กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15

เมื่อเดือนแรมเลี่ยงพ้นจากจันทรามาได้ ธิติรัตน์โทร.เข้ามือถือ แต่เธอไม่ยอมกดรับ เพราะไม่อยากมีปัญหาอีกและยังเคืองเรื่องที่เขาพานักสืบมาพบตน เธอเดินเรื่อยเปื่อยมาหน้าบ้าน เพ็ญประกายเห็นจากระเบียงห้อง กังวลว่าเดือนแรมจะแอบไปพบกับธิติรัตน์ จึงวิ่งตามลงมาทันที

พอดี ธิติรัตน์ยืนกระวนกระวายอยู่นอกบ้าน ลุ้นว่าเดือนแรมจะออกมาหาไหมหลังจากที่ตนโทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่รับ พลันเห็นเดือนแรมเดินหน้างอออกมา เขาดีใจปราดเข้าจับแขนเธอ

“แรม...ฉันดีใจจังที่เธอออกมา”

“ปล่อยแรมค่ะ...” เดือนแรมผลักเขาออกห่าง

แต่ธิติรัตน์เห็นเพ็ญประกายเดินมา เขารีบรวบตัวเดือนแรมหลบ เธอตกใจคิดว่าเขาฉวยโอกาส เขากระซิบว่าเพ็ญประกายมาและกอดเธอแน่นขึ้น เพ็ญประกายมองไปรอบๆด้วยความแปลกใจว่าเดือนแรมหายไปไหน เดือนแรมเห็นเช่นนั้นยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเข้าไปใหญ่

“นี่คุณชายกลัวพี่เพ็ญเห็นขนาดนี้เลยเหรอคะ”

“ใช่ ฉันไม่อยากให้เธอมีปัญหา”

“กลัวแรมมีปัญหาหรือกลัวคุณชายมีปัญหากันแน่คะ”

“เธอหมายความว่ายังไง”

“แรมไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเวลาอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง คุณชายปฏิบัติกับพี่เพ็ญยังไง พี่เพ็ญถึงได้รักและหวงแหนคุณชายขนาดนี้”

“เธอกำลังจะบอกว่า ฉันเป็นคนต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่างกับเธอ...”

เดือนแรมเสียงเครือว่าตนไม่รู้ ธิติรัตน์ขอให้เชื่อใจกันก็พอ ถ้าไม่เชื่อ ตนจะพาไปบอกเพ็ญประกายว่าจะไม่แต่งงานด้วย แต่จะแต่งกับเธอ เดือนแรมตกใจยื้อเขาไว้ไม่ให้ออกไปให้เพ็ญประกายเห็น ธิติรัตน์ได้ทีรีบให้เธอบอกว่ายอมเชื่อใจตน

“แรมไม่เชื่อหรอกค่ะ เพราะสุดท้าย คุณชายก็ต้องแต่งงานกับพี่เพ็ญอยู่ดี”

“ฉันไม่ได้แต่งงานกับคุณเพ็ญ ฉันจะแต่งงานกับมาหยารัศมี”

“แสดงว่า...คุณชายก็ไม่ได้รักแรม เพราะถ้าคุณชายรักแรม คุณชายต้องแต่งงานกับแรมไม่ใช่คุณมาหยารัศมี...สุดท้าย คุณชายก็เห็นแรมเป็นของเล่นอยู่ดี” เดือนแรมน้อยใจที่ธิติรัตน์นิ่งเงียบ เธอมองออกไปไม่เห็นเพ็ญประกายแล้วจึงผลักออกจากอ้อมกอดเขา เดินหนีเข้าบ้าน

ธิติรัตน์เหนื่อยใจบ่นไล่หลังว่า ของเล่นอะไรกัน ที่มาเพื่อจะบอกเรื่องที่ตนจ้างนักสืบ...ส่วนเพ็ญประกายนอนหงุดหงิดคิด ฟุ้งซ่านว่าเดือนแรมหายไปไหน ไปกับธิติรัตน์หรือไม่ อีกใจอยากจะเลิกเป็นมาหยารัศมีเสียที

ooooooo

ระหว่างทางที่เจิมขับรถกลับ เขาฉุกคิดถึงสร้อยที่ได้จากจันทรา พอค้นกระเป๋าดูจึงรู้ว่ามันหล่นหายไปแล้ว...วันรุ่งขึ้น แม้นเทพเอาสร้อยมาให้มะลิกับป้าพิมดู ทั้งสองจำได้ว่าเห็นจันทราใส่อยู่บ่อยๆแม้นเทพจึงเอาสร้อยมาถามจันทราตรงๆ เธอไม่กล้ายอมรับ

มะลิแกล้งเปรยๆว่า “งั้นถือว่าเป็นลาภแล้วล่ะต้อม แม่คะเนดูแล้ว สร้อยเส้นนี้หลายแสนแน่ ในเมื่อไม่มีเจ้าของเรา ก็กลับบ้านไปฉลองกันเถอะ พิม...วันนี้อาหารเย็นจัดหนักเลยนะ”

ป้าพิมรับปาก สามคนจะเดินกลับ แป้นพลั้งปากออกมาว่า “นั่นสร้อยคุณนายนี่คะ...”

จันทราเสียดายอยู่แล้ว แต่ไม่กล้ารับตรงๆแกล้งทำเป็นขอดูใกล้ๆ พอแม้นเทพชูให้ตรงหน้า ก็รีบบอกว่าของตนจริงๆ มะลิตำหนิ ของตัวเองยังจำไม่ได้ จันทราแก้ตัวว่าของมันเหมือนๆกัน มะลิจึงว่ากระทบ

“ของดีราคาแพงแบบนี้ ไม่มีเหมือนกันหรอกจ้ะ...วันๆหัวสมองคิดแต่เรื่องจับผู้ชายเป็นเขยล่ะสิท่า ถึงได้ฟั่นเฟือนขนาดนี้น่ะ”

“ก็ถ้าได้คุณชายเป็นเขย ฉันจะได้มากกว่าสร้อยเส้นนี้ร้อยล้านเท่าน่ะสิคะ คุณป้าเอาของฉันคืนมา” จันทราแกล้งเรียกมะลิว่าป้า และยื่นมือจะเอาของคืนแต่พอแม้นเทพถามว่าคนที่เธอไล่ตามเป็นใคร จันทราหน้าเหวอรีบปฏิเสธว่าไม่ได้ตามใคร ตนอยู่ในบ้านตลอด

“งั้นสร้อยเส้นนี้ก็ไม่ใช่ของคุณจันทรา เพราะผมเก็บได้หน้าบ้าน ตอนที่มีคนไล่ล่ากัน”

จันทราอ้างว่าตนอาจทำตกไว้ก่อน แม้นเทพยืนยันว่าเห็นกระเด็นมาจากคนที่วิ่งไล่ผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเธอยอมรับเมื่อไหร่ก็ค่อยมาเอาสร้อยคืน แม้นเทพกับแม่เดินกลับ จันทราเต้นผางเจ็บใจมากรีบโทร.ไปโวยวายใส่เจิม แม้นเทพฉุกคิดวกกลับมาแอบฟัง ได้ยินจันทราเอ็ดตะโรใส่เจิมและให้ไปเชื่อของร้านค้ามาก่อน คนแถวบางน้ำเปรี้ยวรู้จักตนดี แม้นเทพจึงรู้ว่าชุติมาอยู่ที่ไหน เขารีบกลับมาบอกมะลิว่าจะไปช่วยชุติมา

แป้นรายงานจันทราว่าเพ็ญประกายไม่สบายจันทรายิ่งหงุดหงิด รี่เข้าไปดึงลูกสาวให้ลุกจากเตียง “แกจะมา ไม่สบายอะไรตอนนี้ ลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำงานก่อน”

“ทำอะไรคะคุณแม่...เพ็ญไม่สบาย”

“ก็ทำแผนให้คุณชายเขาแต่งงานกับแกไง”

เพ็ญประกายเหนื่อยหน่ายใจเต็มทน ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้อีก จันทราโวยไม่ยอมให้ปล่อยเรื่องนี้เด็ดขาด เพ็ญประกายว่าจะหาหลักฐานมาจากไหน จันทราเสียงเข้ม ไม่จำเป็นต้องหาหลักฐาน แค่ทำตามที่ตนบอกทุกอย่างก็พอ

ooooooo

เช้าวันนั้น ธิติรัตน์มาทำสังฆทานที่วัดกับละเอียดและตากล่ำ เพื่อให้ได้ความสบายใจ ไม่ทันไร จันทราโทร.  มาบอกว่าเพ็ญประกายหนีออกจากบ้านเพราะเขาเป็น ต้นเหตุให้มาช่วยตามหา ธิติรัตน์โทร.บอกศรัณย์ว่าตนยังเข้าประชุมไม่ได้ต้องไปตามหาเพ็ญประกาย พอศรัณย์รู้เรื่องก็เป็นห่วง ให้วีระรับหน้าประชุมไปก่อน ตนจะไปช่วยตามหาเพ็ญประกาย

บังเอิญเจ๊กอไก่ถือถังสังฆทานมาเจอกับละเอียดและตากล่ำ พอรู้เรื่องเพ็ญประกายก็เอะใจว่าไม่ชอบมาพากล จึงฝากละเอียดทำบุญแทน ตนจะไปทำบาป

“หน็อยแน่ะ อย่างกับไม่รู้ว่าจะทำอะไรกัน เจ้าเล่ห์ขนาดนั้น ต้องเจอเจ๊กอไก่...”

ทันทีที่ธิติรัตน์มาถึงบ้านมณีกุล จันทราก็ฟูมฟายจะเป็นลมว่า “ก็...หนูมาหยารู้สึกเป็นตัวปัญหาระหว่างคุณชาย กับแรม หนูมาหยาจึง...ตัดสินใจเสียสละ ด้วยการ...จากไปค่ะ...”

เดือนแรมเดินมาได้ยินตกใจเป็นห่วงพี่สาว จันทรารบเร้าให้ธิติรัตน์ตามหาลูกสาวให้เจอและรีบแต่งงานทันที ธิติรัตน์ปวดหัวกับเรื่องวุ่นวายนี้มาก ย้อนถามจะให้ตนไปตามที่ไหน หรือจะแจ้งตำรวจดี จันทราผวาห้ามเสียง หลง อ้างจะทำให้เสียชื่อกันไปหมด ไม่ทันไรเพ็ญประกายเดินเข้ามา ประกาศว่าไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรตน

“ถึงมาหยาจะหนีไปไหน คุณชายไม่ต้องตาม เพราะคุณชายไม่ได้สนใจมาหยา ไปอยู่กับแรมให้พอใจเถอะค่ะ เราจบกันแค่นี้” พูดจบเพ็ญประกายวิ่งออกไป

เดือนแรมสวนเข้ามาจันทราโวยเพราะเธอเป็นต้นเหตุ และหันมากระตุ้นธิติรัตน์ให้ตามลูกสาวไป ธิติรัตน์จึงคว้ามือเดือนแรมวิ่งออกไปด้วย จันทราไม่ทันเห็นส่งเสียงร้องให้คนในบ้านได้ยินว่า “คุณชายจะพามาหยาหนีไปไหนคะ อย่าค่ะคุณชาย...อย่า”

มะลิกับพิมได้ยินเสียงเอะอะ ออกมาดู ไม่อยากเชื่อที่จันทราร้องตะโกน แป้นเข้ามายืนยันตามแผนว่าธิติรัตน์ฉุดเพ็ญประกายไปจริงๆ เหมือนในละครทีวีเลย

แต่ความจริง เพ็ญประกายวิ่งออกมาหน้าบ้าน เหลียวไปเห็นธิติรัตน์จูงมือเดือนแรมวิ่งตามมา ยิ่งน้อยใจและสับสน เดือนแรมเป็นห่วงพี่สาวอย่างจริงใจ ร้องเรียกให้หยุด เพ็ญประกายหยุดหันกลับมามองอย่างปวดร้าว ก่อนจะเอ่ยปากว่า ตนขออยู่คนเดียวซักพัก ธิติรัตน์ถามว่า จะไปไหน เธออ้างว่าจะไปอยู่กับเพื่อนสนิท ไม่ต้องห่วง ว่าแล้วก็วิ่งออกจากประตูบ้านไป เผอิญรถศรัณย์เล่นมา เพ็ญประกายรีบขอให้เขาพาตนออกไปจากตรงนี้

เดือนแรมเป็นห่วงพี่สาว บอกธิติรัตน์ว่าเพ็ญประกายกำลังน้อยใจ ให้รีบตามออกไป แต่พอทั้งสองคนออกมาหน้าบ้าน ไม่เห็นเพ็ญประกายเสียแล้ว ธิติรัตน์ถามเดือนแรมว่ารู้ไหมว่าเพื่อนสนิทของเพ็ญประกายอยู่ที่ไหน

“รู้ค่ะ หมอก้อย อัญชลีพร บ้านอยู่แถวสุวินทวงศ์ จะออกฉะเชิงเทรานั่นแหละค่ะ”

ธิติรัตน์รีบพาเดือนแรมขึ้นรถขับออกไป เจ๊กอไก่มาถึงเห็นเดือนแรมขึ้นรถธิติรัตน์ก็ถอนใจ...ระหว่างนั่งมาในรถ เดือนแรมพยายามโทร.หาเพ็ญประกาย แต่เธอไม่ยอมรับสาย

ooooooo

ในขณะที่แม้นเทพมุ่งหน้ามาแถวบางน้ำเปรี้ยว ถามคนแถวนั้นถึงบ้านของจันทรา ได้รับคำตอบอย่างง่ายดาย ระหว่างนั้นชุติมากำลังโวยเจิมว่าอยากกินอะไรอร่อยๆ เจิมสงสารหลานอยู่เป็นทุน ให้กินมาม่ามาหลายวันแล้ว จึงออกไปหาซื้ออะไรปากซอย แม้นเทพเห็นเจิมเดินออกจากบ้าน ก็รีบหลบเข้ามา ใช้ลวดไขกุญแจอย่างชำนาญเพราะเป็นทหารผ่านการฝึกมาอย่างช่ำชอง

ชุติมาได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก คิดว่าเพื่อนเจิมเข้ามา จึงคว้าไม้กวาดมาถือป้องกันตัว พอแม้นเทพโผล่มาเธอเงื้อไม้จะฟาด แม้นเทพร้องห้ามว่าตนเอง เธอดีใจเผลอกระโดดกอดเขา

“นี่ หน้าสิ่วหน้าขวาน ยังฉวยโอกาสกับพี่นะเรา”

“พี่ต้อมบ้า...” ชุติมารู้สึกตัวผละออกเขินอาย

แม้นเทพไขโซ่ที่ขาออกให้และพาชุติมาออกมาอย่างง่ายดาย เขาบอกเธอว่าทุกคนที่บ้านเป็นห่วง โดยเฉพาะแม่ของเขา ชุติมาปลื้มน้ำตาคลอ...แม้นเทพโทร.รายงานมะลิว่าช่วยชุติมาออกมาได้แล้ว มะลิดีใจแล้วเล่าเรื่องที่จันทราบอกว่าธิติรัตน์ฉุดเพ็ญประกายไป ทั้งแม้นเทพและชุติมาไม่อยากเชื่อ

ระหว่างนั้น ธิติรัตน์กับเดือนแรมวนเวียนหาบ้านเพื่อนเพ็ญประกาย จนกระทั่งรถเกิดเสียกลางทางทั้งสองรอศูนย์มารับไปซ่อม ฝนโปรยปรายลงมา ธิติรัตน์ดึง เดือนแรมวิ่งหาที่หลบหน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านหลังเล็กๆ ตายายออกมาเข้าใจว่าสองคนเป็นสามีภรรยากัน จึงบอก

“พ่อหนุ่ม พาเมียไปอยู่กระท่อมกลางนาไป ของฉันเอง น้ำไฟอาจจะไม่สะดวก แต่หลบฝนได้แน่นอน เอ้านี่ ตะเกียง”

เดือนแรมเหวอ ธิติรัตน์อมยิ้ม ขอบคุณตากับยายรับตะเกียงแล้วจูงมือเดือนแรมวิ่งไป...ภายในกระท่อมหลังน้อย กลางเก่ากลางใหม่ ดูมืดและเวิ้งว้าง พายุพัดประตูปิดโครม เดือนแรมสะดุ้งนึกกลัวเรื่องผีสางที่เคยได้ฟังมา ยิ่งพอเห็นในกระท่อมมีดอกลั่นทมสีขาวกระทบแสงไฟกระจ่างดูน่ากลัวมากขึ้น เสียงลมเสียงฝนย่ิงเพิ่มความกลัวให้เธอ ธิติรัตน์เห็นเธอตัวสั่น ค่อยๆปลอบให้คลายความกลัว...

แม้นเทพมาส่งชุติมาที่หน้าแฟลต เขาถามเธออีกครั้ง “ใจคอชุจะไม่บอกพี่จริงๆเหรอ มันเรื่องอะไร คุณจันทราถึงได้ให้นายเจิมจับชุไปขัง”

“แม่ก็คงโกรธที่ชุดื้อเท่านั้นแหละค่ะไม่มีอะไรหรอก แล้วเจอกัน ชุจะตำส้มตำให้พี่ต้อมทานเป็นการตอบแทนค่ะ” ชุติมาไม่อยากสาวไส้ให้แม้นเทพรู้ เธอโบกมือหันหลังเดินขึ้นแฟลตไป แม้นเทพรู้ว่าเธอปกปิดแสดงว่าเป็นเรื่องใหญ่...

เจิมถือของกินกลับเข้าบ้านมา พบว่าชุติมาหนีไปแล้วก็ตกใจ กลัวจันทราเล่นงานตาย

ooooooo

ความที่เพ็ญประกายไม่ยอมกลับบ้าน ศรัณย์ไม่อยากทำให้เธอเสียชื่อ จึงพามาพักที่แพริมน้ำ บรรยากาศสบายๆไม่มิดชิด เธอเองก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก จนยอมเผยความคับแค้นใจ

“เพ็ญเหนื่อยที่จะต้องว่ิงไล่ล่าคุณชายมากกว่าค่ะ เหมือนคนวิ่งตามเงาตัวเอง ไม่เคยจับได้ซักที เหมือนคนบ้า คุณชายไม่ได้รักเพ็ญ”

ศรัณย์เข้าใจและรู้สึกสงสารเธอ...ในขณะที่จันทรายังเข้าใจว่าเพ็ญประกายหายไปกับธิติรัตน์ เธอดีใจอยู่กับแป้น ควักเงินให้เป็นค่าจ้างคอยยืนยันว่าสองคนไปด้วยกันจริงๆ...

ยิ่งค่ำฝนฟ้าดูท่าไม่สงบลง เดือนแรมยิ่งกังวลใจ เป็นห่วงเพ็ญประกายและเกรงที่บ้านเป็นห่วง เธอบอกธิติรัตน์ให้ขอยืมร่มตายายฝ่าฝนกลับกัน

“ข้างนอกมันอันตราย ถ้าเธอกลัวป้ามะลิเป็นห่วง ก็โทร.บอกแล้วกัน เดี๋ยวฉันโทร.เอง”

มะลิกำลังบ่นกับพิมที่เดือนแรมยังไม่กลับ ธิติรัตน์โทร.เข้ามาพอดี

“สวัสดีครับป้ามะลิ ตอนนี้แรมอยู่กับผมครับ พอดีรถเสีย ผมเลยพาแรมกลับไม่ได้ แต่ผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย จะไม่ทำให้แรมเสื่อมเสียเกียรติอย่างเด็ดขาด เพราะผมรักแรม”

เดือนแรมตะลึงได้ยินเป็นครั้งแรก มะลิเองก็อึ้ง ธิติรัตน์รับรองอีกครั้ง ว่าตนรักเดือนแรมและจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อเธอ...มะลิวางสายด้วยสีหน้างงๆ พิมรีบถามว่ามีอะไร

“คุณชายบอกฉันว่ารักแรม”

พิมยิ้มแทบกระโดดด้วยความดีใจถ้าไม่ติดที่สังขาร...

ธิติรัตน์เห็นเดือนแรมมองหน้าอึ้งๆจึงย้ำ “ทำไม... อยากฟังซ้ำใช่มั้ย ฉันรักเธอ”

“คุณชาย...” เดือนแรมอมยิ้มเขินๆ

ธิติรัตน์ดึงเธอมากอดกระเซ้า “เมียทั้งคน ใครจะไม่รัก”

“คุณชาย...แรมไม่ได้เป็น...”

