กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 7] ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง



ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง

ออกอากาศ : ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7  
บทประพันธ์โดย : บุษยมาส (จากเรื่องเดิม นางฟ้าซาตาน)
บทโทรทัศน์โดย : สิริกร
กำกับการแสดงโดย : ธนะสิทธิ์ อริยสินวีรกุล
แนวละคร : เมโลดราม่า - โรแมนติก
ผลิตโดย : บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

รายชื่อนักแสดง

       ศุกลวัฒน์ คณารศ แสดงเป็น กร้าว
       ดาวิกา โฮร์เน่ แสดงเป็น อนุช / นุช
       ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ แสดงเป็น อสิต / สิต
       ธัญยกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์ แสดงเป็น ลลิตา
       ภัสราภรณ์ คนคำแหง แสดงเป็น อรชา / อร
       วัชรบูล ลี้สุวรรณ แสดงเป็น ปรารภ
       วีรดนย์ หวังเจริญพร แสดงเป็น ชายธง
       ฮาน่า ลีวิส แสดงเป็น ธาริน / ริน
       ปริยานุช อาสนจินดา แสดงเป็น กรวิก / นก
       สัจจากาจ จิตรพึงธรรม แสดงเป็น คณิต
       อรุชา โตสวัสดิ์ แสดงเป็น เชิด
       ชลิต เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ชาติ
       ขวัญฤดี กลมกล่อม แสดงเป็น กาญจนา
       ตฤณ เศรษฐโชค แสดงเป็น เธียร
       ศตวรรษ ดุลยวิจิตร แสดงเป็น ประสิทธิ์
       ปรินทร์ วิกรานต์ แสดงเป็น กาญจน์
       รชยา รักกสิกรณ์ แสดงเป็น ชื่น
       พิพัฒน์พล โกมารทัต แสดงเป็น เสี่ยยศ
       ปัทมา ปานทอง แสดงเป็น ป้าพร้อม

เรื่องย่อ ละครร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง



       ครอบครัววิชเวทย์ เป็นตระกูลที่สร้างตัวเองจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจนร่ำรวย มีความเป็นอยู่ที่หรูหรา มีบ้านใหญ่โตชื่อ มโนรมย์ และยังเป็นเจ้าของกิจการ บริษัทรัตนกิจก่อสร้าง โดยมี นายประสิทธิ์ วิชเวทย์ (เจค-ศตวรรษ ดุลยวิจตร) และ คุณอังกาบ ภรรยา เป็นผู้ดูแลกิจการของบริษัท แต่ต่อมานายประสิทธิ์และคุณอังกาบ ได้ถึงแก่กรรมเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ บุตรทั้ง 3 คนจึงต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต
      
       อสิต (เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ลูกชายคนโต และ ลลิตา (หยก-ธัญยกันต์ ธนกิตต์ธนานนท์) ภรรยาของอสิต จึงได้เข้ามาดูแลกิจการของบริษัทแทน อรชา (นุ้ย-ภัสราภรณ์ คนคำแหง) น้องสาวคนรองช่วยดูแลกิจการในบ้าน ส่วน อนุช หรือ นุช (ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่) น้องสาวคนสุดท้องซึ่งกำลังเรียนหนังสืออยู่ที่อังกฤษ แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเงินได้เปลี่ยนแปลง อนุชจึงต้องหาผู้อุปการะและได้รับความช่วยเหลือจาก “ป๋า” ชายสูงอายุคนหนึ่งจากประเทศไทย เพราะลูกสาวที่ตายไปชื่อ “นุช” เหมือนกัน
      
       ต่อมาบริษัทรัตนกิจก่อสร้างได้ถูกว่าจ้างจากมหาเศรษฐีหนุ่มชื่อ กร้าว ศุภกาญจน์ (เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ) ให้รับเหมาสร้างโรงแรมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
      
       อนุชเดินทางกลับเมืองไทยมาพร้อม กรวิก พัชรกุล (อุ่น-ปริยานุช อาสนจินดา) เพื่อนรักที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน และได้พบกับกร้าวชึ่งไปรับกรวิก เพราะกร้าวและกรวิกต่างก็มีใจให้กัน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่กร้าวและอนุชจะได้พบกันที่บ้านของกรวิกเสมอ ความรู้สึกที่อนุชมีต่อกร้าวก็คือ กร้าวเป็นคนที่ลึกลับ ประหลาดและเย็นชา แต่ต่อมาเธอกลับคิดถึงแต่กร้าว และทำให้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อ ชายธง (แม็ค-วีรดนย์ หวังเจริญพร) คนรักของเธอนั้นเปลี่ยนไป แม้ชายธงจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ อนุชก็ปฏิเสธว่ายังไม่พร้อม
      
       ต่อมา นายชาติ นิติชัย (ชลิต เฟื่องอารมมย์) ลุงของกร้าวเกิดล้มป่วย ซึ่งบังเอิญที่นายชาติก็คือป๋าผู้อุปการะของอนุชนั่นเอง อนุชจึงต้องรับหน้าที่เป็นผู้ดูแล โดยเป็นไปตามที่กร้าวได้วางแผนไว้ กร้าวจึงเริ่มทำตามแผนกับผู้หญิงคนต่อไปนั่นคือ อรชาและลลิตา
      
       ดังนั้นเวลานี้ผู้หญิงทุกคนในตระกูลวิชเวทย์จึงเสมือนตกอยู่ในเวทย์มนต์ของกร้าว
      
       เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อสถานการณ์การเงินของอสิตย่ำแย่หนัก หากเจ้าหนี้ไม่ได้เงินก็จะยึดบ้านมโนรมย์ กร้าวจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยจ่ายเงินให้ 20 ล้านบาทเพื่อไถ่ถอนบ้าน เพราะฉะนั้นบ้านจึงได้เปลี่ยนมือไปเป็นของกร้าว
      
       หนำซ้ำยังเลวร้ายขึ้นเมื่ออสิตถูกรถชนอาการสาหัส เหตุการณ์นี้ทำให้กร้าวมีโอกาสเข้าไปใกล้ชิดกับลลิตา กร้าวทำให้ลลิตาพร้อมที่จะเป็นชู้กับเขา พฤติกรรมระหว่างกร้าวและลลิตามีผู้พบเห็นนั่นคือชายธงนั่งเอง เขานำเรื่องไปบอกกับอนุช อนุชทั้งเกลียดทั้งเศร้าใจต่อพฤติกรรมของทั้ง 2 คน
      
       ส่วนอรชานั้น กร้าวทั้งซื้อของให้และป้อนคำหวาน กร้าวได้บอกให้อรชาเลิกคบกับ ปรารภ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) คนรักของเธอ ซึ่งอรชาก็เชื่อและทำตามคำของกร้าว อนุชรู้เรื่องเข้าจึงได้บอกให้กร้าวเลิกยุ่งกับพี่สะใภ้และพี่สาวของเธอ กร้าวจึงเสนอให้เธอแต่งงานกับเขา เธอตกลงแต่ง เพราะไม่อยากให้อสิตเสียใจ และช่วยอรชาที่เคยบอกว่าเกลียดกร้าว แต่สิ่งที่ตามมาคือลลิตาและอรชาต่างเสียใจและโกรธแค้น อรชาจึงประชดชีวิตด้วยการแต่งงานเงียบ ๆ กับปรารภ ส่วนกรวิกเสียใจมากจึงหนีไปอยู่อเมริกาพร้อมกับครอบครัว
      
       ต่อมาระหว่างที่กร้าวอยู่กับอนุช เขาขอเวลา 1 ปีที่จะหย่ากับอนุช แต่เขากลับระงับความต้องการไม่ได้ จึงใช้กำลังข่มขืนอนุชให้เป็นภรรยา โดยให้เหตุผลที่เขาต้องทำกับวิชเวทย์เช่นนี้เพราะแม่ของเขาถูกพ่อของอนุชข่มขืน แม้ว่าแม่จะมีเขาแล้ว แม่เจ็บแค้นเสียจริตและจากโลกนี้ไป ตอนนี้อนุชจึงเปรียบเหมือนลูกไก่ในกำมือของกร้าว
      
       ส่วนทางลลิตายังคงคิดถึงความสัมพันธ์กับกร้าว จึงได้หย่ากับอสิตและพยายามยั่วยวนกร้าว แต่กร้าวทั้งโกรธทั้งขยะแขยง จึงด่าว่าลลิตาอย่างรุนแรง ซ้ำยังถามลลิตาว่ายังจำ ชีวิต ได้หรือไม่ คนที่เธอหักอกเขาและทำให้เขาเสียใจจนต้องฆ่าตัวตาย ชีวิตเป็นน้องชายของเขาเอง และกร้าวยังพูดเยาะเย้ยลลิตาว่าเป็นผู้หญิงไม่มีค่าไม่มีราคา ลลิตาทั้งเจ็บทั้งอายและโกรธแค้น จึงใช้ปืนยิงกร้าว แต่อนุชเข้ามารับกระสุนแทน ทำให้ชีวิตของอนุชมีความเป็นและความตายเท่ากัน
      
       แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ชีวิตของทุกคนได้เปลี่ยนไป อรชากำลังให้กำเนิดทายาทคนแรก อสิตเดินทางไปอเมริกาเพื่อหาประสบการณ์การทำงาน ลลิตาถูกตัดสินจำคุก ส่วนอนุชได้หายเป็นปกติ และกร้าวก็ได้บอกความในใจของเขาต่ออนุชว่า ความจริงแล้วเขารักนางฟ้าที่ชื่อว่าอนุช เสมอมา และจะรักเธอตลอดไป
      

ที่มา :

เรื่องย่อโดยละเอียด ละครร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง

ที่มา :

ตอนที่ 1

      
       รถยนต์สุดหรูแล่นเข้ามาจอดที่ด้านหน้า บริษัท เอส เค กรุ๊ป จำกัด รปภ. รีบเข้าเปิดประตูรถให้ และทำความเคารพอย่างขันแข็ง กร้าว ศุภกาญจน์ นักธุรกิจหนุ่มรูปงาม ผู้บริหารของบริษัทนี้ ก้าวลงจากรถ เดินเข้าไปในอาคาร
      
       “สวัสดีครับท่านประธาน” พนักงานทุกคนต่างทักทายอย่างนอบน้อม
       กร้าวยิ้มตอบบางๆ เลขาเข้ามาทักทาย
       “สวัสดีค่ะ”
       “เอกสารเรียบร้อยรึยัง”
       “เรียบร้อยค่ะ”
       กร้าวพยักหน้าอย่างพอใจ
      
       กร้าวคุยงานกับลูกค้าชายชาวต่างชาติ แนะนำโครงการใหม่ของบริษัทเพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นชาวต่างชาติร่วมลงทุน เลขาของกร้าวเป็นผู้ช่วยคอยจัดเตรียมสไลด์และเอกสารข้อมูลต่างๆ ให้ไม่นานนัก กร้าวและลูกค้าได้เซ็นต์สัญญาร่วมกัน เพราะการเตรียมงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย
       กร้าวและเลขาส่งลูกค้าชาวต่างชาติออกจากบริษัทไป ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น เขาดูเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วรับสายทันที เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของนักสืบที่จ้างไว้ ได้นัดให้ไปพบที่ริมถนนแถวชานเมือง
       เมื่อไปถึง นักสืบหยิบซองเอกสารส่งให้
       “รูปถ่ายพร้อมข้อมูลสมาชิกครอบครัววิชเวทย์ครับ”
       กร้าวเปิดซองเอกสารดู มีรูปถ่ายเดี่ยวๆของอสิต วิชเวทย์ พร้อมกับ ลลิตา ภรรยาของเขา และอรชา น้องสาวคนกลาง
       “แต่ยังขาดน้องสาวคนเล็กที่ชื่ออนุช วิชเวทย์ กำลังเรียนอยู่ที่ลอนดอน” นักสืบอธิบาย
       กร้าวยื่นซองใส่เงินให้ นักสืบรับเงินแล้วออกไป กร้าวดูรูปแล้วนึกเรื่องราวในอดีต ช่วงเวลานั้น เขาเห็นประสิทธิ์ พ่อของอสิต อรชา และอนุช ใช้กำลังข่มเหงแม่ของเขา กร้าวเจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีตอันโหดร้ายนั้น
       “อนุช วิชเวทย์…กลับมาเมื่อไร ฉันจะลากเธอมารับกรรมที่พ่อของเธอก่อไว้ ร่วมกับพี่ๆ ของเธอ!”
       กร้าวบอกอย่างมุ่งมั่น ที่จะแก้แค้นลูกๆของประสิทธิ์แทนประสิทธิ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว
      
       วันใหม่...ในสนามบิน อนุชเข็นรถเข็นกระเป๋าออกมาจากส่วนผู้โดยสารขาเข้า เธอกลับมาเมืองไทย พร้อมกับกรวิก พัชรกุล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท
       กรวิกมองไปที่กลุ่มคนที่รอรับ เห็นกาญจนา แม่ของเธอยืนรออยู่ก็ดีใจมาก รีบวิ่งไปหา ขณะที่คนร้ายซึ่งถูกใครบางคนจ้างมา ยืนมองอนุช แล้วเปรียบเทียบกับรูปถ่ายในสมาร์ทโฟน เมื่อเห็นว่าเป็นคนเดียวกัน จึงยกป้ายกระดาษเขียนชื่ออนุช วิชเวทย์ชูขึ้น แล้วเดินเข้ามาหา
       “คุณอนุช วิชเวทย์รึเปล่าครับ”
       อนุชแปลกใจ
       “ใช่ค่ะ…”
       “คุณสิตกับคุณอรไม่ว่าง ให้ผมมารับคุณนุชแทนครับ”
       “พี่สิตกับพี่อรไม่เห็นบอกไว้นี่คะ” อนุชแปลกใจ
       “รีบไปกันเถอะครับ คุณสิตกับคุณอรรออยู่”
       คนร้ายเข้าไปช่วยเข็นรถเข็นสัมภาระให้
       “รอเดี๋ยวค่ะ”
       อนุชขัดขึ้นแล้วเดินไปหากรวิกและกาญจนา
       “แม่คะ นี่นุช เพื่อนนกไงคะ ที่เล่าให้ฟังบ่อยๆ” กรวิกแนะนำ
       อนุชยกมือไหว้กาญจนาอย่างนอบน้อม
       “สวัสดีค่ะ”
       กาญจนารับไหว้ กรวิกหันมาหาอนุช
       “จะรีบไปไหนล่ะ รอเจออากร้าวด้วยกันก่อน อากร้าวกำลังมา”
       กาญจนาปรามลูกสาว
       “อย่าเอาแต่ใจสิลูก เพื่อนมาเหนื่อยๆ ให้เขากลับไปพักผ่อน ไปเจอครอบครัวเขาดีกว่า วันหลังค่อยนัดเจอกันก็ได้”
       “ก็ได้ค่ะ...เสียดาย ถ้านุชเจออากร้าว นุชจะต้องตะลึงในความหล่อ”
       กาญจนาล้อๆ
       “แม่คนนี้หายใจเข้าออกเป็นอากร้าว”
       กรวิกเขิน อนุชขำเพื่อน หันไปหากาญจนา
       “นุชขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
       อนุชไหว้กาญจนาและหันไปกอดกรวิก
       “เอาไว้นัดกันนะ”
      
       อนุชเดินตามคนร้ายออกไป



       คนร้ายเข็นรถเดินนำไปที่ทางออก อนุชเดินตามไป ไม่ได้สงสัยอะไร แล้วเสียงข้อความจากไอโฟนดังขึ้น อนุชเปิดดูข้อความ เป็นข้อความจากอรชาส่งมาว่า....
       “พี่กำลังจะไปรับ ขอโทษที่ช้า”
       อนุชเห็นข้อความแล้วแปลกใจ มองคนมารับอย่างระแวง คนร้ายเดินนำมาถึงรถที่จอดรออยู่ มีชายอีกคนเป็นคนขับรถรออยู่
       “ออฟฟิศใหม่เป็นไงบ้างคะ สวยมั้ย” อนุชแกล้งถาม
       คนร้ายที่มารับชะงักเพราะไม่รู้เรื่อง
       “เอ่อ…ก็…ก็ดีครับ”
       อนุชรู้ว่าเขาโกหกเพราะไม่มีออฟฟิศใหม่
       “นุชขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
       อนุชหันหลัง คิดหาทางหนี คนร้ายรู้ทันจับตัวและปิดปากเธอจากด้านหลัง อนุชตกใจ ดิ้นรน แต่ร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้ คนร้ายผลักอนุชขึ้นรถและตามไปนั่งประกบ คนขับรถ รีบออกรถไป เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ และรวดเร็วจนไม่มีใครในบริเวณนั้นสังเกตเห็น
       “พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไร” อนุชตกใจมาก
       คนร้ายชักปืนออกมาขู่
       “อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตาย อยากรู้อะไรไว้ถามพี่ชายแกเองละกัน”
       อนุชกลัว คิดหาทางหนี ใช้สายกระเป๋าล็อกคอคนขับรถจากด้านหลัง คนขับหายใจไม่ออก รถส่ายไปมา
       “เฮ้ย หยุดนะ!”
       คนร้ายพยายามดึงอนุชให้ปล่อยมือจากคนขับ แต่เธอไม่ปล่อย
      
       กร้าวขับรถพลางคุยโทรศัพท์กับกรวิก
       “อาใกล้จะถึงแล้ว คิดถึงสิ คิดถึงมากเลย”
       รถของคนร้ายที่ขับสวนทางมาส่ายไปมาและพุ่งข้ามเลน เกือบชนรถของเขา กร้าวตกใจ รีบหักหลบและเบรกทัน รถของคนร้ายเบรกไม่อยู่ ชนต้นไม้ข้างทาง นิ่งไป กร้าวลงจากรถ ขณะที่อนุชรีบลงจากรถ วิ่งมาหา
       “นี่คุณ ขับรถยังไงเนี่ย” กร้าวโวย
       “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย” อนุชหน้าตาตื่นกลัว
       คนร้ายลงจากรถในอาการเจ็บ
       “พวกมันมาแล้ว หนีเร็ว!”
       อนุชดึงกร้าววิ่งหนี กร้าวงงแต่ก็วิ่งตามเธอไป คนร้ายเห็นอนุชหนีก็เจ็บใจ แต่ต้องช่วยดึงเพื่อนออกมาจากรถก่อน
      
       อนุชดึงกร้าววิ่งหนีมาระยะหนึ่ง
       “เดี๋ยว ทำไมคุณต้องหนีผู้ชายสองคนนั้นด้วย พวกนั้นเป็นใครกันแน่” กร้าวหยุดวิ่ง
       “ฉันก็ไม่รู้”
       “ไม่รู้ได้ยังไง” กร้าวสงสัย “คุณมีอะไรปกปิดผมรึเปล่า หรือว่าคุณทำอะไรผิดมา”
       อนุชไม่พอใจ
       “นี่คุณ อย่ามาปรักปรำฉันนะ ถ้าไม่อยากช่วยก็ไม่ต้อง ฉันไปเองก็ได้”
       อนุชจะวิ่งหนีไป กร้าวรีบดึงไว้
       “อย่าเพิ่งไป”
       “เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยฉัน”
       “ไม่”
       กร้าวเป็นห่วง แต่อนุชเริ่มระแวงและไม่ไว้ใจเขา เธอกระทืบเท้าเขาอย่างแรงและผลักเซไป
       “โอ๊ย!”
       อนุชจะวิ่งหนี แต่กร้าวคว้าตัวไว้ ดึงมากอดไว้เลย
       “จะไปไหน มันอันตราย”
       อนุชยิ่งตกใจ คิดว่ากร้าวจะทำร้าย พยายามสะบัด
       “คุณนั่นแหละตัวอันตราย ฉันไม่น่าหนีเสือปะจระเข้เลย ปล่อยฉัน!”
       อนุชดิ้นรนและทุบตีไม่ยั้ง กร้าวจับมืออนุชไว้ทั้งสองข้าง แล้วดันไปติดต้นไม้ด้านหลัง ตั้งใจจะทำให้เธอหยุดจนทั้งสองจมูกชนกัน ใบหน้าอยู่ใกล้ชิดกันมาก ทั้งสองต่างตะลึง ขณะเดียวกันนั้นคนร้ายทั้งสองวิ่งตามมา
       “มันอยู่นั่น”
       กร้าวและอนุชหนีไม่ทัน คนร้ายชักปืนออกมาจะยิง กร้าวพุ่งเข้าไปแย่งปืน ยื้อแย่งกัน เขาถีบคนร้ายล้มลง ปืนหลุดมือ กระเด็นไป กร้าวตามไปชก คนขับรถเข้ามาช่วย กร้าวสู้ไป ร้องบอกอนุชไป
       “หนีไป! เร็ว!”
       อนุชวิ่งหนีไป คนร้ายหันไปคว้าปืนมาจะยิง เปรี้ยง! กร้าวถูกยิงที่แขนซ้ายทรุดลงไม่ห่างคนขับรถที่โดนชกจนน่วมฟุบอยู่กับพื้น คนร้ายถีบกร้าวหงายล้มลงและจะยิงซ้ำ กร้าวคิดว่าไม่รอดแน่ ทันใดนั้นอนุชมาด้านหลัง ใช้ไม้ฟาดคนร้ายล้มลง
       “คุณเป็นไรรึเปล่า”
       อนุชประคองกร้าววิ่งหนีกลับไปทางรถ แล้วรีบขึ้นรถ กร้าวขับรถหนีไปทันที คนร้ายที่วิ่งตามมาจะยิง แต่คนขับรถห้ามไว้
       “ไม่ต้อง”
       คนร้ายเจ็บใจที่กร้าวและอนุชหนีไปได้
      
       กร้าวขับรถหนีมา เจ็บแผลที่แขน อนุชโล่งใจ
       “พวกนั้นไม่ตามมาแล้ว”
       กร้าวแปลกใจ
       “ทำไมคุณถึงกลับมาช่วยผม”
       “แล้วเมื่อกี้คุณช่วยฉันไว้ทำไม ทั้งๆ ที่ตอนแรกหาว่าฉันทำความผิดมา”
       กร้าวเจ็บแขนซ้ายที่ถูกยิง
       “โอ๊ย”
       อนุชตกใจ
       “เลือดออกไม่หยุดเลย คุณรีบไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ”
      
       บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่กร้าวนอนเข้าห้องฉุกเฉินไป อนุชรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างเป็นห่วง ครู่หนึ่ง อสิตและอรชามาถึง
       “นุช” อสิตเป็นห่วงน้องสาวมาก
       “พี่สิต...พี่อร!”
       อนุชดีใจที่เจอพี่ๆ อรชาเห็นเสื้ออนุชเปื้อนเลือดก็ตกใจมาก
       “นุชเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
       อรชามองสำรวจไปทั่วตัว กลัวน้องบาดเจ็บ
       “นุชไม่เป็นไรค่ะ มีคนช่วยนุชไว้”
       อสิตและอรชาโล่งใจที่อนุชปลอดภัย
      
       รถอสิตมาจอดหน้าคฤหาสน์มโนรมย์ของตระกูลวิชเวทย์ ซึ่งใหญ่โตหรูหรา อนุชลงจากรถ มองบ้านด้วยความคิดถึงและผูกพัน หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวในอดีตในวัยเด็ก ตอนนั้นเธออายุ 5 ขวบเพิ่งกลับจากโรงเรียน วิ่งเข้าไปไหว้และกอดพ่อ ประสิทธิ์ลูบหัวและยิ้มให้ คนรับใช้หญิง หิ้วกระเป๋านักเรียนตามหลังอนุช คอยดูแลรับใช้ คนสวนชายคนหนึ่งกำลังทำสวน คนรับใช้หญิงอีกคนกำลังกวาดลานบ้าน
       อนุชยิ้ม คิดถึงพ่อ คิดถึงบ้าน เสียงอสิตเรียกดังมา
       “นุช”
       อนุชตื่นจากภวังค์
       “คะ”
       อรชาเข้ามาหาน้องสาว
       “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะจ้ะ”
       อนุชยิ้มรับ
       “ค่ะพี่อร”
       อสิตหน้าตาเคร่งเครียด หิ้วกระเป๋าเดินทางของอนุชเข้าบ้านเอง อรชาตามเข้าไป อนุชมองสภาพบ้าน ที่ลานหน้าบ้านมีใบไม้ร่วงเต็มไปหมด บ้านดูไม่สวยงามเหมือนเมื่อก่อน เธอเข้ามาในบ้าน หยุดมองรูปถ่ายครอบครัวที่วางตกแต่งที่มุมหนึ่งของบ้าน ขณะเดียวกันนั้นเสียงลลิตาดังมาจากมุมหนึ่ง
       “ระวังหน่อยสิ”
       อนุชแปลกใจ



       คนงานชาย กำลังช่วยกันขนของเก่าแก่ซึ่งเป็นของสะสมออกจากบ้าน โดยมี ลลิตายืนคุมอยู่ อรชาเข้ามาเห็นก็ตกใจ
       “พี่ลิต้าทำอะไรคะ ของนั่นไม่ได้นะคะ คุณพ่อท่านรักมาก”
       อรชาเข้าไปขวาง
       “อย่ายุ่งน่า”
       ลลิตาผลักอรชาล้มลง
       “โอ๊ย”
       อรชาอ่อนแอ ไม่สู้คน อนุชเข้าเห็นอรชาล้มก็ตกใจ
       “พี่อร”
       อนุชประคองอรชาให้ลุกขึ้น อนุชเห็นคนงานขนของออกจากบ้านก็ตกใจ รีบเข้าไปแย่ง
       “เอาคืนมานะ นี่ของคุณพ่อฉัน”
       ลลิตาเข้าไปดึงอนุช
       “เอ๊ะ นุช หยุดนะ”
       อสิตเข้ามา
       “เสียงดังอะไรกัน”
       อนุชฟ้องทันที
       “พี่สิตคะ พี่ลิต้าเอาของคุณพ่อไปขาย”
       ลลิตาหันไปหาอสิต
       “ถ้าไม่ขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้”
       อสิตพูดไม่ออก ลลิตาบ่น
       “ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากับข้าว”
       คุณมีปัญญาจ่ายมั้ย ถ้ามีก็เอามาสิ เอามา”
       อสิตเครียดหนัก ลลิตาพูดจี้ใจดำ
       “เลิกบ่นซะที คนยิ่งกลุ้มๆอยู่”
       อสิตเดินหนีออกไป อนุชผิดหวัง
       “พี่สิต”
       อรชาเสียใจ ที่ลลิตาชนะทุกครั้ง ลลิตายิ้มเยาะ อนุชทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าฐานะทางบ้านจะลำบากถึงขนาดนี้
      
       อสิตเข้าบ้านมา กลุ้มเรื่องเงิน ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น เขาเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาก็ใจคอไม่ดี
       “ครับเสี่ย”       
       เสี่ยยศเจ้าหนี้นอกระบบ ส่งเสียงขู่มาจากปลายสาย
       “ครั้งนี้ลื้อรอดตัว แต่ถ้าไม่ยอมใช้หนี้ คราวหน้าลื้อจะไม่ได้เห็นหน้าน้องสาวอีกเลย!”
       อสิตตกใจรีบขอร้อง
       “อย่าทำอะไรน้องสาวผมเลย น้องสาวผมไม่เกี่ยว...”
       แต่เสี่ยยศตัดสายทิ้งไปแล้ว อสิตทรุดลงนั่ง กุมขมับ เครียดจัด คิดหาทางหาเงินมาใช้หนี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน
      
       กร้าวรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา พบคณิตเพื่อนสนิทของเขาซึ่งเป็นหมอ ดูแลอยู่
       “ฟื้นแล้วเหรอ ไปมีเรื่องกับใครมา นี่โชคดีที่กระสุนแค่เฉียด แผลไม่ร้ายแรง” คณิตยิ้ม ดีใจ
       “แล้ว…ผู้หญิง…”
       กร้าวมองหาอนุช
       “ฉันมาถึงก็ไม่เจอใคร แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาให้แกเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้บอกชื่อไว้ แล้วผู้หญิงที่แกว่าเป็นใครมาจากไหน”
       “ฉันไม่รู้ ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับเขาเลย”
       กร้าวนึกถึงอนุชอย่างเป็นห่วง
      
       ค่ำนั้น อนุชกับอรชากราบอัฐิพ่อกับแม่ ทั้งสองหน้าเคร่งเครียดเพราะในบ้านมีปัญหา
       “พ่อคะ แม่คะ นุชเรียนจบแล้ว เอาปริญญามาฝากพ่อกับแม่แล้วค่ะ”
       “เสียดายที่คุณพ่อด่วนจากไปเสียก่อน ไม่ทันได้ยินดีที่นุชเรียนจบ”
       อนุชกอดอรชา
       “นุชไม่คิดเลยว่าบ้านเราจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้”
       อนุชและอรชาเศร้าหมอง
      
       วันใหม่...อนุชตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายบอก
       “พี่สิตจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนุช แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจัดงาน”
       “พี่จะยืมเพื่อนก่อน”
       “พี่สิตจะสร้างหนี้อีกแล้วเหรอคะ”
       อสิตถอนใจ
       “ตอนนี้คนเขาลือกันให้แซดเรื่องวิชเวทย์ของเรากำลังล้มละลายจนไม่มีใครกล้าจ้างบริษัทของพี่แล้ว พี่จะจัดงานให้มันหรูเลิศเพื่อกลบข่าว”
       อนุชไม่สบายใจ หันไปหาอรชา
       “พี่อรคะ ช่วยห้ามพี่สิตหน่อยสิคะ”
       อรชาอึกอัก ไม่กล้ามีปัญหากับใคร
       “พี่สิตว่าไง พี่ก็ว่างั้น”
       อนุชผิดหวัง
       “พี่อร”
       ลลิตาไม่พอใจ หมั่นไส้ที่อสิตจะจัดงานให้อนุช
       “หมดธุระแล้วใช่มั้ย ลิต้าขอตัว”
       อสิตเรียกไว้
       “เดี๋ยวลิต้า วันนี้มีใครแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนบ้านเรารึเปล่า”
       ลลิตาสงสัย
       “ทำไมคะ”
       “ผมสงสัยว่าเสี่ยยศรู้ได้ไงว่านุชจะกลับมาวันนี้”
       ลลิตาหน้าเสีย กลัวความผิด แกล้งบีบน้ำตา วิ่งร้องไห้ออกไป อสิตตกใจ
       “ลิต้า”
       อสิตรีบตามไป อนุชกับอรชาแปลกใจ รีบตามไปด้วย
      
       ลลิตาวิ่งร้องไห้หนีมาหยุดยืนอยู่มุมหนึ่ง อสิตตามมาอย่างห่วงๆ
       “เป็นอะไร”
       อรชาและอนุชตามมาทีหลัง ลลิตาบีบน้ำตา ออดอ้อนอสิต
       “ลิต้าใจคอไม่ดีเลย พวกมันหูตาไวมาก ขนาดเรื่องนุชมันยังรู้แล้วเวลาสิตกับอรไปทำงาน ลิต้าอยู่บ้านคนเดียว ถ้าพวกมันมาทำร้ายลิต้าจะทำยังไง ลิต้ากลัวค่ะสิต”
       อสิตกอดปลอบ ลลิตาแอบยิ้มร้าย
      
       หลายวันก่อนหน้านี้...ลูกน้องเสี่ยยศจิกผมลลิตาแล้วชักมีดออกมาขู่ ลลิตาตื่นกลัว
       “อย่าทำฉันเลย ไปจับตัวน้องสาวคุณสิตสิดีกว่า คุณสิตเขารักน้องมาก เขาต้องรีบหาเงินไปใช้หนี้เสี่ยแน่ๆ”
       ลลิตารีบเปิดรูปอนุชในโทรศัพท์ให้ดู ลูกน้องเสี่ยยศสนใจ
      
       อสิตสำรวจในบ้านเพื่อเตรียมจัดงานเลี้ยง พลางคำนวณค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน ลลิตาใส่ชุดนอนเซ็กซี่ เข้ามากอดจากด้านหลัง คลอเคลียเสียงหวานออดอ้อน
       “สิตขา ลิต้ายังไม่มีชุดใส่งานเลี้ยงคืนพรุ่งนี้เลย”
       “เสื้อผ้าเต็มตู้ ยังว่าไม่มีใส่อีกเหรอ...ผมว่าบ้านดูโล่งไปนะ ของที่เราขายไป ถ้าไม่หาอะไรมาวางแทน คนจะสงสัย”
       อสิตมัวแต่คิดค่าใช้จ่าย ไม่สนใจภรรยา ลลิตาไม่ยอมแพ้ ผลักเขาลงไปนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่ง ลลิตานั่งตัก คลอเคลีย ยั่วยวน
       “ไม่เอาน่าลิต้า ผมยุ่งอยู่ ไม่เห็นเหรอ”
       ลลิตาตัดพ้อ
       “นังพวกคุณหญิงคุณนายมันชอบจับผิดลิต้าขืนใส่แต่ชุดซ้ำๆ มันได้เม้าท์กันสนุกปากว่าลิต้าไม่มีปัญญาตัดชุดใหม่”
       “อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย พวกนั้นอิจฉาที่คุณสวยกว่าน่ะสิ”
       อสิตผลักลลิตาออกเบาๆ แล้วลุกหนีไป ลลิตาหงุดหงิด ขว้างหมอนอิงไล่หลัง
       “ถ้ารู้ว่าลำบากอย่างนี้ ฉันไม่แต่งด้วยหรอก”
       ลลิตาอารมณ์เสีย
      
       อนุชเข้ามาในห้อง แล้วมองไปเห็นเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่พับวางไว้อยู่มุมหนึ่ง อนุชหยิบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดมาดู แล้วนึกถึงกร้าว



       กร้าวที่ยังเจ็บแขนซ้าย วาดรูปอนุชแล้วนั่งมอง...
       “เราจะได้เจอกันอีกมั้ย”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาวางดินสอแล้วกดรับสายเมื่อเห็นเบอร์กรวิก
       “อากร้าวคะ พรุ่งนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อน นกอยากให้อากร้าวไปด้วย อากร้าวว่างมั้ยคะ”
       “ได้สิ บ้านเพื่อนอยู่ที่ไหนล่ะ”
       “บ้านวิชเวทย์ค่ะ”
       กร้าวอึ้ง หน้าเครียดขึ้นมาทันที
      
       หลังจากวางสายจากกรวิก กร้าวรื้อค้นหาเอกสารที่ได้จากนักสืบ ก่อนจะโทรศัพท์หาเสี่ยยศ เจ้าหนี้ของอสิต
       “เสี่ยไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมเป็นใคร รู้แค่ว่าลูกหนี้ของเสี่ยจะจัดงานเลี้ยงสุดหรูที่คฤหาสน์มโนรมย์คืนพรุ่งนี้ก็พอ”
       กร้าววางสาย ยิ้มร้าย
      
       เย็นวันใหม่...อนุชแต่งตัวด้วยชุดเดรสสั้น สวยสดใส อรชามองทึ่งๆ
       “สวยมาก งานนี้ไม่มีใครเด่นเกินน้องพี่แน่นอน”
       “พี่อรชมเกินไปแล้ว เป็นเพราะชุดพี่อรสวยค่ะ ใครใส่ก็ดูดีทั้งนั้น”
       อรชาหยิบกล่องเครื่องเพชรมาให้อย่างเศร้าๆ
       “เครื่องเพชรของคุณแม่เหลือแค่ชุดนี้ชุดเดียว นุชเอาไปใส่สิ”
       “แล้วพี่อรล่ะคะ พี่อรใส่เถอะ”
       “ไม่ได้ นุชเป็นนางเอกของงาน นุชต้องเด่นที่สุด พี่ยอมให้นุชคนเดียว”
       “ขอบคุณค่ะ พี่อรดีกับนุชที่สุด ไม่มีใครรักนุชเท่าพี่อรอีกแล้ว”
       อรชาและอนุชยิ้มให้กัน ลลิตาแอบแง้มประตูมองดูด้วยความอิจฉา
      
       ลลิตาหงุดหงิด ไม่พอใจ โยนเสื้อผ้าทิ้งบนเตียงจนเต็มเตียงไปหมด เธอเลือกมาหลายชุดแล้วแต่ไม่ชอบสักชุด ลลิตาร้อนรน ไม่ชอบให้ใครเด่นกว่า เธอคิดแผนได้ยิ้มร้าย มีแผนเล่นงานอนุช
       อนุชแต่งตัวเสร็จ มองดูตัวเองในกระจก เสียงเคาะประตูดังขึ้น อนุชไปเปิดประตูดู แต่ไม่มีใครเธอมองซ้ายขวาเห็นเงาคนแวบผ่านไป
       “ใครน่ะ”
       อนุชตามไปถึงด้านหลังบ้านที่มีห้องเก็บของมองหา ไม่เห็นใคร ก็จะกลับ ทันใดนั้นมีเสียงแก้วตกแตกในห้องเก็บของ อนุชหันขวับ คิดว่าขโมย หันรีหันขวาง คว้าไม้ท่อนหนึ่งที่หน้าห้องเก็บของ เธอเห็นประตูเปิดอยู่ จึงย่องเข้าไปด้านใน แต่ไม่มีใคร ทันใดนั้นประตูปิดดังปังและมีเสียงคล้องแม่กุญแจจากข้างนอก อนุชตกใจ รีบไปเคาะประตู พยายามเปิดประตู แต่เปิดไม่ได้
       “ใครอยู่ข้างนอก เปิดประตูที”
       ด้านนอกห้อง แหวนสาวใช้คนสนิทของลลิตาล็อกแม่กุญแจ ลลิตายิ้มสะใจส่งเงินให้แหวนเป็นรางวัล
       “อยู่ในนี้ไปจนงานเลิกนั่นแหละ”
       ลลิตาและแหวนออกไป
      
       ค่ำนั้น...โถงในคฤหาสน์มโนรมย์ตกแต่งอย่างสวยงาม แขกที่มาร่วมงานแต่งตัวหรูหรา กร้าวเข้ามากับกรวิก เธอมองหาอนุช ขณะที่กร้าวมองไปที่มุมหนึ่ง แววตาแข็งกร้าวขึ้นเมื่อเห็นรูปประสิทธิ์ ดูสง่างาม น่าเกรงขาม ประดับอยู่ที่ผนังด้านหนึ่ง กร้าวมองรูปนั้นด้วยความแค้นและเจ็บปวด เขานึกถึงอดีตในวัยเด็ก ตอนนั้นเขาเข้ามาในห้อง เห็นประสิทธิ์กำลังปลุกปล้ำชื่นแม่ของเขาอยู่ กร้าวเข้าไปชกประสิทธิ์พัลวันเท่าที่เด็กชายคนหนึ่งจะมีแรง
       “ปล่อยแม่ผมนะ”
       ประสิทธิ์หงุดหงิด
       “เฮ้ย ใครอยู่แถวนี้ มาเอาไอ้เด็กบ้านี่ไปไกลๆ”
       คนรับใช้ชายรีบเข้ามาอุ้มเขาไว้ กร้าวดิ้นรนจะไปช่วยแม่
       “แม่!”
       “กร้าว!”
       ชื่นจะไปช่วยลูก แต่ประสิทธิ์ดึงตัวไว้ ชื่นพนมมือ อ้อนวอน
       “ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำอะไรฉันกับลูกเลย”
       “ไม่ต้องมาบีบน้ำตา แกเป็นลูกหนี้ฉัน ฉันเป็นเจ้าชีวิตแก ฉันจะทำอะไรกับแกก็ได้” ประสิทธ์สั่งคนรับใช้ “เอามันออกไป!”
       คนรับใช้อุ้มกร้าวออกจากห้องไป กร้าวดิ้นรนจะไปช่วยแม่แต่สู้แรงผู้ใหญ่ไม่ได้
       “แม่”
       “กร้าว”
       คนรับใช้อุ้มกร้าวออกจากห้องและปิดประตู กร้าวตะโกนเสียงลั่น
       “แม่”
       กร้าวดิ้นรน คนรับใช้จึงต้องปล่อยกร้าวทิ้งไว้หน้าห้อง
       “ช่วยด้วย”
       เสียงชื่นกรีดร้องดังออกมาจากในห้อง กร้าวทุบประตู พยายามจะเปิดเข้าไปช่วยแม่ แต่เปิดไม่ได้
       “อย่าทำแม่นะ เปิดประตู…แม่!”
      
       กร้าวยืนจ้องมองรูปประสิทธิ์ด้วยความแค้นและเจ็บปวด กรวิกมองอย่างแปลกใจ
       “อากร้าวคะ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีด ไม่สบายรึเปล่าคะ”
       “ปละ เปล่า เอ่อ...อาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านกรู้จักคนบ้านวิชเวทย์ด้วย ไม่เห็นนกเคยเล่าอาให้ฟัง”
       “นกไม่ได้คบเพื่อนที่นามสกุลนี่คะ นุชไม่รับโทรศัพท์เลย นกขอตัวไปหานุชก่อนนะคะ”
      
       กรวิกเดินแยกไปมองหาอนุช กร้าวเดินออกจากห้องโถงไป

      
       งานปาร์ตี้ถูกจัดขึ้นที่บริเวณสระว่ายน้ำ แขกมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ในงานมีดนตรีขับคลอสร้างบรรยากาศ อรชาเยื้องย่างเข้ามาในงาน สวย เด่น จนทุกคนในงานต่างหันมามองเป็นตาเดียว อรชาทักทายแขกในงาน อสิตและลลิตากำลังคุยกับเพื่อนๆ อยู่
      
       “อร มาสวัสดีเพื่อนๆ พี่ก่อนสิ” อสิตหันมาเรียก
       อรชาไหว้เพื่อนๆของอสิต
       “แล้วนุชล่ะ” อสิตถาม
       ลลิตาทำบ่นกลบเกลื่อน
       “นุชนี่แย่จริง ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอ ไม่มีมารยาทเลย อย่าถือสาเลยนะคะ”
       อรชาไม่พอใจที่ลลิตาว่าน้องสาว
       “นุชไม่ใช่คนไม่รู้มารยาทนะคะ อรว่านุชคงมีเหตุสุดวิสัยอะไรสักอย่าง อรขอตัวไปดูน้องก่อนนะคะ”
       ลลิตาไม่พอใจที่อรชาขัด จึงแกล้งขัดขา อรชาไม่ทันเห็น จึงเสียหลักจะล้ม
       “ว้าย!”
       อรชาเซจะล้ม ปรารภซึ่งเป็นญาติของลลิตาเข้ามาประคองไว้พอดี ทั้งสองสบตากัน ปรารภตกตะลึงในความสวยหวานของอรชา
       “ขอบคุณค่ะ”
       ปรารภมัวแต่มองตะลึง ไม่ยอมปล่อยมือ อรชาเน้นเสียง
       “ขอบคุณค่ะ”
       ปรารภตื่นจากภวังค์
       “หา...เอ่อ ครับ”
       ปรารภรีบปล่อยมือ ลลิตาเข้ามาทัก
       “อ้าวรภมาตั้งแต่เมื่อไร”
       “เพิ่งมาครับ”
       ลลิตาหันไปบอกอรชา
       “นี่ปรารภ ญาติฉันเอง...นี่อร น้องสาวคุณสิต”
       ปรารภยิ้มให้
       “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณอร”
       อรชายิ้มบางๆ
       “ยินดีค่ะ”
       ลลิตาอยากจะจับคู่ให้อรชารีบบอก
       “อรจ๋า ช่วยอยู่คุยเป็นเพื่อนรภหน่อยสิ เขาไม่รู้จักใครที่นี่”
       “คงไม่ได้หรอกค่ะพี่ลิต้า อรต้องรีบไปตามนุช...ขอตัวก่อนนะคะ”
       อรชาเดินเชิดออกไป ลลิตาหมั่นไส้ หันมาทุบปรารภ
       “เราก็ไม่น่าช่วยเลย”
       ปรารภงง
       “ทำไมล่ะครับ”
       ปรารภไม่เข้าใจลลิตา
      
       ชายธงลูกชายคนเดียวของนายแบงก์ใหญ่ พยายามโทรศัพท์หาอนุช แต่ไม่มีใครรับสาย รอจนสายตัดไป กรวิกเข้ามาหา
       “ชายธง เจอยายนุชหรือยัง”
       “ยังเลย โทรไปก็ไม่รับ”
       “แปลกจัง ยายนุชหายไปไหน”
       กรวิกและชายธงสงสัย
      
       ในห้องเก็บของ อนุชยกกล่องมาเรียงต่อกันและปีนขึ้นไป เธอใช้ไม้ทุบกระจกหน้าต่างแล้วปีนออกมาจากห้องเก็บของอย่างทุลักทุเล กร้าวเดินเล่นมาเห็นอนุชทำลับๆ ล่อๆ ก็สงสัย เขาถามเสียงดัง
       “นั่นใคร ทำอะไร”
       อนุชตกใจ เสียหลักหล่นลงมาในอ้อมแขนเขาพอดี
       “ว้าย ปล่อยฉันนะ”
       กร้าวเจ็บแผลที่แขน จึงปล่อย
       “โอ๊ย”
       กร้าวและอนุชเพิ่งเห็นหน้ากัน ต่างจำได้
       “คุณ! มาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกนะว่ามาขโมยของ”
       “นี่คุณ เจอหน้าก็ปากเสียเลยนะ คราวก่อนก็ปรักปรำฉัน”
       “ก็คุณชอบทำตัวน่าสงสัย คราวที่แล้วก็โดนมือปืนตามล่าคราวนี้ยังมาทำตัวลับๆ ล่อๆ บ้านคนอื่นเขาอีก”
       “บ้านคนอื่นที่ไหนกัน ที่นี่บ้าน…”
       ยังไม่ทันที่เธอจะพูดคำว่าฉัน กรวิกก็วิ่งมาหาเสียก่อน
       “อากร้าว!”
       กร้าวและอนุชหันไปมอง กรวิกแปลกใจ
       “นุช! นี่รู้จักกันแล้วเหรอ...นุชจ๊ะ นี่อากร้าว...อากร้าวคะ นี่เพื่อนนก อนุช วิชเวทย์ไงคะ”
       กร้าวตกใจมาก หน้าเครียดขึ้นมาทันทีไม่อยากเชื่อ
       “อนุช วิชเวทย์!”
       กร้าวหน้าเครียด ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นอนุช วิชเวทย์ อนุชสังเกตเห็นแววตาของเขาที่มองเธอเปลี่ยนไป รู้สึกประหลาดใจและสงสัย
       ทันใดนั้นมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นหน้าบ้าน อนุชและกรวิกต่างตกใจ
       “เสียงอะไรน่ะ”กรวิกหันมาถาม
       อนุชรีบออกไป กรวิกแปลกใจ กร้าวยืนนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกัน
      
       พวกลูกน้องของเสี่ยยศ 4-5 คนอาละวาดพังข้าวของในบ้าน อนุชเข้ามาเห็นก็ตกใจ ลูกน้องเสี่ยยศจะเข้าไปอาละวาดในงาน
       “หยุดนะ”
       อนุชหันไปคว้าร่มมาตั้งท่าจะสู้ ลูกน้องจะฝ่าเข้าไป อนุชเหวี่ยงร่มฟาดใส่ แต่โดนลูกน้องจับไว้ได้ แย่งมา แล้วจับตัวเธอไว้ อนุชดิ้นรน
       “ปล่อยฉันนะ...ปล่อย”
       อนุชกระทืบเท้ามัน ลูกน้องคนนั้นโกรธ จิกผมเธอ
       “โอ๊ย”
      
       อสิต ลลิตาและปรารภคุยกับแขกอย่างสนุกสนาน อรชาเข้ามา
       “หาจนทั่วแล้วไม่เจอนุชเลยค่ะ”
       แหวนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา กระซิบ ลลิตาตกใจ
       “ว่าไงนะ!”
      
       อสิตเดินนำลลิตา อรชา และปรารภตามแหวนไป ชายธงเห็นพวกอสิตก็รีบตามไปด้วย



       ลูกน้องเสี่ยยศจะตบอนุช กร้าวเข้ามาฉวยมือไว้ ชกจนมันล้มลง กรวิกมาหาอนุช
       “นุชเป็นไรรึเปล่า”
       อนุชส่ายหน้า พวกลูกน้องมารุม กร้าวชกต่อยกับพวกลูกน้อง ลูกน้องคนหนึ่งเล่นทีเผลอ ฟาดเข้าที่แขนซ้ายข้างที่เป็นแผล กร้าวเจ็บร้องลั่น
       “โอ๊ย!”
       กรวิกตกใจกรี๊ดลั่น
       “อากร้าว!”
       อสิตและทุกคนที่เข้ามาต่างตกใจ
       “นุช!”
       ชายธงห่วง รีบไปหาอนุช
       ลูกน้องเสี่ยยศยิ้มหยัน
       “โผล่หัวมาแล้วเรอะไอ้อสิต”
       พวกลูกน้องเข้าไปรุมอสิต อรชาขวาง
       “พี่สิตระวัง”
       ลูกน้องจะตบอรชา ปรารภช่วย ชกลูกน้องล้มไปคนหนึ่ง อีกคนเข้ามาชกปรารภเซไป ลูกน้องจับตัวอสิตได้
       “ปล่อยนะ”
       “เสี่ยยศมีเรื่องอยากคุยกับแก”
       อสิตตกใจ
      
       ลูกน้องที่อยู่ด้านนอก เปิดประตูรถตู้ เสี่ยยศลงจากรถ เข้ามาในบ้าน มาดนิ่ง น่ากลัว เสี่ยยศเข้ามาในโถงด้านหน้า
       “สะ เสี่ย!” อสิตหน้าซีด
       “ลื้อกล้ามากที่โกหกอั๊ว บอกว่าไม่มีเงิน แต่จัดงานเลี้ยงใหญ่โตเห็นอั๊วเป็นไอ้โง่เรอะไง!”
       อสิตตื่นกลัว
       “ยะ...อย่าทำอะไรผมเลย ผมจะรีบหาเงินคืนให้เสี่ย”
       “วันนี้อั๊วไม่กลับไปมือเปล่าแน่...สั่งสอนให้มันรู้ว่าอย่าล้อเล่นกับอั๊ว”
       ลูกน้องจับแขนอสิตยื่นออกมา ชักมีดออกมาจะตัดมือ
       “พี่สิต”
       อนุชตกใจมากจะเข้าไปห้าม แต่โดนลูกน้องคนหนึ่งจับตัวไว้
       “อย่าทำพี่สิต ฉันขอร้อง”
       “เฮ้ย...ปล่อยนุชนะ”
       ชายธงจะช่วยอนุชก็โดนลูกน้องอีกคนจับตัวไว้
       “หรือเธอจะไปกับเสี่ยแทน” ลูกน้องคนหนึ่งจ้องหน้าอนุช
       อสิตห่วงน้อง
       “อย่ายุ่งกับน้องผม น้องผมไม่เกี่ยว อย่า!”
       “งั้นแกก็ต้องรับผิดชอบ”
       ลูกน้องเงื้อมีดจะตัดมืออสิต กร้าวตะโกนขึ้นเสียงเข้ม
       “หยุดก่อน”
       เสี่ยยศและลูกน้องชะงัก
       “คุณอสิตติดเงินพวกคุณเท่าไร”
       เสี่ยยศจ้องหน้า
       “เฉพาะดอกเบี้ยที่มันขาดส่งอั๊วก็สิบล้านแล้ว ลื้อถามทำไม จะใช้หนี้แทนมันเรอะ”
       กร้าวเซ็นเช็คให้
       “สิบล้าน…หวังว่าจะพอซื้อเวลาได้บ้าง”
       ลลิตาตาโต เสี่ยยศรับมา มองแล้วไม่เชื่อ
       “อั๊วจะเชื่อลื้อได้ไง”
       กร้าวยื่นนามบัตรให้
       “ถ้ามีปัญหา คุณไปหาผมที่บริษัทตามที่อยู่นี้ได้เลย ผมไม่หนีไปไหน”
       เสี่ยยศจ้องหน้า กร้าวไม่หลบตา
       “ก็ได้...” เสี่ยยศหันไปหาอสิต “วันนี้ถือว่าลื้อโชคดี ดวงยังไม่ถึงฆาต!...กลับ!”
       ลูกน้องปล่อยอสิต
       “พี่สิตเป็นอะไรรึเปล่าคะ” อนุชรีบถาม
       “พี่ไม่เป็นไร นุชเจ็บตรงไหนรึเปล่า”
       อนุชส่ายหน้า
       “ไม่ค่ะ”
       พวกเสี่ยยศกลับไป กรวิก ชายธงและปรารภโล่งอก
      
       กรวิกและอนุชช่วยกันทำแผลให้กร้าว ลลิตาทำแผลให้ปรารภ แต่สายตามองแต่กร้าว ลลิตาเผลอทายาที่มุมปากแรงไปหน่อย
       “โอ๊ย เบาๆ หน่อย ผมเจ็บ” ปรารภสะดุ้ง
       อสิตไม่สบายใจ บอกกับกร้าวอย่างเกรงใจ
       “ผมต้องขอโทษคุณกร้าวที่ทำให้เดือดร้อนเพราะผม”
       “อย่าคิดมากเลยครับ สถานการณ์คับขันอย่างนั้น เป็นใครก็ต้องช่วย” กร้าวยิ้มเย็น
       “ผมจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด”
       “ไม่ต้องรีบหรอกครับ เราคนกันเองอยู่แล้ว”
       อสิตและลลิตาต่างทึ่ง
       “เสี่ยยศหูตาไวจริงๆ งานนี้ผมเชิญเฉพาะคนสนิทแท้ๆ ไม่รู้ว่ามันรู้ได้ยังไง” อสิตหน้าเครียดยังสงสัยไม่หาย
       “ต่อไปนี้พวกคุณต้องระวังตัวให้มากนะครับ” กร้าวแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงห่วงๆ
       อสิต ลลิตา และอรชาต่างชื่นชมกร้าว มีเพียงอนุชที่รู้สึกไม่สบายใจ



       กร้าวเดินมากับกรวิก ท่าทางเขาอารมณ์ดีจนกรวิกแปลกใจ
       “อากร้าวดูท่าทางอารมณ์ดีจังนะคะ”
       “อาเหรอ คงเพราะได้ช่วยเหลือคนก็เลยรู้สึกสบายใจล่ะมั้ง”
       “อากร้าวใจดีเสมอ”
       “ว่าแต่…ผู้ชายที่ชื่อชายธงเป็นเพื่อนนกเหรอ”
       “ค่ะ”
       “เพื่อนคนพิเศษรึเปล่า”
       “พิเศษค่ะ แต่ไม่ใช่ของนกนะคะ ของนุชเขาค่ะ”
       กร้าวเปิดประตูให้กรวิกขึ้นรถ พอกรวิกขึ้นไปแล้วหน้าเขาเปลี่ยนเป็นไม่พอใจเรื่องชายธงกับอนุชขึ้นมาทันที
      
       อนุชมาส่งชายธง หญิงสาวซึมๆ
       “ผมจะขอให้พ่อช่วย”
       “อย่าเลยชายธง นุชไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร”
       ชายธงกุมมืออนุช
       “ถึงนุชจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม แต่ขอให้นุชรู้ไว้ว่าผมจะอยู่ข้างๆ นุชเสมอ ถ้ามีปัญหาอะไร ขอให้นึกถึงผมเป็นคนแรก”
       อนุชยิ้มให้ ซาบซึ้งในน้ำใจของชายธง
      
       อสิตนอนลงบนเตียง ก่ายหน้าผากกลุ้ม คิดหาเงินมาใช้หนี้ ลลิตานอนอยู่ข้างๆ แต่นอนยิ้ม ตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงกร้าว
      
       คณิตทำแผลให้กร้าวอยู่ในห้องรับแขกบ้านของกร้าว คณิตตกใจกับสิ่งที่กร้าวเล่าให้เขาฟัง
       “สิบล้าน! แกยอมลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ”
       “เงินแค่สิบล้าน แลกกับความไว้วางใจของพวกวิชเวทย์มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”
       “แกคิดจะทำอะไรกันแน่”
       “ตอนนี้พวกวิชเวทย์เห็นเงินเหมือนเห็นขนมหวาน ฉันจะยื่นให้มันกินเรื่อยๆ ทำให้พวกมันตายใจ กว่าจะรู้ตัว ก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือฉันแล้ว”
       กร้าวยิ้มร้าย
      
       หลังจากที่คณิตกลับไปแล้ว กร้าวนอนอยู่ในห้องนอนหยิบรูปอนุชขึ้นมามอง นึกถึงคำพูดของกรวิก
       “เพื่อนนกเอง อนุช วิชเวทย์”
       กร้าวเสียใจที่ผู้หญิงที่รู้สึกดีด้วยกลายเป็นลูกของศัตรู
      
       อนุชนั่งเขียนจดหมายถึงผู้มีพระคุณที่ให้ทุนเรียนหนังสืออยู่ในห้อง
       “สวัสดีค่ะป๋า ก่อนอื่นนุชต้องขอโทษที่เขียนจดหมายถึงป๋าช้าไป ตั้งแต่กลับถึงเมืองไทย มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ ตอนนี้นุชกำลังหางานทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพี่ๆ ป๋าเป็นกำลังใจให้นุชด้วยนะคะ”
      
       หลายวันต่อมา...ชาติ นิติชัย ลุงของกร้าว เจ้าของไร่ทานตะวัน ไร่องุ่นแถบสระบุรี ซึ่งพิการเพราะอุบัติเหตุ และต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็น นั่งอ่านจดหมายของอนุช
       “นุชกราบขอบพระคุณป๋าที่กรุณาให้ทุนการศึกษาจนนุชเรียนจบ แม้ว่าป๋าจะไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน แต่ถ้ามีทางไหนที่นุชสามารถทำเพื่อตอบแทนพระคุณของป๋าได้ นุชยินดีทำเพื่อป๋าทุกอย่างค่ะ สุดท้ายนี้นุชขอให้ป๋ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ รักและเคารพ…จากนุช”
       ชาติอ่านจดหมายจบแล้วนั่งยิ้ม อิ่มใจ ไม่ทันสังเกตว่ากร้าวเข้ามาในห้อง จนกร้าวพูดขึ้น
       “ลุงไม่คิดจะบอกผมบ้างเหรอว่าอนุช วิชเวทย์ เรียนจบกลับมาเมืองไทยแล้ว”
       ชาติตกใจ
       “กร้าว! มาตั้งแต่เมื่อไร” ชาติชักกังวล “แล้ว…แกรู้เรื่องอนุชได้ยังไง”
       “ผมไปเจอเขามาแล้วที่บ้านวิชเวทย์...ลุงปิดบังผมทำไม อย่าบอกนะว่าลุงเกิดรักและเอ็นดูเด็กคนนี้
       ขึ้นมาซะแล้ว”
       ชาติอึกอัก เพราะแพ้ความดีของอนุช
       “ผมหวังว่าลุงจะไม่ลืมว่าผู้หญิงคนนี้เป็นลูกของศัตรู คนที่ฆ่าแม่ของผม น้องสาวของลุง อย่าลืมว่าการให้ทุนการศึกษากับเธอ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการแก้แค้นครอบครัววิชเวทย์เท่านั้น!”
       ชาติไม่สบายใจ เตือนกร้าวด้วยความหวังดี
       “กร้าวกำลังมีชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานลุงอยากให้กร้าวลืมอดีตซะ…และอยู่กับปัจจุบัน”
       กร้าวเจ็บปวด
       “ลืม”
       “ใช่...อย่าให้ความแค้นมาทำลายชีวิตที่กำลังรุ่งเรืองของกร้าวเลย”
       “ลุงไม่เป็นผม ลุงไม่เข้าใจหรอก การตายของแม่ยังติดตาผมทุกครั้งที่ผมหลับตา ยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน”
      
       ในอดีต...กร้าวคว้าแก้วน้ำหวานบนโต๊ะจะดื่ม ชื่นตกใจ รีบแย่งแก้วจากลูกชาย
       “อย่าลูก”
       กร้าวงงๆ
       “ทำไมล่ะแม่”
       ชื่นอึกอัก
       “ดื่มไม่ได้ มะ มันเป็น เป็น ยา มันขมนะ”
       “แม่กินยาทำไม แม่ไม่สบายเหรอ”
       กร้าวใช้มืออังหน้าผากแม่ ชื่นจะร้องไห้ลูบผมลูกชายแล้วสั่งเสีย
       “กร้าว สัญญากับแม่นะลูก กร้าวต้องเป็นเด็กดีนะ”
       “ครับ”
       “กร้าวต้องตั้งใจเรียน และอย่าดื้อกับพ่อนะลูก”
       “ครับ”
       “กร้าว…ไปหยิบกระเป๋าสตางค์ให้แม่หน่อยลูก แม่ลืมไว้ในห้อง”
       “ครับแม่”
       “เดี๋ยวกร้าว”
       ชื่นดึงกร้าวมากอดแน่น
       “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่อยากให้กร้าวรู้ว่าแม่รักกร้าวนะลูก”
       “กร้าวก็รักแม่ครับ”
       กร้าวออกไป
      
       กร้าวหากระเป๋าในห้อง แล้วร้องบอก
       “แม่คร้าบ ไม่เห็นมีเลย”
       ชื่นหยิบแก้วขึ้นมาดื่ม...กร้าวหาของเท่าไรก็ไม่เจอ เสียงแก้วแตกดังขึ้นนอกห้อง กร้าวสะดุ้ง ออกไปดูแต่แม่ไม่ได้อยู่ที่โซฟาแล้ว เขาแปลกใจ มองหา
       “แม่”
       กร้าวเดินมาถึงโซฟาเห็นชื่นนอนดิ้นพล่าน น้ำลายฟูมปากอยู่กับพื้น กร้าวตกใจ
       “แม่ครับ เป็นอะไร แม่”
       กร้าวทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ ชื่นน้ำตาไหลพราก เอื้อมมือมาแตะแก้มลูกชายแล้วหมดแรง มือของเธออ่อนแรง ตกลงข้างตัวตาเหลือก แน่นิ่งไป กร้าวตกใจช็อค
       “แม่ เป็นอะไร แม่!”
       กาญจน์เพิ่งกลับมาบ้าน เข้ามาเห็น
       “ชื่น!”
       กาญจน์วิ่งมาประคองชื่น เห็นกระป๋องยาฆ่าแมลงใกล้ๆ ก็หยิบขึ้นมาดูแล้วตกใจสุดขีด
       “ชื่น! ทำไมทำแบบนี้ ชื่น!”



       ชื่นนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง บุรุษพยาบาลรีบเข็นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน กาญจน์และกร้าวรอที่หน้าห้อง ใจคอไม่ดี
       แพทย์ออกมาจากห้องฉุกเฉิน ส่ายหน้า กาญจน์กอดกร้าวร้องไห้
       “ชื่น!”
       แพทย์ออกไป กาญจน์โรคหัวใจกำเริบ ทรุดล้มลง กร้าวตกใจ
       “พ่อครับ พ่อ!”
      
       กร้าวเจ็บปวด น้ำตาคลอเมื่อนึกถึงอดีต
       “ลุงจะให้ผมลืมง่ายๆ ได้ยังไง ผมไม่มีวันลืมความเลวร้ายที่มันทำกับแม่ แม่ทั้งเจ็บปวดทั้งอับอายจนไม่อาจอยู่สู้หน้าใครได้ ทั้งหมดก็เพราะไอ้คนชั่วที่ชื่อประสิทธิ์ วิชเวทย์!”
       ชาติสงสารหลานรักมาก
       “แต่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว นายประสิทธิ์ก็ประสบอุบัติเหตุเสียไปแล้ว…”
       กร้าวสวนทันควัน
       “แต่ลูกๆ ของมันยังอยู่! พวกมันยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม พวกมันจะต้องชดใช้กรรมที่พ่อของมันทำไว้กับครอบครัวผม พวกวิชเวทย์จะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าผมหลายร้อยเท่า!”
       ชาติไม่สบายใจ แต่รู้ว่าห้ามหลานชายไม่ได้
      
       อนุชออกจากบ้าน กร้าวจอดรถรออยู่ เห็นอนุชออกมาจึงขับเข้าไปใกล้ ก่อนจะลงจากรถเข้าไปหา
       “คุณนุชจะไปไหนครับ”
       “ไปสัมภาษณ์งานค่ะ”
       “ไปด้วยกันสิครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
       อนุชอึกอัก
       “ไม่ไว้ใจผมเหรอ”
       “ไม่ใช่หรอกค่ะ”
       “งั้นเชิญครับ”
       อนุชขัดไม่ได้ เลยขึ้นรถไปกับเขา
      
       อนุชสัมภาษณ์งานเสร็จ เก็บเอกสารตัวอย่างงานที่นำมาให้ดู หัวหน้าถือวิสาสะจับมือเธอ
       “ผมดีใจที่ได้คนเก่งๆ มาร่วมงานกัน”
       อนุชรู้สึกไม่ดี แต่รักษามารยาท ดึงมือออกอย่างนุ่มนวล ยกมือไหว้
       “สวัสดีค่ะ”
       อนุชลุกไป จะเปิดประตู หัวหน้ารีบตามมา ทำทีเป็นเปิดประตูให้ แต่เข้ามาใกล้และกระซิบข้างหู
       “ผมชอบน้ำหอมคุณจัง”
       อนุชโกรธ กระทืบเท้าหัวหน้าอย่างแรง
       “โอ๊ย!”
       เธอผลักเขาไปห่างๆ
       “ทุเรศ!”
       อนุชรีบร้อนออกมาจากห้องที่สัมภาษณ์ โกรธมาก กร้าวรออยู่ แปลกใจ อนุชเดินหนีออกไปเลย กร้าวจึงรีบตามไป
      
       อนุชยืนสงบสติอารมณ์ในสวนสาธารณะ กร้าวเข้ามาหา
       “สบายใจขึ้นรึยังครับ”
       “ดีขึ้นแล้วค่ะ สัมภาษณ์งานแรกก็เจอดีเลย แย่จริงๆ”
       กร้าวยื่นนามบัตรให้
       “บริษัทผมรับสมัครพนักงานอยู่ เผื่อคุณสนใจ”
       อนุชไม่รับนามบัตร
       “ฉันไม่ชอบใช้เส้น อยากหางานด้วยความสามารถของตัวเองมากกว่า ถ้ายังคิดจะเป็นเพื่อนกันอยู่ อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ”
       อนุชเดินหนีไป ไม่พอใจ กร้าวเครียดที่ไม่เป็นไปตามแผน เขาอยากให้เธอมาทำงานที่บริษัทเพราะจะหาทางใกล้ชิด
      
       อสิตคุยโทรศัพท์กับกร้าวอยู่ในห้องโถงคฤหาสน์มโนรมย์
       “วันนี้ผมมีนัดลูกค้า ขอเป็นวันอื่นได้ไหมครับ” อสิตฟังแปลกใจ “อรชาน่ะเหรอครับ ได้ครับ ผมจะให้อรเอาไปให้”
       อสิตสงสัยว่าทำไมกร้าวรีบนัก แต่ก็ตัดสินใจไปบอกอรชาที่แปลกใจเช่นกัน
       “ให้อรไปเนี่ยนะคะ แต่อรไม่รู้เรื่องเลย แล้ววันนี้อรก็ต้องทำงานด้วย”
       “ลาครึ่งวันได้ไหม โปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าได้งาน เราก็จะสบาย”
       อรชาคิดหนัก
       “ก็ได้ค่ะ แค่เอาไปส่งให้ก็พอใช่มั้ยคะ”
       อสิตโล่งอกที่อรชายอมช่วย
      
       อรชาเข้ามาในห้องทำงานยื่นพอร์ตงานให้กร้าว
       “พอร์ตงานตกแต่งโรงแรมของบริษัทค่ะ”
       กร้าวรับไปดู
       “ถ้าต้องการทราบรายละเอียดอะไร ก็ให้ถามพี่อสิต ฉันคงตอบอะไรคุณไม่ได้เพราะไม่ได้ทำงานด้านนี้โดยตรง”
       กร้าวขำ อรชาสงสัย
       “ขำอะไรคะ”
       “คุณน่าจะพูดหวานๆ เอาอกเอาใจผมสักหน่อย ไม่กลัวจะไม่ได้งานเหรอ”
       อรชาเชิดใส่
       “ฉันทำหน้าที่ของฉันดีที่สุดแล้ว พี่สิตให้นำมาให้เฉยๆ หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ”
       “เดี๋ยวสิ อยู่คุยกันก่อนไม่ได้เหรอครับ”
       “เสียใจค่ะ ฉันมีงานต้องทำ”
       อรชาลุกขึ้น จะออกจากห้อง กร้าวรีบตามไป แล้วจับลูกบิดประตูไว้ แล้วจับมือเลย อรชาตกใจ รีบชักมือออกอย่างถือตัว หยิ่งไม่พอใจ
       “คุณทำอะไร”
       “ผมไม่ชอบโดนขัดใจ”
       “ดิฉันก็ไม่ชอบเอาใจใคร และดิฉันไม่ใช่พนักงานของคุณ คุณไม่มีสิทธิ์สั่ง หลีกทางด้วยค่ะ”
       อรชาจะออกจากห้อง กร้าวหมั่นไส้ท่าทางเชิดหยิ่งของอรชา ดึงตัวเธอมากอด อรชาไม่ทันตั้งตัว ตกใจมาก
       “คุณทำอะไร”
       กร้าวดึงอเข้ามาจูบอย่างเร่าร้อน อรชาตกใจ ดิ้นรน ทุบตี แต่กร้าวกอดแน่นและยิ่งจูบรุนแรงขึ้น อรชาดิ้นรนสักครู่ก็นิ่งไปในอ้อมกอดของเขา กร้าวจูบจนพอใจแล้วจึงปล่อยให้เธอเป็นอิสระ อรชาน้ำตาคลอ โกรธจนตัวสั่นที่กร้าวดูถูกศักดิ์ศรี
       “ฉัน…ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณคิดจะทำอะไรก็ได้นะ”
       “เหรอครับ”
       อรชาโกรธมาก
       “เลวที่สุด!”
       อรชาจะเหวี่ยงกระเป๋าฟาดใส่ แต่กร้าวฉวยมือเธอไว้
       “อย่าแม้แต่จะคิดเชียว คุณอรชา คนอย่างผม ใครทำให้เจ็บเท่าไร ผมเอาคืนเป็นร้อยเท่า คิดให้ดีก่อนที่จะฟาดกระเป๋าใส่หน้าผม เพราะคุณโดนหนักกว่าเมื่อกี้แน่”
       กร้าวจ้องตาอรชาอย่างเอาจริง ขยับเข้าใกล้ ทำท่าจะจูบอีก อรชากลัว รีบสะบัดมือออก โกรธจนตัวสั่น น้ำตาคลอ ทำอะไรไม่ถูก
       “คนเลว หยาบคายที่สุด! ฉันเกลียดคุณ!”
       อรชารีบออกจากห้องไป กร้าวแตะริมฝีปากตัวเองแล้วยิ้มร้าย สะใจ
      
       อรชาออกมาจากห้อง เห็นคนเยอะ ก็วางมาดนิ่ง รีบเดินไปอย่างเร็วแต่ก็ยังมีมาด เลขากร้าวมองตามอย่างแปลกใจ

     
       อรชารีบร้อนเข้าบ้าน สวนกับลลิตาที่แต่งตัวสวย กำลังจะออกจากบ้าน
      
       “อ้าว...อร วันนี้ทำไมกลับเร็ว ไม่ทำงานเหรอ”
       อรชาตาแดงก่ำ
       “เป็นอะไร ตาแดงอย่างกับร้องไห้มา”
       อรชาไม่ตอบ สะบัดหนีไป ลลิตาแปลกใจ ไม่พอใจ
       “อะไรของเขา พูดด้วยก็ไม่พูด”
      
       อรชาเข้ามาในห้องนอนนั่งลงบนเตียง แตะปากตัวเองที่ถูกกร้าวจูบ ทั้งโกรธ เจ็บใจ เสียใจระคนกัน
       “กร้าว ศุภกาญจน์ คุณดูถูกฉัน ทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงง่ายๆ คิดจะทำอะไรก็ได้ คนเลว! หยาบคาย! บ้าที่สุด!”
       อรชาร้องไห้โฮออกมา
      
       ลลิตาเดินดูของอยู่ในห้างสรรพสินค้า พนักงานทำความสะอาดกำลังทำความสะอาดพื้นอยู่ สวนกับลลิตา พนักงานมองลลิตาเหลียวหลัง จำได้
       “นังตา!”
       ลลิตาสะดุ้งเมื่อถูกเรียกชื่อเก่า ลืมตัว หันขวับไปมองพนักงานทำความสะอาด พนักงานเข้ามาจับแขน
       “แกจริงๆ ด้วย ต๊าย...ดูแต่งตัวเข้า ตั้งแต่มีผัวรวย เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ”
       คนรอบข้างหันมามองลลิตาเป็นตาเดียว เธออายมาก
       “ปล่อยฉันนะ ฉันไม่รู้จักแก แกจำคนผิดแล้ว”
       ลลิตาโกรธ ตบหน้าพนักงาน รปภและผู้จัดการเข้ามาเคลียร์
       “มีอะไรกันครับ”
       “พนักงานคนนี้ไม่มีมารยาทเลย พูดจาเพ้อเจ้อ ไม่รู้เรื่องไล่ออกไปเลยนะ คนแบบนี้ ไม่งั้นฉันจะไม่มาเหยียบห้างนี้อีกเลย”
       ลลิตาสะบัดเดินหนีไป อับอายขายหน้ามาก รปภ. รีบดึงตัวพนักงานไว้ ไม่ให้ตามไป
      
       ลลิตารีบร้อนเดินหนีมา อายมากไม่ทันมอง เดินมาชนกร้าว
       “ว้าย”
       “ขอโทษครับ อ้าว...คุณลิต้า”
       “คุณกร้าว”
       ลลิตาทั้งดีใจและแปลกใจมากที่เจอเขา
       “มีอะไรเหรอครับ ทำท่าทางอย่างกับหนีอะไรมา”
       “เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ลลิตารีบปรับสีหน้า ท่าทีให้เป็นปกติ
      
