กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 7] มายาสีมุก

Maya.jpg
24-3-2013 14:14



มายาสีมุก

ออกอากาศ : ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7  
บทประพันธ์โดย : ทวิตา
บทโทรทัศน์โดย : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม, จุฑามาศ สาคร
กำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน
ผลิตโดย : บริษัท กันตนา จำกัด
แนวละคร : โรแมนติก - ดราม่า

รายชื่อนักแสดง

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์   รับบท   คีรินทร์   
อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล   รับบท   ไข่มุก / ยองแอ   
สินิทธา บุญยศักดิ์   รับบท   จินจู
กวินตรา โพธิจักร   รับบท   นุชนารถ   
ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร   รับบท   ภัททิมา / ลูกไก่
อภิรดี ภวภูตานนท์   รับบท   ชลลดา   
อาริษา วิลล์   รับบท   กีกี้   
ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์   รับบท   เขมทัต   
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์   รับบท   มณี   
พศิน  ศรีธรรม   รับบท   พิพัฒน์
อรุชา โตสวัสดิ์   รับบท   วัฒนา  
ราตรี วิทวัส   รับบท   วันดี
รุ่งระวี บริจินดากุล   รับบท   โฮซอนซา   
ศิรินุช เพ็ชรอุไร   รับบท   ช้อย  
อนิสา กร้านท์   รับบท   หนูนา  

เรื่องย่อ ละครมายาสีมุก



       “หยาดน้ำตาไม่อาจบดบังความงดงามของไข่มุกฉันใด
       เคราะห์ร้ายก็ไม่อาจขวางกั้นคนดีให้ทำดีได้ฉันนั้น”
      
       ที่กองถ่ายละครเวลานั้น เป็นคิวถ่ายทำฉากบู๊ นักแสดงสาวในชุดนางเสือเล่นได้เก่งกาจ คล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้นานาชนิดรวมทั้งกระโดดเหินเวหา แต่ในท่าสุดท้ายเธอกลับพลาด ตกลงพื้นอย่างหมดท่า ผู้กำกับสั่งคัท!
      
       หน้ากากเสือถูกเปิดออกเผยให้เห็นว่าเธอคือเด็กสาวสวยที่ชื่อ ไข่มุก เด็กเสิร์ฟน้ำ ตัวประกอบ และสตั๊นท์เกิร์ล ในกองละครเรื่องนี้ หลังจาก ไข่มุกเดินออกมาอย่างหงอย เพราะเธอถูกสั่งให้ไปตามตัว กีกี้ นางเอกตัวจริงมาเข้าฉากแทน แต่เมื่อเข้ามาในห้องแต่งตัวกลับได้ยินเสียงกีกี้พลอดรักอยู่กับผู้ชาย ด้วยความอยากรู้ ไข่มุกในชุดนางเสือ จึงห้อยโหนขึ้นไปเพื่อแอบดู คีรินทร์ ที่กำลังกอดรัดอยู่กับกีกี้ จังหวะนั้นกีกี้หันมาเห็นหน้ากากนางเสือที่ไข่มุกใส่อยู่ ก็กรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจ ไข่มุกเองก็ตกใจ รีบวิ่งหนีออกไป คีรินทร์ตะโกนด่าตามหลังด้วยความโมโหที่โดนขัดจังหวะ
      
       ไข่มุกกลับมาบ้านหลังเก่าในชุมชนแออัด เอาเงินที่ได้จากการทำงานทั้งหมดให้ วันดี อดีตหญิงขอทานเจ้าเล่ห์ นอกจากทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวแล้ว ความสุขของเธออยู่ที่การได้ดูหนัง ไข่มุกชอบดูหนังมาก และนางเอกหนังเกาหลีในดวงใจของเธอก็คือนักแสดงเจ้าบทบาท จินจู
      
       ไม่มีใครรู้เลยว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จินจูได้เดินทางมาถ่ายหนังในประเทศไทย และได้พบรักกับ คธา นักดนตรีหนุ่มชาวไทย และเมื่อกลับไปเกาหลี จินจูจึงรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง
       แทยอน พาจินจูหลบมาคลอดที่ประเทศไทย เธอพยายามติดต่อคธา คธาเองก็พยายามติดต่อเธอเช่นกัน แต่ก็โดนแทยอนขัดขวางทุกทาง ทำให้จินจูเข้าใจคธาผิด คิดว่าเขาไม่ต้องการเธอกับลูก จินจูคลอดลูกเป็นหญิง และถอดจี้ไข่มุกประจำตัวเธอให้พยาบาลวางไว้ข้างตัวเด็กทันทีที่คลอด เพื่อเป็นเครื่องหมายโชคดี พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า ยองแอ แทยอนให้คนเอายองแอไปทิ้ง และโกหกจินจูว่า ลูกสาวเธอได้ตายไปแล้ว วันดี ที่กำลังเสียใจที่ลูกตายเพราะคลอดก่อนกำหนดได้มาเจอยองแอที่หน้าตาน่ารักจึงเก็บไปเลี้ยง หวังพาไปขอทานด้วยเพื่อให้คนสงสาร เธอจะได้เงินเยอะๆ วันดีได้เห็นจินจูที่ร้องไห้คร่ำครวญขณะจะออกจากโรงพยาบาล จึงได้รู้ว่าเด็กน้อยที่เจอเป็นลูกของหญิงสาวหน้าตาสวยคนนี้เอง แต่วันดีก็ไม่กล้าเอาเด็กไปคืนเพราะกลัวแทยอน จินจูกลับประเทศเกาหลีไปอย่างใจแตกสลาย
       ไข่มุกโตมาอย่างลูกขอทานในชุมชน แต่ด้วยความใฝ่ดี ทำให้เธอมุ่งมั่นเรียนหนังสือจนจบ แต่เงินที่หามาได้ ก็จะโดน เม่น รีดไถไปหมด วันดีจึงต้องกู้ยืมจาก ชลลดา เจ้าแม่เงินกู้ จนดอกเบี้ยท่วมเงินต้นไปหลายเท่า ต้องยอมขายไข่มุกเพื่อให้มไปเป็นคนใช้ในบ้านชลลดา
       บ้านชลลดาเองก็ไม่ใช่ว่ารวยจริง เธอเองก็เป็นหนี้ เขมทัต อยู่ไม่น้อย จนเคยตกลงจะยก ภัททิมาให้แต่งงานกับคีรินทร์ แต่ภัททิมาไม่ยอม เพราะถือตัวว่ามาจากสกุลเก่ามีชื่อ ในขณะที่คีรินทร์ เป็นพวกเศรษฐีใหม่ ภัททิมาเองก็มี พิพัฒน์ แล้ว ถึงเขาจะไม่เอาไหน แต่ภัททิมาก็ยังภูมิใจ ที่แฟนหนุ่มมีนามสกุลดัง เชิดหน้าชูตาเธอได้อย่างมาก แม้จะมีแค่เปลือกก็ตาม
       เขมทัตเร่งรัดการแต่งงาน หวังให้คีรินทร์หายเสเพลสักที ภัททิมาปฏิเสธเด็ดขาด ไม่ยอมแต่งกับคีรินทร์ คีรินทร์มาที่บ้านชลลดาตามคำสั่งของเขมทัต แต่ได้เจอไข่มุก เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นภัททิมา คีรินทร์กรุ้มกริ่มใส่ทันทีเพราะเห็นไข่มุกสวย ชลลดาเลยได้ความคิด ให้ไข่มุกสวมรอยแต่งงานเป็นลูกสาว เพื่อแต่งงานกับคีรินทร์ โดยเธอกับภัททิมายังวางแผนรีดเงินจากไข่มุกเป็นค่าปิดบังความจริง คีรินทร์ซึ่งปฏิเสธการแต่งงานมาตลอดกลับยอมที่จะแต่งงานตามคำสั่งของพ่อ ไข่มุกเองก็จำใจต้องแต่งงาน เพื่อให้วันดีได้เงินก้อนโต ไปใช้หนี้ที่เม่นก่อไว้
       หลังจากแต่งงาน คีรินทร์พยายามจะให้ไข่มุกเป็นภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์ แต่เธอก็หาทางเอาตัวรอดมาตลอด คีรินทร์เห็นถึงความจริงใจและความเป็นคนดีของเธอ เลยคิดอย่างสนุกว่าจะยอมรอต่อไปเพื่อเอาชนะใจเธอให้ได้ก่อน ไข่มุกในนามของภัททิมา ต้องอยู่ในบ้านคีรินทร์อย่างไม่มีความสุข แม้เขมทัตจะเอ็นดูเธอ แต่ มณี กลับตั้งท่ารังเกียจเปิดเผย เพราะรู้กิตติศัพท์ความใจแตกของภัททิมามาก่อน แถมยังเจอกับการเกลียดชังของ นุชนารถ มีเพียง หนูนา ที่เห็นใจและเข้าข้าง ช้อย เองก็ตั้งท่าใส่ นอกจากนี้ไข่มุกยังต้องวุ่นวายกับบรรดาสาวๆ ของคีรินทร์
       ภัททิมาที่โกหกว่าเป็นหลานของชลลดาได้เห็นคีรินทร์ใกล้ชิดก็ชักเสียดาย เข้ามาวอแวพร้อมใส่ร้ายไข่มุกสารพัด หาว่าเป็นแฟนลับๆ ของพิพัฒน์ ทำให้คีรินทร์ที่เกือบจะรักไข่มุกหลายครั้งต้องชะงัก ชักลังเล ไข่มุกได้แต่แปลกใจที่บางทีคีรินทร์ก็แสนดีกับเธอ แต่บางครั้งก็แสนร้ายจนเหลือทน
       ชลดาและภัททิมาคอยรีดไถเงินจากไข่มุก ทำให้ไข่มุกเป็นทุกข์ที่ต้องหลอกลวงคนที่ตนรัก ไข่มุกอยากบอกความจริงกับคีรินทร์แต่ก็ไม่กล้า เพราะเธอเกิดรักคีรินทร์ขึ้นมาแล้วจริงๆ และกลัวว่าถ้าหากบอกความจริงไป คีรินทร์คงโกรธและยอมรับเธอไม่ได้ นอกจากนี้นุชนารถก็ยังคอยหาทางกลั่นแกล้งไข่มุกเพราะต้องการแย่งคีรินทร์กลับไป
       ไข่มุกได้พบอาคธา นักดนตรีที่เล่นอยู่ในโรงแรมของคีรินทร์ ซึ่งที่จริงแล้วก็คือพ่อแท้ๆ ของเธอนั่นเอง ไข่มุกแปลกใจที่เธอรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้คธา และก็เช่นเดียวกันกับคธาที่ถูกชะตา และเกิดความปรารถนาดีกับนายสาวของเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอ
       ด้านจินจูมีชีวิตอย่างทุกข์ระทม คิดถึงลูกสาว แทยอนทนไม่ไหว ต้องยอมสารภาพว่ายองแอยังมีชีวิต จินจูมีความหวังในชีวิตขึ้นอีกครั้ง เธอเดินทางมาประเทศไทย หวังหาตัวยองแอให้พบ แทยอนตามมาด้วยเพื่อจะได้ลบล้างความผิด
       คีรินทร์เดินทางไปเกาหลีเพื่อเจรจาร่วมทุนในธุรกิจโรงแรมกับทางเกาหลี โดยพาไข่มุกเดินทางไปด้วย จากความรู้สึกที่ดี ก็กลายเป็นความรักโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัว ไข่มุกได้พบจินจูโดยบังเอิญ ทั้งสองถูกชะตากันมาก จนสนิทอย่างรวดเร็ว จินจูนึกเอ็นดูไข่มุกมาก หวังว่ายองแอจะน่ารักเหมือนสาวไทยคนนี้
       วัฒนาหวังได้คุยโปรเจ็คร่วมทุนกับทางเกาหลี แต่เมื่อเขมทัตให้คีรินทร์ดูแล วัฒนาจึงหาทางแกล้งทำให้การเซ็นสัญญามีปัญหา โชคดีที่จินจูช่วยไว้ ทวยไทย เห็นกิจการของคีรินทร์มีอนาคตดี จึงไล่ซื้อหุ้นจนได้เป็นกรรมการ และยังคิดหาทางฮุบโรงแรมมาเป็นของตนให้ได้
       แทยอนกับจินจูมาพักที่โรงแรมของคีรินทร์ แทยอนให้นักสืบตามหายองแอ จนรู้ว่ามีหญิงขอทานที่ลูกเพิ่งตายพาเด็กหญิงอีกคนกลับไป แทยอนกับจินจูออกตาม แต่คนแถวนั้นบอกว่าวันดีย้ายบ้านไปสิบกว่าปีแล้ว จินจูเริ่มจะหมดหวัง เธอได้พบคธา ทั้งสองต่างพูดประชดประชันกันด้วยความแค้นและความรัก
       คีรินทร์นึกเกรงใจและรักไข่มุกมากขึ้น จนทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน วัฒนาเห็นวันดีตามมาขอเงินไข่มุกถึงโรงแรม ก็ให้คนตามไปสืบจนรู้ความจริง วัฒนาให้คนจับวันดีและเม่นไปขัง ขู่ให้ไข่มุกบอกความจริงต่อหน้าทุกคน ไม่งั้นจะฆ่าวันดีกับเม่น ไข่มุกจึงต้องยอมสารภาพ ชลลดาเอาตัวรอดใส่ร้ายไข่มุกหนักขึ้นไปอีก ไข่มุกโดนไล่ออกจากบ้าน แต่ชลลดากับภัททิมาได้อยู่ต่อ เพราะเขมทัตนึกถึงบุญคุณของสามีเธอ ที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้
       นุชนารถพยายามหาทางให้คีรินทร์แต่งงานกับเธอ แต่เมื่อไม่ได้ผล จึงลักพาตัวเขาไป โดยฉีดยากล่อมประสาทเพื่อจะได้ควบคุมตัวไว้ได้ ไข่มุกมาช่วยไว้ทัน แต่ชลลดากับภัททิมาก็อ้างว่าเป็นความชอบของพวกเธอตามเคย ด้วยความรักที่มีให้เพียงไข่มุก แต่ก็ไม่ยอมรับกับตัวเอง คีรินทร์จึงบังคับให้ไข่มุกกลับมาอยู่ที่บ้านเขา โดยอ้างว่าต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้เขา 1.5 ล้านบาทให้ได้ก่อน เงินก้อนนี้คีรินทร์ใช้หนี้ให้ชลลดา ไข่มุกจึงต้องมารับผิดชอบแทน
       เมื่อกลับมาอยู่ในบ้านคีรินทร์อีกครั้ง จากภรรยาคีรินทร์ ไข่มุกต้องเปลี่ยนสถานะไปเป็นสาวใช้แทน ไข่มุกจึงโดนมณี ชลลดา ภัททิมาและช้อยกดขี่ ประณามและเหยียดหยันสารพัด แต่เธอก็อดทนทุกอย่าง เพราะรักคีรินทร์        ไข่มุกรู้ตัวว่าท้องแต่ไม่กล้าบอกคีรินทร์ เพราะรู้ว่าเขาคงยอมรับไม่ได้ที่จะมีลูกกับลูกสาวขอทาน นุชร่วมมือกับวัฒนา จับตัวมณี ชลลดา และภัททิมาไปเรียกค่าไถ่ ระหว่างโดนจับ ภัททิมาแสดงความเห็นแก่ตัว จนมณีรู้สึก
       คีรินทร์มาเจรจากับวัฒนา ไข่มุกรู้เรื่องก็แอบไปช่วยมณี ภัททิมาและคีรินทร์โดยไม่คิดชีวิต วัฒนาตั้งใจจะฆ่าคีรินทร์จึงไม่ยอมเจรจา จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น ไข่มุกเข้าช่วยคีรินทร์จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ เขมทัตพาตำรวจเข้าไปช่วย และจับตัววัฒนากับนุชนารถได้ในที่สุด
       ไข่มุกบาดเจ็บสาหัส ทุกคนจึงได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งท้อง คีรินทร์เชื่อว่าเป็นลูกของตน พิพัฒน์ยอมเล่าเรื่องจริงให้ฟังทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้ภัททิมาทำร้ายใครอีกต่อไป คีรินทร์เสียใจที่เข้าใจไข่มุกผิด เมื่อต้องพบกับความรู้สึกที่อาจต้องสูญเสียไข่มุกไปหากไข่มุกไม่ฟื้น ทำให้คีรินทร์รู้ใจตัวเองว่ายังรักไข่มุกอยู่และยอมลดทิฐิลง
       จินจูสืบจนรู้ว่าวันดีคือหญิงขอทานที่เอายองแอไป จึงขอให้วันดีช่วยบอกที่อยู่ของลูกสาวเธอ แต่วันดีไม่ยอมรับ ปฏิเสธทุกอย่าง เม่นจะไถเงินจากวันดี เมื่อเธอไม่ให้ก็ซ้อม วันดีสู้ แต่พลั้งมือฆ่าเม่นตายโดยไม่ตั้งใจ วันดีติดคุก ไข่มุกหาเงินไปประกันตัวแม่ ตัดใจเอาสมบัติที่มีไปขายจินจู จินจูเห็นจี้มุกก็จำได้ว่าเป็นของเธอที่ให้ยองแอไว้ จินจูนึกรู้ว่าไข่มุกก็คือยองแอนั่นเอง ทุกคนตกใจที่รู้ความจริงทั้งหมด จินจูพาไข่มุกกลับเกาหลีโดยไม่สนใจคีรินทร์ คีรินทร์ตามไปเกาหลี เพื่อจะปรับความเข้าใจกับไข่มุก ด้านคธาพอรู้ว่าไข่มุกเป็นลูกก็ดีใจตามไปปรับความเข้าใจกับจินจู ทั้งคู่ได้จัดงานแต่งงานกันอย่างถูกต้องเสียที ไข่มุกดีใจกับพ่อและแม่ท่จะมีความสุขหลังพลัดพรากมานาน ส่วนคีรินทร์ก็พยายามง้อไข่มุก และยอมรับว่าเขามีใจรักเธอมานานแล้ว คีรินทร์ยังสัญญาจะปรับนิสัยเรื่องเจ้าชู้ และจะให้เกียรติไข่มุก รักเดียวใจเดียวตลอดไป ไข่มุกใจอ่อนเพราะใจก็หลงรักคีรินทร์ด้วยเช่นกัน ไข่มุกยอมกลับบ้านคีรินทร์ที่เมืองไทยมาอยู่ในฐานะภรรยา        มณีเองก็ยอมรับไข่มุกเพราะเห็นความดีของเธอ ไข่มุกสัญญากับคีรินทร์ว่า จะไม่มีความลับกับคีรินทร์อีกตลอดไป
      

จบบริบูรณ์



ที่มา :

เรื่องย่อโดยละเอียด ละครมายาสีมุก

ที่มา :

ตอนที่ 1
      
       ณ บริเวณกำแพงเมืองกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ จินจู นักแสดงสาวชื่อดังพร้อมเพื่อนดารา กำลังร่ายรำกระบี่ในชุดเกาหลีโบราณอย่างสวยงาม
      
       อีกฟากหนึ่งภายในห้องเช่าเล็กๆ ที่เมืองไทย ภาพจินจูในจอทีวีกำลังฟันดาบสู้กับคู่ต่อสู้ในหนังอย่างเก่งกาจคล่องแคล่ว ไข่มุกเด็กสาววัยราว 20 ปี นั่งดูอยู่หน้าจอทีวี ลุ้นอย่างสนุกสนาน ชอบใจ
       “เอาเลย ฟันให้หมด ระวังหลังด้วย เดี๋ยวอีกคนมาแล้ว”
       ภาพในจอเห็นผู้ร้ายมาทางด้านหลังจินจู ซึ่งเรื่องนี้ไข่มุกดูหลายรอบจนจำได้ทุกฉากทุกตอนแล้ว
      
       เวลาผ่านไป ภาพในจอทีวีเป็นฉากจินจูร้องไห้ ที่ต้องพลัดพรากจากลูก
       “ลูกแม่ ลูกหายไปไหน กลับมาหาแม่เถอะ แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน กีจัง กลับมาหาแม่เถอะลูก”
       จินจูร้องไห้เหมือนคนที่หัวใจแตกสลาย ไข่มุกที่นั่งดูอยู่อินจัดยกหลังมือปาดเช็ดน้ำตาป้อยๆ แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ไข่มุกหยิบมาพูดทั้งที่ยังสะอึกสะอื้น
       “ฮาโหล” ไข่มุกชะงัก รีบเช็ดน้ำตา สีหน้าท่าทางกระตือรือร้นขึ้นทันที “มีละครให้หนูเล่นแล้วหรอคะ”
       ไข่มุกย้อนถามอย่างดีใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม ลิงโลดอย่างมีความสุขทันที
      
       ละครที่ไข่มุกเล่น ถ่ายทำกันในป่า ไข่มุกอยู่ในชุดนางเสือ กระโดดขึ้นต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว มีดาวร้ายตามไล่ล่า ไข่มุกต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว ไข่มุกในชุดนางเสือต่อสู้เอาชนะคนร้ายได้แต่พอถึงคิวสุดท้ายที่ต้องโดดลงมา กลับพลาดท่าตกลงมานั่งจุก ผู้กำกับสั่งเสียงดังอย่างไม่ค่อยพอใจ       
       “คัท” ไข่มุกค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างจุก “เอ้า นางเอกตัวจริงมาเข้าฉากได้แล้ว ยุ้ย มาเลยยุ้ย” ผู้กำกับเรียกนางเอกตัวจริงแล้วหันมาบอกไข่มุกที่ยังสวมหน้ากากนางเสือ “เราไปได้แล้ว คิวสุดท้ายยังอุตส่าห์พลาดอีก”
       หน้ากากนางเสือถูกเปิดออก ไข่มุกยิ้มประจบผู้กำกับ
       “ให้หนูถ่ายซ่อมมั้ยคะ”
       “ไม่ต้องแล้ว ไปไหนก็ไปเถอะ”
       ไข่มุกหน้าม่อย       
       “ค่ะ”
       ธุรกิจทีมร้องเรียกไข่มุก
       “อย่ายืนเฉย ไปเสิร์ฟน้ำต่อสิยะ รีบถอดชุดออกด้วย”
       “ขอใส่อีกแป้บนะคะพี่ หนูยังอิน”
       ธุรกิจมองหารอบตัว
       “กีกี้หายไปไหนเนี่ย ไปตามน้องกีกี้ที บอกว่าถึงคิวแล้ว ให้รีบมาเข้าฉาก” ธุรกิจสั่งไข่มุก
       “ได้ค่ะพี่ จัดให้”
       ไข่มุกรีบเดินไปอย่างเต็มใจ
      
       ไข่มุกในชุดนางเสือที่ยังมีหน้ากากเสือรั้งที่คอไว้ เดินคอตกเข้ามาในห้องแต่งตัวนักแสดงมือจับหลังและก้นที่
       ยังไม่หายเจ็บ ปากก็บ่นพึมพำกับกระจก       
       “โอ๊ย เจ็บแทบตายชัก พลาดได้ไงหว่า เสียฟอร์มแท้ๆ กลายเป็นเสือดวงตกเลยเรา ว่าซ้อมมาดีแล้วนะ มันท่า
       นี้นิน่า”
       ไข่มุกใส่หน้ากาก ออกลายนางเสือร้าย ซ้อมอีกครั้งเรียกความมั่นใจ กระโดดขึ้นเก้าอี้ ยกมือแข้งขาท่าเสือ ทำท่าข่วนดุร้ายใส่กระจก กำลังจะคำรามก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายคำรามมาจากหลังราวแขวนเสื้อผ้า
       “โฮ่ง โฮ่ง จะยอมหรือยังจ๊ะ เสือจะกินแล้วนะ มาให้ขย้ำสะดีๆ”
       ไข่มุกชะงักทำท่าค้าง ดึงหน้ากากลง คิ้วขมวดทำหน้าเหย่เกหันไปทางต้นเสียง ค่อยๆ ย่องไปใกล้ แนบหูฟัง
       ขณะนั้นคีรินทร์กำลังหยอกล้อนัวเนียอยู่กับกีกี้บนพื้นหลังราวแขวนเสื้อผ้า กีกี้หัวเราะคิกคัก
       “อย่าเข้ามานะ นี่แหนะ” กีกี้หยิกแก้มคีรินทร์ “พ่อเสือตัวร้าย จะกินกันง่ายๆ เหรอ”
       “จะกินตรงไหนก่อนดีน๊า” คีรินทร์จี้ที่เอวกีกี้ “ตรงนี้ดีไหม รู้แล้วตรงนี้ดีกว่า” คีรินทร์ปลดกระดุมเสื้อเม็ดแรกของกีกี้
       “อย่านะ อย่า อย่าหยุด”
       ไข่มุกใส่หน้ากากเสือ แหวกเสื้อที่แขวนอยู่บนราวสองสามรอบก็ไม่เห็น ชะเง้อดูบนราวแขวนเสื้อผ้า เขย่งตัวจนเซล้มใส่ราวแขวนเสื้อ เสียงดังโครม
       “โอ๊ย”
       “ว้าว” กีกี้รวบเสื้อที่โดนปลดกระดุมอย่างตกใจ
       คีรินทร์ที่กำลังกอดรัดกีกี้ หันไปมองอย่างตกใจเห็นไข่มุกกลิ้งไม่เป็นท่าบนกองเสื้อผ้า ไข่มุกหันมาทั้งที่ยังใส่หน้ากาก คีรินทร์บอกเสียงดังด้วยความตกใจ
       “เฮ้ย ไอ้เสือ มาจากไหนเนี่ย”
       ไข่มุกตกใจ ชี้มือไปข้างนอก       
       “หลุด หลุดมาจากเขาดิน”
       “แอบดูอยู่นานหรือยังก็ไม่รู้ ไอ้เสือบ้านี่”
       ไข่มุกสั่นหน้ายิก
       “ไม่นาน ไม่เห็นอะไรเลย รีบไปเข้าฉากด้วย เขาเรียกตัวแล้ว”
       คีรินทร์ลุกขึ้น เข้าใกล้จะคว้าข้อมือไข่มุกแต่ไข่มุกหลบอย่างไว ลุกพรวด รีบวิ่งหนีออกไป คีรินทร์โผล่มาดูเห็นหลังแว่บๆ
      
       “เด็กบ้าที่ไหนวะ มาขัดจังหวะได้ อย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร”



       คีรินทร์พากีกี้เดินกระหนุงกระหนิงไปเข้าฉาก ทั้งคู่เดินผ่านมิคแฟนเก่ากีกี้ที่มาตื้อขอคืนดี มิคเขม่นมองคีรินทร์อย่างหึง กีกี้ลากคีรินทร์เดินเลี่ยงไปอีกทาง มิคเดินตามมาขวางทางไว้จนกีกี้ต้องหยุด
      
       “กีกี้ ให้โอกาสผมหน่อยสิ ต่อไปมิคสัญญาจะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้ว กีกี้อย่าทำแบบนี้สิ”
       “หลีกไป เรื่องระหว่างเรามันจบแล้ว ต่างคนก็ต่างไปสิมาตอแยอะไรกัน เดี๋ยวก็พาดหัวหน้าหนึ่งอีก ขี้เกียจตามแก้ข่าว”
       กีกี้เซ็งเดินหนีไป มิคคว้าข้อมือไว้ กีกี้สะบัด มิคจับไว้แน่น
       “ไม่เอา วันนี้ต้องพูดกันให้รู้เรื่อง”
       “ปล่อยนะมิค ชั้นเจ็บ โอย จะไปไหนก็ไป ชั้นไม่อยากเจอเธอแล้ว”
       มิคลากกีกี้ไปอีกทาง คีรินทร์ยื้อกลับ       
       “เฮ้ย พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ผู้หญิงเขาไล่แล้ว ยังตอแยอยู่ได้ ปล่อย”
       “เอ็งเป็นใคร เรื่องผัวเมียเว้ย คนอื่นไม่เกี่ยว”
       “พอดีชอบเกี่ยว ไม่ชอบเห็นผู้ชายรังแกผู้หญิงเว้ย”
       “ได้ ยิ่งอยากระบายอารมณ์อยู่”
       มิคชกคีรินทร์เต็มหมัด คีรินทร์หลบอย่างเร็วจนมิคเซ คีรินทร์ตรงเข้าไปอัดกลับ ทั้งคู่ต่อสู้กันชุลมุน คีรินทร์สั่งสอนอีกสองสามหมัดจนมิคล้มไปนอนกับพื้น เลือดกบปาก นักข่าววิ่งกรูกันมาแต่ไกล
       “นักข่าวมาแล้ว”
       “ไป”
       คีรินทร์โอบเอวกีกี้รีบพาเดินหนีไปอีกทาง แต่พอผ่านมิคที่นอนสลบหมดแรง
      
       คีรินทร์ก็เอาหนังสือพิมพ์ที่ตกอยู่แถวนั้นมาปิดหน้ามิค แล้วพากันเดินไป
      
       ไข่มุกนั่งอยู่กับวันดีในบ้านอันทรุดโทรม แบงก์ร้อยเก่าๆ สองใบในมือไข่มุกยื่นให้วันดีผู้เป็นแม่อย่างเซ็งๆ
      
       “สองร้อยอีกแล้ว มันจะหักยุบหักยิบอะไรนักหนาว่ะนังมุกหรือว่าเอ็งเม้มไว้ อย่าให้ข้ารู้นะโว้ย”
       “จะมีเหลือให้เม้มเหรอจ๊ะแม่ ได้มาเท่าไรชั้นก็ให้แม่หมดทุกที แสดงแทนเขา เจ็บหลังแทบหักยังไม่เจ็บใจเท่าโดนหักสองเด้ง”
       “มันจะมาหักอะไรจากนักแสดงต๊อกต๋อยอย่างเอ็งวะนังมุก”
       “มันหักหมดละแม่ ก็คนที่เรียกชั้น หักค่านายหน้าไป 60 แถมมาไถค่ารถอีก 40 เลือดซิบเลย ไม่ให้ก็ไม่เรียกอีก ทำไงได้แม่”
       “เอ็งมันโง่ คุ้มกันไหมวะนังมุก ทำทั้งวันได้น้อยกว่าข้าขายส้มตำอีก”
       ไข่มุกฉวยเงินจากมือวันดี
       “ก็ชั้นชอบของชั้นนิแม่ บ่นนัก งั้นไม่ต้องเอาแล้ว”
       วันดีรีบคว้าเงินแทบไม่ทัน
       “เฮ้ยเอาคืนมา เดี๋ยวเอ็งโดน หนอย บ่นนิดบ่นหน่อยทำออกอาการได้น้อยได้มากเอ็งก็ต้องเอามาให้ข้ารู้ไหม”
       เม่นเข้ามาด้านหลังวันดีฉกเงินจากมือ
       “รู้สิจ๊ะ แม่วันดี เอามานี่ นิสัยไม่ดีนิหว่า หากินกับลูก”
       เม่นดมแบงก์หัวเราะชื่นใจ วันดีโกรธ ชี้นิ้วด่าลุกไล่ทันควัน       
       “ไอ้เม่น ไอ้เลว การงานไม่รู้จักทำ ดีแต่ไถข้า เอาคืนมา”
       เม่นผลักซัดวันดีจนล้มเซไป
       “ข้าจะเอาไปใช้ให้ สองร้อยมันขี้ปะติ๋วสำหรับเอ็งนี่หว่า”
       วันดีผลุดเข้าไปแย่งคืน เม่นง้างมือจะตบไข่มุกห้าม       
       “พอได้แล้ว อย่าทำแม่นะ อยากได้ก็เอาไป แล้วไปให้ไกลๆ เลย” เม่นยิ้มหยัน       
       “ถ้าไม่อยากให้ข้าทำอะไรแม่เอ็งก็หาเงินมาให้ข้าเยอะๆ สิว่ะ ไม่งั้นไม่ใช่แค่นังวันดี แต่เอ็งก็จะโดนด้วย”
       ไข่มุกกับวันดี มองเม่นที่ขู่ด้วยสายตาดุดันอย่างแค้นใจ
      
       อีกด้านหนึ่ง คีรินทร์กระโดดลงสระว่ายน้ำในบ้านแล้วว่ายอย่างคล่องแคล่ว นุชนารถมายืนดูมองมัดกล้ามของคีรินทร์แล้วต้องเช็ดปาก รัตนาที่นั่งรถเข็น เข็นตัวเองมาใกล้ มองเขม่นนุชนารถ
       “พี่นุชเห็นพี่รินทร์แล้วทำไมต้องเช็ดปากด้วย”
       “ก็น้ำลายมันจะหก เอ๊ยไม่ใช่ ปากมันเปื้อนอยู่นะคะ แดดร้อนเข้าข้างในดีกว่าคะ เร็วๆ เดี๋ยวพี่นุชพาไป”
       นุชนารถเฉไฉ เข็นรถรัตนาจะไปทางอื่น แต่ไม่วายมองไปทางคีรินทร์อย่างเสน่หา
      
       คีรินทร์เดินเช็ดตัวเปิดประตูเข้าห้องนอน เห็นนุชนารถนอนรอบนเตียง นุชนารถงอนไม่พอใจที่คีรินทร์ไปกับกีกี้จึงโผ่เข้าหาคีรินทร์อย่างกระเง้ากระงอด
       “รินทร์ใจร้าย มีนุชอยู่ทั้งคน ยังไปยุ่งกับนังอีขี้ เอ้ย กีกี้ นุชไม่ยอมนะ”
       คีรินทร์ดึงมือออก จับไหล่นุชนารถ
       “เราเคยตกลงกันแล้วไง เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่รู้ใจ แค่นั้น ต่างคนยังมีอิสระ อยากทำอะไรได้ทั้งนั้น ถ้าคุณยังอยากคบกับผมต่ออย่างอแงแบบนี้”
       “อันนั้นนุชก็รู้ แต่มันทำใจยาก คุณเคยรักนุชบ้างไหม รินทร์ขา...สักนิดก็ได้นะรินทร์”
       นุชนารถโอบกอด คีรินทร์กอดตอบ
       “ไม่เอาน่า อย่าพูดเรื่องซีเรียสแบบนี้ คุยเรื่องสบายใจดีกว่าเพิ่งว่ายน้ำมาหมาดๆ ตัวเย้น เย็น ไม่เชื่อจับดูสิ”
       คีรินทร์กอดนุชนารถล้มลงบนเตียง จี้เอวหยอกล้อ นุชนารถหัวเราะชอบใจ ขณะนั้นเขมทัตเดินผ่านหน้าห้องได้ยินเสียงทั้งคู่ดังมาแว่วๆ ก็ขมวดคิ้ว ไม่พอใจ
      
       ไข่มุกหยิบเครื่องส้มตำใส่ครกคล่องแคล่ว ลูกค้ายืนออหน้ารถเข็นส้มตำ
       “ปูปลาร้าแซ่บๆ ได้หรือยังละจ๊ะแม่ค้าคนสวย”
       ไข่มุกยิ้มแป้น
       “ได้แล้วจร้า ของอร่อยก็ต้องรอนิดนึง”
       ไข่มุกตำส้มตำปั่นครกหมุนติ้ว ลูกค้าตาค้าง เริ่มฮือฮา
       “โอโฮ้ แม่เจ้าโว้ย”       
       ไข่มุกหยิบสาก หมุนติ้วบนฝ่ามือ
       “สากพิฆาตจอมมารสะท้านฟ้า”
       ไข่มุกโยนสากขึ้นบนฟ้าลูกค้ามองตาม ไข่มุกยกครกโยกซ้ายขาวรอรับสาก ลูกค้าโยกซ้ายขวาลุ้นตาม สากหล่นใส่ครกเป๊ะ ลูกค้าปรบมือเกรียว       
       “สุดยอด เอาอีก...เอาอีก”
       ลูกค้าเชียร์ลั่น ไข่มุกยิ้มยักคิ้วแล้วหยิบตูดไก่หนึ่งกำมือแบให้ลูกค้าดู หน้าตาขึงขัง
       “ตูดไก่ย่าง สะท้านโลกันต์”
       ไข่มุกโยนตูดไก่ขึ้นฟ้า แล้วหยิบไม้เสียบ 3-4 อันพุ่งตามไปบนฟ้า หล่นลงมากลายเป็นตูดไก่เสียบไม้เรียงบนเตา ไข่มุกทำท่าปิ้งย่างตูดไก่อย่างคล่องแคล่ว ลูกค้าปรบมือกันเกรียว ไข่มุกหยิบเครื่องส้มตำตำในครกว่องไวจนลูกค้ามองตามไม่ทัน
       “เร่เข้ามาจ้า ส้มตำกายกรรมเส้าหลินจ้า เร่เข้ามา”
       เสียงนกหวีดเป่าปรี๊ด ไข่มุกหันควับ เทศกิจวิ่งมาแต่ไกล ไข่มุกรีบเข็นรถหนีลูกค้ามองตาค้าง
       “อ้าว จะหนีไปไหน ส้มตำชั้นละ”
       “โจทก์หนูมา ขอไปตั้งหลักก่อน ติดปูปลาร้าไว้ก่อนนะพี่”
      
       ไข่มุกเข็นรถหนีอย่างเร็ว เทศกิจวิ่งตาม



       ไข่มุกเข็นรถ หันรีหันขวางมองเทศกิจที่วิ่งมาติดๆ
      
       “ทำไมดวงจู๋อย่างนี้วะไอ้มุก ขายยังไม่ได้สักกะบาท ต้องวิ่งขาขวิดอีกแล้ว”
       “หยุดนะ จะหนีไปไหน บอกให้หยุด”
       เทศกิจเป่านกหวีดปรี๊บๆ วิ่งตาม ไข่มุกเข็นรถขึ้นสะพานลอยเตี้ยๆ พอไปถึงกลางสะพาน มองทางลงเห็นรถติดยาว หันรถเข็นซ้ายขวาไม่มีทางไป มองเทศกิจ หน้าเสียเกาหัวยิก       
       “โอย มาติดอะไรกันตอนนี้”
       ไข่มุกรีบเข็นรถเข็นขึ้นไหล่ทาง หันมองเทศกิจที่เฉียดจะถึงตัวหน้าตาขึงขัง เทศกิจกระโดดตัวลอยตระคลุบตัวไข่มุก
       “เอ้ย เสร็จข้าแน่”
       จังหวะเดียวกันไข่มุกกระโดดตัวลอยสวนทางขึ้นหลังรถคันหนึ่ง เทศกิจล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ไข่มุกวิ่งขึ้นหยุดยืนบนหลังคารถหันบอกเทศกิจ       
       “ไม่ได้ตั้งใจเลยพี่ ตัวมันลอยขึ้นมาเอง”
       ไข่มุกวิ่งข้ามบนหลังคารถคันต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว ขณะนั้นรถเข็นก็ที่ไหลลงสะพานอย่างเร็ว คนในรถได้ยินเสียงคนวิ่งบนหลังคาจึงยื่นหัวดู       
       “มาถ่ายหนังอะไรบนรถข้าวะ ลงไป”
       ไข่มุกกระโดดลงจากรถที่ตีนสะพาน แล้วคว้ารถเข็นไว้ทัน
       จากนั้นก็เข็นหนีไปอย่างเร็ว เทศกิจวิ่งตามอย่างเหนื่อย
      
       คีรินทร์เป็นลูกชายของเขมทัต ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาว ภายในห้องประชุมของบริษัทเขมทัตนั่งหัวโต๊ะ คีรินทร์นั่งถัดมาประจันหน้ากับวัฒนา ด้านข้างเป็นคณะกรรมการบริษัท
      
       “ผมขอเสนอที่ประชุมบอร์ดนะครับ ว่าจะให้คีรินทร์ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ ดูแลทุกอย่างแทนผม”
       เขมทัตบอก ผู้ร่วมประชุมซุบซิบกัน
       “ผมก็เห็นด้วยนะ ยังไงคุณคีรินทร์ต้องได้ตำแหน่งนี้อยู่แล้ว แต่ผมว่าคุณคีรินทร์ยังอายุน้อยไปมั้ย คุณวัฒนาน่าจะเหมาะสมกว่า”
       “ผมกับวัฒนาก็อายุเท่ากัน เป็นเพื่อนกัน น้อยกว่าตรงไหนไม่ทราบ” คีรินทร์แย้ง
       “แต่คุณวัฒนามีครอบครัวแล้ว ดูภูมิฐานกว่าหนุ่มสำอาง ตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบ ถ้ามีครอบครัวแล้ว จะมีวุฒิภาวะดีกว่า”
       บอร์ดคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย ขณะที่วัฒนาดูสงบ ถ่อมตัว ไม่ทำท่าแข่งกับคีรินทร์
       “โสดไม่โสดไม่เกี่ยวมั้งครับ คุณคีรินทร์ก็มีความรู้ความสามารถไม่น้อยไปกว่าผม”
       “ถ้างั้นที่ประชุมก็ต้องโหวต แต่ดูเสียงส่วนมากจะไปทางคุณวัฒนานะ”
       บอร์ดทุกคนยิ้มพยักหน้าเห็นด้วย คีรินทร์รู้สึกเสียหน้า
      
       อีกด้านหนึ่งที่บ้านชลลดา ซึ่งเป็นบ้านที่ออกแนวผู้ดีเก่าแต่ไม่ใหญ่โตไม่หรูหราอะไรมาก ไข่มุกนั่งคอตกอยู่ในห้องรับแขก วันดีนั่งหน้าเศร้า ชลลดามองอย่างหยันๆ
       “ดอกเก่าก็ยังส่งไม่ครบ ยังมีหน้ามาเอากู้ใหม่อีกเหรอยะ เห็นชั้นเป็นตู้เอทีเอ็มหรือไง”
       ชลลดาต่อว่า วันดีทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม
       “คุณนายขา อิชั้นเดือนร้อนจริงๆ วันนี้ก็โดนเทศกิจจับ ทุนหายกำไรหด ตูดไก่ก็เสียหมด สงสารเถอะคะ ขอสักสองสามพันไปทำทุน”
       เสียงเอะอะดังขึ้นมา สาวใช้พม่าถือกระเป๋าเสื้อผ้า วิ่งหนีรุดเข้ามาในห้องนั่งเล่น ภัททิมาตามมาจะตบ
       “แกจะหนีไปไหน ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน หนอย จะหนีกลับบ้านขอสักฉาดให้ลืมทางกลับบ้านเลย”
       สาวใช้พม่าวิ่งวนไปมารอบห้อง ภัททิมาตามตบ
       “มะอยู่ละโว้ย บะนี้มีแตะนังยัก” สาวใช้พม่ามุ้ยหน้าไปทางชลลดา “นี่ตัวนึง” สาวใช้พม่าชี้ไปทางชลลดา “นั่งก้ออีกตัว หนูอยู่ต่อปะ มีหวางโดงจับกิงแน่ๆ”
       “โอย อะไรกันนัก เวียนหัว จะไปไหนก็ไป ออกไปให้หมด” วันดี ไข่มุก มองอย่างอึ้ง สาวใช้วิ่งหนีออกไป ภัททิมาตามตบต่อ “ดูมันสิ ทำงานไม่ถึง 5 วันบอกจะกลับบ้าน น้ำอดน้ำทนหายไปไหนหมด” ชลลดามองไข่มุกอย่างสนใจ “ว่าแต่ลูกสาวเนี่ย ทำงานบ้านเป็นมั้ย ถ้าหล่อนจะยืมเงินต่อก็เอามันมาทำงานบ้านชั้นก่อนแล้วกัน”
       ไข่มุกอึ้ง        ส่ายหน้า
       “หนูทำไม่เป็น หนูเป็นเด็กขี้เกียจ”
       วันดีถลึงตาใส่ไข่มุก
       “ถ้าไม่มา ชั้นก็ไม่ให้ยืมเงินต่อ แล้วทั้งต้นทั้งดอกคืนมาให้หมดวันนี้ ตอนนี้เลย แต่ถ้าให้อยู่...”
       “คุณนายจะยกดอกเบี้ยให้หมดเลยใช่มั้ย” วันดีรีบถาม
       “บ้าหรอ ดอกเบี้ยตั้งสี่แสนห้า ใครจะให้แก เอางี้ ชั้นลดดอกให้แสนนึง แต่ต้องทำสัญญาให้นังนี่ทำงานอยู่บ้านชั้นห้าปี แต่ถ้าเบี้ยวหนีไปก่อนแกต้องชดใช้คืนให้ชั้นเป็นสามเท่า”
       “โอ้โห แบบนี้มันเค็มไปมั้ง”
       “ฟังให้จบก่อนสิยะ ระหว่างทำงาน ไม่ได้ใช้ฟรีๆ นะ จะให้เงินเดือน เดือนละ สี่พันห้า”
       “สี่พันห้าร้อย ถูกไป ตอนนี้ค่าแรงวันละสามร้อยแล้ว ก็ต้องเดือนละเก้าพันสิคุณนาย ผู้ดีทำไมตกเลขวะ”
       “เก้าพันกะผีแกดิ เงินเกือบหมื่นใครจะมีให้ งั้นก็...เพิ่มให้เป็นเดือนละห้าพัน จ่ายล่วงหน้าให้เดือนนึงเลย” วันดีจะโวยแต่ชลลดาหยิบควักเงินมานับ “ตกลงมั้ย ถ้าตกลง เดี๋ยวเซ็นสัญญากัน แล้วหล่อนก็เอาเงินไปเลย”
      
       วันดีมองเงินตาวาว ไข่มุกมองแม่แล้วอยากจะร้องไห้ นึกรู้ว่าวันดีตกลงแน่



       ทางด้านคีรินทร์นั่งนิ่งในห้องทำงานพ่อ ยังเสียหน้าไม่หาย เขมทัตมองหน้าลูกอย่างครุ่นคิด
      
       “จำอายงยุทธ เพื่อนพ่อที่ตายไปแล้วได้ไหม” เขมทัตถามขึ้นมา
       “จำได้รางๆ ทำไมเหรอครับพ่อ”
       “เราสองคนเคยคุยกันว่า ว่าจะให้แกแต่งงานกับลูกสาวเขา”
       คีรินทร์มองหน้าพ่อ
       “หา อะไรนะพ่อ ยุคนี้ยังจะคลุมถุงชนอะไรกันอีก ตอนนี้มันมีแต่ถุงยางนะครับ”
       “พวกบอร์ดพูดถูก กรรมการผู้จัดการควรมีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องมีวุฒิภาวะที่จะดูแลบริษัท และพนักงานเกือบพันคนได้ ไม่ใช่เพลย์บอยจีบคนโน้นยุ่งกับคนนี้ พ่อต้องการให้แกแต่งงานกับลูกสาวยงยุทธ”
       คีรินทร์อึ้ง นึกไม่ถึงพ่อจะรวบรัดแบบนี้
      
       ประตูบ้านชลลดาถูกเปิดออก ไข่มุกแต่งตัวเรียบร้อย ถักผมเปีย ผมหวีแสกกลางเรียบ หิ้วกระเป๋าซอมซ่อ ยืนแหงนหน้ามองบ้านอันโอ่อ่านัยน์ตาเศร้า พิพัฒน์เดินมาหยุดมองไข่มุก ตาเป็นประกายกรุ้มกริ่มใส่
       “คนใช้ใหม่หรอ ชื่อน้องพจมานรึเปล่า เข้ามาสิ แต่งตัวใช้ได้มั้ยเนี่ย บ้านนี้ผู้ดีเก่านะ คุณแม่ยิ่งเจ้าระเบียบ มา ... ช่วย”
       ไข่มุกก้าวเท้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ พิพัฒน์ได้ทีถึงเนื้อถึงตัว จับไหล่ ทำทีหมุนตัวไข่มุกไปมา
       “ไม่ ไม่ต้องคะ หนูแต่งเองได้ ขอบคุณคะ”
       “ไม่ต้องเกรงใจ ชั้นจะดูเสื้อผ้าให้ ทำดิ้งไปได้”
       ไข่มุกหลบ แต่ก็ไม่พ้น พิพัฒน์กะรวบตัวไปกอด ไข่มุกกระแทกกระเป๋าใส่เท้าอย่างจัง พิพัฒน์กระโดดโหย่ง ชี้หน้าไข่มุก จับเท้าเจ็บปวด
       “โอ้ย แกแกล้งชั้นหรอ”
       “เปล่าคะ หนูตกใจบ้านใหญ่จัด กระเป๋าเลยหลุดมือ”
       ภัททิมาโผล่มา
       “อะไรกัน เสียงดังเอะอะโวยวาย”
       พิพัฒน์ออกห่างไข่มุก
       “เปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ เด็กมันซื่อ มาใหม่ไม่ค่อยรู้เรื่อง”
       ภัททิมามองหน้าไข่มุกอย่างไม่ถูกชะตา
       “ไม่ทันเข้าบ้านก็ออกลาย อย่าให้รู้เชียวนะ แม่ตบเหงือกฉีก”
       ชลลาดาเดินเข้ามา ไข่มุกยกมือไหว้ชลลดา
       “เถลไถลที่ไหนมายะ ชั้นรอหล่อนแต่เช้า นี่ลูกสาวชั้น ต่อไปให้ เรียกว่าคุณลูกไก่ แล้วนี่ก็คุณพัฒน์ แฟนเขา ส่วนชั้น แกต้องเรียกว่าคุณผู้หญิง พูดเป็นมั้ย”
       “เป็นค่ะคุณนาย เอ๊ย คุณผู้หญิง”
       “ก็ยังดีที่พูดได้ วันนี้ก็เช็ดถูบ้านให้สะอาด ให้หมดทุกซอกทุกมุม”
       ไข่มุกอ้าปากค้าง
       “ทั้งหลังนี่หรอคะ สามวันจะถูหมดไหมเนี่ย”
       “เออสิ มีงานอีกเป็นสิบอย่างรอแกอยู่ ไม่หมดได้ไง ทำให้มันคุ้มห้าพันหน่อย ห้าพันนะยะไม่ใช่ห้าบาท”
       ไข่มุกขาอ่อน ทรุดตัวลงทำท่าจะร้องไห้
      
       ไข่มุกเริ่มงานด้วยการทำงานสารพัด ปัดกวาดเช็ดถู มือถือไม้ปัดฝุ่น นิ้วเท้าคีบผ้าขี้ริ้วถูบ้าน ล้างจานกองพะเนิน ชลลดายกแก้วเต็มถาดมาให้ล้าง ไข่มุกทรุดตัวแทบสลบคาอ่างล้างจาน
      
       ชลลดานั่งสบายในห้องนั่งเล่น ไข่มุกเช็ดขี้ฝุ่นอย่างเหนื่อย แทบจะหลับ สัปหงก ภัททิมาเดินลงบันไดมา         “แม่คะ โทรศัพท์”
       “ใคร”
       “ชื่อเขมทัต”
       ชลลดาตกใจ
       “คุณเขมทัตเหรอ เขาบอกรึเปล่า มีเรื่องอะไรนะ”
       ภัททิมาสั่นหน้า
       “ตกอกตกใจอะไรขนาดนั้น แฟนเก่าแม่หรอ”
       “ใช่ที่ไหน เจ้าหนี้รายใหญ่ของเราต่างหาก”
      
       เขมทัตนัดเจอกับชลลดาที่ร้านกาแฟเล็กๆ        แห่งหนึ่ง เขมทัตนั่งจิบกาแฟ สีหน้ายิ้มนิดๆ
       “ไม่ได้เจอกันสิบกว่าปี นานมากนะ ป่านนี้ลูกสาวคงโตเป็นสาวแล้วเป็นไงบ้างครับ”
       “ลูกไก่สบายดีค่ะ แต่ตัวดิฉันเองยุ่งเหลือเกินคะคุณเขมทัต นี่ก็พยายามรวบรวบเงินมาใช้หนี้บ้าง แต่มันก็ไม่ค่อยจะเหลือเลย ต้องส่งลูกไก่เรียนหนังสือ พึ่งจบเนี่ย แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้”
       “ผมไม่ได้มาทวงเงิน แต่มาพูดถึงสัญญาที่เคยตกลงกับยุทธไว้ที่จะให้ลูกสองบ้านแต่งงานกัน”
       ชลลดาตกใจ นึกไม่ถึง
       “คุณยังคิดจะให้เป็นแบบนั้นจริงหรอ ดิฉันนึกว่าคุยเล่นกับคุณยุทธซะอีก”
       เขมทัตพยักหน้า
       “คนอย่างผม พูดคำไหนคำนั้น”
       ชลลดาฟังอย่างดีใจ
       “แล้วลูกชายคุณเขมทัตเป็นไงบ้างคะ ธุรกิจโรงแรมคุณคงใหญ่โตขึ้นแล้วสิคะ”
       “ก็อย่างนั้นแหละคุณ ไอ้เจ้าลูกชายก็ยังรักสนุกอยู่ ถึงอยากขอหนูลูกไก่ไปอบรมดูแลมันไง”
       ชลลดาฟังอย่างผิดหวัง
       “อ้าว งั้นหรอกหรอคะ...นึกว่าจะดี”
       “แล้วหนูลูกไก่ มีแฟนรึยัง”
       ชลลดารีบสั่นหน้า
       “ไม่มี๊...ไม่มีคะ ใสซื่อบริสุทธิ์ มดไม่เคยไต่ ไรไม่เคยตอมเลยคะ”
       เขมทัตยิ้มรับนิดๆ พอใจ ชลลดายิ้มตอบฝืดๆ ชักไม่นึกปลื้มคีรินทร์แล้ว
      
       ภัททิมานั่งกอดจู๋จี๋กับพิพัฒน์ในห้องนอน ไข่มุกเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา พอเห็นก็ตกใจ
       “ว้าย...ยัยบ้า เปิดประตูเข้ามาได้ ไร้มารยาท”
       ภัททิมาต่อว่าไข่มุกอย่างโมโห
       “ก็เคาะประตูแล้วนิคะ นึกว่าไม่มีใครอยู่ จะเข้ามาทำความสะอาด”
       “ถ้าชั้นอยู่บ้าน ไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา เข้าใจไหม”
       “แล้วจะให้ทำตอนไหนละคะ คุณอยู่บ้านเกือบทั้งวัน กลางคืนถึงออก กลางคืนหนูก็ต้องนอน”
       “แกก็อย่านอนสิยะ เอาเงินแม่ชั้นไปแล้ว หัดทำงานแบบเซเว่นอีเลฟเว่นบ้าง บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงน่ะ ทำได้มั้ย”
       “ลูกไก่ ลูกไก่...ไก่ มาหาแม่ด่วน ลูกไก่”
       เสียงชลลดาตะโกนเรียกภัททิมาดังลั่น พิพัฒน์ดูเบื่อหน่าย ภัททิมาบ่นอุบ
       “แม่มาแล้ว จะเรียกทำไมก็ไม่รู้”
       ทั้งสองลงไปข้างล่าง
        
       ไข่มุกทำความสะอาด เปิดตู้เสื้อผ้าดู เห็นเสื้อผ้าสวยๆ ก็อดหยิบมาดูมาเทียบกับตัวเองไม่ได้ แล้วก็ยิ้มมีความสุขกับเสื้อผ้าของใช้สวยๆ

      
       ฝ่ายภัททิมากับพิพัฒน์ลงมาหาชลลดาที่ห้องนั่งเล่น ชลลดารีบเล่าเรื่องวันนี้ให้ภัททิมาและพิพัฒน์ฟัง
      
       “สนใจมั้ยลูกถ้าแต่งงานกับลูกชายบ้านโน้น เท่ากับเราได้ล้างหนี้เกลี้ยงหมดจด คุณลูกไก่ขา ตกลงโอเคมั้ย”
       “ภัทมีผัว...เอ๊ยมีผมอยู่แล้วทั้งคน คุณแม่จะให้แต่งกับคนอื่นได้ไง” พิพัฒน์แย้ง ชลลดาร้องกรี๊ด         “เป็นแค่แฟนกัน อย่ามาเรียกว่าผัวนะ แล้วเธอเลี้ยงลูกสาวชั้นได้หรอ มีแต่ขอเงินชั้นอีกต่างหาก”
       “ตาเขมทัตที่ว่าเนี่ย รวยจริงหรอแม่”
       “ก็ต้องรวยสิลูก ไม่งั้นจะมีเงินให้เรายืมเป็นสิบกว่าล้านหรอ”
       “ไหนแม่เคยบอกว่า เขาทำโรงแรมจิ้งหรีด แล้วจะรวยแบบนั้นได้ไง”
       “ก็ไม่ถึงกับจิ้งหรีดหรอก แม่ก็พูดเว่อร์ไปหน่อย ตอนนั้นโรงแรมเขาก็เล็กๆ นะ แต่ตอนนี้คงดีขึ้นแล้วมั้ง”
       “วันนี้เขานัดแม่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ใช่เปล่า”
       “อืม”
       “ถ้าโรงแรมใหญ่จริง ทำไมเขาไม่นัดเจอแม่ที่นั่นล่ะ แถมยังบอกว่าลูกชายไม่เอาไหน จะให้หนูไปสอน โอ๊ย ไม่เอา หัวเด็ดตีนขาดหนูก็ไม่แต่ง พวกเศรษฐีใหม่ไร้สกุล ตอนนี้จะยังรวยมั้ยก็ไม่รู้ อย่างพัฒน์ เขาลูกผู้ดีมีเชื้อมีสาย ไปไหนก็ไม่อายใคร”
       “หมดสมัยแล้วครับคุณแม่ ขายลูกใช้หนี้”
       “ใช่คะ อีกอย่างหนังหน้านายคนนั้น หนูก็ไม่เคยเห็น จะอุบาทว์เหมือนปลาบู่ชนเขื่อนรึเปล่าก็ไม่รู้ มานอนทำปากทู่ๆ ทุกคืน บนเตียงเดียวกับหนู ยี้...แค่คิดก็ขนลุกแล้ว”
       “แต่งหลอกไปก็ได้ เขาจะยกหนี้ให้เป็นของขวัญวันแต่ง มันก็เยอะอยู่นะลูกขา”
       “หนูไม่แต่ง อยากให้แต่ง แม่ก็แต่งเองสิ”
       “ถ้าทางโน้นยอมก็ทำแล้วสิ ลูกไก่ แล้วจะให้แม่ทำไง”
      
       “หนี้ของแม่ ก็หาทางเองสิคะ หนูไม่รู้ด้วย”
      
       วันต่อมาที่บ้านคีรินทร์ เขมทัต มณี นั่งในห้องนั่งเล่น คีรินทร์เพิ่งกลับเข้ามา มณีหันไปมองลูกชาย คีรินทร์ทำท่าจะรีบหลบเพราะขี้เกียจโดนบ่น
       “จะหลบไปไหน รู้ใช่มั้ยว่าจะบ่น เห็นพ่อแม่หนีตลอด เข้ามานี่สิ”
       มณีเรียกอย่างรู้ทัน เขมทัตส่ายหน้าระอา มองคีรินทร์ที่เดินมาล้มตัวบนโซฟาข้างมณีอย่างง่วงและอ้อนมณี
       “ว่าไงลูกบังเกิดเกล้า ไก่ไม่ขันเป็นไม่กลับ เมื่อไรจะเลิกเป็นเสือผู้หญิงสักที”
       “ควงไม่ซ้ำหน้า เจ็ดวันเจ็ดคน แต่ละนางชั้นเห็นแล้วจะเป็นลม”
       คีรินทร์ง่วงตาปรือ ยกนิ้วครบแปด
       “แปดแม่ บางคืนควงสอง ก่อนเที่ยงคืนคน หลังเที่ยงคืนอีกคนกะเผื่อพ่อเขาด้วย”
       คีรินทร์ยิ้มกวน เขมทัตระอา
       “ไม่ต้องเลย อย่าหาเรื่องให้เว้ย พ่อคุยกับบ้านโน้นเขาแล้ว เดี๋ยวนัดเจอกันทำความรู้จัก เห็นหน้าตากันซะ”
       “โอ๊ย ไม่ต้องไปก็รู้จักแล้ว ชื่อออกจะกระฉ่อนเมือง ใจแตกแต่เด็กสาวเซ็กซี่ ไฮโซ ทั้งเปรี้ยว ทั้งซ่าส์”
       คีรินทร์ลุกนั่งอย่างสนใจ
       “ขนาดนั้น...” คีรินทร์ตบเข่า “สเป็กเลย เรียบร้อยไปจืดตายชัก”
       “จะหาลูกสะใภ้ทั้งที ชั้นขอเกรดเอเท่านั้นนะยะ บอกไว้ก่อน”
       “ยุทธเขาไม่อยู่แล้ว ผมก็ควรดูแลครอบครัวเขาบ้าง”
       “งั้นพ่อก็ควบสอง แต่งแทนผม ดีไหมครับแม่” มณีตีแขนคีรินทร์
       “ข้ามศพชั้นไปก่อน”
       “ตกลงแกจะแต่งมั้ย จะได้บอกเขา”
       “แซ่บเว่อร์ขนาดนี้ แค่ได้ยินก็อยากชิมแล้ว” คีรินทร์ยิ้มกริ่มให้เขมทัต “ไม่มีปัญหาครับ ถ้าเขาจับผมได้นะ”
       คีรินทร์ยิ้มอย่างหมายมาด อยากรู้จักภัททิมาขึ้นมาติดหมัด
      
       ที่บ้านชลลดา ไข่มุกถูพื้นห้องโถง น้ำเจิ่งนอง ชลลดาเดินมาจะขึ้นรถไปกับภัททิมา เพื่อจะพาภัททิมาไปนวดหน้าหวังให้คีรินทร์มาเห็นแล้วปิ๊ง ชลลามองพื้นห้องอย่างไม่สบอารมณ์
       “ตายแล้ว แกจะเปลี่ยนบ้านชั้นเป็นสระว่ายน้ำรึไง ทำไมไม่บิดผ้าให้หมาดกว่านี้ เดินไปมา ได้ลื่นหัวแตก”
       ไข่มุกหยิบผ้ามาบิด
       “ค่ะ คุณนาย”
       “เดี๋ยวชั้นจะพาคุณลูกไก่ไปนวดหน้า ขัดผิว ถ้าใครมาห้ามพูดอะไรเด็ดขาด ยิ่งถ้าเป็นคนของคนชื่อเขมทัต หรือคีรินทร์ล่ะก้อ ห้ามเอ่ยอะไรทั้งนั้น เขาทักอะไรมาก็อือๆ คะๆ ไปซะ”
       “ห้ามพูด...ถ้าเขาถามหนูละคะ”
       “ก็ไม่ต้องตอบไง ทำไมโง่จริง”
       “อ้อ ได้ค่ะ”
       ไข่มุกพยักหน้ารับ
       “เขาจะส่งคนมาเร้อ” ภัททิมาถามชลลดา
       “ไม่แน่ ต้องสั่งไว้ก่อน เดี๋ยวแม่นี่ปากสว่าง ไปเล่าเรื่องในบ้านให้เขาฟัง จบเห่กันหมด เฝ้าบ้านให้ดีล่ะ”
       ชลลดากับภัททิมาเดินเกร็งๆ กลัวจะลื่น ภัททิมาจับชลลดาไว้
       “ระวังคะคุณแม่ หนูลูกไก่ประคองนะคะ”
       ไข่มุกฉุนจมูก จามเสียงดังลั่น
       “ฮัดเช้ย”
       ชลลดาตกใจ หงายหลังลื่นแทบล้มดีที่ภัททิมารั้งไว้ได้ทัน ไข่มุกยิ้มขำ รีบปิดปาก
       “ว้าย...เห็นไหมนังตัวดี หัวชั้นฟาดพื้นตายไปทำไง”
       “เช็ดให้แห้งก่อนชั้นกลับนะยะ ไม่งั้นแกโดนแน่”
      
       ไข่มุกพยักหน้ารับ มองสองแม่ลูกขับรถออกไปอย่างโล่งใจและสบายใจ



       ส่วนที่กองถ่าย คีรินทร์นั่งดูกีกี้ที่เข้าฉาก กีกี้คอยส่งสายตามาให้คีรินทร์จนโดนผู้กำกับว่า
      
       “จะถึงร้อยเทคมั้ยเนี่ยน้องกีกี้ มีสมาธิหน่อยสิครับ”
       ธุรกิจเดินมาหาผู้กำกับ       
       “ติดต่อไข่มุกไม่ได้เลยคะ ตอนนี้ไม่รับงานแล้ว”
       “จบกัน แล้วจะหาสตั้นฝีมือขนาดไอ้มุกได้ที่ไหน เสียดายวะ”
       กีกี้เดินมาหาคีรินทร์
       “เขาบ่นเสียดายอะไรกัน” คีรินทร์ถามกีกี้
       “พอดีตัวประกอบที่เล่นคิวบู๊ เขาไปได้งานประจำแล้ว”
       คีรินทร์ผลุนผลัน
       “ผมขอตัวก่อนนะ นึกได้มีธุระ”
       “ไปกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ เดี๋ยวสิคะ จะไปไหน”
       คีรินทร์ไม่ตอบ รีบออกไป
      
       หลังจากทำความสะอาดห้องโถงเสร็จ ไข่มุกขึ้นมาที่ห้องภัททิมา ไข่มุกเปิดตู้เสื้อผ้าของภัททิมา ติดใจชุดสวยที่เคยหยิบ นิ่งคิดชั่งใจว่าไม่มีใครอยู่บ้านจึงลองหยิบมาทาบกับตัว
       ไข่มุกใส่ชุดสวยของภัททิมาแล้วเดินมาหยุดหน้ากระจก ยิ้มชอบใจที่ตัวเองดูสวยเหลือเกิน ไข่มุกแต่งหน้า ตาทา ปัดขนตา ดูสวยปิ๊งมาก ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ไข่มุกสะดุ้ง ตกใจ
       คีรินทร์ยืนอยู่หน้าประตู ไข่มุกเดินออกมาในชุดสวยของภัททิมา คีรินทร์อึ้งมองอย่างถูกตาถูกใจ พอไข่มุกเห็นคีรินทร์ก็ชะงัก คลับคล้ายคลับคลา จำได้ว่าเคยเห็นคีรินทร์กับกีกี้ ไข่มุกตาโตอย่างนึกได้ คีรินทร์เข้าใจผิดคิดว่าไข่มุกเป็นภัททิมา
       “สวยเว่อร์แบบนี้เอง ถึงควงผู้ชายไม่ซ้ำ รอกิ๊กเบอร์อะไรมารับละ” คีรินทร์เอ่ยขึ้นมา
       “กิ๊กเกิ๊กอะไรกันไม่มี คือชั้น...”
       ไข่มุกชะงัก นึกถึงคำสั่งของชลลดา
       “อย่าพูด อย่าตอบอะไรทั้งนั้น เออๆ คะๆ ไปอย่างเดียว”
       “ภัททิมาใช่มั้ย”
       คีรินทร์ถามต่อ ไข่มุกจะปฎิเสธแต่ก็ไม่กล้าพูด ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ
       “ผม คีรินทร์นะ ลูกคุณเขมทัต แม่คุณคงบอกเรื่องเราแล้ว”
       “เอ่อ”
       “ก็แค่อยากมาเห็นหน้า ทำความรู้จัก ต่อไปเราอาจต้องเจอกันบ่อยๆ คุณละพอมีเวลาเจอไหม จัดคิวเพิ่มหน่อยแล้วกัน”
       “คือ...ได้คะ”
       “แล้วอีกอย่าง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก คุณจะจริงจังกับมันหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมต้องดูให้ละเอียดถี่ถ้วน เข้าใจมั้ย”
       ไข่มุกงง แต่ก็รับส่งๆ ไป
       “ละเอียดคะ...เข้าใจ”
       “กำลังจะออกไปไหนรึเปล่า แต่งตัวสวยเชียว”
       “เอ่อ ใช่ค่ะ จะออกไปซื้อของ”
       ไข่มุกทำท่าจะเดินออกไปทางประตูรั้ว คีรินทร์จับแขนไว้ ไข่มุกรีบปัด หันมามองหน้า คีรินทร์ชำเลืองไปที่รองเท้าแตะคู่เก่า โทรม ที่เธอใส่อยู่       
       “จะไปทั้งแบบนี้ สวยไปมั้งคู่นี้”
       ไข่มุกหัวเราะฝืดๆ นึกรู้ว่าเจอคนจับผิดเก่งเข้าแล้ว
      
       ไข่มุกหยิบรองเท้าภัททิมามาใส่ ผิดๆ ถูกๆ แบบไม่คุ้นเคย ลุกยืนเดินไม่ถนัดเหมือนรองเท้าจะหลุด ไข่มุกเดินไปที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน คีรินทร์มองขำแล้วเดินตาม
       “หลวมไปมั้ง”
       “ชอบใส่แบบนี้”
       คีรินทร์มองหารถ
       “จะไปยังไง ไม่มีรถสักคัน”
       “ไปรถเมล์ เอ๊ย จะนั่ง...แท็กซี่”
       “อ้อ”
       คีรินทร์เห็นท่าเธอแล้วอดยิ้มอย่างนึกเอ็นดูไม่ได้
      
       ระหว่างนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ ไข่มุกมองมิเตอร์ที่ขึ้นจาก 35 ไข่มุกเปิดกระเป๋าของภัททิมาเห็นเงินแค่ 40 บาท ทำหน้าจะเป็นลม พอเห็นมิเตอร์ทำท่าจะเลื่อนขึ้นเป็น 39 ไข่มุกรีบสะกิดคนขับ       
       “ลุงจอดตรงนี้แหละ หนูจะลงแล้ว” ไข่มุกจ่ายไป 40 บาท แท็กซี่ไม่ทอน ไข่มุกสะกิดหลังแล้วแบมือ “ทอนๆบาทนึง”
       คนขับแท็กซี่มองหน้า
       “ห่วย เป็นจั๊งซี้วะซั้น งามแท้น่อ บาทนึงก็ยังเอา” คนขับทอนให้บาทนึง ไข่มุกลงจากรถ คนขับบ่นตามหลัง
       คนขับ “คนรวยนี่ ขี้ตืดแท้”
       ไข่มุกยืนถอนใจ เงินหมด บ่นอุบ
       “รวยสะเปล่าในกระเป๋ามีสี่สิบ ถ้าไม่หนีออกมา ตาบ้านั้นปล้ำชั้นแน่”
       คีรินทร์มาจอดรถเทียบข้าง บีบแตร กดกระจกลง ไข่มุกสะดุ้ง รีบเดินหนี คีรินทร์ขับตาม
       “ขึ้นมา มีเรื่องคุยด้วย อย่าเรื่องมาก”
       “ไม่ขึ้น ไม่คุย จะเรื่องมาก”
       คีรินทร์บีบแตรไปตลอดทาง ไข่มุกเอามืออุดหู
       “ถ้าไม่ขึ้น จะบีบแตรไปแบบนี้ ไม่อายชาวบ้านให้รู้ไป”
       ไข่มุกไม่รู้จะทำยังไง ฉุนเตะล้อรถเข้าให้ จนตัวเองเจ็บ
       “โอ้ย”
      
       ไข่มุกหน้าหงิก มองคีรินทร์ที่ยักคิ้วทะเล้นให้ด้วยความหงุดหงิด



       คีรินทร์พาไข่มุกมานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ไข่มุกหยิบช้อนส้อมผิดๆ ถูกๆ ประหม่าเพราะไม่เคยกินแบบนี้ คีรินทร์นึกขำ
      
       “ตื่นเต้นขนาดทำอะไรไม่ถูกเลยเหรอเนี่ย”
       “คุณหิวก็กินไปเถอะ มีอะไรก็รีบพูดมา”
       “ถามจริง คุณรู้ใช่ไหมว่าพ่อแม่อยากให้เราสองคนแต่งงานกัน” ไข่มุกตกใจ ทำช้อนตกใส่จานเสียงดัง “ไม่ต้องทำตกใจขนาดนั้นก็ได้ ทำเป็นไม่เคย”
       “ไม่เคยอะไร”
       “ไม่เคยมีกิ้กน่ะดิ สวยแบบนี้สงสัยแจกบัตรคิวไม่ทัน กะอีแค่เรื่องแต่ง ไม่สำคัญกับคนอย่างคุณอยู่แล้ว”
       “คุณพูดเรื่องอะไร ชั้นไม่รู้เรื่อง”
       คีรินทร์ทำท่าคิด
       “ผมนึกออกแล้ว แม่คุณอาจปิดเรื่องนี้ เพราะกลัวจะไม่ยอมแต่ง โธ่ ก็เหมือนกันแหละ ยังอยากใช้ชีวิตอิสระไม่ผูกมัดใคร เข้าใจ หัวอกเดียวกัน”
       “นี่คุณเมายาแก้ไอหรือเปล่า ถ้าแม่มีอะไรบอกชั้นอยู่แล้ว ขนาดไปขูดหวยมายังเอาเลขมาบอกเลย”
       คีรินทร์ทำหน้างงๆ
       “ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เราสองคนคงไม่รอด ต้องทำตามผู้ใหญ่แล้วละ เรามาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ดีกว่า ผมอยากรู้ว่าคุณชอบอะไร กินอะไร เที่ยวแบบไหน มีรสนิยมเซ็กส์มหัศจรรย์แค่ไหน ดีกว่าแต่งไปแล้วไม่ได้ศึกษากันก่อน”
       “นี่ อย่ามา...เซ็กส์ขึ้นสมองนะ”
       คีรินทร์บอกหัวเราะๆ
       “เซ็กส์แล้วไม่ขึ้นสมอง เซ็กส์แล้วขึ้นเตียง”
       ไข่มุกทำหน้ายี้ คีรินทร์เพลินกับไข่มุกอย่างไม่รู้ตัว
      
       หลังกินข้าวเสร็จไข่มุกมาที่ร้านเช่าซีดี ไข่มุกเลือกแต่หนังเกาหลี ทั้งโบราณและสมัยใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่จินจูเล่นทั้งนั้น ไข่มุกบอกคีรินทร์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างลืมตัว
       “ชั้นชอบดูหนังคะ โดยเฉพาะหนังเกาหลี และนางเอกคนนี้ จินจู...นี่เป็นนางเอกในดวงใจชั้นเลยนะคะ”
       คีรินทร์มองอย่างนึกไม่ถึง
       “แล้วหนังฝรั่ง”
       “เฉยๆ คะ ต้องจินจู เท่านั้น”
       “ทำไมคุณถึงคลั่งไคล้ดาราคนนี้นัก เล่นมานานแล้วนี่ จะแก่คราวแม่ได้แล้วมั้ง”
       ไข่มุกมองรูปจินจูอย่างชื่นชม
       “ไม่รู้สิ แต่ได้ดูหนังที่เขาเล่นทีไร ชั้นมีความสุขมากที่สุดเลย มันบอกไม่ถูก รู้แต่ว่า อยากดูเขา”
       ไข่มุกเงยหน้าสบตาอย่างซื่อ คีรินทร์มองเธออย่างเริ่มนึกเอ็นดูไม่รู้ตัว
      
       เมื่อออกจากร้านเช่าซีดี ไข่มุกพาคีรินทร์มาที่ร้านส้มตำไก่ย่าง เด็กเสิร์ฟวางจานส้มตำไก่ย่างบนโต๊ะ ไข่มุกเห็นก็น้ำลายไหล คีรินทร์ได้กลิ่นก็ทำหน้าเหย่
       “ลองชิมเถอะน่า ปูปลาร้าไม่เคยหรือไง ปลาร้าเป็นต่อนๆ เลยเห็นไหม เสียดายไม่มีหนอน”
       คีรินทร์ส่ายหน้า ไข่มุกยิ้มขำ       
       “พูดซะ ใครจะกินลง คุณนี่ติดดินกว่าที่ผมคิด”
       “ติดดินยังไง ชั้นก็เป็นของชั้นอย่างนี้มานานแล้ว ลองชิมสิ”
       คีรินทร์ลองชิมส้มตำ       
       “ส้มตำอะไร รสชาติไม่ได้เรื่อง”
       ไข่มุกลองชิมแล้วเห็นด้วย
       “มันยังขาดอะไรอีกหลายอย่าง” ไข่มุกทำท่านึกได้ “เดี๋ยวมานะ”
       ไข่มุกลุกไปคุยกับแม่ค้าขอตำเอง คีรินทร์มองอย่างแปลกใจ ไข่มุกจับโน่นใส่นี่ ตำอย่างคล่องแคล่ว ควงสากไปมาอย่างมันมือ ทุกคนในร้านมองเป็นตาเดียวกัน ไข่มุกรู้สึกตัว เลยลดลีลาให้น้อยหน่อย เทส้มตำจากครกใส่จานได้พอดีอย่างสวยงาม คีรินทร์ตักชิมยกนิ้วให้
       “ไม่เคยกินส้มตำที่ไหนอร่อยแบบนี้เลย”
       “ของมันแน่อยู่แล้ว ทำอยู่ทุกวัน” ไข่มุกบอกอย่างลืมตัว คีรินทร์งง
       “ที่บ้านกินกันทุกวันเลยเหรอ ไม่อยากเชื่อว่าแม่คุณจะฝึกลูกสาวให้ตำส้มตำเก่งขนาดนี้”
       ไข่มุกยิ้มแห้งๆ ไม่กล้าบอกความจริง
      
       คืนนั้นคีรินทร์ขับรถมาส่งไข่มุกที่บ้านชลลดา
       “ขอบคุณนะคะ ที่พาไปเที่ยวหลายแห่ง”
       “กองไว้ตรงนั้น” ไข่มุกทำหน้างง “ก็คำขอบคุณไง กองไว้ตรงนั้น”
       ไข่มุกมองหน้า ค้อนให้โดยไม่รู้ตัว แล้วเปิดประตูจะลงจากรถ แต่คีรินทร์ดึงแขนเสื้อไว้ ไข่มุกหันมามอง
       “อะไร”
       “เปลี่ยนคำขอบคุณ เป็น...แบบที่คุณทำกับหนุ่มๆ ที่มาส่ง”
       คีรินทร์หลับตายื่นปากจู๋เข้ามาใกล้ ไข่มุกเอากระเป๋าสะพายยันหน้าออกไป
       “น่าเกลียด ไม่อยู่ด้วยแล้ว” ไข่มุกลงรถ พอดีสะดุดหกล้มลงไปนั่งกับพื้นข้างรถเพราะรองเท้าหลวม “โอ๊ยรองเท้าบ้านี่ เจ็บขา เส้นพลิกแน่เลย”
       คีรินทร์ลงจากรถมาดู พยายามจับมือ ถือแขน ไข่มุกบ่ายเบี่ยงไปมา
       “เดี้ยงขนาดนี้ ลุกจะไม่ไหวอยู่แล้ว ทำเป็นเก่งอีก”
       “ไม่ต้องมายุ่ง คุณกลับไปได้แล้ว”
       ไข่มุกลุกยืนแต่ข้อเท้าเคล็ด พอเริ่มก้าวเท้าขาก็อ่อนแรงจะล้มทั้งยืนแต่คีรินทร์เข้าไปรับตัวไว้ได้ทัน คีรินทร์โอบตัวไข่มุกแนบชิดตัวเอง ไข่มุกทั้งตกใจและตะลึงไม่ทันระวังตัว สองคนสบตากัน รู้สึกอะไรบางอย่างแล่นผ่านตาเข้ามาถึงใจแต่ก็ไม่เคลียร์ พอรู้สึกตัวไข่มุกก็ขยับหนี แต่คีรินทร์กอดไว้ไม่ยอมปล่อย
       “ปล่อยนะ นึกแล้วว่าคุณต้องเป็นพวกโรคจิต เอาเปรียบผู้หญิง”
       “อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า ลีลาเยอะนักนะเรา รับรองผมจูบเก่งไม่แพ้ผู้ชายคนอื่นของคุณแน่ มาลองกันสักตั้ง”
       ไข่มุกหลับตาด่าเป็นชุด
       “คนบ้า ผีทะเล ซกมก วิตถาร ไอ้...คนพูดไม่รู้เรื่อง”
       “ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปากเก่งกับชั้นขนาดเธอเลย รู้มั้ย” คีรินทร์ขึ้นเสียง
       “ด่าแล้วยังไม่ปล่อย จะให้ชั้นทำไงเล่า”
       “ปากเก่งนักใช่มั้ย”
       ว่าแล้วคีรินทร์ก็ดึงไข่มุกมาจูบ ไข่มุกตาค้าง
        
       พอคีรินทร์ถอนริมฝีปากออก เธอก็หงายหลังล้มลงอย่างเป็นลม ด้วยความตื่นเต้น ตกใจ ทุกอย่างดับวูบลง



       สายตาไข่มุกจากมืดสนิทค่อยๆ หายเบลอ เริ่มกระจ่างเห็นหน้าคีรินทร์
      
       “เธอ เป็นไงบ้าง รู้สึกตัวมั้ย นี่ ยังไม่ตายนะ”
       คีรินทร์ถามอย่างเป็นห่วง ไข่มุกเห็นคีรินทร์มองอย่างห่วงแกมแปลกใจ มึนๆ งงๆ อยู่
       “ชั้นเป็นไรไปเนี่ย”
       คีรินทร์ยิ้มจะจับริมฝีปาก ไข่มุกสะบัด
       “ดูสิ ปากเจ่อเลย สงสัยผมจูบแรงไปหน่อย หงายหลังสลบล้มตึงเลยหรอ”
       ไข่มุกค้อน นึกเรื่องราว เม้นริมฝีปาก รีบเช็ดออก ชี้หน้าคีรินทร์       
       “คุณ...ชั้นไม่เคยเจอใครชั่วร้ายเท่าคุณเลย ออกไปเลยนะ”
       “ยังไม่หยุดอีก เดี๋ยวมีจูบรอบสอง เมาจูบจนพูดคล่องเลย” คีรินทร์ทำหน้าทะเล้น “เป็นไง ผมจูบเก่งมั้ย ชอบหรอ หน้าแดงเชียว” ไข่มุกผลักคีรินทร์เต็มแรงจนเซถลาไป ทั้งเขินทั้งอายอยากจะร้องไห้ คีรินทร์ยิ้มหัวเราะในท่าทีที่ไข่มุกมีอย่างธรรมชาติที่เขาไม่เคยเจอกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน “ทำอย่างกับเป็นจูบแรกในชีวิต ตกลงเราจะแต่งงานกันรึยัง”
       ไข่มุกอึ้งจะปฎิเสธก็ไม่กล้า นึกถึงที่ชลลดาสั่งห้ามพูดเอาไว้
      
       เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านคีรินทร์ ทั้งหมดนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกัน คีรินทร์ดูสดชื่นแจ่มใสจนเขมทัตทัก
       “วันนี้ดูแจ่มใสเป็นพิเศษ หรือว่าคิดได้แล้วเรื่องแต่งงาน”
       “ถ้าพ่ออยากให้แต่งก็ไม่มีปัญหาครับ”
       ทุกคนอึ้ง เขมทัตยิ้มพอใจ
       “ไชโย พี่รินทร์จะมีแฟนแล้ว”
       รัตนาบอกอย่างดีใจ นุชนารถมองหน้าคีรินทร์อย่างตกใจ
       “คุณรินทร์ล้อพวกเราเล่นหรอกคะหนูนา”
       “เล่นหรือไม่เล่น ก็ไม่ต้องดีใจ แม่พัทยานั่น มีผู้ชายมาเท่าไหร่ เขาใส่ตะกร้าล้างน้ำมาให้ แกยังจะรับเหรอ” มณีต่อว่ารัตนา
       “เขาชื่อภัททิมาไม่ใช่พัทยา ผมว่าคราวนี้แหล่งข่าวของแม่ผิดหรือเปล่า ท่าทางเขาไม่เหมือนที่แม่พูดสักอย่าง”
       “ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ หลอกเก่งจะตาย มารยามีเป็นตู้คอนเทนเนอร์ไหนว่าเคยเป็นปู่ปลาไหล ไหงคราวนี้กลายเป็นลูกแมวเล็บขบละยะ”
       “พ่อแม่อยากให้ผมแต่งผมก็แต่ง เป็นลูกที่ดี เชื่อฟังพ่อแม่ไงครับ”
       “แต่คราวนี้แม่ไม่เห็นด้วย ลูกสาวชลลดาไม่คู่ควรเป็นสะใภ้บ้านเรา” มณีมองค้อนเขมทัต “รักเพื่อนไม่เข้าเรื่อง”
       “แต่หนูนาอยากมีพี่สะใภ้”
       นุชนารถถลึงตาใส่รัตนา รัตนาจ๋อย มณีก็หันมาว่า
       “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก เดี๋ยวเถอะ”
       “อย่าพึ่งคิดมากไปครับแม่ เขาจะยอมแต่งกับผมรึเปล่า ก็ไม่รู้”
       “ถ้าเป็นหนูมีแฟนอยู่แล้ว คงไม่แต่ง คุณรินทร์อย่าไปสนเลยคะ”
       คีรินทร์ฟังอย่างครุ่นคิด รู้สึกค้านอยู่ในใจด้วยสิ่งที่เขาไปเจอมา
      
       ที่บ้านชลลดา ทั้งหมดนั่งคุย ภัททิมาและชลลดาแปลกใจงงมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไข่มุกนั่งนวดขาให้ชลลดา
       “นายคีรินทร์ไม่เมาก็ต้องเพี้ยนแน่ เคยเจอกับลูกไก่ที่ไหน เพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว”
       “แต่คุณเขมทัตโทรมาคุยกับแม่แบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะทำนองว่าคีรินทร์ถูกใจหนู ถึงกับไม่ปฎิเสธเรื่องแต่งงาน”
       ไข่มุกชะงัก ตาโต มือที่นวดค่อยๆ ช้าลง
       “เป็นไปได้ยังไง หนูงงไปหมดแล้ว นายคีรินทร์มาเจอใครกันแน่”
       พิพัฒน์ครุ่นคิด
       “เมื่อวาน พวกเราไม่อยู่กันทั้งบ้าน ยกเว้น...” พิพัฒน์หันไปมองไข่มุก ไข่มุกเริ่มรู้ว่าความซวยกำลังจะมาเยือน ทำตัวงอ คลานมุดหนีไปหลบหลังโซฟา “หรือว่าคนที่คีรินทร์เจอคือ...”
       ชลลดา ภัททิมา พิพัฒน์ลุกยืนประสานเสียงพร้อมกันลั่น
       “ไข่มุก”
       ไข่มุกที่กำลังคลานอยู่หลังโซฟา สะดุ้งโหย่ง หลับตาปี๋
      
       นุชนารถแอบเข้ามาหาคีรินทร์ในห้องนอน คีรินทร์นั่งอ่านหนังสือบนเตียง นุชนารถเป็นกังวลเดินเข้าไปนั่งข้างๆ
       “คุณจะแต่งงานจริงๆ เหรอ นุชทนไม่ได้นะคะ คิดมากจน...”
       “รู้ว่าคิดมาก แล้วยังคิดทำไม ผมก็แค่จะดูเขาไปก่อน”
       “ปกติแค่ผู้หญิงจะล้ำเส้น คิดมาผูกพันด้วยคุณยังรีบชิ่งหนี นี่ขนาดแต่งงานยังไม่ปฎิเสธ เขามีดีตรงไหน อยากรู้มากเลย”
       คีรินทร์กอดนุชนารถปลอบใจ
       “อย่าไปสนใจเลยน่า ถึงแต่งก็แค่เป็นเมีย แล้วไง ผมก็ยังเหมือนเดิม...เราสองคนก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน”
       นุชมองตาคีรินทร์เหมือนจะค้นความจริง แต่ก็ยิ้มรับเหมือนโล่งใจ กอดคีรินทร์ตอบ
      
       แต่แววตานุชนารถเป็นกังวลไม่คลาย

      
       ภัททิมางอนขึ้นมาบนห้อง ชลลดา พิพัฒน์ตามมาคุยให้รู้เรื่อง ไข่มุกนั่งพับเพียบห่างออกไป
      
       “หนูลูกไก่จะเอาไงกันแน่ แม่งงไปหมดแล้ว ไหนว่าไม่อยากแต่ง พอแม่วางแผนให้ กลับไม่ยอมอีกแล้ว”
       “หรือตัวเปลี่ยนใจจะทิ้งเขา ไม่ได้นะกุ๊กไก่” พิพัฒน์บอก
       “ไม่ใช่แบบนั้น แต่จะให้นังไข่มุกปลอมเป็นหนูตลอดไปได้ไง สักวันความจริงก็ต้องเปิดเผย แล้วหนูจะทำยังไง”
       “มันไม่ตลอดไปหรอก แค่ช่วงสั้นๆ พอเราให้นังไข่มุกรีดเงินจากเจ้าคีรินทร์ได้มากพอ เราค่อยบอกความจริง ถึงตอนนั้น เราก็รวยแล้ว”
       “แล้วถ้าคีรินทร์เอาเรื่อง ที่พวกเราโกหกล่ะแม่”
       “ก็ให้นังไข่มุกรับไปสิ จะได้ไปสะตอต่อในคุก ติดไม่กี่ปีมันคงได้ออกมาหรอก”
       ไข่มุกฟังตาค้าง หน้าเสีย ทุกคนหัวเราะพอใจ
      
       ชลลดานั่งสบายใจ ไข่มุกนั่งมองชลลดาด้วยสายตาเรียกความสงสาร มือคอยเกาะที่ต้นขาชลลดา ชลลดาปัดออก
       “แกไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ชั้นจะให้เงินแม่แกสองหมื่น เป็นค่าสินสอดหลังแต่งก็ทำตามที่ชั้นสั่ง เข้าใจมั้ย”
       ไข่มุกรีบสั่นหน้า
       “หนูไม่เอา หนูไม่เล่นด้วย หนูทำไม่เป็น หนูจะกลับบ้าน หนูคิดถึงแม่”
       “หยุดโวยวายได้แล้ว แกเคยเป็นนักแสดงไม่ใช่เหรอ คราวนี้ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่ได้เป็นนางเอกเลย แกเล่นหนังมาเยอะแล้วแสดงแค่นี้ง่ายจะตาย”
       “คุณผู้หญิงรู้ได้ไง เคยเป็นสตั้นกับเขาหรอคะ ถ้าเขาจับได้ในหนังหนูก็แค่ตายหลอก แต่คราวนี้ หนูจะตายจริง”
       “ชั้นขี้เกียจจะพูดแล้ว แกมีสองทางเลือก แต่งงานกับคีรินทร์หรือไม่ก็...ไปตายซะ”
       ไข่มุกยกมือเหมือนนักเรียน
       “หนูยอมตาย”
       ไข่มุกแทบร้องไห้ ไม่รู้จะทำยังไงดีกับความซวยที่ชลลดายัดเยียดให้
              
              
       ไข่มุกกลับมาที่บ้านเช่า นั่งลงแล้วร้องไห้ หยิบผ้าขึ้นมาถือนิ่งคิดแล้วตัดสินใจ หันไปเห็นรูปจินจูที่ติดอยู่หลายภาพในห้องก็ยกมือขึ้นแตะรูป
               “ลาก่อน จินจู”
       ไข่มุกผูกผ้าเตรียมจะแขวนคอตาย
      
       อีกด้านหนึ่งที่โรงแรมคีรินทร์ คีรินทร์เดินมาอย่างสบายใจ วัฒนาโผล่มาเดินข้างๆ ทำพูดอย่างเป็นห่วง
       “พวกบอร์ดจะขอเปิดประชุม เรื่องแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ให้จบ ไม่ต้องห่วงนะเพื่อน ชั้นสนับสนุนนาย”
       “ขอบใจ”
       “แต่พวกบอร์ด”
       “ไม่มีปัญหา เขาอยากให้ชั้นแต่ง ชั้นก็จะแต่ง”
       วัฒนาหยุดชะงัก นึกไม่ถึง
       “นายจะแต่งงาน” คีรินทร์ยิ้มรับ “กับใคร”
       คีรินทร์อมยิ้มนิดๆ ไม่ตอบ ผิวปากหวือแล้วเดินไปอย่างสบายใจ วัฒนามองตามอย่างสงสัย แปลกใจ
      
       ที่บ้านเช่า ไข่มุกร้องไห้ แล้วตัดสินใจจะแขวนคอตาย แต่วันดีวิ่งเข้ามาช่วยได้ทัน วันดีตบหน้าไข่มุกเพื่อเตือนสติ
       “บ้าไปแล้วหรือไง ถึงจะฆ่าตัวตายแบบนี้”
       ไข่มุกกอดวันดีร้องไห้
       “แม่จ๋า”
       วันดีผลักไข่มุกอย่างขัดใจ
       “ไม่ต้องมาเรียก อุตส่าห์ทนลำบากเลี้ยงมาสารพัด ไม่ใช่จะให้แกมาตายแบบนี้ ทำไมถึงโง่ ปัญญาอ่อนนัก”
       “หนูไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จริงๆ”
       ไข่มุกร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร วันดีมองอย่างใช้ความคิด แววตาเจ้าเล่ห์ ว่าจะกล่อมไข่มุกยังไงดี
      
       ไข่มุกนั่งร้องไห้อย่างทุกข์หนัก วันดีลอบถอนใจอย่างเบื่อหน่าย ขัดใจ แต่พยายามพูดดี ลำเลิกบุญคุณอย่างใช้ไม้นวม ไข่มุกพูดไปสะอึกสะอื้นไป
       “หนูไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น เห็นหน้ากันหนเดียวจะให้แต่งงานได้ยังไง”
       “ทำไมจะไม่ได้ แทนที่จะมานั่งร้องไห้ คิดอยากตาย แกน่าจะตีปีก ดีใจอยู่ดีๆ มีไอ้เศรษฐีตาบอด อยากมาแต่งงานด้วย หัดใช้ความคิดมั่ง แต่งไปกับมัน แกจะสบายแค่ไหน พ่อกับแม่ก็จะพลอยหายลำบากไปด้วย อย่าเห็นแก่ตัวนักสิไข่มุก หัดคิดถึงชั้น คิดถึงพ่อแกมั่ง”
       ไข่มุกหน้าเสีย
       “หนูก็คิดถึงพ่อกับแม่มาตลอด จะให้ทำงานหนักแค่ไหน หนูไม่เคยบ่น แต่แม่จ๋า แต่...เรื่องแต่งงาน มันสำคัญที่สุดในชีวิตนะ”
       วันดีแค่นยิ้มขมขื่น
       “ใครว่า เรื่องไม่มีจะกินต่างหากที่สำคัญที่สุด ยังจำได้มั้ย ตอนแกเด็กๆ แม่ต้องพาไปขอทาน หน้าด้านหน้าดำหลอกล่อสารพัดวิธี ให้คนสงสารให้เงิน ชั้นไม่เคยลืมตอนนั้นเลย”
               ภาพในอดีตย้อนกลับมา วันดีอุ้มไข่มุกซึ่งยังเด็กเดินขอทานตามตลาด คนไม่ค่อยอยากให้เงินวันดี แต่วันดีจะแอบหยิบ แอบตีให้ไข่มุกร้องไห้ คนเห็นก็สงสารไข่มุกเอาเงินใส่กระป๋องให้ สีหน้าท่าทางวันดีดูเจ้าเล่ห์ รู้มาก เอาไข่มุกมาหากินแท้ๆ
       “อดมื้อกินมื้อ บางทีก็ไม่มีกินหลายมื้อ เพราะแกแท้ๆ ชั้นถึงต้องลำบากสารพัด”
      
       ไข่มุกฟังหน้าเศร้า



       วันดีชะงักนิดนึงอย่างอึ้งในความสะตอของตัวเหมือนกันแต่ก็ลำเลิกต่อ
      
       “มาตอนนี้ เกิดโชคดีมีลาภ แกยังจะไม่เอาอีก อยากให้ชั้นลำบากจนตายรึไง”
       “แต่ถึงไม่แต่งกับคุณคีรินทร์ ไข่มุกก็ทำงานเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ได้นะจ้ะ”
       “เลี้ยงอดๆ อยากๆ แบบนั้น ไม่เอาแล้วเว้ย ได้ทีสองสามร้อยพอกินที่ไหน ชั้นอยากสบาย ได้ยินมั้ย นังวันดีมันอยากเป็นแม่ยายเศรษฐี เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไม่ได้หรือไง แกไม่ได้รัก ไม่ได้สงสารแม่เลย กรรมเวรของชั้นแท้ๆ คิดแล้วไม่อยากอยู่ต่อไปเลยคนที่จะผูกคอตายควรเป็นชั้น”
       ไข่มุกกอดวันดีร้องไห้
       “แม่อย่าพูดแบบนี้ แม่ก็รู้ว่าไข่มุกรักแม่แค่ไหน ทำงานหนักแค่ไหน หนูไม่เคยบ่น ได้เงินมา หนูก็ให้แม่หมด หนูรักแม่นะ แม่ก็รู้ว่าหนูรักแม่ที่สุด”
       ไข่มุกร้องไห้ วันดีแอบยิ้มพอใจ สะใจ แล้วรีบตีหน้าเศร้าต่อ
               “ถ้ารักแม่จริง แกต้องแต่งงานกับไอ้เศรษฐีนั่น ขอให้แม่ได้อยู่สบายสักทีเถอะ ไข่มุกเอ๊ย ทำเพื่อแม่สักครั้งนะลูก นะ แม่ขอร้อง”
       ไข่มุกอึ้ง แล้วก็พยักหน้าอย่างจำใจ ร้องไห้อย่างขมขื่น
      
       วันต่อมาชลลดากับภัททิมา ช่วยกันเลือกชุดของภัททิมาให้ไข่มุกที่ยังยืนงง
       “เอาตัวไหนให้มันใส่ไปดี เลือกสวยๆ หน่อยนะลูก เดี๋ยวเจ้าคีรินทร์มันจะสงสัย ยายมณี แม่มัน ยิ่งจับผิดคนเก่งอยู่ด้วย ที่จริงแม่ไม่ได้ปลื้มไอ้บ้านนี้เล้ย นี่ถ้าไม่รวย จ้างก็ไม่คบ”
       “ของหนูมีแต่สวยๆ ทั้งนั้นเลย จะให้มันไปก็เสียดาย”
       “ที่จริงไข่มุกใส่ชุดนี้ของตัวเองก็ได้นะคะ”
       “เก่าเป็นผ้าขี้ริ้วแบบนั้น ใครเห็นก็ต้องสงสัย ของใช้แกเอาทิ้งขยะไปหมดได้เลยนะ สภาพดูไม่ได้สักตัว ลูกไก่ เดี๋ยวให้มันไปหลายๆ ชุดนะลูก ตอนนี้มันเป็นหนูแล้วต้องแต่งตัวให้สมฐานะหน่อย”
       “โห ตัวเดียวยังไม่อยากจะให้ นี่ต้องให้หลายๆ ตัวด้วยเหรอแม่ แบรนด์เนมทั้งนั้นเลยนะ”
       เอาน่า อย่าพึ่งงก นังไข่มุกแต่งงานเข้าบ้านโน้นเมื่อไหร่ พวกเราค่อยถอนทุนคืน ให้นังนี่รีดไถไอ้คีรินทร์มาให้เราจนหมดตัวเลยถึงตอนนั้นจะซื้อใหม่สักกี่ร้อยชุดก็ได้”
       “ดีค่ะ คุณแม่ขา มันได้แบบนี้ หนูชอบ”
       สองคนแม่ลูกหัวเราะอย่างชั่วร้าย ไข่มุกฟังหน้าเสีย หมดแรง นึกสงสารตัวเองและคีรินทร์
      
       ชลลดาพาไข่มุกมาพบกับครอบครัวคีรินทร์ที่ร้านอาหารหรูภายในโรงแรมของคีรินทร์ ไข่มุกนั่งติดกับคีรินทร์ ไข่มุกยกมือไหว้เขมทัตกับมณีอย่างอ่อนน้อม เขมทัตมองอย่างชื่นชม มณีมองหน้าเฉย แต่คีรินทร์ยิ้มเจ้าชู้ลอบมองไข่มุกเป็นระยะ
       “เจอกันครั้งสุดท้ายหนูยังสิบกว่าขวบอยู่เลย โตเป็นสาวเปลี่ยนไปเยอะ ท่าทางเรียบร้อยน่ารักดี จำลุงได้มั้ยลูก ที่เคยไปเยี่ยมที่บ้านน่ะ”
       ไข่มุกนิ่ง ส่ายหน้านิดๆ
       “ตั้งสิบกว่าปีใครจะไปจำได้คะคุณ” มณีบอก เขมทัตหัวเราะ
       “นั่นสิ คนแก่ก็อย่างนี้แหละ ชอบพูดเรื่องเก่าๆ เอ้า ตักของหวานให้น้องสิ รินทร์”
       เขมทัตหมุนโต๊ะกลาง คีรินทร์มองไข่มุกอย่างเจ้าชู้แล้วตักของหวานให้ มณีมองไข่มุกที่ทำท่าเรียบร้อยรับของหวานไปแล้วเขม้นมองอย่างไม่ไว้ใจ
       “แม่เอาด้วยมั้ยครับ เดี๋ยวผมตักให้”
       “ไม่ต้อง ชั้นตักเองได้ ไม่ต้องรอใครมาบริการ” ไข่มุกทำหน้าเจื่อนๆ สบตาชลลดา “ได้ข่าวมาว่าหนูมีเพื่อนชายคนสนิทมาแล้วหลายคน อันที่จริงก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวแต่อย่างน้อยก็ไม่อยากให้ลูกชายชั้นพาไปไหน แล้วเจอแต่อดีตคู่ควงของหนู บอกตรงๆ ว่าอายแทน”
       “แหม คู่ควงอะไรกันคะคุณมณี ลูกไก่เขาเป็นคนคุยเก่งน่ะค่ะเลยสนิทกับคนง่าย จริงๆ แล้วไม่มี๊ไม่มีอะไรค่ะ เพื่อนกันทั้งนั้น”
       “สนิทกันไปถึงไหนๆ ล่ะ”
       ชลลดาหน้าตึงแต่ปั้นยิ้ม
       “ไม่ถึงไหนหรอกค่ะ ลูกไก่แกเป็นเด็กเรียบร้อยเชื่อฟังพ่อแม่มาตั้งแต่เล็ก ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง เรื่องทำอาหารต้องยกนิ้วให้เลยนะคะ แต่บางคนเขาขี้อิจฉาเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ ชอบใส่ความว่าร้าย อันที่จริงก็แค่ข่าวลือทั้งนั้นค่ะ ดิฉันคอนเฟิร์ม”
       ชลลดายิ้มประจบมณี มณีมองไปทางไข่มุก ไข่มุกสบตาแล้วยิ้มเขินๆ ให้ มณีเลยมีท่าทางอ่อนลงแต่ยังเชิดอยู่ เขมทัตตักของหวานให้มณี
       “จะอดีต จะข่าวลือก็ให้มันแล้วไปแล้วเถอะ ตอนนี้เด็กสองคนเขาอยากจะคบกันก็ปล่อยให้ศึกษาดูใจไป”
       คีรินทร์มองตาเขมทัตแล้วเบนสายตามองที่ประตู เขมทัตยิ้มมุมปาก พ่อลูกสบตากันอย่างรู้ทัน
               “เจ้ารินทร์ พาน้องไปเดินเล่นดูโรงแรมเราหน่อยสิ โชว์สวนที่จัดใหม่”
       คีรินทร์ลุกขึ้นแล้วจับมือไข่มุกให้ลุกตาม ไข่มุกทำท่าจะสะบัดแต่ชลลดามองเขม็งเลยยอมให้คีรินทร์จับมือเดินออกไป
      
       คีรินทร์ยังจูงมือไข่มุกเดินดูสวนในโรงแรม ไข่มุกกระอักกระอ่วนทำท่าจะดึงมือออกแต่คีรินทร์หันหน้ามาหาก่อน
       “เธอจะเอายังไงยัยลูกไก่กุ๊กๆ วันนี้แม่ไก่ของเธอกางปีกปกป้องเต็มที่เชียว สงสัยกลัวแม่มณีแมวเหมียวจับเธอกิน”
       คีรินทร์แหย่อย่างอารมณ์ดี
       “ไม่ไก่ไม่แมวอะไรทั้งนั้นค่ะ ชั้นคิดว่าถ้าคุณไม่ได้อยากแต่งจริงๆ ก็ไม่ต้องทำตามผู้ใหญ่ว่าก็ได้ ถ้าคุณพูด พวกเขาคงเข้าใจมากกว่าชั้นพูดเอง”
       คีรินทร์หัวเราะนิดๆ แล้วลูบมือที่จับ
       “แอ๊บนะเธอเนี่ย ทำซื่อใสไร้เดียงสาได้เนียนชะมัด นี่เธอไม่อยากแต่งกับชั้นจริงๆ หรือว่ากิ๊กเก่ายังเร้าใจ”
       ไข่มุกดึงมือออก        คีรินทร์หัวเราะ
       “คุณ หยาบคายที่สุดเลย”
       คีรินทร์ยักไหล่
       “หยาบคายที่สุด” คีรินทร์ทำเสียงล้อเลียน “เอ้า แอ๊บไม่เลิกอีก จะเล่นบทสาวน้อยถูกรังแกไปถึงไหน ชั้นแค่พูดตรงๆ สรุปว่ามีหรือไม่มี”       
      
       ไข่มุกมองหน้าคีรินทร์แล้วสะบัดเดินหนีไปทันที คีรินทร์ยิ้มมุมปากแล้วเดินตามไป



       คีรินทร์เดินตามไข่มุกมาที่สระน้ำ ในสระมีสาวๆ ใส่ชุดว่ายน้ำว่ายไปมา คีรินทร์ผิวปากหวือ ผู้หญิงที่ว่ายในน้ำมองสบตายิ้มยั่ว คีรินทร์ยิ้มหวานกลับ ไข่มุกมองไปที่ขอบสระเห็นคนกำลังนั่งจู๋จี๋กัน ก็ทำท่านึกออกหันมาหาคีรินทร์
      
       “แล้วถ้าชั้นบอกว่ามีกิ๊กอยู่ คุณจะยกเลิกเรื่องแต่งงานใช่มั้ย”
       คีรินทร์ละสายตาจากสาวในสระ       
       “เปล่าเลย มีสิดีจะได้รู้ไปว่ากิ๊กเก่าของเธอกับชั้นใครจะเก่งกว่ากัน แต่บอกไว้ก่อนว่าจากประสบการณ์ของชั้น” คีรินทร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วกระซิบข้างหู “รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”
       ไข่มุกผลักคีรินทร์ออก
       “ลามก คนบ้า เสือผู้หญิง”
       คีรินทร์หัวเราะชอบใจ
       “โห บอกสรรพคุณมาซะเพียบ แต่ขอโทษทีที่ยังไม่หมดนะครับ นี่ยังแค่น้ำจิ้มจิ๊บๆ ไอ้ที่เลวๆ แซ่บๆ ของชั้นยังมากกว่านี้ อีกเยอะ”
       คีรินทร์ยิ้มอย่างผู้ชนะ ไข่มุกหน้าซีดมองอย่างไม่เชื่อสายตา ขณะนั้นมีผู้หญิงชุดเซ็กซี่ใส่แว่นกันแดดเดินมา หยุดยืนห่างๆ แล้วถอดแว่นกันแดดออกเขม้นมองคีรินทร์
       “นั่นมันคุณรินทร์นี่”
       คีรินทร์จับมือยิ้มให้ไข่มุกหวานเชื่อม แฟนเก่าที่เห็นมองแล้วกระทืบเท้าอย่างขัดใจ
      
       ชลลดา เขมทัต มณี ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
       “เรื่องสินสอดก็คงต้องมีบ้างตามประเพณีแล้วแต่พวกคุณเห็นสมควร ดิฉันไม่ได้คิดขายลูกสาวกินนะคะ แต่คนระดับเราๆ จะแต่งงานทั้งทีก็ต้องสมฐานะหน่อย”
       ชลลดาบอก มณีจึงพูดสวนเรียบๆ
       “ใช่ สินสอดสมฐานะ ก็หนี้สิบกว่าล้านของบ้านคุณไง ชั้นยกให้”
       ชลลดาอึ้งแต่ปรับสีหน้าประจบ
       “ขอบคุณคุณมณีมากนะคะ แต่แหม ระดับเจ้าของโรงแรมชื่อดัง ถ้าไม่มีสินสอดทองหมั้นมาวางโชว์วันแต่ง คนจะว่าเอาได้ กลัวคุณมณีกับคุณเขมทัตเสียหน้านะคะถึงได้พูดแบบนี้”
       ชลลดาแอบยิ้มร้ายพอมณีหันมาเห็นก็เก็บอาการไว้ เขมทัตทำท่าครุ่นคิด
      
       ที่สระน้ำของโรงแรม แฟนเก่าคีรินทร์ทำท่ากระสับกระส่ายแอบมองคีรินทร์ที่พาไข่มุกเดินชมสถานที่ ผู้หญิงเซ็กซี่อีกคนซึ่งเป็นแฟนเก่าของคีรินทร์เหมือนกันเดินเข้ามาตบไหล่แฟนเก่าคนแรก แฟนเก่าสะดุ้งวูบหันมาหา พอเห็นว่าเป็นใครก็วางท่าเชิดใส่
       แฟนเก่าคนที่สองชะเง้อมองเห็นคีรินทร์ยืนอยู่กับไข่มุก จึงยิ้มร้ายทำท่าบุ้ยใบ้
       “อุ๊ย พามาเปิดตัวเร้วเร็ว วงในเขาลือกันให้แซ่ดว่า ว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ถูกใจคุณพ่อคุณรินทร์ม้ากมาก”
       “เธอว่ายังไงนะ”
       “ไม่รู้เหรอจ๊ะ ก็คนนี้ไงว่าที่เจ้าสาวคุณรินทร์”
       แฟนเก่าเขม้นมองไข่มุกแววตาโกรธเคือง โดยมีแฟนเก่าอีกคนมองอยู่อย่างสะใจ
      
       คีรินทร์กับไข่มุกเดินมาแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นแฟนเก่าคีรินทร์ยืนจังก้าขวางอยู่ แฟนเก่ามองไข่มุกหัวจรดเท้า แล้วเชิดใส่
       “เนี่ยเหรอว่าที่เจ้าสาว เชอะ สวยได้แค่นี้เอง เช้ยเชย หน้าตาก็งั้นๆ”
       คีรินทร์บ่นกับตัวเอง
       “มาได้ไงเนี่ย”
       “ยืนบื้ออยู่ได้ บอกมานะว่าเธอเป็นใคร”
       ไข่มุกงงๆ แต่ก็เถียงกลับ       
       “แล้วคุณเป็นใครคะ ถึงเสียมารยาทมาวิจารณ์ฉัน”
       “นี่เธอว่าชั้น”
       แฟนเก่าปราดเข้าไปหาจะตบ ไข่มุกเอียงซ้ายหนี/แฟนเก่าตบขวา ไข่มุกเอียงหลบแล้วเอามือดันไหล่จนแฟนเก่าเซ คีรินทร์มองอึ้งๆ ทำท่าจะเข้าไปห้ามแต่ก็ยืนดูเฉย มองไข่มุกอย่างทึ่งจัด
               “เก่งนักใช่มั้ย”
       แฟนเก่าถอดรองเท้าขว้าง ไข่มุกกระโดดตัวลอยเตะกลับคืนอย่างคล่องแคล่ว แฟนเก่าเอี้ยวตัวหลบแล้วพุ่งตัวเข้าหาไข่มุกที่ยืนอยู่ริมบ่อน้ำ แฟนเก่าโถมมือทั้งตัวจะผลักให้ตกน้ำ ไข่มุกจับราวขอบบ่อแล้วยกตัวตีลังกากลับหลังขึ้นหลบ แฟนเก่าพลาดตกลงไปในน้ำเอง ไข่มุกลงพื้นอย่างสวยงามแล้วยืดตัวขึ้นสบตาคีรินทร์ คีรินทร์มองอึ้งๆ “แก...นังบ้า” แฟนเก่าตะพุ่มตีน้ำเปียกไปทั้งตัว “รินทร์ ช่วยหน่อยสิคะ”
       คีรินทร์ฉวยมือไข่มุกวิ่งหนีทิ้งให้แฟนเก่าโมโหตีน้ำถูกคนมองอยู่คนเดียว
      
       คีรินทร์พาไข่มุกมาหลบนั่งในมุมส่วนตัว แล้วมองไข่มุกอย่างยังคงทึ่งไม่หาย ไข่มุกหน้าเจื่อนกลัวถูกว่าว่าทำเกินไป       
       “ไปหัดมาจากไหนเนี่ย ยังกับสตั้นเลย” คีรินทร์จ้องแล้วยิ้มให้ ไข่มุกนั่งกระสับกระส่ายไม่ยอมเอนหลังบนตั่ง “อ้าว หมดท่าคนเก่งเลย ทำท่าเหมือนลูกไก่หาหนอนกิน นั่งดีๆ สิ” คีรินทร์ดึงให้ไข่มุกเอนตัวนอนบนตั่ง “พูดถึงเรื่องแต่งงาน เธอรู้ใช่มั้ยว่าแม่เธอเป็นหนี้บ้านชั้นอยู่” ไข่มุกพยักหน้า “ก็ดี จะได้พูดกันง่ายๆ แล้วถ้าเธอไม่แต่งกับชั้น แม่เธอก็จะต้องใช้หนี้ แล้วแม่เธอมีเงินใช้ให้หรือเปล่า”
       ไข่มุกขืนตัวหนีจากมือที่จับไหล่       
       “ไม่ทราบค่ะ เป็นเรื่องของคุณแม่ ท่านคงพอมี”
       “ดูไม่เดือดร้อนเลย ถ้าคุณชลลดาไม่มีเงิน จะทำยังไง เธอไม่รักแม่เลยเหรอไง”
       ไข่มุกอึ้ง นึกไปถึงวันดี
       “บางเรื่องก็เป็นเรื่องในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องแสดงออกให้คนนอกรับรู้”
       ไข่มุกมองสื่อว่าคนนอกคือใคร คีรินทร์ยิ้มมุมปากสีหน้าเป็นต่อ
               “ไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ ที่เธอเรียกคนที่กำลังจะแต่งงานด้วยว่าเป็นคนนอก”
       “คุณ”
       ไข่มุกมองอย่างตกใจ คีรินทร์ผงกหัว
       “ใช่ เธอทำให้ชั้นอึ้งมากที่จัดการกับแฟนเก่าได้ เพราะงั้นไม่มีอะไรต้องห่วง ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งกับเธอ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยล่ะ”
      
       คีรินทร์มองยิ้มๆ แล้วผิวปากสบายใจ แต่ไข่มุกมองอึ้งๆ คิดไม่ตก



       ภายในห้องอาหาร มณีจ้องหน้าชลลดาเขม็ง ชลดาถึงจะยิ้มแต่แววตาบอกว่าไม่ยอมอ่อนให้ เขมทัตมองซ้ายทีขวาทีแล้วถอนใจ
       “เอาเป็นว่าเอาตามที่คุณชลลดาว่าแล้วกัน เรื่องหนี้ถือว่าหมดกันไป ส่วนสินสอดก็เป็นเงินสดเก้าล้านเก้าแสน แหวนเพชรหนึ่งวง พร้อมทองคำอีกร้อยบาท ส่วนที่เหลือค่อยว่ากันอีกที”
       ชลลดาก้มไหว้ยิ้มหวาน       
       “ขอบคุณคุณเขมทัตมากค่ะ ดีใจนะคะที่เราจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ดิฉันก็มีลูกสาวอยู่คนเดียว อยากทำอะไรให้ถูกต้องตามธรรมเนียม ให้สมกับคุณค่าตัวเขา”
       มณีแค่นหัวเราะ
       “เรียกว่าค่าตัวก็ว่ามาเถอะ จับใส่ตะกร้าล้างน้ำให้ดีๆ แล้วกัน ให้คุ้มกับค่าสินสอดด้วย”
       คีรินทร์กับไข่มุกเดินเข้ามาได้ยินพอดี คีรินทร์ก้มหน้าลงกระซิบ
               “แม่เธอนี่เจ๋งชะมัด ฮาร์ดเซลล์ซะพ่อชั้นใจอ่อนให้ทั้งหนี้ทั้งสินสอด”
       ไข่มุกหน้าตึงกวาดตามองทุกคน       
       “หนูไม่ต้องการทั้งสินสอดและทองหมั้นอะไรทั้งนั้น หนูขอแต่งเฉยๆ ค่ะ”
       ไข่มุกประกาศก้อง ชลลดาได้ฟังก็ตาเหลือกหงายลงพิงเก้าอี้หน้าซีดเซียว
      
       คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้านชลลดาดึงลากไข่มุกเข้ามาในบ้าน ภัททิมาที่นั่งอยู่พอเห็นก็ทำหน้าบึ้ง ลุกขึ้นมาหา
       ชลลดาผลักไข่มุกเซถลาลงที่พื้นใกล้เท้าภัททิมา ภัททิมายืนกางขาเท้าเอว ไข่มุกเงยหน้ามอง
       “ยังจะมามองหน้าอีก พัง พังหมด” ภัททิมาเงื้อเท้าเตะแต่ไข่มุกกลิ้งตัวหลบ ภัททิมาเตะวืดเสียหลักล้มลงกองที่พื้นร้องโอดโอยชี้หน้าไข่มุก “นังไข่มุก แกกล้าหลบชั้นเหรอ โอ๊ย แกนะแก อย่าหนีนะ”
       ภัททิมาคลานจะเข้าไปทำร้ายแต่พิพัฒน์มาดึงตัวไปกอดไว้ให้ยืนขึ้น ภัททิมากระฟัดกระเฟียดอยู่ในอ้อมกอดพิพัฒน์ ชลลดาเข้ามายืนตรงหน้าไข่มุก
       “จะบ้าหรือไง ไม่เอาทั้งเงินทั้งทอง แล้วชั้นจะให้แกแต่งไปทำไมโง่ สู่รู้ ใครบอกให้พูด ฮึ รู้ดี หยิ่งในศักดิ์ศรี เชอะ คนอย่างแกมันมีที่ไหน มีแต่นังแม่ขอทานหน้าเงิน อยากให้ชั้นเล่นงานนังวันดีใช่มั้ย”
       ชลลดาเฉดหัว ไข่มุกยกมือไหว้บอกเสียงเครือ
       “หนูขอโทษค่ะ แต่หนูเป็นคน ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่คุณผู้หญิงจะเอาไปขายให้ใครต่อใคร ถึงจะจนแต่หนูก็มีศักดิ์ศรี”
       ชลลดาแค่นหัวเราะเสียงเหี้ยม       
       “ศักดิ์ศรีของแกมันใช้หนี้ที่แม่แกค้างชั้นได้มั้ยยะ ใช่ แกน่ะมันไม่ใช่สัตว์เลี้ยง แต่แกเป็นยิ่งกว่านั้น ฉันเป็นเจ้าหนี้ ชีวิตลูกหนี้อย่างแกก็เป็นของชั้น เฮอะ อย่าว่าแต่เอาไปขายให้เศรษฐีเลย ถ้าชั้นอยากขายแกให้แม่เล้าแมงดาเอาแกไปรับแขกในซ่อง ชั้นก็ยังทำได้ จะลองดีดูมั้ยล่ะ” ชลลดาจิกหัวไข่มุกให้แหงนหน้า “จำใส่กะโหลกหนาๆ ของแกไว้ให้ดี ทีหลังอย่าแส่ทำซ่าสาระแนอย่างนี้อีก ไม่งั้นไม่ใช่แกคนเดียวที่จะเดือดร้อน พ่อแม่แกก็ไม่เว้น”
       ชลลดาปล่อยมือออก ไข่มุกนิ่งอึ้งนึกเป็นห่วงพ่อแม่ ภัททิมาเห็นที่แม่ทำก็พอใจหายฮึดฮัด
               “แล้วทีนี้จะทำยังไงคะแม่ เงินตั้งเกือบสิบล้าน ทองอีกตั้งร้อยบาทอดหมดเลย นี่กระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ของแอร์เมสก็จะออกแล้วใครไม่มีนี่เอ้าท์สุดๆ ลูกไก่ไม่ยอมนะคะ”
       “ไม่เป็นไรลูกไก่ แม่มีแผนสอง เตรียมไว้แล้ว”
       ชลลดายิ้มร้ายปลื้มในความฉลาดของตัวเอง ภัททิมาทำท่าดีใจวาดฝันถึงกระเป๋า ไข่มุกมองชลลดาอึ้งๆ
      
       วันต่อมาชลลดามาที่บ้านเขมทัต ชลลดานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ยกแก้วน้ำขึ้นจิบแล้ววางลง มณี เขมทัต คีรินทร์นั่งอยู่ด้วย
       “อย่างที่บอกไปน่ะค่ะ ลูกไก่เขาเครียดไปหน่อย กลัวใครจะหาว่าแต่งเพราะสมบัติ เลยเสียมารยาทแบบนั้นออกมา แกเป็นเด็กอ่อนไหว ไหนจะข่าวลือที่โดนใส่ความอีก แต่ดิชั้นก็สอนลูกไปแล้ว ว่าเราเป็นคนไทย งานแต่งถ้าขาดสินสอดทองหมั้น น่าเกลียดตาย ใครๆ เขาจะนินทาเอา”
       คีรินทร์มองชลลดาอย่างรู้ทัน มณีหันหน้าหนีไม่อยากพูด
               “ไม่เป็นไรครับ เราคนกันเอง เรื่องสินสอด ผมจะจัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องเป็นห่วง” เขมทัตบอก ชลลดายกมือไหว้ดีใจ       
       “ขอบคุณมากค่ะ ยังมีข้อแม้อีกสองข้อ”
       “อะไรอีกล่ะ บ้านคุณนี่เยอะจริงๆ”
       “ข้อแรก ขอให้จัดเป็นภายใน มีแค่คนกันเอง แบบว่าแขกยิ่งน้อยยิ่งดี”
       เขมทัต มณี คีรินทร์มองอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ชลลดามองอาการแล้วยิ้มกระหยิ่มนึกถึงสิ่งที่พูดกับไข่มุก ภัททิมาพิพัฒน์ เมื่อคืน
       “งานแต่งต้องเงียบที่สุด อย่าให้ใครรู้เลยยิ่งดี ขืนคนรู้จักมากเข้า แผนเราแตกแน่ แล้วพอให้นังไข่มุกรีดไถเงินจากคีรินทร์มา แล้วก็ค่อยหาเรื่องหย่า ชื่อเสียงของลูกไก่จะได้ไม่เสียหายไม่มีใครเคยรู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อภัททิมาเคยแต่งงานแล้ว ถึงจะเป็นแค่ตัวปลอมก็เถอะต้องอย่าให้เสียชื่อเราได้”
       “เดี๋ยวนะครับ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจัดงานภายในเล็กๆ สินสอดทองหมั้นก็ตั้งเยอะคุณน้าน่าจะอยากให้แขกมางานให้สมฐานะ ไม่ใช่แค่งานเล็กๆ เงียบๆ ไม่ใช่หรือครับ”
       คีรินทร์ถามอย่างสงสัย ชลลดาทำท่าอ่อนใจ ทำท่าน่าสงสาร       
       “บอกตรงๆ ว่าน้ากลัวลูกไก่เขาไม่สบายใจน่ะจ้ะ คุณเองก็มีผู้หญิงเยอะแยะ ขืนจัดงานใหญ่ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาวุ่นวาย อีกอย่างอย่าหาว่าน้าว่านะคะ คุณไม่ธรรมดา เกิดลูกไก่อยู่กับคุณได้ไม่นานแล้วต้องเลิกกัน ลูกสาวน้าจะได้เสียชื่อน้อยหน่อย น้าไม่อยากเป็นเหมือนบางคน จัดงานใหญ่ๆ อยู่กันแป๊บเดียวก็เลิก เป็นขี้ปากชาวบ้าน”
       มณีมองชลลดาแล้วส่ายหน้า
       “กลัวสาวๆ ของตารินทร์หรือกลัวหนุ่มๆ ของลูกสาวคุณกันแน่”
       ชลลดาตวัดตามองมณีแต่ก็เปลี่ยนเป็นปั้นยิ้มกล้ำกลืนแค้น
               “ได้ครับ เล็กๆ ก็เล็กๆ ไม่มีปัญหา แล้วอีกข้อล่ะครับ” คีรินทร์สรุป
       “จะไม่มีการจดทะเบียนสมรส”
      
       คราวนี้คีรินทร์ เขมทัต มณีอึ้งไปยิ่งกว่าเดิม

      
       ชลลดาบอกแล้วนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
      
       “อ้าว ไม่จดอย่างงี้เราก็เสียเปรียบสิคะแม่” ภัททิมาบอก ชลลดาทำหน้าเซ็ง
       “จะจดได้ไงล่ะลูกไก่ ต้องใช้ทั้งบัตรประชาชนหลักฐานอะไรอีกวุ่นวาย แม่ไม่กล้าทำบัตรปลอมหรอกกลัวตำรวจจับ แต่งกันเฉยๆ อย่างงี้นี่แหละจะได้ไม่มีหลักฐาน หย่าปุ๊บก็ออกจากบ้านมาเลยไม่ต้องยื่นเรื่องวุ่นวาย”
       ชลลดามองไปยังไข่มุกที่นิ่งเงียบอยู่ที่พื้น มีพิพัฒน์กับภัททิมายืนคล้องแขนกันมองอย่างเห็นด้วย
       เหตุการณ์กลับสู่ปัจจุบัน ชลลดานั่งทำสงบเสงี่ยมแสร้งทำเจี๋ยมเจี้ยม คีรินทร์ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจ
       “ถ้าไม่จดคุณน้าไม่กลัวลูกสาวเสียเปรียบเหรอครับ”
       ชลลดาส่ายหน้าทำเสียงเศร้า
       “น้าอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าน้องเขาไม่ได้แต่งเพราะอยากได้สมบัติจริงๆ อีกอย่าง ถ้าคุณรินทร์กับน้องไปกันไม่รอด เอ่อ น้าหมายถึงอยู่กันได้ไม่นาน ก็จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องกฎหมายวุ่นวายด้วย”
       คีรินทร์กับมณีมองชลลดาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ คีรินทร์พยายามจะมองค้นหาแต่ชลลดาตีหน้าน่าสงสารหลอกให้ตายใจ       
       “ไม่มีใครคิดอย่างนั้นหรอกครับ แต่เพื่อความสบายใจเอาอย่างที่คุณว่าก็ได้” เขมทัตบอก
      
       รถของชลลดาเลี้ยวออกจากบ้านเขมทัต เขมทัตเดินนำกลับห้องนั่งเล่นแต่มณีกับคีรินทร์แกล้งเดินช้าๆ ถ่วงเวลาไว้       
       “มีอย่างที่ไหนลูกสาวคนเดียวแต่งงานทั้งที แต่ดันอยากจัดเงียบๆ เหมือนงุบงิบๆ ไม่อยากให้คนรู้ แล้วนี่ยังขอไม่จดทะเบียนอีก แต่อันนี้ดีหน่อยเวลาเลิกกันจะได้ง่ายๆ ไม่ต้องหย่าให้วุ่นวาย ยายแม่ก็ดูเค็มน้อยเสียเมื่อไหร่ ขืนฟ้องได้เรียกเงินเป็นร้อยล้าน”
       เขมทัตหันกลับมาพูด
       “หนูลูกไก่เขาเปลี่ยนไปมากนะ เจอกันครั้งสุดท้าย ดูเป็นเด็กร้ายมาก พอโตขึ้นกลับเรียบร้อยน่ารัก ผมคิดไม่ผิดเลยที่เลือกมาให้เจ้ารินทร์”
       คีรินทร์ได้ฟังก็หัวเราะ       
       “พ่อเลือกไม่ผิดหรอกครับ แต่ผมว่าเขาต่างหากที่คิดผิด ที่จะมาแต่งงานกับคนอย่างผม”
       คีรินทร์บอกยิ้มๆ เขมทัต มณีเดินลับเข้าบ้านไป นุชนารถเดินออกมาจากด้านหลังมุมเสามองตามคีรินทร์หน้าเครียด
       “คุณรินทร์ ไม่จริง”
      
       ที่บ้านเช่าวันดี วันดีหยิบถุงกระดาษออกมาวางดึงเสื้อผ้าสีสดๆ มาจับหมุนดูไปมา ไข่มุกนั่งกอดเข่าหน้าเศร้า วันดีหยิบถุงเปล่าตี
       “เป็นอะไร ไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งซึม เอ้านี่ แม่ซื้อเสื้อมาให้แกสองตัว ตัวละร้อยเลยนะ ไหนๆ ก็กลายเป็นลูกผู้ดีแล้ว ต้องแต่งตัวสวยๆ หน่อย”
       ไข่มุกรับเสื้อมาถือไว้ มองสบตาแม่
       “หนูต้องแต่งงานกับเขาจริงๆ เหรอแม่ ขอกลับมาอยู่บ้านได้มั้ย หนูจะทำงานใช้หนี้ให้แม่เอง ขออยู่อย่างเมื่อก่อนที่เราเคยอยู่กันนะแม่นะ หนูไม่อยากแต่ง”
       วันดีปัดมือไข่มุกที่เกาะแขน
       “ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ตกลงกันแล้ว ห้ามโยกโย้ น่ารำคาญ”
       ไข่มุกเอื้อมมือไปจับแขนวันดีอีกรอบ น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา วันดีมองสบตาแล้วเบือนหน้าหนี ไข่มุกน้ำตาไหลพรู
       “แม่จ๋า แม่รักหนูมั้ย รักหนูบ้างมั้ย”
       วันดีอึ้งไป แต่ก็ทำแข็งกร้าว       
       “ชั้นเลี้ยงแกมาตั้งยี่สิบกว่าปี หมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ ตอนนี้แกโตแล้วก็ต้องชดใช้ให้ชั้น หัดกตัญญูมั่ง”
       วันดีสะบัดแขนลุกขึ้นเดินไป ไข่มุกร้องไห้โฮนั่งกอดเสื้อ
               “แม่ รักหนูบ้างไหม รักหนูบ้างหรือเปล่า แม่ แม่จ๋า”
       ไข่มุกสะอึกสะอื้นเอนตัวซุกมุมตู้ บนกำแพงข้างๆ ตู้มีรูปจินจูเก่านิดๆ ติดอยู่
      
       ที่เมืองโซล ประเทศเกาหลี รถลีมูซีนเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าตึกหรู คนนั่งข้างคนขับวิ่งลงมาเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม จินจูก้าวลงมาอย่างสง่างาม แต่สีหน้าแววตาดูเย็นชาอมทุกข์ คนรถปิดประตู จินจูเดินเข้าตึกไป นักข่าวโผล่จากพุ่มไม้มีใบไม้ติดเต็มหัว ยิ้มร้ายมองกดชัตเตอร์กล้องในมือถ่ายรูปจินจูไม่หยุด
       แทยอนนอนไออยู่บนเตียงพยาบาลในห้องส่วนตัว สายตามองไปนอกหน้าต่างอย่างคนมีอะไรในใจ ประตูเปิดออกเป็นจินจูเดินเข้ามา แทยอนเห็นในกระจกก็ปรับสีหน้าแล้วหันมายิ้มให้
       “คุณเป็นยังไงบ้างแทยอน”
       แทยอนยิ้มอ่อน ส่ายหน้าให้
       “ก็ไม่มีอะไร คนแก่ก็นอนรอวันตายเท่านั้น เธอล่ะจินจู ฉันได้ข่าวว่าเขากำลังจะสร้างหนังเชื่อมสัมพันธไมตรีไทยเกาหลีได้ข่าวมั้ย”
       แทยอนลอบมองหน้าจินจู
       “ก็มีคนติดต่อมาเหมือนกัน ฉันยังตัดสินใจอยู่ว่าจะเอายังไงดี”
       แทยอนไอ จินจูลูบหลังให้
       “แล้วจะเล่นมั้ย” จินจูหน้าเศร้า
       “ก็ไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับไปเมืองไทยได้อีกมั้ย ที่นั่นมีแต่ความทรงจำของเขา ฉันบอกตรงๆ ว่ากลัว”
       แทยอนถอนใจ
       “เธอยังไม่ลืมเขาอีกหรือ เรื่องมันนานมาแล้ว”
       จินจูส่ายหน้า บอกเสียงเศร้า
       “ฉันไม่เคยลืมและจะไม่มีวันลืม เขาอยู่ในใจฉันทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที ต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืมเขาได้”
       จินจูน้ำตาหยดแต่เช็ดออกโดยเร็ว จินจูมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นภาพวิวเมืองโซลยามค่ำคืน แทยอนมองจินจูด้วยแววตาเศร้าไม่แพ้กัน
       “ทำยังไงเธอถึงจะลืมเขาได้”
       จินจูส่ายหน้าเม้มปากแน่น
      
       “ไม่มีวันหรอกแทยอน ไม่มีวัน”



       วันต่อมา คีรินทร์นั่งอยู่ในบ้านชลลดา ชลลดานั่งยิ้มเจื่อนๆ อยู่ด้วย ด้านข้างเป็นไข่มุกที่ทำท่านิ่งเฉย
      
       “ผมจะมารับน้องลูกไก่ไปดูชุดแต่งงานครับ”
       ชลลดายิ้มดีใจ       
       “เร็วดีจัง คุณมณีหาฤกษ์ได้แล้วเหรอคะ”
       “เปล่าครับ ผมถือคติ เอาฤกษ์สะดวก”
       คีรินทร์พูดหน้าตาเฉยชลลดาเลยอึ้งไป ไข่มุกหน้าตึง
               “งั้นไม่ต้องไปเลือกก็ได้ค่ะ ชั้นยังไงก็ได้” ไข่มุกบอกเสียงเบากับคีรินทร์
       “ไม่เลือกแล้วจะแก้ผ้าแต่งงานเหรอ” คีรินทร์สวนกลับเสียงเบา แล้วบอกชลลดาเสียงดัง “ขออนุญาตนะครับคุณน้า”
       คีรินทร์ยิ้มแล้วมองไปทั่วตัวไข่มุก ไข่มุกค้อนให้แล้วหันหนี คีรินทร์หัวเราะเบาๆ ยิ้มเจ้าชู้
      
       รถคีรินทร์จอดหน้าเวดดิ้งสตูดิโอ ไข่มุกมองชุดแต่งงานหน้าร้านแล้วนึกเศร้า คีรินทร์เดินเข้ามาใกล้แล้วจับมือไข่มุกให้ควงแขน       
               “เออ ชั้นลืมถามเธอไปเลยว่าเท่าไหร่”
       “อะไรเท่าไหร่คะ”
       คีรินทร์เปลี่ยนแขนมาสอดรั้งเอวไข่มุก
       “ก็สัดส่วนเธอไง กะด้วยสายตาคร่าวๆ ก็ 33-23-34 แต่ก็ไม่แน่ สาวไข่ดาวสมัยนี้ยัดฟองน้ำกันทั้งนั้น” คีรินทร์โน้มตัวเข้าใกล้ “เธอล่ะไข่ดาวหรือของจริง”
       คีรินทร์ดึงทำท่าจะจูบ ไข่มุกผลักออกแล้วเดินห่างออกมามองด้วยใบหน้าแดงก่ำ
       “ไอ้...ไอ้หื่นบ้ากาม”
       คีรินทร์ไม่โกรธแต่หัวเราะร่วนอย่างถูกใจ ไข่มุกยิ่งโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้
      
       ไข่มุกเดินไล่มือตามราวชุดแต่งงานด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยไม่มีอารมณ์จะดู คีรินทร์เปิดหนังสือแบบชุดเจ้าสาวอยู่เงยหน้าขึ้นมามองก็ทักไป       
       “นี่ ชั้นพาเธอมาดูแบบชุดเจ้าสาวนะ ไม่ได้พามาโรงเชือด ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ทำเหมือนไม่อยากแต่งจริงๆ งั้นแหละ”
       ไข่มุกละมือมองตอบ
       “ถ้าไม่อยาก คุณจะยกเลิกงานแต่งมั้ยละคะ”
       “แน่ใจ”
       ไข่มุกฟังด้วยสีหน้าสดชื่นขึ้น ชักมีหวัง เดินมาใกล้ สบตาคีรินทร์อย่างวิงวอน ขอร้อง ทำตีหน้าเศร้า
       “ชั้นยังไม่พร้อม มันเร็วเกินไป เราพึ่งรู้จักกัน ยังไม่ได้รัก ไม่ได้อะไรสักอย่าง”
       “อาจจะรักแรกพบก็ได้”
       “ไม่มีทางสำหรับคนอย่างคุณ ชั้นเองก็เหมือนกัน”
       “อาฮะ แล้วไงอีกครับ คุณว่าที่เจ้าสาว”
       ไข่มุกยิ้มอย่างมีความหวัง
       “คุณเองก็มีสาวๆ อีกตั้งเยอะ คงไม่อยากให้ชีวิตโสดหายไปใช่มั้ยคะ ถ้าไม่แต่งกัน คุณก็ไม่ต้องมีภาระ จะทำอะไรก็ไม่ต้องกังวลด้วย”
       “พูดอีกก็ถูกอีก สาวๆ ในสต็อกเยอะซะด้วย แค่นี้ก็สับรางไม่ทันแล้ว”
       “นั่นสิคะ ในเมื่อฉันก็ไม่อยากแต่ง คุณก็ไม่อยากมีภาระงั้นสรุปว่าเรายกเลิกเรื่องแต่งงานกันนะคะ”
       คีรินทร์ยิ้มหวานให้
       “ไม่”
       ไข่มุกอึ้งอ้าปากค้างตาโตพูดไม่ถูก
       “คุณ...คุณ...ทำไม”
       “ชอบแกล้งเธอ สนุกดี”
       คีรินทร์ลุกผิวปากเดินออกไปจากห้องเก็บชุด ไข่มุกขยำชุดในราวใกล้ๆ อย่างเจ็บใจ
      
       “โธ่เอ๊ย หลอกให้พูดจนเหนื่อย อุตส่าห์ตีบทแตกแล้วนะเนี่ย”



       พอออกจากร้านเวดดิ้งสตูดิโอ คีรินทร์ก็พาไข่มุกมาที่ห้างสรรพสินค้าหรู คีรินทร์พาไข่มุกเดินดูร้านเสื้อบูติกหรู หยิบเสื้อให้ ไข่มุกส่ายหน้า
      
       ขณะนั้นมีนักสืบแอบถ่ายรูปอยู่นอกร้าน คีรินทร์พาเข้าร้านกระเป๋าแบรนด์เนม ชี้ให้ดูกระเป๋า ไข่มุกส่ายหน้า นักสืบชะโงกหน้ามาแอบมอง คีรินทร์จูงไข่มุกเข้าร้านรองเท้าหยิบมายัดใส่มือ ไข่มุกวางลงแล้วส่ายหน้า
       “นู่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอาเดี๋ยวก็พาไปดูชุดชั้นในซะ เอามั้ย แบบ...อะไรน้า ที่คล้ายๆ ผ้าเตี่ยวน่ะ”
       ไข่มุกส่ายหน้า
       “ซื้อให้สาวๆ ของคุณเถอะ”
       คีรินทร์มองอย่างอ่อนใจในความดื้อแพ่ง ไข่มุกเดินนำออกมานอกร้าย นักสืบที่อยู่ตรงประตูหลบวูบอย่างเฉียดฉิว
      
       ที่ร้านเพชร คีรินทร์มองดูแหวนในกล่องเครื่องประดับ ไข่มุกยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ได้สนใจเลย คนขายยิ้มหวานให้คีรินทร์
       “นี่ค่ะสองกะรัต เพชรสีขาวบริสุทธิ์ไม่มีตำหนิน้ำงามอย่างนี้หายากนะคะ”
       คีรินทร์รับมายื่นให้ไข่มุกดู
       “ใหญ่ไปค่ะ ไม่ชอบ”
       คนขายรีบเสนอใหม่
       “งั้นวงนี้มั้ยคะหนึ่งจุดแปดกะรัตเล็กลงมาหน่อย น้ำงามไม่แพ้กัน ลองสวมดูมั้ยคะ”
       ไข่มุกรับมาดูแล้ววางลง
       “ยังใหญ่อยู่ดีค่ะ”
       คีรินทร์หยิบมาดู
       “ใหญ่ที่ไหน ก็สวยพอดีนิ้วเธอออก ผมซื้อให้ได้น่าของแค่นี้ ไม่ได้เสียเงินเองซะหน่อยจะงกไปถึงไหน ลองสวมดูสิ” ไข่มุกไม่เอา ส่ายหน้า “งั้นคุณก็เลือกเองแล้วกันว่าจะเอาวงไหน อย่าบอกนะว่าไม่เอาอีก ผมไม่ให้ออกจากร้านแน่”
       ไข่มุกถอนหายใจไล่นิ้วตามแหวนส่งๆ มือไปสะดุดกับวงที่เม็ดเล็กที่สุดที่อยู่มุมล่าง คนขายทำหน้าเสียดายแต่ก็ยิ้มรับ ไข่มุกหยิบมาลองสวม มองแหวนในมืออย่างพอใจ หันมาพยักหน้ากับคีรินทร์ว่าจะเอาวงนี้ คีรินทร์มองหน้าไข่มุกสลับกับแหวนเพชรเม็ดเล็กๆ ในมือเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมลง เริ่มไม่แน่ใจว่าไข่มุกตั้งใจจริงหรือเสแสร้ง แกล้งทำเป็นคนดี คนขายเอาแหวนไปล้างให้อีกที คีรินทร์หันมาพูดกับไข่มุก
       “เธอนี่เก่งนะ”
       ไข่มุกทำหน้างง
       “อะไรคะ”
       “ทำใสซื่อ เหมือนเป็นคนดีได้เก่งจริงๆ นี่ เรามันก็พวกผีโลงผุเหมือนกัน ไม่ต้องมาเสแสร้งหรอก เหนื่อยเปล่าๆ”
       ไข่มุกนิ่งอึ้ง ใช้ความอดทน ต้องปล่อยให้คีรินทร์เข้าใจเธอผิดต่อไป
      
       รถคีรินทร์แล่นมาจอดหน้าบ้าน ไข่มุกมองบ้านที่ใหญ่โตหรูหราของเขาอย่างนึกกลัว คีรินทร์เห็นไข่มุกนั่งเฉยก็ร้องเรียก       
       “ลงมาสิ”
       ไข่มุกค่อยๆ ก้าวลง
       “นี่บ้านคุณหรอคะ”
       “ใช่สิแม่คุณ นึกว่าศาลาวัดหรือไง”
       “ใหญ่จัง”
       คีรินทร์จะพาไข่มุกเข้าตัวบ้าน แต่นุชนารถเข็นรถพารัตนาออกมา รัตนายิ้มกว้าง
               “พี่รินทร์”
       “หนูนา น้องสาวผม ชื่อเต็มเขาว่ารัตนา หนูนา ไหว้พี่กุ๊กไก่สิคะ” คีรินทร์แนะนำ รัตนารีบไหว้ ยิ้มแย้ม       
       “สวัสดีค่ะ พี่กุ๊กไก่สวยจัง”
       นุชนารถฟังอย่างหมั่นไส้
       “ขอบคุณค่ะ คุณหนูนาก็น่ารัก”
       ไข่มุกยิ้มเลยมาให้นุชนารถ แต่ต้องเจื่อน เพราะนุชนารถสบตาตอบอย่างเย็นชาไม่เป็นมิตรเอาเลย คีรินทร์นิ่งไปนิดแล้วทำไม่รู้ทัน       
       “นุชนารถเป็นพยาบาล คอยดูแลหนูนา”
       “คุณรินทร์น่าจะบอกล่วงหน้าว่าจะพาแขกมา”
       “นี่แขกที่ไหน คนไทย มาคุณ...เข้าบ้าน”
       คีรินทร์พาไข่มุกเข้าบ้าน นุชนารถมองตามหน้าเครียด หึงจัด
       “พี่นุช เข็นรถดิ หนูนาอยากไปหาพี่กุ๊กไก่”
       รัตนาบอก นุชนารถเข็นรถอย่างแรงจนรัตนาแทบตก ต้องร้องโอย แล้วนุชนารถก็เข็นรถไปอย่างกระแทกกระทั้น อารมณ์เสีย
      
       ไข่มุกยืนกลางบ้าน มองไปรอบๆ ตัวอย่างไม่ค่อยสบายใจที่เห็นบ้านหรูหราใหญ่โตเหลือเกิน
       “เป็นไง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้”
       “บ้านคุณ”
       “เล็กไปเหรอ”
       “ถ้าขนาดนี้บอกเล็ก ก็ต้องไปอยู่สนามหลวงแล้ว”
       “ชอบมั้ย”
       “ชอบสนามหลวงเหรอคะ”
       คีรินทร์หัวเราะขำ นุชนารถพารัตนาเข้ามา
               “ชอบบ้านนี้”
       ไข่มุกนิ่ง คีรินทร์ดึงเธอจะเข้ามาจูบ นุชนารถพูดเสียงหนัก
               “ขอโทษค่ะ ที่ขัดจังหวะ”
       คีรินทร์ผละออกห่างจากไข่มุก นุชนารถจ้องคีรินทร์หน้าบึ้ง เอาเรื่อง ไข่มุกมองทั้งคู่อย่างสงสัย
       “พี่กุ๊กไก่จะมาอยู่บ้านเราเมื่อไหร่ค่ะ” รัตนาถามขึ้นมา ไข่มุกอึกอัก
       “วันนี้เลยดีมั้ย” คีรินทร์บอก
       “ไชโย ดีที่สุดเลย”
       “ง่ายดีจัง”
       ไข่มุกชะงักมองหน้านุชนารถ นุชนารถสบตาตอบอย่างเกลียดชัง เป็นศัตรู คีรินทร์เห็นท่าไม่ดี รีบชิ่ง
       “ไปคุณ ไปดูห้องนอนกัน”
       คีรินทร์จับมือไข่มุกให้เดินขึ้นชั้นบนไป นุชนารถมองตามอย่างอยากจะกรี๊ดด้วยความแค้น
               “พี่นุชเป็นไร หน้าตาน่ากลัวอ่ะ”
       นุชนารถแค่นยิ้มหน้าเหี้ยม
       “ยังหรอกหนูนา ต่อไปจะน่ากลัวกว่านี้”
       รัตนามองนุชนารถอย่างนึกกลัว ไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรไป



       คีรินทร์เปิดประตูห้องนอนพาไข่มุกเข้ามา ในห้องตกแต่งอย่างโก้ ของใช้มีราคา
      
       “ คุณอยากเปลี่ยน หรือแต่งอะไรใหม่ บอกได้เลยนะ ไม่มีปัญหา”
       “ชั้นนอนห้องเล็กๆ ก็ได้ค่ะ”
       “นี่ จะเอามาเป็นเมียนะ ไม่ใช่แม่บ้าน จะได้ให้ไปนอนห้องเล็ก เตียงผมนอนสบายนะ ลองสิ”
       คีรินทร์จะดึงให้ไข่มุกล้มลงนอนบนเตียง แต่เธอระวังตัว เลยหลบได้หวุดหวิด คีรินทร์ไม่ยอมแพ้จะเอาให้เธอลงนอนให้ได้ แต่ไข่มุกเบี่ยงตัว หลบอย่างคล่องแคล่ว ลุกหนีจากเตียงได้ คีรินทร์ตามมา ยื่นมือมาจะจับแขนเธอ ไข่มุกปัดมือเขาออกเหมือนเล่นคิวบู๊ คีรินทร์ยังตามมาไม่ยอมเลิก ทั้งสองเหมือนต่อสู้กันในที สุดท้ายคีรินทร์แพ้ ยอมยกมือให้
       “ยอมแพ้ ไปฝึกแบบนี้มาจากไหนเนี่ย ไปเล่นกายกรรมหรือเล่นหนังต่อสู้ได้เลยนะเนี่ย”
       “ไม่บอก” ไข่มุกเผลอตัว ยิ้มกระหยิ่มเลยโดนคีรินทร์รวบตัวให้ล้มลงนอนกับเตียงได้ “คุณขี้โกง”
       “พึ่งรู้หรอ” คีรินทร์ก้มจูบเธอ แล้วบอกอย่างอ่อนหวาน “คืนนี้ค้างนี่นะ”
       ไข่มุกได้สติ รีบลุกขึ้น
       “ไม่ได้ค่ะ ไหนว่าเราต้องไปซื้อของอะไรอีกหลายอย่างไงคะ”
       “จูบอีกทีน่า”
       คีรินทร์จะจูบ แต่ไข่มุกเบี่ยงตัวหลบ รีบลุกจากเตียง
               “ห้ามขี้โกงอีก กลับบ้านโน้นค่ะ”
       “ใจแข็งจริง ได้ ฝากไว้ก่อน”
       คีรินทร์ลุกเดิน แล้วทำเซจะกอดเธอ แต่ไข่มุกระวังตัวอย่างรู้ทัน เลยหลบ คีรินทร์เซ แทบหกล้ม ไข่มุกหัวเราะชอบใจ คีรินทร์มองอย่างนึกชอบเธอมากขึ้นไม่รู้ตัว
      
       ที่เกาหลี จินจูมาไหว้พระที่วัดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ขมขื่น เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น จินจูกดรับ ฟังทางโน้นพูด สายตามองพระแล้วบอกอย่างตัดสินใจ       
       “ได้...ชั้นจะไปเมืองไทย”
      
       คีรินทร์ขับรถมาส่งไข่มุกที่บ้านชลลดา ไข่มุกลงจากรถ คีรินทร์ขยับจะเปิดประตู เธอเลยรีบบอก
       “ไม่ต้องลงหรอกคะ กลับไปเถอะ”
       “มีไล่นะ”
       “ไม่ใช่ เห็นมันดึกแล้ว คุณคงเหนื่อยจะได้กลับไปพัก”
       “ได้จูบนิดเดียว เหนื่อยได้ไง แน่ใจนะว่าไม่ให้ไปส่งถึงห้องนอน”
       “ไม่ เชิญ”
       ไข่มุกเปิดประตูรั้ว แล้วยืนค้างอยู่ คีรินทร์ร้องบอก
               “เข้าบ้านไปก่อนสิ”
       “คุณไปก่อนสิ”
       “เป็นห่วง”
       ไข่มุกอดยิ้มไม่ได้
       “หน้าบ้าน ไม่มีไรหรอกคะ กลับไปเหอะ”
       “อย่าลืมฝันถึงจูบชั้นนะ”
       ไข่มุกชูมะเหงกให้ คีรินทร์หัวเราะชอบใจแล้วขับรถออกไป
      
       ไข่มุกหันหลังจะเข้าประตูรั้วแต่มีชายสองคนมาจับล็อคเธอไว้ เอาถุงคลุมหัวอย่างรวดเร็ว
ตอนที่ 2
      
       ชายสองคนอุ้มไข่มุกที่โดนถุงผ้าคลุมหัวออกมา ไข่มุกดิ้นพลิกข้อมือสะบัดสุดแรงจนหลุด แต่อีกคนยังจับไว้อยู่ ไข่มุกรีบดึงถุงที่คลุมหัวออก
      
       “เฮ้ย...พวกแกมาจับชั้นทำไม ปล่อยนะ บอกให้ปล่อย”
       คนร้ายอีกคนรัดตัวไข่มุกแรงขึ้น
       “ขึ้นรถ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่าฤทธิ์มาก”
       คนร้ายช่วยกันรวบตัวไข่มุก อีกคนรวบมือไข่มุกไว้ด้านหลัง แล้วบิดข้อมือ ไข่มุกเจ็บจนร้อง
       “โอ้ย เจ็บนะ จะทำอะไรกันนี่ ปล่อยชั้น”
       คนร้ายอีกคนรีบเอามืออุดปาก เอาถุงคลุมหัวอย่างเร็ว
       “แหกปากเสียงดังดีนัก ขึ้นรถ ไป”
       ไข่มุกโดนมือปิดปากไว้ และถูกคนร้ายลากตัวจับยัดเข้าไปในรถตู้อย่างทุลักทุเล รถขับออกไป
      
       คีรินทร์ขับรถกลับบ้านเหลือบมองเห็นถุงที่ไข่มุกลืมไว้ก็หยิบมาดูแล้วส่ายหน้า
       “ขี้ลืมอีกต่างหาก ค่อยเอามาให้วันหลังดีกว่า”
       คีรินทร์ที่ทำท่าเหมือนจะวกรถกลับ แต่เปลี่ยนใจขับรถกลับบ้าน
      
       ไข่มุกที่โดนถุงคลุมหัว ร้องโวยวายอยู่ในรถ ชายอีกคนที่นั่งใกล้พยายามรวบมือมัดด้วยเชือก
       “อย่าดิ้นสิวะ อยากโดนอัดหรือไง”
       “ชั้นหายใจไม่ออก เอาถุงออกก่อน เดี๋ยวตายไป พวกแกทำไง”
       “เอาไงดีลูกพี่”
       “ลูกไม้ตื้นๆ อย่าไปสน”
       ไข่มุกทำเป็นไอจะตาย พูดติดขัด
       “ชั้นเป็น...โรคหืดหอบ...หาย...ใจ ไม่ออกแล้ว...จะตายแล้ว”
       “ท่าอาการมันหนักนะ ทำไงดีถ้ามันตาย”
       ชายคนขับชักอารมณ์เสีย
       “ตายไม่ได้ ตายก็อดเงินสิวะ เอ็งรีบมัดเร็วเข้า เสร็จแล้วค่อยเอาถุงคลุมหัวมันออก”
       คนร้ายรีบมัดไข่มุก ไข่มุกทำเสียงแห้ง ไอจะเป็นจะตายแล้วแกล้งนิ่งสลบ คนร้ายหน้าเสียเขย่าตัวไข่มุก
       “เฮ้ย นิ่งไปแล้ว เอาไงดีพี่”
       คนร้ายยังมัดมือไข่มุกไม่เสร็จ เอื้อมมือมาดึงถุงผ้าที่คลุมไข่มุกออก ไข่มุกฉวยจังหวะนั้นเบี่ยงตัวแล้วถีบคนร้ายจนกระเด็น หัวชนผนังรถจนมึน ชายคนขับหันมามอง รถเซไปเซมา สุดท้ายก็หยุดรถข้างทางจะลงมาช่วยจับไข่มุกเปิดประตูรถ พอดีจังหวะคนขับรถเปิดประตูรถ ทั้งคู่ประจันหน้ากัน ชายคนขับยิ้มเหี้ยม รวบสองมือ ไข่มุกหลบอย่างว่องไว
       “จะหนีไปไหน พูดดีๆ ไม่เชื่อใช่มั๊ย” ชายคนขับเงื้อหมัดจะชกที่ท้อง ไข่มุกปัดมือแล้วถีบเต็มเท้าเข้าเต็มอก ล้มลงพื้นหงายหลัง “โอ้ย หลังข้า”
       ไข่มุกหน้าเสีย
       “เอ้ย ผิดคิว โทษทีไม่ได้ตั้งใจ...แต่ ไปก่อนนะ”
       ไข่มุกวิ่งหนีไปทางบ้านชลลดา คนร้ายทั้งสองคนวิ่งตาม
      
       ไข่มุกวิ่งกระหืดกระหอบหันไปดูเห็นคนร้ายสองคนวิ่งตามไม่ห่าง ไข่มุกจึงวิ่งไปบ่นไป
       “โดนจับแต่งแล้วยังโดนจับตัวอีก ซวยชะมัด”
       ไข่มุกวิ่งมาถึงหน้าบ้านชลลดา ไข่มุกหยุดกะทันหัน ยืนตัวโค้งหายใจเหนื่อยหอบ คนร้ายวิ่งตามมาทันยืนล้อมไข่มุก เห็นท่าจะเข้าใส่ ไข่มุกยกมือห้ามไว้
       “เฮ้ย เดี๋ยวๆ ก่อนคิวบู๊คุยกันนิด ถามจริงมาจับชั้นทำไม ไปทำอะไรให้ ชั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”
       “ไม่ต้องพูดมาก เขาให้มาจับก็ไปดีๆ ไม่งั้นเอ็งจะเจ็บตัว”
       “แล้วใครที่สั่งมาให้จับ ผิดตัวป่าว ชั้นไม่เคยมีเรื่องกับใครนะ”
       คนร้ายกระโดดตะครุบตัว ไข่มุกหลบอย่างไว คนร้ายอีกคนตามเข้ามาจะชกท้อง ไข่มุกปัดมือ แล้วกระโดดตีลังกากลับหลังหัน 2 รอบ ไปยืนอีกมุม
       “เฮ้ย อย่างกะหนังจีน ทำได้ไง”
       ไข่มุกมองเห็นต้นไม้ข้างรั้วบ้าน แต่ต้นสูงพอควร ทำหน้าไม่แน่ใจ
       “สูงชะมัด” ไข่มุกมองสองคนร้ายที่เดินรุกเข้ามา “เอาไงดีเรา”
       คนร้ายกระโจนเข้าหาตัว ไข่มุกใช้วิชาคิวบู๊ วิ่งขึ้นต้นไม้ไปตามกิ่งก้านต่างๆ อย่างว่องไว พอขึ้นไปสูงขึ้นมือกลับลื่น ก้าวพลาด หล่นจากกิ่งบนมากิ่งล่าง ก้นกระแทกกิ่งไม้แต่มือฉวยอีกกิ่งไว้ได้ทัน ตัวจึงห้อยต่องแต่ง มองสูงลงมาที่พื้นอย่างเสียว
       “เฮ้ย เกือบเดี้ยงแล้วเรา”
       คนร้ายมองตาม
       “ปีนสิวะ เร็วเข้า ดึงมันลงมา”
       “ปีนเร็วเป็นลิง จะทันได้ไงพี่”
       ไข่มุกม้วนตัวกลับ จับกิ่งไม้ไว้แน่น โดดข้ามประตูรั้วเข้าไปในบริเวณบ้านได้ ร้องตะโกนให้คนช่วย
       “ช่วยด้วย ขโมย ตำรวจมาแล้ว...ช่วยด้วย”
       คนร้ายหันซ้ายขวาแล้วรีบหนี ไข่มุกมองตามแล้วถอนหายใจโล่งอก มองอย่างตกใจและตื่นกลัว
       ทางด้านคีรินทร์เมื่อเข้ามาในห้องก็เจอนุชนารถนั่งหน้าเศร้า แต่แววตาเอาเรื่องในที คีรินทร์เห็นหน้าก็นึกรู้แต่ทำไม่สนใจ
       “ต่อไป นุชคงไม่มีความหมาย ไม่สำคัญอะไรกับคุณอีกแล้ว ฮึบอกว่าแต่งเพราะคุณมณีกับคุณเขมทัตสั่ง แต่ที่เห็นวันนี้ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย ท่าทางคุณไม่เหมือนคนจำใจสักนิด มีแต่เอาใจผู้หญิงคนนั้นไม่ว่า”
       “ผมก็ไม่ได้อะไรนักหนา แต่เขาเป็นลูกของเพื่อนรักพ่อ ถ้าไม่สนใจ เดี๋ยวพ่อก็จะว่าผมไม่ดูแลเขา นุชคิดมาก”
       “นุชไม่ได้ตาบอดนะคะ เห็นตลอด เห็นหมดทุกอย่าง”
       คีรินทร์พยายามตัดบท
       “ไม่เอาน่า เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”
       “เห็นคุณไปอี๋อ๋อกับแม่นั้น ไม่รู้นุชจะทนได้นานแค่ไหน”
       “คุณไม่เห็นต้องทน ก็อย่าไปรับรู้ อย่าไปเห็นซะ อย่าทำให้มีปัญหาไม่ใช่เรื่องใหญ่นะนุชจ๋า ดึกแล้วไปนอนเถอะ”
       “ไม่ใหญ่สำหรับคุณ แต่มันใหญ่สำหรับนุช” นุชนารถสูดลมกลั้นใจพูด “แต่เพื่อคุณนุชจะพยายามไม่คิดมาก ตามที่คุณรินทร์บอก แต่...ขออะไรอย่างนึงได้ไหมคะ”
      
       คีรินทร์มองหน้านุชนารถด้วยความสงสัย
วันต่อมาชลลดาสบตากับภัททิมาอย่างแปลกใจ ย้อนถามไข่มุกที่ยังมีสีหน้าไม่สบายใจ
      
       “เกิดเรื่องหน้าบ้านชั้นเลยเนี่ยนะ”
       “ค่ะ หนูตะโกนเรียกให้คนช่วยแทบตาย ไม่มีใครได้ยินสักคน”
       “แกพกความซวยมาเยือนบ้านชั้นแล้วสิ เมื่อก่อนไม่เห็นเคยมี”
       ภัททิมามองไข่มุกอย่างเหยียดๆ
       “เจ้าหนี้แกหรือของแม่แกป่าว ยี้ อุ้มกันแบบนี้เลยหรอ”
       ไข่มุกหน้าเสียปฏิเสธ
       “ไม่ใช่แน่ หนูไม่มีศัตรูที่ไหน เจ้าหนี้แม่ก็ไม่โหดแบบนี้ มีโหดสุดก็...” ไข่มุกมองชลลดาแล้วหลบตา ชลลดาเขม่นตาปราม
       “พูดให้ดีนะนังนี่ แต่ถ้าไม่ใช่พวกแก อืม หรืออาจเป็นสาวๆ ของนายคีรินทร์ เท่าที่รู้มา นายนั่นเพลย์บอยไม่ใช่เล่น มีสาวรอบตัวหรือจะคบพวกลูกสาวเจ้าพ่อ น่ากลัว ท่าจะหึงโหด”
       ไข่มุกเหมือนจะเห็นคล้อยตาม
       “ดีนะที่แม่ให้ไข่มุกปลอมเป็นลูกไก่ ไม่งั้นซวยตายชัก โดนอุ้มไป แล้วอาจโดน ปู้ยี่...”
       ไข่มุกทำหน้าเหย่เก
       “ปู้ยำ...โอยหนูว่าแล้วมันต้องจับผิดตัวแน่ ผัวหนูก็ยังไม่มีเหมือนคุณลูกไก่ จะมาโดนปู้ยำแทนคุณลูกไก่ได้ไง ไม่เอา หนูกลัว”
       ภัททิมาหยิกไข่มุก
       “ต๊าย นังบ้า แช่งกันหรอ แกจะแต่งแกก็ต้องโดน ไม่ใช่ชั้นยะแกโดนดีแล้วช่างหัวแก”
       ไข่มุกแทบร้องไห้
       “นี่ขนาดยังไม่แต่ง ยังมีอุ้มจะไปยำ ต่อไปไม่ปาดคอหนูเหรอ แล้วจะทำไงดีละคะคุณผู้หญิง”
       ชลลดาที่เป็นกังวลแต่พูดปัดไป
       “ต้องรีบแต่งให้เร็วสุดจะได้หมดปัญหา เข้าไปอยู่บ้านโน่นแล้วพวกนั้นเขาคงคุ้มหัวแกได้”
       “ยิ่งเข้าก็ยิ่งโดนสิคะ คุณลูกไก่ไม่แต่ง คุณนายก็แต่งแทนแล้วกันบ้านเขารวยมาก หลังใหญ่กว่าบ้านนี้อีก จะได้โขกเขาถนัดๆ หนูลาคะ”
       ไข่มุกไหว้ท่วมหัว คลานเข่าจะหนี แต่ก็ต้องหยุดด้วยเสียงชลลดาเข้ม
       “แกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น รับค่าสินสอดล่วงหน้ามาแล้ว หน้าตาก็เห็นกันไปแล้ว ห้ามเบี้ยว พวกนี้มันก็แค่ขู่ไม่ทำจริงหรอก”
       ไข่มุกฟังอย่างยังไม่หายกลัว
       “มันขู่แต่หนูเจ็บ ระบมยังไม่หายเลย”
       “เอายาหม่องป้ายก็หาย ทำเรื่องมาก ไปทำงานบ้านได้แล้ว”
       “แต่”
       “อย่านะ อย่าให้ชั้นมีน้ำโห ขืนแกเบี้ยว นังวันดีได้ติดคุกแน่ เอามั้ย”
       ชลลดาจ้องไข่มุกหน้าเหี้ยม ไข่มุกหน้ามุ่ย เดินออกจากห้อง แต่เดินมายังไม่ทันพ้นดีก็ได้ยินภัททิมาคุยกับชลลดา
       “ให้มันแต่งไป แล้วจะหมดเรื่องจริงเหรอแม่ เรื่องนี้มันดูน่ากลัว”
       ไข่มุกจากตาละห้อยกลายเป็นตาค้าง รีบแอบฟังต่อ ชลลดาดูวิตกแต่ไม่ถึงกังวล
       “พวกนั้นมันอาจเอาจริงก็ได้ แต่ไม่เป็นไร อย่างมากนังไข่มุกมันก็ตายแทนไป พวกเราไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว”
       ภัททิมาหัวเราะชอบใจที่มีคนรับเคราะห์แทน ไข่มุกฟังหน้าซีด บอกกับตัวเอง
       “ตายแทน...ใครจะยอม อยู่ไม่ได้แล้วเรา”
      
