กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       งามตาประคองเสือไทที่เมาแอ๋เข้ามาในห้อง เสือไทดึงงามตาจะปล้ำแต่งามตาขืนตัว
      
       “อย่าเพิ่งซิจ๊ะ ของามอาบน้ำก่อน แล้วงามจะบริการพี่ไทให้ถึงใจเลย”
       “อย่านานนักนะ ข้าจักทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
       งามตายิ้มเหี้ยม
       งามตาเปิดประตูห้องน้ำออกมาในชุดกระโจมอกด้วยผ้าขนหนู เสือไทนอนคว่ำอยู่บนเตียงกรนสนั่น งามตาก้าวขึ้นไปยืนข้างๆ เสือไทแล้วยกขาก้าวข้ามตัวเสือไทไป
       “พี่ไทจ๊ะ”
       เสือไทพลิกตัวหงายขึ้น ลืมตา เห็นคมยืนอยู่
       “ไอ้คม” คมเงื้อมีดแทงเสือไท “อ้ากก” เสือไทอึ้ง ตกใจ “นี่เอ็ง เหตุใด”
       “ทำไมเอ็งไม่เหนียวแล้วน่ะเหรอ บอกมันเอาบุญซิงามตา”
       “ก็พี่ไทเคยบอกฉันเอง ว่าพวกเล่นของ แพ้ระดูผู้หญิง ฉันก็ลืมไปว่าวันนี้ฉันมีประจำเดือน เผลอเดินข้ามพี่ไป”
       “นังงูพิษ”
       เสือไทควานหาปืนแต่ไม่มี คมชักปืนออกมา
       “ปืนที่ฉันให้แกอยู่นี่”
       คมยิงเสือไทสองนัด เสือไทผงะ ล้มลง คมเดินเข้าไปใกล้
       “ไอ้ทรยศ”
       “แกต่างหากที่เลี้ยงไม่เชื่อง โง่แล้วยังอวดฉลาด กลับไปเป็นผีเฝ้าชุมโจรของแกอย่างเดิมเถอะ”
       เสือไทชักมีดที่ซ่อนไว้ที่ขากางเกง โผจะแทงคม
       “ย๊าก”
       คมลั่นกระสุนเจาะแสกหน้า เสือไทล้มลงตาย เลือดอาบ
       “สมน้ำหน้า ไอ้ชั่ว”
       งามตาเข้าไปเตะศพเสือไท
       “พอๆ ป่านนี้เรือมารอรับแล้ว เธอรีบไปจัดการกับนังราชาวดีเถอะ”
      
       งามตามาที่ห้องราชาวดีพร้อมกับสมุน
       “งามตา”
       “เพื่อนรัก ไม่เป็นไรใช่มั้ย ฉันมาช่วยเธอแล้ว”
       “ช่วย พวกนายคมจะปล่อยฉันแล้วเหรอ”
       “ฉันขอร้องเค้าเองแหละ”
       “ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ งามตา ฉันจะไม่ลืมบุญคุณเธอเลย”
       “แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ พวกเค้าจะพาเธอไปปล่อยที่ซ่องแถวชายแดนโน่น”
       “อะไรนะ”
       “คนรักนวลสงวนตัวอย่างเธอ ขายได้ราคาดีจะตาย” งามตาพยักหน้าให้สมุนที่ตามมา “เอาตัวไป”
       สมุนเข้าไปล็อคราชาวดี
       “ไม่นะ ปล่อย”
      
       ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่ห้องเก็บสมบัติของภูมินทร์ คมกำลังโกยปึกเงินและทองแท่งในตู้เซฟใส่กระเป๋า
       เสียงประตูเปิดคมคิดว่าเป็นงามตาจึงพูดโดยไม่ได้หันมามอง
       “มางามตา มาช่วยกันหน่อย ขนไปให้หมดอย่าให้เหลือสมบัติพวกนี้ น้ำพักน้ำแรงของฉันทั้งนั้น ไอ้ภูมินทร์มันได้แต่ชี้นิ้วสั่ง ให้มันไปรอรับส่วนบุญในนรกนั่นแหละดีแล้ว”
       เงาดำทาบทับลงมา คมอึ้งหันไปแล้วตะลึง เมื่อเห็นภูมินทร์ยืนอยู่ รอบตัวเป็นควันดำลอยอยู่
       “นาย นี่ นายยังไม่ตาย”
       “ฉันรอรับส่วนแบ่งจากแกไม่ไหว ก็เลยมาทวงถึงที่”
       คมชักปืนที่เหน็บไว้แต่ไม่ทันยิง ภูมินทร์สะบัดพิษใส่มือปืนร่วง มือคมกลายเป็นสีดำ
       “โอ๊ย ผม ขอโทษ”
        “แกก็รู้ว่า ฉันไม่เคยยกโทษให้คนทรยศ”
       ทันใดภูมินทร์ใช้มือจิกไปที่หน้าคม คมร้องเพราะพิษแสบร้อนเหมือนกรด
       “อ๊ากกก”
       พิษสีดำไหลซึมออกจากนิ้วของภูมินทร์ ไหลลามทั่วหน้าคม ภูมินทร์ปล่อยร่างคมหน้าคมเปื่อยยุ่ยเละเหมือนโดนกรดกัด ภูมินทร์ยิ้มเหี้ยม
      
       ราชาวดีถูกสมุนฉุดมาหน้าบ้าน โดยมีงามตาเดินตามมา เสียงร้องคมแว่วเข้ามา
       “อ๊าก”
       “เสียงอะไร”
       สมุนที่ฉุดราชาวดีชะงัก ราชาวดีกัดมือสมุน สมุนร้อง ราชาวดีวิ่งหนี
       ราชาวดีวิ่งมาที่หน้าบ้าน สะดุดกับซากสมุนที่นอนตาย ราชาวดีล้มลงจึงเห็นสมุนร่างเปื่อยเหมือนถูกน้ำกรด ราชาวดีตกใจถดหนีแต่ไปเจออีกศพ
       “กรี๊ด”
       “ไปตามจับมันซิ มัวยืนบื้ออะไร”
      
       งามตาต่อว่าสมุนที่ยืนนิ่ง ที่แท้สมุนเห็นภูมินทร์ยืนอยู่ข้างหลังงามตา ภูมินทร์สะบัดพิษใส่ สมุนปิดหน้าควันขึ้น สมุนลงไปดิ้น งามตาตกใจหันไปเห็นภูมินทร์ก็ตะลึง


  


       ราชาวดีได้ยินเสียงงามตากรีดร้อง
      
       “กรี๊ด”
       งามตาวิ่งกุมหน้า หนีลนลานออกมา ล้มลุกคลุกคลาน
       “งาม”
       “โอ๊ย ช่วยด้วย มันไม่ใช่คน มันเป็นปีศาจ”
       หน้างามตาเป็นแผลเหมือนถูกน้ำกรดไปซีกหนึ่ง งามตาสลบไปราชาวดีโอบงามดไว้
       “งามๆ”
       ภูมินทร์เดินมาหาราชาวดี
       “วดี”
       “พ่อเลี้ยงภูมินทร์”
       “พี่เอง พี่กลับมาหาวดีแล้ว”
       ภูมินทร์ยิ้มเยือกเย็น ราชาวดีตะลึง
      
       ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ควันพิษปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หาญเดินฝ่ากลุ่มควันออกมาแล้วต้องแปลกใจ ระวังตัวเมื่อเห็นต้นไม้ทั้งหมดเหี่ยวแห้งเฉาตาย น้ำในบ่อเน่า เดือดปุดๆ
       “อะไรกันนี่ มีพิษเต็มไปหมด ขุนโชติๆ เอ็งอยู่ที่นี่รึเปล่า ขุนโชติ”
       ทันใดน้ำในบ่อก็แหวกออกเป็นช่อง ร่างสีดำภายใต้กลุ่มควันดำกระโจนขึ้นมาจากใต้น้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นขุนโชติที่บาดเจ็บมาก ควันดำจางออก
       “ขุนโชติ เกิดอะไรขึ้น”
       “ไอ้พ่อเลี้ยงภูมินทร์กับไอ้ทับ มันดักรอข้าอยู่ที่นี่ พวกมันมีกำลังกล้าแข็งนัก คิดใช้พิษทำลายศพกล้าไม่ให้เหลือซาก”
       “เอ็งไม่น่าด่วนพาศพกล้ามาที่นี่คนเดียวเลย”
       “ข้าเกรงจักไม่ทันเวลา เพราะร่างกายข้าอ่อนแอเต็มที”
       “แล้วศพกล้าล่ะ ถ้าศพกล้าอยู่ใต้น้ำ คงถูกพิษเปื่อยยุ่ยหมดแล้ว”
       “บุญของไอ้กล้า ตะกรุดที่คอมันศักดิ์สิทธิ์นัก”
       ขุนโชติเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ระหว่างอยู่ใต้น้ำขุนโชติดึงศพกล้าว่ายมา ตะกรุดที่คอกล้ามีแสงสว่างเรืองรองแผ่รัศมีคลุมตัวกล้าและขุนโชติไว้ ขุนโชติมองอย่างแปลกใจและดีใจ
       “อานุภาพของตะกรุดคลุมร่างไอ้กล้าไว้ ข้าจึงรีบขึ้นมาทำพิธีชุบชีวิตกล้า”
       “แต่ร่างกายเอ็งบอบช้ำสาหัสนัก ข้าจะถ่ายพลังให้เอ็งก่อน”
       “อย่าเสียแรงเปล่ากับข้า เก็บกำลังของเอ็งไว้รักษาไอ้กล้าเถิด เอ็งต้องพาเหลนของข้ากลับไปให้จงได้ ให้สายเลือดของขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬคงอยู่ เพื่อแก้ไขบาปที่ข้ากระทำล่วงไปแล้ว”
       ขุนโชติร่ายมนต์แล้ววาดมือออกไป ควันพิษลอยขึ้นจากในน้ำถูกดูดเข้าสู่มือของขุนโชติแทน เลือดที่แขนซ้ายขุนโชติกลายเป็นสีดำแผ่กระจาย ทันใดนั้นขุนโชติใช้กรงเล็บขวาจิกต้นแขนซ้ายแล้วกระชากแขนขาดออกไป แขนกระเด็นตกลงมาแล้วเปื่อยยุ่ยทันที หาญนึกไม่ถึงและสะเทือนใจ
       “ขุนโชติ”
       หาญเป่ามนต์ห้ามเลือดให้เลือดขุนโชติหยุดไหล
       “อย่าเพิ่งเป็นห่วงข้า จงเอาเลือดที่เหลือของข้าชุบชีวิตให้ไอ้กล้าเถิด”
       หาญหักใจหยิบสนับเล็บเสือขึ้นมา กรีดแขนขวาที่ขุนโชติชูขึ้นเลือดไหลลงบ่อน้ำเป็นสีแดงฉาน
       ขณะนั้นศพกล้าลอยอยู่ใต้น้ำ แสงเรืองรองที่คลุมตัวยังอยู่ เลือดไหลเป็นสายลงวนรอบตัวกล้าแล้วพุ่งเข้าตัวกล้าไป ตัวกล้าเป็นสีแดงกล้าลืมขึ้น
       หาญกับขุนโชติบริกรรมคาถา กล้าโผล่ขึ้นจากน้ำหาญกับขุนโชติลืมตา
       “กล้า”
       “ไอ้กล้า”
       หาญวิ่งลุยน้ำลงไป
       “เอ็งฟื้นคืนชีพแล้ว”
       กล้ามองตัวเอง งงๆ
       “ผมยังไม่ตาย”
       “ใช่ ความดีคุ้มครองเอ็ง ไอ้กล้า”
       กล้าดีใจเข้ากอดหาญ ขณะนั้นขุนโชตินั่งพิงต้นไม้อยู่ ขุนโชติยิ้มเมื่อเห็นกล้าปลอดภัยแล้ว
       “แล้วที่นี่คือที่ไหนครับ”
       “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขุนโชติเป็นคนเอาศพเอ็งมา”
       “ไอ้ขุนโชติ” กล้าผละออก “มันอยู่ที่ไหน ผมจะฆ่ามัน”
       กล้าวิ่งไปบนฝั่ง หาญตาม
       “เดี๋ยวกล้า เอ๊ะ” หาญมองที่ต้นไม้ แต่ไม่มีขุนโชติแล้ว “ขุนโชติบาดเจ็บมาก เมื่อกี๊มันยังอยู่ตรงนี้”
       “ไม่ต้องกลัว คราวนี้ผมไม่ปล่อยมันแน่” กล้าวิ่งไป
      
       “กล้า”


  


       ขุนโชติเดินกุมแขนที่ขาดโซเซมาตามป่าแล้วทรุดลง กล้าวิ่งตามมาเห็น
       “ไอ้ขุนโชติ”
       “กล้า”
       กล้าวิ่งเข้าไปต่อยขุนโชติกระเด็น แล้วหิ้วคอขึ้นมาเงื้อจะต่อย หาญกระโดดมาดึงไว้
       “หยุด ไอ้กล้า”
       “ห้ามผมทำไม มันก่อกรรมทำเข็ญฆ่าคนมากมายเราไม่ควรปล่อยมันไว้ให้หนักแผ่นดิน”
       “เอ็งพูดถูก ข้าควรตายไปเสีย อันที่จริงแล้ว ข้าไม่สมควรจักฟื้นขึ้นมาด้วยซ้ำ”
       “ขุนโชติได้รับผลกรรมแล้ว กล้า”
       “แค่นี้มันยังน้อยไปเทียบกับสิ่งที่มันทำ ปล่อยผมปู่ ถ้าผมจะตกนรกเพราะกำจัดคนชั่วอย่างมันผมก็ยอม”
       หาญไม่ยอมปล่อย
       “เอ็งตกนรกแน่ ถ้าเอ็งฆ่าทวดของเอ็งเอง”
       “อย่า ไอ้หาญ อย่าบอกมัน” ขุนโชติรีบห้าม
       “ทวดของผม ปู่หมายถึงใคร” กล้าทำหน้าแปลกใจ
       “ข้าขอร้อง” ขุนโชติส่ายหน้าไม่ให้พูด
       “ความจริงก็คือความจริง ไม่มีใครหนีพ้น”
       “ปู่พูดเรื่องอะไรกัน”
       “ขุนโชติคือปู่ทวดของเอ็งไอ้กล้า” หาญตัดสินใจบอกความจริง
       “หะ”
       กล้าปล่อยมือจากขุนโชติ
       “เอ็งเป็นลูกเสือผาด โจรที่ถูกตำรวจฆ่าตาย”
       กล้าช็อค ขุนโชติล้มสลบไป
      
       ส่วนที่ที่อิสุโร ศรีแพรชะเง้อรอหาญด้วยความร้อนใจ ก่อนจะตัดสินใจจะออกไป
       “ศรีแพร” ศรีแพรเห็นยิ่งยศเดินเข้ามา “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าออกไปข้างนอก”
       “แต่ข้าทนรออยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้ว หาญอาจกำลังลำบาก”
       “ไม่ไหวก็ต้องไหว ร่างกายเธอเพิ่งฟื้นจะไปทำอะไรได้” ศรีแพรจ๋อย “เป็นห่วงไอ้หาญมากสินะ”
       ศรีแพรอ้ำอึ้ง
       “ข้า...”
       ยิ่งยศกังวลรู้ว่าความรักของสองคนอาจไม่สมหวัง
       “ฉันพอมองออกว่าเธอรู้สึกยังไง แต่เธอต้องเข้มแข็งแล้วก็อดทนรออยู่ที่นี่ หาญมีพญาสมิงเหล็กประทับร่างอยู่
       ยังไงก็ต้องช่วยกล้ากลับมาได้แน่”
       ศรีแพรได้ฟังก็ใจเย็นลง กระเต็นเดินเข้ามาด้วยท่าทางร้อนใจ
       “แย่แล้วค่ะ จุกหายไป หนูหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ”
       “มันหนีออกไปเล่นม้าหรือเปล่า” ยิ่งยศบ่น “ไอ้นี่มันผีพนันสิงจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นลูกศิษย์พระได้ยังไง”
       กระเต็นส่ายหน้าเอือมระอา
      
       ขณะนั้นจุกซึ่งใส่หมวกเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในซอยแล้วหยุดหันมองไปทางบ้านกระเต็น
       “ขอโทษนะพี่เต็น คนเรามันก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น” จุกหันเดินต่อ แต่ชนกับคนจนล้ม หมวกร่วง “โอ๊ย” จุกก้มเก็บหมวก “เดินไงวะเนี่ย”
       จุกเห็นรองเท้าตำรวจ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจึงเห็นตำรวจยืนเท้าสะเอวอยู่ จุกสะดุ้ง ยิ้มแหย ตำรวจจี้ปืน จุกหน้าซีดยกมือยอมแพ้
      
       กล้าช็อคกับสิ่งที่หาญบอกจึงวิ่งมาที่หน้าผา
       “ขุนโชติคือปู่ทวดของเอ็งไอ้กล้าๆ”
       เสียงหาญดังขึ้นซ้ำๆ
       ขณะนั้นขุนโชตินั่งพิงต้นไม้อย่างอ่อนแรงเต็มทน หาญนั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ
       “ไป ตาม กล้า”
       “ให้เวลากล้าได้คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเถอะ นี่เป็นเรื่องที่รับได้ยาก ถึงเวลาแล้วที่กล้าต้องเลือก ชีวิตของมันขึ้นอยู่กับมือของคนอื่นมานานแล้ว”
       “กล้าโชคดีที่ได้ลูกของเอ็งอบรมสั่งสอน มันจึงใฝ่ดีเช่นนี้ แม้ตกมาอยู่กับโจรชั่วเช่นข้า มันก็ยังไม่หวั่นไหว”
       “ข้าก็เคยตกที่นั่งเดียวกับเอ็ง จึงได้รู้ดีว่าคนเราถ้าถลำไปทำชั่วแล้ว ก็เหมือนกระโดดลงเหวลึก กว่าจะตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ก็ปางตาย แม้แต่ขึ้นมาได้แล้ว ก็จะถูกผลักลงไปได้ทุกเมื่อ ถ้าใจไม่แข็งแกร่ง”
       “แต่ข้าเกรงว่า ไอ้กล้าจะคิดสั้น”
       หาญฉุกใจ
      
       กล้าเดินมาที่หน้าผา มองทำหน้าเหมือนจะโดด
       หาญรีบวิ่งมาที่หน้าผา
       “กล้า กล้า”
       หาญวิ่งมาถึงหน้าผาไม่เห็นกล้าจึงชะโงกดู อย่างใจไม่ดี
       “ไอ้กล้า เอ็งคงไม่”
       กล้าเดินมาข้างหลัง
       “ผมอยู่นี่ครับปู่”
       “กล้า”
      
       หาญหันกลับมาอย่างดีใจ


  


       ขุนโชติอ่อนแรงลงเรื่อยๆ กระอักเลือดออกมา หลับตา หอบหายใจ ระหว่างนั้นมือกล้ายื่น
       กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาจ่อที่ปากขุนโชติกินทั้งที่ไม่ลืมตา
      
       “ขอบใจ เวลาของข้าคงเหลือน้อยเต็มที่”
       ขุนโชติบอกอย่างอ่อนแรงเพราะคิดว่าเป็นหาญ
       “พูดแบบนี้ไม่สมกับเป็นขุนโจรผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งพระกาฬเลย”
       ขุนโชติลืมตามอง อึ้งที่เห็นเป็นกล้า
       “ไอ้กล้า”
       “แผลแค่นี้ก็เรื่องเล็ก พักฟื้นไม่กี่วันก็หาย ทวดคงไม่ถอดใจง่ายๆ นะ”
       “เอ็งเรียกข้าว่ากระไรนะ ไอ้กล้า นี่เอ็งยอมรับข้าแล้ว ข้าไม่ได้ฟั่นเฟือนไปเองใช่รึไม่”
       หาญยืนดูอยู่ห่างออกไป น้ำตาคลอ
       “ถึงผมไม่ยอมรับ มันก็คือความจริงไม่ใช่เหรอ”
       “เอ็งไม่โกรธ ไม่เกลียดข้ารึ”
       “โกรธซิ ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ทั้งเคียดแค้น เกิดมาผมไม่เคยอยากฆ่าใครเท่านี้มาก่อน” ขุนโชติอึ้ง
       “ข้ารู้ ข้ารู้”
       “แต่ผมก็ตั้งใจจะหยุดความรู้สึกพวกนี้ให้ได้ เพราะมันเท่ากับผมกำลังเกลียดตัวเอง และถ้าผมไม่ให้อภัยทวด
       ก็เท่ากับผมไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกัน” กล้าพนมมือ “ผมขอโทษในทุกอย่างที่เคยล่วงเกิน อโหสิกรรมให้ผมด้วย”
       กล้ากราบลง ขุนโชติเอื้อมมืออันสั่นเทาไปลูบหัวกล้า หาญยิ้มทั้งน้ำตา
       “เหลนข้า ข้าตายตาหลับแล้ว”
       ขุนโชติกระอักเลือดออกมากองใหญ่ หาญรีบวิ่งเข้ามา
       “แข็งใจไว้ ขุนโชติ”
       “จระเข้มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ทวดมีพลังกุมภีร์พิฆาต ต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”
       “ร้อยปีที่หนักอึ้งด้วยทุกข์ จักสู้หนึ่งขณะจิตที่ละวางได้อย่างไร” ขุนโชติอ่อนแรง “ข้า ข้าทำเรื่องที่ผิดพลาดไว้มากนัก สัญญากับข้าว่าเอ็ง เอ็งจะกลับไปแก้ไขมัน”
       กล้าน้ำตาร่วง
       “ได้ ผมสัญญา แต่เราต้องกลับไปด้วยกัน ผมจะพาทวดไปชุบชีวิตที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” กล้าแบกขุนโชติขึ้นหลัง
       “ทวดต้องไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยังมีคาถาตั้งหลายบท ท่าดาบสองมือตั้งหลายท่าที่ทวดยังไม่ได้ฝึกให้ผม”
       “จริงซิ เอ็งยังไม่ได้เรียน ช้างประสานงา พญาครุฑยุดนาค”
       มือข้างที่เหลือของขุนโชติตกลงก่อนจะสิ้นใจ กล้าชะงักแต่ก็ยังพยายามพูดต่อ
       “คลุมไตรภพ ตลบสิงขร ย้อนฟองสมุทร”
       “พอเถอะกล้า ขุนโชติไปดีแล้ว”
       กล้าทรุดลง หาญประคองขุนโชติให้นอนลงเอามือปิดตาขุนโชติ กล้าคุกเข่าร้องไห้เพิ่งรู้ตัวว่าผูกพันกับขุนโชติมาก
      
       เปลือกตาของราชาวดีเริ่มขยับแล้วเธอก็เห็นเป็นกล้ายิ้มให้
       “พี่กล้า”
       ราชาวดีเห็นเป็นภาพเบลอๆ ขณะนั้นมือของภูมินทร์ซึ่งใส่ถุงมือลูบไล้ที่ใบหน้าของราชาวดี ราชาวดีมองเห็นชัดขึ้น ใบหน้ากล้ากลายเป็นภูมินทร์ที่มองตนอยู่ด้วยความรัก ราชาวดีตกใจกลัว ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
       “พ่อเลี้ยง”
       ภูมินทร์รีบปลอบ
       “ไม่ต้องกลัววดี วดีก็รู้ พี่ไม่มีทางทำอะไรเจ้าสาวของพี่เป็นอันขาด” ภูมินทร์ขยับเข้าใกล้ ราชาวดีขยับหนี
       “ไม่ วดีไม่ใช่เจ้าสาวของพี่”
       ภูมินทร์พยายามใจเย็น หว่านล้อม
       “วดี แต่เราหมั้นกันแล้วนะ ถ้างานแต่งเราไม่ถูกขัดขวางวดีก็ต้องได้เข้าหอ ได้เป็นเจ้าสาวของพี่อยู่แล้ว จริงไหม” ภูมินทร์มองไปที่มือราชาวดี ไม่เห็นแหวน “แหวน แหวนของพี่ล่ะ” ราชาวดีเงียบ ไม่ตอบ “ไม่เป็นไร พี่จะซื้อให้ใหม่ รับรองเพชรน้ำงามกว่านี้”
       ราชาวดีหนี ภูมินทร์พุ่งตะครุบแล้วเหวี่ยงตัวราชาวดีลงเตียง ตามซุกไซร้
       “ไม่ ปล่อยวดี ปล่อย” ราชาวดีน้ำตาร่วง เธอหลับตา ตั้งสติ “ช่วยลูกด้วย ช่วยลูกด้วย”
       ทันใดภูมินทร์ก็รู้สึกร้อนจนต้องผงะออก
       “โอ๊ย ทำไม ทำไมตัววดีถึงร้อนแบบนี้”
       ราชาวดีมองภูมินทร์ น้ำตาร่วง
       “ชาตินี้วดีขอมีพี่กล้าคนเดียวเท่านั้น”
       ภูมินทร์ได้ยินก็โมโห
       “ไอ้กล้า งั้นเหรอ ฮะๆๆๆ รู้ไว้ซะด้วยว่าตอนนี้ไอ้กล้ามันเหลือแต่วิญญาณเท่านั้น”
       “พี่กล้าตายแล้ว”
       “พี่เห็นศพมันกับตา แล้วพี่ก็จัดการฝังมันไว้ก้นบ่อน้ำในป่าอาถรรพ์โน่นพร้อมกับไอ้ขุนโชติ”
       “ไม่จริง ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”
       “พี่จะให้เวลาวดีทำใจ แต่ขอบอกไว้เลยนะว่าต่อไปนี้คนที่จะได้ครอบครองวดีคือไอ้ภูมินทร์คนนี้คนเดียว”
       ภูมินทร์เดินหัวเราะกลับออกไปอย่างสะใจ
       “พี่กล้า”
       ราชาวดีน้ำตาร่วง สับสนกับสิ่งที่ได้ยิน
      