       กร้าวเดินเลือกของแต่งบ้านกับลลิตา
       “ผมกำลังแต่งคอนโด เลยมาเลือกของครับ ถ้าคุณลิต้าพอมีเวลา รบกวนช่วยผมหน่อยได้มั้ยครับ ผมไม่ค่อยถนัดด้านนี้ ผู้หญิงน่าจะเลือกเก่งกว่า”
       ลลิตาหยิบของชิ้นหนึ่ง กร้าวก็หยิบชิ้นเดียวกัน มือเขาจับมือเธอทั้งสองหันมาสบตากัน กร้าวยิ้มให้
      
       กร้าวและลลิตาเดินแยกกันดูของตกแต่งบ้าน กร้าวมองไปเห็นอนุชนั่งกินข้าวกับชายธงในร้านอาหารน่ารักๆ ในห้าง เขาเห็นชายธงกุมมืออนุช ก็หึง ไม่พอใจ ลลิตามาเรียก
       “คุณกร้าว”
       กร้าวชะงัก
       “ครับ”
       “มาดูทางนี้สิคะ คุณกร้าวต้องชอบแน่”
       กร้าวอึกอัก อยากไปขัดจังหวะอนุชกับชายธง แต่ต้องทำตามแผน เลยต้องไปกับลลิตา แต่ยังแอบหันกลับมามองอนุชกับชายธงด้วยความหึงหวง
      
       ชายธงกุมมือ อนุชจะดึงมือออก แต่ชายธงไม่ยอมปล่อย
       “ผมรักนุช รักมานานแล้ว”
       อนุชไม่ทันตั้งตัว
       “ชายธง…”
       “แล้วนุชล่ะ รักผมบ้างรึเปล่า”
       “นุชอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่างนี้ตลอดไป”
       ชายธงผิดหวัง
       “เป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้เหรอ นุชมีใครในใจรึเปล่า”
       “นุชยังไม่คิดถึงเรื่องนั้น ตอนนี้นุชคิดแค่ว่าอยากทำงานหาเงินใช้หนี้ก่อน ชายธงก็รู้ว่าตอนนี้ที่บ้านุชมีแต่ปัญหา”
       ชายธงเข้าใจ
       “ผมรอได้ ไม่ว่านานแค่ไหน ความรู้สึกของผมก็จะไม่เปลี่ยนแปลง ผมรักนุชคนเดียว รักหมดหัวใจ ไม่มีวันรักใครได้อีก”
       อนุชฟังอย่างลำบากใจ
      
       ค่ำนั้น...รถกร้าวมาจอดหน้าประตูรั้วคฤหาสน์มโนรมย์ ลลิตาจะลงจากรถ แต่กร้าวเอื้อมมือไปจับประตูไว้
       “เดี๋ยวครับคุณลิต้า”
       ลลิตาหันมาหน้าใกล้กับหน้ากร้าวมาก ทั้งสองมองตะลึง กร้าวมองลลิตาด้วยแววตาเสน่หา ราวกับจะกลืนกิน เขามองริมฝีปากเซ็กซี่ของเธอแล้วเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าใกล้กัน เหมือนจะจูบกัน ทันใดนั้นเสียงแตรรถดังปี๊น พร้อมกับแสงไฟจากหน้ารถอีกคันสาดส่องเข้ามาตรงหน้า ลลิตาและกร้าวตกใจ หันไปมองรถที่สวนมาคือรถของชายธงที่มาส่งอนุช
       “นุช!” ลลิตาตกใจ
       กร้าวหน้าเครียด กลัวแผนแตก
      
       รถของกร้าวและรถของชายธงเข้ามาจอดหน้าบ้านด้วยกัน กร้าว ลลิตา ชายธงและอนุชลงจากรถ ลลิตาไม่สบายใจรีบบอก
       “พี่…บังเอิญเจอคุณกร้าว”
       กร้าวทำเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
       “ผมจะมาคุยธุระกับคุณสิตพอดี”
       อนุชไม่คิดอะไร ยังไม่ได้สงสัยอะไร
       “เชิญคุณกร้าวข้างในสิคะ”
       กร้าวและลลิตาโล่งอก เดินตามอนุช กับชายธงเข้าบ้าน
       “เอ่อ ลิต้าไปบอกสิตให้นะคะ นุชช่วยบอกให้แหวนหาน้ำท่ามารับแขกหน่อยสิจ๊ะ” ลลิตาหันมาบอกอนุช
       “ค่ะพี่ลิต้า”
       ลลิตาและอนุชออกเไป เหลือกร้าวอยู่กับชายธง
       “ท่าทางคุณกับคุณนุชสนิทกันมาก” กร้าวแกล้งพูดขึ้นมา
       “ใช่ สนิทมาก ทำไมเหรอครับ”
       “ไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ”
       ชายธงอึ้ง
       “คุณว่าอะไรนะ”
       กร้าวจงใจกวน
       “โธ่ ของแบบนี้ รู้ๆ กันอยู่ ผู้ชายเหมือนกัน คุณนุชน่ารักขนาดนี้ แถมยังเรียนเมืองนอก ผู้หญิงหัวสมัยใหม่ ท่าทางไม่น่าจะยาก ถ้าผมเป็นคุณ ผมไม่ปล่อยไว้หรอก”
       “นุชไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณคิด”
       “แปลว่าเป็นมากกว่าที่ผมคิดอีกเหรอ”
       ชายธงโกรธมาก กระชากเสื้อกร้าว
       “หุบปากพล่อยๆ แกไม่มีสิทธิ์ดูถูกนุชแบบนี้”
       “ดูถูกอะไร ผมก็พูดตามที่เห็น”
       “ไอ้ชั่ว!”
       ชายธงโกรธจัด ชกกร้าวล้มลง อนุช อสิต ลลิตามาเห็นตอนชายธงชกกร้าวพอดี ทั้งสามต่างตกใจ ลลิตาหน้าตื่น
       “ว้าย คุณกร้าว”
       อนุชชะงัก
       “ชายธง”
      
       อสิตกับลลิตารีบไปประคองกร้าว



       ชายธงจะเข้ามาชกอีก อนุชรีบห้าม
       “ชายธง หยุดนะ ทำอะไร”
       “นุชหลีกไป ผมจะสั่งสอนไอ้คนปากเสีย มันดูถูกนุช”
       กร้าวตีหน้าซื่อ
       “ผมเปล่านะครับ คุณชายธงเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว”
       “โกหก! เมื่อกี้แกพูด ฉันได้ยินเต็มสองหู”
       อสิตตัดบท
       “นุชรีบพาเพื่อนไปก่อน”
       “ชายธง มานี่”
       อนุชดึงชายธงออกไปอย่างยากลำบาก กร้าวแอบยิ้มที่ทำให้ชายธงดูแย่ในสายตาคนอื่นได้
      
       อนุชดึงชายธงออกมา
       “ทำไมไปทำคุณกร้าวเขาแบบนั้น”
       “มันพูดดูถูกนุช มันหาว่านุช” ชายธงอึกอัก “เอ่อ ใจง่าย”
       อนุชแปลกใจมาก
       “คุณกร้าวเนี่ยนะ เข้าใจผิดรึเปล่า เขาจะพูดแบบนั้นทำไม”
       “ไม่รู้ แต่มันพูดจริงๆ เชื่อผมนะ อยู่ห่างๆ ไอ้คนนี้ไว้ ผมว่ามันไม่ใช่คนดี”
       “จ้ะๆ แต่ตอนนี้ชายธงกลับก่อนเถอะนะ เขาเป็นแขกของพี่สิต นุชไม่อยากให้มีเรื่องกัน”
       ชายธงพยักหน้าและออกไป อนุชครุ่นคิดเรื่องกร้าวสงสัย ไม่แน่ใจ
      
       ลลิตาทายาให้กร้าว อสิตหน้าเสีย
       “ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เกิดเรื่อง ยายนุชไม่น่ามีเพื่อนอันธพาลแบบนี้เลย        ผมจะบอกให้ยายนุชเลิกคบเพื่อนคนนี้”
       “ไม่เป็นไรหรอกครับ เด็กๆ ก็เลือดร้อนเป็นธรรมดา”
       “แล้วคุณกร้าวมาหาผมมีธุระอะไรครับ...หรือว่า…เรื่องงานตกแต่งโรงแรม”
       “ผมจะมาบอกคุณสิตว่าผมตกลงให้บริษัทคุณตกแต่งโรงแรมของผมครับ”
       อสิตกับลลิตาดีใจที่ได้งานใหญ่
       “ขอบคุณมากครับคุณกร้าว”
      
       อรชาตาบวมช้ำ เดินมาใกล้ห้องรับแขก กำลังจะเข้าไป แต่ชะงักเพราะได้ยินเสียงกร้าว อรชารีบหลบ แอบมองเข้าไปในห้องรับแขกเห็นกร้าวก็อึ้งไป
       “มาทำไม”
       อรชาทำตัวไม่ถูก กำลังจะหนีกลับขึ้นห้อง หันมาเจออนุชก็ตกใจ
       “นุช!”
       อนุชยิ้มให้
       “พี่อรมายืนทำอะไรตรงนี้คะ เข้าไปข้างในสิคะ”
       “พี่ เอ่อ”
       อรชาอึกอัก อนุชดึงอรชาเข้าไปในห้อง อสิตหันไปหาน้องสาวยิ้มแย้มดีใจ
       “อ้าว...อร มาพอดี มาฟังข่าวดีเร็ว”
       อรชาเลยต้องนั่งร่วมวงด้วย โดยอรชานั่งข้างอนุช กร้าวยิ้มให้ อรชาอายมาก ไม่กล้าสบตา
       “คุณกร้าวตกลงร่วมงานกับพี่แล้วนะ งานนี้ต้องยกความดีให้อร...ไม่รู้น้องสาวผมไปเสนองานยังไง คุณกร้าวถึงตอบตกลงรวดเร็วขนาดนี้ เก่งกว่ามืออาชีพอีกนะเนี่ย”
       อรชาอึกอัก กร้าวแกล้ง
       “คุณอรเขามีทีเด็ดที่ทุกคนคาดไม่ถึงน่ะครับ”
       อรชาหันขวับ ทั้งอายและเจ็บใจ กร้าวยิ้มกวน
       “อรรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวก่อนนะคะ”
       อรชารีบเดินหนีไป อสิต อนุช ลลิตาแปลกใจ
       “พี่อรท่าทางแปลกๆ นุชขอตัวไปดูพี่อรก่อนนะคะ”
       กร้าวยิ้มพอใจที่แกล้งปั่นหัวอรชาได้
      
       อรชาเข้าห้องมา โกรธ เดินไปที่เตียงนอนแล้วคว้าหมอนมาขว้างๆๆ ระบายอารมณ์
       “คนบ้า! สกปรก! ทุเรศ! ฉันเกลียดคุณ เกลียด!”
       อรชาร้องไห้ด้วยความเจ็บใจที่โดนดูถูก อนุชมาเคาะประตู
       “พี่อรคะ พี่อรเป็นไรรึเปล่า”
       อรชาพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ
       “พี่ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ รู้สึกเหนื่อยๆ นอนพักเดี๋ยวก็หาย”
       อรชาทรุดลงนั่ง ทุบเตียงนอนด้วยความเจ็บใจที่โดนดูถูก...อนุชอยู่หน้าห้อง เป็นห่วงอรชา แต่ก็ปล่อยให้พักผ่อน
      
       กร้าวดื่มเครื่องดื่ม ลลิตาบอกอย่างเอาใจ
       “ลิต้าไปบอกให้เด็กเอาของว่างมาเติมนะคะ”
       ลลิตาออกไป กร้าวแอบมองตาม โดยที่อสิตไม่ทันสังเกตเห็น
       “ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ”
       “เชิญครับ”
       กร้าวออกไป
      
       ลลิตาเดินออกมาจกครัว เจอกร้าวดักรออยู่
       “คุณกร้าว มีอะไรเหรอคะ”
       กร้าวดึงลลิตามาที่มุมลับตาคน แอบคุยเบาๆ
       “ผมจะกลับแล้ว แต่ก่อนกลับ ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณลิต้า วันนี้ผมมีความสุขมาก เป็นวันที่มีความหมายกับผม…”
       ลลิตาดีใจ
       “ถึงแม้มันจะไม่มีความหมายสำหรับคุณลิต้าก็ตาม”
       กร้าวตีหน้าเศร้า
       “คุณลิต้าไม่ต้องลำบากใจนะครับ ผมแค่อยากให้คุณลิต้ารู้ความรู้สึกของผมเท่านั้น ผมไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะรู้ว่าคุณมีคุณอสิตอยู่แล้วทั้งคน”
       “ลิต้าก็…มีความสุขมากเหมือนกัน” ลลิตารีบบอก
       กร้าวดีใจ
       “จริงเหรอครับ ได้ยินแบบนี้ คืนนี้ผมก็นอนหลับฝันดีแล้ว”
      
       กร้าวกุมมือลลิตาสบตาซึ้งอย่างมีความหมาย ลลิตาสะเทิ้นเอียงอาย



       กร้าวยกมือลลิตาขึ้นมาจูบอย่างอ่อนโยน ขณะที่อนุชเดินมาใกล้ยิ่งขึ้น
      
       อนุชเดินมาใกล้เกือบเห็นกร้าวจูบมือลลิตาแล้ว แต่เสียงอสิตดังขัดขึ้นเสียก่อน
      
       “นุช”
       อนุชชะงักหันไปหาอสิต ลลิตากับกร้าวตกใจ รีบปล่อยมือออกจากกันแล้วเดินมาสมทบ
       “อ้าว นุช สิต”
       กร้าวรีบกลบเกลื่อน
       “ผมกำลังถามคุณลิต้าพอดีว่าคุณอรเป็นยังไงบ้าง”
       ลลิตาอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วรีบรับมุก
       “ใช่ค่ะ ใช่...คุณกร้าวถามลิต้าอยู่พอดี”
       อนุชหันมาบอก
       “พี่อรไม่เป็นไรค่ะ เห็นบอกว่าไม่สบายนิดหน่อย นอนพักก็หายค่ะ”
       กร้าวยิ้มให้อสิตและอนุชเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แอบสบตาและยิ้มให้ลลิตา
      
       อนุชมาส่งกร้าวที่หน้าบ้าน
       “ผมขอโทษด้วยนะครับ...เรื่องคุณชายธง”
       “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษแทนชายธงที่เสียมารยาท”
       “ผมเข้าใจคุณชายธงครับ มีแฟนสวยขนาดนี้ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”
       กร้าวส่งสายตาหวานให้
       “ฉันกับชายธงเป็นเพื่อนกันค่ะ”
       อนุชมองหน้ากร้าวด้วยความสงสัย เพราะกร้าวไม่เหมือนวันแรกที่เจอกัน
       “ทำไมคุณนุชมองผมแบบนั้น”
       “วันแรกที่เจอกัน คุณว่าฉันทำความผิดจนโดนตามล่า แต่วันนี้กลับปากหวานใส่ฉัน อย่างกับคนละคน”
       “ผมขอโทษ ถ้ารู้ว่าคุณเป็นวิชเวทย์ ผมคงไม่พูดกับคุณอย่างนั้น”
       “ทำไมคะ คนเราจะดีหรือชั่วอยู่ที่นามสกุลด้วยรึคะ”
       กร้าวไม่ตอบ เปลี่ยนเรื่อง
       “แล้วคุณชอบให้ผมเป็นแบบไหนมากกว่ากัน”
       “แบบไหนก็ได้ที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณน่ะค่ะ”
       กร้าวอึ้ง คำพูดของอนุชแทงใจดำ
       “ฉันส่งแค่นี้นะคะ”
       อนุชออกไป กร้าวยิ้มให้แล้วมองขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน...อรชาแง้มม่านแอบมองกร้าว พอเห็นเขามองขึ้นมาก็ตกใจ รีบหลบความรู้สึกของเธอคือโกรธที่เขาล่วงเกินและสงสัยว่าเขาทำไปเพื่ออะไร กร้าวยิ้มอย่างเป็นต่อ รู้ว่าอรชาเริ่มให้ความสนใจเขาแล้ว
      
       วันใหม่...เมื่อไปถึงที่ทำงาน กร้าวเรียกเลขามาสั่ง
       “แจ้งไปที่บริษัทในเครือทุกแห่ง และบริษัทที่ผมมีหุ้นอยู่ด้วยห้ามรับผู้หญิงที่ชื่อ อนุช วิชเวทย์เข้าทำงาน”
       “ค่ะ คุณกร้าว”
       เลขาออกไป กร้าวยิ้มอย่างมีแผน อยากเอาชนะอนุชให้ได้
      
       อนุชไปสมัครงานที่บริษัทต่างๆหลายแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนรับเธอทำงานเลยสักแห่ง อนุชทั้งเหนื่อยทั้งผิดหวัง มานั่งปรับทุกข์กับชายธงที่ร้านกาแฟ
       “ทำไมงานหายากขนาดนี้ ไปที่ไหนๆ ก็บอกว่าไม่มีประสบการณ์”
       “แต่นุชฝึกงานบริษัทใหญ่ๆ ตั้งหลายแห่ง ไม่ช่วยอะไรเลยเหรอ”
       อนุชส่ายหน้า ท้อใจ ชายธงเห็นใจ คิดหาทางช่วย แล้วนึกได้
       “ผมจะให้คุณพ่อช่วยหางานให้”
       อนุชลำบากใจ
       “ขอบคุณนะชายธง แต่นุชอยากหางานด้วยตัวเองมากกว่า”
       ชายธงเป็นห่วงอยากช่วย แต่เมื่อเห็นเธอปฏิเสธจึงไม่พูดอะไรอีก
      
       กร้าวกับอสิตคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
       “คุณกร้าวมีอะไรรึครับ” อสิตถามอย่างแปลกใจที่อยู่ๆกร้าวก็นัดพบ
       “ผมเห็นว่าคุณนุชกำลังหางาน บริษัทผมมีตำแหน่งว่างอยู่พอดีแต่ผมเกรงว่าคุณนุชจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม”
       “ไม่ยอมแน่นอน รายนี้เกลียดการใช้เส้นสายที่สุด ชอบทำอะไรด้วยตัวเองตั้งแต่เด็กแล้ว”
       “นั่นสิครับ ผมถึงอยากให้คุณสิตช่วย” กร้าวยิ้มอย่างมีแผน
       เมื่อตกลงกันได้อสิตจึงบอกให้อนุชไปสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งเลขา โดยที่เธอไม่รู้ว่าเป็นบริษัทของกร้าว รู้เพียงแต่ว่าเป็นบริษัทของเพื่อนอสิตเท่านั้น
      
       ค่ำนั้น...อนุชคุยโทรศัพท์มือถือ อยู่ที่โถงบ้าน
       “ไม่มีปัญหาค่ะ เริ่มงานได้เลย ขอบคุณค่ะ”
       อนุชกดวางสาย หันไปดีใจกับอสิตและอรชา
       “เขารับนุชเข้าทำงานแล้วค่ะ”
       อรชาดีใจกับน้องด้วย
       “น้องพี่เก่งอยู่แล้ว”
       อนุชกอดอสิตและอรชา
       “นุชจะตั้งใจทำงานหาเงินช่วยพี่สิตอีกแรง”
       อสิตลูบผมน้องสาวคนเล็กอย่างเอ็นดู
       “พี่ขอโทษที่ไม่เอาไหน ทำให้น้องๆ ต้องเหนื่อย”
       “อย่าคิดมากนะคะ พี่สิตเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดค่ะ ถ้าคุณพ่อยังอยู่ คุณพ่อก็ต้องภูมิใจในตัวพี่สิตแน่นอน”
       อสิตโอบอรชาและอนุชคนละข้าง ทั้งสามพี่น้องมองรูปประสิทธิ์ ที่แขวนอยู่บนผนัง
      
       วันใหม่...อรชาเดินเหม่อ ไม่สบายใจเรื่องกร้าว ทันใดนั้น กร้าวมาพร้อมช่อดอกไม้สวย อรชาเห็นหน้าเขาก็โกรธมากจะเดินหนี กร้าวคว้ามือไว้ อรชาตกใจ กลัวเขาฉวยโอกาสอีก
       “ปล่อยฉัน”
       กร้าวแกล้งยื่นหน้าเข้าใกล้จ้องตา ตั้งใจแกล้ง อรชาตกใจ หลับตาปี๋ คิดว่าเขาจะจูบ กลัวจนตัวสั่น กร้าวยิ้ม ไม่จูบ ตั้งใจจะปั่นหัวอรชาเล่นเท่านั้น
       “ตาคุณบวม คิดถึงผมจนนอนไม่หลับเหรอครับ”
       อรชาลืมตา มองหน้าเขา อับอาย หน้าชา สะบัดมือแต่เขาไม่ปล่อย
       “คุณยังไม่ได้รับดอกไม้จากผมเลย”
       อรชาจำต้องรับดอกไม้ แล้วหันไปทิ้งถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีไป กร้าวรีบตามไปอย่างไม่ยอมแพ้
       “ตามฉันมาทำไม”
       ขณะเดียวกันปรารภหอบข้าวของพะรุงพะรัง เข้ามาหาอรชา
       “คุณอร”
       “คุณปรารภ”
       อรชานึกได้ รีบควงแขน ส่งเสียงหวาน
       “อรมีเรื่องจะคุยกับคุณอยู่พอดี ไปกันเถอะค่ะ”
       อรชาดึง ปรารภงงๆไม่เข้าใจ
       “คุณอรจะคุยเรื่องอะไร คุยกันตรงนี้ก็ได้นี่ครับ”
       อรชาไม่ตอบ รีบดึงเขาหนีไป
       “ไปกันเถอะค่ะ”
      
       กร้าวมองตาม รู้ทันว่าอรชาหลบหน้า ไม่กล้าสู้หน้าตน ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็นต่อ



       อรชาดึงปรารภหนีมาพ้นจากกร้าว เห็นเขาไม่ตามมาก็โล่งอก รีบปล่อยมือจากปรารภ
      
       “คุณอรมีอะไรจะคุยกับผมรึครับ”
       “ไม่มีแล้วค่ะ อรไปทำงานก่อนนะคะ”
       อรชาสะบัดจะหนีไป ปรารภดึงไว้
       “เดี๋ยวครับ ผมมีของมาฝากคุณอรเยอะแยะเลย นี่ครับ กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กะปิ น้ำปลาอย่างดีจากโรงงานของผมเองครับ รับรองหอมอร่อย”
       ปรารภยิ้มซื่อ อรชาเห็นของฝากแล้วรังเกียจ แต่พยายามรักษากิริยา
       “เอ่อ ขอบคุณค่ะ”
       กร้าวแอบมองอรชาและปรารภอยู่ ยิ้มสะใจที่ได้แกล้งปั่นหัวอรชา
      
       เย็นนั้นปราบ ชายธง และปรารภมาพร้อมหน้ากันที่คฤหาสน์มโนรมย์ ชายธงนั่งข้างอนุชมองกร้าวอย่างเขม่นเต็มที่ เพราะไม่ชอบหน้าตั้งแต่เจอกันครั้งก่อน อรชาก็แอบมองกร้าวเป็นระยะๆ อึดอัดใจที่หนีเขาไม่พ้น ปรารภถามขึ้นมาลลิตา
       “ตกลงวันนี้เลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสอะไรครับ”
       ลลิตายิ้มอารมณ์ดี
       “เนื่องในโอกาสที่สิตจะชนะประมูลงานใหญ่ไงจ๊ะ ถ้าได้งานนี้ก็สบายเลย”
       กร้าวยิ้มขำๆ
       “ฉลองล่วงหน้าอย่างนี้จะดีรึครับ”
       อนุชสงสัย
       “คุณกร้าวหมายความว่าไงคะ”
       กร้าวแก้ตัว
       “อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอนน่ะครับ”
       ลลิตามั่นใจ
       “แต่งานนี้แน่นอนค่ะ เพราะสิตรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน”
       ขณะเดียวกันนั้น รถอสิตมาจอดหน้าบ้าน ลลิตารีบออกไปหา อสิตเดินถือกระเป๋าเอกสารหน้าเครียดเข้ามา
       “ดีใจด้วยนะคะสิตขา เราจะรวยแล้ว! เย้!”
       ลลิตากระโดดกอดจูบแก้มซ้ายขวา อสิตโกรธจี๊ด ผลักลลิตาออก
       “งาน เงิน อะไร ไม่มีทั้งนั้น!”
       อสิตเดินหนีเข้าบ้านไป ลลิตางง รีบตามไป
       “สิตคะ สิต”
      
       อสิตเข้ามาในบ้าน หน้าตาท่าทางหงุดหงิด อรชายิ้มให้
       “พี่สิตคะ”
       อสิตไม่สนใจ เดินผ่านไปไม่ทักใครทั้งนั้น ลลิตาวิ่งตามมา อนุชหันไปถาม
       “เกิดอะไรขึ้นคะพี่ลิต้า”
       ลลิตาหงุดหงิด
       “ถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครล่ะ”
       อรชา อนุช งง ทั้งหมดจึงตามอสิตไป ชายธงและปรารภเป็นห่วง ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือของกร้าวดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วออกไป...กร้าวเดินหนีมามุมหนึ่งที่ปลอดคน จึงกดรับสาย
       “ผมรู้ข่าวแล้ว ทำดีมาก”
       กร้าววางสาย ยิ้มพอใจ
      
       อสิตอาละวาดปัดเอกสารบนโต๊ะทำงานหล่นกระจาย ลลิตา อรชาและอนุชตามเข้ามา ต่างตกใจ
       “เกิดอะไรขึ้นคะพี่สิต”อนุชเข้าไปถาม
       “ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มันเป็นม้ามืด จู่ๆ ก็โผล่มาชนะประมูล แย่งงานไปหมดกันที่นี้”
       ลลิตา อรชาและอนุชตกใจ
       “หมายความว่าที่ลงทุนพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปเลี้ยง หมดเงินไปเป็นแสนๆก็จบกัน เราเสียเงินเปล่ารึคะนี่” อรชาหน้าเสีย
       อสิตพยักหน้า เครียด ลลิตาโวยวาย
       “ตายๆๆ แล้วทีนี้จะเอาอะไรกิน”
       ลลิตาเสียใจ ทุบตีอสิตไม่หยุด อสิตโกรธ ผลักออก
       “แล้วคิดว่าผมอยากให้เป็นแบบนี้รึไง ไป! ออกไปให้หมด คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่ ออกไป ไป!”
       ลลิตา อรชาและอนุชรีบเผ่นออกจากห้องแทบไม่ทัน อสิตเครียด กุมขมับ
      
       ลลิตาออกมาโวยวาย
       “ทั้งสร้อยเพชร ทัวร์ยุโรป ทุกอย่างที่ฝันไว้ พังหมด”
       อนุชมองพี่สะใภ้อย่างไม่พอใจ อรชาปรามลลิตา
       “พอเถอะค่ะพี่ลิต้า แค่นี้พี่สิตก็เครียดพอแล้ว”
       “แล้วคิดว่าฉันไม่เครียดรึไง”
       อรชากับอนุชรำคาญ เดินหนีกันไปคนละทาง ลลิตากรี๊ดลั่น ขัดใจ
       “อ๊าย!”
      
       อรชาเข้ามาในห้องรับแขกแล้วหน้ามืดเป็นลม
       “คุณอร!”
       ปรารภประคองอรชาไปนั่งพักที่โซฟา
       “เดี๋ยวผมไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเผื่อจะดีขึ้น”
       ปรารภรีบออกไป กร้าวเข้ามาดูแลอรชาแทน
       “คุณอร”
       อรชาฟื้นขึ้นมา เห็นหน้ากร้าวก็ตกใจและกลัว พยายามจะลุกหนีแต่ไม่มีแรง กร้าวประคองให้นั่งพักก่อน
       “ปล่อยฉัน”
       “ผมว่าคุณนั่งพักเฉยๆ ก่อนดีกว่า”
       ปรารภเอาผ้าชุบน้ำเข้ามาให้
       “มาแล้วครับ เช็ดหน้าสักหน่อย น่าจะดีขึ้น”
       กร้าวยื่นมือไปรับ
       “มาครับ ผมทำเอง”
       ปรารภส่งให้
       “เอ้อ ฝากดูคุณอสิตด้วยนะครับคุณปรารภ”
       “เอ่อ...ครับ”
      
       ปรารภออกไปด้วยความซื่อ

      
       อนุชยืนหน้าเครียดอยู่มุมหนึ่งของบ้าน เธอไม่สบายใจเรื่องพี่ชาย ชายธงเข้ามาหา
      
       “พี่สิตเป็นไงบ้าง”
       อนุชมองชายธง หน้าตาหนักใจ ไม่ตอบอะไร
      
       กร้าวเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วมาซับหน้าให้อย่างอ่อนโยน อรชาเบือนหน้าหนี กร้าวกุมมือ
       “ผมขอโทษที่ทำไม่ดีกับคุณ ผมก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงที่ผมรัก”
       อรชาแปลกใจ
       “รัก”
       กร้าวสบตาจริงจัง
       “ใช่ ผมรักคุณ รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น”
       อรชาไม่เชื่อ
       “โกหก”
       “ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมรักและจริงใจกับคุณ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ผมรักมีความสุข”
       อรชามองตากร้าว สับสน ไม่เข้าใจ อนุชและชายธงเข้ามาด้วยกัน
       “พี่อร เป็นไรคะ” อนุชตกใจ
       “คุณอรเป็นลมครับ”
       กร้าวส่งผ้าเช็ดหน้าให้ อนุชมารับมาเช็ดหน้าให้พี่สาวแทน กร้าวออกไป อรชามองตามไปด้วยความสับสน...กร้าวออกมา แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ที่พูดไปไม่ได้จริงใจ แต่เป็นแผน
      
       ลลิตาหงุดหงิดอาละวาด ทำลายข้าวของ กร้าวเข้ามาลลิตากำลังเงื้อของจะขว้างพอดี เห็นกร้าวก็ตกใจ รีบวางของ
       “คุณกร้าว”
       “คุณลิต้า เป็นไงบ้างครับ ผมเป็นห่วงคุณมากรู้มั้ย”
       ลลิตาทำเป็นอ่อนแอ ร้องไห้
       “ลิต้ากลัวค่ะ กลัวพวกเจ้าหนี้มาทำร้ายลิต้า”
       กร้าวซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
       “อย่าร้องไห้นะครับ ไม่ต้องกลัว”
       ลลิตาซึ้งใจที่เขาดีกับตน กร้าวดึงเธอมากอด
       “ผมอยากให้คุณลิต้ารู้ไว้ว่าผมจะอยู่ข้างๆ ไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน”
       ลลิตามีความสุข อบอุ่นใจ
      
       อนุชเช็ดแขนให้อรชา ส่วนชายธงให้ดมยาดม อรชาดีขึ้น
       “พี่ไม่เป็นไรแล้ว”
       “หน้ายังซีดอยู่เลย ทานยาหอมสักหน่อยนะคะ”
       อนุชรีบออกไป
      
       อนุชมาเห็นลลิตากอดกับกร้าว เธอตกใจ รีบหลบ แอบฟัง...กร้าวปล่อยลลิตา
       “คุณกร้าวดีกับลิต้าเหลือเกิน ขอบคุณนะคะ”
       กร้าวกุมมือยกมือขึ้นมาจูบ อนุชเห็นท่าทางที่กร้าวมีต่อลลิตาแล้วตกใจ ดูออกว่าเกินเพื่อน ปรารภเข้ามา ทะเล่อทะล่า ไม่รู้เรื่อง
       “ลิต้า!”
       ลลิตากับกร้าวชะงัก รีบผละออกจากกัน
       “คุณสิตเป็นไงบ้าง”
       ลลิตาหงุดหงิด
       “เก็บตัวอยู่แต่ในห้องโน่น”
       ลลิตา กร้าวและปรารภออกไป อนุชยืนอยู่ที่เดิมหน้าเครียด เริ่มสงสัยลลิตากับกร้าว แต่ยังไม่แน่ใจ
      
       อนุชส่งแก้วยาหอมให้อรชา ขณะที่ตัวเองไม่สบายใจเลย เมื่อคิดเรื่องกร้าวกับลลิตา
       “ขอบใจจ๊ะ”
       อรชารับไปดื่ม ลลิตา ปรารภและกร้าวเข้ามา
       “คุณอรดีขึ้นรึยังครับ” ปรารภรีบมาหาอรชา
       “อรไม่เป็นไรแล้วค่ะ”
       กร้าวถือโอกาสลา
       “งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ คุณลิต้าไม่ต้องส่งหรอกครับ”
       “ขอโทษด้วยนะคะ ชวนมาเลี้ยงฉลองแท้ๆ กลับกลายเป็นหมดสนุก” ลลิตาตีหน้าเศร้า
       “ไม่เป็นไรครับ”
       กร้าวกับลลิตาทำท่าทางห่างเหินเหมือนไม่สนิทกัน กร้าวเดินออกไป อนุชมองทั้งสองอย่างจับผิด
      
       อนุชคุยกับชายธงอยู่หน้าบ้าน หญิงสาวครุ่นคิดเรื่องกร้าวกับลลิตา
       “นุช” ชายธงเห็นเธอเงียบไปก็เรียกเบาๆ
       อนุชยังเหม่อ ชายธงเสียงดังขึ้น
       “นุชครับ”
       อนุชสะดุ้ง
       “คะ ชายธงว่าไงนะคะ”
       ชายธงสงสารกุมมือคิดว่าเธอไม่สบายใจเรื่องเงิน
       “นุชไม่ต้องกังวลนะ เรื่องหนี้สินของครอบครัวนุช ผมจะหาทางช่วย”
       “ขอบคุณค่ะ แต่นุชไม่อยากรบกวน”
       “คราวนี้ไม่ว่านุชจะว่ายังไง ผมก็ยืนยันจะช่วย จะให้ผมทนเห็นนุชไม่มีความสุขได้ยังไง”
       ชายธงบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
      
       ค่ำนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชายธงตัดสินใจขอเงินพ่อ เธียรตกใจ โวยเสียงดัง
       “แกจะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะ ตั้งห้าสิบล้าน!”
       “เพื่อนผมมีปัญหา ผมจะเอาไปช่วยเพื่อน”
       “ผู้หญิงล่ะสิ”
       ชายธงอึกอักที่พ่อรู้ทัน
       “ลูกเต้าเหล่าใคร”
       “ชื่ออนุช วิชเวทย์ครับ เป็นลูกของคุณประสิทธิ์ วิชเวทย์ ตระกูลผู้ดีเก่า คุณพ่อคงเคยได้ยินนามสกุลนี้”
       “ได้ยินมาเยอะเลยแหละ ตอนนี้พวกวิชเวทย์มีหนี้สินรุงรัง แต่ยังทำวางท่าเป็นผู้ดี ตีหน้าตายลวงโลกว่าเป็นเศรษฐี!”
       ชายธงไม่สบายใจ เธียรสั่งเสียงเข้ม
       “แกเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ซะ ก่อนที่จะหมดตัว!”
       “นุชเป็นคนดีนะครับ”
       “เขาต้องดีกับแกมากเป็นพิเศษ เพราะหวังจะจับแกไงล่ะ ฉันขอสั่งให้แกเลิกยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนี้เด็ดขาด!”
       ชายธงไม่ยอม
       “ผมจะคบใครก็เรื่องของผม พ่อไม่มีสิทธิ์บังคับ”
      
       ชายธงโกรธเดินหนี เธียรคิดหนักไม่สบายใจ



       อสิตดื่มเหล้าเมามาย ร้องโวยวาย อนุชพยายามห้าม
      
       “พี่สิตคะ พอเถอะค่ะ”
       “พี่มันไม่เอาไหน พี่อยากตาย”
       อรชาหนักใจ
       “พี่สิตดื่มตั้งแต่เย็นแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายนะคะ ไปนอนพักเถอะค่ะ”
       อรชากับอนุช ช่วยกันห้ามและช่วยกันประคองออกจากห้องไป ลลิตามองอย่างเบื่อหน่าย
      
       อรชาและอนุชเช็ดตัวให้อสิตจนหลับไป แต่ยังเมาๆละเมออยู่ อรชาและอนุชจะออกจากห้อง อรชาหันไปบอกลลิตา
       “ฝากดูพี่สิตด้วยนะคะพี่ลิต้า พี่สิตคงจะเสียใจมากที่พลาดงานนี้”
       ลลิตาพยักหน้ารับอย่างขอไปที อรชาและอนุชออกจากห้องไป ลลิตามองสภาพสามีแล้วส่ายหน้า ระอาใจ เธอนั่งลงบนเตียง ข้างๆเขานึกถึงกร้าว เธอยิ้ม มีความสุขเมื่อนึกถึงเขา อสิตดิ้น มือมากอด ลลิตาสะดุ้ง ตื่นจากฝัน ยกมือสามีออกไปด้วยความหงุดหงิด
      
       วันใหม่...เธียรไปที่ร้านเพชรของรัตนาซึ่งเป็นเพื่อนกันมานาน ขณะที่ธาริน ลูกสาวของเธอนั่งอยู่ด้วย
       “เราเคยคุยกันไว้ว่าจะให้ชายธงกับธารินดองกัน ตอนนี้เจ้าชายธงก็เรียนจบแล้ว ฉันมาทวงสัญญา หวังว่ายังไม่ลืม” เธียรพูดอย่างตรงไปตรงมา
       “เรื่องนี้ต้องแล้วแต่เด็กๆ” รัตนาหันไปถามธาริน “ว่าไงลูก”
       ธารินอายๆ เพราะชอบชายธงมานานแล้ว
       “แล้วแต่คุณแม่สิคะ”
       เธียรยิ้มดีใจที่ทางบ้านนี้ไม่ขัดข้อง
      
       เลขาพาอนุชเข้าไปหาประธานบริษัทที่เธอมาทำงานด้วย
       “สวัสดีค่ะท่านประธาน”
       ประธานที่นั่งหันหลังอยู่ หันมากลายเป็นกร้าว
       “นี่คุณ!” อนุชตกใจ
       เลขาออกจากห้องไป เหลือแต่อนุชกับกร้าว
       “นี่มันอะไรกัน พี่สิตกับคุณร่วมมือกันหลอกฉันรึ”
       “ผมหาเลขาอยู่ แล้วคุณสิตก็แนะนำคุณมา ไม่มีเส้นสาย ใช้ความสามารถล้วนๆ อย่างที่คุณต้องการ”
       อนุชเสียงแข็ง
       “ฉันขอลาออก”
       กร้าวหน้านิ่ว ไม่เข้าใจ
       “เหตุผลล่ะ”
       “ไม่ชอบหน้าประธานบริษัท”
       กร้าวจับหน้าตัวเอง
       “หน้าตาผมไม่ดีตรงไหน ใครๆก็ชอบทั้งนั้น”
       อนุชหมั่นไส้ สะบัดจะออจากห้อง
       “ผมว่าคุณกลัวมากกว่ามั้ง”
       อนุชชะงัก หันกลับมา
       “คุณกลัวผมจะรู้ว่าคุณไม่มีความรู้ติดตัว ที่ไปเรียนเมืองนอกเมืองนาก็แค่ไปชุบตัวเท่านั้น”
       กร้าวยิ้มกวนประสาท อนุชโกรธที่โดนดูถูก
       “อย่าเอาตัวเองมาตัดสินคนอื่น”
       “ผมไม่ชอบคนดีแต่พูด ถ้าอยากให้ผมเชื่อ ก็พิสูจน์ให้เห็นสิ”
       กร้าวยื่นแฟ้มเอกสารให้
       “งานแรก ตอบอีเมล์ลูกค้าต่างชาติ รายละเอียดตามเอกสารนี้”
       อนุชโกรธ ไม่ชอบให้ใครดูถูก จะต้องพิสูจน์ให้กร้าวเห็นรับงานไปทันที
      
       อนุชทำงานเสร็จยื่นแฟ้มเอกสารคืนให้กร้าว
       “เรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน”
       กร้าวรับแฟ้มเอกสารมา แล้วเปิดเมล์อ่านอย่างทึ่งๆ
       “ใช้ได้”
       อนุชยิ้ม จะออกจากห้อง
       “จะไปไหน ผมให้คนย้ายโต๊ะทำงานคุณเข้ามาแล้ว”
       “ย้ายเข้ามาทำไมคะ”
       “ผมแค่เห็นว่าจะสั่งงานอะไรก็สะดวกดี ผมไม่พิศวาสคุณหรอก”
       อนุชไม่พอใจ จำต้องไปนั่งที่โต๊ะทำงาน
       “อีกอย่าง ไม่ต้องเรียกท่านประธาน มันดูห่างเหินชอบกล เรียกคุณกร้าวเหมือนเดิมก็ดีแล้ว ไม่งั้น…”
       “ทำไมคะ คุณจะไล่ฉันออกรึไง”
       “ผมไม่ไล่คุณออก แต่จะหักเงินเดือนคุณ”
       อนุชไม่พอใจ เพราะทางบ้านกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน
       “ค่ะ คุณกร้าว!”
      
       ค่ำนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน อนุชโกรธมากจะมาโวยอสิตที่ไม่บอกว่าเป็นบริษัทของกร้าว อสิตนั่งหันหลังอยู่ที่บาร์เครื่องดื่ม อนุชไม่รู้ว่าพี่ชายยังเมาไม่เลิก
       “พี่สิตคะ!”
       อสิตฟุบหน้าลง เมาไม่ได้สติ อนุชแปลกใจ
       “พี่สิต”
       อนุชเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงเห็นว่าอสิตเมาหลับไปแล้ว อนุชไม่สบายใจที่พี่ชายเอาแต่เมา
      
       เช้าวันใหม่ เสียงอสิตโวยวายดังลั่นบ้าน
       “แหวน...นังแหวน...เอาเหล้ามา”
       ลลิตาปิดหูอย่างรำคาญสุดๆ
       “ตื่นขึ้นมาก็ร้องหาแต่เหล้า เมาแล้วมันได้อะไรขึ้นมามั้ย”
       อรชาและอนุช กำลังจะออกไปทำงาน ต่างไม่สบายใจ ห่วงพี่ชาย กร้าวเข้ามา ลลิตาดีใจ
       “คุณกร้าว!”
       อนุชไม่พอใจ อรชาอาย ไม่กล้าสู้หน้ากร้าวรีบบอก
       “พี่ไปก่อนนะ”
       อรชารีบออกไป กร้าวเข้ามาบอกลลิตา
       “ผมขอคุยกับคุณสิตหน่อยครับ”
       “เชิญทางนี้ค่ะ”
      
       ลลิตาพากร้าวไป อนุชมองตามสงสัย ไม่ไว้ใจ



       อสิตเทเหล้าดื่มจนหมด ไม่ทันมองว่ากร้าวเข้ามา
      
       “ไปเอามาอีก เร็ว”
       กร้าวดึงขวดเหล้าไปจากมืออสิต
       “อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้สิ คิดถึงคนที่รักคุณบ้าง ทั้งคุณลิต้า คุณอร คุณนุช พวกเขาจะอยู่ยังไง ถ้าคุณเป็นอะไรไป”
       อสิตปิดหน้า ร้องไห้
       “คนที่ประสบความสำเร็จอย่างคุณ ไม่เข้าใจผมหรอก”
       “ผมก็เคยเจอเรื่องหนักหนาสาหัส เคยคิดอยากตายเพื่อหนีปัญหาเหมือนกัน แต่ผมตายไม่ได้ ผมต้องมีชีวิตอยู่ ต้องสู้เพื่อคนที่ผมรัก คุณก็เหมือนกัน ต่อให้ล้มก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อ เพื่อคนที่คุณรัก”
       อสิตมองกร้าวพูดไม่ออก
       “ผม…”
       กร้าวตบไหล่
       “ผมพูดได้แค่นี้ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคุณ”
       กร้าวออกจากห้องไป อสิตมองตามแล้วหันมามองแก้วเหล้าในมืออย่างรู้สึกผิด
      
       อนุชกระวนกระวาย แอบฟังอยู่หน้าห้อง สงสัยว่ากร้าวจะพูดอะไรกับพี่ชาย กร้าวเปิดประตูออกมาเจอพอดี อนุชตกใจ
       “คุณทำอะไร”
       “ฉันต่างหากที่ต้องถาม คุณทำอะไรพี่สิต”
       ลลิตารีบตามมา
       “สิตเป็นไงบ้างคะคุณกร้าว”
       “ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะคิดได้รึเปล่า ผมทำได้แค่เตือนสติ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเขา เขาต้องลุกขึ้นเอง”
       ลลิตาซึ้งใจ
       “ขอบคุณนะคะคุณกร้าว คุณช่วยพวกเราอีกแล้ว”
       กร้าวยิ้มบางๆ
       “มันเป็นหน้าที่ของเพื่อนที่ดีไม่ใช่รึครับ ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
       กร้าวยิ้มให้ลลิตาและอนุช ก่อนจะเดินออกไป ลลิตามองตามตาเป็นประกาย อนุชมองอย่างระแวง
      
       อนุชออกมาจากบ้าน เห็นกร้าวจอดรถรออยู่
       “คุณยังไม่ไปอีกเหรอ”
       “ผมรอคุณ”
       “ฉันไปเองได้”
       อนุชจะเดินหนี กร้าวขวางไว้
       “ไหนๆก็ไปที่เดียวกันอยู่แล้ว ไปด้วยกัน ประหยัดพลังงานลดโลกร้อน คุณนี่ไม่รักโลกเลยนะ”
       อนุชเถียงไม่ออก กร้าวเปิดประตูรถให้ยิ้มกวนๆ...ลลิตาเห็นอนุชขึ้นรถไปกับกร้าวก็มองอย่างไม่พอใจและสงสัย
      
       ในห้องประชุม มีการประชุมมาได้พักหนึ่งแล้ว กร้าวสรุปการประชุม
       “แก้ไขรายละเอียดโครงการตามที่คุยกันมาให้ผมดูอีกที วันนี้พอแค่นี้”
       พนักงานรับคำ
       “ครับ”
       พนักงานชายหญิง 2-3 คนที่ร่วมประชุมออกจากห้องไป อนุชกำลังเก็บเอกสาร ลลิตาเคาะประตูห้องที่เปิดอยู่ กร้าวตกใจ
       “คุณลิต้า”
       อนุชแปลกใจ
       “พี่ลิต้า”
       อนุชเหลือบมองกร้าวนิดหนึ่ง คิดว่าเขานัดลลิตาไว้
       “ฉันก็แค่อยากมาดูว่าเธอทำงานเป็นยังไงบ้าง”
       อนุชสงสัย
       “พี่ลิต้ารู้ได้ยังไงว่านุชทำงานที่นี่”
       ลลิตาอึกอัก
       “เอ่อ...คุณกร้าวบอก ใช่มั้ยคะคุณกร้าว”
       กร้าวพูดไม่ออก ไม่ตอบอะไร ลลิตาหันมาสั่ง
       “ขอกาแฟสักถ้วยสิจ๊ะนุช”
      
       อนุชออกจากห้องไป ไปที่ห้องกาแฟอย่างนึกกังวล เพราะเธอสงสัยในความสัมพันธ์ของกร้าวกับลลิตามาก



       ลลิตามองกร้าวอย่างจับผิด
      
       “ทำไมคุณถึงให้ยายนุชมาทำงานที่นี่คะ”
       “คุณสิตขอให้ผมช่วยหางานให้คุณนุชครับ”
       ลลิตารู้สึกหึงขึ้นมา แต่ไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านี้ เพราะกร้าวมีเหตุผล
       “ลิต้าไปดูนุชหน่อยนะคะ รายนั้นทำอะไรไม่เป็นไม่รู้ชงกาแฟเป็นไงบ้าง”
       ลลิตาออกจากห้องไป กร้าวเครียดที่ผิดแผน
      
       อนุชชงกาแฟเสร็จ กำลังจะยกไป ลลิตาเข้ามา ทำเป็นพูดยิ้มๆ
       “ตั้งใจทำงานนะ แล้วอย่าทำตัวสนิทสนมกับคุณกร้าวมากนัก เดี๋ยวคนเขาจะว่าเอาได้...ว่าใช้งานบังหน้า แต่ใจจริงหวังจับผู้ชาย”
       อนุชไม่พอใจ นึกรู้ว่าลลิตาหลอกด่าเพราะหึงหวงกร้าว
       “นุชยังโสด ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ แต่ถ้ามีสามีแล้ว ยังมายุ่งกับผู้ชายอื่น คนเขาจะดูถูกว่าไร้ยางอาย”
       ลลิตาโกรธแต่ฝืนยิ้มให้
       “ขอบใจสำหรับกาแฟ”
       ลลิตารับถ้วยกาแฟจากถาดในมืออนุช แล้วแกล้งทำหกลวกมือจนถาดหลุดมือหล่นพื้น
       “โอ๊ย”
       ลลิตาเสแสร้ง
       “อุ๊ย ตายจริง พี่ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ”
       ลลิตายิ้มร้าย ออกจากห้องไป อนุชไม่พอใจ แต่ไม่อยากก่อเรื่องในบริษัท
      
       อนุชเปิดประตูเข้ามา เจอลลิตากำลังอ้อนกร้าว
       “เอ่อ เที่ยงแล้ว ไปทานข้าวด้วยกันสิคุณนุช” กร้าวหันมาชวน
       “ค่ะ”
       อนุชแกล้งกดโทรศัพท์
       “พี่สิตเหรอคะ ทานข้าวกลางวันด้วยกันมั้ยคะ พอดีคุณกร้าวมีแขกพิเศษ อยากแนะนำให้พี่สิตรู้จัก”
       ลลิตาร้อนใจกลัวอสิตรู้เรื่องตนกับกร้าว
       “ลิต้าไม่ว่าง กลับก่อนนะคะ”
       ลลิตาสะบัดหนีไป อนุชเก็บโทรศัพท์ ไม่ได้โทรจริง กร้าวขำ
       “คุณนี่ร้ายไม่เบา”
       อนุชโกรธ
       “อย่างฉันเรียกว่าร้าย แล้วคนที่ยุ่งกับภรรยาคนอื่น เรียกว่าอะไรคะ”
       อนุชจ้องหน้าเขาไม่พอใจ กร้าวเครียดที่เธอรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลลิตา
      
       อนุชเพิ่งกลับจากทำงานเข้าบ้านมา เจอลลิตาก็มองเขม่นกัน อรชาที่กลับมานานแล้วเดินมาคุยด้วย
       “กลับมาแล้วเหรอนุช”
       อสิตเดินมา ปวดหัว มึน จะล้ม อนุชและอรชารีบประคอง
       “พี่สิต!”
       “พี่ไม่เป็นไร”
       อสิตยื่นแก้วเหล้าให้ ลลิตาเซ็ง อนุชไม่สบายใจ
       “พอเถอะค่ะ พี่สิตดื่มมากเกินไปแล้วนะคะ”
       อสิตยิ้ม
       “พี่ขอน้ำเปล่าสักแก้ว”
       ลลิตา อรชาและอนุชต่างแปลกใจ
      
       อสิตดื่มน้ำเปล่า อรชาและอนุชดีใจ
       “พี่ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง พี่ควรจะดูแลน้องๆ แต่กลับทำตัวเป็นภาระทุกคนแบบนี้ แย่ที่สุดเลย”
       อนุชกุมมือพี่ชาย
       “อย่าคิดมากนะคะ พี่สิตเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดค่ะ”
       อสิตซึ้งใจ กอดลลิตา อรชาและอนุช
       “ต่อไปนี้พี่จะเข้มแข็ง พี่จะไม่ทำให้ทุกคนต้องลำบากเพราะพี่อีก”
       อรชามองพี่ชายแล้วถามอย่างสงสัย
       “อะไรทำให้พี่สิตคิดได้คะ”
       “คุณกร้าวช่วยพูดเตือนสติให้พี่คิดได้ พี่จะอ่อนแอไม่ได้ พี่ต้องสู้เพื่อทุกคนที่พี่รัก”
       อสิตยิ้ม อนุชไม่ค่อยเชื่อ เช่นเดียวกับอรชาที่ไม่สบายใจขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงกร้าว
      
       ค่ำนั้น อรชาเข้ามาในห้องนอน นึกถึงคำพูดของกร้าว
       “คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมรักและจริงใจกับคุณ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ผมรักมีความสุข”
      
       อรชาไขว้เขวยกนิ้วแตะริมฝีปากตัวเอง เริ่มหวั่นไหวคิดว่ากร้าวจูบเพราะความรัก
ตอนที่ 2
      
       เช้าวันใหม่ เสียงลลิตากรี๊ดดังลั่นไปทั่วทั้งบ้านวิชย์เวทย์
      
       “อ๊ายยย!”
       อสิต อรชาและอนุชต่างตกใจ วิ่งเข้ามาจากคนละทาง อสิตเข้ามาถามภรรยา
       “เป็นอะไร…ลิต้า”
       “หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ลงข่าวคุณชายธง…มีคู่หมั้นซะแล้ว”
       อรชารับไปอ่าน อ่านเสร็จก็ห่วงความรู้สึกอนุช
       “นุชรู้เรื่องนี้มาก่อนรึเปล่า”
       “นุชเพิ่งทราบนี่แหละค่ะ แต่ชายธงกับนุชเป็นเพื่อนกัน เขาจะหมั้นกับใครก็ไม่เกี่ยวกับนุช”
       “ขอเตือนด้วยความหวังดี ถ้าจะแต่งงาน ต้องเลือกผู้ชายรวยๆ” ลลิตาประชดอสิต “จะได้ไม่ลำบาก”
       อสิตเสียใจ อนุชโต้ทันที
       “นุชคงทำอย่างที่พี่ลิต้าแนะนำไม่ได้ เพราะถ้านุชจะแต่งงานกับใครสักคน นุชจะเลือกคนที่นุชรักค่ะ ไม่ใช่ที่เงิน”
       ลลิตาเบะปากหมั่นไส้อนุชมาก
      
       เธียรกำลังจะออกจากบ้าน ชายธงเดินเข้ามาขวาง เอาหนังสือพิมพ์ให้ดู
       “ผมรู้นะว่าเป็นฝีมือพ่อ พ่อให้ข่าวแบบนี้ทำไม”
       “รู้ก็ดีแล้ว พ่อทาบทามหนูรินให้แกแล้ว แกจะต้องหมั้นกับเขาให้เร็วที่สุด”
       “แต่ผมไม่ได้รักริน ผมคิดกับรินเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น”
       “หนูรินเป็นคนดี อยู่กันไปก็รักกันเองแหละ”
       “ผมรักนุช ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจ”
       เธียรตวาด
       “ฉันขอบอกแกไว้เลยว่า…ฉันไม่รับพวกวิชเวทย์เป็นสะใภ้! สะใภ้บ้านนี้ต้องเป็นหนูรินคนเดียวเท่านั้น!”
       ชายธงโกรธ
       “พ่อบังคับผมไม่ได้หรอก”
       ชายธงเดินหนีออกไปเลย เธียรไม่พอใจ
      
       ชายธงหน้าเครียด คุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งในบ้าน
       “นุช ออกมาพบผมได้มั้ย ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
       อนุชคุยโทรศัพท์อยู่ที่ทำงาน
       “ตอนนี้นุชทำงานอยู่ คงต้องรอพักเที่ยง”
       กร้าวแย่งโทรศัพท์มือถือมากดตัดสายทิ้ง
       “นี่คุณ เสียมารยาท”
       “ก็ยังดีกว่าคนไม่มีความรับผิดชอบ เอาเวลางานมาคุยโทรศัพท์อยู่ได้”
       “ฉันเพิ่งคุยไม่ถึงห้านาที”
       “ก็ผมรู้สึกว่านานแล้ว”
       อนุชหมั่นไส้ หันไปทำงานต่อ กร้าวยิ้ม ดีใจที่ชนะอนุชได้ กลับไปนั่งทำงานต่อแล้วนึกบางอย่างได้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความอย่างมีแผน
      
       โทรศัพท์มือถือของอนุชดังขึ้น เธอรับสายเสียงหวานเป็นพิเศษ
       “มาแล้วเหรอจ๊ะ ตรงเวลาจังเลยมาที่ห้องประธานเลยจ๊ะ นุชรออยู่ คิดถึงม๊ากมาก”
       กร้าวหึง คิดว่าอนุชคุยกับชายธง อนุชปิดแฟ้มเอกสาร หยิบกระเป๋าจะออกจากห้องท่าทางอารมณ์ดี กร้าวรีบลุกไปขวาง
       “จะไปไหน”
       “ไปทานข้าวกลางวันค่ะ”
       “ผมหิวพอดี ไปทานข้าวกัน”
       “เสียใจค่ะ ฉันมีนัดแล้ว”
       “ผมขอสั่งให้คุณยกเลิกนัดกับนายเสาธงนั่น”
       “เขาชื่อชายธง!”
       “นั่นแหละ นายเสาธงชายธงอะไรนั่นแหละ คุณต้องไปทานข้าวกับผม”
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น อนุชเปิดประตู กรวิกยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง
       “อากร้าวคะ นกมาแล้วค่ะ”
       กร้าวชะงัก
       “นก!”
       กรวิกมาควงแขนกร้าว
       “ไม่เห็นอากร้าวบอกนกเลยว่านุชเป็นเลขา ของอากร้าว ถ้านุชไม่บอกว่าอากร้าวอยากทานข้าวกับนก นกก็คงไม่รู้”
       อนุชยิ้มล้อเลียน
       “ทานให้อร่อยนะคะท่านประธานขา”
      
       กร้าวเจ็บใจที่เสียรู้อนุช จำต้องออกไปกับกรวิก อนุชยิ้มยั่วโบกมือบ๊ายบาย



       ขณะที่อนุชนั่งทานข้าวกับชายธงอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง กร้าวพากรวิกเข้ามาในร้านเดียวกัน แต่คนละมุม กรวิกยังไม่เห็นอนุชและชายธง
      
       “ร้านนี้อร่อยและบรรยากาศดีที่สุดในละแวกนี้ พนักงานที่บริษัทชอบมากัน”
       กร้าวเลื่อนเก้าอี้ให้กรวิกนั่งหันหลังให้อนุชกับชายธง กรวิกจึงไม่เห็นสองคนนั้น กร้าวนั่งฝั่งตรงข้าม คอยจับตามองอนุชและชายธง
      
       ชายธงหน้าตาเคร่งเครียดมาก อนุชสงสัย
       “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”
       ชายธงมองอนุชแล้วกุมมือ
       “ชายธง” อนุชตกใจ
       กร้าวมองอยู่ ไม่พอใจที่เห็นชายธงกุมมืออนุช
       “อาขอตัวสักครู่นะ”
       กร้าวลุกไป กรวิกซึมลง รู้สึกว่าเขาไม่สนใจเธอเลย...กร้าวเดินมามุมหนึ่ง คิดแผน แล้วโทรหานักสืบ
       “คุณนักสืบ ผมอยากได้เบอร์โทรศัพท์คู่หมั้นของชายธง ธนานุรัตน์หาให้ผมเดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย”
       กร้าววางสายแล้วแอบถ่ายรูปชายธงกับอนุช เขายิ้มเจ้าเล่ห์
      
       กร้าวกลับมานั่งโต๊ะ โทรศัพท์มีสัญญาณเข้ามา เขากดรับสาย
       “ดีมาก ขอบใจ”
       กร้าวส่ง mms รูปไปที่เบอร์ของธารินที่ได้จากนักสืบ
      
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ธารินเปิดดูข้อความ เห็นรูปที่ส่งมาเป็นรูปชายธงจับมืออนุช ธารินตกใจ
       “พี่ชายธง!”
       ธารินไม่สบายใจ
      
       ชายธงนั่งคุยกับอนุชอย่างกลุ้มๆ แต่อนุชกลับไม่เดือดร้อนอะไร
       “ผมไม่รู้เรื่องด้วยนะ ข่าวนี่เป็นฝีมือพ่อ”
       “ทำตามที่คุณพ่อต้องการเถอะค่ะชายธง นุชไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ชายธงมีปัญหากับพ่อ”
       ชายธงจับมืออนุช
       “ผมอยากให้พ่อได้รู้จักตัวจริงของนุช ไม่ใช่ตัดสินแค่นามสกุล”
       ธารินรีบร้อนเข้ามาในร้าน มองหาเห็นชายธงจับมือกับอนุชก็เสียใจ เธอเรียกเขาเสียงดัง
       “พี่ชายธง!”
       กรวิกได้ยินเสียง หันไปมอง
       “นั่นนุชกับชายธงนี่นา”
       กร้าวยิ้มๆ ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ขณะที่ชายธงตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอธาริน
       “ริน!”
       “ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ”
       ชายธงตอบตรงๆ
       “นุชเป็นคนรักของพี่”
       ธารินตกใจ อนุชก็ตกใจที่ชายธงพูดอย่างนั้น พยายามอธิบายกับธาริน
       “ไม่จริงนะคะ ฉันกับชายธงไม่ได้…”
       อนุชยื่นมือไปจะแตะแขนแต่ธารินโกรธ สะบัดแขน ผลักอนุชเซไป
       “อย่ามายุ่งกับฉัน”
       ชายธงประคองอนุช หันไปดุธาริน
       “ทำไมต้องทำร้ายนุชด้วย”
       “พี่ชายธงปกป้องเขาทำไม”
       ชายธงเหนื่อยใจ
       “พี่ว่ารินกลับไปก่อนดีกว่า เสียงดัง อายเขา”
       “ทำไมรินต้องอาย รินไม่ได้ทำอะไรผิด”
       คนในร้านมองอนุชและกระซิบกระซาบกัน ชายธงสงสารอนุช
       “ไปกันเถอะนุช”
       ชายธงวางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะแล้วรีบพาอนุชออกจากร้านไป ธารินเสียใจ
       “หยุดนะ พี่ชายธง รินบอกให้หยุด!”
       ชายธงไม่ฟัง ออกจากร้านไป ธารินเห็นคนมองกันทั้งร้านก็อับอายขายหน้า เลยรีบออกจากร้านไป...กรวิกห่วงอนุช กร้าวผิดหวังที่ชายธงปกป้องอนุชและออกไปกับอนุช ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ว่าธารินจะมาดึงชายธงกลับไป
      
       ชายธงมาส่งอนุชที่บริษัท
       “ชายธงไม่น่าพูดกับเธอแบบนั้น มีอะไรก็น่าจะคุยกันดีๆ”
       “ก็รินเขาพูดไม่ดีกับนุชก่อน ผมจะหาทางจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ผมไม่ยอมหมั้นกับธารินเด็ดขาด”
       อนุชไม่สบายใจที่เรื่องมันชักจะวุ่นวายไปใหญ่
      
       ธารินร้องไห้เสียใจกับเธียรอยู่ในห้องรับแขก
       “คุณลุงรู้มั้ยคะว่าพี่ชายธงมีคนรักแล้ว”
       “ลุงรู้ว่าชายธงมีคนรักแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นคนไม่ดี ครอบครัวมีแต่หนี้สินพะรุงพะรัง ขืนแต่งงานกัน ชายธงต้องหมดตัวแน่ๆ”
       ธารินตกใจ
       “จริงรึคะ”
       “ชายธงกำลังหลงแม่คนนี้หัวปักหัวปำ หนูรินต้องช่วยลุงนะ”
       ธารินใจอ่อน ห่วงชายธง
       “โธ่ พี่ชายธง”
      
       อนุชนั่งทำงานอยู่ กร้าวยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ท่าทางกวนๆ
       “ซับน้ำตาคนอกหัก”
       อนุชโกรธ
       “ไม่จำเป็น เพราะฉันไม่ได้อกหัก”
       “อยากรู้จังว่านายเสาธงนั่นมีอะไรดี ผู้หญิงถึงต้องเปิดศึกแย่งกันกลางร้านอาหาร”
       “ฉันไม่เคยคิดแย่งของใคร...หรือคุณชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว        เลยคิดว่าคนอื่นเขาจะชอบเหมือนคุณคะ”
      
       กร้าวจ้องหน้า อนุชจ้องตอบสู้ตา ไม่กลัวเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด



       หลังเลิกงาน เมื่อกลับถึงบ้าน อนุชโวยอสิตทันที
      
       “พี่สิตน่าจะบอกนุชสักคำว่าเป็นบริษัทของอีตา…เอ๊ย คุณกร้าวถ้านุชรู้ก็คงไม่ไปสมัครหรอกค่ะ”
       “พี่ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน บริษัทคุณกร้าวใหญ่โตมั่นคงแถมยังให้เงินเดือนสูงกว่าที่อื่น”
       “นุชรู้สึกว่านายคนนี้ มายุ่งกับครอบครัวเรามากเกินไปแล้วนะคะ”
       “เขาอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเหลือเรา ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ ป่านนี้เราคงแย่”
       “แต่นุชว่าของฟรีไม่มีในโลก ที่เขาช่วยเรา เขาอาจมีจุดประสงค์บางอย่างก็ได้”
       อนุชออกไปอย่างหงุดหงิด อสิตขำ
       “ยายนุชคิดมากเกินไปแล้ว”
       ลลิตาไม่พอใจ ส่วนอรชากังวล
      
       อนุชนั่งอยู่มุมหนึ่งในบ้าน อรชาเข้ามาคุยด้วย
       “นุชไปทำงานกับคุณกร้าวแล้วเป็นไงบ้าง เขา...เอ่อ...เขาทำอะไรนุชรึเปล่า”
       “นอกจากกวนประสาทแล้วก็ไม่มีอะไรนี่คะ”
       “ยังไงก็ระวังตัวไว้ อย่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป”
       “ทำไมเหรอคะ”
       อรชาอึกอัก ไม่กล้าบอก
       “เขา...เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”
       อนุชสงสัย แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ แหวนเข้ามารายงาน
       “คุณนุชคะ มีแขกมาพบคุณนุชค่ะ”
       อนุชและอรชาแปลกใจว่าใครมา
      
       เธียรและธารินนั่งคุยกับอนุชอยู่ในห้องรับแขก
       “ฉันขอพูดตามตรงเลยนะ ต้องการเงินเท่าไร ถึงจะเลิกยุ่งกับชายธง” เธียรบอกด้วยน้ำเสียงวางอำนาจเต็มที่
       อนุชหยิ่งในศักดิ์ศรี ปฏิเสธทันที
       “ครอบครัวของฉันกำลังเดือดร้อนก็จริง แต่ฉันไม่เคยคิดขายศักดิ์ศรีค่ะ เงินของคุณ ต่อให้มีมากมายก่ายกองแค่ไหนก็ซื้อฉันไม่ได้ค่ะ”
       ธารินโกรธ
       “นี่หมายความว่าจะไม่เลิกยุ่งกับพี่ชายธงใช่มั้ย”
       “คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินสักบาท ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ติดต่อกับชายธงอีก”
       ธารินงง ไม่เข้าใจอนุช เธียรอึ้งที่อนุชหยิ่งในศักดิ์ศรีและใจแข็งกว่าที่คิด ขณะเดียวกันลลิตาแอบฟังอยู่นอกห้องอย่างอยากรู้อยากเห็น...
      
       เธียรและธารินออกมาจากบ้านวิชเวทย์
       “ทำไมยายนั่นถึงไม่ยอมรับเงินคุณลุงล่ะคะ” ธารินไม่เข้าใจ
       “ผู้หญิงคนนี้ฉลาดกว่าที่คิด บางทีเขาอาจรู้ว่าเขาจะได้จากชายธงมากกว่าที่ได้จากลุงก็ได้”
       ธารินหน้าตื่น
       “ตายแล้ว ร้ายกาจจริงๆ รินคิดไม่ถึงเลยค่ะ แล้วจะทำยังไงดีคะ”
       “รอดูไปก่อนว่าจะทำอย่างที่พูดรึเปล่า”
       ธารินไม่สบายใจ
      
       อนุชยังนั่งนิ่งอยู่ในห้องรับแขก เจ็บปวดที่เธียรคิดจะซื้อเธอด้วยเงิน อสิต ลลิตาและอรชาเข้ามา
       “น่าจะเรียกแพงๆ ให้หมดตัวไปเลย หมูมาให้เคี้ยวถึงปากแล้ว”ลลิตาค้อน
       “นุชขายศักดิ์ศรีตัวเองไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อสอนว่าวิชเวทย์ต้องรักในศักดิ์ศรี”
       ลลิตาหมั่นไส้
       “โอ๊ย...ตาย ศักดิ์ศรีมันกินเข้าไปได้มั้ย”
       อสิตถอนใจ
       “พี่ไม่อยากซ้ำเติมนุชนะ แต่คนที่นุชควรจะอยู่ห่างๆ        ไม่ใช่คุณกร้าว แต่เป็นนายชายธงต่างหาก”
       อนุชเสียใจ เดินหนีไป อสิตไม่สบายใจ อรชาสงสารน้องรีบตามไป
      
       อนุชนั่งเศร้าอยู่ในห้องนอน อรชาเคาะประตูและเปิดเข้ามา
       “นุช”
       “พี่อร”
       อนุชโผเข้ากอดอรชา ร้องไห้
       “นุชทำถูกแล้วที่ตอบเขาไปอย่างนั้น พี่ภูมิใจในตัวนุชมาก”
       “นุชเจ็บใจที่เขาดูถูกเรา เพียงเพราะเราจน คนที่ไม่มีเงิน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไม่มีศักดิ์ศรีนี่คะ”
       อรชากอดอนุช ปลอบโยน
      
       ทีมช่างของบริษัทตกแต่งภายในของอสิต รวมตัวกันประท้วงขอขึ้นค่าแรง โดยมีหัวหน้าช่างเป็นแกนนำ อสิตคว้าโทรโข่งมาพูดกับพวกช่าง
       “กลับไปทำงานเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไล่ออกให้หมด”
       “พวกเราอย่าไปกลัว ถ้าไม่มีพวกเรา ก็ไม่มีใครทำงานให้!”
       พวกช่างยิ่งโกรธ โห่ร้อง ขว้างปาสิ่งของใส่ อสิตอยู่ไม่ได้ต้องรีบเผ่นหนี
      
       และไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกร้าวที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด!



