กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15


สงกรานต์เฝ้าดูแลปีใหม่ด้วยความเป็นห่วง ทั้งง้อทั้งปะเหลาะแต่ปีใหม่ก็ไม่ยอมพูดด้วย จนเขาบอกว่าเดี๋ยวจะออกไปซื้ออะไรมาให้กิน แต่ปีใหม่ก็ยังนอนหันหลังเงียบ จนสงกรานต์เดินออกไปแล้ว ปีใหม่จึงหันมองหาแต่ก็ไม่เห็นพ่ออยู่ในห้องแล้ว

สงกรานต์ลงลิฟต์ เขาออกจากลิฟต์ก็พอดีอิงดาวเข้าลิฟต์อีกตัว เฉียดกันแค่เส้นยาแดง

อิงดาวตรงไปที่ห้องพักคนป่วยของปีใหม่ พอเคาะประตูก็ได้ยินเสียงปีใหม่สวนมาทันทีว่า “พี่ไม่กิน” อิงดาวเดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า “ไม่กินข้าวแล้วจะหายป่วยได้ไง”

ปีใหม่หันมองขวับ เห็นอิงดาวยืนอยู่หน้าเตียงก็ดีใจสุดๆ ลองหยิกแก้มตัวเอง เพราะคิดว่าฝันไปจนอิงดาวเข้ามานั่งข้างเตียง จับมือปีใหม่ไปกุม โน้มหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ

“พี่ปีไม่ได้ฝันไปหรอกครับ”

ปีใหม่โผเข้ากอดอิงดาวพร่ำบอกว่าตนคิดถึงมาก คิดถึงจริงๆ อิงดาวถามว่าไม่โกรธกันแล้วหรือ ปีใหม่บอกว่าไม่โกรธเพราะรู้ว่าอิงดาวต้องมีเหตุผลถึงทำแบบนั้น

“ขอบคุณมากนะครับที่ไม่โกรธพี่” อิงดาวจับหน้าปีใหม่พลิกดูเต็มตา “ดูสิ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันผอมลงไปตั้งเยอะ”

พอดีเจ้าหน้าที่เอาอาหารกลางวันมาให้ อิงดาวขอบคุณ แล้วเปิดฝาครอบอาหารออกดูทำเสียงตื่นเต้นว่า “โอ้โอ...น่ากิน ทั้งนั้นเลย กินเลยนะครับ”

“ครับ” ปีใหม่ตอบทันที อิงดาวจัดแจงป้อนให้ ปีใหม่อ้าปากรับอาหาร ตามองอิงดาวอย่างมีความสุข

อิงดาวป้อนอาหารให้ปีใหม่จนหมดชมว่าเก่งมากแล้วจัดยาให้กิน ปีใหม่กินยาอย่างว่าง่าย แล้วจับมืออิงดาวมองอ้อน พูดเว้าวอน

“พี่ดาว...พี่ดาวอยู่กับพี่ปีที่นี่นะครับ อย่าไปไหนอีก”

“พี่ดาวอยู่ไม่ได้จริงๆ พี่มีงานที่ต้องทำ” ครั้นปีใหม่ถามว่าต้องไปทำอะไร “พี่มีสวนมีไร่ที่ต้องดูแล”

ปีใหม่ถามว่าเธอเป็นนางแบบไม่ใช่หรือ อิงดาวจึงหยิบแว่นมาใส่ เอาไฝมาติด บอกให้ปีใหม่ดูดีๆแล้วถามว่าจำได้ไหมว่าตนเป็นใคร

ปีใหม่เพ่งมอง คิดๆ แล้วบอกว่าจำได้แล้ว ที่แท้เธอคืออิงดาวที่พบกันหน้าห้างตอนหลงกับเมี่ยงและพบกันที่ตลาดต้นไม้ อุทานเรียก “พี่ดาว...พี่อิงดาว...”

อิงดาวพยักหน้ารับใช่ และขอโทษที่ต้องหลอกปีใหม่ แต่ที่ทำเพราะจำเป็นจริงๆ ปีใหม่ยกมือห้ามบอกอิงดาวว่าไม่ต้องพูดแล้ว ตนไม่โกรธ ไม่ว่าอิงดาวจะเป็นอย่างไรก็ยังเป็นพี่ดาวของตนอยู่เสมอ

อิงดาวดีใจ ดึงปีใหม่เข้าไปกอด ทั้งสองต่างกอดกัน ด้วยความเข้าใจกันและกัน...

ooooooo

สงกรานต์ลงไปซื้ออาหารซื้อน้ำจะรีบขึ้นมา ถูกพนักงานเดินชนจนน้ำหก ต้องย้อนกลับไปซื้อใหม่ ซื้อเสร็จกลับมายืนรอลิฟต์อย่างร้อนใจเพราะไปนาน

พอดีอิงดาวบอกลาปีใหม่ เห็นปีใหม่อาลัยอาวรณ์มาก เธอบอกว่าถ้าคิดถึงให้โทร.หาได้ตลอดเวลา ถ้าอยากเจอ ก็ให้บอกมดแดงให้พาไปหาก็ได้ ปีใหม่ดีใจถามว่า ไปหาได้แน่หรือ

“แน่สิครับ พี่ปีมาหาพี่ดาวได้” แต่พอปีใหม่ถามว่าแล้วพาพ่อไปด้วยได้ไหม อิงดาวกลับนิ่งอึ้งแล้วตัดบท “พี่ต้องกลับแล้ว พี่ปีต้องสัญญากับพี่นะว่าพี่ปีจะกินข้าว กินยา และห้ามทำแบบนี้อีกเด็ดขาด สัญญาไหม”

“พี่สัญญา” ปีใหม่พยักหน้ายื่นนิ้วก้อยออกไปให้อิงดาวเกี่ยว ต่างเกี่ยวก้อยสัญญากัน

พออิงดาวเดินออกจากห้องไม่ถึงอึดใจ สงกรานต์ก็กลับเข้ามาพร้อมอาหารและน้ำ คุยอวดให้ลูกลุกขึ้นมาดู แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นอาหารที่ทางโรงพยาบาลเอามาให้หมดทุกอย่าง ถามว่าลูกกินข้าวหมดเลยหรือ ปีใหม่ไม่ตอบแต่รีบบอกว่า

“พี่ดาวมา...พ่อรีบไปตามพี่ดาวเร็วเข้า”

สงกรานต์วิ่งออกไปทันทีกวาดตามองหาไปทั่ว แต่ไม่เห็นอิงดาวแล้ว เพราะเธอหลบอยู่มุมหนึ่ง เธอแอบดูเห็นเขามองหาก็ได้แต่เศร้า แล้วรีบหลบออกไปอย่างเร็ว

ครู่หนึ่ง สงกรานต์กลับมาที่ห้องซึมๆเศร้าๆ ปีใหม่ถามว่าเจออิงดาวไหม เขาส่ายหน้าเดินมานั่งที่ข้างเตียง ปีใหม่จับมือพ่อมองหน้าถาม

“พ่อยังรักพี่ดาวอยู่ใช่ไหม” สงกรานต์บอกว่าพ่อรักแต่พี่ดาวเขาไม่รักพ่อ ปีใหม่กอดพ่อไว้พูดอย่างรู้สึกผิดว่า “พี่ขอโทษนะที่พี่พูดว่าเกลียดพ่อ”

“ไม่เป็นไรลูก...ไม่เป็นไร” สองพ่อลูกกอดกันอย่างเข้าใจกัน

ooooooo

เพราะต้องการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงอู๋เสียใหม่ มดแดงจับเปลี่ยนแปลงการแต่งกายไม่พอ ยังจับอู๋เข้าวัด ให้อ่านหนังสือสวดมนต์ที่อู๋บ่นว่า เล่มหนาอย่างกับสมุดโทรศัพท์ กว่าจะสวดเสร็จก็เช้าพอดี

“เว่อร์แหละ ถ้านายตั้งใจ เย็นๆก็เสร็จ”

“แล้วทำไมเธอต้องพาฉันมาวัด มาสนทนาธรรมกับหลวงพ่อ แล้วต้องให้มาสวดมนต์ด้วย”

“นี่คือการฝึกบุคลิกภาพของนาย การที่ฉันพานายมาวัด เพราะต้องการให้นายมีสติ ไม่ฟุ้งซ่าน นายจะได้นิ่ง สุขุม ไม่ลนแบบที่เป็นอยู่ เวลาใครเห็นนายเขาจะได้เชื่อถือ”

พูดแล้วมดแดงก้มกราบพระโดยมีอู๋นั่งหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ เธอหันมองขู่เบาๆ

“ห้ามขี้โกง สวดข้ามหน้า เพราะถ้านายสวดผิด ตกนรกไม่รู้ด้วย”

ตกเย็นเมื่อมดแดงหันมองอู๋อีกทีปรากฏว่าหลับสัปหงก เลยตีเพี๊ยะ อู๋สะดุ้งสวดมนต์ลั่น “นะโมตัสสะ...” จนคนมองกันเป็นตาเดียว มดแดงสั่งให้หยุดบ่นว่าไม่ได้เรื่องเลย อู๋เป็นตะคริว ลุกเดินกะเผลกตามมดแดงออกไปท่ามกลางสายตาของคนในอุโบสถที่มองเป็นตาเดียวกัน

ooooooo

กลับมาถึงบ้าน มดแดงโทร.เล่าให้อิงดาวฟังอย่างไม่หายอายว่า อู๋แผดเสียงจนคนหันมอง ตนอายแทบแทรกแผ่นดินหนี อิงดาวฟังแล้วหัวเราะ พอเพื่อนถามว่าหัวเราะอะไร อิงดาวถามอำๆว่า

“ถามจริงเหอะ ตกลงแกเป็นแฟนกับเสี่ยอู๋แล้วใช่ไหม” ทำเอามดแดงปฏิเสธเสียงหลงว่าเปล่า อิงดาวพูดขำๆว่า “แต่แกกำลังทำตัวเหมือนเป็นแฟนกับเสี่ยอู๋จริงๆ แกดูเป็นห่วงเขามาก”

มดแดงอ้างว่าตนแค่จะเอานิสัยลามกออกจากตัวอู๋เท่านั้น อิงดาวเตือนว่าระวัง ความหวังดีจะกลายเป็นความรัก มดแดงทำเสียงแหลมว่า “ไม่มีทาง!!”

