กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       มดดำล้มลงกับพื้นเวที ทุกคนในงานตกใจ บางคนถึงกับร้องกรี๊ด นักข่าวรุมถ่ายรูปกันใหญ่ สหรัฐรีบเข้าประคอง
      
       “มดดำเธอเป็นอะไรรึป่าว”
       “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
       มดดำพยายามลุกแต่ก็เจ็บข้อเท้าจะล้ม สหรัฐโอบไหล่รับไว้อีกครั้ง สุทธิดายิ่งเจ็บใจเดินไปหาสหรัฐ
       “พี่รัฐ เราต้องเดินโชว์กันอีกรอบนะคะ”
       “แต่มดดำบาดเจ็บ ดาเดินคนเดียวแล้วกัน”
       สหรัฐไม่สนใจอุ้มมดดำเดินเข้าหลังเวทีไป ทุกคนในงานปรบมือ สุทธิดาเจ็บใจมากรีบเดินตามเข้าไป อิทธิรีบวิ่งไปหลังเวที คุณหญิงวาปีบอกกับพิมพ์พรรณ
       “แม่ขอตัวสักครู่นะพิมพ์...ยัยกัลพาแม่ไปหลังเวทีหน่อย”
       กัลยารีบจูงคุณหญิงไป ชาติชายรีบเรียกทีมงานมา
       “เดี๋ยวคุณให้พิธีกรบอกลูกค้าให้เดินชมโครงการได้เลยนะ”
      
       สหรัฐวางมดดำให้นั่งที่เก้าอี้จะถอดรองเท้าดูข้อเท้าแต่มดดำไม่ยอม ทุกคนในห้องรีบวิ่งมามุงดู สุทธิดาเดินแหวกคนที่มุงเข้ามาจ้องหน้ามดดำไม่พอใจ
       “แกแกล้งมายา ขโมยซีนฉันเหรอ”
       มดดำจ้องหน้าโกรธ
       “ซีนนี้ คุณเป็นคนสร้างนะ ยังคิดจะโทษคนอื่นอีกเหรอคะ”
       มดดำจ้องหน้าสุทธิดาเหมือนจะบอกว่ารู้ทัน ทุกคนก็หันไปมองสุทธิดา
       “กล้าดียังไงมาใส่ร้ายฉัน”
       สหรัฐเข้ามาขวาง
       “ดา หยุดนะดา”
       “พี่รัฐไม่เห็นเหรอว่ามันด่าดา”
       สุทธิดาจะเข้าตบมดดำ แต่สหรัฐดึงไว้ ดอมวิ่งเข้ามาพอเห็นความวุ่นวายก็เข้าไปดึงสุทธิดาไว้ คุณหญิงวาปีกับกัลยาเดินเข้ามา
       “ยัยดา!” คุณหญิงเสียงแข็ง
       สุทธิดาหยุดอาละวาด หันไปมองคุณหญิงกับกัลยา
      
       คุณหญิงวาปีกับกัลยา ดึงสุทธิดาไปคุยด้วยกันตามลำพัง สุทธิดาหน้างอไม่พอใจที่โดนดุ
       “คุณยายคะ คนที่คุณยายจะว่าต้องเป็นมัน ไม่ใช่ดา คุณยายแยกแยะไม่ออกเหรอคะ”
       กัลยาดุ
       “ยัยดา ทำไมพูดกับคุณยายแบบนี้”
       “ก็มันจริงนี่คะ ดาจะบอกให้ว่ามันแกล้งล้ม แต่คุณยายไม่ว่ามันสักคำ”
       คุณหญิงจ้องหน้า
       “พอได้แล้วยัยดา อย่านึกว่ายายโง่นะ เกิดอะไรขึ้นบนเวทียายเห็นหมด”
       สุทธิดาอึ้ง
       “คุณยายเห็นอะไรคะ”
       “เราขัดขามดดำ”
       กัลยาตกใจ
       “จริงเหรอคะเนี่ย...ยัยดา นี่ลูกแกล้งมดดำเหรอ”
       สุทธิดานิ่งเงียบไม่ตอบ กัลยาเสียงเข้ม
       “ยัยดา...ตอบแม่มาเดี๋ยวนี้”
       “ใช่ค่ะ ดาแกล้งมัน ดาไม่ชอบที่มันอ่อยพี่รัฐ มันพยายามแย่งพี่รัฐไปจากดา ดาจะทำทุกอย่างเพื่อกำจัดมัน เป็นอันว่าดาตอบคำถามของคุณยาย กับคุณแม่หมดแล้วนะคะ”
       พูดจบสุทธิดาก็เดินไป คุณหญิงโกรธ
       “ยายดา...ยายดา...”
       กัลยาหนักใจ
       “คุณแม่คะ ทำไมยัยดาถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้”
       คุณหญิงกับกัลยามองหน้ากันแล้วถอนใจเครียด มุมหนึ่งนักข่าวสะพายกล้อง แอบดูอยู่ แล้วหยิบโทรศัพท์มากด
       “บก.ครับ ผมว่ามีข่าวที่น่าสนใจกว่าข่าวธุรกิจแล้วล่ะครับ”
      
       ค่ำนั้น สหรัฐกับพิมพ์พรรณนั่งทานข้าวด้วยกันอยู่ที่บ้าน
       “ตกลงวันนี้แฟนเราเขาก็เลยโกรธไปเลย”
       “แฟนผม”
       พิมพ์พรรณตีแขนสหรัฐ
       “ก็หนูดาไง ตอนเลิกงานหนูดามาฟ้องแม่นะว่าเราน่ะ มัวแต่พยาบาลเด็กมดดำนั่นจนไม่สนใจเขาเลย”
       “เอ่อ...ก็มดดำเขาบาดเจ็บ”
       “แฟนเขาก็มี เราไปยุ่งอะไรนักหนา”
       สหรัฐนิ่งเงียบทานข้าวไม่ตอบโต้ แต่ยิ่งทำให้พิมพ์พรรณไม่พอใจ
       “ตารัฐ ทำอะไรต้องระวังให้มากขึ้นนะลูก เพราะตอนนี้เด็กมดดำก็มีแฟนมาอยู่ใกล้แล้ว แม่ไม่อยากให้มีปัญหา”
       “ครับแม่ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรที่เสื่อมเสียเด็ดขาด”
       พิมพ์พรรณกับสหรัฐยิ้มให้กัน พิมพ์พรรณทานข้าวต่อ แต่สหรัฐทานข้าวไม่ลง
      
       เช้าวันใหม่...คุณหญิงวาปีวางหนังสือพิมพ์กระแทกลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย ในหน้าหนังสือพิมพ์เห็นภาพตอนมดดำล้ม หนังสือพิมพ์พาดหัว หลานสาวประธานโครงการเดอะไดมอนด์ หึงหน้ามืด จนงานเปิดตัวแทบล่ม สุทธิดา กัลยา ชาติชายนั่งอยู่ด้วย
       “เป็นไงล่ะ แถลงข่าวเปิดโครงการใหญ่แทนที่จะได้หน้ากลายเป็นเสียหน้า!” คุณหญิงไม่พอใจ
       ชาติชายหน้าเครียด
       “ผมจะให้ทีมพีอาร์รีบ ส่งข่าวอื่นเพื่อกลบกระแสดีไหมครับ”
       กัลยาเห็นด้วย
       “ดีค่ะ อย่างน้อยก็เบนความสนใจของคนได้บ้าง”
       คุณหญิงเหนื่อยใจ
       “จะทำอะไรก็ทำกันเถอะ รีบๆหน่อยแล้วกัน”
       สุทธิดาจ๋อย คุณหญิงหน้าตาเคร่งเครียดมาก
       “ชื่อเสียงบริษัทที่สั่งสมมาเป็นสิบๆปีต้องมาพัง เพราะความขี้หึงไม่เข้าท่า”
       สุทธิดาโมโหลุกเดินออกไปเลย คุณหญิงมองตามส่ายหน้า
      
       สุทธิดาอยู่ในห้องนอนขว้างหมอนใส่ส้ม
       “คุณดา ทำแบบนี้ทำไมคะ”
      
       “ก็เพราะโมโหลูกแกน่ะสิ รู้ไหมนับวันคนในบ้านก็จะรักมันมากขึ้น จนทุกคนจะเกลียดฉันกันหมดแล้ว แล้วจะไม่ให้ฉันโมโหแกได้ไง”


  


       พูดจบก็หยิบหมอนมาปาใส่ส้มอีก จนส้มต้องลุกมาจับมือสุทธิดาไว้ สุทธิดาจึงยอมหยุดและดึงมือออกจากมือส้มด้วยความรังเกียจ
        
      
       “คุณดาไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการกับมันเอง ฉันทำได้ทุกอย่าง เพื่อกำจัดมันให้พ้นจากคุณดา”
       สุทธิดาเห็นท่าทางของส้มแล้วก็กลัว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้
       “หลอกฉันหรือเปล่า แกน่ะเหรอจะทำทุกอย่างเพื่อนฉันที่ไม่ลูกแก ใครเชื่อก็บ้าแล้ว”
       เจอคำถามจ้องจับผิด ส้มถึงกับพูดอะไรไม่ออก
       “ไม่นะคะ ฉันไม่เคยหลอกคุณดา คือ...คือ...ฉันรู้สึกถูกชะตากับคุณดาค่ะ ฉันอยากเห็นคุณดามีความสุข บอกตรงๆนะคะ ฉันรักและชื่นชมคุณดามาก ส่วนอีมดดำน่ะฉันเกลียดมันเข้าไส้”
       “แปลกนะ รักฉันแต่เกลียดลูกตัวเอง”
       “ไม่แปลกหรอกค่ะ ฉันเกลียดอีมดดำเพราะฉันเกลียดพ่อมัน พ่อมันเลวมากตั้งแต่ทิ้งฉันไป ถ้าทำได้ฉันฆ่ามันตายไปนานแล้ว”
       สุทธิดามองหน้า ยังไม่ค่อยกล้าไว้ใจส้มสักเท่าไหร่
      
       ส้มนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะในครัว มาลัยกับเหวงนั่งกินอยู่ด้วยห่างๆ มดดำเดินเข้าครัวมาในชุดนักศึกษาพร้อมกับตำราเรียน
       “แม่อยู่นี้นี่เอง วันนี้ฉันจะไปสอบ แม่อวยพรให้ฉันหน่อยสิ”
       ส้มขยับตัวหันไปมอง มดดำยิ้มรีบพนมมือ พอดีกับที่เนื่องเข้ามาเห็น
       “กูขอแช่งให้มึงสอบตก! สอบไม่ติดสักวิชา! เดินออกจากบ้านก็ให้รถชนตายตั้งแต่ยังไม่ได้สอบ”
       ว่าแล้วส้มก็เอาเท้ายันมดดำจนล้มลงกับพื้น เนื่อง มาลัย เหวงอึ้ง ส้มเซ็งลุกเดินหนีไปเลย มดดำถอนใจเก็บตำราเรียนที่หล่นพื้นขึ้นมา ทุกคนเห็นแล้วรู้สึกสงสาร
       “มดดำขึ้นมากินข้าวด้วยกันเถอะ” เหวงเรียก
       “ไม่เป็นไรจ๊ะลุงเหวง ฉันต้องรีบไปน่ะเดี๋ยวคุณดอมจะรอ”
       “งั้นก็ขอให้เอ็งสอบได้ทุกๆวิชานะ”
       มดดำยกมือไหว้ขอบคุณเหวงแล้วเดินออกไปสวนกับเนื่องที่เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ
       “เฮ้อ!...ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันออกมาจากท้องนังส้ม”
       มาลัยเห็นด้วย
       “นั่นสิ ไปๆมาๆนังมดดำมันก็ดีนะ เสียแต่ว่ามีแม่เป็นยักษ์เท่านั้นเอง”
       เหวงปราม
       “เบาๆสิมาลัย เดี๋ยวส้มมันก็ย้อนกลับมาหรอก”
      
       ดอมกำลังนั่งอยู่กับพื้นเตรียมรับพรจากกัลยาและชาติชาย มดดำเดินเข้ามารอ ชาติชายหันไปเห็น
       “อ้าวมดดำ พอดีเลย...มานี่สิ มานั่งลงข้างๆดอมนี่”
       มดดำเดินเข้ามานั่งลงงงๆ เห็นดอมยกมือพนมก็ยกไหว้พนมตาม กัลยาอวยพร
       “ฉันขอให้ทั้งสองคนไปสอบได้อย่างราบรื่นนะ คิดหวังอะไรขอให้ได้สมจิตสมใจ”
       ดอมแอบหันมองมดดำแล้วยิ้มมีความสุข
       “พ่อก็เหมือนกัน ขอให้สอบติดคณะที่ต้องการทั้งคู่เลยนะ”
       มดดำกับดอมรับพรพร้อมกัน
       “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
       กัลยายิ้มให้ทั้งสอง
       “รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสาย”
       มดดำกับดอมชวนกันลุกไป ชาติชายกับกัลยามองตามไปยิ้มมีความสุข
      
       มดดำกับดอมเดินออกมาถึงประตูบ้าน ดอมแอบยิ้มขำและเขินแปลกๆจนมดดำสงสัย
       “เป็นอะไรคุณดอม”
       “ก็เมื่อกี้นี่สิ เหมือนเรากำลังขอพรแต่งงานกันเลยเนอะ”
       มดดำขำ
       “บ้า...คุณดอมนี่ยังไม่เลิกคิดอีกเหรอ”
       ดอมจ้องมดดำ
       “ไม่มีวัน...”
       แววตาดอมดูแน่วแน่ มดดำทั้งขำทั้งเหนื่อยใจ สหรัฐเดินเข้ามาเจอทั้งสอง เห็นมดดำในชุดนักศึกษาก็รู้สึกแปลกตา ดอมยิ้มแย้มบอก
       “พี่รัฐ เราสองคนกำลังจะไปสอบน่ะ ขอพรให้ผมหน่อยสิ”
       “เหรอ งั้นก็ขอให้สอบให้ได้นะ”
       สหรัฐจะหันไปอวยพรให้มดดำบ้าง มดดำเหมือนจะเขินรีบดึงแขนดอม
       “ไปกันเถอะคุณดอม”
       สหรัฐเรียกไว้
       “เดี๋ยวสิมดดำ”
       มดดำชะงักแล้วหันมา สหรัฐเดินเข้าไปใกล้
       “ฉันขอให้เธอประสบความสำเร็จสมหวังในการสอบครั้งนี้ รวมถึงการเรียนในอนาคตด้วนนะ”
       สหรัฐกับมดดำมองตากันซึ้ง จนดอมรู้สึกว่าจ้องกันนานเกินไปแล้ว
       “โห...ทีกับผมน่ะอวยพรสั้นจุ๊ดจู๋ ลำเอียงอ่ะ ไปกันเถอะมดดำ...พวกเราไปกันก่อนนะครับพี่รัฐ”
       ดอมจูงมือมดดำไป มดดำหันกลับไปมองสหรัฐแล้วแอบยิ้มปลื้มใจ
      
       หลังจากการสอบ มดดำกับดอมเดินคุยกันมาตามทาง
       “สอบเสร็จซักทีนะมดดำ”
       “ค่ะ...ไม่รู้ผลสอบจะเป็นไงบ้าง”
       “อย่ากังวลเลยมดดำ เราติวกันมาซะขนาดนั้น แถมก่อนมาสอบเราก็ยังได้พรมาจากใครตั้งหลายคน”
       มดดำยิ้มมีความสุข
      
       เย็นนั้น ในบริเวณบ้านแพรวพราวมีงานปาร์ตี้บาร์บีคิว วาว่ากับแก้วช่วยกันย่างบาร์บีคิว ส่วนพงษ์กับสุทธิดานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร อีกมุม แพรวพราวถือถาดเครื่องดื่มเดินออกมาจากด้านใน แล้วมาวางให้ที่โต๊ะ
       “เป็นไงบ้างจ๊ะหนูดา อาหารถูกปากมั้ย”
       “ค่ะน้าแพรว”
       แพรวพราวนั่งลง
       “เสียดายนะที่คู่หมั้นของหนูไม่ได้มาด้วย”
       “เขางานเยอะค่ะ ชวนไปไหนด้วยยาก”
       “จริงๆเพิ่งหมั้นกัน เขาน่าจะเห็นความสำคัญของเราบ้างนะ หมกอยู่แต่กับงานอยู่อย่างนั้นไม่ดีนะ เอ...หรือว่าแอบมีกิ๊ก”
       สุทธิดาแกล้งกระแทกช้อนไม่พอใจ แพรวพราวแอบยิ้มสะใจ
       “แต่คงไม่มีหรอก เพราะหนูดาทั้งสวยทั้งเก่ง ผู้ชายคนไหนไม่รักก็โง่แล้ว”
      
       สุทธิดาค่อยยิ้มออก แพรวพราวเองก็สังเกตสุทธิดาตลอดแล้วลอบยิ้มร้าย


  


       แก้วกับวาว่ายืนปิ้งอาหารอยู่ วาว่าสังเกตว่าแก้วมีความสุขมาก
      
       “วันนี้ดูแก้วมีความสุขมากนะ”
       “เหรอ...ฉันก็เหมือนทุกวันนะ”
       “ไม่เหมือนหรอก คงเป็นเพราะวันนี้ได้มาบ้านพงษ์ใช่ไหม”
       “บ้า...ไม่มีอะไรสักหน่อย”
       “ถ้าไม่ได้คิดอะไรก็ดี เพราะดูแล้วทั้งน้าทั้งหลานจะปลื้มดาอยู่คนเดียว ส่วนเราสองคนก็เหมือนมาเป็นคนรับใช้คอยปิ้งอาหารให้เจ้านายยังไงก็ไม่รู้เน๊อะ”
       แก้วชะงักไปนิดแล้วมองไปก็เห็นแพรวพราว นั่งลูบหัว จับไม้จับมือสุทธิดาด้วยความเอ็นดู พงษ์เองก็ยิ้มให้สุทธิดาตลอดเวลาจนแก้วถอนใจแล้วหน้างอ แต่ก็ปิ้งอาหารต่อไป
      
       พงษ์เอาสเต็กมาวางให้แพรวพราวกับสุทธิดา สุทธิดายังหน้าตาไม่พอใจอยู่
       “ดาเป็นไรอ่ะ ดูไม่ค่อยสบายใจเลย หรือน้าแพรวพูดอะไรให้ไม่สบายใจ”
       “เปล่าหรอก”
       “นี่ตาพงษ์ น้ารู้นะว่าหลานห่วงเพื่อนคนนี้ แต่ก็อย่ามาโยนบาปให้น้าสิ”
       พงษ์กับสุทธิดาขำ
       “เอางี้สิดา ถ้าวันไหนคุณไม่สบายใจหรือเบื่อๆ ก็มานั่งเล่นที่บ้านเราก็ได้”
       “มีอะไรก็มาปรึกษาน้าได้นะ” แพรวพราวจับมือสุทธิดา “น้าเห็นดาเหมือนเป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งเลยรู้ไหม”
       “ขอบคุณค่ะ”
       แพรวพราวยิ้มหวาน
       “ยินดีจ้ะ...ลูกสาว”
       สุทธิดารู้สึกขัดๆหูที่แพรวพราวเรียกเธอเป็นลูกสาว แต่ไม่กล้าขัดเลยยิ้มรับเจื่อนๆ
      
       ค่ำนั้น ส้มนอนให้มดดำนวดอยู่บนที่นอน มดดำนวดให้อย่างเพลียๆ
       “แม่หายเมื่อยรึยังจ๊ะ ตั้งแต่กลับจากสอบ ฉันก็ยังไม่ได้พักเลย”
       “แล้วใครสั่งให้มึงเสนอหน้าเสือกไปสอบ จะโง่ใฝ่เรียนอะไรกันนักหนา”
       ด้านหน้าห้องส้ม กัลยาเดินผ่านมาจะไปหามดดำที่ห้อง แต่ได้ยินสองแม่ลูกคุยกัน
       “แต่ต่อให้มึงขยันยังไงครั้งนี้มึงก็สอบไม่ติดหรอก”
       “ทำไมล่ะจ๊ะแม่”
       “เอ้า! กูเป็นแม่มึงนะ กูแช่งมึงก่อน พ่อแม่แช่งมันศักดิ์สิทธิ์ มึงไม่รู้รึไง”
       กัลยาได้ฟังแล้วก็นึกสงสารมดดำที่มีแม่ใจร้ายขนาดนี้...มดดำหยุดนวด
       “ฉันไม่เก็บเอาเรื่องนั้นมาคิดหรอกจ๊ะ มันบั่นทอนจิตใจ แต่ก่อนออกไปสอบฉันก็ได้พรจากใครหลายคนในบ้านช่วยอวยพรให้อยู่นะ น่าจะทบกันได้”
       ส้มโมโหลุกขึ้น
       “อีมดดำ! มึงกล้าเอาคนอื่นมาเทียบกับกูเหรอ อีเนรคุณนี่! ถ้ามึงไม่อยากเรียกกูว่าแม่มึงก็ไม่ต้องมาเรียกเลยนะ เพราะตั้งแต่กูเจอคุณดากูก็ไม่เคยอยากจะเรียกมึงว่าลูกอีกเลยอีมดดำ จะว่าไปแล้วตั้งแต่มึงเกิดเลยด้วยซ้ำ”
       มดดำอึ้ง เศร้า
       “แม่!”
       “ไป!...ให้พ้นๆหน้ากูเลย ไป!”
       ส้มใช้เท้าถีบไล่ มดดำทั้งน้อยใจและเสียใจ
      
       มดดำเดินเซ็งกลับมาถึงหน้าห้องก็พบกับกัลยาที่ยืนคอยอยู่
       “คุณกัล”
       “เข้าไปคุยในห้องได้ไหม”
       ทั้งสองเข้าไปในห้องนั่งลงบนที่นอน
       “วันนี้ไปสอบเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
       “ก็พอทำได้ค่ะ เอ่อ...คุณกัลน่าจะรอให้เจอมดดำพรุ่งนี้ก่อนก็ได้นะคะ”
       “วันนี้ก็รอเจอเธอตั้งแต่เย็นแล้ว เห็นเธอไม่ว่างซักที”
       “พอดีมดดำเพิ่งล้างครัวเสร็จ แล้วแม่ก็ให้มานวดค่ะ”
       “ตายแล้ว ปล่อยมาซะดึกแบบนี้ จะดูหนังสือต่อไหวเหรอ”
       มดดำยิ้ม
       “ก็ต้องไหวค่ะ”
       “มดดำ ถ้าแม่เขาจะใช้ให้ทำอะไรนอกเหนือจากงานในหน้าที่ มดดำก็ไม่ต้องทำงานทั้งหมดก็ได้นะ เว้นๆข้ามๆไปบ้างก็ได้ ฉันจะคุยกับคุณเนื่องเอง อยากให้มดดำได้อ่านหนังสือกับพักผ่อนเยอะๆ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       “งั้นฉันไม่กวนแล้ว พรุ่งนี้ก็ขอให้ทำข้อสอบได้ดีๆนะ”
       กัลยายิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป มดดำหน้าเศร้าหมองลง
       “ถ้าแม่เอาใจใส่ฉันเหมือนอย่างที่คุณเป็นก็คงดี”
      
       หลายวันต่อมา....ดอมกำลังเช็คดูผลสอบในไอแพด มีกัลยากับชาติชายและมดดำคอยลุ้นอยู่ด้วย
       “ไชโย! ดอมสอบติด! ผมได้เรียนมหาลัยแล้วครับคุณพ่อคุณแม่”
       มดดำ กัลยาและชาติชายดีใจไปกับดอมด้วย เสียงสุทธิดาดังขึ้น
       “จะดีใจไปทำไม ใครๆเขาก็ได้เรียนมหาลัยกันทั้งนั้น”
       สุทธิดาควงแขนสหรัฐเดินเข้ามา สหรัฐยิ้มให้ดอม
       “พี่ดีใจด้วยนะดอม แล้ว...”
       สหรัฐมองที่มดดำคาดหมายว่าจะได้รู้ผลสอบของมดดำจากดอม สุทธิดาหมั่นไส้ ดอมนึกได้
       “เออลืมไปเลย มัวแต่ดีใจเรื่องของตัวเอง” ดอมเช็คๆดูแล้วบอกมดดำ “มดดำเธอก็สอบติดมหาลัย!”
       มดดำตื่นเต้นดีใจ
       “จริงเหรอคะ”
       “จริงสิ เธอกับฉันได้เรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกับพี่ดาด้วย”
       มดดำกับสุทธิดามองหน้ากันนิ่ง ชาติชายกับกัลยาใจไม่ดี กัลยารีบกลบเกลื่อนบรรยากาศ
       “ดีใจด้วยนะมดดำ ดอมด้วย ต่อไปนี้ก็ตั้งใจเรียนนะ”
       ชาติชายพอใจ
       “ก็ดีนะได้เรียนที่เดียวกันหมด จะได้ไปกลับด้วยกัน”
       สุทธิดาสวนขึ้นทันที
       “ไม่ค่ะ ดาจะยอมให้คนที่ดาเกลียดมาขึ้นรถของดา” สุทธิดาหันไปหาสหรัฐ “พี่รัฐคะ เราออกไปข้างนอกเถอะ ดาอารมณ์ไม่ดีแล้ว”
       สุทธิดาลากสหรัฐเดินออกไปด้วยกัน มดดำรู้สึกไม่ดี
       “มดดำไปเองได้ค่ะ”
       ชาติชายเหนื่อยใจ
       “มดดำ ถ้าหนูคิดมากเรื่องดา ก็อยู่ห่างๆเขาอย่างที่ทำมาก็พอแล้ว ที่เหลือน่ะให้ยัยดาเขาหัดปรับตัวของเองบ้างเถอะนะ”
      
       มดดำยิ้มรับคำสอนของชาติชายและกัลยา ดอมแอบมองมดดำด้วยแววตาเป็นประกาย

     
       สหรัฐกำลังล้วงกระเป๋าหากุญแจ ก็มองไปเห็นมดดำเดินออกมาจากตัวบ้านแล้วเดินไปอีกทาง สหรัฐอยากจะไปคุยด้วย
      
       “เอ่อ...น้องดา พี่อยากเข้าห้องน้ำน่ะ เดี๋ยวยังไงพี่ขอกลับไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ”
       สุทธิดาไม่ค่อยเชื่อใจกลัวสหรัฐจะหาเรื่องไปหามดดำ
       “เร็วๆนะคะ”
       “จ๊ะ”
       สหรัฐรีบปลีกตัวออกไป
      
       สหรัฐเดินเข้ามาถึงตัวบ้าน แล้วหันกลับไปมองสุทธิดาเห็นว่าเธอหันไปทางอื่น สหรัฐรีบเดินเลี้ยวไปอีกทาง ส้มเดินผ่านมาเห็นสหรัฐทำตัวลับๆล่อๆก็สงสัย
       มดดำเดินมาถึงบริเวณสวนดอกไม้ เสียงสหรัฐเรียกดังขึ้น
       “มดดำ...”
       มดดำหันมองซ้ายมองขวาด้วยความระแวง
       “คุณตามฉันมาเหรอ”
       “ฉันอยากคุยด้วย”
       “โอ๊ย...ไม่เอาแล้ว คุยกับคุณทีไรมีเรื่องทุกที”
       “โอเค...โอเค ฉันคุยนิดเดียว”
       สหรัฐจ้องหน้ามดดำนิ่งจนเธอเขินหลบตา
       “มีอะไรก็ว่ามาสิ”
       “ยินดีด้วยนะที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้”
       “ขอบคุณค่ะ คุณรีบไปเถอะเดี๋ยวใครเขาจะมาเห็นเข้า”
       ทันใดนั้นเสียงสุทธิดาดังขึ้น
       “มาเข้าห้องน้ำไกลจังเลยนะคะพี่รัฐ”
       สหรัฐกับมดดำหันไปมองตามเสียง เห็นสุทธิดากับส้มเดินเข้ามาด้วยกัน มดดำตกใจมาก สุทธิดาเดินเข้าไปหาสหรัฐแล้วยิ้มหวานให้จนสหรัฐสงสัย
      
       สุทธิดาเดินเกาะแขนสหรัฐมาอย่างอารมณ์ดีจนถึงที่รถ
       “เดี๋ยวเราไปดูหนังสักเรื่องนะคะ แล้วค่อยไปทานข้าวกันต่อ”
       “ดาคือพี่แค่ไปแสดงความยินดีกับมดดำ”
       สุทธิดายิ้ม
       “ดาก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่รัฐนี่คะ”
       “ดาไม่โกรธเหรอ”
       “ไม่ค่ะ วันนี้ดาอารมณ์ดี”
       สหรัฐยิ้ม
       “เหรอ ทำไมล่ะ”
       “เพราะส้มบอกดาว่า วันนี้จะตีมดดำให้ตาย เพราะมันยังดื้อคุยกับพี่รัฐน่ะสิคะ”
       สหรัฐตกใจ
       “อะไรนะ”
       “ไปกันเถอะค่ะ วันนี้เราจะเที่ยวให้สนุกที่สุดเลยนะคะ”
       สหรัฐไม่อยากไปแต่สุทธิดาดึงแขนแล้วผลักเข้ารถ แล้วตัวเองก็วิ่งอ้อมไปขึ้นอีกทาง
      
       ส้มลากมดดำเข้าห้องมาแล้วจัดการตบมดดำทันที
       “ต้องให้กูตีมึงให้ตายใช่ไหม ถึงจะเลิกยุ่งกับคนของคุณดา”
       ส้มจะฟาดมือตบอีกแต่มดดำรับมือไว้ทัน
       “แม่...ตอนนี้ฉันคิดแต่เรื่องเรียนนะ ฉันไม่มีหัวไปคิดเรื่องอื่นหรอก”
       “กูไม่เชื่อ ปากมึงพูดอย่างแต่มึงทำอีกอย่าง คิดว่ากูไม่รู้ทันมึงเหรอ”
       “รู้ทันอะไรล่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณสหรัฐทั้งนั้น แม่เชื่อกันบ้างสิ”
       “เชื่อเหรอ เชื่อว่ามึงตอแหลน่ะสิ”
       “แม่! ถ้าแม่เรียกฉันมาเพื่อจะตบฉัน แต่ไม่ฟังฉันๆก็ไม่มีอะไรจะคุย”
       “กูก็ไม่มี แต่กูจะตีมึงให้ตาย”
       ส้มตบตีมดดำจนเธอทนไม่ไหว ผลักส้มออกแล้ววิ่งหนีไป
       “มึงจะหนีไปไหนอีมดดำ”
       ส้มวิ่งตามออกไป
      
       มดดำวิ่งมาถึงหน้าห้องแล้วตัดสินใจไม่เข้าห้อง วิ่งหนีไปอีกทาง ส้มวิ่งมาถึงหน้าห้องมดดำ เปิดห้องไปไม่เห็น
       “หนอยหายไปไหนแล้ว”
       ส้มมองหาแล้วจะวิ่งหาต่อ แต่ดอมเดินเลี้ยวมาพอดีก็เลยชนกับส้ม
       “ส้ม เห็นมดดำไหม คุณแม่ให้ฉันพาไปซื้อชุดนักศึกษา”
       “ฉันก็หามันอยู่นี่แหล่ะ” ส้มนึกได้ “คุณดอม ถ้าเจอมันแล้วพาเข้าโรงแรมเลยได้ไหม”
       ดอมหน้าตื่น
       “อะไรอีกล่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”
       “แล้วคุณจะยอมให้มันไปแย่งคุณสหรัฐจากพี่สาวคุณเหรอ”
       “เอ่อ...ฉันคิดว่ามดดำไม่ใช่คนแบบนั้น”
       “ตกลงคุณจะปล้ำมันไหม ถ้าคุณไม่เอาฉันจะให้ไอ้อิทปล้ำมัน ก่อนที่มันจะก่อเรื่อง”
       ดอมไม่พอใจ
       “เธอนี่ร้ายกับลูกของตัวเองเหลือเกินนะ! ถึงนายอิทนั่นจะเป็นคู่แข่งหัวใจฉัน แต่ฉันก็ดูออกว่าเขาคงไม่คิดทำคนที่ตัวเองรักแบบเดียวกับฉัน เราสองคนจะเอาชนะใจมดดำด้วยความดีต่างหาก”
       พูดจบดอมก็เดินไป ส้มหงุดหงิดเจ็บใจ
       “โอ๊ย...ทำไมมันมีแต่ผู้ชายโง่ๆวะ อีมดดำ อย่าให้กูเจอมึงเชียวนะ”
       ส้มเดินไปหาต่อ มดดำออกมาจากที่ซ่อนถอนใจ
       “แม่นะแม่ ทำไมถึงคิดแต่จะทำร้ายฉัน”
      
       สหรัฐกับพิมพ์พรรณนั่งทานอาหารเช้าด้วย ในห้องอาหารที่บ้าน
       “ก็ดีนะที่คิดจะไปสอนหนังสือ แต่ยังไงต้องไม่ลืมนะลูกว่างานหลักของเราคือธุรกิจ อย่าสอนจนลืมงานหลักล่ะ”
       “เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับคุณแม่ เพราะว่าผมจะเป็นแค่อาจารย์พิเศษ”
       “นี่ แล้วเราเลือกสอนได้หรือเปล่า”
       “ทำไมครับ”
      
       “ก็แม่อยากให้สอนปีสองน่ะ”


  


       “ผมยังไม่ทราบรายละเอียดเลยครับ ไว้ได้เรื่องยังไงจะมาบอกนะครับ”
      
       สหรัฐลุกขึ้นแล้วหอมแก้มแม่ก่อนออกไป พิมพ์พรรณมองตามแล้วยิ้มมีความสุข
       “ขอให้ได้สอนยัยดาด้วยเถอะ”
      
       วันรายงานตัวมาถึง...ที่หน้าห้องรายงานตัวดอมในชุดนักศึกษายืนชะเง้อมองเข้าไปในห้องคอยมดดำอยู่ ไม่นานมดดำในชุดนักศึกษาก็เดินออกมา
       “มดดำ เป็นไงบ้าง รายงานตัวเสร็จแล้วใช่มั้ย”
       “ค่ะ...เดี๋ยวก็ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษา เอ๊ะ แล้วคุณดอมมาทำอะไรที่นี่คะ ทำไมไม่อยู่ที่คณะวิศวะของคุณดอม”
       “ก็ฉันเป็นห่วงเธอ เลยมาดู งั้นฉันไปเป็นเพื่อนนะ”
       ดอมกับมดดำจะเดินไปแต่ซันนี่ที่เดินสวนมาไม่ได้ดูชนกับมดดำจนหนังสือหล่น ซันนี่โวยวาย
       “โอ๊ย...นี่เดินไงเนี่ย”
       “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันมอง”
       มดดำกับดอมช่วยเก็บหนังสือให้ ซันนี่พอเห็นดอมก็ชอบทันที มดดำยื่นหนังสือของซันนี่คืนให้
       “หนังสือเธอ ฉันชื่อมดดำ เธอชื่ออะไร”
       ซันนี่ไม่ตอบมดดำแต่ไปถามดอม
       “เธอชื่ออะไร”
       “ดอมครับ แต่ผมไม่ได้อยู่คณะนี้ แค่มาหามดดำ”
       ซันนี้เบ้ปากใส่มดดำแล้วเดินเชิดไปเลย มดดำกับดอมมองตามงงๆแล้วขำ
      
       อาจารย์สุนีย์ พาสหรัฐมาที่โต๊ะทำงาน
       “แหม...พี่ละดีใจมากเลยนะคะที่คุณสหรัฐยอมมาเป็น อาจารย์พิเศษที่นี่”
       “ผมเองก็ยินดีมากครับ”
       “นี่เป็นโต๊ะทำงานของอาจารย์นะคะ”
       ระหว่างนั้นมดดำเดินเข้ามา พอเห็นสหรัฐก็อึ้งตกใจ สหรัฐยิ้มให้เนียนๆ มดดำยืนงงจนอาจารย์สุนีย์ทัก
       “อ้าว...มีธุระอะไรกับอาจารย์คนไหนจ๊ะ”
       “หนูมาพบอาจารย์สุนีย์ค่ะ ท่านเป็นที่ปรึกษาหนู”
       “ฉันเอง” อาจารย์สุนีย์รับใบส่งตัวมาดู “ชื่อ มนฤดีเหรอ ชื่อเล่นล่ะ”
       “มดดำค่ะ”
       “ชื่อแปลกนะ เอาล่ะ พอดีวันนี้ครูมีอาจารย์ใหม่ต้องดูแล เดี๋ยววันหลังเราค่อยมาคุยกันนะมดดำ”
       “ค่ะอาจารย์”
       มดดำยกมือไหว้เดินออกไป สหรัฐมองตามยิ้มๆแล้วคิดแผนออก
       “อาจารย์ครับ ผมขออะไรสักอย่างไม่ทราบจะทันไหมคับ”
       “ขออะไรคะ”
       “ผมสอนปี 1 ได้ไหมครับ”
       “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
      
       พิมพ์พรรณตกใจ
       “อะไรนะ เด็กมดดำนั่นเรียนคณะเดียวกับหนูดาเหรอ”
       กัลยางง
       “ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นจ๊ะ”
       “ก็ตื่นเต้นสิ ฉันเป็นห่วงความรู้สึกยัยดานะ แกยิ่งไม่ค่อยชอบเด็กคนนั้นอยู่ด้วย แต่ดันต้องมาเจอกันทั้งวันทั้งที่บ้านแล้วก็ที่เรียนอีก กัล เธอไม่น่ายอมให้มดดำเรียนที่เดียวกันเลยนะ”
       “ก็เด็กเขาสอบติด จะไปห้ามเขาได้ยังไง”
       “แหม...แล้วหนูดาล่ะ”
       “ขอบใจนะพิมพ์ที่เธอเป็นห่วงยัยดา แต่ยังไงยัยดาก็ต้องเรียนรู้โลก ต้องรู้ว่าไม่มีอะไรได้อย่างใจเขาไปหมด ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่โตสักที”
       “ก็ถูกของเธอนะ อย่างน้อยที่มหาวิทยาลัยก็มีอาจารย์คอยช่วยเราดูแลคิดว่าคงไม่ทะเลาะกันหรอกเน๊อะ” พิมพ์พรรณนึกได้ “เอ๊ะ...เดี๋ยว ตารัฐก็ไปสอนที่คณะนี้นี่”
       “จริงเหรอ ดีจังเลยจะได้ฝากให้ตารัฐช่วยดูทั้งสองคนเลย แบบนี้ก็หายห่วง”
       พิมพ์พรรณบ่น
       “จะทำให้ยุ่งกว่าเดิมน่ะสิ”
       กัลยาแปลกใจ
       “อะไรนะพิมพ์”
       “เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร”
      
       พงษ์ มายืนรอรับที่หน้าบ้าน รถของสุทธิดาแล่นเข้ามาจอด สุทธิดา แก้ว วาว่า ลงมาจากรถ
       “ยินดีต้อนรับนะดา”พงษ์ยิ้มแย้ม
       วาว่าเข้ามาบอก
       “วันนี้ต้องถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเลยนะ เพราะปกติเปิดเทอมปุ๊บดาจะขยันปั๊บตั้งแต่วินาทีแรก แต่วันนี้ดาชวนพวกเราโดดซะงั้น”
       “ก็ฉันยังทำใจไม่ได้เลยไม่อยากไป”
       แก้วหันมาถาม
       “เรื่องที่ว่าเด็กคนใช้ของดามาเป็นรุ่นน้องพวกเราน่ะเหรอ”
       สุทธิดาพยักหน้ารับ
       “ฉันเกลียดมันมาก มากอย่างที่ไม่เคยเกลียดใครมาก่อน”
       พงษ์ตัดบท
       “เอาน่า ไม่เป็นไร เข้าไปข้างในกันเถอะ อาแพรวรออยู่แล้ว”
       พงษ์แทบจะประคองสุทธิดาเข้าบ้าน ปล่อยให้แก้วกับวาว่ารั้งท้าย
      
       ทั้งหมดเข้ามาในห้องนั่งเล่น แพรวพราวยื่นกล่องของขวัญให้กับสุทธิดา พงษ์นั่งยิ้มและมีแก้วคอยมองดูอยู่ด้วย
      
       “อะไรเหรอคะน้าแพรว” สุทธิดาถามอย่างสงสัย


  


       “ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากน้าน่ะ พงษ์เขาก็ช่วยเลือกด้วยนะ”
      
       สุทธิดาเปิดดูเป็นสร้อยข้อมือไข่มุกแท้สวยงาม แก้วเห็นแล้วก็รู้สึกอิจฉา
       “จริงๆพงษ์เค้าอยากซื้อให้เอง แต่เห็นพงษ์บอกว่าเคยถูกปฏิเสธ ก็เลยให้น้าซื้อ”
      
       “จริงๆตอนนี้ถึงพงษ์ซื้อให้ดาก็ยินดีรับนะคะ เพราะเชื่อว่าพงษ์ให้ในฐานะเพื่อน แต่ถ้าเป็นในฐานะอื่นก็คงขอปฏิเสธ”
       พงษ์ถอนใจ
       “เฮ้อ...งั้นพรุ่งนี้ผมซื้อให้อีกอันเลย”
       แพรวพราวกับสุทธิดาขำมุขของพงษ์ มีเพียงแก้วที่ไม่ขำด้วยจึงขอตัว
       “เดี๋ยวฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
       แก้วลุกเดินไป สุทธิดาสังเกตเห็นว่าแก้วดูเซ็งๆ
      
       แก้วเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วล้างมือที่อ่างล้างหน้า สุทธิดาเดินเข้ามาหา แล้วยื่นกล่องของขวัญกล่องนั้นให้
       “ฉันให้”
       “อะไร”
       “ฉันรู้ว่าเธออยากได้มัน”
       “เธอเข้าใจผิดแล้วดา”
       แก้วจะเดินเลี่ยงออกไป
       “ของแบบนี้ฉันเคยมีเยอะจนเบื่อแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะแบ่งปันกับเธอ แต่ฉันไม่อยากจะแย่งอะไรกับเธอต่างหาก เราเป็นเพื่อนกันนะ ทำไมฉันจะดูเธอไม่ออก”
       แก้วนิ่งเงียบ
       “ตอนนี้ฉันมีเป็นของตัวเองแล้ว ต่อให้ใครมาเสนออะไรให้อีก ฉันก็ไม่มีทางเอาหรอก โดยเฉพาะของที่เพื่อนรัก”
       แก้วอึ้งที่สุทธิดาเดาใจถูก
       “ขอบใจนะดา แต่ฉันคงไม่รับหรอก พงษ์เขาตั้งใจให้เธอฉันจะรับได้ไง”
       “เฮ้อ...แล้วจะทำไงดีเนี่ย”
       “เธอก็เก็บไว้เถอะนะดา อย่างน้อยมันก็มีค่าทางใจจากผู้ให้”
       พูดจบแก้วก็เดินไป
      
       สุทธิดากับแก้วเดินออกมาจากด้านใน สุทธิดาหยิบโทรศัพท์กดโทรหาสหรัฐ ส่วนแก้วเดินไปนั่งคุยกับพงษ์และแพรวพราว
       “พี่รัฐเหรอคะ อยู่ไหนคะเนี่ย”
       แพรวพราวแอบมองสนใจอยู่ที่สุทธิดาที่เดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก
       “หนูดาเขาโทรหาแฟนเหรอพงษ์”
       พงษ์หงุดหงิด
       “ก็ใช่น่ะสิครับ อาจะถามทำไม”
      
       สุทธิดาเดินออกมาคุยโทรศัพท์ตรงหน้าบ้าน แพรวพราวมองสังเกตมาจากด้านใน
       “อ๊ายย! จริงเหรอคะพี่รัฐ พี่รัฐรับปากจะไปสอนที่มหาลัยดา ดีเลย...ดาจะได้นั่งจ้องหน้าพี่รัฐตอนสอนดาแล้วจะได้อวดเพื่อนด้วย” สุทธิดาดีใจ
       สหรัฐยังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ลานจอดรถในมหาลัย
       “แต่พี่สอนแค่ปี 1 นะ ดาอยู่ปี 2 แล้วพี่คงไม่ได้ไปสอนดา”
       “คณะดา...ปี1...ไม่ได้นะคะพี่รัฐ ถ้าพี่รัฐสอนปี 1 ก็ต้องได้สอนนังมดดำ ดาไม่ยอม”
       “ดา!...นี่มันเรื่องงานของพี่นะ ดาต้องแยกแยะด้วยสิ”
       สุทธิดาอึ้งที่ถูกดุ เจ็บใจกดวางสายทิ้งเลย
       “อีนังมดดำ แกจะเป็นเสนียดความรักของฉันไปถึงไหนนะ”
       สหรัฐ มองโทรศัพท์ที่สุทธิดากดตัดสายแล้วเครียด แต่แล้วสายตาของเขาเห็นมดดำกับดอมกำลังโบกแท็กซี่แล้วนั่งออกไป สหรัฐรีบสตาร์ทรถตามไปทันที
      
       สุทธิดาเดินหน้ามุ่ยเข้ามา แพรวพราวถาม
       “มีอะไรเหรอหนูดา”
       “ก็พี่รัฐนะสิคะจะไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษที่มหาลัย”
       พงษ์ได้ยินแล้วไม่ค่อยพอใจแต่พยายามเก็บอาการ
       “ก็ดีไม่ใช่เหรอดา เป็นคู่หมั้นกันได้อยู่ใกล้กันทุกวัน”
       “ดีอะไรกันละพงษ์ สอนคณะเดียวกันก็จริง แต่ไปสอนเอาปี 1 นู่น!”
       แก้วขัดขึ้น
       “ก็ไม่เห็นแย่เลย ยังไงก็อยู่มหาลัยเดียวกัน”
       “มันไม่แย่หรอกถ้าในปี 1 มันไม่มีนังมดดำอยู่ นี่ขนาดห้ามไม่ให้ไปสอนพี่รัฐยังมาดุกลับอีก”
       แพรวพราวได้ทียุยง
       “อะไรกัน เป็นคู่หมั้นกันแท้ๆแต่กลับห้ามไม่ให้ยุ่งเรื่องส่วนตัว แบบนี้ไม่ดีเลยนะ ต่อไปถ้าเขาไปทำอะไรที่เราไม่ชอบ แล้วเราจะไปออกสิทธิออกเสียงอะไรได้ เฮ้อ...”
       สุทธิดาได้ยินที่แพรวพราวยุแล้วยิ่งคิดมาก
       “งั้นดาขอตัวกลับก่อนนะคะ มีอะไรต้องรีบไปเคลียร์กับพี่รัฐหลายอย่าง”
       พงษ์มองหน้าแพรวพราวแล้วแอบยิ้มพอใจ แก้วได้แต่ถอนใจในพฤติกรรมของพงษ์
      
       สุทธิดาขับรถออกไป แพรวพราวกับพงษ์ยืนมองตามรถสุทธิดาแล้วหันยิ้มให้กัน
       “อีกไม่นานหลานจะได้เด็กคนนี้มาเป็นเมียแน่”
      
       พงษ์ยิ้มร้ายอย่างมีความหวังและพอใจมาก
ตอนที่ 16
      
       สหรัฐกับสุทธิดายืนคุยกันอย่างเครียดๆ ในห้องรับแขก
      
       “ทำไมคะพี่รัฐ ดาขอแค่นี้ทำไมให้ดาไม่ได้ ไหนพี่รัฐเคยสัญญาว่าจะรักดาคนเดียว แล้วทำไมถึงทำแบบนี้กับดา”
       สหรัฐเบื่อ แต่พยายามอธิบาย
       “ดา มีเหตุผลหน่อยสิ ตอนที่อาจารย์สุนีย์ทาบทามพี่ ดาก็เป็นคนสนับสนุนไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ถ้าพี่ไปกลับคำไม่สอนพี่ก็เสียนะดา”
       “พี่รัฐอย่ามาอ้างเลย พี่รัฐต้องการอยู่ใกล้ชิดมันใช่ไหม”
       “ดา พี่รู้ว่าพี่ควรวางตัวยังไง”
       “ถ้ารู้ก็ไปยกเลิกเป็นอาจารย์สิคะ”
       “เสียใจนะ พี่ทำไม่ได้จริงๆ”
       “แต่พี่รัฐต้องทำ ถ้าพี่รัฐไม่ทำดาจะโทรบอก อาจารย์สุนีย์เอง”
       สุทธิดาหยิบโทรศัพท์มาจะกด สหรัฐมาจับข้อมือไว้ สุทธิดากระชากมือออกแล้วจะกดใหม่
       “ดา ถ้าเราคุยกันไม่รู้เรื่องกันแบบนี้ พี่ว่าเราถอนหมั้นกันเถอะ”
       สุทธิดาที่กำลังกดโทรศัพท์อึ้งชะงักมองหน้าสหรัฐ
       “พี่รัฐว่าอะไรนะ”
       “พี่เสียใจ แต่พี่คิดว่าเราคงไปกันไม่รอด กลับมาเป็นพี่น้องเหมือนเดิมจะดีกว่านะ”
       สุทธิดาพยายามกลั้นน้ำตาเก็บความรู้สึกเจ็บปวดในใจ จ้องหน้าสหรัฐด้วยความแค้นใจ
       “ไม่ค่ะ เราจะไปกันรอด ชีวิตคู่ของเรามีแต่จะเดินหน้า ดาจะไม่ยอมถอยหลังเด็ดขาด โดยเฉพาะถอยเพื่อให้อีมดดำมันมาแทนที่ดา”
       สุทธิดาเดินออกจากห้องรับแขกไป เมื่อเดินมาที่รถ เธอเห็นรถตู้ของพิมพ์พรรณแล่นมาจอดใกล้ๆจึงหยุดยืนคอย
      
       พิมพ์พรรณ ลงจากรถเห็นสุทธิดาก็ดีใจรีบเดินมาหา
       “หนูดา จะกลับแล้วเหรอ อยู่ทานข้าวกับน้าก่อนสิจ๊ะ”
       “ดา ทะเลาะกับพี่รัฐค่ะ ถ้าอยู่ก็คงทานข้าวกันไม่อร่อย”
       “ตายจริง ทะเลาะอะไรกัน ไปเลย ไปกับน้า เดี๋ยวน้าพิมพ์เคลียร์ให้”
       พิมพ์พรรณจับมือสุทธิดาจะจูงเข้าบ้าน แต่สุทธิดาขืนไว้
       “พี่รัฐขอถอนหมั้นดาค่ะ”
       พิมพ์พรรณช็อค
       “อะ...อะ...อะไรนะ”
       “ไม่ต้องห่วงนะคะน้าพิมพ์ ดาไม่ยอมแน่ๆ”
       สุทธิดามองหน้าพิมพ์พรรณเหมือนจะฟ้อง พิมพ์พรรณเองก็ช็อคตั้งใจรอสิ่งที่สุทธิดาจะเล่า
      
       สหรัฐนั่งที่โซฟา พิมพ์พรรณนั่งจ้องหน้าลูกอย่างโกรธมาก
       “นี่ลูกเป็นอะไร ผู้หญิงดีๆอย่างหนูดาไปขอถอนหมั้นเขา”
       “ผมรู้ว่าเราไปกันไม่ได้ครับ”
       “แล้วใครที่ไปกันได้ดีกับลูก...หา..ตารัฐ มดดำงั้นเหรอ”
       สหรัฐนิ่งเงียบ
       “ตารัฐ แม่ขอร้อง ทำให้หนูดาสบายใจ เขาอยากให้เลิกเป็นอาจารย์ก็ไปทำซะ แม่เชื่อว่าถ้าเราทำเรื่องนี้ให้หนูดา เขาจะต้องพอใจและกลับมาเป็นหนูดาที่น่ารักเหมือนเดิม”
       “ถึงดาจะดีน่ารักยังไง ผมก็ไม่ต้องการเขามาเป็นคนรัก ผมคิดกับเขาได้แค่น้องครับคุณแม่”
       พิมพ์พรรณอึ้ง
       “ตารัฐ!”
       “จริงๆที่ดาเขาเข้าใจมันก็ถูกต้อง ผมอยากอยู่ใกล้มดดำ....ผมรักเขา”
       “ตารัฐ ทำไมลูกทำแบบนี้”
       “ผมขอโทษที่ไม่สามารถทำตามใจคุณแม่ได้”
       พิมพ์พรรณลุกขึ้น
       “ลูกทำให้แม่เสียใจมาก”
       พิมพ์พรรณจะเดินไป สหรัฐจะเดินตามแต่พิมพ์พรรณหันมาดุ
       “ถ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง แม่ก็คงไม่มีอะไรจะคุยกับลูกอีก”
       พิมพ์พรรณเดินออกไป สหรัฐทรุดตัวลงนั่งถอนใจเครียด
      
       อิทธิเซ็นรับเช็คเงินกับพนักงานต้อนรับของบริษัท ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของคุณหญิงวาปี
       อีกด้าน ชาติชายกับกัลยาเดินมาส่งสถาปนิกที่หน้าบริษัทใกล้ๆกับเคาน์เตอร์ที่อิทธิรอรับเช็คอยู่
       “ถ้าแก้แบบสวนหน้าโครงการเสร็จก็เอามาให้ผมดูอีกทีนะ”
       สถาปนิกไหว้ลาแล้วเดินออกไป ชาติชายกับกัลยาหันกลับมา อิทธิยกมือไหว้
       “อ้าว อิทมาทำอะไรล่ะ” กัลยาแปลกใจ
       “ผมมารับเงินพิเศษที่มาทำงาน เมื่อวันเปิดตัวโครงการครับ”
       “จริงสิ ยังไม่ได้ขอบคุณเลย วันนั้นอิททำงานดีนะ ลูกค้าหลายคนชม”
       “ขอบคุณครับ”
       “ไว้มีงานคราวหน้าก็มาทำกันอีกนะ”
       ชาติชายยิ้มแล้วจะเดินไปแต่กัลยาดึงไว้
       “คุณชาติคะ ถ้าอิททำงานดี ทำไมต้องรอคะ”
       ชาติชายมองหน้ากัลยาแล้วยิ้มออก เพราะคิดเหมือนกัน หันไปบอกอิททันที
       “อิท เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วไปพบที่ห้องหน่อยนะ”
      
       ชาติชายกับกัลยานั่งยิ้ม มองที่อิทธิที่นั่งหน้าเครียดคิดหนัก
       “คิดมากอะไร มีสมัครงานที่อื่นไว้หรือเปล่า” กัลยาถาม
       “ครับ ผมก็ส่งใบสมัครไปแล้วหลายที่ กำลังรอเรียกสัมภาษณ์ครับ”
       “งั้นจะรอทำไม มาทำที่นี่เลยสิ อีกสองอาทิตย์คุณพงษ์เขาก็จะไปอยู่กับลูกเขาที่ญี่ปุ่นแล้ว ฉันต้องการให้คนใหม่มาเรียนงานกับเขาโดยเร็ว” ชาติชายบอก
       อิทธิเกรงใจ
       “ผมขอบคุณคุณชาติชายกับคุณกัลยามากครับ แต่ผมอยากลองสมัครงานด้วยตัวเองก่อนครับ”
      
       กัลยาหัวเราะ


  


       “นี่แสดงว่าไม่อยากใช้เส้น”
      
       “ครับผม”
       “ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอน อิทจะต้องไปสอบกับฝ่าย”
       “บุคคลทั้งเรื่องภาษา ทักษะการใช้อุปกรณ์สำนักงาน ถ้าผ่านเราถึงจะรับแบบนี้ตกลงไหม”
       อิทธิยิ้ม
       “ครับ ได้ครับ”
       ทั้งสามยิ้มให้กัน
      
       มดดำรีดผ้าอยู่ สุทธิดาเดินเข้ามาแล้วมองหน้าอย่างไม่พอใจ
       “เอ่อ...คุณดาจะเอาอะไรหรือเปล่าคะ” มดดำรู้สึกอึดอัด
       “เอาชีวิตแก...ได้ไหม”
       พูดจบสุทธิดาก็เดินมาใกล้แล้วเหลือบตามองที่เตารีดที่วางอยู่ สุทธิดาเอามือมดดำออกแล้วเอามือจับเตารีด มดดำเริ่มถอยเพื่อระวังตัว
       “คุณดาจะทำอะไร”
       “ทำไม...กลัวเหรอ”
       มดดำยืนจ้องหน้าสุทธิดานิ่งอย่างระวังเชิง
       “จำไว้นะนังมดดำ ถ้าแกคิดจะแย่งอะไรไปจากฉัน ฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาของๆฉัน”
       สุทธิดายกเตารีดวางทาบบนเสื้อนิ่ง มดดำมองด้วยความงง
       “คุณดา นั่นเสื้อนักศึกษาฉันนะ”
       “ฉันอยากให้เป็นหน้าแกจริงๆเลย”
       สุทธิดาก็เดินออกจากห้องไป มดดำเดินมาหยิบเสื้อมาดู ก็เห็นเป็นรอยไหม้เสียหาย เธอถอนใจเซ็ง
       “ตอนนี้ก็เหลือเสื้อแค่ตัวเดียวเองสิเนี่ย”
      
       อิทธิเดินรอด้วยความสุข แล้วเห็นมดดำเดินหน้าเครียดถือเสื้อเข้ามา แต่เขาไม่ทันสังเกตรีบวิ่งไปหา
       “มดดำ คุณชาติชายกับคุณกัลยาจะให้พี่ไปทำงานด้วย ถ้าพี่ผ่านการทดสอบก็จะอยู่ฝ่ายผู้ช่วยของคุณชาติชาย”
       มดดำยิ้มเศร้า
       “ดีใจด้วยนะ”
       อิทธิสงสัย
       “มดดำเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูซึมๆ”
       “เอ่อ...เปล่านี่ แล้วนี่พี่ไม่ต้องไปรดน้ำต้นไม้เหรอ เดี๋ยวฉันก็จะไปถูบ้านก่อนนะ”
       มดดำจะเดินไปอิทธิดึงแขนไว้ แล้วเห็นรอยไหม้บนเสื้อ
       “ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ”
       “ฉันซุ่มซ่ามเองแหละพี่ เผลอวางเตารีดนานไปหน่อย”
       มดดำเดินเข้าห้องไป อิทธิมองตามงงๆ
      
       อิทธิยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ สุทธิดาเดินเข้ามามองหน้า
       “รู้ไหมว่าแฟนนายยังไม่เลิกอ่อยพี่รัฐ”
       “ผมนึกว่าคุณจะเลิกฟุ้งซ่านเรื่องนี้ไปแล้วซะอีก”
       “ฉันฟุ้งซ่านหรือนายโง่กันแน่ จะบอกให้เอาบุญนะ แฟนนายไปอ้อนพี่รัฐท่าไหนก็ไม่รู้ เขาถึงใจอ่อนยอมเป็นอาจารย์พิเศษสอนปี 1”
       อิทธิเริ่มนิ่งฟังสุทธิดา
       “ไง แฟนนายไม่ได้เล่าให้ฟังละสิ”
       “คุณก็เลยมาเล่าแทน เพราะหวังจะใช้ผมเป็นตัวกัน”
       “รู้แล้วก็ทำด้วยสิ”
       “ผมคงไม่ทำอะไร เพราะผมเชื่อว่าการจะให้ใครมารักเรา เราต้องทำดีให้เขารัก ไม่ใช่วันๆคิดแต่แผนชั่วคอยกีดกันเขา”
       สุทธิดาโกรธ
       “แกกล้าด่าฉันเหรอ ฉันมาเตือนแกดีๆนะ”
       “คนอย่างคุณน่ะเหรอที่คิดดีกับผม คุณสุทธิดา ถ้าคุณรู้จักแยกแยะดีชั่วจริง คุณจะไม่ทำแบบนี้”
       “ได้...ถ้าแกโง่ไม่ช่วยฉัน งั้นฉันจะจัดการเอง แต่ฉันเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าฉันลงมือเองน่ะ มันจะไม่เบามือเหมือนแค่เสื้อไหม้หรอก”
       “ที่แท้คุณนี่เองที่ทำเสื้อมดดำไหม้”
       “แล้วไง เสื้อนั่นก็เงินบ้านฉัน พวกแกจะทำอะไร”
       “ผมจะไปกล้าทำอะไรล่ะครับ ถ้าคุณใช้ไฟมาผมก็แค่เอาน้ำดับก็พอ”
       พูดจบอิทธิก็จะเอาสายยางฉีดน้ำใส่ สุทธิดาร้องกรี๊ดแล้ววิ่งหนีไป อิทธิมองตามส่ายหน้าระอาใจ
      