“เป็นสิ ชาวบ้านเขาว่าอย่างนั้น เธอก็ได้ยินนี่ ที่เขาบอก...พ่อหนุ่มพาเมียไปอยู่กระท่อมกลางป่าไป๊”

“คุณชาย....” เดือนแรมยิ่งเขิน

“แรม...ฉันรักเธอจริงๆนะ ที่ฉันไปด้อมๆมองๆบ้านเธอวันนั้น ฉันไปกับนักสืบ ฉันกำลังให้เขาตามสืบเรื่องคุณจันทรา ไม่ใช่แค่ตอนนี้แต่รวมถึงอดีตของคุณจันทราด้วย...”

เดือนแรมมองธิติรัตน์อย่างซาบซึ้ง เขาย้ำอีกครั้งว่าทำเพื่อเธอจริงๆ ธิติรัตน์ก้มลงจูบหน้าผากเดือนแรม พลันเกิดเสียงหมาหอนดังขึ้นและรับกันเป็นทอดๆ ดอกลั่นทมปลิวเข้ามาหล่นตรงหน้าเดือนแรม เธอตกใจสีหน้าหวาดกลัว ธิติรัตน์กอดเธอแน่นขึ้นพร้อมปลอบ

“ก็แค่ลมพัดเข้ามา ไม่มีอะไรหรอก...นอนเถอะ”

ธิติรัตน์ประคองเดือนแรมให้ลงนอนบนแคร่ ตนเอง ลงนอนที่พื้นที่มีผ้าขาวม้าปูอยู่ และกุมมือเธอไว้อย่างปลอบใจ

กลางดึก ธิติรัตน์ตื่นขึ้นมาไม่พบเดือนแรมบนแคร่ เขาตกใจลุกออกมานอกกระท่อม มองไปที่ใต้ต้นลั่นทม เห็นเหมือนผู้หญิงชุดขาวนั่งเก้าอี้โยก ผมยาวสยายปลิวตามสายลม เขาตกตะลึงนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีผู้หญิง

เดือนแรมเดินมาด้านหลังเรียกให้เขารู้สึกตัว ธิติ–รัตน์สะดุ้งโผเข้ากอดและชี้ไปที่ใต้ต้นลั่นทม บอกว่าผี เดือนแรมผละออกจากอ้อมกอดเขา เดินตรงไปที่นั่น

“ใช่ที่ไหนล่ะคะ...นี่ผ้าขนหนูกับเสื้อของลุงกับป้า คงเอามาตากไว้ คุณชายกลัวผีกว่าแรมอีก” เดือนแรมยิ้มเยาะธิติรัตน์ “คุณชายกลัวผีกว่าแรมจริงๆด้วย ดูสิ... หน้าซีดเลย”

ธิติรัตน์รู้สึกเสียฟอร์มแกล้งยืนยันว่ามีผู้หญิงยืนอยู่ใต้ต้นลั่นทมจริงๆ และตอนนี้กำลังยิ้มให้ เดือนแรมหลับตาปี๋โผกอด เขาอมยิ้มกอดเธอแน่น แถมทำเสียงหลอกว่าผี

เดือนแรมเริ่มรู้สึกตัวว่าโดนกอดอย่างจริงจัง จึงเงยหน้ามองและเรียกเตือนสติธิติรัตน์ แต่เขากลับบอกให้ตนอย่าส่งเสียง เดี๋ยวผีได้ยิน เดือนแรมโวย

“ก็คุณชาย แกล้งแรม...”

ธิติรัตน์ก้มลงจูบเธอทันที เดือนแรมตกใจตัวแข็ง เขากระซิบข้างหู “ฉันกลัวผีจะได้ยิน”

ได้สติ เดือนแรมเงื้อหมัดชกหน้าธิติรัตน์ เขาเซล้มแต่ดึงเธอล้มตามลงไป เธอทับอยู่บนร่างของเขา เขายิ้มยั่ว “รู้มั้ย ถ้าได้อยู่กับเธออย่างนี้ ฉันพร้อมให้ผีหลอกทุกวัน”

เดือนแรมเขินอาย ธิติรัตน์หยิบดอกลั่นทมที่ตกอยู่ ขึ้นมาทัดข้างหูให้เธอ สบตาซึ้งๆก่อนจะเอ่ย “ฉันอยากให้เธอมีฉันแค่คนเดียว อยากให้เธอมีสายตาไว้มองฉันเพียงคนเดียว อย่ามีใครอื่น อย่ามองคนอื่นนอกจากฉันนะแรม”

เดือนแรมรับคำอายๆ ธิติรัตน์จูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา ทะนุถนอม

ooooooo

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องเข้ามา เดือนแรมสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของธิติรัตน์ เขานอนลืมตา เธอรีบถามว่าเขาไม่ได้หลับเลยหรือ คิดอะไรอยู่ เขาตอบว่าคิดเรื่องเธอ

“กลับไปนี่ ฉันจะให้คุณแม่ไปขอร้องคุณเมินให้ตรวจดีเอ็นเอ พิสูจน์ความจริงให้กับเธอ เพราะยังไงมาหยารัศมีก็ไม่ใช่คุณเพ็ญ”

เดือนแรมตื้นตันใจ ระคนว้าวุ่นใจ กังวลเรื่องเพ็ญประกาย...

ด้านเพ็ญประกาย เธอนั่งมองสายน้ำอยู่บนแพ ศรัณย์ถามว่าสบายใจอยากกลับบ้านหรือยัง เธอส่ายหน้า เขาจึงเตือนว่า การหนีไม่ใช่การแก้ปัญหา เปิดอกคุยกันจะดีกว่า เธอหน้าเศร้า รู้แก่ใจดีว่า แม่ของตนเป็นเช่นไร ตนเองทำตามคำสั่งแม่มาตั้งแต่เล็ก

สุดท้าย เพ็ญประกายยอมกลับบ้าน จันทราเข้ามาถามว่าธิติรัตน์ตกลงโอเคแล้วใช่ไหม

เพ็ญประกายตัดสินใจตอบตามตรง “เมื่อคืนเพ็ญไม่ได้ไปกับคุณชายค่ะ”

จันทราแทบช็อกรีบถามแล้วไปไหนมา เพ็ญประกายตอบว่า ตนไปในที่ๆอยากไป จันทราโมโห ทั้ง ทุบตี หยิกเธอยกใหญ่ที่กล้าขัดคำสั่ง เพ็ญประกายร้องลั่น

“ก็คุณชายไม่ได้รักเพ็ญ คุณชายรังเกียจเพ็ญ”

“ยังไงก็ช่าง...แกต้องบอกทุกคนว่าไปกับคุณชาย อยู่กับคุณชาย และแกเป็นของคุณชาย ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันบอก แกเจอดีแน่เพ็ญประกาย”

สีหน้าจันทราน่ากลัว จนเพ็ญประกายตัวสั่น แป้นแอบเห็นรู้สึกสงสารอย่างมาก...หน้าบ้าน ธิติรัตน์ขับรถมาส่งเดือนแรม เขาแอบเดินตามเธอเข้าบ้านให้เห็นว่าไม่มีใครทำร้ายเธออีก จันทราออกมาเห็น เข้ามายืนขวางหน้าธิติรัตน์อย่างเอาเรื่อง

“เรามีเรื่องต้องคุยกันค่ะ คุณชาย”

ธิติรัตน์หน้าบอกบุญไม่รับ ตามจันทรามานั่งในห้องรับแขก เพ็ญประกายนั่งก้มหน้าอยู่ก่อน จันทราเสียงเขียวบอกให้เขารับผิดชอบในตัวเพ็ญประกาย เขาย้อนถามงงว่าทำไม

“คุณชายทำอะไรหนูมาหยาย่อมรู้อยู่แก่ใจ จะมาพูดแบบปัดความรับผิดชอบไม่ได้”

ธิติรัตน์ไม่เข้าใจ จันทราจึงโวยว่าเขาพาลูกสาวตนไปย่ำยี ข่มเหงน้ำใจมาทั้งคืน จนต้องหนีออกมานี่ ธิติรัตน์เหวอ งงว่าเป็นไปได้อย่างไร เพ็ญประกายก้มหน้ายืนยันว่าเป็นความจริง

“ไม่ต้องถ่วงเวลา หาหลักฐานการเป็นมาหยา–รัศมีอีกแล้ว คุณชายต้องแต่งงานกับยัยเพ็ญ”

“ผมไม่คิดจริงๆเพ็ญประกาย คุณจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้” ธิติรัตน์มองเธออย่างผิดหวัง

“ทำไมคะ เพ็ญทำไม...” เพ็ญประกายเงยหน้ามอง

“อยากแต่งงานจนกล้าปรักปรำผม ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลย ถึงผมจะต้องแต่งงานกับคุณ ผมก็ไม่มีวันรักคุณ” ธิติรัตน์เดินจากไปอย่างโกรธๆ

เพ็ญประกายหน้าชา ร้องกรี๊ดว่าตนไม่ยอม...

ธิติรัตน์กลับมาปรึกษาหม่อมรัตนา และสารภาพว่าคืนนั้นตนอยู่กับเดือนแรมทั้งคืน แต่ไม่อยากดึงเธอมาให้เสียหาย ดุจแขโผล่มาได้จังหวะ “แขก็ไม่ยอมค่ะ...”

ทุกคนตกใจ ดุจแขยิ้มและปลอบธิติรัตน์ไม่ต้องกังวลใจ เรื่องนี้ตนจัดการเอง ขอให้เขาทำตามที่ตนบอกเป็นพอ...ขณะที่จันทรากล่อมเพ็ญประกายจนคล้อยตาม สองแม่ลูกกำลังดีใจที่แผนการสำเร็จ ดุจแขโทร.เข้ามาเยาะเย้ยเพ็ญประกาย และส่งภาพเคลื่อนไหวเลิฟซีนเล็กๆระหว่างตนกับธิติรัตน์มาให้ เพ็ญประกายร้องกรี๊ด ด่าว่าดุจแขหน้าด้าน ดุจแขโต้

“แกสิหน้าด้าน กล้าพูดว่าคุณชายอยู่กับเธอ ทั้งๆที่คืนนั้นคุณชายอยู่กับฉัน อยากดูมากกว่านี้มั้ยล่ะ ฉันจะส่งให้ดู อ๊ะ...ไม่ให้ดูดีกว่า แต่ฉันจะพาคุณชายไปแสดงความรักต่อหน้าเธอเลย” ดุจแขร้องเรียกธิติรัตน์ “คุณชายขา...”

เพ็ญประกายมองจอมือถือ เห็นธิติรัตน์เข้ามาโอบด้านหลังดุจแข เสียงดุจแขเยาะ “ฉันไม่อยากให้คุณชายรอ แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ...คุณชายขา ใจร้อนจัง รอแขแค่นี้ก็ไม่ไหวเหรอคะ”

จันทราเห็น โกรธขึ้งอยากแล่นไปฉีกเนื้อดุจแขถึงที่...หลังจากวางสาย ดุจแขหันมาบอกธิติรัตน์ว่า ป่านนี้สองแม่ลูกชักตาตั้งไปแล้ว เขายิ้มส่ายหน้า พึมพำว่ามวยถูกคู่กันจริงๆ

ooooooo
ตอนที่ 16

สองแม่ลูกโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จันทราสั่งเพ็ญประกายห้ามยอมแพ้ ต้องบีบน้ำตาเข้าไว้ตนจะทำให้เป็นข่าว พวกหน้าบางอย่างธิติรัตน์จะต้องยอมแต่งงานด้วยแน่ๆ สองแม่ลูกหัวเราะมีความสุข เดือนแรมถือดอกไม้ไปไหว้พระผ่านมา ได้ยินเรื่องราวถึงกับหน่ายใจ จันทราหันมาเห็น ร้องเรียกให้หยุด ถามเยาะ

“คงได้ยินแล้วสินะ ว่าคุณชายจะแต่งงานกับลูกมาหยารัศมี”

“ได้ยินค่ะ ได้ยินด้วยว่าคุณน้าสอนให้พี่เพ็ญบีบน้ำตา สร้างเรื่องจับคุณชาย”

สองแม่ลูกตกใจที่เดือนแรมได้ยินก่อนหน้านั้นด้วย จันทราปรี่เข้าผลักอกเดือนแรม เพ็ญประกายยุให้จัดการ ตนจะจับไว้ให้ เดือนแรมหันมาถามว่าพี่สูงเท่าไหร่ เธอทำงงๆ

“พี่เพ็ญตัวเล็กกว่าแรมตั้งเยอะ พี่เพ็ญทำอะไรแรมไม่ได้หรอก อย่ามาหาเรื่องกันเลยค่ะ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน”

จันทราวีนใส่ใครเป็นพี่กับเด็กเก็บมาเลี้ยง เดือนแรมน้อยใจ โต้ว่าตนจะร้องต่อศาลขอตรวจดีเอ็นเอ จันทราหัวเราะเยาะ แต่พอเดือนแรมย้อนว่า ถ้าตนไม่ได้เป็นอะไรกับมณีกุล พ่อคงต้องสืบต่อไปว่าลูกที่แท้จริงอยู่ไหน ถึงตอนนั้นเธอคงต้องเตรียมคำตอบเพราะคงจะรู้ดีเห็นย้ำอยู่เสมอว่าตนเป็นเด็ก เก็บมาเลี้ยง จันทราหน้าซีดเผือด ตั้งสติได้ตามไปกระชากเดือนแรมหันมาตบ

“นังแรม แกคิดว่ามันจะง่ายอย่างนั้นเหรอ มีแต่แกจะตายก่อนนั่นแหละนังแรม”

เพ็ญประกายเข้ามาช่วยจับตัวเดือนแรมไว้ เดือนแรมเหลืออด สะบัดเพ็ญประกายล้มลง ประกาศว่าตนยอมมามากพอแล้ว วันนี้ตนไม่ยอม เดือนแรมหันมาตบหน้าจันทราอย่างแรง แล้วเหวี่ยงไปกองรวมกับเพ็ญประกาย สองแม่ลูกร้องกรี๊ดๆจะลุกขึ้นเล่นงาน เดือนแรมชี้หน้า

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะคะ แรมไม่อยากมีเรื่อง ที่แรมสู้เพื่อปกป้องตัวเอง กรุณาอย่าทำให้แรมหมดความเกรงใจมากไปกว่านี้เลย โดยเฉพาะเรื่องที่จะไปปรักปรำคุณชาย เพราะคืนนั้นพี่เพ็ญไม่ได้อยู่กับคุณชาย”

เพ็ญประกายหน้าเสีย จันทราโวยวายไม่ใช่เรื่อง... ถึงอย่างไรธิติรัตน์ต้องรับผิดชอบ เดือนแรมโต้ว่าหน้าไม่อายแล้วยังจะสอนให้ลูกตัวเองหน้าไม่อายไปด้วย ตนอายแทนจริงๆ เดือนแรมอดสูเดินไป สองแม่ลูกร้องกรี๊ดๆ จันทราไม่วายยุยงลูกสาวว่าเดือนแรมอิจฉาอยากแต่งงานกับธิติรัตน์เสียเอง เราจะยอมไม่ได้

มะลิกับแม้นเทพกำลังคุยเรื่องวุ่นๆนี้อยู่พอดี ป้าพิมผสมโรงไม่พอใจ ถ้าธิติรัตน์จะรับผิดชอบเพ็ญประกายก็ต้องรับผิดชอบเดือนแรมด้วย แม้นเทพรู้ว่าธิติรัตน์อึดอัดใจ จะพูดความจริงเดือนแรมก็จะเสียหาย มะลิเคือง

“พูดถึงแรมแล้วฉันก็โมโห ยังไงก็น่าจะหาวิธีกลับบ้าน ไม่ใช่ไปพักค้างอ้างแรมกับเขา ถึงผู้ชายคนนั้นจะเป็นคุณชายก็ตามทีเถอะ”

พอดีเดือนแรมเดินกลับมาได้ยินหน้าจ๋อย มะลิเรียกเข้ามาตักเตือนว่าคืนนั้นทำไม่ถูก เดือนแรมกราบขอโทษเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ มะลิถอนใจตนจะมีหน้าไปเถียงกับจันทราได้อย่างไรว่าคืนนั้นเดือนแรมต่างหาก ที่อยู่กับคุณชาย หรือตนต้องไปเรียกร้องให้เขามารับผิดชอบบ้าง แม้นเทพเห็นแม่หนักใจแล้วนึกโกรธธิติรัตน์

แม้นเทพไปหาธิติรัตน์ที่บริษัท กระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาต่อหน้าเพื่อนและพนักงาน เลขาร้องเรียก รปภ. ธิติรัตน์โบกมือห้าม แม้นเทพต่อว่าก่อนจะชกหน้าเขาเข้าให้

“ผมเคยขอคุณชายแล้วใช่มั้ย ว่าไม่ให้ไปยุ่งกับแรมอีก แล้วนี่คุณชายทำอะไร...คุณเห็นแก่ตัว เอาแต่ความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง”

ธิติรัตน์จะแย้ง แต่แม้นเทพชกเข้าอีกหมัด “ไม่ต้องมาแก้ตัว เพราะทุกคำที่คุณพูด มีแต่ทำให้แรมเสียหาย ถ้าคุณชายรักแรม แสดงความเป็นลูกผู้ชายให้ผมเห็น อย่ายุ่งกับแรมอีก”

แม้นเทพกลับออกไป ธิติรัตน์ปาดเลือดที่มุมปาก ทุกคนมองงงๆ...วีระกับศรัณย์พาธิติรัตน์เข้ามาในห้องทำงาน ต่างซักไซ้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอธิติรัตน์เล่าให้ฟัง ศรัณย์ถึงกับหน้าถอดสี

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงเดือนแรม ธิติรัตน์รีบไปหาเธอที่บ้าน เดือนแรมตกใจเมื่อเห็นหน้าตาปูดบวมของเขา และยิ่งได้รู้ว่าเป็นฝีมือแม้นเทพ เธอกังวลใจอย่างมาก ธิติรัตน์ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง พาเดือนแรมออกไปตามหาเมิน ตนรู้มาว่า เมินอยู่ที่รีสอร์ตริมน้ำแถวกาญจนบุรี

“ฉันว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำ กับที่คุณเมินทำ คงไม่ได้ต่างกันหรอก สำคัญก็แต่คุณเมินจะกล้ายอมรับกับฉันรึเปล่า ว่ากำลังทำอะไร”

เดือนแรมยังไม่ค่อยเข้าใจ ธิติรัตน์รู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง หันขวับไปดูเห็นไวๆคล้ายเมิน เขาวิ่งตามไปร้องเรียก เดือนแรมวิ่งตามมามองหา

“คุณพ่อคะ...คุณพ่อ คุณพ่อออกมาหาแรมสิคะ” ดูเหมือนไม่มีวี่แวว เดือนแรมหันมาถาม “คุณชายเห็นคุณพ่อจริงใช่มั้ยคะ”

“ใช่ และที่นักสืบบอกฉัน คุณเมินยังอยู่ที่นี่ แต่คุณเมินจงใจหลบพวกเรา”

เดือนแรมใจแป้วอยากรู้ว่าพ่อทำอะไร ธิติรัตน์ได้แต่หวังว่า สิ่งที่เมินทำจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ตนกำลังทำ ทั้งเรื่องจันทราและมาหยารัศมี ให้ความจริงกระจ่างออกมาเสียที...

ครั้นเมื่อได้อยู่ลำพัง เพ็ญประกายก็ย้อนคิด ดึงดันเอาชนะต่อไปก็ไร้ผล จึงอยากโทร.คุยกับธิติรัตน์ให้สิ้นเรื่องจะได้จบๆกันไป...แต่ธิติรัตน์กลับเห็นว่าเพ็ญประกายโทร.มา ไม่ยอมรับสาย เดือนแรมขอร้องให้รับ เขาดึงดัน

“ไม่ ฉันไม่อยากคุยด้วย คุณเพ็ญจะให้ฉันแต่งงานกับมาหยารัศมี ฉันยังพอเข้าใจได้ แต่การที่คุณเพ็ญบอกว่า ไปค้างคืนกับฉัน ฉันไม่เข้าใจ ไปตามหาคุณเมินต่อกันดีกว่าแรม”

ด้านเพ็ญประกาย เสียใจที่ธิติรัตน์ไม่รับสายตน เขาเห็นตนเป็นตัวอะไร ความเสียใจกลายเป็นความแค้น จะไม่ยอมปล่อยธิติรัตน์แล้ว พลันแป้นเข้ามาบอกว่า ศรัณย์มาหา เธอตกใจรีบไปพบทันที จันทราได้ยินสงสัยว่าศรัณย์เป็นใคร

สองคนเจอกัน ศรัณย์รีบถามอย่างห่วงใยว่าเพ็ญประกายเป็นอย่างไรบ้าง เธอซึ้งใจ

“คงมีคุณศรัณย์เพียงคนเดียว ที่มองเพ็ญด้วยสายตาที่ลึกซึ้งอย่างนี้ คนอื่นเขาไม่เคยมอง”

“ก็ไม่จำเป็นนี่ครับ ที่ผมจะต้องทำเหมือนคนอื่น แล้วนี่คุณได้เปิดใจคุยกับคุณแม่หรือยัง”

“จะเปิดใจคุยอะไรกับฉันไม่ทราบ” จันทราโผล่เข้ามาด้วยสายตาขุ่นเคือง

สองคนสะดุ้ง ศรัณย์ยกมือไหว้เรียกจันทราว่าแม่ จันทราตาเขียวใส่ “หน้าตาอาวุโสกว่าฉันอีก มาเรียกฉันคุณแม่ คนพูดจาหยาบคาย ไม่มีมารยาทอย่างคุณ รู้เอาไว้บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”

เพ็ญประกายหน้าเสีย จันทราเอ็ดไล่ให้เข้าบ้านและไล่ศรัณย์กลับไป แถมสั่งห้ามเรียกเพ็ญประกายอีก ศรัณย์ถอนใจ ขนาดจันทราเองยังเผลอเรียกลูกว่าเพ็ญประกายเองเลย...