“มดแดง ถ้าแกชอบเสี่ยอู๋จริงๆอย่าปล่อยโอกาสสำคัญในชีวิตให้ผ่านไป แกยังโชคดีที่มีโอกาสเลือกได้”

คำพูดแปลกๆของอิงดาว ทำให้มดแดงถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า อิงดาวรีบบอกว่าตนก็แค่พูดให้แง่คิดเท่านั้น

“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกกับเสี่ยอู๋ยังไงกันแน่” มดแดงวางสายแล้วพึมพำกับตัวเอง ถอนใจสลัดความรู้สึกสับสน แล้วหยิบลูกประคำขึ้นมาสวดเพื่อสงบจิตใจตัวเอง

ooooooo

คืนนี้ อิงจันทร์เก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่ออิงดาวเคาะประตูเข้ามาถามว่าจะไปจริงๆหรือ อิงจันทร์พยักหน้ายืนยันความตั้งใจ

“พอพี่กลับมา จันทร์ก็จะกลับกรุงเทพฯ หรือว่าพี่ทำให้จันทร์อึดอัดไม่พอใจอะไรรึเปล่า”

“มันไม่เกี่ยวกับพี่ดาว คือจันทร์คิดๆดูแล้ว จันทร์ไม่เหมาะจะเป็นชาวสวนชาวไร่หรอก ยังไงจันทร์ก็อยากทำงานด้านที่จันทร์เรียนมาอยู่ดี”

เมื่ออิงดาวถามว่าแล้วพ่อรู้รึยัง อิงจันทร์จึงไปคุยกับแสงที่ห้องรับแขก แสงถามว่าแน่ใจแล้วหรือว่าจะกลับกรุงเทพฯ เมื่ออิงจันทร์ยืนยัน แสงจึงให้อิงดาวออกไปก่อน ทำเอาเธองงถามว่าทำไมตนต้องออกไปด้วย แต่พอแสงพูดแค่ว่า “ข้าบอกให้ออกไป” เท่านั้น อิงดาวก็เดินออกไปทั้งที่ยังงง

เมื่ออยู่กันตามลำพัง แสงจับไหล่อิงจันทร์ พูดอย่างพ่อที่รักและรู้ใจลูกว่า

“ข้ารู้ว่าเอ็งกลับกรุงเทพฯเป็นเพราะอะไร เพราะนังดาวกับครูณุจะแต่งงานกันใช่ไหม” ถามแล้วเห็นอิงจันทร์เงียบ แสงพูดต่อ “สิ่งที่เอ็งกำลังทำคือการวิ่งหนี เอ็งคิดว่าจะวิ่งหนีไปได้ตลอดชีวิตงั้นเหรอ สักวันเอ็งก็ต้องเหนื่อยจนวิ่งต่อไปอีกไม่ไหว...คนเลิกยายังต้องหักดิบ บางครั้งการเผชิญหน้าอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ข้าอยากให้เอ็งคิดในสิ่งที่ข้าพูด แล้วค่อยมาบอกข้าอีกทีว่าเอ็งจะกลับกรุงเทพฯรึเปล่า”

เมื่อกลับมาที่ห้องนอนแล้ว อิงจันทร์คิดหนักกับคำพูดของพ่อที่ย้ำว่า “อยากให้เอ็งคิดในสิ่งที่ข้าพูด”

ooooooo

สองสามวันต่อมา เอี๋ยวไปที่ห้องซ้อมดนตรีเปิดกระเป๋าเอากีต้าร์ออกมา ทำให้หนังสือที่ตัวเองถ่ายแบบกับอิงดาวร่วงลงมา เอี๋ยวหยิบขึ้นมาดูสีหน้าครุ่นคิด แล้วหยิบมือถือโทร.ถึงอิงดาวทันที

จากนั้นไม่นาน เอี๋ยวก็ไปยืนรออิงดาวที่ท่ารถแล้ว อิงดาวขับรถออกมารับ ต่างทักทายกันด้วยความดีใจ จนเมื่อเอี๋ยวขึ้นรถกระบะที่อิงดาวมารับ เขานั่งมองเธอขับรถตาไม่กะพริบ จนเธอถามว่ามองทำไม

เอี๋ยวพูดขำๆ ว่าไม่คุ้นกับเธอในแบบนี้ อิงดาวถามว่าไม่สวยใช่ไหม

“สวยมากกว่าเดิมอีกครับ ผมชอบพี่ดาวไม่แต่งหน้า” เอี๋ยวยังมองหน้าเธอไม่วางตา ก่อนหันมองไปนอกรถ ยิ้มอย่างสบายใจกับทิวทัศน์ข้างทาง

เมื่อมาถึงสวนส้ม อิงดาวคั้นน้ำส้มสดๆ มาให้ เอี๋ยวรับไปดื่มรวดเดียวหมดแก้วชมว่าอร่อยมาก อิงดาวยิ้มขำๆ ถามว่าเว่อร์ไปรึป่าว ก็แค่น้ำส้ม

“พี่ดาวเป็นคนทำให้ มันถึงอร่อยยังไงล่ะครับ” เอี๋ยวปากหวาน อิงดาวยิ่งขำบอกว่านับวันเอี๋ยวจะเหมือนอู๋มากขึ้นทุกทีแล้ว ถามว่าทำไมไม่ชวนจีจี้มาด้วย “ผมอยากเจอพี่ดาวแค่สองคน”



ฟังเอี๋ยวแล้วอิงดาวเดาได้ว่า เอี๋ยวหมายถึงอะไร คิดอะไรอยู่ เอี๋ยวชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“พี่ดาวฟังผมก่อน ผมรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพี่ดาวกับพี่กานต์หมดแล้ว พี่ดาวอาจจะคิดว่าผมงี่เง่าพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรือครับ ที่ผมจะถามพี่ดาวอีกครั้ง โอกาสที่ผมเคยขอพี่ดาว พี่ดาวให้ผมได้ไหมครับ”

อิงดาวถอนใจยาว ก่อนบอกว่า “พี่มีแฟนแล้ว และพี่ก็กำลังจะแต่งงาน”

ขณะที่เอี๋ยวอึ้ง พูดไม่ออกนั่นเอง ครูณุเดินมา อิงดาวรีบแนะนำว่า “เอี๋ยว...นี่ณุ แฟนพี่”

สองหนุ่มต่างวัย มองกันอย่างสำรวจ

ooooooo

เอี๋ยวกลับมาถึงห้องซ้อมดนตรี ปรากฏว่าเอกกับต้นรอจนกลับไปกันหมดแล้วเหลือแต่จีจี้ พอเจอกัน จีจี้ถามว่าหายไปไหน โทร.ไปก็ไม่รับ วันนี้เลยอดซ้อม ดนตรี

เอี๋ยวพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า วันนี้ไม่ได้ซ้อมพรุ่งนี้ค่อยซ้อมก็ได้ แล้วถามจีจี้ว่า

“ไอ้จี้ ถ้าคนที่แกชอบ เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว แกจะทำไง แกจะตัดใจจากเขารึเปล่า”

จีจี้มองหน้าเอี๋ยวอย่างค้นหาก่อนบอกว่า “ถ้าเป็นฉัน...ฉันก็จะชอบเขาต่อไป” เอี๋ยวฟังแล้วขอบใจ จากนั้นจึงเล่าให้จีจี้ฟังว่า

“วันนี้ฉันหายไปเพราะฉันไปหาพี่ดาวมา พี่ดาวกำลังจะแต่งงานกับแฟนตัวจริงของเขา แต่ฉันรู้สึกว่าเขาต้องไปกันไม่ได้แน่ๆ”

“เอี๋ยว ที่ฉันบอกแกไปเมื่อกี้ ฉันไม่รู้ว่าแกหมายถึงพี่ดาว พี่ดาวเขากำลังจะแต่งงาน แกจะแย่งพี่ดาวจากแฟนของเขาไม่ได้ มันไม่ดีนะเว้ย”

“ฉันไม่ได้แย่ง แต่ฉันจะจีบพี่ดาว เพราะพี่ดาวมีสิทธิ์เลือก” เอี๋ยวยิ้มอย่างมุ่งมั่นลุกเดินออกไป

จีจี้มองตาม แล้วถอนใจหนักหน่วง...

ooooooo

วันนี้มดแดงไปทานอาหารที่ร้านอาหารจีนกับอู๋และป๊าของเขา อู๋สงบเสงี่ยมขึ้นมาก แต่ขณะเขากำลังคีบหมูหันนั่นเอง ถูกมดแดงตีมือเพียะ อู๋สะดุ้งถามว่าตนทำอะไรผิดอีกหรือ

“ต่อไปนี้นายห้ามกินสัตว์ใหญ่ การกินสัตว์ใหญ่มันเป็นบาป นายดูหมูตัวนี้สิ มันยังเป็นลูกหมูอยู่เลย การที่เราพรากมันมาจากแม่ของมันตั้งแต่มันยังเล็ก นายว่ามันบาปไหมล่ะ”

ป๊าชอบใจมากชมมดแดงว่าไม่เคยทำให้ป๊าผิดหวัง กระทั่งเอ่ยปากฝากฝังอนุญาตให้มดแดงอบรมสั่งสอนอู๋ได้ตามสบาย อู๋ทำหน้าสยอง ท้วงติงป๊าว่าตนแต่งเมียนะไม่ใช่จะมีแม่อีกคน แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

ลุกเดินไปไม่กี่ก้าว ก็มีลูกค้าโต๊ะหนึ่งเรียก “น้องๆเช็กบิล” ทำเอาอู๋หงุดหงิด มองตัวเองจึงรู้ว่าเพราะใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวนี่เอง เลยบอกเขาไปดีๆว่า “ผมไม่ใช่พนักงาน”

อู๋เดินอ้าวไปแล้ว ลูกค้าหน้าเหวอ ในขณะที่มดแดงมองอู๋แล้วก็คิดอะไรบางอย่าง

จนเมื่อพากันกลับ ป๊าเดินออกไปก่อน มดแดงเห็นอู๋นั่งซึมๆถามว่าเป็นอะไร

ooooooo

เมื่อกลับถึงห้องพักที่อู๋โมเดลลิ่ง มดแดงถามว่าเขาลำบากใจใช่ไหมที่ต้องแต่งตัวแบบนี้ อู๋ยอม รับว่ามันไม่ใช่ตัวเขา ใส่แล้วมันทำให้เสียความมั่นใจ ซ้ำวันนี้ยังมีคนที่ร้านอาหารเห็นเป็นพนักงานของร้านอีก เรื่องที่เธอพาไปวัดก็เหมือนกัน รู้ว่าเธอหวังดี แต่มันไม่ใช่ตัวตนเขา ถามมดแดงว่าเข้าใจไหม

