กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15 ตอนอวสาน
      
       อัฐนั่งคอยอยู่ที่ศาลาในสวน น้อยกับคุณพระเกิดออกมาจากด้านใน น้อยสีหน้าเมินเฉย อัฐยกมือไหว้คุณพระ คุณพระรับไหว้
      
        “มาแต่เช้า มีธุระอะไรหรือพ่ออัฐ”
        “ผมจะมาบอกคุณน้อยว่า คุณน้านวลกับนายทัดพักอยู่ที่กระท่อมเก็บฟืนของชาวบ้าน”
        น้อยชะงักไป
        “พี่รู้ว่าคุณน้อยต้องเป็นห่วงน้านวล”
        น้อยยิ้มออก
        “ขอบคุณนะคะพี่อัฐที่ช่วยแม่นวลกับลุงทัด”
        อัฐกับน้อยยิ้มให้กัน
      
        ในเวลาต่อมา คุณพระเกิดกับน้อยเดินมาถึงหน้ากระท่อม
        “คุณพ่อเข้าไปก่อนนะคะ เดี๋ยวน้อยจะไปเก็บดอกไม้มาให้คุณแม่”
        “อย่าไปนานนะลูก”
        “น้อยจะรีบกลับมาค่ะ”
        น้อยแยกตัวออกไป คุณพระเกิดเดินไปที่กระท่อม
      
        คุณพระเกิดเข้ามาในกระท่อม เจอนวลป้อนข้าวให้ทัดอยู่
        “คุณพี่ ! รู้ได้ยังไงคะว่าพวกเราอยู่ที่นี่”
        “พ่ออัฐเป็นคนบอกพี่ พี่มาที่นี่เพื่อมาขอโทษแม่นวลกับนายทัด”
        นวลแปลกใจ คุณพระเกิดพูดต่อ
        “ที่พี่เป็นต้นเหตุให้คุณพระไวตามล่าตัวนายทัด”
        “คุณพี่!”
        “ความเห็นแก่ตัวมันสิงใจพี่ พี่ถึงคิดถึงแต่ตัวเอง จนทำให้พี่เกือบจะฆ่าคนบริสุทธิ์ พี่ขอโทษ..ขอโทษจริงๆ”
        “มันไม่ใช่ความผิดของคุณพระหรอกขอรับ มันเป็นกรรมของกระผมกับชุ่มที่ทำร่วมกันมากับคนเหล่านั้น ที่ผ่านมากระผมต้องกราบขอบคุณในน้ำใจของคุณพระด้วยซ้ำที่ดูแลชุ่มเป็นอย่างดี กระผมเสียอีกที่ไม่มีปัญญาปกป้องลูกเมียของตัวเอง”
        คุณพระเกิดมองทัด การให้อภัยของทัดทำให้คุณพระเกิดซึ้งในน้ำใจ
        “แต่ความรักของนาย ปกป้องแม่นวลไว้เสมอ แม่นวลไม่เคยปันใจให้ใครอื่นนอกจากนาย”
        ทัดแปลกใจ มองคุณพระเกิดในคำพูดที่มีความนัย
        “ฉันขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยแตะต้องแม่นวล เพราะหัวใจของนวลมีแต่นายเพียงคนเดียวเท่านั้น”
        ทัดยิ่งแปลกใจหนัก
        “แล้วคุณน้อย”
        “ยัยน้อยไม่ใช่ลูกที่เกิดจากฉันและแม่นวล”
        ที่หน้ากระท่อม น้อยถือดอกไม้เพิ่งเดินเข้ามาหยุดชะงักฟัง
        “ยัยน้อยคือเด็กที่ฉันรับมาเลี้ยงจากครอบครัวคนไข้ที่ตายโดยไร้ญาติ แม่น้อยไม่ใช่สายเลือดของฉันกับแม่นวล!”
        ดอกไม้ในมือน้อยตกไปที่พื้น นวลหันไปเห็นน้อยพอดี
        “แม่น้อย !” นวลกับคุณพระเกิดโพล่งขึ้นพร้อมกัน
        น้อยช็อกจนเป็นลมล้มไป นวลกับคุณพระวิ่งไปหาน้อย ทัดไปไม่ได้เพราะเจ็บแผล น้อยเป็นลมอยู่ในอ้อมกอดของนวล


  


       นวลดูแลน้อยอย่างเป็นห่วง น้อยลืมตาขึ้นมา เห็นหน้านวลกับคุณพระเกิดที่จับมือตนอยู่ น้อยน้ำตาไหล
        “แม่นวล/คุณพ่อ”
        “แม่น้อย”
        น้อยร้องไห้โฮอย่างคนที่ทำใจยอมรับไม่ได้ นวลกอดน้อย คุณพระเกิดจับมือน้อยอย่างสุดสงสาร
        “น้อยฝันร้ายใช่มั้ยคะ เรื่องที่น้อยไม่ใช่ลูกของคุณพ่อกับแม่นวล มันเป็นแค่ฝันใช่ไหมคะ”
        นวลน้ำตาริน
        “ถึงแม่น้อยลูกจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อกับแม่ แต่พวกเราก็รักลูกที่สุด”
        “ลูกคือดวงใจของพ่อกับแม่นะแม่น้อย”
        น้อยค่อยๆยิ้มได้ คลายกอดจากนวล ก่อนก้มลงกราบคุณพระเกิดกับนวล
        “พระคุณที่แม่นวลกับคุณพ่อเลี้ยงดูน้อย น้อยจะไม่มีวันลืม น้อยหวังว่าจะได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณของแม่นวลกับคุณพ่อเหมือนลูกแท้ๆสักคนนะคะ”
        “ลูกแม่!”
        น้อยยิ้มทั้งน้ำตา ทัดมองภาพครอบครัวคุณพระเกิดด้วยความรู้สึกผิด
        “คุณพระพาคุณนวลกับคุณน้อยกลับเรือนไปก่อนเถอะครับ”
        “ท่านขุน!”
        “อยู่ที่นี่กันนานๆ จะไม่ปลอดภัย”
        นวลมองทัดอย่างไม่สบายใจ รู้ว่าทัดมีอะไรในใจ ทัดหลบสายตาของนวล
        “ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าจะอยู่กับท่านขุนที่นี่ คุณพี่พาแม่น้อยกลับไปก่อนเถอะนะคะ ไม่ต้องห่วงดิฉัน”
        คุณพระเกิดเห็นอาการของทั้งสองก็ไม่สบายใจไปด้วย
      
        ที่ระเบียงโถงบ้านคุณพระไว รำพึงยืนอยู่ที่หน้าต่าง เสียงของคุณพระไวยังดังอยู่ในหัว
      
        “ระพีไม่ใช่ลูกของพี่ใช่ไหม”
        “ถ้าน้องไม่พูด พี่จะเปิดปากนังจวงเอง ไม่แน่พี่อาจจะรู้ความลับอะไรอีกมาก”
      
        “ทูนหัวของบ่าวนี่เป็นจอมวางแผนจริงๆเจ้าค่ะ เอาลูกคนอื่นมาเป็นลูกท่านขุนไวได้อย่างแนบเนียน”
        “หุบปากให้สนิทนะนังจวง ถ้าอยากอยู่กับข้าไปจนตาย ก็อย่าให้เรื่องนี้แพร่งพรายเด็ดขาด จำไว้”
      
