กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 8] กากับหงส์

กากับหงส์.jpg
2-2-2013 18:16



กากับหงส์


      

ออกอากาศ : ทุกวันจันทร์-วันพุธ เวลา 08.00 น. / 11.30 น. / 20.00 น. ทางช่อง 8 ทุกจานรับสัญญาณดาวเทียม และทางทรูวิชั่นส์ ช่อง 65 (กล่องธรรมดา) และช่อง 88 (กล่อง HD)
บทประพันธ์โดย : นันทนา วีระชน
บทโทรทัศน์โดย : กันตกวี น้อยลา
กำกับการแสดงโดย : ชุดาภา จันทเขตต์
ผลิตโดย : บริษัท โซนิคยูธ จำกัด
ควบคุมการผลิตโดย : ปิยะ เศวตพิกุล



รายชื่อนักแสดง



สาวิกา ไชยเดช   รับบท   มดดำ / มนฤดี  
วนิดา เติมธนาภรณ์   รับบท   สุทธิดา   
กวี ตันจรารักษ์   รับบท   สหรัฐ  
อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม   รับบท   อิทธิ   
สิทธา สภานุชาติ   รับบท   ดอม  



เรื่องย่อ ละครกากับหงส์



          มดดำ หรือ มนฤดี (พิงค์กี้ สาวิกา) เด็กสาวที่เติบโตขึ้นมาในสลัม อาศัยอยู่กับ ส้ม (บุ๋ม ปนัดดา) หมอนวดแผนโบราณที่สปาแห่งหนึ่ง ผู้เป็นแม่และเฉลิม พี่ชายแท้ ๆ ของส้ม และเป็นลุงของมดดำ ซึ่งมีอาชีพขับรถสองแถว แม้จะมีกันแค่สองคนแม่ลูก แต่ส้มเองกลับไม่เคยสนใจไยดีมดดำอย่างที่แม่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม ส้มจะแสดงอาการรังเกียจเดียดฉันท์มดดำมาตลอดตั้งแต่มดดำจำความได้ ไม่ว่ามดดำจะพยายามทำดีขนาดไหน แต่ก็ไม่เคยถูกใจส้มเลยแม้แต่น้อย และส้มมักจะตอบแทนความดีของมดดำด้วยการดุด่าตบตีอยู่เป็นประจำ จนเฉลิมเองที่เป็นลุงก็ทนไม่ไหวต้องออกโรงปกป้องมดดำบ่อยครั้ง

          ถึงมดดำจะมีแม่ที่ดุร้าย แต่เธอก็ยังโชคดีที่นอกจากจะมีลุงคอยช่วยแล้ว มดดำยังมีเพื่อนบ้านใจดีอย่างสองยายหลานคือยายแดง และอิทธิ (แบงค์ อธิกิตติ์) ซึ่งอยู่บ้านติดกันจนทำให้สองครอบครัวสนิทกันมานานมาก ยายแดงถือเป็นกำลังสนับสนุนสำคัญที่คอยสั่งสอนและช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่มดดำเท่าที่จะทำได้ ทั้งการให้อิทธิช่วยติวและให้อิทธิแอบพามดดำไปเรียนกศน. จนสอบได้วุฒิ ม.6 เพราะยายแดงเคยเป็นแม่บ้านในคอนโดฯ ของฝรั่งมาก่อน ทำให้เธอเห็นคุณค่าของการศึกษา ส่วนอิทธิเองก็ดูและสนิทสนมกับมดดำมากจนมดดำรู้สึกเหมือนมีพี่ชายแท้ ๆ หนึ่งคน หากแต่เมื่อโตขึ้นอิทธิกลับรู้สึกลึกซึ้งกับมดดำมากกว่าความเป็นเพื่อนแต่เขาก็ไม่กล้าแสดงออกได้แต่เก็บไว้ในใจคนเดียว

          ด้วยความที่ส้มไม่ต้องการให้มดดำเรียน จึงบังคับให้มดดำทำงานทุกอย่างที่มดดำจะทำได้ ตั้งแต่เข็นผักส่งแผงในตลาดแต่เช้ามืด ตามมาด้วยขายพวงมาลัย รวมทั้งเป็นหมอนวดในสปา และทำงานบ้านทุกอย่างที่ส้มต้องการ โดยห้ามเฉลิม อิทธิ หรือ ยายแดงเข้าช่วย หากใครฝ่าฝืน ส้มจะไปลงที่มดดำด้วยการเฆี่ยนตีต่อหน้าต่อตาทุกคน

          สุทธิดา หรือ ดา (กิ๊บซี่ วนิดา) บุตรสาวคนโตของ ชาติชาย (ถา สถาพร) และ กัลยา (กบ ปภัสรา) หลานสาวของคุณหญิงวาปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ชีวิตของสุทธิดาถือได้ว่าเป็นสีตรงข้ามกับมดดำอย่างสิ้นเชิง เพราะแวดล้อมไปด้วยครอบครัวที่อบอุ่น ทุกคนรักใคร่ไม้เว้นแม้แต่องค์อร น้าสาวที่ไม่ได้แต่งงาน มีเพียงดอม น้องชายที่ชอบพูดตรงแต่ไม่ค่อยเข้าหูสุทธิดานัก ทั้งสองจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาคอยเถียงกันอยู่เรื่อย ไม่เพียงแต่ชีวิตครอบครัวของสุทธิดาเท่านั้นที่น่าอิจฉา แต่ชีวิตนักศึกษาของเธอก็เป็นที่อิจฉาของเพื่อน ๆ เช่นกัน เพราะสุทธิดา นอกจากจะเด่นดังในเรื่องความรวยและความสวยแล้ว เธอยังเป็นที่รู้จักในเรื่องการเรียนเก่งติดอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยด้วย เรียกได้ว่าผู้ชายทั้งมหาวิทยาลัยต่างหมายปองและอยากเป็นมิตรกับสุทธิดาทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่พงษ์ เพื่อนในกลุ่มของสุทธิดา เพราะพงษ์แอบรักสุทธิดามาตั้งแต่แรกเห็น จึงทำให้เขาพยายามพาตัวเองมาอยู่ใกล้สุทธิดา

          แม้ว่าระดับการเรียนของเขาจะห่างชั้นมากก็ตาม แก้วกับวาว่าเพื่อนสนิทของสุทธิดาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรพงษ์เพราะพงษ์ก็เป็นคนหน้าตาดีมากชนิดที่สองสาวแอบหมายปองอยู่เหมือนกัน เพียงแต่พงษ์ไม่เคยชอบสองสาวเลยแม้แต่น้อย

          แต่ไม่ว่าชายหนุ่มที่หล่อดีมีคุณสมบัติเด่นขนาดไหน สุทธิดาก็ไม่เคยจริงจังด้วย เพียงแต่คบเล่น ๆ แก้เซ็งรอเวลาที่สหรัฐ หรือ รัฐ (บีม กวี) หนุ่มหล่อนักเรียนนอก บุตรชายคนเดียวของพิมพ์พรรณ เจ้าของบริษัท Jewelry by Pimphan บริษัทเครื่องประดับอัญมณีอันดับหนึ่ง และพิมพ์พรรณยังเป็นเพื่อนสนิทของกัลยา แม่ของสุทธิดามาตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนฝรั่ง จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามจะจับคู่ให้กับเด็กทั้งสอง คือ สหรัฐกับสุทธิดา แต่สหรัฐก็คิดกับสุทธิดาเพียงแค่น้องสาว หากแต่พูดไม่ออกบอกไม่ได้ เพราะไม่อยากขัดใจผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงจำเป็นต้องตามน้ำไป

          ขณะเดียวกันก็พยายามจะแสดงออกให้เห็นว่าเขาเป็นได้เพียงพี่ชาย ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าสุทธิดาและผู้ใหญ่ทุกคนก็พยายามมองไม่เห็นสารที่สหรัฐพยายามจะสื่อ มีเพียงดอมที่พอจะดูออกว่าสหรัฐไม่ได้ชอบพี่สาวของตน

          วันหนึ่ง กัลยาได้เดินหาซื้อต้นไม้เพื่อไปตกแต่งงานวันเกิดของสุทธิดา ระหว่างที่เดินอยู่นั้นกัลยาก็ถูกโจรสองคนวิ่งราวกระเป๋า โชคดีที่มดดำและอิทธิมาทำงานที่ร้านต้นไม้ใกล้ ๆ กัน ทั้งสองจึงช่วยกันต่อสู้กับโจรจนได้กระเป๋าคืนมา แต่โจรสามารถหนีรอดไปได้ กัลยารู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งน้ำใจของมดดำและอิทธิเป็นอย่างมาก จึงคิดจะตอบแทนเป็นเงินก้อนโต แต่ทั้งสองไม่รับเพราะคิดว่าช่วยด้วยน้ำใจ กัลยายิ่งรักเด็กทั้งสองคนมากขึ้น แต่ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณอย่างไร เจ้าของร้านต้นไม้จึงบอกให้กัลยาช่วยอุปการะส่งเสียให้มดดำเรียนหนังสือ เพราะเธอสงสารที่มดดำไม่ได้เรียน กัลยายินดีมากแต่มดดำไม่กล้ารับ กัลยาจึงให้นามบัตรและสั่งให้มดดำไปขอแม่เพื่อที่จะไปอยู่ที่บ้านของเธอ

          เมื่อมดดำกลับมาบอกแม่ ส้มที่ไม่สนใจจะฟังมดดำอธิบายก็สั่งห้ามเด็ดขาดว่าไม่ให้เรียน ไม่ว่าจะได้เงินมาเรียนยังไงก็ตาม เฉลิมรู้สึกโกรธที่ส้มทำเกินไปแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะส้มจะใช้วิธีตีประชด ไม่เพียงแต่มดดำจะเสียใจเรื่องที่แม่ไม่ให้เรียนเท่านั้น แต่มดดำยังต้องเสียใจที่แม่จำวันเกิดของเธอไม่ได้ แม้ยายแดงกับอิทธิจะจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้มดดำ รวมทั้งเฉลิมเองก็มีของขวัญมาให้ แต่มันก็ไม่ได้ทดแทนสิ่งที่มดดำโหยหาจากแม่ หนำซ้ำแม่ยังออกจากบ้านไปอีก มดดำจึงต้องตามไปดูด้วยความเป็นห่วง และแล้วมดดำก็มาเจอว่าส้มมายืนแอบดูงานวันเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง

          แต่ด้วยความที่รั้วไกลมาก มดดำจึงไม่เห็นว่าบ้านนั้นมีกัลยาอยู่ด้วยและเป็นคนจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวของเธอนั่นเอง มดดำไม่เข้าใจว่าแม่มาที่นี่ทำไม แต่พอจะถามส้มก็ตวาดด่าแล้วขึ้นรถหนีไป มดดำจะขึ้นรถไปด้วยส้มก็ไม่ยอมสุดท้ายมดดำต้องยืนคอยรถเมล์เพื่อกลับบ้าน

          ส่วนในงานวันเกิดของสุทธิดานั้น สหรัฐที่เพิ่งกลับมาก็ถูกพิมพ์พรรณจัดแจงหาของขวัญเป็นกำไลเพชรล้ำค่าให้สหรัฐมอบให้สุทธิดา ทำให้สุทธิดาปลาบปลื้มมาก ผู้ใหญ่ในงานทุกคนก็มีความสุขในงานสังสรรค์นี้ จนเมื่อพงษ์มาร่วมงานโดยพาแพรวพราว อาของเขามาด้วย คุณหญิงวาปี องค์อร ดูจะแสดงออกในการไม่ต้อนรับแพรวพราวมากที่สุด จนพาลไม่อยากมองหน้าชาติชายไปด้วย เพราะความผิดเก่า ๆ ที่ชาติชายเคยทำไว้มันย้อนกลับมาทำให้ทุกคนไม่พอใจ ผิดกับแพรวพราว ที่พยายามทำตัวเหมือนกับว่าทุกอย่างมันจบไปแล้ว แพรวพราวดีใจที่หลานของเธอกลายเป็นเพื่อนกับสุทธิดา วาปีกับองค์อรทนไม่ไหวจึงขอตัวขึ้นนอน สุทธิดากับดอมที่แอบดูเหตุการณ์ที่ผู้ใหญ่คุยกันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนเหมือนจะไม่ชอบกัน มีเพียงสหรัฐที่รู้จากพิมพ์พรรณว่าแพรวพราวคืออดีตเลขาของชาติชายที่เป็นมากกว่าเลขานั่นเอง

          วันรุ่งขึ้นสุทธิดากับดอมอดใจไม่ไหว จึงถามพวกผู้ใหญ่จนทำให้รู้ความจริงทั้งหมด รวมไปถึงพงษ์ที่ได้รู้จากปากของแพรวพราวด้วย พงษ์คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ ตนคงไม่มีสิทธิ์ที่จะชอบสุทธิดาแน่ เพราะทุกคนในบ้านนั้นคงรังเกียจอาสาวของเขา หากแต่ แพรวพราวกลับสนับสนุนเต็มที่ให้พงษ์เอาสุทธิดามาครอบครองให้ได้

          ทางด้านมดดำ และ อิทธิ ที่ตื่นมาขนผักที่ตลาดแต่เช้า ก็ต้องตกใจที่ได้เจอโจรสองคนที่เคยจี้กัลยามาหากินที่ตลาดแห่งนี้อีก มดดำกับอิทธิต้องช่วยต่อสู้จับโจรแต่คราวนี้โจรจำทั้งสองได้จึงคิดจะแก้แค้นครั้งก่อนกะเอาให้ตาย โชคดีที่สหรัฐที่กำลังจะไปเริ่มงานวันแรกขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์และเกือบชนกับมดดำในช่วงที่วิ่งหนีโจร สหรัฐจึงต้องลงมาช่วยจนได้แผลกันไป และในที่สุดตำรวจก็มารวบตัวไอ้สองโจรร้าย เหตุการณ์น่าจะไปได้ดีถ้าสหรัฐไม่เผลอพูดผิดหูไปแตะความเป็นผู้หญิงที่คิดจะมาเตะต่อยอย่างผู้ชายกับมดดำ มดดำโมโหทำให้ทั้งสองทะเลาะกันและเหม็นหน้ากันจนเกือบจะมีเรื่อง แต่อิทธิเข้าห้ามไว้ ทั้งสองภาวนาว่าจะขอไม่เจอหน้ากันอีกตลอดชาติ

          ตกบ่ายมดดำก็กลับมาทำงานที่สปาตามปกติกับส้ม แต่เหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเธอ มดดำได้ลูกค้าชีกอคิดจะลวนลามเธอ มดดำไม่ยอมจึงเกิดเป็นเรื่อง ส้มเข้ามาไกล่เกลี่ยโดยจะให้มดดำยอมแขก มดดำเสียใจมากที่แม่ไม่เห็นแก่ศักดิ์ศรีของเธอ หนำซ้ำแขกยังดูถูกเรื่องการศึกษาของมดดำอีก มดดำจึงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะกลับไปเรียน เมื่อกลับบ้าน ส้มก็ตามด่าตามห้ามและจะตีมดดำถ้ามดดำไปเรียน โชคดีที่เฉลิมกลับมาห้ามได้ทัน เฉลิมขอนามบัตรมดดำจะไปโทรหากัลยาเอง เมื่อมดดำเอานามบัตรออกมา ส้มก็แย่งจะไปฉีกแต่พอเห็นเป็นชื่อกัลยา ส้มก็ตกใจชะงักไป และสุดท้ายส้มก็เปลี่ยนใจให้มดดำไปอยู่บ้านกัลยาแต่มีข้อแม้ข้อเดียวคือเธอต้องไปด้วย มดดำกับเฉลิมงงเป็นไก่ตาแตก

          เย็นวันนั้น วาปี กัลยา องค์อร ต่างก็มารอรับมดดำในฐานะที่เป็นคนช่วยชีวิตกัลยาไว้ ทุกคนตื่นเต้นมากที่ได้จะคนดี ๆ มาร่วมบ้าน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่ามดดำเป็นลูกสาวของส้ม ส้มเองก็รู้ทันว่าอาจจะไม่ได้อยู่บ้านนี้ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง เธอจึงกลายร่างเป็นหญิงเจ้าน้ำตากราบขอโทษทุกคนสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ทำให้มดดำงงมากว่าเกิดอะไรขึ้น ส้มบอกว่ามดดำเป็นลูกของเธอกับผัวใหม่ตอนที่ออกไปจากที่นี่ วาปีกับทุกคนจึงโล่งใจ แต่เรื่องจะให้มาอยู่ในบ้านก็ชักไม่แน่ใจกันแล้ว เพราะวาปีกับองค์อรก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่มดดำเป็นลูกของส้ม มีเพียงกัลยาที่รู้สึกอยากจะให้มดดำมาอยู่ที่นี่ และเธอก็จะลืมเรื่องเก่า เย็นนั้นชาติชายกลับมาได้เจอกับส้มอีก ยิ่งทำให้เขาละอายใจต่อกัลยาและวาปีมากขึ้น ส่วนส้ม พอได้เจอกับสุทธิดาที่กลับมาจากมหาวิทยาลัย ส้มก็ปรี่เข้าไปดูแลอย่างดีจนสุทธิดางง แต่ก็ชอบเพราะโดยนิสัยเธอชอบทุกคนที่มาเอาใจอยู่แล้ว แต่พอองค์อรเล่าเรื่องส้มว่าเคยเป็นหนึ่งในเมียของชาติชายเหมือนกัน แพรวพราวและสุทธิดาก็รังเกียจขึ้นมาทันที แถมยังพาลไปถึงชาติชายด้วย เพราะสุทธิดาไม่คิดว่าชาติชายจะไม่เลือกคนขนาดนี้ ชาติชายเสียใจที่ลูกสาวไม่เข้าใจ แต่กัลยาก็ปลอบไว้ แม้จะนึกถึงวันเก่า ๆ แล้วความเจ็บปวดก็หวนย้อนคืนมาหลอกหลอนอีกครั้ง

         โดยเมื่อยี่สิบปีก่อน ชาติชายเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกพร้อมกับเธอ และด้วยความที่ชาติชายมีครอบครัวพื้นเพอยู่ต่างประเทศ วาปีจึงให้เข้าร่วมบริหารกิจการของครอบครัวและแต่งงานกับกัลยา ชาติชายทำงานได้อย่างดีจนวาปีวางใจ แต่ทุกอย่างก็มาพังเมื่อมีการจับได้ว่า ชาติชายกับแพรวพราว แอบมีอะไรกัน วาปีขอให้แพรวพราวลาออกไป แล้วจะถือว่าทุกอย่างจบ แต่แพรวพราวไม่ยอม วาปีจึงใช้เส้นสายในการกลั่นแกล้งพี่ชายของแพรวพราว ทำให้แพรวพราวจำต้องลาออก ชาติชายเองก็สำนึกผิดและจะทำตัวใหม่ให้ดี ซึ่งเขาก็ทำได้ระยะหนึ่ง จนวันที่ส้มเข้ามาเป็นคนรับใช้ใหม่ของบ้าน ส้มเห็นชาติชายครั้งแรกก็พึงพอใจอย่างมาก เมื่อมีโอกาสส้มจะทอดสะพานให้เสมอ หากแต่ชาติชายก็ไม่สน จนวันหนึ่งที่วาปี กัลยา และองค์อร ต้องไปต่างประเทศ ส้มจึงจัดการวางยาชาติชายแล้วเธอก็สมใจ ชาติชายเมื่อได้สติก็รู้สึกผิด แต่ส้มสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งส้มต่างหากที่ทำไม่ได้เพราะความอิจฉาริษยาที่เห็นชาติชายดีกับกัลยาคนเดียว แต่กับเธอชาติชายไม่เคยเหลียวแล ส้มจึงใช้วิธีการบังคับให้ชาติชายแบ่งเวลามาหาเธอบ้าง ไม่อย่างนั้นเธอจะแฉ ชาติชายจำเป็นต้องทำตามส้ม เพื่อรักษาครอบครัวไว้ จนกระทั่งคืนหนึ่ง องค์อรที่แอบเห็นความผิดปกติของทั้งคู่ จึงแอบตามชาติชายไปและเห็นว่าไปอยู่ในห้องส้ม องค์อรจึงโวยวายเรื่องจึงแดงขึ้น วาปีกับกัลยาไม่พอใจอย่างมาก กัลยาถึงขึ้นขอหย่าจากชาติชาย ส้มที่ได้ยินก็ดีใจและหวังว่าจะจับชาติชายได้ แต่ระหว่างนั้นกัลยาเกิดเป็นลมหน้ามืด ทุกคนจึงต้องพาส่งโรงพยาบาล

         ที่โรงพยาบาล หมอตรวจเจอว่ากัลยาท้อง คุณหญิงวาปีและองค์อรดีใจมาก รวมทั้งชาติชายด้วย แต่กัลยายืนยันว่าเธอจะหย่า ชาติชายขอโอกาสอีกครั้งและครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย แม้ตอนแรกกัลยาจะไม่ยอม แต่ตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ชาติชายไม่ยอมอยู่ห่างจากสายตากัลยาเลย เขาจะไม่ยอมกลับบ้านถ้ากัลยาไม่กลับ ด้วยความที่กัลยารักชาติชายมากจึงเริ่มลังเล วาปีไม่เห็นด้วยถ้ากัลยาจะยอมคืนดีกับชาติชาย แต่องค์อรที่ดูเหมือนจะไม่ชอบชาติชายมาก ๆ พอ ๆ กับกัลยา กลับเป็นคนที่เห็นด้วยกับกัลยาเพราะเธอก็ไม่อยากเห็นหลานไม่มีพ่อ สุดท้ายวาปีจึงต้องยอมกัลยา

          หลังจากที่กัลยากลับจากโรงพยาบาล ชาติชายก็เป็นฝ่ายขอเลิกกับส้ม โดยส้มจะได้เงินไปก้อนใหญ่เพื่อไปตั้งตัว ส้มไม่ยอม จะเอาเรื่องชาติชายและขู่จะฟ้องว่าเธอถูกข่มขืน ชาติชายยอมทุกอย่างจะติดคุกก็ยอม แต่สิ่งเดียวที่เขาจะไม่ยอมส้มอีกต่อไปคือ การรับส้มเป็นเมียคนหนึ่งของเขา ส้มเสียใจเจ็บใจมากที่ชาติชายปฏิเสธ เธอจึงออกจากบ้านไปด้วยความเคียดแค้นเต็มหัวใจ

          ภายหลังจากที่ทบทวนเรื่องเก่า ๆ เมื่อ 20 ปี แล้ว ชาติชายกับกัลยาเริ่มฉุกใจคิดว่า มดดำน่าจะเป็นลูกของชาติชายก็ได้ เพราะดู ๆ แล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับสุทธิดา ชาติชายเองแม้จะคิดเหมือนกัน แต่ก็เกรงใจกัลยา ตรงกันข้ามกับกัลยา เธอกลับรู้สึกชอบมดดำมาก ถ้าเป็นลูกชาติชายจริง เธออยากจะอุปการะเป็นลูกอีกคน ชาติชายซึ้งน้ำใจความดีของกัลยา ซึ่งกัลยาก็บอกไม่ได้ว่าทำไมจึงรักและเอ็นดูมดดำมาก แต่เมื่อชาติชายกับกัลยาเรียกส้มมาถาม ส้มบอกว่าหลังจากที่เธอออกจากบ้านไป เธอก็ได้ผัวใหม่เป็นกรรมกรต่ำ ๆ มดดำจึงไม่ใช่ลูกของชาติชาย ทำให้กัลยากับชาติชายรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ส้มกลับรู้สึกสะใจ มดดำเองหลังจากที่รู้ว่าส้มเคยสร้างปัญหาไว้ที่บ้านหลังนี้ เธอก็ไม่อยากอยู่และขอให้ส้มย้ายออกไป เธอยอมที่จะไม่เรียนหนังสือ แต่ส้มไม่ยอมและบังคับให้มดดำอยู่ที่นี่กับเธอเพื่อคอยดูหายนะคนที่มันเคยทำร้ายเธอ มดดำเสียใจที่แม่เข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยความเคียดแค้น และเสียใจที่ตัวเองจะกลายเป็นคนนำความเดือดร้อนมาให้คนอื่น

          การมาอยู่วันแรกของส้มกับมดดำ ก็ได้รู้จักกับ พี่เนื่อง แม่บ้าน มาลี เด็กรับใช้รุ่นราวคราวเดียวกับมดดำ และ ลุงเหวง คนขับรถที่พ่วงตำแหน่งคนสวนในบางเวลา แต่ส้มที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าพี่เนื่อง มาลี และลุงเหวง ส้มจึงขอไม่สุงสิงด้วยเมื่อโดนเนื่องตำหนิ ส้มก็ประกาศว่าเธออยู่มาก่อนเนื่อง แต่กลายเป็นว่าเนื่องไม่กลัวและไม่แคร์ เนื่องจึงประกาศกลับว่าเธอคือแม่บ้าน และคุมคนรับใช้ทุกคน ถ้าใครไม่เกรงกลัวเธอ เธอก็จะบอกวาปีว่าจะเอาออก ส้มโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้จึงหมายหัวเนื่องเป็นศัตรู มดดำจึงพลอยมีศัตรูไปโดยปริยายตั้งแต่วันแรกและจากวันนั้น มดดำก็พยายามทำงานทุกอย่าง ช่วยเหลือทุกคนจน เนื่อง มาลี และลุงเหวงเริ่มใจอ่อนกับมดดำ และชักทนไม่ได้ที่เห็นส้มโยนงานทุกอย่างให้ลูกสาว แต่ตัวเองนั่ง ๆ นอน ๆ ในบ้าน เพราะถือว่ามดดำมีบุญคุญกับกัลยา

           ส้มดุด่ามดดำทั้งตีทั้งด่า โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ต่อหน้า วาปี องค์อร กัลยา และชาติชาย จนทุกคนสงสารมดดำ มีก็แต่สุทธิดาที่ไม่เคยชอบสองแม่ลูกคู่นี้เพราะยังรับไม่ได้เรื่องเก่า ๆ ของพ่อ จึงไม่สนใจว่ามดดำจะโดนดุด่ายังไง หากแต่ดอมกลับแอบชอบมดดำ และเริ่มถูกใจในความฉลาดและเก่งของมดดำ ดอมเองก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า จึงช่วยติวหนังสือให้กับมดดำไปด้วย และไม่ยอมนับตัวเองเป็นน้องแต่จะเทียบรุ่นกับมดดำโดยอ้างว่าห่างกันปีเดียวเป็นเพื่อนกันได้ ส้มเห็นดอมกับมดดำเข้ากันได้ ก็พยายามจะยุให้ดอมจีบมดดำ แต่ดอมก็ไม่กล้าเพราะคิดว่าเขายังเด็กเกินไป ส้มเองไม่ได้ยุแค่ดอม แต่หันมายุมดดำด้วยซึ่งมดดำก็บอกไปตรง ๆ ว่าเธอรู้สึกกับดอมเหมือนน้องชายเท่านั้น ส้มจึงไม่พอใจ

          มดดำกลับมาเยี่ยมเฉลิมที่บ้าน และได้เจอกับยายแดงและอิทธิ มดดำเสียใจกับอดีตของแม่ เฉลิมเองก็ขอโทษที่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้มดดำฟัง แต่เฉลิมเองก็งงว่าส้มมีผัวกรรมกรตอนไหน ยายแดงเองก็งง เพราะจำได้ว่า ส้มมาอยู่ที่นี่ก็ตัวคนเดียว ไม่นานก็ท้องและมีมดดำ แต่สุดท้ายทุกคนก็สรุปว่า ตอนที่ส้มออกจากบ้านชาติชายคงไปอยู่กับใครอีก เพราะตั้งแต่เล็ก ๆ ส้มก็เป็นคนทะเยอทะยาน อยากได้อยากมีจนต้องออกจากบ้านตั้งแต่อายุสิบห้า และไม่เคยติดต่อใครอีกเลยจนพ่อแม่ตาย เฉลิมย้ายมากรุงเทพฯ แล้วส้มเกิดรู้เข้าแต่ก็ไม่เคยติดต่อกัน จนเมื่อตกอับถึงมาอยู่กับเฉลิม อิทธิเองก็เริ่มเป็นห่วงมดดำมากขึ้นอยากจะไปดูแลแต่มดดำก็ห้ามไว้ อิทธิจึงขอไปหาบ่อย ๆ แทน

          สหรัฐกับพิมพ์พรรณ มาเยี่ยมครอบครัวกัลยา แต่เป้าประสงค์จริง ๆ ของพิมพ์พรรณ คืออยากจะมาดูหน้ามดดำที่กัลยาปลื้มนักปลื้มหนา ซึ่งพิมพ์พรรณก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ เพราะมดดำมีเสน่ห์น่ารักกับเธอมาก สุทธิดาเห็นเข้าก็ไม่พอใจจึง คิดจะชวนสหรัฐไปข้างนอก แต่ก็ต้องงงที่สหรัฐกับมดดำรู้จักกันมาก่อน สหรัฐจึงเล่าให้ฟังเรื่องที่มดดำช่วยต่อสู้โจร มดดำจึงกลายเป็นคนเก่งของทุกคนไป วาปีกับองค์อรที่เคยตึง ๆ กับมดดำก็ไม่วายแอบปลื้มในความเก่งของมดดำไม่ได้ แต่ต้องเก็บความรู้สึกไว้ สุทธิดาที่เคยเป็นคนเก่งที่สุดของบ้านเริ่มรู้สึกว่ามดดำจะมาเป็นคู่แข่ง จึงประกาศว่าแม่ของมดดำคือส้มที่เคยเป็นนางบำเรอของชาติชาย ส่วนมดดำก็มีพ่อเป็นกรรมกร มดดำทั้งอายและเสียใจมาก สุทธิดาไล่มดดำให้ไปอยู่หลังบ้าน

          สหรัฐเริ่มมองตามด้วยความเป็นห่วง จนช่วงหนึ่งสหรัฐเดินมาเจอมดดำที่จะเอาขยะไปทิ้ง สหรัฐเข้ามาคุย มดดำขอร้องว่าอย่ามายุ่งกับเธออีก สหรัฐมาทีไรเธอมีเรื่องทุกที สหรัฐไม่ยอมรับว่าเขาจะเป็นตัวซวยเลยเถียงกัน สุทธิดาตามหาสหรัฐมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจไปลากตัวส้มมาต่อว่า ส้มได้ทีอาสาทำโทษมดดำด้วยการเอากิ่งไม้ฟาดมดดำ สหรัฐจะห้ามก็ไม่ฟัง ส้มบอกว่าถ้าสหรัฐเข้าใกล้มดดำอีก เธอจะตีมดดำให้ตาย สุทธิดาพอใจกับกฎนี้ยิ่งทำให้ส้มมีความสุขที่เห็นสุทธิดาพอใจในสิ่งที่เธอทำให้ แต่สหรัฐทั้งเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้มดดำเจ็บตัว และอึ้งกับท่าทีการเป็นแม่ของส้มมาก มดดำต้องไล่สหรัฐไปเพราะเธอไม่อยากเจ็บตัว เมื่อสหรัฐกับสุทธิดาไปแล้ว มดดำก็ขอเคลียร์กับแม่เรื่องที่ไม่ฟังเหตุผลเธอเลย เอาแต่ตี ส้มบอกว่าถ้าอะไรที่เป็นของสุทธิดาแล้วมดดำคิดจะแย่ง เธอจะฆ่ามดดำทิ้ง มดดำน้อยใจที่แม่เห็นคนอื่นดีกว่า

          เย็นวันนั้น สุทธิดากับสหรัฐออกไปเที่ยวฟังเพลงกัน แก้ว วาว่า ขอตามไปด้วยซึ่งสุทธิดาไม่อยากให้ไป แต่สหรัฐบอกว่าไปหลาย ๆ คนสนุกดี พงษ์ที่รู้ข่าวก็ขอตามไปด้วย แต่สุทธิดากลายเป็นคนที่ไม่ชอบหน้าพงษ์ตั้งแต่รู้ว่าแพรวพราวเคยเป็นหนึ่งในเมียน้อยพ่อของเธอ สหรัฐพยายามเตือนสุทธิดาว่าเรื่องของคนรุ่นหนึ่งไม่ควรจะเอามาเป็นอารมณ์กับคนอีกรุ่นหนึ่ง สุทธิดาไม่ค่อยพอใจจึงงอนสหรัฐแล้วประชดด้วยการเรียกคิม เพื่อนนักศึกษาเกาหลีจากคณะบริหารอินเตอร์ฯ สุดหล่อที่พ่วงตำแหน่งนายแบบมาเที่ยวด้วย

          เมื่อคิมมา พงษ์ก็ไม่พอใจพยายามขวางคิมจนมีเรื่องกัน สหรัฐพาสุทธิดากลับมาส่งและดุสุทธิดาไม่ให้ทำแบบนี้อีก สุทธิดาดีใจคิดว่าสหรัฐหึง แต่กลายเป็นว่าสหรัฐบอกว่าเขาห่วงน้องสาวของเขาที่ชื่อสุทธิดาสุทธิดาโมโหที่สหรัฐไม่ง้อเธอเหมือนอย่างผู้ชายคนอื่น สุทธิดาใช้ไม้ตายไปฟ้องวาปีกับองค์อรเรื่องที่สหรัฐเปลี่ยนไป และเธอมั่นใจว่าเป็นเพราะมดดำพยายามแย่งสหรัฐ วาปีกับองค์อรแม้จะไม่เกลียดมดดำ แต่เมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จึงต้องเรียกส้มกับมดดำมาเตือน ส้มได้ทีก็ตีมดดำต่อหน้าวาปีอีก จนวาปีสงสารสั่งห้าม และเตือนไม่ให้มดดำขึ้นมาบนตึกใหญ่อีก ทำให้สุทธิดาพอใจมาก มีแต่กัลยาที่ทนคิดถึงมดดำไม่ไหวจึงเดินลงไปหาอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็โดนส้มเหน็บแนมให้เจ็บใจอยู่เป็นประจำ

          วันหนึ่งกัลยาคิดถึงว่ายังไม่ได้ตอบแทนอิทธิเลย จึงให้มดดำพาไปหาอิทธิที่บ้าน แต่ยายแดงกับอิทธิก็ยังไม่รับความช่วยเหลืออะไรจากกัลยาเหมือนเคย กัลยาชื่นชมสองยายหลานนี้มาก จึงคิดจ้างอิทธิทำงานที่บริษัท แต่อิทธิก็ยังไม่จบ ระหว่างนี้กัลยาจึงจ้างอิทธิให้ทำงานพิเศษดูแลต้นไม้ในบ้าน อิทธิดีใจมากที่จะได้มาอยู่ใกล้มดดำ แต่กลายเป็นว่าอิทธิกับสุทธิดาต้องกลายมาเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เพราะสุทธิดาไม่ชอบหน้าอิทธิตั้งแต่แรกเห็น เพราะถือว่าเป็นเพื่อนมดดำและเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ต้องเป็นคนไม่เก่งแน่ ๆ แต่อิทธิก็สวนกลับจนสุทธิดาหน้าหงายไปหลายรอบ เป็นที่ถูกอกถูกใจดอมเป็นอย่างมาก จนดอมนับถืออิทธิเป็นรุ่นพี่อีกคน ทำให้สุทธิดาโมโหน้องชายตัวแสบไปอีกคน

          นานวันเข้าสหรัฐก็ถูกสุทธิดาเรียกมารับไปโน่นมานี่บ่อย ๆ และทุกครั้งที่มาหา สหรัฐก็ต้องมีเรื่องให้พบกับมดดำอยู่เรื่อย ๆ แม้มดดำจะพยายามหลบเลี่ยงหรืออยู่ห่าง ๆ แล้วก็ตาม จนวันหนึ่งวาปีไปทำงานแล้วไม่ค่อยสบายในระหว่างประชุม กัลยากับชาติชายอยากจะมาส่งที่บ้าน แต่ก็ติดต้องรับลูกค้าต่างชาติ ครั้นจะเรียกองค์อรมารับ องค์อรก็เกิดติดงานการกุศล วาปีจึงกลับบ้านไปกับคนขับรถ แต่เมื่อมาถึงบ้านวาปีก็เจอมดดำที่เข้ามาทำความสะอาด ช่วงที่ยืนคุยกันวาปีเกิดเป็นลม มดดำเห็นเข้าก็จะพาไปโรงพยาบาล แต่ส้มไม่ยอมให้การช่วยเหลืออะไรเลย มดดำจะโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลส้มก็ไม่ยอม จะโทรเรียกคนรถ ๆ ก็ขับออกไปแล้วไม่รู้เบอร์มือถือ

          ระหว่างนั้นสหรัฐที่พิมพ์พรรณใช้ให้เอาผลไม้จากนอกมาให้ที่บ้านวาปีพอดี จึงช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล แม้ส้มจะห้ามไม่ให้มดดำนั่งรถไปด้วย แต่สหรัฐไม่สนเพราะเขาต้องการคนช่วยจึงให้มดดำไปด้วย เมื่อวาปีฟื้นขึ้นก็ขอบคุณมดดำและสหรัฐเป็นอย่างมาก อาการตึงชาที่วาปีเคยมีต่อมดดำก็ลดน้อยลงไปเยอะ องค์อรที่รู้ข่าวรีบมาเยี่ยมวาปี ก็เริ่มคุยกับวาปีว่าจะรักมดดำก็รักไม่ลงจะเกลียดก็ไม่ใช่เรื่อง วาปีเลยเล่าให้ฟังว่าระหว่างเธอเป็นลม แม้จะไม่มีแรงลืมตา แต่วาปีได้ยินทุกอย่างที่สองแม่ลูกคุยกัน วาปีปลาบปลื้มที่มดดำไม่เหมือนแม่และน่าจะเป็นคนดีอย่างจริงใจ องค์อรเลยเริ่มมองมดดำในแง่ดีขึ้น

          สุทธิดาที่โทรหาสหรัฐ จึงรู้ว่าสหรัฐพาวาปีมาส่งโรงพยาบาล แต่พอรู้ว่าวาปีไม่ได้เป็นอะไรมาก สุทธิดาก็ไม่ค่อยอยากมาเยี่ยม เพราะไม่ชอบโรงพยาบาลแต่จะชวนสหรัฐออกไปดูหนังแทน แต่สหรัฐไม่ไปเพราะแม่ของเขาและพ่อแม่ของสุทธิดาพร้อมด้วยดอมกำลังมา จนเมื่อสุทธิดารู้ว่าสหรัฐกับมดดำเป็นคนพาวาปีมาและตอนนี้มดดำก็อยู่โรงพยาบาลด้วย ทำให้สุทธิดาโกรธจัดรีบตามมาทันที และเมื่อมาถึงก็ไม่ค่อยสนใจวาปี พยายามจะพาสหรัฐออกไปข้างนอกท่าเดียวจนที่สุดวาปีก็ต้องปล่อยไป

          เมื่อกลับบ้านไป องค์อรก็เรียกมดดำมาคุย สองคนเริ่มคุยถูกคอกัน ส้มเห็นเข้าก็ไม่พอใจแต่องค์อรก็ไล่ตะเพิดส้มไป องค์อรต้องการให้มดดำเรียนพิเศษ เพราะลำพังที่มดดำสอบผ่านกศน.มาไม่มีทางที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้แน่ กัลยาดีใจมากที่องค์อรหันมาเป็นพวกเธออีกคน ชาติชายเองก็รู้สึกดีกับมดดำไปด้วย ส้มเห็นแบบนี้ก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่ ให้มดดำออกไปเรียนพิเศษใกล้ชิดกับดอม ดอมดีใจมากที่จะได้อยู่ใกล้กับมดดำมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม ที่มดดำต้องเรียนพิเศษกับดอมทุกวัน สหรัฐแนะนำโรงเรียนพิเศษชื่อดังที่เขารู้จัก และเป็นธุระพาทั้งมดดำและดอมไปสมัคร ซึ่งทำให้สุทธิดาไม่พอใจอย่างมาก แต่พอสุทธิดาจะเอาเรื่องสหรัฐก็ไม่ถือว่าตัวเองผิด สุทธิดายิ่งเจ็บใจมาก จึงหันมาเล่นงานส้มเป็นการระบาย ส้มพยายามประจบประแจงสุทธิดา แต่สุทธิดาก็เห็นส้มเป็นเพียงคนรับใช้คนหนึ่งที่ต้องสนองความต้องการของเธอ ส้มแม้จะน้อยใจสุทธิดาแต่ก็ต้องยอมเพื่อความสุขของเธอ การที่ส้มเอาอกเอาใจสุทธิดามาก ๆ ทำให้มดดำอดน้อยใจไม่ได้ และไม่เพียงแต่มดดำจะรู้สึกได้ หากแต่กัลยากับชาติชายเองก็รู้สึกแปลก ๆ ที่ส้มเอาใจสุทธิดาแต่กลับตบตีมดดำ

          แพรวพราวเริ่มโมโหที่พงษ์ไม่ได้อย่างใจ จีบสุทธิดาไม่ติดสักที ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้ใกล้ชิดกับสุทธิดากันหมด แพรวพราวจึงออกโรงพาพงษ์มาใกล้ชิดกับครอบครัววาปี แต่การมาที่นี่ก็ยิ่งทำให้สองอาหลานเจ็บใจมากขึ้น เพราะส้มซึ่งก็ถือว่าแพรวพราวเป็นศัตรู เพราะเคยแย่งชิงชาติชายมาก่อน และวาปีก็สุดจะทนกับแพรวพราวจึงไล่แพรวพราวออกจากบ้าน ทำให้พงษ์โทษว่าเป็นความผิดของแพรวพราว

          แพรวพราวตัดสินใจให้พงษ์ใช้ยากับสุทธิดา พงษ์ยังลังเลไม่อยากทำจึงไม่ยอมรับยามา เพราะเขารู้สึกว่าอยากให้สุทธิดารักเขาที่หัวใจมากกว่า แพรวพราวหัวเราะขำหาว่าหลานชายเป็นคนโง่ที่สุด พงษ์เจ็บใจที่โดนอาว่าแต่ก็ยืนยันว่าจะทำอย่างที่เขาต้องการ

          วันเวลาผ่านไป ผลการสอบออกมาว่ามดดำสอบติดที่เดียวกับสุทธิดา และกลายมาเป็นรุ่นน้องของสุทธิดา สุทธิดายิ่งไม่พอใจ คิดว่ามดดำพยายามจะหาทางแข่งกับเธอ หนำซ้ำสหรัฐยังได้รับเชิญมาเป็นอาจารย์พิเศษสอนเด็กปีหนึ่งอีกซึ่งก็คือรุ่นมดดำ ทำให้สุทธิดายิ่งเกลียดมดดำมากขึ้น สุทธิดาขอให้ดอมช่วยรับส่งมดดำเวลาไปเรียน เพื่อที่จะกันสหรัฐไม่ให้เข้าใกล้มดดำ ดอมเองยินดีทำตามเพราะชอบอยู่แล้ว และดอมเองก็รู้สึกว่าไม่เหมาะที่สหรัฐจะมาคอยตามมดดำ เมื่อมีการพูดคุยเปิดอก สหรัฐจึงบอกกับดอมว่าเขาไม่เคยคิดอะไรกับสุทธิดามากไปกว่าน้องสาว ดอมอึ้งตกใจและไม่ต้องการรู้ต่อว่าสหรัฐชอบใคร แต่ชิงบอกว่าเขาชอบมดดำ และมดดำก็น่าจะชอบเขาถ้าสหรัฐเปิดโอกาสและช่วยเขา สหรัฐจึงพูดไม่ออกจำใจยอมเปิดทางให้

          สุทธิดาเห็นมดดำมาเรียนคณะเดียวกัน ก็ยิ่งไม่ชอบ จึงปล่อยข่าวเรื่องกำพืดมดดำต่าง ๆ นานา ทำให้เพื่อน ๆ ต่างรังเกียจมดดำเพราะเข้าใจว่าเป็นลูกนางบำเรอและกรรมกร ไม่เคยรู้จักหน้าพ่อ ดีไม่ดีทำงานสปามาก่อนขายตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แรก ๆ มดดำก็พยายามอดทน แต่พอนานวันเข้าก็ทนไม่ไหว จึงประกาศคืนว่าเธอไม่แคร์ว่าใครจะคบหรือไม่ ถ้าไม่คบเธอก็ไม่สน เพื่อนคนเดียวที่มดดำมีจึงกลายเป็นดอม แต่สุทธิดาก็ไม่วายคอยรังควานไม่อยากให้ดอมมายุ่งกับมดดำ

          วันหนึ่งครอบครัวของแก้วมีข่าวว่าล้มละลาย แต่แก้วยังรับสภาพไม่ได้จึงพยายามทำตัวปกติ ใช้เงินทองเหมือนเดิม และบอกทุกคนว่าบ้านเธอล้มบนฟูก แต่ต่อมาไม่นานพ่อกับแม่แก้วต้องหนีคดีบินไปต่างประเทศและทิ้งแก้วไว้เมืองไทย โดยแก้วต้องไปอยู่กับญาติ และสภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ต่างกับคนอาศัย วาว่ากับสุทธิดาไม่ยอมรับแก้วโทษฐานที่ไม่พูดความจริงกับเพื่อน ๆ แก้วถูกทุกคนด่าว่าและไล่ออกจากกลุ่ม แก้วคิดจะกระโดดตึกตาย แต่โชคดีที่มดดำมาเจอจึงเข้าช่วยชีวิตไว้ และบอกให้แก้วสู้ชีวิต ถ้าคนรวยไม่ต้อนรับก็มาอยู่กับคนจนอย่างเธอสิ เธอยินดีต้อนรับแก้วเสมอ ในที่สุดแก้วจึงกลายเป็นเพื่อนมดดำและเชิดใส่กลุ่มของสุทธิดา

          อิทธิที่เรียนจบแล้วกัลยาก็ดึงมาช่วยทำงาน โดยกลายมาเป็นผู้ช่วยเลขาของชาติชาย ยิ่งทำให้อิทธิกับสุทธิดาได้เจอกันบ่อยขึ้น และอิทธิก็กล้าที่จะสั่งสอนสุทธิดามากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้ทางเมื่อสุทธิดากล่าวหาว่างานที่อิทธิได้ก็ไม่ใช่ว่าได้ด้วยฝีมือหากแต่เพราะพ่อแม่เธอเป็นคนเรียกมาทำ อิทธิเจ็บใจที่ถูกดูถูก ชาติชายแอบมาได้ยินพอดีจึงคุยกับกัลยาว่าจะดัดนิสัยของสุทธิดาเลยมอบโปรเจคท์สำคัญให้อิทธิไปดูแลโดยให้สุทธิดาไปช่วยด้วย แต่สุทธิดาไม่ยอมทำอะไรปล่อยให้อิทธิทำคนเดียว และสุดท้ายก็แกล้งให้อิทธิทำงานผิดพลาด อิทธิรู้ทั้งรู้ว่าเป็นฝีมือสุทธิดา แต่ไม่ยอมพูดความจริง ยอมรับความผิดและลาออกไปในที่สุด มดดำสุดจะทนกับพฤติกรรมของสุทธิดาที่มาแกล้งพี่ชายที่เคารพจึงมาเอาเรื่อง สุทธิดาไม่พอใจเถียงกันและตบหน้ามดดำ มดดำจึงตบกลับ สุทธิดาอึ้งไม่คิดว่ามดดำจะกล้า ส้มที่รู้เรื่องจึงเรียกมดดำมาตบตีให้สาแก่ใจสุทธิดา

          มดดำมาทำงานบ้านในสภาพบอบช้ำ วาปีและองค์อรเห็นเข้าก็เริ่มจะทนไม่ไหว วาปีจึงสั่งให้มดดำขึ้นมานอนบนตึก เพื่อจะให้ห่างไกลจากส้ม ส้มยิ่งเจ็บใจที่ลูกสาวที่เกลียดจะลอยหน้าลอยตาขึ้นไปนอนบนตึกใหญ่ สุทธิดารู้สึกว่ายิ่งเกลียดมดดำ แต่มดดำก็ยิ่งเข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ส้มจึงบอกแผนให้สุทธิดาหาคนมาปล้ำมดดำ โดยไปยุดอมก็ได้แต่สุทธิดาไม่ยอมเพราะคิดว่าส้มจะฉวยโอกาสให้มดดำเขยิบฐานะมาเป็นน้องสะใภ้ ส้มรู้สึกแย่ที่ดันทำให้สุทธิดามองตัวเองแย่ลงไปอีก แต่สุทธิดาก็ยังนำแผนของส้มมาประยุกต์ใช้ โดยไปขอให้พงษ์ช่วย พงษ์ยอมทำเพราะเป็นคำสั่งสุทธิดา และเห็นว่ามดดำก็สวยดีจึงให้ความร่วมมือ

          ทางด้านอิทธิได้งานใหม่ จึงมาหามดดำและพาไปเที่ยว สหรัฐมาเห็นเข้าจึงแอบตามไปดู แต่ระหว่างที่ทั้งคู่เที่ยวอย่างมีความสุข มดดำก็เห็นสหรัฐเข้าพอดี สหรัฐแกล้งกลบเกลื่อนทำเป็นว่ามาธุระอย่างอื่นแล้วมาเจอโดยบังเอิญ สหรัฐจะขอร่วมแก๊งไปทานข้าวดูหนังด้วย แต่มดดำไม่ยอมเพราะกลัวฤทธิ์สุทธิดา สุดท้ายทั้งมดดำและอิทธิก็ขอแยกไป สหรัฐน้อยใจและคิดว่ามดดำคงจะชอบอิทธิ ก็ได้แต่เซ็ง กลับบ้านมาก็ไม่ทานข้าวทานปลาจนพิมพ์พรรณเป็นห่วง และเริ่มสงสัยว่าคนที่สหรัฐชอบจะไม่ใช่สุทธิดา แต่สหรัฐก็ยังไม่ยอมรับ ทางด้านอิทธิกับมดดำก็เที่ยวกันจนเย็น ก่อนกลับอิทธิจึงขอความรักจากมดดำ ๆ ตกใจมากเพราะไม่เคยคิดกับอิทธิเป็นอื่นนอกจากพี่ชาย อิทธิขอให้มดดำลองคิดดูอีกที แต่มดดำยืนยันว่าเธอไม่ได้คิดจริง ๆ อิทธิจึงซักว่ามดดำแอบชอบใครหรือเปล่า ซึ่งมดดำก็ปฏิเสธแต่มีพิรุธจนอิทธิก็เข้าใจได้ทันทีว่ามดดำมีใครอยู่ในใจแล้วมดดำขอร้องให้อิทธิเป็นพี่ชายเธอเหมือนเดิม อิทธิบอกว่าขอเวลาทำใจแล้วเขาจะกลับมา เย็นวันนั้นอิทธิจึงกลับไปนอนตักยายแดงด้วยความเศร้า

          หลังจากวันนั้น สหรัฐก็เริ่มหมั่นไส้มดดำ เพราะเข้าใจว่ามีอิทธิเป็นแฟนแล้วหน้าตาเบิกบาน พอเลิกเรียนก็มีดอมมารับไปทานข้าว สหรัฐรู้สึกว่ามดดำเจ้าชู้เกินไปแล้ว จึงพยายามตักเตือนปนแขวะ จนมดดำชักโมโห แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะอีกนัยหนึ่งสหรัฐก็เป็นอาจารย์ สุทธิดาที่คอยตามสหรัฐก็ไม่ค่อยพอใจแต่จะเข้ามา แก้วก็คอยเป็นกันชนให้กับมดดำและบางทียังช่วยให้สหรัฐได้อยู่กับมดดำสองต่อสองจนสหรัฐต้องขอบคุณแก้ว

          ในที่สุดพงษ์มาขอยาจากแพรวพราว แต่พอแพรวพราวรู้ว่าพงษ์จะเอาไปมอมลูกคนใช้ แพรวพราวก็ด่าพงษ์ต่าง ๆ นานา จนพงษ์โกรธอาสาว แพรวพราวเจ็บใจที่มีหลานโง่ไปเป็นขี้ข้าสุทธิดา เมื่อแพรวพราวไปเจอกับองค์อรในงานการกุศลที่ทั้งสองแข่งกันเป็นนายกสมาคม แพรวพราวจึงว่ากระทบเรื่องความร้ายกาจของสุทธิดาให้องค์อรเจ็บใจว่าเลี้ยงหลานออกมาได้ร้ายเหมือนกับรุ่นก่อน ๆ องค์อรโมโหจึงพูดจี้ใจดำเรื่องแพรวพราวทำทุกอย่างเพื่อจะเป็นเมียน้อย แพรวพราวก็สวนกลับทันทีกว่าเธอยังดีกว่าองค์อรที่ทำทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่ได้เป็นแม้แต่เมียน้อย องค์อรทนไม่ไหว ทะเลาะกับแพรวพราวจนคนในสมาคมรับไม่ได้ต้องปลดออกจากการลงแข่งขัน และกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งซึ่งทำให้แพรวพราวได้ตำแหน่งไป

          องค์อรเสียใจกับข่าวมากจึงมานั่งกลุ้มคนเดียว มดดำก็มาพูดคุยเพื่อปลอบองค์อรรู้สึกดีมากกับจิตใจของมดดำจึงยอมเปิดเผยความจริงว่า เมื่อก่อนเธอเคยแอบชอบชาติชาย แต่ด้วยกำแพงศีลธรรมทำให้เธอไม่กล้าแสดงออกถึงความรู้สึก เธอจึงระบายด้วยการอาละวาดช่วยพี่สาวกำจัดผู้หญิงทุกคนที่จะเข้ามาใกล้พี่เขย และที่สำคัญเธอเป็นคนที่ทำให้กัลยาไม่ยอมหย่ากับชาติชาย ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนดี แต่เพราะเธอยังอยากอยู่ใกล้ชาติชาย องค์อรเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ มดดำจึงพูดให้องค์อรรู้สึกดีขึ้นและให้กำลังใจองค์อร จนองค์อรยอมรับว่าไม่เพียงแต่กัลยาและวาปีเท่านั้นที่ชอบมดดำ แต่เธอเองก็แอบปลื้มมดดำด้วย ว่าแล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กัน ส้มที่เดินผ่านมาพอดีเห็นภาพองค์อรกับมดดำสนิทกัน ก็เข้ามาหาเรื่องทันที องค์อรเริ่มรำคาญเลยออกโรงทะเลาะกับส้ม แต่สุดท้ายก็ต้องยอมส้มเพราะส้มขู่จะฆ่ามดดำ องค์อร วาปีและกัลยาชักเริ่มรู้สึกแปลกมากขึ้นกับพฤติกรรมส้ม

          สุทธิดาเห็นพงษ์ยังลังเลไม่กล้าวางยามดดำ จึงไปเร่งรัดแต่พงษ์นึกถึงคำที่แพรวพราวบอกว่า ถ้าได้มดดำแล้วอาจต้องรับผิดชอบ สุทธิดาเลยบอกว่าไม่ต้อง ถ้าพงษ์ทำสำเร็จเธอจะคบกับพงษ์เอง พงษ์ดีใจกับคำสัญญานี้จึงตกปากรับคำ ซึ่งวันต่อมาสุทธิดาก็มาทำดีกับมดดำ และจะพามดดำไปเที่ยว สหรัฐที่มาตามมดดำไปเรียนจึงไม่เจอ ถามเพื่อน ๆ ก็ไม่มีใครรู้ แก้วพอรู้เรื่องก็ไปคาดคั้นกับวาว่า วาว่าเลยเล่าเรื่องที่แอบได้ยินพงษ์กับสุทธิดาคุยกัน สหรัฐจึงวางแผนให้วาว่าหลอกล่อถามจนรู้ว่ามดดำจะถูกพาตัวไปที่ไหน และในที่สุดก็ไปช่วยมดดำไว้ได้ สุทธิดากับพงษ์ที่กลัวความผิดจึงหนีมาหลบที่บ้านแพรวพราว

          สุทธิดาโกรธวาว่ามากที่หักหลังเพื่อน พงษ์ก็โกรธ แต่วาว่ายอมรับว่าทำไปเพราะรักพงษ์ ไม่อยากให้พงษ์ทำผิด พงษ์ยิ่งแสดงอาการรังเกียจวาว่า วาว่าเสียใจแต่ได้มดดำกับแก้วคอยปลอบ สุทธิดาเองก็ไม่พอใจพงษ์เป็นอย่างมากที่ทำงานพลาด จึงด่าว่าต่าง ๆ นานา สุดท้ายพงษ์ทนไม่ไหวจึงปล้ำสุทธิดาจนได้สุทธิดาไปในที่สุดพร้อมทั้งถ่ายคลิปไว้

          สุทธิดาเจ็บใจมาก ๆ ที่เสียตัวให้พงษ์ แต่เธอก็ไม่แคร์และสั่งห้ามพงษ์มายุ่งกับเธออีก และกลับไปต่อว่าส้มจนถึงขั้นทำร้ายส้ม มดดำทนดูไม่ได้เข้ามาช่วยส้มแต่กลายเป็นว่าส้มตีมดดำให้สุทธิดาดู และจับตัวมดดำให้สุทธิดาตี กัลยากับชาติชายต้องเข้ามาห้าม และขู่ว่าจะไล่ส้มออก ส้มเสียใจที่ชาติชายผู้ชายที่เธอรักไม่ว่าจะยังไงก็ยังไม่เคยดีกับเธอ ส้มตัดสินใจว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้กัลยากับชาติชายต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ส้มแอบมาหลอกถามเฉลิมเรื่องสายเบรกรถ เฉลิมไม่รู้ตอบไปตามซื่อ ส้มจึงไปแอบตัดสายเบรกรถของดอม แล้วหลอกให้ดอมกับมดดำไปซื้อยาให้เธอ แต่วันเกิดเหตุรถดอมจอดอยู่ด้านนอก ชาติชายกับกัลยาจะต้องไปธุระจึงรีบโดยการเอารถของดอมไปและให้ดอมเอารถของทั้งคู่ไปใช้ และสุดท้ายรถของดอมก็ไปเกิดอุบัติเหตุ เมื่อทุกคนมาโรงพยาบาล อาการของชาติชายหนักมากกว่า และต้องการเลือด ซึ่งเลือดของชาติชายเป็นเลือดที่หายาก แต่กลายเป็นว่ามดดำมีเลือดกรุ๊ปนี้และสามารถให้ได้ท่ามกลางความตกตะลึงของวาปี องค์อร สุทธิดาและดอม

          เมื่อชาติชายฟื้นขึ้นและรู้ว่าได้เลือดของมดดำช่วยไว้ ทำให้ชาติชายและกัลยาคิดจะขอตรวจดีเอ็นเอมดดำ แต่ส้มไม่ให้ สหรัฐที่รู้เรื่องจึงไปขอความช่วยเหลือจากอิทธิ อิทธิพาไปที่บ้านมดดำ เฉลิมจึงค้นบ้านและไปเจอหลักฐานว่ากรุ๊ปเลือดของมดดำในสูติบัตรไม่ตรงกับกรุ๊ปเลือดที่ให้ชาติชายไว้ ซึ่งมดดำเองก็เพิ่งรู้ความจริงแต่เมื่อทุกคนไปถามส้ม ส้มก็ไม่ยอมบอก สุดท้ายวาปีจึงบังคับให้มีการตรวจดีเอ็นเอและผลก็ออกมาว่ามดดำกลายเป็นลูกของชาติชายกับกัลยา สุทธิดากับดอมรับความจริงไม่ได้ เพราะเท่ากับสุทธิดาคือลูกของส้มแม้จะมีพ่อคือชาติชายก็ตาม และดอมก็หลงรักพี่สาวตัวเองมาตลอด หนำซ้ำตำรวจยังตามแกะรอยเรื่องการตัดสายเบรกใกล้เข้ามา ส้มจึงต้องหนีเอาตัวรอด ส้มไม่รู้จะไปไหนจึงไปหาแพรวพราว แพรวพราวเห็นส้มมาพึ่งจึงคิดหลอกใช้ส้ม จนวันหนึ่งส้มก็คาบข่าวจากมดดำมาบอกว่าชาติชายออกจากโรงพยาบาลแล้ว และจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านพักต่างจังหวัด แพรวพราวยุให้ส้มทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นชาติชายกับกัลยาจะต้องเอาส้มเข้าคุกแล้วโทษของการพยายามฆ่าก็หนักมาก ส้มเริ่มกลัวภัยจะถึงตัว แต่อยากจะฆ่าสองผัวเมียแต่ไม่รู้จะทำยังไงขอให้แพรวพราวร่วมมือด้วย แต่แพรวพราวบอกไม่เอาเพราะกลัวติดคุก ส้มเจ็บใจที่แพรวพราวเก่งแต่ยุ และเอาตัวรอด

          ทางด้านพงษ์ก็ใช้คลิปมาข่มขู่สุทธิดาเพื่อมีอะไรกันอีก สุทธิดากลุ้มใจมากไม่รู้จะหาทางออกยังไง เวลาอิทธิว่างจากงานประจำก็จะมารับจ้างตัดหญ้าอีก เมื่อได้เจอกัน สุทธิดาก็จะชวนทะเลาะจนอิทธิต้องสั่งสอนและพูดความจริงว่าเขาเคยแอบเห็นสุทธิดาไปกับพงษ์ สุทธิดาพอรู้ว่ามีคนรู้เรื่องนี้ก็โกรธและสั่งอิทธิห้ามพูดเรื่องนี้ อิทธิรับปาก สุทธิดาบอกว่าไม่อยากติดต่อกับพงษ์ อิทธิจึงรับปากว่าจะช่วยแล้วทั้งคู่ก็วางแผนหลอกล่อให้พงษ์คุยกับสุทธิดาเรื่องคลิป โดยอิทธิแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน สุดท้ายพอพงษ์รู้ว่าถูกหลอกก็จะทำร้ายอิทธิ แต่อิทธิต่อสู้จนชนะ และเอาโทรศัพท์พงษ์มาได้ อิทธิกับสุทธิดาขู่จะไปแจ้งความ พงษ์กลัวมากขับรถหนีไปแล้วไปเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต แพรวพราวเจ็บใจมากที่หลานตาย โทษว่าเป็นความผิดสุทธิดาแพรวพราวบอกจะร่วมมือกับส้มทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชาติชายและกัลยาต้องพบกับความเจ็บปวดเหมือนที่เธอสองคนได้รับ

          วันที่ทั้งหมดเดินทางมาต่างจังหวัด วาปี องค์อร ชาติชาย และกัลยา ต่างดีใจมากที่ได้มดดำมาเป็นลูก มีแต่มดดำที่เป็นห่วงแม่ไม่รู้จะไปตามได้ที่ไหน นอกจากแม่จะติดต่อมาเอง จะถามลุง ยายแดง อิทธิ ก็ไม่มีใครรู้ วาปีบอกให้ทำใจกรรมใดใครก่อเขาต้องรับเองเพราะถ้าเจอตัวส้มเมื่อไหร่ ก็ต้องให้ดำเนินคดี สุทธิดาเองยังไม่อยากมองหน้าส้ม เพราะสหรัฐและพิมพ์พรรณที่มาด้วยต่างปลาบปลื้มมดดำจนเธอเองเหมือนไร้ตัวตน มดดำพยายามจะทำความดีกับสุทธิดา แต่ไม่เป็นผล ตกดึกสุทธิดาทนไม่ไหวที่สหรัฐไม่คิดกับเธออย่างแฟนจึงคิดวางแผนมอมเหล้าสหรัฐแต่อิทธิเข้ามาขวางทั้งคู่ทะเลาะกันจนสุทธิดาเป็นลม เมื่อฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าสุทธิดาท้อง กัลยา วาปี องค์อร ช็อกเสียใจ มดดำเข้ามาปลอบสุทธิดา และบอกให้รับความจริง สุทธิดาบอกว่าจะทำแท้ง เธอจะไม่เอาลูกของพงษ์ไว้แต่มดดำขอร้อง อิทธิที่แอบฟังสองสาวคุยกันเลยเข้ามาบอกขอรับเป็นพ่อเด็กเอง สุทธิดาคิดว่าอิทธิทำเพราะสงสารแต่อิทธิบอกว่าเขาทำเพราะรัก สุทธิดาอึ้ง

          สหรัฐกับมดดำดีใจที่เรื่องของสุทธิดาลงเอยแบบนี้ ทุกคนจะได้มีความสุขเสียที วาปี กัลยา ชาติชาย องค์อร พอรู้ว่าอิทธิรักสุทธิดา ทุกคนก็ดีใจเพราะอิทธิเองก็เป็นคนดี และเพิ่งจะสอบได้ทุนไปเรียนโทที่เมืองนอก สุทธิดาจึงจะแต่งงานแล้วไปอยู่กับอิทธิ เย็นนั้นที่บ้านพักตากอากาศ ทุกคนฉลองกันอย่างมีความสุข ดอมเองก็คุยกับมดดำปรับความเข้าใจกันอย่างดี แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อส้มกับแพรวพราวปรากฏตัวขึ้น และจะฆ่ากัลยากับชาติชาย แต่สุทธิดามาขวางไว้ แพรวพราวจะยิงสุทธิดาแทน มดดำจึงเอาชีวิตเข้าแลกบังร่างสุทธิดาไว้และโดนยิงซะเอง ช่วงชุลมุนสหรัฐกับอิทธิเข้าจับตัวแพรวพราว แต่ส้มคว้าปืนแล้วจับตัวกัลยากับมดดำที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถหนีไปด้วยกัน โดยจี้และขู่บังคับให้กัลยาขับรถไป ไม่งั้นจะฆ่ามดดำ

          กัลยาขับรถมาจนน้ำมันหมด ส้มพาทั้งสองหนีเข้าป่า สหรัฐ ดอม กับอิทธิต้องรีบตามไป จนมาถึงหน้าผา ส้มกะจะผลักให้กัลยาและมดดำตกหน้าผาตายทั้งคู่ แต่มดดำก็กระเสือกกระสนปกป้องกัลยา จนส้มตกหน้าผาไปเอง แต่มดดำกับกัลยาช่วยส้มขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล จนสหรัฐ ดอม และอิทธิมาช่วยได้ทัน

          ในที่สุดแพรวพราวกับส้มก็โดนจับตัว มดดำได้รับการผ่าตัดจนหาย สหรัฐและพิมพรรณจึงขอมดดำแต่งงาน แต่มดดำขอเวลาเรียนให้จบก่อน ดอมไปเรียนเมืองนอกกับสุทธิดาและอิทธิ โดยก่อนไปทั้งคู่ก็จดทะเบียนสมรสกัน มดดำรับเฉลิมกับยายแดงเข้ามาอยู่ในบ้าน วาปีกับชาติชายก็ปรับความเข้าใจกัน องค์อรได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และได้พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ชาติชายกับกัลยาก็รับสืบทอดธุรกิจทุกอย่างจากวาปี โดยวาปีได้ไปหันปฏิบัติธรรมกับพิมพ์พรรณ

ที่มา :

เรื่องย่อโดยละเอียด ละครกากับหงส์

ที่มา :

ตอนที่ 1

      
       ชาวบ้านและกลุ่มวัยรุ่นล้อมวงเชียร์มวยกัน คู่ชกบนเวทีมวยเป็น มดดำ เด็กสาวที่เติบโตขึ้นมาในสลัม กับนักชกชาย จังหวะนั้น มดดำชกนักมวยชายแต่ถูกสวนกลับ จนล้มมาที่พื้น
      
       อิทธิเพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่บ้านติดกันมองอย่างตกใจ
       “มดดำ!”
       อิทธิรีบวิ่งมาข้างเวทีที่มดดำล้มลง ชาวบ้านต่างช่วยกันเริ่มนับ 1 มดดำจะพยุงร่างลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ค่อยได้ จนพอนับ 8 ก็เริ่มลุก จนนับ 9 ก็พยุงร่างลุกขึ้นมาได้ ชาวบ้านที่เชียร์มดดำเฮลั่น นักมวยชายจะเดินเข้ามาชกแต่กรรมการตีระฆังก่อน นักมวยทั้งสองฝ่ายแยกกันไป อิทธิรีบเอาน้ำขึ้นมาให้มดดำล้างหน้า
       “มดดำพี่ว่า...”
       มดดำยกมือห้าม
       “ฉันไม่เป็นไร”
       ที่มุมตรงข้าม จิ๋กโก๋คนหนึ่งปีนขึ้นมาบนเวทีแล้วตบไหล่นักมวยของตัวเองยกนิ้วให้ แล้วเดินไปหามดดำกับอิทธิ
       “เฮ้ย...มดดำ ยอมแพ้เหอะ ฝ่ายพี่ไม่ชอบเลยว่ะที่ต้องมารังแกผู้หญิง มันไม่แฮปปี้...ปี้...ปี้”
       จิ๊กโก๋ตบท้ายด้วยเสียงเอคโค่เบาลงๆแบบกวนๆ มดดำหน้าเข้มจริงจัง
       “สู้ให้รู้ผลแพ้ชนะไปเลยดีกว่า ขออย่างเดียวแพ้แล้วจ่ายให้ครบก็แล้วกัน”
       จิ๋กโก๋หัวเราะ
       “บอกตัวเองดีกว่าม้าง น้องมดดำ ถ้าแพ้จะเอาที่ไหนมาจ่าย”
       จิ๋กโก๋พูดจบก็มองเรือนร่างมดดำด้วยสายตาเจ้าชู้ เสียงระฆังดังขึ้น จิ๋กโก๋กับอิทธิเดินลงจากเวที มดดำกับนักมวยชายเดินมากลางเวที กรรมการบอกให้ชก แล้วเสียงเชียร์ก็ดังขึ้น
      
       สุทธิดา บุตรสาวคนโตของ ชาติชาย และ กัลยา หลานสาวของ คุณหญิงวาปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ นั่งดื่มเหล้าอยู่กับแก้ว วาว่า และพงษ์ ในผับหรู เมื่อเธอยกแก้วดื่มเพื่อนๆเชียร์
       “สุดธิดา ๆ ๆ ๆ”
       สุทธิดา ยกดื่มตามเสียงเชียร์จนหมดแล้ว คว่ำแก้วโชว์ เพื่อนหัวเราะเฮฮา
       “ดาไปเต้นกันมั๊ย” พงษ์ชวน
       สุทธิดายิ้ม
       “ได้...นำไปสิ”
       พงษ์จูงมือสุดธิดาออกไปเต้นรำ
      
       เมื่อมาชกอีกยก มดดำปรับทางมวย เธอปราดเปรียวกว่าจนได้เปรียบและใช้ท่าจระเข้ฟาดหางซัดจนนักมวยชายนอนสลบนับถึง 10 เมื่อผลออกมาชาวบ้านต่างโห่ จิ๊กโก๋มองมดดำบนเวทีด้วยความไม่พอใจ มดดำยักคิ้วกวน จิ๋กโก๋เดินไปเอาเงินให้อิทธิ มดดำกระโดดลงจากเวทีไปหา อิทธิช่วยถอดนวมให้ จิ๊กโก๋มองหน้ามดดำอย่างเซ็งๆจะเดินออกไป มดดำเรียกไว้
       “นี่!!”
       จิ๊กโก๋หันกลับมา
       “มีอะไร”
       มดดำแตะไหล่จิ๊กโก๋แล้วยิ้ม
       “เมื่อกี้บนเวทีคิดทะลึ่งกับฉัน” มดดำแทงเข่าใส่ทันที “นี่แน่!”
       “โอ้วว!!”
       อิทธิร้องเสียงหลงเห็นแล้วเจ็บแทนจิ๊กโก๋ที่กำลังกุมเป้าหน้าเขียวปากเบี้ยวตัวงอร้องโอดโอย มดดำยิ้มอย่างเลือดเย็น อิทธิเห็นแล้วเหวอไปเลย
      
       เช้าวัยใหม่...แก้วกับวาว่านั่งอยู่ที่โต๊ะในมหาวิทยาลัย ช่วยกันเรียงภาพเกี่ยวกับสถานที่ในกรุงเทพในคอมพ์ พงษ์เดินหน้ามึนๆอย่างไม่สร่างเมาเข้ามานั่งกุมขมับที่โต๊ะ แก้วกับวาว่ามองพงษ์ไม่ค่อยพอใจ
       “แล้วเอกสารที่จะแจกตอนรายงานล่ะอยู่ไหน...หรือว่ายังไม่ได้พิมพ์” วาว่าหันไปถาม
       พงษ์รำคาญ
       “โธ่...จะตื่นมานี่ยังไม่ไหว ใครจะไปพิมพ์ทัน”
       แก้วกับวาว่าโมโหทันที
       “เมื่อคืนบอกว่าอย่าดื่มมากใช่มั๊ย” แก้วถอนใจ “ถ้าดามาจะบอกว่าไง”
       “ก็ให้ดารายงานกับฉายสไลด์อย่างเดียวได้ไหมล่ะ”
       “บอกเจ้าตัวเขาเองแล้วกัน มานั่นแล้ว”
       วาว่าชี้ไปที่ลานจอดรถ รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอด สุทธิดาลงมาจากรถในชุดนักศึกษาแต่ใส่แว่นกันแดด สะพายกระเป๋าหรู พร้อมถือแฟ้มเรียนเดินมาตามทาง ผ่านนักศึกษาที่มองกันเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม จนถึงโต๊ะที่วาว่า แก้ว พงษ์นั่งรออยู่
       “พร้อมรายงานแล้วใช่ป่ะ” สุทธิดามองที่หน้าจอคอมแล้วยิ้ม
       แก้วกับวาว่าส่งสายตาฟ้องไปที่ พงษ์ที่นั่งเงียบจ๋อย สุทธิดารู้ทันทีวางแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะ พงษ์ไม่กล้าสู้ตา
       “พงษ์ยังไม่ปริ๊นท์เอกสารแจกในคลาสเลย” แก้วฟ้อง
       พงษ์อึกอัก
       “เอ่อ...คือ...”
       สุทธิดามองพงษ์เซ็งๆ หยิบเอกสารมาวางปึกหนึ่ง
       “นึกอยู่แล้วว่า พงษ์ต้องเบี้ยวเหมือนทุกครั้ง ฉันเลยปริ๊นท์มาให้”
       แก้ว วาว่า พงษ์ มองสุทธิดาแล้วยิ้มดีใจ
       “ขอบคุณมากนะ ดานี่นางฟ้าจริงๆ ช่วยพวกเราทุกครั้งเลย” พงษ์เอาใจ
       “แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปพงษ์ไปหากลุ่มอื่นอยู่เถอะนะ”
       พงษ์จ๋อยไป
       “ดา”
       สุทธิดายิ้ม
       “ขอโทษนะ ดาชอบร่วมงานกับคนเก่งๆน่ะ”
       พูดจบสุทธิดาก็ไม่สนใจพงษ์อีก ลงนั่งเปิดแฟ้ม เอาเอกสารมาจัดกับแก้วและวาว่า พงษ์มองเซ็งๆ
      