       คีรินทร์ขับรถเข้ามาในซอยบ้านชลลดาเจอไข่มุกหิ้วถุงใส่เสื้อผ้า เดินเร็วๆ จะสวนออกไปทางปากซอย คีรินทร์รีบจอดรถแล้วเปิดประตูขวางไว้ ไข่มุกหันไปเห็นเป็นคีรินทร์รีบคว้าถุงปิดหน้า ทั้งเบื่อและกลัวที่จะเจอ เร่งฝีเท้า บ่นกับตัวเอง
       “โอ้ย ทำไมซวยตายชัก ชั้นไปทำเวรทำกรรมอะไรนักหนา ชาตินี้ถึงต้องมาเจอ”
       คีรินทร์มองงงในท่าทีไข่มุก
       “เห็นผมทำอย่างกะเห็นผี แล้วนี่จะไปไหน”
       ไข่มุกส่ายหน้าแล้วเดินหนีต่อ ไข่มุกเดินเร็วจนก้นบิดไปบิดมา คีรินทร์หยุดมองอดขำไม่ได้จึงพูดแซว
       “เอ้า ยักซ้าย ยักขวา ยักขวา ยักซ้าย เดินไปก็ยักคิ้วไป”
       ไข่มุกหยุดกึก สีหน้าเจ็บใจแต่ไม่อยากตอแย รีบเอาถุงมาปิดก้นแทน เดินเร็วต่อ หน้ามุ่ยบ่นอุบ
       “คนยิ่งไม่อยากงานเข้าอยู่ เจอหน้าทีไรซวยทุกที”
       คีรินทร์เดินตาม
       “คุณ ลูกไก่ เดี๋ยวสิ รีบไปไหน”
       คีรินทร์คว้ามือไปจับต้นแขน ไข่มุกสะดุ้งยักไหล่หลบ
       “เฮ้ย อย่า กลัวแล้วคะ”
       คีรินทร์ยิ้มขำ
       “กลัวอะไร ดูท่าเข้า เธอนี่แปลกๆ นะ เหมือนผีเข้าผีออก ฟังก่อนสิเดี๋ยว”
       ไข่มุกสาวเท้าจะวิ่ง คีรินทร์เอื้อมจับไหล่ไว้ ไข่มุกสะดุ้งอีก ยักเท้าหนีเหมือนกระโดด ยกมือท่วมหัว ไข่มุกพูดปัดไป เบื่อโดนตอแย
       “ปล่อยชั้นเถอะนะ ไข่...เฮ้ยไก่ เฮ้ยลูกไก่จะไปซื้อของใช้ ตรงนี้เองคุณมีธุระก็ไปที่ชอบที่ชอบ เฮ้ย ไปธุระของคุณเถอะ”
       “วันนี้คุณเพี้ยนป่าว ผมจะพาคุณไปดูผ้า ผ้าปูเตียง เดี๋ยวซื้อผิดซื้อถูกไม่ตรงรสนิยมคุณจะว่าได้ เออ แล้วเราแยกห้องนอนกันดีมั๊ยต่างคนได้ส่วนตัว”
       “ไม่ต้องแยกห้อง แยกกันไปเลยดีกว่า”
       ไข่มุกไม่สน รีบเดินแกมวิ่งไป
      
       “อ้าว วิ่งเลย ถามเรื่องแยกห้องแค่นี้ โกรธเลยหรอ ผู้หญิงเข้าใจยากจริงเว้ย”
ไข่มุกเดินมาเร็วๆ อย่างกลัวตาย และกลัวใครจะมาจับตัวไปอีก ไข่มุกหยุดนั่งที่ป้ายรถเมล์ด้วยอาการหอบเหนื่อย หันมองซ้ายขวาไม่เห็นคีรินทร์ก็ยิ้มดีใจ ถอนใจอย่างโล่งอก
      
       “หายไปแล้ว ค่อยยังชั่ว อย่าได้ตามมาหลอกมาหลอนกันอีกเล้ย” ไข่มุกชะเง้อมองรถเมล์อีกทาง แต่มีคนสะกิด ไม่หันไปมองแต่ก็ปัดมือออก “อะไรเล่า รอรถเมล์อยู่เดี๋ยวขึ้นไม่ทัน”
       ไข่มุกชะเง้อมองรถเมล์ คีรินทร์นั่งติดสะกิดไหล่
       “ลูกไก่”
       ไข่มุกตาตั้ง สะดุ้ง หันมองแล้วลุกหนี
       “ตามมาทำไมอีก ชั้นไปทางนี้ คุณไปทางนั้น หรือทางนู๊น” ไข่มุกหลับตาชี้นิ้วสุดไกล “เลยก็ได้”
       “วันก่อนยังยิ้มแย้มอยู่เลย วันนี้มาไล่เฉย เอาไงกันแน่”
       ไข่มุกสุดจะทนตะโกนเสียงดัง
       “อย่ามายุ่งกับชั้นได้ไหม”
       คนรอรถเมล์หันมามองเป็นตาเดียวกัน คีรินทร์จะจับมือ ไข่มุกปัดมือ คีรินทร์ยื่นมืออีกข้างจะจับก็โดนไข่มุกเบี่ยงตัวหลบ ท่าทางเหมือนคิวบู๊หนังจีน คีรินทร์มองตาโต “เฮ้ย มีงี้ด้วยเหรอ”
       “บอกแล้วไง อย่ายุ่งกับชั้น”
       “เบาๆ ก็ได้ ไม่อายหรือไง คนเยอะแยะ”
       ไข่มุกเริ่มฉุน
       “ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่ง ชั้นจะร้องให้คนช่วย”
       “กล้าร้องจริงอ่ะ”
       “จริง”
       คีรินทร์ทำหน้าหยามๆ
       “แน่จริงก็เอาดิ เอาเลย”
       ไข่มุกมองอย่างแค้นแล้วตะโกน
       “ช่วยด้วยคะ ไอ้โรคจิต” ไข่มุกชี้ที่คีรินทร์ “จะจับชั้นขมขื่น เอ๊ย ข่มขืน ช่วยด้วยค๊า ใครก็ได้ช่วยที”
       คนหันมามองคีรินทร์เป็นตาเดียว คีรินทร์หน้าเหวอนั่งไม่ติด
       “เฮ้ย เอาจริงเหรอนี่”
       ไข่มุกยักคิ้วอย่างสาแก่ใจ มอเตอร์ไซต์รับจ้าง ผู้ชายร่างใหญ่ เริ่มเดินมาล้อมคีรินทร์ ไข่มุกรีบลุกไปหา
       “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย ให้เลิกตามหนูสักที”
       คีรินทร์รี่เข้าไปใกล้ไข่มุก
       “บอกเขาไปสิว่าเราเป็นแฟนกัน เดี๋ยวได้เกิดเรื่อง ไม่เล่นแล้วนะ” คีรินทร์รีบบอกพวกเตอร์มอไซค์ “เราเป็นแฟนกันครับ”
       “ไม่จริง ไม่ได้เป็น”
       “นี่คุณ หยุดเล่นสักที เราต้องร่วมทางกันแล้ว ทางชีวิตด้วย”
       “ไม่เอา ชั้นไม่ร่วมกับคุณ ชั้นจะไปรถร่วมขสมก.”
       ไข่มุกรีบเดินหนีออกไป กระโจนขึ้นรถเมล์ที่กำลังจะออกพอดี คีรินทร์จะตามแต่มีหนุ่มกล้ามใหญ่ขวางไว้ หลายคนเข้ามาล้อมคีรินทร์ คีรินทร์หน้าจ๋อย
       “โรคจิตใช่ไหม ยิ่งคันไม้คันมืออยู่”
       หนุ่มๆ ตะลุมบอนคีรินทร์
       “อย่า ผมไม่ใช่โรคจิต โอ๊ย”
       ทั้งมือทั้งเท้าเข้ามายำคีรินทร์ จนทุกอย่างดับมืดลง
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องรับแขกบ้านชลลดาเอาสำลีชุบยาแต้มตามปากที่บวมฉึ่ง ตาเขียว นั่งละห้อยเหนื่อยอ่อน ชลลดานั่งมองอย่างสยองแทน
       “น้าว่าคงเข้าใจอะไรกันผิดสักอย่าง ผู้หญิงก็แบบนี้ คุณอย่าถือเลยนะ”
       “เขาจะรีบไปไหนครับ ถึงทำกับผมขนาดนี้”
       ชลลดาอึกอัก
       “คือ โยคะคะ รีบไปเล่นโยคะ เขาวอร์มร่ายกายด้วยการเดินเร็ว วิ่งเร็ว ถึงที่จะได้ไม่เสียเวลาอุ่นร่างกาย”
       “แต่เขาบอกผมจะไปซื้อของ”
       “ของใช้สำหรับเล่นโยคะมั้ง เห็นบ่นว่าเบาะรองเล่นขาดหมดแล้วเขาคงรีบ กลัวไม่ทันครูสอน อย่าไปใส่ใจ
       เดี๋ยวก็กลับมาเองคะ”
       คีรินทร์งงยังไม่หายสงสัย
       “แล้วทำไม ถึงทำท่าเหมือนกลัวๆ ผมยังไงไม่รู้”
       ชลลดาส่ายหน้า
       “ไม่มีอะไรหรอกคะ อย่าคิดมากสิคะคุณคีรินทร์เดี๋ยวกลับมาน้าจะอบรมให้ และให้มาขอโทษคุณนะคะ”
       “ผมขอเบอร์มือถือเขาหน่อย อยากคุยให้รู้เรื่อง”
       ชลลดาสั่นหัว ยิ้มแห้งๆ
       “ไม่มีคะ”
       คีรินทร์เริ่มหัวเสีย เสียงแข็ง
       “ไม่มีได้ไงครับ”
       “คือ เขาลืมเอามือถือไป”
       คีรินทร์นิ่งไปแล้วถามเสียงหนัก
       “ผมรู้แล้ว เขาไปหาผู้ชายอีกคนใช่มั้ย ถึงได้ช่วยปิดกันนัก”
       ชลลดาอึ้ง ตาค้าง
      
       ที่บ้านวันดี วันดีนั่งแทะเม็ดแตงโมมองไข่มุกที่บ่นไปร้องไห้ไป
       “ถึงแม่จะไล่ยังไง มุกก็จะไม่กลับไปบ้านโน่นเด็ดขาด แม่รู้มั้ย พวกนั้นจะให้มุกไปตายแทนเขา ไอ้สองคนนั่นน่ะ มันดักอุ้มเลยนะแม่ ดีว่าหนีมาได้”
       วันดีถุยเม็ดแตงทิ้ง ปัดถุงอย่างไม่สบอารมณ์
       “แกก็ไม่ระวังตัวเอง รู้อยู่แล้วว่ารอบตัวเรา มันก็อันตรายทั้งนั้น”
       “เล่นเป็นสตั้นว่าเสี่ยงตายแล้วนะ แต่เล่นแต่งงานเนี่ย ก่อนตายยังจะโดนปู้ยำอีก มิน่าคุณลูกไก่ลูกเป็ดบ้านนั้น ถึงไม่กล้าแต่งงานกับนายคีรินทร์ เพราะรู้ว่าต้องโดนสั่งเก็บนี่เอง”
       “บ่นอยู่นั่น รู้แบบนี้แกก็ระวังตัวสิ จะมีผัวรวยมันก็ต้องสู้ จะเอาผัวทั้งแก่ทั้งจนอย่างไอ้เม่นมั้ย เอามั้ย ง่ายดี”
       ไข่มุกเหวอที่แม่ไม่เข้าข้าง ไม่ห่วงเธอเลย แทบหมดอาลัย
       “ใจแม่จะส่งชั้นไปตายเหรอ มันมีเรื่องอื่นอยู่เบื้องหลังงานแต่งนะแม่”
       “แกมันดูหนังมากไป เว่อร์ไม่เข้าเรื่อง นึกว่าเป็นฉากเด็ดสิวะ นางเอกมันต้องเสี่ยง ถึงได้รางวัลเป็นโล่เป็นถ้วย แต่นี่มันของจริงนะวุ้ย ได้รางวัลเป็นเงินเป็นทอง เป็นลูกสะใภ้บ้านเศรษฐี”
       “ชั้นไม่อยากเป็นางเอก ชั้นอยากเป็นตัวประกอบ”
       “นังโง่เอ้ย แกเห็นกองเงินกองทองอยู่ข้างหน้าแล้วจะหันหนีได้ไง ต้องลุยไปหยิบมันมาให้ได้ แกกลับไปเลยนะ รีบไปหานังคุณนาย”
       “แม่”
       “ถ้าไม่ไป ชั้นจะลากแกไปส่งบ้านนั้นเอง”
      
       ไข่มุกน้ำตาร่วงพรู ทั้งเสียใจที่แม่ไม่ห่วง ทั้งกลัวตายที่ต้องกลับไปแต่งงาน
ไข่มุกกลับเข้าห้องนั่งดูหนังเกาหลีกำลังภายในที่จินจูแสดงอีก ขณะนั้นจินจูกำลังต่อสู้เพื่อช่วยลูก
      
       “ลูกคือชีวิตของชั้น ไม่ว่าใคร ก็ทำร้ายเขาไม่ได้” จินจูในจอทีวีบอก
       ไข่มุกดูหนังไป ปาดน้ำตาไป ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “จินจู ทำไมแม่หนูถึงไม่สู้เพื่อลูกอย่างคุณ”
      
       อีกด้านหนึ่งที่เกาหลี จินจูกำลังเดินทางไปสนามบิน จินจูเดินลงมาที่ห้องโถงซึ่งแทยอนยืนอยู่ ยูรี แม่บ้านของจินจูยกกระเป๋าเดินทางตามหลังแล้วยกออกไปนอกบ้าน
       “สุขภาพคุณยังไม่ดี ไม่ต้องมาส่งชั้นก็ได้คะ”
       แทยอนสบตาจินจูหน้าเศร้า
       “จะไปกี่วัน”
       “งานมีกำหนดแค่สามวัน แต่อาจจะอยู่ต่อ”
       แทยอนสบตาจินจูร้อนใจ
       “จินจู ที่นั่น...”
       “ทำไม คุณจะพูดอะไร” แทยอนอึ้ง จินจูบอกอย่างขมขื่น “คุณบอกชั้นตลอด ว่าทุกอย่างเป็นอดีต แล้วทำไมวันนี้ คุณถึงยังกลัวอดีต”
       “ชั้น”
       จินจูสบตาแทยอนแล้วยิ้ม
       “อีกสามวัน เจอกันค่ะ”
       จินจูเดินตัวตรงออกไป แทยอนมองตามแล้วตัดสินใจตามไปอย่างเป็นห่วง
       “จินจู”
      
       จินจูเปิดประตูจะก้าวลงบันได แทยอนตามมาเรียกไว้
       “จินจู”
       จินจูไม่ฟังเสียงจะก้าวลงบันได แทยอนรีบเดินมาแต่สุขภาพยังไม่ดีเลยเซจะล้ม
       “โอ๊ย”
       จินจูได้ยินเสียงร้องก็หันมามองอย่างตกใจ ขาเลยก้าวพลาด ล้มลงตกบันได ยูรีร้องกรี๊ดอย่างตกใจ ห่างไปเห็นปาปารัสซี่ที่แอบอยู่ รีบถ่ายรูปไว้
      
       ส่วนที่เมืองไทยวันดีพาไข่มุกมาส่งที่บ้านชลลดา ไข่มุกนั่งหน้ามุ่ยที่โดนบังคับให้กลับบ้านชลลดา ชลลดาส่งสายตามองไข่มุกอย่างไม่พอใจ
       “นี่ถ้าไม่พาตัวกลับมา ชั้นเอาเรื่องแน่ มีอย่างที่ไหน เอะอะก็หนีกลับ จะฉีกสัญญากันเหรอ แถมยังก่อเรื่องสารพัดจนคีรินทร์โดนรุมอัดซะหน้าปูด ดีนะที่เขาไม่เอาเรื่อง”
       ไข่มุกหน้าจ๋อย วันดีจึงพูดย้อนให้
       “นั้นแค่เดี้ยง ใส่ยาก็หาย นังมุกนี่สิคะของจริง อยู่ดีๆ โดนคนร้ายอุ้มเป็นตายเท่ากัน หัวอกแม่จะขาดใจตายซะให้ได้ ชั้นไม่เอาด้วยแล้วเลิกให้หมด ไหนบอกแค่แต่ง แต่เนี่ยจะตาย”
       ไข่มุกยิ้มมองแม่ ไม่อยากจะเชื่อ
       “เลิกได้ไง เงินแกก็รับไปหมดแล้ว ชั้นไม่ปรับพวกแกฐานก่อเรื่องก็บุญโข”
       “งานสองเด้งแบบนี้ ทั้งแต่งทั้งตาย เงินที่ให้มันไม่คุ้มหรอกคะ ชั้นขอเพิ่มอีกสองหมื่น เผื่อค่าทำศพนังมุก”
       วันดีบอกเสียงเข้ม ชลลดาแทบสะอึก ไข่มุกหุบยิ้มแทบไม่ทันมองวันดีตาค้าง
       “งานศพที่ไหนแพงแบบนั้น อีกอย่างจะเจอศพหรือป่าวก็ไม่รู้ห้าพันก็ถมไปแล้ว”
       วันดีเห็นมีแต้มต่อ ดึงแขนไข่มุก
       “ห้าพัน! งั้นชั้นก็ขอลาละคะ ไปนังมุก กลับบ้าน”
       วันดีทำท่าจะลุก ชลลดาอึกอัก
       “แปดพันแล้วกัน สุดๆ”
       “หมื่นห้า ขาดตัว ต่ำกว่านี้คุณนายก็ไปหาคนอื่นเถอะ”
       ชลลดาเห็นวันดีเอาจริงก็กลัวจะเสียเรื่อง กลั้นใจรับ
       “หมื่นห้าก็ได้ ชั้นให้แค่ห้าพันวันนี้ อีกหมื่นนึง หลังแต่งค่อยมารับ” ชลลดาเห็นวันดีจะโวยจึงรีบบอก “ ไงต้องกันไว้ก่อน เดี๋ยวแกเบี้ยวอีก ถ้าไม่เอาก็กลับไปขายส้มตำทั้งแม่ทั้งลูก ชั้นหาคนใหม่ก็ได้ มีเยอะแยะ”
       “ห้าพันก่อนก็ได้”
       ไข่มุกมองวันดีที่ยิ้มดีใจขณะรับเงินอย่างเศร้ามาก ชลลดานับแบงก์พัน ส่งให้ทีละใบ นับไปก็ดีดไปเผื่อแบงก์ติดกัน
       “สองพัน...สามพัน...สี่พัน” ไข่มุกหน้าเศร้ามาก มองอย่างทนไม่ไหว ลุกออกไปจากห้อง ชลลดาชักแบงก์พันสุดท้ายไว้ “อ้าว จะหนีอีกแล้ว”
       วันดีรีบฉวยแบงก์พันจากมือชลลดา
       “ไม่หนี ไม่ต้องห่วง ให้มันทำใจหน่อย นังมุกเป็นเด็กกตัญญูยังไงก็เชื่อที่ชั้นสั่ง”
      
       ไข่มุกหลบมานั่งร้องไห้เพราะน้อยใจในสวน เสียใจที่แม่เห็นเงินสำคัญกว่า คีรินทร์ที่หน้ายังมีรอยโดนซ้อมอยู่ เดินเข้ามา ไข่มุกเห็นใบหน้าคีรินทร์ก็นึกเห็นใจแต่ก็ทำเฉยหันหน้าไปอีกทาง
       “มามาดไหนอีกล่ะแม่คุณ วันก่อนพึ่งเล่นคิวบู๊ไปหยกๆ วันนี้เป็นดอกโศกเชียว ดราม่าไปรึเปล่า”
       ไข่มุกส่ายหน้า
       “วันนั้นถ้าคุณเชื่อชั้น ก็คงไม่เจ็บแบบนี้ ขอโทษแล้วกัน ไม่ได้ตั้งใจ”
       คีรินทร์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ไข่มุกรับมาเช็ดแล้วสั่งน้ำมูกจะส่งคืน คีรินทร์มองอย่างทำหน้าไม่ถูก
       “เก็บไปเถอะ เอาไปเลย ชั้นให้ แต่ที่เธอร้องไห้”
       “บางเรื่องพูดไปก็เท่านั้น เดี๋ยวว่าน้อยใจอีก คือชั้นเสียใจที่...”
       คีรินทร์ทำท่านึกออก
       “ที่ชั้นบอกว่าเราจะแยกห้องนอนกันหรอ” คีรินทร์ยิ้มเอาใจ “ไม่เอาน่า งั้นจุ๊บขอโทษแล้วกัน”
       คีรินทร์โอบไข่มุกที่ไม่ทันระวังตัว จุ๊บที่แก้มหนึ่งที ไข่มุกรีบรั้งตัวออกมองค้อน
       “คุณนี่ คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่”
       ภัททิมาเดินมาร้องเรียก
       “นังไข่มุก”
       คีรินทร์หันไปมอง หันถามไข่มุก
       “เขาเรียกเธอว่าอะไรนะ”
      
       ไข่มุกหน้าเสีย คีรินทร์มองกลับไปก็สบตากับภัททิมาที่มองมาอย่างอึ้งๆ ทึ่งในความหล่อ เท่ ของเขา

      ไม่นานต่อมา ทุกคนนั่งอยู่ภายในห้องรับแขกบ้านชลลดา คีรินทร์นั่งข้างไข่มุกที่มีสีหน้าเซ็งชีวิต ภัททิมายิ้มมองคีรินทร์อย่างถูกใจ ชลลดาทำท่าอึกอักแก้เก้อแนะนำภัททิมา
      
       “หลานสาวน้าเองค่ะ ชื่อไข่มุก พี่ชายเขาชื่อพิพัฒน์ แต่วันนี้ไม่อยู่ รู้จักกันไว้ ต่อไปก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน”
       ภัททิมายิ้มยั่วยวน ไหว้คีรินทร์อย่างนอบน้อม
       “ได้ยินชื่อคุณรินทร์มานาน มาเจอตัวจริงก็วันนี้เอง ลูกไก่เอ๊ย ไข่มุก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
       “ตื่นเต้น เลยพูดผิดพูดถูก”
       “อ้อ ครับ ยินดีครับ” ไข่มุกมองภัททิมาอย่างงงๆ คีรินทร์ก็มองแปลกในท่าทีของภัททิมา “งั้นตกลงวันแต่ง ทานข้าวกันธรรมดาที่โรงแรมผมแล้วกันนะครับ ผมก็ไม่ได้เชิญใคร เอาตามที่คุณน้าว่า”
       “ดีแล้วคะ สิ้นเปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ เก็บเงินไว้ให้หนูลูกไก่ดูแลดีกว่า รับรองเก็บได้ทุกสตางค์ จริงไหมจ๊ะลูกไก่”
       ไข่มุกหน้าแหย มองชลลดาที่ยิ้มหวานให้แต่สายตาดุ คีรินทร์ยิ้มบอกไข่มุก
       “ที่จริงเปลี่ยนใจได้นะ ปิดโรงแรมเลี้ยง เชิญแขกสักพัน พวกเพื่อนๆ เธอ จะได้มางานด้วยไง นะ”
       ไข่มุกดูเนือยๆ เศร้า ตาตก เสียงอ่อย
       “ไม่ต้องหรอกคะ จะเล็กจะใหญ่ก็ค่าเท่ากัน ยังไงก็ไม่พ้น”
       คีรินทร์เห็นไข่มุกสีหน้าเศร้าจนผิดสังเกตก็คิดเอาใจ
       “โอเค ตามใจ” คีรินทร์จับมือไข่มุก “ขออนุญาตคุณน้านะครับ ผมจะพาลูกไก่ไปซื้อของเตรียมไว้วันงาน ไป...”
       ไข่มุกจะดึงมือกลับ แต่ชลลดามองมาอย่างปราม ภัททิมายิ้มดีใจ
       “เย้ ดีเลยคะ งั้นไปด้วย ไปพารากอนแล้วต่อด้วยเซ็นทรัลเวิร์ล”
       “ไว้วันหลังนะครับ วันนี้ผมอยากอยู่กับแฟนสองคน ขอตัวนะ”
       ภัททิมาหน้าเจือน มองคีรินทร์ที่จูงไข่มุกออกไป ไข่มุกหันกลับมามองภัททิมาค้อนให้อย่างอิจฉา ได้แต่มองคีรินทร์อย่างติดใจ พอสองคนพ้นก็หันมาโวยใส่ชลลดา
       “แม่นะแม่ ทำไมไม่บอกว่าคีรินทร์ทั้งหล่อทั้งเท่แบบนี้ ทีนี้หนูจะทำไง ไม่ยอมนะ จะเอา” ชลลดางง
       “อ้าว”
      
       พอออกจากบ้านชลลดา คีรินทร์ขับรถไปหันมองไข่มุกที่นั่งหน้าเศร้า
       “อาการนี้เมื่อไรจะหาย ถึงเรายังไม่รักกัน แต่ต่อไปก็ต้องแต่ง ต้องอยู่ด้วยกันแล้ว มีเรื่องไร เธอบอกชั้นได้”
       ไข่มุกมองคีรินทร์เหมือนคิดอะไรแต่ก็นิ่งไม่ตอบ คีรินทร์หันมาจะหอมแก้ม ไข่มุกเอียงตัวหลบ
       “จะทำอะไร เดี๋ยวก็รถชนตายหรอก นี่เหรอคนที่จะอยู่ร่วมกัน ชั้นจะไว้ใจคุณได้ไง นี่ขนาดยังไม่แต่ง อยู่ใกล้ไม่ได้เลย เปลืองตัวชะมัด”
       “เปลืองที่ไหน มีแต่ได้กับได้ ได้จุ๊บน่ะ ไม่ชอบหรอ” คีรินทร์ยิ้มอย่างหล่อหันมามอง “แต่ถ้าจูบไปขับไป มันไม่ปลอดภัย ห้ามจูบขณะขับ งั้นเดี๋ยวหาที่จอดแล้วจูบให้สุดๆ ไปเลย”
       “คนอะไร หื่นได้ตลอดเวลา”
       ไข่มุกทั้งเขินทั้งเอือม หันตัวหลบมองข้างทางแต่ตาเหลือบเห็นคีรินทร์สะท้อนในกระจกทำท่าจุ๊บแก้มอย่างน่ารัก ไข่มุกเอามือปิดตาตัวเองไม่อยากมอง คีรินทร์เอามือจิ้มเอว ไข่มุกสะดุ้งแล้วปัดออกรีบปิดตาต่อ คีรินทร์ได้แต่ยิ้มขำ ไม่รู้ตัวว่าเผลอใจไปแล้ว
       คีรินทร์ยิ้มขับรถอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้ว่าคนร้ายสองคนซ้อนกันขี่มอเตอร์ไซด์ตาม
      
       ที่บ้านชลลดา ชลลดาต่อว่าภัททิมาอย่างเจ็บใจเหมือนกัน
       “อย่ามาโทษแม่นะ เราเองแหละใจร้อน แทนจะเจอคีรินทร์แล้วค่อยตัดสินใจ ดันปฎิเสธไม่เอาท่าเดียว แล้วเป็นไงล่ะ นังไข่มุกเอาไปกินเลย มาโวยตอนนี้ สายไปแล้วย่ะ”
       “ไม่เห็นสายเลย ก็โกหกไปว่าเราลองใจหรืออะไรก็ได้”
       “พูดเป็นเด็กๆ ขืนทำจริง บ้านนั้นได้โกรธตาย คุณเขมทัตกับคีรินทร์ต้องรู้ว่าเราดูถูกเขา คราวนี้นอกจากจะไม่ได้สินสอดเกือบสิบล้านแล้ว ยังต้องใช้หนี้เก่าให้เขาด้วยแถมต้องโดนโขกหนี้กลับแน่ ทบดอกอีก”
       ภัททิมาหน้างอ
       “แหม แต่”
       “แล้วพิพัฒน์ล่ะ จะเอาไว้ไหน”
       “โอ๊ย นั่นน่ะลูกไก่ในกำมือ เฉดหัวไปเมื่อไหร่ก็ได้”
       ชลลดามองค้อนภัททิมา
       “เรานี่ทำแม่ปวดหัวจริงๆ” ชลลดานิ่งคิด “อยากแต่งก็ได้ แต่ต้องรอไปก่อน”
       “ทำไมต้องรออ่ะ ไม่ชอบรอนี่”
       “อยากตายหรือไง ตอนนี้มีคนจ้องเล่นเจ้าสาวของคีรินทร์อยู่ ต้องปล่อยให้นังไข่มุกเป็นตัวล่อไปก่อน”
       “งั้น ถ้านังไข่มุกโดนฆ่าตายเมื่อไหร่ ลูกไก่ก็สวมรอยแต่งกับคุณคีรินทร์อีกที แผนการอะไรมันช่างวิเศษสุดขนาดนี้คะแม่”
       ชลลดายิ้มในแผนของตน
       “กินสองต่อ แม่ก็ได้เงิน หนูก็ได้ผัวอีกคน ว่าแต่เห็นหน้าเขาครั้งเดียว อาการหนักขนาดนี้เชียวหรอ”
       ภัททิมาเขินบิดมือไปมา
       “ทั้งหล่อ ทั้งเท่ระดับเทพซะขนาดน้าน” ภัททิมายกมือลูบปาก “เช็ดปากเกือบไม่ทัน น้ำลายแทบหยด อิอิ”
      
       ภัททิมาหัวเราะชอบใจ ชลลดาก็หัวเราะไปด้วยแต่หน้าเหมือนจะร้องไห้ในความซ่า ก๋ากั่นของลูกสาว
      
       อ่านต่อหน้า 2
คีรินทร์ขับรถมาจอดรถที่เปลี่ยว ไข่มุกมองอย่างตกใจ
      
       “จอดรถทำไมคะ นี่คุณจะทำจริงหรอ จะหื่นข้างทางเนี่ยนะ”
       “ไม่อดอยากปานนั้น ที่จอดเพราะอยากรู้ว่าเธอร้องไห้เพราะหึงหรือโกรธชั้นใช่มั้ย”
       “ไม่ได้หึง ไม่ได้โกรธ แต่มันเครียด ชั้นเหนื่อย อึดอัดหลายเรื่อง โอย ไม่รู้จะบอกไงดี”
       คีรินทร์ดึงไข่มุกเข้ามาใกล้ สองคนสบตากัน คีรินทร์ทำตาเซ็กซี่ น้ำเสียงนุ่มนวล
       “ชั้นมีวิธีคลายเครียด รับรองผลโดยผู้เชี่ยวชาญแห่งปารีส หายเครียดกันมาเยอะแล้ว แบบนี้ไง”
       คีรินทร์จูบที่ริมฝีปากไข่มุก ไข่มุกตาค้าง รั้งตัวออก
       “เราไม่ได้รักกันแล้วจูบกันได้ไง”
       “ได้สิ จูบกันไป เดี๋ยวก็รักกันเอง ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นอีกที”
       คีรินทร์ดึงไข่มุกมาใกล้สบตาอย่างหวาน ไข่มุกดันคีรินทร์เบาๆ แต่ตาก็มองคีรินทร์เหมือนค้นหาอะไรบางสิ่ง
       “คุณคงรักผู้หญิงหลายคน”
       “กำลังเริ่มหึงชั้นเหมือนผู้หญิงคนอื่นแล้วสินะ”
       ไข่มุกไม่กล้าบอกความจริง
       “ไม่ใช่ ชั้นจะอกแตกตายอยู่แล้ว โอย จะบอกไงดีเนี่ย”
       คีรินทร์มองไข่มุกงงๆ
      
       ขณะนั้นคนร้ายที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามคีรินทร์มากำลังพูดโทรศัพท์มือถือ
       “ได้ครับ สั่งสอนแต่ไม่ตาย”
       คนร้ายวางสาย มองไปยังรถคีรินทร์ด้วยสีหน้าเหี้ยมๆ
       ไข่มุกหันซ้ายขวาเห็นที่เปลี่ยวก็รู้สึกกลัว คีรินทร์คอยแต่จะโอบกอด
       “ไปเถอะคุณ แถวนี้เปลี่ยวจะตาย”
       “เปลี่ยวสิดี ได้จูบกันถนัด”
       รถมอเตอร์ไซด์แล่นชนท้าย ไข่มุกสีหน้าตกใจ คีรินทร์ร้องสั่ง
       “คุณอยู่บนรถนะ” คีรินทร์ลงจากรถมาดูท้ายรถที่โดนชน “ขับรถยังไง รถจอดอยู่มาชนได้”
       เสียงคนร้ายอีกคนมาทางด้านหลัง
       “ก็ชนแบบนี้ แล้วจะทำไม”
       คีรินทร์หันไป คนร้ายพุ่งหมัดเต็มหน้าคีรินทร์เซไป คนร้ายจะเข้าซ้ำ คีรินทร์จับมือไว้ยื้อแย่งกันไปมา คนร้ายอีกคนเดินไปเปิดประตูรถด้านไข่มุกจะดึงตัวลงมา ไข่มุกดึงประตูกลับ รั้งเอาไว้ พอเห็นหน้าคนร้ายก็นึกได้
       “พวกแกเอง ชั้นจำได้ โผล่มาอีกแล้ว”
       “ไม่ต้องพูดมาก คราวนี้เธอตายแน่”
       ไข่มุกงับประตูอย่างเร็วแล้วล็อคกลอน ปีนมาด้านคนขับ รีบลงมายืนหลังชนหลังคีรินทร์ คนร้ายสองคนประจันหน้ากันเข้ามา ไข่มุกหันบอกคีรินทร์
       “สองต่อสองยังพอไหว ลองดูสักตั้งนะ”
       คีรินทร์มองไข่มุกที่กำหมัดขึ้นมา ใจก็คิดสู้ตาม พยักหน้ารับ
       “เอา เอาไงก็เอากัน ลงมาทำไมไม่รู้ คงสู้มันได้หรอก”
       คนร้ายออกหมัดตรงเข้าหน้า คีรินทร์หลบแล้วเตะกลับคนร้ายล้ม คนร้ายอีกคนเข้ารวบตัวไข่มุก ไข่มุกพลิกตัวหลบมายืนหน้าคีรินทร์แล้วมือสองข้างจับไหล่คีรินทร์ให้หันกลับไปสู้ คีรินทร์สวนหมัดตรงเข้าหน้าคนร้ายหงายหลังไข่มุกยิ้มชม ตบไหล่คีรินทร์
       “เจ๋งไปเลย หมัดตรงแบบนี้ ใช้ได้”
       คนร้ายลุกขึ้น ตรงรี่เข้ามาด้านหลังไข่มุก คีรินทร์เห็นก่อน
       “ระวัง ข้างหลัง”
       ไข่มุกหันไปมอง คีรินทร์รีบกดหัวไข่มุกให้นั่งลง คนร้ายชก คีรินทร์หลบ คนร้ายเสียหลักจะนั่งคร่อมไข่มุกที่นั่งยองๆ อยู่ ไข่มุกหลับตาปี๋ออกหมัดสวนเข้าเต็มเป้า คนร้ายร้องเสียงหลง กุมที่เป้า ขาอ่อนล้มลงอย่างเจ็บปวด
       “โอ๊ย จะเป็นหมันมั้ยเนี่ย”
       ไข่มุกสะบัดมือ
       “ใช้ได้ เดี้ยงไปเลย”
       คีรินทร์บอก จังหวะนั้นตำรวจขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมา ไข่มุกเห็น รีบร้องเสียงดัง
       “ช่วยด้วยคุณตำรวจ ทางนี้คะ จับไปเลย โจรอยู่ทางนี้คะ”
       คนร้ายรีบบึ้งมอเตอร์ไซด์หนีไปได้ ตำรวจสอบถามคีรินทร์
       “เป็นไงบ้างครับ”
       คีรินทร์หน้าเหย่
       “ไม่เท่าไรครับ แต่...” คีรินทร์คลำดูกระเป๋ากางเกง “กระเป๋าตังค์ผม”
      
       คีรินทร์พาไข่มุกมาที่บ้าน นุชนารถทำแผลที่คิ้วให้คีรินทร์อย่างทะนุทะนอม ไข่มุกมองด้วยสายตาเป็นห่วง เขมทัต มณีมองอย่างไม่น่าเกิดเรื่อง พอปิดพลาสเตอร์เสร็จก็ยิ้ม
       “ไม่กี่วันก็หายคะ ยานี่ดี แผลจะหายสนิทเร็ว สำคัญอย่าให้โดนน้ำนะคะ” นุชนารถเห็นไข่มุกจับที่ข้อศอกที่ถลอก ก็ทำเป็นจะเข้าไปทำแผลให้ “ให้ดูหน่อยสิคะ เป็นมากไหม”
       นุชนารถแกล้งจับข้อศอกไข่มุกอย่างแรงแล้วดึง
       “โอ้ย”
       นุชนารถทำหน้าตกใจ
       “อุ้ยโทษทีคะ เจ็บเหรอ งั้นใส่ยาเองแล้วกัน เดี๋ยวจะเจ็บอีก”
       นุชนารถยื่นยาใส่แผลให้ แสร้งทำหน้าเห็นใจ แต่สายตาไม่เป็นมิตรจนไข่มุกรู้สึก
       “แค่ชิงทรัพย์ ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้”
       “คนเดี๋ยวนี้ แค่เงินไม่กี่ร้อยก็ฆ่ากันตายแล้ว ลูกต้องระวังมากกว่านี้นะรินทร์ แม่เห็นแล้วใจคอไม่ดีเล้ย”
       คีรินทร์ลุกมากอดมณี
       “ผมไม่เป็นไรมากหรอกครับแม่ นิดหน่อยเอง พรุ่งนี้ก็หายแล้วแม่อย่ากังวลมาก เดี๋ยวไม่สบาย ถือว่าฟาดเคราะห์ ดวงไม่ดีก็ให้มันไป”
       “คุณรินทร์ไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้ เพิ่งมีตอนจะแต่งงานนี่แหละ” นุชนารถมองไข่มุก “ดวงสองคนจะชงกันรึเปล่าคะ ยังไม่แต่งยังแรงขนาดนี้ นี่เขาเรียกดวงมารนางกาลี”
       ไข่มุกหน้าจ๋อย รู้ว่านุชนารถหมายถึงใคร มณีฟังอย่างคล้อยตาม
       “ที่นุชพูดก็มีส่วนถูก เอาอย่างนี้” มณีมองไข่มุก “เอาวันเดือนปีเกิดเธอมา ชั้นจะไปให้หมอเขาผูกดวงดูสิ”
       ไข่มุกอึกอัก
       “วันเดือนปีเกิดหรอคะ คือ...หนู...”
       “หนูอะไร อย่าบอกนะว่าจำวันเกิดตัวเองไม่ได้ แบบนี้จะไปทำอะไรกิน มิน่า เรียนจบมาถึงต้องอยู่บ้านเฉยๆ”
       “แม่ครับ วันเดือนปีเกิดไม่สำคัญอะไรหรอก ผูกดวงมา ถ้าไม่ตรงกัน พ่อจะยกเลิกงานแต่งเหรอ”
       เขมทัตส่ายหน้า
       “ยังไงก็เลิกไม่ได้ มาถึงขนาดนี้แล้ว ใจเย็นก่อน ผมรู้ว่าคุณกำลังเครียดที่ลูกโดนมาแบบนี้ แต่อย่าพึ่งมาซักไซ้อะไรตอนนี้เลย”
       “ไม่รู้หละ เพื่อความสบายใจของชั้น ลูกทั้งคนจะปล่อยให้ใครมาฉุดดวงได้ไง” มณีมองไข่มุก “ไหนบอกมาสิเธอเกิดวันอะไร จำไม่ได้ก็เอาบัตรประชาชนมา ชั้นจดเองก็ได้”
       ไข่มุกอึ้งหน้าเสีย คีรินมองอย่างเห็นใจ
       “เออ...บัตรหนู...”
       “อ้ำอึ้งอยู่นั่น มีความลับอะไร หรือแอบไปจดทะเบียนกับใครก่อนแล้ว”
       “เปล่าค่ะ ไม่เคยมี ไม่เคยจด” ไข่มุกรีบบอก
       “กระเป๋าสะพายเขาโดนพวกนั้นเอาไปด้วยครับแม่ พวกบัตรอะไรคงอยู่ในนั้นหมด ไม่เป็นไรครับแม่ ผมไม่ถือเรื่องดวง”
       ไข่มุกอึ้งมองคีรินทร์ที่ช่วยพูด
       “ผมเห็นด้วยกับลูก ดวงไม่สำคัญเท่าการกระทำ รินทร์ พ่อว่าเราไปส่งหนูลูกไก่กลับบ้านก่อนดีกว่า เดี๋ยวคุณชลลดาจะเป็นห่วง เหนื่อยมาทั้งวันแล้วด้วย จะได้พักกัน”
       “ครับ”
       มณีมองไข่มุกที่หน้าจ๋องหลบสายตาอย่างขัดใจ แต่ไม่กล้าโวยเพราะเกรงเขมทัต
      
       นุชนารถยิ้มเยาะไข่มุกเป็นเชิงบอกฝากไว้ก่อน
ขณะเดียวกัน ที่ประเทศเกาหลีใต้ จินจูซึ่งใช้ไม้พยุงช่วยเดิน กำลังเดินกระเผลกเข้ามา เพราะข้อเท้าใส่เฝือกอ่อนไว้โดยมีแทยอนช่วยประคอง
      
       “ดีกว่าแค่เดาะ ไม่ถึงหัก ชั้นทำให้เธอต้องเจ็บหลายครั้งจริงๆ”
       “อุบัติเหตุ ช่างเถอะคะ”
       “แจ้งทางเมืองไทยไปรึยัง”
       “ค่ะ ขอเลื่อนไปไม่มีกำหนด”
       แทยอนยิ้มนิดๆ อย่างดีใจ จินจูมอง
       “ไม่ปฎิเสธว่าชั้นแอบดีใจที่เธอไปไม่ได้ ยอมรับว่ากลัว” แทยอนบอก
       “เจ้าพ่อวงการภาพยนตร์ของเกาหลีอย่างแทยอน เคยกลัวอะไรที่ไหน”
       “กลัวคนที่อยู่ตรงหน้านี่ไง ชั้นกลัวใจเธอ”
       “งั้นก็คงสมใจคุณ เพราะชั้นไปไหนไม่ได้อีกนาน ไม่ว่าเมืองไทยหรือที่ไหน”
       จินจูดูเศร้าเมื่อพูดถึงและคิดถึงเมืองไทย แทยอนมาจับมือเธอ
       “เราจะเริ่มต้นกันใหม่ได้มั้ย”
       จินจูยิ้มทั้งน้ำตา
       “แผลบางอย่าง ก็ลึกเกินกว่าจะลบให้หายได้คะ”
       จินจูสบตาอย่างขมขื่น เย็นชา แทยอนอึ้ง หน้าเสีย
      
       ส่วนที่เมืองไทย ไข่มุกยืนมองตัวเองที่อยู่ในชุดแต่งงานขาว สั้น สวยน่ารัก จนตัวเองก็แอบเผลอยิ้มกับความน่ารักในกระจก ภัททิมาเดินเข้ามองอย่างอิจฉา ไข่มุกมองไปเห็นก็หุบยิ้ม
       “ปลื้มจนหน้าจะล้นออกมาแล้วสิยะ พอแต่งออกมาก็พอดูได้ ถึงว่าคีรินทร์มาหาบ่อย เสร็จกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วสิ”
       ไข่มุกสั่นหัวยิก
       “ยังไม่เสร็จ หนูไม่เอาผัวก่อนแต่งหรอกคะ”
       ภัททิมาแทบกรี๊ด
       “นี่แกว่าชั้นหรอนังมุก ไม่ต้องโกหก ถ้าไม่เอาตัวจับ อย่างคีรินทร์เหรอจะยอมแต่งกับเธอ อ้อไม่ใช่สิ เขาแต่งกับเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นชั้น พ่อชั้นกับพ่อเขาเป็นเพื่อนรักกันมาก ถ้าลองรู้ว่าเธอไม่ใช่ชั้น เขาไม่มีวันแลผู้หญิงกระจอกอย่างเธอหรอกจำใส่กะลาหัวไว้”
       “หนูไม่เคยลืมว่าตัวเองเป็นใคร ต้องฝืนทำทั้งที่ไม่ได้อยากก็เพื่อแม่ แต่งไปไม่รู้จะเจออะไรบ้าง จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้” ภัททิมายิ้มหยัน
       “ไม่ต้องมาสะตอ อย่างแกอยากแต่งจนเนื้อเต้น แต่ชั้นบอกไว้เลยนะ อย่าคิดว่าจะได้เป็นเมียเศรษฐีไปตลอด อีกไม่นานแกก็ต้องกลับไปอยู่ดงน้ำเน่าอย่างเดิม”
       พิพัฒน์เดินเข้ามา เห็นไข่มุกก็อดตะลึงตาค้างในความสวยไม่ได้จนภัททิมาต้องเข้าไปหยิกให้
       “ถึงกับตาค้างเลยหรอ เดี๋ยวได้ตาเขียว ผู้ชายเหมือนกันหมด”
       พิพัฒน์ถูกภัททิมาหยิกจึงรู้ตัว
       “โอ้ย เจ็บนะ แค่จะเข้ามาบอกว่าแม่ไข่มุกมา แหม ของสวยของงามแค่มองไม่ได้กินสะหน่อย ทำหึงไปได้ที่รักจ๋า”
       ภัททิมาค้อนให้ ไข่มุกดีใจที่แม่จะมาอวยพรในงานแต่งของเธอ
      
       ไข่มุกเดินยิ้มออกมาอย่างสวยในชุดแต่งงาน คิดว่าวันดีจะมาอวยพรในวันแต่ง แม้จะหลอกๆ ก็เถอะ วันดีเห็นไข่มุกอย่างสวย ก็อดปลื้มไม่ได้
       “แม่เจ้าโว้ย แต่งตัวแบบนี้ สวยกว่าลูกยายคุณนายนี่เป็นไหนๆ โอยราศีจับเป็นผู้ดีเชียว แบบนี้ผัวหลงโงหัวไม่ขึ้นแน่” สีหน้าวันดีเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ “ว่าแต่คงได้มาหลายสินะ เขาให้เงินมาเตรียมงานแต่งใช่มั้ย แบ่งแม่มั่งสิ”
       ไข่มุกหน้าเจือนอย่างเซ็ง
       “นึกว่าแม่จะมาอวยพรหนู ที่แท้ไถเงินอีกแล้ว”
       “เรื่องเงินมันใหญ่สุดเว้ย แม่จะมาเตือน นังคุณนายคิดวางแผนให้เอ็งเป็นตัวสูบเงินจากบ้านนั้น ได้มาแล้วก็อย่าลืมจิ๊กไว้ให้แม่ อย่าไปให้นังคุณนายมันหมดล่ะ เข้าใจมั้ย” ไข่มุกเศร้าใจที่แม่คิดแต่เรื่องเงิน แต่ไม่คิดถึงเธอเลย วันดีเห็นก็ปลอบใจ “เป็นหนูตกถังข้าวสาร แล้วทำเศร้าทำไม เดี๋ยวโดน”
       ไข่มุกมองแม่หน้าเศร้าอย่างน้อยใจ
      
       ชลลดาพาไข่มุก ภัททิมาและพิพัฒน์ เดินเข้ามาในโรงแรมคีรินทร์ ภัททิมาเห็นความใหญ่โตของโรงแรมก็กระซิบกับแม่
       “นี่ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดแล้วแม่ ท่าจะหลายร้อยล้าน ทำไมไม่บอกว่าคีรินทร์รวยขนาดนี้ ทั้งหล่อทั้งรวยหาง่ายที่ไหนเสียดายเป็นบ้า”
       ชลลดากระซิบตอบอย่างรำคาญ
       “เอาน่า ส่งนังไข่มุกไปเป็นกองหน้าก่อน เปลี่ยนใจตอนนี้ช้าไปแล้ว”
       พิพัฒน์เอียงหูฟังแล้วถามขึ้นมา
       “จะเปลี่ยนอะไรกันครับสองแม่ลูก”
       “ป่าวไม่มีอะไร รองเท้าลูกไก่มันคับ เขาอยากเปลี่ยน แต่ไม่ทันแล้วทนใส่ไปก่อน”
       คีรินทร์เดินมารับ เห็นไข่มุกก็พอใจในความสวยของเธอ คีรินทร์มองจนไข่มุกเขินต้องหลบสายตา ทำอะไรไม่ถูก ชลลดาแสร้งยิ้มหนุนส่งให้
       “เป็นไงคะ หนูลูกไก่งามกลายเป็นหนูลูกหงษ์เลยวันนี้ อย่าๆ เพิ่งคะยังมีเวลาให้หลงอีกเยอะ”
       ชลลดายิ้มเจ้าเล่ห์ คีรินทร์มองไข่มุก แต่ก็ตอบชลลดา
       “เจ้าสาวของผมสวยมาก สวยที่สุดแล้วในบรรดาผู้หญิงที่ผมคบมา”
       ภัททิมามองอย่างอิจฉา ไข่มุกเขินก้มหน้าก็สบตากับคีรินทร์แล้วยิ้มให้แบบแก้เกี้ยว
      
       พนักงานเปิดประตูห้องจัดงานแต่งงานเล็กๆ ที่จัดอย่างสวยงาม คีรินทร์เดินคล้องแขนไข่มุก ชลลดา ภัททิมา พิพัฒน์เดินตามมา วัฒนายืนรออยู่กับเขมทัต มณี นุชนารถยืนคอยเข็นรถให้รัตนาที่ยืนเว้นระยะออกมาจากกลุ่มผู้ใหญ่ รัตนาเห็นไข่มุกก็ดีใจ
       “โอโห้ ยุน อึน เฮ ชิดซ้ายเลย ดูสิพี่นุช พาหนูนาเข้าไปหาพี่ลูกไก่ที เร็วสิคะ เข็นรถหน่อย”
       นุชนารถเห็นไข่มุกก็หมั้นไส้มาก
       “โบ๊ะหน้าอย่างกับโบกปูน ไม่สวยก็แย่แล้ว อย่าเข้าไปคะเดี๋ยวเมคอัพร่วงใส่หนูนาเปล่าๆ สู้พี่ไม่ได้หรอก สวยเด้งด้วยธรรมชาติล้วนๆ”
       “เร็วสิพี่นุช เดี๋ยวแขกมากันเยอะ อดคุยกับพี่สะใภ้คนสวยของหนูพอดี ไม่ยอมเข็น หนูไปเองก็ได้”
       รัตนาพยายามเอามือเข็นรถแต่เข็นไม่ไปเพราะนุชนารถเอาขายันล้อไว้ไม่ให้หมุนแถมรั้งรถเข็นไว้
       “อุ้ย ล้อเป็นไรไม่รู้คะคุณหนูนา เข็นไม่ไปสะงั้น” นุชนารถทำหน้าสะใจ
       รัตนาหันรีหันขวางหงุดหงิด วัฒนามองไข่มุกอย่างอึ้งไม่นึกว่าเจ้าสาวคีรินทร์จะสวยและดูนิสัยดีแบบนี้ วัฒนาเข้าไปจับมือกับคีรินทร์ที่ยิ้มแย้ม
       “ตาถึงมากรินทร์ มีของดีแบบนี้ปิดเงียบเลยเพื่อน อุ๊บไว้คนเดียว เก็บความลับเก่งนี่หว่า วันหลังหาให้คนสิ ขอสวยแค่ครึ่งคุณลูกไก่ก็พอ”
       ไข่มุกยิ้มเขิน คีรินทร์ได้ทีโอบ
      
       “ของแบบนี้ต้องหาเอง หาให้กันไม่ได้หรอกเพื่อน”
เขมทัตรับไหว้อย่างดีใจ ปลื้มสุดๆ หันไปยิ้มกับชลลดา
      
       “สวยและน่ารักเป็นที่สุด เลือกไม่ผิดจริงๆ ถ้ายงยุทธยังอยู่คงปลื้มใจมาก ขอบใจมากคุณชลลดาที่ยกลูกสาวให้”
       “คู่กันแล้ว เขาไม่แคล้วกันคะคุณเขมทัต พูดแล้วมันตื้นตัน อยากร้องไห้ ดีใจเป็นที่สุด หนูลูกไก่ของแม่”
       ชลลดาโอบไหล่ไข่มุกเข้ามากอด จะซบร้องไห้ ไข่มุกมองอย่างทึ่ง พอได้จังหวะจึงกระซิบข้างหูชลลดา
       “บทแตกกระจุยเลยคะคุณผู้หญิง วันหลังผู้กำกับโทรมาหนูจะบอกให้”
       ชลลดาลอบตาเขียวใส่ แอบหยิก แล้วกระซิบตอบ
       “แกก็ต้องตีให้แตก ไม่งั้นแกตาย”
       ไข่มุกยิ้มจ๋อย ชลลดาแกล้งตื้นตันเช็ดน้ำตา ยิ้มปลื้มไข่มุกหันไปไหว้มณีที่รับไหว้อย่างเสียไม่ได้ แล้วแสร้งพูดเหน็บ
       “ชั้นก็ดีใจ ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้คนนี้มาเป็นเป็นสะใภ้ ดีใจจนนอนไม่หลับ ต้องกินยานอนหลับคืนละหลายเม็ด”
       เขมทัตยิ้มแก้เก้อ มณีค้อนให้แบบไม่พอใจ
       “งั้นให้น้องไข่มุกไปช่วยดูแลมั้ยคะ คนนี้เขาเอาใจผู้ใหญ่เก่งนะคะ”
       “อย่าเลย เดี๋ยวได้กินยาทีละกำมือ”
       มณีพูดหน้าเฉย ภัททิมาแอบเบ้หน้าใส่มณี แล้วพยายามสบตาทำปิ๊งใส่คีรินทร์แต่คีรินทร์มองผ่านไปสนใจแต่ไข่มุก ภัททิมาเลยเก้อหน้างอ พิพัฒน์มองอย่างไม่สบอารมณ์
      
       ภัททิมาถูกพิพัฒน์ลากมือมาในสวนของโรงแรม ภัททิมาสะบัดมือ หน้าบึ้ง
       “ดึงมาทำไม”
       “เห็นนะว่าลูกไก่มองคีรินทร์ตาเป็นมัน อยากกินมันเต็มทีใช่มั้ย เขายังอยู่ทั้งคน ตัวอย่าลืมดิ ไม่ชอบนะ ขอบอก”
       “พูดจบแล้วใช่มั้ย น่าเบื่อ”
       ภัททิมาพูดใส่หน้าแล้วเดินไปอย่างไม่แคร์ พิพัฒน์มองตาม ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ห่างออกไปวัฒนาที่ผ่านมาเห็นเข้าก็หยุดมองอย่างแปลกใจในท่าทางทั้งคู่
      
       ในห้องจัดเลี้ยง บนโต๊ะรับรองของรับไหว้ผู้ใหญ่จำพวก กล่องเครื่องเพชร สายสร้อยคอเพชร และแหวน วางเต็มโต๊ะ ชลลดา ภัททิมาเห็นก็ตาโตน้ำลายแทบไหล
       “วันนี้เป็นวันมงคล ที่ลูกชายผมจะได้มีภรรยาเคียงคู่กันไปตลอดชีวิต เป็นวันที่ผมดีใจที่สุด เพราะได้ลูกสาวคนใหม่ ที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก”
       รัตนาปรบมือยิ้มดีใจ
       “ไชโย หนูดีใจสุดๆ เลยคะ ได้พี่สาวแสนสวย หนูรอวันนี้มานาน”
       นุชนุนารถมองมาหน้าเฉย สบตาคีรินทร์อย่างตัดพ้อ คีรินทร์อึ้งไป เขมทัตพยักเพยิดให้มณีให้ของรับไหว้เป็นกล่องเครื่องเพชร มีสายสร้อยคอเพชรและแหวน มณีสีหน้าไม่เต็มใจแต่ก็ยื่นให้ไข่มุกแบบเสียดายๆ ไข่มุกลังเลใจไม่อยากรับของ ชลลดาและภัททิมา ที่นั่งข้างก็ลุ้น มองของแล้วมองตาไข่มุก ชลลดากระซิบข้างหูไข่มุก
       “เหน็บกินมือรึไง ยื่นออกไปรับสิ”
       “คือหนู...”
       ชลลดาเอามือทำเป็นดันๆ ที่ข้อศอกไข่มุกให้ยื่นออกไปรับเครื่องเพชร คนทั้งโต๊ะก็มองเป็นตาเดียว
       “โถ ลูกไก่ ตื่นเต้นจนมือแข็งไปหมด เอาเดี๋ยวแม่ช่วย”
       มณีเห็นมือไข่มุกยื่นมาจะรับของก็อดเสียดายไม่ได้ ดึงของกลับ ชลลดาเลยเก้อ เขมทัตก็พยักพเยิดให้ยื่นให้ พอยื่นไปไข่มุกก็หดมืออีก ชลลดาก็กระแทกที่ข้อศอกไข่มุกอีก ยื่นๆ หดๆ อยู่สักระยะ ชลลดาทนไม่ไหวจึงเอื้อมไปคว้าเครื่องเพชรแบบฉวยเอา
       “มานี่ แม่เก็บให้ จะได้ไม่หาย”
       มณีค้อนให้อย่างเสียดายของ จากนั้นคีรินทร์ก็สวมแหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วไข่มุก ทุกคนมองอย่างอิจฉา
       ไข่มุกไหว้คีรินทร์ ภัททิมาแทบร้องไห้
       “ที่จริงควรจัดงานใหญ่ เป็นเรื่องราวมากกว่านี้ จะได้สมเกียรติหนูลูกไก่”
       “แค่นี้ก็ดีเกินพอสำหรับ” ชลลดาปรายตามองไข่มุก “เจ้าสาวแล้วคะคุณพี่”
       ไข่มุกยิ้มแห้งๆ มองไปรอบๆ ยังพออุ่นใจในสายตาเขมทัตและรัตนาที่ส่งมาให้อย่างอาทร
      
       ขณะนั้นแองจี้ในชุดราตรีเดินเข้าประตูมา เจอกับน้องแพรวที่เข้ามาอีกประตู
       “เธอด้วย”
       “ใช่”
       “ด้วยอีกคน”
       กีกี้บอกเสียงเข้มอย่างเอาเรื่อง แล้วสามสาวก็เดินเรียงหน้ากระดานไปพร้อมๆ กัน
       ภายในห้องจัดเลี้ยง คีรินทร์กำลังเต้นรำกับไข่มุก ซึ่งเต้นผิดๆ ถูก คีรินทร์สอนอย่างอารมณ์ดี
       “ไม่ต้องตื่น เต้นตามผม เดี๋ยวครูสอนเอง ครูคนนี้สอนเก่งนะ”
       ไข่มุกค้อนให้ พิพัฒน์ก็เต้นกับภัททิมาที่เต้นหน้างอ คอยมองแต่คีรินทร์ วัฒนาเต้นกับนุชนารถ ซึ่งเต้นด้วยอย่างไม่เต็มใจ คอยชำเลืองไปทางคีรินทร์เหมือนกัน รัตนามองอย่างสนุกสนาน
       “พี่ลูกไก่สวยเหมือนนางฟ้าเลย”
       “นางมารมากกว่า” มณีบอกอย่างหมั่นไส้
       “คุณน่า ลูกแต่งงานทั้งที อารมณ์ดีหน่อยสิ”
       “คงได้หรอกค่ะ”
       คีรินทร์จับไข่มุกหมุนตัว แล้วหันกลับมายืนหน้าแทบจะชนกับเขา คีรินทร์ยิ้มกรุ้มกริ่ม ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกเปิดเข้ามาอย่างแรง
       “คุณแต่งงานกับใครไม่ได้นะคีรินทร์ ห้ามแต่ง แองจี้ไม่ยอม”
       “น้องแพรวก็ไม่ยอม”
       “ยังไงก็ไม่ยอมเด็ดขาด”
       กี้กี้คว้าไม้ตีกลองปาใส่ไปที่คีรินทร์กับไข่มุก แยกทั้งคู่ออกจากกัน คีรินทร์มองไม้ที่พุ่งไปปักที่ช่อดอกไม้ ตาเหลือก ตกใจ
      
       ทุกคนตกตะลึง อึ้งกันไปหมด จากนั้นสามสาวก็เข้ารุมทึ้งคีรินทร์อย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
   
      คีรินทร์นั่งอยู่สภาพทรุดโทรมเสื้อผ้าหลุดลุ่ย กระดุมเสื้อขาด ถอดเน็คไทอย่างอารมณ์เสีย แองจี้ น้องแพรว กีกี้ จัดผมที่ยุ่งฟูเต็มหัว เสื้อผ้ากระเจิง เช็ดลิปสติกเปื้อนหน้า คีรินทร์ส่ายหน้าหน่ายๆ
      
       “กระเจิง ดูได้ที่ไหนแต่ละคน นึกไม่ถึงพวกคุณจะกล้าขนาดนี้”
       “มากกว่านี้ก็จะทำ ขอได้รินทร์กลับมา ให้คนอื่นชุบมือเปิบได้ไง” กีกี้ลอยหน้าพูด
       “ดีนะพวกเรามีกันสาม ไม่งั้นเจอพวกนั้นเล่นแน่”
       “รินทร์นะรินทร์ ทำกันได้ลงคอ ดีที่รู้ข่าวก่อนมาเกือบไม่ทัน”
       “ใครบอกพวกคุณเรื่องงานวันนี้”
       “ใครบอกก็ช่างเถอะ มันขึ้นในมือถือชั้นก็พอ แม่สองคนนี้คงได้เหมือนกัน แต่ชั้นมาก่อนนะรินทร์”
       คีรินทร์งงว่าใครส่ง
       “มาก่อนมาหลัง มันก็พังหมดแล้ว”
       สามสาวมองหน้ากัน แองจี้เข้าไปดึงแขนซ้ายคีรินทร์ น้องแพรวดึงแขนขวา กีกี้เข้าโอบตัวคีรินทร์
       “ไม่รู้ละ วันนี้จะเอารินทร์ไปให้ได้”
       “ของชั้นนะ อย่าแย่งสิ”
       กีกี้ปัดมือแองจี้และน้องแพรว
       “พวกเธอปล่อย ชั้นมาก่อน ไหนรินทร์ว่ารักกี้คนเดียว”
       คีรินทร์บ่นอย่างรำคาญ แกะมือกีกี้
       “โอย จะบ้า อยากอยู่ก็อยู่กันไป บ้านักจับขังในนี้ให้หมด”
       คีรินทร์เดินหนีไปทางประตู สามสาวรีบตาม
      
       ขณะนั้นมณียังคุยอยู่กับนุชนารถในห้องจัดเลี้ยง
       “ดีนะไม่จัดงานใหญ่ ได้ลงหน้าหนึ่งกันแน่ แม่พวกนี้รู้ได้ยังไง เราไม่ได้ บอกใครสักหน่อย มีแค่ครอบครัวสองฝ่าย”
       นุชนารถทำเฉไฉ
       “เรื่องคงหลุดไปหนะคะ ยุ่งตั้งแต่เริ่ม อยากมีกิ๊กไว้ทั่วเมืองก็เป็นแบบนี้ น่าปวดหัวแทนคุณรินทร์”
       มณียิ้มดีใจในหน้าแอบกระซิบกับนุชนารถ
       “ลงแบบนี้ดีเหมือนกัน อาละวาดให้หนัก ได้ไม่ต้องแต่ง”
       นุชนารถแอบยิ้มอย่างสะใจ แววตายิ้มเยาะเพราะเธอเองเป็นคนแอบส่งข้อความบอกสามสาวเรื่องที่คีรินทร์แต่งงาน
      
       นุชนารถยิ้มอย่างสะใจ รัตนาที่นั่งรถเข็นอยู่ข้างก็สะกิด
       “พี่นุชยิ้มอะไร เห็นยืนยิ้มอยู่คนเดียวตั้งนานแล้ว”
       นุชนารถรู้สึกตัวทำเสไป
       “ก็ยิ้มให้หนูนาไงคะ ปลื้มใจแทนจะมีพี่สาวอีกคน”
       คีรินทร์เดินมาในห้องจัดเลี้ยงโดยมีสามสามเดินเกาะตามเป็นพรวน คีรินทร์คอยจะหนีห่าง สะบัดคนนี้ คนนั้นก็เกาะ
       “คนเดียวที่ไหนคะพี่นุช โน่น เป็นโขยง” รัตนาบอก
       คีรินทร์หยุดเดินชักเริ่มโมโห
       “ถ้ายังไม่หยุดก่อเรื่อง ผมจะเรียก รปภ. นี่ยังให้เกียรติพวกคุณ เลิกจุ้นจ้าน พวกคุณจะยอมหรือไม่ยอม ผมก็แต่งไปแล้วสวมแหวนแต่งงานไปแล้วด้วย”
       สามสาวกรี๊ดสนั่น
       “เราไม่ยอม”
       “แหวนอยู่ไหน จี้ไปถอดให้ ไหนแม่นั้นอยู่ไหน”
       ไข่มุกที่ยืนอยู่อีกมุมก็สะดุ้งตกใจ รีบหันหลังให้ มือกุมแหวนที่นิ้ว
       “วันนี้เป็นวันแต่งงานผม อาละวาดแค่นี้มากพอแล้ว ถ้าใครยังไม่หยุด อย่าหาว่าผมใจร้าย”
       คีรินทร์บอกด้วยสีหน้าจริงจัง สามสาวชะงักกึกทันที รู้ว่าเขาเอาจริง คีรินทร์ลอบถอนใจโล่งอกที่แกล้งโหดแล้วได้ผล
      
       ห้องนอนของคีรินทร์ถูกใช้เป็นห้องหอ เขมทัตกับมณีลุกจากเตียงแล้วคีรินทร์นั่งลงแทน ไข่มุกอิดออด ชลลดาเลยผลักแล้วให้นั่งลงไปแบบกระแทกนิดๆ ชลลดายิ้มหวานแต่ทำตาดุขู่ไข่มุกในที
       “เป็นสามีภรรยากันแล้วหนักนิดเบาหน่อยต้องอภัยให้กัน รินทร์เองก็ต้องทำตัวเป็นสามีที่ดี มีภรรยาที่ทั้งดีและน่ารักอย่างนี้ ต้องคอยดูแลกัน อยู่ด้วยกันมีลูกมีหลานไวๆ พ่อกับแม่จะได้หมดห่วง”
       “หวังว่าภรรยาที่ดี จะดีจริงอย่างที่พ่อเขาว่า” มณีพูดเน้นคำว่าดี ไข่มุกเงยหน้ามอง มณียิ้มให้แบบยิ้มเยาะให้แล้วพูดต่อ “มาเป็นคนบ้านนี้แล้วก็ทำตัวให้เหมาะให้ควร ไอ้วีรกรรมเก่าๆ ก็อย่าเอามาใช้ที่นี่ จะทำอะไรก็อย่าให้ทุกคนต้องอับอายขายขี้หน้าล่ะ แม่หนูลูกไก่”
       ชลลดาทำเป็นจับมือไข่มุก จ้องตาพูดแต่มือบีบแน่น
       “ลูกไก่เอง แต่งงานแล้วก็ต้องกตัญญูเหมือนเดิมนะคะ อย่าลืมแม่ลืมพี่ซะล่ะ แม่จะคอยดูหนูอยู่นะลูก”
       ชลลดาบีบมือแน่นแล้วค่อยๆ ปล่อย
       “เอาล่ะ ได้ฤกษ์แล้ว ให้เขาอยู่กันสองคนดีกว่า”
       เขมทัต มณี ชลลดาเดินออกมาจากห้อง ไข่มุกนั่งนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก คีรินทร์ยิ้มพราวกอดกระแซะไข่มุก หอมซ้ายไข่มุกหลบ หอมขวาไข่มุกก็หลบ คีรินทร์นิ่งมองสักพักแล้วจู่โจมจูบตรงๆ
       “ได้อยู่กันสองคนเสียที วันนี้เจ้าสาวผมสวยจนเกือบห้ามใจไม่อยู่ขอหอมอีกสักทีนะ”
       “อย่า เอ่ย อย่าเพิ่งเลยค่ะ เดินมาทั้งงาน เหนียวตัวไปหมด”
       “เธอนี่ไม่รู้จักความโรแมนติกของลูกผู้ชายเลย มีเจ้าสาวในชุดขาวอยู่บนเตียง จะให้นอนเฉยๆ ได้ไง มานี่มา”
       คีรินทร์กอดไข่มุกล้มไปบนเตียง
       “ชั้นตัวเหม็นจะแย่ อาบน้ำก่อนนะ”
       “หอมจะตาย ไหน ตรงไหนเหม็นไม่มี ห้อมหอม”
       คีรินทร์ทำท่าหอมบนตัวไข่มุก ไข่มุกหลับตาปี๋ดันออก
       “อย่านะคะ วันนี้ชั้นเหนื่อยมาก ชั้นว่าเรารีบอาบน้ำแล้วต่างคนต่างนอนดีกว่านะคะ”
       “แต่ชั้นอยากทำอะไรที่ดีกว่าการนอน” คีรินทร์ทำมือลูบไล้ไข่มุก “มาสนุกกันยันเช้าเป็นไง”
       “คุณ อย่านะคะ”
       “นู่นก็อย่า นี่ก็ไม่ แต่งงานกันแล้วจะให้นอนคลำเตียงกันหรือไงคนสวย น่า เรื่องมันก็คุ้นเคยทั้งสองคน เอาเทคนิคมาแลกกันดีกว่า”
       “คนบ้า พูดอะไรทะลึ่งตลอด”
       “แอคติ้งขั้นเทพนะเธอเนี่ย ทำยังกับไม่เคยจริงๆ ไหนมาหอมทีเร็ว” ไข่มุกปัดป้อง คีรินทร์จับมือ “ไม่ให้ชั้นหอม เธอก็หอมแทนแล้วกัน ไม่งั้นชั้นไม่ให้ไปอาบน้ำแน่”
       “คุณรินทร์”
       “เอาน่า นิดเดียวเอง เร็วๆ สิ ไม่อยากอาบเหรอ” ไข่มุกหน้าแหย คีรินทร์แกล้งหลับตาพริ้ม ไข่มุกค่อยๆ ยื่นจมูกไปใกล้ แต่คีรินทร์ลืมตาแล้วชิงหอมก่อน “มัดจำก่อน อาบน้ำเสร็จค่อยมาต่อ”
      
       ไข่มุกได้ยินทำท่าเหมือนจะเป็นลม คีรินทร์ยิ้มเจ้าชู้ นอนหงายบนเตียง กระดิกเท้ารอสบายใจเฉิบ
ไม่นานต่อมา ไข่มุกใส่ชุดเสื้อคลุมอยู่ในห้องน้ำกำลังส่องกระจก ทำสีหน้าลำบากใจสลับกับหันไปมองประตู ได้ยินเสียงคีรินทร์ร้องถามมา
      
       “เสร็จยังที่รัก ออกมาให้กินซะดีๆ”
       ไข่มุกสะดุ้งหันไปทางประตู สีหน้าครุ่นคิด เสียงเคาะประตูเร่ง ไข่มุกหันไปมองชั้นวางเสื้อ มีเสื้อผ้าพับวางกองสูง
      
       ไข่มุกในชุดนอนตัวสั้นแสนจะเซ็กซี่ ออกจากห้องน้ำมา คีรินทร์มองอย่างชอบใจ ไข่มุกส่งจูบแล้วยิ้มยั่วยวน คีรินทร์ทนไม่ไหวลุกถลันจะเข้าหา...คีรินทร์ที่นอนดูฟุตบอลในทีวีสะดุ้งจากที่เคลิ้มผลอยหลับไปนิดนึง คีรินทร์มองไปรอบตัวไม่เห็นไข่มุก
       “หลับไปเหรอเนี่ย” คีรินทร์มองไปทางห้องน้ำเห็นปิดเงียบก็ร้องตะโกนเรียก “ยัยลูกไก่กุ๊กๆ จะลีลาก็มาลีลาที่เตียงนี่ ออกมาได้แล้ว” ประตูยังปิดเงียบ คีรินทร์เลยเร่งอีกที “ ถ้าไม่ออก จะเข้าไปในห้องน้ำนะ ออกมาให้กอดเร็วๆ หนึ่ง สอง...” ประตูห้องน้ำเปิดออก ไข่มุกใส่เสื้อกางเกงหนาทับกันจนอ้วนตุ๊ต๊ะค่อยๆ เดินเอียงๆ ออกมายิ้มแหยๆ “เฮ้ย ใส่ชุดอะไรของเธอเนี่ย”
       ไข่มุกก้มลงมอง
       “ชั้นหนาวๆ เหมือนจะป่วยค่ะ เลยใส่เสื้อให้มันอุ่น”
       “หนาวอะไร กำลังเย็นสบายไม่ว่า” คีรินทร์ทำหน้านึกได้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ “อยากให้ชั้นกอดให้อุ่นสินะ แหม ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้ ลูกเล่นเยอะ”
       “หนาวจริงๆ คะ”
       คีรินทร์กดปิดแอร์ เอามือตบเตียง
       “เอ้า ปิดให้แล้ว ถอดออกเหอะ เห็นเธอแล้วเหมือนเห็นหมียังไงยังงั้น มาให้กอดหมีหน่อย”
       ไข่มุกส่ายหน้า
       “มะ ไม่ต้องก็ได้มั้ง ชั้นชอบใส่แบบนี้”
       คีรินทร์ยิ้มขำนึกเอ็นดูกับไข่มุกที่ค่อยเดินตุ้ยๆ มานอนลงข้างๆ พอขึ้นเตียงไข่มุกก็หมุนตัวหันหลังให้ดึงผ้าห่มปิดถึงคอ คีรินทร์แกล้งพลิกตัวมากอดซุกจมูกข้างแก้ม
       “ที่ว่าชอบ หมายถึงชอบให้ชั้นถอดให้ใช่มั้ย ร้ายนักนะเรา”
       ไข่มุกทำตาหยี หลับหูหลับตากลิ้งข้ามตัวคีรินทร์ไปนอนอีกฝั่ง คีรินทร์พลิกตัวตาม ไปทั้งกอดทั้งก่ายไว้
       “แน่ะ เล่นตัวซะด้วย ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก”
       ไข่มุกขืนตัวออกหันมาสบตา ปลายจมูกเฉี่ยวกัน มองสบตานิ่งไปสักพัก พอรู้ตัวไข่มุกก็ขยับออก
       “คุณรินทร์ ฉันอึดอัด ปล่อยก่อนค่ะ”
       “คนรักกันก็ต้องนอนกอดกันสิ ไม่งั้นชั้นจะแต่งเมียมาทำไม”
       ไข่มุกดิ้นขลุกขลัก คีรินทร์ยิ่งกอดแน่น คีรินทร์ทำท่าจะโน้มเข้ามาจูบแต่ไข่มุกเบี่ยงหน้าหลบทัน คีรินทร์จูบหมอนไปเต็มๆ
       “งั้นแค่กอดนะคะ ห้ามทำอย่างอื่น ไม่งั้น...”
       “ไม่งั้นอะไร”
       “ไม่งั้นชั้นไม่ให้กอดน่ะสิ”
       คีรินทร์ขำท่าทางไข่มุก
       “เยอะนะเธอเนี่ย ทำยังกับไม่เคยไปได้”
       คีรินทร์ทำท่าจะจูบแต่ไข่มุกแข็งตัวนิ่งหลับตาปี๋ คีรินทร์มองอย่างสงสัยแต่ก็ยอมถอยตัวออกมา ไข่มุกลืมตามอง นิ่งคิด หาเรื่องชวนคุย
       “แล้วสาวๆ ของคุณ ที่มาโวยในงาน ทำไมถึงยอมกลับไปง่ายจัง นึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ซะอีก”
       คีรินทร์นอนทำหน้าคิด นึกย้อนไปถึงตอนนั้น
       คีรินทร์นั่งตรงกลาง มีสามสาว แองจี้ น้องแพรว กีกี้ยืนล้อมวง คีรินทร์พยายามรวบรัด ทำหน้าเข้ม
       “โอเค ตกลงตามนี้ ถึงผมจะแต่งงานแล้ว แต่กับทุกคน เหมือนเดิมเคลียร์นะ”
       “คุณรินทร์ต้องตามไปรับส่งกีกี้ที่กองถ่ายเหมือนเดิมนะคะ ห้ามเบี้ยว ไม่งั้นกีกี้ไม่ยอม”
       “โอเคครับ”
       แองจี้เบียดกีกี้ออก
       “ถ้าแองจี้อยากไปชอปปิ้ง คุณรินทร์ต้องพาไป แล้วก็ช่วยถือของอย่างทุกครั้งนะคะ ห้ามอ้างว่าเมียไม่ให้ไป”
       “ไม่เป็นปัญหา”
       น้องแพรวปราดเข้ามากอดแขนคีรินทร์
       “ของน้องแพรวไม่เรื่องมากค่ะ ขอแค่คุณรินทร์มาดินเนอร์กับน้องแพรว มารับไปทานข้าวกันสองต่อสองใต้แสงเทียนบ่อยๆ น้องแพรวก็โอเค”
       “รับทราบ พร้อมปฏิบัติตามครับผม”
       กีกี้ดึงน้องแพรวออก
       “โอเคค่ะ ยอมรับข้อเสนอก็ได้ แต่ผิดสัญญาเมื่อไหร่...”
       กีกี้ น้องแพรว แองจี้พูดพร้อมกัน
       “เชือด... แล้วโยนให้เป็ด”
       คีรินทร์ทำท่าสะดุ้ง ก้มลงมองตักตัวเอง แล้วยิ้มแห้งๆ โอบสาวๆ สามคน สาวๆ กระแทกกันไปศอกกันมาแต่ก็ยอมให้กอด
      
       ไข่มุกถอนใจ คีรินทร์ที่ยักคิ้วให้
       “เคลียร์เก่งจริงๆ คุณเนี่ย เจ้าแผนการที่สุด”
       “ระดับนี้แล้ว เอาอยู่ทุกคนครับ ชิลล์ ชิลล์”
       “คนประชดยังจะรับอีก เชื่อเลย”
       คีรินทร์พลิกเข้าหา
       “ประชดเก่งแบบนี้ต้องโดน ไหน ลงโทษตรงไหนก่อนดี”
       คีรินทร์หอมแก้ม ซ้าย ขวา แล้วจูบเบาๆ
       “ไม่เอาแล้วค่ะ ง่วงแล้ว ชั้นนอนก่อนนะ”
       ไข่มุกหลับตาปี๋เม้มปากแน่นแกล้งทำหลับ คีรินทร์มองแล้วขำ กดหอมเบาๆ
       “โห โดนจูบจนหลับก็มีด้วย เสียเชิงชายหมด”
       ไข่มุกนอนนิ่งไม่ขยับตัว คีรินทร์ยิ้มเอ็นดูแล้วปล่อยให้นอน ไข่มุกลืมตาขึ้นมายิ้มแอบขำปนเขิน คีรินทร์ยกขากอดก่ายนอนกอดไข่มุกจนหลับไป ไข่มุกที่หลับตาอยู่ลืมตาโพลงขึ้นมาแล้วจับมือกับขาคีรินทร์ออกให้นอนหงาย
       ไข่มุกถอนหายใจโล่ง คีรินทร์พลิกมากอดไว้เหมือนเดิม
       “จะรอดมั้ยเนี่ยเรา”
      
       ไข่มุกถอนหายใจนิ่วหน้า พึมพำออกมาเบาๆ
ฟากนุชนารถถือถาดนมอุ่นเข้ามาให้รัตนา รัตนานอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง นุชนารถกระแทกถาดวางบนโต๊ะ ดึงหนังสือในมือรัตนาออกมา
       “หยุดอ่านการ์ตูนได้แล้ว ลุกขึ้นมาทานนมเร็วๆ เดี๋ยวจะได้นอน”
       รัตนาลุกขึ้นกระถดตัว
       “หนูนาไม่ได้อ่านการ์ตูน อ่านหนังสือเรียนต่างหาก จะได้เรียนเก่งๆ”
       นุชนารถมองหนังสือในมือแล้วโยนโครมกระแทกลงกับโต๊ะ หยิบแก้วนมขึ้นมาจ่อปากรัตนา
       “เรื่องมากนักนะเดี๋ยวนี้ รีบๆ กินนมได้แล้ว ไม่ได้ว่างทั้งคืนนะ” รัตนาอ้าปากกินแล้วสำลัก นมหกเปื้อนไปหมด นุชนารถทำหน้าแบบเหลือทนเต็มทีแล้ว “โอ๊ย กินดีๆ ไม่ได้เหรอ หกเลอะเทอหมดแล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบนะ”
       “ก็พี่นุช...”
       “พี่ทำไมฮึ น่ารำคาญจริง”
       “พี่นุชเป็นอะไรคะ หงุดหงิดเรื่องพี่ลูกไก่ใช่มั้ย หนูนารู้นะ”
       “เปล่า พี่จะไปหงุดหงิดอะไรกับคนอาศัย แป๊บๆ เดี๋ยวก็ไป คนแบบนี้อยู่ได้ไม่นานหรอก คอยดูแล้วกัน”
       นุชนารถทำสีหน้าเรียบแต่แววตาแค้นนิดๆ รัตนามองแววตาสงสัยอย่างรู้ทัน
      