จันทราตามเข้าบ้าน ลากเพ็ญประกายเข้าไปในห้อง เอ็ดตะโรใส่เมื่อรู้ว่าคืนนั้นเธอหายไปค้างคืนกับศรัณย์ เพ็ญประกายรับรองว่าไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถึงอย่างไรจันทราก็ไม่พอใจ

“โอ๊ย...จะบ้าตาย ทำไมลูกฉันแต่ละคนมันไม่ได้ดั่งใจฉัน”

“ลูกแต่ละคน...หมายความว่ายังไงคะ” เพ็ญประกายสะดุดหู

“แกไม่ต้องถาม หน้าที่ของแกคือทำตามคำสั่งฉัน”

“ไม่ค่ะ เพ็ญจะไม่ทำตามคำสั่งคุณแม่ ถ้าคุณแม่มีความลับกับเพ็ญ...พี่ชุ คือลูกของคุณแม่อีกคนใช่มั้ย...”

จันทราโมโหตบหน้าลูกสาว กระชากตัวมาตะคอกใส่ “อย่ามาจับผิดฉันอย่างนี้ แกอยากให้ฉันบ้าตายรึยังไง แกรู้มั้ย ทุกวันนี้ฉันทุกข์ทรมานใจแค่ไหน พวกมันจ้องจับผิดฉัน ส่งคนมาตามสืบประวัติฉัน พวกมันรวมหัวกันอยากให้ฉันย่อยยับ แกยังอยากให้ฉันย่อยยับอีกคนรึไง”

“ไม่ค่ะ คุณแม่...เพ็ญรักคุณแม่ เพ็ญไม่เคยต้องการเห็นคุณแม่ย่อยยับ”

จันทราร้องไห้อย่างเจ็บปวด เพ็ญประกายกุมมือแม่ถามว่าพวกนั้นเป็นใคร แล้วแม่มีอดีตอะไร ทำไมต้องกลัว จันทราสะอื้น “อดีตที่จะทำให้แม่ต้องตายทั้งเป็น อย่าไปพูดถึงมันเลยลูก แม่อยากลืม...แม่อยากลืม”

เพ็ญประกายกอดปลอบจันทราแน่น ตนยอมแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อแม่ จะเอาชนะทุกคน เข้าไปเป็นสะใภ้วังศิลาลายให้ได้ จะไม่ให้แม่เป็นคนแพ้เด็ดขาด จันทราตาวาวโรจน์อย่างมีความหวัง ใครขวางตนจะจัดการมันเอง

ooooooo

ขณะที่หม่อมรัตนากำลังทำความสะอาดเครื่อง-ประดับ เห็นกำไลสลักชื่อมาหยารัศมี เธอพึมพำ หวังว่ามาหยารัศมียังมีตัวจริงอยู่ เรื่องยุ่งๆจะได้จบลงเสียที

ไม่ทันไร ละเอียดเดินนำจันทราเข้ามา จันทราชำเลืองมองเครื่องเพชรอย่างอิจฉา แต่พอหม่อมรัตนาเงยหน้ามา ก็ปรับสีหน้าเป็นร้อนใจ หม่อมรัตนาถามว่ามีอะไร น่าจะโทร.มาก่อน

“อะไรคะหม่อม มาถึงนอกจากจะไม่เชื้อเชิญให้นั่งแล้ว ยังออกปากไล่อีก อย่าเสียมารยาทกับว่าที่แม่ยายของคุณชายธิติรัตน์นักสิคะ”

“คุณจันทราคะ ดิฉันแค่บอกให้ทราบว่า คนที่จะมาวังศิลาลาย โดยมารยาทแล้ว ควรบอกเจ้าของบ้านให้รู้ก่อน แล้วนี่คุณยังถือวิสาสะเดินเข้ามาเองอีก”

“ดิฉันถือว่าดิฉันไม่ใช่คนนอก แต่เป็นคนในครอบครัวเดียวกับหม่อม”

หม่อมรัตนาสีหน้าไม่พอใจ ถามถ้าเป็นเรื่องแต่งงานก็ขอให้หาหลักฐานมา จันทราขึ้นเสียงว่าไม่สำคัญแล้ว เพราะธิติรัตน์พาเพ็ญประกายไปค้างอ้างแรมมา หม่อมรัตนาตกใจไม่อยากเชื่อ จันทราสะใจเรียกร้องความรับผิดชอบ ดุจแขโผล่เข้ามา

“หม่อมคงไม่ต้องหาวิธีที่จะให้คุณชายเลี่ยงที่จะรับผิดชอบหรอกค่ะคุณจันทรา เพราะคนที่อยู่กับคุณชายทั้งคืนคือฉัน...คุณเองก็น่าจะรู้แล้วนี่คะ จะตามมาที่นี่ทำไมอีก”

ทั้งหม่อมรัตนาและจันทราตกใจ ดุจแขเอาคลิปในมือถือให้หม่อมรัตนาดู ถึงกับเป็นลม ละเอียดรีบโทร.ตามหมอเกรียง ดุจแขหันมาไล่จันทราให้กลับไป จันทราโกรธตัวสั่นเถียงไม่ออก เดินพรวดๆออกจากวัง เข่นเขี้ยวถ้าไม่มาขอลูกสาวตนจะโทร.บอกหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ให้ชื่อเสียงกมเลศย่อยยับไปเลย...

หมอเกรียงมาดูอาการหม่อมรัตนา ละเอียดรู้สึกผิดที่ปล่อยให้จันทราเข้ามา หม่อมรัตนาเข้าใจดีว่าจันทราดึงดันเข้ามาจนได้ ธิดากับเกรียงถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ดุจแขเล่าให้ฟังและสรุปว่า พอจันทราหาหลักฐานการเป็นมาหยารัศมีไม่ได้ก็สร้างเรื่องขึ้นมาแทน ทุกคนเหนื่อยใจ

“ดายังคิดไม่ออกเลยค่ะพี่หมอ จะทำยังไงให้สองแม่ลูกมหาภัยออกจากชีวิตนายชายซักที”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน บอกตรงๆ เกิดมาเพิ่งเคยเจอ”

“ดุจแขที่ว่าร้าย ยังสู้พวกเขาไม่ได้เลย” ธิดากระซิบยิ้มๆ

ดุจแขยังได้ยิน “ก็ดุจแขแค่ร้าย แต่ไม่ได้เลวนี่คะพี่ดา แขเคยอยากเอาชนะคุณชาย แต่พอรู้ว่าสู้ไปก็เหนื่อยเปล่า แขก็ถอยไม่เหมือนสองคนนั่น”

“โดยเฉพาะตัวแม่ น่ากลัวที่สุด นี่พี่ยังคิดไม่ออกเลยนะว่าจะจัดการกับเขายังไง” ธิดากลุ้ม

ดุจแขเสนอให้จัดการธิติรัตน์ก่อน ด้วยการโทร.แจ้งข่าว ธิติรัตน์ตกใจมาก แต่ดุจแขรับปากว่าจะจัดการให้ แต่เขาอย่าเพิ่งกลับมา...ธิติรัตน์บอกเดือนแรมว่า เราคงต้องค้างที่นี่ เขากุมมือเธอ

“ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องไม่ดี แต่เราสองคนต้องช่วยกันฟันฝ่านะแรม ไม่ใช่แค่เรื่องของมาหยารัศมี แต่ฉันต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับคุณจันทรา เรื่องของเธอ เพราะนานวัน ฉันยิ่งมั่นใจว่าเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมาจากคุณจันทรา” น้ำเสียงธิติรัตน์มั่นใจมาก

ธิติรัตน์รู้ว่าเดือนแรมกังวลใจ จึงโทร.ไปบอกมะลิให้ “ขอโทษครับ ตอนนี้แรมอยู่กับผม”

“คุณชายคะ ป้าไม่เข้าใจจริงๆ คุณชายจะทำให้แรมเดือดร้อนไปถึงไหน”

“คุณป้าอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ที่ผมกับแรมอยู่ด้วยกัน เพราะมาตามหาคุณเมิน”

มะลิตกใจกับข่าวที่ธิติรัตน์บอกว่า เจอเมินที่เมืองกาญจน์ พอเล่าให้แม้นเทพฟัง เขาปลอบแม่ว่า ตอนนี้ไม่ต้องห่วงเดือนแรม แต่คนที่น่าเป็นห่วงคือเพ็ญประกาย มากกว่า...

ช่วงหลังมานี่ แม้นเทพมักมาปรับทุกข์กับชุติมา เธอเห็นด้วยว่าคนที่น่าห่วงคือเพ็ญประกาย คงทำใจไม่ได้แน่ ถ้าในที่สุดธิติรัตน์เลือกเดือนแรม แม้นเทพบ่นว่าตนเป็นพี่ชายยังไม่รู้ใจเพ็ญประกายเท่าเธอเลย ชุติมาโต้ ลืมแล้วหรือว่าตนก็เป็นพี่สาวเพ็ญประกายเหมือนกัน

“อีกอย่างเรื่องแบบนี้ ผู้หญิงกับผู้หญิงดูกันออก บางทีอาจจะไม่ได้รักมากรักมายหรอกค่ะ แต่มันเสียหน้า เสียฟอร์ม อารมณ์ถ้าฉันไม่ได้ ฉันก็ไม่ให้ใครได้เหมือนกัน ที่สำคัญ ยัยเพ็ญมีแม่คอยเสี้ยม ชุรู้ว่าแม่อยากได้ในสิ่งที่แม่เคยขาดหายไป ลองไม่ได้ แม่ต้องแย่กว่ายัยเพ็ญร้อยเท่าพันเท่าค่ะ” ชุติมากลุ้มใจเรื่องจันทรามากกว่า”

ooooooo

จันทรายอมไม่ได้ที่เพ็ญประกายจะไม่ได้แต่งงานกับธิติรัตน์ เธอโทร.ไปต่อว่าเมินที่ไม่กลับมาเสียที เมินย้อนก็เธอไม่ใช่หรือที่อยากให้ตนมาดูแลงานที่นี่ จันทราโวยว่าบ้านจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว เมินโต้ถ้าเป็นเรื่องจับลูกแต่งงาน ตนไม่ยุ่งด้วย

“คุณเมิน...ยัยเพ็ญเป็นลูกของเรานะ”

“ก็เพราะยัยเพ็ญเป็นลูกของเราน่ะสิ ฉันถึงไม่อยากให้ลูกถลำลึกไปมากกว่านี้ พอได้แล้วจันทรา กับการที่จะอุปโลกน์ยัยเพ็ญเป็นมาหยารัศมี เพราะยัยเพ็ญไม่ใช่” เมินตัดสายไป

จันทราร้องกรี๊ดๆอย่างเจ็บใจ...เมินไม่ได้นิ่งเฉยแอบจ้างนักสืบ สืบเรื่องราววุ่นๆนี้เช่นกัน

วันรุ่งขึ้น ธิติรัตน์ตื่นขึ้นมา มองไปบนเตียงเห็นเดือนแรมยังนอนหลับสนิท จึงค่อยๆย่องออกจากห้อง หวังตามหาเมิน และเหมือนเห็บแวบๆ แต่เมินวิ่งหนีจึงโทร.กลับไปถามนับสืบ เพื่อยืนยันว่าเมินอยู่ที่นี่แน่ๆ เดือนแรมเดินมาข้างหลัง บอกเขาว่าพ่อคงจงใจหลบหน้า พ่อตนเป็นคนฉลาด ท่านคงมีเหตุผล อย่างแรกท่านจงใจไม่กลับบ้าน น่าจะมีเรื่องต้องคิด...ธิติรัตน์หวังว่า เรื่องที่เมินคิดจะเป็นเรื่องของเดือนแรม อย่างที่ตนกำลังค้นหา

แพริมน้ำอีกแห่งที่เมินพักอยู่ เขาลำดับเรื่องราวที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่ตนมาถึงที่นี่ ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น และไม่มีใครโทร.ไปตามอย่างที่จันทราบอก วันนั้นเขาเหนื่อยและเพลียจนหน้ามืดเป็นลม หมอมาตรวจอาการและได้เห็นขวดยาที่เขาพกติดตัว หมอตกใจมาก เพราะนั่นเป็นยากล่อมประสาทอย่างแรง ที่หมอไม่น่าจ่ายให้คนไข้ ยิ่งพอรู้ว่ากินมายี่สิบกว่าปีแล้วยิ่งทึ่ง

เมินคิดทบทวน  ทุกครั้ง จันทราจะจัดยานี้ให้ รบเร้าให้ตนกิน และทุกครั้งที่กินยานี้ ตนจะรู้สึกเบลอๆ ควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้แต่วันที่จันทราพาไปดูชู้ของราศรีและย้ำเสมอว่าเดือนแรมเป็นลูกชู้ ตนจะต้องรู้ความจริงทุกอย่างให้ได้...

เมื่อติดต่อจันทราไม่ได้ เจิมจึงแอบมาหาถึงบ้านเพื่อส่งข่าวว่ามีคนไปสอบถามเรื่องราวของเธอ จันทรารู้ว่าที่เจิมดั้นด้นมาขนาดนี้เพราะต้องการเงินด้วย ตนควักให้และย้ำให้ดูแลชุติมาดีๆ แต่พอเห็นท่าทีอึกอักของเจิม ก็ซักไซ้จนรู้ว่าชุติมาหนีไปได้แล้ว จันทราโกรธมาก จะเอาเงินคืนแต่เจิมวิ่งหนีไปเสียก่อน

ในขณะที่ชุติมายังคุยอยู่กับแม้นเทพ  เขาสอบถามจนเธอเผลอเล่าเรื่องที่ปะติดปะต่อเองให้ฟัง ตั้งแต่เห็นแม่คุยกับฟลุคหลงให้หายา ตามด้วยแม่ข่มขู่สุดใจ และสุดใจเคยเปรยให้ฟังว่า มีคนตามฆ่าเพราะบาปที่ทำในอดีต เธออดอ้อนวอนเขาไม่ได้ว่า

“พี่ต้อมอย่าบอกใครนะคะ ชุแค่คิดเองไปตามประสา เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ชุต้องบาปที่ทำผิดกับแม่แน่ๆ”

“ชุไม่ต้องกังวลหรอกนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่สัญญา พี่จะไม่ทำร้ายคุณจันทรา พี่แค่อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับแรม” แม้นเทพกุมมือปลอบชุติมาอย่างจริงใจ

ooooooo

ดุจแขคิดว่า คู่แม่ลูกจันทรากับเพ็ญประกาย ต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน จึงโทร.ไปชวนเจ๊กอไก่ให้ไปจัดการด้วยกัน...ระหว่างนั้น จันทรารู้สึกเพลียกับเรื่องที่ประดังเข้ามา จึงคว้ายากล่อมประสาทที่ให้เมินกินมากินเองเม็ดหนึ่ง หวังเพียงนอนหลับไม่คิดอะไร

ไม่ทันไร เพ็ญประกายเข้ามาปลุกบอกว่าสองตัวมหาประลัยบุกบ้าน จันทรางัวเงียตื่น พากันเดินลงไป ประฝีปากกันสักพักก็โผเข้าตบกันนัว แป้นเห็นท่าไม่ดี แล่นไปฟ้องมะลิให้ช่วยห้าม มะลิหงุดหงิดจะไปทำบุญต้องมีมารมาผจญ...มาถึงเห็นสองคู่ดึงทึ้งกันสภาพดูไม่จืด ห้ามอย่างไรก็ไม่หยุด จึงร้องบอกแป้นให้ไปเอาปลาร้ามา ทั้งสี่คนหยุดชะงักทันที

ทั้งสี่คนนั่งให้มะลิเทศนา โดยเฉพาะเพ็ญประกายที่ทำให้มะลิผิดหวังมาก “แม่เพ็ญ...แค่เธอแอบอ้างเป็นมาหยารัศมี ป้าก็อับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ขืนเธอยังปรักปรำให้คุณชายรับผิดชอบ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเธอเลย ป้าคงต้องเอาปี๊บคลุมหน้าเดินแล้วล่ะ”

“คุณป้า...” “คุณพี่...” เพ็ญประกายกับจันทราครางพร้อมกัน

“คุณค่าลูกผู้หญิงอยู่ที่การวางตัว ถ้าพวกเธอยังทำตัวแบบนี้ คงไม่มีใครให้ค่าพวกเธอหรอก โดยเฉพาะคุณชาย”

เพ็ญประกายหน้าจ๋อย ดุจแขกับเจ๊กอไก่แอบยิ้มสะใจ...สองคนเดินออกมา ตีมือกันดีใจ แต่เจ๊กอไก่ยังกังวล ว่าสองแม่ลูกวันนี้หยุด วันหน้าจะสร้างเรื่อง
อีก ดุจแขยืนยันว่า ตนจะตามเอาเรื่องไม่หยุดเหมือนกัน เจ๊กอไก่ยื่นมือให้จับขอร่วมด้วย...สองคนชวนสรรชัยมาฉลองในผับ พอเขารู้เรื่องที่สองคนไปทำมาก็นึก
เป็นห่วงเดือนแรมจะเดือดร้อนมากขึ้น จึงโทร.ไปเตือน

“อะไรนะคะพี่สรรชัย คุณดุจแขกับเจ๊กอไก่บุกไปที่บ้าน”

ธิติรัตน์หันขวับมามองอย่างไม่พอใจ คว้ามือถือเดือนแรมมาเปิดลำโพงฟังด้วย เสียงสรรชัยเตือนให้เดือนแรมระวังตัว เพราะจันทราคงเอาคืนแน่ ธิติรัตน์ตอบแทนว่า

“ขอบคุณมากนะครับคุณสรรชัยที่โทร.มาบอก ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลแรมเอง”

สรรชัยตกใจเมื่อรู้ว่าเดือนแรมอยู่กับธิติรัตน์ แถมยืนยันจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธออีก สักครู่ก็นึกขำรู้ว่าธิติรัตน์หึง แต่ก็โล่งใจที่เดือนแรมมีคนปกป้องแล้ว

หลังจากวางสาย ธิติรัตน์ก็หันมาบอกเดือนแรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง ว่าถึงเวลาแล้ว

“ฉันพูดจริงๆแรม ยิ่งหนี ยิ่งประนีประนอม ก็มี แต่ปัญหา ฉันจะพุ่งเข้าชนกับปัญหา”

“แรมกลัวว่ามันยิ่งจะบานปลายเข้าไปใหญ่”

“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ขนาดคนอื่นเขายังลุกขึ้นมาสู้เพื่อเรา  เราจะอยู่เฉยๆได้ยังไง เกิดเป็นไก่ยังต้องชน เกิดเป็นคนก็ต้องสู้...สำคัญก็แต่ขอเราเข้าใจกัน ขอเธออยู่เคียงข้างฉันก็พอ”

“ค่ะ...เราจะเข้าใจกัน แรมจะอยู่เคียงข้างคุณชาย”

“ขอบใจมากแรม แค่เรามีกันและกัน แค่นี้แหละที่ฉันต้องการ”  ธิติรัตน์ดึงเดือนแรมมากอด  เธอซบหน้ากับอกเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างยิ่ง...
สรรชัยเล่าให้ดุจแขกับเจ๊กอไก่ฟังว่าธิติรัตน์อยู่กับเดือนแรมและพร้อมจะดับเครื่องชน ดุจแขยิ้มนี่แหละอานุภาพของความรักเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ เจ๊กอไก่เพ้ออยากเจอความรักบ้าง สรรชัยยิ้มชี้ที่ตัวเอง เจ๊กอไก่ตาโพลง สรรชัยรีบขยายความว่า

“ผมหมายถึงอยู่ที่ตัวเราเอง ถ้าเรารักและเห็นคุณค่าของตัวเอง เราไม่มีวันคิดทำร้ายใคร”

