กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15


เหล่ากระบือบาลพากันมาเยี่ยมเจนจิราแต่เช้า สรนุชหยุดกึกอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยไม่ยอมเข้าไป พลอยทำให้อรอนงค์ชะงักตามไปด้วย สรนุชเห็นพวกกระบือบาลมองมาทางตน เกรงจะเข้าใจผิดรีบอธิบาย

“คือ...ก่อนที่คุณเจนจะหมดสติไป...เธอยังจำได้ว่าพวกเราเป็นคาบาตี้ คุณเจนเธอเพิ่งฟื้น ฉันก็เลยไม่อยากให้เธอตกใจน่ะค่ะ”

“ถ้าเจนไม่เป็นอะไรแล้ว ผมจะรีบออกมาบอกคุณนะครับ” ใจเด็ดมองสรนุชอย่างเข้าใจ โชคชัยอาสา จะอยู่เป็นเพื่อนสรนุชกับอรอนงค์ ใจเด็ดแอบหึงโชคชัยก่อนจะเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องพักฟื้น...

เจนจิรานอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง พอเห็นหน้าใจเด็ดเท่านั้นฉีกยิ้มกว้าง ยื่นมือไปหา ใจเด็ดจำต้องจับมือ เธอไว้ ตบเบาๆเป็นทำนองปลอบใจ ทุกคนเห็นเจนจิรายิ้มได้ก็ดีใจ ยกเว้นสุบินคนเดียวที่รู้สึกหวั่นใจแทนสรนุช พยาบาลเข้ามาวัดความดันคนไข้พอดี

“อ้าว...หัวหน้า...คุณหมอรออยู่ที่ห้องตรวจแล้วค่ะ เห็นว่าอยากคุยกับหัวหน้า...เอ่อ...เรื่องคุณเจน”

“ทำไมคะ...ฉันเป็นอะไร” เจนจิราสีหน้าเป็นกังวล ใจเด็ดต้องปลอบว่าไม่มีอะไร หมอคงจะคุยเรื่องเธอจะกลับ สถานีฯได้เมื่อไหร่เท่านั้น เจนจิราคว้ามือใจเด็ดมาจับไว้แน่น เหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องพักฟื้นของเจนจิรา โชคชัยกำลังเล่าให้สรนุชกับอรอนงค์ฟังถึงเรื่องที่ชาวบ้านได้รับที่นาคืนกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่คดีของเจนจิราเท่านั้นที่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร คงต้องรอให้เธอดีขึ้นกว่านี้ก่อน จึงจะมาสอบปากคำ ระหว่างนั้นใจเด็ดออกจากห้องพักฟื้นเข้ามาหา อรอนงค์ถามถึงอาการของเจนจิราทันที

“ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับ...แต่ผมต้องไปคุยกับหมอให้แน่นอนอีกครั้ง ถ้าพวกคุณจะเข้าไปเยี่ยมเจนก็ได้นะครับ งั้น...เดี๋ยวผมมานะครับ” ใจเด็ดสบตาสรนุชก่อนจะออกไป สรนุชหนักใจรู้ดีว่าเจนจิราไม่ชอบขี้หน้า

โชคมีดี ตอนที่สรนุชกับอรอนงค์ตัดสินใจเข้าไปเยี่ยมเจนจิรา เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอเพิ่งรู้ว่า ควายถูกพวกคาบาตี้วางยาเบื่อตายยกสถานีฯ พอเห็นหน้าสรนุชกับอรอนงค์โกรธเลือดขึ้นหน้า ตวาดลั่น

“ไอ้พวกคาบาตี้...แกมาทำไม”

สรนุชถึงกับอึ้งกับคำทักทายคำแรกของเจนจิรา

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใจเด็ดดีใจเมื่อได้ยินหมอบอก ว่าอีกสองวันนี้จะอนุญาตให้เจนจิรากลับบ้าน ใจเด็ดขอบคุณหมอมากที่ช่วยทำให้เจนจิรากลับมารู้สึกตัวได้ อีกครั้ง จังหวะนั้นมีเสียงกรีดร้องของเจนจิราดังเข้ามา

“กรี๊ด...ออกไป...ฉันบอกให้แกออกไป”

ใจเด็ดเป็นห่วงสรนุชขึ้นมาทันที รีบวิ่งตามหมอไปที่ห้องพักฟื้นของเจนจิรา พอเปิดประตูห้องพักเข้าไปเห็นเจนจิรากำลังอาละวาดขว้างปาข้าวของใส่สรนุชอุตลุด โดยมีโชคชัยเอาตัวบังเธอไว้ ใจเด็ดรีบเข้าไปขวาง อธิบาย ให้เจนจิราเข้าใจว่าสรนุชกับอรอนงค์ลาออกจากคาบาตี้แล้ว ทุกอย่างจบไปแล้ว

“พี่ใจเด็ด...เชื่อเธอหรือ...แล้วควายของเราที่ตายไปใครจะรับผิดชอบคะ” เจนจิราจ้องหน้าสรนุชเอาเรื่อง

ใจเด็ดหันขวับมองหน้าเหล่ากระบือบาลที่อยู่ในห้องด้วยสายตาตำหนิใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วเข้าไปขอโทษสรนุช หญิงสาวรู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อรังแต่จะทำให้วุ่นวาย ขอตัวกลับก่อน ใจเด็ดอาสาจะไปส่ง เจนจิราร้อง ห้ามไม่ให้ไป แล้วลุกจากเตียงจะไปหา ทันทีที่ทิ้งนํ้าหนัก ลงเท้า เจนจิราทรุดฮวบลงกับพื้น ทุกคนพากันตกใจ ใจเด็ด ผละจากสรนุชเข้าไปหาประคองเจนจิรา หมอรีบอธิบาย

“ไม่ต้องตกใจนะครับ...คุณเจนนอนอยู่กับที่มาสามเดือน กล้ามเนื้อก็เลยไม่มีแรงเท่านั้น”

“แล้ว...แล้วเจนจะเดินได้อีกเมื่อไหร่คะหมอ”

“อันนี้หมอคงให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้...อยู่ที่ร่างกายของคุณเจนว่าจะฟื้นสภาพได้เร็วแค่ไหน”

เจนจิราถึงสติแตก ทุบขาตัวเองไม่ยั้ง คร่ำครวญว่าไม่อยากเป็นคนพิการ ใจเด็ดจับมือเธอไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป หมอบอกแล้วว่าเธอ จะเดินได้เหมือนเดิม เจนจิราโผกอดใจเด็ดไว้แน่น สรนุช มองภาพนั้นตาไม่กะพริบ โชคชัยเหมือนจะอ่านใจเธอออก

“ไปกันเถอะครับคุณนุช...เดี๋ยวผมไปส่งเอง”

โชคชัยเดินนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินออกไป ทิ้งให้ใจเด็ดอยู่ปลอบใจเจนจิรา ระหว่างเดินมาหน้า รพ. โชคชัยปลอบสรนุชอย่าคิดมาก เจนจิราเพิ่งฟื้นก็เลยยังไม่เข้าใจ

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณนะคะ” สรนุชฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไร โชคชัยขอตัวไปเอารถ เดี๋ยวจะมารับ

“ไม่เป็นไรจริงเหรอแก” อรอนงค์เข้ามาจับมือสรนุชอย่างเป็นห่วงความรู้สึก สรนุชพยักหน้าซึมๆ

“แต่ฉันว่าเป็น...พวกแกก็รู้ว่าคุณเจนแอบชอบคุณใจเด็ดอยู่ แล้วแกคิดว่าเธอจะปล่อยให้แกกับคุณใจเด็ดครองรักกันหรือไง” คำพูดของสุบินทำให้สรนุชหนักใจ...