       ไข่มุกในชุดนอนเกือบยี่สิบชั้นนอนหงายกระสับกระส่ายเหงื่อท่วมตัว คีรินทร์ลืมตาตื่นมองส่ายหัวยิ้มขำ
        “ยัยลูกไก่อ้วนเอ๊ย”
       “คุณ ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วย หายใจไม่ออก”
       ไข่มุกลืมตาหมดแรงขยับไม่ได้
       “นั่นไง ยัดไปขนาดนี้ ลมไม่จับก็บ้าแล้ว”
       ไข่มุกนอนเหงื่อแตก หน้าซีดเซียว ทำท่าเหมือนลมจะจับ คีรินทร์ถอดเสื้อผ้าให้ทีละชั้นอย่างรวดเร็ว จนถึงชั้นสุดท้าย คีรินทร์ปาดเหงื่อ
       “กลางคืนรอดตัวไป แต่เช้านี้ไม่รอดแน่ ให้ชั้นเหนื่อยแต่เช้า มาให้ลงโทษซะดีๆ”
       คีรินทร์เอื้อมมือจะไปปลดกระดุม ไข่มุกสะดุ้งเฮือกกลิ้งตัวหนีคีรินทร์ คีรินทร์ทำท่าจะคว้าตัวมากอด ไข่มุกลุกหนี
       “สายมากแล้ว ชั้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ไข่มุกวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป ปิดประตูลงก้มลงมองเสื้อชั้นสุดท้าย รวบเสื้อปิดอย่างเขินปนโมโห “เกือบไปแล้ว ไข่มุกเอ๊ยไข่มุก”
       คีรินทร์นั่งอยู่บนเตียงหัวเราะกับท่าทางตื่นๆ ของไข่มุก แววตาเจ้าชู้จ้องไปที่ห้องน้ำ
       “หนีได้หนีไป อย่ามาบ่นเสียดายที่หลังละกัน”
      
       เขมทัต มณี รัตนานั่งกินข้าวต้มอยู่บนโต๊ะ นุชนารถนั่งอีกฝั่งกำลังกินอาหารเช้าแบบฝรั่ง คีรินทร์นั่งลงข้างมณีตรงข้ามกับไข่มุกที่นั่งติดนุชนารถและรัตนา
       “อื้อหือ จัดหนักแต่เช้าเลยนะครับแม่”
       ช้อยเดินเอาน้ำมาริน
       “ก็จัดหนักต้อนรับสมาชิกใหม่ไงคะ”
       คีรินทร์มองไปที่จานอาหารเช้าแบบฝรั่ง มีทั้งขนมปัง ซุป ไข่ดาว แฮมไส้กรอก ไข่มุกเองก็มองอย่างไม่รู้จะเริ่มกินจากตรงไหน
       “เป็นยังไงบ้างลูกไก่ นอนหลับสบายมั้ย”
       “ค่ะ”
       ไข่มุกยิ้มจะตอบแต่คีรินทร์พูดแทน
       “สบายดีครับพ่อ เรียกเหงื่อกันตอนเช้านิดหน่อย สนุกดี”
       มณีเอื้อมมือมาตีเพี้ยะ
       “พูดอะไร น่าเกลียด เออนี่ แม่ว่าจะไปเรียนเต้นรำ เอาสักคอร์สก็คงเก่งแล้วน่า”
       “ไปเรียนทำไม ปูนนี้แล้ว เดี๋ยวก็แข้งขาขวิด ได้เจ็บให้หรอก”
       มณีมองค้อน เขมทัตกับคีรินทร์มองส่ายหัวยิ้มๆ มณีมองพ่อลูก
        “หยุด” คีรินทร์ที่ยกกาแฟทำท่าสำลัก เขมทัตยกช้อนค้าง นุชนารถยกมีดนิ่ง ไข่มุกที่กำลังจะจับแก้วหดมือ “ที่ชั้นเรียนก็เพราะไม่อยากให้ใครหน้าไหน ฉกผัวตัวเองไปเต้นต่อหน้าต่อตาไง ไอ้ผัวก็ตัวดี ตีหน้าระรื่นเต้นฉับๆ มันน่านัก”
       “ฟังแล้วคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าใคร”
       “ค่าเรียนหลายตังค์นะครับแม่ แถมต้องซ้อมบ่อยๆ ไม่งั้นก็ลืม”
       “ชั้นโทรไปถามมาแล้วย่ะ ตอนนี้มีโปรไปสองจ่ายแค่หนึ่ง คุ้มจะตาย เรียนเสร็จก็มาซ้อมกับพ่อแก คราวหน้าชั้นจะพาไปเปิดฟลอร์เลย คอยดู”
       “แล้วใครจะไปเรียนด้วย พ่อไม่ไปนะ เต้นเป็นแล้ว”
       มณีหันไปมองคีรินทร์
       “ผมขอบายครับ มือชั้นนี้ไม่ต้องเรียน”
       มณีหันไปมองนุชนารถ
       “นุช นุชไปไม่ได้นะคะ ไม่มีใครดูแลน้องหนูนา”
       “โอ๊ย คนนั้นก็ไม่ได้ คนนี้ก็ไม่ได้ แล้วใครจะไปกับชั้น”
       ทุกสายตาจ้องไปที่ไข่มุก ไข่มุกทำหน้างงๆ มณีถอนหายใจเฮือก หน้าตาไม่ค่อยพอใจ
        “ตัวเลือกสุดท้าย ลูกไก่ เธอนั่นแหละ”
       คีรินทร์หัวเราะแล้วยกมีดส้อมมากินต่อย่างคล่องแคล่ว ไข่มุกกลืนน้ำลายพยักหน้าเสียไม่ได้
        “คือ หนู”
       “ไปเหอะ ไปเป็นเพื่อนแม่เขาหน่อย สนุกออกคุณ”
       ไข่มุกมองอาหารตรงหน้าแล้วหยิบช้อนกับส้อมทำท่าจะตัดไส้กรอก
        “อาหารฝรั่งเขาใช้มีดกับส้อมค่ะคุณลูกไก่ ซอสกับพริกไทยอยู่ในตะกร้า ลองเติมเอาเผื่อจะถูกปาก”
       ไข่มุกวางช้อนลงในจาน มณีเขม้นมอง ไข่มุกเลยหยิบออก หันไปอีกทางก็สบตากับช้อยที่มองมาดุๆ
        “ช้อนเอาไว้ตักซุป นี่เบลอหรือเอ๋อกันแน่เนี่ย กินผิดๆ ถูกๆ เหมือนไม่เคย”
       คีรินทร์มองออกเลยทำท่าหยิบช้อนซุปช้าๆ แล้วมองไข่มุก ไข่มุกหยิบตาม ค่อยๆ ช้อนซุปปาดขอบถ้วยกินเข้าไปอย่างเรียบร้อย คีรินทร์หยิบส้อมมีดมาหั่นไส้กรอกเป็นชิ้นๆ ไข่มุกทำตามเรียบร้อย นุชนารถเห็นแล้วยิ่งเคือง เลยหยิบขวดพริกไทยแกล้งมาเติมใส่ของตัวเองแล้วบิดฝาปิดไว้หลวมๆ
       “เติมพริกไทยหน่อยมั้ยคะ”
       ไข่มุกรับมา ขวดพริกไทยเป็นแบบหมุนบดเอง ไข่มุกมองเขย่าก็ไม่ออก ยกเทก็ไม่ออก มณีมองจ้องจับผิด
       ไข่มุกมองสบตาคีรินทร์ คีรินทร์ทำท่าบิด ไข่มุกบิดตามแต่ผิดที่ ขวดพริกไทยหลุดออกกระเด็นเม็ดพริกไทยหล่นกระจายเต็มโต๊ะ
       “นี่แม่เธอไม่เคยสอนมารยาทบนโต๊ะอาหารเลยหรือไง แค่อาหารเช้าธรรมดายังขนาดนี้ ขืนไปเจอฟูลคอร์สแบบฝรั่งเศสไม่ขายหน้าแย่เหรอ”
       “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวนุชเก็บกวาดเอง สงสัยคุณลูกไก่คงไม่ชิน”
       ช้อยปราดเข้ามาเช็ดแล้วแกล้งปัดหล่นใส่ไข่มุก ไข่มุกถอยหนีลุกขึ้นกระแทกโต๊ะ น้ำในแก้วหกไหลนอง
       “โอ๊ยแม่คุณ ยังจะซุ่มซ่ามอีก กรรมจริงๆ”
       “เอาน่าคุณ เช้าๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิด กินข้าวกันดีกว่า”
      
       มณีฟึดฟัดแต่ก็ยอมกินต่อ ไข่มุกหน้าเสีย นุชนารถมองแอบยิ้มเยาะ คีรินทร์ลอบมองให้กำลังใจไข่มุก
เขมทัต มณี คีรินทร์ ไข่มุกอยู่ในห้องนั่งเล่น ไข่มุกนั่งเจี๋ยมเจี้ยมเรียบร้อย คีรินทร์นั่งเอนหลังโอบไข่มุกเบาๆ ไข่มุกทำท่าอึดอัดแต่ก็ขัดไม่ได้
      
       “แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะไปฮันนีมูนกันที่ไหน”
       “ยังไม่ได้แพลนเลยพ่อ อาจจะไปใกล้ๆ มั้งครับ”
       “เอ๊ะ จะมงจะมูนอะไรกันคุณ แค่ยกหนี้ให้ก็ดีถมแล้ว”
       เขมทัตมองปรามมณีแล้วหยิบซอง
       “ถ้ายังไม่ได้คิดก็เอานี่ไปแล้วกัน” เขมทัตยื่นซองให้ “ถือว่าเป็นของขวัญจากพ่อกับแม่”
       “แอบมีเซอร์ไพร้ส์ก็ไม่บอก” คีรินทร์เปิดดู “โห ไปโซลเลยเหรอครับ นี่วางแผนอย่างอื่นอีกแน่เลย”
       เขมทัตยิ้มอมภูมิ
       “โรงแรมที่นั่นเขาชวนเราไปร่วมหุ้นด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปดูสักหน่อย ได้ทั้งฮันนีมูนทั้งทำงานด้วย สองต่ออย่างนี้ จะได้ไม่มีใครว่าว่าหนีไปเที่ยว”
       “ว่าแล้วเชียวพ่อเรา โอเคครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องอื่นเอง” คีรินทร์หันไปหาไข่มุก “ได้เอาพาสปอร์ตมาจากบ้านหรือเปล่าลูกไก่”
       “อะ...อะไรปอดๆ นะคะ”
       คีรินทร์ขำ
       “พาสปอร์ตก็หนังสือเดินทางไง อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยไปเมืองนอกน่ะ”
       ไข่มุกยิ้มแหย มณีทำท่าสงสัยแต่ไม่พูดอะไร
      
       ไข่มุกเดินกระวนกระวายอยู่ในห้อง กำลังคุยโทรศัพท์กับชลลดา
       “จะโง่ไปไหนยะ แกก็โกหกอะไรไปก็ได้ ขืนเห็นพาสปอร์ตก็พังหมดน่ะสิ”
       “แต่ แต่หนูไม่มีไอ้ปอดๆ อะไรนั่นนะคะ ไม่รู้จักด้วย”
       “ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้ แกหาทางออกเองแล้วกัน แต่อย่าให้ความแตกเชียว”
       “แต่หนูไม่รู้จะโกหกยังไงนะคะคุณผู้หญิง คุณเขมทัตก็ให้ตั๋วมาแล้ว คุณรินทร์ก็เร่งจะเอาพาสปอร์ต”
       “โอ๊ย วุ่นวายจริงนังไข่มุก หาเรื่องสะตอไปเหอะ เดี๋ยวก็เอาตัวรอด ง่ายๆ แค่นี้ยังต้องให้สอน แค่นี้นะ เสียเวลาจริงๆ”
       ชลลดาตัดสาย ไข่มุกยืนถือโทรศัพท์สีหน้ากลุ้มใจ
      
       คีรินทร์ รัตนา ไข่มุกนั่งกินของว่างอยู่ที่โต๊ะนอกบ้าน
        “คุณแม่ท่านว่ายังหาพาสปอร์ตไม่เจอ ไม่รู้หายไปไหน”
       “ไม่เจอก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวชั้นพาไปแจ้งความแล้วไปทำอันใหม่กัน”
       “ตะ...แต่ว่า ชั้น...คือชั้น ชั้นว่าคุณไปคนเดียวก็ได้นะคะ เดี๋ยวมันจะนาน งานคุณเสียหมด”
       “เดี๋ยวนี้ทำอาทิตย์เดียวก็ได้แล้ว ไปทำวันนี้เลยก็ได้”
       “ให้ชั้นกลับไปหาที่บ้านอีกรอบนะคะ เผื่อเจอ”
       คีรินทร์วางช้อนลง
       “อะไรของเธอ เดี๋ยวหายเดี๋ยวไม่หาย ตกลงว่ายังไง”
       “ก็มันหาย เอ๊ย หาไม่เจอ ไม่ต้องลำบากคุณหรอกค่ะ ชั้น คือ ชั้นไม่ชอบไปต่างประเทศ ชั้นกลัวเครื่องบิน”
       “เครื่องบินไม่น่ากลัวหรอกค่ะพี่ลูกไก่ หนูนายังอยากขึ้นเลย”
       คีรินทร์ดันจานออก
       “ไม่อยากไปก็บอกมาตรงๆ อย่ามาอ้างเลย ฮันนีมูนไปคนเดียวใครเขาเรียกฮันนีมูนกัน”
       คีรินทร์ลุกไปอย่างชักจะขัดใจ หงุดหงิดหน่อยๆ ช้อยเดินเอาขนมมาวางตรงหน้าไข่มุก มีทั้งเค้กกล้วยหอม ขนมแห้งๆ หลายชนิด ไข่มุกมองอย่างสนใจ ไข่มุกหยิบมาชิมก็ยิ้มในความอร่อย หยิบขนมขึ้นมามองแล้วนึกเหตุการณ์ตอนที่ขายส้มตำ
       ไข่มุกยืนควงสากตามจังหวะเพลง โยกซ้ายขวาดีดครกเหมือนตีโปงลาง ไข่มุกควงสากแล้วโยนขึ้นฟ้า สากหมุนติ้วตกลงมาใส่มือไข่มุก ไข่มุกหมุนตัวรอบนึงแล้วตำต่อ ตำเสร็จทำท่าจะโยนครก มีลูกค้านั่งมองอย่างทึ่ง
       ไข่มุกยิ้มหวานใช้ช้อนดีดใส่ถุงมัดปากแล้วโยนกลับหลังลงถุงหูหิ้วเรียบร้อย
       “ได้แล้วจ้า ปูปลาร้าลำซิ่ง ซื้อสองถุงแถมผักฟรีจ้ะ”
       ลูกค้าจ่ายเงิน วันดีรับมาแล้วคลี่เงินในกระเป๋าออกมานับ ข้างๆ เป็นร้านเบเกอรี่ วันดีมองทำท่าน้ำลายจะไหล
       “แหม่ หน้าตามันยั่วน้ำลายเหลือเกิน เค้กอะไรแพงชะมัด ถุงละตั้งร้อยกว่า ขายส้มตำกี่ครกวะถึงจะได้กิน”
       ไข่มุกมองตาม “ให้รวยก่อนเหอะ แม่จะกินให้แหลกเลย”
       ไข่มุกมองขนมอย่างครุ่นคิด อยากให้วันดีได้กิน ช้อยเดินเข้าไปในครัว ไข่มุกหันซ้ายขวาเห็นกล่องพลาสติกเลยแอบหยิบมาใส่ขนมจนเกลี้ยง ช้อยเดินกลับมาเห็นก็โวยวาย
       “อุ๊ยตาย หายไปไหนเกลี้ยงเลยเนี่ย ใครกินหมดกันฮึ ของตั้งเยอะแยะ” ช้อยปรายตามองไข่มุก ไข่มุกสะดุ้งเฮือกพยายามจะเอาเสื้อปิดกล่องขนม ช้อยเห็นก็เดินเข้าไปใกล้ “นั่นซ่อนอะไรอยู่คะคุณลูกไก่”
       ช้อยเดินเข้ามา แต่รัตนาเอื้อมมือไปคว้ามาวางไว้ที่ตัวเองแล้วยิ้มหวานใส่
        “หนูนาเองค่ะ กะว่าจะแอบพี่นุชไปกินบนห้องซะหน่อย ป้าช้อยอย่าบอกพี่นุชนะคะ”
       ช้อยทำหน้าไม่เชื่อเขม้นมอง รัตนาตีหน้าใสซื่อยิ้มหวานอ้อน ช้อยไม่พอใจแต่พูดอะไรไม่ได้
       “เอาเถอะค่ะ ไม่บอกก็ได้ แต่ทีหลังอย่าแอบเอาไปซ่อนแบบนี้นะคะ มันน่าเกลียด ทำเหมือนคนไม่เคยพบเคยเห็นกิน”
       “ค่ะ ไม่ทำแล้ว”
       ช้อยเดินจากไป ไข่มุกมองรัตนา
       “ขอบคุณที่ช่วยพี่นะคะน้องหนูนา ไม่งั้นโดนดุแย่เลย”
       รัตนายิ้มหวานทำท่าตะเบ๊ะแล้วยกไหล่หัวเราะคิกคัก รัตนาลดมือลงแล้วหยิบกล่องขนมให้
        “พี่ลูกไก่ชอบขนมนี้ใช่มั้ยคะ จะแอบเอาไปกินบนห้องล่ะสิ ไว้คราวหลังหนูนาจะบอกให้ป้าช้อยซื้อมาบ่อยๆ นะคะ”
       ไข่มุกยิ้มเอ็นดู
       “ขอบคุณค่ะ”
      
       ไข่มุกมองกล่องใส่ขนมอย่างดีใจ จะเอาไปให้แม่กิน

       ที่บ้านวันดี ขณะนั้น นักเลงหอบของวันดี คนหนึ่งยกหม้อหุงข้าว อีกคนจะยกทีวี วันดีกอดทีวีไว้ไม่ยอมปล่อย ยื้อกันไปมา วันดีแย่งได้ นักเลงแย่งกลับ วันดีตามไปเกาะไว้
      
       “เฮ้ย ปล่อยสิวะนังนี่ เกาะยังกับปลิง”
       “ไม่ปล่อยโว้ย เอาทีวีไปแล้วข้าจะเอาที่ไหนดูละคร เอาคืนมา”
       นักเลงอีกคนถือสมุดเข้ามาหา
       “ที่เอาไปยังใช้หนี้ไม่หมดนะโว้ย จะเอาทีวีไว้ก็หาอย่างอื่นมาแลก”
       นักเลงสะบัดวันดีล้มลง วันดีลุกขึ้นวิ่งไปหยิบกระป๋องนมผงเก่าสนิมเขรอะเทออกมา ล็อตเตอรี่เก่า ใบหวย โพยหวยปลิวว่อน วันดีควานหาเจอไข่มุกกับสร้อยเส้นเล็ก วันดียัดลงมือนักเลง
       “เอ้า เอาไป” วันดีวิ่งไปเกาะทีวี “เอาทีวีข้าคืนมา”
       “ถุย สร้อยสังกะสีที่ไหนวะ ไม่ใช่ทองข้าไม่เอาโว้ย ไข่มุกนี่ก็ของเก๊แน่ หน้าอย่างเอ็งจะมีปัญญาซื้อของจริงเหรอนังวันดี”
       นักเลงปาสร้อยไข่มุกใส่หน้าวันดีแล้วหัวเราะลั่น วันดีมองด้วยความเจ็บใจ นักเลงขนของออกสวนกับไข่มุกที่เดินเข้ามา วันดีตะโกนลั่น
       “เอาไปให้หมด ขนมันให้เกลี้ยงไปเลยเว้ย เดี๋ยวข้าให้นังมุกมันซื้อให้ใหม่ก็ได้ ฮี่โธ่ ข้าไม่ง้อหรอกโว้ย ลูกข้ามันเป็นเมียเศรษฐีแล้ว ของเก่าๆ พรรค์นั้น ข้าทำทานให้หมาก็ได้”
       ไข่มุกเข้ามาประคองวันดี
       “นี่แม่เล่นหวยจนหมดตัวอีกแล้วเหรอ หนูบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิก”
       “พูดมาก ยิ่งอารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวโดน”
       วันดีทำเชิด ปัดมือไข่มุกที่ประคองออกแล้ว ไข่มุกหยิบขนมออกมาให้
        “นี่จ้ะแม่ หนูเอามาฝาก”
       วันดีเปิดดู ชอบใจ
       “เออเว้ย ไปเป็นเมียเศรษฐีไม่กี่วัน มีเงินซื้อขนมแพงๆ ให้แม่แล้ว ขอบใจนะนังมุก อร่อยเว้ย อร่อยจัง แม่ชอบ”
       วันดีรับมากินอย่างรีบร้อน กินได้สักพักก็สำลักไอตบเองตัวเอง ไข่มุกลูบหลังหยิบน้ำใกล้ๆ มาให้
       “ช้าๆ ก็ได้แม่ เอ้า น้ำ”
       วันดีรับน้ำมาดื่มอั่กๆ หอบหายใจเหนื่อย เรอเอ้ก
        “เอิ้ก ค่อยโล่งหน่อย”
       ไข่มุกเหลือบไปเห็นสร้อยไข่มุกที่หล่นอยู่บนพื้น
        “นี่สร้อยอะไรน่ะแม่ เอามาจากไหน”
       วันดีมองสร้อยนาน แล้วนิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต วันดีอุ้มไข่มุกตอนแบเบาะ ไข่มุกร้องอ้อแอ้ที่ข้างตัวมีสร้อยมุกกับจี้ส่องประกายอยู่...วันดีมองสร้อยในมือไข่มุก แล้วโกหกหน้าตาเฉย
       “ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว”
       ไข่มุกยกขึ้นส่องกับไฟแล้วยิ้ม
       “สวยดีนะแม่ ถ้าเป็นของจริงคงแพงน่าดู นี่ขนาดของเก๊ยังสวยเลย”
       “ชอบก็เอาไปสิ”
       “จริงเหรอจ๊ะแม่ สวยจัง แม่รู้เปล่าว่านี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่แม่ให้มุกเลยนะ” ไข่มุกเอาสร้อยทาบส่องกับกระจก
       “เออ ของขวัญจากแม่แกไง” วันดีมีสีหน้าแปลกๆ แต่ไข่มุกมัวแต่ดีใจรีบสวมเข้าบนคอ ส่องกระจกไปมาอย่างดีใจ วันดียิ้มเจ้าเล่ห์ถูมือเบาๆ “ได้สร้อยแล้ว ก็ต้องขอเงินไอ้ผัวเศรษฐีมาให้ชั้นด้วย เอาทีวีใหม่แบบจอแบนๆ อันโตๆเลยนะ อีคนแถวนี้จะได้รู้ว่านังวันดีเป็นแม่ยายมหาเศรษฐีแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
       ไข่มุกถอนใจ หนักใจเพราะใครก็สั่งแต่ให้เธอรีดเงินจากคีรินทร์
      
       นุชนารถนั่งพับเพียบยกปลายเท้าของคีรินทร์ขึ้นมาวางบนตักตัดเล็บให้ คีรินทร์ดูอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อยแต่ยังขมวดคิ้ว นุชนารถมองสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
       “เมื่อคืนเข้าหอวันแรก คงมีความสุขมากสินะคะ ตื่นซะสายเชียว”
       คีรินทร์ดึงเท้ากลับ ถอนหายใจ
       “ก็งั้นๆ หลับซะเหนื่อย เซ็งชะมัด”
       “อะไรกันคะ โกหกนุชหรือเปล่าเนี่ย คุณน่ะเสือผู้หญิงจะตาย อย่างคุณเหรอจะปล่อยให้หลับเฉยๆ ไม่มีทาง”
       นุชนารถยืดตัวขึ้นไปลูบไล้ใบหน้าคีรินทร์ยั่วยวน คีรินทร์ยิ้มนิดๆ อย่างรู้ทัน “ถ้าเมียคุณไม่เอาไหน ให้นุชช่วยมั้ยคะ รับรองว่าจะปรนนิบัติอย่างดี”
       คีรินทร์ยิ้มเจ้าชู้
       “ไม่บอกก็รู้ ว่าดีอยู่แล้ว”
       ไข่มุกกลับเข้ามา เห็นนุชนารถใกล้ชิดคีรินทร์ก็มองสงสัย นุชนารถเห็นแต่ยังทำเฉย อ้อยอิ่งค่อยๆ ละมือจากคางคีรินทร์ไล่มือมาแผ่นอกแล้วลุกขึ้นยืน แล้วหันมามองไข่มุก ยิ้มเยาะนิดๆ คีรินทร์ขยับตัวนั่งดีๆ
       “คุณชลลดาเป็นยังไงบ้าง ไปแป๊บเดียวรีบกลับจัง”
       นุชนารถแกล้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ไข่มุกมองนุชนารถสลับคีรินทร์แล้วเม้มปากแน่น มณีเดินเข้ามา
        “แม่จะไปเรียนเต้นรำ แล้วไปซื้อของต่อ รินทร์ไม่ไปกับแม่แน่หรอ”
       “ผมต้องอยู่เคลียร์งานน่ะครับ ลูกไก่แน่ะ ไปเป็นเพื่อนแม่เค้าหน่อยสิ” ไข่มุกอึกอัก “ไปเถอะ”
       คีรินทร์ดันไข่มุกไปทางมณี นุชนารถมองยิ้มเยาะอย่างพอใจ
       “เอ้า ไปก็ไป ตามมาสิยะ อย่าชักช้า”
       มณีมองไข่มุกแล้วเชิดหน้าเดินนำออกไป ไข่มุกมองคีรินทร์
      
       คีรินทร์พยักให้ตามไป นุชนารถมองอย่างสมใจ หันไปยิ้มยั่วยวนคีรินทร์
ส่วนที่ห้องเรียนเต้นรำ มณีอยู่ในคลาส กำลังเต้นจังหวะวอลซ์ผิดๆ ถูกๆ เหยียบเท้าครูสอน ไข่มุกมองแล้วทำหน้าเซ็งๆ มณีทำท่าเหมือนเต้นเก่งแต่ผิดจังหวะจนครูฝึกพาออกมานอกวง
      
       “อ้าว จบแล้วเหรอคะ ยังสนุกอยู่เลย” ครูฝึกทำหน้าแหย เพลงขึ้นเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก้ มณีตาลุกลากครูฝึกไปอีก “อุ๊ย ชั้นชอบจังหวะนี้ค่ะ สอนหน่อยนะคะ เอาแบบหันซ้ายขวา ฉึบฉับแบบในทีวีเลย”
       มณีออกไปเต้น ไข่มุกฟังเพลงแล้วนึกสนุกขยับตัว เพลงจังหวะเร็วขึ้นไข่มุกออกไปกลางวงทำท่ากังฟู เพลงจังหวะเร็วขึ้นไข่มุกวาดลวดลาย เพลงจังหวะแทงโก้ ไข่มุกเต้นคนเดียวพอจังหวะที่เป็นหันหน้าก็กระโดดเตะขา เพลงดังขึ้นเรื่อยๆ ไข่มุกทำท่าเลียนแบบบรู๊ซ ลี คนเริ่มถอยห่าง มณีมองแล้วก้มหลบไข่มุกที่ออกลายเตะต่อยอากาศ เพลงใกล้จบไข่มุกทำท่าควงกระบองอากาศ ส่งเสียงลั่น
       “ไอ๊ หย่ะ”
       เพลงจบลงพอดี ไข่มุกหยุดค้าง นึกขึ้นได้ ยิ้มอายๆ เป็นเป้าสายตาทุกคน มณีที่หลบอยู่หลังครูฝึกทำฮึดฮัด
       “ไม่ขายหน้าตอนนี้จะไปขายตอนไหน โอย ชั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย”
      
       มณีมาเดินซื้อของที่ตลาดสด มณีเหลียวหลังไปมองไข่มุกที่เดินตามมา
       “อย่ามาทำขายหน้าแบบในคลาสเต้นอีกนะยะ ไม่ได้มีสมบัติผู้ดีเลย”
       ไข่มุกยิ้มเจี๋ยมเจี้ยม
       “ขอโทษค่ะ เผลอไปหน่อย”
       มณีเดินอยู่ในตลาดสดตัวปลิวปล่อยให้ไข่มุกถืออยู่คนเดียว มณีเดินไปหยุดหน้าร้านผักแล้วเลือกของ หยิบหัวไชเท้าหักสีเขียวออก
       “คุณน้ายยย เอามาชั่งก่อนสิ”
       “ทำไมยะ ก็ชั้นไม่ได้จะเอาไอ้เขียวๆ นี่ เอ้า เอาไปชั่ง แล้วก็เอาพริกห้าบาท กะเพราห้าบาทด้วย”
       “ห้าบาทเดี๋ยวนี้ใครเขาซื้อกัน”
       “ชั้นนี่แหละ เอาเร็วๆ ชั่งแล้วลดราคาให้ด้วย ดูสิ ผักก็เหี่ยว ชั้นไม่ซื้อก็ขายไม่ออกหรอก”
       แม่ค้าเอาไปชั่งแบบกระแทกๆ
       “สามสิบห้า รวมพริกกับกะเพราเป็นสี่สิบห้า”
       “หัวแค่นี้ตั้งสามสิบห้า เอาไปสี่สิบแล้วกัน ลดให้หน่อย ลูกไก่เอาไปถือ”
       มณีส่งให้ไข่มุก แล้วจ่ายเงินให้แม่ค้า
       “คนอะไรวะ เค็มชิบ”
       มณีเดินไปแผงผลไม้แต่หันมาก่อน ไข่มุกทำท่าจะวางของบนพื้น
       “หยุด อย่าวางบนพื้นนะ ของแตกเสียหมด ถือไว้อย่างนั้นแหละ อะไรกัน ของนิดเดียวถือไม่ได้ รออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวชั้นมา”
       มณีเดินเข้าไปเลือกของ ไข่มุกชะเง้อมองแล้วเหลือบเห็นกระดาษลังของแม่ค้า ไข่มุกแอบวางบนกระดาษยกมือขึ้นกอดอก ยิ้มเจ้าเล่ห์
       “วางกับกระดาษ ไม่ได้วางบนพื้น ว่ากันไม่ได้นะคะ”
      
       ไข่มุกกับมณีนั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว เด็กเสิร์ฟเอาก๋วยเตี๋ยวมาวาง ของไข่มุกเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ มณีสะกิดเด็กเสิร์ฟ
       “น้องๆ เอาน้ำแข็งเปล่าแก้วนึง”
       “มาสองคน แต่เอาแก้วเดียวหรอป้า”
       “เออ คนนี้เขากินก๋วยเตี๋ยวน้ำแล้ว มีน้ำเต็มชาม ไม่ต้องกินน้ำดื่มอีกหรอก ขวดละตั้ง 7 บาท” เด็กเสิร์ฟมองหน้า บ่นพึมพำในความเค็ม มณีหันมาบอกไข่มุก “กินน้ำซุปหมดชาม ก็เหมือนกินน้ำเปล่าเกือบขวด ถึงบ้านเราจะมี
       เงิน อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ชั้นไม่ชอบคนฟุ่มเฟือยเข้าใจมั้ย”
       “ค่ะ”
       ไข่มุกมองมณีอย่างอึ้งๆ กินก๋วยเตี๋ยวอย่างไม่ค่อยจะลงคอเลย
      
       ภาพเก่าในอดีต จินจูรับเด็กทารกมาจากพยาบาลก้มลงหอมผ่านผ้า จินจูเปิดผ้าดูเด็ก เด็กกลายเป็นตุ๊กตาหน้าผี จินจูตัวสั่นตกใจ
       “ลูกคุณตายแล้วค่ะ”
       เสียงพยาบาลดังก้อง สะท้อนหลายๆ รอบ จินจูกรี๊ดลั่น ตุ๊กตาผีในอ้อมกอดหล่นลงบนเตียง
       จินจูสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หายใจหอบ มองไปรอบห้อง มือกำที่นอนแน่น
       “ลูก ลูกแม่”
       จินจูน้ำตาไหลช้าๆ สะอึกสะอื้นกอดผ้าห่มแน่น อย่างเสียใจสุดซึ้ง
      
       จินจูนอนใส่เฝือกอยู่ แทยอนประคองถ้วยข้าวต้มมาวางใกล้ๆ จินจูมองแทยอนด้วยสีหน้าเฉยชา
       “คุณเองก็ไม่สบาย จะมาพยาบาลชั้นทำไม ดูแลตัวเองบ้างสิ”
       แทยอนยิ้ม
       “ไม่เป็นไรหรอก แปลกดีนะจินจูพอชั้นได้มาดูแลเธอ เหมือนโรคของชั้นมันหายไปเอง ร่างกายก็ดีขึ้นอย่างกับปาฏิหาริย์สงสัยเป็นเพราะว่าชั้นดีใจที่ได้อยู่กับเธอ”
       แทยอนกุมมือจินจู สบสายตากันอย่างซาบซึ้ง จินจูยิ้มบางๆ แววตาเศร้า
        “เมื่อคืน ชั้นฝันร้ายอีกแล้ว”
       แทยอนอึ้ง สีหน้าสลดลง
       “เมื่อไหร่ เธอจะลืมเรื่องนี้สักที”
       จินจูน้ำตาหยด
       “ชั้นก็อยากรู้เหมือนกัน”
      
       จินจูร้องไห้สะอึกสะอื้น แทยอนมากอดปลอบ ทั้งที่อยู่ใกล้กัน แต่จินจูกลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างจากเขาเหลือเกิน
ที่ห้องนอนนุชนารถ นุชนารถนอนซบอกคีรินทร์อยู่บนเตียงคลอเคลียกัน นุชนารถซบอกทำกระเง้ากระงอด
      
       “ถ้าคุณกลัวใครรู้เรื่องของเรา ให้นุชไปอยู่คอนโดคุณมั้ยคะ นุชรับรองว่าจะไม่ให้คุณเดือนร้อน ขอแค่คุณมาหานุชบ่อยๆ นะคะ นะๆ”
       “อยู่ที่นี่ดีกว่านุช ถ้าคุณไปแล้วใครจะดูแลหนูนาล่ะ คุณพยาบาลคนสวย”
       คีรินทร์พลิกตัวคร่อมหอมไซ้ นุชนารถหัวเราะคิกคักยั่วยวนลูบแผ่นหลังคีรินทร์ คีรินทร์ทำท่าจะก้มลงจูบแต่เสียงหนูนาจาก baby monitor ดังขึ้นก่อน
       “พี่นุช พี่นุชอยู่ไหนคะ”
       นุชนารถทำหน้าขัดใจมาก คีรินทร์ผละตัวออกบุ้ยไปทางตัวเครื่อง
        “นั่นไง ไม่ทันขาดคำ”
       “อย่าไล่กันสิคะ นุชยังบริการคุณไม่เต็มที่เลย อีกสักแป๊บก็ได้ นุชยังอยากกอดคุณต่อนี่นา”
       คีรินทร์ทำท่าลังเล นุชนารถเลยดึงเข้ามาหอมซ้ายขวา เสียงรถวิ่งเข้ามาในบ้าน คีรินทร์ผละออกจากนุชนารถแล้วหยิบเสื้อมาสวม
       “สงสัยแม่กับลูกไก่กลับกันแล้ว แยกย้ายนะครับ”
       คีรินทร์ก้มลงหอมเร็วๆ แล้วเดินออกนอกห้องไป นุชนารถทุบเตียงอย่างโกรธเคือง ทั้งขัดใจ ทั้งผิดหวัง
       “คนอย่างนุชนารถไม่โง่ให้เก็บไว้ใช้ได้ตลอดหรอกนะ อย่าให้ถึงที่สุดแล้วกัน”
       “พี่นุช มาหาหนูนาหน่อยนะคะ หนูนาอยู่ที่ห้องนะ”
       นุชนารถหันไปมองเครื่องแล้วทุบหมอนอย่างยิ่งโมโห สีหน้าอยากทำร้ายใครสักคนเต็มแก่
      
       นุชนารถมาหารัตนาที่ห้อง รัตนาทำท่าเหมือนจะพยุงตัวลงจากเตียง นุชนารถขึ้นเสียงใส่เต็มที่
       “จะทำอะไรน่ะหนูนา ลุกขึ้นมาทำไม เรียกกันทั้งวี่ทั้งวัน น่ารำคาญ”
       “หนูนาหิวข้าว ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย พี่นุชก็ยังไม่มา”
       “เดี๋ยวนี้เถียงเหรอ ช้านิดช้าหน่อยไม่หิวตายหรอก คนเขามีธุระส่วนตัว แค่นี้รอไม่ได้หรือไง”
       นุชนารถผลักรัตนา รัตนาล้มลงกับพื้น ไข่มุกที่ถือขนมมาเห็นเข้าพอดีปราดเข้าไปประคองรัตนา ไข่มุกเงยหน้ามองนุชนารถอย่างตำหนิ
       “หนูนาเจ็บ พี่ลูกไก่” รัตนากอดไข่มุกแน่น
       “คุณนุชผลักหนูนาทำไมคะ เป็นแค่พยาบาล ทำไมทำกับลูกเจ้าของบ้านแบบนี้ พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือไง”
       “เป็นแค่พยาบาล โถ...แม่คนฉลาด ฉลาดตายแหละ รู้ได้ไงว่าชั้นเป็นแค่นั้น”
       นุชนารถเชิดหน้ามองยิ้มเยาะ ไข่มุกหน้าตึงประคองรัตนาลุกแล้วว่าท่าพูดตอบกลับ
        “กรุณาแสดงกิริยาให้เหมาะสมด้วยนะคะ ชั้นเป็นภรรยาคุณรินทร์ หนูนาก็เป็นน้อง คุณทำแบบนี้ไม่สมควร”
       “เฮอะ คิดว่าเป็นเมียคุณรินทร์คนเดียวหรือไง”
       “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”
       “ถ้าโง่จนแปลไม่ออกก็อย่ามาอวดเก่งที่นี่ มาทีหลังอย่าให้มันมากนัก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”
       นุชนารถมองท้าสายตาอย่างเป็นต่อ ไข่มุกยืนงงปนตกใจ
      
       ไข่มุกเข็นรถพารัตนาเข้ามาในสวน รัตนาพูดหน้าเศร้า
       “ไม่มีใครรักหนูนาเลย หนูนาเหงา คุณแม่ก็ไม่รักเพราะหนูนาเกิดมาเดินไม่ได้ ทำให้แม่อาย ชอบดุอยู่เรื่อย”
       “ไม่จริงหรอกค่ะ”
       “จริง คุณพ่อก็ทำแต่งาน ไม่เคยสนใจ”
       “โถ่หนูนา อย่าพูดอย่างนี้สิคะ”
       “ก็จริงนี่คะ พี่รินทร์ก็อยู่แต่กับสาวๆ พี่นุชก็ชอบดุตลอด ไม่มีใครให้กำลังใจเลย หนูนาไม่มีใครเลย”
       ไข่มุกโอบกอดรัตนาเบาๆ
       “มีพี่มุก เอ๊ย พี่ลูกไก่ไงคะ พี่จะอยู่กับหนูนา คอยเป็นกำลังใจให้เอง”
       รัตนาเงยหน้ายิ้มร่า ชูนิ้วก้อย
       “สัญญานะคะพี่ลูกไก่”
       ไข่มุกยิ้มไม่พูด แต่เกี่ยวก้อยสัญญาไว้ ทั้งสองคนยิ้มให้กัน
        “ยิ่งกว่าสัญญาอีกนะ”
      
       คีรินทร์ยื่นไอโฟนให้ไข่มุก
       “อ่ะ ของรับขวัญภรรยาสุดที่รัก ชาร์ตแบตเต็มพร้อม ซิมใหม่ ลงทั้งเกมทั้งแอพเพียบ เอาไปใช้แทนไอ้มือถือเก่าที่เธอแอบเก็บไว้เงียบไม่ให้ชั้นเห็น”
       “อะไรของคุณ ชั้นไม่ได้แอบนะ”
       “ไม่แอบแต่ไม่ให้เห็น สงสัยมีเบอร์กิ๊กเก่าอยู่เพียบล่ะสิ ทิ้งไปเลยนะ แล้วเอาอันนี้ไปใช้แทนอันเดียว บอกไว้ก่อน ถ้าเจอเครื่องเก่าเธอมีเรื่องแน่”
       ไข่มุกรับมารูดดู ใช้ไม่ค่อยเป็น
       “ที่จริงเอาแบบธรรมดาใช้ง่ายๆ ดีกว่านะคะ แบบนี้แพงเกิน”
       “โห ทีจองกระเป๋าเกือบแสนไม่แพงเนอะ ไม่ต้องทำเป็นคนดีน่า อยู่กันแค่เรา ไม่ต้องเฟ้กหรอก คนกันเอง เห็นไส้เห็นพุงหมดแล้ว แต่ถ้าอยากตอบแทน เปลี่ยนเป็นจูบสองทีแล้วกัน”
       คีรินทร์ดึงไข่มุกเข้ามาจูบ
       “อย่าค่ะ คุณรินทร์”
       คีรินทร์จูบแล้วจูบอีก ประตูเปิดเข้ามา นุชนารถทำหน้าตึงตาเขียวใส่คีรินทร์ คีรินทร์ยิ้มแบบไม่รู้สึกอะไรปล่อยไข่มุกออกหน้าตาเฉย ไข่มุกตกใจเม้มปากแน่น
       “คุณท่านให้มาตามค่ะ คุณรินทร์”
       คีรินทร์ผิวปากหวือ
       “ผมไปทำงานต่อดีกว่า เดี๋ยวท่านประธานลดเงินเดือน บ๊ายบายสาวๆ”
       “ไปทำงานหรือไปรับคุณกีกี้ที่กองถ่ายคะ นุชรู้ทันนะ” คีรินทร์หัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป นุชนารถแค่นหัวเราะเยาะใส่ไข่มุก มองแววตาสะใจ “เมียอยู่นี่แท้ๆ แต่เจ้าตัวไปรับสาวอื่น อย่างว่า เมียไม่มีทะเบียน ก็ไม่มีความหมาย น่าสงสารจริงๆ”
       นุชนารถทำมองไข่มุกอย่างสมเพช แล้วเดินหัวเราะเยาะเย้ยออกไป
      
       ไข่มุกมองตามหลัง เป็นเชิงบอกฝากไว้ก่อน
ด้านคีรินทร์ยืนอยู่ข้างๆ รถ มีไข่มุกยืนอยู่ด้วยทำหน้าตึงๆ คีรินทร์ใช้มือบีบแก้มไข่มุกจนปากจู๋เบาๆ
        
       “ฮั่นแน่ ทำหน้าอย่างงี้หึงล่ะสิ”
       ไข่มุกหันหน้าหนี
       “เปล่าค่ะ แค่ไม่ชอบที่คุณไม่ให้เกียรติชั้นในฐานะภรรยา เดี๋ยวก็กอดคนโน้น เดี๋ยวก็ไปรับไปส่งคนนี้ ทั้งที่ชั้นยืนอยู่ทนโท่”
       “ทำงอน ชั้นก็เป็นคนแบบนี้แหละ จะเป็นเมียผู้ชายอย่างชั้นก็ต้องทำใจหน่อย”
       “ค่ะ พ่อคนเสน่ห์แรง”
       “พูดอย่างงี้เรียกว่าหึงแล้วนะ น่า เป็นเมียผมต้องอดทน สู้ๆ นะครับ”
       คีรินทร์แกล้งจับหน้าไข่มุกส่ายไปมา ไข่มุกตวัดค้อนโดยไม่รู้ตัว
      
       วันต่อมาไข่มุกมาดูหนังที่จินจูนำแสดง ระหว่างอยู่ในโรงหนังไข่มุกมองจอหนังอย่างรอคอยโดยไม่สนใจว่ามีคนเดินมานั่งข้างๆ ไข่มุกมองจอลุ้น สีหน้ามีความสุข
       “จะออกมาแล้ว จินจู”
       เมื่อหนังเริ่มฉาย ภาพบนจอมีนางรำออกมารำ จินจูมีพัดปิดหน้าออกมาร่ายรำด้วย
       “สุดยอด สวยจริงๆ เลย”
       ไข่มุกพูดออกมาอย่างอดไม่ได้ คธาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ มองอย่างนึกขำ
       ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นจินจูที่เลื่อนพัดลง คธาหันไปมองจอนัยน์ตาเศร้าและขมขื่น ไข่มุกนั่งยิ้มกริ่มมองดาราในดวงใจ
       หนังดำเนินเรื่องมาถึงฉากร้องไห้ของจินจู จินจูกอดเด็กผู้หญิงตัวเล็กมีคราบเลือดเต็มอก ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “ดาจองอย่าเป็นอะไรนะ ดาจองลูกแม่”
       ไข่มุกน้ำตาไหลนั่งปาดน้ำตา ทำท่ากลั้นสะอื้น คธามองในจอแล้วถอนหายใจหนักแววตาเศร้า ไข่มุกหยุดสะอื้น ยื่นหน้ามอง คธาหันมาสบตากันพอดี
      
       เมื่อหนังจบผู้ชมก็ทยอยออกจากโรงหนัง คธากับไข่มุกเดินคู่กันมาในทางเดินมืดๆ
       “ฉากร้องไห้ซึ้งมากเลยนะคะ ชั้นร้องไห้ตามเลยตอนที่ดาจองตาย จินจูเก่งมากๆ เลยนะคะ เห็นว่าตอนถ่ายทำฉากนี้เทคเดียวผ่านด้วย” คธายิ้มเอ็นดู ไม่พูดอะไร “ชั้นชอบจินจูมากๆ เลยนะคะ เป็นดาราในดวงใจ ตอนเด็กๆ ยังเอาผ้าคลุม ทำรำเลียนแบบจินจูจนแม่บ่นเลย” คธากับไข่มุกเดินออกมาที่สว่าง คธามองหน้าไข่มุกอย่างตกใจปนตะลึง ชะงักตัว “มีอะไรเหรอคะ”
       “เปล่าครับ แต่เหมือนผมคุ้นหน้าคุณมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหน”
       ไข่มุกทำท่าคิด
       “ไม่มั้งคะ นานๆ ถึงจะมีหนังเก่าของจินจูมาฉายสักที ชั้นไม่ค่อยได้มาโรงหนังหรอกคะ นี่ก็รอลุ้นว่าว่าเมื่อไหร่จินจูจะยอมเล่นหนังอีก จะได้มีเรื่องใหม่ๆ ดูมั่ง เออ คุณรู้ยัง จินจูมีอุบัติเหตุ ข้อเท้าเดาะเลยนะ” คธาอึ้งไปด้วยความตกใจ ไข่มุกยิ้มให้อย่างปลอบใจ “คุณนี่ท่าจะเป็นแฟนตัวจริงเหมือนกันนะคะ ตอนชั้นอ่านข่าวก็ตกใจ แต่ตอนหลังมีข่าวออกว่าไม่เป็นไรแล้ว ค่อยยังชั่ว อ๊ะ ชั้นต้องไปแล้วค่ะ”
       ไข่มุกยิ้มแล้วเดินแยกออกไป คธายิ้มแล้วใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าลง สายตามองไปยังโปสเตอร์จินจู คธาเม้มปากแน่นมองรูปสายตาเศร้าหมอง
      
       ที่เกาหลี จินจูนั่งอยู่หน้าเปียโนวางมือบนคีย์ น้ำตาหยดลงบนคีย์เปียโน จินจูมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นพระจันทร์ไร้ดาว จินจูเม้มปากแน่นมองรอบห้องด้วยน้ำตาเต็มดวงตา มือจินจูกดคีย์เปียโนเล่นเพลงรักหวานเศร้า
       อีกด้านหนึงคธาก็กำลังเล่นเปียโน เพลงรักหวานเศร้าเพลงเดียวกับจินจู คีรินทร์เดินเข้ามาในโรงแรมได้เสียงเปียโนเพราะและเศร้ามา คีรินทร์ชะงักฟังเดินตามเสียงเปียโนไปที่โถงจึงเห็นคธาเล่นเปียโนอยู่ที่โถง วัฒนายืนมองอยู่ข้างๆ อย่างชื่นชม คีรินทร์เดินเข้าไปใกล้มองคธา คธาเล่นจนจบเพลงแล้วละมือออก คีรินทร์กับวัฒนาปรบมือให้
       “เพราะมากครับ ทั้งหวานทั้งเศร้า นี่เพลงของใครครับ”
       คธายิ้มเศร้าๆ
       “ผมแต่งเองครับ”
       คธายิ้มเศร้ามองเปียโน คีรินทร์มองอย่างชื่นชอบ
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน วัฒนาอยู่ข้างๆ คธานั่งอยู่ตรงข้าม ตรงหน้ามีกองเอกสารเต็มโต๊ะ
       “คุณคธาเป็นนักดนตรีที่เก่งมากเลยนะครับ เล่นรับจ็อบตามโรงแรมดังๆ ตั้งหลายแห่ง แถมยังเล่นมานานด้วย นี่ถ้ามาเล่นที่โรงแรมเราแขกคงชอบ”
       “แค่ฟังก็รู้แล้วครับ มืออาชีพตัวจริง โอเค อนุมัติเซ็นสัญญาจ้างได้เลย”
       คีรินทร์กับคธาจับมือกัน
       “ขอบคุณครับที่ไว้ใจผม ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณนะครับ”
       “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ ดีใจจริงๆ ที่คุณมาที่นี่”
       คธายิ้มรับ แต่แววตาเศร้า
      
       อีกด้านหนึ่งที่บ้านชลลดา พิพัฒน์นั่งเต๊ะอยู่กับภัททิมา ภัททิมายืนทำท่าโมโห
       “อะไร ขอเงินอีกแล้ว มาที่ไรมีแต่ขอๆๆๆ ไม่เคยเอามาให้สักบาท”
       “จะโวยทำไม ก็ให้มาตั้งเป็นปี ชิลๆ สิชิลๆ เอามาสองหมื่น”
       พิพัฒน์กระดิกนิ้ว ภัททิมาปัด
       “ไม่ให้ ลูกไก่ไม่ให้แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้อีกชั้นไม่ทนแล้วนะ เลิกกันไปเลย สวยๆ อย่างชั้นหาใหม่ได้ย่ะ”
       พิพัฒน์โมโหลุกยืน
       “อ๋อ นี่หาเรื่องจะไปคบกับไอ้ลูกเศรษฐีใช่มั้ย อย่าหวังเลยลูกไก่ ชั้นไม่โง่ปล่อยเธอไปหรอก ผีเน่าอย่างเธอต้องคู่กับโลงผุอย่างชั้น ไม่ก็รอให้ชั้นตายก่อน ค่อยไปเป็นเมียมัน”
       ภัททิมากรี๊ดลั่น
       “แก ไอ้พิพัฒน์ แกว่าชั้นเป็นผีเหรอ ไป๊ ไปไหนก็ไปเลย”
       พิพัฒน์เดินออกมาอย่างโมโหสวนกับชลลดา ชลลดาเบะปาก
        “อีตานี่มาขอเงินแกอีกแล้วล่ะสิลูกไก่ แม่บอกแล้วไงว่าไอ้พวกนี้มันเกาะหนึบยิ่งกว่าตุ๊กแก สูบเลือดสูบเนื้อยิ่งกว่าปลิง”
       “หนูก็เบื่อมันจะแย่อยู่แล้วค่ะ อะไรก็ไม่รู้ อยากจะเลิกเต็มแก่ แต่มันบอกว่าไม่ปล่อยหนูไปค่ะแม่ หนูจะทำยังไงดี”
       “ไม่มีดีสักอย่าง เทียบกับคุณรินทร์ก็ไม่ได้ ทั้งหล่อทั้งรวย แต่ไม่เป็นไรหรอกลูกไก่ แม่มีวิธี”
       พิพัฒน์เดินออกมาล้วงกระเป๋า ทำท่าลืมของ เดินย้อนกลับมา ทันเห็นชลลดาหน้าเหี้ยม
       “ยังไงคะคุณแม่”
       “ถ้ามันไม่ไปเองก็ต้องกำจัดมันให้พ้นทางไปซะ”
       “กำจัด กำจัดแบบไหนคะแม่”
       “ก็ฆ่ามันทิ้งไง”
       ชลลดายิ้มสีหน้าเหี้ยมเกรียม พิพัฒน์แอบพิงกำแพงหน้าซีด หวาดกลัว
      
       ไข่มุกนอนคว่ำดูละครทีวีอยู่ในห้องด้วยสีหน้าเบื่อๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงรถ ไข่มุกชะเง้อมองทำท่าสะดุ้งรีบปิดทีวีปิดไฟ ห่มผ้าห่มนอน คีรินทร์เปิดประตูเข้ามา ไข่มุกนอนแกล้งหลับ คีรินทร์เดินเข้ามาใกล้
       “เพิ่งสี่ทุ่มกว่าเอง หลับซะแล้ว” ไข่มุกนอนเฉย แต่คีรินทร์รู้ “ว้า เราอุตส่าห์ซื้อดีวีดีเซทหนังของจินจูมาฝาก อดให้เลย” ไข่มุกลุกจากที่นอนผึง คีรินทร์ชูกล่องมองอย่างรู้ทัน ไข่มุกยิ้มแหยเอื้อมมือจะไปหยิบ คีรินทร์ยกหนี “หลอกกันได้นะลูกไก่ แต่ไม่เนียนเลย คนอะไรนอนขนตาขยับกะพริบไหวเชียว”
       “รู้ก็เอามาสิคะ ชั้นอยากได้มาตั้งนานแล้ว”
       “ได้อยู่แล้ว แต่ขอของตอบแทนก่อนนะ” คีรินทร์โน้มลงไปจูบ ไข่มุกทำท่าหนี คีรินทร์ยกกล่องดีวีดีทำท่าไม่อยากได้เหรอ ไข่มุกลังเลแล้วนิ่งให้หอม คีรินทร์วางกล่อง กอดไข่มุก “แค่หอมให้แผ่นเดียว ถ้าจูบให้สอง แต่ถ้าทั้งหมด....เลิฟๆ กัน แล้วตอนเช้าเอาไปเลยยกเซท”
       “คนบ้า ไหนว่าจะให้ไง”
       “นักธุรกิจนะครับ ขาดทุนได้ไง น่า มาเร็ว มาให้กอดเลย” ไข่มุกเบี่ยงหลบ คีรินทร์ทำท่าจะโถมเข้าใส่ ไข่มุกเอาหมอนกั้นจนคีรินทร์จูบหมอน ไข่มุกหัวเราะชอบใจ “หนอย จะเกินไปแล้ว คืนนี้เป็นไงเป็นกัน ชั้นต้องเผด็จศึกเธอให้ได้”
      
       ไข่มุกชะงัก ฟังอย่างชักนึกกลัว คีรินทร์โดดเข้าใส่เต็มแรง ไข่มุกร้องกรี๊ด
ตอนที่ 3
      
       เช้าวันรุ่งขึ้น นุชนารถนั่งทำแผลปิดผ้าก็อตที่จมูกให้คีรินทร์ที่มีสีหน้าเจ็บปวด ทุกคนมองอย่างแปลกใจ คีรินทร์คอยจะเอามือห้ามนุชนารถ
      
       “โอ๊ยๆๆ เบาๆ หน่อยสินุช มันเจ็บ”
       คีรินทร์ซู๊ดปาก นุชนารถหมั่นไส้อยู่ในทีแล้วเลยหนักมือขึ้นอีก
       “เจ่อขนาดนี้ เบายังไงก็ต้องมีเจ็บมั่งล่ะค่ะ นุชจะพยายามดูแลให้ดีที่สุดคะ ไม่ปล่อยให้บาดทะยักกินหรอก”
       นุชนารถค้อนไข่มุก ไข่มุกกลั้นหัวเราะสะใจ
       “หนูนาก็ช่วยด้วย หมดหล่อเลยพี่ชายเรา น่าสงสารจัง” รัตนาทำหน้าเศร้า
       “พึ่งแต่งงานไม่ทันไร เจ็บไม่ได้หยุด เดี๋ยวเป็นโน่นเดี๋ยวโดนนี่ ชักลางไม่ดีแล้ว แม่ล่ะเป็นห่วงรินทร์จริงๆ เจ็บไหมลูก ดั้งหักละหมดกัน” มณีหันไปต่อว่าไข่มุก “เธอมัวทำไร ถึงปล่อยให้ผัวหัวฟาดเตียงแบบนี้ หรือเอาแต่หลับ”
       ไข่มุกหน้าจ๋อย
       “ไม่ได้หลับหรอกคะ คือว่า...คุณรินทร์เขาจะ...”
       “หยุดเลยนะไม่ต้องเล่า”
       คีรินทร์รีบยกมือห้าม แล้วคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
       คีรินทร์พยายามจะปล้ำไข่มุกขณะที่ไข่มุกกึ่งนั่งนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าหวาดกลัว
       “มาให้ปล้ำซะดีๆ”
       คีรินทร์อ้าแขนกว้าง ทำท่าจะเอาจริงไข่มุกหน้าตื่นกลัว เอาหมอนโยนใส่ คีรินทร์ปัดออก ไข่มุกยกมือกันไว้
       “อย่าเข้ามา ชั้นเตือนแล้วนะคุณ”
       คีรินทร์ยิ้มกริ่ม มือสองข้างก็จับไข่มุก
       “อืม แบบนี้ชอบ มีขัดขืนหน่อยๆ เร้าใจ”
       คีรินทร์คลานเข่าบนเตียงเข้ามา ไข่มุกก็กลัวเบือนหน้าหนี สองคนยักแย่ยักยันหลบซ้ายขวากันไปมา
       “ไม่เอา ไม่เล่นแล้วนะ”
       “ก็ใครว่าเล่น เอาจริง” คีรินทร์โถมเข้าสุดตัวหมายจะเผด็จศึก ไข่มุกสอดขาที่หว่างขาคีรินทร์แล้วยกตัวคีรินทร์ลอยข้ามตัวเองไปข้างหน้า แล้วพลิกหลบไปยืนข้างเตียงอย่างไว “เฮ้ย”
       จมูกและหน้าคีรินทร์ฟาดกับหัวเตียงเต็มแรง จนผงะ นอนเห็นดาว หมดอารมณ์ ไข่มุกตกใจ ยกมือไหว้ที่อก         “อุ้ย...โทษคะ ไม่ได้ตั้งใจ”
      
       ไข่มุกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เอามือปิดปากหัวเราะ พอคีรินทร์มองมาก็ทำเฉย ลอยหน้าลอยตา คีรินทร์ถลึงตา หงุดหงิด อารมณ์เสียอย่างพาล คีรินทร์ลุกขึ้น มือก็จับจมูกที่เจ็บ
       “อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับแม่ ไม่เป็นไรมากหรอก” คีรินทร์ดึงแขนไข่มุก “ไป...ไปกับชั้นซะดีๆ”
       “ไปไหนคะ” ไข่มุกทำหน้างง
       “ไป ธุระกันหน่อย”
       “วันนี้นอนพักก่อนไม่ดีหรอคะ เดี๋ยวแผลระบม”
       “ไปได้ ไม่ต้องห่วง”
       ไข่มุกอึ้งในเหตุผลรินทร์
       “ไปด้วย หนูนาอยากไปเที่ยว”
       คีรินทร์อึกอักส่ายหน้าหยิก
       “อย่าเลย พี่ต้องไปหลายแห่ง อาจจะแวะโรงพยาบาลด้วย ให้หมอเอ็กซ์เรย์ กระดูกหักป่าวไม่รู้”
       คีรินทร์จูงไข่มุกออกจากห้อง นุชนารถมองอย่างหึง รัตนาทำหน้าเซ็ง มณีมองสองคนเดินออกไป
       “ดู๊ ดู นายรินทร์เรา ทำตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ วันนี้ก็เกงานอีก ชั้นล่ะไม่อยากจะพูด สงสัยมีเมียแล้วจะเสียคน”
       เขมทัตสำทับ
       “อย่างกับเมื่อก่อนมันขยันนักนี่ อยู่กับสาวๆ มากกว่าอยู่กับงาน หวังว่ามันมีเมียแล้วจะรับผิดชอบขึ้นบ้าง แต่ท่าจะเหลว”
       มณีทำหน้าเอื้อม เขมทัตก็ส่ายหน้าหน่ายกับคีรินทร์ นุชนารถก็แสนจะหมั่นไส้คีรินทร์เหมือนกัน
      
       คีรินทร์นั่งมองไข่มุกที่นั่งคนขับ พอสตาร์ทรถ ไข่มุกก็คลำๆ ด้านซ้ายติดพวงมาลัย ก้มๆ เงยๆ คีรินทร์งง       
       “หาอะไร”
       “หาเกียร์ อยู่ไหนหว่า”
       คีรินทร์ชี้ที่เกียร์ข้างลำตัว
       “นี่ไง ยังจะแกล้งทำลูกเล่นอีกหรอ”
       ไข่มุกยิ้มแห้งๆ จับที่เกียร์ออโต้
       “ออโต้ด้วย แบบนี้ง่ายเลย อยากขับมานานแระ”
       ไข่มุกออกรถ ขับรถมองหลังซ้ายขวาอย่างคล่องแคล้ว เข้าเกียร์ เลี้ยวรถอย่างชำนาญ คีรินทร์มองอย่างพอใจ
       “ขับรถเก่งใช้ได้ สมัยอยู่อเมริกาขับบ่อยสิ”
       ไข่มุกอมยิ้ม       
       “แล้วแต่วินเขาจะเรียก”
       “วิน วินไหน อ้อ วินนี่ เพื่อนฝรั่ง แฟนเก่าล่ะสิ”
       ไข่มุกหันพยักหน้าน้อยๆ แล้วยิ้ม นึกถึงอดีต
      
       ในอดีตที่วินรถสองแถว รถสองแถวในสภาพเยินมากจอดรอผู้โดยสาร ไข่มุกยืนเรียกผู้โดยสารอยู่ท้ายรถ
       “ขึ้นเลยพี่ ขึ้นเลย ด้านในขยับนิด นั่งชิดกันอีกหน่อยนะจ๊ะน้ำมันแพงอัดๆ กันหน่อยนะจ๊ะ แถวโน่นด้วยจร้า”
       หัวหน้าวินสองแถวเดินมาตะโกน       
       “ไอ้มุก วันนี้ลุงแหนมแก่ป่วย เอ็งขับแทนทั้งวันแล้วกันนะ เดี๋ยวข้าให้เพิ่ม ออกไปเลยแล้วกันเดี๋ยวไม่ทันคิว”
       ไข่มุกยิ้มกริ่มอย่างดีใจ
       “สบายอยู่แล้วลูกพี่ งั้นหนูไปนะคะ”
      
       ไข่มุกขึ้นนั่งที่คนขับ พอสตาร์ทรถก็เข้าเกียร์มือด้านซ้ายข้างพวงมาลัยอย่างคล่องแคล้ว ผิวปาก ออกรถเอี๊ยด...ยกล้อ



       คีรินทร์ให้ไข่มุกขับรถมาที่คอนโด คีรินทร์เปิดประตูเข้ามาในคอนโด ไข่มุกยืนลังเลหยุดหน้าประตูไม่ยอมเข้าจนคีรินทร์ต้องดึงมือเข้ามา
      
       “เข้ามาเถอะ คอนโดชั้นเอง น่าอยู่มากนะ อยากให้ภรรยาเห็น”
       คีรินทร์ยิ้มหล่อ ไข่มุกเดินเข้ามาอย่างระวังตัวหน่อยๆ คีรินทร์เดินไปเปิดเพลงแจ๊สเซ็กซี่ กดรีโมทเปิดแอร์ ทำท่าร้อน
       “กว่าจะเย็นคงอีกสักพัก อืม...ร้อนเนอะ”
       คีรินทร์ถอดเสื้อออกเห็นกล้ามเป็นมัดๆ มือก็พัดไปมาว่าร้อน ไข่มุกเห็นก็ตาค้าง กลืนน้ำลาย แล้วก็หันหลังขวับ ปิดตา
       “เฮ้ย ถอดอะไรตรงนี้ ไปทำให้ห้องน้ำสิ ร้อนก็อาบน้ำซะ”       
       คีรินทร์ยิ้ม เดินเปลือยท่อนบนไปกอดด้านหลังไข่มุกอย่างนุ่มนวล ไข่มุกห่อไหล่ขนลุก กลัวๆ กล้าๆ แกะมือคีรินทร์แต่ก็ไม่ออก       
       “ไหนว่าอยากให้ชั้นเห็นคอนโด ก็เห็นแล้วไง กลับเถอะ”
       “แถมให้ดูกล้ามด้วย” คีรินทร์พูดยั่วยวนชี้ให้ดู “ตรงนี้ ซิกแพ็กนะ จับสิ ชั้นไม่ว่าหรอก แข็งปั๋งเลย”
       ไข่มุกที่หันหลัง ค่อยๆ เอามือปิดตาลง เหย่หน้ารี่ตาข้างเดียวมองมัดกล้ามคีรินทร์แว๊บหนึ่ง แล้วรีบหันกลับมาปิดตาต่อ
       “ยื้ย...เห็นแล้ว ใส่เสื้อเถอะ ไหนว่าให้ชั้นพาเที่ยว”
       “ก็เที่ยวสวรรค์ไง จะได้หายเครียด เพลินๆ กันนิดนึง” คีรินทร์กระซิบอย่างอ่อนหวาน ไข่มุกกระทุ้งข้อศอกให้ คีรินทร์จุก
       “ไม่เอา ชั้น ชั้นมีประจำเดือนคะ”
       คีรินทร์ทำท่ารู้ทัน
       “แหม หามุขเนียนกว่านี้หน่อยสิ มุขนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาก็ใช้กันถ้าเป็นเมนจริง” คีรินทร์ชี้ที่กางเกง “ถอดสิ ชั้นดูหน่อย”
       ไข่มุกตาค้างชักโมโห
       “บ้าแล้ว คุณนี่เสียมารยาทจริง ใครเขาจะถอดให้ดู”
       คีรินทร์เจอแบบนี้ก็หงุดหงิด หมดอารมณ์
       “นี่ชั้นอุตส่าห์เอาใจ พามาบรรยากาศดีๆ ก็ไม่ชอบ อะไรก็ไม่เอาคนแต่งงานกันแล้ว มีไรกันมันก็เรื่องธรรมดา ชั้นไม่เคยเจอใครเรื่องมากอย่างเธอ เล่นตัวมากไปแล้ว ชักเซ็ง เข้าใจมั้ย”
       “ก็ชั้น...ยังไม่พร้อมนิ ปุ๊บปั๊บให้มีไรกันได้ไง ถึงแต่งงานแล้วก็เถอะ”
       คีรินทร์ทำท่านึกรู้ พยักหน้า
       “หาข้ออ้างสารพัด ชั้นว่าเธอมีคนอื่นมากกว่า”
       ไขมุกอึ้ง ส่ายหน้า
       “ชั้นจะไปมีใคร วันๆ ตำแต่ส้ม...เอ้ยทำแต่งาน เอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน”
       “เขาเป็นใคร บอกมาเถอะ เพื่อนสมัยเรียนหรือหนุ่มที่รู้จักกันตามผับคบกันมานานแล้วละสิ”
       “ไปกันใหญ่แล้ว ชั้นว่าไม่มีก็ไม่มีจริงๆ”
       คีรินทร์เซ็งปนสงสัย
       “เห็นเธอติ๋มๆ แบบนี้ ร้ายไม่ใช่เล่น ยอมรับว่าดูเธอไม่ออกจริงๆ”
      
       คีรินทร์ขับรถออกจากคอนโดด้วยสีหน้าหงุดหงิด มือก็คลำที่แผลจมูกเจ็บและคอยหันมองไข่มุกที่ค่อยใจชื้นขึ้น หลังออกจากคอนโดได้
       “เดี๋ยวชั้นพาไปเที่ยว กินส้มตำไหมละ”
       คีรินทร์ส่ายหน้าบึ้ง
       “ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องลูกไก่ ผมคิดมานานแล้ว คุณดูมีพิรุธไงไม่รู้ ต้องมีใครสักคนแน่ เป็นเมียเขามานานยังละ คบกันตั้งแต่อยู่อเมริกาสิ” ไข่มุกขมวดคิ้ว กอดอก เริ่มโกรธนั่งเงียบ “นึกว่าจะแฟร์ๆ เล่าให้ฟัง แต่คุณก็มีความลับ แล้วต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันได้ไง แค่เริ่มต้นก็ไม่เปิดใจกันแล้ว ว่ามาเถอะ”
       “คุณจะคิดไปคนเดียวก็ตามใจ แต่ชั้นไม่มีใครแน่”
       คีรินทร์จอดรถกระทันหัน จนไข่มุกแทบหัวคะมำ คีรินทร์เอื้อมมือไปเปิดประตูข้างไข่มุกอย่างโมโห แล้วผลักเธอให้ลงจากรถ
       “ผมไม่ชอบคนมีความลับ ถ้าอยากโกหก ไปโกหกกับคนอื่น”
       ไข่มุกเซลงจากรถหน้าเสีย คีรินทร์ขับรถออกไป ไข่มุกได้แต่มองตามอย่างอึ้ง
      
       ไข่มุกเดินไปตามถนนน้ำตาคลอ เดินไปก็เอาแขนเสื้อเช็ดน้ำตาไป
       “ทำไมชั้นต้องมาเจอคนเฮงซวยแบบนี้ด้วย เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยเห็นใจ นึกสงสารเลย”
       จิ๊กโก๋ซ้อนมอเตอร์ไซด์กันมาสองคน ทั้งคู่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกแต่ถือติดมือมาด้วย จิ๊กโก๋ยิ้มกวนแล้วหยุดรถขวางไข่มุก วางหมวกกันน็อกไว้บนรถ เดินยียวนมาหา
       “ใครทำให้ร้องไห้จ๊ะน้องสาว ไปกับพี่ดีกว่า เดี๋ยวพี่ปลอบให้หายเศร้า”
       “ขนาดร้องไห้ยังน่ารักเลยวะ ถ้าร้องแบบอื่นจะขนาดไหน”
       ไข่มุกหันไปเห็นก็รีบเดินหนีอย่างกลัว จิ๊กโก๋เดินดักหน้าดักหลัง ยิ้มอย่างยียวน
       “งานเข้าอีกแล้วไอ้มุกเอ้ย ความซวยเมื่อไรจะไปเยือนคนอื่นบ้าง”
       จิ๊กโก๋จับต้นแขนไข่มุก
       “อุ้ย เนื้อนิ๊ม นิ่ม น่าเอาไปชุบแป้งทอด”
       “ปล่อยชั้นนะ” ไข่มุกสะบัดแขน จิ๊กโก๋วิ่งจะเข้ามาลาก ไข่มุกวิ่งวนไปวนมาหลบหลังมอเตอร์ไซด์ จิ๊กโก๋ก็ตามประชิด “เฮ้ย...บอกให้ออกไป ไม่งั้นมอไซด์พังนะ”
       จิ๊กโก๋หน้าตื่น
       “อย่านะโว๊ย รถลูกพี่”
       จิ๊กโก๋คว้ามือไปรวบตัว ไข่มุกนั่งหลบอย่างไว อีกคนจะดึงตัวขึ้น ไข่มุกกวาดเตาะขาจนล้ม ลุกยืนแล้วผลักมอเตอร์ไซด์ล้มลง จิ๊กโก๋สองคนรีบเข้าไปดูรถ จิ๊กโก๋ลูบคลำรอยถลอกแทบร้องไห้
       “เฮ้ย ตายชัก โดนลูกพี่ตื้บแน่ตู”
       ไข่มุกเห็นจิ๊กโก๋เผลอ ใช้ความคล่องตัวแบบวิชาตัวเบารีบฉวยหมวกกันน็อกที่หล่นพื้น เคาะโป๊กที่หัวคนละทีอย่างมึน แล้วสวมหมวกกันน็อกกลับด้านใส่หัวทั้งสองคน จิ๊กโก๋สองคนเซไปเซมา ไข่มุกได้จังหวะเอาเชือกรัดหมวกกันน็อกผูกติดกันไว้ทั้งสองใบ จิ๊กโก๋ยื้อกันไปยื้อกันมา ถอดไม่ออก ไข่มุกรีบถอยห่างอย่างตื่นกลัวไม่หาย
       “คราวหน้าขี่มอไซด์ใส่หมวกกันน็อกด้วย”
      
       ไข่มุกรีบวิ่งหนี จิ๊กโก๋ถอดหมวกได้ แต่ก็มึนหัวตาลาย วิ่งตามไม่ไหว



       ที่บ้านชลลดา พิพัฒน์เดินย่องกลับเข้ามาในบ้าน ภัททิมาออกมาจากมุม แว้ดใส่
      
       “หายไปไหนมา ทำเป็นย่อง นึกว่าจะพ้นชั้นเหรอ”
       พิพัฒน์สะดุ้งตกใจ
       “ไปนอนบ้านเพื่อน ทำไมต้องทำหน้าเหี้ยมด้วย จะฆ่าเขารึไง” ภัททิมาชะงัก “ไม่ต้องมาสะดุ้ง พูดจี้ใจดำดิ”
       “จี้อะไร ไม่รู้เรื่อง”
       พิพัฒน์นิ่งไป พูดอย่างกลัว
       “ลูกไก่ เขาได้ยินนะที่แม่พูดกับตัว คิดจะฆ่าเขาจริงๆ เหรอ” ภัททิมายิ้มขำ       
       “บ้าน่า แม่เขาคงอารมณ์ค้างอยู่ เลยพูดเอามันส์ คนทั้งคนจะฆ่าได้ไงยะ”
       พิพัฒน์มองหน้าภัททิมาแล้วทำอ้อนกอด
       “เขารักตัวเองนะ ตัวยังรักเขาป่าว”
       ภัททิมาอึ้ง เพราะหมดรักพิพัฒน์แล้ว
      
       ชลลดาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบเล็กไปปากก็ว่าภัททิมาไปอย่างขัดใจ
       “ใจอ่อนแบบนี้ มันถึงเกาะได้เกาะดี”
       “แม่เก็บของจะไปไหน”
       “ไปชายแดนสักสองวัน”
       “ไปบ่อน”
       ชลลดาเก็บเสื้อผ้าต่อไม่ปฎิเสธ
       “มีเงินแล้วก็ต้องหาวิธีให้มันงอกเงย” ภัททิมาแบมือ
       “วันก่อนไปเห็นกระเป๋ามาใหม่ ส๊วย สวย ค่าส่วนแบ่งที่ยอมให้นังไข่มุกเอาชื่อลูกไก่ไปหากิน”
       ชลลดามองอย่างเสียไม่ได้
       “กับแม่ทำรู้มาก ไว้จะโอนให้สักห้าหมื่นละกัน นี่ถ้าเป็นเมียนายคีรินทร์ คงไม่ต้องมาขอแม่แบบนี้ มีหวังผัว
       ให้ใช้เดือนละสามสี่แสน เมื่อไหร่จะคิดได้สักทีฮึ”
       ภัททิมานิ่งคิดอย่างงกและอยากได้
      
       ที่คลาสเต้นรำ ทุกคนกำลังหัดท่าตามครูสอน มณีทำเป็นเต้นคล่องแต่ผิดจังหวะ ไข่มุกก็ยังเต้นผิดๆ ถูกๆ มณีหันมองแล้วพูดทับถม       
       “มาตั้งสองสามหนแล้ว เต้นให้คล่องอย่างชั้นสิยะยัยลูกไก่ เสียดายเงินแย่”
       “ได้คะ หนูจะพยายาม”
       ไข่มุกทำหน้าเซ็งๆ บิดก้น กางมือออกตามท่าเต้นมณี แต่ไม่ค่อยได้เรื่อง คนร้ายที่เต้นอยู่ด้วยมองมาทางไข่มุกอย่างหมายมาด
       “เอาละวันนี้ เราจะหัดเต้นคู่นะใครอยู่ใกล้ใครลองจับคู่กันเองครับ”
       มณีมองซ้ายมองขวาหาคู่เต้น
       “ใครดีน๊า” ชายแก่สะกิดที่ไหล่มณี ยิ้มเห็นฟันหลอ มณีหันไปเจอแทบสลบ ตั้งท่าใส่ เดินหนี “อ๊าย แก่จะตาย ไม่เต้นด้วยหรอก เต้นไปหัวใจวายขึ้นมา ชั้นได้ซวยสิ” มณีมองไปมองมาเห็นคนร้ายก็ว่าท่าจะเต้นเก่ง คนร้ายจะเดินไปทางไข่มุก มณีเอาตัวเข้าขวางไว้ยิ้มอย่างหวาน “เดี๋ยวสิคุณ นั่นน่ะเด็กเพิ่งหัด เต้นด้วยเบื่อแย่ เต้นกับชั้นดีกว่า คล่องกว่ากันเยอะ”
       คนร้ายจะหันกลับก็ไม่ทัน ถูกมณีลากละล้าละลัง เพลงขึ้น ห่างออกไปชายแก่เดินสวนมองมณีค้อนๆ ไปเต้นกับไข่มุก
       คนร้ายและมณียืนคู่กัน พอคนร้ายยกแขนขึ้น มณีชะงักเพราะเหม็นเต่าคนร้ายอย่างแรง มณีหลับตาจะเป็นลม
       “สนุกมั้ยป้า”
       มณีอ้าปากค้าง บ่นแทบไม่ออก
       “สนุกบ้าอะไร นายเต่าเน่า แถมปากเหม็นอีก ตายแน่ชั้น” มณีเดินไปแย่งคนแก่ที่เต้นคู่ไข่มุก “เธอไปเต้นกับคนโน่นไป ชั้นจะหัดให้ปู่เอง”
       ไข่มุกงง เกาหัวยิก คนร้ายจ้องมองไข่มุกอย่างหมายมาดแล้วเดินตรงเข้ามา แต่เพลงจบพอดี คนร้ายเลยต้องเดินเลี่ยงไป
       ครูกำลังสอนเต้น เห็นไข่มุกจับคู่กับคนร้าย มณีจับคู่กับคนแก่ นักเรียนอื่นก็ยืนคู่กัน ครูเต้นให้ดูกับคู่เต้น
       “เปลี่ยนเป็นจังหวะ ชะ ชะ ช่านะครับ หมุนตัวด้วย”
       คนร้ายมองไข่มุก ก้าวเท้าตามจังหวะ ไข่มุกเต้นตามอย่างผิดสังเกต ไข่มุกหมุนตัว คนร้ายได้จังหวะก็จับล็อกคอ ไข่มุกตาเหลือก
       “โอ๊ย อย่าล๊อก คอ หายใจไม่ออก ปล่อย”
       คนร้ายกระซิบข้างหู
       “เสร็จชั้นแน่ รอจังหวะนี้มานานแล้ว”
       “โอ๊ย ปล่อย จะฆ่ากันหรอ”
       ไข่มุกกระทุ้งศอกเข้าชายโครงจนคนร้ายจุกถอยออกไป ไข่มุกวิ่งหนี คนร้ายพุ่งตัวจับแขนไว้ ไข่มุกก็รั้งแล้ววิ่งเป็นวงกลมเหมือนเต้นรอบตัว ยื้อแขนกันไปมาดูเหมือนท่าเต้นยักย้ายส่ายเอว ไข่มุกสะบัดมือแล้วเหยียบขาคนร้ายจนกระโดดเหย็ง ไข่มุกรีบวิ่งหลบหลังมณี มณีก็มองอย่างงงๆ คนร้ายวิ่งเข้ามาหา มณีตั้งท่าสู้ ร้องเสียงดัง
       “หยุดนะ ไอ้เต่าเน่า” คนหันมามองเป็นตาเดียว คนร้ายเห็นท่าไม่ดี รีบออกไป ไข่มุกถอนใจโล่งอก มณีปัดมือ ทำท่าเก่ง “รู้จักชั้นน้อยไปแล้ว จนหนีแล้วยังตามมาอีก คราวหน้าอย่าลืมแปรงฟันมาก่อนด้วย”
      
       มณีกับไข่มุกเดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว
       “เดี๋ยวกลับบ้านแล้วต้องรีบสระผม อาบน้ำ วันนี้ฝันร้ายจริงๆ บะหมี่แห้ง” มณีสั่งเด็กเสิร์ฟ
       “บะหมี่แห้งเหมือนกัน”
       เด็กเสิร์ฟจะจด แต่หันมองไข่มุก
       “น้ำอะไรครับ”
       “น้ำเปล่า ขวดเดียว” มณีบอกเน้นเสียงแล้วนิ่งไปนิดนึง “แถมน้ำแข็งมาแก้วนึงด้วยนะ”
       “แถมไม่ได้ครับ แข็งแก้วละบาท” มณีมองหน้าเด็กเสิร์ฟ
       “อะไร สั่งตั้งแยะ น้ำแข็งแก้วเดี๋ยวให้ฟรีไม่ได้”
       เด็กเสิร์ฟส่ายหน้า
       “เฮียสั่งไว้ เดี๋ยวโดนด่า”
       “งั้นก็ใส่มาให้พูนๆ แก้วนะยะ คิดตั้งบาท ก็ให้คุ้มเงินหน่อย”
       เด็กเสิร์ฟทำหน้าเซ็งแล้วเดินไป สักพักเอาน้ำมาขวด น้ำแข็งพูนแก้ว วางบนโต๊ะ มณีรินน้ำในขวดใส่แก้วให้นิดเดียว ไข่มุกก็มองลุ้น เห็นมณีเทนิดเดียวแล้วหยุดก็มองหน้า มณีลอยหน้าลอยตา
       “กินบะหมี่ให้หมดก่อน ให้น้ำแข็งมันละลาย น้ำจะได้มีเยอะพอให้กินได้พอดี”
       แล้วมณีก็กินน้ำในขวดที่เหลือเกือบเต็มขวดอย่างสบายใจ
      
       ไข่มุกได้แต่แอบเบ้หน้าในความเค็มของเธอ



       มณีและไข่มุกเดินจากโรงรถจะเข้าตัวบ้าน มณีหน้าตายิ้มแย้มเพราะอิ่มก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ไข่มุกเดินตามหลังคอยช่วยถือของ มีขวดน้ำเปล่าที่มณีกินไว้จากร้านก๋วยเตี๋ยว
      