       ในห้องเรียนมหาวิทยาลัย....สุทธิดารายงานงานอยู่หน้าชั้นเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว มีรูปสวยๆของกรุงเทพฯฉายบนกระดาน
       “Finally, As the cultural, and spiritual capital of Thailand, Bangkok features both old-world charm and modern convenience, but always with a gracious smile.”
       สุทธิดาพูดจบก็โค้งสวยงาม เพื่อนๆต่างชื่นชมปรบมือลั่นทั้งห้อง แก้ว วาว่า พงษ์ ลุกมาเดินแจกเอกสารให้อาจารย์และเพื่อนๆ แล้วมารวมตัวกันโค้งรับเสียงปรบมือที่หน้าห้องอีกครั้ง อาจารย์สุนีย์ยกนิ้วให้
       “อาจารย์อยากให้ทุกคนดูไว้นะคะ ของสุทธิดาทำออกมาดีมาก พรีเซ้นท์ ได้ดีสามารถนำไปใช้งานได้จริง เก่งมากค่ะ”
       สุทธิดา ยิ้มให้อาจารย์และเดินสวยกลับมานั่งที่โต๊ะ พงษ์มองอย่างรักใคร่
       “เก่งมากดา”
       สุทธิดายิ้ม
       “ถ้ารักจะเที่ยว ต้องหัดรับผิดชอบให้มากกว่านี้นะพงษ์”
       พงษ์จ๋อยสนิท สุดธิดาวางท่ามั่นใจอย่างสวยงาม       
      
       สุทธิดาขับรถมีวาว่านั่งมาด้วย
       “ฉันไม่เข้าใจ แค่แฟลชไดร้ฟเสียอันเดียวทำไมต้องมาหาซื้อแถวนี้ด้วย ไปซื้อที่ห้างใกล้ๆมหาลัยสะดวกกว่าตั้งเยอะ” สุทธิดาบ่น
       “แหม...ไอ้พวกความจุเยอะๆซื้อในห้างมันแพงอ่ะ ฉันไม่ชอบลงทุนกับอุปกรณ์การเรียน มันเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ถ้าเป็นกระเป๋าร้องเท้าว่าไปอย่าง”
       “ย่ะ...คุ้มมากเลย แถวนี้ร้อนจะตายเดี๋ยวเธอลงไปนะ ฉันจะรอในรถ”
       “จ้ะคุณหนู นี่ถ้าเธอเกิดมาเป็นอย่างสองคนที่เดินถนนนั่นจะทำไง”
       วาว่าชี้ไป สุทธิดามองตามเห็นอิทธิกับมดดำเดินอยู่ริมถนน สุทธิดาต่อว่าเพื่อน
       “เพ้อเจ้อ ฉันจะไปเป็นสองคนนั้นได้ไง”
       รถสุทธิดาขับเลยไปแล้วไปจอดไฟกระพริบที่ริมถนน วาว่าเดินลงจากรถวิ่งเข้าร้านไป ขณะที่มดดำกับอิทธิทีเดินอยู่ริมถนนคุยกันไปเรื่อยๆ
       “พี่อิทหน้าฉันยังช้ำอยู่รึเปล่า”
       “ไม่มีหรอก แต่ตามแขนตามตัวนี่สิ ไม่รู้น้าส้มจะว่าไงบ้าง”
       มดดำส่ายหัว
       “ไม่ว่าไงหรอก แม่เขาไม่เคยสนใจฉันอยู่แล้ว”
       “มดดำ”
       “อะไร”
       “พี่ว่ามดดำเลิกเหอะ อย่าไปชกมวยอีกเลย”
       “ฉันชอบชกมวย จะได้ไม่มีใครมารังแกฉันได้...และถ้าฉันไม่หาเงินเรียนเอง แม่คงยอมให้เรียนหรอก”
       อิทธิถอนใจเห็นใจมดดำ แล้วทั้งสองก็เดินมาหยุดที่ป้ายรถเมล์ใกล้ๆกับที่สุทธิดาจอดรถรอเพื่อนอยู่ มดดำมองเข้าไปในรถเห็นสุทธิดานั่งเติมหน้ารอเพื่อน
       “ถ้ามดดำแต่งหน้าคงสวยเหมือนคนในรถเน๊อะ” อิทธิหันมาบอก
       “โห พี่อิทธิ พูดอะไรไม่ใกล้ความจริงเลย” มดดำหัวเราะ “ฉันจะมีโอกาสแต่งตัวสวยๆ เหมือนคนอื่นเขาเหรอ”
       มดดำหันมองสุทธิดาอีกครั้ง อิจฉาหน้างอนป่อง
       “ไม่เห็นจะอยากเลย”
       มดดำมองไปที่สุทธิดาในรถอีกทีแล้วถอนใจเครียด แล้วเธอก็ตะโกนบอกอิทธิ
       “นั่นไง รถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับของฉันมาแล้ว”
      
       รถเมล์วิ่งมาจอด มดดำกับอิทธิขึ้นรถเมล์ไป



       เมื่อครั้งในอดีต..มดดำในวัยเด็กได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกก็สะดุ้งตื่นงัวเงียลุกขึ้นออกจากมุ้ง แล้วรีบกวาดบ้านถูบ้าน
      
       ทางด้านสุทธิดา...ในวัยเด็กนอนห่มผ้าในห้องแอร์เย็นสบาย ข้างๆมีคนใช้คอยปลุกแต่สุทธิดาไม่ตื่น กัลยาเปิดประตูเข้ามามองแล้วส่ายหน้าแต่ก็อมยิ้มเอ็นดูไปด้วย
      
       มดดำถูบ้าน ขณะที่ส้ม แม่ของเธอซึ่งเป็นหมอนวดแผนโบราณที่สปาแห่งหนึ่ง เดินหาวออกมามีผ้าเช็ดตัวพาดไหล่จะไปล้างหน้าแปรงฟัน ส้มเดินไม่ดูจะชนมดดำๆเลยถอยหลีกทางให้แต่มาชนถังน้ำหกเลอะบ้าน
       “อีกแล้วเหรออีมดดำ ทำงานแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอมึง อีโง่!”
       ส้มเห็นก็โกรธ วิ่งเข้าตีๆๆๆมดดำไม่ยั้ง
       “แม่ หนูเจ็บ แม่”
       มดดำร้องไห้ ส้มจะตีต่อ เฉลิมพี่ชายแท้ๆ ของส้ม ซึ่งมีอาชีพขับรถสองแถว ดึงมือไว้ มดดำได้ทีวิ่งหนีไปเลย
       “อีมดดำ กลับมานี่ มาให้กูตีซะดีๆ อีลูกบ้า”
       ส้มมองตามด้วยความเจ็บใจ
      
       สุทธิดาออกมาจากห้องน้ำ คนใช้สองคนคอยเตรียมชุดนักเรียนให้ ติดกระดุม หวีผม ถักเปีย ใส่ถุงเท้า เตรียมกระเป๋าเลือกที่คาดผมให้ สุทธิดา ส่ายหน้าจนเลือกอันที่ถูกใจ คนใช้คาดผมให้ กัลยาเดินมารับยิ้มแย้ม
       “ไปโรงเรียนได้แล้วนะลูก”
      
       ลูกค้าซึ่งเป็นคุณนายเดินเข้าสปามา ส้มรีบเข้ามาไหว้นอบน้อมดูดี แล้วประคองไปนั่งที่เก้าอี้นวด ด้านหลังสปามดดำกำลังเอาผ้าขนหนูตากอยู่ ส้มเดินเข้ามา
       “อีมดดำลูกค้ามาแล้วเอาอ่างน้ำไปให้ด้วย”
       “หนูยังตากผ้าอยู่”
       ส้มเดินมาเงื้อมือ
       “แล้วจะไม่ทำหรือไง”
       มดดำยกมือป้องแล้วรีบวางงานไปหยิบกาละมังเติมน้ำ ส้มมองค้อนแล้วเดินเข้าไปในร้าน มดดำเติมน้ำเสร็จก็ยกอ่างน้ำที่ใหญ่กว่าตัวเดินไป...มดดำล้างเท้าเช็ดเท้าให้คุณนายอย่างดี คุณนายยิ้มแล้วหยิบเงินทิปส่งให้ มดดำยิ้มแป้นแต่ยังไม่ทันจะแบมือรับเงิน ส้มก็ชิงแบมือมาก่อน คุณนายมองส้มงงๆ
       “เขาเป็นลูกหนูเองค่ะ หนูเก็บไว้ดีกว่าเดี๋ยวเอาไปทำหล่นหาย”
       คุณนายมองส้มที่แบมือไม่สนใจ จับมือมดดำมายัดเงินใส่ ส้มมองมดดำไม่พอใจ
      
       มดดำอยู่หลังร้านสปา ส้มเดินมาหา
       “ทิปเมื่อกี้อยู่ไหน”
       “หนูจะเอาไว้เรียนตอนโต”
       “ตอนโตเหรอ ฮึ...กูจะยอมให้มึงเรียนแค่ป.หกพอ เอาเงินมา”
       “หนูไม่ให้”
       สองแม่ลูกแย่งเงินกัน จนสุดท้ายส้มก็ได้เงินไปแล้วผลักมดดำล้มลง เพื่อนหมอนวดวิ่งมาประคองมดดำ ส้มชี้หน้า
       “จำไว้นะ ชีวิตมึงเป็นของกู กูจะให้มึงโง่ มึงเลว มึงก็ต้องทำ”
       ส้มเดินเข้าสปาไป เพื่อนๆหมอนวดมองตามส้มแล้วส่ายหน้าระอาใจ มดดำมองตามแม่ แล้วเห็นเด็กนักเรียนเล็กๆเดินกลับบ้านผ่านหน้าร้าน
       “หนูจะเรียน หนูอยากไปโรงเรียน”
       มดดำร้องไห้
      
       สุทธิดาเล่นเสก็ตน้ำแข็งด้วยลีลาสวยงาม กัลยา นั่งเชียร์อยู่ด้วยความปลาบปลื้ม สุทธิดาเล่นท่าจบอันแสนสวยงาม คนดูทุกคนปรบมือ กัลยาเห็นคนดูชอบก็มีความสุข...สุทธิดารับเหรียญรางวัล
      
       ส้มไม่กลับบ้าน ตั้งวงเล่นไพ่ กินเบียร์อยู่หลังร้าน
       “โอ๊ย...ทำไมวันนี้มันซวยอย่างงี๊วะ”
       มดดำชวน
       “แม่...กลับบ้านเหอะ หนูหิวข้าว”
       ส้มไล่
       “มึงไปเลย อีตัวซวย ไม่ต้องมาตื๊อกู กลับไปเลย”
       “แม่...เลิกเหอะ เล่นไปก็มีแต่เสีย”
       “อีมดดำ อีปากหมา”
       ส้มถีบจนมดดำไถไปกับฟื้น จนเพื่อนหมอนวดต้องห้าม
       “พอแล้ว เดี๋ยวก็ตายคาตีนกันพอดี มดดำ เอ็งก็กลับไปก่อนไป ไม่ต้องรอหรอก”
       มดดำนั่งมองแม่อีกสักพัก ก็ตัดใจเดินออกไป
      
       ส้มเล่นไพ่มือเริ่มขึ้น
       “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ อีมดดำไป มือกูขึ้นเลย อีนี่มันตัวซวยจริงๆ มาๆเลยจ่ายมา กินเรียบ”
       มดดำเดินจูงตำรวจมาไกลๆ
       “ทางนี้เลยจ๊ะ เดินเร็วๆหน่อย ลุงตำรวจ หนูอยากกลับบ้านแล้ว”
       ส้ม หัวเราะร่าเริง        เพื่อนเล่นเสียก็บ่นอย่างเซ็งๆ
       “โอ๊ย...ไพ่ฉัน ไอ้มดดำไปมือตกเลย”
       ส้มดีใจ
       “ป๊อกอีกแล้ว กินเรียบ จ่ายมาเลย เด้งด้วย ฮ่าๆๆๆๆ”
       “กินอยู่คนเดียวเลยนะอีส้ม วันนี้กูเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว”
       มดดำจูงมือตำรวจเข้ามา        ตำรวจรีบบอก
       “อย่าพึ่งเลิกสิครับ ขอเล่นด้วยคน”
       ส้มไม่ทันหันไปมอง
       “มาเล่นเลย นั่งแทนอีนี่เลย นั่งๆๆ”
       เพื่อนที่เห็นอ้าปากค้าง อีกคนสะกิด ส้มเงยหน้ามอง มดดำชี้ไปที่แม่
       “แม่หนู จับเลย...”
       ทุกคนแตกฮือเป็นผึ้งแตกรัง วิ่งวนอยู่แถวนั้น ส้มตกใจลุกไม่ขึ้น ตำรวจเข้ารวบตัววุ่นวาย ส้มตะโกนด่ามดดำ
       “อีมดดำ อีลูกเวร มึงเอาตำรวจมาจับกู กูจะฆ่ามึง อีบ้า! กูจะฆ่ามึง!”
       ส้มพูดไปด้วย ยกเท้าถีบลูกไปด้วย แต่ไม่ถึง ตำรวจสองนายช่วยจับส้มไว้ มดดำวิ่งหนีแม่ตั้งแต่แม่ยกเท้าแรก ไปยืนมองไกลๆ หน้าตากลัว และสลดลง
      
       ปัจจุบัน...บริเวณหน้าร้านต้นไม้ มดดำกับอิทธิ กำลังช่วยกันยกกระถางที่เพิ่งมาส่งที่ร้าน อย่างขยันขันแข็ง เจ้าของร้านคอยยืนกำกับอยู่ใกล้ๆ มดดำเห็นลูกค้าเดินเข้าร้าน ก็รีบปลีกตัวไปต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม
       “สวัสดีค่ะ...ชอบต้นไม้ต้นไหนถามหนูได้นะคะ”
       มดดำนำลูกค้าเดินดูต้นไม้และใส่ใจลูกค้าเป็นอย่างดี เจ้าของร้านที่ยืนอยู่กับอิทธิมองดูมดดำก็อดเอ็นดูและชื่นชมไม่ได้
       “พี่คิดไม่ผิดจริงๆที่รับเธอสองคนมาทำงานที่นี่ เหนื่อยกันตั้งแต่เช้าแล้วแต่ก็ยังมีแรงไปยิ้มต้อนรับลูกค้าได้อีก”
       “ถ้าเรื่องความขยัน ผมคงสู้มดดำไม่ได้หรอกพี่ รายนั้นน่ะทำงานช่วยแม่มาตั้งแต่เด็กแล้ว”
       “ไม่คิดจะจีบเขาเป็นแฟนบ้างเหรอ”
       อิทธิเขิน
       “พูดอะไรอย่างงั้นพี่ ผมเห็นมดดำตั้งแต่เกิด มันเหมือนน้องสาวผมไปแล้ว”
       เจ้าของจ้องหน้าคาดคั้น
       “จริงเหรอจ๊ะ”
       เจ้าของร้านเดินออกไป ปล่อยให้อิทธิยืนยิ้มๆมองดูมดดำอย่างชื่นชม มดดำหันมามองอิทธิแล้วยิ้มตอบ ขณะเดียวกันนั้นกัลยากำลังเดินเลือกต้นไม่อยู่ที่ร้านไม่ไกลกัน ทันใดนั้นก็มีโจรสองคนขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดใกล้ๆ โจรคนซ้อนท้ายวิ่งลงมากระชากกระเป๋ากัลยา
       “ว้าย!! ช่วยด้วย”
       มดดำหันมองตามเสียงเห็นกัลยาดึงกระเป๋าไว้ โจรผลักกัลยาล้มก่อนจะวิ่งขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ที่เพื่อนรออยู่แล้วขี่หนีผ่านมาทางมดดำ เธอหยิบกระถางต้นไม้ขนาดเหมาะมือ แล้ววิ่งมาที่ฟุตบาท
       “ไอ้โจรห้าร้อย บังอาจทำชั่วต่อหน้ามดดำรึ!”
       พอได้จังหวะมดดำก็ซัดกระถางใส่คนขี่จนเสียหลักล้ม โจรทั้งสองคนโมโหจะลุกขึ้น มดดำปรี่เข้าไปถีบโจรแล้วจะกระชากกระเป๋าคืนแต่โจรไม่ให้
       “ปล่อย!”
       “ปล่อยให้โง่สิมึง”
       “ไม่ปล่อยใช่มั้ย งั้นเอานี่ไปกิน ย๊ากกก!!”
       มดดำเตะเสยปลายคางป๊าบเข้าให้เต็มๆ อิทธิรีบวิ่งเข้ามาช่วยกระชากเสื้อโจรอีกคนแล้วต่อย เกิดการต่อสู้กันขึ้น มดดำกระชากกระเป๋ามาได้ โจรเจ็บใจชักมีดออกมาจะแทงมดดำ อิทธิผลักมดดำออกเลยโดนมีดเฉี่ยวเล็กน้อย โจรเห็นมดดำเสียหลักล้มก็หยิบสายยางมารัดคอมดดำ อิทธิก็กูกกระโดดคร่อมและสู้กับมีดที่กำลังจ่อคอหอย ทั้งสองกำลังจะเสียที กัลยาวิ่งมาดูเหตุการณ์อยู่เห็นท่าไม่ดี เจ้าของร้านวิ่งมาจับมือกับกัลยาด้วยความกลัว กัลยามองไปรอบๆแล้วตัดสินใจตะโกน
       “ตำรวจ! ตำรวจมาแล้ว ช่วยด้วยค่ะคุณตำรวจ!!”
       สองโจรตกใจรีบวิ่งไปสตาร์ทรถแล้วหนีไป มดดำลุกขึ้นได้เจ็บใจ
       “เฮ้ย! กลับมาก่อนไอ้โจรห้าร้อย! โด่...ไม่แน่นี่หว่า กลับมาดิเว้ย!”
       “พอได้แล้วมดดำ เมื่อกี้เกือบเสร็จมันอยู่แล้วยังจะห้าวอีก” อิทธิกุมแผล “โอ้ย!”
       กัลยารีบวิ่งมาดูมดดำ เจ้าของร้านรีบวิ่งไปช่วยอิทธิ
       “หนู! หนูเป็นไงบ้างจ๊ะ! เจ็บตรงไหนมั้ย”
       มดดำปัดๆฝุ่นตามตัวและกระเป๋า
       “ไม่เป็นไรค่ะ...” มดดำยื่นกระเป๋า “นี่กระเป๋าของคุณค่ะ”
       กัลยารับมา
       “ขอบใจมากจ๊ะหนู”
       ทันทีที่กัลยาสบตามดดำก็รู้สึกว่าถูกชะตามาก มดดำรีบวิ่งไปดูอิทธิที่เจ็บแผลอยู่
       “พี่อิท...พี่อิทเป็นไงบ้าง”
       “ไม่เป็นไรหรอก โดนมีดเฉี่ยวนิดเดียวเอง แผลไม่ลึก”
       “ไม่เป็นไรไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะพาไปโรงพยาบาล”
       กัลยาหยิบโทรศัพท์มากดโทรตามคนขับรถ
       “นายเหวง มารับฉันเร็ว”
      
       กัลยากดวางสาย สีหน้าเป็นห่วงเด็กทั้งสอง
              มดดำกับเจ้าของร้านช่วยกันพยุงอิทธิเข้ามานั่งด้านใน กัลยาเดินตามมาด้วย เจ้าของร้านรีบวิ่งไปเอากล่องยาทำแผลมาเปิด มดดำจะทำแผลกัลยารีบหยิบแอลกอฮอล์มาเช็ดแผล
      
       “ฉันว่าไปหาหมอเถอะนะจ๊ะ ฉันขอร้อง...” กัลยาหันมาหามดดำ “ตัวหนูก็เถอะ ดูสิคอแดงหมดเลย”
       “หนูไม่เป็นหรอกค่ะ นี่ถ้าไม่เสียสมาธิกับกระเป๋านะ...หึ!ไม่ได้กินหนูหรอก”
       อิทธิส่ายหน้า
       “กับไอ้เรื่องชกต่อยเนี่ย โม้ได้ตลอด”
       มดดำยิ้มแหยๆ นายเหวงวิ่งเข้ามา เห็นอิทธิมีแผลก็งง
       “เกิดอะไรขึ้นครับคุณกัลยา”
       “พาเด็กสองคนนี่ไปหาหมอหน่อย”
       อิทธิหันมาบอก
       “ผมไม่เป็นไรจริงๆครับ ทำแผลที่นี่ก็พอ”
       “หนูก็เหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะ”
       มดดำยกมือไหว้ กัลยามองหน้าอิทธิกับมดดำอย่างจนใจที่เด็กทั้งสองไม่รับความช่วยเหลือ เลยตัดสินใจทำแผลให้อิทธิต่อ
      
       เจ้าของร้าน มดดำ อิทธิ ที่ทำแผลเสร็จเดินมาส่งกัลยากับเหวง ที่หน้าร้าน
       “ฉันต้องขอขอบคุณพวกเธอสองคนอีกครั้งนะ ที่ช่วยฉันเอาไว้ ถ้าไม่ได้พวกเธอฉันต้องแย่แน่เลย พวกเธอกล้าหาญมากจ้ะ”
       อิทธิยิ้ม
       “ไม่เป็นหรอกครับ เป็นคนอื่นก็คงทำแบบเดียวกับพวกผม”
       กัลยายิ้มชื่นชม แล้วหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ออกมา
       “ฉันอยากจะตอบแทนพวกเธอ” กัลยายื่นเงินให้ “ถือว่านี่เป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยๆจากฉันนะ”
       มดดำตาโตมองเงิน ก่อนยิ้มมองหน้าอิทธิ อิทธิส่ายหน้า มดดำงอน อิทธิมองตาง้อๆ
       “หนูไม่ได้ทำเพื่อหวังสิ่งตอบ แต่หนูทำเพราะมันเป็นสิ่งที่สมควรทำค่ะ”
       มดดำยิ้มที่คิดว่าน่ารักที่สุดให้กัลยา
       “แต่หนูก็ขอบคุณมากนะคะ”
       อิทธิหน้าเหวอ กัลยาหัวเราะเอ็นดูออกมา ส่งเงินให้ มดดำรับเงิน หันมายิ้มให้อิทธิแล้วก้มลงไหว้ เรียบร้อยแทบติดพื้น
       “ขอบคุณมากนะค๊า”
       กัลยาซึ้งน้ำใจเด็กทั้งสอง หันไปบอกเจ้าของร้าน
       “คุณนี่มีลูกดีจังเลยนะคะ น่าภูมิใจแทน”
       เจ้าของร้านรีบบอก
       “ไม่ใช่ค่ะ เด็กสองคนนี้เป็นลูกจ้างในร้านค่ะ”
       กัลยายิ้ม
       “เธอสองคนเป็นคนดีมากนะ ไว้ฉันจะมาเยี่ยมมาซื้อของบ่อยๆนะจ๊ะ”
       เจ้าของร้านบอกกับกัลยา
       “ฉันกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดค่ะ”
       กัลยาชะงัก
       “อ้าว...แล้วสองคนนี่ล่ะ”
       มดดำกับอิทธิมองหน้ากันยิ้มให้กำลังใจกัน
       “ผมกับน้องก็คงหางานใหม่น่ะครับ”
       เจ้าของร้านนึกได้
       “คุณช่วยหางานให้เด็กสองคนนี่ได้ไหมคะ ฉันก็อยากจะช่วยแต่ร้านแถวนี้เขาก็จ้างแรงงานต่างด้าวกันหมดแล้ว”
       อิทธิกับมดดำพูดพร้อมกัน
       “ป้านวล”
       “เกรงใจคุณเขา” มดดำบอกกับกัลยา “เอ่อ...ไม่เป็นไรนะคะ พวกหนูไม่รบกวนนะคะ”
       “เออ...น่า ถ้าคุณแกช่วยได้ก็ดี ช่วยไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนี่...คือเอาตามที่คุณสะดวกนะคะ ฉันแค่เป็นห่วงพวกเขา”
       กัลยามองอิทธิกับมดดำอย่างใช้ความคิด อิทธิกับมดดำหน้าเจื่อนเพราะเกรงใจกัลยา
      
       พิมพ์พรรณเจ้าของบริษัท Jewelry by Pimphan บริษัทเครื่องประดับอัญมณีอันดับหนึ่ง อยู่ในบริเวณห้องอาหาร กำลังง่วนอยู่กับการสั่งคนในบ้านจัดแจงบ้านให้เรียบร้อย ขณะที่สิริยุพาเลขาส่วนตัวกำลังวุ่นอยู่กับการคุยโทรศัพท์เดินตาม
       “นี่...ห้องของตารัฐน่ะเรียบร้อยดีรึยัง” พิมพ์พรรณถามแม่บ้าน
       “ค่ะ...เรียบร้อยดีแล้วค่ะ”
       แม่บ้านรีบไปจัดแจงอย่างอื่นต่อ สิริยุพายื่นโทรศัพท์ให้พิมพ์พรรณ
       “สายจากกองประกวดค่ะ...ถามเรื่องเป็นสปอนเซอร์น่ะค่ะ”
       ระหว่างที่ส่งโทรศัพท์ให้พิมพ์พรรณ สิริยุพาก็ต้องรีบสายโทรศัพท์อีกเครื่องแล้วเดินคุยกระซิบกระซาบแยกไป พิมพ์พรรณรับโทรศัพท์มาพูดสาย
       “สวัสดีค่ะ...ได้ค่ะได้...ส่งรายละเอียดมาได้เลยค่ะ ค่า...ไม่มีปัญหา ค่ะ แต่ต้องให้พิธีกรพูดชื่อบริษัทพี่บ่อยๆหน่อยนะคะ แล้วเดี๋ยวแบบมงกุฎเพชรเสร็จพี่จะนัดประชุมนะคะ...ค๊า...ขอบคุณค่ะ...สวัสดีค่ะ”
       พิมพ์พรรณวางสายมองหา สิริยุพารีบวิ่งมาหาแล้วยื่นให้อีกเครื่อง
       “จากมูลนิธิเพื่อเด็กพิการซ้ำซ้อนค่ะ”
       แม่บ้านวิ่งมา
       “คุณผู้หญิงคะพรหมใหม่มาส่งแล้ว ให้ปูไว้ตรงไหนดีคะ”
       พิมพ์พรรณพูดกับโทรศัพท์
       “ปูไว้หน้ามูลนิธิได้เลยจ๊ะ...อุ๊ยขอโทษ...สักครู่นะคะ”
       แม่บ้านงง พิมพ์พรรณนึกได้เอามือปิดโทรศัพท์หันมาพูดกับแม่บ้าน
       “ถ้าเป็นลายตารางหมากรุกก็ไปปูหน้าเตียงห้องตารัฐได้เลย        แต่ถ้าลายดอกไม้ก็ไปปูห้องรับแขก”
       แม่บ้านวิ่งไปพิมพ์พรรณหันกลับมาคุยโทรศัพท์
       “ขอโทษค่ะ พอดีพี่คุยกับแม่บ้านไปด้วย มาต่อเลยค่ะ อันนี้จากไหนนะคะ นางงามซ้ำซ้อนเหรอคะ”
       สิริยุพารีบเบรก
       “เอ่อ...คุณพิมพ์คะ เด็กพิการซ้ำซ้อนค่ะ”
       “อ่ะ...อ๋อ...ค่ะๆ เรื่องเงินบริจาคไม่มีปัญหานะคะ เพื่อ มูลนิธิเด็กพิการซ้ำซ้อน ดิฉันเต็มใจเสมอค่ะ ก็ปีนี้ดิฉันขอบริจาคเพิ่มแล้วกันนะคะ เป็นล้านหนึ่งแล้วกัน ยังไงจะให้บัญชีส่งเช็คให้วันพรุ่งนี้นะคะ....อุ๊ยไม่ต้องเป็นข่าวนะคะ พี่ไม่ใช่พวกทำบุญสร้างข่าวค่ะ ขอบคุณนะคะ ถ้าทางมูลนิธิขาดเหลืออะไรต้องรีบแจ้งเลยนะคะ”
       พิมพ์พรรณวางสายแล้วหันไปดูความเรียบร้อยของบ้าน
       “ยุพา แล้วตกลงตารัฐคอนเฟิร์มไฟล์ไหนเนี่ย”
       “ยุพาก็ไม่ทราบค่ะ คุณรัฐบอกครั้งสุดท้ายว่าถึงวันนี้แค่นี้ค่ะ”
       พิมพ์พรรณ์ถอนใจ
       “ตายแล้วลูกฉัน จะขยันทำตัวลึกลับไปไหนนะ”
       ทันใดนั้นเสียงสหรัฐดังขึ้น
       “ไม่ไปไหนแล้วครับ”
       พิมพ์พรรณกับสิริยุพาหันไปก็เห็นสหรัฐเดินลากกระเป๋าเข้ามากอด พิมพ์พรรณตกใจ
       “ตารัฐ”
      
       พิมพ์พรรณพาสหรัฐ ลูกชายคนเดียวของเธอ เดินเข้ามาในห้องนอน คนรับใช้ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาวางในห้อง
       “ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันจัดเอง”
       คนรับใช้เดินออกไป
       “นี่รัฐ...ทำไมลูกไม่อยู่ฉลองรับปริญญาที่นู่นล่ะ แม่จะได้ถือโอกาสบินไปช้อปปิ้ง”
       “ตกลงคุณแม่อยากไปช้อปปิ้ง มากกว่าไปฉลองรับปริญญาผม”
       พิมพ์พรรณค้อนที่ลูกรู้ทัน เดินไปนั่งลงที่เตียง สหรัฐตามไปนั่งข้างๆ
       “เออนี่ลูก...ตอนนี้รัฐของแม่ก็จบโทแล้ว แม่คิดว่าแม่จะวางมือเรื่องธุรกิจอยากเอาเวลาไปทำงานเพื่อสังคมมากกว่า ไม่อยากทำอะไรเพื่อเงินแล้ว รัฐมาทำงานแทนแม่นะ”
       สหรัฐกอดเอวแม่
       “ตามบัญชาฮองเฮาเลยครับ”
       พิมพ์พรรณหอมแก้มลูกชายด้วยความพอใจ แล้วนึกได้
       “อ้อ...เย็นนี้ไปกับแม่หน่อยนะ”
       “ไปไหนครับ”
       “บ้านน้ากัลยาจ้ะ วันนี้เป็นวันเกิดของคนสำคัญของลูกในอนาคตไงจำได้ไหม”
       “สุดธิดา นี่แม่ยังคิดจะจับคู่ให้พวกเราอีกเหรอครับ”
       “ไม่ได้จับคู่ พูดซะแม่ดูโบราณเลย แค่ว่าแม่ชอบแล้วอยากให้ลูกชอบ แม่ดูๆแล้วหนูดานี่ล่ะโดนแม่ที่สุดแล้ว ถ้าลูกไม่มีใครก็มองหนูดาขวัญใจแม่หน่อยนะ”
       สหรัฐยิ้มรับเจื่อนๆ
      
       อาจารย์สุนีย์ดูสมุดรายงานของสุทธิดา แล้วถาม...
       “สุทธิดา คนเก่ง คิดจะสอบชิงทุนไปดูงานกับ BBC ที่อังกฤษไหม จะได้เป็นหน้าเป็นตาของมหาวิทยาลัยด้วย อาจารย์จะเขียนจดหมายแนะนำให้”
       “ถ้าไปก็เสียเวลาไปหนึ่งปี หนูไม่เอาดีกว่าค่ะ ขอโทษด้วยนะคะอาจารย์”
       “ไม่เป็นไร ถ้าเปลี่ยนใจก็มาบอกอาจารย์นะ”
       อาจารย์สุนีย์เดินออกไป พงษ์ แก้ว วาว่าเดินเข้ามา
       “ดา...เธอนี่เก่งจริงๆเลยอ่ะ ขอบใจมากนะ” แก้วเอ่ยชม
       “ถ้าไม่ได้เธอนะ รายงานกลุ่มเราต้องแย่แน่เลย”
       วาว่าพูดจบก็หันไปค้อนใส่พงษ์ ที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ สุทธิดายิ้มดีใจที่เพื่อนชม
       “เดี๋ยวเราไปเลี้ยงฉลองกันนะดา วันนี้วันเกิดดาด้วยนี่” พงษ์หันมาชวน
       “วันนี้คุณแม่จัดงานให้ที่บ้าน แล้วพี่รัฐก็กลับมาวันนี้ด้วย”
       แก้วตาโต
       “โห...จัดงานด้วย ใจคอจะไม่ชวนเพื่อนๆเลยเหรอ”
       “เอาเป็นว่าเชิญตอนนี้เลยแล้วกัน พวกเธอจะได้เจอพี่รัฐด้วย”
       วาว่านึกๆ
       “พี่รัฐ...ที่ดาเคยเล่าว่าเป็นลูกชายเพื่อนสนิทคุณแม่ดาน่ะเหรอ แหม...แฟนใช่ป่ะ”
       “บ้า พี่ชาย...”
       สุทธิดายิ้มเขิน แต่พงษ์รู้สึกไม่พอใจ แก้วรีบบอก
       “งั้นเอารูปมาให้ดูเลย เร็วๆ ยังไงฉันต้องขอสกรีนด้วยคน”
       สุทธิดาเอารูปสหรัฐที่อยู่ในโทรศัพท์ออกมาให้ทุกคนดู เป็นรูปในชุดปริญญาที่หล่อมาก ทุกคนกรี๊ด ยิ้มแซวสุทธิดากันใหญ่ แต่พงษ์คนเดียวที่มีท่าทีเซ็งไม่พอใจ
      
       พงษ์ แก้ว วาว่า เดินมาส่งสุทธิดาที่รถ
       “ดา...ตกลงนายสหรัฐนั่นเป็นแฟนดาหรือเปล่า” พงษ์ถามอย่างแคลงใจ
       สุทธิดายิ้มๆ
       “ก็...ยังไม่รู้สิ”
       พงษ์ชะงัก
       “ไม่รู้...ดาโกหกผมหรือเปล่า”
       สุทธิดาชักฉุน
       “นี่พงษ์ ฉันว่าเธอกำลังยุ่งเรื่องของฉันนะ”
       “งั้นก็บอกมาสิ”
       สุทธิดาเสียงจริงจัง
       “ไม่จำเป็น และถ้าเธอยังล้ำเส้นฉันอีก งานเย็นนี้ก็ไม่ต้องไป แล้วต่อไป และฉันก็อาจจะไม่คุยกับเธออีกต่อไปด้วย”
       สุทธิดาเปิดประตูรถเข้าไปสตาร์ทแล้วขับไป พงษ์ยืนหัวเสีย แก้วกับวาว่ายืนมองพงษ์ด้วยความสงสาร แก้วเข้ามาบอก
       “ถ้าชอบดาฉันว่าเปลี่ยนใจเถอะ ดาทั้งสวยทั้งรวยทั้งเก่งขนาดนั้น เขาไม่ชอบคนรุ่นเดียวกันหรอก”
       วาว่าเสริม
       “นั่นสิ เธอก็ออกจะหล่อ ไปหาจีบคนอื่นดีกว่า หรือพวกฉันสองคนก็ได้นะยังว่าง ไม่รังเกียจคนเรียนไม่เก่งด้วย”
       “ขอโทษนะ เธอสองคนไม่ได้ชื่อสุทธิดา”
      
       ขาดคำพงษ์ก็เดินหนีไปขึ้นรถขับออกไป แก้วกับวาว่ามองตามแล้วค้อนหมั่นไส้



       ฝ่ายกัลยาคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขกบ้าน คุณหญิงวาปีกับดอม ลูกชายคนเล็กของกัลยา ในชุดนักเรียนมัธยมนั่งฟังอยู่
      
       “กัลไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ค่ะ...สวัสดีค่ะ”
       กัลยาวางสาย
       “สมัยนี้ขโมยขโจรมันเยอะจริง” คุณหญิงบ่นๆ
       สุทธิดาเดินเข้าบ้านมา
       “มีอะไรกันหรือคะ”
       สุทธิดาวิ่งเข้าไปหอมแก้มคุณหญิงอย่างประจบประแจง แต่พอมองคุณหญิงก็เห็นสีหน้าแปลกๆ
       “อย่าบอกนะว่าไม่ได้จัดงานให้ดา ดาไม่ยอมด้วย”
       ดอมมองเซ็งๆ
       “จัดน่ะจัดอยู่แล้ว ใครกล้าขัดใจพี่ดาได้บ้างล่ะ”
       “นี่นายดอม ฉันไม่ได้พูดกับเรา”
       “ยายกำลังคุยเรื่องที่แม่เราโดนจี้วันนี้”
       สุทธิดาตกใจ
       “ห๊า...” เธอรีบวิ่งไปนั่งใกล้ชนดอมกระเด็น “คุณแม่โดนจี้ยังไงคะ นี่ไปเดินถนนที่พวกคนธรรมดาเขาเดินกันใช่ไหม”
       “แม่เขาไปหาซื้อต้นไม้มาจัดงานวันเกิดให้เรานั่นแหละ”
       สุทธิดามองกัลยาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพราะเป็นห่วง
       “ก็นั่นแหละค่ะ อย่าว่าดาดูถูกเลยนะคะ แต่ที่ๆคนจนอยู่กันน่ะมันน่ากลัว”
       ดอมขัดขึ้น
       “แต่คุณแม่ก็ได้คนจนสองคนช่วยชีวิตไว้นะพี่ดา”
       กัลยายิ้มแย้มบอกลูกสาว
       “ใช่จ้ะ น่าสงสารเด็กสองคนนั่น ต้องมาบาดเจ็บเพราะแม่”
       “ยังจะไปห่วงคนอื่นอีก เอางี้สิคะ พรุ่งนี้คุณแม่ก็ไปให้เงินเขาให้มากหน่อยเขาก็ดีใจเองแหละ”
       “ให้เงินมันไม่ใช่การแก้ปัญหาสังคมหรอก แม่เลยเสนอให้เขามาอยู่ที่นี่ แม่จะส่งให้เรียนหนังสือทั้งคู่”
       คุณหญิงขัดขึ้น
       “มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ สองคนนั่นน่ะไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
       “ลูกอยากตอบแทนเด็กสองคนนั้นค่ะคุณแม่ นะคะคุณแม่”
       คุณหญิงถอนใจ
       “มีเด็กสาวเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ฉันกลัวประวัติศาสตร์คาวๆของผัวหล่อนมันจะซ้ำรอยซะมากกว่า”
       กัลยาอึ้งพูดไม่ออก คุณหญิงพูดจบก็เดินออกไป สุทธิดากับดอมมองหน้ากันงงๆ
       “คุณพ่อมีเรื่องอะไรในอดีตเหรอคะคุณแม่” สุดธิดาถามอย่างสงสัย
       กัลยาตัดบท
       “เราสองคนน่ะ ไปอาบน้ำเตรียมตัวลงมางานไป”
       สุทธิดากับดอมเดินออกจากห้องไป กัลยามองตามถอนใจ
      
       กัลยาเดินแล้วไปหยุดคิดถึงมดดำ        เธอนึกถึงตอนที่ได้คุยกับมดดำและอิทธิที่ร้านต้นไม้ กัลยามองหน้ามดดำด้วยความสงสัย
       “อะไรนะ นี่แม่ไม่ให้มดดำเรียนหนังสือเหรอ”
       “คือบ้านมดดำจน แม่ไม่มีเงินส่งค่ะ เลยได้เรียนแค่ม. 3”
       “แต่มดดำเขารักเรียนครับ ถึงแม่ไม่ค่อยสนับสนุนแต่เขาก็แอบเรียนจนสอบเทียบม.6ได้ แต่มหาวิทยาลัยนี่คงไม่มีหวัง”
       กัลยาเห็นใจ
       “ไม่เป็นไรนะมดดำ หนูไปขออนุญาตแม่ซะ อิทด้วย ฉันอยากจะให้เธอทั้งสองไปอยู่กับฉัน รับรองว่าฉันเป็นคนไว้ใจได้ และจะส่งเสียเธอทั้งสองให้เรียน”
       “ผมไม่เป็นไรหรอกครับ เรียนรามใกล้จบแล้ว ห่วงก็แต่มดดำที่ปีนี้ควรอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งแล้ว”
       “ให้ฉันไปพูดกับแม่หนูนะ”
       มดดำรีบห้าม
       “ไม่เป็นไรค่ะ! เดี๋ยวหนูคุยเองดีกว่า ถ้ามีคนส่งเสียแล้วหนูไปทำงานบ้านคุณ แม่น่าจะยอม”
       กัลยาหยิบนามบัตรมาส่งให้มดดำแล้วจับมือไว้
       “สัญญานะ ไม่ว่าผลจะออกมายังไงหนูต้องโทรหาฉัน”
       มดดำยกมือไหว้ขอบคุณ กัลยายิ้มให้ด้วยความเอ็นดู
      
       กัลยายิ้ม เมื่อนึกถึงมดดำ
       “ฉันก็ได้แต่หวังว่าหนูจะติดต่อกลับมา ทำไมฉันถึงได้เอ็นดูหนูนักนะ มดดำ”
       กัลยานิ่งยิ้มนึกถึงมดดำแล้วมีความสุข
      
       มดดำกับอิทธิเดินมาด้วยกันตามทางในสลัม
       “ยังเครียดเรื่องน้าส้มอยู่เหรอ”
       “ฉันกลัวแม่ไม่ให้เรียน”
       “แต่ก่อนที่น้าส้มไม่ยอมให้มดดำเรียนเพราะไม่มีเงิน แต่คราวนี้มีคนส่งเสียให้มดดำเรียนฟรีๆน่าจะใจอ่อนนะ”
       “พี่อิทคิดจริงๆเหรอว่าแม่จะยอม”
       มดดำถอนใจ อิทธิยิ้มปลอบ
       “เอางี้สิ เดี๋ยวเราขอให้น้าเหลิม ยายแดง แล้วก็พี่ช่วยคุยกับน้าส้มให้ด้วยเอาไหม หลายๆคนช่วยกันพูดน้าส้มน่าจะยอม”
       “ฉันขอบใจพี่อิทมาก แต่ฉันไม่อยากให้พี่อิทกับยายแดงต้องมาลำบาก เอาเป็นว่าฉันขอคุยกับแม่ก่อนแล้วกันนะ”
       “พี่เอาใจช่วยนะมดดำ”
       อิทธิยิ้มปลอบมดดำ แต่มดดำก็ไม่รู้สึกดีขึ้นกลับหน้าเครียดเป็นกังวล
      
       ส้มตบพื้นดังลั่นแล้วหันขวับมาจ้องหน้ามดดำ เมื่อรู้เรื่อง
       “กูไม่ให้เรียน”
       “คุณที่ฉันช่วยเขาแค่อยากตอบแทนบุญคุณ แม่ไม่ต้องเสียตังค์เลยสักบาทนะ”
       “ต่อให้มีเงินถุงเงินถังมาจากไหนกูก็ไม่ให้มึงเรียน แล้วอย่าหวังว่ามึงจะแอบหนีไปเรียนไปสอบเหมือนตอนจบ ม. 6 นะ ถ้ากูรู้มึงทำอีกกูจะเผาทุกที่ๆมึงเรียนเลย” ส้มหันไปหาอิทธิ “เอ็งก็อีกคนไอ้อิท ถ้าน้ารู้ว่าเอ็งแอบพามดดำไปเรียนเหมือนคราวที่แล้ว เอ็งไม่ต้องมาเหยียบบ้านนี้เลย”
       อิทธิจ๋อยพูดไม่ออก ส้มจะเดินเข้าห้องแต่มดดำมาดึงแขนไว้
       “แม่...ยังไงฉันจะก็จะเรียน ฉันขอร้องนะ”
       ส้มได้ยินก็ตบหัวมดดำ แล้วกระหน่ำตีไม่หยุด อิทธิต้องเข้าช่วยดึงส้มแต่ส้มไม่ฟัง
       “พอแล้วน้าส้ม”
       เฉลิมที่เพิ่งกลับมาจากทำงานเห็นเข้าก็รีบวิ่งมาห้าม
       “เฮ้ย!!...มันเรื่องอะไรอีก”
       “ก็อีมดดำมันจะไปเรียนหนังสือน่ะสิ!”
       “ใช่จ้ะลุง แม่ไม่ยอมให้ฉันไปเรียน คราวนี้มีคนจะส่งให้ฉันเรียนด้วย”
       เฉลิมเกาหัวงง
       “อีส้ม...อีบ้า เอ็งเป็นแม่ภาษาอะไรวะ ตีลูกเพราะลูกไปเรียน”
       “เออ...ฉันมันบ้า พี่เหลิมหลีกไปนะ พี่เป็นแค่ลุงอย่ามายุ่ง”
       “กูไม่หลีก ถึงกูจะเป็นลุง แต่กูก็รักมัน ไม่เหมือนมึงอีแม่ใจร้าย”
       มดดำสะท้อนใจ ส้มจะเข้าทางไหนเฉลิมก็ขวางตลอด ส้มไม่อยากจะเถียงกับเฉลิมอีก
       “อย่าให้กูได้ยินเรื่องเรียนอีก ไม่งั้นกูเอาตายแน่”
       ส้มโมโหเดินเข้าห้องไป เฉลิมโมโห
       “นี่กูมีน้องเป็นยักษ์เหรอวะเนี่ย”
      
       อิทธิอาศัยอยู่กับยายแดง ยายของเขาตามลำพัง เขาเล่าเรื่องมดดำให้ฟัง ขณะที่ยายนั่งเย็บซ่อมผ้าไปด้วย
       “ฉันไม่เข้าใจจริงๆเลยยาย น้าส้มเขาเป็นแม่แบบไหนไม่อยากจะเห็นลูกได้ดี ขนาดจะมีคนส่งให้ลูกตัวเองได้เรียน น้าส้มก็ไม่ให้”
       ยายแดงถอนใจ
       “มดดำน่ะมันเป็นเด็กดีต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนมันก็        ต้องได้ดีสักวัน เราทำได้คือเอาใจช่วยมดดำ ว่าแต่เอ็งเถอะทำไมมอมอย่างนี้แล้วดูสิเนี่ยเป็นแผลอะไรมา”
       “ไม่มีอะไรหรอก” อิทธิหยิบเงินออกมา “นี่จ๊ะยายค่าแรงวันนี้”
       ยายแดงคืนเงินให้
       “เก็บไว้เถอะอิท วันนี้ยายรับสอยกางเกงกับปักเสื้อนักเรียนได้เงินมาเยอะแล้ว เอ็งเก็บไว้เป็นทุนเรียนนะ”
       สองยายหลานกอดกันซึ้งใจ ยายแดงหยิบหนังสือภาษาอังกฤษที่วางอยู่ใกล้ๆมา
       “ยายไปเดินแผงหนังสือมือสองเห็นเล่มนี้น่าสนใจดี อยากให้มดดำมันรู้ภาษาอังกฤษไว้เยอะ ยังไงซะมีภาษาก็มีโอกาสดีกว่าคนอื่น”
       “ยายนี่ทันสมัยสมกับที่เคยเป็นแม่บ้านคอนโด ฝรั่งเลยนะ”
       “อ๊ะไม่ได้สิ เดี๋ยวตกเทรนด์”
       สองยายหลานหัวเราะกันมีความสุข
       “ยายจะให้ฉันเอาไปให้มดดำเหรอ คงต้องรอพายุสงบก่อน”
       “เอาไปให้ทำไม เดี๋ยวนังส้มเห็นก็เอาไปเผาหรอก ไปตามมดดำมานี่สิ”
       “ถ้าตามมดดำก็ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน”
       “ไม่ได้ ต้องวันนี้เท่านั้น”
       อิทธิมองหน้ายายแดงงงๆแล้วนึกได้
       “จริงด้วย ต้องวันนี้”
      
       บรรยากาศงานเลี้ยงวันเกิดที่แสนสนุกสนาน สุทธิดาเดินมายืนคอยมอง กัลยากับดอมเดินตามมา
       “คุณแม่คะ น้าพิมพ์มาแน่ใช่ไหมคะ”
       “แน่สิก็ตอนเย็นยังโทรมาเลย บอกว่าตารัฐจะขับรถมาให้”
       สุทธิดาพอได้ยินชื่อสหรัฐก็อมยิ้ม ดอมสังเกตได้
       “เจอน้าพิมพ์บ่อยๆพี่ดายังจะถามหาอีกเหรอ”
       “แล้วไง ก็พี่มีเรื่องจะคุยกับน้าพิมพ์นี่”
       “อยากเจอพี่รัฐก็บอกมาเถอะ”
       สุทธิดาหยิกดอมจนร้องจ๊าก กัลยาต้องห้าม
       “เอานี่ พี่น้องตีกันอีกแล้ว”
       “โอ๊ย...แม่ห้ามพี่ดาก็ไม่ฟังหรอกครับ โน่นไงพี่รัฐมาถึงแล้ว ให้เขาเห็นไปเลยว่าพี่ดาใจร้ายกับน้องชาย”
       สุทธิดามองไปพอเห็นสหรัฐกับพิมพ์พรรณเดินเข้ามา ก็รีบปล่อยดอมทันทีแล้วยืนรอด้วยความดีใจ
      
       อิทธิถือเค้กก้อนเล็กจุดเทียนเรียบร้อยเดินร้องเพลงเบิร์ดเดย์มาที่มดดำ ยายแดงร่วมร้องเพลงกับอิทธิ มดดำยิ้มมีความสุข จนเพลงจบมดดำเป่าเค้ก ยายแดงส่งหนังสือให้มดดำ
       “มีความสุขมากๆนะมดดำ ยายรู้ว่าเอ็งเป็นคนดีรักษามันเอาไว้นะ เพราะความดีจะนำพาชีวิตเอ็งไปเจอแต่สิ่งที่ดี”
       “ขอบคุณมากจ๊ะยาย วันเกิดของฉันก็มีแต่ยายกับพี่อิทนี่แหละที่จำได้ ขนาดแม่แท้ๆของฉันยังไม่พูดถึงวันเกิดฉันเลยสักครั้ง”
       มดดำนึกถึงแม่แล้วเศร้า
       “อย่าคิดมากเลย ส้มมันจำไม่ได้สักปี แต่ยายก็จัดวันเกิดให้ทุกปีแล้วไง”
       อิทธิชวน
       “มากินเค้กกันเถอะ”
       มดดำมองเค้กแล้วตัดส่งให้ยายแดงกับอิทธิ มดดำกินเค้กด้วยความเศร้า ยายแดงกับอิทธิมองมดดำแล้วถอนใจสงสาร
      
       ค่ำนั้น...บริเวณจัดงานริมสระน้ำ แขกมาพอสมควร คุณหญิงวาปี พิมพ์พรรณ สหรัฐ สุทธิดาและดอมอยู่ที่โต๊ะ
       “ไม่ได้เจอคุณยายสองปี คุณยายยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” สหรัฐกราบที่ตักคุณหญิง
       คุณหญิงยิ้ม
       “นี่ๆๆ ไปปากหวานกับสาวๆเถอะ”
       พิมพ์พรรณรีบบอก
       “อุ๊ย...สาวที่ไหนคะคุณแม่ ถ้าไม่ใช่คนที่พิมพ์กับกัลมองไว้ ไม่ได้เด็ดขาด”
       พวกผู้ใหญ่หัวเราะกัน สหรัฐมองไปที่สุทธิดา เธอก็ยิ้มอายๆ พิมพ์พรรณสะกิด สหรัฐลุกขึ้นเดินมาหาสุทธิดา ส่งของขวัญกล่องเล็กให้
       “สุขสันต์วันเกิดนะดา”
       สุทธิดารับไปอย่างอายๆ แล้วเปิดดูเห็นเป็นกำไลเพชร กัลยา และองค์อรน้องสาวของเธอซึ่งเป็นโสด เห็นก็ชื่นชม
       “น้าให้ตารัฐเป็นคนเลือกเลยนะ” พิมพ์พรรณยิ้มแย้มบอก
       “ขอบคุณค่ะ”
       สุทธิดายิ้มหวานให้สหรัฐ ทำให้พงษ์ที่ยืนอยู่ด้วยเห็นแล้วไม่พอใจ
      
       มดดำเดินกลับเข้าบ้านมา เห็นส้มจะเดินออกไปก็สงสัย
       “แม่จะไปไหน”
       “ยุ่ง”
       ส้มเดินออกไป มดดำจะตามไปแต่เฉลิมเดินมาคว้ามือไว้
       “ปล่อยแม่เอ็งเหอะ วันนี้ไม่ได้ทำงานมันคงไม่อยากอยู่บ้าน”
       “แต่ฉันกลัวแม่ไปเล่นไพ่”
       “ดีแล้วลุงอยากให้มันไปตั้งนานแล้ว จะได้เอาของขวัญนี่ให้เอ็งไง”
       เฉลิมหยิบเสื้อยืดมาให้มดดำ
       “ลุงไม่อยากให้ส้มมันเห็น เดี๋ยวจะอาละวาดอีก เป็นไง สวยไหม อ่ะ ลุงให้วันเกิดนะ”
       มดดำรับเสื้อไปแล้วไหว้เฉลิม แต่ใจก็ยังห่วงแม่
       “ขอบคุณมากจ้ะลุง...เดี๋ยวฉันไปดูแม่ก่อนนะ เป็นห่วง”
       มดดำวิ่งออกไป เฉลิมมองตามแล้วส่ายหน้าระอาใจ
       “อีส้มเอ๊ย มดดำมันออกจะดี เอ็งจะเลวกับลูกไปถึงไหนวะ”
      
       ส้มเดินมองหามอเตอร์ไซค์มาตามทาง แล้วเรียกรถได้หนึ่งคัน ส้มบอกทางแล้วขึ้นนั่งไป มดดำวิ่งตามมามองตามสงสัย มดดำตะโกน
       “แม่...” เธอเรียกมอเตอร์ไซค์อีกคัน “พี่ตามรถคันหน้าไป”
      
       รถของส้มมาจอดหน้าบ้านคุณหญิงวาปี ส้มจ่ายเงินแล้วเดินไปเกาะริมรั้วดูแอบดูผู้คนในบ้านหลังใหญ่ มอเตอร์ไซค์ของมดดำวิ่งมาแล้วมดดำเห็นส้มยืนอยู่
       “จอดตรงนี้แหละพี่”
       มดดำจ่ายเงิน แล้วเดินไปหา
       “แม่...มาทำอะไรที่นี่อ่ะ”
      
       “อีมดดำ” ส้มตกใจ
ตอนที่ 2
      
       ส้มมองมดดำอย่างไม่พอใจ ตวาดถาม
      
       “มึงมานี่ทำไม”
       มดดำเดินมากับส้มที่ริมรั้วแล้วมองเข้าไปในบ้าน มดดำมองส้มงงๆไม่เข้าใจว่าส้มมาดูอะไร
       “แม่รู้จักพวกเขาเหรอ”
       “มึงไม่ต้องยุ่งเรื่องของกู ไป! จะไปไหนก็ไป”
       “แล้วแม่ล่ะ”
       “กูบอกให้ไปก็ไปสิ!”
       “ไม่เอาหรอก ถ้าแม่ไม่กลับฉันก็ไม่กลับ”
       มดดำถอนใจเซ็งแล้วถอยมายืนห่างๆ แอบดูส้มมองเข้าไปในบ้าน มดดำมองไม่เข้าใจอารมณ์ของส้ม
       บริเวณงาน กัลยายืนหันหลังกอดสุทธิดา มดดำจึงไม่เห็นว่ากัลยาอยู่ในบ้านนั้น ส้มดูจนเต็มอิ่มก็หันหลังกลับมาเจอมดดำยืนรอ ส้มไม่สนใจเดินไป มดดำเดินตามไป
      
       ส้มเดินมาถึงฟุตบาทริมถนนใหญ่ มดดำเดินตามมา
       “แม่ จะไปไหนอีก”
       “กูจะกลับบ้าน”
       “อะไรกัน นี่แม่นั่งรถมาตั้งไกล มาดูบ้านนั้นแล้วก็กลับเนี่ยนะ”
       “เอ้าอีนี่ แล้วจะให้กูไปร่วมงานกับเขาเหรอ”
       “ไม่ใช่ แต่ฉันแค่สงสัยว่าแม่มาที่นี่ทำไม”
       “อีมดดำ ถ้ามึงถามเรื่องนี้กับกูอีก กูตบมึงปากกระเด็นแน่”
       มดดำจ๋อย ส้มเรียกแท็กซี่แล้วจะขึ้น มดดำจะขึ้นตามแต่ส้มผลักออกไป
       “มึงสาระแนตามกูมาเองได้ ก็หาทางกลับเองแล้วกัน”
       มดดำชะงัก
       “อ้าวแม่...อะไรอ่ะ จะทิ้งฉันเหรอ”
       ส้มยิ้มร้าย
       “ใช่...กูอยากทิ้งมึงมานานแล้ว”
       ส้มมองหน้าจ้องเขม็งแล้วขึ้นรถปิดประตูกดล็อค มดดำทุบประตูขอให้เปิด ส้มมองมดดำยิ้มเยาะแล้วบอกคนขับ รถแล่นออกไป มดดำวิ่งตาม
       “แม่...แม่”
       มดดำถอนใจมองซ้ายมองขวา เดินไปนั่งรอรถเมล์ที่ป้าย
      
       สุทธิดาใส่กำไลเพชรยืนไม่ห่างสหรัฐ ทั้งสองคนยืนคุยกับผู้ใหญ่ทั้งคุณหญิงวาปี กัลยา พิมพ์พรรณ ดอมนั่งเซ็งๆอยู่ คุณหญิงหันไปพูดแหย่ สหรัฐกับสุทธิดา
       “ตายแล้ว หนุ่มสาวสองคนนี่มาอยู่วงคนแก่เบื่อแย่”
       กัลยาบอกลูกสาว
       “ดา...ลูกพาพี่รัฐไปแนะนำกับเพื่อนๆสิ”
       สุทธิดายิ้มแล้วพาสหรัฐเดินไปทักทายกับเพื่อนๆ ดอมพูดขึ้นอย่างเซ็งๆ
       “คุณย่าไล่พี่รัฐไปที่อื่น ผมก็ไม่มีเพื่อนคุยสิครับ”
       “ลูกก็ไปคุยกับเพื่อนๆพี่เขาสิ”
       “มีแต่พวกลูกไฮโซน่าเบื่อออก”
       คุณหญิงมองค้อนดอม
       “งั้นก็รอพ่อเธอกลับมาละกัน สนิทกันมากไม่ใช่เหรอ อย่าให้สนิทจนถอดนิสัยกันมาทุกอย่างซะละ”
       ดอมงง กัลยาถอนใจที่แม่เหน็บสามี
      
       แก้วกับวาว่าและเพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยกันมองสหรัฐกับสุทธิดาต้อนรับแขก
       “ดานี่มันพร้อมเกินไปแล้วนะ ฉันอิจฉา” แก้วมองอย่างอิจฉา
       วาว่ายิ้ม
       “เปลี่ยนจากอิจฉาเป็นทำใจเถอะแก้ว ทั้งสวย รวย เก่ง แถมยังจะมีแฟน หล่อ รวย เก่ง เหมือนกัน กระโดดน้ำในสระตายไปเกิดใหม่ก็ไม่รู้จะได้อย่างนี้หรือเปล่า”
       “โลกไม่ยุติธรรมเลยเน๊อะ ทำไมไม่ให้ฉันมาครบอย่างดาบ้าง”
       “อย่างดาเขาเรียกว่าได้เกินย่ะ”
       สุทธิดาเดินคล้องแขนสหรัฐมาถึงโต๊ะ ทันได้ยินประโยคสุดท้ายของวาว่าพอดี
       “ฉันได้อะไรเกินหน้าเกินตาพวกเธอเหรอ”
       “ไม่เกินเล้ย ดาน่ะได้ทุกอย่างน้อยกว่าพวกเราหมด น้อยจนพวกเราอิจฉาตาแทบหลุดมานอกเบ้าแล้ว”
       แก้วพูดจบทุกคนก็หัวเราะขำ ขณะเดียวกันนั้นเสียงพงษ์ดังขึ้น
       “สุขสันต์วันเกิดนะดา”
       ทุกคนหันไปตามเสียงก็เห็นพงษ์เดินถือกล่องของขวัญเล็กๆเข้ามา พงษ์เห็นหน้าสหรัฐก็จำได้แต่ไม่สนใจ เดินเข้าไปใกล้ๆจับมือสุทธิดาขึ้นมาก่อนจะวางกล่องของขวัญใส่มือเธอ สุทธิดารับไว้แล้วไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เธอเกรงใจสหรัฐรีบดึงมือกลับ
       “ขอโทษที่มาช้านะดา พอดีผมใช้เวลาเลือกของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับดา ไม่เปิดดูหน่อยเหรอ”
       วาว่าเชียร์
       “เปิดเลยสิดา ฉันอยากเห็นว่านายพงษ์จะให้อะไร เริ่ดไหม”
       สุทธิดาแกะของขวัญแล้วเปิดออกเป็นแหวนเพชรเม็ดเล็ก พงษ์ยิ้มปลื้มหน้าบาน แต่ต้องหุบทันทีที่สุทธิดาปิดกล่อง
       “ไม่ใส่เหรอ” พงษ์เหลือบมองสหรัฐอย่างคิดว่าตัวเองก็ไม่ด้อยกว่า “ผมตั้งใจเลือกให้ดาเลยนะ”
       “พอดีมันไม่เข้าชุดกับกำไลที่พี่รัฐให้น่ะ”
       สุทธิดายกแขนมองกำไลอย่างชื่นชม พงษ์หน้าเจื่อนทันที
       “พี่รัฐไปกันเถอะค่ะ น้าพิมพ์เหงาแย่แล้ว” สุทธิดาหันไปหาสหรัฐ
       สุทธิดากับสหรัฐหัวเราะขำแล้วสุทธิดาก็พาสหรัฐเดินไป พงษ์มองตามไม่พอใจ แก้วปลอบ
       “ไม่ต้องน้อยใจหรอกน่า พี่รัฐน่ะเขาเป็นทายาทบริษัทผลิตอัญมณีรายใหญ่ของประเทศ มีร้านทั้งในนี้แล้วก็ที่ยุโรป
       “หา...รวยมากเลยเหรอ” พงษ์ตกใจ
       “รวยไม่รวย ถ้าจะแข่งให้เพชรกับดา ฉันว่าคงไม่มีใครในประเทศกล้าวัดรอยพี่รัฐเขาหรอก” วาว่าบอก
       พงษ์ถอนใจเครียดทันที
      
       สหรัฐกับสุทธิดายืนคุยกันใกล้กับคุณหญิงวาปีและกัลยา สักพักไฟเริ่มหรี่ลงและเพลงเบิร์ดเดย์ก็ดังขึ้น ทุกคนช่วยกันร้อง สุธิดายิ้มปลื้ม องค์อรถือเค้กออกมา
       “น้าอร”
       สุทธิดาเดินเข้าไปหาพร้อมกับเพลงจบ กัลยาเดินมายืนข้างๆสุทธิดา
       “เป่าแล้วอธิฐานเลยสิจ๊ะ” องค์อรบอกอย่างยิ้มแย้ม
       สุทธิดามองๆหาแล้วเศร้า
       “แต่...คุณแม่คะ คุณพ่อยัง...”
       ทันใดนั้นเสียงชาติชายดังขึ้น
       “ใครว่าพ่อยังไม่มาล่ะ”
       สุทธิดาหันมองตามเสียง เห็นชาติชายที่มายืนอยู่ข้างๆเมื่อไหร่ไม่รู้
       “คุณพ่อ แหมนึกว่างานวันนี้ครอบครัวเราจะไม่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว”
       องค์อรยิ้มให้หลานสาว
       “ที่จริงเพื่อนๆชวนน้าอยู่ต่อบอกจะพาไปสกีที่ออสเตรียด้วยนะ แต่เห็นว่าเป็นวันเกิดหลานรักเลยต้องทิ้งสกีกลับมาจ้ะ”
       สุทธิดาดีใจแต่ยังทำเป็นงอนน่ารัก
       “โอเค ของน้าอรดาไม่โกรธแล้ว แต่สำหรับคุณพ่อ ดาจะทำไงดีน้าที่มาสายวันนี้ พี่รัฐว่าไงคะ”
       “ดา...พี่ว่าอย่าโกรธน้าชาติเลยนะ ท่านก็มาทันตอนดาเป่าเค้กนี่”
       ชาติชายมองลูกสาวอย่างเอ็นดู
       “แน่ะ...ยังงอน นี่ตอนพ่อรู้ว่าต้องติดงานจนมาช้า พ่อก็รีบโทรหาคนบางคนที่ลูกคิดถึงมาเป็นองครักษ์ดูแลลูกแทนพ่อเชียวนะ”
       สุทธิดาแปลกใจ
       “ก็พี่รัฐของลูกไง”
       สุทธิดามองไปทางสหรัฐแล้วเขิน พวกผู้ใหญ่หัวเราะชอบใจ
       “งั้นดาหายงอนเพราะพี่รัฐขอก็ได้ค่ะ”
       ชาติชายหัวเราะ
       “โอ้วๆๆๆ ตกลงไม่รักพ่อแล้วสิเนี่ย”
       สุทธิดายิ้มแล้วโผไปกอดชาติชาย ทุกคนยิ้มเอ็นดูสุทธิดากันใหญ่
      
       สุทธิดาเป่าเทียนเสร็จแล้ว องอรก็เอากล่องของขวัญให้
       “ของขวัญจากฝรั่งเศสจ๊ะ”
       สุทธิดารับมาเปิดกล่องเป็นกระเป๋าแบรนด์ดัง
       “อู้หูว...ขอบคุณมากค่ะน้าอร ดาอยากได้แบรนด์นี้มานานแล้วขอบคุณนะคะ”
       องค์อรยิ้ม
       “สำหรับหลานรักของอา มากกว่านี้ยังให้ได้เลยจ๊ะ”
       แก้วกระซิบกับวาว่า
       “กระเป๋าใบนั้นราคาเป็นล้านเลยนะนั่น”
       “ความอิจฉาขึ้นตาอีกแล้วฉัน”
       สุทธิดาถามสหรัฐ
       “สวยมั้ยคะพี่รัฐ”
       สหรัฐยิ้มรับ
       “ครับ...สวยดี”
       “วันหยุดนี้พี่รัฐต้องพาดาไปเดินเล่นแล้วนะคะ ดาอยากใช้กระเป๋าใหม่”
       “ได้เลย แล้วแต่เจ้าหญิงของพี่จะบัญชา”
       สุทธิดายิ้มปลื้มเกาะแขนสหรัฐมีความสุข พงษ์ที่ยืนอยู่รู้สึกเหมือนไร้ตัวตนมองดูสหรัฐและสุทธิดาด้วยความไม่พอใจ สุทธิดาหันมาเห็นสายตาของพงษ์แล้วไม่ชอบ หันไปทำเป็นแกล้งพูดข้างหูสหรัฐแล้วหอมแก้มเขาซะเลย สหรัฐเหวอแต่ก็ลูบๆจับๆหัวสุทธิดาเอ็นดูแบบน้องสาว
      
       พวกผู้ใหญ่เห็นแล้วยิ้มพอใจ แต่พงษ์ยิ่งเจ็บใจ



       มดดำเดินเข้าบ้านมา แล้วมองไปรอบๆ เธอเดินดูทุกที่ แล้วไปเคาะห้องเฉลิม
      
       “ลุง...ลุงนอนยังจ๊ะ”
       เฉลิมเปิดประตูมา
       “มีอะไรวะมดดำ”
       “แม่ล่ะจ๊ะ”
       “เอ้า...ก็ตั้งแต่เอ็งวิ่งตามไป นังส้มมันก็ยังไม่กลับมาเลยนะ นี่ตกลงไม่ได้ไปด้วยกันเหรอวะ”
       “ฉันก็ตามไปเจอแม่ไปยืนหน้าบ้านใครก็ไม่รู้ แต่ตอนกลับแม่ทิ้งฉันขึ้นแท็กซี่หนีมาเลย”
       “เอ็งลองไปดูร้านเหล้าปากซอย แม่เอ็งคงเมาอยู่นั่นมั้ง”
       “ไม่มี เมื่อกี้ฉันเดินผ่านมาร้านปิดแล้ว”
       มดดำกับเฉลิมก็นึกได้พร้อมกัน
       “มีอีกที่เดียว”
       มดดำนึกได้
       “อีกแล้วเหรอ” มดดำถอนใจเซ็ง “งั้นฉันไปตามแม่ก่อนนะลุง”
       มดดำวิ่งออกไป เฉลิมมองตามแล้วหัวเราะ
       “บ้านอื่นเขาวิ่งตามลูกสาวกลัวหนีไปเป็นสก๊อย ไอ้บ้านนี้ลูกวิ่งดูแม่ทั้งวัน”
      
       สหรัฐเดินดื่มเครื่องดื่มไปเรื่อยๆ สุทธิดาเดินยิ้มเข้ามาหา
       “ทำไมมาหลบอยู่ตรงนี้ล่ะคะ”
       สหรัฐยิ้ม
       “พี่มาเดินดูต้นไม้น่ะ ไม่ได้มาที่นี่สองปีกว่า ต้นไม้โตขึ้นเยอะนะ”
       สุทธิดาอายๆ
       “พี่รัฐคิดถึงที่นี่แค่ต้นไม้เหรอคะ”
       “จริงๆก็คิดถึงทุกคนนะ”
       “ดาก็คิดถึงพี่รัฐค่ะ รู้ไหมวันนี้ดาดีใจมากเลยนะที่รู้ว่าพี่รัฐจะมา”
       “จริงเหรอ” สหรัฐจับหัวเอ็นดู “เรานี่ช่างประจบเหมือนเดิมเลยนะ”
       สุทธิดาดึงมือมาจับ
       “ดาพูดจริงๆนะคะไม่ได้ประจบสักหน่อย”
       “เชื่อจ้ะเชื่อ” สหรัฐนึกได้ “เอ่อ...แล้วนายดอมหายไปไหนล่ะ มานี่ไม่ค่อยได้คุยกันเลย”
       “โอ๊ยไม่เอาหรอกค่ะ น้องชายจอมกวนประสาท ถ้ามาเดี๋ยวก็มาทะเลาะกับดาอีก”
       “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว นี่พวกเราโตๆกันหมดแล้วนะ ใจคอจะให้พี่เป็นกรรมการห้ามมวยตั้งแต่เด็กจนแก่เลยเหรอ”
       “ถ้าพี่รัฐจะห้ามจนแก่ดาก็จะดีใจมากค่ะ แต่ต้องอยู่ข้างดาคนเดียวตลอดไปนะคะ”
       สหรัฐหัวเราะ
       “ขี้โกงนี่เรา”
       สุทธิดาจับมือสหรัฐให้เหลือแต่นิ้วก้อยแล้วตัวเองก็เกี่ยวก้อยด้วย
       “ไม่รู้ล่ะดาถือว่าพี่รัฐรับปากแล้ว”
       สหรัฐส่ายหน้าหัวเราะขำแบบเอ็นดู แต่สุทธิดายิ้มกลับตาหวานเยิ้ม
       “เครื่องดื่มพี่รัฐหมดแล้ว เดี๋ยวดาไปเอามาให้ใหม่นะคะ”
       “เอ่อ...ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวพี่ไปเอาเองดีกว่า”
       สุทธิดาแย่งแก้วมา
       “ไม่ค่ะ ดาชอบดูแลพี่รัฐ”
       ว่าแล้วสุทธิดาก็ยิ้มเดินออกไป...สุทธิดาจะเดินไปเติมเครื่องดื่ม แต่มีเพื่อนเข้ามาคุย พงษ์ที่แอบดูสุทธิดาอยู่ก็ขอตัวผละจากเพื่อนๆเดินแยกไป
      
       ระหว่างสหรัฐรอเครื่องดื่มจากสุทธิดา พงษ์ก็เดินเข้ามา
       “ดูคุณสนิทกับดาจังเลยนะครับ”
       สหรัฐหันมองตามเสียง
       “คุณ เพื่อนของน้องดา...”
       “ครับ...ผมชื่อพงษ์ เพื่อนชายคนสนิทของดา”
       สหรัฐรู้สึกว่าน้ำเสียงของพงษ์ดูไม่ค่อยเป็นมิตร
       “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
       “เช่นกันครับ” พงษ์จ้องนิ่งที่สหรัฐ “อืม...เอาเป็นว่าผมจะไม่อ้อมค้อมดีกว่า ยังไงเราก็เป็นลูกผู้ชายเหมือนกัน ดาคงจะเล่าเรื่องผมกับดาให้คุณฟังแล้ว”
       สหรัฐงง
       “เอ่อ...ขอโทษครับ ดาไม่เคยเล่าเลย”
       พงษ์ชักไม่พอใจที่สหรัฐพูดไม่เข้าหู
       “งั้นผมจะเล่าให้ฟังเอง”
       ทันใดนั้นเสียงสุทธิดาดังขึ้น
       “พี่รัฐคะ เครื่องดื่มคะ”
       สุทธิดาเดินเอาเครื่องดื่มมาให้สหรัฐ แล้วแอบมองหน้าพงษ์เอาเรื่อง พงษ์ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร
       “แก้วกับวาว่าตามหาพงษ์อยู่”
       พงษ์พูดไม่ออกมองหน้าสุทธิดาแต่ไม่กล้าก็เลยเดินออกไป สุทธิดาหันมาถามสหรัฐ
       “เขามาคุยเรื่องอะไรคะ”
       สหรัฐยิ้มให้สุทธิดาไม่ได้ตอบอะไร
      
       องค์อรกับตุณหญิงวาปีมองดูแขกเหรื่อรอบงานอยู่ริมสระ ชาติชายและกัลยายืนอยู่ใกล้ๆ
       “คุณแม่คะ เพื่อนผู้ชายของยายดาที่ชื่อพงษ์นั่นน่ะคะ อรว่าเขาดูแปลกๆนะคะ”
       วาปีสงสัย
       “แปลกยังไง”
       “ก็...อรรู้สึกว่าเาจะตามยายดาอยู่ตลอด ท่าทางตารัฐจะมีคู่แข่งนะคะ”
       กัลยาหันมาบอก
       “เห็นยัยดาบอกว่าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่มหาวิทยาลัย”
       องค์อรยิ้มๆ
       “แค่เพื่อนเหรอ ไม่ละมั้ง อรว่านายพงษ์คงชอบยัยดา คนของเรานี่เสน่ห์แรงจริงๆ”
       ทั้งสามยิ้มพอใจ ชาติชายพูดขึ้นมาบ้าง
       “นึกถึงตอนที่ผมจีบคุณใหม่ๆนะกัล ตอนนั้นพอผมรู้ว่ามีคนมาจีบคุณหลายคน คู่แข่งเยอะก็ทำให้ผมรู้สึกหวงๆคุณเหมือนกัน”
       คุณหญิงค้อน
       “หึ...แล้วทีตอนที่ยายกัลมีคู่แข่งโดยที่เธอไม่บอกลูกสาวฉันสักคำเลยล่ะ”
       “คุณแม่คะ...”
       กัลยาต้องรีบเบรกก่อนที่คุณหญิงจะเหน็บชาติชายกับเรื่องในอดีตไปมากกว่านี้ ชาติชายได้แต่นิ่งพูดไม่ออก
       “ยายอร พาฉันเข้าไปในบ้านหน่อยเถอะ ฉันอยากพักแล้ว” คุณหญิงหันไปบอกองค์อร
       “ค่ะ”
       องค์อรมองกัลยาอย่างเห็นใจแต่ก็ยังตึงๆกับพี่เขยก่อนพาคุณหญิงเดินเข้าบ้านไป ชาติชายถอนใจ
       “คุณแม่ ท่านไม่เคยอภัยให้ผม”
       “คุณค่ะ...กัลเข้าใจดีว่าคุณรู้สึกยังไง”
       “ผมคงไม่ดีเองที่มาเกาะครอบครัวของท่าน”
       “อย่าคิดอย่างนั้นเลยค่ะ คุณเองก็มีครอบครัวมีหลักฐานอยู่เมืองนอก ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ตัวซะที่ไหน อย่าลืมสิคะว่าที่บริษัทประสบความสำเร็จ จนขยายงานไปเยอะก็เพราะคุณเป็นแรงกายแรงสมองที่สำคัญ”
       ชาติชายยิ้มออก แล้วกุมมือกัลยา
       “ขอบคุณคุณมากนะกัล เมื่อก่อนผมไม่น่าทำผิดต่อคุณเลย”
       กัลยายิ้ม
       “เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณก็สัญญาที่จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ แล้วคุณก็ทำได้จริง กัลรักคุณกัลก็ต้องให้โอกาสคุณสิคะ เพื่อลูกของเราด้วย”
       ชาติชายยิ้มภูมใจในตัวภรรยา
       “เออ...แล้วเรื่องเด็กสองคนนั้นที่ช่วยคุณไว้ คุณจะเอายังไงต่อ”
       “ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าเด็กสองคนนั้นจะติดต่อกลับมา”
       “ดูคุณจะชอบเด็กสองคนนั่นมากนะ”
       “ค่ะ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ชื่อมดดำ กัลเห็นแล้วเอ็นดู ถูกชะตาจริงๆเลย”
       กัลยานิ่งยิ้มนึกถึงมดดำแล้วมีความสุข
      
       มดดำเดินมาถึงหน้าบ้าน แล้วสอดส่องมองตามรู แต่ไม่เห็นเลยเงี่ยหูฟัง สุดท้ายตัดสินใจเคาะประตู ขาไพ่หญิงเปิดประตูมาอารมณ์ไม่ดี
       “อ้าว...อีมดดำเองเหรอ มีอะไร”
       “แม่ล่ะน้าหงา อยู่นี่ป่ะ”
       ขาไพ่ตะโกน
       “อีส้ม แม่มึงมาตามอีกแล้ว เร็วๆ”
       ส้มเดินหน้าตึงออกมา
       “อะไรของมึง วิ่งตามกูอยู่ได้”
       “แม่กลับบ้านเถอะ ดึกแล้ว”
       “กูไม่กลับ มึงจะไปตายที่ไหนก็ไป”
       “แม่...เราไม่ค่อยมีเงินกัน แม่มาเล่นทำไม กลับบ้านเถอะนะ”
       “เอ๊ะอีนี่ พูดไม่เคยรู้เรื่อง” ส้มนึกได้ “เออ...ไหนๆก็มาแล้ว เอาเงินมา”
       ส้มเดินเข้าไปล้วงตามตัว มดดำปัดป้อง
       “ไม่นะแม่ นี่เงินฉัน เงินของแม่ฉันก็ให้แล้วนี่”
       “หมดแล้วโว้ย มีเท่าไหร่เอามา”
       ส้มล้วงมาได้สองร้อย มดดำจะเอาคืนแต่ส้มไม่ให้
       “แม่...ไม่กลับบ้านก็ได้ แต่เอาเงินฉันคืนมา”
       ส้มมองหน้าไม่สนใจแล้วผลักมดดำเซ ก่อนจะปิดประตูใส่
       “แม่...แม่!...” มดดำชักฉุน “ได้ ไม่กลับ...งั้นฉันจะไปหาคนมาตามกลับ”
      
       ส้มกำลังมือขึ้นเรื่อยๆ เจ้ามือหน้าซีด ลูกขาอื่นๆก็เสียตัง
       “อีนังส้ม มึงกินอยู่คนเดียวเลยนะ”
       “กูว่ามึงกลับไปได้แล้ว พวกกูจะได้ได้มั่ง ลูกมึงก็มาตามแล้ว”
       “ไม่กลับ! กูกำลังมือขึ้น”
       “มึงไม่กลับกูก็ต้องกลับแล้ว เพราะทุนเกลี้ยงเลย”
       ส้มเสียงแข็ง
       “ไม่ได้...ถ้าใครกลับ กูตบ!”
       ระหว่างนั้นมีเสียงตำรวจตะโกนเข้ามา
       “ดุจังเว้ย จะเล่นถึงเช้าหรือไง”
       วงไพ่มองหน้ากัน แล้วมองไปที่ขาไพ่ชายคนหนึ่ง
       “ไอ้วิทย์ทำไมเสียงมึงแปลกๆวะ” ส้มถามอย่างสงสัย
       วิทย์ส่ายหน้า
       “กูยังไม่ได้อ้าปากสักคำ”
       ข้าไพ่งงๆ
       “อ้าว...งั้นใครพูด”
       ส้มไม่สนใจ
       “ใครพูดก็ช่าง รีบเข้ามาเลย มาให้กูแดกให้ไว”
       “กูเอง”
       ตำรวจพังประตูเข้ามามีมดดำยืนจังก้าอยู่ข้างตำรวจ ทุกคนกรี๊ด!! วงแตก!หนีกระเจิง
       “แม่กลับบ้านเหอะ!” มดดำเรียก
       “อีมดดำ...อีกแล้วเหรอ”
      
       ส้มวิ่งหนีไป
       ช่วงชุลมุนแตกตื่นนั้น ขาไพ่ชายกับขาไพ่หญิงหนีเข้าครัว ผู้หญิงแยกไปหยิบกระทะ คว่ำหน้ากระทะใส่เตาแล้วใช้ไพ่ต่างตะหลิวทำท่าผัดๆ ส่วนผู้ชายไปหยิบจานกับช้อนเอาไพ่ที่ติดมือมาใส่จาน แล้วตักเข้าปากเคี้ยวหงับๆๆๆ ตำรวจตามเข้ามาถาม
      
       “อร่อยมั้ย”
       ขาไพ่หญิงกระโดดออกหน้าต่างมาจ๊ะเอ๋กับตำรวจ เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงหลับตาปี๋ถลกผ้าถุงมาครอบหัว เปิดให้เห็นช่วงล่าง ตำรวจตกใจเอามือปิดตา
       “เฮ้ย...แบบนี้ เอาอนาจารไปอีกกระทงละกัน”
       ขาไพ่ชายวิ่งหนีไปในบ้านวัยรุ่นที่กำลังนั่งสูบยาบ้ากันอยู่ ขาไพ่ไม่สังเกตไม่พูดพร่ำทำเพลงแย่งยาเขามาดูดซะงั้น ตำรวจตามมาสองคน
       “เฮ้ย!!”
       ขี้ยาวงแตก ตำรวจคนหนึ่งวิ่งตามจับขี้ยาทันที ส่วนขาไพ่ก็ยังดูดยาบ้าเฉย ตำรวจเข้ามาถาม
       “ทำอะไรน่ะ!”
       ขาไพ่ตวาด
       “ดูดม้าอยู่ไม่เห็นรึไง!” แล้วก็นึกได้ “เฮ้ยยย!!”
       ตำรวจยิ้มกริ่ม
       “ได้ผลงานเพิ่มแล้วกรู...”
      