ด้านใจเด็ดอยู่ช่วยประคองเจนจิราเดินออกกำลังขาจนมืดคํ่า เจนจิรามุ่งมั่นจะกลับมาเดินให้ได้ จะได้กลับไปช่วยใจเด็ดดูแลสถานีฯ แต่ทุกครั้งที่เธอทิ้งนํ้าหนัก ลงเท้าเป็นต้องล้ม ใจเด็ดเป็นห่วงอุ้มมาวางบนเตียง ขอร้อง ให้พักก่อน เจนจิราคว้ามือเขามากุมไว้อ้อนวอนให้ขึ้นมานอนบนเตียงด้วย กลัวเขาจะทิ้งไปตอนที่เธอหลับ

“พี่สัญญาว่าเจนตื่นมาจะเห็นพี่นั่งอยู่ตรงนี้”

เจนจิราต่อรองถ้าไม่นอนบนเตียงด้วย ขอจับมือเขาไว้ระหว่างที่เธอหลับ ใจเด็ดเห็นใจที่เจนจิรายังทำใจกับอาการป่วยของตัวเองไม่ได้ ยอมให้จับมือ เจนจิรายิ้มมีความสุขขณะที่ใจเด็ดหน้าหมอง อยากกลับไปหาสรนุช

ooooooo

เจนจิราแข็งแรงพอให้ปากคำกับโชคชัยได้แล้วว่า ชิดชัยจงใจขับรถเบียดเธอตกถนนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จากนั้นไม่นานโชคชัยนำกำลังตำรวจไปที่บริษัท คาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ แจ้งจับชิดชัยข้อหา พยายามฆ่าเจนจิรา ชิดชัยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ลูกน้องคนสนิทต่างหากที่ลงมือพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไปที่เขา โชคชัยกับตำรวจหลงกลหันไปมอง ชิดชัยได้ทีโดดแย่งปืนตำรวจแล้วจี้จับลูกน้องคนสนิทเป็นตัวประกัน



“อย่าเข้ามาเว้ย...ไม่งั้นไอ้นี่ตาย” ชิดชัยประกาศก้อง

“จับมันเลยครับคุณตำรวจ...ไอ้นี่แหละเป็นคนทำ” ลูกน้องโวยกลับ

ชิดชัยกระทุ้งด้ามปืนใส่ลูกน้องแล้วผลักเขาใส่กลุ่มของโชคชัย อาศัยช่วงชุลมุนหนีรอดไปได้...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สรนุชรอใจเด็ดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดจ่อ ช่อผกาแวะมาหาใจเด็ด เห็นสรนุชยืนอยู่ ปราดเข้ามาถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่อยู่กรุงเทพฯ สรนุชกลับมาเพื่อจะมาขอโทษทุกคน

“เหรอ...อยากขอโทษจริงๆหรือ ถ้าอย่างนั้นเอาสิ...

ขอโทษฉันคนแรกเลย เธอเกือบทำให้พ่อฉันต้องติดคุก เกือบทำให้พี่ใจเด็ดต้องตาย” ช่อผกาต่อว่าฉอดๆ จังหวะนั้น โชคชัยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาใจเด็ด สรนุชสงสัยว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าชิดชัยหนีการจับกุม เขามาเตือนให้ทุกคนระวังตัว เพราะชิดชัยแย่งปืนของตำรวจไปด้วย

“ใจเด็ดยังไม่กลับมาจากเฝ้าคุณเจนตั้งแต่เมื่อคืนเลยค่ะ” สรนุชรายงาน

“เฝ้า...ทำไมต้องไปเฝ้ายัยผักนั่นด้วย” ช่อผกานิ่วหน้า แปลกใจ พอรู้ว่าเจนจิราฟื้นคืนสติแล้ว ช่อผกาทนอยู่เฉยไม่ได้ ยัยนั่นยิ่งรอบจัดขืนปล่อยใจเด็ดไว้ตามลำพัง เดี๋ยวถูกงาบเอาไปกิน รีบจ้ำพรวดๆจะไป รพ. สรนุชกับโชคชัยเดินตาม สรนุชเร่งฝีเท้าจนทันกันที่หน้าสถานีฯ ขอร้องช่อผกาอย่าไปที่นั่นเลย ช่อผกาฮึดฮัดไม่ยอม

จังหวะนั้น รถของใจเด็ดแล่นมาจอด ช่อผกายิ้มหน้าระรื่นเข้าไปหา โดยมีสรนุชกับโชคชัยตามไปติดๆ โชคชัยมีเรื่องต้องคุยกับใจเด็ด แต่เขากลับขอให้โชคชัยรอสักครู่ เขาต้องพาเจนจิราไปที่บ้านพักก่อน แล้วยกรถเข็นลงจากท้ายกระบะ อุ้มเจนจิราวางบนรถเข็น ช่อผกาปรี๊ดแตก โวยลั่น

“พี่ใจเด็ด ทำไมต้องอุ้มกันขนาดนั้นด้วย ไหนบอกว่าหายดีแล้วไง”

เจนจิราได้ที ออดอ้อนใจเด็ดพาไปที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม ใจเด็ดไม่อยากขัดใจคนป่วย รีบพาเจนจิราออกไป ช่อผกาทนดูไม่ได้ เดินกระแทกส้นเท้าไปอีกทางหนึ่ง สรนุชไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย แต่รู้สึกเหมือนเจนจิรากำลังคิดแผนร้ายบางอย่างอยู่ โชคชัยเห็นสรนุชมองตามใจเด็ด รวบรวมความกล้าถามว่า

“คุณรักใจเด็ดมากขนาดนั้นเลยหรือ” โชคชัยเห็นสรนุชอึกๆอักๆชิงพูดขึ้นอีกว่า “ความรักน่ะง่ายจะตาย ถ้าชอบคุณก็บอกว่าชอบ ถ้าไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ”

“ฉันไม่รู้เหมือนกัน เราเคยอยู่กันคนละข้างมาก่อน ถูกเขาด่าเขาว่า ฉันพยายามคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่ฉันบอกตัวเองให้เลิกชอบเขา มันยิ่งทำให้ฉันรู้ว่า...ฉันชอบเขา”

โชคชัยอุตส่าห์เตรียมใจรับกับคำตอบนี้ไว้แล้ว แต่พอได้ฟังจริงๆกลับยังทำใจไม่ได้ สรนุชขอโทษที่ทำให้เขาต้องเสียใจ โชคชัยมองเธออย่างเข้าใจและยอมรับความพ่ายแพ้ในเกมแห่งรักครั้งนี้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชิดชัยหมดทางไปจึงมาหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์กลับตัดไมตรี ตั้งแต่เกิดเรื่องกันคราวนั้น เขาประกาศไว้ให้รู้ทั่วกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกคาบาตี้ ชิดชัยเคือง ชักปืนออกมาขู่

“แต่คราวนี้ผู้พันต้องยุ่ง...ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ตำรวจรู้เรื่องที่ผมเป็นคนขับรถชนยัยนั่น เอาเงินมาให้ผมก้อนหนึ่งเร็ว” ชิดชัยเห็นผู้พันชาญณรงค์โยกโย้ เอาปืนจ่อหัว ผู้พันชาญณรงค์ดูท่าแล้วชิดชัยคงจะเอาจริงๆรีบไปเอาเงินมาให้ห้าพันบาท อ้างทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่นี้ ชิดชัยไม่มีทางเลือกจำต้องรับเงินไว้ แล้วขยับจะไป

“เดี๋ยว...ไม่เอารถฉันไปด้วยหรือ...ไอ้เราก็เคยชอบพอกัน ในเมื่อนายเดือดร้อน ฉันก็พร้อมจะช่วย... เออ...แล้วจะหนีไปทางไหนล่ะ” ผู้พันชาญณรงค์ว่าแล้วยื่นกุญแจรถให้ ชิดชัยเองก็ยังไม่รู้ ขอให้ไปพ้นจากที่นี่ก็พอ

“เอางี้ไหม...ฉันมีเส้นทางลับอยู่ รับรองแม้แต่ตำรวจก็ไม่รู้เส้นทางนี้”