        รำพึงกำมือแน่น
        “ถ้าคุณพี่รู้ความจริงว่าระพีเป็นลูกไอ้หมอไสย์ คุณพี่ต้องไม่เอาเรากับตาอัฐไว้แน่!”
        รำพึงตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อทำอะไรบางอย่าง!!
        จวงนอนสภาพสะบักสะบอมอยู่ในห้องขัง ประตูถูกเปิดออก เท้าของรำพึงก้าวเข้ามา จวงค่อยๆลืมตาและยิ้มออกมาเมื่อเห็นรำพึง
        “ทูนหัวของบ่าว! ทูนหัวมาช่วยจวงแล้ว”
        จวงคลานเข้าไปกอดขารำพึง
        “เจ็บมากมั้ย นังจวง”
        จวงน้ำตาไหลออกมาเพราะคิดว่ารำพึงมาด้วยความเป็นห่วง
        “เจ็บแค่นี้ อีจวงทนได้เจ้าค่ะ...คุณรำพึงไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ อีจวงสาบานว่าจะปิดปากให้สนิท ไม่บอกความลับนี้กับใครเด็ดขาด”
        รำพึงน้ำตาซึม ค่อยๆลูบหัวจวง
        “เอ็งจงรักภักดีกับข้าเหลือเกิน”
        จวงยิ้มทั้งน้ำตา
        “ชีวิตของจวงเป็นของคุณรำพึง ต่อให้ต้องตาย จวงก็ไม่มีวันหักหลังทูนหัวของบ่าวแน่นอนเจ้าค่ะ”
        รำพึงมองหน้าจวง ทาสผู้ซื่อสัตย์
        “เอ็งยอมตายเพื่อข้าได้จริงนะ”


  


       จวงชะงักกึก
        “คุณรำพึง”
        “ถ้าภักดีต่อข้า เอ็งต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็น”
        รำพึงยื่นกระบอกยาพิษให้จวง
        “กินยาพิษนี่ซะ ข้าจะได้มั่นใจว่าความลับของข้าจะตายไปพร้อมกับเอ็ง!”
        จวงร้องไห้โฮออกมาเพราะไม่คิดว่ารำพึงจะทำกับตนถึงขนาดนี้
        “ทูนหัวของบ่าว!”
        “คุณพี่จะไม่มีวันได้รับรู้เรื่องชั่วๆของข้าจากปากของเอ็ง”
        รำพึงพูดทั้งน้ำตา
        “ไหนบอกว่ารักข้าไง ข้าสั่งให้เอ็งตายเพื่อข้า เอ็งทำได้มั้ย”
        จวงกัดฟันตอบด้วยความเจ็บปวด
        “ชีวิตของจวง...เป็นของคุณรำพึงเจ้าค่ะ”
        จวงค่อยๆยื่นมือไปรับถ้วยยาแล้วยกถ้วยยาเข้าปาก น้ำตาไหลเป็นทาง พลางคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ก่อไว้
      
        จวงบีบคอแจ่มเพื่อให้อ้าปาก แจ่มดิ้นรนสุดชีวิต
      
        รำพึงมองจวงที่กรอกยาใส่ปาก รำพึงน้ำตาไหลเป็นทางเมื่อนึกถึงภาพที่จวงทั้งหัวเราะ ร้องไห้ ที่โดนรำพึงกระทำต่างๆนานา … สาหัสเพียงไร จวงก็ทน!
      
        กระบอกยาพิษตกลงพื้น จวงจับหน้าอกเหมือนมีไฟเผาอยู่ภายใน จวงดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น
        “ ขอบใจในความภักดีของเอ็ง”
        จวงน้ำตาไหล น้ำลายฟูมปาก ตะเกียกตะกายมาจับขารำพึง
        “ทูนหัว...ของบ่าว!”
        สิ้นคำ จวงก็สิ้นใจตาย รำพึงลงนั่งลูบหัวจวงแล้วร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่ หมดสิ้นแล้ว..คนที่ซื่อสัตย์ที่สุดในชีวิตรำพึง
      
       บริเวณสวนหน้าเรือนคุณพระเกิด เวลากลางวัน เทิดยืนรอน้อยด้วยความกระวนกระวาย สักพักน้อยเดินออกมาจากเรือน
        “คุณน้อย...”
        น้อยนิ่ง
        “คุณเทิดกลับไปเถอะค่ะ น้อยไม่มีอะไรจะพูดด้วย”
        “คุณน้อยพูดแบบนี้ เห็นไอ้ทัดมันดีกว่าพี่ใช่มั้ย”
        น้อยพูดอย่างชัดเจน
        “ลุงทัดใจคอไม่เหี้ยมโหดเหมือนคุณเทิด”
        เทิดเสียใจ
        “คุณน้อย พี่รักคุณน้อยมากนะครับ”
        เทิดพุ่งเข้าจับตัวน้อย น้อยถอยแล้วผละออกทันที
        “พี่ขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับคุณน้อย แต่ทั้งหมดนั้นก็เพราะพี่ไม่อยากให้คุณน้อยรัก ไอ้อัฐ คุณน้อยจะให้พี่ทำยังไงถึงจะยอมยกโทษให้พี่ พี่จะทำให้ทุกอย่าง”
        “กลับไปซะ อย่ามาให้น้อยเห็นหน้าอีก แล้วน้อยจะยกโทษให้”
        น้อยพูดจบก็เดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้เทิดหน้าชา เสียใจอยู่ตรงนั้น


  


       บริเวณโถงเรือนที่ว่าการ พระยาสุรินหน้าเสีย หลังจากอ่านเอกสารราชการ ข้าราชการบอกว่า
        “ในเอกสารฉบับนี้ระบุว่า ท่านกับกลุ่มพ่อค้าร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์สินแผ่นดิน แล้วพ่อค้าเหล่านั้นก็สารภาพหมดแล้วว่าท่านเป็นคนวางแผนทั้งหมด”
        พระยาสุรินโวยวาย
        “จะมาเอาผิดข้าได้ยังไง ข้าเป็นถึงพระยา คนอย่างข้าไม่เคยผิด”
        “กระผมต้องคุมตัวท่านเพื่อไปสอบสวนเพิ่มเติมขอรับ”
        “อย่ามาแตะต้องตัวข้า ออกไป..ออกไป!”
        ข้าราชการพยักหน้าส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับตัวพระยาสุรินที่ดิ้นขัดขืนสุดชีวิต
        “ปล่อยข้า...ปล่อยสิวะ”
        เจ้าหน้าที่ลากตัวพระยาสุรินออกไป
      
        ภายในเรือน เทิดนั่งซึมอยู่ ลูกน้องวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเทิด
        “เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณเทิด”
        “อะไร”
        “ท่านเจ้าคุณถูกจับขอรับ”
        เทิดตกใจบอก
        “เจ้าคุณพ่อ!”
        ภายในกระท่อมเก็บฟืน นวลป้อนข้าวให้ทัด แต่ทัดไม่กิน
        “เจ้ามีครอบครัวที่ดีรอเจ้าอยู่ ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องลำบากเพราะข้า”
        “ข้าจะไม่ทิ้งท่านไปไหน ข้าอยู่ไม่ได้ถ้าท่านเป็นอันตราย ถ้าไม่อยากให้ข้าตายก็อย่าผลักไสข้าให้ไปจากท่าน”
        นวลวางจานข้าวด้วยความน้อยใจ และเดินออกไป
        ที่หน้ากระท่อม อัฐเดินมาถึง ในมืออัฐถือกริชอยู่ เป็นจังหวะที่นวลออกมาจากในกระท่อม
        “ตาอัฐ!”
        “ผมเอากริชมาคืนคุณน้าครับ”
      
        นวลนึกถึงคำพูดของทัด
        “เพราะตาอัฐ คือลูกของเรา!”
      