       อสิตกลับเข้าบ้านมาอย่างเครียดๆ ลลิตาถือนิตยสารแฟชั่นยื่นมาให้ดูตรงหน้า พูดออดอ้อน
      
       “สิตขา สิตว่าสร้อยเส้นนี้สวยมั้ย”
       อสิตอารมณ์ไม่ดี
       “ผมอยากอยู่คนเดียวลิต้า”
       ลลิตาไม่ฟัง พยายามคะยั้นคะยอให้อสิตดูนิตยสารให้ได้
       “ดูแป๊บเดียวเอง ลิต้าช๊อบชอบ”
       อสิตโมโห ปัดนิตยสารหลุดมือ อสิตตวาด
       “บอกว่าไม่ว่าง ไม่ดู ไม่เข้าใจรึไง วันๆหัดคิดหาเงินบ้าง ไม่ใช่คิดแต่ใช้เงิน”
       อสิตเดินหนีไป ลลิตาโกรธ คว้านิตยสารที่ตกพื้นขว้างตามหลัง
      
       อนุชนั่งทำงานอยู่ เลขาเคาะประตูและเปิดเข้ามา
       “คุณนุชคะ มีของส่งถึงคุณกร้าวค่ะ”
       อนุชรับของจากเลขา เป็นกล่องสี่เหลี่ยมใหญ่แต่แบนห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญแบรนด์เครื่องเพชร
      
       อนุชและกรวิกทานอาหารด้วยกันอยู่ในร้าน
       “อากร้าวงานยุ่งมากเหรอนุช ตั้งแต่นกเรียนจบกลับมา เจอหน้าอากร้าวนับครั้งได้” กรวิกถามเศร้าๆ
       “โถ นึกว่าเรื่องอะไร เป็นถึงประธานบริษัทก็ต้องงานยุ่งเป็นธรรมดาแต่นุชแอบเห็นอากร้าวของนก มีของขวัญเซอร์ไพร้ส์นกด้วยนะ”
       กรวิกยิ้ม
       “จริงเหรอ อะไรน่ะ”
       “บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพร้ส์สิ เอาเป็นว่านกทำเป็นไม่รู้เรื่องไว้ก่อนนะ เดี๋ยวท่านประธานจะมาว่านุชได้ว่าทำแผนแตก”
       กรวิกขำ
      
       กร้าวกับลลิตาเดินเล่นอยู่ในศูนย์การค้า
       “ผมอยากชวนคุณลิต้าไปดูคอนโดที่ตกแต่งเสร็จแล้ว แต่วันนี้วันเกิด คุณคงอยากฉลองกับครอบครัว”
       “ไม่มีใครรอลิต้าอยู่ที่บ้านหรอกค่ะ สิตก็เอาแต่ทำงาน คุณกร้าวช่วยพาลิต้าไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้าน”
       ลลิตาหน้าเศร้า กร้าวทำเป็นมองอย่างเห็นใจ แล้วพาเธอไปที่คอนโดของเขาซึ่งเป็นห้องชุดที่ตกแต่งหรูหรา
       “โห น่าอยู่จังเลยค่ะ” ลลิตาตื่นตาตื่นใจ
       “ถ้าไม่ได้คุณลิต้าช่วยเลือกเฟอร์นิเจอร์ คงไม่ดูดีขนาดนี้หรอกครับ”
       กร้าวมองลลิตาด้วยสายตาหวานซึ้ง ลลิตามองตอบ รู้ความต้องการของเขา
       “มาทางนี้สิครับ”
       กร้าวพาไปอีกมุมของห้องชุด พอเปิดไฟ ก็เห็นว่าเขาเตรียมจัดงานวันเกิดเล็กๆให้ มีเค้กวันเกิด ไวน์ และตกแต่งด้วยดอกไม้และลูกโป่งสวยงามตามมุมต่างๆ ลลิตาดีใจ เซอร์ไพร้ส์มาก กร้าวจุดเทียนบนขนมเค้กแล้วยกมาให้เธอเป่า
       “สุขสันต์วันเกิดครับ”
       ลลิตาเป่าเทียน อึ้ง ซึ้งใจมาก กร้าวยื่นกล่องสร้อยเพชรกล่องเดียวกับที่อนุชเห็นให้
       “ลองเปิดดูสิครับว่าถูกใจรึเปล่า”
       ลลิตาเปิดดู เห็นเป็นสร้อยเพชรสวยงาม
       “วันก่อนผมเห็นคุณยืนดูอยู่ตั้งนาน คิดว่าคุณคงชอบ”
       “แต่มันแพงนะคะ”
       “ไม่มีอะไรแพงเกินไปสำหรับคุณลิต้าหรอกครับ”
       ลลิตาซึ้งใจ
       “นี่เป็นงานวันเกิดที่ดีที่สุดในชีวิตลิต้าเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ทำไมคุณดีกับลิต้าจัง”
       กร้าวกุมมือลลิตา
       “มันอาจไม่เหมาะสมที่จะพูดแบบนี้ แต่ผมรักคุณนะครับ คุณลิต้า ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของคุณ”
       ลลิตากับกร้าวสบตากันอย่างหวานซึ้ง
      
       กร้าวดันร่างพาลลิตาลงไปที่เตียง แล้วกอดจูบเธออย่างร้อนแรง

      
       อสิตพูดกับพวกช่างที่ชุมนุมอยู่หน้าบริษัทผ่านโทรโข่ง
      
       “ผมจะขึ้นเงินเดือนยี่สิบเปอร์เซ็นต์ทุกคน”
       พวกช่างต่างฮือฮา ปรึกษากัน
       “ใครพอใจ ขอให้กลับเข้าไปทำงานต่อ ส่วนคนที่ไม่พอใจกับข้อเสนอนี้ก็ลาออกไปได้ ผมไม่บังคับ”
       หัวหน้าช่างเครียดที่เริ่มแบ่งฝ่ายมีทั้งพวกเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เขาพยายามยุยงทุกคน
       “เราอย่าไปยอมง่ายๆ เราต้องได้มากกว่านี้”
       พวกช่างกลุ่มหนึ่งยอมรับข้อเสนอ เข้าไปจับมืออสิต คนงานและช่างที่เหลือตามกลุ่มแรกไปด้วย ทุกคนยอมรับข้อเสนอ เหลือหัวหน้าช่างคนเดียว อสิตจับมือพวกทีมช่าง ยิ้มแย้มเป็นกันเองกับทุกคน หัวหน้าช่างเจ็บใจที่อสิตชนะ
      
       ค่ำนั้น...อสิตนั่งพักเหนื่อยอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าบริษัท เขาดูนาฬิกา เด็กขายดอกกุหลาบผ่านมา อสิตนึกได้ ร้องเรียก
       “น้องๆ”
       เด็กรีบมาหา
       “พี่เหมาหมดเลย”
       อสิตยื่นเงินให้ แล้วรับกุหลาบมาทั้งกำ เด็กดีใจ ออกไป อสิตมองกุหลาบแล้วยิ้ม นึกถึงลลิตา
      
       กร้าวและลลิตาออกจากห้องด้วยกัน เขาโอบเอวของเธออย่างเป็นคู่รัก ชายธงกำลังจะเข้าห้อง เห็นกร้าวกับลลิตาก็รีบหลบ แอบมองทั้งสองอย่างคาดไม่ถึง เมื่อทั้งคู่เข้าไปในลิฟต์แล้ว เขาจึงรีบโทรหาอนุช
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อนุชดูเบอร์เห็นเป็นชายธงโทรเข้ามาก็ตัดสินใจไม่รับสาย
       “ใครโทรมา ไม่รับเหรอ” อรชาหันมาถาม
       “ชายธงค่ะ นุชไม่อยากคุยกับเขาอีก”
       “ดีแล้วล่ะ ขืนยังติดต่อกัน เราจะเป็นฝ่ายเสียหาย”
       เสียงโทรศัพท์ตัดไป อนุชชะเง้อมองไปนอกบ้าน
       “ป่านนี้ทำไมพี่ลิต้ายังไม่กลับอีกนะคะ”
       “นั่นสิ โทรไปก็ไม่รับ”
       อนุชชะเง้อมองหาลลิตา
      
       กร้าวมาส่งลลิตาที่มุมหนึ่งใกล้บ้าน ลลิตานั่งเงียบ ไม่พอใจและไม่เข้าใจ กร้าวกุมมือแล้วดึงมาจูบมือ จูบแก้ม ลลิตาโอนอ่อน ใจอ่อน
       ลลิตาลงจากรถ กร้าวยิ้มให้ เธอฝืนยิ้มให้เขา...พอรถกร้าวออกไปแล้ว ลลิตาเปลี่ยนเป็นโกรธ นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้...ขณะที่เธออยู่กับเขาในห้องนอนของคอนโด ทั้งสองกำลังกอดจูบซุกไซร้กันอย่างร้อนแรงแล้วจู่ๆ กร้าวก็ผลักเธอออก ลลิตาชะงัก แปลกใจ เขามองเธอหน้าเครียดก่อนจะผละไปนั่งริมเตียง ลลิตาไม่เข้าใจ ตามไปกอดจูบออดอ้อน
       “คุณกร้าวเป็นอะไรคะ ลิต้าทำอะไรไม่ถูกใจคุณกร้าวเหรอคะ”
       “ผมไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นชู้กับเมียคนอื่น”
       กร้าวลุกหนี หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองแล้วเดินหนีออกไป ลลิตามองตาม เสียอารมณ์ ทุบเตียง
       “อะไรเนี่ย บ้าที่สุด!”
       ลลิตาเจ็บใจที่ถูกกร้าวปฏิเสธ
      
       ลลิตายืนอยู่หน้าบ้านล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือ กำลังจะกดโทรศัพท์เรียกแหวนมาเปิดประตู แต่มือเชิดมาปิดปากเธอจากด้านหลัง ลลิตาตาโต ตกใจ ร้องอู้อี้ เชิดลากตัวลลิตาออกไปจากหน้าบ้าน...ลลิตาโดนลากมาที่มุมมืดไม่ไกลจากบ้าน เชิดพูดเสียงเข้ม
       “จำผัวไม่ได้เหรอ”
       ลลิตาจำเสียงได้ ตาโตตกใจ เชิดปล่อยมือ ลลิตาเห็นหน้าเชิดก็ตกใจมาก จำสามีเก่าของตัวเองได้แม่น
       “แก ไอ้เชิด!...กะ...แกมาที่นี่ได้ไง”
       “ฉันออกจากคุก กลับบ้าน...” เชิดแค้นๆ “คนที่นั่นบอกว่าแกมีผัวใหม่แล้ว”
       เชิดมองบ้านวิชเวทย์แล้วตาวาว
       “ผัวใหม่แกมันรวยไม่ใช่เล่น”
       ลลิตารู้ทันตวาดเสียงดัง
       “ฉันไม่มีเงินให้แกหรอกนะ”
       เชิดจิกหัว
       “แกคิดว่าฉันโง่ให้แกหลอกง่ายๆ เหรอ เอาเงินมา”
       “เอ๊ะ บอกว่าไม่มี”
       เชิดพยายามแย่งกระเป๋า ลลิตาไม่ยอม ทั้งสองยื้อยุดกัน
       “อยากเจ็บตัวใช่มั้ย”
       เชิดตบผลั๊วะ
       “โอ๊ย”
       ลลิตาล้มลง เชิดคว้ากระเป๋า ลลิตาไม่ยอม ยื้อแย่ง
       “เอาของฉันมา”
      
       อนุชออกมาเดินในสนามหน้าบ้าน ชะเง้อมองหาอสิตกับลลิตา ได้ยินเสียงดังขึ้นก็ตกใจ อนุชยืนมองตรงประตูรั้ว เห็นเงาคนแวบๆ ในมุมมืด เสียงลลิตาดังเข้ามา
       “ช่วยด้วย”
       อนุชตกใจ
       “พี่ลิต้า”
       อนุชรีบออกไป เชิดเห็นมีคนมาก็ตกใจ รีบหนีไป ลลิตาโล่งอก อนุชวิ่งมาประคอง
       “เกิดอะไรขึ้นคะ”
       ลลิตาอึกอัก
       “เอ่อ...คือ พวกวิ่งราวกระเป๋าน่ะ”
       “ตายจริง แล้วพี่ลิต้าเป็นอะไรรึเปล่า”
       “พี่ไม่เป็นไร รีบเข้าบ้านเถอะ”
       อนุชประคองเข้าบ้าน ลลิตาท่าทางร้อนรน เชิดแอบมองอย่างเจ็บใจ
      
       ลลิตาเข้ามากับอนุช อรชาเห็นลลิตาเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิงก็ตกใจ
       “พี่ลิต้า ทำไมเป็นแบบนี้”
       “พี่ลิต้าเจอโจรวิ่งราวกระเป๋าค่ะพี่อร โชคดีที่ไม่เป็นไร”
       อรชาตกใจ
       “ตายจริง แล้วพี่ลิต้าไปไหนมาคะ กลับมาซะดึก”
       “เอ่อ...พี่ก็ไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ มาน่ะสิ” เธอรีบตัดบท “พี่เหนื่อย ไปนอนก่อนนะ”
      
       ลลิตารีบกลับห้องไป อนุชและอรชามองตามด้วยความเป็นห่วง



       ลลิตาเข้ามาในห้อง ใจคอไม่ดี เธอนึกได้ รีบเปิดกระเป๋า หยิบกล่องสร้อยเพชรออกมาเปิดดู เห็นว่าสร้อยเพชรยังอยู่ดี ไม่พังเสียหายก็โล่งอก ลลิตาหยิบสร้อยเพชรมาลองใส่ มองตัวเองในกระจกนึกถึงเชิดแล้วไม่สบายใจ บอกกับตัวเอง
      
       “ฉันจะไม่ยอมให้คุณกร้าวหลุดมือไปเด็ดขาด”
       ลลิตากลัวใครมาเห็น รีบถอดสร้อยเพชรออก เก็บใส่กล่องกำมะหยี่แล้วซ่อนไว้ในตู้ รวมกับเครื่องประดับอื่นๆ แล้วเอากล่องของขวัญทิ้งถังขยะ
      
       ลลิตาอาบน้ำเสร็จ ใส่เสื้อคลุมออกมาจากห้องน้ำ อสิตยื่นช่อกุหลาบที่มีริบบิ้นพันไว้ง่ายๆ แต่ดูดี เก๋ไก๋ให้
       “สุขสันต์วันเกิดที่รัก”
       ลลิตาเห็นหน้าอสิตก็งอน
       “จำได้ด้วยเหรอคะว่าวันนี้วันเกิดลิต้า นึกว่าลืมไปแล้ว”
       “ผมจะลืมได้ยังไง ผมขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณ พักนี้ที่บริษัทมีแต่เรื่อง        แต่ผมก็พยายามทำทุกทางเพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ที่ผมเหนื่อยก็เพื่อเรานะ”
       อสิตกอด ลลิตาสะบัดสะบิ้ง
       “ปล่อยค่ะ”
       “ไม่เอาน่า มาให้ชื่นใจหน่อย”
       อสิตหอมแก้ม
       “นี่แหนะ!”
       อสิตแกล้งดึงลลิตาล้มลงไปนอน
       “ว้าย สิต เล่นอะไรก็ไม่รู้”
       อสิตซุกไซร้ ลลิตาโอนอ่อน ลลิตายิ้มมีความสุข จินตนาการว่าได้นอนกับกร้าว
      
       วันใหม่...ธารินกดกริ่งที่ประตูรั้ว เสียงกริ่งดังรัว แหวนรีบวิ่งนำหน้ามา ลลิตาและอรชาต่างตกใจ ออกมาดู
       “เสียงดังอะไรกันแต่เช้า มารยาทน่ะสะกดเป็นมั้ย” ลลิตาจ้องธาริน
       ธารินตะโกน
       “พี่ชายธง ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
       อรชาเห็นท่าจะไปกันใหญ่ รีบเคลียร์
       “คุณชายธงไม่ได้อยู่ที่นี่ คุณกลับไปดีกว่า แต่ถ้ายังไม่เลิกก่อกวน ฉันจะแจ้งตำรวจจับคุณ”
       อรชานิ่ง แต่ท่าทางเอาจริง ธารินกลัวเรื่องบานปลายใหญ่โต เลยต้องยอมสะบัดหนีไป อรชาส่ายหน้าแล้วกลับเข้าบ้านไป ลลิตาคิดแผนร้ายได้
      
       ธารินจะขึ้นรถ ลลิตามาจับประตูรถไว้
       “เดี๋ยว”
       “อะไรกัน ปล่อยนะ”
       ลลิตายื่นนามบัตรบริษัทกร้าวให้
       “ที่อยู่บริษัทที่ยายนุชทำงาน”
       ธารินแปลกใจ รับมาดู ลลิตายิ้มร้าย
      
       อรชานั่งลงบนเตียงนอน รู้สึกเหนื่อยจากเรื่องธาริน แหวนเคาะประตูและรายงาน
       “คุณอรขา มีแขกมาพบค่ะ”
       อรชาเหนื่อยใจ
       “ถ้าเป็นคนเดิม บอกให้เขากลับไปได้แล้ว”
       “ไม่ใช่ค่ะ”
       อรชานึกถึงกร้าว
       “หรือว่าจะเป็น…คุณกร้าว!”
       อรชาดีใจ จะออกจากห้อง เดินผ่านโต๊ะเครื่องแป้งแล้วนึกได้ หยุดมองกระจก จัดทรงผม หยิบลิปสติกขึ้นมาเติมปาก แล้วจึงออกจากห้องไป
      
       อรชาอารมณ์ดี เข้ามาในห้องรับแขก ปรารภหันหน้ามา อรชาหุบยิ้ม ผิดหวัง มองไปรอบๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววกร้าว ลลิตาชิงพูดขึ้น
       “พี่เห็นว่าหมู่นี้บ้านเรามีแต่เรื่อง อรคงจะเครียดมากเกินไป ถึงได้ไม่สบายบ่อย พี่ก็เลยขอให้ตารภช่วยพาอรไปเที่ยวพักผ่อนหน่อย”
       อรชาไม่ค่อยชอบใจนัก
       “แต่อรอยากอยู่บ้านมากกว่าค่ะ”
       “ไหนๆ วันนี้ก็ลาหยุดแล้ว อย่าอุดอู้อยู่บ้านเลย ออกไปเที่ยวพักผ่อนเปิดหูเปิดตาดีกว่า ไปเถอะไป”
       ลลิตาคะยั้นคะยอให้อรชาไปกับปรารภ อรชาขัดลลิตาไม่ได้ จำต้องไปกับปรารภ ลลิตายิ้มพอใจ
      
       อนุชกำลังจะเข้าบริษัท ชายธงดักรออยู่เดินเข้ามาหา
       “ชายธง!” อนุชตกใจ
       อนุชจะเดินหนี แต่ชายธงจับมือไว้
       “ปล่อยนะชายธง”
       “ผมมีเรื่องสำคัญ เรื่องนายกร้าวกับพี่ลิต้า”
       อนุชชะงัก ตกใจ... ธารินขับรถมาจอดอยู่ที่มุมหนึ่งริมถนน โดยที่ชายธงและอนุชไม่ทันสังเกต
      
       อนุชกับชายธงนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะริมกระจก ในร้านกาแฟ
       “ชายธงเห็นพี่ลิต้ากับคุณกร้าวที่คอนโด” อนุชตกใจ
       “ใช่”
       อนุชไม่อยากเชื่อ
       “จำคนผิดรึเปล่า”
       “ไม่ผิดแน่นอน ตอนแรกผมก็ไม่อยากจะเชื่อ ผมตกใจจนลืมถ่ายรูปไว้เลย”
       อนุชไม่สบายใจ
       “สองคนนี้มีท่าทีผิดสังเกตบ้างมั้ย”
       อนุชไม่สบายใจ คิดหนัก
      
       ธารินจอดอยู่ ริมถนนฝั่งตรงข้าม เลื่อนกระจกหน้าต่างลง เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ธารินโกรธอนุชมาก



       อนุชเข้ามาในบริษัท เสียงธารินดังขึ้น
      
       “นังอนุช”
       อนุชหันหลังมาเจอธารินก็แปลกใจ
       “คุณธาริน”
       ธารินไม่พูดไม่จา ตบหน้าอนุชอย่างแรงด้วยความโกรธ พนักงานในบริษัทต่างตกใจ หยุดมองอนุชกับธาริน
       “คุณธาริน คุณควรจะควบคุมอารมณ์หน่อยนะ” อนุชโกรธมาก
       “ทำไม อายเหรอ”
       “ฉันไม่อายหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันกับชายธงเป็นเพื่อนกัน ไม่มีอะไรเกินเลย คุณต่างหากที่ควรจะอาย”
       ธารินเถียงไม่ออก อับอายที่โดนอนุชตอกกลับ พวกพนักงานต่างก็ซุบซิบนินทา มองธารินเป็นตัวตลก ธารินอับอายขายหน้ามาก
       “ถ้าแกยังไม่เลิกยุ่งกับพี่ชายธง แกโดนหนักกว่านี้แน่”
       ธารินรีบออกจากบริษัทไป อนุชหันมาเจอพวกพนักงานซุบซิบนินทากัน ก็อายเหมือนกัน จึงรีบเดินหนีไป...อนุชเข้ามาในห้องทำงาน กร้าวรออยู่ ยืนมองนาฬิกาจับเวลา
       “สายไปตั้งชั่วโมง...มัวแต่ไปมีเรื่องกับใครอยู่”
       อนุชค้อน นึกถึงเรื่องที่ชายธงบอกแล้วโกรธมาก ไม่ตอบโต้อะไร ไปนั่งทำงานเงียบๆ
       “แปลก! วันนี้ไม่ต่อปากต่อคำแฮะ” กร้าวแปลกใจ
       กร้าวนั่งทำงานที่โต๊ะต่อไป อนุชนั่งทำงาน แต่ไม่มีสมาธิ แอบมองเขาด้วยความระแวงสงสัย กร้าวรู้ตัวว่าเธอมองอยู่ หันมายิ้มกวนประสาท
       “แอบมองผมทำไม”
       อนุชสะดุ้ง รีบเสไปทำงานต่อ
       “ฉันเปล่า”
       กร้าวลุกมายืนท้าวโต๊ะทำงานอนุช ยื่นหน้าเข้าใกล้สายตากรุ้มกริ่ม
       “อยากมองก็ไม่เป็นไร ผมให้มองฟรี ไม่คิดเงิน”
       อนุชยิ่งไม่พอใจประชด
       “คุณกร้าวใจกว้างจังเลยนะคะ แต่ท่าทางจะใจกว้างไปทั่ว แถมยังไม่เลือกอีกด้วย”
       กร้าวล้อๆ
       “หงุดหงิดคนมีเจ้าของก็อย่ามาพาลผมสิ”
       อนุชค้อนกร้าว ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง จึงหยิบแฟ้มเอกสาร เดินเลี่ยงกร้าว ออกจากห้องไป กร้าวงง ไม่เข้าใจว่าอนุชเป็นอะไร
      
       ปรารภและอรชาเดินเล่นพักผ่อนในสวนสาธารณะ อรชาเดินเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ปรารภประหม่า พยายามคิดเรื่องคุยแต่ก็คิดไม่ออก หลังจากคิดอยู่นาน ในที่สุดก็คิดได้
       “วันนี้อากาศดีจังเลยนะครับ”
       “ค่ะ”
       อรชาตอบสั้นๆแล้วทั้งสองก็เงียบอีก ปรารภคิดหาเรื่องคุย วัยรุ่นชายสองคนแอบมองอรชา แล้วพยักเพยิดกัน ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้อรชาและปรารภ แล้วฉวยโอกาสตอนทั้งสองเผลอ วิ่งราวกระเป๋า อรชาตกใจ
       “ว้าย!”
       ปรารภรีบวิ่งตามไป อรชาตกใจ...ปรารภวิ่งตามมาทัน กระชากเสื้อวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งถือกระเป๋าอรชาอยู่ล้มลง เขายื้อแย่งกระเป๋า วัยรุ่นอีกคนเห็นเพื่อนเสียท่าจึงเข้ามาด้านหลัง ถีบปรารภล้มลง ปรารภแย่งกระเป๋าไปได้ กอดกระเป๋าไว้แน่น วัยรุ่นทั้งสองรุมเตะรุมกระทืบ อรชาวิ่งตามมา เห็นปรารภโดนรุมก็รีบตะโกน
       “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
       วัยรุ่นทั้งสองตกใจ รีบหนีไป อรชารีบเข้ามาประคองปรารภ
       “คุณรภ เป็นอะไรรึเปล่า”
       ปรารภเจ็บระบมไปทั้งตัว แต่ไม่ห่วงตัวเอง ปัดฝุ่นกระเป๋าแล้วยื่นให้และยิ้มให้อรชา
       “นี่ครับคุณอร”
       อรชาเพิ่งสังเกตเห็นที่คิ้วของเขามีแผล เลือดออกเล็กน้อย เธอตกใจ
       “หางคิ้วคุณ”
       ปรารภแตะคิ้วตัวเองแล้วมองดู เห็นเลือดก็ตกใจ
       “เลือด!”
       ปรารภกลัวเลือด เป็นลมไปในอ้อมกอดของอรชา
       “คุณรภ!”
      
       อนุชอยู่ในห้องเก็บเอกสาร เธอจะหยิบแฟ้มที่อยู่ชั้นบนสุดของตู้เก็บเอกสาร แต่เอื้อมไม่ถึง กร้าวมาช่วยหยิบให้ อนุชหันมา เจอเขาอยู่ใกล้กันมาก ทั้งสองสบตากัน ชายหนุ่มมองหญิงสาวตาหวานซึ้ง ด้วยความรัก อนุชรู้สึกหวั่นไหว หลบตา
       “ขอบคุณค่ะ”
       อนุชเดินหนีไป กร้าวตามไป...อนุชเดินมาอีกมุมหนึ่งในห้องเอกสาร กร้าวตามมา ดึงมือ เธอขัดขืน แต่เขาไม่ปล่อย
       “คุณโกรธอะไรผม”
       “คุณทำอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจ”
       กร้าวกวน
       “หรือว่าคุณหึงผม”
       อนุชทั้งโกรธทั้งอาย
       “หลงตัวเอง”
       อนุชผลัก กร้าวเสียหลัก ล้มลงนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่ง แต่เขาจับมือเธอไว้อยู่ อนุชเลยล้มลงนั่งตักเขาจมูกชนแก้มเชา อนุชอายมาก รีบลุกหนีออกจากห้องไป กร้าวลูบแก้มตัวเอง ยิ้ม มีความสุข...อนุชเดินหนีมาเช็ดจมูก ทั้งโกรธ ทั้งอายและรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
      
       ปรารภนอนหนุนตักอรชาใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ สักครู่เขาก็ลืมตาตื่นขึ้น เห็นเธอยิ้มให้ ปรารภค่อยๆ ลุกขึ้น เขาคิดทบทวนเหตุการณ์แล้วนึกได้จับคิ้วตัวเองรู้สึกว่ามีพลาสเตอร์ยาที่อรชาแปะไว้ให้
       “เพราะอรแท้ๆ คุณรภเลยต้องเจ็บตัว” อรชาไม่สบายใจ
       ปรารภยิ้มจริงใจ
       “คุณอรอย่ากังวลไปเลย ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณอรครับ”
       อรชามองหน้าปรารภ คำพูดของเขาทำให้เธอนึกถึงกร้าว ตอนนั้นเขากุมมือเธอ…
       “ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมรักและจริงใจกับคุณ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ผมรักมีความสุข”
       อรชาใจลอย เผลอคิดถึงกร้าว ปรารภเห็นเธอนั่งนิ่งก็แปลกใจ
       “คุณอรครับ”
       อรชาสะดุ้ง
       “คะ คุณรภว่าไงนะคะ”
       “คุณอรคิดอะไรอยู่เหรอครับ”
       อรชาอายที่คิดถึงกร้าว
       “อร...เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ อรว่านี่ก็เย็นแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะนะคะ”
      
       อรชาแปลกใจตัวเองที่นึกถึงกร้าว



       เย็นนั้น...ปรารภมาส่งอรชาที่บ้าน
      
       “ขอบคุณนะคะ”
       “ครับ”
       อรชาเข้าบ้านไป ปรารภมองตาม ยิ้มเพ้ออยู่คนเดียว ลลิตาเข้ามาเห็นสภาพปรารภที่ติดพลาสเตอร์ยาที่หางคิ้วและมีรอยฟกช้ำตามตัวเต็มไปหมดก็ตกใจ
       “ตายแล้ว ไปกัดกับใครมา”
      
       ลลิตากับปรารภคุยกันอยู่ในห้องรับแขก ปรารภเล่าจบ ลลิตาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
       “แล้วเป็นไง มีอะไรคืบหน้าบ้าง”
       ปรารภงง
       “อะไรเหรอที่ว่าคืบหน้า”
       ลลิตาระอาที่ปรารภไม่รับมุก
       “จุ๊บๆ กันรึยัง”
       ปรารภตกใจ เกือบตกเก้าอี้
       “คือ...ผมเป็นลมไปซะก่อน”
       ลลิตากลุ้ม
       “เจ็บตัวฟรี แม้แต่มือก็ไม่ได้แตะ โง่หรือบ้ากันแน่เนี่ย”
       ลลิตาเซ็ง ที่จับคู่ให้อรชากับปรารภไม่สำเร็จ
       อรชาเข้ามาในห้อง ไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง เหม่อนึกถึงกร้าวที่จูบเธอ อรชาเผลอแตะปากตัวเอง แล้วนึกได้ ตกใจที่คิดถึงแต่เขา เธอไม่สบายใจ
      
       อนุชและกรวิกเลือกเสื้อผ้าอยู่ในร้านหนึ่ง กรวิกอารมณ์ดี สดใส ขณะที่อนุชดูไม่ร่าเริง ครุ่นคิดกังวลเรื่องกร้าวกับลลิตา
       “นุชว่าอากร้าวจะชอบมั้ย” กรวิกหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาทาบตัว
       “อะไรๆ ก็อากร้าว ท่าทางนกจะชอบอากร้าวมาก”
       กรวิกเพ้อ
       “ก็อากร้าวทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งใจดี สุภาพ ตั้งแต่นกเกิดมานอกจากพ่อแล้วไม่เคยเห็นใครดีเท่าอากร้าวเลย”
       อนุชสงสารกรวิก
       “แล้วถ้าวันหนึ่งนกรู้ว่าอากร้าวไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดล่ะ”
       “ถ้าอากร้าวเป็นคนไม่ดี นกคงจะเสียใจมาก นกคงไม่เชื่อใจผู้ชายคนไหนอีกเลย”
       อนุชอึ้ง พูดไม่ออกมองกรวิกแล้วสงสารเพื่อนที่หลงรักกร้าว
      
       ค่ำนั้น...อนุชกลับมาบ้าน ครุ่นคิดเรื่องกร้าวกับลลิตา เดินเหม่อ ไม่ทันระวัง ไปชนแหวนที่ถือถุงขยะมาพอดี ถุงขยะหลุดมือ กล่องของขวัญที่ห่อสร้อยเพชรหล่นลงมา แหวนตกใจ
       “ว้าย!”
       “อุ๊ย ขอโทษจ๊ะ ฉันไม่ทันเห็น”
       แหวนรีบเก็บกล่องของขวัญ อนุชเห็น จำได้
       “เดี๋ยว นี่กล่องอะไร”
       “แหวนก็ไม่ทราบค่ะ”
       “ไปเก็บมาจากไหน”
       “ห้องคุณลิต้าค่ะ”
       “ห้องพี่ลิต้า…”
       อนุชหน้าเครียด แหวนงงๆ
      
       อนุชเข้ามาในห้อง นั่งลงบนเตียง นึกถึงมีของมาส่งให้กร้าวที่บริษัท เป็นกล่องแบบเดียวกัน กระดาษห่อของขวัญเหมือนกัน อนุชเชื่อว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์เกินเลย ทั้งโกรธ ผิดหวังและเสียใจ
       วันใหม่...อนุชเข้ามาในห้องทำงาน ไม่สบายใจ เห็นโต๊ะทำงานกร้าวก็โกรธ เธอนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ก็ยังไม่หายโกรธ เลยขยำกระดาษปาใส่โต๊ะเขา
      
       กร้าว ชาติและคณิตอยู่มุมหนึ่งในไร่ทานตะวัน กร้าวจามออกมา
       “สงสัยจะมีคนคิดถึง” คณิตหยอก
       “กลัวจะมีใครแอบด่าลับหลังมากกว่า”
       คณิตเข็นรถเข็นให้ชาติ เดินเล่นในไร่ กร้าวรายงานเรื่องราวในบริษัท
       “ผมมีโครงการจะขยายไลน์ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากขึ้นครับ เช่น พวกเครื่องสำอาง”
       ลุงชาติรับฟัง
       “เรื่องบริษัทลุงไม่ห่วงหรอกเพราะรู้ว่าหลานลุงเก่งอยู่แล้ว ลุงห่วงเรื่องเดียว”
       กร้าวมองหน้าลุงชาติ เดาออก
       “ลุงไม่เคยขออะไรกร้าว แต่เรื่องนุช ลุงขอได้มั้ย เลิกยุ่งกับนุชและคนในครอบครัววิชเวทย์”
       กร้าวหน้าเข้มขึ้น ไม่พอใจ
       “เพราะอะไรครับ”
       “ลุงเชื่อว่านุชไม่ใช่คนใจร้ายใจดำเหมือนพ่อของเขา”
       “อะไรทำให้ลุงมั่นใจขนาดนั้น แค่ตัวหนังสือในจดหมายงั้นเหรอเอางี้ ถ้าลุงอยากให้ผมเชื่อ ก็พิสูจน์ให้เห็นสิครับ”
       ชาติไม่เข้าใจ
       “พิสูจน์ยังไง”
       กร้าวกับลุงจ้องหน้า ต่างคนต่างเชื่อในความคิดของตัวเอง คณิตไม่สบายใจ ไม่อยากให้ลุงกับหลานมีปัญหากัน
      
       ชาติอยู่ในห้องนอน นึกถึงคำพูดของกร้าว
       “ถ้าเขาเป็นคนดีจริง อย่างน้อยก็ควรกตัญญูรู้คุณต่อคนที่ให้ทุนเรียนจนจบ”
      
       ชาติตัดสินใจ เขียนจดหมายถึงอนุช

     
       เมื่ออนุชได้รับจดหมาย เธอเปิดอ่านอย่างไม่สบายใจ เป็นห่วงป๋า ที่ส่งเสียให้เรียน จึงตัดสินใจบอกให้พี่ๆ รู้ว่าเธอต้องการจะไปดูแลเขา
      
       “ว่าไงนะ นุชจะไปดูแลป๋าเอง จะบ้าไปแล้วเหรอ” อสิตตกใจมาก
       “นุชเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ตอบแทนน้ำใจของป๋า ที่อุตส่าห์ให้ทุนนุชเรียนจนจบโดยไม่เรียกร้องอะไรเลย พี่อสิตอนุญาตเถอะนะคะ”
       อสิตเสียงแข็ง
       “ไม่ได้”
       อนุชหันไปหาอรชา
       “พี่อรช่วยพูดกับพี่สิตหน่อยสิคะ”
       “พี่เห็นด้วยกับพี่สิต คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้”
       อสิตมองหน้าน้องสาว
       “อย่าลืมว่านุชเป็นวิชเวทย์ จะไปทำงานเป็นคนรับใช้ใครรู้เข้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง”
       อนุชผิดหวัง แต่ก็ต้องเคารพพี่ๆ
      
       อนุชเขียนจดหมายอย่างไม่สบายใจที่จะต้องปฏิเสธผู้มีพระคุณ
       “ป๋าคะ นุชต้องขอโทษด้วย นุชไม่สามารถหาใครที่ไว้ใจได้ไปทำหน้าที่ปรนนิบัติดูแลป๋าเลยค่ะ…”
      
       กร้าวยิ้มอย่างเป็นต่อ เมื่อได้ฟังเรื่องอนุชจากชาติ
       “เห็นรึยังครับ ผมเดาไม่ผิด”
       กร้าวออกไป คณิตมองตามอย่างไม่สบายใจ ขณะที่ชาติหนักใจที่โน้มน้าวให้กร้าวเปลี่ยนใจไม่ได้
      
       อนุชอยู่ในห้องทำงาน คุยโทรศัพท์กับชายธง
       “เจอกันตอนเย็นนะ”
       กร้าวเข้ามา อนุชเห็นก็รีบวางสาย
       “แค่นี้ก่อนนะชายธง”
       อนุชวางสายแล้วทำงานต่อ ไม่พูดไม่จากับกร้าวเพราะรับไม่ได้ที่เป็นชู้กับลลิตา กร้าวนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วคิดจะลองใจ
       “ผมอยากดื่มกาแฟสักแก้ว”
       อนุชชะงักนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อโดยไม่ละสายตาจากงานตรงหน้า
       “เรียกแม่บ้านสิคะ”
       กร้าวไม่พอใจ
       “คุณเป็นเลขาผม ทำให้แค่นี้ไม่ได้เหรอ”
       “ฉันไม่ว่าง เจ้านายสั่งงานไว้เยอะมาก ต้องรีบทำให้เสร็จค่ะ”
       กร้าวประชด
       “ผมว่าไม่ใช่งานยุ่งหรอก คุณไม่มีน้ำใจมากกว่า คนใจจืดใจดำ”
       อนุชโกรธ
       “ใจดำก็ยังดีกว่าพวกไร้ศีลธรรม ไร้ยางอายนะคะ”
       “คุณว่าใคร”
       อนุชทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
       “เปล่า ไม่ได้ว่าใคร แค่ยกตัวอย่างค่ะ”
       กร้าวไม่เข้าใจอนุช
      
       นาฬิกาบนโต๊ะทำงานบอกเวลา 18:00 น. อนุชถือกระเป๋า รีบร้อนจะออกไป กร้าวเอางานมายื่นให้
       “นี่มันเวลาเลิกงานแล้วนะคะ”
       “ก็งานยังไม่เสร็จ คุณจะทิ้งงานเหรอ ทำให้เสร็จทั้งหมดนี่แล้วค่อยกลับบ้าน”
       กร้าวออกไปข้างนอก ยิ้มเย้ย อนุชอยากตามจับผิดแต่ก็ต้องทำงาน อนุชคิดหนักแล้วนึกได้ โทรหาชายธง
       “ชายธง…เราต้องเปลี่ยนแผน นุชติดงาน ไปตามนัดไม่ได้ตอนนี้เป้าหมายกำลังออกไป”
       ชายธงคุยโทรศัพท์อยู่ในรถที่จอดรออยู่มุมหนึ่งใกล้บริษัท
       “ไม่ต้องห่วง ผมจัดการเอง”
       กร้าวเลี้ยวรถออกจากบริษัท ชายธงขับตามไปห่างๆ
      
       กร้าวสังเกตเห็นในกระจกมองหลังว่ามีรถตามมา เขาเริ่มสงสัย แต่ยังไม่แน่ใจ ลองเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่เปิดสัญญาณเลี้ยว ชายธงขับเลยไป ต้องถอยรถและเลี้ยวตาม กร้าวนึกรู้ว่าถูกตาม
       กร้าวเดินเข้ามาในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ชายธงตามมาห่างๆ กร้าวไปติดต่อที่เคาท์เตอร์และรับคีย์การ์ดมา ชายธงนั่งรอที่ล็อบบี้ห่างออกไป แอบจับตามอง กร้าวนั่งรอที่ล็อบบี้ คนละมุมกับชายธง ท่าทางเขากระวนกระวายเหมือนรอใคร หญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่มาหาทั้งสองจูบแก้มทักทายกันเหมือนฝรั่ง ชายธงเห็นหน้าไม่ชัดเพราะมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา บังไว้ ชายธงดีใจ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้แต่พอเห็นหน้าชัด ก็ไม่ใช่ลลิตา กลายเป็นเพื่อนชาวต่างชาติที่กร้าวนัดไว้...กร้าวให้คีย์การ์ด จับมือแล้วแยกกันไป ไม่ได้ขึ้นไปบนห้องด้วย ชายธงเจ็บใจ...กร้าวโทร.หาลลิตา พูดเสียงเบา
       “ลิต้าเหรอครับ ผมติดธุระด่วน คงไปเจอคุณไม่ได้ ขอโทษด้วย”
      
       กร้าวแอบมองชายธงแล้วยิ้มพอใจที่ชายธงจับผิดอะไรเขาไม่ได้



       กร้าวกลับมาที่หน้าห้องทำงานของตัวเอง แล้วต้องแปลกใจที่เห็นไฟในห้องยังเปิดอยู่ ขณะที่ด้านนอกปิดไฟแล้ว พนักงานคนอื่นกลับไปหมดแล้ว เขาแอบแง้มประตูมองเข้าไปด้านในเห็นอนุชยังนั่งทำงานที่เขามอบหมายให้
      
       กร้าวดูนาฬิกาแล้วตกใจมาก กร้าวรู้สึกผิดไม่สบายใจ คิดหาทางแก้ปัญหา
       อนุชทำงาน ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง แต่ก็ยังทำงานต่อไป ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ใครคะ”
       รปภ. เปิดประตูเข้ามา
       “นุชยังทำงานไม่เสร็จเลยค่ะ อีกสักพักถึงจะกลับ”
       รปภ. ยื่นถุงขนมและน้ำผลไม้ให้
       “ที่จริงไม่ต้องลำบากก็ได้ นุชไม่หิวหรอกค่ะ”
       รปภ.อึกอัก
       “เอ่อ...คือ รับไว้เถอะครับ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       รปภ. ออกไป อนุชทำงานต่อ...รปภ. ออกจากห้องมาเจอกร้าว
       “ขอบใจ”
       กร้าวยื่นถุงขนมและเครื่องดื่มอีกถุงให้ รปภ.
       “เอ้า นี่ของนาย”
       รปภ. ตะเบ๊ะก่อนรับและออกไป กร้าวแอบแง้มประตูดู เห็นอนุชยังคงนั่งทำงานอย่างตั้งใจ เขามองเธอด้วยความชื่นชม แอบยิ้มคนเดียว
      
       ดึกมากแล้ว อนุชเพิ่งกลับถึงบ้าน เดินคุยโทรศัพท์กับชายธง
       “จริงเหรอ น่าเสียดายจังที่ไม่ใช่พี่ลิต้า ขอบคุณชายธงมากนะ”
       อรชาเข้ามา
       “แค่นี้ก่อนนะ”
       อนุชรีบวางสาย ไม่อยากให้รู้ว่าคุยกับชายธง
       “เพิ่งกลับเหรอนุช งานยุ่งเหรอ”
       “ค่ะพี่อร บริษัทนี้เจ้านายโหด ใช้งานเยี่ยงทาสค่ะ”
       อรชาขำที่อนุชประชดกร้าว
       “นุชขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
       อนุชหอมแก้มพี่สาวแล้วออกไป อรชามองตามยิ้มๆ
      
       ลลิตาเดินมาที่สวนหลังบ้าน แล้วโทรหากร้าว
       “ลิต้ารู้ค่ะว่าเราต้องระวังตัว ลลิตาจะรอค่ะ รักนะคะ”
       ลลิตาวางวางสาย นึกถึงกร้าวแล้วมีความสุข แต่พอหันหลังมาก็เจอเชิดยืนอยู่ ลลิตาตกใจ
       “ไอ้เชิด! กะ แกเข้ามาได้ไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
       “อย่าใจจืดใจดำนักเลย ไอ้เรามันก็คนคุ้นเคย แกมีอะไรก็แบ่งให้ฉันใช้บ้างก็เท่านั้น”
       “ฉันไม่มี ฉันบอกแกแล้วไงว่าตอนนี้พวกวิชเวทย์มีแต่หนี้สินจะอดตายกันอยู่แล้ว”
       เชิดบีบแขน
       “คิดว่าฉันโง่เรอะ เมื่อกี้ฉันได้ยินแกคุยโทรศัพท์ ฉันรู้นะว่าตอนนี้แกกำลังมีเป้าหมายใหม่ คิดจะเขี่ยไอ้อสิตทิ้งแล้วโผไปหาคนใหม่ที่รวยกว่า ฉันรู้จักแกดี”
       “โอ๊ย ฉันเจ็บนะ”
       “งั้นก็เอาเงินมา”
       “ฉันไม่มี”
       “ไม่มีเหรอ แล้วนี่อะไร”
       เชิดแกะสร้อยทองเส้นเล็กๆ บางๆ จากคอ ลลิตาดิ้นรนแต่ก็โดนถอดสร้อยไปจนได้ เชิดยิ้มพอใจ
       “เอาของฉันคืนมา”
       ลลิตาจะแย่งคืน เชิดผลักล้มลง แล้วรีบย่องหนี ปีนรั้วออกไป ลลิตามองตาม โกรธมาก
       “ไอ้เชิด! ไอ้ชั่ว!”
       ลลิตามองตามแค้นๆ
      
       วันใหม่...อรชาทำงานอยู่ในห้อง โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น เธอรับสาย
       “ผม…กร้าว ศุภกาญจน์ ครับ”
       “คุณกร้าว”
       อรชาแอบดีใจ
       “ผมอยากชวนคุณทานอาหารเย็นด้วยกัน”
       “เสียใจค่ะ ฉันมีนัดแล้ว”
       “แต่ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ เรื่องอนุชกับชายธง”
       อรชาชะงัก สนใจ
      
       เย็นนั้น ปรารภมาที่บริษัท ที่อรชาทำงานสวนกับอรชาที่กำลังจะออกไปพอดี
       “คุณอร”
       “คุณรภ! ตายจริง อรติดธุระด่วนคงไปกับคุณไม่ได้ อรมัวแต่ยุ่งจนลืมโทรบอกค่ะ อรขอโทษด้วยนะคะ”
       ปรารภหน้าสลด
       “ไม่เป็นไรครับ เอาไว้คราวหน้าก็ได้”
       “อรไปก่อนนะคะ”
       อรชารีบร้อนไป ทำเอกสารหล่น ปรารภเห็น เก็บให้และรีบตามไป
       “คุณอรครับ”
       ปรารภรีบตามอรชามาถึงด้านหน้าบริษัท ร้องเรียก
       “คุณอรครับ คุณอร”
       ปรารภเห็นกร้าวเปิดประตูรถให้ อรชาขึ้นไปกับเขา ไม่ได้ยินเสียงเรียกก็ได้แต่เศร้าๆ นำเอกสารในมือ นำไปฝากไว้ที่พนักงานต้อนรับ
       “ฝากให้คุณอรชา วิชเวทย์ด้วยนะครับ”
      
       ปรารภเดินออกไปอย่างเสียใจ



       ค่ำนั้น...กร้าวทานอาหารกับอรชา คอยเทคแคร์เอาอกเอาใจ ตักอาหารให้
      
       “คุณกร้าวบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับนุชกับชายธง เรื่องอะไรเหรอคะ”
       กร้าวทำสีหน้ากังวล
       “คุณอรทราบมั้ยครับว่าคุณนุชยังติดต่อกับคุณชายธงอยู่ คู่หมั้นคุณชายธงเคยมาพบเข้า มีเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตด้วยครับ”
       อรชาไม่เชื่อ
       “ยายนุชน่ะเหรอคะ ไม่น่าเป็นไปได้ อรรู้จักยายนุชดี เขาไม่ใช่คนแบบนั้น”
       “ผมก็พูดตามที่เห็นนะครับ ยังไงคุณอรเตือนคุณนุชไว้บ้างก็ดีนะครับ”
       “ค่ะ อรจะลองถามยายนุชดู”
       อรชาไม่สบายใจ กร้าวแอบยิ้มมีแผน
      
       อนุชกับชายธงคุยกันอยู่ที่ร้านกาแฟ
       “คิดแล้วเสียดาย คิดว่าจะได้หลักฐานแล้วเชียว”
       “ใจเย็นสิชายธง อย่าวู่วาม ถ้านายกร้าวรู้ว่าเราตามจับผิดเขาอยู่ งานนี้พังแน่”
       “ครับผม”
       อนุชซึ้งใจ
       “ขอบคุณชายธงมากที่ช่วยนุช ถ้าไม่มีชายธง นุชก็ไม่รู้จะพึ่งใคร”
       “จะว่าไปต้องขอบคุณนายกร้าว”
       อนุชแปลกใจ
       “ขอบคุณทำไม”
       “ก็เพราะนายกร้าวทำให้นุชยอมมาเจอผมไง”
       “พูดถึงเรื่องนี้นุชไม่สบายใจเลย”
       “ไม่เอาน่า เราไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียสักหน่อย ผมรู้ว่านุชให้ผมเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น ส่วนผม…แค่อยู่ใกล้ๆ นุช ผมก็มีความสุขแล้ว”
       “ชายธงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับนุช”
       ชายธงและอนุชยิ้มให้กัน...ที่มุมหนึ่ง ห่างออกไป นักสืบจับตามองชายธงและอนุชอยู่
      
       หลังจากที่แยกจากอนุช ชายธงกลับมาที่คอนโดของเขา เขาเดินเข้าไป นักสืบที่ตามมาถึง ต้องอยู่แค่ด้านหน้า เพราะเข้าไม่ได้ นักสืบรีบโทรรายงานกร้าวทันที
       กร้าวคุยโทรศัพท์กับนักสืบอยู่ในห้องนอน ฟังข้อมูลแล้วตกใจ ก่อนจะวางสายไป
       “นายชายธงอยู่คอนโดเดียวกับเราเหรอนี่”
       กร้าวนิ่งคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
      
       อนุชกลับมาถึงบ้าน อรชารออยู่อย่างกังวล อนุชนั่งข้างๆซบไหล่อ้อนๆ แล้วตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
       “ชายธงเขายังมาวุ่นวายกับนุชอีกรึเปล่า”
       อนุชชะงัก ตกใจ
       “ทำไมเหรอคะ”
       “ไม่มีอะไร พี่เพียงแต่เป็นห่วง ไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวกับชายธงอีก”
       อรชาลูบผมน้องสาวรักและเป็นห่วง อนุชกุมมือพี่สาว
       “สัญญากับพี่ได้มั้ยว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชายธงอีก”
       อนุชอึกอัก ไม่สบายใจ
       “ว่าไง”
       อนุชจำต้องรับปาก
       “ค่ะ นุชสัญญา”
       อรชายิ้ม ดีใจ เชื่อในตัวน้องโอบไหล่อย่างอบอุ่น อนุชไม่สบายใจ
      
       อนุชเข้ามาในห้องนอน เปิดโทรศัพท์มือถือดูรูปคู่ตัวเองกับอรชาสมัยยังเด็กเห็นความสนิทสนม รักกันมาก เธอรู้สึกผิด
       “ขอโทษนะคะพี่อร”
       อนุชไม่สบายใจเลย
      
       วันใหม่...ธารินมาหาชายธง เธอจัดบลูเบอร์รี่ชีสพายใส่จานสวยมาให้ ชายธงลองชิม
       “อร่อย ซื้อที่ไหน”
       “รินทำเองกับมือค่ะ”
       ชายธงทึ่ง
       “เก่งเหมือนกันนี่เรา”
       “ถ้าพี่ชายธงชอบก็ทานเยอะๆ นะคะ”
       ชายธงกินขนม ธารินมองแล้วมีความสุข
      
       กร้าวเดินเข้าบริษัท อนุชแอบย่องตามมา กร้าวหันมามอง อนุชรีบหลบ กร้าวเห็นปลอดคน ก็คุยโทรศัพท์ เขารู้ว่าอนุชแอบฟังอยู่เลยแกล้งหวานกับลลิตามากๆ
       “ลิต้าครับ กลางวันนี้ผมว่าง คุณมาเจอผมได้มั้ย”
       อนุชแอบฟังอยู่ โกรธมาก รีบโทรหาชายธง
       ธารินรินน้ำร้อนใส่ถ้วยชา ส่งให้ ชายธงยิ้ม รับมา ยังไม่ทันดื่ม โทรศัพท์มือถือดังขึ้นก่อนที่หน้าจอเขียนว่า “อนุช” ชายธงดีใจ รีบรับสาย
       “ครับ”
       “ได้เรื่องแล้วชายธง สองคนนั้นกำลังไปที่คอนโด”
       “ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
       ชายธงคว้ากุญแจรถแล้วรีบออกไป ไม่สนใจ ขนมและน้ำชาของธาริน
       “พี่ชายธง จะรีบไปไหน พี่ชายธง”
      
       ชายธงไม่สนใจ ธารินมองตามอย่างโมโห



       กร้าวและลลิตาเดินเข้าคอนโดด้วยกัน ลลิตาใส่แว่นกันแดด ทั้งสองท่าทางระวังตัว ชายธงและอนุชแอบมองอยู่มุมหนึ่ง รีบตามไปห่างๆ
      
       ธารินตามชายธงมา เห็นชายธงกับอนุชเข้าไปในคอนโดด้วยกันก็โกรธมาก
       กร้าวโอบเอวลลิตาเข้าห้องไปด้วยกัน...ชายธงโผล่หน้าออกมาจากลิฟต์มองก่อน เห็นปลอดคน ก็เรียกอนุชออกมา อนุชใจร้อน รีบตรงไปที่ห้องกร้าว จะเคาะประตู ชายธงตกใจ รีบดึงอนุชเข้าห้องของตนที่อยู่อีกมุม
       ชายธงดึงอนุชเข้ามาในห้อง ปิดประตู อนุชโวย
       “ห้ามนุชทำไม”
       “ใจเย็นๆ สินุช ขืนไปกดกริ่งสภาพนี้ ก็เสียแผนหมด”
       อนุชตั้งสติ ชายธงยื่นวิกผมให้ปลอมตัว อนุชรับวิกผมไป ยังไม่ทันใส่วิก โทรศัพท์มือถือของอนุชก็ดังขึ้นก่อนเธอหยิบมาดู เห็นชื่อก็ไม่สบายใจ แต่ก็รับสาย
       “ค่ะ พี่อร”
       อรชาหน้าเครียด คุยโทรศัพท์
       “นุชอยู่ที่ไหนจ๊ะ”
       “บ้านเพื่อนค่ะ”
       อรชาพยายามข่มเสียงเป็นปกติ
       “เพื่อน…ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
       อนุชอึกอัก ลำบากใจ ไม่อยากโกหก แต่จำเป็น
       “ผู้หญิงค่ะพี่อร”
       ขณะที่อนุชกำลังคุยโทรศัพท์ เสียงกริ่งห้องชายธงก็ดังขึ้น ชายธงเปิดประตู พบกร้าวกับอรชายืนอยู่ อรชาหน้าเครียด ชายธงและอนุชตกใจ
       “พี่อร!”
       อรชามองอนุชและชายธงด้วยแววตาผิดหวังและเสียใจมาก
       “ทำไมต้องโกหกพี่”
       อนุชพยายามอธิบาย
       “พี่อรคะ นุช…”
       ธารินมาถึงพอดี เห็นชายธงกับอนุชอยู่ในห้องด้วยกันก็โกรธมาก เข้าไปตบหน้าอนุชอย่างแรง
       “นังอนุช! นังหน้าด้าน!”
       ชายธงรีบจับตัวธารินไว้ ธารินสะบัดจากชายธงมาทุบตีอนุช
       “ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ายุ่งกับพี่ชายธง”
       “ริน หยุดนะริน”
       ชายธงกอดธารินไว้แน่น
       “ปล่อยรินนะพี่ชายธง ปล่อย!”
       อนุชมองพี่สาว อรชาเสียใจมาก หันหลังเดินหนีไป
       “พี่อร”
       อนุชจะตามอรชาไป แต่ติดชายธงกับธารินขวางอยู่
      
       อรชาวิ่งออกมาจากคอนโด อับอายขายหน้า ผิดหวังและเสียใจมาก กร้าววิ่งตามมา
       “คุณอร”
       “พาอรไปจากที่นี่ทีค่ะคุณกร้าว พาอรไปที”
       กร้าวเปิดประตูรถแล้วประคองอรชาขึ้นไปนั่ง เขาเดินอ้อมไปจะขึ้นรถ มองคอนโดแล้วไม่สบายใจ ห่วงอนุช แต่จำต้องไปกับอรชา กร้าวขึ้นรถและขับออกไป
       “พี่อร! พี่อร!” อนุชวิ่งตามมา
       แต่ไม่ทัน รถกร้าวออกไปแล้ว อนุชเสียใจ ธารินวิ่งตามลงมา
       “นังอนุช จะหนีไปไหน!”
       ธารินจะตบอนุช แต่ชายธงตามมาจับตัวไว้ทัน
       “ปล่อยรินนะพี่ชายธง รินจะสั่งสอนให้มันรู้ว่าอย่ามายุ่งกับพี่ชายธงของริน!...        ปล่อยริน!”
       ชายธงรีบพาธารินขึ้นรถของตน ชายธงห่วงอนุช แต่ต้องรีบพาธารินไป เพื่อไม่ให้มีเรื่อง อนุชเศร้า เสียใจที่อรชาเข้าใจผิด
      
       อรชาในรถ นั่งเงียบไปตลอดทาง
       “ผมจะพาคุณอรกลับบ้านนะครับ”
       “ไม่ค่ะ อรไม่อยากกลับบ้าน คุณกร้าวช่วยพาอรไปที่ไหนก็ได้ ยิ่งไปให้ไกลยิ่งดี”
       อรชาเสียใจ ทำใจไม่ได้เรื่องน้องสาว
      
       ลลิตานั่งอยู่ในรถตู้ โทรศัพท์หากร้าว แต่เขาไม่รับสาย เธอรอจนสายตัดไป
       “ทำไมคุณกร้าวทำแบบนี้”
       ลลิตาหงุดหงิด ไม่เข้าใจกร้าว นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้...กร้าวโอบเอวพาลลิตาเข้ามาในห้อง ปิดประตู เธอโอบคอเขา
       “คุณกร้าวขา ลิต้าคิดถึงคุณกร้าวจังเลย”
       กร้าวไม่สนใจลลิตา แต่แอบแง้มประตูมองนอกห้อง
       “คุณกร้าวทำอะไรอยู่คะ”
       กร้าวทำมือจุ๊ปากให้เงียบก่อน
       “รีบไปเร็ว”
       กร้าวดึงลลิตาออกไปจากห้อง ลลิตางงๆ
      
       กร้าวรีบพาลลิตามาที่รถตู้คันหนึ่งที่จอดติดเครื่องรออยู่
       “ที่นี่ไม่ปลอดภัย คุณลิต้ากลับไปก่อนนะครับ”
       “นี่มันอะไรกันคะ ลิต้างงไปหมดแล้ว”
       “เอาไว้ผมจะอธิบายให้ฟังทีหลังนะครับ”
      
       กร้าวพาลลิตาขึ้นรถ ปิดประตู แล้วคนขับก็รีบออกรถไป...ลลิตาไม่เข้าใจหงุดหงิดมาก

     
       ส่วนชายธงพาธารินกลับมาที่บ้าน ธารินดิ้นรน ไม่ยอมเข้าบ้าน จะไปเอาเรื่อง
      
       “ปล่อยรินนะ พี่ชายธงห้ามรินทำไม” อนุช เธอโวยวายลั่น
       “พอได้แล้วธาริน เธอเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว นุชไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีอย่างที่เธอคิด พี่กับเขาไม่มีอะไรกัน”
       “รินไม่เชื่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ชายธงพามันขึ้นคอนโดทำไม อย่าบอกนะว่าไปคุยกันเฉยๆ รินไม่เชื่อ ไม่เชื่อ”
       ธารินโกรธ ทุบตี ชายธงรำคาญ ผลักธารินล้มลงไปนั่งบนโซฟา
       “ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ ใช่...พี่มีอะไรกับเขาแล้ว พอใจรึยัง อยากให้มีนักพี่ก็จะมีให้ดู”
       ชายธงออกจากบ้านไปเลย ธารินเสียใจ ร้องกรี๊ดๆ ที่เขาขัดใจ
       “อ๊าย พี่ชายธง กลับมาเดี๋ยวนี้นะ พี่ชายธง”
      
       กร้าวและอรชาเดินเล่นริมทะเล อรชาซึมเศร้า ไม่ร่าเริง เดินเงียบ ไม่พูดไม่จา
       “ผมขอโทษ เป็นเพราะผมแท้ๆ ทำให้พี่น้องต้องมีปัญหากัน” กร้าวแสร้งทำเป็นรู้สึกผิด
       “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณกร้าวหรอก”
       อรชาพูดไม่ออก ร้องไห้ออกมา ระบายความอัดอั้นตันใจออกมา
       “อรไม่คิดเลยว่านุชจะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ เป็นความผิดของอรเอง น้องสาวคนเดียว อรยังเลี้ยงให้เขาเป็นคนดีไม่ได้”
       “คุณอรอย่าโทษตัวเองสิครับ”
       “ที่ผ่านมาอรคิดว่ารู้จักนุชดีที่สุด แต่กลายเป็นว่าอรไม่รู้จักน้องสาวตัวเองเลย อรเสียใจ อรไม่รู้จะทำยังไงแล้ว…”
       อรชาร้องไห้สะอึกสะอื้น เจ็บปวด เพราะรักน้องสาวมาก กร้าวกอดเธอไว้ ปลอบโยน
      
       ดึกคืนนั้น...กร้าวมาส่งอรชาที่หน้าบ้าน
       “ดึกแล้ว อรเข้าบ้านก่อนนะคะ” อรชายิ้มให้รู้สึกดีกับเขา
       “ครับ”
       อรชาจะเข้าบ้าน แต่เสียหลัก กร้าวรีบประคองไว้ เลยดูเหมือนเขากอดเธอ อนุชออกมาเห็นพอดี
       “ปล่อยพี่อรเดี๋ยวนี้นะ”
       อนุชเข้ามาผลักกร้าวออกห่างจากพี่สาวแล้วทุบตี
       “ไอ้คนฉวยโอกาส”
       อรชาตกใจ รีบห้ามน้อง
       “หยุดนะนุช หยุดเดี๋ยวนี้”
      
       ลลิตาได้ยินเสียงดัง รีบออกมาดู เห็นกร้าว อรชาและอนุช ก็สงสัย จึงหลบมุมแอบดู...อรชาผลักอนุชไม่ให้ทำร้ายกร้าว
       “คุณกร้าวไม่ได้ทำอะไรพี่ ต่อให้คนอื่นทำร้ายพี่ยังไง ก็ไม่เจ็บเท่ากับน้องสาวคนเดียวที่พี่รักมากที่สุดทำร้ายจิตใจพี่หรอก”
       อนุชพยายามอธิบาย
       “ไม่ใช่นะคะพี่อร มันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่อรคิด นุชกับชายธงไม่ได้มีอะไรกัน”
       “พี่เห็นกับตายังจะแก้ตัวอีก พี่เห็นนุชอยู่กับชายธงสองต่อสองที่คอนโดนั่น ยังจะปฏิเสธอีกเหรอ”
       ลลิตาตาโตเมื่อได้ยินเรื่องอนุชกับชายธง เธอสงสัย
       “คอนโด”
       ลลิตาร้อนตัว กังวล...อนุชชี้หน้ากร้าว
       “มันเป็นแผนของผู้ชายคนนี้ เขารู้ว่านุชตามไป เขาจงใจทำให้เราเข้าใจผิดกัน พี่อรอย่าไปเชื่อเขานะ”
       อรชาโกรธ ตบหน้าอนุช ลลิตาตกใจ ไม่เคยเห็นสองพี่น้องทะเลาะกันแรงขนาดนี้
       “ขอโทษคุณกร้าวเดี๋ยวนี้นะนุช”
       “ไม่ค่ะ นุชไม่ได้ทำอะไรผิด นุชไม่ขอโทษ”
       กร้าวไกล่เกลี่ย
       “อย่าทะเลาะกันเพราะผมเลยนะครับ”
       “ไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องมาพูดดีกับฉัน ผู้ชายสองหน้า ฉันเกลียดคุณ เกลียดที่สุด”
       อนุชวิ่งหนีเข้าบ้านไป อรชาเสียใจ
       “ทำไมถึงเป็นคนอย่างนี้ไปได้นะ” อรชาหันไปหากร้าว “อรต้องขอโทษแทนนุชด้วยนะคะที่เสียมารยาทกับคุณ”
       “ช่างเถอะครับ ผมไม่ถือ”
       ลลิตาฟังอย่างสงสัยมากว่าเรื่องอะไรกัน
      
       อนุชเข้ามาในห้อง แตะแก้มที่โดนพี่สาวตบ เจ็บ แต่เจ็บในใจมากกว่า...กร้าวออกจากบ้านวิชเวทย์ หันกลับไปมองที่หน้าต่างชั้นสองที่เปิดไฟอยู่ ไม่สบายใจ ห่วงและรู้สึกผิดต่ออนุช
      
       กร้าวไปดื่มเหล้ากับคณิต
       “เอ้า ฉลองให้กับความสำเร็จของฉันที่ทำให้พวกวิชเวทย์แตกกันได้”
       คณิตมองสภาพกร้าวแล้วส่ายหน้า
       “แต่ฉันว่าสภาพแกไม่เหมือนคนประสบความสำเร็จเลย เหมือนคนอกหักมากกว่า”
       “ใครอกหัก แกไม่รู้อะไร ฉันกำลังมีความสุขที่ได้ทำลายบ้านวิชเวทย์ ฉันมีความสุข มีความสุขมากที่สุดเลย!”
       “เออๆ ไม่ต้องมาบอกฉันหรอก มีความสุขรึเปล่า ตัวแกเองเท่านั้นที่รู้”
       กร้าวดื่มไม่หยุด คณิตทนไม่ได้ ต้องแย่งแก้วเหล้ามา
       “พอแล้ว พอๆ”
       “ไม่ ฉันยังไม่พอ เอาแก้วฉันคืนมา”
      
       กร้าวแย่งแก้วไปดื่มอีกจนได้ คณิตส่ายหน้า กลุ้มๆ



       คณิตประคองกร้าวที่เมามายคอพับคออ่อนกลับมาบ้าน
      
       “แกพาฉันกลับบ้านทำไม ไอ้คณิต”
       คณิตประคองไปนอนที่โซฟา กร้าวเมาหลับไป คณิตมองสภาพของเพื่อนแล้วส่ายหน้า
       “ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงบ้านวิชเวทย์คนไหนที่ทำให้แกเป็นแบบนี้ ลลิตา อรชา หรือว่า…อนุช”
       คณิตออกจากห้องไป
      
       วันใหม่...อนุชเข้ามาที่โต๊ะอาหาร หน้าตาอิดโรยเพราะนอนร้องไห้ทั้งคืน อสิต ลลิตาและอรชากำลังทานอาหารเช้ากันอยู่ พอเห็นหน้าอนุช อรชาก็วางช้อน
       “อรอิ่มแล้ว ไปก่อนนะคะ”
       อรชาลุกหนีไป ไม่แม้แต่จะมองหน้าอนุช ท่าทางอรชาเย็นชา เพราะโกรธและผิดหวังในตัวอนุชมาก อนุชมองตามพี่สาวไปอย่างเสียใจ แล้วหันมามองอสิตกับลลิตา อสิตทำหน้าเครียด โกรธอนุชเหมือนกันที่ทำตัวไม่ดี ทำเป็นหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่าน ไม่สนใจ ลลิตาก็ก้มหน้ากินอาหารเช้าตรงหน้า ไม่พูดไม่จากับเธอเช่นกัน อนุชรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศในบ้านที่ทุกคนต่างเข้าใจผิดและมองเธอเป็นคนไม่ดี จึงกินอะไรไม่ลง ลุกจากโต๊ะและรีบเดินหนีออกไป
      
       กร้าวเข้ามาในห้อง นั่งที่โต๊ะทำงาน มึนศีรษะไปหมด เขามองไปที่โต๊ะทำงานของอนุชที่ยังว่างเปล่าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะกดโทรศัพท์ถามเลขา
       “สายป่านนี้แล้วทำไมคุณนุชยังไม่มาทำงานอีก”
       “ไม่ทราบค่ะ คุณนุชไม่ได้บอกไว้ค่ะ”
       กร้าวปิดโทรศัพท์ กระวนกระวายใจ...เลขางง อนุชเดินมาหน้าห้องทำงานพอดี
       “คุณนุชมาพอดี คุณกร้าวกำลังถามถึงเลยค่ะ”
       อนุชยิ้มเศร้าๆให้ เลขาแปลกใจ
      
       กร้าวนั่งทำงานอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “เข้ามา”
       อนุชเปิดประตูเข้ามา กร้าวเห็นหน้าอนุช เผลอยิ้ม ดีใจ
       “นุช!”
       อนุชยื่นเอกสารให้
       “ฉันขอลาออก!”
       กร้าวตกใจ รับเอกสารจากอนุชมาดูแล้วฉีกทิ้ง
       “ผมไม่อนุญาต”
       “งั้นก็เรื่องของคุณ เพราะฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก”
       อนุชจะออกจากห้อง กร้าวรีบตามไปขวาง
       “ทำไมต้องลาออก”
       “เพราะฉันขยะแขยง ไม่อยากทำงานกับคนน่ารังเกียจอย่างคุณ คนที่แม้แต่เมียคนอื่นก็ไม่เว้น”
       กร้าวโกรธมาก คำพูดของอนุชสะกิดแผลในใจ
       “ถ้าคนอย่างผมน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงนัก แล้วคนที่ข่มขืนเมียชาวบ้านจนเขาต้องฆ่าตัวตาย คนแบบนี้จะเรียกว่าอะไร”
       อนุชไม่เข้าใจ
       “คุณหมายถึงใคร”
       กร้าวไม่ตอบ แต่กลับกระชากตัวเธอเข้ามาใกล้ อนุชตกใจ
       “พวกคุณก็ไม่ดีไปกว่าผมหรอก”
       อนุชโกรธที่กร้าวล่วงเกินถึงตระกูล ตบหน้าเขาอย่างแรง
       “เกินไปแล้วนะ พวกเราไปทำอะไรให้คุณ”
       กร้าวโกรธจัดที่โดนตบ
       “อยากรู้เหรอว่าทำอะไร”
       กร้าวดึงเธอมาจูบอย่างรุนแรง อนุชตกใจ ดิ้นรนขัดขืน แต่เขาไม่ยอมปล่อย มืออนุชคว้าที่ทับกระดาษบนโต๊ะกร้าวได้ก็ขว้างใส่
       “โอ๊ย!”
       กร้าวมีแผลเลือดซึมนิดๆ ที่หน้าผาก อนุชน้ำตาคลอ โกรธจนตัวสั่น
       “คุณคิดว่าคุณแน่นักเหรอที่ใช้กำลังข่มเหงคนอ่อนแอกว่า ฉันจะบอกให้นะ ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงซึ่งเป็นเพศเดียวกับแม่ของตัวเอง เป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจ น่าสมเพชที่สุด!”
       อนุชวิ่งหนีออกจากห้องไป
       “อนุช”
       กร้าวรู้สึกผิดที่ทำไม่ดีกับอนุช
      
       กร้าวนั่งทำงาน แต่ไม่มีสมาธิ เขามองโต๊ะทำงานของอนุชที่ว่างเปล่าแล้วทำงานต่อไม่ได้จึงเดินออกจากห้อง เลขามองอย่างสงสัย
       “คุณกร้าวจะไปไหนคะ เดี๋ยวมีประชุมนะคะ”
       “แคนเซิลนัดให้หมด ผมมีธุระด่วน”
      
       กร้าวรีบออกไป



       กร้าวขับรถมาจอดหน้าประตูรั้วบ้านวิชเวทย์ เขาลงจากรถ มองเข้าไปในบ้านรู้สึกผิดต่ออนุช ขณะเดียวกันด้านใน
      
       อนุชนั่งเหม่อ เศร้า น้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ในสวนของบ้าน ปรารภผ่านมาเห็นเข้าก็ตกใจ
       “คุณนุชเป็นอะไรครับ ใครทำอะไรคุณนุช”
       อนุชรีบเช็ดน้ำตา
       “เปล่าค่ะ นุชไม่ได้เป็นอะไร”
       “คุณนุชโกหกไม่เก่งเลยนะครับ ตาบวมขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก”
       ปรารภยิ้มจริงใจ อนุชสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเขา เธอนึกถึงกร้าวแล้วโกรธ
       “นุชไม่อยากให้พี่อรไปยุ่งกับนายกร้าวเลยค่ะ นุชไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว พูดไปพี่อรก็ไม่เชื่อ แม้แต้หน้านุช พี่อรก็ยังไม่มองเลย พี่อรคงเกลียดนุชมาก”
       อนุชพูดแล้วก็เสียงสั่นเครือ ร้องไห้ออกมาเมื่อคิดว่าอรชาเกลียดเธอ ปรารภยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอรับไปซับน้ำตา
       “คุณอรอาจจะโกรธ แต่ไม่มีวันเกลียด เชื่อผมนะครับ ไม่มีใครเกลียดน้องสาวแท้ๆของตัวเองลงหรอก”
       “จริงเหรอคะ”
       ปรารภพยักหน้า ยิ้มจริงใจ อนุชโล่งใจไปบ้าง ปรารภลูบผม เธอรู้สึกสบายใจ เอนศีรษะพิงไหล่เขาเหมือนพี่ชายกับน้องสาว
       “รอให้คุณอรใจเย็นกว่านี้ แล้วค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า”
       อรชาเดินผ่านมาเห็นอนุชกับปรารภ ดูเผินๆ เหมือนมาแอบพลอดรักกันอยู่ในสวนก็โกรธมาก รีบออกไปหาทั้งสอง
       “ยายนุช! คุณรภ!”
       อนุชและปรารภตกใจ
       “จะทำอะไรก็ระวังหน่อย อย่าให้ประเจิดประเจ้อมากนัก ใครเห็นเข้าจะเอาไปนินทาได้”
       อนุชและปรารภงง
       “คุณอรเข้าใจผิดแล้วครับ”
       อนุชพยายามอธิบาย
       “พี่อร นุชไม่ได้…”
       อรชาไม่ฟัง
       “พี่ไม่ว่าหรอก ถ้านุชกับคุณรภจะคบกัน ยังไงคุณรภก็ยังไม่มีใคร ดีกว่าไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้วอย่างนายชายธง”
       อรชาสะบัดหนีไป อนุชรีบตามไป
       “พี่อร!”
       อรชาเดินหนี อนุชตาม
       “พี่อรจะไปไหน จะไปกับนายกร้าวอีกใช่มั้ย พี่อรอย่าไปกับเขาเลยนะคะนุชขอร้อง เขาไม่ใช่คนดีอย่างที่พี่อรคิด”
       อรชาชะงักหันกลับมาพูดอย่างเย็นชา
       “พี่คิดเองได้ว่าอะไรควรไม่ควร ก่อนจะเตือนพี่ เตือนตัวเองซะก่อนเถอะ”
       อรชาเดินหนีไป อนุชเสียใจ
      
       กร้าวยืนรออรชาอยู่ ลลิตาแอบมาหา
       “หมู่นี้คุณกร้าวสนิมสนมกับยายอรเป็นพิเศษ ถ้าคุณกร้าวไม่จริงจังกับลิต้า ก็อย่าหลอกให้ลิต้าดีใจ บอกมาตรงๆ ลิต้าจะได้ตัดใจจากคุณ”
       ลลิตางอน จะเดินหนี กร้าวดึงไว้
       “เดี๋ยวสิครับ คุณลิต้า”
       กร้าวเหลียวซ้ายแลขวา เห็นว่าปลอดคนก็ดึงลลิตาไปมุมลับตาคนในสวน
       “อย่าเข้าใจผมผิดสิครับ ที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่อเราสองคน ตอนนี้คุณนุชกำลังจับตามองเราอยู่ ที่ผมไปไหนมาไหนกับคุณอรก็เพื่อไม่ให้ใครสงสัยเราสองคนไงครับ”
       ลลิตาดีใจ
       “คุณกร้าวพูดจริงๆ นะคะ อย่าหลอกให้ลิต้าหลงดีใจนะคะ”
       ลลิตาโผเข้ากอด กร้าวกอดตอบ
       “ผมรักคุณคนเดียวนะครับ”
       อรชาออกมาจากบ้าน หากร้าวไม่เจอจึงเรียก
       “คุณกร้าวคะ คุณกร้าว”
       กร้าวกับลลิตากอดกันอยู่ ได้ยินเสียง กร้าวจำต้องผละทำหน้าตาเศร้า ไม่อยากไปจากลลิตา
       “ผมต้องไปแล้ว”
       กร้าวหอมแก้ม ลลิตาเขิน กร้าวเดินออกไป ลลิตามองตาม ยิ้มมีความสุข...อรชามองหาอยู่ กร้าวเข้ามา
       “ไปกันรึยังครับ”
       “ไปค่ะ”
       “เชิญครับ”
       กร้าวผายมือเชิญให้อรชาเดินนำไป เขาแอบมองเข้าไปในบ้านวิชเวทย์อย่างเศร้าๆ อยากเจออนุช แต่ต้องตัดใจ
      
       อนุชตามมาแอบมองอรชาไปกับกร้าวแล้วไม่สบายใจ นึกห่วงพี่สาว



       กร้าวกับอรชาจูงมือกันเดินช้อปปิ้งเหมือนคู่รักอยู่ในศูนย์การค้า ทั้งคู่เลือกซื้อของ หยิบของมาลองเล่นกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็พากันมาถ่ายรูปเล่น และมานั่งที่ร้านกาแฟ ผลัดกันป้อนขนมราวกับเป็นคู่รัก
      
       อรชาหลงเพริดมีความสุขมาก เพราะหัวใจเธอเปิดรับกร้าวเต็มที่แล้ว มือถือกร้าวดังขึ้นหน้าจอมีรูปกรวิกขึ้นโชว์
      
       “เดี๋ยวผมมานะครับ”
       กร้าวลุกเดินห่างออกไป แล้วรับโทรศัพท์
       “ว่าไงครับ...นกน้อยของอา”
       “อากร้าวขา วันนี้อากร้าวว่างรึเปล่า นกจะชวนไปทานข้าว”
       “แย่จัง วันนี้อาติดธุระ อาขอโทษจริงๆ วันนี้นกเลยต้องอยู่คนเดียว เหงาแย่เลย”
       “ไม่เหงาหรอกค่ะ เดี๋ยวนกชวนยายนุชก็ได้”
       กร้าวชะงัก ได้ยินชื่ออนุชก็สนใจ
       “เอ่อ นกไปที่ไหนล่ะ เผื่ออาเสร็จธุระแล้วจะตามไป”
       กร้าวฟังกรวิกสักพักก็วางสายเพราะใจอยากเจออนุช กร้าวหันไปมองอรชาที่นั่งอยู่ เธอโบกมือ ยิ้มให้ เขาคิดหนัก ต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับหัวใจ
      