มดแดงยกมือขึ้น อู๋หลบแว้บนึกว่าโดนอีกแล้ว รีบยกมือไหว้ขอโทษ รับปากว่าจะพยายามปรับตัวแต่มดแดงกลับจับไหล่อู๋ เป็นฝ่ายขอโทษเขาเสียเองยอมรับว่าตนพยายามจะเปลี่ยนแปลงเขา ก็เพราะอยากให้เขาดูดี แต่ในเมื่อสิ่งนี้ไม่ใช่ตัวเขา ก็ไม่อยากทำอีกแล้ว

“หมายความว่า เธอยอมให้ฉันเป็นตัวเอง เธอยอมให้ฉันใส่เสื้อพวกนี้เหรอ”

พอมดแดงอนุญาต อู๋โผเข้ากอดเธอไว้ด้วยความดีใจ อุ้มเธอขึ้นมา แต่พอวางลงก็จูบเสียฟอดใหญ่ทำเอามดแดงตั้งสติไม่ทัน พอรู้ตัวก็ตบหัวอู๋เพียะ ปรามเข้ม “มากไป”

“ขอบใจอีกครั้งนะมดแดงที่เข้าใจฉัน” อู๋ขโมยหอมแก้มมดแดงอีกครั้งแล้วรีบเข้าห้องน้ำ

“บ้า!” มดแดงด่าเบาๆ แก้มแดงเรื่อยืนยิ้มเขินอยู่คนเดียว

ooooooo

ที่บ้านสงกรานต์ วันนี้ปีใหม่จะได้กลับบ้านแล้ว นภารัตน์สั่งป้าแมวกับเมี่ยงเก็บพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปให้หมด ราชศักดิ์ถามว่าเว่อร์ไปรึเปล่า รมิตาย้อนถามว่าจำไม่ได้หรือว่าสงกรานต์เสียเมียไปครั้งที่แล้วไม่ใช่เพราะเมาหัวราน้ำทุกวันหรอกหรือ

ครู่เดียวสงกรานต์กับปีใหม่ก็กลับมาถึง ทั้งย่าทั้งป้าเข้าไปโอ๋อย่างดีใจ ปีใหม่บอกว่าตนหายดีแล้ว พลางเดินเข้าไปแบมือตรงหน้าพาสัน ทวงไอโฟน 4 เตือนว่าอย่าลืมนะ

ส่งปีใหม่กลับบ้านแล้วสงกรานต์กลับไปทำงานอีกทั้งที่เป็นวันเสาร์เพราะต้องรีบปิดงบ

มาถึงที่ทำงาน เขาได้รับโทรศัพท์จากมาริน ครู่เดียวก็ออกไปพบกันที่ร้านกาแฟ สงกรานต์มองตะลึงเมื่อเห็น

มารินสวยขึ้นมาก เธอยอมรับว่าไปรักษาหน้ามา ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้ เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำได้สำเร็จไหม

“ผมยินดีด้วยนะครับ ที่ทุกอย่างสำเร็จออกมาด้วยดี คุณสวยมาก”

“ขอบคุณค่ะ” มารินยิ้มเขิน ยิ่งเมื่อมีชายหนุ่มเดินผ่านมามองแล้วยิ้มให้ ทำให้มารินยิ่งรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ฤกษ์แต่งงานของอิงดาวที่แสงไปขอจากหลวงพ่อคือเดือนหน้า มีวันที่ดีที่สุดในปีนี้ อิงดาวกลัวเตรียมตัวไม่ทัน อิงจันทร์อาสาอย่างกระตือรือร้นว่าตนจะช่วยเตรียมให้เอง

อิงดาวถามน้องว่าไม่กลับกรุงเทพฯแล้วหรือ อิงจันทร์ตอบหน้าชื่นตาบานว่าไม่ไปแล้ว ยุว่าให้สองคนแต่งงานกันเร็วๆ ตนกับพ่อจะได้มีหลาน แสงหัวเราะชอบใจบอกว่าอิงจันทร์ พูดถูก

ครูณุมองหน้าอิงจันทร์อย่างจับสังเกต พออิงจันทร์เดินออกมาเขาตามมาขอคุยด้วย อิงจันทร์บอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย

ขณะนั้นเอง มีรถเก๋งป้ายแดงคันหนึ่งขับปราดเข้ามาจอด คนขับเปิดประตูรถลงมา อิงจันทร์ถามว่ามาหาใคร

สาวคนขับรถถามขำๆ ว่า “จันทร์ จำเราไม่ได้เหรอ”

“ริน...” อิงจันทร์เรียกอย่างตื่นเต้น ครูณุมองแล้วอึ้งไปกับรูปลักษณ์ใหม่ของมาริน

เมื่อเข้าไปนั่งในบ้านทุกคนจ้องหน้ามารินจนเธอทำหน้าไม่ถูก อิงดาวชมว่าเธอสวยมาก แสงบอกว่าเหมือนเป็นคนละคนกับที่เคยเจอเลย

“รินก็รู้สึกเหมือนตัวเอง เป็นคนใหม่เหมือนกันค่ะ” มารินยิ้มสดชื่นอย่างมั่นใจตัวเองมากๆ

ooooooo

เมื่ออิงดาวหนีกลับไปอยู่บ้านแล้ว โรสที่เพิ่งกลับจากไปทำงานที่ต่างประเทศ ก็รีบมาหาสงกรานต์ทันที เข้าไปอ่อยเข้าไปยั่วยวนอย่างไร สงกรานต์ก็ไม่สนใจ กระทั่งเมื่อโรสตำหนิติด่าอิงดาว สงกรานต์จึงปรามอย่างไม่พอใจว่า

“คนที่มีสิทธิ์พูดถึงคุณดาวคือผมคนเดียวเท่านั้น”

“โอเคค่ะ โรสเข้าใจว่ากานต์ยังทำใจไม่ได้ แต่กานต์ไม่ต้องห่วงนะคะ โรสนี่แหละจะทำให้กานต์ลืมมันเอง ต่อไปนี้โรสจะมาหากานต์ทุกวันเลย”

พูดแล้วโรสโผเข้ากอดเขาอีกครั้งอย่างมีความสุข สงกรานต์ยืนแข็งทื่อ เซ็งจนขี้เกียจพูด

ฝ่ายเอี๋ยวก็คิดจะเสียบแทนสงกรานต์วันนี้ก็อุตส่าห์ไปหาซื้อชาในซุปเปอร์มาร์เกตจะเอาไปฝากแสงเพื่อเอาใจจีจี้ติงว่าแน่ใจหรือว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ผล เตือนว่าอิงดาวไม่มีวันชอบเอี๋ยวแน่

“แกไม่ใช่พี่ดาว แกจะรู้ใจพี่ดาวได้ไง” ว่าจีจี้แล้วชูกระปุกชาเดินไปจ่ายเงิน

คืนนี้สงกรานต์ไปเล่านิทานให้ปีใหม่ฟัง เขาทำหน้าที่แทนอิงดาว พยายามเล่าอย่างมีชีวิตชีวาแต่ก็ยังถูกปีใหม่ติติงว่าต้องทำเสียงแบบอิงดาว คือทำเสียงขึ้นๆลงๆให้ตื่นเต้น

สงกรานต์พยายามอีก จนกระทั่งเห็นปีใหม่หลับไปแล้วก็ห่มผ้าให้แล้วออกไป

แต่หารู้ไม่ว่า ปีใหม่ลุกขึ้นมาโทรศัพท์หาอิงดาว ให้อิงดาวเล่านิทานทางโทรศัพท์ให้ฟังจนหลับไปจริงๆ อิงดาวเองก็มีความสุขที่ได้ทำเพื่อปีใหม่ แม้จะห่างไกลกันก็ตาม...

แต่พอกดปิดโทรศัพท์ อึดใจเดียวก็มีเสียงโทร.เข้ามาอีก พอรับสายได้ยินเสียงสงกรานต์เรียก “คุณดาว...” อิงดาวรีบกดปิดทันที

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น เอี๋ยวก็เอาชากระป๋องนั้นไปฝากแสงถึงที่บ้าน แนะนำตัวเองว่าชื่อเอี๋ยว เป็นเพื่อนรุ่นน้องของอิงดาว เอาชาสมุนไพรมาฝาก และมาเยี่ยมอิงดาวด้วย

“นังดาวมันสบายดี ทำไมต้องมาเยี่ยม” แสงถามเสียงขุ่นนิดๆทำเอาเอี๋ยวชะงักไปไม่ถูกเลยดีที่อิงดาวเดินมาเจอ เอี๋ยวดีใจมาก บอกว่ามาชวนไปกินข้าวด้วยกัน แสงไม่พูดอะไรแต่มองทั้งสองอย่างสงสัย

เอี๋ยวทำหน้าไม่ถูก เมื่อไปถึงร้านอาหารเจอครูณุนั่งรออยู่ ซ้ำอิงดาวยังบอกว่าตนชวนแฟนมาด้วยเมื่อจะสั่งอาหาร อิงดาวสั่งอย่างรู้ใจครูณุ สั่งสเต๊กปลาให้บอกว่าของชอบของเขา

เอี๋ยวนั่งทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งอาหารมาเต็มโต๊ะแล้ว อิงดาวยังตักโน่นตักนี่ให้ครูณุ

“กินเยอะๆนะ ช่วงนี้ต้องบำรุงหน่อย เพราะใกล้วันแต่งงานของเราแล้ว” พูดแล้วหันไปทางเอี๋ยว “วันแต่งงานพี่ เอี๋ยวมาด้วยนะ ชวนจี้มาด้วยล่ะ”

เอี๋ยวไม่ตอบ เขามองอิงดาวอย่างรู้ทันว่าแกล้งทำ

ooooooo

เมื่อมั่นใจตัวเองว่าสวยแล้ว มารินเริ่มรุกสงกรานต์ จนงามแสงเดือนเขม่นตาขวาง ดังนั้นเมื่อเห็นมารินมาหาสงกรานต์วันนี้ จึงรีบโทร.บอกโรสทันที


มารินเอากระถางดอกลิลลี่มาให้สงกรานต์บอกว่าเป็นดอกไม้ที่เขาเคยขอจากตน สงกรานต์ติงว่านี่ไม่ใช่ดอกซ่อนกลิ่น มารินชี้แจงอย่างมีความหมายว่า

“ไม่ใช่ค่ะ รินว่าความหมายของดอกซ่อนกลิ่นมันเศร้าเกินไป รินก็เลยไม่ปลุกมันไว้ที่บ้านแล้วค่ะ” สงกรานต์ถามว่าแล้วดอกลิลลี่มีความหมายหรือเปล่า “มีค่ะ มันหมายความว่า...เธอเป็นรักแรกของฉัน”

มารินมองหน้าสงกรานต์ด้วยประกายตาหวานเยิ้ม สงกรานต์แค่ยิ้มๆรับกระถางแล้วเอ่ยขอบคุณ