       ตำรวจทยอยพาขาไพ่กับขี้ยาขึ้นรถ ส้มยังไม่ได้ขึ้นจ้องหน้ามดดำเหมือนจะกินเลือดกันเนื้อ มดดำทำเฉยเหมือนไม่เห็นอะไร
       “อีนังมดดำ! อีเนรคุณ! กูเป็นแม่มึงนะ ใจคอมึงจะเอาตำรวจจับกูจนกูแก่ตายเลยหรือไง”
       ส้มจะกระโดดถีบ ตำรวจสองคนคว้าหมับ ส้มดิ้น
       “ปล่อย!! ฉันจะตบมัน มันลูกฉันนะ...โอ้ยยย...คุณตำรวจ ฉันขอทีเดียวน่า”
       “จะเอาข้อหาทำร้ายร่างกายอีกกระทงรึไง ลูกมันทำถูกแล้ว ไปๆ ถ้าเขาไม่รักแม่ เขาไม่ทำงี้หรอก เราน่ะแหล่ะ ไม่อายหรือไง ให้ลูกมันตามตำรวจมาจับได้ตั้งแต่สาวจนแก่”
       มดดำเสริม
       “ใช่จ้ะแม่ ลุงจ่าพูดถูก ที่ฉันทำเพราะฉันรักแม่นะ”
       “ถุย...ไม่ต้องมารักกูเลย กูไม่ต้องการ กูเกลียดมึง”
       มดดำสะอึกกับคำพูดของแม่ ตำรวจเห็นแล้วก็ส่ายหน้าเซ็ง
       “ไปเลย...ไปเสียค่าปรับ”
       ตำรวจหิ้วปีกส้มขึ้นรถ มดดำมองตามแม่อย่างห่วงๆ
      
       สุธิดาเดินคล้องแขนสหรัฐ มาส่งสหรัฐกับพิมพ์พรรณที่รถ มีพงษ์กับวาว่ามาส่งด้วย พิมพ์พรรณเห็นว่าสุทธิดายังเกาะแขนสหรัฐอยู่ก็มองยิ้มๆ
       “น้าขอลูกชายคืนได้มั้ยจ๊ะ จะเอามาขับรถน่ะ”
       สุทธิดาถูกแซวก็ยิ้มเขินปล่อยแขน สหรัฐจับหัวสุทธิดา
       “ยังไงก็สุขสันต์วันเกิดอีกทีนะ”
       “ขอบคุณค่ะพี่รัฐ”
       สุทธิดาหอมแก้มสหรัฐ พงษ์อึ้ง ส่วนแก้วกับ วาว่ากรี๊ดอิจฉา
       “พี่ไปนะ”
       ทุกคนไหว้พิมพ์พรรณกับสหรัฐ พงษ์ไหว้พิมพ์พรรณแต่ไม่ได้ไหว้สหรัฐ แก้วประชดประชัน
       “นี่ดา จะหวานมากเกินไปแล้วนะเธอ”
       สามสาวเดินเข้าในงาน พงษ์ดึงแขนสุทธิดาไว้ แก้วกับวาว่าเดินเข้าไปก่อน สุทธิดาดึงแขนกลับ
       “ปล่อย! ทำบ้าอะไรอ่ะพงษ์! เดี๋ยวใครก็เห็นหรอก”
       “เฮอะ!...กลัวเขาเห็น ทีตอนกระโดดกอดคอหอมแก้มไอ้นั่นไม่ยักกะกลัวใครเห็น”
       สุทธิดาจ้องหน้า
       “นั่นมันว่าที่คู่หมั้นดา...”
       พงษ์อึ้ง
       “แล้วผม...”
       สุทธิดายิ้ม
       “เราสองคนจะจำความรู้สึกดีๆก่อนพี่รัฐกลับมา จบนะ”
       ว่าแล้วสุทธิดาก็เดินเชิดออกไป พงษ์เจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
      
       คุณหญิงวาปีอยู่บนที่นอน ส่วนองค์อรอยู่ที่ริมหน้าต่างมองลงไปที่งานวันเกิด
       “แขกเริ่มทยอยกลับกันแล้ว คืนนี้ยายดากับตารัฐไม่ห่างกันเลยนะคะ น่ารักดี”
       “เขาไม่ห่างกันหรือคนของเราไม่ห่างเขากันแน่ยัยอร ยังไงฝ่ายเราก็เป็นผู้หญิงเธอก็ปรามๆหลานหน่อยนะ ไม่ใช่รักแล้วตามใจกันจนเสีย”
       “ค่ะ...คุณแม่” องค์อรเดินไปนั่งข้างแม่ “เออ...คุณแม่คะ เพื่อนของยายดาที่ชื่อพงษ์นั่นเหมือนจะหวงๆหลานเราเกินพอดีไปหน่อยนะคะ”
       “นี่สังเกตเขาทุกฝีก้าวเลยรึ”
       “แหม...ก็เราเป็นตระกูลใหญ่ ใครจะมาเป็นเขยเป็นสะใภ้ก็ต้องสแกนดูก่อนสิคะ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสยังไงจะลองถามยัยดาดู ว่าตาพงษ์นั่นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร”
       “เห็นตอนแรกปลาบปลื้มว่าหลานเสน่ห์แรงไม่ใช่เหรอ”
       “ก็ใช่ค่ะ แต่ถ้าต้องเลือก อรก็เชียร์ตารัฐ นายพงษ์นั่นคงอีกนานกว่าจะขึ้นมาเท่าตารัฐ เสียเวลารอ”
       คุณหญิงยิ้มส่ายหน้าให้กับความเคี่ยวของลูกสาว องค์อรเข้ากอดแม่
      
       ส้มยืนเกาะลูกกรงห้องขังอย่างเซ็งโลก เฉลิมเดินเข้ามาในโงพัก ส้มเห็นก็ดีใจ แต่พอเห็นมดดำเดินตามมาก็อารมณ์ขึ้น กำลังจะอ้าปากด่า
       “หยุดเลยนังส้ม จะด่าอะไรมันอีก” เฉลิมชี้หน้า
       ส้มกดอารมณ์ไว้
       “แทนที่จะได้หลับได้นอนกัน ดันหาเรื่องชั่วๆมาใส่บ้าน”
       “อ้าวพี่เหลิม ด่าอีมดดำสิ ถ้ามันไม่เรียกตำรวจมา ป่านนี้ชั้นก็รวยไปแล้ว”
       “โธ่...อี...อี...จะด่าอะไรมึงดีวะ”
       “นี่ไม่ต้องด่าหรอก ประกันตัวฉันออกไปก่อน”
       มดดำขอร้องเฉลิม
       “ลุง ช่วยประกันแม่ออกไปทีนะ”
       ส้มด่า
       “มึงเงียบไปเลยอีลูกเวร อยากประกันแล้วเสือกเรียกตำรวจมาจับกูทำไม”
       “ก็อยากให้แม่เลิกเล่นไง ขนาดเรียกมาจับเป็นสิบๆครั้งยังไม่เลิกเลย”
       เฉลิมหันมาหาหลานสาว
       “มดดำ เอ็งอยากช่วยแม่เอ็งให้เลิกเล่นมากใช่ไหม”
       “ใช่จ้ะลุง”
       “งั้นเรากลับบ้านไปนอนให้สบายดีกว่า”
       มดดำกับส้มงงๆ เฉลิมลากตัวมดดำไปเลย มดดำก็ตามไปแบบงงๆ ส้มหน้าเหวอ
       “อ้าวพี่เหลิม...พี่เหลิม! โธ่เว้ยย! กูอยากจะแหกลูกกรงออกไปกระทืบมึงจริงๆเลยนังมดดำ!อีลูกทรพี”
      
       เช้าวันใหม่...สหรัฐกำลังผูกเน็คไทอยู่หน้ากระจกในห้องนอน สักครู่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “เชิญครับ”
       พิมพ์พรรณ เปิดประตูเดินเข้ามา สหรัฐมองอย่างแปลกใจ เพราะแม่แต่งชุดที่ไม่เหมือนจะไปทำงาน
       “นี่คุณแม่จะไม่ไปทำงานจริงๆเหรอครับ”
       “ก็แม่บอกแล้วไงว่าจะให้รัฐดูแล แม่ก็วางมือสิ วันนี้แม่เปลี่ยนตารางงานเป็นตารางบุญแล้วนะ จะเริ่มจากไปนั่งสมาธิกับเพื่อนๆ”
       “คุณแม่ครับ คือวางมือนี่ค่อยๆวางก็ได้นะครับ อย่างน้อยก็ไปแนะนำงานผมหน่อยก็ยังดี”
       พิมพ์พรรณค้อน
       “นี่คุณสหรัฐขา อุตส่าห์ส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนาจนจบโทเนี่ย ไม่คิดจะใช้เทคโนโลยี่บ้างเหรอจ๊ะ โทรศัพท์,Skype ,iMessage มีตั้งเยอะแยะก็ใช้เข้าไปสิลูก นี่รู้หรือเปล่าว่าโทรทัศน์เดี๋ยวนี้เขาต่ออินเตอร์เน็ทได้แล้ว”
       สหรัฐหัวเราะแล้วกอดหอมแก้มแม่อย่างเอ็นดู
       “โห...คุณแม่ผมนี่สุดยอดจริงๆ โอเคครับ งั้นผมจะไปผจญเวรผจญกรรมคนเดียว...หรือเรียกอีกอย่างว่าไปทำงาน ผมไปนะครับ”
       สหรัฐจะเดินไปแต่พิมพ์พรรณดึงไว้
       “เดี๋ยวลูกตารัฐ แม่เป่ากระหม่อมก่อน”
       สหรัฐหัวเราะ
       “อะไรครับคุณแม่ เมื่อกี้ยังล้ำหน้าผมในโลกอนาคตอยู่เลย”
       “ไม่ต้องพูดมาก เรื่องมงคลน่ะรับๆไว้เถอะ ก้มหัวมา”
       สหรัฐก้มหัวพิมพ์พรรณลูบหัวไปเรื่อยๆพร้อมกับสวดคาถา
      
       พิมพ์พรรณนั่งกับปลายเตียง สหรัฐนั่งคุกเข่าก้มหัวอยู่นานแล้ว พิมพ์พรรณยังสวดๆๆ แล้วพักหอบหายใจ พอสหรัฐจะเงยหน้าพิมพ์พรรณกดหัวสวดต่อ
       พิมพ์พรรณสวดจบสุดท้ายเป่ากระหม่อมเพี้ยง! สหรัฐกราบที่ตักแต่ยังไม่เงยหน้า พิมพ์พรรณมองงงๆ
       “เสร็จแล้วลูกก้มอยู่ทำไม”
       “คือคอผมล็อคครับคุณแม่”
       “ตายแล้ว อะไรกัน สวดแค่ 45 นาทีเอง”
       สหรัฐเงยพรวดมายิ้ม
       “แฮ่ะๆ ผมล้อเล่นครับ...ผมไปนะครับ”
       พิมพ์พรรณยิ้มให้ สหรัฐลุกขึ้นแล้วเหลียวคอหาสูทก็เจ็บแปล๊บที่คอ
       “โอ๊ยย!”



       พิมพ์พรรณกับแม่บ้านยืนส่งสหรัฐขึ้นรถ โดยที่สหรัฐใส่เฝือกอ่อนเพราะคอเคล็ด พิมพ์พรรณหน้าเสีย
      
       “รัฐ แน่ใจนะลูกว่าจะไม่หาหมอ”
       “ไม่เป็นไรครับ ไม่ถึงกับคอหัก ผมโอเค”
       “ยังจะล้อแม่อีก แม่หวังดีนะอุตส่าห์ให้พร”
       “พรคุณแม่ออกฤทธิ์เร็วมากครับ”
       “งั้นก็ให้อนันต์เขาขับรถไปส่งก็ยังดีนะลูก”
       “ไม่ต้องห่วงครับ ผมขับเองดีกว่า วันนี้ทั้งวันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้วครับ”
       สหรัฐหอมแก้มแม่แล้วขึ้นรถขับออกไป พิมพ์พรรณบอกกับแม่บ้าน
       “ดีนะ ที่ฉันสวดอวยพรไว้ ไม่งั้นคงหนักกว่านี้”
       แม่บ้านมองหน้าพิมพ์พรรณเหวอไปเลย
      
       ในตลาด...แม่ค้ากำลังขายผักอยู่ อิทธิกับมดดำเข็นรถเข็นผักมาส่งแล้วยกเข่งผักลง
       “น้าแก้ว เดี๋ยวฉันกับพี่อิทธิขนอีกรอบแล้วจะมาช่วยจัดผักนะจ๊ะ”
       แม่ค้าแผงผักพยักหน้ายิ้มรับแล้วหันไปขายของต่อ มดดำจะเข็นรถเปล่าไปแต่อิทธิดึงมือไว้
       “มดดำ อีกสองเที่ยวพี่เข็นเองดีกว่า มดดำอยู่จัดของเถอะ”
       “เฮ้ย...ได้ไงพี่อิท ฉันจะกินแรงพี่ได้ไง”
       “พี่สงสารมดดำ งานนี้มันหนักเกินไป”
       “หนักหรือไม่มันอยู่ที่ใจฉันนะพี่ ขอร้องล่ะ พี่อย่าให้ฉันลำบากใจเลย พี่ก็รู้ว่าฉันจะเอาเงินไปประกันแม่”
       “เฮ้ย...แล้วลุงเหลิมจะไม่ว่าเหรอ แกบอกว่าอยากทำโทษน้าส้มนี่”
       “ตอนแรกฉันก็คิดแบบลุงนะ แต่อยากให้แค่แม่โดนจับ ไม่คิดว่าลุงจะไม่ประกัน ฉันรู้สึกผิดนะพี่ เลยกะว่าจะเอาค่าแรงวันนี้ไปประกัน”
       “งั้นก็ตามใจ”
       มดดำเข็นรถไป อิทธิมองตามด้วยความสงสารแล้วรีบเข็นรถตามไป
      
       มดดำกับอิทธิที่กำลังช่วยกันเข็นผักอยู่ ทั้งสองเข็นผักข้ามถนนเพื่อไปส่งในตลาด มดดำเข็นมาถึงฝั่งตลาดแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหัวขโมยสองคนขี่จักรยานมาจอดแล้วจะวิ่งไปกระชากกระเป๋าผู้หญิงแก่คนหนึ่ง
       “ว๊าย...ช่วยด้วย”
       อิทธิจำได้
       “เฮ้ย...ไอ้โจรสองคนนั่นอีกแล้ว”
       “ขโมย!! ขโจร! โจรวิ่งราวจ้า อยู่นั่น!ช่วยกันจับมันหน่อย!”
       มดดำกับอิทธิรีบทิ้งรถเข็นผัก แล้ววิ่งไปดักหน้าโจร มดดำชี้หน้า
       “ทำชั่วอีกแล้วนะแก”
       โจรทั้งสองจำมดดำกับอิทธิได้ โจรที่อยู่ที่มอไซด์ลงจากรถ มาสมทบเพื่อน
       “พวกมึงอีกแล้ว ทำไมชอบขวางการทำมาหากินสุจริตของพวกกูวะ เป็นคนดีๆ ยืนเฉยๆนิ่งๆเหมือนคนทั่วไปไม่ได้หรือไง”
       มดดำเบ้หน้า
       “คนดีที่ไหนเขาจะเฉยเห็นคนทำชั่ววะ มาเลยแมทนี้ขอล้างตาหน่อย เดี๋ยวแม่จะจ้วงให้ตาแตก”
       อิทธิมองมอดดำ
       “อ้าว...ห้าวอีกน้องกู...”
       โจรวิ่งใส่ อิทธิตกใจ
       “เฮ้ยย!”
       เหตุชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้น แต่คราวนี้สองโจรระวังตัวมากขึ้นและชักมีดมาทั้งคู่ มดดำสู้ได้ยากตกเป็นรองตลอด อิทธิก็เสียท่าจะสู้กับมีดอีกก็ไม่ไหว ทั้งสองถูกถีบเสียหลักมาชนกัน โจรเดินเข้ามาหาทั้งคู่ อิทธิรีบบอก
       “มดดำ!! หนี!!”
       โดยไม่รู้กัน มดดำวิ่งหนีไปคนละทางกับอิทธิ
       “เฮ้ย...คราวนี้ต้องเอาให้ตาย”
       สองโจรแยกกันตามกัดไม่ปล่อย
      
       สหรัฐกำลังขับรถไปมือก็คลำที่เฝือกที่คอไปด้วยเพราะเจ็บคอ ทันใดนั้นมดดำวิ่งตัดหน้ามา สหรัฐเบรกตัวโก่ง หัวทิ่มเจ็บคอเข้าไปอีก
       “โอ๊ยยยยย!”
       มดดำล้มลงแต่ไม่เป็นไร สหรัฐหัวเสีย เปิดประตูรถ
       “อะไรกันเนี่ย! นี่เธอ ถนนนะไม่ใช่สนามหญ้า อยู่ๆก็วิ่งมานอนเล่น เป็นบ้าหรือเปล่า...โอ๊ย...”
       สหรัฐด่า แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นโจรวิ่งมาจะเตะ มดดำหลบได้ ลุกขึ้นสู้กัน มดดำพลาดท่าโดนไปหลายที สหรัฐทนไม่ได้เข้าไปช่วย
       “เฮ้ย!!รังแกผู้หญิงเหรอวะ...โอ๊ย...”
       สหรัฐเจ็บคอ โจรชี้หน้า
       “เรื่องของผัวเมียอย่ามายุ่ง!”
       สหรัฐฉุน
       “ไอ้บ้า!กฎหมายใหม่จะผัวจะเมียใครถ้าผู้หญิงโดนทำร้ายต้องช่วยเว้ย! ไม่รู้เรื่องหรือไง”
       มดดำตะโกนบอก
       “ฉันไม่ใช่เมียมันโว้ย! มันเป็นโจร!”
       โจรจะวิ่งใส่มดดำ สหรัฐสวนหมัดใส่ แล้วทั้งหมดก็ชกต่อยกันนัวเนีย สักพักตำรวจสายตรวจวิ่งเข้ามาเป่านกหวีดใส่ โจรจะหนีสหรัฐดักขา โจรเสียหลักเซไปทางมดดำ มดดำได้ทีวางเข่ารอเสยเข้าไปเต็มๆคางโจรสลบเหมือด มดดำใช้นิ้วโป้งเช็ดจมูกแบบบรู๊ซลี เชอะ!
      
       โจรทั้ง 2 โดนใส่กุญแจมือยังมึนๆ ตำรวจพาตัวมาที่รถ มดดำ สหรัฐเดินตามมา อิทธิเดินมาหามดดำ
       “มดดำเป็นไงบ้าง”
       “ฉันไม่เป็นไร”
       ผู้เสียหายเดินมาหาทั้งคู่
       “ขอบคุณมากนะหนูสองคน”
       สหรัฐมองทั้งคู่ไปด้วยเจ็บคอไปด้วย ตำรวจเดินมาหา
       “เดี๋ยวขอเชิญคุณทั้งสามและผู้เสียหายไปให้ปากคำด้วยนะครับ”
       มดดำกับอิทธิไม่มีปัญหา แต่สหรัฐมี
       “เอ่อ...ผมไม่ไปได้ไหมครับ พอดีผมไม่สะดวกครับ”
       “ไปเถอะนะครับ อยากให้คุณเป็นพยาน”
       “อืม...ถ้างั้นผมไปวันหลังได้ไหมครับ”
       มดดำฉุน
       “อ้าว คุณ! นั่นมันโจรนะ ช่วยป้าแกแล้วก็ช่วยให้ตลอดสิ”
       สหรัฐหันขวับไปแล้วเจ็บคออีก
       “ก็ช่วยแล้วไง จะเอาอะไรอีก ฉันต้องไปทำงานนะ เข้าใจกันบ้าง”
       มดดำค้อน
       “ฮึ...เสียแรงว่าจะขอบคุณซะหน่อย ไม่เอาแล้ว”
       อิทธิรีบบอก
       “เอ่อ...คุณครับ ไปเถอะครับ รู้ว่าคุณเสียเวลา แต่มันจำเป็น ผมขอร้อง”
       “พี่อิท อย่าไปขอร้องคนแบบนี้เลย รวยขับรถโก้ แต่ไม่มีน้ำใจ เราจนกว่าแต่น้ำใจเราใหญ่กว่า เราสองคนยอมเสียรายได้วันนี้ไปช่วยป้าแกเถอะ”
       พูดจบมดดำก็จูงอิทธิกับผู้เสียหายขึ้นรถตำรวจ รถแล่นออกไป สหรัฐมองตามเขม่น พอเดินจะไปขึ้นรถแล้วชะงักมองตามจับคอถอนใจเซ็ง แล้วขึ้นรถขับไป
      
       ส้มที่อยู่ในห้องขัง นั่งมองมดดำ อิทธิ สหรัฐคุยกับตำรวจ
       “อีมดดำมันพาใครมาประกันฉันวะ”
       สหรัฐ มดดำและอิทธิไหว้ลาร้อยเวรแล้วเดินผ่านมาทางส้ม มดดำเดินมาหา
       “แม่...”
       สหรัฐงงที่เห็นแม่มดดำอยู่ในลูกกรง มดดำกับอิทธิเดินเข้าไปหา สหรัฐตามไปด้วย
       “ประกันตัวกูแล้วไม่ใช่เหรอ”
       มดดำจ๋อยๆ
       “เอ่อ...ยังจ้ะ”
       ส้มชะงักไม่พอใจ
       “หมายความว่าไง ตำรวจไม่ให้ประกันเหรอ นี่กูไม่ได้ฆ่าคนตายนะ” ส้มหันไปหาสหรัฐ “คุณฉันแค่เล่นไพ่นะ ช่วยฉันหน่อยนะ นะๆๆคุณนะ”
       มดดำรีบบอก
       “แม่...ฉันมาเรื่องอื่น”
       ส้มอึ้งโมโห
       “อีมดดำ! อีลูกเลว สะใจใช่มั้ยเห็นกูติดคุกนี่”
       ส้มเอามือออกมาจะมาตี        อิทธิห้าม
       “น้าส้ม ใจเย็นๆ”
       ส้มตวาดไล่
       “ไป...ไปให้หมด ไม่ต้องมายุ่งกับกู อีมดดำ มึงอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกนะ”
       อิทธิรีบพามดดำเดินออกไป สหรัฐยืนงงแต่ส้มจ้องหน้า สหรัฐรีบเดินตามไป
      
       มดดำกับอิทธิเดินออกมาหน้าโรงพัก สหรัฐเดินตามมา
       “นั่นแม่เธอเหรอ...ทำไมไม่ช่วย ที่กับคนอื่นละเห็นไปช่วยเขา กับแม่ตัวเองปล่อยติดตารางซะงั้น”
       “นี่...คุณไม่รู้เรื่องอะไรอย่าพูดดีกว่า”
       “ไม่รู้อะไรก็เห็นๆอยู่”
       อิทธิอธิบาย
       “เอ่อ...คุณครับ มดดำกำลังหาเงินมาเสียค่าปรับอยู่ครับ”
       สหรัฐอึ้ง
       “หา...เงินค่าปรับแค่ไม่กี่ตังค์เนี่ยนะ”
       “ไม่กี่สตางค์สำหรับคุณมากกว่าครับ”
       “พอเถอะพี่อิท ไม่ต้องอธิบายอะไรให้คนแบบนี้ฟังหรอก”
       “นี่ฉันมันเลวอะไรกันนักกันหนา เมื่อกี้ที่ฉันไม่อยากมาที่นี่ก็เพราะฉัน        อยากจะไปหาหมอ ฉันเจ็บคอ ลงมาช่วยเธอ ไม่ขอบคุณแต่มาด่าซ้ำ แถมฉันจะไปหาหมอก็ไม่ให้ไป ฉันก็มาเป็นพยานให้แล้ว ฉันยังเลวอีกเหรอ”
       มดดำเถียงไม่ออก
       “โอเค...ขอโทษก็ได้ งั้นคุณไปหาหมอสิ เดี๋ยวคอหักตายมาโทษฉัน”
       “ยังไม่ไปอ่ะ ฉันจะประกันแม่เธอก่อน”
       “ไม่ต้อง เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”
       “เธอมีเงินเหรอ”
       มดดำจ้องหน้าเขา
       “นี่...จะบอกให้นะ ฉันไม่มีเงิน แต่ฉันก็ไม่กล้ารับเงินคุณหรอก ปากจัดขนาดนี้ ฉันกลัวมาตามด่าฉันอีก”
       สหรัฐอึ้งจะอ้าปากด่าแต่อิทธิยกมือห้ามไว้
       “ใจเย็นก่อนครับ ผมว่าไปกันใหญ่แล้ว...เดี๋ยวทางน้าส้มขอให้พวกเราจัดการเองเถอะนะครับ คุณไปหาหมอเถอะครับ ขอบคุณๆมากนะครับ”
       สหรัฐถึงขัดใจแต่ก็ต้องยอม อิทธิกับมดดำพากันเดินไป สหรัฐมองตาม
      
       อิทธิกับมดดำยืนรอรถเมล์ อิทธิคลำกระเป๋าตังค์
       “มดดำ ตังค์พี่ตกหายหมดแล้ว มดดำมีเงินไหม”
       มดดำคลำบ้างแล้วเห็นกระเป๋ากางเกงขาด
       “ตายแล้ว ฉันก็ไม่มีอ่ะพี่ทำไงดีล่ะ”
       อิทธิถอนใจ
       “เดินแล้วกัน”
       ทั้งสองจะเดินแต่รถของสหรัฐก็แล่นออกมาแล้วจอดตรงหน้า สหรัฐเปิดกระจกลงมา
       “ไปไหนกันล่ะ ฉันไปส่งให้เอาไหม”
       “ไม่ต้อง พวกเรากลับเองได้”
       สหรัฐลงจากรถมาหาทั้งคู่
       “ไปเหอะน่า อย่าเยอะ”
       มดดำฉุน
       “นี่...จะมาอาสาไปส่งแล้วปากอย่างงี้เหรอ ไปเลยไป ผู้ชายอะไร อารมณ์แปรปรวนยังกับวัยทอง”
       “เฮ้ย...นี่เธอ ฉันยังไม่สามสิบเลยนะ” สหรัฐเข็ดเขี้ยวฉุนจัด “เออ...ไม่ไปก็อย่าไป อุตส่าห์แสดงน้ำใจแล้ว”
       สหรัฐเดินไป อิทธิสะกิดมดดำ
       “พี่ว่าไปกับเขาก็ดีนะ ถ้าเราเดินกลับพี่ไปเรียนไม่ทันแน่”
       มดดำลังเลมองสหรัฐที่จะออกรถแล้ววิ่งไปขวางอีก สหรัฐเบรกเอี๊ยดแล้วเดินกุ้มคอออกมา
       “โอ๊ย...นี่จะให้ฉันคอหักตายหรือไง อะไรอีก”
       มดดำเสียงแข็ง
       “ไปส่งพวกฉัน”
      
       สหรัฐเกาหัวงงมอง มดดำแกล้งเชิดหน้ากลบเกลื่อน
ตอนที่ 3
      
       สหรัฐขับรถมาส่งมดดำกับอิทธิ ไม่นานนักรถแล่นจนมาถึงหน้าตลาด
      
       “จะลงตรงไหนกันล่ะ” สหรัฐถาม
       อิทธิกำลงจะชี้จุดให้รถจอด มดดำดึงมือไว้แล้วบอกเอง
       “ไปข้างหน้าอีกหน่อยนึง ถึงทางแยกแล้วเลี้ยวขวา”
       อิทธิมองมดดำงงๆ มดดำแอบอมยิ้มยักคิ้วให้ สหรัฐไม่ได้มองทั้งคู่ก็เลี้ยวรถมาจนมาถึงอีกทางแยก
       “เดี๋ยวตรงไปแล้วเลี้ยวขวาอีกที”
       สหรัฐขับต่อ
       “จะถึงรึยังเนี่ย ฉันก็มีงานรออยู่เหมือนกันนะ”
       “ขับไปเถอะน่า หาเรื่องมาช่วยฉันเองไม่ใช่เหรอ”
       อิทธิมองขวับที่มดดำ สหรัฐก็งงๆ
       “เลี้ยวขวานี่ แล้วเลี้ยวขวานั่นอีกทีก็ถึงแล้ว”
       สหรัฐขับรถมาตามที่มดดำบอก จนมาถึงหน้าตลาดจุดเดิม สหรัฐมองดูรอบๆ
       “เฮ้ย!นี่มันจุดที่ผ่านมาเมื่อกี้นี่นา นี่เธอหลอกให้ฉันวนรอบตลาดเหรอ”
       มดดำแกล้งงง
       “ฉันน่ะเหรอหลอก หลอกที่ไหน ฉันแค่ลองสั่งดูว่าคุณจะเชื่อไหม อืมม...ก็เชื่องดีนะ”
       สหรัฐทั้งอึ้ง ทั้งโกรธ
       “นี่เธอว่าฉันเป็นหมาเหรอ”
       “ฉันพูดสักคำเหรอ...พี่อิทลงกันเถอะ”
       มดดำรีบดึงมืออิทธิพาลงจากรถ
       “เอ่อ...ขอบคุณนะครับ...มดดำขอบคุณคุณสหรัฐหน่อยสิ”
       “ขอบคุณ ลาขาด...”
       มดดำขอบคุณแบบห้วนๆแล้วก็ลากอิทธิหนีไปเลย สหรัฐมองตามฉุนๆ
       “โหย...แสบจริงๆเด็กอะไร” เขาเจ็บคอ “โอ๊ย”
       สหรัฐมองตามเซ็งๆแล้วขับรถออกไป
      
       มดดำกับอิทธิเดินมาด้วยกัน
       “มดดำไม่น่าไปแกล้งคุณสหรัฐเขาเลยนะ เขาอุตส่าห์มาส่งเรา” อิทธิรู้สึกผิด
       “ก็ฉันหมั่นไส้นี่ ไม่รู้จักฉันแล้วมาหาว่าฉันไม่รักแม่ทำไม ถ้าฉันมีเงินฉันจะปล่อยให้แม่ติดตารางเหรอ พี่อิทก็รู้นี่”
       “แต่คุณสหรัฐเขาไม่รู้ เขาเพิ่งเจอเราเขาก็พูดตามที่เห็น...มดดำ พี่รู้ว่ามดดำรู้สึกไม่ดีที่ช่วยน้าส้มไม่ได้ แต่จะไปพาลลงที่คนอื่นที่เขาพูดไม่เข้าหูมันก็ไม่ถูกนะ”
       มดดำชะงักหยุดเดินคิดตามที่อิทธิพูด
       “ว้า...แล้วนี่ฉันควรทำไงดีอ่ะ นาย เอ๊ย...คุณสหรัฐก็ไปแล้ว”
       “คราวนี้ก็คงต้องปล่อยไปเพราะเราก็ไม่รู้จะไปตามขอโทษเขาที่ไหน จำไว้เป็นบทเรียนแล้วกัน ต่อไปจะได้แก้ปัญหาถูกจุด”
       “ขอบคุณนะพี่อิท รู้ไหมว่าพี่ดีกับฉันมาก!จนฉันรู้สึกว่าพี่เป็นพี่ชายแท้ๆของฉันเลย”
       มดดำยิ้มแล้วเดินไป อิทธิมองตามแล้วรู้สึกไม่อยากเป็นแค่พี่ชาย
      
       มดดำกับอิทธิรับเงินค่าเข็นผักจากแม่ค้า ทั้งสองไหว้อย่างอ่อนน้อม แต่พอเดินห่างออกมา มดดำก็ดูเงินในมืออย่างเซ็งๆ
       “เฮ้อ...วันนี้เลยได้แค่ร้อยเดียวเอง”
       “เอาน่ามดดำ อย่างน้อยวันนี้เราสองคนก็ได้ช่วยจับโจร มันมีค่าทางใจยิ่งกว่ารายได้จากที่เข็นผักนะ”
       “แต่มันก็ไม่พอค่าปรับแม่นี่”
       มดดำมองดูไปรอบๆ
       “มองหาอะไรเหรอมดดำ”
       “ก็ฉันจะดูว่ามีใครมีอะไรให้ฉันทำรึเปล่าไง จะไปรับจ้างเค้า อยากได้เงินอีก”
       อิทธิส่งเงินให้
       “เอาของพี่ไปก็ได้ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวไปขอยาย หรือไม่ก็ยืมคนแถวนี้”
       “พี่อิท...ฉันขอบคุณมากนะ แต่พี่อย่ามาลำบากเพื่อฉันกับแม่เลย ฉันจะหาเงินเอง”
       “หาเงิน มดดำจะทำไง” อิทธินึกได้ “อย่าบอกว่าต่อยมวยอีกนะ”
       “มันเป็นวิธีเดียวที่ฉันจะได้เงินเยอะและเร็วที่สุด”
       “โธ่...มดดำ พี่ขอร้องล่ะ อย่า...”
       “สายแล้ว พี่อิทจะไปเรียนไม่ใช่เหรอ”
       “ไม่...ถ้าลงมดดำดื้อแบบนี้พี่ไม่ยอมไปเรียนหรอก”
       อิทธิจ้องหน้าไม่พอใจ มดดำถอนใจเครียด
      
       ที่บริษัท Jewelry by Pimphan...สิริยุพายืนรอสหรัฐอยู่หน้าแผนกต้อนรับของบริษัทอย่างกระวนกระวาย
       “เอ้...ต่อสายหาคุณรัฐให้พี่หน่อย ป่านนี้ยังมาไม่ถึงบริษัทอีก”
       พนักงานตอนรับจะกดโทร แต่สหรัฐเดินเข้ามาพอดี มือถือสูทมาด้วย แต่เสื้อเชิ้ตกับไทเลอะเทอะไปหมด
       “อุ๊ย...ไม่ต้องแล้ว คุณรัฐมาแล้ว”
       สิริยุพารีบวิ่งเข้าไปหาแต่พอมาใกล้ๆมองแล้วต้องชะงัก
       “อุ๊ย...ทำไมคุณรัฐมอมแมมมาเชียวคะ”
       สหรัฐ พยามนึกหาเหตุผล
       “อ๋อ...คือผมหลงทางน่ะครับ แล้วก็รถเสียเครื่องรวน ยางแตกก็เลยต้องเปลี่ยนยางด้วย”
       สหรัฐพยายามยิ้มกลบเกลื่อน สิริยุพารู้สึกว่าเจ้านายแปลกๆ
       “รถป้ายแดงเนี่ยนะคะเสีย แล้วสมัยนี้ยังมีรถยนต์ยางแตกอีกเหรอคะ”
       สหรัฐไม่รู้จะตอบยังไงเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง
       “เข้าเรื่องของเราดีกว่าครับ ผมมาทำงานวันแรกนี่ พี่ยุพาต้องพาผมไปแนะนำกับพนักงานหรือเปล่า”
       “ยุพาเชิญผู้บริหารแต่ละแผนกแล้วค่ะ ถ้าคุณรัฐพร้อมจะเรียกพวกเขามาแนะนำตัวเลย”
       “รบกวนเวลางานเขาเปล่าๆ เดี๋ยวพี่ยุพาช่วยพาผมไปแนะนำตามแผนกจะดีกว่า”
       “แหม...คุณรัฐนี่น่ารักจังเลยนะคะ ไปค่ะ”
       ทั้งคู่เดินคุยไปด้วยกัน
      
       สิริยุพาพาสหรัฐไปดูและแนะนำแผนกต่างๆของบริษัท เริ่มที่แผนกเจียระไน สิริยุพาเดินนำเข้ามา ผู้จัดการจะลุกจากโต๊ะ สหรัฐโบกมือไม่ต้อง แล้วผู้จัดการก็พาเข้าไปที่แผนกเจียร พนักงานยกมือไหว้...ต่อมาก็ไปที่แผนกบัญชี ทุกคนยืนไหว้ สหรัฐยิ้มแย้มทักทายทุกคน...ไปที่โรงอาหารของโรงงาน สหรัฐทักทายเหล่าแม่ครัวอย่างดี...ช่วงกลางวันคนงานนั่งทานอาหารกัน สหรัฐนั่งทานด้วย พนักงานสาวบางคนพอเห็นสหรัฐหล่อก็มีแอบกรี๊ดบ้าง สหรัฐพยายามพูดคุยทำความรู้จักกับพนักงานทั้งชายหญิงด้วยท่าทีสุภาพจนเป็นที่ประทับใจของทุกแผนก ทั้งแผนกที่อยู่ในบริษัทและในโรงงานผลิตจิวเวอร์รี่
      
       มดดำในชุดนักมวยเดินเข้ามากับอิทธิ มายืนประจันหน้ากับจิ๊กโก๋และนักมวย โดยมีกรรมการยืนอยู่ตรงกลาง แวดล้อมไปด้วยชาวบ้านกองเชียร์ จิ๊กโก๋ยิ้มหยัน พูดเสียงก้อง
       “น้องมดดำดำๆๆๆ...มาคราวเน้...อาจไม่ง่ายเหมือนคราวก่อนนะจ๊ะๆๆๆ...”
       มดดำจ้องหน้า
       “พูดแบบมนุษย์เป็นมั้ยเนี่ย เดี๋ยวได้สูญพันธุ์อีกรอบ”
       จิ๊กโก๋สะดุ้ง
       “อูย!”
       “เพิ่มเดิมพันอีกสามเท่าเลยเป็นไง”
       จิ๊กโก๋อึ้ง
       “พี่น่ะลงได้อยู่แล้นนน...อย่าว่าแต่สามเท่าเลย สิบเท่าก็ยังหวายๆๆ กลัวน้องจะไม่เสียแค่นั้นแหละ”
       “ไม่ต้องห่วง ฉันชนะแน่”
       “บร๊ะ!”
       จิ๊กโก๋กับมดดำจ้องหน้ากันเอาเรื่อง อิทธิตัดบท
       “มดดำไปเตรียมตัวเถอะ อย่าให้มันพูดอีกเลย พี่เกลียดสำเนียงมันว่ะ”
       จิ๊กโก๋มองหน้า อิทธิรีบลากมดดำเข้ามุมเพื่อเตรียมตัว
       “มดดำ...พี่ว่าเราไม่น่าไปเรียกเงินเพิ่มเลย”
       “ไม่เป็นไรหรอกพี่อิท ฉันชนะแน่ ฉันมั่นใจ”
       “เอาล่ะ ไงพี่ก็ขอให้ชนะนะ”
       มดดำกับอิทธิยิ้มให้กัน แล้วกรรมการเดินมาบอกให้พี่เลี้ยงทั้งสองแยกกันไป ก่อนจะให้สัญญาณเริ่มชก
      
       สิริยุพาเอารายงานต่างๆให้สหรัฐดู
       “นี่เป็นรายงานประชุมใหญ่ล่าสุดค่ะ แล้วอีกแฟ้มก็จะเป็นรายชื่อลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ส่วนแฟ้มสีส้มก็จะเป็น...”
       สิริยุพามองไปก็เห็นสหรัฐเปิดดูแล้วเผลอยิ้มโดยไม่มีเหตุผล ยิ้มอยู่นานจนสิริยุพาแปลกใจ
       “คุณรัฐคะ...คุณรัฐ...” สิริยุพายื่นหน้าไปจ่อหน้าสหรัฐ “คุณคะ!”
       สหรัฐสะดุ้ง
       “เฮ้ยย!!”
       “คุณรัฐโอเครึป่าวคะ”
       สหรัฐไม่รู้จะตอบยังไง
       “โอเค...ครับ โอเค เดี๋ยว...พี่ยุพาไปดูงานทางอื่นก่อนก็ได้นะครับ ผมขออ่านรายงานนี่คนเดียวก่อน”
       “ค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยก็เรียกยุพานะคะ”
       พอสิริยุพาออกไป สหรัฐก็คิดถึงเรื่องเมื่อเช้า ตอนที่มดดำกับอิทธิเดินออกมาหน้าโรงพักแล้วเขาเดินตามมาต่อว่า
       “นั่นแม่เธอเหรอ...ทำไมไม่ช่วย ที่กับคนอื่นละเห็นไปช่วยเขา กับแม่ตัวเองปล่อยติดตารางซะงั้น”
       “นี่ คุณไม่รู้เรื่องอะไรอย่าพูดดีกว่า”
       “ไม่รู้อะไรก็เห็นๆอยู่”
       อิทธิรีบบอก
       “เอ่อ...คุณสหรัฐครับ มดดำกำลังหาเงินมาเสียค่าปรับอยู่ครับ”
       สหรัฐอึ้ง
       “หา...เงินค่าปรับแค่ไม่กี่ตังค์เนี่ยนะ”
       “ไม่กี่สตางค์สำหรับคุณมากกว่าครับ”
       มดดำตัดบท
       “พอเถอะพี่อิท ไม่ต้องอธิบายอะไรให้คนแบบนี้ฟังหรอก”
       “นี่ฉันมันเลวอะไรกันนักกันหนา เมื่อกี้ที่ฉันไม่อยากมาที่นี่ก็เพราะฉัน        อยากจะไปหาหมอ ฉันเจ็บคอ ลงมาช่วยเธอ ไม่ขอบคุณแต่มาด่าซ้ำ แถมฉันจะไปหาหมอก็ไม่ให้ไป ฉันก็มาเป็นพยานให้แล้ว ฉันยังเลวอีกเหรอ”
       มดดำเถียงไม่ออก
      
       “โอเค...ขอโทษก็ได้ งั้นคุณไปหาหมอสิ เดี๋ยวคอหักตายมาโทษฉัน”



       ขณะนั้นสหรัฐนั่งใคร่ครวญครุ่นคิดด้วยความสงสัย
      
       “เสี่ยงชีวิตช่วยคนอื่น แต่ไม่ช่วยแม่ตัวเอง แถมทำผิดก็รับผิด ตกลงเธอเป็นคนยังไงกันแน่ ฮึ...สงสัยจะเป็นเด็กบ๊องๆ”
       สหรัฐคิดแล้วขำ
      
       ทางฝ่ายมดดำชกกับนักมวยคู่ต่อสู้ สองคนแลกหมัดอย่างเมามันส์ มดดำกระโดดขึ้นเข่า คนดูเชียร์กันลั่น อิทธิก็เชียร์อย่างสนุก
       “เอ้ววว...ต้องงี้สิมดดำ...ซ้าย...ขวา อัฟเปอร์คัดจัดให้ เฮ้”
       เสียงกรรมการตีระฆัง นักมวยทั้งสองแยกกัน อิทธิเอาน้ำมาให้ ชาวบ้านแห่มายืนมุมมดดำ
       “มดดำดูสิ ชาวบ้านแทงข้างมดดำกันหมดเลย”
       มดดำหอบแต่มองไปรอบๆแล้วยิ้ม
       “ถ้าฉันชนะนอกจากแม่จะได้ออกมาแล้ว ฉันจะได้เรียนต่อก็คราวนี้แหล่ะพี่อิท”
       ทั้งสองยิ้มดีใจกัน แล้วกรรมการก็เรียกทั้งสองฝ่ายกลางเวที แล้วเริ่มให้สัญญาณชก ตอนแรกมดดำก็จะออกอาวุธ แต่คู่ต่อสู้หลบได้แล้วศอกกลับหลังใส่มดดำจนล้ม คนดูร้องตกใจ อิทธิตาโต มดดำสู้ต่อ แต่คราวนี้ชกลำบากเพราะคู่ต่อสู้จับทางได้แล้วสวนกลับเร็ว มดดำเจอหมัดแรกเข้าปลายคาง แต่ยังไม่ล้ม คู่ต่อสู้เข้ามากระหน่ำชกอีก มดดำค่อยๆล้มลง กรรมการเข้ามาห้ามคู่ต่อสู้แล้วนับ ชาวบ้านช่วยกันนับดังสุดๆ แต่สุดท้ายมดดำลุกมายืนได้สักพักก็ร่วงลงทันที จิ๊กโก๋กับนักมวยเฮลั่น แต่ชาวบ้านเงียบ กรรมการนับจนครบ 10 อิทธิตกใจรีบวิ่งไปพยุงร่างมดดำ
       “มดดำ...มดดำ!”
      
       มดดำที่บอบช้ำนั่งเซ็งจิ๊กโก๋เดินมาหาหน้าตาเอาเรื่อง
       “ตกลงมึงจะเบี้ยวใช่ไหม”
       มดดำจ๋อย
       “ฉันไม่ได้เบี้ยว แต่ขอเวลาได้มั้ย”
       “ตอนมึงชนะ มึงให้เวลากูเหรอ ถ้ามึงไม่ให้เงินกูๆเอาเรื่องมึงแน่อีมดดำ”
       อิทธิเดินเข้ามายื่นเงินให้
       “เงินของมึงเอาไปซะ”
       จิ๊กโก๋รับเงินไปนับแล้วเดินออกไป
       “พี่อิทไปเอาเงินมาจากไหน”
       “พี่กู้ลุงคงที่ท้ายบ่อนน่ะ”
       “โธ่พี่อิท ของลุงคงดอกแพงมากเลยนี่”
       “ไม่เป็นไรหรอกมดดำ พี่จะรวบรวมเงินมาหาคืนแกให้เร็วที่สุด”
       “ฉันคิดแต่จะได้ ไม่คิดว่าจะแพ้ แทนที่จะได้เงิน ฉันกลับทำให้พี่ต้องมาลำบาก”
       อิทธิยิ้ม
       “มดดำ...แต่พี่พอใจนะที่มดดำแพ้”
       มดดำอึ้ง
       “พี่อิท...”
       “พี่ไม่อยากเห็นมดดำเจ็บตัวอีก ต่อไปเราหาเงินวิธีอื่นนะ”
       “แต่ฉันก็ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับของแม่”
       “พี่กู้มาเผื่อค่าปรับแล้ว”
       อิทธิยื่นเงินให้ มดดำมองแล้วไม่กล้ารับ
       “รับไปสิ มดดำรีบไปหาลุงเหลิมเถอะ ส่วนเรื่องเงินพี่ไม่ได้ให้เปล่า มีเมื่อไหร่ก็มาคืนแล้วกันนะ”
       “ขอบคุณพี่อิทมากนะจ๊ะ ฉันจะรีบหามาคืนพี่ให้เร็วที่สุด”
       มดดำรับเงินไปน้ำตาคลอเบ้าเพราะสงสารอิทธิ
      
       มดดำเดินวนไปวนมาหน้าคิวรถด้วยความกระวนกระวายใจ รถของเฉลิมแล่นมาจอด คนลงมาจ่ายตังค์จนหมด มดดำวิ่งไปหา
       “ลุงไปช่วยแม่กันได้หรือยังจ๊ะ”
       “เฮ้อ...วันนี้หักค่าเช่ารถแล้ว ไม่รู้จะพอช่วยแม่เอ็งหรือเปล่า”
       มดดำยื่นเงินให้
       “ตอนนี้เราจะไปได้หรือยังจ๊ะ”
       “ไปเอาเงินมาจากไหน”
       “เอ่อ...เอ่อ...พี่อิทช่วยจ้ะ”
       “แล้วไป งั้นก็ไป...ขึ้นรถ”
       มดดำยิ้มขอบคุณเฉลิม แล้วสองลุงหลานก็ขึ้นรถไปด้วยกัน
      
       มดดำยืนรอเฉลิมกับส้มอยู่หน้าสถานี พอเห็นลุงกับแม่เดินออกมาก็ดีใจ
       “แม่!”
       มดดำเดินเข้าไปหาแต่ส้มปรี่เข้ามาตบ
       “โอ้ยแม่! แม่ตบฉันทำไม”
       “ก็ตบล้างแค้นแกน่ะสินังมดดำ ที่เมื่อเช้าแกแกล้งไม่ให้ไอ้เสี่ยหนุ่มนั่นมันช่วยฉัน”
       เฉลิมมองหน้ามดดำงงๆ
       “นี่มีเสี่ยเลี้ยงแล้วเหรอวะ”
       “ไม่ใช่จ๊ะลุง ไปกันใหญ่แล้ว! กับคุณคนนั้นน่ะเพิ่งจะเจอกันเมื่อเช้านี้เอง”
       ส้มจิ้มหัว
       “เจอเมื่อไหร่ก็ขอให้มันช่วยได้นี่ ท่าทางมันรวยจะตาย ฮึ่ยยย!! ว่าแล้วก็ขออีกซักทีเถอะวะ”
       ส้มพยายามไล่ตบ มดดำต้องวิ่งหลบอยู่หลังเฉลิมชุลมุน
       “อีส้ม...ถ้ามึงทำอะไรมดดำอีก กูนี่แหละจะแจ้งตำรวจให้เอามึงกลับไปขังเหมือนเดิม” เฉลิมโมโห
       ส้มเห็นเฉลิมท่าทางจะเอาจริงก็ชะงักนิ่ง มองมดดำตาเขียว มดดำทำมองนกมองไม้ เฉลิมดึงแขนมดดำเดินหนีไปขึ้นรถ ส้มต้องวิ่งตาม
       “พี่เหลิม ไอ้พี่บ้า จะทิ้งฉันเหรอ”
      
       สุทธิดา วาว่า แก้ว พงษ์ เดินเข้ามาในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย แล้วมองหาโต๊ะว่าง
       “นั่งตรงไหนดีล่ะ ตรงนั้นไหม” พงษ์ขี้ไป
       สุทธิดาเบ้หน้า
       “ไม่เอาหรอก ร้อน”
       ขณะเดียวกันนั้นเสียงคิมดังขึ้น
       “นั่งตรงนี้ด้วยกันก็ได้นะครับ”
       ทั้งหมดหันไปตามเสียงก็เห็นคิม นักศึกษาคณะบริหารอินเตอร์ หน้าเกาหลีหล่อยิ้มให้       
       “อ๊ายยย นี่มันนายคิม คณะอินเตอร์ที่เป็นนายแบบด้วยนี่” แก้วกระซิบ
       คิมเห็นพวกสุทธิดาลังเล ก็ลุกขึ้นยืนยิ้มให้สุทธิดา ทั้งหมดนั่งกับคิม
       “ผมชื่อคิมครับ อยู่บริหารอินเตอร์”
       สุทธิดายิ้มให้
       “ขอบคุณนะคิมที่ให้นั่งด้วย”
       คิมกับสุทธิดามองหน้ากันแล้วยิ้มให้กัน พงษ์ไม่พอใจ วาว่ากับแก้วเหวอไปเลย พงษ์กระแทกหนังสือกับโต๊ะ
       “อีกครึ่งชั่วโมงจะเข้าเรียนนะ จะกินกันหรือเปล่า”
       พงษ์ลุกนำ แก้ว วาว่า และสุทธิดาลุกตาม แต่คิมยกมือห้าม เอากระดาษกับปากกาส่งให้
       “สาวๆรออยู่ที่นี่ อยากทานอะไรเดี๋ยวผมไปสั่งให้ครับ”
       สุทธิดารับกระดาษกับปากกาจากมือของคิมแล้วเอามาเขียน วาว่า แก้ว เขียนแล้วส่งให้คิมๆลุกเดินไป
       “ดา เธอมีพี่รัฐแล้วทั้งคน ขอบอกว่าหมดสิทธิ์แล้วนะยะ” วาว่ากระซิบ
       สุทธิดาไม่พูดแต่มองตามคิมแล้วยิ้ม พงษ์มองสุทธิดาไม่ค่อยพอใจ
      
       ทั้งหมดเดินมาด้วยกันที่ทางเดินหน้าคณะ คิมเดินคุยกับสุทธิดา มีพงษ์ แก้ว วาว่าเดินตาม
       “เฮ้อ...ดานี่นึกว่าจะฮอทกับคนไทย นี่โกอินเตอร์ไปแล้ว” วาว่าพูดเบาๆ
       พงษ์แย้ง
       “วา พูดอะไรคิดบ้างสิ ดาไม่ชอบหน้าจืดๆอย่างนี้หรอก”
       แก้วเห็นด้วย
       “ใช่ แล้วดาก็มีพี่รัฐแล้ว จะมีคนอื่นได้ไง”
       ทั้งหมดเดินมาถึงหน้าตึก คิมบอกกับสุทธิดา
       “เลิกเรียนผมจะมาหาที่คณะนะครับ”
       สุทธิดายิ้มให้ คิมเดินไป
       “ดา...อย่าบอกนะว่าชอบคิม” แก้วรีบถาม
       “นี่...พวกเธอไม่เห็นเหรอว่าเขาชอบฉัน”
       พงษ์ดีใจ
       “แสดงว่าดาไม่ชอบมันใช่ไหม งั้นก็อย่าไปยุ่งกับมันอีกเลยนะ”
       สุทธิดายิ้มๆ
       “เสียใจ...ฉันปฏิเสธไมตรีคนดีๆแบบนี้ไม่เป็น”
       แก้วกับวาว่าพูดพร้อมกัน
       “โห...แรว๊งงงง!”
       สุทธิดาจะเดินไป พงษ์สุดจะทนเดินไปขวาง
       “แล้วทีผมทำไมดาถึงไม่ทำอย่างนี้บ้าง”
       สุทธิดามองหน้าไม่พอใจแล้วไม่พูดเดินขึ้นตึกไปเลย วาว่าหน้าเหวอ
       “เอ้า...รอด้วยสิดา”
       วาว่ากับแก้วรีบวิ่งตามไป พงษ์ฉุนเดินเตะต้นไม้แถวนั้น
      
       เจ้าของยืนมองส้มกับมดดำในชุดพนักงานสปา แล้วส่ายหน้าระอาใจ
       “แหม เจ๊ฝน ถ้ามดดำมันจ่ายค่าปรับฉันตั้งแต่เมื่อวานวันนี้ฉันกับลูกก็ไม่มาทำงานสายหรอก”
       มดดำอ้อนวอน
       “ป้าฝนจ๋า ถ้าจะหักเงินค่านวดก็หักของมดดำคนเดียวแล้วกันนะ อย่าหักแม่เลย”
       “เอาละ ฉันไม่หักอะไรทั้งนั้นสงสารมดดำหรอกนะ ต่อไปก็อย่ามาสายอีกแล้วส้ม เลิกเล่นไพ่ได้ก็เลิกนะ อายลูกมันบ้าง”
       พูดจบเจ้าของก็ไปนั่งดูตารางคิวที่เคาน์เตอร์ ส้มมองมดดำแล้วค้อนหมั่นไส้แล้วเดินไปนั่งรวมกับเพื่อนหมอนวด สักพักลูกค้าชายเดินเข้ามา เจ้าของเข้าไปไหว้คุยกันสักพัก เจ้าของก็เดินมาที่ส้มกับมดดำ
       “ส้มนวดไทยสองชั่วโมง”
       ส้มเดินไปรับแขกแต่แขกมองมดดำตาเป็นมัน ส้มยิ้มหวาน
       “สวัสดีค่ะ” ส้มหันไปบอกมดดำเสียงหวาน “ลูกมดดำ ช่วยเตรียมอ่างล้างเท้าให้แม่ด้วยนะลูก”
       ส้มให้แขกเปลี่ยนรองเท้าแล้วพาแขกเดินไป มดดำจะเดินไปเจ้าของดึงแขนไว้
       “มดดำ ทำไมไม่ปล่อยให้แม่เขาอะไรเองบ้าง นี่มันเอาเปรียบเรานะ ทีแขกของเราๆยังต้องยกน้ำเอง”
       “ไม่เป็นไรจ้ะป้าฝน มดดำทำได้”
      
       มดดำเดินไปเจ้าของร้านมองตามด้วยความสงสาร
       ครู่ต่อมามดดำล้างเท้าแขกเสร็จก็เอาร้องเท้าให้แขกใส่ ส้มยืนดูอยู่ด้วย
      
       “ไปค่ะคุณเชิญชั้นบน”
       แขกลุกขึ้นแล้วมองมดดำนิ่ง ส้มเห็นก็สงสัย มดดำเองก็งงๆ
       “ฉันขอเปลี่ยนคนนวดเป็นหนูมดดำได้ไหม แล้วฉันจะจ่ายค่านวดเป็นสองคนแม่ลูกเลย”
       ส้มยิ้มร้าย
       “คุณชอบมดดำเหรอคะ งั้นก็ได้ตามสบายเลยค่ะ”
       มดดำมองส้มแล้วรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของแม่
       “แม่...แต่นี่เป็นคิวแม่นะ”
       “เอ้า...ก็ลูกค้าเค้าชอบเอ็ง...เอ๊ย...ชอบมดดำๆก็ต้องนวดสิลูกไปเถอะนะ แม่สละเพื่อลูกไง”
       มดดำถอนใจแล้วจำใจพาแขกขึ้นฉันบน ส้มมองตามยิ้มร้าย
       “หน้าตาหื่นมากเลยนะคะคุณพี่”
      
       มดดำเริ่มจะนวดที่ขา
       “มดดำ มานวดมือเลย เมื่อยแขนมากกว่า”
       มดดำเขยิบมาแล้วนวดแขน แขกมองจ้องตาไม่กระพริบ มดดำรู้สึกอึดอัดเลยมองเพดาน มองมุมห้องไปเรื่อย แขกเห็นมดดำไม่สนใจก็จับมือ มดดำตกใจรีบดึงมือกลับ
       “จะทำอะไร”
       “ขอกอดได้ไหม เดี๋ยวฉันให้ทิป 500 แต่ถ้าเธอมีแถมอย่างอื่น ฉันจะให้เป็นพันนึง”
       แขกลุกนั่งจะจับแขนมดดำรีบปัดออก
       “นี่ อย่ามาคิดบ้าๆกับฉันนะ”
       ลูกค้างง
       “คิดบ้าอะไร เป็นหมอนวดก็แถมให้ลูกค้าหน่อยสิ อย่าเรื่องมากน่า แค่กอดมันจะสึกหรอสักเท่าไหร่”
       แขกจะเข้ามากอดอีก มดดำตบหน้าทันที ลูกค้าเสียงดัง
       “เฮ้ย...นี่ถึงกับตบเลยเหรอ”
       “เออดิวะ! แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนชั่วๆอย่างแก”
       มดดำโมโหลุกเปิดประตูออกไป ลูกค้างง
       “เฮ้ย...มานวดสิ”
      
       ลูกค้ายืนโวยวายกับเจ้าของ
       “อบรมคนที่นี่ยังไง ถึงให้มาทำร้ายแขก”
       มดดำเถียง
       “ก็ไอ้แก่นี่มันจะลวนลามฉันจ้ะป้าฝน”
       ส้มรีบขัด
       “อีมดดำ อย่าเถียงแขก...ส้มขอโทษแทนลูกด้วยนะคะ เดี๋ยวจะให้มันนวดใหม่”
       มดดำหน้าเหวอ
       “แม่...จะให้ฉันโดนปล้ำเหรอ”
       เจ้าของร้านตัดบท
       “เอางี้นะคะ เดี๋ยวฉันเปลี่ยนหมอให้นะคะ”
       ลูกค้าไม่ยอม
       “ไม่...ฉันจะให้มดดำนวดฉัน แล้วก็เหมาสามชั่วโมง จ่ายไม่อั้น”
       มดดำเสียงแข็ง
       “ฉันไม่นวด!”
       “ขอโทษนะคะ ถ้าหมอนวดไม่อยากนวดคุณ ฉันก็บังคับเขาไม่ได้และถ้าคุณไม่ได้มาเพื่อนวดก็เชิญออกจากร้านเถอะค่ะ”
       ลูกค้าอึ้ง
       “อะไรนะ นี่ไล่ลูกค้าเหรอ”
       “เจ๊ฝน แบบนี้ไม่ดีนะ เสียรายได้กันเปล่าๆ ฉันว่าบังคับให้มดดำมันไปนวดเถอะ เดี๋ยวฉันสั่งให้” ส้มหันไปสั่งมดดำเสียงเข้ม “มดดำ กลับไปนวด”
       มดดำอึ้งมองหน้าแม่แล้วมองหน้าแขกก็เห็นแขกยิ้มเยาะสะใจ ส้มดึงแขนมดดำ
       “ไปเร็วสิ...เชิญค่ะ”
       “ไม่ต้องไป” เจ้าของร้านดึงแขนมดดำกลับ “เสียรายได้ก็เสีย...ยังไม่ไปอีก”
       ลูกค้าโกรธ
       “เออ...ไปก็ได้ ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกจำไว้”
       ลูกค้าจะเดินไปทางหลังร้านแต่เจ้าของเรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณควรจะขอโทษมดดำด้วยนะ”
       ลูกค้าอึ้งไปนิดแล้วหัวเราะเสียงดัง
       “ขอโทษหมอนวดเหรอ” ลูกค้าจ้องหน้ามดดำ “วันนี้ฉันทำผิด ฉันรู้ตัวด้วยว่าทำ แต่ไม่ขอโทษ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเธอไม่ใช่คนที่มีคุณค่าพอจะขอโทษไง”
       ลูกค้ายิ้มกวน มดดำยิ้มกวนตอบ
       “ค่ะ ฉันเป็นคนฉันต่ำไม่เหมาะกับคำขอโทษของคุณ แต่รู้ไหมว่าคุณเหมาะกับสิ่งนี้มาก”
       ขาดคำมดดำก็ชกเข้าที่เบ้าตาลูกค้าทันที เหล่าหมอนวดและเจ้าของร้องกรี๊ดแล้วตบมือดีใจเฮลั่น ส้มหน้าตื่น
       “อีมดดำ ทำอะไรลงไป”
       ลูกค้าโวยวาย
       “ผู้หญิงข้างถนน แกชกฉัน ฉันจะแจ้งความ”
       เจ้าของร้านจ้องหน้า
       “เอาสิ ฉันก็จะแจ้งความข้อหาอนาจารพนักงานของฉัน หรือพยายามข่มขืนก็ได้นะ”
       ลูกค้ามองทุกคนด้วยความเจ็บใจแล้วเดินปิดตาไปหลังร้าน ทุกคนหัวเราะ เว้นแต่ส้มที่มองมดดำด้วยความไม่พอใจ ลูกค้าแต่งตัวเสร็จ เดินตาเขียวออกมา
       “ร้องเท้าฉันล่ะ”
       มดดำบอกเสียงแข็ง
       “อยู่ริมถนนนอกร้าน”
       ลูกค้าอยากจะตบมดดำแต่ไม่กล้า วิ่งปิดตาออกนอกร้านแล้วไปหยิบร้องเท้าใส่เดินหนีไป
      
       มดดำนั่งซักผ้าขนหนูล้างอ่าง ส้มเดินมามองด้วยสายตาเหยียด
       “เป็นไงล่ะ วันนี้จะเอาอะไรกิน”
       “แม่ นี่แม่เห็นแก่เงินมากกว่าศักดิ์ศรีของลูกสาวแม่งั้นเหรอ”
       “ก็ใช่น่ะสิ”
       “แม่”
       “จำไว้นะอีมดดำ ทุกอย่างในโลกนี้สำคัญสำหรับกูหมด ยกเว้นมึง”
       ส้มพูดจบก็เดินไป มดดำมองตามแล้วนึกน้อยใจ
      
       สุทธิดา พงษ์ วาว่า แก้วเดินมาที่ลานจอดรถมหาวิทยาลัย พงษ์ชวน
       “วันนี้มีปาร์ตี้ที่บ้านพี่นุ เขาฝากเชิญสาวๆด้วยนะ”
       แก้วสนใจ
       “น่าสนนะ ดาไปป่ะ”
       “ไม่เอาอ่ะกลับบ้านดีกว่า”
       วาว่าแซว
       “อะไร้...พอพี่รัฐกลับมาปุ๊บถอดเขี้ยวถอดเล็บเลยเหรอ”
       “บ้า...ฉันแค่อยากกลับไปเปลี่ยนชุดย่ะ”
       ระหว่างนั้นคิมเดินเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงดอกใหญ่หนึ่ง ดอกแต่ก้านยาวระพื้นและผูกโบว์ใหญ่ๆดูสวยหรู คิมยื่นดอกไม้ให้สุทธิดา
       “นึกอยู่แล้วว่าคุณดาต้องไม่รอผมที่ตึก”
       สุทธิดารับดอกไม้แล้วยิ้ม
       “ทำไมฉันถึงไม่รอรู้ไหม”
       “เพราะคุณสวยและเก่ง ใครอยากจีบต้องวิ่งตาม”
       “เหนื่อยเปล่าถ้าคิดจะตามฉัน”
       “ผมยังไม่ได้เริ่มเลยนะครับ”
       สุทธิดายิ้มให้คิมแล้วหันมาโบกมือกับเพื่อนๆ ก่อนขึ้นรถขับออกไป คิมมองตามยิ้มมีความสุข พงษ์มองแล้วไม่ชอบใจ
       “เฮ้ย...ดาเขามีแฟนแล้วรู้ไว้ด้วย”
       คิมยิ้มกวน
       “ผมจะคบดา ไม่ได้จะคบแฟนเขานี่”
       แก้วกับวาว่ามองหน้ากันอึ้ง
       “โห...แรว๊งงงกว่าดาอีก”
       คิมยิ้มแล้วเดินไป พงษ์มองตามหมั่นไส้
       “ฝันไปเถอะไอ้หน้าจืด แกไม่มีวันได้ดาหรอกโว้ย”
       แก้วแดกดัน
       “บอกตัวเองเหรอพงษ์”
      
       แก้วกับวาว่าเดินหัวเราะกันออกไป



       ฝ่ายสหรัฐกำลังขับรถแล้วมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดรับสายจากบลูธูท
      
       “อย่าบอกนะครับคุณแม่ว่าโทรมาเช็คเวลากลับบ้านผม”
       พิมพ์พรรณคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน
       “แหม...แล้วแม่เช็คไม่ได้เหรอ”
       “ได้ครับ ผู้หญิงที่ผมยอมให้เช็คผมได้ก็คุณแม่คนเดียวเท่านั้นครับ”
       “ต่อไปมีแฟนจะไม่พูดอย่างนี้น่ะสิ เอาละๆ เข้าเรื่องดีกว่า แม่จะโทรมาให้ช่วยซื้อขนมไทยให้แม่สักเก้าชุด พรุ่งนี้แม่จะใส่บาตรจ้ะ”
       “เอ่อ...คุณแม่ให้คนรถหรือใครไปซื้อไม่ได้เหรอครับ คือผมยังใส่ปลอกคออยู่ ไม่อยากลงไปเดินครับ กลัวมีคนเอาสายมาคล้องแล้วจูงไป”
       “ดีสิลูก แม่ฝากเขาฉีดยาโรคกลัวน้ำมาด้วยเลย”
       พิมพ์พรรณหัวเราะ สหรัฐสะดุ้ง
       “เย้ยย...คุณแม่...หัดรับมุขด้วยเหรอครับเนี่ย”
       “ก็เราอยากมาทะเล้นก่อนทำไม เอาเป็นว่ารัฐนั่นแหล่ะแวะซื้อให้แม่หน่อย แต่บอกไว้ก่อน แม่ไม่เอาขนมในห้างนะ อยากได้ขนมที่เขาขายในตลาดสด ทำใหม่ๆสดๆ”
       “โห...ตลาดอีกแล้วเหรอครับ”
       พิมพ์พรรณงง
       “อีกแล้ว ลูกไปมาแล้วเหรอ”
       “เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ ได้ครับ งั้นผมจะแวะซื้อให้นะครับ”
       สหรัฐกดวางสายแล้วเอามือคลำปลอกคอ
      