        นวลโผเข้ากอดจนอัฐตกใจ
        “ตาอัฐลูกแม่!”
        อัฐตกใจ
        “คุณน้านวล”
        นวลถอนกอดอัฐออกมา
        “อัฐคือลูกของแม่!”
        อัฐนิ่งอึ้ง
        “คุณน้าคงเข้าใจผิด”
        “แผลเป็นที่แขนซ้ายของลูก มันเกิดขึ้นในวันที่เราพรากจากกัน คุณรำพึงจะฆ่าลูก แม่พยายามปกป้องลูกด้วยกริชเล่มนั้น”
        อัฐจับแผลที่แขน แต่ยังยืนช็อกอยู่
        “ไม่จริง...แม่รำพึง คือแม่ของผม”
        “ฟังแม่นะตาอัฐ แม่..คือแม่ของลูก!”
        “ไม่จริง!”
        ทัดออกมาจากกระท่อม
      
        “จริง! แล้วข้าก็คือพ่อของเจ้า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าตอนนี้...คือพ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้า”

      
       อัฐมองทัดอย่างช็อก!
        “เลือดในตัวเจ้ามาจากพ่อที่ชื่อพิทักษ์ และแม่ที่ชื่อชุ่ม รำพึงต้องการทำร้ายให้พ่อกับแม่เจ็บปวด จึงใช้เจ้าเป็นเครื่องมือ...พ่อขอโทษที่ทำให้บาปของพ่อต้องตกไปอยู่ที่ลูก”
        นวลจะเข้าไปหา แต่อัฐผละหนี
        “ไม่จริง! ไม่จริง”
        อัฐตั้งรับความจริงไม่ทันจึงวิ่งหนีไป!
        “ตาอัฐลูกแม่!”
        นวลตะโกนตามหลังไปจนเกือบจะเป็นลม ทัดที่เจ็บอยู่เข้าไปประคองนวล
        
      
        เวลาเย็น ที่บริเวณที่คุมขัง ศพจวงถูกคลุมด้วยผ้า คุณพระไวนิ่งอึ้ง
        “นังจวงมันตายเพราะกินยาพิษเข้าไปขอรับ” คนงานบอก
        คุณพระไวกัดฟันพูด
        “เอาศพมันไปฝัง”
        คนงานบ้านคุณพระไวยกศพจวงออกไป คุณพระไวมองไปที่เรือนก่อนจะเดินฉับๆออกไป
      
        บริเวณโถงเรือน รำพึงน้ำตาคลอเบ้า พยายามข่มอารมณ์กลัว เศร้า ทุกข์ ปะปนกันไปหมด คุณพระไวเดินขึ้นบันไดมา รำพึงรีบปรับสีหน้าทันที
        “นังจวงมันตายแล้ว”
        รำพึงทำเป็นตกใจมาก
        “อะไรนะคะ คุณพี่ฆ่านังจวงเหรอ ทำไมคุณพี่โหดร้ายแบบนี้”
        “ใครกันแน่ที่โหดร้ายกว่ากัน”
        รำพึงชะงักกึกถาม
        “คุณพี่หมายความว่ายังไง”
        “อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ ว่าเจ้าทำอะไรกับนังจวง” คุณพระไวเดินเข้าไปพูดใส่ หน้านิ่งๆ แต่มีพลังสุดๆ
       “มือของเจ้าเปื้อนเลือดมามากพอแล้วนะ ต้องให้มีคนตายอีกกี่คนมันถึงจะสาแก่ใจของเจ้า”
        รำพึงน้ำตาคลอ แต่ยังไม่ยอมแพ้
       “คุณพี่…ปรักปรำน้อง”
        “ เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าทำอะไร การตายของนังจวงมันยิ่งทำให้พี่แน่ใจในคำตอบ...ว่าระพีไม่ใช่ลูกของพี่!”
        “คุณพี่!”
        “ที่ผ่านมา พี่ยอมหูหนวกตาบอดเพราะความรักของพี่ที่มีให้กับเจ้า แต่เจ้าก็ยังไม่ยอมหยุด ฆ่าได้แม้กระทั่งทาสที่จงรักภักดี ศพรายต่อไปคงจะเป็นพี่ใช่มั้ยรำพึง”
        รำพึงอึ้งไป
        “พี่จะไม่ทนให้น้องใช้พี่เป็นเครื่องมืออีกต่อไป พี่จะบอกให้ไอ้อัฐมันได้รับรู้ว่ามันเป็นลูกนอกไส้ ให้มันได้รู้ว่าแม่ที่มันเทิดทูนนักหนาฆ่าพ่อแม่ที่แท้จริงของมัน”
       ที่ด้านนอกอัฐได้ยินทุกสิ่ง อัฐได้แต่ช็อก รำพึงไม่ยอมแพ้
       “ถ้าคุณพี่บอกตาอัฐ น้องจะไม่ไว้หน้าคุณพี่ อย่าคิดเป็นศัตรูกับน้อง ถ้าคุณพี่ไม่อยากเสียใจ” รำพึงพูดสายตาเหี้ยม
      
       รำพึงจ้องคุณพระไวไม่วางตา สงครามกำลังเกิดขึ้นระหว่างคุณพระไวกับรำพึง


  


       ภายในห้องนอน ระพีนั่งเหม่อลอย โยกตัวไปมาเหมือนคนสติฟั่นเฟือน คุณพระไวลงมานั่งที่เตียง แล้วใช้มือปาดผมลูกสาว
        “พ่อ...จ๋า”
       คุณพระไวน้ำตาหยดเผาะ คุณพระไวโผเข้าไปกอดระพี แล้วนึกถึงภาพลูกสาวหน้าตาสดใส ออดอ้อนใส่คุณพระไว
       “คุณพ่อขา คุณพ่อช่วยระพีด้วย”
       “พ่อจะไม่ทิ้งระพีไปไหน ระพีจะเป็นลูกของพ่อไปจนวันตาย”
       คุณพระไวนั่งกอดลูกสาวของคนอื่นที่เขารักสุดหัวใจ
        
       ในเวลากลางคืน ภายในห้องนอน อัฐนั่งมองกริชที่อยู่ตรงหน้าตัวเองแล้วนึกถึงนวล
      
       นวลโผเข้ากอด อัฐตกใจ
        “ตาอัฐลูกแม่!”
        อัฐช็อกหนัก
       “ไม่จริง!”
        “จริง! แล้วข้าก็คือพ่อของเจ้า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าตอนนี้ คือพ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้า” ทัดบอก
        
        คุณพระไวพูดกับรำพึง
       “พี่จะบอกให้ไอ้อัฐมันได้รับรู้ว่ามันเป็นลูกนอกไส้ ให้มันได้รู้ว่าแม่ที่มันเทิดทูนนักหนาฆ่าพ่อแม่ของมัน!”
      
       ด้านนอกห้อง รำพึงเห็นอัฐนั่งนิ่งจากประตูที่แง้มน้อยๆ รำพึงก้าวเข้าไปในห้อง
        “นั่งคิดอะไรอยู่เหรอตาอัฐ”
       อัฐหันขวับไปมองรำพึง
        “ทำไมมองแม่อย่างนั้น”
       อัฐมองรำพึงนิ่งค้าง รำพึงเข้าไปจะเอามืออังหน้าผาก
        “ไม่สบายหรือเปล่าลูก”
       อัฐลุกหนีจนรำพึงแปลกใจ
        “ท่าทางแปลกๆแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ บอกแม่มาเถอะตาอัฐ”
       อัฐกำหมัดแน่นมองรอยยิ้มของรำพึง อัฐตัดสินใจถาม
        “คุณแม่รู้จักคนชื่อ พิทักษ์ กับชุ่ม มั้ยครับ”
       รำพึงไม่อยากจะเชื่อหูที่ได้ยินคำถามนี้จากอัฐ
        “ตาอัฐ”
        “ที่คุณพ่อไม่เคยรักผม เพราะผมไม่ใช่ลูกของคุณพ่อกับคุณแม่ใช่มั้ยครับ”
       รำพึงส่ายหน้า
        “ไม่นะตาอัฐ...ลูกคือลูกของแม่”
       อัฐถลกแขนเสื้อขึ้นเห็นรอยแผลเป็น
        “รอยแผลเป็นนี้ คือรอยแผลที่แม่ชุ่มปกป้องผมไม่ให้คุณแม่ฆ่าผมใช่มั้ยครับ”
        “ตาอัฐ!”
       รำพึงช็อกน้ำตาไหลพราก
        “คุณแม่ที่ผมรัก คุณแม่ที่ผมบูชา คือคนที่ฆ่าพ่อแม่แท้ๆของผมใช่มั้ยครับ”
        “แม่รักลูกนะตาอัฐ!”
       รำพึงจะเข้ากอด แต่อัฐจับแขนรำพึงไว้นิ่ง
        “ผมจะกอดคนที่ต้องการฆ่าพ่อแม่ผมได้ยังไงครับ”
       อัฐวิ่งออกไป รำพึงได้แต่เรียกด้วยความเสียใจ
        “ตาอัฐ…ตาอัฐ”
      
