ไม่รู้โทร.มาหาเธอตั้งหลายทีแล้ว ฉันไม่ได้ดู” นิ้งยื่นมือถือให้น้ำหนึ่ง
       น้ำหนึ่งหยิบมามอง มือถือดังขึ้นอีก เห็นเป็นเบอร์พลอย สีหน้าน้ำหนึ่งเปลี่ยนไปทันที
       นิ้งมองอย่างแปลกใจ “ใคร”
       “เปล่า” น้ำหนึ่งเลี่ยงออกมารับโทรศัพท์ “คะ..พี่พลอย”
       พลอยที่อยู่บ้านเชิงเขา หน้าตาบูดเบี้ยวแต่จำต้องข่มอารมณ์
       “วันนี้น้ำหนึ่งแต่งงาน พี่โทร.มาแสดงความยินดี!”
       น้ำหนึ่งไม่เข้าใจ ว่าพลอยจะมาไม้ไหน “ขอบคุณค่ะ”
       พลอยพูดเองก็เสียใจเอง “เพชร เสียใจมาก ตอนนี้...เค้ากำลังไปตามน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งงง เพชรหรือจะมา พลอยน้ำตาคลอ ทั้งเสียใจและเจ็บแค้น ก่อนจะพูดต่อ
       “รับปากกับพี่ได้มั้ย ต่อให้เพชรไปหา ไปพาน้ำหนึ่งหนี น้ำหนึ่งก็จะไม่ไปกับเพชร”
       น้ำหนึ่งสับสน นิ้งมองอย่างสงสัยว่าเพื่อนคุยกับใคร พลอยพูดต่อคาดคั้น แกมสั่ง
       “รับปากพี่สิน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งจะไม่หนีตามเพชรเป็นครั้งที่ 2”
       น้ำหนึ่งลำบากใจ “พี่พลอยคะ อย่าพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ” นิ้งตาโต
       พลอยพูดเสียงเข้ม “เป็นไปได้...พี่รู้นิสัยเพชร ลองถ้าเพชรจะทำอะไรเพชรต้องทำ เพชรรักเธอ เพชรไม่ยอมให้เธอแต่งงานแน่ๆ แต่...พี่ทนไม่ได้...พี่ทนไม่ได้ ได้ยินมั้ยน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งเสียงเศร้าๆ “น้ำหนึ่งรู้ค่ะ ว่าพี่พลอยเกลียดน้ำหนึ่ง”
       “ใช่...และนอกเหนือไปกว่านั้น...พี่...รัก...เพชร”
       น้ำหนึ่งอึ้ง เสียงพูดคำว่า “พี่รักเพชร” ของพลอย ฟังดูแปลก แปร่ง แฝงความนัย พลอยพูดต่อ
       “เธอรู้ใช่มั้ยว่าเพชรกับพี่ ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ...” พลอยเริ่มเพ้อ หมายจะไซโคน้ำหนึ่ง “พี่รักเพชร...เพชรก็รักพี่ ที่ผ่านมาเราสองคนรักกัน”
       คราวนี้น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด ภาพความหลังต่างๆ ที่เพชรดูแล เอาใจใส่พลอยผุดขึ้นมาเป็น
       ระลอก ราวกับสายน้ำไหล พลอยรู้ว่าได้ผลก็ยิ้มหยัน
       “เราต่าง...เป็นของกันและกัน”
       ดวงตาของน้ำหนึ่งเบิกกว้าง แทบเป็นลม
       พลอยย้ำอีก “พ่อเธอทำร้ายพี่มากพอแล้ว เธออย่าทำร้ายพี่อีกเลยนะน้ำหนึ่ง คืนเพชร
       ให้กับพี่ คืนผู้ชายของพี่ มาให้พี่ “ผัวพี่ พี่ขอ” พลอยจงใจเค้นคำตอนประโยคหลัง
       น้ำหนึ่งกดสายทิ้ง น้ำตาไหลริน ในขณะที่พลอยยิ้มหยันตาวาววับ ด้วยความสะใจ
       นิ้งตกใจเมื่อเห็นอาการเพื่อน “เป็นอะไรน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งบอกนิ้งด้วยเสียงเข้ม “ต่อให้ต้องเดินลงเหว ลงนรก ฉันก็จะแต่งงาน!”
       จังหวะนี้เกรียงศักดิ์ประคองดาราณีเข้ามา ดาราณีบอกว่า
       “แต่แม่ไม่ยอม ถ้าน้ำหนึ่งทุกข์ทรมานกับการแต่งงานครั้งนี้ แม่จะฉุดมือหนูขึ้นมาเอง”
       เกรียงศักดิ์เสริม “พ่อพร้อมเผชิญหน้ากับทุกอย่างน้ำหนึ่ง อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด แต่พ่อจะไม่ยอมให้ลูกของพ่อทุกข์ใจ”
       น้ำหนึ่งมองหน้าพ่อกับแม่ อย่างคาดไม่ถึง
      
       ด้านนักปราชญ์ยืนหงุดหงิด โมโห ลูกน้องเดินเข้ามาถามประจบ
       “นายครับนาย”
       นักปราชญ์ตะคอกใส่ “อะไร”
       “ดอกปีบ....นายจะให้เอาดอกปีบไว้ที่ไหนครับ”
       “ดอกปีบ!”
       สีหน้านักปราชญ์งวยงงสุดขีด
      
       ไม่นานต่อมา นักปราชญ์เดินลิ่วมายังโรงแรมด้านนอก เห็นดอกปีบโรยเป็นทางตามทางเดินโรงแรม สวยงามมาก ด้านนวลยืนงงอยู่ นักปราชญ์เองก็งง แต่อีกมุม น้ำหนึ่ง เกรียงศักดิ์ ประคองดาราณีออกมา ทุกคนเห็นดอกปีบสีขาวพราวกระจ่าง หอมอบอวลไปทั่วต่างก็ตะลึง
       นวลถามแปลกใจ “คุณนักปราชญ์สั่งดอกปีบมาให้คุณน้ำหนึ่งเหรอคะ”
       “เปล่า” นักปราชญ์บอก
       “แล้วใคร” นวลและทุกคนมองหน้ากันงงๆ
       น้ำหนึ่งตื่นเต้น คิดถึงคำพูดพลอย ที่บอกว่าเพชรจะมาพาหนี!!
      
       ขณะเดียวกันที่บริเวณทางเดินด้านนอกโรงแรม แลเห็นเป็นดอกปีบสีขาวโรยอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียว เพื่อนเพชร ลูกชายเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ถามยิ้มๆ
       “เป็นไง โอเคมั้ยเพชร” มองพรมดอกปีบที่พื้น
       “สวยมาก...ขอบใจที่ช่วยเพื่อน” สีหน้าเพชรดูเป็นกังวล “แต่ทำอย่างนี้ ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย”
       เพื่อนเพชรหัวเราะ “จะมีอะไร โรงแรมฉัน ฉันคุยกับคุณพ่อได้ ไปจัดการธุระของนายเถอะ”
       เพชรยิ้มเป็นเชิงขอบคุณเพื่อน แล้ววิ่งเข้าไปในโรงแรมทันที
      
       ด้านนักปราชญ์สุดจะโมโห ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ไม่ไว้หน้าใคร
       “ใครจะเอาดอกปีบทุเรศๆ มาก็ช่าง ยังไง ฉันก็จะแต่งงานกับน้ำหนึ่งอยู่ดี...” นักปราชญ์ประกาศเสียงดังฟังชัด “จดทะเบียนเลย”
       เกรียงศักดิ์ไม่พอใจ “พิธีอะไรยังไม่เริ่มเลย จะจดทะเบียนได้ยังไง”
       “ผมไม่สนใจแล้วครับ” นักปราชญ์กวาดตามองไปรอบๆ ท่าทีระแวงระวัง “ผมต้องการแต่งงานกับน้ำหนึ่ง แค่นั้น พอ!”
       ดาราณีฉุนขาด “ให้เกียรติน้าหน่อยได้มั้ย”
       “แค่ผมเอาน้ำหนึ่งมาใส่ตะกร้าล้างน้ำให้ ก็ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้วครับ” นักปราชญ์เหน็บ
       เกรียงศักดิ์เดินเข้ามาขวางหน้าน้ำหนึ่ง เผชิญหน้านักปราชญ์ “งั้น..น้าก็ถือว่า ที่ผ่านมา น้าให้เกียรติเธอมากพอแล้วเหมือนกัน คุณหญิง..พาลูกกลับบ้าน”
       นักปราชญ์ตกใจคาดไม่ถึง “คุณน้า”
       “ต่อให้น้ำหนึ่งหนีตามผู้ชาย น้ายังไม่เสียใจเท่า ตัดสินใจให้น้ำหนึ่งแต่งงานกับเธอ ไป..น้ำหนึ่ง” เกรียงศักดิ์จะพาน้ำหนึ่งออกไป
       นักปราชญ์ปราดมาขวาง “ไม่ได้ น้ำหนึ่งต้องแต่งงานกับผม” แล้วกระชากน้ำหนึ่งมา
       เพชรเดินถือช่อดอกปีบที่จัดอย่างสวยงามเข้ามา พูดดุดันจริงจัง
       “น้ำหนึ่งต้องเป็นเจ้าสาวของผมคนเดียวเท่านั้น” ทุกคนเหลียวขวับไปมอง
       น้ำหนึ่งตะลึง “พี่เพชร!”
       เพชรชูช่อดอกปีบขึ้นมา “พี่มารับแล้ว”
       นักปราชญ์โกรธมาก ยิ่งเห็นดอกปีบไม่มีค่า แต่น้ำหนึ่งมองซึ้งยิ่งโกรธ “ไอ้เพชร!”
       ขาดคำนักปราชญ์ถลันเข้าหา เพชรเบี่ยงตัวขวางน้ำหนึ่งเอาไว้ ปกป้องเต็มที่ ช่อดอกปีบร่วงหล่นลง นักปราชญ์จะเอาเท้าเหยียบ เพชรเตะเท้าตัด นักปราชญ์ล้มลง เพชรควักมือถือของก้องออกมา เปิดคลิปที่ก้องถ่ายให้นักปราชญ์ดู
       “หลักฐานที่ผมมีอยู่ คงเอาผิดคุณได้ไม่ยาก ทั้งเรื่องการตายของก้อง และการตายของตาหวาน”
       นักปราชญ์มองคลิปอย่างตื่นตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ในมือของเพชรได้ เพชรยื่นมือถือของก้องให้เกรียงศักดิ์ เกรียงศักดิ์มองงง เพชรพูดอย่างอ่อนน้อม แต่เข้มแข็งจริงจัง
       “ที่ผ่านมา เราสองคนซื้อใจกันแล้ว ผมไว้ใจท่าน”
       เกรียงศักดิ์พยักหน้า มองเพชรอย่างรู้สึกดี รับมือถือเอาไว้ นักปราชญ์มองอย่างโกรธแค้น
       เพชรก้มลงหยิบช่อดอกปีบที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาแล้วส่งให้น้ำหนึ่ง ก่อนบอกเกรียงศักดิ์
       “ผมรักน้ำหนึ่ง ผมขอลูกสาวท่านนะครับ ไปน้ำหนึ่ง” เพชรพาน้ำหนึ่งวิ่งออกไปต่อหน้าทุกคน
       “ไอ้เพชร” นักปราชญ์มองตามอย่างโกรธแค้น หันมาเอาเรื่องสองคน “นี่คุณน้าไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอครับ”
       “น้าบอกแล้วไง ต่อให้น้ำหนึ่งหนีตามผู้ชาย น้าก็ยังยินดีกว่าให้แต่งงานกับเธอ”
       “คุณน้า…โธ่เว้ย!” นักปราชญ์ด่าลูกน้อง “ยืนอยู่ทำไม ตามไปสิวะ” แล้ววิ่งตามออกไป
       เกรียงศักดิ์รีบตามไปติดๆ นวลรีบประคองดาราณีที่ยืนเซซังแทบล้มทั้งยืนอยู่ แต่ดาราณีกลับบอก
       “พาฉันออกไปนวล พาฉันออกไป!”
      
       เพชรคว้ามือน้ำหนึ่งที่ถือช่อดอกปีบวิ่งหนี นักปราชญ์กับพรรคพวกวิ่งตามมา
       “ไอ้เพชร”
       ลูกน้องของนักปราชญ์วิ่งมาขวางหน้าเพชรและน้ำหนึ่งเอาไว้ สองคนตกใจ ชะงัก
       “แกคิดว่าจะหนีไปได้เหรอ”
       เพชร เอาตัวมาขวางน้ำหนึ่ง แตกต่างจากตอนที่เคยเอาน้ำหนึ่งเป็นโล่บังหน้าในครั้งก่อน
       “คุณไม่มีสิทธิ์มาห้าม” เพชรบอก
       “ใช่! เพราะฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ” น้ำหนึ่งเสริม
       “น้ำหนึ่ง! ไอ้เพชร!” นักปราชญ์โกรธสุดขีดถลันเข้าหาเพชร
       เพชรปกป้องน้ำหนึ่งสุดชีวิต แต่ถูกลูกน้องของนักปราชญ์เข้ามารุมสกรัม น้ำหนึ่งได้แต่ร้อง
       กรี๊ดๆๆ นักปราชญ์กระชากช่อดอกปีบ
       “ดอกปีบ นี่ มีค่านักใช่มั้ย” นักปราชญ์โยนลงพื้นเอาเท้าขยี้ๆ
       น้ำหนึ่งด่า “เลว”
       ด้านเพชรล้มลง เลือดที่จมูกเพชรไหลออกมาเป็นทางยาว น้ำหนึ่งประคองกอดเพชร ร้องไห้
       “พี่เพชร”
       จังหวะที่นักปราชญ์ควักปืนออกมาเล็งใส่ เป็นเวลาเดียวกับที่เกรียงศักดิ์ก็วิ่งมาถึงพอดี ร้องตะโกนห้าม
       “หยุด” นักปราชญ์หันมามอง “เธอไม่มีสิทธิ์ทำอะไรใครทั้งนั้น”
       นักปราชญ์ฉุน “คุณน้า”
       เกรียงศักดิ์ชูมือถือขึ้น “หลักฐานทุกอย่างที่อยู่ในนี้ เอาผิดเธอได้”
       เพชรฉวยโอกาสนั้นพาน้ำหนึ่งวิ่งออกไป นักปราชญ์ตะโกนบอกลูกน้อง
       “ตามมันสิวะ” ลูกน้องตามเพชรและน้ำหนึ่งไป นักปราชญ์หันมามองเกรียงศักดิ์
       เกรียงศักดิ์โกรธมากมองนักปราชญ์อย่างเข่นเขี้ยว
       “อย่าทำอะไรเพชร ตะรางไม่ได้มีไว้ขังหมา น้าพูดแค่นี้แหละ”
       นักปราชญ์โกรธมากไม่สนอะไรแล้ว “ก็เอาสิครับ อย่าลืม! เรื่องทั้งหมดคุณน้าก็ผิดด้วยเหมือนกัน”
       เกรียงศักดิ์ตัดใจแล้ว “ฉันพร้อมเอาตำแหน่งเข้าแลก กับความถูกต้อง ทุกอย่าง”
       “ได้...ถ้าผมเป็นอะไร ตำแหน่งรัฐมนตรีของคุณน้า ก็ต้องหลุดเหมือนกัน”
       นักปราชญ์เดินลิ่วตามลูกน้องไป นวลประคองคุณหญิงออกมา ดาราณีใจหายวับ มองสามีออย่างเป็นกังวลได้ยินคำขู่เมื่อครู่นี้
       “คุณคะ”
       “หัวใจของน้ำหนึ่งอยู่ที่ไหน ตัวของน้ำหนึ่งก็ต้องตามหัวใจไป ถูกต้องแล้วคุณ”
       เกรียงศักดิ์ไม่ตาม ดาราณีมองตาม วูบหนึ่งรู้สึกโล่งใจ นวลมองตามตาขวาง ไม่ชอบเพชรอยู่ดี
      
       เพชรในสภาพสะบักสะบอม พาน้ำหนึ่งวิ่งออกมา นักปราชญ์และลูกน้องวิ่งตามออกไป เพชรกระโจนขึ้นรถ น้ำหนึ่งมองเห็นเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดก็เป็นห่วง
       “พี่เพชร”
       “พี่ไม่เป็นไร เร็ว”
       เพชรพาน้ำหนึ่งขึ้นรถ ขับทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว นักปราชญ์และลูกน้องวิ่งมาหัวเสีย
      
       “ปัดโธ่เว๊ย!”


  


       ตกกลางคืน อารีย์ที่อาการยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ นั่งอยู่ในบ้าน ถามลูกชายหน้าเซียว ในท่าทีตกใจน้ำเสียงแผ่วๆ
      
       “ว่าไงนะ? ไอ้เพชรมันฉุดน้ำหนึ่ง”
       ทับทิมยืนอยู่ด้านหลังแอบมอง ยิ้มอย่างพอใจ นักปราชญ์ตอบอย่างโมโห
       “ครับ”
       “เสียดาย แม่ไม่ได้ไปงานด้วย ไม่งั้น...มันตาย!”
       “ต่อให้ไป ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับแม่ คุณน้าเข้าข้างมัน แต่แม่ไม่ต้องห่วงยังไง ผมไม่ปล่อยมันไปแน่ งานนี้มันตาย ไอ้เพชร”
       ทับทิมยิ้ม แกมีปัญหาทำอะไรลูกฉันได้ ใจเดินมาพอดี
       ทับทิมยื่นถาดเครื่องดื่มให้ “เครื่องดื่มของท่าน...จ้ะป้า”
       ใจรับมา แล้วเดินเอาไปให้นักปราชญ์กับอารีย์ดื่ม ทับทิมมองภาพเครื่องดื่มผสมกรด
       กำมะถันไหลลงคอสองแม่ลูก แล้วยิ่งยิ้มพอใจ
      
       เพชรหน้าซีด เสียเลือดไปมาก ขับรถมาจอดที่ริมทะเล น้ำหนึ่งมองอย่างเป็นห่วง
       “พี่เพชรเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” น้ำหนึ่งเอื้อมมือมาเช็ดเลือดให้ ทั้งสงสารและเป็นห่วงมาก
       เพชรไม่ตอบใดๆ แต่ดึงน้ำหนึ่งมากอดแบบรักสุดหัวใจ “พี่รักน้ำหนึ่ง”
       มือน้ำหนึ่งทำท่าจะกอดเพชรตอบ แต่แล้วเสียงของพลอยก็ดังก้อง “พี่รักเพชร เพชรก็รักพี่ ที่ผ่านมาเราสองคนรักกัน เราต่าง...เป็นของกันและกัน” มือน้ำหนึ่งชะงักงันค้างอยู่แค่นั้น ร้องไห้โฮออกมา
       เพชรงง แปลกใจ ใจหาย “น้ำหนึ่งไม่รักพี่เหรอ”
       “น้ำหนึ่งรักพี่เพชร รักมานาน” น้ำหนึ่งมองจ้องตา ย้ำอีก “แต่กรุณาเถอะค่ะ เลิกเอาหัวใจของน้ำหนึ่งไปเหยียบเล่น ซะที” น้ำหนึ่งผละออกจากเพชร เปิดประตูวิ่งลงไป
       “น้ำหนึ่ง ๆ” เพชรงวยงง ไม่เข้าใจ รีบวิ่งตามลงไปอย่างรวดเร็ว
      
       น้ำหนึ่งวิ่งหนีลงไปในทะเล เพชรตามไปคว้าตัวมาฉุดเอาไว้ ถามงุนงง สงสัย
       “น้ำหนึ่งเป็นอะไร?”
       น้ำหนึ่งร้องไห้ ปัดมือเพชรออก ดวงตาหวาดระแวง “น้ำหนึ่งไม่รู้ว่าพี่เพชรต้องการอะไร
       จากน้ำหนึ่งอีก ทำร้าย ทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของน้ำหนึ่ง”
       เพชรไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น “เราเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอน้ำหนึ่ง แล้วพี่ก็ยอม ทิ้งความแค้นทุกอย่างเพื่อรักของเรา”
       “เหรอคะ? เพื่อรักของเราเหรอคะ? น้ำหนึ่งคิดว่าเพราะพี่พลอยซะอีก”
       เพชรมองมาอย่างระแวง สงสัยว่าพลอยทำอะไรอีก “เรื่องของพี่พลอย มันจบไปแล้ว”
       น้ำหนึ่งเสียงดังใส่ “จบเหรอคะ มันจบเหรอคะ สำหรับน้ำหนึ่งมันคือการเริ่มต้น การทวงสิทธิ์ของพี่พลอย”
       เพชรยิ่งงง “สิทธิ์ของพี่พลอย อะไรน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม “สิทธิ์ในการที่พี่เพชรเป็นคนของพี่พลอยไงคะ จริงๆ น้ำหนึ่งน่าจะรู้มาตั้งนาน ว่าพี่เพชรกับพี่พลอยเป็นอะไรกัน” น้ำหนึ่งพูดด้วยเสียงสั่นเครือ สายตาบ่งบอกความรู้สึกขื่นขม เจ็บปวด “มันช่างน่าขยะแขยง ไงคะ ให้น้ำหนึ่งเป็นเมียน้อยคุณพจนีย์ไม่พอ พี่เพชรยังจะให้น้ำหนึ่งเป็นเมียน้อยพี่พลอยอีกเหรอ” น้ำหนึ่งกรี๊ด อาละวาด ตีน้ำอย่างบ้าคลั่ง
       เพชรจับตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ “น้ำหนึ่งพูดอะไร”
       น้ำหนึ่งร้องไห้ กรีดเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด ขยะแขยง “พูดอย่างที่พี่พลอยพูด พี่พลอยกับพี่เพชร...เป็น...เป็น...”
       เพชรรับรู้ได้ทันที ตกใจมาก “ไม่นะน้ำหนึ่ง พี่กับพี่พลอยเป็นพี่น้องกัน ไม่ใช่อะไรที่มันขยะแขยงอย่างนั้น”
       “แต่พี่พลอยบอก พี่พลอยบอกน้ำหนึ่ง พี่เพชรเป็นของพี่พลอย”
       เพชรตะลึง “พี่พลอย”
       “พี่เพชรจะดูถูกน้ำหนึ่งไปถึงไหนคะ พี่เพชรจะให้น้ำหนึ่งอยู่ในฐานะไหน ความแค้นของเราถึงจะจบจะสิ้นกันซักที พี่เพชรบอกมาเลย” น้ำหนึ่งคลั่ง อาละวาดร้องไห้ไม่ไหวแล้ว
       เพชรจับน้ำหนึ่งเอาไว้ “ในฐานะเมียพี่ไง น้ำหนึ่งเป็นเจ้าสาวของพี่”
       “น้ำหนึ่งไม่เอาแล้ว น้ำหนึ่งไม่เป็นแล้ว” น้ำหนึ่งวิ่งหนีจะขึ้นฝั่ง
       เพชรไม่ยอม คว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ น้ำหนึ่งดิ้นและล้มลงนอนหงายที่ตรงชายริมทะเลนั้น เพชรประคองเอาไว้อย่างแสนรัก น้ำหนึ่งร้องไห้หมดท่า เสียใจอย่างที่สุด
       “พี่เพชรไม่รู้หรอก การที่ผู้หญิงคนหนึ่งยอมทิ้งเกียรติทิ้งศักดิ์ศรี หนีตามผู้ชาย ถูกด่าว่าหน้าไม่อาย หน้าด้าน มันเจ็บปวดขนาดไหน แต่ที่น้ำหนึ่ง เพราะน้ำหนึ่งรักพี่เพชร..น้ำหนึ่งรักพี่เพชร แต่พี่เพชร ทำเหมือน ไม่เคยรักน้ำหนึ่งเลย”
       เพชรเสียใจมาก ให้คำมั่น “พี่รักน้ำหนึ่งสุดหัวใจ พี่ขอโทษ...มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว”
       ว่าพลางเพชรก้มลงจูบทีหน้าผากปลอบประโลม น้ำหนึ่งนอนนิ่งมองเพชรด้วยแววตาค้นหา ถามเสียงแผ่ว
       “พี่เพชรจะหลอกอะไรน้ำหนึ่งอีกคะ”
       เพชรเช็ดน้ำตาให้ “ไม่แล้ว มันไม่มีอีกแล้ว เพราะพี่หลอกตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะห้ามใจขนาดไหน พี่ก็รักน้ำหนึ่ง รักสุดหัวใจ”
       เพชรก้มลงจูบน้ำหนึ่งอย่างแผ่วเบาละมุนละไม
      