ดุจแขกระเซ้าเหมือนมาเที่ยววัด สรรชัยเปรย อยู่ที่ไหนก็ขอให้มีสติ ชีวิตไม่มีวันพลาด ดุจแขแหย่เดี๋ยวไปทำบุญที่วัดกัน พลันดุจแขตาค้างเมื่อเห็นใครบางคน สรรชัยถามว่าเจอโจทก์เก่าหรือ เธอตอบว่าโจทก์ใหม่นี่แหล่ะ แล้วชี้ไปที่เพ็ญประกายซึ่งนั่งดื่มคนเดียว ท่าทางกลุ้มจัด

ขณะนั้น ศรัณย์ไม่มีใจจะทำงาน เขากดมือถือหาเพ็ญประกาย ได้ยินเสียงเธออ้อแอ้ก็ตกใจ ยิ่งรู้ว่าเมาอยู่ที่ผับก็รีบแล่นไปหา...ดุจแขอดพูดจาแขวะเพ็ญประกายไม่ได้ สรรชัยตำหนิ

“ไม่แขวะก็ได้ค่ะคุณพระเอก ว่าแต่...คุณจะมาเที่ยวกับฉันทำไมเนี่ย ไม่เห็นคุณจะทำอะไร เต้นระบำก็ไม่เต้น ดื่มก็ไม่ดื่ม”

“มารอเก็บศพคุณกลับไปไง คุณมาเที่ยวผับทีไรกลายเป็นศพกลับบ้านทุกที”

คำพูดเหมือนตำหนิแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในที ดุจแขสบตาเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณมากนะสรรชัย”

“อ้าว...หันมากินกันเองซะงั้น” เจ๊กอไก่มองอย่างอิจฉา พลันต้องตะลึง ขยี้ตาหลายครั้งเมื่อเห็นคนที่เดินไปที่โต๊ะเพ็ญประกายคือศรัณย์ สรรชัยสงสัยว่าเป็นคนที่พาเพ็ญประกายหายไปคืนนั้น ทั้งสามมองศรัณย์ประคองเพ็ญประกายออกไปอย่างงงๆ

ooooooo
ตอนที่ 17

จากความเครียด ทำให้จันทราค้นปืนออกมาวางใต้หมอนก่อนจะล้มตัวลงนอนข่มตาให้หลับ ไม่ทันไร ฝันเห็นราศรีมาต่อว่าเลิกโยนความผิดให้คนอื่นเสียที เธอนั่นแหละฆ่าฉัน เธอฆ่าฉัน...จันทราสะดุ้งตื่นมานั่งหอบหายใจรัว กวาดตามองไปรอบห้อง พลันมีเงาคนเคลื่อนไหวตรงประตู เธอคว้าปืนใต้หมอนออกมา วิ่งออกไปอย่างไม่กลัวเกรง แต่พอเปิดไฟกลับไม่ติด

“มาดับอะไรตอนนี้...ว้าย...ยัยเพ็ญ” จันทราเห็นเงาดำเคลื่อนไปหน้าห้องเพ็ญประกาย เธอวิ่งตามมาเปิดประตูเรียก “เพ็ญ...ลูกอยู่ที่ไหน เพ็ญประกาย...อย่าบอกนะ ราศรี แกจะเอาลูกฉันไป”

จันทราวิ่งกลับมาที่ห้องกดโทรศัพท์หาเพ็ญประกายแต่เธอไม่รับ  พลันได้ยินเสียงรถมาจอด ขณะนั้น เพ็ญประกายเมาหลับอยู่ในรถศรัณย์ เขากำลังปลุกให้เธอตื่นเข้าบ้าน แต่เธองัวเงียขึ้นมาร้องว่าไม่อยากกลับบ้าน ศรัณย์พยายามเกลี้ยกล่อมว่าแม่จะเป็นห่วง เธอร้องไห้

“ห่วงเหรอคะ...แม่ไม่เคยห่วงเพ็ญหรอกค่ะ คุณศรัณย์คงรำคาญเพ็ญแล้ว ได้ค่ะ ขอบคุณที่มาส่ง” เพ็ญประกายหน้าเศร้าลงจากรถจะเดินไป

ศรัณย์ปลอบอย่างอ่อนโยนว่าตนห่วงไม่อยากให้เธอโดนดุ เพ็ญประกายซึ้งใจขอบคุณเขาแล้วยอมเข้าบ้าน รถศรัณย์แล่นออกไป ชุติมาลงจากรถแท็กซี่เห็นแปลกใจว่าใครมาส่งเพ็ญประกาย พอตามเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงจันทราเอ็ดตะโรใส่ที่เมากลับมา เพ็ญประกายโต้

“เพ็ญกลุ้มใจค่ะคุณแม่ ได้ยินมั้ยคะว่าเพ็ญกลุ้มใจ กลุ้มใจที่เพ็ญไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เพ็ญต้องคอยทำตามคำสั่งของคุณแม่ทุกอย่าง”

“นังลูกบ้า นี่แกว่าฉันบังคับแกเหรอ แกว่าฉันบังคับแกเหรอ” จันทราตรงเข้าขย้ำ

เพ็ญประกายปัดป้องและโต้เถียงด้วยความเมา จันทราโกรธตบตียกใหญ่ ชุติมาเข้ามาห้าม

“อย่าค่ะคุณแม่ อย่า...”

“คุณแม่...” เพ็ญประกายมองงงๆ

ชุติมารีบแก้ตัวว่า “ก็แม่เธอไง...คุณน้า อย่าทำอะไรยัยเพ็ญเลยนะคะ”

เพ็ญประกายโวยวายอยากทำอะไรตนก็ทำ จันทราโมโหตบเปรี้ยง ชุติมาขวางจึงโดนตบแทน จันทราไม่สนใจกราดเกรี้ยวจะจับเพ็ญประกายขัง เธอไม่ยอมผลักจันทราล้มไปทับชุติมาแล้ววิ่งหนีออกไปหน้าบ้าน จันทราขาเจ็บลุกไม่ไหว ชุติมาจึงวิ่งตามน้องไปให้...

จังหวะเดียวกันนั้น ธิติรัตน์มาส่งเดือนแรม ทั้งสองเดินเข้าบ้าน แม้นเทพกลับมาพอดี เข้ามาต่อว่าธิติรัตน์ ไม่ทันที่เดือนแรมจะอธิบาย ชุติมาหน้าตื่นมาถามหาเพ็ญประกาย พอทุกคนรู้ตกใจที่เพ็ญประกายหนีออกจากบ้าน ต่างแยกกันตามหาจนทั่ว

เผอิญ ชำนิมาด้อมๆมองๆด้วยความคิดถึงลูก เห็นเพ็ญประกายวิ่งกระเซอะกระเซิงออกมา จึงตามไปจับตัวมาขังไว้ในบ้าน หวังต่อรองกับจันทรา

มะลิทราบเรื่องไม่อยากจะเชื่อ คิดว่าเป็นแผนของจันทราอีก แต่ลองมาดูเดี๋ยวจะหาว่าใจจืดใจดำ เห็นจันทรานอนฟูมฟายเรียกหาเพ็ญประกาย ทุกคนที่ช่วยกันตามหา มาซักถามจันทราว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเพ็ญประกายต้องหนีไป จันทรามองหน้าชุติมาทำนองบอกอะไรใครไปบ้าง ชุติมาแก้ตัวว่าทุกคนแค่เป็นห่วง

“ฉันไม่เชื่อ...โดยเฉพาะเธอเดือนแรม เธอคงหวังล่ะสิ ถ้าไม่มียัยเพ็ญแล้ว คุณชายจะแต่งงานกับเธอ อย่าหวัง เพราะเธอไม่ใช่มาหยารัศมี จำไว้เธอไม่ใช่...”

“โอ๊ย แม่จันทรา เธอนี่เลอะเทอะไปใหญ่แล้ว ที่มานี่เพราะเขาเป็นห่วงยัยเพ็ญกัน ไม่ได้หายใจเข้าออกเป็นการแต่งงานเหมือนเธอ”

จันทราโวยวายว่าเรื่องแต่งงานนี่แหละที่ทำให้เพ็ญประกายทุกข์ใจว่ามีคนจะแย่ง ว่าแล้วก็ร้องไห้โฮ... ระหว่างนั้น มือถือดังขึ้น จันทราเห็นเบอร์จำได้ว่าเป็นชำนิจึงตัดสายทิ้ง มะลิกับแม้นเทพแปลกใจทำไมไม่รับสาย จันทราอ้างว่าเบอร์ไม่รู้จัก

ด้านชำนิ โมโหมากที่จันทราไม่ยอมรับโทรศัพท์ ขว้างมือถือใส่เพ็ญประกาย เธอร้องลั่นหลบแทบไม่ทัน เธอตั้งสติถามชำนิว่าต้องการอะไรตนจะหาให้ ชำนิกลับตอบว่า  ตนยังเห็นว่าเธอเป็นลูกจันทรา  ถึงไม่อยากทำอะไร แต่ถ้าจันทรายังไม่ยอมเจรจาอย่าหาว่าตนร้ายก็แล้วกัน

ooooooo

ธิติรัตน์กำลังครุ่นคิดเรื่องเพ็ญประกายหนีไป ดุจแขโทร.เข้ามาหยั่งเชิง แล้วเล่าเรื่องที่เห็นศรัณย์พาเพ็ญประกายออกจากผับเมื่อคืน...ธิติรัตน์แปลกใจ รีบมาถามศรัณย์ เขายอมรับว่าเห็นเธอกลุ้มใจและเมาอยู่ที่ผับ จึงเป็นห่วงพากลับบ้านแต่รับรองว่าไม่ได้ทำอะไร พอธิติรัตน์บอกว่าเพ็ญประกายหนีออกจากบ้าน ท่าทีศรัณย์ตกใจและดูห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด

สรรชัยตำหนิดุจแขที่ทำให้เพื่อนผิดใจกัน ดุจแขว่าตนทำสิ่งที่ถูกต้อง พลันดุจแขรู้สึกเจ็บหน้าอกจนตัวงอ สรรชัยตกใจว่าเธอเป็นอะไร ดุจแขยิ้มแล้วโกหกว่า

“เจ็บหัวใจที่รู้ว่า คุณจริงใจกับแรมมังคะ”

“คุณนี่...มันน่าเตะคอหักเลยจริงๆ” สรรชัยเดินหัวเสียไปอีกห้อง

ดุจแขดีขึ้นรีบตามออกไปแหย่ “คุณห่วงแขเหรอ...”

“ห่วงว่าคุณจะมาตายอยู่ที่ออฟฟิศผมน่ะสิ”

ดุจแขคว้าแขนสรรชัยอ้อน “ถ้าแขตายจริงๆ อย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วกัน”

“พูดบ้าๆอีกแล้ว” สรรชัยเอ็ด แต่ใจจริงตนเป็นห่วงเธอมาก

ดุจแขรู้สึกดีขึ้น ชวนสรรชัยไปจัดการจันทราให้รู้เรื่อง เขาไม่ไป เธอจึงบอกว่าไปคนเดียวก็ได้ ดุจแขโทร.ชวนเจ๊กอไก่...สองคนบุกไปหาจันทราอีกครั้ง

ชุติมาเฝ้าดูแลจันทรา รู้สึกน้อยใจที่แม่ไม่สนใจตนเลย เอาแต่ฟูมฟายถึงเพ็ญประกาย

“ฉันกลับก่อนนะแม่ ทำใจให้สบายเถอะ ยัยเพ็ญอาจจะแค่หลบไปไหนซักแห่ง สบายใจเมื่อไหร่เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ”

“อยู่กับฉันคงทุกข์ใจมาก”

“ถ้าตรงไหนอยู่แล้วสบายใจ คงไม่มีใครหนีไปหรอก”

จันทราโกรธขว้างปาของใส่และไล่ให้ออกไป ชุติมาบอกให้แม่ดูแลตัวเองดีๆ แล้วกลับไปด้วยความน้อยใจ...

ไม่ทันไร ดุจแขกับเจ๊กอไก่มาถึง จันทราไม่ทันจะพักผ่อน ต้องมาฉะกับสองมหาภัยนี่อีก แป้นวิ่งไปตามเดือนแรมซึ่งกำลังจะออกไปเรียนให้มาห้ามทัพ มาถึงได้ยินดุจแขบอกจันทราว่า คนที่พาเพ็ญประกายหายไปทั้งคืนคือศรัณย์ จันทรารู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่ยอมรับ ร้องกรี๊ดๆ เดือนแรมวิ่งมาปลอบกลับโดนจันทราตวาดไล่ เจ๊กอไก่ดึงเดือนแรมให้ออกห่าง

ทั้งสามมาพบธิติรัตน์ ศรัณย์ และวีระที่ร้านอาหาร เพื่อปรึกษากัน ศรัณย์ยอมรับกับทุกคนว่าอยู่กับเพ็ญ–ประกายในคืนนั้น แต่ตนไม่ได้ทำอะไรให้เธอเสียหาย ตนสงสารและเห็นใจเธอ เพราะเธอถูกบังคับให้แต่งงานกับธิติรัตน์ ดุจแขกับเจ๊กอไก่เบ้ปากไม่เชื่อ

“โถ พี่เพ็ญ...คุณน้าชอบบังคับทุกคนจริงๆค่ะ และครั้งนี้พี่เพ็ญก็คงทนไม่ไหว เลยหนีออกจากบ้าน” เดือนแรมยืนยันอย่างเห็นใจ...

ด้านชำนิ ยังเพียรโทร.หาจันทรา แต่เธอรับสาย แล้วตะคอกกลับไม่ให้โทร.มาอีก ชำนิโกรธแค้นมาก เพ็ญประกายพยายามซักถามให้เขายอมรับว่าเป็นพ่อชุติมาใช่ไหม ชำนิตกใจที่เธอรู้...จันทราไม่ทันฟังอะไร กลับโทร.หาเจิมให้ทำงานบางอย่าง...

คืนนั้น ดุจแขรู้สึกมึนๆ แยกย้ายกันกลับ ธิติรัตน์ไปส่งเดือนแรม ศรัณย์ครุ่นคิดถึงแต่เพ็ญประกาย...จันทราพยายามข่มตานอน ได้ยินเสียงรถรีบลุกมาดูตรงหน้าต่าง เห็นธิติรัตน์มาส่งเดือนแรมก็มองอย่างไม่พอใจ เขาเดินเข้ามาส่งถึงในบ้าน กอดเดือนแรมและจูบที่หน้าผาก เอ่ยคำบ๊ายบาย เดือนแรมท้วง

“ถ้าเรายังไม่จากกันจริงๆ คุณชายอย่าพูดคำว่าบ๊ายบายนะคะ แรมกลัว...กลัวว่ามันจะเป็นลาง กลัวว่าเราจะไม่พบกันอีก”

“จ้ะ ฉันจะไม่พูด ไว้ฉันจะมาหาเธอใหม่นะเดือน–แรม แล้วเจอกันจ้ะ” ธิติรัตน์จูบหน้าผากเดือนแรมอีกครั้ง

จันทราตาเขียวปั้ด กำมือเคียดแค้นมาก พอธิติรัตน์กลับไป จันทราย่องมาใช้ไม้ฟาดหัวเดือนแรมจนสลบ แล้วลากเข้ามาในห้องเก็บของ มัดมือเท้า ใช้เทปปิดปาก สีหน้าเธอเหมือนคนเสียสติเข่นเขี้ยว “ฉันไม่ฆ่าแกหรอก... แต่ฉันจะทำให้แกทรมานและตายอย่างช้าๆ นังแรม”

ธิติรัตน์กลับถึงบ้าน เผอิญปัดรูปเดือนแรมตกลงมา เขาสังหรณ์ใจเป็นห่วงเธอ...เดือนแรมฟื้นขึ้นมาเห็นสภาพตัวเองก็ตกใจ มองไปรอบๆเจอจันทราในชุดขาว ปล่อยผมยาวสยายหน้าซีดเผือดดูน่ากลัว เข้ามาบีบคาง หัวเราะเยาะ

“กลัวเหรอ...ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก แค่เก็บไว้ทรมานเล่นๆจนกว่ายัยเพ็ญจะกลับมา ได้ยินมั้ยนังแรม แกต้องอยู่ที่นี่ จนกว่าเพ็ญประกายจะกลับมา”

ในขณะเดียวกัน ชำนิเอามือถือเพ็ญประกายมาจะใช้โทร.หาจันทรา แต่พอดีศรัณย์โทร.สวนเข้ามา ชำนิดีใจรีบสั่งความ “ไปบอกจันทราว่าฉันชื่อชำนิ บอกมันด้วย มันติดต่อฉันเมื่อไหร่ ฉันจะคืนนังเพ็ญประกายให้มัน”

ศรัณย์ตกใจจะซักถามแต่ไม่ทัน ชำนิวางสายไป เขารีบมาหาจันทราที่บ้านกดกริ่งเท่าไหร่ แป้นเสียบหูฟังเพลงเสียงดังนอนเล่นอยู่ จึงไม่ได้ยิน ศรัณย์ตะโกนเรียกจันทรา เธอยังเฝ้าเดือนแรมเหมือนคนบ้า ศรัณย์ตัดสินใจโทร.หาธิติรัตน์ แต่เขาทำงานอยู่ในห้องตัดต่อจึงไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์อีก ศรัณย์หงุดหงิดกลับออกมา

ooooooo

เจิมสะกดรอยตามดุจแข แกล้งมานอนขวางทางรถ ดุจแขจอดรถไม่กล้าลง กดโทรศัพท์แจ้ง 191 ให้มา แล้วโทร.หาสรรชัย แต่เขาอาบน้ำอยู่ไม่ได้ยิน เจิมหงุดหงิดที่ดุจแขไม่ลงจากรถเสียที จึงลุกขึ้นมาทุบกระจกรถ ดุจแขตกใจวิ่งหนี เจิมตามไปตุ๊ยท้องลากตัวมานอนเบาะหลัง

สรรชัยอาบน้ำเสร็จมองนาฬิกาด้วยความเป็นห่วงที่ดุจแขยังไม่กลับบ้านอีก หยิบมือถือมาจะโทร.ก็เห็นว่าเธอโทร.เข้ามาจึงโทร.กลับไป แต่โดนตัดสาย...เจิมโยนมือถือดุจแขไว้ในรถ สรรชัยเป็นห่วง ขับรถออกไปตามหา พบเศษกระจกแตกข้างทางและรองเท้าดุจแขตกอยู่ เขารู้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว จึงเปิดสัญญาณ จีพีเอส จากมือถือหาจุดที่ดุจแขอยู่ แล้วขับตามไป

เจิมจอดรถข้างทางหมายจะปลุกปล้ำดุจแข ชาวบ้านผ่านมาเห็น โวยวายว่าจะแจ้งตำรวจเจิมรีบขับรถหนี ดุจแขฟื้นขึ้นมา ล็อกคอเจิมให้จอดรถ แล้ววิ่งหนี เจิมตามมาลากเธอเข้าข้างทางซึ่งเป็นหนองน้ำ แสงไฟรถสรรชัยแล่นมา เจิมตกใจกดหัวดุจแขลงไปในน้ำไม่ให้ส่งเสียง พอเห็นเธอนิ่งไปก็ตกใจสติแตกวิ่งหนีทันที สรรชัยวิ่งวุ่นหา พลันเห็นร่างเธอนอนจมน้ำอยู่ข้างทางเขาดีใจมากรีบเข้ามาอุ้มเธอ...