       องค์อรในชุดสวยเตรียมไปงานเลี้ยง เดินถือกระเป๋าลงมา แล้วแวะหน้ากระจกดูความเรียบร้อย สุทธิดาเดินหน้าบึ้งเข้ามา องค์อรเห็นก็เรียกไว้
       “ยัยดา มาช่วยน้าดูความเรียบร้อยหน่อยสิ วันนี้จะไปงานใหญ่ด้วย”
       สุทธิดาหยุดยืนดูแต่ไม่เดินเข้ามาเพราะอารมณ์ไม่ดี องค์อรชูกระเป๋าถือใบเล็กๆ
       “น้าว่า CHANEL ใบนี้มันไม่ค่อยเข้าเน๊อะ เปลี่ยนดีไหม”
       “น้าอรคะ ดามีเรื่องต้องคิดเยอะ ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องไร้สาระของน้าอรหรอกค่ะ”
       พูดจบสุทธิดาก็เดินไปเลย องค์อรอึ้งงงมาก
       “ดา...หลานดา อะไรกันเนี่ย เดี๋ยวนี้ทำไมก้าวร้าวจัง”
       องค์อรเห็นส้มเดินตามไปทางบันไดขึ้นชั้นบน องค์อรงมองสงสัย
      
       สุทธิดาเข้าห้องมาด้วยอารมณ์ไม่ดี ฉุนสุดๆ
       “ไอ้บ้า ไอ้พวกบ้า เลวทั้งสองคนเลย”
       ส้มเคาะประตูเปิดเข้ามา สุทธิดามองตาขวาง
       “คุณดาเป็นอะไรคะ ทำไมดูหงุดหงิด”
       “ไหนบอกจะจัดการนังมดดำไง ไม่เห็นทำอะไรสักที รู้ไหมต่อไปมันจะได้ใกล้ชิดพี่รัฐยิ่งกว่าฉันแล้ว”
       สุทธิดาเอาหมอนขว้างใส่ส้มด้วยความโมโห
       “คุณดาอย่าค่ะ ฉันไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ฉันเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว”
       สุทธิดาชะงัก
       “เตรียมไว้แล้ว แกเตรียมอะไร”
       “ไหนๆคุณก็หมั้นกับคุณสหรัฐมาตั้งนานแล้ว ก็แต่งงานกันซะทีสิคะ”
       “จะบ้าเหรอ ฉันยังเรียนอยู่นะ พวกผู้ใหญ่คงไม่ยอมหรอก”
       “ส้มหมายถึงว่าแต่งกันเอง ไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่น่ะค่ะ”
      
       “แต่ฉันเคยพยายามแล้ว พี่รัฐเขาไม่สนใจฉันเลย”


  


       “คุณรัฐ เธอเป็นสุภาพบุรุษ ตอนนั้นคุณเมา เธอก็ไม่กล้าหรอกค่ะ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคุณรัฐไม่ได้สติ อันนี้ไม่พลาดแน่”
        
      
       ทันใดนั้นองค์อรก็เปิดประตูเข้ามา
       “นังส้ม นี่แกคิดแผนชั่วอะไรหลอกหลานฉัน”
      
       สุทธิดากับส้มเดินออกมาจากห้องจะไปที่อื่น แต่องค์อรพยายามมาดึงแขนสุทธิดาไว้
       “ยัยดา ทำไมไม่ฟังน้าบ้าง ไปฟังนังส้มมันทำไม แล้วนี่จะไปไหนกัน”
       “น้าอรคะ พอเถอะค่ะ ก็ในเมื่อน้าอรช่วยอะไรดาไม่ได้ ดาก็ต้องฟังคนที่จะช่วยดาได้”
       “แล้วหลานไว้ใจมันเหรอ น้าเคยบอกแล้วไงว่าอีนี่มันงูพิษ”
       สุทธิดาไม่สนเดินลงบันไดไปองค์อรพยายามจะตาม แต่ส้มมาขวางไว้
       “ดา...ฟังน้าบ้างสิ หลีกไปนะนังส้ม ฉันรู้ทันนะว่าแกไม่ได้หวังดีอะไรกับหลานฉันหรอก คนอย่างแกมันต้องมีแต่ความคิดชั่วๆที่จะเอามาฝั่งหัวหลานฉัน”
       “คุณอรอย่ามาตัดสินฉันว่าชั่วเลยค่ะ เพราะครั้งหนึ่งคุณก็เคยกำจัดคนชั่วอย่างฉันเพราะคิดจะชั่วซะเองไม่ใช่เหรอคะ”
       องค์อรตกใจ
       “อีส้มแกเอาอะไรมาพูด”
       ส้มเดินมาใกล้แล้วพูดเบาๆ
       “เมื่อยี่สิบปีก่อน คุณเอาแต่คอยจับผิดฉันกับคุณชาติ ก็เพราะคุณเองก็ชอบคุณชาติไม่ใช่เหรอคะ”
       “อีบ้า อย่ามาเพ้อเจ้อนะ”
       “เอาเป็นว่าฉันจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ เพราะถือว่าคุณแพ้ฉันไปแล้ว แต่คุณก็ต้องไม่ยุ่งเรื่องของฉันกับคุณดาด้วยนะคะ ไม่งั้น ฉันประจานแน่”
       ส้มยิ้มร้ายแล้วเดินตามสุทธิดาลงไป องค์อรโกรธมากแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากกำมือด้วยความเจ็บใจ
      
       ส้มดึงห่อยานอนหลับเล็กๆที่ซ่อนไว้ใต้เตียงมาส่งให้สุทธิดา
       “อะไรน่ะ”
       “มันเป็นสมุนไพรพื้นบ้านค่ะ เมาแรงยิ่งกว่าเหล้า เก่งแค่ไหนก็จับไม่ได้ว่าโดนวางยา”
       สุทธิดายิ้มพอใจ
       “ฉันก็จะดูไม่เสียหายด้วย”
       “แต่คุณรัฐคงจะถูกมองว่าอดใจไม่ไหว ชิงสุกก่อนห่าม”
       สุทธิดามองห่อยายิ้มดีใจมีความหวัง
       “ไม่มีอะไรที่คุณดาอยากได้แล้วฉันจะไม่ทำให้คุณนะคะ”
       ส้มมองด้วยสายตารักปลาบปลื้ม สุทธิดาเห็นสายตาแบบนี้แล้วรู้สึกแปลกและรังเกียจรีบดึงมือออก
      
       ค่ำนั้น กัลยานั่งดูแบบแปลนโครงการอยู่ ระหว่างนั้นองค์อรก็กลับจากงานเลี้ยงเดินจ้ำเข้ามา
       “แหม...นึกว่าจะกลับมาไม่ทันพี่กัลขึ้นนอนแล้ว”
       “มีอะไรเหรออร ดูท่าทางแปลกๆ”
       “อรกลุ้มใจเรื่องยัยดาน่ะสิ หมู่นี้ชักสนิทกับส้มมากเกินไปแล้ว เมื่อเย็นนี้ก็คุยอะไรกันสองคนไม่รู้ บอกตรงๆอรไม่ชอบเลย”
       “ส้มก็ดูรักยัยดาดีออก”
       “แหม...พี่กัลก็โลกสวยมองมันในแง่ดีอีก ระวังตัวบ้างเถอะค่ะ เดี๋ยวมันจะแว้งกัดรอบสอง อรรู้สึกหลังๆมานี่ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี”
       ทันใดนั้นเสียงสุทธิดาขัดขึ้น
       “ก็ไม่ต้องทำอะไรสิคะ”
       สุทธิดาเดินเข้ามา
       “เพราะดาจะมาขอทุกคนว่า ต่อไปนี้คนที่จะเข้านอกออกในห้องของดาก็คือส้มคนเดียว ดาจะให้ส้มมานอนกับดาเลย คงไม่ว่าอะไรนะคะ”
       กัลยา องค์อร มองหน้ากันเครียด
      
       วันใหม่ในมหาวิทยาลัย...มดดำ ดอม ยืนรวมๆอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ มีรุ่นพี่ยืนดูอยู่ มดดำกับเพื่อนๆจะใส่ชุดง่ายๆพร้อมเปื้อน รุ่นพี่บอกทุกคน
       “เอาละน้องๆ วันนี้จะเป็นวันรับน้องอย่างเป็นทางการซะที พวกพี่รู้ว่าหลายคนยังไม่ค่อยรู้จักเพื่อน อาจจะอายกันบ้างก็ไม่เป็นไร หรือบางคนรู้จักแล้วแต่ก็รู้จักแต่เพื่อนในคณะ วันนี้ก็ต้องรู้จักเพื่อนต่างคณะบ้างนะ”
       ทุกคนร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ...ที่ซุ้มรับน้อง มดดำยืนกับเพื่อนๆ แล้วต้องจับคู่ชายหญิงลอดซุ้ม ดอมที่อยู่อีกแถวมองไปมองมาก็วิ่งมาหามดดำก่อนที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะถึงตัวมดดำ แล้วจูงกันลอดซุ้มไป...มดดำกับเพื่อนๆ โดนทำโทษต้องเต้นรำ ดอมก็จะเข้ามาเต้นด้วย...มดดำต้องทำกิจกรรมเอาขนมป้อนเพื่อนชื่อศิลป์ที่นั่งรออยู่ ดอมก็จะมาเบียดแล้วรอป้อน จนมดดำถอนใจเซ็ง ศิลป์ก็มองงงๆ...พักกลางวัน ศิลป์จับใบได้ชื่อมดดำ เขายกจานข้าวไปหามดดำ ดอมเดินมานั่งด้วย
       “เฮ้ย...เราขอนั่งตรงนี้เอง แล้วนายไปนั่งที่อื่นได้ป่ะ”
       ศิลป์มองหน้าดอม
       “ได้ไงวะ เราได้คู่กับเขาก่อน” ศิลป์แนะนำตัวกับมดดำ “หวัดดีครับผมชื่อศิลป์ที่มาจากศิลปะ แต่ติดวิศวะอินเตอร์ ครับ”
       มดดำยิ้มให้
       “มดดำค่ะไม่ได้ชื่อศิลป์ แต่อยู่ศิลปศาสตร์”
       “น่ารักจัง” ศิลป์ยิ้มกับมดดำแล้วมองที่ดอม “นายก็วิศวะนี่ใช่ไหม”
       ดอมพยักหน้ารับ ศิลป์พอรู้แล้วก็ไม่สนใจ หันไปยิ้มกับมดดำ ดอมเห็นก็ไม่ชอบใจ
       “มดดำไปนั่งตรงโน้นไหม ตรงนี้ร้อน”
       “ไม่ได้หรอกค่ะ มดดำยังล่ารายชื่อเพื่อนใหม่ไม่ครบที่รุ่นพี่กำหนดเลย”
       “งั้นไปรอเลย เดี๋ยวฉันทำให้”
       “แต่ว่า...”
       ศิลป์มองทั้งสอง
       “เอ่อ...โทษทีนะ ตกลงเป็นแฟนกันเหรอ”
       ดอมกับมดดำพูดพร้อมกัน
       “ใช่/ ไม่ใช่”
       ศิลป์มองงงๆ
      
       มดดำเอาจานกระดาษที่ทานข้าวแล้วมาทิ้งที่ถุงขยะ ดอมก็มาทิ้งอีกจุดใกล้ๆกัน ศิลป์เดินมาประกบดอมทันที
       “ที่ว่านายกับมดดำอยู่บ้านเดียวกันนี่ไงวะ แต่งงานกันแล้วเหรอ”
      
       ดอมหน้าตื่น

      
       “เฮ้ย...ไม่ใช่ แค่อยู่บ้านหลังเดียวกันเฉยๆ แต่อยู่คนละส่วน”
      
       “ตอนนี้อยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่ถ้านายทำอย่างนี้ อีกหน่อยมดดำหนีไปอยู่คนหลังคนละที่แหงๆ”
       “อ้าว...ไมมาพูดงี้วะ"
       “เพื่อน จะบอกอะไรให้นะ เคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่า ยิ่งตามเหมือนยิ่งหนีอ่ะ ถ้านายไปตาประกบเขาแบบนี้เขารำคาญแย่ ขนาดฉันนะเห็นนายตามตั้งแต่เช้า ยังรำคาญสายตาเลยว่ะ”
       ดอมชะงัก
       “ฉันตามเขามากไปเหรอวะ”
       “มากไม่มาก ก่อนถึงวันรับน้อง ฉันรู้จักเพื่อนวิดวะทุกคนเว้นนาย ไปอยู่ไหนมา”
       ดอมหน้าเจื่อน
       “ก็ต้องมาคอยดูมดดำว่าเขาลงทะเบียนอะไรยังไง”
       “ที่บ้านเรียกติดหญิง เชื่อฉันเหอะ ห่างๆบ้างก็ได้ เขาจะไม่อึดอัด”
       ดอมอึ้งนิ่งมองหน้าศิลป์ที่มองตอบแบบไม่เกรงกลัว แล้วดอมก็หัวเราะตบไหล่ชอบศิลป์
       “ขอบใจ ฉันชักถูกชะตากับนายแล้ว”
       ศิลป์ยักคิ้วกวนๆ
       “มีปัญหาหัวใจปรึกษาไอ้ศิลป์ได้”
       ดอมกับศิลป์จับมือเช็คแฮนด์เป็นเพื่อนกัน มดดำเดินเข้ามาหาแล้วยิ้ม
      
       สุทธิดา พงษ์ แก้ว วาว่า นั่งที่โต๊ะกินขนมกัน ซันนี่เดินมาเห็นก็รีบเข้ามาทัก
       “พวกพี่ๆไม่ไปรับน้องเหรอคะ”
       วาว่าส่ายหน้า
       “ไม่เอาหรอก ร้อน เดี๋ยวหน้าเป็นฝ้า”
       แก้วถามอย่างสงสัย
       “ว่าแต่เราเถอะ ซันนี่ เป็นน้องใหม่แล้วมาเดินอะไรอยู่ตรงนี้”
       “ซันนี่ก็ไม่อยากไปเหมือนกัน กิจกรรมอะไรไม่รู้ไร้สาระ มีแต่แกล้งกันไปมาน่ารำคาญ ยิ่งอยู่ใกล้มดดำยิ่งหมั่นไส้ พวกพี่ผู้ชายคงชอบที่มันสวย”
       ซันนี่จะลงนั่ง แต่สุทธิดาลุกขึ้น พงษ์แปลกใจ
       “ดาจะไปไหนอ่ะ”
       “เพิ่งนึกได้ว่าพวกเราควรจะไปรับน้องซะหน่อย”
       “แล้วไม่กลัวร้อนแล้วเหรอ”
       “กลัว แต่ก็อยากสะใจ พวกเธอไปกับฉันหน่อย ฉันเกิดอยากแกล้งน้อง”
       สุทธิดาเดินไป พงษ์ก็เลยเดินตาม แก้วกับวาว่าต้องตามไปด้วย ซันนี่ตะโกนไล่หลัง
       “อย่าบอกว่าซันนี่หนีซ้อมนะคะพี่”
      
       มดดำ ดอม ศิลป์ ยืนกับเพื่อนๆฟังรุ่นพี่
       “วันนี้ขอบคุณมากๆที่น้องๆมาร่วมกันทำกิจกรรมนี้ และหวังว่าหลายคนคงมีเพื่อนใหม่ๆเพียบ เอาละครับเดี๋ยวแยกย้ายกันไปล้างหน้าล้างตานะครับ”
       ทุกคนแยกย้ายกันไป มดดำ ดอม ศิลป์ก็จะเดินไป แต่สุทธิดา พงษ์ วาว่า แก้วมายืนขวางไว้
       “จะไปไหนล่ะมดดำ ฉันยังไม่ได้รับน้องเธอเลยนี่”
       มดดำกับสุทธิดามองหน้ากันประสานสายตาอย่างไว้เชิงต่อกัน
       “ขอโทษนะคะ รุ่นพี่บอกว่าวันนี้เสร็จแล้ว”
       “แต่ฉันยังไม่ให้ไป”
       สุทธิดาผลักไหล่ มดดำชักโมโห
       “คุณดาคะ ถ้าคุณทำรุนแรงกับฉันอีกที ฉันไม่ไว้หน้าแน่”
       “ได้...งั้นฉันรีบรับน้องให้เสร็จเร็วๆสั้นๆง่ายๆนะ”
       สุทธิดาหยิบถุงน้ำจิ้มราดบนหัวของมดดำ ดอมตกใจ
       “เฮ้ย...พี่ดา ทำอะไรน่ะ”
       “อย่ายุ่งน่านายดอม”
       “แต่นี่มันเกินไปนะ”
       สุทธิดาเทหมดถุงแล้วยิ้ม
       “เอาละ การรับน้องของฉันเสร็จเรียบร้อย”
       สุทธิดายิ้มร้ายแล้วเดินไป พงษ์ แก้ว วาว่าเดินตามไปด้วย ดอมกับศิลป์เดินเข้ามาหามดดำ ศิลป์ถึงกับอึ้ง
       “เฮ้ย...นี่คือพี่สาวนายที่บอกว่าอยู่คณะเดียวกับมดดำเหรอ โห...ร้าย สุดๆ”
       ดอมมองมดดำด้วยความสงสาร มดดำถอนใจเซ็ง ถามดอม
       “มดดำควรทำไงกับคุณดาดีคะคุณดอม”
      
       สุทธิดาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ พงษ์ แก้ว วาว่าตามมานั่งด้วย ซันนี่ที่นั่งอยู่ก่อนเห็นก็แปลกใจ แก้วรู้สึกไม่ดี
       “ดา ไม่ทำเกินไปหน่อยเหรอ”
       “เกินไปยังไง ก็แค่รับน้อง พี่แกล้งน้องไม่ได้เหรอ”
       พงษ์เอาใจ
       “ใช่ ดาเขาก็แค่หยอกเล่น แก้วจะอะไรนักหนา”
       ซันนี่แปลกใจ
       “เอ่อ...พวกพี่ๆไปทำอะไรคะ แล้วทำไมไปรับน้องแป๊บเดียวเอง”
       วาว่ากระซิบบอก ซันนี่ฟังก็สะใจ
       “จริงเหรอคะ ตายแล้ว พี่ดานี่สุดยอด ซันนี่แอบหมั่นไส้นังนี่ตั้งแต่แรกเห็นแล้ว แหม...ได้ใจจริงๆค่ะ”
       สุทธิดารู้ทัน
       “ฮึ...หมั่นไส้เพราะชอบนายดอมใช่ไหมล่ะ”
       “แหม...พี่ดานี่รู้ทัน งั้นวันหลังก็ช่วยซันนี่หน่อยนะคะ”
       ระหว่างนั้น มดดำเดินกลับมา ดอมและศิลป์เดินมาด้วย
       “คุณดาคะ เมื่อกี้คุณรับน้องฉันแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าต้องมาคาราวะรุ่นพี่เหมือนกัน”
       ขาดคำมดดำเอาถุงน้ำแดงใส่น้ำแข็งราดใส่หัวทันที สุทธิดาร้องกรี๊ดลั่นจนคนหันมามอง
       “อีมดดำ!”
       “ทำไมคะ จะบอกว่าคุณทำฉันได้ฝ่ายเดียวเหรอ”
       “พงษ์ แก้ว วาว่าทำอะไรสักอย่างสิ ไม่เห็นเหรอว่ามันทำฉันน่ะ”
       พงษ์จะเดินตามไปแต่ดอมมาขวาง
       “ถ้าพวกพี่ทำอะไรมดดำ ผมไม่ยอมแน่”
       “ดอม นี่แกเป็นน้องฉันหรือเปล่า”
       “ขอโทษนะพี่ดา แต่งานนี้พี่ผิดจริงๆ” ดอมบอกกับมดดำ “พอใจแล้วใช่ไหม ไปกันเถอะ”
       มดดำ ดอม ศิลป์เดินไป สุทธิดามองตามด้วยความเจ็บใจ ซันนี่มองตามดอม
       “ว๊าววว...หล่อ เท่ เข้ม”


  


       มดดำในชุดนักศึกษาเดินผมเปียกออกมาจากห้องน้ำหญิง ดอมกับศิลป์ในชุดใหม่ยืนรออยู่ ศิลป์เอ่ยชม
      
       “โห...มดดำ เธอแน่มาก กล้ากับรุ่นพี่ด้วย ถึงพวกเธอจะอยู่บ้านเดียวกันก็เถอะ แต่บอกเลยว่าเจ๋งจริงๆ”
       “ใจฉันก็ไม่อยากทำหรอกศิลป์ แต่จะให้ใครมารังแกฉันฝ่ายเดียวฉันก็ยอมไม่ได้”
       ศิลป์หนักใจ
       “ต่อจากนี้ไปเธอก็คงเรียนด้วยความยากลำบากกว่าคนอื่นหน่อยนะ”
       “ฉันชินแล้ว อยู่ที่บ้านโดนยิ่งกว่านี้อีก”
       “สาวนักสู้ตัวจริงเลยนะเนี่ย”
       ดอมชื่นชม
       “นี่แหละที่ทำให้ฉันชอบมดดำ”
       “ไอ้นี่เก็บทุกเม็ด”
       ศิลป์ขำที่ดอมชอบมดดำเอาจริงเอาจัง ส่วนมดดำก็ส่ายหน้าระอาใจกับดอม
      
       ชาติชายนั่งอ่านแฟ้มข้อมูลของอิทธิอยู่ในห้องทำงาน ชาติชายอ่านเสร็จยิ้มแล้วส่งแฟ้มให้กัลยา
       “เยี่ยม ไม่ใช่แค่ผลการเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ผลทดสอบของบริษัทก็ทำได้ดีหมด ทั้งความรู้รอบตัวเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”
       กัลยาเสริม
       “เรื่องการวิเคราะห์ตลาดก็ทำได้ดีนะคะ”
       อิทธิใจชื้น
       “ขอบคุณครับ”
       กัลยายิ้มให้
       “สงสัยเราต้องดึงตัวเธอไว้ก่อนที่บริษัทอื่นจะแย่งตัวไปแล้ว”
       ชาติชายหันมาบอกอิทธิ
       “ฉันจะให้อยู่ฝ่ายพัฒนาโปรเจ็คท์นะ เป็นฝ่ายที่ช่วยฉันโดยตรง ตั้งใจเรียนงานให้ดีล่ะ”
       “ครับ ผมจะตั้งใจให้ดีที่สุดครับ”
       “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ”
       ชาติชาย กัลยา ยิ้มให้อิทธิ
      
       มดดำกำลังช่วยมาลัยกับคุณเนื่องทำครัว คุยกับอิทธิไปด้วย
       “โห...ได้เป็นผู้ช่วยคุณชาติเลยเหรอพี่อิท”
       “ก็ไม่ขนาดนั้น แต่แผนกที่พี่ทำงานก็ขึ้นตรงกับคุณชาติชาย”
       “ฉันดีใจด้วยนะพี่อิท”
       “งั้นมดดำออกไปทานขนมกับพี่นะ วันนี้พี่เลี้ยงเอง”
       “อุ๊ย ฉันไปไม่ได้หรอก ทางนี้ยังไม่เสร็จเลย”
       เนื่องที่ยืนคนแกงที่เตา หันมาบอก
       “มดดำไปเถอะ ที่จริงนี่มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเรา ไว้แค่นี้ก็พอ”
       “ไม่เป็นไรจ้ะคุณเนื่อง”
       “ยังดื้ออีก พอแล้วๆ ล้างไม้ล้างมือแล้วไปเถอะ”
       เนื่องเดินมาดึงอุปกรณ์จากมือ มดดำยิ้มให้เป็นการขอบคุณแล้วเดินออกไปกับอิทธิ มาลัยจะตามไปเนื่องดึงแขนไว้
       “จะไปไหน”
       “มาลัยขอไปฉลองกับพี่อิทได้ไหมจ๊ะ”
       “ไม่ได้ อยู่นี่แหละ รู้อยู่แล้วว่าสองคนนั่นเขายังไงกันก็ยังจะแทรกอีก”
       มาลัยจ๋อย เซ็ง เบื่อ กลับมาทำงานหน้างอน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ เนื่องเห็นแล้วส่ายหน้าระอาใจ
       “แค่นี้น้ำตาเล็ดเลยเหรอ”
       “คุณเนื่องไม่เข้าใจหรอก นางเอกเวลาโดน แย่งความรักมันเจ็บแค่ไหน”
       เนื่องยิ้มขำมาลัย
      
       สุทธิดาเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ แล้วเดินไปที่หน้าต่างเห็นอิทธิกับมดดำเดินออกจากบ้านไปด้วยกัน เธอมองอย่างไม่ชอบใจ
       “ทำยังไงฉันถึงจะกำจัดแกได้นะนังมดดำ”
       สุทธิดานิ่งคิดแล้วนึกได้ รีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดอย่างรีบเร่ง
      
       สุทธิดายืนเคาะประตูห้องนอนส้ม สุทธิดาตะโกนเรียก
       “ส้ม...ส้ม”
       ส้มเปิดประตูมาดีใจ
       “คุณดามีอะไร มาหาฉันถึงนี่”
       “ลูกแกออกไปไหนกับไอ้อิท”
       “เห็นมันมาขอบอกว่าจะไปเดินตลาดกันค่ะ คุณดามีอะไรเหรอคะ”
       “ไม่มี ฉันแค่อยากรู้แค่นี้แหละ”
       สุทธิดายิ้มร้าย
      
       มดดำกับอิทธิเดินคุยกันมาตามทางเดินในตลาด
       “เฮ้ย...จริงอ่ะ ยัยคุณดาบ้าเลือดนี่กล้าทำขนาดนี้เหรอ”
       “ฉันก็เอาคืนเขาไปแล้วล่ะ”
       “แต่พี่ว่ามันไม่พอ เดี๋ยวถ้าเจอพี่ต้องจัดให้อีกสักชุด”
       มดดำส่ายหน้า
       “ไม่มีประโยชน์หรอกพี่ ขนาดเราแค่ป้องกันตัว ฉันยังต้องโดนรังควานไม่เว้นแต่ละวัน นี่ถ้ายิ่งไปยุ่งกับเขาฉันกับแม่คงอยู่ที่นี่ลำบาก”
       “งั้นเราก็ต้องหาทางป้องกัน”
       “ป้องกันเหรอ...ทำไง”
       อิทธิอมยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ยอมบอก เดินต่อไปเงียบๆ มดดำตื้อถาม
       “ว่าไงล่ะพี่อิท บอกหน่อยสิ เดี๋ยวนี้มีกั๊กเหรอ”
       อิทธิก็ยังไม่ยอมตอบ มดดำเลยคิดแกล้ง
       “หนอย...ไม่บอกใช่ไหม อย่างนี้ต้องจี้จุดอ่อน”
       มดดำเอามือไปจี๋ที่คอ อิทธิบ้าจี้หลบพัลวัน แล้ววิ่งหนี มดดำวิ่งไล่ตามกันไปสองคนตามทาง
      
       อิทธิกับมดดำนั่งทานน้ำแข็งใสที่ตลาด มดดำงอน
       “นี่ตกลงจะไม่บอกใช่ไหม ฉันโกรธแล้วนะ”
       “ใจเย็นๆสิ พามาทานน้ำแข็งใสแล้วยังใจร้อนอีก เดี๋ยวพี่บอกแน่”
       “แล้วเมื่อไหรอ่ะ”
       อิทธิทำเป็นจับกระเป๋าเปิดดู
       “ตายละ พี่ลืมถอนตังค์ มดดำรอแป๊บนะ”
       มดดำหน้างอพยักหน้ารับไปงั้นๆ อิทธิรีบเดินไป มดดำทานน้ำแข็งใสต่อ สักพักก็มีมือมาสะกิดที่ไหล่ มดดำหันไปก็เห็นคนถือลูกโป่งรูปหัวใจสองอันปิดหน้ายืนอยู่
       “พี่อิท ฉันรู้นะ”
       “รู้ได้ไงอ่ะ” อิทธิยื่นลูกโป่งให้ “นี่ไงแผนพี่”
       มดดำงง
       “ยังไงล่ะ”
       อิทธิจับมือ
       “จริงๆมันก็ไม่ใช่แผนหรอก แต่พี่ขอฉวยโอกาสเลยแล้วกัน ตอนนี้พี่มีงานทำแล้ว พี่อยากจะขอความรักจากมดดำ”
       มดดำอึ้ง
      
       “พี่อิท”


  


       “พี่รู้สึกยังไงมดดำก็รู้มาตลอดนี่ และสถานการณ์แบบนี้ ทางเดียวที่คุณดาเขาจะไม่ยุ่งกับมดดำก็คือ เราต้องคบกัน พี่สัญญาจะเป็นคนรักที่ดีที่สุดของมดดำ”
      
       มดดำอึ้งตอบไม่ถูก
       สหรัฐกับสุทธิดาจอดรถซุ่มอยู่ที่ลานจอดรถหน้าตลาดเห็นอิทธิกับมดดำนั่งจับมือกัน ในมืออีกมือของมดดำถือลูกโป่งรูปหัวใจสองดวงคุยกับอิทธิ
       “เป็นไงคะพี่รัฐ เห็นกับตาจะๆแบบนี้ แล้วรู้สึกละอายใจบ้างไหมคะ” สุทธิดายิ้มร้าย
       “เรียกพี่มาแค่นี้เหรอ”
       สุทธิดาอึ้ง
       “พี่รัฐ...นี่พี่รัฐยังคิดจะชอบมันอีกเหรอ”
       สหรัฐดุ
       “ดา...พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าพี่รู้ว่าพี่ต้องทำตัวยังไง พี่ไม่มีวันทำอะไรที่ผิดศีลธรรมหรอก”
       “แต่พี่รัฐก็ไม่คิดจะตัดใจจากมัน”
       สหรัฐนิ่งไม่ตอบ สุทธิดากำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ
       “พี่จะพาดากลับบ้านนะ”
       สุทธิดาฝืนยิ้ม
       “เดี๋ยวสิคะ ไหนๆก็มาแล้ว ดาอยากลงไปทักสองคนนั่นค่ะ”
       สหรัฐชะงัก
       “อะไรนะ”
       “ลงไปกับดาหน่อยนะคะ”
       สุทธิดามองหน้าสหรัฐแล้วยิ้มเลือดเย็น สหรัฐมองไปที่มดดำกับอิทธิอีกครั้งด้วยความรู้สึกอึดอัด
      
       อิทธิกับมดดำยังคงนั่งคุยกันในร้านน้ำแข็งใส
       “มดดำ ทำไมนิ่งไปล่ะ”
       “พี่อิทธิ ฉันว่ามันยังไม่ถึงเวลาของฉัน”
       “มดดำไม่ได้มีใครในใจใช่ไหม”
       มดดำหลบตา
       “ฉันยังไม่อยากคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเรียน”
       “งั้นให้โอกาสพี่นะ”
       มดดำเงียบยังไม่ตอบแต่สหรัฐกับสุทธิดาเดินเข้ามาก่อน
       “แหม...มีความสุขกันจังเลยนะ”
       อิทธิกับมดดำหันไปหาทั้งคู่ มดดำกับสหรัฐมองหน้ากันอึ้ง
       “ไม่มีอะไรหรอก ฉันกับพี่รัฐก็แค่อยากรู้ให้แน่ใจว่าพวกเธอเป็นแฟนกันแน่นอนใช่ไหม”
       มดดำนิ่งอึ้งไม่ตอบ
       “ว่าไงล่ะมดดำ บอกมาเลยสิ หรือยังคิดจะหาที่หมายใหม่”
       อิทธิไม่พอใจ
       “คุณดา ถ้าไม่หยุดก้าวร้าว วันนี้คุณได้เปียกรอบสองแน่”
       “ไอ้บ้า อย่านะ”
       สุทธิดาไปหลบหลังสหรัฐ
       “ตกลงว่าไงล่ะมดดำตกลงเธอเป็นแฟนกับอิทธินี่ใช่ไหม แล้วเธอก็จะไม่เผยอมายุ่งกับพี่รัฐของฉันอีกใช่ไหม บอกมาสิ”
       มดดำเชิดหน้าตอบ
       “ค่ะ ฉันกับพี่อิทเป็นแฟนกัน และคุณก็สบายใจได้ว่าฉันจะไม่ยุ่งกับ...คนของคุณดาเป็นอันขาด”
       สุทธิดายิ้มพอใจ
       “ได้ยินแล้วใช่ไหมคะพี่รัฐ”
       สหรัฐตัดบท
       “เรากลับกันเถอะดา”
       สุทธิดายิ้มรับแล้วเกาะแขนสหรัฐเดินกลับไปด้วยกัน มดดำมองตามด้วยความรู้สึกใจหาย อิทธิจับมือ
       “พี่สัญญานะว่าพี่จะดูแลมดดำให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้เลย”
       มดดำยิ้มรับเจื่อนๆ แล้วแอบเผลอมองตามสหรัฐไปแต่พอได้สติก็รีบหันกลับมาหาอิทธิ
      
       รถของสหรัฐแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน สุทธิดาจับมือสหรัฐแล้วยิ้มมีความสุข
       “ขึ้นไปดื่มอะไรเย็นๆหน่อยดีไหมคะพี่รัฐ”
       “ไม่ล่ะ พี่อยากกลับไปพักผ่อน”
       “ได้ค่ะ พักให้สบายนะคะ แล้วเราจะเริ่มต้นกันใหม่ ดาบอกแล้วไงว่าชีวิตคู่ของเราต้องมีแต่เดินหน้า ดารักพี่รัฐนะคะ แล้วพี่รัฐก็ต้องรักดา”
       สุทธิดาเปิดประตูรถลงไป สหรัฐขับรถออกไป สุทธิดามองตามด้วยความสะใจ ส้มที่แอบดูอยู่ก็เดินยิ้มออกมาหา
       “เป็นไงบ้างคะคุณดา”
       “ดีกว่าที่คิด เพราะฉันไปเจอไอ้อิทกำลังขอความรักนังมดดำพอดี”
       “จริงเหรอคะ ฉันยินดีด้วยจริงๆ”
       “ยังหรอก นี่มันแค่ขั้นที่หนึ่ง ฉันต้องการให้แน่ใจกว่านี้” สุทธิดาหยิบห่อยาที่ส้มให้ออกมา “หวังว่ายานี่ของแกจะได้ผลนะ”
       “รับรองค่ะ ฉันรับประกัน” ส้มยิ้มอย่างมีความสุข
      
       อิทธิกับมดดำเดินออกจากร้านน้ำแข็งใส มดดำดูเงียบๆ แต่อิทธิมีความสุข
       “มดดำ รู้ไหมว่าวันนี้พี่มีความสุขที่สุดเลย”
       มดดำแค่ยิ้มรับ อิทธิจ๋อย
       “มดดำไม่มีความสุขเหรอ”
       “คือ...คือฉันแค่ยังตั้งรับไม่ทันน่ะจ้ะ”
       อิทธิยิ้ม
       “พี่เข้าใจ แต่ยังไงพี่ก็ขอบคุณมดดำนะที่ให้โอกาสพี่”
       ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของอิทธิดังขึ้น เขากดรับ
       “ว่าไงครับเจ๊...เหรอ...เอ่อ...อีกสักครู่ผมค่อยไปได้ไหมเจ๊...พอดีติดธุระนิดหน่อยครับ...ครับๆๆขอบคุณครับ”
       อิทธิกดวางสาย
       “พี่อิทมีธุระเหรอ”
       “เจ๊นิภา เจ้าของตลาดไง แกจะขอให้ไปสอนลูกชายแกวันนี้เพิ่มอีกวัน เห็นว่า ลูกทำการบ้านไม่ได้ เจ๊แกก็ไม่รู้เรื่องเลขของ ม.ปลาย เดี๋ยวพี่ไปส่งมดดำก่อนแล้วค่อยไป”
       “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่อิทไปเถอะ ฉันกลับเองได้”
       “ไม่ได้สิ พี่ต้อง...”
       มดดำสวนทันที
       “พี่อิท ฉันไปได้จริงๆ พี่ไปทำธุระเถอะจ้ะ”
       พูดจบมดดำก็เดินแยกทันที อิทธิจะเดินตามแล้วเปลี่ยนใจเดินไปอีกทาง แต่ไม่วายหันหลังกลับมาดูมดดำด้วยสีหน้าครุ่นคิดเป็นห่วง
      
       สหรัฐขับรถมาตามทาง แล้วเห็นมดดำเดินถือลูกโป่งรูปหัวใจอยู่ในมือ เขาเห็นแล้วก็หมั่นไส้
       “ฮึ...”
      
       มดดำเองก็เห็นรถสหรัฐแล่นมาก็ทำไม่มอง สหรัฐเองขับเลยไปแต่สุดท้ายก็เบรกมองกระจกหลังเห็นมดดำเดินไม่หันมามองเลย เขาฉุนทุบพวงมาลัยรถแล้วถอยรถกลับมาเบียดทางเดินของมดดำจนเธอตกใจ สหรัฐลงจากรถมาจ้องหน้า สองคนจ้องหน้ากันนิ่ง
ตอนที่ 17
      
      
       สหรัฐกับมดดำยืนจ้องหน้ากัน เธอจะเดินหนีแต่เขาเดินมาขวาง มองลูกโป่งในมือ
       “ดูท่าทางเธอจะมีความสุขมาก”
       มดดำแสร้งยิ้มให้ดูมีความสุข
       “อยู่กับคนรักจะให้ทุกข์ได้ไง”
       “เธอกับอิทธิคงรักกันมาก”
       “คุณกับคุณดา ก็ดูเหมาะสมกันมาก” มดดำไม่กล้าสบตา “ต่อไปนี้คุณจะเลิกยุ่งกับฉันได้แล้วใช่ไหม”
       สหรัฐพยักหน้ารับ มดดำรีบเลี่ยงเดินไป
       “ยินดีด้วยนะมดดำ ฉันขอให้เธอมีความสุขมากๆ” สหรัฐพูดตามหลัง
       มดดำชะงักแต่ไม่หันหลังกลับพยายามตัดใจเดินหน้าต่อไป สหรัฐมองตามด้วยความเศร้าก่อนขึ้นรถขับออกไป มดดำพอได้ยินเสียงรถแล่นออกไปก็แอบหันกลับมองตามไป
      
       เช้าวันใหม่...มดดำเดินออกมาจากหลังบ้าน ดอมที่นั่งรออยู่ที่หน้าบ้านก็รีบวิ่งมาหา
       “ฉันรอเธอตั้งนานแน่ะ”
       “ที่จริงคุณดอมไปกับคุณดาก็ได้นะ ขึ้นรถเมล์กับฉันทุกวันลำบากแย่”
       “ใช่...ลำบากมา ร้อนก็ร้อน วันนี้ฉันเลยขอรถของบริษัทมาขับก่อน” ดอมชูกุญแจ “ไปด้วยกันนะ”
       “โอ๊ย...ไม่เอาหรอกค่ะ มันไม่ดี ฉันไปเองดีกว่า”
       “มดดำ ขอร้อง อย่าเยอะ เธอกับฉันถึงจะเรียนคนละคณะ แต่มันก็เรียนที่เดียวกัน ปีเดียวกัน แถมเวลาเรียนก็ช่วงเดียวกัน ไปด้วยกันนี่ล่ะประหยัดพลังงานโลก”
       มดดำขำ
       “เหตุผลฟังดูดีนะคะ แต่ลืมไปข้อหรือเปล่าว่าคุณดอมเป็นเจ้านาย ฉันเป็นลูกจ้าง ไม่เหมาะหรอกค่ะที่จะไปด้วยกัน”
       “ถ้าเธอไม่ไปฉันจะอุ้มไปเดี๋ยวนี้”
       มดดำตกใจอ้าปากเหวอ ดอมรีบฉวยโอกาสจูงมือลากไปขึ้นรถทันที
      
       รถของดอมแล่นมาจอดที่ลานจอดรถ ดอมกับมดดำลงมาจากรถ
       “ฉันเดินไปส่ง” ดอมพยายามจะช่วยถือของ
       “ไม่เป็นไรค่ะคุณดอม คุณก็มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ”
       “เอ่อ...ใช่ๆๆ”
       “งั้นเราแยกกันตรงนี้นะคะ”
       “เลิกเรียนเรากลับด้วยกันอีกนะ”
       มดดำถอนใจ
       “คุณดอม...”
       ดอมชิงพูด
       “ตกลงตามนี้”
       มดดำพยักหน้ารับเซ็งๆแล้วเดินไป ดอมยิ้มปลื้ม แล้วเดินไป สหรัฐลงมาจากรถแล้วมองตามมดดำไปด้วยสายเขม่นคิดว่ามดดำเจ้าชู้
      
       มดดำนั่งคุยกับเพื่อนๆ สหรัฐเดินเข้ามาในห้อง นักศึกษาหยุดคุย สหรัฐทำตัวปกติกับมดดำเหมือนเป็นนักเรียนคนหนึ่ง
       “วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกัน และเพื่อเป็นการวัดพื้นฐานของทุกคน ผมเลยจะขอเทสท์ภาษาอังกฤษก่อนนะครับ”
       มดดำหน้าเสีย สหรัฐเดินแจกข้อสอบให้ทุกคน...นักศึกษาทุกคนทำข้อสอบอย่างตั้งใจ ซันนี่เขียนๆๆๆอย่างมั่นใจและมีความสุข มดดำหน้าเสียกลุ้มใจแปลข้อสอบไม่ออก สหรัฐมองมดดำสงสัยแกล้งเดินไปดูใกล้ๆ พอเห็นสมุดเปล่าก็งง มดดำเองก็รีบปิดเพราะอาย ทั้งคู่ต้องเฉยต่อกัน
      
       สหรัฐวางสมุดคำตอบของมดดำลงที่โต๊ะ คะแนนที่ได้ 14 จาก 100 มดดำยืนหน้าเสียอยู่ตรงหน้าเขา
       “เธอได้คะแนนน้อยที่สุดในห้องนะ”
       “ก็ฉันเรียนเอกประวัติศาสตร์นี่” มดดำเสียงอ่อย “แล้วฉันก็อ่อนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว”
       “ไม่เป็นไร ฉันจะแก้ไขให้เอง ต่อไปนี้เธอต้องมาเรียนพิเศษกับฉัน”
       สหรัฐถอนใจ มดดำอึ้งตะลึง
       “อะไรนะ”
       “ก็เธอเล่นทิ้งห่างจากเพื่อนๆอย่างเหนือชั้นขนาดนี้ จะตามไงทัน แค่เรียนในห้องมันไม่พอหรอก”
       “ไม่เอาล่ะ ถ้าฉันเรียนกับคุณฉันมีปัญหาแน่”
       “ปัญหาเรื่องจับปลาหลายมือน่ะเหรอ”
       มดดำมองงงๆ
       “คุณพูดอะไร”
       “ก็เมื่อวานบอกรักอิทธิ เช้านี้ควงนายดอมไง”
       “ฉันไม่เป็นอย่างนั้นนะ”
       “งั้นก็พิสูจน์ด้วยการตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่าตั้งใจเลือกผู้ชาย เพราะถ้าปลายเทอมเธอไม่ผ่านตัวนี้ก็ต้องลงใหม่แล้วเราก็จะเจอกันอีกอยู่ดี”
       มดดำโกรธ เซ็ง สหรัฐยิ้มเยาะ ระหว่างนั้น อาจารย์สุนีย์ เปิดประตูเดินยิ้มเข้ามา
       “คุยอะไรกันอยู่คะ ได้ยินแว่วๆว่าใครจะสอบไม่ผ่าน”
       “ไม่มีอะไรครับ พอดีมนฤดีเขาอ่อนวิชาผม เลยว่าจะสอนพิเศษให้”
       “ดีจังเลยค่ะ มนฤดีตั้งใจเรียนนะ” อาจารย์นึกได้มองไปที่ประตู “อ้าว...สุทธิดาช่วยถือของครูมาแล้วหายไปไหน”
       สุทธิดาเดินหน้าตึงเข้ามาแล้วมองจ้องไปที่สหรัฐกับมดดำด้วยความโกรธ สหรัฐกับมดดำหน้าเสียทันที
      
       สหรัฐเดินมาที่ลานจอดรถกับสุทธิดา ทั้งสองไม่คุยกันจนมาถึงที่รถของสุทธิดา
       “พี่รัฐนี่ดื้อจังเลยนะคะ ดาห้ามขนาดนี้ แต่พี่รัฐก็ยังจะเข้าหามัน”
       “ถ้าเป็นเรื่องสอนพิเศษมันจำเป็น เพราะมดดำเป็นคนเดียวที่ตกและคะแนนก็แย่มาก”
       “พอเถอะค่ะ ดาไม่อยากฟังคำแก้ตัวของพี่รัฐ เพราะยังไงดาก็จะเป็นคนเดียวที่ครอบครองพี่รัฐ...เตรียมตัวไว้แล้วกัน”
       สุทธิดาขึ้นรถขับออกไป สหรัฐมองตามถอนใจเซ็งแต่พอหันไปก็เจอมดดำ
       “นี่ละปัญหาที่ฉันบอก ถ้าคุณสอนพิเศษฉันเรามีปัญหาแน่”
       “แต่ยังไงฉันก็จะสอน เพราะนี่คืองาน”
       มดดำเซ็งที่สหรัฐดื้อ ระหว่างนั้นดอมวิ่งมาหา
       “อ้าว พี่รัฐ เป็นไงบ้างครับ นักศึกษามดดำเรียนเก่งไหมครับ”
       สหรัฐประชด
      
       “เก่งมาก จนต้องเรียนพิเศษกันเลย ต่อไปถ้าจะกลับด้วยกันดอมคงต้องรอหน่อยนะ”


  


       “ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจรอ”
      
       พูดจบดอมก็มองมดดำด้วยแววตามีความหมายจนมดดำเขิน สหรัฐมองแล้วรู้สึกขัดใจแอบพึมพำ
       “ผู้หญิงเจ้าชู้”
       ดอมงงๆ
       “อะไรนะครับ”
       สหรัฐรีบตัดบท
       “เปล่าๆ กลับบ้านกันเถอะเย็นแล้ว”
      
       ค่ำนั้น มดดำกำลังช่วยกัลยาทำงานอยู่ แล้วกัลยาก็เจ็บๆหน้าอก
       “คุณกัลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
       “ไม่เป็นไรหรอก”
       “มดดำว่าคุณกัลพักเถอะค่ะ ที่เหลือมดดำทำเอง”
       “มดดำนั่นแหละไปนอน พรุ่งนี้ต้องมีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ”
       “ไม่ค่ะ ถ้ามดดำไปนอนคุณกัลก็ทำคนเดียวสิคะ”
       กัลยายิ้ม
       “เอางี้แล้วกัน ไปนอนกันทั้งคู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันขนไปทำต่อที่ออฟฟิศ”
       มดดำกับกัลยายิ้มให้กัน แล้วก็ปิดคอม ปิดแฟ้ม ทั้งคู่จะเดินออกไปแต่กัลยาเจ็บหน้าอกจนทรุดตัวลงโชคดีที่มดดำพยุงไว้ทัน
      
       มดดำ ประคองกัลยาเข้ามาในห้องไปที่เตียงแล้วรีบหยิบยาที่วางไว้ในตู้มาให้ทานกับน้ำ
       “ขอบใจมากนะมดดำ ถ้าหนูไม่อยู่ฉันคงแย่”
       “ไม่เป็นไรค่ะ แต่พรุ่งนี้คุณกัลอย่าไปทำงานเลยนะคะ”
       “ไม่ได้หรอก คุณชาติก็ประชุมอยู่ต่างประเทศ ฉันต้องเข้าประชุมแทน”
       “มดดำโทรเลื่อนประชุมให้นะคะ”
       “มดดำ...”
       “คุณกัลคะ มดดำขอร้อง พักงานไว้ก่อนนะคะมดดำเป็นห่วง ถ้าคุณกัลจะไปทำงานจริงๆ มดดำจะหยุดเรียนไปกับคุณกัล”
       กัลยายิ้ม
       “เอาละ ฉันยอมแพ้แล้ว พรุ่งนี้โทรเลื่อนนัดให้หมดนะ”
       มดดำดีใจ
       “งั้นมดดำจัดยาสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ให้เลยนะคะ”
       มดดำกับกัลยายิ้มให้กัน
      
       เช้าวันใหม่...ส้มเดินออกมาจากห้องสุทธิดาจะปิดประตูแล้วนึกได้
       “งั้นวันนี้คุณดาใส่ร้องเท้าคู่ที่เป็นหนังแก้วสีน้ำตาลนะคะ เดี๋ยวส้มไปเตรียมให้ค่ะ”
       ส้มปิดประตูแล้วเดินไปจะลงบันได แต่เห็นมดดำในชุดนักศึกษาออกมาจากห้องกัลยาก็สงสัย เลยเดินไปหา
       “อีมดดำ มึงเข้าไปทำอะไรในห้องอีกัลยาแต่เช้า”
       “เรื่องงานน่ะ วันนี้คุณกัลเธออยู่บ้านเลยให้ยกเลิกนัดจ้ะ”
       ส้มสงสัย
       “อยู่บ้าน ทำไม...คนบ้างานอย่างมัน นั่นมันเกิดขี้เกียจเหรอ”
       “เอาเหอะน่าแม่ ไม่ใช่เรื่องของแม่ก็แล้วกัน ฉันจะไปเรียนแล้ว”
       พูดจบมดดำก็รีบเดินหนีไปเลย
       “เดี๋ยวสิอีมดดำ กลับมาก่อน”
       มดดำรีบเดินจ้ำออกไปอย่างเร็วส้มเรียกไม่ทัน แต่พอจะลงก็นึกได้มองกลับไปที่ห้องกัลยา
       “อีกัลยามันอยู่บ้านทำไม”
      
       กัลยาอยู่ในห้อง ทานอาหารเสร็จ มาลัยเก็บสำรับเดินออกไป เนื่องเข้ามาหา
       “ให้เนื่องอยู่เป็นเพื่อนคุณกัลดีกว่านะคะ มดดำเขามาสั่งไว้ก่อนไปเรียน”
       กัลยายิ้ม
       “ฉันแค่เพลียๆมดดำเขาตื่นเต้นเกินเหตุ มีอะไรก็ไปทำนะ”
       เนื่องเดินออกไปกัลยาพอเห็นเนื่องไปแล้วก็หยิบยามาทาน แต่กำลังจะทานยาก็เจ็บหัวใจมาอีกจนมือสั่นยาตกแล้วก็หอบอยู่ที่เตียง ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตู กัลยาพยามพยุงร่างขึ้น ส้มเปิดประตูมาสงสัย
       “คุณกัลเป็นอะไรคะ”
       กัลยาหอบ
       “ส้ม ช่วยหยิบยาหน่อย”
       “คุณไม่สบายเหรอ”
       “ฉัน...เจ็บหน้าอก หยิบยาหน่อยสิส้ม”
       ส้มแอบยิ้ม
       “ยาอันไหนคะ”
       “ยา...ยา...”
       กัลยาชี้มือไปแต่ก็อ่อนแรงจนฟุบไปกับเตียง ส้มยิ้ม
       “อุ๊ย...ตกใจ”
       ส้มเดินไปหยิบขวดยาที่ตกมองที่กัลยาแล้ววางยาบนโต๊ะหัวเตียงก่อนหัวเราะสะใจแล้วเดินออกไป...ส้มเดินอารมณ์ดีลงมาจากชั้นบน แล้วเห็นรถของสุทธิดาแล่นเข้ามา ส้มรีบวิ่งไปรอที่หน้าบ้าน สุทธิดาจอดรถแล้วเดินลงมาในชุดนักศึกษา
       “คุณดา กลับมาทำไมคะ”
       “ฉันลืมโทรศัพท์น่ะสิ”
       สุทธิดาจะขึ้นชั้นบนส้มรีบมาขวาง
       “เอ่อ...ให้ส้มไปหยิบให้นะคะ”
       “ไม่ต้องหรอก ฉันหยิบเองดีกว่า เดี๋ยวไปรื้อของฉันยุ่ง”
       สุทธิดาเดินขึ้นชั้นบนไป ส้มมองตามจะเอาไงดีแล้วรีบวิ่งตามขึ้นไป
      
       สุทธิดาเดินหงุดหงิดออกมาจากห้อง มีส้มตามมาด้วย
       “บ้า จริง ฉันไปลืมไว้ที่ไหนเนี่ย”
       “ลองนึกดูดีๆสิคะว่าใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”
       สุทธิดานึกไม่ออกแล้วเดินผ่านห้องกัลยา
       “หรือจะลืมอยู่ในนี้”
       สุทธิดาจะเข้าห้องแต่ส้มห้ามไว้
       “เอ่อ...เมื่อวานคุณดาไม่ได้เข้าห้องคุณกัลเลยนี่คะ”
       “ก็เข้าไปดูเผื่อคุณแม่เก็บไว้ให้”
       สุทธิดาจะเข้าอีก ส้มจะรั้งก็ไม่กล้าสุทธิดาเปิดประตูพรวดเดินเข้าไปแล้วร้องกรี๊ดลั่น ส้มยิ้มพอใจ
       “สงสัยจะตายแล้ว”
       กัลยายังนอนฟุบหน้าคว่ำอยู่ที่เตียง
       “คุณแม่!”
       สุทธิดาตกใจมากวิ่งเข้าไปประคองกัลยาแล้วพยายามเรียกปลุก ส้มที่ตามเข้ามาแอบมองสภาพกัลยาที่ใกล้ตายก็ยิ้มพอใจมาก แต่ก็ทำทีเป็นตกใจ
       “ว้าย!คุณกัล!” ส้มวิ่งเข้าหา “คุณดาคะ! คุณกัลเป็นอะไรคะ”
       สุทธิดาใจเสีย
       “ไม่รู้...รีบพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลก่อน!”
      