       ครู่ต่อมาเพชรอุ้มน้ำหนึ่งที่เนื้อตัวเปียกปอนเข้ามาในห้อง วางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม
       เพชรก้มลงจูบน้ำหนึ่ง เป็นจูบแห่งรักท่วมท้น น้ำหนึ่งมองเพชรทั้งรักและรู้สึกผิด
       “น้ำหนึ่งคงเป็นเหมือนผู้หญิงที่ตาบอดเพราะความรักทั้งโลก เชื่อในสิ่งที่ผู้ชายโกหก จัดสรรปั้นแต่ง เพราะคำว่ารักคำเดียว เพราะในวันนี้..น้ำหนึ่งก็ยังพร้อมจะเชื่อพี่เพชรอยู่ดี”
       “พี่รักน้ำหนึ่ง รักด้วยหัวใจจริงๆ” เพชรก้มลงจูบน้ำหนึ่งอย่างอ่อนโยน บอกเสียงหวาน “สิ่งที่พี่ทำอาจดูเหมือนเห็นแก่ตัว เอาเปรียบ แต่พี่อยากให้น้ำหนึ่งเป็นของพี่ทั้งตัวและหัวใจ จะไม่มีใครว่าน้ำหนึ่งได้อีก...เพราะน้ำหนึ่ง คือ เมียของพี่ เมียของพี่ เพียงคนเดียว”
       “พี่เพชร”
       “จะไม่มีใครพรากเราออกจากกันได้อีกแล้ว น้ำหนึ่ง!”
       น้ำหนึ่งมองเพชรซึ้งๆ เพชรมองตอบอย่างจริงจัง ก่อนจะก้มลงจูบอย่างแผ่วเบา และน้ำหนึ่งแพ้ใจตัวเองรอรับจุมพิตนั้น เพราะรักเพชรล้นใจ
       ส่วนที่บ้านเชิงเขา พลอยมองโทรศัพท์ ซึ่งมันยังคงวางนิ่งๆ ไม่มีเสียงเข้า พลอยโทร.ออกหาเพชร แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ พลอยกรี๊ดอาละวาด เขวี้ยงโทรศัพท์ออกไปสุดแรง
      
       วันต่อมาอลิสรู้สึกตัวขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง
       “นี่เรายังไม่ตายเหรอ” อลิสจะผุดลุกขึ้น
       “ฟื้นแล้วเหรอคุณ” พยาบาลซึ่งอยู่ในห้องถามขึ้น
       “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อลิสงุนงง
       “ชาวบ้านไปพบคุณหมดสติอยู่ริมห้วย เลยพามาส่งโรงพยาบาล
       “โรงพยาบาล” อลิสนึกได้ “พี่หมอ พี่หมอ พี่หมออยู่ไหน เรียกพี่หมอมาหาฉัน”
       พยาบาลหน้าซีด อึกอัก ท่าทีลำบากใจ “เอ่อ...”
       “ถ้าพี่หมอไม่มาหาฉัน ฉันไปหาพี่หมอก็ได้” อลิสถามรัวเร็วจะบอกเรื่องพลอย “พี่หมออยู่
       ไหน? ตอนนี้พี่หมออยู่ไหน”
       “เอ่อ” พยาบาลอึกอัก
       “ว่าไง? เป็นอะไร? พี่หมออยู่ไหน?”
       “คุณหมอ...คุณหมอณัฐเสียแล้วค่ะ”
       “พี่หมอณัฐเสียแล้ว” อลิสกรีดร้องสุดเสียง
      
       อลิสวิ่งออกไปตามทางโรงพยาบาล เหมือนคนสติแตก เสียงของพยาบาลคนนั้นดังก้อง
       “คุณหมอเสียชีวิตภายในรถที่ห้วยแมงมุมดำค่ะ”
       เหตุการณ์ที่พลอยนัดให้ไปหาที่ห้วยแมงมุมดำ และอลิสโทร.ไปบอกหมอณัฐผุดขึ้นมา
       อลิสคำรามออกมาอย่างแค้นคั่ง มั่นใจ
       “นังพลอย ต้องเป็นฝีมือแกแน่ นังพลอย”
      
       ฟากพลอยนั่งทำขนมน้ำดอกไม้อยู่ในครัว บนถาดที่วางขนมมีดอกปีบ โรยแทนดอกมะลิพลอยหยิบดอกปีบขึ้นมา
       “พี่ทำให้เพชรนะ พี่ทำทุกอย่างให้เพชร เพชรต้องกลับมาหาพี่มาเป็นของพี่ เหมือนเดิม” พลอยพูดพร่ำออกมาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเต็มที่
       จังหวะนี้อลิสวิ่งพรวดเข้ามา ท่าทีกราดเกรี้ยว “นังพลอย”
       พลอยสะดุ้ง เหลียวขวับมองมาอย่างตกใจ “นี่แกยังไม่ตายเหรอนังอลิส?”
       “ฉันตายไม่ได้ เพราะฉันต้องกลับมาฆ่าแกก่อน นังโรคจิต”
       อลิสทะยานเข้ามากระชากจิกผมพลอยสุดแรงเกิด ร่างของพลอยล้มลงเพราะไม่ทันตั้งตัว อลิสตามมากระชากผมตบ
       “แกฆ่าพี่หมอใช่มั้ย? แกเป็นคนฆ่าพี่หมอใช่มั้ย”
       พลอยมองตอบอย่างไม่ยี่หระ “ใช่! แล้วจะทำไม”
       “นังพลอย” อลิสขย้ำคอบีบแรงๆ “แกเลวมาก ทั้งๆ ที่พี่หมอรักแก ทำเพื่อแกทุกอย่าง แกทำพี่หมอได้ยังไง”
       พลอยสู้แต่แทบไม่มีเสียง “เพราะแกไง” พร้อมกับผลักอลิสออกเต็มแรง
       อลิสล้มลง พลอยขึ้นคร่อม บีบคอคืนอย่างแรง
       “คนที่ฉันจะฆ่าคือแก...แต่คุณหมอซวยเอง”
       อลิสกรีดเสียงอย่างโกรธแค้น “นังพลอย”
       พลอยตบผลัวะ “แกอยากแส่ดีนัก ทำไม แกจะทำไมฉัน นังอลิส”
       อลิสร้องไห้ เสียใจเป็นที่สุด ถามเสียงแผ่ว “แกทำอะไรพี่หมอ บอกมาแกทำอะไรพี่หมอ”
       “ทำให้ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ นอนไหลตายในรถไงล่ะ เรื่องแค่นี้ สำหรับฉันมันไม่ยากหรอก”
       “ใช่..เรื่องเลวๆ ไม่ใช่เรื่องยากของแกหรอก นังเลว” อลิสรวบรวมกำลังผลักพลอยออก “ฉัน
       จะแจ้งตำรวจมาจับแก”
       พลอยผงะไปนิดเดียว “แกคิดว่าแกไปจากที่นี่ได้ก็เอาสิ” แล้วจ้องอลิสเขม็ง
       อลิสผวา เริ่มหวาดกลัว “แกจะทำอะไร”
       “ส่งแกไปอยู่กับเพื่อนของแกไงล่ะ” พลอยหัวเราะร่วน ถามหลอนๆ “แกจะเอาแบบไหน? ถูกถีบตกเขาตายแบบนังพจนีย์”
       พลอยเริ่มหลอน เห็นผีพจนีย์นั่งอยู่ พลอยหัวเราะ
       “หรือว่า ฆ่าโบกปูนอย่างนังรจนา” พลางมองไปที่ผนังครัว
       อลิสเนื้อตัวสั่น มองฝาผนัง ตามสายตาของพลอย เห็นสภาพของปูนที่ฉาบทาเป็นรอยเก่าใหม่ไม่เท่ากัน พลอยหัวเราะ เมื่อเห็นรจนานั่งงอเข่าเหมือนสภาพก่อนตาย
       อลิสตะลึงพรึงเพริด “แก..ฆ่าคน”
       “แล้วยังไง”
       “นังพลอยบ้า นังโรคจิต”
       “ด่าฉันเลย เพราะต่อไป แกจะไม่มีปากได้ด่าฉันอีก นังอลิส
       พลอยเงื้อมือขึ้น อลิสกรีดร้องสุดเสียง เมื่อมองไปเห็นมีดอยู่แถวนั้น อลิสหลับหูหลับตาร้องกรี๊ดๆๆ กลัวจะถูกเอามีดเฉาะปาก
       แต่แล้วอลิสสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีอะไรบางอย่างมาสัมผัสที่ริมฝีปาก อลิสลืมตาก็เห็นพลอยยัดขนมน้ำดอกไม้เข้าปากตัวเอง ยัดๆๆ จนอลิสตาเหลือก พลอยหัวเราะ
       “ฉันไม่โหดร้ายขนาดเอามีดเฉาะปากแกหรอก ให้ขนมติดคอแกตาย ทรมานกว่ากันเยอะ นังอลิส” พูดจบพลอยก็เอาขนมยัดปากอลิส ยัดๆๆๆ
       อลิสตาเหลือกลาน จะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว พลอยหัวเราะร่า
       “ทรมานใช่มั้ย? มันทรมานใช่มั้ย”
       อลิสสำลักพรวด ขนมพุ่งใส่หน้าพลอยจังๆ พลอยผงะ อลิสฉวยโอกาสนั้นผลักพลอยจนล้มลง
       “คราวนี้ แกจะได้รู้ นังพลอยบ้า ว่าความทรมานเป็นยังไง”
       อลิสคว้าเอาขนมน้ำดอกไม้ยัดใส่ปากพลอยคืนบ้าง พลอยสำลัก อลิสยัดอีก ก่อนกระชากผมพลอยขึ้นมา ตวาดใส่
       “แต่ฉันไม่ปัญญาอ่อนอย่างแกหรอก ฉันจะลากคอแกเข้าตะราง นังพลอย”
       อลิสแค้นสุดๆ กระชากผมพลอยดึงขึ้นสุดแรง จะลากตัวไป พลอยร้องโอดโอย
       “ปล่อยฉัน..ฉันบอกให้ปล่อยฉัน ปล่อย” พลอยกัดฟันสู้ กระชากมือของอลิส ถามเสียงกร้าว “แกจะปล่อยไม่ปล่อย”
       อลิสมองพลอย ชักกลัว แต่ใจดีสู้เสือ “ไม่ปล่อย”
       พลอยถามย้ำ เสียงเยือกเย็น “ไม่ปล่อยใช่มั้ย”
       พลอยถาม จ้องตาอลิสเขม็ง ก่อนจะคว้ามีดแถวนั้นขึ้นมาขู่
       “ได้...แกไม่ปล่อยมือฉันก็ได้” พลอยจรดปลายมีดลงบนท่อนแขนตัวเอง
       อลิสตาเหลือก ถามเสียงสั่น “อย่าบอกนะว่าแกจะตัดมือตัวเอง”
       พลอยพยักหน้า กลอกตาไปมาท่าทีหลอนๆ “ก็ในเมื่อแกไม่ยอมปล่อยมือฉัน ฉันก็จะตัดมือตัวเอง”
       อลิสตะลึงปล่อยมือพลอยทันทีอย่างสยอง “แกมันบ้า แกมันบ้า นังพลอย”
       อลิสถอยหลังหนี แต่เซล้มลง พลอยลุกขึ้นมาพร้อมมีด หัวเราะดังก้อง
       “นังบ้าเอ๊ย ใครจะบ้าตัดมือตัวเอง ฉันจะตัดมือแก แล้วถ้าแกยังอยู่ ฉันจะเชือดแกเป็นชิ้นๆ นังอลิส!”
       “นังพลอยบ้า นังฆาตกรโรคจิต” อลิสมองมาทั้งกลัว ทั้งเกลียด “ฉันจะเอาแกเข้าคุก แก
       ต้องไปชดใช้สิ่งที่แกทำในคุก นังพลอย” แล้วอลิสก็วิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
       “ฉันต้องไปใช้กรรมในคุกเหรอ ไม่มีวัน”
      
       พลอยเงื้อมีดขึ้นมามองดู หัวเราะร่าเสียงดังกึกก้อง
      

      วันต่อมาเกรียงศักดิ์ กำลังประคองดาราณีให้หัดเดิน สองคนมีสีหน้าไม่สบายใจนัก นวลมองอย่างครุ่นคิด
      
       “เพราะเธอ เธอคนเดียวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ฉันต้องหยุดเธอให้ได้ พลอย”
      
       นวลตัดสินใจมาพบสองแม่ลูกที่คฤหาสน์ นักปราชญ์ย้อนถามอย่างตกใจ
       “ว่าไงนะ? พลอย เมียน้อยคุณน้าน่ะเหรอ เป็นพี่สาวไอ้เพชร”
       “ค่ะ ที่เรื่องมันยุ่งทุกอย่างเพราะ พลอยให้นายเพชรมาแก้แค้น มาฉุดคุณน้ำหนึ่งให้ไปเป็นเมียน้อย”
       ทับทิมในคราบของไพลินแอบมอง เห็นหน้านวลก็ตกใจ ขณะเดียวกันความโกรธก็พุ่งขึ้นมา เมื่อได้ยินอารีย์พูดกับนักปราชญ์เสียงโหยแหบ
       “งั้น แกก็ไปจัดการกับนังพลอย ใช้มันเป็นเหยื่อ ลากไอ้เพชรกลับมา”
       “แน่นอนครับแม่ ผมจะไปลากตัวไอ้เพชร มาแล่เนื้อเอาเกลือทา” นักปราชญ์ว่า
       “แม่จะช่วยด้วย อยากรู้เหมือนกัน คนอย่างไอ้เพชร หน้าตามันจะเป็นยังไง”
       ทับทิมมองนวลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
      
       นวลเปิดประตูรั้วเดินออกไปตามทาง โดยไม่รู้ว่าที่ด้านหลัง ทับทิมในคราบไพลินเดินตามออกไป ทับทิมเรียกเสียงเย็น
       “เธอยังกลับไปไม่ได้”
       นวลทำหน้าแปลกใจ ก่อนหันมามอง ในสายตาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งไม่คุ้นหน้า จนทับทิมกระชากวิกผมออก นวลเพ่งมอง ก่อนจะตกตะลึง
       “ทับทิม”
       “ใช่...ฉันเอง”
       นวลเข้ามาจับไม้จับมือ “เธอจริงๆ ด้วย เธอรู้มั้ย ฉันตามหาเธอมานานแค่ไหน ฉันดี
       ใจจริงๆที่ได้เจอเธอทับทิม” นวลร้องไห้ออกมา “ลูกฉัน..ลูกฉัน ไอ้น้อย ไอ้น้อยอยู่ไหน น้อยเป็นยังไงบ้าง”
       “ไม่มีอีกแล้ว ไอ้น้อย”
       นวลใจหายวับ “หมายความว่ายังไงทับทิม ลูกฉัน? น้อยลูกฉัน”
       “ไอ้น้อยลูกเธอไม่มีอีกแล้ว มีแต่ เพชร”
       นวลไม่เข้าใจ “เพชร...อะไร อะไรของเธอ”
       “ไอ้เพชร....คนที่เธอกำลังจะยื่นความตายให้กับมันไงล่ะ ลูกเธอ!”
       นวลปากคอสั่นตกใจสุดขีด “เพชร”
       ทับทิมปราดเข้ามาจิกผมนวลอย่างโกรธแค้น “ใช่..เพชรที่แกสาระแนมาบอกไอ้นักปราชญ์ให้ไปจัดการนั่นแหละ มันเป็นลูกแก แล้วแกก็ยังสาระแน มายุ่งกับพลอยลูกฉันอีก”
       นวลตะลึง “เพชร...พลอย”
       ทับทิมกระชากหัว มาโขกเสาไฟได้โขก ๆๆๆ ระบายแค้น “เออ..เพชรกับพลอยมันเป็นลูกฉันลูกแก แล้วแกยังสาระแนไปบอกคนไปฆ่ามันอีก ทำไมแกโง่อย่างนี้นังนวล ทำไมแกโง่อย่างนี้” จับหัวนวลกระแทกเสาอีก
       นวลร้องไห้ “ฉันไม่รู้จริงๆทับทิม ฉันไม่รู้จริงๆ”
       “แต่แกต้องรู้ แกไม่เคยเลี้ยงดูลูกแกไม่พอ แกยังส่งคนไปฆ่าลูกแกอีก นังนวล แก
       ส่งคนไปฆ่าลูกแก”
       นวลตกใจร่ำไห้ “ฉันไม่รู้จริงๆ ฉันไม่รู้”
       นักปราชญ์เดินมาข้างหลัง หัวเราะร่า
       “แต่ฉันขอบใจมาก ที่ทำให้ฉันได้รู้...ว่าแกสองคน คือแม่ของไอ้เพชร”
       “คุณนักปราชญ์” / “ไอ้นักปราชญ์”
       นักปราชญ์บอกลูกน้องเสียงเหี้ยม “ลากตัวมันเข้าไป”
       สิ้นคำสั่ง ลูกน้องของนักปราชญ์ตรงเข้าไปลากตัวนวลกับทับทิมทันที
       ไม่นานต่อมานักปราชญ์ผลักร่างของนวลกับทับทิมลงกองตรงหน้าอารีย์
       อารีย์งง “นี่มันเรื่องอะไรกันนักปราชญ์”
       “นังนวล คือแม่ของไอ้เพชร”
       นวลมองนักปราชญ์ตะลึง สรรพนามที่เรียกตัวเองเปลี่ยนไป นักปราชญ์หยาบคายมาก
       “ส่วนนังแก่ขี้เหร่นี่...” กระชากคางของทับทิมให้เงยหน้าขึ้น “คือนังทับทิม”
       อารีย์มองจ้องหน้าทับทิมที่ปลอมตัว จำได้ “นังทับทิม”
       ใจที่อยู่ด้านหลังมองทับทิมอย่างตะลึง ร้องเรียก “นี่ไพลิน..ไพลิน”
       อารีย์และนักปราชญ์หันขวับไปมองใจ
       นักปราชญ์งง “ใครไพลิน”
       “ก็แม่ครัวคนใหม่ ที่คุณๆชมว่าทำกับข้าวอร่อยไงละคะ”
       สองแม่ลูกตะลึง “นังทับทิม”
       “นี่แกปลอมตัวเข้ามาอยู่ในบ้านฉันเหรอ” อารีย์ตกใจ
       “หน้าตาโง่ไม่พอ ยังถามโง่ๆ อีก”
       “นังทับทิม” อารีย์ตบหน้าทับทิมสุดแรง เสียงดังผลัวะ
       นวลตกใจ “ทับทิมฉันขอโทษ” ก่อนจะหันกับสองแม่ลูก “ปล่อยเราสองคนไปนะคะ ฉันขอร้อง”
       “นี่ก็โง่อีกคน แกคิดว่าเรื่องมันเลยเถิดมาถึงขนาดนี้แล้ว เดรัจฉานสองตัวนี้มันจะปล่อยเราสองคนไปเหรอ” ทับทิมด่า
       “แกคิดถูกแล้ว ฉันไม่มีวันปล่อยพวกแกไปหรอก ตรงกันข้าม ฉันจะใช้แกสองคนเป็นเหยื่อล่อไอ้เพชรกลับมา” นักปราชญ์บอก
       นวลเอาแต่ร้องไห้โฮๆ ทับทิมมองสองแม่ลูกสลับกันอย่างโกรธแค้น แล้วหันมามองนวลตาขวางทำแผนตนบรรลัยป่นปี้ แถมถูกสองแม่ลูกจับได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น
      