ขณะสงกรานต์ถือกระถางดอกลิลลี่เข้ามาในห้องกับมารินนั่นเอง โรสก็มาถึง ปราดเข้าไปยืนตรงหน้ามาริน ด่าฉอดๆ “แกลงทุนไปทำหน้ามาเพื่อจับกานต์เลยเหรอเนี่ย”

สงกรานต์เรียกปรามโรส แต่มารินบอกว่าไม่เป็นไรตนชินแล้ว โรสไม่ยอมหยุดยังคงด่ามารินปรามาสว่าถึงเอาปานออกก็ยังดูเป็นหน้าผีในสายตาตนอยู่ดี

“ถ้าคุณยังไม่หยุดพูด ก็ออกไปจากห้องผมได้แล้ว” สงกรานต์ไล่

“ช่างเถอะค่ะคุณสงกรานต์ รินรู้ตัวดีว่ารินเป็นใคร” มารินทำตัวน่าสงสาร

“รู้ก็ดี” โรสมองเหยียด พอมารินจะเดินออกไป โรส เรียกไว้ให้เอากระถางต้นไม้ไปด้วย ว่าแล้วก็แย่งกระถางจากมือสงกรานต์ทำให้กระถางตกแตก โรสทำเป็นตกใจอ้างว่ามันหลุดมือ มารินหันหลังเดินออกไป ส่วนโรสทำเป็นหันมองสงกรานต์อย่างรู้สึกผิด

“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้คุณเหมือนอะไร...คนบ้า!!” สงกรานต์พูดใส่หน้าแล้วเดินออกไป โรสผงะร้องกรี๊ดๆอยู่คนเดียว

สงกรานต์ตามมารินมาเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมหนึ่งก็เดินไปนั่งข้างๆ เอ่ยขอโทษแทนโรสด้วย

“ช่างเถอะค่ะ มันเป็นความเคยชินเสียแล้วกับการที่มีคนชอบดูถูกริน” มารินพูดทั้งที่ยังร้องไห้

“ถ้างั้นก็ขอให้คุณรู้ไว้นะครับว่าผมไม่เคยดูถูกคุณ” สงกรานต์จับมือมารินไปกุม เธอรู้สึกดีมากๆ มองหน้าเขายิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

หลังจากทำเป็นหงอเดินออกมาแล้ว มารินเดินมาที่ลานจอดรถ เจอโรสกับงามแสงเดือนสุมหัวกันอยู่ ทั้งสองวางแผนเล่นงานมาริน โรสปราดเข้าไปหาทันที

“ยังกล้าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีกเหรอ เมื่อกี้ยังเจ็บปวดไม่พอใช่ไหม”

“ใครกันแน่ที่ต้องเจ็บปวด” มารินห้าวขึ้นมาทันตา ปราดเข้าตบหน้าโรสฉาดใหญ่ ทำเอาโรสกับงามแสงเดือนที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจ งามแสงเดือนสะอึกเข้าไปหา ถูกมารินตบจนหน้าหัน “ฉันไม่ได้กล้าแค่ตบคุณโรสอย่างเดียว แต่ฉันยังกล้าตบแกอีกด้วยนังงามแสงเดือน...”

โรสพุ่งเข้าไป ถูกมารินถีบกระเด็นไปล้มทับงามแสง-เดือนที่ยังลุกไม่ขึ้น

ในที่สุดทั้งโรสและงามแสงเดือนที่กร่างมาก เจอฤทธิ์เดชของมารินที่สลัดคราบหงอๆ ทิ้งเข้าก็ถูกเล่นงานจนสะบัก-สะบอม โรสถูกมารินตบรัวจนหน้าหันไปมาคอแทบเคล็ดเลือดกบปาก

มารินมองโรสด้วยความอาฆาตแค้น เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาจนโรสสยอง

ooooooo

เมื่อยอมให้อู๋กลับไปเป็นตัวตนของตัวเองแล้ว มดแดงเป็นฝ่ายไปหาซื้อเสื้อลายดอกให้อู๋เอง ขณะกำลังเลือกลายอยู่นั้น เห็นอู๋ควงหญิงสาวมา มดแดงเลือดขึ้นหน้าทันที เดินจ้ำเข้าไปหา สะกิดอู๋

“มดแดง!!” อู๋ร้องเหมือนถูกผีหลอก

“นังนี่เป็นใคร” มดแดงถาม ผู้หญิงคนนั้นย้อนถามอย่างอวดดีว่า แล้วเจ๊เป็นใคร “เจ๊เหรอ ฉันก็อายุไม่ได้มากกว่าหล่อนเท่าไหร่หรอกนะ”

อู๋เสนอหน้าบอกว่าน้องเขาเพิ่งอายุ 20 หญิงสาวควงแขนอู๋ทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ มดแดงปราดเข้าไปควงแขนอู๋อีกข้าง ประกาศตัวเป็นแฟนอู๋ หญิงสาวยังท้าทายว่าแค่แฟนตนไม่ถือ แล้วบอกอู๋ว่าไปก่อนนะ โทร.หาด้วยแล้วกัน

พอหญิงสาวคนนั้นไป มดแดงบิดหูอู๋หมับ ด่าว่ามีแฟนอยู่แล้วยังแอบมีกิ๊กมีกั๊กอีก อู๋โต้ว่าก็เราตกลงเป็นแฟนหลอกๆ กันไม่ใช่หรือ แล้วมองหน้าถาม “เอ...หรือว่าเธอชอบฉันจริงๆ”

มดแดงทำหน้าไม่ถูก แก้เกี้ยวตีหน้าไม่สนิทว่า “ฉันก็เล่นไปตามบทบาทเท่านั้นเหละ เกิดป๊านายผ่านมาเห็น ฉันไม่อยากเห็นนายร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะถูกปิดโมเดลลิ่ง” พูดแล้วสะบัดหน้าเดินจ้ำอ้าวไป

อู๋มองตามยิ้มแก้มแทบปริ เดินตามมดแดงไป ทำหน้าตายขึ้นไปนั่งในรถบอกว่าให้แวะส่งตนที่โมเดลลิ่งด้วย อ้างว่าไม่ได้เอารถมา

มดแดงไล่อย่างไรอู๋ก็ไม่ยอมลง จนเธอลงจากรถมา

เปิดประตูฝั่งอู๋จะลากลงไป อู๋กลับปรับเบาะเอนนอน ทำให้มดแดงเสียจังหวะล้มทับอู๋ หน้าเกือบชนกัน เธอรีบยกตัวออกมาทำหน้าไม่ถูก

“ไปก็ได้ ฉันแค่อยากพิสูจน์อะไรนิดๆ หน่อยๆว่า เธอชอบฉันรึเปล่า” อู๋ลงจากรถ

มดแดงยิ่งโกรธยิ่งเขินที่ตัวเองเผยความรู้สึกออกไป ขึ้นไปนั่งบนรถปิดประตูล็อกแล้วขับออกไป

อู๋มองตามมดแดงยิ้มกริ่ม แล้วหันกลับไปเจอหญิงสาวเมื่อครู่นี้มารอรับค่าจ้าง อู๋ส่งเงินให้ขอบใจที่ช่วยเล่นละครให้

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่เสี่ยอย่าลืมให้งานหนูเยอะๆ ก็แล้วกันนะ”

“จ้ะ” อู๋รับปาก ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนอะไรอีกแล้ว...

ooooooo

หลังจากไปหาอิงดาวและชวนกันไปกินข้าวแล้ว เอี๋ยวกลับมานั่งซึม จีจี้มาเจอถามว่าไหนว่าไปกินข้าวกับอิงดาวไง

เอี๋ยวเล่าให้ฟังว่า อิงดาวพาแฟนไปด้วย แต่ตนยังสงสัยว่า อิงดาวไม่ได้รักแฟนคนนั้น เพราะสายตาที่เธอมองแฟนใหม่คนนี้ไม่เหมือนที่มองสงกรานต์เลย

เอี๋ยวกลับไปที่ไร่ส้มอีกครั้ง อิงดาวถามว่าหมู่นี้ไม่ซ้อมดนตรีหรือถึงได้มาหาตนบ่อยๆ

“ผมคิดถึงพี่ดาว ก็เลยอยากมาหา”

“ถ้าคิดถึงแบบน้องชายกับพี่สาว พี่โอเคนะ แต่ถ้าเอี๋ยวคิดกับพี่มากกว่านั้น พี่ไม่โอและก็จะไม่ให้เอี๋ยวมาหาพี่อีก” อิงดาวทำหน้าจริงจังขึ้น

“แหมพี่ดาว...พูดงี้ผมเสียใจนะครับ” พูดแล้วเห็นอิงดาวมองหน้านิ่ง เอี๋ยวยิ้มแฉ่งรีบแก้ว่า “ผมพูดเล่น ผมมันเป็นพวกถือคติตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก”

“แต่ลูกตื๊อก็ใช้ได้กับบางคนเท่านั้น”

“มันก็ต้องลองดูครับ เออ...พี่ดาวได้ข่าวพี่กานต์บ้างรึเปล่า” อิงดาวสวนไปเสียงเข้มว่า เราไม่เกี่ยวกันแล้ว “หลังจากเกิดเรื่อง พี่กานต์กลับมาเป็นคาสโนว่าเหมือนเดิม ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า”

เอี๋ยวแหย่แล้วสังเกตสีหน้าอิงดาว เธอเผลอทำกรรไกรตัดกิ่งส้มบาดนิ้วตัวเอง เอี๋ยวรีบเข้าไปดู เอาผ้าเช็ดหน้าพันนิ้วให้ พาไปนั่งทำแผลที่มุมหนึ่งซึ่งจัดเป็นมุมนั่งพักผ่อนในสวนส้ม

ooooooo

เอี๋ยวเอาปลาสเตอร์ปิดแผลให้ที่นิ้ว ตรวจดูแล้ว ถามว่าหายเจ็บหรือยัง พอเธอบอกว่าหายแล้ว เอี๋ยวเริ่มแผนการของตน ถามว่า

“ทำไมพี่ดาวซึมไปล่ะครับ พอผมพูดถึงเรื่องพี่กานต์ พี่ดาวก็เปลี่ยนไป”

อิงดาวทำเสียงเข้มว่าเปล่าซะหน่อย เอี๋ยวแหย่อีกว่า หึงพี่กานต์หรือ อิงดาวตกใจ คราวนี้จ้องหน้าพูดเสียงดัง

“บ้าเหรอเอี๋ยว พี่กับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะ”