       ส่วนที่โกดัง คะนึงนิจกำลังอ่านจดหมายของกล้า
       “พี่ขอโทษที่ทำให้นิจต้องเสียใจ นิจเข้าใจถูกแล้ว ทั้งหมดที่พี่ทำก็เพื่อให้ขุนโชติตายใจ พี่จะเป็นคนจบเรื่องนี้
       ก่อนที่มันจะไปเจอกับปู่ของพี่ที่อิสุโรให้ได้ พี่สัญญา”
       “โธ่ พี่กล้า ทำไมพี่กล้าถึงทำแบบนี้” คะนึงนิจเก็บจดหมาย แล้วลุกไปทุบประตู “ใครก็ได้ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง ช่วยเปิดประตูให้ฉันที ฉันติดอยู่ในนี้” แต่เสียงเงียบ คะนึงนิจทุบแรงขึ้นอีก ตะโกนสียงดังขึ้นอย่างร้อนใจ “ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ได้ยินไหม”
       แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ คะนึงนิจเจ็บมือไปหมด เปลี่ยนใจเดินไปรอบๆ พลางมองหาทางออกก็ไม่เห็นหน้าต่างหรือทางออกเลย คะนึงนิจเห็นแผ่นไม้วางพิงๆ กันอยู่ที่ผนังก็ลองไปรื้อหาของมางัดประตูแต่แผ่นไม้กลับร่วงลงมาใส่คะนึงนิจ
       “ว้าย”
       แผ่นไม้หลายแผ่นทับคะนึงนิจไว้นิ่ง แต่แล้วมือก็ขยับ คะนึงนิจดันตัวออกมาจากกองไม้
       “อูย”
      
       คะนึงนิจเจ็บตามเนื้อตามตัว ทันใดสายตาก็มองไปเห็นผนังผุๆ อยู่ใกล้พื้น คะนึงนิจดีใจมาก รีบคว้าแผ่นไม้ ลุกไปที่ผนังแล้วกระทุ้งทันที

      
       คะนึงนิจสอดตัวออกมาจากช่องผนังก่อนจะมุดตัวผ่านออกมาจนได้ เธอปัดเนื้อตัวที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน แล้วรีบออกไปทันที
      
       ภูมินทร์คุยโทรศัพท์อยู่กับรองอำนวย
       “ผมน่ะเหรอตาย เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว คนที่ตายคือกล้ากับขุนโชติต่างหาก เรื่องมันยาวเอาไว้เจอกันแล้ว ผมจะเล่าให้ฟัง ส่วนไอ้คมมันก็ไปทำงานในที่ที่ไกลมากๆ ท่านอำนวยมีข่าวอะไรก็บอกมาเลยดีกว่า”
       ภูมินทร์ฟังวางหู แล้วยิ้มเหี้ยม มีแผนในใจ
      
       รองอำนวยเดินเข้าห้องมาในห้องสอบสวน ซึ่งจุกถูกใส่กุญแจมือมีตำรวจคุม จุกรีบถาม
       “ไหน พวกพี่เต็นล่ะ ท่านส่งคนไปรับพวกพี่เต็นมาคุ้มกันตามสัญญาแล้วใช่ไหม”
       รองอำนวยไม่สนใจ บอกตำรวจ
       “เอามันไปขัง”
       ตำรวจลากตัวจุกออกไป จุกโวยวายไม่ยอม
       “อะไรกัน ไหนท่านบอกจะกันให้พวกเราเป็นพยานไง”
       “ฆาตกรปล้นฆ่าอย่างพวกแกเนี่ยนะ ฝันไปแล้ว”
       รองอำนวยออกจากห้องไป จุกอึ้ง เครียดเมื่อรู้ว่าตนก่อเรื่องเดือดร้อนให้กระเต็นอีกแล้ว
      
       คืนนั้นเท้าของเสือทับย่ำใบไม้เข้ามาอิสุโร ศรีแพรตื่นตัว
       “ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าคน”
       “ไอ้จุกคงกลับมาแล้ว”
       กระเต็นวิ่งออกมาแล้วชะงัก
       “ไอ้ทับ”
       เสือทับยืนจังก้าหน้าเหี้ยม
       “แค่กับดักกระจอกพวกนี้ ไม่ทำให้พวกเอ็งหนีข้าพ้นหรอกโว้ย” กระเต็นว่าคาถา “ไม่ต้องท่องคาถาไล่ผีให้เมื่อยหรอก เพราะข้าเป็นคนแล้ว”
       “แก แกกลายมาเป็นคนได้ยังไง”
       “ก็เพราะสวรรค์เข้าข้างข้าน่ะสิ! แต่เสียใจด้วยจริงๆ ที่ไอ้ขุนโชติมันชุบชีวิตให้ลูกชายเอ็งไม่สำเร็จ”
       “ไอ้เลว”
       กระเต็นลั่นกระสุนใส่ เสือทับผายมือขวางปากกระบอกว่าคาถามหาอุด ปืนยิงไม่ออก เสือทับเตะปืนในมือกระเต็นร่วง กระเต็นซัดหมัดสู้เสือทับเหนือกว่าซัดกลับแล้วผงะไปเพราะศรีแพรโดดมาขวาง ฟันคชกุศใส่เสือทับหลบ ศรีแพรยังเจ็บอยู่ถูกเตะเข้าที่ท้องอย่างจัง ล้มลงไปนอนจุกตัวงอ เสือทับจะซ้ำ กระเต็นขวางแต่เสือทับเหนือกว่ารัวหมัดซัดกระเต็นน่วมล้มเลือดกบปาก เสือทับชักพร้า ง้างจะฟัน แต่ยิ่งยศเคลื่อนตัวอย่างเร็วเข้ามาคว้ามือไว้
       “อย่างลื้อมันต้องเจอกับอั๊ว” ยิ่งยศถีบเสือทับหงายกระเด็นไป “หลบไปก่อน ไป เร็วสิ”
       กระเต็น รีบไปพยุงศรีแพร เสือทับลุกขึ้นมองแค้น ปากว่าคาถา ยันต์ลิงลมเรืองขึ้น ยิ่งยศเห็นก็ปลุกเสือเผ่นสู้
       “พยัคโฆ พยัคฆา นะโมพุทธายะ”
       ทั้งสองโผเข้าสู้กัน ฝีมือสูสี แต่ยิ่งยศมีจังหวะซัดเสือทับกระเด็น
       “ไอ้ทับ คราวนี้ข้าจะส่งเอ็งลงนรก ให้หลับไม่ตื่นฟื้นไม่มีเลย”
       “งั้นเหรอ”
       เสือทับลุกขึ้นยิ้ม แต้ม แหลม และสมุนเสืออื่นๆ โผล่เข้ามาล้อมยิ่งยศไว้ ยิ่งยศอึ้ง
       “อะไรกันเนี่ย”
       “หวัดดี ท่านผู้การยิ่งยศ”
       “เจอกันอีกจนได้”
       “สมุนเสือเมฆ”
       “ใช่ เอ็งหลอกใช้ข้าเป็นสาย เปิดทางให้ตำรวจทลายชุมราบเป็นหน้ากลอง วันนี้พวกมันจะมาคิดบัญชีกับเอ็ง”
       เสือทับนำสมุนทั้งหมดกรูเข้าหาพวกยิ่งยศ ยิ่งยศปัดป้องหลบหลีกอัดพวกสมุนกระเด็น เสือทับกับยิ่งยศวิ่งเข้าใส่ บู๊กัน มีสมุนที่เหลือเข้ารุม แต้ม แหลม สู้กับกระเต็นและศรีแพร ศรีแพรเพลี่ยงพล้ำ
       “ฤทธิ์มากนักนังคนสวย”
       กระเต็นถีบแต้มกระเด็น แหลมทำท่าจะปล้ำศรีแพร กระเต็นชักมีดที่เหน็บไว้แทงแหลมแต่ไม่เข้า แหลมตวัดตบกระเต็น ยิ่งยศเห็นท่าไม่ดี
       “กระเต็น ศรีแพร หนีไปก่อน”
       ยิ่งยศร่ายมนต์ปล่อยไปเกิดเป็นกำแพงใส่กั้นกระเต็นศรีแพรไว้ แต้ม แหลม วิ่งเข้าใส่กระเด็นออกมา กระเต็นฉุดศรีแพรหนี ยิ่งยศรับมืออยู่คนเดียว แต้มกับสมุนเสือเข้ารุม เสือทับหยิบเชือกที่เป็นเศษผ้าผูกต่อกันออกมา โยนปลายอีกด้านให้แหลม
       ยิ่งยศถูกรุมซัด เซ เสียหลัก เสือทับกับแหลมช่วยกันเอาเชือกรัดตัวยิ่งยศไว้ ยิ่งยศดิ้นๆ เสือทับถีบ ยิ่งยศผงะล้ม เสือทับสะใจเหยียบอกยิ่งยศที่น่วมช้ำ ดิ้นไม่หลุดจึงใช้อาคมไม่ได้
       “เชือกจากผ้าถุง เอ็งดิ้นไม่หลุดหรอก ไอ้ยิ่งยศ”
       เสือทับเอาด้ามพร้าทุบยิ่งยศ
      
       กระเต็นกับศรีแพรซึ่งบาดเจ็บทั้งคู่ ต่างประคองกันมาแต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อเห็นภูมินทร์ที่ยืนหันหลังอยู่ หันกลับมา แสยะยิ้มให้
       “เจอกันจนได้ คุณนายมือปราบ”
      
       ที่ป่าอาถรรพ์ขณะนั้นหาญกับกล้า ยืนมองเปลวไฟที่กำลังโหมไหม้ศพขุนโชติ กล้าน้ำตาไหลด้วยความอาลัย
       เวลาผ่านไป ร่างขุนโชติเหลือแค่ขี้เถ้า กล้าเข้าไปมองแล้วหยิบเขี้ยวจระเข้ที่ขุนโชติห้อยไว้ที่คอซึ่งไม่ไหม้ไฟ หาญพยักหน้า
      
       “เก็บไว้เถอะ ขุนโชติคงตั้งใจมอบไว้คุ้มครองเอง”


  


       ที่คอกล้ามีทั้งตะกรุดกับเขี้ยวจระเข้ห้อยอยู่ กล้าเดินอย่างร้อนใจเพื่อกลับไปหาแม่ หาญเดินตามแต่แล้วสายตาหาญเห็นกิ่งไม้ที่ตนหักไว้ หาญรีบดึงตัวกล้า
      
       “เดี๋ยวกล้า อย่าเพิ่งไป”
       “ปู่ แต่ผมเป็นห่วงแม่ ไม่รู้ป่านนี้พวกแม่กับปู่ยิ่งจะเป็นยังไงบ้าง”
       “ข้ารู้” หาญชี้ไปที่กิ่งไม้ “แต่นั่นเป็นกิ่งไม้ที่ข้าหักไว้ เอ็งลองมองดูดีดี”
       กล้ามองกิ่งไม้ แล้วมองไปรอบๆ
       “เราวนกลับมาที่เดิม”
       หาญพยักหน้ารับ
       “ระวังตัวให้ดี ป่าอาถรรพ์มีอันตรายรอบตัว ปู่จะลองย่นระยะทางดู”
       หาญเป่ามนต์แล้วจับแขนกล้าพยักหน้าให้โดดเข้าในวงอากาศ ทั้งคู่หายเข้าไป
       ทั้งคู่ทะลุวงอากาศเข้ามา หาญกับกล้ามองรอบตัวแล้วต้องแปลกใจเพราะเป็นที่เดิม
       “ทำไมเรากลับมาที่เดิม”
       “ใจเย็นๆ ปู่ไม่ยอมให้กล้าติดอยู่ในนี้จนตายแน่เราต้องได้ออกไป”
       “เพราะผม ผมมันเป็นแค่ลูกโจร แต่กลับต้องมาทำให้ทุกคนเดือดร้อนถึงขนาดนี้”
       “เอ็งอย่าพูดแบบนั้น ที่มีเหตุจนข้าต้องสึกออกมาเช่นนี้ ก็อาจเป็นเพราะข้าต้องกลับมาชดใช้กรรมที่ทำเอาไว้กับขุนโชติ ทุกคนต่างมีกรรมเป็นของตนทั้งนั้น กรรมเก่ามันลบล้างไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะสร้างกรรมใหม่ที่ดีได้”
       “สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ พ่อเคยสอนผมไว้”
       “ถูกต้องแล้วกล้า เพชรก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกโจร แต่เค้าไม่เคยพ่ายแพ้ต่อความชั่ว เอ็งถึงได้ชื่อว่ากล้ายังไงล่ะ เพชรบอกข้าว่า อยากให้เอ็งกล้ากล้าทำในสิ่งที่ดี กล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง”
       “ครับปู่ ผมจะกล้าหาญ เลือกในทางที่ถูกต้อง”
       หาญได้ยินก็ภูมิใจกับหลานตัวเอง ยื่นมือให้กล้าจับ ทั้งคู่จับมือกันแบบลูกผู้ชาย สัญญา จู่ๆ นกก็พากันบินพรึ่บแตกรังหนีกระจาย เกิดลมแรงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กล้ากับหาญมองระวังไปรอบๆ
       ทันใดแผ่นดินก็สะเทือนไหว ฟ้าแลบแปลบปลาบ แล้วผ่าลง ทั้งคู่กลิ้งตัวหลบ ฟ้าผ่าลงใกล้ๆ อีกหลายที ทั้งคู่พากันหลบไปมา ภูเขา หินถล่ม
       “ปู่ครับ ดูนั่น หนีเร็ว”
       ทั้งคู่วิ่งหนี หวุดหวิดถูกฟ้าผ่าเปรี้ยง ไฟลุก
       หาญกับกล้าวิ่งหนีมา แต่แผ่นดินสะเทือนจนต้องหยุดโซเซ ทั้งคู่หันหลังชนกัน รอบตัวของทั้งคู่มีฟ้าผ่าลง เป็นระยะ ไฟลุก ภูเขาถล่ม
       “ทำยังไงดีครับปู่”
       “เดี๋ยวกล้า ไม่ต้องตกใจ ตั้งสมาธิให้มั่น อย่าหวั่นไหวมันอาจจะเป็นภาพลวงตา ปู่จะใช้คาถาเบิกไพร” หาญพนมมือว่าคาถา “พุทโธกันจะ กันจะพุทธโธ อากาเสจะ ทิปังกะโรมิ”
       แผ่นดินหยุดสะเทือน บรรยากาศที่มืดมิด อึมครึม สว่างขึ้น เทวดาอารักษ์ร่างขาวเรืองรอง เคลื่อนกายออกมาจากต้นไม้ เทวดาผายมือลงไปที่ผืนดิน เกิดแสงเรืองทาทาบไปทั่วบริเวณ ฟ้าหยุดผ่า ที่มีเมฆดำก็สว่าง ป่าที่สั่นสะเทือนหยุดลง ต้นไม้ที่ขึ้นเป็นป่าทึบแหวกเคลื่อนออกเห็นเป็นทางเดินยาวออกไป หาญกับกล้ามองกันดีใจ ก้มลงกราบเทวดา เทวดาหายไป
       “คาถาเบิกไพรของปู่ได้ผล”
       “มันเป็นเพราะบุญกุศลที่พวกเราทำไว้ หนุนนำให้เหล่าเทวดาอารักช่วยเปิดทางให้ รีบไปกันเถอะ”
       หาญกับกล้ารีบเดินไป
      
       ที่อิสุโร หาญเดินมากับกล้า หาญสังเกตเห็นต้นไม้รอบๆ ดำหงิกตาย กล้ารีบมองหาแม่
       “แม่ ผมกลับมาแล้ว ปู่ยิ่ง ศรีแพร น้าจุก” กล้าเห็นคราบเลือดจะแตะ “เลือด”
       “อย่ากล้า” หาญรีบห้ามขณะนั้นมีแมงมุมเดินไปที่เลือด เกิดละลายไหม้ กล้ามองอย่างตกใจ
       “อะไรกันเนี่ย”
       “ที่นี่เต็มไปด้วยพิษร้ายแรง”
       “หมายความว่า ไอ้ภูมินทร์มาที่นี่”
       กล้าจะวิ่งออกไป
       “เดี๋ยวกล้า อย่าเพิ่งวู่วาม”
       “แต่เราต้องรีบไปช่วยแม่นะครับ มันต้องเอาตัวแม่ไปแน่”
       “นี่แหละที่มันต้องการ มันคิดจะล่อให้ข้าไปหา เพราะฉะนั้นเราจะใจร้อนไม่ได้ ถ้าเอ็งจะไปช่วยกระเต็นเอ็งต้องพร้อมกว่านี้”
      
       ยิ่งยศ กระเต็นและศรีแพรถูกพามาขังที่บ้านภูมินทร์ ทุกคนถูกล่ามโซ่ไว้ มือถูกมัดด้วยเชือก ท่าทางทุกคนอ่อนแรง ยิ่งยศพยายามกระชากเชือกให้ขาด แต่ไม่สำเร็จจึงหัวเสีย
       “โธ่เว้ย ไอ้หาญอุตส่าห์ฝากทุกคนไว้กับฉันแท้ๆ แต่ฉันมันกลับไม่ได้เรื่อง คุ้มครองพวกเธอไม่ได้”
       “พวกมันลอบกัด ผู้การอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”
       ศรีแพรเองก็หาทางแก้เชือกแต่ไม่สำเร็จจึงสงสัย
       “แต่ทำไมเชือกแค่นี้ ถึงกระชากมันไม่ขาดหรือว่ามันจะลงอาคมกำกับไว้” ยิ่งยศคล้อยตาม
       “เป็นไปได้ ฉันจะลองเป่ามนต์คลายปมดู”
       ยิ่งยศร่ายคาถาแล้วเป่า ทันใดเชือกกับโซ่ก็หลุดออก ยิ่งยศรีบแก้มัดกระเต็นก่อนสมุนที่เฝ้าอยู่ตรงทางเข้า ตกใจรีบเข้าจับ
       “หยุดนะ เชลยหนี จับมันไว้”
       พรรคพวกเข้ามารุมแต่ถูกยิ่งยศกับกระเต็นซัดหมอบ ทันใดควันเย็นยะเยือกพวยพุ่งเข้าหน้าทุกคน ทั้งสามคนเจ็บปวดหมดแรงลงไปกองกับพื้น ภูมินทร์ เสือทับ แต้ม แหลมก้าวเข้ามาหัวเราะสะใจ
       “คิดจะหนี มันง่ายไปหน่อยมั้งท่านผู้การ”
       ยิ่งยศกัดฟันพุ่งเข้าไปโจมตี แต่ถูกเสือทับ แต้ม แหลม รุมซัดจนจุก
       “ไม่มีประโยชน์หรอก พวกแกถูกพิษของฉันแล้ว นี่ยังปรานีนะแค่หมดแรงไม่ถึงตาย”
       กระเต็นเจ็บใจ จ้องหน้าภูมินทร์
       “ฆ่าฉันซะสิ จะเอาไว้ทำไม”
       “อยากตายเหรอ หึหึ ข้าล่ะสงสารเอ็งจริงๆ นังกระเต็น พ่อแม่เอ็งก็ถูกข้าเผาตายนี่ลูกชายเอ็งยังไม่ได้คืนชีพ
      
       ก็เพราะข้าอีก มันสะใจจริงๆ วะ ฮ่าๆๆ”


  


       เสือทับหัวเราะสะใจ กระเต็นแค้นจะตบหน้าเสือทับแต่เสือทับคว้ามือไว้ได้ กระเต็นเลยถ่มน้ำลายแทน
      
       “ถุย ไอ้สวะ ฉันจะจองล้างจองผลาญแกไปตลอด”
       เสือทับโมโห ตบหน้ากระเต็นไม่นับแล้วอัดซ้ำจนสลบไป
       “น้ากระเต็นๆๆ”
       ศรีแพรร้องเรียกอยากจะเข้าไปช่วยแต่ตัวเองยังถูกมัดอยู่ ยิ่งยศจะเข้าไปช่วยกระเต็นแต่ถูกแต้มกับแหลมจับตัวเอาไว้
       “ปล่อยสิวะ แน่จริงก็มาสู้กันตัวๆ”
       “ปล่อยก็โง่สิวะ”
       “พวกข้าเป็นโจรนะเว้ย ไม่ต้องมีคุณธรรมก็ได้”
       แต้มกับแหลมหัวเราะที่เป็นต่อ
       “ไอ้พวกหัวหด พวกลื้อคงกลัวจะโดนอั๊วถล่มยับแบบคราวก่อนนะสิ พวกกระจอกอย่างลื้อ อั๊วจะกระทึบให้จมดินอีกกี่ครั้งก็ได้ คอยดู”
       ไโอหังมากนักใช่มั้ย เอ็งหลอกใช้ข้าแล้วยังสะกดวิญญาณของข้าไว้อีก ถ้าเอ็งไม่มีอาคม ผู้การยิ่งยศผู้ยิ่งใหญ่ มันก็แค่หมาบ้าตัวหนึ่งเท่านั้นล่ะวะ” เสือทับจัดการทำลายอาคมในตัวยิ่งยศ “อหินะโมพุทธายะ อนุภาเวนะ”
       ทันใดร่างกายของยิ่งยศสั่นเทิ้ม รอยสักในตัวยิ่งยศขยับแล้วค่อยๆ เคลื่อนไหลมารวมกันที่แขนก่อนจะไหลออกทางนิ้วมือสลายหายไปทั้งหมด
       “เอ็งไม่เหลือวิชาอะไรแล้วไอ้ผู้การ”
       ยิ่งยศทรุดลงกับพื้น อ่อนแรง
       “ผู้การๆ เข้มแข็งไว้นะ” ศรีแพรจ้องหน้าเสือทับกับพวก “ไอ้พวกสารเลว หาญจะต้องมาเอาคืนพวกเจ้าแน่”
       แต้มจ้องศรีแพรตาเป็นมัน
       “นังคนสวยนี่มันเป็นใคร คำก็ไอ้หาญ สองคำก็ไอ้หาญเอ็งเป็นเมียไอ้หาญเหรอ”
       “เออ ใช่ พวกเจ้าจะทำไม ไอ้ชั่ว”
       “ปากดีนัก เชือดมันทิ้งซะเลยดีไหมพี่”
       “แทนที่จะฆ่าทิ้งให้เปล่าประโยชน์สู้ทำให้ไอ้หาญมันทรมาน เหมือนตายทั้งเป็น ไม่ดีกว่าเหรอ”
       ภูมินทร์บอกอย่างมีแผน เสือทับหันควับ เข้าใจทันที แสยะยิ้ม
       “หึหึ ข้ารู้แล้วว่าจะแก้แค้นไอ้หาญยังไง” เสือทับจ้องศรีแพรหน้าหื่น “เรื่องแบบนี้ข้าถนัดนัก”
       ศรีแพรตกใจ รู้ชะตา เสือทับเข้าไปตัดเชือกแล้วอุ้มศรีแพรออกไป ยิ่งยศได้แต่มองตามอย่างไร้เรี่ยวแรง “ศรีแพร”
       แต้มกับแหลมหัวเราะกันใหญ่ ภูมินทร์มองตามสะใจ
      
       เสือทับอุ้มศรีแพรที่ดิ้นรนทั้งๆ ที่ยังถูกมัดอยู่ มาวางบนเตียงแล้วระดมจูบไปตามเนื้อตัว ศรีแพรพยายามปัดป้อง
       “อย่ามายุ่งกับข้า ไปให้พ้น”
       “ฮ่าๆๆ ไม่ยุ่งกันแล้วจะเป็นผัวเมียกันได้ยังไงล่ะวะ”
       เสือทับจูบไซร้อีกรอบ แต่ศรีแพรทั้งๆ ที่หมดแรงจากพิษ ดิ้นสุดชีวิต ข่วนหน้าเสือทับจนได้ เสือทับโมโหตบหน้าศรีแพรจนหน้าหัน แล้วมองไปเห็นเบี้ยแก้ก็คิดได้ กระชากทิ้งขาดแล้วโถมตัวลงอีก ศรีแพรถีบสวนจนเสือทับผงะออกไป เสือทับจ้องมองดุ ศรีแพรถอยร่นด้วยความกลัว รวบรวมสติ ตายเป็นตาย
       “เอาสิ ข้าพร้อมแลกชีวิตกับเจ้า ข้าเป็นเมียหาญและจะเป็นผู้หญิงของหาญคนเดียวเท่านั้น”
       เสือทับกลับชอบอกชอบใจ
       “เอ็งนี่มันเหมือนนางแมวป่า อย่างนี้สิข้าชอบนักในเมื่อเอ็งยอมแค่ไอ้หาญเท่านั้น ได้ ข้าก็ไม่บังคับ”
       เสือทับทำท่าจะเดินออกไปแต่แล้วหันกลับมา เป่ามนต์มหาละลวย เสียงคาถาดังขึ้น คลื่นมนต์ลอยมาปะทะใบหน้าศรีแพร ลมพัดเบาๆ ศรีแพรต้องสะกดเคลิบเคลิ้มแล้วศรีแพรก็เห็นหาญเดินเข้ามาหา
       “หาญ เจ้ามาช่วยข้าแล้ว ข้าคิดถึงเจ้า”
       หาญยิ้มเจ้าเล่ห์
       “ข้าก็คิดถึงเอ็ง”
       ศรีแพรตรงเข้าไปซบกับอกหาญ หาญกอด แต่ในความเป็นจริงแล้วศรีแพรซบกับอกเสือทับ เสือทับอุ้มศรีแพรลงบนเตียงตัดเชือกให้ ศรีแพรจ้องมอง ตาหยาดเยิ้มอ่อนระทวย
       “หาญ ข้ารักเจ้า”
       “ข้าก็รักเอ็ง”
      