       ส้มไม่ค่อยพอใจแต่ก็ต้องทำทีเป็นช่วย


  


       ทุกคนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล หมอเปิดประตูออกมา สุทธิดารีบเข้าไปถามอาการของกัลยาจากหมอ โดยมีส้มคอยยืนสังเกตการณ์ไม่ห่าง
      
       “คุณหมอคะ!คุณเป็นยังไงบ้าง”
       “ตอนนี้ก็พ้นขีดอันตรายแล้วครับ”
       ส้มแอบบ่น
       “ทำไมไม่ตายๆไปเลยวะ”
       “แล้วคุณแม่เป็นอะไรเหรอคะ”
       “นี่คุณไม่ทราบมาก่อนเลยเหรอครับว่า คุณกัลยาเป็นโรคหัวใจโต”
       สุทธิดานิ่งอึ้งตอบไม่ถูก
       “เอาเป็นว่าตอนนี้ผมขอเข้าไปดูอาการคนไข้อีกหน่อยนะครับ ถ้าดีขึ้นมากก็ไม่ต้องอยู่ไอซียู”
       หมอเดินไป สุทธิดาพอรู้ว่ากัลยาป่วยหนักก็ใจหาย
       “มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง ทำไมฉันถึงไม่รู้ว่าคุณแม่ไม่สบายหนักขนาดนี้”
       “ฉันก็เพิ่งรู้จากอีมดดำเมื่อเช้านี้เองค่ะ ก่อนมันออกจากบ้านมันบอกว่าคุณกัลไม่สบาย นอนพักอยู่ในห้อง”
       “นี่แกรู้เรื่องนี้เหรอ”
       “เอ่อ...คือ...อีมดดำน่ะสิคะมันบอกว่าคุณกัลไม่เป็นอะไรมาก ไม่ให้ฉันขึ้นไปรบกวนเด็ดขาด ทำแบบนี้เหมือนกับว่ามันจงใจอยากจะให้คุณกัลตายชัดๆนะคะ”
       สุทธิดาได้ยินที่ส้มเป่าหู ก็ทำให้ยิ่งโกรธแค้นมดดำมาก
       “อีมดดำ!”
       ส้มแอบยิ้มร้ายที่ยุยงสำเร็จ
      
       สหรัฐ สอนเสร็จก็เดินออกมากับนักศึกษา มดดำแยกเดินออกทางหลังห้องด้วยท่าทางเร่งรีบ สหรัฐรีบเดินตามมา
       “จะเบี้ยวเรียนพิเศษเหรอ”
       “คือวันนี้ฉันต้องรีบกลับบ้าน”
       “นัดนายอิทหรือนายดอมไปเที่ยวล่ะวันนี้”
       “ไม่ใช่ฉันจะรีบไปดู...”
       มดดำพูดไม่ออก
       “ไปดูอะไร”
       ระหว่างนั้นดอมวิ่งเข้ามา
       “คุณยายโทรมาเรียกตัว”
       “ให้ไปทำงานเหรอคะ”
       “เปล่า คุณยายอยากคุยกับเธอ เพราะตอนนี้คุณแม่เข้าโรงพยาบาล”
       “อะไรนะคะ”
       มดดำกับสหรัฐอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
      
       กัลยานอนหลับมีเครื่องช่วยหายใจติดอยู่ คุณหญิงวาปี สุทธิดา องค์อรยืนอยู่รอบเตียง สหรัฐ มดดำ ดอมเปิดประตูเดินหน้าตื่นเข้ามา
       “คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ”
       สุทธิดาเดินเข้าไปหาแล้วตบหน้ามดดำทันที ส้มยิ้มสะใจ
       “แกรู้มาตลอดว่าคุณแม่ไม่สบายแต่ทำไมไม่บอกทุกคน!”
       มดดำอ้ำอึ้งไม่ค่อยกล้าตอบ ส้มรีบพูดใส่ร้าย
       “มดดำ แกน่าจะบอกแม่ก็ได้ อย่างน้อยเวลาใครไม่อยู่บ้าน แม่จะได้ดูแลคุณกัล ทำแบบนี้เกิดคุณกัลตายไปจะว่ายังไง”
       มดดำอึกอัก
       “คือ...คุณกัลบอกให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับค่ะ”
       องค์อรไม่พอใจ
       “นี่ยังจะโกหกโยนความผิดให้พี่กัลอีกเหรอ แกนี่มันโหดเหี้ยมจริงๆ”
       สุทธิดาจะเข้าไปตีมดดำแต่สหรัฐกับดอมช่วยกันดึงไว้
       “ปล่อยนะ นายดอม พี่รัฐ ไม่เห็นเหรอว่ามันจะฆ่าแม่ของดา”
       “ไม่ใช่นะคะ มดดำไม่เคยคิดอย่างนั้น”
       คุณหญิงวาปีคาดคั้น
       “งั้นเธอก็บอกมาสิว่าทำไมยัยกัลต้องให้ปิดเป็นความลับ”
       มดดำพูดไม่ออก มองไปที่กัลยาที่นอนหลับอยู่
      
       มดดำนั่งเล่าให้ทุกคนฟัง
       “คุณกัลกลัวว่าถ้าเธอบอกอาการป่วยไปแล้วคุณหญิงจะไม่ให้ทำงานค่ะ และสุดท้ายภาระหนักก็จะตกอยู่กับคุณหญิง”
       องค์อรยุยง
       “คุณแม่อย่าไปเชื่อนิทานที่มันเล่านะคะ”
       “มดดำพูดความจริงนะคะ”
       สุทธิดาโกรธมาก
       “ต่อให้แม่ฉันพูดจริง แต่การที่แกไม่ยอมบอกใครว่าแม่ฉันไม่สบาย แล้วถ้าแม่ฉันเป็นอะไรไปแกจะเอาชีวิตแม่ฉันคืนมาได้ไหม”
       มดดำร้องไห้
       “ฉันขอโทษค่ะ”
       “ฮึ...ขอโทษเหรอ ได้ ฉันจะให้โทษแก คุณยายคะ ไล่มันออกไปจากบ้านนะคะ”
       ดอมกับสหรัฐอึ้งสงสารมดดำ ส้มเองพอได้ยินที่สุทธิดายุวาปีก็ตกใจเหมือนกัน
       “คุณดาคะ จะไล่ฉันด้วยเหรอ”
       สุทธิดาเชิดหน้าไม่สนใจส้ม ดอมพยายามแย้ง
       “พี่ดา ผมว่าไม่ต้องถึงกับไล่ออกก็ได้ มดดำก็ไม่ได้ตั้งใจ”
       องค์อรไม่พอใจ
       “นี่นายดอม เห็นคนอื่นดีกว่าแม่ตัวเองเหรอ”
       สุทธิดามองคุณหญิง
       “ตกลงว่าไงคะคุณยาย”
       วาปีหันไปหามดดำ
       “มดดำฉันผิดหวังในตัวเธอมาก ในเมื่อเธอไม่ให้ความสำคัญกับพวกเรา ฉันก็คงให้เธอทำงานด้วยไม่ได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเธอไม่ต้องไปช่วยงานบริษัท”
       “นี่คุณยายจะไม่ไล่มันเหรอคะ”
       คุณหญิงไม่ตอบแต่เดินไป สุทธิดากับองค์อรโกรธจ้องมดดำแทบอยากฆ่า ดอมกับสหรัฐแอบถอนใจโล่งอก
      
       มดดำยืนอยู่ด้านนอกห้องพักไข้มองเข้าเห็นทุกคนรุมล้อมกัลยาที่นอนหลับ วาปีจับมือกัลยาด้วยความเศร้า ส้มเดินมาหามดดำ
       “กลับบ้านได้แล้ว ไว้อีกัลยามันตายค่อยมาส่งวิญญาณมัน”
       ส้มพูดจบก็เดินไป มดดำต้องตัดใจเดินตามไป สหรัฐมองตามมดดำที่เดินออกไปจากช่องหน้าห้อง สุทธิดามองตามแล้วยิ้มร้าย ดอมจะเดินไป สุทธิดาถามเสียงเข้ม
       “จะไปไหนดอม”
       ดอมอึกอัก
       “ผม...เอ่อ...”
       “ยังจะกลับไปคบกับคนที่คิดร้ายกับคุณแม่อีกเหรอ ทำไมถึงได้โง่ไปชอบมันกันนักนะ”
       ปากด่าดอมแต่สายตาของสุทธิดามองไปที่สหรัฐ เขาจึงต้องหันหน้าหนีไม่อยากมีเรื่องกับสุทธิดา
      
       ส้มกับมดดำเดินออกมาด้านหน้าโรงพยาบาล รถของสหรัฐกับสุทธิดาแล่นผ่านไป สายตาของสุทธิดามองด้วยความสะใจ ส้มหันมาด่ามดดำ

     
       “เป็นไงล่ะ ช้ำหนักละสิ กลายเป็นหมาหัวเน่า ผู้ชายก็ไม่มองมึงแล้ว”
      
       “แม่...ฉันถามจริงเถอะ ทำไมแม่ต้องพูดให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันคิดร้ายกับคุณกัลด้วย”
       “ทำไม ก็กูอยากจะพูด”
       มดดำงง
       “แม่...แต่ที่แม่พูดมันไม่ใช่ความจริง”
       “จริงหรือเปล่ากูไม่สน รู้แต่ว่าตอนนี้กูชอบจังเลยที่ทุกคนเขาเกลียดมึงกัน”
       ส้มยิ้มมีความสุข มดดำมองส้มด้วยความเสียใจ
       “ต่อจากนี้ไป มึงอ่อยให้ตายคุณรัฐเขาก็คงไม่มองผู้หญิงใจเหี้ยมอย่างมึงหรอก”
       “ทุกอย่างที่แม่ทำก็เพื่อคุณดานี่เอง”
       ส้มไม่สนใจเดินหนีไปอย่างอารมณ์ดี มดดำมองตามแล้วน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ
      
       สหรัฐขับรถนิ่งเงียบสีหน้าครุ่นคิด สุทธิดาเห็นแล้วยิ้มพอใจ
       “คิดอะไรอยู่หรือคะพี่รัฐ”
       “เปล่า”
       “อย่าลืมว่ามันคิดฆ่าแม่ดา”
       “ทั้งหมดวันนี้พี่ว่าดาสรุปไปเอง”
       “แล้วถ้าไม่ใช่เพราะมันไม่บอกใคร คุณแม่จะเป็นแบบนี้ไหม”
       “พี่ว่ารอให้น้ากัลได้สติ แล้วเราค่อยถามจากน้ากัลดีกว่าไหม”
       “ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างก็เห็นอยู่แล้ว”
       สุทธิดาจ้องหน้าเอาเรื่อง สหรัฐจึงต้องเงียบไม่อยากจะเถียง
      
       มดดำนั่งคุยกับ เฉลิม อิทธิ ยายแดง ในบ้าน
       “แต่ก่อนก็คิดว่านังส้มมันเป็นแค่แม่ที่ไม่ใส่ใจลูก แต่นี่เล่นยัดข้อหาฆาตกรให้มดดำมันด้วยนี่มันแปลกนะ จะว่าเกลียดพ่อมดดำมันก็ไม่น่าจะทำกันขนาดนี้นะ”
       เฉลิมถอนใจ
       “มดดำเอ๊ย...กรรมอะไรของเอ็งก็ไม่รู้ มีแม่เฮงซวยแบบนี้”
       มดดำเศร้า
       “บางทีฉันอาจจะกลับมาอยู่ที่นี่เร็วๆนี้”
       อิทธิตกใจ
       “แล้วเรื่องเรียนล่ะ”
       มดดำหน้าเครียด
       “มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ฉันคงเรียนไม่จบ ยังไงช้าหรือเร็วก็คงต้องออกมาขายแรงงานเหมือนเดิม”
       ยายแดงปลอบ
       “มดดำ อย่าเพิ่งท้อสิลูก สู้ให้เต็มที่ก่อนนะ”
       เฉลิมหนักใจ
       “โธ่...ยายแดง มดดำมันก็เด็กตัวแค่นี้ จะให้มันสู้อะไรนักหนา”
       อิทธิคิดๆ
       “แต่ฉันว่ามันต้องมีวิธีที่จะทำให้มดดำลุกขึ้นสู้แล้วก็ชนะด้วย”
       มดดำ เฉลิม ยายแดงรีบหันไปหาอิทธิทันที
       “วิธีอะไรเหรอ” มดดำถามอย่างไม่เข้าใจ
       “พี่ว่าเราเริ่มจากการสืบหาพ่อของมดดำก่อนดีกว่า อย่างน้อยจะได้รู้ว่าทำไมน้าส้มถึงเกลียดมดดำมาก ลุงเหลิมพอจะรู้ไหมว่าจะตามหาพ่อมดดำได้ที่ไหน”
       “ก็รู้เท่าๆมดดำมันนั่นแหล่ะว่าพ่อมันเป็นคนงานก่อสร้าง แต่ไม่เคยเจอ”
       “รู้แค่นี้คงไม่พอ มดดำ ลองถามจากน้าส้มให้ได้เรื่องมากกว่านี้ไหม แล้วเราจะได้ออกตามหาพ่อของมดดำกัน”
       มดดำเริ่มมีความหวัง
      
       มดดำกับอิทธิเดินมาปากซอยด้วยกัน
       “มดดำยังไม่สบายใจขึ้นใช่ไหม ไม่ต้องห่วงเราจะช่วยกันสืบหาพ่อมดดำ”
       “ฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอก ยังไงแม่ก็เกลียดฉันวันยังค่ำ”
       “งั้นก็ห่วงคุณกัลยา”
       มดดำพยักหน้ารับ
       “ต่อไปฉันคงไม่ได้เข้าใกล้คุณกัลอีกแล้ว”
       “ทำไมมดดำไม่บอกทุกคนไปว่าคุณชาติก็รู้เรื่องนี้”
       “อย่าดีกว่า คุณชาติจะลำบากเพราะฉันเปล่าๆ พี่อิทก็รู้ว่าคุณหญิงท่านรู้สึกยังไงกับคุณชาติ”
       “มดดำก็เลยต้องแบกทุกอย่างไว้เอง”
       มดดำยิ้มรับเศร้าๆอย่างไม่เห็นหนทางจะเป็นอย่างที่อิทธิพูด
       “จะกลับรึยัง เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
       “ไม่เป็นไรจ๊ะ ลุงเหลิมจะไปส่งฉัน”
       เฉลิมเดินมาหา
       “เอ็งไปพักเหอะอิทธิ เดี๋ยวลุงไปส่งมดดำเอง”
       “ก็ได้จ๊ะ”
       อิทธิ ยิ้ม เฉลิมปลอบมดดำ
       “ลุงเข้าใจ เอ็ง...เดี๋ยวลุงไปส่งให้”
       อิทธิถอนใจเพราะไม่อยากให้มดดำกลับคนเดียว แต่ขณะนั้นรถเมล์วิ่งมา มดดำยิ้มให้แล้วเดินขึ้นรถเมล์ไป อิทธิโบกมือส่งด้วยความอาลัย
      
       กัลยานอนหลับอยู่ มดดำยืนอยู่ที่เตียงมองกัลยาแล้วน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ
       “คุณกัลคะ มดดำไม่เคยคิดร้ายกับคุณกัลเลย มดดำรักคุณเหมือนแม่คนหนึ่ง มดดำขอโทษที่ทำร้ายคุณกัลค่ะ”
       มดดำจับมือกัลยาอย่างทะนุถนอม ทันใดนั้นเสียงสหรัฐดังขึ้น
       “ฉันเชื่อว่าน้ากัลจะไม่โกรธเธอ”
       มดดำตกใจหันมาก็เห็นสหรัฐยืนอยู่
      
       สหรัฐชวนมดดำมาที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล เขากดกาแฟจากตู้แล้วเอามายื่นให้ แล้วลงนั่งข้างๆ
       “คุณไม่คิดว่าฉันจะทำร้ายคุณกัลเหรอ”
       สหรัฐส่ายหน้า
       “ถ้าฉันเป็นเธอก็คงช่วยน้ากัลปิดเหมือนกัน แต่เธอก็ต้องเข้าใจความรู้สึกทุกคนที่เป็นห่วงน้ากัลด้วยนะ”
       “ค่ะ ฉันเข้าใจดี”
       มดดำกับสหรัฐยิ้มให้กัน แล้วเธอก็คิดอะไรบางอย่างได้
       “เอ๊ะ แล้วคุณมาที่นี่ทำไมตอนนี้ล่ะ”
       “ฉัน...คิดว่าเธอน่าจะต้องกลับมาดูคุณกัล”
       มดดำลุกขึ้นทันที สหรัฐรีบลุกตาม
       “มดดำ ฉันรู้น่าว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ฉันแค่เป็นห่วงและอยากให้กำลังใจกับเธอในยามที่เธอไม่มีใคร...เธอคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”
       มดดำถอนใจไม่รู้จะทำตัวยังไง
       “ขอบคุณค่ะ”
       “ฉันสัญญาว่าจะให้แค่ความหวังดีกับเธอเท่านั้น”
       มดดำไม่กล้ามองตาสหรัฐ
       มดดำเช็ดตัวให้กัลยาอยู่ แล้วกัลยาก็ลืมตาขึ้นมา
       “มดดำ”
       มดดำดีใจ
       “คุณกัล เป็นไงบ้างคะ”
       กัลยามองไปรอบๆ
       “นี่โรงพยาบาลนี่”
       “ค่ะ ทุกคนทราบเรื่องหมดแล้ว”
       “คุณแม่คงโกรธฉันมาก”
       มดดำยิ้มปลอบ
      
       “ไม่หรอกค่ะ มดดำอธิบายทุกอย่างแล้ว ไม่มีใครโกรธคุณกัลหรือคุณชาติหรอกค่ะ”


  


       “ขอบใจมากนะมดดำ”
      
       ด้านนอก คุณหญิงวาปีกับองค์อรยืนแอบดูอยู่
       “ตายแล้วคุณแม่ นังมดดำมันยังกล้ามาหาพี่กัลแต่เช้า อรทนไม่ไหวแล้ว” องค์อรตกใจ
       องค์อรจะเปิดประตูแต่คุณหญิงดึงมือไว้
       “เดี๋ยวก่อน”
       “ทำไมล่ะคะ คุณแม่ไม่กลัวมันฆ่าพี่กัลเหรอ ถ้ามันเร่งสายน้ำเกลือพี่กัลก็อาจจะตายได้นะคะ”
       “นี่...ถ้ามดดำมันจะทำมัน คงฆ่าเธอก่อนแล้วล่ะยัยอร”
       พูดจบคุณหญิงก็เดินไป องค์อรงงแล้วรีบวิ่งตามไป
       “คุณแม่รออรด้วยสิคะ...คุณแม่หายโกรธนังเด็กนั่นแล้วเหรอคะ”
       “แม่ไม่เคยโกรธมดดำ”
       “อ้าว...แต่เมื่อวาน...”
       “แม่บอกว่าแม่ผิดหวังในตัวเขา แม่อยากให้มดดำคิดให้รอบคอบก่อนทำอะไรลงไป เพราะเรื่องบางเรื่องเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันอาจส่งผลที่ ยิ่งใหญ่ตามมา”
       องค์อรไม่พอใจ
       “ฮึ...นี่ตกลงคุณแม่ก็ยังชอบลูกนังส้มเหรอคะ”
       “ยัยอร ฟังนะ แม่แยกคนที่ดีชั่ว ไม่ได้สนว่าใครลูกใคร แล้วจะรู้ได้ไงว่าใครดีใครชั่ว ก็ต้องมองที่การกระทำ ไม่ใช่มานั่งจับผิดที่เชื้อสายอย่างเดียว แก่ปูนนี้แล้วคิดให้ได้นะยัยอร”
       องค์อรหน้าเหวอ
       “นี่อรกลายเป็นคนผิดเหรอคะ”
       คุณหญิงส่ายหน้าระอาใจ
       “ไม่ใช่เป็นคนผิด แค่คิดผิดในเรื่องการดูคน”
       องค์อรเบ้ปากไม่อยากรับสิ่งที่คุณหญิงกล่าวหา
       “ได้ค่ะ แล้วเรามาดูกันว่าความเชื่อของคุณแม่หรือของอรที่ถูกต้อง”
      
       แก้วนั่งเล่นเฟซบุ๊คในไอแพดอยู่ที่โต๊ะในมหาลัย สุทธิดากับวาว่านั่งดูกระจกเติมหน้ากันอยู่ วาว่าหยุดมองแก้วแล้วรีบเดินไปด้านหลังเพ่งมอง
       “เขียนข้อความอะไรในเฟซพงษ์เหรอ”
       แก้วตกใจรีบเหลือบมองสุทธิดาแต่เห็นไม่สนใจยังแต่งหน้าอยู่
       “ก็วันนี้วันเกิดพงษ์อ่ะ พวกเธอไม่เข้าไปอวยพรเหรอ”
       “เหรอ...งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไป”
       แก้วหันมาถามสุทธิดา
       “ดาล่ะ ไม่อวยพรพงษ์เหรอ”
       “ไม่เอาล่ะขี้เกียจ”
       “แต่เขาเพื่อนในกลุ่มเรานะ...จริงๆฉันว่าพงษ์อยากได้คำอวยพรจากดามากกว่าใครๆด้วยซ้ำ”
       แก้วแอบน้อยใจนิดๆ สุทธิดาขำ
       “แก้วนี่เยอะนะ ได้...งั้นก็ฝากอวยพรไปกับของแก้วหรือของวาก็ได้เขียนๆไปเหอะ ฉันไม่สนใจหรอก”
       ระหว่างนั้นพงษ์เดินอารมณ์ดีเข้ามา แก้วแอบยิ้มดีใจ
       “Happy Birthday นะพงษ์ นี่พวกเรากำลังจะอวยพรในเฟซพอดี”
       “โอ๊ย...ไม่เอา แค่อวยพรมันไม่พอ เย็นนี้เราไปฉลองกันดีกว่า ผมเลี้ยง”
       แก้วกับวาว่าตบมือดีใจ พงษ์เดินไปนั่งข้างๆสุทธิดาแล้วส่งสายตา
       “ดาไปนะ วันสำคัญของผมๆอยากให้ดาไปด้วย”
       “เดี๋ยวดาไปบอกพี่รัฐไปด้วยนะ”
       สุทธิดายิ้มแต่พงษ์แอบเซ็งได้แต่ยิ้มรับเจื่อนๆ
      
       สหรัฐยืนคุยกับกลุ่มของสุทธิดาอยู่หน้าห้องพักอาจารย์
       “เอ่อ...พี่คงไปไม่ได้หรอก”
       “ทำไมล่ะคะ”
       “พี่...พี่อยากไปเยี่ยมน้ากัล”
       “แต่ดาอยากไปปาร์ตี้นี่คะ”
       “ถ้างั้นดาก็ไปกับเพื่อนๆสิ พี่ต้องไปสอนแล้วขอตัวนะ”
       สหรัฐเดินไป พงษ์มองตามยิ้มร้าย
       “คืนนี้ดาอยากไปไหน ผมจัดเต็ม”
       “ไม่เอาหรอก ฉันจะไปกับพี่รัฐ”
       สุทธิดาเดินตามสหรัฐไป พงษ์รู้สึกเซ็ง วาว่าปลอบ
       “ไม่เป็นไรน่า ยังมีฉันกับแก้ว”
       พงษ์หงุดหงิด
       “เธอสองคนจะมีความหมายอะไร”
       วาว่าโมโห
       “ทำไมพูดอย่างงี้ล่ะ”
       แก้วสลด พงษ์เดินไปไม่สนใจ แก้วใจเสีย วาว่าปลอบ
       “อย่าไปถือมันเลยแก้ว”
       แก้วยิ้มรับแก้ว
       “ไม่เป็นไรหรอก ไว้คราวหน้าก็ได้”
      
       สุทธิดานั่งหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องเรียน สักพักนักศึกษาก็ทยอยออกมาจากห้องพอเจอสุทธิดาก็ยกมือไหว้กันในฐานนะรุ่นพี่ มดดำเดินออกมากับเพื่อนๆ สหรัฐเดินออกมาจากห้องไม่ทันเห็นสุทธิดาเลยทักกับมดดำ
       “จะไปเยี่ยมน้ากัลหรือเปล่า จะได้ไปด้วยกัน”
       สุทธิดาได้ยินก็ไม่พอใจรีบเดินมาหาสหรัฐแล้วเกาะแขนทันที นักศึกษาเริ่มมองจนสหรัฐอาย
       “ที่ไม่ไปกับดา ก็เพราะจะควงนังมดดำนี่ไปด้วยกันใช่ไหมคะ”
       “ดา ปล่อยก่อน”
       “ไม่ปล่อย เพราะถ้าปล่อยพี่รัฐก็ไปกับมัน” สุทธิดาไล่มดดำ “แกจะไปไหนก็ไป แต่ห้ามเสนอหน้าไปให้แม่ฉันเห็นนะ”
       “ฉันแค่อยากไปดูแลคุณกัล”
       “ไม่ต้อง แม่ฉันๆดูเอง ไปสิ”
       มดดำจำใจเดินหนีไป สุทธิดาหันมาต่อว่าสหรัฐ
       “ทำไมพี่รัฐทำแบบนี้”
       อาจารย์สุนีย์ที่สอนเสร็จเดินออกมาจากอีกห้องเดินเข้ามาหาทั้งคู่
      
       “นี่อะไรกันคะ”
       สหรัฐกับสุทธิดาปล่อยแขนออกจากกัน อาจารย์สุนีย์มองด้วยสายตาตำหนิทั้งคู่
       อาจารย์สุนีย์กับสหรัฐอยู่ในห้องพักอาจารย์ มองสุทธิดาที่นั่งหน้างออยู่ด้านนอก
       “พี่เพิ่งทราบว่าอาจารย์กับสุทธิดาเป็นคู่หมั้นกันก็จากที่นักศึกษาเขาพูดกันลับหลังอาจารย์”
       “ครับ ขอโทษที่ไม่ได้บอก”
       “ที่จริงมันก็เรื่องส่วนตัว แต่อาจารย์ก็รู้ใช่ไหมคะว่าที่นี่ อาจารย์ควรจะทำตัวอย่างไร...ในฐานะอาจารย์”
      
       “ครับผม”


  


       “พี่ไม่อยากได้ยินนักศึกษาคนไหนเอาเรื่องของอาจารย์มานินทากันสนุกปาก อาจารย์สหรัฐคงเข้าใจนะคะ”
      
       สหรัฐจ๋อยก้มหน้ารับผิดแล้วเดินออกไป อาจารย์สุนีย์มองตามแล้วส่ายหน้าระอาใจ...สหรัฐเดินออกมาสุทธิดามองด้วยสายตาเย็นชา
       “จะไปเยี่ยมคุณแม่ใช่ไหมคะ ดาพร้อมแล้ว”
      
       พงษ์เดินหัวเสียเข้ามาในห้องรับแขก แพรวพราวนี่นั่งรออยู่เห็นอาการหลานก็สงสัย
       “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”
       “อาแพรวครับ ผมเบื่อที่จะแกล้งทำดีแล้วนะ! ไม่เห็นว่าดาจะมองผมเลย”
       “จะให้เขามาชอบเราปุ๊บปั๊บเลยมันก็เป็นไปไม่ได้หรอกพงษ์ แต่ถ้าหลานใจร้อน ก็ไปนัดเพื่อนให้ไปคอนโดที่หัวหินช่วงวันหยุดนี้สิ”
       พงษ์งง
       “อาแพรวมีแผนอะไรอีกเหรอครับ”
       “ไปนัดเพื่อนมาให้ได้ก่อน แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องแผนกัน”
       แพรวพราวยิ้มร้าย พงษ์ถึงจะยังไม่เข้าใจแต่ก็มีความหวัง
      
       วาปีนั่งคุยกับอิทธิอยู่ในห้องทำงาน
       “มดดำเป็นเด็กน่าสงสารครับ ตั้งแต่รู้จักกับมดดำมาผมไม่เคยห็นว่าน้าส้มจะพูดดีๆกับมดดำเลย มีแต่ทุบตีสาปแช่ง มดดำก็ยังรักแม่มาก ไม่ว่าแม่จะร้ายยังไงก็ไม่เคยโกรธ”
       “แล้วเธอรู้มั้ยว่าพ่อมดดำเป็นใคร”
       “ไม่ทราบครับ แม้แต่ลุงของมดดำก็ยังไม่รู้เลย”
       “เอาล่ะ ฉันถามแค่นี้แหล่ะ ขอบใจนะ”
       อิทธิเดินออกไปจากห้อง วาปีนั่งครุ่นคิดคนเดียว
       “หรือพ่อมดดำจะนิสัยดี เลยได้เลือดพ่อมากกว่าเลือดแม่”
      
       สุทธิดาป้อนยาให้กัลยาเสร็จก็จัดเก็บอย่างอื่นต่อ มีสหรัฐนั่งคอยดูแลอยู่ข้างเตียง
       “คุณแม่ผมสั่งให้มาดูแลน้ากัลให้ดีครับ”
       กัลยายิ้ม
       “เมื่อเช้าพิมพ์เขาก็โทรมาแล้ว บอกกลับจากแสวงบุญที่อินเดียจะเอาบุญมาฝาก แต่ยังไงน้าก็ขอบใจรัฐมากนะลูก อุตส่ามาอยู่นี่”
       “พี่รัฐเขาก็ไม่ได้อยากมาดูแลคุณแม่มากมายหรอกค่ะ อยากจะมาหานังมดดำมากกว่า”
       “ยัยดา ทำไมพูดแบบนี้ล่ะลูก”
       สุทธิดายิ้ม
       “ดาล้อเล่นค่ะ พี่รัฐไม่โกรธใช่ไหมคะ”
       สหรัฐยิ้มรับเซ็งๆ ระหว่างนั้นคุณหญิงวาปีเดินเข้ามา
       “อุ๊ย...คุณยายมาแล้ว เราไปหาอะไรทานกันเถอะค่ะพี่รัฐ ดาหิวแล้ว”
       กัลยายิ้มให้ทั้งคู่ แล้วสุทธิดาก็ลากสหรัฐเดินไป คุณหญิงเดินมาที่เตียง
       “ดีขึ้นแล้วใช่ไหม”
       กัลยาพยักหน้ารับ
       “งั้นเราก็มีเรื่องต้องคุยกันหน่อย”
       กัลยายิ้มรับจ๋อยๆ
      
       สหรัฐขับรถมาเงียบๆ สุทธิดามองแล้วขัดใจ
       “โกรธเหรอคะที่ดาเตือนสติพี่รัฐ”
       “พี่ไม่เข้าใจ ดาจะพูดขึ้นมาอีกทำไม พี่บอกดาแล้วว่าพี่กับมดดำไม่มีวันเป็นไปได้”
       “ดาก็ต้องกันไว้ก่อนสิคะ”
       “ดา...พี่จะบอกอะไรให้นะ ถ้าเราสองคนจะไปกันไม่ได้ มันไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่มันเป็นเพราะพี่กับดาคุยกันไม่รู้เรื่อง”
       สุทธิดาตวาด
       “ก็ที่คุยกันไม่รู้เรื่องน่ะเพราะใคร เพราะพี่รัฐผิดสัญญา นอกใจดาไง อยากถอนหมั่นดามากใช่มั๊ยคะ พูดมา พูดมาสิ”
       สุทธิดาโมโหอาละวาดเอากระเป๋าทุบตีจนสหรัฐตกใจ เขาหยุดรถข้างทางด้วยความโมโห
       “ดา หยุดนะ ดาไม่เคยอารมณ์ร้ายอย่างนี้ มันเกิดอะไรขึ้น”
       “พี่รัฐไม่รู้จริงๆเหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
       สุทธิดาเจ็บใจเอามือทุบๆกระเป๋าตัวเองจนสหรัฐเริ่มกลัวในอารมณ์ของสุทธิดา
      
       ค่ำนั้น สุทธิดาเดินเปิดประตูเข้ามาแล้วขว้างแฟ้มขว้างกระเป๋าลงพื้นจนของตกกระจายทั่วห้อง ส้มเปิดประตูเข้ามาเห็นก็ตกใจ
       “คุณดา ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ อารมณ์เสียเรื่องอะไรมา”
       “จะเรื่องอะไร ก็อีลูกหน้าโง่ของแกน่ะสิ รู้ไหม มันจะทำฉันบ้า ตายอยู่แล้ว”
       “ก็คุณดาไม่หาทางจัดการคุณสหรัฐตามที่ส้มบอกล่ะคะ”
       สุทธิดาหยิบห่อยาที่พื้นโยนใส่หน้าส้ม
       “ด้วยยาบ้าๆของแกนี่น่ะเหรอ”
       ส้มงง
       “ทำไมคะ มันไม่ได้ผลเหรอ”
       “จะรู้ไหม ฉันจะหาโอกาสที่ไหนไปใช้ล่ะ ในเมื่อลูกสาวแกมันคอยแต่จะเข้าหาพี่รัฐจนเขาจะหนีฉันไปอยู่แล้ว”
       สุทธิดาโมโหเดินเข้ามาตีส้มจนต้องหลบพัลวัน
       “บอกฉันมานะ ตกลงแกช่วยฉันหรือช่วยลูกสาวกันแน่ แกหลอกฉันใช่ไหม”
       “เปล่านะคะคุณดา อย่าตีฉันเลย ฉันเจ็บ”
       ส้มตัดสินใจจับมือสุทธิดาไว้
       “เอางี้ค่ะ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของฉัน ฉันจะเป็นคนกำจัดอีมดดำด้วยมือฉันเอง”
       ส้มยิ้มร้ายให้ สุทธิดามองส้มอย่างใช้ความคิด
      
       สหรัฐนั่งเครียดที่โซฟา นึกถึงภาพที่สุทธิดาตีเขาในรถก็อึ้งไป
       “ดาเป็นคนอารมณ์ร้ายอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
       ระหว่างนั้นแม่บ้านเดินเข้ามาพร้อมกับมือถือยื่นให้
       “คนขับรถบอกว่าเจอมือถือนี่ในรถของคุณรัฐค่ะ”
       “ของดาทำตกไว้ ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันจะเอาไปคืนวันพรุ่งนี้”
       สหรัฐรับมือถือมา แม่บ้านเดินออกไป เขาดูมือถือแล้วถอนใจเหนื่อยใจ
      
       มดดำนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงศาลา สักพักส้มเดินถือน้ำผลไม้เข้ามาหา
       “มึงลองกินซิ”
       มดดำงง
       “นี่แม่ทำมาให้ฉันเหรอ”
       ส้มกลบเกลื่อน
       “กู จะทำให้คุณดา แต่ให้มึงชิมก่อน ถ้าอร่อยค่อยเอาไปให้คุณดา”
       “เฮ้อ...นึกแล้ว ต้องไม่ได้ตั้งใจทำให้ฉัน”
       “กินๆเถอะน่า ปากมากจริงนะมึง กินแค่นี้มันจะรู้ไม๊ ว่าอร่อย กินให้มันเยอะๆหน่อย”
       มดดำหยิบน้ำผลไม้มาดื่มรวดหมดแก้ว ส้มมองยิ้มร้าย
       “อร่อยดีนี่แม่...แต่ว่า...” มดดำมึนๆกุมศีรษะ "ทำไม...นี่...นี่แม่เอาอะไรให้ฉัน”
       มดดำหลับฟุบลงที่โต๊ะ ส้มยิ้มเยาะ
      
       “อีโง่!”
ตอนที่ 18
      
       สหรัฐจะเอาโทรศัพท์มาคืนสุทธิดานั่งรอที่ห้องรับแขก ดอมเดินผ่านมา
      
       “อ้าว...พี่รัฐยังไม่กลับเหรอครับ”
       “ก็...ตั้งแต่มายังไม่ได้เจอดาเลย”
       สหรัฐกับดอมมองขึ้นบนบ้าน
       “เมื่อกี้ก็ได้ยินเสียงอาละวาดส้มอยู่ตั้งนาน ได้ยินพูดถึงมดดำด้วย”
       สหรัฐรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ ดอมมองจับผิดสังเกต
       “สองคนนี้ก็เป็นเงี๊ยะ ถ้าเสียงดังก็คือพี่ดาอาละวาดส้ม แต่ถ้าเงียบด้วยกันนี่น่ากลัว ไม่รู้มดดำจะโดนอะไรอีก”
       สหรัฐกับดอมเป็นห่วงมดดำ ทั้งสองนิ่งหยั่งความรู้สึกที่ต่างฝ่ายมีให้มดดำ
       “ดอม นายคิดยังไงกับมดดำ”
       ดอมอึ้งที่ถูกถามตรงๆแต่ก็นิ่งคิดก่อนตอบอย่างจริงจัง
       “ผมชอบมดดำ...แล้วก็อยากให้เขาชอบผมด้วย แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีแย่ๆแบบที่ส้มเคยใช้นะครับ”
       สหรัฐยิ้มจริงใจ
       “พี่เชื่อนายนะดอม”
       สหรัฐแม้จะพูดให้กำลังใจดอมแต่ตัวเองก็รู้สึกเจ็บแปลบ
      
       เช้าวันต่อมา มดดำในชุดนักศึกษาเปิดประตูออกมากำลังจะไปเรียนแต่มาลัยกระโดดออกมาขวางไว้
       “ซาต๊อป!”
       มดดำตกใจ
       “โธ่...พี่มาลัยทำฉันตกใจหมด”
       มาลัยมองซ้ายมองขวามีพิรุธ ก่อนจ้องหน้าถามมดดำอย่างสงสัย
       “เรื่องเมื่อคืน...สรุปว่าไงวะ พี่ดูไม่ทันจบว่ะ”
       มดดำงงว่าเรื่องอะไร แต่มาลัยงงหนักกว่า
       “เฮ้ย!อย่าบอกนะว่าไม่รู้ว่าแม่ตัวเองถูกตบ!”
       มาลัยทำท่าตบ มดดำชะงัก
       “พี่ว่าไงนะ! แม่นะเหรอถูกตบ”
       “อื้อ ฝ่ามือคุณดาเต็มๆ”
       มาลัยรู้สึกสะใจนิดๆ ทันใดนั้นเสียงเนื่องดังเข้ามา
       “ถ้ายังไม่รีบไปทำงานอีกก็อาจจะเจอเต็มๆเหมือนกัน”
       มาลัยหันมา
       “คร่าเจอเต็มๆ...อุ้ย!”
       เนื่องเดินเข้ามาหยิก มาลัยร้องจ๊ากดิ้นจนหลุดแล้วรีบวิ่งไปบ่นไป
       “อูย...บิดซะทวินเทอร์โบ! หนังติดมือไปบ้างรึป่าวเนี่ย”
       เนื่องมองตามส่ายหน้าระอาหันมาเจอมดดำมองสงสัย
       “เรื่องมันเป็นยังไงกันเหรอจ๊ะคุณเนื่อง”
       “ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปบ้าตามนังมาลัยมันเลย”
       มดดำยังไม่หายสงสัย
      
       ดอมเดินออกมาเจอมดดำที่ยังคาใจกับสิ่งที่มาลัยพูด เธอบ่นคนเดียว
       “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมแม่ถึงโดนคุณดาตบ”
       ดอมเข้ามาถาม
       “มดดำเป็นไงบ้าง”
       มดดำไม่ทันตอบสหรัฐก็ขับรถเข้ามาจอดตรงหน้าทั้งสอง แล้วรีบลงมาหามดดำทันที
       “เธอเป็นไงบ้างมดดำ”
       “ก็...ไม่ได้เป็นอะไรนี่”
       สหรัฐกับดอมมองหน้ากันหมดห่วง มดดำงง ทันใดนั้นเสียงสุทธิดาดังขึ้น
       “ไม่เป็นอะไรแล้ว สบายใจกันได้รึยัง”
       ทั้งสามหันมองตามเสียง สุทธิดาเดินเข้ามายิ้มให้มดดำอย่างมีแผน
       “มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ ไม่รีบไปเดี๋ยวก็ไปสายหรอก...” สุทธิดาหันไปหาดอม “ดูแลมันให้ดีๆด้วยล่ะ”
       คำพูดเหมือนหวังดีแต่แฝงด้วยน้ำเสียงไม่น่าไว้ใจ สหรัฐมองสงสัย แต่สุทธิดาดูนิ่งมาก สหรัฐหันไปหาดอม
       “ฝากมดดำด้วยนะ”
       ดอมยิ้ม
       “ไม่ต้องห่วงครับ...ปะ มดดำ”
       ดอมกับมดดำเดินออกไป สุดธิดายิ้มเยาะ
       “สองคนนี้เหมาะกันดีนะคะ”
       สหรัฐสงสัย
       “ดาคิดจะทำอะไรไม่มีดีอีกแล้วใช่ไหม”
       “ยังไงดาก็กลายเป็นคนเลวในสายพี่รัฐไปแล้วนี่คะ”
       สุทธิดานิ่งเดาใจไม่ถูกทำให้สหรัฐยิ่งเป็นกังวล
      
       สุดธิดาเดินขึ้นรถ ปิดประตู สหรัฐขึ้นรถ ก่อนรถออกเขาหยิบของให้
       “ดาทำหล่นไว้ในรถพี่ เมื่อคืนพี่เอาไปให้ที่บ้านแต่เห็นดาไม่ว่าง”
       “ดาคิดว่าพี่รัฐจะมีของขวัญมาให้ดา แต่พี่รัฐคงจะสนใจแต่นังมดดำ”
       “คุยเรื่องอื่นดีมั๊ยดา”
       สุทธิดาพูดแทงใจดำสหรัฐ
       “ก็ตอบมาก่อนสิคะ ว่าเมื่อไหร่พี่รัฐจะเลิกสนใจนังมดดำมันสักที”
       สหรัฐฉุน
       “แล้วดาล่ะเมื่อไหร่จะเลิกยุ่งเลิกทำร้ายมดดำ”
       “ดาไม่หยุด! ถ้าพี่รัฐไม่เลิกบ้ามันยังไงดาก็ไม่หยุด”
       “ดา!...งั้นพี่ก็คงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว ในเมื่ออธิบายไปดาก็ไม่เข้าใจ”
       “ไม่ใช่ดาไม่เข้าใจ แต่พี่รัฐต่างหากที่ไม่ชัดเจน ถ้าไม่รักดาแล้วมาหมั้นกับดาทำไม”
       สหรัฐโมโห
       “ดาก็รู้ว่าพี่ไม่ได้อยากหมั้นตั้งแต่แรก”
       สุทธิดาอึ้งครู่หนึ่ง
       “แล้วเราจะได้เห็นดีกันพี่รัฐ”
       สุทธิดาจ้องเอาเรื่อง สหรัฐเบือนหน้าหนีทั้งหน่ายทั้งเอือมขับรถออกไปอย่างเร็ว
      
       สหรัฐขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถมหาลัย ในรถสหรัฐกับสุทธิดายังตึงๆใส่กัน สหรัฐออกจากรถเดินอ้อมมาจะเปิดประตูให้แต่ไม่ทันคิมที่จู่ๆก็มาเปิดประตูให้ก่อน สหรัฐจ้องนิ่ง
      
       “พอดีนัดกันไว้เรื่องติววิชาเรียนน่ะครับ” คิมยิ้มๆ


  


       สหรัฐขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถมหาลัย ในรถสหรัฐกับสุทธิดายังตึงๆใส่กัน สหรัฐออกจากรถเดินอ้อมมาจะเปิดประตูให้แต่ไม่ทันคิมที่จู่ๆก็มาเปิดประตูให้ก่อน สหรัฐจ้องนิ่ง
      
       “พอดีนัดกันไว้เรื่องติววิชาเรียนน่ะครับ” คิมยิ้มๆ
       สุทธิดาพอใจมากที่คิมมาถูกจังหวะ ออกจากรถมาควงแขนคิมประชด
       “วันนี้คงไม่ได้กลับพร้อมกันหรอกนะคะพี่รัฐ”
       สุทธิดากับคิมจะเดินไป
       “ดา...ถ้าโกรธพี่ก็ไม่ควรจะทำประชด ดาควรคิดให้ดีก่อน”
       “ดาคิดดีแล้วค่ะพี่รัฐ พี่รัฐแคร์ด้วยเหรอคะ”
       น้ำเสียงสุทธิดาดูแข็งๆและเย็นชา สหรัฐพูดไม่ออก คิมยิ้มสะใจ
       “ขอตัวนะครับ...อาจารย์”
       พูดจบคิมก็โอบเอว สุทธิดายอมเล่นด้วยโอบตอบทั้งสองเดินออกไป สหรัฐมองตามเป็นห่วง สุทธิดารู้สึกผิดหวังที่สหรัฐไม่พยายามแคร์เธอให้มากกว่านี้
      
       คิมกับสุทธิดาเดินโอบเอวกันมาแล้วสุทธิดาก็ผละออก
       “อย่า...ไม่อยากเล่นแล้ว”
       “ทำไมละดา”
       “เซ็ง วันนี้ไม่อยากเข้าเรียน”
       “โอเคครับ แล้วอยากให้ผมพาไปไหนล่ะ”
       “ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่มหา’ลัย”
       คิมก้มดูเวลา
       “แต่อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าห้างจะเปิด งั้นไปนั่งเล่นห้องผมก่อนไหม พอห้างเปิดเราค่อยไปดูหนังฟังเพลงกัน โอเคมั๊ย”
       สุทธิดาพยักตอบตกลงเซ็งๆ คิมยิ้มอย่างพอใจ
      
       มดดำนั่งอยู่ในโรงอาหารมหา’ลัย ดอมยกอาหารมาให้
       “กินเยอะๆเลยนะมดดำ”
       “กินกันแค่สองคน คุณดอมซื้อมาทำไมตั้งเยอะ”
       ทันใดนั้นเสียงแก้วดังขึ้น
       “เมื่อไหร่เราจะมีเจ้าบุญทุ่มคอยตามประเคนอย่างนี้บ้างนะวาว่า”
       ดอมกับมดดำมองตามเสียง เห็นแก้วกับวาว่ามายืนอยู่ข้างหลังมดดำเมื่อไหร่ไม่รู้ทั้งสองถือแก้วน้ำอยู่ด้วย
       “ไม่ยากหรอกแก้ว แค่ทำตัวจนๆ แฝงตัวไปเป็นคนใช้ ทำท่าน่าสงสารหน่อย แค่นี่ก็ได้เหยื่อแล้ว”
       มดดำไม่พอใจลุกขึ้นมองหน้าสองสาว ดอมเข้ามายืนหลังมดดำ
       “พวกพี่เข้าใจผิดกันแล้วนะครับ”
       แก้วยิ้มหยัน
       “ไม่ผิดหรอกมั้งน้องดอม เพราะข้อมูลจากพี่สาวของเธอแน่นปึ้กซะขนาดนั้น รู้กันทั่วมหา’ลัย”
       มดดำไม่พอใจ
       “ถ้าแน่นปึ้กจริงก็คงจะรู้สินะคะว่าฉันต่อยเก่ง”
       แก้วกับวาว่าขยับถอย
       “อ้อ...อีกอย่างพยายามหาสปอนเซอร์ให้ได้เร็วๆนะคะ จะได้ไม่มายืนอิจฉาคนอื่น หรือว่าหาแล้ว แต่ไม่ได้”
       “หนอยแก อีสลัม!”
       วาว่าโกรธสาดนำใส่มดดำแต่พลาดไปถูกดอมที่อยู่ข้างหลัง
       “อ๋อ...ชอบเล่นสงกรานต์ ได้!”
       พูดจบมดดำก็คว้าแก้วน้ำบนโต๊ะสาดใส่แต่วาว่าหลบได้ สุดท้ายสหรัฐที่เดินเข้ามารับไปเต็มๆ ทั้งหมดตกใจมากปนรู้สึกผิด
      
       ในห้องพักอาจารย์...มดดำ ดอม แก้ว วาว่า ซันนี่ ก้มหน้ารู้สึกผิด สหรัฐนั่งรอฟังคำอธิบายอยู่เบื้องหน้า
       “มันเกิดอะไรขึ้น ใครหาเรื่องใครก่อน”
       ดอมรีบบอก
       “ผมกับมดดำนั่งทานข้าวกันอยู่ดีๆ พวกพี่ๆก็เข้ามาหาเรื่องมดดำ”
       วาว่าแทรกขึ้น
       “ไม่จริงนะคะ เราก็พูดของเราสองคนอยู่ดีๆแต่สองคนนี้ฟังเข้าใจผิดเอง”
       แก้วหันมาเสียงแข็งใส่มดดำ
       “ใช่มั้ยมดดำ”
       สองสาวถลึงตาขู่ คาดว่ามดดำจะกลัวแต่เธอไม่กลัว
       “ไม่ใช่คะ...พวกพี่เขาเดินเข้ามาหาเรื่องฉันก่อนจริง แต่บังเอิญฉันไม่ใช่นางเอก”
       สองสาวหน้าเหวอ ดอมขำสะใจ สหรัฐตัดบท
       “เอาล่ะ ผมขอให้เลิกแล้วต่อกันได้มั้ย อย่าให้ถึงกับต้องรายงานอาจารย์ที่ปรึกษา ไปเรียนกันได้แล้ว”
       ทั้งหมดออกไป สหรัฐบอกกับมดดำ
       “มลฤดีอยู่ก่อน”
       มดดำชะงักหันมา ดอมรอ แก้วกับวาว่าเดินไป
       “เดี๋ยวฉันต้องสอนห้องเธอ ช่วยถือของไปด้วย”
       มดดำเซ็ง
      
       มดดำเดินถือเอกสารมากับสหรัฐตามทางเดินหน้าชั้นเรียน
       “เธอนี่จริงเลยนะ ยอมใครสักเรื่องไม่เป็นเลยเหรอ”
       “ถ้าจะตามหานางเอกในละครไม่ใช่ทางนี้คะ ไปหาที่อื่น”
       “บางครั้งตาต่อตาฟันต่อฟันมันก็ไม่ใช่เรื่องดีนะมดดำ เพราะมันจะทำให้มีเรื่องปวดหัวตามมาอีกมากมาย”
       มดดำนิ่งเห็นด้วย ทั้งสองมาหยุดอยู่หน้าห้องเรียน
       “อย่างที่โรงอาหารถ้าเธอนั่งอยู่นิ่งๆไม่ลุกมาตอบโต้ซะ ก็คงไม่เป็นเรื่อง”
       “ก็มันอดไม่...” มดดำนึกได้ “นี่คุณแอบตามดูฉันตลอดเลยเหรอ”
      
       มดดำจ้องเค้น สหรัฐเหวอที่ถูกจับได้ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เดินนำเข้าไป


  


       คิมวางอาหารลงบนโต๊ะ ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วนั่งตรงข้ามสุทธิดา ภายในคอนโดของเขา
      
       “ไม่เห็นกับตาไม่เชื่อเด็ดขาด ว่าคิมจะทำอาหารเป็น”
       “ไม่เห็นยากตรงไหน ยิ่งถ้าเรื่องเทคแคร์คุณยิ่งถนัด”
       สุทธิดานึกถึงสหรัฐที่ไม่เคยแคร์ตนเองแล้วเซ็ง
       “ยังเซ็งเรื่องคู่หมั้นคุณอยู่เหรอ”
       สุทธิดายอมรับ
       “เป็นคู่หมั้นกันแท้ๆไม่คิดจะดูแลกัน ดันไปวิ่งตามแต่ไอ้ลูกคนใช้”
       “เด็กมดดำปีหนึ่งที่น้องชายคุณตามติดอยู่น่ะเหรอ หน้าตาดีไม่เลวนะ”
       สุทธิดาไม่พอใจมองคิมตาขวาง
       “มันคิดจะจับทั้งพี่รัฐทั้งตาดอม ฉันเกลียดมัน”
       “ผมช่วยได้นะ”
       สุทธิดารู้ทันความคิดคิม ยิ้มอย่างมีแผนในใจมองคิมตาหวานเยิ้ม คิมเคลิ้มตาม
      
       สุทธิดากับคิมออกมานั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน คิมโอบไหล่ที่หน้าจอโทรทัศน์ เห็นพระนางกำลังเล่นเลิฟซีนกันถึงพริกถึงขิง คิมชักมีอารมณ์เริ่มบีบไหล่สุทธิดาเบาๆ สุทธิดาที่จ้องอยู่แต่หน้าจอก็ชักเคลิ้ม คิมโน้มตัวเข้าหา สุทธิดาจ้องหน้าคิมตื่นเต้น เขาจะจูบ เธอผลักออก
       “พอแล้ว...”
       คิมเสียดาย สุทธิดาหยิบรีโมทเปลี่ยนช่อง คิมเซ็ง
       “เดี๋ยวผมขอไปอาบน้ำก่อนละกัน”
       คิมออกไป สุทธิดากดโทรศัพท์โทรหาแก้วกับวาว่า แต่ไม่มีใครรับสาย
       “บ้าจริง”
       สุทธิดาโทรหาพงษ์แทน
       “มารับฉันหน่อย”
      
       มือถือแพรวพราววางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น แพรวพราวนั่งเคลียร์เอกสารหยิบมากดรับสาย
       “ว่าไงหลานอา”
       “ข่าวดีครับอา สุทธิดาให้ผมไปรับ”
       แพรวพราวพอใจ
       “งั้นโอกาสก็มาถึงแล้วนะสิ”
       แพรวพราวส่งกุญแจ พงษ์รับกุญแจมา
       “อะไรครับ”
       “กุญแจคอนโด รู้นะว่าต้องทำไง”
       “ไม่ต้องห่วงครับคุณอา รอฟังข่าวดีจากผมได้เลย”
       แพรวพราวพอใจ
       “รีบไปเถอะ”
       แพรวพราวหัวเราะชอบใจที่แผนกำลังจะสำเร็จ...พงษ์ยิ้มร้ายมีความหวัง
       “ใกล้ถึงเวลาของฉันแล้วสินะ”
      
       สุทธิดานั่งดูทีวีคอยพงษ์มารับอย่างเซ็งๆ คิมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินมาหา
       “ดา คุณจะดื่มอะไรหน่อยมั้ย”
       “ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนดีมั้ย ต่อให้เธอแก้หมดฉันก็ไม่มีอารมณ์หรอกนะ”
       คิมยิ้มไม่สน เดินไปที่เคาเตอร์เครื่องดื่ม สุทธิดามองตาม
       “ขอน้ำส้มคั้นแก้วนึงแล้วกัน”
       คิมมองสุทธิดาอย่างหมายมาด
       “ได้ยากนักใช่มั้ย”
      
       รถพงษ์ขับเข้ามาจอดที่คอนโดคิม เขาออกจากรถแล้วมองขึ้นไป
       “ไอ้คิม!”
       พงษ์รีบเข้าคอนโดไป คิมเดินถือแก้วน้ำส้มมายื่นให้สุทธิดาที่นั่งอยู่หน้าจอทีวี มืออีกข้างถือขวดเบียร์ขวดเล็ก
       “ของคุณ”
       สุทธิดามองไม่พอใจที่ยังเห็นคิมยังใส่บ๋อกเซอร์ตัวเดียว คิมไม่สนกระดกเบียร์แล้วยื่นแก้วให้ เธอกำลังจะรับแต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อน คิมงงว่าใครมา สุทธิดาลุกไปเปิดประตู
       “ใครมันเสือกมาเอาตอนนี้วะ” คิมบ่น
       พงษ์เดินเข้ามาเห็นคิมในสภาพกึ่งโป้ก็ไม่พอใจ สุทธิดาเดินตามมา
       “แกมาได้ไง” คิมถามเสียงเข้ม
       “ดาเรียกมาเอง จะให้พงษ์พากลับ”
       พงษ์ยิ้มอย่างผู้ชนะใส่ คิมไม่พอใจ
       “เดี๋ยวผมพาคุณไปส่งเอง คนอื่นอย่าเสือก”
       “กูจะเสือก เพราะดาขอ แต่มึง ดาเขาไม่เอาไง”
       สุทธิดาปราม
       “พงษ์ ไม่ต้องหาเรื่องนะ กลับได้แล้ว...ไป”
       พงษ์ยิ้มเยาะ
       “คนอย่างดา เขาไม่เอามึงหรอก”
       แล้วสองสองหนุ่มก็ซัดกันนัวเนีย...
      
       พงษ์ขับรถไปบนถนนโดยมีสุทธิดานั่งข้างๆ
       “ดีนะที่ผมไปทัน ไม่งั้นดาแย่เลย”
       “ขอบใจเธอมากนะพงษ์ เป็นเพราะพี่รัฐนั่นแหละ ฉันถึงมากับคิม”
       พงษ์ได้ทียุ
       “นี่อาจารย์เขายังไม่เลิกยุ่งกับเด็กมดดำนั่นเหรอ แต่มันก็น่าอยู่หรอกเด็กนั่นสวยขนาดนั้น”
       สุทธิดาไม่พอใจ
       “สวยแล้วอยากได้มั้ยล่ะ”
       พงษ์ยอมรับ
       “แล้วจะเอาโอกาสไหนไปได้ล่ะ”
       สุทธิดาค้นกระเป๋าสะพาย หยิบซองยาที่ส้มเคยให้มามอมสหรัฐ ยื่นให้
       “เดี๋ยวฉันจะหาโอกาสให้ ตอบแทนที่เธอช่วยฉัน”
       พงษ์รับซองยา สุทธิดายิ้มพอใจ
      
       พงษ์ขับรถมาจอดหน้าร้านมินิมาร์ท สุทธิดามองหน้าสงสัย
       “คอแห้งน่ะ หากาแฟกินหน่อย”
       พงษ์เปิดประตูออกไป สุทธิดายิ้มร้ายนึกถึงคำพูดของส้ม
       “ถ้าคุณดาไม่อยากได้อีมดดำเป็นน้องสะใภ้ คุณดาก็หาใครสักคนมาเป็นผัวมันสิคะ”
       “แกได้ผัวสมใจแน่นังมดดำ ส่วนพงษ์...แกได้เมียแล้วจะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก”
      
       พงษ์เดินออกจากในมินิมาร์ทขึ้นรถ เขาแอบใส่ยาในเครื่องดื่มส่งให้สุทธิดาก่อนออกรถไป

      
       สหรัฐอยู่ในห้องพักอาจารย์ เขานั่งคิดหนักเรื่องสุทธิดา จู่ๆก็มีใครบางคนยื่นแซนวิทมาให้ เขาเงยหน้ามองก็พบว่า มดดำเป็นคนยื่น
      
       “ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าไม่ได้ทานข้าว”
       สหรัฐรับมา
       “ขอบใจนะ...”
       มดดำวางแก้วน้ำให้แล้วนั่งลง รอจ้องจะให้เขากิน แต่เขากินไม่ลง
       “ยังโกรธฉันอยู่เหรอ”
       “เปล่าหรอก มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ”
       “คุณดาใช่มั้ย จะว่าไปวันนี้ก็ยังไม่เห็นเธอเลย”
       “ดาไปกับเพื่อนชายที่ชื่อคิม”
       สหรัฐท่าทางเป็นห่วงสุทธิดา มดดำเห็นแล้วก็รู้สึกแย่นิดๆ
       “คุณหึงเขาเหรอ”
       “ดากับฉันโตมาด้วยกัน ถึงจะไม่ได้รักเขาแบบคนรัก แต่อดเป็นห่วงเขาไม่ได้ ถามแบบนี้ทำไม หึงผมเหรอ”
       “บ้า เปล่าซะหน่อย”
       มดดำแอบดีใจที่ไดยินคำพูดแบบนั้นจากเขา เธอมองให้กำลังใจ
      
       พงษ์พาสุทธิดาที่หมดสติ เข้าโรงแรม เขาอุ้มเธอวางลงบนเตียง แล้วมองทั่วเรือนร่างอย่างพอใจ
       “เรื่องอะไรจะเอาคนใช้ เอาของดีไม่ดีกว่าเหรอ...ที่นี่เหมาะกับเธอมากกว่าคอนโดของอาแพรวซะอีก หึ!”
       พงษ์เริ่มลงมือแกะกระดุมเสื้อสุทธิดาทีละเม็ด แล้วเปิดออกจนเห็นสายเสื้อในกับเนินอกขาวๆ พงษ์ถอยออกมามองอย่างพอใจก่อนถอดเสื้อตัวเองออก แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเริ่มถ่ายไปที่สุทธิดา
      
       เวลาผ่านไป พงษ์อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ สุทธิดานั่งพิงหัวเตียงร้องให้เสียใจ เธอนึกถึงคำพูดของสหรัฐก่อนหน้านี้
       “ดา... ถ้าโกรธพี่ก็ไม่ควรจะทำประชด ดาควรคิดให้ดีก่อน”
       “ดาคิดดีแล้วค่ะพี่รัฐ พี่รัฐแคร์ด้วยเหรอคะ”
       พงษ์เปิดประตูห้องน้ำออกมา สุทธิดาตบสวนทันที
       “เลวที่สุด! แกทำลายชีวิตฉัน”
       สุทธิดาร้องไห้เสียใจทั้งที่ผ้าห่มคลุมตัวอยู่ พงษ์ยิ้มพอใจจะเข้าไปกอด สุทธิดาผลักออก
       “ฉันอุตส่าห์ไว้ใจแก แต่แกกลัวเลวเดรัจฉานยิ่งกว่าคิมซะอีก!”
       พงษ์โมโห
       “หึ!อย่าลืมว่าคุณทำให้ผมกลายเป็นเดรัจฉานเอง ส่วนไอ้คิมคุณก็สร้างให้มันเป็นสัตว์ร้ายด้วยการไปยั่วยวนมัน”
       สุทธิดาเจ็บใจทุบตีเขาอาละวาดไม่หยุด พงษ์ผลักเธอล้มไปบนเตียง
       “อยากกำพร้าผัวรึไง! ยังไงคุณก็เป็นของผมแล้ว”
       พงษ์เห็นสุทธิดาร้องมากก็สงสาร
       “เอาเถอะ...ยังไงผมก็รักคุณนะดา ผมจะให้อาแพรวไปขอคุณเป็นเรื่องเป็นราว”
       สุทธิดาปาดน้ำตา
       “ไม่จำเป็น! ฉันมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ส่วนแกเป็นแค่ความสกปรกที่มาแปดเปื้อนฉัน” เธอจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง “ฉันจะกลับบ้าน!”
       พงษ์โมโหเข้าบีบไหล่สุทธิดาอย่างแรง
       “จำไว้นะดา ยังไงคุณก็ต้องเป็นของผมคนเดียว”
       พงษ์ผลักสุทธิดาแล้วลุกหนีไป สุทธิดากำผ้าห่มแน่นด้วยความแค้น
       “เพราะแกคนเดียว...อีมดดำ!”
      