ชิดชัยไม่ได้เอะใจว่านี่เป็นแผนลวงของผู้พัน

ชาญณรงค์ จนกระทั่งขับรถไปตามเส้นทางที่ผู้พันเฒ่าบอก แต่กลับเจอทางตัน พอวกรถกลับออกมา พบโชคชัยกับตำรวจดักรออยู่แล้ว คราวนี้ชิดชัยหนีไม่รอด...
ในขณะที่ชิดชัยจนมุมหนีเงื้อมมือกฎหมายไปไม่รอด ใจเด็ดกำลังเข็นรถเข็นพาเจนจิรามายังคอกควายที่ว่างเปล่า เจนจิราสงสารพวกควายที่ต้องตายไป ถ้าเธออยู่ด้วยอาจจะทำอะไรได้บ้าง ใจเด็ดไม่อยากให้เธอคิดมาก และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ พลันภิรมย์วิ่งเข้ามาตามใจ–เด็ดไปช่วยดูคอกควายที่กำลังจะสร้างเพิ่ม ใจเด็ดมองเจนจิราด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวมองออก

“เจนอยู่คนเดียวได้ พี่ใจเด็ดไปทำงานเถอะค่ะ”

“งั้น...เดี๋ยวพี่รีบมาแล้วกัน” ใจเด็ดว่าแล้วรีบเดินตามภิรมย์ไปยังคอกควายที่อยู่ไม่ห่างกันนัก เจนจิรามองตามมีความสุขที่ใจเด็ดเป็นห่วงเป็นใยเธอ ขณะเจน-จิราเข็นรถชมวิวอย่างอารมณ์ดี เห็นสรนุชเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง เธอหันรถเข็นกลับ อารามรีบร้อนรถเข็นติด รากต้นไม้ไปไหนไม่ได้ สรนุชเข้ามาจะช่วยยกรถเข็นออก

“ไม่ต้อง...ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเธอ” เจน-จิราตะคอกใส่ แล้วพยายามขยับรถเข็นให้หลุดจากรากไม้ แต่ไม่สำเร็จ สรนุชเข้าไปช่วยขยับรถให้ เจนจิราไม่พอใจ เอ็ดตะโรลั่น ไม่ต้องมาช่วย

“เธอไม่ได้โกรธที่ฉันเป็นพวกคาบาตี้ แต่เธอโกรธที่คุณใจเด็ดเขาชอบฉันใช่ไหม”

คำพูดของสรนุชแทงใจดำเจนจิราเข้าเต็มๆ ทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้ ออกแรงหมุนล้อสุดกำลัง รถเข็นเสียหลักพลิกควํ่า เจนจิราตกใจร้องเสียงหลง เสียงร้องของเธอดังถึงหูใจเด็ดที่กำลังคุมงานอยู่ที่คอกควายแห่งใหม่ ทิ้งงานในมือรีบวิ่งตามเสียง ครู่ต่อมา ใจเด็ด ภิรมย์และสมหญิงมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นเจนจิราร้องกรี๊ดอย่างไม่พอใจ โดยมีสรนุชเข้าไปประคองเธออยู่ ใจเด็ดรีบวิ่งเข้ามาดู เจนจิราคว้าเขามากอดทำมารยาร้องไห้ตัวสั่นงันงก

“พี่ใจเด็ดช่วยเจนด้วย”

ทั้งภิรมย์และสมหญิงต่างไม่พอใจ มองสรนุชด้วยสายตาตำหนิ สรนุชแก้ต่างว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรเลย เธอพยายามจะช่วยเจนจิราต่างหาก เจนจิราอาละวาดใส่สรนุชเป็นชุด แล้วขอร้องให้ใจเด็ดพากลับที่พัก



“ภิรมย์...เดี๋ยวช่วยเข็นรถตามมาให้ที” ใจเด็ดว่าแล้วอุ้มเจนจิราเดินผ่านหน้าสรนุชไปหน้าตาเฉย สรนุชเศร้าใจมาก เดินคอตกกลับเรือนรับรอง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สองเพื่อนซี้ฟัง อรอนงค์เป็นห่วงสรนุช ชวนกลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่กลับ ถ้ากลับไปตอนนี้ก็เท่ากับเธอหนีปัญหา เธอตั้งใจจะใช้ความดีเอาชนะใจเจนจิราให้ได้

ooooooo

แต่ดูท่าแล้ว ความตั้งใจจริงของสรนุชจะเป็นหมัน เจนจิราไม่ยอมให้อภัย แม้แต่หน้าสรนุช เธอยังไม่อยากจะมอง สรนุชพยายามอย่างยิ่งจะชนะใจเจนจิราให้ได้ จนกระทั่งคํ่าวันหนึ่งโอกาสเหมาะ สรนุช เจอสมหญิงกำลังจะยกถาดใส่อาหารคํ่าไปให้เจนจิรา ที่บ้านพัก อาสาจะยกไปให้เอง ทีแรกสมหญิงไม่ยอม เกรงหัวหน้ารู้เข้าจะโดนดุ แต่ทนสรนุชรบเร้าไม่ไหว ในที่สุดก็ยอมยกถาดใส่อาหารให้สรนุช...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของเจนจิรา ใจเด็ดดูแลปูที่หลับที่นอนให้เจนจิราเสร็จ ยัยหน้าซื่อใจคดชวนเขานอนที่นี่ด้วยกัน อ้างไม่กล้านอนคนเดียว ใจเด็ดอึดอัดใจมาก แต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจคนป่วย ต่อรองถ้าเธอกลัวจนนอนคนเดียวไม่ได้ เขาจะไปตามสมหญิงมานอนเป็นเพื่อน เจนจิราดื้อดึงจะให้ใจเด็ดมานอนกับเธอให้ได้

“เจน...เจนก็รู้ว่าพี่ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันไม่สมควร” ใจเด็ดปราม

“ไม่สมควรเพราะเจนไม่ใช่คุณนุชใช่ไหมคะ” เจนจิราไม่สบอารมณ์ ยิ่งใจเด็ดพยายามอธิบายให้ฟังว่า ตอนนี้สรนุชไม่ใช่พวกคาบาตี้อีกต่อไปแล้ว เจนจิรายิ่งโกรธ เอามือปิดหูไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น

“เดี๋ยวพี่ให้สมหญิงมานอนเป็นเพื่อนแล้วกัน” ใจเด็ดถอนใจแล้วผละจากไป เจนจิราร้องเรียกให้กลับมาก่อน แต่ใจเด็ดไม่สนใจ เจนจิราโมโห พาลโทษว่า เป็นเพราะสรนุชทำให้พี่ใจเด็ดของเธอเป็นแบบนี้

สักพัก มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินขึ้นมาบนที่พัก เจนจิราดีใจคิดว่าใจเด็ดกลับมาง้อรีบเข็นรถเข็นไปรอที่ประตูห้อง กลายเป็นสรนุชเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับยกถาดใส่อาหารมื้อเย็นมาให้ เจนจิราปฏิเสธทันทีว่าไม่หิว สรนุชไม่อยากให้เราสองคนหมางใจกัน ถ้ามี อะไรที่พอจะทำให้เจนจิรายอมเป็นเพื่อนกับเธอได้ เธอยอมทุกอย่าง

“ถ้าเธออยากเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ เธอก็ต้องเลิกยุ่งกับพี่ใจเด็ด...ฉันไม่ขอเธอเยอะไปใช่ไหม”

“เจน...ฉันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขานะ”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันเป็นแบบนี้จะมีใครมาสนใจ เธอไม่มีพี่ใจเด็ด เธอก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้...แต่ฉัน...ฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปถ้าไม่มีเขา” เจนจิรามองสบตาสรนุชอย่างจริงจัง สรนุชคิดหนักจะทำอย่างไรดี...