       รำพึงสีหน้าร้อนรน ทุกอย่างถาโถมเข้ามาจนเธอหาทางออกไม่เจอ


  


       ในเวลากลางคืน เทิดเดินเข้ามาที่หน้าคุก เห็นพระยาสุรินนั่งหมดสง่าราศีอยู่กับพื้น เทิดพยายามหลอกตัวเองเพราะกลัวจะเสียพ่อไป
       “เจ้าคุณพ่อไม่ได้ทำอะไรผิดใช่มั้ย บอกลูกสิ”
       พระยาสุรินหันขวับมองหน้าเทิด
        “คนอย่างพ่อไม่เคยผิด พระยาสุรินผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยต้องก้มหัวให้กฎบ้าบอพวกนี้”
       พระยาสุรินเริ่มโวยวายสติแตก
       “ปล่อยข้า ไอ้พวกไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
       พระยาสุรินกระชากเทิดเข้ามาหา หน้าเทิดติดกรงขัง
        “ไปบอกพวกมันให้มาปล่อยพ่อเดี๋ยวนี้ ... เดี๋ยวนี้ ปล่อยข้า ข้าไม่ผิด”
       พระยาสุรินคลั่งเขย่าลูกกรงแล้วทรุดลงนั่งอย่างหมดหวัง และร้องไห้ออกมาทั้งที่ปากพร่ำว่าตนไม่ผิด
       เทิดมองสภาพของพ่อตัวเอง น้ำตารื้น
        
      
        เสียงเคาะประตูที่กระท่อมเก็บฟืนดังขึ้นในเวลากลางคืน นวลกับทัดสะดุ้ง ทัดรีบคว้าไม้ไว้ป้องกันตัว
       ทัดค่อยๆลุกไปเปิดประตูเห็นอัฐยืนซึมอยู่หน้ากระท่อม นวลแปลกใจ
       “ตาอัฐ”
       ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ อัฐก้มลงกราบเท้านวลกับทัด
        “แม่ครับ พ่อครับ ให้อภัยผมด้วยนะครับ”
       นวลได้แต่กอดอัฐไว้ ทัดน้ำตาซึม
        “ผมมันบาปหนักที่เคยดูถูกให้ร้ายพ่อตัวเอง ผมขอโทษครับพ่อ”
       อัฐยกมือไหว้ ทัดลูบหน้าอัฐด้วยความตื้นตันใจ
       “พ่อไม่เคยโกรธลูก”
       ทัดกอดอัฐอย่างสุดรัก ทัดกอดลูกและเมียของตนไว้
       ที่มุมหนึ่ง รำพึงมองเห็นครอบครัวของชุ่มและขุนพิทักษ์อยู่กันพร้อมหน้าก็โกรธจนน้ำตาเอ่อ
       “นังชุ่ม เอ็งเกิดมาเพื่อแย่งความรักจากข้า ทั้งคุณพี่ ทั้งตาอัฐ พวกเขาเป็นของข้า เอ็งไม่มีสิทธิ์!”
       ภายในห้องพระเรือนคุณพระไว เวลากลางคืน คุณพระไวกราบพระแล้วนึกถึงคำพูดของหลวงตามั่น
       “ความลุ่มหลงจะนำเจ้าไปสู่หายนะ”
       ความลุ่มหลงในตัวรำพึงพาขุนไวฆ่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพระยาเทวราช คุณหญิงมณี และขุนพิทักษ์
       หลวงตามั่นเคยบอกว่า
      
       “ไม่มีใครดับไฟในใจของเจ้าได้ นอกจากตัวเจ้าเอง... ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเป็นคนดีหรอกเจ้าไว” คุณพระไวน้ำตาคลอ เมื่อย้อนนึกถึงคำพูดของหลวงตา


  


       “บาปกรรมที่กระผมทำมา มันมากมายจนแทบไม่เหลือทางบุญให้กระผมเดินอีกแล้ว”
       ดวงตาของคุณพระไวเต็มไปด้วยแววตาสำนึกผิด คุณพระไวลุกขึ้นหันหลังจะเดินกลับ แต่ต้องชะงักเพราะรำพึงยืนมองหน้าเขาอยู่
        “รำพึง!”
        “คุณพี่คะ น้องรู้แล้วว่าใครที่รักและห่วงใยน้องที่สุด”
       รำพึงโผเข้ากอดคุณพระไว
       “น้องผิดเองที่หลงงมงายกับความรักจอมปลอม ทั้งๆที่ตาอัฐมันไม่ใช่สายเลือดของน้อง น้องจะไม่ปกป้องมันอีกต่อไป”
        คุณพระไวไม่เชื่อ ค่อยๆผละตัวออกจากรำพึง
       “เกิดอะไรขึ้น”
        “พวกมันย่ำยีหัวใจของน้อง ทั้งตาอัฐ ทั้งไอ้พิทักษ์ ทั้งนังชุ่ม น้องมีเพียงคุณพี่คนเดียวที่ไม่เคยทำร้ายน้อง”
        คุณพระไวสายตาและน้ำเสียงเย็นชา
       “น้องต้องการให้พี่ทำอะไร”
        รำพึงจับมือคุณพระไวออดอ้อน
       “คุณพี่ต้องจัดการพวกมันทั้งครอบครัว อย่าให้มันมีชีวิตรอดมาสร้างความทุกข์ให้กับน้องได้อีก”
       คุณพระไวตัดสินใจปลดมือรำพึงออก รำพึงแปลกใจ
        “พี่จะไม่ฆ่าใครเพื่อน้องอีกแล้ว”
        “คุณพี่!”
        “และพี่จะไม่ปล่อยให้น้องสร้างบาปเพื่อเป็นบ่วงรัดตัวรัดใจน้องอีกต่อไป”
       คุณพระไวจับแขนรำพึง
        “คุณพี่จะทำอะไร!”
       คุณพระไวลากรำพึงไป
        “ปล่อยน้องนะคุณพี่ ปล่อย”
       รำพึงพยายามดิ้น แต่สู้แรงคุณพระไวไม่ได้ สุดท้ายเซถลาตามแรงไป
       คุณพระไวใส่กุญแจขา รำพึงดิ้นสุดชีวิต
        “คุณพี่เป็นบ้าอะไร ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้นะ”
       คุณพระไวไม่ฟัง ปิดประตูดังปัง
        “ไอ้ไว ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
      
       รำพึงพุ่งไปที่ประตูแต่ติดโซ่ที่ล่ามขาไว้ รำพึงกรี๊ด!