       กร้าวกลับมานั่งที่เดิม หน้าเครียด คิดเรื่องจะปลีกตัวไปหาอนุช
       “เป็นไรรึเปล่าคะ มีปัญหาเรื่องงานเหรอ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” อรชาสังเกตเห็น
       กร้าวมองอรชา ตัดสินใจพูด
       “ผมมีธุระด่วน”
       อรชาเสียดาย แต่ก็เข้าใจ ยิ้มให้
       “คุณกร้าวไปเถอะค่ะ”
       กร้าวยิ้มให้อรชา แต่ใจคิดไปถึงเรื่องที่จะได้เจออนุช
      
       กรวิกร้องคาราโอเกะพลางเต้นไปด้วยอย่างสนุกสนาน อนุชนั่งฟังอย่างเดียว ไม่ค่อยร่าเริงนัก
       “ทำตัวให้ร่าเริงหน่อยสิ”กรวิกดึงไปร้องและเต้นด้วยกัน
       อนุชยิ้มขำ รู้ว่าเพื่อนหวังดี จึงร้องเพลงและเต้นไปกับเพื่อน ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือของกรวิกสั่น เธอจึงออกจากห้องไป
      
       กรวิกออกไปคุยโทรศัพท์มือถือที่มุมหนึ่ง กร้าวเข้ามาจากอีกด้านไม่เห็นกัน...อนุชนั่งฟังเพลงอยู่ในห้อง กร้าวเข้ามาเห็นหน้าหญิงสาวก็ดีใจ อนุชชะงัก โกรธ ไม่อยากเจอเขา จึงเดินหนีออกจากห้อง แต่เขาปิดประตูไว้ ไม่ให้เธอออก
       “ทำไมต้องหลบหน้าผมด้วย กลัวรึไง”
       อนุชไม่พอใจ
       “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด คนทำผิดสิต้องกลัว ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณต่างหาก…หลีก”
       “ไม่”
       กร้าวจับไหล่เธอทั้งสองข้าง อนุชดิ้นรน ทุบตี
       “โอ๊ย” กร้าวร้องออกมาเพราะเจ็บ
       อนุชผลักเขาแล้วจะหนีออกจากห้อง กร้าวคว้าตัวไว้ เลยเสียหลัก ล้มลงไปบนโซฟาด้วยกัน กร้าวลืมตัวจะจูบ อนุชหลบ แล้วผลักออกไปรีบไปที่ประตูห้อง แต่พอเปิดออกก็เจอกรวิกยืนอยู่หน้าห้องพอดี
       “นก” อนุชตกใจ
       “อ้าว...อากร้าวมาตั้งแต่เมื่อไร แล้วนุชจะไปไหน อย่าเพิ่งรีบกลับสิ”
       กรวิกดึงอนุชมานั่งที่โซฟาข้างกร้าว อนุชลำบากใจ ไม่กล้าปฏิเสธเพื่อน
      
       ค่ำนั้น อนุชเข้าบ้านมา เห็นอรชายืนหันหลังคุยโทรศัพท์กับกร้าว
       “ฝันดีนะคะคุณกร้าว”
       อรชาวางสาย ยิ้มคนเดียวอย่างตกอยู่ในภวังค์แห่งรัก หันกลับมาเจออนุชก็ชะงัก ทั้งสองมองหน้ากัน แต่ต่างเงียบ ไม่รู้จะพูดคุยอะไรกัน อรชาหันหลังกลับเข้าบ้านไปโดยไม่ทักทาย อนุชอ้าปากจะเรียก แต่ก็พูดไม่ออก เธอไม่สบายใจเรื่องที่พี่น้องไม่เข้าใจกัน
      
       อนุชเดินเข้าในบ้านพบลลิตามองอยู่ เธอรู้สึกไม่ดีกับลลิตา จึงเลี่ยง ไม่ทักทาย จะเดินผ่านไป
       “เหม็นอะไรนะ อ๋อ...กลิ่นหมาหัวเน่านี่เอง” ลลิตาแกล้งพูดขึ้นลอยๆ
       อนุชไม่พอใจ
       “เน่ากับคาว อย่างไหนมันน่ารังเกียจกว่ากันคะ”
       ลลิตาโกรธมาก ตบหน้าอนุชแล้วจะเข้าไปตบอีก อนุชคว้าแขนไว้ได้ ทั้งสองยื้อยุดกัน อสิตกับอรชาได้ยินเสียงดัง
       “เอะอะอะไรกัน” อสิตเข้ามาถาม
       อสิตและอรชาเดินเข้ามา ลลิตารีบออเซาะอสิต บีบน้ำตา ใส่ความอนุช
       “ลิต้าแค่เตือนนุชดีๆ ว่าอย่ายุ่งกับชายธงอีก”
       อนุชโกรธ
       “โกหก”
       อสิตโกรธ
       “พอได้แล้วนุช คดีเก่ายังไม่ชำระ ก่อเรื่องอีกแล้วเหรอ”
       อสิตและอรชามองอนุชด้วยสายตาผิดหวัง        อรชาหันไปหาลลิตา
       “ไปเถอะค่ะ อรจะทายาให้”
      
       อสิตและอรชาพาลลิตาออกไป ลลิตาหันมายิ้มเย้ย อนุชเสียใจที่อสิตและอรชาไม่เชื่อตน
ตอนที่ 3
        
       ช่วงเช้าของวันใหม่ สองคนมานั่งให้อาหารปลาด้วยกัน อนุชนั่งเศร้า หลังจากที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ชายธงฟัง
      
       “ไอ้หมอนี่มันร้ายกว่าที่คิด แล้วเราจะทำยังไงกันดี”
       “นุชก็จนปัญญา ตอนนี้พี่อรเชื่อแต่นายกร้าวคนเดียว นุชพูด นุชเตือนอะไรก็ไม่ฟัง”
       อนุชถอนใจ ไม่สบายใจ ทั้งสองให้อาหารปลาเสร็จก็ออกไป...นักสืบซึ่งทำเป็นซื้อของอยู่ห่างๆ พอเห็นชายธงกับอนุชออกไป ก็รีบตามไป โดยที่ชายธงและอนุชไม่มีท่าทางรู้ตัว
      
       ชายธงกับอนุชเดินไปที่รถด้วยกัน นักสืบเดินตามทั้งสองห่างๆ พอเดินเลี้ยวมุมตึก ทั้งคู่ก็หายไป เมื่อหันกลับพบอนุชดักรออยู่
       “คุณเป็นใคร ตามฉันทำไม”
       ชายธงโผล่มาดักด้านหลัง นักสืบเห็นท่าไม่ดี ผลักอนุชเซ แล้ววิ่งหนีไป
       “นุชไม่เป็นไร รีบตามไปเถอะ” ชายธงประคองอนุช
       ชายธงรีบตามนักสืบไป อนุชไม่สบายใจ
      
       นักสืบวิ่งหนีชายธงวิ่งตาม นักสืบผลักของล้มขวางแต่ชายธงกระโดดข้ามไปได้ นักสืบวิ่งไปเจอแม่ค้าตั้งแผงขายของ ก็ชนของแม่ค้าล้ม แล้วรีบหนีไป ชายธงวิ่งไล่ตาม แต่โดนแม่ค้าจับตัวไว้
       “หยุดนะ ข้าวของฉันเสียหายหมด”
       ชายธงรีบจ่ายเงินให้แม่ค้า นักสืบหนีไปไกลแล้ว แต่ชายธงนึกได้ วิ่งเข้าซอยทางลัดไป
      
       นักสืบวิ่งมาหยุดมุมหนึ่ง เหนื่อยหอบ เห็นชายธงไม่ตามมาแล้วก็หยุดพัก ทันใดนั้นชายธงก็โผล่มา
       “จะหนีไปไหน”
       นักสืบจะหนี ชายธงกระชากเสื้อมาชกหน้าจนล้มลง แล้วตามเข้าไปจับแขนนักสืบไพล่หลังและดันไปกระแทกกำแพง อนุชตามมายืนมอง
       “ใครจ้างแกมา!”
       “คุณพูดอะไร ผมไม่รู้เรื่อง”
       นักสืบอึกอัก ไม่ยอมตอบ อนุชขู่
       “บอกมาดีกว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
       อนุชขยิบตาให้ ชายธงรับมุกขู่ทันที
       “แกน่าจะรู้นะว่าพ่อฉันเป็นใคร”
       นักสืบกลัว ชายธงทำท่าโหดๆ
       “บอกมา!”
       นักสืบสะดุ้งเปิดปากออกมา
       “กร้าว ศุภกาญจน์”
       ชายธงกับอนุชตกใจมากเมื่อได้ฟังอย่างนั้น
      
       อนุชกับชายธงพาตัวนักสืบมาที่คฤหาสน์มโนรมย์ ขณะที่กร้าว กับปรารภ นั่งคุยอยู่กับทุกคน กร้าวเห็นหน้านักสืบก็ตกใจ แต่วางท่านิ่งไว้
       “บอกไปสิว่าใครจ้างคุณมา” อนุชพูดกับนักสืบเสียงเข้ม
       “คุณกร้าวจ้างผมให้ตามสืบคุณอนุชกับคุณชายธงแล้วก็…ทุกคนในครอบครัววิชเวทย์ครับ”
       อสิต ลลิตา อรชา ปรารภ ต่างตกใจ กร้าวหน้าเครียด
       “ทำไมต้องตามสืบพวกเราด้วย” ชายธงตะคอกถาม
       “ผมไม่รู้ครับ” นักสืบชี้หน้าปรารภ “ว่าไงครับคุณกร้าว คุณจ้างผมให้สืบพวกวิชเวทย์ทำไม!”
       ปรารภงง
       “ผม…ผมชื่อปรารภ”
       ชายธงและอนุชงง
       “ไหนว่าคุณกร้าวจ้างมา ทำไมถึงไม่รู้ว่าคนไหนคุณกร้าว” อสิตสงสัย
       นักสืบกลัว คุกเข่า เกาะขาชายธง
       “ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว อย่าทำอะไรผมเลย ผมกลัวแล้ว”
       ลลิตาแปลกใจ
       “นี่มันอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว”
       “คุณชายธงจ้างผมมาพูดแบบนี้”
       “ไม่จริงนะคะ”
       อนุชหน้าเหวอ ชายธงโกรธที่ถูกใส่ร้ายกลับ
       “โกหก!”
       ชายธงกระชากเสื้อนักสืบ เงื้อหมัดจะชก อสิตตวาด
       “หยุดนะ!”
       อสิตช่วยแยกนักสืบมาจากชายธง
       “ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไม่ว่านายจะใหญ่มาจากไหนแต่นายไม่มีสิทธิ์มาใส่ร้ายเพื่อนฉัน”
       อสิตโกรธมาก ผลักไสไล่ส่งชายธงออกจากบ้าน อนุชพยายามอธิบาย
       “หยุดนะพี่สิต ทุกคนเข้าใจผิด ชายธงไม่ได้จ้างนะคะ นายกร้าวต่างหากที่จ้างมา”
       อสิตตวาด
       “พอได้แล้วนุช พี่ได้ยินเต็มสองหู ยังจะโกหกอีก”
       อสิต ลลิตาและอรชามองอนุชด้วยสายตาที่ไม่เชื่อ
       “ตั้งแต่นุชคบกับนายชายธง มีแต่เรื่องเสื่อมเสีย พี่ขอสั่งให้นุชเลิกยุ่งเกี่ยวกับนายคนนี้เด็ดขาด!”
       อนุชเสียใจ วิ่งหนีออกไป ชายธงอึ้ง
       “นุช!”
       ชายธงจะตามไป อสิตขวางไว้
       “หยุดนะ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
       ชายธงชะงัก ตามไปไม่ได้ ปรารภไม่สบายใจที่มีปัญหากัน อสิต ลลิตาและอรชาต่างเคร่งเครียด ไม่เข้าใจอนุช ขณะที่กร้าวเครียด ไม่สบายใจที่เห็นอนุชร้องไห้
      
       อนุชวิ่งเข้ามาในห้องนอน ล็อกประตู ร้องไห้ เสียใจและเจ็บปวดใจ ที่ทุกคนในครอบครัวเห็นคนอื่นดีกว่า


  


       ทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องรับแขก อสิตหันไปบอกนักสืบ
      
       “ขอบใจที่พูดความจริง ถ้าต้องการความช่วยเหลือ ให้มาหาฉันได้ทุกเวลา”
       นักสืบไหว้อสิต
       “ขอบคุณครับ”
       นักสืบออกไป อสิต ลลิตาและอรชาต่างไม่สบายใจ
       “ผมต้องขอโทษคุณกร้าวแทนนุชด้วย” อสิตหันไปหากร้าว
       “ช่างเถอะครับ ผมไม่ติดใจอะไร”
       ลลิตามองกร้าว
       “ดูสิคะ คุณกร้าวดีแสนดีขนาดนี้ ลิต้าไม่เข้าใจเลยว่ายายนุชจะจงเกลียดจงชังอะไรคุณกร้าวนัก”
       กร้าวหนักใจ
       “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
       กร้าวออกไป อสิต ลลิตาและอรชาต่างไม่สบายใจเรื่องอนุช
      
       กร้าวคุยกับนักสืบที่มุมปลอดคนแถบชานเมือง
       “นายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก แต่ฉันว่าชายธงไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ทางที่ดีช่วงนี้นายหลบไปก่อนดีกว่า”
       กร้าวให้เงิน นักสืบรับเงินและออกไป กร้าวถอนใจ เขารู้สึกไม่ดีเลยที่ทำให้อนุชตกอยู่ในที่นั่งลำบากแบบนี้
      
       ค่ำนั้น อนุชอยู่ในห้องนอน เธอวางจดหมายไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างเตียง อนุชถือกระเป๋าเสื้อผ้า ออกจากห้องไปเงียบๆ เธอตรงเข้าไปในห้องพระมองรูปพ่อกับแม่อย่างเศร้าๆ
       “พ่อคะ แม่คะ นุชไม่รู้ว่านายกร้าวต้องการอะไรกันแน่ ขอให้พ่อกับแม่คุ้มครองพี่สิตกับพี่อรด้วยนะคะ”
       อนุชกราบอัฐิพ่อกับแม่ด้วยความเคารพรัก แล้วถือกระเป๋าเดินผ่านหน้าห้องอรชาอย่างเงียบเชียบ หยุดยืนมองหน้าประตูห้องพี่สาว พยายามกลั้นสะอื้น ไม่ให้ใครได้ยิน แล้วออกจากบ้านไป ขณะที่อรชานั่งมองรูปถ่าย 3 พี่น้องแล้วไม่สบายใจที่มีปัญหากับน้อง
      
       วันใหม่...แหวนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาอสิต ลลิตาและอรชา ที่รออยู่
       “ว่าไง นังแหวน” ลลิตาร้อนใจ
       แหวนยื่นจดหมายให้ อสิตรับจดหมายจากแหวนมาอ่าน
       “ถึง พี่สิต…พี่ลิต้าและพี่อร นุชรักพี่ทั้งสามมาก วิชเวทย์ของเราเหลือกันอยู่เพียงเท่านี้ พี่ๆ คือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนุช แต่ในเมื่อทุกคนไม่รักนุช ไม่เชื่อนุช นุชก็จะไม่อยู่ให้พี่ๆ รำคาญใจ นุชขอไปตามทางของนุชค่ะ”
       อสิตโกรธมาก
       “เหลวไหล! ไม่รู้จักคิด!”
       อรชาดึงจดหมายไปอ่านบ้าง
       “นุชไปแล้ว…” อรชาร้องบอกอย่างตกใจ
       ลลิตาตกใจ
       “ว่าไงนะ นุชหนีออกจากบ้านเหรอ! หรือว่าจะหนีตามนายชายธงไปคะ”
       “เราจะทำยังไงกันดีคะพี่สิต แจ้งความมั้ยคะ”
       “จะแจ้งความให้เรื่องมันฉาวโฉ่รึไง”
       อสิตเครียด อรชาไม่สบายใจเป็นห่วงอนุช
      
       ในห้องรับแขกบ้านไร่ทานตะวัน...อนุชกราบชาติ อย่างนอบน้อม ขณะที่คณิตนั่งอยู่ด้วย ชาติมองอนุชด้วยความเอ็นดู รักเหมือนลูก
       “ไหนตอนแรกบอกว่ามาไม่ได้ ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ แล้วที่บ้านเขาไม่ว่ารึ”
       อนุชเศร้าเมื่อนึกถึงทางบ้าน ชาติมองออกว่าเธอมีปัญหา อนุชฝืนยิ้ม เปลี่ยนเรื่อง
       “นุชต้องทำอะไรบ้างคะ นุชทำได้ทุกอย่างเลยนะคะ ป๋าไม่ต้องให้เงินเดือนนุชนะคะ ป๋าให้นุชมาเยอะแล้วให้นุชตอบแทนป๋าบ้าง”
       ชาติมองอนุชด้วยความเอ็นดู ซึ้งใจในความดีของเธอ
       “ป๋าให้พร้อมจัดห้องไว้ให้แล้ว เอาของไปเก็บที่ห้องก่อนเถอะ เดี๋ยวพร้อมจะเป็นคนคอยบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง”
       ป้าพร้อมยิ้มให้อนุชอย่างเป็นมิตร อนุชออกไปกับป้าพร้อม ชาติมองตามแล้วอดสงสารไม่ได้ คณิตเปรยขึ้น
       “ท่าทางเป็นคนดีนะครับ”
       “ลุงก็ได้แต่หวังว่าความดีของหนูนุชจะเป็นเหมือนน้ำที่ดับไฟแค้นในใจเจ้ากร้าวได้”
       ชาติไม่สบายใจ ห่วงอนุช
      
       ป้าพร้อมเดินนำอนุชเข้ามาในห้อง ขำถือกระเป๋าเสื้อผ้าของอนุชตามมา
       “ทุกคนเลยต้องเหนื่อยเพราะนุช นุชขอบคุณนะคะ”
       อนุชไหว้ป้าพร้อมและยิ้มให้ขำ
       “ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ ป้าเป็นแค่คนรับใช้” ป้าพร้อมตกใจ
       “นุชก็อยู่ที่นี่ในฐานะลูกจ้างเหมือนกัน แล้วคุณป้าก็อาวุโสกว่าด้วย”
       ป้าพร้อมอึ้ง
       “คุณป้ากับขำไปทำงานกันต่อเถอะค่ะ นุชรบกวนเวลามากแล้ว”
       ป้าพร้อมและขำต่างงง ไม่คิดว่าอนุชจะปฏิบัติต่อพวกตนแบบนี้ ทั้งสองออกจากห้องไป...อนุชเปิดหน้าต่าง เห็นวิวไร่องุ่นสวยงามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา หญิงสาวสูดอากาศบริสุทธิ์แล้วรู้สึกสบายใจขึ้น
      
       ป้าพร้อมและขำช่วยกันเตรียมอาหารเย็น อยู่ในครัว
       “ป้าว่าคุณนุชจะทำงานอะไรเป็นบ้าง”
       “แกจะเอาอะไรกับนักเรียนนอก”
       เสียงกวาดใบไม้ดังแกรกๆ ดังขึ้นด้านนอก ป้าพร้อมสงสัย
       “เสียงอะไร”
       ขำหวาดกลัว กระโดดมาเกาะหลังป้าพร้อม
       “ผี!”
       “จะบ้าเหรอ ผีอะไรกลางวันแสกๆ มานี่เลย”
      
       ป้าพร้อมดึงขำออกไป


  


       ไม่นานนัก ป้าพร้อมลากขำออกมา ทั้งสองต่างแปลกใจเมื่อเห็นอนุชกำลังกวาดใบไม้
      
       “คุณนุช ทำอะไรคะ”
       “นุชอยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยมากวาดใบไม้ค่ะ”
       “ไม่ต้องหรอกค่ะ ให้นังขำมันทำเถอะ มือนุ่มๆ จะด้านหมด”
       “นุชชินแล้วค่ะ ตอนเรียนที่อังกฤษก็ต้องทำงานบ้านเองทุกอย่าง”
       ป้าพร้อมกับขำทึ่ง
       “อ้อ แล้วก็ไม่ต้องเรียกคุณนุชหรอกค่ะ เรียกนุชเฉยๆ ก็พอ”
       อนุชยิ้มให้ แล้วหันไปกวาดใบไม้ต่อ ป้าพร้อมและขำมองอนุชแล้วยิ้มด้วยความชื่นชม
      
       ชายธงกำลังจะเดินเข้าไปหาอนุชในบ้าน พบกร้าวพอดี
       “แกยังกล้ามาที่นี่อีกเหรอ” ชายธงไม่พอใจ
       ชายธงโกรธ กระชากเสื้อกร้าว เงื้อหมัดจะชก อสิตและอรชาได้ยินเสียงดัง ออกจากบ้านมาดู
       “หยุดนะ! ปล่อยคุณกร้าวเดี๋ยวนี้!”
       ชายธงชะงัก อสิตเข้ามาผลักชายธงออกห่างจากกร้าว
       “ผมมาหานุชครับ” ชายธงหันมาบอกอสิต
       อสิตยิ่งโกรธมาก
       “ฉันรู้นะว่านุชหนีไปกับแก”
       ชายธงตกใจ
       “พี่สิตพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”
       อสิตไล่ทันที
       “แกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก ออกไป!”
       ชายธงไม่พอใจกลับไปทันที กร้าวหันมาถามอย่างเป็นห่วง
       “นุชหายไปรึครับ”
       อสิตถอนใจเครียด
      
       กร้าวตกใจเสียงดัง เมื่อรู้เรื่องอนุช
       “นุชหนีออกจากบ้าน!”
       อรชาพยักหน้า ไม่สบายใจ ห่วงน้องสาวเช่นกัน
       “แล้วนุชไปอยู่ที่ไหน ไปกับใคร” กร้าวถามอย่างร้อนใจมาก
       “อรก็ไม่ทราบค่ะ นุชไม่ได้บอกใครไว้เลย”
       กร้าวลืมตัวเขย่าตัวอรชา
       “คุณไม่รู้ได้ไง คุณเป็นพี่ นุชสนิทกับคุณมากที่สุด”
       “โอ๊ย คุณกร้าว อรเจ็บค่ะ”
       กร้าวนึกได้ รีบปล่อย
       “เอ่อ ผมขอโทษ”
       กร้าวรีบแก้ตัว กลัวอรชาสงสัยในความรู้สึกที่เขามีต่ออนุช
       “ผม...เอ่อ...ผมโกรธตัวเองมากกว่าที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณนุชมีปัญหากับคนในบ้าน”
       “คุณกร้าวอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ อรต่างหากที่ผิด อรเป็นพี่ที่แย่ที่สุด อรดูแลน้องไม่ดี นุชถึงหนีไปแบบนี้”
       อรชาเสียใจ กร้าวเห็นใจอรชา กุมมือ ปลอบโยน โอบกอดเธอ อรชาเอนศีรษะซบไหล่เขารู้สึกอบอุ่น -กร้าวกอดปลอบ ในใจเป็นห่วงอนุชมาก
      
       ชายธงพยายามโทรศัพท์หาอนุช แต่ก็เป็นสัญญาณปิดเครื่อง ไม่สามารถติดต่อได้
       “นุชนะนุช จะไปไหนทำไมไม่บอกสักคำ”
       ชายธงคิดหนัก ขณะที่ธารินที่มาหา แอบฟังอยู่มุมหนึ่งของบ้าน
      
       กร้าวกับกรวิกคุยกันอยู่ในร้านอาหาร
       “จริงเหรอคะอากร้าว เรื่องที่ยายนุชหายตัวไป อากร้าวไม่ได้ล้อนกเล่นใช่มั้ยคะเนี่ย” กรวิกกังวล
       กร้าวแปลกใจ
       “นกไม่รู้จริงๆเหรอ”
       “นกเพิ่งรู้จากอากร้าวนี่แหละค่ะ”
       กร้าวลืมตัว
       “ถ้านุชติดต่อมา นกต้องรีบบอกอานะ”
       กร้าวนึกได้ว่าเป็นห่วงอนุชออกนอกหน้าเกินไป รีบเปลี่ยนท่าที
       “คือ…พี่ๆ เขาเป็นห่วงมาก”
       “ค่ะ ถ้านกติดต่อนุชได้ นกจะรีบบอกอากร้าวเลยค่ะ”
       กร้าวกังวล คิดหนักว่าอนุชหายไปไหน
      
       กร้าวไม่มีสมาธิกับเอกสารตรงหน้า มัวแต่คิดเรื่องอนุช เลขาเคาะประตูและเข้ามาในห้อง
       “คุณกร้าวคะ รายงานผลผลิตของไร่ทานตะวันค่ะ”
       กร้าวรับมา
       “ขอบใจ”
       กร้าวคิดออก
       “ไร่ทานตะวัน…ลุงชาติ! ใช่แล้วลุงชาติ!”
       กร้าวดีใจ จับมือเลขา
       “ขอบใจมาก”
       เลขางง
       “แคนเซิลนัดทุกอย่าง ผมจะไปไร่ทานตะวันวันนี้เลย”
      
       กร้าวรีบร้อนจะออกจากห้อง เลขามองตามอย่างไม่เข้าใจ


  


       กร้าวออกมาจากห้อง เลขาตามมา พอดีกับที่ลลิตาเดินมาจากมุมหนึ่ง ตรงมาหากร้าว แต่ยังไม่เห็น กร้าวเห็นลลิตาก็รีบหลบบอกกับเลขา
      
       “บอกว่าผมไม่อยู่นะ”
       กร้าวเดินหลบไปอีกทาง
      
       ชาติลองชิมอาหารฝีมืออนุชอย่างทึ่งๆ
       “ฝีมือนุชอร่อยใช้ได้”
       “ถ้างั้นต้องทานเยอะๆ นุชถึงจะเชื่อค่ะ”
       อนุชตักกับข้าวให้ ชาติทานอาหาร ท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใส ผิดจากที่ผ่านมา ป้าพร้อมเห็นชาติมีความสุขก็พลอยมีความสุขไปด้วย
       “ตั้งแต่คุณนุชมาอยู่ที่นี่ คุณชาติทานข้าวได้เยอะขึ้นนะคะ”
       “อีกสักคำนะคะ คำสุดท้าย”
       ชาติทานอาหารอย่างอร่อย อนุชคอยดูแล ยกแก้วน้ำส่งให้ พอชาติดื่มน้ำเสร็จ เธอก็ส่งกระดาษเช็ดปากให้ กิริยาท่าทางของเธออ่อนโยน น่ารัก ชาติและป้าพร้อมยิ้มชื่นชม
      
       อนุชและป้าเดินไปในไร่ด้วยกัน คุยกันไปด้วย
       “ป้าพร้อมคะ ป๋าไม่มีญาติพี่น้องลูกหลานบ้างเลยรึคะ”
       “มีค่ะ มีหลานชายแค่คนเดียว”
       ขำวิ่งหน้าตื่น โวยวายเสียงลั่นเข้ามาขัดจังหวะ
       “ป้าพร้อม! อยู่นี่เอง หาตั้งนาน ไปเร็วป้า ไปด้วยกัน”
       ป้าพร้อมตกใจ
       “ว้าย...นังขำ ปล่อยฉันนะ”
       ขำดึงป้าพร้อมออกไปจนได้ อนุชหัวเราะ ขำปนเอ็นดูท่าทางกระโดกกระเดกของขำ
      
       ป้าพร้อมกับขำเดินกลับมาจากไร่ พบกร้าวที่รออยู่ มองไปรอบๆด้วยท่าทีร้อนใจ
       “มีใครแปลกหน้ามาที่นี่บ้างรึเปล่า”
       “จะมีก็แต่คุณนุช คนที่คุณชาติให้ทุนการศึกษา เธอมาช่วยดูแลคุณชาติค่ะ”
       กร้าวดีใจ ไม่สนใจฟัง
       “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
       “คงจะอยู่ในครัวมั้งคะ เห็นว่าจะทำขนมให้คุณชาติทานกับน้ำชาตอนบ่าย”
       กร้าวไม่รอพร้อมพูดจบ รีบร้อนออกไป
      
       อนุชกำลังอบขนมมัฟฟิน กร้าวรีบร้อนมาที่ห้องครัว เห็นอนุชก็ดีใจ ยิ้มออก เขาหยุดยืนมองเงียบๆ แอบมองเธอทำขนม อนุชหยิบจับอะไรก็ดูสวยงามน่ารักไปหมด เหมือนนางฟ้ามาเสกเวทมนต์อยู่ในครัว กร้าวมองเพลิน ไม่ทันระวัง ทำเสียงดังขึ้นมา อนุชได้ยินเสียง คิดว่าขำ พูดโดยไม่หันมามอง
       “ขำ…ช่วยหยิบจานบนโต๊ะให้หน่อยสิ”
       กร้าวหยิบจานใบสวยส่งให้ อนุชรับไปโดยไม่ทันมอง
       “ช่วยชิมขนมหน่อยสิจ๊ะ”
       อนุชใช้ช้อนตักขนมมัฟฟิน เป่าแล้วส่งให้ชิม
       “ระวังร้อนนะ”
       กร้าวจับมืออนุช แล้วชิมขนม อนุชมองหน้า เห็นเป็นกร้าวก็ตกใจ
       “นี่คุณ”
       กร้าวยิ้มหวาน
       “อร่อย ถูกปากผมเลย...คุณนี่รู้ใจผมจริงๆ”
       อนุชตกใจ รีบปล่อยมือ ช้อนหล่นพื้น
       “คุณมาได้ไง อย่าบอกนะว่าตามฉันมาถึงที่นี่ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
       “เดี๋ยวสิคุณ”
       กร้าวเข้ามาใกล้ อนุชถอยกรูด กลัวเขาทำร้าย หันไปคว้าที่ตีไข่ มาไล่ตี
       “ออกไปเดี๋ยวนี้ ออกไป”
      
       อนุชไล่ตีกร้าวออกมาพบป้าพร้อมที่มองงๆ
       “โอ๊ย คุณ ฟังผมก่อน”
       ป้าพร้อมตกใจ
       “อะไรคะ เกิดอะไรขึ้น”
       “ป้าพร้อมค่ะ เรียกคนงานมาจับตัวนายคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ นายคนนี้เป็นพวกโรคจิต เป็นตัวอันตรายค่ะ”
       “ไหนคะ ไอ้คนโรคจิต มันอยู่ที่ไหน”
       อนุชชี้ไปที่กร้าว
       “นี่ไงคะ ยืนอยู่นี่ไง รีบให้คนมาจับตัวไปเลยค่ะ”
       ป้าพร้อมตกใจ
       “เอ่อ คนนี้เหรอคะ”
       “ใช่ค่ะ รีบไล่ไปไกลๆ เลยค่ะ”
       ป้าพร้อมเจื่อนไป
       “เห็นจะไม่กล้าไล่ค่ะ ป้ากลัวตกงาน”
       อนุชงง
       “ว่าไงนะคะ”
       “ก็คนนี้แหละค่ะ คุณกร้าว…หลานชายคนเดียวของคุณชาติ”
       อนุชตกใจมาก
       “หลาน!”
       กร้าวยิ้มกวน
      
       อนุชกราบที่ตักชาติ
       “นุชกราบขอโทษป๋าที่ก่อเรื่อง นุชไม่ทราบว่านาย...เอ่อ...คุณกร้าวเป็นหลานของป๋าค่ะ”
       กร้าวไม่พอใจโวยทันที
       “นี่คุณ คนเจ็บน่ะผม คุณควรจะขอโทษผมถึงจะถูก”
       อนุชไม่สนใจกร้าว ทำไมเหมือนเขาไม่ได้นั่งอยู่ด้วย
       “ป๋าอย่าโกรธนุชเลยนะคะ”
       กร้าวโมโหที่เธอไม่สนใจ
       “นี่คุณ ไม่ได้ยินที่ผมพูดรึไง”
       ชาติพูดขึ้นอย่างเอ็นดู
       “ป๋าไม่โกรธหรอก นุชไม่รู้ถือว่าไม่ผิด”
       อนุชยิ้ม
       “ป๋าใจดีที่สุดเลยค่ะ...” เธอประชดกร้าว “น่าเสียดายนะคะที่ความใจดีของป๋าไม่ถ่ายทอดทางดีเอ็นเอ”
       กร้าวฉุนกึก
       “นี่คุณว่าผมเหรอ ทำผมเจ็บ ไม่ขอโทษแล้วยังมาว่าอีก”
       ชาติไกล่เกลี่ย
       “เอาล่ะๆ ใครมีงานอะไรต้องทำก็ไปทำซะนะ”
       อนุชแอบยิ้มเย้ย กร้าวไม่ยอมแพ้
       “ป้าพร้อมช่วยจัดห้องให้ผมด้วยนะครับ”
       ชาติและป้าพร้อมแปลกใจ
       “จัดทำไมคะ”
       “ผมว่าจะค้างที่นี่สักคืนสองคืน”
       อนุชตกใจ กร้าวยิ้มกวนประสาท ป้าพร้อมงงเพราะปกติกร้าวไม่ค่อยนอนค้างที่ไร่
      
       ชาติไม่สบายใจ ไม่อยากให้กร้าวมายุ่งเกี่ยวกับอนุช

      
       ป้าพร้อมและอนุชเดินคุยกันมาที่มุมหนึ่งในบ้านไร่ทานตะวัน โดยมีขำถือปลอกหมอนและผ้าปูเตียงตามมาด้วย
      
       “ปกติคุณกร้าวมาค้างที่นี่บ่อยมั้ยคะป้าพร้อม” อนุชไม่สบายใจ
       “ร้อยวันพันปีไม่เคยนอนค้างสักที วันนี้ไม่รู้เกิดครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมา คุณนุชไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ นังขำคนเดียวก็พอแล้ว ไปนังขำ”
       ป้าพร้อมกับขำออกไป อนุชไม่สบายใจหันมาเจอกร้าวพอดีก็ตกใจ
       “คุณ”
       กร้าวยิ้ม อนุชรีบเดินหนี แต่กร้าวกระชากแขนอนุชเข้ามาใกล้
       “คิดจะหนีผมเหรอ อย่าพยายามเลย คุณไม่มีวันหนีผมพ้นหรอก”
       กร้าวแกล้งทำท่าจะจูบ อนุชผลักแล้วรีบวิ่งหนีไป กร้าวมองตาม ยิ้มดีใจที่หาอนุชเจอ
      
       ค่ำนั้น ลลิตาเข้ามาในสวนโทรศัพท์หากร้าว แต่เป็นสัญญาณปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้ เธอหงุดหงิด กระวนกระวาย
       “คุณกร้าวนะคุณกร้าว”
       อสิตรู้สึกตัวตื่นขึ้น เห็นว่าลลิตาไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ ก็แปลกใจ เขาเปิดโคมไฟ มองหา
       “ลิต้า”
       ลลิตากำลังจะกลับเข้าบ้าน เชิดมาแตะไหล่ ลลิตาหันมาเห็นก็ตกใจ
       “ไอ้เชิด! แกมาทำไมอีก”
       เชิดมองลลิตาด้วยแววตากรุ้มกริ่มมองลลิตาที่ใส่ชุดนอนบางเบา เซ็กซี่ มีเสื้อคลุมผ้าบางทับอีกชั้น ลลิตารู้ทัน รีบกระชับเสื้อคลุม
       “เธอสวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะนะ”
       ลลิตาผลัก
       “อย่ามาบ้านะ รีบออกไปเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวใครตื่นมาเห็นเข้า”
       ลลิตาอารมณ์ไม่ดี หันหลังจะกลับเข้าบ้าน เชิดดึงมากอด ลลิตาโกรธ ดิ้นรน ทุบตี
       “ปล่อยฉันนะ ไอ้เชิด ไอ้บ้า”
       อสิตมองหาลลิตา ได้ยินเสียง เขามองออกไปในสวน คิดว่าลลิตาโดนทำร้ายก็เป็นห่วง
       “ลิต้า!”
       ลลิตาได้ยินเสียง หันไปมองเห็นอสิตก็ตกใจ
       “สิต!” เธอหันมาบอกเชิดเบาๆ “รีบไปเร็วเข้า”
       เชิดเห็นอสิตก็ตกใจ จะหนี แต่อสิตตามทัน กระชากเสื้อแล้วชกเชิดล้มลง
       “ไอ้หัวขโมย!”
       อสิตกระชากเสื้อเชิดขึ้นมาชกซ้ำ และเตะ เชิดยันอสิตล้มลง แล้วขึ้นคร่อมชก อสิตกับเชิดสู้กันนัวเนีย ผลัดกันชก ลลิตายืนตะลึง ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก อสิตสู้เชิดไม่ได้ โดนเชิดชกล้มลง ลลิตาตั้งสติได้ หันรีหันขวาง คว้าไม้มาทำท่าหวดฟาดไปมาเพื่อไล่ แต่ไม่โดน
       “อย่านะ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไป!”
       เชิดนึกรู้ รีบหนีไป อสิตโกรธ รีบตามเชิดไป
       “อย่าหนีนะ”
       ลลิตาอึ้ง
       “สิต!”
       เชิดวิ่งหนีมาที่ถนนนอกรั้วบ้าน อสิตตามทัน คว้าเสื้อได้ เชิดขัดขืน ผลักอสิตเสียหลัก ถลาออกไปกลางถนน รถยนต์คันหนึ่งแล่นมาอย่างเร็ว อสิตถลาออกไปตัดหน้ารถอสิตตกใจ ลลิตาวิ่งตามออกมาจากบ้าน เห็นพอดีตกใจกรี๊ดลั่น
       “สิต!”
      
       อรชาหน้าตาตื่นมาที่โรงพยาบาล ลลิตานั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
       “พี่ลิต้า พี่สิตเป็นไงบ้างคะ” อรชากังวล
       หมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน ลลิตาเข้าไปถาม
       “คุณหมอ สิตเป็นไงบ้างคะ”
       “คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ แต่…”
       อรชาชะงัก
       “แต่อะไรคะ พี่สิตเป็นอะไรคะหมอ”
       “คนไข้ถูกกระแทกช่วงกระดูกสันหลังอย่างแรง หมอไม่รับรองว่าจะเดินได้เหมือนปกติ”
       หมอพูดจบก็ออกไป อรชาและลลิตาตกใจกับข่าวร้าย
       “พี่สิต!”
       “โธ่ สิต”
       ลลิตาและอรชาใจคอไม่ดี
      
       วันใหม่...อนุชไม่สบายใจ ห่วงที่บ้าน ตัดสินใจใช้โทรศัพท์ของไร่ทานตะวันโทรไปที่บ้าน...อรชาและลลิตากลับมาบ้าน ทั้งสองต่างกังวล ไม่สบายใจเรื่องอสิต โทรศัพท์บ้านดังขึ้น แหวนวิ่งเข้ามา แต่อรชาอยู่ใกล้จึงรับสายแทน
       “สวัสดีค่ะบ้านวิชเวทย์ค่ะ”
       ลลิตาเดินออกไป ไม่สนใจใคร....อนุชจำเสียงอรชาได้ แต่กลับพูดไม่ออก จึงได้แต่เงียบอรชาแปลกใจ
       “สวัสดีค่ะ”
       อนุชพูดไม่ออก เลยวางสายไป สัญญาณตัดไป อรชาจึงวางสาย อนุชมองโทรศัพท์ คิดหนักว่าจะโทรไปอีกดีมั้ย แต่ในที่สุดก็ไม่กล้าโทร
       อรชาร้อนใจ กดเบอร์มือถือของอนุชอย่างลังเลว่าจะโทร.ดีมั้ย ในที่สุดก็โทร.ออก แล้วรอสาย แต่กลายเป็นสัญญาณปิดเครื่อง เพราะอนุชปิดโทรศัพท์มือถือ
      
       อรชาผิดหวังและไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น


  


       ลลิตากระวนกระวายใจ กลัวความผิด เสียงผิวปากของเชิดดังขึ้น ลลิตาหันไปมองเห็นเชิดหลบอยู่หลังต้นไม้ในสวนก็ตกใจ รีบไปดึงเขามาคุยที่มุมหนึ่งซึ่งปลอดคนอย่างระวังตัว กลัวใครมาเห็นเข้า เธอทั้งหยิกทั้งตีพัลวัน
      
       “ไอ้บ้า แกรู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป”
       เชิดกลัวๆ
       “ไอ้อสิตมันตายรึเปล่า”
       “ไม่ตาย แต่ก็เจ็บหนัก”
       เชิดโล่งอก
       “ไม่ตายก็ดีแล้ว”
       “ดีกับผีน่ะสิ ถ้าเรื่องถึงตำรวจจะทำยังไง”
       “ถ้าตำรวจถาม ก็อย่าบอกว่ารู้จักฉันสิ เธอไม่พูดแล้วใครจะรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”
       ลลิตากังวล ไม่สบายใจ
       “ตอนนี้เป็นโอกาสทองของเธอแล้วนะ ได้ดีแล้วอย่าลืมฉันละกัน”
       เชิดมองซ้ายมองขวา เห็นปลอดคนก็รีบย่อง ปีนรั้วหนีไป ลลิตาคิดตามคำพูดของเชิด แล้วยิ้มอย่างมีความหวัง ไม่เสียใจเรื่องอสิตสักนิด
      
       ลลิตามาที่บริษัทของกร้าว เธอแต่งตัวสวยเซ็กซี่เดินนวยนาดเข้ามาที่โต๊ะเลขา พร้อมกับกรวิกมาจากอีกทาง ทั้งสองพูดกับเลขาพร้อมกัน
       “อากร้าวอยู่มั้ยคะ”
       “ฉันมาหาคุณกร้าว”
       ลลิตาและกรวิกมองหน้ากัน ต่างไม่พอใจกัน เลขา กำลังจะตอบ แต่พูดไม่ทันลลิตาและกรวิก
       “เอ่อ คือ…”
       ลลิตาวีนเลขา
       “มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้ รู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร”
       กรวิกแกล้งพูดลอยๆ แต่ตั้งใจกระทบลลิตา
       “ตัวเองยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วใครเขาจะรู้”
       ลลิตาโกรธ
       “เอ๊ะ นี่เธอหาเรื่องฉัน อยากเจ็บตัวเรอะไง”
       เลขา รีบห้าม
       “ใจเย็นๆ ค่ะ อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ ไม่มีใครได้เจอคุณกร้าวทั้งนั้นแหละค่ะ เพราะคุณกร้าวไม่อยู่”
       ลลิตาและกรวิกผิดหวังทั้งคู่
      
       กรวิกเดินหนีมา หงุดหงิด รีบเดินไม่ทันระวัง ชนคณิตเข้า
       “ขอโทษครับ”
       กรวิกกำลังหงุดหงิดเต็มที่ เลยวีนคณิต
       “ตาบอดรึไง”
       คณิตงง
       “คุณเดินมาชนผมเองนะ”
       “แล้วทำไมคุณไม่หลบฉัน ยืนขวางทางอยู่ได้ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ วันนี้วันอะไรเนี่ย เจอแต่คนน่ารำคาญ”
       กรวิกวีนจบก็สะบัดหนีไป คณิตส่ายหน้าเซ็งๆ
       “ผู้หญิงอะไรเนี่ย แค่เดินชน ว่าเป็นชุดอย่างกับเราเป็นพวกก่อการร้าย”
      
       คณิตมาที่บ้านไร่ทานตะวัน ยื่นแฟ้มเอกสารให้กร้าว
       “ต่อไปนี้ฉันจะไม่ไปเหยียบบริษัทแกอีกแล้ว”
       กร้าวงง
       “ทำไมวะ”
       “วันนี้ฉันไปเจอยายผู้หญิงอารมณ์ร้ายเข้า ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ดุชะมัด เจอหน้าก็ว่าใส่ฉันเป็นชุดเลย”
       กร้าวงงๆ
       “แค่ผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ แกถึงกับจะไม่ไปเหยียบบริษัทฉันอีกเลย”
       “ไม่รู้ล่ะ แกก็รีบกลับไปทำงานของแกได้แล้ว จะอยู่ที่นี่นานๆทำไม”
       กร้าวอึกอัก ปากแข็ง
       “ฉันกำลังทำงานของฉันอยู่นี่ไง งานสำคัญด้วย”
       คณิตไม่เข้าใจ
       “งานสำคัญอะไรวะ”
       กร้าวยิ้มอย่างมีแผน
      
       ในไร่องุ่น...กร้าวยื่นอุปกรณ์เก็บองุ่นให้อนุช มีตะกร้า ถุงมือ กรรไกรตัดกิ่ง อนุชมองอึ้ง ป้าพร้อมและขำอยู่ด้วย ต่างตกใจ
       “คุณมาทำงานใช้ทุนไม่ใช่เหรอ คุณลุงให้ทุนตั้งเยอะกว่าจะเรียนจบเมืองนอกเมืองนามาได้ เพราะฉะนั้นคุณต้องทำงานอื่นด้วย จะได้คืนทุนเร็วๆ”
       กร้าวยิ้มอย่างเหนือกว่า อนุชจ้องหน้าไม่พอใจ รู้ว่าเขาจงใจแกล้ง
       “อ้อ ผมลืมไป พวกผู้ดีผิวบางอย่างพวกวิชเวทย์คงทำงานกลางแดดแบบนี้ไม่ได้”
       อนุชโกรธมากที่เขาดูถูก ไม่ยอมแพ้ คว้าหมวกมาใส่ ตะกร้ามาสะพาย คว้ากรรไกร ออกไปเลย ป้าพร้อมและขำตกใจ
       “คุณนุช!”
       กร้าวสั่งเด็ดขาด
       “ไม่ต้องห้ามเขา แล้วห้ามใครช่วยเด็ดขาด”
      
       ป้าพร้อมและขำไม่กล้าขัดคำสั่ง กร้าวยิ้มสะใจ


  


       อนุชเก็บองุ่นจนเหนื่อย ปวดไหล่ที่สะพายตะกร้า เจ็บมือที่ง้างกรรไกรตัดกิ่ง แดดก็ร้อน ป้าพร้อมและขำสงสาร แอบมาหา
      
       “พอเถอะค่ะคุณนุช ที่เหลือให้คนงานทำไป คุณนุชไปพักเถอะ”
       ทันใดนั้นเสียงกร้าวดังขึ้น
       “ฉันสั่งแล้วใช่มั้ยว่าห้ามใครช่วย”
       กร้าวเข้ามา ทำหน้าเข้ม ป้าพร้อมกับขำกลัว
       “ไม่ต้องหรอกค่ะ นุชไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครค่ะ ใช้คืนให้หมดๆ ไปซะจะได้ไม่ต้องมาตามจองเวรจองกรรมกันอีก”
       อนุชจงใจประชดกร้าว แล้วหันไปทำงานต่อ หนัก เหนื่อย แต่ก็ทำ กร้าวยิ้มเยาะ
       “เก่งนัก ผมจะรอดูว่าจะเก่งได้สักแค่ไหน”
      
       คนงานเลิกงาน อนุชมากับกลุ่มคนงาน เธอวางตะกร้าและอุปกรณ์อื่นๆ นั่งพัก ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ป้าพร้อมและขำรีบมาหา ขำยกแก้วน้ำเย็นมาให้ อนุชรับไปดื่ม ชื่นใจ ป้าพร้อมช่วยพัดวี ขำช่วยนวดไหล่ให้
       “ขอบคุณค่ะป้าพร้อม ขอบใจนะขำ” อนุชซึ้งใจ ไหว้ป้าพร้อม
       เสียงกร้าวดังเข้มเข้ามา
       “ใครอนุญาตให้พัก!”
       กร้าวหน้าโหด เข้ามาใกล้
       “ไปรดน้ำต้นไม้ในสวนต่อ”
       อนุช ป้าพร้อมและขำต่างตกใจ
       “แต่คุณนุชทำงานทั้งวันแล้วนะคะคุณกร้าว” ป้าพร้อมพยายามแย้ง
       “ใครทำไม่ไหวก็ให้เจ้าตัวเขามาอ้อนวอนขอร้องผมเอง ผมอาจจะเห็นใจ”
       “ไม่มีวัน!”
       อนุชโกรธมาก ฮึด ลุกขึ้นและออกไป ป้าพร้อมและขำต่างห่วงอนุช กร้าวเครียดที่อนุชไม่ยอมแพ้
      
       อนุชรดน้ำต้นไม้ในสวน เหนื่อยจนหน้ามืด กร้าวเห็น เป็นห่วง รีบมาประคอง เธอผลักเขาออก
       “ปล่อยฉัน ไม่ต้องมายุ่ง ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันขอความเห็นใจจากคนไม่มีหัวใจอย่างคุณ”
       กร้าวโกรธที่ถูกว่า
       “หน้าซีดจะเป็นลม แล้วยังทำเป็นเก่ง ผมจะคอยดูว่าคุณหนูวิชเวทย์จะเก่งได้สักกี่น้ำ”
       อนุชหมั่นไส้ แกล้งฉีดน้ำใส่
       “คุณแกล้งผมเหรอ”
       “ฉันเปล่า น้ำมันกระเด็น”
       อนุชแกล้งส่ายสายยางไปมา ให้น้ำกระเด็นใส่ กร้าวไม่ยอมแพ้ มาแย่งสายยางฉีดใส่เธอบ้าง
       “กระเด็นเหรอ นี้แหนะ กระเด็น”
       “ว้าย นี่คุณ”
       อนุชกับกร้าวไม่ยอมแพ้ ต่างยื้อแย่งสายยางกัน เปียกทั้งคู่ ขณะที่ยื้อแย่ง ทั้งสองต่างลืมตัว กร้าวกอดรัดฟัดเหวี่ยงอนุช ทั้งสองยื้อแย่งกันจนสายยางหลุดมือไป อนุชจะไปคว้าสายยางมา กร้าวก็ไม่ยอม ดึงตัวเธอไว้ พอนึกได้อีกที ต่างก็ตัวเปียกปอน อนุชอยู่ในอ้อมกอดกร้าว เสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อ ทั้งสองมองตะลึง สบตากัน กร้าวลืมตัว ก้มหน้าเข้าใกล้ จะจูบอ อนุชยืนตะลึง นิ่งอึ้ง อยู่ในอ้อมกอดเขา ป้าพร้อมและขำได้ยินเสียงโวยวายก็ตามมาดู เห็นกร้าวกับอนุชกอดกันตัวเปียกปอนก็ตกใจ ขำหน้าเหวอ
       “คุณกร้าว คุณนุช”
       กร้าวและอนุชต่างสะดุ้ง อนุชรีบผลักเขาออกไป แล้วไปปิดก๊อกน้ำ ป้าพร้อมเข้ามาตำหนิ
       “เล่นอะไรกันคะเนี่ย เปียกไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกค่ะ”
       อนุชอาย
       “นุชไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะคะ”
       อนุชรีบเดินหนีออกไป กร้าวมองตาม ป้าพร้อมกับขำมองๆ กร้าวรู้สึกตัว ตีหน้าเข้มใส่แล้วเดินหนีไป ป้าพร้อมกับขำงง ไม่เข้าใจกร้าว
      
       คณิตเข็นรถเข็นให้ชาติแอบมองกร้าวและอนุชอยู่มุมหนึ่ง
       “ผมไม่เข้าใจเลยว่าหัวใจเจ้ากร้าวมันทำด้วยอะไร” คณิตไม่สบายใจ
       “กร้าวไม่ใช่คนใจร้ายหรอก แต่เพราะความแค้นบังตาถึงมองไม่เห็นว่าหนูนุชน่าสงสารแค่ไหน”
       ลุงชาติไม่สบายใจ ห่วงอนุช คณิตคิดหาทางช่วย
      
       กร้าวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนึกถึงอนุชแล้วเผลอยิ้มออกมา เขาเดินมาเจอคณิตดักรออยู่ กร้าวหุบยิ้ม เก๊กหน้าขรึมเข้ม
       “คราวนี้อยู่หลายวันจังนะ”
       “นี่บ้านลุงฉัน ฉันจะอยู่กี่วันก็ได้ แกมีปัญหาอะไรไอ้คณิต”
       “ไม่ได้มีปัญหา ปกติแกไม่เคยค้างหลายวันแบบนี้ ฉันเลยสงสัยว่าแกติดใจอะไรที่นี่รึเปล่าถึงไม่ยอมกลับกรุงเทพ ซะที”
       คณิตพูดแทงใจดำ กร้าวทำเป็นเคร่งเครียด
       “ถ้าแกหมายถึงยายอนุช วิชเวทย์ ฉันบอกเลยว่าไม่มีทางติดใจยายนั่น ที่อยู่ก็เพื่อแก้แค้น ศัตรูมาอยู่ตรงหน้าแล้ว จะรีบหนีไปทำไม”
       “ถ้าแกอยากแก้แค้นนัก งั้นแกควรจะรีบไปกรุงเทพฯ สิ เพราะที่นั่นมีวิชเวทย์อยู่ตั้งสามคน แต่ที่นี่มีแค่คนเดียว...นอกจากว่าคนเดียวที่นี่ จะเป็นคนสำคัญถึงขนาดทำให้แกลืมอีกสามคนไปได้”
       กร้าวเถียงไม่ออกที่คณิตรู้ทัน ทำเข้มกลบเกลื่อน
       “ยายอนุชไม่ได้มีความสำคัญอะไรสักหน่อย ฉันตั้งใจจะกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้อยู่แล้ว”
      
       คณิตระอาความดื้อรั้น ทิฐิและปากแข็งของเพื่อน


  


       วันใหม่...อสิตรู้สึกตัวตื่น ลลิตา อรชาและปรารภเฝ้าอยู่ข้างๆ ต่างดีใจ
      
       “พี่สิตฟื้นแล้ว” อรชาเข้าไปหา
       อสิตมึนๆ
       “พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง”
       อรชาอึกอัก แต่ต้องตอบคำถาม
       “พี่สิตถูกรถชนค่ะ”
       อสิตคิดเรียบเรียงสถานการณ์ ลลิตาหน้าเสีย กลัวสามีสงสัยเรื่องเชิด
       “พี่นัดลูกค้าไว้” อสิตนึกได้
       อสิตใจร้อน รีบลุกพรวดพราด แต่พอเท้าแตะพื้น กลับยืนไม่ได้ ทรุดล้มลง อรชา ลลิตาและปรารภต่างตกใจ ลลิตาร้องออกมา
       “ว้าย”
       อรชาตะลึง
       “พี่สิตคะ”
       ปรารภประคองอสิตกลับขึ้นมานั่งบนเตียง อสิตตกใจ จับขาตัวเอง แต่รู้สึกชาและไร้เรี่ยวแรง เขาตกใจมาก
       “ขาพี่เป็นอะไร ทำไมมันชา ไม่มีแรงเลย”
       ลลิตา อรชาและปรารภต่างไม่สบายใจ
       “ทำไมเป็นแบบนี้”
       อสิตทุบขาตัวเอง
       ลลิตา อรชาและปรารภพยายามห้าม
       “พี่สิต อย่าทำอย่างนี้สิคะ”
       ปรารภปลอบ
       “ทำใจดีๆ ไว้นะครับ”
       ลลิตาเห็นท่าไม่ดี กดเรียกพยาบาล
       “เข้ามาดูคนไข้หน่อยค่ะ แย่แล้วค่ะ”
       หมอและพยาบาลเข้ามา รีบประคองอสิตนอนลงและฉีดยานอนหลับให้ ลลิตา อรชาและปรารภต่างเสียใจ ทั้งสามรีบออกจากห้อง ปล่อยให้พยาบาลดูแล
       อสิตมีอาการกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากแรงกระแทกจากอุบัติเหตุรถชนจนทำให้กระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท ทำให้ขาชา ไม่มีแรง ยืนและเดินไม่ได้เพราะขารับน้ำหนักไม่ได้เลย ขยับขาได้แต่ไม่คล่องเท่าคนปกติ การควบคุมการขับถ่ายก็ไม่ปกติ แต่นั่งและนอนได้ตามปกติ
       ลลิตา อรชาและปรารภออกมาจากห้อง ต่างใจเสีย อรชาร้องไห้
       “ร้องไห้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมานะยายอร น่ารำคาญที่สุด” ลลิตารำคาญ
       ลลิตาเดินหนีไป ปรารภปลอบอรชา
       “หมอบอกว่ายังพอมีความหวัง คุณอรก็ต้องเข้มแข็งไว้นะครับ”
       “อรกลัว อรไม่รู้จะทำยังไง”
       “ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะช่วยคุณอรอีกแรง”
       อรชาซึ้งใจ
       “ขอบคุณนะคะคุณรภ”
       ปรารภยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ อรชารับไปซับน้ำตา ปรารภกุมมืออรชาให้กำลังใจ
      
       ปรารภประคองอรชาเข้าไปนั่งที่โซฟาในบ้าน เขาสงสารและห่วงใยเธอมาก
       “คุณอรยังไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่เช้า คุณอรรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้”
       ปรารภออกไป
      
       ปรารภขับออกไปในซอยบ้าน รถตู้คันหนึ่งแล่นสวนมา เป็นรถตู้ของพวกลูกน้องเสี่ยยศ...อรชานั่งพักในห้องรับแขก เสียงแหวนดังขึ้น
       “ช่วยด้วย!”
       อรชาตกใจรีบออกไปดูที่หน้าบ้านเห็นพวกลูกน้องเสี่ยยศก็ตกใจ อรชาจำมันคนหนึ่งได้
       “พวกคุณต้องการอะไร”
       ลูกน้องเสี่ยยศพยักหน้าส่งสัญญาณ พวกลูกน้องคนอื่นๆเข้าไปจับตัว อรชาตกใจ
       “จะทำอะไร”
       พวกลูกน้องลากอรชาไปที่รถตู้ เธอดิ้นรนขัดขืน
       “อย่านะ ปล่อยฉัน”
       อรชาคว้าประตูรถไว้ ไม่ยอมขึ้น พยายามดิ้นรนทุบตี ลูกน้องคนหนึ่งชกท้อง อรชาเจ็บจุกจนร้องไม่ออก ทรุดล้มลงอ่อนแรง
       “ช่วยด้วย”
       อรชากลัว ร้องไห้ออกมา
      
       ลูกน้องชายสองคนหิ้วปีกเธอขึ้นรถตู้ ลูกน้องเสี่ยยศยิ้มร้ายแล้วก้าวขึ้นรถตาม รถขับแล่นออกไป

      
       ลูกน้องเสี่ยยศที่เป็นหัวหน้าทีมลูบไล้แก้มอรชา มองตาวาว เธอไม่มีแรงสู้ ทำได้แค่พยายามปัดป้องอย่างหวาดกลัวมาก
      
       “อย่า”
       หัวหน้าทีมหัวเราะร่า ลูกน้องอีกคนจะปิดประตูรถ แต่มือกร้าวมาขวางและผลักประตูเปิดออกอย่างแรง มันไม่ทันระวังตัว ถูกกร้าวกระชากเสื้อและเหวี่ยงลงไปจากรถ
       “โอ๊ย”
       ลูกน้องคนอื่นๆกรูลงมาจากรถ ล้อมกร้าวไว้ หัวหน้าทีมลงตามมา พอเห็นหน้ากร้าวก็จำได้
       “คุณกร้าว…” อรชาเห็นกร้าวก็ดีใจ
       หัวหน้าทีมเข้ามาจะชก กร้าวหลบได้ แล้วจับแขนบิดไพล่หลัง มันเจ็บ ร้องลั่น
       “โอ๊ยยย!”
       กร้าวถีบล้มลงไป พวกลูกน้องที่เหลือไม่พอใจ เข้ามารุมพร้อมกัน กร้าวชกลูกน้องคนหนึ่งจนล้มลงไปกอง ลูกน้องอีกคนมาด้านหลังเล่นทีเผลอ ถีบกร้าวล้มคว่ำ ถลาไปหาหัวหน้าทีม มันสะใจ กระชากเสื้อขึ้นมาแล้วชกกร้าวล้มไปหาลูกน้องอีกคน มันจะกระทืบซ้ำแต่กร้าวจับเท้าไว้แล้วเหวี่ยงล้มลง
       กร้าวเตะลูกน้องคนนั้นไม่ยั้ง จนมันหมดแรง คลานไปทรุดล้มลงแทบเท้าหัวหน้าทีม มันโกรธมากที่ลูกน้องหลายคนสู้กร้าวคนเดียวไม่ได้ ชักมีดออกมาสู้ กร้าวชะงัก ระวังตัว หัวหน้าทีมจะแทง กร้าวหลบซ้ายขวา มันแทงเฉียดแขนกร้าวจนเสื้อขาด เป็นแผลเลือดซิบ หัวหน้าทีมได้ใจจะแทงอีก แต่กร้าวหลบฉิวเฉียดแล้วเตะมีดหลุดมือ มันตกใจ กร้าวชกมันล้มลง กร้าวรีบประคองอรชาลงมาจากรถ แหวนรีบมาหา กร้าวไล่พวกลูกน้องเสี่ยยศเสียงเข้ม
       “ไปซะ ไม่งั้นฉันจะจับพวกแกส่งตำรวจให้หมด”
       หัวหน้าทีมเจ็บใจ มันและพวกลูกน้องขึ้นรถออกไป ต่างเจ็บใจที่โดนเล่นงาน
      
       กร้าวประคองอรชาเข้ามานั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก อรชาดูแผลที่แขนกร้าวและแตะแก้มเขาที่มีรอยช้ำด้วยความห่วงใย
       “คุณกร้าวเจ็บตัวเพราะอรแท้ๆ”
       กร้าวจับมืออรชาที่แตะแก้มตนอยู่
       “แผลแค่นี้เล็กน้อย”
       กร้าวกุมมืออรชา
       “ผมนี่แย่ที่สุด มัวแต่ยุ่ง ไม่มีเวลาให้คุณ จนไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องกับคุณสิต”
       “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ เป็นเพราะพี่สิตต้องการปิดข่าวเลยไม่มีข่าวออกไป”
       “หลายวันมานี้คุณอรคงลำบากมาก”
       อรชาเศร้า
       “ตอนที่คุณกร้าวไม่อยู่ มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่เว้นวัน อรไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วค่ะ อรกลัวค่ะคุณกร้าว”
       อรชาร้องไห้ อ่อนแอ กร้าวกอดปลอบโยน
       “ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณอร”
       อรชารู้สึกอบอุ่นใจ เมื่อมีกร้าวอยู่ใกล้ๆ ปรารภรีบร้อนเข้ามา อารมณ์ดี
       “คุณอรครับ โจ๊กร้อนๆ มาแล้ว”
       ปรารภเห็นกร้าวกอดอรชาอยู่ก็งง
      
       กร้าวตักโจ๊กจะป้อนอรชา แต่เธอไม่ยอมทาน
       “อรไม่หิวเลยค่ะ”
       ปรารภเป็นห่วง
       “ไม่หิวได้ยังไง คุณอรไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้าแล้ว”
       “ทานสักหน่อยนะครับ เดี๋ยวไม่สบายไปอีกคน”
       กร้าวเป่าให้หายร้อนแล้วป้อน อรชายอมกินโจ๊ก กร้าวเช็ดปากให้อย่างอ่อนโยน ปรารภรู้สึกผิด
       “ผมต้องขอโทษด้วยที่ปล่อยคุณอรอยู่คนเดียว โชคดีที่คุณกร้าวมาทัน ถ้าเกิดอันตรายกับคุณอร ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต”
       “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ เรื่องมันแล้วไปแล้ว”
       อรชายิ้มให้ปรารภ กร้าวป้อนอีก
       “อีกคำนะครับ”
       ปรารภมองกร้าวดูแลอรชาแล้วเจ็บจี๊ดในใจ
      
       อนุชทำงานในไร่ ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย หญิงสาวเอามือปาดเหงื่อ ชาติเข็นรถเข้ามา
       “เหนื่อยก็พักเถอะ”
       “ป๋า...”
       อนุชยิ้มสดใสให้ แม้จะเหนื่อยมาก
       “เจ้ากร้าวไม่อยู่ นุชไม่จำเป็นต้องทำหรอก ไม่มีใครบอกซะอย่าง เจ้ากร้าวก็ไม่รู้”
       “ถึงคุณกร้าวจะไม่รู้ แต่นุชรู้แก่ใจนี่คะ นุชไม่ชอบเป็นคนต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง”
       ชาติสงสารอยากปกป้องอนุชจากกร้าว
       “นุชจะว่ายังไง ถ้าป๋าจะรับนุชเป็นลูกบุญธรรม”
       อนุชชะงัก หยุดมือจากงานที่ทำ มองชาติ เห็นชาติจริงจังก็ไม่สบายใจเครียด
       “ป๋า…”
       “ถ้านุชเป็นลูกบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่จำเป็นต้องทำงานใช้ทุน และต่อไปนี้ป๋าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกลูกสาวป๋าอีก”
       อนุชอึ้ง ซึ้งใจ นั่งลงบนพื้นตรงหน้าชาติ ก้มลงกราบเท้า ชาติตกใจ
       “นุชทำอะไร ไม่เอาลูก ไม่ต้อง”
       อนุชกราบเสร็จ เงยหน้ามาพูด
       “ป๋าดีกับนุชเหลือเกิน จนนุชไม่รู้จะตอบแทนยังไงถึงจะพอแต่นุชไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดคิดว่านุชทำดีเพราะหวังสมบัติเงินทองของป๋า”
       “ใครจะคิดยังไงก็ช่าง ป๋าไม่สน”
       “ป๋าทำเพื่อนุชมามากแล้ว ต่อไปนี้ให้นุชตอบแทนป๋าก็พอนะคะ ป๋าไม่ต้องทำอะไรเพื่อนุชอีกแล้วค่ะ”
       ชาติลูบผมอนุชด้วยความเอ็นดู ชื่นชมในความดีของเธอ
       “ป๋ามองคนไม่ผิดจริงๆ แต่ยิ่งนุชเป็นคนดีเท่าไร ป๋าก็ยิ่งเสียใจที่ปกป้องนุชไม่ได้”
      
       ชาติไม่สบายใจเอามากๆ


  


       ชายธงไปหาเธียรที่ห้องทำงาน
      
       “ฉันเอาดวงแกกับหนูรินไปดูฤกษ์มาแล้ว มีฤกษ์แต่งงานต้นปีหน้า” เธียรบอกทันที
       ชายธงตกใจ
       “แต่งงาน! ผมบอกพ่อแล้วไงว่าผมไม่แต่งกับยายรินเด็ดขาด ผมไม่ได้รักเขา คนที่ผมรักคือนุช ผมจะแต่งงานกับนุชคนเดียว”
       เธียรโกรธ
       “ฉันก็พูดชัดเจนแล้วว่าฉันไม่นับญาติกับพวกวิชเวทย์ ลูกสะใภ้ฉันมีคนเดียวคือหนูรินเท่านั้น”
       “ผมไม่แต่ง!”
       เธียรโมโห
       “แกต้องแต่ง!”
       ชายธงกับเธียรจ้องหน้ากัน ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้กัน
       “วันอาทิตย์ ไปเจอฉันกับหนูรินที่นี่…”
       เธียรยื่นโบรชัวร์พร้อมนามบัตรเวดดิ้งสตูดิโอหรูแห่งหนึ่งให้ ชายธงมองโบรชัวร์แล้วยิ่งโกรธ
       “ผมไม่แต่ง พ่อบังคับใจผมไม่ได้”
       ชายธงออกจากห้องไป
      
       ชายธงออกมาจากห้อง เจอธาริน เธอไม่สบายใจ พยายามจะอธิบายว่าตนไม่รู้เรื่องด้วย เป็นความคิดของเธียรคนเดียว
       “พี่ชายธงคะ ริน...”
       ชายธงกำลังหงุดหงิด มองธารินอย่างไม่เป็นมิตร แล้วเดินหนีไป ไม่พูดไม่จา
       “พี่ชายธง!”
       ธารินไม่สบายใจ
      
       เธียรยืนอยู่ที่หน้าต่าง ธารินเข้ามา
       “คุณลุงคะ รินว่าเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อนเถอะค่ะ”
       “ไม่!”
       “แต่ว่าพี่ชายธงไม่ยอมแน่”
       “ก็ให้มันรู้กันไป ฉันสั่งพนักงานเป็นพันๆคนได้ แค่ลูกชายคนเดียว ทำไมฉันจะสั่งไม่ได้”
       เธียรดื้อดึง ธารินกังวล
      
       วันใหม่...กร้าวและปรารภช่วยกันประคองอสิตนอนพักบนเตียง ลลิตาและอรชาอยู่ข้างๆ ช่วยจัดหมอน ผ้าห่มให้
       “เสียดายที่ยายนุชไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ไม่รู้ป่านนี้ไปอยู่ที่ไหนเป็นยังไงบ้าง ไม่มีใครติดต่อนุชได้เลยเหรอ” อสิตหน้าเศร้าหมอง
       อรชาส่ายหน้า ไม่สบายใจ อสิตเสียใจ รู้สึกผิด
       “เป็นเพราะพี่คนเดียว พี่ทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำให้น้องๆต้องลำบาก พี่มันไม่เอาไหน น่าจะตายๆ ไปซะให้มันรู้แล้วรู้รอด อยู่ไปก็เป็นภาระน้อง”
       อสิตทุบตีทำร้ายตัวเอง กร้าว อรชา ปรารภและลลิตาต่างตกใจ ลลิตารีบห้าม
       “ว้าย สิต อย่าค่ะ”
       อรชากอดพี่ชายไว้
       “เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของพี่สิตนะคะ ถ้าไม่มีพี่สิต แล้วอรจะอยู่ยังไง พี่สิตอย่าทำร้ายตัวเองเลยนะคะ”
       ลลิตาและปรารภไม่สบายใจขณะที่กร้าวนึกถึงอนุช
      
       กร้าวกุมมืออรชาอยู่ที่โถงบ้าน
       “ผมจะรีบไปรีบกลับ ถ้าคุณอรมีอะไร โทรหาผมได้ตลอดนะครับ”
       กร้าวเป็นห่วง อรชายิ้มให้
       “คืนพรุ่งนี้ ผมอยากชวนคุณอรไปดินเนอร์กัน ผมจองโต๊ะไว้แล้ว”
       อรชาหน้าสลด
       “พี่สิตเป็นอย่างนี้ อรคงไม่มีกะจิตกะใจจะไปไหนหรอกค่ะ”
       “อย่ามัวดูแลคนอื่นจนลืมดูแลตัวเองสิครับ อย่าจมอยู่กับความทุกข์ ทำตัวให้มีความสุข แล้วคนที่อยู่ใกล้คุณก็จะมีความสุขไปด้วย”
       อรชาทึ่ง
       “คุณกร้าวเข้มแข็งจังนะคะ อรอยากเข้มแข็งให้ได้สักครึ่งหนึ่งของคุณกร้าวก็ยังดี”
       กร้าวเจ็บปวด
       “คงเพราะชีวิตผมเคยผ่านเรื่องเลวร้ายมาก่อน ความสูญเสียมันสอนให้รู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมัวจมกับความทุกข์”
       กร้าวมองไปด้านหลังอรชา สายตาเขามองข้ามไหล่เธอไปยังรูปประสิทธิ์ วิชเวทย์บนผนังด้านหนึ่งด้วยความเจ็บแค้น
      
       กร้าวออกมาจากบ้าน รีบร้อนอยากกลับไปหาอนุช เจอลลิตายืนรออยู่ ท่าทางเอาเรื่อง กร้าวไม่สบายใจ รู้ว่าลลิตาไม่ปล่อยตนไปง่ายๆ...กร้าวดึงลลิตาหลบมาคุยกันที่มุมลับตาคน ลลิตาออดอ้อนยั่วยวน
       “ไม่กลับไร่ไม่ได้เหรอคะ ลิต้าคิดถึงคุณกร้าวใจจะขาดแล้วนะ”
       ลลิตาเขี่ยแผ่นอกเขาเล่น ช้อนตามองอย่างยั่วยวน กร้าวลำบากใจ แต่ก็ตอบชัดเจน
       “ไม่ได้หรอกครับ”
       ลลิตาเซ็ง
       “อยากรู้จังว่าที่ไร่มีอะไรดี วันๆ คุณกร้าวถึงขลุกอยู่แต่ที่นั่น”
       “ที่ไร่มีเรื่องนิดหน่อย ผมเลยต้องกลับไปจัดการ ผมไปนะครับ”
      
       กร้าวผละจากลลิตา แล้วออกไป ไม่สนใจเธอเลย ลลิตาไม่พอใจหงุดหงิด


  


       อนุชกำลังทำงานอยู่ ป้าพร้อมเดินนำขำเข้ามาหา ขำยกแก้วน้ำหวานเย็นๆ มาให้
      
       “ขอบคุณค่ะป้าพร้อม ขอบใจนะจ๊ะขำ”
       อนุชดื่มน้ำหวาน ป้าพร้อมใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้อย่างสงสาร
       “ทำมาทั้งวันแล้ว พักสักหน่อยเถอะค่ะ”
       “พักไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวเจ้านายจะว่าเอา ยิ่งโหดๆอยู่ด้วย”
       กร้าวเดินมาด้านหลัง อนุชไม่เห็น ป้าพร้อมและขำเห็นก็ตกใจ แต่เตือนอนุชไม่ทัน
       “โหดมากมั้ย”
       อนุชหันไปมอง เห็นหน้ากร้าวก็ตกใจ
       “คุณมาตั้งแต่เมื่อไร”
       “ก็ทันได้ยินคุณนินทาผมละกัน”
       อนุชไม่ยอมแพ้
       “ฉันไม่ได้นินทา ฉันพูดความจริง”
       กร้าวไม่พอใจ ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
       “มาเหนื่อยๆ ไปเอาน้ำเย็นมาให้ผมสักแก้วซิ”
       ป้าพร้อมรีบเสนอตัว
       “เดี๋ยวพร้อมไปเอาให้นะคะ”
       กร้าวเสียงเข้ม
       “ไม่ต้อง ผมไม่ได้สั่งป้าพร้อม ผมสั่งคุณนุช”
       อนุชไม่พอใจ หันไปทำงานต่อ ทำเป็นหูทวนลม ไม่ได้ยิน กร้าวไม่พอใจจับไหล่อนุชหันมา
       “ผมพูดกับคุณไม่ได้ยินรึไง ไปเอาน้ำมาให้ผม”
       “ไม่ ฉันทำงานให้ป๋า ไม่ใช่คนใช้คุณ คุณไม่มีสิทธิ์ใช้ฉัน”
       “แต่คุณต้องทำ คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธผม”
       กร้าวลากอนุชออกไป อนุชดิ้นรนขัดขืน แต่สู้กำลังเขาไม่ได้
       “ปล่อยฉันนะ”
       ป้าพร้อมกับขำตกใจ ห่วงอนุชรีบตามไป
      
       กร้าวลากอนุชมามุมหนึ่งในไร่
       “ปล่อยฉัน”
       “แค่สั่งให้เอาน้ำเย็นมาให้ ทำท่าจะเป็นจะตาย...เดี๋ยวก็สั่งให้ถูหลังให้ตอนอาบน้ำซะเลย”
       อนุชทุบตีเขา
       “คนบ้า คนหยาบคาย ปล่อยฉันนะ”
       กร้าวลากอนุชมาเจอชาติ
       “ปล่อยหนูนุชเดี๋ยวนี้”
       กร้าวยิ่งไม่พอใจที่ชาติปกป้อง อนุชสะบัดจากกร้าว มาหลบหลังลุงชาติ
       “ต่อไปนี้นุชไม่ใช่คนงาน ลุงจะรับนุชเป็นลูกบุญธรรม”
       อนุชตกใจที่ชาติพูดต่อหน้ากร้าว
       “ป๋า...”
       กร้าวหน้าเคร่งเครียด
      
       กร้าวคุยกับชาติอยู่ในห้องนอน เขาไม่เข้าใจลุงเลยจริงๆ
       “คุณลุงคงลืมไปแล้วว่าวิชเวทย์เป็นศัตรูของเรา”
       “ความแค้นไม่ใช่มรดกนะกร้าว ลูกจะได้รับช่วงต่อจากพ่อได้”
       “ความแค้นไม่ใช่มรดก แต่เป็นหนี้ พวกวิชเวทย์ติดหนี้ผม หนี้แค้นที่พวกเขาต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
       “จำไว้นะกร้าว ความแค้นมันเหมือนไฟ มันไม่ได้เผาทำลาย แค่คนที่เราแก้แค้น แต่มันเผาทำลายตัวเราเองด้วย ลุงไม่อยากเห็นชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ของกร้าวต้องพังลง”
       กร้าวเจ็บปวด
       “ชีวิตผมมันพังไปตั้งแต่วันที่ไอ้ประสิทธิ์ทำร้ายแม่ผมแล้ว ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว”
       กร้าวออกจากห้องไป ชาติหนักใจและห่วง
      
       กร้าวออกมาจากห้องชาติ หน้าเครียด อนุชยืนรออยู่ ไม่สบายใจ พยายามอธิบาย
       “ฉันบอกป๋าไปแล้วว่าฉันไม่ต้องการอะไรจากป๋าทั้งนั้น”
       กร้าวเห็นหน้าอนุชก็ยิ่งโกรธ
       “ไม่ต้องสร้างภาพเป็นคนดีกับผมหรอก ผมรู้ทันคุณ ทำงานมันเหนื่อยนักรึไงถึงอยากรวยทางลัด ถ้าอยากสบายทำไมไม่บอกผม”
       กร้าวกระชากร่างอนุชมากอดจูบซุกไซih
       “ปล่อยฉัน”
       อนุชตกใจ ทั้งหยิกทั้งตี
       “ดีดดิ้นทำไม ผมมีเงินให้นะ อยากได้เท่าไรล่ะ แค่เอาใจผมนิดหน่อย ไม่ต้องเสแสร้งเป็นคนดีให้เหนื่อยด้วย”
       อนุชดิ้นรนทุบตี กร้าวไม่สน กอดจูบไม่หยุด อนุชได้จังหวะกัดจมูกเขาอย่างแรง
       “โอ๊ย”
       อนุชผลักแล้วตบหน้า น้ำตานองหน้า โกรธและเจ็บปวดมากที่โดนดูถูกศักดิ์ศรี เธอเสียใจ วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา กร้าวอึ้ง พูดไม่ออก
      
       อนุชวิ่งร้องไห้ออกมาจากบ้าน คนงานกำลังขนของลงจากท้ายรถกระบะ โดยจอดรถติดเครื่องและเปิดประตูด้านคนขับทิ้งไว้ อนุชขึ้นรถและขับออกไปเลย คนงานยกของกล่องสุดท้ายพอดีก็ตกใจร้องโวยวายเสียงหลง
       อนุชขับรถไป ร้องไห้ไป เสียใจที่โดนกร้าวดูถูก เธอมัวแต่ร้องไห้รถคันหนึ่งแล่นตัดหน้า ต้องหักรถหลบกะทันหัน รถกระบะเสียหลัก พุ่งลงข้างทาง อนุชตกใจ พยายามจะเบรก แต่เบรกไม่อยู่ รถพุ่งไถลไปอย่างเร็วตามทางลาดชัน สองข้างทางเป็นป่ารก รถพุ่งไปชนต้นไม้และนิ่งไป
      
       อนุชศีรษะกระแทกพวงมาลัย หมดสติไป


  


       ชายธงคุยกับกรวิกอยู่ในร้านกาแฟ สองหนุ่มคุยกันด้วยความกลัดกลุ้ม
      
       “ฉันจนปัญญาไม่รู้จะไปหาที่ไหน ถามเพื่อนทุกคนเท่าที่นึกออกแล้ว นุชไม่ได้ติดต่อใครเลย”
       กรวิกก็ไม่สบายใจ
       “ฉันก็เป็นห่วงนุชเหมือนกัน นุชไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย”
       “ถ้านุชติดต่อมา รีบบอกฉันเลยนะ”
       “ได้ นายก็เหมือนกันนะ”
       ชายธงพยักหน้าแทนคำตอบ
      
       คณิตดูผลเอ็มอาร์ไอของอสิตที่กร้าวเอามาให้ อยู่มุมหนึ่งในไร่ทานตะวัน กร้าวรอฟังคณิตด้วยความกังวล
       “เคสของนายอสิต น่าจะพอมีหวัง”
       กร้าวดีใจ คณิตสงสัย
       “แกคิดยังไงถึงช่วยนายอสิต อย่าบอกนะว่าเกิดใจอ่อนกับศัตรู”
       “ฉันไม่มีวันใจอ่อน แต่ฉันไม่ชอบคู่ต่อสู้ที่ด้อยกว่า อีกอย่างพวกวิชเวทย์ต้องเจ็บด้วยมือฉันเท่านั้น มันถึงจะสาสม”
       กร้าวยังทิฐิ ยังยึดมั่นกับการแก้แค้น
      
       กร้าวคุยโทรศัพท์กับอรชาอยู่หน้าบ้าน
       “ผมกำลังจะออกจากไร่แล้วครับ อยากเจอคุณอรเร็วๆ จังเลย...แล้วเจอกันนะครับ”
       กร้าววางสายจากอรชา ยิ้มร้าย ป้าพร้อมกระวนกระวาย ไม่สบายใจ รีบมาบอก
       “คุณกร้าวคะ คุณนุชยังไม่กลับมาเลยค่ะ”
       “ไม่เห็นต้องเป็นห่วงเลย ยายนั่นไม่ใช่เด็กแล้ว ป่านนี้อาจจะมัวเถลไถลที่ไหนก็ได้ ไปเองได้ก็ต้องกลับเองได้สิ”
       กร้าวไม่สน ออกจากบ้านไป ป้าพร้อมไม่สบายใจ ห่วงอนุช
      
       ฝนตกลงมาอย่างหนัก อนุชรู้สึกตัวฟื้นขึ้น ปวดศีรษะ
       “โอ๊ย...”
       อนุชกระเสือกกระสนออกมาจากรถ เธอมองไปรอบข้างที่เป็นพื้นที่ของไร่ทานตะวันซึ่งรกเรื้อกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่มีบ้านคน รอบข้างเงียบเชียบ น่ากลัว เธอไม่รู้ไปทางไหน แต่เพราะฝนตกหนัก เลยต้องวิ่งหาที่หลบฝน...กร้าวขับรถฝ่าฝนตกหนักมองฟ้าฝนแล้วไม่สบายใจ เริ่มห่วงอนุชแต่ยังปากแข็ง ไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง เขาขับรถพลางครุ่นคิด ห่วงอนุช สุดท้ายก็เลี้ยวรถกลับอย่างเร็ว
      
       อรชาแต่งตัวสวย รออยู่ อารมณ์ดี ดีใจที่จะได้เจอกร้าว โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น
       “คุณอรครับ เกิดเรื่องที่ไร่ ผมคงไปรับคุณไม่ทัน ไปเจอกันที่ร้านนะครับแล้วผมจะรีบไป ขอโทษด้วยนะครับ”
       กร้าววางสายไป อรชาไม่สงสัยอะไร ปรารภเข้ามาพอดี
       “คุณอรจะไปไหนรึครับ ให้ผมไปส่งมั้ย”
       “เอ่อ งั้น รบกวนคุณรภหน่อยนะคะ”
       อรชายิ้มให้ปรารภ
      
       ค่ำนั้น...อนุชเดินตากฝน ลื่นล้ม เจ็บขา
       “โอ๊ย”
       กร้าวขับรถพลางมองหาอนุช เขาโทรศัพท์หา ก็เป็นสัญญาณปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้ กร้าวมองหาไปเรื่อยๆ ตามสองข้างทางที่รถผ่าน
      
       ในร้านอาหารหรู พนักงานเลื่อนเก้าอี้ให้อรชานั่งอย่างสุภาพ อรชายิ้มแทนคำขอบคุณให้พนักงาน ท่าทางเธอดูมีความสุขที่จะได้เจอกร้าว ปรารภยืนมองอรชาจากด้านนอกร้าน เศร้าหมองที่รู้ว่าอรชานัดกับกร้าว
      
       อนุชกะเผลกมานั่งหลบฝนใต้ต้นไม้ ตัวเปียกปอนไปหมดทั้งตัว หนาว มองไปรอบตัว ทั้งมืด ทั้งเปลี่ยวฟ้าผ่าดังกึกก้อง อนุชปิดหู กรี๊ดลั่นหวาดกลัวจับใจ...กร้าวขับรถมาเห็นชาวบ้าน 3-4 คนกำลังมุงดูรถที่เกิดอุบัติเหตุ เขาไม่สบายใจ รีบจอดรถและวิ่งฝ่าฝนไปดู เขาแหวกไทยมุงเข้าไปเห็นคนเจ็บเป็นผู้ชายนั่งอยู่ ศีรษะแตก มีแผล เลือดออกเป็นอุบัติเหตุเล็กๆ จากมอเตอร์ไซค์ลื่นล้ม กร้าวอึ้งที่ไม่ใช่อนุช แต่ก็กังวลที่หาเธอไม่เจอ ใจคอไม่ดีกลัวจะมีอุบัติเหตุ กร้าวกลับมาที่รถ กดโทรศัพท์มือถือ
       “เกณฑ์คนที่ไร่ให้ออกมาช่วยกันตามหาคุณอนุช...”
      