ฝ่ายชุติมาที่กำลังเศร้าเสียใจ สุดใจเห็นแล้วสงสารจึงตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังว่าตนได้เอาลูกของราศรีไปทิ้งแต่กลับใจเอามาคืน ก็พบว่าราศรีตายไปเสียแล้ว ชุติมาเข้าใจในทันทีว่าเดือนแรมที่แท้คือมาหยารัศมีตัวจริง

ทางด้านเดือนแรมที่ตกอยู่ในอันตราย เธอถูกจับมัดมือมัดเท้าแน่นหนา พยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดรอด  จังหวะเดียวกันกับจันทราเดินถือข้าวและน้ำเข้ามา  เมื่อเห็นท่าทางตื่นกลัวของหญิงสาว  เธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจราวกับเสียสติ

ooooooo
ตอนที่ 18

ครั้นพอธิติรัตน์ทำงานในห้องตัดต่อเสร็จออกมา เห็นมิสคอลจากศรัณย์หลายครั้งจึงกดโทร.กลับไป เผอิญศรัณย์ซึ่งนั่งอยู่ในรถทั้งคืน เฝ้ารอคนในบ้านเมินออกมา เห็นแป้นออกมารดน้ำต้นไม้ เขารีบลงจากรถจึงไม่ได้ยินเสียงมือถือที่ดัง ด้านธิติรัตน์แปลกใจไม่มีใครรับสายจึงผลัดว่าเดี๋ยวค่อยโทร.ใหม่

ด้วยความร้อนใจ ศรัณย์ปรี่เข้าไปถามแป้นหาจันทรา แป้นตกใจรีบไล่ศรัณย์ให้กลับไป แม้นเทพกำลังจะออกไปทำงานเห็นสองคนยื้อกันอยู่ ก็เข้ามาถาม ศรัณย์ดีใจรีบบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับเพ็ญประกายมาบอกจันทรา แม้นเทพจึงสั่งแป้นพาศรัณย์เข้าไปพบ แป้นเดินหน้ามุ่ยนำศรัณย์เข้ามาในบ้าน แล้วต้องเบรกตัวโก่ง เมื่อเจอจันทรา ยืนตาขวาง ท่าทางเครียดจัด

“ว๊าย...คุณ...เอ่อ คุณศรัณย์ขอพบคุณนายค่ะ”

จันทราเห็นหน้าศรัณย์ก็ปรี๊ดแตก ขับไล่เขายกใหญ่ ไม่ยอมฟังเสียง แต่พอเขาบอกว่า

“แล้วถ้าเป็นเรื่องของคุณเพ็ญประกายล่ะครับ”

“แก...แกลักพาตัวยัยเพ็ญไป ฉันจะแจ้งตำรวจจับแก นังแป้น เอามือถือมา”

“ผมไม่ได้ลักพาตัวคุณเพ็ญไปนะครับ แต่ผมรู้ว่าใครพาไป...เขาบอกว่าเขาชื่อ ชำนิ”

จันทราใจหายวาบ หยุดโวยวาย ฟังเรื่องที่ศรัณย์เล่าว่าชำนิรับโทรศัพท์ของเพ็ญประกายและให้ตนมาบอกเธอ ศรัณย์ขอให้จันทรารีบติดต่อชำนิ ก่อนที่เขาจะทำร้ายเพ็ญประกาย
เมื่อจันทราโทร.กลับไปหาชำนิ จึงรู้ว่าเขาจับตัวเพ็ญประกายไปจริงๆ และให้เธอออกไปพบ เธอจำต้องยอม แต่ฉุกคิดแผนร้ายได้ ชวนศรัณย์ให้ขับรถไปให้ เขาดีใจมาก จันทราเข่นเขี้ยว

“แกได้มีสภาพเหมือนนังแรมแน่ ไอ้ศรัณย์”

ยังไม่มีใครรู้ว่าเดือนแรมถูกจันทราตีหัวลากไปมัดขังไว้ในห้องเก็บของทั้งคืน...เวลาผ่านไป มะลิกับพิมมองมือถือเดือนแรมที่วางอยู่ดังขึ้นเห็นชื่อธิติรัตน์โทร.มา มะลิว่าไม่ต้องรับ ถึงอย่างไรเดือนแรมก็ไม่อยู่ ธิติรัตน์กังวลใจโทร.หาเจ๊กอไก่ รู้ว่าไม่ได้อยู่กับเดือนแรม เขายิ่งเป็นห่วง เจ๊กอไก่เองก็ช่วยโทร.ไปถามสรรชัยอีกต่อ

“แรมไม่ได้อยู่กับผมครับ ผมเองตอนนี้ก็อยู่โรงพยาบาล”

เจ๊กอไก่ถามว่าใครเป็นอะไร พอรู้ว่าดุจแขถูกทำร้ายก็ตกใจ แล่นมาเยี่ยมเยียนทันที

“ใครนะใจร้าย ทำกันได้ขนาดนี้” เจ๊กอไก่เห็นสภาพดุจแขนอนไม่ได้สติแล้วหดหู่

“ผมแจ้งความไปแล้วครับ นี่ก็รอแขฟื้นขึ้นมาให้ปากคำ จะได้ข้อมูลคนร้ายหน่อย คนร้ายเป็นใคร เข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อะไร เพราะทรัพย์สิน ต่างๆของแขก็ยังอยู่ทุกอย่าง”

“คุณดุจแขมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่าคะ”

สรรชัยว่าเท่าที่รู้ไม่มี จะมีก็แต่จันทรากับเพ็ญประกายเท่านั้น แต่ตอนนี้คนที่น่าห่วงอีกคนคือเดือนแรม ทั้งสรรชัย และเจ๊กอไก่หันมาเป็นห่วงเดือนแรมที่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน

ooooooo

เมื่อติดต่อเดือนแรมไม่ได้ ธิติรัตน์จึงมาหาที่บ้าน แต่พอเดินผ่านบ้านเมินก็แปลกใจทำไมเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ พลันเห็นแป้นถือตะกร้าไปตลาด เลยถือโอกาสดอดเข้าไปค้นเอกสารหาหลักฐานในบ้าน เห็นอัลบั้มรูป และใบแจ้งเกิดของเพ็ญประกาย เขารีบพับเก็บใส่กระเป๋า

แม้จะอ่อนแรงมาทั้งคืน เดือนแรมเห็นว่าจันทราไม่อยู่ จึงแข็งใจใช้ลำตัวกระแทกฝาพยายามส่งเสียงให้คนช่วย ธิติรัตน์สะดุ้ง จะเดินมาตามเสียง แป้นดันลืมกระเป๋ากลับมาเสียก่อน

“คุณชายจะไปไหนคะ”

เดือนแรมได้ยินเสียงแป้นเรียกธิติรัตน์ เธอยิ่ง กระแทกฝาให้เกิดเสียงขึ้นอีก แป้นขอให้เขากลับไปก่อนที่จันทราจะกลับมา เพราะตนไม่อยากเดือดร้อน เดือนแรมใจหายพยายามร้องเรียกธิติรัตน์แต่เสียงช่างแผ่วเบาเสียเหลือเกิน

ธิติรัตน์มาถามหาเดือนแรมที่บ้านมะลิ ทั้งป้าพิมและมะลิไม่มีใครรู้ว่าเดือนแรมไปไหนต่างเห็นห่วง โทร.บอกแม้นเทพให้ช่วยตามหา...เขามาตั้งต้นที่ชุติมา

“พี่เป็นห่วงแรมมากจริงๆ เออ...ไหนชุบอกว่ามีอะไรจะเล่าให้พี่ฟัง”

“อย่าเพิ่งก็ได้ค่ะ พี่ต้อมไปตามแรมก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน” ใจจริงชุติมาอยากเล่าเรื่องเดือนแรมคือมาหยารัศมี แต่อีกใจก็ไม่อยากเป็นลูกอกตัญญู

ooooooo

บนถนนสายเปลี่ยว ตะวันเริ่มคล้อย รถศรัณย์แล่นคลำทางมาช้าๆ จันทราชี้ให้เขาเลี้ยวไปทางนั้นทางนี้ สีหน้ามีแผนร้าย สักพักก็ทำเป็นวิงเวียน หาว่าเขาขับรถไม่ดี สุดท้ายก็ร้องว่าอยากอาเจียนให้เขาจอดรถ จันทราวิ่งเข้าป่าข้างทาง ศรัณย์เป็นห่วงตามไปดูแล แต่จันทรากลับหลอกให้เขากลับไปเอายาดมที่รถ แล้วแอบคว้าท่อนไม้ฟาดหัวเขาจนสลบ

“ฉันไม่อยากฆ่าแกหรอกนะ แต่ถ้าฉันไม่ทำ แกต้องปากเสียเรื่องไอ้ชำนิ...” จันทราเงื้อจะฟาดอีกครั้งกะเอาให้ตาย เผอิญชาวบ้านสองคนเดินมา

จันทราตกใจทิ้งไม้วิ่งหนี ชาวบ้านกุลีกุจอช่วยศรัณย์...จันทราเดินมาตามทางแล้วโทร.หาชำนิให้เอารถออกมารับ แต่เขากลับไม่พาไปหาเพ็ญประกาย

“ฉันต้องการพบชุติมา...”

“ก็ไปหาเพ็ญประกายก่อนสิ อยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันต้องเจอชุติมาก่อน ถ้าเธอไม่ให้เจอ เธอก็ไม่ต้องเจอเพ็ญประกาย”

จันทราหงุดหงิด เป็นห่วงลูก จำต้องยอมให้ชำนิมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯก่อน

ooooooo

วันนี้ชุติมากับสุดใจขายส้มตำเลิกดึกกว่าปกติ สุดใจให้ชุติมาขึ้นไปเก็บผ้าบนห้องก่อน ตนเอารถเข็นไปเก็บข้างตึก ไม่ทันไร รถชำนิเข้ามาจอดข้างสุดใจ จันทราลงจากรถบอกชำนิให้รออยู่ข้างล่าง ตนจะขึ้นไปคุยกับชุติมาว่ายอมเจอพ่อหรือไม่

สุดใจหลบข้างรถเข็นกลัวจันทราเห็น เธอเข้าใจว่าจันทราตามมาฆ่าอีก จึงตัดสินใจจะเปิดเผยความลับทั้งหมดกับเมิน เธอรีบหลบออกไปขึ้นรถแท็กซี่ทันที

เสียงเคาะประตูห้อง ชุติมาแปลกใจ พลันเปิดมาเจอจันทรา “แม่...แม่มาทำไม...”

“ทันทีที่เห็นหน้าแม่ แกถามอย่างนี้เหรอ นังลูกอกตัญญู” จันทราผลักอกชุติมา

ชุติมาถามย้ำอีกครั้งว่ามาทำไม จันทราตะคอกว่าพ่อต้องการเจอ แต่เธอไม่อยากเจอใคร

“แกต้องไป ไม่งั้นพ่อแกจะฆ่าเพ็ญประกาย”

“อะไรนะ...”

“พ่อแกมันเลว ตอนนี้พ่อแกจับยัยเพ็ญเป็นตัวประกัน แกต้องไปช่วยน้องนะ ยัยชุ”

ชุติมาย้อนถามว่าแม่ไปทำอะไรไม่ดีมาอีก จันทราตวาดตบตี เห็นตนเลวขนาดนั้นหรือ ชุติมาปัดป้องโต้

“ทั้งที่ฉันเห็นเองกับตาและน้าสุดใจเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังหมดแล้ว เรื่องของคุณเมิน คุณราศรี และมาหยารัศมี”

จันทราตกใจที่ชุติมารู้จักสุดใจ แก้ตัวหาว่าสุดใจโกหก ชุติมาเตือนแม่เลิกก่อกรรมเสียที กรรมมันจะตามมาทัน จันทราเซหน้าซีด “ไม่...ฉันไม่มีทางได้รับกรรม ไม่มีทาง”

ชุติมาขอร้องให้จันทราหยุดโกหกเสียที สักวันทุกคนต้องรู้ความจริง จันทราเหมือนคนบ้าคลั่ง ประกาศจะฆ่าทุกคนที่รู้ความลับให้หมด...ระหว่างนั้น สุดใจมาถึงบ้านเมิน บอกแป้นว่าขอพบเมิน แป้นตอบไปว่าไม่อยู่ สุดใจขอให้โทร.ตาม ตนมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับราศรีและมาหยารัศมีมาบอก แป้นตกใจละล่ำละลักว่าจะไปโทร.ตามเมินให้ สุดใจยืนรออยู่หน้าตึก แต่แล้วแป้นกลับโทร.ไปรายงานจันทรา เธอชะงัก ตาวายดูเหี้ยมขึ้นมาทันที บอกแป้นว่าตนจะรีบกลับไป ชุติมางงไม่รู้ว่าแม่คุยโทรศัพท์กับใคร

จันทราลงมาหาชำนิ เขารีบถาม “ลูกล่ะ ลูกว่า ยังไง ลูกอยากเจอมั้ย”

“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับฉัน ไม่ใช่นังชุ”

“บ๊ะ แกนี่จะเล่นแง่อะไรกับฉันอีกวะ เดี๋ยวบอกต้องไปถามความเห็นของชุ แล้วนี่บอกแล้วแต่แก ตกลงจะยังไง หรือแกอยากให้ลูกของแกกับคุณเมินตาย” ชำนิเดือด

จันทราโวยกลับ ไม่ต้องมาขู่ ตนคุยกับชุติมาแล้ว มีข้อแม้ให้ช่วยอะไรก่อนแล้วถึงจะได้ตัวชุติมาไปอยู่ด้วยเลย ชำนิดีใจ แต่ก็หวั่นใจความเจ้าเล่ห์ของอดีตเมีย จันทรายิ้มๆบอกว่างานที่ให้ช่วยไม่ยากหรอก ให้ตามตนไป

ด้านสุดใจยืนรออยู่นานชักเอะใจ จึงแอบย่องเข้าไปในบ้าน พลันได้ยินเสียงก๊อกแก๊กในห้องเก็บของก็ตกใจ ย่องเข้าไปใกล้อย่างหวาดๆ...ในห้องเก็บของ เดือนแรมหมดแรง ถูกมัดทั้งมือและเท้า และยังปิดปาก พยายามพยุงตัวเองให้ลุกนั่ง สุดใจเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพเดือนแรมแทบช็อก เดือนแรมล้มลงหมดสติไปเสียแล้ว

ooooooo

ภาพที่สุดใจเห็นเดือนแรมนอนสลบถูกมัดมือ เท้า และปาก ก็ตกใจมากร้องช่วยด้วยๆบังเอิญแป้นกลับไปทำงานเปิดเพลงเสียงดังจึงไม่ได้ยิน สุดใจวิ่งออกมาหน้าบ้านหาคนกลับไปช่วย แต่แล้วต้องชะงัก เมื่อเจอจันทรากับชำนิถึงกับถอยกรูด

“แก...แส่หาเรื่อง รนมาหาฉันถึงที่...มานี่” จันทราตามไปกระชากสุดใจอย่างแรง

สุดใจดิ้นรนร้องลั่น ชำนิใช้สันมือทุบเข้าที่ต้นคออย่างจัง เท่านั้นเธอก็ร่วงผล็อยลงกับพื้น จันทราสั่งให้เอาไปจัดการ ชำนิลากสุดใจออกไป จันทราหันขวับไปมองในบ้าน ตรงไปที่ห้องเก็บของ เอาน้ำสาดใส่เดือนแรม เธอรู้สึกตัวผงกหัวขึ้นมาสำลักน้ำ จันทรากระชากผมเดือนแรม

“ยังไม่ตายอีกเหรอ...แกนี่มันดื้อด้านทนจริงๆ แต่อย่าหวังเลยว่าจะมีคนมาช่วยแกได้”

จันทราผลักหัวเดือนแรมลงกับพื้น เธอเงยหน้ามองอย่างชิงชัง จันทราโกรธกระชากขึ้นมาใหม่ “แกคิดจะสู้ฉันเหรอนังแรม...” ว่าแล้วก็ตบๆไม่ยั้ง

แป้นมายืนมองอย่างสยดสยอง จันทราตบจนหนำใจแล้วขังเดือนแรมแน่นหนาขึ้นด้วยการใส่กุญแจหน้าห้องเสียเลย

ทางด้านชุติมา แปลกใจว่าทำไมสุดใจยังไม่กลับขึ้นมาเสียที จึงกดโทรศัพท์ไปหา ขณะนั้น ธิติรัตน์กำลังจะกลับ เดินมากับแม้นเทพ สองคนสีหน้าไม่สบายใจ ธิติรัตน์ขอร้องแม้นเทพ ถ้าเดือนแรมกลับมาช่วยให้โทร.หาตนด้วย แม้นเทพย้อนถามเรื่องเพ็ญประกาย

“ผมคิดว่า เรื่องของผมกับคุณเพ็ญจบไปแล้ว ตั้งแต่คุณเพ็ญไม่ใช่มาหยารัศมี ส่วนเรื่องแรม ผมกำลังหาทางพิสูจน์อยู่”

“จะตัดสินใจยังไง คุณชายต้องรีบจัดการเพราะทั้งเพ็ญทั้งแรมคือน้องสาวผมทั้งสองคน”

ธิติรัตน์รับปากจะไม่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติ พลัน ทั้งสองได้ยินเสียงมือถือดัง มองไปที่พื้นข้างพงหญ้าเห็นมือถือตกอยู่ แม้นเทพเก็บขึ้นมากดรับ เสียงชุติมาร้อนรนออกมา

“น้าสุดใจอยู่ที่ไหนคะ ทำไมยังไม่กลับมาห้องอีก”

แม้นเทพแปลกใจรีบบอกว่านี่ตนเอง...พอชุติมารู้ว่ามือถือสุดใจตกอยู่ที่บ้านเมิน ก็รีบมาสมทบทันที...มะลิ ธิติรัตน์ และแม้นเทพ ต่างซักถามชุติมาว่า สุดใจเป็นใครทำไมถึงมาที่นี่ ชุติมาอึกอัก ป้าพิมได้ยินชื่อสุดใจ รู้สึกคุ้นหูมาก

“ใช่ พิมเคยได้ยินคุณจันทราพูดถึงชื่อนี้ แล้วก็ยังพูดถึงชื่อชำนิอีก...ใช่ค่ะ พิมจำได้ขึ้นใจสุดใจ ชำนิ”

ชุติมาอึ้งพูดไม่ออก แอบหลบมายืนนอกบ้าน หนักใจไม่อาจพูดอะไรออกไปได้ เพราะรู้ว่าต้องเกี่ยวข้องกับแม่แน่ จึงกดโทรศัพท์ไปหา ระหว่างนั้น จันทรากำลังสั่งชำนิให้ขุดหลุมฝังสุดใจทั้งเป็น ชำนิไม่กล้า พลันมือถือจันทราดังขึ้น

“บ้าเอ๊ย...ใครโทร.มาตอนนี้...ชุติมา...”

ชำนิได้ยินชื่อลูก คว้ามือถือมากดรับเอง “ชุติมา...ชุ นี่พ่อนะ...”

ชุติมาตกใจ รีบถามว่าอยู่ที่ไหนกัน ด้วยความดีใจที่จะได้เจอลูก ชำนิบอกไปทันทีว่าอยู่ที่ป่าร้างใกล้บ้านเมิน จันทราได้ยิน โวยใส่บอกทำไม ชุติมารีบตะโกน

“พ่อแม่อย่าทำอะไรน้าสุดใจนะ อย่าทำ”

จันทราคว้ามือถือมาปาใส่ชำนิด้วยความโกรธ...ชุติมาร้องลั่นอย่าทำอะไรสุดใจ แล้ววิ่งตามไปที่ป่าร้างทันที แม้นเทพกับธิติรัตน์เดินออกมาเห็นท่าทีชุติมาก็รู้ว่าต้องมีอะไรแน่ ต่างวิ่งตามชุติมาไป แต่พอออกมาถนนหน้าบ้าน ทั้งสองไม่เห็นว่าชุติมาหายไปทางไหน

“เห็นชุติมามั้ยครับ” ธิติรัตน์ถาม

“ไม่เห็น แต่ผมว่าชุน่าจะอยู่แถวนี้ ผมจะไปตามชุ ทางนี้ฝากคุณชายด้วยนะครับ” แม้นเทพวิ่งตามหาชุติมา ธิติรัตน์สังหรณ์ใจว่าเกิดเรื่องไม่ดีแน่

ooooooo

ในป่าร้าง ร่างสุดใจนอนหมดสติ จันทรากับชำนิทะเลาะถกเถียงกันอยู่ ชำนิไม่ยอมฝังสุดใจตามที่จันทราสั่ง ชุติมาวิ่งร้องไห้เข้ามากอดร่างสุดใจร้องไห้โฮ ชำนิดีใจมากที่พบลูกสาว

ชุติมาขอร้อง “อย่าทำน้าสุดใจเลยนะ น้าสุดใจมีบุญคุณกับฉัน”

“แล้วที่ฉันชุบเลี้ยงแกมา ฉันไม่มีบุญคุณกับแกเหรอนังชุ” จันทราโกรธผลักชุติมาล้ม

“แม่เป็นแม่ของฉัน แต่น้าสุดใจไม่ได้เป็นอะไร แต่เขาดีกับฉัน เขาช่วยเหลือฉัน พ่อ...อย่าทำเขาเลยนะ เห็นใจเถอะ อย่าฆ่าเขาเลย อย่าฝังน้าสุดใจเลย ฮือๆๆ”

ชำนิรีบขอโทษลูกว่าที่ตนทำร้ายเขาเพราะต้องการพบลูก จันทราบังคับเอาลูกมาต่อรอง จันทราปรี๊ดแตก หาว่าโยนความผิดมาให้ ชำนิโต้ว่าเธอบังคับ

“ฉันทำตามคำสั่งเธอ อีกอย่าง โทษทำร้ายร่างกาย ยังไงก็ไม่หนักหนา ไม่เหมือนเธอ ฉันทำเพราะต้องการได้พบลูก ยังไงศาลท่านต้องเห็นใจ”

“ไอ้ชำนิ...” จันทราโผเข้าทุบตียกใหญ่

ชุติมาร้องให้หยุด เสียงแม้นเทพร้องเรียกชุติมา ทุกคนตกใจ ชำนิรีบวิ่งหนี จันทราวิ่งตามร้องบอกให้รอด้วย แต่ไม่วายหันมาย้ำกับชุติมา