“นั่นสิครับ ผมก็ลืมไป แต่พี่ดาวรู้ตัวไหมครับว่าท่าทางของพี่ดาวเหมือนยังรักพี่กานต์อยู่” เห็นอิงดาวเงียบไม่กล้าสบตา เอี๋ยวถามอีก “ผมถามจริงๆ พี่รักพี่กานต์รึเปล่า”

“เอี๋ยว!” อิงดาวเสียงเขียว

“เรื่องความรักไม่มีคำว่าผิดนะครับ ขนาดพี่จะแต่งงาน ผมยังกล้าบอกเลยว่าผมชอบพี่ และผมก็ยังมีความหวังว่า สักวัน พี่ดาวอาจจะหันมามองผมบ้าง คนเราควรซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองนะครับ”

“พี่ไม่เข้าใจที่เอี๋ยวพูด” อิงดาวพูดแต่ไม่กล้าหันมองเอี๋ยว

“พี่ดาวไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยคำพูดของผมก็ยังผ่านหูพี่ดาวไปบ้าง เผื่อวันดีคืนดีพี่ดาวอาจจะคิดอะไรได้เพราะคำพูดของผม”

“พูดอะไร เพี้ยนไปแล้วเหรอ”

“ผมอยากเห็นพี่ดาวมีความสุขนะครับ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของพี่ดาวอีกครั้ง”

“พี่ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว พี่กำลังจะแต่งงาน” อิงดาวทำเสียงเข้มแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึกหวั่นไหว

“พี่อาจจะโกหกคนอื่นได้ แต่พี่ไม่มีวันโกหกตัวเองได้หรอกครับ”

พูดแล้วเอี๋ยวลุกเดินไป เขารู้สึกเศร้าเมื่อแน่ใจว่าอิงดาวยังรักสงกรานต์อยู่เต็มหัวใจ...

ooooooo

เอี๋ยวทำงานต่อด้วยความปรารถนาที่จะเห็นอิงดาวได้มีความสุข เขานัดสงกรานต์ไปพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง สงกรานต์ถามว่านัดออกมามีอะไรหรือ

“พี่ยังรักพี่ดาวอยู่รึเปล่า” เอี๋ยวถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สงกรานต์ชะงักถามว่าอะไรนะ เอี๋ยวย้ำอีกทีว่า “ผมถามว่า พี่ยังรักพี่ดาวอยู่รึเปล่า”

“ถามทำไม” สงกรานต์ย้อนถามอย่างไว้เชิง เอี๋ยวขอให้เขาตอบมาก่อน สงกรานต์จึงยอมรับว่า “พี่ยังรักคุณดาวอยู่”

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอแสดงความยินดีด้วย”

“เล่นอะไรเนี่ย” สงกรานต์มองเอี๋ยวอย่างระแวง

“พี่ดาวยังรักพี่อยู่” เอี๋ยวบอก สงกรานต์ทำเสียงดุว่าตนไม่สนุกด้วยนะ เอี๋ยวย้อนถามว่า “พี่เห็นผมเป็นคนชอบล้อเล่นเหรอ หลังจากที่ผมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกพี่ ผมก็พยายามสร้างโอกาสให้ตัวเองอีกครั้ง เพราะหวังว่า พี่ดาวจะหันมามองผมบ้าง แต่ไม่เลย...”

“เพราะคุณดาวเขามีคนที่เขารักอยู่แล้ว และเขาก็กำลังจะแต่งงานกัน” สงกรานต์หน้าเศร้า

“ไม่ใช่ครับ คนที่พี่ดาวรักคือพี่ ไม่ใช่ผู้ชายที่พี่ดาวกำลังจะแต่งงานด้วย เชื่อผมสิพี่กานต์ ผมมั่นใจแล้วผมก็มีวิธีพิสูจน์ให้พี่เห็นด้วยว่า คนที่อยู่ในหัวใจพี่ดาวคือพี่คนเดียว”

สงกรานต์มองหน้าเอี๋ยวนิ่ง ครุ่นคิด ลังเล ไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่...

ooooooo
ตอนที่ 16

จีจี้นั่งดูรูปเอี๋ยวที่ติดอยู่เต็มห้องพักที่คอนโดฯตัวเอง คิดถึงที่เอี๋ยวบอกว่าอิงดาวไม่ได้รักแฟนที่เธอจะแต่งงานด้วย เพราะแววตาที่อิงดาวมองแฟนนั้นไม่เหมือนตอนที่เธออยู่กับสงกรานต์

ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด จีจี้สงสัยว่า ที่เอี๋ยวพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง หรือกำลังคิดอะไรอยู่ คิดแล้วกังวลคว้ากระเป๋าออกจากห้องทันที

ฝ่ายเอี๋ยว ไปเล่นบาสอยู่คนเดียว ชู้ตเท่าไหร่ลูกก็ไม่เข้า พอหยุดชู้ตใจก็คิดถึงเรื่องที่คุยกับอิงดาว เรื่องที่ตัวเองปั้นน้ำเป็นตัวว่าตั้งแต่เกิดเรื่องกันสงกรานต์ก็กลับไปเป็นคาสโนว่าเหมือนเดิม ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า

ปั้นน้ำเป็นตัวเป่าหูอิงดาวแล้วก็จับตาสังเกต จนอิงดาวใจลอยทำกรรไกรตัดกิ่งไม้บาดนิ้วตัวเองเข้า เลยยิ่งจับตาดู ทั้งยังดักคอว่า พอตนพูดถึงสงกรานต์ท่าทีเธอก็เปลี่ยนไป กระทั่งสุดท้ายบอกว่า

“พี่ดาวรู้ตัวไหมครับว่า ท่าทางของพี่ดาวเหมือนยังรักพี่กานต์อยู่” พูดแล้วเห็นอิงดาวนิ่งเงียบไม่กล้าสบตา เลยถามย้ำว่า “ผมถามจริงๆพี่รักพี่กานต์รึเปล่า”

คิดถึงที่คุยกับอิงดาวแล้ว เอี๋ยวก็นึกถึงที่ตัวเองกลับมาคุยกับสงกรานต์ บอกเขาว่า

“คนที่พี่ดาวรักคือพี่ ไม่ใช่ผู้ชายที่พี่ดาวกำลังจะแต่งงาน เชื่อผมสิพี่กานต์ ผมมั่นใจ แล้วผมก็มีวิธีพิสูจน์ให้พี่เห็นด้วยว่า คนที่อยู่ในหัวใจพี่ดาวคือพี่คนเดียว”

คิดถึงสิ่งที่ตัวเองได้รับรู้สัมผัสและความพยายามที่ไปบอกสงกรานต์แล้ว เอี๋ยวถามตัวเองว่า

“เราคิดถูกแล้วใช่ไหม” ถามแล้วชู้ตบอล ปรากฏว่าเข้าห่วงอย่างแม่นยำ เอี๋ยวเลยเชื่อว่า “คิดถูกแล้ว”

ooooooo

จีจี้ลิ่วไปหาเอี๋ยวที่ห้องพัก เปิดประตูผลัวะเข้าไป เจอเอี๋ยวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวแต่ไม่สนใจ เพราะใจจดจ่อจะพูดเรื่องอิงดาวกับเอี๋ยว พอเอี๋ยวอ้าปากจะพูดอะไร

จีจี้ก็ชิงเสียงดังขึ้นก่อนว่า

“ฉันบอกให้แกฟัง!! ฉันรู้ว่าแกรักพี่ดาว แต่แกก็รู้ว่าพี่ดาวกำลังจะแต่งงาน ยังไงพี่ดาวก็ไม่มีวันเลิกกับแฟนเขาแล้วหันมารักแก แกต้องยอมรับความจริง อย่าทำอะไรโง่ๆ” จีจี้พูดแทบไม่ได้หายใจ

เอี๋ยวพยายามจะแทรกขึ้น แต่ถูกจีจี้ห้ามไว้ พูดดักคอว่า

“แกคงคิดอยู่ละสิว่าฉันจะไปเข้าใจอะไร แต่ฉันเข้าใจว่ะ เข้าใจมากด้วย ฉันรู้ว่าการที่เรารักใครแล้วเขาไม่รักตอบ มันเจ็บปวดมากขนาดไหน แต่ถึงมันจะเจ็บ แกก็ต้องตัดใจให้ได้”

เอี๋ยวงงจนขำหัวเราะออกมา ถูกจีจี้เอ็ดว่าหัวเราะอะไร บ้าไปแล้วหรือ เอี๋ยวบอกว่าเธอนั่นแหละบ้า มาถึงก็พูดไม่หยุด ทำตัวอย่างกับแม่ พูดดังๆว่า “แกต่างหากที่ต้องฟัง...”

จีจี้โมโห คว้าหมอนปาเอี๋ยวอย่างแรง โพล่งความในใจออกมาเหมือนอัดอั้นมานานว่า

“งั้นแกก็รู้ไว้ด้วยแล้วกันว่า ที่ฉันเป็นบ้าเพราะฉันเป็นห่วงแก ฉันไม่อยากเห็นแกเสียใจ เพราะว่าฉันชอบแก” พูดไปแล้วจีจี้ชะงักที่พลั้งปาก พอถูกเอี๋ยวถามว่าพูดอะไรนะ เลยกลบเกลื่อนว่า “เออะ...คือ...ฉันบอกว่าฉันเป็นห่วงแก”

“ไม่ใช่ หลังจากนั้นแกพูดว่าอะไร”

“ไม่ได้พูดว่าอะไร ฉันไปห้องซ้อมก่อนนะ แต่งตัวเสร็จรีบตามมาล่ะ” จีจี้หันหลัง ทำหน้าอยากจะตายเสียให้ได้ที่พลั้งปากออกไป รีบเดินไปให้เร็วที่สุด เอี๋ยวยังยืนอึ้งอยู่ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

ooooooo

อู๋ทำโทรศัพท์มือถือของตัวเองตกอยู่ในรถของมดแดง มีเสียงโทร.เข้าเธอจึงรู้ หยิบขึ้นมาจะเอาไปคืน

สงกรานต์อยู่ในห้องทำงานกับอู๋ที่โมเดลลิ่ง เขามาปรึกษาอู๋เรื่องที่เอี๋ยวบอกว่าอิงดาวรักเขาจะทำอย่างไรดี ขู่อู๋ว่าถ้าไม่ช่วยตนจะไปหาคนอื่นพลางลุกเดินออกไป

อู๋รีบตามไปคว้าแขนเพื่อนดึงกลับมา เลยเปิดประตูแง้มไว้ พากันมานั่งดูโน้ตบุ๊กที่มีแต่รูปสาวๆเพื่อจะใช้สาวๆเหล่านั้นมายั่วอิงดาวทดลองว่าเธอยังรักเขาจริงหรือเปล่า