      
       ที่หน้าห้อง คุณพระไวล็อกกุญแจ
        “พี่จะขังน้องไว้แบบนี้ไม่ให้ไปทำชั่วกับใครได้อีก ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเป็นคนดีนะรำพึง”
        รำพึงไม่ฟัง
       “ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ปล่อยฉัน!”
       คุณพระไวจำต้องแข็งใจ เดินจากไป ภายในห้องขัง รำพึงอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
      
       ภายในกระท่อมเก็บฟืนเวลาเช้า อัฐนอนหลับตาพริ้ม นวลกับทัดมองหน้าลูกชายของตัวเองอย่างมีความสุข นวลค่อยๆใช้มือลูบเบาๆไปที่แก้ม อัฐรู้สึกตัวจากสัมผัสของนวล
        “แม่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ลูกตื่น!”
        อัฐยิ้มให้
       “ผมอยากตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าพ่อกับแม่อย่างนี้ทุกวัน”
        ทัดยิ้มปลื้มใจ
       “ลูกมาแบบนี้ ทางโน้นเขาจะว่ายังไง”
        “พ่อกับแม่ชุ่มคือคนที่ให้ชีวิต แต่แม่รำพึงกับพ่อไวมีบุญคุณที่เลี้ยงดูผมมา ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณของท่าน”
        นวลชื่นใจ
       “ความกตัญญูจะเป็นเกราะป้องกันให้ลูกแคล้วคลาดจากความชั่วทั้งปวง”
       ทัดและนวลมองอัฐอย่างภูมิใจ
      
       ภายในคุก พระยาสุรินนั่งอย่างหวาดกลัว เสียงข้าราชการดังขึ้น
        “พระยาสุรินมีความผิดโทษฐานฉ้อโกงแผ่นดิน จึงมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ทั้งหมดและถอดบรรดาศักดิ์ให้เป็นเพียงพลเรือนธรรมดา พร้อมทั้งจำคุกอีกเป็นเวลา 20 ปี”
       พระยาสุรินส่ายหัว รับความจริงไม่ได้
        “ไม่ ต้องไม่เป็นแบบนี้”
       ผู้คุมคนที่หนึ่งเดินถือถาดอาหารเข้ามา ผู้คุมคนที่สองหยิบกุญแจเตรียมเปิดประตูห้องขัง จังหวะนั้นพระยาสุรินพุ่งเข้าไปแย่งปืนจากผู้คุม ผู้คุมทั้งสองคนตกใจ
        “ท่านจะทำอะไร”
      
       พระยาสุรินถอยไปติดกำแพง
        “ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตข้า !”
       พระยาสุรินยกปืนขึ้น
        ผู้คุมตกใจสุดขีด
       “อย่า!”
       เปรี้ยง! ที่กำแพงเลือดสาดแดงฉาน
      
       อัฐเดินเข้ามาที่เรือนคุณพระไวเห็นคนงานถือถาดอาหารเดินกลับจากเรือนด้านหลัง อัฐแปลกใจจึงเรียกถาม
        “นั่นอาหารใคร”
        “ของคุณรำพึงขอรับ”
        “แล้วทำไมคุณแม่ไปอยู่เรือนด้านหลัง”
        “เอ่อ..คือว่า”
       คนงานอึกอัก อัฐยิ่งสงสัย
        “มีอะไร”
        “คุณรำพึงถูกคุณพระสั่งขังขอรับ”
      
        “อะไรนะ”


  


       ภายในห้องขัง รำพึงอยู่ในสภาพนิ่งชา ที่ขาถูกล่ามโซ่ตรวนไว้
        “ไม่มีใครรักฉันจริงสักคน พวกแกทุกคนต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำกับฉัน”
       เสียงไขกุญแจ
       “คุณแม่ครับ!”
       รำพึงรีบปรับสีหน้า อัฐเปิดประตูเข้ามา
        อัฐตกใจเมื่อเห็นโซ่ที่ล่ามขา
       “คุณแม่!”
        “ตาอัฐ ตาอัฐช่วยแม่ด้วย”
        อัฐสงสาร
       “ทำไมคุณพ่อทำแบบนี้”
       รำพึงได้ทีก็ทำเป็นร้องไห้โฮ
        “คุณพ่อโกรธแม่ที่แม่ทิ้งอัฐไม่ได้ คุณพ่อไม่ยอมให้แม่ไปตามกลับเรือน ตอนนี้แม่สำนึกผิดแล้ว แม่อยากจะขอโทษคุณพี่พิทักษ์กับชุ่ม ในขณะที่คุณพ่อประกาศว่าจะตามล่าเอาชีวิตคุณพี่พิทักษ์ให้ได้ แม่ขัดขวาง..
       คุณพ่อก็เลยจับแม่มาขัง อัฐ..เราต้องไปช่วยเขาทั้งสองคนนะ”
        รำพึงสีหน้าอ้อนวอน
        “ผมต้องทำยังไงครับ”
        “ปล่อยแม่สิ แล้วแม่จะปกป้องพวกเขาเอง”
       อัฐมองหน้ารำพึงอย่างชั่งใจ
      
       ที่เรือนคุณพระเกิด คุณพระไวกำลังคุยกับคุณพระเกิด
        
       “ถ้าคุณพระจะมาหานายทัด ครั้งนี้ผมคงตอบไม่ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
        “ผมมาคราวนี้ไม่ได้คิดจะมาจับใคร แต่อยากจะมาฝากข่าว”
        “ฝากข่าว ถึงใครครับ”
        “ถึงนายทัด ผมอยากให้เขาพาเมียของเขาไปจากเมืองนี้ซะ ไปเร็วเท่าไหร่ ยิ่งจะปลอดภัยเท่านั้น”
        คุณพระเกิดแปลกใจ
       “อะไรทำให้ใจคนเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้”
        “สติ ทำให้ใจผมเปลี่ยน ผมไม่รู้จะว่าผมหยุดบาปครั้งนี้ได้หรือไม่ ยังไงก็ขอให้เขารีบหนีออกจากบ่วงกรรมนี้ไปให้เร็วที่สุด”
       สีหน้าคุณพระไว สำนึกได้แล้วจริงๆ
      
       รำพึงกับอัฐอยู่กลางป่า และกำลังจะเดินไปที่กระท่อมเก็บฟืน
       “ตาอัฐ...อีกไกลมั้ย”
        “ไปทางโน้นอีกไม่ไกลครับคุณแม่”
       รำพึงมองเห็นท่อนไม้อยู่ที่พื้น จึงแกล้งทำสะดุดล้มลง
        “โอ้ย!”
        อัฐตกใจเข้าไปดูรำพึง
       “คุณแม่เป็นอะไรครับ”
       ทันใดนั้นรำพึงก็คว้าไม้ฟาดใส่อัฐเต็มๆ กริชตกไปที่พื้น อัฐสลบเหมือด รำพึงหยิบกริชขึ้นมาเดินเข้าไปลูบแก้มอัฐอย่างคนโรคจิต
        “รักพ่อ รักแม่แกมากใช่มั้ย ถ้างั้นฉันจะให้พวกแกได้ตายตกไปตามกัน!”
      
       รำพึงมองอัฐด้วยสายตากร้าว ไม่หลงเหลือแววเอ็นดูอีกต่อไป


  


       ที่กระท่อม นวลคอยชะเง้อรออัฐอย่างรู้สึกเป็นกังวล
        “ป่านนี้แล้ว ทำไมตาอัฐยังไม่กลับมาอีกนะ”
        ทัดลุกขึ้น
       “พี่จะออกไปดูลูก”
        นวลรีบรั้งไว้
       “แต่ท่านยังเจ็บอยู่ ข้าจะไปดูเอง”
        “พี่ปล่อยให้เอ็งไปเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้”
        “เสี่ยงแค่ไหนข้าก็จะทำ เพื่อชีวิตลูกของเรา”
        “ถ้างั้นเราจะไปด้วยกัน”
       ทัดกับนวลมองหน้ากันอย่างแน่วแน่
        
      
       ในเวลาต่อมา คุณพระไวเดินขึ้นเรือนมา แต่รอบตัวกลับมีเสียงประตูปิดปัง คุณพระไวหันขวับมองรอบตัว
       ทันใดนั้น กระสุนปืนพุ่งเข้าหัวไหล่ซ้ายคุณพระไวเต็มๆ คุณพระไวทรุดลงไปกองกับพื้น โจรคนหนึ่งออกมาจากที่ซ่อน คุณพระไวถัดหนีแล้วถาม
        “แกต้องการอะไร”
        “ไม่ใช่ข้า...แต่มีคนต้องการได้ชีวิตแก”
        “ใคร”
        “ข้าไม่รู้ รู้แต่ว่าสวย แถมให้เงินดีซะด้วย อ้อ..แต่โหดใช่ย่อย เพราะหล่อนจับเด็กผู้ชายมากะจะเผาทั้งเป็น”
        คุณพระไวนึกได้
       “รำพึง!”
       โจรจ่อปืนมาที่คุณพระไว และขึ้นไกปืน
        “ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำให้แกทรมานน้อยที่สุด”
       จังหวะนั้น คุณพระไวรวบรวมแรงฮึดแย่งปืนจากโจร เกิดการต่อสู้ขึ้นระหว่างคุณพระไวกับโจร ที่ไหล่คุณพระไวเลือดออก โจรกดแผล คุณพระไวแย่งปืนกับโจร
        “รำพึงพาเด็กไปไว้ที่ไหน บอกมา!”
       คุณพระไวกับโจรยื้อกันอยู่ ทันใดนั้นเสียงปืนดังลั่น ปัง! ทั้งสองคน เฮือก!!
      