       แพรวพราวนั่งดื่มน้ำผลไม้ไปอ่านนั่งสือไปอยู่ในห้องรับแขก พงษ์ผิวปากเดินเข้ามาอย่างสบายอารมณ์เข้ามานั่งด้วย
       “หน้าชื่นมาเชียว แสดงว่าสำเร็จ”
       “จะเหลือเหรอครับ”
       “แล้วได้ทำตามที่อาบอกหรือเปล่า มีหลักฐานเก็บไว้มั๊ย”
       “อาอยากดูแบบไหนล่ะครับ ภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหว”
       “ขอภาพนิ่งแล้วกัน ส่วนลีลาของแกเก็บไว้ดูคนเดียวเถอะ”
       พงษ์ยิ้มหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟล์รูปให้แพรวพราวๆรับไปดู หน้าจอมือถือเป็นภาพเขากับสุทธิดากอดกันบนเตียงหลายๆภาพ
       “เป็นไงครับ ชัดพอไหม”
       แพรวพราวสะใจ
       “เยี่ยม เก่งมากหลานอา”
       พงษ์ชูแฟลชไดร์ขึ้น
       “ของจริงชัดจริงมันต้องอันนี้ครับ ทั้งภาพทั้งเสียง แพรวพราวสะใจมาก
       “รังเกียจฉันนักใช่ไหมนังคุณหญิงวาปี สุดท้ายเราก็ต้องเกี่ยวดองเป็นญาติกันจนได้”
      
       สุทธิดาเดินร้องไห้กลับเข้ามาในห้องนอนของตน เธอแค้นใจทำลายข้าวของแล้วทรุดลงร้องไห้อย่างหน้าสงสารลงกับเตียง
       สหรัฐยังอยู่ในห้องพักอาจารย์ กำลังเช็คตรวจกระดาษคำตอบภาษาอังกฤษของมดดำ มดดำนั่งลุ้นรออยู่ สหรัฐพอใจ
       “ดีขึ้นนี่...ถ้าได้มาเรียนพิเศษบ่อยๆก็น่าจะทันเพื่อนได้ไม่ยาก”
       มดดำดีใจ แต่ยังนั่งนิ่งมีเรื่องคิดในใจจนเขาสังเกตได้
       “มีอะไรเหรอ”
       “เรื่องเมื่อเช้าที่คุณกับคุณดอมถามฉัน เหมือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน มาลัยก็บอกว่าแม่ถูกคุณดาตบ มันเรื่องอะไรบอกฉันได้ไหม”
       สหรัฐตัดสินใจเล่า
       “เมื่อคืนฉันไปหาดาที่บ้าน ได้ยินเสียงดาอาละวาดแม่เธอ ฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร แต่น่าจะเกี่ยวกับเธอ ฉันสังหรณ์ว่าดากับแม่เธอจะทำเรื่องร้ายกับเธออีก ฉันเป็นห่วงเธอนะ”
       มดดำซึ้งใจ
       “คุณเป็นคนอื่นแท้ๆแต่กลับเป็นห่วงฉัน แต่ทำไมแม่ถึงไม่รักไม่ห่วงฉันบ้างทำเหมือนฉันไม่ใช่ลูก”
       “แล้วเธอคิดว่าตัวเองเป็นลูกส้มหรือเปล่าล่ะ”
       มดดำอึ้ง
       “คุณ”
       “งั้นไปกับฉันๆจะพาเธอไปหาคำตอบ”
      
       มดดำงงกับคำพูดของเขา สหรัฐไม่สนลากเธอไปเลย


  


       สหรัฐพามดดำมาหาเฉลิมที่บ้าน ทั้งสองช่วยกันลุ้นเฉลิมที่กำลังครุ่นคิด
      
       “อืม...ลุงนึกไม่ออกจริงๆว่าส้มมันเก็บไว้ที่ไหน” เฉลิมส่ายหน้า
       มดดำกระตุ้น
       “ลุงลองนึกดูดีๆสิจ๊ะ ใจเย็นๆค่อยๆคิด เผื่อจะคิดออก”
       “อย่าว่าแต่นึกเลย เพราะตั้งแต่ส้มมันย้ายเข้ามา ลุงไม่เคยได้ยินมันพูดถึงใบแจ้งกงแจ้งเกิดของเอ็งเลย”
       “เหรอจ๊ะ งั้นฉันขอเข้าไปหาเองได้ไหม”
       เฉลิมสงสัย
       “ถามจริงๆเถอะมดดำ เอ็งจะอยากดูไปทำไม”
       มดดำลังเลหันไปหาสหรัฐ เขาพยักหน้าให้บอกไปตามความรู้สึก
       “คืออย่างนี้จ๊ะลุง สูติบัตรใบนั้นเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่จะยืนยันได้ว่าฉันเป็นลูกแม่จริงหรือเปล่า...ทำไมแม่ถึงรักคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง”
       “ข้าเข้าใจความรู้สึกเอ็งนะ แล้วถ้าสูติบัตรใบนั้นยืนยันว่าเอ็งกับส้มเป็นแม่ลูกกัน แล้วมันจะช่วยอะไรได้”
       สหรัฐแทรกขึ้น
       “ช่วยได้สิครับ เพราะข้อมูลในสูติบัตรทำให้เรารู้ชื่อพ่อของมดดำ ถ้าโชคดีเราอาจหาพ่อของมดดำเจอก็ได้ครับ”
       เฉลิมเห็นด้วย
       “จริงอย่างที่คุณพูด...ลุงขอภาวนาให้เอ็งเจอทั้งสูติบัตร เจอทั้งพ่อนะมดดำ”
       มดดำยิ้มปลื้มและเข้าไปกอดลุง เฉลิมลูบหัวเอ็นดู สหรัฐยิ้มปลื้มให้กับความรักระหว่างลุงกับหลาน
      
       มดดำกำลังหาสูติบัตรตรงลิ้นชักใส่เสื้อผ้าแต่ไม่เจอ จึงเปลี่ยนไปหาในตู้เสื้อผ้าแทน สหรัฐกำลังหาตรงชั้นวางทีวีเห็นกล่องเก่าๆในหนึ่งวางแอบอยู่ยิ้มดีใจ
       “ฉันเจอแล้ว”
       สหรัฐหยิบกล่องมาวางกลางห้อง
       “เปิดสิมดดำ ฉันอยากเห็นใบเกิดของเธอเต็มแก่แล้ว”
       มดดำยิ้มและพยักหน้าให้เขาแล้วหันไปเปิดกล่อง สหรัฐมองลุ้นๆ กล่องถูกเปิดออกเห็นเอกสารอยู่ข้างใน แต่ไม่ใช่เอกสารที่ทั้งสองต้องการ สหรัฐทั้งตกใจทั้งงง
       “นี่มันอะไรกัน” เขาหยิบเอกสารขึ้นมาดู “มีแต่ใบเสร็จค่าปรับนี่ก็ค่าประกันตัว ไม่เห็นจะมีใบเกิดของเธอเลยสักใบ...เฮ้อ!”
       สหรัฐพูดจบก็หันมอง มดดำยิ้มเจื่อนและเกาหัวแก้เขิน
      
       เฉลิมยืนมองทั้งสองอยู่ที่ประตูบ้านส่ายหน้าอย่างหมดหวัง หันมาเจอยายแดงก็ตกใจ
       “เฮ้ย! โธ่...ยายจู่ๆก็โผล่มา เล่นเอาตกใจหมด”
       “ดูอะไรอยู่เหรอ”
       พูดจบยายแดงก็รีบเดินเข้าไปดู แล้วหันมาถามเฉลิมด้วยความอยากรู้
       “ใครวะ หล่อยังกะพระเอกละคร แฟนมดดำมันรึ”
       “ฉันไม่รู้หรอก ยายอยากรู้ก็รอถามมดดำเองละกัน”
       ยายแดงเซ็ง
       “เฮ้อ...สงสัยไอ้อิทธิหลานฉันคงหมดสิทธิ์ กลับไปปั่นน้ำใบบัวบกรอมันดีกว่า”
       ยายแดงพูดไม่ทันขาดคำ อิทธิก็เดินเข้ามา
       “นินทาฉันอยู่เหรอยาย”
       อิทธิยิ้มแกล้ง ยายแดงค้อนใส่ อิทธิคิดได้
       “เห็นรถคุณสหรัฐจอดอยู่หน้าบ้าน เขามาทำไมเหรอ”
       “พามดดำมาหาสูติบัตร”
       ยายแดงหันมาบอกหลาน
       “เห็นช่วยหากันอยู่ในบ้านนั่นแหละ”
       อิทธิหน้าจ๋อย
       “ปล่อยให้อยู่กันสองคนในบ้านแบบนั้นจะดีเหรอ”
       “ลุงกับยายแดงก็อยู่ ไม่มีอะไรหรอกนา”
       “ฉันแค่เป็นห่วงกลัวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิด”
       ระหว่างนั้นเสียงกุกกักๆดังขึ้นมาจากในบ้าน ทั้งหมดหันมองหน้ากันสงสัย อิทธิรู้สึกใจไม่ค่อยดีหันมองในบ้านด้วยความเป็นห่วงจนยายแดงต้องจับมือปลอบ
      
       มดดำทำท่าจะขึ้นเก้าอี้เพื่อหาของบนหลังตู้ แต่สหรัฐไม่ยอมเข้าไม่อุ้มลงมา มดดำตกใจ
       “ทำอะไรของคุณ ปล่อยฉันลงนะ”
       มดดำหันค้อนใส่ สหรัฐยิ้มกวนแล้วหันไปปีนเอง แต่มดดำไม่ยอม
       “เดี๋ยวๆๆ อย่าบอกนะว่าคุณจะปีน”
       สหรัฐพยักหน้ารับ
       “อือ...เรื่องถนัดฉันเลยนะ เธออยู่เฉยๆคอยให้กำลังใจก็พอ”
       “แต่ฉันว่าตัวใหญ่ๆอย่างคุณปีนช้า สู้คนตัวเล็กอย่างฉันไม่ได้หรอก”
       พูดจบมดดำไม่รีรอดึงสหรัฐออกแล้วปีนขึ้นเก้าอี้ไปเลย
       “เธอนี่มันดื้อจริงๆเลย ยังไงก็ระวังๆด้วยล่ะ”
       มดดำแซว
       “เป็นห่วงเหรอ”
       สหรัฐเสียงสูงทันที
       “ปล๊าว! ก็แค่ไม่อยากเห็นเด็กดื้อตกลงมาแข้งขาหัก”
       สหรัฐแก้เขินจึงเลี่ยงไปหาอีกมุม มดดำแอบขำแล้วหันไปลงมือหาของต่อ
      
       มดดำกำลังหาบนหลังตู้ ระหว่างนั้นก็เห็นกล่องใบหนึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปข้างในหลังตู้ เธอแปลกใจ
       “เอ๊ะ...มีกล่องอยู่บนนี้ด้วย”
       มดดำพยายามเอื้อมมือไปหยิบกล่อง เท้าเธอเหยียบพลาดพลัดตกเก้าอี้ สหรัฐหันมาเห็นตกใจกระโดดเข้ารับทันที
       “มดดำ! ระวัง!”
      
       “ว๊ายยยยย!”


  


       เสียงร้องมดดำร้องดังมาจากด้านในบ้าน เฉลิม ยายแดง อิทธิมองหน้ากันตกใจรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าบ้านไป...มดดำล้มลงที่พื้นทับร่างสหรัฐแล้วจมูกชนกัน เธอสบตาเขานิ่ง สหรัฐกอด
       “ไม่เป็นไรใช่ไหม”
       มดดำได้สติก็รีบเปลี่ยนเรื่องเขินๆ
       “อืม...คุณก็ปล่อยฉันได้แล้ว”
       สหรัฐไม่สนกระชับกอดแน่นขึ้นอีก มดดำเขินทำอะไรไม่ถูก ระหว่างนั้นอิทธิวิ่งเข้าด้วยความเป็นห่วง
       “เป็นอะไรหรือเปล่ามดดำ”
       มดดำกับสหรัฐหันมองตามเสียงเห็นอิทธิ เฉลิม ยายแดงยืนมองอึ้งกับภาพเบื้องหน้า
      
       อิทธิโกรธมาก
       “มดดำ!”
       มดดำกับสหรัฐที่ล้มทับกันอยู่ที่พื้นหันมองทุกคนก็ตกใจ สหรัฐจะปลีกตัวออกจากมดดำแต่ไม่ทัน อิทธิเข้ามากระชากคอเสื้อแล้วชกจนล้มไปอีกทาง อิทธิจะตามไปซ้ำอีก มดดำเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าห้าม เฉลิมเข้าไปดูสหรัฐ มดดำดึงแขนอิท
       “พี่อิท!เดี๋ยวก่อน!”
       “มดดำไม่ต้องห้ามพี่! เขารังแกมดดำนะ!”
       “คุณรัฐเขาช่วยฉัน!”
       อิทธิชะงักหันมองหน้ามดดำ
      
       มดดำนั่งทำแผลให้สหรัฐอยู่หน้าบ้าน มีอิทธิยืนสำนึกผิดอยู่ใกล้ๆ
       “ขอโทษด้วยนะครับ ผมวู่วามไปหน่อย”
       “ไม่เป็นไร...โอ้ย! เบาๆหน่อย เจ็บ...”
       มดดำค้อน
       “ตัวใหญ่ซะเปล่า ทำแผลให้แค่นี้ก็เจ็บ”
       “เดี๋ยวฉันทำเอง”
       สหรัฐจะแย่งยาทาแผล มดดำรีบชักยาหนี
       “ไม่ต้อง! เดี๋ยวทำให้”
       อิทธิรู้สึกว่ามดดำเป็นห่วงและอยากทำแผลให้สหรัฐมากกว่า เลยเซ็งเดินเข้าบ้านไป
      
       อิทธิเดินมาสมทบกับยายแดงและเฉลิมที่นั่งคุยกันอยู่ในบ้าน ยายแดงสังเกตสีหน้าของหลาน
       “ยังไม่ทันได้จีบก็ดันเอาหมัดไปจ้วงหน้าแฟนเขาซะแล้ว”
       ยายแดงพูดให้ได้ยินลอยๆ แต่อิทธิไม่ขำด้วย
       “เข้าใจผิดแล้วยาย คุณสหรัฐเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว”
       “อ้าว”
       “คู่หมั้นของคุณสหรัฐก็คือคุณดา ลูกสาวของคุณกัลยาคนที่รับมดดำไปอุปถัมภ์น่ะจ๊ะ”
       เฉลิมแปลกใจ
       “มีคู่หมั้นแล้วแต่ทำไมเขากับมดดำถึงดูเหมือน...”
       อิทธิถอนใจ
       “ฉันเคยบอกคุณรัฐไปแล้วว่าฉันรักมดดำ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณรัฐถึงยังไม่ยอมเลิกยุ่งกับมดดำอีก พอคุณดารู้เข้ามดดำก็เดือดร้อนอีก”
       เฉลิมได้ฟังอิทธิแล้วก็เริ่มเป็นห่วงมดดำ
      
       มดดำเก็บยาเข้ากล่องแล้วลุกเดินกลับเข้าบ้านสวนกับเฉลิมที่เดินออกมา เฉลิมมองหน้าหลานสาวจับผิด มดดำรู้ว่าเป็นเรื่องสหรัฐก็ไม่กล้าสู้สายตารีบเดินผ่านไป สหรัฐนั่งอยู่ เฉลิมเดินเข้ามา
       “เป็นไงบ้างครับคุณ”
       “ก็ดีขึ้นแล้วครับ”
       เฉลิมนิ่งถอนใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเข้าเรื่อง
       “คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว”
       เฉลิมพูดเป็นเชิงคำถาม พอรู้ว่าสหรัฐเข้าใจว่าตนหมายถึงอะไรเฉลิมก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
       “มดดำมันอาภัพมาตั้งแต่เด็ก ผมรักและเป็นห่วงมันเหมือนลูกสาวแท้ๆ ถ้าคุณหวังดีกับมดดำมันจริงๆ ผมขอให้คุณห่างจากหลานสาวของผมเถอะนะ”
       สหรัฐไม่รู้จะตอบยังไงดี
       “แต่ผม...”
       “ผมไม่รู้หรอกนะว่ามดดำมันเจอกับอะไรมาบ้าง แต่ช่วงหลังที่มันกลับมาที่นี่มันก็มาพร้อมกับความทุกข์อยู่ตลอด”
       สหรัฐคิดหนัก
       “ผมเข้าใจแล้วครับ”
       สหรัฐมองหน้าเฉลิมเป็นเชิงรับปาก เฉลิมยิ้มขอบคุณ
      
       มดดำถือกล่องจากบนหลังตู้เดินออกมา ยายแดงถามอย่างสงสัย
       “พวกเอ็งคิดว่าในกล่องนี้มันจะมีอะไรรึ”
       สหรัฐกับเฉลิมเดินเข้ามา มดดำมองนิ่งแอบเป็นห่วงสหรัฐ สหรัฐบอกมดดำ
       “เดี๋ยวฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะ ลืมไปว่ามีธุระต้องไปทำต่อ” สหรัฐไหว้ยายแดงกับเฉลิม “ผมกลับก่อนครับ”
       สหรัฐมองอิทธิเป็นเชิงฝากดูแล มดดำไม่เข้าใจที่จู่ๆเขาจะกลับเลย อิทธิสังเกตมดดำ
       “เขากลับไปก่อนก็ดีแล้วล่ะ กลัวอยู่ว่าถ้าพามดดำกลับไปด้วยแล้วคุณดารู้เข้าจะเป็นเรื่องอีก”
       เฉลิมมองหน้าอิทธิ
       “ดูเอ็งจะเป็นห่วงหลานข้าทุกเวลาเลยนะไอ้อิท”
       “แหมลุงเหลิม ฉันก็ห่วงของฉันมานานแล้วแหละจ๊ะ” อิทธิมองมดดำ “ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะดูแลมดดำไปตลอดชีวิตด้วย”
       มดดำอึ้งอายยายแดงกับเฉลิมที่จู่ๆอิทธิก็พูดขึ้นต่อหน้าทุกคน
       “พี่อิท...”
       มดดำมีท่าทีอึดอัด เฉลิมเลยรีบช่วยเปลี่ยนเรื่อง
       “เออ!กล่อง...ได้กล่องมาแล้วใช่มั้ย เปิดดูกันเลยดีกว่า”
       ทุกคนนึกได้ มดดำเปิดกล่องดู ในกล่องไม่มีหลักฐานอะไรเกี่ยวกับพ่อมดดำนอกจากพวกของเย็บปักถักร้อย มดดำกับอิทธิผิดหวัง
       “ไม่มีอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานได้เลยอ่ะ”
       เฉลิมคิดๆ
       “หรือว่าอีส้มมันจะเอาติดตัวไปด้วย”
      
       ทุกคนเห็นด้วยและคิดตาม
ตอนที่ 19
      
       เย็นนั้น...กัลยานอนหลับอยู่บนเตียงในห้องพักที่โรงพยาบาล เธอตื่นขึ้น สุทธิดานั่งน้ำตาคลออยู่ใกล้ๆ
        
      
       “ดาเหรอ...ลูกหายไปไหนมา แม่ไม่เห็นลูกมาสองวันแล้ว”
       “คุณแม่สนใจด้วยเหรอคะ”
       กัลยางง
       “ดาเป็นลูกของแม่ ทำไมแม่จะไม่ใส่ใจลูกตัวเองล่ะ”
       สุทธิดาประชด
       “ดานึกว่าคุณแม่เป็นห่วงแต่เรื่องของนังมดดำ”
       สุทธิดาน้อยใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ กัลยาเครียด
       “ว่าไงคะ หรือเรื่องที่แม่รักนังมดดำมากกว่าลูกตัวเองเป็นเรื่องจริง”
       “ดาอย่าเพิ่งเข้าใจผิด แม่แค่ไม่อยากให้ดาเป็นห่วง”
       “เลยให้มันรู้แต่เรื่องสำคัญของคุณแม่ คุณแม่คงอยากอยู่ใกล้มันมากกว่า!”
       ชาติชายกับอิทธิได้ยินเสียงก็วิ่งเข้ามา
       “ดาเกลียดมัน มันทำให้ทุกคนไม่รักดา”
       ชาติชายแรงใส่
       “ดา! หยุดพูดทำร้ายจิตใจแม่เถอะ”
       “คุณพ่อไม่ต้องมาสั่งสอนดา คุณพ่อนั่นแหละตัวการของเรื่องทั้งหมด คุณพ่อเจ้าชู้ มักมาก”
       “ดา...พูดอย่างนั้นกับคุณพ่อได้ยังไง”
       กัลยาอาการกำเริบ ชาติชาย สุทธิดาตกใจรีบเข้าไปดูแล
       “กัล/คุณแม่!”
       ชาติชายหันไปสั่งอิทธิ
       “อิทธิเรียกหมอเร็ว”
       “ครับคุณชาติ”
       อิทธิไม่รีรอกดปุ่มเรียกหมอทันที หมอพยาบาลรีบวิ่งเข้าห้องมาดูอาการกัลยา
       “รบกวนญาติ รอข้างนอกนะครับ”
       ชาติชาย สุทธิดา อิทธิ ออกมาด้านนอกมองเป็นห่วง...หมอกับพยาบาลกำลังปฐมพยาบาลให้กัลยา สุทธิดายืนชะเง้อมองในห้องอย่างร้อนใจ หันขวับหาชาติชายที่นั่งกุมขมับอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องกับอิทธิ
       “ถ้าคุณแม่เป็นอะไรไป ดาจะไม่มีวันอภัยให้คุณพ่อ คุณพ่อต้องรับผิดชอบ”
       อิทธิสวนขึ้น
       “นั่นพ่อของคุณนะ จะพูดจะจาอะไรก็ให้เกียรติท่านบ้าง”
       สุทธิดาจ้องอิทธิเอาเรื่อง
       “เรื่องของคนในครอบครัว แกไม่เกี่ยว”
       อิทธิเหลืออดจะลากสุทธิดาออกไป
       “ไปกับผม”
       “ไม่! ฉันจะดูแม่ฉัน แกนั่นแหละไปให้พ้น”
       “จะไปไม่ไป! ขอโทษนะครับคุณชาติ”
       อิทธิไม่สนแบกสุทธิดาขึ้นบ่าไปเลย สุทธิดาทั้งดิ้นทั้งร้องโวยวายไปตลอดทาง
       “บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิ ปล่อยๆๆๆๆ”
       ชาติชายกุมขมับเครียด
      
       อิทธิลากสุทธิดาเข้ามาในสวนหย่อมที่โรงพยาบาล เธอทั้งทุบทั้งตีเขามาตลอดทาง
       “ปล่อยฉัน! บอกให้ปล่อยไงเล่า!”
       อิทธิผลักเธอล้ม
       “โอ๊ย...ฉันเจ็บนะ...ไอ้บ้า”
       “ใครจะเป็นคนดีอย่างคุณละคุณดา...ผมไม่เคยเห็นคนดีที่ไหน ด่าว่าพ่อแม่ตัวเอง เอะอะโวยวาย น่ารำคาญ”
       “ฉันน่ารำคาญตรงไหน”
       “ตรงที่งี่เง่า! เอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล แล้วก็ชอบดูถูกคนอื่นไง”
       สุทธิดาทั้งโกรธทั้งโมโห อิทธิมองหยัน
       “อ๋อ...ลืมอีกข้ออีกข้อ หน้าสวย แต่ใจดำ”
       “ไอ้บ้า!”
       สุทธิดาลุกขึ้นมาตบหน้าอิทธิเปรี๊ยง! อิทธิโมโหง้างมือทำท่าจะตบกลับแต่ชะงักจริงๆเขาคิดแค่ขู่
       “ผมไม่ใช่พระเอก ถ้าตบหน้าผมอีกทีเราได้ไปเสียค่าปรับคนละห้าร้อยที่โรงพักแน่”
       สุทธิดาอึ้ง ตบอิทธิอีกทีแล้วรีบถอย อิทธิอึ้งที่เธอยังกล้าตบ
       “เฮ้ย!”
       สุทธิดาวิ่งหนี อิทธิตะโกนไล่หลัง
       “ก็เพราะนิสัยแบบนี้แหละ ใครๆถึงไม่รักคุณ”
       อิทธิมองตามลูบแก้ม ส่ายหน้าเซ็งๆ
      
       สุทธิดาร้องไห้แค้นใจคนเดียวที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล เสียงอิทธิดังก้องในหัว
       “ตรงที่งี่เง่า! เอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล แล้วก็ชอบดูถูกคนอื่นอีก”
       สุทธิดาคิดแล้วยิ่งเจ็บใจ
       “ก็เพราะนิสัยแบบนี้แหละ ใครๆถึงไม่รักคุณ”
       สุทธิดานึกถึงประโยคนี้ถึงกับน้ำตาคลอ ในใจรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว แค้นใจ
      
       ค่ำนั้น สุทธิดาอยู่ในห้อง ส้มเปิดประตูเข้ามา เธอขว้างหนังสือสวนใส่หน้าส้มทันที
       “โอ้ย!...คุณดา”
       ส้มปิดประตู สุทธิดาหยิบข้าวของเขวี้ยงไม่ยั้ง ส้มได้แค่ปัดป้อง
       “คุณดาคะ หยุดก่อนค่ะ ฉันเจ็บนะคะ”
       “เจ็บสิดี! ตายๆไปเลยก็ได้”
       สุทธิดาหยิบของแข็งแขวี้ยงใส่โดนหัวส้มอีก
       “โอ้ย...”
       ส้มยกมือขึ้นกุมไว้เห็นเลือดไหลเป็นทาง สุทธิดาชงัก ส้มเดินเข้าหามือกุมหัวอยู่
       “คุณดา...ใครมันทำให้คุณดาหงุดหงิดอีกเหรอคะ”
       “แกไม่ต้องมาทำเป็นห่วงฉันเลย แกนั่นแหละตัวดี เป็นเพราะยาของแกมันทำลายชีวิตฉัน”
       ส้มอึ้งตกใจ มองหน้าสุทธิดา รู้ว่าเกิดเรื่องร้ายกับสุทธิดาแล้ว
       “โธ่...คุณดา...คุณดา”
       ส้มร้องไห้จะเข้าไปกอดปลอบลูก แต่โดนสุดธิดาผลักออก
       “ออกไป ออกไป อย่ามายุ่งกับฉัน”
      
       มดดำที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกเดินมาตามทางแล้วเจอกับส้มที่หัวแตกเดินหงุดหงิดมาอีกทาง ส้มเห็นมดดำก็ปรี่เข้าหาทันที
       “แม่...แม่ไปโดนอะไรมา”
       ไม่ทันที่มดดำจะพูดจบส้มตบสวนทันที มดดำงง
       “แม่!”
       “อีมดดำมึง...”
       ส้มตบตีมดดำไม่ยั้งมือ มดดำโวยวาย
       “แม่อย่า นี่มันอะไรกัน”
      
       ส้มตีมดดำระบายอารมณ์


  


       เช้าวันใหม่ในห้องทำงานที่บ้าน...คุณหญิงวาปีนั่งมองอิทธิที่กำลังดูเอกสารรายละเอียดงานของบริษัท
        
      
       “เป็นไง คิดว่ามันจะยุ่งยากมั้ย ที่ต้องมาทำต่อจากมดดำ”
       “ไม่เลยครับ มดดำวางรายละเอียดงานไว้ดีหมดแล้ว ใครมาทำต่อก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วครับ”
       คุณหญิงยิ้มพอใจ
       “รายนั้นเขาก็มัวติดแต่เรื่องเรียน มาทำงานให้ได้ก็ไม่เต็มที่”
       “คุณหญิงก็เลยให้ไปเต็มที่กับเรื่องเรียน โดยไม่มีเรื่องงานไปรบกวนใช่มั้ยครับ”
       คุณหญิงค้อนที่อิทธิรู้ทัน
       “ทำเป็นรู้ดี”
       อิทธิยิ้ม คุณหญิงไม่ได้ว่าอะไร
      
       อิทธิมาช่วยงานคุณหญิงวาปี ซึ่งเขาทำงานด้วยความความตั้งใจ มดดำกับดอมไปเรียนมหาวิทยาลัยพร้อมกันทุกวัน ทั้งสองคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ ขณะที่สุทธิดาขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมไปไหน
       เมื่อกลับมาจากมหาวิทยาลัย มดดำกับดอม ติวหนังสือด้วยกันในห้องรับแขก
       “ใกล้สอบแล้วนะ มดดำขยันจังเลย ติวด้วยกันนะ” ดอมบอกอย่างอารมณ์ดี
      
       สุทธิดา นั่งกอดเข่าขังตัวเอง คนใช้ยกอาหารเช้ามาให้ สุทธิดาปัดอาหารตกกระจาย ไล่ออกไป สหรัฐที่รู้ว่าสุดธิดาเก็บตัวเงียบ ตัดสินใจโทรหาคุณหญิงวาปี
       “คุณยายครับ น้องดาเป็นอะไรรึเปล่า ไม่ไปเรียนเลย ผมโทรหาเขาก็ไม่อยากคุย ผมเลยเป็นห่วง”
       คุณหญิงแปลกใจ
       “จริงเหรอ ยายไม่รู้เรื่องเลย ยายกัลก็อยู่โรงพยาบาล ยายก็งานยุ่งมาก ยายคงต้องรบกวนรัฐ ช่วยยายด้วย”
       “ได้ครับ คุณยายงั้นผมจะคอยดูให้”
       สหรัฐบอกด้วยความเต็มใจ
      
       เช้าวันใหม่...สุทธิดา ได้ยินเสียงเคาะประตู ส้มเปิดเข้ามาในมือถือถาดโจ๊กและนมมาด้วย ส้มมองดูสุทธิดาที่ยังนั่งอยู่บนเตียงนอนในสภาพโทรมๆไม่สนใจตัวเองอย่างเป็นห่วง สุทธิดาไม่สนใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ส้มถือวิสาสะเข้ามา
       “คุณดาคะ ทานอะไรหน่อยนะคะ”
       “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
       “โถคุณดา” ส้มวางถาดบนเตียง “ทานหน่อยเถอะค่ะ ทั้งผอมทั้งโทรมไปหมดแล้ว”
       สุทธิดารำคาญ ปัดถาดทิ้ง
       “บอกว่าไม่ต้องมายุ่งไง เลิกทำอะไรให้ฉันได้แล้ว เพราะมันมีแต่จะแย่ลง”
       ส้มน้อยใจ สุทธิดาหน้ามืดจะล้ม ส้มจะเข้าประคอง สุทธิดาปัดมือออก
       “ไม่ต้อง!”
       ส้มแค้นใจ
       “ใคร บอกส้มมา ไอ้ตัวไหนมันรังแกคุณดา” ส้มจับแขน “บอกฉันมา ฉันจะไปฆ่ามัน”
       สุดธิดาสวนทันที
       “ก็ลูกแกไงล่ะ อีนังมดดำ ต้นเหตุมาจากมัน แกจะฆ่ามันได้รึเปล่าล่ะ”
       ส้มจ้องหน้าแล้วพูดน้ำเสียงจริงจัง
       “ได้สิคะ”
       สุทธิดายิ่งเวียนหัวหนัก มองดูโจ๊กกับนมที่หกอยู่เต็มพื้นแล้วเกิดเหม็นหืนอยากจะอาเจียน ส้มงงว่าเกิดอะไร สุทธิดาผลักส้มแล้วรีบวิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำ ส้มมองตามตกใจ...สุทธิดายังอ้วกไม่หยุด ส้มเดินเข้ามาหามองด้วยความกังวล
       “คุณดา...”
       สุทธิดาล้างหน้าเสร็จก็หันมามองส้ม สีหน้าแววตาเริ่มเกิดความกังวลกลัว
      
       ด้านล่างสหรัฐเดินเข้าบ้านมาเจอกับเนื่องที่เดินสวนมา
       “อ้าว...คุณรัฐคะ”
       “คุณเนื่อง ดาอยู่มั้ย”
       “บนห้องนู่นแน่ะคะ ขึ้นไปดูเธอหน่อยนะคะ เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาเจอใครเลย”
       “ผมก็สงสัยอยู่ เพราะไม่เห็นดาไปเรียนเลย”
       พูดจบสหรัฐก็เดินขึ้นไป
      
       มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สุทธิดาถามเสียงแข็ง
       “ใคร”
       “ดา นี่พี่เอง”
       ส้มพอใจที่เห็นสหรัฐมาหาสุทธิดา แต่สุทธิดาลังเลไม่กล้าสู้หน้า
       “พี่รัฐมาทำไม”
       “พี่ไม่เห็นดาไปเรียน พี่เป็นห่วงเลยมาดู”
       “พี่รัฐไม่ต้องมายุ่งกับดา! พี่รัฐไม่ได้ห่วงดาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จะมาใส่ใจอะไรตอนนี้”
       “แต่นี่มันใกล้สอบแล้วนะดา”
       สุทธิดาหยิบของเขวี้ยงใส่ประตู
       “บอกว่าไม่ต้องมายุ่งกับดาไง ไปหาอีนังมดดำนู่น ไป!”
       สุทธิดาหน้ามืดอีก ส้มวิ่งเข้ามา ส้มรีบบอกกับสหรัฐ
       “คุณรัฐกลับไปก่อนเถอะคะ ไว้คุณดาอารมณ์ดีแล้วค่อยมาคุยกันใหม่”
       สหรัฐไม่รู้จะพูดอะไรต่อ จำใจต้องกลับลงไป
      
       มดดำยืนรอดอมไปมหาวิทยาลัยพร้อมกันอยู่ตรงประตูหน้าบ้าน สักพักสหรัฐเดินออกมาเจอ มดดำยิ้มให้เพราะยังไม่รู้เรื่องที่เฉลิมคุยกับสหรัฐเรื่องให้เขาอยู่ห่างมดดำ สหรัฐทำตัวไม่ถูก แต่ก็เดินเข้าหา
       “คุณรัฐ”
       มดดำดีใจ สหรัฐยิ้มให้ หน้าตากังวล
       “คุณเป็นอะไร”
       “เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”
       มดดำขำๆ
       “ถ้าจะปฏิเสธ ก็ช่วยทำให้มันเนียนๆหน่อยได้มั้ย หน้าตากังวลออกอาการขนาดนั้น”
       มดดำจ้องขอคำตอบ
       “มดดำ ฉันเป็นห่วงน้องดา เลยแวะมาดู”
       “ห่วงคุณดา”
       มดดำน้อยใจจะเดินเลี่ยงไป
       “มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ”
       ดอมเดินออกมาพอดี
       “มดดำไปกันเถอะ อ้าวพี่รัฐ มารับพี่ดาเหรอครับ”
       สหรัฐหันไปมองมดดำ เธอไม่อยากจะมองหน้าด้วยแล้ว
      
       ส้มเดินวนไปมาเป็นกังวลอยู่หน้าห้องตรวจในโรงพยาบาล ห่วงสุทธิดาที่กำลังตรวจอาการอยู่ หมอเดินออกมา ส้มรีบเข้าถาม
       “หมอคะ คุณดาเป็นยังไงบ้าง”
       หมอยิ้ม
       “ไม่ต้องห่วงนะครับ ที่เวียนหัวและอาเจียนเป็นแค่อาการแพ้ตามปกติครับ”
       ส้มใจคอไม่ดี
       “แพ้อะไรคะ”
       หมอยิ้ม
       “แพ้ท้องครับ คนไข้กำลังตั้งครรภ์”
      
       ส้มอึ้งตกใจ มองไปในห้องตรวจ


  


       “คุณดา...”
      
       ในห้องตรวจ ส้มรีบเดินเข้ามาหาสุทธิดาด้วยความเป็นห่วง สุทธิดานั่งอึ้ง ยังตกใจไม่หาย
       “คุณดาคะ...คุณดา”
       ส้มจะเข้าไปปลอบ แต่ก็ไม่รู้จะปลอบยังไง
       “ฉันท้อง...ถ้าคุณพ่อคุณแม่...คุณย่ารู้...”
       สุทธิดาสับสนหวาดกลัว แต่พอนึกได้ก็จ้องหน้าส้ม
       “เป็นเพราะแกคนเดียว นังส้ม! ถ้าพี่รัฐถอนหมั้นฉันก็เป็นเพราะแก”
       สุทธิดากรี๊ดอาละวาด ส้มเข้ากอดปลอบ
       “แกปล่อยฉัน แกทำชีวิตฉันพังหมดแล้ว ไป!”
       สุทธิดาร้องไห้ตี ส้มยิ่งกอดแน่น
       “ยังหรอกคะคุณดา คุณดาหยุดก่อนค่ะ ถ้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ชีวิตของคุณดาก็ยังไม่พัง”
       ส้มคลายมือออก สุทธิดางง
       “แกหมายความว่ายังไง”
       ส้มจ้องหน้าสุทธิดานิ่งจริงจัง มีแผนจะแก้ไขให้
      
       ส้มเดินประครองสุทธิดาอย่างระแวดระวัง มาตามทางเดินแคบๆ ชาวบ้านหันไปมองทำนองว่ามากันอีกรายแล้ว ศักดิ์ สามีเก่าของส้มเดินผ่านมาหันไปมองอย่างไม่แน่ใจ ว่าเป็นส้มหรือเปล่า ตัดสินใจเดินตาม
       ในคลินิกทำแท้งเถื่อน...ส้มกับสุทธิดานั่งอยู่มุมหนึ่ง สุทธิดามองไปรอบๆบรรยากาศน่าอึดอัด วัยรุ่นใจแตกมานั่งรอทำแท้งกันหลายคน บ้างก็มาคนเดียว บ้างก็มากับแฟน
       “คุณดาไม่ต้องกลัวนะคะ” ส้มกุมมือสุทธิดา
       สาววัยรุ่นที่เพิ่งทำแท้งเสร็จถูกแฟนพยุงออกมาเพราะหมดแรง ลักษณะดูน่ากลัว สุทธิดาใจคอไม่ดี
       “ส้ม ฉันกลัว...กลับเถอะส้ม”
       “แต่มันเป็นวิธีเดียวนะคะคุณดา ที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณสหรัฐก็จะยังรักคุณดา”
       พอนึกถึงสหรัฐ สุทธิดาก็ทำใจดีสู้
       พนักงานออกมาเรียก
       “คิวต่อไปที่ห้องสอง”
       ส้มมองดูใบคิวที่มือ เป็นคิวของสุทธิดาพอดีก็พยุง
       “ไปค่ะคุณดา”
       สุทธิดายังกลัวแต่ก็จำใจลุกไป
      
       ส้มเดินออกมาสูดอากาศข้างนอก รอสุทธิดา หันไปเห็นร้านรถเข็นน้ำชาที่อยู่ไม่ไกลก็ชักอยากกิน เลยเดินไป...แม่ค้ายื่นถุงชาเย็นให้ศักดิ์
       “ยี่สิบบาท”
       ส้มเดินใกล้เข้ามายังไม่ทันสังเกตเห็นว่าเป็นศักดิ์ พอดีกับที่ศักดิ์หันมาเห็นส้ม
       “นังส้ม!”
       ส้มเห็นศักดิ์ก็ตกใจ
       “ไอ้ศักดิ์!”
       ส้มตกใจ รีบหันหลังวิ่งหนี ศักด์วิ่งตาม
       “เดี๋ยวก่อน! นังส้ม แกจะหนีไปไหน”
       ศักดิ์ตามทันดึงมือไว้
       “ปล่อย! ปล่อยฉัน แกจะมายุ่งอะไรกับฉันอีกไอ้ศักดิ์”
       “ข้าไม่อยากจะยุ่งกับแกหรอกนังส้ม ข้าแค่จะถามหาลูก”
       “นังมดดำน่ะเหรอ มันได้ผัวแล้ว ไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้”
       ศักดิ์กระชากมือส้มแน่น
       “อย่ามาเล่นแง่กับกูนะอีส้ม กูหมายถึงลูกสาวแท้ๆของกู”
       “เห๊อะ! แล้วขี้คุกอย่างมึง มึงคิดว่าลูกอยากจะเจอเรอะ”
       “อีนี่!”
       ศักดิ์โมโหเงื้อมือจะตบ ระหว่างนั้นก็มีเสียงกรี๊ดดังออกมาจากคลินิก ส้มหันมองตกใจ
       “คุณดา!”
       ส้มรีบวิ่งเข้าไปดูสุทธิดาไม่สนอะไรทั้งสิ้น ศักดิ์ตามไปทันที
      
       ส้มวิ่งหน้าตื่นเข้ามา สวนกับคนอื่นที่วิ่งหนีออกไป มีทั้งหมอ ทั้งผู้ช่วย ทั้งพวกคนท้อง ศักดิ์วิ่งตามเข้ามา ส้มดึงแขนเด็กใจแตกคนหนึ่งมาถาม
       “เกิดอะไรขึ้น”
       “มีคนตกเลือด”
       “หา!”
       ส้มตกใจมาก เด็กใจแตกวิ่งหนีไป
       “คุณดา!”
       ส้มรีบวิ่งเข้าไปดูสุทธิดาในห้องทำแท้ง เห็นสาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงขาหยั่งจมกองเลือด
       “คุณดา!”
       ทันใดนั้นเสียงสุทธิดาดังมาจากอีกห้อง
       “ส้ม...ส้ม...”
       ส้มได้ยินเสียงสุทธิดาจากอีกห้องก็รีบวิ่งไปดู เห็นสุทธิดา ท่าทางอ่อนแรงออกมาอีกทาง
       “คุณดา!” ส้มเข้าประคอง “คุณดาเป็นอะไรมั้ยคะ คุณดา”
       สุทธิดาตกเลือดมากจนหมดแรงสลบไป ศักดิ์ตามเข้ามา
       “อีส้ม! เกิดอะไรขึ้นวะ”
       “ไม่ต้องถาม รีบมาช่วยกันก่อน”
       ศักดิ์งงๆ รีบเข้าไปช่วย
       “คุณดา คุณดาอย่าเป็นอะไรนะคะ”
       ศักดิ์เห็นส้มเป็นห่วงสุทธิดามาก ก็สงสัยว่าสุทธิดาน่าจะเป็นลูกแท้ๆของตน
       “อีส้ม! นี่มันลูกกูหรือเปล่า”
       ศักดิ์โมโหมาก
      
       คุณหญิงวาปี องค์อรและอิทธิวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหน้าห้องฉุกเฉิน
       “ดา! ยัยดา...” คุณหญิงพึมพำอย่างเป็นห่วง
       หมอเปิดประตูออกมา องค์อรเข้าไปถาม
       “คุณหมอคะ หลานฉันเป็นไงบ้างคะ”
       “คนไข้สูญเสียเลือดมาก”
       ทุกคนตกใจ คุณหญิงชะงักสงสัย
       “หลานฉันเป็นอะไร ทำไมถึง...”
       “คนไข้ตกเลือดจากการทำแท้งครับ ถ้ามาช้ากว่านี้คนไข้อาจจะ...”
       ทุกคนอึ้งตกใจหนักกว่าเก่า คุณหญิงแทบเป็นลม ต่างมองหน้ากัน องค์อรอึ้งตะลึง
       “ทำแท้ง! มันเป็นไปได้ยังไง”
       อิทธิสงสัย
       “คุณหมอทราบมั้ยครับว่าใครเป็นคนที่พาคนไข้มาส่ง”
       “ไม่ทราบครับ เห็นพยาบาลบอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง เอามาส่งไว้แล้วก็รีบหนีไปเลยครับ”
       ทุกคนงง คิดว่าใครกันเป็นคนมาส่ง ชาติชายที่เพิ่งมาถึงวิ่งเข้ามา
       “ยัยดาเป็นไงบ้าง”
      
       คุณหญิง องค์อร อิทธิไม่กล้าตอบ ห่างออกไปอีกมุม ศักดิ์แอบมองอยู่

      
       ชาติชายที่เจาะเลือดเพื่อช่วยสุทธิดาเดินออกมาจากห้องเจาะเลือด เขาตรงไปหา อิทธิที่นั่งอยู่ใกล้ๆ คุณหญิงวาปีและองค์อร ทุกคนเป็นห่วงสุทธิดา โดยเฉพาะชาติชายเป็นกังวลและคิดมากมากที่สุด อิทธิเลยเข้าไปคุยด้วย
      
       “คุณชาติไม่ต้องห่วงนะครับ คุณหมอได้เลือดจากคุณชาติไปช่วยคุณดาแล้ว คุณดาต้องปลอดภัยแน่นอนครับ”
       อิทธิพยายามปลอบ ชาติชายยิ้มขอบใจแต่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่
       “นายอิท ฉันเป็นพ่อที่ยังไม่ดีพอใช่มั้ย ฉันยังจะต้องทำยังไงอีกถึงจะดูแลลูกได้ดีกว่านี้”
       อิทธิพูดไม่ออก คุณหญิงกับองค์อรก็ได้ยินสิ่งที่ชาติชายตัดพ้อ หมอเดินหน้าเครียดออกมา ทุกคนรีบเข้าถาม
       “ทางแล็ปแจ้งมาว่า จากการเช็ค Group matched ของเลือดคุณพ่อกับคนไข้ เลือดทั้งสองไม่สามารถเข้ากันได้ครับ”
       องค์อรชะงัก
       “ทำไมกัน”
       หมออธิบาย
       “คุณพ่อมีเลือดกรุ๊ปเอไม่สามารถให้เลือดกับคนไข้ที่มีเลือดกรุ๊ป โอ ได้และลูกคุณเป็น โอ เนกาทีฟ ซึ่งเลือดกรุ๊ปนี้หายากมาก”
       คุณหญิงกับชาติชายอึ้ง เพราะมีเรื่องไม่คาดคิด
       “ถ้าสะดวกคงต้องรบกวนเลือดจากคุณแม่แล้วครับ”
       “ทำไงดี พี่กัลก็ยังไม่แข็งแรงอยู่ด้วย”
       “ถึงแข็งแรง ก็ให้ไม่ได้หรอก”
       คุณหญิงพูดเป็นปริศนา องค์อรกับอิทธิงง ขณะเดียวกันนั้น พยาบาลในห้องวิ่งออกมา
       “คุณหมอคะ ทางแล็ปแจ้งว่า มีคนมาบริจาคเป็นเลือดกรุปโอ เนกาทีฟค่ะ”
       “เหรอ งั้นรีบดำเนินการด่วนเลย พวกคุณโชคดีมากเลยนะครับ”
       หมอรีบขอตัวเข้าห้องไป ทุกคนมีความหวัง ส้มแอบดูอยู่อีกมุมหนึ่งโล่งใจ ยิ้มออก อิทธิสงสัยว่าใครเป็นคนให้เลือด
       “ใครมาบริจาคนะ”
       คุณหญิงคิดหนักเช่นกัน
      
       ศักดิ์เดินจับแขนที่มีรอยเจาะเลือดออกมา จากห้องเจาะเลือดพร้อมกับส้ม
       “หมดธุระแล้ว แกก็รีบไปได้แล้ว”
       “เด็กคนนั้นเป็นลูกของข้าจริงๆด้วย ข้าอยากไปเห็นหน้าลูกอีกครั้งก่อน”
       “ก็ลองไปดูสิ! ได้ติดคุกกันหัวโต”
       “แกนั่นแหละจะติดคุกหัวโต เสือกไปขโมยเปลี่ยนลูกเขา”
       ส้มกลัวคนอื่นได้ยิน ลากศักดิ์ไปกระซิบ
       “แล้วลูกแกได้มีชีวิตที่สบายรึเปล่าล่ะ”
       ศักดิ์จ้องนิ่ง ก่อนพูดออกมา
       “ชีวิตที่สบายอยู่ในสภาพอย่างนั้นเหรอ”
       ส้มอึ้ง ศักดิ์เดินหนีออกไปเลย ส้มมองตามกังวลว่าศักดิ์จะไปหาสุทธิดา
      
       คุณหญิงวาปีกับองค์อรเดินออกมาจากห้องพักคนไข้ ท่าทางสบายใจขึ้นแล้วที่เห็นสุทธิดาปลอดภัย คุณหญิงจะเดินไปต่อแต่องค์อรที่ยังมีความสงสัยจับแขนแล้วถาม
       “คุณแม่คะ คุณแม่หมายความว่ายังไงที่บอกว่าถึงพี่กัลจะแข็งแรงดีก็ให้เลือดยัยดาไม่ได้”
       คุณหญิงยังไม่แน่ใจที่จะตอบ หมอเดินออกมาจากห้อง คุณหญิงเลยถือโอกาสถาม
       “คุณหมอคะ จะเป็นไปได้มั้ยคะที่พ่อแม่มีเลือดกรุ๊ปเอทั้งคู่ แต่ลูกที่ออกมากลับเป็นกรุ๊ปโอหรือ โอ เนกาทีฟ”
       “เป็นไปไม่ได้เลยครับ”
       คุณหญิงนิ่งไปอย่างเข้าใจ หมอขอตัวไป องค์อรแปลกใจ
       “พี่กัลกับคุณชาติเลือดกรุ๊ปเอทั้งคู่เหรอคะ นี่คุณแม่หมายความว่า ยัยดา...”
       “อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย มาช่วยกันคิดดีกว่าว่ายัยดาท้องกับใคร เรื่องนี้คงต้องถามตารัฐอีกคน”
       คุณหญิงบอกเครียดๆ
      
       ชาติชายนั่งกุมมือกัลยาที่หลับอยู่ และร้องไห้เป็นทุกข์
       “กัล...ผมขอโทษ ผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกอย่างมันเลวร้าย”
       องค์อรเปิดประตูเข้ามา ชาติชายยังไม่รู้
       “กัล...วันนี้ผมเหนื่อยเหลือเกิน จะให้ผมสู้ต่อ หรือจะให้ผมยอมรับโชคชะตากันแน่ กัล”
       กัลยาจะลืมตาขึ้นมา แต่องค์อรที่เห็นใจชาติชายพูดขึ้นก่อน
       “พี่ชาติไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วค่ะ ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าคุณแม่กับอรไม่เห็น แต่แค่...คุณแม่กับอรยังโกรธอยู่”
       ชาติชายชะงัก
       “อร...”
       “มาคิดดูแล้วอรเองแหละที่ตามใจให้ท้ายหลานจนเกินไป หากจะผิดอรก็มีส่วนด้วย”
       องค์อรดึงมือกัลยาอีกข้างมากุมไว้
       “อรดีใจนะคะ ที่ได้พี่ชาติมาเป็นพี่เขย เรื่องเก่าเราลืมมันไปให้หมดเถอะค่ะ”
       ชาติชายซึ้งใจที่องค์อรเข้าใจแล้ว กัลยามีความสุข
      
       สุทธิดานอนหลับอยู่บนเตียง มีพยาบาลคอยดูแลและเดินออกจากห้องไป คุณหญิงวาปีนั่งเฝ้าอยู่มุมหนึ่ง ส้มเปิดประตูเข้ามาเห็นคุณหญิงนั่งอยู่ก็พยายามนิ่ง เดินเข้ามาหาแล้วมองสุทธิดาอย่างเป็นห่วง คุณหญิงถามเสียงเข้ม
       “เธอมาทำไมที่นี่”
       “ฉันอยากจะมาขอดูแลคุณดาค่ะ”
       คุณหญิงสงสัย
       “เธอรู้ได้ยังไงว่ายัยดาไม่สบาย”
       คุณหญิงจ้องจับผิด ส้มพยายามคิดหาคำตอบ
       “เอ่อคือ...ตอนแรกฉันตั้งใจจะมาเยี่ยมคุณกัล ก็เลยได้รู้ว่าคุณดาไม่สบายอยู่ที่นี่ด้วย เลยรีบมาดูค่ะ ให้ฉันเฝ้าไข้คุณดาเถอะนะคะ”
       “เธอรู้ใช่มั้ยว่ายัยดาเป็นอะไร”
       “ฉันรู้จากพยาบาลแล้วค่ะ เรื่องนี้ฉันว่าคนรับผิดชอบควรที่จะเป็นคุณสหรัฐ”
       “ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น”
       “ก็...คุณรัฐเป็นคู่หมั้นคุณดา คุณดาก็รักแต่คุณรัฐคนเดียว ที่คุณดาท้องก็ไม่น่าจะเป็นคนอื่นไปได้หรอกค่ะ”
       คุณหญิงคิดตามแต่ยังไม่ปักใจฟันธง ส้มมองดูสุทธิดาด้วยความเป็นห่วงและปรนนิบัติอย่างดี คุณหญิงมองพฤติกรรมของส้มอย่างสงสัย
      
       เย็นนั้น สหรัฐเดินเข้าบ้าน เจอกับมดดำ ทั้งคู่มองหน้ากัน สหรัฐไม่พูดอะไร เดินเข้าไปหาคุณหญิงวาปีที่นั่งคอยอยู่ มดดำมองตามน้อยใจ...
       คุณหญิงนั่งคุยกับสหรัฐอยู่ในห้องรับแขก ตัดสินใจบอกไปตามตรง
       “ยัยดาท้อง”
       สหรัฐตกใจ
       “ดาท้อง!”
      
       “ยายอยากรู้ว่าเป็นตารัฐรึเปล่า”


  


       “เปล่านะครับคุณยาย ถึงผมจะหมั้นกับดา ผมก็ไม่เคยล่วงเกินดานะครับ และผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมรักดาเหมือนน้องสาว”
       “ถ้าไม่ใช่ตารัฐ แล้วยัยดาจะท้องกับใครแต่ที่น่าเป็นห่วง คือยัยดา แอบไปทำแท้ง แล้วตกเลือดมาก จนต้องหามเข้าโรงพยาบาล”
       มดดำ เอาน้ำมาเสิร์ฟตกใจ สหรัฐเองก็ตกใจมาก
       “จริงเหรอครับคุณยาย”
       ทั้งสองเห็นมดดำ
       “ขอโทษค่ะ มดดำจะไม่พูดเรื่องนี้เด็ดขาด”
       มดดำหันกลับมารับคำอย่างฝืนๆ
       “ฉันเปล่านะมดดำ” สหรัฐมองตามอยากอธิบายแต่ติดคุยกับคุณหญิง
       มดดำหันหน้าหนี ออกจากห้องไป
      
       สหรัฐออกมายืนรอข้างนอก เดินวนไปมาคิดมากกลัวมดดำจะเข้าใจผิด ไม่นานเขาก็เห็นมดดำเดินออกมา สีหน้าเธอเรียบเฉยเดาใจไม่ถูก สหรัฐยิ่งเครียด
       “มดดำ...คือฉัน...”
       มดดำเสียงดุ
       “ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว ฉันไม่อยากฟัง”
       “ฉันไม่ได้เป็นคนทำน้องดาท้องนะ”
       “แล้วเป็นปลากัดกันรึไง มองตาแล้วท้องน่ะ เขาเป็นคู่หมั้นคุณ ถ้าไม่ท้องกับคุณ แล้วจะไปท้องกับใคร”
       “จะหยุดพูดแล้วฟังฉันอธิบายมั้ย”
       “ฉันไม่หยุด และไม่ต้องมาแก้ตัวแล้ว ฉันไม่อยากฟัง นึกว่าจะเป็นคนดี ที่แท้ผู้ชายมักง่าย ผู้ชายเห็นแกตัว”
       สหรัฐโมโห ดึงมดดำเข้ามาจูบปิดปากซะเลย มดดำนึกได้ ดิ้นออกมา
       “คนเลว”
       มดดำจะตบหน้าแต่เห็นสายตาเขาเลยเปลี่ยนใจวิ่งหนีไป
       “มดดำ”
       สหรัฐส่ายหัว ยิ้มเหนื่อยใจ
      
       เช้าวันใหม่...หมอยื่นซองเอกสารให้กับคุณหญิงวาปี องค์อรนั่งข้างๆ
       “นี่คือผลตรวจดีเอ็นเอครับ”
       คุณหญิงหยิบเอกสารออกมาดู
       “จากการเทียบรหัสทางพันธุกรรม พบว่าตัวอย่างเลือดของเด็กที่ได้มา ไม่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่เลยครับ”
       องค์อรหน้าตื่น
       “นี่หมายความว่ายัยดาไม่ใช่หลานแท้ๆของเรา แล้วลูกของพี่กัลกับพี่ชาติ”
       คุณหญิงหันไปถามหมอ
       “แน่ใจแล้วเหรอคะหมอ”
       “โอกาสผิดพลาดมีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์”
       “คุณหมอคะ ฉันอยากให้คุณหมอตรวจเลือดเด็กอีกคนนึง”
       “ใครกันคะคุณแม่”
       คุณหญิงยิ้ม และไปพามดดำมาเจาะเลือดที่โรงพยาบาลทันที มดดำงง แต่ก็ทำตาม
      
       สุทธิดานอนหลับอยู่ที่เตียงในห้องพักฟื้น ส้มดูแลอย่างเป็นห่วง
       “ฟื้นขึ้นมาเร็วๆนะคะคุณดา ฉันสัญญาว่าจะดูแลคุณดาอย่างดี จะไม่ให้คุณดาเจอเรื่องเสียใจอีก”
       ส้มลูบหัวสุทธิดาด้วยความรักซึ้งใจ แล้วค่อยๆเลื่อนมือลงมาแตะแก้ม สุทธิดาละเมอ ยังหลับตาอยู่
       “คุณแม่...”
       ส้มได้ยินถึงกับร้องไห้ตื้นตันใจ
       “คุณดา...”
       สุทธิดาลืมตาขึ้นมาเห็นว่าเป็นส้มที่ยิ้มให้ก็ผลักออก
       “แก!”
       ส้มดีใจ
       “คุณดา! คุณดาฟื้นแล้ว”
       ส้มจะเข้าไปดู สุทธิดาผลักออกอีก
       “แกอย่ามาแตะต้องฉัน เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันเป็นอะไร”
       “คุณดาตกเลือดค่ะ แต่ตอนนี้คุณดาปลอดภัยแล้วค่ะ”
       “ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้วรึยัง”
       ส้มพยักหน้า สุทธิดากรี๊ดลั่น
       “อ๊ายย...ไป! แกออกไปไกลๆ แกทำชีวิตฉันพัง”
       “คุณดา เรายังมีวิธีแก้ไขนะคะ”
       “เชื่อแกมีแต่จะแย่ลง ฉันไม่เชื่อแกอีกต่อไปแล้ว” สุทธิดาหยิบข้าวของปาใส่ “ออกไป!ฉันเกลียดแก!”
       แผลที่หัวส้มมีเลือดไหลออกมา เธอจะเข้ามาปลอบให้ได้ สุทธิดาตกใจ เริ่มหอบแรงขึ้นจะเป็นลมอีก ส้มเป็นห่วงจะเข้ามาช่วย สุทธิดาจ้องอย่างเกลียดชังกัดฟันพูดแค้นใจ
       “ออกไป! แกกับลูกแก ทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้”
       ส้มเสียใจมากจำใจหันหลังเดินออกไป ไม่สนเลือดที่ไหลออกมา ในใจนึกเคียดแค้นทุกคนในบ้านของคุณหญิงวาปี
      
       ค่ำนั้น...ส้มเดินเข้ามาประตูใหญ่บ้านคุณหญิงวาปี ใบหน้ามีรอยเช็ดเลือดแบบหยาบๆมีแต่ความเคียดแค้น อยากจะฆ่าทุกคนให้ได้
       “อีมดดำ! กูปล่อยมึงอีกต่อไปไม่ได้แล้ว”
       ส้มเดินมาที่ห้องมดดำพยายามบิดลูกบิดด้วยความโมโห
       “อีมดดำ! มึงหายไปไหน”
       ส้มเดินออกมาจากหน้าห้องมดดำได้ไม่ไกลก็เจอกับเนื่องที่เดินผ่านมา ส้มจ้องเขม็งเอาเรื่อง เนื่องกลัวๆ
       “ส้ม”
       “อีมดดำมันไปไหน ทำไมมันไม่กลับมานอนที่ห้อง”
       เนื่องไม่ไว้ใจ
       “จะถามหามดดำมันทำไม”
       “บอกมาเหอะน่า หรือไม่อยากแก่ตาย”
       “คุณหญิงท่านให้ไปนอนเป็นเพื่อน”
       เนื่องกลัวเลยรีบเลี่ยงออกไป ส้มแค้นมาก
       “อีแก่วาปี มึงชักจะเรื่องมากขึ้นทุกวันแล้วนะ”
      
       คุณหญิงวาปีนั่งหน้ากระจก มดดำมองๆแล้วถาม
       “คุณหญิงไม่สบายรึเปล่าคะ ถึงให้มดดำมานอนเฝ้า”
       “ฉันแข็งแรงดี”
       “เอ่อ แล้วคุณหญิงให้มดดำไปเจาะเลือดทำไมคะ กลัวมดดำเป็นโรคอะไรเหรอคะ”
       “ถามมากจริง ถ้าฉันรู้ว่าเธอพูดมากอย่างนี้ ฉันไม่ให้เธอมานอนเฝ้าหรอก ไปนอนได้แล้ว”
       เนื่องเคาะประตูเปิดเข้ามา
       “มีอะไรเนื่อง”
       “ส้มกลับมาแล้วค่ะ ท่าทางเอาเรื่องเชียว ดีนะคะที่คุณหญิงเอามดดำขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนก่อน”
       “แม่อารมณ์เสียอะไรอีกคุณเนื่อง”
      
       เนื่องตอบไม่ถูก คุณหญิงหนักใจมองมดดำอย่างเป็นห่วง


  


       เช้าวันใหม่ คุณหญิงวาปีมาหาสหรัฐที่บ้าน
      
       “ยังไงยายก็ฝากมดดำไว้ที่นี่สักพักก่อนนะ เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของมดดำ”
       “ได้ครับคุณยาย แต่มดดำเขายังโกรธและเข้าใจผิดผมอยู่นะครับ”
       “ยายรู้ว่าตารัฐมีวิธีจัดการ”
       คุณหญิงเดินออกมาตามมดดำที่นั่งคอยอยู่หน้าบ้าน
       “เธออยู่ที่นี่ไปก่อน ปิดเทอมแล้ว ฉันอยากให้เธอมาช่วยทำงานอยู่ที่นี่บ้านนี้เขาขาดคน ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย”
       มดดำงงๆอยู่
       “มดดำไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แค่งงๆ แต่มดดำรู้ว่าคุณหญิงหวังดี มดดำจะทำตามที่คุณหญิงบอกค่ะ”
       “อยู่นี่ก็ทำตัวดีๆ อย่าให้เกิดเรื่อง”
       “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
       สหรัฐโผล่ออกมา
       “ไม่มีปัญหาแน่นะ”
       “คุณรัฐ”
       “ยินดีต้อนรับนะมดดำ นี่บ้านฉันเอง”
       “นี่มันอะไรกันคะคุณหญิง จะให้มดดำมา...”
       “เธอรับปากฉันแล้วนะมดดำ เธออยู่ที่นี่แหละ มันจะปลอดภัยกับตัวเธอที่สุด เชื่อฉัน แล้วไม่ต้องถามอะไรมาก”
       คุณหญิงหันมาหาสหรัฐ
       “เดี๋ยวยายจะกลับแล้ว” คุณหญิงบอกมดดำ “ออกไปรอส่งฉันข้างนอกก่อนนะ”
      