       วันต่อมาที่ทะเล น้ำหนึ่งยืนเหม่ออยู่ชายหาด เพชรเดินมา สวมกอด พร้อมเอาพวงมาลัยดอกปีบสวมบนศีรษะเป็นมงกุฎ พวงมาลัยดอกปีบสวยมาก เพชรบอกอ่อนโยน
       “เงินเดือนของพี่อาจจะไม่มากมาย แต่พี่สัญญา พี่จะไม่ปล่อยให้น้ำหนึ่งกับลูกลำบาก”
       “น้ำหนึ่งไม่เคยกลัวความลำบากค่ะ สิ่งเดียวที่น้ำหนึ่งกลัวคือ...ถูกหลอก”
       ให้เป็นเหยื่อการแก้แค้นของใครอีก?
       เพชรเสียใจ “พี่บอกแล้วไง มันจะไม่มีอีก”
       “น้ำหนึ่งจะพยายามเชื่อ แต่พี่เพชรเข้าใจใช่มั้ยคะ ความไว้ใจ ถ้าถูกทำลายลงไปมันต้องใช้เวลาที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่”
       “พี่พร้อมจะใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อพิสูจน์ให้น้ำหนึ่งเชื่อใจ ว่าพี่รักน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งมองเพชร สายตาเต็มไปด้วยความรัก แต่ในขณะเดียวกันก็เคลือบแคลงสงสัย อยู่เพชรลูบเรือนผมบอกอย่างอ่อนโยน
       “น้ำหนึ่งรู้มั้ย พี่จำความรู้สึกที่น้ำหนึ่งมีต่อพี่ได้ทุกอย่าง”
       เพชรเล่าให้ฟัง จนเห็นภาพเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยน้ำหนึ่งแอบกรี๊ดเพชร ภาพที่น้ำหนึ่งยอมเพชรทุกอย่าง เพชรบอกด้วยเสียงอ่อนโยน
       “พี่จำความรักที่น้ำหนึ่งมีต่อพี่ได้ทุกอย่าง น้ำหนึ่งรักพี่ ทำเพื่อพี่ได้ขนาดนี้ ถ้าพี่มองไม่เห็นอีก พี่คงโง่เต็มที พี่รักน้ำหนึ่ง ตั้งแต่วันนี้ไป พี่จะไม่คิดถึงใครอีก แต่พี่จะทำทุกอย่างเพื่อน้ำหนึ่ง เพื่อรักของเรา”
       เพชรกอดน้ำหนึ่งแนบแน่น เสียงมือถือดัง เพชรมองเบอร์ไม่คุ้น ก่อนรับสาย
       “ครับ”
       เป็นนักปราชญ์ซึ่งจับตัวทับทิมและนวลเอาไว้ โทร.มาบอกเสียงเหี้ยม
       “หมดเวลาเสวยสุขของแกแล้วไอ้เพชร”
       “ไอ้นักปราชญ์” เพชรคำราม น้ำหนึ่งมอง หน้าซีดเผือด
       “แม่แกอยู่กับฉัน...ทั้งแม่จริง...แม่ปลอม”
       เพชรฉงน “แกหมายความว่ายังไง”
       จังหวะนี้ทับทิมกับนวล ตะเบ็งเสียงออกมาในทำนองเดียวกัน
       “แกอย่ายุ่งกับลูกฉันนะ”
       “อย่าทำอะไรลูกน้า”
       เพชรหน้าซีดเผือด จำเสียงทับทิมได้ และในขณะเดียวกันได้ยินเสียงนวลก็งง
       นักปราชญ์เดาออกหัวเราะลั่น “อยากรู้ก็ตามไปบ้านเชิงเขา รีบไป ไม่งั้น แกอาจจะต้องเรียกฉันว่าพี่เขย อีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะฉันจะไปฉุดนังพลอย!”
       “ไอ้นักปราชญ์ ไอ้เลว” เพชรวางสาย
       น้ำหนึ่งร้อนใจถามเสียงรัวเร็ว “มีเรื่องอะไรอีกคะพี่เพชร”
       “มันจับแม่เป็นตัวประกัน แล้วมัน มันยังจะไปฉุดพี่พลอย”
       น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด
      
       ไม่นานหลังจากนั้น นักปราชญ์ฉุดกระชากลากถู ทับทิมกับนวลออกมา
       “ไป ฉันจะพาแกสองคนไปตายที่บ้านเชิงเขา”
       “ฉันช่วยคุณมาทุกอย่าง ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยเราไปเถอะ” นวลอ้อนวอน
       “ก็บอกแล้วไง ว่าจะปล่อยไปตายที่บ้านเชิงเขา ไป”
       นวลร้องไห้โฮๆ “ปล่อย...ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอร้อง”
       ทับทิมโมโหแกมหมั่นไส้ “โอ๊ย!จะร้องไห้ทำไม รำคาญ” แล้วหันมาตวาดนักปราชญ์ “จะทำอะไรก็ทำ เพราะถ้าฉันหลุดไปได้ พวกแกไม่รอด”
       “ปากดีนัก” ตบหน้าทับทิมเสียงดังผลัวะ ร่างทับทิมล้มลงไป ก่อนบอกลูกชาย “ปล่อยนัง
       ทับทิมไว้นี่ แม่จะคิดบัญชีกับมันเอง”
       นักปราชญ์เห็นด้วย “ก็ดีครับ..แม่จะได้ทบต้นทบดอก เอามันให้น่วมไปเลย ส่วนแก” กระชากนวล “ไป๊”
       นักปราชญ์ลากนวลออกไป อารีย์หันมากระชากผมทับทิมขึ้น
       “แกกล้ามาก ทับทิมที่มาล้วงคองูเห่าอย่างฉัน”
       ทับทิมหัวเราะ พูดหยามหยัน “งูเห่า ก็ได้แต่เห่า แต่ฉันน่ะมันงูพิษ”
       อารีย์ไม่เข้าใจมองงงๆ ทับทิมยิ้มเย้ยอีก
       “รอดูแล้วกัน ว่างูเห่ากับงูพิษ อะไร พิษมันจะร้ายกว่ากัน”
       อารีย์ไม่โต้ตอบ แต่จิกผมทับทิมกระชากตบอย่างสะใจ
       เพชรขับรถมาตามทางด้วยความเร็วสูง โดยมีน้ำหนึ่งนั่งเคียงข้าง สองคนไม่สบายใจ
       “พี่เพชรทำใจดีๆ ก่อนนะคะ อาจจะไม่มีอะไรรุนแรงอย่างที่คิดก็ได้”
       “พี่ก็ขอให้..อย่ามีอะไรรุนแรงเลย แต่พี่รู้นิสัยแม่ นิสัยพี่พลอยดี มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆน้ำหนึ่ง”
       เพชรพูดได้แค่นั้น รถทั้งคันก็เอียงวูบ เพชรร้องลั่น
       “น้ำหนึ่งระวัง ยางแตก”
      
       เพชรประคองรถสุดชีวิต ก่อนที่รถจะหยุดนิ่งข้างทางนั้นเอง


  


       ฝ่ายอารีย์ลากทับทิมมาอย่างแรง ทั้งที่ไม่ค่อยมีแรง
      
       “ปากดีนักนังทับทิม แกมานี่”
       ทับทิมไม่สะทกสะท้าน แถมหัวเราะหยันพูดเป็นนัย “เดินแทบไม่ไหว ยังจะแค่นมาฉุดกระชากลากถูฉัน ไปกินอะไร บำรุงก่อนไป นังงูเห่า”
       อารีย์มองอย่างเข่นเขี้ยว แต่ก็ไม่ไหวจริงๆ ได้แต่เรียกคนใช้ “ป้าใจ...หาอะไรมาให้ฉันกินหน่อย”
       “ค่ะๆ” เสียงใจตะฌกนออกมา
       ทับทิมเหยียดยิ้ม “อยากกินอะไร กินไป กินให้เยอะๆ ฉันไม่หนีไปไหนหรอก จะนั่งอยู่ตรงนี้ รอให้แกทรมานนี่ล่ะ”
       “อย่ามาทำปากดี”
       “ปากดีที่ไหน ปากเสียจะตายฉันน่ะ!” ทับทิมพูดพลางมองอารีย์ “เพราะฉันดูโหวงเฮ้ง หน้าตาท่าทางอย่างแกนี่...ไม่น่ารอด อีกเดี๋ยวก็ตาย”
       “นังทับทิม” อารีย์โกรธจัด จะเงื้อมือตบ
       ใจเดินเอาสำรับอาหาร และเครื่องดื่มมาให้ แล้วรีบเดินออกไป อารีย์ดูเหนื่อยล้าอ่อนแรงมากๆ ยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด ทับทิมมองอยู่หัวเราะชอบอกชอบใจขณะบอก
       “อย่าเพิ่งมีเรื่องกับฉัน กินซะ...กินให้เยอะๆ จะได้เหมือนนักโทษประหาร กินมื้อสุดท้ายก่อนตาย”
       อารีย์ฉงน “แกพูดอะไรของแก”
       “ที่แกต้องเข้าโรงพยาบาล แกไม่เคยสงสัยอะไรเลยเหรอ”
       อารีย์มอง ยิ่งงงไปใหญ่ ทับทิมว่าช้าๆ ชัดๆ ดวงตาแข็งกร้าว
       “อาหารทุกอย่าง เครื่องดื่มทุกอย่าง ในบ้านนี้ ฉันผสมยาวิเศษของฉันไว้หมดแล้ว”
       “ยาวิเศษอะไรของแก”
       “ยาวิเศษ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่มันจะค่อยๆทำลายระบบประสาททุกอย่างในร่างกาย จนตายไปช้าๆอย่างทรมาน”
       มือของอารีย์ยังถือแก้วค้างอยู่อย่างนั้น ทับทิมหัวเราะ
       “และวันนี้ ฉันก็ผสมมันอย่างเข้มข้นซะด้วย”
       หน้าของอารีย์ถอดสี รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย ทับทิมหัวเราะ เย้ยอีก
       “แต่จะโทษฉันฝ่ายเดียวไม่ได้นะ แกกับลูกแก ตะกละตระกรามเอง เป็นเศรษฐีซะเปล่า เจอของอร่อยเข้าหน่อย ทำยังกับไม่เคยกิน วันนี้ แกไม่รอดแน่นังอารีย์
       อารีย์ล้มลงกับพื้น อาเจียน เนื้อตัวสั่น โลกหมุนติ้วๆๆ ตาพร่ามัว ได้รับสารพิษเข้มข้น อย่างแรง อารีย์ได้แต่เงื้อมือสั่นระริก พูดแทบไม่มีเสียง “จะ....ใจ...ช่วยฉันด้วย...ชะ..ช่วยด้วย”
       ทับทิมพูดนิ่งๆ “ป้าใจไม่อยู่ เวลานี้...เป็นเวลาที่แกออกไปซื้อของเข้าบ้านทุกวัน แกเห็นแล้วใช่มั้ย ฉันไม่ได้ทำอะไร แกทำตัวของแกเอง...” ทับทิมนั่งลงมองจ้องหน้าอารีย์ “ตอนนี้แกคงรู้แล้วใช่มั้ย งูพิษอย่างฉัน ร้ายกาจแค่ไหน รายต่อไปที่ฉันจะฉกกัด คือลูกแก”
       พูดจบทับทิมเอามือผลักหัวอารีย์อย่างแรงจนหน้าคะมำแล้วไป
       ใจแอบมองอยู่เนื้อตัวสั่น พอลับร่างทับทิม ถึงได้วิ่งเข้ามาประคองอารีย์
       “คุณคะคุณ คุณ?”
       ส่วนทับทิมเดินออกมานอกบ้าน ด้วยมาดทระนง
       “แม่กำลังจะไปช่วยแกแล้วพลอย!”
      
       พลอยยืนอยู่ใต้ต้นปีบ มองเหม่อดูดอกสีขาวพราวกระจ่างเกลื่อนพื้น ก่อนเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา
       “เพชรชอบดอกปีบ พี่จะเก็บดอกปีบไว้ให้เพชร”
       พลอยค่อยๆ เอื้อมมือ เด็ดดอกปีบทีละกลีบ ทีละกลีบ โดยไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาเยือน
      
       ด้านนักปราชญ์ขับรถมีนวลที่ถูกมัดมือนั่งอยู่ข้างๆ นวลร้องไห้
       “คุณนักปราชญ์คะ...คุณจะทำอะไรฉันก็ได้ แต่ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรเพชรเลยนะ”
       “มาอ้อนวอนทำไม ในเมื่อ แกเป็นคนบอกให้ฉันมาจัดการไอ้เพชร นังพลอยมันเอง”
       “ก็ตอนนั้นฉันไม่รู้ ว่าเพชรเป็นลูก นะคุณนะ...อย่าทำอะไรเพชรเลย แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดจนไม่กล้าไปสู้หน้าลูกแล้ว”
       “เรื่องของแก เพราะเรื่องของฉัน คือจัดการไอ้เพชร”
       “ไอ้เลว”
       นักปราชญ์เบนรถจอดข้างทาง สะบัดหลังมือตบอย่างเหี้ยมโหด กระชากผม “อย่ามาทำฤทธิ์ใส่ฉัน ไม่งั้นแกจะไม่ได้เห็นหน้าไอ้เพชร ก่อนตาย” เหวี่ยงนวลออก จนผงะหงาย
       “ฉันไม่น่ามายุ่งกับคนอย่างคุณเลย” นวลได้แต่มองอย่างโกรธขึ้ง และเสียใจ
      
       ที่สถานีตำรวจเวลาเดียวกัน ตำรวจถามอลิสอย่างงุนงง
       “ว่าไงนะครับ คุณจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับคนร้าย”
       “ค่ะ นังพลอยบ้า มันฆ่าพี่ฉัน แล้วมันก็ยังฆ่าคน มันเก็บศพไว้ที่บ้านเชิงเขาอีก”
       “คนบ้า?”
       “ก็นังพลอยบ้าไงคะ? นังพลอยบ้าที่เคยเป็นเมียน้อยท่านเกรียงศักดิ์”
       ตำรวจเงียบกริบ อลิสตาขวาง
       “ทำไม?ไม่กล้าไปจับเหรอ”
       “ไม่ใช่ไม่กล้า แต่เรื่องแบบนี้มันต้องมีหลักฐาน จู่ๆ จะไปกล่าวหาเค้าได้ยังไง”
       “ฉันไมได้กล่าวหา มันสารภาพออกมาเอง ได้ยินมั้ยคะ มันสารภาพออกมาเอง”
       “ยังไง ก็ต้องมีหมายค้น เจ้หน้าที่ทะเล่อทะล่าเข้าไปค้นเดี๋ยวนี้ไมได้หรอกครับ”
       อลิสฉุน “โอ๊ย นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้...ตั้งด่านเป็นอย่างเดียวรึไง”
       “คุณกำลังดูหมิ่นเจ้าพนักงานนะครับ...ทางเจ้าหน้าที่ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน” ตำรวจบอกอีก
       อลิสกรีดร้อง “หลักฐาน”
       “ครับจะเป็นหลักฐานหรือพยานบุคคลก็ได้ ถ้าคุณมีเมื่อไหร่ ตำรวจพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ครับ”
       อลิสกระฟัดกระเฟียดเดินออกมาจากสถานีตำรวจ
       “หลักฐาน จะไปหาหลักฐานที่ไหน” อลิสชะงัก คิดได้ “พยานบุคคล”
       อลิสตาโต รีบออกจากสถานีตำรวจทันที
      
       ไม่นานต่อมาอลิสเขย่าตัวพจนีย์ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
       “พจนีย์ เธอฟื้นขึ้นมาสิพจนีย์ เธอฟื้นขึ้นมาเอาผิดกับยัยพลอยบ้าเร็วๆ ลุกขึ้นมาพจนีย์” อลิสจับพจนีย์ที่นอนเป็นผักเขย่าๆ อย่างแรง
       เจ้าหน้าที่วิ่งเข้ามาห้าม “อย่าคุณอย่า”
       “อย่ามาห้ามฉัน” อลิสดื้อดึงดัน ปราดเข้าไปเขย่าอีก “พจนีย์เธอต้องลุกขึ้นมา”
       เจ้าหน้าที่ดึงมืออลิสออก “กรุณาออกไปก่อนค่ะ ออกไปก่อน” แล้วพาตัวอลิสออกไป
       อลิสยังตะโกน “ลุกขึ้นมาพจนีย์ เธอต้องลุกขึ้นมาช่วยฉัน เอาผิดกับนังพลอยบ้า”
       ทันทีที่อลิสถูกลากตัวออกไป ประตูปิดลง ดวงตาของพจนีย์ก็ค่อยๆ กระพริบช้าๆ พจนีย์พึมพำเหมือนจิตโดนสั่ง
       “นังพลอย”
      
       ท่ามกลางความมืดทะมึนของหุบเขา พลอยยืนอ้างว้างอยู่อย่างเดียวดาย
       “ไม่...ฉันไม่ชอบการอยู่คนเดียว...ฉันกลัวการอยู่คนเดียว”
       พลอยกอดตัวเอง เนื้อตัวสั่น อ้างว้างเหลือแสน นักปราชญ์กระชากนวลเข้ามา
       “ต่อไป เธอไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกพลอย”
       พลอยเหลียวขวับมามอง เห็นเป็นนักปราชญ์กระชากนวลที่ถูกมัดมือเข้ามา นักปราชญ์ผลักนวลจนล้มลงตรงหน้าพลอย นวลร้องลั่น พลอยตกใจ และไม่เข้าใจ
       “รีบหนีไปพลอย หนีไป”
       นักปราชญ์ตบนวล “หุบปาก”
       “มายุ่งวุ่นวายบ้านฉันทำไม”
       “น้องชายเธอ มันบุกไปฉุดเจ้าสาวฉัน”
       “นังน้ำหนึ่ง” พลอยตาวาวเป็นประกาย โกรธจัด
       “และนังนวลหน้าโง่นี่ มันก็ไปสาระแนบอกฉัน ว่าเธอเป็นพี่สาวของไอ้เพชร ทั้งที่ไอ้เพชรเป็นลูกมัน”
       พลอยเพ่งมองที่นวล แปลกใจ ประหลาดใจ เห็นนวลร้องไห้ ส่วนนักปราชญ์หัวเราะหยัน
       “เธอว่าโลกเล่นตลกเกินไปมั้ย”
       “น้าขอโทษพลอย น้าไม่รู้”
       “ไอ้เพชรมันทำลายหัวใจฉัน ฉันก็จะทำลายหัวใจของมันเหมือนกัน มานี่”
       นักปราชญ์กระชากมือพลอยหมับ พลอยมองนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน แต่แสร้งทำเป็น ร้องกรี๊ด สะบัดมืออย่างมีจริต “ปล่อยฉัน ปล่อย”
       “ไม่ต้องมาดัดจริต มานี่”
       “ม่าย...” พลอยร้องพร้อมกับผลักนักปราชญ์อย่างแรง
       “นังพลอย” นักปราชญ์จะตามไป
       “อย่า” นวลเอาขาตัวเองขัดขานักปราชญ์จนหัวคะมำล้มลง นักปราชญ์โมโหมาก
       “แกนี่มันแส่ทุกเรื่องจริงๆ นังนวล”
       นักปราชญ์คว้าไม้แถวนั้น ฟาดใส่นวลอย่างแรงจนหมดสติต่อหน้า ก่อนจะตามพลอยไปทันที ตะโกนก้องหุบเขา
      
       “แกหนีฉันไม่รอดหรอก นังพลอย!”
ตอนที่ 17 อวสาน
      
       นัยน์ตาของพลอยยามนี้วาววับแลดูเหี้ยมโหด ริมฝีปากเหยียดยิ้ม แกล้งวิ่งหนี มาตามทางเปลี่ยว อย่างมีจริต ทิ้งช่วงจังหวะ
      
       “ช่วยด้วยๆๆ” แต่พออีกจังหวะหนึ่งก็แกล้งล้มลง “โอ๊ย”
       นักปราชญ์หัวเราะตามมาทัน “เป๋...แล้วยังจะวิ่งอีก”
       พลอยทำเป็นหวาดกลัวจนเนื้อตัวสั่น “อย่า..อย่าทำอะไรฉันเลยนะ...ฉันขอล่ะ” พร้อมกับจะยกมือไหว้
       นักปราชญ์จับมือพลอยไว้ “ความจริง..ฉันก็ไม่อยากกินของเหลือเดนไอ้เกรียงศักดิ์หรอกนะ แต่ในเมื่อไอ้เพชรมันรักแก สิ่งเดียวที่ฉันจะทำลายไอ้เพชรได้ คือทำลายแก!”
       พลอยอ้อนวอนขอร้อง “ฉันขอร้องล่ะ อย่า”
       “เก็บปากไว้บอกไอ้เพชรดีกว่า ว่าฉันทำอะไรกับแก นังพลอย”
       นักปราชญ์กระชากพลอยเข้ามา ทำท่าจะปล้ำจูบ พลอยร้องเอามือป้อง ประสานสายตาวาบหวามยั่วยวน
       “งั้น ช่วยสาธิตอย่างละเอียดให้ฉันจำได้ทุกขั้นทุกตอนด้วยนะ”
       นักปราชญ์งวยงง มองอย่างไม่เข้าใจ พลอยเอามือไล้เบาๆ รอบดวงหน้านักปราชญ์ ตาเป็นประกายเชิญชวน
       “ความจริง ฉันก็ไม่ได้รังเกียจคุณนะ แต่คุณเป็นผู้ชาย อย่าทำเลย ปลุกปล้ำขืนใจผู้หญิงน่ะ มันไม่แมน” นักปราชญ์ยิ่งงง “เอาเป็นว่า...ฉันเต็มใจให้คุณเองแล้วกัน”
       พลอยหัวเราะระริกมีจริต แต่หากนักปราชญ์จะรู้ เสียงหัวเราะของพลอยมันช่างดังน่ากลัว
      
       ด้านเพชรขับรถมาตามทาง หน้านิ่ว น้ำหนึ่งเป็นห่วง รู้ว่าเพชรกังวล
       “นี่ถ้ารถไม่เสีย เราคงถึงบ้านเชิงเขานานแล้ว งั้นเราแจ้งตำรวจดีมั้ยคะพี่เพชร”
       “แค่คำขู่ เจ้าหน้าที่คงไม่รับแจ้ง”
       “แต่เราโทร.ไปบอกได้นี่คะ...ว่ากลัวจะมีเรื่องไม่ดี อยากให้เค้าช่วยมาดูหน่อย” พูดจบน้ำหนึ่งก็กดสายโทร.ออกทันที “191 นะคะ”
      
       พลอยแกล้งทำท่าเชิญชวน และยั่วยวนพานักปราชญ์มายังลานกว้างด้านหลังบ้านเชิงเขา ในมือของพลอยถือขวดเครื่องดื่มมาด้วย
       “ฉันชอบดื่ม...เราดื่มกันซักหน่อยนะคะ” พลอยเอามือคล้องแขนนักปราชญ์ ทำท่าจะดื่ม แต่เปลี่ยนใจ “คุณดื่มก่อนดีกว่า”
       นักปราชญ์ดื่มเครื่องดื่มจากขวด พลอยยิ้มพอใจบอก
       “อร่อยมั้ยคะ? ไวน์ผลไม้ ฉันทำเอง”
       “ก็ดี”
       “ดื่มเยอะๆนะคะ ดื่มเยอะๆ” พลอยจะให้ดื่มอีก
       นักปราชญ์ปัดมือออก “อย่าลีลา ยังไง เธอก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี”
       “เหรอ” พลอยย้อน ดวงตามองมาเหี้ยมเกรียมแกมเย้ยหยัน “คิดว่าอย่างนั้นเหรอ”
       นักปราชญ์หัวเราะ เหี้ยมโหดพอกัน “งั้นเธอก็คิดถูกแล้ว ว่ามันไม่ใช่”
       คราวนี้พลอยเป็นฝ่ายงงเอง นักปราชญ์เอามือบีบปากพลอยอย่างแรง
       “เธอคิดเหรอ ว่าคนที่เพียบพร้อมทุกอย่างอย่างฉัน จะพิศวาสผู้หญิงที่ทั้งแก่ ขาเป๋
       แถมยังเป็นเมียน้อยคนอื่นอย่างเธอ...” นักปราชญ์กระแทกเสียงเย้ย “มันไม่มีทาง”
       พร้อมกันนั้นนักปราชญ์ผลักพลอยอย่างแรง จนพลอยล้มลง นักปราชญ์เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ยิ้มเหี้ยม “อยากรู้มั้ย ฉันจะทำยังไงให้ไอ้เพชรกระอักเลือด”
       นักปราชญ์กระชากตัวพลอยเข้ามาอย่างแรง พลอยเนื้อตัวสั่น เพราะนักปราชญ์ดูเหี้ยมโหดกว่าที่คิด
      