ด้านใจเด็ดกลับถึงห้องพักอย่างเหนื่อยล้า เห็นเสื้อที่ซื้อให้สรนุชวางอยู่บนโต๊ะ ตัดสินใจคว้าเสื้อจะไปที่เรือนรับรอง ระหว่างทางเจอสรนุชเพิ่งกลับจากที่พักของเจนจิรา ต่างฝ่ายต่างชะงัก ใจเด็ดตั้งสติได้ก่อน

“ผมกำลังจะไปหาคุณพอดี...วันนั้นที่ผมนัดคุณไปที่ริมน้ำ...”

“ตายจริง...ฉันลืมสนิทเลย อย่าบอกนะว่านายไป” สรนุชแสร้งว่าไม่ได้ไป “แล้วนายมีอะไรหรือเปล่า พูดกับฉันตอนนี้ก็ได้นะ”

ใจเด็ดอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอกความในใจ ได้แต่คืนเสื้อที่ซ่อมเสร็จแล้วให้ สรนุชแอบผิดหวังคิดว่าเขาจะสารภาพรักกับเธอ ในเมื่อเขาไม่ได้มีใจให้ เธอจึงตัดสินใจบอกไปว่าพรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ ใจเด็ดใจกระตุกวูบ

“เอ่อ...ผมนึกว่าคุณจะอยู่นานกว่านี้”

“อย่าเลยค่ะ อยู่ไปฉันก็ไม่ได้ทำอะไร คุณเองก็ต้องดูแลเจน แล้วอีกอย่างฉันว่างงานมานาน คงต้องกลับไปหางานทำแล้ว...เอ่อ...ฉันไปก่อนนะ ยังไม่ได้เก็บของเลย” สรนุชพูดจบ รีบกลับที่พัก ใจเด็ดได้แต่ยืนอึ้ง

ไม่นานนัก สรนุชกลับเรือนรับรอง อรอนงค์กับสุบินรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่า เจนจิราทำอะไรเธอหรือเปล่า สรนุชไม่ตอบพยายามข่มความเสียใจเอาไว้

“ฉันเข้าไปเก็บกระเป๋าก่อนนะ พรุ่งนี้ฉันจะกลับกรุงเทพฯ” สรนุชว่าแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเลย ทิ้งสุบินกับอรอนงค์ให้มึนตึบอยู่ตรงนั้น ทันทีที่ปิดประตูห้องนอน สรนุชทรุดตัวลงนั่งพิงประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง ยิ่งคิดถึงคำพูดของเจนจิราที่ขอใจเด็ดจากเธออย่างหน้าด้านๆ ยิ่งทำให้สรนุชเจ็บปวดใจ กลั้นน้ำตาไม่อยู่

ooooooo

ได้เวลาที่สรนุชกับพวกต้องกลับกรุงเทพฯ เหล่ากระบือบาลมารอส่งพวกเธอขึ้นรถ ใจเด็ดยังคงอมพะนำไม่สารภาพความในใจให้สรนุชรู้ มีเพียงคำอวยพรให้เธอโชคดีเท่านั้น เกริกไกรอดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนรักไปทำอะไรให้สรนุชโกรธถึงได้รีบร้อนกลับกรุงเทพฯ ใจเด็ดไม่ได้พูดอะไรเลย อยู่ๆเธอก็บอกว่าจะกลับกรุงเทพฯ

“แล้วแกจะปล่อยให้คุณนุชไปอย่างนี้เหรอวะ  แกยังไม่ได้บอกความในใจเลยนะเว้ย”

“ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะหมอ เธอไปแล้ว”

“ไอ้เด็ด...ฉันไม่ได้แช่งนะ ถ้าคุณนุชเกิดอุบัติเหตุเป็นอะไรไป หรือแกอาจจะโดนงูกัด นํ้าร้อนลวกเป็นอะไรไป แกไม่เสียใจเหรอวะที่ไม่ได้พูดให้คุณนุชรู้” เกริกไกรพูดจบ ยื่นกุญแจรถให้ ใจเด็ดมองกุญแจอยู่อึดใจ ก่อนจะคว้ามัน ตรงไปที่รถรีบขับตามหวังจะให้ทัน แต่ต้องผิดหวัง รถของสรนุชกับพวกไปไกลแล้ว...

ทางด้านสรนุชนั่งเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่ออกจากหนองระบือยันถึงกรุงเทพฯ แต่พอเห็นหน้าคุณหญิงเลิศ–หล้าเท่านั้น โผกอดร้องไห้โฮ คุณหญิงเลิศหล้าตกใจ ลูกเป็นอะไรไปใครทำให้ร้องไห้ สรนุชไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ คุณหญิงเลิศหล้าร้อนใจ หันไปคาดคั้นอรอนงค์กับสุบินให้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเธอ ทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันไม่รู้จะตอบอย่างไรดี...

สรนุชเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน คุณหญิงเลิศหล้าทนเห็นลูกเสียใจร้องไห้เป็นเผาเต่าไม่ไหว เข้ามาหาที่ห้องดึงลูกมากอดปลอบใจ ถามว่ารักใจเด็ดมากหรือ สรนุชนิ่งไม่ตอบ

“แม่ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรระหว่างลูกกับใจเด็ด รู้แต่ว่า ถ้าวันนี้ลูกอยากจะระบายมันออกมาลูกก็ทำเถอะ แม่อยู่นี่แล้ว” คุณหญิงเลิศหล้าลูบหัวลูกด้วยความรัก สรนุช นํ้าตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

“หนูทำถูกแล้วใช่ไหมคะ ถ้าหนูกับเขารักกัน จะต้องมีอีกคนที่เสียใจ” สรนุชพูดไปสะอื้นไป

“ลูกก็เลยเลือกให้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียใจ...ไม่เป็นไรนะ ...ความรักจะมีทางออกของมันเอง เชื่อแม่สิ” คุณหญิงเลิศหล้ากอดลูกไว้แนบอก  หัวใจแทบจะสลายไปกับลูกด้วย

ooooooo
ตอนที่ 16


หลายวันผ่านไป...

สรนุชตัดสินใจจะหลบไปเลียแผลใจ ด้วยการไปเรียนต่อปริญญาโทเมืองนอก มีกำหนดจะเดินทางในวันพรุ่งนี้ ทันทีที่เกริกไกรรู้ข่าวจากอรอนงค์ วิ่งหน้าตั้งมาบอกใจเด็ดซึ่งกำลังคุมงานก่อสร้างคอกควายใหม่ง่วนอยู่ เขาเตือนเพื่อนรัก ถ้าไปไม่ทันคราวนี้ อีกสองปีถึงจะได้เจอหน้าสรนุชอีกครั้ง เจนจิราแอบได้ยินถึงกับยิ้มพอใจ ในที่สุดเสี้ยนหนามความรักของเธอถูกกำจัดไปจนได้ รีบเข็นรถเข็นเข้าไป

“พี่ใจเด็ด...ได้เวลาฝึกเดินของเจนแล้วค่ะ...แต่ถ้าพี่ใจเด็ดไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะคะ”

ใจเด็ดจำต้องข่มความอยากไปหาสรนุชเอาไว้ บอกเจนจิราว่าว่าง ไปฝึกเดินกับเธอได้ แล้วเข็นรถเข็นพาเจนจิราออกไป เกริกไกรได้แต่มองตามเพื่อนรักสีหน้าเป็นกังวล...