       วันต่อมา หาญวางมือบนศีรษะกล้า ปากหาญว่าคาถาขณะที่กล้าหลับตานั่งคุกเข่าถอดเสื้อวางมือบนตักทั้งสอง คลื่นพลังส่งผ่านจากมือของหาญไหลเข้าสู่ตัวของกล้า ร่างกล้าเรืองแสงสีขาวทันใดยันต์เกราะเพชรก็เรืองแสงลอยขึ้นมาตากล้าลืมขึ้นดูมีพลัง
       หาญและกล้าถอดเสื้อพุ่งเข้าซัดกันมือเปล่า ทั้งเตะและต่อย กล้าใจร้อนจะเอาชนะให้ได้ จัดแม่ไม้มวยไทยเต็มที่ หาญเหนือกว่า หลบได้ ตั้งรับและรุกเพื่อสอนหลาน กล้าเพลี่ยงพล้ำ หาญซัดหมัดไปที่หน้ากล้าเต็ม ก่อนจะชะงักหมัดใกล้ใบหน้า หาญคลายหมัด สอนกล้า
       “ข้ารู้ว่าเอ็งร้อนใจ อยากจะเอาชนะพวกมันให้ได้ แต่เอ็งต้องใจเย็นกว่านี้ และเข้าใจซะใหม่ว่าการต่อสู้ที่แท้ไม่ได้มีไว้เพื่อเข่นฆ่า แต่มีไว้เพื่อหยุดคนชั่วที่หลงผิด ไม่เช่นนั้นแล้วเอ็งก็จะไม่ต่างจากพวกมัน”
       กล้าคิดตามคำที่หาญสอน
       “อิสะวาสุ” หาญว่าคาถา ร่างของหาญเปล่งแสงจ้า “หมัดธนูมือ”
       หาญกระแทกหมัดออกไป เงาหมัดสีเหล็กมันวาวพุ่งเข้าไปหากล้า กล้านิ่งขึ้น
       “นาคราชเคลื่อนกาย” กล้าเคลื่อนกายรวดเร็วหลบพลังหมัด หมัดโดนต้นไม้โค่นไป กล้าเป่ามนต์ที่แขน แขนกลายเป็นเกล็ดพญานาค “หมัดนาคราช”
      
       กล้าซัดหมัดออกไป เกิดเป็นคลื่นหมัดสีทองเป็นวงพุ่งไปที่หาญ หาญเคลื่อนตัวหลบได้แล้วเป่ามนต์ที่แขน คลื่นมนต์พุ่งเข้าไปที่ตัวกล้าอย่างรวดเร็ว กล้ามีสมาธิขึ้น ตั้งรับได้ทุกกระบวนท่า


  


       กล้ากลิ้งตัวไปดึงดาบประจุพรายที่ปักอยู่ พุ่งเข้าฟันหาญ หาญหลบ ฟันมือกล้าจนดาบร่วงปักพื้น แล้วกระชากตะกรุดสามกษัตริย์ ถีบกล้ากระเด็น หาญสะบัดนะจังงังใส่ คลื่นมนต์พุ่งเข้าปะทะที่หน้ากล้า กล้านิ่งชะงัก รีบท่องมนต์คลาย
      
       “พุทโธ กายะ ธัมโม กายะ สังโฆ กายะ”
       หาญดึงดาบฟันเข้าที่กล้าเต็มๆ กล้าหลุดจากมนต์ หลบจากคมดาบได้อย่างหวุดหวิด หาญหยุด ยื่นตะกรุดคืนให้กล้า กล้ารับมาสวมที่คอ
       “ที่ข้าทำทั้งหมด คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ เอ็งก็ต้องระวังไอ้ทับให้ดี พิษสงมันรอบตัว เพียงเสี้ยววินาทีก็อาจเพลี่ยงพล้ำ คาถาที่ข้าสอนไปทั้งหมด จำได้แม่นใช่ไหม”
       “ครับปู่ ผมจำได้หมดแล้ว ทั้งนะจังงัง ย่นระยะทาง ปัดอาวุธ แคล้วคลาด ผมพร้อมแล้ว เราไปช่วยแม่กันเถอะครับปู่”
       “ยัง”
       “แต่”
       “ข้าอยากได้น้ำดื่ม เอ็งไปหามาให้ข้าเสียก่อน แล้วเราค่อยไปกัน” กล้างงๆ
       “ครับ”
       กล้าหันหลังเดินกลับออกไป หาญยืนมองนิ่ง ก่อนจะง้างดาบประจุพราย แล้วโยนไปที่กล้าทันที ดาบพุ่งไปที่กล้า กล้าหันกลับมาผายมือออก
       “ปัดอาวุธ” คลื่นพลังปัดดาบกระเด็นไปปักต้นไม้แทน “ที่นี้ ผมคงไม่เป็นภาระของปู่แล้วนะครับ”
       หาญพอใจ
      
       ราชาวดีนั่งร้องไห้อยู่ในห้องคิดถึงตอนที่ภูมินทร์บอกว่ากล้าตาย ระหว่างนั้นมีเสียงไขประตู ราชาวดีคิดแว่บขึ้นมาถึงวิธีหนี คว้าแจกันแล้วหาที่ซ่อน ภูมินทร์เปิดประตูเข้ามา ไม่เห็นราชาวดี
       “วดี วดี”
       ราชาวดีวิ่งมาเอาแจกันฟาดท้ายทอยภูมินทร์แตกกระจาย ภูมินทร์เซไปเล็กน้อย ราชาวดีวิ่งออกไป
      
       ด้านนอก พวกแต้มกับแหลมกำลังไล่ต้อนงามตา ซึ่งแต่งตัวเหมือนคนใช้ สมุนนั่งหัวเราะ
       “อย่านะ ไอ้พวกบ้า”
       แต้มจับงามตาได้
       “จะเล่นตัวทำไมวะ มานี่”
       แต้มจับกด งามตาถุยใส่ แต้มผงะ งามตาถีบกระเด็นแล้ววิ่งหนีเจอแหลมรวบไว้ งามตาดิ้น
       “อ้ายยย ช่วยด้วย”
       “ฤทธิ์มากนัก นังหน้าผี”
       ราชาวดีวิ่งมาเห็นก็ชะงัก
       “งามตา หยุดนะ”
       ทุกคนชะงักหันมา แต้ม แหลม ตะลึงในความงามราชาวดี
       “ไม่ยักรู้ว่าที่นี่มีนางฟ้า”
       “แกจะไปไหนก็ไปเลย นังหน้าผี”
       แหลมผลักงามตาจนเซล้ม ราชาวดีเข้าประคอง
       “งามตา เป็นยังไงบ้าง”
       งามตาเอามือปิดแผล นึกอายรีบคลานไปเก็บผ้าโพกขึ้นมาโพกแล้ววิ่งหนีไป
       “งามตา งามตา”
       ราชาวดีวิ่งตาม แต่แต้มกับแหลมมาดัก
       “อย่าเพิ่งไปน้องสาว มาคุยกันก่อน”
       แต้ม แหลม ต้อนราชาวดีไปกลางวง โจรแต่ละคนมองราชาวดีอย่างหื่นๆ
       “อย่านะ กรี๊ด”
       “หยุด” พวกแต้ม แหลม และสมุนผงะเพราะพิษที่ภูมินทร์สะบัดใส่ ทุกคนรีบหลบ “ราชาวดีเป็นผู้หญิงของฉัน ถ้าพวกแกแตะต้องแม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือ”
       ภูมินทร์ฉุดราชาวดีกลับไป แต้มกับแหลมถึงกับเซ็ง
      
       ภูมินทร์ลากราชาวดีกลับเข้ามาในห้อง
       “เห็นรึยังว่าข้างนอกนั่น มันเป็นยังไง ยังคิดจะหนีอีกมั้ย”
       “พวกนั้นเป็นใคร”
       “สมุนโจรที่พี่ชุบชีวิตมันขึ้นมาไงล่ะ ไอ้พวกนั้นมันไม่ใจดีเหมือนพี่หรอก รู้ไว้ด้วย”
       “พี่ภู ทำไมพี่ภูถึงไม่หยุดซะที สิ่งที่พี่ภูกำลังทำมันบาปมาก พี่ภูจะไม่มีวันมีความสุขเลย”
       “ความสุขของพี่ก็คือ การได้กำจัดศัตรูทุกคนให้สิ้นซาก ใครที่มันทำให้พี่เจ็บ มันต้องตาย”
       “แล้วเมื่อไหร่มันจะจบล่ะค่ะ”
       “ต่อเมื่อพี่ได้ครอบครองทุกอย่าง รวมทั้งตัวเธอ”
       “ไม่มีทาง ไม่ว่าพี่ภูใช้กำลัง อำนาจ หรือคาถาอาคมอะไร พี่ภูก็ไม่มีวันได้หัวใจของวดี”
        ภูมินทร์กระชากราชาวดีเข้ามาจ้อง แค้น
       “แม้แต่ไอ้กล้าจะตายไปแล้วน่ะเหรอ”
       “ถ้าวดีไม่เห็นศพเค้ากับตา วดีก็ไม่มีวันเชื่อว่าเค้าตายแล้ว”
        
       กระดูกน่องไก่ถูกปาไปที่พื้นซึ่งบนพื้นมีแต่กระดูกน่องไก่เกลื่อนไปหมด แต้ม แหลม เมาได้ที่และกำลังอารมณ์เสีย
      
       “เฮอะ ตกลง เราจะต้องมาเป็นขี้ข้าไอ้ภูมินทร์นี่หรือไงวะ”
       “แต่ไอ้ทับมันบอกว่าไอ้พ่อเลี้ยงนี่มันจะช่วยพวกเราแก้แค้น”
       “ไอ้ทับมันเป็นคนฆ่าเรา เอ็งลืมแล้วเหรอ”
       แต้มบอกซึ่งในอดีตเสือทับเป็นคนฆ่าแต้มกับแหลม
       “ข้าไม่ลืม ข้าต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน อดยากเพราะมัน”
       “ข้าก็ไม่ลืมว่าชุมเสือเมฆสิ้นไปเพราะมันเป็นสายให้ตำรวจ”
      
       “งั้นพวกเราก็ฆ่ามัน กับพ่อเลี้ยง ยึดอำนาจเสีย”

      
       ทุกคนทำท่าจะจับอาวุธ เสือทับเดินเข้ามา
       “ช้าก่อน สหาย อย่าเพิ่งใจร้อน”
       “ไอ้ทับ มาพอดี วันนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเอ็ง” แต้มเกิดเปลี้ยไม่มีแรง อาวุธร่วง “เฮ้ย ทำไมมือข้าไม่มีแรง”
       “ข้าก็เหมือนกัน”
       “ฮ่ะๆๆๆ ข้าบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งใจร้อน ไม่งั้น พิษในตัวพวกเอ็งมันจะกำเริบ” เสือทับบอก สมุนก็มึนกันไปเหมือนกัน
       “เอ็งวางยาข้า”
       “ข้าก็แค่กันเอาไว้ก่อน เพื่อความไม่ประมาท แต่ไม่ต้องกลัว พิษในตัวพวกเอ็งเป็นเพียงยาสั่ง จะไม่ทำให้เอ็งถึงตาย ตราบใดที่เอ็งสวามิภักดิ์กับข้า จริงมั้ยพ่อเลี้ยง”
       ภูมินทร์เดินถือกระเป๋าเข้ามา
       “ถูกแล้ว และถ้าพวกแกทำงานให้ฉันเต็มที่ ฉันก็จะตอบแทนพวกแกอย่างเต็มที่เหมือนกัน”
       ภูมินทร์เปิดกระเป๋าให้เห็นทองที่เรียงกันอยู่ แต้ม แหลม สมุน ตาลุก
       “ว่าไง เพื่อน แบบนี้เอ็งพอจะลืมๆ ความแค้นของเราไปก่อนได้มั้ย”
        แต้มยิ้ม เปลี่ยนท่าทีทันที
       “จ้ะ พี่ทับ”
       “เมื่อกี๊ข้าเมามากไปหน่อย อย่าถือสาข้าเลยนะพี่ เนอะๆ พวกเรา”
       สมุนเออออ เสือทับมองหน้ากับภูมินทร์ ภูมินทร์ปิดกระเป๋า
       “ดี ต่อจากนี้เราจะได้เริ่มกำจัดศัตรูกันอย่างจริงจังซะที”
      
       ภูมินทร์มาพบรองอำนวยที่กรมตำรวจ ภูมินทร์นั่งตรงข้ามกับรองอำนวย ขณะที่เสือทับยืนอยู่ข้างหลังภูมินทร์
       “พ่อเลี้ยงมาก็ดี ผมกำลังอยากเจออยู่พอดี”
       “ผมมาเพื่อทำข้อตกลงใหม่กับท่านรอง”
       “แหม แสดงว่าเราใจตรงกัน ตอนนี้รายได้บางส่วนก็หดหายไปตั้งแต่ขุนโชติกับไอ้กล้าตาย ผมเองก็ทำงานยากขึ้นเพราะเบื้องบนเพ่งเล็งอยู่ ถ้าจะร่วมมือกันต่อ ส่วนแบ่งน่าจะมากกว่าเดิมอีกสองเท่าตัว”
       “สองเท่าตัว มากไปหรือเปล่า”
       “ท่านอธิบดีเป็นคนตงฉิน ถ้าท่านกลับจากราชการ ผมไม่รับรองความสะดวก”
       ภูมินทร์ถอดถุงมือ
       “งั้นเหรอ”
       “พ่อเลี้ยงจะกลับไปคิดก่อนก็ได้ เพราะวันนี้ผมก็มีงานต้องสะสางอีกหลายอย่าง” รองอำนวยลุกขึ้น เสือทับอ้อมไปขนาบรองอำนวยแล้วกดให้นั่งลง “เฮ้ย นี่มันจะมากไปแล้ว”
       ภูมินทร์กำที่ทับกระดาษบนโต๊ะ
       “แต่ผมมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ก็...ไปเกิดใหม่”
       ภูมินทร์บอกเสียงเหี้ยมแล้วปล่อยที่ทับกระดาษ ปรากฏว่าละลาย ฟองฟอดเหมือนถูกน้ำกรด รองอำนวยถึงกับตะลึง
       “ว่าไงท่านรอง จะเลือกข้อไหน”
       “ทุกอย่าง มะ เหมือนเดิมก็ได้”
       “ส่วนเรื่องอธิบดี ผมจะจัดการให้ คิดดู ถ้าตำแหน่งอธิบดีว่างลง ท่านรองฯ น่าจะรู้ว่าใครจะได้เป็นใหญ่แทน”
       รองอำนวยค่อยยิ้มออกมา
       “ได้ ตกลงตามนี้ ผมจะช่วยอะไรพ่อเลี้ยงได้ บอกมาเลย”
      
       คะนึงนิจมาที่กรมตำรวจและดักหน้าดักหลังตำรวจคนหนึ่ง จะให้จดหมายกล้า แต่ตำรวจถือแฟ้มหนักอึ้ง รีบเดิน
       “จริงๆ นะคะ หนูมีหลักฐานสำคัญที่จะให้ท่านอธิบดีดู ขอให้หนูพบท่านนะคะ”
       “ท่านไปราชการ ตอนนี้ท่านรองรักษาการแต่ติดประชุมราชการสำคัญ ยังพบไม่ได้”
       “แต่ว่า...”
       ตำรวจเดินไปเลย ลมพัดจดหมายหลุดมือ คะนึงนิจรีบตามไปเก็บ ขณะนั้นภูมินทร์เดินตามตำรวจมากับเสือทับ ไม่เห็นคะนึงนิจ คะนึงนิจเจอจดหมาย ปลิวไปหลังโต๊ะหรือข้างตู้ ก้มลงหยิบ แล้วเงยมาเห็นภูมินทร์คะนึงนิจถึงกับ ตะลึง
       “พี่ภู พี่ภูยังไม่ตาย”
       คะนึงนิจดีใจจะลุกไปหา แต่เห็นเสือทับ
       “ไม่นึกเลยว่าพวกเราจะได้มาเดินอยู่ในนี้แบบสบายๆ แถมยังไม่มีใครกล้าจับด้วย พ่อเลี้ยง เราเอาพวกมายึดทั้งกรมเลยเป็นไง”
       “นั่นมันวิธีของโจรกระจอก อย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งฉัน”
       คะนึงนิจใจระทึก เริ่มรู้ว่าภูมินทร์เป็นพวกผู้ร้าย
       “ใจเย็นๆ พ่อเลี้ยง ข้าก็พูดไปงั้นแหละ”
       “งานที่แกต้องทำคือกำจัดไอ้หาญ ให้มันตามไปอยู่กับไอ้กล้า หลานมันในนรก จำไว้”
       คะนึงนิจตกใจสุดๆ ภูมินทร์เดินออกไป เสือทับตาม คะนึงนิจพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
       “พี่กล้าตายแล้ว”
      
       คืนนั้นกล้ากับหาญ ปีนรั้วกระโดดเข้ามาหลังบ้านภูมินทร์
       “แยกกัน ปู่จะไปด้านหลัง จำไว้อย่าวู่วาม”
       “ครับ”
       แล้วหาญกับกล้าก็เอาใบพลูทัดหู กำบังกาย
       กล้าเดินมาเห็นกระเต็นนั่งสลบคอตกอยู่ที่บนเก้าอี้กลางสวน ถูกมัดมือไขว้ติดกับเก้าอี้
       “แม่” กล้าเอาใบพลูออก รีบวิ่งเข้ามาที่กระเต็นทันที กล้าจับตัวกระเต็นเขย่าเรียก “แม่ๆ ผมเอง กล้า ผมมาช่วยแม่แล้ว”
       แต่กระเต็นคอตกนิ่ง กล้าเอามืออังที่จมูก สงสัย ผละออก เสือทับปรากฏตัว สับพร้าลงมาที่ด้านหลังกล้า กล้า
       กลิ้งตัวหลบได้ฉิวเฉียด เสือทับสับพร้าไปที่กระเต็นกลายเป็นหุ่นพยนต์ไป กล้าชักดาบ
       “แกคือเสือทับ”
       เสือทับแปลกใจมาก
       “ไอ้กล้า เป็นไปได้ยังไง ข้าอุตส่าห์เตรียมต้อนรับไอ้หาญ แต่กลายเป็นเอ็งซะได้ เอ็งกับไอ้ขุนโชติตายไปแล้วนี่หว่า”
      
       “คนอย่างฉันไม่มีทางตายง่ายๆ แน่ แกเอาแม่ฉัน กับพวกปู่ยิ่ง ไปไว้ที่ไหน”


  


       หาญกำบังกายเป็นรางๆ เข้ามาในบ้าน เห็นศรีแพรกับยิ่งยศถูกมัดอยู่
      
       “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที”
       หาญปรากฏตัว เอาใบพลูออก
       “ศรีแพร”
       “ไอ้หาญ เอ็งมาช่วยข้าแล้ว”
       หาญเข้าไป แต่เห็นเครื่องรางบนคอยิ่งยศกับศรีแพรแปลกไป เลยชะงักถอยออกมา
       “เอ็งไม่ใช่”
       ศรีแพรกับยิ่งยศสลัดเชือกออกจากมือ
       “ฉลาดมากไอ้หาญ”
       “เฮ้อ แบบนี้ข้าก็หมดสนุกซิ”
       ทั้งคู่หยิบอาวุธที่ซ่อนไว้โผเข้าเล่นงานหาญซึ่งก็คือแต้มกับแหลม
      
       ขณะนั้นกล้าใช้ดาบประจุพรายต่อสู้พัลวันกับเสือทับ กล้าถูกเตะเซไป เสือทับถือโอกาสฟันเข้าที่หลังกล้า ตะกรุดสามกษัตริย์เรืองแสง ป้องกันตัวกล้า กล้าผงะ แล้วฟันกลับ แต่แล้วเสือทับก็ใช้พร้าสับที่มือกล้าอย่างแรง กล้าดาบร่วง เสือทับเตะเสยเข้าที่หน้า กล้าเซ เป่าแขนทั้งสองเกิดเกล็ดพญานาค
       “หมัดนาคราช”
       คลื่นหมัดพุ่งไปหาเสือทับ เสือทับปลุกลิงลม กระโจนหลบ โผล่ประชิดตัวกล้า ซัดไม่ยั้ง กล้าซัดหมัดสู้ ไม่แพ้
       หาญสู้กับแต้ม แหลม หลบหลีกออกมานอกบ้านมองกล้าที่สู้อยู่กับเสือทับอย่างเป็นห่วง
       “อิสะวาสุ หมัดธนูมือ”
       หาญซัดหมัด เกิดคลื่นพุ่งเข้ากระแทก แต้ม แหลม กระเด็นหงาย กล้าเองก็ซัดเสือทับเซไปรวมกับแต้มแหลม
       “ไอ้ทับ ไอ้แต้ม แหลม พวกเอ็งได้เป็นคน ก็ควรทำความดีไถ่โทษ หยุดก่อเวรเสียที”
       แต้ม แหลม เสือทับพยุงกันลุก
       “ไม่มีทาง เป็นคน ข้าก็ถูกพี่เมฆกดหัว เป็นผีก็ถูกไอ้ยอดควบคุม แต่ตอนนี้แม้แต่ตำรวจก็ต้องยอมข้า ถึงเวลาที่ข้าจะได้เป็นเจ้าของชุมโจรที่ยิ่งใหญ่เสียที ฮ่าๆ”
       แต้ม แหลม หัวเราะตาม
       “ยังไงเอ็งสู้ข้าไม่ได้แน่ บอกมาซะเถอะ ว่าเอาตัวกระเต็นกับคนอื่นๆ ไปไว้ที่ไหน”
       “บอกพวกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”
       “บอกก็โง่น่ะสิวะ”
       “ขอพวกข้าเล่นสนุกก่อน มันตัวประกันชั้นเลิศทั้งนั้น”
       “ใช่ โดยเฉพาะ นังศรีแพร เมียเอ็ง ไอ้หาญ ฮ่าๆ”
       หาญหวั่นใจ
       “แกทำอะไรศรีแพร”
       เสือทับยิ้มกวนๆ ไม่ตอบ แล้วว่าคาถาย่นระยะทาง ทั้งหมดแหวกอากาศหายไป หาญเครียดจัด
      
       หาญ กล้า เดินเข้ามามองหา ทันใดรถตำรวจสองคันก็พุ่งเข้ามาปิดทางล้อมไว้ ผู้บังคับการนำตำรวจลงจากรถ เล็งปืนไปที่กล้ากับหาญที่ปลายกระบอกปืนมีผ้าถุงพัน กล้ากับหาญหันมองหน้ากัน เครียด
       “เสือกล้า เสือหาญ ยอมมอบตัวซะ ปืนของพวกฉันพันด้วยชายผ้าถุงทุกกระบอก ทำลายอาคมพวกแกได้แน่ อย่าคิดต่อสู้เป็นอันขาด”
       “เราหลงกลมันจนได้ มันต้องร่วมมือกับรองอำนวยแน่”
       “ตำรวจมีหน้าที่ปกป้อง ดูแลทุกข์สุขของประชาชน แต่ตอนนี้พวกเอ็งกำลังเป็นเครื่องมือของคนชั่วอยู่ คิดให้ดี นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วงั้นรึ”
       ผู้บังคับการอึ้ง ลังเล
       “ระวังจะโดนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานนะ ถ้าพวกนายไม่ผิดก็มอบตัวซะ”
       “เอาไงดีครับปู่”
      
       “ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายไม่มอบตัว ฉันต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด หนึ่ง สอง สาม”
       ตำรวจระดมยิงทันที กล้าใช้ดาบประจุพรายฟันกระสุน ส่วนหาญกางมือออกรับกระสุน กระสุนนิ่งค้าง ร่วงลงพื้น แล้วว่าคาถาย่นระยะทาง พากล้าแหวกอากาศหนีไปทันทีพวกตำรวจเห็นก็อึ้ง มองหน้ากันเหวอเหมือนเห็นผี


  


       วันต่อมา ภูมินทร์ตกใจมากเมื่อรู้ว่ากล้ายังมีชีวิตอยู่
       “เป็นไปไม่ได้ ไอ้กล้ามันจะฟื้นขึ้นมาได้ยังไง ในเมื่อเราทำลายบ่อน้ำนั้นไปแล้ว”
       “ข้าไม่รู้ แต่ที่ข้าเห็นเต็มสองตา เป็นไอ้กล้าแน่ๆ” เสือทับยืนยัน
       “ดูท่าเราจะจัดการมันไม่ได้ง่ายๆ นะพ่อเลี้ยง ลูกน้องผมบอกว่ามันมีอิทธิฤทธิ์มากทั้งคู่” รองอำนวยบอก
       “ใช่ วิชาของมันแกร่งกล้าขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะไอ้กล้า” แต้มบอกทำให้ภูมินทร์ยิ่งเจ็บใจ
       “รู้อย่างงี้ ฉันอยู่จัดการมันเองดีกว่าแล้วขุนโชติล่ะ”
       “ไม่มีนะ มันบุกกันมาแค่สองคน ขุนโชติคงจะตายไปแล้ว”
       “ขนาดทำลายศพไอ้กล้ากับมือ มันยังรอดกลับมาได้ จากนี้ไปการกำจัดมันคงยากกว่าเดิม”
       “ถ้าคิดกำจัดไอ้กล้า ก็ต้องจัดการไอ้หาญซะก่อน”
       ภูมินทร์เห็นด้วย แต่ยังเครียด
       “แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ” ภูมินทร์นึกถึงราชาวดีขึ้นมาได้ “ห้ามให้วดีรู้เรื่องที่ไอ้กล้ายังไม่ตายเด็ดขาด”
       ภูมินทร์จ้องแต้มกับแหลม “พวกแกเข้าใจใช่มั้ย”
       “แล้วจะเอาไงกันดี พรุ่งนี้ท่านอธิบดีจะกลับจากราชการแล้ว ท่านเรียกประชุมแต่เช้า คงให้ผมรายงานคดีของพวกเสือหาญ เสือกล้าแน่ เอางี้ พวกพ่อเลี้ยงหนีไปกบดานก่อน รอเรื่องเงียบค่อยว่ากัน” รองอำนวยบอก
       “ไม่ ฉันจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น”
       รองอำนวยอึ้ง ทันใดเสียงกรีดร้องของศรีแพรก็ดังขึ้น
       “หลีกไป อย่ามาขวางข้า อยากตายรึไง”
       ทุกคนตกใจ
      