       กร้าวและคนงานแยกย้ายกันตามหา เสียงคนงานตะโกนเรียกดังขึ้นจากมุมหนึ่งไกลออกไป
       “ทางนี้ครับคุณกร้าว”
       กร้าวและคนงาน 2-3 คนรีบไป เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็เห็นรถกระบะของไร่ทานตะวันที่อนุชขับมาชนต้นไม้ กร้าวเครียดทันที
       “แยกย้ายกันตามหา อาจจะอยู่ไม่ไกล”
      
       คนงานแยกย้ายตามหา กร้าวกังวลมาก ห่วงว่าอนุชจะมีอันตราย

      
       ด้านอรชานั่งรออยู่ที่ร้าน เริ่มกระวนกระวาย พนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ เป็นน้ำผลไม้ในแก้วทรงสูงที่ตกแต่งสวยงาม อรชาโทรศัพท์หากร้าว...แต่โทรศัพท์มือถือกร้าวอยู่ในรถ ไม่ได้เอาไปด้วย
      
       อรชารอจนสายตัดไปไม่สบายใจที่ติดต่อเขาไม่ได้ มองไปรอบๆ โต๊ะอื่นมากันเป็นคู่ๆ ต่างมีความสุข อรชามองอย่างเศร้าๆ
      
       กร้าวส่องไฟฉายตามหาอนุช ฝนยังคงโปรยปราย กร้าวตะโกนเรียก
       “นุช คุณอยู่ที่ไหน นุช”
       กร้าวหน้าเครียด เป็นห่วงอนุชมาก เขาใช้ไฟฉายส่องที่พื้น เห็นรอยเท้าเล็กๆ แบบรอยเท้าผู้หญิงก็มีความหวัง
       “นุช!”
       กร้าวรีบส่องไฟฉายหาไปรอบๆ เห็นอนุชนอนหมดสติอยู่ใต้ต้นไม้เข้าดีใจ
       “นุช!”
       กร้าวรีบวิ่งไปประคองอนุช ซึ่งเนื้อตัวเปียกปอนเขย่าเรียก
       “นุช ตื่นสิ นุช”
       กร้าวแตะหน้าผากอนุช ตัวร้อนจัด
       “ตัวร้อนจี๋เลย”
      
       กร้าวขับรถมาจอดหน้าบ้านไร่ทานตะวัน ชาติ พร้อมและขำรออยู่เห็นกร้าวอุ้มอนุชลงมาจากรถก็ตกใจ กร้าวหันไปสั่งป้าพร้อม
       “ป้าพร้อมครับ โทรตามหมอคณิตด่วนเลย”
       กร้าวอุ้มอนุชเข้าบ้านไป
      
       ลูกค้าโต๊ะสุดท้ายเช็คบิลเสร็จแล้วออกจากร้านไป เหลืออรชาคนเดียวนั่งหน้าเศร้าหมอง มองโทรศัพท์และตัดสินใจโทรหากร้าวอีกครั้ง เป็นสัญญาณโทรติด อรชาลุ้นให้เขารับสาย แต่กร้าวลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในรถ โทรศัพท์ดังจนแบตหมดไป...อรชารอสาย สายตัดไป เธอไม่สบายใจ ลองกดโทรออกอีกครั้ง คราวนี้ติดต่อไม่ได้ อรชาอยากร้องไห้ทั้งอายและเสียใจ
      
       อรชาออกมาจากร้านเศร้าๆ ปรารภนั่งรออยู่ที่มุมหนึ่งหน้าร้าน พอเห็นเธอออกมาก็ลุกมาหา
       “คุณอร”
       อรชาเห็นปรารภก็แปลกใจมาก
       “คุณรภ”
       ปรารภยิ้มซื่อๆ ให้อรชา
      
       อนุชนอนยู่บนเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว คณิตฉีดยาให้ ชาติ กร้าวและขำ ต่างเป็นห่วงอนุช
       “คงจะตากฝนจนไข้ขึ้นครับ ให้ยาลดไข้แล้ว ปล่อยให้นอนพักก็คงจะดีขึ้น แต่ต้องคอยเช็ดตัวลดไข้นะครับ”
       กร้าวไม่สบายใจ คณิตหันมาบอก
       “ฉันไปก่อนนะ”
       คณิตไหว้ชาติแล้วออกจากห้องไป ขำตามไปส่ง ป้าพร้อมยกกะละมังใบเล็กใส่น้ำและผ้าสะอาดเข้ามา ป้าพร้อมจะเช็ดตัวให้อนุช แต่กร้าวอาสา
       “ผมเองครับ คุณลุงกับป้าพร้อมไปพักเถอะ ผมจะเฝ้าอนุชเอง”
       ป้าพร้อมแปลกใจ ชาติรู้ว่ากร้าวห่วงอนุช
       “ฝากดูหนูนุชด้วยนะ”
       ป้าพร้อมเข็นรถชาติออกจากห้องไป กร้าวไม่สบายใจ เป็นห่วงอนุช เขาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้อย่างอ่อนโยน
      
       ปรารภขับรถพาอรชามาที่ริมแม่น้ำ อรชานั่งเหม่อเศร้า น้ำตาไหลพราก นิ่งๆแล้วรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง แอบเช็ดน้ำตา ไม่อยากให้ปรารภที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นว่าร้องไห้ ปรารภนั่งอยู่ข้างๆสงสารอรชา
       “ถ้าอยากร้องก็ร้องออกมาเถอะครับ”
       อรชามองปรารภ แล้วเลยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาพรั่งพรูความในใจทั้งน้ำตา
       “อรไม่รู้ว่าคุณกร้าวคิดอะไรกันแน่ บางทีก็ทำเหมือนอรเป็นคนสำคัญแต่บางครั้งก็ไม่ใส่ใจอรเลย”
       ปรารภสงสาร ปลอบใจอรชา
       “เขาอาจจะติดธุระกะทันหันก็ได้นะครับ”
       “เขาน่าจะโทรมาบอกอรสักนิด ไม่ใช่ปล่อยให้อรเป็นบ้าอยู่คนเดียวแบบนี้”
       อรชาร้องไห้ ซบไหล่ปรารภ สะอึกสะอื้น เจ็บปวด สับสน ปรารภลูบผมและแตะไหล่อรชาแทนคำปลอบโยน
      
       กร้าวใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแขนให้อนุช มองด้วยความห่วงใย อนุชเพ้อเบาๆเพราะพิษไข้
       “พี่อรคะ พี่สิต ช่วยนุชด้วย นุชกลัว”
       กร้าวสงสาร กุมมืออนุชมาแนบแก้ม
       “ไม่ต้องกลัวนะนุช คุณปลอดภัยแล้ว ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
       อนุชเพ้ออีก
       “คุณกร้าวเขาเกลียดนุช เขาเกลียด...”
       อนุชน้ำตาซึม ทั้งๆ ที่ยังหลับไม่ได้สติ กร้าวรู้สึกผิด สงสารจับใจ ซับน้ำตาให้แล้วลูบผมอย่างปลอบโยน
       “คุณเข้าใจผิด ความจริงแล้วผมไม่เคยเกลียดคุณเลย ทั้งๆ ที่คุณคือวิชเวทย์ศัตรูของผม คนที่ผมควรจะเกลียด แต่ไม่รู้ทำไม ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนผมกลับ...เกลียดคุณไม่ลง”
       กร้าวสับสน ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกว่าจริงๆ แล้วรักศัตรูของตัวเอง เหมือนมีแรงดึงดูดเกินจะต้านทาน กร้าวค่อยๆ ก้มหน้าเข้าใกล้ใบหน้าอนุชช้าๆ เกือบจะจูบที่ริมฝีปากสวย แต่ก็หยุดไว้ พยายามอย่างหนักที่จะห้ามใจตัวเอง
      
       ที่สุดกร้าวจูบที่หน้าผากแทนอย่างแผ่วเบา


  


       อรชานั่งเหม่อมองแม่น้ำอย่างเศร้าๆ ปรารภเข้ามานั่งข้างๆ ส่งขวดน้ำให้ อรชารับไปแล้วนึกได้
      
       “คุณรภรออรอยู่ที่ร้านตลอดเลยเหรอคะ”
       “ผม...เอ่อ ไม่อยากทิ้งให้คุณอรอยู่คนเดียว ก็เลยรอเป็นเพื่อนตั้งใจว่าถ้าคุณกร้าวมาเมื่อไร ผมก็จะกลับ ผมอยากให้คุณอรรู้ว่าคุณอรไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้ ยังมีผมคนหนึ่งที่จะอยู่ข้างๆ คุณอรเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ทิ้งคุณอรไปไหน วันที่คุณอรไม่มีใคร ขอให้คุณอรนึกถึงผมนะครับ”
       ปรารภยิ้มอย่างจริงใจ อรชาซึ้งใจ
       “คุณรภสัญญาได้มั้ยคะว่าจะไม่ทิ้งกัน”
       ปรารภเกี่ยวก้อยสัญญากับอรชา
       “ผมสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคุณอร นอกจากว่าคุณอรจะไม่ต้องการผมครับ”
       อรชาและปรารภยิ้มให้กัน อรชาซึ้งใจ รู้สึกดีขึ้นเมื่อมีปรารภอยู่ข้างๆ
      
       ปรารภกับอรชานั่งกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นรถเข็นข้างทาง ลูกจ้างยกชามก๋วยเตี๋ยวมาให้สองชาม ปรารภคีบลูกชิ้นขึ้นมา
       “ที่นี่ไม่มีไวน์ ไม่มีแชมเปญ งั้นฉลองด้วยลูกชิ้นแทนนะครับ”
       อรชาขำปรารภ แต่ก็คีบลูกชิ้นมาชนกัน
       “ฉลองให้กับมิตรภาพของเราสองคนครับ”
       อรชากำลังจะกินลูกชิ้น แต่ปรารภรีบร้องห้าม
       “เดี๋ยวครับคุณอร กินธรรมดามันไม่อร่อยหรอกครับ มันต้องแบบนี้”
       ปรารภควงแขนอรชา ผลัดกันป้อนลูกชิ้น อรชาจะกินลูกชิ้น ปรารภแกล้งไม่ให้กิน แต่พออรชาทำหน้าดุใส่ ปรารภก็ไม่กล้าแกล้งอีก อรชาจึงกินลูกชิ้นที่ปรารภป้อน พอปรารภจะกิน อรชาแกล้งบ้าง ไม่ให้กิน อรชาหัวเราะสนุก แกล้ง 2-3 ครั้งแล้วถึงยอมให้ปรารภกิน ปรารภและอรชาใช้ตะเกียบแย่งกันจิ้มลูกชิ้นลูกสุดท้ายในชาม ทั้งสองหัวเราะสนุก ทำให้อรชาลืมเรื่องผิดหวังในวันนี้ไปได้
      
       กร้าวแตะหน้าผากอนุช แล้วกังวลใจ เขาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ กร้าวหาวหวอดทั้งง่วงและเหนื่อย แต่ไม่ยอมนอน ยังคงพยายามเช็ดตัวลดไข้ กร้าวนั่งข้างเตียง กุมมืออนุช มองอนุชด้วยความห่วงใย กร้าวนั่งข้างเตียง ฟุบหน้าหลับ แล้วรู้สึกตัวตื่นขึ้น นึกถึงอนุชเป็นคนแรก อนุชเพ้อออกมา
       “หนาว...หนาว...”
       กร้าวเป็นห่วง ขยับผ้าห่มให้ปิดถึงคอ อนุชก็ยังนอนตัวสั่น กร้าวร้อนใจ ไม่รู้จะทำยังไง จึงกอดอนุชไว้แนบแน่นอย่างกังวล
       “อดทนไว้ อย่าเป็นอะไรนะนุช เธอต้องเข้มแข็งไว้นะ”
       กร้าวนอนกอดอนุช กังวล ห่วงมาก
      
       ปรารภมาส่งอรชาที่บ้าน
       “ขอบคุณนะคะ ที่อยู่เป็นเพื่อนอร”
       “คุณอรเป็นหนี้บุญคุณผมนะครับ”
       อรชาแปลกใจ แต่ก็ยิ้มขำ
       “อรจะตอบแทนยังไงดีคะ”
       “ผมขอแค่คุณอรยิ้มก็พอครับ”
       อรชาแปลกใจมาก
       “แค่นั้นเองเหรอคะ ขอน้อยจัง”
       “แค่นี้ก็พอแล้วครับ เพราะถ้าคุณอรมีความสุข ผมก็มีความสุขไปด้วยแล้ว”
       อรชายิ้มให้ ปรารภสบายใจ เมื่อเห็นอรชายิ้มได้
      
       กรวิกนั่งมองโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องรับแขก รอสายกร้าวแต่กร้าวก็ไม่โทรมา อยากโทรไปแต่ก็ลังเล ไม่กล้าโทร บนโต๊ะมีขวดโหลสวยๆ กับกระดาษสีสวยที่กรวิกใช้พับรูปหัวใจใส่ในขวดโหลให้กร้าว เธอเพิ่งเริ่มพับไปได้นิดเดียว ยังไม่เต็มโหล กรวิกถอนใจ กาญจนาเข้ามา
       “อยากคุยทำไมไม่โทรไปหาอากร้าวล่ะลูก มัวแต่นั่งเศร้า เขาจะรู้มั้ย”
       “นกเกรงใจ ไม่อยากรบกวนอากร้าวค่ะ หมู่นี้อากร้าวงานยุ่งมาก”
       กรวิกเศร้า หันไปพับกระดาษเป็นรูปหัวใจต่อ กาญจนาสงสารลูก ชวนคุยเรื่องอื่นแทน
       “ไหนสอนแม่พับบ้างสิ”
       กรวิกสอนพับ สองแม่ลูกสนิทสนมกัน มีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่น
      
       บรรยากาศยามเช้าในไร่ทานตะวัน อนุชลืมตาขึ้นมาเจอกร้าวระยะประชิด อยู่ในอ้อมกอดของเขาที่ไม่ใส่เสื้อ แต่ท่อนล่างยังอยู่ครบ เพราะเอาเสื้อเขามาห่มตัวให้เธอไว้ อนุชตาโตตกใจมาก
       “คุณกร้าว!”
       อนุชจะผลักกร้าวออก แต่เขานอนกอดแน่น แถมหลับสนิท อนุชดิ้นไม่หลุดดิ้นไปดิ้นมา หน้ากร้าวยิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้น อนุชอาย พยายามจะหลบแต่หน้าเขาก็มาอยู่ตรงแก้มพอดี เธอพยายามปลุกเขา
       “นี่ คุณกร้าว ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ ตื่น ไม่ตื่นใช่มั้ย”
       อนุชหยิกแขน กร้าวเจ็บ สะดุ้งตื่นขึ้น ตกใจที่ตัวเองเผลอหลับไป
       “นุช คุณเป็นไงบ้าง”
       กร้าวแตะหน้าผากอนุชแล้วดีใจ
       “ไข้ลดแล้ว”
       อนุชโกรธ คิดว่าเขาฉวยโอกาส ผลักออก
       “ปล่อยฉันนะ คุณทำอะไรฉัน คนฉวยโอกาส”
       กร้าวน้อยใจ
       “ผมอุตส่าห์ช่วยคุณ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี ยังมาหาว่าฉวยโอกาสอีก”
       อนุชไม่เชื่อ
       “ช่วยอะไร ทำไมต้องมากอดฉันด้วย”
       “ก็เมื่อคืนคุณบ่นว่าหนาว ห่มผ้าให้ก็ยังไม่หายผมก็เลยช่วยให้อุ่นขึ้นทำเป็นโวย ทีเมื่อคืนกอดผมแน่น แถมยังเพ้อถึงผมไม่หยุดเลย”
       อนุชอายและโกรธมาก คว้าหมอนขว้างใส่
       “ออกไปจากห้องฉันเลยนะ คนบ้า”
       กร้าวคว้าเสื้อแล้วรีบหนี
       “คนอุตส่าห์ช่วย ยังมาไล่อีก ไม่รู้จักบุญคุณคน”
      
       อนุชขว้างหมอนอีกใบ กร้าวรีบเผ่นแนบออกจากห้องไป


  


       กร้าวรีบวิ่งหนีออกมาจากห้อง เจอป้าพร้อมที่เดินเข้ามา
      
       “ว้าย คุณกร้าว เกิดอะไรขึ้นคะ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง”
       “แรงเยอะขนาดนี้ท่าทางจะไม่เป็นไรแล้วล่ะ”
       “ฝากป้าพร้อมดูด้วยละกันนะครับ...พอหายก็ฤทธิ์มากทันที”
       กร้าวเดินหนีไป ป้าพร้อมแปลกใจ
      
       ป้าพร้อมเข้ามาในห้อง อนุชคิดว่าเป็นกร้าว เงื้อหมอนจะขว้างใส่ แต่พอเห็นเป็นป้าพร้อมก็ชะงัก
       “ป้าพร้อม ขอโทษค่ะ นุชนึกว่า...”
       “อย่าโกรธคุณกร้าวเลยค่ะ เมื่อคืนคุณกร้าวเฝ้าไข้คุณนุชไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืนเลยค่ะ”
       อนุชอึ้ง
       “เห็นคุณนุชแข็งแรงดีแล้ว ป้าก็โล่งอก เดี๋ยวป้าไปเรียนคุณชาติก่อนนะคะ ท่านห่วงมาก”
       “ค่ะ ป้า นุชขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง”
       ป้าพร้อมยิ้มให้และออกจากห้องไป อนุชมองข้างเตียง เห็นถังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนเล็กวางอยู่ ก็ใจอ่อน รู้สึกผิดที่เข้าใจผิดและต่อว่ากร้าว อนุชสับสน เพราะเขาช่วยชีวิตตนไว้ แต่ที่ผ่านมาเขาก็ทำเรื่องร้ายๆ ไว้มากเกินกว่าจะให้อภัย
      
       อรชานั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวน ปรารภเข้ามาหา ถือถุงอาหารและขนมพะรุงพะรัง
       “คุณอรครับ”
       “คุณรภ หอบอะไรมาเยอะแยะคะ”
       “ผมซื้อของอร่อยมาฝากคุณอรครับ”
       “คุณรภจะขุนอรเหรอคะ มาทีไรมีของอร่อยมาด้วยทุกที”
       “กองทัพต้องเดินด้วยท้องไงครับ”
       ปรารภนั่งข้างอรชา ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถืออรชาดังขึ้น ที่หน้าจอโทรศัพท์มีรูปกร้าวถ่ายคู่กับเธอ อรชาและปรารภต่างอึ้ง อรชาโกรธกร้าว ไม่ยอมรับสาย ปล่อยให้โทรศัพท์ดัง จนสายตัดไป...กร้าวไม่สบายใจ โทรอีกครั้ง โทรศัพท์ดังขึ้นอีก อรชาเริ่มลังเล แต่พยายามใจแข็ง ปรารภมองออก
       “ถ้าคุณอรอยากคุยกับคุณกร้าว ก็รับสายเถอะครับ”
       ปรารภออกไป อรชามองโทรศัพท์แล้วลังเล...ปรารภเดินออกมาอีกมุมหนึ่ง หันไปมองอรชาเห็นเธอมองโทรศัพท์อย่างชั่งใจ ปรารภพลอยลุ้นไปด้วยแต่ในที่สุดอรชาก็รับสาย ปรารภผิดหวัง เศร้า หันหลังออกไป...กร้าวดีใจที่อรชารับสาย
       “ผมขอโทษที่ผิดนัด เมื่อคืนเกิดเรื่องที่ไร่ครับ คนงานเกิดอุบัติเหตุรถชน”
       “ทำไมคุณกร้าวไม่โทรบอกอรสักคำ ปล่อยให้อรเป็นตัวตลกอยู่ในร้าน”
       “ตอนนั้นมันฉุกละหุกมาก ผมมัวแต่ยุ่งเลยไม่ได้โทรกลับ”
       อรชาร้องไห้ด้วยความสับสน
       “ผมรู้ว่าผมทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่ผมอยากขอโอกาสอีกสักครั้ง”
       อรชาลังเล
       “ผมจะรีบจัดการธุระทางนี้ให้เรียบร้อยแล้วจะรีบไปหาคุณนะครับ”
       กร้าววางสาย เริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่ทำอยู่
      
       อรชาไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือไม่ที่ใจอ่อนกับกร้าว ปรารภเข้ามา มองอย่างอยากรู้คำตอบ
       “คุณกร้าวบอกว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องที่ไร่ คุณกร้าวเลยมาตามนัดไม่ได้ค่ะ”
       อรชารู้สึกผิดที่ใจอ่อน
       “อรควรทำยังไงดีคะ”
       ปรารภเจ็บปวดที่ต้องมาเป็นที่ปรึกษาความรักของอรชา แต่ก็ยอมเพราะความรักและความหวังดี
       ที่มีให้เธออย่างจริงใจ
       “ถ้าเป็นผม ผมจะฟังเสียงหัวใจตัวเองครับ ชีวิตคนเรามันสั้น ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงเมื่อไร อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำเถอะครับ”
       อรชาซึ้งใจ
       “ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
       ปรารภเศร้า แต่ก็ฝืนยิ้มให้อรชา
      
       อนุชกราบตักชาติ เธอมาลาเขา ชาติลูบผมอนุชด้วยความเอ็นดูและใจหายที่เธอจะไปจากไร่
       “ไม่ว่ายังไงป๋าก็คงห้ามนุชไม่ได้ นุชเป็นคนดี ขอให้รักษาความดีไว้ จำไว้นะลูก ความดีนี่แหละจะคุ้มครองเรา”
       อนุชซึ้งใจ กอดชาติ น้ำตาคลอ
       “ป๋ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ”
       “ไร่ทานตะวันและทุกคนที่นี่รักนุชและยินดีต้อนรับนุชเสมอ นุชจะมาเมื่อไรก็ได้นะลูกนะ”
       อนุชผละจากชาติ เดินไปหาป้าพร้อมและขำ ป้าพร้อมน้ำตาคลอ ส่วนขำร้องไห้สะอึกสะอื้น อนุชกราบที่อกป้าพร้อม
       “นุชขอบคุณป้าพร้อมที่เมตตานุช” เธอหันไปหาขำ “ฉันจะไม่ลืมเธอ”
      
       ป้าพร้อมและขำกอดอนุช สามคนกอดกันร้องไห้


  


       อนุชถือกระเป๋าเสื้อผ้า ออกมาจากบ้าน มองบ้านทานตะวันด้วยความผูกพัน แล้วตัดใจจะไป แต่นึกถึงคำพูดของป้าพร้อม
      
       “เมื่อคืนคุณกร้าวเฝ้าไข้คุณนุช ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืนเลยค่ะ”
       อนุชลังเล
      
       อนุชถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามา มองหา กร้าวเดินมาพอดี ทั้งสองเจอหน้ากัน อนุชเห็นหน้าเขาก็พูดไม่ออก กร้าวเห็นอนุชถือกระเป๋าเสื้อผ้าก็ตกใจ
       “คุณจะไปไหน”
       “ก็ไปจากที่นี่ คุณไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ”
       กร้าวออกคำสั่ง
       “ผมไม่ให้คุณไป”
       อนุชงง
       “คุณจะเอายังไงกันแน่ คุณไม่ชอบฉัน ฉันก็จะไม่อยู่ให้คุณเห็นหน้าไง”
       กร้าวอึกอัก ไม่อยากให้ไป พยายามคิดหาเหตุผล
       “ก็ เอ่อ” เขานึกออก “คุณยังใช้ทุนไม่หมด คิดจะหนีรึไง”
       “ฉันไม่ได้หนี แต่ฉันไม่อยากให้คุณกับป๋ามีปัญหากันต่างหาก เรื่องทุนไม่ต้องห่วง ฉันจะทำงานหาเงินมาใช้คืนให้ครบ”
       กร้าวไม่อยากให้ไป
       “ไม่รู้ล่ะ ผมสั่งไม่ให้ไป ก็ห้ามไป”
       “ฉันจะไป”
       อนุชดื้อจะไป กร้าวไม่ยอมเข้าไปอุ้มเลย อนุชไม่ทันตั้งตัว ตกใจ ดิ้นรน
       “ว้าย นี่คุณทำอะไร ปล่อยฉันนะ”
       กร้าวอุ้มอนุชออกไป...กร้าวอุ้มอนุชเข้าบ้าน อนุชดิ้น
       “ปล่อยฉัน”
       กร้าวอุ้มผ่านหน้าป้าพร้อมกับขำ ทั้งสองต่างอึ้งมองหน้ากัน ดีใจ
       “ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่มั้ยนังขำ”
      
       กร้าวอุ้มอนุชเข้ามาในห้องของเธอแล้วปล่อยลงบนที่นอนพอดี อนุชจะลุกหนี กร้าวกดข้อมือสองข้างของเธอไว้ อนุชดิ้น ถีบเขาโครม
       “โอ๊ย”
       กร้าวเซไป อนุชรีบลุกจะหนี กร้าวไม่ยอม คว้าตัวเธอ คราวนี้นอนกอดไว้แน่น อนุชดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของเขาหนีไม่รอด
       “ว้าย ปล่อยนะ”
       “ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะสัญญาว่าเธอจะไม่ไปจากที่นี่ ว่าไง ถ้าไม่สัญญา ก็จะกอดไว้อย่างนี้แหละ ดีเหมือนกัน เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืนง้วงง่วง นอนด้วยกันเลยละกัน”
       กร้าวยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าเขาอยู่ใกล้หน้าเธอมาก อนุชอาย หลบสายตาหวานหยาดเยิ้มของเขา
       “สัญญา...ฉันสัญญาก็ได้”
       “ดีมาก”
       กร้าวพอใจแต่ยังไม่ยอมปล่อย
       “ฉันสัญญาแล้วก็ปล่อยสิ”
       “เธอเพิ่งหายไข้ ควรจะนอนพัก เข้าใจมั้ย”
       อนุชอึ้งที่เขาเป็นห่วง
       “เข้าใจแล้ว ทีนี้จะปล่อยฉันได้รึยัง”
       กร้าวยอมปล่อยทั้งๆ ที่เสียดาย เขาลุกจากเตียง แต่ไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง นั่งจ้องหน้าเธอ อนุชอาย
       “มานั่งมองหน้าอย่างนี้ใครจะหลับลง”
       “คนดื้ออย่างคุณ ขืนไม่เฝ้าไว้ เดี๋ยวก็ไปก่อเรื่องอีก”
       อนุชนอนตะแคงหันหลังให้เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นหน้า อนุชนอนแล้วรู้สึกแปลกๆ ที่มีคนนั่งมองอยู่ เลยหันกลับมามอง กร้าวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ยิ้มหวานให้ อนุชอาย รีบหันหน้าหนีแต่แอบยิ้มเขิน กร้าวนั่งมองแล้วมีความสุข
      
       อสิตนอนอยู่บนเตียงร้องเรียก
       “ลิต้า ผมอยากเข้าห้องน้ำ”
       ลลิตาหงุดหงิด เล็บยังไม่แห้ง รีบเป๋าเล็บให้แห้ง แต่ยังไม่ลุกมาหา อสิตเร่ง
       “เร็วหน่อยสิลิต้า”
       ลลิตาเป่าเล็บ พลางวิ่งมาหา อสิตลุกขึ้นนั่ง ลลิตาช่วยประคอง แต่ไม่ทันตกใจ
       “ว้าย สิต ทำไมทำอย่างนี้ เลอะเทอะหมดแล้ว”
       ลลิตาโวยวาย อสิตรู้สึกผิด
       “ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
       ลลิตารังเกียจ
       “อี๋ สกปรก...แหวน นังแหวน”
       แหวนรีบเข้ามา ลลิตาทั้งหงุดหงิดและรังเกียจ เดินหนีไป อสิตมองตามลลิตาไปแล้วยิ่งรู้สึกไม่ดีกับตัวเองที่เป็นภาระของคนในบ้าน
      
       ลลิตาออกมาจากบ้านเดินมาพบชายธง เขาขอที่อยู่คนที่ส่งให้อนุชเรียนจนจบ เธอจึงเอาที่อยู่ของชาติมาให้
       “นี่ค่ะ จดหมายจากป๋าของยายนุช ที่อยู่อยู่บนซองค่ะ”
       ชายธงดีใจ
       “คุณแน่ใจเหรอว่ายายนุชจะไปที่นั่น”
       “นุชเขารักและเคารพป๋ามาก ผมเลยอยากจะลองดู ที่นี่เป็นความหวังสุดท้ายของผม ถ้าไม่เจอ ผมก็จนปัญญาแล้ว”
       ลลิตาหมั่นไส้ที่ใครๆ ก็รักอนุช
      
       กร้าวป้อนข้าว อนุชหันหน้าหนี ไม่ยอมกิน
       “นี่คุณ ฉันแค่เป็นไข้นะ ไม่ได้แขนด้วน ฉันทานเองได้”
       กร้าวไม่ยอม จะป้อน
       “ทำไมชอบขัดคำสั่ง ผมอุตส่าห์จะป้อนให้ ปกติผมไม่บริการใครง่ายๆ นะ เอ้า อ้าปากสิ”
       อนุชดื้อ ไม่ยอมเปิดปาก ปิดปากแน่น
       “ไม่ยอมอ้าปากเหรอ”
       กร้าวคิดๆ
       “มือผมก็ไม่ว่างด้วยสิ สงสัยต้องเปิดปากคุณด้วยวิธีอื่นซะแล้ว”
       กร้าวแกล้งยื่นหน้าเข้าใกล้ ทำท่าจะจูบ อนุชตกใจ
       “จะทำอะไร”
       “จะง้างปากคนดื้อ”
       อนุชกลัวกร้าวเอาจริง ยอมกิน
       “ฉันกินแล้ว”
       กร้าวยิ้มพอใจ
       กร้าวดูแล เป่าให้หายร้อนและป้อนข้าวให้อนุชพร้อมทั้งเช็ดปากให้อย่างอ่อนโยน ทั้งสองสบตากัน แล้วต่างหลบตา
      
       อนุชแปลกใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะอ่อนโยนได้ขนาดนี้
ตอนที่ 4
      
       อนุชนอนกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง มีกร้าวนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ คอยชำเลืองมองเป็นระยะ
      
       “ฉันหายดีแล้ว อยากออกไปข้างนอกบ้าง ไปเดินเล่นแป๊บเดียวก็ยังดี” อนุชลุกขึ้นนั่ง
       “ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต”
       “โธ่ คุณ ทำไมใจดำอย่างนี้ คุณไม่มาเป็นฉัน คุณไม่เข้าใจหรอก”
       “ผมไม่อนุญาตให้คุณไปเดินเล่นแถวนี้ แต่ผมจะพาคุณไปเที่ยวน้ำตก”
       กร้าวยิ้ม อนุชดีใจ ลืมตัวจับมือกร้าว
       “ขอบคุณนะ คุณใจดีที่สุดเลย”
       อนุชนึกได้ รีบปล่อยมือจากเขา
      
       ที่น้ำตกตรงบริเวณท้ายไร่...บรรยากาศร่มรื่นสวยงาม ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังซ่าเป็นระยะ กร้าวและอนุชยืนอยู่มุมหนึ่ง เธอมองไปรอบๆ รู้สึกสดชื่นขึ้น
       “สวย ร่มรื่นดีจังค่ะ”
       “มันก็สวยตามธรรมชาติ ไม่หรูหราเหมือนสระว่ายน้ำในโรงแรม ไม่รู้คุณหนูวิชเวทย์จะชอบรึเปล่า”
       กร้าวพูดๆ อยู่ มีน้ำสาดมาโดน เขาตกใจ หันไปมอง อนุชก้าวลงไปแช่น้ำแล้ว แกล้งสาดน้ำใส่เขา
       “มัวบ่นเป็นตาแก่อยู่ได้”
       กร้าวไม่ยอมแพ้
       “คุณแกล้งผมเหรอ เปียกหมดแล้วเนี่ย จับได้จะจับกดน้ำให้เข็ดเลย”
       กร้าวรีบวิ่งลงน้ำไป อนุชวิ่งหนี ทั้งสองสาดน้ำใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้กัน หัวเราะสนุก ลืมเรื่องที่เคยขุ่นเคืองกันไปเสียสนิท...อนุชวิ่งหนี กร้าววิ่งไล่สาดน้ำ
       “อย่าหนีนะ”
       ทั้งสองหัวเราะสนุกสนาน อนุชเสียหลักลื่น
       “ว้าย”
       กร้าวรีบประคองแต่กลายเป็นเสียหลัก ล้มลงไปนั่งทั้งสองคน อนุชล้มทับกร้าว อยู่ในอ้อนแขนของเขา ทั้งสองสบตากัน อยู่ใกล้กันมากจนรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย กร้าวค่อยๆ ก้มหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของอนุชจนเกือบจะจูบกัน อนุชเองก็เกือบจะเผลอใจ เธอหันหน้าหนี กร้าวชะงัก อนุชลุกขึ้นอายๆ
       “มานานแล้ว กลับกันเถอะค่ะ”
       อนุชรีบเดินหนีออกไป กร้าวมองตามตาละห้อย อยากอยู่ด้วยกันนานๆ
      
       อนุชเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เดินมา กร้าวก็เปลี่ยนเสื้อแล้ว ยืนรออยู่ หญิงสาวเอียงอาย ไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม กร้าวยังไม่อยากกลับ จับมือเธอไว้
       “คุณจะพาฉันไปไหน” อนุชแปลกใจ
       กร้าวดึงอนุชออกไป...ทั้งสองพากันไปที่หน้าผาในป่าท้ายไร่ อนุชมองวิวทิวทัศน์ของไร่ทานตะวันที่สวยงามอย่างตะลึง กร้าวถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองมาคลุมให้อย่างอ่อนโยน อนุชรู้สึกอบอุ่น ทั้งสองยืนชมวิวด้วยกัน
       “เวลาไม่สบายใจ ผมชอบมาที่นี่ เป็นที่ๆพิเศษสำหรับผม”
       “ขอบคุณนะคะที่พาฉันมา”
       กร้าวกุมมืออนุช
       “วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุด ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขเหมือนกัน ผมอยากให้คุณจดจำวันนี้ไว้ เหมือนที่ผมจะไม่มีลืมวันนี้เลย”
       อนุชยิ้มให้
       “ฉันก็จะไม่ลืมวันนี้เหมือนกันค่ะ”
       กร้าวและอนุชสบตากัน ต่างรักกัน แต่ไม่เคยเปิดเผยความในใจ กร้าวก้มลงจูบที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากสวย อนุชยืนนิ่งในอ้อมกอดแข็งแรงและอบอุ่นของเขา ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามของไร่ทานตะวัน
      
       รถกร้าวเข้ามาหน้าบ้าน อนุชและกร้าวนั่งเงียบกันมาตลอดทาง ต่างคนต่างพูดไม่ออก พอรถจอด อนุชก็รีบลงจากรถ กร้าวไม่สบายใจ รีบตามไป อยากจะบอกความในใจว่าทำไปด้วยความรัก
       “นุช”
       อนุชชะงัก แต่ไม่หันไปมอง
       “เรื่องที่เกิดขึ้น ผม...”
       อนุชแทรกขึ้น
       “ฉันรู้ค่ะว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ”
       “ไม่ใช่ ที่ทำไปเพราะผม...”
       กร้าวจะบอกว่ารัก อนุชรอฟัง ใจเต้นโครมคราม แต่ทันใดนั้นเสียงชายธงดังขึ้น
       “นุช!”
       อนุชและกร้าวหันไปมอง อนุชเห็นชายธงก็แปลกใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่
       “ชายธง!”
       ชายธงวิ่งมาหา ดีใจจนลืมตัว ดึงอนุชมากอด
       “นุชจริงๆ ด้วย รู้มั้ยผมตามหานุชไปทั่วเลย ดีใจจริงๆ ที่เจอนุชที่นี่”
       อนุชไม่ทันตั้งตัวเลยยืนนิ่งไม่ขัดขืน
      
       กร้าวหน้าเครียดเคร่ง เจ็บแปลบในใจที่เห็นผู้หญิงที่ตนรัก อยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นต่อหน้า


  


       ธารินสวยเฉิดฉายอยู่ในชุดเจ้าสาว แต่งหน้าทำผมพร้อมอยู่แล้วใน เวดดิ้งสตูดิโอแห่งนั้น เธอชะเง้อมองหาชายธงอย่างกระวนกระวายใจ เธียรอยู่ใกล้ๆ กำลังโทร.ตามชายธง
      
       “เจ้าชายธงปิดมือถือ” เธียรหนักใจ
       ธารินเสียใจ เธียรหงุดหงิด
       “ทำไมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้นะ”
       พนักงานของสตูดิโอมาถาม
       “เจ้าบ่าวมารึยังคะ”
       ธารินกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เดินหนีออกไป เธียรสงสาร เห็นใจธาริน
       “วันนี้ยกเลิกไปก่อน ค่าเสียหายทุกอย่างผมจ่ายเต็มจำนวน ไม่ต้องห่วง”
       พนักงานงง เธียรตามธารินไป
      
       ธารินเดินหนีมา ร้องไห้ เสียใจ เธียรตามมาอย่างสงสาร
       “ยกเลิกงานแต่งงานไปเถอะค่ะคุณลุง ในใจของพี่ชายธงมีแต่ผู้หญิงที่ชื่ออนุช วิชเวทย์ ไม่เคยมีที่ว่างให้รินแม้แต่นิดเดียว”
       เธียรหนักใจมองธารินอย่างสงสาร
      
       ชาติยิ้มให้ชายธงกับอนุชที่นั่งอยู่ข้างๆ
       “พักด้วยกันที่นี่แหละ ห้องหับมีเยอะแยะ”
       ชายธงไหว้ชาติอย่างนอบน้อม
       “ขอบคุณครับ คุณลุงใจดีอย่างที่นุชบอกไว้ไม่ผิดเลยครับ ผมดีใจที่มีโอกาสได้มากราบคุณลุงครับ”
       ชายธงและอนุชยิ้มให้กัน
      
       อนุชออกมาจากห้อง พบกร้าวที่มองอย่างไม่พอใจ
       “นัดกันมาพลอดรักที่นี่ คู่หมั้นนายชายธงตามมาขัดขวางความสุขไม่ได้ เธอนี่แผนสูงจริงๆ”
       อนุชอึ้ง ตั้งตัวไม่ทัน กร้าวเปลี่ยนท่าทีเร็วมาก เธอพยายามอธิบาย
       “ฉันไม่ได้วางแผนนะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายธงจะตามมาถึงที่นี่”
       กร้าวไม่เชื่อ
       “บอกไว้ก่อนว่าทำอะไรอย่าให้ประเจิดประเจ้อ ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหัดเกรงใจคุณลุงด้วย”
       อนุชโกรธและเสียใจมาก ตบหน้าเขา กร้าวกระชากแขนเธอเข้ามาใกล้ ชายธงตามมา
       “หยุดนะ ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้”
       ชายธงมาผลักกร้าวออกไป แล้วดึงอนุชมาหลบข้างหลังตน
       “คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวนุช”
       กร้าวกวนๆ
       “ใช่ ผมไม่มีสิทธิ์ คนโสดอย่างผม นุชไม่มองหรอก เขาชอบคนมีเจ้าของ”
       ชายธงโกรธมากที่กร้าวดูถูกอนุช กระชากเสื้อกร้าวมา เงื้อหมัดจะชก อนุชไม่อยากให้มีเรื่องรีบห้าม
       “หยุดนะ ชายธงมานี่”
       อนุชรีบดึงชายธงออกไป กร้าวยิ่งหึง
      
       อนุชดึงชายธงมามุมหนึ่ง ชายธงหงุดหงิด ใจร้อน
       “นุชห้ามทำไม ไม่ได้ยินเหรอว่ามันพูดจากดูถูกนุช ผมจะสั่งสอนมัน”
       “นุชขอร้องอย่ามีเรื่องกันที่นี่เลยนะ นุชไม่อยากทำให้ป๋าไม่สบายใจ”
       ชายธงยอมอ่อนลง เพราะรู้ว่าอนุชรักชาติมาก
       “ที่ผ่านมาเขาทำอะไรนุชรึเปล่า”ชายธงกุมมืออนุชห่วงๆ
       “ไม่มีอะไรหรอก”
       ชายธงยิ้ม
       “ได้ยินอย่างนี้ก็โล่งใจ”
       อนุชไม่กล้าสบตาชายธง
      
       ค่ำนั้น...อนุชยืนเหม่อที่ระเบียง นึกถึงเหตุการณ์ที่หน้าผาในป่าท้ายไร่ เธอแตะริมฝีปากตัวเอง นึกถึงคำพูดของกร้าว
       “บอกไว้ก่อนว่าทำอะไรอย่าให้ประเจิดประเจ้อ ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหัดเกรงใจคุณลุงด้วย”
       อนุชเสียใจเพราะคำพูดของเขา
       “ถ้าคุณเกลียดฉัน แล้วมาทำดีกับฉันทำไม”
       อนุชสับสน ไม่เข้าใจ
      
       วันใหม่...อสิตนอนหลับอยู่บนเตียง ลลิตาที่นั่งเฝ้าลองเรียกดู
       “สิต สิตคะ”
       อสิตหลับสนิท ไม่รู้สึกตัว ลลิตาย่องไปเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือและเงียบที่สุด ลุ้นๆ ว่าอสิตจะตื่นมาเห็นหรือไม่ แต่อสิตก็ไม่ตื่น ลลิตาหยิบกุญแจพวงหนึ่งมา แล้วออกจากห้องไป
       ลลิตาหมุนรหัสและไขกุญแจเปิดตู้เซฟ รื้อค้นหาของในตู้เซฟ จนเจอซองเอกสารสีน้ำตาลที่มีเงินอยู่ประมาณ 2-3 หมื่นบาท รีบหยิบออกไปทันที แล้วย่องกลับมาวางกุญแจไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงตามเดิม แต่ยังไม่ทันปิดลิ้นชัก โทรศัพท์มือถือของลลิตาก็ดังขึ้น เธอตกใจ รีบปิดลิ้นชักอย่างเบามือ อสิตรู้สึกตัวตื่นขึ้นเห็นลลิตาอยู่ข้างเตียง เธอรีบทำเป็นขยับผ้าห่มให้อย่างห่วงใย
       “ลิต้า เอ่อ ลิต้ากลัวสิตหนาวค่ะ”
       อสิตซึ้งใจ จับมือลลิตามาจูบ
       “ขอบใจมากนะ ลิต้าดีกับผมที่สุด”
       “งั้นเดี๋ยวลิต้ารับสายก่อนนะ”
      
       ลลิตารีบออกจากห้องไป อสิตมองตามเยื้อนยิ้มพอใจ ไม่สงสัยอะไร


  


       ลลิตาออกมาหน้าห้อง โล่งอกที่อสิตไม่สงสัย มองดูหน้าจอมือถือ เห็นชื่อชายธงโทร.เข้ามาจึงรับสาย
      
       “ผมเจอนุชแล้วครับ”
       ลลิตาเบะปาก ไม่อยากรู้เรื่องอนุชเลยสักนิด
       “เอ้อ ยังมีอีกเรื่องครับ บังเอิญมากที่นายกร้าวเป็นหลานของป๋า”
       ลลิตาตกใจ
       “คุณกร้าวน่ะเหรอคะ”
       “ใช่ครับ ผมแปลกใจมากที่มาเจอเขาที่นี่ เขาไม่ได้บอกใครเลยเหรอว่านุชอยู่กับเขาที่นี่”
       ลลิตาตกใจมาก...ชายธงแอบคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง อนุชเรียก
       “ชายธง”
       ชายธงรีบสรุป
       “แค่นี้ก่อนนะครับ”
       ชายธงวางสายไป ลลิตาตกใจจนพูดไม่ออกที่รู้ข่าว
      
       ค่ำนั้น...อสิตและอรชาคุยกันอย่างเคร่งเครียด
       “นุชอยู่กับชายธง”
       “เราจะทำยังไงกันดีค่ะพี่สิต”
       “พี่จะไปตามนุชกลับมา”
       อสิตจะลุก อรชารีบประคอง
       “พี่สิตไปไม่ไหวหรอก อรไปเองค่ะ”
       ลลิตากลัวอรชาไปหาอนุชรีบขัด
       “อรจำไม่ได้เหรอว่าที่นุชหนีไปก็เพราะมีเรื่องกับทั้งสิตและอร ถ้าอรไป ฉันกลัวว่านุชจะหนีไปอีก”
       “แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ”
       “ลิต้าจะไปอยู่ที่ไร่เป็นเพื่อนนุชเอง”
       อสิตเห็นด้วย
       “ดีเหมือนกัน ผมฝากด้วยนะลิต้า”
       ลลิตาแอบยิ้มร้าย โดยที่อสิตไม่เห็น
      
       วันใหม่ อนุชบรรจงตัดพวงองุ่น โดยมีชายธงถือกระบะสำหรับใส่องุ่นเดินตามต้อยๆ ทั้งสองเดินคุยกันไป ทำงานไป ท่าทางสนิทสนม ยิ้มแย้ม และดูมีความสุข กร้าวแอบมองอยู่มุมหนึ่งอย่างหึงหวง
      
       อนุชตัดองุ่นจนเจ็บมือ ถอดถุงมือออกมาดูเห็นว่ามือแดงไปหมด ชายธงจับมือเธอมาดู
       “ผมไม่อยากให้นุชทำงานที่นี่เลย ผมจะใช้ทุนคืนให้เอง นุชจะได้ไม่ต้องทำงานลำบากอย่างนี้”
       อนุชไม่สบายใจ
       “ไม่ได้หรอกชายธง”
       อนุชเดินหนีออกไป ชายธงรีบตาม
       “ผมรู้ว่านุชไม่ชอบเป็นหนี้ใคร นุชมีเมื่อไรค่อยคืนผมก็ได้”
       ชายธงกุมมือขอร้อง
       “กลับไปกับผมเถอะ ถ้านุชไม่อยากอยู่บ้าน ผมจะหาคอนโดให้อยู่”
       กร้าวเข้ามา อนุชปล่อยมือจากชายธง ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดๆ กร้าวมองหน้าอนุช
       “คุณชายธงอุตส่าห์มาหา น่าจะพาไปเที่ยวพักผ่อน ไม่ใช่มัวแต่ทำงาน แถวนี้บรรยากาศดี...แถมยังไกลหูไกลตาผู้คน จะทำอะไรก็สะดวก รับรองไม่มีใครตามมาวุ่นวาย”
       อนุชไม่พอใจ รู้ว่าเขาประชด เธอจึงประชดกลับ
       “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ชายธงเข้าใจว่าฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน ชายธงเป็นคนเข้าใจง่าย ไม่เหมือนคนบางคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย แถมยังชอบปรักปรำคนอื่น คิดว่าคนอื่นเขาจะเหมือนตัวเอง”
       ทั้งสองจ้องหน้ากัน ต่างไม่ยอมแพ้กัน ลลิตามาถึงพอดี พอเห็นกร้าวก็ร้องเรียกอย่างดีใจ
       “คุณกร้าวขา”
       กร้าวตกใจ ไม่คิดว่าลลิตาจะมาที่ไร่
       “ลิต้า”
       อนุชกับชายธงก็ตกใจ ลลิตาเข้ามาหากร้าว แล้วแกล้งสะดุดล้ม เข้าไปกอดเขา
       “ว้าย”
       อนุชไม่พอใจ คิดว่ากร้าวนัดลลิตามาที่ไร่
      
       กร้าวพาลลิตาเข้ามาในห้องพัก เธอไปดูวิวที่หน้าต่างอย่างตื่นเต้น
       “สวยจังเลย...ที่ดินแถบนี้เป็นของคุณกร้าวหมดเลยเหรอคะ”
       “ไม่ใช่ของผมหรอกครับ ของคุณลุง”
       ลลิตาโอบคอ หอมแก้มเขา
       “ลิต้าคิดถึงคุณที่สุดเลยรู้มั้ยคะ”
       กร้าวไม่สบายใจ
       “คุณลิต้า อย่าทำอย่างนี้เลยครับ มันไม่เหมาะ”
       ลลิตาแกล้งดึงเขาล้มลงไปบนเตียงนอนด้วยกัน อนุชเคาะประตู อีกมือถือผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนแล้วเปิดประตูเข้ามา เห็นลลิตากับกร้าวนอนกอดกันอยู่บนเตียงก็ตกใจ
       “คุณกร้าว พี่ลิต้า”
       กร้าวตกใจ พยายามแกะมือลลิตาออก แต่เธอยิ่งกอดแน่นนัวเนียยิ้มเย้ย อนุชทนดูไม่ได้
       “นุชเอาเครื่องนอนมาให้ วางไว้ตรงนี้นะคะ”
       อนุชรีบออกจากห้องไป กร้าวเครียดกลัวเธอเข้าใจผิด
       “นุช!”
       เขาจะตามไป แต่ลลิตากอดนัวเนียไม่ยอมปล่อย เขาจึงผลักออกอย่างมีมารยาท แล้วรีบออกจากห้องไป ลลิตามองตามอย่างหงุดหงิด
      
       อนุชเดินหนีมามุมหนึ่งในบ้านทานตะวัน กร้าวรีบตามมา ดึงไว้
       “ปล่อยฉัน อย่าเอามือสกปรกของคุณมาแตะตัวฉัน”
       กร้าวน้อยใจ
       “สกปรกเหรอ ใช่สิ ผมสกปรก ต้องนายชายธงใช่มั้ยถึงจะสะอาด”
       อนุชโกรธมาก
       “ไม่ต้องมาว่าฉันเรื่องชายธง คุณเองนั่นแหละที่นัดพี่ลิต้ามาพลอดรักที่นี่...ที่นี่ไม่ใช่โรงแรม ทำอะไรอย่าให้ประเจิดประเจ้อ เกรงใจคุณลุงบ้าง”
       อนุชสะบัดตัวเดินหนีไปเลย
      
       กร้าวพูดไม่ออก กลุ้มใจที่ลลิตาตามมาถึงไร่


  


       ลลิตาอารมณ์เสีย จะออกไปหากร้าว พอดีโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หน้าจอเป็นอสิตโทร.มา ลลิตารำคาญ ไม่อยากรับ แต่ก็ตัดสินใจรับสาย
      
       “ลิต้าเหรอ เจอนุชมั้ย”
       “เจอค่ะ”
       อสิตหันไปพยักหน้าให้อรชาและปรารภ ดีใจมากที่เจออนุชแล้ว
       “ขอผมคุยกับนุชหน่อยสิ”
       ลลิตาไม่อยากให้อสิตคุยกับอนุช พยายามเกลี้ยกล่อม
       “อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะสิต ให้เวลาเขาหน่อยดีกว่า ลิต้าจะค่อยๆพูดกับเขาเอง”
       ลลิตาวางสายยิ้มร้าย คิดหาทางรวบรัดกร้าว...อสิตผิดหวังมาก ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขารับสาย ฟังแล้วตกใจ
       “ว่าไงนะ” อสิตเครียด “ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
       เขากดวางสาย ปรารภถามอย่างสงสัย
       “มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ”
       อสิตกังวล
       “พวกคนงานหยุดงานประท้วงที่บริษัทไม่จ่ายเงินเดือน พี่ต้องไปคุยกับพวกเขา ขืนหยุดกันหมดอย่างนี้ มีปัญหากับลูกค้าแน่”
       อรชาเป็นห่วง
       “แต่พี่สิตยังไม่แข็งแรงดี หมอบอกให้พักผ่อนนะคะ อรจะไปคุยกับคนงานเองค่ะ”
       อรชาบอกไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ไม่มั่นใจนัก
      
       อรชามาที่บริษัทพูดผ่านไมโครโฟน พยายามเจรจากับกลุ่มคนงานที่รวมตัวกันประท้วงหน้าบริษัท ปรารภยืนอยู่ข้างๆ
       “ฉันขอร้องให้ทุกคนกลับไปทำงานตามเดิมก่อนนะคะ”
       พวกคนงานต่างโห่ไล่ วุ่นวาย ขว้างปาข้าวของใส่ ปรารภใช้ตัวเองบังอรชาไว้อย่างปกป้อง
       “คุณอรระวังครับ”
       คนงานขว้างกระป๋องน้ำอัดลมมาโดนศีรษะปรารภจนคิ้วแตกเป็นแผลเลือดไหล อรชาตกใจ
       “คุณรภ”
       “เรารีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะครับ”
       ปรารภรีบพาอรชาออกไป
      
       ค่ำนั้น ปรารภพาอรชากลับมาที่บ้าน ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องรับแขก ปรารภมีผ้าก็อซปิดแผลที่คิ้ว อรชาเป็นห่วง อสิตนั่งรถเข็น มองสภาพทั้งสองแล้วหนักใจ
       ปรารถอยู่คุยกับอรชาจนดึกจึงได้ลากลับ
       “คุณรภเจ็บตัวเพราะช่วยอร ขอบคุณนะคะ”
       “ผมเจ็บไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณอรเป็นอะไรไป ผมคงทนไม่ได้”
       เขามองด้วยแววตาหวานซึ้งเปี่ยมด้วยความรักและจริงใจ เธอหลบตา รู้สึกหวั่นไหวเพราะแพ้ความดีของเขา
      
       กร้าวยืนเหม่ออยู่ที่ระเบียงห้องบ้านทานตะวัน คิดถึงตอนที่จูบอนุช ชายหนุ่มเผลอยิ้ม มีความสุข เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาดีใจคิดว่าเป็นอนุช
       “นุช”
       กร้าวรีบเปิดประตู ก็พบว่า ลลิตาใส่ชุดนอนเซ็กซี่อยู่หน้าห้อง เธอโผเข้ากอดเขาทันที
       “คุณกร้าวขา ลิต้าไม่กล้านอนคนเดียว ลิต้ากลัว”
       กร้าวพยายามจะผลักออก แต่ลลิตากอดแน่น
       “ปล่อยเถอะครับ”
       ทันใดนั้นเสียงอนุชดังขึ้นด้านหลัง
       “ถ้าพี่ลิต้าไม่กล้านอนคนเดียว มานอนห้องนุชก็ได้นะคะ”
       กร้าวและลลิตาชะงัก เขารีบผลักเธอออก
       “ดีเหมือนกัน คุณลิต้าไปนอนห้องคุณนุชนะครับ”
       ลลิตาเสียใจ
       “คุณกร้าว!”
       ลลิตาน้อยใจที่ถูกไล่ โกรธอนุชที่มาขัดจังหวะ กร้าวโล่งอก อนุชไม่พอใจทั้งสองมาก
      
       อนุชตามลลิตามาที่หน้าห้อง เธอจะเข้าไปในห้อง แต่ลลิตาขวางไว้
       “ไม่ต้อง ฉันนอนคนเดียวได้”
       อนุชหนักใจ
       “นุชไม่อยากยุ่งเรื่องของพี่ลิต้าหรอกนะคะ แต่พี่ลิต้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะพี่สะใภ้ของนุช ช่วยทำตัวให้ดีหน่อยเถอะค่ะ”
       ลลิตาหมั่นไส้
       “ฉันมาที่นี่เพราะคุณกร้าวขอร้อง เขาบอกว่าคิดถึงฉัน อยากเจอฉัน”
       อนุชเสียใจ
       “เขาบอกอย่างนั้นเหรอคะ”
       “ฉันก็มีหัวใจนะ เจอผู้ชายที่รักเรา เอาอกเอาใจสารพัด ให้ความสำคัญกับเรา พูดกรอกหูทุกวันว่าเราเป็นคนพิเศษของเขาคนเดียว มันก็อดใจอ่อนไม่ได้”
       อนุชน้ำตาคลอ หลงเชื่อเจ็บที่โดนกร้าวหลอกให้รัก เธอกลับมาที่ห้องนอน ปิดประตูแล้วยืนพิงประตูร้องไห้ เสียใจเพราะเผลอใจรักกร้าวไปแล้ว
      
       วันใหม่...อนุชและชายธงออกมาจากบ้านทานตะวัน จะไปทำงานในไร่ กร้าวขับรถกระบะมาจอดขวางหน้าทั้งสอง
       “ผมจะไปดูงานในไร่พอดี ขึ้นรถสิ”
       กร้าวลงจากรถ อนุชโกรธทำมึนตึงกับเขา
       “ฉันไปกับคนงานได้”
       “แต่รถออกไปแล้ว”
       กร้าวยิ้มกวน อนุชรู้ทัน
       “คุณสั่งให้รถออกก่อนเวลา คุณจงใจแกล้งฉัน”
       กร้าวเปิดประตูด้านข้างคนขับให้ อนุชไม่พอใจ ลลิตาส่งเสียงมาก่อนตัว
       “รอลิต้าด้วยค่ะ”
       ลลิตาใส่แว่นกันแดดและสวมหมวกเบียดอนุชแล้วเข้ามาเกาะแขน กร้าวลำบากใจ ชายธงยิ้มสะใจ แกล้งพูดกับอนุชเยาะเย้ย
       “ไปนั่งกระบะด้วยกันเถอะนุช จะได้ชมวิวสวยๆ ไปด้วย โรแมนติกน่าดู”
       ชายธงพาอนุชไปนั่งกระบะด้วยกัน อนุชค้อนนิดนึง หึงๆแต่ก็ไปนั่งกระบะกับชายธง ลลิตาขึ้นรถ นั่งข้างคนขับ กร้าวผิดหวัง
       “ไปกันรึยังคะ”
      
       กร้าวจำต้องขึ้นรถไปอย่างหัวเสีย

      
       อนุชนั่งกระบะหลังกับชายธง ชมวิวกัน หัวเราะคิกคัก กร้าวแอบมองในกระจกมองหลัง ไม่พอใจ หึง เขาลืมมองถนน ทางข้างหน้าเป็นทางเลี้ยวหักศอก รถเกือบพุ่งลงข้างทาง ลลิตาตกใจ
      
       “อ๊าย คุณกร้าว”
       กร้าวตกใจ รีบหักเลี้ยวกะทันหัน อนุชเซ ล้มไปพิงชายธง กร้าวมองกระจกหลังเห็นเข้ายิ่งไม่พอใจ ลลิตามองด้านหลังก็ยิ้มๆแล้วใส่ไฟ
       “แหม คู่นั้นเขาหวานกันจังเลย เราก็อย่ายอมแพ้เขานะคะ”
       ลลิตาซบไหล่ อนุชมองเข้าไปในรถเห็นข้าก็หึง
       “ฮึ มัวแต่ทำอะไรกันอยู่ ถึงไม่ยอมมองทาง”
       อนุชโกรธ
      
       คนงานต่อแถวรับเครื่องมือทำไร่ จากคนคุมการเบิกจ่ายเครื่องมือ อนุชและชายธงยืนอยู่กับลลิตาที่มุมหนึ่ง ชายธงถือเครื่องมือทั้งหมด อนุชตรวจสอบเครื่องไม้เครื่องมือแล้วเห็นว่ายังไม่ครบ
       “เดี๋ยวนุชมานะ”
       เธอไปต่อแถว ชายธงวางกระบะใส่เครื่องมือไว้แล้วรีบตามอนุชไป ลลิตามองถาดใส่เครื่องมือของอนุช แล้วคิดแผนได้ เหลียวซ้ายแลขวา กร้าวยืนคุยกับหัวหน้าคนงานอยู่อีกมุม ไม่มีได้สนใจ ลลิตาหยิบกรรไกรออกมาจากถาด ซ่อนไว้ในกระเป๋าถือ
      
       อนุชค้นหาในกระบะที่ใส่เครื่องมือมา หากรรไกรไม่เจอ
       “นุชจำได้ว่าหยิบมาแล้วนะ หายไปได้ยังไง”
       ชายธงแปลกใจ
       “หรือว่าจะหล่นหาย”
       “นุชต้องไปเบิกมาใหม่”
       “ผมไปด้วย”
       อนุชกับชายธงหากรรไกรอยู่ในห้องเก็บเครื่องมือ ลลิตาแอบมาปิดประตูห้องอย่างเบามือล็อกแม่กุญแจจากด้านนอก
       “เจอแล้ว รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวสาย”อนุชหากรรไกรเจอ
       ทั้งสองจะออกจากห้อง แต่เปิดประตูไม่ได้ ชายธงตกใจ
       “เปิดไม่ได้”
       อนุชทุบประตู
       “ใครอยู่ข้างนอก เปิดหน่อย มีคนอยู่ในนี้”
       ชายธงและอนุชช่วยกันเขย่าประตู ขณะที่ลลิตาเก็บกุญแจใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินออกไป
      
       กร้าวเดินดูคนงานทำงานในไร่ โดยมีลลิตาควงแขนตลอด เขามองหาอนุช แต่ไม่เจอ ก็แปลกใจถามหัวหน้าคนงาน
       “อนุชไปไหน”
       หัวหน้าหันไปถามคนงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
       “เห็นคุณนุชมั้ย”
       คนงานต่างส่ายหน้า ลลิตาได้ทีใส่ไฟ
       “ชายธงก็หายไปด้วย หายไปด้วยกันแบบนี้ น่าสงสัยนะคะ”
       กร้าวไม่พอใจ
      
       ชายธงเขย่าประตู แต่ก็เปิดไม่ออก เขาร้อนมากจึงถอดเสื้อ
       “ทำไมไม่มีใครผ่านมาแถวนี้บ้าง”
       “คนงานจะมาที่นี่ตอนเช้ากับตอนเลิกงานเท่านั้น”
       ชายธงตกใจ
       “เราต้องรอจนถึงเวลาเลิกงานเลยเหรอ”
       ชายธงและอนุชกังวล
      
       กร้าวสั่งคนงาน
       “แยกย้ายกันตามหาให้ทั่ว”
       คนงานแยกย้ายกันไปตามหา กร้าวหงุดหงิด ลลิตาไม่สบายใจ กลัวแผนแตก รีบเสแสร้ง
       “ลิต้าจะช่วยตามหาอีกแรงนะคะ สิตฝากให้ลิต้าดูแลนุช ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนุช ลิต้าคงไม่กล้าสู้หน้าสิตแน่ๆ”
       กร้าวเห็นด้วย
       “ดีเหมือนกันครับ”
       ลลิตารีบออกไปทางหนึ่ง กร้าวออกไปอีกทาง
      
       ชายธงกับอนุชนั่งรอในห้องเก็บเครื่องมือ อากาศในห้องร้อนอบอ้าว ไม่มีหน้าต่าง อนุชคอแห้ง ชายธงหงุดหงิด
       “ผมไม่รอแล้ว”
       ชายธงไปหาเครื่องมือมาพังประตู อนุชลุกขึ้น จะช่วยหา แต่หน้ามืด เป็นลม ชายธงตกใจรีบประคอง
       “นุช! นุช!”
       ด้านนอก ลลิตาเข้ามาหน้าห้องเก็บของ เหลียวมองซ้ายขวา ระวังตัว กลัวมีคนมาเห็น เธอไขกุญแจ ถอดแม่กุญแจที่คล้องประตูออกอย่างเบามือแล้วรีบหลบไปทางอื่น
      
       กร้าว ลลิตาและคนงาน 2-3 คนมารวมกันที่มุมหนึ่งของไร่
       “ว่าไง เจอคุณนุชมั้ย”
       คนงานต่างส่ายหน้า ลลิตาเสแสร้าง
       “ลิต้าก็ไม่เจอ ลิต้าใจคอไม่ดีเลยค่ะคุณกร้าว กลัวว่าจะเกิดเรื่องกับนุช ลิต้าจะทำยังไงดี”
      
       ลลิตาบีบน้ำตา ร้องไห้ กร้าวกังวลเป็นห่วงอนุช


  