       มดดำเดินซื้อกับข้าว มีอิทธิในชุดนักศึกษาช่วยถือของให้ อิทธิตกใจที่ได้ฟังเรื่องจากมดดำ
       “เฮ้ย...นี่มีลูกค้าแบบนี้มาสปาด้วยเหรอ”
       “คนเลวมันมีทุกที่แหล่ะพี่อิท”
       “ดีนะที่ป้าฝนแกเข้าใจแล้วยังเข้าข้างมดดำ”
       “ใช่จ้ะ...วันนี้ป้าฝนเลยให้ฉันสามร้อยแล้วบอกว่าถ้าพร้อมไปทำงาน        เมื่อไหร่ค่อยไป”
       “ป้าฝนไม่ใช่ญาติกลับดีกับมดดำ” อิทธิถอนใจ “แต่น้าส้มนี่สิ”
       อิทธิส่ายหน้าระอาใจ
       “ไม่เป็นไรหรอก กับแม่ฉันชินแล้ว แต่คนอื่นที่มาดูถูกค่าความเป็นคนของฉันนี่สิพี่อิท ฉันเจ็บใจจริงๆ”
       “อย่าคิดมากเลยมดดำ คิดไปเราก็ทำอะไรไอ้เลวนั่นไม่ได้”
       “ถึงฉันจะทำอะไรมันไม่ได้ แต่จากนี้ไปฉันจะทำตัวเองให้มีคุณค่า ให้ใครหน้าไหนก็มาดูถูกฉันไม่ได้”
       “ใช่ พี่เห็นด้วย” อิทธินึกได้ดีใจ “มดดำจะเรียนต่อใช่ไหม”
       มดดำพยักหน้ารับ อิทธิยิ้มดีใจและชะงักไป
       “เดี๋ยวก่อน แล้วน้าส้มว่าไง”
       “ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็จะหาทางไปอยู่กับคุณกัลยาเพื่อเรียนหนังสือให้ได้”
       มดดำพูดเหมือนมั่นใจแต่สีหน้ากลับวิตกอย่างมาก อิทธิมองมดดำด้วยความเห็นใจ
      
       สหรัฐขับรถเข้ามาจอดหน้าตลาดแล้วลงจากรถมาเดินดูของมองไปรอบๆแล้วเห็นขนมไทยอยู่มุมหนึ่ง สหรัฐรีบจะเดินไปที่แผงขนมจังหวะเดียวกันกับมดดำและอิทธิเดินออกจากมุมหนึ่งมาชนกันพอดี ถุงกับข้าวของมดดำหล่นกระจาย มดดำมองของด้วยความเสียดาย สหรัฐก็มองของที่ตกพื้นด้วยความรู้สึกผิด แล้วเงยหน้ามาก็เจอกับมดดำ ทั้งสองชี้หน้าใส่กัน
       “นี่คุณ / เธอ...มดดำ”
       อิทธิเข้าพยุงมดดำ สหรัฐลุกขึ้น ทั้งหมดมองของที่ตกเต็มพื้น
       “โอ๊ย...ซวยอีกแล้ว ทำไมต้องมาเจอคุณด้วย ดูสิหมดกัน”
       สหรัฐขำสะใจ
       “ฮึ...กรรมสมัยนี้มันเร็วจริงๆ เมื่อเช้าแกล้งฉัน เย็นตัวเองรับกรรมเลย”
       มดดำมองของที่พื้นด้วยความเสียดาย จะด่าก็ด่าไม่สะดวกเพราะสหรัฐก็พูดถูกที่ว่าเธอไปแกล้งเขาก่อน อิทธิหันมาบอก
       “เอาไงดีอ่ะมดดำ กลับไปซื้อของกันใหม่แล้วกัน”
       มดดำอึกอัก
       “แต่ฉัน...เอ่อ...”
       “ถ้าไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร พี่ออกให้ก็ได้”
       “ขอบใจนะพี่อิท แล้วฉันจะรีบหามาคืน”
       มดดำกับอิทธิเดินกลับเข้าไปในตลาด สหรัฐมองตามอึ้งๆ แล้วมองของที่ตกบนพื้นด้วยความรู้สึกผิด
      
       สหรัฐ เดินดูขนมในตลาด แล้วก็มองไปทางของสดด้วยจนเกือบชนคน พอขอโทษเสร็จสหรัฐก็มองไปทางฝั่งของสดเขาเห็นมดดำกับอิทธิช่วยกันซื้อของ อิทธิคอยจ่ายเงินให้ สหรัฐที่ยืนมองอย่างครุ่นคิดหนัก เขานึกถึงเรื่องราวเมื่อเช้านี้ ตอนนั้นมดดำกับอิทธิเดินออกมาหน้าโรงพัก เขาเดินตามมา
       “นั่นแม่เธอเหรอ...ทำไมไม่ช่วย ที่กับคนอื่นละเห็นไปช่วยเขา กับแม่ตัวเองปล่อยติดตารางซะงั้น”
       “นี่ คุณไม่รู้เรื่องอะไรอย่าพูดดีกว่า”
       “ไม่รู้อะไรก็เห็นๆอยู่”
       อิทธิอธิบาย
       “เอ่อ...คุณสหรัฐครับ มดดำกำลังหาเงินมาเสียค่าปรับอยู่ครับ”
       สหรัฐอึ้ง
       “หา...เงินค่าปรับแค่ไม่กี่ตังค์เนี่ยนะ”
       “ไม่กี่สตางค์สำหรับคุณมากกว่าครับ”
       “พอเถอะพี่อิท ไม่ต้องอธิบายอะไรให้คนแบบนี้ฟังหรอก”
      
       สหรัฐๆ หันกลับไปสั่งขนมกับแม่ค้าขนมหวาน
       “ข้าวเหนียวสังขยาเก้าชุดครับ”
       สหรัฐรีบหยิบเงินออกมา แม่ค้าใส่ถุงส่งให้ สหรัฐจ่ายเงินไม่รอเงินทอนแล้วรีบวิ่งไป ทางด้านมดดำรับผัก อิทธิจ่ายเงินเสร็จ พอหันกลับมาก็เจอสหรัฐยืนอยู่ สหรัฐยิ้มให้แต่มดดำหน้าบึ้งสะบัดหน้าเดินหนี สหรัฐวิ่งมาดักหน้าอีก
       “เอ่อ...ฉันขอโทษ”
       มดดำกับอิทธิมองหน้ากันงงๆ
       “เรื่องอะไร”
       “ก็ที่ฉันชนเธอไง”
       “ตกลงฉันไม่ผิดแล้วเหรอ”
       “โอเค มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครผิด ส่วนคำขอโทษก็สำหรับที่ฉันหัวเราะเยาะเธอ”
       “ช่างมันเถอะ คุณก็พูดถูก ฉันแกล้งคุณก่อน กรรมคงตามฉันทัน”
       “ไม่มีกรรมเวรอะไรทั้งนั้น เอางี้ได้ไหม ฉันขอชดใช้ความเสียหายให้”
       สหรัฐหยิบกระเป๋าสตางค์มาหยิบเงินจะส่งให้ แต่มดดำไม่รับ
       “คุณนี่วัยทองหรือเปล่าเนี่ย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาเป็นว่าฉันไม่รับดีกว่า”
       “ทำไม”
       “ก็ฉันสบายใจที่จะไม่รับ”
       “ถ้าเธอไม่คิดว่าเป็นค่าเสียหาย เธอก็เอาไปใช้อย่างอื่นก็ได้นี่ อย่างจ่ายค่าปรับแม่เธอ”
       “แม่ฉันออกมาแล้ว”
       สหรัฐยิ้มเจื่อน
       “อ้าวเหรอ...ยินดีด้วยนะ แต่ไงฉันก็อยากจะ...”
       มดดำสวนทันที
       “ถ้าคุณอยากช่วยฉัน คุณก็เก็บเงินคุณไว้ดีกว่า มันจะช่วยให้ฉันสบายใจมากกว่าไปรับเงินคุณ” มดดำหันไปหาอิทธิ “พี่อิทกลับกันเถอะ”
       มดดำกับอิทธิเดินแยกไปขึ้นรถสองแถว สหรัฐมองตามไปด้วยความทึ่งแล้วเผลออมยิ้มออกมา
      
       อิทธิกับมดดำเดินกลับบ้านในซอยเล็กๆของสลัม ทั้งสองเดินผ่านมาถึงกุล่มวัยรุ่นที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ 2-3 คน วันรุ่นคนหนึ่งแซว
       “อ้าว!ว่าไงจ๊ะมดดำ วันนี้ไม่แวะมาคุยกับพวกพี่หน่อยเหรอจ๊ะ”
       มดดำจ้องหน้าเอาเรื่อง
       “เฮ้ย!วันนี้มันดุเว้ย! สงสัยกำลังเครียดเอาเรื่อง”
       วัยรุ่นอีกคนเสริม
       “งั้นถ้ามันเครียดก็เท่ากับมันดุ งั้นเราก็จะไม่ยุ่งก๊ะมัน เพราะเราปอด”
       วัยรุ่นคนที่สามร้องเพลงแซว
       “เอ้า!เจอะเธอกี่ครั้งก็ยังปอดๆ คิดแล้วยังปอดๆ ต้องถอยทุกครั้งเลย”
       เพื่อนหันมาแซว
       “นี่เพลงมึงทันสมัยมากเลยนะเนี่ย”
       อิทธิดึงแขนมดดำเดินผ่านไป มดดำฉุน
       “ไอ้พวกนี้ โดนไปวันก่อนยังไม่เข็ด!”
       “ยังเครียดเรื่องขอน้าส้มเรียนเหรอมดดำ”
       “ไม่รู้สิพี่อิท แม่ยิ่งเข้าใจอะไรยากอยู่ด้วย แต่วันนี้เป็นไงเป็นกันฉันจะต้องขอแม่ไปเรียนให้ได้”
       “งั้นพี่เอาใจช่วยนะ”
       ทั้งสองยิ้มให้กัน สักพักมีสองสาวสุดเปรี้ยวประจำซอยเดินผ่านมา เห็นอิทธิแล้วกรี๊ด
       “ว๊ายพี่อิท! พี่อิทจ๋า...” สาวเข้ามาเกาะแขนขวา “ไปไหนมาจ๊ะเนี่ย หิวมั้ยไปกินส้มตำร้านเปรี้ยวนะ”
       “พี่อิท” สาวอีกคนเกาะแขนซ้าย “น้ำแข็งใสร้านฉันดีกว่าจ๊ะ ร้านนังเปรี้ยวมันเผ็ด แต่ร้านฉันน่ะหว๊านหวานนะจ๊ะ หวานเหมือนตัวฉันเลยนะ”
       มดดำเซ็ง อิทธิก็ไม่รู้จะหาทางออกยังไง อิทธิกระซิบมดดำ
       “มดดำ ช่วยพี่หน่อยดิ”
       มดดำสงสาร พยักหน้าโอเคแล้วทำท่าสะดีดสะดิ้งเหมือนสองสาว
       “ว้ายยย!!!พี่อิท” เธอเข้าไปแทรกสองสาว ดึงแขนอิทธิ “เรากลับไปกินน้ำพริกแรด!ด้วยกันนะจ๊ะ น้ำพริกแรดๆของฉันน่ะ แซ่บหลาย! แซ่บหลาย!”
       คำว่าแรดกระเด็นโดนเต็มๆหน้าสองสาวจนสะดุ้ง
       “หนอย...อีนังมดดำ พี่อิทเป็นแฟนฉัน! กล้าแย่งฉันเรอะ”
       สาวอีกคนจะเอาเรื่อง
       “หยั่งงี้มันต้องถอน!”
       มดดำตั้งกาด
       “ได้เลย!! เครียดมาหลายวันละ ขออีมดดำระบายหน่อยเหอะ!”
       อิทธิหน้าเหวอ
       “อ้าวเฮ้ยย!!มดดำ! ให้มาช่วยพี่นะ ไม่ได้ให้มีเรื่อง!”
       ว่าแล้วสามสาวก็วางมวยกัน อิทธิเข้าไปห้ามเลยโดนหมัดมดดำเต็มเบ้าตาร้องโอ้ย สองสาวตกใจ
       “ว๊าย!พี่อิท พี่อิทเป็นไงบ้างจ๊ะ เจ็บมั้ย เดี๋ยวฉันทำแผลให้”
       ว่าแล้วสองสาวก็ช่วยกันถอดเสื้ออิทธิ อิทธิพยายามดึงๆเสื้อไว้ มดดำเซ็งเดินหนีไป
       “เดี๋ยวมดดำ! รอพี่ด้วย โอ้ยย!!”
      
       มดดำ ส้ม และเฉลิมนั่งกินข้าวด้วยกัน เมื่อกินเสร็จ มดดำกับเฉลิมก็เก็บจานที่วางบนหนังสือพิมพ์ที่ปูแทนโต๊ะตรงพื้นกลางบ้าน ส้มลุกขึ้นเหมือนจะเดินออกจากบ้าน
       “แม่จะไปไหน” มดดำรีบถาม
       “เอ๊ะ...อีนี่ เลิกยุ่งกับกูซะทีได้ไหม”
       “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันก็คงยุ่งได้อีกไม่นานแล้ว”
       ส้มมองมดดำงงๆ เฉลิมก็สงสัยเหมือนกัน
       “เอ็งหมายความว่าไงวะมดดำ”
       “ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเรียนหนังสือ ฉันจะไม่ให้ใครมาดูถูกฉันอีก ฉันจะไปอยู่บ้านคนที่ฉันเคยช่วยเขาไว้”
       ส้มไม่พอใจ
       “กูบอกแล้วไงว่าไม่ให้ไป ถ้ามึงไปกูเอามึงตายแน่”
       “แม่...ฉันทำก็เพื่อแม่กับลุงด้วยนะ”
       “กูไม่สน บอกว่าไม่ให้ไปก็คือไม่ต้องไป จะโง่ตายคาสลัมก็เรื่องของมึง”
       มดดำเซ็ง เฉลิมเดินมานั่งใกล้ๆ แล้วลูบหัวด้วยความสงสาร
       “ส้ม ถ้าเอ็งกับข้าส่งมดดำไม่ไหว ทำไมไม่ให้มันไปอยู่กับคนดีล่ะ”
       “พี่เหลิม ไม่ห่วงเหรอว่าหลานพี่อาจจะโดนหลอกไปขายก็ได้”
       มดดำแย้ง
       “คุณกัลยาเขาไม่ทำกับฉันอย่างนั้นแน่ ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนดี”
       ส้มพอได้ยินชื่อกัลยาก็ตกใจ
       “เดี๋ยวมันชื่ออะไรนะ อีคนจะอุปการะเอ็งเนี่ย”
       “คุณกัลยาจ้ะ” มดดำหยิบนามบัตรส่งให้ “นี่ไงนามบัตรเขา รู้สึกเหมือนเขาจะอยู่แถวๆที่แม่ไปคืนนั้น”
       ส้มกระชากนามบัตรไปดูแล้วอึ้งตกใจ ยืนนิ่งจนมดดำกับเฉลิมสงสัย       
       “มีอะไรวะ”
       “แม่...ฉันขอร้องล่ะ ให้...”
       ส้มไม่ฟังเดินหนีเข้าห้องไปเลย มดดำกับเฉลิมอึ้ง
      
       ส้มนั่งดูนามบัตรแล้วกำมือด้วยความเจ็บใจ
       “อีกัลยา”
      
       เช้าตรู่วันใหม่...เฉลิมเปิดประตูห้องนอนออกมาแล้วเห็นมดดำนอนหลับอยู่ที่พื้น ซึ่งพอได้ยินเสียงเฉลิม มดดำก็งัวเงียตื่น
       “มดดำ อย่าบอกนะว่าแม่เอ็งไม่ให้เข้าไปนอนในห้องอีกแล้ว”
       “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะลุง” มดดำมองนาฬิกา “ตายแล้ว นี่สายแล้ว เดี๋ยวฉันล้างหน้าแล้วไปขนผักที่ตลาดก่อนนะลุง”
       มดดำจะวิ่งไปแต่เฉลิมดึงแขนไว้
       “เดี๋ยว แล้วเรื่องเรียนจะเอาไง”
       “ฉันก็จนปัญญาแล้วจ้ะ”
       “งั้นลุงจะจัดการเอง”
       ระหว่างนั้นส้มเปิดประตูห้องออกมา เฉลิมโวยใส่ทันที
       “อีส้ม กูทนไม่ไหวแล้ว ไหนนามบัตร กูจะโทรไปหาเขาเอง เป็นตายร้ายดีกูก็จะให้มดดำไปอยู่กับ...”
       ส้มสวนขึ้นทันที
       “ก็ไปสิ”
       เฉลิมกับมดดำแทบไม่เชื่อหูตัวเอง มดดำกระโดดดีใจ
       “จริงนะแม่ ขอบคุณมากจ้ะ”
       “แต่กูมีเงื่อนไข”
       “เงื่อนไขอะไรจ๊ะ”
       “กูจะเข้าไปอยู่บ้านนั้นกับมึง”
       “ห๊า...อะไรนะแม่”
      
       มดดำกับเฉลิมมองหน้ากันงงๆ
ตอนที่ 4
      
       ส้มยื่นนามบัตรของกัลยา คืนให้มดดำ แล้วสั่งการ
      
       “มึงรีบไปโทร.หาอีนี่แล้วบอกให้มันมารับเร็วๆ”
       มดดำรับนามบัตรกลับไป แต่ก็ลังเลไม่รู้จะเอาไงดี
       “เดี๋ยวฉันทำงานที่ตลาดเสร็จแล้วจะโทรหานะแม่”
       “ไม่ต้อง โทรเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ ให้มันมารับเร็วที่สุด”
       เฉลิมชักฉุน
       “โอ๊ย...อีส้ม มึงจะบ้าเหรอเดี๋ยวให้เดี๋ยวไม่ให้ บทจะให้ก็รีบไม่ลืมหูลืมตาเลยนะมึง คิดบ้างไหมเช้าป่านนี้มดดำจะโทรไปกวนเขาได้ไง”
       “ถ้ามันไม่โทรก็ไม่ต้องไปเรียน”
       มดดำเดินออกจากบ้านไป ส้มกับเฉลิมเดินไปดูที่ประตู เห็นมดดำเดินข้ามถนนไปที่ตู้โทรศัพท์แล้วเริ่มลงมือกดเบอร์ เฉลิมหันมาบอก
       “เดี๋ยวข้าไปส่งเอ็งกับมดดำนะ”
       “ไม่ต้องหรอกพี่ ฉันไปกันเองดีกว่า”
       เฉลิมงง
       “จะไปทำไมให้เปลืองค่ารถ เอ็งรู้เหรอว่าบ้านเขาอยู่ไหน ข้าขับรถมาสิบๆปี ออกนอกเส้นทางหน่อยยังหลง แล้วนี่เอ็งจะไปกันยังไง”
       ส้มยิ้มร้าย
      
       รถแท็กซี่แล่นมาตามทาง มดดำนั่งดูนามบัตรแล้วมองป้ายบอกทางแล้วงง
       “เดี๋ยวหยุดก่อนจ้ะพี่”
       คนขับหยุดรถ ส้มถามอย่างสงสัย
       “มีอะไร”
       “ก็ในนามบัตรบอกซอย 17 แต่นี่มันสามแยกแล้วมันเลี้ยวทางไหนล่ะแม่”
       “เลี้ยวทางขวา ตรงไปสุดทางแล้วเลี้ยวซ้ายอีกที” ส้มบอกหน้าตาเฉย
       มดดำงง
       “แม่รู้จักทางเหรอ”
       ส้มไม่ตอบ มดดำมองรอบๆแล้วนึกได้
       “เอ๊ะ...นี่มันทางที่แม่มาดูงานวันเกิดบ้านหลังใหญ่ๆคืนนั้นใช่ไหม”
       “ไปเหอะน่า...ถามเยอะจริงนะมึง” ส้มเร่งคนขับแท็กซี่ “ไปสิพี่”
       คนขับออกรถไป มดดำมองแม่อย่างสงสัย
      
       กัลยายืนรออยู่หน้าบ้าน คุณหญิงวาปีกับองค์อรเดินออกมาด้วยกัน
       “เด็กมดดำคงดีใจนะ ที่เจ้าของบ้านมายืนรอต้อนรับด้วยตัวเอง” คุณหญิงแดกดันลูกสาว
       “ไม่ได้สิคะ เด็กคนนี้มีบุญคุณกับกัลมาก กัลอยากจะดูแลแกให้ดีที่สุด”
       องค์อรยิ้มๆ
       “ดีใจด้วยนะคะพี่กัล ในที่สุดพี่ก็ได้ตอบแทนบุญคุณคนที่ช่วยชีวิตพี่แล้ว”
       “ขอบใจจ้า” กัลยาเห็นแท็กซี่แล่นเข้ามา “อุ๊ย...นั่นไงคะมาแล้ว”
       รถแท็กซี่แล่นมาจอดด้านหน้า มดดำลงมาก่อน กัลยาเข้าไปโอบกอด มดดำไหว้คุณหญิงกับองค์อร ทั้งสองยิ้มให้อย่างมีไมตรี
       “ยินดีต้อนรับนะมดดำ”
       มดดำมองไปรอบๆบ้าน กัลยาถามอย่างสงสัย
       “มีอะไรเหรอมดดำ”
       “เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่เคยผ่านบ้านนี้มาแล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นบ้านคุณกัลยา”
       “หวังว่าหนูจะชอบที่จะอยู่ที่นี่นะ” กัลยานึกได้ “เอ่อ...แล้วคุณแม่ล่ะ เห็นบอก        ว่าแม่จะขอมาอยู่ด้วย”
       มดดำมองหาเห็นส้มยังนั่งในรถ จึงเปิดประตูรถ
       “แม่ไม่ลงมาล่ะ”
       ส้มลงมาจากแท็กซี่ กัลยา คุณหญิง และองค์อรตะลึง
       “ส้ม...” กัลยาพึมพำ
       ส้มยิ้มให้กับทุกคน
      
       มดดำกับส้ม ยืนคอยการตัดสินใจของกัลยา คุณหญิงวาปีและองค์อร ที่เข้าไปปรึกษากันในบ้าน ส้มยืนลุ้นใจจดใจจ่อจนมดดำสงสัย
       “แม่...ทำไมทุกคนในบ้านหลังนี้ถึงรู้จักแม่ล่ะ”
       “ก็เพราะพวกมันเป็นศัตรูกับฉันนะสิ ต่างฝ่ายต่างรู้จักสันดานความชั่วของกันและกันดี โดยเฉพาะยัยแก่นั่น จะให้ลืมกันง่ายๆได้ยังไง”
       มดดำงง
       “แล้วที่แม่มายืนหน้างานวันเกิดวันนั้น...”
       “มึงจะอยากรู้อะไรกันนักกันหนาอีมดดำ! ที่กูมาเพราะกูแค่อยากจะมาดูน้ำหน้าของพวกมันแล้วคอยหาจังหวะดีๆมาแก้แค้น! อย่างที่มึงทำให้กูได้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ไง ตั้งแต่มึงเกิดมาก็มีแค่วันนี้แหละที่กูรู้สึกว่ามึงได้ตอบแทนพระคุณกู”
       มดดำรู้สึกน้อยใจ แต่ส้มไม่แคร์อะไรเพราะสนใจแต่คนในบ้าน
      
       กัลยา คุณหญิงวาปี องค์อรยืนปรึกษากันเรื่องของส้ม
       “ขอร้องเถอะนะคะคุณแม่ สงสารเด็กมดดำนั่น” กัลยาอ้อนวอน
       องค์อรแย้ง
       “เราเคยสงสารมาครั้งนึงแล้วนะคะคุณพี่ แล้วผลเป็นยังไงละคะ”
       กัลยาถอนใจเข้าใจสิ่งที่องค์อรเป็นห่วง หันไปมองหน้าคุณหญิงก็ยังเห็นมีท่าทีใจแข็งอยู่
       “ตั้งแต่กัลได้เจอกับมดดำ กัลก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้ถูกชะตากับเด็กคนนั้นมาก พอได้อยู่ใกล้ก็ยิ่งอยากดูแล” กัลยาหันไปหาองค์อร “ยังไงซะแม่กับลูกก็คงไม่เหมือนกันหรอกนะ ดูสิ...มดดำหน้าตาน่าเอ็นดูออก”
       คุณหญิงกับองค์อรมองออกไปนอกบ้าน แอบดูมดดำแล้วก็ตัดสินใจไม่ถูก คุณหญิงก็รู้สึกถูกชะตากับมดดำอยู่ลึกๆ จึงหันมาบอกกัลยา
       “งั้นก็ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน”
       องค์อรอึ้ง
       “แม่คะ!”
       กัลยาดีใจ
       “ค่ะคุณแม่ ขอบคุณค่ะ...”
       องค์อรไม่พอใจ
       “ถ้าถ่านไฟเก่าจะคุ ก็เป็นเพราะคุณพี่นั่นแหละที่จุดมันขึ้นมาอีก”
       กัลยากลุ้มใจ แต่ก็อยากตอบแทนมดดำ
      
       มดดำไม่สบายใจที่เห็นส้มมีความแค้นกับคนในบ้านหลังนี้และคิดจะมาแก้แค้นเท่านั้น เธอดึงแขนแม่
       “แม่ ฉันว่าเรากลับกันเถอะแม่”
       ส้มด่าทันที
       “อีบ้า! จะให้กูกลับไปไหน”
       “ก็กลับไปอยู่บ้านเราที่สลัมไง”
       “เรื่องอะไรกูจะกลับ กูอุตส่าห์รอคอยวันนี้มาตั้งนาน มึงจะให้กูกลับไปง่ายๆงั้นเรอะ”
       “ก็แม่เป็นศัตรูกับพวกเขา แล้วเราจะอยู่กันสงบได้ยังไง”
       “นั่นแหละที่กูต้องการ มึงคิดว่าที่กูให้มึงมาอยู่ที่นี่ กูอยากให้มึงกับพวกมันอยู่อย่างสงบสุขรึไง” ส้มมองเข้าไปในบ้าน “คอยดูนะกูจะแก้แค้นพวกมันให้มันส์มือกูเชียว”
       “เขาคงให้แม่อยู่แก้แค้นหรอก”
       “เอ้าอีนี่!! ถึงพวกมันไม่ให้อยู่กูก็จะอยู่ ลองโยนกูออกไปดูสิ กูจะปีนกลับเข้ามาให้มึงดู”
       มดดำอึ้ง กัลยาเดินออกมาจากในบ้านแล้วยิ้มให้มดดำ ส้มทำเป็นนิ่งตีหน้าเศร้าทันที กัลยาจับมือมดดำ
       “ฉันปรึกษาคุณแม่กับองค์อรแล้ว เราจะรับเธอสองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้”
       มดดำชะงัก
       “แต่...”
       กัลยาหันไปหาส้ม
       “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”
       ส้มน้ำตาไหลทันที
       “ป่าวหรอกค่ะคุณกัล...แค่ส้มรู้สึกผิดกับเรื่องโง่ๆที่ส้มเคยทำลงไป ยิ่งเห็นคุณกัลกับครอบครัวดีกับส้มอย่างนี้แล้ว” ส้มปาดน้ำตา “ส้มยิ่งรู้สึกแย่”
       “ไหนๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ฉันไม่ได้เก็บมาติดใจอะไรหรอก ยิ่งเห็นส้มสำนึกได้อย่างนี้ฉันก็ดีใจ”
       ส้มปล่อยโฮลงทุนก้มลงกราบเท้ากัลยา คุณหญิงกับองค์อรที่แอบดูอยู่เห็นแล้วก็งง มดดำยิ่งงงใหญ่
       “นี่ส้ม...” กัลยารีบประคอง “เธอไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก ลุกขึ้นเร็ว”
       ทันใดนั้นเสียงคุณหญิงดังขึ้น
       “เธอลุกขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวใครเขามาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”
       ส้มหันมอง แล้วรีบปรี่เข้าไปกราบเท้าทั้งสองอย่างน่าเวทนา คุณหญิงกับองค์อรแทบชักเท้าออกไม่ทัน
       “ฉันบอกให้เธอลุกขึ้นไง”
       ส้มลุกขึ้น
       “คุณหญิง...ส้มสำนึกผิดแล้วค่ะคุณหญิง ส้มยอมรับว่าตอนแรกๆที่ออกไปจากบ้านหลังนี้ส้มยังรู้สึกเกลียดและแค้นทุกคนอยู่ แต่พอเวลาผ่านไปความรู้สึกก็เบาบางลง ยิ่งพอส้มได้มีลูกก็ยิ่งทำให้รู้ว่าความสุขจริงๆของเราอยู่ที่ลูก หลังจากนั้นส้มก็ทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูมดดำให้เป็นคนดี และคิดอยู่ตลอดเวลาว่าถ้ามีโอกาสอยากกลับมาขอคมาทุกคนที่นี่”
       องค์อรยังไม่อยากจะปักใจเชื่อ บีบแขนคุณหญิง ไม่อยากให้แม่ไว้ใจมากนัก
       “ถ้าหากสิ่งที่เธอพูดมันออกมาจากใจของเธอจริงๆ เวลาเท่านั้นแหละที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ยังไงซะฉันก็ไม่อยากให้มีปัญหาอะไรอีก คิดว่าเห็นแก่ลูกเธอแล้วกัน”
       พูดจบคุณหญิงก็เดินกลับเข้าบ้านไป องค์อรแม้ไม่เต็มใจนักแต่ก็ต้องเดินตามแม่เข้าไปอย่าเสียไม่ได้ กัลยาเชื่อส้มอย่างสนิทใจเดินมากุมมือปลอบใจ
       “ทุกคนพลาดได้ แต่ก็เริ่มต้นใหม่ได้นะส้ม ฉันเอาใจช่วยเธอ”
       “ขอบคุณมากค่ะคุณกัล ทุกอย่างจะต้องเริ่มต้นใหม่ที่นี่ค่ะ”
      
       ส้มแอบยิ้มร้ายสะใจมองมาทางมดดำที่เหวอไปเลย กับสิ่งที่แม่ทำ



       กัลยาเดินพามดดำกับส้มเข้ามาในบ้าน เนื่องเดินเข้ามา
      
       “คุณกัลค่ะ คุณหญิงให้เนื่องมาพาสองคนนี้ไปแนะนำให้คนอื่นๆรู้จักและพาไปดูที่พักค่ะ”
       “อ๋อ...” กัลยาแนะนำ “ส้ม มดดำ นี่คือคุณเนื่อง...เป็นแม่บ้านคนสนิทของคุณแม่จ้ะ”
       มดดำกับส้มสวัสดีอย่างนอบน้อม เนื่องรับไหวแล้วยิ้มให้อย่างใจดี
       “คุณเนื่องจ๊ะ ฉันฝากต่อละกันนะจ๊ะ”
       “ค่ะ...”
       กัลยาเดินออกไป
       “เชิญเธอสองคนทางนี้จ๊ะ”
       มดดำยิ้มรับคำอย่างน่าเอ็นดู แต่พอเนื่องมองส้ม ส้มกลับชักสีหน้าใส่ เนื่องงงๆ
      
       มาลีคุยกับเหวงอยู่ที่ห้องครัว
       “เออนี่ลุงเหวง เห็นว่าวันนี้บ้านเราจะมีคนใช้เข้ามาเพิ่มอีกใช่ป่ะ ฉันแอบเห็นเมื่อกี้เนี่ยตรงหน้าบ้าน มากันสองคน”
       “แสนรู้จมูกไวตลอดเลยนะแกนี่นังมาลี”
       เสียงเนื่องดังเข้ามา
       “ใครจมูกไวหรือตาเหวง ลุงหรือหลาน”
       สองลุงหลานหันไปมองเห็นเนื่องพามดดำกับส้มเข้ามา เหวงเห็นส้มก็ตกใจ
       “นังส้ม...”
       เนื่องแนะนำ
       “นี่ส้มกับมดดำ สองคนนี้จะเข้ามาช่วยงานในบ้านนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...แล้วนี่เหวงคนเก่าคนแก่ที่นี่กับมาลี”
       มดดำยกมือไหว้
       “สวัสดีจ๊ะลุง สวัสดีจ๊ะพี่มาลี”
       มาลีทักทายกับมดดำ
       “หวัดดีจ๊ะมดดำ หวัดดีจ๊ะน้า...” มาลีเห็นส้มทำหน้าเฉยใส่เลยงง “น้าส้ม...”
       ส้มไม่สนใจคำทักทาย เนื่องรู้สึกไม่พอใจสีหน้าเย่อหยิ่งของส้ม
       “แล้วห้องพักอยู่ไหนล่ะ ร้อนจะตายชักฉันอยากอาบน้ำหน่อย”
       “เดี๋ยวฉันพาไปอธิบายเรื่องงานที่จะต้องช่วยกันทำก่อน แล้วเดี๋ยวจะพาไปดูห้องพัก”
       ส้มไม่สนใจ
       “ทางโน้นสินะ”
       ส้มเดินออกไปเลยไม่สนใคร
       “อ้าวแม่...แม่เดี๋ยวก่อน!”
       มดดำรู้สึกผิดแทนแม่ อยากจะขอโทษทุกคนแต่ต้องรีบตามแม่ไปก่อน มาลีก็งง เนื่องไม่พอใจมาก
       “นี่ลุงเหวง เขารู้ด้วยเหรอว่าห้องพักคนงานไปทางไหน” มาลีถามงงๆ
       เหวงส่ายหน้า
       “เฮ้อ...หายนะมาเยือนอีกแล้ว”
       เนื่องกับมาลีงงว่าเหวงหมายถึงอะไร เหวงไม่กล้าพูดมาก เนื่องเห็นไม่ได้ความอะไรเลยเดินตามส้มกับมดดำไป เหวงมองตามอย่างกังวล
      
       เนื่องเปิดประตูพาส้มกับมดดำเข้ามาดูห้อง ส้มมองดูไปรอบๆห้อง เห็นเป็นห้องเล็กๆที่มีเพียงที่นอนหนึ่งที่กับพัดลมตั้งโต๊ะหนึ่งตัว
       “ห้องนี้เนี่ยนะที่จะให้ฉันอยู่”
       “ใช่”
       “แล้วไหนห้องของมดดำมันล่ะ”
       “เธอทั้งสองคนอยู่ห้องนี้...” เนื่องยืนยัน
       ส้มไม่พอใจ
       “อยู่สองคนห้องเล็กๆเนี่ยนะ พัดลมเพดานก็ไม่มี ห้องใหญ่ทางโน้นใครพัก”
       เนื่องงง
       “เธอรู้จักห้องที่นี่ด้วยเหรอ”
       ส้มเสียงแข็งใส่
       “ฉันถามว่าใครพัก”
       เนื่องค้อน
       “นั่นมันห้องของฉัน”
       “งั้นก็เปลี่ยนห้องกัน”
       “อะไรนะ”
       “คนเดียวแต่ได้อยู่ห้องใหญ่ แล้วให้สองคนอยู่ห้องเล็กเนี่ยนะ คนบ้านนี้มันคิดกันเป็นมั้ยเนี่ย”
       มดดำอึ้ง
       “แม่!”
       ส้มไม่สน
       “ไม่รู้ล่ะ ลองไปถามถามคุณกัลให้หน่อยละกัน ว่ายังมีห้องเหลือมั้ย เพราะถ้าให้อยู่กันสองคนห้องแคบๆอย่างนี้ฉันอยู่ไม่ได้หรอก”
       เนื่องชักระอา
       “เอาข้าวของเข้าไปเก็บให้เรียบร้อยก่อนละกัน เดี๋ยวฉันจะลองไปถามคุณกัลให้ ว่ายังมีห้องเหลือให้กับคนที่คิดแคบๆแบบเธออยู่หรือป่าว”
       ส้มไม่ได้สะท้านกับคำพูดของเนื่องนัก เนื่องเดินหัวเสียออกไป มดดำ        ยังงงไม่หาย
       “แม่ จริงๆห้องมันก็ไม่ได้แคบสักเท่าไหร่ เราอยู่ด้วยกันก็ได้”
       “ถามกูรึยังว่าฉันอยากอยู่กับมึงมั้ย ถ้าไม่มีห้องเพิ่มมึงก็นอนข้างนอกนี่เหละนังมดดำ”
       มดดำหน้าเหวอ
       “เอ้าแม่!”
       ขาดคำส้มก็ขนของของตัวเองเข้าห้อง มดดำเซ็งๆ
      
       เนื่องเข้ามารายงานเรื่องของส้มให้กับกัลยาฟัง คุณหญิงและองค์นั่งฟังอยู่ด้วย องค์อรหัวเราะ
       “ออกลายจนได้สินะคะ เข้ามายังไม่ทันข้ามวันเลย”
       กัลยาขัดขึ้น
       “ห้องนั้นจะว่าไปแล้วมันก็แคบสำหรับคนสองคนจริงนั่นแหละ คุณเนื่องจ๊ะ เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้หนูมดดำไปอยู่อีกห้องหนึ่งละกันนะ เวลาที่หนูมดดำได้เรียนจะได้มีสมาธิอ่านหนังสือด้วย”
       เนื่องไม่ค่อยเห็นด้วย
       “เอ่อ...ค่ะ”
       องค์อรประชด
       “ไม่ติดพัดลมเพดานไปตามคำขออีกอย่างด้วยเลยละคะคุณพี่ขา”
       กัลยานึกได้
       “เอ่อ...ใช่ ลืมนึกไปเลย”
       องค์อรหงุดหงิด
       “คุณพี่! เมื่อกี้อรพูดประชด”
       คุณหญิงแทรกขึ้น
       “ถ้างั้นห้องของเหวงกับมาลีน่ะก็ช่วยติดพัดลมเพดานให้พร้อมกันด้วยเลยละกันนะ เดี๋ยวสองคนนั้นเขาจะน้อยใจ”
       “ค่ะคุณหญิง”
       เนื่องเดินออกไป คุณหญิงหันมาหากัลยา
       “กัล แม่เข้าใจนะว่าลูกเอ็นดูเด็กมดดำนั่นมาก แต่แม่ก็ไม่อยากให้ลูกหน้ามืดตามัวจนมองข้ามรายละเอียดอื่นๆไป”
       องค์อรเบ้หน้า
       “เมื่อกี้ยังกราบพวกเราอยู่เลย ไม่ทันไรออกลายซะแล้ว ระวังนะคะพี่กัลแม่นั่นจะกลับมาทวงตำแหน่งเดิม!”
       “เธอคิดมากไปแล้วอร อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายนักสิ”
       “การมองในแง่ร้ายบ้างบางครั้งก็เป็นเกราะคุ้มกันนะคะ”
       “อร พี่ขอบใจเธอมากนะที่เป็นห่วง เอาเป็นว่าพี่จะระวังอะไรให้มากขึ้น”
       กัลยาลุกเดินออกไป องค์อรหันมาหาคุณหญิง
       “คุณแม่คิดแบบเดียวกับพี่กัลเหรอคะ ว่าคนเราจะกลับตัวกลับใจได้จริงๆ นี่อรก็ยังนึกภาพไม่ออกเลยนะคะว่าถ้าพี่ชาติกลับมาแล้วเห็นส้ม มันจะเกิดอะไรขึ้นอีก”
       คุณหญิงได้แต่ถอนใจ
      
       เนื่องเข้ามาในครัวก็เห็นมาลีอยู่คนเดียว
       “อ้าวนี่มาลี ตาเหวงไปไหนซะล่ะ”
       “อ๋อ...ไปเข้าห้องน้ำจ๊ะคุณเนื่อง เดี๋ยวก็มา...อ่ะนั่นไงมาพอดี”
       เหวงเดินเข้ามาเห็นเนื่องมองหน้าแปลกๆก็สงสัย
       “มีอะไรรึคุณเนื่อง”
       “มี...เรื่องของสองแม่ลูกที่เพิ่งเข้ามาใหม่นั่นน่ะ ตาเหวงรู้จักใช่มั้ย”
       เหวงอึกอัก แต่พอเห็นเนื่องกับมาลีจ้องหน้าเค้นจะเอาคำตอบก็เลยต้องพูด
       “เอ่อ...ฉันก็พูดอะไรได้ไม่มากหรอกนะ บอกได้แค่ว่าส้มน่ะเขาเคยอยู่ที่นี่มาก่อน”
       มาลีไม่เข้าใจ
       “เคยอยู่ที่นี่มาก่อน แล้วทำไมเขาถึงดูเชิดๆหยิ่งๆไม่น่าคบหยั่งนั้นล่ะลุง”
       “อย่าถามมากได้มั้ยนังมาลี อยากรู้ก็ไปถามคุณๆท่านๆเอาเองเถอะ”
       ทันใดนั้นเสียงส้มดังขึ้น
       “หรือจะถามที่ฉันเลยก็ได้นะ”
       ทุกคนหันไปมองส้มที่เดินเข้ามา
       “แต่ถึงไม่ถามหรือฉันไม่บอก อยู่ไปสักพักเดี๋ยวก็รู้กันเองแหละ ว่าอะไรเป็นอะไร”
       เนื่องจ้องหน้า
       “ฉันก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องอะไรของเธอมากหรอกนะส้ม แต่ถ้าเธอยังมีท่าทีแบบนี้ใส่คนอื่นอยู่อีก ฉันว่ามันไม่ดีแน่”
       “ฉันก็ไม่ได้อยากให้ใครดีกับฉันนี่คุณเนื่อง โดยเฉพาะระดับฉันบริวาร อื้อ...ขอเตือนไว้อีกอย่าง ถ้าอยากอยู่กันอย่างสงบก็อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน เราจะได้ไม่มีปัญหาต่อกัน”
       ส้มเดินเชิดออกไป มาลีไม่พอใจ
       “ฮึ่ยย!!”..คนอะไรกันเนี่ย เจอกันวันแรกก็ไม่น่าคบแล้ว”
       เนื่องเปลี่ยนเรื่อง
       “เออนี่ตาเหวง เดี๋ยววันนี้ช่วยออกไปรับช่างที่จะมาติดพัดลมหน่อยนะ ฉันโทรบอกเขาแล้ว คุณกัลให้ติดพัดลมเพดานห้องคนงานทุกห้อง”
       “ว้าว ทุกห้องเลยเหรอคุณเนื่อง คุณหญิงใจดีจัง”
       “ไปขอบใจสองแม่ลูกนู่นแน่ะ”
       เนื่องพูดจบ เดินหัวเสียออกไป เหวงบ่น
       “คราวก่อนมีแค่คนเดียวก็หนักหนาแล้ว คราวนี้มีลูกพ่วงมาด้วย เฮ้อคุณชาติชายนะ คุณชาติชาย นึกว่าบ้านนี้จะได้สงบแล้วเชียว”
      
       สหรัฐนั่งตรวจเอกสารต่างๆอยู่ที่โต๊ะทำงานจู่ๆก็นึกถึงมดดำขึ้นมา เขานึกถึงตอนที่มดดำวิ่งมาล้มลงตรงหน้ารถ สหรัฐหัวเสีย เปิดประตูรถลงมา
       “อะไรกันเนี่ย! นี่เธอ ถนนนะไม่ใช่สนามหญ้า อยู่ๆก็วิ่งมานอนเล่น เป็นบ้าหรือเปล่า...โอ๊ย...”
       สหรัฐเจ็บคอ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นโจรวิ่งมาจะเตะเธอ มดดำหลบได้ ลุกขึ้นสู้กัน เธอพลาดท่าโดนไปหลายที สหรัฐทนไม่ได้เข้าไปช่วย
       “เฮ้ย!! รังแกผู้หญิงเหรอวะ!...โอ๊ย...”
       สหรัฐเจ็บคอ
      
       สหรัฐกับมดดำเห็นหน้ากันพูดพร้อมกัน
       “นี่คุณ / เธอ...มดดำ”
       อิทธิเข้าพยุงมดดำ สหรัฐลุกขึ้นทั้งหมดมองขนมที่ตกเต็มพื้น มดดำบ่นอุบ
       “โอ๊ย...ซวยอีกแล้ว ทำไมต้องมาเจอคุณด้วย ดูสิหมดกัน”
       สหรัฐขำสะใจ
       “ฮึ...กรรมสมัยนี้มันเร็วจริงๆ เมื่อเช้าแกล้งฉัน เย็นตัวเองรับกรรมเลย”
      
       มดดำโวย
       “ตกลงฉันไม่ผิดแล้วเหรอ”
       “โอเค มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครผิด ส่วนคำขอโทษก็สำหรับที่ฉันหัวเราะเยาะเธอ”
       “ช่างมันเถอะ คุณก็พูดถูก ฉันแกล้งคุณก่อน กรรมคงตามฉันทัน”
       “ไม่มีกรรมเวรอะไรทั้งนั้น เอางี้ได้ไหม ฉันขอชดใช้ความเสียหายให้”
       สหรัฐหยิบกระเป๋าสตางค์มาหยิบเงินจะส่งให้ แต่มดดำไม่รับ
       “คุณนี่วัยทองหรือเปล่าเนี่ย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาเป็นว่าฉันไม่รับดีกว่า”
       “ทำไม”
      
       “ก็ฉันสบายใจที่จะไม่รับ”
       ขณะที่สหรัฐนั่งอมยิ้มขำ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่สิริยุพาจะเปิดประตูเดินเข้ามา เห็นท่าทีของเขาก็นึกแปลกใจ
      
       “คุณสหรัฐคะ ลูกค้าที่นัดพบไว้มาถึงแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังรอยู่ที่ห้องประชุมค่ะ”
       “อ่ะ...อ๋อ...ครับๆ”
       สหรัฐกลับนั่งอมยิ้มอีกรอบ สิริยุพายื่นหน้าเข้าไปจ้อง
       “เอ่อ...คุณสหรัฐคะ โอเคมั้ยค่ะ”
       สหรัฐรู้สึกตัว
       “อ๋อ...ครับ โอเคครับ”
       “โอเคก็เชิญค่ะ...เห็นนั่งยิ้มอยู่คนเดียวเป็นห่วงนะคะ”
       สหรัฐหน้าเหวอพยายามเก็บอาการ ลุกเดินตามสิริยุพาที่เดินนำออกไป
      
       ในห้องประชุม ฝ่ายออกแบบอธิบายแบบเพชรให้ดู สหรัฐนั่งอยู่หัวโต๊ะและสิริยุพานั่งอยู่ติดกัน
       “ที่เห็นนี่คือแบบเพชรสังเคราะห์ที่ใช้นวัตกรรมการเจียรไนให้มีประกายแบบเพชรแท้น้ำหนึ่ง ตัวเรือนเป็นEPAแล้วเคลือบด้วยplatinumโดยnano technology ทำให้มีความคงทนมากกว่าการชุบแบบไมครอน” ฝ่ายออกแบบโชว์แบบ
       สิริยุพาหันมาเห็นสหรัฐเหม่ออยู่นานจนต้องสะกิดให้เขาหันมามีสมาธิกับงาน ฝ่ายออกแบบหันมาถาม
       “คุณสหรัฐคิดว่าไงครับ”
       “เอ่อ...เดี๋ยวผมขอรายละเอียดไว้ทั้งหมดก่อนนะครับ แล้วจะคุยกับฝ่ายการตลาดเรื่องการตั้งราคากับการทำตลาด แต่เท่าที่ดูผมว่าน่าจะได้ผลิตเร็วๆนี้”
       เมื่อการประชุมสิ้นสุด สหรัฐ สิริยุพา ฝ่ายออกแบบ เดินออกมา สิริยุพายังยืนจ้องหน้าสหรัฐจนเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกจับผิด เลยจะเดินเลี่ยงออกไป
       “เดี๋ยวค่ะคุณรัฐ”
       “ครับ”
       “วันนี้ทำไมถึงเหม่อ”
       สิริยุพาเน้นโทนเสียงต่ำ จ้องหน้าถามจับผิด
       “กะ...ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ”
       “ถ้ามีอะไรก็ปรึกษาได้นะคะ...”
       สหรัฐพูดทันที
       “มีครับ! คือผู้หญิงนี่ใช้อารมณ์หรือเหตุผลมากกว่ากันครับ”
       สหรัฐถามอย่างเร็ว สิริยุพาอึ้งไป
       “อ่ะ...เอ่อ ก็ต้องแล้วแต่คนน่ะค่ะ ถ้าอยากรู้จักใครให้มากคุณรัฐต้องค่อยๆใกล้ชิดแล้วก็ศึกษาไปนะคะ”
       สหรัฐคิดตาม จริงจัง
       “อ๋อ...”
       สิริยุพายื่นหน้าจ้อง
       “ปิ๊ง...ใคร”
       สหรัฐหลบตา
       “ปิ๊งอะไร เปล่านี่”
       สิริยุพากระซิบ
       “บอกยุพามาเถอะค่ะ ยุพาต้องรายงานทุกเรื่องให้คุณพิมพ์รู้”
       “ตกลงพี่ยุพาจะเป็นเลขาหรือสายสืบครับ”
       “สายสืบสิคะ...เอ๊ย...เลขาค่ะ”
       สหรัฐอมยิ้มไม่ตอบ กลัวถูกจับผิดเดินหนีไปเลย ปล่อยให้สิริยุพามองตาม
       “ดู...ไม่ได้ข่าวเลย”
      
       สุทธิดา แก้ว วาว่า และพงษ์ เดินลงมาจากตึกเรียน คิมถือช่อดอกไม้รออยู่
       “ดา...นู่นแน่ะ ช่อโตมาเชียว” วาว่าสะกิดสุทธิดา
       คิมเดินยิ้มหวานเข้ามาหา สุทธิดาก็ยิ้มหวานสู้ไม่ถอย
       “นี่สำหรับคุณครับ”
       “ขอบคุณค่ะคิม”
       “ผมลองเช็คตารางเรียนของคุณดูแล้ว บ่ายวันนี้คุณว่างไม่มีเรียน ผมเลยอยากจะชวนคุณดาไปดูผมถ่ายแบบน่ะครับ”
       แก้วกระซิบกับวาว่า
       “ถึงกับเช็คตารางเรียนกันเลยเหรอวะเนี่ย”
       พงษ์เข้ามาพูดกับคิม
       “นี่! ยังไม่ทันรู้จัก ยังไม่ได้สนิทแกมีสิทธิอะไรมาชวนดาไปนู่นไปนี่”
       “แต่ผมว่าคราวก่อนผมได้ทำความรู้จักกับคุณดาไปแล้วนะ คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ผมจะชวนคุณดาไปเที่ยวสิครับ”
       แก้วกับวาว่าพูดพร้อมกัน
       “อูย ยังแรงอยู่...”
       วาว่าเห็นด้วยกับพงษ์
       “เอ่อดา...เราว่าที่พงษ์พูดก็ถูกนะ ยังไม่ทันได้สนิทกันเลยจะไปนู่นไปนี่ด้วยกันเลยเหรอ”
       “อืม...ยังไงดีล่ะ ดาก็เห็นด้วยกับพงษ์นะ แต่ถ้าไม่ไปกับเขาแล้วเมื่อไหร่เราจะได้สนิทกัน”
       สุทธิดาหันไปยิ้มให้กับคิม เพื่อนๆพากันอึ้ง
       “อันนี้ก็แรง แต่เอาไม่อยู่ละ” วาว่ากระซิบแก้ว
       คิมยิ้มดีใจ
       “งั้นเราไปกันดีกว่าครับ”
       “เดี๋ยวดา! ผมไปเป็นเพื่อนนะ” พงษ์รีบขัด
       สุทธิดาหันมาทำหน้าดุใส่พงษ์ คิมก็ชักรำคาญ แล้วทั้งสองก็เดินควงกันออกไปซะเลย พงษ์ แก้ว วาว่า ยืนเหวอ มองทั้งคู่ขึ้นรถ สุทธิดาถอยรถออกไป
       “เปรี้ยวว่ะ มันมากับหน้าหล่อ รถราไม่ต้อง เพื่อนเราบริการเสร็จ” แก้วถอนใจ
       วาว่าหันมาหาพงษ์
       “ทีนี้จะเอาไงล่ะพงษ์”
       พงษ์ไม่พูดอะไรรีบเดินขึ้นรถขับตามรถไป แก้วเรียกไว้
       “เดี๋ยวพงษ์! รอพวกเราด้วย!”
      
       ภายในสตูดิโอถ่ายแบบ ช่างภาพ ช่างแสงช่วยกันทำงาน คิมพาสุทธิดาเดินเข้าไปหาพี่โม ฝ่ายโมเดลลิ่งที่ยืนอยู่อีกมุม
       “สวัสดีครับพี่โม”
       คิมกับสุทธิดาไหว้พี่โมที่สะดุดความสวยของสุทธิดา
       “สวัสดีค่ะ แล้วน้องหนูคนนี้”
       “อ๋อ นี่สุทธิดา เป็นเพื่อนที่มหา’ลัยครับ”
       พีโมชวนทันที
       “นี่หนู หน้าตาหนูเริ่ดมากกก...สนใจที่จะเข้ามาอยู่ในสังกัดของเจ๊มั้ยจ๊ะ”
       “ขอบคุณค่ะ แต่คงไม่ดีกว่าค่ะ กลัวที่บ้านจะรู้เดี๋ยวคุณย่าจะไม่พอใจค่ะ”
       “อืมแหม เสียดายอ่ะ เดี๋ยวเจ๊ไปคุยกับที่บ้านให้เอามะ จะบอกว่าดูแลให้อย่างดีเลย คุณย่าหนูชื่อไรจ๊ะ”
       “ชื่อคุณหญิงวาปีครับ” คิมเป็นคนตอบ
       พีโมตาโต
       “หา...นี่หนูเป็นหลานสาวของคุณหญิงวาปีนักธุรกิจหญิงระดับแถวหน้าของเอเชีย นั่นน่ะไอดอลของเจ๊เลยนะ” พี่โมหันมาหาคิม “นี่ นายคิม เจ๊อยากได้หนูสุทธิดามาอยู่ในสังกัดของเจ๊น่ะ สวยไฮโซซะขนาดนี้ ยังไงก็งานตรึม ช่วยกล่อมหน่อยสิ”
       “ได้ครับเจ๊ แต่เจ๊ต้องให้สุทธิดาถ่ายแบบคู่กับผมแทนนางแบบที่จัดไว้วันนี้ด้วยนะครับ”
       “ได้ เดี๋ยวจัดให้”
       สุทธิดาปลื้มที่คิมพยายามทำเพื่อเธอ คิมหันมาหาสุทธิดา
       “ว่าไงดา ถ่ายแบบคู่กับผมนะ”
       สุทธิดายิ้ม
       “ขนาดนี้แล้วไม่ถ่ายคงไม่ได้แล้วล่ะ ว่าแต่คุณเนี่ยทำการบ้านมาดีนะคะ”
       “ผมตั้งใจทำการบ้าน เฉพาะกับคนที่ผมอยากทำการบ้านด้วยเท่านั้นแหละครับ”
       คิมจ้องตาเจ้าชู้ สุทธิดายิ้มพอใจ
      
       การถ่ายแบบระหว่างคิมกับสุทธิดาเริ่มขึ้น ผู้ช่วยช่างภาพช่วยจัดท่าทางให้กับทั้งสอง สุทธิดาไม่มีเขินอายดูมั่นใจเป็นมืออาชีพ โพสได้ทุกท่าไม่ว่าจะกอดกันแนบชิดแค่ไหน พี่โมยืนปลื้มผลงานของคิมกับสุทธิดา
       พงษ์ แก้ว วาว่า เดินเข้ามาในสตูดิโอ แก้วกับวาว่าโบกมือดีใจให้สุทธิดา แต่พงษ์ชักสีหน้าไม่พอใจ การถ่ายแบบจบเซ็ตสุดท้าย ทุกคนปรบมือเสร็จงาน
      
       หลังแต่งตัวเสร็จ สุทธิดาเดินเข้ามาหาเพื่อนๆที่รออยู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก
       “พวกเธอจะตามมากันทำไมเนี่ย ไม่คิดว่าฉันจะดูแลตัวเองได้รึไง”
       “แต่ผมเป็นห่วงคุณนะดา”
       พงษ์บอก คิมเดินเข้ามา
       “ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ...คุณดาอยู่กับผมแล้ว ผมดูแลคุณดาได้”
       แก้วพึมพำ
       “นั่นแหละที่เป็นห่วง”
       คิมหันไปชวนสุทธิดา
       “เราไปกันเถอะครับ”
       คิมจูงมือสุทธิดาเดินหนีไป ไม่สนใจใคร
      
       ระหว่างเดินมาที่รถ คิมถือโอกาสโอบเอว สุทธิดามองมือคิมแบบรู้ทัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
       “ถ้าคิมจะคิดอะไรมากไปกว่านี้ คิมรู้ใช่ไหมว่าต้องดีและเก่งถึงจะเหมาะกับดาได้”
       “ผมเป็นถึงนักศึกษาอินเตอร์ และนายแบบนี่ยังมีคุณสมบัติไม่พออีกเหรอ”
       “ก็แค่ใช้ได้ ดาว่าเรากลับกันเถอะค่ะ”
       สุทธิดาเดินไปที่รถ คิมยิ้มร้ายมองตาม
      
       “ตอนนี้แค่ใช้ได้ แต่สักวันหนึ่งคุณจะได้ใช้ผมแน่”



       เย็นนั้น...สหรัฐพาตัวเองมาเดินอยู่ในตลาด
      
       “ฮัดชิ้ว! ใครนินทาเราอยู่รึป่าวเนี่ย จามถี่เหลือเกิน”
       สหรัฐเดินวนไปมามองหามดดำจนทั่วก็ไม่เจอ
       “ไปไหนของเขานะ แล้วเราจะมาตามหาทำไมวะเนี่ย ยัยนั่นไม่ได้สำคัญกับเราสักหน่อย”
       แม่ค้าจำได้
       “อ้าวคุณสุดหล่อที่เดินชนแล้วทะเลาะกับมดดำวันนั้นนี่ วันนี้มาซื้ออะไรเหรอคะ”
       สหรัฐไม่รู้จะตอบยังไง ก็แกล้งๆชี้ไปที่ผัก
       “เอานี่ครับ”
       แม่ค้าหยิบผัก สหรัฐตัดสินใจถาม
       “เอ่อ...แล้ว...เด็กที่ชื่อมดดำนั่นวันนี้ไม่ได้มาที่นี่เหรอครับ”
       “ไม่ได้มาแล้วคู๊ณ เห็นว่ามีคนจะอุปการะให้เรียนหนังสือเลยไปอยู่บ้านเขา ขนาดค่าแรงที่ค้างอยู่ยังไม่มาเอาเลย ว่าแต่ถามหามันทำไม ชอบมันเรอะ”
       “ป่ะป๊าวว!! คือผมกลัวจะเจอมากกว่า เขาน่ากลัว สงสารคนรับเลี้ยงเขานะครับ”
       สหรัฐยื่นเงินใบร้อย
       “นี่ครับค่าผัก”
       สหรัฐจ่ายเงินแล้วเดินออกมาเลย แม่ค้าเรียกให้กลับไปเอาตังทอนก็ไม่ได้ยิน
       “มีคนอุปการะให้เรียนหนังสือ...ฮึ...ฟังดูดี...มีเสี่ยเลี้ยงหรือเปล่าก็ไม่รู้”
      
       มดดำยืนอยู่หน้าห้องพักส้มจามออกมา
       “ฮั๊ดชิ้ว!! ใครนินทาเราอยู่รึป่าวเนี่ย จามถี่เหลือเกิน”
       มดดำเคาะประตู ไม่นานส้มก็เปิดออกมา
       “มีอะไรนังมดดำ”
       “แม่ พอดีฉันจำได้ว่ายังไม่ได้รับค่าแรงที่เหลือจากแผงผักน่ะ ฉันว่าจะออกไปเอาสักหน่อย”
       “แกมาอยู่ฟรีกินฟรีที่นี่แล้ว ยังจะไปเอาตังค์มาอีกทำไม เงินก็แค่นิดเดียว”
       “นิดเดียวก็เป็นเงินนะแม่ อีกอย่างเราก็ยังไม่ได้ไปบอกลาที่ร้านสปาเลยอ่ะ แม่ก็น่าจะไปกับฉันนนะ ไปบอกลาออกจากสปาให้เป็นเรื่องเป็นราวกัน”
       “โอ๊ย อีบ้า! จะไปสนใจพวกมันทำไม ออกมาแล้วก็ออกเลยจะไปลามันให้เสียเวลาทำไมกัน แกจะไปไหนของแกก็ไปให้ไกลๆเลยไป”
       ส้มปิดประตูด้วยความรำคาญ มดดำถอนใจเซ็งๆ
      
       มดดำมาในตลาดที่แผงผักของแม่ค้าที่เพิ่งเจอสหรัฐ แม่ค้ายื่นเงินให้
       “อะนี่เงินค่าแรงที่เหลือ ลองนับดูก่อน”
       มดดำรับมา
       “ขอบคุณจ๊ะน้า”
       มดดำนับๆๆๆเสร็จแล้วมองหน้าแม่ค้าจริงจัง แม่ค้ายิ้มแหยๆ
       “ขาดห้าบาท”
       แม่ค้าเซ็ง
       “แกนี่...อุตส่าห์ให้ใบย่อยกับเหรียญแล้วเชียวยังจะเอาไปนับอีก” แม่ค้ายื่นเงินให้ “อื้อเอาไป...เออนี่มดดำ เมื่อตะกี้น่ะมีคนหล่อๆที่ช่วยเอ็งจับคนร้ายวันก่อนมาถามหา”
       มดดำมองๆหา
       “เขามาถามหาฉันทำไมเหรอ”
       “ก็ไม่รู้ซิ เขาบอกว่าถามหาเพราะกลัวเจอเอ็ง มันยังไงวะ กลัวเจอเอ็งแต่ดันถามหาเอ็ง”
       “ช่างเหอะ ฉันก็ไม่อยากเจอเขาเหมือนกันแหละ ฉันไปก่อนนะน้า”
       มดดำเดินออกไป แม่ค้าเกาหัว
       “มันยังไงกัน บอกไม่อยากเจอ แต่ทีเมื่อกี้มองหาใหญ่เลย”
      
       มดดำกลับมาที่บ้าน ส่งเงินให้เฉลิม
       “อะไรของเอ็งนังมดดำ”
       “ก็เงินค่าแรงของมดดำไง มดดำอยากเอามาให้ลุง”
       “เฮ้ย!ปกติเอ็งงกจะตาย ประเทศนี้ไม่ต้องใช้เงินแล้วรึ ถึงเอามาให้ข้าได้”
       “โหย...ลุงก็เวอร์”
       “เอ็งเก็บไว้เลย ข้านะรวยกว่าเอ็งซะอีก มีเงินเยอะแล้ว ไม่ต้องมาให้”
       “โธ่ลุงเหลิมเล่นตัวอีก มดดำอยู่ที่บ้านนู้นน่ะก็ไม่ต้องใช้เงินแล้วนะ ลุงซะอีกที่ยังมีที่ต้องใช้จ่ายอีกเยอะ...ให้ฉันได้ตอบแทนลุงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนไปอยู่ที่นั่นเถอะนะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันจะได้มาดูแลลุงอีก”
       เฉลิมนิ่งเงียบซึ้งในน้ำใจ และคำพูดของหลานสาว
       “มดดำเอ้ย ทำไมเอ็งถึงไม่มาเกิดเป็นลูกข้าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยวะ ไปเกิดเป็นลูกของแม่ใจร้ายให้มันทรมานเอ็งอยู่ทำไม”
       มดดำสะท้อนใจ
       “ลุง ถึงแม่จะเป็นยังไง มดดำก็ยังรักแม่ของมดดำนะ และถึงแม้ว่าลุงจะไม่ใช่พ่อแท้ๆของมดมดำ แต่ลุงเหลิมก็เป็นผู้ชายที่มดดำรักและเทิดทูนที่สุดในโลก”
       “ข้าภูมิใจเหลือเกินที่มีหลานอย่างเอ็ง แล้วเอ็งจะกลับเลยรึป่าวเดี๋ยวข้าไปส่งนะ”
       “ยังหรอกจ๊ะ ฉันจะว่าจะไปที่สปาก่อนน่ะลุง”
       “อืม งั้นข้าไปส่ง เอ้อ!เดี๋ยวเอ็งอย่าลืมจดที่อยู่ใหม่ของเอ็งให้ข้าด้วยล่ะ”
       “จ๊ะ”
       อีกมุมไม่ไกลนัก สหรัฐเดินดูดกาแฟออกมายืนอยู่ข้างรถ ตายังมองหามดดำ
       “จะมาคอยทำมั๊ย เขาคงไปกับเสี่ยแล้ว”
       สหรัฐจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ ตาก็เหลือบไปเห็นมดดำนั่งอยู่ในรถสองแถวของเฉลิม
       “อ้าวนั่น...เดี๋ยว!! เดี๋ยวก่อน มดดำ!! มดดำ!!”
       เฉลิมขับรถพามดดำออกไป สหรัฐรีบขับรถตาม
      
       รถสองแถวของเฉลิมเข้ามาจอดหน้าร้านสปา มดดำไหว้ลา เฉลิมขับออกไป สหรัฐที่เพิ่งขับมาถึงเห็นมดดำเดินเข้าไปในร้านสปาเลยรีบลงรถเดินตามเข้าไปในร้าน
      
       สหรัฐเดินเข้ามาในร้าน ไม่ทันสังเกตเห็นว่ามดดำยืนคุยกับเจ้าของร้านอยู่ตรงหน้าเคาเตอร์ สหรัฐมองๆหาพอดีกับที่มดดำหันกลับมาพบหน้ากันพอดี ต่างตกใจจนปั้นหน้าแทบไม่ถูก สหรัฐแกล้งเนียนเดินไปนั่งคอยหมอมานวด เจ้าของร้านหันมาถาม
       “มีอะไรรรึเปล่าจ๊ะมดดำ”
       “ป่ะ...ป่าวจ๊ะเจ๊”
       “นี่เจ๊ก็เสียดายนะที่จะเสียมือนวดดีๆอย่างมดดำไป”
       สหรัฐแอบฟัง
       “แต่ก็เพื่ออนาคตอ่ะนะ ไปอยู่กับเขามีคนเลี้ยงก็ดีแล้ว ตั้งใจเรียนจะได้ไม่ต้องมาเป็นหมอนวดอีก”
       สหรัฐชักหมั่นใส้ ลุกเดินไปที่เคาเตอร์
       “เอ่อเจ๊ครับ เมื่อกี้ผมได้ยินว่า น้องคนนี้เป็นมือนวดมือดีของร้านใช่มั้ยครับ”
       เจ้าของร้านพยักหน้า
       “ค่ะ”
       มดดำกระซิบสหรัฐ
       “คุณคิดจะทำอะไร”
       สหรัฐบอกกับเจ้าของร้าน
       “คือผมอยากจะให้น้องคนนี้ช่วยนวดผมหน่อยครับ จ่ายไม่อั้นเลย”
       มดดำหูผึ่ง แต่ยังไว้เชิง
       “ฉันไม่นวด ฉันมาลาออก”
       สหรัฐบอกกับเจ้าร้าน
       “โอเค้ ถ้าไม่ได้น้องคนนี้นวด งั้นผมก็กลับ”
       สหรัฐหันหลังกลับ มดดำเสียดาย
       “ไปเลย ร้านนี้ไม่ง้อคนรวย” เธอแล่บลิ้นใส่เขา “แบร่!!”
       เจ้าของร้านเรียกไว้
       “เดี๋ยวค่ะคุณ รอก่อนค่ะ”
       มดดำหน้าแตกเพล้ง! เจ้าของร้านกระซิบมดดำ
       “มดดำวันนี้ลูกค้าไม่ค่อยมีน่ะ ถือว่าช่วยเจ๊หน่อยนะ นะครั้งสุดท้าย”
       มดดำเข้าทาง
       “อ๊ะ...ก็ได้” มดดำบอกกับสหรัฐ “แต่ขอคิดค่านวดเป็นสามเท่า”
       สหรัฐยิ้ม
       “ฉันให้ห้าเท่าเลย”
       เจ้าของร้านตาโต มดดำก็แอบตาโต
       “ห้าเท่า แต่ค่าทิปของฉันต่างหาก!”
       สหรัฐยิ้มกวน
       “ไม่มีปัญหา”
       มดดำหันหลังให้สหรัฐ แอบดีใจนับนิ้ว
       “อู้หูวว...” เธอหันไปบอกเขา “งั้นตามมา”
       มดดำเดินนำไป เจ้าของร้านมองตามคิดๆ
       “สองคนนี้แค้นหรือรู้จักกันมาก่อนรึป่าวเนี่ย”
      
       มดดำพาสหรัฐเข้ามาในห้องนวด สหรัฐรู้สึกสบายใจที่ได้แกล้ง
       “เชิญนอนลงค่ะ”
       สหรัฐนอนหงาย มดดำรีบบอก
       “คว่ำค่ะ!”
       “นี่ผมเป็นลูกค้านะคุณ ขอน้ำเสียงดีๆหน่อยสิ”
       “ก็ฉันไม่ได้อยากจะนวดให้คุณนี่ จะมาเมื่อยอะไรกันตอนนี้”
       มดดำเริ่มนวด สหรัฐไม่ค่อยสนใจคำพูดของเธอสักเท่าไหร่
       “เฮ้อ... เห็นขยันทำงานตั้งหลายอาชีพ แต่ท่าจะไปได้ดีกับการมีลูกค้าส่งเสียให้เรียน”
       “นี่คุณ! ไม่มีใครเค้าคิดอกุศลแบบคุณหรอกนะ”
       “เหรอ...แต่ถ้าเป็นผมนะ ถ้าได้ส่งเสียใครแล้ว มันก็ต้องมีหวังบ้างละวะ”
       มดดำชักโมโหที่ถูกกวนประสาท เลยนึกอะไรดีๆออก
       “คราวนี้ก็ถึงท่านวดแบบพิเศษ ช่วยทนนิดนึงนะคะ”
       สหรัฐงง
       “ทน”
       ไม่ทันที่จะได้คำตอบเป็นคำพูด มดดำก็ตอบคำถามด้วยท่าบีบขมับสุดโหด
       “นี่เค้าเรียกว่าท่าจูนสมองกะหลั่วๆ!! นี่!!”
       สหรัฐร้องลั่น
       “โอ้วว!!”
       “ส่วนนี่ท่าดัดปากสุนัข นี่แน่!”
       สหรัฐสะดุ้ง
       “อ๊ากกก!! ปากผม!”
       สหรัฐจะลุกหนี
       “จะรีบไปไหน ยังไม่เสร็จเลยค่าเสี่ยขา!”
       มดดำต่อด้วยท่าพิสดารสารพัดท่า สหรัฐร้องเจี๊ยกๆๆๆเป็นลิงเจ็บ เธอนวดแต่ละท่าเขาต้องกัดฟันทนได้บ้างไม่ได้บ้าง นอกห้องเห็นพนักงานและลูกค้าทำหน้าเหวอมองไปที่ห้องนวดของมดดำเป็นจุดเดียว...ในมดดำยังล็อคสหรัฐอยู่
       “โอ๊ย! พอๆแล้วคุณ...จะฆ่ากันรึไง”
       สหรัฐทนไม่ไหวดิ้นออกจากการล็อคของมดดำทำให้พลาดท่าล้มลงทับกันมองหน้ากันอึ้ง
      
       ทั้งสองเกิดอาการสปาร์คทางสายตา ปิ๊งๆๆๆ
ตอนที่ 5
      
       สหรัฐกับมดดำสบตากันซึ้งๆ เขาก้มลงจะจูบ มดดำแอบเคลิ้มหลับตาปี๋ แต่แล้วเธอก็สะดุ้งตกใจ
        
      
       “เฮ้ย ไอ้บ้า!! คิดจะฉวยโอกาสเหรอ อย่างนี้มันต้องโดน!”
       “โอ๊ยยยย!”
       สหรัฐโดนหมัดของมดดำตัวโอนเอียงไปมาแบบมึนๆดาวลอยละล่องรอบหัว ล้มตึงไป
      
       สหรัฐเอามือปิดตาเดินลงมาที่หน้าเคาเตอร์คิดเงินโดยมีมดดำเดินบีบมือตามหลังมาติดๆ เจ้าของร้านตกใจ
       “ตายจริง! ตาคุณไปโดนอะไรคะ”
       มดดำรีบบอก
       “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะเจ๊ อุบัติเหตุนิดหน่อย”
       สหรัฐกับมดดำมองหน้ากัน มดดำยักคิ้วกวน
       “นี่ครับค่านวด ห้าเท่าตามสัญญา”
       สหรัฐส่งเงินให้ เจ้าของร้านรับเงินแล้วแบ่งเงินให้มดดำ
       “ขอบใจมากนะมดดำที่ช่วยเจ๊”
       “ไม่เป็นไรจ้ะ” มดดำหันไปแบมือกับสหรัฐ “ค่าทิป”
       สหรัฐควักทิปให้มดดำหนึ่งพันบาท มดดำรับแล้วยิ้มกับเจ้าของร้าน
       “มดดำไปนะจ๊ะเจ๊ แล้วจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆนะ”
       “โชคดีนะมดดำ แล้วก็ตั้งเรียนหนังสือล่ะ คุณเขาจะได้เอ็นดู”
       มดดำยิ้มให้เจ้าของ แล้วหันมาจ้องหน้าสหรัฐนิ่งแล้วเบ้ปากใส่เดินหนีไป สหรัฐทั้งสับสนทั้งหงุดหงิดปนเปกันไปหมด จะวิ่งตามไปก็ยังใส่รองเท้าของทางสปาอยู่
       “รองเท้าผมล่ะ”
       เจ้าของร้านรีบวิ่งเอามาให้เปลี่ยน สหรัฐใส่อย่างรีบร้อนยังไม่เสร็จก็รีบวิ่งออกไป
      
       สหรัฐวิ่งตามออกขวางหน้ามดดำไว้
       “จะรีบไปไหนนักหนา ปกติพนักงานเขาจะต้องมาส่งแขกยืนไหว้ลาสวยๆ ทำเป็นไหม”
       “เป็น แต่ไม่ทำ ถอยไปฉันจะรีบกลับบ้าน”
       “ทำไมต้องรีบกลับ มีใครรออยู่เหรอ”
       มดดำชักฉุน
       “นี่คุณสหรัฐอเมริกา คุณจะคิดอะไรยังไงเกี่ยวกับฉันมันก็เรื่องของคุณ แต่ขออย่างเดียวเลิกยุ่งเลิกตามฉันซะที...รำคาญ”
       มดดำเดินหนีไป สหรัฐมองตามคิดหนักแล้วนึกอะไรได้รีบวิ่งไปดักหน้าเธออีก
       “ฉันก็ไม่ได้จะตามอะไรเธอหรอก แต่เธอต้องรับผิดชอบสิ่งที่ทำกับฉัน”
       มดดำมองหน้า
       “รับผิดชอบ”
       สหรัฐพยักหน้าแล้วชี้ไปที่เบ้าตา
       “พาฉันไปหาหมอ”
       “นี่...หมายถึงจะให้ฉันจ่ายค่ารักษาพยาบาลคุณเหรอ โอ๊ย...ไม่เอาหรอก ฉันไม่ชอบเห็นเงินออกจากกระเป๋าตังค์ มันดูไม่ดี คุณไปเองแล้วกัน”
       “บ้านเธออยู่ติดทะเลหรือป่ะเนี่ย เค็มได้ใจ เธอไม่ต้องจ่ายฉันจ่ายเอง แค่ไปเป็นเพื่อน”
       “ฮึ...ฉันไม่ใช่เพื่อนคุณ เพราะฉะนั้นฉันไม่ไป”
       “ฉันจ่ายค่าเสียเวลาเธออีกพันหนึ่งไปไหม”
       มดดำจะเดินไปแล้วชะงักหันขวับกลับมา เดินปรี่มาจ้องหน้าเขาเอาเรื่อง สหรัฐรีบยกมือป้องหน้ากลัวโดนชกอีก
       “นี่...เอาเงินฟาดฉันเหรอ”
       สหรัฐโบกมือ
       “ป..ปะ...เปล่า ก็แค่อยากให้ไปเป็นเพื่อน ฉันกลัวว่าเกิดระหว่างทางขับรถฉันเจ็บตาเธอจะได้ช่วยดูทางให้ไง”
       “กะล่อน โกหก คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ แต่เอาเถอะ...พันห้านะ”
       สหรัฐอึ้งมองมดดำงงๆ
      
       สหรัฐขับรถแล่นมาบนถนนเส้นหนึ่ง มดดำกำลังยุ่งอยู่กับถุงยาของเขา สหรัฐแอบมองแล้วยิ้มพอใจ
       “โห้! ต้องกินยาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” เธอหยิบยาดู “มีทั้งยากิน ยาทา ยาแก้อักเสบยาแก้ติดเชื้อ...เยอะเว่อร์”
       “เป็นห่วงฉันเหรอ”
       “ใครบอกว่าฉันเป็นห่วงคุณ ฉันแค่สมเพชคนรวยหรอก เจ็บนิดเจ็บหน่อยก็สำออยต้องหาหมอ ฉันขึ้นชกมวยโดนหนักกว่านี้ไม่เห็นต้องมียาเยอะแยะอย่างคุณเลย”
       สหรัฐตาโต
       “ห๊า...นี่เธอเป็นมวยหญิงเหรอ” เขาแอบมองด้วยความสยอง “มิน่า...ถึงกล้าบ้าบิ่นจับโจร”
       มดดำขำ
       “รู้กิตติศัพท์ฉันแล้วก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก เดี๋ยวจอดข้างหน้าฉันจะลง เสียเวลากับคนอย่างคุณมามากแล้ว”
       “ไม่เอาล่ะ ฉันยังไม่ให้ลง”
       มดดำหันขวับจ้องหน้าเอาเรื่อง
       “จะพาฉันไปไหนอีก”
       สหรัฐยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเร่งเครื่องขับออกไปอย่างเร็ว
      
       ที่โต๊ะอาหารในร้าน สหรัฐนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย มดดำนั่งหน้างอไม่กิน
       “ไม่ทานเหรอ”
       “คุณเป็นคนแบบไหนเนี่ย ฉันจะกลับบ้านก็ดันพาฉันมานี่”
       สหรัฐชูถุงยา
       “มันมียาหลังอาหาร แล้วเธอเป็นคนทำฉันเจ็บ ก็ควรจะดูแลให้ฉันทานข้าวทานยาสิ เอาน่าทานเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
       มดดำยังนั่งหน้าบึ้งไม่ทานข้าว แต่ตาแอบเหล่อาหารนิดนึง สหรัฐยั่วต่อ
       “โอเค...ถ้าเธอไม่อยากอยู่จะกลับก็ได้นะ ฉันไม่ฝืนใจเธอแล้ว”
       มดดำหน้าเหวอ
       “หืมม...ได้ไง พาฉันมาตั้งไกล ขืนฉันกลับเองก็เปลืองค่ารถแย่สิ”
       สหรัฐหัวเราะลั่น
       “โอ๊ย...แม่คุณ ถามจริงๆเถอะ เธอต้มน้ำทะเลดื่มแทนน้ำเปล่าหรือเปล่าเนี่ย อะไรมันจะเค็มกันทุกเม็ด โอเคๆ ถ้าเธออยากกลับบ้าน งั้นไป....ฉันไม่กินแล้ว เดี๋ยวจ่ายเงินเลยแล้วกัน”
       สหรัฐรวบช้อน มดดำมองอาหารแล้วกลืนน้ำลายเสียดาย ยิ่งเห็นเขาหันซ้ายหันขวาจะเรียกพนักงานยิ่งใจไม่ดี
       “เดี๋ยวสิคุณ อ่ะๆๆๆๆ ฉันกินก็ได้ ของดีๆทั้งนั้นเลย จะทิ้งขว้างได้ไง”
       มดดำลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย สหรัฐมองแล้วส่ายหน้าขำในความงกของเธอ
       “มดดำ ถ้าฉันจะส่งให้เธอเรียนแทนอาเสี่ยนั่นของเธอ จะว่าไง”
       “ไม่ว่าไง...แต่ไม่รับ”
       “แล้วทำไมเงินของคนนั้นเธอถึงรับ หรือเธอคิดว่าฉันไม่รวยพอ”
       คราวนี้มดดำโกรธวางช้อนทันที
       “ฉันอาจจะอยากได้เงินไปเรียนหนังสือ ฉันอาจจะงกอาจจะเค็มเพราะฉันไม่เกิดมามีเหลือเฟือเหมือนอย่างคุณ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเที่ยวมาดูถูกฉันโดยที่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวฉันสักนิด”
       พูดจบมดดำก็ลุกขึ้นเดินหนีออกไปเลย สหรัฐอึ้ง
       “มดดำ”
       สหรัฐรีบวางเงินแล้ววิ่งตามออกไป
      
       มดดำเดินออกมาแล้วเรียกแท็กซี่ขึ้นไป แต่สหรัฐวิ่งตามมาจับประตูรถไว้ทัน
       “เดี๋ยวสิ เธอจะไปไหน”
       “ก็กลับสิ จะนั่งอยู่ให้คุณดูถูกศักดิ์ศรีฉันเหรอ”
       “โอเค...ฉันขอโทษ”
       “ช่างมันเถอะ ยังไงฉันกับคุณก็คงไม่ได้เจอกันอีก ฉันจะคิดไปว่าเกิดมาไม่เคยเจอคนอย่างคุณ”
       มดดำจะปิดประตูแต่สหรัฐดึงไว้อีก
       “เอาละๆ ฉันว่าเราลงมาเคลียร์กันก่อนดีกว่า”
       “ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณแล้ว ปล่อยประตูสิฉันจะไป”
       “ไม่...ถ้าเธอไม่ลงมาคุยกับฉันๆก็ไม่ปล่อย”
       มดดำถอนใจเซ็ง
       “ได้...อยากคุยกับฉันมากใช่ไหม”
       สหรัฐยิ้ม มดดำยิ้มรับ จังหวะนั้นพอเขาเผลอ เธอก็กระแทกประตูแท็กซี่เข้าเป้าเขาพอดี
       “โอ๊ยย”
       สหรัฐทรุดลงไปกอง มดดำบอกแท็กซี่
       “พี่คะไปค่ะ”
       มดดำปิดประตูรถแล้วรถแท็กซี่ก็วิ่งออกไป ทิ้งให้สหรัฐนอนบิดอยู่บนพื้น รถแท็กซี่วิ่งไปมดดำหันมามองด้านหลังเห็นสหรัฐเดินเป๋ไปเป๋มาด้วยอาการจุก เธอยิ้มสะใจ
       “เฮ้อ...ดีเหมือนกันที่ย้ายมา ขืนยังอยู่ที่บ้านก็ต้องทำงานที่ตลาด แล้วก็คงต้องเจอนายนั่นบ่อยๆแน่”
      
       พิมพ์พรรณนั่งดูนิตยสารแฟชั่นเครื่องประดับอยู่ในห้องนั่งเล่น สหรัฐใส่แว่นดำเดินตัวงอเข้ามาอย่างหงุดหงิด
       “แหม...ตารัฐของแม่ ใส่แว่นดำกันความรักกระเด็นเข้าตาเหรอจ๊ะ” พิมพ์พรรณละสายตาจากหนังสือแล้วหันมาแซวลูกชาย
       สหรัฐสะดุ้งรีบยืดตัวทำให้ดูปกติ
       “ความรักอะไรครับ”
       “แน๊ะๆๆๆ ก็ที่ไปปรึกษาเรื่องผู้หญิงกับยุพาไง แม่รู้หมดแล้ว”
       สหรัฐเซ็งเลย
       “โห...จะมีสักเรื่องที่คุณแม่ผมไม่รู้ไหมครับ”
       พิมพ์พรรณยิ้มหวาน
       “มีจ้ะ...แต่เรื่องนั้นต้องไม่เกิด”
       “เอาเป็นว่าไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็ถามๆไปงั้นเอง”
       “ไม่ต้องอายหรอกน่า ไหนลองถอดแว่นให้แม่ดูหน่อยสิว่าตาบอดหรือเปล่า”
       พิมพ์พรรณเดินรี่เข้าไปถอดแว่นของลูกชายออก สหรัฐพยายามหลบ แต่สุดท้ายพิมพ์พรรณก็ถอดแว่นออก พิมพ์พรรณอึ้งพูดอะไรไม่ออกแล้วรีบใส่แว่นกลับที่เดิม
       “นี่ไปชกต่อยกับใครมาอีก เรานี่จริงๆเลย ตั้งแต่กลับมาแม่เห็นลูกมีแต่เรื่องเจ็บตัวได้ตลอด”
       “เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ อุบัติเหตุนิดหน่อย ผมขอตัวนะครับ”
       สหรัฐพูดจบก็เอามือกุมเป้าแล้วเดินตัวงอขึ้นห้องไป พิมพ์พรรณมองตามงงๆ
       “ตารัฐ...เดี๋ยวสิ แม่ยังถามเรื่องส่วนตัวลูกไม่หมดเลย ตารัฐรอแม่ด้วย”
      
       สหรัฐเปิดประตูห้องเข้ามา พอปิดประตูแล้วก็ยืนนิ่ง นึกถึงคำพูดมดดำ
       “ฉันอาจจะอยากได้เงินไปเรียนหนังสือ ฉันอาจจะงกอาจจะเค็มเพราะฉันไม่ได้เกิดมามีเหลือเฟือเหมือนอย่างคุณ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเที่ยวมาดูถูกฉันโดยที่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวฉันสักนิด”
       สหรัฐคิดๆ
       “นี่เราดูยัยมดดำตัวแสบผิดเหรอเนี่ย”
       ระหว่างที่ยืนงงๆอยู่นั้น พิมพ์พรรณก็เปิดประตูพรวดเข้ามาชนเขาล้มไป พิมพ์พรรณเข้ามามองไปที่พื้น
       “ตายแล้วตารัฐลูกแม่ ถ้าเหนื่อยก็ไปนอนบนเตียงสิลูก”
       สหรัฐนอนคว่ำขาแขนกางอยู่บนพื้น พิมพ์พรรณเดินไปใกล้ๆแล้วเอานิ้วอังจมูก
       “ผมยังไม่ตายครับคุณแม่ คุณแม่มีธุระอะไรอีกครับ”
       “แม่จะมาชวนไปบ้านน้ากัล”
       “ไม่ไปได้ไหมครับ ผมเหนื่อย”
       “ไม่ได้จ้ะ แม่วางแผน เอ๊ย...แม่นัดกับกัลไว้แล้ว นี่ยัยดาเขาก็จะรีบกลับมาทานข้าวด้วยนะ”
       “คุณแม่ครับ...”
      