       ขณะนั้นศรีแพรกำลังอาละวาด สู้กับสมุนเสือทับที่เฝ้าอยู่ ศรีแพรอัดสมุนคนนึงแล้วแย่งมีดพร้ามาได้ กวัดแกว่ง สมุนไม่กล้าลงมือรุนแรงเพราะรู้ว่าเป็นเมียลูกพี่
       “ไอ้เสือทับมันอยู่ไหน ข้าจะฆ่ามัน”
       เสือทับ แต้ม แหลม ภูมินทร์เดินเข้ามา
       “เรียกหาข้า เพราะคิดถึงข้ารึ ศรีแพร เมียรัก”
       ศรีแพรมองหน้าเสือทับอย่างแค้นจัด
       “เจ้า เจ้าย่ำยีข้า ข้าขอแลกชีวิตกับเจ้า”
       ศรีแพรตรงเข้าฟันเสือทับทันที แต่เสือทับเหนือกว่าหลบได้อย่างคล่องแคล่ว
       “จะว่าข้าย่ำยีได้ยังไง ในเมื่อเอ็งไม่ได้ขัดขืน”
      
       “เจ้าใช้มนต์สะกดข้า ไอ้คนถ่อย”


  


       ศรีแพรพุ่งเข้าแทง เสือทับล็อกตัวศรีแพรไว้
       “ยังไงข้าก็เป็นผัวเอ็งไปแล้ว เอ็งคิดฆ่าผัวตัวเองได้ลงคอเชียวเหรอ” เสือทับบอกแล้วหอมแก้มยั่วอีก “ข้าสัญญาจะเลี้ยงดูเอ็งอย่างดี ไม่แพ้ไอ้หาญหรอกน่า”
       ศรีแพรได้ยินชื่อหาญถึงกับอึ้ง สะบัดตัวหลุด แล้วใช้พร้าจ่อหัวใจตัวเองไว้ ทุกคนตกใจ “อย่าเข้ามานะ ในเมื่อข้าผิดต่อหาญ ข้าก็ไม่มีหน้ากลับไปพบเค้าอีก”
       ศรีแพรจะแทง เสือทับรีบเป่ามนต์ เสียงคาถาดังขึ้นคลื่นมนต์ลอยมาปะทะใบหน้าศรีแพร ลมพัดเบาๆ
       มีดพร้าหล่นกระทบพื้น แววตาศรีแพรเปลี่ยนไป ยิ้มยั่วยวน
       “ผัวข้า”
       เสือทับเข้าไปกอดศรีแพรไว้ ศรีแพรอ่อนระทวย
       “เอ็งจงหลับซะเถอะ”
       ศรีแพรพยักหน้ารับ เดินไปนอนบนเตียง
       “เมียไอ้หาญมันออกฤทธิ์ออกเดชเยอะนัก ข้าว่าเก็บมันไว้จะเดือดร้อนเปล่าๆ น่าพี่ทับ” แต้มบอก เสือทับลังเล เสียดาย ภูมินทร์มองศรีแพรแล้วคิดแผนร้ายได้
       “เดี๋ยว นังนี่ยังมีประโยชน์ จะกำจัดไอ้หาญ เราต้องใช้มัน”
       แต้มกับแหลมไม่เข้าใจ ภูมินทร์จ้องศรีแพร เสือทับมองตามเข้าใจทันที
      
       ภูมินทร์นำราชาวดีเข้าในโกดังที่เป็นที่กบดาน ราชาวดีมองรอบๆ อย่างแปลกใจ
       “พี่ภูจะพาวดีไปไหนอีก วดีไม่ไป”
       “พี่จะพาวดีมาหาคนที่วดีอยากเจอไง”
       สมุนเลื่อนประตูโกดังออก ราชาวดีตกใจเมื่อเห็นกระเต็นกับยิ่งยศถูกมัดแขวนเอาไว้กับคานของโกดัง สภาพอิดโรย บอบช้ำทั้งคู่
       “น้ากระเต็น ท่านผู้การ” ราชาวดีหันมาจ้องหน้าภูมินทร์ “ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย พี่ภูโหดร้ายเกินไปแล้ว”
       “มันไม่ใช่คน ปีศาจอย่างมันไม่มีหัวใจอีกต่อไปแล้ว” กระเต็นบอก
       “วดีไม่เชื่อไม่ใช่เหรอว่าไอ้กล้ามันตายแล้ว พี่ก็เลยอยากให้วดีมาฟังกับหู”
       “คุณน้า พี่กล้า ตายแล้วจริงๆ เหรอคะ” ราชาวดีถามกระเต็น
       “ใช่ กล้าถูกขุนโชติฆ่าตาย และไอ้ภูมินทร์กับไอ้ทับก็ขัดขวางไม่ให้พวกเราชุบชีวิตกล้าสำเร็จ”
        ราชาวดีถึงกับช็อค
       “ตอนนี้พี่มาคิดดูว่าไอ้กล้ามันคงจะเหงาก็เลยอยากจะส่งแม่กับพ่อเลี้ยงมันลงนรกไปเป็นเพื่อน”
       “นรกมันมีไว้สำหรับคนอย่างแกต่างหาก ไอ้ชาติชั่ว”
       ภูมินทร์เข้าไปบีบปากยิ่งยศ
       “ปากเก่งนัก ฉันคงทรมานแกน้อยไป เฮ้ย เอาแส้มา”
       สมุนไปหยิบแส้มาส่งให้
       “พี่ภู จะทำอะไร อย่า ว้ายย” ราชาวดีร้องออกมาเมื่อภูมินทร์ฟาดยิ่งยศทันที
       “ไอ้ผีนรก ฉันขอสาบแช่งแก แกต้องได้รับกรรม แกต้องไม่ตายดี”
       “งั้นแหรอ”
       ภูมินทร์ฟาดกระเต็น ราชาวดีเข้าจับแขนภูให้หยุด แล้วเข้าไปขวาง
       “พอเถอะพี่ภู วดีขอร้อง อย่าทำร้ายพวกเขาอีกเลยแค่นี้พี่ก็ทำบาปมากพอแล้ว”
       “ถ้าพี่ไว้ชีวิตพวกมันแล้วพี่จะได้อะไร”
       “อะไรก็ได้ วดียอมทุกอย่าง ขอให้ไว้ชีวิตพวกเค้าเถอะ”
       “ที่จริงวดีก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องการอะไร”
       ราชาวดีอึ้ง ภูมินทร์ฟาดแส้ไปอีก ยิ่งยศกับกระเต็นเจ็บแต่ยังกัดฟันทน
       “อย่าไปฟังมันนะวดี”
       “ไม่ต้องห่วง แค่นี้พวกฉันไม่ตายหรอก อ๊าก”
       ราชาวดีมองกระเต็นกับยิ่งยศที่ทรมาน แล้วตัดสินใจ
        “พอ พอแล้ว ตกลง เมื่อไหร่ที่พี่ภูปล่อยตัวน้ากระเต็นกับท่านผู้การไป แล้วสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกวดีจะยอมเข้าห้องหอกับพี่”
       ภูมินทร์หยุด
       “แน่ใจนะ วดี”
       “ค่ะ”
       กระเต็นกับยิ่งยศหมดแรง
      
       “วดี”

      
       ราชาวดีมีแววตาเด็ดเดี่ยว ภูมินทร์โยนแส้ทิ้ง ยิ้มอย่างพอใจ
      
       ประตูโกดังถูกเปิดออก กระเต็นกับยิ่งยศถูกแต้มและแหลมผลักออกมาจนล้มขมำ ยิ่งยศประคองกระเต็นให้ลุกขึ้น
       “พวกเอ็งไสหัวไปได้แล้ว”
       กระเต็นนึกเป็นห่วงราชาวดี
       “แล้ววดีล่ะ วดีไปไหน”
       “เป็นห่วงตัวเองดีกว่ามั้ง ก่อนที่พวกข้าจะเปลี่ยนใจ”
       เสือทับประคองศรีแพรที่มีท่าทางอ่อนแรงเข้ามา กระเต็นกับยิ่งยศต่างรู้สึกผิด
       “เอานังนี่กลับไปด้วย”
       เสือทับเหวี่ยงศรีแพรไปหากระเต็น
       “ศรีแพร เธอเป็นยังไงบ้าง”
       ศรีแพรไม่ตอบอะไร
       “ฝากบอกไอ้หาญด้วยว่า เมียมันถูกใจข้ามาก”
       “ไอ้เลว” ยิ่งยศเจ็บใจมาก
       “ศรีแพร เป็นไงบ้าง” กระเต็นถามอย่างเป็นห่วง
       “น้ากระเต็น ข้า...” ศรีแพรสลบไป กระเต็นจึงยิ่งสงสารศรีแพร
       “ผู้การ เรารีบไปกันดีกว่า”
       ยิ่งยศอุ้มศรีแพร ทั้งสามคนออกไป เสือทับมองตามยิ้มเยาะที่เป็นไปตามแผน
      
       ราชาวดียืนดูทุกคนเดินออกไปอยู่กับภูมินทร์
       “ตอนนี้ทุกคนก็เป็นอิสระแล้ว เห็นมั้ยพี่ทำทุกอย่างตามสัญญา”
       ราชาวดีพยักหน้ารับ
       “ค่ะ ถ้าทุกคนออกไปได้อย่างปลอดภัยจริงๆ”
       ภูมินทร์ยิ้มมีแผน
      
       ขณะนั้นกล้ากับหาญนั่งสมาธิอยู่ที่อิสุโร แล้วจู่ๆ ทั้งคู่ก็ลืมตาขึ้นมองหน้ากัน
       “มีคนมา”
       ทั้งคู่ลุกขึ้นเดินออกไป
       ที่หน้าประตู ยิ่งยศอุ้มศรีแพรเข้ามา โดยมีกระเต็นเดินนำหน้า ยิ่งยศวางศรีแพรลง กระเต็นช่วยประคอง ศรีแพรเริ่มรู้สึกตัว
       “นี่ข้าอยู่ที่ไหน”
      
       “อิสุโร พวกพ่อเลี้ยงมันยอมปล่อยเรา”


  


       กระเต็นพูดยังไม่ทันขาดคำ หาญกับกล้าก็ปรากฏตัวขึ้นจากกำบังกาย
       “แม่”
       กระเต็นเห็นกล้าก็ดีใจ
       “กล้าลูกแม่ กล้าจริงๆ ใช่มั้ย”
       “ครับ ปู่หาญกับปู่ขุนโชติช่วยชุบชีวิตผม”
       ทั้งสองคนโผเข้ากอด
       “กล้าของแม่กลับมาแล้ว แม่ดีใจเหลือเกิน”
       หาญสบตายิ่งยศ ปลาบปลื้ม กล้าก้มกราบกระเต็นกับยิ่งยศ
       “ผมต้องกราบขอโทษแม่กับปู่ยิ่งที่ปิดบังแผนหักหลังปู่...ขุนโชติเอาไว้ ทำให้แม่ต้องมาลำบาก เจ็บตัวเพราะผม ผมคงบาปมาก”
       “ลูกแม่กล้าหาญมากต่างหาก ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ แม่กับพ่อเพชรภูมิใจในตัวลูกมาก”
       “ปู่ก็เหมือนกัน”
       “แต่ผมเป็นสายเลือดโจร เป็นสายเลือดปู่ขุนโชติ”
       “ไม่ว่ากล้าจะมีสายเลือดของใครในตัว แต่กล้าคือลูกชายของแม่กับพ่อตลอดไป”
       กระเต็นกับกล้ากอดกันด้วยความซาบซึ้งใจ หาญมองศรีแพร แล้วเดินเข้าไปหา
       “ข้าเป็นห่วงเอ็งมากรู้มั้ย”
       “อย่า อย่าถูกตัวข้า”
       ศรีแพรวิ่งหนีไป
       “ศรีแพร” หาญหันมามองยิ่งยศ
       “เอ็งคุยกับศรีแพรเองดีกว่า”
      
       หาญวิ่งตามหาศรีแพร
       “ศรีแพรๆ” หาญได้ยินเสียงศรีแพรร้องไห้ หันไปมองตามเสียงจึงเห็นศรีแพรยืนหันหลังสะอึกสะอื้นอยู่ “ศรีแพร เกิดอะไรขึ้น บอกข้ามาเถอะนะ”
       หาญเข้ามาจับตัวศรีแพร ศรีแพรดิ้นๆ
       “อย่าจับตัวข้า ข้ามันสกปรก ข้ามันน่ารังเกียจ”
       หาญจับตัวศรีแพรหมุนกลับมา
       “เอ็งพูดอะไร เอ็งบอกข้าสิศรีแพร มันเกิดอะไรขึ้น”
       ศรีแพรผลักหาญ ชักมีดที่เหน็บมาด้วย
       “ข้า ข้าถูกเสือทับมันย่ำยี ข้ามันไม่คู่ควรกับเจ้าอีกแล้ว”
       ศรีแพรง้างมีดจะแทงตัวเอง หาญตกใจรีบเข้าไปจับมือห้ามไว้
      
       “อย่า ศรีแพร”


  


       ทั้งสองยื้อกันไปมา
       “ปล่อยข้า ปล่อย ข้าอยากตาย”
       หาญใช้แรงที่มากกว่า บิดจนมีดร่วงจากมือศรีแพร แล้วกอดเธอเอาไว้
       “ศรีแพร อย่าคิดสั้น เรื่องที่แล้วไปแล้วให้มันเป็นอดีต ลืมมันซะ เริ่มต้นกันใหม่ ข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเอ็งอีก”
       หาญกอดศรีแพรด้วยความสงสาร ที่หน้าศรีแพรมีแววสีดำวาบออกมานิดหนึ่ง
      
       กล้าอึ้งเมื่อรู้เรื่องราชาวดี
       “ที่แท้ไอ้ภูมินทร์ยอมปล่อยแม่ออกมาเพราะวดี”
       “แม่ก็คิดไม่ถึง เหมือนกันว่ามันจะรักราชาวดีขนาดนี้”
       “ผู้ชายตายน้ำตื้นเพราะผู้หญิงมานักต่อนัก”
       “ผมต้องช่วยวดีออกมาให้ได้”
       หาญเดินจูงมือศรีแพรเข้ามา
       “อย่านะกล้า เราไปตอนนี้ก็อาจจะเจอกับดักได้ ไอ้ภูมินทร์มันน่าจะมีแผนร้ายอะไรบางอย่าง”
       “แต่ถ้ามันจะฆ่าเรามันน่าจะตามมาตอนนี้เลย”
       “มันอาจจะไม่รู้กำลังของเรา ค่อยๆ คิดให้รอบคอบดีกว่า”
       “ผมกลัวว่าวดีจะถูกข่มเหง...”
       กล้ามองไปที่ศรีแพร ชะงักคำพูดเพราะรู้ว่าไปกระทบความรู้สึกศรีแพร ศรีแพรก้มหน้า นึกอายและแค้น
      
       “ศรีแพรเอ็งบาดเจ็บอยู่ เดี๋ยวข้าจะรักษาอาการบอบช้ำให้กระเต็นกับไอ้ยิ่งด้วย รักษาตัวก่อนค่อยคิดแผนรับมืออีกที”


  


       หาญบอกแล้วประคองศรีแพรออกไป กระเต็นตบบ่ากล้าทำนองให้ใจเย็น
       “วดีเป็นคนดี พระต้องคุ้มครอง”
       กล้ากังวลใจ เป็นห่วงราชาวดี
        
       คืนนั้นขณะที่หาญถ่ายพลังให้ยิ่งยศ กล้าถ่ายพลังให้กระเต็น ศรีแพรที่นอนอยู่ห่างออกมา ลุกขึ้นมองแล้วย่องออกไป
       ศรีแพรเดินย่องออกมาแล้วควักเทียนมนต์ที่เป็นแบบถ้วยตะไลมาจุดไฟแล้ววางเอาไว้ที่พื้น ควันจากถ้วยลอยไป
       ควันลอยมาในโกดังที่เสือทับนั่งทำพิธี ด้านหน้ามีเทียนที่เหมือนกันควันลอยเข้ามารวมกัน เสือทับเอามือวาดควันลงมาอังในอ่างน้ำมนต์ก็เห็นภาพอิสุโร โดยมีภูมินทร์ แต้ม แหลม อยู่ด้วย
       “ฮ่ะๆๆๆ ข้ารู้แล้วว่าพวกไอ้หาญอยู่ที่ไหน คิดไม่ถึง มันยังโง่ใจ อ่อนให้ผู้หญิงสนตะพายเหมือนเดิม” เสือทับหัวเราะออกมา
       “พี่ทับนี่สุดยอด”
       “แล้วมันจะไม่รู้เลยเหรอว่าศรีแพรถูกอาคมของพี่สะกดอยู่”
       “คนซื่ออย่างไอ้หาญ ไม่มีทางสงสัยเมียมันหรอก”
       “งั้น รออะไร ไปลุยมันให้เละเลยดีมั้ย”
       “ไม่ มันต่างหากที่ต้องมาหาเรา แต่คราวนี้มันจะไม่ได้กลับไปอีกเลย”
      
       ภูมินทร์บอกอย่างร้ายๆ
ตอนที่ 16
      
       วันรุ่งขึ้น งามตาถือถาดอาหารเอาเข้ามาให้ราชาวดีในห้องแล้ววางบนโต๊ะ งามตาพยายามหลบใบหน้าที่พุพองของตัวเอง
      
       “พ่อเลี้ยงให้ฉันเอาข้าวมาให้ รีบกินซะ”
       ราชาวดีมองงามตา ก่อนจะถอดเครื่องประดับต่างๆ บนตัวซึ่งมีทั้งแหวน สร้อย ต่างหู กำไล ยัดใส่มืองามตา
       งามตางง
       “เครื่องประดับพวกนี้ พ่อเลี้ยงให้เราใส่ไว้ ตอนนี้เป็นของเธอแล้วนะงาม”
       งามตาไม่เอา โยนคืน
       “ฉันไม่ใช่ขอทานนะ”
       “เราไม่ได้คิดอย่างนั้น เราแค่เป็นห่วง ถ้าเราตาย...งามต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้ ไปใช้ชีวิตที่เหลือ เป็นคนใหม่นะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราอโหสิกรรมให้ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”
       งามตาจ้องราชาวดีแค้นๆ
       “แต่ฉันเกลียดเธอ”
       จากนั้นงามตาก็ควักมีดที่ซ่อนไว้ออกมาแล้วเดินเข้าหาราชาวดี ราชาวดีตกใจ
              
               ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ภูมินทร์วางสายโทรศัพท์ ยิ้มอย่างพอใจ
       “ทุกอย่างเป็นไปตามแผน รองอำนวยบอกว่าท่านอธิบดีตอบรับคำเชิญจะมางานวันเกิดฉันแล้ว
       แล้วทางโน้นเป็นยังไง”
       “ป่านนี้ศรีแพรคงกำลังทำงานให้เราอยู่ หายห่วงได้ พวกข้าจะออกไปฉลองกันล่วงหน้าซักหน่อย” เสือทับหันไปสบตาแต้ม แหลม แบบรู้กัน “เชิญพ่อเลี้ยงหาความสุขกับเจ้าสาวตามสบาย”
       พวกเสือทับออกไป ภูมินทร์มองตามกระหยิ่มใจ
      
       รถยนต์แล่นออกจากบ้านภูมินทร์ เสือทับ แต้ม แหลมอยู่ในรถต่างหัวเราะเฮฮา สักพักนุกูลออกจากที่ซ่อนมองตามรถเสือทับก่อนจะหันกลับมาจ้องในบ้าน แววตาแค้น สภาพนุกูลตอนนี้ผมเผ้ารุงรัง มีรอยสักเต็มตัว ใส่เชิ้ตดำ ห้อยเครื่องราง ตาขวางๆ
       นุกูลเหน็บใบพลู กำบังกายเดินเข้าบ้านภูมินทร์ สมุนเสืออื่นๆ ที่เหลือลาดตระเวนอยู่ มองไม่เห็นนุกูล
      
       ราชาวดีนั่งอยู่ที่เตียง ภูมินทร์เปิดประตูเดินตรงมาหาแล้วโอบกอดเธอเอาไว้
       “พี่มาทวงสัญญา จากเจ้าสาวของพี่”
       ราชาวดีหันมาเผชิญหน้าภูมินทร์
       “วดีพร้อมแล้วล่ะค่ะ”
       ภูมินทร์ถอดเสื้อคลุมราชาวดีออกกองกับพื้น ภูมินทร์ยิ้ม เข้าไปหอมแก้ม
       “พี่รอวันนี้มานานแล้ว รู้มั้ย”
       ภูมินทร์กอดราชาววดี ซุกไซร้ โดยไม่รู้ว่ามือราชาวดีจับด้ามมีดที่ซ่อนไว้ข้างหลัง ราชาวดีรวบรวมความกล้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่งามตาจ้องเธอด้วยความแค้น
       “แต่ฉันเกลียดเธอ”
       จากนั้นงามตาก็ควักมีดที่ซ่อนไว้ออกมา แล้วเดินเข้าหาราชาวดี
       “ฉันรู้ว่าเธอเกลียดฉัน อยากจะฆ่าฉัน ลงมือเลยงาม ฉันตั้งใจอยู่แล้วว่าขอตายดีกว่าต้องตกนรกทั้งเป็น”
       ราชาวดีหลับตาแต่แล้วงามตากลับยัดมีดใส่มือราชาวดีแทน
       “แทนที่จะหนีปัญหาด้วยความตาย สู้ฆ่าไอ้คนชั่ว ที่มันเป็นต้นเหตุไม่ดีกว่าเหรอ”
       ราชาวดีมองมีดในมือ       
              
       ราชาวดีกระชับมีดในมือแน่นแล้วตัดสินใจ ง้างมีดสุดแรงเตรียมแทง ทันใดเสียงร้องของสมุนก็ดังขึ้น       
       “อ๊าก”
       ประตูห้องถูกกระแทกออก นุกูลบุกตามมาจ้องภูมินทร์ตาขวาง
       “นุกูล”
       “แกถูกจับเข้าสถานพินิจไปแล้วนี่”
       “ฉันหนีออกมา หลบอยู่ในป่าช้าเพื่อฝึกอาคมรอวันที่จะฆ่าแกไง ไอ้ภูมินทร์”
       นุกูลชักมีดหมอเข้ามาแทงภูมินทร์ แต่ภูมินทร์ม้วนตัวหลบได้ แล้วพุ่งเข้ามาอัดนุกูล ทั้งสองคนต่อสู้กัน
       ราชาวดีวิ่งไปหลบ ภูมินทร์ถีบนุกูลกระเด็นก่อนจะถอดถุงมือออกสะบัดพิษโดนขานุกูล เข่าทรุด นุกูลกระชากเครื่องรางจากเอวร่ายคาถาแล้วฟาดใส่ภูมินทร์เหมือนแส้ ภูมินทร์โดนไปสองสามทีแล้วสะบัดพิษใส่แขนนุกูล กรดกัดกร่อนแขนนุกูลจนเครื่องรางหลุดจากมือ
       “อ๊าก”
       นุกูลร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ภูมินทร์พุ่งเข้ากระแทกหมัดเข้าหน้าท้องนุกูลจนนุกูลกระเด็น กระอักภูมินทร์เดินเข้าหานุกูลด้วยแววตาอำมหิต
       “คิดจะฆ่าฉันเหรอ ฉันจะให้แกได้สัมผัสว่าความทรมานที่สุดในชีวิตเป็นยังไง แล้วแกจะอ้อนวอนขอให้ฉันมอบ
       ความตายให้แกเอง”
       ภูมินทร์วางฝ่ามือบนกระหม่อมของนุกูล ราชาวดีทนดูไม่ได้
       “พี่ภู วดีขอเถอะค่ะ นุกูลเป็นเพื่อนวดี พี่ภูไว้ชีวิตเค้าเถอะนะคะ วดีขอร้อง”
       ภูมินทร์ชะงัก
       “ได้ซิ เมียขอแค่นี้ ทำไมพี่จะให้ไม่ได้ ใครอยู่ข้างนอก”
       สมุนเสือสองคนวิ่งมา
       “มีอะไรพ่อเลี้ยง”
       “เฝ้ายามภาษาอะไรให้มันเข้ามาได้ หา เอามันไปทิ้งให้ไกลหูไกลตาฉัน”
       สมุนเสือหิ้วปีกนุกูล เอาตัวนุกูลที่สะบักสะบอมออกไป ภูมินทร์จับดูรอยแส้ โมโห เสียอารมณ์         “วันนี้วดีพักผ่อนเถอะ ไว้พี่จะมาทวงสัญญาวันหลัง”
       ภูมินทร์กลับออกไป เพื่อรักษาตัว ราชาวดีมองตาม โล่งอก แต่ยังอดเป็นห่วงนุกูลไม่ได้
       นุกูลที่สลบอยู่ถูกสมุนเสือสองคนหิ้วปีกไปตามทางเดิน งามตาโผล่ออกมามองตามแล้วต้องตกใจ
      
       “นุกูล”



       ที่อิสุโร ยิ่งยศเอาหนังสือพิมพ์ออกมายื่นให้กระเต็นดู
      
       “หนังสือพิมพ์นี่บอกว่าพรุ่งนี้ไอ้ภูมินทร์จะจัดงานวันเกิด”
       กระเต็นคว้ามาอ่าน
       “ภูมินทร์พ่อเลี้ยงคนดังจัดงานฉลองวันเกิดยิ่งใหญ่ เปิดตัวภรรยาสุดสวย เชิญบุคคลสำคัญร่วมงาน กับดักชัดๆ มันคงต้องการ ล่อให้กล้าไปที่งาน”
       “แล้วนี่ไอ้หาญไอ้กล้าอยู่ไหน”
      