คืนวันเดียวกัน สุบินชวนอรอนงค์กับสรนุชไปดื่มฉลองความสำเร็จที่ละครของเขาผ่านการอนุมัติให้สร้างได้แล้ว และเลี้ยงส่งสรนุชไปเรียนต่อเมืองนอกไปในตัว สรนุชกลับเอาแต่นั่งซึม สุบินโวยลั่น ถ้าจะไปอเมริกาแล้วทำหน้าอย่างนี้อย่าไปเลยดีกว่า อรอนงค์ขอร้องสุบินช่วยเข้าใจสรนุชบ้าง สุบินไม่เข้าใจ และไม่อยากเข้าใจ

“ฉันบอกหมอไปแล้วว่าแกเดินทางพรุ่งนี้ ฉันว่าคุณใจเด็ดต้องมาส่งแกแน่นอน” อรอนงค์ให้กำลังใจ

สรนุชไม่อยากหวังอะไรอีกแล้ว สุบินชักรำคาญ ถ้าคิดถึงใจเด็ดนัก ทำไมไม่ โทร.หาเขาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ถ้ารักเขาแล้วไม่บอก แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร ใจสรนุชอยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ปากกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง

“อย่าเลย...ฉันว่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้น่ะดีแล้ว ปล่อยให้เวลาทำให้ทุกอย่างค่อยๆจางหายไป”

“แล้วถ้าพรุ่งนี้คุณใจเด็ดมาล่ะ แกยังจะไปอยู่หรือเปล่า” อรอนงค์ซัก สรนุชแอบมีความหวังเล็กๆขึ้นมา...

ฝ่ายใจเด็ดคิดไม่ตกว่าควรจะไปส่งสรนุชดีหรือเปล่า เกริกไกรแนะให้ถามใจตัวเองก่อนว่าอยากเจอหน้าสรนุชไหม ใจเด็ดไม่ต้องคิด พยักหน้ารับทันที

“ก็แค่เนี่ย...อยากไปก็ไป...ไอ้เด็ด นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะที่แกจะได้เจอกับคุณนุช ตัดทุกอย่างที่แกคิดออกไปให้หมด แล้วเหลือแต่หัวใจของแก...รีบนอนล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ขับรถไม่ไหว” เกริกไกรตบบ่าเพื่อนรักให้กำลังใจ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอน ใจเด็ดเหม่อมองดาวบนฟ้าด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

ใจเด็ดรีบลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้า คว้ากุญแจรถเตรียมจะเข้ากรุงเทพฯ เจนจิรานกรู้ เข็นรถเข็นมาดักรอ ขอร้องไม่ให้ไป ใจเด็ดขอแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น แล้วจะรีบกลับมาหาเธอ เจนจิราไม่ยอมดึงแขนเขาไว้

“ไม่...เจนไม่ให้พี่ไป วันนี้มันก็เป็นแค่อีกหนึ่งวัน พอผ่านไปแล้วมันก็ไม่มีอะไรสำคัญอีก”

ใจเด็ดแกะมือเจนจิราออก แล้วเดินไปที่รถ เจนจิราพยายามร้องเรียกให้เขากลับ แต่ไม่เป็นผล หันไป คว้าไขควงใกล้มือ ตะโกนขู่ถ้าใจเด็ดดื้อดึงจะไปส่งสรนุชให้ได้ ก็จะไม่ได้เห็นเธออีก แล้วเอาไขควงแทงขาตัวเอง ใจเด็ดตกใจรีบวิ่งมาดู เห็นเลือดไหลจากขาเจนจิรานองพื้น รีบเอาผ้าอุดไว้

“พี่ใจเด็ดอย่าไปนะคะ” เจนจิราคาดคั้น ใจเด็ดกล้ำกลืนพยักหน้ารับคำอย่างเจ็บปวดใจ...

ไม่ได้มีแต่ใจเด็ดเท่านั้นที่เจ็บปวดใจ สรนุชก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเช่นกัน เธอรอใจเด็ดมาหาจนวินาทีสุดท้าย ถึงได้ตัดใจออกจากบ้าน ทิ้งมือถือกับเสื้อที่ใจเด็ดให้ไว้เบื้องหลัง...

หลังจากหมอทำแผลให้เจนจิราเรียบร้อย เตือนว่าทีหน้าทีหลังต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้ คราวนี้นับว่าโชคยังดีที่ไม่โดนเส้นประสาท ไม่เช่นนั้นอาจจะหมดหวังที่จะเดินได้อีก

“ครับ...ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้” ใจเด็ดมองตามหมอที่เดินออกจากห้องพักฟื้น แล้วเบือนหน้ากลับมาเจอเจนจิรามองจ้องอยู่ รีบเบือนหน้าหนี

“พี่ใจเด็ดโกรธเจนหรือคะ”

“เปล่าหรอก” ใจเด็ดข่มความรู้สึกไว้ เจนจิราค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือใจเด็ด แต่เขาชักมือกลับ ขอตัวออกไปข้างนอก เดินมาที่ระเบียงหน้า รพ.เงยหน้ามองท้องฟ้า

“โชคดีนะครับ...คุณนุช” แม้ไม่ได้ไปส่งเธอด้วยตัวเอง ใจเด็ดขอฝากใจส่งไปให้ก็ยังดี

ooooooo

ผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มๆ ตั้งแต่สรนุชไปเมืองนอก ไม่มีข่าวคราวของเธออีกเลย ใจเด็ดยังคงเฝ้าดูแลและคอยช่วยเจนจิราออกกำลังขาฟื้นฟูกล้ามเนื้อเหมือนเช่นเคย โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เจนจิราสามารถเดินเองได้แล้ว แต่ยังแกล้งนั่งรถเข็นเพื่อดึงใจเด็ดไว้กับเธอตลอดเวลา

วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากออกกำลังเสร็จ เจนจิราขอให้ใจเด็ดพาไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา หลวงพ่อเข้ามาทักทายเจนจิราเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง เจนจิราโกหกได้แม้กระทั่งพระ

“ก็ดีขึ้นค่ะ แต่ว่ายังเดินไม่ได้”

หลวงพ่อแนะให้หมั่นทำบุญมากๆ เผื่อผลบุญจะช่วยได้ ใจเด็ดขอตัวเอากรงนกไปคืนคนขาย เจนจิรามองตาม รู้สึกได้ว่าใจเด็ดซึมเศร้าลงตั้งแต่สรนุชจากไป หลังจากทำบุญเสร็จ เจนจิราชวนใจเด็ดไปเที่ยวในเมืองกันต่อ เพื่อให้เขาคลายความเศร้า ใจเด็ดไปไม่ได้ มีนัดกับโชคชัยไว้ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

ครู่ต่อมา ใจเด็ดมาถึงคอกควาย เจอโชคชัยกำลังยืนดูคนงานขนปุ๋ยขี้ควายขึ้นรถ โชคชัยอดถามใจเด็ดไม่ได้ว่าสรนุชติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ใจเด็ดส่ายหน้าแทนคำตอบ โชคชัยปลอบใจเด็ดให้เข้มแข็งเข้าไว้ ไม่ว่าสรนุชจะอยู่ที่ไหน เธอยังคงมีแต่ใจเด็ดคนเดียวเท่านั้น ใจเด็ดขอบคุณโชคชัยสำหรับกำลังใจที่ให้

“นายไม่คิดจะตามคุณนุชไปหรือ”

“ถ้าเมื่อไหร่ที่เจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง วันนั้น ผมจะไปจากที่นี่ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ผม

จะหาเธอให้เจอ” ใจเด็ดแววตามุ่งมั่น โชคชัยมองเขาอย่างเอาใจช่วย ขอให้ทั้งคู่สมหวัง....