       พิมพ์พรรณสวนขึ้นทันที



       “เอ...เรานี่ไงนะ ชอบเขาก็ต้องขยันไปจีบน้องเขาสิ ไม่รู้ล่ะยังไงก็ต้องไปกับแม่”
      
       “แต่คุณแม่ครับ ถ้าผมไปสภาพนี้ คุณแม่ไม่อายเหรอครับ แล้วคุณแม่จะตอบบ้านโน้นว่ายังไงครับ”
       พิมพ์พรรณนิ่งอึ้งไป
       “เรานะเรา ไม่ได้อย่างใจแม่เล้ย นี่ถ้าหายเมื่อไหร่ต้องไปกับแม่ทันทีรู้ไหม”
       สหรัฐเข้มแข็งเหมือนทหาร
       “รับทราบ ครับผม”
       พิมพ์พรรณค้อนแล้วลุกหนีไป สหรัฐลุกขึ้นนั่งแล้วถอนใจเซ็งหันไปมองในกระจกเจอสภาพหน้าตาตัวเองแล้วสะดุ้ง
      
       กัลยาอยู่ในห้องนั่งเล่นเรียกส้มกับมดดำมาแนะนำตัวกับ สุทธิดา และดอมที่เพิ่งกลับมา
       “คุณดากับคุณดอมลูกของฉันเอง...ดา ดอม นี่ส้มกับมดดำ เด็กที่เคยช่วยแม่ไว้ไง ตอนนี้เขาสองคนจะมาอยู่กับเรานะลูก”
       ส้มมองสุทธิดาด้วยสายตาชื่นชมน้ำตาแทบไหล
       “คุณดา สวยจังเลยค่ะ”
       สุทธิดายิ้ม
       “ขอบใจนะ” สุทธิดาหันไปหามดดำ “ชื่อมดดำเหรอ ฉันได้ยินเรื่องเธอแล้ว เก่งจังเลย ขอบใจนะที่ช่วยคุณแม่ไว้ เธอมาอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกันฉันจะได้มีเพื่อนวัยเดียวกัน”
       ส้มรีบขัด
       “อุ๊ย...อย่าเห็นมดดำเป็นเพื่อนเลยค่ะ เห็นมันเป็นคนใช้ดีกว่า คุณดาจะจิกใช้อะไรก็ตามใจเลยนะคะ”
       กัลยา ดอมและสุทธิดาอึ้งๆกับคำพูดของส้ม มีแต่มดดำที่ได้แต่ยิ้มรับเจื่อนๆ
       “ไม่ต้องขนาดจิกใช้หรอก เอาเป็นว่าช่วยๆกันดูแลบ้านให้พวกเราดีกว่านะ...ส่วนนายดอมนี่ก็ต้องถือเป็นรุ่นน้องมดดำด้วยสิ”
       “โห...คุณแม่ครับ ห่างไม่เท่าไหร่ไม่ต้องเทียบรุ่นขนาดนั้นก็ได้ ผมว่าผมก็ไม่เด็กกว่ามดดำหรอกครับ”
       กัลยาค้อนลูก
       “แก่แดดตลอดนะเรา”
       ส้มเปลี่ยนเรื่อง
       “แล้วนี่คุณชาติชายจะกลับกี่โมงคะ”
       กัลยาสะอึกไปนิด ส้มรู้ทันว่ากัลยารู้สึกไม่ดีรีบยิ้มหวานให้
       “ส้มอยากให้มดดำมันไหว้คุณชาติน่ะค่ะ”
       ดอมหันไปเห็น
       “คุณพ่อกลับมาพอดีเลยครับคุณแม่”
       ดอมลุกขึ้นมองไปที่หน้าบ้านเห็นรถเข้ามา ส้มรีบลุกขึ้นมองตามแล้วยิ้ม
      
       ชาติชายลงมาจากรถ พอเห็นกัลยาเดินนำส้มกับมดดำมาก็ตกใจ
       “ส้ม...กัล นี่มันอะไร”
       กัลยายิ้มใจเย็น
       “นี่มดดำที่ช่วยกัลไว้ไงคะ มดดำเป็นลูกของส้ม”
       มดดำไหว้ ชาติชายรับไหว้อึ้งๆ แต่พอหันไปหาส้มก็เห็นส้มยิ้มให้ ก่อนจะยกมือไหว้ชาติชาย
       “ไม่ได้เจอกันนาน คุณชาติสบายดีนะคะ”
       ชาติชายอึ้งไม่กล้าตอบแต่หันไปมองกัลยาด้วยความเกรงใจ ส้มยิ้มเย็นพอใจ
      
       ชาติชายเดินเข้าห้องทำงานมากับกัลยา แล้วเขาก็ดึงมือกัลยาไปจับ
       “กัล นี่มันอะไรกัน ทำไมเด็กที่ช่วยคุณถึงเป็นลูกส้ม”
       “กัลก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
       “แล้วคุณจะมีความสุขเหรอที่ส้มมาอยู่ที่นี่”
       “กัลไม่อยากคิดเรื่องเก่าๆแล้วค่ะ อีกอย่างกัลรู้สึกถูกชะตากับมดดำมาก ถ้ากัลไม่ได้ดูแลมดดำกัลคงไม่สบายใจ”
       “แล้วส้มล่ะ ผมคิดว่าเราไม่ควรจะ...”
       กัลยาสวนขึ้น
       “ส้มเองเขาก็ดูท่าทีอ่อนลงมาก กัลว่าเขาคงไม่ทำอะไรเหมือนเมื่อก่อนหรอกค่ะ อย่าลืมสิคะ นี่มันผ่านมายี่สิบปีแล้วนะ เวลานานขนาดนี้คงทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงบ้างล่ะ”
       ชาติชายดึงภรรยามากอด
       “กัล ผมสัญญานะว่าจะไม่มีเรื่องอะไรร้ายๆเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะจากตัวผม”
       “กัลเชื่อใจคุณค่ะ ตลอดเวลายี่สิบปีมานี่มันก็เป็นคำตอบอยู่แล้ว”
       กัลยายิ้มมีความสุขในอ้อมกอดของสามี แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงการถอนใจอย่างแรงของเขา
       “คุณกลุ้มใจอะไรเหรอคะ ไม่เอาน่า กัลบอกแล้วไงว่ากัลไม่คิดอะไร”
       “ผม...เอ่อ...ผมกำลังคิด...เอ่อ”
       “มดดำใช่ไหมคะ”
       ชาติชายไม่ตอบ กัลยาตอบแทน
       “คุณกำลังคิดว่าหนูมดดำอาจจะเป็นลูกของคุณใช่ไหมคะ”
       “สมมุติว่าถ้ามดดำเป็นลูกของผม คุณจะทำอย่างไร”
       “กัลก็จะรักและดูแลมดดำให้เหมือนลูกคนนึงของกัล”
       ชาติชายอึ้ง
       “กัล”
       “กัลไม่ได้พูดเพื่อเอาใจคุณนะคะ แต่กัลหมายความอย่างนั้นจริงๆ”
       ชาติชายซึ้งกับคำตอบของภรรยา จึงลูบหัวด้วยความเห็นใจ ส้มยืนแอบดูทั้งคู่กอดกันอยู่ด้านนอก มดดำเดินเข้ามาหา
       “แม่”
       มดดำสะกิดที่แขนเพื่อเรียก แต่ส้มหันมาจ้องหน้าด้วยความไม่พอใจแล้วผลักมดดำออกเดินหนีไป
      
       ส้มเดินหน้าตึงมา มดดำรีบวิ่งตามมาขวางหน้า
       “แม่...ตกลงนี่มันอะไรกัน แม่เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม”
       “กูไม่มีอะไรจะเล่าทั้งนั้น”
       “ถ้าไม่มีแล้วแม่บอกคนบ้านนี้เป็นศัตรูได้ไง”
       “อีมดดำ จะไปไหนก็ไป กูรำคาญ”
       “ไม่ไปจนกว่าแม่จะบอกความจริงกับฉัน”
       “วอนนักใช่ไหม”
       ส้มเงื้อมือจะตบ ทันใดนั้นเสียงสุทธิดาดังขัดขึ้นเสียก่อน
       “มดดำอยู่นี่เอง”
       สุทธิดาวิ่งเข้ามา ส้มเห็นก็รีบเก็บมือแล้วยิ้มหวาน
       “คุณดามีอะไรให้มดดำมันรับใช้คะ”
       “ฉันอยากพามดดำไปดูห้องของฉันน่ะ จะได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เวลาฉันจะใช้จะได้ไม่ชักช้า ฉันไม่ชอบคนช้า”
       “งั้นขอส้มไปด้วยคนนะคะ ส้มอยากเห็นห้องคุณดา”
       สุทธิดารู้สึกแปลกๆกับคำพูดและแววตาที่ยิ้มอย่างจริงใจให้ แต่ก็ไม่สนใจส้มเท่ามดดำ
       “ไปกันเถอะ”
       สุทธิดายิ้มแล้วเดินนำไป มดดำลังเลแต่ส้มเดินมาดันตัวให้เดินตามสุทธิดาไป เธอจำใจต้องทำตาม
      
       สุทธิดาจูงมือมดดำเข้ามาในห้อง ส้มแอบตามมาด้วย พอเห็นห้องนอนสุทธิดาแล้วก็พอใจ
       “ห้องสวยจังเลยนะคะคุณดา”
       สุทธิดาแค่ยิ้มรับแล้วหันไปพูดกับมดดำ
       “รอตรงนี้ก่อนนะ ฉันมีอะไรจะให้”
       สุทธิดาพูดจบก็เดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว มดดำเห็นส้มน้ำตาซึมก็สงสัย
       “แม่ร้องไห้เหรอ”
       “ใครบอกว่ากูร้องไห้”
       สุทธิดาเดินกลับเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าหลายชุด แล้วส่งให้ มดดำถาม
       “จะให้มดดำซักหมดนี่ใช่ไหมคะ”
       สุทธิดาหัวเราะ
       “ซักอะไร ฉันยกให้ ดูเสื้อผ้าเธอสิเก่าๆขาดๆดูสกปรกออก เสื้อพวกนี้ฉันไม่ใส่แล้ว เธอเอาไปใส่แล้วกัน เป็นต้นห้องฉันก็ต้องสวยกันหน่อย”
       มดดำดีใจ
       “คุณให้หมดนี่จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะ”
       สุทธิดาพามดดำมาที่หน้ากระจกแล้วลองเอาชุดทาบกับตัวมดดำชุดแล้วชุดเล่า ส้มไม่พอใจ
       “นังมดดำมันไม่เหมาะกับของดีๆแพงๆแบบนี้หรอกคะ ไม่ต้องให้มันหรอกคะคุณดา...นังมดดำ คืนคุณดาไปให้หมด แล้วห้ามใช้ของร่วมกับคุณดาเด็ดขาด”
       “ไม่เป็นไรนะส้ม ฉันไม่ถือ มันก็แค่ของไม่ใช้แล้ว”
       ส้มยืนยันเสียงแข็ง
       “ยังไงก็ไม่ได้ค่ะ คุณดาเป็นของสูง นังมดดำมันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน มันไม่ควรได้ใช้ของดีๆ”
       มดดำตัดสินใจคืนเสื้อผ้าสุทธิดา
       “ถูกของแม่ค่ะคุณดา ไว้มดดำจะพยายามหาเสื้อที่ดีๆมาใส่เวลาขึ้นมาดูแล คุณดานะคะ”
       สุทธิดารับเสื้อผ้าคืนอย่างไม่เต็มใจและเริ่มหงุดหงิดส้ม
       “มีอะไรจะทำก็ไปทำเถอะ”
       ส้มชะงักอึ้ง
       “แต่ว่า...”
       “ฉันมีมดดำคอยดูแลแล้ว...และฉันก็อยากอยู่กับมดดำ”
       ส้มจ๋อยยอมเดินออกจากห้องไปด้วยความน้อยใจ
       “แม่เธอนี่แปลกนะ ไม่อยากให้ลูกสวย”
       มดดำเองก็รู้สึกน้อยใจแม่
      
       ส้มเดินออกมาจากห้องสุทธิดา
       “ฮึ...อีมดดำ เป็นขี้ข้าเขาไปจนตายเถอะมึง”
       ส้มยิ้มสะใจ
      
       สุทธิดานั่งให้มดดำทาเล็บเท้าให้
       “นี่ทาเบาๆ แบบนี้สีก็เท่ากันน่ะสิ ไม่เคยทาเล็บเลยเหรอ”
       มดดำส่ายหน้า
       “ไม่เคยค่ะ”
       สุทธิดายิ้มเอ็นดู
       “เธอนี่คงจนมากนะ โตขนาดนี้ยังไม่เคยทาเล็บ”
       พูดจบสุทธิดาก็ยิ้ม มดดำยิ้มรับแล้วทาเล็บต่อ หลังจากทาเล็บ สุทธิดานั่งให้มดดำทำผม ปากก็สอนไปด้วย แต่มือไม้กรีดกรายเพราะเล็บไม่แห้ง...สุทธิดาชี้ๆให้มดดำหยิบอัลบั้มมาดู แต่ตัวเองไม่หยิบจับอะไรเพราะเล็บไม่แห้ง
       “ดูอัลบั้มนั้นสิ ตอนฉันเป็นเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียน ฉันสวยที่สุดเลยนะ”
       มดดำเปิดดูด้วยความชื่นชม...สองสาวดูอัลบั้มไปเรื่อย
       “คุณดาคงเรียนเก่งมากนะคะ เห็นมีแต่รูปรับรางวัลเยอะแยะเลย”
       “แน่นอนสิ ถึงฉันจะสวย จะเก่ง จะเปรี้ยว แต่เรื่องเรียนเราก็ต้องไม่ทิ้ง และฉันก็ไม่ชอบเป็นรองใคร ไม่รู้สิ ฉันคิดเสมอว่าตัวฉันเกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง”
       “มดดำอยากเก่งเหมือนคุณดาจังเลยค่ะ”
       สุทธิดายิ้ม
       “ฝันไปเถอะ เอาแค่รองๆฉันให้ได้ก่อนนะ”
       มดดำเปิดดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องหยุดเพ่งรู้สึกแปลกใจ
       “เอ๊ะ”
       สุทธิดาสงสัย
       “มีอะไร”
       “บังเอิญว่ารูปเพื่อนของคุณดาสมัยเด็กคนนี้ มดดำคุ้นจังเหมือนเคยเห็น”
       สุทธิดาขำ
       “นี่แฟนฉัน รูปนี้ถ่ายตอนเขาจะไปเรียนโท...เอ๊ะ เธอจะไปเคยเห็นเขาได้ไง เขาออกจะรวย แล้วเธอมาจากสลัมเนี่ยนะ”
       “นั่นสิคะ มดดำคงไม่เคยเจอเขาหรอก แล้วคนที่มดดำเจอน่ะนิสัยไม่ดีพอจะเป็นแฟนคุณดาหรอกค่ะ”
       “แหม...ปากหวานเหมือนกันนะ ดี ฉันชอบคนประจบ”
      
       สุทธิมองมดดำแล้วขำต่อ มดดำยิ้มเขิน มองภาพสหรัฐในอัลบั้มรูป
       อิทธิช่วยยัยแดงเดินถือกับข้าวมาด้วยกัน ชายหนุ่มมีท่าทางเหม่อๆ
      
       “อิท วันนี้ทำไมดูเหม่อๆ”
       “เอ่อ...เปล่าจ้ะยาย”
       “คิดถึงแฟนละสิ”
       “แฟนอะไรที่ไหนกันยาย”
       “ก็มดดำไง นั่นแน่อย่ามาปิดยายนะ”
       “โธ่ยาย”
       ยายแดงสวนทันที
       “ผมบอกกี่ทีแล้วว่ามดดำเหมือนน้องทำไมไม่ฟังกันบ้าง”
       อิทธิอึ้ง
       “โห...นี่ยายจำได้เลยเหรอ”
       “โอเค โอเค ยายเชื่อเอ็งก็ได้ งั้นเรารอกลับบ้านช้าหน่อยแล้วกัน”
       อิทธิงง
       “ทำไมล่ะยาย”
       “ก็ที่คิวรถมันเป็นรถตาเหลิมน่ะสิ”
       อิทธิดีใจมองไป
       “ห๊า จริงเหรอ งั้นไปกันเร็วเถอะยาย”
       ยายแดงขำ
       “เลี้ยงเอ็งมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น ทำไมจะไม่รู้ว่าเอ็งคิดอะไร”
       ยายแดงรีบเดินตามไป
      
       รถสองแถวของเฉลิมแล่นมาจอดหน้าบ้าน อิทธิกับยายแดงเดินลงมา เฉลิมก็ลงมาด้วยแล้วบิดขี้เกียจ
       “เฮ้อ ขับรถทั้งวันปวดทั้งตัวเลย”
       ยายแดงเดินเอาเงินมาให้แต่เฉลิมมองงงๆ
       “อะไรกันยายแดง บอกกี่ครั้งแล้วว่าเพื่อนบ้านกันไม่ต้องให้เงิน”
       “ก็เพราะมันหลายครั้งน่ะสิถึงได้เกรงใจ”
       “ถ้าให้ฉันอีกครั้ง ต่อไปไม่ต้องมาพูดกัน”
       “เออๆ ขอบใจ แล้วนี่มดดำมันติดต่อมาบ้างหรือเปล่าล่ะ หนุ่มๆแถวนี้เขาอยากรู้”
       อิทธิชะงัก
       “โห...ยาย โบ้ยหน้าตาเฉย”
       “ถ้าไม่อยากรู้งั้นก็กลับเข้าบ้าน”
       “เดี๋ยวสิ ไหนๆก็ถามแล้ว” อิทธิหันมาหาเฉลิม “ตกลงลุงเหลิมได้ข่าวมดดำหรือยังจ๊ะ”
       เฉลิมส่ายหน้า
       “ยังเลย นี่ลุงก็เป็นห่วงมันนะ ไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ เมื่อเช้าจะไปส่งอีส้มใจยักษ์มันก็ไม่ให้ไป เอาไว้ถ้าลุงรู้ข่าวจะรีบบอกทันทีนะ”
       อิทธิจ๋อยไป
       “ขอบคุณครับลุงเหลิม”
       เฉลิมเดินเข้าบ้านไป ยายแดงเห็นอิทธิเดินจ๋อยๆเข้าบ้านก็สงสาร
      
       อิทธินั่งกินข้าวแบบไร้วิญญาณจนยายแดงสังเกตได้
       “อิท”
       อิทธิชิงพูดมาก่อน
       “ฉันยอมรับแล้วยายว่าฉันคิดถึงมดดำ ฉันขอโทษที่โกหก”
       “ยายเข้าใจ เอ็งก็แค่อาย”
       “ฉันอยากรู้ว่ามดดำเป็นไงบ้าง แล้วฉันจะได้เจอมดดำอีกไหม”
       “ได้เจอสิ มดดำมันไปอยู่กับคนดีนะ ยังไงก็ต้องมาหาพวกเราบ้าง โดยเฉพาะเอ็ง ที่เป็นเพื่อนเป็นพี่ที่สนิทกับมันที่สุด”
       “ฉันก็หวังอย่างนั้น”
       “บอกยายหน่อยได้ไหม ว่าเริ่มรักมดดำมันตอนไหน”
       อิทธิอาย
       “โห...ยาย ถามกันตรงๆเลยเหรอ ฉันตอบไม่ถูกหรอก”
       “งั้นเปลี่ยนคำถาม ทำไมถึงรักมดดำ ผู้หญิงอื่นสวยๆเยอะแยะไป”
       “คงเพราะฉันเห็นมดดำมาตั้งแต่เล็ก ฉันเห็นมดดำไม่ได้รับความรักจากน้าส้ม ฉันก็เลยอยากจะดูแลมดดำ ฉันคิดว่าคงไม่มีใครรักมดดำได้มากเท่าที่ฉันให้แล้ว”
       “แหงล่ะ ยายก็คิดว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนเขาจะรักมดดำได้มากเท่าเอ็งแล้ว”
       สองยายหลานยิ้มให้กัน
      
       ค่ำนั้น สหรัฐนั่งอ่านเอกสารแล้วรู้สึกเจ็บตา เอามือลูบเบ้าตา
       “ฮึ...ป่านนี้คงนั่งป้อนข้าวอ้อนเสี่ยอยู่ละสิ”
       พิมพ์พรรณเปิดประตูเดินยิ้มเข้ามาแล้วมานั่งตรงหน้า แต่สหรัฐเหม่อๆเลยไม่เห็น จนพิมพ์พรรณต้องตบโต๊ะดังปัง สหรัฐสะดุ้ง
       “อ้าว...คุณแม่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
       “เมื่อวานมั้งลูก”
       “โธ่...คุณแม่ครับ ตกลงช่วงนี้ไปเข้าวัดหรือไปฝึกตลกมาครับเนี่ย เก็บทุกมุขเลย”
       พิมพ์พรรณค้อน
       “ไม่ต้องมาแซวแม่เลย ว่าแต่เราเถอะ เหม่อคิดถึงหนูดาอยู่ใช่ไหม โทรไปสิ แม่ต่อสายให้เดี๋ยวนี้เลยนะ”
       พิมพ์พรรณจะหยิบโทรศัพท์แต่สหรัฐจับมือแม่ไว้
       “โห...คุณแม่ครับ ไม่มีหลุดคอนเซปต์เลยนะครับ เชียร์ดาอยู่คนเดียวเลย”
       “ก็แหงละสิ” พิมพ์พรรณนึกได้ “เดี๋ยว...นี่มีคิดถึงคนอื่นด้วยเหรอ ใคร บอกแม่มาเดี๋ยวนี้เลย นี่ริอาจปิดแม่แล้วเหรอ”
       “เอ่อ...ไม่ใช่ครับ ผมยังไม่มีใครทั้งนั้น ที่จริงแม้แต่น้องดาผมก็ไม่ได้คิดนะครับ”
       “ไม่คิดเลย ผู้หญิงคนไหนก็ไม่คิดเหรอ”
       “ครับ...ผมอยากโฟกัสเรื่องงานก่อน ดีไหมครับ”
       “โอ้โห...ชัดเลย ไม่คิดเรื่องผู้หญิง อยากคิดเรื่องงาน เฮ้อ...”
       พิมพ์พรรณกุมขมับเศร้า สหรัฐงง
       “คุณแม่เป็นอะไรครับ”
       “ตารัฐ...ลูกเป็นเก้งป่ะลูก” พิมพ์พรรณจับมือลูกชาย “แม่ขอโทษนะลูกที่บังคับให้ลูกเดินทางที่แม่วางไว้ ที่แท้แม่ควรหาลูกเขยไม่ใช่ลูกสะใภ้ใช่ไหม”
       สหรัฐสะดุ้ง
       “คุณแม่ครับ ผมเป็นผู้ชายแท้ๆ ไม่ใช่เก้งกวางอะไรทั้งนั้น”
       “จริงเหรอลูก”
       “จริงๆ 1000 % ครับ แต่ผมแค่ยังไม่อยากคิดเรื่องความรักในตอนนี้”
       พิมพ์พรรณเอามือจับอก
       “โอ๊ย...โล่งไปหน่อย ถ้างั้นก็กลับมาเรื่องหนูดา”
       สหรัฐอึ้ง
       “ตกลงคุณแม่เข้าใจผมหรือเปล่าครับ”
       “เข้าใจจ้ะ ว่าลูกยังไม่คิดเรื่องความรัก”
       “ขอบคุณครับ”
       “แต่แม่ก็อยากให้แต่งกับหนูดา...น่านะ นะๆๆๆๆ แม่อยากนอนตายตาหลับ”
       สหรัฐส่ายหน้าระอาใจ
      
       สุทธิดาให้มดดำมาช่วยทำรายงานในห้องทำงาน
       “ใช้คอมเป็นไหม”
       “ก็ได้เรียนตอนเรียน กศน.ค่ะ”
       “อ้าว...นี่เธอเรียนนอกระบบเหรอ”
       มดดำจ๋อยๆ
       “ค่ะ แม่ไม่มีเงินส่งให้เรียน มดดำเลยต้องหาเงินเรียนเอง”
       สุทธิดาถอนใจสงสาร
       “เฮ้อ...เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีที่ไม่ต้องเกิดมาจน...เอาล่ะ ถ้าใช้เป็นก็ดี งั้นช่วยฉันหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวทางใต้ให้หน่อย”
       “ได้เลยค่ะ เดี๋ยวมดดำจัดการให้”
       ดอมเดินผ่านหน้าห้องแล้วหยุดแอบมองดูมดดำแล้วยิ้มปลื้ม เขาเห็นสุทธิดากับมดดำกำลังช่วยกันดูข้อมูลในคอม ส้มเดินมาเห็นดอมแอบมองเข้าไปในห้องด้วยท่าทางมีความสุขก็ถามขึ้น
       “ดูอะไรอยู่ค่ะ คุณดอม!”
       ดอมเขิน
       “ปะ...เปล่าครับ”
       ดอมวิ่งหนีเข้าห้องตัวเองไปด้วยความอาย ส้มมองตามด้วยความสงสัย
      
       องค์อรนั่งดูโทรทัศน์อยู่คนเดียว จนง่วงก็เลยปิดโทรทัศน์ แล้วเดินหาวออกมาจากห้องนั่งเล่น ส่วนส้มเดินหาวมาอีกทาง แล้วมาเจอกัน องค์อรจ้องหน้าส้มอย่างไม่ไว้ใจ ส่วนส้มแค่ยิ้มมุมปากแล้วจะเดินผ่าน องค์อรแขวะ
       “เธอนี่มันหน้าไม่อายจริงๆเลยนะ อดีตเคยทำอะไรไว้ก็ยังจะหน้าด้านกลับมาอีก”
       ส้มแกล้งทำเป็นเจียมเนื้อเจียมตัวน้ำตาจะไหลทันที
       “ฉันรู้ดีว่าเหตุการณ์ในอดีตทำให้ฉันกลายเป็นคนเลวที่ไม่น่าให้อภัย ถูกแล้วที่คุณอรจะโกรธจะเกลียด แต่...”
       องค์อรแทรกขึ้น
       “ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งบีบน้ำตา คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ”
       “เชื่อเถอะคะ ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อทวงสิทธิ์หรือแก้แค้นใคร แต่กลับมาเพื่อชดใช้หนี้กรรม และล้างบาปให้ตัวเอง”
       “แล้วฉันจะคอยดู ว่าคนอย่างเธอจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า”
       องค์อรหมั่นไส้รีบเดินหนีไป ส้มมองตามด้วยความแค้นสุดๆๆ
       “พวกมึงต่างหากที่ต้องชดใช้ให้กับกูๆจะเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่พวกมึงทำไว้กับกูเชียว”
      
       มดดำปริ้นท์รูปภาพแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ พร้อมคำบรรยายออกมา สุทธิดากับมดดำช่วยกันทำรายงาน องค์อรยืนดูอยู่มุมหนึ่งท่าทางหนักใจ
       “ลูกไม้จะหล่นไกลต้นได้จริงเหรอ”
       สุทธิดากับมดดำกำลังเลือกรูปที่จะใช้ทำรายงานกันอยู่อย่างขะมักเขม้น องค์อรเดินเข้ามา
       “อ้าว...น้าอร ยังไม่นอนเหรอคะ”
       “น้ามีเรื่องจะคุยกับดาน่ะ”
       “มีอะไรคะ”
       องค์อรหันไปไล่มดดำ
       “เธอกลับไปนอนได้แล้ว”
       สุทธิดาฉุน
       “อะไรของน้าอรคะ จู่ๆก็มาไล่คนของดา น้าอรก็เห็นว่าเรายังทำรายงานไม่เสร็จ”
       “น้าขอโทษ แต่น้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับดาจริงๆ” องค์อรไล่มดดำอีก “ไปสิ”
       มดดำกำลังจะเดินออกไป สุทธิดาเรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อน...มดดำ อย่าลืมขึ้นไปปลุกฉันตอนหกโมงเช้าด้วยนะ”
       “ค่ะ”
      
       มดดำเดินออกจากห้องไป



       องค์อรลากสุทธิดามานั่งที่มุมหนึ่งของห้อง สุทธิดารำคาญสะบัดมือออก
      
       “น้าอร! มีเรื่องอะไรจะคุยกับดาก็ว่ามาสิคะ หวังว่ามันจะสำคัญจริงๆอย่าที่บอกนะคะ”
       “น้าอยากให้ดาอยู่ห่างๆเด็กมดดำนั่นไว้หน่อย”
       “ทำไมดาถึงจะอยู่ใกล้มดดำไม่ได้”
       “น้าเตือน ก็เพราะน้าเป็นห่วง”
       สุทฺธิดางง
       “ห่วง...ห่วงอะไรคะ ตกลงน้าอรจะบอกอะไรดากันแน่”
       “เอ่อ...ก็...น้าเห็นเราสนิทกับเด็กนั่นเร็วไป รู้แล้วเหรอว่าสองแม่ลูกนั่นมีนิสัยยังไง เขาอาจจะไม่เป็นคนดีก็ได้”
       “น้าอรคะ นี่น้าอรคิดว่าดาจะเป็นเพื่อนกับมดดำเหรอ ดาก็แค่อยากได้มดดำไว้ดูแลส่วนตัวช่วยงานทำโน่นทำนี่ให้ก็แค่นั้นเอง แล้วมดดำเขาก็ดูฉลาด คอมพิวเตอร์ก็ใช้เป็นนะคะ ไม่โง่เหมือนมาลี ดาก็เลยถูกใจค่ะ”
       “งั้นก็เหอะ น้ายังอยากให้อยู่ไกลๆพวกนั้นอยู่ดี”
       “เหตุผลล่ะคะน้าอร”
       “น้ารู้ว่าสองแม่ลูกนั่นน่ะต้องไม่ธรรมดา ร้ายมากเลย”
       “นั่นมันความรู้สึกนะคะ ไม่ใช่เหตุผล”
       องค์อรอึดอัด
       “โอ๊ย...น้าจะพูดไงดี เอาเป็นว่าน้าเตือนเราก็ฟังน้าบ้างแล้วกัน”
       สุทธิดามององค์อรงงๆไม่เข้าใจ องค์อรหงุดหงิดเดินออกไปจากห้อง
       “อะไรของน้าอรเขาเนี่ย”
       องค์อรเดินออกมาหน้าห้องสุทธิดาด้วยความไม่สบายใจ
       “สังหรณ์ยังไงก็ไม่รู้”
      
       เช้าวันใหม่ ฟ้ายังไม่สว่าง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น มดดำที่นอนหลับลุกขึ้นมาดูนาฬิกาเห็นว่าตีห้าแล้ว เธอปิดแล้ววางนาฬิกา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแปรงสีฟัน ยาสีฟัน เดินออกไป
       มดดำเปิดประตูเข้าห้องส้มเห็นแม่นอนหลับสบาย เธอเข้ามาปลุก
       “แม่...แม่...แม่จ๋า”
       ส้มงัวเงียลืมตาขึ้นมา
       “มีอะไร”
       “ตีห้ากว่าแล้ว เราไปช่วยคุณเนื่องทำงานกันเถอะ”
       ส้มโวยวาย
       “โอ๊ย...ทำอะไร กูจะนอน”
       “ก็ทำงานบ้านไงแม่”
       “กูไม่ทำ จะไปไหนก็ไปไป๊”
       “ไม่ได้นะแม่ เรามาอยู่บ้านเขาเราบอกจะทำงานบ้านไง”
       “มึงอยากทำก็ไปทำคนเดียวสิ”
       “อ้าว...แม่...แต่เมื่อวานตอนที่แม่กราบพวกคุณๆ แม่บอกว่า...”
       ส้มสวนทันที
       “อีมดดำ กูบอกว่าไม่ทำก็ไม่ทำ ไปกูจะนอน”
       ส้มหันหน้าหนี มดดำมองแม่แล้วส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะเดินออกไป
      
       เนื่องกับมาลีช่วยกันหยิบวัตถุดิบทำอาหารพวกเนื้อสัตว์ ผักมาวางที่โต๊ะเพื่อเตรียมทำอาหาร มดดำเดินยิ้มเข้ามาหาทั้งคู่
       “หวัดดีตอนเช้าจ้ะ มีอะไรให้มดดำช่วยไหมจ๊ะ”
       เนื่องกับมาลีมองมดดำด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
       “แม่เราล่ะ”
       “เอ่อ...ยังไม่ตื่นจ้ะ”
       “แล้วเราตื่นมาทำไม ไม่นอนเป็นคุณนายเหมือนแม่เหรอ”
       “มดดำขอโทษแทนแม่ด้วย มดดำจะขอทำงานแทนแม่ได้ไหม ให้มดดำช่วยนะจ๊ะ”
       มดดำเดินไปที่มาลีจะช่วยหยิบเนื้อสัตว์ แต่มาลีดึงของหนี
       “ไม่ต้องมาช่วยฉันหรอก ฉันทำเองได้”
       มดดำจ๋อยไป เนื่องหันมามองหน้า
       “ถ้าเธออยากทำงานจริงๆก็ไปทำความสะอาดชั้นล่างไป เรื่องอาหารพวกฉันดูเอง”
       มดดำยิ้ม
       “ได้จ้ะ”
       มดดำเดินออกไป เนื่องกับมาลีมองตามด้วยสายตาไม่ชอบใจ
       “ตอแหลแกล้งทำดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูจากแม่แล้วลูกมันก็ไม่น่าต่างกันนะคะ คุณเนื่อง” มาลีเบ้หน้า
       “จะจริงใจจะตอแหลฉันไม่สนหรอก แต่ถ้าทำงานฉันเสียฉันเอาเรื่องจริงๆ” เนื่องบอกอย่างเอาเรื่อง
      
       มดดำถูบ้านอย่างขยันขันแข็ง เช็ดโต๊ะอาหาร จากนั้นก็ปัดทีวี ทำความสะอาดห้องรับแขก เช็ดโต๊ะ จัดหนังสือ เสร็จแล้วก็ยืนปาดเหงื่อ ก่อนจะหันไปเห็นเนื่องยืนดูอยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
       “ชั้นล่างเสร็จหมดแล้วจ้ะ” มดดำยิ้มให้
       เนื่องเดินมาเอานิ้วปาดตามโซฟา ตามโต๊ะ
       “ฝุ่นไม่มี”
       มดดำดีใจ
       “งั้นให้ไปทำชั้นบนต่อไหมจ๊ะ”
       “ขึ้นไปตอนนี้ได้ไงยะ เจ้านายกำลังนอนอยู่ ไว้บ่ายๆค่อยไป”
       “จ้ะ งั้นมดดำขึ้นไปปลุกคุณดานะ”
       “ล้างมือล้างไม้ให้สะอาดก่อนนะ คุณดาเธอไม่ชอบอะไรที่สกปรก”
       “ขอบคุณจ้ะ”
       เนื่องพยักหน้า มดดำหอบอุปกรณ์ทำความสะอาดเดินออกไป
       “จะดีได้สักกี่วัน” เนื่องมองหยัน
      
       สหรัฐกำลังผูกไทอยู่หน้ากระจก พิมพ์พรรณเคาะห้องในชุดนุ่งขาวห่มขาว เดินสงบเสงี่ยมก้มมองพื้นไม่เกินสามก้าวช้าๆเข้ามา
       “คุณแม่ทำอะไรครับ” สหรัฐเห็นชุดแล้วก็ยิ้มให้
       พิมพ์พรรณน้ำเสียงนิ่งๆ
       “วันนี้แม่จะไปถือศีล นั่งสมาธิจ้ะลูก แม่จะไม่มองอะไรเกินสามก้าว มันจะเป็นกิเลส”
       “ให้ผมไปส่งไหมครับ”
       “อย่าเลยลูก แม่ไปกับคนรถได้ บอกอนันต์เขาไว้แล้ว แต่ก่อนไปแม่อยากฝากอะไรหน่อย”
       “มีห่วงกรรมอะไรอีกล่ะครับคุณแม่”
       พิมพ์พรรณเดินก้มๆช้าๆไปใกล้ๆแล้วหยิกสหรัฐจนร้องจ๊าก
       “โอ๊ย...คุณแม่ทำร้ายผมนี่ผิดศีลข้อสามนะครับ”
       “ก็อย่าล้อแม่สิลูก”
       “งั้นคุณแม่จะฝากอะไรครับ”
       “ไปรับหนูดาไปส่งที่มหาวิทยาลัย แล้วไปรับเขาด้วยนะวันนี้ แม่โทรบอกหนูดาไว้แล้ว ทำให้แม่ได้ใช่ไหม”
       สหรัฐเซ็งๆ
       “โธ่...คุณแม่ ยังห่วงเรื่องนี้อีก”
       “ก็ทำให้แม่หมดห่วงสิลูก ลูกจะได้บุญด้วย”
       “ได้ครับผมจะทำ คุณแม่จะได้ไปอย่างสงบ”
       พิมพ์พรรณสะดุดหูเงยหน้าขวับขึ้นมองหน้าลูกชายทันที สหรัฐเข้ามากอดอ้อน
       “โอ๊ะ...ขอโทษครับ...คือผมหมายถึงคุณแม่ได้ไปนั่งสมาธิอย่างสงบไงครับ”
       พิมพ์พรรณก้มหน้านิ่งเหมือนเดิม
       “ดีจ้ะ แม่ไปนะ”
      
       พิมพ์พรรณก้มหน้าเดินอย่างสงบออกไปแต่ช่วงจะออกห้องหัวชนประตูที่เปิดอยู่ แต่ก็เอามือกุมหัวอย่างสงบแล้วเดินออกไปต่อ สหรัฐเห็นแล้วก็ขำๆ
ตอนที่ 6
      
       สุทธิดานั่งหน้ากระจกให้มดดำหวีผมให้
      
       “ด้านข้างตรงนี้ด้วยสิ”
       มดดำมาหวีให้ตามสั่ง
       “นี่วันนี้ฉันต้องสวยเป็นพิเศษนะ เพราะแฟนฉันจะมารับไปมหาลัย”
       “มดดำว่าคุณดาก็สวยทุกวันนะคะ อย่างในรูปที่มดดำดู ไม่มีรูปไหนที่คุณดาไม่สวยเลย”
       สุทธิดายิ้ม
       “นี่ประจบหรือเปล่าเนี่ย”
       “มดดำประจบไม่เป็นหรอกค่ะ มดดำชอบพูดความจริง ไม่ชอบโกหก เพราะโกหกเราต้องคอยจำสิ่งที่พูดไว้ แต่ถ้าพูดความจริง เราไม่ต้องมานั่งจำให้ปวดหัว”
       “เธอ นี่ก็พูดตรงดี ฉันชอบ”
       มดดำหวีผมเสร็จ สุทธิดายืนดูความเรียบร้อยหมุนตัวหน้ากระจก
       “เดี๋ยวไปเตรียมรองเท้าให้ฉัน”
       สุทธิดาเปิดลิ้นชักหยิบอัลบั้มรูปเล็กๆส่งให้ มดดำรับไปอย่างงงๆ
       “อะไรคะ”
       “อัลบั้มรูปรองเท้า ฉันใส่เบอร์กำกับไว้ที่รูป เธอจะได้หยิบกล่องถูก แหม...รองเท้าฉันร้อยกว่าคู่ เธอจะหาเจอเหรอ” สุทธิดาดึงอัลบั้มมาเปิดเลือกๆแล้วส่งให้มดดำ “วันนี้เอาคู่นี้นะ B116 นี่คือคู่สีน้ำตา แถวหนึ่งคู่ที่สิบหก”
       มดดำตาโต
       “โห...คุณดาต้องมีรองเท้าเยอะเหมือนร้านรองเท้าแน่เลย”
       สุทธิดาหัวเราะ
       “ไปๆลงไปเตรียมได้แล้ว ตู้รองเท้าฉันเนี่ยตู้ขวามือตู้แรกนะ”
       มดดำถืออัลบั้มเดินออกไป สุทธิดาหันมาดูความสวยหน้ากระจกต่อ แล้วเปิดลิ้นชักหยิบกล่องกำไลเพชรที่สหรัฐให้ออกมา ใส่กำไลด้วยความชื่นชม
      
       รถของสหรัฐแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านกัลยา สหรัฐลงจากรถมาก็เห็นมาลีมารอรับ
       “คุณดาล่ะ”
       “ยังไม่ลงมาค่ะ เชิญคุณรัฐรอข้างในก่อนนะคะ”
       สหรัฐเดินเข้าประตูไปในห้องรับแขก
       “รับเครื่องดื่มอะไรไหมคะ”
       “ไม่ต้องหรอกขอบใจนะ”
       มาลีเดินออกไป สหรัฐหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านกางหนังสือพิมพ์ปิดหน้า มดดำถือรองเท้าสุทธิดามาแล้วมองที่ห้องรับแขกเห็นคนนั่งถือหนังสือพิมพ์อ่านอยู่ เลยเดินเบาๆเอารองเท้าไปวางด้านหน้าบ้านพอมดดำวางรองเท้าเสร็จก็เงยหน้ามองไปก็เห็นรถของสหรัฐจอดอยู่
       “เอ๊ะ!”
       มดดำนึกถึง ตอนที่เจอสหรัฐและให้เขาขับรถไปส่งเธอกับอิทธิ มดดำแปลกใจเพราะรถคันที่จอดอยู่ช่างเหมือนกันเหลือเกิน มดดำเดินไปดูรถใกล้ๆ
       “คงไม่หรอกมั้ง รถมันก็เหมือนๆกันไปหมด คงไม่ใช่ของตาบ๊องนั่นหรอก”
       มดดำหยักไหล่ไม่สนใจแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป...เธอเดินเข้าบ้านมามองไปที่สหรัฐที่ยังยกหนังสือพิมพ์ปิดหน้า มดดำมองอยู่ครู่แล้วไม่สนใจเดินแยกไป สหรัฐเอาหนังสือพิมพ์ลงมองไปทางมดดำก็ชะงัก เขาเห็นด้านข้างของมดดำที่กำลังหันเดินไป สหรัฐลุกขึ้นขยี้ตา
       “เฮ้ย...”
       สหรัฐรีบวางหนังสือพิมพ์จะเดินตามไป พอดีเสียงสุทธิดาดังขึ้น
       “พี่รัฐคะ ดามาแล้วค่ะ”
       สหรัฐต้องชะงัก สุทธิดาเดินยิ้มเข้ามาหา สหรัฐยิ้มตอบแต่ตาก็ยังมองไปทางที่มดดำเดินไป
       “มีอะไรคะ”
       “เอ่อ...เปล่าจ้ะ ไปกันเถอะ”
       ทั้งสองเดินไปด้วยกัน
      
       เนื่องกับมาลีจัดอาหารใส่ถาดอยู่ในครัว มดดำเดินเข้าประตูมา
       “มีอะไรให้ช่วยไหมจ๊ะ งานฉันเสร็จแล้ว”
       มาลีแดกดัน
       “แกล้งทำดีหรือเปล่านี่”
       มดดำหน้าเหวอ
       “เปล่านะ ฉันอยากช่วยจริงๆ”
       เนื่องพยักหน้าให้มาลีเป็นการบอกว่าให้มดดำช่วย
       “งั้นก็ช่วยยกอาหารไปสามชุด เพราะเดี๋ยวคุณชาติคุณกัลกับคุณดอมจะลงมาทาน”
       มดดำกับมาลีช่วยกันจะยกของไป แต่ส้มเดินเข้ามา
       “ต่อไปนี้ฉันจะดูแลเจ้านายเอง” ส้มยื่นมือจะมารับถาดจากมาลี “เอามาสิ”
       เนื่องจ้องหน้า
       “อะไรของเธอเนี่ย ถ้าอยากจะช่วยงานก็มีอย่างอื่นให้ทำ”
       “ไม่ต้องมาสั่ง ฉันรู้ว่าฉันมีหน้าที่อะไร ฉันเคยอยู่ที่นี่มาก่อน ฉันจะทำเฉพาะงานที่เคยทำ คือดูแลเจ้านาย งานแรงงานอื่นๆฉันไม่ทำ”
       เนื่องฉุน
       “นี่...ฉันเป็นแม่บ้าน ฉันคือหัวหน้าทุกคน ฉันจะจ่ายงานเอง”
       “ก็ทำไปสิ แต่อย่ามายุ่งกับฉัน”
       ส้มจ้องหน้าเนื่องอย่างเอาเรื่อง มดดำกลัวจะมีเรื่องรีบห้าม
       “แม่...อย่าทำแบบนี้เลย”
       “มดดำ ยกของแล้วตามมา คนอื่นไม่ต้อง”
       ขาดคำ ส้มก็เดินเชิดออกไป มดดำหน้าเสีย เนื่องระอา
       “มาลี ให้มดดำยกไปให้หมด”
       มาลีวางถาด มดดำยกของออกไปคนเดียว มาลีหันมาถาม
       “คุณเนื่อง ทำไมยอมมันล่ะ แหม มันน่าตบนังสองแม่ลูกนี่จริงๆเลย”
       “ตบไปก็เท่านั้น ไว้ฟ้องดีกว่า แรงแบบนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้แน่”
       เนื่องมองด้วยความเจ็บใจ
      
       มดดำเดินตามส้มมาตามทาง
       “แม่...จะทำงานทำไมไม่พูดกับเขาดีๆล่ะ”
       “กูพูดไม่ดีตรงไหน พวกนั้นมันก็แค่คนใช้ ที่กูพูดไปก็ดีถมแล้ว”
       “นี่แม่ไปดูถูกคุณเนื่องกับมาลีทำไม”
       “ก็เพราะกูไม่ใช่คนใช้อย่างพวกมันน่ะสิ”
       “แม่พูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ”
       ส้มยิ้ม
       “มึงจะไม่เข้าใจจนวันตายของมึงได้ยิ่งดี”
       ส้มเดินเชิดไป มดดำถอนใจเซ็ง
      
       สุทธิดานั่งคอยที่โต๊ะของโรงอาหารมหาวิทยาลัย สหรัฐยกกาแฟกับขนมมาให้
       “หน้าตาน่าทานจังเลยค่ะ เราน่าออกมาทาน breakfast ด้วยกันทุกเช้านะคะ”
       “ได้เลย น้องสาวพี่อยากได้อะไรบอกพี่ได้ครับผม”
       สุทธิดางอน
       “น้องสาวเหรอคะ”
       สหรัฐเจื่อนไปที่เห็นสุทธิดางอน
       “เอ้า...เดี๋ยวขนมไม่อร่อยนะ”
       “พี่รัฐคะ พี่รัฐรักใครอยู่หรือเปล่า”
       “ไม่มี”
       “แล้วทำไมไม่ลองเปิดใจให้ธิดาล่ะคะ พี่รัฐก็รู้นี่ว่าผู้ใหญ่ของเราสองคนต้องการอะไร”
       “แต่ดายังเรียนไม่จบ”
       “แน่ใจเหรอคะว่าปัญหาคือดายังเรียนไม่จบ”
       สหรัฐก้มหน้าหลบตา
       “ไม่เป็นไรค่ะ ดาเชื่อว่าวันหนึ่งพี่รัฐกับดาจะรักกันได้”
       สหรัฐได้แต่ยิ้มรับเจื่อนๆ สุทธิดายื่นกำไลมาให้ดู
       “ดาถือว่ากำไลนี้แฟนของดาให้นะคะ”
       สุทธิดาพูดจบก็ยิ้มแล้วทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
      
       สหรัฐเดินมาส่งสุทธิดาที่โต๊ะ พงษ์ แก้ว วาว่านั่งอยู่ พงษ์พอเห็นก็ไม่พอใจทันที
       “แหม...นึกว่าวันนี้ดาจะมาสาย” แก้วทักทาย
       “สายอะไร มาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่พาพี่รัฐไปทานข้าว พี่รัฐมาส่งฉันน่ะ”
       วาว่าดี๊ด๊า
       “ว๊ายยย สวีทจังเลย ทำอะไรนึกถึงคนไม่มีแฟนบ้างนะ”
       สุทธิดายิ้มภูมิใจแล้วเกาะแขนสหรัฐ
       “พี่รัฐไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวสาย”
       “ตอนเย็นให้พี่มารับตรงนี้ใช่ไหม”
       “ค่ะ”
       สหรัฐยิ้มแล้วเดินขึ้นรถขับออกไป สุทธิดาโบกมือให้
       “นี่เขาต้องมาส่งดาทุกวันเลยเหรอ” พงษ์ไม่พอใจ
       “ไม่ใช่แค่มาส่งนะ มารับด้วย”
       พงษ์หน้าเสีย
       “แล้วผมล่ะ”
       “พงษ์ ก็อยู่ของพงษ์เป็นเพื่อนในกลุ่มน่ะสิ ไปเข้าเรียนกันเถอะสายแล้ว”
       สุทธิดาเดินไป แก้วกับวาว่าตามไปด้วย พงษ์ยืนมองกำหมัดด้วยความเจ็บใจ
      
       ชาติชาย กัลยา ดอม เดินลงมา พอเห็นส้มกับมดดำยืนรอรับใช้ก็แปลกใจ กัลยาเข้าไปถาม
       “เนื่องกับมาลีล่ะ”
       “อ๋อ...ส้ม ขอมาดูแลคุณๆข้างบนเองค่ะ คือส้มเคยทำหน้าที่ไหน ก็อยากทำหน้าที่นั้น...” ส้มเน้น “เหมือนเดิมค่ะ”
       ชาติชายกับกัลยากระอั่กกระอ่วนใจเพราะกลัวส้มจะแฝงความนัย แต่ส้มก็ยิ้มซื่อๆให้
       “งั้นก็ดี จะได้ช่วยแบ่งเบางานของเนื่องกับมาลีด้วย”
       ดอมในชุดนักเรียนทานอาหารไปแอบมองมดดำไป พอมดดำหันมามองแล้วยิ้ม ดอมก็เขินก้มหน้าก้มตาทานใหญ่
       “ดอม แม่อยากปรึกษาเรื่องเรียนพิเศษของมดดำ” กัลยาหันมาหาดอม
       ส้มรีบขัด
       “อุ๊ย...ไม่ต้องให้มันเรียนเยอะหรอกค่ะ สิ้นเปลืองเปล่าๆ”
       “ไม่ได้สิ สมัยนี้ถ้าไม่ติวจะสอบติดมหาวิทยาลัยยาก มดดำเองก็จบม.6 มาปีหนึ่งแล้ว ความรู้ก็ต้องลืมๆเลือนๆไปบ้าง”
       “แต่ว่า...”
       ส้มจะแย้ง กัลยาตัดบท
       “เอาเถอะ ฉันอยากให้ติว ส้มไม่ต้องเกรงใจนะ”
       “ก็ได้ค่ะ”
       ส้มแอบมองมดดำด้วยสายตาไม่พอใจ ดอมดีใจ
       “วันนี้เลิกเรียนผมจะพามดดำไปสมัครเลยนะครับ”
       กัลยาเห็นดีด้วย
       “ดีสิ ยิ่งเรียนเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี...ไปวันนี้เลยนะ”
       มดดำยิ้มดีใจ
       “ขอบคุณค่ะ”
       ชาติชายทานอาหารเสร็จก็วางช้อน ส้มหันไปหา
       “คุณชาติอิ่มแล้วเหรอคะ ยังทานไม่หมดเลย”
       ชาติชายพยักหน้ารับ
       “พอแล้ว”
       ส้มรินกาแฟให้
       “ส้มจำได้ค่ะว่าหลังอาหารเช้าคุณชาติต้องดื่มกาแฟ”
      
       ชาติชายมองกัลยาด้วยความรู้สึกอึดอัด กัลยาพยายามทานอาหารไม่สนใจ ส้มแอบยิ้มสะใจ


  


       ชาติชายกับกัลยาเดินมาตามทางด้วยกัน ทั้งสองคนหน้าเครียดเหมือนมีอะไรในใจจนมาถึงหน้าห้องทำงานกัลยา
        
      
       “ส่งกัลแค่นี้เถอะค่ะ คุณไปทำงาเถอะ”
       “ขอผมคุยกับคุณได้ไหมกัล”
       “เรื่องอะไรคะ”
       ทั้งคู่พากันไปนั่งคุยกันที่โซฟาในห้องทำงาน
       “ผมไม่อยากให้ส้มขึ้นมาบนตึก คุณให้เนื่องจัดให้เขาทำงานที่อื่นได้ไหม”
       “ทำไมล่ะคะ”
       “ผม...ผมเกรงใจคุณ”
       “คุณชาติคะ ขอบคุณนะคะที่นึกถึงใจกัล แต่ถ้าเราไปสั่งแบบนั้นมันก็จะหักหาญน้ำใจส้มนะคะ”
       “กัล...”
       “ที่กัลอยากทำดีกับส้ม เพราะเราเองก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอคะว่ามดดำเป็นลูกของคุณหรือเปล่า”
       “ผมไม่รู้ว่าถ้าเรารู้แล้วมันจะดีกับครอบครัวของเรายังไง”
       “คุณห่วงความรู้สึกของดากับดอมเหรอคะ”
       “ไม่ใช่แค่นั้น คุณแม่ของคุณด้วยนะ”
       กัลยานิ่งอึ้งคิดหนัก ชาติชายจับมือปลอบ
       “เอาเป็นว่าเราต้องรู้ก่อนว่ามดดำเป็นลูกของคุณหรือเปล่า เรื่องอื่นค่อยว่ากันดีไหมคะ”
       ชาติชายคิดตามแล้วพยักหน้ารับ
      
       สุทธิดา พงษ์ แก้ว วาว่า เดินลงมาจากตึกเรียน
       “ดาไม่เห็นใส่แหวนที่ผมซื้อให้เลย” พงษ์เดินตามมาประกบ
       “ไว้คราวหน้าจะใส่นะ”
       “เมื่อไหร่”
       “พงษ์ อย่าถามเซ้าซี้ได้ไหม เมื่อไหร่ที่ดาอยากใส่ก็หยิบมาใส่เองนั่นแหล่ะ”
       พงษ์จำใจต้องเงียบไป สุทธิดามองพงษ์ด้วยสายตารำคาญแล้วเดินหนี วาว่าตามไป แก้วจะตามไปแต่รีๆรอๆ แก้วหันมาหาพงษ์
       “แก้วว่าเขากำลังอินเลิฟอ่ะ”
       พงษ์มองหน้า
       “ทำไม แก้วจะบอกให้ถอยงั้นเหรอ”
       “แล้วถ้าเธอเดินหน้าต่อไปจะมีความสุขเหรอ รักคนที่เขาไม่ได้รักเราน่ะ มันไม่มีประโยชน์หรอก”
       พงษ์ยิ้มเยาะ
       “เก็บประโยคพวกนี้ไว้บอกตัวเองดีกว่าแก้ว เพราะไงฉันก็ไม่มองเธอ”
       พงษ์เดินหนีไป แก้วมองตามแล้วกำมือด้วยความเจ็บใจ
      
       สุทธิดาเดินมานั่งที่โต๊ะ แล้วกางหนังสือจะอ่าน วาว่าตามมานั่งด้วย พงษ์กับแก้วตามมา สักพักคิมเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ ยื่นให้สุทธิดา
       “มุขเดิมเลย” วาว่ากระซิบกับแก้ว
       แก้วกระซิบตอบ
       “แบบนี้เดี๋ยวก็ปิดจ๊อบ”
       สุทธิดารับช่อดอกไม้ไปมองไม่ตื่นเต้น
       “คราวหน้าไม่ต้องเอามาอีกนะ เดี๋ยวแฟนฉันเข้าใจผิด”
       คิมชะงัก
       “แฟน”
       พงษ์รีบเสริม
       “ใช่...ดาเขามีแฟนแล้ว เลิกยุ่งซะที”
       คิมมองหน้าพงษ์
       “ไม่ใช่คุณแน่ๆใช่ไหม”
       พงษ์ลุกขึ้นตบโต๊ะ
       “ไอ้หน้าจืด”
       แก้วกับวาว่าต้องลุกดึงแขนพงษ์กลัวจะไปชกคิม สุทธิดาเริ่มรำคาญจึงลุกขึ้นบ้าง เก็บของจะเดินไป
       “จะไปไหนครับ ไปหาอะไรอร่อยๆทานไหม ผมรู้ว่าคุณไม่มีเรียนแล้ว” คิมรีบชวน
       สุทธิดายิ้มกวน
       “วันนี้ไม่อยากไปกับเธอ เข้าใจใช่ไหม”
       คิมยิ้มเจ้าชู้
       “ได้...งั้นวันนี้ผมจะไปกับคนอื่นก่อน ถ้าวันไหนเรามีความต้องการเหมือนกัน เราค่อยไปด้วยกัน”
       สุทธิดายิ้มท้าทายก่อนจะเดินไป คิมจะเดินไปแต่พงษ์ผลักไหล่
       “ตกกระป๋องแล้วไอ้หน้าตี๋ รู้ตัวไว้ด้วย”
       “ผมรู้ตัวมาตลอดว่าจะได้แค่ไหนกับดา แต่คุณนั่นแหล่ะที่น่าจะกลับไปดูตัวเองเพราะรู้สึกว่าคุณจะอยากได้มากกว่าที่ดาเขาจะให้”
       พงษ์โมโหจะเข้าไปชกแต่แก้วกับวาว่าดึงเอาไว้ คิมมองกวนๆแล้วเดินหนีไป แก้วรีบบอก
       “นี่...ตามดากันดีกว่ากลับไปแล้วก็ไม่รู้ ดูสิตกลงจะได้ติวกันไหมเนี่ย”
      
       องค์อรยืนคุยโทรศัพท์อยู่
       “อุ๊ย...จะดีเหรอคะคุณพี่ อรว่าอรยังไม่พร้อมจะเป็นนายกสมาคม...เอางี้ดีไหมคะ ไว้ประชุมสมาคมคราวหน้าเราค่อยคุยกันนะคะ ค่ะๆสวัสดีค่ะ”
       องค์อรกดวางสายแล้วเห็นดอมในชุดไปเที่ยวเดินลงมา
       “จะไปเรียนพิเศษเหรอดอม แหม...แต่วันนี้แต่งซะหล่อเลยนะ แอบนัดสาวหรือเปล่าเนี่ย”
       “โธ่...ไม่มีหรอกครับน้าอร ผมก็ปกติของผม”
       “ปกติทำไมต้องหน้าแดง อย่างนี้นัดสาวแน่ๆ”
       มดดำเดินเข้ามา
       “ฉันเสร็จแล้วค่ะ”
       องค์อรมองไปเห็นมดดำยืนยิ้มอยู่ก็งง
       “นี่จะไปไหนกัน”
       “คุณแม่ให้พามดดำไปสมัครเรียนพิเศษครับ ไปนะครับน้าอรเดี๋ยวสาย”
       ดอมพามดดำเดินไป องค์อรมองตามอึ้งไปเลย
      
       ดอมเดินนำมดดำเข้ามา ด้านหน้าห้างสรรพสินค้า
       “คุณดอม พาฉันมาที่นี่ทำไม” มดดำมองด้วยอาการตื่นๆ
       “ก็สมัครเสร็จแล้วเราก็มาเดินเล่นกันสิ”
       “แต่คุณต้องเข้าเรียนนี่”
       “เดี๋ยวฉันจะย้ายมาติวห้องเดียวกับเธอ เริ่มพร้อมกันเรียนด้วยกัน”
       มดดำแปลกใจ
       “คุณจะเรียนย้อนหลังเหรอ”
       “วิชาจะได้แน่นๆ”
       “ถ้าคุณไม่ไปเรียน เราก็ต้องกลับบ้านสิ”
       “เอาเหอะน่า แวะเดินเล่นดูโน่นดูนี่ไปก่อนนะ เธอไม่ชอบเดินห้างเหรอ”
       มดดำส่ายหน้า
       “ฉันไม่เคยมาหรอก”
       ดอมตกใจ
       “ห๊า...สักครั้งก็ไม่เคยเหรอ”
       “มีแต่ของแพงคนแต่งตัวดีๆ ฉันไม่มีเงินก็ไม่รู้จะมาทำไม”
       “งั้นวันนี้ฉันจะพาเธอทัวร์เอง”
       มดดำยืนลังเลดอมเลยดึงมือให้เดินไปด้วยกัน
      
       สหรัฐกับสุทธิดานั่งดื่มกาแฟด้วยกัน อยู่ในร้านกาแฟ
       “ดาขอบคุณพี่รัฐมากเลยนะคะ ที่ยอมทิ้งงานมาเพื่อดา”
       “โชคดีที่พี่ประชุมกับฝ่ายการตลาดเสร็จพอดี แต่พี่หนีงานมาแบบนี้ทุกวันไม่ได้นะ เดี๋ยวจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี”
       “ดาทราบค่ะ ถ้าไม่จำเป็นดาก็จะไม่เรียกหรอกค่ะ”
       “นั่นสิ ดามีปัญหาอะไรเหรอถึงต้องออกมาเร็ว”
       “เอ่อ...ก็...ดาทะเลาะกับเพื่อนนิดหน่อยค่ะ”
       สหรัฐยิ้ม
       “เอาน่า เพื่อนกัน มีอะไรก็คุยกันนะ”
       “พี่รัฐน่ารักที่สุดเลย งั้นเดี๋ยวเราไปช้อปปิ้งแล้วดูหนังต่อสักเรื่องนะคะ”
       “ได้สิ ไหนๆก็พี่ก็โดดงานมาเพื่อน้องแล้ว ก็ให้สุดๆไปเลย”
       “พี่รัฐอ่ะ น้องอีกแล้ว”
       สหรัฐยิ้มรับหน้าเจื่อนไปไม่ถูกเลย
      
       ดอมกับมดดำเดินดูของด้วยกัน ดอมเห็นเสื้อในร้านผู้หญิงก็ชอบใจ
       “มดดำ เข้าไปดูกันไหม”
       มดดำตกใจ
       “คุณดอมจะซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงใส่เหรอ”
       “ไม่ช่าย...จะซื้อให้เธอไง”
       มดดำหน้าเหวอ
       “ซื้อให้ฉัน ทำไม”
       “ก็ดูเธอแต่งตัวสิ จะใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะแบบนี้ไปตลอดเหรอ”
       “ก็ฉันมีแต่แบบนี้นี่ และคุณก็ไม่ต้องซื้อให้หรอก”
       “ไปดูก่อนน่า แล้วค่อยว่ากัน”
       ดอมจูงมือมดดำเข้าร้านไป ขณะเดียวกันนั้นที่ร้านข้างๆสหรัฐกับสุทธิดาเดินหิ้วถุงออกจากร้านเดินผ่านหน้าร้านที่ดอมกับมดดำเลือกซื้อของแต่ยืนหันหลังอยู่ สหรัฐกับสุทธิดาเดินผ่านไปโดยไม่เห็นทั้งคู่
       “พี่รัฐรู้ไหมกระเป๋าใบนี้ดาชอบม๊ากมาก เหมือนเขาตั้งใจผลิตมาให้ดาเลยนะคะ”
       “ผู้หญิงนี่เวลาอยากได้อะไรก็ต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนตัวเองแบบนี้ทุก คนหรือเปล่าเนี่ย”
       “อืมมม...ดาว่าทุกคนและทุกเรื่องด้วยนะคะ โดยเฉพาะความรัก”
       “จริงเหรอ”
       “จริงสิคะ ถ้าพี่ไม่รัฐไม่เชื่อก็ยกตัวอย่างผู้หญิงสักคนที่ไม่เหมือนดาสิคะ”
       สหรัฐหยุดคิดนิ่ง นึกถึงตอนที่เขาเถียงกับมดดำในร้านอาหาร
       “แล้วทำไมเงินของคนนั้นเธอถึงรับ หรือเธอคิดว่าฉันไม่รวยพอ”
       มดดำโกรธวางช้อนทันที
       “ฉันอาจจะอยากได้เงินไปเรียนหนังสือ ฉันอาจจะงกอาจจะเค็มเพราะฉันไม่เกิดมามีเหลือเฟือเหมือนอย่างคุณ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณ จะเที่ยวมาดูถูกฉันโดยที่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวฉันสักนิด”
       สุทธิดาเห็นสหรัฐยืนเหม่อก็สงสัย
       “พี่รัฐคะ คิดอะไรอยู่คะ”
       สหรัฐรู้สึกตัว
       “เอ่อ...เปล่า ไม่ได้คิดอะไร”
       “นึกว่าคิดถึงผู้หญิงอื่น”
       สหรัฐตัดบท
       “เราไปดูรอบหนังกันเถอะ”
       ทั้งสองเดินไปด้วยกัน
      