       “ดูเอาของไปเก็บให้ดี ขวดน้ำที่เหลือ อย่าทิ้งนะ เก็บรวมๆ ไว้พอเยอะจะเอาไปขายร้านขายของเก่า เดี๋ยวชั้นรีบไปสระผมแล้ว เหมือนกลิ่นขี้เต่าไอ้นั่นยังติดหัว”
       ไข่มุกทำหน้าเซ็งแต่มณีไม่เห็น นุชนารถขับรถสวนจะออกไป มณีมองโบกให้จอด
       “จะเอารถไปไหนนุช”
       “คุณรินสั่งไว้ให้เอาไปล้างคะ”
       “ไม่ต้อง ล้างทีตั้งหลายร้อย ลูกไก่อยู่บ้านเปล่าๆ ล้างได้”
       ไข่มุกอ้าปากค้าง
       “ได้เลยคะ” นุชนารถยิ้มเยาะไข่มุก “เอาให้เอี่ยมเลยนะคะ ระวังรถเป็นรอยด้วย”
       มณีมองไข่มุกสั่งสีหน้าเรียบ
       “ยุคนี้ต้องประหยัด ไปจัดการเลย กินก๋วยเตี๋ยวพุงกางแล้ว ย่อยอาหารซะบ้าง”
       สั่งเสร็จมณีก็เดินเข้าบ้าน ไข่มุกพยักหน้ารับ มองตาปริบๆ ไม่กล้าเถียง
      
       ละลองน้ำโปรยฉีดใส่รถ ไข่มุกในชุดกางเกงขาสั้นเผยเห็นต้นขาขาวเซ็กซี่ เสื้อยืดสีอ่อนสดใส รัดผมน่ารัก
       ฉีดน้ำไปทั่วรถ คีรินทร์กลับมาเห็นก็แอบมอง รู้สึกเธอแสนจะเซ็กซี่ ไข่มุกหยิบฟองน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่จากถังล้างรถมาบิด น้ำกระเด็นเปื้อนเสื้อที่หน้าอกบ้างก็ปัดออก คีรินทร์เห็นก็กลืนน้ำลาย ไข่มุกถูฟองน้ำบนหน้ารถ จนแขนเสื้อหลุดจากไหล่เผยเห็นผิวขาวสดใส คีรินทร์อ้าปากค้าง ไข่มุกก็รีบดึงแขนเสื้อขึ้น ไข่มุกเอื้อมไม่ถึงก็ยกขาข้างซ้ายงอขึ้นจากพื้น คีรินทร์ก็โยกหัวซ้ายก้มตามดู แล้วมองเธอนิ่งอย่างอยากได้
       คีรินทร์เดินออกมาอย่างหล่อ ถอดเสื้อออกอย่างเท่ห์โยนเสื้อปลิวลอยในอากาศ โชว์มัดกล้ามเหลือแต่กางเกงยีนส์ เดินเข้าไปยิ้มกับไข่มุก
       “ล้างคนเดียวเหนื่อยแย่ ช่วยกันจะได้เสร็จเร็วนะจ๊ะลูกไก่”
       “จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย ไม่เป็นไร ขอบคุณคะ ชั้นล้างเองได้ คุณเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ พักเถอะ”
       “ผัวเมียช่วยกันล้างรถ ผลัดกันทำโน่นนี่ สนุกจะตาย” คีรินทร์จับมือไข่มุก ถูฟองน้ำไปทั่วรถ มือลื่นๆ ก็คอยลูบไล้แขน ไข่มุกก็ปัดป้องตาเขียวใส่ คีรินทร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “เสื้อคุณเปื้อนหมดแล้ว เดี๋ยวผมช่วย”
       คีรินทร์บีบฟองจากฟองน้ำใส่ตัวไข่มุก ไข่มุกจับมือปัดป้อง
       “โอ๊ย เล่นอะไรก็ไม่รู้ เปื้อนหมดแล้ว อยากเล่นใช่ไหม”
       ไข่มุกฉีดน้ำใส่ คีรินทร์หลบ       
       “จ้างก็ฉีดไม่โดน ทางนี้”
       คีรินทร์เข้าไปแย่งสายยางฉีดกลับ
       “เปียกไปหมดแล้ว คุณเล่นอะไรไม่รู้”
       สองคนยิ้มหัวเราะเล่นกันอย่างสนุกสนาน คีรินทร์สบตาซึ้ง
       “สนุกตรงนี้ไม่พอเดี๋ยวไปสนุกต่อในห้อง”
       ไข่มุกตาดุพูดแบบทีเล่นทีจริง
       “ไม่เอา เล่นแค่นี้ก็พอแล้วคะ” คีรินทร์ปล่อยมือ หน้าบึ้งเดินไปทันที ไข่มุกมองอย่างงง “คนอะไร ทำไมถึงเอาแต่ใจตัวแบบนี้ เกิดมาก็เพิ่งเจอ”
       คีรินทร์หันหลับมาพูดเสียงเข้ม
       “ชั้นก็เป็นของชั้นแบบนี้”
       ไข่มุกขมวดคิ้วส่ายหน้า คีรินทร์เดินเข้าบ้านอย่างหมดสนุก
      
       คีรินเดินมาเปิดประตูจะเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ นุชนารถที่เดินตามหลังมามองซ้ายขาว เห็นไม่มีคน
       ก็รีบตามคีรินทร์เข้าไปในห้องแล้วปิดประตูมองคีรินทร์ส่งสายตาต่อว่าอย่างหึง คีรินทร์หันมายิ้มให้
       “สนุกจังคะ เปียกกันหมดทั้งสองคน นุชนึกแล้วว่าต้องมีวันนี้ นอนกันทุกคืน อยู่กันทั้งวัน จนขนาดนี้จะบอกว่าไม่ชอบอีกหรอไงนุชไม่เชื่อแล้ว”
       “ลูกไก่ไม่ได้สำคัญอะไรกับผมหรอก ก็แค่ผู้หญิงคนนึง”
       “แน่ใจเหรอคะ เห็นเกรงใจ เอาใจกันจะแย่”
       “กับคนนี้ เอาใจยิ่งกว่า”
       คีรินทร์ดึงนุชนารถมากอดจูบแก้ม นุชนารถก็รีบจูบตอบ
       “รินทร์ขา ต้องไปห้องอื่นไหม เดี๋ยวเมียคุณคงมา”
       “ผมไม่ใช่คนกลัวเมีย ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
       คีรินทร์จูบนุชนารถต่อ ซึ่งนุชนารถก็ให้ท่าเต็มที่
      
       ที่โรงรถ ไข่มุกเช็ดรถเสร็จก็ยิ้มชื่นชมผลงานตัวเอง
       “ใช้ได้เลย ฝีมือเรา นี่ถ้าไม่มีคนมาแกล้ง เสร็จไปนานแล้ว”
       ไข่มุกเก็บของ ลูบเนื้อตัว เสื้อผ้า ผมเปียกไปหมด ไข่มุกห่อไหล่รู้สึกหนาวและตัวเองโป๊ เอามือปิดรีบวิ่งเข้าบ้าน
       ไข่มุกมาถึงหน้าห้องได้ยินเสียงนุชนารถหัวเราะอยู่ข้างในก็สงสัย เปิดประตูเข้าไปภาพที่เห็นนุชนารถกอดจูบกับคีรินทร์บนเตียง ไข่มุกอึ้ง นุชนารถทำหน้าเฉย ไม่สะทกสะท้าน       
       “เมียคุณมา”
       “คุณก็บอกเขาไปสิ ว่าเรายังไม่ว่าง”
       ไข่มุกมีสีหน้าเรียบเฉย
       “ขอโทษคะ ที่มาขัดจังหวะ”
       ไข่มุกออกจากห้องไปอย่างรู้สึกโดนหยามมาก นุชนารถยิ้มอย่างสะใจ คีรินทร์มองตาม ลุกขึ้นอย่างหมดอารมณ์และรู้สึกผิด นุชนารถพยายามจะเข้ามากอดจูบคีรินทร์       
       “รินทร์ขา เป็นอะไรไป คุณนี่เก่งจริงๆ นุชเชื่อแล้วคะที่รัก มาสนุกกันต่อเถอะ”
       คีรินทร์ปลดมือนุชนารถออก
       “ผมเหนื่อย อยากอาบน้ำ ขอโทษนะนุช คุณออกไปก่อนเถอะ”
       นุชนารถก็ปล่อยมือ สบตาอย่างรู้ความหมาย
       “ไหนว่าไม่กลัวเมีย”
      
       คีรินทร์นิ่ง คิดอย่างรู้สึกผิด นุชนารถสะบัดหน้าเดินไปอย่างโกรธและขัดใจมาก

      ไข่มุกนั่งซุกตัวหนาวสั่นอยู่ในสวน รู้สึกขมขื่น คับแค้นใจในโชคชะตาตัวเอง สักครู่นุชนารถเดินผ่านมา หัวเราะเยาะอย่างสมเพช
      
       “คราวหลังหัดมีมารยาท เคาะประตูบ้าง”
       “เธอเองก็หัดมีบ้าง” นุชนารถชะงัก
       “ชั้นต้องมีอะไร”
       ไข่มุกลุกขึ้นสบตา บอกเสียงเรียบ
       “ยางอายไง ต่อไป หัดมียางอายบ้าง”
       นุชนารถอึ้ง ไข่มุกเดินกลับไป นุชนารถทั้งโกรธทั้งอาย
      
       ไข่มุกกลับเข้ามาในห้อง สีหน้าเรียบ เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหาชุดใส่ คีรินทร์เห็นเธอเงียบขรึมก็ออกตัว
       “เธอเองไม่ยอมทำหน้าที่เมีย ชั้นก็ต้องหาคนอื่น ไม่ใช่ความผิดของชั้น” ไข่มุกหยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนคีรินทร์ไม่มีตัวตน คีรินทร์ชักโมโห “พูดอะไรมั่งดิ อยากด่าก็ได้ ไม่ต้องทำเงียบให้ชั้นรู้สึกผิดแบบนี้” ไข่มุกยังเฉย เข้าห้องน้ำปิดประตูไป คีรินขว้างตะกร้าผ้าใส่ประตูห้องน้ำดังปัง ขัดใจที่เธอไม่โต้ตอบ “โธ่เอ้ย”
       ไข่มุกที่อยู่ในห้องน้ำ สะดุ้งตกใจ แล้วก็น้ำตาไหล ไข่มุกพยายามเข้มแข็ง เช็ดน้ำตา อย่างรู้ว่าตัวเองจะอ่อนแอไม่ได้
      
       เขมทัตนั่งรถออกจากบ้าน เห็นไข่มุกเดินที่ฟุตบาทก็นึกแปลกใจ
       “ชะลอรถสิ” เขมทัตบอกคนขับ
       “จะจอดรับไหมครับท่าน”
       เขมทัตนิ่งคิด
       “อย่าเพิ่ง ตามไปห่างๆ”
       รถเขมทัตเคลื่อนมาเรื่อยจนเห็นไข่มุกขึ้นรถเมล์ไป เขมทัตนิ่งคิดอย่างแปลกใจ นึกไม่ถึง
      
       ไข่มุกลงจากรถเมล์เดินเข้าซอยมา เห็นรถเข็นส้มตำของเธอกำลังถูกนักเลงจะเข็นไปก็ตกใจ
       “เดี๋ยวพี่ จะทำไรกัน เข็นผิดคันหรือเปล่า นี่ของแม่วันดี”
       “ก็เพราะของยัยวันดีน่ะสิ ถึงจะเอาไป” นักเลงพูดเสียงเข้ม
       “มันเรื่องไรกัน จะมาเอาของแม่ชั้นไปได้ไง”
       “อยากรู้ไปถามแม่แก จะเอารถคืนก็เอาเงินมาใช้หนี้ให้หมด ไม่งั้นก็ไปเช่าหาบขาย เฮ้ย หม้อไห ครก เอาไปให้หมด”
       ไข่มุกเข้าไปยื้อครกไว้
       “เอาแต่รถเข็นไปสิ ขนหมดแบบนี้แล้วจะหากินยังไง”
       นักเลงยึดครกคืน
       “เรื่องของพวกแก ข้าไม่เกี่ยว หม้อไห ครกพวกนี้ ดอกเบี้ยโว้ย”
       ไข่มุกถอนใจ สีหน้าเป็นกังวลอย่างหนักใจ
      
       ที่บ้านวันดี วันดีนั่งฉีกล็อตเตอรี่สามสี่ใบกระจุยหมดอย่างโมโห ไข่มุกนั่งมองอย่างหนักใจ
       “ไอ้เลขเฮงซวย บอกว่าเด็ด มีอย่างที่ไหนวะถูกเหมือนกันแต่ถูกกินหมด”
       “รถเข็นก็ไม่มี ครกก็ไม่มี แล้วจะทำไงต่อละแม่”
       เม่นเมาเดินเป๋เข้ามานั่งข้างวันดี ยิ้มตาเชื่อม วันดีขยับตัวหนี
       “เขาลือกันให้แซ่ดว่าเอ็งได้เลขเด็ดมา” เม่นแบมือ “ทุ่มไม่อั้นเลยสิ ไม่คิดจะแบ่งผัวสุดที่รักบ้างเหรอจ๊ะแม่วันดี”
       วันดียกขาจะถีบ
       “แบ่งไอ้นี่ไปก่อนไหม คนยิ่งกลุ้มอยู่ จะไปไหนก็ไปเลยไป”
       เม่นลุกยืนอย่างโมโห
       “ไล่เหรอ เดี๋ยวนี้มีไล่ นี่ขอดีๆ แล้วนะโว้ย”
       “ไม่มี โดนหวยกินไปหมดแล้ว”
       “นังโกหก แบบนี้ต้องจัดให้สักดอก”
       เม่นเตะผางเข้าที่ลำตัววันดีเซไป
       “โอ๊ย ไอ้เม่น ไอ้เลวไอ้ชั่ว”
       “พ่อ อย่าทำแม่นะ”
       ไข่มุกรุดเข้าไปช่วยวันดี ผลักเม่นจนล้มหกคะเมน เม่นเมาแอ๋ชี้หน้ามือสั่น
       “กล้าทำข้าหรอ นังเนรคุณ เลี้ยงมาแต่ตีนเท่าฝาหอย ไม่งั้นป่านนี้เอ็งตาย ไปนานแล้ว อีลูกโดนแม่ทิ้ง ไม่มีใครเขาเอา”
       วันดีหยิบจานสังกะสีเควี้ยงใส่ทีละใบสองใบ ดังลั่นไปหมด
       “ปากเสียอีกแล้ว เอ็งไปไหนก็ไปเลยไป ก่อนข้าจะทนไม่ไหว ไอ้เม่นสารเลว”
       เม่นทนไม่ไหว ลุกเดินเป๋หนีไป ไข่มุกนิ่งคิดแล้วถาม
       “เมื่อกี้พ่อเขาพูดไรแม่ มุกเป็นลูกแม่จะโดนทิ้งยังไง แม่เคยทิ้งมุกด้วยเหรอ”
       วันดีสีหน้าเปลี่ยนแล้วอ้อมแอ้ม
       “เปล่า ไปฟังอะไรกับคนอย่างมัน มันเมาแอ๋ขนาดนั้น พูดจารู้เรื่องที่ไหน”
       ไข่มุกมองวันดีที่หลบสายตา ทำเก็บข้าวของที่หล่นกระจาย
       “แล้วนี่ แม่เป็นหนี้เท่าไร”
       “ก็กู้มาห้าพัน แต่ตอนนี้กลายเป็นสามหมื่น ไอ้มุก แม่จนตรอกแล้วนะ รถเข็นมันก็ยึดไป อะไรก็ไม่เหลือ เอ็งพอมีก็เอามาให้แม่บ้างเหอะ” วันดีบอกเสียงอ่อย
       “จะมีได้ไงแม่ งานก็ยังไม่มีทำ”
       “โง่อีกแล้ว มีผัวเศรษฐีทั้งคน ก็อ้อนขอมันสิวะ”
       ไข่มุกมองวันดีอย่างน้อยใจที่คิดแต่จะขอเงินจากตัวเอง
      
       ไข่มุกไม่มีเงินให้วันดีจึงตัดสินใจโทรไปของานทำกับธุรกิจกองถ่าย
       “จ๊ะพี่ มุกเอง ขอโทษทีนะพี่ ที่หยุดรับงานไปพักนึง เพราะทางบ้านมีเรื่องยุ่งๆ แต่ตอนนี้รับแล้ว พอมีงานให้มุกทำมั้ย บู๊แค่ไหนได้ทั้งนั้น”
       ขณะนั้นทางกองถ่ายหนังต้องการสตั้นพอดี ไข่มุกจึงรีบมาที่สตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำซึ่งคณะเชิดสิงโตกำลังซ้อมเพื่อเข้าฉากในหนัง รัวกอง อึกทึก สิงโตเต้นตื่นตาตื่นใจ กัสจัง ธุรกิจกองถ่ายหยิบหัวแป๊ะยิ้มส่งให้ไข่มุก
       “มีก็แต่เรื่องนี้แหละยะ เอ้าใส่หัว”
       “แป๊ะยิ้ม”
       “แทนนางเอกในคิวบู๊ หาสตั้นย๊าก ยาก มันบอกว่ากลัวตายกัน ทั้งปีนป่าย ทั้งสลิง คิวบู๊โหดสุดๆ เห็นผู้กำกับว่าจะใช้กระสุนจริงระเบิดจริงด้วยนะ ให้ได้ภาพเสียงเด็ดๆ”
       ไข่มุกหน้าแหยง คิดหนัก
       “ตอนโทรคุยกันเห็นบอกคิวหมูๆ ได้ยิ้มแน่”
       “แล้วไอ้หัวนั้นมันไม่ยิ้มหรือไง” ไข่มุกชั่งใจ
       “คิวโหดแบบนี้ ได้ค่าตัวเพิ่มไหมพี่”
       “ก็ได้เท่าที่หล่อนเคยได้ จะเอาไรกันอีกละยะ แต่ถ้าเป็นศพตายในหัวแป๊ะยิ้มเห็นว่ามีประกันให้ หมื่นห้ามั๊ง”
       ไข่มุกยื่นหัวแป๊ะยิ้มคืน
       “ได้เท่าเก่าแต่เสี่ยงตายกว่าเดิม กลับบ้านนอนดีกว่า”
       ไข่มุกจะออกไป กัสจังเรียกไว้
       “อ้าวสิหล่อน ชั้นจะไปหาใครทันตอนนี้ งั้นเอาไปสองเด้งแล้วกัน”
       ไข่มุกหยุดกึกหันไปหา
       “บวกค่ารถให้ด้วยนะพี่ประกอบ เอ๊ย พี่กัสจัง”
      
       กัสจังทำหน้าเจ็บใจ ค้อนให้ แต่ก็ต้องยอมเพราะหาคนไม่ทัน



       ที่สตูดิโอเดียวกัน คีรินทร์มาส่งกีกี้ที่กองถ่ายทั้งคู่เดินกระหนุงกระหนิงกันมา ไข่มุกที่แต่งชุดกี่เพ้าใส่หัวแป๊ะยิ้ม จะเข้าฉากมาเห็นพอดี
      
       “เชอะ ควงไปทั่ว”
       ไข่มุกนึกหมั่นไส้ ใส่หัวแป๊ะยิ้มโบกพัด ทำเดินแป๊ะยิ้มเฉียดเข้าไป เอาหัวแป๊ะยิ้มชนคีรินทร์จนเซ
       “เฮ้ย เดินระวังหน่อยสิ”
       คีรินทร์มองอย่างไม่ชอบใจ ไข่มุกโยกหัวไปมาล้อเลียน ทำโค้งขอโทษ กีกี้เดินมาคล้องแขน ยิ้มร่า       
       “รินทร์ขาทางนี้เร็วเข้า กีกี้จะเข้าฉากแล้ว เรื่องนี้คิวบู๊มันส์มากเลยคะ”
       “กีกี้ของผมเก่งอยู่แล้ว โชว์ลีลาให้เต็มทีเลยนะ”
       คีรินทร์เดินตื่นเต้นไปกับกีกี้ ไข่มุกโยกหัวแป๊ะยิ้มไปมา แล้วหันยื่นก้นงอนทำเปิดชายเสื้อจีน ส่ายก้นยึกยักให้
      
       ไข่มุกในชุดกี่เพ้าหัวแป๊ะยิ้มออกลวดลายท่ามวยจีน ต่อสู้กับคนร้ายอย่างคล่องแคล้ว ชกต่อยรับหมัดกันนัวเนีย ไข่มุกลอยตัวขึ้นเตะในอากาศเข้าหน้าคนร้ายหงายดิ้นลงไปนอนกับพื้นทั้งหมด
       “คัท ดีมากครับ คิวต่อไปน้องกีกี้นะ”
       ไข่มุกในชุดแป๊ะยิ้มยืนประจันหน้ากับกีกี้ที่ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ปะทะฝ่ามือกันไปมาสองสามที กีกี้กระโดดตัวลอยแต่พลาดคิว เลยโดนไข่มุกเตะให้อย่างไม่ตั้งใจ ไข่มุกเองก็เซถลาจนขาเป็นแผล กีกี้รู้ว่าตัวผิดเลยแกล้งโกรธ         “โอ๊ย อุตส่าห์ให้คิว ดันเตะมาก่อนได้ ขาจะหักไหมเนี่ย” ทีมงานก็กรูเข้ามาช่วยกีกี้ แต่ไม่มีใครสนใจไข่มุก ไข่มุกยิ้ม ไหว้ขอโทษใหญ่แต่ตัวเองก็นั่งเจ็บแผลที่ขา “ไหว้แค่นี้มันพอที่ไหน ต้องกราบชั้นที่เท้า กราบเดี๋ยวนี้”
       คีรินทร์เข้ามาหากีกี้
       “แต่เมื่อกี้ที่เห็น พี่ว่ากีกี้พลาดเองหรือป่าว น้องเขาไม่ได้ตั้งใจน่า” ผู้กำกับบอก
       “นั่นสิ คุณทำให้เขาเจ็บด้วย แทนจะให้กราบ ควรให้เงินช่วยเหลือค่าทำแผลด้วยซ้ำ” คีรินทร์บอก
       “กีกี้เจ็บ รินทร์ไม่เห็นเหรอคะ ไอ้ตัวประกอบกระจอกแบบเนี่ย คุณไปเข้าข้างมันทำไม ไม่รู้ล่ะ ถ้าไม่กราบ กีกี้จะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ให้คิวมันล้มไปเลย”
       พวกทีมงานมองไข่มุกเหมือนกดดันในที ไข่มุกก็อึกอัก กัสจังพยักพเยิดเป็นทำนองกราบๆ มันไปเหอะ ไข่มุก
       ภายใต้หน้ากากแป๊ะยิ้ม ถอนใจแรงๆ อย่างเครียดหนัก ไม่รู้จะทำไงดี กีกี้จ้องไข่มุกอย่างเอาเรื่อง       
       “หูแตกหรอไง ชั้นบอกให้กราบ กราบเดี๋ยวนี้เลย”
       ไข่มุกอึ้งอย่างคับแค้นใจ แล้วค่อยๆ เดินกระเผลกเข้าไปกราบเท้ากีกี้อย่างคับแค้นใจ กีกี้สะใจมองเหยียดมาก ผู้กำกับ ทีมงาน เมินอย่างไม่อยากเห็น นึกสงสารไข่มุก กัสจังก็มองกีกี้อย่างแสนจะเกลียด คีรินทร์อึ้ง
       “พอใจแล้วนะกีกี้ คราวนี้ถ่ายต่อได้แล้วนะคะ” กัสจังช่วยจับไข่มุกให้ยืน “ไป ไป จบเรื่องแล้ว”
       กีกี้ยิ้มสบายอารมณ์ คีรินทร์มองตามไข่มุกในหน้ากากแป๊ะยิ้มที่เดินไป อย่างนึกเห็นใจ
      
       ภัททิมากลับเข้าบ้านเห็นชลลดานั่งจิบไวน์ยิ้มสบายอารมณ์ รอบตัวมีถุงช้อปปิ้งเต็มไปหมด
       “กลับมาแล้วหรอคะแม่ ไหนบอกว่าไปสองวัน หายไปเกือบสองอาทิตย์แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะคะนี่”
       “ก็เห็นสวยดี หยิบติดมือมาสามสี่ใบ ดูสิชอบมั้ย”
       ภัททิมาหยิบจับกระเป๋าดูตาลุก
       “โอโห้ แพงๆ ทั้งนั้นเลย หมดนี่หลายแสน แม่เอาทองสินสอดนังไข่มุกไปขายเหรอ”
       “ยัง นี่แค่เศษๆ ของที่หมุนได้มาต่างหาก รู้มั้ย แม่ไปเล่นแค่สองอาทิตย์ได้มาเกือบสามล้าน ไม่มีอะไรจะได้เงินเร็ว และง่ายเท่านี้อีกแล้ว ลูกไก่จ๋า” ขลลดาหัวเราะสะใจ รินไวน์ให้ภัททิมา “เอ้า ต้องฉลอง”
       ภัททิมาบีบนวดอ้อนขลลดาอย่างเอาใจ
       “เรากำลังจะรวยกันใหญ่แล้วสิคะแม่ไก่ แบ่งลูกไก่บ้างนะคะ”
       “แม่มีดวงด้านเล่นแค่ไหนห็นมั้ย แต่พ่อเราไม่รู้เรื่อง เล่นเสียนิดหน่อยก็โวย ก็ห้าม ตายไปไม่อยู่ขัดคอก็ดีแล้ว แม่เลยจัดหนัก แล้วเป็นไง”
       “มันได้เยอะได้เร็วขนาดนี้ ลูกไก่หนับหนุนเต็มที่เลยคะ คราวหน้าให้ไปด้วยนะคุณแม่ไก่”
       ภัททิมายกแก้วชนไวน์กับชลลดาหัวเราะร่วน
       “ได้ สิ้นเดือนนี้ เราแม่ลูก ไปเล่นให้บ่อนมันเจ๊งเลย”
       ชลลดาหัวเราะยกไวน์ดื่มหมดแก้วอย่างหึกเหิมในใจ ภัททิมาก็หัวเราะชอบใจ
      
       ที่กองถ่าย กัสจังยื่นซองค่าตัวให้ไข่มุกแล้วมองหน้าอย่างเห็นใจ ไข่มุกไหว้รับไว้
       “หล่อนเลยทั้งเจ็บตัวเจ็บใจ ชั้นก็ไม่รู้จะช่วยไง เห็นใจแล้วกันปล่อยชีไปเถอะ ดาราดังนิสัยเฮงซวยแบบนี้ ดังไม่ได้นานหรอก”
       ไข่มุกหน้าเศร้า
       “ค่ะพี่ งั้นหนูกลับนะ”
       ไข่มุกจะเดินออกไป หันไปเห็นคีรินทร์เดินมากับกีกี้ก็หลบอย่างฉิวเฉียด ได้ยินสองคนคุยกันเข้าหู
       “คุณก็ไปแคร์อะไรกับอีแค่ตัวประกอบ มันกับกีกี้เทียบกันได้ที่ไหนจะเอาเงินไปให้ทำไมอีก ไม่เข้าใจคุณจริงๆ”
       “ผมแค่เห็นใจเขา เขาก็เจ็บนะ”
       กีกี้กอดแขนรั้งไว้ไม่ให้คีรินทร์ไป
       “รินอย่าทำแบบนี้ เหมือนกีกี้เป็นคนผิดเลยคะ”
       คีรินทร์นิ่งฟังแล้วเฉย ไข่มุกแอบมองทั้งคู่อย่างเศร้าใจโดยไม่รู้ตัว แล้วเดินกลับออกไปอย่างรู้สึกเดียวดาย
      
       ไข่มุกมาหาวันดีที่บ้านส่งเงินที่ได้วันนี้ให้วันดี วันดีนับเงินไปบ่นไปสีหน้าไม่ค่อยพอใจ       
       “ตัวประกอบต๊อกต๋อยเงินน้อยจริงโว้ย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ แทนที่จะนั่งแบมือขอผัวเอามาให้ข้า ดันโง่ไปทำงานแบบเดิมแถมเดี้ยงกลับมาอีก”
       ไข่มุกหน้าเศร้า บอกวันดีลอยๆ
       “แม่ก็บ่นแบบนี้ทุกที หนูขอเถอะเรื่องแสดงเนี่ย หนูอยากกลับมาอยู่บ้านเต็มทนแล้ว ขายส้มตำ เป็นตัวประกอบอย่างเดิม สบายใจกว่าเยอะ”
       “ดับเบิ้ลโง่อย่างนี้ แล้วจะไม่ให้ข้าบ่นได้ไง ทำกันมาตั้งกี่ปี เคยพอกินที่ไหน”
       “ถ้าพ่อเม่นไม่ไถเงินไปกินเหล้า แม่ไม่เล่นหวย มันก็มีเหลือ คนอื่นเขายังมีเงินเก็บเลย”
       วันดีเกาหัวหงุดหงิด
       “วุ้ยนังนี่ อย่าเอาคนอื่นมาเทียบโว้ย ฟังแล้วหงุดหงิด แล้วไม่ต้องมา        ด่าข้ากับไอ้เม่น จำใส่กะลาหัวเลย ถ้าไม่มีพวกข้าสองคน ป่านนี้เอ็งตายไปนานแล้ว หนอย ไปอยู่บ้านเศรษฐีไม่เท่าไรทำอวดดี มาสั่งสอนนังวันดี”
       ไข่มุกนิ่งแล้วนึกคิดคำพูดวันดี
       “แม่พูดไรแปลกๆ เหมือนมุกไม่ใช่ลูกแท้ๆ”
      
       วันดีนึกรู้ว่าตัวเองพลาด พูดมากไปแล้ว



       ไข่มุกเข้ามาในห้องนอน มองรูปจินจูที่ตัดแปะไว้ข้างฝาเต็มไปหมดแล้วจะร้องไห้ วันดีเดินตามเข้ามาเห็นไข่มุกร้องไห้ก็เข้ามาปลอบ นั่งข้างๆ พูดดีๆ ด้วย
      
       “แม่กลุ้มใจเลยพูดบ้าบอไป เอ็งอย่าถือสาแม่ ถ้าไม่ใช่ลูก จะเลี้ยงมาเรอะ อดมื้อกินมื้อมาด้วยกันตลอด จำได้มั้ย”
       ไข่มุกกอดวันดีก็ยิ่งร้องไห้
       “อดบ้างอิ่มบ้างมันก็บ้านเรานะแม่ คนบ้านนั้น เขาใจร้าย นิสัยไม่ดี ไม่อยากอยู่เลย มุกไปอยู่โน่น เหมือนตัวคนเดียวในโลก จะไม่ไหวแล้ว”
       วันดีลูบหัวปลอบ
       “โลกมันก็แบบนี้แหละ ถ้าไปหง๋อ มันก็ยิ่งเล่นเอ็ง ยิ่งรู้แบบนี้ เรายิ่งต้องหาทางกอบโกยเงินมาเยอะๆ รวยเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องไปของ้อพวกมัน ต้องเอามันกลับสิวะเข้าใจมั้ย หัดฉลาดมั่งเหอะไอ้มุกเอ๊ย”
       ไข่มุกปาดน้ำตาตัวเอง คิดหนักตามที่วันดีพูด
      
       วัฒนาขับรถเข้ามาในซอยบ้านคีรินทร์เห็นไข่มุกเดินอยู่ริมถนนจะกลับบ้านคีรินทร์ก็ลดกระจกลง หยุดทัก
       “คุณลูกไก่ใช่ไหม ผมวัฒนาเพื่อนคีรินทร์ไงครับ จำได้ไหม”
       ไข่มุกมองทำท่านึก แล้วยิ้มให้
       “อ๋อ คุณวัฒนาจำได้คะที่ทำงานกับคุณคีรินทร์”
       “จะไปไหนครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
       “ไม่เป็นไรคะ แค่นี้เอง เดินอีกนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้ว”
       “ผมต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว เชิญเถอะ ไม่ต้องเกรงใจครับ”
       วัฒนายิ้มให้อย่างต้อนรับ ไข่มุกเห็นก็ขัดไม่ได้
      
       วัฒนาจอดรถหน้าบ้านคีรินทร์ วัฒนาลงมาเปิดประตูด้านไข่มุกนั่ง คีรินทร์มองออกไปเห็นวัฒนาเทคแคร์ไข่มุกก็หน้าบึ้งไม่พอใจ นุชนารถที่อยู่ข้างหลังชะเง้อหน้ามอง
       “ไม่ทันไร คุณวัฒนาก็ติดเบ็ดอีกคนแล้วเหรอเนี่ย เก่งจังผู้หญิงคนนี้”
       คีรินทร์นิ่งคิดตาม มองไปเห็นไข่มุกลงจากรถแล้วจะหกล้มเพราะขาเจ็บ
       “โอ๊ย”
       วัฒนาเข้าประคอง
       “ไหวมั๊ยครับคุณลูกไก่ อ้าว คุณเป็นแผลที่ขานิ งั้นผมช่วย”
       “ไม่เป็นไรคะ ขอบคุณมาก ไม่เป็นไรมากหรอกคะ”
       ไข่มุกพยายามจะเดินแต่ก็ไม่ค่อยไหว
       “ไม่ต้องเกรงใจหรอก คุณไม่ไหวแน่ เดี๋ยวผมพาเข้าบ้านค่อยๆ เดินนะ”
       วัฒนาประคอง คีรินทร์เห็นก็ยิ่งหึง
       “แหม เทคนิคแพรวพราวนะ เมียคุณเนี่ย”
      
       วัฒนาประคองไข่มุกมานั่งห้องรับแขก
       “ไม่เป็นไรแล้วคะ ขอบคุณมาก เลยลำบากคุณวัฒนา”
       “ลำบากอะไรกัน เรื่องแค่นี้เอง ผมเต็มใจอยู่แล้วครับ คนอื่นไปไหนกันหมด เดี๋ยวผมทำแผลให้ครับ”
       ไข่มุกส่ายหน้าบอกปัดอย่างเกรงใจ
       “ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวทำเองได้”
       คีรินทร์ นุชนารถเดินเข้ามา
       “เมียคนเก่งของชั้นทำอะไรเองได้หมด ไม่ว่าจะทั้งต่อหน้าหรือลับหลัง ลูกล่อลูกชนไม่ใช่เล่นนะเธอ ไอ้พวกหนุ่มๆ ที่เคยคบ หายไปไหนหมด ถึงต้องมาเกี่ยวไอ้วัฒน์”
       ไข่มุกจ้องมองคีรินทร์
       “เฮ้ย รินทร์บ้าไปแล้ว อย่าเข้าใจผิดสิเพื่อน ลับหลังอะไร ผมเจอคุณลูกไก่เดินอยู่กลางซอยก็แวะรับมา แค่นั้นเอง ขาเจ็บซะขนาดนี้ จะให้เดินกลับมาเองได้ไง”
       คีรินทร์เห็นแผล อึ้งไปนิด
       “นิดหน่อย จัดการเองได้ นายไม่ต้องยุ่ง ที่นี่มีพยาบาลอยู่ทั้งคนเว้ย”
       นุชนารถทำเข้าไปดูแผลให้
       “ไหนดูสิคะ คุณลูกไก่นี่ไปแสดงหนังได้เลยนะคะ แผลเล็กนิดเดียว ทำท่าเหมือนต้องผ่าตัด”
       คีรินทร์มองวัฒนา
       “เห็นยังว่าเมียชั้นเก่งขนาดไหน รถในบ้านมีหลายคันไม่ขับ ต้องไปเดินเร่หาคนจอดรับ จงใจไปรึเปล่า” ไข่มุกจ้องหน้าคีรินทร์ นิ่งไม่พูดจา แล้วเดินออกห้องไปอย่างโมโห คีรินทร์เดินตามออกมา “ไม่ต้องทำเป็นโกรธ ชั้นรู้ทันเธอ ทำไม ไม่มีใครแล้วหรอ ถึงต้องหันมาหาไอ้วัฒน์”
       “คุณไม่ให้เกียรติชั้น ไม่เป็นไร แต่ควรให้เกียรติเพื่อนคุณบ้าง”
       “เพื่อนก็ส่วนเพื่อน แล้วมันก็แค่ลูกจ้าง จะไล่ออกเมื่อไรก็ได้” วัฒนาที่เดินตามมาได้ยินก็หยุดยืนอึ้ง อย่างไม่ชอบใจมากที่โดนเพื่อนดูถูก ไข่มุกเดินขึ้นบันไดอย่างไม่อยากตอแยด้วย
      
       “เดี๋ยวสิจะรีบไปไหน พูดแทงใจดำหน่อย ทนฟังไม่ได้เลยรึไง”



       ไข่มุกเดินมาในห้อง ยืนพิงข้างฝา สีหน้าเจ็บปวดแผลที่ขา คีรินทร์ยังตามมาติดๆ ยืนมองอย่างพาลๆ
      
       “อย่าให้รู้นะว่าเธอคิดคบชู้ตอนเป็นเมียชั้น ไม่งั้นโดนแน่ ยังไม่ทันไรลายออกแล้ว”
       “แล้วคุณล่ะ เอาผู้หญิงมานอนถึงในห้องนี้ เคยว่าตัวเองบ้างมั้ย”
       “อย่านะ อย่ามาว่าชั้น ขนาดแม่ยังไม่เคยพูดเลย”
       “เพราะถูกเลี้ยงตามใจแบบนี้ไง คุณถึงไม่เคยนึกถึงคนอื่น”
       “แล้วทำไมต้องนึก มีเงินน่ะ อยากจะทำอะไรก็ได้ เงินมันเสกได้ทุกอย่าง”
       “เงินของพ่อแม่คุณต่างหาก คุณคือลูกเศรษฐีที่นิสัยเสียมาก”
       “ใช่ แล้วทำไม ไม่ใช่แค่นิสัยเสีย แต่ชั่วเลย แต่ถึงชั่วแล้วไง เธอก็ยังมาแต่งงานกับชั้น เพราะอะไร ไม่ใช่เพราะเงินของชั้นเหรอ โธ่เอ๊ย พูดหยั่งกับตัวเองดีนักหนา ที่แท้ก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่เงิน”
       ไข่มุกรับคำอย่างเศร้าๆ
       “ใช่ ชั้นเห็นแก่เงิน แต่ชั้นไม่เคยทำร้ายจิตใจใคร”
       “ช่วยไม่ได้ ก็เป็นแบบนี้ อยากทำร้ายใคร ชั้นก็จะทำ” คีรินทร์บอกแล้วยิ้มยียวน
       “นิสัยเสียที่สุด โตป่านนี้ไม่รู้ดัดนิสัยได้รึเปล่า”
       คีรินทร์มองหน้าไข่มุกอย่างโมโห เดินเข้าไปใกล้ พูดตรงหน้า
       “ก็มันเสียไปแล้ว เสียเวลาดัดป่าว” คีรินทร์ใช้นิ้วจิ้มไหล่ไข่มุก “ถ้าเป็นผู้ชาย กวนขนาดเธอ โดนอัดเละไปแล้ว”
       ไข่มุกจับไหล่ที่โดนจิ้ม
       “อย่าทำร้ายชั้นนะ ถ้าทำเมื่อไหร่ ชั้นสู้แน่ ชั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ผู้ชายมาซ้อมได้ง่ายๆ”
       “จะสู้ได้เหรอ เก่งจริ๊ง แม่คุณ ตัวแค่นี้”
       “คนอย่างคุณ ต้องได้รับบทเรียน”
       คีรินทร์ยิ้มสีหน้ายียวน
       “อ๋อ เหรอ ใครจะให้ล่ะ เธอรึไง”
       “ใช่ ชั้นจะให้บทเรียนคุณเอง”
       ไข่มุกตาดุทำเสียงแข็งใส่ คีรินทร์ก็ยิ้มเยาะอย่างไม่มีวันที่จะเชื่อ
      
       วันต่อมา ไข่มุกสะพายกระเป๋าทำท่าจะเดินออกไปข้างนอก พอกำลังจะก้าวพ้นห้องนั่งเล่นเขมทัตก็ทัก
       “จะไปไหน หนูลูกไก่”
       ไข่มุกสะดุ้งเฮือก หันมาพูดตะกุกตะกัก
       “เอ่อ หนู หนูจะไปบ้านแม่น่ะค่ะ วันนี้อยู่ว่างๆ”
       “นั่นสินะ อยู่บ้านทุกวันคงเหงาแย่ แล้วก่อนหน้านี้ หนูเคยทำงานอะไรมาบ้างล่ะ”
       “ก็ เคยขายของนิดหน่อยค่ะ”
       “ขายอะไร”
       ไข่มุกมองไปไกล นึกถึงอดีตของตน ไข่มุกตำส้มตำอย่างเมามันประกอบเพลงอีสาน โชว์ลีลาการตำ ควงสากสารพัด คนดูชอบใจกันใหญ่
       ไข่มุกเห็นเขมทัตมองมาก็พูดอ้อมแอ้ม
       “ก็ ขายนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้ ไม่ได้ทำแล้ว”
       เขมทัตนิ่ง ไม่ซักต่อ
       “งั้นสนใจไปช่วยงานที่โรงแรมมั้ย”
       ไข่มุกมีท่าทางตื่นเต้น
       “ได้เหรอคะ”
       เขมทัตพยักหน้ายิ้มๆ ไข่มุกยิ้มตอบอย่างมีความหวัง
      
       เขมทัตให้ไข่มุกมาทำงานที่โรงแรม วัฒนาพาไข่มุกเดินดูบริเวณโรงแรม
       “ท่านประธานสั่งให้คุณเลือกส่วนงานที่อยากทำเอง เดี๋ยวผมพาดูรอบๆ ก่อนนะครับ แล้วค่อยตัดสินใจ”
       “ขอบคุณคะ” ไข่มุกมองไปหน้าประตูเห็นdoorman เปิดประตูให้แขก bellboy กำลังจัดกระเป๋าขึ้นรถเข็น “ทำแบบนั้นก็ได้ค่ะ อย่างนี้ทำได้” ไข่มุกเดินไปช่วย doorman เปิดประตู วัฒนาดึงแขนเอาไว้ “คะ”
       ไข่มุกมองมือที่จับแขน วัฒนารู้สึกตัวรีบปล่อยมือ ยิ้มเหมือนอ่อนใจ
       “ล้อผมเล่นอีกแล้ว ใครจะยอมให้สะใภ้วุฒินันท์ มาเป็นคนเปิดประตูล่ะครับ ท่านประธาน คุณอาคุณเขมทัตน่ะครับ ได้ด่าผมตาย เอางี้ เดี๋ยวพาไปดูงานที่เหมาะกับคุณดีกว่า”
       วัฒนายิ้มให้ ไข่มุกหันหลังมองอย่างเสียดาย เพราะพอนึกรู้ว่านี่เป็นงานเดียวของที่นี่ที่ตัวพอทำได้
      
       วัฒนาพาไข่มุกไปห้องประชุมฝ่ายการตลาดมีชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่ไทยนั่งอยู่หลายคน ทั้งหมดประชุมกันเป็นภาษาอังกฤษ จอสไลด์เป็นภาษาอังกฤษล้วน ฝรั่งที่นั่งอยู่ใกล้หันมายื่นมือจะเชคแฮนด์แต่ไข่มุกไม่กล้ายื่น ยกมือเกาหัวไม่เชคแฮนด์ด้วย ฝรั่งงง ทำท่าพูดด้วย ไข่มุกยิ้มเจื่อนหันไปมองวัฒนา ไข่มุกส่ายหน้ายิ้มแหย วัฒนาแปลกใจที่ไข่มุกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
       ที่แผนกประชาสัมพันธ์ ในแผนกมีเอกสารวางเรียงเต็มโต๊ะ เจ้าหน้าที่ทำงานยุ่งไปหมด บางคนก็พิมพ์คอมอย่างคล่องแคล่ว ไข่มุกชะโงกดูจอคอมทำหน้าอึ้ง วัฒนามองหน้าเชิงถามว่าไหวมั้ย ไข่มุกรีบสั่นหน้าปฏิเสธ
       ที่ห้องพักแขก แม่บ้านกำลังปูเตียงในห้อง มีรถเข็นของใช้อยู่ข้างๆ แม่บ้านปูอย่างมืออาชีพตึงเปรี๊ยะ
       แม่บ้านฉวยไม้ปัดไปปัดฝุ่น ไข่มุกหยิบตามปัดอย่างนึกสนุก วัฒนายิ้มพอใจว่าท่าจะไปได้สวยแต่ไข่มุกปัดพลาดทำโคมไฟล้มหลับตาปี วัฒนาเอื้อมไปรับทำตาเหลือกอย่างใจแป้ว เงยหน้ามองไข่มุก ไข่มุกยิ้มสำนึกผิดก้มหัวขอโทษ       
       วัฒนาพาไข่มุกมาที่ห้องครัว ซึ่งเป็นห้องครัวแบบฝรั่ง มีอาหารฝรั่งเศสวางเรียง เชฟกับคนครัวยืนล้อมไข่มุก
       ไข่มุกโชว์ลีลาตำส้มตำ ลีลาโยนมะนาว มะเขือเทศกลางอากาศใช้มีดตวัดแบบหนังจีน มะนาว มะเขือเทศหั่นตกลงครกอย่างสวยงาม เชฟตบมือกันเกรียว ไข่มุกควงสากโชว์หมุนติ้วบนฝ่ามือ เชฟมองค้างอย่างอึ้ง ไข่มุกได้ใจโยนสากในมือขึ้นฟ้า ยิ้มอย่างมั่นใจ สากลอยขึ้นไป เชฟมองตามสาก สากขึ้นไปโดนราวหม้อกับกระทะที่แขวนไว้ หม้อทั้งราวตกลงพื้นเสียงดังเคร้ง เชฟที่ล้อมอยู่วิ่งเก็บของกันวุ่นวาย ไข่มุกมองไปทางวัฒนา
       “ขอ ขอโทษค่ะ สงสัยแผนกนี้ก็ไม่เหมาะ”
      
       วัฒนาฝืนยิ้มค้างสีหน้าหนักใจ

      ฝ่ายเขมทัตเดินมาหาไข่มุก ที่เดินมากับวัฒนา ไข่มุกยิ้มเศร้า
      
       “ว่าไงหนูลูกไก่ ถูกใจงานไหนหรือยัง”
       “หนู คงทำไม่ได้หรอกค่ะ ความสามารถไม่ถึงสักอย่าง”
       “เอาน่า มันต้องมีสักงานที่เหมาะกับหนาสิ ไป เดี๋ยวลุงเดินดูเป็นเพื่อน อย่าพึ่งใจเสีย โรงแรมทั้งโรงแรม จะไม่มีสักอย่างได้ไง”
       เขมทัตพาเดินผ่านฟิตเนสใกล้ล้อบบี้ของโรงแรมซึ่งมีคนเล่นน้อยมาก วัฒนาทำท่าจะเดินผ่าน แต่เขมทัตหยุดดู ไข่มุกมองอย่างสนใจ       
       “ปกติคนน้อยอย่างนี้เหรอ”
       “ครับ แถวนี้มีฟิตเนสดังๆ เยอะ ของเรามีแต่เครื่องออกกำลังกาย”
       “แต่เรามีคลาสสอนเรียนเต้นด้วยไม่ใช่เหรอ เห็นเมื่อก่อนคนเยอะ”
       “มีครับ แต่มันเก่าเกินคนไม่สนแล้ว ครูก็เป็นครูสอนแอโรบิคทั่วไป อันที่จริงผมก็อยากหาคลาสแปลกๆ ใหม่ๆเข้ามานะครับแต่ยังหาที่น่าสนใจไม่ได้”
       ไข่มุกฟังแล้วยิ้มมั่นใจ
       “แบบแปลกใหม่ใช่มั้ยคะ อยากได้ จัดให้”
       เขมทัตมองไข่มุก ไข่มุกสบตามองตอบอย่างสนใจ
      
       ไข่มุกในชุดเสื้อยืดมัดชาย กางเกงกีฬาขายาวกำลังรำไท้เก๊กอยู่ในสตูดิโอฟิตเนสของโรงแรม ไข่มุกวาดลวดลายแบบสวยงาม เชื่องช้า วัฒนามองอย่างชื่นชมแต่เขมทัตมองนิ่งๆ       
       “อืม พอใช้ได้ แต่มันน่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้นกว่านี้นิดนะ”
       เขมทัตบอก ผู้จัดการฟิตเนสพยักหน้าเห็นด้วย วัฒนาพยักตาม ไข่มุกยิ้มสวย
       “นี่แค่วอร์มร่างกายค่ะ”
       ไข่มุกเหลือบเห็นไม้กวาดที่แม่บ้านวางพิงผนังอยู่ก็ใช้เท้าเตะลอยมาใส่มือ ตั้งท่ารำดาบ นึกถึงหนังของจินจู ที่ดูจนจำได้ขึ้นได้ ภาพในหนังจินจูรำดาบตามจังหวะรวดเร็วและแข็งแรงไข่มุกรำในท่าเดียวกัน
       “กระบี่หงส์เหินอัคคี” ภาพในหนังจินจูโยนดาบไปอีกมือแล้วทำท่าแทง ไข่มุกโยนไม้กวาดแทงตาม “เพลงดาบวารีโลหิต”
       ภาพในหนังคนร้ายปัดดาบจินจูทิ้งลงพื้น จินจูไม่สะทกสะท้านตั้งท่ากังฟู ไข่มุกตั้งสมาธิค้างในท่าแทงดาบนิ่งจนคนดูลุ้นตาม คีรินทร์เดินเข้ามาในฟิตเนส
       “พ่อเรียกผมเหรอ มีอะไรครับ” เขมทัตพยักหน้าให้ดู คีรินทร์มองแล้วพูดเบาๆ อย่างตกใจ “ยัยลูกไก่ โชว์ละครลิงอีกแล้ว”
       ไข่มุกโยนไม้กวาดขึ้นฟ้า ผู้จัดการฟิตเนสรีบถอยหนี ไม้กวาดหล่นลงที่เดิมพอดี ไข่มุกตั้งท่ากังฟู ลืมตาขึ้นอย่างมั่นใจ
       “ต่อไป ฤทธิ์หมัดปราบมาร”
       ภาพจินจูในหนังต่อสู้กับคนร้าย จินจูออกหมัดแล้วพลิกหลบก้มตัวหลบหมัดอย่างคล่องแคล่ว ไข่มุกทำท่าเดียวกันอย่างคล่องแคล่วเหมือนเป๊ะ คนดูมองตาค้าง เขมทัตยิ้มพอใจ
       ภาพจินจูกระโดดตัวลอยแยกขากว้างหลบตัวร้ายที่พุ่งตัดขาแล้วลงมายืนตั้งท่ามวย ยิ้มเยือกเย็น ไข่มุกทำตาม ยิ้มแบบเดียวกัน วัฒนากับผู้จัดการพยักหน้าอย่างชื่นชม
       ภาพจินจูตวัดขารัวใส่แล้วเหยียบเข่าเตะปลายคางคนร้ายลอยขึ้นร่วงลงกองบนพื้น จินจูตั้งท่าจบสวยงามไข่มุกตวัดขารัว ไข่มุมมองหาที่แล้ววิ่งใส่กำแพง คนดูแตกฮือ ไข่มุกใช้กำแพงตีลังกาม้วนตัวกลับหลังลอยลงมา ไข่มุกมองเห็นคีรินทร์ก็ตกใจลงพื้นเสียหลัก คีรินทร์รับไข่มุกไว้ในอ้อมแขน ทั้งคู่สบตากัน คีรินทร์ก้มตัวลงหาอย่างอดใจไม่อยู่ เสียงปรบมือดังขึ้น ไข่มุกกับคีรินทร์รู้ตัวผละออกจากกัน คีรินทร์กระแอมปรับสีหน้าดุแล้วต่อว่าเสียงดุ
       “เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่ฮึ”
      
       ไข่มุก เขมทัต คีรินทร์อยู่ในห้องทำงานของเขมทัต คีรินทร์หน้าบึ้งมองไข่มุกอย่างโมโห
       “ผมไม่เห็นด้วย อยู่บ้านเฉยๆ ดีอยู่แล้ว ผมไม่ให้ทำ”
       “แกนี่แปลกเว้ย ไม่ให้เขาทำงานแล้วเดือนๆ นึง แกให้เงินเมียเท่าไหร่กันเชียว”
       คีรินทร์ทำท่านึกได้
       “เออ ลืมเลย เอางี้ ชั้นจ้างเธอเดือนละสามหมื่นอยู่บ้านเฉยๆ พอมั้ย”
       “ไม่เอาค่ะ ชั้นอยากทำงานหาเงินเอง ไม่อยากรบกวนคุณ”
       เขมทัตทำท่าพอใจ
       “เออ ดีๆ มันต้องให้ได้อย่างนี้ถึงสมกับเป็นลูกสะใภ้ลุง งั้นหนูลูกไก่มาทำงานที่ฟิตเนสได้เลย ลุงให้ห้าหมื่น แถมรถอีกคัน”
       “ได้ไงอ่ะพ่อ นี่พ่อสนับสนุนให้เมียผมมาเต้นล่อผู้ชายเลยนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก”
       “มวยบู๊เนี่ยนะคะล่อผู้ชาย ตรงไหน”
       “นั่นสิ หนูลูกไก่ไม่ใช่แกนะที่ล่อกับใครต่อใครไปเรื่อย ดีเท่าไหร่ แล้วที่เขาไม่ว่าแกสักคำ แล้วนี่เขามาทำงานแท้ๆ ยังจะห้ามอีก พ่อสั่งไว้ตรงนี้เลยว่าให้เขาทำ มีปัญหาอะไรมั้ย”
       คีรินทร์มองเขมทัตที่พูดเอาจริงอย่างอึ้งๆ ไข่มุกแอบยิ้มดีใจ
      
       ไข่มุกเดินนำออกจากห้องทำงานเขมทัต คีรินทร์เดินตามมากระชากแขนไข่มุกให้หันมา
       “เอ๊ะ คุณรินทร์ มีอะไรคะ”
       “มีแน่ เธออย่าคิดว่าจะมาโปรยเสน่ห์ที่นี่ได้นะลูกไก่ ถึงพ่อจะให้ท้ายเธอแต่ชั้นไม่ยอมอยู่เฉยแน่” ไข่มุกมองเอือมๆ ปลดแขนคีรินทร์ออก แล้วเดินไป คีรินทร์เดินไปดักข้างหน้า “อ๋อ ชั้นรู้แล้ว นี่เธอแก้แค้นชั้นเรื่องนุชนารถ กีกี้ แองจี้ น้องแพรวใช่มั้ย คิดจะแก้เผ็ดแบบนี้ไม่ง่ายไปหน่อยรึไง”
       “เข้าใจผิดแล้วค่ะ คุณไม่ได้สำคัญสำหรับชั้น มากพอที่จะทำเรื่องอย่างที่คุณคิดได้ ชั้นแค่อยากทำงาน หาเงิน แล้วก็สนุกกับงานที่ชั้นทำได้เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับคุณเลย”
       ไข่มุกยิ้มเย็นแล้วเดินเลี่ยงไป คีรินทร์อึ้งปนงง ทำตัวไม่ถูกไปแวบนึง พอหายงงก็ตะโกนตามหลัง
       “ชั้นไม่มีความสำคัญกับเธอเลยหรือไง ตอบมาสิ”
      
       ไข่มุกเดินต่อไปไม่หันมามอง คีรินทร์หงุดหงิดหัวเสียแต่ทำอะไรไม่ได้



       ไข่มุกขับรถอีโคคาร์ป้ายแดงเข้ามาเทียบบันไดหน้าบ้านคีรินทร์ แล้วเดินลงมา รัตนานั่งอยู่บนรถเข็น เข็นรถด้วยตัวเองเข้ามาหาไข่มุก โดยมีมณี นุชนารถ ช้อย เขมทัต ยืนอยู่ไม่ไกล
      
       “รถใหม่พี่ลูกไก่สวยจังค่ะ เล็กๆ น่ารักดี พี่ลูกไก่พาหนูนาไปเที่ยว มั่งได้มั้ยคะ หนูนาอยากลองนั่ง”
       ไข่มุกย่อตัวลูบหัวรัตนาเบาๆ
       “ได้สิคะ เดี๋ยวพี่พาไปวันนี้เลย”
       ไข่มุกเปิดประตูให้รัตนา รัตนาค่อยๆ ยกตัวขึ้นนั่งเบาะหน้า มณีมองทั้งสองคนแล้วเบะปากหันหน้าหนี
       “เฮอะ ได้สินสอดไปตั้งสิบกว่าล้าน ยังไม่มีปัญญาซื้อรถให้ลูกสาวเอง ต้องลำบากคนอื่นจัดการ ไม่รู้จะเค็มไปไหน”
       นุชนารถมองมณีเอือม
       “ใช่ค่ะ คนอะไรไม่รู้ เค้มเค็ม”
       ช้อยบอก มณีสะดุ้งนิดๆ มองช้อย
       “น่าคุณ นี่เขาก็ซื้อแบบถูกๆ ไม่กี่แสนเอง อย่าบ่นไปเลย เดี๋ยวแก่เร็วนะ”
       “คุณแม่ลองนั่งดูมั้ยคะ ขับรถเล่นกัน” ไข่มุกเอ่ยชวน มณีเชิดใส่
       “ไม่เอาหรอกย่ะ ชั้นกลัวเธอพาไปประสานงาใคร”
       ไข่มุกขับรถออกไปกับรัตนา สวนกับคีรินทร์ที่เลี้ยวเข้ามาจอด หน้าบ้านเหลือแต่นุชนารถ
       “นี่ลูกไก่เขาพาหนูนาไปไหนเนี่ย” คีรินทร์ถามนุชนารถ
       “ไม่รู้สิคะ ท่าจะเห่อรถใหม่น่าดู” นุชนารถบอกแล้วคล้องแขนคีรินทร์ “พอคุณลูกไก่มาอยู่ที่นี่ หนูนาทำฤทธิ์ใหญ่เลยค่ะ ดื้อสารพัด นุชเตือนอะไรก็ไม่ฟังเพราะมีคนให้ท้าย นี่นุชบอกจะไปด้วยก็ไม่ยอมให้ไป ภรรยาคุณนี่เก่งนะคะ เข้ามาไม่เท่าไหร่ปั่นให้ทุกคนป่วนไปหมด วันนี้ยังขนาดนี้ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะขนาดไหน” นุชนารถทำเสียงอ่อนใจ คีรินทร์ฟังหน้าเครียด แล้วผลุนผลันทำท่าจะไปขึ้นรถ นุชนารถรีบไปดึงแขนไว้ “จะตามมันไปเหรอ”
       คีรินทร์ชะงัก หันมามองนุชนารถหน้าเฉย
       “ถ้ามันที่คุณพูด หมายถึงลูกไก่ คราวหน้าใช้คำให้ดีกว่านี้ เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นเมียผม”
       นุชนารถสบตาคีรินทร์อย่างโกรธจัด
       “ไม่ต้องย้ำหรอกคะ นุชรู้ว่ามัน...เป็นเมียคุณ”
       คีรินสบตานุชนารถอย่างไม่พอใจ ถอนใจแล้วขึ้นรถขับออกไป นุชนารถมองตามอย่างแทบจะร้องกรี๊ด
      
       นุชนารถกลับเข้าห้องและยืนพูดโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าโกรธแค้น
       “จัดการนังผู้หญิง เอาให้มันเสียโฉมยับเยิน หมอไม่รับทำศัลยกรรม ส่วนผู้ชายอย่าให้ถึงตาย เอาแค่พิการก็พอ”
       นุชนารถกดตัดสาย ยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างสะใจ
      
       ไข่มุกพารัตนามาเที่ยวที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ไข่มุกเข็นรถให้รัตนา รัตนามองอย่างตื่นเต้น
       “อู้หู ที่นี่สวยเหมือนในหนังเลย หนูนาช้อบชอบ”
       “ไม่เคยมาเหรอคะ”
       รัตนาส่ายหน้า หน้าเศร้านิดๆ
       “ไม่เคยหรอกค่ะ คุณแม่บอกหนูนาเดินไม่ได้ เลยไม่ค่อยได้พาไปไหน ตอนวันเกิดปีที่แล้ว คุณพ่อกับพี่รินทร์เคยพาไปกินข้าวกับเป่าเทียนวันเกิด แล้วก็ไม่ได้ไปไหนอีกเลย”
       “แล้วคุณนุชไม่ได้พาเที่ยวเหรอคะ”
       รัตนาหน้ามุ่ย
       “พี่นุชไม่พาไปหรอกค่ะ บอกว่าหนูนาไปก็เกะกะน่ารำคาญ พี่นุชเขาชอบออกไปตอนกลางวันคนเดียว บางครั้งก็ไปกับพี่รินทร์”
       ไข่มุกมองอย่างเห็นใจแล้วเข็นไปเรื่อยๆ รัตนามองรอบด้านสีหน้าสดชื่นขึ้น ไข่มุกเข็นรถไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นมีนักเลงแอบดูอยู่ไม่ไกล
       “หิวยังคะ” ไข่มุกพูดจบ นักเลงก็วิ่งออกมากระชากกระเป๋า ไข่มุกกระชากกลับ “เฮ้ย อะไรเนี่ย”
       “เหนียวนักนะเอ็ง เอามานี่”
       ไข่มุกยื้อไม่ให้ ตั้งท่าจะเตะแต่นักเลงหลบได้ นักเลงหัวเราะเยาะ รัตนาเข็นรถเข้ามาชนนักเลงหงายหลัง นักเลงลงไปนอนวัดพื้น ไข่มุกรีบเตะไปอีกสองสามที รัตนาเอาล้อรถเข็นชนเข้าๆ ออกๆ ช่วยไข่มุก นักเลงผลักมุกออกแล้ววิ่งหนีไป ไข่มุกก้มลงเก็บกระเป๋า คีรินทร์โผล่มาจากด้านหลัง
       “ยังไม่เข็ดใช่มั้ย”
       ไข่มุกเข้าใจว่าเป็นคนร้ายจึงทำท่าศอกใส่
       “เฮ้ย ชั้นเอง”
       คีรินรับศอกไว้ได้ ถอนหายใจโล่ง แต่ถูกไข่มุกเตะตวัดขาเข้าที่เอว คีรินทร์หน้ายู่อย่างเจ็บมาก ไข่มุกรีบหันมาประคอง
       “ขอโทษค่ะ มองไม่เห็น เบรกไม่ทัน นึกว่าโจร”
       “นี่ถ้าเห็นชั้นไม่เดี้ยงเลยเหรอ คนอะไร เท้าหนักชะมัด”
       ไข่มุกยิ้มแหย คีรินทร์เสียฟอร์มนิดๆ เดินไปหารัตนา
       “ชั้นไม่รู้ว่าคุณจะตามมา นึกว่าจะไปไหนต่อ”
       “ก็ชั้นตามมาดูเธอน่ะสิ กลัวพายัยหนูนาไปทิ้ง แล้วแอบนัดหนุ่มๆ ในสต็อก”
       “ชั้นไม่ใช่คุณ ไม่มีใครเขาทำเหมือนคุณหรอก” ไข่มุกกระซิบตอบ คีรินทร์อึ้งไปต่อไม่ถูก
       “คุยอะไรกันอยู่คะ หนูนาหิวแล้วนะ”
      
       คีรินทร์แกล้งทำเป็นเข็นรัตนาไปรักษาฟอร์ม ไข่มุกเดินตามมองตามหลัง นึกแปลกใจ



       ทั้งสามคนนั่งอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่น รัตนากินอย่างเอร็ดอร่อย คีรินทร์มองหน้าไข่มุก แล้วถาม
      
       “โจรนั่นก็แปลก คิดไงมากระชากกระเป๋าเธอ”
       “ไม่ได้ใส่ของมีค่า เครื่องประดับหรือทองก็ไม่มี เงินยิ่งไม่ต้องพูด”
       “สงสัยเห็นเธอสวย” คีรินทร์พูดยิ้มๆ ไข่มุกแอบค้อน
       “พี่ลูกไก่ทั้งเก่งทั้งสวย เมื่อกี้บู๊ซะกระเจิงเลย”
       “หนูนาก็เก่ง ขอบคุณนะคะที่ช่วยพี่”
       “ชมกันเข้าไป เราก็ด้วย” คีรินทร์หันไปหารัตนา “ ทีหลังอย่าทำอีก ไม่ต้องซ่าตามแบบพี่เขา มันอันตราย เข้าใจมั้ย”
       “เข้าใจค่า”
       คีรินทร์มองที่โต๊ะ
       “เอาอะไรอีกมั้ยลูกไก่ สั่งมากินอย่างกับแมวดม”
       “พอแล้วค่ะ ชั้นจะอิ่มแล้ว”
       “ไม่เอาแน่นะ” ไข่มุกพยักหน้า “เธอนี่แปลก ได้กินฟรียังจะทำท่าเกรงใจ ไม่เหมือนแม่เธอเลย นี่ถ้าเป็นคุณชลลดานะ มีหวังสั่งแล้วสั่งอีก กะให้ชั้นล่มจมแน่”
       “ไม่ขนาดนั้นมั้งคะ”
       “น้อยไปสิ แต่เธอกับแม่เธอนี่คนละขั้วจริงๆ คุณชลลดาเป็นประเภท ช่างเรียกร้อง จะเอา เอาเยอะที่สุด มากที่สุด แต่เธอกลับทำตัวเหมือนเป็นลูกคนใช้ ใครให้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ไม่ให้ก็ไม่ขอ นี่ ชั้นถามจริงๆ เหอะ เธอเป็นลูกแท้ๆ หรือเขาเก็บมาเลี้ยงกันแน่”
       ไข่มุกนิ่งอึ้งไม่ตอบ ก้มหน้ามองจานเงียบๆ ไม่ยอมพูดความจริง
      
       เมื่อทานอาหารเสร็จทั้งหมดก็ออกมาที่รถ คีรินทร์อุ้มรัตนาขึ้นรถแล้วชะโงกหน้าถาม โดยมีไข่มุกยืนอยู่ใกล้ๆ
       “ไม่กลับกับพี่เหรอ ยัยตัวเล็ก”
       “หนูนาอยากกลับกับพี่ลูกไก่มากกว่าค่ะ”
       คีรินทร์แกล้งทำเสียงอ่อย
       “ตกกระป๋องเลยเรา เห็นพี่ใหม่ดีกว่าพี่เก่า”
       “ก็แน่สิคะ ผู้หญิงกับผู้หญิงนี่นา ผู้ชายตกกระป๋องไปแหละดีแล้ว”
       คีรินทร์หันมาหา มองกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ไข่มุกยิ้มรับตาใส คีรินทร์ทำท่าฝากไว้ก่อน ขณะนั้นคนร้ายมองจากมุมลานจอดรถ นั่งบนมอเตอร์ไซค์มองไข่มุกกับคีรินทร์ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ไข่มุกขับรถออกไป คีรินทร์เดินมาขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกไป คนร้ายหยิบหมวกกันน็อคมาสวมแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ตาม
      
       คีรินทร์ขับรถมาถึงซอยเปลี่ยว รถดูส่ายผิดปกติเลยจอดลงข้างทาง
               “เป็นอะไร” คีรินทร์เดินลงมา เห็นยางแบบ “เฮ้ย โดนอะไรมาเนี่ย แบนแต๊ดแต๋เลย” มอเตอร์ไซค์คนร้ายแล่นมาจอดใกล้ๆ คีรินทร์เห็นก็ยิ้มโบกมือ “ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวผมเปลี่ยนเอง สบายมาก”
       คีรินทร์เดินไปเปิดด้านหลังเอายางอะไหล่ คนร้ายขยับมีดเดินรี่เข้ามาหา คีรินทร์เอะใจหันกลับมามอง คนร้ายพุ่งมีดเข้าหา คีรินทร์กลิ้งหลบ คนร้ายทุ่มตัวจะจ้วงแทง คีรินทร์จับข้อมือเตะหว่างขา คนร้ายลงไปนอนกองกุมเป้า คีรินทร์เข้าไปเตะซ้ำ คนร้ายจับขาคีรินทร์พลิกจนล้ม แล้วคนร้ายก็รีบวิ่งไปขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป คีรินทร์มองตามหน้าเครียด
      
       วันต่อมา คีรินทร์นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะทำงาน ขณะที่วัฒนายืนอยู่ริมกำแพง
       “หมู่นี้นายเกิดเรื่องบ่อยนะรินทร์ เดี๋ยวก็โดนลอบทำร้าย คราวนี้โดนปล่อยยาง ไม่รู้เจอโจรมืออาชีพ หรือใครสั่งมันให้มาเก็บ”
       “เกินไปเพื่อน ชั้นไม่ได้มีศัตรูขนาดจะเอาชีวิตหรอก แม่เขาว่าดวงชั้นกะยัยลูกไก่ไม่สมพงศ์กันอย่างแรง ตั้งแต่แต่งงานมาถึงมีแต่เรื่อง”
       “นายเชื่อมั้ย”
       คีรินทร์นิ่งคิด สั่นหน้า
       “ไม่ สมัยนี้คนตกงานเยอะ ยังจะพวกติดยา ติดพนันอีก โจรผู้ร้ายก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา เรื่องคราวนี้ อย่าเอาไปบอกที่บ้านชั้นล่ะเดี๋ยวจะห่วงกันไปใหญ่”
       “แต่มันบังเอิญเกินไป อย่างกับมีใครจงใจส่งมาเล่นงานนาย”
       “คิดงั้น”
       วัฒนาพยักหน้า คีรินทร์ชักนิ่งคิด
       “แต่ชั้นไม่มีศัตรูที่ไหนนี่หว่า ธุรกิจก็แฟร์ โปร่งใสทุกอย่าง”
       “อาจจะมีแต่นายไม่รู้ ศัตรูที่มองไม่เห็นยิ่งน่ากลัว นายจะไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้า กำลังคิดร้ายกับนายหรือเปล่า”
       คีรินทร์พยักหน้านิ่ง วัฒนามองคีรินทร์แล้วเบือนหน้ากลับมาดวงตาวัฒนาฉายแววแข็งกระด้างปนอิจฉา แค้นที่โดนข่มมาตลอด
      
       คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน คีรินทร์นอนก่ายหัวคิดหนักทั้งที่ยังอยู่ในชุดทำงาน ไข่มุกเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ มองสงสัย
       คีรินทร์ครุ่นคิดสลับถอนใจ ไข่มุกมองนิ่ง สักพักย่องเข้าไปดูใกล้ๆ คีรินทร์หันมาพอดี ต่างคนต่างผงะอย่างตกใจ
       “มีอะไรหรอคุณ”
       คีรินทร์พลิกตัวกระเถิบนอนตักไข่มุก ไข่มุกตกใจ แต่เห็นคีรินทร์ไม่ได้ยุ่มย่ามเลยยอมให้
       “กำลังคิดอยู่ ว่ามีใครมั้ยที่อยากทำร้ายชั้น ถึงขนาดส่งคนมาดัก”
       ไข่มุกชะงัก ถอนใจ
       “มีสิคะ มีแน่นอน”
       “รู้ได้ยังไง ญาณทิพย์หรือจิตสัมผัสเนี่ย”
       ไข่มุกนิ่งไปนิด ไม่อยากบอก
       “ดูจากของจริงค่ะ คุณน่ะมีสาวๆ เยอะจะตาย พอแต่งงานก็อาจจะมีคนไม่พอใจ หรือไม่ก็แค้นมานาน ที่คุณเจ้าชู้”
       “อย่างนั้นก็คงมีบ้าง แต่ไม่น่าถึงขนาดนี้นะ”
       “ไม่แน่หรอกค่ะ ทำอะไรไว้เยอะนี่”
       คีรินทร์มองไข่มุกด้วยสายตาเจ้าชู้
       “โห พูดเข้า ผมเสน่ห์แรงขนาดนั้นเชียว”
       ไข่มุกค้อนขวับ
       “แรงตายล่ะ”
       คีรินทร์ยิ้มหวาน
       “ทำอีกทีสิ”
       “ทำอะไรคะ”
       “ก็ค้อนแบบเมื่อกี้ไง ผมชอบ น่ารักเป็นบ้า”
       ไข่มุกตวัดค้อนแบบไม้ตั้งใจ
      
       คีรินทร์หัวเราะชอบใจ มองไข่มุกอย่างอ่อนโยน ยิ้มจางๆ อย่างคนที่เริ่มรักโดยไม่รู้ตัว



       อีกด้านหนึ่งมณีกับเขมทัตกำลังเต้นรำจังหวะวอลซ์อยู่ในห้องโถง เขมทัตยกแขนให้มณีหมุน มณีหมุนแล้วทำเก๊กสวยแต่ขาไปโดนมุมตู้       
              
       “โอ๊ย ไอ้ตู้บ้า มาอยู่ตรงนี้ได้ไง”
       เขมทัตหัวเราะ
       “มันก็อยู่อย่างงั้นมาตั้งนาน คุณแหละไปเตะเอง พอๆ ก่อน นี่ขนาดไปเรียนเต้นมาตั้งหลายหน ยังหมุนผิดหมุนถูก เตะนั่นเตะนี่ ผมว่าคุณลองไปฝึกมวยบู๊กับลูกไก่ดีกว่า ท่าจะเวิร์ค”
       “อี๊ ไม่เอาหรอก ฉีกแข้งฉีกขา เหาะเหินเดินอากาศอย่างนั้น น่าเกลียดจะตาย ไม่ไฮโซ เซเลบอย่างชั้นไม่สน”
       “แต่มันทำให้หุ่นเฟิร์มนะคร้าบ”
       มณีหันหน้าไปอีกทางเป็นตู้โชว์ มณีเขม้นมองพุงตัวเองในกระจก ทำท่าจับๆ ดึงๆ หน้าเสีย
       “อุ้ยตาย”
       เขมทัตเดินใกล้โอบเบาๆ
       “นี่คุณตั้งฟาร์มแล้วเหรอ”
       “ฟาร์ม ฟาร์มอะไร”
       เขมทัตเอามือที่โอบดึงพุง       
       “ก็ฟาร์มหมูไง อุ๊ดๆ ไขมันเซเลบห้อยเชียว”
       มณีทำหน้าโกรธใส่ เขมทัตหัวเราะ มณีมองเข้าไปในกระจก สีหน้าร้อนใจ
      
       ไข่มุกเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ คีรินทร์โผเข้าหากอดรัดจะจูบ
       “อย่าค่ะคุณรินทร์”
       “ขอผมชื่นใจเมียมั่งสิ หอมอีกทีนะ”
       “ไม่เอา ไม่เล่นนะคะ”
       “ใครเล่น วันนี้ผมเอาจริง” ไข่มุกขัดขืนดิ้นจนหลุด คีรินทร์ยืนมองชักหงุดหงิด “เมื่อไหร่คุณจะเลิกบ่ายเบี่ยงซะที แต่งงานก็แล้ว ขืนใครรู้ว่ายังไม่ได้แอ้มเจ้าสาว มีหวังอายเขาตาย”
       “ชั้นยังไม่พร้อม เราไม่ได้รักกัน จะมีอะไรกันได้ไง”
       “โห โบมากๆ นี่ชั้นจะบอกให้ สมัยเนี้ยบางทีลูกสอง ยังไม่รักกันเลย ไหนข่าวว่ากิตติศัพท์เธอนี่ว่าจัดเต็มใส่ไม่ยั้ง ของจริงดันทำเหงียมหงิมกับสามีซะงั้น ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้ไม่รอดแน่”
       “คุณคงได้ข่าวมาผิด ชั้นไม่ใช่คนแบบนั้น”
       “แน่ะ โก่งค่าตัวด้วย ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องแอ๊บ ระดับนี้ต้องมันให้ถึงพริกถึงขิง เอาแบบแซ่บเว่อร์ ซี้ดซ้าดต้มยำเรียกพี่”
       คีรินทร์โผเข้าไปกอด ไข่มุกหลบ
       “จะคิดยังไงก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ แต่ระดับคุณคงไม่อดอยากถึงขั้นบังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ ใช่มั้ยคะ”
       คีรินทร์ยักไหล่
       “อย่างผมน่ะมีแต่ผู้หญิงมาเสนอ รู้ได้ด้วย ระดับนี้ไม่ต้องง้อใคร”
       “ดีค่ะ งั้นภรรยาที่ไม่เต็มใจอย่างชั้น ขอไปนอนก่อนนะคะ”
       คีรินทร์อ้าปากค้าง ไข่มุกเดินผ่านหน้าไป คีรินทร์เดินตามไปวางท่าใส่
               “ได้ ชั้นจะไม่ทำ จนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายร้องขอเอง”
       “คำไหนคำนั้นนะคะ ห้ามกลับคำ”
       “แน่นอน แต่เธอเองนั่นแหละ อย่ามาสะกิดแล้วกัน”
       กลางดึกคืนนั้น คีรินทร์นอนตาค้างไม่ยอมหลับ ชำเลืองมองไข่มุกที่หลับปุ๋ย คีรินทร์ชะโงกตัวทำท่าจะหอมแก้มแต่ชะงัก ทำท่านึกขึ้นได้ คีรินทร์ถอยออกมาทิ้งตัวนอนถอนหายใจเฮือก
       “ไอ้รินทร์หนอไอ้รินทร์ สัญญาไปได้ไงวะ เวรแท้ๆ”
       คีรินทร์เหลือบมองไข่มุกแล้วถอนใจ เอามือก่ายหน้าผาก
      
       วันต่อมาคีรินทร์เดินเข้ามาในล็อบบี้โรงแรม เห็นโปสเตอร์โฆษณาแผ่นใหญ่ของฟิตเนส มีรูปไข่มุกทำท่ามวยจีน ใส่ฮันบกประยุกต์สั้นๆ เซ็กซี่ คีรินทร์ทำหน้าไม่พอใจ หันซ้ายขวาไม่มีใครก็ดึงออกอย่างหงุดหงิดเพราะหึง
       “ใครออกแบบชุดวะ เดี๋ยวเจอสั่งปลดแน่”
      
       ที่สตูดิโอสอนเต้น ไข่มุกยืนอยู่อยู่หน้าคลาส เอนตัวทำท่าวอร์ม สมาชิกทำตาม
       “มวยบู๊สำคัญที่ความยืดหยุ่นของร่างกายนะคะ แต่ก็อย่าลืมความแข็งแรง ก่อนเต้นเราต้องยืดตัวเยอะๆ จะได้ไม่บาดเจ็บ” ไข่มุกนั่งลงกับพื้นอ้าขากว้างเอื้อมมือแตะปลายเท้า พอหันมาอีกด้านก็เห็นเขมทัตทำท่ากวักมือเรียก “วอร์มร่างกายก่อนนะคะ เดี๋ยวครูมา”
       ไข่มุกเดินมาหาเขมทัต ยกมือไหว้
       “วันนี้ลุงพานักเรียนใหม่มาอีกคน”
       มณีเดินออกมาจากด้านหลังเขมทัต ทำหน้าตาบูดบึ้งเหมือนไม่เต็มใจมาเรียน
               “ยินดีเลยค่ะคุณแม่ กำลังเริ่มคลาสพอดีเลย”
       “นี่เป็นเพราะคุณทัตคะยั้นคะยอหรอกนะ ไม่งั้นชั้นไม่มาหรอกย่ะ ไม่รู้จะได้เรื่องหรือเปล่า ขอบอกว่าเต้นไก่กาชั้นไม่เรียนนะ”
       “ไก่กาหรือเปล่าก็ลองดู จะได้ไล่ฟาร์มหมูซะที”
      
       มณีทำเชิด แต่ไข่มุกยิ้มให้

       มณีนั่งบนพื้น ทิ้งตัวพิงกำแพง หอบหายใจ คนอื่นๆ ยังเต้นอยู่ ไข่มุกเดินมาย่อเข่าคุยด้วย
      
       “ไม่ไหวแล้ว ชั้นจะตาย เต้นอะไรไม่รู้ เหนื่อยจะตายแล้ว”
       “ทำได้สิคะคุณแม่ ลุกนะคะ นิดเดียว เดี๋ยวหนูช่วย”
       ไข่มุกจับแขนให้ลุก มณีส่ายหน้า ไข่มุกพยักหน้า มณีมองแล้วฮึด จับไข่มุกแล้วลุกยืน มองพุงตัวเอง
               “เอาก็เอา สู้ตาย”
       ไข่มุกยิ้มให้ แล้วช่วยจัดท่าทาง มณีดูเหนื่อยแต่สนุก ออกหมัดอย่างเมามัน
      
       กีกี้ แองจี้ น้องแพรว นั่งเรียงไขว่หน้าเซ็กซี่อยู่ที่โซฟารับแขกในห้องคีรินทร์ คีรินทร์ยืนหันหลังให้แล้วหันมา
       “พวกคุณโกรธที่ผมแต่งงานใช่มั้ย”
       สามคนตอบพร้อมกัน
       “ใช่”
       “แล้ว คิดจะเล่นงานผมด้วยหรือเปล่า”
       “แน่นอนค่ะ” กีกี้ขยับไปใช้นิ้วเขี่ยอก “จะเล่นให้หมดแรง สลบไปเดือนนึงเลย ว่างเมื่อไหร่นัดมานะคะ กีกี้จัดให้”
       แองจี้ น้องแพรวหมั่นไส้ ดึงกีกี้กลับ
       “แองจี้ก็จะเล่นงานคุณเหมือนกัน ให้คุณซื้อหลุยส์ กุชชี่ ปราด้า ดิออร์ให้หมดตัวเลย”
       กีกี้กับน้องแพรวพูดพร้อมกัน
       “ยัยงก”
       น้องแพรวยิ้มหวาน แอ๊บน่ารัก
       “ของน้องแพรวจะขอให้คุณรินทร์พาเที่ยวรอบโลก ไม่ให้เจอสาวอื่นเลย จะให้คุณรินทร์อยู่กับน้องแพรวคนเดียว ใต้แสงเทียน แสงจันทร์ โรแมนติกสุดๆ”
       “เพ้อนะยะ”
       น้องแพรว แองจี้ กีกี้ตั้งท่าฮึ่มแฮ่ใส่กัน คีรินทร์ถอนหายใจเฮือก รู้ว่าไม่ใช่สามคนนี้แน่ คีรินทร์พึมพำกับตัวเอง       
       “ไม่ใช่สามคนนี้ แล้วใคร”
      