       ด้านทับทิมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้าน ร้องเสียงดังด้วยความเป็นห่วง
       “พลอย..พลอย”
       เงียบไม่มีเสียงตอบรับของพลอย ทับทิมยิ่งหน้าเสีย ด้านนวลรู้สึกตัวร้องครวญคราง ทับทิมหันไปเห็น
       “นวล!” ทับทิมรีบปราดเข้าไปประคอง
       นวลครางเสียงแผ่วๆ “ทับทิม”
       “ไอ้นักปราชญ์มันทำเธอใช่มั้ย” นวลพยักหน้า ทับทิมด่าทันที “อยากสาระแนดีนัก สมน้ำหน้า!” ทับทิมผลักนวลออก ยังโกรธอยู่
       นวลล้มลงกับพื้นไปอีก ร้องไห้ “ก็ฉันไม่รู้นี่ทับทิม ฉันบอกเธอแล้วว่าไม่รู้” พูดถึงตรงนี้นวลตาวาวโรจน์โกรธแค้นขึ้นมา “แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฉันจะร่วมมือกับเธอทุกอย่าง แฉไอ้นักปราชญ์ ฉันจะเป็นพยานเอง มันฆ่าตาหวาน”
       ทับทิมพอใจ “จุดจบของแกมาถึงแล้ว ไอ้นักปราชญ์”
      
       ตัวละคร พลอย นักปราชญ์
       นักปราชญ์กระชากพลอย พลอยเนื้อตัวสั่น กลัว นักปราชญ์มองเยาะเย้ย
       “อยากรู้แล้วใช่มั้ย ฉันจะทำอะไรกับเธอ ฉันจะส่งเธอให้ลูกน้องฉันที่มีเป็นสิบ หลังจากนั้นฉันจะถ่ายคลิปประจาน แล้วก็แล่เนื้อเอาเกลือทา อยากรู้เหมือนกัน ว่าน้ำหน้าอย่างไอ้เพชร มันจะทำอะไรฉันได้” นักปราชญ์ยิ้ม กลอกตาหลอนๆ จิตพอกัน “แต่ตอนนี้...สิ่งที่ฉันจะทำกับเธอเป็นอย่างแรกคือ...”
       พลอยปากคอสั่นกลัว “แกจะทำอะไร”
       “ทรมานแกเล่น นังเป๋!” นักปราชญ์ผลักร่างพลอยไปสุดแรง
       พลอยร้องสุดเสียงขณะที่ร่างก็กลิ้งหลุนๆ ลงเนินเขาไป นักปราชญ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
      
       ฟากทับทิมที่กำลังประคองนวลที่มีท่าทีเจ็บปวดขึ้นมาได้ยินเสียงพลอยร้องโหยหวน
       “พลอย”
       “ไอ้นักปราชญ์”
       ทับทิมผละจากนวลจะไป นวลร้อง
       “ฉันไปด้วย”
       ทับทิมสั่งเสียงเหี้ยม “ไม่ต้อง แล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าลืมที่เธอบอก เธอจะอยู่ข้างฉัน”
       “แน่นอน!” ทับทิมผละไปทันที นวลมองตามสายตาบ่งบอกโกรธแค้นนักปราชญ์มากๆ
      
       ร่างของพลอยกลิ้งหลุนๆ จนหยุดนิ่งอยู่ที่พื้น พลอยร้องโอดครวญ นักปราชญ์ตามไปหัวเราะเยาะดังลั่น จ้องหน้าพลอย
       “ไง..นังเป๋...สนุกมั้ย ฉันสนุกว่ะ สนุกมาก แต่ฉันไม่อยากเล่นสนุกคนเดียวแล้ว ฉันจะส่งแกไปให้ลูกน้องฉันมันเล่นดีกว่า”
       นักปราชญ์ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า โทร. ออก “เฮ้ย! พวกแก”
       จังหวะนี้ทับทิมย่องมาทางด้านหลัง พร้อมท่อนไม้ขนาดเหมาะมือฟาดเข้าที่ด้านหลังของนักปราชญ์เต็มแรง นักปราชญ์ร้องโอ๊ยสุดเสียง ล้มลงไป แต่ตั้งสติได้ ทำท่าจะล้วงกระเป๋าหยิบเอาปืนออกมา ทับทิมฟาดเข้าที่ท่อนแขนนักปราชญ์อย่างแรง ก่อนจะฟาดเข้าที่ด้านหลังอีก
      
       จนนักปราชญ์ชักกระแด่วๆ


  


       พลอยยืนมอง หัวเราะลั่นอย่างสะใจ
      
       “เหมือนปลาที่ถูกทุบหัวยังไงยังงั้น แต่ฉัน...อยากให้แกสนุกมากกว่านี้” พลางหันไปบอกทับทิม “แม่...พลอยขอ”
       ทับทิมยื่นไม้ให้ลูกสาว พลอยรับไม้มา นักปราชญ์ร้องลั่น
       “อย่า..อย่าทำฉัน พอแล้ว ฉันเจ็บ”
       พลอยหัวเราะ “อ้อ! กลัวฉันจะทุบงั้นเหรอ ฉันไม่ทุบแกหรอก แต่ฉัน....จะจับแกย่าง เหมือนปลา ที่ถูกเสียบในไม้” พลอยลูบไม้ในมือไปมา
       นักปราชญ์ถอยหลัง มองลนลาน ท่าทางหวาดกลัว “แกจะทำอะไร”
       “ก็เหมือนปลาถูกย่างไงไอ้โง่”
       “ไม้ท่อนนี้ มันจะถูกยัดเข้าปากแก” พลอยเงื้อไม้ในมือขึ้นหมายจะยัดแทงเข้าปาก
       นักปราชญ์ร้องสุดเสียง “อย่า
       พลอยเงื้อไม้จะแทงนักปราชญ์ นักปราชญ์กลั้นใจครั้งสุดท้ายเอามือดึงไม้เอาไว้ สองคน
       ยื้อไม้กันไปมา นักปราชญ์กระชากอย่างแรง จนไม้มาอยู่ในมือ
       “แกตายแน่!นังเป๋!” จากนั้นก็กระหน่ำฟาดพลอยอย่างแรง
       พลอยร้องสุดเสียง ด้วยเจ็บปวดทุรนทุราย
       ทับทิมร้องแทบจะขาดใจ “พลอย” ปราดไปหาลูกสาว
       นักปราชญ์กระชากร่างทับทิมอย่างแรง “มานี่”
       พลอยผงะ เมื่อร่างของทับทิมอยู่ในมือของนักปราชญ์ พลอยร้องลั่น
       “อย่าทำอะไรแม่ฉันนะ”
       “งั้นแกก็เลือกเอา...จะให้ฉันทำแม่แก หรือ แก”
       ทับทิมกับพลอยมองหน้ากันด้วยความเป็นห่วง นักปราชญ์หัวเราะเยาะ
       “แต่ฉันไม่วิปริตซาดิสต์ โรคจิตอย่างพวกแกหรอก ฉันขอ..โป้งเดียวพอ”
       นักปราชญ์ล้วงปืนออกมา พลอยกับทับทิมมองปืนนิ่งใจเต้นรัว
      
       ฟากเพชรกับน้ำหนึ่งขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านพอดี เพชรบอกเสียงรัวเร็ว
       “เร็วน้ำหนึ่ง”
       สองคนวิ่งเข้าไปด้านใน
       นวลซึ่งพยายามกัดฟันลุกขึ้นจะตามทับทิมไป เจอเพชรกับน้ำหนึ่งวิ่งเข้ามา สองคนงงที่เห็นนวล
       “ป้านวล”
       นวลสะดุ้งหันกลับมามอง “คุณน้ำหนึ่ง” มองไปยังเพชร อย่างเต็มตาเป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่า
       เป็นลูก “เพชร...” ร้องไห้ทันที “เพชรลูกแม่!”
       เพชรกับน้ำหนึ่งมองหน้ากัน งุนงง ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ขณะที่นวลโผเข้มากอดเพชรร้องไห้โฮๆ ละล่ำละลักบอก
       “เพชร เพชรลูกแม่..แม่ขอโทษลูก แม่ขอโทษ”
       “อะไรครับป้านวล” เพชรดันตัวนวลออก มองหน้า งงมาก
       ขณะเดียวกันนักปราชญ์ล็อกคอทับทิมเอาไว้ มองมายังพลอยแล้วหัวเราะ
       “ฉันเลือกให้ แกมองแม่แกถูกฆ่าต่อหน้าแล้วกัน”
       “แม่”
       พลอยร้องสุดเสียงขณะที่นักปราชญ์เหนี่ยวไกปืนออกไปเสียงดังเปรี้ยง
       นวล เพชร และน้ำหนึ่งได้ยิน
       “เสียงปืน”
       “ไอ้นักปราชญ์!”
       เพชรตะลึง หน้าซีดเผือด ผละไปตามเสียงอย่างรวดเร็ว นวลเกาะน้ำหนึ่ง ที่จะตามเพชรไป
       “คุณน้ำหนึ่ง ไปด้วยๆๆ”
       น้ำหนึ่งงง ไม่เข้าใจ แต่ประคองนวลไปด้วยทันที
      
       พลอยร้องไห้ออกมาปิ่มว่าจะขาดใจ ขณะที่นักปราชญ์หัวเราะลั่น
       “ยัง...ฉันยังไม่ได้ยิงแม่แก”
       ทับทิมยืนหน้าซีด หัวใจจะวาย นึกว่าตายไปแล้ว นักปราชญ์เย้ยต่อ
       “ฉันแค่ยั่วประสาทแกสองคนเล่น แต่...ต่อไป คือของจริง!”
       นักปราชญ์พูดไม่ทันจบ ทับทิมเอาศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องนักปราชญ์ และกระทืบเข้าที่เท้า
       อย่างแรง นักปราชญ์ที่ไม่ทันระวังตัวร้องลั่น ตัวงอ ทำท่าจะเซล้มลง เร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด พลอยคว้าไม้ทุบเข้าด้านหลังอย่างแรง จนนักปราชญ์เสียหลักล้มลงปืนหล่น ทับทิมคว้าปืนมาเล็งใส่
       “แกตาย”
       นักปราชญ์ร้องลั่น “อย่า”
       พลอยบอกเสียงเยียบเย็น “อย่าค่ะแม่”
       “ทำไมพลอย”
       “คนอย่างมัน ตายด้วยลูกปืน มันดีเกินไป” พลอยฟาดนักปราชญ์อีก ฟาดๆๆ จนแน่ใจว่านักปราชญ์หมดทางสู้
       “อย่า..พอแล้ว อย่าทำอะไรฉัน ...ฉันไหว้ล่ะ”
       พลอยยื่นเท้าออกไป นักปราชญ์มองเท้าพลอยก่อนเงยขึ้นมองหน้า ต้องไหว้จริงเหรอ
       พลอยหัวเราะร่วน “แกบอกเองไม่ใช่เหรอ กราบเท้าฉันสิ กราบเท้าฉันเลย”
       “เอ่อ” นักปราชญ์หน้าแหยหมดท่า
       พลอยหัวเราะ “ไม่ต้องหรอก..เพราะฉันก็ไม่อยากให้เท้าฉันต้องแปดเปื้อน กับคนเลวๆ
       อย่างแก” ว่าพลางพลอยกระชากคอเสื้อนักปราชญ์ขึ้นมา
       “แกจะทำอะไรฉัน”
       ไม่มีใครตอบ พลอยตรงเข้าไปกระชากลากนักปราชญ์ ขณะที่ทับทิมเอาปืนขู่ตลอดเวลา
      
       เพชรวิ่งมาตามทางด้านนอกตัวบ้าน ตะโกนร้องลั่นด้วยความเป็นห่วง
       “พี่พลอย แม่ พี่พลอย”
       น้ำหนึ่งประคองนวลตามมา สองคนหน้าตาเป็นกังวล นวลร้องไห้ครวญคร่ำ
       “แม่ไม่น่าเลย แม่ไม่น่าเลย”
       เพชรมองหน้านวล งงๆ มาเรียกอะไร น้ำหนึ่งเองก็งง เสียงของนักปราชญ์แหกปากร้องลั่น
       “แกจะทำอะไรฉัน นังบ้าพลอย แกจะทำอะไรฉัน”
       “พี่พลอย” เพชรตามเสียงไปทันที
      
       พลอยกระชากลากนักปราชญ์มาที่บริเวณที่ดื่มไวน์ พอมาถึงพลอยก็คว้าขวดไวน์ขึ้นมายื่นให้นักปราชญ์
       “กิน”
       นักปราชญ์มองงงๆ “ไม่”
       “จะกินหรือจะให้กรอก”
       นักปราชญ์งง ชักเริ่มสงสัย ทำไมต้องให้กินไวน์ ทับทิมที่ประกบตลอดเวลา ตะคอก
       “เอ้าไอ้นี่! ไม่เข้าใจภาษาคนหรือไง จะให้กินหรือจะให้กรอก”
       นักปราชญ์งง “กินๆ” ยอมกินแต่โดยดี เพราะเคยกินมาแล้ว ไม่ได้มีอะไร สงสัยจะให้กินทำไม
       “กินให้หมด”
       พลอยกับทับทิมมองจ้อง ถ้าขัดคำสั่ง ตายแน่ๆ ทุกครั้งที่นักปราชญ์ออกอาการต่อต้าน
       จะถูกเอาปืนขู่ นักปราชญ์กรอกไวน์เข้าลำคอ พลอยถามเสียงเย็น
       “แก..รู้มั้ย ฉันผสมอะไรลงไปในนั้น”
       นักปราชญ์ชะงัก พลอยไม่ได้พูดต่อ ทับทิมเป็นฝ่ายที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
       “ยาวิเศษ เหมือนกับที่ฉันผสมให้แม่แกกับแกกินที่กรุงเทพฯ จนแม่แกเดี้ยงต้องไป
       นอนโรงพยาบาล และล่าสุด แม่แกมันตายไปแล้วมั้ง” ทับทิมว่า
      
       นักปราชญ์งุนงง ไม่เข้าใจ ขณะที่กรดกำมะถันจากไวน์ที่ดื่มไปจนหมดขวด เริ่มออกฤทธิ์


  


       นักปราชญ์มีอาการตาลาย อาเจียน อย่างทรมานจนล้มทรุดลงไป สองแม่ลูกหัวเราะร่วน
      
       “แม่แกก็เป็นอย่างนี้แหละไอ้นักปราชญ์” ทับทิมหัวเราะลั่น ผลักหัวนักปราชญ์ “แม่แกก็
       เป็นแบบนี้แหละ”
       เพชร น้ำหนึ่ง และนวล วิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ทุกคนเห็น พลอยกับทับทิมเหมือนคนบ้า ขณะที่นักปราชญ์หมดสภาพ พลอยบอกด้วยท่าทีหลอนๆ
       “ยาวิเศษของฉัน มันจะทำให้แกตายลงเดี๋ยวนี้แหละ ไอ้นักปราชญ์”
       พูดจบพลอยก็คว้าขวดไวน์มากรอกเข้าที่ปากนักปราชญ์ เพชรร้องลั่น
       “อย่าพี่พลอย อย่า” เพชรเข้ามาห้าม
       นักปราชญ์ฉวยโอกาสนั้น รวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายผลักทับทิมสุดแรง จนทับทิมล้มลง
       ปืนกระเด็น นักปราชญ์คว้าปืนทันที และเล็งมาที่ทุกคน น้ำหนึ่งกะนวลร้องลั่น
       “อย่า!อย่า”
       คราวนี้นักปราชญ์เป็นต่อ หัวเราะลั่น เบนกระบอกปืนมาที่นวลและทับทิม
       “มาพร้อมหน้าพร้อมตากันพอดีเชียวนะ งั้น แกเลือกเอาแล้วกันไอ้เพชร ว่าจะให้
       ฉันยิงใครก่อน” นักปราชญ์เบนกระบอกปืนมาใส่ทีละคน “พี่บ้าๆของแก เมียชั่วๆ ของแก หรือ จะเป็น...” นักปราชญ์พูดช้าๆ “แม่...” ส่ายปืนมาที่ทับทิม “แม่ที่เลี้ยงแกมา หรือ” แล้วเบนมาที่นวล “แม่แท้ๆ ของแก”
       เพชรงง นวลร้องไห้โฮออกมา
       “เพชร..แม่ขอโทษ..แม่ขอโทษ”
       เพชรมองนวลงงๆ “แม่”
       “ก็นี่แหละ แม่แท้ๆ ของแก” นักปราชญ์กระชากตัวนวลมาอย่างโกรธแค้น
       เพชรมองที่ทับทิม ทับทิมบอก
       “นี่แหละเพชร...แม่แท้ๆ ของลูก”
       เพชรตะลึงอึ้ง “แม่”
       “แกเลือกเอาแล้วกัน ว่าจะให้ฉันยิงใครก่อน” นักปราชญ์เบนกระบอกปืนมาที่นวลสลับกับ
       ทับทิม ก่อนหัวเราะร่า “อย่าเลย...พวกแกตายพร้อมๆ กันเลยดีกว่า”
       นักปราชญ์กลั้นใจจะยิงปืน แต่อาการกำเริบ พลอยเห็นบอกเสียงเยือกเย็น
       “แกฆ่าใครไม่ได้หรอก เพราะแกกำลังจะตาย”
       นักปราชญ์อาการกำเริบหนัก อาเจียน จนตัวงอ
       “ตายแบบไม่มีโอกาสได้ออกไปร้องขอความเป็นธรรมกับใคร” พลอยเยาะ
       “แกจะถูกฝังเป็นผีเฝ้าไร่” ทับหัวเราะเสียงหลอนๆ “เหมือนๆ กับ...”
       “พ่อของฉัน” พลอยบอก
       ทุกคนมองตะลึง สภาพของพลอยกับทับทิมเหมือนบ้าเต็มที่ เหมือนอยู่กันคนละโลก ขณะที่นักปราชญ์อาการรุนแรงหนักขึ้น ทรุดตัวลงไปกองกับพื้น อาเจียน ทุรนทุราย
       พลอยกับทับทิมหัวเราะเหมือนคนบ้า เพชรมองภาพตรงหน้าสะท้อนใจ สงสารแม่กับพี่สาว ขณะที่ก็รู้สึกอื้ออึงกับสิ่งที่ได้รู้ พ่อถูกฝังอยู่ในไร่ ทับทิมนั่งลงเอามือลูบหัวนักปราชญ์ท่าทีหลอนๆ
       “จำความรู้สึกนี้ไปคุยในนรกกับแม่แกนะ เพราะก่อนตาย แม่แกก็มีสภาพทุเรศๆ แบบนี้เหมือนกัน”
       ปืนที่ทับทิมถือในมือจ่ออยู่หน้าของนักปราชญ์ ทับทิมนั่งชันเข่าลืมตัว
       นักปราชญ์จ้องมองที่ปืนนิ่ง คิดในใจ เอาวะตายเป็นตาย ขณะที่เพชรทนดูไม่ได้บอก
       “แม่ พี่พลอย....พาเค้าส่งรพ.เถอะครับ”
       “แกบ้าไปแล้วเหรอเพชร ถึงได้พูดอย่างนี้ ไอ้บ้านี่มันจะฆ่าแม่ ฆ่าพี่ ฆ่าเมียของแกนะ”
       “แต่ผมไม่อยากให้แม่ พี่พลอย ฆ่าคนตาย” เพชรบอก
       “มันสมควร” พลอยบอก
       จังหวะนี้รถตำรวจแล่นมาจอด พร้อมๆ กับตำรวจ 2-3 นายก้าวลงมา ตำรวจกวาดตามอง
       “นี่ล่ะบ้านเชิงเขา ที่มีคนแจ้งให้เรามาดู”
       ด้านทับทิมตะคอกใส่เพชร
       “ใช่! ไอ้นี่มันสมควรตาย”
       “พวกแกต่างหาก”
       นักปราชญ์กระชากปืนจากทับทิมอย่างแรง แล้วยิงปืนใส่ทับทิมและกราดยิงคนอื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง สภาพขณะนี้ ชุลมุนมาก ตำรวจที่กำลังเดินเข้ามาได้ยิน
       “เสียงปืน” ตำรวจวิ่งตามเสียงไป
      
       เพชรกอดน้ำหนึ่งที่ซุกอยู่กับอกปกป้อง พลอยร้องกรี๊ดๆ ร้องไห้โฮๆ
       “แม่..แม่”
       เพชรหันไปมอง เห็นทับทิมนอนจมกองเลือด ข้างๆ คือนักปราชญ์ที่นอนหรี่ตาจวนจะหมดลม
       เพชรตะโกนสุดเสียง “แม่”
       นวลตะลึง “ทับทิม”
       พลอยตะโกนก้อง “แกตาย!”
       พลอยตรงมาคว้าปืนจากมือของนักปราชญ์ที่นอนอยู่ แล้วยิงใส่นักปราชญ์อย่างแค้นจัด
       นักปราชญ์ร้องสุดเสียง ร่างกระตุก ขณะที่ตำรวจวิ่งเข้ามาเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าพอดี นั่นคือพลอยฆ่าคน!
       “หยุดนะ” ตำรวจตะโกนก้อง
       “ตำรวจ” น้ำหนึ่งหันมามองพลอยอย่างเป็นห่วง
       พลอยตะลึงอึ้ง ตื่นตกใจ “ตำรวจ”
       พลอยถือปืนอยู่ มองมาอย่างหวาดกลัว ปฏิเสธลั่น
       “ไม่นะ ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ทำ!”
       พลอยทิ้งปืนแล้ววิ่งลนลานขากระเผลกหนีไป เพชรร้องลั่น
       “พี่พลอย” เพชรหันไปมองพลอย เห็นทับทิม “แม่”
       เพชรรีบมาหาทับทิมทันที ตำรวจสองนายรีบตามพลอยไป
      
       พลอยวิ่งระหกระเหินหนีตำรวจมาตามทางซึ่งทั้งรกและเปลี่ยว ขณะที่ตำรวจวิ่ง
       ตาม แต่พลอยชำนาญพื้นที่กว่า จึงเร้นกายหายไปอย่างรวดเร็ว
      
       เพชรประคองร่างของทับทิมที่กำลังจะสิ้นลม กอดแน่น มีนวลเข้ามาหาทับทิมร้องไห้โฮๆ
       “ทำใจดีๆนะครับแม่ ผมจะพาแม่ส่งโรงพยาบาล” เพชรจะอุ้มขึ้น
       ทับทิมเอ่ยขึ้น “เพชร! พลอยรักเพชรมาก อย่าทิ้งพี่นะลูก” แล้วหันมาทางนวล จับมือนวลไว้มาจับมือเพชร “นวล...ดูแลลูกของเราด้วย” พูดจบทับทิมก็สิ้นใจตาย
       “แม่!”
       “ทับทิม!”
       น้ำหนึ่งอึ้ง มองภาพตรงหน้าด้วยความเศร้า สลดใจ
      