“แกคงไม่บอกใครใช่มั้ยชุติมา ว่าพ่อแม่แกคือคนร้าย”

ชุติมากอดร่างสุดใจร้องไห้โฮ เจ็บปวด ขมขื่นใจ อย่างยิ่ง แม้นเทพวิ่งเข้ามา ชุติมาโผกอดเขาร้องไห้ แม้นเทพแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รีบพาสุดใจส่งโรงพยาบาล เขาพยายามถามชุติมาว่าใครทำร้ายสุดใจ ชุติมาลำบากใจ จึงโกหกไปว่า ตนไปถึงก็เห็นสุดใจนอนหมดสติอยู่คิดว่าเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ แม้นเทพมองเธออย่างไม่ค่อยเชื่อ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธิติรัตน์แทบไม่ได้นอน ครุ่นคิดถึงแต่เดือนแรม ลำดับเหตุการณ์ต่างๆแล้วเกิดสงสัยว่าในห้องเก็บของบ้านเมิน ต้องมีอะไร เขาตัดสินใจกลับไปที่บ้านเมิน แอบรอจนแป้นออกไปจ่ายตลาด เขาย่องเข้าไปที่ห้องเก็บของ เห็นคราวนี้ถึงกับใส่กุญแจห้อง จึงลองเคาะเรียก

“แรม...แรม...แรมอยู่ในนี้หรือเปล่า”

เดือนแรมได้ยินเสียงพยายามขยับตัวไปกระแทกฝาให้เกิดเสียงแต่เธอไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ จันทราโผล่มาในภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้าเครียดจัด ตวาดธิติรัตน์ทำอะไร

“ผมรบกวนช่วยเปิดห้องเก็บของได้มั้ยครับ ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรอยู่ในนี้ ผมได้ยินเสียง”

“มีหรือไม่มี ที่นี่ก็คือบ้านดิฉัน ออกไปก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจว่าคุณชายบุกรุก”

ธิติรัตน์พยายามต่อรอง แต่ไม่เป็นผล เขาจึงกลับออกมาแล้วไปเล่าให้แม้นเทพฟัง แม้นเทพรีบมาขอให้จันทราเปิดห้องเก็บของให้ดูหน่อย จันทราตวาดไล่ทั้งสองคนออกไป ทั้งแม้นเทพและธิติรัตน์ยิ่งสงสัยว่าเดือนแรมต้องอยู่ในนั้น

เมื่อทั้งสองกลับออกไป จันทราไขประตูเข้ามากระชากผมเดือนแรมอย่างบ้าคลั่ง

“เจ็บเหรอ โถ...น่าสงสารจริงๆ งั้นฉันจะช่วยเธอแล้วกัน” จันทราแก้มัดที่ข้อเท้าเดือนแรมออก เห็นรอยจ้ำแดงช้ำเลือดซึม ดึงให้เธอลุกขึ้น

เดือนแรมฝืนกายลุกเดินอย่างโซเซ แต่จันทราแกล้งขัดขาให้ล้มลงไปอีก เดือนแรมร้องอย่างไม่มีเสียงเพราะปากยังถูกมัดอยู่ เธอเจ็บปวดมาก มองหน้าจันทราอย่างแค้นเคือง จันทรากราดเกรี้ยวหาว่าคิดสู้ กระชากผมเธอให้ลุกขึ้นมาใหม่

“แกนี่ฤทธิ์เยอะจริงๆ อยากตายอยู่ตรงนี้รึไง ลุกขึ้น เดิน...ฉันบอกให้เดิน...”

เดือนแรมอิดออด จันทราปรี๊ดใส่ กระชากปืนออกมาจ่อตรงหน้าเดือนแรม

“หรือแกอยากกินลูกปืน หานังแรม...” เดือนแรมมองปืนตรงหน้าด้วยความตกใจกลัว

ooooooo

ทั้งธิติรัตน์และแม้นเทพกลับมาคุยกับมะลิหน้านิ่วคิ้วขมวด ต่างข้องใจสงสัยว่าเดือนแรมถูกขังอยู่ในบ้านเมิน ธิติรัตน์ทนไม่ไหว เดินออกมาตรงไปบ้านเมินอีกครั้ง แป้นเห็นรีบแล่นไปบอกจันทรา แต่แล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นจันทราใช้ปืนจ่อเดือนแรมให้เดินออกมาจากห้องเก็บของ

“ว้าย...คะคุณชาย...มะ...มาที่นี่ค่ะ หน้าตาถมึงทึงมาเลย”

จันทราขัดใจมากสั่งแป้นไปรับหน้าอย่าให้เข้ามาได้ แล้วใช้ปืนกระทุ้งเอวเดือนแรม ให้กลับเข้าไปในบ้าน...

แป้นวิ่งออกมาชนธิติรัตน์ เขาจับเธอไว้ไม่ให้ล้ม แป้นฉวยโอกาสกอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อย แถมทำท่าทางยั่วยวนสารพัด ธิติรัตน์ชักรำคาญ ดันแป้นให้นั่งลง แป้นคว้าขาเขามากอดไว้ เขาพยายามผลักออก แล้วเดินจ้ำๆจะเข้าบ้าน จันทราโผล่มาขวางหน้า เขาชะงัก

“ขอโทษครับ”

“ขอโทษที่คุณชายจะเดินชนดิฉัน หรือขอโทษที่คุณชายจะบุกรุกบ้านดิฉัน”

ธิติรัตน์แก้ตัวว่ามาหาคน จันทราเยาะ “มาหาดิฉันหรือมาหาใคร...เอาเถอะค่ะ ถ้าคุณชายสงสัย อยากจะทัวร์บ้านฉันนักล่ะก็ เชิญค่ะ อยากดูมุมไหนบอกมา ฉันจะเปิดทุกซอกทุกมุมให้ดู”

ธิติรัตน์กวาดตามอง หาทุกห้องที่สงสัยโดยเฉพาะห้องเก็บของ แต่ไม่มีอะไรผิดสังเกตจึงขอดูห้องเดือนแรม จันทรายิ้มเยาะพาไปดู แถมเหน็บว่า เดือนแรมไม่ได้กลับมาอยู่นานแล้ว ตั้งแต่ออกไปอยู่วังศิลาลาย แล้วไปอยู่บ้านแม้นเทพ ตอนนี้ไปอยู่กับผู้ชายคนไหนอีกก็ไม่รู้ ธิติรัตน์ไม่ค่อยพอใจแต่ยอมถอยลากลับ จันทรายังแขวะไล่หลัง

“ดิฉันว่า คุณชายไปหาตามบ้านผู้ชายที่อยู่ในลิสต์ของเดือนแรม จะหาง่ายกว่าที่นี่มังคะ”

“งั้นคุณจันทราก็ควรจะไปตามหาคุณเพ็ญประกายตามบ้านผู้ชายที่อยู่ในลิสต์เหมือนกัน”

“คุณชาย...” จันทราโกรธ

“ถ้าคุณจันทราไม่อยากให้ใครมาว่าคนที่คุณรัก คุณก็ไม่ควรว่าคนที่คนอื่นเขารักเหมือนกัน เพราะผมรักแรม”

จันทราเสียงเข้ม “ยังไงที่นี่ก็ไม่มีเดือนแรม และ คุณชายก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก เว้นซะแต่มาสู่ขอมาหยารัศมีเท่านั้น”

ธิติรัตน์ทำหน้าเบื่อมาก ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงอีก เดินกลับออกมา แต่ยังข้องใจว่าเดือนแรมไปอยู่ที่ไหน...

ooooooo

เสียงน้ำไหลซู่ จันทราเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำของเมิน เดือนแรมถูกมัดปาก มัดมือติดอยู่ใต้ฝักบัว แล้วปล่อยน้ำไหลลงร่างเธอ จันทราหัวเราะร่า

“ฉันให้โอกาสคุณชายแล้วนะ แต่เขาไม่ขึ้นมาตามแกในห้องนี้เอง”

เดือนแรมมองจันทราตาเขียว โกรธแค้นที่ทำอะไรไม่ได้ จันทราเห็นแล้วโกรธตบหน้าเธอเพี้ยะ หาว่ามองหน้าด่า จับคางบีบตะคอกใส่

“น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรฉันได้ ถ้าเพ็ญประกายไม่กลับมา แกต้องตายอยู่ที่นี่แหละ”

จันทราตบเดือนแรมด้วยความหมั่นไส้อีกสองสามฉาด ก่อนจะปิดน้ำเดินกลับออกไป

ooooooo

ครั้นทะเลาะแยกทางกับจันทรามาได้ ชำนิกลับบ้านอย่างหงุดหงิด เจอเพ็ญประกายกำลังพยายามหนี ยิ่งโมโห ด่าว่าจันทราให้เพ็ญประกายฟังแล้วยอมปล่อย ตัวเธอ โดยขู่ว่า ข้างนอกเป็นป่าเปลี่ยวและมืดแถมมีข่าวฆ่าข่มขืนกันอยู่บ่อยๆ เธออาจเป็นเหยื่อรายต่อไป เพ็ญ-ประกายหน้าเสีย แต่ก็อยากกลับบ้าน ตัดสินใจเดินออกมา

ไม่ทันไร เจอคนร้ายสองคนเข้ามาประกบ เพ็ญประกายตกใจกลัววิ่งหนีร้องให้คนช่วยแต่ไม่วายโดนกระชากลากถูเข้าข้างทาง โชคดีมีชาวบ้านสองคนมาช่วยและขู่คนร้ายว่าตำรวจกำลังมา คนร้ายกลัววิ่งหนีกระเจิง ชาวบ้านพาเพ็ญประกายมาที่บ้าน

“หมู่นี้ไม่รู้เป็นไง คนร้ายเยอะเหลือเกิน สองวันก่อนก็มาทำร้ายผู้ชายคนหนึ่ง พวกเราช่วยไว้ ยังนอนไม่ได้สติอยู่เลย” ชาวบ้านชี้ไปที่ร่างศรัณย์ที่นอนอยู่มุมห้อง

เพ็ญประกายมองไปหัวใจแทบวาย รีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัว เห็นอาการน่าเป็นห่วงจึงขอร้องชาวบ้านช่วยพาส่งโรงพยาบาล ท่าทางเพ็ญประกายเป็นห่วงศรัณย์มาก

ooooooo

คืนนั้น ธิติรัตน์ยังนั่งครุ่นคิดอยู่ที่บริษัท ว่า เดือนแรมจะไปอยู่ที่ไหน นึกถึงท่าทางจันทราแล้ว ไม่น่าไว้ใจ พลันมือถือดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้น เขากดรับ พอรู้ว่าใครโทร.มา เขาดีใจมากรีบวิ่งออกจาก ห้องทำงานไปพบด้วยความตื่นเต้น...

หลังจากได้คุยกับชายที่มาพบ ธิติรัตน์ขับรถมุ่งหน้าไปบ้านเมินทันทีหวังช่วยเดือนแรมให้ได้ เขาจอดรถหลบๆแล้วแอบปีนรั้วเข้าไป

จันทรายังทรมานเดือนแรมด้วยการเปิดน้ำรดตัว หวังจะให้เป็นปอดบวมตาย ตัวเองเดินลงมาบ่นกับแป้น เป็นห่วงเพ็ญประกาย และยังห่วงธิติรัตน์ดอดเข้ามาช่วยเดือนแรม ธิติรัตน์ได้ยินเต็มสองหู จึงรู้ว่าเดือนแรมอยู่ที่นี่แน่ เขาเฝ้ารอจังหวะเข้าไปช่วย

ขณะนั้น เพ็ญประกายเฝ้าดูอาการศรัณย์ที่ยัง ไม่ฟื้นอย่างห่วงใย นึกได้ ขอยืมโทรศัพท์พยาบาลโทร.หา แม่ จันทราเห็นเบอร์ไม่รู้จักรับสายด่าส่ง พอรู้ว่าเป็นเพ็ญ– ประกายก็ดีใจ

“เพ็ญ...ไอ้บ้านั่นมันไม่ได้ทำอะไรหนูใช่มั้ยลูก เดี๋ยวแม่จะหาทางไปรับหนูนะลูก”

“เขาปล่อยตัวหนูออกมาแล้วค่ะ”

จันทราแปลกใจแต่ก็จะรีบไปรับ ถามว่าอยู่ที่ไหน เพ็ญประกายตอบอย่างร้อนใจ

“โรงพยาบาลค่ะ เพ็ญเจอคุณศรัณย์ถูกทำร้ายไม่ได้สติ คุณแม่รีบมาหาเพ็ญนะคะ”

จันทราหน้าซีดเผือดตกใจ รีบบอกแป้นว่าตนต้องออกไปข้างนอก ให้เฝ้าบ้านอย่าให้ใครเข้ามาได้เป็นอันขาด แป้นยิ้มกริ่ม ทันทีที่จันทราออกไป เธอก็แล่นออกไปเที่ยวบ้าง...เป็นโอกาสให้ธิติรัตน์ซึ่งหลบอยู่ เข้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย เขาเดินค้นหาทุกห้องข้างล่าง ไม่พบครุ่นคิดสักพัก ลองขึ้นไปดูห้องเมินข้างบน เปิดประตูเข้าไป ค้นหาตามตู้และทุกซอกทุกมุม

“แรม...แรม...แรมไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆเหรอ”

เดือนแรมได้ยินเสียงเรียก พยายามขยับตัวจะให้เกิดเสียง ธิติรัตน์กำลังจะเดินออกจากห้อง ได้ยินเสียงน้ำไหล เขาหันขวับมา มองไปรอบห้องอย่างสงสัย....

ooooooo

มาถึงโรงพยาบาล จันทราหน้าเครียดดุดันเข้ามาในห้องที่ศรัณย์พักฟื้น เพ็ญประกายรีบรายงานแม่อย่างไม่เฉลียวใจว่าศรัณย์โดนทุบหัวอย่างแรง สมองได้รับความกระทบกระเทือน ไม่รู้ว่าจะฟื้นหรือไม่ จันทราแอบยิ้ม ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเธอ เพ็ญประกายแย้งว่าเกี่ยวมากเพราะเขาดีกับตน จันทราเตือนว่าธิติรัตน์จะเข้าใจผิดได้

“ช่างคุณชาย ยังไงคุณชายก็ไม่ได้สนใจเพ็ญอยู่แล้ว”

“ยัยเพ็ญ...”

“ที่คุณศรัณย์ถูกทำร้ายต้องเป็นเพราะเขาไปช่วยเพ็ญแน่ๆ เพราะตรงที่ชาวบ้านพบเขาอยู่ละแวกบ้านนายชำนิ... ถ้าคุณศรัณย์ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่คงได้รู้ว่าใครเป็นคนร้ายและเขาไปแถวนั้นทำไม” เพ็ญประกายพร่ำบ่น จันทราตาขวาง อย่างไม่พอใจ

อีกโรงพยาบาลหนึ่ง...ชุติมานั่งจับมือสุดใจอย่างห่วงใยที่ยังไม่ฟื้น มีแม้นเทพคอยปลอบอยู่ไม่ห่าง เขาไม่อยากเชื่อว่าสุดใจจะโดนทำร้ายจากการชิงทรัพย์ เพราะเธอไม่มีของมีค่าอะไรติดตัวเลย ชุติมาหลบตา เขาจึงสรุปรอให้สุดใจฟื้นขึ้นมาเสียก่อน

ชุติมาร้อนใจ แอบออกมาโทรศัพท์หาจันทรา ให้รีบหนีไปก่อนที่สุดใจจะฟื้นขึ้นมา จันทรากราดเกรี้ยวใส่ไปตามสาย “ก็ถ้ามันไม่ตาย ฉันก็จะทำให้มันตายเอง”

“อย่าทำอะไรอีกนะแม่ แค่นี้ความผิดแม่ก็ติดคุกหัวโตแล้ว” ชุติมาห้ามเสียงหลง

“นังชุ นังปากเสีย อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกปากโป้ง ไม่งั้นแกนั่นแหละจะตายก่อนใคร”

ชุติมาน้ำตาคลอ วางสายเศร้าๆที่แม่ตัวเองโหดร้ายแบบนี้ แม้นเทพดอดมาแอบฟัง แล้วรีบกลับเข้าไปในห้อง ทำตัวเป็นปกติ สบโอกาสบอกชุติมาว่าตนต้องไปทำธุระแล้วจะรีบกลับมา แม้นเทพเดินออกจากห้อง กดโทรศัพท์หาธิติรัตน์ถามที่อยู่ของชำนิ เพราะต้องรู้จากนักสืบ

ooooooo

สารพัดเรื่องที่ทำให้จันทราหงุดหงิดงุ่นง่าน  เดินฉับๆมาตามทาง พลันเห็นสรรชัยเดินคุยมากับเจ๊ก่อไก่ ก็รีบหลบและแอบฟัง จึงได้รู้ว่า ดุจแขยังไม่ตายและอาการดีขึ้น จันทราตาเหลือก วิ่งมามุมหนึ่งที่ปลอดคน โทร.เตือนเจิมให้ระวังตัวไว้ให้ดี เจิมกำลังนั่งดื่มยาดองเมาได้ที่ตกใจ

จันทราตามมาแอบฟังหน้าห้องพักฟื้นดุจแข สรรชัยกับเจ๊กอไก่จับมือดุจแขคนละข้าง พร่ำบอกให้เธอฟื้นขึ้นมาเสียที ดุจแขบีบมือสื่ออาการว่ารับรู้ สรรชัยร้อนใจ

“แข ฟื้นขึ้นมาได้แล้วนะ ต่อไปคุณจะด่าจะว่าอะไร ผมจะไม่โต้ตอบคุณสักคำ”

“ต๊าย...คุณสรรชัยจะยอมเป็นใบ้เลยเหรอคะ อย่าเล่นค่ะ หล่อๆแล้วเป็นใบ้มันน่าเสียดาย”

ดุจแขยิ้มน้อยๆแต่ยังไม่ลืมตา เจ๊กอไก่เห็นแกล้งเปรย “ถึงคราวเจ๊ร่ายมนต์เรียกมั่ง คุณดุจแขขา...ฟื้นขึ้นมาได้แล้วนะคะ เราจะได้แท็กทีมกันไปตบสองแม่ลูกมหาประลัย ไม่งั้นไปคนเดียว ผู้หญิงที่สวยและแสนดีอย่างเจ๊ สู้เข้าไม่ได้นะคะ...หรือถ้าคุณดุจแขไม่ยอมฟื้นขึ้นมา จริงๆระวังเถอะ คุณสรรชัยจะตกเป็นของเจ๊”

“แขไม่ยอมค่ะ เจ๊จะรักใครแขไม่ว่า แต่คนนี้ผู้ชายของแข เจ๊ห้ามแตะค่ะ” ดุจแขลืมตาขึ้น

สองคนดีใจ สรรชัยดึงดุจแขขึ้นมากอด เธอกอดตอบและขอบคุณเขา ขอบคุณที่อยู่ข้างตนมาตลอดและเป็นคนแรก ที่ตนได้เห็น เจ๊กอไก่เหน็บว่าตัวโตอย่างตนไม่เห็นบ้างหรือ

“ไม่เห็นค่ะ เพราะสายตาของแขมีไว้มองสรรชัยเพียงคนเดียว”

“ไปเจออะไรในนรกมาหรือเปล่าแข ถึงฟื้นมาแล้วเพี้ยนขนาดนี้” สรรชัยสัพยอก

ดุจแขถามแล้วชอบไหม สรรชัยยิ้มๆขอไว้คุยกันสองคน เจ๊กอไก่ตาร้อนผ่าวบ่นไม่อยากเป็นมือที่สาม จึงเปลี่ยนเรื่องมาถามว่าใครทำร้าย ดุจแขตาวาวโรจน์

“แขก็ไม่ทราบค่ะ แต่แขจำคนร้ายได้แม่น ถ้าเจอมันอีกที แขไม่เอามันไว้แน่”

“ผมก็เหมือนกัน”

“งั้นพอจำหน้ามันได้มั้ยคะ” เจ๊กอไก่คว้ากระดาษดินสอมาเตรียมสเกตช์ภาพทันที

“เจ๊สเกตช์รูปไปด้วยเหรอ” สรรชัยถามงงๆ

“ได้สิคะ เมื่อก่อนเจ๊เรียนช่างกล เอ๊ยช่างศิลป์ เรื่องแค่นี้สบายมากค่ะ”