       ขณะนั้นนุชนารถอยู่ที่ชุมชนแออัด นุชนารถยืนอยู่กับนักเลง นักเลงยิ้มกริ่ม นุชนารถชักสีหน้าควักเงินจากกระเป๋าส่งให้
       “เอาไป ยังมีหน้ามาขอเงินอีก ทำงานก็พลาดตลอด ยังจัดการไม่ได้สักคน ห่วยแตก”
       นักเลงรับเงินมากรีดนับ
       “ก็นังผู้หญิงมันเก่งนี่คุณ สู้จนลูกน้องผมหนีหมด เจ็บกันระนาว”
       “ก็แล้วไง ชั้นจ้างแกก็ต้องจัดการให้ได้ ไม่งั้นก็คืนเงินมา”
       นักเลงรีบยัดเงินใส่กระเป๋า
       “ไอ้คนผู้ชายน่ะ เอาถึงพิการเลยเหรอ โหดไปเปล่า”
       นุชนารถเค้นเสียง พูดแค้นจัด
       “โหดสิ ไม่งั้นชั้นไม่จ้างแกหรอก ส่วนนังผู้หญิงเล่นให้ตายได้ยิ่งดี นังตัวมาร”
       เม่นเดินผ่านมาเห็นเงินที่แลบจากกระเป๋านักเลง มองนุชนารถแต่งตัวดีก็ปรี่เข้ามา
       “คุณคนสวย รวยๆ อย่างนี้ขอข้ามั่งสิวะ สักพันสองพันก็ได้”
       เม่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แบมือขอ
       “อะไร ยุ่งอะไรยะ ไปไกลๆเลย มีมือมีเท้ายังมาขอทาน ไปไป๊”
       “คุณเขาไล่ก็ไปสิวะ ไอ้นี่ เดี๋ยวโดนต่อยนะเอ็ง”
       เม่นถอยออกมาอย่างกลัวๆ นุชนารถถลึงตาใส่อย่างโหด เม่นยิ่งถอยกรูด แต่มองนุชนารถไม่วางตา
      
       นุชนารถเดินมาหน้าปากซอยโบกเรียกแท็กซี่ เม่นแอบอยู่ข้างหลังมองซ้ายขวาไม่มีใคร เม่นวิ่งโฉบไปหา ดึงกระเป๋านุชนารถแล้ววิ่ง นุชนารถตะโกนไล่
       “ช่วยด้วย มันกระชากกระเป๋าชั้น ใครก็ได้ช่วยที”
       ชาวบ้านมองกันเลิ่กลั่ก นุชนารถวิ่งตามเม่น พอห่างไม่มากก็ก้มลงถอดรองเท้าปาใส่หลังเม่น รองเท้าโดนอย่างแรง เม่นถลาหกล้มนอนโอดโอย นุชนารถวิ่งไปดึงกระเป๋าคืน เม่นดึงไว้
       “ไม่ให้โว้ย เอามานี่”
               เม่นดึงไว้ ทำท่ากระชาก นุชนารถเปิดกระเป๋าคว้ามีดขึ้นมาชูขู่
       “เอาซี้ ไม่กลัวตายก็เอาไปเลย”
       เม่นปล่อยมือสองข้างยกขึ้น ท่าทางกลัวอย่างหนัก นุชนารถทำท่าจะทิ่ม เม่นถอยหลังหนี
       “จะเอาอีกมั้ย”
       เม่นชี้หน้านุชนารถ
       “ฝะ ฝากไว้ก่อนนะเอ็ง”
       เม่นวิ่งหนี ล้มลุกคลุกคลาน นุชนารถดึงกระเป๋าขึ้นมาปัดฝุ่น เก็บมีดใส่กระเป๋า
       “ฮึ รู้จักคนอย่างชั้นน้อยไป”
      
       ที่สตูดิโอฟิตเนส ไข่มุกเต้นนำ ออกหมัดทะมัดทะแมง สมาชิกพากันเต้นตามอย่างสนุก คีรินทร์ วัฒนา เขมทัต ยืนอยู่นอกสตูดิโอกำลังมองเข้าไป
       “ตั้งแต่คุณลูกไก่ทำคลาสนี้ สมาชิกใหม่เยอะขึ้นเท่าตัวเลยนะครับ”
       เขมทัตมองอย่างพอใจ คีรินทร์มองเข้าไปเห็นมณีกำลังออกหมัดอย่างเมามัน
       “นั่นแม่นี่ครับ”
       “ใช่ มันหยดติ๋งเลย ดูหน้าเข้าสิ”
       “ออกเสียงด้วยค่ะ” ไข่มุกบอกสมาชิกแล้วออกหมัดตรง “ย่า เสียงดังอีก ย่า”
       มณีทำตามอย่ามันในอารมณ์ ออกเสียงดังแต่เลทกว่าชาวบ้านนิดหน่อย
               “ย่ะ ฮึ้ย ย่า วู้ว”
       เขมทัตมองเข้าไปแล้วกุมขมับ คีรินทร์มองแม่แล้วขำนิดๆ
      
       ไข่มุกเดินซับเหงื่อออกมาจากห้องสตูดิโอจะเข้าห้องสตาฟท์ คีรินทร์เดินตาม
               “ชุดเซ็กซี่ไปหน่อยเปล่า โชว์เนื้อโชว์หนังล่อตะเข้ ไหนก้มดูซิว่าเห็นหน้าอกมั้ย”
       ไข่มุกปิดหน้าอก
       “ก็ไม่นี่คะ ปกติเค้าใส่กันเซ็กซี่กว่านี้อีก”
       “ยอกย้อนลวดลายได้อีก ทีหลังใส่เสื้อยืดกางเกงวอร์มนะ อ้อ แล้วถ้าใครมาจีบ ก็บอกไปเลยว่ามีผัวแล้ว ผัวหวง”
       ไข่มุกส่ายหน้าเซ็งๆ แล้วเดินไป
       “คุณลูกไก่ครับ มีสมาชิกบางคน อยากให้เราจัดเป็นคลาสพิเศษเฉพาะพวกเขา ว่าไงครับ” วัฒนาเข้ามาถาม
       “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
      
       ไข่มุกยิ้มให้วัฒนาอย่างดีใจ คีรินทร์ที่อยู่ห่างออกไป มองมาตาขวาง นึกหึงหวงแบบไม่รู้ตัว



       คีรินทร์ วัฒนา อยู่ในห้องประชุม เขมทัตเป็นประธาน มีบอร์ดคนอื่นๆ อยู่ด้วย
      
       “ผมขอยื่นงบเปิดโครงการสร้างห้องสตรีมกับซาวน่าครับ ตอนนี้สมาชิกของฟิตเนสมีมากขึ้น ผมว่าเราควรมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า โดยที่เราจะสร้างเป็นโดมแบบครบวงจร”
       ทุกคนพยักหน้า คีรินทร์ยกมือ
       “ผมไม่เห็นด้วย สมาชิกเพิ่มก็จริง แต่ถ้าทำตอนนี้ยังไม่คุ้ม สู้เอางบประมาณไปลงส่วนงานอื่นดีกว่า ผมไม่อนุมัติ”
       “แต่...” วัฒนาจะแย้ง คีรินทร์พูดแทรก
       “ไม่มีแต่ ผมตัดสินใจแล้ว ไหน เรื่องต่อไปเรื่องอะไรครับ”       
       วัฒนายืนค้างอย่างเสียหน้า คีรินทร์ลอบยิ้มมุมปากสะใจ เขมทัตมองคีรินทร์แล้วส่ายหัว รู้ว่างี่เง่าแน่ๆ
      
       มณีนั่งเหนื่อยอยู่ที่ที่นั่งพักของฟิตเนส ไข่มุกเดินมาส่งน้ำให้
               “ทานน้ำก่อนค่ะคุณแม่ สนุกมั้ยคะ”
       มณีเงยหน้ามอง รับน้ำมาแล้วพูดแบบจำใจ
       “ขอบใจย่ะ ก็ดี สนุกมากๆ แล้วก็เหนื่อยมากด้วย”
       ไข่มุกยิ้มดีใจ
       “แรกๆ ก็เหนื่อยค่ะ แต่พอเล่นไปสักพัก พอชินแล้วจะหายเอง”
       พวกกีกี้เดินเข้ามา
       “อุ๊ย คุณแม่ขานี่”
       สามสาวปราดเข้าไปหา ยกมือไว้เกือบจะกราบแนบอก มณีขยับตัวอึดอัด
               “คุณแม่ขามาเล่นฟิตเนสเหรอคะ ดูสิ เหงื่อโทรมเชียว มีผ้ามั้ยคะ แองจี้เช็ดให้”
       มณีมองแล้วยกผ้าที่พาดคอเช็ดเอง ไข่มุกแอบขำ กีกี้กับน้องแพรวก็แอบขำด้วย แต่ไข่มุกพอเห็นกีกี้ชัดๆ
       แล้วก็ทำหน้าซีด ก้มหลบหน้าหลบตา
       “แล้วนี่พากันมาทั้งเซ็ต มาเล่นด้วยกันเหรอ”
       “น้องแพรวมาเดินดูน่ะค่ะ เรื่องออกกำลังกายน้องแพรวไม่ถนัด ถนัดใช้สมองมากกว่า”
       มณียิ้มจืด สองสาวทำท่าแหวะ       
       “แล้วคุณแม่ขาเข้าคลาสอะไรมาคะ แนะนำกีกี้บ้างนะคะ จะได้มาใช้บริการบ่อยๆ”
       มณีมองไข่มุกแล้วเห็นทางออก
       “อยากได้คำแนะนำก็นู่น เมียตารินทร์เค้าเป็นคนสอนคลาสนี้ เอ่อ ชั้นไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
       มณีรีบลุกชิ่งหนีออกไป กีกี้หันมามองกะจะว้ากไข่มุกเต็มที่ แต่พอเห็นหน้าก็ชะงัก ไข่มุกก้มหน้าจะเดินหนี
       กีกี้เขม้นมอง เดินวนรอบตัว
       “ชั้นว่าหน้าเธอคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน”
       “ก็ที่งานแต่งไงยะ อย่าโง่”
       “อย่าไม่ทันละ โง่ไปแล้ว”
       กีกี้หันขวับ ทำท่าอยากตบเต็มแก่ ไข่มุกได้ทีรีบพูด
       “เออ ชั้นขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ เรื่องคลาสถามได้ที่ประชาสัมพันธ์ฟิตเนสค่ะ”
       ไข่มุกเดินออกไป แองจี้ห้ามทัพ
       “ยู้ด หยุดย่ะ นังนั่นเดินไปแล้ว ทะเลาะกันอยู่ได้”
       กีกี้ตวัดตามอง
       “นังลูกไก่นี้ร้ายสุดยอด จับคุณรินทร์ได้ไม่พอ ยังจะทำคะแนนกับคุณแม่ขาอีก แผนสูงนะยะ”
       “ชั้นล่ะเกลียดมาก แอ๊บน่ารักเอาใจ เชอะ อยากได้สมบัติล่ะ ไม่ว่า”
       น้องแพรวพูดไปแอ๊บไป กระพือขนตา กีกี้กับแองจี้มองหน้ากันอย่างแล้วกลอกตา
       “แบบนี้ต้องสั่งสอน ใครจะเอากับชั้นมั่ง”
       แองจี้ยื่นมือไปกลางวง กีกี้กับน้องแพรวมองหน้ากัน น้องแพรวยื่นมือเข้าไปวาง
       “ชั้นเอาด้วย”
       สองสาวมองหน้ากีกี้ กีกี้วางแปะ       
       “ชั้นอีกคน”
       สามสาวมองหน้ากันและกัน ประสานมือยกขึ้นสูงแบบนักกีฬา
       “สู้เว้ย”
       ไข่มุกที่เดินห่างออกไปสะดุ้งเพราะได้ยินเสียง หันกลับมาดูอย่างงงๆ ว่าทำอะไรกัน
      
       คีรินทร์เดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วนั่งลง วัฒนาตามมาติดๆ คีรินทร์หันไปเลิกคิ้วมอง วัฒนาระงับอาการถามเสียงเรียบ
       “ทำไมนายไม่อนุมัติโครงการของชั้น เห็นๆ อยู่ว่ามันได้เวลา ได้โอกาสพอดี แล้วนายจะพักไว้ก่อนทำไม ชั้นไม่เข้าใจฎ
       “ก็แล้วไง ชั้นว่าไม่เหมาะก็ไม่เหมาะสิ ไม่รู้คนจะเห่อคลาสมวยบ้าบอนั่นนานหรือเปล่า ลงทุนเพิ่มก็เท่านั้น”
       “แต่ห้องสตรีมกับซาวน่าก็ยังอยู่ คนจะมาใช้บริการเมื่อไหร่ก็ได้ เผลอๆ ดึงคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายมาได้ด้วย”
       “ยังไงก็ไม่คุ้ม ชั้นไม่เอาด้วย”
       “นี่นายเป็นอะไร นายจงใจหักหน้าชั้นทำไม”
       “นี่ ชั้นเป็นเจ้าของที่นี่ จะทำอะไร อนุมัติอะไรก็อยู่ที่ชั้น ไม่จำเป็นต้องให้ลูกจ้างอย่างนายมาคอยเป็นห่วง ออกไปได้แล้ว ชั้นจะทำงาน”
      
       คีรินทร์ไล่แล้วเดินไปที่โต๊ะ วัฒนาเดินออกมาจากห้อง พอปิดประตูได้ก็ยืนนิ่ง หน้าตาดูแค้นเคืองขมขื่น โกรธมากที่โดนดูถูก



       ผู้จัดการฟิตเนสเดินคุยมากับไข่มุกถึงหน้าห้อง ไข่มุกพยักหน้า
       “สรุปว่าลูกค้าสามคนขอเปิดคลาสใหม่ เป็นคลาสส่วนตัวนะคะ”
       “ใช่ครับ รออยู่ในห้องแล้ว”
       ไข่มุกเดินเข้ามาเห็นสามสาวใส่ชุดกีฬาเซ็กซี่ แต่งหน้าแต่งตาสุดๆ แองจี้เดินเข้ามาหา
               “มาแล้วเหรอ มาสอนเร็วๆ สิ ชั้นอยากเรียนเต็มแก่แล้ว”
       แองจี้หันไปสบตากับอีกสองสาว สองสาวยิ้มร้าย
               “ใช่ๆ มาเริ่มกันเลยดีกว่า ชั้นอดใจรอไม่ไหวแล้ว” ไข่มุกเดินมาอยู่กลางวง ตั้งท่ามวยจีน “วันนี้ชั้นจะสอนพื้นฐานการออกหมัด กับท่าเตะก่อนนะคะ ทุกคนตั้งท่าพร้อมนะคะ” สามสาวตั้งท่า        “ท่าแรกเป็นหมัดขวาตรงสองทีแล้วยกขากระโดดเตะ”
       ไข่มุกทำให้ดู กีกี้ออกหมัดแล้วแกล้งเตะไปโดนสะโพกไข่มุก ไข่มุกหันไปมอง
               “อุ๊ย ขอโทษนะ ชั้นเตะไม่ค่อยเป็น”
       ไข่มุกพยักหน้า
       “ค่ะ ท่าต่อไปตั้งการ์ดแล้วตวัดขาเตะไปข้างหน้า ฟุตเวิร์ค ถอยหลังแล้วเดินหน้าเตะอีกที”
       แองจี้แกล้งเตะแล้วฟุตเวิร์คเอียงๆ ไปชนไข่มุกจนเซ
       “อุ๊บส์ ซอรี่จ้ะ เซไปนี้สสสนึง”
       ไข่มุกไม่ตอบโต้       
       “ไม่เป็นไรค่ะ ท่าต่อไป ตั้งมือแล้ววาดช้าๆ งอเข่าข้างนึง อีกข้างยืดตรง มือนึงยืดเหนือหัว อีกมือวาดไปข้างหน้า”
       ทั้งสามคนทำตาม แกล้งผิดวาดมือโดนไข่มุกคนละทีเน้นๆ ไข่มุกทำหน้ายุ่ง
       “ช้าๆ สินะ ช้าๆ เร็วไปนิด เอาใหม่ก็ได้นะ มา อีกรอบ”
       ไข่มุกมองอย่างรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้ง สามสาวมองหน้ากันเองแล้วยิ้มสะใจ
               “ค่ะ อีกรอบ ทวนเหมือนเดิมนะคะ”
       ไข่มุกทำท่านำ กีกี้ถลาเข้ามาเตะ ไข่มุกพลิกตัวหลบ เท้ากีกี้ไปโดนน้องแพรว น้องแพรวกรี๊ดลั่น แองจี้ตั้งท่าแย๊บหมัดตรงรัวใส่ ไข่มุกเหลียวมาเห็นก้มตัวหลบวิ่งเข้าหากำแพง ไต่ขึ้นตีลังกา แองจี้ชกพลาดโดนเข้าหน้ากีกี้ ก่อนจะหน้าทิ่มลงไปกองที่พื้นทั้งสามคน ไข่มุกตีลังกากลับหลังลงมาตั้งท่าจบสวยงาม
       “วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ จะได้มีเวลากลับไปเอายาใส่แผล”
       ไข่มุกเดินออกไป สามสาวกองอยู่บนพื้นมองตามแค้นๆ
               “นังลูกไก่ ฝากไว้ก่อนเหอะ หลบไปยัยน้องแพรว”
       กีกี้ผลักน้องแพรวไปโดนแองจี้
       “โอ๊ย กีกี้ เจ็บนะยะ”
       น้องแพรวจะกำหัวแต่ศอกไปโดนกีกี้
       “เจ็บไปทั้งตัวเลย คอยดูนะ น้องแพรวจะฟ้องคุณรินทร์”
       “เจ็บตัวไม่เท่าไหร่ เจ็บใจนี่สิ งานนี้ ต้องเอาคืน”
       กีกี้ปัดศอกออก น้องแพรวทำท่าฮึดฮัด แองจี้ผลักสองคนที่ทับอยู่ออก ทั้งสามคนทำหน้าเจ็บใจ แค้นไข่มุกมาก
      
       ไข่มุกกำลังเดินออกมาหน้าโรงแรม คีรินทร์ขับรถปาดหน้าจนไข่มุกสะดุ้ง คีรินทร์กดกระจกลง ในรถมีสามสาวนั่งมาด้วย คีรินทร์ยิ้มให้ไข่มุกอย่างกวนๆ
       “ไปกินข้าวด้วยกันมั้ยคุณภรรยา ที่นั่งยังมี เบียดๆ กันไปได้”
       “ไม่ล่ะค่ะ เชิญคุณไปกับเพื่อนๆ เถอะ”
       “เขาไม่อยากไปก็ไม่ต้องชวนค่ะ ตัวแสบ เนี่ยดูสิ ทำกี้กี้เจ็บหมดเลย”
       น้องแพรวกับแองจี้พูดพร้อมกัน
       “แองจี้/แพรว ก็ด้วย”
       คีรินทร์ไม่สน หยอกไข่มุกต่อ
       “กินคนเดียวเหงานะคร้าบ มาเร็ว”
       วัฒนาเดินออกมาพอดี ไข่มุกเดินเข้าไปหา วัฒนามองงงๆ
       “เพื่อนกินข้าวชั้นมาพอดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
       คีรินทร์กำพวงมาลัยแน่นไม่พอใจ วัฒนามองหน้าไข่มุก ไข่มุกพยักหน้าให้ช่วยรับลูก วัฒนายิ้มหวานจงใจแกล้งคีรินทร์
       “ไปกันเลยนะครับ”
       “ค่ะ หิวแล้วเหมือนกัน ไปก่อนนะคะ กินข้าวให้สนุกนะ”
       วัฒนามองหน้าคีรินทร์แล้วยิ้มเยาะนิดๆ แล้วเดินไปกับไข่มุก
      
       คีรินทร์มองตามอย่างเจ็บใจ ออกรถอย่างแรงจนสามสาวหงายหลัง ร้องกันกรี๊ดกร๊าด



       ที่ร้านอาหารเล็กๆ ไข่มุกกับวัฒนานั่งอยู่โต๊ะมีกับข้าววางอยู่ตรงหน้า
       “ร้านแบบนี้พอกินได้มั้ยครับ ถึงจะเล็กแต่รับรองว่าอร่อยนะ”
       ไข่มุกตักอาหารเข้าปาก
       “ร้านนี้ดีกว่า...ร้านที่ชั้นเคยกินเยอะคะ”
       วัฒนายิ้ม ทำหน้าไม่เชื่อ
       “ตอนที่ผมรู้ว่ารินทร์จะแต่งงานกับคุณ รู้มั้ยครับว่าผมงงมาก ก็คุณลูกไก่ไม่เคยมาที่โรงแรมเลย ทีแรกยังนึกว่า...”
       “นึกว่าจะเป็นพวกคุณกีกี้ใช่มั้ยคะ จะคิดอย่างนั้นก็ไม่แปลกหรอกนะคะ ก็เค้าสนิทกันมานานแล้ว”
       “ครับ แล้วคุณกับรินทร์รู้จักกันนานมั้ย ก่อนจะแต่งงานกัน เพราะเท่าที่ผมนึกได้ ผมไม่เคยเห็นคุณเลยจริงๆ นะ”
       ไข่มุกยิ้มนิดๆ
       “ไม่นานหรอกค่ะ อาจจะเร็วกว่าที่ทุกคนคิดด้วยซ้ำ”
       วัฒนามองอย่างสนใจ
       “แล้วเจอกันได้ยังไงครับ ผมหมายถึง ไปเจอกันที่ต่างประเทศหรือเปล่า ผมเป็นเพื่อนมหาลัยกับรินทร์ พอจบเขาก็ไปต่อโทที่เมกา ผมเรียนโทที่เมืองไทยนี่ ที่บ้านไม่รวย ส่งไปเมืองนอกไม่ไหว แต่คุณน่ะรู้จักกับรินทร์ หลังจากที่เขาจบโทแล้วนะ เพราะเพื่อนเมืองนอกเขา ผมก็รู้จักเกือบทุกคน”
       ไข่มุกเลื่อนจานอาหารให้
       “ยำผักหวานนี่อร่อยดีนะคะ วันหลังต้องมาทานอีก”
       ไข่มุกนั่งกินข้าว วัฒนาตักแล้วลอบมองยิ้มนิดๆ รู้เท่าทันว่าไข่มุกฉลาดหาเรื่องเลี่ยงตอบ
      
       คืนนั้นเมื่อคีรินทร์เดินเข้ามาในห้องก็เห็นไข่มุกนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง คีรินทร์ทุ่มตัวเข้าหากอดเอาไว้ ไข่มุกดันออก
       “อย่าค่ะ ชั้นจะนอนแล้ว”
       “อะไร กับผัว มีปัญหาตลอด ทีไอ้วัฒน์ชวนไปกินข้าวก็ไปหน้าตาเฉย อ๋อ หรือว่าจะหากิ๊กในที่ทำงาน เกรงใจชั้นบ้างสิ ไปหาไกลๆ หน่อย หรือชอบให้ชาวบ้านนินทา”
       ไข่มุกดิ้นหลุด ลุกไปยืนห่าง
       “คุณเมาแล้ว ถ้าพูดแบบนี้ อย่าคุยกันดีกว่า”
       คีรินทร์ลุกตาม เข้าไปกอด
       “กับผัวไม่คุย จะคุยกับไอ้วัฒน์ใช่มั้ย กินไปคุยไป ทีหลังคงนอนไปคุยไปล่ะสิ ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้ชั้นจะนอนกับเธอให้ได้”
       “อย่านะคะ ไหนว่าสัญญากันแล้ว”
       คีรินทร์กอดแน่น ไม่ฟัง
       “ยกเลิก เรื่องอะไรจะยอมให้เธอนอนกับคนอื่นฟรีๆ ผัวอยู่นี่ทั้งคน” ไข่มุกศอกเข้าที่ท้อง คีรินทร์จุกปล่อยมือ ไข่มุกปล่อยหมัดขวาตรงเข้าแก้มคีรินทร์เต็มๆ คีรินทร์โมโหจัด “เฮ้ย นี่เธอเอาจริงเหรอ ได้ งั้นชั้นเอาจริงมั่ง”
       คีรินทร์เข้าไปพุ่งกอดจะเหวี่ยงไข่มุกลงบนเตียง ไข่มุกหลบแล้วใช้คิวบู๊ที่เล่นกับกีกี้ที่กองถ่ายมาจัดการคีรินทร์ จนคีรินทร์ลงไปนอนแผ่กับเตียงเห็นดาว ไข่มุกก้มลงมอง
       “ชั้นเตือนคุณแล้วนะ คุณคีรินทร์”
      
       นุชนารถกำลังซับมุมปากทำแผลให้คีรินทร์ คีรินทร์นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด
               “นี่คุณกลัวเมียจนยอมให้ซ้อมเลยเหรอคะ อย่างคุณเนี่ยนะ”
       นุชหมั่นไส้แกล้งกดแผลแรงๆ คีรินทร์สูดปาก เจ็บแผล
               “เบาๆ สินุช แค่ยัยลูกไก่กะต๊ากนั่นผมก็เจ็บจะแย่แล้ว คนอะไร เตะต่อยยังกับพวกสตั้นหนังบู๊ มือหนักจริงๆ”
       คีรินทร์ชะงัก ทำหน้านึกไปถึงวันที่กีกี้ไปดูถ่ายหนัง วันนั้นกีกี้เล่นคิวบู๊กับไข่มุกในชุดแป๊ะยิ้ม คิวบู๊ของแป๊ะยิ้มเหมือนกับคิวบู๊ที่ไข่มุกเล่นงานเขา
       คีรินทร์เงยหน้าขึ้น นึกได้
       “ว่าแล้วเชียว ยัยตัวแสบ”
       “ว่าใครคะคุณรินทร์ อยู่กับนุชอย่าคิดถึงคนอื่นสิ”
       นุชนารถเข้าไปกอด คีรินทร์กอดตอบแกนๆ สีหน้าครุ่นคิด นึกสงสัยว่าทำไมไข่มุกถึงรู้คิวบู๊นี้ได้
      
       วันต่อมาไข่มุกเดินซับเหงื่อออกมาจากที่สอนเต้น คีรินทร์ยืนกอดอกดักหน้าทำหน้าเฉยติดจะเอาเรื่อง
       “โกหกได้เก่งมาก แต่เสียใจด้วยที่ชั้นรู้ความจริง เกี่ยวกับตัวเธอแล้ว”
      
       ไข่มุกหน้าเสีย ใจหายวาบ ยืนอึ้งพูดไม่ถูก
ตอนที่ 4
      
       ไข่มุกเดินหนีคีรินทร์ คีรินทร์ตามมาดึงแขนไว้ ไข่มุกตกใจพูดอะไรไม่ออก คีรินทร์ยิ้มอย่างเป็นต่อ
        “เธอจะหนีชั้นทำไมฮะ ไม่ต้องหนีเลย”
       ไข่มุกสบตาคีรินทร์ กลืนน้ำลาย
       “เปล่าค่ะ ชั้น...ชั้นมีธุระ”
       “ธุระเธอเอาโยนไว้ก่อน มาเคลียร์กันซะดีๆ คิวบู๊ที่เธอเล่นชั้นซะเละเมื่อคืน ไปรู้มาได้ยังไง อย่าบอกนะว่าดูจากทีวี หนังเขายังไม่ฉาย” ไข่มุกมอง แอบเป่าปากโล่งอก คีรินทร์จับไหล่สองข้างไข่มุก จ้องตา ถามต่อ “รู้แล้ว เธอมีกิ๊กเป็นผู้ชายในกองใช่มั้ย ตามไปกกถึงที่ล่ะสิ”
       ไข่มุกถอนหายใจ
       “คิดได้ยังไงเนี่ยคุณ จินตนาการบรรเจิดสุดๆ”
       “แล้วใช่ป่ะล่ะ บอกชื่อมาซะดีๆ”
       “คิดได้นะคะ รู้ขนาดนี้แล้วก็หาข้อมูลต่อเองแล้วกัน” ไข่มุกพูดเอือมๆ คีรินทร์แค้นดึงเข้ามากอดซุกไซ้ สายตามองเห็นวัฒนาก็ดันไข่มุกออกแล้วยิ้มเย้ยใส่วัฒนา “ปล่อยนะ อุ๊บ”
       คีรินทร์ก้มลงจูบอย่างดูดดื่ม ไข่มุกนิ่งแข็ง คีรินทร์ปล่อยออกแล้วยักคิ้วข่มวัฒนาก่อนจะเดินไป
      
       ที่บ่อนชายแดน ชลลดากับภัททิมานั่งล้อมโต๊ะ Roulette คนคุมหมุนเครื่อง ลูกเหล็กวิ่งไปเรื่อยๆ ชลลดามองตาไม่กระพริบ
       “แดง แดง แดงสิ แดง”
       ลูกบอลกลิ้งเหมือนจะหยุดสีแดง ชลลดาตาโตทำท่าดีใจ ลูกบอลกลิ้งพลิกไปหยุดที่ดำ ชลลดาตาเหลือกค้างหันไปมองชิป ชิปตรงหน้าถูกกวาดไปหมด ชลลดาทำท่าจะเป็นลม เรอเอิ้ก
       “คุณแม่ขา คุณแม่ขา ฮือๆ หมดกัน หมดตัวแล้ว”
       ชลลดาหน้าซีด
       “ไม่ใช่แค่หมดตัว แต่มีหนี้เพิ่มอีกห้าแสนด้วย”
      
       เช้าวันรุ่งขึ้น ไข่มุกรำไทเก๊กออกกำลังกลางสนามหน้าบ้าน คีรินทร์เดินออกมาจากห้องมองผ่านหน้าต่างลงไปเห็นไข่มุกกำลังรำ คีรินทร์ยิ้มนิดๆ อย่างเจ้าเล่ห์
       ไข่มุกกำลังออกกำลัง ร่ายรำท่าไทเก๊กอย่างสวยงาม คีรินทร์เดินเข้ามาหาไข่มุก
       “ไทเก๊กเหรอลูกไก่ สอนชั้นมั่งสิ”
       “ได้ค่ะ งั้นทำตามชั้นนะคะ ทำช้าๆ”
       ไข่มุกรำนำ คีรินทร์รำตาม ไข่มุกบิดตัววาดแขน คีรินทร์วาดแขนตามแล้วแกล้งโอบเอวอีกข้าง ไข่มุกพลิกตัวหนี
       คีรินทร์ทำปากอูด ไข่มุกหลุดหัวเราะ
       “ คุณนี่น้า”
       “อะไรคร้าบ มาๆ มาสอนต่อเร็ว”
       ไข่มุกรำตวัดยกขาช้าๆ คีรินทร์รำตามแกล้งเซไปกอดไข่มุก
       “คุณรินทร์ ทำเล่นอีกแล้ว”
       “กล่าวหา ตั้งใจแล้วนะเนี่ย”
       “ตั้งใจที่ว่าน่ะ ตั้งใจอะไรคะ”
       “ก็ตั้งใจอย่างงี้ไง”
       คีรินทร์กอดไข่มุกแล้วหอมแก้ม ยิ้มอารมณ์ดี ทำท่าจะหอมอีก ช้อยเดินเข้ามาหน้าตาร้อนรน ไข่มุกขืนตัวหนี คีรินทร์ทำหน้าเซ็ง
       “คุณรินทร์คะ มียายแม่ค้าแก่ๆ ที่ไหนไม่รู้ มาถามหาลูกสาวที่ชื่อไข่มุกค่า”
       ไข่มุกหน้าเสีย ตกใจ นึกรู้ว่าเป็นวันดีแน่
      
       ขณะนั้นมณีกับวันดียืนเท้าเอวประจันหน้ากันกลางห้องโถงของบ้านด้วยหน้าตาเอาเรื่องทั้งคู่
       “ชั้นบอกไม่มีก็ไม่มีไง บ้านนี้ไม่มีคนชื่อไข่มุกย่ะ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย”
       “มีสิยะ นังไข่มุกมันเพิ่งแต่งงานกับลูกชายบ้านนี้ไง เป็นแม่ครัวหรือคนใช้ยะเนี่ย ไม่ได้รู้เรื่องเจ้านายเลย”
       มณีกรี๊ด ชี้หน้า วันดีลอยหน้าลอยตายิ้มใส่ มณีมองอย่างแค้นจัด
       “ชั้นเป็นเจ้าของบ้านย่ะ แล้วลูกสะใภ้ชั้นก็ชื่อลูกไก่ ไม่ใช่ไข่มุกขี้มูกอะไรของหล่อน รู้แล้วก็ออกไปซะ”
       คีรินทร์กับไข่มุกเดินเข้ามา วันดีมองเห็นไข่มุกก็ทำท่าร้องเรียก
       “นัง...”
       ไข่มุกปราดเข้าไปปิดปากแน่น วันดีดิ้นส่งเสียงอู้อี้ตาเหลือก
       “เธอรู้จักยัยป้าตลาดแตกนี่ด้วยเหรอ แล้วรู้จักยัยไข่มุกอะไรลูกเขามั้ย”
       “อ๋อ ไข่มุกหลานคุณชลไงครับแม่” คีรินทร์บอก ไข่มุกรีบตอบ
       “ค่ะใช่ หลานคุณแม่”
       วันดีดิ้นหลุด ไข่มุกปิดปากอีก
       “อังอุ๊ก อ่อย อ่อยโอ้ย เอาออกไอ” วันดีบอกเสียงอู้อี้ แล้วจับมือไข่มุกดึงออกได้ ทำท่าหอบหายใจ สำลักน้ำลาย “เอ็งจะฆ่าข้าเหรอวะ ปิดมาได้ หายใจไม่ออกโว้ย”
       มณีมองแหยงๆ
       “อี๊ โลว์ ชั้นต่ำ ทำไมหลานคุณชลถึงมีแม่แบบนี้ อีกคนไฮโซ แม่นี่ยิ่งกว่าแม่ค้าตลาดสด”
      
       วันดีทำท่าจะโวย ไข่มุกรีบเอามือปิดปาก ขยิบตาให้หยุดพูด วันดีตาเหลือกหน้าแดงก่ำ คีรินทร์มองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ
        



        
       ไข่มุกรีบพาวันดีออกมาคุยกันตามลำพังในมุมที่ลับตาคน วันดียืนเช็ดปากมองไข่มุกถมึงทึง ไข่มุกมองอ่อนใจ
      
       “แม่มาทำไม เดี๋ยวก็ความแตกหรอก”
       “ก็มาเอาเงินน่ะสิ ไหนล่ะ เงินแกน่ะเอามาสิ”
       “จะเอาเงินทำไมไม่โทรบอก มุกไปหาก็ได้ มาบ้านนี้เดี๋ยวเขารู้หมดคุณชลลดาเอาตายแน่ แม่รอเงินเดือนมุกออกก่อนนะจ้ะ แล้วจะเอาไปให้ที่บ้าน”
       “มัวรอก็อดตายสิวะ เอามาเลย ไม่ได้ไม่กลับ” คีรินทร์เดินมา วันดีเห็นก็ทำท่าประจ๋อประแจ๋เข้าไปหา “อุ๊ยพ่อคุณ ท่าทางผู้ดี๊ผู้ดี หน้าตาอย่างนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารวยจริง”
       “พอเลย ไม่ต้องชม นี่ป้าจะมาขอเงินลูกไก่ล่ะสิ”
       คีรินทร์ถามอย่างรู้ทัน วันดีหน้าม้าน แต่ไม่แคร์
       “หล่อแล้วยังฉลาดอีก ใช่จ้ะ ป้าเดือดร้อน ช่วงนี้ของขายแทบไม่ได้ ไม่มีเงินทำทุน ไปกู้มาก็ดอกขึ้นเอาๆ จะขอยืมเงินไปต่อทุนสักนิด”
       “นิดนึงนี่ เท่าไหร่”
       “ห้าหมื่น แต่ให้เพิ่มก็ได้ ป้าไม่ถือ ไม่ขัดศรัทธาเรื่องเงินๆ ทองๆ”
       “โหป้าครับ ขออะไรทีละห้าหมื่น ไม่เกินไปหน่อยเหรอ” คีรินทร์ควักกระเป๋า “เอ้า เอาไปห้าร้อย ค่ารถที่อุตส่าห์มาถึงนี่ ที่เหลือป้าไปเอากับลูกป้าอย่ามาวุ่นวายกับลูกไก่ให้มาก ไม่งั้นผมฟ้องคุณชลลดาแน่”
       วันดีอึ้ง ทำท่าปรี๊ดแตก กำลังจะด่า ไข่มุกวิ่งจะเอามือปิดปาก วันดีปัดมือออก
       “ไม่ต้องปิดแล้วโว้ย” คีรินทร์ส่ายหน้าแล้วเดินออกไป วันดีทำท่าขยำเงินแต่ก็เก็บลงยัดใส่ยกทรง ไดู๊ดูนังมุก ผัวแกมันดูถูกชั้น ไม่รู้ล่ะ ถ้าวันนี้ไม่ได้ห้าหมื่น นังวันดีจะแฉให้ความแตกไปเลย”
       วันดีมองแค้นๆ ไข่มุกหน้าเครียด ไม่รู้จะทำยังไงดี
      
       ไข่มุกกลับเข้ามาในห้อง กำลังเปิดกระเป๋าควานหาเงิน คีรินทร์ยืนมองทำหน้าสงสัย ไข่มุกเปิดค้น เททั้งแบงก์ทั้งเหรียญออกมากองบนเตียง
       “เทหมดกระเป๋าแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ ท่าทางไม่เหมือนญาติสนิท ทำไมต้องให้ด้วย”
       “คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ แม่วันดีมีบุญคุณกับชั้นมาก เขาช่วยเหลือมาหลายอย่าง ชั้นต้องตอบแทนบุญคุณ”
       “เธอนี่นางเอกชะมัด ลูกแท้ๆ เขาจะดีเท่าหรือเปล่าไม่รู้”
       ไข่มุกรวบเงินขึ้นใส่มือ ทำท่าจะลุก คีรินทร์จับมือไว้ ส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ต้องแล้วเปิดกระเป๋าตัวเองหยิบเงินให้ปึกใหญ่
       “ห้าหมื่นใช่มั้ย เอาไป”
       คีรินทร์ส่งให้ ไข่มุกมองหน้าตกใจ
       “คุณ”
       คีรินทร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน
       “เธอเป็นเมียชั้น เอาไปสิ”
       ไข่มุกรับแล้วไหว้อย่างซาบซึ้ง
       “ขอบคุณมากคะ”
       “กองไว้ตรงนั้นแหละ”
       คีรินทร์บอกแล้วเดินหน้าเฉยออกไป ไข่มุกทำหน้างง ไม่รู้จะดีใจหรือโมโหดี
      
       ไข่มุกยื่นเงินให้วันดี วันดีรับมาเอานิ้วแตะน้ำลายนับเงินตาโต แล้วยัดเงินใส่ยกทรงแต่ยัดไม่เข้าเลยถือไว้ก่อน
       “แม่เอาไปใช้หนี้ให้หมดนะ แล้วอย่าไปกู้อีก คราวหน้ามุกไม่มีให้แล้วจริงๆ”
       วันดีชักสีหน้า
       “อาไร้ ผัวออกรวย แกอย่ามางกกับแม่หน่อยเลย อ้อนนิดอ่อยหน่อยเดี๋ยวมันก็ให้”
       “เขาคงไม่ให้หลายรอบหรอก แม่เล่นมาขอทีตั้งเยอะ”
       ไข่มุกบอกเสียงเรียบ มณีโผล่มาด้อมๆ มองๆ เห็นเงินเป็นปึกในมือวันดีก็ตาโต เดินปรี่เข้ามา
       “เงินอะไรยะ เอามาจากไหนเป็นปึก”
       มณีคว้าเงินคืน วันดีคว้ากลับ
       “อยากรู้ก็ถามลูกสะใภ้หล่อนสินะ ไปละนะหลานรัก ดีใจ เอ๊ย ดีใจ มาไม่ทันไร ละได้ไปหลายตังค์ ดีใจ เอ๊ย ดีใจ มาไม่ทันไร มี เงินใส่เต็มกระเป๋าตังค์”
       วันดีเดินร้องเพลงออกไปอย่างสบายใจ มณีหันขวับกลับมาเล่นงานไข่มุก
       “นี่เธอรีดเงินลูกชายชั้นไปให้ยายแก่นี่เหรอ ยัยลูกไก่”
      
       ไข่มุกนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในห้องนั่งเล่นโดยมีคีรินทร์กับเขมทัตนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ มณียืนเท้าเอวข่มไข่มุกเต็มที่
       “นี่ เลิกอ่านหนังสือพิมพ์กันได้แล้ว” มณีดึงหนังสือพิมพ์ออก “เมียแกให้เงินยายป้าตลาดแตกนั่นไปเท่าไหร่แกรู้มั้ย”
       “ห้าหมื่นไงแม่”
       “ห้าหมื่น โอ๊ย ชั้นจะเป็นลม นี่เธอจะให้บ้านชั้นล่มจมเลยใช่มั้ยฮึ”
       “น่าคุณ ลูกไก่มาเป็นสะใภ้เรา ก็มีสิทธิ์ใช้เงิน ไอ้ห้าหมื่นอะไรนั่นยังน้อยกว่าคอร์สลดความอ้วนที่คุณลงไป แล้วไม่ได้ทำอีก”
       มณีหันไปค้อนเขมทัต ไข่มุกยิ่งเจื่อน
       “แม่ครับ ที่ให้ไปน่ะเงินส่วนของผม ผมจะให้เมียบ้างก็ไม่เห็นแปลกอย่าซีเรียสนะแม่ เดี๋ยวลมจับ”
       “เออ ผัวก็เข้าข้าง ลูกก็เอาใจ ที่จริงมาอยู่ด้วยกัน ต้องช่วยกันหาเงินไม่ใช่จะใช้ท่าเดียว เป็นสะใภ้บ้านนี้จะมานั่งงอมืองอเท้า ขอไปวันๆ ไม่ได้นะยะ”
       คีรินทร์กับเขมทัตมองหน้ากัน ค่อยๆ ขยับตัวจะออกไป
       “ผมออกไปทำงานดีกว่า ไปนะ” มณีขยับจะไปหาไข่มุก ทำท่าจะด่าคีรินทร์ฉุดมือไข่มุกให้ลุก
       “คุณต้องไปทำคลาสมวยไม่ใช่เหรอ ป่ะ ไปกัน”
        
        



        
       คีรินทร์ฉุดไข่มุกให้เดินออกไป
        
      
       “เดี๋ยวสิรินทร์ แม่ยังพูดไม่จบเลย รินทร์ กลับมานะ”
       คีรินทร์ที่พาไข่มุกเดินห่างไปไกล หันกลับมายกมือทำท่าว่าไม่ได้ยินที่เธอเรียก แล้วเดินไป มณีโมโหค้าง พูดไม่มีคนฟัง ทำท่าฮึดฮัดค้อนไปทั่ว
      
       ชลลดากับภัททิมาเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น พิพัฒน์เปิดทีวีเสียงดังกินพิซซ่า มีกล่องวางอยู่ มีขนมเกลื่อนกลาด ชลลดาเดินปรี่เข้ามาหาคว้าพิซซ่าที่กำลังจะเอาเข้าปากโยนลงพื้น
       “โหย คุณแม่ เสียดายของ”
       “แกเข้ามาทำไม บ้านชั้นไม่ใช่โรงแรมนะยะ มาทำเลอะเทอะไม่มีเกรงใจ น่าเกลียดที่สุด”
       พิพัฒน์ชะโงกไปถามภัททิมา
       “ปกติผมก็ทำ ลูกไก่ แม่เธอผีเข้าเหรอ” ชลลดากรี๊ดลั่น เอากระเป๋าไล่ตี พิพัฒน์ปัดร้องร้องโอดโอย “โอ๊ย ลูกไก่ ช่วยด้วย ผีแม่เธออาละวาดแล้ว”
       “สมน้ำหน้า แล้วนี่เข้ามาทำไม ทำไมไม่อยู่บ้านตัวเอง”
       ชลลดาหอบแฮ่ก
       “พ่อแม่ไม่เลี้ยงแล้วมั้ง ดีแต่เกาะพวกชั้นกิน ไม่มีปัญญาทำงานเองไป ไปให้พ้นเลย”
       “ไปได้ไงแม่ ผมจะอยู่กับเมีย”
       “อยู่เป็นแมงสาบหรือไงยะ ออกไปเลยไอ้พัฒน์ ถ้าไม่มีแก ป่านนี้ลูกชั้นเป็นเมียเศรษฐี สบายไปทั้งชาติแล้ว ออกไปเลยนะ อย่ามาให้ชั้นเห็นหน้าอีก ถ้าไม่อยากโดนเก็บ”
       พิพัฒน์ชะงัก มองหน้าทำยิ้ม
       “คุณแม่พูดเล่นใช่มั้ยครับ”
       “ลองมั้ย”
       ชลลดาบอกหน้าเหี้ยม
       พิพัฒน์อึ้ง ลุกขึ้นเดินไปโอบภัททิมา ทำท่าแหยงชลลดา
       “สงสัยผีมาทั้งหลุม ป่ะลูกไก่ ไปขึ้นห้องกันดีกว่า คิดทึ้งคิดถึง”
       พิพัฒน์ทำท่าจะหอม ภัททิมาสะบัดออก สีหน้ารำคาญเต็มแก่
       “ขึ้นไปเก็บของแล้วออกไปเลย”
       “เฮ่ย เอาจริงเหรอ”
       “ใช่ ถ้าไม่มีเงินมาก็ไปให้พ้น มีแต่ตัว เค้าไม่เอาแล้วโว้ย”
       พิพัฒน์มองหน้าภัททิมา ช็อคไปเลย ชลลดาขบเขี้ยวอย่างเอาจริง
      
       ไข่มุกเดินหน้านิ่งเข้ามาที่ล็อบบี้ของโรงแรม เจอพิพัฒน์เต๊ะท่าจิบกาแฟอยู่
       “มาขอพบชั้น มีอะไรเหรอคะ”
       “ชั้นอยากหางานทำ เธอฝากที่นี่ให้หน่อยสิ หรูดี เหมาะกับชั้น”
       พิพัฒน์วางท่าเท่เต็มประดา
       “ฝากไม่ได้หรอกค่ะ ชั้นก็เพิ่งมาทำ”
       “เมียเจ้าของฝากไม่ได้ แล้วใครจะฝากได้ น่าไข่มุก เธอช่วยชั้นหน่อย ไม่งั้นชั้นอาจจะ เผลอพูดถึงเรื่องสาวใช้ที่ได้มาเป็นเมียเจ้าของโรงแรมก็ได้นะ” พิพัฒน์พูดอย่างเป็นต่อ เหลือบเห็นคีรินทร์ก็ร้องเรียกมาพอดี คุณคีรินทร์ครับ”
       “ก็ได้ ชั้นฝากให้ก็ได้” ไข่มุกรีบบอก คีรินทร์เดินเข้ามา
       “มีอะไรครับ”
       “เอ่อ คุณพัฒน์เขามาเยี่ยมค่ะ เอ่อ..คุณรินทร์ ชั้นจะ” โทรศัพท์คีรินทร์ดังขึ้นพอดี คีรินทร์กดรับ
       “ฮัลโหล กีกี้เหรอครับ ครับ ใช่ๆ อยู่ที่โรงแรม คิดถึงเหมือนกันอะไรนะ สัญญาณไม่ดี แป๊บนะครับ”
       คีรินทร์เดินห่างออกไป ไข่มุกทำท่าจะเรียกแต่คีรินทร์ไปแล้ว ไข่มุกนั่งลง พิพัฒน์แกล้งยิ้มตบมือไข่มุกเบาๆ
       “ฝากให้ได้ล่ะ เออ แล้วเรื่องชั้นจะมาทำงานที่นี่ อย่าไปบอกลูกไก่นะ เข้าใจป่ะ”
       ไข่มุกมึนตึ้บ ทำท่าปวดหัว พิพัฒน์ยิ้มร่าผิวปากอย่างสบายใจ
      
       ไข่มุกไม่มีทางเลือกจึงต้องฝากพิพัฒน์ทำงานที่โรงแรมกับวัฒนา ภายในห้องทำงานวัฒนา วัฒนาจ้องมองเอกสาร พิพัฒน์เอนหลังยิ้มท่าทางกร่างนิดๆ
       “ได้ครับ เดี๋ยวผมจะส่งคุณพิพัฒน์ไปอยู่แผนกจัดเลี้ยงของโรงแรมน่าจะเหมาะ คุณนามสกุลดังด้วย แถมรู้จักคนในวงสังคมเยอะเครือข่ายดีแบบนี้เหมาะกับงานมาก”
       “ใช่ครับ รับรองผมทำได้สบายมาก”
       พิพัฒน์ทำท่าโอ่ ไข่มุกกับวัฒนามองหน้ากัน คีรินทร์เปิดประตูเข้ามาพร้อมเอกสาร
       “เฮ้ย วัฒน์ โครงการอันนี้ชั้นว่า...มาได้ไงเนี่ยลูกไก่” คีรินทร์แปลกใจ
       “ชั้นพาคุณพัฒน์มาสมัครงานค่ะ คุณวัฒน์เขารับเรื่องให้”
       “ใช่ ชั้นให้คุณพิพัฒน์อยู่แผนกจัดเลี้ยง”
       คีรินทร์งงเต็ก มองไข่มุกกับวัฒนาอย่างไม่พอใจ
      
       คีรินทร์พาไข่คุยมาคุยในห้องทำงาน คีรินทร์หน้าบึ้งมองไข่มุกอย่างเอาเรื่อง
       “ทำไมต้องไปฝากคนอื่น ผมเป็นสามีคุณนะ”
       “ก็ตอนแรกชั้นจะฝากกับคุณ แต่สาวๆ ของคุณโทรเข้ามาก่อน ก็เลยไปฝากคุณวัฒนาค่ะ”
       “แก้ตัวตลอด แค่ฝากคนทำงาน รอก่อนไม่ได้หรือไง ชั้นไม่ได้คุยโทรศัพท์สามวันสักหน่อย อ๋อ รู้แล้ว”
       “รู้อะไรคะ”
       คีรินทร์เดินเข้าไปใกล้
       “เธออยากไปเจอไอ้วัฒน์ล่ะสิ ติดอกติดใจตั้งแต่ไปกินข้าวด้วยกัน นี่รอไม่ไหวต้องหาเรื่องไปเจอ บอกมาตรงๆเหอะ แอ๊บหลุดแล้ว”
       “คุณก็ว่าชั้นแอ๊บตลอด ไม่คิดบ้างเหรอคะว่าชั้นบริสุทธิ์ใจ”
       “ไม่อ่ะ”
       “คุณนี่”
       “ทำไม ทำไมครับ ชั้นโกรธจริงนะลูกไก่”
      
       คีรินทร์ทำท่าหยอก ไข่มุกเดินหนี คีรินทร์คว้าตัวเข้ามาจูบ ไข่มุกผลักออกแล้วกระทืบเท้าเดินออกไปอย่างโมโห คีรินทร์ร้องโอดโอยกุมเท้า แต่ก็แอบหัวเราะชอบใจ
        



       ไข่มุกขับรถมาจอดที่หน้าบ้านชลลดาแล้วกดกริ่งเรียก ขณะนั้นชลลดานั่งอ่านนิตยสารอยู่และภัททิมานั่งตะไบเล็บ เสียงกริ่งดัง ทั้งคู่โยนของในมือทิ้ง
      
       “ว้าย คุณแม่ พวกที่บ่อนแน่เลย”
       “ลูกไก่ ไปซ่อนเร็ว หลบมัน เร็ว”
       ชลลดาวิ่งไปแอบหลังโซฟาหัวโผล่ ภัททิมาวิ่งไปที่แจกัน ชะโงกมองแล้วส่ายหัว ชลลดาหลบใต้โต๊ะแต่ภัททิมาเปิดเจอ วิ่งแยกไปคนละทาง ชลลดาวิ่งไปแอบหลังม่าน ภัททิมาแอบหลังตู้โชว์ ใบหน้าลุ้นปนกลัว
       ไข่มุกไขกุญแจบ้านเข้ามา หันมองขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมปิดไฟมืด ชลลดาหลบอยู่ในผ้าม่าน เหงื่อแตกเต็มตัว ชลลดากับภัททิมาชะโงกออกมอง เห็นแต่ขากางเกงก็ยิ่งกลัว ไข่มุกเดินเข้ามาเห็นร่างคนในม่านก็เดินเข้าไปใกล้ ไข่มุกเปิดออก ชลลดากรี๊ดลั่นไม่ลืมหูลืมตา
       “ว้าย อย่านะ อย่าฆ่าชั้น อย่าทำชั้นนะ ชั้นยังไม่มีเงิน”
       ภัททิมาถลาออกมาจากที่ซ่อน หิ้วไม้แขวนเสื้อมาเงื้อทำท่าจะตี
       “คุณแม่ ลูกไก่มาช่วยแล้ว แกอย่าทำอะไรแม่ชั้นนะ ชั้นฆ่าแกแน่” ภัททิมามองไข่มุกตะลึง “นังมุก”
       ชลลดาลืมตามอง อ้าปากค้าง
       “ค่ะ มุกเอง แอบอะไรกันคะ”
       ชลลดาถอนหายใจปาดเหงื่อ ภัททิมามองไม้แขวนในมือแล้วโยนทิ้ง ชลลดาหอบ ทำท่าโกรธมาก
       “แอบนักเลงไงยะ นี่แกเกือบฆ่าชั้นแล้วนะ นังไข่มุก โอยหัวใจจะวาย”
       ไข่มุกมองงงๆ ภัททิมากับชลลดายืนหอบมองเคืองๆ
      
       ภัททิมา ชลลดา ไข่มุก นั่งอยู่ในห้องรับแขก ชลลดานั่งหน้าเชิ่ด รักษาฟอร์ม
       “เป็นไง ไปอยู่บ้านเศรษฐีสบายไปเลยล่ะสิ แกต้องสำนึกไว้มากๆ นะยะ ว่าได้เข้าไปเพราะใคร
       ไข่มุกไม่ตอบ ภัททิมาเสริม
       “ดีทุกอย่างค่ะแม่ เสียอย่างเดียว ยัยคุณนายมณีขี้เหนียว”
       “โอ๊ย คนนั้นข้อยกเว้น ทั้งร้ายทั้งเค็ม บาทเดียวไม่ให้กระเด็น ไม่รู้คุณเขมทัต ทนไปได้ยังไง แก่ก็แก่ แต่ที่ร้ายที่สุดคืออะไรรู้มั้ย”
       “อะไรคะแม่”
       “ก็ปากไง เห็นวางท่าผู้ดีอย่างนั้นนะ ตัวจริงยิ่งกว่าตำแยแช่น้ำเกลือ”
       “แสดงว่าชีแร้งส์ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เออ ไข่มุก แกว่าห้องไหนในบ้านนั้นสวยสุดอ่ะ สำรวจมาหรือยัง เอาห้องใหญ่ๆ นะ ชั้นของเยอะ”
       ไข่มุกมองอย่างสงสัย
       “เออ คุณลูกไก่ถามทำไมคะ จะเข้าไปอยู่เหรอ แต่ว่าบ้านนั้นจะยอมเหรอคะ”
       “ไม่ยอมก็ต้องยอม แกนั่นแหละ ไปออดอ้อนผัวแกให้พวกชั้นหน่อย หัดใช้ลูกไม้ซะมั่ง อย่ามัวแต่ทื่อเป็นท่อนไม้”
       “ชั้นอ้อนไม่เป็น แล้วอ้อนไปก็คงไม่ได้หรอกค่ะ”
       “ทำไม แกคิดจะกันท่าชั้นไม่ให้สนิทสนมกับผัวแกเหรอ”
       ไข่มุกส่ายหน้า
       “ได้ดีแล้วอย่าคิดจะทิ้งกันเชียวนะยะ ความลับแกอยู่ในมือชั้น เจอชั้นแฉเข้าไป แกได้ถูกเฉดหัวออกจากบ้านนั้นแน่ แกจะไปทำยังไงก็ได้ ออดอ้อน ออเซาะ มารยามีเท่าไหร่ใส่ไปให้หมด เบิกทางให้พวกชั้น ไม่งั้นโดนดี”
       ชลลดามองไข่มุกอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ไข่มุกมีสีหน้าหนักใจ
      
       ค่ำวันเดียวกันนั้นที่บ้านคีรินทร์ ขณะกินอาหารค่ำช้อยตักข้าวให้ทุกคนแต่แอบกระแทกช้อนใส่จานไข่มุก
       ไข่มุกมองหน้า ช้อยเชิ่ดนิดๆ
       “ช่วงนี้เป็นโรงแรมเป็นไงบ้างตารินทร์ เห็นเลขาพ่อบอกว่าผลประกอบการตกลง”
       “ก็นิดหน่อยครับ ค่าเงินยูโรตก ลูกค้าแถบยุโรปเลยไม่ค่อยมากัน แต่ยังดีได้ลูกค้าแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นกับ เกาหลีเพิ่มขึ้น ผลประกอบการตกลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้เสียหายอะไร”
       “อุ๊ย แม่อยากไปเกาหลี จะไปช็อปเครื่องสำอางกับตามรอยซีรีย์”
       “ซีรีย์ รักวุ่นวายแม่ยายพุงกางนะเหรอ”
       เขมทัตกับคีรินทร์หัวเราะ มณีตวัดค้อน ช้อยหลุดหัวเราะ มณีค้อนอีก ช้อยหลบตาเอามือปิดปาก
       “หัวเราะเข้าไป ชั้นสวยเมื่อไหร่อย่ามาเรียก คิม เม นี แล้วกัน”
       เขมทัตยิ่งหัวเราะใหญ่ คีรินทร์หัวเราะค้างหันไปเห็นไข่มุกทำท่าอึกอัก
       “เป็นอะไรลูกไก่ อยากเป็น ซอง ลู ไก เหรอ”
       ไข่มุกค้อนให้ คีรินทร์ยิ่งยิ้มชอบใจ แววตาอ่อนโยน รักเธอมากขึ้นไม่รู้ตัว
       “เออ แล้วแม่เราเป็นไงบ้าง ได้ไปเยี่ยมมั่งหรือเปล่า”
       ไข่มุกยิ้มนิดๆ ดีใจที่เปิดช่อง
       “ไปมาแล้วค่ะ แม่เพิ่งกลับมาบ้าน”
       “ไปไหนมาน่ะ เที่ยวจริ๊ง”
       “แถวๆ ชายแดนค่ะ” ไข่มุกหลุดปากบอก ทุกคนอึ้ง
       “ไปบ่อนมาล่ะสิ ใช่มั้ย”
       ไข่มุกหน้าเสีย เขมทัตเปลี่ยนเรื่อง
       “ถ้าแม่หนูสะดวก ก็ชวนเขามากินข้าวที่บ้านสิ อยากให้มาคุย มาเห็นว่าหนูอยู่ยังไง จะได้สบายใจ คนเป็นแม่ยังไงก็เป็นห่วงนะ ยิ่งลูกสาวคนเดียวด้วย” ไข่มุกยกมือไหว้
       “ขอบคุณค่ะ”
       “อยากเห็นหน้ายัยชลลดาใจจะขาดหรือไงฮึ”
      
       มณีค่อนขอด แต่ไข่มุกไม่สนใจ ใบหน้าดูโล่งขึ้นที่ได้พูดแล้ว
        
       วันต่อมาไข่มุกมาเดินเลือกซื้อของ ในมือมีถุงผลไม้กับขนมสองสามถุง ไข่มุกเดินผ่านหน้าเดชไป เดชเงยหน้ามองอย่างคุ้นตา เดชทำท่าจะก้มลงแต่สะกิดใจเงยขึ้นจึงเห็นคนร้ายเดินตามไข่มุก
      
       ไข่มุกกำลังเปิดรถจะเข้าไปนั่ง คนร้ายโผล่มาจากด้านหลังรัดคอไข่มุก ไข่มุกศอกกลับแต่คนร้ายเอี้ยวตัวหลบได้ ไข่มุกจะกระทืบเท้าแต่คนร้ายรู้ทันเตะตัดขา ไข่มุกล้มลง คนร้ายต่อยท้องจนตัวงอแล้วลากขึ้นไปด้านข้างคนขับคนร้ายเปิดประตูยัดไข่มุกลงไป เดชมาจับประตูที่คนร้ายกำลังจะปิดแล้วชกเข้าไปเต็มหน้า
       “ไอ้เวรเอ๊ย”
       คนร้ายจะต่อยกลับ เดชจับไว้แล้วหักบิดแขน คนร้ายร้องลั่น/ไข่มุกลืมตามอง ไอเบาๆ
       “นายเดช”
       คนร้ายอาศัยเดชเผลอ บิดตัววิ่งหนีออกไปได้ เดชทำท่าจะวิ่งตาม แต่เป็นห่วงไข่มุก เดชก้มลงเก็บผลไม้กับขนม
       “เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ คุณผู้หญิง”
       ไข่มุกประคองตัวลุก
       “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบใจนายเดชมากนะ”
       เดชพยักหน้า ส่งถุงให้ แล้วเดินไป ไข่มุกมองถุงในมือแล้วร้องเรียก
       “เดี๋ยวค่ะ นั่งรถกลับไปโรงแรมด้วยกันมั้ย”
       เดชเลิกตามอง
       “เอ่อ...”
       ไข่มุกยิ้มให้นิดๆ อย่างขอบคุณ
       “ทางเดียวกัน ถือว่าเป็นการขอบคุณนะคะ”
      
       ไข่มุกแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรม ขณะนั้นสามสาว กีกี้ น้องแพรว แองจี้กำลังจะเดินเข้าโรงแรมแต่กีกี้ทำเขม้นมองไข่มุก
       “นั่นเมียคุณรินทร์นี่ ชั้นจำรถได้”
       สองสาวชะโงกหน้ามอง
       “ใช่จริงด้วย อุ๊บส์ มากับใครเนี่ย ผู้ชายซะด้วย”
       กีกี้ควักโทรศัพท์ออกมาถ่ายคลิป
       “นี่แนะ ต้องถ่ายคลิป”
       เดชลงจากรถ ไข่มุกยื่นขนมให้ เดชทำท่าปฏิเสธ ไข่มุกยื่นหน้าออกมายิ้ม ทำท่าคะยั้นคะยอ จนเดชยอมรับแล้วเดินออกมา ไข่มุกแล่นรถออกไป
       “กิ๊กใหม่หน้าเถื่อนมาก กีกี้ ถ่ายไว้ได้เปล่า”
       กีกี้กดหยุด ยิ้มสะใจ
       “แน่นอน คราวนี้นังลูกไก่โดนเด้งแน่”
       สามสาวประสานเสียงหัวเราะกัน สบตากับเดชที่มองมาเหี้ยมๆ สามสาวหยุดหัวเราะกึก ทำท่ากลัว
      
       สามสาวมาหาคีรินทร์ที่ห้องทำงานแล้วเอารูปไข่มุกกับเดชที่ถ่ายไว้ให้คีรินทร์ดู สามสาวมองคีรินทร์ลุ้นๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำท่าสาแก่ใจ คีรินทร์ที่ดูมือถืออยู่ส่งคืน ใบหน้าเรียบตึง
       “เดช เป็นรปภ.ที่นี่ ผมสั่งให้เขาไปทำธุระกับลูกไก่เอง”
       สาวสาวทำหน้าผิดหวังเต็มที่ ไข่มุกเดินเข้ามาในห้อง มองสามสาวงงๆ สามสาวทำเชิดใส่
       “ยูโซลัคกี้ แต่คราวหน้าไม่รอดแน่”
       สามสาวสะบัดก้นเดินออกจากห้องไปหมด ไข่มุกเอาแฟ้มงานมาวางบนโต๊ะ คีรินทร์ปัดแฟ้มหล่น เอกสารกระจาย
       “กี่คนแล้วฮะลูกไก่ วันก่อนไอ้วัฒน์ วันนี้ไอ้เดช เธอจะทำให้ชั้นขายหน้าไปถึงไหน ผู้หญิงแบบเธอไม่รู้จักพอหรือไง”
       “อะไรกันคะ คุณเป็นอะไรของคุณ”
       “เมี่อกี้เธอให้ไอ้เดชมันนั่งรถมาใช่มั้ย กีกี้เขาให้ชั้นดูคลิปหมดแล้ว ไอ้ยามนั่นมีอะไรดี ถึงได้ไปคบหาทำตัวติดกับมัน บอกหน่อยสิ”
       ไข่มุกหน้าตึง โกรธมาก
       “ชั้นมีสิทธิ์จะคบ จะคุยกับใครก็ได้ คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตชั้น คุณไม่มีสิทธิ์ห้ามชั้น ชั้นเป็นคน ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณ”
       คีรินทร์แค่นยิ้ม
       “เหรอ เธอเข้าใจผิดแล้วลูกไก่ ชั้นจ่ายเงินซื้อเธอมา เธอต้องเป็นสิทธิ์ของชั้น เธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเองทั้งนั้น ชั้นคือสามีเธอ จะทำอะไรกับเธอ ก็ได้ จำเอาไว้ ชั้นจะไม่ลงทุนอะไรที่มันเสียเปล่า”
       ไข่มุกอึ้ง น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา ไข่มุกหันหลังวิ่งออกไปจากห้องทำงาน คีรินทร์รู้ตัวว่าพูดแรงได้จึงร้องเรียกแต่ไม่ทัน
       “ลูกไก่ ลูกไก่ โธ่เว้ย ไอ้บ้ารินทร์ ปากหมาทุกที
       คีรินทร์ทุบหมัดลงบนโต๊ะ แววตารู้สึกผิดและเสียใจ
      
       ไข่มุกวิ่งผ่านหน้าวัฒนาเข้ามาในห้องฟิตเนสที่ไม่มีคน ไข่มุกนั่งลงมุมห้องร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดเข่าตัวเอง วัฒนาเดินมาพร้อมผ้าเช็ดหน้า ไข่มุกเห็นหน้าวัฒนาก็ยิ่งร้องไห้โฮ
       “เป็นอะไรครับคุณลูกไก่ ใครทำอะไรคุณ”
       ไข่มุกส่ายหน้าไม่ตอบ วัฒนายิ้มนิดๆ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าให้ ไข่มุกยังร้องไห้สะอื้นอยู่ วัฒนาเช็ดให้อย่างอ่อนโยนแล้วโอบไหล่ปลอบใจ คีรินทร์วิ่งตามมาเห็นภาพวัฒนากำลังโอบไข่มุก ฉุนขาด
       “ไอ้วัฒน์” คีรินทร์ดึงวัฒนาออกแล้วต่อยเต็มแรง วัฒนาจับมุมปากรู้ว่าเลือดไหล คีรินทร์หันเข้าหาไข่มุกจับไหล่บีบแน่น “ร้องไห้ออดอ้อน เรียกร้องความสนใจ ชอบล่ะสิที่ผู้ชายต้องหัวปั่นเพราะเธอ เก่งนักนะลูกไก่”
       “มันเรื่องอะไรกันวะรินทร์ พอได้แล้ว”
       “อย่ามาสะเออะยุ่งกับของๆ คนอื่น นี่เมียชั้น แกไสหัวไปเลยไม่งั้นชั้นชน แกอีกแน่”
       ไข่มุกปัดมือคีรินทร์ออก
       “คุณนั่นแหละไป อย่ามายุ่งกับชั้น หยุดทำร้ายชั้น ทำร้ายคนอื่นเสียทีเถอะ”
       “เธอเข้าข้างมันเหรอ ได้ อยากทำอะไรก็ทำ ตามสบาย ทำไปเลย”
      
       กีกี้ แองจี้ น้องแพรวกำลังเดินเข้ามา เห็นคีรินทร์ทะเลาะกับไข่มุกก็ยืนแอบดูกันตาโต ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างผิดหวัง น้ำตาไหลพราก คีรินทร์สบสายตาร้อนแรงด้วยความโกรธ



        
       ไข่มุกเดินปาดน้ำตาออกมาหน้าโรงแรม กีกี้ แองจี้ น้องแพรวตามมาล้อมตัว ยิ้มเยาะเย้ย
        
      
       “โถๆๆ น่าสงสารนะจ๊ะ เป็นเมียได้ไม่เท่าไหร่ โดนผัวเฉดหัวส่งแล้ว น่าสงส๊าร น่าสงสาร”
       “โอ้ พัวร์เกิร์ล”
       ไข่มุกจะเดินหนี กีกี้ดักไว้
       “ทนฟังเรื่องจริงไม่ได้เหรอ ผู้หญิงของคุณรินทร์ไม่ได้มีแค่เธอหรอกนะ แต่งได้ก็เลิกได้ แต่ถ้าทำตัวอย่างนี้คงอีกไม่นานหรอก”
       ไข่มุกเดินหนี สามสาวมองตามยิ้มเยาะอย่างคนชนะ ไข่มุดเดินปาดน้ำตา จมูกแดง ชลลดากับภัททิมาเดินสวนเข้ามาก็ร้องเรียก
       “ไปไหนยะนังมุก ชั้นมีธุระกับแก”
       “คุณผู้หญิงมีอะไรคะ”
       ชลลดาชี้ไปที่กระเป๋า
       “ชั้นกับลูกไก่จะมาพักผ่อนที่โรงแรมสักสองสามวัน แกไปบอกผัวแกให้ จัดการให้ด้วย อ่อ ขอแบบฟูลแพ็คเก็จนะยะ ห้องฟรี อาหารฟรี ทุกอย่างเริ่ด หรู แต่ฟรีหมด”
       ไข่มุกมองกองกระเป๋ากับชลลดาและภัททิมา หน้าซีดเซียว
      
       ไข่มุก คีรินทร์ ภัททิมาและชลลดานั่งอยู่ในห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรม ภัททิมานั่งข้างคีรินทร์ พยายามกระแซะ
       “ขอบคุณคุณรินทร์มากนะคะ วันไหนว่างๆ ให้ชั้นพาไปเลี้ยงตอบแทนนะคะ เอาเป็นผับแถวสุขุมวิทดีมั้ยคะ”
       “ไว้คราวหน้านะครับ ช่วงนี้ผมงานยุ่งๆ”
       คีรินทร์มองไข่มุกที่นั่งซึม ขอบตายังแดง ไข่มุกนั่งกินเงียบๆ ไม่พูดอะไร ภัททิมาคว้าแขนคีรินทร์มากอด
       “แหม รีแลกซ์บ้างสิคะ”
       “ใช่ คนทำงานต้องพักผ่อนบ้าง ถ้าไม่ชอบผับก็ไปต่างจังหวัดค้างสักสองคืนก็ได้ น่าสนุกดีนะน้าว่า”
       “ผมชอบพักผ่อนอยู่กับบ้านมากกว่า”
       “งั้น ให้น้องไปทำอาหารให้ท่านที่บ้านมั้ยจ๊ะ น้ารับรองว่าจะติดใจ”
       คีรินทร์ลอบถอนหายใจเบื่อๆ
       “ให้เขากลับไปที่บ้านแม่เขาบ้างดีมั้ยครับ วันก่อนก็มาที่บ้านถามหาหนนึงแล้ว” ภัททิมางง
       “แม่”
       ชลลดากับภัททิมาอึ้ง
       “แม่คุณไม่ได้บอกเหรอไข่มุก”
       คีรินทร์ถามต่อ ภัททิมาทำท่าอึกอัก
       “มันมาทำไมคะ มาขอเงินหรือเปล่า” ชลลดาถาม คีรินทร์ไม่ตอบมองเลยไปที่ไข่มุก ชลลดากับภัททิมามองไข่มุกอย่างจับผิด “ต่อไปถ้ามันมาอีกไม่ต้องให้มันเข้าบ้านนะคะ นังคนนี้เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เอาลูกมาเป็นภาระคนอื่นยังไม่พอ ยังคอยมารีดมาไถไล่มันไปให้ พ้นๆ เลย”
       “หน้าไม่อาย ชั้นต่ำจริงๆ”
       ภัททิมาว่าวันดีอย่างเผลอตัว คีรินทร์มองหน้า ภัททิมาชะงัก ตีหน้าเจื่อน
       “จะดีเลวยังไงก็เป็นแม่ คุณไม่ควรว่าแม่ตัวเอง”
       “เป็นแม่ที่ไม่เคยทำหน้าที่แม่เลย อย่าว่าลูก...ว่าไข่มุกเลยค่ะ” ชลลดาแก้วตัวให้
       “คุณรินทร์คะ มุกมีเรื่องจะรบกวนอีกอย่าง คือมุกอยากจะมาพักที่โรงแรมเปลี่ยนบรรยากาศสักสามวัน ห้องยังพอว่างมั้ยคะ”
       ภัททิมาดึงมือคีรินทร์ไปจับ ลูบไล้
       “ไม่มีปัญหาครับ ผมจะจัดการให้”
       ภัททิมายิ้มหวานโปรยเสน่ห์ เอียงแก้มแนบไหล่คีรินทร์
       “ขอบคุณค่ะ คุณรินทร์น่ารักที่สุดเลย”
       คีรินทร์ปล่อยให้ซบ แต่ตามองไปที่ไข่มุก ไข่มุกยังคงนั่งนิ่ง ไม่แสดงท่าทางอะไร
      
       ภายในห้องพักของโรงแรม ไข่มุกเปิดม่านให้ ชลลดานั่งบนเตียงมองรอบห้องอย่างชอบใจ
       “แกออกไปได้แล้ว ชั้นจะพักผ่อน”
       “สั่งรูมเซอร์วิสให้ด้วยนะยะ ชั้นเอาน้ำแครนเบอรี่นำเข้าจากอเมริกา แช่เย็นเจี๊ยบ ไม่เย็นไม่เอา” ภัททิมาบอก
       “ค่ะ”
       ไข่มุกพยักหน้า เปิดประตูออกไปเจอพิพัฒน์ พิพัฒน์ชะโงกหน้าเข้าไปเห็นก็สะดุ้งเฮือก รีบปิดประตู
       “แม่ลูกตัวแสบมากันทำไมเนี่ย”
       “เขาจะมาพักผ่อนที่นี่สองสามวันค่ะ”
       พิพัฒน์ทำหน้าเหยเก
       ภายในห้อง ชลลดานอนอยู่บนเตียง ท่าทางสบายสุดๆ มองไปรอบห้องอย่างสุขใจ
       “นี่ถ้าลูกจับคุณรินทร์ได้ ทุกอย่างที่นี่ก็จะเป็นของเรา ฮู้ยย สบายไปทั้งชาติ”
       “มือชั้นนี้แล้ว ไม่มีพลาดค่ะ ถึงคุณรินทร์จะเป็นเศรษฐีใหม่ นามสกุลไม่ดัง แต่แค่รวยก็กินขาด หนูไม่ให้หลุดมือแน่”
       ชลลดาหัวเราะชอบใจ
       “แหม ได้ดั่งใจแม่จริงจิ๊ง ชักฉลาดขึ้นมาแล้วสิ”
      
       สองแม่ลูกลอยหน้าลอยตาอย่างมีความสุข วาดฝันถึงอนาคต
        



        
       ที่เกาหลี แทยอนจับประคองจินจูแล้วค่อยๆ ปล่อย จินจูที่ถอดเผือกอ่อนแล้วค่อยๆ เดินบนสนาม เอนตัวเล็กน้อย แต่ก็เดินได้ดี จินจูยิ้มนิดๆ
      
       “เก่งมาก จินจู” แทยอนเดินไปจับมือจินจู “เห็นเธอหายดีแล้ว ชั้นสบายใจที่สุด ไว้เดือนหน้าให้เท้าเข้าที่อีกสักนิด เราไปเที่ยวยุโรปกันดีมั้ย”
       แทยอนมองจินจูด้วยสายตาซาบซึ้งและรักสุดหัวใจ จินจูสบตาแต่ก็เบือนออก
       “แต่อีกสองเดือนชั้นอาจจะต้องไปเมืองไทยคะ”
       แทยอนชะงัก
       “เธอจะไปอีกเหรอ ชั้นนึกว่าเขาหาคนอื่นแทนแล้วเสียอีก”
       “ก็เพราะว่าเขายังรอน่ะสิ ถึงต้องไป”
       แทยอนอึ้ง จับมือจินจูแน่นไม่อยากให้ไป จินจูเงยหน้ามองท้องฟ้าแววตาโศก
      
       คืนนั้น คีรินทร์เดินเข้ามาในห้องนอน บนเตียงมีไข่มุกนอนชิดริมหันหลังให้ คีรินทร์มองทอดสายตาทำท่าจะขยับไปจับแต่ชะงักมือ ค่อยๆ ขึ้นนอนหันหลังให้เหมือนกัน ไข่มุกลืมตาขึ้น
       ทั้งสองคนนอนกระสับกระส่ายพยายามจะนอน คีรินทร์กับไข่มุกค่อยๆ หันหน้าเข้ามากับ พอสบตาเห็นอีกฝ่ายก็หันหลังให้กันอีก คีรินทร์และไข่มุกพยายามจะนอน แต่ก็ไม่หลับเสียที
       เช้าวันรุ่งขึ้น มณีทำท่ายืนรออยู่ในห้องรับแขก เดินไปเดินมามองไปทางประตู เขมทัตอ่านนิตยสาร สลับกับมองมณี แล้วส่ายหัวเบาๆ ไข่มุกในชุดทำงานเดินผ่านห้องรับแขก
       “ลูกไก่ มาคุยกันก่อน” ไข่มุกทำหน้างงแต่ก็เข้ามาหา “ทำไมแม่เธอมาพักที่โรงแรม บ้านก็มีไม่ใช่เหรอ”
       “หนูไม่ทราบค่ะ แม่คงอยากมาพักผ่อน”
       “แหม มาพักผ่อน ทำอย่างกับเศรษฐีเมืองนอก แล้วที่มาพักนี่จ่ายเงินมั้ยยะ หรือว่ากินฟรีอยู่ฟรี ไม่เสียสักบาท”
       เขมทัตปิดหนังสือ
       “อย่าทำงกมากน่า ห้องเราก็ว่างอยู่เฉยๆ”
       “เราทำธุรกิจนะยะ ไม่ใช่โรงทาน ให้ใครต่อใครมานอนฟรีๆ ความเกรงใจมีกันบ้างมั้ย ไปถามแม่เธอสิ”
       ไข่มุกมองมณี มณีสบตาตีสีหน้าเชิ่ดใส่
      
       ชลลดากับภัททิมานั่งอยู่ที่ห้องอาหารของโรงแรม พนักงานเดินถือบิลค่าอาหารมาที่โต๊ะ
       “รบกวนเซ็นบิลค่าอาหารด้วยครับ”
       ชลลดากระชากมาดูแล้ววางลง
       “ทำไมชั้นต้องเซ็นยะ รู้มั้ยว่าชั้นเป็นใคร ชั้นเป็นแม่ยายเจ้าของโรงแรมนะ ไหน ไปเรียกผู้จัดการมาเคลียร์สิ”
       พนักงานเดินออกไป วิสรรค์ ซึ่งเป็นผู้จัดการตบไหล่พนักงานเบาๆ แล้วเดินเข้ามาหาชลลดาอย่างนอบน้อม
       “มีปัญหาอะไรให้ผมรับใช้ครับ คุณชลลดา”
       ชลลดาจับบิลสะบัดทำท่าแขยง
       “ก็ลูกน้องคุณน่ะสิ ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ชั้นเป็นแม่ลูกไก่ ทำไมต้องจ่าย เอาบิลกลับไป”
       “ต้องขอโทษในความไม่สะดวกครับ แต่คุณลูกไก่ไม่ได้เปิดบัญชีกับทางโรงแรม เราเลยไม่สามารถลงไว้ได้”
       “งั้นก็ลงของคุณรินทร์สิ อย่าบอกนะว่าไม่มี”
       มณีก้าวฉับๆ มาคว้าบิล
       “ไม่ได้ ใครกินใครก็จ่าย จะมาลงบัญชีลูกชายชั้นหมดก็ตายสิยะ นี่โรงแรมไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะ”
       เขมทัตเดินตามมา
       “แต่ชั้นก็เป็นแม่ยาย แค่มากินอยู่ไม่กี่วันยังจะคิดเงินอีกเหรอ เค็มไปหรือเปล่าคะ”
       “คุณมณี เงินไม่เท่าไหร่เอง อย่าให้เป็นเรื่องเป็นราวเลย” เขมทัตบอก
       “ไม่ได้ เดี๋ยวได้ใจกันไปใหญ่ ต้องให้สอนมารยาทเบื้องต้นมั้ยยะ ว่าความเกรงใจมันเป็นสมบัติของผู้ดี”
       ชลลดาทำเมิน หันไปหาเขมทัต
       “อันที่จริงเรื่องมันนิดเดียวเองนะคะ ชลไม่อยากให้เป็นเรื่องเลย จะให้ชลจ่ายก็ได้ แต่ถ้าจ่าย คนอื่นจะว่าเอาได้นะคะ ว่าเจ้าของโรงแรมเค็มกระทั่งญาติ”
       “เอาล่ะๆ วิสรรค์ เอาเป็นว่าเข้าบัญชีผมแล้วกัน”
       เขมทัตตัดบท มณีตกใจอ้าปากค้าง ชลลดายิ้มหวานให้เขมทัตแต่แอบทำสีหน้าสะใจใส่มณี มณีมองหน้าแบบฝากไว้ก่อน
      
       ที่ห้องฟิตเนส ไข่มุกเดินรอบๆ คลาส มณีอยู่กลางห้องเต้นอย่างเมามัน ออกหมัดระบายแค้น
       “ย่าห์ อ้อนนักนะ เฮี้ยย่ะ เดี๋ยวเจอเตะสั่งสอน ฮึ้บ หมัดทะลวงเซี่ยงจี๊ ย่า”
       มณีเต้นอย่างออกรส ทั้งเตะทั้งต่อยจนคนข้างๆ ผวา ชลลดากับภัททิมาเดินเข้ามา พอเห็นมณีก็แกล้งเข้าไปใกล้
       “สนุกมั้ยคะ ขอเรียนด้วยคนนะ”
       มณีหยุดเต้น มองหัวจรดเท้า
       “กระแดะ เชอะ”
       มณีเดินไปเต้นห่างออกไป ชลลดากับภัททิมามองมณีแล้วหัวเราะคิกคักเพราะมณีใส่เสื้อรัดรูปสีส้มสะท้อนแสงกับกางเกงฟิตเปรี๊ยะสีเขียวสด
       “ดูสิ ข้างหน้ายิ้มเชียว น้องหนูเขียวเอ๊ย”
       มณีแอบเหล่ แต่เต้นต่อ
       “อุ๊ยๆ เตะใหญ่เลย เขียวส้มอมยิ้ม”
       มณีได้ยินแว่วๆ ก็ก้มลงมองตัวเองที่ใส่กางเกงเขียว แล้วมองตาเขียวอย่างนึกรู้ ไข่มุกจับเฮดโฟนไมค์
       “เราจะมาเร่งจังหวะกันนะคะ เสต็ปเดิม เอาเลยค่ะ”
       มณีได้ยินก็อมยิ้ม แกล้งออกลวดลายเข้าไปใกล้สองแม่ลูกที่เต้นเก้กัง มณีตวัดขาถีบเข้าที่ก้นชลลดา
       “ว้าย”
      