       วันต่อมาเกรียงศักดิ์ บอกกับอารีย์ที่นอนซมอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล
       “ผมเสียใจด้วยนะครับ แต่ผมคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องราวรุนแรงขนาดนี้”
       “เพราะท่านนั่นแหละ ท่านเป็นคนไปพัวพันกับนังพลอย ทำให้ทุกอย่างต้องเป็นอย่างนี้” อารีย์ร้องไห้โฮแทบขาดใจ “ลูกฉัน..ลูกฉัน..นักปราชญ์”
       สมบัติกอดอารีย์ปลอบ บอกเกรียงศักดิ์ “นี่ถ้าใจพาคุณอารีย์ส่งโรงพยาบาลไม่ทัน ก็คง…”
       “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี คุณก็เหมือนกัน ไปเกลือกกลั้วกับของโสมม เรื่องถึง
       ได้เป็นแบบนี้ นังทับทิมมันจะฆ่าฉัน” อารีย์มองเกรียงศักดิ์ “นังพลอย มันก็ฆ่านักปราชญ์ ฉันไม่มีทางปล่อยมันไปแน่ ฉันจะลากคอมันเข้าคุกให้ได้”
      
       อารีย์แค้นสุดๆ
      

       อลิสอยู่ในชุดดำไว้ทุกข์ให้หมอณัฐ เดินเข้ามาในห้องโถง บอกเกรียงศักดิ์ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง อาการกราดเกรี้ยว
      
       “อลิสก็จะทำทุกอย่าง ลากคอนังพลอยบ้า เข้าคุกให้ได้ หล่อนฆ่าพี่หมอ หล่อนทำให้ครอบครัวอลิสสูญเสีย จนป่านนี้คุณลุงคุณป้ายังทำใจไมได้เลย”
       เกรียงศักดิ์ลำบากใจ “อลิส ก็รู้ว่าเค้าเป็น...บ้า”
       “คนบ้า ฆ่าคนไม่ผิดเหรอคะ” อลิสมองไปทางดาราณีที่ยืนหน้าซีดอยู่ “นี่ถ้าอลิสเป็นคุณน้า อลิสคงกัดลิ้นตายไปแล้วล่ะ ที่จนป่านนี้ คุณน้าผู้ชายยังปกป้องเมียน้อยอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ทั้งๆที่มันทำให้คุณน้าพิการ”
       ดาราณีพยายามข่มใจตัวเอง “ทุกอย่าง ล้วนมีเหตุและผลของมัน น้าให้อภัยพลอย”
       อลิสมองคาดไม่ถึง พูดเยาะหยัน “อลิส เคยว่าพวกผู้หญิงบ้าๆ ที่ให้อภัยผู้ชายที่ไปมีเมียน้อย ไม่คิดจริงๆ ว่า ผู้หญิงโง่ๆ คนนั้น จะเป็นคุณน้า”
       เกรียงศักดิ์โกรธ “อลิส”
       “คุณน้าจะไม่เอาผิดนังพลอยบ้าก็ตามใจ แต่อลิสจะเอาผิดมัน ต่อให้มันเป็นบ้าอลิสก็จะลากคอมันเข้าคุก คอยดู” อลิสเดินปึงปังไป ท่าทางโกรธจัด
       ดาราณีหน้าซีด เกรียงศักดิ์จับมือไว้ สีหน้าแสดงความเสียใจอย่างที่สุด
       “ผมขอโทษคุณหญิง ขอโทษ”
       “ฉันเข้าใจคุณค่ะ เข้าใจพลอย เข้าใจทุกคน...ใครจะว่าฉันโง่ ฉันบ้าก็ช่าง แต่ฉันรู้ ตัวฉันดี ว่าฉันทำทุกอย่างเพื่อคนที่ฉันรัก ไม่งั้นความแค้นคงไม่จบไม่สิ้น นั่นคือ ฉันเลือกที่จะให้อภัย”
       เกรียงศักดิ์เต็มตื้น “ขอบคุณมาก ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้คนอย่างคุณหญิงเป็นคู่ชีวิต ผมสัญญาตั้งแต่วันนี้ไป ผมจะทำแต่สิ่งที่ดี เพื่อทดแทนสิ่งที่ผมได้พลาดไปโดยเฉพาะสิ่งที่ผมทำกับพลอย”
       ดาราณีมองเกรียงศักดิ์ อย่างเข้าใจ เกรียงศักดิ์พูดต่อ
       “ต่อให้พลอยเสนอ ถ้าผมไม่สนอง เรื่องทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้น ผมเป็นผู้ชายทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง!!”
      
       เย็นนั้นควันสีขาวจากปล่องควันของเมรุลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้า เพชรได้แต่มองเศร้าใจ นวลปลอบ
       “เพชร..แม่ขอโทษ...มันเป็นความผิดของแม่เอง ถ้าแม่ไม่ไปยุ่งกับไอ้นักปราชญ์”
       “เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราอย่าพูดถึงมันเลยครับ” เพชรยังไม่เรียกนวลว่าแม่ มองฟ้าพึมพำ “ไปสู่สุขคตินะครับแม่ ผมจะดูแล ผมจะไม่ทิ้งพี่พลอย”
       น้ำหนึ่งมองเพชร ด้วยความสงสารและเห็นใจ ได้แต่กุมมือเพชรเอาไว้ให้กำลังใจ เพชรได้แต่มองท้องฟ้านิ่งนาน สายตามีแต่ความว้าวุ่นทุกข์ใจ นวลถาม
       “แล้วนี่เพชรพอจะรู้มั้ยลูก ว่าพลอยอยู่ที่ไหน”
       เพชรมองนวลอย่างชั่งใจ ไม่แน่ใจเหมือนกัน นวลบอก
       “นี่เพชรกลัวว่าแม่จะปากโป้ง จนเป็นเรื่องอย่างที่ผ่านมาเหรอลูก” นวลน้ำตาคลอ “แม่บอกแล้วไง ว่าแม่ไม่รู้ เพราะถ้าแม่รู้ แม่ไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่าลูกแน่”
       “เป็นเพราะ...ป้านวลรักน้ำหนึ่ง” น้ำหนึ่งกอดนวลเอาไว้
       เพชรบอกกับนวล ยกมือไหว้ “ผมขอโทษครับ แต่ผมยังทำใจไม่ได้ ผมขอเก็บเรื่องของพี่
       พลอย ไว้เป็นเรื่องส่วนตัว”
       “แปลว่า...พี่เพชรรู้ใช่มั้ยคะ ว่าพี่พลอยอยู่ไหน”
       เพชรนิ่งไม่ตอบคำถามน้ำหนึ่ง
      
       ในหุบเขากลางป่าเปลี่ยว มีกระท่อมเล็กๆ แฝงอยู่ในนั้น ส่วนด้านในเห็นร่างของพลอยซุกอยู่มุมหนึ่ง เนื้อตัวสั่น ทั้งกลัว และหวาดระแวงทุกสิ่งอย่าง คุมตัวเองไม่อยู่ ขณะที่ปากพึมพำ
       “แม่..แม่อยู่กับพลอยนะ..แม่อย่าไปไหน พลอยกลัว”
       ทับทิมสภาพเป็นเงาเลือนราง ปรากฎตัวขึ้น
       “เออ แม่ไม่ไปไหนหรอก แม่จะอยู่กับแก ไปตามเพชรกลับมาแล้วกัน”
       “ค่ะ..พลอยจะไปตามเพชรกลับมา”
      
       เช้าวันต่อมาที่โรงพยาบาล อลิสเดินลิ่วมาหน้าตาร้อนรน เปิดประตูผลัวะเข้าไปยังห้องของพจนีย์ เห็นเตียงว่างเปล่า อลิสใจหายวับ เจ้าหน้าที่พยาบาลเดินเข้ามามองอลิสแปลกใจ
       อลิสถามทันที “คนไข้เตียงนี้ไปไหนคะ”
       “คุณพจนีย์?” พยาบาลถาม
       “ค่ะเค้าไปไหน...” อลิสหน้าเสีย “อย่าบอกนะคะว่า..เค้าเสียแล้ว”
       “เค้าหายแล้วต่างหากล่ะคะ”
       อลิสถามรัวเร็ว “หายแล้ว...แล้วตอนนี้ เค้าอยู่ที่ไหน”
      
       ขณะที่พจนีย์มีสีหน้าเศร้าหมองกำลังจะเดินออกจากโรงพยาบาล อลิสรีบตามไปร้องเรียก
       “พจนีย์”
       พจนีย์มองอลิสอย่างประหลาดใจ อลิสโพล่งทันทีตามนิสัย
       “รู้มั้ยฉันดีใจมากเลยที่เธอฟื้นขึ้นมา เราต้องช่วยกันนะพจนีย์”
       พจนีย์ยังงงอยู่ “ช่วยอะไร”
       อลิสชักหงุดหงิด “จะช่วยอะไร ก็จับยัยพลอยบ้าเข้าคุกสิ มันฆ่าน้องเธอไม่ใช่เหรอ แล้ว
       มันก็ยังฆ่าพี่ฉัน”
       สีหน้าของพจนีย์เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อาฆาตแค้น และชังชัง อลิสบอกย้ำ
       “เราต้องช่วยกันนะพจนีย์”
       “แน่นอน...ฉันไม่ให้น้องสาวฉัน ตายฟรีหรอก!”
       ส่วนเพชรมองดูสภาพบ้านเชิงเขา ด้วยความปวดร้าว และทุกข์ใจ นวลบอก
       “เพชรไม่ต้องห่วงนะ แม่จะมาดูแลทุกอย่างที่นี่ให้เอง...บ้านเชิงเขาจะต้องมีชีวิตเหมือนเมื่อตอนมี แม่ทับทิม มีพลอย”
       “ยังไงมันก็ไม่มีทางเหมือนเดิมหรอกครับ”
       นวลมองเพชรด้วยความเสียใจ “แม่รู้..ว่าแม่แทนที่ใครไม่ได้ แม่ก็แค่อยากทำหน้าที่ของแม่บ้างแต่ถ้าเพชรไม่ต้องการ....แม่จะไป” นวลก้มหน้าเดินร้องไห้ออกไป
       เพชรมองตามชั่งใจ ก่อนร้องเรียก “แม่”
       นวลค่อยๆ หันมา น้ำหนึ่งมองลุ้นเอาใจช่วย เพชรเดินไปสวมกอดนวลเอาไว้ นวลกอด
       เพชรแน่น ร้องไห้โฮ
       “แม่ขอโทษ ขอโทษนะเพชร แม่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
       “มันผ่านไปแล้วครับแม่..มันผ่านไปแล้ว ถึงเราจะเสียใจ มันก็ย้อนกลับคืนไปไม่ได้
       อยู่ดี สู้ยอมรับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นดีกว่า”
       “แล้วพลอย?” นวลถามออกมา
       เพชรยังไม่ทันถาม ตำรวจก็ก้าวเข้ามา ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ
       “เราได้รับการแจ้งความจากหลายคนครับ มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นที่นี่ นี่หมายค้น”
       ตำรวจยื่นหมายค้นมาตรงหน้า เพชรอึ้ง ใจหล่นวูบอยู่ตรงนั้น อลิสก้าวเดินเข้ามาพร้อมพจนีย์ อลิสบอกตาวาววับ
       “ฉันกับพจนีย์นี่แหละเป็นคนแจ้งความเอง”
       “พ่อแม่ของคุณนักปราชญ์ เค้าก็ไปแจ้งด้วยเหมือนกัน” พจนีย์บอก
      
       เพชร น้ำหนึ่ง และนวล ได้แต่นิ่งงันไป เจ้าทุกข์อยู่ตรงหน้า


  


       เวลาเดียวกันดาราณีนั่งดูข่าวทีวีอยู่ในห้องโถงคฤหาสน์ ขณะที่เกรียงศักดิ์เดินเข้าไปหา เสียงผู้สื่อข่าวรายงานในจอทีวีดังก้อง
      
       “เกิดเหตุสยอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้น พบศพในบ้าน ในสภาพถูกโบกูปนเหี้ยมโหด แล้วยังพบศพถูกฝังในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย”
       เกรียงศักดิ์หน้าแหย “ทำไมทุกวันนี้ ผู้คนใจคอถึงได้โหดเหี้ยมนัก ที่ไหนกันคุณ”
       ดาราณีบอกหน้าซีดเสียงสั่น “บ้านเชิงเขาค่ะ”
       เกรียงศักดิ์หันไปมองทีวี เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นภายในบ้าน เห็นสภาพผนังครัวที่ถูกกะเทาะออก แล้วเจ้าหน้าที่ขนย้ายศพรจนาออกมา พจนีย์กอดศพร้องไห้โฮๆ อีกภาพเป็นภายในสวน มีเจ้าหน้าที่กำลังนำศพจินดาออกมา ก่อนที่จะเห็นเพชร น้ำหนึ่งและนวล ยืนหน้าซีดอยู่ในข่าว
       ทั้งดาราณีและเกรียงศักดิ์ ได้แต่อึ้ง ตะลึงอยู่อย่างนั้น
      
       ภายในบ้านเชิงเขา สภาพมีการถูกตรวจค้น เพชร น้ำหนึ่ง และนวลหน้าเครียดสลด ในขณะที่อลิสพูดปาวๆ
       “สรุป....คนบ้านนี้ โรคจิตกันทั้งบ้าน แม่โชคดีอยู่หน่อยที่ชิงตายไปแล้ว แต่นัง
       พลอยบ้า มันติดคุกหัวโตแน่”
       น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างเป็นห่วง “อลิสพูดจาอะไร คิดถึงใจคนฟังบ้างสิ”
       “คิดถึงทำไม นังพลอยบ้ามันฆ่าพี่หมอ แล้วก็ยังวิปริตฆ่าคนอื่นๆ อีก คนแบบนี้
       สมควรเหรอที่จะให้ลอยนวลน่ะ”
       “ก็พี่พลอยเค้าไม่ใช่คนปกติ” น้ำหนึ่งท้วง
       “งั้นก็แปลว่า คนบ้าฆ่าใครก็ได้งั้นสิ” พจนีย์ว่า
       น้ำหนึ่ง เพชร และนวลได้แต่ยืนอึ้งหน้าซีด พจนีย์พูดต่อแบบไม่เกรงใจเพชร
       “ต่อให้พี่พลอยเป็นบ้า พจนีย์ก็จะลากตัวมารักษาให้หาย หลังจากนั้น พี่พลอยต้องชดใช้ความผิดในตะราง”
       เพชรลำบากใจ “พี่รู้ สิ่งที่พี่พลอยทำมันรุนแรง แต่พี่อยากขอพจน์”
       อลิสตอบแทน “ขอก็ไม่ให้”
       นวลฉุน “เพชรพูดกับคนอื่นไม่ใช่คุณ”
       “ฉันมีสิทธิ์พูดแทนได้ เพราะฉันเป็นเจ้าทุกข์เหมือนกัน ต่อให้พจนีย์ใจอ่อนไม่เอา
       ผิด ฉัน พ่อแม่คุณนักปราชญ์ก็ไม่มีทางยอมความ”
       ระหว่างนี้ ดูเหมือนว่าทุกคนถูกใครบางคนจับตามองตลอดเวลา พจนีย์รู้สึกตัว หันขวับไปมองทางด้านนอกอีกมุม เหมือนเห็นดวงตาพลอยจับตามองอยู่ พจนีย์เนื้อตัวสั่นทั้งโกรธทั้งกลัว ขณะที่อลิสไม่รู้ตัวพูดเรื่อยๆ
       “นังพลอยบ้ามันจะต้องได้รับโทษทัณฑ์ในสิ่งที่มันก่อ”
       “คุณอลิส ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี กลับกันเถอะ” พจนีย์บอก
       “กลับทำไม? ฉันยังด่าไม่เสร็จเลย” อลิสวึดวืออยู่อย่างนั้น
       พจนีย์เร่งใหญ่ “กลับเถอะ”
       “ทำไม? จู่ๆ ก็ตาขาว เธอเป็นอะไร”
       พจนีย์มีท่าทีแหยงๆ “ฉันรู้สึกเหมือนพี่พลอยอยู่ที่นี่”
       ทุกคนชะงักงันกันไป ต่างกวาดตาพรึ่บเหลียวมองทั่วบริเวณ อลิสก็ชะงักก่อนบอก
       “ดีให้มันมาเลย ฉันจะจับมันเข้าคุก”
       “เธอคิดว่า พี่พลอยจะให้เธอจับดีๆ เหรอ ฉันกลัว เธอจะเป็นศพรายต่อไปต่างหากกลับเถอะ ป่ะ” พจนีย์ลากแขนอลิสออกไป
       “ไม่กลับ...ไปค้นหาตัวมันเลย” อลิสดึงดันจะเข้าไป
       พจนีย์ดึงแขนเอาไว้ “อย่า...” พลางกวาดตามองทุกคน “ที่นี่มีแต่คนของเค้า เธอคิดว่าเค้าจะยอมให้เราสองคนจับพี่พลอยง่ายๆ เหรอ กลับเถอะ..เร็ว กลับ”
        พจนีย์ลากแขนจนอลิสยอมเดินออกไป นวลหันไปมองเพชร
       “เพชร พลอยอยู่ที่นี่เหรอ”
       เพชรมีสีหน้าไม่แน่ใจ ก่อนผลุนผลันไปตรวจค้นรอบๆบ้านทันที โดยมีน้ำหนึ่ง นวล ตามไป
      
       ตกตอนเย็นบรรยากาศที่ด้านนอกเงียบสงัด โพล้เพล้ ตะวันลาลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว เพชรเดินนำทุกคนค้นหาตัวพลอยมุมต่างๆ
       “พี่พลอย..พี่พลอย พี่พลอยอยู่ไหนครับพี่พลอย”
       ตามมุมต่างๆ ไม่เห็นพลอย เพชรออกอาการกังวลเหมือนจะคลั่ง
       “พี่พลอย”
       น้ำหนึ่งแตะมือเพชรเอาไว้ “พี่เพชรคะ...สองคนนั้นอาจจะแค่พูดไปเรื่อยๆ น้ำหนึ่งว่า พี่
       พลอยไม่ได้กลับมาหรอกค่ะ”
       เพชรเสียงสั่น “พี่มั่นใจว่า...พี่พลอยกลับมาที่นี่”
       นวลถามรัวเร็ว “ทำไมเพชร”
       เพชรเบนสายตาไปมอง เห็นช่อดอกปีบสีขาวนวลทั้งช่อวางอยู่ ช่อยังสดใหม่ เหมือนเพิ่งถูกปลิดออกมา เพชรยืนอึ้ง นึกถึงภาพในอดีต
      
       ตอนนั้นเพชรในสมัยยังหนุ่ม เล่นบาสอยู่ภายในบริเวณบ้าน พลอยในวัยสาว เดินเข้ามาพร้อมขนมน้ำดอกไม้
       “เพชร...มากินขนมก่อน”
       เพชรเลิกเล่นบาสหันมาหา “ขอบคุณครับพี่พลอย”
       เพชรหันมารับจานขนมน้ำดอกไม้ในมือพลอย เห็นเป็นดอกปีบโรยหน้าขนมอยู่
       “อ้าว! นี่ดอกอะไรครับ” เพชรหยิบขึ้นมาดม
       “ดอกปีบจ้ะ”
       “แล้วทำไมพี่พลอยไม่ใช้ดอกมะลิเหมือนเดิมล่ะครับ”
       “ออกดอกไม่ทัน พี่เห็นบ้านเรามีดอกปีบ เลยเอามาใช้แทน หอมนะ”
       “หอมมากครับ สวย...กลีบดอกเหมือนระฆัง ถ้าผมมีแฟน ผมจะเอาดอกปีบไปให้”
       พลอยหัวเราะ “ทำไมล่ะจ้ะ”
       “ไม่เหมือนใครดี....สวย หอม ดอกปีบ”
       เพชรหยิบดอกปีบขึ้นมาดม
      
       เพชรดึงตัวเองกลับมา หยิบช่อดอกปีบขึ้นมาทั้งช่อ มือสั่นระริก น้ำหนึ่งกับนวล ก็มองดวงตาหวาดหวั่น
       “แปลว่า พจนีย์พูดถูก พลอยกลับมาแล้ว” นวลเอ่ยขึ้น
       น้ำหนึ่งเสียงสั่นเป็นห่วง “งั้นพจนีย์กับอลิส ก็กำลังมีอันตราย”
        น้ำหนึ่งพูดเท่านั้น เพชรก็วิ่งนำออกไปทันที
      
       ที่บริเวณเชิงเขาด้านนอก มืดแล้ว พจนีย์กอดแขนอลิส ท่าทางหวาดกลัว
       “ทำไมที่นี่มืดเร็วจัง น่ากลัวชะมัด” อลิสว่า
       “นี่ถ้าฉันฉุกคิดตั้งแต่แรก ฉันต้องรู้ ว่าที่นี่เป็นแดนผีดิบ”
       “ก็เธอมันโง่ ไม่เหมือนฉัน ฉันมองออกตั้งแต่ทีแรกว่ายัยพลอยมันไม่ปกติ”
       “เอ๊ะ! เธอนี่ เรื่องอะไรมาด่ากัน”
       “ด่าเพื่อเตือนสติถือว่าหวังดี”
       “งั้นถือซะว่าฉันหวังดีต่อเธอเหมือนกันนะ เพราะความแส่ของเธอนั่นแหละ ทำให้เกิดเรื่องยุ่งๆ”
       อลิสมองมาตาเขียวเสียงขุ่น “ยัยพจนีย์”
       อลิสทำท่าจะมีเรื่องกับพจนีย์ แต่แล้วกลับมีเสียงเหมือนคนขุดอะไรซักอย่าง
       “ใครขุดอะไรอ่ะ”
      
       สองสาวมองหน้ากัน


  


       อลิสจูงมือพจนีย์ค่อยๆ เดินมาตามเสียงมา
       “นี่ถ้ามีทางอื่นออกจากบ้านเชิงเขาได้ ฉันไม่มาทางนี้นะเนี่ย”
       “ทางนี้ล่ะดีแล้ว ยังไงก็ยังมีชาวบ้านอยู่ นั่นไง”
       สองคนเห็นด้านหลังของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวเหมือนชุดชาวบ้าน สวมผ้าถุง ใส่เสื้อตัว
       โคร่ง มีผ้าขาวม้าพันใบหน้าเอาไว้ แบบชาวสวนปกติ อลิสเดินเข้าไปทัก
       “มาขุดอะไรค่ำๆ มืดๆ ล่ะป้า”
       สองคนไม่รู้ว่าเป็นพลอย ที่ก้มหน้า ท่ามกลางเงามืด ยังไม่เห็นหน้าชัดเจน พลอยดัดเสียง
       “ให้ปุ๋ยต้นไม้”
       “ต้นอะไร?”
       อลิสเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นต้นปีบต้นใหญ่
       “ต้นปีบ” พจนีย์บอก
       “แล้วทำไมต้องมาให้ตอนดึกขนาดนี้ด้วยล่ะป้า” อลิสสงสัย
       พลอยดัดเสียงอีก “นานๆ จะเจอปุ๋ยวิเศษ”
       “ปุ๋ยวิเศษ ปุ๋ยอะไร” อลิสสงสัย
       “ก็แกสองคนไงล่ะ”
       พลอยหันขวับมากระชากผ้าขาวม้าออก พร้อมเงื้อจอบในมือขึ้น อลิสกับพจนีย์ร้อง
       สุดเสียง
        “แอร๊ยยย”
       เพชรนำน้ำหนึ่งนวล วิ่งมาตามหาพลอย สีหน้าท่าทางแต่ละคนใจคอไม่สู้ดี ได้ยินเสียง
       กรี๊ด ทุกคนรู้ในทันที
       “พี่พลอย”
       เพชรเร่งฝีเท้าตามไปรวดเร็ว
      