       ประตูกระท่อมประตูเปิดออก คุณพระเกิดเข้ามาในกระท่อม แต่ไม่พบใคร คุณพระเกิดใจคอไม่ดี
       “นวล...”
      
       ทัดกับนวลวิ่งมาตามทาง แต่นวลสะดุดล้ม ทัดลงไปประคอง
        “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”
        “ข้าไม่เป็นอะไร..เรารีบไปดูลูกกันเถอะ”
       นวลจะลุกขึ้น แต่มือนวลไปคว้าโดนกริช นวลหยิบกริชขึ้นมา
        “ทำไมกริชมาตกอยู่ตรงนี้”
        “ตาอัฐ!”
       รำพึงเสียงหัวเราะเย็นดุจนางพญาดังก้องทั่วป่า
        “บทรักแสนเลี่ยน ที่ข้าเห็นมาตลอดชีวิต”
       รำพึงก้าวออกมาพร้อมโจรร่างใหญ่สองคน
        “คุณรำพึง!”
        “จำข้าได้แล้วเหรอ คุณนวล! ไม่สิ...ข้าต้องเรียกเอ็งว่า นังชุ่ม นังทาสชั้นต่ำ!”
        “รำพึง ตาอัฐอยู่ไหน เจ้าทำอะไรลูกพี่”
        “น้องก็แค่สั่งสอนมันให้รู้ผิดรู้ชอบ โทษฐานที่มันเห็นสวะอย่างนังชุ่มดีกว่าน้อง!”
        “คุณรำพึง...ปล่อยลูกข้าเถอะ ท่านอยากได้อะไร ข้ายอมทุกอย่าง”
        “โถๆ แม่ชุ่มผู้แสนดี”
       รำพึงหันไปพูดกับทัด
       “ได้...ถ้าอยากช่วยลูกกันนัก น้องก็จะให้โอกาสคุณพี่กับนังชุ่มได้ทำหน้าที่พ่อแม่บังเกิดเกล้าแลกกับชีวิตลูกชายของพวกแก”
      
       ทัดกับนวลใจเต้นไม่เป็นระส่ำ รำพึงหัวเราะอย่างสะใจ


  


       ทางเดินในป่า คุณพระไวล้มเลือดที่ไหล่และท้องทะลัก อยู่ในสภาพหนักเอาการ
       “รำพึง...อย่า...”
       จังหวะนั้น คุณพระเกิดเข้ามาพบคุณพระไวพอดี
        “คุณพระ!”
       คุณพระไวรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี
        “รีบไปช่วยพวกเขา”
        “เกิดอะไรขึ้น”
        “รำพึงจะฆ่าทุกคน เราต้องรีบไปหยุดรำพึง!”
       คุณพระเกิดหิ้วปีกคุณพระไว พากันไปอย่างทุลักทุเล
      
       อัฐสลบถูกมัดไว้ที่เสาโดยมีกองฟางรายล้อมอยู่รอบตัว อัฐฟื้นขึ้นมาก็พยายามดิ้นรน เสียงของนวลดังขึ้น อัฐหันขวับไปมอง
        “อัฐลูกแม่”
       ทัดกับนวลโดนโจรสองคนล็อกแขนคุมตัวอยู่
        “พ่อ,แม่ชุ่ม”
        “เรียกแต่คนอื่น ทำไมไม่เรียกแม่รำพึง แบบนี้มันอกตัญญูชัดๆ!”
       รำพึงเดินเข้าไปหาคบไฟที่ปักอยู่ ทัดกับนวลเห็นลูกจะถูกเผาสดยิ่งร้อนรน
        “รำพึง อย่าทำอะไรตาอัฐ พี่ขอร้อง เอาชีวิตพี่ไปแทน”
        “ความรู้สึกที่มีคนรักยอมตายแทนเรามันน่าประทับใจจริงๆ ถ้าคุณพี่รักและยอมตายแทนน้องบ้าง คุณพี่คงไม่ต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้”
        “คุณรำพึง ท่านโกรธเกลียดข้าก็ทำข้าเถอะ อย่าเอาลูกข้ามาเกี่ยวด้วย ท่านเลี้ยงตาอัฐมา ท่านไม่รักตาอัฐเหรอ”
        “ก็เพราะข้ารักมันน่ะสิ ข้าถึงต้องทำแบบนี้ ข้าจะไม่มีวันให้ตาอัฐไปรักคนอื่น รำพึงคือแม่คนเดียวของตาอัฐ ไม่ใช่เอ็ง นังชุ่ม!”
       นวลร้องไห้ตัวโยน
      
       คุณพระเกิดประคองคุณพระไว รีบจ้ำเดินอย่างไม่คิดชีวิต
        “รำพึง..หยุดสร้างบาปกรรม หยุดเสียทีเถอะ!”
        
      
       รำพึงมองคบไฟที่ลุกโชติช่วงและหันมองอัฐตาวาว
        นวลร้องไห้ใจจะขาด
       “คุณรำพึง!ได้โปรด อย่าทำลูกข้า”
        “เอาชีวิตพี่ไปเถอะรำพึง”
        “คุณแม่ครับ ชีวิตของผมเป็นหนี้บุญคุณของคุณแม่ ถ้าชีวิตของผมจะทดแทนทุกอย่างที่คุณแม่ต้องการได้..ก็ฆ่าผมเถอะครับ”
        รำพึงน้ำตาไหล ใจอ่อนวูบ แต่รีบฮึดขึ้นมา
       “พอที! อย่ามาทำเป็นคนดีเหมือนแม่แก ฉันจะไม่ใจอ่อนให้ใครอีกเป็นอันขาด โลกนี้ไม่มีใครรักฉันจริง
      
       สักคน พวกแกทุกคนหลอกฉัน พวกแกหลอกฉัน!”