       มณีเก๊กท่ามวย ออกหมัดรัวยิบใส่ภัททิมา ภัททิมาหลบไปวี้ดว้ายไป ชลลดาทำท่าลุกขึ้นมาแต่ภัททิมาสะดุดล้มไปทับกัน



        
       มณียืนหอบมองอย่างสะใจ สองสาวมองแค้นหนัก ลุกขึ้นยืนประจันหน้า
        
      
       “นี่มันอะไรกันคุณมณี ทำร้ายร่างกายกันชัดๆ”
       “ก็ช่วยไม่ได้ เรียนหมัดมวยก็มีผิดคิวบ้าง เรื่องธรรมดา”
       มณีลอยหน้าพูดอย่างสะใจ ชลลดามองกลับอย่างเจ็บใจ
      
       ที่ห้องเขมทัต เขมทัตยืนหันหลังอยู่หันหน้ากลับมา ถอนใจหนัก ชลลดากับภัททิมาหน้าเขียวช้ำ
       “คุณทัตต้องให้ความยุติธรรมนะคะ ดูสิ ชลกับลูก เอ้อ หลาน หน้าเขียวหมดแล้ว”
       “คุณลุงขา มุกเจ็บ โอ๊ย พรุ่งนี้บวมแน่ๆ”
       “สำออยทั้งคู่ โดนซะบ้างจะได้หายซ่า ชอบนินทาดีนัก” ชลลดาแกล้งร้องไห้โผเข้าหาเขมทัต แต่โผวืดเพราะมณีดึงเอาไว้ทัน “นี่ๆๆๆ จะร้องก็ร้องไป อย่าเข้าใกล้ผัวชั้น”
       “คุณมณีคิดมากแล้วค่ะ คุณเขมทัตเป็นคนดี มีเมตตา แถมยังอบอุ่นใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ ยิ่งคนขาดความอบอุ่นอย่างชั้น อดไม่ได้หรอกค่ะ”
       มณีมองอย่างหมั่นไส้
       “ออเซาะเข้าไป คุณก็ยืนให้เกาะอยู่ได้ ถอยไปสิ”
       เขมทัตถอยออก
       “ดูสิคะ หวังหนีร้อนมาพึ่งเย็น กลับมาเจอเขียวส้มอมยิ้มอาละวาดโดนรังแก ทั้งเจ็บทั้งอาย”
       เขมทัตแอบมองชุดมณีแล้วหลุดขำ มณีค้อนขวับตาเขม็ง เขมทัตกระแอมแก้เก้อ
       “แล้วที่บ้านมีอะไรครับ ถึงไม่อยากอยู่”
       “ตอนนี้ขโมยชุมค่ะ ข้างบ้านเพิ่งเข้าไป ชลกลัว ไม่รู้จะไปอยู่ไหนอีกอย่าง” ชลลดาผละไปหาไข่มุก ดึงมากอดแน่นจนไข่มุกหน้าเบี้ยว “ชลคิดถึงลูก อยากเห็นหน้าลูก คิดถึงเหลือเกิ๊น คิดถึงมากๆๆ”
       “งั้นว่างๆ ไปเยี่ยมที่บ้านสิครับ ดีมั้ยลูกไก่”
       ไข่มุกยิ้มค้างไม่รู้ว่าจะดีมั้ย มณีอึ้ง พูดอะไรไม่ถูก ชลลดายิ้ม เหลือบมองมณีแวบหนึ่งอย่างสะใจแล้วผละไปกราบที่อกเขมทัต เงยขึ้นช้อนตาหวานใส่
       “ขอบคุณมากนะคะ คุณทัตใจดีจริงๆ”
       “โอ๊ย อ้อล้อ อยากดีดให้กระเด็นจริงๆ”
       มณีพูดประชด ชลลดายิ้มเยาะ มณีควันออกหูหน้าแดงก่ำ
      
       ชลลดาเดินแอ็คท่าเป็นคุณนายแถวฟร้อนท์ล็อบบี้ พนักงาน ก้มหัวให้เกียรติ ชลลดาพยักหน้าพอใจแล้วเดินเชิ่ด อีกดมุมหนึ่งเขมทัตเดินอยู่ ยกมือทักทายลูกน้อง ชลลดาเห็นรีบเดินเข้าไปชิด ยิ้มหวานประจบแล้วสะบัดเชิ่ดคอตั้งใส่พวกพนักงาน
       คีรินทร์เดินผ่านสระน้ำ ภัททิมาอยู่ในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ทำท่าวี้ดว้าย โบกมือให้คีรินทร์ คีรินทร์โบกตอบแกนๆภัททิมาโพสท์ท่าเซ็กซี่ส่งจูบให้ เป่าลอยตามลม คีรินทร์ยิ้มแหย ภัททิมาหน้านิ่วนิดๆ แต่ก็ยิ้มแทน วักน้ำใส่คีรินทร์ คีรินทร์กระโดดหลบไม่พ้น เปียกนิดๆ ภัททิมาหัวเราะชอบใจ
      
       ที่ห้องอาหารโรงแรม ชลลดาทำท่าจิ้มเมนูยาวเหยียด บริกรพยักหน้ารับ ชลลดากับภัททิมากินอาหารกันอย่างอร่อยมาก ของวางเต็มโต๊ะ บริกรเดินเอาบิลมาให้เซ็น ชลลดารับมาดูเห็นบิลเขียนเป็นชื่อเขมทัต ก็ยิ้ม จรดปากกาเซ็นท่าคุณนาย กรีดกราย
       “ฮ้า สุขใดที่ไหนเกิน”
       ชลลดากับภัททิมาหัวเราะชอบใจ
      
       ที่ห้องทำงานเขมทัต ฝ่ามือมณีตบโต๊ะดังปัง เขมทัตกับคีรินทร์สะดุ้ง
       “ชั้น ทน ไม่ ไหว แล้ว นังป้าหลานกาฝากนั่น กระแดะเกินไปแล้ว โอ๊ย หมั่นไส้”
       มณีพูดเน้นเสียงทีละคำ
       “อย่าพูดดังสิ เดี๋ยวลูกไก่เดินผ่านมาได้ยิน”
       “ก็จะให้ได้ยินนี่แหละ จะได้เอาไปสอนแม่เอาแต่ได้ของเขา ฮึ คุณนะคุณเอาผู้หญิงอะไรไม่รู้มาเป็นสะใภ้ โคตรเหง้าจอมล้างผลาญแถมหน้าด้านหน้าทน”
       “คิดมากน่ะแม่ แค่กินจะสักเท่าไหร่กันเชียว”
       “อย่ามาเข้าข้างนะรินทร์ เดี๋ยวตีตายเลย”
       มณียกมือจะตี
       “เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้ แม่ลูกคู่นี้ แต่เธอก็เค็มไปนะ แค่เงินนิดเดียวเอง”
       “นี่ก็อีกคน เข้าข้างกันเข้าไป อีกหน่อยเดี๋ยวได้นังชลลดาเป็นเมียอีกคนหรอก”
       “อืม ไอเดียดี แบบนี้รับได้”
       มณีแยกเขี้ยวจะกรี๊ด ซัดไหล่เขมทัตอย่างเจ็บใจ
      
       เสียงเพลงดังขึ้นจากห้องโถงของโรงแรม ไข่มุกได้ยินทำหน้าชอบใจเดินเข้ามาในโถงเห็นคธากำลังเล่นเพลง “น้ำตาไข่มุก” คธาหยุดมือ เงยหน้ามอง สองคนสบตากัน แววตาจำได้
       “คุณอา”
       “สาวน้อยนักบู๊นี่เอง”
       ไข่มุกยกมือไหว้คธา
       “คุณอามาเล่นดนตรีที่นี่หรอคะ”
       “ครับ พึ่งมาทำได้ไม่เท่าไหร่”
       ไข่มุกเดินเข้ามาที่เปียโน
       “เพลงเพราะจังค่ะ” คธายิ้มเศร้า
       “นี่เป็นเพลงที่ผมแต่งให้ภรรยาน่ะ”
       “ชื่ออะไรเหรอคะ”
       “น้ำตาไข่มุก... ชื่อภรรยาผม ...แปลว่าไข่มุก”
      
       ไข่มุกทำหน้าแปลกใจแกมซาบซึ้ง คธาหน้าเศร้า มองเหม่อไปไกล

       ที่เกาหลี จินจูสวมแว่นดำพลางตัว เดินเล่นช้าๆ ในสวนสาธารณะ มองเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน จินจูหยุดยืนมองนิ่ง สีหน้าเศร้าสลดลง นึกถึงความหลัง
       ในอดีตที่ห้องคนไข้ในโรงพยาบาลไทย พยาบาลยิ้มอุ้มทารกในมือยืนข้างเตียง จินจูที่นอนบนเตียง พึ่งคลอดเสร็จเสียเลือดไปมาก เหนื่อยอ่อนแทบหมดแรงก็ผงกหัวดู       
       “ลูกสาวคะ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นมาก”
       จินจูจ้องมองทารกอย่างอาทร ยิ้มทั้งที่เหนื่อยเพลียด้วยความรักใคร่ เอื้อมมือไปแตะเด็ก
       “ยองแอ ลูกน่ารักเหลือเกิน” จินจูแตะสร้อยคอซึ่งเป็นทองคำขาวเส้นเล็ก มีจี้เป็นไข่มุกเม็ดงาม “เอาสร้อยนี้ให้เขาด้วยนะคะ”
       พยาบาลยิ้มรับ พยาบาลเอาสร้อยมาวางบนเบาะข้างตัวทารก จินจูมองหน้าลูก ยิ้มมีความสุขเหมือนจะเก็บความทรงจำเกี่ยวกับลูกไว้กับเธอตลอดกาล
       แทยอนหน้าขรึมดูเครียด อุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขน เดินมาหาจินจูที่นอนบนเตียง จินจูเห็นท่าแทยอนก็เฉลียวใจ ถามอย่างใจคอไม่ดี
       “มีอะไร”
       “จินจู เด็ก...”
       จินจูตกใจฝืนลุกนั่งอย่างอ่อนเพลีย
       “ลูกชั้น ทำไม ยองแอเป็นอะไรพี่แทยอน”
       “ยองแอ ตายแล้ว”
       แทยอนยื่นทารกมาตรงหน้า จินจูเห็นเด็กนอนนิ่งตัวซีดขาว กรีดร้องสุดเสียง
               “ไม่”
      
       จินจูสะดุ้ง เพราะมีลูกบอลกลิ้งมาโดน เด็กวิ่งมาหยุดตรงหน้ามองจินจู จินจูถอดแว่นดำออก มองเด็กแล้วยิ้มให้อ่อนโยน หยิบลูกบอลส่งให้ เด็กรับไป จินจูเอื้อมมือไปจับมือเด็ก เด็กมองแล้ววิ่งกลับไป จินจูมองตามแล้วต้องร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างทนไม่ไหว ห่างออกไปหลังต้นไม้ปาปารัสซี่แอบถ่ายรูปเธอไว้
      
       ไข่มุกนอนคว่ำที่โซฟาอ่านแมกกาซีนเกาหลีที่ลงรูปจินจูร้องไห้ ไข่มุกหน้าเศร้าจะร้องไห้ จิ้มนิ้วไล่อ่านเนื้อข่าว
       คีรินทร์นั่งที่โซฟาอีกตัวกอดอก ขมวดคิ้วมองอย่างสงสัยว่าอ่านไรนักหนาจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้
       “อ่านอะไร เรื่องย่อละครทีวีเรื่องไหนล่ะ แหม มีซึ้ง”
       ไข่มุกค้อนหน่อยๆ เห็นคีรินทร์ที่ส่งสายตาอยากรู้มาก เลยจิ้มที่เนื้อข่าว
               “ก็นี่ไง จินจู ดาราคนโปรดของชั้น มีข่าวว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้าจนนักข่าวแอบถ่ายภาพได้ตอนร้องไห้ในสวนสาธารณะ สื่อบอกว่า เขาดังมาก แฟนๆ เรียกร้องให้เล่นหนัง แต่สิบกว่าปีมานี้ จินจูไม่รับเล่นเรื่องไหนเลย โธ่ จินจูเป็นอะไรกันแน่”
       ไข่มุกสูดหายใจสะอื้นนิดๆ คีรินทร์หรี่ตามองข้างเดียว
       “อะไรจะเว่อร์ปานนั้น อินจัดไปรึเปล่า หรือไง ไหนเอามาดูสิ”
       ไข่มุกเลื่อนแมกกาซีนหลบ
       “เฮ้ย อย่าเพิ่งมาขัดจังหวะสิคะ ยังอ่านไม่จบข่าวเลย คนยิ่งเป็นห่วงจินจู” ไข่มุกอ่านต่อ น้ำตาคลอ คีรินทร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เห็นน้ำตาก็จะเช็ดให้ ไข่มุกปัดมือ        “คุณนี่ เผลอไม่ได้เลยนะ...ตลอด”
       “ก็จะเช็ดให้ เราอุตส่าห์เป็นห่วง ยังมาว่าอีก ดูซิ ทำดีไม่มีใครเห็น”
       ไข่มุกบุ้ยปากใส่ เสียงประชดนิดๆ       
       “ดีตายละ ไม่ต้องห่วงคะ สัตว์เลี้ยงคุณไม่ตายง่ายๆ หรอก อึด
       คีรินทร์มองไข่มุกที่พลิกนิตยสารอ่านต่อ กรอกตาไปมานิ่งคิดสักครู่แล้วตัดสินใจพูด
       “คือที่เกิดเรื่องกับไอ้วัฒวันนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นกับคุณ”
       ไข่มุกทำเชอะ ทำพลิกหนังสือต่อ
       “แต่ก็พูดมาแล้ว”
       คีรินทร์ฟุบหัวลงกับหมอน เสียงอู้อี้
       “ผม...โทษ”
       ไข่มุกหันมอง ทำหน้าสงสัย
       “ฮะ...อะไรโท ... โทอะไร”
       คีรินทร์ยังฟุบหัวอยู่กับหมอน
       “ผม...ขอโทษ”
       ไข่มุกเอียงหัวเข้าไปใกล้
       “อะไรนะ ชั้นไม่ได้ยิน คุณพูดให้หมอนฟังเหรอ”
       คีรินทร์ยกหัวขึ้นแต่พูดเสียงเบาลากยาว
       “ผมขอโทษ ได้ยินยัง” ไข่มุกหลับตาส่ายหน้ายิ้มกวนๆ เอามือป้องหูเข้าใกล้ คีรินทร์ได้จังหวะเลยรวบตัวกอดไว้แล้วตะโกนใส่หูไข่มุก “ผมขอโทษคร๊าบ...ยัยลูกไก่ตัวแสบ”
       ไข่มุกรีบเอามือปิดหู
       “โอ๊ย คนบ้า หูหนวกแล้ว” ไข่มุกมองแขนคีรินทร์ที่กอดไม่ยอมปล่อย “นี่ถือโอกาสเลยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้”
       คีรินทร์ทำหน้าโดนจับได้รู้ทัน ทำปล่อยมือยืดเส้นยืดสาย
               “จับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้...” คีรินทร์ชะเง้อมองคอเสื้อไข่มุก ไข่มุกรีบรวบคอเสื้อไว้ แล้วยกนิ้วจะจิ้มตาคีรินทร์ ที่รีบหลบ “มองนิดมองหน่อยก็ไม่ได้ ขอโทษแล้ว เธอก็หายโกรธแล้วใช่มะ...หอมแก้มที”
       “ขอกันง่ายๆ แบบเนี่ยนะ ยัง...อย่างคุณ ต้องได้บทเรียนก่อน”
       คีรินทร์มองหน้าขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไข่มุกอมยิ้มแกมดีใจที่คีรินทร์ขอโทษ แกล้งไม่สนใจอ่านหนังสือต่อ
              
       ไข่มุกนำบอร์ดขึ้นแขวนข้างฝาห้องมีคำว่า “กระดานสะสมแต้มคนปากดี” พอติดเสร็จก็หันมากอดอก ยิ้มให้คีรินทร์ที่นั่งท้าวแขนมองบนเตียง ไข่มุกยื่นดาวกระดาษสีสดใสให้คีรินทร์ที่ทำหน้างงๆ
       “เอาไปหนึ่งดวง ที่เมื่อวานคุณขอโทษชั้น ถือว่าได้หนึ่งแต้ม” ไข่มุกชี้ที่บอร์ด “เชิญเอาไปติดได้เลยคะคุณคีรินทร์”
       คีรินทร์รับดาวมามอง
       “เนี่ยเหรอที่จะให้บทเรียนชั้น ไม่เอา ไม่เล่น”
       “ไม่เล่นก็ได้ งั้นต่อไปนี้ เรานอนแยกห้องกัน แล้วชั้นจะไม่ให้อภัยคุณอีกเลย”
       ไข่มุกเดินไปหยิบดาวจากมือคีรินทร์คืนอย่างงอนๆ แล้วหยิบหมอนติดมือมาด้วย เดินไปที่ประตู คีรินทร์หน้าเสียรุดจากเตียงตาม       
       “เอ้ย เดี๋ยวสิจะไปไหน”
       “ก็ไปนอนห้องอื่น”
       คีรินทร์เก้อ ทำไรไม่ถูก
       “อะๆ เล่นก็ได้ แต่ว่าสะสมดาวครบสิบดวงได้ไร”
       ไข่มุกนิ่งคิด พูดเขินๆ
      
       “ก็...อืม...หอมแก้มทีหนึ่งแล้วกัน”



       คีรินทร์ตาเป็นประกาย ยิ้มอย่างมีความหวัง
               “ได้เลยน้องลูกไก่ แบบนี้ค่อยมีแรงจูงใจหน่อย แล้วครบกี่แต้มถึงได้...” คีรินทร์ทำยิ้มทะเล้น “จู๋จี๋กันล่ะ”
       “ยังไม่ได้คิด เอาให้ครบสิบแต้มก่อนเถอะน่า แค่นี้ก็ไม่รู้จะทำได้มั้ย”
       คีรินทร์ถูมือยิ้มมั่นใจ
       “ชิวๆ เรื่องหมูๆ ถึงแต้มสิบเมื่อไหร่ จะจูบให้ลมจับเลย”
       คีรินทร์หยิบดาวในมือไข่มุก รีบเอาไปติดที่บอร์ด หันมายิ้มเหมือนเด็กได้ดาวจากครู ไข่มุกเดินเข้าไปใกล้ ยกนิ้วขู่
       “แต่ถ้าคุณปากเสียเมื่อไร” ไข่มุกดึงดาวคืน “ยึดดาวคืน ติดลบ เข้าใจนะคะ”
       “มีงี้ด้วยเหรอ ก็ได้...ต่อไปไม่มีหลุดแน่”
       ไข่มุกติดดาวคืนให้ที่บอร์ด คีรินทร์มองอย่างถูกท้าทาย
              
       พนักงานของโรงแรมมีอาการหอบเหนื่อยขณะเข็นรถเข็นกระเป๋าเป็นสิบใบ โดยมีชลลดากับภัททิมาเดินนวยนาดตามมา ภัททิมามีสีหน้าหงุดหงิด
       “ทำไมเราต้องย้ายห้องด้วยละคะคุณแม่ขา ขนทีย้ายทีลำบากลำบน”
       ชลลดสยิ้มกริ่มหันมอง
       “เอาน่า แม่รู้ดี เรื่องนี้มีเบื้องหลังจุ๊งจิ๋งอยู่ คุณเขมต้องซัมติงกับแม่แน่ ถึงได้ย้ายเราไปอยู่ห้องสวีท”
       ภัททิมาตาโตระริกระรี้
       “ว๊าว...สวีท...อลังการสิคะงานนี้ อยากนอนแช่จากุซซี่น้ำอุ่นๆ จังรีบไปกันเถอะ แหม คุณแม่ปูนนี้แล้วเสน่ห์แรงไม่ตกเลยนะคะ”
       ชลลดาลอยหน้ากระหยิ่ม
       “แน่น๊อน”
       พนักงานเปิดประตูห้องแล้วโค้งให้ ชลลดา ภัททิมาเห็นสภาพห้อง อ้าปากค้าง เดินเข้าไปดู สภาพห้องเล็กกว่าเดิม วิวก็แย่
       “ถึงแล้วครับ เชิญตามสบาย ขอตัวนะครับ”
       ภัททิมาแทบร้องไห้มองชลลดา
       “ไหนว่าสวีท กลายเป็นจิ้งหรีดไปแล้ว”
       พนักงานจะเดินจากไป
       “เดี๋ยว พาชั้นมาผิดห้องแน่เลย เน่าแบบนี้ จะอยู่ได้ไง ใครสั่งให้มานี่”
       มณีโผล่เข้ามาทางประตู       
       “อยู่ไม่ได้ก็กลับไปซะ ชั้นเป็นคนสั่งเอง ได้ห้องแค่นี้ก็นับว่าบุญแล้ว”
       ชลลดามองมณีอย่างแค้นพูดกับภัททิมา
       “นึกแล้วว่าต้องเป็นฤทธิ์คุณนายส้ม บรมงก คนนี้แน่ เดี๋ยวแม่รับศึกเอง ถอยลูก” ภัททิมารีบหลบหลังชลลดา
       มณีเดินผยองเข้ามา หยิบส้อมที่วางเคาน์เตอร์ สะบัดพุ่งออกไปสไตล์มวยบู๊ตึ๊ง มีดเฉียดหน้าชลลดาที่ยืนอึ้ง ตกใจ ไปนิดเดียว ส้อมพุ่งไปปักที่แอปเปิ้ลในถาดผลไม้ต้อนรับ       
       “ไม่น่าพลาด พวกเธอมาขออาศัยอยู่ฟรีกินฟรี ก็หัดเจียมตัว เกรงใจเจ้าของสถานที่เขาบ้าง น้ำอย่าอาบเยอะ ทีวีก็อย่าเปิดมาก” มณีเดินไปหยิบถาดผลไม้ “แล้วก็...” มณียื่นถาดผลไม้ใส่หน้า “ผลไม้นี่ สำหรับลูกค้าเสียเงินเท่านั้น”
       ภัททิมาคว้าถาดไว้แต่ไม่ทัน ชลลดาก้าวมายืนประจันหน้ากับมณี ยิ้มเยือกเย็น แต่แววตาเอาเรื่อง
       “คนอย่างชั้น ไม่ลำบากนานหรอกคะ หมอดูยังทักว่าต่อไปจะได้ครองบ้านใหญ่”
       มณียิ้มเยาะ หยิบแอปเปิ้ลมากัดหนึ่งที
       “เชิญตามสบาย แต่ตอนนี้ครองห้องจิ้งหรีดไปก่อนแล้วกัน”
       ชลลดาโกรธจนตัวสั่นชี้นิ้วตาม
       “ฝากไว้ก่อน ยายส้มขี้งก ชั้นเอาคืนแน่”
       มณีหัวเราะสะใจเดินถือถาดผลไม้ออกไป ชลลดา ภัททิมามองตามทั้งแค้นทั้งหมั้นไส้
      
       บ้านจินจูที่เกาหลี จินจูนั่งเศร้าเหม่อซึมมองนอกหน้าต่าง แทยอนเดินมาเห็นก็มองหน้ายูรีที่ยืนห่างออกมา         “ไม่ค่อยทานอะไรมาสองสามวันแล้วคะ ตื่นมาก็นั่งแบบนี้เกือบทั้งวัน”
       แทยอนเดินเข้าไปหา สีหน้าเรียบ       
       “เรื่องก็ผ่านมานานมากแล้ว ยิ่งคิดถึงก็เหมือนยิ่งทำร้ายตัวเอง” จินจูน้ำตาหยด
       “นี่พึ่งผ่านวันเกิดเขามา ถ้ายังอยู่ อายุคงจะครบยี่สิบเอ็ด”
       แทยอนฟังแล้วนิ่งขรึม สูดลมหายใจ
       “จินจู เธอจะอยู่แบบนี้ไม่ได้ นึกถึงตัวเองบ้างเถอะ” จินจูยิ่งร้องไห้
       “ทำไมคืนนั้นชั้นไม่ตายไปด้วย ทำไม ชั้นควรตายไปพร้อมลูก จะได้ไม่ต้องมาทรมานแบบนี้”
       แทยอนจับมือจินจู พยายามจะปลอบ แต่จินจูดึงมือหนี ร้องไห้ขมขื่นคนเดียว
      
       ไข่มุกนั่งอ่านแมกกาซีนเกาหลี คธาเดินมาเห็นแล้วยิ้ม
       “ยอมรับเลยคุณลูกไก่ชอบหนังเกาหลีจริงๆ นอกจากชอบดูหนังแล้วยังติดตามข่าวอีก”
       ไข่มุกเงยหน้าก็ยิ้มให้แล้วอ่านต่อ
       “ต้องตามสิคะ ตอนนี้มีข่าวใหญ่ของปาร์คจินจู ลือกันว่าเขาเจ็บหนัก จนต้องเข้าโรงพยาบาลแบบไม่มีกำหนดออก”
       คธาหน้าเสีย รีบถามอย่างลืมตัว
       “เขาไม่สบาย เป็นอะไรครับ”
       “ในนี้ไม่มีรายละเอียดคะ ไว้จะลองหาในเน็ตเพิ่มเติมอีก เป็นห่วงเขามากเลยคะ ว่าแต่...คุณอา...เป็นอะไรหรือเปล่าคะหน้าซีดๆ”
       “ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรครับ”
       คีรินทร์เดินมา คธาก้มหัวทักทาย
       “ฝีมือคุณคธาสุดยอดมาก แขกชอบเพลงที่คุณเล่น แต่หลายคนถามว่าทำไมถึงชอบเล่นแต่เพลงเศร้าๆ” คธายิ้มเศร้าๆ
      
       “เพราะชีวิตจริงมักเศร้ามั้งครับ ผมขอตัวก่อนครับ เดี๋ยวต้องไปต่อเพลง”



       คธาเดินจากไป คีรินทร์มองไข่มุก       
       “ชั้นสังเกตหลายครั้งแล้ว ทำไมเธอชอบคุยกับผู้ชาย จะหว่านเสน่ห์ตั้งแต่ผู้จัดการยันนักดนตรีเลยหรือไง”
       ไข่มุกทำหน้าเซ็ง
       “อีกแล้วนะ เริ่มปากร้ายอีกแล้ว คุณเพิ่งได้ดาวไปแค่ดวงเดียวนะคะ อย่าลืมสิ เดี๋ยวโดนตัดแต้ม” คีรินทร์นึก
       ได้
       “อุ้ย...งั้นเอาใหม่” คีรินทร์ทำเสียงประชด แล้วทำมือนอบน้อม “คุณลูกไก่อัธยาศัยดีนะครับ พูดคุยกับคนไปทั่ว พนักงานต่างก็รักใคร่เอ็นดู ผมเห็นแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้...เป็นไง ดีพอได้แต้มเพิ่มไหมครับ”
       “ไม่ได้คะ ประชดแบบนี้ถือว่าไม่จริงใจ”
      
       คืนนั้นเมื่อกลับถึงห้อง ไข่มุกยื่นมือปลดดาวบนบอร์ดลง คีรินทร์เห็นก็โวยวายจะแย่งเอาดาวคืน ไข่มุกเก็บดาวไว้ข้างหลัง
       “เอาคืนได้ไง ผมปากเสียที่ไหน แล้วเมื่อไรจะครบสิบดวงได้หอมแก้ม”
       “ก็วันนี้ คุณพูดไม่ดีใส่ชั้นตอนอยู่กับคุณคธา ก็บอกไว้แล้วว่าตัดแต้มได้ ถ้าคุณยังไม่เลิกปากร้าย ต้องรักษากติกาสิคะ”
       “แหม พูดนิดพูดหน่อยไม่ได้เลยนะ เธอทำให้ชั้นเสียกำลังใจ งั้นต้องให้หอมแก้มหนึ่งที”
       “มีแบบงี้ได้ไง”
       คีรินทร์เดินเข้ามา ไข่มุกหนีขึ้นยืนบนเตียง
       “อย่าหนี หรืออยากโดนมากกว่าหอมแก้ม”
       คีรินทร์เดินซ้ายทีขวาทีรอบเตียง ทำจะจี้เอว ไข่มุกก็หลบไปมา
               “คนขี้โกง จะมาหอมกันง่ายๆ ได้ไง โอ๊ย อย่า ไม่เล่นนะ”
       ไข่มุกหยิบหมอนไว้ในมือคอยปัดๆ เล่นกันเพลินยิ้มขำกันทั้งสองคน นุชนารถเปิดประตูก็มองอย่างหึง นุชนารถหันมองทางอื่น พูดน้ำเสียงกระแทก
       “คุณเขมทัตให้นุชขึ้นมาตาม ทุกคนรอทานข้าวกันอยู่คะ”       
       ไข่มุก คีรินทร์ก็หยุดเล่นมองนุชนารถ
       “ขอบคุณคะเดี๋ยวจะลงไป แต่คราวหลังมีมารยาท เคาะประตูก่อนก็ดีนะคะ”       
       นุชนารถค้อนอย่างแค้น
       “คราวที่แล้วเธอ เอ้ยคุณลูกไก่ก็ไม่เคาะ เปิดพรวดเข้ามาเฉย”
       “ก็เพราะนี่คือห้องนอนชั้น ไม่ใช่ห้องนอนเธอ เพราะงั้นเธอจะเข้ามาก็ต้องเคาะ ที่ถูกควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ”
       นุชนารถเจ็บใจมองคีรินทร์จะให้ช่วยแค่คีรินทร์เสทำมองโน่นนี่ นุชนารถได้แต่แค้น ฝากไว้ก่อน
      
       คีรินทร์เอาบอร์ดขึ้นแขวนที่ข้างฝาคู่กับบอร์ดของไข่มุก มีคำว่า “คะแนนสะสมจูบ” ติดบอร์ดเสร็จเรียบร้อยก็หันมายิ้มกับไข่มุกที่ยืนมองงงๆ       
       “บอร์ดอะไรของคุณ คะแนนสะสมจูบ”
       คีรินทร์ชูกระดาษที่ทำเป็นรูปรอยจูบ ทำหน้าเป็น       
       “ชั้นก็จะให้คะแนนเธอบ้างไง วันนี้ทำให้ชั้นหึงหนึ่งครั้ง” คีรินทร์ติดรอยจูบบนบอร์ด “เอาไปหนึ่งแต้ม”
       “หึง...ตอนไหน”
       “ก็คุยกับคุณคธา”
       “โอ๊ย คุณนี่ ไม่ได้รักกันมาหึงมาหวงอะไรกันได้”
       คีรินทร์เดินเข้าไปใกล้แทบชนหน้าไข่มุก
               “ไม่รู้หละ เธอเป็นเมียชั้น ชั้นก็หึงไว้ก่อน หรือถ้าทำให้ชั้นไม่พอใจอีก ชั้นจะให้แต้มเธอไปเรื่อยๆ หนึ่งแต้มได้หอมแก้มหนึ่งครั้ง”
       คีรินทร์อาศัยมุกฟังอย่างเผลอ จูบแก้มไข่มุกอย่างเร็ว ไข่มุกไม่ทันตั้งใจ
       “เอ้ย คุณนี่”
       คีรินทร์สบตาตรง
       “เป็นไงละ ชั้นน่ะไม่งกเหมือนบางคน ต้องให้ได้ตั้งสิบแต้มกว่าจะได้หอมกัน ใจร้ายซะไม่มี”
       ไข่มุกมองค้อนแล้วเขิน รีบเอามือปัดแก้ม ถอยห่างออกไป คีรินทร์หัวเราะชอบใจ
              
               วันต่อมาพนักงานของโรงแรมพาชลลดาและภัททิมาที่แต่งตัวเริดทำจัดหน้าจัดผมให้สวยงาม จะเดินไปทานอาหาร ภัททิมากระดี้กระด้าคุยกับชลลดา
       “หนูเห็นป้ายติดโฆษณาว่าตอนนี้มีเทศกาลล็อบสเตอร์ของทางโรงแรม เห็นคุณแม่ชอบทานกุ้งเลยรีบชวน”
       ชลลดายิ้มระรื่น
       “ขอบใจมากลูกรัก แม่ชอบกินของแพงอยู่แล้ว กุ้งใหญ่หนะได้ กุ้งเล็กไม่ไหว กินแล้วมันคัน”
       สองแม่ลูกถูกพามาห้องอาหารพนักงาน พนักงานเปิดประตูค้างไว้แล้วยิ้มให้
       “เชิญคะ ตามสบายเลย”
       ภัททิมากับชลลดาเห็นป้ายก็อึ้งๆ หยุดเดิน ยั้งเท้าไว้หน้าประตู
       “นี่พาชั้นสองคนมาที่ไหนเนี่ย”
       “ห้องอาหารพนักงานคะ”
       “แล้วพามาทำไม”
       “ถ้าจะไปทานล๊อบสเตอร์ต้องจ่ายเงิน เซ็นเข้าบัญชีไม่ได้แล้ว คุณมณีท่านสั่งห้ามไว้คะ” ชลลดากับภัททิมาแทบจะกรี๊ด มองหน้ากันเลิกลัก ชลลดาขบกรามอย่างแค้นแต่ก็เก็บอารมณ์ไว้ “ตกลงจะทานที่ไหนดีคะ”
       “ก็... กินที่นี่แหละ ชั้นไม่อยากเดินไปแล้ว”
       ภัททิมาเขย่าแขนชลลดาอ้อน
       “แต่หนูอยากกินกุ้งใหญ่นิคะแม่”
       ชลลดาติดรำคาญมองภัททิมาที่ทู้ซี้       
       “เอาหน่า ช่วงนี้กุ้งเล็กลงมาหน่อยก็ได้”
       สองแม่ลูกถือถาดอาหาร ไปให้แม่ครัวตักอาหารใส่ให้ อย่างแสนจะคับแค้นใจ
       “กุ้งเล็กก็ยังไม่มี มีแต่กุ้งฝอยทอด”
       ชลลดากำถาดอาหารแน่น แค้นจัด
      
       “ถึงทีเราเมื่อไหร่ แม่จะเล่นกลับให้เป็นชุดเลย”



       คีรินทร์ยื่นชุดสอนมวยบู้ตึ๊งที่พับไว้ให้ไข่มุกเพื่อสอนเต้น
      
               “ต่อไปเวลาเธอสอนเต้น ให้ใส่ชุดนี้นะ”
       ไข่มุกคลี่พลิกไปพลิกมา เห็นเป็นกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว คอปิดมิดชิด ทำหน้าแปลกใจ
               “โอ๊ย ใส่แบบนี้ไม่ได้หรอกคะ ร้อนตาย”
       “นี่ผ้าอย่างดีนะ ระบายเหงื่อ รับรองใส่สบาย”
       “ขอบคุณนะคะ แต่ใส่แบบเก่าก็ดีแล้ว เต้นสะดวกกว่า”
       คีรินทร์มองแกมหึง
       “อ่อยผู้ชายได้ด้วยใช่มั้ยล่ะ เธอนี่ลูกเล่นแพรวพราว หาข้ออ้างเก่งด้วยนะ”
       “อีกแล้วนะ เดี๋ยวก็โดนตัดแต้ม ดาวไม่เหลือแล้วนะคุณ”
       คีรินทร์นึกได้ เสียงอ่อนลง
       “พูดเล่นหรอก ล้อเล่นไม่ได้หรือไง นิดหน่อยก็ตัดแต้มตลอด”
       มีเสียงเคาะประตู วัฒนาเดินเข้ามา
       “ทางเกาหลีตอบรับมาแล้ว”
       วัฒนาบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม คีรินทร์ยิ้มนิดๆ อย่างพอใจ
              
       เขมทัตนั่งหัวโต๊ะประชุมเรื่องร่วมลงทุนกับซีอาน
       “ทางฝ่ายวิจัยให้ข้อมูลตัวเลขการเติบโตของประเทศเกาหลีมาแล้ว นับว่าโตเร็วในแทบทุกด้าน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว การจะไปร่วมทุนกับโรงแรมทางนั้น นับว่ามีอนาคตมาก”
       “เรื่องนักท่องเที่ยวไม่ต้องห่วงเลย ยิ่งคนไทยไปเที่ยวเกาหลีกันเยอะ ไหนจะนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีก”
       “จำนวนนักท่องเที่ยวที่คุณวัฒนาสรุปมา รวบรวมได้ละเอียดดี จะได้ประโยชน์กับการตัดสินใจลงทุนครั้งนี้มาก”
       “ขอบคุณครับ”
       “งั้นเตรียมเอกสารเซ็นสัญญาไปเลยมั้ย เห็นว่ามีโรงแรมอื่นจ้องจะลงทุนร่วมกับเขาอีกหลายรายเหมือนกัน”
       “เรื่องคู่แข่งที่จะชิงตัดหน้าเรา ก็น่าคิด แต่ผมว่าดูรายละเอียดให้รอบคอบก่อนดีกว่าไหม เพราะเงินไม่ใช่น้อย ผิดพลาดจะแย่”
       เขมทัตพยักหน้าฟัง
       “เห็นด้วย ว่าอย่าเพิ่งใจร้อนเรื่องเซ็นสัญญา เราต้องไปดูการทำงานที่โน่นอีกครั้ง ตรวจเอกสารการเงินให้ละเอียด ลงทุนคราวนี้หลายร้อยล้าน เป็นโปรเจ็คใหญ่ของโรงแรมเรา อย่าประมาท”
       คีรินทร์ทำหน้าเซ็งๆ วัฒนายิ้มนิดๆ ในสีหน้า ท่าทางสุภาพ
       เลิกประชุม คีรินทร์เดินออกไปกับเขมทัต พวกบอร์ดเดินตามมา พูดให้ทันได้ยิน
       “งานนี้ต้องให้คุณวัฒนาดูแลแล้ว คุณคีรินทร์ไม่มีเวลาหรอก แค่ดูแลสาวๆ ก็หมดวันแล้ว”
       พวกบอร์ดหัวเราะชอบใจนินทาคีรินทร์ได้ คีรินทร์เดินไปอย่างครุ่นคิด วัฒนายิ้มนิดๆ หมายมาด
              
       ไข่มุกเดินเอาน้ำปั่นสีสวยมาให้ชลลดา
       “แกต้องช่วยชั้นกับลูกให้กลับไปอยู่ห้องดีๆ เหมือนเดิม ไม่เอาแล้วห้องเท่ารูหนู กินแต่ถั่วแต่ผัก”
       ไข่มุกอึดอัดทำหน้าไม่ถูก
       “นี่ไม่มีในสัญญานะคะ อยากกินนอนดีๆ คุณผู้หญิงก็พูดเองสิคะ”
       ชลลดาหยิกต้นแขน ตีไหล่อย่างหมั่นไส้
       “นี่แกย้อนชั้นหรอ ได้ดีแล้วลืมพวกชั้นใช่ไหม หนอย คิดจะเอาตัวรอดคนเดียวงั้นสิ”
       ชลลดาเอานิ้วจิ้มหัวไข่มุกอย่างแรง คีรินทร์ผ่านมาเห็นจึงเข้ามาถามหน้าเฉยอย่างไม่พอใจ
       “ทำไมต้องลงไม้ลงมือขนาดนี้ครับ พูดกันดีๆ ก็ได้”
       ชลลดาอึ้งรีบเปลี่ยนสีหน้าทำเสไป
       “แหม แม่ลูกเขาหยอกกันเล่น ไม่มีไรหรอกคะคุณคีรินทร์ เรารักกันจะแย่ จริงไหมจ๊ะหนูลูกไก่ของคุณแม่ขา”
       ชลลดาหยิกสองมือที่แก้มไข่มุก สั่นไปสั่นมา จนไข่มุกหน้าเหย่ คีรินทร์มองอย่างสงสัยแกมไม่พอใจ
      
       คีรินทร์พาไข่มุกเดินมา ไข่มุกยกมือกุมหน้าอย่างยังไม่หายเจ็บ คีรินทร์หันมามอง นึกโกรธแทน
               “ชักแน่ใจแล้วว่าเธอเป็นลูกที่เขาเก็บมาเลี้ยงจริงๆ คราวนี้ไปทำไรให้เขาขัดใจอีกล่ะ หรือเขาจะเรียกร้องอภิสิทธิ์อะไรอีก”
       ไข่มุกรีบส่ายหน้าปฎิเสธ
       “ไม่ ไม่มีคะ”
       “ปากแข็ง คืนนี้กลับไปผมจะให้แต้มคุณ”
       “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย คุณเล่นเป็นเด็กไปได้”
       “ว่าสามีเป็นเด็กหรอ แบบนี้ต้องโดน”
      
       พอพูดจบคีรินทร์ก็หอมแก้มไข่มุก ไข่มุกรีบผลัก มองไปรอบตัวอย่างกลัวใครเห็น คีรินทร์หัวเราะชอบใจ

       ชลลดากับภัททิมามีสีหน้าเหนื่อยล้า ขณะเดินถือกระเป๋าเข้ามาในบ้าน สองแม่ลูกเดินไปคุยกันไป
       “บ้านเราสบายกว่าห้องรูหนูนั่นเยอะเลย”
       “ไอ้พวกนักเลงน่าคงไม่มาอีกนาน เรานอนบ้านสักคืนสองคืนดีกว่าเนอะ แต่ถ้ากลับมาอยู่เลย ค่ากินจะเอาที่ไหน อยู่โน่นยังกินฟรีอยู่ฟรี”
       สองคนเดินมาถึงโซฟาในห้อง ถึงกับอึ้ง เห็นจานชามเศษอาหารเละเทอะเต็มโต๊ะ ชลลดาโมโหแผดเสียง       
       “นี่มันอะไรกัน ใครมากินเละเทอะ”
       ภัททิมาใช้นิ้วคีบขวดกระทิงแดง ลิโพ
       “เราไม่เคยซื้อไอ้นี่มากินเลย”
       “แล้วของใคร”
       นักเลงสวมกางเกงแพร เสื้อกล้าม เดินดื่มกระทิงแดง ก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ เดินเข้ามาเกือบจะชนกัน ตกใจกันทั้งสองฝ่าย ถอยกันคนละก้าว
       “อ๊าย นี่แกเองหรอ”
       นักเลงยิ้มหยันแล้วดื่มกระทิงแดง เรอใส่หน้า สองแม่ลูกรีบกรูกันไปหลบที่มุมห้องอย่างกลัว
       “ยอมกลับมาแล้วหรอคุณนาย คิดถึงจะแย่”
       “นี่แกเข้ามาในบ้านชั้นได้ไง”
       นักเลงเดินอาจมานั่งบนโซฟาเหมือนบ้านตัวเอง นั่งสบายไขว้ห่างกระดิกขา ยกกระทิงแดงซด
       “งัดเข้ามาสิ” นักเลงแบมือ “ให้รอหลายวันเลยนะ เอ้า เอาเงินมา”
       ชลลดาทำพูดเสียงแข็งสู้
       “ยังไม่มี แค่ล้านเดียว ทวงอยู่ได้”
       นักเลงบีบกระป๋องกระทิงแดงแล้วขว้างทิ้งอย่างเหี้ยม สองแม่ลูกสะดุ้ง นักเลงเดินเข้าไปใกล้สองแม่ลูก
       “ล้านเดียวที่ไหน ตอนเอาชิปในบ่อนน่ะล้านนึง แต่นี่มันจะเดือนแล้ว ทั้งค่าดอก ค่าทวง ตอนนี้รวมเป็นสองล้านแปดแล้ว”
       “สองล้านแปด”
       “สองล้านแปดร้อยเหรอ”
       “สองล้านแปดแสนบาท แล้วถ้ายังเบี้ยว ดอกจะบานเป็นสามล้านเร็วๆ นี้ ได้ยินชัดไหม”
       นักเลงยักคิ้วให้อย่างกวน สองแม่ลูกฟังตกใจ ตาเหลือกจะเป็นลม
      
       ที่เกาหลี จินจูใส่แว่นดำหน้าตาซีดเสียว เดินมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก จินจูเดินมาหยุดที่หน้าวัดโบราณ ยกมือไหว้องค์พระ
       “ขอให้ดิชั้น ได้เจอกับลูก ได้ไปอยู่กับลูกบนสวรรค์ด้วยเถอะ”
       จินจูน้ำตาหยด แล้วก็ล้มลงอย่างหมดแรง
      
       หมอตรวจจินจูที่นอนหลับตาให้น้ำเกลืออย่างคนหมดอาลัยตายอยาก แทยอนยืนห่างออกมาเงียบขรึมครุ่นคิด
       หมอตรวจเสร็จก็เดินมาหาแทยอน
       “ร่างกายเธออ่อนแอมาก จิตใจก็แย่ ขอให้ช่วยกันดูแลให้ดี”
       แทยอนพยักหน้ารับ หมอเดินออกไป แทยอนเดินเข้าไปกุมมือจินจู สบตานิ่ง จินจูก็มองมาด้วยสายตาอ่อนล้า
       “อย่าทำแบบนี้เลยจินจู เข้มแข็งสิ อย่าอ่อนแอ”
       “ชั้นไม่รู้จะอยู่เพื่อใครอีกแล้ว”
       จินจูเบือนหน้าหนีไปอีกทาง นอนหลับตา แต่น้ำตาไหลเป็นทาง
      
       วันต่อมาคีรินทร์มาออกกำลังกายในฟิตเนส ยกเวทโชว์กล้าม ตาก็คอยเหลือบมองส่วนสัดสาวๆ ที่เซ็กซี่ คีรินทร์แอบมองสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดออกกำลังกายรัดรูปวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง พอหันมากลายเป็นภัททิมา คีรินทร์ยิ้มให้อย่างเจ้าชู้ ภัททิมาหยุดเครื่องวิ่ง เดินซับเหงื่อตามลำคอหน้าอกเข้ามาหาคีรินทร์ที่มองแล้วกลืนน้ำลาย
       “ได้เหงื่อจริงๆ นะคะ คุณรินมานานแล้วหรอ โทษทีไข่มุกไม่เห็น”
       คีรินทร์พูดลากเสียง ตาก็มองสัดส่วนภัททิมา       
       “นาน พอ ดู ครับ”
       ภัททิมาทำยิ้มขำน่ารัก เอาผ้าปิดหน้าอก
       “ดูอะไรคะ”
       คีรินทร์ยิ้มแก้เกี้ยว
       “เออ ไม่มีอะไรครับ คุณไข่มุกล่ะมาเล่นนานยัง”
       “ก็ นาน พอ ดู” ภัททิมาทำเสียงล้อคีรินทร์ “เหมือนกันคะ แหมต้องเรียกคุณด้วย ฟังแล้วห่างเหินไงไม่รู้ เรียกไข่มุกเฉยๆ นะคะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหุ่นคุณรินถึงดี๊ดี ออกกำลังกายบ่อยนี่เอง ไว้ช่วยแนะนำไข่มุกบ้างนะคะ”
       ภัททิมาทำยิ้มหวาน ให้ท่าในที
       “ได้ครับไข่มุก”
       ภัททิมายิ้มดีใจ ทำเข้าคลอเคลียคีรินทร์
       “ดีใจจังเลย ที่คุณไม่รังเกียจไข่มุก เราจะได้รู้จักกันมากกว่านี้”
       ไข่มุกเดินมา ขมวดคิ้วมองสงสัยว่าสองคนทำอะไรกัน คีรินทร์เหลือบไปเห็นนึกได้ก็รีบถอยห่างจากภัททิมา ภัททิมาไม่เห็นไข่มุกเดินเข้ามาหา
       “โทษทีนะ ผมมีธุระต้องรีบไป ไว้คุยกันนะครับ”
       คีรินทร์หันมองไข่มุกที่เดินเข้ามาใกล้
       “อ้าว เดี๋ยวก่อนสิคะคุณริน”
      
       คีรินทร์ไม่ฟังเสียงเปิดแน่บ ภัททิมาได้แต่เก้อ ถอนใจแรงๆ อย่างผิดหวัง หันมาเห็นไข่มุกมองมาหน้าเฉย ภัททิมาทำเชิดใส่ ไม่แยแส ไข่มุกมองภัททิมาอย่างนึกรู้ทัน



       คืนนั้นเมื่อกลับถึงห้องไข่มุกเอาดาวบนบอร์ดออกหนึ่งดวง แล้วทำสีหน้าเรียบกวนนิดๆ มองคีรินทร์ คีรินทร์เห็นก็โวยวาย
      
       “ก็ยัยไข่มุกนั่นมาคุยด้วยแล้วจะไม่ให้พูดตอบหรอ เสียมารยาทแย่ เขาก็เป็นญาติคุณแท้ๆ”
       “ถึงตอบแต่ก็ไม่จำเป็นต้องกรุ้มกริ่มแบบนั้น ความประพฤติไม่ดี โดนตัดแต้มแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
       “ผมรู้นะ หึงละสิ”
       “ชั้นแค่อยากปรับพฤติกรรมคุณ ก็บอกแล้วไงคุณต้องได้บทเรียนบ้างนะคะ เห็นไหม พอชั้นตัดแต้มคุณก็รู้สึก”
       “แล้วแบบนี้ เมื่อไรจะได้สะบึมล่ะฮึ่มกันสะที”
       “ไม่มีกำหนด มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยคุณจะเปลี่ยนเมื่อไร”
       คีรินทร์คว้าตัวไข่มุกมาทำท่าจะจูบแก้ม
       “อะก็ได้ งั้นจูบแก้มขอโทษ”
       ไข่มุกรีบถอยห่าง ค้อนนิดๆ
       “คุณนี่นะ เดี๋ยวเถอะ”
       คีรินทร์โอบเอวทำท่าจะจูบต่อ ไข่มุกเอามือบังไว้
       “ไม่กลัว น่ารักแบบนี้ เล่นสะสมคะแนนของผมดีกว่า คุณตัดแต้มผม แต่ผมเพิ่มแต้มให้คุณ ได้จูบให้แก้มช้ำเลย” ไข่มุกเบี่ยงตัวหลบ       
       “พอได้แล้ว ชั้นง่วง นอนเถอะ”
       คีรินทร์อ้อนต่อ
       “งั้นขอนอนกอดนะ”
       ไข่มุกดึงมือออกงอนๆ
       “อย่ามายุ่งนะ ต่างคนต่างนอนสิคะ”
       คีรินทร์ทำท่าขึงขัง
       “อย่านะ อย่าทำให้ผมมีน้ำโห เลือกเอาจะให้กอดหรือทำอย่างอื่น”
       ไข่มุกนิ่งคิด พูดปลายเสียงตวัด
       “กอดก็ได้”
       คืนนั้นคีรินทร์นอนหลับกอดมุกอย่างมีความสุข ไข่มุกรอจนได้ยินคีรินทร์กรนก็ค่อยๆ จับมือเขาจะให้ออกไป แต่คีรินทร์ยิ่งกอดแน่น หลับตาพูด
       “อะๆ อย่าคิดหนี เดี๋ยวโดนจัดหนักหรอก”
       ไข่มุกถอนใจ เลยต้องยอมนอนให้กอดอย่างเก่า
      
       วันต่อมาวัฒนาเอาเอกสารเกี่ยวกับการลงทุนร่วมกับทางโรงแรมเกาหลีมาให้เขมทัตดูในห้องประชุม เขมทัตอ่านอย่างพอใจ
       “เธอเตรียมเอกสารเกี่ยวกับทางเกาหลีได้ดีมาก”
       วัฒนายิ้มอย่างสมหวัง
       “ให้จองเที่ยวบินเลยมั้ยครับ”
       “ถ้าพร้อมแล้วก็จองได้เลย จะได้ไปคุยกับทางนั้นให้รู้เรื่อง”
       วัฒนาดีใจพูดต่อ
       “ผมจะทำให้ดี...”
       พอดีคีรินทร์เดินผิวปากเข้าห้องประชุมมาอย่างอารมณ์ดี
               “พ่อเรียกผมเหรอครับ” วัฒนายิ้มให้คีรินทร์
       “ใช่ จะบอกเรื่องให้เตรียมตัวไปเกาหลีได้แล้ว พาลูกไก่ไปเที่ยวด้วยก็ได้นะ ถือว่าได้ทั้งงานได้ทั้งฮันนีมูน แกว่าไงละรินทร์”
       วัฒนาผิดหวัง แต่พยายามไม่แสดงออก ฝืนยิ้มต่อ
               “โอเคครับ ไม่มีปัญหา ชอบ”
       “เรื่องเอกสาร มีอะไรสงสัย ถามวัฒนา เขารับผิดชอบเรื่องนี้อยู่”
       “ครับ”
       คีรินทร์ยักคิ้วให้วัฒนาซึ่งเก็บแฟ้มเอกสารฝืนยิ้มมองคีรินทร์ที่ดูเอาแต่เรื่องสนุกสนานอย่างแค้นและอิจฉาในใจ
      
               ขณะนั้นมณีกำลังทาแป้งเติมลิปสติกในห้องน้ำที่อยู่ในห้องทำงานเขมทัต มณีเปิดประตูออกไปพอดีชลลดาในชุดเซ็กซี่ก็เข้ามา เขมทัตยืนจะถอดเสื้อนอกแขวนที่แขวน หันไปมองชลลดายิ้มให้อย่างกันเอง มณีเห็นก็เขม้นมอง รีบแง้มประตูเหลือไว้นิด ซุ่มดูไม่ยอมออกมา ชลลดาก็อ้อนเขมทัตเต็มที่       
       “คุณพี่ขา มีเรื่องมาเรียนคะ”
       “ว่าไงครับ”
       “เราไม่ค่อยได้มีโอกาสอยู่กันสองคนเลย ชลซาบซึ้งในบุญคุณของคุณพี่มาก ที่ให้ความเมตตาต่อชลกับลูกไก่ อยากมากราบขอบคุณแบบนี้มานานแล้ว”
       ขลลดากราบหน้าอกเขมทัตแทบซบ เขมทัตอึกอัก อดมองร่องอกชลลดาไม่ได้ แต่ทำเมินๆ มองไปทางห้องน้ำมณีรีบแง้มปิดให้มิดชิด มณีเม้มปากแน่นตาลุกอย่างหึง เขมทัตกึ่งโอบกึ่งดันตัวชลลดาออก
      
       “ไม่ ไม่เป็นไรหรอกครับ บุญคุณอะไรกัน เราไม่ใช่คนอื่น”



       เขมทัตจะถอดเสื้อนอกอีกครั้ง
       “ให้ชลช่วยนะคะ”
       “ไม่เป็นไรครับ ผมถอดเองได้”
       “ให้ชลทำอะไรให้คุณพี่บ้างเถอะค่ะ เล็กน้อยก็ยังดี”
       มณีแง้มประตูแอบมองแสนจะหึง มือกำลูกบิดประตูแน่น เขมทัตก็คอยเหลือบมองที่ประตูห้องน้ำ ชลลดาเอาเสื้อนอกเขมทัตแขวนให้ หันมองหน้าเขมทัตแล้วโถมเข้าไปจับมือ แล้วบีบน้ำตา
       “อ้าวเป็นอะไรไป อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้”
       เขมทัตถามอย่างแปลกใจ
       “คุณพี่ขา ถ้าคุณพี่ไม่ช่วยคราวนี้ ชลแย่แน่ เหลือแต่คุณพี่คนเดียว ชลไม่มีใครที่ไหนอีกแล้ว”
       ชลลดาปล่อยโฮอย่างน่าสงสาร เอามือเขมทัตมาแนบที่หน้า เขมทัตก็ยักๆ ยันๆ ไว้ ชลลดาจะพูดต่อ
       เขมทัตก็คอยขยิบตาให้หยุดพูด ชลลดาก็งง
       “เป็นอะไรคะ ตาเจ็บเหรอ ทำไมทำขยิกๆ แบบนั้น”
       “ไม่มีไรครับ ว่าแต่ จะให้ช่วยเรื่องอะไร บอกมาเลย”
       “ชลเกรงใจจัง คืออยากรบกวน คุณพี่ซัก...สามล้าน”
       มณีเปิดประตูผางออกมาเสียงลั่น
       “ไม่ให้” มณีจ้องชลลดาอย่างแสนจะหึง สองคนก็สะดุ้ง ชลลดารีบปล่อยมือเขมทัตที่หน้าตื่น “คิดจะปอกลอกผัวชั้นหรอยะ มาทางไหน ไปทางนั้นเลย”
      
       ไข่มุกตกใจ เดินคุยกันมากับคีรินทร์
       “เกาหลี...คุณจะไปเรื่องงานไม่ใช่เหรอ แล้วจะพาชั้นไปทำไม”
       “งานมันก็ส่วนหนึ่ง แต่ตั้งแต่แต่งงาน เรายังไม่ได้ไปฮันนีมูนดูดน้ำผึ้งพระจันทร์กันเลยนะ แล้วที่สำคัญช่วงฮันนี่มูนเขาก็จะต้อง” คีรินทร์ทำท่าเอานิ้วชนกัน “จุ๊บจุ๊บ ฉลองกัน”
       ไข่มุกนิ่งคิด
       “คุณไปทำงานเถอะ ชั้นไม่ชอบนั่งเครื่องบินหรอกคะ”
       “แหมกรุงโซลแค่นี้เอง บินไม่กี่ชั่วโมง”
       ไข่มุกทำท่านึกแล้วก็ยิ้มอย่างนึกได้
       “กรุงโซล เมืองเดียวกับที่จินจูอยู่นี่”
       “เหรอ”
       “ค่ะ เมื่อก่อนอยู่ที่อื่น แต่ตอนหลัง ย้ายไปอยู่กรุงโซลแล้ว”
       “เหมาะมาก ถ้าเธอไปกับชั้นคราวนี้ อาจได้เจอจินจูก็ได้นะ โอกาสดีๆ แบบนี้ พลาดได้ไง เสียดายแย่”
       ไข่มุกคิดหนัก ตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง คีรินทร์ยิ้มอย่างดีใจ
              
       ห้องรับแขกบ้านคีรินทร์ วัฒนายื่นเอกสารให้นุชนารถ
       “ถ้างั้นผมฝากคุณนุชด้วยนะครับให้เขาเซ็นชื่อในเอกสารนี้ แล้วรบกวนช่วยเตือนคีรินทร์ อย่าลืมเอาพาสปอร์ตของเขากับคุณลูกไก่ไปให้ผมที่โรงแรมด้วย ได้รีบจัดการเรื่องวีซ่าให้”
       นุชนารถแปลกใจ
       “ลูกไก่ เธอจะไปด้วยเหรอคะ คุณรินไปเรื่องงานไม่ใช่เหรอ”
       วัฒนายิ้มแบบปลอบใจตัวเอง
       “เห็นว่าจะไปฮันนีมูนกัน อีกหน่อยคงมีตัวเล็กให้คุณได้เลี้ยง” นุชนารถชะงักหน้าเสีย “ขอโทษนะครับ ผมลืมไป คุณนี่เก่งนะมาก่อนตั้งนาน แต่ต้องมาทนเห็นตำตาอยู่ทุกวัน ผมเห็นใจคุณจริงๆ”
       นุชนารถแค่นยิ้มรับ แววตาแสนจะผิดหวังและโกรธ
      
       ไข่มุกมาหาชลลดาแล้วบอกอย่างกลุ้มใจ
       “ถ้าหนูไปทำพาสปอร์ต คุณคีรินทร์ก็ต้องรู้ว่าหนูชื่อไข่มุกไม่ใช่ภัททิมา”
       “แล้วแกอจะไปทำไมเล่า อยู่ดีๆ จะหาเรื่องให้เขาจับได้”
       “ที่อื่นหนูไม่ไปแน่ แต่ที่เกาหลี มีดาราคนโปรดหนูอยู่หนูอยากเจอเขา”
       ชลลดาหงุดหงิด
       “โอ๊ย ยัยบ้าดารา อย่างกับแกจะได้เจอ เขาคงมาเดินตามถนนให้ถ่ายรูปคู่ด้วยหรอก ไร้สาระ”
       “ก็ไม่แน่นะคะ ของแบบนี้ คุณผู้หญิงช่วยคิดหน่อยสิคะ ไว้หนูจะซื้อของฝากมาให้เยอะๆ เอาที่แพงที่สุดเลย”
       ชลลดายิ้มอย่างงกอยากกิน
       “ก็สมควรต้องซื้อมาฝากชั้นอยู่แล้ว ถ้าอยากไปจริงๆ ก็ต้องอย่าให้คีรินทร์เห็นพาสปอร์เด็ดขาด”
       ไข่มุกคิดตามแผนชลลดา ยิ้มอย่างเห็นทางออก
      
       คีรินทร์ขับรถไป หันมาถามไข่มุกอย่างแปลกใจ
       “ทำไมแม่คุณต้องไปทำพาสปอร์ตให้คุณเอง ทั้งที่ลูกน้องผมก็จัดการให้อยู่แล้ว”
       ไข่มุกยิ้มกลบเกลื่อน
       “คุณแม่จะไปทางนั้นอยู่แล้วคะ ไม่อยากรบกวนลูกน้องคุณ”
       “อย่าบอกนะว่าแม่คุณจะตามไปด้วย ไม่เอานะ งานนี้ฮันนีมูน ไม่ใช่สามัคคีชุมนุม” คีรินทร์ดักคอ ไข่มุกยิ้มแห้งๆ
       “ไม่หรอกคะ คุณแม่ไม่ไปแน่ ว่าแต่ชุดสวยๆ ชั้นก็มีเยอะแล้วนะ ไม่เห็นต้องพาซื้อใหม่ หรือว่าที่นั้นหนาว เมืองเขาสวยไหมคะ แล้วมี หิมะไหม เห็นในหนังหิมะตกซ้วย...สวย”
       คีรินทร์หันมองแล้วยิ้มขำ
       “ถามทีละอย่างสิ ดูทำท่าเข้า อเมริกาที่คุณเรียนไม่มีหิมะเหรอ ทำท่าอย่างกับไม่เคยไปเมืองนอก”
       ไข่มุกรู้สึกตัวก็ยิ้มเจือนแก้เกี้ยว
       “เกาหลี ยังไม่เคยไป”
       ไข่มุกทำเช็ดกระจกแก้เขิน เหลือบไปเห็นคนขี่มอเตอร์ไซด์ใส่แว่นดำตามมาก็หันไปมองอย่างสงสัย
      
       คีรินทร์กับไข่มุกเดินในห้างหรู ถือถุงเต็มสองมือ คนร้ายโผล่ออกมาที่เสา พอไข่มุกมองไปก็รีบหลบ ไข่มุกหน้าเสียรีบจูงมือคีรินทร์ให้เดินไวๆ คีรินทร์เดินตามอย่างงงๆ



       ในร้านเสื้อผ้าผู้ชาย คีรินทร์ถือชุดจะไปลองในห้องลองชุด ไข่มุกเดินเลือกเสื้อไม่ห่างออกไปเท่าไร พอหันมามองทางคีรินทร์เห็นคนร้ายจะเข้าไปในห้องลองเสื้อตาม ไข่มุกหันซ้ายหันขวา รีบเข็นที่แขวนเสื้อที่มีลูกล้อพุ่งใส่จนคนร้ายล้มไป แล้วพรวดเข้าไปในห้องลองเสื้อจึงเห็นคีรินทร์โป๊ท่อนบนหันหลังให้ ไข่มุกรีบเอามือปิดตาแบบนิ้วห่างๆพอเห็น ควานหามือไปถูกมัดกล้ามคีรินทร์ก็ชักมือกลับ แจ่คีรินทร์จับมือไว้ ทำยิ้มยั่ว ไข่มุกจับมือคีรินทร์แล้วลากให้ออกไปอย่างกลัว คีรินทร์ถลาตามอย่างไม่ทันตั้งตัว
      
       คีรินทร์นั่งโซ้ยบะหมี่แห้งอย่างเอร็ดอร่อย ไข่มุกซดน้ำก๋วยเตี๋ยวไปตาก็คอยมองรอบร้านระวังโต๊ะข้างๆ ไปทั่ว
       คีรินทร์เห็นก็ทำสีหน้างง
       “คุณเป็นอะไรลูกไก่ เห็นลับๆล่อๆมาตั้งแต่ในรถแล้ว อยู่ที่ห้างก็ทำจะเข้าไปลวนลามผม แหม บอกกันดีๆ ก็ได้ หรือว่า คุณชอบโชว์ตามที่สาธารณะ เร้าใจดีว่างั้น”
       ไข่มุกค้อนให้
       “บ้าสิคุณน่ะ รีบทานเถอะ ชั้นอยากกลับบ้านแล้ว”
       “แหมกำลังอร่อย จะรีบกลับไปไหน”
       คีรินทร์หยิบบะหมี่อีกชามมานั่งก้มหน้าก้มตาโซ้ยต่อ คนร้ายที่ยืนหลบมุมนอกร้านโผล่ออกมา คนร้ายถือมีดไว้ในมือจะขว้างใส่คีรินทร์ ไข่มุกเหลือบไปเห็น รวบตะเกียบไว้ในมือ พุ่งเข้าใส่คนร้าย ตะเกียบปะทะมีดหล่นจากมือคนร้าย คีรินทร์คีบบะหมี่เต็มปากเงยหน้ามอง ไข่มุกก็ยิ้มหวานให้
               “อ้าว ตะเกียบหายไปไหน”
       “คือมัน สกปรกหนะคะ ขว้างทิ้งไปแล้ว”
       คีรินทร์มองงงๆ แล้วก้มหน้ากินบะหมี่ต่อ คนร้ายเดินตรงมาที่โต๊ะกะเข้ามาซัดเต็มที่ ไข่มุกเห็นก็ตาตื่น ไข่มุกทุบโต๊ะผ่าง ชามก๋วยเตี๋ยวลอยขึ้นบนฟ้า ไข่มุกใช้ฝ่ามือปัดไปทางคนร้าย ชามก๋วยเตี๋ยวลอยหมุนไปในอากาศ ลงหน้าคนร้ายพอดี น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ รดหน้าจนคนร้ายดิ้นพล่านออกไปจากร้าน คีรินทร์เงยหน้าเคี้ยวบะหมี่แก้มตุ่ย       
       “อ้าว...ชามก๋วยเตี๋ยวหายไปไหนอีก”
       ไข่มุกยิ้มหวานให้อีกครั้ง
       “มันร้าวหนะ โยนให้เด็กเปลี่ยนไปแล้ว”
       คีรินทร์งง แล้วก้มหน้าพุ้ยบะหมี่ต่อ ไข่มุกเหลือบมองคนร้ายที่หลบไป ถอนหายใจรอดไปอีกที
      
       ไข่มุกเร่งคีรินทร์ที่เดินช้าเพราะอิ่ม ตาคอยมองว่าคนร้ายตามมาหรือไม่
               “เร็วสิคุณ เดินช้าจัง”
       ไข่มุกเข็นคีรินทร์จากด้านหลัง
       “จะรีบไปไหนของคุณ รถจอดอยู่แค่นี้เอง คนยิ่งอิ่มจะตาย เดินเร็วไม่ไหว หนักพุง”
       ไข่มุกเหลือบไปเห็นคนร้ายที่เดินตามมาก็หน้าตื่น รีบดึงคีรินทร์ไปหลบหลังรถคันหนึ่ง หายใจรัวทั้งกลัวทั้งเหนื่อย
       “ขอพักแป๊บ โอย จะตามอะไรกันนักหนา”
       คีรินทร์มีสีหน้าหงุดหงิด
       “คุณเป็นอะไรของคุณ หลบกิ๊กคนไหนอีกละ ไหนมันอยู่ไหน ถ้าคุณไม่กล้าเดี๋ยวผมบอกเองว่าคุณมีสามีแล้ว”
       คีรินทร์ลุกจากที่หลบ จังหวะเดียวกับคนร้ายทุ่มแผ่นไม้แผ่นใหญ่ใส่ตัวคีรินทร์
               “ไม่เดี้ยงก็ให้มันรู้ไป”
       “โอ๊ย”
       คีรินทร์เอามือป้องกันไว้ แต่ไม้กระดานล้มทับตัว ลงไปนอนนิ่งกับพื้น ไข่มุกตะโกนสุดเสียง
       “คุณคีรินทร์”
       คนร้ายปรี่เข้ามาจะกระทืบไม้กระดานซ้ำบนร่างคีรินทร์ ไข่มุกรีบออกมา ถีบตัวคนร้ายจากด้านหลังจนเซไป
       “จะเล่นกันถึงตายหรือไง”
       คนร้ายชักมีดออกมา ไข่มุกตาลุกกลัว ถอยออกห่าง
               “ทำเจ็บหลายครั้งแล้ว ขอเอาคืนบ้างเถอะวะ”
       ไข่มุกตกใจถอยหลังแล้ววิ่งหนีไปอย่างกลัว คนร้ายวิ่งตาม
      
       ไข่มุกวิ่งหนีลงบันไดอย่างตื่นกลัว คนร้ายก็วิ่งตาม
       “โอ๊ย...จะตามมาทำไม อยากได้อะไรบอกมาสิ”
       “อยากสั่งสอนเอ็งไง ซ่าส์นัก ทำจะสู้กะข้า”
       “ไม่ต้องสอน ชั้นเลิกเรียนนานแล้ว ปล่อยชั้นไปเถอะ” พอลงมาอีกชั้น ไข่มุกเห็น รปภ.เดินมา รีบวิ่งเข้าไปหา
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วยคะ มีคนร้าย”
       รปภ.รีบเป่านกหวีดเสียงดัง คนร้ายชะงัก รีบหลบที่มุมตึกแล้ววิ่งหนีไป ไข่มุกมองด้วยความกลัว หอบหายใจถี่อย่างเหนื่อย
      
       ภัททิมาช็อปปิ้งเอารถขึ้นมาจอด พอขับรถผ่านเห็นไม้กระดานทับคนก็ตกใจหยุดรถมองจึงเห็นเป็นคีรินทร์
       “เอ้ย นั้นคุณคีรินทร์นิ ไปนอนอะไรตรงนั้น”
       ภัททิมารีบหยุดรถลงมาช่วยขยับไม้กระดานออก คีรินทร์มึนสะลึมสะลือ มีเลือดไหลที่ขมับ คีรินทร์กุมที่แผล พอจะลุกก็ล้มลงไป จนภัททิมารีบเข้าประคอง       
               “คุณคีรินทร์ไหวไหมคะ เดี๋ยวลูกไก่ช่วย ขึ้นรถก่อน ลุกเร็วสิ หนัก ยกไม่ไหว ลุกเร็ว โดนใครมันตีเอาเนี่ย น่ากลัวเห็นแล้วลมจะจับ”
       ภัททิมาประคองคีรินทร์จนขึ้นรถได้ ภัททิมารีบขับรถออกไป จังหวะนั้นไข่มุกกับ รปภ.รีบวิ่งมาหาคีรินทร์ หอบอย่างเหนื่อย พบแต่ไม้กระดาน
       “ไหนละครับคนร้าย คนเจ็บ ไม่เห็นมีใครสักคน”
       ไข่มุกหันรีหันขวางหาคีรินทร์ไปทั่ว
       “เมื่อกี๊ยังอยู่ตรงนี้เลย หายไปไหนแล้ว”
       ไข่มุกมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นอะไร
              
       คีรินทร์นอนหลับตายกมือกุมหัวซึ่งมีผ้าพันแผลรอบหัว ภัททิมารีบพูดเอาความดีความชอบกับเขมทัตและมณี
       “ถ้าลูก เอ๊ย ไข่มุกไม่ไปเจอ มีหวังนอนหัวแตก จนเลือดหมดหัวแน่นอน”
       “ลุงขอบใจหนูไข่มุกมาก ยังโชคดีที่เอ๊กซเรย์แล้ว ไม่เป็นไร จำหน้าคนทำได้มั้ย”
       คีรินทร์ส่ายหัวช้าๆ
       “โธ่ลูกแม่ ทำไมเคราะห์ร้ายอย่างนี้ เดี๋ยวโดนนั้นโดนนี่ ท่าจะจริงแล้วนะคุณ ดวงลูกเราชงกันกับยัยลูกไก่แน่เลย ดวงเป็นกาลกิณีกัน ถึงมีเรื่องไม่ได้หยุด”
       เขมทัตนิ่งคิดไม่พูดอะไร ไข่มุกรุดเข้ามาในห้อง ท่าทางร้อนใจพอเห็นคีรินทร์ก็ถอนใจ ค่อยหายห่วง
       “คุณเป็นยังไงบ้างคะ แล้วกลับมาบ้านยังไง ตอนชั้นกลับไปอีกทีก็ไม่เจอคุณแล้ว”
       คีรินทร์มองไข่มุกอย่างยังซึมๆ มณีเข้าไปแทรกเบียดไข่มุกให้ออกห่าง จนไข่มุกแทบเซไป
               “อยู่ห่างๆ ลูกชั้นดีกว่านะ รู้ไหมตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ เกิดเรื่องกับคีรินทร์กี่ครั้งแล้ว พาตัวซวยเข้าบ้านจริงๆ”
       คีรินทร์เริ่มขยับ รู้สึกตัว มือยังกุมที่แผล
               “ลูกไก่ คุณเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนเปล่า”
       ไข่มุกสั่นหน้า น้ำตาคลอเพราะโดนมณีว่า
       “ไหนค่อยๆ เล่าสิเกิดไรขึ้น”
       “เราไปซื้อของกันค่ะ พอจะกลับมาขึ้นรถ ก็มีคนเข้ามาทำร้ายคุณรินทร์”
       คีรินทร์นึกย้อนไป
       “ใช่ มันเอาไม้มาฟาดหัวผมอย่างแรงเลย”
       มณีมองไข่มุกอย่างสงสัย
       “แล้วเธอหายไปไหน ทำไมทิ้งให้ผัวนอนเจ็บอยู่กับพื้นคนเดียว”
       ไข่มุกอึกอัก ทุกคนมองไข่มุกเป็นตาเดียว
       “คือ หนูวิ่งไปตาม รปภ. ให้มาช่วยคะ”
       ภัททิมาได้โอกาสเลยสวมรอย       
       “ก็วิ่งหนีนั้นแหละ จริงๆ น่าจะช่วยคุณคีรินทร์ก่อน ไข่มุกเห็นเหตุการณ์ตลอด ขอบอกว่าทนไม่ได้จริงๆ คะ เลยต้องรีบเข้าไปช่วยคุณคีรินทร์ เอา กระเป๋าฟาดๆๆคนร้าย ด่ามันซะกระเจิง จนมันต้องวิ่งหนีไปเลยคะ” ไข่มุกเอ๋อ มองหน้าภัททิมา พูดต่อไม่ออก ภัททิมาก็ทำทีเข้าไปดูแลทำเป็นห่วงคีรินทร์ “ตอนนั้นนึกอย่างเดียว ต้องช่วยคุณคีรินทร์ให้ได้ จนลืมห่วงชีวิตตัวเองเลย”
       “คนอื่นแท้ๆ ยังคิดแบบนี้ แต่นี่เธอเป็นเมีย กลับหนีเอาตัวรอดทิ้งผัวไว้แบบนั้น กรรมเวรของลูกชายชั้นจริงๆ ที่มีเมียอย่างเธอ”
      
       เขมทัตมองไข่มุกอย่างเสียความรู้สึก ไข่มุกหน้าเสีย ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เหลือบมองภัททิมาที่ส่งสายตามาเย้ยอย่างสะใจ
ตอนที่ 5
      
       เขมทัตเดินคุยกับภัททิมาที่ทำตัวเรียบร้อย       
      
       “ลุงขอบใจหนูมาก ที่ช่วยชีวิตคีรินทร์ ถ้ามีอะไรที่ลุงพอทำให้ได้บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ เราก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้ว”
       ภัททิมาทำหน้าเศร้าบีบน้ำตา
       “ตอนนี้คุณป้ากับหนู ลำบากเหลือเกินคะ ไม่มีที่พึ่งที่ไหนแล้วคุณลุงพอเป็นที่พึ่งให้พวกเราได้มั้ยคะ”
       เขมทัตอึ้ง จำนนกับบุญคุณที่ภัททิมาช่วยคีรินทร์ไว้
      
       ไข่มุกลากกระเป๋าหลายใบมากองรวมกันที่ห้องโถงของบ้านคีรินทร์อย่างเหนื่อย ชลลดามองอย่างสะใจ ภัททิมาเห็นลากกระเป๋าก็เอ็ดให้
       “ลากอย่างกับเข่งผัก ใบหนึ่งหลายหมื่นนะยะ เจ๊งไป จะมีปัญญาซื้อใช้ชั้นไหม”
       ไข่มุกพูดไปหอบไป
       “คุณนายกับคุณลูกไก่เอาแน่เหรอคะ จะมาอยู่บ้านนี้”
       “ไม่ใช่แค่อยู่ แต่ต่อไป ชั้นอาจจะได้เป็นเจ้าของบ้านนี้ด้วย”
       ชลลดาเปิดกระเป๋าหยิบธูปกำใหญ่มาจุด หลับตาท่องคาถาทำปากมุบมิบ เสร็จก็กระทืบเท้าเปรี้ยงๆ 3 หน เป่าพรวดไปทั่วบ้าน ภัททิมาสะกิด
       “คุณแม่ขา ทำอะไร”
       “เมตตามหานิยม รับรองหลงกันทั้งบ้าน”
       มณีกร่างเดินเข้ามากับช้อย
       “ใครเชิญพวกเธอมาในบ้านชั้นมิทราบ เล่นพิเรนแบบนี้ ที่นี่ไม่ต้อนรับ”
       ชลลดากับภัททิมาที่หลับตาท่องคาถาอยู่ก็โผล่งลืมตา ช้อยสำลักควัน
               “นึกว่าไฟไหม้ โอ๊ยเหม็นไปหมด”
       “คนจะเข้าบ้านเข้าเรือน ก็ต้องดูฤกษ์ดูยาม โบราณว่าให้ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง จะได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีเสนียดมารบกวน”
       มณีท้าวสะเอวเสียงลั่น
       “เสนียดจะมาเข้าบ้านชั้นไม่ว่า”
       ชลลดาพูดอย่างหมายมั่น
       “ดิชั้นจะย้ายเข้ามาอยู่ ในฐานะแม่ของหนูลูกไก่ ชัดนะคะ หนูลูกไก่ ห้องไหนใหญ่สุดในบ้านนี้ พาแม่ไปสิลูก”
       ไข่มุกยืนหน้าเจี๋ยม รู้ว่าศึกหนักกำลังก่อตัวแน่ ได้แต่อ้ำอึ้ง
               “คือหนูไม่รู้ว่า ห้องไหน”
       “ไม่มีห้องไหนทั้งนั้น เชิญแม่กับญาติเธอออกไปเดี๋ยวนี้”
       ไข่มุกทำอะไรไม่ถูก ชลลดาเดินวนไปวนมารอบตัวมณี มือก็ถือธูปกำใหญ่ ควันโขมง
       “หาที่ปักธูปไม่เจอเลย ฝากไว้หน่อยนะคะคุณเจ้าของบ้านใหญ่”
       ชลลดาทำปักธูปใส่มณีซ้ายทีขวาที มณีปัดมือชลลดาอย่างแรง มองอย่างเอาเรื่อง ชลลดาเมินหน้า ไปปักธูปที่กระถางต้นไม้ ทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้าน มณีโกรธจัดปรี๊ดแตก
       “แน่จริงก็เดินเข้าไป ชั้นเรียกตำรวจแน่ ข้อหาบุกรุก”
       ชลลดากับภัททิมาก็อึ้ง สบตากันว่าเอาไงดี เขมทัตหน้านิ่งเดินเข้ามา มองมณีอย่างเอาจริง เสียงเข้ม
               “คุณ...พอได้แล้ว ผมเป็นคนอนุญาตให้พวกเขามาพักที่นี่เอง”
       มณีอึ้ง ชลลดากับภัททิมาได้ทีก็ยิ้มหยันใส่มณี เดินระรื่นเข้าไปในบ้าน ไข่มุกรีบหิ้วกระเป๋าวิ่งตามชลลดาและภัททิมาเข้าไปในบ้าน
      
       บ้านจินจูที่เกาหลี สายน้ำเกลือห้อยข้างเตียง จินจูนอนหลับตาบนเตียง สภาพอิดโรยตรอมใจเหมือนใกล้จะตาย หน้าตาซีดเสียวมาก แทยอนที่นั่งข้างเตียงมองนิ่งขรึม
       “จินจู ทำไมเธอทำร้ายตัวเองขนาดนี้”
       จินจูค่อยๆ ลืมตามองตรงแทยอน
       “อีกไม่นาน ชั้นจะได้พบยองแอแล้ว” จินจูยิ้มทั้งน้ำตา “ชั้นกับลูก จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ไม่มีใครมาแยกเราได้”
       “ชั้น...มีเรื่องจะสารภาพ”
       “พี่แทยอน พี่จะพูดอะไร”
       น้ำเสียงแทยอนเข้มแต่สั่นเครือ เลื่อนมือไปกุมมือจินจูไว้
               “แต่เธอต้องสัญญาก่อนว่าจะยกโทษให้ ชั้นทนเห็นเธอสภาพนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”
       จินจูมีสีหน้างง
       “ยกโทษ เรื่องอะไร”
      
       แทยอนสบตาตรงจินจู พูดเสียงหนัก
       “ยองแอ ลูกสาวเธอยังไม่ตาย”
       จินจูอึ้ง ตาเบิกโพลงกับคำพูดของแทยอน
      