       ขณะนั้นกล้ากับหาญอยู่ที่ริมน้ำ ทั้งคู่ถอดเสื้อยืนอยู่
       “พร้อมรึยัง ปู่จะอัญเชิญท่านพญานาคราชมาประทับร่างแต่ท่านจะยอมถ่ายทอดวิชาขั้นสุดท้ายให้เอ็งรึไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถของเอ็ง”
       “ผมพร้อมครับปู่ ผมต้องฝึกคัมภีร์นาคราชขั้นสุดท้ายให้ได้ ถ้าไม่สำเร็จผมจะไม่กลับขึ้นมา”
       หาญพยักหน้า แล้วทั้งคู่กระโดดลงไปในน้ำ
       เมื่อลงมาใต้น้ำกล้ากับหาญนั่งสมาธิอยู่ตรงข้ามกัน หาญท่องมนต์อัญเชิญพญานาคจึงเห็นเป็นแสงเรืองๆ เป็นลำส่องมาที่ตัว ภาพรางๆ ของพญานาคว่ายวูบเข้าประทับตัวหาญ ตาหาญเปิดขึ้นเป็นแววตาพญานาค       
       หาญยืนเบื้องหน้ากล้าแล้วส่งกระแสจิตพูดคุยกับกล้าด้วยน้ำเสียงของพญานาค
       “ข้ารอเจ้าอยู่ จงรับบทเรียนขั้นสุดท้าย”
       หาญเคลื่อนตัวเข้าปะทะกล้า กล้าเป่ามนต์ที่แขนปรากฎเป็นเกล็ดพญานาคสีทอง ทั้งคู่ต่อสู้ เตะต่อยกันสูสี
       ด้านบนขณะนั้นศรีแพรเดินเข้ามาที่ริมน้ำแล้วหยิบขวดแก้วเล็กๆ มีน้ำสีแดงข้างในซึ่งเป็นยาพิษ ศรีแพรเปิดจุกขวดแก้ว
       ใต้น้ำขณะนั้นกล้าถูกหาญเตะเข้าที่อกจนหงายไป
       “เจ้าต้องเข้าแก่นแท้ของวิชา เจ้ามนุษย์”
       “ได้โปรดชี้แนะผมด้วย”
       นาคราชในร่างหาญยิ้ม เข้าโจมตีกล้า กล้าปล่อยหมัดใส่หาญกระเด็น หาญแกล้งทำร่างให้ลอยนิ่ง คว้าง กล้าตกใจ
       “ฆ่าปู่ของเจ้าซะ แล้วข้าจะมอบวิชาให้แก่เจ้า” กล้าชะงัก “ถ้าเจ้าไม่ทำ ทั้งเจ้าและปู่ของเจ้าจะต้องจมอยู่ใต้บาดาลนี่ตลอดกาล”
       กล้าตัดสินใจ เข้าไปถ่ายพลังให้หาญแทน       
       “ถ้าวิชานาคราชต้องใช้ความเหี้ยมโหดอย่างงนี้ ผมก็ไม่ต้องการ ปู่กับผมต้องได้ขึ้นไปด้วยกัน”
       บนฝั่งศรีแพรทำท่าจะหยอดยาพิษลงน้ำ จังหวะนั้นยิ่งยศกับกระเต็นเดินเข้ามา
       “ศรีแพร”
       ศรีแพรชะงัก รีบปิดขวดยัดขวดเหน็บเอว
               “ไอ้หาญกับเจ้ากล้าล่ะ”
       “ข้าเห็นเค้าโดดลงไปในน้ำ แล้วก็ไม่โผล่ขึ้นมาเลย ข้าเป็นห่วงมาก เจ้าลงไปช่วยเค้าที”
       “จริงเหรอ ผู้การคะ ทำยังไงดีรึว่าสองคนนั่นจะเป็นอันตราย” ทันใดนั้นผิวน้ำก็ระเบิดตูม หาญพุ่งลอยพรวดขึ้นมาจากน้ำลงมายืนที่ริมตลิ่ง “พ่อหาญ กล้าล่ะ”
       “ข้าเชิญท่านพญานาคมาประทับร่าง แล้วก็หมดสติไป หรือว่า กล้าจะ...”
       ทันใดกล้าก็ลอยพุ่งขึ้นมาจากน้ำ ตีลังกาม้วนตัวลงมายืน ปรากฏรอยสักพญานาคม้วนอยู่ที่แขนสองข้างอย่างสวยงาม ร่างกล้าเรืองแสงแวววาม ทุกคนตะลึง
       “ท่านพญานาคราช”
       “เจ้าหนุ่มผู้นี้ได้ก้าวพ้นจากมิจฉาทิฐิ แก้ปัญหาด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ข้าจึงมอบวิชานาคราชขั้นสุดท้ายให้แก่มัน”
       กระเต็น หาญ ยิ่งยศ ดีใจ ยันต์นาคราชเรืองแสงขึ้นที่ต้นแขนทั้งสองข้างของกล้าก่อนที่พญานาคจะเคลื่อนพรึ่บออกจากร่างกล้าไป กล้าเซๆ ได้สติ ส่ายหัวมึนๆ กล้ามองทุกคน งงๆ
       “ผมมาอยู่บนนี้ได้ยังไง ก็เมื่อกี๊ปู่บาดเจ็บ แล้วผมเข้าไปถ่ายพลังให้ปู่” กล้ามองแขนตัวเอง “นี่ผม”
       ยิ่งยศ กระเต็น หาญ ยิ้มรับ
       “เอ็งผ่านการทดสอบน่ะซิ ข้ายินดีด้วย กล้าเอ็งสำเร็จวิชานาคราชแล้ว”
       “เอ็งทำได้แล้วไอ้หลานชาย”
       “ลูกแม่”
       กระเต็นเข้าไปกอดกล้าดีใจ กล้าก็ดีใจ ศรีแพรฟังแล้วเก็บข้อมูล
       “ดีจังเลย ถ้างั้น ก็ต้องฉลองกันหน่อย ข้าจะไปหาฟืนหุงข้าวให้พวกเจ้านะ”
       ศรีแพรวิ่งไป หาญมองยิ้ม เดินไปแล้วชะงัก ก้มลงเห็นขวดยาพิษตกอยู่ รอบๆ หญ้ากลายเป็นสีดำ หาญเก็บขึ้นมา       
       “มีอะไรไอ้หาญ”
       “เปล่า”
       หาญรีบซ่อนขวดยา       
              
               คืนนั้นหาญนั่งพิงโบสถ์ หลับตาอยู่ ศรีแพรย่องเข้ามาใกล้ ชักมีด สายตาจ้องไปที่ลูกสะกดที่คอหาญ มีดศรีแพรเข้าใกล้คอหาญจู่ๆ หาญก็ลืมขึ้น ศรีแพรรีบชักมือกลับแต่หาญจับไว้ได้ทัน
       “เอ็งจะทำอะไร”
       ศรีแพรรีบแก้ตัว
       “ข้า ข้าเห็นตะขาบมันจะกัดเจ้า ก็เลย...”
       หาญปล่อยมือศรีแพร
       “ขอบใจเอ็งมาก แต่เอ็งก็รู้พวกคนร้ายอาจแฝงตัวอยู่ ทีหลังอย่าออกมาแบบนี้อีก”
       ทันใดหาญมองไปเห็นเงาคนวูบไหว หาญเครียดรีบวิ่งไปทันที ศรีแพรตามติดๆ
      
       เท้าคะนึงนิจวิ่งเข้ามา หาญโผล่พรวดเข้าด้านหลังจับมือคะนึงนิจล็อค
       “ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
       คะนึงนิจร้องโวยวาย ศรีแพรวิ่งตามเข้ามาเห็นคะนึงนิจแต่จำไม่ได้เอามีดจี้
       “จับมันไว้ มันเป็นคนร้ายแน่ๆ”
       “ศรีแพร ฉันเองไง นิจ”
       หาญเอะใจ
       “นิจ” หาญปล่อยคะนึงนิจ คะนึงนิจหันมาเห็นหาญก็ดีใจ
       “น้าสิงห์ นิจดีใจมากเลยที่เจอน้าสิงห์กับศรีแพรที่นี่”
       “นี่เจ้าเป็นใครกันทำไมถึงรู้จักข้า”
       “อะไรกันศรีแพร จำนิจไม่ได้เหรอ น้องสาวพ่อเลี้ยงภูมินทร์ไง”
       ศรีแพรทำหน้างง หาญปักใจว่าศรีแพรผิดปกติแน่ กระเต็น กล้า เดินเข้ามาพอดี
       “นิจ”
       “พี่กล้า” คะนึงนิจดีใจมาก วิ่งเข้าไปกอดกล้า “นิจคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่กล้าอีกแล้ว”
       “พี่ไม่เป็นไรนิจ”
      
       กระเต็นมองออกรู้ว่าคะนึงนิจชอบลูกตัวเอง หาญเหลือบมองศรีแพรที่ยืนมองคะนึงนิจเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน



       คะนึงนิจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ทุกคนฟัง
       “ไม่นึกเลยว่าตำรวจจะยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจของพ่อเลี้ยงภูมินทร์”
       คะนึงนิจพยักหน้ารับ
       “ค่ะน้าสิงห์ เอ่อ ปู่หาญ นิจก็นึกไม่ถึง นิจถึงได้จะเอาจดหมายของพี่กล้าไปให้เค้าดู พี่กล้าจะได้พ้นผิด แต่พอเรื่องมันกลับเป็นแบบนี้ นิจเลยเสี่ยงมาที่นี่”
       ยิ่งยศได้ยินก็โมโห
       “วะ เสียชื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จริงๆ ตำรวจดีดีหายไปไหนหมดวะ”
       “มีซิ ยังมีเหลืออยู่อีกคน”
       “ใครครับแม่”
       “ท่านอธิบดีไงกล้า แม่รับรองว่าท่านเป็นคนดี ถ้าท่านรู้ว่าลูกน้องยอมไปรับใช้คนชั่ว ท่านต้องไม่ยอมแน่”
       “งั้นเราก็ต้องเข้าถึงตัวอธิบดีให้ได้”
      
       วันต่อมาที่กรมตำรวจ ผู้บังคับการตกใจกับสิ่งที่รองอำนวยบอก
       “เปลี่ยนทีมอารักขา ทำไมล่ะครับท่านรองฯ”
       “ทีมเดิมที่อารักขาท่านอธิบดี ติดภาระกิจอื่นผมเลยเปลี่ยนทีมใหม่ไปให้แล้ว”
       ผู้บังคับการเริ่มเอะใจ
       “นี่ท่านรองฯ คิดจะทำอะไรกันแน่”
       “ผมว่าคุณอยู่เฉยๆ ดีกว่านะ อีกหน่อยถ้าผมเป็นใหญ่เมื่อไหร่ คุณสบายแน่ ลูกคุณไม่สบายต้องใช้เงินอีกเยอะนี่กว่าจะหาย”
       “ถ้าลูกผมรู้ความจริงว่าเงินที่รักษาเค้าได้มายังไง เค้าอาจจะอยากตายมากกว่า”
       ผู้บังคับการไม่พอใจ เดิรออกไป รองอำนวยมองตามอย่างไม่สบายใจ เสือทับปรากฏตัวขึ้นจากกำบังกาย
       “ท่าทางจะไม่ดีแล้วเสือทับ”
       “แล้วจะปล่อยให้เป็นหอกข้างแคร่ทำไม”
      
               ผู้บังคับการขับรถไปบ้านอธิบดีด้วยท่าทางรีบร้อน ทันใดแต้มกับแหลมก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้า ผู้บังคับการชักปืนออกมา
       “หลบไป ฉันจะไปหาท่านอธิบดี”
       “หลบก็กลัวสิ”
       “ถ้าเอ็งอยากเจอมันมาก ข้าจะส่งเอ็งไปรอมันก่อนในนรกก็แล้วกัน”
       แต้มกับแหลมเดินเข้าหา ผู้บังคับการยิงแต่ไม่ระคายผิว ผู้บังคับการรีบหนี แต้มตามไปกระซวกมีดพร้าในมือ จนผู้บังคับการล้มลง แต้มกับแหลมสะใจก่อนจะหายตัวไป
      
       ที่อิสุโร กล้า คะนึงนิจ เดินมาเจอกับยิ่งยศและกระเต็นที่เดินมาจากอีกทาง
       “เจอปู่กับศรีแพรไหมครับแม่”
       กระเต็นร้อนใจ
       “ไม่ เอาไงดีคะผู้การ” กระเต็นหันมาถามยิ่งยศ
       “ล่วงหน้าไปก่อน ฉันตามไอ้หาญเจอแล้วจะตามไป”
       พวกกล้าพยักหน้ารับ รีบเดินออกไป ยิ่งยศเดินแยกไปอีกทาง
      
       ศรีแพรเดินเข้ามาในป่าแล้วมองหาเสือทับ แต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อหาญก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้       
       “เอ็งจะไปไหน ศรีแพร”
       “ข้า...ข้า...”
       “เอ็งจะไปส่งข่าวให้ไอ้พวกภูมินทร์รู้” หาญควักขวดยาพิษออกมา “เอ็งใช่ไหมที่เป็นเจ้าของขวดยาพิษนี่ ทำไม ทำไมเอ็งถึงต้องทำแบบนี้”
       ศรีแพรควักมีดออกมาก มองหาญอย่างแค้นๆ
       “ก็เพราะเจ้าฆ่าพ่อข้า ย่ำยีข้า ข้าต้องแก้แค้นให้พ่อ”
       หาญเข้าใจทันที
       “เอ็งถูกมนต์สะกดจากไอ้ทับ มันคงใส่ร้ายข้าให้เอ็งฟังน่ะซิ”
       “อย่ามาโกหก ข้าไม่มีทางเชื่อเจ้า”
       ศรีแพรพุ่งเอามีดแทงหาญ หาญหลบไปมา ตั้งรับ ดึงลูกสะกดหัวใจสิงห์ออก กอดล็อคศรีแพรไว้พอได้จังหวะก็จี้ไปที่หน้าผากศรีแพรทันที ศรีแพรชะงักค้าง ร่วง หาญประคอง
       “เจ้า” ศรีแพรเริ่มได้สติ กอดหาญแน่น “เจ้ามาช่วยข้าแล้ว”
       “ใช่ ศรีแพร ไม่ต้องกลัวอะไรอีก ข้าจะอยู่เคียงข้างเอ็ง” แต่แล้วศรีแพรกลับกุมหัว ดิ้นพราดๆๆ “โอ๊ยๆๆ ข้าปวด ปวดหัว” หาญตกใจ พยายามกอดศรีแพรไว้
       “ศรีแพร เอ็งเป็นอะไร”
       ศรีแพรกลับตาขวาง ปัดลูกสะกดกระเด็นหล่นไป แล้ววิ่งหนีไป หาญรีบตามไปทันที
      
       ศรีแพรวิ่งหนีเข้ามาในถ้ำ เธอวิ่งหายเข้าไปในส่วนที่ลึก หาญวิ่งตามเข้ามา
       “ศรีแพร ศรีแพร”
       หาญวิ่งตามลึกเข้าไป
       หาญตามเข้ามาเห็นศรีแพรนอนปวดหัวทุรนทุรายจนสลบไปจึงรีบเข้าไปประคอง
       “ศรีแพรๆ”
       “ฮ่าๆๆๆ ยินดีต้อนรับโว้ย ไอ้หาญ เพื่อนรัก”
       หาญมองไปเห็นเสือทับเอาเข็มหมุดปักหัวหุ่นฝังรูปฝังรอยอยู่
       “ไอ้ทับ เอ็งหยุดทรมานศรีแพรได้แล้ว”
       สมุนเสือสองคน ออกมาจากที่ซ่อนถืออาวุธล้อมหาญไว้
      
       ที่บ้านอธิบดีกรมตำรวจ มีตำรวจเฝ้าคุ้มกันอยู่หลายนาย กล้า กระเต็น คะนึงนิจแหวกอากาศออกมา พวกตำรวจต่างเห็น
       “ไอ้เสือกล้า”
       ตำรวจระดมยิง กล้าร่ายคาถามหาอุดกวาดมือไป ปืนทุกกระบอกยิงไม่ออก กล้าสะบัดมือ       
       “ปัดอาวุธ”
       ปืนทุกกระบอกร่วงจากมือของบรรดาตำรวจ กล้ากับกระเต็นรีบพุ่งเข้าไปซัดตำรวจด้วยมือเปล่าจนสลบทั้งหมด
       “เราแยกย้ายกันหาตัวท่านอธิบดี ระวังตัวกันด้วย”
       กระเต็นแยกไปอีกทาง คะนึงนิจไปกับกล้า
      
       กระเต็นเดินมาเจอกับกล้าและคะนึงนิจที่หน้าบ้าน กระเต็นรีบถามอย่างร้อนใจ
       “เจอมั๊ย”
       “ไม่มีเลยค่ะ ทั้งชั้นบนชั้นล่าง”
       “หรือว่าท่านจะไปบ้านไอ้ภูมินทร์แล้ว”
       “งั้นเราช้าไม่ได้”
       ทั้งสามคนจะรีบไป ทันใดผู้บังคับการที่บาดเจ็บเลือดท่วมกายก็เดินโซเซเข้ามา กระเต็นจำได้รีบเข้าไปประคอง
       “ท่านผู้บังคับการฯ”
       “ช่วยท่านอธิบดีด้วย พวกมัน...พวกมันจะฆ่าท่านอธิบดีในงานเลี้ยงของภูมินทร์”
      
       ผู้บังคับการพูดจบก็ขาดใจตาย กล้า กระเต็น คะนึงนิจ มีสีหน้าเครียด



       อีกด้านหนึ่งที่ถ้ำ เสือทับและสมุน ใช้พร้ารุมหาญ หาญใช้สนับสู้อย่างสูสี หาญได้จังหวะเป่ามนต์
       “หมัดธนูมือ”
       หาญกระแทกหมัดคู่ใส่สมุนเสือทั้งสองหงายไป เสือทับโมโห
       “ไอ้หาญ”
       เสือทับร่ายคาถาปลุกลิงลม หาญปลุกเหล็กไหล
       “อิสะวาสุ”
       ร่างหาญเรืองแสง สีเป็นทองแดง ลูกสะกดที่อกเรืองวูบวาบ ทั้งสองปรี่เข้าซัดกัน เสือทับโดดไปมาเอาพร้าสับหาญ หาญเหนือกว่าเอาแขนรับเสียงดังแคล้ง แล้วเตะเสือทับกระเด็นไป แต่เสือทับยิ้มเอาพร้าสับเชือกข้างตัว ทันใดนั้นเองกรงเหล็กกล้าที่อยู่ด้านบนก็ร่วงลงมาหาญขังหาญไว้พอดี หาญตั้งสติเป่ามนต์ใส่หมัด
       “อิสะวาสุ หมัดธนูมือ” หาญออกแรงชก แต่แล้วเงาหมัดสีเงินกลับชนกรงแล้วสะท้อนโดนหาญจนทรุดกระอักเลือด “อ๊าก”
       เสือทับสะใจ
       “ฮ่าๆ เอาสิ เอาเล้ย เอ็งจะว่าคาถา ว่าอาคมบทไหนก็เชิญ ยังไงมันก็ใช้ยกลูกกรงเหล็กกล้าที่ข้าลงอักขระไว้ไม่ได้ง่ายๆ หรอก”
       เสือทับเอาหุ่นออกมา ดึงเข็มออกจากหุ่นแล้วเป่ามนต์ใส่ ศรีแพรฟื้น ลุกขึ้นมาเบะปากใส่หาญ หอมแก้มเสือทับแล้วยิ้มเย้ยหาญ หาญประคองตัวลุกขึ้น
       “ศรีแพร เอ็งถูกมนต์ของมัน ตั้งสติ ศรีแพร”
       “โถๆ ไอ้หาญ ข้าไม่นึกเลย ว่าเสืออย่างเอ็งจะต้องมาตายเพราะผู้หญิง คราวนี้ต่อให้เอ็งมีร่างเป็นเหล็กไหล ก็ไม่มีทางสู้แรงระเบิดของข้าได้” หาญมองไปที่ส่วนล่างของลูกกรงเห็นระเบิดไดนาไมค์ถูกมัดกันไว้รอบ เต็มไปหมดทุกด้าน สายไฟมากมายพันระโยงระยางมาที่ตัวตั้งเวลาที่อยู่มุมด้านหน้า “เสียใจด้วยนะ ที่เอ็งจะไม่ได้เห็นไอ้กล้าหลานรักกลายเป็นโจรชื่อกระฉ่อน ปล้นแล้วก็ฆ่าอธิบดีกรมตำรวจกลางงานเลี้ยง ฮ่าๆ” หาญอึ้ง “ฮะ”
       “ต้องขอบใจไอ้คนที่มันคิดสร้างระเบิดเวลาในยุคนี้จริงๆ เพราะมันเหมาะมากที่จะใช้กำจัดจอมขมังเวทย์อย่างแก”
      
       เสือทับชูที่กดระเบิด กดเริ่มเวลา ที่ตัวตั้งเวลาตัวเลขนับถอยหลังจาก 20 วินาที เสือทับพาทุกคนแหวกอากาศออกไป หาญเครียดจัด

      
       กล้ามีท่าทางร้อนรนจะไปช่วยท่านอธิบดี
       “เราต้องรีบไปช่วยท่านอธิบดี ป่านนี้ท่านอาจถูกจับไปที่ไหนซักแห่ง”
       กระเต็นรีบห้าม
       “แต่มันอันตราย พ่อหาญกับผู้การยิ่งยศก็ไม่อยู่ ถ้าวู่วามไปเราเสร็จมันแน่ พวกมันจับตัวท่านไปไว้ที่ไหน
       เตรียมกับดักอะไรไว้บ้างเราก็ไม่รู้”
       “เราช้ากว่ามันก้าวนึงทุกครั้ง” กล้าบอกอย่างเจ็บใจ
       “นิจมีหนทางที่จะรู้แผนการของพี่ภูแล้ว” คะนึงนิจบอก กล้ากับกระเต็นแปลกใจ “นิจจะเข้าไปสืบให้เอง”
       “พี่ไม่ให้นิจไป ภูมินทร์ไม่ใช่คน มันเป็นปีศาจไปแล้ว มันไม่ใช่พี่ชายคนเดิมของนิจอีกต่อไป ถ้าจับได้ว่านิจหักหลัง มันไม่เอานิจไว้แน่”
       คะนึงนิจตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
       “ตอนนี้ตัวนิจเองก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว ไร้บ้าน ไร้ญาติพี่น้อง” คะนึงนิจสบตากล้า “เหลือแต่เพื่อนที่นิจรัก พี่ภูก่อกรรมมามาก นิจเป็นน้องควรจะทำอะไรที่มันถูกต้องบ้าง ถ้าจะตาย นิจก็ขอทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ทิ้งไว้บ้าง”
       คะนึงนิจบอกด้วยสีหน้ามุ่งมั่น กล้าสบตากระเต็น ลังเล
      
       หาญพยายามออกแรงง้างลูกกรงสุดแรง ยิ่งยศเข้ามาในถ้ำเห็นหาญถูกขังก็ตกใจ
       “ไอ้หาญ! ทำไมแก”
       “ไม่ต้องถาม ระเบิด ไอ้ยิ่ง”
       ยิ่งยศมองเห็นตัวตั้งเวลา ตัวเลขเดินย้อนหลัง อยู่ที่ 14 วินาที
       “เฮ้ย เอาล่ะๆ ฉันรู้ๆ ฉันหยุดมันได้แน่”
       ยิ่งยศลานลานใช้มือไล่สายที่พันกันมากมาย
       “อย่าเพิ่งไปแตะมัน ไอ้ยิ่ง เราไม่รู้ว่ามันมีกลไกยังไง แกออกไป อันตราย”
       “ไม่โว้ย เราต้องออกไปด้วยกัน”
       ทันใดสมุนเสือทับก็โผล่พรวดสับพร้ามาที่หลังยิ่งยศ
       “ไอ้ยิ่ง ข้างหลัง”
       ยิ่งยศหลบเฉียดฉิวแล้วหันกลับชกที่ท้องอย่างแรง จับคอสมุนบิด หัก ตาย สมุนเสืออีกคนเข้ามาบ้าง ยิ่งยศใช้พร้าฟันกลับถีบหงาย นอนจุกไป ยิ่งยศรีบเอาพร้ามาที่กรง พอเห็นตัวเลขเดินย้อนหลัง อยู่ที่ 11 วินาที ก็รีบเอาพร้ากระหน่ำสับๆ ไปที่เครื่องตั้งเวลาทันที จนพังยับ หาญ ยิ่งยศ ดีใจ พยักหน้าให้กันแล้วช่วยกันออกแรงยกลูกกรงขึ้นทันที
      
       “ย้าก”



       แต่แล้วเสียงเครื่องตั้งเวลาดังขึ้น ติ๊ด ยิ่งยศ กับหาญอึ้ง หันมองกัน เห็นเครื่องตั้งเวลาอีกเครื่อง ติดอยู่ที่ผนังถ้ำด้านบน ตัวเลขเหลือ 9 วินาที
      
       “มันซ่อนไว้กี่เครื่องวะเนี่ย”
       หาญ ยิ่งยศ รู้ว่าทำลายไม่ทัน รีบออกแรงยกกรง จนหาญกลิ้งตัวลอดออกมาได้ แต่แล้วสมุนเสือทับก็พรวดเข้ามาอีก ฟันหาญ หาญหลบซัดกลับจนเซถลาไป หาญ ยิ่งยศรีบพากันวิ่งออกจากถ้ำ
      