       ดอมส่งเสื้อให้ลอง มดดำส่ายหน้า
       “ไม่เอาน่าคุณดอม แต่ละตัวมันแพงๆทั้งนั้นเลย”
       “แต่เธอควรจะมีเสื้อผ้าดีๆใส่ไปเรียนนะ”
       “ฉันไปเรียนเพื่อเอาความรู้นี่ เกี่ยวอะไรกับการแต่งตัว”
       “แล้วไม่กลัวคนอื่นเขามองว่าเธอเอ่อ...”
       มดดำสวนทันที
       “จน”
       ดอมยิ้มรับแหยๆ มดดำมองหน้า
       “คุณดอม ความจนมันคือความจริงของฉัน ให้ฉันอยู่กับความจริงเถอะ ฉันไม่อยากแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าดีๆไปหลอกคนอื่น เพราะถ้าวันหนึ่งพวกเขารู้ว่าฉันคือคนจน พวกเขาคงรังเกียจที่ฉันโกหกมากกว่ารังเกียจที่ฉันจน”
      
       ดอมฟังแล้วยิ้มชื่นชม เอาเสื้อผ้าแขวนกลับ

      
       “เธอนี่เป็นคนดีจริงๆนะ ฉันชักจะชอบเธอแล้วสิมดดำ”
      
       ดอมพูดจบแล้วจ้องหน้ามดดำๆรู้สึกแปลกๆไม่กล้าสบตา ดอมยกข้อมือดูเวลาแล้วคิด
       “ยังพอมีเวลา ไปเร็ว”
       ดอมจับข้อมือมดดำแล้วลากให้วิ่งตามไป
       “จะไปไหนอ่ะคุณดอม”
      
       สหรัฐกับสุทธิดายืนอยู่หน้าจอจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติกำลังเลือกซื้อตั๋วกันอยู่ ห่างออกมาดอมจูงมือมดดำวิ่งมาที่หน้าจอแล้วดูรายการหนัง
       “เดี๋ยวเราดูหนังกันนะ”
       มดดำรีบขัด
       “ไม่ได้ ฉันต้องกลับไปทำงานบ้าน”
       “ไม่เป็นไรหรอก ดูเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
       “คุณดอม ขอร้องล่ะ เราสมัครเรียนเสร็จแล้วก็กลับสิ ถ้าคุณแม่คุณรู้ว่าเราเถลไถลมันจะไม่ดีนะ”
       “เราก็บอกคุณแม่สิว่าเริ่มเรียนวันนี้เลย เพราะยังไงนี่ก็ยังอยู่ในเวลาเรียนของฉัน”
       “ก็คือเราจะโกหกคุณแม่คุณ”
       ดอมจ๋อยพูดไม่ออก
       “ฉันไม่อยากโกหกผู้มีพระคุณกับฉัน พาฉันกลับบ้านเถอะ”
       ดอมถอนใจ
       “โอเค ก็ได้ กลับกันก็ได้”
       ดอมกับมดดำเดินออกไปด้วยกัน สหรัฐกับสุทธิดายังอยู่ที่ตู้ซื้อตั๋ว สหรัฐรับตั๋วมาแล้วหันกลับมาหาสุทธิดา
       “เดี๋ยวเราไปซื้อขนมไปทานในโรงกันนะคะ”
       สหรัฐยิ้มให้ แล้วทั้งคู่ก็เดินมาสักพักสหรัฐมองไปก็เห็นดอมกับมดดำกำลังเดินลงบันไดเลื่อน เขาหยุดชะงักขยี้ตาเพ่งมอง สุทธิดาแปลกใจ
       “มีอะไรคะพี่รัฐ”
       “พี่ว่าพี่เห็นดอมมากับ...เอ่อ...”
       สุทธิดาชะเง้อหา
       “ไหนคะ แล้วนายดอมมากับใคร แหม...หนีเรียนมาเที่ยวนะ กลับไปดาจะฟ้องคุณแม่”
       “พี่ขอไปดูให้แน่ใจได้ไหม”
       “แต่หนังจะเข้าแล้วนะคะ”
       สหรัฐไม่ฟังเดินไปเลย สุทธิดาหงุดหงิดแต่ก็เดินตามไป
      
       สหรัฐกับสุทธิดาลงบันไดเลื่อนมา แล้วเดินหามาตามทางแต่ไม่เห็น สุทธิดาเริ่มรำคาญ
       “พี่รัฐคะ ไม่เห็นมีเลย ตาฝาดหรือเปล่า”
       “ไม่ พี่แน่ใจ”
       “งั้นก็ช่างเถอะค่ะ ไปดูหนังเถอะ”
       “แต่พี่อยากรู้ว่านายดอมมากับใคร”
       “พี่รัฐคะ ดาเป็นพี่ยังไม่อยากจะ...เอ่อ...รู้เลย แล้วพี่รัฐจะไปตามทำไม ไปดูหนังเถอะ”
       สุทธิดาดึงแขนสหรัฐๆเกือบจะไปแล้ว แต่มองไปด้านล่างก็เห็นดอมกับมดดำเดินอยู่กำลังจะออกจากห้าง
       “นั่นไงนายดอมกับผู้หญิง”
       สหรัฐวิ่งไปสุทธิดาเริ่มโมโห
       “พี่รัฐ...อะไรของเขานะ”
       สุทธิดาวิ่งตามสหรัฐไป
      
       สหรัฐวิ่งมาถึงหน้าห้าง แต่ไม่ทันเพราะดอมกับมดดำขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว สุทธิดาวิ่งตามมาถึงแต่ไม่ทันเห็น
       “ไหนคะพี่รัฐ”
       “ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว”
       สุทธิดาหงุดหงิด
       “ตกลงพี่รัฐจะดูหนังไหมคะ”
       “ไว้คราวหน้าได้ไหม”
       สุทธิดาหน้าเหวอ
       “อะไรนะคะ”
       “พี่ขอโทษ เรากลับบ้านกันนะ”
       สุทธิดามองหน้าสหรัฐด้วยความไม่พอใจสุดๆ แต่เขาไม่สนใจมองไปทางที่แท็กซี่วิ่งไป
      
       ดอมกับมดดำเดินมาถึงหน้าบ้าน
       “มดดำ ขอบใจนะ”
       มดดำงงๆ
       “เรื่องอะไรคะ”
       “ก็ข้อคิดหลายๆเรื่องที่เธอเตือนฉันไง ทั้งเรื่องที่ยอมรับความจริง กับเรื่องที่ฉันไม่ควรโกหก ฉันจะจำไว้แล้วไม่ทำอีก”
       มดดำยิ้มแล้วจะเดินไปแต่ดอมมาขวางหน้าไว้
       “แล้วฉันก็ขอโทษนะที่พาเธอเถลไถล”
       “ไม่เป็นหรอกค่ะ งั้นฉันขอตัวไปทำงานนะ”
       มดดำยิ้มแล้วเดินไป ดอมมองตามยิ้มๆก่อนเดินเข้าบ้านไป ส้มเดินออกมาแล้วยิ้มร้าย
      
       ดอมเดินเข้าบ้านมาแล้วจะขึ้นบันไดแต่พบกัลยาที่เดินมาพอดี
       “กลับมาแล้วเหรอ เป็นไงเรียบร้อยไหม”
       “ครับ เอ่อ...แล้วผมก็ย้ายไปเรียนกับมดดำนะครับ จะได้เป็นเพื่อนเขา”
       “อ้าว...งั้นลูกก็ต้องเรียนซ้ำเดิมสิ”
       “วิชาจะได้แน่นๆไงครับ”
       กัลยายิ้ม
       “ตามใจ ก็ดีเหมือนกัน มดดำเขายังใหม่จะได้ดูแลเขาด้วย”
       “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลให้ดีที่สุด”
       สักพักก็มีเสียงรถของสหรัฐแล่นเข้ามา กัลยายิ้ม
       “สงสัยพี่เรากับพี่รัฐจะมาแล้ว”
       สักพักสุทธิดาก็เดินหน้าบึ้งอารมณ์ไม่ดีเข้ามา กัลยายิ้มให้ก็ไม่ยิ้มตอบ
       “เป็นอะไรล่ะลูกหน้าตาไม่ค่อยดีเลย”
       “ก็นายดอมน่ะสิคะ ตัวต้นเหตุ”
       “ผมเหรอ ผมไปทำอะไรพี่ดา”
       “ถามพี่รัฐเองแล้วกัน”
       สหรัฐเดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้กัลยา
       “มีอะไรกันเหรอตารัฐ”
       “เอ่อ...คือ...ดอม เมื่อกี้ก่อนเข้าบ้านไปไหนมาหรือเปล่า”
       ดอมยิ้มแย้มบอก
       “ก็ไปเดินเล่นที่ห้างครับ”
       “แล้วไปกับใคร”
       ดอมงงๆ
       “เด็กในบ้านครับ พี่รัฐไม่รู้จักหรอก เขาเพิ่งมาครับ”
       กัลยาแปลกใจ
       “ใช่จ้ะ รัฐมีอะไรเหรอ”
       “ผมอยากเจอเด็กคนนั้นครับ”
       สุทธิดาที่ได้ฟังก็แปลกใจ
       “นี่พี่รัฐสนใจเด็กคนนั้นเหรอคะ”
       สหรัฐตอบไม่ถูก กัลยา สุทธิดา ดอมต่างจ้องสหรัฐเป็นตาเดียว
      
       มดดำเดินเอารายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนพิเศษใส่ลิ้นชักเก็บไว้ ส้มเปิดประตูเข้ามา
       “ระรื่นเลยนะได้ออกไปควงกับลูกเจ้านาย”
       “ควงอะไร ก็แค่ไปสมัครเรียนไงแม่”
       “ฮึ...ที่กูมาเนี่ยไม่ได้มาห้ามนะ แต่จะบอกว่าถ้าเอ็งชอบคุณดอมก็จับเลยสิ แต่งงานกันได้ยิ่งดี”
       “โอ๊ย...แม่ ไปกันใหญ่แล้ว เขาเด็กกว่าฉันตั้งปีนะแม่”
       “เด็กกว่าแค่ปีเดียวเอง ไม่เห็นจะเป็นไร”
       “โอ๊ย แม่...นี่แม่เป็นอะไรน่ะ ทำไมถึงได้มีความคิดแบบนี้”
       “มึงด่ากูเหรอ เดี๋ยวกูตบปลิ้น”
       ส้มเงื้อมือแต่ยังไม่ทันตบก็มีเสียงเคาะประตู มดดำรีบไปเปิดก็เห็นมาลียืนหน้าบึ้ง
       “คุณกัลให้มาตาม”
       ส้มหันไปถาม
       “ตามอีมดดำเหรอ มีเรื่องอะไร”
       มาลียอกย้อน
       “ฉันชื่อคุณกัลเหรอถึงจะได้รู้”
       ส้มจ้องหน้ามาลีเอาเรื่อง มาลีรีบเดินหนีไป ส้มหันมามองมดดำ
       “ไปสิ กูไปด้วย”
      
       สหรัฐ สุทธิดา กัลยา ดอมนั่งรอที่โซฟา สุทธิดามีท่าทางไม่พอใจ
       “ดาไม่เข้าใจ ทำไมพี่รัฐถึงสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
       “คือพี่แค่อยากเห็นหน้าเขาเท่านั้น”
       “งั้นก็โน่นไงมาแล้ว ดูให้เต็มตาสิคะ”
       สหรัฐมองไปก็เห็นมดดำเดินเข้ามากับส้ม สหรัฐตะลึงถึงกับยืนขึ้น
       “มดดำ”
       มดดำที่เดินเข้ามาพอเห็นสหรัฐก็ตกใจเหมือนกัน
       “คุณสหรัฐ”
       ส้มหน้าตื่น
       “เอ๊ะ...นี่มันใช่คนที่ไปกับเอ็งใช่ไหมมดดำ”
       สุทธิดา กัลยา ดอม ก็มองที่สหรัฐกับมดดำอย่างงงๆ สุทธิดาถามอย่างสงสัย
       “นี่รู้จักกันด้วยเหรอ”
      
       กัลยาได้ฟังเรื่องราวก็ยิ้ม...
       “แหม...มดดำ หนูนี่วีรกรรมเยอะมากจริงๆนะ เสี่ยงชีวิตช่วยฉันแล้วยังไปช่วยคนอื่นอีก”
       ดอมตื่นเต้น
       “เพิ่งรู้ว่าเธอชกมวยได้ ว่างๆสอนฉันด้วยนะ”
       “ได้ค่ะ”
       สหรัฐมองหน้า
       “ตกลงคนอุปการะเธอก็คือ...”
       กัลยายิ้ม
       “น้าไง น้านี่แหละที่ชวนมดดำมาอยู่ที่นี่”
       สหรัฐยิ้มโล่งใจ
       “อ๋อเหรอครับ เธอนี่ร้ายจริงๆเลยนะ หลอกให้ฉันคิดว่า...”
       มดดำสวนทันที
       “ฉันไปหลอกอะไรคุณคะ คุณคิดเองเออเองต่างหาก”
       กัลยามองทั้งสอง
       “นี่แสดงว่าตารัฐกับมดดำสนิทกันมากเลยนะ”
       สุทธิดาได้ยินก็ไม่พอใจลุกขึ้น
       “มดดำ ฉันขอคุยกับเธอส่วนตัว”
       สุทธิดาเดินนำมดดำไป ส้มรีบลุกตามไป กัลยากับดอมมองตามไปด้วยความเป็นห่วง
       “ท่าทางพี่ดาจะโกรธมดดำนะครับ”
      
       ดอมพูดจบก็หันมาทางสหรัฐที่รู้สึกไม่สบายใจ


  


       สุทธิดาจ้องหน้ามดดำ
      
       “เมื่อวานตอนดูรูปทำไมไม่บอกว่ารู้จักกับพี่รัฐ”
       “ตอนนั้นมดดำก็ไม่แน่ใจค่ะ เพราะรูปตั้งแต่สมัยคุณรัฐยังเด็กๆ”
       “แล้วเมื่อเช้าพี่รัฐมาไม่เห็นเหรอ”
       “ตอนนั้นมดดำเห็นรถ แต่ไม่คิดว่าเป็นรถคุณรัฐ”
       “จำไว้นะ พี่รัฐเป็นแฟนฉัน ห้ามมายุ่งเด็ดขาด ไม่งั้นฉันเอาตายแน่”
       สุทธิดาเดินเชิดออกไป ส้มที่แอบอยู่เดินเข้ามา จ้องหน้ามดดำ
       “แม่...ฉันไม่รู้จริงๆนะว่าเป็นคุณรัฐ”
       ส้มไม่ฟังตบผั๊วะทันที
       “แม่ตบฉันทำไม”
       “มึงไม่ต้องมาตอแหล มึงคิดจะแย่งแฟนคุณดาเขาใช่ไหม”
       “แม่...ฉันไม่ได้คิดเลยนะ”
       “ถ้ามึงยังคิดแบบนี้อีก กูนี่แหละจะจัดการมึงเอง”
       ส้มผลักมดดำออกแล้วเดินหนีไป มดดำจับแก้มด้วยความเจ็บใจ
      
       มดดำเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยความเศร้า สหรัฐเดินมาเจอ
       “เธอเป็นไงบ้าง ดาเขาโกรธมากไหม”
       “คุณอย่ามายุ่งกับฉันอีกดีกว่า แค่นี้ชีวิตฉันก็ยุ่งยากมากพอแล้ว” มดดำจะหลบหน้า
       สหรัฐรู้สึกผิด
       “ฉันขอโทษ ก็ฉันแค่อยากรู้ว่าใช่เธอหรือเปล่าก็เลยตามมาดูให้แน่ใจ”
       “ตอนนี้รู้แล้วก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
       มดดำพูดจบก็เดินหนีไป สหรัฐมองตามแล้วถอนใจ
      
       สุทธิดาเดินเข้าห้องมาด้วยความหงุดหงิดแล้วถอดกำไลโยนบนเตียง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สุทธิดาได้ยินแล้วโมโห
       “ใครน่ะ”
       “ส้มเองค่ะ”
       สุทธิดาเดินไปเปิดประตูด้วยความโมโห
       “มีอะไร”
       “ฉันเป็นห่วงคุณดา”
       “ห่วงฉัน งั้นก็ไปบอกลูกเธอสิว่าอย่าไปยุ่งกับพี่รัฐ อ้อ...แล้วบอกมดดำด้วยนะว่าไม่ต้องมาดูแลฉันอีกแล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้า”
       “ค่ะ...ได้ค่ะ งั้นให้ฉันมาดูแลคุณแทนนะคะ”
       “ไม่ต้อง เธอเป็นแม่ลูกกัน ก็คงไม่ได้หวังดีกับฉันเหมือนกันนั่นแหละ”
       สุทธิดาจะปิดประตูแต่ส้มดันไว้ก่อน
       “ไม่นะคะ ฉันหวังดีกับคุณ ฉันเป็นห่วงคุณดาจริงๆ ให้ฉันดูแลนะคะ”
       “ไม่ต้อง!”
       สุทธิดาโมโหปิดประตูใส่หน้า
      
       กัลยากับดอมเดินมาส่งสหรัฐที่รถ
       “ผมต้องขอโทษน้ากัลอีกครั้งนะครับ ที่ทำให้ไม่สบายใจวันนี้”
       “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เดี๋ยวยัยดาหายโกรธก็คงดีขึ้นเอง”
       ดอมถอนใจ
       “หายโกรธพี่รัฐ แต่คงไม่หายโกรธมดดำแน่”
       สหรัฐหนักใจ
       “ไว้พี่จะหาโอกาสอธิบายให้ดาเขาเข้าใจ”
       ส้มเดินออกจากบ้านแล้วแอบเดินออกนอกประตูรั้วไป สหรัฐไหว้ลากัลยาแล้วขึ้นรถขับออกไป
      
       รถของสหรัฐเลี้ยวออกมาจากบ้านของกัลยา โดยที่ส้มยืนรออยู่แล้วโบกมือเรียก สหรัฐจอดรถเปิดกระจกลง
       “ฉันขอคุยกับคุณหน่อยได้ไหม”
       สหรัฐมองส้มสงสัย
      
       รถของสหรัฐจอดอยู่ มุมถนนเงียบในซอย สหรัฐกับส้มยืนประจันหน้ากัน
       “คุณกับอีมดดำสนิทกันมากเหรอ”
       “ไม่ครับ...วันแรกที่เจอก็เป็นวันที่ผมเห็นคุณที่โรงพัก”
       “ถ้างั้นคุณรับปากอะไรฉันหน่อยได้ไหม”
       “อะไรครับ”
       “อย่ามายุ่งกับมดดำอีก”
       “ทำไม”
       “ก็ฉันไม่อยากให้คุณดาเขาเสียใจ”
       “นี่แคร์ดามากขนาดนี้เลยเหรอ”
       สหรัฐมองส้มอย่างสงสัย ส้มพยายามกลบเกลื่อน
       “ฉันกับอีมดดำมาอาศัยเขาอยู่ ถ้าคุณดาเกลียดเราสองคน จะอยู่ได้ไหมล่ะ”
       “นี่คุณกำลังห้ามไม่ให้ผมกับมดดำ เป็นเพื่อนกันด้วยใช่ไหม”
       ส้มเสียงแข็ง
       “ห้ามยุ่งเด็ดขาด จะเป็นอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น รับปากฉันได้ไหม”
       “ไม่ต้องห่วงหรอก ผมกับมดดำคงไม่ได้เจอกันง่ายๆอยู่แล้ว”
       สหรัฐกับส้มมองหน้ากันอย่างหยั่งเชิงกัน
      
       ค่ำนั้น สุทธิดาจะอ่านหนังสือเรียนก็ไม่มีสมาธิ เธอหยิบโทรศัพท์มาเลือกเบอร์ ขึ้นชื่อว่า “พี่รัฐ” สุทธิดาจะกดแต่ก็เปลี่ยนใจโยนโทรศัพท์ทิ้งด้วยความเซ็ง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “ใครคะ”
       “น้าเอง เปิดหน่อยสิ”
       สุทธิดาเปิดประตูให้ พอองค์อรเข้ามาได้ก็รีบกอดสุทธิดา
       “เป็นไงบ้างหลานน้า คุณเนื่องกับมาลีเพิ่งเล่าให้น้าฟัง”
       “ดาก็ยังโมโหพี่รัฐน่ะสิคะ ดูสิ ป่านนี้ยังไม่โทรมาง้อเลย”
       “น้าว่าตารัฐน่ะไว้ก่อนเถอะ ไม่น่ากลัวเท่าสองแม่ลูกนั่นหรอก”
       “คุณน้าหมายความว่ายังไงคะ”
       “ก็ที่น้าเคยเตือนเราไงว่าให้ระวังสองแม่ลูกนั่นให้ดี เป็นไงล่ะโดนฤทธิ์เข้าไปแล้วยังไม่เฉลียวใจอีกเหรอ”
       “น้าอร...น้าอรช่วยบอกให้มันเคลียร์ๆหน่อยได้ไหมคะ”
       “นี่ฟังน้าให้ดีนะ ส้ม แม่ของมดดำเคยเป็นเมียน้อยของพ่อเธอ”
       สุทธิดาตะลึงงัน
       “อะไรนะคะ นี่น้าอรเอาอะไรมาพูด”
       “เอาความจริงน่ะสิ ดีไม่ดี มดดำอาจจะเป็นลูกที่เกิดจากพ่อของหลานที่นังส้มมันตั้งใจพามาแสดงตัวก็ได้”
       สุทธิดาอึ้ง
       “อะไรนะ มดดำเป็นลูกคุณพ่อเหรอ”
       “ส่วนเรื่องโจร อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่พวกมันอุปโลกน์ขึ้นมาเองก็ได้ ลองคิดดูสิ อะไรมันจะมาบังเอิญขนาดนี้ โจรมาปล้นพี่กัล มดดำมาช่วยแล้วก็มารู้ทีหลังว่ามดดำเป็นลูกส้ม โดยส้มไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองไปช่วยพี่กัลไว้ ฮึ...นี่มันไม่ใช่ละครน้ำเน่านะ”
       สุทธิดาตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ถึงกับทำอะไรไม่ถูกหมดแรงทรุดตัวลงนั่งกับเตียง
       “แล้วยังเรื่องตารัฐอีก น้าว่าสองแม่ลูกมันคงสืบเรื่องหนูกับตารัฐมาก่อน มันถึงคิดจะแย่ง แหม...เหตุการณ์ก็เหมือนเดิม โจรก็ชุดเดิม มาแสดงความเก่งให้ตารัฐสนใจ”
       สุทธิดาลุกพรวดจะเดินออกจากห้อง องค์อรดึงแขนไว้
       “ยัยดา จะไปไหน”
       “ดาก็จะไปถามความจริงจากคุณพ่อคุณแม่ให้รู้เรื่องน่ะสิคะ”
      
       สุทธิดา มุ่งมั่นจะไปถามความจริง
ตอนที่ 7
      
       สุทธิดาเดินมาหัวเสียหวังจะไปถามเอาความจริงกับชาติชายและกัลยา ดอมที่ผ่านมาเห็นพี่สาวของตัวเองท่าทางกำลังโกรธใครอยู่ก็เข้ามาถาม
      
       “พี่ดา พี่ดาจะไปไหนน่ะ”
       “ไปหาคุณพ่อกับคุณแม่! จะไปถามเรื่องส้มกับมดดำให้รู้เรื่องกันไปเลยว่ามันเป็นยังไงกันแน่”
       ดอมงงๆ
       “เรื่องอะไร”
       “น้าอรบอกว่าส้มเคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อมาก่อน และมดดำที่เธอปลื้มนักปลื้มหนาน่ะ อาจจะเป็นพี่น้องกับเรา”
       ดอมอึ้ง
       “อะไรนะ”
       สุทธิดาผลักให้ดอมหลีกทางแล้วเดินไป ดอมก็อยากรู้ความจริงเลยตามไปด้วย
      
       ชาติชายนอนอ่านหนังสืออยู่บนที่นอน กัลยากำลังนั่งหวีผมอยู่ตรงหน้ากระจก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สุทธิดาเปิดประตูเข้ามาหน้าบึ้งตึง ดอมเดินตามเข้ามาไม่ทันได้ปิดประตู กัลยาหันมาถามลูกทั้งสอง
       “มาพร้อมกันสองพี่น้องนี่มีอะไรจะมาอ้อนพ่อกับแม่ละเนี่ย”
       สุทธิดาเดินตรงเข้าไปที่ชาติชาย
       “คุณพ่อคะ ส้มเคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อใช่มั้ยคะ”
       กัลยาอึ้งที่ได้ยินคำถามของลูกสาว มองไปทางชาติชายก็เห็นว่าสามีมีสีหน้ากังวลถึงกับทำหนังสือตก
      
       คุณหญิงวาปีตกใจ เมื่อรู้ว่าองค์อรพูดอะไร
       “ยัยอร! นี่เธอเล่าเรื่องในอดีตให้ยัยดาฟังงั้นเหรอ”
       “ก็อรไม่ไว้ใจสองแม่ลูกนั่นนี่คะ บอกตรงๆอรกลัวยัยดาจะเสียตารัฐให้กับเด็กมดดำ เหมือนที่พี่กัลเคยโดนส้มทำเมื่อก่อน”
       คุณหญิงถอนใจเครียดหนัก
       “คุณแม่คะ พวกเราคิดจะปิดความจริงในอดีตกันไปถึงเมื่อไหร่คะ ในเมื่อส้มกับลูกก็เข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว อรว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยอมรับความจริงแล้วอยู่กับมันให้ได้”
       “ที่พูดนี่รวมความจริงเรื่องที่ว่า ถ้าเกิดเด็กมดดำนั่นเป็นลูกนายชาติหรือยัง”
       องค์อรอึ้งพูดไม่ออก
       “ตายจริง คุณแม่ อรลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย ถ้าเกิดมดดำเป็นลูกพี่ชาติเราจะทำยังไงกันดีคะ”
       องค์อรกับคุณหญิงกังวล
      
       กัลยาเดินจูงสุทธิดากับดอมมานั่งที่โซฟาในห้องนอน
       “ยัยดา เอาอะไรมาพูด”
       “พี่ดาบอกว่าน้าอรเล่าครับ”
       ชาติชายเดินมานั่งกับกัลยาและลูกๆ สุทธิดาหันไปถามพ่อ
       “ว่าไงคะ...คุณพ่อ”
       กัลยาปรามสุทธิดา
       “ยัยดาลูก ใจเย็นๆก่อนนะ แม่ว่า...”
       ชาติชายสวนขึ้น
       “กัล...มันถึงเวลาแล้วล่ะ”
       กัลยาชะงัก
       “คุณชาติ...”
       “ให้ลูกได้รู้ความจริงจากเรา ยังดีกว่าให้ไปรู้จากคนอื่น”
       สุทธิดากับดอมพอเอาเข้าจริงก็หน้าเสีย ไม่อยากได้ยินความจริง
       “นี่หมายความว่าส้ม เคยเป็นเมียน้อยคุณพ่อจริงๆเหรอคะ”
       ดอมอึ้ง
       “งั้นมดดำที่เป็นลูกส้มก็...”
       ชาติชายกับกัลยามองหน้ากัน กลุ้มใจไม่กล้าสบตาลูกทั้งสองที่จ้องหน้าคาดคั้นอยู่
       “ดา...ดอม พ่อรู้ว่าลูกอาจจะโกรธจะเกลียดพ่อ ก็สิ่งที่พ่อเคยทำไว้ แต่วันนี้พ่อก็พร้อมจะเผชิญกับทุกอย่างแล้ว”
       ชาติชายตัดสินใจเล่าเรื่องให้ลูกๆฟัง
       “ตอนนั้นพ่อแต่งงานกับแม่ได้สองปี แม้การงานและทุกอย่างจะราบรื่น แต่ด้วยความที่ทุกคนทำงานหนัก จึงทำให้พ่อกับแม่ต้องห่างกันบ้างในบางโอกาส”
      
       ในอดีต...คนขับรถเอากระเป๋าเดินทางเล็กๆใส่ท้ายรถ ชาติชายยืนส่งกัลยาอยู่ด้านหน้ารถ มีแพรวพราว เลขาของเขายืนอยู่ด้วย
       “ผมว่ามันจะเหนื่อยไปนะ มีเวลาแค่สองวัน ต้องประชุมตั้งสี่โครงการน่าจะให้ผมไปช่วยสักวันก็ยังดีนะ”
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่ภูเก็ตเอง กัลไปนะคะ”
       กัลยาขึ้นรถ คนขับรถออกรถไป ชาติชายจะเดินเข้าตึกแต่แพรวพราวมาขวางแล้วยิ้มให้
       “ที่คุณชาติมีนัดวันนี้ แพรวขอไปด้วยได้ไหมคะ”
       “ได้สิ” ชาติชายตอบรับ
      
       ชาติชายเล่าต่อ...
       “วันนั้นหลังจากคุยธุระเสร็จพ่อกับเลขาก็ไปเที่ยวกันต่อ และมันก็เกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้งที่พ่อและเลขาของพ่อมีโอกาส”
      
       แพรวพราวกับชาติชายนอนกอดกันอยู่บนเตียง ชาติชายจะลุกขึ้นแต่แพรวพราวยังรั้งไว้
       “เดือนนี้เราได้อยู่ด้วยกันแค่คืนเดียวเองนะคะ อยู่กับให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยได้ไหม”
       “ไม่เอาน่า เราตกลงกันแล้วนี่ว่าจะเจอกันก็ต่อเมื่อกัลไม่อยู่”
       “เดือนหน้าที่คุณกับคุณกัลจะไปต่างประเทศ คุณให้คุณกัลไปคนเดียวได้ไหมคะ”
       ชาติชายหัวเราะ
       “คุณล้อเล่นใช่ไหม ผมจะให้เขาไปคนเดียวได้ไง”
       “แต่ตอนนี้แพรวก็เป็นของคุณเหมือนกันนะคะ”
       ชาติชายชะงักอึ้งไปนิด
       “คุณไม่ได้เป็นของผม และผมก็ไม่ได้เป็นของคุณ”
       แพรวพราวพูดไม่ออกได้แต่จุกในอก ชาติชายลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป แพรวพราวเจ็บใจกำมือแน่นด้วยความแค้น
       ชาติชายเล่าถึงตอนนี้ก็ถอนใจ
       “เลขาของพ่อโกรธมาก จึงแกล้งเปิดเผยเรื่องของพ่อกับเขาให้ทุกคนรู้”
      
       รูปถ่ายคู่ของชาติชายกับแพรวพราวที่ไปเที่ยวตามที่ต่างๆหลายใบถูกโยนลงบนโต๊ะ ชาติชายนั่งคอตก มีคุณหญิงวาปีนั่งจ้องหน้าด้วยความโกรธ กัลยานั่งอึ้งพูดไม่ออกในมือที่ถือรูปหนึ่งใบกำแน่นด้วยความเจ็บปวด
       “ผมขอโทษครับคุณแม่...กัล” ชาติชายเสียใจรู้สึกผิด
       ชาติชายจับมือแต่กัลยาดึงออก คุณหญิงหันมาถามลูกสาว
       “ยัยกัล ลูกจะเอายังไง”
       “กัล...กัล...” กัลยาน้ำตาไหล “กัลไม่ทราบค่ะ”
       “ถ้าลูกตอบไม่ได้แม่จะตัดสินใจแทนแล้วกัน”
       คุณหญิงโกรธจัดจ้องหน้าชาติชาย
       “หย่ากันซะ”
       ชาติชายตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน กัลยาเองก็อึ้ง ชาติชายเอื้อมมือมาจับมือกัลยาที่ยังนั่งนิ่ง
       “กัล...ผมรู้ว่าผมผิดไปแล้ว ผมอยากขอโอกาสสักครั้ง”
       กัลยาน้ำตาไหลออกมา คุณหญิงเสียงแข็ง
       “ยัยกัล...”
       กัลยาหันมามองหน้าชาติชายทั้งน้ำตา
       “คุณยังรักกัลหรือเปล่าคะ”
       “ผมรักคุณคนเดียว ไม่ว่าเราจะอยู่ด้วยกันต่อหรือต้องหย่าจากกัน ผมก็จะรักคุณตลอดไป”
       กัลยาจ้องหน้าชาติชาย
       “เลิกกับเขาได้ไหมคะ”
       คุณหญิงอึ้งและตกใจที่ได้ยินกัลยาพูดแบบนี้เพราะเท่ากับไม่ยอมหย่า
       “ได้...ผมจะเลิกกับเขา”
       วาปีมองกัลยาแล้วถอนใจเครียด อีกมุมแพรวพราวยืนแอบฟังอยู่ก็น้ำตาไหลกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ
      
       ชาติชายเล่าต่ออย่างเศร้าๆ
       “หลังจากวันนั้น พ่อก็ขอเลิกกับเลขาและจะย้ายเขาไปอยู่แผนกอื่น แต่เขาก็ขอลาออกไปจากบริษัท ส่วนคุณยายแม้ท่านจะยังโกรธพ่อ แต่เพื่อความสุขของแม่ท่านก็ไม่ได้บังคับให้พ่อกับแม่เลิกกัน ทุกอย่างเป็นปกติ จนกระทั่งส้มเข้ามาทำงานในบ้าน”
      
       ในอดีตเมื่อ 20 ปี คุณหญิงวาปีกับองค์อรนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก มีส้มยืนอยู่พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า
       “ทางสำนักงานจัดหางานเขาบอกว่าส้มเพิ่งมาจากต่างจังหวัดค่ะ อาจจะยังไม่คล่องงานนักเราคงต้องสอนเยอะหน่อย แต่อรคุยแล้ว เห็นเขาไม่เกี่ยงงานบอกจะให้ทำอะไรก็ได้เลยอยากลองดูค่ะคุณแม่” องค์อรหันมาบอกคุณหญิง
       “ช่วงนี้เรายังหาแม่บ้านไม่ได้ อรก็ช่วยดูแลส้มไปก่อนแล้วกันนะ”
       ระหว่างที่คุยกันนั้น กัลยากับชาติชายก็เดินเข้าบ้านมา คุณหญิงพอเห็นชาติชายก็ไม่อยากมองหน้า
       “ส้ม...นั่นคุณกัลยาพี่สาวฉันกับคุณชาติชายสามี” องค์อรบอกกับส้ม
       ส้มหันไปหาชาติชายกับกัลยาเพื่อจะไหว้ แต่ส้มพอเห็นชาติชายที่ยิ้มให้ เธอก็ยิ้มปลื้มใจ
      
       ชาติชายนึกถึงส้มในอดีตแล้วถอนใจ...
       ”แม้ส้มจะเป็นคนสวยมาก แต่พ่อก็ไม่มีสายตาให้ใครอีกแล้ว พ่อไม่อยากสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดอย่างแม่ไป ถ้าไม่เพราะวันนั้น”
      
       ค่ำนั้น...ชาติชายทำงานในห้องแล้วหาวนอน แต่ก็ยังทำงานต่อ สักพักก็เริ่มปวดหัวปวดตา ส้มเคาะประตูถือถาดของว่างเดินเข้ามา
       “ส้มเห็นคุณชาติยังไม่นอนเลยเอาขนมมาให้ค่ะ”
       “ขอบใจนะ”
       ส้มทำเป็นดูงาน
       “แหม...น่าสงสารคุณชาติจังเลยนะคะ แทนที่จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับคุณหญิง คุณกัล คุณอร กลับต้องมาทำงานอยู่คนเดียว”
       ชาติชายยิ้มไม่ตอบอะไร จะทำงานต่อ
       “ทานขนมหน่อยสิคะ”
       ชาติชายยิ้มแล้วหยิบขนมทานไม่คิดอะไร แล้วก็ดื่มเครื่องดื่ม...ชาติชายหาวนอนแล้วมึนหัว สักพักก็เพ่งหน้าจอคอมตาลาย สายตาเขาเห็นส้มลางๆยืนอยู่ตรงหน้า เธอมาประคองเขา กลิ่นตัวของเธอหอมยั่วใจ
       “เดี๋ยวส้มพาคุณชาติเข้าไปพักที่ห้องนะคะ”
      
       ชาติชายยิ้มตาลอยแล้วโผเข้ากอด ทั้งสองล้มตัวลงบนพื้นห้องทำงาน



       ชาติชายค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น และพบว่ามีส้มมานอนซบอยู่ข้างๆ
      
       “ส้ม...นี่มันอะไรกัน” ชาติชายตกใจมากรีบเขยิบหนี
       ส้มตื่นขึ้นแล้วยิ้ม
       “ก็เมื่อคืนคุณชาติทำอะไรส้มล่ะคะ”
       “เป็นไปไม่ได้ ฉันทำ...” ชาติชายพยายามนึก “ใช่แล้ว...เธอวางยาฉัน”
       “แต่มันก็ทำให้คุณชาติมีความสุขไม่ใช่เหรอคะ”
       “ออกไป! ออกไปจากห้องนี้”
       แทนที่จะออกส้มกลับกระชับกอดให้แน่นขึ้น
       “รู้ไหม ส้มรักคุณ ส้มรักตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าวันนี้ส้มจะได้ครอบครองคุณ”
       ชาติชายพยายามดิ้นหนี ส้มก็พยายามกระชับกอด
       “ส้ม ฟังนะ ฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น”
       ชาติชายผลักออก ส้มจ้องหน้าเอาเรื่อง
       “แต่มันเกิดขึ้นค่ะคุณชาติ และส้มก็จะไม่ให้มันจบลงง่ายๆด้วย”
       ส้มยิ้มเย็นจนชาติชายรู้สึกกลัว
      
       ชาติชายนั่งเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างต่อเนื่อง
       “หลังจากนั้นพ่อกับส้มก็แอบพบกัน เพราะส้มขู่ว่าจะแฉเรื่องของพ่อกับเขาให้ทุกคนรู้ ด้วยความที่พ่ออยากจะรักษาแม่ไว้ พ่อจึงไม่มีทางเลือกอื่นจนที่สุดแม่กับคุณยายก็มาเห็นคาตาว่าเรามีอะไรกัน คุณยายโกรธมากส่วนแม่ก็จะหย่ากับพ่อให้ได้ แม่ทะเลาะกับพ่อจนเป็นลม พอถึงโรงพยาบาลเราก็ได้รู้จากหมอว่าแม่กำลังตั้งท้องลูกดา”
       สุทธิดาทั้งเห็นใจทั้งโกรธพ่อที่ทำผิดซ้ำสอง และรู้สึกเกลียดส้มมากขึ้น
      
       ส้มเดินเข้าไปกอดชาติชายจากด้านหลัง ชาติชายรีบแกะมือส้มออก แล้วหันไปคุยด้วย
       “ส้ม...เราพอแค่นี้เถอะ”
       “หมายความว่ายังไงคะที่ว่าแค่นี้”
       “กัลเค้าท้อง”
       “เลยคิดจะทิ้งส้ม!”
       “ฉันเสียใจ”
       “ไม่นะคะ ยังไงส้มก็ไม่ยอม ส้มรักคุณ”
       “แต่ฉันไม่เคยรักเธอๆก็รู้”
       “ส้มไม่สน คุณกัลเธอจะหย่ากับคุณใช่ไหม คุณหย่าเลยสิแล้วมาอยู่กับส้มนะคะคุณชาติ ส้มสัญญาว่าส้มจะเป็นเมียที่ดีของคุณ”
       “ถึงฉันหย่า...ฉันก็ไม่มีวันเลือกเธอหรอกส้ม”
       “คุณต้องเลือกส้ม ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องตำรวจว่าคุณข่มขืนฉัน และบังคับให้ฉันเป็นเมียน้อยคุณ”
       ชาติชายไม่กลัว
       “ก็แล้วแต่เธอ ถึงตอนนี้ฉันยอมรับได้ทุกอย่างที่เกิดจากกระทำของฉัน แต่จำไว้นะส้มมีอย่างเดียวที่ฉันจะไม่มีวันยอมรับ คือฉันไม่มีวันรักเธอ”
       ส้มตกใจอึ้ง
       “คุณชาติ”
       “ฉันจะรับผิดชอบสิ่งที่ฉันทำลงไปโดยให้เงินเธอไปตั้งตัว ไปจากชีวิตฉันเถอะนะส้ม”
       ส้มจ้องหน้าชาติชายแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง
       “แกจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำไว้กับฉัน”
      
       ชาติชายเล่าต่อ...
       “หลังจากวันนั้น ส้มก็ออกไปจากบ้านพร้อมกับเงินที่พ่อให้ และก็ไม่เคยมีการติดต่อใดๆกลับมาอีกเลย”
      
       ส้มคิดถึงเรื่องในอดีต แล้วจ้องหน้ามดดำที่กำลังนวดขาให้ด้วยสายตาชิงชังจนมดดำสงสัย
       “มีอะไรเหรอแม่ ฉันนวดเบาไปเหรอ”
       “วันนี้กูเตือนคุณสหรัฐเขาไปแล้ว ว่าให้อยู่ห่างๆมึง แล้วก็ไม่ต้องดัดจริตไปตามอ่อยเขาล่ะ”
       มดดำตกใจ
       “แม่...ฉันไม่เคยคิดจะอ่อยเขาเลยนะ”
       “ขอให้มันจริงเถอะ มึงจำไว้แล้วกัน ถ้ามึงทำให้คุณหนูดาเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นมาอีก กูเอามึงตายแน่”
       มดดำน้อยใจ
       “ดูเหมือนแม่จะรักคุณดาเขามากนะ”
       “ก็เขาทั้งดีทั้งน่ารักกูก็รักสิ”
       มดดำน้อยใจ
       “แหม...รักมากกว่าฉันที่เป็นลูกอีกเหรอ”
       ส้มจ้องหน้า
       “เออ...อย่างมึงน่ะมันเกิดมาให้กูเกลียด”
       ส้มมองหน้ามดดำด้วยสายตารังเกียจ แล้วนอนต่อไม่สนใจมดดำๆมองแม่ด้วยความน้อยใจ
       “แม่...ถ้าแม่รักคุณดามาก ทำไมแม่ถึงดูเหมือนจะเกลียดคุณชาติกับคุณกัลจังเลย จะว่าไปเหมือนแม่ไม่ชอบคนบ้านนี้เลยสักคน”
       ส้มไม่ตอบ เอาแต่ยิ้มสะใจ มดดำมองส้มงงๆ พอดีกับที่เนื่องมาเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา
       “คุณกัลให้เธอสองคนไปพบที่ตึกใหญ่”
       ส้มหงุดหงิด
       “โอ๊ย...มาเรียกอะไรกันตอนนี้ นี่มันหมดเวลางานแล้วนะ”
       เนื่องค้อน
       “เจ้าของบ้านเขาเรียก ลูกจ้างก็ทำตามเถอะ เร็วๆด้วย...”
       เนื่องเดินกลับออกไป ส้มทำท่าจะนอนมดดำต้องดึงแขนให้นั่ง
       “แม่...ไปเถอะน่า”
       ส้มลุกขึ้นไปอย่างไม่เต็มใจ
      
       กัลยานั่งกุมมือให้กำลังใจชาติชาย สุทธิดาและดอมนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย ส้มกับมดดำยืนอยู่ตรงหน้าทุกคน
       “ส้ม เธอรู้ใช่มั้ยว่าเราเรียกเธอมาเพื่อจะถามเรื่องของมดดำ” กัลยาหันมาหาส้ม
       มดดำมองหน้าส้มงงๆ
       “ทำไมคะ มดดำมันไปทำผิดอะไรหรือเปล่า ฉันจะได้ตีมันให้หลาบจำ”
       สุทธิดาจ้องหน้า
       “ฮึ...ยังจะเล่นละครตบตาคนอื่นอีเหรอ”
       “ละครอะไรคุณดา”
       “เธอเคยเป็นเมียน้อยพ่อฉัน”
       สุทธิดามองมดดำด้วยสายตาไม่พอใจ มดดำหันขวับมองแม่ ส้มทำเป็นตกใจ
       “เอ่อ...คุณดารู้เหรอคะ”
       สุทธิดาเชิดหน้าใส่ไม่อยากมองหน้าส้ม ส้มรู้สึกเศร้ากับสายตาของสุทธิดา
       “แม่...นี่มันอะไรกัน” มดดำงง
       ชาติชายมองหน้าส้ม
       “ส้ม...ฉันเอ่อ...ฉันอยากรู้ว่ามดดำ...เขาเป็นลูกของฉันรึเปล่า”
       มดดำตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน รีบหันขวับหาส้มทันที
       “แม่...ทำไมคุณชาติ...”
       มดดำอึ้งพูดไม่ออก ทุกคนรอลุ้นคำตอบของส้ม มดดำเองก็ร้อนใจ
       “แม่...ตกลงพ่อฉันคือใคร”
       ชาติชายคาดคั้น
       “ส้ม ว่ายังไงล่ะ”
       ส้มมองไปที่สุทธิดาๆสะบัดหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจทันที ส้มปาดน้ำตา แล้วตัดสินใจ
       “มดดำไม่ใช่ลูกของคุณชาติค่ะ สบายใจได้”
       ชาติชายรู้สึกผิดหวังกับคำตอบ ส้มเห็นชาติชายผิดหวังก็พอใจ ดอมขัดขึ้น
       “แต่มดดำเกิดวันเดือนปีเดียวกับพี่ดานี่”
       ส้มหันขวับมองดอมทันที
      
       ดอมนึกถึงตอนที่เขาพามดดำไปสมัครเรียนพิเศษ...มดดำนั่งกรอกใบสมัครอยู่ ดอมนั่งข้างๆ เด็กคนอื่นนั่งกรอกอยู่ด้วย พอมดดำกรอกเสร็จก็จะส่งใบให้พนักงาน แต่ดอมดึงไว้
       “เดี๋ยวก่อน ขอฉันตรวจความเรียบร้อยก่อน ที่นี่ฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะมดดำ”
       มดดำขำแล้วส่งใบให้ดอมอ่านดูแล้วชะงัก
       “เฮ้ย...นี่เธอเกิดวันเดือนปีเดียวกับพี่ดาเลยเหรอ”
       “จริงเหรอคะ”
       “จริงสินี่ไง”
       ดอมชี้ให้ดู มดดำยิ้มๆ
       “งั้นตอนนี้ใครเป็นรุ่นพี่ใครกันแน่”
       “นับปีการศึกษาสิ”
       “แบบนี้คุณก็โกงฉันสิ”
       ดอมกับมดดำหัวเราะขำก่อนส่งใบสมัครให้พนักงาน
      
       ชาติชายจ้องมองส้มอย่างสงสัย มดดำก็จ้องด้วย แต่ส้มยืนนิ่งสงบไม่สะทกสะท้าน
       “ฉันยืนยันว่ายังไงมดดำมันก็ไม่ใช่ลูกคุณชาติ เพราะ หลังจากที่ฉันออกไปจากบ้านนี้ ฉันก็ไปอยู่กับแฟนเก่าที่เป็นช่างก่อสร้างอีกเดือนกว่าๆถึงท้องนังมดดำ แล้วก็คลอดก่อนกำหนด มันก็เลยมาเกิดช่วงนั้นพอดีค่ะ หลังจากมดดำเกิดพ่อมันก็ตาย”
       ชาติชายไม่ค่อยเชื่อ
       “เธอพูดจริงเหรอ”
       “ถ้าฉันจะโกหกคุณ ฉันสวมรอยอ้างนังมดดำเป็นลูกคุณไม่ดีกว่าเหรอคะ จะได้ไม่ต้องลำบากเป็นคนใช้ทั้งแม่ทั้งลูก”
       ชาติชายกับกัลยามองหน้ากันเป็นเชิงปรึกษา สุทธิดาพูดขึ้น
       “คุณแม่คะ ดาอยากให้ส้มกับมดดำออกไปจากบ้านนี้ค่ะ”
       ดอมชะงัก
       “พี่ดา...แรงไปหรือเปล่า”
       “ไม่แรงหรอก นายก็ได้ยินไม่ใช่เหรอว่าเขาเคยทำอะไรกับคุณแม่ไว้บ้าง”
       ดอมจ๋อยพูดไม่ออก กัลยาแย้ง
       “ดา...แต่มดดำก็ช่วยชีวิตแม่ไว้นะ”
       “ดาไม่สนหรอกค่ะ ดาไม่ชอบพวกเขาและไม่อยากให้พวกเขาอยู่”
       กัลยาหนักใจ
       “แม่คงต้องขัดใจดา เพราะเรื่องที่ดากำลังคิดมันจบไปแล้ว”
       สุทธิดาโกรธ
       “คุณแม่!”
      
       สุทธิดาจ้องหน้ามดดำกับส้มไม่วางตา มดดำรู้สึกใจไม่ดี องค์อรยืนแอบฟังอยู่มุมหนึ่งอย่างหนักใจ

      
       มดดำกับส้มเดินมาด้วยกัน เธอมองแม่อย่างสงสัย เพราะแม่เดินนิ่งเหมือนไม่สนใจอะไร สุทธิดาเดินตามาแล้วเรียกไว้
      
       “เดี๋ยวก่อน”
       ส้มกับมดดำหยุดหันมา ส้มเห็นสุทธิดาก็ยิ้มให้ทันที
       “มีอะไรจะให้รับใช้รึป่าวคะคุณดา”
       “ถึงคุณแม่จะไม่ไล่พวกเธอออก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะมาทำเลวๆเหมือนเมื่อก่อนได้อีกนะ”
       มดดำชะงัก
       “คุณดา ทำไมมาว่ากันอย่างนี้ล่ะคะ”
       “ก็เพราะแม่เธอเคยทำไม่ดีมาก่อนนะสิฉันถึงกล้าว่า”
       ส้มอึ้ง
       “เอ่อ...คุณดาคะ ถึงยังไงฉันก็ไม่เคยคิดทำร้ายคุณ”
       “ฉันไม่เชื่อ” สุทธิดามองหน้ามดดำ “เธอก็เหมือนกัน แม่เธอเคยเลว ฉันก็มั่นใจว่าเธอก็ต้องเลวเหมือนแม่”
       มดดำชักฉุน
       “คุณดา...อย่ามาด่าฉันอย่างไม่มีเหตุผลนะ”
       มดดำกับสุทธิดาประสานสายตาจ้องหน้าเอาเรื่อง
       “ถ้าเธอคิดกับพี่รัฐเหมือนที่แม่เธอเคยจะแย่งคุณพ่อ ฉันก็ขอเตือนไว้ตรงนี้เลยนะว่า ฉันไม่ใจดีเหมือนคุณแม่แน่”
       “งั้นคุณก็สบายใจได้ค่ะ ฉันไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่แล้ว”
       “จำคำพูดเธอไว้ให้ดีนะ”
       พูดจบสุทธิดาก็เดินไป มดดำเครียดหันไปมองแม่ ส้มเดินหนีไป มดดำรีบวิ่งตามไป
      
       ส้มเปิดประตูเข้ามาในห้องหน้าตาไม่สู้ดีเสียใจที่สุทธิดาด่า มดดำเปิดประตูเดินตามเข้ามา
       “แม่”
       “อะไรของมึงอีมดดำ”
       “เมื่อก่อนเวลาที่ฉันถามถึงพ่อ แม่ไม่เคยยอมเล่าเรื่องพ่อให้ฉันฟังเลย แต่วันนี้แม่กลับเล่าได้”
       “เฮอะ!กูอยากเล่าให้ใครฟังก็เรื่องของกู มึงคงเสียดายล่ะสิที่ไม่ได้เป็นลูกของพวกมัน”
       “ฉันไม่ได้อยากเป็นลูกเศรษฐีที่ไหน ฉันแค่อยากรู้ว่าพ่อฉันคือใคร”
       “พ่อมึงน่ะเหรอ...ก็เป็นคนเลวที่กูเกลียดมาก แค่นี้พอหรือยัง”
       มดดำอึ้ง ส้มผลักมดดำออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูใส่หน้า
      
       องค์อรเดินวนไปวนมาในห้อง
       “เฮ้อ...อรละไม่เข้าใจจริงๆ จะไปเอ็นดูอะไรกันนักกันหนากับยัยเด็กมดดำนั่น น่าจะไล่ไปซะก็หมดเรื่อง ต้องให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยหรือไงถึงเข็ด”
       คุณหญิงวาปีแย้ง
       “มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เธอว่าก็ได้นะยัยอร”
       “นี่อย่าบอกว่าคุณแม่ก็หลงเสน่ห์เด็กมดดำจนลืมหลานนะคะ”
       “โอ๊ย...เธอก็พูดไปเรื่อย แม่จะเห็นคนอื่นดีกว่าหลานได้ยัง”
       องค์อรคิดได้
       “งั้นเอางี้สิคะ คุณแม่ก็ไล่สองแม่ลูกให้ยัยดาหน่อย คิดว่าช่วยหลาน ถ้าคุณแม่ออกโรงพี่กัลกับพี่ชาติต้องไม่กล้าแน่ๆ”
       “จะให้แม่เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กเหรอ”
       “แล้วคุณแม่จะรอดูมันแย่งตารัฐเหรอคะ”
       “ยัยอร ตารัฐเป็นคนฉลาด เธอก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ คิดเหรอว่าตารัฐจะโง่เลือกคนผิด ถ้ายัยดาเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย แม่ว่าตารัฐไม่มีทางจะไปไหนรอด”
       องค์อรหงุดหงิด
       “โธ่คุณแม่อ่ะ”
       คุณหญิงไม่สนใจล้มตัวลงนอน องค์อรมองดูแล้วหงุดหงิดเดินออกนอกห้องไป
      
       สหรัฐนั่งดื่มอยู่ที่บาร์เหล้า เขานึกถึงสิ่งที่เขาได้คุยกับส้มมาก่อนหน้านี้
       “อย่ามายุ่งกับมดดำอีก”
       “ทำไม”
       “ก็ฉันไม่อยากให้คุณดาเขาเสียใจ”
       “นี่แคร์ดามากขนาดนี้เลยเหรอ”
       “ฉันกับอีมดดำมาอาศัยเขาอยู่ ถ้าคุณดาเกลียดเราสองคน จะอยู่ได้ไหมล่ะ”
       “ไม่ต้องห่วงหรอก ผมกับมดดำคงไม่ได้เจอกันง่ายๆอยู่แล้ว”
       เสียงโทรศัพท์มือถือสหรัฐดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นชื่อของพิมพ์พรรณก็ดกรับสาย
       “ครับคุณแม่...”
       “นี่ตารัฐ ใจคอจะไม่ให้น้องเขากลับบ้านเลยเหรอ ดึกแล้วนะเดี๋ยวพ่อแม่เขาจะว่าเอานะจ๊ะ”
       “เอ่อ...คุณแม่ครับ ไม่ใช่นะครับ คือผม...”
       “แหมๆๆ...ไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลยตารัฐ อยากอยู่กับหนูดานานๆก็บอกได้”
       “ผมไปส่งน้องดาเรียบร้อยแล้วครับ”
       พิมพ์พรรณงงๆน้ำเสียงของสหรัฐเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก
       “ตารัฐ...ลูก ทำไมเสียงเครียดอย่างนั้นล่ะ มีอะไรหรือเปล่าลูก”
       “ไม่มีหรอกครับ แค่นี้นะครับ”
       สหรัฐกดวางสาย พิมพ์พรรณได้ยินเสียงสัญญาณขาดก็สงสัย
       “เป็นอะไรของเขานะ”
      
       ชาติชายกับกัลยานั่งคิดเรื่องในอดีต
       “คิดอะไรอยู่คะ”กัลยาถาม
       “เรื่องเด็กมดดำ ที่จริงผมควรจะโล่งใจนะที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ลูก แต่อีกใจหนึ่งผมก็...”
       “อยากดูแลแก”
       ชาติชายพยักหน้ารับไม่กล้าพูดออกมา
       “กัลดีใจนะคะที่คุณรู้สึกเหมือนกับกัล มดดำมีพระคุณช่วยกัลไว้ ถึงแม้ไมใช่ลูกกัลก็จะดูแลให้ดีที่สุด”
       “คุณไม่คิดว่ามดดำจะสร้างฉากเหมือนที่องค์อรสงสัยเหรอ”
       กัลยาส่ายหน้า
       “ไม่ค่ะ”
       “แปลกนะเด็กคนนี้มีเสน่ห์จนทำให้เราสองคนหลงรัก”
       ชาติชายยิ้มให้กัลยาแล้วกุมมือกัน
      
       เช้าวันใหม่...พิมพ์พรรณนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระ แต่จริงๆแล้วเธอสับปะหงกจะหลับ ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พิมพ์พรรณสะดุ้งรีบหยิบมาดูแล้วกดรับสายรีบทำเสียงสดชื่น
       “ว่าไงจ๊ะหนูดา แหม โทรมาหาน้าแต่เช้าเลยมีอะไรหรือเปล่า...” พิมพ์พรรณตกใจ “ห๊ะ!! เมื่อวานตารัฐทิ้งหนูเพราะเด็กรับใช้ที่บ้าน”
      
       สุทธิดายืนคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้าน
       “ใช่ค่ะน้าพิมพ์ พี่รัฐทำแบบนี้ดาเสียใจมาก...ค่ะ ได้ค่ะ วันนี้ดาเรียนสาย ถ้าไงดาจะรอนะคะ”
       สุดทธิดากดวางสายแล้วยิ้มมีความสุข ระหว่างนั้นก็ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร มดดำยกอาหารมาให้ สุทธิดาพอเห็นหน้ามดดำกับส้มก็เมินใส่
       “มาลีอยู่ไหน”
       มดดำตอบเรียบๆ
       “ไปจ่ายตลาดกับคุณเนื่องค่ะ”
       สุทธิดาลุกขึ้นจากโต๊ะ มดดำแปลกใจ
       “คุณดาไม่ทานข้าวเหรอคะ”
       “ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมารับใช้ฉัน”
       สุทธิดาจะเดินไปแล้ว ส้มเดินถือถาดแก้วนมอุ่นเข้ามา สุทธิดามองไม่พอใจ ส้มมองที่โต๊ะเห็นอาหารไม่ได้มีการทานใดๆทั้งสิ้น
       “เอ่อ...คุณดาคะ ไม่ทานอาหารเช้าหน่อยเหรอคะ”
       สุทธิดาจะเดินไปแต่ส้มขวางไว้อีก
       “ทานหน่อยนะคะ นี่ก็สายแล้ว หรือจะเป็นนมอุ่นๆนี่ก็ได้”
       ส้มยื่นแก้วนมให้ สุทธิดาปัดแก้วตกแตกทันที ส้มตกใจ มดดำที่ยืนอยู่เห็นแก้วบาดเท้าส้มก็รีบวิ่งดูแผล
       “แม่เป็นไงบ้าง”
       สุทธิดามองแล้วจะเดินหนี ส้มจะเดินตามแต่มดดำดึงไว้เพราะกลัวส้มเจ็บ แต่ส้มไม่สนใจผลักมดดำออกแล้วจะเดินไป
       “อย่าตามมาให้ฉันรู้สึกรังเกียจเธออีกเลย”
       สุทธิดาเดินไป ส้มมองตามด้วยความเศร้า มดดำเข้ามาประคอง
       “แม่ ไปทำแผลก่อนเถอะ”
       ส้มมองหน้ามดดำแล้วผลักกระเด็กพร้อมกับเชิดหน้าเดินหนีไป มดดำมองตามรู้สึกแย่ที่แม่ไม่สนใจ
      
       พิมพ์พรรณนั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก สหรัฐนั่งอยู่ตรงข้าม
       “ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอมดดำอยู่สองสามครั้ง”
       “อะไรนะ เคยเจอกับเด็กคนนั้นมาแล้ว...แล้วทำไมแม่ไม่เคยเจอ”
       “มดดำเขาเพิ่งไปอยู่ที่บ้านน้ากัลครับ”
       “แล้วไปเจอกันที่ไหนยังไงเมื่อไหร่ เล่ามาให้หมด”
       “คุณแม่จำครั้งแรกที่เห็นผมในสภาพมอมแมมกลับมาบ้านได้ใช่ไหมครับ นั่นแหล่ะครับครั้งแรกที่เจอกัน ตอนที่เธอต่อสู้กับโจรวิ่งราวกระเป๋า แล้วผมก็เข้าไปช่วย”
       พิมพ์พรรณตื่นตระหนก
       “อุ๊ยตาย!! นี่ลูกกับเด็กคนนั้นช่วยกันจับโจรด้วยเหรอ”
       “หลังจากนั้นก็บังเอิญได้เจออีกแค่ครั้งสองครั้ง จนเมื่อวานผมได้รู้ว่ามดดำเนี่ยเป็นเด็กผู้หญิงที่ช่วยน้ากัลไว้”
       พิมพ์พรรณตกใจ
       “อ้าว...ตกลงเป็นเด็กคนนี้เองเหรอที่ช่วยกัล”
       สหรัฐพยักหน้ารับ
       “แหม...เก่งจริงๆเป็นผู้หญิงแท้ๆแต่กล้าหาญมาก”
       “นิสัยดีด้วยนะครับ”
       พิมพ์พรรณชะงักจ้องมองสงสัย
       “คงไม่ได้มีอะไรแอบแฝงนะ”
       สหรัฐกลบเกลื่อน
       “เอ่อ...ไม่มีหรอกครับ”
       พิมพ์พรรณยังไม่ค่อยเชื่อจึงจับมือสหรัฐแล้วจ้องหน้าคาดคั้น
       “แต่ลูกจำเป็นต้องทิ้งหนูดาแล้ววิ่งตามเด็กคนนั้นในห้างด้วยเหรอ”
       สหรัฐพูดไม่ออก
       “ตารัฐ...แม่ไม่ได้คิดรังเกียจเด็กมดดำนั่นหรอกนะ แต่ลูกก็รู้ใช่ไหมว่าอะไรควรไม่ควร”
       สหรัฐหนักใจ
      
       มดดำใส่ยาทำแผลให้ส้มที่เท้า เนื่องกับมาลีเดินเข้ามา พอเห็นหน้าส้มก็เชิดใส่
       “ฉันก็หลงคิดว่าเธอเป็นคนสำคัญของบ้านนี้มาก่อน ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็น...นางบำเรอที่ถูกเขาเขี่ยทิ้ง”
       เนื่องกับมาลีหัวเราะเยาะ ส้มโมโหตบโต๊ะปัง ทั้งสองเงียบแต่จ้องหน้าด้วยความไม่พอใจ
      
       “ไปไกลๆตีนเลย ไม่งั้นกูแทงไส้ทะลักจริงๆ”



       ส้มหยิบมีดมาถือ มดดำเห็นท่าไม่ดีรีบห้าม
      
       “แม่...ใจเย็นๆ คุณเนื่อง พี่มาลี ฉันขอโทษแทนแม่ด้วยนะจ๊ะ”
       ส้มไม่พอใจ
       “ขอโทษมันทำไม ไม่เห็นเหรอว่ามันมาหาเรื่องกูก่อน”
       มาลีกลัวๆ
       “ไปเถอะค่ะคุณเนื่อง อยู่ใกล้คนบ้าหนูกลัว”
       เนื่องกับมาลีรีบเดินหนีไป มดดำหนักใจ
       “แม่ นี่ฉันว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ แม่เล่นเป็นศัตรูกับเขาไปหมดหยั่งงี้ แล้วแม่จะอยู่ยังไง”
       “มึงจะเดือดร้อนอะไรของมึงอีมดดำ”
       “แม่...เร้าย้ายออกจากที่นี่เถอะนะ อยู่ไปแบบนี้ก็ไม่มีความสุข”
       “นี่แหละความสุขของกู มึงอยู่นี่แล้วก็เป็นขี้ข้าอยู่อย่างนี้แหละ ถ้ากูไม่มีความสุขจริงๆ พวกมันก็ต้องไม่มีความสุขไปด้วย”
       มดดำเห็นส้มเอาจริงเลยอ่อนใจ
      
       รถสหรัฐแล่นมาจอดที่หน้าบ้านคุณหญิงวาปี ครู่หนึ่งเขาเดินลงมาจากรถพร้อมพิมพ์พรรณ
       “ที่จริงคุณแม่ไม่ต้องมาก็ได้นะครับ”
       “อืม...ใช่ แต่ใครล่ะที่ทำให้แม่ต้องมา แม่ไม่มั่นใจว่าลูกจะง้อหนูดาได้สำเร็จ มืออาชีพในการประสานใจอย่างแม่ถึงต้องมาไงจ๊ะ”
       “มาประสานใจหรือมาจับผิดผมกันแน่ครับ”
       “จับผิด...เอ๊ย...ประสานใจจ้ะ”
       สหรัฐจ้องหน้า
       “คุณแม่ครับ โกหกมันบาปนะครับ”
       พิมพ์พรรณค้อน
       “ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ อยากมาเห็นหน้าหนูมดดำด้วย...มีไรป่ะ”
       “ศัพท์วัยรุ่นซะด้วย”
       สหรัฐหัวเราะ
      
       พิมพ์พรรณนั่งจับมือสุทธิดาเป็นการปลอบ สุทธิดายังบึ้งตึง
       “น้าต้องขอโทษแทนพี่รัฐเขาด้วยนะลูกนะ ที่เมื่อวานบกพร่องในหน้าที่ไปหน่อย”
       “ไม่หน่อยหรอกค่ะ เล่นไม่สนใจดาถึงขนาดนั้น ดาก็น้อยใจเป็นนะคะ”
       พิมพ์พรรณสะกิดสหรัฐให้พูดกับสุทธิดา
       “ดา...พี่ขอโทษนะ”
       สุทธิดาพยักหน้ารับแต่ยังไม่ยิ้ม พิมพ์พรรณโบ้ยทำท่าทางบอกใบ้ แต่สหรัฐงงมองพิมพ์พรรณ พอสุทธิดาหันไปพิมพ์พรรณก็รีบทำปกติ
       “ไม่มีอะไรจ้ะ”
       พิมพ์พรรณใบ้ใหม่ สหรัฐเข้าใจ
       “เอางี้...เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปรับที่มหาลัยแล้วถ้าดาอยากไปไหนบอกพี่ได้เลย คราวนี้ไม่มีขัดขืน”
       สหรัฐยื่นนิ้วก้อยให้ สุทธิดาใจชื้นขึ้น ยื่นนิ้วก้อยเกี่ยวคืนดี พิมพ์พรรณถอนใจโล่ง
       “เฮ้อ...สบายใจซักที เมื่อเช้าทำแม่รมณ์บ่จอย ตอนนี้มายื่นนิ้วก้อยให้หนูดาแล้ว แม่ก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย”
       สุทธิดาขำๆ
       “นี่คุณน้าเป็นสาวกลิฟกับออยรึป่าวค่ะ”
       พิมพ์พรรณยื้ม
       “นั่นสมัยน้ารุ่นๆเลยล่ะ”
       สหรัฐกับสุทธิดาหัวเราะ พิมพ์พรรณพูดไม่ออกที่โดนรุม
       “เอ่อ...คุณแม่ครับ ผมว่าเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวผมต้องไปส่งคุณแม่ก่อน แล้วก็ต้องไปส่งดาอีก ดาจะไม่ทันเข้าเรียน”
       “เออจริงด้วย เดี๋ยวแม่ไปรอที่รถก่อนนะ เผื่อลูกมีอะไรอยากจะคุยกับหนูดาสองต่อสอง”
       พิมพ์พรรณเดินไปเลย สหรัฐหน้าเหวอ
       “อ้าวคุณแม่ คุณแม่ครับ”
      
       พิมพ์พรรณเดินมารอสหรัฐกับสุทธิดาที่รถ พอดีกับที่มดดำถือถุงขยะเดินผ่านมา พิมพ์พรรณเห็นแล้วสะดุดตา
       “อุ้ยหนู...หนูจ๊ะ”
       มดดำงงแต่ก็เดินเข้ามาวางถุงขยะลงแล้วไหว้ พิมพ์พรรณรับไหว้
       “นี่หนูรู้จักฉันด้วยเหรอจ๊ะ”
       มดดำยิ้ม
       “เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องยกมือไหว้ไว้ก่อนค่ะ”
       “แหม หนูนี่รู้จักนอบน้อมมีกาลเทศะดีจริงๆ”
       สุทธิดากับสหรัฐกำลังเดินออกมา พอสุทธิดาเห็นมดดำคุยอยู่กับพิมพ์พรรณก็ไม่พอใจ สหรัฐมองตามเห็นว่าเป็นมดดำก็มองอยู่อย่างนั้นจนสุทธิดาไม่พอใจสหรัฐไปอีกคน เธอรีบเดินออกไป...พิมพ์พรรณยังคุยกับมดดำอยู่
       “เออนี่หนู ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ หนูรู้จักเด็กรับใช้ที่ชื่อ...”
       สุทธิดาเรียกมดดำ
       “มดดำ...”
       “ใช่จ๊ะเด็กที่ชื่อมดดำ” พิมพ์พรรณนึกได้ “เอ๊ะ นี่หนูชื่อ...”
       “มดดำค่ะ”
       พิมพ์พรรณหน้าแตกอีกรอบ สุทธิดาเดินเกาะแขนสหรัฐออกมา มดดำพอเห็นสหรัฐก็รีบเก็บถุงขยะ
       “หนูขอเอาขยะไปทิ้งนะคะ”
       มดดำรีบเดินหนีไปทันที พิมพ์พรรณยังอึ้งในความน่ารักหันมาถามสุทธิดา
       “เด็กคนนี้น่ะเหรอที่ชื่อมดดำ”
       “ใช่ค่ะ คนนี้แหล่ะที่พี่รัฐวิ่งตามเมื่อวาน”
       สุทธิดามองสหรัฐ เขายิ้มรับเจื่อนๆ พิมพ์พรรณส่ายหน้าระอาใจกับลูกชาย
      
       สหรัฐแปลกใจ
       “อะไรนะ แม่มดดำคือ...”
       “ดาเองก็ตกใจค่ะที่รู้ว่าส้มเคยเป็นเมียเก็บคุณพ่อ ยิ่งรู้ว่าส้มใช้แผนสกปรก ดายิ่งรังเกียจ”
       “แต่ตอนนี้เขาก็สำนึกแล้วไม่ใช่เหรอ”
       “พี่รัฐเชื่อเหรอคะ ดาไม่เชื่อค่ะ”
       “เชื่อหรือไม่ แต่เราก็ควรให้โอกาสคนนะดา เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับโอกาสในการแก้ไขตัวเอง”
       “เราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลยนะคะพี่รัฐ เอาเป็นว่าเดี๋ยวดาขึ้นเรียน แล้วเย็นนี้พี่รัฐอย่าลืมสัญญาที่ให้กับดานะคะ”
       “แน่นอนจ้ะ เย็นนี้ดาถล่มพี่ได้เต็มที่เลย”
       สุทธิดายิ้มปลื้มใจแล้วเดินไปเรียน สหรัฐเดินขึ้นรถขับออกไป
      
       มดดำแต่งตัวถือแบบเรียนมายืนเคาะประตูห้องส้ม ไม่นานส้มก็เปิดประตูออกมา
       “มึงจะมาเคาะประตูทำไมเนี่ยอีมดดำ กูกำลังจะหลับอยู่เลย”
       มดดำยิ้ม
       “วันนี้ฉันจะไปเรียนพิเศษวันแรกน่ะแม่”
       “แล้วมึงจะมาบอกกูทำไม”
       มดดำจ๋อยไป
       “คือ...ฉันแค่อยากจะมารับพรจากแม่ก่อนน่ะจ๊ะ”
       “โหย...อีนางเอก ตั้งแต่เกิดมามึงเคยได้รับพรจากกูมั้ยเนี่ย”
       มดดำนึกดูแล้วก็พูดไม่ออก
       “ไปเลยไป ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจเป็นแช่งมึง!”
       ส้มปิดประตูใส่มดดำบ่นๆ
       “แหม๊...กูยิ่งไม่อยากให้มันเรียน ยังเสือกจะมาขอพรเรื่องเรียนจากกูอีก”
       มดดำยืนฟังเสียงแม่บ่นแล้วรู้สึกน้อยใจ ก่อนจะถอนใจเดินออกไป
      
       มดดำเดินออกมาจากประตูใหญ่หน้าบ้านวาปี ถอนใจเซ็งกับคำพูดของส้ม
       “ตั้งแต่เกิดมามึงเคยได้รับพรจากกูมั้ยเนี่ย ไปเลยไป! ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจเป็นแช่งมึง!”
       มดดำถอนใจ แต่พอมองดูตำราเรียนที่กอดอยู่ในมือก็ยิ้มออกมีกำลังใจมากขึ้น มดดำเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นรถหรูคันหนึ่งดูคุ้นๆจอดอยู่ตรงหน้า มดดำเดินผ่านรถไปแต่ก็ยังไม่หายสงสัยหันมามองดูเพื่อให้แน่ใจอีกที สหรัฐเปิดกระจกลงมายิ้ม
       “ใช่...รถของฉันเอง”
       มดดำสะดุ้ง
       “เฮ้ย! คุณ”
       มดดำงง มองไปรอบๆคิดว่าตานี่มาอยู่ตรงนี้ได้ไง
       “อ้าว...งง ฉันตั้งใจมาดักรอเธอนี่แหละ ขึ้นรถเร็ว”
       “เรื่องอะไร ฉันไม่ได้มีอะไรอยากจะคุยกับคุณ”
       “แต่ฉันมี”
       มดดำไม่อยากจะยืดเยื้อเลยเดินออกไปต่อ สหรัฐลงจากรถมาดึงต้นแขนไว้
       “เดี๋ยวสิมดดำ”
       มดดำจะเอามืออีกข้างชก สหรัฐใช้มือข้างที่ว่างรับไว้ทัน
       “เฮ้ย!เอะอะก็จะชกกัน! คุยกันก่อนสิ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอจริงๆ”
       มดดำดึงมือออก
       “อย่าเลยคุณ เจอคุณทีไรฉันซวยทุกที อีกอย่างเดี๋ยวใครมาเห็นว่าฉันอยู่กับคุณมันจะยุ่งอีก”
       สหรัฐเข้าใจมดดำ แต่ก็ยังตื้อ จับแขนเธอไว้
       “งั้นดีเลย ถ้าเธอไม่ไปกับฉัน ฉันก็จะทำให้คนเขาเห็นกันให้หมดว่าเราเจอกัน” สหรัฐตะโกน “มีใครในบ้านบ้าง มดดำเจอผ้มมมม...”
       “นี่...หยุดเลยนะ โอเคๆ”
       มดดำเหนื่อยใจ มีท่าทีอ่อนลง
       “โอเค อะไร”
       “ก็...โอเค ไม่ต้องตะโกน!”
       “ฉันจะปล่อยมือเธอแล้วนะ แต่เธอสัญญาก่อนว่าจะต้องไม่ต่อยฉัน”
       มดดำไม่ได้ตอบอะไร สหรัฐปล่อยมือ
       “นี่แน่ะ!”
       มดดำกระทืบเท้า สหรัฐร้องจ๊าก
       “ถ้าคุยแล้วไม่มีอะไรสำคัญจริง เดี๋ยวได้สวยอีกแน่”
      