       ก่อนหน้านี้คุณหญิงวาปีมาขอร้องให้สหรัฐช่วยดูแลมดดำ สหรัฐแปลกใจ
       “มันยังไงกันครับคุณยาย ที่ว่าส้มอาจจะทำร้ายมดดำถึงชีวิต”
       คุณหญิงตัดสินใจบอก
       “ยังไงรัฐก็ต้องได้รู้อยู่แล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้ยายสงสัยว่ามดดำน่าจะเป็นหลานแท้ๆของยายที่ถูกส้มสลับตัวไปตั้งแต่เด็ก แล้วตอนนี้ส้มก็เริ่มระแวงว่าความจะแตก”
       สหรัฐอึ้ง หันออกไปมองมดดำอย่างเป็นห่วง
      
       คุณหญิงวาปีกลับไปแล้วเหลือสหรัฐกับมดดำสองคน เธอยังโกรธทำตัวไม่ถูกเขาก็มัวแต่จ้องมองหน้าทำแววตายิ้ม
       “มองฉันทำไม”
       “คุณยายอนุญาตแล้ว ว่าถ้าเธอดื้อก็ให้ตีเธอได้”
       “เห๊อะ! คงจะมีปัญญาตีได้หรอก ไม่ต้องห่วง ฉันดื้อแน่”
       สหรัฐขำส่ายหัว
      
       คุณหญิงวาปีเดินขึ้นมาข้างบนจนถึงหน้าประตูห้องนอนตนเห็นประตูเปิดแง้มอยู่อย่างผิดปกติก็สงสัยค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ห้อง ได้ยินเสียงเหมือนข้าวของถูกรื้อ
       “นั่นใครอยู่ในห้องน่ะ”
       เสียงรื้อสิ่งของเงียบไป คุณหญิงเดินเข้าไปใกล้ประตูอีกมองผ่านช่องประตู เห็นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ คุณหญิงเปิดประตูออก
       “ส้ม!”
       ส้มยืนจ้องหน้าคุณหญิง ในมือถือซองเอกสารการตรวจดีเอ็นเอของชาติชาย กัลยา สุทธิดาอยู่
       “แกถือดียังไง มารื้อห้องคุณหญิงฉัน”
       ส้มจ้องนิ่งเอาเรื่อง ไม่กลัว
       “นี่มันอะไร! แกคิดจะทำอะไร!”
       คุณหญิงไม่กลัวเสียงตะคอกของส้ม
       “ก็ค้นหาความจริงไงล่ะ จะได้เปิดโปงเรื่องชั่วๆที่แกทำไว้ด้วย! ยัยดาไม่ใช่หลานของฉัน”
       ส้มตกใจที่ความแตก
       “ยังมีใครรู้เรื่องนี้อีก”
       “ยังไม่มี แต่อีกไม่นานแกจะได้เข้าคุกแน่นังส้ม โทษฐานที่ขโมยมดดำหลานสาวแท้ๆของฉัน”
       “หึ! รู้แล้วก็ดี แล้วก็รู้เพิ่มไว้ด้วยว่าฉันเลี้ยงหลานของแกให้มันแบบอดๆอยากๆ ทรมานทุบตีมันเพื่อความสะใจ แล้วก็บอกมันด้วยว่าเกลียดมันทุกวัน”
       คุณหญิงอึ้งในความร้ายของส้ม
       “เลวจริงๆ ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”
       ส้มชักมีดออกมา
       “แกไม่มีโอกาสแล้ว อีแก่”
       คุณหญิงตกใจ ส้มปรี่เข้าหา คุณหญิงฮึดสู้ ทั้งสองต่างยื้อยุดกัน แต่คุณหญิงแรงน้อยกว่า
      
       คุณหญิงวาปี วิ่งหนีลงบันไดมา ส้มวิ่งตาม คุณหญิงร้องให้คนช่วย ไปแอบ ส้มวิ่งหา ได้ยินเสียงกุกกั๊กเดินไปดู คุณหญิงเอาของฟาดแขนส้มจนมีดหล่น คุณหญิงหยิบมีดได้ ส้มเข้ามาบีบคอคุณหญิง หงายลงกับโต๊ะ บีบคอจนมีดหลุดมือ คุณหญิงกำลังจะขาดใจตาย
       “ตายซะเถอะมึง อีแก่ มึงรู้มากนักใช่มั๊ย”
       คุณหญิงเห็นดอมเดินเข้าบ้านมา ดอมจะเดินขึ้นบันได คุณหญิงเรียกไม่ออกจึงปัดแจกันหล่นพื้นแตก เสียงดัง ดอมหันกลับมามอง
       “อะไรกัน”
       ดอมวิ่งขึ้นมาเห็นส้มกำลังขึ้นคร่อมจะเอามีดแทง
       “คุณยาย! ส้ม!”
       ส้มหันมาเห็น ดอมรีบกระโดดเข้าชาร์ททันที ดอมกับส้มล้มกลิ้งไปทางเดียวกัน มีดยังอยู่ในมือส้ม
       “ไอ้ดอม! มึงมาก็ดี กูจะได้ฆ่ามึงต่อหน้ายายมึงซะ”
       ส้มพุ่งเข้าใส่ ดอมรับมือส้มไว้ ยื้อยุดกันอยู่สักพักดอมก็ผลักส้มออกแต่มีดก็พลาดโดนแขนเขาเลือดออก ส้มล้มหงายหลังเสียท่ามีดหลุดมือ ดอมโมโหจะเข้าไปจับไว้ให้ได้ ส้มลุกขึ้นผลักคุณหญิงที่อยู่ใกล้ๆใส่ดอม แล้ววิ่งหนีออกไป ดอมจะวิ่งตามไปจับส้ม คุณหญิงเรียกไว้
       “ดอม!”
       ดอมได้สติหันมาดูคุณหญิง...ส้มวิ่งหนีออกมาถึงหน้าบ้านชนกับเนื่องที่เดินผ่านมาจนเนื่องล้ม
       “โอ๊ย!”
       ส้มไม่สนใจวิ่งหนีออกไปต่อ เนื่องลุกขึ้นมองตามตกใจ ส้มวิ่งออกมาหน้าประตูบ้าน แล้วหันมองกลับไปอย่างอาฆาตแค้น
       “กูยังไม่จบแค่นี้หรอก กูจะกลับมาฆ่าพวกมึงให้หมดทั้งโคตรเลย”
      
       ส้มวิ่งหนีหายไป
ตอนที่ 20
      
       รถยนต์พิมพ์พรรณขับเข้าภายในบริเวณบ้าน พิมพ์พรรณลงจากรถเดินเฉิดฉายอารมณ์ดีเข้าบ้านไป แล้วพบกับมดดำที่ออกมาต้อนรับ ยกมือไหว้
        
      
       “สวัสดีค่ะ”
       พิมพ์พรรณงง
       “มดดำลูกส้ม” พิมพ์พรรณพึมพำ “เอ๊ะ นี่เรามาทำธุระบ้านคุณหญิงเหรอเนี่ย”
       พิมพ์พรรณวางฟอร์มเพื่อไม่ให้หน้าแตก แล้วถาม
       “มดดำลูกส้ม คุณหญิงวาปีอยู่มั้ย”
       “ไม่อยู่ค่ะ”
       “งั้นไม่เป็นไร วันหน้าค่อยมาใหม่”
       ว่าแล้วเธอก็เดินกลับวางฟอร์มมั่นใจ ออกไปถึงหน้าประตูแล้วแอบชำเลืองดูบ้านเลขที่
       “บ้านฉัน!”
       พิมพ์พรรณหันขวับไปทางมดดำ พอดีกับที่สหรัฐเดินออกมา
       “อ้าวคุณแม่ครับ กลับมาแล้วเหรอครับ...”
       พิมพ์พรรณไม่พอใจที่เห็นมดดำอยู่กับสหรัฐ
       “ตารัฐ... แม่ขอคุยด้วยหน่อย” พิมพ์พรรณเหลือบมองมดดำ “ตามลำพัง”
      
       พิมพ์พรรณนั่งคุยกับสหรัฐในห้องรับแขก
       “คุณหญิงท่านเอามดดำมาฝาก ให้อยู่ที่นี่สักพักนึงก่อนน่ะครับ”
       พิมพ์พรรณไม่ไว้ใจมดดำ
       “แต่นั่นน่ะ มดดำลูกส้มเชียวนะลูก เกิดไรขึ้น แม่ต้องโทรไปคุยหน่อยแล้ว”
       “ไม่ต้องโทรหรอกครับ เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังครับ...คือคุณหญิงท่านกำลังสงสัยว่ามดดำอาจจะเป็นหลานสาวแท้ๆที่ถูกส้มแอบสลับตัวไปเมื่อตอนแรกเกิดครับ”
       พิมพ์พรรณงงหนัก
       “นี่มีอะไรที่แม่ยังไม่รู้อีกมั้ย”
       “มีครับ...ดาท้อง แอบทำแท้งจนตกเลือด และเข้าโรงพยาบาล”
       พิมพ์พรรณอึ้ง พยายามตั้งสติเพื่อฟังต่อ
       “งั้นอธิบายมา”
      
       ดอมโทรตามตำรวจมาที่บ้าน ตำรวจรับแจ้งความเสร็จหันมาบอก
       “จับได้แล้วจะรีบติดต่อกลับนะครับ”
       ตำรวจขอตัวกลับ คุณหญิงวาปีหันมาหาหลานชาย
       “ขอบใจนะดอม ถ้าดอมกลับมาไม่ทันยายคงแย่แน่”
       “มันเกิดอะไรขึ้นครับคุณยาย”
       คุณหญิงเครียด พูดกับดอมอย่างจริงจัง
       “ขอให้ยายรอผลตรวจเลือดของมดดำก่อน แล้วยายจะอธิบายให้ดอมฟังทั้งหมดนะ”
       ดอมงง ไม่เข้าใจ
       “มดดำเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยครับคุณยาย”
       “เอาเถอะ ยังไงก็รอให้ผลมันแน่นอนกว่านี้ก่อน ยายอยากจะเตือนให้หลานทำใจเรื่องมดดำไว้ด้วยนะ”
       ดอมยิ่งกังวลและไม่เข้าใจ มองหน้าคุณหญิงอยากจะได้คำตอบเดี๋ยวนี้เลย คุณหญิงได้แต่มองหน้าดอมนิ่ง เก็บเรื่องไว้ในใจ
      
       ดอมเดินมาที่ห้องมดดำ มองไปที่กุญแจห้องก็เห็นว่ามีแม่กุญแจคล้องล็อกไว้อยู่ เขานึกถึงคำพูดของคุณหญิงวาปี
       “ยายอยากจะเตือนให้หลานทำใจเรื่องมดดำไว้ด้วยนะ”
       “ฉันก็อยากจะถามเธอเหมือนกัน ว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ด้วยรึป่าวนะ”
       ดอมคิดตามหามดดำ
      
       คืนนั้น สหรัฐเดินมาส่งมดดำที่หน้าประตูห้องนอน ทั้งสองเหมือนกับยังไม่อยากจะให้ถึงเวลานอนเร็ว อยากมีเวลาคุยกันนานๆมากกว่า
       “มดดำ เอ่อ...ฝันดีนะ”
       มดดำจะเดินเข้าห้อง สหรัฐอยากคุยต่อ
       “มีอะไรก็บอกฉันได้นะ ฉันอยู่ห้องข้างๆ”
       “ขอบคุณนะคะ”
       มดดำเดินเข้าห้องไป สหรัฐมองตาม ยิ้มมีความสุข สหรัฐยังคงยิ้มหวานหันหลังมาก็จ๊ะเอ๋กับพิมพ์พรรณที่ยิ้มหวานรออยู่เช่นกัน สหรัฐสะดุ้ง พิมพ์พรรณเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังมากขึ้น
       “ตารัฐ ถึงคุณหญิงวาปีจะสงสัยว่ามดดำอาจจะเป็นหลานสาว แต่นั่นก็แค่อาจจะ ที่สำคัญลูกอย่าลืมนะว่าลูกกับหนูดายังมีสถานะเป็นคู่หมั้นกันอยู่ ปัญหาตรงนั้นมันยังไม่จบ”
       สหรัฐเริ่มคิดหนัก
       “แม่ไปนอนละ”
       สหรัฐมองไปที่ประตูห้องมดดำแล้วถอนใจเครียด
      
       สหรัฐเปิดประตูห้องเข้ามายังคิดกลุ้มใจเรื่องมดดำอยู่ เขาเดินไปทางหน้าต่าง รู้สึกผิดสังเกตหันไปมอง
       “คุณแม่”
       สหรัฐเห็นแม่นอนพิงหัวเตียงยิ้มหวาน
       “ตารัฐ แม่คิดถึงลูก วันนี้แม่อยากนอนด้วยอ่ะ”
       สหรัฐรู้ทันว่าแม่อยากมากันท่ามากกว่า เขายิ้มแล้วเดินเข้าไปซบนอนที่ตัก
       “คุณแม่ครับ ผมไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังหรอกนะครับ”
       พิมพ์พรรณกลัวลูกจับได้
       “จ้ะ แม่รู้ แต่พอลูกหลับไปแล้วเกิดเดินละเมอไปเข้าห้องนู้นห้องนี้แล้วมันจะยุ่ง”
       สหรัฐขำแม่ตัวเอง
      
       เช้าวันใหม่...ในห้องรับแขก คุณหญิงวาปี องค์อรและดอม นั่งรอดูเอกสารที่หมอกำลังหยิบออกมา
       “นี่ครับ เอกสารยืนยันผลการตรวจดีเอ็นเอของเด็กที่ชื่อมลฤดี เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของคุณชาติและคุณกัลยา”
       “นี่มันอะไรกันครับ”
      
       ดอมถามคุณหญิงกับองค์อรอย่างสงสัย และกลัวว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากได้ยิน คุณหญิงกับองค์อรมองหน้ากันก่อนที่คุณหญิงจะหยิบเอกสารขึ้นมาดู หมออธิบาย


  


       “ผลการเปรียบเทียบรหัสทางพันธุกรรมปรากฏว่า ดีเอ็นเอของมลฤดีตรงกับของคุณชาติสิบตำแหน่งและ ของคุณกัลยาก็สิบตำแหน่ง”
        
      
       คุณหญิงตะลึง
       “นี่คุณหมอหมายความว่า...”
       “ครับ มลฤดีเป็นลูกของคุณชาติกับคุณกัลครับ”
       คุณหญิงรู้สึกยินดี องค์อรก็ยอมรับความจริง ดอมทั้งตกใจทั้งอึ้ง ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
       “ไม่จริง...คุณหมอพูดเล่นใช่มั้ยครับ”
       องค์อรปราม
       “ตาดอม”
       ดอมไม่อยากจะฟังอะไรอีกลุกหนีไปเลย องค์อรมองตามเป็นห่วง คุณหญิงได้แต่จับมือองค์อรไว้ให้ปล่อยดอมอยู่ตามลำพังก่อน
      
       ดอมอยู่ในห้องนอนมองออกไปที่หน้าต่าง รู้สึกเศร้าและผิดหวังกับเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้มา
       “ไม่ใช่แบบนี้!”
       ดอมพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ได้แต่เจ็บใจทุบกำแพง เสียงเคาะประตูดังขึ้น องค์อรเปิดและเดินเข้ามาหา
       “ดอม...ยายให้น้ามาบอกว่า อย่าเพิ่งให้มดดำกับดารู้เรื่องนี้”
       “แล้วทำไมผมถึงต้องได้รับรู้ด้วยละครับ”
       ดอมเจ็บปวด องค์อรสงสารหลาน
       “หลานเป็นลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายต้องกล้าเผชิญกับปัญหาและยอมรับความจริงให้ได้”
       “แต่มันเป็นความจริงที่เจ็บมากนะครับน้าอร”
       “เจ็บ...แต่มันก็จริง มดดำคือพี่สาวของดอม”
       ดอมฟังแล้วยิ่งเจ็บปวดเพราะรักมดดำมาก เขาร้องไห้โผเข้ากอดน้าสาว องค์อรกอดปลอบหลาน ทั้งสงสารทั้งเห็นใจ
      
       แม่บ้านเสิร์ฟอาหารลงบนโต๊ะ พิมพ์พรรณนั่งอยู่คนเดียว
       “อืม...วันนี้อาหารแปลกตาดี น่าทานเชียว”
       แม่บ้านเสิร์ฟเสร็จ ก็ออกไปยืนรอรับใช้
       “เออ...แล้วตารัฐไปไหนแล้วล่ะ”
       “อ๋อ...พาคุณมดดำออกไปซื้อของใช้จำเป็นน่ะค่ะ”
       “ทีหลังเรียกมดดำเฉยๆก็ได้นะ ไม่ต้องถึงขนาดคุณมดดำหรอก”
       พิมพ์พรรณจะตักอาหาร แม่บ้านรีบบอก
       “ถ้วยนั้นมดดำเป็นคนทำค่ะ”
       พิมพ์พรรณจะตักอย่างอื่น
       “นั่นก็ด้วยค่ะ...นั่นด้วย”
       พิมพ์พรรณไม่พอใจค้อนใส่คนใช้พอดีกับมีที่เสียงรถเข้ามา
       “ใครมา เธอออกไปดูหน่อยซิ”
       แม่บ้านเดินออกไป พอเห็นว่าลับตา พิมพ์พรรณแอบตักน้ำแกงซด
      
       คุณหญิงวาปีกับพิมพ์พรรณเข้ามาในห้องรับแขก คนใช้วางน้ำเสิร์ฟแล้วไปยืนรอ
       “คุณแม่จะมาที่นี่น่าจะโทรบอกล่วงหน้าก่อนนะคะ พิมพ์จะได้เตรียมตัวต้อนรับ”
       “ไม่เป็นไรหรอก ฉันใจร้อนมาหาหลานที่นี่น่ะ”
       พิมพ์พรรณแปลกใจ
       “เอ๊ะ...หลาน”
       คุณหญิงหยิบซองเอกสารหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอให้ดู พิมพ์พรรณรับมางงๆ เปิดดูรายละเอียดแล้วก็ยิ่งงงเพราะดูไม่เป็น
       “นี่คือหลักฐานยืนยันว่ามดดำคือหลานสาวแท้ๆของฉัน”
       พิมพ์พรรณอึ้ง
       “หา...ชัวร์แน่เหรอคะ”
       “ชัวร์สิ...”
       คุณหญิงให้ดูเอกสาร พิมพ์พรรณมองๆพลิกไปพลิกมาแล้วทำเนียน
       “อ๋อ...จริงๆด้วยค่ะ ถึงว่าสิคะเท่าที่พิมพ์สังเกตดู นิสัยของหนูมดดำนี่ดีมากๆเลยนะคะ ผิดจากส้มเลย ทำอาหารก็อร๊อยยย...อร่อย”
       แม่บ้านหลุดปาก
       “หรา...คะ”
       พิมพ์พรรณค้อน แม่บ้านหลบตามองไปข้างนอกเห็นมดดำกับสหรัฐเข้ามา
       “คุณสหรัฐกับมดดำมาแล้วค่ะ”
       พิมพ์พรรณดุ
       “เรียกมดดำเฉยๆได้ไง ต้องเรียกคุณมดดำสิ”
       แม่บ้านตามอารมณ์ไม่ทัน สหรัฐกับมดดำเดินเข้ามา
       “อ้าว...ตารัฐ หนูมดดำลูกส...” พิมพ์พรรณจะหลุดคำว่าลูกส้มแล้วนึกได้ “ลูก...กลับมากันแล้วเหรอจ๊ะ”
       มดดำกับสหรัฐงงเสียงหวานๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของพิมพ์พรรณ มดดำมองคุณหญิงที่ยิ้มให้เอ็นดู
      
       สุทธิดาหายดีแล้ว หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ ดอมจัดเก็บข้าวของใส่กระเป๋าให้ สุทธิดาเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากแต่งตัวเสร็จ
       “ทุกคนหายไปไหนกันหมด”
       “ไม่ทราบครับ”
       สุทธิดารู้สึกว่าน้ำเสียงดอมที่คุยด้วยดูแข็งๆขึ้น
       “คงจะมัวแต่ไปสนใจนังมดดำกันน่ะสิ พักหลังนี้เป็นกันหมดทั้งบ้านไม่ใช่เหรอ”
       พอพูดถึงมดดำดอมก็ยังรู้สึกเจ็บ ยังทำใจไม่ได้
       “คงงั้นมั้งครับ...ทุกคนหันไปสนในมดดำกันหมดแล้ว”
      
       สุทธิดาฉุนดอม


  


       สุทธิดาเดินไปที่ประตูรถ สังเกตมองดอมที่ดูเหมือนไม่ค่อยอยากพูดด้วย ดอมเอาของไปเก็บท้ายรถแล้วจะเดินมาขึ้นรถเขาเห็นสุทธิดาจ้องเขม็งอยู่ก็ไม่อยากจะมากความด้วย
        
      
       “มองฉันแบบนี้ แกหมายความว่าไงดอม”
       “อะไรกันพี่ดา”
       “แกอายที่มีพี่สาวใจแตก ไปทำแท้งจนต้องหามเข้าโรงพยาบาล”
       “เลอะเทอะใหญ่แล้ว พี่ดา”
       ดอมจะเข้าในรถแต่สุทธิดาสวนต่อ
       “หึ...ที่ชีวิตฉันเลอะเทอะไม่ใช่เพราะไอ้พวกผู้ชายที่มันเห็นแก่ตัวกันเหรอ ชั่วกันทุกคน เห็นแก่ได้...ชอบทำลายชีวิตคนอื่น”
       ดอมฉุน
       “ผู้ชายบางคนอาจจะชั่วนั่นก็ใช่! แต่ทำไมผู้หญิงบางคนต้องชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงอยู่ใกล้ผู้ชายเลวๆพวกนั้น พอเกิดอะไรขึ้นก็ไม่คิดโทษว่าตัวเองก็มีส่วน”
       สุทธิดาอึ้ง
       “ไอ้ดอม!”
       ดอมเข้ารถปิดประตู สุทธิดาเจ็บใจ
      
       สุทธิดากับดอมเดินเข้ามาถึงโถงหน้าบันได องค์อรเดินลงมาเห็นสุทธิดาแล้วไม่ได้มีท่าทียินดีเหมือนแต่ก่อน สุทธิดาอุ่นใจที่ได้เจอองค์อร ดอมเดินเลยขึ้นบันไดไป
       “น้าอรคะ”
       “กลับมาแล้วเหรอ”
       น้ำเสียงองค์อรฟังดูเย็นชาแววตาที่มองก็เปลี่ยนไปจนสุทธิดารู้สึกได้ องค์อรเดินเข้าหา สุทธิดาดีใจที่อย่างน้อยองค์อรก็ยังไม่รังเกียจตน แต่องค์อรก็เดินผ่านเธอไปเลย ไม่มีคำพูดอะไรอีก สุทธิดาไม่เข้าใจและรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกรังเกียจ
      
       สุทธิดาเข้ามาในห้องนอนคิดหนัก ไม่เข้าใจท่าทีขององค์อร
       “ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด”
       เธอตัดสินใจออกไปถามองค์อรให้รู้ความจริง
      
       สุทธิดาเดินดุ่มเข้ามาหาองค์อรที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
       “น้าอรคะ”
       “มีอะไร”
       “น้าอรรังเกียจดาใช่มั้ยคะ ที่ดาเป็นเด็กใจแตกไปแล้ว”
       “เธอเข้าใจผิดไปแล้วดา”
       “ไม่เข้าใจผิดหรอกคะ ดาดูแววตาของน้าอรออก น้าอรไม่เหมือนเดิม แถมยังรังเกียจดาเลยด้วยซ้ำ!”
       ดอมได้ยินเสียงดังก็เดินเข้ามาดู
       “มีอะไรเหรอครับ เสียงดังเชียว”
       องค์อรลุกขึ้น
       “ไม่มีอะไรหรอกดอม” องค์อรหันมาหาสุทธิดา “น้าอาจจะรับเรื่องทำแท้งไม่ได้ แต่มันก็ไม่แรงพอที่จะทำให้มองเธอเปลี่ยนไปหรอกนะดา ถ้าหากจะเปลี่ยนเรื่องราวมันต้องสำคัญมากกว่านั้น”
       สุทธิดาไม่เข้าใจว่าองค์อรหมายถึงอะไร องค์อรจะเดินออกไป ไม่สนใจ สุทธิดาพูดขึ้น
       “โชคดีแล้วที่ส้มได้เป็นเมียน้อยคุณพ่อก่อน”
       องค์อรชะงัก
       “ไม่งั้นดาคงได้น้าตัวเองเป็นแม่เลี้ยงอีกคน”
       ดอมตกใจ
       “พี่ดา! พูดอะไรของพี่น่ะ”
       องค์อรไม่พอใจ
       “แกไปเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน!”
       “จากส้ม! น้าอรชอบคุณพ่อ คิดจะแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่ แต่ถูกส้มชิงตัดหน้าไปก่อน”
       องค์อรโกรธตบหน้าสุทธิดาทันที ดอมอึ้ง สุทธิดาเจ็บใจวิ่งหนีไป ดอมมองน้าสาวไม่กล้าถามอะไรอีก ส่วนองค์อรก็ไม่กล้ามองหน้าหลานชาย ในใจอยากจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ
      
       ค่ำนั้น คุณหญิงวาปีนั่งพิงหัวเตียงมองดูเอกสารดีเอ็นเอของมดดำอย่างรู้สึกดี สุทธิดาเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้ามาเลย
       “คุณยายคะ”
       คุณหญิงวางเอกสารหลบไปอีกทาง สุทธิดารู้สึกว่าคุณหญิงเหมือนมีอะไรปิดบัง
       “หลานมีอะไรเหรอจ๊ะดา”
       น้ำเสียงของคุณหญิงยังดีอยู่ ทำให้สุทธิดารู้สึกสบายใจ
       “ยายไม่รังเกียจหนูเหรอคะ”
       “เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าไปพูดถึงมันเลยนะ คนเรามีสิทธิทำผิดพลาดกันได้ทุกคน”
       “แต่ที่หนูพลาดเพราะเจอพวกผู้ชายเลวๆที่มันเห็นแก่ตัว”
       “ถ้าเรามัวแต่โทษคนอื่นแล้วเมื่อไหร่ตัวเราจะพัฒนา ดา...ถ้ามันไม่หนักหนาเกินไปเรื่องบางเรื่องเราก็ควรจะโทษตัวเองบ้าง ไม่ใช่เพื่อซ้ำเติม...แต่เพื่อให้เราแข็งแกร่งและไม่ทำผิดพลาดอีก”
       สุทธิดาเข้าใจในสิ่งที่คุณหญิงสอน
       “ยายง่วงแล้วล่ะ ดาก็เข้านอนซะนะ”
       “เดี๋ยวดาเก็บเอกสารให้นะคะ”
       สุทธิดาจะยื่นมือไปหยิบเอกสาร คุณหญิงรีบหยิบขึ้นมาก่อน
       “ไม่เป็นไรจ๊ะ เดี๋ยวยายเก็บเอง”
       สุทธิดามองสงสัยที่เห็นคุณหญิงหวงเอกสารผิดปกติ
      
       เช้าวันใหม่...มดดำนั่งทำแบบฝึกวิชาเรียนที่สหรัฐจัดมาให้อยู่ในห้องนั่งเล่น สักพักเขาเดินหอบหนังสือมาวางให้เธออีกปึกหนึ่ง
       “โอย...นี่คุณ ใจคอจะไม่ให้ฉันพักเลยเหรอ”
       “นี่ใกล้สอบแล้วนะ เธอยิ่งหัวอ่อนที่สุดในห้องอยู่ด้วย ทำต่อไป อย่าบ่น”
       มดดำเซ็ง ก้มหน้าทำต่อไป สักพักมีเสียงรถดังเข้ามา
       “ใครมา”
      
       สหรัฐเครียดทันทีเพราะจำเสียงรถได้ แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่เลยออกไปดู มดดำลุกวิ่งตามไป

      
       สุทธิดาลงจากรถมองไปที่รถของสหรัฐที่จอดอยู่ก็แน่ใจว่าเขายังไม่ได้ออกไปไหน เธอมองเข้าไปที่ตัวบ้านอย่างมีความหวังแล้วเดินเข้าไป...สหรัฐเดินออกมา มดดำเดินตามมาจนทัน
      
      
       “จะตามออกมาทำไม”
       “มาช่วยต้อนรับแขก”
       เสียงสุทธิดาดังขึ้น
       “มีความสุขกันจริงเลยนะคะ”
       สหรัฐกับมดดำหันมองตามเสียง เห็นสุทธิดากำลังจ้องหน้าหาเรื่องมดดำแล้วมองดุที่สหรัฐ
       “ฉันก็สงสัยอยู่ ว่าแกหายไปไหน”
       “ดา...คุณยายฝากมดดำให้มาอยู่ที่นี่ชั่วคราวน่ะ”
       สุทธิดาอึ้ง
       “จะชั่วคราวค้างคืนหรือถาวรดาก็ไม่สน เพราะยังไงพี่รัฐก็ยังเป็นคู่หมั้นของดาอยู่”
       สุทธิดาเดินเข้าไปตบมดดำเอาดื้อๆ
       “ถึงคนที่บ้านจะสนับสนุนให้แกเป็นเมียน้อย แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมง่ายๆ”
       มดดำอึ้ง
       “คุณดา! คุณพูดอะไรของคุณ!”
       ทันใดนั้นเสียงพิมพ์พรรณดังขึ้น
       “ใช่ พูดอะไรของเธอ”
       สุทธิดาหันไปเห็นพิมพ์พรรณที่มายืนอยู่ตอนไหนก็ไม่รู้ ก็ตกใจ
       “คุณแม่”
       พิมพ์พรรณบอกกับสหรัฐ
       “พามดดำไปที่อื่นก่อน”
       สหรัฐพามดดำไป สุทธิดาโวยวาย
       “พี่รัฐ! พี่รัฐจะพามันไปไหน พี่รัฐกลับมาก่อน”
       พิมพ์พรรณปราม
       “หยุดเสียงดังได้แล้วฉันหนวกหู”
       “จะไม่ให้เสียงดังได้ไงคะ คุณแม่ปล่อยให้พี่รัฐไปกับอีลูกคนใช้นั่น ดาไม่ยอม”
       “เธอเข้าใจผิดแล้ว หนูมดดำไม่ใช่ลูกคนใช้ แต่เป็นลูกสาวแท้ๆของคุณชาติกับคุณกัล”
       สุทธิดาอึ้ง
       “ไม่จริง! คุณน้าพูดบ้าบออะไรกัน คุณพ่อกับคุณแม่มีดาแค่คนเดียว”
       “เขาไปตรวจดีเอ็นเอกันมาจนแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นแล้ว”
       สุทธิดานึกบางอย่างได้ ตอนที่เธอจะเก็บเอกสารให้คุณหญิง
       “เดี๋ยวดาเก็บเอกสารให้นะคะ”
       สุทธิดาจะยื่นมือไปหยิบเอกสาร คุณหญิงรีบหยิบขึ้นมาก่อน
       “ไม่เป็นไรจ๊ะ เดี๋ยวยายเก็บเอง”
       สุทธิดาอึ้ง
       “คุณยาย...”
       สุทธิดารีบกลับออกไปทันที
      
       สหรัฐพามดดำมาที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เขาสบายใจขึ้นแต่มดดำยังกลุ้มใจอยู่
       “คุณจะอธิบายได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
       สหรัฐยิ้ม
       “ตอนนี้ฉันยังบอกอะไรไม่ได้หรอก เดี๋ยวถึงเวลาแล้วเธอจะได้รู้จากปากของคุณยายเอง แต่ไม่ต้องห่วงนะ มันเป็นเรื่องที่ดี”
       มดดำเชื่อคำพูดของเขา
      
       สุทธิดาขับรถด้วยความเร็ว คิดถึงเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนที่บ้าน
       “น้าอาจจะรับเรื่องทำแท้งไม่ได้ แต่มันก็ไม่แรงพอที่จะทำให้มองเธอเปลี่ยนไปหรอกนะดา ถ้าหากจะเปลี่ยนเรื่องราวมันต้องสำคัญมากกว่านั้น”
       “ถ้ามดดำเป็นลูกสาวแท้ๆของคุณพ่อกับคุณแม่ แล้วฉันเป็นใคร”
       สุทธิดายิ่งคิดยิ่งสงสัยใจร้อนอยากรู้ สุทธิดาขับรถแล่นออกไปด้วยความเร็ว
      
       คุณหญิงวาปี องค์อร ดอมคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ดอมแปลกใจเมื่อรู้ว่ามดดำอยู่ที่ไหน
       “มดดำไปอยู่บ้านพี่รัฐ!”
       ดอมรู้สึกไม่ดี อยากจะให้มดดำกลับมา องค์อรเตือนสติ
       “ดอม...มดดำเขาเป็นพี่ของเราแล้วนะ”
       “แต่...ไปอยู่ที่นั่น...พี่รัฐเขา...”
       ดอมไม่อยากคิดต่อ คุณหญิงถอนใจ
       “ยายก็อยากให้มดดำกลับมาอยู่ที่นี่เร็วๆเหมือนกัน กลัวก็แต่ว่าหนูดาจะทำร้ายมดดำ”
       “พี่ดาจะทำร้ายมดดำทำไมละครับ พี่ดาจะทำไปทำไม”
       สุทธิดาเดินเข้ามามองหาทุกคนแล้วได้ยินเสียงคนคุยกัน...องค์อรหันมาบอกหลานชาย
       “ดอม! สุทธิดาน่ะ เขาไม่ใช่พี่สาวเราแล้วนะ เขาไม่มีเลือดวรรัตนาลัย แม้แต่หยดเดียว”
       ดอมอึ้ง สุทธิดาที่แอบฟังอยู่ก็อึ้ง คุณหญิงครุ่นคิด
       “เราต้องหาตัวส้มกลับมาให้ได้ เพื่อจะได้รู้ว่า สุดธิดาเป็นลูกของส้มรึเปล่า”
       สุทธิดาตะโกนออกมาดังลั่น
       “ไม่จริง!”
       ทุกคนหันมองสุทธิดาที่กำลังช็อก
       “คุณยายโกหก แต่งเรื่องกันขึ้นมาทั้งนั้น เพราะดาเป็นเด็กใจแตก ทุกคนเลยคิดจะตัดหางกันทิ้ง ดาเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่นังส้ม”
       องค์อรชะงัก
       “ยัยดา!”
       สุทธิดาโมโหปัดเจกันที่อยู่ใกล้ๆตกพื้นเสียงดัง ทุกคนตกใจ สุทธิดาจ้องมองทุกคน รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนอื่น ทั้งเจ็บปวดทั้งแค้นใจ ก่อนจะวิ่งขึ้นบ้านไป
      
       สุทธิดาวิ่งเข้ามาในห้องปิดประตูเสียงดัง ยืนพิงประตูคิดมากฟุ้งซ่าน
      
       “ไม่จริงหรอก เรื่องโกหกทั้งนั้น ฉันไม่ได้เป็นลูกนังส้ม”


  


       สุทธิดาเครียดสับสน เสียงของส้มดังวนเวียนอยู่ในหัว
      
       “คุณดา...คุณดาน่ารักจังเลยนะคะ อย่าเห็นนังมดดำเป็นเพื่อนเลยค่ะ ให้มันเป็นคนใช้แหละดีแล้ว...ฉันมาแสดงความยินดีกับคุณดาค่ะ...ใครมันทำร้ายคุณดา บอกฉันมา...ฉันจะไปฆ่ามัน...เพื่อคุณดาส้มทำได้ทุกอย่างค่ะ”
       ยิ่งนึกย้อนเหตุการณ์ สุทธิดายิ่งเจ็บปวด ทรุดตัวลงร้องไห้
       “อ๊ายยย!”
      
       ค่ำนั้น สหรัฐเปิดประตูห้องนอนเข้ามา เห็นพิมพ์พรรณนั่งยิ้มรออยู่ที่เตียง
       “ส่งน้องเข้านอนแล้วเหรอ”
       “ครับ” เขาลงนั่งข้างแม่ “ห่มผ้าให้ด้วยแล้วครับ ไม่ต้องห่วง”
       “แน่ะ...มาล้อแม่อีก” พิมพ์พรรณนิ่งคิด “ตารัฐ...เมื่อก่อนแม่ก็มองมดดำแค่เปลือกนอก มองแค่สังคมที่เขาโตมา เลยมีอคติ...พอได้รู้จักเขาจริงๆมันต่างจากที่แม่คิดไว้มาก”
       “ครับ...มดดำเป็นคนดีมาก”
       “ยิ้มปลื้มเขาก็อย่าลืมมองแหวนที่นิ้วนางซะละ”
       สองแม่ลูกมองหน้ากันกลุ้มใจ พิมพ์พรรณลุกเดินออกไป ทิ้งให้สหรัฐนั่งคิดไม่ตก เขานึกถึงวันแรกที่เจอกับมดดำ...โจรชี้หน้าเขา
       “เรื่องของผัวเมียอย่ามายุ่ง!”
       สหรัฐฉุน
       “กฎหมายใหม่จะผัวจะเมียใครถ้าผู้หญิงโดนทำร้ายต้องช่วยเว้ย! ไม่รู้เรื่องหรือไง”
       มดดำรีบบอก
       “ฉันไม่ใช่เมียมันโว้ย! มันเป็นโจร!”
       โจรจะวิ่งใส่มดดำ สหรัฐสวนหมัดใส่แล้วชกต่อยกันน่าดู...สหรัฐนั่งขำเมื่อนึกถึงวันนั้น...สหรัฐยิ้มหวานเมื่อนึกถึงตอนที่มดดำแอบไปร้องไห้ในครัว
       “แต่คนบางคน ยังไม่ทันได้ตีเลย ก็แอบไปร้องไห้ตาแดงอยู่ในห้องครัวแล้ว”
       มดดำหันขวับมา
       “นี่คุณ!” มดดำเขินตัวเองที่ถูกล้อ “ฉันไม่ได้แอบร้องไห้สักหน่อย”
       “เอ๊ะ เมื่อกี้ฉันหมายถึงเธอเหรอ”
       “นี่...หนอยแน่ะ!”
       มดดำวิ่งไล่ตี สหรัฐวิ่งหนีขำๆ
      
       เช้าวันใหม่...สุทธิดาในสภาพที่ยังไม่ได้หลับมาทั้งคืน ดูโทรมและแววตาเลื่อนลอยเธอมองดูนาฬิกาแขวนผนัง เห็นเป็นเวลาเก้าโมงเช้าแล้ว จึงตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อจะไปทำอะไรบางอย่าง
      
       สุทธิดาเข้ามาในห้องพักไข้ในโรงพยาบาล มองร่างกัลยาที่นอนหลับอยู่อย่างหมดอาลัย
       “คุณแม่คะ...ดาไม่รู้ว่าคุณแม่รู้รึยังว่าคนที่บ้านกำลังกล่าวหาว่าดาไม่ใช่ลูกของคุณพ่อกับคุณแม่ คุณแม่ตื่นมาให้คำตอบดาหน่อยสิคะ” สุทธิดาน้ำตาไหล “คุณพ่อก็ไม่อยู่ ดาไม่มีใครเหลืออีกแล้ว ดาไม่ใช่ลูกของส้มใช่มั้ยคะคุณแม่...”
       สุทธิดาร้องให้สักพักก็ลุกออกจากเตียงเดินไป ก่อนจะหันกลับมามองกัลยาอีกครั้ง
       “ถ้าหนูไม่ใช่ลูกของคุณแม่จริง หนูก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วใช่มั้ยคะ”
       สุทธิดาปาดน้ำตาแล้วเดินออกจากห้องไป
      
       สุทธิดานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก สักครู่สหรัฐกับมดดำดินเข้ามา ยังไม่แน่ใจในท่าทีของสุทธิดา
       “สวัสดีคะพี่รัฐ...มดดำ...”
       ทั้งสองอ่านความรู้สึกของสุทธิดาไม่ออกว่าจะมายังไงกันแน่ สหรัฐกับมดดำนั่งลง
       “ดา...”
       สุทธิดาแทรกขึ้น
       “พี่รัฐไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดาไม่ได้มาร้าย”
       มดดำได้ยินแล้วก็เบาใจขึ้น แม่บ้านเอาผลไม้กับน้ำมาเสิร์ฟ ในถาดผลไม้มีมีดปอกผลไม้ด้วย
       “ดามาคิดดูแล้ว” เธอมองมีดปลอกผลไม้ “เมื่อวานดาก็แรงเกินไป ดามาขอโทษพี่สหรัฐกับมดดำค่ะ”
       มดดำกับสหรัฐแปลกใจแต่ก็ยินดี
       “คุณดาเข้าใจทุกอย่างแล้วใช่มั้ยคะ”
       “ใช่...ฉันเข้าใจแล้ว พี่รัฐ...เราแต่งงานเลยเถอะนะคะ เรื่องทุกอย่างจะได้จบลงสักที”
       สหรัฐอึ้ง
       “ดา...”
       “เรายังมีสถานะเป็นคู่หมั้นกันอยู่ หรือพี่รัฐ ไม่อยากแต่งกับดาแล้ว”
       สหรัฐหนักใจ
       “ดา เรื่องแต่งงานมัน...”
       ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของสหรัฐดังขึ้น เขาดูหน้าจอ
       “ขอตัวก่อนนะ”
       สหรัฐรีบเลี่ยงออกไป สุทธิดารู้ทันทีว่าเขาไม่อยากแต่งงานด้วยแล้ว มดดำขยับเข้านั่งข้างสุทธิดา
       “คุณดาอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะคะ คุณดาก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลคุณสหรัฐคงอยากให้พักผ่อนให้ฟื้นตัวก่อน”
       มดดำพยายามปลอม สุทธิดามองมีดปลอกผลไม้อีกครั้ง
       “ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน”
       สุทธิดาลุกไป มดดำพอคิดถึงเรื่องแต่งงานของสหรัฐแล้วก็เจ็บปวด แต่ก็ต้องหยุดคิดเพราะสังเกตเห็นมีดปลอกผลไม้หายไป
       “คุณดา!”
       มดดำตกใจ
      
       สุทธิดาอยู่ในห้องน้ำมองมีดปลอกผลไม้ผ่านกระจกส่องเงา
       “คนบ้านนู้นไม่มีใครรักดาแล้ว แต่ดายังรักพี่รัฐเสมอ ในเมื่อผลักใสให้ดาไปจากชีวิตนัก ดาก็จะอยู่ที่นี่กับพี่รัฐตลอดไป”
       สุทธิดามองปลายคมมีดแววตาเอาจริง คิดจะฆ่าตัวตาย เสียงเคาะประตูพร้อมด้วยเสียงของมดดำดังขึ้น
      
       “คุณดาคะ! คุณดาเอามีดมาด้วยทำไม คุณดาคิดจะทำอะไร!


  


       สุทธิดาหันมองไปทางเสียงไม่สนใจอะไร ตัดสินใจเด็ดขาด มดดำเห็นสุทธิดาเงียบเลยรีบกระแทกประตูเข้าไป
        
      
       “คุณดา!”
       ประตูกระแทกสุทธิดาจนมีดหลุดมือ
       “แกจะมาห้ามฉันทำไม แกอยากให้ฉันตายอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!” เธอหยิบมีดขึ้นมาอีก “อยากอยู่ด้วยกันมากนักฉันก็จะไม่ขวางทางไง”
       สุทธิดาลงมือปาดแขนตัวเอง
       “คุณดาอย่า”
       มดดำเข้าชาร์ททันที พยายามยื้อแย่งมีด ทั้งสองถอยออกมาที่ประตุห้องน้ำแล้วเกิดสะดุด สุทธิดากับมดดำเสียหลักล้มลงด้วยกัน สุทธิดาอึ้งชะงักอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอยตัวออกมองดูมือตัวเองและมองไปที่มดดำ สายตาของเธอเห็นมดดำกำลังถูกมีดแทงอยู่ มดดำดึงมีดออกแล้วทิ้ง สุทธิดาตกใจมาก สหรัฐวิ่งเข้ามา
       “มดดำ!” สหรัฐมองมีดที่พื้น มองสุทธิดา “ดาทำอะไรมดดำ”
       สหรัฐรีบเข้าไปดูเห็นมดดำเลือดไหลมากและเจ็บปวด สหรัฐโมโห
       “มันจะมากเกินไปแล้วดา! เล่นถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยเหรอ ดาก็รู้ว่าพี่ไม่ได้รักดา ถึงดาจะฆ่ามดดำให้ตายมันก็ไม่ได้ทำให้พี่รักดาหรอกนะ พี่รักมดดำคนเดียวแล้วก็รักนานแล้วด้วย!”
       สุทธิดาอึ้ง มดดำก็อึ้ง
       “พี่จะขอถอนหมั้นกับดา”
       สหรัฐรีบอุ้มมดดำไป ทิ้งให้สุทธิดาช็อกอยู่คนเดียว เธอคิดมากจนแทบบ้า มองไปที่มีดที่ตกอยู่กับพื้นอีกครั้ง
      
       สหรัฐอุ้มมดดำมาที่รถอย่างร้อนใจ รีบเปิดประตูให้เข้าไปนั่ง แล้ววิ่งไปเข้าประตูอีกฝั่ง สหรัฐสตาร์ทรถ มดดำฝืนเจ็บพูดขึ้น
       “เดี๋ยวก่อนคุณสหรัฐ”
       “เธอไม่ต้องพูดอะไร ใจเย็นก่อนนะ ฉันกำลังจะพาเธอไปโรงพยาบาล”
       “คุณดาเค้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายฉัน ฉันเข้าไปห้ามคุณดาเพราะคุณดากำลังจะฆ่าตัวตาย”
       สหรัฐหน้าตื่น
       “อะไรนะ!”
       สหรัฐตกใจ เสียงกรี๊ดของแม่บ้านก็ดังลั่นออกมาจากใจบ้านทันที
       “อ๊ายย!”
       สหรัฐตกใจมองไปทางต้นเสียง...แม่บ้านร้องเสียงหลง ตกตะลึงร่างของสุทธิดานอนหมดสติอยู่ ที่ข้อมือมีเลือดไหลเต็มพื้น
      
       บุรุษพยาบาลเข็นเตียงล้อเลื่อนรีบพาสุทธิดา กับมดดำไปห้องฉุกเฉินร่างสุทธิดานอนแน่นิ่ง ที่ข้อมือมีเลือดไหลไม่หยุด ส่วนมดดำก็สลบไปเพราะพิษบาดแผล สหรัฐวิ่งตามเป็นห่วง
       “มดดำ! มดดำ! เธออย่าเป็นอะไรนะ! มดดำ!”
       ทั้งหมดมาถึงห้องฉุกเฉิน พยาบาลกันสหรัฐออกไม่ให้ตามเข้าไป เขามองตามเป็นห่วงทั้งสองสาว
      
       เวลาผ่านไป สหรัฐนั่งเฝ้ามดดำที่หลับอยู่ด้วยความเป็นห่วง เขากุมมือเธอไว้
       “มดดำเธอได้ยินแล้วใช่มั้ยว่าฉันรักเธอ ฟื้นขึ้นมาเร็วๆนะ ฉันจะบอกเธออีกครั้งตอนเธอหายดีแล้ว”
       สหรัฐมองมดดำด้วยความรัก คุณหญิงวาปีเดินเข้ามาด้วยความร้อนใจ องค์อรตามมาติดๆ
       “นี่มันอะไรกันตารัฐ ยายฝากให้ดูแลหลานยายให้ดี แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้”
       องค์อรหน้าตื่น
       “ตารัฐ มันเกิดอะไรขึ้น”
       “มดดำถูกมีดแทงเข้าที่หน้าท้องครับ”
       คุณหญิงกับองค์อรตกใจ
       “ใครเป็นคนทำ ดาใช่มั้ย” องค์อรถามเสียงเข้ม
       “ดาเขาไม่ได้ตั้งใจครับ มดดำบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ มดดำเข้าไปห้ามดาเพราะดากำลังจะฆ่าตัวตาย”
       คุณหญิงกับองค์อรตกใจ คุณหญิงมองดูมดดำเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วก็จะเดินออกจากห้อง องค์อรสงสัย
       “คุณแม่จะไปไหนคะ”
       “แม่จะไปดูยัยดา”
       องค์อรถึงไม่อยากไปแต่ก็ต้องตามไป สหรัฐมองตามกลุ้มใจ และหันมองมดดำอย่างเป็นห่วง
      
       ดอมกำลังนั่งเฝ้าอาการสุทธิดาอยู่ คุณหญิงวาปีกับองค์อรเปิดประตูเดินเข้ามา ดอมหันมอง
       “คุณยายครับ น้าอร...”
       “ดาเป็นยังไงบ้าง”
       “พี่ดาก็เสียเลือดมากเหมือนเดิมครับ แต่ก็ไม่หนักเท่าครั้งก่อน”
       คุณหญิงค่อยเบาใจขึ้น
       “เดี๋ยวผมขอออกไปหาอะไรทานก่อนนครับ”
       ดอมออกจากห้องไป องค์อรยังไม่ไว้ใจสุทธิดา
       “คุณแม่วางใจแล้วเหรอคะ”
       “เรื่องอะไร”
       “ก็เรื่องของสุทธิดา ที่นับวันก็จะมีแต่เรื่องแปลกๆรุนแรงมาให้ปวดหัวมากขึ้น นี่ดีนะคะที่ยังไม่ถึงกับตาย”
       “สหรัฐก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”
       “แล้วตารัฐเห็นกับตารึป่าวละค่ะ”
       คุณหญิงนิ่งคิดตาม
       “อรก็ยังไม่ไว้ใจหรอกค่ะ ยังไงก็เป็นสายเลือดของส้ม อรกลัวค่ะ”
       “เธอระแวงดา เหมือนกับที่เคยระแวงมดดำตอนที่คิดว่าเป็นลูกส้ม แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด”
       องค์อรนิ่งคิดตาม
       “แต่นี่มันชัวร์แล้ว ทั้งนิสัยท่าทางความก้าวร้าวร้ายกาจที่ส้มมี มันแสดงออกมาในตัวสุทธิดาหมดแล้ว”
      
       คุณหญิงอดคิดตามไม่ได้ ว่าสุทธิดาก็อาจจะร้ายขึ้นมาได้อีก ระหว่างที่อรคุยกัน ทั้งสองไม่ได้สังเกตว่าสุทธิดาฟื้นมาและได้ยินหมดแล้ว สุทธิดากำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความแค้น
ตอนที่ 21
      
       ภายในห้องพยาบาล สุทธิดากำลังหลับอยู่ อิทธิเปิดประตูเดินเข้ามาแล้วยืนมองใบหน้าของสุทธิดาที่หลับอย่างสงบปราศจากแววของความร้ายกาจ อิทธินั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงมองรู้สึกว่าเวลาที่เธอหลับก็เหมือนกับเด็กสาวที่น่ารักทั่วไป
      
       “ถ้าคุณอยากให้ทุกคนกลับมารักคุณเหมือนเดิม คุณก็ควรจะตัดความร้ายกาจที่แทรกเข้าในใจของคุณออกให้หมด”
       อิทธิมองสุทธิดาด้วยความสงสารและเข้าใจ อิทธินึกถึงอีกมุมหนึ่งในอดีตของสุทธิดาที่ผ่านมา...สุทธิดากำลังจะขับรถเข้ามาในบ้าน มีแม่ค้าแก่ๆยืนถือตะกร้าอยู่ใกล้รั้วบ้าน เธอหยุดรถเปิดกระจกรถดู ยายแก่รีบเข้าหา
       “หนูจ๋า หนูช่วยซื้อลูกอมยายหน่อยนะ ไม่แพงหรอก”
       ในตะกร้ายายแก่ มีพวกลูกอมที่แยกเม็ดแบ่งเป็นถุงเล็กๆ
       “เท่าไหร่ยาย”
       อิทธิที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้ภายในบ้าน แอบมองดูสุทธิดากับยายแก่ด้วยความสนใจ
       “ทั้งหมด 55 บาท...ยายคิดแค่ห้าสิบบาทพอจ๊ะ”
       “งั้นเอาหมดนั่นเลยละกัน”
       สุทธิดารับของมาส่งใบร้อยให้
       “ไม่ต้องทอนหรอกจ๊ะยาย”
       สุทธิดาขับรถเข้าผ่านประตูรั้วบ้านมาเห็นอิทธิยืนมองก็ไม่สนใจขับผ่านไป อิทธิมองตามยิ้มชม
      
       อิทธิยังคงมองสุทธิดาด้วยความเห็นใจ เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขารีบกุมโทรศัพท์ไม่ให้เสียงดังมากแล้วค่อยๆลุกออกไปรับสายคุยอยู่ริมหน้าต่าง
       “โหล...เออ ว่าไง...”
       สุทธิดาที่เพิ่งตื่นขึ้นเห็นอิทธิกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ก็งง แต่ก็ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย อิทธิวางสายหันมา สุทธิดารีบแกล้งหลับต่อ อิทธินั่งลงที่เดิมมองสุทธิดาแล้วขยับผ้าห่มให้
       “ถ้าคุณตื่นอยู่คุณคงตบผมไปแล้ว” เขาลุกขึ้นยืนมองดูเธออีกครั้ง “คุณเป็นที่คนน่าสงสาร ผมเข้าใจคุณนะ แต่ถ้าหากคุณไม่ยอมเปลี่ยนทัศนะคติของตัวเอง ก็คงไม่มีใครช่วยอะไรคุณได้”
       พูดจบอิทธิก็ออกไป สุทธิดาตื่นขึ้นมานั่งมองไปทางที่เขาเดินออกไป
       “ไม่มีใครเข้าใจฉันจริงหรอก อย่ามาทำเป็นรู้ดี”
       สุทธิดาไม่พอใจที่ถูกสงสาร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร
       “พงษ์เหรอ...”
       พงษ์นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะอาหารในบ้าน
       “ว่าไงจ๊ะที่รัก”
       “แกไม่มีสิทธิมาเรียกฉันอย่างงั้น!”
       “อ้าว...แล้วที่โทรมาไม่ได้คิดถึงสามีหรอกเหรอ”
       สุทธิดาเจ็บใจแต่กลั้นไว้
       “ฉันมีธุระจะคุยกับเธอ อยากให้ช่วยอะไรหน่อย”
       พงษ์ยิ้มพอใจแล้วฟังสิ่งที่สุทธิดาบอกจนจบ เขาวางสายแล้วกดโทรศัพท์หาแพรวพราวทันที
       “อาแพรวครับ ดาโทรหาผมเมื่อกี้ ผมว่าจะแวะไปเยี่ยมเมียของผมที่โรงพยาบาลสักหน่อย”
       พูดจบพงษ์วางสายอย่างสบายใจ
      
       สุทธิดายังคงนั่งเคียดแค้นพงษ์อยู่ในห้องพักฟื้น
       “พอแกปู้ยี้ปู้ยำมันเสร็จ แกก็ต้องถูกตำรวจตามจับอยู่ดี หรือไม่ก็ให้ถูกตำรวจยิงตายไปเลยยิ่งดี ไอ้พงษ์”
       สุทธิดายิ้มร้ายมีแผนอยู่ในใจ
      
       แก้วเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาในโรงพยาบาล
       “ได้วาว่า...เดี๋ยวฉันจะบอกยัยดาให้เอง อือ...เที่ยวให้สนุกละกัน”
       แก้ววางสายเสร็จแก้วก็เดินเข้าไปด้านในต่อ อีกมุมพงษ์เดินเข้ามา มองไปรอบๆบริเวณโรงพยาลแผนจะทำอะไรสักอย่าง
       สุทธิดาเพิ่งทานยาเสร็จ พยาบาลจัดแจงเก็บอุปกรณ์
       “คุณพยาบาลคะ”
       “คะ”
       “ห้องคนไข้ที่ชื่อมลฤดี ตอนนี้เขาเป็นไงบ้างคะ”
       “อ๋อ...คุณมลฤดีเพิ่งจะทานยาไปเมื่อครู่เหมือนกันคะ ตอนนี้คงจะหลับพักผ่อนอยู่”
       “แล้วมีใครเฝ้าอยู่มั้ยคะ”
       “มีญาติผู้ชายท่านนึงเพิ่งลงไปทานข้าวค่ะ รายนั้นก็มาเฝ้าคุณทั้งสองทั้งวันเหมือนกัน คุณกับคุณมลฤดีเป็นญาติกันรึเปล่าคะ”
       สุทธิดาไม่พอใจ
       “มันเป็นคนใช้”
       “บ้านคุณใจดีจังเลยนะคะ ขนาดคนใช้ไม่สบายยังดูแลดีเหมือนลูกเหมือนหลาน”
       สุทธิดาได้ฟังอย่างนั้นก็รู้สึกเจ็บใจ พยาบาลสาวเดินออกไป สุทธิดารีบกดโทรศัพท์หาพงษ์ทันที
      
       สหรัฐกำลังยืนรอลิฟท์อยู่กับคนอื่นๆ อิทธิที่เพิ่งกินข้าวเสร็จเดินมาที่ลิฟท์จะขึ้นไปหามดดำก็เจอกับสหรัฐพอดี
       “คุณสหรัฐ”
       สหรัฐหันมาเห็นแล้วพยักหน้ายิ้มทัก ทั้งสองมองหน้ากันต่างนึกถึงมดดำ
       “นายมาเฝ้ามดดำเหรอ”
       “ครับ...คุณรัฐมาเยี่ยมคุณดาใช่มั้ยครับ”
      
       อิทธิชิงโยนโจทย์ให้ก่อน สหรัฐตอบไม่ถูกเพราะตั้งใจจะมาเยี่ยมมดดำตั้งแต่แรก ยังดีที่ลิฟท์เปิดออกมาก่อนที่ทั้งสองจะอึดอัดมากกว่านี้ ทั้งสองเข้าลิฟท์ไป


  


       มดดำนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ประตูห้องค่อยๆถูกเปิดเข้ามา พงษ์ยื่นหน้าเข้ามาดูเมื่อเห็นทางสะดวกก็ค่อยๆเข้ามาเงียบๆ พงษ์เดินไปที่เตียงมดดำแล้วมองหน้ามดดำที่นอนหลับสนิทอยู่อย่างพอใจ แล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ชุบยาสลบออกมา พงษ์เอาผ้าเช็ดหน้าโปะที่ปากและจมูก
       มดดำแม้จะเริ่มรู้สึกตัวแต่ก็ไม่ทันแล้ว ฤทธิ์ยาทำให้มดดำสลบทันที พงษ์มองไปรอบๆห้องเห็นรถเข็นคนไข้จอดอยู่มุมหนึ่งของห้อง
      
       ลิฟท์เปิดออก ผู้คนทยอยออกมาจากลิฟท์ ส่วนที่เหลือยืนขวางสหรัฐกับอิทธิที่ยืนอยู่ในสุด จนทั้งสองต้องขอแทรกตัวออกมา สหรัฐกับอิทธิไม่ได้เร่งรีบอะไร
       ขณะเดียวกัน พงษ์เข็นรถเข็นที่มีมดดำนั่งสลบอยู่บนรถเข็นออกมามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง แล้วเข็นรถพามดดำออกไปทางด้ายซ้าย อีกมุมอิทธิกับสหรัฐเดินเลี้ยวมาอีกทางไกลๆ แม้ทั้งสองจะเห็นว่ามีคนเข็นรถคนไข้ไปอีกทางแต่ก็ไม่ได้คิดผิดสังเกตอะไร พงษ์พามดดำเลี้ยวไปที่หน้าลิฟท์ขนของ แล้วรีบเข้าไป
      
       สหรัฐกับอิทธิกำลังแปลกใจที่เข้ามาแล้วไม่เจอมดดำ
       “มดดำหายไปไหน” สหรัฐสงสัย
       “ก่อนผมออกไปทานข้าว มดดำก็เพิ่งทานยาแล้วหลับไป”
       ขณะที่ทั้งสองคิดไม่ตก พยาบาลสาวก็เปิดประตูเข้ามา สหรัฐกับอิทธิรีบเข้าถามด้วยความเป็นห่วงมดดำ
       “คุณพยาบาลครับ คนไข้ห้องนี้...”
       พยาบาลสาวมองทั้งสองงงๆก่อนมองไปที่เตียงมดดำแล้วเห็นว่าไม่มีใคร
       “คนไข้หายไปไหนคะ”
       อิทธิกับสหรัฐงงมากที่แม้แต่พยาบาลก็ไม่รู้ว่ามดดำหายไปไหน ทั้งสองสังหรณ์ใจไม่ดีช่วยกันคิด อิทธินึกถึงตอนที่เดินมาตามทางหน้าห้องพยาบาล
      