สงกรานต์เสนอว่าเลือกสักสามสี่คนจะได้สมกับการที่คาสโนว่าอย่างตนกลับคืนวงการอีกครั้ง อู๋ตามใจเพื่อนเปิดโน้ตบุ๊กให้ดูไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าเจอรูปมดแดงเข้า ไม่เพียงรูปเดียวแต่ตามมาเป็นแผงจนสงกรานต์เหล่อย่างสงสัย อู๋กลบเกลื่อนทำเป็นบ่นว่า

“ถ้าเจอตัวต้องว่าสักหน่อย ทำเป็นคอมฯตัวเองไปได้

ดูดิ...มีแต่รูปตัวเองเต็มไปหมด”

“ไอ้อู๋ ไม่ต้องเบี่ยงเบนความสนใจ ฉันรู้สันดานแกดี คนอย่างแกโกหกไม่เนียนหรอก เพราะเวลาแกโกหก แกจะพูดมากแล้วก็หัวเราะ แกแอบถ่ายรูปมดแดงใช่ไหม”

อู๋เฉไฉไม่ตอบ ชวนดูรูปเด็ดของอีกคน แต่สงกรานต์กัดไม่ปล่อยถามว่าเขาชอบมดแดงใช่ไหม คราวนี้อู๋ปฏิเสธเสียงหลงว่า

“ฉันไม่ได้ชอบ ฉายาฉันคืออะไร คาสโนว่าฆ่าไม่ตาย ผู้ชายอย่างฉันไม่มีวันยอมศิโรราบให้ผู้หญิงคนเดียวหรอกเว้ย” อู๋อ้างเหตุผลมากมาย จนสงกรานต์ถามว่า สรุปแล้วเขาไม่ได้ชอบมดแดงใช่ไหม

“ฉันไม่มีวันชอบเขา ที่ฉันทำดีกับเขาเพราะไม่อยากให้โมเดลลิ่งถูกป๊าปิดก็เท่านั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ” อู๋วางมาดเข้ม

ทันใดนั้นเสียงมือถือของอู๋ดังขึ้น ทั้งสองผงะตกใจมองหน้ากันว่าเสียงมาจากไหน อู๋ใจเต้นไม่เป็นส่ำเดินไปเปิดประตูที่แง้มอยู่ เจอมดแดงเข้าจังๆถึงกับอึ้ง หน้าเสีย
“นายลืมมือถือไว้ในรถฉัน” มดแดงส่งมือถือให้แล้วหันหลังเดินกลับ

อู๋หันมองหน้าสงกรานต์แบบเอาไงดี ไม่แน่ใจว่ามดแดงได้ยินที่คุยกันเมื่อกี้หรือเปล่า เลยตามไปเรียกมดแดงถามว่า เมื่อกี้ที่ตนคุยกับสงกรานต์ในห้อง...

“ฉันเข้าใจ...ฉันรู้ว่าทุกอย่างสำหรับเรามันเป็นการเล่นละคร นายไม่ต้องกลัวว่าฉันจะโกรธนาย การที่เราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน มันถูกต้องแล้ว แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าป๊านาย

จะรู้เรื่องนี้”

มดแดงพูดหน้านิ่งๆ แล้วหันหลังเดินออกไป อู๋หน้าเหลือสองนิ้วมองตามมดแดงไปอย่างแสนเศร้า

เมื่ออู๋กลับเข้ามานั่งคุยกับสงกรานต์ สงกรานต์ถามว่าตกลงมดแดงได้ยินที่เขาพูดรึเปล่า

“ได้ยินก็ได้ยินสิวะ ก็มันเป็นเรื่องจริง มาว่าเรื่องแผนแกกันต่อดีกว่า” อู๋ทำท่าไม่แคร์ แต่สงกรานต์มองออกว่าเพื่อนทำปากแข็ง ได้แต่ส่ายหน้า ถอนใจกับความกะล่อนของเพื่อนรัก

ฝ่ายมดแดง พอออกมาขึ้นรถขับไปน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมา เธอรีบปาดน้ำตาถามตัวเองว่าจะเสียใจไปทำไมเราไม่ได้รักเขาสักหน่อย แต่ทำอย่างไรน้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด เลยสั่งตัวเอง

“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้...หยุดสิ...หยุด” เมื่อน้ำตาไม่ฟังเลยต้องหันไปหยิบลูกประคำมานับดับความเสียใจ

ooooooo

วันต่อมา สงกรานต์ก็สร้างภาพด้วยการควงหญิงสาวเดินห้างเปลี่ยนหน้าไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนอู๋ก็ถ่ายรูปไว้แล้วปล่อยข่าว ส่งรูปไปให้หน้าข่าวสังคมหนังสือพิมพ์หลายฉบับ

เพียงวันรุ่งขึ้น ทั้งภาพและข่าวสงกรานต์ควงสาวมาก หน้าหลายตาก็ตีพิมพ์หราในหนังสือพิมพ์ ป้าแมวถือหนังสือพิมพ์วิ่งโร่ไปที่โต๊ะอาหาร พอวางลงบนโต๊ะ พาสันก็คว้าไปดู อ่านเสียงดัง

“ไฮโซพ่อม่ายเจ้าเสน่ห์ นายสงกรานต์ ธนากุล หลังเลิกกับแฟนสาวนางแบบก็ควงสาวไม่ซ้ำหน้า คาสโนว่าฆ่าไม่ตายเจงๆ” อ่านแล้วพาสันบ่นอย่างหงุดหงิดว่าทำแบบนี้ได้ไงไม่แบ่งกันเลย

รมิตาบิดหูจนพาสันร้องจ๊าก นภารัตน์โทษว่าเพราะอิงดาวทำให้สงกรานต์เป็นแบบนี้ ราชศักดิ์กลับเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่สงกรานต์หายเศร้าแล้ว

“เออ...มันก็จริงนะคะคุณแม่ อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ ตากานต์ก็คงไม่จริงจังกับใครแน่” รมิตาเห็นด้วย ส่วนปีใหม่ที่นั่งมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที ทำหน้าไม่พอใจกับข่าวของพ่อ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสอาละวาดเมื่อสงกรานต์ไปทำงาน ก็บอกกับตัวเองว่า “พ่อนะพ่อ พี่ไม่ยอมมีแม่ใหม่ ที่ไม่ใช่แม่ดาวหรอก”

ยืนคิดๆแล้วยิ้มออก ดีดนิ้วเปาะวิ่งออกไปจากห้อง ตรงไปที่ตู้ยาประจำบ้านค้นหายานอนหลับ จากนั้นเอาใส่แก้วน้ำเตือนตัวเองว่า “แก้วซ้ายมียานอนหลับ แก้วขวาไม่มี”

หลังจากนั้นเอาไปปะเหลาะให้เมี่ยงดื่มให้หมด เมี่ยงบ้ายอยกแก้วดื่มรวดเดียวหมด

ooooooo

ที่บ้านอิงดาว ครูณุกำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเอง วันนี้ไปเจออิงจันทร์กำลังปีนบันไดเปลี่ยนหลอดไฟเกิดพลาดเซลงมา ครูณุเข้าไปรับไว้ทันแต่เสียหลักล้มทับกัน อิงจันทร์ตกใจ เขินมากรีบลุกขึ้นจะเดินหนี

ครูณุจับแขนเธอไว้ถามว่าจะหนีตนไปไหน ถามว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้ตนขนาดนี้เลยหรือ ยังไงวันนี้ก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง อิงจันทร์พยายามปัดบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย

“มีสิ คุณบอกว่าคุณชอบผม แล้วคุณก็มาบอกว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผม คุณจะให้ผมอยู่เฉยได้ยังไง”

อิงจันทร์บอกว่าเขากำลังจะแต่งงาน ครูณุเลยอ้างว่าเพราะกำลังจะแต่งงานนั่นแหละถึงต้องพูดเรื่องนี้เพราะมันคาใจตนตลอดมา พยายามจะลืมแต่ก็ลืมไม่ได้

อิงจันทร์ใจเต้นแรง ครูณุจับหันมาจ้องหน้า พูดเสียงปร่าอย่างอดตื่นเต้นไม่ได้ว่า

“จันทร์...ผม...ผมคิดว่า...ผมชอบคุณ”

“ครูพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง ทั้งๆที่พี่ดาวรักคุณ” อิงจันทร์ตบหน้าครูณุอย่างโกรธจัด

พอดีอิงดาวมาเจอ อิงจันทร์รีบปรับสีหน้า บอกพี่สาวว่าครูณุมาช่วยเปลี่ยนหลอดไฟ ฝากครูด้วยแล้วรีบเดินเลี่ยงไป อิงดาวถามครูณุว่าแกล้งอะไรน้อง ครูณุปฏิเสธว่าเปล่า พออิงดาวคาดคั้นว่าแล้วทำไมอิงจันทร์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ครูณุไม่ตอบรีบหยิบหลอดไฟปีนบันไดขึ้นไปเปลี่ยน ท่ามกลางสายตาอิงดาวที่มองอย่างสงสัย

อิงดาวเข้าไปในสวนไปเค้นถามหม่องกับเหม่งว่าระหว่างตนไม่อยู่ครูณุกับอิงจันทร์เป็นอย่างไรบ้าง เหม่งกับหม่องแย่งกันตอบว่าเห็นเข้ากันดี จนบางครั้งตนสองคนยังคิดว่าครูณุจะเป็นพญาเทครัวเสียอีก

อิงดาวด่าว่าพูดไร้สาระแล้วเดินกลับไป จนค่ำขณะนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน อิงดาวชวนครูณุพรุ่งนี้ไปส่งของด้วยกัน ครูณุไม่มีสอนพอดีจึงนัดพบกันที่บ้านพรุ่งนี้เช้า นัดได้แล้วอิงดาวยิ้มมุมปากอย่างสมใจ แสงมองแล้วแปลกใจว่า เธอคิดอะไรอยู่

แต่พอถาม อิงดาวก็ทำไขสือ ซ้ำยังบอกพ่อว่าให้มองตนในแง่ดีหน่อย แล้วแกล้งหยอกพ่อว่าคิดมากเดี๋ยวผมหงอกหมด แสงเลยเขวบ่นว่า “ไม่ทันแล้ว มันหงอกหมดหัวแล้วเห็นไหม”

แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น อิงดาวก็ทำเป็นปวดท้องกะทันหัน วานอิงจันทร์ให้ไปกับครูณุแทน แสงยืนดูอยู่เอะใจว่าทำไมครูณุถึงไปกับอิงจันทร์ คิดๆแล้วเดินอ้าวไปหาอิงดาวถามว่า “นังดาว! ฝีมือเอ็งใช่ไหม”