       หาญ ยิ่งยศ กำลังจะหนีถึงทางออก สมุนเสือทับตามเข้ามาควักหุ่นพยนต์ เป่ามนต์ โยนข้ามหัวพวกหาญไป
       หุ่นพยนต์กลายเป็นชายร่างใหญ่ยืนถือกระบองหนามขวาง
               “หุ่นพยนต์”
       หาญจับที่คอหาลูกสะกดแต่ไม่มี หุ่นพยนต์เหวี่ยงกระบองใส่พวกหาญ พวกหาญหลบกัน ขณะเดียวกันสมุนเสือทับถือโอกาสเผลอปรี่เข้ามาฟันยิ่งยศจากด้านหลังจนยิ่งยศผงะเลือดอาบ
       “พร้าข้า ทาขมิ้นโว้ย! ฮ่าๆ”
       หาญตกใจที่เห็นยิ่งยศถูกฟันง
       “ไอ้ยิ่ง”
       หาญซัดพลังหมัดธนูมือใส่จนหุ่นพยนต์เซไป แล้วปรี่ไปที่ยิ่งยศ ยิ่งยศแข็งใจจับมือหาญ “แกต้องรอด จำไว้” ยิ่งยศพึมพำคาถา ยันต์หายไปจากตัวยิ่งยศมาปรากฎที่อกหาญ ที่อกหาญยันต์เสือเผ่นเรืองขึ้น “ไป ไปช่วยพวกกล้า” สิ้นคำยิ่งยศก็วิ่งใส่หุ่นพยนต์และสมุนเสือทับที่กำลังปรี่เข้ามา “ย๊าก”
       หุ่นพยนต์กับสมุนเสือทับรุมยิ่งยศ ยิ่งยศโดนฟัน ตัดสินใจกอดหุ่นพยนต์ทั้งสองแล้วดันต้านไว้ ขณะนั้นเวลาถอยหลังเหลือ 3 วินาที
       “ไอ้ยิ่ง”
       ยิ่งศเหลียวมองหาญ ตะโกนลั่น
       “ไปสิวะ ไป”
       เวลาถอยหลังเหลือ 2 วินาที หาญกับยิ่งยศมองกัน เหมือนเป็นการร่ำลาที่ไร้คำพูด
       เวลาถอยหลังเหลือ 1 วินาที หาญตัดใจวิ่งออกมา เวลาถอยหลังเหลือ 0 วินาที ระเบิดไดนาไมค์ระเบิดขึ้น ตู้ม!
       ลูกไฟขนาดพุ่งไล่หลังหาญ หาญถูกแรงระเบิดและเปลวไฟกระแทกลอยพุ่งออกมา
       ร่างหาญร่วงลงกระแทกพื้นหน้าถ้ำ ร่างเจ็บช้ำน่วม มองไปเห็นถ้ำระเบิดไฟลุกโชน หาญเศร้าใจ กำหมัด น้ำตาคลอ
      
       “ไอ้ยิ่ง”



       ภูมินทร์อยู่ที่บ้านในชุดเท่ เนียบ อารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าเสือทับจัดการกับหาญได้แล้ว
       “ฮ่าๆๆ ให้มันได้อย่างนี้สิวะ หมดไอ้หาญไปซะคน ฉันอยากรู้นักว่าไอ้กล้ามันจะเอาอะไรมาสู้”
       เสือทับสบตาศรีแพร สะใจ
       “พวกที่เหลือมันก็แค่เศษสวะ เราจะขยี้เมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้เราต้องเร่งกำจัดอธิบดีตำรวจให้ได้ตามแผนก่อน”
       ทันใดแต้มก็อุ้มคะนึงนิจที่อิดโรยสลึมสะลือผ่านมา แหลมตาม สีหน้าสองคนมีเลศนัย เสือทับเรียกไว้       
       “เอ็งสองคนจะไปไหนวะ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
       “นังเด็กคนนี้มันสลบอยู่หน้าบ้าน สงสัยจะหลงทางจนเป็นลม”
       “พวกข้าก็เลยว่า จะหาความสำราญกันซักหน่อย”
       แต้ม แหลมสบตากันหื่น หัวเราะ ภูมินทร์เห็นหน้าคะนึงนิจชัดๆ
       “ยัยนิจ ลองพวกแกแตะต้องน้องสาวฉัน แกสองคนได้หายไปจากโลกนี้แน่”
       “น้องสาวเหรอ”
       แต้มกับแหลมกลัว รีบอุ้มคะนึงนิจมาวางบนโซฟา       
       “นิจๆ ยัยนิจ”
       คะนึงนิจรู้สึกตัว ฟื้น
       “พี่ภู”
       “นิจมาที่นี่ได้ยังไง”
       “นิจเห็นข่าวพี่ภูในหนังสือพิมพ์ พี่ภูช่วยนิจด้วย พี่กล้า พี่กล้าเค้า...”
       “ไอ้กล้ามันทำไม”
       ศรีแพรจำคะนึงนิจได้ รีบเตือน
       “เดี๋ยวก่อน ผู้หญิงคนนี้เป็นพวกไอ้หาญ ข้าเห็นมันที่อิสุโร”
       “ยัยนิจ แกคิดจะทำอะไร แกมาเป็นสายให้ไอ้กล้ามันเหรอ”
       คะนึงนิจไม่ทันได้ตอบ แต่ดิ้นทุนรนทุรายกระอักเลือดสีดำออกมา เสือทับรีบจับชีพจรคะนึงนิจ
       “น้องสาวพ่อเลี้ยงถูกคุณไสย”
       ภูมินทร์ตกใจ คะนึงนิจอ้อนวอน
       “พี่ภู นิจขอโทษ ขอร้องล่ะ พี่ภูช่วยนิจด้วย โอ๊ย”
      
       คะนึงนิจกระอักเลือดสีดำอีกรอบก่อนจะสลบไป



       ปลายมีดพร้าของเสือทับลากจากกลางหน้าอกขึ้นไปจ่อตรงหน้าผากคะนึงนิจ เสือทับร่ายคาถาแล้วเป่าจะเห็นควันดำลอยออกมาจากตัวคะนึงนิจหายเข้าไปในมีดพร้า ปลายมีดจุ่มในขันน้ำมนต์น้ำในขันกลายเป็นสีดำสนิท
       “ข้าถอนคุณไสยในตัวให้แล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง”
       คะนึงนิจมีสีหน้าแจ่มใสขึ้น รู้สึกตัว มองภูมินทร์
       “ฝีมือใคร ใครมันทำกับนิจแบบนี้”
       คะนึงนิจร้องไห้โฮ สำนึกผิด
       “พี่กล้า พี่กล้าเป็นคนทำมนต์ดำใส่นิจ”
       “ไอ้กล้า ทำไมมันต้องทำร้ายนิจด้วย”
       “เค้าแค้นพี่ภู แล้วพาลมาลงกับนิจ เพราะนิจเป็นน้องสาวของพี่ พี่กล้าจะทรมานนิจให้ตายเพื่อแก้แค้น เค้าไม่เคยรักนิจเลย เค้าแค่จะหลอกใช้นิจเท่านั้น”
       “จริงเหรอ”
       “พอพวกนั้นเผลอ นิจก็รีบหนีออกมา พี่ภู ขอนิจอยู่ด้วยคนนะ นิจไม่มีที่ไปอีกแล้ว”
       คะนึงนิจสะอึกสะอื้น ภูมินทร์สบตาเสือทับยังลังเล
      
       เสียงเคาะประตูห้องราชาวดีดังขึ้น ราชาวดีตกใจคิดว่าเป็นภูมินทร์จึงรีบคว้ามีดที่อยู่ใต้หมอนมาซ่อนข้างหลัง แต่ปรากฎว่าเป็นงามตาที่พาคะนึงนิจเข้ามา ทั้งสองคนต่างดีใจโผเข้ากอดกัน
       “นิจ”
       “วดี”
       “เราเป็นห่วงนิจแทบแย่”
       “เราก็เหมือนกัน วดีปลอดภัยนะ”
       ราชาวดีพยักหน้ารับ งามตาหมั่นไส้ ปิดประตูออกไป
       “แล้วนิจล่ะ นิจหายไปอยู่ไหนมา ทำไมนิจถึงดูแย่แบบนี้”
       คะนึงนิจเหลือบมองที่ประตูห้อง
       “เราไปอยู่กับพี่กล้า แต่เค้าแค้นพี่ภูมากที่ทำลายชีวิตและครอบครัวเค้าจนย่อยยับ พี่กล้าเลยทรมานเราแล้วยังเป่าคุณไสยใส่เราอีก”
       ราชาวดีตกใจ
       “ไม่จริง”
       “จริงซิ วดี พี่กล้ากลายเป็นคนโหดเหี้ยม เราจะไม่มีวันญาติดีกับพี่กล้าอีกตลอดชีวิต”
      
       ที่หน้าห้อง งามตาแนบหูแอบฟังอยู่ที่ประตู

      
       งามตาเอาเรื่องที่ได้ยินมารายงานภูมินทร์กับเสือทับ
       “งามได้ยินกับหู น้องสาวพ่อเลี้ยงไม่ได้แกล้งแน่ ยัยนิจถูกพี่กล้าทำร้ายมาจริงๆ”
       “พ่อเลี้ยงคงจะสบายใจแล้วสิ”
       “หมดหน้าที่ของเธอแล้ว” ภูมินทร์โยนปึกเงินให้ที่พื้น งามตามองนิ่ง “เงินไง ไม่เอาเหรอ เธอบูชามันนักนี่ นี่ไง มาเอาไปสิ ฉันใช้งานเธอย่อมไม่เอาเปรียบเธอหรอกน่า”
       งามตาก้มลงคลานไปหยิบเงินที่เท้าภูมินทร์ เก็บอารมณ์แค้นก่อนจะออกไป ภูมินทร์มองตามยิ้มเยาะ       
       “ข้าจะไปเตรียมคนกับอาวุธให้พร้อม หลังจากวันนี้เราจะได้เป็นใหญ่ด้วยกัน”
       สองคนสบตากันสะใจ
      
       นุกูลรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาที่ห้องคนรับใช้ แต่ยังรู้สึกเจ็บบาดแผลอยู่ นุกูลดีใจและแปลกใจที่เจองามตา
       “งามตา งามตาจริงๆ เหรอ เธอเป็นคนช่วยเราไว้” งามตามีผ้าคลุมหน้าปิดแผลเป็นไว้ พยักหน้ารับ เอาน้ำให้นุกูลดื่ม นุกูลดื่มอย่างกระหาย “แล้าเราอยู่ที่ไหน”
       “บ้านพ่อเลี้ยงภูมินทร์” นุกูลตกใจ
       “ฮะ มันอยู่ไหน เราจะฆ่ามัน”
       นุกูลจะลุกแต่ยังไม่มีแรง งามตาประคองให้นั่ง
       “นี่ยังโง่ไม่เปลี่ยนเลยนะ เจ็บขนาดนี้อยากกลับไปตายรึไง”
       นุกูลสลดแล้วนึกได้
       “งามตา เธอมาทำอะไรที่นี่”
       “อย่าถามเซ้าซี้ได้มั้ย ไม่ต้องรู้หรอกน่า แล้วนาย...” งามตาจ้องมองรอยสักของนุกูล “ไปทำอะไรมา ทำไมรอยสักเต็มตัว แล้วอาคมที่สู้กับไอ้ภูมินทร์อีก”
       “เราหนีออกจากสถานพินิจ ไปตระเวนหาอาจารย์ดีทุกสำนักเพื่อเรียนอาคม เฝ้ารอวันที่จะมาฆ่าไอ้ภูมินทร์”
       “นายนี่มันทั้งซื่อทั้งโง่ คิดว่าทำได้ง่ายๆ เหรอ ไอ้ภูมินทร์มันพิษรอบตัว”
       “เราอาจจะโง่ แต่เรายินดีแลกชีวิตถ้าจะกำจัดคนชั่วอย่างมันได้”
       “จะกำจัดคนชั่ว ไม่ต้องแลกชีวิตเสมอไปหรอก”
       นุกูลเห็นแววตาแค้นของงามตาก็งง



       กล้าซุ่มอยู่ริมถนนเห็นรถของอธิบดีกรมตำรวจแล่นมามีรถคุ้มกันนำหน้าหนึ่งคัน ทันใดยางรถก็ระเบิด         “มีอะไร”
       กล้ากับกระเต็นปรากฎกายขึ้น
       “ไอ้เสือกล้าครับท่าน มันจะฆ่าท่าน”
       ตำรวจทีมอารักขาลงจากรถคุ้มกัน ต่างยิงสะกัดด้วยปืนที่พันด้วยชายผ้าถุง กล้าตวัดดาบในมือปัดกระสุนที่พุ่งเข้ามาก่อนร่ายคาถานะจังงัง กวาดมือออกไป ตำรวจทุกคนชะงักนิ่ง กล้ากับกระเต็นเดินฝ่าเข้าไปที่รถ อธิบดีลงจากรถ กระชับปืนในมือแน่น
       “เสือกล้า ฉันไม่ใช่คนรักตัวกลัวตาย แกสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมย่าน วันนี้ฉันจะเป็นคนจับแกเอง”
       “ท่านฟังผมก่อนนะครับ ท่านกำลังถูกปองร้ายเราจะมาคุ้มกันท่าน”
       เบี้ยแก้ที่ห้อยคอตำรวจทีมอารักขาต่างเรืองแสงขึ้น
               “กล้าระวัง พวกมันห้อยเบี้ยแก้”
       ตำรวจทุกคนขยับตัวได้ เข้ารุมกล้ากับกระเต็น ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน กล้ากับกระเต็นพยายามไม่ทำร้ายใคร “พยัคโฆ พยัคฆา นะโมพุทธายะ”
       หาญกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว อัดตำรวจทีมอารักขาจนหมอบ
       “ปู่หาญ แล้วปู่ยิ่งกับศรีแพร”
       “ไอ้ยิ่งมันสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยข้า” กล้ากับกระเต็นช็อค “ความตายของไอ้ยิ่งจะไม่เสียเปล่า ท่านอธิบดีฯ ท่านต้องไปกับผม”
       “ไม่ว่าพวกแกต้องการอะไร ฉันจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของพวกแกเด็ดขาด”
       “มีบางสิ่งที่ท่านต้องเห็นด้วยตาของท่านเอง
       อธิบดีกรมตำรวจ กล้า กระเต็น ต่างแปลกใจกับสิ่งที่หาญบอก หาญมีสีหน้าเด็ดเดี่ยวเพราะมีแผนการอยู่แล้ว
      
       คะนึงนิจย่องออกมามองซ้ายมองขวา รัก ยม ปรากฎกาย
       “พี่คนสวย”
       คะนึงนิจดีใจ
       “รัก ยม นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”
       งามตาเดินเข้ามา
       “ฉันนึกอยู่แล้วว่าเธอเป็นหนอนบ่อนไส้” คะนึงนิจตกใจ
      
       “งามตา”



       ขณะนั้นราชาเดินพล่านอยู่ในห้องอย่างร้อนใจ คะนึงนิจเดินเข้ามา
       “เป็นไงบ้าง”
       “เราต้องเปลี่ยนแผน”
       “ทำไมล่ะ”
       งามตาเข้ามาในมือถือห่อชุดรำ ราชาวดีเห็นงามตาก็อึ้งไป
      
       รัก ยมมารายงานผลกับกระเต็น
       “อะไรนะ มีคนจับได้”
       “จ้ะ พี่คนสวยเลยให้หนูรีบมาบอก”
       “ถ้าอย่างงั้นวดีเป็นอันตรายแน่ เราคงรอให้คะนึงนิจพาราชาวดีหนีออกมาก่อนตามแผนเดิมไม่ได้แล้ว”
       “งั้นเราต้องเสี่ยงบุกเข้าไปก่อน”
       “ไม่ได้จ้ะ พี่คนสวยบอกว่าทุกอย่างเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนแผนนิดหน่อย”
       เสียงจุกโวยวายเข้ามา
       “จะพาผมไปไหนอีก จะเอาผมไปฆ่าทิ้งใช่มั้ยเนี่ย”
       จุกปิดตาถูกใส่กุญแจมือ ตำรวจพาเข้ามา รัก ยมรีบหายตัวไป
       “มาแล้วเหรอ ทิ้งมันไว้นี่แหละ ข้าจัดการเอง” หาญบอก ตำรวจออกไป
       “เสียงใครคุ้นๆ”
       กระเต็นกระชากผ้าผูกตาจุกออก
       “คราวนี้ชัดมั้ยว่าใคร”
       “พี่เต็น น้าหาญ ไอ้กล้า”
       จุกเข่าอ่อน ละอายใจ
      
       คะนึงนิจเข้ามาหาภูมินทร์ที่ห้องโถง
       “นิจมีอะไรให้พี่ภูดู รับรองพี่ภูต้องประทับใจแน่ๆ”
       ภูมินทร์แปลกใจ ปรากฏว่าราชาวดีเดินเข้ามา ในชุดนางรำฉุยฉายเบญกาย ภูมินทร์แปลกใจตะลึงในความงาม
       “ทำไมวดีแต่งชุดนี้”
       ราชาวดีสบตาคะนึงนิจ ยิ้มให้กับภูมินทร์
       “วดีอยากให้ของขวัญวันเกิดกับพี่ภู แต่ไม่รู้จะให้อะไรดี มีแต่เรื่องรำนี่แหละที่วดีทำได้ดีที่สุด”
       “วดีเค้ารู้แล้วละค่ะ ว่าคนที่รักเค้าที่สุดคือพี่ไม่ใช่พี่กล้า”
       ภูมินทร์ปลาบปลื้ม ดึงราชาวดีมากอด
       “พี่ขอบใจวดีมาก เป็นของขวัญที่พี่ดีใจที่สุดเลย”
      
       ราชาวดีหลบตา คะนึงนิจแอบมองภูมินทร์ด้วยความละอายใจ



       คืนนั้นภูมินทร์กับรองอำนวยยืนรอรับอธิบดีกรมตำรวจอยู่ที่หน้าบ้าน
       “ทำไมช้านัก มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า”
       “ไม่รู้เพราะผมติดต่อทางทีมอารักขาไม่ได้เลย”
       สักพักจะเห็นท่านอธิบดีฯเดินเข้ามาพร้อมกับตำรวจอารักขา 2 นาย รองอำนวยทำความเคารพ         “นี่พ่อเลี้ยงภูมินทร์ครับท่าน”
       ท่านอธิบดีพยักหน้ารับ ภูมินทร์ยื่นมือมาจะจับมือแต่ท่านอธิบดีเฉยไม่จับด้วย ภูมินทร์เสียหน้า ทำเนียน         “เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับ ที่ท่านยอมสละเวลามางานของผม”
       “ผมได้ยินชื่อเสียงคุณมานาน พ่อเลี้ยงภูมินทร์ผู้กว้างขวาง” ท่านอธิบดีเห็นพวกสมุนเสือกระจายอยู่ทั่ว “กิจการค้าของคุณนี่คงจะรุ่งเรืองดีนะ ถึงมีเงินเลี้ยงบริวารไว้มากมาย”
       ภูมินทร์ไม่พอใจ แต่เก็บอาการ
       “ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่หลังจากวันนี้ไปเมื่อผมกำจัดอุปสรรคหมดคงจะเจริญรุ่งเรืองกว่านี้”
       “เออ ท่านครับ ผมว่าเราเข้างานกันดีว่านะครับ”
       ภูมินทร์นำอธิบดีเข้าไป รองอำนวยถามตำรวจอารักขา
       “ทำไมมาช้า มีอะไรรึเปล่า”
       “รถยางแตกครับ ต้องรอเปลี่ยนรถ”
       รองอำนวยโล่งอกเดินเข้าไปด้านใน ตำรวจสองนายมองหน้ากันก่อนจะตามเข้าไป
      
       บริเวณที่จัดงานเลี้ยงถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แขกระดับวีไอพีจิบเครื่องดื่ม ทักทายกัน ภูมินทร์นั่งร่วมโต๊ะอยู่กับรองอำนวยและท่านอธิบดี ทางด้านหน้าเวที โดยมีตำรวจอารักขา 2 นาย ตามติดไม่ห่าง คะนึงนิจเดินมามองท่านอธิบดีกับตำรวจแว่บหนึ่งแล้วยิ้มแย้มเข้าไปทักทาย
       “พี่ภู วดีขอเตรียมตัวอีกนิดนะคะ”
       “จ้ะ ท่านอธิบดีครับ คะนึงนิจน้องสาวผม”
       “เป็นเกียรติมากค่ะที่ท่านมาร่วมงาน วันนี้พี่สะใภ้นิจมีการแสดงสุดพิเศษจะมอบเป็นของขวัญให้พี่ภู ท่านต้องประทับใจแน่ๆ”
      
       “ผมรอชมอยู่ คงจะงามมาก”

      
       คะนึงนิจสบตาตำรวจอารักขาซึ่งก็คือหาญปลอมตัว แล้วเดินไปข้างเวที เสียงดนตรีบรรเลงเพลงฉุยฉายเบญจกายดังขึ้น ทุกคนหันมองบนเวทีจึงเห็นราชาวดีในชุดนางรำฉุยฉายเบญจกายร่ายรำออกมาสะกดทุกสายตาให้จดจ้อง
       ท่านอธิบดี ปรบมือนำ ทุกคนปรบมือตาม ภูมินทร์ยิ้มภูมิใจรีบแนะนำ
       “ราชาวดี เป็นภรรยาของผมเองครับท่าน”
       ท่านอธิบดีพยักหน้ารับนิ่งๆ แต่ไม่ละสายตาจากราชาวดี
       “ไม่เห็นบอกว่าจะมีรำด้วย แล้วของขวัญที่เตรียมไว้ให้ท่านอธิบดี” รองอำนวยกระซิบถามภูมินทร์
       “ไม่ต้องห่วง ราชาวดีรำจบ ก็จะมอบให้ทันที”
       ราชาวดีรำอย่างอ่อนช้อยงดงาม
       “ฉุยฉายเอย จะเข้าไปเฝ้าเจ้าก็กรีดกราย
       เยื้องย่างเจ้าช่างแปลงกาย ให้ละเมียดละม้ายสีดานงลักษณ์
       ถึงพระรามเห็นทรามวัยจะฉงนพระทัยให้อะเหลื่ออะหลัก...”
       ราชาวดีรำจบ วิ่งหายเข้าไปหลังเวที ชั่วอึดใจก็ออกมาไหว้ขอบคุณ ภูมินทร์ยิ้ม สบโอกาสส่งซิกให้รองอำนวย ก่อนจะเดินไปส่งซองทิปให้ราชาวดี
       “วันนี้วดีของพี่งดงามมาก สะกดสายตาทุกคู่ สมกับที่เป็นภรรยาของพ่อเลี้ยงภูมินทร์”
       ภูมินทร์ดึงมือราชาวดีมาหอม ราชาวดีเอียงอาย ระหว่างนั้นตรงกลางเวทีจะเห็นช่องอากาศแหวกออก กล้าตัวปลอมปรากฎกายขึ้น แววตาเหี้ยม ทุกคนตกตะลึง ตำรวจอารักขาดึงท่านอธิบดีให้ลุกขึ้นหนี กล้าตัวปลอมซึ่งก็คือเสือทับชักปืนยิงตำรวจอารักขาร่วง ก่อนจะกระหน่ำยิงท่านอธิบดีจนหมดแม็ก แขกเหรื่อต่างกรีดร้อง ภูมินทร์โอบราชาวดีโดยไม่รู้ว่าเป็นตัวปลอม เพราะจริงๆ แล้วเป็นงามตาที่ปลอมเป็นราชาวดี
       หาญตัวปลอมซึ่งก็คือแต้มโผล่มาพร้อมสมุนชุมเสือ ก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้า
       “ไอ้เสือ ปล้นให้หมด ใครขัดขืนฆ่าทิ้งอย่าเอาไว้”
       หาญตัวปลอมนำแหลมและสมุนชุมเสือดาหน้าออกมาปล้นแขกในงานทันที ภูมินทร์สบตารองอำนวยที่ทำเป็นยกมือยอมแพ้ ด้วยความสะใจ       
       “ใครมีสมบัติอะไรติดตัว ก็ถอดออกมาให้หมด”
       กล้าตัวปลอมเข้าไปกระชากกระเป๋าคุณนายไฮโซ แต่คุณนายยื้อไว้
       “อย่าเอาของฉันไปนะ”
       “หวงนักนะมึง” กล้าตัวปลอมเล็งปืนยิง แต่แล้วกระสุนกลับไม่ออก “เฮ้ย อะไรวะ”
       “มหาอุด”
      
       ท่านอธิบดีและตำรวจอารักขา 2 นาย ค่อยๆ ลุกขึ้น ท่านอธิบดีกางมือออกใช้คาถามหาอุดอยู่ กล้ากับหาญตัวปลอมที่อยู่คู่กัน หันมองด้วยความตกใจ