       สุทธิดากำลังคิดลุ้นอยู่ว่าป่านนี้พงษ์ทำหน้าที่ไปถึงไหนแล้ว ในใจก็อยากให้แผนสำเร็จๆวักที ทันใดนั้นเสียงแก้วดังขึ้น
       “ดา...ดา...”
       แก้วกำลังเรียกสติสุทธิดาอยู่เขย่าแขน
       “ดา!”
       สุทธิดาสะดุ้งรู้สึกตัว แก้วมองหน้าสงสัย
       “เธอเป็นอะไรของเธอ ตั้งแต่ฉันเข้ามาเธอเหม่ออยู่หลายครั้งแล้วนะ”
       “ป่ะ...ป่าว...ไม่มีอะไรหรอก”
       สุทธิดาพยายามปิดบังอาการ สายตาก็แอบมองโทรศัพท์แล้วนึกถึงพงษ์
      
       สหรัฐกับอิทธิ วิ่งหาทั่วโรงพยาบาลแต่ไม่เจอ แล้วหยุดคุยกัน
       “หรือว่าน้องดาจะเกี่ยวกับเรื่องนี้” สหรัฐชักสงสัย
       อิทธิร้อนใจ
       “งั้นคุณดูทางนี้ ผมจะขึ้นไปดูข้างบน”
       “ได้ งั้นแยกกันหา”
      
       พงษ์เข็นพามดดำมาที่ข้างรถตัวเองตรงลานจอดรถโรงพยาบาล มองรอบข้างอย่างระแวดระวัง สหรัฐเร่งฝีเท้าตามเข้ามาแล้วช่วยกันมองหาสิ่งที่น่าผิดสังเกต สักพักสหรัฐก็มองไปเห็นพงษ์ที่กำลังอุ้มมดดำเข้าในรถ
       “เฮ้ย นั่นมันนายพงษ์นี่นา”
       สหรัฐวิ่งตามไม่ทัน เลยวิ่งกลับไปที่รถ ขับตามออกมา
      
       อิทธิรับโทรศัพท์ก่อนเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าสุทธิดาอยู่กับแก้วและปลอดภัยดี อิทธิโล่งใจ
       “นายเข้ามาทำไม”
       “มดดำถูกลักพาตัว”
       แก้วตกใจแต่สุทธิดากลับไม่มีอาการตกใจอะไร กลับแอบพอใจอยู่ลึกๆ
       “แล้วนายมาตามเอาอะไรที่นี่”
       “คนที่เอาตัวมดดำไปคือนายพงษ์เพื่อนของพวกคุณ”
       แก้วยิ่งอึ้งหนัก
       “พงษ์!”
       “งั้นนายก็ไปตามหาที่พงษ์นู่น ไม่ใช่มาตามหาในห้องนี้”
       อิทธิเจ็บใจผิดหวังที่สุทธิดาไม่ให้ความร่วมมือ หรือคำแนะนำอะไรที่จะตามพงษ์ได้
       “ผมแค่เข้ามาดูว่าคุณปลอดภัยดีหรือเปล่า ไม่ได้คิดจะมาจับผิดคุณ”
       พูดจบอิทธิก็เดินออกไปเลย สุทธิดาอดคิดถึงคำพูดของอิทธิที่ดูเหมือนจะเป็นห่วงตัวเองไม่ได้
      
       อิทธิเดินหัวเสียออกมาจากห้องพักสุทธิดาแล้วจะรีบตามสหรัฐไป แก้วตามมา
       “เดี๋ยวก่อนคุณ”
       อิทธิหันมาเห็นแก้วก็แปลกใจ
      
       “มันเรื่องอะไรกันที่ว่าพงษ์ลักพาตัวมดดำ”


  


       “คุณสหรัฐเห็นนายพงษ์พามดดำที่สลบอยู่ขึ้นรถไปตรงลานจอดรถ ผมต้องไปแล้วไม่มีเวลาจะอธิบาย”
        
      
       อิทธิรีบไป
       “ฉันไปด้วย...”
       อิทธิหันมามองแก้วครุ่นคิดตัดสินใจ
       “ไปรถฉัน ฉันรู้วิธีที่จะหาตัวพงษ์ให้เจอ”
       อิทธิพยักหน้าตกลง ทั้งสองรีบพากันไป
      
       สหรัฐขับรถตามพงษ์ออกมาอย่างร้อนใจและเป็นห่วงมดดำ
       “ครับคุณตำรวจ ผมกำลังขับรถตามทะเบียน...”
       รถสหรัฐแล่นอยู่บนถน มีรถคันอื่นๆคั่นอยู่ระหว่างรถสหรัฐกับรถพงษ์อยู่หลายช่วงตัว สายตาจองเขาเห็นรถท้ายรถของพงษ์อยู่ไกลๆ สหรัฐร้อนใจอยากตามไปให้ทัน แต่ติดตรงที่ว่ารถบนถนนมันเยอะเกินไป เขาบีบแต่รถขอทางคันข้างหน้า เห็นรถพงษ์ยิ่งห่างออกไปเขารีบแทรกรถเบี่ยงไปในเลนที่ว่างแล้วตามไปรถทั้งสองคันเริ่มใกล้กัน
      
       พงษ์ไม่รู้ตัวว่ามีใครตามมาก็เลยไม่ได้ร้อนใจเร่งรีบเท่าไหร่ ขณะที่รถชะลอตัวพงษ์ก็หันมองมดดำที่สลบอยู่ตรงเบาะข้างคนขับอย่างพอใจมาก รถพงษ์ขับผ่านสี่แยกไฟแดงไป และรถสหรัฐมาถึงแยกติดไปแดงพอดี สหรัฐยิ่งร้อนใจที่ต้องมาติดไฟแดง พยายามหันมองทางทางเลี่ยงทางเบี่ยงก็ไม่มีสายตาของเขามองออกไปก็ไม่เห็นวี่แววของรถพงษ์แล้วทำให้เขายิ่งเป็นห่วงมดดำ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สหรัฐต่อสมอลทอร์ค
       “นายอิท...ตอนนี้มดดำคลาดสายตาไปแล้ว”
       อิทธิที่คุยโทรศัพท์กับสหรัฐ อยู่ในรถ โดยมีแก้วเป็นคนขับรถ
       “มดดำหายไปแล้ว”
       อิทธิยิ่งเป็นห่วงมดดำ แก้วที่ฟังอยู่ก็อยากจะช่วย
       “เดี๋ยวให้ฉันจัดการต่อละกัน ฉันพอมีวิธีตามหาเขา”
       อิทธิมองแก้วก่อนหันไปคุยกับสหรัฐ
       “แค่นี้ก่อนนะครับคุณรัฐ คุณแก้วเขาพอมีวิธีอยู่ ได้เรื่องแล้วผมรีบโทรหา”
       แก้วชะลอรถจอดริมทาง อิทธิมองแก้วอย่างสงสัย
       “คุณเป็นเพื่อนของเขา ทำไมถึงช่วยเรา”
       “พงษ์เขากำลังทำผิดนะ ฉันไม่อยากให้เขาคิดผิดไปมากกว่านั้น อีกอย่างฉัน...”
       แก้วพูดไม่ออก อิทธิพอเดาใจได้ว่าแก้วเป็นห่วงพงษ์
      
       ภายในห้องพยาบาล สุทธิดากำโทรศัพท์ทั้งลุ้นทั้งห่วงว่าแผนทำลายมดดำจะสำเร็จมั้ย เธอมองดูโทรศัพท์ก็ไม่เห็นว่าพงษ์จะโทรกลับมาสักทีก็ยิ่งหงุดหงิด
       “มัวทำอะไรอยู่นะ ยังไปไม่ถึงคอนโดอีกรึไง!”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สุทธิดาเห็นเป็นชื่อพงษ์ก็ดีใจรีบรับสาย
       “ว่าไง จัดการมันรึยัง”
       พงษ์คุยโทรศัพท์อยู่ในรถที่จอดอยู่ในลานจอดรถคอนโด เขามองมดดำที่หมดสติอย่างสุขใจ
       “จุ๊ๆๆ...ไม่ต้องห่วง...ยังไงคนใช้ของคุณก็ไม่รอดพ้นมือผมไปได้อยู่แล้ว”
       สุทธิดายิ้มพอใจ
       “หวังว่าคงจะไม่โง่ทำพลาดนะ”
       “คุณก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าเรื่องแบบนี้ผมไม่เคยพลาดอยู่แล้ว ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก”
       สุทธิดาโมโห
       “ไอ้บ้า!”
       สุทธิดาวางสายด้วยความเจ็บใจที่พงษ์ตอกย้ำเรื่องชั่วๆที่ทำไว้กับเธอ สุทธิดายิ้มเยาะ
       “แกมีความสุขได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละพงษ์”
      
       หลังจากวางสายจากสุทธิดาแล้ว พงษ์เปิดประตูรถแล้วอ้อมไปฝั่งที่มดดำที่สลบอยู่มองมดดำอย่างพอใจ ในขณะกำลังจะอุ้มมดดำออกมาก็มีเสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ พงษ์ไม่สนใจจะอุ้มต่อแต่เสียงข้อความก็ดังไม่หยุดจนเขารำคาญ
       “อะไรกันนักหนาวะ!”
       พงษ์หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะปิด แต่เห็นเป็นข้อความจึงเปิดดูหน้าจอเป็นข้อความจากแก้ว
       “ทางคณะจับได้ว่าพงษ์โกงเงินไป 8 หมื่นและจะแจ้งตำรวจ”
       พงษ์ตกใจรีบโทรกลับหาแก้ว
       “มันเรื่องอะไรกัน!”
       แก้วคุยโทรศัพท์อยู่ในรถที่จอดอยู่ริมถนน
       “มีใบแจ้งเงินเป็นชื่อของเธอส่งเมล์ไปได้หรือรับรึยัง”
       “ใบแจ้งเงินบ้าอะไรกัน”
       พงษ์รีบกดโทรศัพท์เช็คดูเมล์แต่ไม่เห็นได้รับอะไร
       “ไม่เห็นมีอะไร”
       “งั้นเธอเปิด Location ในโทรศัพท์สิ ฉันจะส่งข้อมูลไปให้”
       แก้วรอสักพักแล้วกดดู Location
       “อยู่ที่คอนโดแล้วเหรอ”
       แก้วฟังแล้วยิ้มพอใจที่พงษ์ติดกับ หันมาบอกอิทธิ
       “รู้ตำแหน่งแล้ว”
       อิทธิดีใจ
       “คุณแก้วช่วยส่งแผนที่ไปให้คุณรัฐด้วยนะครับ ตอนนี้คุณรัฐน่าจะอยู่ใกล้ที่สุด”
       แก้วตกลงกดส่ง
      
       รถสหรัฐจอดอยู่ริมถนนรอรับความคืนหน้าที่หน้าจอมือถือปรากฏแผนที่ที่แก้วส่งมาให้ สหรัฐคุยมือถือกับแก้ว
       “ได้รับแล้ว อยู่ใกล้ๆนี่เอง อืม...ขอบใจนะ”
      
       สหรัฐวางสายแล้วรีบขับรถออกไปทันที

      
       สุทธิดากำลังคุยโทรศัพท์อยู่
      
       “ค่ะคุณตำรวจ เพื่อนหนูโทรมาขอความช่วยเหลือบอกว่าถูกเขาฉุดไปค่ะ เอ่อ...คุณตำรวจคะอีกเรื่องนึง คนที่ฉุดไปเป็นเอเย่นยาไอซ์ระวังด้วยนะคะมันมีปืนด้วย ค่ะ...”
       สุทธิดาวางสายอย่างสะใจ ที่แผนการทั้งหมดกำลังจะสำเร็จ
       “กว่าตำรวจจะไปถึงแก ก็ถูกปู้ยี่ปู้ยำเป็นเมียมันไปแล้ว นังมดดำ!”
      
       พงษ์วางมดดำลงบนเตียงนอนแล้วมองดูเรือนร่างหน้าตาของเธอ เขาแกะกระดุมเสื้อของตัวเองอย่างใจเย็น
       “คราวนี้ก็ไม่มีใครจะมาขวางความสุขเราได้อีกแล้ว”
       พงษ์ก้มลงเพื่อจะหอมซอกคอมดดำแต่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อน เขาหัวเสียมาก
       “อะไรกันอีกวะ!”
       เสียงเคาะประตูดังไม่หยุด เขาต้องลุกไป มดดำกำลังฟื้นรู้สึกตัวขึ้นมาแต่ยังคงมึนๆอยู่ มองไปรอบๆห้องก็มัวๆไม่คุ้นตา...พงษ์เดินมาเปิดประตูอย่างหัวเสียโดยไม่ได้ระวังตัว พอเปิดไปเจอสหรัฐก็ตกใจ
       “เฮ้ย!”
       “มดดำอยู่ไหน!”
       สหรัฐไม่รอคำตอบ ผลักพงษ์ออกแล้วรีบเข้าไปหามดดำข้างใน พงษ์ตามไปติดๆ สหรัฐเห็นมดดำฟื้นอยู่บนเตียงท่าทางอ่อนแรง เขาโมโหมากหันมาเอาเรื่องพงษ์
       “ไอ้พงษ์!”
       พงษ์ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงแล้วจึงท้าทาย
       “แล้วไง”
       สหรัฐต่อยสวนทันที พงษ์หงายหลังไม่เป็นท่า ก่อนจะลุกขึ้นมาได้เห็นเลือดกบปากตัวเองก็โมโห
       “แก!ไอ้สหรัฐ!”
       พงษ์พุ่งเข้าใส่อย่างบ้าเลือด ทั้งสองสู้ต่อยเตะกันชุลมุน มดดำฟื้นขึ้นมาเห็นสหรัฐกำลังมีเรื่องก็ตกใจ
       “คุณสหรัฐ!”
       สหรัฐหันมามองเสียสมาธิเลยถูกพงษ์ถีบล้ม พงษ์ขึ้นคล่อมบีบคอ สหรัฐหาจังหวะต่อยสวนได้แล้วลุกขึ้นยำใหญ่ใส่พงษ์ด้วยความโมโห พงษ์ทั้งเจ็บทั้งสะบักสะบอมวิ่งไปหยิบปืนที่หัวเตียงแล้วจ่อไปที่มดดำ สหรัฐอึ้ง! มดดำกรี๊ดตกใจ ทันใดนั้นเสียงตำรวจดังขึ้น
       “หยุดนะ!”
       ทั้งหมดหันไปมอง เห็นตำรวจสองสามคนกำลังเล็งปืนมา พงษ์ตกใจมาก!
      
       พงษ์ลากมดดำเป็นตัวประกัน อิทธิกับแก้ววิ่งเข้ามาเห็นตำรวจหลายนายกำลังจ่อปืนเข้าไปในห้องของพงษ์เหมือนมีเหตุการณ์ตึงเครียด
       “พงษ์!”
       “มดดำ!”
       สหรัฐกับตำรวจทุกนายกำลังค่อยๆถอย เล็งปืนเข้าไปอย่างระมัดระวัง แก้วตกใจ
       “พงษ์! เธอจะทำอะไรน่ะ!”
       พงษ์มองแก้วอย่างแค้นจัด
       “เธอเป็นคนพาตำรวจมาจับฉัน!”
       แก้วพูดอะไรไม่ออก พงษ์แค้นหน้ามืดไม่สนใจใครอีกแล้ว
      
       พงษ์จี้มดดำเป็นตัวประกันมาที่รถเพื่อจะหนีไป ทุกคนตามมาอย่างระแวดระวัง
       “ออกไปให้หมดเลยนะโว้ย! ขืนใครตามมาอีกกูยิงอีนี่แน่”
       มดดำทั้งหมดแรงทั้งเจ็บแผล สหรัฐกับอิทธิต่างก็เป็นห่วงแต่พงษ์ก็ทำอะไรได้ไม่ถนัดเพราะมีมดดำคอยเป็นตัวถ่วง ตำรวจพยายามกล่อม
       “ใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งวู่วาม มีอะไรค่อยๆคุยกัน”
       พงษ์ตวาด
       “กูบอกให้ออกไปให้หมดไง! ไป๊!”
       แก้วพยายามห้าม
       “พงษ์! เธอย่าทำแบบนี้เลยนะ ปล่อยมดดำไปเถอะ”
       พงษ์ไม่อยากคุยกับแก้ว มองอย่างแค้นใจที่พาตำรวจมา ทั้งตำรวจสหรัฐและอิทธิค่อยๆล้อมขยับเข้าใกล้พงษ์กับมดดำโดยพงษ์ไม่รู้ตัว มดดำสังเกตเห็นสหรัฐใกล้เข้ามา เขาส่งสัญญาณให้เธอเตรียมตัว มดดำพยักหน้า พอพงษ์เผลอสหรัฐเข้าชาร์ทแย่งปืนทันที มดดำได้จังหวะออกแรงดีดตัวหนี อิทธิรีบเข้าประคองปกป้องมดดำ ส่วนสหรัฐกับพงษ์ยื้อยุดกันอยู่จนในที่สุดสหรัฐก็เสียหลักล้มลง
       “มึง!ตาย!”
       พงษ์จ่อปืนจะเหนี่ยวไกยิงสหรัฐ ทุกคนตะลึง! ปัง! ตำรวจที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วยิงวิสามันพงษ์ทันที จนล้มลงจมกองเลือด
       “อ๊ายยย!”
       แก้วช็อคที่เห็นพงษ์ถูกยิงล้มลง รีบวิ่งเข้าไปหาร้องไห้ประคองเขาขึ้นมา ทุกคนมองแก้วฟูมฟายก็พากันสงสาร
       “พงษ์! พงษ์...เธออย่าเป็นอะไรไปนะ พงษ์ฟื้นสิ! ฮือๆๆ....”
       ก่อนพงษ์หมดลมหายใจเขามองแก้วอย่างเคียดแค้น ออกแรงเฮือกสุดท้ายผลักแก้วออกแล้วสิ้นใจทันที แก้วร้องไห้โฮ
      
       สุทธิดาเพิ่งแต่งตัวเสร็จโดยมีพยาบาลช่วยจัดแจงสำภาระ ชาติชายกับกัลยาเดินเข้ามา
       “คุณแม่”สุทธิดาดีใจ
       แล้วอารมณ์ของเธอก็สะดุด เศร้าลงเห็นได้ชัด กัลยากับชาติชายยิ้มเข้ามาหา
       “นี่...คุณแม่หายดีแล้วเหรอคะ” สุทธิดาฝืน
       “แม่แข็งแรงขึ้นเยอะแล้วจ๊ะ คุณหมอเลยอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้”
       ชาติชายยิ้มให้
      
       “พอดีได้กลับพร้อมกับลูกวันนี้เลย”


  


       “หนูรักคุณพ่อคุณแม่นะคะ”
      
       กัลยากับชาติชายงง ชาติชายหันมาบอก
       “มดดำถูกจับตัวไป”
       สุทธิดาไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร
       “ตอนนี้สหรัฐกับนายอิทธิกำลังไปช่วยอยู่ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”
       สุทธิดาคาดไม่ถึงว่าสหรัฐจะไปช่วยมดดำ เสียงโทรศัพท์ชาติชายดังขึ้น เขารีบรับสาย
       “ว่างรัฐ...เหรอ...ค่อยโล่งอกไปที”
       ชาติชายวางสาย กัลยากับสุทธิดารอรับฟังอย่างร้อนใจ
       “มดดำปลอดภัยแล้ว ส่วนคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญตายคาที่”
       สุทธิดาเจ็บใจที่มดดำยังปลอดภัย แต่ก็แอบสะใจที่พงษ์ตายๆไปซะได้
      
       ค่ำนั้น สหรัฐขับรถเข้ามาในบริเวณบ้านคุณหญิงวาปี ทุกคนนั่งรอมดดำกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ ดอมเห็นก็ดีใจ
       “พี่รัฐมาแล้ว”
       ทั้งสี่ลุกออกจากที่นั่งชะเง้อมอง สหรัฐ มดดำและอิทธิเดินเข้ามา ทุกคนนั่งลงที่โชฟา กัลยากุมมือมดดำไว้ด้วยความเป็นห่วง
       “โถ...เป็นไงบ้างมดดำ เจ็บตรงไหนรึป่าว”
       “หนูไม่เป็นอะไรมากค่ะ”
       คุณหญิงโล่งใจ
       “ยังโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมากค่อยโล่งใจหน่อย เออนี่มดดำ องค์อรติดสัมมนาที่ต่างจังหวัดเพิ่งโทรมาฝากบอกเป็นห่วงเธอเหมือนกันนะ”
       มดดำยิ้มรับขอบคุณ แต่ก็แปลกใจที่อยู่ๆองค์อรก็มาเป็นห่วง ชาติชายกับกัลยาก็แปลกใจ ชาติชายหันไปหาสหรัฐกับอิทธิ
       “รัฐ...นายอิท ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปช่วยมดดำ”
       อิทธิยิ้มแย้ม
       “ไม่เป็นไรครับ”
       มดดำนึกได้
       “ตั้งแต่ไปบ้านคุณสหรัฐ ฉันยังไม่ได้เจอแม่เลย ฉันห่วงแม่อยากเจอแม่ค่ะ”
       คุณหญิงกับดอมมองหน้ากันเครียดๆ
       “ส้มเขาขอลางานหลายวันน่ะ ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน”
       มดดำจ๋อยเพราะอยากเจอแม่ ดอมหันมาบอกมดดำ
       “มดดำ คืนนี้เธอก็นอนกับยายเหมือนเดิมนะ ฉันจะได้หมดห่วง”
       สหรัฐเห็นด้วย
       “ก็ดีเหมือนกัน เธอกับยายจะได้ดูแลกันด้วย”
       มดดำยิ้มรับ คุณหญิงก็พอใจ กัลยากับชาติชายมองหน้ากันแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคุณหญิง สุทธิดาที่ยืนหลบมุมออกไปไม่ไกลนัก แอบมองทุกคนที่คอยเอาใจมดดำ
       “ทีตอนฉันกลับมาไม่เห็นหัวใครเลยสักคน”
       สุทธิดาทั้งเจ็บใจทั้งน้อยใจ
      
       มดดำกำลังยืนมองพระจันทร์อยู่ตรงลานน้ำพุ สหรัฐเดินเข้ามาหา
       “เธอคิดอะไรอยู่เหรอ”
       “มีเรื่องหลายอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ ยิ่งช่วงหลังมานี้มีแต่เรื่องร้ายๆเกิดขึ้น”
       “เธออย่าเพิ่งคิดมากเลยนะมดดำ ตอนนี้เราผ่านมันมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว เดี๋ยวทุกอย่างก็จะกระจ่างตามเวลาที่เหมาะสมของมันเอง”
       มดดำยังไม่หายหดหู่ อีกมุมหนึ่งอิทธิเดินออกมาแล้วเห็นสหรัฐกับมดดำยืนคุยกันอยู่ เขายืนมองทั้งสอง
       “ฉันคิดถึงแม่”
       สหรัฐสงสารมดดำที่ยังไม่รู้อะไร
       “ไม่ว่าจะเป็นยังไง ฉันก็จะอยู่ข้างเธอเป็นกำลังใจให้เธอเสมอนะ”
       มดดำหันมายิ้มขอบคุณสหรัฐและมีกำลังใจมากขึ้น ทั้งสองยิ้มให้กัน อิทธิรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจ
       “ต่อให้พี่ทำดีกับเธอขนาดไหน พี่อิทคนนี้ก็ยังคงเป็นได้แค่พี่ชายของมดดำสินะ”
       อิทธิเดินหันหลังไปจากทั้งสองอย่างหมดหวัง ที่หน้าต่างห้อง สุทธิดายืนจ้องมองมดดำกับสหรัฐอยู่เธอกำมือแน่น
      
       อิทธิกำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน ได้ยืนเสียงชาติชายดังออกมาจากห้องนั่งเล่น
       “ผมกับกัลแปลกใจ ที่เห็นคุณแม่กับอรเปลี่ยนท่าทีกับมดดำ”
       อิทธิหยุดฟังทั้งสามคุยกัน คุณหญิงครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมด
       “ช่วงที่ชาติไปต่างจังหวัด กับช่วงที่ยัยกัลอยู่โรงพยาบาล มันเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นเยอะมาก จำเรื่องที่ชาติให้เลือดยัยดาไม่ได้ได้มั้ย”
       ชาติจำได้และคิดตามหนักใจ กัลยางงว่าเรื่องอะไร
       “แม่ลองเอาดีเอ็นเอของยัยดา ตาชาติและลูกกัลไปเช็ค ผลออกมาคือยัยดาไม่ใช่ลูกของเราทั้งสอง”
       กัลยาตกใจ
       “อะไรนะคะ!”
       ชาติชายถึงจะสงสัยมาได้สักพักแล้วก็อดใจหายไม่ได้ อิทธิที่แอบฟังอยู่ก็อึ้ง
       “แล้วลูกแท้ๆของผมกับกัล...”
       “อยู่ข้างนอกนู่นแน่ะ มดดำ”
       ทุกคนที่ได้ยินพากันอึ้ง กัลยากุมมือชาติชายดีใจ
       “ตอนนี้ยังไม่กล้าบอกมดดำกับยัยดาเพราะกลัวทั้งสองจะยังทำใจไม่ได้”
       อิทธิที่ยังตกใจไม่หาย หูอื้อไม่ได้ยินเสียงที่ทั้งสามคุยกันอีกต่อไปแล้ว เขาตัดสินใจเดินออกจากบ้านไป...สหรัฐกับมดดำกำลังจะเดินเข้าบ้านก็เจอกับอิทธิที่สวนมาพอดี อิทธิไม่รู้ว่าจะพูดอะไรด้วย มองหน้ามดดำกับสหรัฐทำตัวไม่ถูก
       “อ้าวพี่อิทธิ จะไปไหนเหรอจ๊ะ”
       “ผมจะกลับแล้ว”
       มดดำแปลกใจที่จู่ๆอิทธิก็เปลี่ยนสรรพนามที่คุยกัน
       “ทำไมพี่อิทพูดแปลกๆจังเลยจ๊ะ แล้วไม่ต้องพูดกับฉันเพราะขนาดนั้นก็ได้”
       อิทธิมองหน้าสหรัฐ เขารู้ทันทีว่าอิทธิรู้อะไรมา
       “ผมคงจะพูดแบบตีตัวเสมอพวกคุณไม่ได้หรอก”
       สหรัฐเตือน
       “นายอิท...”
       “ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณสหรัฐ ผมยังไม่พูดอะไรตอนนี้ ยังไงก็ฝากดูแลคุณมลฤดีด้วยนะครับ”
       อิทธิเดินหนีไปเลย มดดำงงมาก เริ่มใจเสีย
       “พี่อิท!”
      
       มดดำวิ่งไปดึงไว้


  


       “พี่อิทหยุดก่อน พี่อิทหมายความว่ายังไง ทำไมถึงเรียกฉันอย่างนั้น”
        
      
       อิทธินิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรอีก จนมดดำน้อยใจร้องไห้
       “พี่อิท...พี่อิทเป็นอะไร ทำไมทำเหมือนฉันเป็นคนอื่นอย่างนั้นล่ะ” มดดำเขย่าแขน “พี่อิทพูดสิ”
       อิทธิไม่มองมดดำ
       “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
       อิทธิแกะมือออกจากแขน มดดำยิ่งเสียใจ อิทธิจำต้องเดินจากไปอย่างเจ็บปวดที่ได้รู้ว่าสถานะของเขายิ่งไกลยิ่งห่างมดดำออกไปทุกที
      
       มดดำนอนอยู่ในห้องกับคุณหญิงวาปี เมื่อสำรวจความเรียบร้อยแล้วคุณหญิงก็ปิดไฟหัวเตียงและเอนตัวลงนอน
       มดดำนอนคิดมากและแอบร้องไห้เบาๆ แต่คุณหญิงรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ก็สงสาร ลุกขึ้นคุยด้วย
       “นอนหลับเถอะนะมดดำ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลย”
       “ฉันคิดถึงแม่...คิดถึงทุกคนที่บ้าน”
       คุณหญิงทั้งสงสารทั้งเห็นใจ ไม่รู้ว่าจะปลอบมดดำยังไง
       “ขยับเข้ามาใกล้ๆยา...” คุณหญิงจะหลุดคำว่ายายแล้วนึกได้ “เข้ามาใกล้ๆฉันหน่อยสิ”
       มดดำสงสัย ขยับเข้าไปนอนใกล้ๆคุณหญิง
       “นอนหลับซะนะเด็กน้อย”
       คุณหญิงค่อยๆลูบหัว กล่อมมดดำอย่างทะนุถนอมจนเธอหลับไป
      
       ห้องนอนสุทธิดาปิดไฟมืดมิด แต่เธอยังคงไม่หลับ นั่งกอดเข่าหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง นัยน์ตาเลื่อนลอยหมดหวัง ไม่มีกำลังใจและเหงา เธอมองไปที่หัวเตียงมองดูรูปครอบครัวที่เคยมีความสุขก็ร้องไห้ออกมา
      
       ร่างไร้วิญญาณของพงษ์ที่ถูกผ้าคลุมหน้านอนอยู่บนเตียงรถเข็น แพรวพราวมองดูศพหลานอย่างเสียใจปนความแค้นใจ
       “นังวาปี ครอบครัวของพวกแกทำลายชีวิตฉันมาตลอด คราวนี้ฉันจะแก้แค้นตระกูลพวกแกกลับไปบ้าง”
       แพรวพราวจับแขนศพของพงษ์ แล้วให้คำมั่นกับหลาน
       “พงษ์ อาจะแก้แค้นให้หลานเอง มันทั้งครอบครัวจะต้องได้รับความอับอายถึงที่สุด”
       แพรวพราวแค้นครอบครัวคุณหญิงวาปีมาก
      
       เช้าวันใหม่...คุณหญิงวาปีนั่งจิบน้ำชาดูข่าวสารต่างๆช่วงเช้าทางทีวีอย่างสบายใจ เมื่อมีโฆษณาก็หยิบรีโมทเปลี่ยนไปดูช่องรายการข่าวอื่นๆ ที่จอทีวีเห็นการรายงานข่าวคลิปหลุดไฮโซ
       “มาถึงข่าวสังคมไฮโซกันบ้างครับ เมื่อคืนที่ผ่านมานักเล่นเน็ตหลายคนคงได้เห็นกันไปแล้วกับคลิปฉาว ภาพเมาหลับนอนเปลือยอยู่บนเตียงของหลานสาวคุณหญิงตระกูล ดังเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ กับเพื่อนหนุ่มไฮโซที่เพิ่งถูกยิงตายไปเมื่อคืน”
       ในภาพข่าวถึงแม้จะมีการเซ็นเซอร์แล้ว คุณหญิงก็พอดูออกว่าคนในคลิปนั้นเป็นใคร
      
       กัลยากับชาติชาย ดูข่าวอยู่ในห้องนอนเห็นข่าวคลิปฉาวของสุทธิดาก็คิดหนัก กัลยาหันมาบอกสามี
       “เราลงไปปรึกษาคุณแม่ดีกว่าคะ”
       “ก็ดีเหมือนกัน”
       ชาติชายเห็นด้วย รีบลงไปหาคุณหญิงทันที
      
       หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เขียนพาดหัว “คลิปหลุดหลานสาวคุณหญิงไฮโซ” พร้อมกับลงภาพประกอบ แพรวพราวกำลังอ่านรายละเอียดของข่าวอย่างสะใจ ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ลง
       “คราวนี้แหละพวกแกได้อายกันทั้งตระกูลแน่ เผลอๆหลานรักของแกอาจจะอยากฆ่าตัวตายตามหลานฉันไปก็ได้”
       แพรวพราวยิ้ม ชอบใจเป็นที่สุด
      
       คุณหญิงวาปีนั่งคิดไม่ตกอยู่ตรงที่เดิม ชาติชายกับกัลยาเดินมานั่งลงข้างๆ
       “คุณแม่คะ ข่าวคลิปนั่น”
       คุณหญิงกับชาติชายมองหน้ากันคิดหนัก
       “ต้องเป็นฝีมือของแพรวพราวแน่” คุณหญิงครุ่นคิดมั่นใจ
       ชาติชายเครียด
       “คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคนที่ทำยัยดาท้อง จะเป็นหลานของแพรวพราว”
       กัลยาชะงักอึ้ง
       “ยัยดาท้อง! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ทำไมไม่เห็นมีใครบอกกัลเลย”
       กัลยาจ้องขอคำตอบ คุณหญิงถอนใจ ตัดสินใจเล่า
       “ยัยดาแอบไปทำแท้งจนตกเลือด ไม่มีใครกล้าบอกกัลเพราะกลัวจะกระทบจิตใจ แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วนะ”
       “กัลก็สงสัยอยู่ว่ายัยดาเป็นอะไรหนัก ถึงขนาดต้องให้เลือดและได้ตรวจดีเอ็นเอ”
       “ยัยแพรวพราวนี่แค้นเราไม่เคยเลิกเลยนะ จนลูกหลานตัวเองต้องตายแล้วก็ยังไม่หยุด”
       ชาติชายหนักใจ
       “เรื่องข่าวที่ออกมาเราจะทำยังไงดีครับคุณแม่”
       คุณหญิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจ
      
       “บ่ายโมงวันนี้ช่วยจัดโต๊ะแถลงข่าวให้แม่ด้วย เราคงต้องกู้ชื่อกลับมา”
ตอนที่ 22
      
       งานแถลงข่าว ในบริษัทคุณหญิงวาปี นักข่าวที่ถูกเชิญมายืนออกันอยู่ตรงทางเข้า
      
       “นี่ มีใครรู้รึยังว่าเขาจะแถลงข่าวเรื่องอะไร” นักข่าวสงสัย
       “จะเรื่องอะไรอีกเล่า ก็ไอ้เรื่องคลิปหลุดของหลานสาวคุณหญิงวาปีไง”อีกคนเล่า
       พนักงานต้อนรับเดินยิ้มแย้มเข้ามาหา
       “ขอเชิญทุกท่านที่ห้องแถลงได้เลยนะคะ”
       นักข่าวพากันตามไปทันที
      
       มุมหนึ่งใกล้โต๊ะแถลงข่าว กัลยาช่วยขยับเนคไทให้กับชาติชาย
       “ตั้งแต่เช้าแล้วลูกดาไม่ยอมออกมาเจอหน้าใครเลยค่ะ กัลเป็นห่วง”
       ชาติชายเครียด
       “แกยังคงทำใจไม่ได้ ยังไงก็ให้เวลาแกสักหน่อยนะคุณ หลังงานแถลงข่าวเสร็จ เราค่อยกลับไป อธิ อธิบายให้ลูกเข้าใจ ผมเชื่อว่าลูกดาจะต้องยอมรับได้”
       กัลยาเบาใจขึ้น
       “เดี๋ยวกัลขอตัวไปดูมดดำก่อนนะคะ”
       ชาติชายยิ้มให้กำลังใจ
      
       กัลยาเปิดประตูห้องเขามา เห็นองค์อรอยู่กับมดดำ
       “ทำไมฉันต้องแต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วยคะคุณกัล”
       มดดำถามอย่างไม่เข้าใจ กัลยาไม่ตอบอะไร มองหน้ากับองค์อรมีความสุข
       “เดี๋ยวอีกสักครู่เธอก็จะรู้เองแหละจ๊ะ เราลงไปกันเถอะ ได้เวลาแล้ว”
       “ไปกันเถอะจ๊ะ ได้เวลาแล้ว”
       ทั้งสามพากันออกไป
      
       บริเวณที่แถลงข่าว นักข่าวมานั่งรอกันอยู่เต็มแล้ว คุณหญิงวาปีกับชาติชายเดินมานั่งที่โต๊ะแถลงข่าว คุณหญิงมองหาสุทธิดา
       “ตั้งแต่เช้าแล้วแม่ยังไม่เห็นยัยดาเลย”
       ชาติชายคิดหนัก
       “ลูกดาเก็บตัวอยู่แต่ในห้องครับ ไม่ยอมออกมาเจอหน้าใครเลย”
       ทั้งสองถอนใจเครียด กัลยา มดดำ องค์อรเดินเข้ามาหาดอมที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะแถลงข่าวมากนัก
       “มดดำ หนูรออยู่ที่นี่ก่อนนะจ๊ะ”
       มดดำงง
       “ค่ะ...”
       กัลยาเข้าไปนั่งที่โต๊ะแถลงข่าว องค์อรยืนอยู่เป็นเพื่อน มดดำมองหาสหรัฐ
      
       สหรัฐขับรถเข้ามาในลานจอดรถหน้าบริษัท แล้วเปิดประตูออกมาพร้อมกับกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
       “เขาเริ่มแถลงข่าวกันรึยังดอม...โอเค...พี่กำลังขึ้นไป”
       สหรัฐรีบขึ้นไปในห้องแถลงข่าว
      
       การแถลงข่าวเริ่มขึ้น คุณหญิงวาปีกล่าวนำ
       “ที่ดิฉันต้องเปิดทำการแถลงข่าววันนี้ หลายท่านคงจะทราบดีแล้วว่าเป็นเพราะเหตุอะไร”
       สหรัฐเพิ่งเดินเข้ามา ดอมเห็นก็ส่งเสียงเรียก
       “พี่รัฐ ทางนี้ครับ...”
       สหรัฐเดินเข้ามาหาพวกดอม ยิ้มให้มดดำ คุณหญิงกล่าวต่อไป
       “ท่านทั้งหลายคงได้เห็นข่าวและคลิปที่ถูกเผยตลอดคืนที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสุทธิดาหลานสาวและกระทบถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของดิฉัน ทางเราจึงจำเป็นจริงๆที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลที่ยังไม่มีใครรู้มาก่อน”
       เจ้าหน้าที่เดินแจกสำเนาเอกสารให้นักข่าว ชาติชายโชว์หลักฐานเอกสารการตรวจดีเอ็นเอให้นักข่าวดู
       “ทางเราเสียใจจริงๆที่จะบอกว่าสุทธิดาที่เราเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด จริงๆแล้วไม่ได้มีสายเลือดของวรรัตนาลัย”
       ทุกคนฮือฮา มดดำอึ้ง ชาติชายเสริม
       “เราไม่ได้จะปฏิเสธหนูสุทธิดาที่มีข่าวฉาว เรายังรักสุทธิดาเหมือนเดิม และอยากจะให้ทุกท่านเห็นใจหนูดาที่ถูกผู้ไม่หวังดีกับตระกูลของเรากลั่นแกล้ง”
       นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น
       “แล้วหลานสาวที่แท้จริงของคุณหญิงคือใครคะ อยู่ที่ไหน”
       กัลยาเป็นคนตอบ
       “เราเพิ่งสืบทราบมาว่าลูกสาวที่แท้จริงของเรา ถูกอดีตคนใช้แอบสลับตัวไปตั้งแต่เกิด เราเลี้ยงดูสุทธิดามาด้วยความรัก จนวันหนึ่งแม่ที่แท้จริงของสุทธิดาก็กลับมาปรากฏตัว เพื่อหวังแก้แค้นเรา แต่เธอก็ได้พาลูกสาวที่แท้จริงของเรากลับมาด้วย”
       คุณหญิง ชาติชาย กัลยามองไปที่มดดำที่ยืนสับสนอยู่
       “และหลานสาวที่แท้จริงของดิฉันก็ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วค่ะ หนูมลฤดี วรรัตนาลัย”
       มดดำอึ้งคิดไม่ถึง ช่างภาพบางส่วนพากันหันกล้องมาถ่ายมดดำ
       “และดิฉันขอถือโอกาสนี้ประกาศแจ้งจับ อดีตคนใช้ที่ชื่อส้มที่กำลังหลบหนีอยู่”
       คุณหญิงโชว์รูปส้ม
       “ในข้อหาลักพาตัวหลานสาว และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”
       มดดำตกใจมากที่คุณหญิงประกาศจับส้ม และเธอยังรับความจริงไม่ได้ จึงวิ่งหนีออกไป สหรัฐตกใจ รีบตามไป กัลยากับชาติชายมองตามเป็นห่วง
      
       ชาติชายประคองกัลยาที่กังวล ห่วงมดดำกลับมาที่บ้าน และพานั่งลงที่โซฟารับแขก คุณหญิงวาปีกับองค์อรอยู่ด้วย
       “สหรัฐไปตามลูกเราแล้ว เดี๋ยวก็คงพากันกลับมา คุณไม่ต้องห่วงนะ” ชาติชายปลอบภรรยา
       “กัลห่วงมดดำค่ะ กลัวจะยังรับไม่ได้แล้วเตลิดหายไปเลย”
       สุทธิดาเดินเข้ามามองหน้าทุกคน
       “แล้วคุณแม่ไม่ห่วงหนูบ้างเหรอคะ”
       คุณหญิงหันไปเรียก
       “ยัยดา เข้ามานั่งก่อนสิ”
       “ไม่ค่ะ”
       ชาติชายหันไปบอก
       “ทำไมลูกคิดอย่างนั้นล่ะลูก พ่อกับแม่ยังรักลูกเหมือนเดิมนะ”
      
       สุทธิดาจ้องหน้า


  


       “ทั้งที่หนูไม่มีสายเลือดของคุณยายงั้นเหรอคะ”
      
       กัลยามองสุทธิดาอย่างเป็นห่วง
       “เราเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เกิด ถนอมลูกมาด้วยความรัก ไม่มีทางที่เรื่องแค่นี้จะทำให้พ่อกับแม่เลิกรักลูกได้หรอกนะ”
       สุทธิดาเริ่มใจอ่อน คุณหญิงปลอบ
       “สุทธิดาหลานยาย ความรักเกิดขึ้นจากความผูกพันนะลูก ถามใจของหนูดูสิว่ารักพ่อกับแม่สองคนนี้รึป่าว”
       สุทธิดาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่แววตารับรู้ได้ว่ารักชาติชายกับกัลยา เธอเดินไปหาพ่อแม่แล้วนั่งลงกอดทั้งสอง คุณหญิงพูดอย่างจริงใจ
       “หลานไม่ต้องห่วงหรอกนะ หลานจะยังคงเป็นสุทธิดา วรรัตนาลัยของครอบครัวเราเหมือนเดิม”
       ทุกคนยิ้มมีความสุข แต่องค์อรกลับรู้สึกยังยอมรับไม่ได้
      
       คุณหญิงวาปีกับองค์อรเดินเข้ามาในห้อง
       “คุณแม่คิดดีแล้วเหรอคะ”
       “เรื่องอะไร”
       “ก็เรื่องที่จะยังให้สุทธิดา คงสถานะวรรัตนาลัยของเรา คุณแม่ไม่กลัวเหรอคะว่าส้มมันจะแว้งกลับมาร่วมมือกับยัยดาทำอะไรอีก”
       “ให้มันกล้ากลับมาเถอะจะได้จับมันเข้าคุกซะเลย ส่วนเรื่องของยัยดาเธอไม่ต้องห่วง ยัยดาน่ะหัวอ่อน ที่ผ่านมาก็แค่ถูกเสี้ยมในทางที่ผิด เราค่อยๆปรับนิสัยให้โอกาสเขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แม่เชื่อว่าตาชาติกับยัยกัลจะทำให้สุทธิดากลับมาเป็นเด็กดีเหมือนเดิมได้”
       องค์อรเข้าใจที่คุณหญิงอธิบาย และเริ่มยอมรับความจริง
       “ค่ะคุณแม่”
      
       มดดำนั่งร้องไห้อยู่ตรงบริเวณหน้าบ้าน เฉลิมเดินเข้ามาหาอย่างเห็นใจ
       “มดดำ ทำไมแม่เอ็ง เอ๊ย...อีส้มมันถึงได้เลวแบบนี้ เอ็งทำใจยอมรับความจริงซะเถอะวะ ชีวิตเอ็งที่นี่มันก็เหมือนกับละครที่จบไปแล้ว เอ็งต้องกลับไปอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงของเอ็ง”
       “แต่ฉันรักที่นี่ รักแม่แล้วก็ลุง”
       เฉลิมเศร้า
       “ลุงดีใจนะที่เอ็งยังไม่ลืมลุง ยังรักลุงกับแม่ ถึงนังส้มมันจะร้ายกับเอ็งมาตลอด แต่ความดีของมันก็ยังมีอยู่ ว่ามันไม่ฆ่าเอ็งทิ้งซะตั้งแต่เด็ก”
       “ถึงยังไงฉันก็รักแม่ของฉันจ๊ะ”
       “คิดอีกทีลุงก็เศร้าใจเหลือเกิน ที่ได้รู้ว่าเอ็งไม่ใช่หลานแท้ๆของลุง”
       “อย่าพูดอย่างนี้สิจ๊ะ ยังไงซะฉันก็รักลุง ลุงมีพระคุณกับฉัน ฉันจะอยู่กับลุงไม่ไปไหนอีกแล้ว”
       มดดำกอดลุง เฉลิมลูบหัวหลานสาวด้วยความรัก สหรัฐเดินเข้ามาอีกทาง มองดูมดดำกับเฉลิมแล้วสงสารคนทั้งสอง
      
       มดดำกับสหรัฐออกมายืนคุยกันตรงบริเวณหน้าบ้านเฉลิม
       “ทุกคนที่บ้านกำลังเป็นห่วงเธออยู่นะมดดำ”
       “บ้านของฉันอยู่ที่นี่”
       “แต่ที่นั่นก็เป็นบ้านของเธอแล้วนะ น้ากัลก็เป็นห่วงเธอมาก”
       มดดำเศร้ารู้สึกเป็นห่วงกัลยา
       “แต่ฉัน...ฉันเป็นห่วงแม่”
       “ฉันเข้าใจที่เธอเป็นห่วงแม่ของเธอ แต่ถึงจะเป็นห่วงแค่ไหนเขาก็คงไม่ออกมาให้ใครพบ กลับไปดูแลแม่อีกคนของเธอเถอะนะ แม่กัลยาผู้ที่ให้กำเนิดเธอ”
       มดดำคิดหนักเป็นห่วงแม่ทั้งสอง เฉลิมเดินเข้ามา
       “มดดำ เอ็งกลับไปดูแลแม่ที่แท้จริงของเอ็งก่อนเถอะ ส่วนทางนี้ไม่ต้องห่วง ถ้านังส้มมันกลับมา ข้าจะรีบบอกเอ็งคนแรก”
       สหรัฐมองมดดำหวังว่าเธอจะกลับไปด้วย
      
       เฉลิมมองออกไปตามทางที่มดดำกับสหรัฐเดินกลับไป อิทธิที่แอบอยู่นานแล้วตัดสินใจเดินออกมาหา เฉลิมถามอย่างไม่เข้าใจ
       “มดดำมันมา แต่ทำไมเอ็งถึงต้องหลบหน้ามันด้วยวะ”
       “ฉันกับเขาไม่คู่ควรที่จะคบกันแล้วล่ะจ๊ะลุง”
       “ไม่คู่ควรแม้แต่เป็นคนรู้จักที่คบกันอย่างพี่น้องที่ดีต่อกันเลยเหรอวะ ถ้ามดดำมันได้ยินที่เอ็งพูดมันจะเสียใจแค่ไหน”
       อิทธิคิดตามคำพูดเฉลิมแล้วเครียด
       “ตอนนี้มดดำต้องการเจอน้าส้ม ฉันจะออกสืบหาให้เองจ๊ะ”
       “เอ็งนี่...รักมดดำมันเหลือเกินนะ ยังไงก็ฝากเรื่องนังส้มด้วยละกัน ถ้ามดดำมันได้รู้ข่าวแม่มันบ้างก็คงดีใจ”
       อิทธิมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง
      
       ข่าวรายงานการแถลงข่าวของครอบครัวคุณหญิงวาปีเพิ่งจบลง แพรวพราวกดปิดทีวีด้วยความแค้นใจ
       “มันจะโชคดีอะไรกันนักกันหนา! นังเด็กใจแตกนั่นไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆของมัน แถมยังได้เจอหลานตัวจริงอีก”
       แพรวพราวเกิดความริษยาในใจไม่จบสิ้น
       “ลูกของนังส้มเรอะ หึ!ดีล่ะ...ให้ลูกของพวกมันฆ่ากันเองซะเลย”
       แพรวพราวยิ้มอย่างมีแผนอีก
      
       อิทธิเดินเลือกซื้อสินค้าที่ตู้เครื่องดื่มของมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง แล้วหันไปมองเห็นลูกค้าคู่รักกำลังช่วยกันเลือกแอร์วิค เฟรชอยู่ ดูทั้งสองรักกันดี
       “นี่ไงแอร์วิค เฟรช น้ำหอมปรับอากาศ มีแบบออโต้สเปรย์ด้วยอ่ะ ตั้งเวลาฉีดได้ด้วย อยากได้ไปติดในห้องนั่งเล่นน่ะ จะได้หอมสดชื่นตลอด”
      
       ลูกค้าชายเห็นด้วย


   


       “อืม...ดีเหมือนกันนะ เดี๋ยวซื้อไปสองอันละกัน เอากลิ่นเฟรชวอเตอร์ละกันถ้าคุณได้กกลิ่นนี้คุณจะได้คิดถึงผมไง แล้วเอากลิ่นนี้ด้วย...ผมจะได้คิดถึงคุณ”
        
      
       ลูกค้าหญิงเขิน
       “แหม...หวานตลอด”
       ทั้งสองดูมีความสุขมาก อิทธิเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ และพาให้คิดถึงมดดำ
       “ถ้าพี่มีวันแบบนี้กับมดดำบ้างก็ดีสินนะ”
       อิทธิเดินออกมาจากร้านมินิมาร์ท เห็นรถเข็นขายผลไม้เลยเข้าไปซื้อ
       “แตงโมชิ้นนึงจ๊ะ”
       แม่ค้าที่เพิ่งปาดมะม่วงเสร็จส่งให้ลูกค้าผู้หญิงแล้วรับเงิน อิทธิจำผู้หญิงคนนี้ได้
       “พี่ครับ”
       ลูกค้าสาวมองอิทธิงงๆ
       “พี่เป็นพนักงานสปาที่น้าส้มเคยทำงานอยู่ใช่มั้ยครับ”
       “อืม...ทำไมเหรอ”
       “เปล่าครับ ผมจะถามว่าพี่เจอน้าส้มบ้างรึป่าวครับ”
       ลูกค้าสาวส่ายหน้า
       “แล้วบ้านเพื่อนหรือคนรู้จักแกล่ะครับ”
       “โอ๊ย! มันมีใครคบซะที่ไหนกัน”
       ว่าแล้วลูกค้าสาวก็เดินหนีไป ก่อนอิทธิจะหมดหวังพลันก็มองไปเห็นชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้า สายตาเขามองไปที่ศักดิ์ที่อยู่ห่างออกไป
       “ใช่คนที่อยู่ในรูปที่เจอในห้องน้าส้มรึเปล่านะ”
       แม่ค้ายื่นถุงแตงโมให้ อิทธิจ่ายเงิน แล้วรีบตามศักดิ์ที่เดินออกไปไกลแล้ว
      
       ศักดิ์เดินมาตามทาง มีผู้คนเดินสวนไปมาเยอะแยะ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างมากนัก อิทธิเร่งรีบตามมามองหาศักดิ์ที่แทบจะลับตาแล้วสายตาเขาเห็นศักดิ์อยู่ไวๆกำลังเดินเลี้ยวไปอีกทาง...ศักดิ์เลี้ยวมาในซอยเล็กๆที่มีคนเดินสวนไปมาพอบังสายตา แล้วเลี้ยวเข้าไปอีกซอยหนึ่ง อิทธิรีบตามมามองหารอบทิศ แต่ศักดิ์ก็คลาดสายตาไปแล้ว
       “หายไปไหนแล้ว”
       อิทธิเสียดายที่ไม่ได้ตามตัวศักดิ์จนเจอ
      
       เย็นนั้น สุทธิดาเดินออกมาจากในบ้านก็เจอกับเนื่องและมาลัย...มาลัยมองดูสุทธิดาด้วยแววตาเห็นใจและสงสาร จนสุทธิดาแปลกใจถามขึ้น
       “เป็นอะไร”
       มาลัยอยากจะปลอบสุทธิดาแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
       “คุณดาคะ คุณดาอย่าคิดมากเลยนะคะเรื่อง...”
       “เรื่องอะไร”
       เนื่องสังเกตเห็นว่าสุทธิดาคงยังไม่รู้เรื่องคลิป
       “ก็เรื่องคลิปหลุดของ...”
       เนื่องอุดปากมาลัยทันที มาลัยเหวอ
       “ไม่มีอะไรหรอกคะคุณดา มาลัยมันเพ้อเจ้อไปเรื่อย”
       เนื่องส่งสายตาดุใส่มาลัย ทั้งสองรีบพากันเลี่ยงออกไป
       สุทธิดามองตามสงสัยในท่าทีแปลกๆของทั้งสอง
      
       ศักดิ์เดินเข้ามาบริเวณริมรั้วบ้านคุณหญิงวาปี พร้อมกับดูใบแผนที่ๆจดใส่กระดาษใบเล็กมาเพื่อให้แน่ใจ เขามองผ่านรั้วเข้าไปข้างในเห็นสุทธิดาเดินออกมาที่บริเวณน้ำพุก็ดีใจ
       “ลูกของพ่อ”
       ศักดิ์แอบชะเง้อมองดูสุทธิดาอย่างมีความสุข สักครู่เขาเห็นเหวงเดินถือหนังสือพิมพ์หลายฉบับออกมาผ่านสุทธิดา ศักดิ์รีบขยับตัวหลบ...เหวงเจอสุทธิดาก็ทำทีมีพิรุธจนสุทธิดาผิดสังเกต
       “จะไปไหน”
       “คือ...” เหวงพยายามเอาหนังสือพิมพ์หลบ “ปะป่าวครับ”
       “แล้ว...นั่นอะไรกัน”
       สุทธิดาจะเอาหนังสือพิมพ์มาดู เหวงรีบดึงหลบ
       “ผมกำลังจะเอามันออกไปทิ้งครับ ไม่มีอะไรครับคุณหนูดา”
       สุทธิดาสงสัยเข้าแย่งหนังสือพิมพ์มากางดู เห็นหน้าหนังสือพิมพ์ที่ลงข่างคลิปฉาวของเธอ สุทธิดาตกใจ แย่งฉบับอื่นๆมารีบเปิดดูอีก
       “อ๊ายยย!!”
       สุทธิดาทิ้งหนังสือพิมพ์วิ่งหนีเข้าบ้านไปเลย เหวงหน้าเสีย
       “คุณดาครับ! คุณหนูดา!...โธ่! ซวยแล้วกู”
      
       เหวงเปิดประตูรั้วหอบหนังสือพิมพ์เดินเซ็งออกมา แล้วยัดหนังสือพิมพ์ลงถังขยะหน้าบ้าน ศักดิ์แอบมองดูจนเหวงเดินเข้าบ้านลับตาไป ก็รีบเข้าไปค้นถังขยะเอาหนังสือพิมพ์ออกมาดู ศักดิ์ตกใจกับข่าวที่เห็น
       “ลูกดา!!”
       ศักดิ์ขยำหนังสือพิมพ์ด้วยความโกรธแค้น
      
       สุทธิดาเปิดดูคลิปของตัวเองที่ถูกปล่อยอยู่ในอินเตอร์เน็ตผ่านไอแพด และช็อคมากกับภาพคลิปที่เห็น เธอทั้งโกรธทั้งโมโหที่คนในบ้านไม่ยอมบอกอะไรเลย สุทธิดาถือไอแพดเดินออกจากห้องไปเอาเรื่องทุกคนทันที...ชาติชายนั่งตรวจเอกสารงานอยู่ที่โต๊ะ สุทธิดาพรวดเข้ามาจ้องหน้าเขม็ง ชาติชายยิ้ม
       “อ้าวยัยดา มีอะไรเหรอลูก”
       สุทธิดาโชว์ไอแพด
       “นี่มันอะไรกันคะคุณพ่อ”
       กัลยาเดินเข้ามาในห้องทำงานเห็นสุดธิดากำลังหัวเสีย ชาติชายรู้ว่าสุทธิดาหมายถึงอะไร
       “ทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับดา จะรอให้ดาออกไปรู้และอับอายจากที่อื่นก่อนใช่มั้ยคะ”
       กัลยารีบเข้ามาบอก
       “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะลูก พ่อแม่เป็นห่วงความรู้สึกของดา”
       “นึกว่าแถลงข่าวเปิดตัวลูกสาวอย่างเดียว ที่แท้ก็ประจานหนูด้วย”
       ชาติชายหน้าเสีย
       “ดาเข้าใจผิดแล้วนะลูก”
       “ไม่เข้าใจผิดหรอกค่ะ ขนาดคนใช้ในบ้านยังมองดูถูกดา”
       สุทธิดาเดินหนีออกไปเลย
       “เดี๋ยวก่อนลูกดา!”
      