       ห้องนั่งเล่นบ้านเขมทัต ชลลดากับภัททิมานั่งวางท่า กรีดนิ้วหยิบน้ำที่ช้อยเอามาเสิร์ฟ ช้อยมองค้อน ชลลดาแกล้งจิบน้ำแล้วยกแก้วออกห่างพิจารณา
       “อุ๊ยตาย มีฝุ่นในน้ำ เอาไปเปลี่ยนหน่อยนะ” ชลลดาแกล้งยื่นแก้วใส่หน้านุชนารถ พยักพเยิดให้รับไป นุชนารถทำไม่เห็น ชลลดาก็เอาไปขวางหน้าทำเชิ่ดใส่ “เอาไปสิ แน่ะ ทำเฉยอีก ไม่มีคนสอนมารยาทเหรอ”
       นุชนารถรับมาแล้วกระแทกลงบนโต๊ะ ชลลดามองแล้วเมิน ยิ้มเยาะนิดๆ ทำเป็นมองรอบๆบ้าน เขมทัตกับรัตนาอยู่ใกล้ๆ ภัททิมา มณีมองแล้วเบะปากรังเกียจ
               “บ้านสวยดีนะคะ แต่ติดอยู่นี้ด นี้ดเดียวจริงๆ คือแบบ ของตกแต่ง มันแปลกๆ ดูไม่เข้ากับบ้านเลยค่ะ เหมือนเอาคลองถม มาไว้ในพารากอน”
       ช้อยอดไม่ไหว สอดปาก
       “ของตกแต่งในบ้านทุกชิ้นคุณมณีเลือกเองกับมือจะแปลกได้ยังไง”
       “อุ๊ย ถึงว่า” ชลลดาปรายตามองมณี “โบสุดๆ อย่างกับหลุดมาจากยุคนางทาส แต่ไม่เป็นไรนะคะคุณพี่” ชลลดาปราดไปเกาะแขนเขมทัต “ต่อไปชลจะช่วยดูแล จัดบ้านให้สวยมากขึ้น คุณพี่กลับมาบ้านจะได้สบายหู สบายตา สบายใจ ไม่มีของเก่าของแก่รกตา”
       มณีควันขึ้น ขบเขี้ยว
       “หนอย เก่าก็ลายครามย่ะ ดีกว่าใหม่เซียงกง กระแดะนัก”
       ภัททิมามองนุชนารถ รู้สึกไม่ถูกชะตา นุชนารถมองกลับอย่างหยิ่งๆ ภัททิมาชักเอะใจเลยยิ่งวางท่า
               “คุณนุชคะ ห้องนอนชั้นมีฝุ่นอยู่ รบกวนจัดการให้หน่อยนะคะ ชั้นเป็นภูมิแพ้”
       “ชั้นไม่ใช่คนรับใช้ค่ะ เป็นพยาบาล”
       ภัททิมาทำท่าตกใจเว่อร์ๆ
       “อุ๊ย แหม ไม่ได้ตั้งใจจะใช้นะคะ แต่เห็นคุณนุชอยู่ว่างๆ”
       “ใครกันแน่จ๊ะที่ว่าง เร่ไปเร่มา ไม่ทำงานสักคน”
       “ใช่ค่ะ คนอาไร้ ขี้เกียจขนจะขึ้นตัว”
       “นั่นสิคะ งั้นคนขยันอย่างแม่ช้อยก็ทำให้หน่อยนะ เดี๋ยวชั้นทำเองขนจะพันตัว”
       เขมทัตมองสาวๆ โต้กันไปมาก็เหนื่อยใจ รัตนามองภัททิมา ยิ้มให้อย่างผูกมิตร ทำท่าอ้าปากจะคุย
      
       แต่ภัททิมาเห็นสะบัดหน้าพรืดเบ้ปากทั้งรำคาญและรังเกียจ



       ไข่มุกมาเกาหลีกับคีรินทร์ พอถึงสนามบินอินชอน ไข่มุกมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น คีรินทร์มองยิ้มๆ แล้วรั้งข้อศอกให้เดินคู่
      
       จินจูใส่แว่นดำเดินมาช้าๆ กับแทยอนและยูรี จินจูเดินสวนกับไข่มุก จินจูมองไข่มุกอย่างสะดุดตาแว่บหนึ่ง คีรินทร์รั้งให้ไข่มุกเดินเร็วขึ้น จินจูมองตามหลังแล้วหันกลับมา
       “ส่งแค่นี้ก็พอ เดี๋ยวชั้นกับพี่ยูรีก็ขึ้นเครื่องแล้ว”
       “ชั้นอยากตามไปด้วย เธอยังไม่หายดีเท่าไหร่ ชั้นเป็นห่วง”
       จินจูส่ายหน้า ปลดแขนออก
       “ชั้นไปได้ ไม่ต้องห่วง ไปเถอะพี่ยูรี”
       จินจูกับยูรีเดินกำลังจะเข้าประตู แทยอนมองส่งตาโศก แทยอนกำลังจะหันหลังกลับ แต่ยูรีเสียงดังขึ้นมา
       “จินจู จินจู”
       จินจูหน้ามืดล้มอยู่ในอ้อมกอดยูรี แทยอนมองจินจูที่เป็นลมอย่างตกใจมาก
      
       คีรินทร์กับไข่มุกนั่งอยู่ด้านหลังรถหรู ไข่มุกเกาะกระจกมองวิวอย่างตื่นเต้น คีรินทร์ยิ้มเอ็นดู มีเด็กข้างทางโบกมือให้ ไข่มุกโบกตอบ
       “โซลวิวสวยดีนะคะ ชั้นเพิ่งเคยมาเมืองนอกเป็นครั้งแรก กลางคืน ที่นี่น่าจะสวย น่าเที่ยวจัง”
       “ครั้งแรกอะไร แอ๊บอีกละ มากับผู้ชายเป็นครั้งแรกล่ะสิ ทำมาเป็นพูด”
       ไข่มุกทำหน้าตูม ค้นของในกระเป๋าหยิบสมุดออกมาเปิดในสมุดเป็นแบบจำลองบอร์ดของไข่มุก คีรินทร์มองแล้วตกใจ
       “เฮ้ย อะไรเนี่ย”
       “บอร์ดของชั้นค่ะ แบบพกพาสะดวก นี่แน่ะ ปากเสีย ตัดหนึ่งแต้ม”
       ไข่มุกขีดฆ่าดาวออกหนึ่งดวง ยิ้มเย็นมองคีรินทร์
               “แสบมาก นี่ชั้นยังไม่พกมาเลยนะ ไม่เอา เมื่อกี้ไม่นับ”
       “ว่าชั้นแสบ ตัดไปอีกดวง”
       ไข่มุกทำท่าจะขีดฆ่า คีรินทร์แย่งปากกาในมือ ไข่มุกยิ้ม หยิบอีกแท่งในกระเป๋า
               “ขี้โกงนี่ ลูกไก่ อย่าโกงชั้น ห้ามตัดนะ”
       คีรินทร์จะแย่งสมุด ไข่มุกชูสูง
       “ตอนแรกว่าจะไม่ตัด แต่ว่าชั้นขี้โกง งั้นลบหนึ่ง”
       “โหย เมียเรา ใจร้ายที่สุดในสามโลก ไว้ชั้นกลับไปจะแปะจุ๊บในบอร์ดชั้นแก้แค้นบ้าง คอยดู”
       ไข่มุกหัวเราะสดใส คีรินทร์แกล้งหอมข้างแก้มเร็วๆ แล้วอมยิ้ม
      
       จินจูนอนอยู่บนเตียงหลับตา แทยอนคลุมผ้าห่มให้อย่างทะนุถนอม จินจูลืมตาขึ้น แทยินจับมือจินจูมาแนบที่ใบหน้าตัวเอง จินจูมองแทยอนอย่างเฉยชา
       “ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ด้วย”
       แทยอนไล้นิ้วบนหลังมือแผ่วเบา
       “เธอต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงก่อน ชั้นสัญญา ถ้าเธอหายดีเมื่อไหร่ ชั้นจะพาเธอไปหาลูกจนเจอ นอนซะจินจู”
       “สัญญานะคะ”
       จินจูสบตาแทยอน แทยอนมองด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง พยักหน้าให้ จินจูยอมหลับตาลง แทยอนลูบผมจินจูเบาๆ ใบหน้าเศร้าสร้อย
      
       ไข่มุกนั่งอยู่ในล็อบบี้โรงแรมหรู คีรินทร์เดินเข้ามาหาแล้วยิ้มให้
               “ชั้นจะเข้าไปคุยเรื่องงานกับประธานก่อน เดี๋ยวจะมีพนักงานพาเธอไปที่ห้องนะ พักผ่อนไปก่อนได้เลย”
       “คุณไม่ไปด้วยเหรอคะ ไม่เหนื่อยเหรอ นั่งเครื่องตั้งหลายชั่วโมง”
       “มือชั้นนี้แล้ว สบายมาก” คีรินทร์ทำท่าเอะใจ “ฮั่นแน่ แอบเป็นห่วงชั้นล่ะสิ ทีหลังไม่ต้องแอบ ห่วงตรงๆ เลยก็ได้ ชั้นชอบ”
       “พูดเล่นอีกแล้วคุณนี่ ไปทำงานเลย”
       “อ๊ะแน่ ทักหน่อยทำเป็นเขิน ไปก็ได้”
       คีรินทร์ทำท่าจะเดินไปแต่หันหลังกลับมาจุ๊บหน้าผากไข่มุกทีนึง ไข่มุกสะดุ้ง คีรินทร์ยิ้มทะเล้นแล้วเดินไป
      
       พอเข้ามาในห้องพัก ไข่มุกเปิดม่านมองออกไปข้างนอกเป็นวิวเมืองโซลสวยมาก ไข่มุกยิ้มนิดๆ มองไปรอบห้องอย่างมีความสุข ไข่มุกเดินมาที่เตียงแล้วทุ่มตัวลงนอนแต่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อน ไข่มุกหยิบมาดู       
       “ตามมาถึงนี่เลย”
       ไข่มุกกดรับ แทรกเสียงชลลดาเข้ามา
       “ถึงแล้วล่ะสิ สวยมั้ยล่ะเกาหลี”
       “สวยดีค่ะ แต่รถเยอะ คุณผู้หญิงมีอะไรหรือเปล่าคะ”
       “นิดนึงย่ะ ไปแล้วอย่าเอาแต่เที่ยวเพลินล่ะ พาสปอร์ตก็เก็บให้ดีๆ อย่าให้ความแตกเชียว ไม่งั้นถ้าโดนเขาทิ้งที่นั่น ชั้นไม่ตามไปช่วยนะยะ อ่อ อย่าลืมอ้อนคุณรินซื้อของมาฝากชั้นเยอะๆ ด้วย”
       “แต่หนูเกรงใจ ไม่มีตังด้วย”
       “ฮึ้ย เกรงใจอะไร อ้อนไปเถอะน่า ไม่เสียหาย แค่นี้นะ”
       ชลลดาตัดสาย ไข่มุกอึ้งถือสายค้าง ใบหน้าเริ่มกังวล
      
       ยูรีเดินถือตะกร้าผลไม้เข้ามาในห้อง จินจูกำลังลุกขึ้นจากเตียง ยูรีปราดเข้าไปประคอง
               “จินจู จะไปไหน ลุกขึ้นทำไม”
       “ชั้นอยากไปเดินเล่นหน่อยน่ะ พี่ยูรี”
       “ไม่ได้ๆ ท่านคิมสั่งไว้ว่าให้อยู่เฉยๆ เชื่อชั้นเถอะนะ”
       จินจูจับมือยูรี
       “แค่นิดเดียวเอง ชั้นจะออกกำลังกายให้รีบหายให้เร็วที่สุด จะได้ไปเจอลูกที่เมืองไทย เขาต้องรอชั้นอยู่”
       จินจูส่งสายตาอย่างมีความหวัง ยูรีมองอย่างเป็นห่วง
      
       ไข่มุกเดินเล่นชมวิวในสวนด้วยใบหน้ากังวลนิดๆ แต่พอเห็นดอกไม้บานก็ยิ้มออก จินจูเดินอยู่ไม่ไกล กำลังเดินเหม่อ มองรอบด้าน ไข่มุกกับจินจูเดินเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ ไข่มุกเห็นเงาคนทำท่าจะเงยมองแต่นกพิราบขาวบินตัดหน้า พอมองเลยไปก็เห็นฝูงนกพิราบกำลังจิกอาหารอยู่ในสวน ไข่มุกตาโตเดินเข้าไปใกล้อย่างนึกสนุก
      
       คลาดกับจินจูที่กำลังจะเดินสวนกัน



       จินจูใส่แว่นดำดูท่าทางเหนื่อยอ่อนเดินมาเรื่อยๆ แล้วหยุดนั่งพักตรงม้านั่ง ใบหน้านิ่วไม่สบายและเศร้า
      
       ไข่มุกเดินถือดอกไม้สวยๆ ดมเล่นอย่างมีความสุขแล้วนั่งลงหันหลังชนกัน ไข่มุกนั่งร้องเพลง ชื่อเพลง “จอมนางวังหิมะแดง” จินจูได้ยินก็ขมวดคิ้วนิดๆ
       ไข่มุกร้องเพลงไปเริ่มออกอาการร่ายรำโดยใช้ผ้าแบบตวัดอากาศไปมา จินจูใบหน้าเรียบเฉยแต่เริ่มมองอย่างสนใจ ไข่มุกทำท่าตวัดผ้าแล้วหันกลับมาสบตาจินจู ชะงัก จินจูมองหน้าไข่มุก ยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก ไข่มุกเขม้นมอง จินจูมองตอบ
       “หืม หน้าคล้ายจินจูมาก แต่ซุปตาร์จะมาเดินคนเดียวได้ยังไง สงสัยทำศัลยกรรมมาแหง เหมือนซะ” ไข่มุกพึมพำแล้วเขม้นมอง “โห สวยมาก สวยจริงๆ ผิวเนียนใสปิ๊ง ทำยังไงถึงเหมือนขนาดนี้เนี่ย”
       “เหมือนขนาดนั้นเลยเหรอ”
       จินจูถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไข่มุกอึ้ง ยิ้มอายๆ
       “อุ้ย ฟังภาษาไทยออกด้วย ขอโทษนะคะ”
       “ไม่เป็นไร”
       “คุณมาเที่ยวที่นี่เหรอคะ ชั้นเองก็เพิ่งมาถึงวันแรก”
       จินจูไม่ตอบ แต่ส่ายหน้าให้ไข่มุกอย่างไว้ตัวนิดๆ ไข่มุกยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน สดใส จินจูเลยยิ้มจางๆ ตอบ
      
       จินจูเดินเล่นกับไข่มุก จินจูเดินหน้านิ่งห่างออกไปนิดหน่อย แต่ไข่มุกยิ้มเต็มที่อย่างมีความสุข
       “หนูชอบดูหนังเกาหลีย้อนยุคมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะหนังของจินจูเป็นแฟนพันธุ์แท้เลย คุณรู้มั้ยคะ หนูจำท่าในหนังของจินจูได้หมดเลยนะ”
       จินจูเลิกคิ้วถาม
       “จริงเหรอ”
       “คุณทำท่าเหมือนไม่เชื่อ งั้นดูนี่นะคะ” ไข่มุกวิ่งออกไปตั้งท่ามวย กระโดดเตะอากาศแล้วชกรัวหมัดติดต่อ พอลงพื้นก็ตวัดวาดเท้าไปข้างหลัง “มังกรขาวพิฆาตปฐพี”
       “ท่านี้ชื่อ มังกรขาวปฐพีพินาศ”
       ไข่มุกทำหน้าตกใจ
       “จริงด้วย คุณจำเก่งกว่าหนูอีก”
       ไข่มุกตวัดเท้ากลับมายืน เตะขาสูงรัวไม่ยั้ง ตวัดตัวหมุนลงมายืนตั้งท่า จินจูมองนิ่ง
       “อินทรีทะยานฟ้า อันนี้จากเรื่อง จอมนางสะเทือนโลกันต์”
       จินจูพยักหน้าให้ว่าถูกต้อง ไข่มุกยิ่งเพลินฉีกยิ้มกว้าง ก้มลงหยิบกิ่งไม้มาทำเป็นดาบ รำดาบอย่างคล่องแคล่ว
               “ดาบเลือดหงส์สยบพิภพ ย่าห์”
       ไข่มุกตวัดกิ่งไม้รัวแล้วทำท่าโดดแบบกำลังภายใน ลงบนพื้นม้วนหน้ากลิ้งตัวแล้วลุกขึ้นมายืน ใบหน้าเลอะฝุ่น หัวยุ่ง จินจูส่ายหน้า
       “ไม่ใช่ ต้องจับดาบด้วยมือซ้าย ซอนอินถนัดซ้าย”
       ไข่มุกรีบเปลี่ยนดาบในมือ
       “หนูลืมไป ซอนอินที่จินจูเล่นเป็นเทพธิดาดาบซ้าย นี่แสดงว่าคุณต้องเป็นแฟนหนังจินจูเหมือนกันใช่มั้ยคะ จำแม่นมาก”
       ไข่มุกมองจินจูตาเป็นประกาย จินจูยิ้มนิดๆ อย่างนึกเอ็นดู แต่ยังไว้ท่า
       “หนูมีพรสวรรค์ อาจจะมีมากกว่าจินจูตัวจริงด้วยซ้ำ”
       “ไม่หรอกค่ะ จินจูเก่งกว่าหนูเยอะ หนูไม่กล้าเทียบหรอก”
       “คิดอย่างนั้นเหรอ”
       “ใช่สิคะ จินจูทั้งเก่งทั้งสวย เพอร์เฟคทุกอย่าง”
       จินจูได้ยินทำหน้าขมขื่นนิดๆ แค่นยิ้มให้ตัวเอง
               “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แบบนั้นหรอก”
       “ยกเว้นจินจูไว้คนนึงค่ะ แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าเขาไม่ค่อยสบาย ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง หนูอยากให้เขาหายไวๆ”
       “ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว ขอบใจนะ”
       “แหม คุณไม่ต้องขอบคุณแทนหรอกค่ะ คุณไม่ใช่...”
       ไข่มุกชะงัก มองหน้า ทำหน้าพิจารณา ชักคุ้นๆ จินจูถอดแว่นยิ้มเยือกเย็น ไข่มุกทำท่ากรี๊ดแบบไม่มีเสียงตาโต ปากสั่น
       “จิน จินจู”
       “วันนี้หนูทำให้ชั้นสนุกมาก ขอบใจนะที่ชอบชั้น”
       ไข่มุกมองหน้าจินจู จินจูยิ้มอ่อนโยน ไข่มุกอึ้งตาค้าง ทำท่าจะกรี๊ดอีกแต่ หงายหลังลงไปอย่างคนลมจับ
      
       ศาลาพักในสวน จินจูนั่งข้างๆ ไข่มุกที่พัดตัวเองแต่ตาจ้องจินจูอย่างปลาบปลื้ม จินจูมองหน้าไข่มุกรู้สึกถูกชะตาขึ้นมานิดๆ ปนเอ็นดู       
       “ดีขึ้นหรือยัง มึนหัวอยู่หรือเปล่า”
       “หนูแค่ตื่นเต้นมากไปหน่อยนะค่ะ เลยเป็นลม ไม่ได้เป็นอะไร”
       “ก็ดี งั้นชั้นไปก่อนนะ”
       จินจูลุกทำท่าจะเดินออกไป ไข่มุกลุกตามหยิบโทรศัพท์ทำท่ากระมิดกระเมี้ยน
               “เอ่อ ขอถ่ายรูปคู่หน่อยนะคะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร”
       “ได้ มายืนตรงนี้สิ” จินจูพยักหน้าตีหน้าขรึม ไข่มุกยืนข้างๆ ใช้ไอโฟนถ่ายรูปคู่ ไข่มุกยกมือไหว้ขอบคุณ “ชั้นไปก่อนล่ะ ไว้ถ้าเรามีโชคชะตาต่อกัน คงได้เจอกันอีก”
       จินจูเดินไป ไข่มุกวิ่งตามไปดักหน้า มองหน้าดีใจและมีความสุข
               “หนูก็ดีใจที่ได้พบคุณค่ะ ดีใจมากๆ ดีใจที่สุดในชีวิตเลย”
       จินจูยิ้มให้ สบสายตาไข่มุก แล้วเดินจากไป
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องทำหน้าเอือมสุดๆ ข้างๆ เป็นไข่มุกกำลังทำตาเป็นประกาย
       “จริงๆ นะคะคุณรินทร์ จินจูตัวจริงน่ารักมากๆ เป็นกันเอง ไม่หยิ่งสักนิด ใจดี น่ารักด้วย”
       “เว่อร์เปล่าเนี่ย”
       “ไม่เว่อร์ค่ะ ตัวจริงสวยกว่าในทีวีเยอะ ชั้นดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเหมือนฝันเลย ได้ถ่ายรูปคู่ด้วย ฝันที่เป็นจริงชัดๆ เสียดายลืมขอลายเซ็น”
       คีรินทร์มองยิ้มๆ
       “แล้วรู้หรือเปล่าว่าบ้านเขาอยู่ไหน”
       “อืม ลืมไปเลยค่ะ ไม่ได้ถามไว้”
       “น่าจะถามเนอะ จะได้เอาเธอไปหย่อนทิ้งไว้สักสองคืน ชั้นจะได้ตะลุยราตรีโซลให้ชุ่มปอด”
       ไข่มุกมองหน้า ยิ้มเย็น
       “ไปสิคะ แต่ระวังแต้มติดลบนะ”
       “โหย ความดีชั้นเยอะเกินแต้มไปแล้ว ทั้งพามาเกาหลี ทั้งได้เจอจินจู เอาน่า ทำดีขนาดนี้ขอฟาดสักทีนะครับ คุณภรรยา”
       คีรินทร์กอดอ้อน ไข่มุกดึงออกแล้วยิ้มให้ คีรินทร์นึกมีหวังแล้ว
               “ได้เลย” ไข่มุกเอาหมอนฟาด “เอาอีกหลายๆ ทีก็ได้”
       “โกงนี่นา เอามานี่เลย”
       “เอาไปสิคะ” ไข่มุกทำท่ายื่นหมอนให้
       “ชอบแกล้งชั้นดีนัก ระวังชั้นเอาคืนสองเท่า”
       “ชั้นก็เอาคืนกลับสามเท่าไง”
       ไข่มุกแกล้งยื่นให้คีรินทร์คว้า คีรินทร์โถมเข้าหาทั้งตัว กอดทั้งคนทั้งหมอน
      
       ไข่มุกดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอด



       ที่บ้านเขมทัต ชลลดากับภัททิมานั่งทาเล็บอวดสีกัน รัตนานั่งมองอย่างสนใจ นุชนารถมองอย่างหมั่นไส้
      
       “พี่ไข่มุกทาเล็บสวยจัง ขอหนูนาดูหน่อยสิคะ”
       ภัททิมาชักหนี       
       “อย่าแตะ เดี๋ยวสีหลุด อยากทาก็ให้นางพยาบาลประจำตัวทาให้” ภัททิมาปรายตามองนุชนารถ “แต่ยาทาเล็บชั้นแพงๆ ทั้งนั้น ใช้เป็นมั้ย ระวังหน่อยละกัน ถ้าหกไปจะไม่มีเงินมาซื้อคืนชั้น”
       “ชั้นไม่อยากแตะของๆ คนอื่น โดยเฉพาะของที่เจ้าตัวไม่รู้ผ่านอะไรมาบ้าง กลัวติดเชื้อ”
       ภัททิมาถลึงตา ชลลดาทำท่าจะใส่แต่เห็นเขมทัตกับมณีเดินมาก่อน ชลลดายิ้มหวานให้เขมทัต มณีค้อนขวั่บ
       “สวยกันใหญ่ วันๆ ไม่มีอะไรทำหรือไง หรือชอบแต่เกาะชาวบ้านเขากิน”
       ชลลดายกนิ้วโชว์
       “ไม่สวยเหรอคะคุณมณี หรือสีนี้ไม่ชอบก็มีอีกนะคะ” ชลลดาทำท่าหยิบสีอื่นมาโชว์ “อย่างอันนี้พวกรุ่นป้าๆ จะชอบกัน เหมาะกับคุณมณีดีนะ”
       “หล่อนว่าชั้นป้าเหรอ ยัยกาฝาก”
       เขมทัตดึงมณี มณีสะบัด
       “ไม่เอาน่าคุณมณี คุณชลเขา...”
       “หยุด หยุดเลย ถ้าจะเข้าข้างยัยนี่ก็ไม่ต้องพูด หล่อนก็ด้วยชลลดา ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ ให้รู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร อย่าทำวางก้ามให้มากนัก เดี๋ยวจะโดนดีดออกจากบ้านไม่รู้ตัว”
       “อุ๊ยๆ กลัวจังเลย อย่าดีดแรงนะคะ เดี๋ยวจะเจ็บเข้าเล็บเอง”
       ชลลดายิ้มหวานสายตาร้ายปรายไปทางเขมทัตเป็นนัยๆ สบตากับมณี มณีมองหน้าแค้นจัด
      
       ที่เกาหลี คีรินทร์จูงมือไข่มุกเดินอยู่บนกำแพง ไข่มุกป้องตามองอย่างตื่นเต้น คีรินทร์ถ่ายรูปไข่มุกตอนเผลอด้วยโทรศัพท์ ไข่มุกรู้ตัวหันมาจะแย่ง
       “อย่าถ่ายตอนเผลอสิคะ ตาหยีแน่ๆ เลย”
       “น่ารักดีออก เป็นธรรมชาติ แบบว่าธรรมชาติให้มาแค่นี้ไง” ไข่มุกค้อนใส่ คีรินทร์หัวเราะแล้วโอบเข้ามาถ่ายคู่กัน แกล้งทำท่างอนแก้มป่องใส่กล้อง “อะหือ ดูสิ ชั้นน่ารักซะไม่มี ไป บ่ายนี้ว่างทั้งวัน ชั้นจะพาเธอเที่ยวให้ทั่วเลย เดินให้ขาขวิดเลย”
       “คุณนั่นแหละจะขวิดก่อน”
       คีรินทร์จับมือไข่มุกเดิน ไข่มุกวิ่งนำแล้วหันกลับมามอง คีรินทร์ยกนิ้วโป้งชมว่าเยี่ยม ไข่มุกชักมันทำท่ารำ คีรินทร์หัวเราะคอยจับภาพตลอด ไข่มุกทำท่ากระโดดไปมาแบบในหนัง โชว์คิวบู๊ตามแบบหนังของจินจู คีรินทร์หัวเราะเสียงดัง แล้วกวักมือเรียกไข่มุกเข้ามาใกล้ ไข่มุกเดินมาหา คีรินทร์โอบไหล่เข้ามาถ่ายรูปคู่ ทำปากนับ หนึ่งสองสาม
       แล้วขโมยหอมแก้มไข่มุก หัวเราะร่าเริง
       คีรินทร์เดินใกล้ๆ กับไข่มุก ไข่มุกมองไปรอบๆ อย่างมีความสุขแล้วสะดุ้ง เมื่อมีมือยื่นถือดอกไม้มาขวางหน้า คีรินทร์ยิ้มให้แล้วยื่น ไข่มุกยื่นมือมาจะรับ คีรินทร์ยกหนีจากมือแล้วเสียบทัดหูให้ ไข่มุกยิ้มเขินคีรินทร์ถ่ายรูป มองด้วยความเอ็นดู
       คีรินทร์กับไข่มุกไปเดินที่ดองนัม ไข่มุกเลือกดูของอย่างสนใจ คีรินทร์หยิบกล่องขนมของฝากขึ้นมาดูทำท่ามองอย่างแปลกใจ ไข่มุกหัวเราะคิกคัก คีรินทร์เลือกหยิบขนมอื่นๆ เต็มมือ ทำท่าจะเอาเงินแต่ก็ไม่มีมือจะเอา มองไปทางไข่มุก ไข่มุกหยิบมาจ่ายให้
       “ซื้อทำไมเยอะแยะคะ”
       “ก็เธอทำหน้าเหมือนอยากกิน ขนมพวกนี้เด็กๆ ชอบ”
       “แต่ชั้นไม่เด็กแล้วนะ”
       “งั้นคืนนี้พิสูจน์กันมั้ยล่ะ”
       คีรินทร์ทำหน้ากรุ้มกริ่ม
       “คุณนี่ ทะลึ่งได้ตลอดเวลา”
       คีรินทร์ยิ้มหวานเอาใจไข่มุก ไข่มุกแกล้งทำหน้างอเลยหลุดขำ คีรินทร์ยื่นขนมให้ ไข่มุกรับมาสบตามองหวานๆ
      
       จินจูยืนอยู่หน้ากระจกกำลังใส่ตุ้มหูไข่มุก แทยอนมองด้วยสายตารักใคร่
       “เจอเรื่องอะไรมาเหรอจินจู ดูเธอสดชื่นขึ้นมาก ชั้นดีใจจริงๆ”
       จินจูหันกลับมาหา
       “พอดีชั้นบังเอิญเจอเพื่อนใหม่ เป็นคนไทย เด็กคนนี้น่ารักมาก เห็นเขาแล้วนึกถึงลูก ยองแอคงอายุรุ่นๆ เดียวกัน คงจะน่ารักและเก่งไม่แพ้เขา”
       “งั้นหรือ ดูท่าเธอจะถูกชะตากับเด็กคนนี้มากนะ”
       “คืนนี้เราออกไปทานข้าวนอกบ้านกันมั้ย โซลกลางคืนยังสวยเหมือนเดิมหรือเปล่า แทบจะลืมไปแล้ว”
       แทยอนมองอย่างแปลกใจ
       “จริงเหรอจินจูเธอไม่ยอมออกไปข้างนอกกับชั้นนานมากแล้วนะ”
       “ชั้นต้องทำตัวทำใจให้แข็งแรงคะ ลูกรอชั้นอยู่”
       จินจูมองหน้าแทยอนอย่างเข้มแข็ง แทยอนยิ้มรับด้วยแววตาสดใสไม่แพ้กัน
      
       ห้องอาหารเกาหลีสุดหรู คีรินทร์กับไข่มุกนั่งดูเมนูด้วยกัน คีรินทร์จิ้มเมนู
               “เมนูชื่อดังของที่นี่ ไก่ตุ๋นโสมเอานะ”
       “เอาค่ะ อันนี้อะไรคะ”
       “จาจังมยอน บะหมี่ผัดซีอิ๊วดำ เอาอันนี้ด้วยนะ” ไข่มุกพยักหน้า “บิบิมบับ ต็อกโบกี เนื้อคาลบี บุลโกกิ กิมจิชิเก เอาอันไหนดี”
       “เอา...เอาหมดเลยค่ะ”
       พนักงานยืนจด คีรินทร์หันมามองขำๆ พนักงานเดินไป
               “โห อะไรจะหิวขนาดนั้น สั่งมากินหมดนี่สามชั้นถามหาแหง”
       “ก็วันนี้ชั้นออกแรงเยอะนี่คะ นี่หิวท้องร้องแล้ว”
       “ก็เล่นคิวบู๊ทั้งวันซะขนาดนั้น ไม่เหนื่อยก็บ้าแล้ว”
       แทยอนกับจินจูเดินเข้ามาในร้าน กำลังจะเดินผ่านโต๊ะไข่มุก ไข่มุกเห็นจินจูก็ดีใจ เผลอร้องเรียก
               “คุณจินจู”
       จินจูหันมา ถอดแว่นมอง เห็นเป็นไข่มุกก็ยิ้มนิดๆ แทยอนแตะแขนกระซิบถาม
       “รู้จักกันเหรอ”
      
       “ก็เพื่อนคนไทยที่ชั้นบอกไงคะ” จินจูมองไข่มุกที่ยิ้มกว้างให้ “สงสัยชะตาของเราจะต้องกันจริงๆ”

      ไข่มุกยิ่งยิ้มเข้าไปใหญ่ จินจูยิ้มนิดๆ อย่างเอ็นดูแล้วเดินไปที่โต๊ะในห้องส่วนตัวที่จองไว้ แทยอนมองจินจูที่นั่งอยู่ท่าทางมีความสุขนิดๆ สลับกับมองไข่มุกผ่านทางกระจก
      
       แทยอนมองเรียกพนักงาน ทำท่ากระซิบบอก พนักงานพยักหน้าเข้าใจ พนักงานเดินมาที่โต๊ะคีรินทร์
       “คุณครับ คุณคิมขอเชิญไปร่วมโต๊ะด้วยกันครับ”
       คีรินทร์กับไข่มุกมองหน้ากัน ไข่มุกดีใจ รีบพยักหน้า
       ทั้งสี่คนนั่งกินอาหารในห้องส่วนตัว จินจูคุยกับไข่มุกอย่างถูกใจ
       “ความดีความชอบต้องยกให้เขาด้วย คุณคิมเขาทำหนังเก่ง ที่ชั้นดังได้ก็เพราะเขา”
       ไข่มุกหันไปหาแทยอน
       “หนูได้ยินชื่อคุณคิมบ่อยเหมือนกันค่ะ เป็นแฟนหนังของคุณเลยด้วยแต่ส่วนใหญ่หนูจะชอบดูหนังที่คุณจินจูเล่น โดยเฉพาะเรื่องจอมนางวังหิมะแดง หนูดูจนแผ่นสึกเลยค่ะ”
       “เรื่องนั้นแทบจะดังไปทั่วเอเชียเลยก็ว่าได้ เล่นได้สมบทบาทจริงๆ สมกับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทั้งจินจูและชั้นเลย”
       ไข่มุกพยักหน้ารับ หันหาจินจู       
       “ใช่ค่ะ ว่าแต่ พักหลังๆ นี้หนูไม่ค่อยเห็นคุณเล่นหนังใหม่เลย”
       “ชั้นอายุมากขึ้นแล้ว ก็อยากจะพักผ่อนบ้าง”
       “คุณยังสวยปิ๊งไม่เปลี่ยนเลยค่ะ ไม่แก่สักนิด ตอนนี้แฟนๆ กำลังรอดูหนังเรื่องใหม่ของคุณนะคะ หนูเองก็ด้วย”
       “คนนี้เขาแฟนคลับตัวยงครับ ท่ารำ คิวบู๊ จำได้แม่นเป๊ะ” คีรินทร์บอก
       “ชั้นพิสูจน์มาแล้ว จริงมั้ย”
       จินจูสบตากับไข่มุก ไข่มุกยิ้มกว้างให้ แทยอนมองทั้งสองคนอย่างปลื้มใจนิดๆ
               “จินจูกำลังจะมีหนังเรื่องใหม่เร็วๆ นี้ล่ะ เป็นเรื่องที่ลงทุนสร้างร่วมกันระหว่างไทยกับเกาหลี นี่อีกไม่นานก็คงจะไปประเทศไทยเหมือนกัน”
       “ถ้ามาไทยเมื่อไหร่ เชิญไปพักที่โรงแรมผมได้เลยนะครับ รับรองว่าจะบริการเต็มที่”
       “ได้ ชั้นไปแน่นอน”
       จินจูยิ้มให้ไข่มุกอย่างอ่อนโยน ไข่มุกยิ้มรับหวานเต็มที่ แววตามีความสุขมากๆ
      
       คืนนั้นระหว่างอยู่ในห้องพัก คีรินทร์หันไปหาไข่มุกที่นั่งอยู่บนเตียงสีหน้ามีความสุขมาก ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
       “ชั้นนอนไม่หลับเลยค่ะ ได้เจอจินจูตั้งสองครั้ง แถมพรุ่งนี้ก็จะได้เจออีก ตื่นเต้นมากๆ ดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย”
       คีรินทร์คลานข้ามเตียงเข้าไปหา
       “ดีใจเหรอ งั้นก็ขอรางวัลให้ชั้นทีนึงนะ จะได้หายตื่นเต้น”
       “รางวัลอะไรคะ”
       “รางวัลที่พาเธอมาเจอซุปตาร์ในดวงใจไง” คีรินทร์ยื่นปาก ทำจุ๊บๆๆ ไข่มุกเขินเอามือปิดปากคีรินทร์ คีรินทร์ทำเสียงอ้อนใส่ “น่า นะๆ”
       “อย่ามาอ้อนซะให้ยากค่ะ คุณกำไรไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่รอบ”
       “ไม่รู้ล่ะ ชั้นจะเอารางวัล ดีใจมากขนาดนี้ไปบวกแต้มเพิ่มเลยยี่สิบแต้ม มาเร็วๆ จุ๊บชั้นซะดีๆ” คีรินทร์ยื่นปากเข้าไปใกล้ “ห้ามเบี้ยวนะครับ เขินล่ะสิ อ่ะ ชั้นหลับตาให้ก็ได้”
       คีรินทร์หลับตาพริ้มยื่นปากครางเสียงอ้อน ไข่มุกทำท่ายื่นหน้าเข้าออกสองสามครั้งแล้วตัดใจหลับตาปี๋ คีรินทร์ยิ้มกริ่ม แอบลืมตามอง ไข่มุกยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บปากเร็วๆ ทีนึง ลืมตามองเห็นคีรินทร์ลืมตายิ้มหวานใส่ก็สะดุ้ง
       “ลืมตาทำไมคะ”
       “อะไร เพิ่งลืมเอง อ่ะ ให้อีกรอบ แก้เขิน”
       ไข่มุกทำท่าเขิน ค้อนใส่ คีรินทร์ยิ้มให้แล้วใช้ปลายนิ้วไล้ปากไข่มุกเบาๆ แตะแผ่วๆ อย่างคนเพิ่งตกหลุมรัก
       ทั้งสองสบตากันอย่างซาบซึ้ง
      
       วันต่อมาที่สวนในบ้านจินจู ไข่มุกกำลังออกท่าทางเตะต่อยคิวบู๊ให้จินจูดู จินจูยืนถือไม้ยาว มองขมวดคิ้ว ใช้ไม้กดพลิกแขนไข่มุกให้คว่ำลง
       “ท่านี้แขนต้องคว่ำลงแล้วก็ยกสูงขึ้นอีกนิด”
       ไข่มุกพยักหน้าแข็งขัน จินจูดึงไม้ออก ไข่มุกทำท่าเตะต่อย กระโดดตัวลอยขึ้นฟ้าแล้วตีลังกากลับมายืนตั้งท่าเดิม จินจูเลื่อนไม้ไปสอดปลายคางให้เชิดขึ้น
               “ดีมาก แต่อย่าลืมเรื่องความอ่อนช้อยสง่างาม ท่ารำนอกจากความแข็งแกร่งแล้ว ท่าทางยังต้องอ่อนช้อยเหมือนกิ่งไผ่ลู่ลม คางต้องเชิด ห้ามก้มหน้าเด็ดขาด”
       จินจูดึงไม้ออก ไข่มุกทำท่าวาดมืออย่างอ่อนช้อย แววตาเข้มแข็งท่าทางสง่างาม จินจูพยักหน้า เอาไม้วางลงกับโต๊ะ ไข่มุกเดินเข้ามาใกล้
       “ขอบคุณคุณมากนะคะ วันนี้หนูได้เคล็ดลับไปเยอะเลย”
       “ชั้นชอบที่หนูเป็นคนตั้งใจ น่ารัก...ชั้นก็หวังว่าลูกสาวของชั้นจะน่ารักไม่แพ้กัน”
       “คุณมีลูกด้วยเหรอคะ ไม่เห็นเคยได้ข่าวเลย”
       จินจูนิ่งอึ้ง ปรับสีหน้าเยือกเย็น
       “ชั้นหมายถึง ถ้าชั้นมีน่ะ”
       “เอาอย่างนี้มั้ยคะ ตอนนี้คุณก็สอนหนู แล้วถ้าคุณมีลูกแต่ตอนลูกโตคุณสอนไม่ไหวแล้ว หนูจะช่วยสอนให้เอง รับรองว่าจะให้สวยเหมือนต้นฉบับเปี๊ยบ”
       จินจูยิ้มนิดๆ แต่แววตาเอ็นดู
       “ก็เอาสิ”
       “หนูต้องกลับแล้วค่ะ ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยสอนหนู หนูไม่นึกเลยว่าจินจูตัวจริงจะยอมสอนให้หนูแบบนี้”
       จินจูมองไข่มุกแววตาอ่อนโยน ยิ้มให้ทั้งปากทั้งตาอย่างถูกใจ
               “ชั้นก็ดีใจที่ได้เจอกันหนู หนูทำให้ชั้นมีความหวัง ที่จะรอคนที่รักกลับคืนมา ขอบใจมากนะ”
      
       ไข่มุกยิ้มหวาน จินจูมองแล้วดึงมากอดเพราะคิดถึงลูกตัวเอง
      
       ไข่มุกรู้สึกได้ว่าโดนกอดแน่น ก็ยิ่งกอดตอบอย่างดีใจ รู้สึกอบอุ่น ยิ่งกว่าที่เคยขอให้วันดีกอด



       เมื่อกลับจากเกาหลี ไข่มุกหยิบของฝากออกมาจากถุง ไข่มุกหยิบเครื่องรางออกมาให้มณี มณีรับมาดูอย่างตื่นเต้น
      
       “อันนี้เครื่องรางของเกาหลีค่ะ คนที่นั่นเขาเชื่อกันว่าจะปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ทำให้เงินทองไหลมาเทมาค่ะ”
       มณีได้ยินก็ยิ้ม ลูบคลำพอใจ       
       “เออ ดีๆ หมู่นี้พวกมารชักเยอะ แหม สวยดีจัง เอ้า ขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปเร็วๆ” มณีชูขึ้นตรงหน้าชลลดาแล้วโบกไปมา “ชู่วๆ ออกไปไวๆ ไอ้พวกอัปมงคล”
       “เครื่องรางอะไร หน้าตาพิกล”
       “โอ๊ะ โดนด่าซะแล้ว จำเอาไว้นะ ไล่มันออกไป ชู่วๆ ปัดรังควาน ชิ่วๆ สิ่งร้ายออกไป โชคดีจงเข้ามา ร่ำรวยๆ”
       ชลลดามองแหยงๆ ขยับตัวหลบ มณีขยับเครื่องรางตาม
       ไข่มุกเปิดถุงหยิบเอาของที่ระลึกกับขนมกล่องๆของเกาหลีและสตรอเบอร์รี่ออกมาส่งให้ภัททิมากับชลลดา
       ชลลดารับมาทำท่าไม่ปลื้มแต่ก็ทำหวานใส่
               “แหม ขอบใจมากนะจ๊ะลูกรัก ลูกโต๊โตท่าทางจะหวาน”
       มณีแทรกทันที
       “แหม สะตอตัวแม่ได้สตรอเบอร์รี่ เหมาะกันจริงจรี๊ง”
       ชลลดาค้อนมณีขวับ ภัททิมาได้ทีโน้มตัวกระซิบกับไข่มุก
               “นี่ ชั้นไม่เอาของที่ระลึกเห่ยๆ อย่างนี้หรอก นี่แกไม่ได้ซื้อของแพงๆ หรูๆ มาบ้างหรือไงยะ เอามาซะดีๆ”
       ไข่มุกพูดหน้าตาเฉย
       “ไม่มีหรอกค่ะ ชั้นไม่มีเงิน”
       ไข่มุกทำหน้านิ่ง ภัททิมามองของที่ระลึกในมือทำท่าเหมือนอยากเขวี้ยงทิ้ง
      
       วันต่อมาที่ห้องฟิตเนสของโรงแรม ทุกคนกำลังวอร์มร่างกาย มณียืดร่างกายอย่างสุดเหวี่ยงแล้วแอบมองชลลดาเป็นระยะ กีกี้ แองจี้ น้องแพรวยืนอยู่กลางวง วอร์มแบบขี้เกียจๆ ภัททิมาหยิบผ้าพาดบ่าทำท่าเดินออก ชลลดาจับแขนไว้
       “ไม่เอาแล้วค่ะแม่ หนูเบื่อ เหนื่อยจะตาย ไปทำอย่างอื่นที่มันสร้างสรรค์ดีกว่า”
       “ทำอะไร”
       ภัททิมาโพสท์ท่าเซ็กซี่       
       “ก็หาทางอ่อยคุณรินไงคะ
       ภัททิมาเดินออกมา ชนเข้ากับกีกี้ที่ยืนขวางอยู่ กีกี้จิ๊ปากขัดใจ ภัททิมาจิ๊กลับ
       “เกะกะจริง ขวางทางคนเดิน”
       “เธอนั่นแหละมาเดินชนชั้น”
       ภัททิมายักไหล่เดินออกไปนอกห้อง กีกี้มองตาม แต่เพลงดังขึ้นก่อน ไข่มุกเต้นนำอยู่ด้านหน้า ชลลดาขยับไปยืนข้างมณี มณีมองแล้วสะบัดหน้าใส่ เต้นไม่สนใจ
       “วันนี้ชุดสวยนะคะ ลิเกหลงโรงมาเอง”
       มณีมองชุดที่มีกากเพชร
       “ไม่รู้จักของดีก็อย่ามาพูด”
       ไข่มุกเต้นนำ ชลลดาแกล้งทำเป็นต่อยไปโดนมณี มณีไม่ยอมแพ้เตะกลับ ทั้งสองคนผลัดกันออกท่าทางแบบกระแทกกระทั้น แกล้งโดนกันเฉียดไปเฉียดมา กีกี้มองไข่มุก
       “โอ๊ย อารมณ์ค้างไม่หาย แกล้งคนดีกว่า ครูคะมาทางนี้หน่อย”
       “มีอะไรคะ”
       “ไม่มีท่าใหม่ๆ สอนมั่งเหรอ น่าเบื่อจะตาย”
       น้องแพรวได้ทีเสริมต่อ
       “ใช่ๆ เอาแบบง่ายๆ สวยๆ มีมั้ย”
       “เราเพิ่งเปลี่ยนท่าในคลาสไปเมื่อวันก่อนค่ะ ต้องเต้นให้ชินอีกสองอาทิตย์แล้วถึงจะเป็นท่าคลาสใหม่”
       ไข่มุกเดินกลับที่ แองจี้โวย
       “โอ้ มาย ก็อด สองวีค เซ็งจะตาย เป็นครูภาษาอะไร ขี้เกียจคิดท่าใหม่ล่ะสิ”
       คนอื่นๆทำหน้างง ไข่มุกข่มอารมณ์สอนเต้นต่อ กีกี้ยิ้มสะใจ
       “ครูที่นี่สอนไม่ดีเลย เนื้อตัวก็ช้ำไปหมด”
       ไข่มุกไม่ตอบโต้ คนอื่นๆเริ่มมองสาวๆ แล้วส่ายหน้า สามสาวเลยได้แต่ฮึดฮัดทำอะไรไม่ได้ เต้นต่อไป
       มณีกับชลลดาที่นัวเนียกันอยู่จ้องตาเขม็ง มณีผลักชลลดาออกห่าง
       “คิดว่าสาวกว่าแล้วไง อย่างน้อยชั้นก็ไม่เคยเป็นหนี้ใคร ให้ขายหน้าแล้วกัน ผัวก็รวย ไม่ต้องง้อใคร”
       “งั้นก็ระวังผัวตัวเองดีๆ แล้วกัน เก็บให้มิด ไม่งั้นโดนฉกไม่รู้ตัว”
       ชลลดาตอกกลับแล้วเดินกระแทกไหล่มณีออกไป ขณะนั้นมีนักเลงชายมองจากนอกห้องสตูดิโอสอนเต้น ชลลดาเดินผ่านหน้าออกไป ไม่ได้สนใจ นักเลงมองตามประกายตาวาววับ
      
       ชลลดากำลังเปิดตู้ล็อคเกอร์อย่างหงุดหงิด นักเลงเดินเข้ามาเอาอย่างกร่างจัด ชลลดาสะดุ้งเฮือก       
       “เอ็งหนีข้าไม่พ้นหรอกนังคุณนาย”
       “ว้าย แก”
       “ไม่เห็นไม่กี่วัน ดูดียังกับไปชุบตัวมา เอ้า ไหนล่ะเงิน นี่มันเลยกำหนดมาแล้วนะเว้ย”
       “ชั้นไม่มี แกตามมาที่นี่ได้ยังไง”
       “ตามมาได้ไงไม่สำคัญ สำคัญว่าถ้าไม่มีจ่ายก็เตรียมมือด้วนได้เลย”
       นักเลงควักมีดออกมาขู่ ดึงมือชลลดามา เงื้อจะตัด มณีเดินเข้ามา ชลลดามองเห็นผ่านกระจก รีบกระซิบบอก
               “ตัดมือชั้นแกก็ไม่ได้เงิน นู่น นังคนที่เดินเข้ามามันรวย ไปปล้นยัยนั่นแทนสิ”
       มณีเข้ามาเห็นก็โวย
       “ว้าย นี่มันห้องผู้หญิงนะยะ เข้ามาได้ยังไง”
       “ไม่อยากตายก็รีบส่งเงินมา เร็วๆ นังคุณนายหมูตอน”
       มณีได้ยินก็โกรธจัด
       “หนอย หมูตอนเหรอ รู้จักชั้นน้อยไปซะแล้ว แกตาย”
       มณีพุ่งเข้าหาใช้วิชามวยบู๊ตึ๊งเตะเข้าตัวนักเลง นักเลงจุก มณีต่อยเข้าที่แขน ออกเสียงดังแต่หมัดไม่แรง ต่อยได้สองทีก็เจอนักเลงยกมีดขู่ เข้ามารัดคอไว้       
      
       “ฤทธิ์เยอะนักนะ เดี๋ยวจิ้มให้ไส้แตก ไขมันกองเลย ส่งเงินมา”



       มณีตาเหลือก ไข่มุกเข้ามาเห็นรีบใช้ขาเตะมีดหลุดกระเด็น มณีกัดแขนคนร้ายร้องลั่นแล้วหนีออกมาได้ ไข่มุกต่อยเข้าที่ท้องนักเลงแล้วหลบหมัดที่สวนมาเตะเข้าชายโครงจนคนร้ายล้มไป
      
       “ช่วยด้วย มีโจรอยู่ในห้องแต่งตัวผู้หญิง ยามอยู่ไหน รปภ. ช่วยด้วย มาเร็วๆ”
       นักเลงได้ยินก็รีบลุกหนี ไข่มุกขยับจะตามแต่ชลลดาจับเอาไว้ กลัวรู้ว่าตามใครมา
               “อย่าตาม เดี๋ยวโดนมันแทงหรอก”
       นักเลงวิ่งกำลังจะออก เจอเดชมาดักไว้ทำท่าจะชก นักเลงลอดแขนออกไปได้ เดชวิ่งตามไป มณีมองอย่างตกใจ ขวัญเสีย แต่ชลลดาหน้าเครียดหนัก
      
       คีรินทร์ วัฒนา เดช นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์กล้องวงจรปิด คีรินทร์ชี้ไปที่จอ
               “คุณเดช กรอตรงเมื่อกี้นิดนึงสิ”
       เดชกรอ จอภาพขึ้นเป็นชลลดาแล้วมีคนร้ายเข้ามา ชลลดาคุยกับคนร้าย
               “ทำไมคนร้ายถึงเข้าไปคุยกับคุณชลลดา ปกติแล้วพวกนี้มักจะลงมือเลยทันทีนะครับ”
       “อืม ใช่ ท่าทางคุยเหมือนคนเคยรู้จักกันด้วย โจรปกติไม่มายืนพูดอย่างงี้หรอก”
       คีรินทร์มองนิ่ง
       “ผมว่า นี่ไม่ใช่การปล้นธรรมดาแน่”
       ทุกคนมองในจอ คีรินทร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
      
       ชลลดา เดช มณี เขมทัตอยู่ในห้องทำงานคีรินทร์ ชลลดาวางท่าเฉย ปั้นหน้าปึ่ง
       “ชั้นไม่รู้จัก จะหาว่าชั้นพาไอ้โจรบ้านั่นมาปล้นตัวเองเหรอประสาท”
       “แต่ท่าทางคุณดูเหมือนไม่ค่อยแปลกใจ เหมือนรู้จักด้วยซ้ำ”
       “ก็ชั้นเจอคนมาเยอะ ไม่ใช่พวกเอะอะโวยวาย เหมือนใครบางคน” ชลลดาปรายตามองมณี “ ผู้ดีอย่างชั้น ไม่ทำอะไรเสียจริตหรอกย่ะ”
       “เหรอ ถ้าชั้นเอาแต่ดัดจริตไม่ช่วยหล่อน ป่านนี้โดนกระซวกตายไปแล้วย่ะ แหม่ มันน่านัก”
       ชลลดาค้อนขวั่บ       
       “แต่ยังไงก็เถอะ ชั้นไม่รู้จริงๆ ย่ะ อย่ามาใส่ความ” ชลลดาหันไปอ้อนเขมทัต “จริงๆ นะคะคุณพี่ ชลจะไปรู้จัก
       ได้ยังไง”
       “เอาล่ะ พอแล้วๆ อย่าคิดมากน่านายเดช คุณชลเขาจะไปรู้จักนักเลงพวกนั้นได้ยังไง อย่าพูดกันให้ไม่สบายใจเลย”
       ชลลดาอมยิ้มพอใจ มณีมองหน้าอย่างไม่ไว้ใจเท่าไหร่
      
       ชลลดากับภัททิมาหลบมาคุยกันในมุมลับๆ ของโรงแรม
       “ตายแน่เลยค่ะคุณแม่ ถ้าคราวหน้ามันไปถึงบ้านแน่เลย เราจะทำยังไง”
       “ตอนแรกแม่กะจะเบี้ยว แต่ตอนนี้ท่าจะยากแล้ว ถ้าเราไม่ใช้หนี้มัน เราอยู่ไม่เป็นสุขแน่”
       “ไม่เอานะคะ ลูกไก่กลัว เดี๋ยวมันดักเอาน้ำกรดสาดเสียโฉมจะทำยังไง หนูรับไม่ได้”
       “ไม่ต้องกลัว แค่ใช้หนี้มันก็จบ”
       “แล้วเราจะเอาเงินจากไหนล่ะคะ”
       ชลลดายิ้มร้าย สายตามองอย่างเป็นต่อ
      
       ชลลดาอยู่กับไข่มุกที่ห้องฟิตเนส ไข่มุกมีสีหน้าหนักใจมาก
       “สามล้าน”
       “ใช่ สามล้าน แกต้องไปรีดเงินผัวแกมาให้ชั้น เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
       “เงินตั้งเยอะขนาดนั้น เขาจะให้ได้ยังไงคะ”
       “มันหน้าที่ของแกย่ะ จะใช้วิธีไหนก็ได้แต่ชั้นต้องได้เงิน ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่”
       ชลลดาจิ้มนิ้วเฉดหัวไข่มุก ไข่มุกทำหน้าคิดไม่ตกปนเศร้าใจ
      
       ไข่มุกเดินสีหน้ากังวลมาตามทางเดิน ผ่านหน้าห้องเขมทัต ได้ยินเสียงเลยเดินกลับไปแอบฟัง ภายในห้อง เขมทัตกำลังเปิดดูแฟ้มงานของคีรินทร์ พยักหน้าพอใจ
       “ดี ทำรายงานออกมาได้ดีมาก ดูแล้วโปรเจ็คนี้น่าจะไปได้สวย”
       “ครับ ผมก็ว่างั้น นี่ผมเก็บข้อมูลของโรงแรมที่เราจะร่วมทุนในโซลแล้ว แต่เอาเข้าจริงโปรเจ็คก็ใหญ่กว่าที่คิด อาจจะใช้งบลงทุนเกินจากที่ตั้งบ้างนิดหน่อย”
       “อืม แต่ตอนนี้จะทำอะไรต้องดูให้ดี ควบคุมเรื่องเงินให้ได้ เพราะตอนนี้โรงแรมเราเองก็ได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ลูกค้ายุโรปมากันน้อยลง ต้องระวังเรื่องเงินสดขาดมือกับเงินหมุนเวียนในโรงแรมให้ดีๆ”
       “ไม่ต้องเป็นห่วงครับพ่อ ผมจะควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ในส่วนที่จำเป็น รับรองว่าจะประหยัดให้โรงแรมเราให้มากที่สุด”
       ไข่มุกยืนอยู่หน้าห้อง สีหน้าเห็นใจ ถอนหายใจหนักหน่วง ทำหน้าตัดใจว่ายังไงก็ไม่ได้แน่
      
       เมื่อกลับมาบ้าน ไข่มุกเดินเข้ามาในห้องครัวจะหยิบน้ำในตู้เย็น เห็นมณีคุยกับช้อยเสียงดัง
       “นี่ ช้อย เดี๋ยวนี้ซื้อกับข้าวอะไรอาทิตย์ละตั้งเกือบพัน หัดประหยัดซะมั่งสิยะ รู้มั้ยว่าเงินทองมันหายาก เห็ดเข็มทองซื้อมาทำไม ทีหลังซื้อเห็ดหูหนูสิ”
       “โอ๊ย คุณนายขา ข้าวของสมัยนี้ไม่ได้ถูกนะคะ หมูสับต้องซื้อทีละครึ่งโล จะมาสามสิบบาทไม่ได้แล้ว ไหนจะไข่ ข้าวสาร น้ำตาล พากันขึ้นราคาให้หมด แถมอีกอย่าง” ช้อยปรายตามองไข่มุก “คนก็เพิ่ม จะให้ซื้อเท่าเดิมก็ไม่พอกินสิคะ”
       ชลลดาเดินเข้ามาในครัว ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ เปิดช็อกโกแลตในตู้เย็นกิน มณียิ่งแค้น
               “นั่นสิ โรงแรมก็แย่ บ้านก็มีกระสือมาสูบเลือดสูบเนื้อ กินฟรีอยู่ฟรี ดู๊ดู เกิดมาชั้นไม่เคยเห็นใครหน้าหนาเป็นฟุตบาทอย่างนี้มาก่อน”
       “อุ๊ย คุณมณีอย่าซีเรียสสิคะ คิดมากเหี่ยวไว เดี๋ยวจะหาว่าชั้นไม่เตือน”
       “ไม่ต้องมาสร้างภาพเป็นนางเอกย่ะ แกมันนางตัวร้าย ตัวร้ายในละครทีวีชัดๆ”
       “อ๋อเหรอ ชอบจังเลยเป็นตัวร้ายเนี่ย เหมาะกับชั้นสุดๆ”
       ชลลดาทำท่าเชิ่ดใส่เดินนวยนาดถือองุ่นที่มณีเพิ่งซื้อมาออกไป มณีหันไปหาไข่มุก
               “โอ๊ย แม่เธอนี่มันเหลือทนจริงๆ ยัยลูกไก่”
      
       มณีมองหน้าไข่มุก ไข่มุกหลบตาอย่างอายแทน



       ที่ห้องนอนชลลดา ชลลดานั่งกระแทกบนเตียง ไข่มุกยืนอยู่ในห้องกอดอก
      
       “นี่เพราะต้องมาเกาะกินหรอกนะ ถึงต้องทำมึนยอมให้โขกสับ เชอะ ด่าได้ด่าไป เหนื่อยเมื่อไหร่ก็หยุดเอง ชั้นไม่แคร์”
       “ฮึ ลูกไก่เบื่อมาก เมื่อไหร่จะมีเงินคืนๆ ไอ้นักเลงซะที”
       “ว่าไงนังมุก เมื่อไหร่คุณรินจะให้ยะ”
       “หนูจะไม่ขอหรอกค่ะ แค่นี้ก็อายเขาจะตายแล้ว เป็นสามีไม่ใช่ธนาคารนะคะ เห็นใจเขาบ้าง ธุรกิจเขาต้องใช้เงินลงทุนตั้งเยอะ จะไปขอได้ยังไง”
       “เห็นใจทำไมยะ เงินมีตั้งมากมาย สามล้านแค่จิ๊บๆ”
       “อ๋อ หรือว่าแกสบายแล้วเอาตัวรอดคนเดียวยะ หนอย ถ้าแกไม่ยอมทำ ชั้นจะแฉ เอาสิ”
       ไข่มุกถอนใจ
       “ก็เอาสิ แฉเลย อย่างมากชั้นก็แค่กลับไปตำส้มตำขาย เป็นตัวประกอบอย่างเก่า สบายใจดี จะทำอะไรก็เชิญ”
       “หนอย แน่นักนะ ถ้าแฉ แกกับนังแม่ของแกโดนเข้าคุกแน่ ยัยมณีไม่เอาไว้หรอก”
       “ใช่ แล้วคุณรินทร์ก็จะสลัดแก ให้ชั้นเป็นเมียตัวจริงแทน ส่วนแกอยู่ในคุก ขังลืม”
       “ถ้าติดก็ติดด้วยกัน หนูจะแฉกลับบอกว่าคุณผู้หญิงบังคับให้ทำ เป็นตัวแม่คิดแผนการ ทีนี้พวกคุณก็ไม่รอดหรอก ดีออกนะคะ มีข้าวกินฟรีไม่ต้อง มานั่งขอใครกินแบบนี้ คุณผู้หญิงคงชอบ”
       ชลลดาอึ้ง เสียงอ่อนลง พยายามกล่อม
       “เอางี้แล้วกัน ถ้าขอมาได้ ชั้นให้เลยหมื่นนึง มาถึงขนาดนี้แล้วต้องช่วยกันสิ ขี่หลังเสือลงมาก็เสือกัด สู้ขอเงิน
       มาแล้วความลับยังอยู่ เธอสบาย ชั้นสบาย วินๆ ทั้งคู่ ไม่ดีหรือไง”
       “หนูไม่เอาด้วยค่ะ อยากขอก็ขอเอง ไม่ยุ่งแล้ว แล้วไม่ต้องมาสั่งหรือขู่อีกนะคะ ยังไงก็ไม่แน่นอน”
       ไข่มุกเดินออกไปจากห้อง ภัททิมากับชลลดาอึ้ง มองกันเองอย่างงงๆ จากนั้นภัททิมาก็กรี๊ดลั่น แต่ชลลดานิ่งคิด ทำหน้าเครียด
      
       คืนนั้นไข่มุกนอนหันหลังให้คีรินทร์บนเตียงด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล คีรินทร์หันหน้าเข้าหาทำปูไต่บนไหล่
       “นี่เธอ แต้มชั้นครบร้อยยังเนี่ย ตอนนี้ชั้นความประพฤติดีสุดยอดนะ รีบๆ บวกเข้า จะได้ซะบะล่ะฮึ่มกันไวๆ”
       คีรินทร์กอดเอาไว้ หอมบนไหล่
       “แต่ว่า อาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้นะคะ”
       คีรินทร์พลิกตัวไข่มุกให้หันหา       
       “ทำไมล่ะ นึกว่าชั้นจะทำไม่ได้เหรอ ช่วงนี้ชั้นไม่ปากหมาใส่เธอ แล้ว นี่เดี๋ยวจะซื้อซิปมาติดปาก รูดให้เงียบกริบ รับรองว่าถึงแน่”
       “พอเถอะค่ะ ชั้นไม่ได้มีความสำคัญกับคุณขนาดนั้น ถึงวันไหนไม่มีชั้น คุณก็คงไม่เป็นไร ยังมีคนอื่นอยากเป็นคนรักของคุณอีกเยอะแยะ”
       คีรินทร์ขมวดคิ้ว
       “พูดอะไรของเธอ จะไม่มีได้ไง อย่าลืมสิว่าเธอเป็นเมียชั้น อ๊ะ อย่าบอกนะว่าจะทิ้งชั้นไปหากิ๊ก ชั้นไม่ยอมจริงๆ ด้วย ทำร้ายจิตใจกันอย่างนี้ ชั้นจะไปออกทีวีเรียกร้องความเป็นทำนะ”
       ไข่มุกนิ่ง น้ำตาคลอ
       “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ไม่ใช่”
       คีรินทร์มองหน้า นึกรู้ คีรินทร์ลูบแก้มไข่มุกเบาๆ แล้วประคองเอามือแนบไว้
       “ถ้าเป็นเรื่องแม่ชั้น ก็อย่าคิดมากเลย แม่เป็นคนปากร้ายใจดี คุณนายมณีเขาก็พูดไปงั้นแหละ แป๊บๆ ก็ลืม เลิกไปเอง”
       ไข่มุกน้ำตาไหลเงียบๆ
       “แต่ชั้น ทำให้คุณยุ่งยากวุ่นวาย ทำให้เดือดร้อน”
       คีรินทร์เช็ดน้ำตา ยิ้มให้       
       “ไม่หรอกลูกไก่ ผมอยากบอกให้คุณรู้เอาไว้” คีรินทร์หอมหน้าผากไข่มุกเบาๆ “ผมดีใจจริงๆ ที่เราได้ แต่งงานกัน คุณเป็นคนน่ารัก ผมไม่เคยเสียใจเลยที่ได้คุณมาอยู่ด้วย ลูกไก่กุ๊กๆ ของผม”
       ไข่มุกซุกเข้าที่หน้าอกคีรินทร์ สะอื้นเบาๆ คีรินทร์กอดไข่มุกแน่น จูบที่เรือนผมอย่างรักใคร่
       คีรินทร์กับไข่มุกนอนกอดกันอย่างมีความสุข ไข่มุกทำท่ารู้ตัวจะเขยิบออกห่าง แต่คีรินทร์กอดเอาไว้       
       “ไม่ต้องกลัว คืนนี้ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก ขอนอนกอดเฉยๆ นะ”
       ไข่มุกยิ้มในอ้อมกอดคีรินทร์ หลับตาลงอย่างเป็นสุข คีรินทร์เอนหัวซบหัวไข่มุก เกิดความผูกพันโดยไม่รู้ตัว
      
       วันต่อมา ภัททิมายืนอยู่หน้าบ้านแอบมองคีรินทร์กับไข่มุก คีรินทร์โอบไหล่ไข่มุกยิ้มหวานให้ พากันเดินไปที่รถ
       คีรินทร์เปิดประตูให้แล้วชะโงกทำท่าจะจูบแต่มือไข่มุกบังไว้ คีรินทร์หัวเราะแล้วปิดประตูให้ ภัททิมามองอย่างอิจฉาริษยามาก สะบัดหน้าจะเดินเข้าบ้านแต่ชลลดามาดักหน้าไว้
       “ว้าย คุณแม่ ตกใจหมด”
       ชลลดายื่นบัตรประชาชนให้
       “เอ้า เอานี่ไป ลูกไก่”
       บัตรประชาชนเป็นรูปภัททิมา แต่เป็นชื่อนามสกุลของไข่มุก
               “นี่มันของปลอมนี่คะ แม่เอามาให้ทำไม”
       “นี่แหละ เครื่องมือที่จะช่วยลูกจับคุณริน ไหนๆ นังมุกก็ไม่ยอมขอเงินให้ ก็เฉดหัวมันทิ้งซะ แย่งคุณรินมาเป็นของลูกเลย ทีนี้จะได้ไม่ต้องง้อมันอีก”       
       ชลลดายิ้มเหี้ยมอย่างคนเจ้าแผนการ ภัททิมามองบัตรในมือทำหน้างงๆ
      
       คีรินทร์นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ มีเสียงเคาะประตู คีรินทร์เซ็นงานไม่ได้เงยหน้ามอง
               “เข้ามาเลยครับ” ขาเรียวใส่ส้นสูงเดินเหมือนนางแบบเข้ามาแล้ววางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ “ขอบใจมากคุณอ้อ”
       คีรินทร์เซ็นต์งานต่อ เห็นอีกฝ่ายยังไม่ไปก็ขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมอง แววตาตกใจ เมื่อเห็นภัททิมาใส่ชุดทำงานแบบเซ็กซี่มองสบตายั่วยวน
       “ฮัลโหลค่ะบอส มอร์นิ่งคิส” ภัททิมาทำท่าส่งจูบ
       “คุณมาทำไม คุณไข่มุก”
       “ก็มาเป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของบอสไงคะ”
       คีรินทร์ทำหน้างง ภัททิมาเอามือเท้าโต๊ะบิดไหล่ก้มตัวลงมาหน้าอกทะลัก
               “ยินดีรับใช้ ทุกเรื่อง ทุกที่ ทุกเวลานะคะ”
      
       ภัททิมามองยั่วแล้วลุกขึ้น หันหลังเดินกลับ สะโพกบิดซ้ายขวาอย่างเชิญชวน คีรินทร์มองตามยักยิ้มกลืนน้ำลาย ทำหน้าอยากฟัด

       ที่ห้องซ้อมเปียโน คธากดเปียโนเพลงเป็นเพราะๆ ไข่มุกโผล่เข้ามายิ้มให้ คธาหยุดมือ ไข่มุกมายืนที่เปียโน
      
       “ไปเกาหลีมาสนุกมั้ยคุณลูกไก่”
       “สนุกมากค่ะคุณอา หนูได้เจอจินจูด้วยนะคะ”
       คธาเล่นเปียโนผิดคีย์ ชะงักอย่างนึกไม่ถึง สีหน้าเหมือนจะกระตือรือร้น ตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่พยายามคุมสติไว้
       “เจอจินจูเหรอ”
       “ไม่ใช่แค่เจอค่ะ ยังได้คุย ได้เดินเล่น จินจูเลี้ยงข้าวหนู แถมก่อนกลับก็ยังพาไปบ้าน สอนคิวบู๊ด้วยนะคะ พูดแล้วจะหาว่าคุย หนูได้กอดด้วยนะ จินจูตัวจริงน่ารักสุดๆ ไม่ถือตัว แถมดีแสนดี โอ๊ย หนูต้องเป็นแฟนคลับไปชั่วชีวิตแน่”
       คธามีแววตาตื่นเต้น
       “แล้วเขาสบายดีมั้ย ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”
       “สบายดีแล้วก็สวยกว่าในหนังตั้งเยอะค่ะ แถมยังมีแฟนมาคอยดูแลเทคแคร์ตลอด แฟนเขาก็น่ารักนะคะ ดีกับจินจูมาก ท่าทางจะรักกันมานานแล้ว”
       คธาอึ้ง ถามเบาๆ
       “แฟนเขา...ใครกัน”
       “ก็คิมแทยอน เจ้าพ่อใหญ่วงการหนังของเกาหลีไงคะ เขาดังจะตายอย่าบอกนะว่าไม่รู้จัก เขากำกับหนังของจินจูตั้งหลายเรื่อง”
       คธาดวงตาเศร้า ถามเบาๆ
       “จินจู แต่งงานกับคุณคิมเหรอ”
       “แต่งไม่แต่งไม่รู้ค่ะ แต่เขาดูแลจินจูดีมากๆ เห็นแล้วน่าอิจฉา คุณคิมดูรักจินจูมาก ทั้งใจดี อ่อนโยน ทั้งคู่เหมาะสมกันมาก ถ้าออกข่าวมีหวังได้เป็นคู่รักตัวอย่างแน่ คุณอาว่ามั้ยคะ”
       คธานิ่งอึ้ง ทำหน้าเศร้าหมอง มองเปียโน นึกย้อนความหลัง
       ภาพในอดีต งานแถลงข่าวจินจู จินจูในชุดสวยยืนอยู่ข้างเปียโน กำลังร้องเพลงเกาหลีเพราะๆ ซึ้งๆ นักข่าวยืนออถ่ายรูปกันเต็มไปหมด จินจูร้องไปลอบสบตากับคธาไป คธาอมยิ้ม มองจินจูอย่างมีความสุข
       คธาช่วยจินจูใส่หมวกกันน็อค สบตาหวานซึ้ง
               “หนาวมั้ยครับ เอาเสื้อผมไปใส่นะ”
       คธาเอาเสื้อให้จินจูใส่ จินจูยิ้มเขิน สบตาหวานซึ้ง
               “ขอบคุณมากค่ะ”
       จินจูซ้อนมอเตอร์ไซค์คธา ใส่เสื้อของคธา มือกอดเอวซบหลังอย่างมีความสุข คธายิ้ม เอามือแตะที่มือจินจูที่กอดอยู่เบาๆ
       จินจูกับคธายืนอยู่บนสะพานที่มีไฟสวยๆ ติดพราว มีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ไกลๆ จินจูยิ้มมองแม่น้ำ         “สวยจังเลยค่ะ ขอบคุณนะที่พาชั้นเที่ยว”
       คธาเดินเข้าไปใกล้
       “อุตส่าห์มาทั้งที ถ้าไม่ได้เที่ยวก็น่าเสียดาย แต่ผมคงพาออกมาได้แต่ตอนกลางคืนเท่านั้น”
       “แค่นี้ก็ดีแล้วค่ะ ชั้นชอบช่วงเวลาที่เป็นอิสระอย่างนี้ที่สุดเลย”
       จินจูหันกลับมา หน้าคธาอยู่ใกล้จนปากแทบจะชนกัน จินจูนิ่ง สบตามองกันและกันอย่างรักใคร่
      
       ที่เกาหลี จินจูเตรียมตัวลากกระเป๋า ยูรีช่วยถือเดินออกมานอกบ้านกัน
       “จะไปจริงเหรอ”
       “ใช่ ชั้นตัดสินใจแล้ว” จินจูมองออกไปเห็นแทยอนยืนอยู่พร้อมกระเป๋า “คุณ มาได้ยังไง”
       “ให้ชั้นไปด้วยคนนะ”
       จินจูแปลกใจ
       “เอ่อ”
       “ชั้นจะปล่อยเธอไปเมืองไทยคนเดียวได้ยังไง ให้ชั้นไปด้วย เราจะไปตามหายองแอด้วยกัน”
       แทยอนมองจินจู สบตาอย่างรักใคร่ปนวิงวอน จินจูเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้าตกลง
      
       เมื่อจินจูกับแทยอนเดินทางถึงเมืองไทย ทั้งคู่เข้าพักที่โรงแรมของคีรินทร์ คีรินทร์จับมือกับจินจูและแทยอน ต้อนรับที่มาพักโรงแรม ไข่มุกปลื้มดีใจมากที่ได้เจอจินจูอีกครั้ง
       “ขอบคุณนะครับที่ให้เกียรติกับทางโรงแรม พวกเรายินดีมากที่ได้ต้อนรับคุณทั้งสองคน”
       ไข่มุกยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ให้จินจู ยิ้มหน้าบานดีใจมาก       
       “สำหรับคุณคะจินจู หนูดีใจมากที่สุดเลย ที่ได้เจอคุณอีก”
       จินจูยิ้มสดชื่นมองดอกไม้ก็แปลกใจ
       “ดอกไม้สวยมาก แต่หนูรู้ได้ยังไงว่าชั้นชอบสีนี้”
       ไข่มุกยิ่งตื่นเต้นดีใจ
       “จริงเหรอคะ หนูบอกทางฝ่ายต้อนรับให้ช่วยจัดสีนี้เพราะหนูชอบ งั้น เราก็ชอบสีเดียวกัน”
       จินจูกับไข่มุกหัวเราะร่วมกันอย่างสนิทสนม แทยอนพลอยดีใจไปด้วยที่เห็นจินจูมีความสุข       
       “ขอบคุณมาก ที่ให้การต้อนรับที่อบอุ่น แต่การไทยมาครั้งนี้ของผมกับจินจู เราอยากเป็นส่วนตัว หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ถึงสื่อ”
       “ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจะกำชับกับทุกฝ่ายให้ นี่คุณพ่อคุณแม่ผมครับ”
       คีรินทร์แนะนำเขมทัตและมณี แทยอน จินจู จับมือกับเขมทัต
       “ยินดีครับ หวังว่าทั้งสองท่านจะได้เที่ยวอย่างสนุก ถ้าต้องการหรือมีอะไรที่ทางโรงแรมเราบริการได้ ช่วยบอกเลยนะครับ นี่คุณมณี ภรรยาผม”
       มณีจับมือทักทายกับแทยอนและจินจู
       “คุณจินจูตัวจริงสวยกว่าในหนังอีก ส่วนคุณแทยอน ดิชั้นขอฝากเนื้อฝากตัวสักนิดหนังใหม่ขอเล่นเป็นแม่นางเอกนะคะ”
       “ให้เล่นเป็นนางเอกเลยครับ คุณนายถ่อมตนเกินไป ว่าแต่คุณเขมทัตจะอนุญาตรึเปล่า”
       เขมทัตส่ายหน้ายิก
       “ถ้าเอาไปแล้วไม่เอามาคืน ผมรีบยกให้เลยครับ”
       ทั้งหมดหัวเราะมีความสุขกันใหญ่ มณีค้อนให้
              
       พิพัฒน์เดินมาที่ล็อบบี้ หยุดคุยกับวัฒนาที่มองกลุ่มคีรินทร์ให้การต้อนรับจินจูและแทยอน
       “สองท่านนี่เป็นแขกคนสำคัญ คุณแทยอน เป็นผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง ส่วนคุณจินจูก็เป็นซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี ถึงตอนนี้จะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังดังอยู่ คุณพัฒน์ชอบไหมหนังเกาหลี”
       “อย่าว่าแค่ดูหนัง พูดเกาหลีผมก็พอได้นะ เคยหัดไว้จีบสาว”
       วัฒนายิ้ม สำทับให้
       “งั้นดีเลย ให้เป็นไกด์พาสองท่านนี้เที่ยว พอไหวไหมครับ”
       พิพัฒน์ยิ้มแหยๆ เพราะโม้ มองไปเห็นภัททิมาที่เดินตัดหน้าจะเข้าไปทางกลุ่มคีรินทร์ก็เปลี่ยนสีหน้าชะงัก ทำอึกอัก
       “เออคือ...ผมรู้แค่งูๆ ปลาๆ เดี๋ยวจะแปลผิด”
       ภัททิมาทำท่าจะมองมา พิพัฒน์รีบหลบหลังวัฒนา หน้าตื่นๆ จนวัฒนาทัก
       “อ้าว หลบอะไรคุณพัฒน์ อะไรจะกลัวดาราใหญ่ขนาดนั้น”
       พิพัฒน์ร้อนรนจะหลบไป
      
       “ไม่ได้กลัวดารา ไม่มีไรหรอกครับ ผมขอตัวนะ ทำธุระค้างไว้”



       วัฒนามองพิพัฒน์อย่างสงสัยแล้วก็มองกลับไปที่ภัททิมา พิพัฒน์รีบหลบไปอีกทางไม่ให้เจอภัททิมา จนเกือบจะชนกับคธาที่เดินเข้ามาทักพิพัฒน์
              
       “เขามีงานอะไรกันครับวันนี้ คนเยอะเชียว”
       “ต้อนรับดารากับผู้กำกับชื่อดังจากเกาหลี เจ้าบทบาทเลยคนนี้ แสดงเก่ง ผมเคยดูหนังเธอหลายเรื่อง”
       “ดาราเกาหลีเคยมาโรงแรมเราหลายคนแล้ว”
       “แต่คนนี้ดังมาก และดังมานานแล้วด้วย แฟนคลับเพียบ”
       “ชื่ออะไรครับ”
       “ปาร์คจินจู”
       คธาอึ้ง ตกใจ นึกไม่ถึง
      
       เขมทัตพาแทยอนแยกตัวออกไปเดินชมโรงแรม ภัททิมาเดินมาถึงก็เข้าแทรกแอบดันก้นใส่ไข่มุกที่ยืนใกล้จินจูไข่มุกต้องขยับตัวห่างไป ภัททิมาไหว้อ่อนช้อย
       “ดิชั้นเป็นเลขาคุณคีรินทร์ ชื่อไข่มุกคะ มาแนะนำตัวกับคุณจินจู แฟนคลับตัวแม่ของคุณเลยนะคะ ทุกเรื่องไม่เคยพลาด โดยเฉพาะเรื่องอารีดังชั้นรักเธอ คุณเล่นได้ถึงบทบาทม๊าก”
       จินจูยิ้มน้อยๆ รักษามารยาท ไข่มุกงงแอบกระซิบภัททิมา
       “ไม่ใช่อารีดัง...ซา รัง เฮ โย ชั้นรักเธอ”
       ภัททิมาหน้าเสีย ยิ้มกลบเกลื่อน
       “อะไรซังๆ ดังๆ นั่นหละคะ ความจำไม่ค่อยดี ว่าแต่ต้องการอะไรในโรงแรมนี้บอกได้นะคะ ไข่มุกรู้หมด จัดให้ได้ทุ๊ก...อย่าง”
       จินจูดูออกว่าภัททิมาข่ม ทำเด่นเกินไข่มุก
       “ขอบใจ แต่คงไม่ต้องรบกวน ชั้นมีลูกไก่ช่วยดูแลอยู่แล้ว”
       จินจูเดินไปโอบไหล่ไข่มุก ทำท่าจะเดินไป
               “แหม มีภัทอีกคนจะเป็นไรไป ได้พาเที่ยวให้สะใจไปเลย ที่ช็อป ที่กินในเมืองไทย ไม่มีใครเกินคนนี้คะ ขอบอก”
       จินจูไม่สน ยิ้มแล้วพูดกับไข่มุก
       “ไปห้องพักเถอะจะได้คุยกัน มีของหลายอย่างมาฝาก รับรองต้องชอบแน่”
       สองคนเดินจับมือกันออกไป ภัททิมาหน้าแตก มณีมองตามไปแล้วก็ถามคีรินทร์
       “เมียเราไปสนิทกับซุปเปอร์สตาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ อะไรจะสนิทสนมกันปานนี้ โอบไหล่กอดกันเหมือนรู้จักเป็นสิบปี”
       คีรินทร์ยิ้มอารมณ์ดี
       “ลูกไก่เขาเป็นคนน่ารัก ใครเห็นก็ต้องรักอยู่แล้วล่ะแม่ หรือแม่ไม่รัก”
       มณีค้อนใส่คีรินทร์ ภัททิมามองสองคนเดินไปอย่างหมั่นไส้ พูดเบาๆ ให้คีรินทร์ได้ยิน       
       “จริงคะใครๆ ก็รัก โดยเฉพาะกับผู้ชาย”
       คีรินทร์หันไปมองภัททิมาอย่างอึ้งๆ ในคำพูด
      
       จินจู แทยอนและไข่มุก เดินตรงมาหน้าลิฟต์ ทั้งหมดเข้าไปในลิฟต์ แต่ก่อนประตูลิฟต์จะปิด แทยอนมองไปทันเห็นคธาแว่บๆ ที่มายืนมอง แต่ก่อนจะทันพูดอะไร ประตูลิฟต์ก็ปิดลง แทยอนอึ้ง หน้าเครียดอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
       “มีอะไรหรอคะ”
       จินจูถามเมื่อสังเกตเห็น แทยอนสั่นหน้า ยิ้มกลบเกลื่อน
       “ไม่...ไม่มีอะไร คงเหนื่อย เลยชักตาลาย”
       จินจูกับไข่มุกยิ้มให้ แทยอนยิ้มตอบนิดๆ แล้วสีหน้าเปลี่ยนเป็นเครียด ไม่แน่ใจกับภาพที่เห็น
      
       ชลลดาลงจากแท็กซี่หน้าบ้านคีรินทร์จะเข้าประตู นักเลงเข้าไปประชิดตัว ชลลดาหันมาเห็นก็สะดุ้งตกใจจะรีบหนีเข้าบ้าน นักเลงตามดักหน้าไว้
       “คุณ