       ชายธงนั่งประคองอนุช กังวล คิดหาทาง
      
       “ขอโทษนะนุช”
       ชายธงปลดกระดุมเสื้อให้ อนุชมีเสื้อกล้ามใส่ข้างในอีกตัว
      
       หัวหน้าคนงานพาคนคุมห้องเก็บเครื่องมือมาหากร้าว
       “เมื่อเช้าคุณนุชบอกว่าจะเอาของที่ห้องเครื่องมือ ผมเห็นว่าคุณนุชเป็นคนสนิทของคุณชาติ ก็เลยให้กุญแจไปแล้วก็ไม่เห็นอีกเลยครับ”
       กร้าวรีบร้อนออกไปทันที ลลิตารีบตาม
       “คุณกร้าวขา รอลิต้าด้วยค่ะ”
       หัวหน้าคนงาน และคนงาน รีบตามกร้าวไป
      
       อนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้น ชายธงดีใจ
       “นุช”
       อนุชจะลุกขึ้น แต่ชายธงประคองไว้
       “อย่าเพิ่งรีบลุก เดี๋ยวหน้ามืด”
      
       กร้าวมาถึงหน้าห้องเครื่องมือ แต่ลังเล ไม่กล้าเปิดประตูกลัวจะเจอภาพบาดตาบาดใจ ลลิตารีบยุ
       “มัวทำอะไรอยู่คะคุณกร้าว เปิดเลยค่ะ”
       กร้าวเปิดประตูห้องเก็บเครื่องมือ พร้อมลลิตาและพวกคนงาน ภาพที่ทุกคนเห็นคือ อนุชอยู่ในอ้อมกอดของชายธงที่ถอดเสื้อ ส่วนอนุชก็เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แต่งตัวไม่เรียบร้อย กร้าวและพวกคนงานต่างตกใจ
       “นุช”
       ลลิตาแกล้งตกใจ โวยวาย
       “ตายแล้ว นุช ชายธง ทำอะไรกันน่ะ แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้”
       กร้าวโกรธ ไม่พอใจ นึกว่าทั้งสองแอบมาพลอดรักกัน คนงานก็ซุบซิบนินทากัน ลลิตาแอบยิ้มร้าย สะใจที่เล่นงานอนุชได้
      
       ชายธงประคองอนุชเข้ามาในห้องรับแขกบ้านทานตะวัน กร้าวและลลิตาตามมาด้วย ลุงชาติ ป้าพร้อมและขำเห็นอนุชหน้าตาซีดเซียวก็แปลกใจ ชาติหันไปถามชายธง
       “เกิดอะไรขึ้น นุชเป็นอะไร”
       “นุชเป็นลมครับ”
       “มานั่งพักก่อน”
       ชายธงประคองอนุชนั่งพัก ป้าพร้อมและขำช่วยดูแลอนุช ป้าพร้อมสงสาร
       “โถ คงจะทำงานหนักเกินไป”
       กร้าวประชด
       “แต่ที่เป็นลมคงไม่ใช่เพราะทำงานหนักหรอก ทำอย่างอื่นมากกว่า”
       ชายธงโกรธ ชี้หน้ากร้าว
       “หยุดล่วงเกินนุชเดี๋ยวนี้”
       อนุชจับแขนชายธง
       “ใครอยากจะเข้าใจยังไงก็ช่าง”
       อนุชมองกร้าว น้อยใจ ลุงชาติขัดขึ้น
       “เอาล่ะๆ พร้อม ขำ พานุชไปพักข้างบน วันนี้ไม่ต้องทำงาน ป๋าอนุญาตให้หยุดหนึ่งวัน”
       ชายธง ป้าพร้อม ขำ พาอนุชออกไป ชาติตามไปดูแลอนุชด้วย ลลิตาเกาะแขนกร้าวใส่ไฟ
       “ชายธงกับนุชตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ ดูๆ ไปเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่มาฮันนีมูนกันเลยนะคะ”
       กร้าวโกรธ หึง เข้าใจอนุชผิด ลลิตายิ้มร้าย สะใจที่ทำให้ทั้งสองเข้าใจผิดกันได้
      
       อสิตนั่งรถเข็น มองตัวเองในกระจกอย่างกังวล ไม่มั่นใจ เขาจับขอบอ่างล้างหน้า พยายามยันตัวลุกขึ้นยืนและยืนได้ก็ดีใจ เขาลองปล่อยมือ ไม่จับขอบอ่างล้างหน้าก็ยืนไม่ได้ ล้มลงไปนั่งบนรถเข็น
       “โอ๊ย”
       อสิตทุบรถเข็น เจ็บใจตัวเองที่ยืนไม่ได้ เขาเครียด ทำใจไม่ได้ที่จะต้องไปเจอพวกคนงานในสภาพนี้
      
       ในห้องประชุมบริษัทรัตนกิจก่อสร้าง...อรชา ปรารภและตัวแทนคนงาน 2-3 คนรอคุยกับอสิต
       “ผมจะไปตามคุณสิตเองครับ”
       ปรารภลุกไปเปิดประตู แต่พอประตูเปิดก็เจออสิตเข็นรถเข็นเข้ามา คนงานทั้งหมดลุกพรวดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง มองอสิตเป็นตาเดียว อสิตพยายามฝืนยิ้ม ไม่อยากให้ทุกคนเห็นความอ่อนแอ
       “เรื่องเงินเดือน ผมจะจัดการให้ทุกคนโดยเร็วที่สุด ผมรับรอง”
       ตัวแทนคนงานมองหน้ากันอย่างลำบากใจ
       “พวกผมตัดสินใจแล้ว พวกผมขอลาออก”
       “ผมไม่ได้เป็นอะไร อีกไม่นานผมก็หายแล้ว ถ้าไม่เชื่อผมจะยืนให้ดู”
       อสิตล็อกล้อรถเข็น ยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ยืนไม่ได้ ทรุดล้มลง อรชาตกใจ
       “พี่สิตคะ”
       อรชาและปรารภเข้าไปหาอสิต พวกคนงานมองอย่างหมดศรัทธา แล้วออกจากห้องไปทั้งหมด
       “กลับมาก่อน อย่าเพิ่งไป”
       อสิตพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ลุกไม่ไหว ได้แต่ทุบพื้น เจ็บใจตัวเอง
       “โธ่เว้ย!”
       อรชาและปรารภไม่สบายใจ
      
       ป้าพร้อมและขำช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ขำซึมๆไม่มีกะจิตกะใจทำงาน ป้าพร้อมสังเกตเห็น
       “เป็นอะไรนังขำ”
       ลลิตาเดินผ่าน
       “โธ่ ป้า ไม่สังเกตเหรอว่าคุณกร้าวกับคุณนุชดูเย็นชา ไม่พูดไม่จากันเลย”
       ลลิตาชะงัก แอบฟังอย่างสนใจ
       “วันที่ไปเที่ยวน้ำตกกันยังดีๆ อยู่เลย”
       ลลิตาเข้ามาถาม
       “แถวนี้มีน้ำตกด้วยเหรอ”
      
       พร้อมกับขำตกใจที่ลลิตามาได้ยิน


  


       อนุชอ่านหนังสือท่องเที่ยวภาษาอังกฤษให้ชาติฟังอยู่ในห้อง โดยมีชายธงนั่งอยู่ข้างๆ กร้าวนั่งอีกข้าง นวดขาให้ชาติ พลางแอบมองอนุชไปด้วย อนุชอ่านจนจบ ลลิตาเข้ามาเกาะแขนกร้าว
      
       “คุณกร้าวขา ที่นี่มีน้ำตกด้วยเหรอคะ”
       ชาติหันมาบอก
       “มีสิ ที่ท้ายไร่โน่น”
       ลลิตาอ้อน
       “ลิต้าอยากไปจัง คุณกร้าวพาลิต้าไปนะคะ นะค๊า”
       กร้าวอึกอัก ไม่อยากไปกับลลิตาตามลำพัง ชาติเห็นดีด้วย
       “ดีเหมือนกัน นุชก็ไปด้วยสิ เอาแต่ทำงาน ไปพักผ่อนซะบ้าง”
       อนุชไม่สบายใจ ไม่อยากไปกับกร้าวและลลิตา
       “แต่นุชอยากอยู่ดูแลป๋ามากกว่านี่คะ”
       “ไม่ต้องห่วงป๋าหรอก พร้อมกับขำก็อยู่ ไปเที่ยวให้สนุกเถอะ”
       อนุชไม่ค่อยอยากไป แต่ขัดชาติไม่ได้ กร้าวไม่สบายใจ แต่ลลิตายิ้มพอใจ
      
       บรรยากาศน้ำตกสวยงามร่มรื่น...ลลิตากรี๊ดกร๊าดตื่นเต้น ไปวักน้ำเล่น เธอเกาะแขนออดอ้อนกร้าว
       “เล่นน้ำกันนะคะคุณกร้าว”
       กร้าวอึดอัดใจ ลลิตาหันไปหาอนุช
       “เล่นน้ำด้วยกันมั้ยจ๊ะนุช”
       อนุชเห็นท่าทางกร้าวและลลิตาก็ไม่พอใจ
       “ไม่ดีกว่าค่ะ นุชอยากเดินเล่นมากกว่า”
       อนุชรีบออกไป ไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ ชายธงรีบตามไป ลลิตาใส่ไฟ
       “ชายธงกับนุชนี่ตัวติดกัน ไม่ยอมห่างเลยนะคะ สวีทกันน่าดู”
       กร้าวมองตามอนุชและชายธง หึงหวง อยากจะตามไป แต่โดนลลิตาเกาะติดหนึบ
      
       อนุชมาที่มุมหนึ่งของน้ำตก ชายธงตามมา
       “นุช จะรีบไปไหน รอผมด้วยสิ”
       “นุชไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอใคร”
       อนุชโกรธกร้าวมาก
      
       ลลิตาออดอ้อนกร้าว
       “ไปเล่นน้ำเป็นเพื่อนลิต้าหน่อยนะคะคุณกร้าว”
       “ลิต้าตามสบายเถอะครับ ผมไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ผมรออยู่ตรงนี้ดีกว่า”
       “งั้นก็ตามใจคุณกร้าวค่ะ”
       ลลิตาค่อยๆ ถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออก เหลือแต่เสื้อสายเดี่ยวเซ็กซี่ตัวในและกางเกงขาสั้น จงใจให้ท่าเขา ลลิตาลงเล่นน้ำตก ทำท่าทางเซ็กซี่ยั่วยวน กร้าวอึดอัดใจ ยิ้มให้ลลิตาเป็นมารยาท แล้วมองไปทางอื่น ไม่อยากมอง ลลิตาหงุดหงิดที่เขาไม่เล่นด้วย เลยคิดแผน เธอดำน้ำลงไป กร้าวนั่งชมวิวสักพัก รู้สึกว่าลลิตาเงียบไปก็หันไปมองหา แต่ไม่เจอ เขาร้องเรียก
       “ลิต้า”
       กร้าวมองไปทั่วบริเวณ ไม่เห็นวี่แววลลิตาก็ตกใจ คิดว่าเธอจมน้ำ เขาถอดเสื้อ แล้วลงน้ำไปหา
      
       กร้าวดำน้ำหาลลิตา เขาเจอเธออยู่ใต้น้ำ ท่าทางนิ่งเหมือนจะจมน้ำ ก็รีบดึงขึ้นมาเหนือน้ำ
       “ลิต้า คุณเป็นอะไรรึเปล่า”
       ลลิตากลับโอบคอเขาแน่น หัวเราะสนุก
       “คุณแกล้งผมเหรอเนี่ย”
       ลลิตายั่วยวนสบตาแล้วจะจูบ กร้าวมองนิ่งอึ้ง หน้าเครียด แต่พอเธอจะจูบ เขาก็ผละออก
       “ถ้าคุณไม่เป็นไรแล้ว ผมขอตัว”
       กร้าวกลับขึ้นฝั่ง ลลิตาผิดหวัง
       “คุณกร้าว กลับมาเดี๋ยวนี้นะ คุณกร้าว”
       กร้าวไม่ฟัง ออกไปเลย ลลิตาหงุดหงิด ตีน้ำระบายอารมณ์
       “อ๊าย”
      
       อนุชและชายธงเดินเข้ามามุมหนึ่งในป่า ชายธงล้วงกระเป๋าหาโทรศัพท์มือถือแต่ไม่มี
       “ผมทำโทรศัพท์หล่น”
       “นุชช่วยหามั้ย”
       “ไม่เป็นไร นุชรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวผมมา”
       ชายธงออกไป อนุชมองไปด้านหนึ่ง จำทางได้ว่าเป็นทางไปหน้าผา เธอเดินออกไป...อนุชเดินมาถึงหน้าผามองไปรอบๆ นึกถึงกร้าว หญิงสาวเสียใจที่ลืมเขาไม่ลง ขณะเดียวกันนั้นที่ด้านหลังของเธอ กร้าวเข้ามา เห็นอนุชก็ยิ้ม ดีใจที่ใจตรงกัน อนุชตัดใจ จะกลับ หันมาเจอเขาก็ชะงักแปลกใจ
       “คุณกร้าว”
       อนุชมองสภาพกร้าวที่ตัวเปียกปอน ถอดเสื้อเหลือแต่กางเกง ก็หึง เข้าใจผิด คิดไปเองว่าเขาไปนัวเนียกับลลิตามา
       “ผมดีใจที่เจอคุณที่นี่”
       กร้าวจับมือเธอมากุมพูดอย่างจริงใจ
       “ที่นี่เคยเป็นสถานที่พิเศษของผมคนเดียว แต่ตอนนี้เป็นของเราสองคน คุณคือคนพิเศษสำหรับผม”
       อนุชมองตาเขาแล้วนึกถึงคำพูดของลลิตา
       “ฉันก็มีหัวใจนะ เจอผู้ชายที่รักเรา…พูดกรอกหูทุกวันว่าเราเป็นคนพิเศษของเขาคนเดียว มันก็อดใจอ่อนไม่ได้”
       อนุชเจ็บปวด คิดว่าเขาปากหวานไปทั่ว ไม่มีความจริงใจ
       “เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ ฉันลืมไปหมดแล้ว มันไม่มีค่าพอให้จดจำสักนิด”
       กร้าวเสียใจมาก อนุชสะบัดมือจากเขาเดินหนีไป
       “จะไปไหน”
       อนุชประชด
       “ไปหาชายธง”
       กร้าวทั้งเสียใจ โกรธและไม่เข้าใจอนุช
       “หายใจเข้าออกเป็นชายธง ทำไม ห่างจากมันไม่ได้เลยรึไง”
       อนุชประชด
       “ใช่ ฉันไม่อยากห่างจากชายธงสักวินาทีเลย”
       กร้าวโกรธมาก กระชากเธอมากอดจูบซุกไซร้ประชดประชัน อนุชดิ้นรน
       “ปล่อยฉัน”
       “ทำเป็นดีดดิ้น ผมรู้ทันคุณหรอกน่ะ สิ่งที่คุณแสดง มันก็แค่มารยา เพื่อปั่นหัวผู้ชายให้มันคลั่ง”
       กร้าวกอดจูบอย่างรุนแรง อนุชกัดหูเขาอย่างแรง
       “โอ๊ย”
       เธอผลักเขาออกร้องไห้ น้ำตาไหลพราก เจ็บปวดใจ
       “ฉันคิดว่าคุณจะมีความจริงใจให้ฉัน แต่คนอย่างคุณไม่เคยจริงใจกับใคร คุณเห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น คุณมันไม่มีหัวใจ ฉันเกลียดคุณ!”
      
       อนุชวิ่งหนีไป กร้าวเจ็บปวดใจ เข้าใจอนุชผิด


  


       ชายธงถือโทรศัพท์มือถือ เข้ามาที่มุมเดิมที่แยกกับอนุช เขามองหาแต่ไม่เจอก็แปลกใจร้องเรียก
      
       “นุช”
       ทางด้านอนุชวิ่งมาที่น้ำตกน้ำตาคลอ ลลิตาเล่นน้ำอยู่คนเดียว เห็นอนุชก็รีบถาม
       “อ้าว นุช...เจอคุณกร้าวรึเปล่า”
       “เจอค่ะ แต่ไม่รู้ไปไหนแล้ว”
       อนุชพยายามกลั้นน้ำตา หลบหน้าหลบตา...ลลิตาโกรธ เกลียดอนุช คิดแผนแกล้ง เธอแกล้งทำเป็นตะคริว จะจมน้ำ ตีน้ำและโวยวาย
       “ว้าย ช่วยด้วย”
       อนุชตกใจ
       “พี่ลิต้า”
       อนุชรีบลงน้ำ ว่ายไปช่วยเข้าไปประคอง แต่ลลิตาแกล้ง จับอนุชกดน้ำ
       “ว้าย ช่วยด้วยๆ”
       อนุชตกใจ
       “พี่ลิต้า อย่า...”
       ลลิตายิ้มร้าย สะใจ จับอนุชกดน้ำ แต่ทำเป็นโวยวาย
       “ช่วยด้วย พี่กลัว”
       อนุชจมน้ำ พยายามดิ้นรน แต่โดนลลิตาจับกดน้ำ เธอสำลักน้ำ อึดอัด หายใจไม่ออก ลลิตาสะใจ
       “โทษฐานที่แกคิดจะแย่งคุณกร้าวของฉัน”
       อนุชหายใจไม่ออกหมดสติ แน่นิ่งไป กร้าวเข้ามา มองเห็นลลิตากับอนุชจมน้ำก็ตกใจ
       “ลิต้า นุช”
       ลลิตาเห็นกร้าวก็ตกใจ รีบปล่อยมือจากอนุช และแกล้งทำเป็นจะจมน้ำ
       “ช่วยด้วย ช่วยลิต้าด้วย”
       กร้าวรีบว่ายน้ำไปช่วยสองสาว เขาว่ายไปประคองอนุชที่หมดสติไปแล้ว
       “นุช”
       ลลิตาร้องเรียก
       “คุณกร้าว ช่วยด้วย”
       กร้าวช่วยอนุชและลลิตาขึ้นจากน้ำ ประคองขึ้นมาบนตลิ่ง ลลิตาทำเป็นสำลักน้ำ ผวาเข้ากอด
       “คุณกร้าวขา ลิต้ากลัว”
       กร้าวไม่สนลลิตา หันไปเรียกอนุช
       “นุช”
       กร้าวเห็นอนุชหมดสติก็รีบวางเธอนอนราบ ปั๊มหน้าอก บีบจมูก ผายปอดให้ ลลิตาเห็นก็เจ็บใจ ชายธงเข้ามาเห็นอนุชหมดสติก็ตกใจ
       “นุช”ชายธงหันไปถามกร้าวและลลิตา “เกิดอะไรขึ้น”
       “คุณนุชจมน้ำ”
       ชายธงผลักกร้าวออกไป
       “ไม่ต้องยุ่ง”
       ชายธงจะผายปอดให้ กร้าวหวง ไม่อยากให้ชายธงผายปอดให้อนุช ชายธงกำลังจะผายปอดแต่อนุชสำลักน้ำออกมาก่อน กร้าวดีใจที่เธอฟื้น ชายธงก็ดีใจดึงมากอด กร้าวไม่พอใจ ลลิตาเห็นสายตากร้าวที่มองอนุชและชายธงแล้วระแวง ดูออกว่าเขาหึงหวงอนุช เธอไม่พอใจที่เขาดูแคร์อนุชมาก
      
       กร้าวขับรถมาจอดหน้าบ้าน ทั้งหมดลงจากรถ กร้าวจะประคองอนุช แต่ชายธงรีบเข้าไปประคองตัดหน้า ชาติ ป้าพร้อมและขำออกมาจากบ้าน เห็นอนุชหน้าตาซีดเซียวก็ตกใจ
       “เกิดอะไรขึ้น”
       กร้าวหันมาบอก
       “นุชกับลิต้าจมน้ำครับ”
       ป้าพร้อมกับขำตกใจ
       “นุชกับหนูลิต้าไปนอนพักก่อนเถอะ” ชาติหันมาสั่งป้าพร้อม “หาอะไรอุ่นๆ ให้ดื่มสักหน่อย เดี๋ยวจะไม่สบาย”
       “ค่ะ คุณชาติ”
       ชายธงประคองอนุชไป
       “ค่อยๆ เดินนะนุช”
       กร้าวมองตาม อยากดูแลเอง ลลิตาแกล้งทำเป็นไม่มีแรง เซมาซบอกเขา
       “คุณกร้าวขา ลิต้ายังเจ็บขาที่เป็นตะคริวอยู่เลย ลิต้าเดินไม่ไหว คุณกร้าวอุ้มลิต้าหน่อยสิคะ”
       กร้าวลำบากใจ ลลิตาทำเป็นจะล้ม เขาจำต้องอุ้มเธอ ลลิตากอดคอ ซบอกแนบแน่น ป้าพร้อมกับขำเห็นลลิตามารยาก็อึ้งไป กร้าวอุ้มลลิตาเดินนำอนุชและชายธง ลลิตาแอบยิ้มให้ อนุชเห็นกร้าวกับลลิตาใกล้ชิดกันก็เศร้าใจ
      
       วันใหม่...อสิตคุยกับลูกค้าอยู่ในบริษัท
       “ผมขอเวลาอีกนิดเถอะ ผมจะรีบหาคนงานมาทำงานต่อ”
       ลูกค้าคิดหนัก
       “โปรเจ็กต์ของผมมันใหญ่เกินกว่าจะเอามาเสี่ยงกับคุณ”
       ลูกค้าลุกขึ้น จะออกจากห้อง อสิตเกาะแขนลูกค้า อ้อนวอน
       “ช่วยผมหน่อยเถอะ”
      
       ลูกค้าตบไหล่อสิตเบาๆ แล้วออกจากห้องไป อสิตหน้าเศร้าหมดหวัง

      
       กร้าวยืนลังเลอยู่หน้าห้องอนุช ในใจเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเข้าไป ลลิตาเห็นก็ไม่พอใจ คิดแผนได้จึงเข้ามาหาเขาออเซาะ
      
       “คุณควรจะนอนพักนะครับ” กร้าวบอก
       ลลิตาตีหน้าเศร้า
       “นุชจมน้ำเพราะช่วยลิต้าแท้ๆ”
       “อย่าโทษตัวเองเลย คุณนุชคงเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุครับ ผมว่าคุณกลับไปพักที่ห้องเถอะ”
       “ค่ะ”
       ลลิตาเดินแล้วแกล้งทำเป็นจะล้ม กร้าวรีบประคอง
       “ระวังครับ”
       “ลิต้าเดินไม่ไหว คุณกร้าวไปส่งลิต้าหน่อยนะคะ”
       กร้าวลำบากใจ ลลิตาอ้อน
       “นะคะคุณกร้าว”
       กร้าวพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วประคองลลิตาไป
      
       กร้าวประคองลลิตามานั่งบนเตียงจะออกจากห้อง ลลิตาโผเข้ากอดแน่น กร้าวแกะมือเธอออก พูดเสียงเข้ม
       “ผมว่าคุณควรจะพักให้หาย แล้วรีบกลับได้แล้ว”
       ลลิตาตกใจ
       “คุณกร้าวไล่ลิต้าเหรอคะ”
       “คุณสิตไม่สบาย คุณควรจะกลับไปดูแลสามีคุณถึงจะถูก”
       ทันใดนั้นเสียงอนุชดังขึ้นหน้าห้อง
       “พี่สิตเป็นอะไรคะ”
       ชายธงประคองอนุชยืนอยู่หน้าห้องจะมาเยี่ยมลลิตาได้ยินพอดี กร้าวและลลิตาตกใจ
      
       อนุชกราบตัก ชาติลูบผมด้วยความปราณี
       “นุชขอโทษป๋าด้วยนะคะที่ต้องลากะทันหัน นุชเพิ่งรู้ว่าพี่สิตโดนรถชนจนเดินไม่ได้ ไม่มีใครบอกนุชสักคน”
       อนุชน้อยใจ ค้อนกร้าวแวบหนึ่ง กร้าวรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกเธอ ชาติยิ้มใจดี
       “กลับไปดูแลพี่ชายเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก”
       ป้าพร้อมเสริม
       “ใช่ค่ะ ป้ากับนังขำก็อยู่ ไม่ต้องห่วงนะคะ”
       อนุชกอดป้าพร้อมและขำด้วยความผูกพัน ชาติลูบผม ลูบหลังอนุชด้วยความเอ็นดูและสงสาร ลลิตาหมั่นไส้ที่ใครๆ ก็รักอนุช
      
       กร้าวยืนรออยู่ จะเรียกให้อนุชขึ้นรถ แต่ลลิตารีบวิ่งมาเกาะแขน
       “ลิต้ากลับกับคุณกร้าวนะคะ คุณกร้าวจะได้ไม่เหงา”
       ลลิตาไม่รอให้เขาตอบขึ้นรถไปเลย กร้าวพูดไม่ออก อนุชเจ็บปวดใจ
       “ไปกับผมนะนุช”
       ชายธงเปิดประตูรถให้ อนุชค้อนกร้าวแวบหนึ่ง แล้วจึงขึ้นรถชายธงไป กร้าวเสียใจที่เห็นคนที่รักขึ้นรถไปกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าต่อตา แต่ทำอะไรไม่ได้ เขาขึ้นรถตัวเองขับออกไป
      
       ปรารภเข็นรถเข็นที่อสิตนั่งซึมเศร้าเข้ามาในห้อง อรชาเป็นห่วง
       “พี่สิตอย่าคิดมากเลยนะคะ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของพี่สิต”
       “พอเถอะอร ไม่ว่าอรจะพูดยังไง พี่ก็รู้แก่ใจดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความไม่เอาไหนของพี่”
       “โธ่ พี่สิต”
       “ไม่ต้องมายุ่งกับพี่ ออกไป พี่อยากอยู่คนเดียว ไป”
       “แต่ว่า...”
       อสิตตัดบท
       “ออกไป!”
       อสิตโมโห ปัดข้าวของใกล้มือหล่นลงพื้นเสียงดัง อรชาตกใจ
       “ว้าย”
       ปรารภจับมืออรชา ส่ายหน้าแทนคำพูดว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ เขาพาเธอออกจากห้องไป อสิตกุมขมับ เครียด รับไม่ได้กับความล้มเหลวในชีวิต...อรชาและปรารภออกมาจากห้อง
       “คุณอรเป็นอะไรรึเปล่าครับ”
       อรชาส่ายหน้า แล้วร้องไห้ออกมา
       “อรเป็นน้องที่แย่ที่สุด อรช่วยอะไรพี่สิตไม่ได้เลย”
       ปรารภให้กำลังใจ
       “คุณอรทำดีที่สุดแล้วครับ แต่คุณสิตคงต้องการเวลาทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ให้เวลาคุณสิตบ้างนะครับ”
       อรชาพยักหน้าแทนคำตอบ แต่ยังห่วงอสิต ไม่สบายใจ
      
       อสิตหยิบกรอบรูปที่มีรูปคู่พ่อและแม่ขึ้นมามอง เขาเสียใจและรู้สึกผิดมาก น้ำตาคลอ
       “พ่อครับ แม่ครับ ผมขอโทษ ผมมันไม่เอาไหน บริษัทที่พ่อสร้างมากับมือ ผมกลับรักษาไว้ไม่ได้ แล้วผมยังทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำให้นุชต้องหนีออกจากบ้าน ผมมันแย่ที่สุด ผมไม่น่าเกิดเป็นลูกพ่อเลย”
      
       อสิตร้องไห้ออกมาด้วยความละอายใจ


  


       รถยนต์สองคันแล่นมาจอดบริเวณหน้าบ้านวิชเวทย์ ชายธงเปิดประตูให้แล้วประคองอนุชลงมาดูแลเอาใจใส่อย่างดี อนุชลงจากรถ มองบ้านด้วยความคิดถึงและผูกพัน หลังจากที่จากไปนาน
      
       กร้าวลงจากรถ มองทั้งสองคนอย่างปวดใจ ลลิตาก้าวตามลงจากรถแล้วรีบมาเกาะแขนกร้าว ส่วนอรชานั่งอยู่ในห้องรับแขกกระสับกระส่าย ห่วงอสิตที่ยังเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง อนุชเข้ามาในบ้าน
       “พี่อรคะ”
       อรชาเห็นอนุชก็ดีใจมาก
       “นุช”
       สองพี่น้องลืมเรื่องที่เคยไม่เข้าใจกัน เข้ามากอดกัน
       “พี่ดีใจที่นุชกลับมา”
       อรชามองสำรวจน้องสาวไปทั้งตัว
       “ตอนที่นุชไม่อยู่ พี่อธิษฐานทุกวัน ขอให้นุชปลอดภัย พี่กลัวว่า...จะไม่ได้เห็นหน้าน้องพี่อีกแล้ว...”
       อรชาพูดได้เพียงแค่นั้นก็ร้องไห้ออกมา
       “กลับมาอยู่บ้านเรา อย่าไปไหนอีกเลยนะ”
       “ค่ะ พี่อร”
       สองสาวกอดกันร้องไห้ ลลิตาหมั่นไส้ ปรารภและชายธงต่างดีใจที่พี่น้องเข้าใจกัน กร้าวมองสองพี่น้องแล้วใจอ่อน รู้สึกผิด รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น อรชากับอนุชต่างเช็ดน้ำตาและยิ้มให้กัน
       “แล้วพี่สิตล่ะคะ...พี่สิตเป็นยังไงบ้างคะ” อนุชนึกได้
       “พี่สิตเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เขาเสียใจมาก โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้นุชต้องออกจากบ้านไป”
       อนุชเสียใจ
       “โธ่ พี่สิต ไม่ใช่ความผิดของพี่สิตเลย”
      
       อสิตเปิดประตูห้อง และเข็นรถออกมา เขาหน้าเคร่งเครียด เศร้าหมอง เขาเข็นรถมาที่ขอบสระว่ายน้ำ มองน้ำในสระ แววตาเศร้า นิ่ง ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเอง
       ขณะเดียวกัน อนุชและอรชาเคาะประตูห้องเรียก ลลิตา กร้าว ปรารภและชายธงก็มาด้วย
       “พี่สิตคะ”
       “พี่สิตคะ นุชกลับมาแล้วค่ะ เปิดประตูเถอะค่ะ”
       อนุชและอรชาไม่สบายใจ กร้าวจับลูกบิด ห้องไม่ได้ล็อก เลยเปิดประตูเข้าไป อนุชรีบเข้าไปหาพี่ชายแต่ไม่เห็น
       “พี่สิตคะ”
       กร้าวเรียก
       “คุณสิต”
       อนุชและกร้าวใจตรงกัน จับลูกบิดประตูห้องน้ำพร้อมกัน ทั้งสองมองหน้ากัน อนุชปล่อยมือ รีบเดินหนีไป กร้าวเจ็บปวดที่เธอหมางเมิน เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปมองหา
       “ในห้องน้ำก็ไม่มี”
       อรชากังวล
       “พี่สิตหายไปไหน”
       ขณะที่ทุกคนตั้งใจหาแต่ลลิตายืนเบื่อหน่าย เพราะไม่อยากกลับมาที่นี่ อยากอยู่ที่ไร่ทานตะวันกับกร้าว แล้วทุกคนได้ยินเสียงตกน้ำดังตูมทุกคนชะงัก แล้วนึกได้ อนุชตกใจ
       “พี่สิต!”
      
       อสิตตกลงไปในน้ำทั้งรถเข็น เขาว่ายน้ำไม่ได้เพราะขาขยับไม่ได้ อสิตทรมาน จะขาดใจ กร้าว อนุช อรชา ปรารภ ชายธงและลลิตารีบร้อนเข้ามา อนุชมองหา เห็นอสิตอยู่ในน้ำก็ตกใจ
       “พี่สิต”
       ลลิตาร้องลั่น
       “อ๊าย!”
       อนุชจะลงไปช่วยอสิต แต่กร้าวห้ามไว้
       “ผมเอง”
       กร้าวกระโดดน้ำลงไปช่วย เขาประคองอสิตขึ้นมาพ้นน้ำแต่อสิตดิ้นรน ผลักกร้าว
       “ปล่อย อย่ามายุ่งกับผม ปล่อยให้ผมตาย ผมอยากตาย”
       กร้าวประคองมาริมสระ ปรารภและชายธงช่วยกันดึงตัวอสิตขึ้นมา อสิตสำลักน้ำ เกือบตาย อรชา อนุช รีบมาดูแล
       “พี่สิตทำแบบนี้ทำไมคะ” อนุชน้ำตาคลอ
       อสิตเห็นหน้าอนุชก็ดีใจ แต่ก็รู้สึกผิด
       “นุช นุชจริงๆ ด้วย นุชกลับมาแล้ว พี่ขอโทษที่พี่ตบหน้านุช”
       “นุชไม่เคยโกรธพี่สิตเลย เรื่องมันแล้วไปแล้ว ให้มันแล้วไปนะคะ”
       “พี่เป็นพี่ที่ไม่เอาไหน บริษัทของคุณพ่อพี่ก็รักษาไว้ไม่ได้”
       อรชาแย้ง
       “ไม่จริงค่ะ พี่สิตเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดสำหรับอร”
       “สำหรับนุชด้วยค่ะ”
       “แต่ตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้ว”
       “ใครว่าไม่เหลือ เราสามคนพี่น้องไงคะ พี่สิตกับพี่อรสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับนุชถ้าไม่มีพี่ทั้งสอง นุชก็อยู่ไม่ได้”
       อรชาน้ำตานองหน้า
       “พี่สิตอย่าทิ้งเราสองคนไปนะคะ ถ้าไม่มีพี่สิต เราจะอยู่ยังไง”
       “อร...นุช...”
       อสิต อรชาและอนุชกอดกันร้องไห้ ลลิตาโล่งอกที่ไม่มีใครตายในบ้าน กร้าวรู้สึกสงสารสามพี่น้อง
      
       ปรารภกับชายธงดีใจที่พี่น้องเข้าใจกัน


  


       วันใหม่...ธารินอยู่ในบ้าน โทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอตื่นเต้น รีบมาดูเบอร์ที่โทรเข้ามา แต่พอเห็นเป็นเบอร์เธียร ไม่ใช่ชายธง ก็ผิดหวังแต่ก็กดรับสาย
      
       “สวัสดีค่ะคุณลุง”
       ธารินฟังจากเธียรแล้วดีใจ
       “พี่ชายธงกลับมาแล้วเหรอคะ ขอบคุณค่ะคุณลุง”
       ธารินวางสาย ตื่นเต้นดีใจ อยากเจอชายธง เธอคว้ากระเป๋าถือ รีบร้อนจะออกจากบ้าน แล้วนึกได้ ชะงัก
       “ในเมื่อพี่ชายธงทำผิด ก็ต้องมาง้อเราถึงจะถูก”
       ธารินวางกระเป๋าถือ เชิดหน้า มีศักดิ์ศรีทิฐิ
      
       อสิตและอนุชนั่งเล่นเกมในไอแพดแข่งกันอยู่ที่ศาลาในสวนบ้านวิชเวทย์อย่างสนุกสนาน ต่างคนต่างไม่ยอมกัน สุดท้ายอนุชแพ้ ทั่งสองหัวเราะกันสนุก
       “สนุกกันใหญ่เลยนะคะ” อรชายกจานผลไม้เข้ามา
       “เราไม่มีเวลาเล่นเกมส์ด้วยกันอย่างนี้นานแล้วนะ ขอบใจอรกับนุช ที่ทำให้พี่คิดได้ว่าชื่อเสียงเงินทองเป็นแค่ของนอกกาย ครอบครัวต่างหากที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด”
       อสิตกุมมืออรชาและอนุช สามพี่น้องยิ้มให้กัน อบอุ่น มีความสุข ทันใดนั้นเสียงลลิตากรี๊ดลั่น
       “อ๊ายยย!”
       อสิต อรชาและอนุชต่างตกใจ
       “ลิต้า!”
       ลลิตากรีดร้องอย่างเสียขวัญ แหวนยืนอยู่ด้วย ทั้งสองต่างหวาดกลัว อนุชรีบไปดู อรชาเช็นรถอสิตไปด้วย
       “พี่ลิต้าคะ”
       อสิตเข้าไปถาม
       “ลิต้า เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
       มุมหนึ่งใกล้รั้ว มีถุงขยะสีดำเปิดอ้า ภายในถุงมีชิ้นส่วนของหุ่นโชว์ผู้หญิง แยกส่วนเป็นชิ้นๆ มีหัว ลำตัว แขน ขา อสิต อรชาและอนุชเห็นชิ้นส่วนหุ่นโชว์ ต่างตกใจ โทรศัพท์มือถือของอสิตดังขึ้นเขารับสาย
       “ฝีมือเสี่ยเองเหรอ เสี่ยทำแบบนี้ทำไม”
       เสี่ยยศพูดสายเสียงเหี้ยม
       “ถ้าลื้อไม่ใช้หนี้ คราวหน้าอาจไม่ใช่แค่หุ่น แต่เป็นวิชเวทย์สักคน”
       อสิตตกใจ กลัว
       “อย่านะเสี่ย อย่าทำอะไรเมียกับน้องผมนะ พวกเขาไม่เกี่ยว”
       เสี่ยยศตัดสายไป อสิตตื่นกลัว
       “เสี่ย ฮัลโหล เสี่ย”
       อสิตเครียด อนุชหันมาถาม
       “ฝีมือเสี่ยยศเหรอคะ”
       อสิตพยักหน้า
       “มันต้องการให้เราใช้หนี้ทั้งหมด ไม่งั้น…มันจะฆ่าเรา”
       ลลิตา อรชาและอนุชต่างตกใจ ลลิตาหวาดกลัวมาก วิ่งหนีออกไป ทุกคนต่างเป็นห่วงรีบตาม
      
       ลลิตาสติแตก รีบเก็บเสื้อผ้าข้าวของยัดใส่กระเป๋าเดินทาง อรชาและอนุชเข็นอสิตเข้ามาในห้อง เห็นเข้าก็ตกใจ
       “พี่ลิต้าใจเย็น มีสติหน่อยสิคะ” อนุชเข้าไปปลอบ
       “ไม่ยงไม่เย็นแล้ว ฉันไม่อยากเป็นอย่างหุ่นพวกนั้น ฉันยังไม่อยากตาย”
       อสิตจับมือลลิตาไว้ ดึงมากอดปลอบโยน
       “ไม่ต้องกลัวนะลิต้า ผมไม่มีวันยอมให้ทำพวกมันทำอะไรคุณกับน้องๆเด็ดขาด ถึงต้องแลกด้วยชีวิตผม ผมก็ยอม”
       ลลิตาร้องไห้ในอ้อมกอดของสามี อสิตกอดปลอบภรรยาทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังมืดมน ไม่รู้จะหาเงินจากไหน อรชาและอนุชเองก็กังวล ทั้งสองกุมมือกัน แทนคำปลอบโยน
      
       วันใหม่...อสิตคุยกับกร้าวในห้องทำงานที่บ้าน ทั้งสองต่างเคร่งเครียด...อนุช อรชาและลลิตาอยู่หน้าห้อง ทั้งสามต่างเครียด รอฟังผล ครู่หนึ่งประตูห้องเปิดออก กร้าวออกมาจากห้อง เจอหน้าอนุชเป็นคนแรก ทั้งสองมองตากัน
       “คุณกร้าว ตกลงว่ายังไงคะ”
       ลลิตารีบแทรกเข้ามาหากร้าว กร้าวขรึมๆ
       “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว พวกคุณคุยกับคุณสิตเองดีกว่าครับ”
       กร้าวออกไป ลลิตารีบเข้าไปในห้องอย่างอยากรู้ อรชาและอนุชตามไปพบอสิตที่นั่งเครียดอยู่
       “ว่าไงคะสิต” ลลิตาร้อนใจ
       อสิตส่ายหน้าช้าๆ
       “คุณกร้าวยังไม่รับปาก เขาขอเวลาคิดก่อน”
       ลลิตาหน้าเสียทั้งต่างเป็นกังวล
      
       กร้าวเดินเข้ามาที่ห้องโถงเห็นรูปภาพเต็มตัวของนายประสิทธิ์ วิชเวทย์แขวนอยู่ เขาจ้องหน้าประสิทธิ์เขม็ง
       “ฉันรอวันนี้มานานแล้ว วันที่พวกวิชเวทย์จนตรอก”
       กร้าวตาวาวด้วยความแค้น เขานึกถึงอดีต ตอนที่ประสิทธิ์ข่มขืนแม่ของเขา กร้าวแววตาเจ็บปวด โกรธแค้นประสิทธิ์มาก
       “แกย่ำยีแม่ฉัน เห็นชีวิตแม่ฉันเป็นของเล่น ฉันจะทำกับลูกของแกเหมือนกัน”
       กร้าวยิ้มให้รูปประสิทธิ์ วิชเวทย์
       “แกรอดูความหายนะของลูกๆ แกทุกคนให้เต็มตา”
      
       กร้าวตาวาวด้วยความโกรธแค้น เจ็บปวดลึกๆ ในใจ


  


       อรชาเดินเข้ามาที่มุมหนึ่งในบ้านซึ่งกร้าวรออยู่
      
       “คุณกร้าว”
       กร้าวรีบเข้าไปหาแววตาอาทร ห่วงใย กุมมือไว้
       “ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะหาทางช่วยคุณ”
       “แต่เงินไม่ใช่น้อยๆ นะคะ”
       “ไม่มีอะไรในโลกนี้มีค่าเกินกว่าชีวิตและความปลอดภัยของคุณ”
       อรชาซาบซึ้งใจ
       “คุณกร้าว ขอบคุณนะคะ คุณดีกับอรเหลือเกิน”
       กร้าวดึงมากอด อรชารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย อนุชเดินผ่านมาเห็น รีบหลบ แอบมอง เห็นกร้าวกอดอรชา ก็ไม่สบายใจ
      
       กร้าวจะกลับ ลลิตาโผล่มากอด
       “คุณกร้าวขา”
       กร้าวตกใจ กลัวอสิตและอรชามาเห็น
       “ลิต้า”
       กร้าวดึงลลิตาออกไป อนุชแอบตามจับผิด...กร้าวดึงลลิตามาที่มุมลับตาคนในสวน อนุชแอบมองอยู่ห่างๆ ลลิตาสวมกอด
       “ลิต้ากลัวค่ะ คุณกร้าวพาลิต้าไปจากที่นี่นะคะ ลิต้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”
       กร้าวสงสาร กอดปลอบ
       “ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะพยายามหาทางช่วยคุณให้ได้”
       ลลิตาออดอ้อนออเซาะ กร้าวไม่สบายใจที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับลลิตา อนุชแอบมองอยู่ เสียใจ ลลิตาเห็นอนุชแอบมองอยู่ก็คิดแผนร้าย กร้าวผละออก
       “ผมกลับก่อนนะครับ”
       “เดี๋ยวค่ะ”
       ลลิตาจูบ กร้าวอึ้ง ไม่ทันตั้งตัว อนุชเห็นก็เสียใจ ทนดูไม่ได้ รีบเดินหนีออกไป...กร้าวตกใจ รีบผลักลลิตาออก
       “อย่าทำแบบนี้เลยครับ”
       กร้าวหนักใจ ออกไป ลลิตามองตามอนุชไปยิ้มอย่างสะใจ
      
       ค่ำนั้น...อรชาออกมาจากห้องอสิต เจออนุชรออยู่
       “นุช ยังไม่นอนเหรอ”
       อนุชกังวล
       “นุชอยากคุยกับพี่อร...เรื่องคุณกร้าว”
       อรชากลัวอสิตได้ยิน จูงมือน้องสาวออกไป
      
       อรชาพาอนุชมาคุยอีกมุมหนึ่ง
       “เราอย่าคุยเรื่องนี้กันอีกเลย พี่ไม่อยากทะเลาะกับนุชตอนนี้ในบ้านมีปัญหามากพอแล้ว”
       “คุณกร้าวไม่ใช่คนดีอย่างที่พี่อรคิด…”
       อรชาตัดบท
       “ไม่ว่าใครจะว่าคุณกร้าวยังไง แต่สำหรับพี่ คุณกร้าวเป็นผู้ชายที่ดีที่สุด”
       อรชาเดินหนีไป ไม่ฟัง
       “พี่อร”
       อนุชเสียใจที่อรชาไม่ฟัง
      
       วันใหม่ กร้าวเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงาน แล้วเหม่อนึกถึงอนุช เลขาโทรอินเตอร์โฟนมารายงาน กร้าวสะดุ้ง ตื่นจากภวังค์
       “คุณกร้าวคะ คุณอนุช วิชเวทย์มาขอพบค่ะ”
       กร้าวดีใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้น อนุชเข้ามา กร้าวยิ้มดีใจ แล้วนึกได้ เก๊กหน้าเข้มขรึม
       “เชิญนั่ง”
       อนุชนั่งตรงหน้า
       “มีอะไร”
       อนุชน้ำเสียงจริงจัง
       “ระหว่างพี่อรกับพี่ลิต้า คุณรักใครกันแน่”
       กร้าวแปลกใจ
       “ผมนึกว่าคุณมาขอร้องให้ผมใช้หนี้ให้ซะอีก”
       “เรื่องหนี้สำคัญมาก แต่ความสุขของพี่อรก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ”
       กร้าวทึ่ง นึกชื่นชมอนุชที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว
       “คุณควรจะเลือกใครสักคน ไม่ใช่คบผู้หญิงสองคนพร้อมกันอย่างนี้”
       กร้าวจริงจัง
       “แล้วถ้าคนที่ผมรักไม่ใช่ทั้งคุณอรและคุณลิต้าล่ะ”
       ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างมีความหมาย เพราะคนที่รักก็คือเธอ แต่อนุชโกรธ ไม่รู้ว่าเขารักตน คิดว่ากร้าวเป็นผู้ชายเจ้าชู้หลายใจ ไม่รักใครจริงสักคน
       “ถ้าคุณไม่ได้รักจริงก็อย่าให้ความหวังพี่อรอีกเลย ฉันขอร้อง อย่าทำให้พี่อรเสียใจไปมากกว่านี้”
       “ผมจะเลิกยุ่งกับคุณอรและคุณลิต้าก็ได้”
       อนุชแปลกใจระแวง
       “คุณพูดจริงเหรอ”
       กร้าวพยักหน้าแทนคำตอบ
       “หวังว่าคุณคงรักษาคำพูด”
       อนุชพูดจบก็รีบลุกขึ้น ออกไป กร้าวรีบตาม เธอจะออกจากห้อง แต่เขามาขวางไว้
       “ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ ผมเป็นนักธุรกิจนะคุณ จะทำอะไรต้องมีผลตอบแทน”
       อนุชระแวง
       “คุณต้องการอะไร”
       “ผมจะใช้หนี้ทั้งหมดให้คุณ เลิกยุ่งกับคุณอรและคุณลิต้า ถ้าคุณยอมเป็นของผม ไม่ใช่ในฐานะภรรยา...แต่เป็นนางบำเรอ”
       อนุชโกรธมาก ตบหน้าเขาอย่างแรง
       “หยาบคาย เลวที่สุด”
       กร้าวโกรธ คว้าแขนอนุชไว้แน่น
       “ผมไม่เลวที่สุดหรอก มีคนเลวกว่าผมอีก คนที่คุณคาดไม่ถึง”
       อนุชสะบัดออก
       “คนอย่างคุณไม่เคยรักใครจริง คุณเห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น คนไม่มีหัวใจ ฉันเกลียดคุณ!”
       อนุชสะบัดอย่างแรงแล้วรีบออกจากห้องไป
      
       กร้าวมองตามด้วยความเจ็บปวดใจ รักอนุช แต่ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกตัวเอง

      
       อนุชนัดกับกรวิกที่บ้าน เมื่อมาถึงเธอเดินเข้าไปหา พบว่ากรวิกนั่งมองขวดโหลใส่กระดาษพับรูปหัวใจ กรวิกหันมายิ้มให้ มองอย่างสังเกต
      
       “เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมตาแดงๆ”
       อนุชอึกอัก ไม่อยากเล่าเรื่องกร้าวให้ฟัง หยิบขวดโหลมาดู ล้อๆ
       “ไม่มีอะไร...นกทำอะไรอยู่ หัวใจซะด้วย ทำให้หนุ่มคนไหนจ๊ะ”
       กรวิกอาย
       “ทำให้อากร้าว”
       อนุชอึ้ง ไม่อยากได้ยินชื่อกร้าว
       “เห็นอากร้าวงานยุ่ง คงจะเหนื่อยอยากให้อากร้าวรู้ว่านกเป็นกำลังใจให้เสมอ”
       กรวิกพูดถึงกร้าวด้วยแววตาเป็นประกาย รักกร้าวและมีความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อคนที่รัก อนุชมองแววตาเพื่อนแล้วเศร้า น้ำตาพาลจะไหล ต้องพยายามกลั้นน้ำตา
       “แต่โทรไปที่ไรอากร้าวก็ไม่ว่าง นุชช่วยนกหน่อยนะ” กรวิกจับมืออนุชอย่างขอร้อง
      
       อนุชมองโทรศัพท์มือถือในมือ เธอโกรธที่โดนเขาดูถูก ไม่อยากคุยด้วย เช่นเดียวกับกร้าวที่กดหาเบอร์มือถือของอนุชในโทรศัพท์ อยากรู้คำตอบของเธอแต่ก็ไม่กล้าโทรไปถาม
       อนุชคิดหนักเพราะรับปากกรวิกไว้แล้วตัดสินใจโทรหาเขา กร้าวกำลังคิดว่าจะโทรไม่โทรดี แต่แล้วก็มีสายโทรเข้ามา กร้าวรีบรับสาย อารมณ์ดี
       “ว่าไงคุณ...อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจแล้ว”
       อนุชโกรธที่เขากวน แต่ต้องทำใจเย็น พูดนิ่งๆ
       “เรื่องที่คุณบอกฉันเมื่อวาน ฉันมีคำตอบแล้ว”
      
       เย็นนั้น...อนุชยืนรอรถแท็กซี่หน้าประตูรั้วบ้าน กร้าวขับรถมาจอดแล้วลงจากรถ อนุชเห็นกร้าวก็ตกใจ
       “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
       “ผมก็มารับคุณไปด้วยกันไง”
       “ฉัน...เอ่อ ฉันโทรเรียกแท็กซี่ไว้แล้ว”
       “โทรไปยกเลิกก็ได้นี่”
       กร้าวเปิดประตูรถให้ อนุชจำต้องขึ้นรถไปกับเขาเพื่อไม่ให้เขาสงสัย กร้าวยิ้ม รอดูว่าเธอจะทำยังไงต่อ
      
       ค่ำนั้น...กรวิกขับรถมาตามทางเปลี่ยวและมืดมาก เธอมองขวดโหลที่จะให้กร้าว ยิ้มมีความสุขที่จะได้บอกความรู้สึกของตัวเองให้เขารู้ จู่ๆ มีคนวิ่งตัดหน้ารถ กรวิกตกใจรีบเบรก
       “ว้าย”
       กรวิกจอดรถ รีบลงไปดู ผู้ชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนถนน
       “คุณคะ คุณ เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
       ผู้ชายคนที่นอนคว่ำหน้าหันมาและใช้มีดจี้ กรวิกตกใจลุกขึ้นจะหนี แต่หันไปเจอผู้ชายอีกคน ซึ่งเป็นพวกเดียวกัน กรวิกเห็นว่าจะโดนรุมจับตัว จึงเหยียบเท้าคนหนึ่งอย่างแรงด้วยรองเท้าส้นเข็ม แล้วผลักอีกคนก่อนจะวิ่งหนีไป
       “เฮ้ย ตามไป”
      
       คณิตไปที่ร้านอาหารริมน้ำ ระหว่างนั้นได้โทรศัพท์หากร้าว...
       “ฉันรออยู่ที่ร้านตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีใครมาเลย”
       “เหรอ ขอบใจนะเพื่อน”
       กร้าววางสาย เหลือบมองอนุชนิดหนึ่งอย่างระแวง จับผิด อนุชกระสับกระส่ายกลัวผิดแผน มองทางแล้วรู้ว่าผิดทาง
       “นี่มันไม่ใช่ทางไปร้าน คุณจะพาฉันไปไหน”
       กร้าวไม่ตอบ
       “จอดเดี๋ยวนี้ จอด”
      
       กร้าวไม่จอด อนุชปลดเข็มขัด ทำท่าจะเปิดประตู กร้าวตกใจ รีบจอดข้างทาง


  


       อนุชลงจากรถ เดินหนีมาโบกเรียกแท๊กซี่ กร้าวรีบตามมาดึงไว้ โบกมือว่าไม่ขึ้น แท็กซี่เลยผ่านไป
      
       “ปล่อยฉันนะ”
       กร้าวสงสัย
       “ร้านนั้นมีอะไร ทำไมต้องเจาะจงไปร้านนั้นให้ได้”
       กร้าวมองจับผิด อนุชหลบตา อึกอัก
       “ก็...ฉันจองไว้แล้ว”
       “โทรไปแคนเซิลก็ได้”
       อนุชตกใจ
       “ไม่ได้นะ”
       กร้าวคาดคั้น
       “ทำไม”
       อนุชคิดหาเหตุผลไม่ได้
       “ขอร้องล่ะ กลับไปที่ร้านนั้นเถอะ”
       “ไม่! จนกว่าคุณจะบอกมาว่าคุณวางแผนอะไรไว้กันแน่”
       อนุชเครียด ห่วงว่ากรวิกจะรออยู่ที่ร้านคนเดียว
      
       กรวิกวิ่งหนีพร้อมกับตะโกนไปด้วย
       “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
       กรวิกเท้าพลิก ล้มลง เจ็บขา
       “โอ๊ย”
       คนร้ายทั้งสองคนตามมาทัน
       “อยากได้เงินใช่มั้ย กระเป๋าเงินฉันอยู่ในรถ ปล่อยฉันไปเถอะ”
       คนร้ายทั้งสองมองกรวิกแล้วยิ้ม ก่อนจะเข้ามารุมจับตัว กรวิกดิ้นรนขัดขืน
       “อย่านะ ปล่อยนะ ช่วยด้วย”
       คนร้ายชกท้อง กรวิกจุก ร้องไม่ออก คนร้ายทั้งสองคนช่วยกันประคอง โทรศัพท์มือถือของกรวิกหล่นอยู่บนถนน
      
       กร้าวคาดคั้น
       “ว่าไง บอกมาว่าคุณวางแผนอะไรไว้กันแน่”
       อนุชไม่ตอบ ดูนาฬิกา
       “ตามใจ ถ้าไม่บอกก็อยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
       อนุชห่วงกรวิก ในที่สุดเลยสารภาพออกมา
       “ฉันนัดนกไว้ที่ร้านนั้น นกมีของขวัญจะให้คุณ”
       กร้าวงง
       “แค่นี้เหรอ แผนของคุณ”
       “ก็ใช่น่ะสิ จะไปกันได้รึยัง ป่านนี้นกรอนานแล้วรีบไปเถอะ ฉันขอร้อง”
       กร้าวและอนุชรีบไป
      
       คนร้ายทั้งสองหิ้วปีกกรวิกมาข้างทาง โยนเธอลงกับพงหญ้า กรวิกยกมือไหว้ ร้องไห้ ด้วยความหวาดกลัว
       “อย่าทำอะไรฉันเลย ปล่อยฉันไปเถอะ”
       คนร้ายคนหนึ่งจับมือเธอไว้ อีกคนปลดเข็มขัดกางเกง ปลุกปล้ำซุกไซร้ กรวิกร้องกรี๊ด ร้องไห้
       “อย่า! ช่วยด้วย!”
      
       คณิตขับรถผ่านมา มองเห็นคนร้ายกำลังรุมทำร้ายผู้หญิง เขาขับรถเลยไปแล้ว ถอยรถกลับมาอีกที ส่องไฟหน้ารถไปที่พวกคนร้าย และกดแตรเสียงดังหลายๆ ครั้ง คนร้ายทั้งสองคนต่างตกใจเสียงแตรและแสบตาแสงไฟหน้ารถทั้งสองทำท่าจะเข้ามาทำร้ายแต่คณิตไม่ลงจากรถ แกล้งขับรถพุ่งเข้าจะชนและกดแตรเสียงดังไม่หยุด คนร้ายจะเล่นงานคณิต แต่เพื่อนมันห้ามไว้
       “รีบไปเถอะ เดี๋ยวชาวบ้านก็แห่กันออกมาหรอก”
       คนร้ายทั้งสองจึงทิ้งกรวิกไว้ และรีบหนีไป คณิตเห็นว่าทั้งสองหนีไปแล้ว รีบลงจากรถ ไปดูอาการกรวิก
       “คุณ เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณ”
       คณิตประคอง แล้วจำได้
       “นี่คุณ”
       “ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”
      
       กรวิกร้องไห้ หวาดกลัว


  


       อนุชและกร้าวมาถึงร้านอาหารคุยกับพนักงานต้อนรับ อนุชแปลกใจ
      
       “ยังไม่มีใครมาเลยเหรอคะ” อนุชกังวล “ขอบคุณนะคะ”
       อนุชโทรหากรวิก แต่ไม่มีใครรับสาย เธอรอจนสายตัดไป
       “นกไม่รับโทรศัพท์”
       อนุชกังวล กร้าวก็เป็นห่วงกรวิก
      
       กรวิกนั่งพักที่เบาะหลังรถ คณิตใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำดื่มจากขวด ส่งให้เธอเช็ดหน้า
       “คุณควรไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและไปแจ้งความลงบันทึกไว้ ผมจะเป็นพยานให้”
       “ฉันนัดเพื่อนไว้ที่ร้านอาหารใกล้ๆ นี้ ฉันจะไปเจอเพื่อนก่อนค่ะ”
       “งั้นผมไปส่งคุณเอง เผื่อพวกนั้นย้อนกลับมาอีก”
       “ขอบคุณนะคะ” กรวิกจังใจสั่นด้วยความกลัว
      
       อนุชและกร้าวออกมาหน้าร้านอาหาร มองหากรวิก แต่ไม่มีวี่แวว อนุชใจคอไม่ดี ห่วงเพื่อนมาก เลยต่อว่ากร้าว
       “เป็นเพราะคุณคนเดียว ทำเสียแผน”
       “อย่ามาพาลใส่ผมนะ ถ้าคุณไม่อุตริวางแผนบ้าๆ ก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้”
       อนุชเสียใจ
       “ฉันทำเพื่อช่วยนก นกเขารักคุณ”
       “ไม่ต้องอ้างนก คุณทำเพื่อตัวเองต่างหาก คุณอยากให้ผมเลิกยุ่งกับคุณใช่มั้ย ถ้าคุณรังเกียจผมนัก
       ก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”
       “ใช่ ฉันเกลียดคุณ เลิกยุ่งกับฉันสักที ได้ยินชัดรึยัง ฉันเกลียดคุณ!”
       กร้าวเสียใจ ไม่อยากฟัง ดึงตัวเธอมาจูบ อนุชตกใจ คณิตและกรวิกเข้ามาเห็นพอดี กรวิกเห็นกร้าวจูบอนุชก็ตกใจ
       “นุช...อากร้าว...”
       กรวิกมือไม้อ่อน ขวดโหลที่เตรียมมาให้กร้าวหลุดมือ ขวดโหลตกแตกกระจาย ไม่ต่างจากหัวใจของกรวิกในตอนนี้ กร้าวและอนุชได้ยินเสียง หันมาเห็นกรวิกยิ่งตกใจมาก กรวิกเสียใจ วิ่งหนีออกไป
       “นก!”
       อนุชรีบตามไป คณิตงง
       “ไอ้กร้าว...คุณนุช...”
       กร้าวรีบตามไป คณิตเลยตามไปด้วยแบบงงๆ ไม่คิดว่ากร้าว อนุชและกรวิกจะรู้จักกัน
      
       อนุชตามมาทัน ดึงกรวิกไว้
       “เดี๋ยวนก ฟังนุชก่อน”
       กรวิกสะบัด
       “ปล่อย”
       กร้าวและคณิตตามมา อนุชหันไปหากร้าว
       “คุณบอกนกไปสิว่านกกำลังเข้าใจผิด ฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน”
       กร้าวนิ่งเงียบ ไม่ตอบ อนุชตกใจ
       “เงียบทำไม บอกนกไปสิ บอกสิ”
       กร้าวยืนนิ่ง ไม่พูดอะไร อนุชพยายามอธิบายให้กรวิกเข้าใจ
       “ไม่จริงนะนก นกต้องเชื่อนุชนะ นกเข้าใจผิด มันไม่ใช่อย่างที่นกเห็น”
       กรวิกเสียใจ ตบหน้า อนุชอึ้งไป
       “นก”
       กรวิกน้ำตาไหลพราก
       “ใช่ นกเข้าใจผิด เข้าใจผิดมาตลอดว่านุชเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด นกเพิ่งรู้ว่าไว้ใจคนผิด เพื่อนเขาไม่ทรยศเพื่อนแบบนี้หรอก”
       กรวิกเสียใจ วิ่งหนีไป อนุชเสียใจ
       “นก”
       อนุชจะตามไป กร้าวดึงตัวไว้ คณิตหันมาบอกกร้าว
       “ฉันเอง”
       คณิตตามกรวิกไป อนุชดิ้นแต่กร้าวไม่ยอมปล่อย
       “ปล่อยฉัน”
       “ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายอะไรตอนนี้ อธิบายไปนกก็ไม่ฟังหรอก”
       อนุชทุบตีเขา
       “ปล่อยฉัน ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน สนุกนักใช่มั้ย ที่ทำลายชีวิตฉัน ทั้งพี่อร ทั้งนก ทุกคนเกลียดฉัน ฉันไม่เหลือใครแล้ว ทุกอย่างเป็นเพราะคุณคนเดียว”
      
       อนุชผลักเขา แล้ววิ่งตามกรวิกไป


  


       กรวิกขึ้นแท็กซี่ไป คณิตรีบขึ้นรถ ขับตามไป อนุชวิ่งตามมา แต่ไม่ทันแล้ว จึงตะโกนเรียก
      
       “นก กลับมาก่อน นก!”
       อนุชร้องไห้ เสียใจ...กร้าวเสียใจ มองที่พื้น หยิบกระดาษพับรูปหัวใจสีสวยขึ้นมา เขารู้สึกผิดที่จำต้องทำร้ายจิตใจกรวิก
      
       อนุชเข้ามาในห้องนอนอย่างอ่อนแรง ทรุดนั่งลงบนเตียง เธอโทรศัพท์หากรวิกอย่างไม่สบายใจ...กรวิกนอนร้องไห้สะอึกสะอื้น เสียใจ โทรศัพท์บ้านในห้องดังขึ้น แต่เธอไม่รับสาย ใช้หมอนปิดหู ไม่อยากได้ยินเสียง...อนุชรอจนสายตัดไป เธอเศร้าหมองเมื่อเพื่อนไม่ยอมรับสาย อนุชเปิดดูรูปในโทรศัพท์มือถือ เป็นรูปถ่ายคู่กันสมัยเรียนต่างประเทศ ทั้งสองสนิทกันมาก รักกันมาก หญิงสาวน้ำตาไหล เสียใจ กอดโทรศัพท์มือถือที่มีรูปกรวิกแนบอก
       “นก...นุชขอโทษ”
       อนุชบอกตัวเองอย่างเสียใจ
      
       กร้าวกลับมาที่คอนโดนั่งมองกระดาษพับรูปหัวใจที่เก็บมา เสียใจ รู้สึกผิดต่อกรวิก คณิตเข้าห้องมา กร้าวหันไปถามอย่างเป็นห่วง
       “นกเป็นไงบ้าง”
       “ฉันตามไปจนถึงบ้าน ท่าทางเขาเสียใจมาก”
       “ขอบใจมาก”
       กร้าวกลุ้ม รู้สึกผิดต่อกรวิก คณิตถามตรงๆ
       “แกคิดยังไงกับคุณนกกันแน่”
       “ฉันเห็นเขามาตั้งแต่เรียนมัธยม สำหรับฉัน นกเป็นน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่ง แต่ฉันไม่เคยคิดกับเขาเกินกว่านั้น”
       “เป็นเพราะแกมีใครในใจรึเปล่า”
       กร้าวมีอนุชในใจ แต่ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองที่หลงรักลูกของศัตรู
       “ตอนนี้หัวใจฉันไม่มีพื้นที่ให้ความรัก มีแต่ความแค้นเท่านั้น”
       คณิตไม่สบายใจ รู้ว่ากร้าวปากแข็ง แต่ก็ไม่อยากซักไซร้
      
       ธารินอยู่ในห้องรับแขก รอชายธงอย่างกระวนกระวายใจ ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น
       “พี่ชายธง”
       ธารินรีบมาคว้าโทรศัพท์มือถือมาดูหน้าจอโทรศัพท์เป็นเบอร์ที่ไม่ได้เมม ไม่ใช่ชื่อ ธารินผิดหวัง แต่ก็รับสาย ฟังและตอบนิ่งๆ
       “โทรผิดแล้วค่ะ”
       ธารินตัดสายทิ้ง โยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาอย่างเศร้าๆ
      
       วันใหม่ อนุชออกมาจากบ้าน จะเดินไปขึ้นรถแท็กซี่หน้าปากซอย กร้าวขับรถมาจอดขวางหน้าแล้วลงมาจากรถ
       “คุณกร้าว” อนุชตกใจ
       “ขึ้นรถสิ” กร้าวพูดนิ่งๆ
       “คุณจะไปอธิบายให้นกเข้าใจใช่มั้ยว่าเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน”
       กร้าวนิ่ง ไม่ตอบอะไร อนุชคิดไปเองว่าเขาจะไปหากรวิก เลยรีบขึ้นรถไปกับเขา
      
       ลลิตาอยู่มุมหนึ่งในบ้านกระวนกระวาย ชะเง้อรอกร้าว ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงอสิตเรียกดังมา
       “ลิต้า...ลิต้า”
       ลลิตารำคาญ เธอเข้ามาในห้องอย่างหงุดหงิด
       “คุณหายไปไหนมา ผมตื่นมาไม่เห็นคุณ”
       “ลิต้าออกไปยืดเส้นยืดสายบ้างสิ อยู่แต่ในห้อง น่าเบื่อจะตาย”
       “ผมฝันร้าย ฝันว่าคุณหนีผมไป”
       อสิตจับมือลลิตา
       “ผมใจคอไม่ดี ขอจับมือคุณไว้อย่างนี้นะ จะได้อุ่นใจ คุณอย่าทิ้งผมไปนะลิต้า ผมคงอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณ”
       อสิตจับมือภรรยาไว้ ยิ้มให้รู้สึกอบอุ่นใจ แล้วนอนต่อ ลลิตาหงุดหงิดที่ต้องอยู่ติดกับอสิตแบบนี้
      
       กร้าวขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะ ทั้งสองลงจากรถ
       “นกอยู่ที่นี่เหรอคะ” อนุชงง
       “ผมไม่ได้พูดสักคำว่าจะไปหานก ผมแค่อยากคุยกับคุณให้รู้เรื่อง”
       อนุชผิดหวัง และโกรธ
       “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”
       อนุชจะเดินหนี แต่เขาขวางไว้
       “หลีก ฉันจะไปหานก ฉันจะอธิบายให้นกเข้าใจ ว่าฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน”
       “อธิบายไปก็ไม่มีประโยชน์”
       อนุชไม่พอใจ
       “ทำไมจะไม่มี นกรักคุณมาก คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง เคยนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นบ้างมั้ย”
       กร้าวน้อยใจ
       “แล้วคุณเคยนึกถึงความรู้สึกของผมบ้างมั้ย จับผมไปยัดเยียดให้คนอื่น เห็นผมเป็นตัวอะไร ผมก็มีหัวใจ ผมก็เจ็บเป็นนะ”
       กร้าวเสียใจ อนุชอึ้ง
       “คุณคิดว่าผมดูไม่ออกเหรอว่าที่ผ่านมานกคิดยังไงกับผม แต่ผมเห็นนกเป็นน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อคืนต่อให้แผนคุณสำเร็จ นกก็ต้องผิดหวังอยู่ดี”
       อนุชสิ้นหวัง
       “นกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันไม่ตั้งใจจะทำร้ายนก ฉันไม่อยากให้นกเสียใจ ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้”
       อนุชร้องไห้ออกมา กร้าวมองอย่างสงสาร
       “เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของคุณ ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น แต่ความรักบังคับไม่ได้ วันหนึ่งนกจะเข้าใจ”
      
       กร้าวกอดปลอบ อนุชร้องไห้ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา
ตอนที่ 5
      
       ขณะที่ปรารภเอาอาหารมาให้สุนัขจรจัดอยู่ที่หน้าสวนสาธารณะ เขานั่งมองผู้คนในสวน มองผ่านรั้วเข้าไปเห็นกร้าวกอดอนุชอยู่ก็ตกใจ
      
       “คุณกร้าว...นุช...”
       อนุชร้องไห้ในอ้อมกอดกร้าว แล้วนึกได้ว่าโดนกอดอยู่ เลยผละจากเขา กร้าวเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ทั้งสองสบตากัน ต่างรักกัน แต่ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง
       “ฉันอยากกลับบ้านแล้ว” อนุชอายหลบตา
       กร้าวน้อยใจ
       “ทำไมต้องรีบกลับ อยู่กับผมแล้วลำบากใจมากเหรอ”
       “ฉันเป็นห่วงพี่สิต”
       กร้าวมองอนุชแล้วนึกถึงแม่ของตัวเอง
      
       ในอดีต กร้าวในวัยเด็กเตะบอลกับเพื่อนๆอย่าง สนุกสนานอยู่ที่สนามฟุตบอลโรงเรียน ชื่นมาเรียกที่ข้างสนาม
       “กร้าว กลับได้แล้วลูก”
       กร้าววิ่งมาหาแม่ ต่อรอง
       “อีกเดี๋ยวนะครับแม่ กำลังสนุกเลย”
       “พ่อไม่ค่อยสบาย อยู่บ้านคนเดียว แม่เป็นห่วง”
       กร้าวผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ห่วงพ่อเหมือนกัน
       “ครับแม่”
       กร้าวหันไปโบกมือลาเพื่อนๆ แล้วมาจูงมือชื่น
      
       กร้าวมองอนุช ใจลอยนึกถึงแม่
       “ทำไมมองหน้าฉันอย่างนั้น” อนุชแปลกใจ
       กร้าวยิ้ม
       “คุณมักจะห่วงคนอื่นก่อนห่วงตัวเองเสมอ ผมรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแบบนี้”
       “ใครเหรอคะ”
       กร้าวไม่อยากพูดเรื่องแม่ให้อนุชฟัง จึงเปลี่ยนเรื่อง
       “พูดไปคุณก็ไม่รู้จักหรอก แต่ผมอยากเป็นคุณสิตจัง”
       อนุชขำ
       “คุณอยากเดินไม่ได้เหมือนพี่สิตเหรอคะ ไม่ยากหรอกฉันช่วยมั้ย อยากได้แบบไหนล่ะ ตกตึก รถชน รถไฟทับ”
       “อ้าว นี่คุณ หาเรื่องผมเหรอ พูดจาอย่างนี้ต้องโดนลงโทษ”
       กร้าวจะจับตัว อนุชวิ่งหนี หัวเราะสนุกสนาน
      
       กร้าววิ่งตามอนุชมา กุมมือเธอไว้ สบตาหวานๆ
       “เมื่อกี้ผมพูดจริงๆ นะ ผมอยากให้คุณห่วงผมเหมือนที่คุณห่วงคุณสิต อยากให้คุณดูแลผมเหมือนที่ดูแลคุณสิตบ้าง...ได้มั้ยครับ”
       อนุชแกล้งเย็นชา
       “ไม่ได้ค่ะ”
       กร้าวผิดหวัง
       “ทำไม”
       อนุชยิ้มขำที่แกล้งเขาได้
       “ก็คุณไม่ใช่พี่ชายฉันนี่คะ จะเหมือนได้ยังไง”
       “ไม่ใช่พี่ชาย งั้นเป็นอย่างอื่นแทนละกัน”
       กร้าวส่งสายตาหวาน อนุชเขิน
       “พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ฉันกลับดีกว่า”
       อนุชหันหลังเดินหนีไป แอบยิ้มอายๆ กร้าวมองตามแล้วยิ้ม มีความสุข
      
       ลลิตายื่นกระดาษรายการซื้อของให้แหวน
       “ไปซื้อของตามนี้...ซื้อให้ครบนะ”
       ลลิตาให้เงินหลายพัน
       “ที่เหลือไม่ต้องทอน ฉันให้แก”
       แหวนตาโต อยากได้เงิน รีบออกไป อารมณ์ดีที่ได้เงิน ลลิตายิ้มร้ายอย่างมีแผน
      
       อสิตนั่งรถเข็น กำลังดูโทรทัศน์ ได้ยินเสียงลลิตาร้องขอความช่วยเหลือ
       “ว้าย ช่วยด้วย สิตขา ช่วยลิต้าด้วย”
       อสิตตกใจ
       “ลิต้า”
       อสิตรีบเข็นรถออกจากห้องไป...อสิตเข็นรถมองหาลลิตาอย่างเป็นห่วง
       “ลิต้า คุณอยู่ไหน”
       “ทางนี้ค่ะสิต”
       สายตาอสิต มองผ่านประตูหลังบ้านออกไปยังสนามด้านหลังบ้าน เห็นลลิตานั่งอยู่ที่พื้นหญ้า ท่าทางเจ็บขา ลุกไม่ไหว
       “ช่วยด้วยค่ะสิต ช่วยลิต้าด้วย”
       อสิตรีบร้อนเข็นรถจะไปช่วยไม่ทันระวังพื้นต่างระดับ ทำให้รถเข็นเสียหลักจะล้ม อนุชและกร้าวเข้ามาเห็นพอดี อนุชตกใจ
       “พี่สิต”
       กร้าวรีบประคองอสิตไว้ได้ทัน ทำให้ไม่ล้ม ลลิตาผิดหวัง แล้วนึกได้ แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน
      
       “ว้าย ตายแล้ว สิต เป็นไรรึเปล่าคะ”


  