       ท่านอธิบดีกลายร่างเป็นกล้า ตำรวจอารักขาทั้งสองก็กลายเป็นหาญกับจุก ภูมินทร์กับรองอำนวยยืนตะลึง         “ไอ้กล้า ไอ้หาญ”
       หาญตัวจริงดึงลูกสะกดออกจากคอ เป่ามนต์แล้วสะบัด เกิดเป็นเชือกสองเส้นพุ่งเข้ามัดหาญกับกล้าตัวปลอมไว้แสงเจิดจ้ากระจายออก
       “อ๊าก”
       หาญกับกล้าตัวปลอมกลายเป็นเสือทับกับแต้มที่ล้มลงมา ทั้งคู่พยายามดิ้นแต่ไม่หลุดจากพันธนาการ เสือทับจ้องหาญแค้นมาก
       “ไอ้หาญ เอ็งลวงพวกข้า”
       กระเต็นพาอธิบดีกรมตำรวจตัวจริงออกมาพร้อมกับตำรวจฝ่ายดีอีกจำนวนหนึ่ง ตำรวจเล็งปืนไปทางเหล่าร้าย
       แขกในงานฉวยโอกาสหนี
       “ไอ้ภูมินทร์ พวกเรารู้แผนชั่วของแกจากท่านผู้บังคับการหมดหมดแล้ว”
       “รองอำนวย ผมผิดหวังคุณมาก เป็นตำรวจแท้ๆ แต่กลับเลือกรับใช้โจร ผมขอสั่งให้คุณมอบตัว เดี๋ยวนี้”
       รองอำนวยกลัวความผิด เอาตัวรอด
       “ท่านครับ ผมไม่ได้ตั้งใจร่วมมือกับพ่อเลี้ยงภูมินทร์ ผมถูกบังคับ มันจะฆ่าลูกเมียผม”
       “ไอ้อำนวย สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือคนปลิ้นปล้อนแบบแก”
       ภูมินทร์โมโหพุ่งเข้าหารองอำนวย กระแทกฝ่ามือที่ใบหน้า พิษกัดหน้ารองอำนวยจนเปื่อยยุ่ย
       “อ๊าก”
       รองอำนวยขาดใจตาย ตำรวจฝ่ายดีต่างตกใจ ภูมินทร์รีบสะบัดพิษโจมตีท่านอธิบดีกับกระเต็น แต่เลือดพิษลอยค้างกลางอากาศเพราะหาญขัดขวางไว้ด้วยกำแพงแก้ว เสือทับเป่ามนต์แล้วกระชากเชือกที่มัดจนขาดกลายเป็นลูกสะกดหล่นบนพื้น เหล่าคนร้ายและตำรวจเลวเปิดฉากยิงสู้ พวกกล้า ท่านอธิบดีและตำรวจ ยิงตอบโต้ข้าวของกระจุยกระจาย
      
               เสือทับดวลปืนกับหาญจนกระสุนหมด เสือทับทิ้งปืนชักมีดพร้าแทงหาญ หาญรับด้วยสนับเล็บเสือ พร้ากระทบสนับมือจนเกิดประกายไฟ หาญม้วนหลบไปหยิบลูกสะกดที่พื้นมาพันมือ
       “เอ็งนี่มันดวงแข็งจริงๆ นะไอ้หาญ ระเบิดแรงขนาดนั้นเอ็งยังรอดมาได้ ข้าล่ะนับถือ”
       “แผนชั่วของพวกเอ็ง ทำให้ไอ้ยิ่งต้องตาย ข้าคงปล่อยเอ็งไว้ต่อไปไม่ได้”
       “ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็เป็นไอ้ผู้การโง่ สมน้ำหน้ามัน เสียดายที่ข้าไม่ได้ฆ่ามันด้วยตัวเอง”
       “หมดเวลาเหิมเกริมของเอ็งแล้วไอ้ทับ พยัคโฆ พยัคฆา นะโมพุทธายะ”
      
       หาญปลุกเสือเผ่นแล้วกระโจนเข้าอัดเสือทับกระเด็น มีดพร้าหลุดมือ เสือทับปาดเลือด ปลุกลิงลม ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกัน



       แต้ม แหลมนำสมุนเสือบุกเข้ามาจะเล่นงานท่านอธิบดี กระเต็นกับกล้าเข้าขวางไว้ กระเต็นใช้มีดหมอสู้กับแต้ม
       “ไอ้จุก คุ้มกันท่านอธิบดีไว้”
       “ไม่ต้องห่วงพี่เต็น ไอ้จุกขอแก้ตัวที่ทำพวกพี่เดือดร้อน จะไว้ลายให้ร่ำลือเลยคราวนี้”
       แก้วน้ำข้างตัวจุกถูกยิงแตก จุกสะดุ้งตกใจ เหงื่อตก ทันใดแหลมก็เข้ามาสู้ จุกจะยิงสกัดแต่ถูกเตะปืนกระเด็น จุกต้องสู้มือเปล่า ตำรวจจำนวนนึงพาท่านอธิบดีออกไป
      
       กล้าใช้ดาบประจุพรายสู้กับบรรดาสมุนเสือ พวกเสือรุมกล้า กล้าปัดป้องจนพวกเสือผงะไป
       “นาคราชเคลื่อนกาย”
       กล้าเคลื่อนตัวอย่างเร็วโจมตีสมุนเสือ ฟันจนทั้งหมดล้มตาย
       กล้าวิ่งเข้ามามองหาราชาวดีที่หลังเวที
       “พี่กล้า”
       กล้าหันไป ราชาวดีตัวปลอมเงื้อมีดแทงกล้า กล้าหลบแล้วจับมือไว้ งง
       “วดี พี่เอง”
       ภูมินทร์พรวดเข้ามา
       “วดี”
       ราชาวดีผลักกล้าแล้ววิ่งไปกอดภูมินทร์
       “ช่วยวดีด้วย”
       ภูมินทร์ก็แปลกใจ เข้าใจผิดว่าราชาวดีมีใจให้แล้ว
       “วดี หึ แกแพ้ฉันอย่างราบคาบแล้วไอ้กล้า เห็นกับตาแล้วใช่มั้ย วดีเค้ารักฉัน”
       ภูมินทร์สะบัดพิษใส่กล้า กล้าหลบ ภูมินทร์ดึงราชาวดีหนีไป
      
       ส่วนอีกมุมหนึ่งหาญกำลังร่ายคาถา
       “อิสะวาสุ หมัดธนูมือ”
       แล้วซัดหมัดลงดิน คลื่นพลังพุ่งหาเสือทับอัดจนกระเด็น หาญตามเข้าไปซ้ำแต่ศรีแพรเข้ามาขัดขวางพร้อมคชกุศในมือ
       “ศรีแพร เอ็งถูกไอ้ทับมันสะกด ข้าจะแก้มนต์ให้เอง”
       “เจ้าอย่ามาปดข้า ข้ารักพี่ทับ พี่ทับเป็นผัวของข้า” หาญอึ้ง เสือทับหัวเราะสะใจ
       “ฮ่าๆๆ ไงล่ะไอ้หาญ ได้ยินกับหูแล้วใช่มั้ย เอ็งจะได้นอนตายตาหลับ ไม่ต้องห่วงว่าศรีแพรจะไม่มีใครดูแล”
      
       เสือทับกับศรีแพรรุมหาญพร้อมกัน



       ขณะนั้นจุกสู้อยู่กับแหลม แล้วโดนแหลมอัดจนน่วม แหลมบีบคอจุกกะเอาตาย กระเต็นปะทะอยู่กับแต้มหันมาเห็น ถีบแต้มกระเด็น แล้วรีบขว้างมีดหมอออกไป มีดหมอเรืองแสงพุ่งปักกลางหลังแหลม แหลมสะดุ้งปล่อยมือจากจุก
       “นังกระเต็น”
       แหลมตรงเข้าซัดกระเต็น กระเต็นหลบหลีก ทันใดจุกก็ฉวยโอกาสอ้อมไปข้างหลังแหลมกระแทกด้ามมีดที่ปักกลางหลังจนมิด
       “อ๊าก”
       แหลมล้มลงตาย แต้มตกใจ
       “ไอ้แหลม”
       แต้มพุ่งเข้าโจมตีกระเต็นกับจุกด้วยความโมโห แต่โดนรุมจนคิดว่าสู้ไม่ได้ เลยตัดสินใจหนี
      
       ราชาวดีตัวปลอมวิ่งหนีมากับภูมินทร์ แต่แล้วก็แกล้งลื่นล้ม ภูมินทร์เป็นห่วงเข้าไปพยุงให้ลุก
       “วดี” ราชาวดีตัวปลอม ดึงมีดที่ซ่อนไว้แทงเข้าทีท้องภูมินทร์ทันที “อ๊าก...ทำไม”
       ราชาวดีตัวปลอมหัวเราะลั่น
       “ในที่สุดแกก็ตายเพราะผู้หญิงที่แกเทิดทูน”
       ภูมินทร์จ้องตาราชาวดี
       “เธอไม่ใช่ราชาวดี”
      
       ขณะนั้นราชาวดีกับคะนึงนิจหลบอยู่ในห้อง ท่าทางร้อนรน
       “พี่กล้ากับคนอื่นๆ จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เราออกไปดูเถอะ”
       “แต่ปู่หาญสั่งให้เราอยู่ในนี้”
       เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตอนที่ราชาวดีกำลังร่ายรำ หาญกับจุกในร่างตำรวจอารักขามองหน้ากัน หาญพูดกับจุกดังๆ ให้รองอำนวยได้ยิน
       “ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
      
       หาญในร่างตำรวจอารักขาเดินออกมา พอพ้นสายตาคนแล้วจึงเหน็บใบพลูกำบังกาย
ตอนที่ 17 อวสาน
      
       ขณะนั้นคะนึงนิจรออยู่หลังเวที หาญในร่างตำรวจอารักขาปรากฎกาย
       “ทางนี้ค่ะ”
       คะนึงนิจพาไปในฉากกั้นซึ่งงามตาแต่งตัวเหมือนราชาวดีรออยู่ ตำรวจอารักขากลายร่างเป็นหาญ         “ที่แท้ก็เป็นคุณ คุณเคยช่วยฉัน”
       “แสดงว่าเราสร้างบุญร่วมกันมา ตั้งสมาธิไว้เรามีเวลาไม่มาก” หาญร่ายมนต์แปลงรูปงามตาเป็นราชาวดีอย่างรวดเร็ว “นิจ อย่าลืมนะ อย่าออกมาข้างนอกจนกว่าข้ากับกล้าจะมาช่วย มันอันตราย”
       “ค่ะ”
       หาญในร่างตำรวจเดินกลับมาที่เดิม ราชาวดีรำจบ วิ่งเข้าหลังเวที
       ราชาวดีตัวจริงเข้ามาในฉาก เจอราชาวดีปลอมยืนอยู่ ราชาวดีตัวจริงชะงักนิดนึงแต่ก็เข้าไปจับมือ       
       “ขอบใจนะงาม รักษาตัวนะ”
       “บอกแล้วไง ฉันไม่ได้อยากช่วยเธอ ฉันอยากแก้แค้นต่างหาก”
       งามตาในร่างราชาวดีเดินออกไป ราชาวดีมองตามอย่างเป็นห่วง คะนึงนิจรีบดึงราชาวดีออกไป
      
       “แต่เราทนรออยู่ในนี้ไม่ไหว ถ้าเกิดพี่กล้าเพลี่ยงพล้ำพ่อเลี้ยง เราคงไม่ได้เจอหน้าพี่กล้าอีก ถ้าต้องตายก็ขอตายด้วยกัน”
       ราชาวดีบอก คะนึงนิจตื้นตันในความรักของราชา และก็ห่วงกล้าเหมือนกัน
       “ได้ งั้นก็ออกไป”
       ทั้งคู่เปิดประตูออกไป เจอเข้ากับแต้มที่วิ่งเข้ามาหลบพอดี
               “ที่แท้ก็มาหลบอยู่ที่นี่เอง โชคของไอ้แต้มแล้ว”
       คะนึงนิจกับราชาวดีตะลึง
      
       ภูมินทร์กุมแผลด้วยความแค้น
       “แกเป็นใคร”
       “คนที่แกไม่เคยเห็นว่าเป็นคนไง ผู้หญิงที่แกดูถูก เหยียดหยาม เบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้ว”
       “งามตา”
       ราชาวดีปลอมเงื้อมีดจะแทงอีก ภูมินทร์จับมือไว้บิดจนมีดปักเข้าท้องราชาวดีปลอม กล้าวิ่งเข้ามา ราชาวดีปลอมล้มลง ภูมินทร์กระชากถุงมือออกกำลังจะสะบัดพิษใส่ราชาวดีปลอม กล้าปล่อยหมัดนาคราชใส่ ภูมินทร์ผงะ       
       “ไอ้กล้า”
       “ไอ้ภูมินทร์ หยุดทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้ได้แล้ว”
      
       แต้มรีบตรงเข้าจับตัวราชาวดี แต่ราชาวดีสู้สุดชีวิต คะนึงนิจเข้าช่วยแล้วสองสาวก็พากันวิ่งหนี แต่แต้มยังดักไว้ได้ คะนึงนิจไม่ยอม
       “อย่ายุ่งกับวดีนะ”
       แต้มตบคะนึงนิจแล้วลากราชาวดีออกไป นุกูลโผล่มาขวาง แทงมีดหมอที่แต้มแต่ไม่เข้า ทั้งสองคนต่อสู้กัน แต้มอัดนุกูลจนมีดร่วงแล้วถีบกระเด็น แต้มหันมาหาสองสาวอีก
       “อย่าเข้ามานะ ฉันสู้ตายจริงๆ ด้วย”
       “นิจ ระวัง”



       คะนึงนิจคว้าไม้ฟาดไม่ยั้ง แต่แต้มไม่สะทกสะท้าน ราชาวดีคิดนิดหนึ่งแล้วฉีกชายผ้าถุง เป็นแนวยาว รวบรวมความกล้า พุ่งเข้าไปคล้องรัดคอแต้มจากด้านหลัง แต้มพยายามดิ้น เหวี่ยงราชากระเด็น นุกุลหยิบมีดที่หล่นแทงแต้มอีกที คราวนี้เข้ามิดด้าม แต้มล้มลงขาดใจ
       “เก่งมากวดี”
       “นุกูลมาได้ยังไง”
       นุกูลห่วงงามตา
       “ไว้เราเล่าให้ฟัง ไปช่วยงามตาก่อนเถอะ”
       ทั้งสามคนรีบออกไป
      
       ภูมินทร์สะบัดพิษใส่กล้า กล้าม้วนตัวหลบทันแล้วตวัดดาบประจุพรายโจมตี เงาดาบปะทะร่างภูมินทร์ ภูมินทร์กระเด็น กล้าพุ่งเข้ามาซ้ำ ฟันแขนภูมินทร์จนขาด
       “อ๊าก”
       “แกยังมีโอกาสกลับตัว รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย”
       “รับโทษทัณฑ์เหรอ แกคิดว่าจะทำได้เหรอไอ้กล้า”
       ภูมินทร์รวมสมาธิ กางแขนออก บาดแผลสมานได้เอง มือข้างที่ขาดก็งอกออกมาใหม่ แผลที่หน้าท้องสมานกล้าอึ้ง
       “แก แกมันไม่ใช่คนจริงๆ”
       ภูมินทร์สะบัดพิษโจมตีกล้า พิษพุ่งออกมาดุจห่าฝน กล้าร่ายคาถาปลุกพลังวิชานาคราช แขนของกล้ากลายเป็นเกล็ดพญานาคสีทอง
       “หมัดนาคราช”
       คลื่นหมัดสีทองเป็นวงพุ่งตรงไปปะทะเข้ากลับพิษ พิษสลายไป พลังนาคราชพุ่งเข้าหาภูมินทร์ ภูมินทร์หลบ
       คลื่นมนต์กระแทกพื้นระเบิด
      
       อีกมุมหนึ่ง ศรีแพรเขวี้ยงคชกุศโจมตีหาญ หาญหลบ เสือทับตามมาสู้ ทั้งสองคนปล่อยหมัดปะทะกัน แล้วกระเด็นคนละทาง หาญเป่ามนต์ลงบนลูกสะกดตรงเข้าหาศรีแพร ดึงแขนแต่ถูกศรีแพรเตะสวน หาญหลบกอดศรีแพรจากด้านหลัง จะใช้ลูกสะกดแตะหน้าผากแต่ศรีแพรไม่ยอม
       “ปล่อยข้า”
       เสือทับเข้ามาขวาง ตวัดมีดพร้า หาญผงะ ศรีแพรฉวยจังหวะปัดมือจนลูกสะกดลอยฟันหาญด้วยคชกุศในมือ
       เกิดประกายไฟที่หน้าอกหาญเสียงเหล็กกระทบกัน
       “ศรีแพร” หาญตกใจ
       “หึหึ ข้าล่ะเห็นใจเอ็งเหลือเกินไอ้หาญ เอาเป็นว่าข้าจะคืนเมียรักให้เอ็งก็แล้วกัน”
       เสือทับเป่ามนต์ แล้วกวาดไปบนหน้าศรีแพร ลมพัดเบาๆ ศรีแพรตาลอยค้าง รอฟังคำสั่ง เสือทับยัดระเบิดน้อยหนาใส่มือศรีแพร
       “กลับไปหาผัวเอ็งสิ ศรีแพร ไปอยู่ปรโลกกันสองคน ฮ่าๆๆ”
       ศรีแพรดึงสลักระเบิดออก แล้ววิ่งเข้าหาหาญ ยอมระเบิดพลีชีพ หาญกุมมือศรีแพรที่ถือระเบิดไว้แน่น “ศรีแพร เอ็งอย่าปล่อยมือนะ” ศรีแพรใช้อีกมือที่ถือคชกุศฟันหาญ หาญหลบ “เอ็งต้องมีสติสิ ศรีแพร ได้ยิ
       ข้ามั้ย”
       ศรีแพรไม่ฟังเสียง กดคชกุชลงบนไหล่หาญ หาญทรุดแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือที่กุมระเบิดในมือศรีแพรไว้
      
       นุกูล ราชาวดี คะนึงนิจวิ่งเข้ามาเจองามตามีมีดปักที่ท้อง อาการหนัก นุกูลรีบเข้าไปประคอง
       “งามตาๆ”
       “งามตา เธออดทนไว้นะ เราจะรีบพาเธอไปหาหมอ”
       งามตาดึงแขนราชาวดีไว้
       “ไม่ต้อง ฉันไม่ไหวแล้ว”
       “เรามันไม่ได้เรื่อง ไม่เอาไหน เรารักงามแต่เราปกป้องงามไม่ได้”
       “ถ้าอยากให้ฉันรับรักนายก็ต้อง ช่วยพี่กล้ากำจัดพวกคนชั่วให้ได้”
       “ฉันรับปาก ฉันจะทำเพื่อเธองาม”

      
       งามตาสะอึก หายใจขัด
      
       “งาม”
       “ราชาวดี ฉันพยายามเอาชนะเธอ แต่ไม่เคยทำได้เลยตอนนี้ฉันยอมแพ้แล้ว”
       “ไม่ งาม ฉันต่างหากที่แพ้ แพ้ความกล้าหาญของเธอ เธอเป็นผู้หญิงสวยและเก่งที่สุด”
       งามตามองนุกูลกับราชาวดี ยิ้มให้ ก่อนจะสิ้นใจ นุกูลปล่อยโฮ
       “งามตา” ราชาวดีกอดคะนึงนิจร้องไห้ คะนึงนิจเศร้าที่งามตาต้องตายเพราะพี่ชายตัวเอง นุกูลแค้นวางศพงามตาลง “ไอ้ภูมินทร์”
       นุกูลวิ่งตามไปช่วยกล้า
      
       ศรีแพรบิดมือจนระเบิดหล่นพื้น หาญเป่ามนต์ยกมือป้อง ระเบิดด้าน ไม่ระเบิด เสือทับแค้นมาก ทันใดกระเต็นก็โดดเข้ามาแตะลูกสะกดเข้าที่หน้าผากศรีแพรจนเกิดแสงเจิดจ้า
       “โอ๊ย”
       ศรีแพรล้มลง       
       “นังตัวแสบ แส่ไม่เข้าเรื่อง”
       หาญทะยานเข้าหาเสือทับอย่างรวดเร็วดุจเสือตะปบเหยื่อ แต่แล้วร่างหาญก็หายไป กระโจนผลุบโผล่ตามจุดต่างๆ เสือทับมองหา สับสน ทันใดร่างหาญก็ปรากฎตรงหน้าเสือทับ หาญรัวหมัดโจมตีเสือไม่ยั้งจนเสือทับกระอักเลือด
       หาญปล่อยหมัดคู่ เงาหมัดสีเหล็กพุ่งกระแทกเสือทับจนร่างเสือทับลอยกระเด็น กระอักอาการสาหัส หาญตามเข้าไปกระชากคอเสือทับ
       “คนอย่างเอ็ง มันไม่สมควรฟื้นคืนชีพขึ้นมาเลย”
       “อย่าฆ่าข้าเลย ข้าสำนึกแล้ว” เสือทับบอบช้ำหนัก หาญจ้องมองแล้วใช้คาถามงกุฎแก้วแตะไปที่หัวเสือทับเพื่อสลายอาคม “อ๊ากกก”
       รอยสักเสือทับหายหมด หาญปล่อยเสือทับนอน
       “ต่อแต่นี้ เอ็งใช้อาคมทำร้ายใครไม่ได้อีกแล้ว ก้มหน้ารับโทษเถอะ” หาญหันหลังกลับมาหาศรีแพร “ศรีแพร”
       “หาญ” เสือทับสลึมสะลือมองตาม ปลดระเบิดอีกลูกที่เอว รวบรวมกำลังขว้างไปที่หาญ ศรีแพรเห็น “ระวัง”
       ศรีแพรคว้าคชกุศเขวี้ยงไปที่ระเบิดเหวี่ยงกลับไปที่เสือทับ ทันใดระเบิดก็ดังสนั่น แยกร่างเสือทับกระจัดกระจาย กระเต็นหมอบ หาญประคองกอดศรีแพรไว้ มองกลุ่มควันที่ยังอบอวล
      
       กล้าตวัดดาบตรงไปที่ภูมินทร์เกิดเงาดาบพุ่งเข้าใส่ ภูมินทร์กลิ้งหลบไปที่เสาไฟเล็กๆ ภูมินทร์เอามือกำเสาจนเหล็กเปื่อยขาด แล้วยกขว้างใส่กล้าทันที กล้ากลิ้งหลบฉิวเฉียด ภูมินทร์ชอบใจจะสะบัดพิษใส่
       “ตาย” แต่แล้วนุกูลก็วิ่งเข้ามา เอาแส้จากเครื่องรางฟาดตรงมาที่หลังภูมินทร์ ภูมินทร์เจ็บล้มลง “อ๊าก”
       นุกูลพุ่งใส่ หวังเตะเต็มๆ ภูมินทร์ลุกมา หลบแล้วจับขานุกูลไว้ ควันขึ้นฟู่ นุกูลร้องเจ็บปวด ทรมาน         “อ๊าก”
       ภูมินทร์สะใจ กล้าพรวดเข้ามาฟันแขนภูมินทร์ จนแขนภูมินทร์ที่กำขานุกูลขาดออก กล้ายันภูมินทร์หงายไป
       นุกูลล้มลงไปนอน ดึงมือภูมินทร์ออกแล้วนอนกุมขาร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด กล้ารีบเข้าไปดู
       “นุ นุ อดทนไว้”
       ภูมินทร์ที่อยู่ด้านหลังกล้าลุกขึ้น จ้องกล้าอย่างเคียดแค้น ทำสมาธิจนแขนที่ถูกฟันงอกออกมา แล้วโผง้างมือจะตะปบที่หัวกล้า นุกูลเห็นพอดี
      
       “พี่กล้า”



       กล้าลุกหันกลับฟันฉับลงไปที่กลางกระหม่อม ภูมินทร์เอาประกบรับดาบไว้ได้ ควันพิษค่อยๆ กระจายจากมือ
      
       กล้ากดดาบลงอีก ภูมินทร์ก็ออกแรงกำมือ ขณะที่ดาบจะถึงหน้าภูมินทร์นั้นเอง พิษที่กัดกร่อนจนดาบละลายไป กล้าอึ้ง ภูมินทร์สะใจต่อยไปที่ตัวกล้า กล้าผงะ เกิดเป็นรอยไหม้รูปสันหมัด แล้วตามซ้ำอีก คราวนี้กล้าเคลื่อนตัวหลบ       
       “นาคราชเคลื่อนกาย”
       กล้าหลบไปอยู่ด้านหลัง ภูมินทร์หันมองหาจึงโดนสวนด้วยหมัดนาคราชรัวที่ลำตัวเต็มรัก จนเซ ก่อนจะจบด้วยจระเข้ฟาดหาง จนภูมินทร์หงายกระเด็นไป หาญ กระเต็น จุก ศรีแพร วิ่งเข้ามา จุกกับศรีแพรรีบไปที่นุกูล ลากๆ พาหลบอยู่มุมหนึ่ง หาญเห็นภูมินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้น ปาดเลือดกำเดาที่ไหล ก็รีบเข้าไปสมทบกับกล้า
       “เอ็งก่อบาปไว้มาก หยุดเพียงเท่านี้เสีย ก่อนที่จะไม่มีโอกาสแก้ตัว”
       หาญบอก ภูมินทร์ยืนเซ จ้องหาญกับกล้าด้วยความแค้น
       “หุบปาก คนอย่างฉัน เดินหน้าแล้วไม่มีทางถอยหลัง”
       กระเต็นเข้ามา
       “ไอ้ปีศาจ แกมันต้องตายสถานเดียว”
       ภูมินทร์โมโห
       “แก” ภูมินทร์สะบัดพิษห่าใหญ่พุ่งใส่กระเต็น แต่แล้วเป็นคะนึงนิจที่พุ่งเข้ามาขวางพิษเอาไว้ จึงโดนพิษเต็มๆ ล้มไปนอนเจ็บ ทุกคนตกใจ ภูมินทร์อึ้ง กระเต็นรีบเข้าไปดูพร้อมกับราชาวดีที่เข้ามา
       “นิจ นิจ”
       “พี่ภู อย่าทำผิดต่อไปอีกเลย นิจขอร้อง” คะนิงนิจบอกก่อนจะสลบไป
       “นิจ พี่ภู วดีขอ อย่าทำผิดอีกต่อไปเลย เห็นแก่วิญญาณพ่อกับแม่เรานะ”
       ภูมินทร์เจ็บปวดใจมาก
       “ในที่สุด เธอก็รวมหัวกับวดีหลอกฉัน” ภูมินทร์น้ำตาคลอ “วดี มีสักนาทีไหม ที่เธอจะรักพี่”
       “พี่ไม่มีวันได้ความรักจากใคร ถ้าใจพี่มีแต่ความแค้น”
       “ตราบใดที่แกไม่เคยให้ แกจะไม่มีวันได้รับ”
       “ไม่ต้องพูดมาก” ภูมินทร์โมโหจนคลั่ง “คราวนี้ฉันจะไม่ปล่อยพวกแกไว้อีก” ภูมินทร์ตะโกนเรียกพลัง        “พิษมหากาฬ”
       แล้วสะบัดพิษออกจากมือทั้งสอง พิษสีดำกลายเป็นหนามแหลมพุ่งตรงใส่ทุกคน กล้ากับหาญรีบพยักหน้าให้กัน แล้วใช้หมัดนาคราชกับหมัดธนูมือซัดใส่ภูมินทร์ วงคลื่นหมัดพุ่งสีเงินปนสีทองพุ่งกระแทกเหล่าหนามแหลมจนหนามแตกกระจาย ภูมินทร์กระโดดกลิ้งหลบคลื่นหมัดได้ฉิวเฉียด ต้นไม้ระเบิด ภูมินทร์ลุกขึ้นยืน เย้ย
       “ฮะๆๆ ฆ่าฉันได้ ก็มาเลย”
       กล้าแค้นกำหมัดพุ่งเข้าซัด แต่หาญดึงไว้
       “อย่ากล้า”
       “ผมจะฆ่ามัน มันคิดฆ่าได้แม้แต่น้องสาวตัวเอง”
       “เอ็งอย่าให้มารครองใจ เชื่อข้า ใช้เทวะนาคราชหยุดมันเสีย”
       กล้าคิดได้ หายใจเข้าเพื่อสงบจิต
       “นาคะ นาคี”
       รอยสักที่แขนกล้าทั้งสองแขนเรืองออกมา กล้าต่อยหมัดลงที่พื้น พื้นยวบไหว กล้าผลุบหายวับลงไปในพื้นดิน
       ที่พื้นกลายเป็นเหมือนหงอนพญานาคผลุบโผล่ ภูมินทร์อึ้ง กล้าพรวดขึ้นมาด้านหลังภูมินทร์ แขนขาทั้งสองมีเกล็ดพญานาค และเอาแขนกอดล็อคภูมินทร์เอาไว้ ภูมินทร์ดิ้นๆ
       กล้าเคลื่อนร่างออกจึงเห็นเป็นเชือกเส้นใหญ่ สีแดงเพลิงรัดภูมินทร์อยู่แน่น
       “ร้อนๆ”
       “เทวะนาคราช เป็นวิชาสูงสุดของคัมภีร์นาคราช ใครก็แก้มัดให้เอ็งไม่ได้ นอกเสียจากจิตที่เป็นกุศลของแกเอง”
       หาญบอก ภูมินทร์ยิ่งโมโห
       “ไอ้หาญ ไอ้กล้า” เชือกรัดแน่นขึ้น ไฟลุกพรึ่บ “อ๊าก”
       “หยุดไฟแค้นในใจเอ็งเสีย เอ็งหยุดเชือกก็จะคลาย การต่อเวรต่อกรรมไม่เคยให้อะไรนอกจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน”
       ภูมินทร์ล้มทรุดลง
       “หยุดเถอะ พ่อเลี้ยง เลิกแล้วต่อกันซะที”
       “ไม่ แกต้องตาย ฉันถึงจะหยุด” ทันใดไฟก็ลุกพรึ่บ ภูมินทร์ปวดร้อน       
       “อ๊าก”
      