       ด้านพลอยเหวี่ยงจอบลงมาหมายร่างของหญิงสาวทั้งสอง สองคนหนีหกล้มหกคว่ำ
       “แกตาย!”
       สองคนร้องลั่นไปในทำนองเดียวกัน “อย่าๆๆ ฉันกลัวแล้ว” / “ช่วยด้วยๆๆๆ”
       พจนีย์พลาดสะดุดขาตัวเองล้มลง พลอยเงื้อจอบสุดแขน พจนีย์ร้องกรี๊ด
       “อย่า”
        อลิสตรงมากระชากร่างของพจนีย์หลบ จอบฝังลงดินฉึก ห่างร่างพจนีย์แค่คืบเดียว
       พลอยเองก็ผงะเพราะแรงเหวี่ยง อลิสตรงไปหาพลอย
       “ฉันจะจับแกเข้าคุก นังพลอย” อลิสถลันเข้าไป
       พจนีย์เป็นห่วงดึงไว้ “อย่า”
       ร่างของอลิสเซ พลอยตั้งตัวได้หันขวับมาพร้อมกำด้ามจอบมองตาขวาง อลิสร้องด่าพจนีย์
       “เห็นมั้ย มันตั้งหลักได้แล้ว เธอจะมาดึงฉันทำไม๊”
       “แกสองคนไม่มีทางหนีฉันได้...มาเป็นปุ๋ยให้ฉันดีๆ นังปุ๋ย”
       พลอยคำรามเงื้อจอบขึ้นสุดแขน เหวี่ยงลงไป พจนีย์กับอลิสร้องกรี๊ดๆ หลบเป็นพัลวัน พลอยเหวี่ยงจอบดุดันเอาจริง
       เพชร น้ำหนึ่ง และนวลวิ่งเข้ามา ทุกคนร้องห้าม
       “อย่าพี่พลอย”
       พลอยมองน้ำหนึ่งที่เกาะแขนเพชรแน่น “เพชร!”
       นวลตะโกนบอกสองสาว “หนีเร็ว!”
       พจนีย์กับอลิสรีบตะเกียกตะกายหนีรวดเร็ว พลอยขัดใจนักหันมามองนวลตาขวาง
       “แกบอกมันทำไม” พลอยกรี๊ดใส่นวล ถลันเข้าไปหา
       เพชรเอาตัวกั้น นวล กะ น้ำหนึ่งร้องบอก “พอได้แล้วพี่พลอย เลิกทำผิดได้แล้ว”
       “เพชร”
       “พี่พลอยทำผิดมามากพอแล้ว พอเถอะ ผมขอ พอเถอะ”
       “เพชรลืมพี่ไปแล้วใช่มั้ย” พลอยเข้ามาทุบตีเพชร “เพชรเห็นคนอื่นดีกว่าพี่แล้วใช่มั้ย”
       น้ำหนึ่งเข้ามาห้าม มาช่วยเพชรบ้าง “อย่าพี่พลอย อย่า”
       พลอยกรี๊ดใส่ “นังน้ำหนึ่ง”
       พลอยถลันเข้าหาน้ำหนึ่ง ขยุ้มจิกตีพัลวัน นวลกับเพชรเข้าไปห้าม
       “อย่าพลอยอย่า” / “พี่พลอยอย่า”
       เพชรกระชากร่างพลอยออกจนพลอยล้ม เพชรบอกดุดัน “อย่าทำร้ายเมียผม”
       พลอยอึ้ง ชะงัก “เมีย..เมีย..หมายความว่า..เพชรกับมัน”
       เพชรดึงตัวน้ำหนึ่งมากอด “น้ำหนึ่งเป็นเมียผม”
       พลอยอึ้ง ตะลึง คาดไม่ถึง “เมียเพชร” แล้วกรี๊ดใส่ใหม่ “พี่ไม่ยอม”
      
       ด้านพจนีย์กับอลิสวิ่งมาตามทาง อลิสล้วงเอามือถือออกมาโทร.
       “คุณตำรวจ รีบมาที่บ้านเชิงเขาเร็วค่ะ ยัยพลอยบ้า มันอยู่ที่นี่” อลิสวางสาย แล้วดึงข้อมือ
       พจนีย์ “ไปเร็ว”
       “ไปไหน”
       “ก็กลับไปดูยัยพลอยบ้าไง..ฉันกลัวมันจะหนีไปอีก”
       “แต่ฉันกลัวตายมากกว่าอลิส ฉันไม่อยากถูกจับนอนขดนอนก่อ ฆ่าโบกปูนแบบรจนา”
       “คนอยู่เยอะแยะ มันทำอะไรเราไมได้หรอก..เราต้องรีบกลับไปเพื่อเอาความผิดกับมัน ป่ะ”
       อลิสลากแขนพจนีย์กลับไปจนได้
       ส่วนพลอยบ้าดีเดือด ตรงเข้ามากระชากลากตัวน้ำหนึ่งจะขย้ำทำร้าย เพชรกับนวลตามมาห้ามปกป้อง
       เพชรตะโกนเสียงดังทนไม่ไหวแล้ว “หยุดพี่พลอย”
       “เพชร”
       “พอซะที ผมไม่ยอมให้พี่พลอยทำร้ายเมียผมหรือว่าใครๆ อีกแล้ว”
       พลอยลนลาน กลัวการสูญเสีย “ไม่...อย่าทำท่าทางอย่างนี้กับพี่” พลอยผวาตัวเข้ามากอดเพชรแน่น “พี่รักเพชรนะ พี่รักเพชรคนเดียว พี่ทำทุกอย่างอย่างน้ำหนึ่งได้นะ พี่เป็นเมียเพชรได้นะ” ล็อกคอเพชรกอดจูบพัลวัน
       เพชรขยะแขยงผลักออก “อย่าพี่พลอย” พร้อมกับผลักออกอย่างแรงจนพลอยล้มลง
       พลอยล้มลง เหลียวมามองเพชรตาซื่อ ยังไม่รู้สติ “ทำไมเพชร พี่ยังสาว ยังสวย พี่ให้ทุกอย่างกับเพชรได้ ได้ดีกว่านังน้ำหนึ่ง” พลอยทำท่าทางดึงคอเสื้อจนเห็นไหล่
       เพชรเข้ามาห้ามปัดมือพลอยไม่ให้ทำ “หยุดพี่พลอย หยุด”
       “เพชร!”
       “พี่คือพี่สาวผม อย่าให้ผมทุเรศสมเพชตัวเองมากไปกว่านี้เลย ผมขยะแขยง”
       พลอยตาขวาง หันมาทางน้ำหนึ่ง “เพราะแก นังน้ำหนึ่ง เพราะแก”
       พลอยขย้ำน้ำหนึ่งอีก เพชรเข้ามาดึงพลอยออก นวลกอดน้ำหนึ่งเอาไว้
       พลอยยิ่งมองยิ่งโกรธ “คิดว่าจะห้ามพี่ได้เหรอ? นังน้ำหนึ่ง ฉันจะฆ่าแก”
       พลอยวิ่งกลับเข้าไปด้านใน ทุกคนงง ไม่รู้จะทำอะไรอีก เพชรบอกนวล
       “แม่ดูน้ำหนึ่ง ผมจะไปดูพี่พลอย” เพชรตามพลอยเข้าไปเร็วรี่
      
       พลอยวิ่งกลับเข้าไปในห้องเก็บของ รื้อค้น หาของ แล้วคว้าขวดน้ำกรดขึ้นมา
       “ทำอะไรน่ะพี่พลอย หยุดนะ”
      
       พลอยไม่ฟังเสียง ผลักเพชรออก เดินลิ่วออกไป
      

       พลอยเดินหน้าตาถมึงทึงออกมา
      
       “แกตายนังน้ำหนึ่ง”
       พลอยเปิดขวดน้ำกรดออกมาจะเทใส่น้ำหนึ่ง นวลดึงน้ำหนึ่งหลบ ขณะที่เพชรปัดมือ
       พลอยอย่างแรง
       “อย่า”
       ขวดน้ำกรดหกเลอะพื้น กัดพื้นน่ากลัว เพชรมองอนาถใจ
       “พี่พลอย! ทำไมพี่พลอยร้ายกาจอย่างนี้”
       “เพราะพี่รักเพชรไง นังน้ำหนึ่งมันจะแย่งเพชรไปจากพี่”
       “ไม่มีใครแย่งใครไปได้ทั้งนั้น ที่ไม่มีใครอยู่กับพี่พลอย เพราะพี่พลอยทำตัวเอง”
       “เพชร”
       “ผมรักพี่พลอย รักมากที่สุดในชีวิต แต่ผมทนไม่ไหวแล้ว” เพชรเสียงสั่นเครือเริ่มร้องไห้
       ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ กอดประคองน้ำหนึ่ง “ไป...น้ำหนึ่ง”
       พลอยมองภาพที่เพชรกอดประคองน้ำหนึ่งอย่างหวงแหน แถมนวลยังอยู่ข้างๆ พลอย
       “เพชรรักมันมากกว่าพี่ใช่มั้ย ได้...งั้นพี่ก็จะไม่อยู่อีกต่อไป”
       พูดจบพลอยก็คว้ามีดขึ้นมา กรีดที่ข้อมือตัวเอง กรีดลึก เป็นแผลเห็นเลือดสดๆ ไหลเป็นทางยาว ทุกคนตกใจ
       “พี่พลอย”
       “พลอย”
       เพชรอึ้ง กลุ้ม เครียด สลด ความอดทนถึงที่สุด พลอยเห็นท่าทางของเพชรก็พูดอย่างเป็นต่อ “เอาซี้...เพชรปล่อยให้พี่ตายได้ เพชรก็ไปเลย...พี่จะตายอยู่ตรงนี้แหละ”
       “พี่พลอย”
       พลอยท้า คิดว่ายังไงเพชรก็ไม่ไป “ไปเลย..ปล่อยให้พี่ตายเลย” พลอยยกมือขึ้นเห็นเลือดไหลหยดลง
       เพชรถอนหายใจ ไม่ไหวแล้ว ฉุดมือน้ำหนึ่งไป
       “ดูแลตัวเองด้วยพี่พลอย”
       เพชรพาน้ำหนึ่ง และนวลออกไป พลอยคาดไม่ถึง กรี๊ด
       “เพชร”
       เพชรหันมา พลอยตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
       “ต่อให้เพชรพามันไป ยังไงนังน้ำหนึ่งมันก็ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยอยู่ดี”
       สามคนหันมามองอย่างสลดใจ พลอยบ้า ไม่จบไม่สิ้น พลอยพูดอย่างโกรธแค้น
       “ลืมไปแล้วเหรอ เพชรจดทะเบียนสมรสกับพจนีย์ ต่อให้เพชรพามันไปจนสุด
       หล้าฟ้าเขียว นังน้ำหนึ่งมันก็ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย หน้าบ้าน แย่งผัวชาวบ้าน”
       พจนีย์เดินเข้ามาพร้อมกับอลิส
       “ฉันพร้อมจะหย่าให้พี่เพชร”
       “นังพจนีย์” พลอยมองมาอย่างเข่นเขี้ยว
       “พี่เพชรจะเป็นอิสระ และได้แต่งงานกับน้ำหนึ่ง”
       “ส่วนแก ตำรวจกำลังมาที่นี่ เตรียมเข้าไปนอนในคุกได้เลยนังพลอย”
       ขาดคำของอลิส เสียงไซเรนดังก้องขึ้น พลอยรู้ทันที
       “ตำรวจ! คุก! ไม่..ไม่...ฉันไม่ยอม ถูกจับ!”
       พลอยเหวี่ยงมีดในมือทิ้ง วิ่งลนลานหนีออกไป อลิสคว้าตัวพลอยไว้ร้องตะโกนบอก
       “จับมันเร็ว จับมัน”
       คนอื่นๆ นิ่งไม่มีใครขยับ พลอยผลักอลิสออก อลิสได้แต่ขัดใจร้องตะโกน
       “คุณตำรวจ นังพลอยมันอยู่ที่นี่ มาจับมันเร็วค่ะ”
       พลอยวิ่งหัวซุกหัวซุนหนีไป
      
       พลอยวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน เสียงไซเรนดังก้อง กระแทกเข้ามาถึงหัวใจ พลอยวิ่งลนลานหนีสุดชีวิต ตำรวจวิ่งเข้ามา อลิสชี้ทันที
       “นังพลอยมันหนีไปทางนั้นค่ะคุณตำรวจ”
       ตำรวจวิ่งไปตามมืออลิสชี้ อลิสยิ้มพอใจ
       “เสร็จแน่นังพลอย”
       เพชรได้แต่กุมขมับ เครียดจัด
      
       ด้านพลอยวิ่งหนีเตบิดมา ตำรวจวิ่งมาตาม ตะโกน
       “แยกย้ายกันค้นหาคนร้าย ให้เร็วที่สุด” พลอยได้ยินหน้าซีดเผือด กลัวจับใจ
      
       พลอยวิ่งหนีเข้าไปโรงกลึงเก่าๆ แถวนั้น ท่าทางของพลอยลนลานไปหมด
       “มีแต่คนแกล้งฉัน มีแต่คนรังแกฉัน!”
       พลอยมองเหลียวหน้าเหลียวหลัง แล้วเกิดภาพหลอนเห็นรจนาปรากฏตัวขึ้น
       “นังรจนา” พลอยผละ ไปทางอื่น คราวนี้เห็นผีนักปราชญ์ “ไอ้นักปราชญ์”
       สองคนเดินตัวแข็งทื่อเข้ามาหา พลอยถอนร่นไปชนเข้ากับแผงที่เก็บอุปกรณ์เครื่องมือ จังหวะนี้กระป๋องน้ำกรด เทราดรดลงมาที่ตัวพลอยอย่างจัง
       พลอยปวดแสบปวดร้อนกรีดเสียงร้องดังโหยหวน ล้มตัวลงนอนกลิ้งกับพื้นอย่างทุรนทุรายแลเห็นน้ำกรดบางส่วนกัดพื้นจนสึกกร่อนอย่างรวดเร็ว
       แล้วร่างของพลอยมีหรือจะเหลือ!
      
       ฟากเพชรกำลังนั่งอยู่กับตำรวจที่ทำการสอบปากคำเรื่องพลอยอยู่บนโรงพัก น้ำหนึ่งมองด้วยความสงสาร และเห็นใจ
       “ขอบคุณมากครับ ที่ให้ความร่วมมือ ถ้าคุณพลอยติดต่อกลับมา รบกวนแจ้งด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับ”
       อลิสมองค้อน “พี่สาวเป็นคนร้าย ถ้าพี่สาวกลับมา ใคร๊จะบ้า แจ้งตำรวจ”
       น้ำหนึ่งโมโห “อลิส”
       “ฉันไม่ได้บ้า ฉันรู้ ฉันชื่ออลิส ไม่ต้องเรียก” อลิสบอกกับตำรวจ “ฉันไม่ยอมความนะคะ ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่อย่าให้ฉันรู้แล้วกัน ว่าแอบตุกติกอะไรกันน่ะ”
       “ไม่ต้องห่วงครับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย” ตำรวจบอก
       “ให้มันจริงนะคะ...เพราะนายคนนี้ เค้าเป็นว่าที่ ลูกเขย รัฐมนตรี” อลิสเหน็บ
       “ไม่ว่าจะเป็นใคร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ความยุติธรรมทุกคนครับ”
       “ขอบคุณค่ะ...จะได้ไม่ต้องเป็นข่าวฉาวอีก” คราวนี้อลิสมองหน้าน้ำหนึ่ง “เพราะเรื่องที่เป็น
       เมียน้อย ลูกสาวรัฐมนตรี เธอก็ยังไม่ได้เคลียร์”
       น้ำหนึ่งมองหน้าพจนีย์ที่อยู่ข้างๆอลิส พจนีย์มองหน้าเพชรและน้ำหนึ่งอย่างเห็นใจ
       น้ำหนึ่งบอกเจ้าหน้าที่ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เรากลับนะคะ”
        เพชรกะน้ำหนึ่งยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเดินออกไป อลิสเบ้ปากใส่
       “ทีอย่างนี้ทำหน้าบาง”
       “ฉันว่าคุณหน้าหนาต่างหาก” พจนีย์ว่า
       “เธอ”
       “เรื่องที่ไม่สมควรพูด แล้วเอามาพูด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตัว เรียกว่าอะไร คุณบอก
       ตัวเองได้ค่ะ” พจนีเดินหนีไป
       “นัง..นังพจนีย์ รู้งี้ ฉันปล่อยให้ยัยพลอยเอาจอบเฉาะหน้าเธอซะก็ดี”
      
       อลิสโมโหเดินตามไป แต่เท้าสะดุดตรงบันได ล้มกลิ้งลงมา ได้แต่เจ็บใจ


  


       ที่ด้านล่างสถานีตำรวจ เกรียงศักดิ์เดินเข้ามารับ น้ำหนึ่งโผเข้ากอดเกรียงศักดิ์
      
       “คุณพ่อ..น้ำหนึ่งสงสารพี่เพชร...ทำไมต้องเกิดเรื่องร้ายๆ กับพี่เพชรถึงขนาดนี้ด้วย”
       เกรียงศักดิ์กอดปลอบน้ำหนึ่ง เพชรเดินหน้าเครียดออกมา เกรียงศักดิ์บอก
       “ทำใจดีๆ นะเพชร เรื่องมันอาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิดไว้ก็ได้ พลอยวิกลจริต”
       “เหมือนที่เค้าว่า ต่อให้บ้า ก็ต้องจับพี่พลอยมาเข้าคุก”
       จังหวะนี้อารีย์กับสมบัติเดินเข้ามาสมทบ เสียงของอารีย์ดังก้อง
       “ต่อให้นังพลอยมันหนีไป ฉันก็จะเอาผิดกับน้องมัน”
       ทุกคนหันไปมอง สมบัติพาอารีย์เข้ามา อารีย์มอง เห็นเพชร เกรียงศักดิ์แนะนำ
       “คุณอารีย์ นี่ครับเพชร น้องชายของพลอย”
       อารีย์กับเพชรมองหน้ากันตะลึง
       “คุณ!”
       อารีย์ทั้งตกใจและเสียใจ “เพชร...เธอเองเหรอที่เป็นน้องชาย..ของ...” อารีย์พูดไม่ออก “พลอย!”
       “ครับ” เพชรยกมือไหว้ “ผม..ผมขอโทษแทนพี่พลอย ขอโทษแทนแม่ด้วยครับ”
       “ขอโทษ” อารีย์เมินหน้าไปทางอื่น “แล้วชีวิตลูกฉันล่ะ ตัวฉันเองก็เกือบตาย”
       “แม่กับพี่พลอย มีปัญหาทางจิตทั้งคู่”
       “เธอจะบอกฉันอีกคน ว่าคนบ้าฆ่าคนตายไม่ผิด”
       เพชรบอกเสียงแข็ง “ผมไม่ได้หมายความว่ายังงั้น ผมแค่ ขอความเห็นใจจากคุณ...เรา
       สองคนต่างสูญเสีย” เพชรหน้าสลดเสียใจมาก แต่ก็ทะนง “อีกอย่าง แม่กับพี่พลอย ไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นก่อเรื่อง”
       “เธอหมายความว่า...”
       “เราสองคนต่างรู้อยู่แก่ใจ” เพชรบอกเท่านั้น
       อารีย์มองหน้าเพชร ก่อนหันหน้าไปทางอื่น ลึกๆ ก็รู้ว่าตัวเองก็ผิดเหมือนกัน
       เพชรมีท่าทีอ่อนลง “มันอาจจะเป็นการเห็นแก่ตัว แต่..ผมขอได้มั้ยครับ ปล่อยพี่พลอยไป” เพชรกลั้นสะอื้น “กรุณาปล่อยพี่พลอยไป”
       น้ำหนึ่งจับมือเพชรกุมเอาไว้แน่น อารีย์น้ำตาไหล เสียใจเหมือนกัน
       “ทำไมต้องเป็นเธอเพชร ทำไมต้องเป็นเธอ”
       ทุกคนมองงงเป็นแถบ ไม่เข้าใจ ทำไมอารีย์พูดอย่างนั้น อารีย์หันไปบอกสมบัติ
       “เพชรเคยมีบุญคุณกับฉัน”
       “คุณก็เคยมีบุญคุณกับผม” เพชรมองมาด้วยแววตาอ้อนวอน “เราทั้งสองเคยเริ่มต้นด้วย
       ความเป็นมิตร ผมไม่อยากให้เราต้องจบกันแบบศัตรู กรุณาเถิดครับ..ปล่อยพี่พลอยไป” เพชรทรุดตัวลงนั่ง ทำท่าจะก้มลงกราบ
       อารีย์ตกใจรีบจับมือเพชรไว้ “ไม่ต้องเพชร อย่างที่เธอพูดก็ถูก พลอยกับทับทิมไม่ได้ผิดอยู่
       ฝ่ายเดียว ฉันเองก็ผิดด้วย”
       “แปลว่า...คุณจะไม่เอาผิดกับพี่พลอย”
       “คดีอาญา ยอมความไม่ได้ คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ฉันรับปาก ฉันจะไม่ไปตามล่าหาตัวพลอย” อารีย์บอก
       อลิสที่ยืนลุ้นอยู่นาน ปรี๊ดแตกขึ้น
       “ไม่ได้นะคะคุณอารีย์ คนบ้า ยิ่งปล่อยตัวไป ยิ่งเป็นอันตรายต่อคนอื่น” อลิสมองหน้าเพชร “นี่ก็ท่าจะบ้าตามแม่ตามพี่ อย่าคิดว่าเป็นคนบ้าแล้วจะไม่ได้รับโทษ พอรักษาตัวหาย ก็ต้องมารับโทษอยู่ดี ยังไงฉันจะตามล่าตัวพี่คุณมารับโทษ รู้ไว้
       น้ำหนึ่งโมโห “อลิส”
       อลิสถลึงตาใส่ “นี่ก็วอนโดนด่าอีกคน รู้ซะบ้างสิน้ำหนึ่ง ว่าอะไรเป็นอะไร คนทำผิด
       แถมยังเป็นฆาตกรหั่นศพต่อให้บ้ายังไงก็ต้องได้รับโทษ”
       พจนีย์มองเพชรอย่างเข้าใจ “พี่เพชร เข้าใจใช่มั้ยคะ”
       เพชรพยักหน้า ยอมจำนนกับสิ่งที่เกิด
      