      
       รำพึงสติเริ่มหลุดแล้ว
      
        “บาปทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะพี่ ให้พี่ได้ชดใช้บาปกรรมนั้นเถอะรำพึง อย่าทำร้ายคนอื่นอีกเลย”
        รำพึงหัวเราะใส่
       “คุณพี่ได้ชดใช้แน่”
       รำพึงคว้ากริชไปยัดใส่มือนวล
        “นังชุ่ม เอ็งต้องใช้กริชนี้แทงหัวใจของคุณพี่!”
        นวลช็อกมือไม้สั่น
       “ไม่ ข้าทำไม่ได้”
        “เลือกเอาว่าระหว่างผัว กับ ลูก เอ็งจะเลือกใคร”
       รำพึงเดินไปคว้าคบไฟ
       “ถ้าเอ็งไม่ทำ ข้าจะเผาตาอัฐให้เอ็งดูเดี๋ยวนี้”
        “แม่ชุ่ม อย่าทำแบบนั้น ผมยอมตาย!”
        ทัดสั่ง
       “ชุ่ม แทงหัวใจพี่ซะ เราจะปล่อยให้ลูกตายไม่ได้”
       นวลส่ายหัวไม่รู้จะทำยังไงดี
        “ท่านขุน...ข้าฆ่าท่านไม่ได้ ข้าทำไม่ได้”
        “ชุ่ม เราผ่านความตายมานับไม่ถ้วน แต่ความตายก็ไม่เคยพรากหัวใจของเราให้แยกจากกัน ชีวิตนี้ของพี่มันคุ้มเหลือเกินแล้ว ที่พี่มีเมียอย่างเจ้าและมีลูกอย่างตาอัฐ เพียงเท่านี้..พี่ก็ตายตาหลับ ... ฆ่าพี่ซะ! ให้หัวใจพี่มันหยุดเต้นด้วยมือของเจ้า”
        นวลร้องไห้โฮ
       “ท่านขุน!”
       รำพึงจ่อไฟเข้าไปใกล้กองฟาง ทุกทีๆ
        “ฆ่าเดี๋ยวนี้! หัวใจของคุณพี่จะได้รับรู้ความเจ็บปวดเหมือนที่น้องเจ็บ!”
       รำพึงพูดแล้วก็น้ำตาไหล นวลร้องไห้แทบเป็นสายเลือด โจรผลักทัดลงกับพื้น และโจรสองคนเดินห่างออกไป ทัดหันมองหน้าอัฐเป็นครั้งสุดท้าย
       “พ่อขอใช้ชีวิตของพ่อ...แลกกับลมหายใจของลูก”
        อัฐตะโกนสุดเสียง
       “ไม่!”
       ทันใดนั้น ทัดจับมือนวลที่ถือกริช แทงเข้าที่หัวใจตัวเอง นวลกรีดร้องสุดเสียง!
        “ไม่!”
      
        “พ่อ”


  


       ทัดดึงกริชออกจากอกก่อนทรุดฮวบลง นวลเข้าประคองทัด รำพึงหัวเราะอย่างสะใจเหมือนคนเสียสติ
      
       รำพึงโยนคบไฟลงบนกองฟาง พรึ่บ!
       “ดี! ตายกันซะให้หมด”
       ไฟลุกอย่างรวดเร็วลามใกล้อัฐเข้าไปทุกที
        “ตาอัฐ!”
       นวลพุ่งเข้าไปจะช่วยอัฐ แต่โดนรำพึงกระชากหัวเอาไว้
        “ไม่ต้องรีบตายหรอกนังชุ่ม ดูความหายนะของลูกกับผัวเอ็งให้เต็มตาซะก่อน!”
       นวลสู้สุดชีวิตแต่รำพึงก็ยังจิกหัวแน่น
      
       ที่มุมหนึ่งคุณพระเกิดพาคุณพระไวเข้ามา
        “หยุดนะรำพึง..หยุด!”
        “แม่นวล!”
       รำพึงหันขวับไปมอง
       นวลบอกกับคุณพระเกิด
       “ช่วยอัฐด้วย!”
       คุณพระเกิดปล่อยคุณพระไว ก่อนลุยกองไฟเข้าไปช่วยอัฐ ไฟลุกลามมากขึ้น ทางฝั่งนวลกับรำพึงยังยื้อกันอยู่
        “ไม่มีวันที่แกจะหยุดความแค้นของฉันได้หรอกนังชุ่ม!”
       คุณพระไวตะเกียกตะกายเข้าไปหยุดรำพึง แต่จังหวะนั้นนวลฮึดสู้ ผลักรำพึงเข้าไปในกองไฟ! รำพึงกรีดเสียงร้องดัง คุณพระไวช็อก
       “รำพึง! ไม่...”
       รำพึงดิ้นรนอยู่ในกองไฟที่ลุกท่วม คุณพระไวรวมกำลังจะเข้าไปช่วยรำพึง แต่ไฟโหมกระหน่ำ คุณพระไวไม่สามารถเข้าไปช่วยรำพึงได้ คุณพระเกิดลากอัฐออกมาจากกองไฟได้สำเร็จ นวลรีบเข้าไปดูทัด น้ำตานองหน้า คุณพระไวน้ำตาไหล ที่เห็นรำพึงถูกเผาอยู่ตรงหน้า
      
       ที่เรือนคุณพระเกิด ทัดหน้าซีดเผือด คุณพระเกิดทำการรักษา นวล น้อย อัฐรอดูอาการของด้วยความเป็นห่วง
        “แม่ครับ พ่อจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ”
        “พ่อของลูกเป็นคนเข้มแข็ง พ่อจะต้องอยู่กับเรา”
       นวล น้อย อัฐกอดกันกลม คุณพระเกิดรักษาอย่างขมักเขม้น สีหน้าทัดที่กำลังสู้กับความตาย
      
       ตอนเช้า ซากไฟไหม้ดำเกรียมไปทั่วบริเวณ คุณพระไวซึ่งมีผ้าพันแขนและท้องอาการยังเจ็บอยู่มาก คุณพระไวเดินหารำพึงด้วยความร้อนใจ เพราะคุณพระเกิดแจ้งเรื่องให้คุณพระไวที่ยังเจ็บอยู่ได้รับรู้
       “ถึงจะโดนเผาก็ต้องมีซากไหม้เกรียม แต่นี่ไม่มีศพรำพึงในบริเวณนั้น”
      
       ที่กลางป่า
        “ น้องรำพึงยังอยู่กับพี่ น้องยังไม่ตาย พี่ต้องหาน้องให้เจอ”
      
       คุณพระไวยังมีความหวัง


  


       ที่ตลาด คุณพระไวออกตามหารำพึง
      
       ภายในเรือนคุณพระเกิด อัฐนอนเฝ้าทัด อัฐเช็ดตัวให้ทัด
       ห้องระพีในเรือนคุณพระไว คุณพระไวป้อนข้าวให้ลูกสาว
       ที่ห้องทัด นวลห่มผ้าให้อัฐที่นอนเฝ้าทัด
       น้อยจัดดอกไม้ในห้องทัด อัฐกับน้อยยิ้มให้กัน
       ในป่า คุณพระไวสภาพโทรมมองขึ้นไปบนฟ้าแสงแดดเข้าตา คุณพระไวปาดเหงื่อแต่ยังคงตามหา
       รำพึงต่อไป
      
       ที่ห้องทัดบนเรือนคุณพระเกิด อัฐจับมือทัดอยู่ มือทัดขยับ อัฐรู้สึกตัวตื่น เห็นทัดลืมตา อัฐตะโกนเรียกทุกคน นวลน้ำตาซึมเข้ามาหาทัด
        “ข้าเชื่อว่าท่านต้องกลับมา!”
        “ขอบคุณนะครับพ่อ..ที่ทำเพื่อผม”
        ทัดเอื้อมมือไปจับหน้าลูก อีกมือหนึ่งจับมือนวลอย่างสุดรัก
       ที่หน้าห้อง คุณพระเกิดมองยิ้มด้วยความเข้าใจ
      
       เวลากลางคืน ในห้องเก่าซอมซ่อ เทิดในชุดมอซอ นั่งมองรูปพระยาสุรินที่เคยเป็นใหญ่ เขามองสภาพตัวเอง
        “ทำไมเจ้าคุณพ่อทิ้งผมไปแบบนี้ ชีวิตผมไม่มีใครนอกจากพ่อ แล้วผมจะอยู่ได้ยังไง”
       เทิดน้ำตาไหลซุกหน้าลงไปกับเข่าที่คู้เข้าหาตัว สะอื้นไห้จนตัวโยน สภาพชีวิตที่ล่มสลายของเทิด กรรมของผู้เป็นพ่อที่ทิ้งไว้ให้ลูกชายต้องเผชิญในโลกที่เขาไม่เคยยืนด้วยขาของตัวเอง ต้องจบด้วยความอ่อนแอที่ไม่อาจลุกขึ้นสู้
      
       ภายในห้องนอน คุณพระเกิดและน้อยมาดูอาการของคุณพระไวที่ป่วยเพราะตรากตรำ
        “ขอบคุณคุณพระมากที่มีน้ำใจมาดูผม”
        “คุณพระต้องพักบ้างนะครับ”
        “ผมพักไม่ได้ ถ้าผมยังตามหารำพึงไม่พบ”
       เสียงของระพีร้องกรี๊ด! เสียงดัง
       “ระพี!”
       ทั้งหมดพุ่งไปที่ห้องของระพีทันที
      