เจ๊กอไก่สเกตช์ภาพตามคำบอกดุจแข เสร็จแล้วต้องตกใจเพราะภาพที่ออกมาเป็นพี่ชายจันทรา...จันทราได้ยินแทบช็อกรีบไปโทร.บอกเจิมให้หนี

ooooooo

รุ่งเช้า แป้นเดินลั้นลาเข้าบ้าน เจอจันทรายืนหน้าถมึงทึง โวยวายที่หนีเที่ยว แป้นแก้ตัวว่าออกไปซื้อปาท่องโก๋ แต่มันหมด จันทราคาดโทษ ถ้าเดือนแรมหายไป...ตายสถานเดียว แป้นกลืนน้ำลายเอื๊อก จันทราเข้ามาดูในห้องน้ำ เห็นเดือนแรมยังอยู่ในสภาพเดิมแต่ดูสงบลง

“อ้อ...แกยังไม่ตาย” จันทราปิดน้ำฝักบัวแล้วนั่งคุย ถามว่าอยากออกไปจากที่นี่ใช่ไหม

เดือนแรมพยักหน้า จันทราดึงเทปปิดปากออก แล้วถามว่า ออกไปแล้วจะไปไหน

“ไปจากบ้านนี้ค่ะ แรมจะไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย” เดือนแรมตอบด้วยเสียงแหบแห้ง

จันทรากลัวเดือนแรมจะไปหาธิติรัตน์ เธอรับปากแข็งขันว่าจะไม่ไป แต่จันทราไม่เชื่อ

“ถึงแกจะไม่ไปหาคุณชาย คุณชายก็ต้องตามหาแก เพราะฉะนั้น...” จันทราหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.หาชำนิให้มาลากตัวเดือนแรมไป แล้วตนจะยกชุติมาให้ จันทราหันมาหัวเราะใส่เดือนแรม “ฉันอยากรู้จริงๆ ถ้าแกกลายเป็นแม่เลี้ยงของนังชุติมาแล้ว คุณชายยังจะรักแกอยู่มั้ย”

“อย่าค่ะคุณน้า อย่าทำแรม แรมกลัวๆๆ” เดือนแรมดิ้นรนหวาดกลัว

จันทราเอาเทปปิดปากเดือนแรมไว้ตามเดิม เธอน้ำตา ไหลรินอย่างหวาดกลัว ธิติรัตน์แอบซ่อนตัวอยู่ในจุดที่แอบบันทึกการกระทำของจันทราไว้ได้หมด เขาส่งสายตาปลอบ เดือนแรมเชิงไม่ต้องกลัว...ธิติรัตน์ลอบออกมาจากบ้านเร่งรีบโทร.หาแม้นเทพว่าจันทราใช้ชำนิมาเอาตัวเดือนแรมไป แม้นเทพตอบว่าตนจัดการเองเพราะตนใกล้ถึงบ้านชำนิแล้ว

ในขณะที่ชำนิมีอาการปวดท้อง เขารู้ตัวดีว่ากำลังจะตายด้วยโรคร้าย ถึงได้อยากเจอหน้าลูก เขามองภาพชุติมาน้ำตาไหล รันทดใจที่ลูกแสดงออกว่ารักสุดใจมากกว่าตน แม้นเทพย่องเข้ามาแอบมองทางช่องกำแพง ทำเสียงดังให้ชำนิออกมาจากตัวบ้านแล้วถือไม้เตรียมฟาด แต่ชำนิรู้ตัวเสียก่อน ย่องออกทางหน้าต่างเอาปืนจ่อแม้นเทพ ด้วยความที่ได้รับการฝึกมามาก แม้นเทพหลบและต่อสู้กับชำนิ จนเขาลงไปกองกับพื้นยอมจำนน

“ผมไม่ได้มาร้ายถึงขนาดจะฆ่าแกงคุณ...” แม้นเทพบอกความประสงค์ของตนว่าต้องการรู้เรื่องของจันทรา ชำนิยอมเล่าทุกอย่างให้ฟังรวมถึงแผนสุดท้ายของจันทรา

“เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมบอกทุกอย่าง แต่ตอนนี้ผม กลับตัวกลับใจแล้ว ที่ผมทำเรื่องเลวๆชั่วๆลงไปอีกเพราะผมต้องการเจอลูก ผมอยากอยู่กับชุติมา ผมรู้ตัวดี ผมเหลือเวลาอีกไม่นาน” ชำนิกุมท้องซึ่งรู้สึกปวด แม้นเทพรีบถามว่าเป็นอะไร ชำนิปัด “เป็นอะไรมันไม่สำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญคือ... ผมต้องการอยู่กับชุติมาในช่วงเวลาสุดท้ายของผม คุณแม้นเทพ ผมขอร้องล่ะนะ อย่าทำอะไรผมเลย คุณต้องการอะไรผมยอมทำให้คุณทุกอย่าง ขอเพียงแต่ให้ผมได้อยู่กับชุติมา”

แม้นเทพยอมตกลงแต่ต้องช่วยทำอะไรให้ตนอย่างหนึ่งก่อน ชำนิพยักหน้าอย่างจริงใจ

ระหว่างนั้น จันทราสั่งแป้นช่วยกันลากเดือนแรม ออกมารอชำนิส่งคนมารับ มองซ้ายมองขวาไม่เห็นมาเสียที จึงโทร.ไปย้ำ อย่าช้าเดี๋ยวจบเห่กันหมด ชำนินั่งอยู่กับแม้นเทพตอบว่า

“กำลังไป มันขับรถกระบะเก่าๆ ไม่มีทะเบียน คนขับชื่อไอ้จ๋อง ผิวขาวๆ มีหนวด หน้าดุ มันไม่ชอบพูดกับใคร แกอย่าเซ้าซี้ให้มันรำคาญใจ ไม่งั้นมันซัดแกม่องเท่งตรงนั้นแน่”

“เออ...ไม่ซักไม่ถามอะไรหรอก แค่มันเอานังแรมไปก็พอ”

จันทราวางสาย พอดีกับที่หน้าบ้านมีรถกระบะเก่าๆคันหนึ่งแล่นมาจอด

“มาแล้ว...”

จันทราลนลานเหลียวซ้ายแลขวากวาดสายตาไปทั่วบริเวณจนแน่ใจว่าไม่มีใคร แล้ววิ่งเข้าไปลากเดือนแรมออกมา โดยมีแป้นช่วยเหลืออย่างแข็งขัน

เดือนแรมถูกลากถูลู่ถูกังออกจากบ้านตรงมาที่รถกระบะ โดยที่จันทรากับแป้นไม่รู้เลยว่าชายคนขับรถนั้นที่แท้ก็คือคุณชายธิติรัตน์นั่นเอง

ธิติรัตน์ปลอมตัวค่อนข้างแนบเนียน เสื้อกางเกงที่สวมใส่ทั้งเก่าทั้งเยิน แถมใส่หมวกสวมแว่นดำและติดหนวดเครารกรุงรังไปทั้งใบหน้า

เมื่อจันทรากับแป้นลากเดือนแรมมาถึงรถ ธิติรัตน์ยกมือไหว้จันทราแต่เบี่ยงหน้าไปทางอื่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เธอเห็นหน้าตนตรงๆ

“แกชื่ออะไร” จันทราสอบถามเพื่อให้แน่ใจ

“จ๋อง” ธิติรัตน์ดัดเสียงตอบสั้นที่สุดเพื่อไม่ให้มีพิรุธ

ได้ผล! จันทราไม่เอะใจเพราะชื่อมันตรงกับที่ชำนิบอกมา เธอบุ้ยใบ้ไปทางแป้นแล้วช่วยกันลากเดือนแรมที่ดิ้นรนขัดขืนผลักเข้าไปในรถจนได้

“รีบเอานังนี่ไปส่งพี่ชำนิให้เร็วที่สุด แล้วก็อย่าเผลอทำอะไรมันล่ะ ไม่งั้นพี่ชำนิเอาแกตายแน่ เพราะนังนี่มันคือว่าที่เจ้าสาวของลูกพี่แก”

จันทราออกคำสั่งเฉียบขาด ฉับพลันต้องสะดุ้งตกใจที่ไอ้จ๋องออกรถพุ่งพรวดไปฝุ่นตลบ

“ไอ้บ้า ไอ้เลว ไม่มีมารยาท” จันทราร้องด่าไล่หลัง แต่เดี๋ยวเดียวก็กลับคำกะทันหันด้วยความสะใจ “ก็ดี...ขับรถอย่างนี้อาจจะรถคว่ำกลางทางก็ได้...หมดเสี้ยนหนามของฉันซะทีนังแรม”

ขณะที่จันทราเหยียดยิ้มสาสมใจ แต่แป้นกลับทำหน้าตาข้องใจสงสัย คิดไปคิดมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“แป้นว่า...แป้นคุ้นหน้าคนขับรถยังไงไม่รู้ค่ะคุณนาย”

“เห็นมันขาวหน่อย เอาแต่จ้องหน้ามันล่ะสิแก” จันทราแว้ดใส่

“แล้วคุณนายไม่ได้จ้องหน้ามันเหรอคะ”

“คนอย่างฉันจะไปจ้องอะไรกับคนขับรถ ไม่เหมือนแก”

“แต่ที่แป้นจ้อง แป้นไม่ได้สนใจว่ามันหล่อนะคะ เพราะมันก็ใส่ทั้งหมวกทั้งแว่น หนวดเคราก็รกรุงรังเต็มหน้า”

“แล้วแกสนใจอะไรมัน”

“แป้นว่า...มันเหมือนคนที่แป้นรู้จัก แต่แป้นจำไม่ได้ว่าเป็นใคร มันคลับคล้ายคลับคลา แต่แป้นนึกไม่ออกจริงๆ”

“ประสาท...บ้าผู้ชาย”

จันทราด่าเสร็จก็สะบัดก้นเข้าบ้านไป ทิ้งให้แป้นยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงนั้นคนเดียว

ooooooo

หลังจากพ้นสายตาจันทรากับแป้นมาพอสมควร ธิติรัตน์จอดรถเข้าข้างทางแล้วถอดหมวกดึงหนวดเคราและแว่นตาออกหมด เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

“คุณชาย!!” เดือนแรมอุทานด้วยความดีใจ

ธิติรัตน์เองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ดึงหญิงสาวเข้ามากอดแนบแน่น

“เมื่อกี้แรมกลัว...กลัวมากเลยว่าคนที่มาจะไม่ใช่คุณชาย”

“ลงทุนวางแผนกันมาขนาดนี้ ฉันไม่ให้พลาดหรอก เธอปลอดภัยแล้วนะแรม ต่อไปฉันจะไม่ทำให้ใครทำอะไรเธออีก”

เดือนแรมยิ้มบางๆอย่างซาบซึ้งและตื้นตันในความรักและความห่วงใยของเขา

“แผนของเรามันอาจจะดูเสี่ยง แต่เราก็ต้องทำเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ เพราะคนอย่างคุณจันทรา มันต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย”

“แรมห่วงคุณพ่อ ห่วงพี่ต้อม”

“ไม่ต้องห่วงแรม คนอย่างคุณเมินคุณแม้นเทพเป็นคนฉลาด ต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้แน่”

ธิติรัตน์กล่าวอย่างมั่นใจ ทำให้เดือนแรมรู้สึกเบาใจไปได้บ้าง

ooooooo

ทางด้านชำนิกับแม้นเทพที่ก่อนหน้านี้ได้ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนกันไว้อย่างดิบดี ชำนิต้องการพบชุติมาในห้วงช่วงเวลาวาระสุดท้ายของชีวิต ในขณะที่แม้นเทพก็ต้องการช่วยเหลือเดือนแรมและเอาผิดจันทราให้ได้จริงๆเสียที

สองคนจึงทำสัญญาลูกผู้ชาย และเฝ้ารอสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างใจจดใจจ่อ แต่ในระหว่างรอนี่เอง ชำนิมีอาการปวดท้องรุนแรงถึงกับยืนไม่อยู่ ร่างทรุดฮวบลงจนแม้นเทพตกใจ และไม่เข้าใจว่าชำนิเป็นอะไรกันแน่?

ส่วนชุติมาที่ยังเฝ้าสุดใจอยู่ในโรงพยาบาล เธอกำลังว้าวุ่นอย่างหนักทั้งเรื่องแม่จันทราและเรื่องที่สุดใจยังไม่ฟื้น แล้วตอนนี้แม้นเทพก็หายไปไหนไม่รู้ เขาบอกว่าจะไปธุระ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา แถมไม่มีการติดต่อใดๆเลย

ผ่านไปสักพัก สุดใจรู้สึกตัว ชุติมาดีใจมาก เบาใจและหมดห่วงในความปลอดภัยของผู้มีพระคุณอย่างสุดใจ แต่กับแม่จันทราที่ให้กำเนิดตนเองมา ชุติมายังวิตกกังวลไม่หาย กลัวว่าความจริงมากมายที่แม่ก่อขึ้นจะทำร้ายแม่อย่างสาหัสสากรรจ์ โดยที่ลูกในไส้หรือใครๆก็ช่วยเหลือไม่ได้

ooooooo
ตอนที่ 19

ในคืนนั้น จันทราหลับไปด้วยความสะใจที่กำจัดเดือนแรมออกไปได้ แต่มาตื่นเพราะหิวน้ำ พลันได้ยินเสียงเก้าอี้โยก เธอลุกเดินออกจากห้องด้วยความสงสัย แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆที่เก้าอี้ตัวนั้น!

จันทราตั้งสติหันไปเปิดไฟ และพบว่าเงานั้นไม่ใช่ผีแต่เป็นนายเมินที่ออกจากบ้านไปหลายวัน เธอเพียรโทร.ตามให้เขากลับ เขาก็ไม่ยอม แต่จู่ๆคืนนี้เขาดันปรากฏตัวเงียบเชียบ เงียบเสียจนจันทราเพิ่งรู้ตัวเอากลางดึก

“คุณเมิน...คุณกลับมาเมื่อไหร่”

“เมื่อเห็น...” เมินตอบอย่างเย็นชา แต่ก็อดถามถึงเดือนแรมไม่ได้

จันทราของขึ้นทันที ใส่ไฟว่าเดือนแรมหนีไปกับผู้ชายแล้ว เมินไม่พอใจสวนทันควันว่า คงเพราะกลัวนายเจิมข่มขืน จันทราตะลึงนึกไม่ถึง แล้วหาเรื่องเมินจนเกิดทะเลาะกันใหญ่โต ในที่สุดเมินหมดความอดทนพูดออกมาหมดถึงความเลวร้ายที่จันทราสั่งให้เจิมไปปล้ำเดือนแรม

ถูกแฉซึ่งหน้า จันทราถึงกับอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวตามไปหาเรื่องเมินอีกในห้องนอน แต่เมินก็พยายามสงบใจนอนหันหลังให้

“คุณเมิน!! ลุกขึ้นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้” จันทราตวาดแว้ด

เมินยังนอนหลับตานิ่งไม่สนใจ จันทราทั้งโกรธ น้อยใจ และคับแค้นใจถึงกับน้ำตาคลอ

“ที่แท้คุณก็ยังห่วงนังแรมจริงๆด้วย ทั้งๆที่มันเป็นลูกชู้”

ความอดทนของเมินหมดลงอีกครา เขาลุกพรวดสวนเธอทันควัน

“หยุดพูดคำนี้ซักที ผมไม่อยากได้ยิน”

“เพราะคุณรับความจริงไม่ได้ ว่านังแรมมันเป็นลูกชู้”

“หยุด! ผมบอกให้หยุด แรมจะเป็นลูกใครก็ช่าง แต่สิ่งที่คุณทำ ผมว่ามันทุเรศ คุณทำได้ยังไง ทั้งๆที่แรมก็เป็นผู้หญิงเหมือนกับคุณ”

“เพราะฉันเกลียดมัน แล้วฉันก็ไม่เข้าใจว่าคุณจะเลี้ยงมันไว้ทำไม ทั้งที่มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลย นอกซะจากว่ามันเป็นลูกของคุณราศรี”

“ใช่...เพราะแรมเป็นลูกของคุณราศรี ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ลูกผมก็ตาม” เมินสีหน้าขมขื่น เดินพรวดพราดออกจากห้องไปทันที

เท่านั้นเอง จันทราสติแตกร้องไห้โฮ และอาละวาดขว้างปาข้าวของภายในห้องกระจัดกระจายไปหมด

“คุณเมิน...ฉันเกลียดคุณ...นังราศรี ฉันเกลียดๆๆ ฉันเกลียดแก!”

ooooooo

หลังจากอาละวาดจนเหนื่อยอ่อน จันทราหลับไปทั้งน้ำตา ตื่นมาอีกทีไม่เห็นเมินในห้อง เธอลุกขึ้นเดินสะโหลสะเหลไปท่ามกลางความมืด

มาถึงห้องน้ำ จันทราเปิดน้ำล้างคราบน้ำตา ระหว่างนี้เองเธอรู้สึกแปลกๆเหมือนมีใครแอบมอง พอเงยหน้าต้องตกใจแทบช็อกกับภาพราศรีที่จ้องเขม็งมาด้วยความโกรธ

“อ๊าย...ผี...ผี!”

จันทรากรี๊ดลั่นวิ่งออกจากห้องน้ำ ก็ยังเห็นราศรีตาม หลอกหลอน เธอแตกตื่นลนลานล้มลุกคลุกคลาน ร่ำร้องว่ากลัวแล้วๆ สลับกับเสียงครางฮือๆเหมือนคนสติแตก

พอตะกายขึ้นเตียงนอนได้ จันทราดึงผ้าห่มคลุมตัวนอนสั่นงันงกราวกับองค์ลง ปากก็รำพันไม่หยุดหย่อน

“นังราศรี นังผีบ้าอย่ามายุ่งกับฉัน ฉันกลัวแล้วๆ”

จันทราหลับหูหลับตากรีดร้อง ก่อนที่จะนอนหอบหายใจแรง ผ่านไปสักครู่เหมือนทุกอย่างจะอยู่ในความสงบ เธอค่อยๆลืมตาขึ้น...ท่ามกลางความมืดสลัวใต้ผ้าห่มนั้น จันทราเห็นราศรีนอนหันหน้ามาหาตนในลักษณะเผชิญหน้ากันตรงๆ

เสียงกรีดร้องของจันทราดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะลุกพรวดกระชากผ้าห่มออกแต่ไม่พบราศรีที่เมื่อครู่เห็นนอนคู่กันอยู่  จันทรากวาดตาลอกแลกแล้วหันไปเห็นราศรีนั่งอยู่ปลายเตียง

“กรี๊ด...ไปนะนังผีบ้า ไป๊!”

จันทรากลัวสุดขีด โวยวายลั่นบ้าน ลนลานวิ่งออกจากห้องหนีผี แล้วมาหยุดที่เชิงบันได หันกลับไปยังเห็นราศรีตามมาอีก

“อย่า...อย่าเข้ามา” พูดได้แค่นั้นจันทราก็รีบร้อนลงบันได เป็นเหตุให้ก้าวพลาดร่างกลิ้งหลุนๆลงมากระแทกพื้นแน่นิ่งไป

ooooooo

เป็นโอกาสให้เดือนแรมซึ่งแต่งเป็นผีเดินเข้ามายืนหลอกหลอน จันทราลืมตา...ทั้งเจ็บและจุก กระเสือกกระสนหนี เดือนแรมเดินตามหลอกให้เธอหวาดกลัวมากขึ้น จนจันทรารู้สึกไม่ไหวแล้ว จึงยกมือไหว้สารภาพความผิดทั้งหมดออกมาว่า คืนนั้นตนไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากแกล้ง

“เธอแกล้งฉัน” เดือนแรมสงสัย

จันทรากลัวหลับหูหลับตาสารภาพ “ใช่ ฉันแค่จะแกล้งเธอ แต่บังเอิญมือของฉันไปกระชากสายออกซิเจนของเธอ ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ เรื่องลูกของเธอก็เหมือนกัน ฉันไม่ตั้งใจ ฉันก็แค่อยากแกล้ง แต่นังสุดใจ มันเป็นคนเอาลูกเธอไปทิ้งนะ ไม่ใช่ฉัน ถ้าเธอจะหลอก เธอก็ไปหลอกนังสุดใจสิ อย่ามาหลอกฉัน”

“ฉันจะหลอกคุณ เพราะคุณเป็นคนเลว” เดือนแรมโกรธแค้น

จันทราชะงักจำเสียงเดือนแรมได้ ลืมตามอง เห็นเดือนแรมก็โกรธมาก โผเข้าตบตียกใหญ่ แต่คราวนี้เดือนแรมสู้ แป้นออกมาเห็นวิ่งไปตามคนมาช่วยห้าม เจอเข้ากับเมินจึงรีบบอกว่าเดือนแรมจะฆ่าจันทรา เมินเดินเข้ามากลับเห็นจันทราบีบคอเดือนแรมอยู่ จึงร้องบอกให้หยุด

จันทราหลงดีใจว่าเขาจะเข้าข้างตน แต่กลับกลายเป็นตอกย้ำความผิดของตน เขาบอกว่าได้ไปเยี่ยมสุดใจที่โรงพยาบาลและรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ว่าเดือนแรมคือมาหยารัศมีตัวจริงเพราะสุดใจไม่ได้สลับเด็ก จันทราแทบช็อกพร่ำว่าไม่จริง เดือนแรมเป็นลูกชู้

“หยุดได้แล้วจันทรา ถึงเธอจะปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ รู้ตัวเอาไว้ ตอนนี้ทุกคนรู้ความผิดของเธอหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่เธอวางแผนกับนายชำนิผัวเก่าเธอ ฆ่าสุดใจ เรื่องที่เธอทำร้ายศรัณย์ ฆ่าราศรี พรากมาหยารัศมีแล้วก็ยังเอายากล่อมประสาทให้ฉันกิน ฉันแจ้งความไว้แล้ว อีกไม่นานตำรวจก็ต้องมาเอาผิดเธอ”

จันทรายิ่งตกใจกลัววิ่งหนีออกจากบ้าน จนโดนรถเฉี่ยวชนเข้า ถูกนำส่งโรงพยาบาล

ooooooo

วันต่อมา ชุติมาดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้สุดใจด้วยความรู้สึกเสียใจ น้ำตาคลอ ก่อนจะยกมือไหว้

“ชุกราบขอโทษน้าสุดใจแทนพ่อกับแม่ด้วยนะคะ”

“แต่...ชุเข้าใจน้าใช่มั้ย”

“เข้าใจค่ะ แต่...ชุ ชุสงสารพ่อกับแม่”

“แต่น้าสงสารชุมากกว่า เรื่องที่เกิดขึ้น น้ารู้ว่าชุเจ็บปวด แต่ชุต้องเข้มแข็ง ยอมรับกับความจริง เพราะถ้าชุรับไม่ได้ ชุก็จะต้องเป็นเหมือน...”