       มดดำเดินฉุนๆไปขึ้นรถ สหรัฐมองตามทั้งเซ็ง ทั้งเจ็บ แต่ก็พอใจ
ตอนที่ 8
      
        
       รถสหรัฐแล่นออกมาจากซอยบ้านคุณหญิงวาปี มดดำนั่งอยู่ในรถกับเขา
      
      
       “นี่เธอไปเรียนเร็วไปไหม ได้ข่าวว่าเรียนติวเขาเรียนตอนเย็นไม่ใช่เหรอ” สหรัฐถามอย่างแปลกใจ
       “ฉันจะไปธุระก่อน”
       “ธุระอะไร”
       “จะเข้าเรื่องได้ยัง”
       มดดำกำหมัด สหรัฐถอนหายใจเซ็ง
       “ฉันอยากจะขอโทษที่ทำให้เธอลำบากใจ”
       “รู้ว่าฉันลำบากใจแล้วยังมาเจอฉันอีกทำไม”
       “ก็...ฉันคิดว่าการไม่ต้องมาเจอเธอมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาน่ะสิ ฉันว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”
       “นั่นแหละยิ่งเป็นปัญหา แม่ฉันเขาก็เคยเตือนคุณเรื่องฉันแล้วไม่ใช่เหรอ ที่สำคัญฉันไม่อยากจะผิดใจกับคุณดาแฟนคุณ”
       “ฉันไม่ได้คิดจะเลือกคบใครเป็นเพื่อนเพราะแค่คำพูดของคนอื่นหรอกนะ ฉันคิดจะคบเพราะฉันเลือกเอง”
       “แต่ฉันไม่ขอเป็นเพื่อนคุณดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าฉันจะเป็นเพื่อนกับคุณไปทำไม”
       สหรัฐอึ้งพูดไม่ออก
       “คุณจอดแถวนี้แหละ ฉันจะลง”
       “ทำไมล่ะ นี่มันยังไม่ถึงโรงเรียนเธอนี่ ตกลงเธอจะไปไหนกันแน่”
       “จะคิดว่าฉันไปหาเสี่ยเลี้ยงก็ได้นะ จอดสิ”
       “เธอนี่มันกวนจริงๆเลย ได้...งั้นฉันไม่จอด”
       สหรัฐดื้อ ไม่มีท่าทีจะจอดให้
       “โอเคๆ ไปส่งก็ได้ ฉันจะไปตลาด”
       “ก็แค่นี้แหละ” สหรัฐยิ้มขำๆ
      
       รถของสหรัฐเลี้ยวเข้ามาจอด แต่ที่จอดรถเต็ม
       “โห...ที่จอดเต็มเลย”
       “คุณก็วนรถรอสิ ฉันไปซื้อของแป๊บเดียว”
       สหรัฐยิ้มกวน
       “นั่นแน่ แผนตื้นๆจะหนีใช่ไหม”
       “นี่คุณ ทำไมโง่อย่างนี้ ตอนนี้ฉันจะหนีคุณพ้นเหรอ ฉันอยู่ไหนคุณก็รู้แล้ว วันนี้หนี พรุ่งนี้ก็เจออยู่ดี”
       สหรัฐมองหน้ามดดำหยั่งเชิง มดดำยิ้มแย้มทำตาแบ้วใสซื่อจริงใจ...สหรัฐจอดรถ มดดำเดินลงไป เขามองตามหวั่นใจว่าเธอจะหนี แต่ได้ยินเสียงแตรบีบไล่เลยต้องออกรถ
      
       มดดำเดินเข้ามาในตลาด แวะที่ร้านผลไม้
       “อ้าว มดดำ ไม่เห็นซะนานเลย สบายดีเรอะ” แม่ค้าทักทาย
       “สบายดีจ๊ะป้า”
       “แล้วเอ็งมากับใครล่ะ ไอ้อิทมันไปเรียนนี่”
       มดดำมองไปแล้วเจอสหรัฐจอดรถแล้วเดินลงมายืนงงๆมองหา
       “นั่นไงป้า เดินอยู่นั่น”
       แม่ค้ามอง
       “เฮ้ย นั่นคุณคนที่ช่วยเอ็งจับโจรตอนนั้นนี่หว่า”
       “อื้อ...” มดดำเลือกผลไม้ “ป้า เอานี่...นี่...นี่...แล้วก็นี่จ๊ะ”
       “โห...กินเยอะนะนี่เอ็ง”
       “จ๊ะ”
       มดดำยิ้มร้าย
      
       สหรัฐยืนงงๆมองหน้ามดดำแต่ยังไม่เห็น แม่ค้าเดินมาหายื่นถุงผลไม้ให้
       “นี่คุณมดดำมันฝากมาให้แน่ะ”
       สหรัฐมองเห็นถุงผลไม้แล้วอมยิ้มก่อนรับถุงมา เขาจิ้มแตงโมออกมากินชิ้นหนึ่งอย่างสบายใจ
       “ยัยนี่ก็มีน้ำใจเหมือนกันแฮะ นึกว่าจะขี้เหนียวซะอีก”
       แม่ค้าสวนขึ้น
       “สองร้อยบาท”
       สหรัฐสำลักแตงโมทันที แถมเม็ดติดคออีกต่างหาก เขามองหน้าแม่ค้าแล้วก็งง
       “แล้ว...มดดำ”
       “มันไปแล้ว ก่อนไปมันบอกว่าให้มาเก็บตังที่คุณ”
       สหรัฐรู้ทันทีว่าเสียรู้มดดำซะแล้ว จะขึ้นรถขับไปแต่แม่ค้าดึงแขนไว้แล้วแบมือขอเงิน เขารีบควักตังจ่ายอย่างเจ็บใจ
      
       มดดำถือถุงขนมผลไม้เดินมาที่คิวรถ เฉลิมยืนเก็บเงินจากลูกค้าใส่กระเป๋าไปด้วยร้องเพลงให้ลูกค้าฟังไปด้วย
       “ขับรถสองแถวส่งแอ๋วเรียนราม ปีนี้คนงามเรียนอยู่ปีสามนิติศาสตร์ ออกรถทุกวันเหนื่อยจนใจนั้นแทบจะขาด ค่าโดยสารคนละบาท อุตส่าห์ประหยัดส่งแอ๋วเรียนราม...”
       มดดำเดินมาหา
       “ลุง!”
       เฉลิมดีใจ
       “เอ้าเฮ้ย!มดดำ!เป็นไงบ้างหลานรัก แล้วไอ้ส้มล่ะ”
       มดดำรีบร้อน
       “เดี๋ยวค่อยคุยกันดีกว่า คิดถึงบ้านจะแย่แล้ว ไปเร็วเถอะลุง”
       มดดำรีบขึ้นไปบนรถ เฉลิมมองตามงงๆ
       “อะไรของเอ็งวะ หนีใครเนี่ย”
       “ไปเร็วสิลุง”
       เฉลิมออกรถไปอย่างงงๆ รถของเฉลิมแล่นออกจากคิว ผ่านแยกที่สหรัฐขับรถออกมา แต่เธอไม่ทันมองเขา สหรัฐมองผ่านกระจกรถเห็นมดดำนั่งอยู่บนรถวิ่งผ่านไปก็ยิ้มออก
       “หนีฉันมันไม่ง่ายหรอก”
       สหรัฐขับรถตามไป
      
       มดดำกับเฉลิมเดินเข้ามาในซอยสลัม
       “รู้ไหมลุงคิดถึงเอ็งมากเลยนะมดดำ”
       “ฉันก็คิดถึงลุงจ้ะ กลัวลุงเหงาเหมือนกัน”
       “ไม่เหงาหรอกก็มีเพื่อนบ้านเยอะแยะ ขอบใจนะที่เป็นห่วง”
       สหรัฐแอบเดินตามมาแต่ไกล คอยหลบตามมุมตามซอกต่างๆ ผัวเมียทะเลาะกันเสียงดังโหวกเหวก
       “ไอ้ตู่!เมาอยู่ได้ทั้งวันนะมึง เมื่อไหร่จะช่วยกันทำมาหากินมั่งวะ”
       ผัวเมามาย
       “เฮ้ย!!อีปลา! อย่ามาใช้กูมากๆนะเว้ย!! เดี๋ยว...”
       “เดี๋ยวมึงจะทำไม”
       “เดี๋ยวกูทำไม่ทัน!”
       สหรัฐงงกับชีวิตในสลัมที่ดูสับสนวุ่นวาย เขาพึมพำออกมา
       “อย่าบอกนะว่าเธออยู่แถวนี้”
       มดดำกับเฉลิมเลี้ยวเข้าไปอีกซอย สหรัฐรีบตามไป
      
       เฉลิมกับมดดำเดินมาถึงหน้าบ้าน แล้วลงนั่งคุยกัน มดดำมองไปทั่วๆบ้าน
       “รู้ไหมลุงฉันคิดถึงบ้านมาก”
       “อ้าว...ก็ไหนว่าบ้านที่เอ็งไปอยู่เขาเป็นคนดีไม่ใช่เหรอ” เฉลิมงง
       “ก็ใช่จ้ะ แต่ว่า...”
       “แม่ เอ็งล่ะสิ ก่อปัญหา”
       มดดำถอนใจ
       “เออ...ลุง ลุงรู้อะไรเกี่ยวกับแม่บ้างไหม”
       “เกี่ยวยังไงล่ะ”
       “ก็เรื่องแฟนแม่แต่ละคนน่ะ”
       “แม่เอ็งเขามาขออยู่กับลุงก็ตอนอุ้มท้องเอ็งมา นอกนั้นถามมันๆก็ไม่เคยบอก ลุงถึงไม่เคยรู้ไงว่าใครเป็นพ่อเอ็ง”
       “ลุงรู้ไหมว่าบ้านที่ฉันกับแม่ไปอยู่ แม่เคยทำงานที่นั่น”
       “อ้าว...เหรอวะ มันเคยทำงานบ้านเหรอ ลุงไม่เห็นเคยรู้เลย”
       มดดำถอนใจเซ็งที่เฉลิมตอบอะไรไม่ได้สักอย่าง
       “มดดำ...ตกลงมันมีเรื่องอะไร”
       “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ฉันแค่อยากรู้เรื่องของแม่บ้าง”
       อิทธิในชุดนักศึกษาเดินมาตามทางเห็นมดดำอยู่หน้าบ้านกับเฉลิมก็ยิ้มดีใจ จะรีบเดินเข้าไป แต่ก็เห็นด้านหลังของชายคนหนึ่งด้อมๆมองๆอยู่ อิทธิสงสัยยังไม่รู้ว่าเป็นสหรัฐเลยเปลี่ยนทางเดินไปด้านหลังเขาแล้วล็อกแขนและคอทันที
       “เฮ้ย! แกมาด้อมๆมองๆอะไรตรงนี้วะ!”
       “โอ้ย!”
       พวกที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงโวยวายก็เลยหันมาดู ก็เห็นว่าสหรัฐกำลังถูกอิทธิล็อกแขนล็อกคออยู่ มดดำตกใจ
       “คุณสหรัฐ!...พี่อิท”
       อิทธิชะโงกหน้าดู สหรัฐก็หันหลังไปดู แล้วทั้งคู่ก็แปลกใจที่เห็นกัน
      
       เฉลิมชวนสหรัฐเข้าไปในบ้าน อิทธิบอกอย่างไม่สบายใจ
       “ผมขอโทษด้วยนะครับคุณสหรัฐ ผมคิดว่าเป็นพวกคนไม่ดี”
       “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ถือ”
       “ฮึ...ยังมีหน้าไปบอกไม่ถือสาคนอื่นอีกเหรอ...พี่อิทน่ะทำถูกแล้ว คนดีที่ไหนเขาจะมาทำด้อมๆมองๆหน้าบ้านคนอื่น”
       “แล้วตกลงคุณนี่เป็นคนดีหรือไม่ดีล่ะ”
       “ดีครับ...ดีมากๆด้วย ใช่ไหม...มดดำ”
       สหรัฐยิ้มกวนๆให้ มดดำแอบเบ้ปาก แต่พอหันไปเจอหน้าเฉลิมที่มองงงๆก็ต้องเล่าความจริง
       “คุณสหรัฐเนี่ย เขาคือคนที่เข้าไปช่วยมดดำสู้กับโจรวิ่งราวที่ตลาดจ้ะ”
       เฉลิมยิ้มรับ
       “อ๋อ...คุณนี่เอง แหม...ดีๆๆๆ รู้ไหมที่ตลาดเขาพูดถึงคุณกันเยอะนะ คุณนี่ทั้งหล่อทั้งดีเลยนะ มดดำเอ็งนี่โชคดีนะที่รู้จักกับคุณเขา”
       สหรัฐทำยืดอก มดดำเซ็ง อิทธิถามอย่างสงสัย
       “แล้วคุณสหรัฐทำไมถึงตามมดดำมานี่ล่ะครับ”
       เฉลิมก็อยากรู้เหมือนกัน
       “เออ...นั่นสิ ก็รู้จักกันแล้ว ทำไมมาด้อมๆมองๆล่ะพ่อ”
       คราวนี้มดดำกับสหรัฐไม่รู้จะตอบยังไง
      
       เฉลิมกับอิทธิ เดินมาส่งมดดำกับสหรัฐที่รถ
       “ขอบใจนะคุณที่อุตส่าห์อยากไปส่งมดดำที่โรงเรียน ยังไงก็ฝากมดดำด้วยนะ”
       สหรัฐยิ้มรับ
       “ไม่ต้องห่วงครับคุณลุง ผมจะดูแลมดดำอย่างดีเลยครับ”
       อิทธิหันมาหามดดำ ตัดสินใจชวน
       “มดดำ จะไปโรงเรียนใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งดีกว่า จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณสหรัฐ”
       “ไม่รบกวนหรอก ฉันว่างพอดี”
       “พอดีผมมีเรื่องอยากคุยกับมดดำด้วยน่ะครับ”
       สหรัฐจ๋อยไป
       “เอ่อ...ก็...งั้นก็ไม่เป็นไร ฉันไปนะ”
      
       สหรัฐขึ้นรถขับออกไป อิทธิกับมดดำยืนมองตาม


  


       อิทธิกับมดดำนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในซอย อิทธิโชว์มือถือ มดดำเห็นแล้วก็ยิ้ม
        
      
       “หือ...นี่พี่มีมือถือแล้วเหรอ”
       อิทธิเอากระดาษมาเขียนเบอร์ให้
       “มีอะไรต้องโทรมานะ อย่าหายไปอีก”
       “ดีจ้ะ เวลาฉันเหงาๆจะได้มีเพื่อนคุย”
       อิทธิยิ้ม
       “นึกว่าจะสนิทกับคุณสหรัฐจนลืมพี่แล้ว”
       มดดำเบ้หน้า
       “แหวะ...นายนั่นนะเหรอ ติงต๊องจะตาย ใครจะอยากเป็นเพื่อนด้วย”
       อิทธิยิ้มดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น
       “แล้วพี่ไม่ต้องไปทำงานพิเศษเหรอ”
       “ไปสายสักวันแล้วกัน ขอไปส่งมดดำก่อน”
       “เกเรนะเราเนี่ย”
       มดดำแหย่ อิทธิยิ้มมองเธออย่างมีความหมาย
      
       คุณหญิงวาปีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในบริษัท กัลยากับชาติชายนั่งอยู่ด้วย
       “ก็อย่างที่ได้บอกรายละเอียดไป แม่คงทำคนเดียวไม่ไหวเลยอยากให้กัลมาดูแลบริษัทที่จะเปิดใหม่ทั้งหมด”
       “บริษัทใหม่มีโครงการคอนโดที่จะทำถึง11โครงการ กัลว่ากัลคง...”
       คุณหญิงแทรกทันที
       “ที่แม่ให้สามีเธอมานั่งฟังด้วยนี่ก็แค่อยากให้รับรู้ไว้เฉยๆ แต่ถ้าลูกคิดว่าจะให้แม่ไว้ใจคนอื่นดูแลบริษัทใหม่คงเป็นไปไม่ได้”
       กัลยาถอนใจ ชาติชายหันมาบอก
       “ไม่เป็นไรหรอกกัล ผมจะช่วยคุณดูแลโดยไม่เอาตำแหน่งและอำนาจลงนาม ยังไงซะเราก็ต้องช่วยกันดูแลบริษัทอยู่แล้ว”
       “แต่คุณจะต้องทำงานหนักโดยที่ไม่ได้อะไร”
       คุณหญิงสวนขึ้น
       “ได้สิ สามีเธอก็ได้กินเงินในครอบครัวเราไง”
       ชาติชายอึ้งๆไป
      
       ชาติชายเดินซึมมาที่ลานจอดรถ กัลยาเดินตามมาส่ง มองอย่างสงสาร
       “คุณคิดเรื่องคุณแม่ใช่ไหมคะ”
       “ท่านคงไม่มีวันให้อภัยผม ยิ่งส้มกลับมาอยู่ที่นี่ ดีไม่ดีจะแย่กว่าเก่า”
       “คุณก็รู้ว่าคุณแม่เป็นคนใจแข็ง คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ท่านได้กลับมาเห็นความดีของคุณอีกครั้ง อดทนหน่อยนะคะ”
       “คุณกับลูกๆคือกำลังใจที่ดีที่สุดของผม”
       กัลยายิ้ม
       “เดี๋ยวคุณมีประชุมกับทีมสถาปนิกต่อใช่ไหมคะ”
       “กัลจะไปด้วยกันไหม”
       “คงไม่ล่ะค่ะ พอดีคุณแม่ให้กัลนัดฝ่ายพีอาร์กับเอเจนซี่คุยช่วงบ่ายค่ะ”
       ชาติชายเดินออกไป ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ดังขึ้นกัลยากดรับ
       “ว่าไงจ๊ะพิมพ์ กำลังว่าจะโทรหาพอดี เห็นว่าเมื่อเช้าไปที่บ้านมาเหรอ ทำไมไม่คอยเจอกันล่ะ”
      
       คุณหญิงวาปี กัลยา พิมพ์พรรณ นั่งดื่มกาแฟด้วยกันอยู่ในห้องทำงานบริษัท พิมพ์พรรณบอกเหตุผล
       “และอีกเหตุผลหนึ่งที่พิมพ์ไปเมื่อเช้า ก็เพราะอยากจะเห็นหน้าเด็กที่ช่วยกัลไว้ด้วยค่ะ”
       “แล้วเป็นไง ชอบไหม มดดำเขาน่ารักนะ ฉันถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก”
       พิมพ์พรรณแปลกใจ
       “นี่กัล มดดำเขาทำให้ยัยดาลูกเธอเข้าใจผิดนะ ดูสิเกือบจะทะเลาะกับตารัฐ”
       “ก็มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างที่เธอบอกไง”
       คุณหญิงถอนใจ
       “ยัยกัลเขากำลังปลาบปลื้มเด็กคนนี้”
       พิมพ์พรรณเอ่ยชม
       “แกก็ดูสุภาพดีนะคะคุณแม่”
       คุณหญิงหนักใจ
       “ไอ้เด็กน่ะคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่ใช่ลูกส้มมัน”
       พิมพ์พรรณสงสัย
       “ส้ม...ส้มไหน”
       “ก็ส้มที่เคยก่อเรื่องที่บ้านแม่เมื่อยี่สิบปีก่อนไง”
       พิมพ์พรรณตกใจ
       “ห๊า...อะไรนะคะ งั้นเด็กคนนี้...”
       “ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะพิมพ์ มดดำเป็นลูกของแฟนเก่าส้มที่ส้มกลับไปอยู่ด้วยหลังจากออกจากบ้านฉันไป”
       พิมพ์พรรณโล่งใจ แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดไว้ใจ
       “แล้วเธอกล้าให้ผู้หญิงอย่างนั้นกลับมาอยู่ร่วมบ้านเหรอ”
       “ตอนนี้ส้มเขาไม่เหมือนเดิมแล้วนะพิมพ์ เขาดีขึ้นมาก”
       พิมพ์พรรณไม่ไว้ใจ
       “แอบมีแผนอะไรซ่อนไว้หรือเปล่า”
       “ไม่มั้ง ถ้ามีเขาคงรับสมอ้างให้มดดำเป็นลูกคุณชาติไม่ดีกว่าเหรอ”
       พิมพ์พรรณหันไปหาคุณหญิง
       “คุณแม่ก็คิดเหมือนกับกัลเหรอคะ”
       คุณหญิงนิ่งไปไม่ตอบได้แต่มองหน้ากัลยา
      
       สุทธิดา แก้ว วาว่า นั่งพิมพ์งานในคอมกัน
       “ขอฉันเสร็จแล้ว” แก้วบอกเมื่อพิมพ์เสร็จ
       “งั้นก็ส่งเมล์ให้ฉันเลยสิ” สุทธิดาหันไปถาม “วาว่าล่ะ”
       “เสร็จแล้วจ้ะ ส่งให้แล้วด้วย ตัดหน้าแก้วซะเลย”
       สุทธิดาพิมพ์ไปบ่นไป
       “นี่พงษ์หายไปไหน เหลือแค่ตารางอย่างเดียว ไม่งั้นได้พิมพ์แล้ว”
       แก้วอึกอักบอก
       “เอ่อ...พอดีฉันทำตารางไว้แล้ว เอาอันนี้ไปก็ได้”
       สุทธิดากับวาว่ามองอึ้ง แก้วรีบหลบตากลบเกลื่อน
       “แหม...ก็ตอนแรกฉันก็กะจะขอทำตารางไง แต่เห็นพงษ์จะทำก็เลยเปลี่ยนมาสรุปผล แต่พอพงษ์ไม่...”
       สุทธิดาสวนขึ้น
       “ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ต่อให้เธอแอบชอบพงษ์ ก็ไม่ต้องเกรงใจฉันนะ เพราะฉันไม่สนคนอย่างพงษ์อยู่แล้ว....ส่งตารางมาแล้วใช่ไหม”
       สุทธิดาพิมพ์ในคอมแล้วดึง Flash drive ออก
       “ไปพิมพ์เข้าเล่มกันเถอะ”
       พงษ์เดินเข้ามาพร้อมถุงขนม
       “ดา...ผมไปซื้อขนมมาให้ ของที่ดาชอบทั้งนั้นเลยนะ”
       สุทธิดารำคาญเดินหนีไปเลย พงษ์หน้าเหวอ
       “ดา...ดา...ไปไหน”
      
       สุทธิดาเดินจ้ำมา พงษ์ตัดสินใจเดินมาขวางไว้
       “ดา...โกรธผมเรื่องอะไร”
       “เธอนี่ไม่เคยทำอะไรที่มันแสดงถึงความฉลาดเลยนะ เวลาเพื่อนทำงานเธอไปซื้อขนม งานเธอล่ะอยู่ไหน”
       “เอ่อ...ถ้าดาหมายถึงตารางข้อมูล เดี๋ยวผมทำให้นะ”
       วาว่าแทรกขึ้น
       “แก้วเขาทำแทนเธอแล้วย่ะ เหลือก็แต่พิมพ์”
       พงษ์ดีใจ
       “งั้นผมเอาไปพิมพ์เข้าเล่มให้แล้วกัน”
       สุทธิดาส่ง Flash drive ให้ พงษ์ถือโอกาสจับมือด้วย สุทธิดาส่ายหน้าระอาใจ
       “หวังว่างานง่ายที่สุดของโปรเจ็คท์นี้ เธอคงไม่ทำพังอีกนะ”
       พงษ์ยิ้มมั่นใจ
       “แน่นอน แต่ดาไปกับผมนะ ระหว่างรอเราก็ไปดูหนังกัน”
       สุทธิดาเชิดใส่
       “เสียใจ ระหว่างที่เธอไปพิมพ์ ฉันจะกลับกับแฟนฉัน”
       พงษ์หน้าเสีย
       “นี่นายสหรัฐนั่นมารับดาอีกแล้วเหรอ”
       สุทธิดาเสียงเข้ม
       “เลิกฝันเรื่องฉันแล้วก็ไปพิมพ์รายงานให้เสร็จ”
       พงษ์อึ้งไปเลย
       “ดา...ดาก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับดา ดาสนใจผมบ้างได้ไหม”
       “ไม่ได้...และพงษ์ก็เลิกเพ้อเจ้อเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ได้แล้ว มันน่ารำคาญ”
       พงษ์จ้องหน้าสุทธิดาด้วยความโกรธจัด สุทธิดาจ้องตอบอย่างไม่กลัวเกรงสายตา พงษ์โมโหเดินหนีไปขึ้นรถขับออกไปเลย
       “ตายแล้ว ไอ้พงษ์มันเอารายงานไปด้วย”วาว่าตกใจ
       สุทธิดาเซ็ง
      
       “ก็โทรเรียกมันกลับมาสิ”

รถองค์อรเข้ามาจอด หน้าสมาคมการกุศลเพื่อการศึกษาของเด็กไทยที่พิการในถิ่นทุรกันดาร องค์อรลงจากรถ เจ้าหน้าที่ชายรับกุญแจรถแล้วขับไปไว้ที่ลานจอดรถ เจ้าหน้าที่หญิงเข้ามาหา
      
       “สวัสดีค่าคุณอร”
       “อรมาสายหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีช่างผมประจำตัวมาสายค่ะ ขอโทษจริงๆ”
       “อุ้ย...ไมเป็นไรหรอกค่ะ คุณหญิงเย็นจิตรประธานที่ประชุมก็เพิ่งโทรมาบอกว่าจะมาสายหน่อยค่ะ”
       “โล่งอกไปที”
       ทั้งสองพากันเดินเข้าสมาคม
      
       ภายในห้องประชุม ทุกคนนั่งประจำที่ที่โต๊ะยาว นายกสมาคมนั่งหัวโต๊ะ องค์อรยืนรายงาน
       “วันนี้ดิฉันภูมิใจมากที่จะเรียนให้ทราบว่า ตอนนี้ดิฉันได้รับการยืนยันจากนักธุรกิจหลายภาคส่วนตอบรับจะสนับสนุนงานของสมาคมของเรา เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาทค่ะ”
       ทุกคนในที่ประชุมปรบมือกันลั่น องค์อรกราบขอบคุณแล้วลงนั่ง
       “แหม...เห็นผลงานคุณอรแล้วสมัยหน้าถ้าคุณอรไม่ลงสมัครนายก ดิฉันก็คงต้องบังคับกันล่ะคะ”
       ทุกคนปรบมือลั่นถูกใจมุขของนายกสมาคม
       “นอกจากวันนี้จะมีเรื่องดีๆจากคุณอรแล้ว เราก็ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่ง คือ...เรามีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคนที่จะมาช่วยกันเติมฝันของเด็กในถิ่นทุรกันดาร” นายกสมาคมมองไปรอบๆ “ไม่ทราบมาหรือยัง เห็นว่าจะมาช้าหน่อย”
       ทุกคนในที่ประชุมเริ่มมองหากัน นายกสมาคมหันไปเห็น
       “อ้าวนั่น...มาพอดีเลย”
       องค์อรมองไปที่ประตู ก็ต้องตกใจ เห็นแพรวพราวเดินยิ้มเข้ามา นายกสมาคบประกาศก้อง
       “ทุกท่านคะ ขอเสียงปรบมือให้คุณแพรวพราว สมาชิกผู้ทรงเกียรติคนใหม่ของสมาคมด้วยค่ะ”
       แพรวพราวเดินยิ้มมาตรงที่ว่างตรงข้ามองค์อร
       “สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉันดีใจที่จะได้ร่วมช่วยเหลือหาทุนบริจาคให้กับโครงการต่างๆของสมาคมอย่างเต็มที่ค่ะ”
       ทุกคนในที่ประชุมปรบมือยินดี
      
       ช่วงพักทานกาแฟ องค์อรกำลังทานกาแฟอยู่ที่มุมรับแขก แพรวพราวเข้ามาหา
       “สวัสดีค่ะคุณอร”
       องค์อรไม่อยากจะคุยด้วย แพรวพราวนั่งลง
       “สบายดีนะคะ ไม่ได้เจอกันนาน”
       “ที่จริงเราไม่ควรจะเจอกันเลยตลอดชาติด้วยซ้ำ”
       แพรวพราวยิ้มไม่สะทกสะท้าน
       “ก็ถูกของคุณอรนะคะ ตอนคุณรู้จักฉันๆก็แค่เลขา คงไม่มีเงินถุงเงินถังมาทำกิจกรรมดีๆแบบนี้ ฉันไม่ควรเลยใช่ไหมคะ”
       องค์อรเชิดหน้าไม่อยากตอบ
       “แหม...แต่ถึงตอนนั้นฉันจะไม่รวยจนเข้าสมาคมกับคุณได้ แต่เราก็เคยเกือบจะใกล้ชิดดุจญาติกันไม่ใช่เหรอคะ”
       องค์อรฉุน
       “ฉันไม่รู้เธอพล่ามอะไร เรื่องในอดีตของคนแพ้ ฉันไม่อยากจำ”
       องค์อรจะลุกเดินไป แต่แพรวพราวมาขวางไว้
       “ถ้ายังคิดว่าฉันแพ้แล้วเดินหนีทำไมคะ หรือลึกๆในใจคุณอรก็รู้ดีว่าใครแพ้ใครชนะ”
       “เธอนี่มันสกปรกจริงๆ”
       แพรวพราวไม่พอใจ
       “พูดอย่างกับคุณไม่เคยพยายามสกปรก! แต่เสียดายนะคะที่ยังสกปรกไม่เพียงพอที่คุณชาติชายอยากจะลงไปเกลือกกลั้วด้วย”
       องค์อรโมโหแต่พยายามข่มอารมณ์
       “แพรวพราวถ้าเธอยังไม่หยุดพูดถึงเรื่องนี้อีกฉันจะเอาเรื่องเธอแน่!”
       แพรวพราวยิ้มกวนให้ องค์อรโมโหมาก แต่ต้องกลั้นเอาไว้ แล้วเดินหนีออกไปเลย เจ้าหน้าที่หญิงเดินสวนมารีบบอกองค์อร
       “คุณอรค์คะ ใกล้เวลาประชุมรอบสองแล้วนะคะ”
       “เอ่อ...ฉันไม่สบาย ขอตัวกลับก่อนนะคะ”
       เจ้าหน้าที่หญิงงงๆ แพรวพราวยิ้มร้ายสะใจ
      
       องค์อรเดินมาถึงที่รถแล้วทุบรถด้วยความเจ็บใจ เสียงแพรวพราวดังก้องในหัว
       “พูดอย่างกับคุณไม่เคยพยายามสกปรก! แต่เสียดายนะคะที่ยังสกปรกไม่เพียงพอที่คุณชาติชายอยากจะลงไปเกลือกกลั้วด้วย”
       องค์อรเจ็บใจจนต้องร้องไห้ออกมา
      
       สหรัฐนั่งทำงานเลือกแบบเพชรที่ดีไซเนอร์ส่งมาให้อยู่ แล้วต้องวางงานดูนาฬิกา
       “ป่านนี้จะไปเรียนหรือยัง ไม่ใช่มัวแต่ขลุกอยู่กับนายอิทธิอะไรนั่น”
       ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาสะดุ้งได้สติหยิบมาดูก่อนกดรับ
       “ดา...ว่าไง...” สหรัฐนึกได้ “อ้อ...ขอโทษที พี่จะไปเดี๋ยวนี้เลย”
       สหรัฐรีบแบ่งแยกแบบที่เลือกไว้ใส่แฟ้มวางไว้ แล้วกดโทรศัพท์ภายใน
       “คุณยุพาครับ ผมเลือกแบบเสร็จแล้วนะ ช่วยเอาแฟ้มที่เลือกไปส่งฝ่ายผลิตให้ด้วย แล้วพรุ่งนี้นัดเขาเข้ามาคุยเรื่องการสั่งของเลย”
       สหรัฐวางสายแล้วรีบลุกออกไป
      
       สุทธิดา ยืนรอสหรัฐมารับอยู่ที่ริมทางในมหาวิทยาลัย มีแก้วกับวาว่ายืนคอยเป็นเพื่อน แก้วพยายามโทรหาพงษ์
       “ดา...ทำไงดีล่ะ พงษ์ยังไม่ยอมรับสายเลย”
       สุทธิดาหงุดหงิด
       “บ้าจริงเลย”
       วาว่าหันมาถาม
       “ทำกันใหม่ไหม”
       “ไม่นะ พี่รัฐก็กำลังมารับฉันๆจะไม่ยอมเสียเวลาทำอีกรอบหรอก”
       ขณะเดียวกันนั้น รถสหรัฐแล่นเข้ามาสุทธิดาเห็นก็ดีใจ
       “ฉันไปนะ พวกเธอก็โทรหานายพงษ์ให้ได้ ถ้าเจอตัวบอกพงษ์ด้วยนะว่า ฉันโกรธมาก”
       สหรัฐขับรถมาจอด สุทธิดาขึ้นรถออกไป แก้วกับวาว่ามองหน้ากันเซ็งๆ
       “โอ๊ย...จะทำพวกตกกันหมดหรือเปล่าเนี่ย”
       แก้วถอนใจเซ็งแล้วกดโทรออกอีก
      
       สหรัฐกับสุทธิดาซื้อตั๋วหนังจากตู้อัตโนมัติเสร็จ สุทธิดายิ้มดีใจ
       “ได้ดูหนังที่ดาอยากดูซะที”
       “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”
       “แต่พี่รัฐต้องห้ามให้ความสำคัญกับผู้หญิงอื่นมากกว่าดาอีกนะคะ”
       สหรัฐทำเป็นนึกกวนๆ
       “คุณแม่พี่ คุณแม่ดา คุณหญิงยายของดา อันนี้นับรวมด้วยหรือเปล่า”
       สุทธิดาค้อน
       “แหม...พี่รัฐอ่ะ สามคนนั้นไม่นับสิคะ นั่นน่ะต้องรักให้มากๆด้วย ดาเคยอ่านเจอว่า ถ้าผู้ชายคนไหนรักครอบครัวมากและดูแลครอบครัวดีเมื่อเขาแต่งงานกับเราเขาก็จะรักเราและดูแลเราดีเหมือนกัน พี่รัฐว่าจริงไหมคะ”
       สหรัฐชะงัก
       “เอ่อ...พี่ก็...ไม่รู้สิ”
       “แต่ดาว่าจริงๆค่ะ”
       ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของสุทธิดาดังขึ้น เธอหยิบมาดูแล้วโมโหแต่กดรับ
       “ว่าไงแก้ว...ไม่เอา...ยังไงฉันก็ไม่โทร แก้วกับวาว่าโทรน่ะดีแล้ว ฉันไม่อยากคุยกับพงษ์อีกแล้ว...ไม่รู้ล่ะเธอสองคนต้องตามให้ได้ เพราะฉันจะเข้าดูหนังกับแฟนแล้ว แค่นี้นะ”
       สุทธิดากดปิดโทรศัพท์ไปเลยด้วยความโมโห สหรัฐยิ้มๆ
       “เพิ่งอารมณ์ดีเมื่อกี้นี้เอง ทำไมดูไม่ดีแล้วล่ะ”
       “ก็นายพงษ์สิคะ จู่ๆก็หายไปเลยแถมดันเอารายงานกลุ่มไปด้วย พวกเราเลยกลัวไม่มีงานส่ง”
       สหรัฐนึกๆ
       “พงษ์...ใช่คนที่ตามๆดาในงานวันเกิดหรือเปล่า”
       “ค่ะ...นายนั่นแหล่ะ กวนโมโหได้ตลอดเลย”
       “ไม่ถูกกันเหรอ แต่เขาชอบดานี่”
       สุทธิดาตกใจ
       “พี่รัฐรู้ได้ไงคะ”
       “ก็เขาบอกพี่เอง”
       สุทธิดาหน้าเสีย
       “เอ่อ...แต่ดาไม่ได้ชอบเขานะคะ เราเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่มีทางมากกว่านี้ด้วย”
       สหรัฐยิ้ม
       “ไปเถอะหนังจะฉายแล้ว”
       สหรัฐเดินไป สุทธิดามองเขาแล้วยิ่งนึกโมโหพงษ์
       “บ้าจริง นี่กล้าไปประกาศกับพี่รัฐเหรอ”
       สุทธิดาเดินตาสหรัฐไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ
      
       พงษ์นั่งหงุดหงิดอยู่ภายในบ้าน บนโต๊ะมีหนังสือเรียนวางอยู่กับ Flash drive และโทรศัพท์วางทับอยู่ หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นว่าแก้วโทรมาแต่เขาไม่รับ พอสัญญาณหายก็เห็นตัวหนังสือว่า 30 miss calls แล้วมีสายเข้ามาอีก แต่เขาก็ไม่รับอีก แพรวพราวเดินเข้าประตูมา
       “อ้าวพงษ์ ทำไมวันนี้กลับเร็วละจ๊ะ”
       “เลิกเรียนเร็วครับ”
       แพรวพราวเห็นโทรศัพท์ดังเลยเดินไปดู
       “ไม่รับโทรศัพท์เหรอลูก”
       พงษ์กดปิดทันที
       “เป็นอะไรล่ะ อารมณ์ไม่ดีเหรอ มีอะไรเราคุยกันได้นะ”
       “อาแพรวครับ ผมไม่อยากเรียนครับ”
       แพรวพราวตกใจ
       “อะไรนะ ทำไม่พูดอย่างนี้”
       “ก็ผมไม่เรียน ผมเบื่อเข้าใจไหมครับ”
       “ไม่ได้นะ พงษ์ก็รู้นี่ว่าต่อเราต้องมาดูแลกิจการของพ่อกับแม่ที่เขาทิ้งไว้ให้ ถ้าไม่เรียนแล้วจะเอาความรู้ที่ไหนไปดูแล...เรื่องผู้หญิงใช่ไหม”
       พงษ์เปลี่ยนเรื่อง
       “ผมออกไปเที่ยวกับเพื่อนนะครับ คืนนี้คงกลับดึก”
      
       พงษ์เดินออกไปไม่สนใจ แพรวพราวมองตามแล้วส่ายหน้าระอาใจ


  


       มดดำกับดอมเลิกเรียนเดินออกมาจากโรงเรียนติวด้วยกัน ดอมยังอยู่ในชุดนักเรียนขาสั้น
       “ที่จริงการที่ฉันเรียนติวซ้ำนี่ก็ดีนะ บางจุดที่ไม่เข้าใจก็เคลียร์เลย”
       มดดำยิ้มรับเจื่อนๆ
       “ฉันสิคะ แย่เลยตามไม่ทัน”
       “ไม่ต้องห่วงนะมดดำ มีตรงไหนไม่เข้าใจบอก ฉันสอนเธอได้ทุกเรื่อง”
       มดดำยิ้มดีใจ
       “จริงนะคะ งั้นเรารีบกลับบ้านเถอะ ฉันอยากให้คุณช่วยสอนภาษาอังกฤษ”
       “ทำไมต้องกลับบ้านล่ะ เราหาที่ติวตามร้านไอติมไหม ไม่เอาดีกว่า กินข้าวเถอะ ฉันหิว”
       “คุณดอม...รับปากฉันแล้วนะว่าจะไม่เถลไถล”
       “โห...เธอนี่ยิ่งกว่าพี่สาวฉันอีกนะ รู้ไหมถ้าเป็นพี่ดา เขาไม่สนใจฉันหรอก”
       “ไม่เหมือนกันนี่คะ ฉันมีงานบ้านต้องกลับไปทำ”
       “เอาน่า แค่ทานไอติมถ้วยเดียวเอง นะๆๆ”
       มดดำถอนใจ
       “ก็ได้ แต่อย่านานนะ”
       “งั้นไปทานในห้างที่เราไปคราวที่แล้วละกัน”
       “ห้างอีกแล้วเหรอ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวเจอดีแบบคราวที่แล้วอีก อีกอย่างฉันว่ามันต้องแพงแน่ๆ”
       “งั้นจะไปที่ไหนล่ะ”
       มดดำอมยิ้ม ดอมมองสงสัย
      
       เย็นนั้น มดดำนั่งทานอาหารกับดอมที่ร้านริมถนน เขามีท่าทางเซ็งจนเธอสังเกตได้
       “คุณดอมทานไม่ได้ใช่ไหมคะ...ฉันขอโทษคุณคงไม่ชอบของพวกนี้ เหมือนกับที่ฉันก็ทานของแพงๆอย่างที่คุณกินไม่เป็น”
       “ไม่ใช่อย่างงั้นหรอก”
       มดดำงง
       “อ้าว...แล้วทำไมคุณหน้าเป็นแบบนั้นล่ะ”
       “ก็ฉันคิดว่าจะกินไอติมกับเธอในที่ๆมันบรรยากาศดีๆ”
       “ตรงนี้ก็ดีกับฉันมากแล้วค่ะ”
       ดอมมองไปรอบๆแล้วเผลอบ่น
       “ไม่เห็นจะโรแมนติคเลย”
       มดดำได้ยินไม่ถนัด
       “คุณว่าอะไรนะ”
       “เอ่อ...เปล่า กินต่อเถอะ”
       มดดำกับดอมลงมือทานไอติมด้วยกัน
      
       สหรัฐกับสุทธิดาเดินออกมาจากโรงหนังด้วยกัน
       “เดี๋ยวเราไปหาอะไรอร่อยๆทานกันนะคะ”
       ระหว่างนั้นสหรัฐก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดเครื่องแล้วมีข้อความเข้า เขาอ่านแล้วก็ขำ
       “ยิ้มอะไรคะพี่รัฐ สาวที่ไหนส่งมา ดาหึงนะ”
       “คุณแม่พี่ ท่านบอกว่าให้พาน้องดาไปทานข้าวเย็นวันนี้ที่บ้าน”
       สุทธิดารับปากทันที
       “ได้สิคะ เดี๋ยวดาโทรบอกที่บ้านก่อนนะคะ”
       สุทธิดาหยิบโทรศัพท์มาเปิดด้วย แล้วข้อความก็เข้ามา สุทธิดาอ่านแล้วหงุดหงิดทันทีจนสหรัฐสังเกตได้
       “มีอะไรเหรอ”
       สุทธิดาหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู แล้วกดเปิดข้อความอ่าน
       “เพื่อนดาบอกยังติดต่อพงษ์ไม่ได้เลย พวกนี้นี่ใช้ไม่ได้เลย”
       “ดาไม่โทรเองล่ะ เผื่อเขาจะรับ”
       “ไม่เอาหรอกค่ะ ดาไม่ชอบคนที่มาทำตัวเรียกร้องความสนใจแบบนี้ ดาโทรบอกที่บ้านเรื่องทานข้าวเย็นนี้ดีกว่า”
       “ดาก็เลยจะยอมเสียงาน แล้วก็สอบตกทั้งกลุ่มงั้นเหรอ”
       สุทธิดาอึ้งนิ่งคิดตาม
       “ดา เวลาจะทำอะไรน่ะ ต้องคิดถึงผลที่ตามมาด้วยนะ อย่าคิดถึงแต่อารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างเดียว พี่ว่าดาจัดการเรื่องรายงานให้เสร็จแล้วค่อยจัดการเรื่องเย็นนี้ก็ได้นะ”
       สุทธิดายิ้มประทับใจสหรัฐ
       “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ รู้ไหมพี่รัฐนี่น่ารักที่สุดในโลกเลย”
       สหรัฐยิ้มให้ สุทธิดารีบกดโทรศัพท์หาพงษ์
      
       แพรวพราวเดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์ดูหน้าจอแล้วกดรับ...สุทธิดาพอได้ยินเสียงรับสายก็พูดทันที
       “นี่พงษ์ ทำไมทำแบบนี้ ฉันไม่พอใจนะ”
       “เอ่อ...หนูจ๋า พงษ์เค้าลืมโทรศัพท์ไว้บ้านน่ะ นี่เป็นอาของพงษ์เองจ๊ะ”
       “อุ้ย!ขอโทษค่ะคุณอา หนูชื่อสุทธิดาเป็นเพื่อนของพงษ์ที่มหาลัยค่ะ คือพงษ์เขาเอา Flash Drive รายงานของกลุ่มไปพิมพ์ แต่พวกเราติดต่อเขาไม่ได้ กลัวว่าเขาจะไม่ได้พิมพ์ค่ะ”
       “อ๋อ อาเห็นอยู่ พงษ์เค้าวางไว้ที่บ้านนี่แหละจ๊ะ”
       สุทธิดาดีใจ
       “เขาพิมพ์แล้วใช่ไหมคะ”
       “เอ่อ...ที่อาเห็นน่ะมันยังไม่ได้พิมพ์นะ”
       “แล้วเขาจะกลับเมื่อไหร่คะ”
       “เอาอย่างนี้แล้วกัน อารู้ว่าหนูคงรีบ เดี๋ยวอาจะพิมพ์ไว้ให้แล้วหนูมารับที่บ้านได้ไหม”
       “ขอบคุณค่ะ แล้วบ้านคุณอาอยู่แถวไหนค่ะ” สุทธิดาฟังๆ “ค่ะ...”
       สุทธิดาวางสายแล้วยิ้มให้ สหรัฐพยักหน้า
       “ไป...สารถีคนนี้พร้อมไปส่งทุกที่แล้ว”
      
       ค่ำนั้น...แพรวพราวยืนหน้าเครื่องพิมพ์รอพิมพ์เอกสารเสร็จ เธอเอาเอกสารออกมาเรียงแล้วยืนดูยิ้มๆ
       “เฮ้อ...หลานฉัน อยู่มหาลัยเพื่อนก็ช่วย อยู่บ้าน อาต้องช่วยอีก”
       แพรวพราวเปิดเช็คทุกหน้าเพื่อความเรียบร้อยแล้วสะดุดตาที่หน้าหนึ่งด้านใน เธออ่าน
       “รายชื่อคณะทำงาน สุทธิดา” แพรวพรรณตกใจ “เอ๊ะ...นี่มันนามสกุลคุณชาตินี่”
      
       แพรวพราวยื่นรายงานที่พิมพ์เสร็จแล้วพร้อม Flash drive คืนให้ สุทธิดายกมือไหว้
       “ขอบคุณคุณอามากเลยนะคะ อุตส่าห์ต้องมาพิมพ์ให้พวกหนู”
       “ก็หลานของอาผิดนี่ อาขอโทษแทนนายพงษ์จริงๆนะ ตั้งแต่พ่อแม่เขาเสียอาก็เป็นคนเดียวที่ต้องดูแลเขา ไหนจะการงานที่พ่อแม่เขาทิ้งไว้อีก พงษ์เขาเลยออกจะเกเรนิดๆ”
       สุทธิดาได้แต่ยิ้มไม่อยากออกความเห็น
       “เอ้อ...หนูดาจ๊ะ อาขอถามอะไรอย่างสิ หนูรู้จักคุณชาติชายกับคุณกัลยาไหม”
       “อ๋อ...ค่ะ คุณพ่อคุณแม่หนูเอง คุณอารู้จักเหรอคะ”
       แพรวพราวอึ้งไปนิดแล้วก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน
       “เอ่อ...เปล่าหรอกจ้ะ อาเห็นนามสกุลหนูเลยนึกถึงสองนักธุรกิจชื่อดังนี่แหละ” แพราวพรรณมองไปที่สหรัฐ “แล้วคุณล่ะคะเป็นเอ่อ”
       “เป็นแฟนหนูเองค่ะ พี่สหรัฐ”
       “แฟนเหรอ...อืม...เหมาะสมกันดีนะ เป็นลูกเต้าเหล่าใครล่ะ”
       สหรัฐยิ้มเรียบๆ
       “ที่บ้านผมทำ...Jewelry by Pimphan ครับ”
       แพรวพราวยิ้ม
       “ลูกคุณพิมพ์พรรณละสิ”
       สหรัฐแปลกใจ
       “คุณอารู้จักหรือครับ”
       “คุณแม่ของคุณเป็นเพื่อนสนิทคุณแม่หนูดา ในวงสังคมเขารู้กันหมด อาดีใจจังที่หลานของอาโชคดีได้รู้จักกับคุณทั้งสองคน”
       สหรัฐกับสุทธิดายิ้มดีใจแต่แพรวพราวยิ้มเย็นให้กับเด็กทั้งสอง เมื่อสหรัฐขับรถออกไปจากบ้าน แพรวพราวยิ้มร้าย
       “ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้”
      
       พิมพ์พรรณ เดินจูงสุทธิดาเข้ามาที่โต๊ะอาหาร สุทธิดาเดินตามมาด้วย
       “เนี่ยวันนี้มีแต่ของโปรดของหนูทั้งนั้นเลยนะ”
       พิมพ์พรรณส่งซิกให้สหรัฐตักกับข้าวให้สุทธิดา สหรัฐไม่เข้าใจ พิมพ์พรรณทำอีก สุทธิดาสังเกตเห็น สหรัฐก็ยังไม่เข้าใจอีก สุทธิดาบอกเองเลย
       “กับข้าวค่ะพี่รัฐ”
       สหรัฐตักกับข้าวให้ สุทธิดาพอใจ พิมพ์พรรณก็พอใจ
       “ที่อาเชิญหนูดามาวันนี้ ก็เพราะอามีเรื่องจะปรึกษา”
       สุทธิดาแปลกใจ
       “กับหนูเหรอคะ”
       “ใช่จ้ะ”
       สหรัฐมองพิมพ์พรรณอย่างสงสัย
       “เดี๋ยวนี้คุณแม่มีอะไรไม่ปรึกษาลูกชายแล้วเหรอครับ อย่างนี้ผมอิจฉาดานะครับ”
       สุทธิดาขำ
       “แม่ก็ว่าจะปรึกษาทั้งคู่แหล่ะ”
       สหรัฐกับ สุทธิดาถามพร้อมกันทันที
       “เรื่องอะไรครับ / คะ”
       “ตารัฐ แม่อยากให้เราหมั้นหนูดาไว้ก่อน”
       สหรัฐตกใจ
       “อะไรนะครับ”
      
       สุทธิดาก็อึ้งงงๆ
ตอนที่ 9
      
       สหรัฐกับสุทธิดาอึ้งกับสิ่งทีได้ยิน สุทธิดาถามย้ำ
      
       “น้าพิมพ์ว่ายังไงนะคะ”
       พิมพ์พรรณน้ำเสียงจริงจัง
       “น้าจะให้หนูดาหมั้นกับตารัฐไว้ก่อน”
       สุทธิดาแอบอมยิ้มดีใจ แต่สหรัฐยังตกใจอยู่
       “แต่...คุณแม่ครับ”
       พิมพ์พรรณมองหน้าสหรัฐ
       “พิมพ์พรรณไม่ชอบคำว่าแต่...”
       “ไม่แต่ก็ได้ครับ ที่ผมจะบอกก็คือมันจะเร็วไปรึป่าวครับ น้องดาเขายังเรียนอยู่เลย ผมอยากให้ดาเขามีสมาธิกับการเรียนมากกว่า”
       “หมั้นแล้วก็มีสมาธิได้” พิมพ์พรรณหันไปหาสุทธิดา “ถ้าช่วงแรกๆยากก็ไปปฏิบัติธรรมฝึกทำสมาธิกับน้าก่อนก็ได้นะหนูดา”
       สหรัฐอึดอัดใจพูดไม่ออก พิมพ์พรรณยิ้มเอ็นดู
       “แล้วหนูดาละจ๊ะ จะว่ายังไง มีสมาธิมั้ยลูก”
       สุทธิดาเขิน
       “ทางหนูก็...ก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ค่ะคุณน้า”
       “แหม ว่าง่ายเชื่อฟังผู้ใหญ่หยั่งงี้สิถึงจะถูกใจน้า เอ...หรือวันนี้แม่จะไปส่งหนูดาด้วย จะได้คุยกับผู้ใหญ่ทางโน้นไว้ก่อน”
       สหรัฐพยายามแย้ง
       “คุณแม่ครับ...วันนี้มันจะดึกไปนะครับ”
       “จริงด้วย แหม...แม่ใจร้อนไปหน่อย”
       พิมพ์พรรณกับสุทธิดาก็ยิ้มให้กันมีความสุข สหรัฐแอบถอนใจเครียด
      
       สุทธิดากอดดีใจกับกัลยาอย่างมีความสุขอยู่ในห้องรับแขก ชาติชายกับดอมที่นั่งอยู่ก็ยินดีด้วย
       “จริงเหรอยัยดา วันนี้แม่ก็เจอน้าพิมพ์ ไม่เห็นเขาบอกแม่เลย”
       “ถ้าไม่เชื่อคุณแม่ก็โทรไปหาน้าพิมพ์เลยสิคะ ดาก็อยากทราบด้วยว่าน้าพิมพ์จะมาสู่ขอวันไหน ดาจะได้เตรียมตัวให้สวยที่สุด”
       “ยัยดา เราเป็นฝ่ายหญิงนะลูกไปเร่งรัดเขามันจะดูไม่ดี”
       ชาติชายพูดเพราะเอ็นดูไม่ได้อยากตำหนิ แต่สุทธิดายังงอนพ่ออยู่เลยทำเป็นไม่ฟัง ชาติชายจ๋อย กัลยาต้องรีบกลบเกลื่อนบรรยากาศ
       “คุณพ่อพูดก็ถูกนะลูกให้ทางโน้นเขามาพูดเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่านะ”
       สุทธิดาพยักหน้ารับ ดอมถามตรงๆ
       “โห...พี่ดา ถามจริงๆเถอะ ไปบังคับข่มขู่พี่รัฐเขาหรือเปล่าเนี่ย เขาถึงต้องหมั้น”
       “นี่นายดอม พูดดีๆนะยะ”
       สุทธิดารีบลุกมาหยิกท้องน้องชายจนร้องจ๊าก กัลยาปราม
       “ยัยดาพอแล้วลูก”
       สุทธิดาปล่อยมือ
       “จำไว้เลยนะนายดอม คนอย่างพี่น่ะถ้าพี่รัฐเขาจะหมั้นก็เพราะเขารักพี่ เพราะพี่เพียบพร้อม” เธอหันไปหาพ่อกับแม่ “ดาขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะคะ เบื่อหน้าน้องชายจอมกวน”
       สุทธิดาเดินขึ้นชั้นบนไป ผ่านส้มที่ยืนแอบฟังอยู่มุมหนึ่งไปโดยไม่เห็น ส้มยืนมองตามยิ้มอย่างมีความสุข แล้วเดินตามไป ดอมหันมาบอกพ่อกับแม่
       “ผมก็ขอตัวขึ้นไปนอนนะครับ ต้องไปทำแผลซะหน่อย ไม่รู้พี่ดาหยิกเนื้อหลุดหรือเปล่า”
       ดอมยิ้มหน้าทะเล้นแล้วเดินไป กัลยามองตามยิ้มเอ็นดู แต่พอหันกลับมาก็เห็นชาติชายนั่งนิ่ง กัลยาไปจับมือชาติชายยิ้มปลอบ
       “ไม่เป็นไรหรอก ลูกคงยังไม่หายโกรธผม”
       “ให้เวลาแกหน่อยนะคะ”
       ชาติชายพยักหน้ารับ
      
       สุทธิดาเดินมาจะถึงห้องนอนแล้ว ส้มวิ่งตามมา
       “คุณดาคะ”
       สุทธิดาชะงักนิดหนึ่งหันมามองส้มด้วยสายตาเย็นชา
       “คุณดาจะหมั้นเหรอคะ”
       สุทธิดาไม่พอใจ
       “แอบฟังเจ้านายเขาคุยกันเหรอ”
       ส้มชะงัก
       “เอ่อ...คือฉันผ่านมาได้ยินพอดีน่ะค่ะ เลยอยากแสดงความยินดี”
       สุทธิดางง
       “แสดงความยินดี”
       “ค่ะ...ฉันดูแล้วคุณสหรัฐก็เป็นคนดี เขาต้องดูแลคุณดาได้ดีแน่ๆค่ะ”
       สุทธิดาจ้องหน้า
       “นี่...เธอมีสิทธิ์อะไรมาออกความเห็นเรื่องของฉัน”
       ส้มอึกอัก
       “เอ่อ...คือ...ฉัน...คือ...”
       “อย่ามายุ่งเรื่องของฉันอีก”
       สุทธิดาเปิดประตูเดินเข้าห้องไป ส้มรู้สึกเศร้าใจ พอส้มหันหลังกลับไปก็เห็นดอมยืนยิ้มอยู่ก็ตกใจ
       “พี่ดาเขายังรับเรื่องเก่าๆของคุณพ่อไม่ได้ แต่ของฉันถ้ามันผ่านไปแล้วก็คือผ่านไป”
       ดอมยักไหล่ ส้มจ้องหน้าดอมอย่างไม่ชอบหน้า
       “บางอย่างมันผ่านไปได้ บางอย่างก็ไม่อาจจะปล่อยผ่านได้ค่ะ”
       ส้มเดินไป ดอมมองตามเกาหัวงงๆ
      
       สุทธิดาในชุดเสื้อคลุมเตรียมอาบน้ำ นั่งเช็ดเครื่องสำอางอยู่หน้ากระจก คำพูดของส้มแว่บเข้ามาในหัว
       “ค่ะ...ฉันดูแล้วคุณสหรัฐก็เป็นคนดี เขาต้องดูแลคุณดาได้ดีแน่ๆค่ะ”
       สุทธิดาคิดแล้วก็อารมณ์เสียหงุดหงิด
      
       คุณหญิงวาปีนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอน เสียงเคาะประตูดัง สุทธิดาในชุดนอนเดินหน้างอเข้ามานั่งข้างๆ
       “คุณยายคะ ดาไม่รบกวนใช่ไหมคะ”
       “ยายยังไม่ง่วงเลย มีอะไรเหรอ”
       “คุณยายไล่ส้มกับมดดำออกไปจากบ้านเราได้ไหมคะ”
       คุณหญิงตกใจ
       “ทำไมล่ะ เขาทำอะไรหลานยายเหรอ”
       “ก็ที่เขาเคยทำร้ายคุณแม่ยังไม่พออีกเหรอคะ”
       คุณหญิงถอนใจ
       “เรื่องนั้นมันจบไปแล้ว ตัวเขาเองก็สำนึกผิด ที่สำคัญเด็กมดดำนั่นช่วยชีวิตแม่ของดาไว้นะลูก”
       “คุณยายอ่ะ ทำไมเห็นคนอื่นดีกว่าหลานตัวเอง”
       คุณหญิงลูบหัว
       “ยายไม่ได้เห็นคนอื่นดีกว่าคนในครอบครัวนะ แต่ดาต้องมีเหตุผลหน่อยสิลูก ทางเราเรียกเขามาเขาก็มา แล้วจู่ๆจะไล่เขาไปโดยที่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดกัน มันจะเหมาะสมหรือ”
       “คุณยายคะ ตอนที่ส้มคิดจะแย่งคุณพ่อจากคุณแม่ เขาบอกคุณยายก่อนไหมคะว่าเขาเตรียมจะทำผิด”
       คราวนี้คุณหญิงเป็นฝ่ายอึ้งตอบไม่ถูก สุทธิดารู้สึกขัดใจลุกเดินหน้าบึ้งออกจากห้องไปเลย คุณหญิงมองตามด้วยความกังวล
      
       ด้านนอกห้อง ส้มจะเดินกลับห้องแต่เห็นว่าห้องมดดำเปิดไฟอยู่ จึงเคาะประตู มดดำที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ลุกมาเปิดประตู
       “ทำอะไร ทำไมยังไม่นอน”
       “อ่านหนังสืออยู่จ้ะแม่ วันนี้ไปเรียนวันแรก ฉันตามคนอื่นไม่ค่อยทัน คงต้องขยันให้มาก”
       ส้มมองไปที่โต๊ะเห็นหนังสือกางอยู่ มีอีกหลายเล่มถูกจัดวางเป็นระเบียบ ส้มผลักมดดำออกแล้วเดินไปที่โต๊ะ หยิบหนังสือมาจะฉีก มดดำรีบมาคว้ามือส้มไว้ทันที
       “แม่...อย่าฉีกนะ”
       “ทำไม...กูเคยบอกแล้วใช่ไหม ไม่ชอบให้มึงเรียน”
       ส้มจะฉีกอีก แต่มดดำแย่งกลับคืนมาได้
       “อีมดดำ! เดี๋ยวนี้มึงกล้าเหรอ”
       มดดำรีบมายืนขวางโต๊ะไว้
       “ฉันจำเป็นแม่ เพราะหนังสือพวกนี้กับค่าเรียนของฉัน มันเป็นเงินคุณกัลยา ฉันไม่อยากให้คุณกัลยามองแม่ไม่ดี”
       “สาระแน...ไม่ต้องเอาคืนอื่นมาอ้าง เอาหนังสือมานี่”
       สองแม่ลูกยื้อแย่งกัน ส้มเสียหลักล้มไปบนเตียง ส้มจ้องหน้ามดดำด้วยความแค้นใจ
       “ฮึ...ถึงกับเอาชีวิตปกป้องหนังสือเรียนเลยเหรอ ฮ่าๆๆ ทุเรศ...กูจะบอกให้นะ ต่อให้มึงเรียนสูงแค่ไหน คุณสหรัฐเขาก็ไม่มองมึงหรอก เพราะเขากำลังจะหมั้นกับคุณดา”
       “แม่...นี่แม่คิดอะไรของแม่ ฉันไม่ได้เรียนเพื่อจะจับคุณสหรัฐนะ”
       “อย่ามาตอแหล มีเหรอมึงจะไม่คิด แต่ถ้ามึงฉลาดก็จับคุณดอมสิ ไป เรียนด้วยกันทุกวันๆจะแวะโรงแรมก่อนกลับก็ได้นะ รายนี้กูว่าเป็นไปได้”
       มดดำโกรธ
       “แม่...ฉันจะไม่คุยเรื่องพวกนี้กับแม่อีก”
      
       ส้มมองมดดำด้วยหางตาแล้วยิ้มร้ายเดินหัวเราะออกไป มดดำทรุดตัวลงนั่งที่เตียงมองหนังสือเรียนแล้วเอามือลูบหนังสือด้วยความเศร้าใจ


  


       ส้มเดินออกมาจากห้องมดดำแล้วเดินไปที่หน้าห้องตัวเอง ก่อนเข้าห้องก็มองกลับไปทางห้องมดดำ
      
       “อีมดดำ มึงกับไอ้ดอม มันเกิดมาคู่กัน”
       ส้มยิ้มสะใจแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป
       มดดำที่กำลังอ่านหนังสือแต่ก็อ่านไม่รู้เรื่อง พยายามทำสมาธิแต่ก็ไม่รอด เพราะแอบคิดถึงสหรัฐ คำพูดของเขาที่เถียงกับเธอดังก้องในหัว
       “ก็ฉันคิดว่าการไม่ต้องมาเจอเธอมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาน่ะสิ ฉันว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”
       “นั่นแหละยิ่งเป็นปัญหา แม่ฉันเขาก็เคยเตือนคุณเรื่องฉันแล้วไม่ใช่เหรอ ที่สำคัญฉันไม่อยากจะผิดใจกับคุณดาแฟนคุณ”
       มดดำนึกถึงเขาแล้วถอนใจ
       “คนหรือผีกันนะ ขนาดยังไม่ตายยังมาตามหลอกหลอนกันได้ทุกวันตาบ้า”
       มดดำสูดหายใจลึกๆจัดท่านั่งแล้วตั้งสมาธิอ่านต่อ แต่สุดท้ายก็ต้องปิดหนังสือด้วยความเซ็ง
      
       สหรัฐกลุ้มใจเรื่องสุทธิดาจนนอนไม่หลับ พิมพ์พรรณเดินออกมายืนแอบมองสงสัย แล้วเดินมาหา
       “ยังไม่นอนอีกเหรอลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไปทำงานไม่ไหวนะ”
       “ผมยังไม่ง่วงครับ”
       พิมพ์พรรณ สังเกตเห็นลูกชายดูเครียดๆ
       “มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เรื่องงานเหรอ ปรึกษาแม่ได้นะ”
       “เอ่อ...”
       พิมพ์พรรณสวนขึ้น
       “หรือเรื่องเพื่อน”
       “เอ่อ...”
       “งั้นต้องเป็นเรื่องหนูดา”
       “ก็...”
       “เรื่องธรรมะ การใช้ชีวิต หลักคิด ปรัชญา ดินฟ้าอากาศ แร่ธาตุ ทรัพย์สิน ของกินของใช้ ทุกเรื่องในประเทศไทยหรือจะกว้างไกลไปเวทีโลก ลูกปรึกษาแม่ได้นะตารัฐ มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว แม่คือที่พึ่ง แม่คือเพื่อน แม่คือทุกสิ่งทุกอย่างของลูกจ้ะ บอกแม่มาเลย”
       “คุณแม่แน่ใจนะครับว่าผมพูดได้แล้ว”
       “แน่สิลูก แม่น่ะกลุ้มมากถ้าลูกมีปัญหาแต่ไม่บอกแม่”
       “ที่ผมไม่บอก เพราะผมไม่รู้จะแทรกตรงไหนน่ะครับ”
       “แฮ่ะๆ แม่พูดเยอะไปเหรอลูก”
       สหรัฐพยักหน้า
       “ครับ เอาเป็นว่าผมเริ่มเลยนะครับ ที่คุณแม่เคยบอกผมว่าจะทำอะไรให้นึกถึงความเหมาะสม ผมอยากรู้ว่าผมจะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมกับผมเท่านั้นเหรอครับ”
       พิมพ์พรรณกระแอมจะเริ่มพูดแต่สหรัฐยกมือเหมือนขอเวลานอก
       “ขอสั้นๆ เนื้อๆ เน้นๆ ครับ”
       พิมพ์พรรณค้อน
       “ตารัฐ ขนาดพี่น้องอยู่บ้านเดียวกัน โตมาในสภาพแวดล้อมเดียวกันหลายเรื่องยังขัดแย้งกัน แล้วคนที่ต่างกันมากๆลูกคิดว่าจะไปกันรอดเหรอ แม่รู้ว่าทุกคนก็อยากแต่งงานกับคนที่รักทั้งนั้น ความรักทำให้คนได้แต่งงานกัน แต่ความเหมาะสมจะทำให้คนสองคนอยู่กันได้อย่างมีความสุขนะ”
       สหรัฐนิ่งคิด พิมพ์พรรณจับมือปลอบ
       “แล้วถ้าคนที่เหมาะสมแต่ผมไม่ได้รักล่ะครับ”
       “ถ้าเป็นหนูดา แม่ว่าใกล้ชิดกันทุกวันๆเดี๋ยวเราก็ต้องรักน้องเขาเอง ดีไม่ดีจะเอาใจแต่น้องจนลืมแม่ก็ได้”
       สหรัฐถอนใจเครียด
       “ผมไปนอนนะครับ”
       สหรัฐลุกขึ้นแล้วหอมแก้มพิมพ์พรรณก่อนจะเดินไป พิมพ์พรรณมองตามยิ้มๆ
       “แล้ววันหนึ่งลูกจะรู้ว่าแม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ”
      
       สุทธิดายืนอยู่ริมหน้าต่างยิ้มให้กับโทรศัพท์อย่างมีความสุข ก่อนจะกดโทรหาสหรัฐ
       สหรัฐเดินเช็ดหน้าออกมาจากห้องน้ำแล้วโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบมาดูหน้าจอแล้วกดรับ
       “พี่รัฐนอนหรือยังคะ”
       “ก็กำลังจะนอนจ้ะ ดามีอะไรหรือเปล่า”
       “แหม...ดาคิดว่าพี่รัฐน่าจะ Good night ดาสักหน่อยนะคะ”
       สหรัฐชะงัก
       “เอ่อ...จ้ะ ฝันดีนะ”
       สุทธิดาน้อยใจ
       “พี่รัฐอ่ะ บอกให้ good night ก็ good night จริงๆเลยนะคะ”
       “เอ่อ...ขอโทษนะ งั้นเราจะคุยอะไรกันดีล่ะ”
       สุทธิดารู้สึกว่าสหรัฐไม่ค่อยอยากคุยด้วย
       “ไม่เอาแล้วค่ะ ดาหมดอารมณ์แล้ว งั้นแค่นี้นะคะ”
       “จ๊ะ good night นะ”
       สุทธิดาวางสายด้วยความเซ็ง แต่พอนึกได้ก็กดโทรออกอีกที
       “ฉันเองนะ...เหรอ...แล้วอยากเจอฉันไหมล่ะ”
      
       ในผับ...เปิดเพลงเร็วมีคนมากมายกำลังสนุกสนาน คิมกับสุทธิดาที่กำลังทั้งเต้นทั้งกอดกันสุดเหวี่ยง สุทธิดาเองก็ยั่วยวนคิมมาก ทั้งสองทั้งเต้นทั้งดื่มกันสนุกสนาน ระหว่างนั้นก็มีบรรดาสาวๆมาเต้นวนๆรอบคิมเพื่อส่งยิ้มให้ หลายคนเชิดใส่ สุทธิดาเห็นแล้วก็หัวเราะ
       “ผู้หญิงพวกนั้นคงอิจฉาฉันมากนะที่ได้ควงนายแบบ”
       “คุณชอบใช่ไหม”
       สุทธิดาจ้องตา
       “ไม่ชอบ”
       คิมยิ้ม
       “ไม่ชอบอะไร...ผมหรือ การได้ควงผม”
       สุทธิดาหัวเราะ
       “ทั้งสองอย่าง ที่ฉันเรียกเธอมาวันนี้เพราะฉันเซ็ง”
       “อืมม...งั้นคืนนี้คุณหายเซ็งแน่”
       คิมดึงสุทธิดามาประชิดตัวแล้วยิ้มเจ้าชู้ สุทธิดาจ้องตาแล้วหัวเราะลั่น จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มขยับร่างกายที่สัมผัสกันเต้นอย่างสนุกสนานต่อ
      
       สุทธิดากับคิมเดินประคองกอดกันมาถึงที่รถของสุทธิดา
       “ผมขับให้นะ”
       “ใครบอกว่าฉันจะไปกับเธอ”
       “งั้นเปลี่ยนเป็นผมไปกับคุณก็ได้”
       “เสียใจ หมดหน้าที่เธอแล้ว”
       สุทธิดาเปิดประตูรถ คิมมาส่งแล้วจับประตูไว้ แล้วคิมก็จูบ สุทธิดายิ้ม
       “แค่นี้ก็พอสำหรับเธอ”
       สุทธิดายิ้มแล้วขึ้นรถขับออกไป คิมมองตามยิ้มร้าย
      
       เช้าวันใหม่...สหรัฐนั่งรออยู่ มาลีเดินเข้ามาหา
       “คุณดาเพิ่งตื่นค่ะ เธอบอกว่าเมื่อคืนอ่านหนังสือหนัก ถ้ายังไงคุณรัฐรอสักครู่นะคะ”
       สหรัฐพยักหน้ารับ มาลีเดินออกไป สหรัฐหยิบหนังสือพิมพ์มาจะอ่านแล้วเปลี่ยนใจวางหนังสือพิมพ์ ลุกขึ้นไปยืนที่หน้าต่างแล้วมองออกไปก็อมยิ้มเดินออกไปจากห้อง
      
       มดดำเดินมาที่สนามหน้าบ้าน แล้วเปิดน้ำดึงสายยางมารดน้ำต้นไม้ แต่สายยางดันพันกัน เธอต้องออกแรงดึงและแก้ สหรัฐเดินมาด้านหลัง ยืนลังเลแล้วเขยิบไปใกล้ๆ มดดำหันมาพร้อมกับหันสายยางมาด้วยน้ำฉีดโดนสหรัฐแต่ไม่มาก
       “เฮ้ย!!”
       มดดำพอเห็นเป็นสหรัฐก็ถอนใจเซ็งแล้วเดินหนี สหรัฐรีบเดินตาม
       “เธอทำฉันเปียกแล้วเดินหนีเหรอ”
       “ขอโทษ”
       “ไม่เป็นไร ฉันหล่อและจิตใจดี ฉันอภัยให้เธอ”
       มดดำไม่สนเดินรดน้ำต้นไม้ต่อ สหรัฐเดินตาม
       “เช้านี้อากาศดีนะ”
       มดดำเงียบ
       “นี่ ฉันคุยกับเธอนะ รักษามารยาทด้วย”
      
       “ขอโทษนะคะ ถ้าคุณมีมารยาท คุณน่าจะรู้ว่าฉันไม่ยากคุยด้วย แล้วก็ไม่ควรจะยังอยากคุยกับฉันอีก”

      
       สหรัฐเริ่มฉุน
      
       “มดดำ ฉันว่าเธอทำเกินไปแล้วนะ ใจคอเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้จริงๆเหรอ”
       “คุณสหรัฐ ฉันขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับคู่หมั้นของคุณ”
       สหรัฐอึ้ง
       “เธอ...เธอรู้เรื่องนี้”
       “ทีนี้อยู่ห่างๆฉันได้หรือยัง”
       มดดำจะเดินหนีอีก สหรัฐฉุนเลยดึงแขนไว้ มดดำจะสะบัดแต่เขาจับไว้แน่น
       “เธอคงไม่เตะต่อยแขกของบ้านนี้นะ”
       มดดำโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ถอยจะก้าวหนีแต่ขาพันกับสายยางลื่นหงายหลัง ทั้งสองตกใจร้องขึ้นพร้อมกัน
       “เฮ้ยยย”
       มดดำหงายหลัง สหรัฐจะประคอง แล้วทั้งคู่ก็ล้มลงไปบนพื้นหญ้า สายยาฉีดน้ำใส่ทั้งคู่ประหนึ่งสายฝนจนทั้งคู่กลิ้งไปบนพื้นแล้วประกบปากกัน สุทธิดาเดินมาแล้วยืนจ้องตกใจตาโต มดดำกับสหรัฐผละออกจากกันแล้วหันไปเจอสุทธิดา ทั้งสองรีบลุกขึ้น สุทธิดาเดินมาตรงมาตบหน้ามดดำอย่างแรง แล้วจะตบอีก สหรัฐรีบเข้าห้าม
       “พี่รัฐ...นี่พี่รัฐเข้าข้างมันเหรอ”
       “ดา...ฟังพี่ก่อนมันเป็นอุบัติเหตุ”
       “เหรอคะ อุบัติเหตุ ถ้าพี่รัฐคอยดาที่ห้องรับแขก มันจะเกิดไหมไอ้อุบัติเหตุบ้าๆเนี่ย”
       “พี่ก็แค่เดินมาทักทายมดดำ”
       ส้มรีบวิ่งเข้ามา
       “เกิดอะไรขึ้นคะ”
       สุทธิดาเดินไปจ้องหน้าส้มแล้วผลัก
       “เลวเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก”
       สุทธิดาเดินไปลากแขนสหรัฐ
       “ไปสิคะ”
       สหรัฐมองมดดำสงสารแต่ก็ต้องยอมตามสุทธิดาไปเพราะอยากให้สุทธิดาสงบ ส้มหันขวับกับมามองมดดำตาเขียว
      
       ส้มดึงมดดำมาหลังบ้านแล้วตบมดดำหน้าหัน
       “แม่มาตบฉันเรื่องอะไร ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”
       “มึงอย่ามาตีสองหน้ากับกู กูรู้นะว่ามึงจงใจไปอ่อย”
       “ฉันไม่เคยอ่อย”
       “ถ้าไม่อ่อยทำไมคุณดาโกรธ”
       “ก็เขาเข้าใจผิด”
       “คุณดาไม่เคยผิด มึงอย่าพูดว่าเขาให้กูได้ยิน คนผิดมีมึงคนเดียวจำไว้”
       “แม่...ทำไมไม่ฟังกันบ้าง”
       “ยังมาเถียงอีก ต่อไปนี้ถ้ากูเห็นมึงอยู่ใกล้คุณสหรัฐอีก กูจะตีมึงให้ตาย”
       “ฉันถามจริงๆเถอะแม่ มันอะไรกันนักกันหนา แม่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็ก แม่ไม่เชื่อใจฉันเหรอว่าฉันเป็นคนยังไง”
       “ไม่ต้องมาตีฝีปาก มึงจะเป็นยังไงกูไม่สน แต่ถ้ากูคิดว่ามึงผิดเมื่อไหร่มึงเจ็บจำไว้”
       ส้มกับมดดำยืนมองตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
      