       ภายในห้อง ระพีร้องไห้กำลังกรี๊ดอาละวาดอยู่
       “ออกไป ไอ้ผีบ้า ออกไป!”
       คุณพระไวเข้ามารวบตัวไว้ให้สงบ
        ระพีสงบลง
       “พ่อ…”
       ระพีเปลี่ยนจากหน้าเศร้าเป็นหัวเราะ คุณพระไวมองลูกสาวด้วยแววตาเศร้าจับใจ
       คุณพระเกิดและน้อยมองหน้ากันก่อนตัดสินพูด
       “ผมอยากรับระพีไปดูแลระหว่างที่คุณพระตามหาคุณรำพึง คุณพระเห็นว่ายังไงบ้างครับ”
        “ขอบคุณครับ แต่ผมดูแลระพีได้”
        “ผมอยากช่วยแบ่งเบาให้คุณพระได้ตามหาคุณรำพึงอย่างไม่มีห่วง อีกอย่างระพีจะได้มีแม่น้อยเป็นเพื่อน และยังพ่ออัฐที่เห็นกันมาแต่เด็ก”
       คุณพระไวน้ำตาเอ่อกอดระพีไว้แน่น
        “ผมเคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งระพี”
        “คุณพระไม่ได้ทิ้ง เพียงแต่ตอนนี้คุณพระต้องทำสิ่งที่สำคัญ ผมเชื่อว่าระพีจะเข้าใจ”
       คุณพระไวกอดระพีไว้แน่น น้อยมองระพีอย่างเห็นใจ
        
       ทัดนั่งอยู่ที่สวนในเรือนคุณพระเกิด แล้วนึกถึงเรื่องราวเก่าๆหลายเรื่อง เขานึกถึงคำพูดของคุณหญิงมณี
       “บวช!”
        “ใช่ ลูกต้องบวชให้เจ้าคุณพ่อ”
      
       ทัดยังจำติดตาที่เห็นพระยาสุรเดชไมตรีกำลังชดใช้กรรมในนรก
       “บาปของลูกที่พ่อร่วมทำ พ่อก็ต้องชดใช้บาปนั้น”
       นายนิรยบาลแทงพรวดเข้ามา “อ๊าก!”
       ขุนพิทักษ์ดิ้นรนจะไปหาพ่อ
       “ลูกขอโทษ เพราะลูก เพราะลูกคนเดียว ลูกขอโทษ!”
       “ต่อให้พ่อต้องตกนรกขุมที่ลึกที่สุด พ่อก็พร้อมที่จะรับกรรมแทนลูก”
      
       รำพึงยกมีดขึ้น พิทักษ์หลับตายอมตาย รำพึงฟันฉับ มีดตวัดไปตัดเชือกที่มัดข้อมือพิทักษ์ขาด
      
        “บ่วงกรรมของเรายังไม่จบสิ้น!”


  


       รำพึงถูกเผาในกองไฟ นวลเดินเข้ามาหาทัด
      
       “ท่านขุนคิดอะไรอยู่เหรอคะ”
        “พี่กำลังคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา มีผิดมีพลาด แต่ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากตัวเราเองที่จะเลือกเดินไปในทางบุญหรือทางบาป ทางของพี่มีแต่บาปกรรมที่ทำให้คนอื่นต้องเจ็บปวด”
       นวลเข้าไปกอดปลอบ
        “ทุกอย่างมันผ่านไปแล้วค่ะ สำคัญที่เรารู้ว่าอะไรคือต้นเหตุแห่งบาป เราก็หยุดมัน แล้วก็เริ่มต้นสร้างบุญกันใหม่”
        ทัดตัดสินใจ
       “ข้าจะบวช!”
       นวลชะงัก ทัดพูดจริงจัง
        “พี่จะขออุทิศบุญทั้งหมดให้กับทุกคนที่พี่เคยสร้างบาปไว้กับเขา ชุ่ม เอ็งจะขัดข้ามั้ย”
       ชุ่มยิ้ม น้ำตารื้น
        “สิ่งใดที่ท่านเลือก คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับข้าและลูก ไม่มีวันที่ข้าจะรั้งท่าน..ถ้าทางนั้นจะนำท่านไปสู่หนทางที่ดี”
       ทัดกับชุ่มกอดกันแน่น
      
       ในเวลากลางคืน คุณพระไวเดินมาในมุมสกปรกด้วยความเหนื่อยอ่อน แล้วก็ได้ยินเสียงโหวกเหวก
        “อีผีบ้า ออกไป! เสนียดจะมาติดบ้านข้าออกไป”
       คุณพระไวเดินตามเสียง ภาพที่เห็นคือซากมนุษย์ที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยย่นที่โดนไฟเผา ชาวบ้านผลักผู้หญิงคนนั้นลงไปกองกับพื้น ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา คุณพระไวถึงกับช็อก เพราะหญิงนั้นคือ รำพึงนั่นเอง! ไม่มีทางที่เขาจะลืมผู้หญิงที่เขารักมาตลอดชีวิต
        “รำพึง!”
       รำพึงคลานเข้าไป ชาวบ้านเอาน้ำสาด คุณพระไวเข้าไปห้าม
        “บอกให้ไป! อีหน้าผี!”
        “พอได้แล้ว!”
       ชาวบ้านหยุดชะงัก สายตาคุณพระไวเอาจริง ชาวบ้านหงุดหงิดเดินออกไป รำพึงคลานเข้าไปหาเศษขยะเอามากิน คุณพระไวมองรำพึงด้วยความเวทนาสงสาร รำพึงเอาเศษอาหารขึ้นมากิน หัวเราะบ้าง ร้องไห้บ้าง
       คุณพระไวค่อยเข้าไปหารำพึง รำพึงกลัวถอยหนี
        “อย่านะ..ข้าเป็นลูกพระยานะ..ข้าสวยนะ...อย่าทำข้า ข้าเจ็บ”
       ภาพในอดีตของรำพึงที่งดงาม ซ้อนกับภาพปัจจุบันที่ต่างกับราวฟ้ากับเหว คุณพระไวน้ำตาไหลที่เห็นรำพึงต้องตกอยู่ในสภาพนี้
        “พี่ไม่ทำร้ายเจ้า”
        “จริงนะ…”
       คุณพระไวพยักหน้า รำพึงยิ้มกว้างให้ คุณพระไวสุดจะทน โผเข้ากอดรำพึงทั้งน้ำตา
        “ไม่ว่าน้องจะเป็นยังไง...หัวใจของพี่จะเป็นของน้องเสมอ”
       คุณพระไวกอดรำพึงไว้แน่น รำพึงค่อยๆเอามือมากอดขุนไว ตบบ่าเบาๆเหมือนโอ๋ ท่ามกลางกองขยะรำพึงอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ทั้งหัวใจเขาให้เธอ
      
       เช้าวันใหม่ พระทัดครองจีวร ยืนอยู่หน้าโบสถ์ ความสงบภายใต้ใบหน้าของทัด คือความสุขที่แท้จริงที่เขาพบเจอ นวลและอัฐมองทัดอย่างยินดี อัฐกราบเท้าหลวงพ่อทัด ก่อนที่พระทัดจะเดินออกธุดงค์ไป
        “ความรัก โลภ และลุ่มหลงคือบาปทั้งปวงที่มนุษย์หลงวนเวียนเข้าไปติดในบ่วงกรรมนั้น ทุกกรรมที่เราก่อ...รอเวลาหวนคืน ทุกบาปที่เราสร้าง...รอคอยการชดใช้ หยุดโลภ หยุดลุ่มหลง...คือหนทางแห่งการหยุดบาป
      
       สร้างบุญ สร้างความดี...เป็นหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง”
      
       จบบริบูรณ์
กลับไปยังรายบอร์ด