“แม่ใช่มั้ยคะ แม่ยอมรับอดีตของแม่ไม่ได้ แม่ยอมรับที่ตัวเองมาทีหลังคุณราศรีไม่ได้ เรื่องถึงต้องเป็นแบบนี้”

“เพราะฉะนั้น ชุต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง ตั้งมั่น พร้อมรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นมาอย่างมีสติ”

ชุติมารับคำ...แม้นเทพเปิดประตูเข้ามาสีหน้าไม่ค่อยดี ทักทายสุดใจตามมารยาทก่อนจะบอกชุติมาว่า จันทราถูกรถชน ชุติมาตกใจหน้าซีดเผือด

ooooooo

ทั้งชุติมาและเพ็ญประกายมาหาจันทราที่โรงพยาบาล เห็นเธอนอนทรุดโทรมอยู่บนเตียงบอบช้ำจากการตกบันได ตบตีกับเดือนแรมแล้วยังมาโดนรถเฉี่ยวชนอีก แต่ยังไม่วายอาละวาด
“พวกแกอย่าคิดนะว่าจะเอาชนะฉันได้ ฉันไม่ยอมๆๆ”

เพ็ญประกายเข้ากอดขออย่าให้แม่ทำอะไรอีกเลย แต่จันทราดิ้นรนไม่ยอม

“ปล่อยฉัน ยัยเพ็ญ แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าคนอย่างฉันแพ้ไม่เป็น ชีวิตฉันต้องพินาศ ชีวิตพวกมันก็ต้องพินาศเหมือนกัน”

“แต่หนึ่งคนในนั้นเป็นพ่อหนูนะ แม่จะทำร้ายพ่อได้เหรอ”

“ได้สิ เพราะที่ผ่านมาพ่อแกไม่เคยเห็นค่าของฉัน พ่อของแกหลงรักแต่นังราศรี ทำให้ชีวิตฉันมันต้องเป็นแบบนี้ ปล่อยนะยัยเพ็ญ ปล่อยฉัน ฉันจะไปจัดการกับพวกมัน”

“เหมือนที่แม่จัดการกับพ่อ ทำร้ายพ่อใช่มั้ยคะ” ชุติมาทนฟังต่อไปไม่ได้ แย้งขึ้น

เพ็ญประกายหันขวับมามองชุติมาสลับกับแม่อย่างงงๆ “พ่อ...แม่...หมายความว่า ลุงชำนิคือสามีของแม่ แม่มีคนอื่นก่อนมีพ่อ”

“เออ...แล้วจะทำไม ฉันมีผัวก่อนที่จะมีพ่อแก มันผิดตรงไหน นังเพ็ญ”

“ผิดที่แม่ปิดบังหนูกับพ่อ...ทำให้หนูใจร้าย หยาบคายกับพี่ชุ”

เพ็ญประกายรู้สึกผิด...จันทราจิ้มหน้าลูกจนหน้าหงาย

“แกเลวของแกเอง อย่ามาโทษฉัน เพ็ญประกาย”

ชุติมาเข้าปัดจันทรา  ปกป้องน้อง และเตือน “พอได้แล้วแม่ เลิกโทษคนอื่นซะที ตอนแรกฉันเคยคิดขอร้องทุกคน ให้ยกโทษให้แม่ แต่ตอนนี้...ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”

“ทำไม เปลี่ยนใจทำไม...ฉันทำผิดอะไร” จันทราตาเขียวใส่

“คุณศรัณย์เขาฟื้นแล้ว และเขาก็บอกเพ็ญ...ว่าแม่ลวงเขาไปทำร้าย”

เพ็ญประกายเสียงสั่นอย่างเจ็บปวด เล่าเหตุการณ์คืนที่ศรัณย์ฟื้น เขาบอกตนว่าไม่เอาผิดแม่ จันทราไม่อยากเชื่อ

ooooooo
ตอนที่ 20

ถึงแม้ศรัณย์ไม่เอาผิด แต่กฎหมายก็ต้องเอาผิดอยู่ดี ทั้งเพ็ญประกายและชุติมาร้องไห้เสียใจ จันทราเองถึงกับอึ้ง

“สารภาพความผิดเถอะแม่ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ทุกคนพร้อมให้อภัยแม่อยู่แล้ว ขอเพียงแค่แม่สำนึกผิด” ชุติมาขอร้อง

“สำนึกผิด...กรี๊ด...ฉันเลวขนาดนั้นเหรอ ถึงจะต้องสำนึกผิด พวกมันทุกคนต่างหาก ที่รวมหัวทำร้ายฉัน ฉันจะไปแก้แค้นพวกมัน”

จันทรากระชากสายน้ำเกลือออก ผลักลูกทั้งสองกระเด็นแล้ววิ่งขากะเผลกออกไป ชุติมากับเพ็ญประกายร้องห้ามและวิ่งตาม

แม้จะขาเจ็บแต่จันทราก็วิ่งได้เร็ว เพราะความแค้นเกาะกินใจ เธอวิ่งลัดเลาะหลบผู้คนออกไปจากโรงพยาบาลได้ สองพี่น้องวิ่งตามไม่ทัน

“แม่ไปแล้วพี่ชุ”

“แม่นะแม่ ไม่น่าทำอย่างนี้เลย”

จันทราโบกรถแท็กซี่ขึ้นไปนั่งขุ่นแค้นใจ “พวกแกทำลายชีวิตฉัน ฉันจะกลับไปทำลายพวกแก”

จุดมุ่งหมายของจันทราคือบ้านมณีกุล!

ooooooo

ขณะนั้น คนในบ้านมารวมกันที่ห้องรับแขก ทั้งเมิน เดือนแรม ธิติรัตน์ สุดใจ รวมทั้งสรรชัย ดุจแข และเจ๊กอไก่...

เดือนแรมเกาะแขนเมิน ซึ่งท่าทางทุกข์ใจ เพราะถึงจะโกรธเกลียดจันทรา แต่ก็ยังเหลือความผูกพันให้อยู่บ้าง

“คุณพ่อไม่เป็นไรนะคะ”

“พ่อไม่เป็นไร”

“แรมขอโทษที่ทำกับคุณน้าอย่างนั้น แต่คุณน้าทำร้ายแรมก่อน คุณน้าทำร้ายแรมมาทั้งชีวิต”

“พ่อเข้าใจ และก็หวังว่า จันทราเขาจะสำนึกผิดได้ เพราะเอาเข้าจริง พ่อไม่ได้อยากทำร้ายเขาจนไม่มีที่ไป พ่อแค่อยากให้เขาสำนึกผิดและกลับตัว”

ทุกคนฟังแล้วมองหน้ากันอึ้งๆ เมินมองทุกคนอย่างขอโทษ แล้วหันมาขอบใจสุดใจ ที่ยอมบอกความจริงทั้งหมดแก่ตน

“ฉันก็ต้องขอบคุณคุณเมินมากค่ะ ที่ไม่เอาผิดกับฉัน ทั้งๆที่ความผิดของฉันมหันต์”

“คนที่ทำผิดอย่างมหันต์ไม่ใช่เธอ”

แม้นเทพพาชำนิเดินเข้ามา เมินมองหน้าชำนิ จำได้ว่าคือคนที่ร่วมมือกับจันทราทำร้ายตน แต่ความรู้สึกมันแตกต่างไปจากแต่ก่อน

ชำนิมองเมินอย่างสำนึกผิด ทรุดลงนั่ง “ผมมากราบขอโทษครับคุณเมิน กราบขอโทษในทุกสิ่งที่ผมได้ทำลงไป ผมไม่ขอให้คุณเมินให้อภัย ขอแค่...ให้ผมได้พูดความผิดที่มันติดอยู่ในใจของผมก็พอ”

“ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว และฉันก็อยากที่จะลืมทุกอย่างให้หมดไป ฉันอโหสิกรรมให้นาย...ชำนิ เพราะถ้าไม่ได้นาย ทุกอย่างมันก็ไม่จบลงแบบนี้เหมือนกัน”

“ขอบคุณมากครับคุณเมิน...ขอบคุณจริงๆ” ชำนิยกมือไหว้

“ต่อไปก็ว่ากันตามกฎหมายแล้วกัน” คำพูดของเมินทำให้ทุกคนสลดลง

ooooooo

ระหว่างที่สรรชัย ดุจแข และเจ๊กอไก่คุยกันอยู่หน้าบ้านเมิน จันทราบุกเข้ามาอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง ชำนิปกป้องชุติมา จึงโดนจันทรายิง ก่อนจะวิ่งเตลิดกลับออกไป ชุติมาตกใจร้องไห้โฮ ชำนิพร่ำบอกว่าตนรักลูก ตนขอโทษทุกเรื่องที่ทำไม่ดีกับเมิน ธิติรัตน์กับสรรชัยจะตามจันทราออกไป ชุติมากับเพ็ญประกายขอร้องให้ปล่อยแม่พวกตนไป

จันทรากระเซอะกระเซิงวิ่งไปตามถนน หวิดโดนรถชน แต่แล้วมีรถชนหญิงคนหนึ่งตายแล้วหนี สภาพใบหน้าเละ จันทราตกใจแล้วคิดได้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าตนกับศพและถอดสร้อยคอตัวเองใส่ให้กับศพ...

แม้นเทพได้รับรายงาน เขาบอกเมินและทุกคนว่าจันทราถูกรถชนเสียชีวิต ชุติมากับเพ็ญประกายร้องไห้โฮ ผลพิสูจน์ศพบอกว่า ผู้ตายกินยากล่อมประสาทมากเกินไป สุดใจฟังแล้วสงสัย ถามฟลุคหลงก็รู้ว่า ยาที่ฟลุคหลงให้ไปครั้งหลังเป็นเพียงวิตามินซีแล้วจะมีอาการทางประสาทได้อย่างไร นอกจากจันทราเครียดจนเสียสติไปจริงๆ

ถึงคราวต้องตกต่ำขาเป๋ จันทราเช่าห้องซอมซ่ออยู่ในสลัม หน้าตามอมแมมจนแทบจะจำตัวเองไม่ได้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดมีคนร้ายคิดปลุกปล้ำชิงทรัพย์ที่ติด
ตัวมาของเธอ ถึงขั้นทำร้ายทุบตีหน้าตาเธอจนเกิดแผลเหวอะหวะ จันทราฮึดสู้ ใช้ขวดทุบหัวแล้วแทงมันตาย

ยิ่งมองตัวเองในกระจก จันทรายังกล่าวโทษคนอื่น “ฉันไม่มีทางปล่อยให้พวกแกเสวยสุขเป็นอันขาด ฉันจะจองล้างจองผลาญพวกแกทุกคน”

ooooooo

เสร็จสิ้นงานศพ ชุติมารู้ตัวว่าไม่เกี่ยวข้องกับบ้านมณีกุล จึงมาลาเมิน เพ็ญประกายสะอื้นกล่าวขอโทษชุติมาและขอร้องให้อยู่ด้วยกัน เดือนแรมเองก็ขอให้เธอเป็นพี่สาวคนโต สามพี่น้องเข้าใจกัน แต่เดือนแรมยังขอร้องเมิน ขอตรวจดีเอ็นเอ เมินไม่ติดใจ มะลิจึงเอ่ยว่า อย่างน้อยก็ทำตามพินัยกรรม และเพื่อความสบายใจของเดือนแรม

ผลออกมาเป็นที่ยืนยันว่า เดือนแรมเป็นลูกของเมิน นั่นเท่ากับว่าเป็นมาหยารัศมีตัวจริง ผู้ที่คู่ควรเป็นสะใภ้วังศิลาลาย ชุติมาตื้นตันแทนแต่ก็สะท้อนใจที่ตัวเองกลับเป็นแค่ลูกคนคิดร้าย เธอมานั่งร้องไห้กับชะตาชีวิตของตัวเองอยู่ริมน้ำ แม้นเทพเข้ามาปลอบโยน และสารภาพรักพร้อมทั้งขอแต่งงาน ชุติมาตะลึงโผกอดเขาด้วยความซาบซึ้งใจ

ไม่ต่างกัน เพ็ญประกายก็มีศรัณย์คอยดูแลปลอบใจ เป็นกำลังใจให้เธอเข้มแข็ง แถมขอเมินเป็นผู้ดูแลชีวิตของเธอเอง เพ็ญประกายเต็มตื้นไปด้วยความสุข ที่ในชีวิตเจอคนที่เป็นของตนจริงๆเสียที...

มะลิเห็นหลานๆพบกับความสุขก็พลอยตื้นตันใจไปด้วย ทีนี้ก็เหลือแค่คู่เดือนแรมกับธิติรัตน์

ooooooo

ด้านธิติรัตน์ไม่รอช้าอีกแล้ว เขาสารภาพรักต่อเดือนแรม และขอเธอแต่งงาน แต่เธอขอให้เขารอจนกว่าตนจะเรียนจบ สองคนกอดกันด้วยความรักและสุขใจ...จันทราแอบซุ่มมองอย่างเคียดแค้น กลับมาคลั่งในห้องเช่าของตัวเอง

“ทำไมชีวิตมีแต่ความทุกข์...ฉันไม่ให้พวกแกมีความสุขอย่างเด็ดขาด”

เรื่องทุกอย่างลงเอยด้วยดี สรรชัยมีงานต้องไปต่างประเทศ แต่ก่อนไปเขาบอกดุจแขว่ากลับมาจะแต่งงานกัน ดุจแขดีใจไปส่งเขาขึ้นเครื่องที่สนามบิน ขากลับรู้สึกเหมือนมีคนตาม จึงรีบโทร.หาเจ๊กอไก่ให้มานอนเป็นเพื่อนที่บ้าน

ไม่ทันที่เจ๊กอไก่จะเดินทางมาถึง ถูกดักทำร้ายที่ลานจอดรถ โชคดีที่ รปภ.มาช่วยไว้ เจ๊จำได้ว่าคนที่ทำร้ายแม้หน้าจะมีแผลน่าเกลียดแต่ก็มีเค้าจันทรา จึงเป็นห่วงดุจแขรีบไปหาเธอทันที

วันต่อมา เจ๊กอไก่มาเตือนธิติรัตน์กับเดือนแรมที่กำลังจะไปลองชุดแต่งงาน กับคู่ชุติมาและเพ็ญประกาย ทุกคนจึงออกไปด้วยกันหมด...

คืนนั้นมะลิมานั่งคุยกับเมิน ดูท่าเมินมีความสุข เขาบอกพี่สาวว่า ลูกๆจะแต่งงานพร้อมกันทั้งสามคน

มะลิแสดงความยินดีด้วย เมินกราบขอโทษพี่สาวที่มีภรรยาน้อย ทำให้เกิดเรื่องไม่ดีในบ้าน มะลิให้อภัยมันจบไปแล้ว จันทราดอดเข้ามาแอบฟัง แป้นผ่านมาเห็นตกใจลอบตามดูว่าใคร แต่มาเจอชุติมากับเพ็ญประกายเข้าเสียก่อน แป้นรีบรายงานว่าเห็นคนแอบเข้ามา

ธิติรัตน์มาส่งเดือนแรมหน้าบ้าน เธอเดินเข้าบ้าน จันทราจ้องจะทำร้าย แต่แม้นเทพโผล่มาเสียก่อนจึงเสียจังหวะ เดือนแรมรอดอย่างหวุดหวิด จันทราต้องกลับมาโกรธเกรี้ยวที่ห้องเช่า

“วันพระไม่มีหนเดียว ยังไงแกก็ไม่รอดนังแรม รวมทั้งลูกชั่วๆทั้งสองด้วย นังชุ นังเพ็ญ”

จันทราคว้ายามากิน ท่าทางเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที

ooooooo

ด้วยความเคียดแค้นทำให้จันทราคลุ้มคลั่ง คิดว่าเป็นเพราะฟลุคหลงที่บอกความจริงสุดใจ ทำให้ความลับเปิดเผยออกมา จึงบุกมาฆ่ารัดคอฟลุคหลงจนตาย สุดใจรู้ข่าวตกใจมาก ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อตำรวจ

หลังจากฆ่าฟลุคหลงได้ ทำให้จันทราฮึกเหิม ลอบเข้าไปทำร้ายดุจแขอีกคน โชคดีที่สรรชัยกลับมาทัน ช่วยเหลือคนรักไว้ได้ ดุจแขมั่นใจว่าคนร้ายคือจันทราและเป็นกังวลว่า วันแต่งงานของเดือนแรมจะต้องมีเรื่องไม่ดีแน่ แต่สรรชัยแย้งว่าจันทราตายไปแล้ว

หลายวันผ่านไป จนมาถึงวันมงคล งานเลี้ยงจัดที่สวนบ้านมณีกุล ตกแต่งดอกไม้ด้วยสีขาวแซมเขียว ดูสดชื่น บ่าวสาวสามคู่ สวยสง่าไม่ต่างกัน

พิธีดำเนินไปจนมาถึงงานเลี้ยงตอนค่ำ จันทราบุกเข้ามาพังงาน และจับเดือนแรมเป็นตัวประกัน ธิติรัตน์ไม่รอช้า กระโจนเข้าช่วยดึงเดือนแรมออกมา จันทราไม่ย่นย่อ คว้าดุจแขที่อยู่ไม่ห่างมาเป็นตัวประกันแทน ชุติมาอ้อนวอนแม่ให้ปล่อยดุจแข สรรชัยฉวยโอกาสเข้าชาร์จดุจแขออกมาได้ แต่ตัวเองถูกจันทราแทงด้วยมีดล้มลงแน่นิ่งก่อนจะหนีไป

ดุจแขร้องไห้โฮ เขย่าสรรชัยให้ลุกขึ้น เขาจะตายไม่ได้ เพราะลูกในท้องตนต้องการพ่อ สรรชัยน้ำตาไหลทั้งที่ไม่ลืมตา แม้นเทพรีบพาสรรชัยส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา

จันทราหนีเตลิดมาเจอเจิม ซึ่งหิวโหยมาขอเงินชุติมา จันทราเห็นหน้าเจิมเป็นชำนิ จึงจ้วงแทงไม่ยั้ง แต่พอสติกลับมาเห็นว่าเป็นพี่ชายตัวเอง ก็ตกใจร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ทุกคนจึงเข้าจับกุมตัวจันทราไว้ได้ เพราะเธอเสียสติไปแล้ว เพ็ญประกายกับชุติมาร้องไห้สลดใจ

เรื่องร้ายๆผ่านไป เมินเสียใจที่มีส่วนทำให้จันทราเป็นแบบนี้ เพราะแม้ตนจะเลือกเธอแต่ก็ไม่อาจลืมราศรีได้ จึงขอร้องธิติรัตน์กับแม้นเทพว่าอย่าเป็นคนหลายใจเหมือนตน ธิติรัตน์ให้สัญญาว่าจะรักเดือนแรมคนเดียว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนก็ตั้งใจจะมีภรรยาชื่อมาหยารัศมีและตนก็มั่นใจว่าคนนั้นคือเดือนแรม ผู้หญิงที่มีคุณค่าเหมาะสมกับวังศิลาลาย

ooooooo

-อวสาน-
กลับไปยังรายบอร์ด