       มดดำในชุดใหม่เดินเช็ดหัวมายืนหน้ากระจก อารมณ์เสีย
       “ตาบ้า...หาแต่เรื่องให้ฉัน ฉันเกลียดนาย”
       มดดำเช็ดหัวต่อมองกระจกไปด้วยแล้วเผลออึ้งเอามือจับริมฝีปาก นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่...มดดำโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ถอยจะก้าวหนีแต่ขาพันกับสายยางลื่นหงายหลัง ทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน
       “เฮ้ยยย”
       มดดำหงายหลัง สหรัฐจะประคอง แล้วทั้งคู่ก็ล้มลงไปบนพื้นหญ้า สายยางฉีดน้ำใส่ทั้งคู่ประหนึ่งสายฝนจนทั้งคู่กลิ้งไปบนพื้นแล้วประกบปากกัน
      
       สหรัฐในชุดใหม่กำลังผูกไทอยู่หน้ากระจก แล้วเผลออมยิ้ม พอผูกเสร็จก็ไปนั่งที่เตียงแล้วยิ้มมีความสุข
      
       สุทธิดายืนหน้าบึ้ง พิมพ์พรรณเข้ามาจับมือ
       “ตายจริง ตารัฐถึงกับกอดจูบเด็กคนนั้นเหรอ ไม่น่านะ”
       “แต่ดาเห็นกับตานะคะ”
       “หนูดา อย่าหาว่าน้าเข้าข้างลูกเลยนะ หนูเองก็รู้จักกับพี่เขามาตั้งแต่เด็ก มันน่าจะเป็นอุบัติเหตุอย่างที่พี่เขาบอกนะ”
       สุทธิดาไม่พอใจ
       “อุบัติเหตุดาก็ไม่ชอบค่ะ”
       “เอาล่ะ น้าเข้าใจนะ ยังไงน้าก็เชื่อว่าตารัฐจะไม่ทำเหลวไหลอีก”
       สหรัฐในชุดใหม่เดินลงมา พิมพ์พรรณเดินเข้าไปหา
       “ตารัฐ แม่รู้ว่าเราเป็นคนยังไง แต่เรื่องนี้เราก็ผิด”
       “ผมขอโทษครับ”
       “ต่อไปก็ดูแลหนูดาให้มากๆ แล้วก็ไม่ต้องไปทักทายอะไรกันแล้วกับเด็กมดดำ รู้จักกันแล้วพอแล้วนะลูก คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วนี่ใช่ไหม”
       สหรัฐอึดอัดไม่อยากรับปากแม่ สุทธิดาที่ยืนฟังก็เดินเข้ามาแล้วจับมือสหรัฐแล้วยิ้มให้ดูน่าสงสาร
       “พี่รัฐคะ รับปากดาต่อหน้าน้าพิมพ์ได้ไหมคะ”
       สหรัฐงงๆ
       “รับปากอะไร”
       “ต่อไปพี่ห้ามเข้าใกล้มดดำอีก”
       สหรัฐยืนนิ่งพูดไม่ออก สุทธิดารู้ทันยิ่งตีหน้าเศร้า
       “ต่อไปเราก็จะหมั้นกัน พี่รัฐเข้าใจใช่ไหมคะว่าถ้าพี่รัฐยังใกล้ชิดมดดำ คนที่จะเจ็บปวดก็คือดา รับปากดานะคะ”
       สหรัฐถอนใจ
       “ได้จ้ะ”
       สุทธิดายิ้มดีใจ พิมพ์พรรณก็ยิ้มมีความสุขคิดว่าเด็กทั้งสองไปด้วยกันได้ดี สหรัฐยืนนิ่งคิดหนัก
      
       กัลยากับชาติชายเดินมาด้วยกัน แล้วกัลยาก็ชะงักหยุดเพราะรู้สึกเวียนหัวชาติชายต้องหยุดด้วยความสงสัย
       “เป็นอะไรน่ะกัล”
       “เอ่อ...ไม่เป็นไรคะ”
       แต่พอกัลยาจะก้าวเดินต่อก็ไม่มีแรงหน้ามืด ชาติชายต้องประคองลงนั่งโซฟาแถวๆนั้น
       “เราไปหาหมอกันนะ”
       กัลยาพยักหน้ารับ คุณหญิงวาปีกับเลขาเดินมาเจอเห็นกัลยาหน้าซีดก็รีบเข้าไปดู
       “ยัยกัลเป็นอะไร”
       “กัลยารู้สึกไม่สบายค่ะ”
       ชาติชายหันมาบอกคุณหญิง
       “ผมจะไปเรียนคุณแม่พอดีว่าจะขอยกเลิกการประชุม”
       คุณหญิงสั่งเลขา
       “เดี๋ยวเธอไปแจ้งกรรมการที่ห้องประชุมนะว่าเราจะเลื่อนไปก่อน”
       เลขารับปากแล้วจะเดินไปแต่กัลยายกมือห้าม
       “เอ่อ...กัลว่าอย่าเลื่อนเลยค่ะ เพราะถ้ามัวแต่รอกัล บริษัทใหม่ที่จะดู โครงการพรีเมี่ยมก็จะไม่ได้เซ็ทอัพซะที”
       “แล้วลูกจะไหวเหรอ”
       “เดี๋ยวกัลจะกลับไปหาหมอเองนะคะ คุณแม่กับคุณชาติไม่ต้องห่วง กัล จะโทรเรียกมดดำมาเจอที่โรงพยาบาล ส่วนเรื่องตั้งบริษัทกัลอยากจะให้คุณชาติดูแล”
       คุณหญิงตกใจ
       “อะไรนะยัยกัล”
       “ถึงกัลเข้าประชุม กัลก็ตั้งใจไว้อย่างนี้อยู่แล้วค่ะ”
       คุณหญิงยืนนิ่งไม่พูดโต้ตอบ ชาติชายไม่สบายใจ
       “กัล ผมว่ากัลดูแลน่ะดีแล้ว”
       “คุณแม่คะ โครงการใหม่นี่คุณชาติเป็นคนคิดและวางแผนทั้งหมด ถึงให้กัลบริหารกัลก็ต้องพึ่งคุณชาติอยู่ดี กัลคิดว่าน่าจะแยกกันบริหาร แล้วภาพลักษณ์ของบริษัทก็จะดูต่างจากบริษัทเดิมในเครือที่กัลบริหารด้วย”
       คุณหญิงหันมามองหน้าชาติชายด้วยสีหน้านิ่ง ก่อนจะหันไปสั่งเลขา
       “ไปแจ้งเลื่อนกรรมการ”
       เลขาเดินออกไป กัลยามองวาปีด้วยสายตาผิดหวัง
       “คุณแม่คะ”
       “แม่คิดว่ายังควรจะเป็นคนในครอบครัวของเราบริหารนะ...ตอนนี้ลูกไปหาหมอก่อน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยประชุม”
       วาปีเดินไป กัลยามองชาติชายด้วยความเห็นใจชาติชายยิ้มปลอบ
       “กัล...ขอบคุณนะ แต่ทุกวันนี้แค่เราได้อยู่ด้วยกันทำงานด้วยกันมันก็มากเกินพอสำหรับผมแล้วต่อไปอย่าทำให้คุณแม่ท่านไม่สบายอีกนะ”
      
       ส้มเดินมาทางห้องของตัวเอง พอดีกับที่มดดำเปิดประตูออกมาจากห้อง ส้มเห็นว่ามดดำแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอกก็แปลกใจ
       “จะไปไหน”
       “คุณกัลให้ลุงเหวงมารับฉันไปข้างนอกจ้ะ”
       “โอ๊ย...อีโง่ ก็กูถามอยู่นี่ไงว่าจะไปไหน”
       “ฉันก็ไม่รู้ เมื่อกี้ถามลุงเหวงแกก็บอกไม่รู้ ฉันไปนะแม่แกบอกให้รีบไป”
       มดดำรีบปิดห้องแล้วเดินไปก็นึกได้รีบวิ่งกลับมา แล้วกดล็อคห้อง ส้มมองโมโห
       “กันไว้ก่อน เดี๋ยวแม่เข้าไปฉีกหนังสือเรียนฉันอีก”
       “หนอยอีนี่”
       ส้มเงื้อมือแต่มดดำวิ่งหายไปแล้ว ส้มมองตามแล้วสงสัย
       “อีบ้านั่นมันจะพามดดำไปไหนนะ”
      
       กัลยาในชุดคนไข้นอนอยู่บนเตียง ในห้องเช็คคลื่นหัวใจแล้วมีแผ่นยางแปะที่หน้าอกและที่นิ้วมือเครื่องวัดคลื่นหัวใจกำลังทำงาน และพิมพ์แผ่นวัดออกมา เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ยืนคุมอยู่
      
       หลังจากตรวจเสร็จกัลยามาพบหมอในห้องตรวจ หมอนั่งอ่านรายงานอยู่แล้วปิดแฟ้ม
       “คุณกัลยามีอาการหัวใจโตเพิ่มขึ้นครับ”
       มดดำกับกัลยาได้ยินก็อึ้ง
       “เพิ่มขึ้นเหรอคะ แสดงว่าตลอดเวลาแม้ฉันจะดูแลตัวเองให้ดียังไงก็ไม่ได้ช่วยเลยสิคะ”
       “ผมว่าแค่ประคองไม่ให้แย่ไปกว่าเดิมดีกว่าครับ จากนี้ไปต้องพยายามอย่าให้มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ หรือเครียดมากๆนะครับ”
      
       มดดำมองกัลยาด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ


  


       มดดำกับกัลยารออยู่หน้าห้องจ่ายยาจนได้ยินประกาศ
      
       “คุณกัลยารับยาและใบนัดค่ะ”
       มดดำพากัลยาไปรับยาและใบนัดแล้วเดินมาด้วยกัน
       “มดดำที่ฉันให้มดดำมาดูแลฉันวันนี้ เพราะฉันคิดว่ามดดำไว้ใจได้”
       “นี่แสดงว่าคุณกัลไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเหรอคะ”
       “ฉันไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงและเมื่อก่อนอาการมันก็ไม่ได้เป็นมาก อย่างวันนี้ แค่เหนื่อยๆเท่านั้น”
       “แต่มดดำว่าคุณไม่ควรจะปิดนะคะ”
       “แล้วให้คนอื่นรู้มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ มีแต่จะทำให้เขาเป็นห่วง มดดำสัญญากับฉันได้ไหมว่าจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แม้แต่นายเหวงก็จะรู้แค่ว่าฉันเป็นลม”
       มดดำมองกัลยาด้วยความเป็นห่วง กัลยาจับมือมดดำเป็นเชิงขอร้อง
       “ได้ค่ะ แต่คุณกัลก็ต้องสัญญานะคะ ว่าถ้าคุณกัลรู้สึกไม่สบายหรือต้องมาหาหมอ คุณกัลต้องให้มดดำมาด้วยทุกครั้ง”
       กัลยายิ้มปลื้มใจแล้วพยักหน้ารับ
       “ขอบใจมากนะมดดำ”
      
       เมื่อกลับมาถึงบ้าน...กัลยาเปิดโต๊ะหัวเตียงแล้วหยิบถุงยาเก่ามาแล้วเอายาใหม่ไปรวม
       “ตอนนี้มดดำเป็นคนเดียวที่รู้ที่ซ่อน ถ้าฉันเป็นอะไรที่ต้องการยาด่วน เธอก็มาหยิบจากตรงนี้ได้เลยนะ”
       “ค่ะ”
       กัลยาส่งใบนัดให้มดดำเก็บ
       “ใบนัดนี่ฉันฝากให้มดดำช่วยเก็บไว้ด้วยนะ คอยเตือนฉันด้วย”
       มดดำยิ้มแล้วรีบใบนัดเก็บใส่กระเป๋ากางเกง
       “ไม่ต้องห่วงนะคะคุณกัล มดดำจะดูแลคุณกัลให้ดีที่สุด คุณกัลจะต้องแข็งแรงขึ้นค่ะ”
       “ฉันไม่หวังแล้วล่ะ”
       กัลยาเห็นมดดำเศร้าไปด้วยก็รีบเปลี่ยนบรรยากาศ
       “ตอนนี้ฉันหิวแล้ว ไม่รู้ในครัวทำอะไรไว้บ้าง”
       “สงสัยคงไม่ได้ทำค่ะ เพราะว่าคุณเนื่องไม่รู้ว่าคุณกัลจะกลับมา เอางี้ไหมคะ เดี๋ยวมดดำทำข้าวต้มกุ้งให้”
       “ทำเป็นเหรอ”
       “ตอนเด็กๆมดดำเคยรับจ้างทำงานในร้านข้าวต้ม มดดำทำอร่อยนะคะ เวลาแม่ไม่สบายกินอะไรไม่ได้ ถ้ามดดำทำแม่กินหมดทุกที”
       “เหรอ...งั้นฉันต้องลองแล้ว” กัลยายิ้มให้
      
       มดดำกำลังทำข้าวต้มอยู่ ส้มเดินเข้ามาแล้วจ้องหน้า แต่มดดำทำเฉย
       “มันพามึงไปไหนมา”
       “แม่ ทำไมไปเรียกคุณกัลแบบนั้น”
       “ตอบที่กูถาม”
       ส้มจ้องหน้าเอาเรื่อง มดดำหลบตาทำข้าวต้มต่อ
       “ก็ไปบ้านเพื่อนคุณกัลจ้ะ”
       ส้มสงสัย
       “บ้านเพื่อน ไปทำไม”
       “ฉันจะรู้ไหมแม่ ฉันก็รออยู่ข้างนอก”
       ส้มจับหน้ามดดำให้สบตา
       “อีมดดำ คิดว่าจะตบตากูได้เหรอ บอกความจริงมา”
       “ถ้าแม่ไม่เชื่อก็ไปถามคุณกัลเองสิ”
       มดดำตักข้าวต้มใส่ถ้วยแล้วรีบยกเดินหนีไป พอหันหลังให้แม่เธอก็เป่าปากโล่งอก
      
       กัลยานั่งทานอาหารมีมดดำคอยดูแลอยู่
       “อร่อยมากเลยนะมดดำ วันหลังต้องทำให้ฉันทานอีกนะ”
       มดดำยิ้ม
       “ได้ค่ะ”
       กัลยามองหน้ามดดำแล้วยิ้ม
       “ไม่รู้ทำไม ฉันรู้สึกถูกชะตาหนูตั้งแต่แรกเห็น”
       “ขอบคุณค่ะ”
       “ไม่ต้องขอบคุณฉัน ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณหนู”
       “คุณกัลทานเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ งั้นมดดำเก็บนะคะ”
       มดดำกำลังเก็บจานอาหารใส่ถาดกัลยาจับมือไว้
       “รู้ไหม ยิ่งตอนนี้ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่รับหนูมาอยู่ที่นี่ ฉันดีใจนะที่เราได้มาอยู่ด้วยกัน”
       กัลยากับมดดำยิ้มให้กัน ส้มแอบดูอยู่ด้วยสายตาเคียดแค้น
       “ไม่ต้องห่วงหรอกอีกัลยา อีกไม่นานกูจะทำให้มึงดีใจจนน้ำตาเป็นสายเลือด”
      
       สหรัฐนั่งทำงานอยู่ในห้องแล้วเผลอเหม่อคิดถึงเรื่องราวเมื่อเช้า....
       มดดำหงายหลัง สหรัฐจะประคอง แล้วทั้งคู่ก็ล้มลงไปบนพื้นหญ้า สายยาฉีดน้ำใส่ทั้งคู่ประหนึ่งสายฝนจนทั้งคู่กลิ้งไปบนพื้นแล้วประกบปากกัน สุทธิดาเดินมาแล้วยืนจ้องตกใจตาโต มดดำกับสหรัฐผละออกจากกันแล้วหันไปเจอสุทธิดา ทั้งสองรีบลุกขึ้น
       แล้วก็นึกถึงสิ่งที่สุทธิดาบอก
       “พี่รัฐคะ รับปากดาต่อหน้าน้าพิมพ์ได้ไหมคะ”
       สหรัฐงงๆ
       “รับปากอะไร”
       “ต่อไปพี่ห้ามเข้าใกล้มดดำอีก”
       สหรัฐยืนนิ่งพูดไม่ออก สุทธิดารู้ทันยิ่งตีหน้าเศร้า
       “ต่อไปเราก็จะหมั้นกัน พี่รัฐเข้าใจใช่ไหมคะว่าถ้าพี่รัฐยังใกล้ชิดมดดำ คนที่จะเจ็บปวดก็คือดา รับปากดานะคะ”
       สหรัฐถอนใจเซ็ง เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
      
       สิริยุพานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องสหรัฐ เธอเอาแฟ้มเอกสารมาเปิดแล้วจะพิมพ์จดหมายในคอม สหรัฐเปิดประตูเดินมาหาเอาแฟ้มงานมาวาง
       “อุ๊ย คุณรัฐเรียกยุพาไปรับก็ได้ค่ะ”
       “ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่พี่ยุพาจะทำอะไร”
       “อ๋อ...ก็จะพิมพ์แฟกซ์ตอบทางแอฟริกาเรื่องกำหนดส่งเพชรดิบน่ะค่ะ คุณรัฐรอแป๊บนะคะเดี๋ยวยุพาส่งไปให้ตรวจ”
       “เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมพิมพ์เองดีกว่า”
       สหรัฐหยิบแฟ้มมาดู สิริยุพางง
       “หา...พิมพ์เอง ก็ได้ค่ะ งั้นยุพาทำเรื่องออร์เดอร์ให้ฝ่ายผลิตเลย”
       “เรื่องนั้นผมก็จะทำเองครับ” เขาหยิบมาอีกแฟ้ม “แฟ้มออร์เดอร์ใช่ไหมครับ”
       สหรัฐยิ้มแล้วถือแฟ้มทั้งสองเดินเข้าห้องไป สิริยุพามองตามงงๆ
       “อ้าว...ตายแล้ว ตกลงฉันจะทำอะไรล่ะ”
      
       นาฬิกาแขวนผนังในห้องทำงานสหรัฐแสดงเวลา บ่ายโมงตรง สิริยุพาเปิดประตูห้องเข้ามาก็ต้องตกใจ
       “อุ๊ย นี่คุณรัฐยังไม่ได้ไปทานกลางวันอีกเหรอคะ”
       สหรัฐเงยหน้าจากงาน
       “ไม่เป็นไร ผมไม่หิว”
       สิริยุพาเดินมาหาที่โต๊ะ
       “จะทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวยุพาให้แม่บ้านไปซื้อให้”
       “ไม่ดีกว่าครับ”
       พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาทำงานอีก
       “คุณรัฐคะ อย่าหาว่ายุพายุ่งเลยนะ งานมีไว้ทำเพื่อเลี้ยงชีพ เพื่อความก้าวหน้าของชีวิต ไม่ได้มีไว้ทำเพื่อประชดชีวิตนะคะ”
       สหรัฐชะงักหยุดกึกทันที
       “การแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดมันอาจจะก่ออีกหลายปัญหาตามมานะคะ”
       สหรัฐมองยุพาแล้วยิ้มให้
      
       สิริยุพาวางจานอาหารตรงหน้าสหรัฐ แล้วตัวเองก็นั่งลงด้วย
       “ผมรู้ว่าคุณแม่หวังดี แล้วน้องดาก็เป็นคน ครอบครัวของน้ากัลก็เป็นคนดี แต่ผม....”
       สหรัฐถอนใจ สิริยุพาสวนขึ้น
       “ไม่ได้รักคุณดา”
       “ผมไม่มีพี่น้อง ดากับดอมเหมือนน้องสาวน้องชายแท้ๆของผม”
       “คุณรัฐคะ ยุพาถามตรงๆได้ไหมคะ คุณรัฐมีใครในใจแล้วหรือยัง”
       สหรัฐชะงักไปนิดแล้วก็หลบตาสิริยุพา
       “ยังหรอกครับ ผมยังไม่อยากคิดเรื่องครอบครัว”
       สิริยุพาใช้ความคิด
       “ถ้าอย่างนั้นก็มีวิธีเดียว คือยอมหมั้น”
       สหรัฐอึ้ง
       “โธ่...นี่ผมจะปรึกษาไปทำไมเนี่ย”
       “หมั้นแต่ยังไม่ได้แต่งนะคะ อีกนานกว่าคุณดาจะเรียนจบ ถึงวันนั้นคุณรัฐกับคุณดาอาจจะรักกันจนอยากแต่งงานกัน หรืออาจจะไปกันไม่ได้จนคุณดาขอถอนหมั้นก็เป็นได้ทั้งนั้น”
       “นี่ผมควรหมั้นเหรอครับ”
       “ควรหรือเปล่ายุพาไม่ทราบหรอกค่ะ แต่ไม่ควรคงทำไม่ได้”
       สหรัฐรวบช้อนไม่กิน สิริยุพาส่ายหน้ากลุ้มใจแทน
      
       มดดำเดินถือหนังสือเรียนออกมาตามทาง แล้วจู่ๆก็มีรถของสหรัฐแล่นมาจอดเทียบ สหรัฐเปิดกระจกทักทาย
       “จะไปเรียนเหรอ”
       “ใช่”
       “ฉันไปส่งไหม”
       “ไม่ต้อง”
       “ไปเหอะน่า ฉันจะผ่านจะผ่านทางนั้นพอดี”
       มดดำงง
       “แล้วนี่คุณมาแถวนี้ทำไม ถ้าจะเข้าบ้านก็ไปเถอะ”
       “เอ่อ...ฉัน...ฉันไม่ได้เข้าบ้าน”
       “ไม่เข้าบ้าน มาแถวนี้ แล้วจะผ่านที่ฉันไปเรียน นี่คุณสหประชาชาติตกลงคุณมาดักเจอฉันเหรอ”
       สหรัฐตกใจรีบกลบเกลื่อน
       “โหยย...นี่เธอหลงตัวเองมากไปหรือเปล่า”
       “หลงอะไร ฉันกลัวคุณมาตามหาเรื่องฉันน่ะสิ”
       สหรัฐเป่าปากโล่งออก
       “ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง แต่มีน้ำใจ”
       “งั้นฉันไม่รับ”
       ระหว่างนั้นดอมเดินกลับมาพอดี พอเห็นมดดำกับสหรัฐคุยกันก็รีบวิ่งมาที่รถสหรัฐ
       “มดดำ นี่จะไปแล้วเหรอ”
       “ค่ะ เอ๊ะแล้วคุณดอมกลับมาทำไม ไม่ไปที่โรงเรียนติวเลยล่ะคะ”
       “ฉันว่าจะมาเปลี่ยนเสื้อน่ะ อยากแต่งหล่อๆ รอเดี๋ยวได้ไหม เดี๋ยวไปด้วยกัน”
       สหรัฐได้ที
       “ดีเลย นายดอมเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
       ดอมหน้าเสีย
       “พี่รัฐจะไปส่งเหรอครับ ไม่เป็นไรครับ ผมไปกับมดดำสองคนดีกว่า”
       สหรัฐมองหน้าดอมสงสัย ดอมรีบหลบตา สหรัฐพอดูออก
       “คุณดอมไม่ต้องไปเปลี่ยนชุดหรอกค่ะ ไปกันเถอะเดี๋ยวสาย”
       มดดำจับข้อมือ ดอมเผลอยิ้มดีใจ
       “ไปสิ”
       มดดำจูงมือดอมเดินไปด้วยกัน สหรัฐต้องลงจากรถมามองตามเขม่น
      
       มดดำกับดอมเดินด้วยกันมาถึงปากซอย สหรัฐอยู่ในรถมองไม่วางตา
       “อยู่ที่สลัมก็มีนายอิท มานี่ก็มีนายดอม เช๊อะ ผู้หญิงเจ้าชู้”
       สหรัฐมัวแต่มองทั้งคู่ สักพักก็ได้ยินเสียงแตรดังลั่น เขาหันกลับไปมองถนนแล้วต้องตาโตตกใจร้องลั่น
       “เฮ้ย...”
       มดดำกับดอมหันไปมองตามเสียงแตรแล้วตาโตตกใจ
       “เฮ้ย...”
      
       เสียงรถสองคันเบรก คันหนึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์และเสียงดังโครม!
ตอนที่ 10
      
      
       สหรัฐกับมดดำเดินออกมาจากร้านกาแฟด้วยกัน โดยไม่รู้ว่าพงษ์สะกดรอยตามไป โดยหยิบโทรศัพท์มือถือมากดถ่ายไว้ตลอด พอรถของสหรัฐแล่นออกไป พงษ์มองมือถืออย่างมีความสุข
      
       ทางด้านสุทธิดานั่งอยู่ที่โต๊ะในมหาวิทยาลัย กดต่อโทรศัพท์ แต่เป็นเสียงเทปพูดว่าไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ เธอวางสายแล้วกดอีกครั้ง แก้วกับวาว่านั่งอยู่ด้วยมองๆ
       “สวัสดีค่ะ นั่นใครคะ อ๋อเลขาพี่รัฐเหรอคะ ขอสายพี่รัฐหน่อยค่ะ บอกว่าน้องดาโทรมา...หา...ออกจากออฟฟิศมาแล้ว ออกมานานหรือยังคะ ...พี่รัฐบอกหรือเปล่าคะว่าจะไปไหน หรือบอกว่าจะมารับดาหรือเปล่า...เอ่อ...ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
       สุทธิดาวางสายอย่างสงสัย แก้วหันมาบอก
       “พี่รัฐอาจจะรถติดมั้ง”
       สุทธิดาหน้าหงิก
       “เลขาเขาบอกว่าออกมาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว”
       แก้วคิดๆ
       “เอ...งั้นทำไมยังมาไม่ถึง”
       วาว่านึกได้
       “หรือไปแวะทำธุระที่อื่น”
       ทันใดนั้นเสียงพงษ์ดังขึ้น
       “ใช่...แฟนดาเขาธุระเยอะ”
       สามสาวหันไปเห็นพงษ์เดินยิ้มเข้ามาหา วาว่าแดกดัน
       “โห...เรียนภาคค่ำเหรอพงษ์ มามหา’ลัยตอนเลิกเรียน”
       พงษ์ยิ้มหวาน
       “ก็คิดถึงดา เลยมาหา”
       สุทธิดาหงุดหงิด
       “นี่พงษ์ ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดีนะ”
       “รู้ว่าดาอารมณ์เสียเรื่องอะไร ผมถึงคิดอยู่ไงว่าจะบอกดีหรือเปล่า”
       “มีอะไรอีกล่ะ น่ารำคาญ”
       พงษ์ส่งมือถือให้ สุทธิดาเห็นก็ตกใจ แก้วกับวาว่าก็มามุงด้วย สามสาวเห็นรูปของสหรัฐกับมดดำที่พงษ์แอบถ่าย
       “ไปเจอพวกเขาที่ไหน” สุทธิดาถามเสียงเครียด
       “ที่เจอน่ะจะไปสนทำไม แต่เห็นว่าแฟนดาจะไปส่งผู้หญิงคนนี้เรียน”
       สุทธิดามองอย่างเจ็บใจมาก
      
       สหรัฐขับรถมาจอดที่หน้าโรงเรียนติว มดดำเดินลงมา
       “มดดำ...” สหรัฐรีบลงแล้ววิ่งมาหา
       “ฉันไปนะ”
       มดดำจะเดินไปแต่ก็ต้องตกใจที่เจอสุทธิดาเดินมายืนขวางหน้า
       “คุณดา!”
       สุทธิดาเดินเชิดผ่านหน้ามดดำไปหาสหรัฐ
       “เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกแล้วนะคะ”
       “เอ่อ...ดา พี่อธิบายได้นะ”
       สุทธิดาไม่ฟังสหรัฐเดินกลับมาที่ตำแหน่งคนนั่งข้างคนขับที่มดดำยืนอยู่กระซิบ
       “ส่วนแก ฉันจะจัดการทีหลัง”
       สุทธิดาผลักมดดำออกจากทางแล้วเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง สหรัฐมองมดดำอย่างรู้สึกผิด มดดำถอนใจแล้วเดินไป พอรถสหรัฐแล่นออกไป มดดำที่เดินไปก็หยุดแล้วหันกลับไปมองด้วยความกลุ้มใจ
      
       มดดำเดินเหม่อๆเข้ามานั่งในล้อบบี้ ดอมเดินออกมาตามหา พอเห็นมดดำก็ดีใจ
       “มดดำ ทำไมเมื่อเช้าไม่รอมาพร้อมฉันล่ะ”
       “มดดำเกรงใจคุณดอมค่ะ”
       “ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย เห็นไม๊ล่ะ เธอมาถึงช้ากว่าฉันอีก”
       มดดำยิ้ม มองสงสัย ดอมเขินอายรีบกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง
       “ไปเร็ว รีบไปเรียนกันเถอะ”
       มดดำยิ้มเศร้าๆแล้วจะลุกเดินไปแต่ดอมจับแขนไว้เพราะสังเกตบางอย่างว่าผิดปกติ
       “เธอเป็นอะไรหรือเปล่ามดดำ ทำไมดูแปลกๆ”
       “ไม่มีอะไรค่ะ ไปเรียนเถอะ”
       มดดำรีบเดินหนีไป ดอมมองตามยิ้มๆแล้วรีบเดินตามไป
      
       สหรัฐขับรถมาจอดหน้าบ้านสุทธิดา ทั้งสองนั่งคุยกันในรถ
       “ดาไม่สนหรอกค่ะว่าพี่รัฐจะชอบใคร มันหรือดา เพราะยังไงดาก็จะเป็นคนที่อยู่กับพี่รัฐ แล้วมัน...ก็จะเป็นคนที่เดินออกไปจากชีวิตเราสองคน”
       “ดา...ดาไม่ต้องคิดมากเกินไปนะ พี่กับมดดำ...”
       สุทธิดาสวนขึ้น
       “ดาจะบอกให้คุณแม่คุยกับน้าพิมพ์เรื่องหมั้นของเรา ดาต้องการให้มันเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ระหว่างที่รองานหมั้น ดาก็จะกำจัดคนที่เป็นเสี้ยนหนามของดา”
       สหรัฐอึ้งพูดไม่ออกได้แต่มองหน้าหญิงสาว สุทธิดาหันมายิ้มแล้วจูบเขา
       “ถ้าพี่รัฐอยากมีความสุขก็รักดาให้เร็วที่สุดนะคะ อย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเลย”
       สุทธิดาเปิดประตูรถเดินลงไป สหรัฐกุมขมับเครียดทันที
      
       สุทธิดายืนคอยอยู่หน้าห้องมดดำ เนื่องหอบเสื้อผ้าของมดดำออกมาโยนเพิ่มจากกองที่มีอยู่แล้ว
       “หมดแล้วค่ะคุณดา ของมันมีแค่นี้”
       “เผาได้เลย”
       เนื่องรีบเอาน้ำมันมาราดแล้วจุดไฟเผา สุทธิดายืนยิ้มพอใจ ส้มที่ได้กลิ่นไหม้ก็เดินออกมาจากห้องพอเห็นเข้าก็ตกใจ
       “คุณดาทำอะไรคะ”
       สุทธิดานึกได้ว่าควรเผาของส้มด้วย
       “จริงสิ” เธอหันไปสั่งเนื่อง “ไปเอาของแม่มันมาเผาด้วย”
       เนื่องมองส้มแล้วยิ้มสะใจรีบเดินไปเข้าห้อง ส้มตกใจ
       “อย่านะ อย่ามายุ่งกับของฉันนะ”
       ส้มรีบวิ่งตามเนื่องไป สุทธิดามองตามด้วยความแค้นใจ
      
       เนื่องเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วดึงเสื้อผ้าทั้งหมดจากราวแขวนและที่พับไว้เอามาถือ ส้มวิ่งเข้ามาแล้วจะกระชากของตัวเองคืน
       “นี่...เอาของฉันคืนมานะอีบ้า”
       “แกสิอีบ้า กล้าด่าฉันเหรอ”
       “ไม่ใช่แค่ด่านะ กูจะตบด้วย ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้ว”
       ส้มตบหน้าเนื่องล้มลงกองเสื้อผ้ากระจาย ส้มจะเข้าไปตบเนื่องอีกแต่สุทธิดามาจับข้อมือส้มไว้ ส้มชะงักทันที สุทธิดาจ้องหน้าด้วยสายตาเหี้ยม
       “ฉันจะเผา ก็ต้องได้เผา...เอาไปเผารวมกับของลูกมัน”
       เนื่องรีบกอบเสื้อผ้าแล้ววิ่งออกไป สุทธิดาปล่อยมือส้มแล้วเดินตามไป
      
       เสื้อผ้าของส้มถูกโยนไปรวมกับเสื้อผ้าของมดดำที่กำลังถูกเผาอยู่ก่อนหน้า สุทธิดาเดินมายืนสมทบกับเนื่องแล้วยิ้มสะใจ ส้มวิ่งตามมาเห็นเสื้อผ้าตัวเองถูกเผาก็เสียใจรีบวิ่งไปจับแขนสุทธิดาขอร้องวิงวอน
       “คุณดาคะ จะเผาเสื้อผ้าอีมดดำก็เผาไปเลยฉันไม่ว่า แต่อย่าเผาของฉันเลยนะคะ ฉันไม่เกี่ยวกับมัน”
       สุทธิดาจ้องหน้าส้มแล้วผลักอย่างแรงจนกระเด็นล้มไป
       “คุณดา...โธ่”
       ส้มอยากจะร้องไห้เสียใจที่สุทธิดาทำกับตน ระหว่างนั้นมดดำที่กลับจากเรียนเดินมาเห็นเข้า ก็รีบวิ่งไปหาส้ม
       “แม่...เกิดอะไรขึ้น”
       ส้มโมโหผลักมดดำกระเด็น
       “เพราะมึงนั่นแหล่ะอีมดดำ”
       สุทธิดามองมดดำกับส้มด้วยความชิงชัง
       “เนื่อง เดี๋ยวเข้าไปดูในห้องพวกมัน มีอะไรก็เอามาเผาให้หมด”
       มดดำพอได้ยินก็มองไปที่กองเพลิงด้วยความตกใจ
       “นี่พวกคุณเผาเสื้อผ้าฉันเหรอ”
       “ไม่ใช่แค่นี้นะ ฉันจะเผาจะทำลายทุกอย่างของพวกแกสองแม่ลูก” สุทธิดาหันไปสั่งเนื่อง “ไปเร็วสิ”
       เนื่องจะไปมดดำโมโหลุกขึ้นไปกระชากเนื่องที่กำลังจะเข้าห้อง แล้วยืนขวางไว้ เนื่องเริ่มกลัวรีบไปหลบหลังสุทธิดาทันที
       “ห้ามเข้าห้องฉัน”
       “ห้องแกเหรอ...แต่มันบ้านฉันรู้ไว้อีคนอาศัย”
       สุทธิดาเดินตรงไปหามดดำแล้วตบหน้า
       “หลีกไป”
       มดดำมองด้วยความแค้นใจ สุทธิดาผลักจะให้ออกจากทางแต่มดดำจับมือไว้จ้องหน้าสุทธิดาแล้วตบกลับทันที สุทธิดาอึ้งไป
       “นี่แกกล้าตบฉันเหรอ อีเศษมนุษย์”
       “ที่ตบไปน่ะของเมื่อเช้าที่คุณตบฉันก่อน แต่นี่สำหรับที่คุณเอาเสื้อผ้าฉันไปเผา”
       พูดจบมดดำก็ชกหน้าสุทธิดาทันที เนื่องร้องกรี๊ดตกใจ
       “อีมดดำ อย่าทำคุณดา”
       ส้มเข้าไปล็อคแต่มดดำยังกระหน่ำทั้งชกทั้งตบ จนส้มโมโหกระชากหัวมดดำ แล้วตบหน้า มดดำตกใจมากจ้องหน้าส้ม
       “แม่...เขารังแกเราสองคนนะ”
       ส้มตบหน้ามดดำอีกที
       “แต่มึงจะทำร้ายคุณดาไม่ได้”
       มดดำอึ้งน้ำตาจะไหล ส้มรีบวิ่งไปดูสุทธิดาที่เนื่องไปพยุงลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นสุทธิดามีหน้าฟกช้ำ ปากแตก ส้มก็แทบใจสลาย
       “คุณดา โธ่...เจ็บไหมคะ”
       สุทธิดาตบหน้าส้มอย่างแรง แล้วเดินไปกับเนื่อง ส้มมองตามสุทธิดาแล้วร้องไห้ มดดำมองแม่ด้วยความเศร้าใจ
      
       ค่ำนั้น กัลยานั่งทำแผลให้กับสุทธิดา คุณหญิงวาปีกับองค์อรนั่งดูอยู่ด้วยความเป็นห่วง ส้มกับมดดำเดินเข้ามาหยุด องค์อรทนไม่ไหวลุกขึ้นจ้องหน้าส้มกับมดดำ
       “กล้าดียังไงมาตีหลานฉัน ทำไมต้องเอานิสัยสลัมต่ำของพวกแกมาใช้ที่นี่”
       กัลยาหนักใจ
       “อร...สอบถามเรื่องก่อนดีกว่าไหม”
       สุทธิดาปัดมือกัลยาออกด้วยความไม่พอใจทันที
       “คุณแม่คะ ต้องถามอะไรอีก ก็เห็นๆอยู่ดาโดนอะไรมาบ้าง”
       องค์อรเข้าข้างหลาน
       “ใช่ค่ะพี่กัล อรว่าไม่ต้องถามหรอก เรียกตำรวจจับมันทั้งแม่ทั้งลูกข้อหาทำร้ายร่างกายเลยแล้วกัน”
       ส้มกับมดดำตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น
       “ไม่นะคะ มดดำมันทำร้ายคุณดาคนเดียว ส้มไม่เกี่ยว ส้มยินดีเป็นพยานให้คุณดาค่ะ” ส้มรีบปฏิเสธ
      
       คุณหญิง กัลยา องค์อร แม้แต่สุทธิดาก็อึ้งที่ได้ยินอย่างนี้ มดดำทั้งตกใจทั้งเสียใจ


  


       “แม่...ทำไมไปเข้าข้างเขา เราถูกรังแกนะ”
      
       “คุณดาไม่ผิด”
       “นี่มาแผนไหนเนี่ยหา ฉันงงไปหมดแล้ว” องค์อรหันไปหาคุณหญิงกับกัลยา “เอาเป็นว่าพวกมันยอมรับผิดแล้วกันนะคะ คุณแม่ พี่กัล จะจัดการยังไงคะ”
       “คุณแม่คะ กัลอยากฟังความทั้งสองฝ่าย”
       สุทธิดารีบเดินไปนั่งข้างคุณหญิง
       “คุณยายคะ...”
       คุณหญิงสวนขึ้น
       “ยายก็อยากฟังทั้งสองฝ่าย”
       สุทธิดาไม่พอใจ
       “คุณยาย”
       คุณหญิงหันมาหามดดำ
       “ฉันว่าเธอน่ะน่าจะเล่าให้ฟังได้ใช่ไหม”
       “ค่ะ ตอนที่หนูกลับมาก็เห็นคุณดากับคุณเนื่องกำลังเผาเสื้อผ้าของแม่กับของหนู แล้วยังจะไปเอาของอื่นในห้องมาเผาอีก หนูจึงต้องป้องกัน ของๆหนูกับแม่”
       สุทธิดาโวย
       “ทำไมไม่เล่าล่ะว่าที่ฉันทำแก เพราะแกมาทำฉันก่อน ถ้าแกไม่อ่อยพี่รัฐ ฉันจะทำแกทำไม”
       “ฉันไม่ได้อ่อยนะคะ ฉันพยายามจะบอกคุณแล้วว่าคุณสหรัฐมาเพื่อขอโทษฉันเรื่องเมื่อเช้าแค่นั้นจริงๆ”
       “ฉันไม่เชื่อ”
       กัลยาปรามลูกสาว
       “แต่ลูกก็ไม่ควรทำถึงขนาดเผาข้าวของๆคนอื่นนะ”
       สุทธิดาโมโหไม่ได้ดั่งใจ
       “คุณแม่...นี่คุณแม่ยังจะเข้าข้างพวกมันอีกเหรอ คุณยายคะ ไล่สองแม่ลูกนี่ออกไปได้ไหมคะ ดาเกลียด ดาไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับพวกนี้”
       “ใช่ค่ะคุณแม่ ไล่มันไปเร็วๆเลย อย่าใจอ่อนแบบพี่กัลนะคะ เพราะยังไงอรก็ไม่เชื่อว่าคนเลวจะกลับใจได้” องค์อรมองไปทางส้ม “และอรก็ไม่เชื่อว่าแม่กับลูกมันจะมีนิสัยต่างกัน”
       พูดจบองค์อรก็มองหน้าส้มกับมดดำด้วยความชิงชัง
       “แม่ เราไปจากที่นี่เถอะ” มดดำหันไปหาแม่
       มดดำจับแขนแต่ส้มดึงแขนออก กัลยาอึ้ง
       “มดดำ”
       มดดำไหว้
       “มดดำขอบคุณๆกัลมากนะคะที่กรุณามดดำ แต่ถ้ามดดำทำให้ทุกท่านที่นี่ไม่สบาย มดดำก็ไม่ควรอยู่ค่ะ”
       องค์อร ยิ้มพอใจ สุทธิดายิ้มเยาะ
       “หวังว่าเราคงจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกนะ”
       มดดำพยักหน้ารับแล้วจะประคองส้มเดินออกไปแต่ส้มยังไม่อยากไปอยากมองหน้าสุทธิดาให้เต็มตา มดดำพยายามดึง สุดท้ายคุณหญิงก็เรียกไว้
       “เธอสองคนไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
       สุทธิดากับองค์อรอึ้ง
       “ฉันถือว่าเรื่องคราวนี้ ต่างฝ่ายต่างกระทำต่อกัน แต่ต่อไปอย่าให้มีเรื่องกันอีก”
       “แต่ว่า...”
       มดดำจะแย้ง คุณหญิงสวนขึ้น
       “เรื่องเสื้อผ้าที่เสียหาย พรุ่งนี้เธอสองคนไปเบิกเงินที่เนื่องไปซื้อมาใหม่ ตอนนี้มีอะไรก็ไปทำซะ”
       มดดำกับส้มเดินออกไป สุทธิดาลุกขึ้นจ้องหน้าคุณหญิงไม่พอใจ
       “คุณยาย! นี่คุณยายก็เห็นคนอื่นดีกว่าดาเหมือนคุณแม่อีกคนใช่ไหมคะ”
       “แต่เราก็ทำกับเขาแรงเกินไปนะลูก ดาเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเขามีอุบัติเหตุกันจริงๆ ถ้ามดดำเป็นฝ่ายนัดเจอกับตารัฐก็ว่าไปอย่าง”
       “พอเถอะค่ะคุณยาย ดาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้นแล้ว”
       สุทธิดาโมโหเดินหนีคุณหญิงกับกัลยา องค์อรรีบลุกตามไป
      
       มดดำเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วจะปิด แต่ส้มยันประตูแล้วแล้วเดินตามเข้ามา ปิดห้องแล้วจ้องหน้ามดดำ
       “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมอีมดดำว่าห้ามยุ่งกับคุณสหรัฐ”
       “ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขานะแม่”
       “งั้นคุณดาจะโกรธได้ไง”
       “ก็เขาไม่ฟังเหตุผล”
       ส้มโมโหที่มดดำเถียงบีบคอมดดำแล้วผลักติดผนัง
       “กูไม่สนว่ามึงจะมีเหตุผลอะไร แต่มึงห้ามทำให้คุณดาโกรธ เพราะกูจะโกรธยิ่งกว่า”
       “แม่...ปล่อยฉันๆหายใจไม่ออก”
       “ถ้ามึงไม่อยากตายก็อย่าทำให้คุณดาโกรธ”
       ส้มจ้องหน้ามดดำสักพักแล้วปล่อยๆ มดดำไอเจ็บคอ
       “แม่...นี่มันอะไรกัน แม่ไม่ฟังฉันก็ไม่ว่า แต่นี่แม่ถึงขนาดห่วงคนที่เขาเกลียดเราสองคนเลยเหรอ”
       ส้มมองหน้ามดดำแล้วเดินหนีไป มดดำทรุดตัวลงนั่งร้องไห้
      
       สุทธิดานั่งร้องไห้หน้ากระจก องค์อรเดินเข้ามากอดหลานด้วยความสงสาร
       “ทำไมคุณยายกับคุณแม่ต้องเข้าข้างมันด้วยคะน้าอร”
       “น้าก็ไม่เข้าใจ แต่ไม่เป็นไรนะดา น้าว่ามันก็คงไม่กล้าอีกแล้วล่ะ”
       “อะไรที่ทำให้น้าดาคิดอย่างนั้นคะ”
       “ก็...ก็คุณยายออกโรงตัดสินเอง มันคงไม่กล้าแล้วมั้ง”
       “ถ้ามันไม่กล้า มันต้องไม่กล้าตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอคะ”
       องค์อรอึ้งตอบไม่ได้
       “ดาไม่เชื่อหรอกค่ะว่ามันจะหยุดแค่นี้”
       “แหม...แต่ตารัฐก็คงไม่คิดสั้นเลือกมันหรอกมั้ง หลานน้าทั้งสวยทั้งเก่ง ผู้ชายคนไหนไม่ชอบก็โง่แล้ว”
       “แต่ยังไงดาก็ต้องป้องกันค่ะ”
       “ดาจะทำไงเหรอจ๊ะ”
       สุทธิดามองหน้าตาตัวเองในกระจกอย่างใช้ความคิด
      
       พิมพ์พรรณคุยโทรมือถืออย่างตกใจ
       “ห๊า...นี่เด็กมดดำกล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ได้แล้วน้ายอมไม่ได้ เด็กอาไร้ ตัวเองผิดแล้วยังไปทำร้ายคนอื่นอีกแย่จริงๆเลย ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะหนูดา น้าจะจัดการเรื่องหนูกับตารัฐให้เร็วที่สุด”
       พิมพ์พรรณกดวางสายโทรศัพท์ แล้วเดินไปมองที่หน้าต่างเห็นสหรัฐนั่งหน้าเครียดอยู่ที่สนาม
       “ตารัฐนะตารัฐ มีเพชรอยู่ในมือทำไมไปวิ่งตามหาก้อนกรวด...เฮ้อ”
       พิมพ์พรรณตัดสินใจกดโทรศัพท์อีกครั้ง
       “ยุพา...ช่วยหาฤกษ์หมั้นให้ตารัฐกับยายดาหน่อยนะ เอาให้เร็วที่สุดเลย เดี๋ยวฉันจะส่งวันเดือนปีเกิดของทั้งสองคนไปให้นะ”
      
       มดดำนั่งเซ็งอยู่มุมหนึ่งของบ้าน ดอมเดินเข้ามายืนมอง แล้วลงมานั่งด้วย
       “ฉันเพิ่งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็น ฉันรู้สึกผิดที่กลับมาก็เอาแต่หมกตัวทำรายงานอยู่ในห้อง ไม่ได้รับรู้เรื่องของเธอเลย”
       “มันไม่ใช่ความผิดของคุณดอมหรอกค่ะ”
       “นี่ใช่ไหม ที่ทำให้เธอดูซึมๆเมื่อเย็นนี้”
       “ฉันเสียใจที่คุณดาเข้าใจฉันผิด”
       “ไม่ต้องห่วงนะ พรุ่งนี้พี่ดาก็จะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว”
       “ทำไมล่ะคะ”
       “ก็เห็นพี่ดาคุยกับน้าอรว่าน้าพิมพ์จะจัดการหมั้นพี่รัฐกับพี่ดาให้เร็วที่สุด ถ้าเป็นแบบนี้อีกหน่อยพี่ดาเขาก็ไม่ต้องหึงเธออีกแล้วไงมดดำ”
       มดดำอึ้ง
       “เหรอคะ”
       “เป็นไง เธอดีใจใช่ไหม”
       มดดำพยักหน้ารับเจื่อนๆ
      
       เช้าตรู่วันใหม่...มดดำกำลังถูบ้าน มาลีเดินหน้าบึ้งลงมาจากข้างบนมาหา
       “นังมดดำ แกไม่ต้องทำงานแล้ว”
       มดดำงง
       “ทำไมล่ะจ๊ะพี่มาลี”
       “คุณดาบอกว่าให้แกไสหัวไปไหนก็ได้ เพราะเดี๋ยวคุณรัฐจะมารับคุณดา”
       มดดำเผลอเงยหน้ามองขึ้นไปชั้นบนก็เห็นสุทธิดายืนจ้องอยู่
       “งั้นฉันไปกวาดถนนหน้าบ้านแล้วกัน”
       “คุณดาเขาหมายถึงแกจะไปไหนก็ได้ จนกว่าคุณรัฐกับคุณดาจะออกไปแล้วค่อยกลับมา”
       มดดำหน้าเจื่อน
       “ก็ได้จ้ะ”
       มดดำส่งไม้ถูกพื้นให้ มาลีมองค้อนก่อนกระชากไม้มาถือไว้พึมพำ
       “เพราะความแรดแกแท้ๆ ฉันต้องลำบากทำงานแทน”
      
       มดดำเดินออกไปจากห้อง มาลีถูบ้านอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ สุทธิดาที่ยืนชั้นบนยิ้มพอใจ

      
       มดดำกลับมาที่บ้านเก่า เธอมองไปรอบๆบ้านเห็นบรรยากาศที่คุ้นเคยแล้วยิ้ม เฉลิมเปิดบ้านออกมา
      
       “อ้าว...เฮ้ย มดดำทำไมมาแต่เช้า”
       “ฉันคิดถึงบ้านจ้ะ”
       “ไม่คิดถึงลุงเหรอ”
       มดดำโผเข้ากอดเฉลิมแล้วร้องไห้
       “คิดถึงสิ คิดถึงมากด้วย”
       เฉลิมงง
       “มดดำ เป็นอะไร ใครทำอะไรเอ็ง อีส้มมันตีเหรอ บอกลุงมา”
       มดดำเช็ดน้ำตา
       “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ฉันแค่คิดถึงๆที่นี่ ที่ๆเหมาะกับฉันก็เท่านั้นเอง
       “แน่นะ”
       มดดำยิ้ม
       “แหม...ลุงก็รู้ อย่างอีมดดำน่ะเหรอใครจะทำอะไรได้”
       เฉลิมลูบหัวด้วยความเอ็นดู
       “เออ...มันต้องอย่างงี้สิวะถึงจะเป็นมดดำตัวจริง”
       ระหว่างนั้นอิทธิเดินจะไปทำงานที่ตลาดเห็นมดดำก็ดีใจรีบวิ่งมาหา
       “มดดำ ไม่โทรหาพี่บ้างเลย”
       “นี่ ไอ้อิทมันบ่นคิดถึงเอ็งทุกวันเลยนะมดดำ บอกว่าให้เบอร์ไปก็ไม่โทรมาท่าทางมันจะรักเอ็งมาก”
       “เฮ้ย...ลุงพูดอะไรอย่างนั้น ฉันแค่บอกคิดถึงน้องฉันเท่านั้นเอง”
       “เออๆๆ ลุงเข้าใจผิดเอง งั้นถ้าบอกให้เอ็งอยู่ทานข้าวกับมดดำจะอยู่ไหมล่ะ”
       อิทธิอาย
       “โธ่...ลุงอ่ะ”
      
       ทั้งสามนั่งล้อมวงทานข้าวเช้า เฉลิมแปลกใจเมื่อได้ฟังสิ่งที่มดดำบอก
       “หมายความว่าไงวะที่ว่าทุกเช้าเอ็งจะมาอยู่นี่”
       มดดำกลบเกลื่อน
       “ก็มาหาลุงไง”
       “มดดำ อย่าปิดพี่กับลุงเหลิมเลย”
       “คุณดาลูกสาวเจ้าของบ้าน เขาหาว่าฉันไปอ่อยแฟนเขา เขาโกรธมากเลยเผาเสื้อผ้าฉันกับแม่”
       “เฮ้ย...นี่มันจะมากไปแล้วนะ แจ้งตำรวจเลยไหม”
       “ทำอย่างงั้นได้ไง คุณหญิงกับคุณกัลเขาเข้าใจ แล้วก็ให้เงินมาซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้วจ้ะ”
       เฉลิมมองหน้าหลานสาว
       “มดดำ เอ็งไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้วใช่ไหม”
       มดดำพยักหน้ารับ อิทธิรีบบอก
       “งั้นก็กลับมาที่นี่สิ”
       มดดำถอนใจ
       “แต่แม่ไม่อยากกลับ”
       เฉลิมเอือมๆน้องสาว
       “อีส้มมันอยากสบายน่ะสิ โธ่เอ๊ย ถึงจะเคยอยู่ที่นั่นแต่ก็คนใช้เขา ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”
       อิทธิมองหน้ามดดำ
       “แล้วมดดำล่ะ”
       “ฉันอยู่ไหนก็ได้ แต่ห่วงแม่”
       เฉลิมเห็นใจหลานสาว
       “มดดำ ถ้าทนไม่ไหวก็กลับบ้านเรานะ”
       มดดำยิ้มให้เฉลิม อิทธิมองมดดำด้วยความสงสาร
      
       พงษ์หลับอยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้นแต่เขาขี้เกียจตื่นคลุมโปงต่อ แพรวพราวเปิดประตูเดินเข้ามาส่ายหน้า
       “ตาพงษ์...ตื่นได้แล้ว ไม่ไปเรียนรึไง”
       แพรวพราวดึงผ้าห่ม พงษ์ตื่นขึ้นมาขยับตัวพิงที่หัวเตียง
       “ผมไม่อยากไปเรียนแล้วครับอาแพรว”
       “ไม่อยากเรียน หมายความว่ายังไง”
       “ก็เซ็งไม่อยากเรียนไงครับ”
       แพรวพราวนั่งลงจ้องหน้า
       “เด็กที่ชื่อสุทธิดาใช่ไหม”
       พงษ์ตกใจ
       “อาแพรว รู้ได้ไงครับ”
       “ก็วันก่อนเด็กคนนั้นมาเอารายงานที่บ้าน อาเห็นปุ๊บก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้ เสปคพงษ์”
       “แล้วอาแพรวจะพูดเรื่องนี้ทำไม”
       พงษ์อารมณ์เสียลุกจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัว แพรวพราวมองยิ้มๆ
       “อาอยากให้พงษ์เป็นแฟนกับเด็กคนนั้น”
       พงษ์ชะงัก
       “อะไรนะครับ”
       “อาถูกชะตากับเด็กคนนั้น”
       “แต่ดาเขาเอ่อ...เขามีแฟนแล้ว”
       “ก็ทำให้เขาเลิกกันสิ ถ้าคิดวิธีไม่ได้ก็ถามน้าๆจะแนะแนวทางให้”
       แพรวพราวยิ้มให้ พงษ์นิ่งคิดตาม
      
       สิริยุพานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอเปิดหน้าจอคอมพ์ดูแบบแหวน แล้วชะเง้อคอมองดูให้แน่ใจว่าสหรัฐไม่ออกมา แล้วหยิบโทรศัพท์มากดโทรศัพท์โทรออก เธอชะเง้อดูให้แน่ใจอีกทีก่อนก้มหัวลงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้กระซิบพูดโทรศัพท์
       “คุณพิมพ์คะ แบบแหวนได้แล้วนะคะ สวยหรู ด่วนมาเร็วเลยค่ะ อ้อ...แล้วฤกษ์ก็ได้แล้วนะคะ เพื่อนของยุพาเขาไปหามาให้ เดี๋ยวยุพาส่งไปพร้อมกับแบบเลยนะคะ ค่ะๆๆๆ รับรองลับสุดยอดค่ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ”
       สิริยุพาเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจ
       “ว๊าย...คุณรัฐ”
       สหรัฐจ้องหน้าสิริยุพาแล้วหันไปมองหน้าจอ สิริยุพารีบลนลานจะปิด
       “ทำธุระของพี่ยุพากับคุณแม่ให้เสร็จแล้วเข้าไปพบผม”
       สหรัฐวางแฟ้มที่อยู่ในมือบนโต๊ะแล้วเดินเข้าห้องไป สิริยุพามองตามไปหน้าเสีย
       “ตายละฉัน แหม...เสียชื่อนกสองหัวมืออาชีพหมด”
      
       สหรัฐตกใจ กับสิ่งที่สีริยุพาบอก
       “ห๊า...ฤกษ์หมั้น ทำแหวน”
       “คุณรัฐ ยุพาไหว้ล่ะค่ะ อย่าบอกคุณพิมพ์นะคะ ไม่งั้นยุพาตายแน่”
       สหรัฐถอนใจ
       “แล้วฤกษ์ผมได้เมื่อไหร่”
       “พร้อมแหวนล่ะค่ะ อาทิตย์หน้า”
       สหรัฐตกใจ
       “อาทิตย์หน้า ไม่...ผมยังไม่พร้อม ผมจะต้องบอกคุณแม่ระงับ...”
       “คุณรัฐค่ะ ยังไงก็ไม่ทันแล้วค่ะ”
       “ทำไมล่ะครับ”
       “ตอนนี้คุณพิมพ์คุยกับทางโน้นอยู่ค่ะ ที่โทรมาเมื่อกี้เพราะจะเอาข้อมูลไปบอกทางโน้นค่ะ”
       สหรัฐอึ้งพูดอะไรไม่ออก โบกมือไล่สิริยุพาออกไปจากห้อง
       “อย่าลืมนะคะอย่าบอกว่ายุพาบอก” สิริยุพาย้ำแล้วรีบออกไป
      
       ในห้องทำงานของคุณหญิงวาปี ทุกคนนั่งอยู่ที่โซฟา คุณหญิตกใจเมื่อพิมพ์พรรณมาขอหมั้นสุทธิดา
       “อุ๊ย...มันจะไม่เร็วไปเหรอ แขกเหรื่อจะทำยังไง”
       พิมพ์พรรณยิ้มแย้ม
       “ไม่ต้องห่วงนะคะคุณแม่ พิมพ์จะจัดการเอง แขกเราก็เชิญแต่แวดวงที่เราสนิทกับญาติๆ แล้วก็ค่อยทำข่าวพีอาร์แจกให้คนอื่นรับรู้ พิมพ์ว่าคงไม่น่าเกลียด”
       คุณหญิงไก้ฟังอย่างนั้นก็เห็นด้วย
       “ก็ดีเหมือนกันนะ ออกข่าวไปว่าเราอยากจัดเงียบๆเล็กๆ แต่งานแต่งเราค่อยจัดใหญ่”
       กัลยาพูดขึ้นเรียบๆ
       “ถ้าคุณแม่กับพิมพ์เห็นเหมือนกัน กัลกับคุณชาติก็คงไม่ขัดค่ะ”
      
       ทั้งสามยิ้มให้กันอย่างมีความสุข


  


       สุทธิดา แก้ว และวาว่านั่งรออยู่ที่โต๊ะในโรงอาหาร พงษ์ยกถาดอาหารมาวางให้ทุกคน
      
       “ขอบคุณมากนะพงษ์ วันนี้ใจดีจัง” แก้วยิ้มรับ
       พงษ์หันมาหาสุทธิดา
       “แล้วดาล่ะ ชอบไหมที่ผมเป็นแบบนี้”
       แก้วหน้าเจื่อนที่เขาไม่สนใจ สุทธิดายิ้มๆ
       “ก็ดีนะ เป็นให้ตลอดแล้วกัน”
       “แน่นอน ผมเป็นได้ตลอดอยู่แล้ว”
       วาว่าแทรกขึ้น
       “นี่ถ้ารู้ข่าวนั้นจะยังดีไหมเนี่ย”
       สุทธิดากับแก้วรีบมองวาว่าทันที วาว่าปิดปากเพราะรู้ว่าหลุด พงษ์มองทุกคนงงๆ
       “ข่าวอะไร ผมควรรู้ใช่ไหมดา”
       “ก็ไม่มีอะไร ฉันจะหมั้นกับพี่รัฐ”
       พงษ์ตกใจ
       “หา...ดาจะหมั้น”
       “ใช่ อาทิตย์หน้า ไหนๆก็รู้แล้ว งั้นก็เชิญเธอด้วยนะ”
       พงษ์กำหมัดแน่ด้วยความเจ็บใจ
      
       พงษ์อยู่ในห้องรับแขกขว้างหนังสือทิ้งด้วยความเจ็บใจ แพรวพราวนั่งที่โซฟานิ่งจิบเครื่องดื่มสบายใจ
       “นี่อาแพรวยังใจเย็นอีกเหรอครับ ไหนว่าจะช่วยผม”
       “แน่นอนอาก็จะช่วยแน่”
       “งั้นผมควรจะทำยังไงต่อ”
       “เราจะไปงานหมั้นด้วยกัน”
       “อาจะบ้าเหรอครับ ให้ผมไปดูคนรักของผมหมั้นกับคนอื่น”
       “ก็แกมันโง่อย่างนี้ไง ใช้แต่อารมณ์ไม่ใช้สมอง อาต้องการให้แกไปทำดีให้มากที่สุด ถ้าสุทธิดาวไว้ใจแก แกก็ค่อยรวบหัวรวบหางถึงตอนนั้นใครจะอยากแย่งแก”
       “ขอบคุณครับอาแพรว อาของผมนี่เก่งจริงๆ”
       พงษ์ยิ้มมีความหวังกับสิ่งที่แพรวพราวพูด
      
       วันใหม่...สหรัฐอยู่ในห้องรับแขกใส่ชุดสูทสุดหล่อยืนให้พิมพ์พรรณดู มีช่างอยู่ใกล้ๆ
       “ตายแล้ว หล่อมากก คุณโรจน์นี่ฝีมือไม่ตกเลยนะคะ”
       “ถ้าคุณแม่โอเคผมถอดนะครับ”
       “เดี๋ยวสิลูก แล้วลูกล่ะตารัฐคนใส่น่ะว่ายังไง”
       “ผมยังไงก็ได้ครับ”
       “ตารัฐ นี่มันชุดวันสำคัญของลูกนะ”
       พิมพ์พรรณจ้องหน้าคาดคั้น สหรัฐถอนใจ
       “ผมใส่พอดีครับ”
       พิมพ์พรรณยิ้ม
       “งั้นก็โอเค...คุณโรจน์ช่วยกลับไปดูความเรียบร้อยแล้วมาส่งก่อนวันงานนะคะ”
       สหรัฐเดินเข้าห้องใกล้ๆไปเปลี่ยนชุด พิมพ์พรรณมองตามแล้วส่ายหน้าระอาใจ
      
       สหรัฐถอดเสื้อด้วยความเซ็งๆ พิมพ์พรรณเปิดประตูเข้ามา
       “จะเอ๋ กำลังโป๊อยู่หรือเปล่าลูก”
       สหรัฐเซ็ง
       “เปล่าครับ”
       พิมพ์พรรณเดินเข้ามามองแล้วกลุ้มใจ
       “ตารัฐ ทำไมช่วงนี้ลูกซึมเป็นหมาหงอยอย่างนี้ละลูก”
       “คุณแม่ครับ ผมไม่อยาก...”
       พิมพ์พรรณลูบหัว
       “ตารัฐ เชื่อแม่เถอะ แม่กำลังให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก เปิดใจรับน้องเขาในแบบคนรักนะลูกนะแล้วลูกจะมีความสุข”
       พิมพ์พรรณยิ้มแล้วเดินออกไป
      
       มดดำกับมาลีแยกกันทำความสะอาดคนละมุมอยู่ในห้องรับแขก กัลยาสั่งงานทุกคน เพื่อเตรียมงานหมั้น...เหวงเตรียมไฟจะติด หน้าบ้านแต่ต้องปีนบันได มดดำเห็นก็รีบวิ่งมาหา
       “ลุงเหวง ให้ฉันช่วยติดให้นะ”
       “เฮ้ย...ไม่เป็นไร ลุงติดเอง”
       “งั้นให้ฉันจับบันไดก็ได้นะ”
       “อุ๊วะ ไอ้นี่ ลุงทำได้ มีอะไรก็ไปทำเถอะ”
       มดดำยืนมองด้วยความเป็นห่วง แต่เหวงมองแล้วโบกมือไล่ มดดำเลยเดินไป เหวงปีบันไดขึ้นไป แต่พอจะเอื้อมมือไปสายไฟเกิดหลุดมือ เหวงหงุดหงิดเอี้ยวตัวลงมา และทันใดนั้นก็เสียงหลักตกบันไดล้มทั้งคนทั้งบันได้
       “ลุงเหวง...ช่วยด้วย ลุงเหวงตกบันได” มดดำตกใจ
       ทุกคนวิ่งมาดูเหวงที่นอนจับแขนอยู่ที่พื้น
       “ใครก็ได้รีบโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว”
      
       อิทธิมาที่หน้าบ้านยกมือไหว้กัลยาที่ยืนยิ้มอยู่
       “ตอนแรกที่มดดำบอกว่าอิทจะมาช่วยงาน ฉันดีใจมากเลยรู้ไหม”
       “ขอบคุณครับ”
       มดดำหันมาบอก
       “งั้นให้พี่อิทช่วยแทนลุงเหวงเลยนะคะ”
       กัลยาถอนใจ
       “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น นี่นายเหวงแขนหักกว่าจะทำงานได้คงอีกตั้งสามเดือน”
       มดดำหันมาถามอิทธิ
       “พี่อิท ช่วยทำงานที่นี่ชั่วคราวได้ไหม”
       “ได้สิ ถ้ามดดำขอ”
       กัลยาดีใจ
       “จริงๆนะจ๊ะ ถ้าเธอจะเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ได้นะ ยังมีห้องว่างเยอะ”
       “อย่าดีกว่าครับ ผมเกรงใจ อีกไม่นานผมก็จะจบแล้ว อีกหน่อยผมก็ต้องหางานทำ ผมขอทำงานที่นี่เป็นงานพิเศษดีกว่าครับ”
       มดดำกับอิทธิยิ้มให้กัน
      
       มดดำกับอิทธิและมาลีช่วยกันจัดชุดรับแขกเสร็จ โดยมีเนื่องคอยคุม
       “เฮ้อ...เสร็จซะที นี่ถ้าไม่ได้พี่อิทธมาช่วยนะ ป่านนี้คงยังไม่ไปถึงไหน” มดดำโล่งใจ
       “โห...พี่สำคัญขนาดนั้นเชียว”
       พูดจบอิทธิก็จับหัวมดดำด้วยความเอ็นดู เนื่องกับมาลีค่อยเขยิบๆมาหากันแล้วเม้าท์ทันที
       “ผัวแน่ๆค่ะ”
       เนื่องเหยียดหยัน
       “เช๊อะ มีผัวแล้วยังไปอ่อยคุณรัฐอีก สมควรแล้วที่คุณดาเธอไม่ชอบ”
       “แหม...แต่ผัวมันก็หล่อน่ากินจังเลยนะคะ”
       เนื่องหันขวับมองมาลีทันที มาลีหลบตาจ๋อยๆเพราะคิดว่าเนื่องไม่ชอบ
       “อย่าคิดแย่งฉันนะ”
       มาลีหน้าเหวอ
       “อ้าว...”
       เนื่องหน้าเชิดเดินไปหาอิทธิกับมดดำพูดเสียงเชิดๆใส่
       “จะดื่มน้ำอะไร มีน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือน้ำเปล่า จะไปเอามาให้”
       อิทธิยิ้มให้
       “น้ำอะไรก็ได้ครับ”
       เนื่องเดินออกไป มดดำกับอิทธิมองหน้ากันงงๆ
       “ไหนมดดำบอกว่าคนที่นี่ไม่ชอบมดดำไง”
       มดดำไม่เข้าใจ
       “นั่นสิพี่อิท ฉันก็งงอยู่เนี่ย”
      
       มดดำกับอิทธิช่วยกันกวาดหน้าบ้านอยู่ โดยกองใบไม้ไว้ริมทาง ประตูใหญ่เปิดอัตโนมัติ รถของสุทธิดาแล่นเข้ามาอย่างเร็วจนใบไม้ปลิวว่อน เกือบเฉี่ยวมดดำล้มลง อิทธิเห็นก็ตกใจรีบวิ่งไปประคอง
       “มดดำเป็นไงบ้าง”
       “ไม่เป็นไรจ้ะ ทำงานกันต่อเถอะ”
       สุทธิดาลงมาจากรถเดินมาหามดดำกับอิทธิๆพอเห็นก็จำได้ว่าเคยเจอกันแล้ว อิทธิกระซิบมดดำ
       “มดดำ นี่มันผู้หญิงที่เราเคยเจอตอนนั้นนี่”
       “ใช่จ้ะ เขาเป็นลูกสาวบ้านนี้ที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง”
       “ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ หน้าตาออกสวย”
       สุทธิดาเดินมาถึงทั้งคู่ ก็สั่งอิทธิ
       “ไปยกของในรถ ระวังชุดฉันด้วยนะ”
       สุทธิดาจะเดินไปแต่อิทธิโมโหเรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อน”
       สุทธิดาชะงักหยุดหันมามองด้วยความไม่พอใจ
       “นี่เธอเป็นคนงานใหม่ใช่ไหม รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”
       “ถามผมๆก็ไม่ทราบ ถ้าคุณอยากบอกก็บอกมาเลยดีกว่าว่าเป็นใคร”
       สุทธิดาโกรธ
       “มดดำ เธอเก่งมากนี่ ขนาดคนงานมาใหม่ก็ยังหลงเสน่ห์เธอแล้ว”
       อิทธิฉุนกึก
       “รู้ไหม ผมเคยเจอคุณมาแล้ว ครั้งแรกผมเห็นคุณในรถ ผมยังคิดว่าคุณสวย”
       “เหรอ...แต่ฉันไม่เคยเจอนาย รีบไปยกของดีกว่า”
       สุทธิดาจะเดินไปอีกแต่อิทธิพูดขัดขึ้น
       “แต่วันนี้ผมก็ยังว่าคุณสวย เพียงแต่มารยาทคุณทรามมาก”
       สุทธิดาตกใจ
       “นี่เรื่องอะไรมาด่าฉัน”
       มดดำตกใจ
       “พี่อิท ทำไมไปพูดแบบนั้น”
       “ก็จริงนี่ เขาขับรถงี่เง่าเกือบชนมดดำ แล้วยังไม่ขอโทษอีก แบบนี้ถ้าไม่เรียกทรามแล้วเรียกอะไร”
       มดดำดึงแขนอิทธิขอร้อง
       “พี่อิท พอเถอะนะฉันขอร้อง”
       “อ๋อ...ที่แท้ก็พวกเดียวกับนังมดดำ ถึงได้ต่ำพอกัน ไปเลยนะ ออกไปจากที่นี่ ไอ้ปากเสีย”
       อิทธิแกะมือมดดำออกแล้วเดินเข้าไปหา สุทธิดาเริ่มถอยกลัวเหมือนกัน
       “จะทำอะไรฉัน”
       อิทธิเดินเข้าไปอีก สุทธิดาถอยเรื่อยๆจนเหยียบเข้าไปในสนามแล้วเสียหลักจะหงายหลัง
       “อ๊าย...ช่วยด้วย”
       อิทธิยืนเฉยจนสุทธิดาหงายหลังไป เขาเอามือปิดตาไม่กล้าดูเพราะเธอโป๊ มดดำจะเข้าไปช่วย
       “มดดำ ไม่ต้องช่วย เขาเคยรังแกมดดำไม่ใช่เหรอ”อิทธิห้าม
       “พี่อิท แต่ว่า...”
       อิทธิหยิบไม้กวาดของมดดำแล้วไปโยนให้สุทธิดา
       “ถ้าลุกได้แล้วก็กวาดใบไม้ที่คุณทำเลอะด้วยนะ พวกผมไม่ชอบทำงานสองรอบ และถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้งานหมั้นของคุณก็จะมีใบไม้เกลื่อนถนน”
       พูดจบอิทธิก็ลากมดดำเดินเข้าบ้านไป สุทธิดามองตามด้วยความเจ็บใจโยนไม้กวาดทิ้ง
      
       “ไอ้บ้า”
ตอนที่ 11
      
      
       เช้ามืดวันใหม่...ในห้องรับแขก คนงานชายสองคน ช่วยกันยกโซฟาจัดใหม่ มีเนื่องคอยชี้นิ้วสั่งงาน เสร็จแล้วก็เดินมาที่มุมหนึ่งที่มดดำกำลังจัดดอกไม้ใส่กระถางเล็กสำหรับตั้งโชว์ในงานคนละกระถาง เนื่องเช็ดโต๊ะอยู่อีกมุม เดินมาดู มดดำจัดเสร็จพอดี ระหว่างนั้นอิทธิเดินเข้ามา มาลัยพอเห็นก็รีบวิ่งไปหาเกาะแขนอิทธิทันที
      
       “พี่อิทมาแต่เช้าเลยเหรอ คิดถึงใครหรือเปล่า”
       เนื่องมองค้อนตามประสาคนเจ้าระเบียบ มาลัยรีบปล่อยแขนกลัวโดนดุ
       “คุณกัลบอกไว้ให้มาเวลานี้ครับ”
       อิทธิหันไปไหว้เนื่อง
       “มาแต่เช้าก็ดี งั้นเดี๋ยวช่วย มดดำเอาทุกแจกันที่จัดเสร็จไปวางที่โต๊ะเล็กทุกโต๊ะในห้องนะ”
       มดดำยิ้ม
       “งั้นเรารีบทำงานกันเลยนะพี่อิท เดี๋ยวจะไม่ทัน”
       มาลัยพึมพำหมั่นไส้มดดำ
       “แหม...ผู้ชายมาละกระดี้กระด้า...แรด!”
       เนื่องหันมาหามาลัย
       “งานเสร็จแล้วเหรอ”
       มาลัยเหวอพูดไม่ออกเลย เนื่องรีบดึงแขนมาลัยที่ไม่ค่อยอยากจะไป แต่พอเดินไปได้สักนิดก็นึกได้
       “นี่มดดำ แล้วนี่แม่เธอหายไปไหน ไม่คิดจะมาช่วยหยิบจับอะไรเลยหรอ”
       มดดำหน้าเสีย
       “เดี๋ยวคงมามั้งจ๊ะ เพราะมดดำให้แม่อาบน้ำก่อนมดดำอีก”
       “ให้มันได้อย่างนี้สิ สงสัยฉันต้องไปตามเอง”
       เนื่องพูดจบก็เดินไป มาลัยยืนส่งยิ้มหวานให้อิทธิ เนื่องต้องเดินกลับมาลากแขนไป มดดำมองตามไปอย่างไม่ค่อยดีจนอิทธิจับความรู้สึกได้
       “มีอะไรเหรอมดดำ”
       “ฉันสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้” มดดำบอกด้วยน้ำเสียงเครียดๆ
      
       ส้มแต่งตัวสวยในชุดไทยอยู่หน้ากระจกแล้วยิ้มอย่างมีความสุข แล้วมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ส้มอารมณ์เสียเดินไปเปิดประตู พอเห็นเป็นเนื่องก็แปลกใจ
       “มีอะไรมาเรียกแต่เช้า”
       เนื่องเองพอเห็นส้มแต่งตัวสวยก็งง
       “นี่อย่าบอกนะว่าจะเสนอหน้าไปเป็นแขกของงาน”
     &nb