       กล้า หาญ และทุกคนต่างมองไปที่เปลวไปอย่างสลดใจ

      
       วันต่อมา กระเต็นกราบหิ้งพระที่มีรูป เพชร ยิ่งยศ
      
       “ในที่สุดเรื่องร้ายๆ ก็ผ่านไปซะทีนะ เพชร ฉันหวังว่าความดีของกล้าจะช่วยให้ลูกรอดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมด ได้กลับมาอยู่บ้านกันอย่างพร้อมหน้าตา”
       รัก ยมปรากฎตัว
       “แม่จ๋า ปู่หาญกับพี่กล้ากลับมาแล้ว”
       “จริงเหรอ หมายความว่ากล้าได้ประกันตัวแล้ว”
       กระเต็นรีบวิ่งออกไป
      
       กระเต็นวิ่งมายิ้มแย้มตื่นเต้น หาญ ศรีแพร กล้า ราชาวดีเดินเข้ามา หน้าขรึมๆ มีตำรวจคุมมาสองนาย
       “กล้า” กะเต็นเห็นตำรวจ หุบยิ้มทันที
       “ขอบคุณมากครับ”
       หาญบอก ตำรวจเดินออกไป
       “ตำรวจต้องมาอีกทำไม ก็กล้าได้ประกันตัวแล้วนี่”
       “แม่ครับ ผมมีอะไรจะบอก”
       กล้าฉุดกระเต็นไปที่โต๊ะรับแขก ให้นั่ง คนอื่นลุ้นๆ ว่ากระเต็นจะว่ายังไง
       “มีเรื่องอะไรกันเหรอ”
       “ผมจะยอมรับโทษตามพยานหลักฐานที่มี แต่จะไม่สู้คดีด้วยการพิสูจน์เรื่องคาถาอาคมให้ศาลเห็น”
       “เดี๋ยว นี่กล้า พูดอะไร แม่ไม่เข้าใจ”
       “ข้ากับกล้าเห็นตรงกันว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะเอาเรื่องนี้มาอ้าง เพราะจะทำให้ผู้คนงมงาย หันกลับไปลุ่มหลงเรื่องไสยเวทย์ ท่านอธิบดีก็เห็นด้วย เลยอนุญาตให้กล้ากลับมาลาเอ็ง” หาญบอก กระเต็นลุกขึ้น
       “แต่กล้าไม่ได้ทำผิด จะรับผิดได้ยังไง”
       “ผิดซิครับ อย่างน้อย ผมก็เคยปล้น เคยทำร้ายคนจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง”
       กระเต็นพยายามหาเหตุผลให้กล้าเปลี่ยนใจ
       “แล้วถ้าลูกต้องรับโทษ แล้วราชาวดีล่ะ”
       ราชาวดีเดินมา อยู่ข้างกล้า
       “วดีเห็นด้วยกับพี่กล้าค่ะ วดีจะรอจนกว่าพี่กล้าจะเป็นอิสระ” กระเต็นอึ้ง แล้วทรุดลงนั่งหมดแรง
       “คราวนี้แม่คงต้องยอมแพ้จริงๆ แล้วใช่มั้ย”
       “กระเต็น ที่ผ่านมาเอ็งได้ทำหน้าที่แม่อย่างดีที่สุดแล้ว ต่อไปให้กล้าได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองเถอะ”
       กระเต็นจำเป็นต้องพยักหน้าทั้งน้ำตา
       “ขอบคุณครับแม่”
       ศรีแพรเศร้าเช็ดน้ำตา หาญโอบปลอบ
      
       จุกบวชเป็นพระมารับบาตรจากกล้าและราชาวดี คู่บ่าวสาวที่หน้าบ้าน ศรีแพร กระเต็น หาญยืนมอง สาวๆช่วยกันส่งของให้ใส่บาตร จุกสวดให้พร
       “ขอให้ครองคู่ด้วยความรัก ความเข้าใจกันนะ”
       “ขอบคุณครับหลวงน้า”
       จุกเดินไปหาหาญ
       “พรุ่งนี้อาตมาจะออกธุดงค์”
       “ข้าดีใจที่ท่านเลือกเดินทางนี้ ขอให้ท่านบรรลุธรรมตามที่ตั้งใจ ข้าจะคอยอนุโมทนา”
       “ที่ผ่านมา อาตมา อยู่ใกล้พระแต่กลับไม่เคยศึกษาพระธรรม ชีวิตถึงได้พบแต่ความเดือดร้อน แล้วโยมล่ะไม่คิดจะกลับไปบวชอีกเหรอ” หาญยิ้มเศร้าๆ ไม่ตอบ จุกเหลือบไปมองศรีแพรเลยเข้าใจไปว่าหาญจะไปอยู่กับศรีแพร จุกกระแอมแก้เก้อ “เป็นฆราวาสก็ศึกษาพระธรรมได้งั้น อาตมาลาล่ะ โยมกระเต็น”
       “นมัสการลาค่ะ ถ้าท่านมากรุงเทพฯส่งข่าวบ้างนะคะ” ทุกคนไหว้จุก จุกเดินจากไป กระเต็นมองกล้ากับราชาวดีที่ยืนจูงมือกันอย่างสงสาร “เวลามันน้อยเหลือเกิน ความจริง แม่อยากจัดงานให้เต็มพิธีกว่านี้”
       “แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้วครับแม่”
       “ค่ะ แค่นี้ วดีก็มีความสุขที่สุดแล้ว ผิดหวังอยู่อย่างเดียว ทำไมนิจถึงไม่มา”
       ขณะนั้นคะนึงนิจแอบดูอยู่ใกล้ๆ มองภาพวาดในมือที่ห่อกระดาษผูกโบว์มา ศรีแพรมองมา คะนึงนิจหลบ
       “นิจอาจจะยุ่งๆ กับงานที่ปางไม้น่ะ” หาญบอก
      
       “ใช่ๆ เข้าบ้านกันก่อนดีกว่านะ พวกเจ้าต้องขึ้นไปไหว้พระกันไม่ใช่เหรอ”
        



       ทุกคนเข้าบ้านไป คะนึงนิจมองภาพในมือ ลังเล ศรีแพรเดินเข้ามา
      
       “นิจ”
       คะนึงนิจตกใจ
      
       ราชาวดีแกะรูปของคะนึงนิจโดยมีกล้าอยู่ใกล้ๆ รูปที่แกะออกมาเป็นภาพวาดกล้ากับราชาคู่กัน และมีลายเซ็นคะนึงนิจ
       “โธ่ นิจ”
       กล้าเห็นจดหมายเหน็บอยู่
       “มีจดหมายด้วย”
       กล้าแกะจดหมาย ส่งให้ราชาวดีอ่าน
       “ของขวัญจากนิจค่ะ พี่กล้า วดี ฝีมือไม่ค่อยดีหรอกนะ แต่นิจก็วาดด้วยความรัก ความหวังดีทั้งหมดจากหัวใจของนิจ”
       คะนึงนิจนั่งวาดรูปนี้ที่ปางไม้ วาดไปน้ำตาก็ไหลไป
       “นิจอยากจะไปอวยพรด้วยตัวเอง แต่นิจกลัวว่าคงตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก ทีสำคัญนิจไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของพี่กล้ากับวดีที่มีน้อยเหลือเกิน ใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุดนะคะพี่ชายและเพื่อนรัก เราจะได้พบกันอีกแน่นอนค่ะ”
       นิจ
       คะนึงนิจเซ็นใต้รูป ปาดน้ำตายิ้มปลื้มกับผลงาน
       ราชาวดีพับจดหมายกอดไว้
       “นิจ”
       “นิจเข้มแข็งเสมอ”
       “ค่ะ วดีหวังว่าซักวันนิจจะพบคนที่ปกป้องเค้าได้”
       “อย่าเหมือนพี่ที่กว่าจะมีวันนี้ก็ทำให้วดีเสียน้ำตาไม่รู้เท่าไหร่”
       “น้ำตานั่นเป็นเพราะความเข้าใจผิด แต่พี่กล้าไม่เคยทำร้ายจิตใจวดีเลย”
       “แม้แต่เรื่องที่พี่ยอมรับโทษ ทิ้งให้วดีอยู่คนเดียวน่ะเหรอ”
       “วดีไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกค่ะ เพราะพี่กล้า อยู่ในนี้ตลอดเวลา” ราชาวดีเอามือทาบที่หัวใจ
       “งั้นเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่ดี”
       “ทำไมละค่ะ”
       กล้าจับมือราชาวดีมาทาบอก
       “เพราะสำหรับพี่ วดีอยู่ในนี้ตลอดเวลาเหมือนกัน”
       “พี่กล้าน่ะ”
       ราชาวดีดึงมือออกฟาดกล้าเบาๆ กล้าเอามือไปจูบ ดึงราชาวดีเข้ามากอด
       “พี่ว่า เรามาทำตามที่นิจขอดีมั้ย”
       “อะไรคะ”
       “ใช้เวลาทุกวินาทีให้มีค่าไง เรามีเวลาคืนนี้คืนเดียวนะ”
      
       ราชาวดีเขิน กล้าเชยคางราชาวดีมาจูบหน้าผากแล้วจูบริมฝีปาก ทั้งคู่เอนลงไป

        
       วันต่อมากล้าเดินเข้าห้องขังในชุดนักโทษ โดยมีผู้คุมประกบ
      
       “ลาก่อนนะวดี”
       กล้าบอกลาราชาวดี ราชาวดีเศร้าใจ น้ำตารื้น
       “วดีจะรอพี่กล้านะคะ”
       กล้าข่มความเศร้าใจ พยักหน้ารับ กระเต็นเองก็เศร้าแต่พยายามเข้มแข็ง
       “แม่จะดูแลวดีให้เอง เข้มแข็งแล้วก็อดทนให้มากนะกล้า”
       “ครับแม่ ต่อไปผมจะใช้สติ ใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทาง ไม่ใช้อารมณ์เหมือนเมื่อก่อนอีก” กล้าหันไปมองนุกูล
       “แกก็เหมือนกันนะนุ เรียนให้จบ เอาปริญญามาฝากพี่ให้ได้ ไม่งั้นพี่จะออกไปเตะแก”
       “รับรองครับ ผมจะไม่ทำให้ให้วิญญาณพ่อกับพี่ผิดหวัง”
       กล้ามองหาหาญกับศรีแพร
       “หาปู่แกใช่ไหม ไม่รู้ว่าเค้ากับศรีแพรหายไปไหน แม่กับวดีตามหาก็ไม่เจอ”
       “ไม่เป็นไรหรอกแม่ ปู่เหนื่อยเพราะผมมามาก ผมอยากให้ปู่ได้พักผ่อนอย่างสงบกับคนที่ปู่รัก เสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้กราบลาหลวงปู่”
       “ลา”
       กระเต็นเอะใจกับคำพูดกล้า กล้ายิ้มเศร้าๆ
      
       ม่อนช้างเผือก ที่หน้าผาสวยๆ เห็นภูเขาสุดลูกหูลูกตา ศรีแพรจูงมือหาญเข้ามา
       “นี่ไง จุดที่สวยที่สุดของม่อนช้างเผือก แม่ข้าชอบมานั่งเล่นตรงนี้ที่สุด”
       “สวยจริงๆ”
       “ถ้าแม่มองอยู่บนฟ้า คงดีใจที่เห็นเจ้ายืนอยู่ตรงนี้”
       “ข้าหวังว่า แม่เจ้าจะอภัยให้ข้าในทุกอย่างที่ผ่านมา ข้าทำร้ายจิตใจเค้าไว้มาก และยังทำให้เจ้าต้องเดือดร้อน กรรมนี้คงติดตามข้าไปทุกภพชาติไม่อาจลบเลือน”
       “ข้าเชื่อว่าแม่ต้องให้อภัยเจ้า เพราะเจ้าเป็นคนที่แม่รัก...” ศรีแพรมองหน้าหาญ “เหมือนกับที่ข้า...รักเจ้า ถึงแม้เจ้าจะไม่เคยมีใจกับข้าเลย”
       “เอ็งรู้ไหม มีผู้หญิงเพียง 2 คนเท่านั้นที่อยู่ในหัวใจข้า คนนึงได้ตายจากไปแล้ว ส่วนอีกคน อยู่ตรงหน้าข้า”
       “หาญ”
       หาญค่อยๆ ดึงตัวศรีแพรเข้ามาหอมหน้าผากเบาๆ ทั้งสองกอดแล้วมองกัน น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกทั้งตื้นตันทั้งเสียใจที่จะต้องจาก
       “เพียงแค่นี้ ข้า ข้าก็พอใจแล้ว”
       “เจ้าไม่ตำหนิข้าใช่มั้ยที่ตัดสินใจแบบนี้”
       ศรีแพรยิ้มกลบความเศร้า พยักหน้า
       “ข้าทนไม่ได้หรอกที่ข้าต้องกลายเป็นยายแก่หนังเหี่ยว แต่เจ้าหนุ่มแน่นตลอดไปเพราะพลังพลังเหล็กไหล”
       หาญยิ้มและศรีแพรมองไปยังเบื้องหน้า ลมพัดมาวูบใหญ่ หาญพยักหน้ารับ “ลมแรงนะ ถ้าข้าได้น้ำสมุนไพรอุ่นๆ ก็คงดี”
       “ข้าจะเอามาให้”
       ศรีแพรบอกน้ำเสียงสั่นเครือแล้วหักใจ เดินออกไป หาญไม่หันมองตาม แต่กลับมองเบื้องหน้า เห็นใบไม้แห้งร่วงหล่นลง เป็นสัญญลักษณ์แห่งอนิจจัง
       หาญหายใจเข้าราวกับทำความเข้าใจกับการจากลาก่อนจะนั่งลง เข้าสมาธิ เชิญพญาเหล็กไหลออกจากร่าง
       ร่างของหาญเรืองแสงขึ้น พญาสมิงเหล็กลอยออก
      
       ศรีแพรถือกระบอกน้ำร้อนเข้ามา เห็นหาญนั่งอยู่ ศรีแพรเข้าไปดูก็เห็นว่าหาญผมหงอก ผิวหนังเหี่ยวย่น นั่งสมาธินิ่งอยู่ ก็รู้ว่าหมดลมแล้ว กระบอกน้ำร่วงจากมือศรีแพรก่อนจะ เดินไปทรุดนั่งลงข้างๆ หาญ น้ำตาไหล ก้มลงมองที่ท้องเอามือทาบ ศรีแพรซบไหล่กับร่างไร้วิญญาณของหาญ
        
      



        
       “สิบปีผ่านไป”
        
      
       ที่ปางไม้ไพรพญา คนงานวิ่งหนีเข้ามาโดยมีคะนึงนิจซึ่งมีอายุมากขึ้นถือปืนยาว ยิงไปใกล้เท้าคนงาน
       “หยุด ไม่งั้นหัวกระจุยแน่”
       คนงานกลัว ยกมือไหว้
       “ผมกลัวแล้วแม่เลี้ยง อย่ายิงนะครับ”
       “แกลอบเข้ามาในปางไม้ฉัน เพราะจะขโมยตัดงาช้างที่ฉันเลี้ยงไว้ใช่มั้ย”
       “ผมผิดไปแล้ว ลูกผมป่วย ผมอยากได้เงินไปรักษาลูก”
       “อยากได้เงินก็ต้องทำงาน ไม่ใช่เป็นหัวขโมย ตามฉันกลับไปโรงพัก”
       คนงานทำเป็นยกมือแต่แล้วพอคะนึงนิจเผลอก็ปัดปืนแล้วทุบใส่ก้านคอ คะนึงนิจทรุดลง ปืนหลุดมือ คนร้ายแย่งปืนไปได้ จ่อคะนึงนิจ
       “เป็นผู้หญิงริจะมาทำซ่า” คนงานยิง แต่กระสุนไม่ออก “เฮ้ย อะไรวะ”
       คะนึงนิจเองก็งง กล้าเดินเข้ามา
       “พี่กล้า”
       คนงานเห็นท่าไม่ดี ทิ้งปืนชักมีด เข้าบู๊กับกล้า แต่ถูกซัดหมอบ กล้าเข้าไปยื่นมือฉุดให้คะนึงยืนขึ้น “เป็นยังไงบ้างครับแม่เลี้ยง”
       คะนึงนิจอึ้งๆ ไม่คิดฝัน
       “นิจ”
       คะนึงนิจหันไปมองตามเสียงจึงเห็นราชาวดียืนจูงมือลูกชาย กระเต็นยืนอยู่ด้วย
       “วดี น้ากระเต็น”
      
       ทั้งหมดเดินมาด้วยกัน
       “ไม่นึกเลยว่าพี่กล้าจะพ้นโทษเร็วอย่างนี้”
       “กล้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ลดโทษให้ตั้งแต่ปีฉลองกรุง บวกกับเป็นนักโทษชั้นดีก็เลยได้ออกมาก่อนหลายปี”
       “ที่ไม่บอกก่อนเพราะอยากจะให้นิจแปลกใจ แต่พี่กลับเป็นคนแปลกใจซะเองที่เห็นนิจมาถือปืนแทนพู่กัน”
       “ใช่ เราเองก็แทบไม่เชื่อสายตาเลยว่านิจจะเก่งขนาดนี้”
       “เราก็ทำเก่งไปอย่างงั้นแหละ เคยยิงใครที่ไหน แต่ถ้าไม่ทำอย่างงี้ก็ปกครองใครไม่ได้ ไงจ๊ะ หลานน้า โตขึ้น หล่อกว่าพ่ออีกนะเนี่ย”
       “น้านิจก็สวยกว่าในรูปอีกครับ” เวหา ลูกชายของกล้ากับราชาวดีบอก
       “ปากหวานเหมือนพ่ออีกต่างหาก”
       “แต่ก็จริงใจนะ ไม่เชื่อถามวดีดูได้”
       หาญบอก เวหามองไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งที่โคนต้นไม้ตกแต่งให้เป็นหลุมศพภูมินทร์ มีดอกไม้ปลูกไว้ออกดอกสวยงาม มีแท่นหิน เขียนว่า ภูมินทร์ ไพรพญา มีรูปเล็กๆ ติดอยู่
       “นั่นคืออะไรครับ”
       เวหาถามอย่างสงสัย แล้ววิ่งไปที่หลุมศพ คะนึงนิจมองตาม หน้าสลดลง
      
       ทุกคนเดินมาที่ใต้ต้นไม้
       “ภูมินทร์ ไพรพญา ใครเหรอฮะ คุณย่า” เวหาถามเมื่อเห็นชื่อภูมินทร์
       “พ่อลี้ยงภูมินทร์เป็นเจ้าของที่นี่ เป็นพี่ชายของน้านิจไงลูก”
       “ตอนพี่ภูมีชีวิตอยู่แทบจะไม่เคยทำความดีเลย นิจก็เลยฝังร่างเค้าไว้ที่นี่ อย่างน้อยก็เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ได้เติบโต”
       “คนเราเกิดมาแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่ตกเป็นทาสของกิเลส กว่าจะสำนึกได้ก็มักสายเกินไป”
       กล้าจูงมือราชาวดีขยับเข้าใกล้ต้นไม้
       “ถ้าคนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม ผมก็หวังว่า เวรกรรมระหว่างผมกับพ่อเลี้ยง จะหมดสิ้นลงแล้วในชาตินี้”
       “ขอให้วิญญาณของพ่อเลี้ยงไปสู่สุขคตินะครับ สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น อะเวราโหนตุ จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย”
       คะนึงนิจมองเวหาอย่างทึ่ง แล้วหันไปมองกล้า ราชาวดี กระเต็น ประมาณสอนลูกให้ท่องได้ขนาดนี้เชียวหรือ พวกกล้ายิ้มให้ แล้วทุกคนก็พนมมือ ฟังเวหาท่องบทแผ่เมตตา ลมพัดผ่านเข้ามาต้นไม้ไหวเอน กล้ากับราชาวดีแหงนมองใบไม้ดอกไม้ ร่วงลงมาอย่างสวยงาม รอบๆ ตัวของทุกคน ดอกไม้ดอกหนึ่งร่วงลงมาที่รูปภูมินทร์
       “น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ
       กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ
       บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติสกุลกำเนิดก็หาไม่
       เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติสกุลกำเนิดก็หาไม่
       แต่บุคคลเป็นคนเลวเพราะ “กรรม” คือ การกระทำ
       เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะ “กรรม” คือ การกระทำ”
      
       จากนั้นภาพก็ย้อนกลับไปในอดีตสมัยรัชกาลที่5 ที่ทำการกรมกองตระเวณ พุ่มซึ่งก็คือภูมินทร์ ถูกมัดโยง พนักงานลงหวาย เฆี่ยนจนบอบช้ำ ร้องโอดโอย หลังพุ่มลายเลือดไหลอาบ หลวงพินิจซึ่งก็คือกล้า ในชุดตำรวจสมัยรัชกาลที่ 5 ยืนมอง หน้านิ่ง อย่างไม่มีความเห็นใจสงสาร คนโบยเอาถังน้ำเกลือสาด พุ่มที่สลบไปฟื้นขึ้นมา หลวงพินิจเข้าไปจิกหัว
       “เอ็งจักสารภาพหรือไม่ ไอ้พุ่ม”
       “ข้าไม่ได้เป็นคนทำ เอ็งต่างหากที่ลักเอาของไปแล้วใส่ความข้า”
       “สามหาว ทำผิดแล้วไม่รู้สำนึก เอาตัวมันไปเข้าเครื่องทรมานจนกว่าจักยอมเปิดปาก”
       คนโบยปลดเชือก หลวงณรงค์เข้ามา มองอย่างไม่สบายใจ
       “หลวงพินิจ ท่านจักทำกระไร พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงห้ามมิให้ทรมานนักโทษเยี่ยงนี้แล้ว”
       “คนชั่วเยี่ยงมัน ใช้ไม้อ่อนมิได้ดอก”
       “ไอ้พุ่มเป็นคนซื่อ ข้าไม่เชื่อว่ามันจักเป็นคนทำ”
       “มันเป็นคนเก็บรักษาของที่ยึดได้จากพวกโจรทั้งหมด หากมิใช่มันเป็นคนแอบลักเอาไป ของจักหายไปได้กระไร”
       “ข้าขอสอบสวนมันเอง”
       “งานคุณหลวงล้นมืออยู่แล้ว ให้เป็นหน้าที่กระผมจะดีกว่า รีบเอาตัวไปซิ”
       พุ่มถูกหิ้วปีกไป ระหว่างนั้นพุ่มตะโกนออกมาด้วยความอาฆาต
       “เอ็งใส่ความข้า ข้าจักจองล้างจองผลาญเอ็งทุกชาติ ไอ้หลวงพินิจ ไอ้คนชั่ว”
      
       หลวงพินิจมองอย่างไม่ยี่หระ หลวงณรงค์อัดอั้น ไม่รู้จะทำยังไง
      
                                                จบบริบูรณ์
กลับไปยังรายบอร์ด