       ไม่นานต่อมา อสิต ลลิตา กร้าวและอนุชคุยกันในห้องรับแขก
      
       “ลิต้าเห็นงูค่ะ ตกใจจะหนี แต่ขาพลิกก็เลยล้มอยู่ตรงนั้น ลุกไม่ไหว โชคดีที่งูเลื้อยลอดรั้วบ้านไป ไม่งั้นลิต้าคงแย่แน่”
       อสิตเป็นห่วง
       “พี่ได้ยินเสียงร้อง เลยจะไปช่วยลิต้า ลืมไปว่าตรงนั้นเป็นทางต่างระดับ”
       กร้าวถอนใจ
       “ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้วครับ โชคดีที่มาผมกับคุณนุชมาทัน ต่อไปคุณสิตควรจะระวังให้มากกว่านี้นะครับ”
       ลลิตาเสแสร้ง
       “จริงด้วยค่ะ ถ้าสิตเป็นอะไรไปเพราะลิต้า ลิต้าต้องเสียใจไปจนตายแน่”
       ลลิตาบีบน้ำตา เสแสร้ง อสิตกุมมือ ปลอบโยน ทั้งสามคนไม่มีใครสงสัยอะไร ลลิตาแอบโล่งอก ที่ไม่โดนจับได้
      
       กร้าวเข็นรถให้อสิตนั่ง หยุดที่มุมหนึ่งในสนาม
       “ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีนะครับ จะได้ไม่เบื่อ”
       “ขอบคุณมาก”
       ลลิตายืนข้างๆ กุมมือกร้าว เขาตกใจ ลลิตายิ้มให้ อนุชยกของว่างเข้ามาเห็น ลลิตากับกร้าวกุมมือกัน ลับหลังอสิต อนุชเสียใจ สงสารอสิต ทนดูไม่ได้ จึงหันหลังเดินหนีไป กร้าวไม่สบายใจ จับมือลลิตาออกจากมือตน
      
       อนุชเดินหนีมา เจอปรารภยืนหน้าเครียดบอกว่ามีเรื่องจะถาม ทั้งคู่จึงแอบไปคุยกันที่มุมหนึ่ง
       “แล้วคุณอรรู้เรื่องนี้รึเปล่า” ปรารภถามเครียดๆ
       “นุชไม่ได้บอกพี่อรค่ะ บอกไปพี่อรก็คงไม่เชื่อนุช เพราะทั้งพี่สิตพี่อรเชื่อคุณกร้าวสนิทใจ”
       ปรารภกังวล
       “ถ้าคุณอรรู้ว่าคุณกร้าวไม่ได้มีคุณอรคนเดียว คุณอรคงจะเสียใจมาก แต่ถ้าไม่บอกความจริง คุณอรก็จะโดนหลอก เราจะทำยังไงกันดี”
       ปรารภเป็นห่วงอรชามาก อนุชดูออก
       “พี่รภเป็นห่วงพี่อรจังเลยนะคะ”
       ปรารภอาย
       “พี่ไม่อยากให้คุณอรโดนหลอก”
       อนุชรู้ทัน
       “พี่รภรักพี่อรใช่มั้ยคะ”
       ปรารภตกใจ อาย พูดไม่ออก
       “เอ่อ...คือ...พี่...เอ่อ”
       “ไม่ต้องพูดนุชก็ดูออกค่ะ ว่าแต่เคยบอกให้พี่อรรู้รึยังคะ”
       ปรารภส่ายหน้า
       “พี่ไม่กล้าหรอกครับ”
       “ต้องบอกให้พี่อรรู้นะคะ ของแบบนี้ถ้าผู้ชายไม่พูด ผู้หญิงก็ไม่กล้าคิดไปเองฝ่ายเดียวหรอกค่ะ”
       ปรารภหนักใจ
       “จะดีเหรอครับ”
       อนุชจริงจัง
       “บางทีอาจจะช่วยพี่อรจากคนอย่างคุณกร้าวได้นะคะ”
       ปรารภคิดหนัก
      
       ค่ำนั้น กร้าวยื่นเหม่ออยู่ที่ระเบียงห้อง นึกถึงเหตุการณ์หวานซึ้งกับอนุชเมื่อตอนกลางวันแล้วเผลอยิ้มคนเดียว คณิตเข้ามาเห็น แกล้งกระแอม
       “อะแฮ่ม”
       กร้าวสะดุ้ง หุบยิ้มทันที
       “ไหนบอกในหัวมีแต่เรื่องแก้แค้นไง นึกถึงใครบอกมา”
       “นึกถึงใคร” กร้าวเสียงสูงทันที “ไม่มี๊ ก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย”
       “รักใครก็หมั่นไปหาเขาบ่อยๆ ผู้หญิงชอบคนเอาใจใส่ มีเวลาให้”
       กร้าวสนใจ
       “จริงเหรอ”
       “ไหนบอกไม่มีไง”
       กร้าวปากแข็ง
       “ก็ถามไปอย่างนั้นเอง”
       คณิตขำเพื่อน เดินหนีออกไป กร้าวนึกถึงอนุชก็ยิ้มออกมาอีก
      
       ปรารภอยู่ในห้องของเขาที่คอนโด...เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับวิธีบอกรักผู้หญิงไปหลายเล่มแล้วแต่ยังไม่พอ เขาจึงไปเปิดคอมพิวเตอร์เสิร์ชกูเกิ้ลหาวิธีบอกรักผู้หญิง เขาอ่านพลางจดโน้ตไปด้วย หน้าตาเคร่งเครียด
       วันใหม่...ปรารภเดินเข้ามาในสวนบ้านวิชเวทย์ ยกหนังสือกองใหญ่มาวางตรงหน้า อนุชตกใจ
       “อะไรคะเนี่ย”
       ปรารภขอบตาคล้ำ ไม่ได้นอนทั้งคืน คิดหาวิธีบอกรักอรชา
       “พี่ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะบอกรักคุณอรยังไงดี เลยเอามาให้นุชช่วยเลือกว่าวิธีไหนดี”
       อนุชแย่งหนังสือจากมือปรารภมาวางไว้
       “นุชว่าลืมที่อ่านไปให้หมดเถอะค่ะ”
       ปรารภท้อ
       “ทำไมล่ะครับ”
       อนุชขำ
       “สิ่งที่สำคัญไม่ใช่วิธีการหรอกค่ะ แต่เป็นความจริงใจต่างหาก ลืมที่อ่านไปให้หมด แล้วพูดความรู้สึกออกมาจากใจดีกว่าค่ะ”
       ปรารภแปลกใจ
       “พูดจากใจเหรอ”
       “ใช่ค่ะ พี่รภลองคิดว่านุชเป็นพี่อรสิคะ”
       ลลิตาแอบฟังอนุชกับปรารภคุยกันอยู่ที่มุมลับตาในสวน...อรชาเดินผ่านมาอีกมุมเหมือนกัน เห็นอนุชกับปรารภ ก็จะเข้าไปทัก ปรารภกุมมืออนุชสบตาจริงจังมาก รวบรวมความกล้า
       “ผมรักคุณ รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันในงานเลี้ยง และยิ่งผมรู้จักคุณ ผมก็ยิ่งรักมากขึ้นเรื่อยๆ ผมอยากดูแลคุณไปตลอดชีวิต”
       อนุชดีใจ
       “ต้องอย่างนี้สิคะ”
       อนุชกอดปรารภ รักแบบพี่ชาย
       “นุชรักพี่รภที่สุดเลย”
       อรชาเข้าใจผิดคิดว่าปรารภกับอนุชรักกัน เธอเหยียบใบไม้แห้งเสียงดัง อนุชกับปรารภหันไปเห็น ต่างตกใจ
       “พี่อร”
       “คุณอร”
       อนุชปล่อยมือจากปรารภ อรชารีบเดินหนีไป อนุชรีบบอกปรารภ
       “ตามไปเร็วค่ะ”
       ปรารภรีบตามไป อนุชไม่สบายใจ
        
       ลลิตาใช้มือถือถ่ายคลิปอนุชกับปรารภไว้ทั้งหมด ยิ้มร้ายออกมาอย่างมีแผน


  


       อรชาเดินหนีมาที่มุมหนึ่งในบ้าน ปรารภตามมาพยายามอธิบาย
      
       “คุณอรครับ ฟังผมก่อน ผมกับนุช...”
       อรชาตัดบท ฝืนยิ้มให้
       “อรดีใจด้วยนะคะ”
       ปรารภงง
       “ดีใจเรื่องอะไรครับ”
       “ดีใจที่...คุณรภกับนุช...รักกัน”
       ปรารภอึ้ง
       “คุณรภเป็นคนดี ถ้านุชมีคนดีๆ อย่างคุณรภคอยดูแล อรก็สบายใจ ไม่มีอะไรต้องห่วงอีก”
       ปรารภพยายามจะบอก
       “แต่ผมไม่...”
       อรชาไม่ฟัง
       “อรมีน้องสาวคนเดียว อรฝากด้วยนะคะ”
       ปรารถอึ้ง พูดไม่ออก
       “รับปากอรสิคะ”
       ปรารภเศร้าสลด
       “ครับ”
       อรชายิ้มให้แต่ในใจเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ปรารภเองก็เสียใจที่ทุกอย่างผิดแผน
      
       ปรารภเดินเหม่อลอยมา อนุชรออยู่ รีบถาม
       “พี่รภ เป็นไงบ้าง พี่อรว่าไง”
       ปรารภไม่ตอบ เดินหน้าเศร้าผ่านไป อนุชเห็นสภาพของเขาก็นึกรู้ เธอได้แต่มองตามอย่างไม่สบายใจ แล้วเดินกลับมาหาอรชา
       “พี่อรคะ เรื่องนุชกับพี่รภ...”
       อนุชพยายามจะอธิบาย อรชาตัดบท
       “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่เข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว คุณรภเป็นคนดี ถ้านุชกับคุณรภรักกัน พี่ก็ดีใจด้วย”
       อรชาฝืนยิ้มให้
       “แต่พี่อรคะ...”
       อรชารีบเดินหนีไป ไม่อยากฟังอะไรอีก อนุชไม่สบายใจ
      
       อรชาเข้ามาในห้อง รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ไม่เข้าใจตัวเอง เจ็บอยู่ในใจ แต่ร้องไห้ไม่ออก
       “เราควรจะดีใจถึงจะถูก”
       อรชาไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้หัวใจตัวเองว่าเริ่มรู้สึกกับปรารภแล้วจากความใกล้ชิด
      
       กร้าวตั้งใจมาหาอนุช ลลิตาเห็นเข้า รีบทำทีเป็นทุกข์ใจ
       “คุณกร้าว ลิต้ามีเรื่องอยากปรึกษาคุณค่ะ ลิต้าไม่สบายใจเลย”
       “มีอะไรครับ”
       ลลิตาเปิดคลิปที่ปรารภบอกรักอนุชให้กร้าวดู
       “คุณกร้าวดูนี่สิคะ”
       กร้าวดูคลิปแล้วทั้งตกใจและเสียใจ
       “นายปรารภกับคุณนุช”
       “ตอนแรกลิต้าว่าจะเชียร์รภให้อร แต่กลายเป็นรักกับยายนุชซะงั้น ลิต้าจะทำยังไงดีคะ”
       “ของแบบนี้ต้องขึ้นอยู่กับคนสองคนครับ ถ้าเขารักกันจริง คุณอรก็คงเข้าใจ”
       กร้าวเจ็บปวด เสียใจ ไม่เข้าใจอนุชว่ารักใครกันแน่ ลลิตาแอบยิ้มร้าย สะใจ ที่ทำให้กร้าวกับอนุชเข้าใจผิดกัน
      
       อนุชเดินไปเดินมาเครียดๆอยู่ในบ้าน แล้วหันมาชนกร้าวอย่างจัง
       “นี่คุณ มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง”
       กร้าวไม่พอใจ
       “มัวใจลอยนึกถึงใครอยู่ล่ะ”
       “พูดอะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ”
       “ผมก็ไม่เข้าใจคุณเหมือนกัน พลาดจากชายธง ก็มาคว้าปรารภ คนอะไร แย่งคนรักของพี่สาวตัวเองก็ได้”
       อนุชโกรธ
       “อย่าคิดว่าฉันจะเหมือนคุณนะ คนที่คิดเรื่องต่ำๆ แบบนี้ได้ ก็เพราะตัวเองชอบทำ”
       กร้าวโกรธ ดึงตัวอนุชมา
       “ปล่อย”
       ลิต้าเข็นรถอสิตเข้ามา
       “คุณกร้าวขา”
       กร้าวชะงัก ปล่อยอนุช อสิตถามขึ้น
       “อ้าว นุช คุยอะไรกันอยู่”
       “ไม่มีอะไรค่ะ นุชขอตัวก่อนค่ะ”
       อนุชรีบหนีไป กร้าวอยากจะตามไปคุยกันให้รู้เรื่อง แต่ติดอสิต
       “สิตตื่นแล้ว เห็นว่าคุณกร้าวมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” ลลิตารีบบอก
       “ครับ”
      
       กร้าวจำต้องหันมาคุยธุระก่อน


  


       ค่ำนั้น ปรารภนั่งเศร้าอยู่ริมน้ำที่เดิมที่เคยไปกับอรชา เขามองไปข้างๆ ที่ว่างเปล่า คิดถึงค่ำคืนนั้นที่เขากับอรชาเกี่ยวก้อยสัญญากัน
      
       “คุณรภสัญญาได้มั้ยคะว่าจะไม่ทิ้งกัน”
       ปรารภเศร้าหมองที่ไม่สมหวัง แต่ก็ยังรักและหวังดีต่ออรชา
      
       กร้าวนั่งกลุ้มอยู่ที่ระเบียงห้องในคอนโด บนโต๊ะเล็กข้างตัวมีกระเป๋าใส่ธนบัตรจำนวนร้อยล้านบาทวางอยู่ คณิตเข้ามามอง แปลกใจ
       “โห เงินอะไรเยอะแยะ”
       กร้าวถามนิ่งๆ
       “แกอยากได้มั้ย”
       “อยากสิ ใครจะไม่อยากได้”
       กร้าวไม่เข้าใจ
       “แล้วทำไมคุณนุชเขาถึงไม่อยากได้”
       คณิตสงสัย
       “แกมีปัญหาอะไรกับคุณนุช”
       กร้าวเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง คณิตตกใจมาก
       “แกพูดกับคุณนุชว่าจะใช้หนี้ให้ และจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณอรและคุณลิต้า ถ้าคุณนุชยอมเป็นของแกเนี่ยนะ แกเสียสติไปแล้วรึไง”
       “ทำไม”
       “แกดูใครต่อใครออก แต่ทำไมดูคุณนุชไม่ออก คนอย่างคุณนุชยอมตายซะดีกว่าโดนดูถูก”
       กร้าวกลุ้ม
       “ฉันพนันได้เลย คุณนุชไม่มีวันตอบตกลง นอกจากแกจะทำให้มันถูกต้อง”
       กร้าวไม่เข้าใจ
       “ยังไง”
       “แต่งงานกับคุณนุช”
       กร้าวตกใจ
       “แต่งงาน...ไม่มีทาง คนไม่ได้รักกัน จะแต่งงานกันได้ยังไง”
       กร้าวยังคงปากแข็ง
      
       วันใหม่...กร้าวมายืนรออนุชอยู่หน้าบ้าน สักครู่เธอออกมาจากบ้าน เจอหน้าเขาก็รีบเดินหนี กร้าวจับมือไว้ อนุชสะบัด เขาไม่ปล่อย
       “ทำไมต้องหนีด้วย กลัวผมเหรอ”
       “ฉันไม่ได้หนี แล้วฉันก็ไม่กลัวคุณด้วย”
       “ถ้าไม่กลัว งั้นก็ไปกับผม”
       กร้าวฉวยมือจะพาขึ้นรถ อนุชขืนตัวระแวง
       “คุณจะพาฉันไปไหน”
       “ผมไม่พาคุณไปทำมิดีมิร้ายหรอกน่า แค่ไปธุระนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
       อนุชยังไม่ไว้ใจ
       “นี่เหรอคนไม่กลัว ไม่แน่จริงนี่นา”
       อนุชโกรธ ไม่ชอบให้ท้าทาย กร้าวเปิดประตูรถให้ ผายมือเชิญ เธอจึงขึ้นรถไปกับเขา กร้าวดีใจที่เธอยอมไปด้วย รีบขึ้นรถและขับออกไป...ลลิตาได้ยินเสียงดัง รีบออกมาดู แต่เห็นรถกร้าวออกไป โดยมีอนุชนั่งไปด้วย ลลิตาวิ่งตาม แต่ตามไม่ทันก็โกรธที่อนุชมาแย่งกร้าว
      
       กร้าวและอนุชเข้ามาในห้องเสื้อหรู พนักงานหญิงมาต้อนรับ
       “สวัสดีค่ะคุณกร้าว”
       กร้าวแนะนำ
       “นี่คุณนุชครับ ว่าที่เจ้าสาวของผม”
       อนุชตกใจ มองหน้าเขา กร้าวยิ้มหน้าตาเฉย พนักงานยิ้มแย้มทักทาย
       “สวัสดีค่ะคุณนุช”
       อนุชพยายามปฏิเสธ
       “คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ใช่...”
       กร้าวโอบเอวหมับ
       “ไม่เอาน่า อย่างอนสิครับที่รัก” กร้าวหันไปบอกพนักงาน “เราทะเลาะกันนิดหน่อยครับ”
       พนักงานยิ้มๆ
       “ดิฉันเตรียมชุดไว้ให้แล้ว เชิญค่ะ”
       อนุชขัดขืน ไม่ยอม
       “ปล่อยฉัน ฉันจะกลับ”
       พนักงานงง
       “ขอเวลาสักครู่นะครับ”
       กร้าวดึงอนุชออกไปคุยกันมุมหนึ่ง
       “ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าฉันจะแต่งงานกับคุณ”
       “แค่ลองชุดไม่เห็นเป็นไรเลย” กร้าวแกล้งขู่ “จะลองดีๆ หรือจะให้ผมจับคุณแก้ผ้า”
       อนุชตกใจ
       “นี่คุณ”
       “อย่าคิดว่าผมไม่กล้านะ ดีเหมือนกัน ซ้อมไว้ก่อนเข้าหอ”
       กร้าวทำท่าจะอุ้ม อนุชกลัว
       “อย่าเข้ามานะ”
       เธอรีบหนีเขา วิ่งไปหาพนักงาน
       “เชิญทางนี้ค่ะ”
      
       อนุชอึกอัก เลยต้องยอมไปลองชุดกับพนักงาน กร้าวยิ้มขำ

      
       กร้าวในชุดสูทเจ้าบ่าว หล่อเหลา และสุดเท่ ยืนรออนุชอยู่ เสียงพนักงานดังมา
      
       “เจ้าสาวมาแล้วค่ะ”
       กร้าวหันไปตะลึงแล เห็น อนุชในชุดเจ้าสาว สวยสง่า ราวกับนางฟ้า ชายหนุ่มเข้าไปหาหญิงสาวมองไม่วางตา อนุชเมินหนีไม่เต็มใจ พนักงานยิ้มแย้มบอก
       “คุณนุชชอบแบบไหนบอกได้นะคะ ทางเราจะออกแบบชุดให้ตามที่คุณนุชต้องการเลยค่ะ”
       “ไม่จำเป็นค่ะ เพราะฉันไม่...”
       อนุชยังพูดไม่จบ กร้าวตัดบท
       “เจ้าสาวมือใหม่ ยังไม่รู้ว่าแบบไหนดี ยังไงคุณช่วยส่งแบบชุดมาให้ดูหลายๆแบบนะครับ จะได้เป็นไอเดีย”
       “ยินดีค่ะ”
       อนุชพยายามแย้ง
       “ฉันไม่...”
       กร้าวรีบโอบ
       “ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยนะที่รัก”
       อนุชตกใจ กร้าวเนียน กอดอนุชไว้ ก้มหน้าลงมาใกล้เธอ เขาใช้ไอโฟนถ่ายรูปหลายคัทหลายมุม อนุชดิ้นรนขัดขืน แต่เขายิ่งกอดแน่น
       “นี่คุณ ปล่อย”
       “ไม่เห็นต้องอายเลย เรากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ”
       “เชิญตามสบายนะคะ”
       พนักงานยิ้มๆออกไป
       “พอได้แล้ว จะถ่ายอะไรกันนักหนา”
       อนุชผลักเขารีบเดินหนีออกไป งอนๆ กร้าวยิ้ม มีความสุข จากใจจริง
      
       อนุชและกร้าวออกมาจากห้องเสื้อด้วยกัน
       “หมดธุระแล้ว ฉันกลับล่ะ”
       เธอจะเดินหนี แต่เขาดึงไว้
       “ใครบอกคุณว่าเสร็จธุระแล้ว”
       “ธุระของคุณ คุณก็ไปเองสิ ฉันจะกลับ”
       “จะไปดีๆ หรือจะให้อุ้มไป”
       กร้าวทำท่าจะอุ้ม อนุชถอยหนี
       “อย่านะ”
       เขาผายมือเชิญ อนุชโกรธ แต่จำต้องเดินไป
      
       กร้าวพาอนุชมาที่ร้านเพชรของครอบครัวธาริน พนักงานยกมือไหว้
       “สวัสดีค่ะ”
       กร้าวยิ้มแย้มบอก
       “ผมพาแฟนมาดูแหวนแต่งงานครับ”
       อนุชค้อนขวับ
       “ฉันไม่ได้เป็น...”
       กร้าวรีบตัดบท ไม่ให้เธอพูด
       “มีแบบไหนบ้างครับ”
       “ทางนี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดค่ะ”
       “ฉันไม่...”
       อนุชจะแย้งอีก กร้าวพูดแทรกไม่ให้เธอมีโอกาสพูด
       “แบบไหนดีครับที่รัก วงนี้ดีมั้ย หรือวงนี้”
       อนุชคิดแผนแก้เผ็ดกร้าวหันไปบอกพนักงาน
       “ขอดูวงที่แพงที่สุดในร้านค่ะ”
       เธอยิ้ม สะใจที่ได้แกล้งเขา กร้าวรู้ว่าเธอแกล้งซื้อของแพง แต่ไม่ว่าอะไร พนักงานรับคำ
       “ค่ะ”
       ธารินเข้ามาในร้าน เห็นอนุชกับกร้าวก็ตกใจ รีบหลบ
      
       อนุชและกร้าวออกมาจากร้านเพชร กร้าวยิ้ม มีความสุข อนุชสงสัย
       “ยิ้มอะไร จ่ายเงินจนเสียสติไปแล้วเหรอ”
       “ผมจะรีบไปสู่ขอคุณ คุณสิตจะได้เอาเงินค่าสินสอดไปใช้หนี้ เท่านี้ทุกอย่างก็ลงตัว”
       “ใครบอกคุณว่าฉันจะแต่งงานกับคุณ เอาแหวนของคุณคืนไป”
       อนุชยัดกล่องแหวนใส่มือเขา
       “เสร็จธุระแล้ว ฉันไปล่ะ”
       อนุชยิ้มเย้ย แล้วรีบเดินหนีไป กร้าวอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเธอต้องการอะไรกันแน่
      
       อนุชเดินหนีกร้าวมามุมหนึ่ง ธารินดักรออยู่ ยืนประจันหน้า อนุชแปลกใจ
       “คุณริน”
       ธารินมองอนุชหัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
       “หน้าตาก็ดี ไม่มีปัญญาทำมาหากินรึไง ถึงคิดแต่จะจับผู้ชายรวยไปวันๆ”
       อนุชตกใจ
       “เอาอะไรไปแลกล่ะ ถึงได้แหวนที่แพงที่สุดในร้านฉัน”
       อนุชเสียใจที่โดนดูถูก
       “อย่ารู้เลยค่ะ เพราะรู้ไปก็เอาไปใช้ไม่ได้ คนอย่างคุณ ต่อให้เสนอถึงที่ ก็ไม่มีใครเอา”
       ธารินโกรธ
       “แก”
       อนุชเดินหนี ธารินจิกผม
       “โอ๊ย”
       ธารินตบหน้าอนุชอย่างแรง
       “คนอย่างฉันไม่มีวันทำตัวไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรีอย่างแก”
       ธารินเงื้อมือจะตบอีกแต่อนุชจับมือไว้ และผลักเต็มแรงล้มลงไป
       “ก่อนจะดูถูกคนอื่น ส่องกระจกดูตัวเองบ้าง อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยใช้สมองของฉันคิดเรื่องต่ำๆ ดูถูกคนอื่นเหมือนคุณ”
      
       อนุชเดินหนีไป ธารินกรี๊ด มองตามอย่างเจ็บใจ


  


       ธารินมาที่บ้านชายธง เดินกะเผลก เจ็บขาที่โดนอนุชผลักล้มกระแทกพื้น ทันใดนั้นมีกิ่งไม้เล็กๆ หล่นลงมาใกล้ๆ เธอมองขึ้นไป เห็นชายธงกำลังปีนระเบียงก็คิดว่าเขาอกหัก จะฆ่าตัวตาย ธารินตกใจ
      
       “พี่ชายธง!”
       ชายธงกำลังปีนระเบียง เพื่อช่วยแมวที่ติดอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นมาใกล้ระเบียง ธารินรีบห้ามเสียงดัง
       “อย่านะพี่ชายธง”
       ธารินเข้าไปกอดจากด้านหลัง ชายธงเสียหลักล้มลงไปพร้อมกัน ธารินล้มลงนั่ง ชายธงล้มตามมาใกล้กันมาก เธอหลับตาปี๋ คิดว่าหน้าเขาจะชนกับหน้าเธอ หญิงสาวนหลับตาอยู่นาน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงลืมตาขึ้นมามองภาพที่เห็นคือหน้าแมวน่ารักตัวหนึ่งระยะประชิด เพราะชายธงอุ้มแมวไว้ หน้าแมวอยู่ในระดับเดียวกับหน้าเธอพอดี เธอตกใจร้องลั่น
       “ว้าย”
       ชายธงพาธารินมาในห้องรับแขก เขาทายาที่ข้อเท้าและพันแผลให้ ธารินยิ้มมีความสุขที่เขาดูแล ชายธงเห็นธารินยิ้ม ก็แปลกใจ
       “เจ็บตัวแล้วยังนั่งยิ้มอยู่ได้ แปลกคน”
       “รินนึกถึงตอนเด็กๆ พี่ชายธงชอบชวนรินเล่นผาดโผนปีนต้นไม้บ้าง ปีนรั้วบ้าง รินเจ็บตัวทุกที”
       ชายธงต่อให้
       “พี่ต้องคอยทายา คอยทำแผลให้ทุกทีแล้วก็แหย่ให้รินหยุดร้องไห้ด้วย”
       “ตอนนี้รินโตแล้ว พี่ชายธงยังทายาให้อีก...” ธารินซึ้งใจ “ขอบคุณนะคะที่ดูแลริน”
       ชายธงยิ้ม
       “พี่ก็ต้องดูแลรินสิ พี่สัญญากับรินไว้ว่าจะดูแลรินตลอดไปนี่นา”
       ธารินดีใจ
       “เรื่องตั้งนานแล้ว พี่ชายธงยังจำได้อีกเหรอคะ”
       “จำได้สิ”
       ธารินดีใจ ยื่นนิ้วก้อยให้
       “สัญญานะคะว่าพี่ชายธงจะดูแลรินตลอดไป”
       ชายธงขำ เกี่ยวก้อยสัญญา
       “พี่สัญญา”
       ชายธงและธารินเกี่ยวก้อยสัญญา ยิ้มให้กัน
      
       ค่ำนั้น กร้าวกลับมาที่คอนโด เขานั่งที่โซฟา มองแหวนเพชรที่อนุชเลือกมา แล้วไม่เข้าใจ ขณะเดียวกันนั้นเสียงกริ่งดังขึ้น กร้าวปิดกล่องแหวน วางไว้บนโต๊ะ และลุกไปเปิดประตู กร้าวชะงักเมื่อพบว่าลลิตายืนอยู่หน้าห้อง เธอกระโดดกอดและหอมแก้มเขา
       “คุณกร้าวขา ลิต้าคิดถึงคุณจังเลย”
       กร้าวตกใจ
       “ลิต้า”
       ลลิตาถือวิสาสะเข้ามาในห้อง ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง กร้าวไม่ค่อยชอบใจ
       “คุณเข้ามาได้ไง”
       ลลิตาโชว์คีย์การ์ดให้ดู กร้าวหนักใจ
       “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น ไม่อยากเจอลิต้าเหรอคะ”
       ลลิตากอดกร้าวแล้วแกล้งโถมทับเขาให้ล้มลงไปบนโซฟาด้วยกันออดอ้อน
       “ลิต้าคิดถึงคุณจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้นานแล้วนะคะ”
       ลลิตายั่วยวน กอดจูบ โทรศัพท์มือถือของเธอในกระเป๋าถือ บันทึกเสียงการพลอดรักตลอด กร้าวเครียด ผลักออก
       “คุณมาเหนื่อยๆ พักก่อนดีกว่า ผมไปหาอะไรให้ดื่ม”
       กร้าวรีบผละจากไป ลลิตาหงุดหงิด เสียอารมณ์ที่เขาไม่เล่นด้วย...กร้าวหนีมาที่ครัว ถอนใจ หนักใจ คิดหาทางให้ลลิตายอมกลับบ้าน
       ลลิตามองสำรวจห้อง เห็นกล่องแหวน หยิบมาเปิดดู เห็นแหวนเพชรเม็ดใหญ่ ก็ตื่นเต้น ดีใจ มีสองกล่อง ของผู้ชายและผู้หญิง คู่กัน เธอตื่นเต้นดีใจ คิดเข้าข้างตัวเองว่ากร้าวจะขอแต่งงาน ลลิตาลองสวมแหวน คับนิดหน่อย มองดูแหวนที่นิ้วนางอย่างมีความสุข พอดีเสียงกร้าวดังขึ้น
       “น้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าดีครับ”
       ลลิตาสะดุ้ง
       “น้ำผลไม้ค่ะ”
       ลลิตารีบเก็บแหวนไว้ที่เดิม ทำเป็นไม่เห็น กร้าวยกแก้วน้ำผลไม้มาให้ แล้วนั่งลงใกล้กัน เธอซบไหล่เขามีความสุขฝันหวาน
       “ลิต้าจะรอวันที่เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันนะคะ”
       กร้าวลำบากใจ
       “ดึกแล้ว ทางบ้านจะเป็นห่วง ผมว่าคุณกลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวผมไปส่งเอง”
       “ก็ได้ค่ะ ลิต้ารักคุณนะคะ”
      
       ลลิตาจูบแก้ม กร้าวแปลกใจที่ลลิตายอมกลับง่ายๆ


  


       อสิตนั่งบนเตียงนอน อนุชทำกายภาพให้
      
       “ทำไปก็ไม่ดีขึ้น” อสิตท้อแท้
       “อย่าเพิ่งท้อสิคะ”
       “ลิต้ายังไม่กลับอีกเหรอ บอกไว้รึเปล่าว่าไปไหน”
       “ไม่ได้บอกค่ะ นุชโทรไปแล้วแต่ปิดมือถือ ติดต่อไม่ได้ อีกเดี๋ยวก็คงกลับ พี่สิตนอนเถอะค่ะ”
       อสิตกังวล
       “ถ้ายังกลับบ้านไม่ครบทุกคน พี่นอนไม่หลับหรอก”
       อนุชมองอสิต แววตาเศร้าสลดสงสารพี่ชายเหลือเกิน
      
       ขณะที่ลลิตาเข้ามาที่โถงบ้านอย่างอารมณ์ดีนั้น เจออนุชรออยู่
       “พี่ลิต้าไม่ควรกลับดึกนะคะ ช่วงนี้หน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่รู้พวกเสี่ยยศจะมาไม้ไหน”
       “ไม่ต้องห่วง ฉันปลอดภัยแน่ เพราะฉันอยู่กับคุณกร้าวที่คอนโดเขาแล้วคุณกร้าวก็มาส่งถึงหน้าบ้าน”
       อนุชอึ้ง ลลิตายิ้ม
       “อยากรู้มั้ยว่าเราคุยกันยังไงบ้าง”
       ลลิตาเปิดคลิปเสียงจากโทรศัพท์มือถือให้ฟัง เสียงลลิตาดังออดอ้อนออกมา
       “ลิต้าคิดถึงคุณจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้นานแล้วนะคะ”
       อนุชเสียใจ
       “พอเถอะค่ะ นุชไม่อยากรู้”
       ลลิตาปิดคลิปเสียงเพราะหลังจากคำพูดนี้แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
       “ทำไม ทนฟังไม่ได้เหรอ”
       อนุชเน้นคำ
       “พี่ลิต้าไม่อาย แต่นุชอายค่ะ”
       ลลิตาโกรธ ตบหน้าอนุช
       “มากไปแล้วนะ กล้าดียังไงมาว่าฉันไม่มียางอาย”
       อนุชตบกลับ ลลิตาตกใจ คิดไม่ถึงว่าอนุชจะกล้าตบเธอ
       “ไม่มากไปหรอกค่ะ สำหรับผู้หญิงที่ทิ้งสามีตัวเองที่กำลังป่วยไปทำเรื่องเสื่อมเสียกับผู้ชายอื่น”
       ลลิตากรี๊ด เจ็บใจ
       “อ๊ายย!”
       ลลิตาจะตบ อนุชจับมือได้ ทั้งสองเลยยื้อยุดกันไปมา อสิตและอรชาได้ยินเสียงดัง ตกใจ เข้ามา
       “พี่ลิต้า นุช”
       ลลิตากับอนุชกำลังยื้อยุดกัน เห็นอรชากับอสิตมาก็ต่างตกใจ รีบปล่อยมือ อสิตสงสัย
       “นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น”
       อนุชและลลิตามองหน้ากัน ลลิตากลัวอนุชแฉ เพราะยังจับกร้าวไม่ได้ ยังไม่อยากโดนไล่ออกจากบ้านตอนนี้ อนุชมองอสิตสลับกับมองลลิตา ลังเลว่าจะบอกความจริงเรื่องกร้าวกับลลิตาดีหรือไม่ อนุชสงสารอสิต ไม่อยากให้มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจพี่ชายในตอนนี้จึงฝืนใจตอบ
       “ไม่มีอะไรค่ะ”
       ลลิตาโล่งอกที่อนุชไม่พูดรีบแก้ตัว
       “ใช่ค่ะ ไม่มีอะไร ลิต้ากับนุชแค่หยอกกันเล่นค่ะ”
       ลลิตาจงใจเดินชนไหล่อนุช ไปหาอสิตออดอ้อน
       “ดึกแล้วทำไมสิตยังไม่นอนอีกคะ”
       “คุณยังไม่กลับบ้าน ผมจะหลับได้ยังไง”
       ลลิตาโกหก
       “ลิต้านัดเพื่อนค่ะ อุตส่าห์บอกแล้วว่าจะรีบกลับ แต่เพื่อนๆ สิคะไม่ยอมให้กลับ แต่ลิต้าก็ปลีกตัวออกมาจนได้ เพราะลิต้าห่วงสิตกลัวสิตรอค่ะ”
       ลลิตาหอมแก้ม อสิตกุมมือภรรยายิ้ม ลลิตาหันมายิ้มเย้ยอนุช ก่อนจะเข็นรถอสิตออกไป อนุชมองอสิตกับลลิตาแล้วเสียความรู้สึก สงสารพี่ชายที่โดนสวมเขา อรชาออกไป อนุชนึกโกรธกร้าวกับลลิตาที่หักหลังอสิต
      
       อสิตนอนบนเตียง ลลิตาดูแลห่มผ้าให้ เขาจับมือเธอไว้ แล้วดึงมากอด หอมแก้ม
       “ไม่เอาค่ะสิต ลิต้าอาบน้ำก่อน”
      
       ลลิตาผละจากสามียิ้มให้แต่พอหันหลังให้ก็เบ้หน้า รำคาญ


  


       กร้าวขับรถมาจอดที่มุมหนึ่งของบ้านวิชเวทย์ เขามองแผ่นซีดีในมือ นึกถึงคำพูดของพนักงานที่ห้องเสื้อ
      
       ‘ชุดเจ้าสาวคอลเลคชั่นล่าสุดค่ะ ฝากให้คุณนุชด้วยนะคะ’
       กร้าวมองแผ่นดีวีดีแล้วยิ้ม อยากให้อนุชเลือกแบบชุดแต่งงาน เขามองหาอนุช เห็นเธออยู่ในสวน กำลังเก็บดอกไม้ จึงรีบเดินเข้าไปหา
       อนุชเก็บดอกไม้ใส่ตะกร้าอย่างอารมณ์ดี กร้าวเดินเข้ามาใกล้ เธอไม่ทันมอง นึกว่าแหวน
       “แหวนเหรอ ล้างแจกันเรียบร้อยรึยัง จัดดอกไม้ซะหน่อย บ้านจะได้สดใสขึ้น”
       กร้าวไม่ตอบ อนุชหันไปมอง เห็นกร้าวก็เปลี่ยนอารมณ์ จากอารมณ์ดีกลายเป็นบึ้งตึง
       “คุณ”
       อนุชเดินหนี กร้าวแปลกใจ รีบตามไป
       “เดี๋ยวสิคุณ”
       อนุชเดินหนีกร้าวไปทางหน้าบ้าน พบปรารภก็ดีใจ รีบไปเกาะแขน พูดเสียงหวาน จงใจประชดกร้าว
       “พี่รภคะ มาช้าจังเลย นุชรอตั้งนานแล้ว”
       ปรารภงง ไม่รับมุก
       “นุชรอพี่เหรอครับ รอทำไม มีอะไรรึเปล่า”
       อนุชบีบแขน ขยิบตาใส่ ปรารภงง กร้าวตามมา เห็นอนุชดูสนิทสนมกับปรารภก็ไม่พอใจ มาดึงมืออนุช
       “เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
       “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”
       ปรารภไม่พอใจที่กร้าวบังคับอนุช
       “ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้”
       “คุณไม่เกี่ยว อย่ายุ่งดีกว่า”
       ปรารภกับกร้าวจ้องหน้ากัน ต่างไม่พอใจ
      
       ลิตาเข็นรถเข็นให้อสิตมาถึง เห็นกร้าวกับปรารภมีเรื่องกัน
       “นั่นคุณกร้าวกับปรารภนี่คะสิต”
       ลลิตารีบเข็นรถอสิตไปหากร้าว ปรารภและอนุช ปรารภแกะมือกร้าวออกจากมืออนุช
       “ไม่เห็นรึไงว่านุชไม่อยากคุยกับคุณ”
       กร้าวไม่พอใจ ผลักปรารภ แผ่นดีวีดีหลุดมือกร้าวไปขณะที่มีเรื่อง แต่กร้าวไม่ทันได้สนใจ
       “แล้วมันเรื่องอะไรของคุณ”
       ปรารภโกรธ ผลักกลับ อนุชไม่อยากให้กร้าวกับปรารภทะเลาะกัน เลยมาขวางกลาง แยกทั้งสองออกจากกัน
       “หยุดนะ หยุดทั้งคู่เลย”
       ลลิตาเข็นรถอสิตมาถึง
       “คุณกร้าว ปรารภ”
       กร้าวกับปรารภต่างชะงัก
       “มีเรื่องอะไรกัน”
       กร้าว ปรารภและอนุชต่างเงียบ
       “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
       กร้าวไม่อยากให้อนุชเสียหาย จึงเปลี่ยนเรื่อง
       “คุณสิตนัดผมมา มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”
       อสิตกังวล ไม่อยากพูดธุระต่อหน้าลลิตาและอนุช
       อสิตอึกอัก
       “เชิญที่ห้องทำงานผมดีกว่าครับ”
       อสิตเข็นรถตัวเองออกไป กร้าวเดินตามไป ลลิตาจงใจไม่ตาม เพื่อจะหาเรื่องอนุช
       “นุชเป็นไรรึเปล่า” ปรารภถามอย่างเป็นห่วง
       “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”
       ลลิตาแดกดัน
       “โถ น่าสงสาร รถไฟชนกัน เจ็บตรงไหนรึเปล่าจ๊ะ”
       อนุชไม่พอใจ
       “อย่าคิดว่าคนอื่นจะชอบสับรางเหมือนตัวเองสิคะ”
       ลลิตาโกรธ
       “แกว่าฉันเหรอ นังนุช”
       “แล้วพี่ลิต้าว่านุชรึเปล่าคะเรื่องรถไฟชนกัน ถ้าพี่ลิต้าไม่ได้ว่า นุชก็ไม่ได้ว่าพี่ลิต้าค่ะ”
       ลลิตาเถียงไม่ทัน อนุชหันไปบอกปรารภ
       “ ไปหาพี่อรกันเถอะค่ะ แถวนี้บรรยากาศไม่ดี”
       อนุชดึงปรารภออกไป
       “กลับมาเดี๋ยวนี้นะ แน่จริงอย่าหนีสิ”
      
       ลลิตาโกรธอนุช แผ่นซีดีแบบชุดแต่งงานของกร้าวตกอยู่ในสวน ไม่มีใครสังเกตเห็น

       อสิตเข็นรถเข้ามาในห้องทำงาน กร้าวตามเข้ามา
      
       “คุณสิตมีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอ”
       “พรุ่งนี้เป็นวันครบกำหนด ที่ผมต้องใช้หนี้เสี่ยยศทั้งหมดห้าสิบล้าน”
       กร้าวตกใจ
       “พรุ่งนี้แล้วเหรอ”
       “หนี้พวกนี้ เกิดจากความผิดพลาดของผม ผมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจทั้งโดนโกง ทั้งขาดทุน จนต้องเอาบ้านไปจำนอง แถมยังเป็นหนี้นอกระบบ ทั้งหมดเป็นเพราะผมคนเดียว ลิต้ากับน้องๆ ของผมไม่เกี่ยว ผมไม่อยากให้พวกเขาเดือดร้อนเพราะผม ผมมีเรื่องอยากขอร้องคุณ ผมอยากให้คุณช่วยพาลิต้าอรและนุชไปอยู่ในที่ปลอดภัย”
       กร้าวสงสัย
       “คุณคิดจะทำอะไร”
       “ พรุ่งนี้ผมจะไปเจรจากับเสี่ยยศขอผัดผ่อนหนี้”
       “แต่มันอันตราย เสี่ยยศไม่ยอมง่ายๆแน่”
       “ผมรู้ แต่ผมไม่มีทางเลือก”
       อสิตไม่สบายใจ
       “ก่อนคุณพ่อเสีย ท่านสั่งให้ผมดูแลอรกับนุชให้ดี แต่พรุ่งนี้ผมไม่รู้จะมีชีวิตรอดกลับมารึเปล่า ผมไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร คุณรับปากผมได้มั้ย ถ้าผมเป็นอะไรไป ฝากลิต้า อรและนุชด้วย”
       อสิตอ้อนวอน อย่างคนขาดที่พึ่ง กร้าวพยักหน้าแทนคำตอบ
       “ขอบคุณมาก คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ”
       กร้าวไม่สบายใจ
      
       แหวนกวาดใบไม้ เจอแผ่นดีวีดีของกร้าวหล่นอยู่ จึงนำมาให้อรชาดู
       “ของใครน่ะแหวน” อรชาแปลกใจ
       “แหวนก็ไม่รู้ค่ะคุณอร เห็นหล่นอยู่ในสวน”
       อรชาแปลกใจ เปิดดูในโน้ตบุ๊ค แหวนชะโงกหน้ามาดูอย่างอยากรู้อยากเห็นสุดๆ
       “ทำอะไรน่ะแหวน”
       “อาจจะเป็นคลิปลับของใครก็ได้นะคะ”
       “ มีงานอะไรก็ไปทำไป”
       อรชาดุนิ่งๆ แหวนจ๋อย
       “ค่ะ”
       แหวนออกไป อรชาเปิดดู เป็นรูปชุดเจ้าสาว
       “ชุดเจ้าสาวสวยๆ ทั้งนั้นเลย ของใครนะ”
       อรชาสงสัย
      
       กร้าวเดินกลับออกมาหาแผ่นดีวีดี อรชาเดินเข้ามามอง
       “คุณกร้าว ทำอะไรคะ”
       “ผมทำดีวีดีหล่นหาย”
       อรชาให้ดู
       “แผ่นนี้รึเปล่าคะ”
       “ใช่ครับ”
       กร้าวรับไปแล้วนึกได้
       “คุณอร...เปิดดูรึเปล่าครับ”
       “ปละ เปล่าค่ะ อรยังไม่ได้เปิดดู มีอะไรรึคะ”
       กร้าวไม่สบายใจ
       “มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้คุณรู้ แต่มันยังไม่ถึงเวลา เอาไว้ถึงเวลา ผมจะบอกคุณด้วยตัวเอง”
       “ค่ะ”
       กร้าวเดินแยกไป อรชาคิดเข้าข้างตัวเอง คิดว่าสิ่งที่กร้าวจะบอกกับตนเมื่อถึงเวลาคือการขอแต่งงาน เธอยิ้มอย่างยินดี
      
       อรชาเดินกลับมาที่บ้านอย่างอารมณ์ดี ปรารภมาหา
       “คุณรภ มาหานุชเหรอคะ อรจะไปตามให้นะคะ”
       ปรารภจับแขนอรชาไว้
       “ผมมาหาคุณอรครับ”
       อรชาแปลกใจ
       “มาหาอร”
       “ผมมีเรื่องคุณกร้าวจะบอกคุณอร”
       “อรก็มีเรื่องคุณกร้าวจะเล่าให้คุณฟังเหมือนกันค่ะ”
       “คุณอรพูดมาก่อนเถอะครับ”
       อรชาตื่นเต้น
       “คุณกร้าวจะขออรแต่งงานค่ะ”
       ปรารภตกใจ
       “คุณกร้าวบอกคุณอรอย่างนั้นเหรอ”
       “เขายังไม่ได้พูดหรอกค่ะ”
       ปรารภห่วง
       “คุณอรเข้าใจผิดแล้ว คุณกร้าวไม่ได้จะขอคุณแต่งงาน ผมอยากให้คุณอรเผื่อใจไว้ ถ้าไม่เป็นอย่างที่คุณอรหวังไว้ จะได้ไม่เสียใจ”
       อรชาแปลกใจ
       “ทำไมคุณรภพูดจาแปลกๆ”
       “ผมพูดตามความจริง คุณกร้าวไม่ใช่คนดี เขาไม่ได้มีคุณอรคนเดียว”
       อรชาชักโมโห
       “คุณรภคงฟังยายนุชมากเกินไป”
       “ผมไม่ได้รู้จากนุช ผมเห็น...”
       อรชาไม่ฟัง
       “พอเถอะค่ะ อรไม่อยากฟัง ไม่ว่าใครจะว่ายังไง อรเชื่อว่าคุณกร้าวเป็นคนดี อรฝันอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น และอรเชื่อว่าคุณกร้าวต้องเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีได้แน่นอน”
      
       อรชาเดินหนีไปอย่างโกรธๆ ปรารภไม่สบายใจ ห่วงอรชา


  


       กร้าวเดินตามหาอนุชในบ้าน
      
       “หายไปไหนของเขานะ”
       ลลิตามาหากร้าว โผล่มากอดด้านหลัง
       “จ๊ะเอ๋ คุณกร้าว”
       กร้าวตกใจ
       “ลิต้า”
       ลลิตาออดอ้อน
       “ลิต้าคิดถึงคุณค่ะ”
      
       ปรารภมองหากร้าว ตั้งใจจะคุยกับกร้าวให้รู้เรื่อง ลลิตากอดกร้าว ส่วนกร้าวพยายามแกะมือลลิตา แต่ลลิตาไม่ยอมปล่อย ปรารภเลยคิดว่ากร้าวกับลลิตากอดกันนัวเนีย เมื่อเห็นอย่างนั้นปรารภโกรธมาก
       “คุณกร้าว!”
       กร้าวกับลลิตาตกใจที่ปรารภเห็น ปรารภไม่พูดไม่จา ชกหน้ากร้าวอย่างแรง จนกร้าวล้มลงไปนั่ง ลลิตากรี๊ดลั่น
       “อ๊าย คุณกร้าว”
       กร้าวแผ่นดีวีดีหล่นบนพื้นจะเก็บขึ้นมา แต่ปรารภไม่ทันเห็น เหยียบแผ่นดีวีดีแตก
       ปรารภจะเข้าไปเล่นงานกร้าว ลลิตาดันตัวไว้
       “อย่านะ ทำบ้าอะไรของแกปรารภ”
       “ปล่อยผม”ปรารภโวยลั่น
       อรชาและอนุชได้ยินเสียงดัง รีบมาดู ปรารภผลักลลิตาออก
       “หลีกไป อย่าขวางผม ผมจะสั่งสอนเขาให้รู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคุณอร”
       ปรารภกระชากเสื้อกร้าวขึ้นมา จะชก อรชาเข้ามาห้าม”
       “หยุดนะคุณรภ”
       ปรารภชะงัก
       “คุณอร มาก็ดีแล้ว”
       ปรารภกำลังจะอธิบายเรื่องกร้าว ลลิตาและอนุช แต่อรชาไม่ฟัง ตบหน้าปรารภอย่างแรงจนหน้าหัน
       “คุณอร..”
       “ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนอันธพาลแบบนี้ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก”
       ปรารภพยายามอธิบาย
       “คุณอรครับ ผม...”
       “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันไม่อยากฟัง ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ออกไป ไปสิ”
       ปรารภเสียใจ อรชาหันไปประคองกร้าวอย่างเป็นห่วง เช่นเดียวกับลลิตาที่มองอยู่
       “เป็นอะไรรึเปล่าคะคุณกร้าว”
       ลลิตากับอรชาต่างเป็นห่วง ปรารภเห็นภาพอรชาห่วงกร้าวแล้วก็เจ็บปวด เสียใจ หันหลัง เดินออกจากบ้านไป
       อสิตที่ตามมา ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อนุชสงสารปรารภมองกร้าวอย่างไม่พอใจ สะบัดหนีไป กร้าวจะตามอนุชไป แต่ลลิตากับอรชาเกาะติดจึงปลีกตัวไปไม่ได้
       “คุณกร้าวเจ็บตรงไหนรึเปล่า” ลลิตาถาม
       “อรขอโทษแทนคุณรภด้วยนะคะ ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวแบบนี้”
       กร้าวไม่ได้สนใจทั้งสองคน เครียดที่ตามอนุชไปไม่ได้
      
       ปรารภออกมาหน้าบ้าน หันมองกลับเข้าไปในบ้านอย่างเศร้าๆ อนุชตามออกมา
       “พี่รภคะ”
       ปรารภหยุด
       “นุชรู้ว่าพี่รภทำไปเพราะรักพี่อร”
       “ขอบใจที่เข้าใจพี่ ถ้าคุณอรเชื่อพี่เหมือนที่นุชเชื่อ ก็คงจะดี”
       “อย่าเพิ่งท้อนะคะ สักวันพี่อรต้องเข้าใจว่าพี่รภทำไปเพราะหวังดี”
       ปรารภเศร้า
       “คงไม่มีวันนั้นแล้วล่ะครับ คุณอรไม่อยากเห็นหน้าพี่ พี่คงไม่มาที่นี่อีกแล้ว”
       “โธ่ พี่รภ”
       “นุชเป็นน้องสาวที่น่ารัก แต่พี่คงไม่มีวาสนาพอจะเป็นพี่ชายอีกคนหนึ่งของนุช”
      
       ปรารภเดินจากไป อนุชมองตามอย่างสงสาร


  


       ลลิตาและอรชากุลีกุจอทำแผลให้กร้าว เป็นห่วงกร้าวมากทั้งคู่ ลลิตาเผลอทายาแรงไปนิดหนึ่ง
      
       “โอ๊ย” กร้าวเจ็บแผลที่มุมปาก
       ลลิตาตกใจมาก
       “ว้าย ลิต้าขอโทษค่ะ เจ็บมากมั้ยคะคุณกร้าว”
       อรชาห่วง
       “คุณกร้าวเจ็บตรงไหนบ้างคะเนี่ย”
       “ผมไม่เป็นไรครับ”
       อสิตไม่เข้าใจ
       “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ปรารภทำร้ายคุณกร้าวทำไม”
       “ลิต้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าปรารภเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ว่าไงยายอร ปรารภเป็นอะไร”
       “อรก็ไม่ทราบค่ะ ก่อนเกิดเรื่องคุณรภพูดจาแปลกๆ แต่อรไม่คิดว่าคุณรภจะทำถึงขนาดนี้”
       กร้าวไม่สบายใจ
       “ผมไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ผมกลับก่อนนะครับ”
       “เดี๋ยวสิคะคุณกร้าว”
       กร้าวไม่ฟัง เดินแยกไป อรชามองตามไม่สบายใจ
       “คุณกร้าวโกรธแน่เลย”
       ลลิตาและอรชาต่างเป็นห่วงกร้าว อสิตไม่สบายใจที่เกิดเรื่องในบ้าน
      
       กร้าวออกมาจากมาบ้าน พลอนุชดักรออยู่ มองเขาอย่างโกรธจัด
       “สมใจคุณแล้วสิที่ทำให้พี่รภ กลายเป็นคนไม่ดีในสายตาพี่อรได้”
       กร้าวมองอย่างน้อยใจ
       “ในสายตาคุณ ผมไม่เคยมีความดีเลย แต่ตอนนี้ไม่สำคัญหรอก มีเรื่องสำคัญกว่านั้น พรุ่งนี้ครบกำหนดเวลาที่คุณสิตต้องใช้หนี้เสี่ยยศ พี่ชายคุณขอร้องให้ผมพาคุณลิต้า คุณอรแล้วก็คุณไปอยู่ในที่ปลอดภัย เขาจะไปพบเสี่ยยศคนเดียว”
       “พี่สิต” อนุชตกใจ
       “รับข้อเสนอของผมซะ แล้วคุณจะมีเงินไปใช้หนี้เสี่ยยศ”
       “ฉัน...”
       อนุชสับสน เพราะกะทันหันเกินไป
       “ฉัน....”
       กร้าวไม่เข้าใจอนุช
       “คุณคิดว่าคุณมีทางเลือกนักรึไง ผมให้เวลาคุณคิดอีกแค่หนึ่งคืนเท่านั้น พรุ่งนี้เช้าผมจะมาที่นี่พร้อมเงินสดห้าสิบล้าน ชีวิตของพี่ชายคุณขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ”
       กร้าวเดินหนีไป อนุชไม่สบายใจ ห่วงอสิต
      
       ลิตาและอรชาประหลาดใจ เมื่ออสิตบอกให้เก็บของ
       “เก็บของ เก็บทำไม” ลลิตาถาม
       “พรุ่งนี้ถึงเวลาต้องใช้หนี้คืนเสี่ยยศ เราต้องไปจากที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน”
       อรชาร้อนใจ
       “แล้วเราจะหนีไปไหนคะพี่สิต”
       “คุณกร้าวจะช่วยพาเราไปที่ๆปลอดภัย”
       “โอ๊ย ตายๆ ทำไมกะทันหันอย่างนี้ ของตั้งเยอะ แค่คืนเดียวจะเก็บยังไงหมด”
       “เอาไปเท่าที่จำเป็นก็พอ”
       อนุชที่เดินเข้ามา ทันได้ฟังทุกคนคุยกัน ถามอย่างคาดคั้น
       “พี่สิตจะไปกับพวกเราด้วยใช่มั้ยคะ”
       อสิตชะงัก อนุชจ้องหน้าจับพิรุธ
       “พูดอะไรอย่างนั้น พี่สิตก็ต้องไปกับเราสิ ใช่มั้ยคะพี่สิต”
       อรชาขัด อสิตอึกอัก หนักใจ อนุชมองอย่างไม่สบายใจ
       “ว่าไงคะพี่สิต ตอบนุชสิคะว่าพี่สิตจะไปด้วย”
       อสิตฝืนยิ้มให้อรชาและอนุช
       “พี่จะทิ้งน้องๆ ได้ยังไงกัน” อสิตตอบเลี่ยงๆ
       อนุชรู้สึกว่ามีพิรุธในคำตอบของอสิต
       “คิดแล้วก็อดใจหายไม่ได้ เราต้องไปจากมโนรมณ์จริงๆเหรอคะ” อรชาบอกเศร้าๆ
       อสิตกอดอรชา อนุชและลลิตา
       “พี่ขอโทษนะ เป็นเพราะพี่ไม่เอาไหน ทำให้ทุกคนต้องลำบาก”
       “พี่สิตอย่าโทษตัวเองสิคะ ถ้ามีพี่สิตกับนุชอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าที่ไหน อรก็อยู่ได้ค่ะ” อรชาพยายามพูดให้พี่ชายสบายใจ
       ลลิตาตัดบท
       “มัวแต่กอดกันอยู่ได้ รีบไปเก็บของเถอะ”
       อรชาจะผละจากอสิต แต่อสิตดึงไว้
       “เดี๋ยวสิ ขอพี่กอดนานอีกนิด”
       อสิตกอดและจูบหน้าผากลลิตา อรชาและอนุชเหมือนเป็นการล่ำลา แล้วสั่งเสีย
       “ต่อไปนี้อาจไม่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อน แต่ขอให้พวกเราทุกคนรักกัน ดูแลกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ทุกคนรู้ไว้ว่าพี่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้เพื่อพวกเราทุกคน ขอให้เข้าใจพี่ด้วย”
      
       อสิตกลั้นน้ำตา รู้ว่าพรุ่งนี้อาจต้องจากทุกคนไปตลอดชีวิต อนุชซึ่งกอดอสิตอยู่ ยิ่งสงสัยและไม่สบายใจ


  


       กร้าวนั่งคนเดียวที่เคาน์เตอร์ร้านเหล้าท่าทางคิดหนัก คณิตที่นัดกันไว้ เข้ามานั่งข้างๆ สั่งเครื่องดื่ม พลางถาม
      
       “เป็นไง ทำหน้าอย่างนี้ คุณนุชปฏิเสธล่ะสิ”
       “เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่เขายังไม่ให้คำตอบเลย ฉันสังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก”
       “สังหรณ์ใจอะไร”
       “นุชใจแข็งมาก จนฉันเดาใจเขาไม่ถูก ถ้าพรุ่งนี้เขาปฏิเสธ ไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน ฉันจะทำยังไงดี”
       กร้าวมองคณิตอย่างขอคำตอบ คณิตแกล้งพูด
       “ ไม่เห็นยาก ก็แต่งกับอรชา พี่สาวคุณนุชแทนสิ”
       กร้าวอึ้ง พูดไม่ออก เพราะไม่คิดจะแต่งกับคนอื่นนอกจากอนุช ตอบไปอย่างปากกับใจไม่ตรงกัน
       “นั่นสินะ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้”
       กร้าวไม่สบายใจ คณิตรู้ทัน
       “งั้นฉันกลับละ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า”
       “เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน ยังคุยกันไม่จบเลย”
       “คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ ฉันว่าแกมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าแกจะกล้าฟังเสียงหัวใจตัวเองรึเปล่า”
       คณิตตบไหล่กร้าวแล้วออกไป กร้าวคิดหนัก เพราะคำพูดของคณิตแทงใจ
      
       อสิตมองรูปพ่อแม่ พูดกับรูปภาพ...
       “พ่อครับ...แม่ครับ...ผมอาจจะเป็นลูกที่ไม่เอาไหน เป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง ที่ผ่านมาดูแลน้องไม่ดี ทำให้น้องต้องลำบาก แต่ผมสัญญาว่าผมจะปกป้องอรกับนุชด้วยชีวิตของผมครับ”
       อสิตเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะ ตัดสินใจ จะสละชีวิตเพื่อปกป้องน้องๆ อนุชแง้มประตูห้องแอบมองอสิตอยู่ ค่อยๆปิดประตูเบาๆแล้วกลับไปที่ห้องนอน
      
       อนุชคิดหนัก นึกถึงคำพูดของกร้าว...
       ‘ผมจะใช้หนี้ทั้งหมดให้คุณ เลิกยุ่งกับคุณอรและคุณลิต้า ถ้าคุณยอมเป็นของผม ไม่ใช่ในฐานะภรรยา แต่เป็นนางบำเรอ...ชีวิตของพี่ชายคุณขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ...คุณคิดว่าคุณมีทางเลือกนักรึไง...’
       อนุชไม่สบายใจ
       “คุณพูดถูก ฉันไม่มีทางเลือก แต่คุณคงลืมไปว่าสุนัขจนตรอก ทำได้ทุกอย่าง แม้ต้องสละชีวิตของตัวเองก็ตาม”
       อนุชตัดสินใจว่าจะเอาชีวิตของตัวเองเข้าแลก เพื่อปกป้องอสิตและอรชา
      
       เช้าวันใหม่...แหวนแบกกระเป๋าเดินทางหนักอึ้งของลลิตามาวางรวมกับกระเป๋าใบอื่นๆ ที่หน้าบ้าน
       “เร็วเข้าสินังแหวน ยังเหลืออีกตั้งหลายใบ ชักช้าแบบนี้ เมื่อไรจะเสร็จ เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี” ลลิตาบ่น
       อรชามองอย่างไม่เข้าใจ
       “พี่ลิต้าจะขนไปทำไมเยอะแยะคะ”
       “เสื้อผ้าข้าวของพวกนี้ ซื้อมาไม่ใช่ถูกๆ เงินทั้งนั้น จะทิ้งไว้ได้ไง เสียดายแย่”
       อรชาระอาความงกของลลิตา รถกร้าวมาจอดหน้าบ้าน กร้าวลงจากรถ พร้อมกระเป๋าใส่เงินสด
       “นึกว่าคุณจะไม่มาซะแล้ว” อสิตยิ้มออก
       “ผมรับปากคุณแล้ว จะไม่มาได้ยังไง”
       “ผมฝากลิต้ากับน้องๆ ของผมด้วย”
       อรชาสงสัย
       “พี่สิตหมายความว่าไงคะ”
       อสิตเสียใจ ไม่ตอบอรชา
       “อย่าบอกนะคะว่าพี่สิตไม่ไปกับพวกเรา ถ้าพี่สิตไม่ไป อรก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ อรจะอยู่กับพี่สิต”
       “ไม่ได้นะอร มันอันตราย ไปซะ คุณกร้าวจะพาอรไปอยู่ในที่ปลอดภัย”
       กร้าวสังเกตเห็นว่าอนุชไม่อยู่
       “แล้วคุณนุชล่ะ”
      
       อสิต อรชาและลลิตาเพิ่งนึกได้ว่าอนุชไม่อยู่ กร้าวเครียดที่อนุชหายไป

      
       อนุชพาตัวเองมาอยู่ที่บ้านเสี่ยยศ ซึ่งใหญ่โตโอ่อ่า มีบอดี้การ์ดลูกน้องชายแต่งชุดดำท่าทางโหด 2-3 คนเฝ้าอยู่ แม้ว่าบรรยากาศจะน่ากลัวเพียงใด หญิงสาวมองอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องพี่ๆ
      
       ครู่ต่อมาอนุชนั่งในห้องรับแขก ลูกน้องเสี่ยยศ นำใบสัญญาเงินกู้มาวางบนโต๊ะ เสี่ยยศจ้องหน้าอนุชด้วยความสงสัย โดยมีลูกน้องชายอีกคนยืนอยู่ด้านหลังเสี่ยศ คอยคุ้มกัน
       “ทำไมอสิตไม่มาเอง แล้วไหนล่ะเงิน” เสียยศสงสัย
       “ฉันไม่มีเงินหรอกค่ะ”
       “ไม่มีเงิน! กล้าดียังไงมาล้อเล่นกับอั๊วแบบนี้ อยากตายเรอะไง”
       “ค่ะ ฉันยอมตาย เพื่อแลกกับชีวิตของพี่สิต”
       เสี่ยยศไม่เข้าใจ
       “จะบ้าไปใหญ่แล้ว ชีวิตลื้อ อั๊วไม่เอา อั๊วจะเอาเงิน”
       เสี่ยยศหัวเสีย คว้าสัญญาเงินกู้จะเอาไปเก็บ แต่อนุชคว้าสัญญาเงินกู้มาฉีกขาด
       “ลื้อจะโกงอั๊วเหรอ มากไปแล้วนะ”
       อนุชฉวยโอกาสตอนที่ลูกน้องเสี่ยยศเผลอ ดึงปืนที่เหน็บตรงเอวมา เสี่ยยศและพวกลูกน้องต่างตกใจ คิดว่าอนุชจะฆ่าเสี่ยยศ แต่อนุชกลับหันปากกระบอกปืนเข้าใส่ตัวเอง
       “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายเสี่ยหรอก ฉันแค่อยากขอร้องปล่อยพี่ๆ ของฉันไปเถอะนะคะ หนี้สินทั้งหลาย ฉันขอชดใช้ด้วยชีวิตของฉัน”
       อนุชจะยิงตัวเอง ลูกน้องคนหนึ่งพุ่งเข้าแย่งปืนจากอนุช ปืนลั่นไปทางอื่น ลูกน้องจับตัวอนุชไว้ อนุชดิ้นรน
       “ปล่อยฉัน ปล่อย”
       เสี่ยยศบีบคางอนุช
       “สวยๆอย่างนี้ จะรีบตายไปทำไม อยากใช้หนี้แทนพี่ชายลื้อใช่มั้ย อั๊วจะให้ลื้อชดใช้ให้คุ้มเลย”
       เสี่ยยศยิ้มร้าย อนุชหวาดกลัว
      
       กร้าวขับรถอย่างเร็ว กร้าวและอสิตต่างเครียด ห่วงอนุช
       “ทำไมนุชถึงคิดทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ ขอให้ไปทันด้วยเถอะ”
       กร้าวใจคอไม่ดี นึกไปถึงเมื่อครั้งที่แม่โดนข่มขืน โดยที่เขาช่วยอะไรไม่ได้ กร้าวเครียดมาก กลัวประวัติซ้ำรอย กลัวจะช่วยอนุชไม่ได้เหมือนที่ช่วยแม่ไม่ได้
      
       เสี่ยยศเหวี่ยงอนุชลงบนเตียงนอน อนุชตั้งหลักได้ รีบหนี แต่เสี่ยยศคว้าตัวไว้ อนุชดิ้นรนขัดขืน
       “ปล่อยฉันนะ ฉันยอมตายดีกว่า”
       “อยากตายนัก เดี๋ยวจะให้ตาย แต่ตอนนี้มาขึ้นสวรรค์กับอั๊วก่อน”
       อนุชกระทืบเท้าเสี่ยยศอย่างแรง
       “โอ๊ย”
       อนุชจะหนี เสี่ยยศจิกผมอนุช
       “จะไปไหน”
       “โอ๊ย”
       เสี่ยยศตบหน้าอนุชอย่างแรงจนอนุชล้มลงไปบนเตียงนอน
      
       กร้าวจอดรถที่มุมหนึ่งใกล้บ้านเสี่ยยศ กร้าวและอสิตลงจากรถ
       “ระวังตัวด้วย” กร้าวแตะไหล่อสิต
       “คุณก็เหมือนกัน”
       อสิตและกร้าวพยักหน้าให้กัน วางแผนกันไว้แล้ว
      
       อสิตเข็นรถเข้ามาที่หน้าบ้านเสี่ยยศ มีลูกน้อง 2-3 คนเฝ้าดูแลความปลอดภัย กระเป๋าเงินวางอยู่บนตักอสิต
       “ฉันมาหาเสี่ยยศ”
       ลูกน้องมองหน้ากัน ยิ้มอย่างรู้กัน
       “เสี่ยไม่ว่าง”
       อสิตนึกรู้ว่าอนุชมีอันตราย
       “ฉันมีธุระสำคัญ ไปตามเสี่ยยศมาเดี๋ยวนี้”
       “พูดไม่รู้เรื่อง กลับไปซะดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
       ลูกน้องเข้ามาไล่ อสิตฉวยจังหวะตอนที่ลูกน้องเผลอ เหวี่ยงกระเป๋าเงินกระแทกทรุดล้มลง เขารีบล็อกคอลูกน้องเอาไว้ แล้วชักปืนออกมาจ่อ
       “ตามเสี่ยยศมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นไอ้นี่ตาย”
      
       พวกลูกน้องคนอื่นๆ ต่างตกใจ


  


       ลูกน้องคนหนึ่งมาตามลูกน้องอีกคนที่เฝ้าอยู่อีกมุมของบ้าน
      
       “เฮ้ย หน้าบ้านมีเรื่อง ไปเร็ว”
       ลูกน้องที่เฝ้าอยู่ รีบตามออกไปหมด พอพวกลูกน้องออกไปแล้ว กร้าวปีนรั้วเข้ามา มองไปทางหน้าบ้าน เป็นห่วงอสิต แต่ต้องทำตามแผน ต้องไปช่วยอนุช
      
       อสิตที่จับลูกน้องเป็นตัวประกัน ตวาดสั่ง
       “ทิ้งปืนให้หมด ไม่งั้นฉันจะระเบิดหัวมัน”
       “เฮ้ย ทิ้งปืนสิวะ”
       ลูกน้องคนอื่นๆ จำต้องวางปืน ลูกน้องอีกคนย่องมาด้านหลัง อสิตไม่รู้ตัวใช้ด้ามปืนทุบหลังอสิต ทำให้ลูกน้องที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ดิ้นหนีไปได้ ลูกน้องที่เหลือกรูกันเข้ามาจับตัวอสิตที่ปืนหลุดมือไปแล้ว
       อสิตล้มลงจากเก้าอี้แต่ยังกอดกระเป๋าเงินไว้แน่น พวกลูกน้องรุมกระทืบ อสิตไม่มีทางสู้
      
       เสี่ยยศกดแขนอนุชไว้กับเตียงนอน อนุชถีบเต็มแรงแล้วคลานจะหนี แต่เสี่ยยศคว้าตัวได้
       “ฤทธิ์มากนักนะ”
       เสี่ยยศโกรธ ตบหน้าอนุชหลายครั้ง อนุชเจ็บ นอนนิ่งบนเตียงนอน เสี่ยยศเข้าไปลูบแก้ม
       “ได้เมียทั้งสาว ทั้งสวย แถมยังไฮโซ เป็นถึงคุณหนูตระกูลวิชเวทย์เชื้อสายผู้ดีเก่า คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม”
       อนุชยกมือไหว้ ร้องไห้ ร้องขอชีวิต
       “อย่าทำอะไรฉันเลย”
       กร้าวใช้ก้อนหินทุบกระจกหน้าต่างห้องเสี่ยยศ
       “แกเข้ามาได้ไง” เสี่ยยศร้องอย่างตกใจ
       กร้าวเห็นอนุชร้องไห้ก็โกรธมาก เพราะเป็นปมในใจกร้าวมาตั้งแต่เด็ก ที่เห็นแม่โดนทำร้ายต่อหน้าต่อตา แต่ช่วยแม่ไม่ได้ กร้าวกระชากเสื้อชกเสี่ยยศล้มลง แล้วตามเข่าไปซ้ำ
       “ยะ อย่า อั๊วกลัวแล้ว” เสี่ยยศพนมมือไหว้ ขอชีวิต
       กร้าวรีบไปหาอนุช
       “นุช เป็นไรรึเปล่า”
       อนุชหวาดกลัวตัวสั่นเทา กร้าวกอดอนุชไว้
       “ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมอยู่นี่แล้ว ผมไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณเด็ดขาด”
       เสี่ยยศเห็นกร้าวเผลอ รีบไปเปิดประตู โวยวาย
       “ใครอยู่ข้างนอก ช่วยด้วย ช่วยอั๊วด้วย”
       พวกลูกน้องกรูกันเข้ามา ล้อมกร้าว ชักปืนมาจ่อ กร้าวเครียด กอดอนุชไว้ ไม่ยอมให้ใครทำร้าย
      
       กร้าวโอบไหล่อนุช มีลูกน้องของเสี่ยยศคุมตัวทั้งสองอยู่ ขณะที่ลูกน้องอีกคน จับตัวอสิตเข้ามา อสิตทรุดล้มลง สภาพสะบักสะบอม
       “พี่สิต”
       อนุชและกร้าวรีบเข้าไปหา อสิตดีใจที่เห็นหน้าอนุช
       “นุช...พวกมันทำอะไรนุชรึเปล่า”
       “นุชไม่เป็นไรค่ะ ทำไมพวกเขาทำกับพี่สิตขนาดนี้”
       “พี่ไม่เป็นไร นุชปลอดภัย พี่ก็ดีใจแล้ว”
       “ถ้าไม่อยากให้พี่ลื้อเจ็บตัว ลื้อก็ต้องเอาใจอั๊วมากๆสิ”
       เสี่ยยศดึงแขนอนุช แต่กร้าวดึงอนุชมากอดไว้
       “ห้ามแตะต้องนุช”
       “หนี้ก็ไม่คืน แถมยังห้ามแตะต้องผู้หญิง งั้นก็ตายกันให้หมด”
       พวกลูกน้องชักปืนมาจ่ออสิต กร้าวและอนุช
       “หยุดก่อน”
       กร้าวคว้ากระเป๋าเงินจากอสิต มาเปิดให้เสี่ยยศดู
       “เงินสดห้าสิบล้าน ครบทั้งต้นทั้งดอก เอาไป”
       เสี่ยยศชะงักที่กร้าวมีเงินมาคืน แต่ยังไม่พอใจ อยากได้อนุช
       “ลูกหนี้ของฉันคือพวกวิชเวทย์ แกเป็นคนนอก ไม่เกี่ยว”
       “เกี่ยวสิ”
       กร้าวดึงอนุชมาจูบแสดงความเป็นเจ้าของ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
       “เราสองคนรักกัน กำลังจะแต่งงานกัน เงินห้าสิบล้านนี้เป็นเงินสินสอด ก็เท่ากับเป็นเงินของพวกวิชเวทย์”
       อนุชพูดไม่ออก เสี่ยยศโกรธ
       “ทำสะดีดสะดิ้ง นึกว่ายังสดยังซิง อย่างนี้มันหลอกกันนี่หว่า”
       “ไปกันเถอะ”
       กร้าวประคองอสิตขึ้นนั่งรถเข็น เข็นรถและโอบอนุชให้ออกไปด้วยกัน เสี่ยยศโกรธที่ถูกหยาม
      
       “ลื้อหยามอั๊วแล้วคิดจะกลับไปง่ายๆ เหรอ”


  


       พวกลูกน้องกรูเข้ามาขวางล้อมกร้าว อสิตและอนุชไว้ กร้าวชูโทรศัพท์สมาร์ทโฟนให้เสี่ยยศดู
      