       เพชรพาน้ำหนึ่งเดินไปยังที่จอดรถ พร้อมกับเกรียงศักดิ์ เกรียงศักดิ์บอกเพชร
       “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม”
       “ครับท่าน”
       “ฉันเห็นใจเธอมากนะ แต่คนเราไม่ควรที่จะจมอยู่กับอดีต เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยเฉพาะชีวิตที่มีน้ำหนึ่ง วันนั้นฉันทำไม่ถูกที่ปล่อยให้น้ำหนึ่งไปกับเธอ แต่ฉันรู้...เธอกับลูกสาวฉันรักกัน”
       น้ำหนึ่งมองเกรียงศักดิ์ ทั้งดีใจ ตื้นตันและรู้สึกผิด
       “หัวอกคนเป็นพ่อ ยังไงก็อยากให้ทุกอย่างถูกต้องตามประเพณี จัดการเรื่องทะเบียนให้เรียบร้อยได้มั้ย ฉันไม่อยากให้น้ำหนึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยใคร”
       จังหวะนี้พจนีย์เดินเข้ามา ทุกคนหันไปมอง อย่างไม่สบายใจ กลัวเกิดเรื่อง แต่พจนีย์ยิ้ม
       “พจน์กับพี่เพชรแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้นค่ะ พี่เพชรพร้อมวันไหน พจน์พร้อมจดทะเบียนหย่าให้มันทีค่ะ”
       “ขอบใจมากพจน์”
        ทุกคนมองพจนีย์ ยิ้มโล่งใจ พจนีย์โพล่งออกมาแบบลืมตัว
       “ไม่มีพี่พลอย อะไรๆ มันก็ง่ายแบบนี้ล่ะค่ะ”
       เมื่อพูดถึงชื่อพลอย สีหน้าของทุกคนหุบยิ้มลงทันควัน
      
       ที่โรงกลึงร้างแห่งนั้น พลอยในสภาพถูกน้ำกรดราดรดทั้งตัวรู้สึกตัว พลอยร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด
       “ทำไม ทำไม ทำไมฉันไม่ตาย”
       พลอยร้องไห้โฮทั้งเจ็บทั้งทรมาน ทุกข์ทั้งกายและใจ ขนาดกรีดมือเพชรไม่สนใจ เพชรเลือกน้ำหนึ่ง
       “เพชร...ทำไมเพชรทำกับพี่อย่างนี้”
       พลอยร้องไห้อย่างเคว้งคว้างโดดเดี่ยว ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งประกายแห่งความแค้นออกมา
       วันต่อมาเพชรกับพจนีย์นั่งอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่บนที่ว่าการอำเภอ ทั้งเพชรทั้งพจนีย์มีสีหน้ายิ้มแย้ม
       “นี่คุณสองคนจะมาหย่ากันจริงๆ เหรอครับ”
       สองคนยิ้มรับ “ครับ” / “ค่ะ”
       “ผมนึกว่าจะมาแต่งกันซะอีก แปลก แปลกมาก เพิ่งเห็นเป็นคู่แรกที่แหละ มาหย่าพร้อมรอยยิ้ม”
       “เราจบกันด้วยความเข้าใจค่ะ”
       เพชรโอบไหล่พจนีย์เหมือนน้องสาว “ถึงจะหย่า ยังไงเราสองคนก็ยังคงรู้สึกดีๆ ต่อกัน เธอยังเป็นน้องสาวของผมเสมอ”
       “ดีจังเลยนะครับ..อยากให้คู่อื่นเป็นอย่างงี้บ้าง ไม่กันไม่ได้ ก็จบกันด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ไม่เห็นจะต้องโกรธกัน ฆ่ากันเลย นี่ครับ”
       เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารหย่ามาให้ เพชรกับพจนีย์เซ็นหย่า เจ้าหน้าที่อวยพร
       “ขอให้คุณทั้งสองพบกับคนที่ใช่ และครองรักกันตราบนานเท่านาน”
       สองคนยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ” / “ขอบคุณค่ะ”
       เพชรยิ้มให้พจนีย์ “ขอบใจมากนะพจน์”
       “พจน์ก็ต้องขอบคุณพี่พจน์ที่ไม่โกรธพจน์ค่ะ”
       ทุกคนแถวนั้น มองเพชรกะพจนีย์ งงๆ
      
       ไม่นานต่อมาพจนีย์ถือดอกไม้มานั่งที่หน้าโกฏิรจนา ยิ้มอ่อนโยน
       “พี่ว่าพี่ทำดีที่สุดแล้วนะรจ ทั้งเรื่องพี่พลอย พี่เพชร อย่างน้อยพี่ก็ให้อภัย พี่ไม่ได้มีความเคียดแค้นพยาบาท พี่ก็ได้แต่หวังว่า..บุญกุศลที่พี่ทำจะส่งให้รจได้ไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ดีนะ”
       พจนีย์วางดอกไม้ลงหน้าโกฏิน้องสาว
      
       หากพจนีย์มีเซ้นส์เธอจะแลเห็นว่าวิญญาณรจนาปรากฏขึ้นรางๆ ถือช่อดอกไม้ที่พจนีย์ให้ ยิ้มเศร้า


  


       ตกตอนกลางคืนเกรียงศักดิ์นั่งกุมมือดาราณีอยู่ ดาราณีย้อนถามอย่างยินดี
       “หมายความว่า.. คุณยกน้ำหนึ่งให้กับเพชร”
       “จ้ะ ทันทีที่เพชรจัดการเรื่องทะเบียนกับพจนีย์เสร็จเรียบร้อย ผมบอกให้เพชรมาสู่ขอน้ำหนึ่งได้เลย”
       “ดีใจด้วยนะนวล”
       สองคนจับมือกับอบอุ่น นวลก้มลงกราบนายทั้งสองคน
       “นวลกราบขอบพระคุณท่านสองคนจริงๆ นะคะที่เมตตานวล เมตตาเพชร”
       “เพราะเพชรกับนวลเป็นคนดี”
       นวลน้ำตารื้น “ทับทิม สอนเพชรมาดีน่ะค่ะ ถ้าทับทิมยังอยู่ คงจะดีกว่านี้”
       “อาจจะไม่ดีก็ได้ เพราะที่ผ่านมา ทับทิมสนับสนุนลูกให้ทำผิดทุกอย่าง”
       ดาราณีตัดบท “อย่าพูดถึงคนตายเลยค่ะคุณ เราเองก็ผ่านการเป็นพ่อเป็นแม่มาแล้ว บางอย่างสอน ลูกใช่ว่าจะจดจำทำตาม น้ำหนึ่งก็เคยพลาดมาเหมือนกัน เรื่องพลอย...”
       ส่วนที่โรงกลึง แลเห็นพลอยพยายามลุกขึ้นด้วยความเจ็บปวด แต่ล้มลงไปใหม่ เดินไม่ได้ ทั้งเนื้อทั้งตัวเป็นหนองน่าเกลียวดน่ากลัว
       ดาราณีพูดต่อ “ถ้าจะผิด ก็ผิดที่ตัวพลอยเองนั่นแหละค่ะ ไม่มีใครในโลกที่เกิดมาเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่พลอยกลับเลือกความขาด มาเรียกร้องความสงสารให้กับตัวเอง”
       นวลเสริม “โดยมีเพชรเป็นเหยื่อ...อย่าหาว่านวลใจดำเลยนะคะ...ไม่ว่าในสภาพไหน นวลไม่อยากให้พลอยกลับเข้ามาในชีวิตเพชรอีกเลย เพราะพลอยเป็นมาร มารสำหรับทุกคน”
       จังหวะนี้พลอยเดินแทบไม่ได้ เจ็บปวดทั่วกายา แต่สายตาของพลอยมีแต่ความเคียดแค้น
       “เพราะพวกแก...ฉันจะไม่มีวันให้พวกแกมีความสุขอย่างเด็ดขาด”
       พลอยพูดได้แค่นั้นก็ร้องออกมาเสียงดังโหยหวน เจ็บทั่วทั้งสรรพางค์กาย จนแทบขาดใจ
      
       เวลาผ่านไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มีงานแต่งงานเล็กๆ ของเพชรกับน้ำหนึ่ง เห็นดอกกล้วยไม้สีขาว ตกแต่งประดับทั่วทั้งงาน น้ำหนึ่ง-เพชรอยู่ในชุดไทย ที่เรือนผมของน้ำหนึ่งมีช่อดอกปีบแซมอยู่ สองคนอยู่ในพิธีรดน้ำสังข์ เกรียงศักดิ์รดน้ำให้
       “มีความสุขให้มากๆ นะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน จะเกิดปัญหาอะไร ก็ให้
       นึกถึงอุปสรรคที่เราทั้งสองฝ่าฟันกันมาให้ได้”
       “ขอบคุณครับคุณพ่อ” / “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ” บ่าวสาวรับคำ
       ดาราณีรดน้ำสังข์ ต่อ“อย่าเรียกร้องจากกันและกัน แต่จงเติมเต็มสิ่งที่ขาดให้กันและกัน
       ยึดถือความสุขของกันและกันนะลูก”
       เพชรกะน้ำหนึ่งรับคำ “ขอบคุณครับคุณแม่” / “ขอบคุณค่ะคุณแม่”
       นวลรดน้ำให้ ตื้นตันไปหมด “แม่พูดไม่เก่ง แต่สิ่งที่แม่ดีใจที่สุดเลยก็คือ คนที่แม่รักสุดหัวใจทั้งคู่ ได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน มีความสุขมากๆ อย่าได้มีอันตรายใดๆ มากล้ำกราย เพชรดูแลคุณน้ำหนึ่งให้ดีที่สุดนะลูก”
       “ผมจะดูแลน้ำหนึ่งเทียบเท่ากับชีวิตผมเองครับแม่”
       นวลตื้นตัน ผู้ใหญ่คนอื่นๆ มารดน้ำสังข์ อลิสกับเพื่อนเก้งมินโฮยืนเมาท์กันอีกมุม อลิสเบ้ปากเหยียดๆ
       “แต่งงานกับคนจนๆ ยัยน้ำหนึ่งมันจะดีใจนักหนา”
       “ก็ดีใจที่ได้แต่งงานไง ไม่เหมือนแก เกลียดยัยน้ำหนึ่งขนาดนี้ แกจะมางานแต่งเค้า
       ทำไมยะ” มินโฮว่า
       “มาเพื่อความสะใจ แกดูสิ สุดท้าย ยัยน้ำหนึ่งก็ได้แม่ผัวที่เป็นคนใช้ตัวเอง อี๋ๆๆๆ” อลิสมอง ดูถูกใหญ่ “แกดูสิ ดู...โหยแขกเหรื่อ นายเพชรยังกับกรรมกร”
       “ตรรกะอลิสแปลกๆอีกแล้ว เกลียดเค้ายังเดินเข้าไปใกล้อีก” มินโฮเดินเข้าไปหาแต่ไม่วายบ่น “ฉันเกลียดอะไร ฉันจะอยู่ให้ไกลสิ่งนั้นที่สุดเล้ย”
       เป็นเวลาแห่งความสุข ความหวานชื่นของเพชรกับน้ำหนึ่ง เพชรหอมแก้มน้ำหนึ่ง สลับกับน้ำหนึ่งหอมแก้มเพชร ถ่ายรูปตามธรรมเนียม ขณะที่เพชรกระซิบบอกน้ำหนึ่ง
       “ลูกคนแรกของเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พี่จะให้ชื่อว่า...เพชรน้ำหนึ่ง”
      
       ค่ำคืนนั้นพลอยคลานมาตามทางสะเปะสะปะ เดินไม่ได้เพราะแผลเปื่อยยุ่ยไปทั้งตัว สภาพน่าเวทนามาก พลอยคลานไปตามทาง เห็นโลกเหลือนิดเดียว เพราะตาบอดไปข้าง อีกข้างเหลือเพียงริบหรี่
       “ทำไมโลก เป็นแบบนี้ ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
       เด็กแถวนั้นโผล่หน้าออกจากบ้านมาดู เห็นตกใจ “ผี...ผี”
       พลอยผงะ ผู้เป็นแม่อยู่ในบ้านดุเด็ก
       “ผีมีที่ไหน”
       เด็กชี้มาทางพลอย “นั่นไงแม่..นั่นไง ผี!”
       แม่มองตามเด็กเห็นสภาพเน่าทั้งตัวก็ร้อง “เฮ้ย! ผี”
        แม่รีบปิดประตูบ้าน และหน้าต่างอย่างรวดเร็ว พลอยเองก็ตกใจกลัว
       “ผี..ผี” ยังไม่ทันคาดคิดว่าคนอื่นกลัวตัวเอง
       พลอยพยุงกายลุกขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็ชะงัก เมื่อกระจกจากมอเตอร์ไซค์ที่
       จอดอยู่ สะท้อนเข้ากับหน้าของตัวเองอย่างจัง พลอยแลเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผมเผ้าหยิกหยอง แทบจะไม่เหลือ เห็นแต่หนังติดศีรษะ ดวงตาพิกลพิการ หนองไหลเยิ้ม พลอยตัวสั่น ค่อยๆ เอามือแตะตามหน้าตัวเอง พลอยอึ้ง ตะลึง ช็อก ก่อนจะกรีดร้องเสียงดังโหยหวนออกมา เพราะรับสภาพตัวเองไม่ได้ ลงไปชักดิ้นชักงอ
       ด้านในบ้านยามนั้น แม่กอดลูกแน่นกลัวเสียงพลอยที่คิดว่าเป็นผี
       ที่ริมถนนลูกรังแห่งนั้น พลอยดิ้นอยู่ที่พื้น ทั้งเจ็บทั้งปวด เดียวดายไม่เหลือใครแล้ว
      
       หนึ่งปีผ่านไป ค่ำคืนนี้สองคนอยู่ในห้องนอนที่คอนโด เพชรตระกองกอดน้ำหนึ่งอยู่อย่างมีความสุข แต่แล้วเพชรก็สะดุ้งเฮือกลุกขึ้น
       “พี่เพชรฝันร้ายอีกแล้ว”
       เพชรถอนหายใจเหงื่อแตกพลั่ก
       “คราวนี้ฝันว่าอะไรอีกคะ”
       “ฝันว่า..พี่พลอยจะมาเอาน้ำหนึ่งไป” เพชรผวากอดน้ำหนึ่งแน่น
       น้ำหนึ่งกอดเพชร “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ น้ำหนึ่งอยู่กับพี่เพชรทุกวัน”
       “พี่พลอยเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พี่กลัว”
       น้ำหนึ่งกอดเพชรแน่น “แต่นี่เรื่องก็ผ่านมาเป็นปีแล้วนะคะ คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ น้ำหนึ่งว่าที่พี่เพชรฝันร้ายทุกวัน เพราะพี่เพชร....รู้สึกผิด”
       “ใช่..พี่รู้สึกผิด...ผิดมาก พี่ไม่ได้ไปตามหาพี่พลอยเลย แต่บอกตรงๆ พี่ไม่กล้า...ปล่อยให้พี่พลอยหนีไป ยังดีกว่า ถูกจับกลับมา ชดใช้กรรมในคุก”
       “น้ำหนึ่งเข้าใจพี่เพชรค่ะ...เพราะถ้าพี่พลอยถูกจับ พี่พลอยก็ต้องถูกส่งไปรักษาตัว
       แต่สุดท้ายพี่พลอยก็ต้องติดคุกอยู่ดี”
       เพชรนิ่ง สีหน้าเป็นกังวล น้ำหนึ่งกอดเพชรเอาไว้ ปลอบประโลม บอกอย่างเข้มแข็ง
      
       “ถ้าพี่เพชรไม่สบายใจ เราไปบ้านเชิงเขาด้วยกันก็ได้นะคะ เผื่อพี่พลอยจะกลับมา”
      

       สองคนอยู่ที่บ้านเชิงเขา ซึ่งสภาพยังเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ดูเก่า ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนบ้านที่ไม่มีคนอยู่ทั่วไป
      
       เพชรหยิบรูปของทับทิมมามอง ก่อนกอดไว้แนบอก โหยหา แล้วก็ได้แต่ทอดถอนหายใจขณะเหลือบตามองดูรูปของพลอย ดวงหน้านั้นยังดูสวย เพชรจะหยิบรูปพลอยมาดูแต่เปลี่ยนใจ น้ำหนึ่งถาม
       “พี่เพชรไม่เอาอะไรกลับไปไว้ที่คอนโดเหรอคะ”
       “ไม่..พี่อยากเก็บความทรงจำทุกอย่างไว้ที่นี่ ถ้าจะเอาก็เอาแค่”
       “อะไรคะ”
       เพชรหยิบเสื้อเบอร์ 13 และสมุดภาพของน้ำหนึ่งขึ้นมามองยิ้มอ่อนโยนแกมเย้า
       “ความรักความจริงใจที่น้ำหนึ่งมีให้กับพี่”
      
       ยามเย็นที่ด้านนอกบ้านเชิงเขา บรรยากาศตอนพระอาทิตย์จะตกดิน สวยงามสดใส เพชรกอดน้ำหนึ่งเอาไว้แนบแน่น บอกเสียงอ่อนโยน
       “พี่อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดิบดีอะไร แต่พี่ก็คิดว่าพี่มีพร้อม มีครบทุก
       อย่าง จนกระทั่งพี่มาพบกับน้ำหนึ่ง พี่ถึงรู้ว่าพี่ขาด ความรักของน้ำหนึ่ง เปลี่ยนโลกทั้งใบของพี่ได้ น้ำหนึ่งเปลี่ยนความแค้น ให้กลายเป็นความรัก น้ำหนึ่งทำให้พี่รู้จัก รักแท้คืออะไร”
       “เราจะรู้จักรักแท้ก็ต่อเมื่อเราได้เจอรักแท้ค่ะ” น้ำหนึ่งจับมือเพชรมากุมไว้ ยิ้มหวาน “พี่เพชรรู้มั้ย...น้ำหนึ่งดีใจแค่ไหน ที่วันนี้คนในฝันของน้ำหนึ่งได้มายืนอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่แค่นี้..ผู้ชายคนนั้นยังเป็นคนที่น้ำหนึ่งจับต้องได้ ดูแลได้ และที่สำคัญเค้ามีหัวใจให้น้ำหนึ่ง ที่น้ำหนึ่งยอมทนทุกอย่าง เพราะน้ำหนึ่งรู้ พี่เพชรรักน้ำหนึ่งค่ะ...น้ำหนึ่งก็รักพี่เพชร...เรารักกันค่ะ”
       “ใช่..เรารักกันน้ำหนึ่ง”
       เพชรก้มลงจูบน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งกอดเพชรแน่นจูบตอบ ระหว่างนี้เหมือนมีสายตาของใครใครคนหนึ่งจ้องมองเพชรกับน้ำหนึ่งตลอดเวลา เสียงหายใจของใครคนนั้นหอบแรง ราวกับกำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่
       จู่ๆ น้ำหนึ่งทำท่าจะอาเจียน เพชรตกใจ
       “เป็นอะไรน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งยิ้มไม่ยอมตอบ
       เพชรมองดู ท่าทางตื่นเต้นดีใจ “หรือว่าเรากำลังจะมี...เพชรน้ำหนึ่ง”
       “ค่ะพี่เพชร เพชรน้ำหนึ่งกำลังจะเกิดมา”
       “เรากำลังจะมีลูก พี่ดีใจที่สุดเลยน้ำหนึ่ง”
       เพชรดึงตัวน้ำหนึ่งมากอดเอาไว้ น้ำหนึ่งกอดตอบ สองคนมีความสุขอย่างท่วมท้น โดยไม่เห็นว่าอีกมุมหนึ่งช่อดอกปีบช่อหนึ่งถูกโยนลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่จะเห็นพลอยหลบมุมใต้ต้นปีบมองมา ดวงตาวาวโรจน์แค้นสุดขีด
      
       วันต่อมาสามคนรู้ข่าวรีบมาเยี่ยมน้ำหนึ่งถึงคอนโด น้ำหนึ่งอยู่ในชุดคลุมท้องนั่งยิ้มเคียงข้างเพชร ขณะที่เกรียงศักดิ์ยิ้มดีใจ
       “แต่งงานมาเป็นปี ท้องซะที”
       “แล้วทำไมไม่กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ล่ะลูก พ่อแม่เป็นห่วง” ดาราณีถาม
       น้ำหนึ่งยิ้มละไม “น้ำหนึ่งอยากดูแลพี่เพชรค่ะ”
       “มาอยู่นี่ก็ดูแลเพชรได้”
       “จริงด้วยค่ะ...แม่อยากให้คุณน้ำหนึ่งกับเพชร มาอยู่ด้วยกันที่นี่” นวลว่า
       “ผมเป็นลูกผู้ชาย ให้ผมได้ดูแลลูกเมียด้วยตัวเองเถอะนะครับ เพชรน้ำหนึ่งเกิดมาจะได้ภูมิใจ” เพชรบอก
       “ตั้งชื่อไว้แล้ว” ดาราณีแปลกใจ
       “ตั้งตั้งแต่วันแต่งงานเลยครับ” เพชรว่า
       “งั้นก็ตามใจ น้ำหนึ่งดูแลตัวเองดีๆ นะลูก”
       “ค่ะคุณพ่อ น้ำหนึ่งจะดูแลตัวเอง ดูแลพี่เพชรและดูแลลูกให้ดีที่สุด”
       น้ำหนึ่งเอามือลูบท้องตัวเองหวงแหน เพชรกอดน้ำหนึ่ง ทุกคนมองภาพตรงหน้าอย่างอบอุ่นใจ
      
       วันต่อมา ขณะที่เพชรจอดรถหน้าคอนโด เสียงโทรศัพท์ดังลั่น เพชรรับ
       “ว่าไงจ้ะน้ำหนึ่ง”
       น้ำหนึ่งอยู่ในห้อง “พี่เพชร...น้ำหนึ่งอยากทานขนมน้ำดอกไม้จังเลยค่ะ พี่เพชรช่วยซื้อมา
       ให้น้ำหนึ่งได้มั้ยคะ”
       เพชรนิ่งคิด “ซื้อที่ไหนล่ะ พี่กลับมาถึงคอนโดแล้วเนี่ย เอางี้ น้ำหนึ่งรอก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปหามาให้”
       “ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกค่ะพี่เพชร น้ำหนึ่งมองลงไป ที่หน้าคอนโดเรา มีคนมาขาย...พี่เพชรซื้อขึ้นมาให้น้ำหนึ่งด้วยนะคะ”
       “จ้ะ” เพชรวางสายแล้วเดินไป
      