พอแดดร่มลมตก ใจเด็ดพาเจนจิรามาฝึกกำลังขาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เจนจิราเล่นละครตบตาว่าพอจะก้าวเดินด้วยตัวเองได้แล้ว แสร้งดีอกดีใจ แล้วทำเป็นล้มใส่อ้อมกอดใจเด็ด

“เราแต่งงานกันนะคะพี่ใจเด็ด” เจนจิราโพล่งขึ้นอย่างหน้าไม่อาย

“อะไรนะ” ใจเด็ดตกใจ ร้องเสียงหลง ทำหน้าไม่ถูก เจนจิราจับสังเกตได้ หน้าหงิกทันที

“ทำไมคะ...พี่ใจเด็ดจะทิ้งเจนหรือคะ พี่สัญญากับเจนแล้วนะคะว่าจะไม่ทิ้งเจนไปไหน...พี่ใจเด็ดอาจจะไม่รู้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกของเจนไม่เคยเปลี่ยน เจนยังรักพี่เหมือนวันแรกที่เจนรัก” เจนจิราเข้ามาจับมือ ใจเด็ดไว้ แล้วชวนเขาแต่งงานอีกครั้งหนึ่ง ใจเด็ดกุมมือเธอตอบ เจนจิรายิ้มดีใจคิดว่าใจเด็ดยอมแต่งด้วย

“ไม่ใช่เจนคนเดียวหรอกที่รู้สึกเหมือนเดิม พี่เองก็เหมือนกัน พี่ยังรักเจนเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น”

สิ้นเสียงใจเด็ด เจนจิราเป็นลมหมดสติทันที ใจเด็ดรีบพากลับไปที่บ้านพักของเธอ สั่งให้สมหญิงช่วยดูแล เธอด้วย จากนั้น ใจเด็ดตรงไปที่ต้นไม้อธิษฐาน เอากระดาษมาเขียนคำอธิษฐานมัดติดกับลูกยาง แล้วโยนขึ้นไป

“ขอให้เจนกลับมาเดินได้เหมือนเดิมด้วยครับ...ถ้าเจนกลับมาเดินได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบไปหาคุณนะ คุณนุช”



ooooooo

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดเพิ่งขับรถมาจอดยังไม่ทันจะลงจากรถ สมหญิงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่าเจนจิราหายตัวไป เธอแค่ไปเอาข้าว จะมานั่งกินไปเฝ้าเจนจิราไป แต่พอมาถึงเธอหายตัวไปแล้ว ใจเด็ดสั่งสมหญิงให้ไปตามคนงานแล้วออกไปตามหาเจนจิราด่วน สมหญิงยังไม่ทันจะขยับ

ภิรมย์วิ่งหน้าตื่นเข้ามา ละล่ำละลักบอกใจเด็ดว่า เจนจิรานอนหมดสติอยู่ที่อาคารสำนักงาน ใจเด็ดไม่รอช้า รีบวิ่งไปดู พบเจนจิรานอนหมดสติอยู่ที่พื้น ข้างตัวมีขวดใส่ยานอนหลับตกอยู่ ใจเด็ดรีบพาเธอส่ง รพ. เจ้าหน้าที่นำตัวเจนจิราเข้าห้องฉุกเฉิน โดยมีใจเด็ดนั่งรออยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวายใจ

ผ่านไปพักใหญ่ หมอออกมาแจ้งอาการให้ใจเด็ดทราบว่าเจนจิราปลอดภัยแล้ว หมอล้างท้องให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อย่าเพิ่งเยี่ยม ให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนก่อน ใจเด็ดพยักหน้ารับรู้

“หัวหน้า...หมอไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้น คุณเจนถึงได้คิดฆ่าตัวตาย แต่หมอขอย้ำอีกครั้งนะว่า ถ้าจิตใจของเธอเกิดการกระทบกระเทือนอีก บางที...เธออาจจะเดินไม่ได้อีกตลอดชีวิต” หมอหน้าเครียด ใจเด็ดได้แต่อึ้ง...
พอใจเด็ดรู้ว่าที่เจนจิรากินยาฆ่าตัวตายเพราะต้องการปล่อยให้เขาไปตามหาสรนุช ถ้าเธอยังอยู่เท่ากับเป็นภาระให้เขาต้องมาคอยดูแล และที่สำคัญเขาไม่ได้รักเธอ ใจเด็ดสะเทือนใจกับการเสียสละครั้งนี้ของ

เจนจิรามาก จับมือเธอมากุมไว้ ตัดสินใจทำบางอย่างที่เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

“เจน...ถ้าเจนหายดีแล้ว เราแต่งงานกันนะ”

เจนจิราแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งฟื้นจะกระโดดโลดเต้นให้สมกับข่าวดีนี้...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สุบินถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้ข่าวใจเด็ดตกลงใจจะแต่งงานกับเจนจิรา อรอนงค์ต่อว่าสุบินจะต้องตกใจอะไรนักหนาถ้าสองคนนั่นจะแต่งงานกัน

“อย่าว่าคุณสุบินเลยครับคุณอร ครั้งแรกที่ผมได้ยินจากไอ้เด็ด ผมเองก็ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเหมือนกัน”

“จริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของผมสักเท่าไหร่หรอกหมอ...รักแท้มักจะแพ้ความใกล้ชิด”

“แต่ผมไม่แน่ใจว่าไอ้เด็ดจะรักเจนจริงๆ” เกริกไกรสีหน้าครุ่นคิด อรอนงค์ไม่เข้าใจ ถ้าไม่รักแล้วจะแต่งไปทำไม เกริกไกรก็อยากรู้เหมือนกัน พรุ่งนี้เช้าเขาจะกลับหนองระบือ ไปถามใจเด็ดให้รู้เรื่อง

ooooooo

ทันทีที่เกริกไกรเจอหน้าใจเด็ด ถามว่าตกลงจะแต่งงานกับเจนจิราจริงๆหรือ ใจเด็ดไม่ตอบ กลับถามกลบเกลื่อนว่าไปเที่ยวกรุงเทพฯสนุกไหม เกริกไกรโวยลั่น แล้วเอาสรนุชไปไว้ไหน เขารักเธอไม่ใช่หรือ

“นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วไอ้หมอ...ฉันตัดสินใจแล้ว” ใจเด็ดพูดจบ ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ พยายามซ่อนแววตาเศร้าๆให้พ้นจากสายตาเพื่อนรัก เกริกไกรสงสารใจเด็ดจับใจ รู้ดีว่าเพื่อนไม่ได้รักเจนจิรา สองหนุ่มมัวแต่จมอยู่ในความคิดของตัวเองไม่ทันสังเกตเห็นเจนจิราแอบฟังอยู่

ooooooo

งานแต่งงานของใจเด็ดกับเจนจิราจัดขึ้นอย่างเร่งรีบที่โรงแรมในตัวจังหวัด ใจเด็ดแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย รอฤกษ์แต่งงานอยู่ในห้องพัก ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับเจ้าบ่าว เกริกไกรเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนแล้วอยู่เฉยไม่ไหว เข้าไปยืนด้านหลังใจเด็ดซึ่งกำลังส่องกระจกเงาสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม

“ไอ้เด็ด...แกรู้ไหมว่างานแต่งของแกวันนี้ เป็นงานแต่งในฝันของฉันเลยนะเว้ย...งานเล็กๆจัดริมสระน้ำ แขกก็มีเฉพาะคนสนิทที่รู้ใจจริงๆ นึกแล้วอิจฉาแกว่ะ”

“แกอยากพูดอะไรวะไอ้หมอ”

“ไม่ว่างานนี้จะเป็นงานในฝันของฉันแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่งาน มันอยู่ที่คนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย ตั้งแต่เราก้าวออกจากห้องนี้ไป...ฉันอยากให้แกคิดให้ดีๆ”

“ฉันคิดดีแล้ว”

เกริกไกรถอนใจเหนื่อยใจที่ไม่อาจเปลี่ยนใจเพื่อนรักได้ เลยปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว ขอตัวออกไปดูแลความเรียบร้อยให้ก่อน ระหว่างเดินมาตามทาง

เจอเจนจิรากำลังจะไปหาใจเด็ดที่ห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว เกริกไกรอยากให้ใจเด็ดได้มีเวลาคิดทบทวนเรื่องแต่งงาน พยายามขัดขวางไม่ให้เจนจิราไปหา อ้างคนโบราณถือ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ควรจะเห็นหน้ากันก่อนงานพิธี

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจนอยากเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยจริงๆ ขอตัวก่อนนะคะ” เจนจิราว่าแล้ว ก้าวฉับๆไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเกริกไกร ครู่ต่อมา เจนจิราเปิดประตูห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวเข้าไป ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อพบใจเด็ดนอนหมดสติอยู่ที่พื้น...