       “เรื่องที่พูดกันมาทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ผมอัดเสียงไว้หมดแล้ว และส่งคลิปเสียงให้เพื่อนแล้วด้วย ถ้าเราสามคนไม่ได้กลับออกไป คลิปเสียงนี้ถึงตำรวจแน่”
       เสี่ยยศชะงัก
       “ผมรู้ว่าเสี่ยคงไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หรอก”
       เสี่ยยศคิดหนัก เจ็บใจ แต่ต้องยอม
       “เก็บปืน”
       พวกลูกน้องไม่กล้าทำอะไร ต้องเก็บปืน กร้าวพาอสิตและอนุชฝ่าวงล้อมพวกลูกน้องออกไป
      
       ลลิตา อรชาและแหวนอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่กร้าวจัดไว้ให้ อรชากระวนกระวายเดินไป เดินมา อย่างห่วงอสิต
       “นี่ นั่งเฉยๆไม่เป็นรึไง เดินไปเดินมาอยู่ได้ น่ารำคาญ”ลลิตารำคาญ
       “ก็อรห่วงสามคนนั้นนี่คะ พี่ลิต้าไม่ห่วงบ้างรึไง”
       ลลิตาแสดงความเป็นเจ้าของ
       “เธอห่วงแค่สิตกับยายนุชก็พอ ไม่ต้องห่วงคุณกร้าวหรอก”
       “ทำไมคะ”
       “เพราะเขามีคนห่วงอยู่แล้ว”
       “พี่ลิต้าหมายความว่าไง”
       ลลิตารำคาญ
       “พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง ฉันจะบอกให้เอาบุญ คุณกร้าว...”
       ลลิตา จะบอกความสัมพันธ์ระหว่างตนกับกร้าว โทรศัพท์มือถือดังขึ้นก่อน ลลิตาเลยไม่ได้พูด อรชาดีใจมากที่อสิตติดต่อมา รีบรับสาย
       “พี่สิตเป็นไงบ้างคะ ทุกคนปลอดภัยรึเปล่า”
       ลลิตาหงุดหงิดที่ไม่ได้บอกเรื่องกร้าวให้อรชารู้
      
       กร้าวเข็นรถให้อสิตเข้ามาในห้องรับแขกบ้านวิชเวทย์ อนุชมาด้วย
       “เดี๋ยวนุชทำแผลให้นะคะ”
       อสิตจับมืออนุชไว้
       “ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะนุช รู้มั้ยว่ามันอันตรายแค่ไหน ถ้าพี่กับคุณกร้าวไปช่วยไม่ทันจะเป็นยังไง”
       “นุชรู้ค่ะว่าอันตราย แต่จะให้นุชอยู่เฉยๆ ทนดูพี่สิตเอาชีวิตตัวเองไปแลก นุชก็ทำไม่ได้เหมือนกันค่ะ”
       อสิตอึ้ง
       “โธ่ นุช”
       อสิตกับอนุชกอดกัน กร้าวมองสองพี่น้อง ซึ้งใจไปกับความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน ครู่หนึ่งอสิตผละออกมา
       “คุณรอที่นี่ก่อนนะ ผมมีเรื่องอยากคุยกับนุชตามลำพัง”
       กร้าวพยักหน้ารับ
      
       อนุชเข็นรถอสิตมาที่มุมหนึ่งในบ้าน
       “พี่สิตมีอะไรจะคุยกับนุชเหรอคะ”
       “นุชรักคุณกร้าวรึเปล่า”
       อสิตจ้องหน้าอนุชอย่างจับผิด อนุชตั้งตัวไม่ทัน
       “พี่สิตถามทำไมคะ”
       “พี่ไม่เคยรู้มาก่อนว่านุชกับคุณกร้าวรักกัน”
       อนุชอึกอัก
       “ถ้านุชไม่อยากแต่งงาน ก็ไม่ต้องแต่ง พี่จะหาเงินไปคืนคุณกร้าวเอง”
       “เงินตั้งเยอะ พี่สิตจะไปหาจากที่ไหนคะ”
       “ถึงต้องแลกด้วยชีวิตพี่ก็ยอม แต่พี่ไม่ยอมขายน้องสาวใช้หนี้เป็นอันขาด”
       อนุชไม่สบายใจ กลัวอสิตไปกู้เงินอีก จำต้องพูดออกไป
       “นุชรักคุณกร้าวค่ะ นุชจะแต่งงานกับคุณกร้าว”
       อสิตยิ้มออก
       “ได้ยินอย่างนี้พี่ก็สบายใจ”
       “นุชขอร้องพี่สิตอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้อย่ายุ่งเกี่ยวกับเจ้าหนี้นอกระบบอีกนะคะ มันอันตราย”
       อสิตพยักหน้ารับคำ สองพี่น้องยิ้มให้กัน โล่งใจที่ผ่านพ้นอันตรายไปได้
      
       อนุชเข็นอสิตกลับมาที่ห้องรับแขก
       “คุยกันเสร็จแล้วรึครับ ถ้างั้นผมขอตัวกลับก่อน” กร้าวบอก
       “เดี๋ยว ผมมีเรื่องจะถามคุณ”
       อนุชเดินแยกไป กร้าวมองอย่างแปลกใจ
       “คุณสิตมีอะไรจะถามผมเหรอ”
       “ผมสงสัยมานานแล้ว นามสกุลศุภกาญจน์ของคุณ คุ้นหูผมมากแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก เมื่อก่อนเราเป็นเพื่อนกัน คุณจะเป็นใครมาจากไหน ผมไม่สน แค่มีน้ำใจต่อกัน เราก็เป็นเพื่อนกันได้ แต่ตอนนี้คุณกำลังจะแต่งงานกับน้องสาวผม ผมจำเป็นต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน”
       “ศุภกาญจน์ของผม ไม่มีเชื้อสายผู้ดีเก่าอย่างวิชเวทย์ของคุณหรอก ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง พ่อแม่ของผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมโตมากับลุง ซึ่งเป็นชาวสวน ฐานะยากจน”
       กร้าวเศร้า เมื่อนึกถึงอดีต...
       “ผมต้องตั้งใจเรียน...และเป็นนักกีฬาของโรงเรียน เพื่อจะได้ทุนเรียนฟรีเพราะคุณลุงมีรายได้ไม่พอ หลังเลิกเรียน ผมต้องช่วยงานในสวน ไม่มีเวลาเที่ยวเล่นเหมือนเด็กวัยเดียวกัน หลังจากจบมัธยมปลาย ผมได้ทุนไปเรียนปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่อเมริกา ผมเริ่มศึกษาการเล่นหุ้น และทำธุรกิจออนไลน์กับเพื่อนๆ กำไรจากการเล่นหุ้น ผมก็นำมาซื้อที่ดิน ขยับขยายสวนผลไม้เล็กๆ ของลุง เป็นไร่องุ่นและสถานที่ท่องเที่ยวแบบครบวงจร มีบ้านพักและรับจัดงานอีเวนท์ งานคอนเสิร์ตต่างๆ เรื่องของผมก็มีแค่นี้ คุณคงรังเกียจที่ไม่ใช่ลูกผู้ดีมีตระกูล”
       “ไม่เลยสักนิด ผมชอบคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยความสามารถของตัวเอง คุณเป็นคนเก่ง ผมอยากเก่งสักครึ่งหนึ่งของคุณก็ยังดี”
       “ผมไม่ใช่คนเก่งหรอก แต่สถานการณ์ในชีวิตผมมันบีบบังคับ ชีวิตผมไม่มีทางเลือกเหมือนคนอื่น ถ้าไม่สู้ก็ตาย”
       “ผมมีน้องสาวแค่สองคน ผมสัญญากับคุณพ่อก่อนท่านเสีย ว่าจะดูแลอรกับนุชอย่างดี ผมขอให้คุณดูแลน้องสาวผมให้ดี รักนุชมากๆ และอย่าทำให้นุชเสียใจ คุณจะรับปากผมได้มั้ย”
       กร้าวพูดไม่ออก เพราะตั้งใจแต่งงานเพื่อแก้แค้นเท่านั้น
       “ว่าไง คุณจะรับปากผมได้มั้ย”
       กร้าวตอบแบบกำกวม
       “ผมสัญญาว่าจะดูแลนุชอย่างดีที่สุด...เท่าที่วิชเวทย์คนหนึ่งควรจะได้รับ”
      
       อสิตเข้าใจไปเอง สบายใจขึ้น ขณะที่กร้าวเครียด เพราะรู้ว่าไม่สามารถทำอย่างที่อสิตหวังได้


  


       อรชากับลลิตากลับมาบ้าน อสิตรอรับอยู่ แหวนขนกระเป๋าเสื้อผ้ากลับเข้าบ้านตามเดิม หน้าตาบูดบึ้งเพราะกระเป๋าหนักและของเยอะ
      
       อรชามากอดอสิต เห็นหน้าอสิตช้ำไปหมดก็ไม่สบายใจ
       “พวกนั้นทำร้ายพี่สิตเหรอคะ โธ่ เจ็บมากรึเปล่าคะ”
       “พี่ไม่เป็นไร”
       “แล้วนุชล่ะคะ”
       “นุชปลอดภัยดี”
       อรชาโล่งอกที่อสิตและอนุชปลอดภัย ลลิตากลัว
       “ แล้วคุณให้ฉันกลับมาที่นี่อีกทำไม แทนที่จะหนีไปอยู่ที่อื่น จะรอให้พวกเสี่ยยศมาฆ่ารึไง”
       อสิตกุมมือลลิตา
       “ไม่ต้องกลัวนะลิต้าเรื่องมันจบไปแล้ว ต่อไปนี้เสี่ยยศจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราอีก”
       อรชาแปลกใจ
       “ทำไมคะ”
      
       อนุชนั่งเล่นในสวน ไม่สบายใจเรื่องแต่งงาน กร้าวเดินมาคุยด้วย
       “คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอ”
       “ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ”
       “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุย”
       อนุชเดินหนี กร้าวถือวิสาสะ ดึงอนุชมากอด
       “ปล่อยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำรุ่มร่ามกับฉันอย่างนี้”
       “ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ พี่ชายคุณอนุญาตให้เราแต่งงานกันแล้ว สินสอดก็รับไปแล้ว หรือว่าคุณจะผิดคำพูด ผมจะได้รู้ว่าพวกวิชเวทย์ไม่มีสัจจะ”
       อนุชโกรธจนลืมตัวพูดไป
       “มากไปแล้วนะ วิชเวทย์พูดคำไหนคำนั้น”
       กร้าวยิ้มกริ่ม เข้าทาง
       “งั้นก็หมายความว่าคุณตกลงแต่งงานกับผมแล้ว”
       อนุชอึ้ง เจ็บใจที่โดนต้อนเข้าทางกร้าวจนได้
      
       อสิตเล่าให้อรชาและลลิตาฟัง
       “คุณกร้าวใช้หนี้ให้เราทั้งหมด”
       อรชาไม่สบายใจ
       “แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปคืนคุณกร้าวล่ะคะพี่สิต”
       “คุณกร้าวไม่ได้ให้ยืมเงิน แต่ให้เป็นค่าสินสอด”
       ลลิตาตกใจ
       “สินสอด”
       “ตอนที่คุณกร้าวมาสู่ขอ ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน บอกตามตรง มันกะทันหันเกินไป ผมตั้งตัวไม่ทันเลย”
       ลลิตาคิดว่ากร้าวมาขอเธอจากอสิต กลัวอสิตโกรธ เธอทั้งดีใจ แต่ตกใจด้วย เพราะไม่คิดว่ากร้าวจะกล้าพูดกับอสิตตรงๆ ขณะที่อรชายิ้มดีใจ คิดเข้าข้างตัวเอง คิดว่ากร้าวมาสู่ขอเธอ
       “คุณกร้าวบอกว่ายังไงคะ” ลลิตาถาม
       “คุณกร้าวบอกว่าเขากับนุชรักกันและจะแต่งงานกัน”
       ลลิตากับอรชาตกใจ
       “นุช? เป็นไปได้ไง พี่สิตฟังผิดรึเปล่าคะ”
       “ไม่ผิดหรอก”
       “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ไม่จริง”
       อรชาหน้ามืด เป็นลม อสิตตกใจ
       “อร!”
       ลลิตายืนนิ่ง แต่กำมือแน่น ทั้งเจ็บ ทั้งแค้นที่อนุชแย่งกร้าวไปจากเธอ
      
       กร้าวกอดอนุช ไม่ยอมปล่อย แม้เธอพยายามจะดิ้นหนี
       “ปล่อยฉันได้แล้ว”
       กร้าวหอมแก้ม อนุชตกใจทุบเขาทันที
       “ทำอะไร คนฉวยโอกาส นิสัยไม่ดี”
       “ซ้อมไว้ก่อน คุณจะได้ชินไง”
       กร้าวหอมแก้มอนุชอีกข้างหนึ่ง อนุชทั้งโกรธ ทั้งอาย
       “นี่คุณ ฉันบอกให้ปล่อย”
       “โวยวายเสียงดังอย่างนี้ แสดงว่ายังไม่ชิน”
       กร้าวจะหอมอีกที อสิตร้องเสียงดัง
       “แหวน แหวนอยู่ไหน”
      
       กร้าวและอนุชต่างตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนที่ 6
      
       ทางด้านแหวนประคองอรชาไปพัก อสิตเข็นรถตามอย่างเป็นห่วง อนุชและกร้าวเข้ามาอีกทางหนึ่ง เห็นอรชาหมดสติก็ตกใจ
      
       “พี่อรเป็นอะไรคะ”
       “อรเป็นลม”
       “มาครับ ผมเอง”
       กร้าวช่วยประคองอรชาเข้าบ้านไป อนุชเข็นรถอสิตตามเข้าบ้านไป
      
       กร้าวประคองอรชานอนบนโซฟา อสิตและอนุชกังวล ห่วงอรชา แหวนเข้ามาพร้อมผ้าชุบน้ำ อนุชเช็ดหน้าให้พี่สาว แหวนนั่งข้างๆเอายาดมให้ดม
       “เกิดอะไรขึ้นคะพี่สิต” อนุชหันมาถามอสิต
       “ไม่รู้สิ คุยกันอยู่ดีๆ แท้ๆ พี่เล่าให้อรฟังว่าคุณกร้าวกับนุชจะแต่งงานกันแล้วจู่ๆ อรก็เป็นลมล้มพับไป”
       อนุชกับกร้าวมองหน้ากัน ต่างนึกรู้ว่าทำไมอรชาถึงเป็นลม กร้าวไม่สบายใจ อนุชนึกโกรธกร้าวเธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แหวน
       “ฝากดูพี่อรสักครู่นะ” เธอหันไปบอกกับกร้าว “เชิญทางนี้ค่ะ”
       อนุชเดินนำออกไป กร้าวตาม อสิตและแหวนดูแลอรชาแทน
      
       อนุชมาหยุดยืนอยู่มุมหนึ่ง กร้าวตามเข้ามา
       “ฉันว่าคุณควรจะกลับไปได้แล้ว ก่อนที่พี่อรจะฟื้น”
       “แต่ผมอยากคุยกับคุณอร”
       “คุยเพื่ออะไรคะ มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้น คุณหลอกให้พี่อรรักคุณ แล้วคุณก็ทำร้ายจิตใจพี่อรอย่างเลือดเย็น”
       กร้าวรู้สึกผิด
       “ถึงคุณจะรู้สึกผิดตอนนี้ มันก็สายไปแล้ว คุณกลับไปซะแล้วไม่ต้องมาให้พี่อรเห็นหน้าอีก”
       อนุชโกรธ กร้าวเสียใจ ออกไป อนุชสงสารและห่วงอรชา
      
       อนุชมาดูแลพี่สาวสักครู่ อรชาก็เพ้อออกมา
       “คุณกร้าว คุณกร้าว”
       อนุชจับมือพี่สาวไว้ อรชารู้สึกตัวตื่นขึ้น อนุชดีใจ
       “พี่อรฟื้นแล้ว”
       “นุช”
       อรชางงนิดหนึ่ง แต่พอลำดับเหตุการณ์ได้ ก็อยากรู้เรื่องกร้าว
       “พี่สิตบอกว่าคุณกร้าวมาขอนุชแต่งงาน ไม่จริงใช่มั้ย พี่สิตเข้าใจผิดใช่มั้ย”
       อนุชพูดไม่ออก อรชาเขย่าตัวน้องสาวร้อนใจอยากรู้คำตอบ
       “ตอบพี่มาสินุช ตอบพี่มาว่ามันไม่จริง”
       อนุชเสียใจ
       “พี่อร นุชขอโทษ”
       อรชาเสียใจที่เป็นความจริง ร้องไห้ออกมา
       “ทำไมนุชทำแบบนี้ ทำไมถึงหักหลังพี่ ทำไมต้องแย่งคนที่พี่รัก”
       “นุชไม่เคยคิดอย่างนั้นนะคะพี่อร”
       “ถ้าอย่างนั้นก็ยกเลิกการแต่งงานซะสิ คืนคุณกร้าวให้พี่”
       อนุชลำบากใจเพราะกร้าวไม่ยอมแต่งงานกับอรชาและลลิตา
       “นุชทำไม่ได้”
       อรชาจับมืออนุช อ้อนวอนขอร้อง
       “ทำไมล่ะนุช พี่รักคุณกร้าว พี่รักเขา ชีวิตพี่ ไม่มีคุณกร้าวไม่ได้ ผู้ชายคนนี้พี่ขอเถอะนะ นุชมีทั้งชายธง ทั้งคุณปรารภ แต่พี่ไม่มีใครเลย พี่มีคุณกร้าวคนเดียวเท่านั้น ยกเลิกการแต่งงานซะ คืนคุณกร้าวให้พี่”
       อนุชลำบากใจ อรชามองตาน้องสาว รู้คำตอบว่าน้องไม่ยกเลิกการแต่งงาน
       “ไม่ว่าพี่จะพูดยังไง นุชก็ไม่ยอมคืนคุณกร้าวให้พี่ใช่มั้ย”
       อนุชพูดไม่ออก รู้สึกผิดต่อพี่สาว อรชาทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ลุกจากโซฟา หนีไม่อยากเห็นหน้าน้องสาว แต่แล้วเธอก็หน้ามืด อนุชประคอง
       “ระวังค่ะพี่อร”
       อรชาสะบัด
       “อย่ามายุ่งกับพี่”
       อรชาเดินหนีออกไป อนุชตาม
       “พี่อรจะไปไหนคะ”
      
       อรชาเดินหนีมาถึงหน้าห้อง อนุชตามมา เธอผลักน้องสาวให้ออกไปห่างๆ
       “อย่ามายุ่งกับพี่ พี่ไม่อยากเห็นหน้านุชอีก”
       อรชารีบเข้าห้อง ล็อคกลอน อนุชเคาะประตู
       “พี่อรคะ”
       อรชาล็อกกลอนประตู แล้วทรุดลงนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าประตู เจ็บปวดเมื่อคนที่แย่งคนรักกลับเป็นน้องสาวที่รักมาก...อนุชเคาะประตูจนเจ็บมือเสียใจ
       “พี่อร...นุชขอโทษ...”
       อนุชหันมาเจอลลิตา
       “พี่ลิต้า”
       ลลิตาจ้องหน้าแบบจงเกลียดจงชัง
       “เธอเก่งกว่าที่ฉันคิดนะ จับคุณกร้าวซะอยู่หมัด เอาอะไรเข้าแลกล่ะ เขาถึงจำใจแต่งงานด้วย”
       อนุชไม่พอใจที่ลลิตาดูถูก
       “นุชจะเอาอะไรแลกก็ช่าง ยังไงก็ดีกว่าคนที่ทุ่มทั้งตัวแล้วแต่ยังจับไม่อยู่นะคะ”
       อนุชเดินหนี ลลิตาโกรธ คว้าแขนอนุช
       “ปากดีนักนะ”
       ลลิตาตบหน้าอนุชทันที
       “งานแต่งของแกกับคุณกร้าวต้องล้ม ฉันนี่แหละจะทำให้คุณกร้าวเปลี่ยนใจ”
       ลลิตาจะตบอีก อนุชจับแขนไว้ได้ ผลักลลิตาล้มลง
       “ถ้าคิดว่าทำได้ก็ทำเลยค่ะ”
       อนุชสะบัดหนีไป เธอพูดไปเพราะไม่ได้อยากแต่ง เพราะคิดว่าไม่ได้แต่งด้วยความรัก แต่เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินของกร้าวเท่านั้น ลลิตาเจ็บใจ คิดว่าถูกท้าทาย
       “นังนุช นังบ้า อ๊าย!”
      
       ลลิตาแค้นระคนริษยา คิดหาทางขัดขวางการแต่งงาน


  


       ค่ำนั้น ชายธงนั่งอยู่กับลลิตาในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาตกใจมากกับสิ่งที่เธอบอกใจ
      
       “นุชไปบ้านเสี่ยยศคนเดียว จริงเหรอครับ”
       “จริงสิ เกือบเอาตัวไม่รอด ดีที่สิตไปช่วยทัน ไม่งั้นล่ะก็” ลลิตาทำท่าขยะแขยง “ไม่อยากจะคิดต่อว่าจะเจอกับอะไรบ้าง”
       ชายธงห่วง
       “แล้วนุชเป็นไงบ้างครับ ปลอดภัยรึเปล่า”
       “ปลอดภัย แต่ก็ยังขวัญเสียไม่หายตอนนี้เป็นช่วงที่นุชต้องการคนปลอบใจมากที่สุด คุณน่าจะไปหานุช รีบไปทำคะแนนซะ”
       ชายธงสงสัย
       “แล้วคุณมาบอกผมทำไม”
       “ฉันบอกเพราะหวังดี ไม่งั้นคุณกร้าวทำคะแนนนำ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
       ชายธงเป็นห่วงอนุช ลลิตาแอบยิ้มร้ายอย่างมีแผน
      
       วันใหม่ ชายธงรับอนุชออกไปข้างนอก ลลิตาแอบมองอยู่ รีบนั่งแท๊กซี่ตามไป ธารินตามมาเช่นกัน เห็นชายธงไปกับอนุชก็ไม่สบายใจ ห่วงชายธง กลัวจะโดนอนุชหลอก
       ชายธงคุยกับอนุชอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เขาไม่สบายใจ
       “นุชทำแบบนั้นทำไม รู้มั้ยว่าอันตรายแค่ไหน ถ้าพี่สิตไปช่วยไม่ทัน จะทำยังไง”
       “นุชไม่มีทางเลือก”
       “นุชน่าจะบอกผม ผมขอให้คุณพ่อช่วยก็ได้”
       “เงินไม่ใช่น้อยๆ นุชไม่กล้ารบกวนคุณพ่อของชายธงหรอก นุชไม่อยากให้ท่านคิดว่านุชคบกับชายธงเพื่อเงิน”
       ชายธงดึงอนุชมากอด อนุชไม่ทันตั้งตัว
       “รู้มั้ยตอนที่รู้เรื่อง ผมตกใจแค่ไหน ผมนอนไม่หลับทั้งคืนเลย คิดแต่ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนุช ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”
       อีกมุมหนึ่ง ลลิตานัดกร้าวมาแอบดู กร้าวเห็นชายธงกอดอนุชก็ไม่พอใจ จะออกไปหาชาย ลลิตาดึงไว้ กลัวความแตกว่าอนุชกับชายธงไม่ได้มาพลอดรักกัน
       “อย่าค่ะคุณกร้าว ที่ลิต้านัดคุณมาที่นี่ก็เพราะอยากให้คุณตาสว่าง ไม่อยากให้คุณกลายเป็นคนโง่ในสายตายายนุช เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะคะคุณกร้าว อย่าแต่งงานกับยายนุชเลย เขาไม่ได้รักคุณ เขาไม่ได้มีแค่คุณคนเดียว ยายนุชกำลังสวมเขาให้คุณนะคะ”
       ลลิตากอดกร้าว
       “ลิต้ารักคุณคนเดียว แต่งงานกับลิต้าเถอะนะคะ”
       “คุณตัดใจจากผมเถอะลิต้า เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้”
       “ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ เรารักกันไม่ใช่เหรอคะ คุณรักลิต้า ลิต้าก็รักคุณ”
       กร้าวนิ่ง
       “ถ้าไม่รักลิต้า แล้วมายุ่งกับลิต้าทำไม มาหลอกให้ลิต้ารักคุณแล้วคุณก็ทิ้งลิต้าไป ลิต้ามีหัวใจนะคะ
       ลิต้าเจ็บเป็น”
       “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมทำผิด ผมไม่ใช่คนดี คุณสิตเป็นคนดี เขารักคุณและดูแลคุณได้ดีกว่าผม ลืมผมเถอะนะครับ”
       “ไม่ ลิต้าลืมคุณไม่ได้”
       ลลิตาวิ่งร้องไห้หนีไป กร้าวไม่สบายใจ รู้สึกผิดต่อลลิตา
      
       ระหว่างที่ชายธงกอดอนุช อีกด้าน ธารินยืนมองอย่างโกรธๆ อนุชผละจากชายธง รู้ว่าไม่เหมาะสม
       “เรื่องผ่านไปแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลย ตอนนี้นุชมีเรื่องสำคัญจะบอกชายธง”
       อนุชกำลังจะบอกเรื่องแต่งงาน แต่ธารินเข้ามาก่อน
       “นังอนุช! นังหน้าด้าน!”
       ธารินผลักอนุชให้ออกห่างจากชายธงและตบหน้าอนุชทันที
       “ริน” ชายธงตกใจ
       ธารินกระชากแขนอนุช
       “หยุดนะริน ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้”
       ธารินไม่ฟังชายธง ต่อว่าอนุช
       “หลอกผู้ชายคนเดียว มันไม่พอยาไส้รึไง ถึงต้องมาหลอกพี่ชายธงอีกคน”
       “คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะหลอกชายธง”
       “ไม่ต้องตีหน้าซื่อ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันแก”
       “หยุดเดี๋ยวนี้ริน ไปกับพี่”
       ชายธงแยกธารินจากอนุช ธารินดิ้นรนขัดขืน จะไปตบตีอนุชให้ได้
       “ปล่อยรินนะพี่ชายธง รินจะสั่งสอนมัน…นังผู้หญิงหน้าด้าน เห็นแก่เงิน”
       ชายธงดึงธารินออกไป อนุชเจ็บไปทั้งตัวและเสียใจที่โดนธารินดูถูก
      
       ชายธงดึงธารินมาคุยกันอีกมุม ธารินยังดิ้นรนโวยวาย
       “ปล่อยรินนะ มาห้ามรินทำไม”
       ชายธงขึ้นเสียง
       “หยุดบ้าได้แล้วริน”
       ธารินชะงัก
       “รินทำเกินไปแล้วนะ ทำร้ายนุชทำไม เขาทำอะไรให้”
       “แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับผู้หญิงหน้าเงินคนนั้น”
       ชายธงไม่พอใจ
       “หยุดล่วงเกินนุชเดี๋ยวนี้”
       “พี่ชายธงปกป้องมันทำไม รู้มั้ยว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังหลอกพี่”
       ชายธงสงสัย
       “หมายความว่าไง”
       “ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่ชื่อกร้าว ศุภกาญจน์”
       ชายธงตกใจ
       “ไม่จริง”
       “จริงค่ะ เขาสองคนไปซื้อแหวนแต่งงานที่ร้านริน”
       ชายธงช็อค พูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อ
       “ถ้าพี่ชายธงไม่เชื่อก็ไปถามดู รินก็อยากรู้เหมือนกัน ว่านังนั่นจะแก้ตัวกับพี่ว่ายังไง”
      
       ชายธงอึ้ง


  


       อนุชนั่งเล่นที่ริมน้ำในสวนสาธารณะ กร้าวเดินหาจนเจอ
      
       “คิดถึงใครอยู่ล่ะ ชายธงหรือว่านายปรารภ”
       อนุชหันมอง ไม่พอใจ
       “คุณกร้าว”
       กร้าวประชดเพราะหึง
       “คิดออกยังว่าจะเลือกใคร หรือจะเก็บไว้ทั้งหมด”
       “ฉันไม่มีอารมณ์ทะเลาะกับคุณหรอกนะ”
       อนุชไม่พอใจ จะเดินหนี กร้าวจับแขนไว้
       “ไปกับฉัน”
       อนุชงง ไม่รู้ว่ากร้าวจะพาไปไหน
      
       กร้าวพาอนุชเข้าไปในห้องประชุมของบริษัท นักข่าวกลุ่มหนึ่งที่กร้าวเชิญมา รอทำข่าวอยู่ โดยมีเลขา ของกร้าวคอยต้อนรับ เมื่อเห็นว่าทั้งคู่มาถึง นักข่าวก็ฮือฮา ระดมถ่ายภาพ
       “นี่มันอะไรกัน คุณคิดจะทำอะไร” อนุชแปลกใจ
       “คุณกร้าว คุณนุช เชิญทางนี้ค่ะ”
       เรขาผายมือเชิญ กร้าวพาอนุชมานั่งที่โซฟาที่จัดไว้สำหรับการแถลงข่าว
       “ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่สละเวลามานะครับ ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบครับ ผมจะแต่งงานกับคุณนุช”
       อนุชตกใจที่กร้าวแถลงข่าวเรื่องแต่งงาน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต นักข่าวต่างฮือฮา
       “ได้ฤกษ์แต่งงานรึยังคะ”
       “ผมไม่ค่อยถือฤกษ์ยาม เอาตามฤกษ์สะดวก เราสองคนจะแต่งงานอาทิตย์หน้านี้ครับ”
       อนุชตกใจ มองหน้ากร้าว พูดเบาๆ
       “อาทิตย์หน้าเลยเหรอ”
       นักข่าวถ่ายภาพรัว พร้อมสัมภาษณ์
       “ทำไมกะทันหันนักคะ”นักข่าวสงสัย
       กร้าวโอบไหล่อนุช โชว์หวาน
       “ในเมื่อเราเจอคนที่ใช่ ก็ไม่รู้จะรออีกทำไม”
       นักข่าวฮือฮากรี๊ดกร๊าดในความหวานของกร้าวที่ยิ้มสบายใจ อนุชไม่พอใจ ใช้ศอกกระทุ้งสีข้างกร้าวเจ็บ แต่ฝืนยิ้มไว้
       “เร็วไปมั้ยคะ เห็นว่ารู้จักกันยังไม่ถึงปี” นักข่าวซัก
       “แหม ไม่เร็วไปหรอกครับ ว่าที่เจ้าสาวสวยขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องใจร้อนอยากรีบแต่งงานทั้งนั้น”
       “คำถามสุดท้าย...แต่งงานแล้วจะมีลูกเลยมั้ย แล้วตั้งใจว่าจะมีกี่คนครับ”
       “ก็เรื่อยๆ ครับ ปล่อยไปตามธรรมชาติ ผมอยากมีหลายๆคน แต่ก็ต้องแล้วแต่คุณนุชด้วยครับ”
       นักข่าวเรียกร้อง
       “ว่าที่เจ้าบ่าวหอมแก้มว่าที่เจ้าสาวหน่อยสิคะ”
       อนุชไม่ยอมให้หอม จะลุกหนี
       “สัมภาษณ์เสร็จแล้ว ฉันขอตัวนะคะ มีธุระ”
       อนุชจะลุกหนี กร้าวดึงให้นั่ง
       “เดี๋ยวสิครับ จะรีบไปไหนล่ะ”
       กร้าวหอมแก้ม อนุชตกใจ นักข่าวรีบถ่ายรูปรัว
      
       ปรารภดูข่าวการประกาศแต่งงานของกร้าวและอนุชในโทรทัศน์ อย่างนึกเป็นห่วงอรชา ขณะเดียวกันเชิดที่กำลังซื้อของ เห็นข่าวจากโทรทัศน์ในร้าน เห็นหน้ากร้าวก็จำได้ เขาแปลกใจมากที่กร้าวจะแต่งงานกับอนุช ไม่ใช่ลลิตา
      
       ชายธงเห็นข่าวในโทรทัศน์ ก็ส่ายหน้า ไม่อยากเชื่อ
       “เรื่องจริงเหรอเนี่ย...”
       เขาตัดสินใจไปรอพบอนุชที่หน้าบ้าน ชายธงมายืนขวางหน้ารถ กร้าวรีบจอดรถ อนุชอยู่ในรถ เห็นชายธงก็ตกใจ
       “ชายธง”
       อนุชลงจากรถ ชายธงร้อนใจ
       “ผมมีเรื่องจะถามนุช ผมเห็นข่าวที่นุชจะแต่งงานกับนายกร้าว ไม่จริงใช่มั้ย”
       อนุชลำบากใจ แต่ตัดสินใจตอบ
       “จริง”
       ชายธงตกใจ เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากปากอนุช
       “นุชจะบอกชายธงแล้ว แต่ไม่มีโอกาส”
       ชายธงโวย
       “ผมรู้ว่านุชไม่ได้รักมัน มันบังคับนุชใช่มั้ย มันบังคับอะไร เรื่องเงินใช่มั้ย ผมจะช่วยนุชเอง ผมจะคืนเงินให้หมด นุชไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับมัน”
       กร้าวรีบลงจากรถ มาแยกชายธงจากอนุช
       “ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้”
       ชายธงผลักกร้าว
       “แกนั่นแหละ อย่ามายุ่งกับนุช”
       “แต่นุชเป็นว่าที่เจ้าสาวของผม คนที่มีคู่หมั้นคู่หมายแล้วอย่างคุณต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับนุช”
       ชายธงโกรธ กระชากเสื้อ
       “ฉันรู้ว่าแกบังคับนุช เรื่องเงินใช่มั้ย ฉันจะคืนเงินให้แกเอง”
       อนุชห้าม แยกทั้งสอง จำต้องพูด
       “พอแล้วชายธง คุณกร้าวไม่ได้บังคับ นุชเต็มใจแต่งงานกับเขาเอง”
       ชายธงอึ้ง ใจสลาย
       “ไม่จริง ผมไม่เชื่อ”
       กร้าวโอบอนุช แสดงความเป็นเจ้าของ
       “ได้ยินชัดแล้วใช่มั้ย กลับไปได้แล้ว แล้วต่อไปอย่ามายุ่งกับว่าที่เจ้าสาวผมอีก”
       ชายธงเสียใจ เดินหนีไปขึ้นรถและขับออกไป อนุชเสียใจ สงสาร พอชายธงไปแล้ว เธอก็ผลักกร้าวออกเย็นชา
       “พอได้แล้ว”
       “อะไรของคุณ เมื่อกี้คุณบอกเองว่าเต็มใจแต่งงานกับผม”
       “ฉันพูดไปเพราะอยากให้ชายธงตัดใจเท่านั้น ไม่มีความหมายอะไรซะหน่อย”
       อนุชสะบัดเข้าบ้านไป กร้าวอ่อนใจที่อนุชเย็นชา
      
       ค่ำนั้น...ข่าวในโทรทัศน์ เป็นภาพข่าวที่กร้าวหอมแก้มอนุช ลลิตาเห็นข่าวก็โกรธ กรี๊ดลั่น พร้อมกับขว้างหมอนอิงใส่โทรทัศน์
       “อ๊ายย”
       ลลิตาโกรธเกลียดอนุช อสิตรีบร้อนเข้ามา
       “ลิต้า เกิดอะไรขึ้น”
       ลลิตาไม่ตอบ กำลังคิดแค้นอนุช อสิตมาจับเนื้อตัว
       “เมื่อกี้คุณร้องทำไม ใครทำอะไรคุณรึเปล่า บอกผมสิ”
       ลลิตารำคาญอสิต สะบัดแขน
       “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
      
       ลลิตาเดินหนีไป อสิตงวยงงไม่เข้าใจ


  


       อนุชแวะมาดูแลอสิตตามปกติ เห็นพี่ชายนั่งเหม่อเศร้า ก็แปลกใจ
      
       “พี่สิตยังไม่นอนเหรอคะ เป็นอะไรไปคะ ไม่สบายรึเปล่า”
       อนุชแตะเนื้อตัวอสิต ดูว่าตัวร้อนรึเปล่า
       “พี่สบายดี”
       “มีเรื่องอะไร เล่าให้นุชฟังได้มั้ยคะ”
       “พี่รู้สึกว่าลิต้าดูแปลกไป ดูเจ้าอารมณ์แล้วก็เย็นชากับพี่ ไม่รู้ว่าเขาโกรธอะไรพี่รึเปล่า ถามก็ไม่พูด นุชรู้มั้ยว่าลิต้ามีปัญหาอะไร”
       อนุชนึกรู้ว่าลลิตาหึงที่อนุชกับกร้าวจะแต่งงานกัน แต่บอกอสิตไม่ได้
       “ที่ผ่านมามีแต่เรื่องวุ่นๆ พี่ลิต้าอาจจะเหนื่อย นุชว่าอีกสักพัก พี่ลิต้าคงจะดีขึ้น พี่สิตอย่าคิดมากเลยนะคะ”
       อสิตพยักหน้า รับฟังจบที่อนุชไม่สบายใจ อนุชคิดว่าเมื่อเธอแต่งงานกับกร้าวแล้ว ลลิตาคงตัดใจจากกร้าวได้และกลับมาดีกับอสิตเหมือนเดิม
       อนุชเดินมาหน้าห้องอรชาอย่างรู้สึกเป็นห่วง เธอลองจับลูกบิดประตู เห็นว่ายังคงล็อคห้อง เธอเป็นห่วง จะเคาะประตู แต่ก็ยั้งมือไว้ เพราะรู้ว่าอรชาคงยังโกรธอยู่
      
       วันใหม่...ภาพข่าวกร้าวและอนุชปรากฏในโทรทัศน์ พร้อมดูข่าวอย่างดีใจ
       “คุณกร้าวกับคุณนุช”
       ขำกรี๊ดกร๊าด
       “ตัดชุดทันมั้ยเนี่ย แต่งตัวยังไงดี”
       “เขาจะเชิญไปเหรอ แกไม่เกี่ยวเลย”
       ขำหันมาอ้อนชาติ
       “คุณชาติขา ให้ขำไปด้วยนะคะ”
       ชาติไม่ค่อยสบายใจ กร้าวเดินเข้ามา
       “คุณกร้าว มาพอดี ป้าดีใจที่สุดเลยค่ะ ที่คุณกร้าวกับคุณนุชลงเอยกัน”
       ชาติหน้าตาเคร่งขรึม มองกร้าวอย่างมีเรื่องจะคุย
      
       กร้าวยื่นการ์ดแต่งงานให้ชาติกังวล
       “คิดดีแล้วเหรอ”
       “คุณลุงอย่าห้ามผมเลย ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ผมรอวันนี้มานานแล้ว วันที่จะล้างแค้นพวกวิชเวทย์ ผมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสิ่งนี้ เป้าหมายของผมใกล้เป็นจริง ผมหยุดตอนนี้ไม่ได้”
       กร้าวมุ่งมั่น ดื้อดึง ชาติไม่สบายใจ
       “คิดบ้างมั้ยว่าหลังจากแก้แค้นสำเร็จแล้ว ชีวิตของหนูนุชจะเป็นยังไงต่อไป”
       กร้าวอึ้ง เจ็บปวดใจ รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน คำถามของชาติแทงใจดำ แต่ทิฐิ และความแค้นมากกว่า
       “ตอนที่นายประสิทธิ์ทำร้ายแม่ของผม ลุงว่ามันคิดบ้างมั้ย ว่าชีวิตของแม่ชื่นจะเป็นยังไงต่อไป”
       กร้าวแววตาเจ็บปวด ชาติรู้ว่าห้ามไม่ได้
       “จำไว้อย่างหนึ่งนะกร้าว คนเราไม่ใช่พระพรหมที่จะลิขิตชีวิตใครให้เป็นไปอย่างที่เราคิดได้ ทุกสิ่งที่กร้าวก่อขึ้นในวันนี้ มันจะย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้กร้าวในวันข้างหน้า”
       “ต่อให้ผมต้องตาย ผมก็ไม่กลัวครับ”
       กร้าวมองชาติด้วยแววตาดื้อดึง ชาติไม่สบายใจ สงสารอนุชและห่วงกร้าวด้วย
      
       ลลิตานั่งคิดหาทางเล่นงานอนุชอยู่ในสวน เชิดแอบปีนรั้วเข้ามาหา ผิวปากเรียก ลลิตามองไป เห็นหน้าเชิดก็ตกใจ
       “ไอ้เชิด แกยังไม่ตายอีกเหรอ”
       “ฉันเห็นข่าวแล้ว ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ไหนบอกว่าไอ้นายกร้าวนั่นมันหลงเธอนักหนาไง...ปล่อยให้บ่อเงินบ่อทองหลุดมือไปได้ยังไง โง่จริงๆ”
       “หุบปากไปเลย คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่ ไปไกลๆ เลยไป”
       ลลิตาจะเดินหนี เชิดบีบแขนอย่างแรง
       “โอ๊ย ฉันเจ็บ”
       “คิดว่าฉันอยากจะกลับมาแถวนี้เหรอ แกให้เงินฉันนิดเดียว ไม่กี่วันก็หมดแล้ว ถ้าอยากให้ฉันไปนัก ก็เอาเงินมาเยอะๆ สิ แล้วฉันจะไม่มาให้แกเห็นหน้าอีกเลย”
       “ฉันไม่มี”
       เชิดบีบปาก
       “ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย ฉันจะฟ้องสิตว่าแกเป็นคนทำ”
       “เอาสิ ฉันไม่ยอมติดคุกคนเดียวหรอก ฉันจะลากแกไปด้วย”
       ลลิตากลัว
       “อย่านะ ฉันกลัวแล้ว”
       เชิดขู่
       “อย่ามาลองดีกับฉัน เอาเงินมาเดี๋ยวนี้”
       ลลิตาคิดแผนได้
       “ฉันจะให้เงินแก แต่แกต้องช่วยฉันจัดการนังอนุช”
       ลลิตาตาวาวอย่างมีแผน
      
       ค่ำนั้น อนุชเคาะประตูห้อง อรชาล็อกห้อง แหวนยกถาดอาหารมาให้
       “พี่อรคะ เปิดประตูให้นุชเข้าไปหน่อยสิคะ ทานอะไรสักหน่อยนะคะ พี่อรไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ...อย่าทำแบบนี้เลยนะคะพี่อร พี่อรจะโกรธจะเกลียดนุชก็ได้ แต่อย่าทำร้ายตัวเองเลย นุชขอร้องล่ะค่ะ”
       อรชานั่งบนเตียง ดูคลิปข่าวอนุชกับกร้าวในไอโฟน ร้องไห้ น้ำตานองหน้า เห็นเขาสวีทกันก็ยิ่งเจ็บ เสียงอนุชดังมาจากนอกห้อง
       “พี่อรคะ เปิดประตูเถอะค่ะ”
       อรชาปิดหู ไม่อยากได้ยินเสียงน้องสาว เธอร้องไห้ หัวใจแตกสลาย อนุชเคาะจนเจ็บมือ อรชาก็ไม่ยอมเปิดก็อ่อนใจ
       “เอาไงดีคะคุณนุช” แหวนถามอย่างเป็นห่วง
       “พี่อรคงไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ”
       อนุชบอกเศร้าๆ แหวนเดินแยกไป
      
       อนุชมองรูปคู่ตนกับอรชาในไอโฟน เป็นภาพพี่น้องรักกันและสนิทกันมากๆก็ใจหาย ทันใดนั้นมีหินก้อนเล็กๆ ขว้างมาโดนกระจกหน้าต่าง อนุชแปลกใจ เปิดออกไปดูที่ระเบียง เห็นเชิดนั่งรถเข็นออกจากบ้านไป ใส่เสื้อนอนแบบที่อสิตชอบใส่เป็นประจำ บรรยากาศมืดๆ เห็นไม่ชัด ก็คิดว่าเป็นอสิต
       “ดึกป่านนี้แล้ว พี่สิตออกไปไหน”
       อนุชไม่สบายใจ ห่วงอสิต รีบออกไป...อนุชเดินตามเชิด
       “พี่สิตคะ พี่สิตจะไปไหนคะ”
       เชิดไม่ตอบ รีบเข็นรถเข็นหนีไป อนุชรีบเดินตาม
       “พี่สิตคะ รอนุชด้วย”
      
       อนุชมามองหา เห็นแต่รถเข็นจอดอยู่ก็ตกใจ
       “พี่สิต”
       อนุชมองหาอสิต เชิดย่องมาด้านหลัง ปิดปากและจับตัวไว้ อนุชตกใจ ดิ้นรนขัดขืน แต่ร้องไม่ได้ ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ เชิดจะลากตัวไป แต่อนุชกระทืบเท้าเชิดอย่างแรงและศอกใส่ เชิดไม่ทันระวัง อนุชสะบัดหลุดวิ่งหนี
      
       “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”

      
       ลลิตาสตาร์ทรถรออยู่ วางแผนจะจับตัวอนุชขึ้นรถไป เห็นอนุชวิ่งหนีก็ตกใจ
      
       “แย่แล้ว”
       อนุชวิ่งหนี เชิดวิ่งตามมา ลลิตากังวล
       “อย่าคิดจะหนีไปได้เลยนังนุช”
       ลลิตาเร่งเครื่อง ตั้งใจจะขับรถชนอนุช รถวิ่งมาอย่างเร็ว อนุชคิดว่าเป็นรถคนอื่นผ่านมา เลยโบกไม้โบกมือขอให้ช่วย
       “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย”
       ลลิตาเร่งเครื่องพุ่งเข้าชน อนุชตกใจ วิ่งหนีแล้วเสียหลักล้มลง รถที่ลลิตาขับจะพุ่งเข้าชน อนุชกรี๊ดลั่น
       “อ๊ายย!”
       ทันใดนั้นรถกร้าวเข้ามาขวาง บีบแตรลั่น ลลิตาเบรกกะทันหัน เกือบชนกับรถกร้าว เชิดเห็นมีคนมาตกใจ
       “อยู่ไม่ได้แล้วเว้ย”
       เชิดรีบหนีเอาตัวรอด ลลิตาเห็นมีคนมาก็ตกใจเหมือนกัน เลยรีบถอยหลังหนีไป กร้าวลงจากรถ มาประคองอนุช
       “นุช เป็นไรรึเปล่า”
       อนุชหวาดกลัว
      
       อสิตเป็นห่วงอนุช กร้าวและลลิตาอยู่ด้วย กร้าวถามอย่างห่วงใย
       “คุณบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       อสิตถามอย่างสงสัย
       “ดึกแล้ว ออกไปข้างนอกทำไม”
       “นุชเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งรถเข็นออกไปจากบ้านเรา นุชนึกว่าเป็นพี่สิตก็เลยตามไป”
       อสิตตกใจ
       “ในบ้านเราเลยเหรอ ฝีมือพวกไหนกัน”
       ลลิตากลัวโดนจับได้ รีบเบี่ยงเบนความสนใจ
       “ฝีมือเสี่ยยศรึเปล่าคะสิต”
       “ไม่น่าเป็นไปได้ หนี้ก็ใช้หมดแล้ว เสี่ยยศไม่น่ามายุ่งวุ่นวายกับเราอีก”
       ลลิตาพยายามโน้วน้าว
       “เอ่อ ยายนุชไปให้ท่าถึงที่ แล้วจากไปเฉยๆ แบบนี้ เสี่ยยศอาจจะเจ็บใจก็ได้ ต้องเป็นฝีมือเสื่ยยศแน่ๆ เลย”
       กร้าวตัดบท
       “ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใครก็ตาม ต่อไปนี้พวกคุณทุกคนคงต้องระวังให้มาก”
       อสิตถอนใจ
       “โชคดีที่คุณกร้าวมาช่วยไว้ ว่าแต่คุณกร้าวมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ”
       กร้าวอึกอัก
      
       ก่อนหน้านี้ กร้าวขับรถมาจอดที่มุมหนึ่งริมรั้วบ้านวิชเวทย์ เขาลงจากรถ ยืนมองหน้าต่างห้องอนุช รู้สึกไม่สบายใจ นึกถึงคำพูดของชาติ
       “คิดบ้างมั้ยว่าหลังจากแก้แค้นสำเร็จแล้ว ชีวิตของหนูนุชจะเป็นยังไงต่อไป”
       กร้าวรู้สึกผิดและสงสารอนุช
       “ทำไมคุณต้องเป็นอนุช วิชเวทย์ด้วย...ทำไม...”
       กร้าวไม่สบายใจที่จะต้องแก้แค้นกับอนุช
      
       กร้าวอึกอักก่อนจะแก้ตัว
       “ผมมาทำธุระแถวนี้ บังเอิญผ่านมาเห็นเข้าน่ะครับ”
       กร้าวโล่งอกที่อสิตและอนุชไม่สงสัย ลลิตาเจ็บใจที่เล่นงานอนุชไม่ได้
      
       ลลิตาย่องเข้ามาในสวนเหลียวซ้ายแลขวา ระวังตัว กลัวใครมาเห็นเข้า เชิดซุ่มรออยู่ ผิวปากส่งสัญญาณให้ แล้วออกมาจากพุ่มไม้ที่หลบอยู่ เอาเสื้อนอนของอสิตมาคืนให้
       “เป็นไงบ้าง มีใครสงสัยรึเปล่า”
       ลลิตาโกรธ ทุบตีเชิด
       “นี่ๆๆ แกมันไม่ได้เรื่องเลย แค่ผู้หญิงคนเดียวยังจัดการไม่ได้”
       เชิดจับมือลลิตาไว้
       “เป็นเพราะไอ้นายกร้าวนั่นมาขัดจังหวะต่างหาก ไม่งั้นนังอนุชไม่รอดแน่”
       “เจ็บใจจริงๆ ที่มันรอดไปได้”
       เชิดแบมือขอเงิน ลลิตาไม่พอใจ
       “อะไร ทำงานไม่สำเร็จ ยังมีหน้ามาขอเงินอีก”
       ลลิตาหงุดหงิด จะเดินหนี เชิดโกรธ จิกผมลลิตา
       “โอ๊ย”
       “แกกล้าเบี้ยวฉันเหรอ เอาเงินมา”
       ลลิตากลัว
       “ก็ได้ๆ ปล่อยก่อนสิ”
       เชิดปล่อย ลลิตาจำต้องให้เงินไป เชิดพอใจที่ได้เงิน รีบปีนรั้วหนีไป ลลิตาหงุดหงิด เจ็บใจ
       “นังนุช ครั้งนี้แกโชคดี แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมเสียคุณกร้าวให้แกง่ายๆ ในเมื่อฉันไม่มีความสุข แกก็อย่าหวังจะมีความสุขเลย”
      
       ลลิตาแค้น คิดหาทางเล่นงานอนุชอีก


  


       ในขบวนขันหมาก ซึ่งมีคณิตเป็นต้นเสียงโห่ กร้าวในชุดสูทพระราชทานชาย เข็นรถชาติ นำหน้าขบวน ทั้งกร้าวและชาติยิ้มแย้ม คนอื่นๆในขบวนร้องรำสนุกสนาน ดนตรีครึกครื้น
      
       อนุชอยู่ในห้องนอน มองกระจกอย่างเศร้าๆ ไม่มีความสุข เธอแต่งชุดไทย แต่งหน้าทำผมพร้อมแล้ว ช่างแต่งหน้าซึ่งแอบมองขบวนขันหมากที่หน้าต่าง วิ่งเข้ามาหาอนุช ตื่นเต้นกว่าเจ้าสาว
       “มาแล้วค่ะ มาแล้ว”
       อนุชไม่ยินดียินร้าย ช่างแต่งหน้าแปลกใจ
       “ยิ้มหน่อยสิคะ วันนี้วันแต่งงานนะ”
       “วันแต่งงาน...ควรเป็นวันที่เจ้าสาวมีความสุขที่สุดใช่มั้ยคะ”
       อนุชเศร้า เพราะรู้ว่าไม่ได้แต่งงานด้วยความรักเหมือนคู่อื่น ขณะเดียวกัน อรชาอยู่ในห้องนอนของตนยืนมองหน้าต่าง เห็นกร้าวอยู่ท่ามกลางขบวนขันหมากที่คึกคักยิ้มแย้ม มีความสุข อรชาร้องไห้ เสียใจ ที่เจ้าสาวไม่ใช่ตน
      
       กร้าวยื่นซองเงินให้ผู้หญิงสองคนที่กั้นประตูแรก ผู้หญิงทั้งสองก็ยอมให้ขบวนขันหมากผ่านไปโดยดี พร้อมและขำกั้นประตูต่อมา ทั้งสองยิ้มแย้มแจ่มใส ดีใจที่กร้าวกับอนุชแต่งงานกัน กร้าวยื่นซองเงินให้ทั้งคู่
       “ไม่พอค่ะ” ขำรีบบอก
       พร้อมหยิกขำ
       “นี่แหนะ ไม่พอ”
       ขำร้องลั่น
       “โอ๊ย”
       พร้อมหันไปบอกกร้าว
       “เชิญค่ะคุณกร้าว ป้าอยากเห็นคุณนุชเร็วๆค่ะ”
       พร้อมและขำให้กร้าวและขบวนขันหมากผ่านไป
      
       ลลิตากับเพื่อน กั้นประตูสุดท้ายอยู่ที่ทางขึ้นบันได ลลิตาหน้าตาบึ้งตึง อสิตคุยกับแขกอยู่มุมหนึ่ง ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข กร้าว ชาติ คณิตและขบวนขันหมากเข้ามา กร้าวเจอหน้าลลิตาก็ไม่สบายใจ ยื่นซองให้ ลลิตาจ้องหน้าไม่ยอมรับซอง กร้าวอึดอัดใจ คณิตเห็นท่าไม่ดี ดึงซองจากมือกร้าวมายัดใส่มือลลิตาพูดกลบเกลื่อน
       “คนกันเองไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ”
       กร้าวยื่นซองให้เพื่อนลลิตา เพื่อนรับซองแล้วหลีกทางให้กร้าวผ่านไป กร้าวจะขึ้นบันได แต่ลลิตาขยับมาขวางทาง จ้องหน้ากร้าว
       “ให้เพื่อนผมผ่านไปเถอะครับ” คณิตเข้ามาบอก
       ลลิตาเสียงแข็ง
       “ไม่!”
       อสิตและแขกในงานต่างแปลกใจ มองลลิตาเป็นตาเดียว กร้าว คณิตและชาติหน้าเครียด พร้อมและขำต่างตกใจ ลลิตาจ้องหน้ากร้าว ไม่ยอมให้ผ่านไป
       “ลิต้าไม่ยอมให้คุณกร้าวไป”
       “ขอโทษนะครับ”
       คณิตช่วยจับตัวไว้ ลลิตาดิ้นรน คณิตพยักหน้าให้กร้าวรีบผ่านไป เขาจึงรีบขึ้นบันไดไป
       “ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ให้คุณกร้าวไป ปล่อย”
       คณิตพูดแก้ให้
       “คุณลิต้าหวงน้องสาวน่าดูนะครับ แต่ให้ผ่านเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่ทันฤกษ์”
       ลลิตามองตามกร้าว ทั้งเจ็บปวดและเจ็บใจที่ต้องเสียเขาให้อนุช อสิตแปลกใจที่ลลิตาท่าทางแปลกๆ แต่ยังไม่รู้ ชาติ คณิต พร้อมและขำต่างโล่งอก
      
       กร้าวเคาะประตูห้องอนุช ประตูเปิดออก อนุชในชุดหมั้น สวยหวาน กร้าวมองตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะมอบช่อดอกไม้ที่เตรียมมาให้
       “วันนี้คุณสวยมาก”
       อนุชอาย รับช่อดอกไม้จากกร้าว
       “ขอบคุณค่ะ”
       กร้าวยื่นมือให้จับ อนุชจับมือ
      
       กร้าวจูงมืออนุชลงบันไดมาด้วยกัน สวยหล่องามสง่าเหมาะสมกันมาก แขกทุกคนที่มาร่วมงาน ต่างปรบมือต้อนรับคู่หมั้น ลลิตาโกรธ ขยับไปขัดขวาง แต่คณิตซึ่งยืนประกบอยู่ รีบคว้าแขนไว้ ลลิตามองหน้า คณิตส่ายหน้ายิ้มๆ ทำนองว่าไม่ยอมให้ลลิตาขัดขวางงานหมั้นได้เด็ดขาด ลลิตาทนดูกร้าวและอนุชมีความสุขไม่ได้ สะบัดจากคณิตแล้วออกไป
      
       ชาติและอสิตนั่งที่โซฟา กร้าวและอนุชนั่งพับเพียบที่พื้นหน้าโซฟานั้น ชาติส่งแหวนให้ กร้าวรับแหวนจากชาติ จับมืออนุชอย่างทะนุถนอมและบรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ อนุชไหว้ อสิตส่งแหวนให้ อนุชรับแหวนและสวมแหวนให้กร้าว เธอไหว้เขาอีกครั้ง ชาติและอสิตยิ้ม มีความสุข จากนั้นช่างภาพถ่ายภาพหมู่ กร้าวหอมแก้มอนุชให้ช่างภาพถ่ายภาพ พร้อม ขำ แหวน รวมทั้งแขกที่มาร่วมงานต่างยิ้มแย้มยินดีกับกร้าวและอนุช ลลิตายืนอยู่มุมหนึ่ง มองกร้าวและอนุชด้วยความริษยาและโกรธแค้น
      
       เมื่องานช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี แขกทยอยกลับไปหมดแล้ว อสิตตามหาลลิตา แหวนกำลังทำความสะอาดหลังงานเลิก
       “เห็นคุณลิต้ามั้ย”
       “ไม่เห็นค่ะ”
       อสิตแปลกใจที่ลลิตาหายไป เขาดูนาฬิกา
       “ถ้าคุณลิต้ามาให้ตามไปที่โรงแรมเลยนะ” อสิตสั่งแหวน
       “ค่ะ”
       อสิตออกไป
      
       ในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม...กร้าวกับอนุชนั่งที่ตั่งสำหรับรดน้ำสังข์ อนุชเปลี่ยนชุดเป็นชุดไทยประยุกต์ ห่มสไบ ส่วนกร้าวใส่สูธ ชาติเจิมหน้าผากและคล้องมาลาให้ทั้งสอง กร้าวและอนุชสบตากัน ต่างรู้สึกดีต่อกัน
      
       ปรารภเข้ามาในบ้านวิชเวทย์ พบแหวนยกถาดอาหารลงบันไดมา เขามองอาหารในถาดแล้วไม่สบายใจ
       “คุณอรไม่ยอมทานข้าวเลยเหรอ”
       ปรารภห่วงอรชา ตัดสินใจขึ้นไปชั้นบน เคาะประตูห้องอรชา
       “คุณอร นี่ผมปรารภนะครับ เปิดประตูให้ผมหน่อยเถอะครับ”
       อรชาไม่ตอบ
       “คุณอรได้ยินผมมั้ย คุณอร”
       ปรารภกังวล กลัวอรชาเป็นอะไรไปตัดสินใจพังประตูเข้าไป อรชาตกใจ
       “คุณรภ”
       ปรารภเห็นหน้าอรชาดูเซียว เศร้าหมอง ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่สบายใจ ดึงมือเธอจะพาออกจากห้อง
       “จะพาฉันไปไหน”
       “ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องแบบนี้”
       อรชาสะบัดแขน
       “ฉันไม่ไป”
       ปรารภเตือนสติ
       “อย่าทำร้ายตัวเองเพื่อคนที่เขาไม่รักคุณเลย”
       อรชาโกรธมาก
       “คุณกร้าวรักฉัน”
       “เขาไม่รัก เขาถึงแต่งงานกับนุช”
       “นุชแย่งคุณกร้าวไปจากฉัน เขารักฉัน”
       “ฟังผมนะ”
       “ไม่ฟัง ออกไป ออกไป๊”
       อรชาอาละวาด ขว้างของไล่ ปรารภจำต้องออกไป
      
       อรชานั่งที่เตียงร้องไห้ เสียใจที่ปรารภมาพูดแทงใจดำ


  


       ชาติรดน้ำสังข์เป็นคนแรก กล่าวอวยพรเตือนสติกร้าว
      
       “จะทำอะไร ขอให้คิดให้ดี ใช้สติ อย่าใช้แต่ทิฐิ”
       กร้าวนึกรู้ความหมายของลุง เขายกมือไหว้ ชาติรดน้ำสังข์ให้อนุช
       “ลุงขอให้นุชรักษาความดีไว้ ความดีจะเป็นเกราะคุ้มภัยให้เรานะ”
       อนุชไหว้ชาติ
       “ขอบคุณค่ะป๋า”
      
       มุมหนึ่งในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม...พร้อมและขำยิ้มปลื้ม ดีใจที่กร้าวและอนุชแต่งงานกัน กรวิกเดินเข้ามาในงานเงียบๆ เห็นกร้าวกับอนุชสบตากันหวานๆ กรวิกเศร้า เจ็บปวด ทางด้านอสิตรดน้ำสังข์ให้กร้าว
       “นุชเป็นดวงใจของผมและทุกคนในบ้านวิชเวทย์ ขอให้คุณดูแลดวงใจดวงนี้ให้ดีที่สุดนะครับ”
       กร้าวไหว้อสิต อนุชซึ้งใจ น้ำตารื้น
       “พี่สิตคะ...”
       อสิตรดน้ำสังข์ให้อนุช
       “ขี้แยเป็นเด็กๆ ไปได้นะเรา พี่ขอให้นุชมีความสุขมากๆ ขอให้รักกันนานๆ”
       อนุชไหว้อสิต
       “ขอบคุณค่ะ พี่สิต”
       แขกคนอื่นมารดน้ำสังข์ต่อจากอสิต
      
       ปรารภนั่งที่มุมหนึ่งในสวน มองไปที่ห้องอรชาอย่างห่วงใย อรชายืนเหม่อเศร้าที่หน้าต่าง มองไปเห็นปรารภก็ไม่พอใจปิดม่าน โกรธที่เขาพูดทำร้ายจิตใจ เธออรชามานั่งที่เตียง มองถาดอาหารบนโต๊ะข้างเตียงแล้วรู้สึกหิว เธอลังเล จะกินดีหรือไม่ แล้วกุมท้อง ปวดท้อง เนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน อรชาทนไม่ไหว มองดูอาหารในถาดอย่างสนใจ
      
       ในห้องจัดเลี้ยง แขกคนหนึ่งในงานรดน้ำสังข์ให้กร้าวและอนุชเป็นคนสุดท้าย อสิตพูดขึ้น
       “อวยพรเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันครบทุกคนแล้วนะครับ”
       ทันใดนั้นเสียงลลิตาดังขึ้น
       “ยังเหลือฉันอีกคน”
       ชาติ อสิต คณิตแปลกใจ หันไปมอง ลลิตาเดินเฉิดฉายเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง ใส่ชุดไทยคล้ายกับอนุชมาก เหมือนเป็นเจ้าสาวอีกคน แขกเหรื่อต่างฮือฮาที่ลลิตาแต่งตัวเหมือนเป็นเจ้าสาว กร้าวและอนุชแปลกใจ
       “ลิต้า คุณหายไปไหนมา แล้วทำไมแต่งตัวอย่างนี้” อสิตอึ้งๆ
       ลลิตาไม่สนใจ เดินผ่านอสิตไป ชาติและคณิตหน้าเครียด กลัวลลิตาป่วนพิธี กร้าวและอนุชไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าลลิตาจะมาไม้ไหน
       “ขอให้ฉันอวยพรคนสำคัญของฉันด้วยคน” ลลิตารับสังข์มาพูดประชด
       ลลิตาเดินเข้าไปหา กร้าวและอนุชต่างระแวง ลลิตามาหยุดที่ตั่งรดน้ำสังข์ แล้วสาดน้ำสังข์ใส่อนุช แต่กร้าวเข้ามาขวาง ปกป้อง เลยโดนสาดใส่เอง แขกในงานต่างกรี๊ดกร๊าด ฮือฮาตกใจกัน อสิตตกใจมาก ไม่เคยสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างกร้าวกับลลิตามาก่อน
       “ลิต้า!”
       กรวิกมองอย่างตกใจ ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ลลิตาโกรธที่กร้าวปกป้องอนุช
       “คุณปกป้องมันทำไม”
       ลลิตาจะเข้าไปทำร้ายอนุช
       “แกหลีกไปเลยนะ ตรงนี้เป็นที่ของฉัน ไม่ใช่แก”
       กร้าวขวางลลิตาไว้ ไม่ให้ทำร้ายอนุช
       “หยุดนะลิต้า”
       “เจ้าสาวของคุณกร้าวต้องเป็นฉัน ไม่ใช่แก คุณกร้าวเขารักฉัน”
       คณิตพา รปภ. เข้ามา
       “จับตัวไปเลยครับ พาออกไปเลย”
       รปภ. รีบเข้ามาจับตัว ลลิตาดิ้นรนขัดขืน โวยวาย ตลอดทางที่รปภ. ลากตัวออกจากห้องจัดเลี้ยง
       “ปล่อยฉัน นังนี่มันหน้าด้าน มันแย่งคุณกร้าวไปจากฉัน คุณกร้าวเป็นของฉัน”
       รปภ. จับตัวลลิตาออกจากงานไป อสิตรีบตามไป ชาติ พร้อมและขำต่างกังวล แขกในงานต่างฮือฮา
       “เจ็บตรงไหนรึเปล่า” กร้าวห่วงอนุช
       อนุชโกรธ ผลักกร้าว แล้วลุกหนีไป
       “นุช”
       กร้าวรีบตามไป
      
       รปภ. จับตัวลลิตาออกมาจากงาน เธอดิ้นรนขัดขืน อาละวาดโวยวายมาตลอดทาง
       “ปล่อยฉัน ปล่อย”
       ลลิตากระทืบเท้า รปภ. แล้วสะบัดหลุด จะวิ่งกลับเข้าไปในงาน อสิตตามมาลลิตาชะงักตกใจ
       “สิต”
       อสิตมองลลิตา ผิดหวังและเสียใจมาก
       “คุณพูดอะไรออกไป คุณกับคุณกร้าว...”
       ลลิตาเฉย ไม่แคร์
       “ฉันพูดความจริง คุณกร้าวรักฉัน เราสองคนรักกัน นังนุชแย่งคุณกร้าวไปจากฉัน”
       อสิตเสียใจ กระชากแขกลลิตา
       “หมายความว่าคุณสวมเขาให้ผมเหรอ คุณทำได้ยังไง”
       ลลิตาสะบัดแขน อสิตไม่ปล่อย ยื้อยุดกันจนอสิตเสียหลักล้มลงจากรถเข็น
       “โอ๊ย”
       ลลิตามองอสิตอย่างดูถูก อสิตเอื้อมมือให้ช่วย ลลิตาขยับหนี ไม่แตะ
       “ก่อนจะว่าฉัน ดูตัวเองก่อน คุณกร้าวเหนือกว่าคุณทุกอย่าง ส่วนคุณ...แค่เดินยังทำไม่ได้ จะให้ฉันทนอยู่กับคุณได้ไง”
       ลลิตาสะบัดหนีไป
       “กลับมาเดี๋ยวนี้นะลิต้า! ลิต้า!”
       อสิตทุบพื้น ทั้งเสียใจและเจ็บใจตัวเอง...อนุชเดินเข้ามาเห็นอสิต
       “พี่สิต”
       อนุชจะเข้าไปหาอสิต พนักงานโรงแรมช่วยประคองอสิตขึ้นนั่งรถเข็น
       “นุช” กร้าวตามมา
       กร้าวอยากจะอธิบายแต่อนุชโกรธ เห็นหน้าเขาก็รีบหนีไปเลย กร้าวตามไป
      
       อนุชเดินหนีมามุมหนึ่งในโรงแรม โกรธเพราะคิดว่ากร้าวกับลลิตาวางแผนกันเพื่อทำร้ายอสิต กร้าวตามมาจับมือไว้
       “สะใจคุณแล้วใช่มั้ย คุณทำลายครอบครัวฉัน พวกเราไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณต้องทำกับพวกเราแบบนี้”
       “ผมไม่รู้มาก่อนว่าลิต้าจะทำแบบนี้”
       “ฉันไม่เชื่อ”
       อนุชจะเดินหนี กร้าวดึงไว้
       “จะไปไหน แล้วงานแต่งงานของเราล่ะ”
       “งานแต่งงานจอมปลอม มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉันหรอก ให้พังไปน่ะดีแล้ว”
      
       กร้าวเสียใจ มองจ้องตา อนุชจ้องกลับด้วยความโกรธแล้วเดินหนีไป กร้าวเจ็บปวด เสียใจ


  


       ชาตินิ่ง แต่คณิตกังวลเมื่อกร้าวและอนุชไม่กลับมาเสียที
      
       “เจ้าบ่าวเจ้าสาวหายไปเลย ทำไงดีครับลุง”
       “อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เจ้ากร้าวมันเรียนผูก ก็ให้มันเรียนแก้เอง”
       ชาตินิ่ง รู้อยู่แล้วว่าสักวันต้องเกิดปัญหา คณิตกระวนกระวาย
      
       อนุชยืนเศร้าอยู่มุมหนึ่งในโรงแรม กรวิกเข้ามาหา
       “นก” อนุชจับมือกรวิกดีใจ “นุชดีใจที่นกมา นกหายโกรธนุชแล้วใช่มั้ย”
       กรวิกท่าทีเย็นชาไม่สนิทกันเหมือนเมื่อก่อน
       “ถ้าไม่มา ฉันคงเสียดายแย่ พี่สะใภ้กับน้องสามีแย่งผู้ชายคนเดียวกัน น้ำเน่าขนาดนี้ หาดูที่ไหนได้”
       อนุชตกใจ
       “นก”
       กรวิกสะบัดมือ
       “กอดไว้ให้แน่นๆนะ ผู้ชายที่เธอเที่ยวไปแย่งใครต่อใครมา ระวังจะโดนแย่งคืน”
       กรวิกปล่อยมือจากอนุช แล้วเดินหนีไป กรวิกนึกได้ หันกลับมา
       “ขอให้มีความสุข”
       กรวิกออกไป อนุชร้องไห้ เสียใจ ที่เพื่อนรักโกรธตน
      
       กร้าวเข้ามาในงาน คณิตห่วงอนุช รีบถาม...
       “คุณนุชเป็นไงบ้าง”
       “จะห่วงทำไม งานแต่งงานครั้งนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขาอยู่แล้ว”
       กร้าวเดินหนีไป คณิต ชาติ พร้อมและขำต่างไม่สบายใจ
      
       เย็นนั้น... แหวนยกกระเป๋าข้าวของของลลิตาขึ้นรถแท๊กซี่ ลลิตาให้เงินตอบแทน แหวนรับเงินแล้วออกไป ลลิตามองบ้านวิชเวทย์ รู้สึกใจหาย เธอจำต้องตัดใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ขึ้นรถแท๊กซี่ไป อสิตอยู่ที่มุมหนึ่งในบ้านซึ่งสามารถมองออกไปเห็นหน้าบ้าน เห็นภาพลลิตาจากไป เขามองอย่างเจ็บปวด เสียใจ
       อสิตเข้ามาในห้องนอน มองไปรอบๆ ห้องไม่ว่ามองไปมุมไหนก็เห็นภาพลลิตา อสิตเสียใจหยิบกรอบรูปบนโต๊ะเล็กข้างเตียงขึ้นมาดู เป็นรูปคู่ของเขากับลลิตาในวันแต่งงาน เขามองดูแล้วน้ำตาคลอ
       ลลิตานั่งในรถแท็กซี่นึกถึงอดีต...ในร้านขายขนม ลลิตาแต่งชุดเสื้อกล้ามรัดรูปเซ็กซี่กำลังไสน้ำแข็งเรียกลูกค้า
       “ขนมหวานๆ เย็นๆ จ้า”
       ลูกค้าชายทั้งหนุ่มทั้งแก่แน่นร้านต่างมองเธอเป็นตาเดียว ลลิตายกถ้วยขนมไปเสิร์ฟลูกค้าชายคนหนึ่งลูกค้ารับถ้วยขนมพร้อมฉวยโอกาสจับมือ ลลิตายิ้ม โปรยเสน่ห์ไม่ได้คิดอะไรด้วย แค่ต้องการขายขนมให้ได้เยอะๆ ที่หน้าร้าน หญิงคนหนึ่งพาลูกน้องชาย 2 คนเข้ามา ลูกน้องของผู้หญิงคนนั้นพังแผงขายขนม ลลิตากรี๊ดลั่น
       “พวกแกทำอะไร หยุดนะ”
       แต่พวกลูกน้องไม่ฟัง ลลิตาโกรธ ไปตบตีทำร้ายผู้หญิง ลูกน้องมาจับตัวลลิตาไว้ ผู้หญิงคนนั้นตบหน้าลลิตาหลายฉาด ลลิตาสู้ไม่ได้ โดนรุม ลูกน้องผลักล้มลง หญิงคนนั้นลากสามีกลับบ้านไป พวกชาวบ้านเอาแต่มุงดู ไม่มีใครช่วย ลลิตาร้องไห้ ทั้งเจ็บใจและเสียใจ
       ลลิตาเก็บข้าวของที่ยังพอใช้ได้ ทั้งน้ำตา เก็บของไปบ่นไปด้วยอย่างเจ็บใจ
       “อย่าให้รวยบ้างละกัน”
       อสิตมาช่วยเก็บ
       “นี่ครับ”
       ลลิตาเงยหน้ามอง อสิตยิ้มให้อย่างใจดี
       “ผมช่วยนะครับ”
       ลลิตาปิ๊งทันที เพราะอสิตหน้าตาดี แต่งตัวภูมิฐานและยังดูเป็นคนดีอีกด้วย ลลิตายิ้มพอใจ คิดจะจับอสิต เพราะอยากสบาย
      
       อสิตอยู่ในห้องทำงาน คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...
       “ก่อนจะว่าฉัน ดูตัวเองก่อน คุณกร้าวเหนือกว่าคุณทุกอย่างส่วนคุณ...แค่เดินยังทำไม่ได้ จะให้ฉันทนอยู่กับคุณได้ไง”
       อสิตน้ำตาไหล ทั้งเสียใจที่คนรักจากไปและเจ็บใจที่ถูกลลิตาหักหลัง เขาปิดหน้าร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและคับแค้นใจ
      
       ชาติอวยพรอนุชในห้องแล้วบ่นๆ
       “เจ้ากร้าวหายหัวไปไหนนะ เสียฤกษ์ส่งตัวหมด”
       “ช่างเขาเถอะค่ะ”
       ชาติมองอย่างเป็นห่วง
       “เข้มแข็งไว้นะ ป๋าขอให้บุญรักษา ขอให้ควา