อิงดาวอ้างว่าเมื่อกี้รู้สึกไม่ค่อยสบายเลยให้น้องไปแทน แสงถามว่าเล่นอะไรอยู่ อิงดาวเลยบอกตรงๆว่าตนอยากให้ครูณุกับน้องดีกันผิดด้วยหรือ เพราะทั้งสองคนไม่เคยถูกกันเลย การให้เขามีโอกาสอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกันไม่ดีหรือ

“เวรแล้วไหมล่ะ” แสงสบถอย่างหัวเสีย พออิงดาวถามว่าเวรอะไร แสงตัดบทว่า “เอ็งไม่เข้าใจ...เอ็งไม่เข้าใจ” แล้วเดินหนีไป

อิงดาวบ่นว่าแบบนี้แล้วมันจะเข้าใจไหมเนี่ย พลันก็สะดุ้งเมื่อมีคนโทร.เข้ามือถือ รับสายแล้วยิ่งตกใจเมื่อเป็นสายจากปีใหม่ เธอถามว่าตอนนี้อยู่ไหน

ครู่ใหญ่อิงดาวก็ไปเจอปีใหม่ที่ท่ารถ พอเจอหน้าอิงดาวบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปส่งบ้าน ปีใหม่ถอยกรูดขู่ว่า

“ไม่...ถ้าพี่ดาวพาพี่กลับบ้าน พี่จะวิ่งหนีพี่ดาวไปเดี๋ยวนี้ แล้วพี่ดาวก็จะไม่ได้เจอหน้าพี่อีกเลยตลอดชีวิต”

อิงดาวชะงัก ถอนใจเฮือกใหญ่กับท่าทางขึงขังจริงจังของปีใหม่

ooooooo

มารินเห็นภาพและข่าวของสงกรานต์ โกรธจนฉีกหนังสือพิมพ์ทิ้ง วางแผนทำตัวเองเจ็บด้วยการทิ้งตัวตกบันได แล้วโทร.ขอความช่วยเหลือจากสงกรานต์

สงกรานต์รีบไปที่บ้านมาริน พาเธอไปโรงพยาบาล พากลับบ้าน แล้วยังปรนนิบัติดูแลอย่างดี หาน้ำหายามาให้กิน มารินมีความสุขมากที่เขามาดูแลอย่างใกล้ชิด จนกินน้ำกินยาแล้วเธอเปรยๆ ่วาวันนี้ตนเห็นข่าว...

“อ๋อ...ข่าวนั่น ไม่มีอะไรหรอกครับ” สงกรานต์ตอบสบายๆ มารินถามว่าหมายความว่ายังไง “ก็หมายความว่าไม่มีอะไรจริงๆ ยังไงล่ะครับ มันเป็นแผนของผมที่อยากให้คุณดาวเห็นข่าวพวกนี้ ผมจะได้รู้ว่าคุณดาวรู้สึกกับผมยังไง”

“อ๋อ...นี่คุณสงกรานต์ยังตัดใจจากพี่ดาวไม่ได้อีกเหรอคะ”

“ผมคงตัดใจจากคุณดาวไม่ได้หรอกครับ ผมรักคุณดาวมาก และจะไม่มีใครมาแทนที่ได้” สงกรานต์ตอบอย่างหนักแน่นมั่นใจ

มารินกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจแล้วทำเป็นร้องโอ๊ยบ่นว่าปวดหัว สงกรานต์ช่วยประคองพาไปนอน เธอแกล้งเซ ซบอกเขา แอบยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้นไปพักผ่อน

ooooooo

โรสกับงามแสงเดือนพากันไปที่บ้านสงกรานต์ ใส่แว่นดำอันโตทั้งสองคน  จนรมิตากับนภารัตน์  ถามว่าเป็นอะไรถึงต้องใส่แว่นดำ

ทั้งสองคนอ้างว่าจำเป็น แต่ไม่ทันซักถามอะไรกัน สงกรานต์ก็เดินเข้ามา เขาตกใจถามว่าเป็นอะไรถึงใส่แว่นดำทั้งสองคน ทั้งสองจึงถอดแว่นออกให้เห็นรอยฟกช้ำดำเขียวบนใบหน้าและขอบตา

เมื่อฟังทั้งสองคนเล่าเรื่องตบตีกับมารินให้ฟังแล้ว สงกรานต์ตกใจไม่อยากเชื่อ เขายืนยันว่ามารินเป็นคนดีไม่ใช่คนที่ชอบใช้กำลังเหมือนคนบางคน

เรื่องนี้คุยกันยังไม่ได้ข้อยุติ เมี่ยงก็วิ่งหน้าตายุ่งเหยิงเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พี่ปีหายไปจากบ้าน พลางยื่นจดหมายให้ดู บอกว่าตนเจอจดหมายนี่วางอยู่บนโต๊ะ สงกรานต์คว้าไปอ่านออกเสียง

“ถ้าพ่อได้อ่านจดหมายนี้ แสดงว่าพี่ไปแล้ว พี่ทนไม่ได้ที่จะมีแม่คนใหม่ ลาก่อน...พี่ปี”

สงกรานต์ตกใจมาก นภารัตน์ถึงกับเป็นลมจนรมิตากับเมี่ยงต้องรีบเข้ามาประคองไว้

พอรู้สึกตัวขึ้นมา นภารัตน์ก็ทั้งตีทั้งหยิกเมี่ยงคาดโทษว่าถ้าปีใหม่เป็นอะไรไปแกตายแน่ เมี่ยงร้องโอดโอย ขอโทษที่ตนหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนป่านนี้ก็ยังง่วงอยู่เลย

“ก่อนหน้านั้นพี่ปีเอาอะไรให้เมี่ยงกินรึเปล่า” สงกรานต์ถามอย่างรู้ทันลูกชายตัวแสบ

เมี่ยงบอกว่าปีใหม่เอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม แล้วเพิ่งนึกออกว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะคะยั้นคะยอให้ดื่มเหลือเกิน

รมิตาเสนอให้แจ้งความ ราชศักดิ์ท้วงติงว่ายังไม่ถึง 24 ชั่วโมงยังแจ้งไม่ได้ โรสขอให้ทุกคนใจเย็นๆ เพราะปีใหม่เป็นเด็กเก่งต้องเอาตัวรอดได้แน่ๆ สงกรานต์ตัดสินใจจะโทร.ให้เพื่อนตำรวจช่วย

ทุกคนเห็นด้วย สงกรานต์จึงหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.ทันที

ooooooo

อิงดาวต้องพาปีใหม่ไปที่บ้าน จัดหาขนมมาให้กิน บอกว่ากินขนมหมดแล้วจะพาไปส่งบ้าน ปีใหม่กินขนมหมดแล้วขอใหม่ อิงดาวมองอย่างรู้ทันทั้งขำทั้งเคือง ปีใหม่ยอมรับว่าตนไม่อยากกลับบ้าน เพราะพ่อมีกิ๊กเต็มไปหมด ผู้ชายเจ้าชู้เป็นผู้ชายไม่ดี

“แล้วพ่อเขายังรักพี่ปีอยู่รึเปล่า” อิงดาวถาม ปีใหม่พยักหน้า “ถ้าพ่อเขารักพี่ปี พี่ปีก็ไม่ต้องสนใจว่าพ่อเขาจะทำอะไร ตราบใดที่เขายังทำหน้าที่พ่ออยู่”

ปีใหม่บอกว่าตนอยากได้อิงดาวเป็นแม่ จะอยู่กับพี่ดาวที่นี่แหละ อิงดาวทำเสียงดุว่าไม่ได้ คิดดู ถ้าอยู่ๆวันหนึ่งตนหายไปแล้วปีใหม่จะเสียใจไหม แล้วเปรียบเทียบให้ฟังว่า

“ตอนนี้พ่อของพี่ปีคงเสียใจเหมือนกัน ที่อยู่ดีๆพี่ปีก็หายออกจากบ้าน พี่ปีเข้าใจแล้วใช่ไหม”

“เข้าใจ...แต่ยังไงพี่ก็ไม่ยอมกลับบ้านหรอก”

“พี่ปีจำคูปองที่เคยให้พี่ดาวได้ไหม” อิงดาวกอดปีใหม่ไว้อย่างอบอุ่น พอปีใหม่พยักหน้าว่าจำได้ เธอถาม “พี่ปีบอกว่าพี่ดาวสามารถขออะไรพี่ปีก็ได้หนึ่งข้อ แล้วพี่ปีจะให้พี่ทุกอย่าง พี่ขอให้พี่ปีกลับบ้าน”

ปีใหม่ทำหน้าเซ็งสุดขีด บ่นกระปอดกระแปดว่า “ทำไมต้องมาขอตอนนี้ด้วย...”

ooooooo

สงกรานต์โทร.หาเพื่อนตำรวจ ทางนั้นบอกว่าให้ส่งรูปปีใหมไปให้ด้วย เขายังไม่ทันส่งก็ได้รับโทรศัพท์จากมดแดงแจ้งว่าปีใหม่อยู่กับอิงดาว และกำลังจะพากลับมาส่งบ้าน

ไม่นานนักอิงดาวก็พาปีใหม่กลับถึงบ้าน นภารัตน์กับรมิตาดีใจจนออกนอกหน้ากว่าเพื่อน เรียกปีใหม่ไปกอด แต่ด่าอิงดาวที่พาหลานมาส่งว่าใช้เด็กเป็นเครื่องมือ คิดจะใช้ปีใหม่เป็นสะพานเพื่อกลับมาคืนดีกับสงกรานต์ พูดใส่หน้าว่า

“เสียใจ เพราะกานต์เขาตาสว่างเห็นดีเห็นชั่วแล้ว”

ปีใหม่เถียงแทนอิงดาวว่า “พี่ดาวไม่ผิด คนที่ผิดคือพ่อ พ่อหลายใจ”

โรสสวมรอยทันที ขึ้นไปยืนเคียงข้างสงกรานต์ พูดหน้าตาเฉยว่าเขาไม่หลายใจแล้วเพราะกลับมาคืนดีกับตนแล้ว สงกรานต์เองก็ผสมโรงลองใจอิงดาวว่า

“ใช่ครับ ขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ผมไม่ได้บอกว่าผมกับโรสกลับมารักกันเหมือนเดิมแล้ว” แล้วมองกันอย่างแสนหวาน ทำให้โรสปลื้มจนจุก