ใจเด็ดถูกนำตัวส่ง รพ.ที่ดีที่สุดในตัวจังหวัด หมอต้องผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งในสมองออก ใจจอม หทัย สุบินอรอนงค์ เกริกไกรกับใจเพชร และเจนจิรานั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างกระวนกระวายใจ หทัยร้องไห้จะเป็นจะตายเป็นห่วงใจเด็ด จนใจเพชรต้องคอยปลอบให้ใจเย็นๆ ใจเด็ดต้องไม่เป็นอะไร สุบินบ่นขึ้นอย่างเหลืออด

“ที่คุณใจเด็ดเป็นอย่างนี้ อาจจะเครียดเพราะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักก็ได้”

เจนจิราโดนแดกดันถึงกับสะอึก อรอนงค์ต่อว่าสุบินที่ปากเสียไม่เลิก ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องนี้ สุบินไม่วายต่อปากต่อคำ เรื่องที่ตนเองพูดเป็นความจริงทำไมจะพูดไม่ได้ เจนจิราฉุนกึก

“นายอยากจะพูดอะไรก็พูดไป แต่รู้ไว้ด้วย ที่พี่ใจเด็ดเป็นอย่างนี้ ฉันเป็นคนที่เสียใจที่สุด”

ทุกคนนิ่งเงียบกันไปหมด ก่อนจะชวนกันสวดมนต์ภาวนาขอให้ใจเด็ดปลอดภัย...

หลายชั่วโมงผ่านไป หมอออกจากห้องผ่าตัด แจ้งให้ทุกคนทราบว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี หมอเอาเลือดที่คั่งในสมองออกหมดแล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนไข้จะฟื้นเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและจิตใจของคนไข้เอง หทัยรับไม่ได้ถึงกับร้องไห้โฮเข้าไปกระชากแขนหมอ ขอร้องให้รักษาลูกของเธอให้หายจะใช้เงินเท่าไหร่เธอยอม ใจจอมต้องเข้ามากอดปลอบใจ หทัยร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น

ooooooo

ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว ใจเด็ดยังคงนอนเป็นผักอยู่ใน รพ. มีเพียงทรวงอกที่ขยับขึ้นลงที่บ่งบอกว่าเจ้าของร่างยังมีชีวิตอยู่ โชคชัยเพิ่งรู้ข่าวเศร้านี้ แนะให้เกริกไกรลองพูดกับใจเด็ดเรื่องสรนุช บางทีอาจมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้ เกริกไกรไม่รอช้า วางมือจากงานที่ทำ มุ่งหน้าไป รพ.โดยไม่ลืมชวนอรอนงค์ไปเป็นเพื่อน

ครู่ต่อมา เกริกไกรกับอรอนงค์มาถึงห้องพักฟื้นของใจเด็ด เห็นเจนจิรานั่งจับมือใจเด็ดที่ติดเครื่องวัดคลื่นสมองกับสายน้ำเกลือระโยงระยาง เจนจิราเห็นเกริกไกรเดินมาจับมือใจเด็ดอีกข้างหนึ่งถามว่าจะทำอะไร

“แค่อยากลองพูดบางอย่างกับคุณใจเด็ดน่ะค่ะ” อรอนงค์ชิงตอบคำถามแทนเกริกไกร



“ไอ้เด็ด...แกได้ยินฉันไหม ฉันรู้ว่าแกเหนื่อยจนไม่อยากกลับมา แต่แกยอมแพ้แล้วหรือ...แกไม่อยากเจอคุณนุชอีกครั้งหรือไง...แกเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่าแกจะตามหาคุณนุช แกยังตายตอนนี้ไม่ได้ แกยังไม่ได้บอกรักคุณนุชนะไอ้เด็ด” สิ้นเสียงเกริกไกร กราฟสมองของใจเด็ดขยับ หัวใจก็เต้นแรงขึ้น เจนจิราถึงกับตะลึง

ooooooo

3 ปี ผ่านไป...

ที่เนิร์สเซอร์รี่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ขณะที่สรนุชมารับปูเป้ลูกของสุบินเจอใจเด็ดที่มารับใจแก้วลูกของใจเพชรโดยบังเอิญ ทั้งคู่ต่างเข้าใจผิดคิดว่าเด็กนั่นเป็นลูกของอีกฝ่าย เพราะปูเป้เรียกสรนุชว่าแม่ ส่วนใจแก้ว

ก็เรียกใจเด็ดว่าพ่อ ต่างฝ่ายต่างเจ็บหัวใจจี๊ดเพราะคิดว่าคนรักของตนที่เฝ้ารอคอยมีครอบครัวไปแล้ว...

คืนวันเดียวกัน งานแต่งงานระหว่างอรอนงค์กับเกริกไกรถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูกลางกรุง เกริกไกรในชุดเจ้าบ่าวกำลังกวาดตามองหาใจเด็ดอยู่ ภิรมย์กับสมหญิงเห็นเจ้าบ่าวชะเง้อคอยาวคิดว่ามองหาเจ้าสาวแซวกันยกใหญ่ เกริกไกรไม่ได้มองหาเจ้าสาว แต่มองหาเพื่อนเจ้าบ่าวต่างหาก ทำไมป่านนี้ยังไม่มา ระหว่างนั้น สุบินวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาลูกสาว พอรู้จากสมหญิงว่าเห็นแกวิ่งเล่นอยู่ข้างนอก สุบินวิ่งปรู๊ดออกไป...

ที่ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยง ใจเด็ดกำลังจะเดินไปเขียนคำอวยพร มีเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งมาชนจนล้ม เป็นจังหวะเดียวกับสุบินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงพอดี เห็นปูเป้ลูกสาวของเขาอยู่กับใจเด็ด รีบวิ่งเข้ามาหา

“คุณใจเด็ด ผมนึกว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว...

ปูเป้...สวัสดีคุณอาใจเด็ดเร็ว...ลูกสาวผมเองนะครับ”

“เอ่อ...คุณสุบิน...แต่งงานกับคุณนุชหรือครับ”

“ไอ้หยา...นี่คุณใจเด็ดจะหางานให้ผมหรือไง เกิดแฟนผมได้ยินเข้า...เป็นเรื่องแน่”

ใจเด็ดงง ตกลงปูเป้ไม่ใช่ลูกสาวของสุบินกับสรนุชหรือ เมื่อตอนเย็นเขาเห็นสรนุชไปรับปูเป้ที่โรงเรียน สุบินอธิบายว่า บังเอิญแม่ของเด็กไม่ว่างเลยวานสรนุชช่วยไปรับลูกให้ ใจเด็ดโล่งใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่...

ขณะเดียวกัน ที่ห้องแต่งตัวเจ้าสาว สรนุชก็เพิ่งรู้จากอรอนงค์เช่นกันว่า ใจแก้วไม่ใช่ลูกของใจเด็ด แต่เป็นลูกของใจเพชรพี่ชายของเขา สรนุชแอบดีใจแต่เก็บอาการเอาไว้ ยิ่งได้รู้จากอรอนงค์ว่า ตลอดเวลาที่สรนุชอยู่เมืองนอก ใจเด็ดไม่เคยคบหาดูใจกับสาวคนไหน เหมือนกับยังรอคอยเธออยู่ สรนุชยิ่งเป็นปลื้ม...