       เพชรเดินมายังบริเวณหน้าคอนโดที่มีคนขายของเรียงรายอยู่เต็ม ท่ามกลางความมืดสลัว เพชรเห็นผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่ง กำลังแคะขนมน้ำดอกไม้จากถ้วยตะไลในลังถึง ใส่ในถาด ร่างของสตรีนางนั้นถูกคลุมด้วยชุดยาวทั้งชุด สีอึมครึมที่ศีรษะมีผ้าคลุมด้วย จนมองแทบไม่เห็นหน้า
       เพชรไม่สำเหนียกว่านั่นคือพลอย แต่มองดูสภาพแล้วไม่น่ากินเลย จังหวะนี้เสียงหญิง 2 คน เดินผ่านมาคุยกัน
       “จริงๆ ฉันก็ไม่อยากซื้อหรอกนะ ไอ้ขนมน้ำดอกไม้นี่ ดูสภาพคนขายสิไม่น่ากินเลย”
       “ใช่ ไม่น่ากินเลย แต่ฉันสงสารคนขาย เห็นเค้าคุยกัน ว่าแกพิการ หน้ายังกับผี ฉันเลยช่วยซื้อ เอาน่าถือว่าทำบุญ”
       ขาเม้าท์สองคนเดินไป เพชรยืนมองชั่งใจ ไม่ได้คิดถึงพลอยเลยแม้แต่น้อย แต่สภาพคนขายไม่น่ากิน เพชรมองดูเห็นขนมน้ำดอกไม้ มีดอกมะลิโรยแลดูน่ากิน
       เพชรชำเลืองมองคนขาย เห็นผิวที่พ้นออกมาจากผ้าคลุมร่าง เป็นรอยแผลเป็นฉกรรจ์ แทบจะทั้งตัว ดวงหน้าก็เป็นแผลเป็นแทบไม่เห็นสภาพผิวหน้าเดิม ดวงตาถูกคลุมไว้ด้วยแว่นสีดำอันใหญ่ อำพรางใบหน้า จมูก ปาก ดูไม่มีเค้าเดิมเพราะเป็นรอยแผลเป็นทั้งตัว ร่างนั้นงกๆ เงิ่นๆ ทำขนม ไม่ถนัด พังผืดเส้นเอ็นในร่างกายถูกยึดเอาไว้ เพชรถอนหายใจ
       “ผมซื้อ 2 กล่อง”
       พลอยจำเสียงได้ สะท้อนในใจ ดัดเสียง “ขอบใจ ชอบกินเหรอ”
       “ก็ด้วยฮะ แล้วก็พอดี ภรรยาผมแพ้ท้อง เค้าอยากทาน”
       มือของพลอยที่กำลังหยิบขนมใส่ถุงสั่นอย่างชัดเจน เพชรถามทันที
       “ป้าเป็นอะไรรึเปล่าครับ”
       พลอยสั่นหัว เพชรมองอย่างสังเวช สลดใจ ถามทันที
       “แล้วนี่ป้าไม่มีลูก ไม่มีญาติพี่น้องดูแลเหรอครับ ถึงต้องมาขายของแบบนี้”
       “มี”
       “แล้วทำไมเค้าไม่ดูแล”
       “เค้าเกลียดฉัน เค้าตัดขาดฉัน” พลอยเค้นคำบอกไป
       “ผมเสียใจด้วย..นี่ครับ ไม่ต้องทอน”
       เพชรรับขนมแล้วเดินจากไป
      
       พลอยถอดแว่นมองตาม ดวงตาหรี่เล็กที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียว มีหยาดน้ำตารินไหลออกมา


  


       ฝ่ายน้ำหนึ่งทานขนมน้ำดอกไม้อย่างเอร็ดอร่อย
       “พี่เพชรอุดหนุนป้าแกทุกวันเลยนะคะ ขนมแกอร่อย ชีวิตแกน่าสงสารด้วย”
       “จ้ะ...พี่จะซื้อมาฝากน้ำหนึ่งทุกวันเลย จนกว่าน้ำหนึ่งจะเบื่อ”
       “น้ำหนึ่งไม่เบื่อหรอกค่ะ ยิ่งช่วงนี้แพ้ท้อง อยากทานทุกวันเลย”
       “ดีจ้ะ จะได้อุดหนุนป้าแก พี่จะซื้อใส่บาตรให้แม่ด้วย”
       “งั้นพรุ่งนี้น้ำหนึ่งลงไปด้วย...น้ำหนึ่งจะได้ใส่บาตรกับพี่เพชร”
       “จ้ะ”
       เพชรป้อนขนมให้น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งป้อนขนมให้เพชร สองคนคลอเคลียกระหนุงกระหนิง น่าเอ็นดู
      
       รุ่งเช้าเพชรประคองน้ำหนึ่งลงมาซื้อขนมน้ำดอกไม้ของพลอย น้ำหนึ่งมองพลอยแสนสงสารและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ไม่ได้สังหรณ์ใจอะไร ก่อนที่เพชรจะประคองพาน้ำหนึ่งไปใส่บาตรพระ
       พลอยมองคนทั้งสองเขม็ง ไม่ได้มองพระ จดสายตามองแต่เพชร น้ำหนึ่ง ใส่บาตรเสร็จ เพชรประคองน้ำหนึ่งกลับขึ้นคอนโด พลอยถอดแว่นออกมา พระเดินผ่านหน้าพลอย แต่พลอยไม่ได้สนใจ สายตาจับจ้องอยู่แต่เพชรกับน้ำหนึ่ง ด้วยแววตาอาฆาตพยาบาท
      
       วันเดียวกันอลิสกับเพื่อนนั่งเม้าท์มอยกันอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง อลิสลากเสียงยาววว
       “เหรอ... จนป่านนี้ยัยน้ำหนึ่งก็ยังอยู่คอนโดเล็กๆ ของนายเพชรอีกเหรอ”
       “ก็เค้าเป็นผัวเมียกัน” มินโฮว่า
       “ผัวจน บอกตรงๆ รับไม่ได้ นี่! คืนนี้ไปมั้ย”
       “ไปไหน? โอ๊ย..คำถามอะไรของเธอฉันงง”
       “ก็ไปคอนโดนายเพชรไง ขับรถหรูๆของเรา ไปเย้ยยัยน้ำหนึ่ง”
       “เธอไปเหอะ ฉันไม่ไปหรอก”
       “ทำไมล่ะ”
       “ก็ฉันไม่ได้โรคจิตเหมือนเธอไง!”
        อลิสค้อนขวับ
      
       คืนนั้นอลิสขับรถมาตามทางค่อนข้างเร็ว
       “เฮ้อ! ทางโล่งยังกับให้มาขับรถแข่ง คอนโดนอกเมืองราคาถูกก็เป็นแบบนี้แหละนี่ฉันคิดผิดคิดถูกที่มาเนี่ย? เพราะเธอคนเดียวยัยน้ำหนึ่ง”
      
       น้ำหนึ่งมีท่าทีแพ้ท้องอยู่ในห้อง นั่งอิดโรย เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
       “ใครคะ”
       พลอยนั่นเองอยู่หน้าห้อง ดัดเสียงบอก
       “ป้าเอง...ป้าน้ำดอกไม้”
       “อ๋อ..รอซักครู่ค่ะ” น้ำหนึ่งเดินไปเปิดประตู “มีอะไรคะป้า”
       พลอยบอกเสียงพร่า “ไม่เห็นลงไปซื้อขนมมาหลายวันแล้ว เอามาฝาก”
       “ขอบคุณมากค่ะ พอดีช่วงนี้น้ำหนึ่งแพ้ท้องหนัก” น้ำหนึ่งรับขนมมา “ป้ารอเดี๋ยวนะคะ น้ำ
       หนึ่งไปหยิบเงินให้”
       ไม่มีเสียงตอบ น้ำหนึ่งมองไป เห็นพลอยเดินลงไปแล้ว
       “ป้านี่น่ารักจริงๆ ขนมน้ำดอกไม้นี่ก็ห้อมหอม”
       น้ำหนึ่งแลเห็นเป็นดอกปีบ
       “แล้วทำไมวันนี้เป็นดอกปีบ สงสัยพี่เพชรไปบอกป้าแหงๆ ว่าเราชอบ” น้ำหนึ่งมองนาฬิกา
       ติดผนังยิ้มๆ “ป่านนี้ยังไม่กลับมาอีก น้ำหนึ่งทานก่อนพี่เพชรแล้วกันนะคะ ลูกหิว”
        น้ำหนึ่งทานขนมน้ำดอกไม้อย่างเอร็ดอร่อย
      
       ฟากพลอยค่อยๆ เดินไปด้วยความยากลำบาก ด้วยสภาพร่างกายพิกลพิการน่าเวทนา
       พลอยถอดแว่นเหวี่ยงทิ้งไปแบบข่มอารมณ์ไม่อยู่
       พลอยคิดแค้นอยู่ในใจ “เดี๋ยวเธอก็จะได้รู้จักฉัน และเธอกับเพชรก็จะจำฉันไปจนวันตาย”
       ริมฝีปากพลอยเบ้บิดเบี้ยว ดวงตาเหี้ยมโหด
      
       พิษจากกรดกำมะถันออกฤทธิ์ น้ำหนึ่งเริ่มมีอาการวิงเวียน โลกหมุน อาเจียน
       ออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่การแพ้ท้อง
       “ทำไมเราเป็นอย่างนี้”
       น้ำหนึ่งอาเจียนอยู่ตรงนั้น หมดแรง พยายามจะลุกก็ลุกไม่ไหว ได้แต่อาเจียนออกมา น้ำหนึ่งพยายามยันกายขึ้น แต่มือไปโดนขนมน้ำดอกไม้ ลื่นปื้ดออกไป หน้าน้ำหนึ่งกระแทกพื้นอย่างแรง น้ำหนึ่งรีบเอามือกุมท้องห่วงที่สุด “ลูก...ลูก”
       ที่หน้าห้องเกรียงศักดิ์เดินมากับเพชร เพชรยิ้ม
       “นี่ผมไม่ได้บอกน้ำหนึ่งนะครับว่าท่านจะมาหา เซอร์ไพร์ส”
       “ฉันก็อยากเซอร์ไพร์สลูกเหมือนกัน”
       เพชรเคาะประตู “น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่งจ๋า..” เพชรแกล้ง “พี่ลืมเอากุญแจไป เปิดประตูให้พี่หน่อย”
       เกรียงศักดิ์หลบมุม กะว่าถ้าน้ำหนึ่งเปิดจะไม่เห็นแล้วค่อยโผล่ออกไป ส่วนน้ำหนึ่งได้ยินเสียงเพชร เริ่มทุรนทุราย หน้าตาเลอะไปด้วยอาเจียน
       “พี่เพชร”
       น้ำหนึ่งพยายามยันกายขึ้นอีก แต่มือกลับถูกขนมน้ำดอกไม้ ลื่นลงไปอีก
       “โอ๊ย”
       เพชรกะเกรียงศักดิ์ตกใจ “น้ำหนึ่ง”
       “น้ำหนึ่งเป็นอะไรน้ำหนึ่ง” เพชรทั้งพูดทั้งเอากุญแจมาเปิดประตูก่อนผลักเข้าไป
       เกรียงศักดิ์กับเพชรเปิดประตูเข้าไป เห็นน้ำหนึ่งอยู่ในสภาพเวทนานอนกองอยู่ที่พื้นเลอะเทอะไปหมด
       “น้ำหนึ่ง” / “ทำไมเป็นแบบนี้ลูก”
       น้ำหนึ่งส่ายหน้า ใกล้หมดแรง “ไม่..ไม่รู้”
       เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอด น้ำหนึ่งอาเจียนออกมาเป็นขนมน้ำดอกไม้ เพชรมอง
       ตะลึง เกรียงศักดิ์ก็ตะลึง
       “อะไรเนี่ย”
       เกรียงศักดิ์คว้ากล่องขนมน้ำดอกไม้มาดู เพชรหันขวับมามองเห็นดอกปีบวางอยู่บนขนม
       นึกถึงตอนที่พลอยเอาดอกปีบใส่บนจานขนมมาให้เพชรแทนดอกมะลิ น้ำหนึ่งบอกเกรียงศักดิ์เสียงแผ่วๆ
       “ป้า..เอาขนมมาให้”
       “ป้าไหน” เกรียงศักดิ์ฉงน
       “ป้า..น้ำดอกไม้” น้ำหนึ่งบอก
       เพชรอึ้งมองดูกล่องขนมในมือและกล่องดอกปีบ ภาพจำตอนที่ตัวเองกินกรดกำมะถันที่พลอยใส่ลงในขนม รวมทั้งตอนที่นักปราชญ์ กินกรดกำมะถันจากไวน์ผุดขึ้นมาในหัว
       เพชรมองน้ำหนึ่ง ทุกคนมีอาการอย่างเดียวกัน
       “ผมจะไปเอารถออก เราต้องรีบพาน้ำหนึ่งส่งรพ.เร็วครับ”
      
        พูดแค่นั้นเพชรก็วิ่งออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว เกรียงศักดิ์รีบประคองน้ำหนึ่งรวดเร็ว


  


       เพชรวิ่งลงมาหน้าคอนโด เห็นพลอยในสภาพป้าน้ำดอกไม้กำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน เพชรประมวลเหตุการณ์ คำพูดป้าน้ำดอกไม้ที่ว่า “เค้าตัดขาดฉัน” รวมทั้งดอกปีบในห้องน้ำหนึ่ง
        
       เพชรฉุกคิดวิ่งไปหาพลอย แต่พลอยซ่อนหน้าหลบตา เหมือนคนมีความผิด ส่อพิรุธเต็มๆ  เพชรมองป้าน้ำดอกไม้อย่างจับสังเกต
       “ขอโทษนะครับ”
       โดยที่พลอยไม่ทันได้พูดอะไร เพชรคว้ามือของพลอยมาพลิกดู แม้ผิวหนังนั้นจะเป็นแผลเป็นแต่ก็ยังเห็นรอยกรีดลงไปเป็นแผลลึกบนข้อมือ ตอนที่พลอยกรีดข้อมือของตัวเอง เพชรเนื้อตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
       “พี่พลอย”
       ใจของพลอยกระตุกวูบ สั่นไปทั้งร่าง เพชรกระชากแว่นดำดันใหญ่ออกแม้จะเห็นเพียง
       ดวงตาข้างเดียวที่หรี่เล็ก เพชรก็จำได้
       “พี่พลอย..พี่พลอยจริงๆ” เพชรเลือดขึ้นหน้า “พี่พลอยทำกับผมอย่างนี้ได้ยังไง”
       เกรียงศักดิ์ประคองน้ำหนึ่งลงมาเห็นเพชรอาละวาดก็มองดู เพชรร้องไห้แทบบ้า
       “พี่พลอยจะฆ่าลูก ฆ่าเมียผม ผมเกลียดพี่พลอย”
       เกรียงศักดิ์ตะลึง “พลอย!”
       “เพชร!”
       “ไม่ต้องมาเรียก พอกันที ตั้งแต่วันนี้ผมกับคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ผมเกลียดคุณ!”
       จังหวะนี้ตำรวจเห็นนึกว่าคนทะเลาะกัน รีบวิ่งมาหา
       “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ”
       พลอยตกใจลนลานไปหมด “ตำรวจ..ตำรวจ...ไม่...ฉันไม่ได้ฆ่าใคร? ฉันไม่ได้ฆ่าใคร”
       พลอยวิ่งหนี ข้ามถนนหนีเท่าที่แรงจะทำได้
       ระหว่างนี้อลิสขับรถมาด้วยความเร็วสูง อลิสร้องลั่นรถเมื่อมีคนวิ่งมาปาดหน้ารถ เบรกไม่ทัน รถของอลิสพุ่งเข้าชนร่างของพลอยอย่างจัง พลอยร้องสุดเสียง
       เพชรตื่นตะลึงตกใจ “พี่พลอย”
       ร่างของพลอยลงไปนอนกระตุกหัวกระแทกพื้น ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตื่นตะลึงกันไป
       หมด เลือดสดๆ ไหลออกมาจากศีรษะและจมูก พลอยวิ่งพุ่งให้รถชน
       “ไม่ตาย...ฉันไม่ตาย”
       พลอยพึมพำขณะที่ดวงตาค่อยๆ หรี่ลง แต่ไม่ยอมปิด ค้างอยู่อย่างนั้น สำนึกสุดท้ายพลอยเห็นทับทิมเดินเข้ามาหา
       “ไม่ว่าแกจะเป็นยังไง แม่ก็รักแกที่สุดในชีวิตพลอย”
       ทับทิมยื่นมือมาจับมือพลอย ดวงตาเบิกค้างอยู่เหมือนเดิมก่อนที่พลอยจะนอนแน่นิ่งสิ้นใจตาย เพชรกระโจนมาถึงตัวพลอย กอดพลอยแน่น
       “พี่พลอย”
       เพชรร้องไห้โฮ
      
       วันต่อมาอลิสถูกตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ อลิสคุยเม้าท์มอยกับมินโฮเพื่อนสาว
       “เหมือนอย่างที่เค้าว่าไว้จริงๆ ใครทำอะไรไว้ ก็ต้องได้รับกรรมอย่างนั้น ยัยพลอยบ้ามันเคยจะเอาน้ำกรดสาดยัยน้ำหนึ่ง ผลสุดท้าย หมอบอกว่าที่มันหน้าตากลายเป็นผีพิกลพิการแบบนั้นเพราะมันถูกน้ำกรดราดรดทั้งตัว และจากการชันสูตร แผลเป็นพวกนั้นเกิดจากถูกกรดกำมะถันทำลายอย่างรุนแรง เหมือนอย่างที่มันกับแม่แอบเอาใส่อาหารให้คุณนักปราชญ์กินจนตายไงล่ะ ยัยพลอยบ้านี่มันเป็นมารสำหรับทุกคนจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ แม้กระทั่งฉัน”
       “แต่ฉันว่า ที่เธอขับรถชนยัยพลอยไม่มีมารที่ไหนหรอก เป็นเพราะเธอต่างหาก” มินโฮว่า
       “ทำไม”
       “ก็ถ้าเธอไม่จุ้นไปหายัยน้ำหนึ่งถึงที่ เธอคงไม่โดนข้อหาขับรถชนคนตาย”
       “นี่จะมาเพื่อซ้ำเติมใช่มั้ย”
       “มาเพื่อเตือนสติ ฉันจะบอกเธอนะอลิส เธอจะไม่สูญเสียอะไรเลย ทั้งเรื่องพี่หมอ เรื่องขับรถชนคนตาย ถ้าเธอไม่เป็นคนชอบยุ่งชอบจุ้นเรื่องของคนอื่น” มินโฮเตือนอย่างหวังดี
       “สิ่งที่ฉันทำคือความถูกต้องทุกอย่าง”
       “แหงล่ะตรรกะของอลิส อลิสทำอะไรก็ไม่เคยผิด”
       “แน่นอน ฉันจะสู้คดี ว่ายัยพลอยบ้ามันวิ่งทะเร่อทะร่ามาชนรถฉันเอง”
       ตำรวจเจ้าของคดีเดินเข้ามาหา “เชิญครับคุณอลิศครับ”
       อลิสหน้าหงิกจะเดินไปหาตำรวจ “ยังไงฉันก็ไม่ยอมรับผิด”
       “ต่อให้เธอไม่ยอมรับผิด เธอชนะคดี ยังไงมันก็เป็นตราบาปไปตลอดชีวิต ว่าเธอขับรถชนคนตาย!”
       อลิสหน้าซีดเผือด รู้สึกแย่เหมือนกัน
      
       ด้านน้ำหนึ่งรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา เพชรสุดแสนจะดีใจ
       “น้ำหนึ่ง”
       “พี่เพชร! ลูก...ลูกของเรา” น้ำหนึ่งถามถึงลูกเป็นอันดับแรก
       “ลูกยังอยู่จ้ะ”
       น้ำหนึ่งร้องไห้โฮทั้งดีใจ ทั้งโล่งอก เพชรกอดน้ำหนึ่งเอาไว้
       “โชคดีที่พี่ไปทันเวลา”
       “แล้ว..แล้ว..พี่พลอย”
      
       เย็นวันหนึ่ง ทุกคนรวมตัวอยู่ที่วัด บนเมรุที่กำลังจะทำพิธีฌาปนกิจ เห็นรูปพลอยตั้งอยู่
       “ที่พวกเราทุกคนมาที่นี่ เพื่ออโหสิกรรมให้พี่พลอย” เพชรวางดอกไม่จันทน์
       ทุกคนเดินเอาดอกไม้จันทน์วางลงในโลงศพพลอย
       “อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะพลอย”
       ดาราณี น้ำหนึ่ง และนวล วางดอกไม่จันทน์ตาม
      
       เวลาผ่านไปเพชรแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นควันก่อตัวเป็นรูปคล้ายใบหน้าพลอยมองลงมา
       “ผมหวังว่าพี่พลอยจะรับรู้ และนำคำว่าอโหสิกรรมไปสู่ภพภูมิใหม่นะครับ”
       เพชรมองจนควันรูปใบหน้าพลอยค่อยๆ จางหายไป
      
       วันต่อมาเพชรนำเอาป้าย ประกาศขาย ปักไว้ที่หน้าบ้านเชิงเขา
       “พี่เพชรจะขายที่นี่จริงๆ เหรอคะ” น้ำหนึ่งถาม
       เพชรพยักหน้า “ถึงพี่จะรักแม่ รักพี่พลอย รักบ้านหลังนี้มากแค่ไหน แต่พี่รู้แล้วว่าการยึดติดมีแต่ความทุกข์...พี่ไม่ต้องการยึดติด” เพชรมองตัวบ้านอย่างอาลัย ลึกๆ ชายหนุ่มรู้สึกผูกพันกับที่นี่ไม่คลาย “โดยเฉพาะ ความรู้สึกที่พี่รู้สึกว่าโดนทำร้าย มาตลอดชีวิต โดยคนที่พี่รัก”
       “น้ำหนึ่งดีใจค่ะ...ที่พี่เพชรจะลืมมันไป” น้ำหนึ่งยิ้ม
       “พี่ยินดีที่จะลืม เพราะการลืมมันช่วยดับทุกข์ เรื่องที่ไม่ดี เราก็ไม่ควรปล่อยให้มันตามมาหลอกหลอนใจให้เราต้องเจ็บปวด”
       “จริงค่ะ..การไม่มีความทรงจำที่ไม่ดี ทำให้ชีวิตเราก้าวต่อไปได้ดีกว่า”
       “ต่อไปนี้ชีวิตของพี่จะมีแต่เพชรน้ำบุศย์ และเพชรน้ำหนึ่ง ลูกของเรา” เพชรเหลียวมองบ้านเป็นครั้งสุดท้าย “และความทรงจำของพี่ก็จะมีแม่ มีพี่พลอย เพราะยังไง แม่กับพี่พลอยก็เป็นคนที่พี่รักอยู่ดี”
       เพชรจับมือน้ำหนึ่งเดินเคียงกันออกมา สองคนค่อยๆ ห่างบ้านเชิงเขาออกไปทุกทีๆ จนบ้านเชิงเขาค่อยๆ หายลับสายตาไป
      
       แลเห็นเพียงต้นปีบสูงใหญ่ ยืนต้นตระหง่านอยู่ตรงนั้น
      
        จบบริบูรณ์
กลับไปยังรายบอร์ด