       กัลยารีบตามออกไป

      
       สุทธิดาหนีมาที่ทางออกพบกับมดดำกับสหรัฐที่เพิ่งกลับมาพอดี กัลยาที่ตามออกมาเห็นมดดำก็ดีใจ
      
       “มดดำกลับมาแล้วเหรอลูก”
       มดดำยิ้มรับแต่ก็ยังทำตัวไม่ถูก สุทธิดาเข้าไปตบมดดำทันที สหรัฐตกใจ
       “อะไรกัน ดา!”
       สุทธิดาโกรธมดดำมาก
       “แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน แกแย่งเอาพ่อแม่ฉันไป! เอาครอบครัวฉันไป ที่ดาเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะมันเหรอ จะไม่ให้โทษมันได้ยังไง! แกกับแม่แก โผล่มาทำไม”
       “ดา! หยุดได้แล้ว!”
       ชาติชายที่เพิ่งตามออกมาตวาด สุทธิดาอึ้งเพราะไม่เคยโดนชาติชายดุ เธอร้องไห้ออกมา ทันใดนั้นเสียงคุณหญิงวาปีดังขึ้น
       “ทุกคนพอได้แล้ว...ดา...เดี๋ยวไปหายายข้างบนหน่อยนะ มดดำด้วย”
      
       คุณหญิงวาปีนั่งลงที่เตียงนอน มดดำกับสุทธิดานั่งลงกับพื้น
       “ยัยดา ที่ยายเคยสอนไปเธอจำไม่ได้แล้วเหรอ เธอลองมองดูให้ชัดสิ คิดดูให้ละเอียดว่าจริงๆแล้วมดดำเคยทำร้ายเธอก่อนสักครั้งมั้ย”
       สุทธิดานิ่ง
       “แล้วอะไรที่ทำร้ายตัวเธอเองล่ะ” คุณหญิงหันไปหามดดำ “มดดำ...เวลาที่ดาเขาทำร้ายเธอ เธอเคยโกรธมั้ย”
       “ก็มีโกรธบ้างบางครั้งค่ะ แต่ไม่เคยเก็บเอามาแค้น”
       “เพราะอะไร”
       “มดดำรู้ว่าคุณดา ทำไปเพราะโกรธ และไม่พอใจ ไม่ได้ร้ายโดยนิสัย อีกอย่างถ้าเราแค้นใคร ตัวเราก็จะเป็นทุกข์เหมือนเอาไฟเผาใจตัวเองโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนรับรู้ด้วย มันไม่มีความสุข”
       คุณหญิงยิ้มชื่นชมมดดำ ก่อนจะหันไปบอกสุทธิดา
       “ลองเปลี่ยนความคิดซะใหม่นะลูก ทุกคนที่นี่ยังรักหวังดีและไม่มีใครคิดร้ายกับดา ใช่มั้ยมดดำ”
       มดดำยิ้ม
       “ค่ะ...” มดดำหันไปหาสุทธิดา “ที่ผ่านมาให้มันแล้วไป ฉันไม่เคยโกรธแค้นคุณดาเลยจริงๆ”
       สุทธิดารู้สึกถึงความจริงใจจากมดดำ เธอมองมดดำนิ่งๆ คุณหญิงสบายใจ
      
       ค่ำนั้น สุทธิดากลับเข้ามาในห้องนอน นั่งครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเหมือนกำลังจะทำใจได้ แต่พอมองที่เครื่องไอแพดที่วางอยู่บนเตียงก็ทำให้ยิ่งเจ็บใจ ทำใจได้ยาก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ เธอกดรับสาย
       “หนูดาเหรอ นี่อาแพรวเองนะ”
       สุทธิดาแปลกใจที่จู่ๆแพรวพราวก็โทรมาหา เธอไม่พอใจพยายามเก็บอาการ
       “มีธุระอะไรเหรอคะ”
       “ตอนนี้คงรู้แล้วใช่มั้ย ว่าตัวเองไม่ได้เป็นลูกหลานของคนบ้านนั้น”
       “รู้แล้ว...แต่ทุกคนก็ยังรักหนูอยู่”
       “หึ...จะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะรักไปตลอด เขาได้ลูกที่แท้จริงกลับมาแล้ว แถมยังน่ารักซะด้วย”
       สุทธิดาเริ่มไม่แน่ใจ
       “ไม่ต้องมายุหรอกค่ะ ฉันเลิกเคียดแค้นแล้ว”
       “เลิกแค้นเพราะไม่มีโอกาสได้แก้แค้น หรือถูกเขาหลอกให้เลิกแค้นกันแน่”
       “แล้วอาแพรวล่ะคะ มีโอกาสได้แก้แค้นพวกตำรวจที่ยิงหลานเลวๆของอาแพรวตายวันก่อนรึยังคะ”
       แพรวพราวโกรธขบกรามแน่น พยายามข่มใจทำเสียงปกติ
       “อาเห็นใจหนูดานะที่ต้องพลาดท่าเป็นเมียพงษ์ แต่ต้นเหตุก็มาจากเด็กที่ชื่อมดดำนั่น ตาพงษ์ตายเพราะนังเด็กนั่นเหมือนกัน ถ้าจะแก้แค้นก็ต้องแก้แค้นที่มัน ใครมันทำลายชีวิตเรา...มันคนนั้นก็ต้องได้ชดใช้สิ ถูกมั้ย”
       สุทธิดาคิดตาม มองไปที่ไอแพดด้วยความไม่พอใจแล้วคิดได้
       “ค่ะ ใครที่มันทำกับเราไว้ มันก็ต้องได้ชดใช้”
       แพรวพราวยิ้มพอใจ
       “งั้นวันพรุ่งนี้มาหาอาที่บ้านอาหน่อยนะ อามีวิธีกำจัดนังเด็กนั่น”
       “ได้ค่ะ...”
       แพรวพราววางสายแล้วยิ้มร้ายพอใจที่สุทธิดาติดกับ...สุทธิดารู้สึกยินดีที่จะได้กำจัดแพรวพราว
      
       วันใหม่...แพรวพราวนั่งรอใครบางคนอยู่ที่ห้องรับแขก สักพักมีชายสองคนเดินเข้ามายืนตรงหน้า แพรวพราวยิ้มพอใจ
       “มาแล้วเหรอ”
       ศักดิ์ก้มหน้าก้มตาเพราะจำแพรวพราวได้ ตู่แนะนำ
       “นี่คุณแพรว...ส่วนนี่คือไอ้ศักดิ์ครับ เพิ่งออกจากคุก เป็นมือดีไว้ใจได้ ผมเลยเรียกมาช่วย”
       แพรวพราวมองดูหน่วยก้านศักดิ์ ทำหน้าเหมือนคุ้นหน้า แต่นึกไม่ออก
       “ฉันเคยเจอแกที่ไหนมาก่อนรึป่าว”
       ศักดิ์ทำทีปฏิเสธ ไม่เคยเจอ
       “ช่างเถอะ ฉันอยากให้พวกแกช่วยกำจัดเด็กผู้หญิงสองคน มันเป็นลูกสาวของคนที่ฉันเกลียด”
       ศักดิ์หนักใจ มองหน้าตู่ก่อนหันไปคุยกับแพรวพราว
       “ตอนแรกไอ้ตู่มันบอกผมว่าจะพามาสมัครงาน ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปทำร้ายใคร คุณนายเรียกใช้คนอื่นเถอะครับ”
       ตู่รีบขัด
       “เฮ้ย! มึงตกงานอยู่ไม่ใช่เหรอ มาก็อย่าให้เสียเที่ยวสิวะ”
      
       ศักดิ์ลังเล แพรวพราวแค้นๆ


  


       “เด็กสาวหนึ่งในสองคนนั้นมันเป็นคนล่อให้หลานฉันไปถูกยิงตายเพราะมันแค้นที่หลานฉันวางยาปล้ำมันแล้วถ่ายคลิปไว้”
      
       ศักดิ์เอะใจว่าที่แพรวพราวเล่าจะเป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องของสุทธิดาหรือเปล่า เขาจึงหลอกถาม
       “งั้นคลิปที่เป็นข่าวนั่น”
       “ใช่!ฉันเป็นคนปล่อยคลิปของนังเด็กสุทธิดานั่นเอง”
       ศักดิ์โกรธมากที่รู้ว่าเป็นฝีมือแพรวพราว
       “แล้วฉันก็จะยุให้มันฆ่าพี่น้องของมันเองด้วย”
       ศักดิ์เก็บความแค้นไว้ในใจ
      
       รถสุทธิดาเข้ามาจอดในบริเวณบ้านแพรวพราว เธอเปิดประตูรถออกมาแล้วยืนมองเข้าไปในบ้าน
       “แกเป็นคนปล่อยคลิปให้ฉันอับอาย คนที่ทำลายชีวิตฉันก็คือแก”
       มือสุทธิดากุมกระเป๋าสะพายแน่น
      
       สุทธิดาเดินผ่านประตูเข้ามา เห็นศักดิ์กับตู่ที่ยืนหันหลังอยู่ก็ไม่กล้าวู่วาม แพรวพราวบอกทั้งสอง
       “มานั่นแล้วไง”
       ศักดิ์หันไปมองเห็นสุทธิดาซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆของตัวเองยืนอยู่ตรงหน้าก็ดีใจมาก สุทธิดาแปลกใจที่เห็นศักดิ์มองแปลกๆ ศักดิ์พึมพำเบาๆ
       “ลูก...”
       ตู่เห็นสุทธิดาแล้วหื่น ศักดิ์ไม่พอใจท่าทางของเพื่อน แพรวพราวยิ้มแย้ม
       “ดา เข้ามาสิ เรามีแผนการที่ต้องคุยกันอีกยาวเลยนะ”
       “ค่ะ ดาก็อยากรู้แผนของอาแพรวเหมือนกัน อาแพรวเป็นคนมีแผนเยอะอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”
       แพรวพราวรู้สึกเหมือนถูกเหน็บแต่เก็บอาการไว้
       “ไม่แน่นะ ดาอาจจะชอบแผนของอาก็เป็นได้”
       สุทธิดายิ้มมุมปาก
       “ค่ะ...”
       ทั้งสองจ้องกันไม่วางตาต่างมีแผนร้ายและคิดตลบหลังกันอยู่ในใจ ศักดิ์ตัดสินใจได้แล้วว่าจะอยู่ข้างใคร
      
       สุทธิดาปิดประตูรถแล้วขับออกไป ศักดิ์กับตู่ที่ออกมายืนดูอยู่นานแล้ว ตู่เสียดายความสวยของสุทธิดา
       “ขาวๆสวยๆขนาดนั้น จะฆ่าทิ้งเปล่าๆก็เสียดายของ คอยดูนะข้าจะขอคุณแพรวจับมันทำเมียก่อนซะเลย”
       ศักดิ์โกรธกระชากคอตู่
       “ไอ้ตู่มึง!”
       “อะไรกันวะ! มึงโมโหอะไร! ถ้าอยากได้ด้วยก็บอกกูดีๆก็ได้”
       ศักดิ์พยายามข่มใจเย็น ตู่สะบัดมือศักดิ์ออกจากคอเสื้อ
       “อะไรวะ”
       ตู่หัวเสียเดินออกไปก่อน
       “คิดจะกำจัดลูกสาวกู พวกมึงมาใช้ผิดคนแล้ว” ศักดิ์คิดๆ “ส่วนใครที่จะมาเป็นอุปสรรคของลูกดาก็คงต้องกำจัดทิ้งเหมือนกัน”
      
       มดดำเดินปล่อยอารมณ์ชมสวนอย่างสบายใจ แต่ก็อดคิดถึงส้มไม่ได้
       “แม่จ๋า...แม่ไปอยู่ที่ไหนกันนะ”
       ชาติชายทีเดินมาเห็นมดดำยืนอยู่ ก็เดินเข้ามาหา มดดำหันไปเห็นก็ยังเขินๆไม่ค่อยชิน
       “คิดอะไรอยู่เหรอมดดำ”
       “ฉัน...เอ่อ...หนูคิดถึงแม่ส้มค่ะ เป็นห่วงแม่”
       ชาติชายไม่รู้จะปลอบยังไงดี เพราะส้มก็ทำเรื่องไว้มาก แถมตัวเองก็มีส่วนผิด
       “มดดำ ลูกคิดว่าพ่อเป็นพ่อที่ดีรึเปล่า”
       มดดำไม่เข้าใจที่ชาติชายถามอย่างนั้น
       “พ่อมีอดีตที่ไม่ดี สร้างปัญหาให้ครอบครัว จนลูกทั้งสองต้องมาลำบากรับกรรมไปด้วย”
       “มดดำไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะคะ เท่าที่หนูเห็นคุณพ่อเป็นพ่อที่ดีมาก พยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวกลับมามีความสุขเหมือนเดิม เมื่อก่อนหนูยังเคยแอบคิดว่าถ้าได้เจอพ่อ หนูก็อยากให้พ่อของหนูเป็นอย่างพ่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าหนูในตอนนี้”
       ชาติชายซาบซึ้งใจในคำพูดของลูกสาว ตื้นตันและดีใจที่ได้ลูกสาวคนนี้กลับมา ทั้งสองมองกันอย่างมีความสุข
      
       ค่ำนั้น สหรัฐอยู่ในห้องทำงานที่บ้านกำลังจัดเตรียมเอกสารงานต่างๆ หลังจากเสร็จแล้ว เขาก็รู้สึกเพลียๆ บีบนวดต้นคอตัวเองเบาๆ แล้วทำให้นึกถึงมดดำ สหรัฐนั่งอมยิ้มมีความสุข แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ต้องหุบยิ้มเมื่อสายตาไปสะดุดที่แหวนหมั้นของสุทธิดาที่ยังอยู่ที่นิ้วนาง
      
       เช้าวันใหม่...กัลยายืนอยู่หน้าบ้านรอส่งมดดำที่กำลังเดินออกมา
       “คุณดอมยังไม่ออกมาเหรอคะ”
       “ล่วงหน้าออกไปก่อนเมื่อกี้นี้เองจ๊ะ เห็นว่านัดกับตารัฐไว้แล้ว”
       มดดำเศร้าๆ
       “คุณดอมเขาคงไม่ค่อยอยากเห็นหน้ามดดำ”
       กัลยากลุ้มใจ
       “ให้เวลาน้องหน่อยนะลูก อีกไม่นานตาดอมคงทำใจเรื่องมดดำได้”
       มดดำเป็นห่วงความรู้สึกดอม
       “ค่ะ มดดำขอตัวก่อนนะคะ”
       “ให้ตาเหวงไปส่งมั้ย กำลังว่างอยู่พอดี”
       “ไม่รบกวนลุงเหวงดีกว่าค่ะ มดดำไปแท็กซี่ได้ค่ะ”
       กัลยายิ้ม
       “ขอให้โชคดีเรื่องผลสอบนะจ๊ะ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       มดดำเดินออกไป กัลยามองตามลูกสาว
      
       กัลยาเดินเข้ามาหน้าห้องสุทธิดาแล้วเคาะประตูเรียก
       “ดา...ลูกดา ยังไม่ตื่นเหรอลูก สายแล้วนะ ลงไปนั่งเล่นกับแม่ข้างล่างกันเถอะ”
       ไม่มีเสียงตอบรับจากในห้อง กัลยาสงสัยเลยเปิดประตูห้องเข้าไปดู แต่ไม่เจอใคร
      
       “ไปไหนของเขานะ”


  


       มดดำเดินออกจากประตูใหญ่ ดอมแอบหลบมองอยู่มุมหนึ่งอย่างเป็นทุกข์ ไม่คิดว่าคนที่ตัวเองรักมากๆจะกลายมาเป็นพี่สาวไปได้ ดอมเดินตามออกมาหวังแค่ว่าจะได้มองส่งมดดำขึ้นแท็กซี่ แต่จู่ๆก็มีรถปิ๊กอั๊พขับมาจอดตัดหน้ามดดำ ตู่เดินลงมาจากรถแล้วกระชากฉุดมดดำ
      
       “เฮ้ย!”
       มดดำพยายามยื้อยุด ดอมเห็นมดดำเป็นอันตราย
       “เฮ้ย! แกจะทำอะไร!”
       ดอมรีบวิ่งเข้าไปช่วยมดดำ
       “คุณดอม!”
       มดดำกับดอมยื้อยุดฉุดดึงอยู่กับไอ้ตู่ ศักดิ์ที่เป็นคนขับรถเห็นท่าไม่ดีเลยรีบลงมาช่วยตู่ ศักดิ์ดึงดอมมาต่อยจนล้มลง มดดำตกใจ
       “คุณดอม! คุณดอมเป็นอะไรรึเปล่า”
       มดดำมองจำศักดิ์ได้
       “คนที่อยู่ในรูปถ่ายของแม่”
       ไม่มีเวลาคิดมาก มดดำถีบตู่แล้วจะวิ่งไปดูดอม ตู่ชักปืนออกมาขู่
       “เฮ้ย! มึงจะไปกันดีๆหรือจะให้กูยิงทิ้ง!”
       มดดำกับดอมอึ้งชะงัก ศักดิ์กับตู่ลากทั้งสองขึ้นรถแล้วรีบขับออกไป
      
       สหรัฐเดินออกมาจากบริษัทแห่งหนึ่ง มายืนรออยู่ที่รถที่จอดอยู่ริมถนน เขามองดูนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าเริ่มสายแล้วเขามองออกไปที่ถนนมองหารอดอม
       “ยังมาไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย”
       สหรัฐมองหาที่นั่งใกล้ๆ แล้วเดินไปนั่ง
      
       รถปิ๊กอัพขับเข้ามาในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ศักดิ์เป็นคนขับรถ โดยมีตู่นั่งคุมเชิงอยู่เบาะด้านหลัง เอาปืนหันไปทางมดดำกับดอมที่นั่งอยู่ข้างๆ ตู่นั่งซ้ายสุด มดดำนั่งกลาง ดอมนั่งหลังคนขับ ดอมถามอย่างสงสัย
       “พวกแกต้องการอะไร จะจับพวกเราเรียกค่าไถ่เหรอ”
       “เงียบแล้วนั่งอยู่เฉยๆเหอะน่า”
       ดอมหุบปาก มดดำจ้องหน้าจนศักดิ์แปลกใจ ตู่แสยะยิ้ม
       “เดี๋ยวถึงที่แล้วพวกแกจะรู้เอง”
      
       รถปิ๊กอัพขับเข้ามาจอดหน้าโกดังร้าง มดดำกับดอมถูกฉุดกระชากเข้ามาในโกดังแล้วผลักให้นั่งลงกับพื้น
       “พวกแกเป็นใคร! ต้องการอะไร”
       ดอมจะเอาเรื่องอีก มดดำจับแขนเบรกไว้ ศักดิ์หยิบโทรศัพท์ต่อสาย
       “มาถึงแล้วครับคุณแพรว...ครับ...ได้ครับ”
       ศักดิ์มองออกไปข้างนอก ได้ยินเสียงรถแพรวพราวเข้ามาจอดหน้าโกดัง เขาหันไปบอกตู่
       “จัดการทำให้ไอ้เด็กผู้ชายสลบก่อน”
       “ได้”
       ตู่เดินเข้าไปหาดอมแล้วลากขึ้นมาต่อยท้องจนตัวงอล้มลงกับพื้น แล้วตามไปเตะเสยปลายคางซ้ำ
       มดดำตกใจ
       “คุณดอม”
       ดอมสลบ มดดำเขย่าตัว
       “คุณดอม!”
       มดดำมองจ้องเอาเรื่องที่ศักดิ์และตู่ แต่ก็รู้ว่าสู้ไม่ได้แน่ เธอหันไปห่วงดอม
       “คุณดอม คุณดอมลุกขึ้น!”
       ขณะเดียวกันนั้นเสียงแพรวพราวดังขึ้น
       “ไม่ต้องรีบปลุกมันขึ้นมาหรอก”
       มดดำหันมองตามเสียงแล้วตกใจ เพราะคนที่มากับแพรวพราวด้วยก็คือสุทธิดา
       “คุณดา!”
      
       สหรัฐยังคงรอดอมอยู่ที่เดิมจนรู้สึกว่าดอมมาช้าเกินไปแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาแต่ก็ไม่มีใครรับสาย
       “ทำไมไม่รับสาย”
       สหรัฐกดวางแล้วต่อสายหาชาติชาย
      
       ชาติชายคุยโทรศัพท์กับสหรัฐผ่านสมอลทอก มีอิทธินั่งมาด้วยตรงเบาะข้างคนขับ
       “อาเพิ่งโทรคุยกับอากัลมาเมื่อกี้ เห็นบอกว่ามดดำกับดอมออกมาแต่เช้าแล้วนี่”
       อิทธิสนใจทันทีที่เป็นเรื่องของมดดำ
       “อะไรนะ ยังไม่เจอกันอีกเหรอ อือ...เดี๋ยวอาจะลองโทรตามอีกแรง”
       ชาติชายวางสายแล้วโทรหาดอม อิทธิอดเป็นห่วงมดดำไม่ได้
      
       กระเป๋ากางเกงดอม โทรศัพท์สั่นอยู่เบาๆ สุทธิดาไม่พอใจมากที่เห็นดอมถูกจับมาด้วย
       “อาแพรวจับดอมมาด้วยทำไม น้องฉันเขาไม่เกี่ยว”
       “ยังอุตส่าห์นับญาติกันอยู่อีกเหรอ มันจะยังเห็นเธอเป็นพี่สาวอยู่อีกรึเปล่าก็ไม่รู้ นั่นต่างหากพี่สาวจริงๆของมัน เลือดแท้ของวรรัตนาลัย”
       แพรวพราวเหน็บสุทธิดาและพอใจมากที่จะได้กำจัดลูกของชาติชายและกัลยา มดดำเสียใจ
       “คุณดา คุณทำยังงี้อีกทำไม ฉันคิดว่าเราคุยเข้าใจกันดีแล้ว”
       “เงียบไปเถอะน่า”
       สุทธิดาไม่ได้คิดร้ายกับมดดำ เพียงแค่อยากหาโอกาสเล่นงานแพรวพราวเท่านั้น สุทธิดาแอบมองเคียดแค้นแพรวพราว ศักดิ์ก็คอยสังเกตท่าทีของสุทธิดาอยู่ตลอด
       “ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่จะกำจัดเสี้ยนหนามทุกความรักของเธอออกไป” แพรวพราวยิ้มร้าย
       มดดำหน้าเสีย
       “คุณดาอย่าไปฟังเขานะคะ เขากำลังยุให้เราแตกคอกัน เราทุกคนเป็นพี่น้องกันนะคะ”
       “ฉันไม่มีสายเลือดของวรรัตนาลัยสักหยดเดียว ฉันจะเป็นพี่น้องกับแก 2 คนได้ยังไง”
       มดดำสวนทันที
       “แต่ฉันกับคุณดอม ไม่เคยเห็นคุณเป็นคนอื่น เราเป็นพี่น้องกัน”
       สุทธิดาอึ้งกับคำพูดมดดำ ศักดิ์ก็มองเป็นห่วงว่าแพรวพราวจะยุให้สุทธิดาทำเรื่องไม่คาดคิด แพรวพราวยิ้มร้ายพอใจที่สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในกำมือ เธอล้วงหระเป๋าสะพายแล้วหยิบปืนออกมา ทุกคนตกใจ สุทธิดาหน้าตื่น
       “อาแพรวจะทำอะไร”
      
       “ฆ่ามันซะ” แพรวพราวสั่งทันที
ตอนที่ 23
      
       ในโกดังร้าง...แพรวพราวยื่นปืนให้สุทธิดา
        
      
       “ฆ่าพวกมันซะ! ถ้าอยากให้พ่อแม่เธอรักเธอคนเดียว”
       มดดำกับสุทธิดาอึ้ง
       “คุณดาอย่าไปเชื่อเขานะคะ เขากำลังยุให้เราฆ่ากันเองแล้วคนที่เสียใจที่สุดก็จะเป็นพ่อแม่ของเรา”
       “ไม่มีใครเสียใจหรอก!เพราะจะไม่มีใครหาศพของพวกแกเจอ”
       แพรวพราวยื่นปืนใส่มือ สุทธิดาไม่กล้ารับมาแต่ยังคิดหาทางออกไม่ได้ ศักดิ์ร้อนใจเป็นห่วงสุทธิดา
       “ให้ผมจัดการเองก็ได้ครับคุณแพรว! คุณดายังเด็กอยู่”
       สุทธิดาโล่งใจที่ศักดิ์ออกตัวขอทำแทน
       “ไม่ต้อง! แค้นของใคร! ก็ให้คนๆนั้นชำระสิ!” แพรวพราวมองหน้าสุทธิดา “มันทำลายชีวิตเธอ ฆ่ามันได้แล้ว!”
       ในขณะที่ทุกคนเถียงกันอยู่ ดอมที่สลบอยู่หลังมดดำก็ฟื้นขึ้นมาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ดอมแอบมองไปรอบๆแล้วเข้าใจสถานการณ์ มดดำพยายามจะถ่วงเวลา หันไปหาศักดิ์
       “ฉันรู้จักคุณ! คุณคือคนที่อยู่ในรูปถ่ายที่แม่ฉันเก็บไว้ คุณเป็นอะไรกับส้มแม่ของฉัน”
       สุทธิดาอึ้งที่รู้ว่าศักดิ์เกี่ยวข้องกับส้ม เธอมองหน้าเขา ศักดิ์หลบตาไม่อยากให้ความจริงเปิดเผย
       “แกจำคนผิดแล้ว”
       ศักดิ์จะไปเอาปืนจากแพรวพราว
       “เดี๋ยวผมจัดการเอง!”
       สุทธิดาห้ามทันที
       “ไม่ต้อง!”
       สุทธิดาจ้องหน้าศักดิ์นิ่งแล้วไปเอาปืนจากแพรวพราวก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ามดดำท่าทางเอาจริง สถานการณ์ตรึงเครียด ดอมแอบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วรีบกดทันที
      
       ชาติชายขับรถมาจอดติดไฟแดงที่สี่แยก...ชาติชายกับอิทธิกังวลเรื่องที่มดดำกับดอมหายตัวไป เสียงสัญญาณโทรศัพท์ของชาติชายดังขึ้น เขาหยิบมาดู
       “ตาดอม”
       ชาติชายรีบกดๆดูก็พบว่าดอมกำลังเปิดโหมดโลเคชั่นและส่งแผนที่มาให้
       “ตาดอมส่งแผนที่มาอยู่ใกล้ๆนี่เอง ต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่”
       ชาติชายกับอิทธิร้อนใจ
       “งั้นผมโทรแจ้งตำรวจให้ตามมาเลยนะครับ”
       “ดีมาก โทรเลย”
       พอไฟเขียวชาติชายรีบเหยียบรถออกตัวไปอย่างเร็ว
      
       ในโกดังร้าง...สุทธิดาจ้องหน้ามดดำ แล้วค่อยๆเดินเข้าไปหา
       “คุณดา...” ศักดิ์อึ้ง
       แพรวพราวหน้าตายินดีมาก มดดำตื่นกลัว
       “คุณดา...คุณดาอย่านะคะ”
       มดดำมองไม่ออกว่าสุทธิดากำลังจะทำอะไรต่อไป ดอมเห็นท่าไม่ดีลุกขึ้นห้าม
       “หยุดนะพี่ดา!”
       สุทธิดาอึ้งที่เห็นดอมฟื้น แต่ก็ไม่สนใจ ยังคงค่อยๆเล็งปืนไปทางมดดำและพร้อมจะเหนี่ยวไก ดอมวิ่งเข้ามา เอาตัวบังมดดำไว้
       “หลีกไปดอม!”
       “ผมไม่หลีก! ผมคิดว่าพี่ดาจะเลิกเชื่อคนง่ายแล้วซะอีก”
       สุทธิดาอึ้งที่ดอมยอมเสี่ยงชีวิตแทนมดดำ แพรวพราวกลัวสุทธิดาลังเล
       “จะช้าอะไรอยู่เล่า รีบฆ่ามันซะสิ!”
       มดดำเตือนสติ
       “คุณดา!อย่าทำอะไรวู่วามนะคะ คิดให้ดีก่อน”
       “ฉันคิดดีแล้ว”
       สุทธิดาหันปืนไปทางแพรวพราวทันที
       “ว่าจะฆ่ามันให้ตายด้วยมือของฉันเอง!”
       ทุกคนอึ้ง โดยเฉพาะแพรวพราวที่คาดไม่ถึง ตู่รีบขยับไปคุมเชิงอยู่ใกล้แพรวพราว
      
       รถชาติชายขับเข้ามาตามซอยที่เป็นทางเข้าโกดัง ชาติชายกับอิทธิช่วยกันมองหาสิ่งผิดสังเกต
       “ตามแผนที่ อยู่ในซอยนี้ไม่ผิดแน่”
       อิทธิพยายามมองหา แล้วเห็นโกดังร้าง
       “ตรงนั้นครับ!”
       ชาติชายขับรถเข้าไปใกล้โกดังก็ปรากฏว่าเห็นรถของแพรวพราวจอดอยู่ ทั้งสองมีความหวัง ชาติชายขับรถเข้าไปหาทันที
      
       แพรวพราวตกใจ
       “อะไรกัน! นังดาแกจะทำอะไร!”
       “ยังจะมีหน้ามาถามอีก! ไอ้พงษ์หลานของแกมันวางยาข่มขืนฉัน ขนาดมันตายไปแล้วแกก็ยังปล่อยคลิปประจานฉันอีก คนที่สมควรตายที่สุดคือแกต่างหาก!”
       ชาติชายกับอิทธิเข้ามาถึงในโกดัง ชาติชายรีบห้าม
       “ดา! อย่า!”
       สุทธิดาชะงัก ทุกคนหันมอง แพรวพราวกับสุทธิดาตกใจที่เห็นชาติชายมา มดดำกับดอมอุ่นใจขึ้น ชาติชายมองหน้าศักดิ์ จำได้
       “นายศักดิ์...”
       ศักดิ์ทำหน้าไม่ถูก มดดำกับสุทธิดาเอะใจที่สองคนรู้จักกัน
       “คุณพ่อจะมาห้ามทำไมคะ นังแพรวพราวมันสมควรตาย ผู้หญิงคนนี้จงใจทำลายครอบครัวเรา”
       “ใครกันแน่ที่ทำลายใครก่อน พ่อแกมันเห็นแก่ตัว ได้ฉันแล้วมันก็คิดจะทิ้งโดยเฉพาะนังวาปีที่มันใช้เงินฟาดหัวไล่ฉัน” แพรวพราวจ้องหน้าชาติชาย “หึ!ฉันก็เลยเอาเงินของมันไปทำแท้งลูกของคุณยังไงล่ะ คุณชาติ”
       ชาติชายอึ้ง รู้สึกผิด
      
       “ไม่จริง...”


  


       สุทธิดาโกรธแค้นมาก แต่ไม่ทันที่ใครจะคาดคิดศักดิ์ก็เข้าแย่งปืนจากสุทธิดามาทันที แพรวพราวยิ้มดีใจคิดว่าสถานการณ์ตกเป็นของตัวเอง ศักดิ์กลับเล็งปืนไปที่แพรวพราว
       “แก!”
       แพรวพราวอึ้งมองไปที่ชาติชาย และหันมองศักดิ์แล้วเพิ่งนึกออก
       “อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว แกเป็นอดีตคนสวนในบ้านนังวาปี ฉันเคยเห็นแกนัวเนียอยู่กับนังส้มด้วย แกคงจะเป็นผัวมันอีกคน งั้นนังสุทธิดาก็อาจจะเป็น...”
       แพรวพราวหันไปมองหน้าสุทธิดาแล้วยิ้มเยาะ สุทธิดามองหน้าศักดิ์ไม่อยากจะเชื่อ
       “...เป็นลูกของแกกับนังส้ม ฉันสงสัยอยู่นานแล้วว่าทำไมแกถึงดูเป็นห่วงมัน”
       ศักดิ์พูดอะไรไม่ออก สุทธิดายิ่งแน่ใจ จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้น ศักดิ์ล้มลง คนที่ยิงศักดิ์คือตู่
      
       ขณะเดียวกันนั้น ตำรวจสายตรวจสองนายขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมา แล้วเบรกทันทีที่ได้ยินเสียงปืน
       “เสียงปืน! รีบว.แจ้งเหตุด่วน!”
       “ครับ!”
       ตำรวจขี่รถไปตามเสียงที่ได้ยินทันที
      
       ศักดิ์ล้มลงอยู่กับพื้นแต่ยังไม่ตาย
       “ไอ้ตู่!”
       “กูไม่เกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวมึง กูรับเงินเขา มาแล้ว!”
       สุทธิดามองศักดิ์ทำอะไรไม่ถูก ศักดิ์มองหน้าลูกสาวอาลัย สุทธิดาสับสนถอยหลังห่างออกไป แพรวพราวหัวเราะชอบใจ
       “ฮ่าๆๆวันนี้โชคดีจริงๆเล้ย! ฉันจะได้แก้แค้นพวกแกทั้งหมดให้หนำใจสักที แลกกับชีวิตหลานฉัน ฉันจะให้พวกแกได้เห็นลูกๆของพวกแกตายก่อน ฮ่าๆๆ นายตู่!ยิงนังดาซะ”
       ตู่จะยิงสุทธิดาแต่ช้ากว่าศักดิ์ที่ระวังอยู่ก่อนแล้ว ศักดิ์ยิงเสกหน้าตู่ตายทันที แพรวพราวตกใจมาก ชาติชายกับอิทธิรีบวิ่งเข้าไปช่วยดอมกับมดดำ ศักดิ์ฝืนเจ็บค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาแล้วมองสุทธิดา เลือดไหลมากจนหน้าซีดใกล้หมดแรง
       “คุณดา...ผม...”
       ศักดิ์ไม่ทันได้พูดต่อ แพรวพราวหยิบปืนของตู่ขึ้นมา
       “ตายซะเถอะนังดา!”
       “คุณดาระวัง!”
       ศักด์เอาตัวรับกระสุนแทน ถูกยิงเข้ากลางหลัง สุทธิดาอึ้ง ศักดิ์ใช้แรงฮึดสุดท้ายยิงสวนแพรวพราวกลับไป แพรวพราวล้ม ศักดิ์ยิงซ้ำอีกที แพรวพราวก่อนตายจ้องมองชาติชายเหมือนยังอาลัยเป็นภาพสุดท้ายก่อนสิ้นใจลง ศักดิ์ประคองตัวไม่ไหวแล้วกำลังจะล้ม สุทธิดาสงสารพยายามดึงไว้แต่ไม่ไหวทรุดลงไปด้วย ศักดิ์มองหน้าสุทธิดาแล้วยิ้มมีความสุขฝืนเจ็บ
       “ดา...ลูก...ตอนลูกเสียเลือดมากที่โรงพยาบาล พ่อเป็นคนแอบไปบริจาคเลือดให้กับลูก นั่นเป็นความดีครั้งเดียวที่พ่อภูมิใจที่สุด”
       สุทธิดาพูดอะไรไม่ออก รู้สึกสับสนและเศร้า
       “สุทธิดา ลูกอาจจะไม่เสียใจที่พ่อคนนี้ตาย พ่อเข้าใจ แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ไว้ว่าแม้พ่อจะเป็นคนไม่ดี แต่พ่อก็รักและห่วงใยลูกสาวของพ่อเสมอ”
       ศักดิ์สิ้นใจตาย สุทธิดาน้ำตาไหลรันทดชีวิตตัวเอง ตำรวจสายตรวจสองนายวิ่งเข้ามาอย่างระแวดระวัง
      
       ชาติชายกอดปลอบสุทธิดาที่ขวัญเสียอยู่ อิทธิกับมดดำประคองดอมให้ลุกขึ้น ตำรวจทั้งสองนายรุดเข้าตรวจที่เกิดเหตุ เสียงรถตำรวจดังมาจากข้างนอกทั้งหมดมองดูสภาพศพของแพรวพราวกับศักดิ์ที่นอนแน่นิ่งด้วยความรู้สึกหดหู่
      
       เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกำลังทำแผลเล็กน้อยให้ผู้บาด เจ้าหน้าที่มูลนิธิอีกส่วนขนย้ายศพของแพรวพราวกับศักดิ์ออกมาผ่านหน้าพวก มดดำ อิทธิและสุทธิดาที่กำลังให้ปากคำตำรวจอยู่
       “ยังมีผู้ต้องสงสัยรายอื่นอีกรึเปล่าครับ”
       มดดำมองหน้าสุทธิดา สุทธิดาใจเสียเพราะตัวเองก็เป็นคนวางแผนด้วย มดดำตอบน้ำเสียงจริงจัง
       “ไม่มีค่ะ ทุกคนที่อยู่ที่นี่คือผู้เสียหาย”
       สุทธิดาคิดไม่ถึงว่ามดดำจะปกป้องตัวเอง
       “งั้นผมขอไปสอบปากคำ คนที่เหลือก่อนนะครับ”
       ตำรวจเดินออกไป สุทธิดาหันมาหามดดำ
       “อย่าคิดนะว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะดีกับเธอ”
       สุทธิดาไม่พูดต่อเดินหนีไป อิทธิกับมดดำมองตามหนักใจ
      
       สหรัฐอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านคุณหญิงวาปีคุยโทรศัพท์กับอิทธิถึงความคืบหน้า โดยมีกัลยา กับคุณหญิงนั่งอยู่ข้างๆ อย่างเครียดๆ เป็นห่วงทุกคนอยู่
       “อืม...ขอบใจมากนะนายอิท”
       สหรัฐวางสาย คุณหญิงรีบถาม
       “เป็นยังไงบ้างตารัฐ ทุกคนปลอดภัยมั้ย”
       “ทุกคนปลอดภัยดีครับ กำลังพากันมาที่นี่ ส่วนน้าสาวของนายพงษ์ถูกยิงตายครับ”
       กัลยาหน้าตื่น
       “มีคนตายเชียวเหรอ”
       กัลยากับคุณหญิง ใจหายที่รู้ว่ามีคนตาย
      
       เย็นนั้น มดดำยืนถอนใจอยู่ที่ศาลาภายในบริเวณบ้าน สหรัฐเดินเข้ามาหา
       “จบเรื่องสักทีนะ ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่แน่ะ”
       มดดำเห็นสหรัฐมามัวแต่เป็นห่วงตัวเองพาให้สะท้อนใจ อดคิดถึงสุทธิดาที่ยังเป็นคู่หมั้นสหรัฐอยู่ไม่ได้
       “แล้วคุณดาล่ะคะคุณไม่ห่วงเหรอ”
       “ห่วงสิ แต่ฉันไม่ได้ห่วงเขาแบบที่เป็นห่วงเธอ ฉันห่วงดาแบบน้องสาว แต่ห่วงเธอ...แบบคนรัก”
       มดดำอึ้ง
       “คุณ”
       สหรัฐขำ
       “เลิกอึ้งได้แล้ว ฉันเคยพูดให้เธอฟังครั้งนึงแล้วนี่ตอนที่เธอบาดเจ็บ เธอก็เหมือนกันรู้สึกยังไงก็ยอมรับมาซะเถอะ ฉันเหนื่อยที่จะตามจีบเธอแล้วนะ”
      
       มดดำเถียงไม่ออกเพราะชอบเขามานานแล้วเหมือนกัน


  


       “ฉันยังไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้มากนักหรอก คุณก็รู้ว่าฉันจะสบายใจจริงๆได้ก็ต่อเมื่อได้เจอแม่ส้มของฉันแล้วเท่านั้น”
        
      
       สหรัฐถอนใจเครียดตาม เป็นห่วงความรู้สึกมดดำ ห่างออกไปไม่ไกลนักสุทธิดากำลังยืนมองดูสหรัฐกับมดดำอยู่มุมหนึ่ง เธอยืนนิ่งดูไม่ออกว่าคิดอะไร...สุทธิดากำลังจะหันหลังกลับ แต่สายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่อิทธิที่ยืนมองมดดำกับสหรัฐใกล้ๆนี่เอง เธอจะเดินเลี่ยงไป อิทธิหันมาเห็นก่อน
       “คุณดา...”
       สุทธิดาหยุดเดินยอมคุยด้วย
       “มันบังคับกันไม่ได้เลยจริงๆนะครับเรื่องความรัก ผมพยายามทำดีแทบตาย แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่พี่ของเขา...”
       “นายอยากจะบอกอะไร”
       “ผมแค่อยากจะบอกว่าไม่ว่าคุณจะใช้วิธีไหน ถ้าคุณสหรัฐไม่รักคุณซะอย่างคุณก็ไม่มีทางได้ใจเขา อย่าไปมัวเหนื่อยกับสิ่งที่มันไม่มีวันเป็นของเราดีกว่า”
       สุทธิดาถึงจะโกรธที่อิทธิพูดตรง แต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง สุทธิดามองไปทางสหรัฐ
       “นั่นสินะ”
      
       ดอมนั่งถอนใจเรื่องมดดำ และรู้สึกว่ามันยากลำบากที่จะลืมได้ กัลยาเคาะประตูและเปิดเข้ามา เห็นสีหน้าลูกชายก็รู้ว่ากำลังมีปัญหา กัลยาเดินไปนั่งลงข้างๆอยากปลอบลูก
       “ดอม มีอะไรปรึกษาแม่ได้นะ”
       ดอมถอนใจ
       “คุณแม่ครับ ผม...” ดอมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี “ทำไมมันถึงยากจังเลย...ผมไม่อยากรักพี่สาวตัวเอง แต่...”
       กัลยารู้สึกสงสารลูก
       “ดอม ลูกไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด แต่ในเมื่อเรารู้แล้วเราก็ต้องพยายามที่จะยอมรับความจริงให้ได้ แม่เชื่อว่าลูกของแม่ต้องทำได้”
       ดอมมองหน้ากัลยาขอกำลังใจ โผเข้ากอดแม่แล้วร้องไห้ กัลยาลูบหัวปลอบในลูก
      
       ค่ำนั้น...กัลยาฉีดแอร์วิคสเปรย์ทั่วห้อง ชาติชายอยู่บนเตียงยิ้มมอง
       “คุณมาพักบ้างเถอะ”
       กัลยาฉีดเสร็จแล้วเดินมายิ้มให้สามี
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะชาติ กัลอยากให้คุณได้ผ่อนคลายบ้าง” เธอยื่นสเปรย์ให้ดู “หอมดีนะคะ”
       ชาติชายมองสเปรย์ ยิ้มแล้วดึงแขนกัลยาเข้ามานั่งใกล้ๆ กัลยาวางสเปรย์ไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
       “ผมรักกัลมากก็ตรงนี้แหละ กัลไม่เคยลดความใส่ใจในตัวผมลงเลย”
       “กัลรู้ว่าคุณเหนื่อยค่ะ คุณพยายามทำเพื่อครอบครัวของเรา” กัลยาถอนใจ “สงสารยัยดากับตาดอมนะคะ กัลเป็นห่วงลูกจังเลย”
       “ก็คงต้องให้เวลาช่วยรักษาความรู้สึกของทั้งสองคนนะ เหมือนกับผมที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองเพื่อคุณ”
       กัลยายิ้มมีความสุขที่ได้กำลังใจดีจากคนรัก
      
       เช้าวันใหม่...ภายในห้องรับประทานอาหาร กัลยา สหรัฐและมดดำนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน รอดอมกับสุทธิดาและคุณหญิงวาปี
       สุทธิดากับดอมเดินเข้ามา เห็นมดดำแล้วมองนิ่งดอมยังทำใจไม่ได้ สุทธิดาก็ยังไม่ยอมรับมดดำเต็มที่ มดดำยิ้มให้ทั้งสองแต่สุทธิดากับดอมกลับไม่ใส่ใจ มดดำรู้สึกอึดอัด ชาติชายหันไปเรียก
       “ดา...ดอม...มานั่งสิ”
       สุทธิดากับดอมนั่งลง ดอมเห็นมดดำก็พยายามทำใจไม่ยอมสบตา คุณหญิงเข้ามา
       “อ้าว อยู่กันพร้อมหน้าเลย ทานกันเลยนะ”
       คุณหญิงนั่งลง ทั้งหมดเริ่มทาน กัลยาหันมาถามดอม
       “เออดอม...วันนี้ไปเดินเลือกหนังสือเป็นเพื่อนมดดำหน่อยสิ ได้มั้ยลูก”
       “เอ่อ...ไว้โอกาสหน้าดีกว่าครับคุณแม่ ผมมีนัดกับเพื่อนแล้วครับ”
       ดอมพูดโดยที่ไม่ได้มองหน้ามดดำเลย มดดำรู้สึกลำบากใจ ชาติชายกับกัลยามองหน้ากันกลุ้มๆ คุณหญิงสังเกตเห็นถึงความไม่สนิทใจกันของหลานๆ ชาติชายหันไปหาสุทธิดา
       “ลูกดาล่ะ วันนี้อยากไปไหนรึเปล่า ออกไปผ่อนคลายบ้างนะ”
       “ไปเดินดูหนังสือกับฉันก็ได้นะคะคุณดา”
       มดดำพยายามผูกมิตรกับสุทธิดา แต่ดูเหมือนเธอไม่ต้องการ
       “ฉันยังไม่ชินที่จะสนิทกับเธอหรอกนะมดดำ”
       คุณหญิงปราม
       “ยัยดา...”
       “ดาขอโทษค่ะคุณยาย แต่ขอเวลาดาหน่อยเถอะคะ”
       มดดำใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยสุทธิดาก็ไม่ได้ปฏิเสธเลยทีเดียว เธอหันไปมองหน้าดอมหนักใจที่เขาดูเหมือนจะยังทำใจไม่ได้อยู่
      
       ดอมเดินมาตามทางแล้วเจอกับมดดำที่พยายามยิ้มจะคุยด้วย แต่ดอมเดินเลี่ยงไป
       “คุณดอม”
       ดอมหยุดเดิน
       “คุณดอมจะหลบหน้าฉันไปอีกนานแค่ไหน”
       “มันสำคัญด้วยเหรอ”
       “สำคัญสิคะ เราเป็นพี่น้องกันจะไม่คุยกันตลอดชีวิตเลยรึไง”
       “เธอก็รู้ว่าฉันกำลังทำใจเรื่องเธออยู่ จะให้ฉันมองหน้าเธอเพื่อซ้ำเติมตัวเองงั้นเหรอ”
       “คุณดอม คุณเคยบอกใช่มั้ยว่าจะทำทุกอย่างเพื่อฉัน งั้นฉันขอให้คุณเลิกรักฉันให้เร็วที่สุด เพราะฉันอยากได้คุณดอมคนเดิมกลับมา คนที่ดีกับฉันตลอดเวลา ไม่ใช่ทำเหมือนรังเกียจกันอย่างนี้”
       ดอมไม่ได้ตอบอะไรอีก เดินหนีออกไปเลย มดดำมองตามไม่สบายใจ
      
       มดดำเดินกลุ้มใจผ่านมาที่ห้องรับแขกแล้วได้ยินคุณหญิงวาปีกับตำรวจคุยกัน
       “ไม่มีเบาะแสเลยเหรอคะคุณตำรวจ”
       ตำรวจหนักใจ
       “เท่าที่ทราบผู้ต้องสงสัยมีคนรู้จักอยู่หลายแห่ง แต่ก็ไม่มีที่สนิทจริงๆเลยสักคน ทางตำรวจก็พยายามเร่งสืบถามขยายผลอยู่ครับ”
       “ถ้ายังไงก็ช่วยเร่งสืบให้หน่อยนะคะ ฉันเป็นห่วงความปลอกภัยของลูกหลาน”
       “ครับผม”
      
       มดดำคิดมากเป็นห่วงส้ม

      
       สุทธิดานั่งคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้อง กัลยาเคาะประตูเดินเข้ามาแล้วฉีดสเปย์แอร์วิคทั่วห้อง สุทธิดามองตาม กัลยาสูดหอมกลิ่นสดชื่น แล้วเดินไปนั่งกับสุทธิดา
      
       “แม่เอาน้ำหอมมาฉีดให้ห้องลูกน่ะ ลูกจะได้สดชื่นขึ้น”
       สุทธิดาหยิบแอร์วิคจากกัลยามาดู
       “แอร์วิคเฟรชสเปรย์”
       “จ๊ะ มีตั้งห้ากลิ่นเชียวนะ เดี๋ยวแม่เอาแบบ Slow release ไปติดไว้ในห้องน้ำให้ลูกนะ”
       สุทธิดามองตามกัลยารับรู้ได้ถึงความใส่ใจของแม่ กัลยาหันมามองแล้วลูบหัวเอ็นดู
       “ตั้งต้นความรู้สึกใหม่ให้เร็วที่สุดนะลูก เพื่อตัวของลูกเอง พ่อกับแม่เป็นกำลังใจให้เสมอจ๊ะ”
       “ค่ะ...” สุทธิดายิ้ม
      
       มดดำมาที่บ้านของอิทธิ เธอมาขอความช่วยเหลือจากเขา
       “ให้ทางตำรวจเขาจัดการเถอะมดดำ”
       “แต่ฉันเป็นห่วงแม่ ถ้าฉันได้เจอแม่ก่อนฉันจะกล่อมให้แม่ยอมมอบตัว ดีกว่าให้ท่านต้องหนีอย่างลำบากตลอดชีวิต”
       อิทธิมองหน้ามดดำที่ตั้งใจจริงและไม่มีทีท่าจะยอมถอย เขาใจอ่อน
      
       อิทธิพามดดำมาที่หน้าห้องบ่อนไพ่ ข้างในกำลังจั่วกันมันมือ
       “เริ่มมันจากที่นี่แหละ ในนี้ต้องมีคนที่รู้เบาะแสของน้าส้มบ้างน่า”
       “จะดีเหรอพี่”
       ปากถามว่าจะดีเหรอ แต่มือเคาะประตูไปแล้ว...วงรัมมี่รอโง่มืดกันหน้าดำคร่ำเครียด
       “ใครกันวะมาเคาะตอนนี้”
       ปูขาไพ่จะลุกไปเปิด ขาไพ่คนหนึ่งรีบห้าม
       “เฮ้ยอีปูอย่าเนียน มาโง่ให้กูก่อน” ขาไพ่คนนั้นตะโกนบอกข้างนอก “เฮ้ยอย่าเพิ่งมากวนตอนนี้โว้ย กำลังเครียด!”
       มดดำกับอิทธิชะงัก
       “เอาไงดีพี่อิทธิ เขาไม่เปิด”
       อิทธิคิดๆ
       “เออคิดออกแล้ว มดดำรออยู่หน้าประตูนี่นะ”
       อิทธิเดินอ้อมไปทางหลังห้องวงไพ่ ระหว่างนั้นในห้องก็กำลังเครียดหนักโดยเฉพาะคนที่กำลังจะทิ้งโง่ คนรอโง่ก็ลุ้นหนัก
       “เร็วซักทีสิวะอีปู! กูปวดเยี่ยว!”
       ปูตัดสินใจทิ้งไพ่ ป้าบ! ขาไพ่คนนั้นดีใจ
       “อีโง่...!”
       ทันใดนั้นก็มีเสียงอิทธิตะโกนมาจากหลังห้อง
       “ตำรวจมา!”
       ทั้งวงหน้าตื่น
       “เฮ้ยยยย!ตำรวจมา!”
       ปูรวบเงินเก็บ ขาไพ่เจ็บใจ
       “รอดตลอดเลยนะมึง...เอ้าเฉยอยู่ทำไมเล่า วิ่งหนีสิมึง!”
       ว่าแล้วก็วงแตกวิ่งออกไปทางด้านหน้าประตู
      
       พวกขาไพ่แตกฮือกันออกมาทางด้านหน้า มดดำพยายามมองหาคนที่รู้จัก
       “น้าปู!” มดดำดึงแขนไว้ “น้าปูจะไปไหน นี่ฉันเอง!”
       ปูตื่นกลัว
       “อย่าๆๆๆ! อย่าจับฉันเลยจ๊ะ! ฉันแค่โง่! ฉันไม่ได้ผิดนะจ๊ะ!”
       “น้าปู นี่ฉันเองจ๊ะ ดูดีๆๆก่อน ฉันมดดำ”
       อิทธิวิ่งเข้าสมทบ
       “อ้าวน้าปู!”
       ปูชะงักมองมดดำกับอิทธิ
       “อ้าวนังมดดำ แล้วตำรวจล่ะ”
       มดดำยิ้ม
       “ไม่มีหรอกจ๊ะ ฉันมาตามหาแม่”
       “ตามหานังส้ม”
       ปูมองหน้านิ่ง มดดำรอฟังคำตอบ
      
       มดดำกับอิทธิมาชะเง้อ ด้อมๆมองๆอยู่ที่บ้านไม้หลังหนึ่ง อิทธิเดินไปจับดูกุญแจที่คล้องล็อคบ้าน
       “ไม่มีใครอยู่เลยมดดำ คล้องกุญแจล็อคบ้านไว้ด้วย”
       มดดำร้อนใจอยากเจอส้มเร็วๆ
       “ฉันจะรออยู่นี้แหละจ๊ะ เดี๋ยวแม่คงจะกลับมา”
       มดดำหาที่นั่ง
       “แต่นี่มันก็เย็นมากแล้วนะมดดำ”
       มดดำไม่ยอมแพ้ อิทธิจำยอมรอเป็นเพื่อน
      
       เวลาผ่านไป มดดำกับอิทธิก็ยังรออยู่ที่เดิม ไม่มีวีแววของส้มจะกลับมา ป้าข้างบ้านที่เพิ่งกลับมาจากทำงาน มองเห็นทั้งสองเหมือนคอยใครอยู่ก็ถาม
       “มารอคนบ้านนี้รึ”
       มดดำดีใจรีบลุก
       “จ๊ะป้า ป้ารู้จักคนที่อยู่บ้านนี้เหรอ”
       “อื้อ...ปกติมันอยู่กันสองผัวเมีย แต่หลังๆนี้เห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่ด้วย”
       มดดำดีใจมีความหวัง
       “แต่ถ้าวันนี้จะรอ ไม่ต้องรอหรอก มันกลับมากันพรุ่งนี้เช้านู่น ไม่ได้บอกว่าไปไหน”
       มดดำผิดหวัง
      
       สหรัฐเดินเข้าบ้านมาเจอกับดอมที่เดินสวนออกมา ดอมไม่มีจิตใจจะคุยด้วย


  


       “พี่รัฐ”
      
       “ดอม” สหรัฐมองหามดดำ “มดดำล่ะ”
       “เขาไม่อยู่หรอกครับ ออกไปตั้งแต่บ่าย”
       สหรัฐสงสัยว่ามดดำออกไปไหน ดอมเดินไป
       “ดอม...”
       ดอมหยุด
       “มีอะไรรึป่าว ดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยกับพี่”
       “ไม่มีอะไรหรอกครับพี่รัฐ”
       ดอมบอกไม่มีอะไรแต่สหรัฐมองออกวาเขาโกหก เสียงโทรศัพท์ของดอมดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วรับสาย
       “มดดำ...” ดอมไม่อยากคุยแต่เลี่ยงไม่ได้ “ได้...จะบอกคุณพ่อให้”
       ดอมวางสาย สหรัฐรอฟังอยู่
       “ตอนนี้เขาอยู่กับพี่อิท บอกว่าจะไม่กลับ จะนอนที่สลัม”
       ดอมพูดจบก็เดินไปเลย สหรัฐคิดตามเป็นห่วงมดดำ
      
       มดดำวางสายจากดอมยังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้อิทธิ
       “จริงๆ มดดำก็น่าจะกลับไปนอนที่บ้านก่อนก็ได้นะ ที่บ้านเขาจะเป็นห่วงเปล่าๆ”
       “ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างฉันก็อยากมาอยู่เป็นเพื่อนลุงบ้าง”
       “ดื้อตั้งแต่เล็กจนโต”
       “อ้าว อยู่ๆก็มาว่าฉัน”
       อิทธิขำ
       “เดี๋ยวฉันกลับก่อนดีกว่า ยายจะรอกินข้าวน่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ”
       “จ๊ะ”
       อิทธิเดินออกไป มดดำมองตาม แล้วก็คิดเป็นห่วงแม่
      
       ค่ำนั้นสหรัฐอยู่ในห้องทำงานที่บ้านกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเพราะคิดตามแต่เรื่องมดดำ
       “ทำไมต้องนอนที่นั่นด้วยนะ...”
       สหรัฐมองโทรศัพท์ คิดอยู่ครู่หนึ่งเลยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร
      
       มดดำกำลังนั่งคิดเรื่อยเปื่อยอยู่หน้าบ้านเฉลิม ได้ยินเสียงโทรศัพท์เลยหยิบมาดูเห็นเป็นชื่อสหรัฐก็รับสาย
       “ฮัลโหล...”
       สหรัฐอึ้งที่ได้ยินเสียงมดดำ
       “มดดำ นั่นเธอเหรอ”
       “ค่ะ...”
       สหรัฐชักหึง
       “แล้วนายอิท”
       “พี่อิทลืมโทรศัพท์ไว้ที่นี่ค่ะ โทรหาพี่อิทมีอะไรรึป่าว”
       สหรัฐไม่ค่อยอยากเชื่อว่าอิทธิกลับแล้ว
       “เปล่า...ฉันจะโทรถามข่าวเธอแต่ไม่คิดว่าเธอจะอยู่กับ...เอ่อ...โทรศัพท์จะอยู่กับเธอ”
       “นี่คุณ! อย่ามาคิดอกุศล”
       “เปล่า...ฉันแค่เป็นห่วงเธอ”
       มดดำรู้ว่าสหรัฐหึง แถมยังเป็นห่วงก็ยิ้มมีความสุข
       “ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันสบายดีอยู่กับลุงเหลิมนี่แหละ คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
       น้ำเสียงที่ดีขึ้นของมดดำทำให้สหรัฐเริ่มสบายใจ มดดำเขิน
       “แค่นี้ก่อนนะ ฉันง่วงแล้ว”
       สหรัฐวางสายแล้วยิ้มมีความสุข หันไปมองAir Wick Auto Spray ที่ติดอยู่กับผนังห้อง เขาแกะแอร์วิคกลิ่นใหม่ออกจากล่องเอาไปเปลี่ยนกับตัวเก่าใน Air Wick Auto Sprayแล้วตั้งเวลาอัตโนมัต สูด...หอม...แล้วยิ้ม
       “อืม...มีAir Wick ทำให้ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”
       สหรัฐเข้านอนด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น
      
       มดดำเดินเข้ามาในห้องนอนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องนอนส้ม เธอมองดูไปรอบๆห้องแล้วรู้สึกเศร้า คิดถึงแม่ มดดำเดินไปนอนลงบนที่นอนของส้ม กอดหมอนข้างแน่น
       “แม่จ๋า แม่อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ ฉันอยากจะเจอแม่ก่อนใคร ฉันจะได้ขอร้องให้แม่กลับตัว”
       มดดำนอนร้องไห้น้ำตาไหลคิดถึงแม่
      
       เช้าวันใหม่...มดดำกับอิทธิมาด้อมๆมองๆอยู่ที่บ้านไม้หลังเดิม มดดำดีใจที่จะได้เจอแม่ อิทธิมองไปที่ประตูบ้าน
       “ข้างนอกก็ไม่ได้ล็อค แต่ทำไมเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างใน”
       “ลองตะโกนเรียกดูมั้ยจ๊ะพี่อิท เขาอาจจะอยู่หลังบ้านกัน”
       อิทธิเห็นด้วยเลยลองตะโกนเรียกคนในบ้าน ป้าข้างบ้านคนเดิมเดินผ่านมา จำอิทธิกับมดดำได้
       “นี่! ไอ้หนุ่มเอ้ย ไม่ต้องไปเสียเวลาตะโกนเรียกพวกมันหรอก”
       มดดำแปลกใจ
       “อ้าว ทำไมล่ะจ๊ะป้า”
       “มันหนีกันไปหมดแล้ว”
       มดดำตกใจ
       “ไอ้พวกหมวกกันน็อคมาตามทวงหนี้พวกมันน่ะสิ แถมเมื่อตอนสายๆยังมีตำรวจมาถามหาไอ้คนผู้หญิงที่ชื่อส้มอะไรนั่นด้วยนะ”
       อิทธิกับมดดำตกใจมองหน้ากัน ป้าข้างบ้านเดินออกไป มดดำพึมพำ
       “โธ่แม่...”
      