งานเลี้ยงฉลองสมรสเป็นไปอย่างชื่นมื่น ได้เวลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องขึ้นเวทีให้พิธีกรสัมภาษณ์ สรนุชกับใจเด็ดยืนกันคนละฝั่ง ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ขณะเกริกไกรกำลังกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่ออรอนงค์ ใจเด็ดทนไม่ไหว ตัดสินใจถามสรนุชว่า
ทำไมถึงไม่บอกว่าปูเป้เป็นลูกของสุบิน เสียงในห้องจัดเลี้ยงดังมาก ทำให้สรนุชไม่ได้ยิน ใจเด็ดจึงต้องถามซํ้าเรื่องปูเป้อีกครั้ง

“แล้วทำไมฉันต้องบอก” สรนุชตะโกนตอบ

เสียงของเธอดังจนเกริกไกรหันมองอย่างตำหนิ สรนุชรีบก้มหน้างุดๆ พอถึงตอนที่แขกเหรื่อตะโกนเชียร์ให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาว สรนุชหมดหน้าที่ ลงจากเวทีอย่างหัวเสีย ใจเด็ดรีบตามมาทันตรงหน้าเวที ดึงแขนเธอไว้

“เดี๋ยวก่อน...คุณยังโกรธผมที่ไม่ไปส่งคุณที่สนามบินใช่ไหม”

“ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้น ฉันรู้ว่านายต้องดูแลเจนจิรา”

ใจเด็ดยังไม่ทันอ้าปากจะอธิบาย ทำไมเขาถึงกับทำอย่างนั้น พิธีกรบนเวทีประกาศเสียงลั่นว่า ถึงเวลาเจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้แล้ว สาวๆในงานส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด กรูกันมาหน้าเวทีเบียดใจเด็ดกับสรนุชแยกไปคนละทาง ใจเด็ดพยายามชะเง้อหาสรนุช แต่เธอหายไปแล้ว วิ่งตามออกมาตามหาหน้างาน แต่ก็คลาดกัน

ooooooo

สรนุชยังอยู่เมืองไทยต่อ ต้องทำวิทยานิพนธ์เรื่องควายให้เสร็จก่อน เธอติดต่อมูร่าห์ฟาร์มไว้แล้ว จะมาขอข้อมูลเกี่ยวกับทำฟาร์มควายนม พอมาถึง ผจก.ฟาร์มใจดีมาต้อนรับสรนุชด้วยตัวเอง ซํ้ายังบอกว่า วันนี้เธอโชคดี เจ้าของฟาร์มอยู่พอดี และท่านจะเป็นผู้ให้ข้อมูลต่างๆกับเธอด้วยตัวเอง

“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”

“ท่านเป็นคนอย่างนี้แหละครับ ถ้ารู้ว่าใครชอบควายล่ะก็ ถึงไหนถึงกัน...คุณเดินดูรอบๆก่อนแล้วกัน

เดี๋ยวผมไปตามท่านก่อน” ผจก.ฟาร์มเดินลิ่วหายไปด้านใน สรนุชมองไปที่คอกรีดนมควายอย่างสนใจ ก่อนจะเดินตรงไปที่นั่น เห็นชายคนหนึ่งกำลังรีดนมควายอยู่

“โทษนะคะ...ควายนี่พันธุ์อะไรหรือคะ”

ชายคนนั้นหันมา สรนุชถึงกับตะลึง เขาคือใจเด็ดนั่นเอง ใจเด็ดยังไม่ทันจะถามอะไร ผจก.ฟาร์มเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับแนะนำสรนุชให้รู้จักกับใจเด็ด เจ้าของมูร่าห์ฟาร์ม ฟาร์มควายนมแห่งแรกในประเทศไทย

“ตกลงคุณคือคนที่จะมาสัมภาษณ์ผมหรือ”

สรนุชยังงงไม่หาย พรหมลิขิตเล่นตลกกับเธอหรือ ถึงได้พาให้มาเจอกับเขาอีกครั้ง จากนั้น ใจเด็ดพาสรนุชเดินชมคอกควาย อดสงสัยไม่ได้ทำไมเธอถึงเลือกทำวิทยานิพนธ์เรื่องควาย

“เอ่อ...ฉันแค่คิดว่าถ้าจะต้องการให้ควายเป็นที่นิยม มันน่าจะทำให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจมากกว่าจะให้อยู่แค่ในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์”

ใจเด็ดเองก็คิดเหมือนกัน ถึงได้ขอเงินพ่อของเขาหนึ่งก้อนมาเปิดฟาร์มที่นี่ แล้วขอบคุณสรนุชที่ยังคิดถึงพวกควายอยู่ สรนุชทำตัวไม่ถูก เอ็ดใจเด็ดแก้เขินว่าเธอต้องเป็นฝ่ายสัมภาษณ์เขา ไม่ใช่ให้เขาสัมภาษณ์เธอ แล้วขออนุญาตอัดเสียงสัมภาษณ์ หยิบเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมาเปิดเครื่อง พร้อมกับสมุดจดบันทึก

“ควายที่นี่เป็นควายอะไร ทำไมหน้าตามันถึงแปลกๆ”

“ควายมูร่าห์หรือควายแม่น้ำครับ ส่วนควายที่คุณเห็นที่สถานีฯเรียกว่าควายปลัก”

สรนุชถามคำถามเป็นทางการได้แค่คำถามเดียว คำถามต่อมาเป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ ทั้งเรื่องเจนจิราและเรื่องที่เขาฟื้นจากเป็นผักมาปีกว่า ทำไมไม่คิดจะตามหา เธอ ใจเด็ดกำลังจะอ้าปากอธิบาย ผจก.ฟาร์มเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน รายงานว่าใจจอมโทร.มา มีธุระด่วนจะคุยด้วย เขาบอกแล้วว่าใจเด็ดติดงานอยู่

แต่ใจจอมยืนยันจะต้องคุยกับใจเด็ดให้ได้ ใจเด็ดขอให้สรนุชรอสักครู่ เดี๋ยวเขามา แล้วเดินหายไปทางสำนักงาน สรนุชทั้งเคืองทั้งน้อยใจที่ต้องเป็นฝ่ายรออยู่ตลอด เขาคงไม่รู้ว่าการรอคอยมันทรมานแค่ไหน

“ฉันแค่อยากได้ยินคำว่ารักจากนายเท่านั้น” สรนุชหมดความอดทนลุกออกไปอย่างทันที...

สักพัก ใจเด็ดกลับมาที่คอกรีดนม ไม่เห็นสรนุชอยู่ตรงนั้นแล้ว พบเพียงเครื่องบันทึกเสียงซึ่งยังคงทำงานวางอยู่ นึกเอะใจกดเปิดฟัง แล้วรีบวิ่งตามสรนุชจนทันกันที่ลานจอดรถ ขอร้องให้อยู่คุยกันก่อน จากนั้น ใจเด็ดพาเธอขี่หลังควายชมฟาร์มโดยเขาคอยจูงควายให้ นั่งอยู่ได้พักเดียวสรนุชจะขอลง นอกจากจะไม่ให้ลงแล้ว ใจเด็ดกลับปีนขึ้นไปนั่งบนหลังควาย โอบเอวเธอไว้ กระซิบข้างหูว่าขอบคุณที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

สรนุชรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดใจเด็ด แต่ซาบซึ้งได้อึดใจ ควายเจ้ากรรมเสียหลักทำให้สรนุชกับใจเด็ด หล่นตุ๊บลงมากองกับพื้น ทั้งคู่หัวเราะอย่างมีความสุข ใจเด็ดถือโอกาสนี้บอกรักสรนุช แล้วโน้มตัวจะจูบ หญิงสาวทำเป็นงอนลุกพรวด ถ้าเขาคิดว่าเธอจะยอมให้จูบง่ายๆ ขอให้คิดใหม่แล้วขยับจะเดินหนี ใจเด็ดคว้าข้อมือเธอไว้

“คุณให้ชีวิตผม แล้วคุณจะทำลายมันด้วยการเดินจากผมไปอีกหรือครับ ชีวิตและหัวใจของผมเป็นของคุณแล้ว ผมอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับคุณ...คุณนุชครับ... ผมรักคุณ” ใจเด็ดจุมพิตสรนุชด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

– อวสาน –
กลับไปยังรายบอร์ด