       มดดำเป็นห่วงสงสารส้ม หมดแรงนั่งทรุด อิทธิได้แต่เข้ามาแตะไหล่ปลอบใจ


  


       ในห้องรับแขก คุณหญิงวาปี กัลยาและชาติชายกำลังนั่งคุยกับตำรวจ
       “ทางตำรวจแกะรอยไปที่บ้านหลังหนึ่ง แต่ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทันหนีไปก่อนครับ แต่ก็ยังมีความคืบหน้าเข้ามาเรื่อยๆแล้ว ยังไงก็น่าจะตามจับได้ในเร็ววันนี้ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ”
       คุณหญิงไม่ได้คิดอะไรมาก ปล่อยให้เป็นไปตามหน้าที่ของตำรวจ กัลยามีสีหน้าไม่สบายใจ
      
       กัลยานั่งคิดมากเรื่องส้มกับมดดำอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ชาติชายเดินเข้ามาเห็นก็เข้าไปหา
       “คุณไม่สบายใจเรื่องอะไรรึเปล่า”
       “กัลเป็นห่วงมดดำค่ะ เป็นห่วงความรู้สึกของแก”
       ชาติชายพอจะเดาออกว่าเรื่องอะไร
       “เรื่องของส้มใช่มั้ย”
       “ค่ะ...มดดำเป็นเด็กกตัญญูและก็รักส้มมากด้วย กัลเกรงว่าถ้าตำรวจจับส้มได้แล้วมดดำจะ...”
       “แต่ส้มเขาทำผิด กฎหมายก็ต้องลงโทษ”
       “ชาติคะ เราไปขอร้องคุณแม่ให้ถอนแจ้งความไม่ได้เหรอคะ”
       ชาติชายคิดหนัก เห็นใจภรรยา กัลยายิ่งกลุ้มใจคิดไม่ตก
      
       คุณหญิงวาปีนั่งตรวจเอกสารของบริษัทและอธิบายพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องงาน แต่กัลยาสมาธิไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว คิดกังวลแต่เรื่องมดดำกับส้ม
       “ในส่วนตรงนี้ แม่อยากจะให้กัลช่วยไปจัดการแยกรายละเอียดที่ชัดเจนให้แม่หน่อย”
       กัลยาที่เหม่อคิดแต่เรื่องส้มกับมดดำไม่ได้ฟังที่แม่พูด คุณหญิงสังเกตเห็นลูกสาวตัวเองกลุ้มใจก็ไม่สบายใจตาม
      
       สหรัฐเดินขึ้นมาทางเข้าหน้าบ้าน พบชาติชายที่เดินสวนออกมา
       “สวัสดีครับน้าชาชาติ”
       ชาติชายรับไหว้
       “อืมว่าไงรัฐ”
       “คือ...ผมว่าจะมาคุยกับน้องดาหน่อยครับ ช่วงหลังนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยครับ”
       “ก็ดีเหมือนกัน ยังไงก็ปลอบใจน้องเขาหน่อยนะ ถ้าเป็นรัฐน้าเชื่อว่ายัยดาต้องมีกำลังใจขึ้นมากแน่”
       “ครับ”
       ชาติชายเดินออกไป สหรัฐมองกลับเข้าไปในบ้านอย่างหนักใจเรื่องสุทธิดาอยู่บ้าง
      
       สหรัฐนั่งคอยสุทธิดาอยู่ที่ห้องรับแขก สุทธิดาเดินเข้ามาหน้าตาไม่ได้ยินดียินร้ายกับการมาของเขา
       “ดา นั่งก่อนสิ”
       สุทธิดานั่งลงคุยด้วย
       “พี่รัฐมีธุระอะไรเหรอคะ”
       สหรัฐรู้สึกว่าคำพูดกับน้ำเสียงของสุทธิดาดูห่างเหินไม่เหมือนก่อน
       “พี่ก็มาหาดานี่แหละ ช่วงหลังนี้เราไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกันเลย”
       “ก็เวลาของพี่รัฐยกให้กับเรื่องของมดดำหมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
       สหรัฐพูดไม่ออก
       “ดา...พี่ยังเป็นห่วงดาอยู่เหมือนเดิมนะ”
       “พี่รัฐไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดาเจอเรื่องหนักจนไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรแล้วแม้แต่เรื่องที่พี่รัฐต้องการถอนหมั้นกับดา”
       “ดา...”
       “ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ดาไม่ได้พูดประชด ทำยังไงพี่รัฐก็ไม่คิดจะรักดาแบบคนรัก ดาเหนื่อยที่จะตามพี่รัฐแล้ว”
       สหรัฐดีใจที่สุทธิดาเข้าใจ
       “พี่ขอบใจดามากนะที่เข้าใจพี่”
       สุทธิดาลุกขึ้นยืน
       “ดาขอกอดพี่รัฐในฐานะคนรักครั้งสุดท้ายได้มั้ยคะ”
       สหรัฐยิ้มยินดี
       “ได้สิ”
       สหรัฐลุกขึ้นยืน สุทธิดาเข้าไปโอบกอดสหรัฐไว้ด้วยความรัก เธออยากจะกอดอยู่อย่างนั้นตลอดไป มดดำกับอิทธิเดินเข้ามาเห็นสหรัฐกับสุทธิดากอดกันพอดี สหรัฐเห็นมดดำเลยรีบคลายตัวออกจากสุทธิดา มดดำน้อยใจ รีบเดินขึ้นข้างบน สหรัฐชะงัก
      
       มดดำขึ้นมานั่งเสียใจอยู่บนห้องนอน สุทธิดาเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา
       “คุณดา”
       “พี่รัฐกลับไปแล้ว เขากลัวเธอเข้าใจผิด”
       “ฉันไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันคิดแต่เรื่องของแม่ส้ม”
       สุทธิดาอยากฟังเรื่องของส้ม
       “เมื่อก่อนเขาเป็นยังไงเหรอ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังเด็ก เขา...ดูแลเธอแบบไหน”
       มดดำปาดน้ำตา
       “เราอยู่กันอย่างลำบากค่ะ แม่ไม่ค่อยอยากเรียกฉันว่าลูกสักเท่าไหร่ และกีดกันเรื่องเรียนมาตลอด”
       “เขาร้ายกับเธอมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
       “ค่ะ แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธท่านนะคะ เวลาเดียวที่ฉันรู้สึกอบอุ่นที่สุดก็คือตอนที่ได้นอนร่วมห้องกับท่าน ถึงจะไม่ได้นอนใกล้แต่ฉันก็ดีใจ ฉันแอบห่มผ้าห่มให้แม่ทุกคืนด้วย”
       มดดำยิ้มมีความสุข สุทธิดาหน้าสลดลง
       “ต่างกับฉันเลย ฉันมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมาตลอด โดยที่ไม่รู้เลยว่า จริงๆแล้วฉันแย่งชีวิตแบบนั้นมาจากเธอ”
       “คุณดาไม่ต้องคิดมากนะคะ อย่างน้อยคุณดาก็มีแม่ทั้งสองคนที่รักและเป็นห่วงคุณดามากมาตั้งแต่เกิด”
       มดดำจะกุมมือปลอบใจ สุทธิดาชักมือหนี
       “ถ้าเธอไม่ได้เข้าใจผิดเรื่องพี่รัฐก็ดีแล้ว ที่ฉันเข้ามาหาเธอเพราะฉันอยากให้พี่รัฐสบายใจ”
       สุทธิดาออกจากห้องไป แล้วถอนใจปลงๆ
       “พี่รัฐคะ ดาหลีกทางให้พี่รัฐแล้วนะคะ”
      
       อิทธิมองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องมดดำด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วง แต่ที่สุดแล้วเขาก็จำต้องหันหลังเดินจากไป ขณะที่ สุทธิดา อิทธิ สหรัฐกำลังคิดถึงเรื่องของมดดำ ส่วนมดดำนั้นเธอก็ไม่ได้คิดเรื่องอะไรมากไปกว่าเรื่องของแม่ตัวเอง
ตอนที่ 24 อวสาน
      
       เย็นนั้น สายตาของใครคนหนึ่งกำลังมองผ่านรั้วบ้านคุณหญิงวาปีเข้ามาด้านใน เหมือนกำลังมองหาใครสักคน
       เจ้าของสายตาเป็นหญิงผอมโทรมคนหนึ่งใช้ผ้าข้าวม้าคลุมปิดบังใบหน้าไว้ใส่เสื้อแขนยาวเพื่อปิดบังรอยแผลที่เหมือนถูกน้ำร้อนลวก รถสุทธิดาขับกลับมาจากข้างนอก หญิงคลุมหน้ารีบหลบมุม
       สุทธิดาขับรถเข้ามาจอดที่บริเวณวงเวียนน้ำพุแล้วเปิดประตูออกมา เหวงวิ่งเข้ามารับกุญแจจากสุทธิดาแล้วขับไปเก็บ หญิงคลุมหน้า พอได้เห็นสุทธิดาก็ดีใจ พยายามมองลอดผ่านรั้วบ้านเพื่อที่จะให้ได้เห็นหน้าสุทธิดาให้ชัดที่สุด หญิงคลุมหน้าคนนี้ก็คือส้มนั่นเอง สุทธิดาเห็นว่าใครมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านก็ถามอย่างสงสัย
       “ใครน่ะ!”
       ส้มตกใจรีบหลบ สุทธิดายังเห็นว่าซุ่มอยู่เลยเดินเข้าไปหา
       “ฉันถามว่าใคร มายืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น...”
       ส้มหันหลังเร่งฝีท้าวเดินหนีไปเลย เธอเดินหนีด้วยความเศร้าและอาลัย อยากหันกลับไปมองลูกสาว สุทธิดายังมองตามส้มอยู่ แต่ไม่ได้สนใจอีก เดินเข้าบ้านไป
      
       สุทธิดาเดินเข้ามาในบ้านผ่านห้องรับแขก ได้ยินเสียงคุณหญิงวาปีกำลังคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
       “ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่า อาทิตย์ที่ผ่านมามีคนเห็นส้มครั้งสุดท้ายตอนถูกพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบจับตัวไปครับ”
       คุณหญิงหดหู่ที่ยินได้ข่าวไม่สู้ดีนัก เพราะอยากให้ส้มชดใช้ด้วยการติดคุกมากกว่าถูกทำร้าย
       “ล่าสุดพลเมืองดีเจอส้มนอนสลบอยู่ในพงหญ้าครับ ตามใบหน้าและตัวมีรอยแผลไหม้เหมือนถูกน้ำกรด แต่พอรักษาตัวเสร็จส้มก็หนีหายไปเลย”
       สุทธิดาเอะใจกับลักษณะอาการของส้มที่ตำรวจบอก เธอทวนคำของตำรวจเบาๆ
       “ตามใบหน้าและตัวมีรอยแผลไหม้จากการถูกน้ำกรด”
       สุทธิดาสงสัยทันทีว่าหญิงสาวที่แต่งกายโทรมๆ มีผ้าคลุมหน้าที่มาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านนั้นเป็นใคร
      
       สุทธิดาเดินเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น พบกับองค์อรที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองมองกัน แววตาไม่ได้มีความรู้สึกอคติต่อกันแล้วแต่ยังทำตัวไม่ค่อยถูก สุทธิดาถามขึ้นก่อน
       “คุณแม่ล่ะค่ะ”
       “อยู่กับดอมบนห้องจ๊ะ”
       น้ำเสียงขององค์อรดูอ่อนลงทำให้สุทธิดารู้สึกดีขึ้น เธอจะเดินไป องค์อรเรียกไว้
       “ดา...”
       สุทธิดาหันมามอง องค์อรอยากจะเคลียร์ใจกับหลานสาว สุทธิดาก็เช่นกัน องค์อรเดินเข้าหา
       “น้า...”
       สุทธิดาแย่งพูดก่อน
       “ดาขอโทษค่ะน้าอร”
       องค์อรซึ้งใจที่สุทธิดากล่าวขอโทษก่อน
       “น้าเองก็ต้องขอโทษดาด้วย ที่น้าเอาแต่ใช้อารมณ์มากกว่าใช้เหตุผล จนลืมนึกไปว่าเคยรักถนอมหลานมาตั้งแต่อ้อนแต่ออด”
       สุทธิดาตื้นตันน้ำตาคลอ เข้ากอดองค์อรแน่น
       “น้าอร...”
       “มันไม่สำคัญว่าเราจะเป็นใครนะลูก มันสำคัญที่ว่าเรารักและผูกพันอยู่กับใครต่างหาก”
       “ตอนที่หนูรู้สึกไม่เหลือใคร หนูคิดถึงน้าอรมากค่ะ”
       สองน้าหลานกอดกันแน่น น้ำตาไหลด้วยความรักและตื้นตัน มดดำเดินเข้ามาในมือมีเอกสารสองสามใบเห็นสองน้าหลานปรับความเข้าใจกันก็ยืนมองไม่รบกวน องค์อรหันไปเห็น
       “มดดำ...”
       น้าหลานคลายกอดกันปาดน้ำตา มดดำยิ้มให้องค์อร เดินเข้าหาและมองสุทธิดาด้วยสายดายินดีไม่คิดร้าย
       “มดดำได้สลัมที่เหมาะกับการไปสำรวจแล้วค่ะ” มดดำยื่นเอกสารให้ “นี่รายละเอียดค่ะน้าอร”
       องค์อรรับมาดูแล้วยิ้มพอใจก่อนจะหันมาบอกสุทธิดา
       “พรุ่งนี้น้ากับมดดำจะไปสำรวจความเป็นอยู่ของเด็กสลัมที่มดดำแนะนำมาน่ะ ดาไปด้วยกันนะ”
       สุทธิดาลังเล มองหน้ามดดำที่กำลังยิ้มมีไมตรีให้
      
       บรรยากาศยามเช้าของสลัมแห่งหนึ่ง...องค์อร สุทธิดา เดินนำหน้ามดดำกับสหรัฐ ผ่านตามซอยที่มีเด็กสลัมมอมแมมวิ่งไปมา องค์อรมองดูเด็กๆด้วยความเอ็นดู แต่สุทธิดายังไม่ชินกับความแออัดสักเท่าไหร่ มดดำไม่ค่อยอยากเดินใกล้สหรัฐเพราะยังรู้สึกเกรงใจสุทธิดาอยู่
       “ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าใครชวนคุณมา”
       “ถ้าเธอไม่พอใจก็ต้องไปตำหนิน้าอรแล้วล่ะ”
       มดดำขี้เกียจคุยด้วย เร่งฝีเท้าจนทันสุทธิดา สหรัฐเซ็ง...ในสลัมมีคนเข็นผักส่งตามร้านส้มตำร้านก๋วยเตี๋ยวดูสู้ชีวิต สุทธิดามองเด็กเหล่านั้นด้วยความรู้สึกทึ่งในความอดทน มดดำหันมาพูดกับสุทธิดา
       “เห็นแล้วก็นึกถึงตอนที่ฉันกับพี่อิทธิอยู่ที่สลัม เราตื่นกันตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน”
       สุทธิดาเริ่มสนใจฟังสิ่งที่มดดำเล่า มดดำยิ้มขำ
       “จนบางวันลืมกินข้าวเช้าเลยด้วยซ้ำ แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าเราลำบากเพราะเราทำมันจนชินแล้ว”
       สุทธิดารู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาสบายตั้งแต่เด็ก แต่ก็สะท้อนใจที่รู้ว่าตัวเองแย่งชีวิตแบบนั้นมาจากคนอื่น สุทธิดาจะเอ่ยปากคุยกับมดดำ แต่องค์อรเรียกมดดำก่อน
       “มดดำ”
       “คะ”
       มดดำเดินไปคุยกับองค์อร สหรัฐเข้ามาเดินเป็นเพื่อนสุทธิดา เธอรู้สึกแปลกๆที่ไม่ได้เดินกับเขาในฐานะแฟนแล้ว แต่ก็ทำใจยอมรับ ระหว่างนั้นหญิงคนหนึ่งแต่งตัวมอซอมีผ้าคลุมหน้าเดินสวนมา สุทธิดามองสงสัยว่าจะเป็นส้ม พยายามที่จะมองสังเกตดูหน้าแต่ก็ยังเห็นไม่ชัด สหรัฐก็สังเกตว่าสุทธิดาดูแปลกๆ จนหญิงคนนั้นเดินมาถึง สุทธิดาจับแขนไว้ได้ เธอชะงักหันมามองแต่ก็ไม่ใช่ส้ม สุทธิดาปล่อยไป
       “มีอะไรเหรอดา”
       “เปล่าค่ะ”
       สุทธิดายังมองตามหญิงคนนั้นและคิดเรื่องส้ม
      
       คุณหญิงวาปีเดินเข้ามาในห้อง เห็นว่ามีกัลยานั่งอยู่คนเดียว
       “นี่ไปไหนกันหมดเนี่ย ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอ”
       “ตาดอมขอตามคุณชาติไปที่บริษัทค่ะ ส่วนยัยอรก็ชวนมดดำกับลูกดาไปสำรวจสลัมที่สมาคมของยัยอรจะไปช่วยเหลือน่ะค่ะ”
       “อืม...รู้สึกว่าอะไรๆจะเริ่มเข้าที่เข้าทางบ้างแล้วนะ หวังว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอะไรขึ้นอีก”
       คุณหญิงยิ้มพอใจ กัลยามีความสุขไปด้วย
      
       องค์อร มดดำ สหรัฐ สุทธิดาเดินเลี้ยวมาอีซอยหนึ่งของสลัม สุทธิดาเดินคนเดียวอยู่หลังสุด ขณะเดินมาถึงแยกเธอก็ไปชนกับหญิงสาวที่มีผ้าขาวม้าปิดบังใบหน้าไว้ ส้มล้มลง แก้วพลาสติกที่ถืออยู่หล่นพื้นจนเศษเหรียญที่อยู่ในแก้วหกกระจาย ส้มรีบเก็บเศษเหรียญด้วยความเสียดาย สุทธิดายังไม่เห็นหน้า
       “ขอโทษ”
       สุทธิดาเห็นท่าทางแล้วรู้สึกสงสาร เลยหยิบใบร้อยยื่นให้ ส้มเห็นก็ดีใจรีบรับ
       “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ! ขอบคุณ”
       ผ้าขาวม้าที่พันอยู่ที่หน้าส้มหลุดออก ทำให้เผยใบหน้าที่มีรอยแผลโดนน้ำกรดน่ากลัว สุทธิดาเห็นก็ อึ้งไป
       “ส้ม!”
      
       ส้มเห็นว่าเป็นสุทธิดาก็ตกใจรีบเอาผ้าปิดหน้าไว้ แล้วลุกหนีทันที สุทธิดามองตาม สับสน แต่ก็ตัดสินใจเดินตามไป


  


       ส้มเดินหนีสุทธิดามาจนถึงใต้สะพานเปลี่ยวที่ไม่ค่อยมีคน ส้มหันกลับไปดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา เมื่อวางใจแล้วส้มก็หันหลับมามองดูเงินใบหนึ่งร้อยที่ได้มาจากสุทธิดา
       “ดา...ลูกดา...”
       ส้มมองดูใบร้อยอย่างมีความสุขตื้นตัน แต่แล้วจู่ๆก็มีมือมากระชากใบร้อยไป ส้มตกใจเงยหน้ามองเห็นขี้ยาสองคนกำลังดีใจที่ได้ตังส้ม
       “ไอ้โจ๊ก!ไอ้จัน!”
       ส้มมีท่าทางกลัวทั้งสองมาก แต่ก็พยายามแย่งเงินไม่อยากเสียเงินของลูกไป
       “เอาเงินของกูมา!”
       โจ๊กผลักออก
       “โธ่!อีหน้าผี! มึงจะมีปัญญามีเงินขนาดนี้ได้ยังไง!”
       จันจ้องหน้า
       “มึงไปขโมยของใครมา เดี๋ยวพวกกูจะเอาไปใช้เอง”
       ส้มจนปัญญา อยากได้คืน ยอมลงทุนยกมือไหว้พูดดีขอร้อง
       “ขอ...ขอเงินฉันคืนเถอะนะ” ส้มยื่นกระป๋องไปตรงหน้าขี้ยา “นี่!ๆ ฉันมีอยู่ในนี้อีกเอาไปให้หมดเลยแต่ขอใบร้อยฉันคืนเถอะนะ”
       สุทธิดาเรียก
       “ส้ม...”
       “คุณดา!”ส้มตกใจ
       โจ๊กกับจันเห็นสุทธิดาแล้วชอบทันที ส้มรู้ทันความคิดของพวกมัน
       “พวกมึงคิดอะไร!”
       โจ๊กยิ้มกริ่ม
       “มึงก็รู้”
       โจ๊กกับจันเกิดความหื่นเดินใส่สุทธิดา ส้มตกใจ
       “คุณดาหนีไป!”
       สุทธิดาเห็นท่าไม่ดีจะหนีแต่ไม่ทัน ถูกโจ๊กกับจันลากเข้าใต้สะพาน สุทธิดาตกใจ ส้มรีบเข้าช่วยฉุดดึง
       “ไอ้โจ๊ก!ไอ้จัน! ปล่อยเค้าไปเถอะ อย่าทำอะไรคุณดาเลยนะ! พวกมึงอยากได้เงินใช่มั้ย! พวกมึงเอาไปให้หมดเลย!...ไปสิ!”
       จันสะบัดส้ม
       “โอ๊ยอีนี่! มึงไปให้ไกลๆเลย!”
       จันใช้ตีนยันส้มจนล้ม แต่ส้มไม่ได้สนใจตัวเองรีบลุกขึ้นมาห้ามอีก จันโมโหตบหน้าส้มล้มลง
       “โอ้ย!”
       สุทธิดาร้องลั่น
       “ส้ม! ช่วยฉันด้วย!”
       โจ๊กตะคอก
       “มึงอยู่เฉยๆเลย อย่าดิ้น!”
       สุทธิดากลัวมาก ส้มทนไม่ไหว อยากช่วยลูก ไม่กลัวตายแล้วหยิบท่อนไม้ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาแล้ววิ่งใส่โจ๊กกับจัน
       “พวกมึงตาย!”
       ส้มกระหน่ำตี โจ๊กร้องลั่น
       “โอ๊ย!อีหน้าผีนี่! มึงอยากตายรึไง...นี่แน่ะ!”
       โจ๊กต่อยส้มล้มลง จันแตะซ้ำ ส้มรีบบอก
       “คุณดาหนีไป!”
       สุทธิดาอึ้งที่เห็นส้มเอาชีวิตเข้าแลก ส้มเข้ารัดดึงแขนโจ๊กกับจันไว้
       “หนีไปสิคะคุณดา! หนีไปค่ะ”
       โจ๊กกับจันจะหลุดมาอยู่แล้ว สุทธิดาทำอะไรไม่ถูก ทั้งตกใจทั้งกลัว เธอมองหน้าส้มอีกครั้ง
       “ไม่ต้องห่วงฉันค่ะ ฉันเอาตัวรอดได้!”
       สุทธิดาตัดสินใจวิ่งหนีไป ส้มฮึดสู้กอดรัดดึงไว้เต็มที่ โจ๊กกับจันพยายามทุบตี จนส้มล้มลง โจ๊กกับจันหันไปมองดูสุทธิดาที่หนีไปไกลแล้วก็เสียดาย
       “อีหน้าผีมึง!”
       ทั้งสองกระหน่ำเตะส้ม แต่ส้มกลับยิ้มดีใจที่เห็นสุทธิดาปลอดภัยแล้ว
      
       องค์อรกับสุทธิดาเดินเข้ามาในบ้าน สุทธิดาเงียบผิดปกติจนองค์อรรู้สึกผิดสังเกต
       “ดา...หลานเป็นอะไรรึป่าว น้าเป็นดาดูแปลกๆตั้งแต่ตอนกลับมาแล้ว”
       สุทธิดาไม่อยากบอกว่าเจอส้ม
       “เปล่าค่ะน้าอร ไม่มีอะไรค่ะ ดาแค่รู้สึกเพลียนิดหน่อย”
       องค์อรไม่อยากเซ้าซี้หลานอีก แค่มองด้วยความเป็นห่วงแล้วเดินไป สุทธิดายังคิดถึงเรื่องส้ม
       “หนีไปสิคะคุณดา! หนีไปค่ะ ไม่ต้องห่วงฉันค่ะ ฉันเอาตัวรอดได้!”
       สุทธิดารู้สึกเป็นห่วงส้ม
      
       ค่ำนั้น กัลยานั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสืออยู่ องค์อรเปิดประตูเดินเข้ามา
       “พี่กัลป์ อรว่าจะมาชวนพี่กัลไปทำบุญที่สลัมกันวันพรุ่งนี้น่ะค่ะ ยัยดากับมดดำไปด้วย อรก็เลยอยากให้พี่กัลชวนพี่ชาติไปด้วยค่ะ”
       “อืม...ก็ดีสิ...เดี๋ยวคุณชาติกลับมาพี่จะชวนนะ”
       องค์อรยิ้มดีใจ
       “งั้นอรไม่กวนพี่กัล ขอตัวก่อนนะคะ”
       องค์อรลุกไป กัลยายิ้มมองตามมีความสุข
      
       เช่าวันใหม่...ลานกว้างหน้าสลัมถูกจัดพื้นที่ให้เป็นที่แจกของให้กับพวกเด็กด้อยโอกาส ครอบครัวของชาติชายกำลังแจกของเด็กๆที่ทยอยกันเข้ามารับของ โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสองสามคนคอยอำนวยความสะดวก ทุกคนมีความสุข แต่มดดำคนเดียวที่ดูไม่ค่อยสดชื่น สุทธิดาสังเกตได้
       “มาทำบุญ แต่หน้าตาไม่สดชื่นเลยนะ”
       “ฉันเห็นสลัมทีไรก็อดคิดถึงแม่ไม่ได้ค่ะ”
       มดดำถอนใจ สุทธิดาอยากรู้ความรู้สึกของมดดำที่มีต่อส้ม
       “เธอรักส้มมากขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมอยากจะตามหาเขาอีก”
       “ฉันรักแม่ส้มมากค่ะ ตอนเด็กฉันขาดพ่อ ก็มีแค่แม่คนเดียวนี่แหละค่ะที่คอยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของฉัน ทำให้ชีวิตฉันดูมีความหมาย”
       “ทั้งที่เขาร้ายกับเธอมากนี่นะ”
       “เรื่องที่แม่ร้ายกับฉัน ฉันไม่เคยเก็บเอามาคิดเลยค่ะ...ถ้าฉันรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหนก็ดีสินะ...”
       สุทธิดาทึ่งที่มดดำรักส้มมากขนาดนั้น เธอยังเก็บเรื่องที่เจอส้มไว้ในใจ...กัลยามีท่าทางเหนื่อย ชาติชายประคอง
       “คุณเป็นอะไรรึเปล่ากัล”
       “เหนื่อยนิดหน่อยค่ะชาติ ได้พักสักหน่อยคงหาย”
       ชาติชายประคองกัลยาออกไป
      
       ส้มผ่านมาเห็นสุทธิดาก็แอบดูมีความสุข สายตาของเธอมองไปเห็นชาติชายประคองกัลยาเข้ามาหาที่นั่งพักใกล้กับที่เธอแอบอยู่ ส้มแอบสังเกตทั้งสอง ชาติชายพัดวีดูแลกัลยา ส้มเกิดความอิจฉาริษยา
       “พวกมึงมีความสุขกันจริงๆนะ”
       กัลยายิ้มให้ชาติชายที่ดูแลอย่างดี ทั้งสองมองไปทางมดดำ“ฉันมีความสุขจริงๆเลยค่ะที่ยัยดาเริ่มยอมรับมดดำแล้ว”
       ชาติชายมองตาม
       แรง
      
       “โอ๊ย!”


  


       มดดำล้มลงตัวงอ ส้มสะใจ
      
       “ดีสม! ฮ่าๆๆๆๆๆ!! เอาเลย! เอามันให้ตายเลย” “นั่นสินะ เราได้มดดำมาเป็นพี่คนโตผมก็อุ่นใจขึ้นเยอะ เพราะมดดำจะต้องดูแลน้องๆได้ดีแน่นอน ผมจะส่งเสียและดูแลลูกมดดำให้ดีที่สุดเลย ชดเชยกับที่เขาหายจากเราไป”
       สองสามีภรรยามีความสุขมาก แต่คนที่เป็นเดือดเป็นแค้นเพิ่มขึ้นก็คือส้ม
       “พวกมึงก็ห่วงแต่อีมดดำลูกมึงนั่นแหละ กับลูกกูไม่พูดถึงสักคำ”
       ส้มที่กำลังเจ็บแค้นใจ คิดวางแผน แค้นชาติชาย อาฆาตกัลยา เริ่มมีอาการจิตส่อไปถึงความไม่มีเหตุผลในการทำลาย ชาติชายลุกไปช่วยพวกเด็กๆแจกของปล่อยกัลยาไว้คนเดียว ส้มเห็นโอกาสแก้แค้นเลยแกล้งโผล่ไปเปิดหน้าส่วนที่ยังไม่เสียหายให้กัลยาเห็น กัลยาเห็น ส้มเดินหลบไป กัลยาลุกตามทันที มดดำเห็นกัลยาเดินออกไปคนเดียวแต่ยังไม่เห็นส้ม
      
       ส้มเดินหนีเข้ามาไปหลบอยู่ใต้สะพานเปลี่ยว รอจังหวะที่กัลยาผ่านมาถึง พอกัลยามาถึงส้มออกมาดึงแขนแล้วลากเข้าไปใต้สะพานทันที
       “ว้าย!”
      
       มดดำที่ช่วยสุทธิดาแจกของอยู่รู้สึกผิดสังเกตที่เห็นกัลยาหายไปนาน มดดำเลยออกตามหา สุทธิดาที่อยู่ด้วยเห็นมดดำเดินออกไปก็ไม่เอะใจ สหรัฐหยิบแพกกล่องนมขึ้นมา
       “ดา เดี๋ยวช่วยพี่แกะอันนี้หน่อยนะ”
       สุทธิดาช่วยสหรัฐแกะแพกกล่องนม
      
       ส้มลากกัลยาเข้ามาจ้องหน้า กัลยามองตามตัวเห็นสภาพมอซอและรอยแผลไหม้ที่แขนส้มก็ตกใจ กัลยาพยายามมองใบหน้าที่อยู่ใต้ผ้าคลุมของส้ม
       “เธอคือ...”
       ส้มดึงผ้าที่โพกหน้าไว้ออกเผยให้เห็นรอยแผลเห็นใบหน้าที่น่ากลัวและยังมีรอยฟกช้ำจากที่โดนขี้ยาซ้อม กัลยาตกใจ
       “ส้ม!”
       ส้มตบกัลยาเปรี้ยง
       “เป็นเพราะพวกมึง! ผัวของมึงทำให้ชีวิตกูพัง!”
       กัลยาตกใจ
       “มันเรื่องอะไรกันส้ม”
       “มึงก็เห็นสภาพของกูแล้วนี่!”
       ส้มชี้ไปที่มุมใต้สะพาน
       “นี่ไง!ที่นอนกู! ตอนที่พวกมึงกับแม่ของมึงโขกสับกู มึงไม่รู้หรอว่าผัวของมึงทำให้กูหลงรักมากขนาดไหน แล้วมันก็ทิ้งกู เพราะมึงท้องอีมดดำ”
       “ส้ม แต่เธอทำตัวของเธอเองนะ”
       “พวกมึงทำกูต่างหาก กูจะตกลงกับคุณชาติได้อยู่แล้ว แต่แม่มึงก็ดันเฉดหัวกูออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา กูเจ็บแค้นเหลือเกิน หึ!วันนี้แหละกูจะเอาคืนมั่ง ก่อนที่พวกมึงจะเห็นลูกดาของกูไม่มีค่า”
       “ชีวิตเธอต้องการอะไรกันแน่ส้ม ต้องการแก้แค้น หรืออยากทำเพื่อลูกให้ลูกสบาย”
       ส้มชะงักฉุกคิด แต่ไม่สนใจแล้ว ส้มตบกัลยาอีกครั้ง
       “ตอนนี้กูรู้อย่างเดียวว่ากูอยากทำลายพวกมึง!”
       ส้มชักมีดปลายแหลมออกมา กัลยาตกใจ โจ๊กกับจันเดินผ่านมา กัลยาเห็นมีคนมาก็ร้องขอให้ช่วย
       “ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!”
       โจ๊กกับจันหันมองตามเสียงกัลยา
      
       มดดำเดินหากัลยามาตามถนนซอยต่างๆของสลัม แต่ก็ยังหาไม่เจอ ลองถามคนเดินผ่านไปมา
       “พี่จ๊ะพี่ เห็นผู้หญิงวัยกลางคน หน้าตาผิวพรรณดีผ่านมาทางนี้บ้างมั้ยจ๊ะ”
       คนที่มดดำถามส่ายหน้าไม่รู้ มดดำเริ่มเป็นห่วงกัลยา
      
       โจ๊กกับจันเดินเข้าหาส้มกับกัลยา ส้มกลัวและระวังตัว กัลยาดีใจดีใจวิ่งเข้าหา
       “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
       โจ๊กยิ้มไม่น่าไว้ใจใส่กัลยา มองดูตามตัวเห็นของมีค่า
       “อีหน้าผี เดี๋ยวนี้มึงหาเหยื่อเองแล้วเหรอวะ”
       กัลยางงเริ่มกลัวและไม่ไว้ใจ ส้มสั่นกลัว
       “เปล่า!ไม่ใช่! ถ้าพวกมึงอยากได้เงิน ก็ค้นเอาที่ตัวมันเลย อี่นี่มันรวย แล้วไม่ต้องมายุ่งกับกูนะ!”
       โจ๊กยิ้มพอใจ
       “ไอ้จันจับไว้”
       จันจับกัลยา
       “จะทำอะไรฉันน่ะอย่านะ! อย่าทำฉันเลย”
       กัลยาดิ้น จันตะคอก
       “อยู่นิ่งๆเถอะน่า เดี๋ยวพ่อตบให้!”
       กัลยากลัวมากเริ่มหายใจติดขัด อาการหัวใจกำเริบ ส้มเห็นแล้วพอใจมาก
       “จัดการมันเลย เอามันให้ตายเลยก็ได้”
       กัลยายิ่งหายใจติดขัด กุมหัวใจที่กำลังเต้นแรง แล้วมดดำก็ปรากฏตัว
       “หยุดนะ!”
       ส้มชะงัก
       “อีมดดำ!”
       “แม่!”
       กัลยาดีใจที่เห็นส้ม โจ๊กกับจันหันมองเห็นมดดำสวยแล้วยิ่งพอใจ
       “วันนี้ลาภปากเยอะจังเลยวะ ไอ้จันไปลากมันมา”
       จันเดินเข้าหามดดำหวังฉุด มดดำถีบสวน โจ๊กตามเข้ามาสมทบทั้งสามต่อสู้ชุลมุน มดดำได้เปรียบอยู่หน่อย เพราะพวกขี้ยาไม่ค่อยมีแรง ส้มมัวแต่ดูเขาสู้กัน กัลยาได้จังหวะรีบหยิบโทรศัพท์โทรหาชาติชายทันที
       “ชาติคะ ช่วยด้วยค่ะ! ฉันอยู่ ใต้สะพาน!”
       “อีกัล!มึงทำอะไร เอามานี่”
       ส้มเข้าแย่งโทรศัพท์จากกัลยา ยื้อกันจนโทรศัพท์หล่น แต่สายยังไม่ตัด กัลยาฮึดแรงสู้ส้ม
      
       ชาติชายกำลังฟังเสียงโทรศัพท์
       “กัล! กัล! คุณเป็นอะไรน่ะ คุณอยู่ไหน”
       ชาติชายพยายามฟังเสียง สหรัฐเข้ามาถาม
       “มีอะไรเหรอครับน้าชาติ”
       “เกิดเรื่องกับกัล”
      
       ทุกคนตกใจ

      
       มดดำถูกถีบกระเด็นเซมาใต้สะพาน เธอลุกขึ้นสู้อีก กัลยาเป็นห่วง
      
       “มดดำระวังนะ!”
       ส้มเข้าลากกัลยามา
       “เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะมึง”
       ส้มตบกัลยาล้ม ยิ้มสะใจแล้วหันไปดูโจ๊กกับจันที่กำลังรุมมดดำที่เริ่มหมดแรงและเสียเปรียบ จันจับล็อกแขนได้ โจ๊กได้จังหวะต่อยเข้าท้องสุด
       มดดำมองหน้าน้อยใจที่ส้มไม่ห่วงเลย โจ๊กเดินเข้าไปจับหน้ามดดำมาดูใกล้ๆยิ้มพอใจ
       “สวยนี่หว่า!”
       ส้มยุ
       “ชอบมันเหรอ เอาเลย จับมันทำเมีย! ข่มขืนมันเลย!”
       มดดำอึ้ง
       “แม่!”
       มดดำพยายามดิ้นสู้ ส้มสะใจ กัลยาอึ้งพยายามขอร้องโจ๊ก
       “อย่าเลยนะ! อย่า! อย่าทำมดดำเลย” กัลยาอ้อนวอนส้ม “ฉันขอร้องล่ะส้ม ปล่อยมดดำไปเถอะ”
       กัลยากอดขาส้มขอร้องไม่ให้ทำอะไรมดดำ ส้มเห็นแล้วยิ่งมีความสุข
       “พวกมึงจะช้าอยู่ทำไมเล่า จะโง่ให้ตำรวจมาก่อนรึไง!”
       โจ๊กกับจันไม่พอใจที่ส้มออกคำสั่ง แต่ก็รีบลากมดดำเข้ามุมแล้วช่วยกันกดลง มดดำพยายามสู้ กัลยาวิ่งเข้าไปช่วยจิกหัวฟัดโจ๊ก ส้มไม่ได้ดั่งใจ
       “ไอ้โง่เอ้ย! แค่นี้ก็เอากันไม่อยู่”
       ส้มจะเดินเข้าไปช่วยจับ แต่โจ๊กที่หมั่นไส้เตรียมรออยู่แล้ว
       “มึงปากดีมากเลยนะอีหน้าผี กูหมั่นไส้นานแล้ว” โจ๊ดตบส้มเปรี้ยง “นี่แน่ะ!”
       ส้มล้มหน้าคว่ำทันที โจ๊กตามกระทืบซ้ำอีก มดดำตกใจ
       “แม่!”
       มดดำถีบจันออกรีบเข้าไปช่วยส้ม ที่กำลังถูกโจ๊กทำร้าย
       “แม่เป็นอะไรมั้ยจ๊ะ แม่หนีไปก่อนนะ!”
       ส้มอึ้งที่เห็นมดดำยอมเอาชีวิตเข้าช่วยตัวเอง...ทันใดนั้น สุทธิดา ชาติชาย สหรัฐ องค์อร ตำรวจเข้ามา
       “หยุดนะ!นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”
       โจ๊ก จัน ส้มเห็นตำรวจมาก็ตกใจ มดดำกับกัลยาโล่งใจขึ้น ชาติชายเป็นห่วง
       “กัล คุณเป็นอะไรมั้ย”
       สหรัฐก็เป็นห่วงมดดำ
       “มดดำ!”
       ชาติชายกับสุทธิดาเห็นหน้าส้มก็ตกใจ ส้มรีบเอาผ้าปิดหน้า ชาติชายเข้ามาบอก
       “ส้ม มอบตัวเถอะนะ”
       ส้มเสียใจมากที่ชาติชายอยากให้ตัวเองถูกจับ โจ๊กกับจันเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีไปอีกทาง ตำรวจ 2 คนตามไป ส้มมองหน้าชาติชาย
       “หึ!จะมาช่วยเมียตัวเอง แล้วหลอกให้ฉันโดนจับงั้นเหรอ ฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”
       ส้มเข้าล็อคคอกัลยาทันทีแล้วชักมีดออกมา ทุกคนตกใจ กัลยาหายใจติดขัด องค์อรรีบห้าม
       “ส้ม อย่าทำไรพี่กัลนะ!”
       “ถอยออกไป!ไม่งั้นกูฆ่าอีนี่แน่!”
       ส้มหันไปมองสุทธิดาด้วยความอาลัย ร้องไห้
       “คุณสุทธิดา ฉันช่วยคุณได้เท่านี้แหละ ฉันขอโทษที่กำจัดอีมดดำออกไปจากชีวิตคุณไม่ได้ ต่อไปนี้คุณต้องดูแลตัวเองนะ”
       สุทธิดาพยายามเตือนสติ
       “กลับตัวซะเถอะส้ม”
       “กลับไม่ได้แล้วค่ะคุณดา ยังไงฉันก็ต้องติดคุก ฉันทรมานมาตลอดชีวิตแล้ว จะไม่ยอมไปทรมานในคุกอีก ถ้าจะตายฉันก็ขอเอาอีนี่ไปด้วย ลาก่อนนะคะคุณหนูสุทธิดา”
       ส้มตัดสินใจจะแทงกัลยา สุทธิดาโผล่งออกมา
       “หยุดเถอะนะแม่ส้ม!”
       ส้มชะงักทันที ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
       “คุณเป็นแม่ของฉัน ฉันยอมรับคุณแล้ว แม่ส้มอย่าทำบาปอีกเลยนะ”
       ส้มตื้นตันน้ำตาไหล ดีใจมาก มือเริ่มอ่อนลง
       “ฉันไม่อยากจะเป็นเด็กกำพร้า มอบตัวเถอะ ออกมาเมื่อไหร่ฉันจะดูแลแม่เอง”
       น้ำเสียงของสุทธิดามีความจริงใจ ส้มมีความสุขสุดชีวิต มือที่ล็อกคอกัลยาอยู่เริ่มคลายลง กัลยาหมดแรงเสียหลักล้มลง ส้มเซตาม มีดที่อยู่ในมือพุ่งเข้าหากัลยาเหมือนจะถูกทำร้าย ตำรวจยิงสวนทันที
       ปัง!
       ส้มล้มลงปล่อยมือจากกัลยา ทุกคนร้องกรี๊ด มดดำวิ่งเข้าหาส้มทันที ชาติชายเข้าไปประคองกัลยา สหรัฐก็คอยดูแลองค์อรที่อึ้งอยู่ สุทธิดาช็อกมองภาพของส้มที่ล้มลงเลือดไหล สุทธิดาเดินเข้าไปหาส้มที่อยู่ในอ้อมแขนมดดำ
       “แม่! แม่จ๋า! แม่อย่าเป็นอะไรไปนะ แม่ ฮือๆๆๆ”
       มดดำร้องไห้ฟูมฟายใจจะขาด ส้มที่ยังมีสติอยู่พยายามผลักมดดำออกแต่ไม่มีแรง ส้มมองสุทธิดาด้วยความอาลัย ส้มฝืนเจ็บพูดออกมา
       “ลูกดา ลูก...”
       สุทธิดาเข้ามาใกล้ๆ
       “เราเกือบจะได้อยู่ด้วยกันอย่างแม่ลูกแล้วเชียว แต่แม่คงไม่มีบุญ แม่ยอมหยุดทุกอย่างแล้ว แม่อยากอยู่กับลูกดา”
       ส้มร้องไห้ สุทธิดาน้ำตาไหล มดดำห่วงส้ม
       “แม่! แม่อย่าเพิ่งพูดเลยนะ ไปหาหมอก่อน ฮือๆๆๆ” มดดำหันไปหาทุกคน “ช่วยเรียกรถพยาบาลหน่อย ช่วยแม่หนูด้วย ฮือๆๆ”
       ส้มมองดูมดดำที่เป็นห่วงตัวเองจนถึงเวลาสุดท้าย เริ่มซึ้งน้ำใจสงสารมดดำ ส้มมองสุทธิดา
       “แม่อยากให้ลูกมีความสุข แต่ตัวเองกลับทรมานอยู่ตลอดเวลาเพราะคิดถึงลูก ถ้ารู้อย่างนี้ยอมอยู่กับลูกอย่างลำบากแต่มีความสุขดีกว่า” ส้มมองชาติชาย “ฉันขอโทษนะคะคุณชาติ คุณกัลและคุณองค์อรฉันอยากให้พวกคุณอโหสิกรรมให้ฉันด้วย”
       กัลยากับองค์อรพยักหน้าสงสารอโหสิกรรมให้ ส้มยิ้มมองหน้ามดดำที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ส้มลูบหัวมดดำ
       “หยุดร้องไห้ได้แล้วลูก จะไม่มีแม่ใจร้ายมาคอยทรมานแล้วนะ”
       “ไม่จ๊ะแม่ แม่ต้องไม่เป็นอะไร!”
       ส้มมองชาติชายและกัลยา
      
       “ฉันฝากดูแลมดดำด้วยนะคะ และขอร้องว่าอย่าทอดทิ้งลูกดา รักและเอ็นดูพวกเขาให้เท่าๆกัน”


  


       ชาติชายกับกัลยารับปาก ส้มหมดห่วง มองหน้ามดดำกับสุทธิดาอย่างมีความสุขแล้วสิ้นใจ มดดำกับสุทธิดากอดส้มร้องไห้เสียใจ มดดำกราบลงที่ศพของแม่ ท่ามกลางความโศกเศร้าสลดใจของทุกคน
      
       พิธีการเผาศพส้มได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว...ในห้องนอน มดดำวางรูปถ่ายของส้มติดไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง สุทธิดายืนมองอยู่ด้วย หญิงสาวทั้งสองยืนมองรูปของแม่ตัวเอง
       “ถึงฉันจะไม่เข้าใจว่าเธอรักคนที่ทำร้ายเธอมาตลอดชีวิตได้ยังไง แต่ฉันก็พอเข้าใจว่าคนที่เป็นลูก รักและผูกพันอยู่กับแม่ที่เลี้ยงตัวเองมามากขนาดไหน”
      
       “ค่ะ ฉันเกิดมาจำความได้ก็เห็นหน้าท่านแล้ว และรักท่านมาตลอด หลังจากวันนี้ฉันคงจะได้กราบไหว้แม่ทุกวัน”
       “ให้ฉันมาไหว้ด้วยได้มั้ย...”
       มดดำดีใจที่สุทธิดายอมรับส้มได้แล้ว ดึงมือสุทธิดามากุมไว้ยิ้มยินดี
       “ได้สิคะ”
      
       ดอมประคองคุณหญิงวาปีนั่งลงหลังจากกลับมาจากงานศพ กัลยา ชาติชาย องค์อรนั่งอยู่ด้วย วาปีถอนใจ
       “เฮ้อ...จบสักทีสินะ ชีวิตคนเรานี่มันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันก็คงจะแก่เกินไปแล้วด้วย ยัยกัล...แม่อยากจะวางมือเรื่องธุรกิจ อยากจะฝากให้กัลป์ดูแลทั้งหมด”
       องร์อรดีใจ แต่กัลยายังเป็นกังวลอยู่
       “แต่คุณแม่คะ กัลก็อยากช่วยคุณแม่แต่โครงข่ายของบริษัทของเรามันกว้างใหญ่ กัลเกรงว่าจะดูแลได้ไม่ทั่วถึงและไม่ดีพอค่ะ”
       “ก็ให้ตาชาติทำสิ เป็นสามีภรรยากันก็ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำไม่ใช่รึ”
       ชาติชายกับกัลยาอึ้งไม่คิดว่าคุณหญิงจะยอมรับชาติชายแล้ว ทั้งสองดีใจ
       “คุณแม่คะ แปลว่าคุณแม่...”
       “ตาชาติเป็นคนเก่ง ที่ผ่านมาในเรื่องธุรกิจแม่ไม่เคยที่จะไม่ไว้ใจ” คุณหญิงมองชาติชาย “ตาชาติมีเรื่องผิดอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวคือเรื่องของส้ม และมันก็จบไปแล้ว”
       “คุณแม่...”
       ชาติชายตื้นตันใจที่คุณหญิงยอมรับตนแล้ว เขาเข้าไปหาคุณหญิงแล้วกราบลงที่ตัก
       “แม่ฝากครอบครัวของแม่ด้วยนะ” คุณหญิงลูบหัว
       “ครับคุณแม่...”
       ทุกคนมีความสุขที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี
      
       เวลาผ่านไปหลายวัน มดดำกับสุทธิดายืนชมวิวอยู่ที่สวนหลังบ้าน สหรัฐเดินมาเห็นมดดำแต่ยังไม่ทันเห็นสุทธิดา เขาเดินเข้าไปหามดดำ
       “มดดำ...”
       สหรัฐเห็นสุทธิดาที่ยืนอยู่ด้วยก็ชะงัก มดดำยังแกรงใจสุทธิดาอยู่
       “น้องดา...”
       “อยากจะพูดอะไรกับมดดำก็พูดสิคะ ดาไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” สุทธิดาหันไปหามดดำ “ส่วนเธอเลิกโกหกใจของตัวเองได้แล้ว”
       “คุณดา...”
       “พี่รัฐค่ะ วันไหนพร้อม...เราไปบอกผู้ใหญ่ขอถอนหมั้นกันเลยนะคะ คนปากแข็งคนนี้ จะได้ปากตรงกับใจสักที”
       “จริงเหรอน้องดา”
       สหรัฐดีใจโผจะเข้ากอด มดดำผลักออก
       “เฮ้ย!คุณ!”
       สุทธิดาเคือง
       “นี่พี่รัฐ แสดงออกน้อยๆหน่อย”
       สหรัฐชะงัก สุทธิดายิ้มให้ทั้งสองก่อนเดินหันหลังจากไป เธอน้ำตาซึมเล็กน้อยแต่ก็มีความสุข
      
       ดอมกับอิทธิยืนดู มดดำ สุทธิดาและสหรัฐอยู่มุมหนึ่งนานแล้ว
       “พี่ดาเปลี่ยนไปมากเลยนะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่นิ่งขนาดนี้ ยังไงผมก็ขอบคุณพี่อิทมากนะครับ”
       อิทธิสงสัย
       “ทำไมเหรอคุณดอม”
       “ก็ที่พี่อิทธิช่วยอบรม ให้แง่คิดที่ดีกับพี่ดาจนพี่ดาคิดได้กลับมาเป็นพี่สาวที่ดีของผมเหมือนเดิม”
       “คุณดอมรู้ได้ไงครับว่าผมเป็นคนทำให้คุณดาเปลี่ยน”
       “พี่ดาเป็นคนเล่าให้ผมฟังเอง”
       อิทธิไม่คิดว่าตัวเองก็มีความดีความชอบให้กับสุทธิดาเหมือนกัน อิทธิมองที่มดดำ
       “บางทีเราต้องการให้ความรักเป็นอย่างที่เราอยากจะให้เป็น แต่ถ้ามันไม่สามารถเป็นได้ เราเป็นลองเปลี่ยนมุมมองของความรักให้เป็นแบบใหม่ มันก็มีความสุขเหมือนกันนะครับ”
       ดอมมองไปที่มดดำแล้วคิดตามคำพูดอิทธิ
      
       เช้าวันใหม่...ในห้องรับแขก ทุกคนนั่งอยู่กันพร้อมหน้า สหรัฐพูดขึ้น
       “ผมต้องกราบขอโทษด้วยจริงๆ ที่วันนี้คุณแม่มาไม่ได้ ท่านติดธุระสำคัญอยู่ที่ต่างประเทศครับ”
       คุณหญิงวาปีหันไปถาม
       “แล้วตัดสินใจกันดีแล้วใช่มั้ย แน่ใจนะตารัฐ ยัยดา”
       สุทธิดาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
       “ดาแน่ใจแล้วค่ะคุณยาย ดากับพี่รัฐเหมาะจะเป็นพี่น้องกันมากกว่า” เธอถอดแหวน “แหวนวงนี้ควรจะอยู่บนนิ้วนางของคนที่พี่รัฐรักค่ะ”
       สหรัฐมองขอบคุณสุทธิดา
       “แล้วคนที่ตารัฐรักคือใครล่ะ”
       กัลยายิ้มถามมองไปทางมดดำ เปิดทางให้สหรัฐสารภาพ สุทธิดายิ้มให้กำลังใจสหรัฐ
       “ผมรักมดดำครับ”
       มดดำอึ้ง ดีใจ
       “ถ้าคุณแม่กลับมา ผมคิดว่าจะให้ท่านมาสู่ขอมดดำให้เป็นเรื่องเป็นราวครับ”
       สหรัฐมอง มดดำเขินดีใจลึกๆ
       “คุณพูดเองเออเองหมด ไม่ถามฉันสักคำ”
       “ถามเธอ เธอก็ปากแข็ง สู้ขอที่ผู้ใหญ่เลยไม่ดีกว่าเหรอ”
       สหรัฐกวน มดดำเถียงไม่ออก ชาติชายพูดขึ้น
       “เอาน่า รักกันมันไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตารัฐกล้าขอพ่อก็กล้าให้”
       “คุณพ่อ!”
       มดดำงอนที่ทุกคนเข้าข้างแต่สหรัฐ ผู้ใหญ่ต่างพากันขำเอ็นดูมดดำ
       “น้ายินดีกับเธอสองคนด้วยนะ” องค์อรยิ้มแย้มยินดี
       “ขอบคุณค่ะ” มดดำหันไปหาคุณหญิง “มดดำอยากจะขอเอาลุงเหลิมมาดูแลด้วยได้มั้ยค่ะ มดดำอยากตอบแทนพระคุณลุงเหลิม”
       คุณหญิงวาปียิ้ม
       “ได้สิ”
       มดดำมีความสุข ทุกคนก็มีความสุขไปด้วย
      
       อิทธินั่งนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ในสวนหย่อม สุทธิดามาเดินผ่อนคลายมาที่นี่เหมือนกันเห็นอิทธินั่งอยู่ก็ถามขึ้น
       “ยังเศร้าเรื่องของเขาอยู่เหรอ”
       “ผมทำใจได้นานแล้วล่ะครับคุณดา”
       ทั้งสองนิ่งเงียบ รู้สึกเหมือนมีเพื่อนที่เข้าใจกัน
      
       “แล้วคุณดาจะทำยังไงต่อครับ เรื่องเรียน”


  


       “ฉันบอกกับคุณยายว่าฉันอยากจะไปเรียนที่ต่างประเทศ ฉันอยากจะลืมเรื่องร้ายๆที่นี่ให้เร็วที่สุด”
        
      
       “งั้นผมก็ขอให้คุณโชคดีนะครับ”
       สุทธิดายิ้มขอบคุณอิทธิ ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
      
       ค่ำนั้น มดดำคุยโทรศัพท์กับสหรัฐอยู่ในห้องนอน
       “ดึกมากแล้ว ยังไงก็ขอให้เธอหลับฝันดีนะ ...”
       “ค่ะ...”
       มดดำยิ้มอย่างมีความสุข
      
       วันใหม่...ในห้องประชุมของสมาคม
       “ทางสมาคมขอแสดงความยินดี กับนายกสมาคมคนใหม่ด้วยครับ”
       กรรมการทุกคนลุกขึ้นปรบมือต้อนรับองค์อร นายกคนใหม่ของสมาคม องค์อรมีความสุขและยินดียิ่ง
      
       สุทธิดาสอนหนังสือให้กับเด็กกำพร้าด้อยโอกาสในสลัมแห่งหนึ่ง องค์อรมองดูสุทธิดาอย่างมีความสุข สุทธิดามองดูเด็กๆที่ต่างก็มีความสุขที่ได้เรียนหนังสือ
      
       กัลยากำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานที่เคยเป็นห้องของคุณหญิงวาปี เธอเข้ามาบริการเต็มตัวแล้ว กัลยากับชาติชายช่วยกันดูแลงานของบริษัท มีดอมเข้ามาคอยศึกษางานด้วย ทั้งสองมองดูบริษัทและพนักงานบริษัทของตัวเองอย่างมีความสุข
      
       ชาติชายยืนมองดูวิวอยู่ริมหน้าต่าง อิทธิที่อยู่ในชุดสูทผูกไทสุดเท่เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง
       “อ้าวอิท”
       “คุณชาติเรียกผมมามีอะไรรึเปล่าครับ”
       “อิท...เธอได้รับเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดแล้วใช่มั้ย”
       “ครับ ขอบคุณมากครับ”
       “ฉันอยากให้นายไปเรียนภาษาเพิ่มเติมที่ต่างประเทศ เพื่อจะได้กลับมาช่วยที่บริษัทของเรา”
       “แต่...”
       “ไม่ต้องแกรงใจหรอกนะ ฉันจะให้นายไปประเทศเดียวกันกับลูกดา อยากจะให้นายอิทช่วยดูแลสุทธิดาด้วย ดายังเด็กอยู่ต้องมีคนคอยประคอง และฉันก็ไว้ใจนาย”
       อิทธิเห็นว่าชาติชายให้ความไว้วางใจก็อยากจะตอบแทน
       “ครับ...ได้ครับ”
      
       ชาติชายแตะไหล่เชื่อใจยิ้มให้อิทธิ
      
       กัลยานั่งผ่อนคลายอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง คุณหญิงวาปีเปิดประตูเดินเข้ามา
       “คุณแม่คะ...”
       กัลยาเดินเข้าไปกอดคุณหญิง
       “เป็นยังไงบ้าง”
       “ก็ดีค่ะคุณแม่ ชาติกำลังจะส่งนายอิทไปเรียนภาษาเพิ่มที่เดียวกับยัยดา และให้ช่วยดูแลลูกดาด้วยเลย”
       “แล้วมดดำไปไหนแล้วล่ะ”
       “มดดำไปดูแลตารัฐอยู่ค่ะ สองคนนั้นพอเปิดตัวแล้วก็ไม่ห่างกันเลย โดยเฉพาะตารัฐขยันมาทำงานทุกวัน”
       คุณหญิงยิ้มพอใจ ทั้งสองมองหน้ากันมีความสุข คุณหญิงเดินไปยืนมองวิวริมหน้าต่าง กัลยาลุกตามไปด้วย
       “หลานสาวของฉันทั้งสองคน คนหนึ่งถูกเลี้ยงมาแบบหงส์ อีกคนโตมาในอ้อมแขนของกา...บางครั้งการเลี้ยงดูกับสถานที่ๆเด็กโตมา ก็ไม่ได้การันตีว่าคนๆนนั้นจะดีหรือไม่ดีหรอกนะ พื้นฐานจิตใจลึกๆต่างหากที่จะกำหนดให้เขาโตมาด้วยใจที่ขาวสะอาดได้ และไม่ว่าหงส์จะตกไปอยู่ในที่แบบไหน สายเลือดและปีกของหงส์ก็ยังเป็นหงส์อยู่เสมอ”
       กัลยามองชื่นชมผู้เป็นแม่อย่างมีความสุข
      
       สุทธิดากับมดดำยืนอยู่ด้วยกันในสวนด้วยกัน...
       “ชีวิตคนเรามันผันเปลี่ยนไปได้ทุกอย่างเลยนะ จากที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหงส์กลับกลายเป็นแค่กาดำธรรมดา มดดำ...ฉันขอโทษเธอ ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอไว้เยอะเลย”
       มดดำยิ้มมีไมตรีให้
       “ลืมเรื่องเก่าไปให้หมดเถอะค่ะคุณดา ตอนนี้มันไม่มีเรื่องของกาหรือแม้แต่ว่าใครเป็นหงส์ มันมีแค่ครอบครัวของเราค่ะ ครอบครัวที่มีโอกาสได้เริ่มต้นกันใหม่”
       สุทธิดายิ้มจริงใจให้มดดำ
       “เธอสัญญากับฉันนะว่า เราจะเป็นพี่น้องที่ดีที่สุดต่อกันตลอดไป”
       มดดำยิ้ม
       “ค่ะ...คุณดา”
       ทั้งสองยิ้มให้กันมีความสุข สหรัฐเดินเข้ามา สุทธิดามองหน้ายิ้มให้มดดำ
       “ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้วสินะ”
       สุทธิดาดึงมือสหรัฐมากุมมือมดดำ
       “พี่รัฐค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ดาฝากดูแลหัวใจของคนในครอบครัวดาด้วยนะคะ”
       สหรัฐยิ้มรับปาก สุทธิดาเดินออกไป
      
       เย็นนั้น มดดำกำลังมองดูพระอาทิตย์ยามเย็น ณ จุดชมวิวที่สวยงามของบริษัท สหรัฐเดินเข้ามาสวมกอด มดดำไม่ได้ขัดขืน เธอกอดรับแขนเขาที่สวมกอดเธออยู่อย่างมีความสุข
       “มดดำ”
       “คะ”
       “ถ้าฉันกอดเธอให้แน่นกว่านี้ได้ก็ดีสินะ”
       “บ้าเหรอ ฉันขาดอากาศหายใจพอดี ตามกอดฉันมาตั้งแต่เช้าแล้วไม่เบื่ออีกเหรอ”
       “ไม่เบื่ออ่ะ เธอเบื่อเหรอ”
       “ถึงไม่เบื่อ ฉันก็อายเขาเป็น เดี่ยวใครผ่านมา”
       “ดีเลย เดี๋ยวถ้ามีใครผ่านมา หรือไปเจอที่ที่มีคนเยอะนะ ฉันจะกอดเธอโชว์ให้นานที่สุดเลย...นี่ๆๆๆ!”
       สหรัฐกอดมดดำเขิน
       “บ้า...พอได้แล้ว”
       มดดำแกะมือเขาออกแล้วหันมา สหรัฐเห็นทีได้จังหวะดึงเธอมากอดทันที หน้าทั้งสองใกล้ชิด ร่างกายแนบสนิทกัน
       “มดดำ...ฉันรักเธอ”
       สหรัฐจ้องตา มดดำเขินมาก พยายามผลักเขาออก
       “อ้าว...เอาเปรียบกันนี่นา”
       “เอาเปรียบอะไร”
       “ก็ฉันอุตส่าห์บอกรักเธอ เธอยังไม่บอกรักฉันสักคำ”
       สหรัฐจ้องหน้าจะเอาคำว่ารัก มดดำเขินๆพูดไม่ออก สหรัฐหันหลังหนี
       “เฮ้อ!...นี่แหละน๊า เรารึอุตส่าห์ทุ่มเททุ่มใจให้มากมาตลอด บอกว่ารักมาก็หลายครั้งแล้ว แต่ไหงโชคร้ายไม่ได้คำว่ารักตอบซักที”
       สหรัฐทำท่างอน มดดำเริ่มสงสาร เดินไปใกล้เขาแล้วชุนิ้วก้อยให้ สหรัฐยังงอนหันหลังให้อีก มดดำยิ้มขำมองด้วยความรัก
       “ฉันรักคุณค่ะ คุณสหรัฐ”
       “อะไรนะ ขออีกที่”
       มดดำขำ
       “ฉัน...รัก...คุณ...”
      
       ทั้งสองมองหน้าสบตากันอย่างมีความสุข ภายใต้แสงทองของอาทิตย์ยามเย็น
      
จบบริบูรณ์
กลับไปยังรายบอร์ด