ปีใหม่ไม่พอใจมาก อิงดาวทนดูไม่ได้ขอตัวกลับ สงกรานต์เห็นอาการแล้วยิ้มพอใจ ตามออกมาขอบคุณที่พาปีใหม่มาส่ง ถามว่าแล้วเมื่อไหร่เธอจะแต่งงาน พออิงดาวบอกว่าเดือนหน้า เขายิ้มระรื่นขณะบอก

“ยินดีด้วยนะครับ ผมอยากเห็นคุณมีความสุขเหมือนกับผมแล้วก็โรส แล้วถ้าผมกับโรสมีข่าวดีเมื่อไหร่ ผมจะส่งการ์ดไปให้”

อิงดาวโกรธสุดๆ เดินอ้าวไปขึ้นรถแล้วตะบึงออกไปทันที สงกรานต์ยิ่งดูก็ยิ่งพอใจที่เห็นเธอหึง อิงดาวขับรถไปร้องไห้ไปอย่างสุดกลั้น พอนึกได้ก็ถามตัวเองว่าร้องไห้ทำไม สั่งตัวเองให้หยุดเดี๋ยวนี้ แต่น้ำตาก็ไม่หยุดไหล เธอจอดรถแล้วลงไปนั่งพิงต้นไม้ ร้องไห้อย่างหนัก...

ooooooo

ระหว่างอิงจันทร์ไปส่งของกับครูณุนั้น ขณะขับรถรู้สึกว่าครูณุมองตนตลอดเวลา เลยหันมาถามว่าจะมองอีกนานไหม มีอะไรก็พูดมา

มัวหันมองครูณุเลยเกือบชนกับรถที่สวนทางมา เธอตกใจหักพวงมาลัยหลบได้เฉียดฉิว แต่ตัวเองก็ถลาฟุบหน้ากับพวงมาลัย พอเงยหน้าอีกทีปรากฏว่าเลือดกำเดาออก ครูณุรีบพาไปหาหมอ เสร็จจากหาหมอแล้วอิงจันทร์ชวนกลับบ้านกันเถอะ

กลับถึงบ้าน อิงจันทร์รีบเปิดประตูรถลงมา ครูณุตามลงมาพูดอย่างอึดอัดใจมากว่า

“ผมไม่แน่ใจว่าดาวยังรักผมอยู่ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองไม่เคยรู้จักดาวมาก่อน ผมไม่รู้ว่าดาวคิดอะไรและบ่อยครั้งมากที่ผมไม่เข้าใจดาว”

อิงจันทร์นิ่งฟังอย่างครุ่นคิด ครูณุพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหวั่นไหวกับความรู้สึกของตัวเอง

“แต่กับคุณ...เวลาได้อยู่ใกล้คุณ ผมมีความสุข แค่เห็น แววตาคุณ ผมก็รู้แล้วว่าคุณกำลังคิดอะไร ตอนนี้ผมสับสนมาก ผมไม่รู้จะทำยังไง”

เห็นความอึดอัดหวั่นไหวของครูณุ อิงจันทร์เดินมายืนตรงหน้า จับหน้าเขาเงยขึ้น มองตาบอก

“ครูรักพี่ดาว ครูไม่ได้ชอบฉันหรอกค่ะ ที่ครูคิดแบบนี้ มันคงเป็นเพราะช่วงเวลาที่พี่ดาวไม่อยู่ แล้วเราได้เจอกันบ่อย ก็เท่านั้นเอง”

ยิ่งต้องสบตาอิงจันทร์ในระยะใกล้ ทำให้ครูณุยิ่งหวั่นไหว เอามืออิงจันทร์ออกจากหน้าตัวเอง ค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปจูบเธอเบาๆ ซึ่งอิงจันทร์ก็ยืนนิ่งให้จูบ แต่พอครูณุผละออกมาก็ตระหนักแก่ใจตัวเองว่า ตนรักอิงจันทร์

ขณะทั้งคู่กำลังอยู่ในอารมณ์หวั่นไหวนั่นเอง เสียงของแสงก็แผดขึ้นอย่างดุดัน

“ปล่อยมือจากจันทร์เดี๋ยวนี้นะครู!!!”

ทั้งสองผละจากกันอย่างตกใจ แสงถามว่าครูคิดจะทำอะไร ครูณุอึกอัก แสงปรามเสียงเข้มว่า “อย่านึกว่าลูกสาวข้าชอบครู แล้วครูจะทำอะไรก็ได้” ทำเอาครูณุอึ้ง ส่วนอิงจันทร์ตกใจเรียกปรามพ่อ แต่แสงพูดต่ออย่างไม่สนใจว่า

“นังดาวกับนังจันทร์เป็นคนที่ข้ารักมากที่สุดในโลก ถ้าลูกสาวข้าโดนใครทำให้เสียใจ ข้าเอามันตายแน่!!”

อิงจันทร์พยายามจะหยุดพ่อแต่ถูกพ่อสั่งให้เงียบ ส่วนครูณุยกมือไหว้ขอโทษแสง

“ครูเป็นแฟนนังดาว เป็นคนที่นังดาวเลือก เพราะฉะนั้นอย่าให้ข้าเห็นครูทำแบบนี้กับจันทร์อีก”

“ครับ” ครูณุรับคำเสียงอ่อย แสงเข้ามาดึงอิงจันทร์เข้าบ้าน ทิ้งครูณุให้ยืนเครียด ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี กับรักสามเส้านี้...

ooooooo

คืนนี้อิงจันทร์นอนไม่หลับ ออกไปยืนครุ่นคิดเศร้าเสียใจอยู่โคนต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้าน

อิงดาวพึ่งกลับมาถึง พอลงจากรถก็เดินไปยืนพิงต้นไม้ใหญ่ต้นเดียวกับอิงจันทร์แต่คนละด้าน

สองพี่น้องไม่เห็นกัน ต่างเศร้ากับปัญหาของตัวเอง แล้วถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกันโดยไม่รู้ตัว...

เสียงถอนหายใจทำให้สองพี่น้องหันมาเห็นกัน ต่างบอกว่านอนไม่หลับเลยมายืนเล่นตรงนี้

อิงดาวถามน้องว่าดีกับครูณุหรือยัง อิงจันทร์บอกว่าตนกับครูณุไม่ได้โกรธอะไรกัน เรารักกันจะตายไป อิงดาวฟังแล้วสบายใจ แต่พอน้องถามว่า

“แล้วพี่ดาวล่ะคะเป็นไง ใกล้จะแต่งงานแล้ว พี่ดาวตื่นเต้นรึเปล่า” อิงดาวบอกว่าไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไง อิงจันทร์จับมือพี่สาวพูดด้วยความยินดีว่า “จันทร์ดีใจกับพี่ดาวด้วยนะคะ ครูณุเป็นคนดี พี่ดาวโชคดีแล้วที่ได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้”

“แต่ไม่รู้ณุโชคดีรึเปล่าที่ได้แต่งงานกับพี่” พูดแล้วเห็นน้องตกใจ รีบแก้ว่า “ก็จันทร์ดูพี่สิ พี่ไม่ใช่แม่บ้านแม่เรือน ไม่ใช่คนเรียบร้อยน่ารักเหมือนจันทร์ ดูไปดูมาจันทร์เหมาะกับณุมากกว่าพี่อีก”

อิงจันทร์แทบสะอึก รีบบอก “พี่ดาวอย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ เดือนหน้าพี่กับครูณุก็จะแต่งงานกันแล้ว เขาคือเนื้อคู่ของพี่...” พูดแล้วเห็นพี่สาวพยักหน้า เธอจึงขอตัวไปนอน หยอกพี่สาวว่า “พี่ดาวก็รีบนอนล่ะ เดี๋ยววันงานไม่สวยไม่รู้ด้วยนะ”

“จ้า...” อิงดาวลากเสียงยาว มองอิงจันทร์ที่หันหลังเดินไปแล้วถอนใจ เช่นเดียวกัน เมื่ออิงจันทร์หันหลังเดินออกมาเท่านั้น ก็ถอนใจยาวด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...

ooooooo

คืนนี้ วงดนตรีของเอี๋ยวไปเล่นที่ผับ นับเป็นครั้งแรกของวงที่ได้ขึ้นเวทีแบบเต็มรูปแบบ ทำให้ต้นกับเอกตื่นเต้นไม่น้อย แต่เอี๋ยวกลับเฉยๆ ต้นถามว่าจีจี้มารึยัง เอี๋ยวตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำว่าจะไปรู้เหรอ

“ไม่รู้ได้ไง ปกติเห็นตัวติดกันตลอด” เอกแย้ง เอี๋ยวเลยเงียบไปอย่างพูดไม่ออก แต่เพียงครู่เดียวจีจี้ก็โผล่มา ต้นถามว่า ทำไมมาช้าอย่างนี้

“มาช้า แต่ไม่ได้สายแล้วกัน” จีจี้ตอบเสียงขุ่น หันไปมองเอี๋ยวทำท่าจะทัก แต่เอี๋ยวหลบตาเหมือนมองหน้าไม่ติดทั้งยังหันหลังเดินผละไป ทำให้จีจี้อึ้งๆกับท่าทางของเขา

จนมาเจอกันแถวห้องน้ำ เอี๋ยวทำท่าจะเดินหนีอีกจีจี้เรียกไว้ถามว่าเป็นอะไร เอี๋ยวไม่กล้าสบตาอึกๆ อักๆ บอกว่าเปล่าเป็น

“แกเป็น...ไอ้เอี๋ยว...แกไม่ต้องมาโกหก วันนั้นที่ฉันคุยกับแก แกถามฉันว่าพูดอะไร” เอี๋ยวฟังแล้วตัดบทว่าเรารีบไปเตรียมตัวกันดีกว่า จีจี้ไม่ยอม รีบพูด เหมือนกลัวจะไม่ได้พูดว่า “ฉันพูดว่าฉันชอบแก มันไม่ผิดไม่ใช่เหรอที่ฉันจะบอกความรู้สึกของฉันที่มีต่อแก ทีแกยังกล้าบอกชอบพี่ดาว ฉันก็กล้าบอกเหมือนกัน”

เอี๋ยวพยายามบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันนะ จีจี้แย้งอย่างมั่นใจตัวเองว่า

“แกจำได้ไหม ตอนที่แกจะบอกรักพี่ดาว แกพูดว่า...ไม่ว่าเขาจะรับหรือไม่รับรัก แกก็ต้องให้เขารู้ แกจะได้หายทรมานอย่างนี้เสียที และฉันก็ทรมานมานานแล้ว ไม่ว่าแกจะชอบหรือไม่ชอบฉัน ฉันก็ต้องบอก”

พูดเสร็จจีจี้เดินไปเลย เอี๋ยวยืนมึนไปอีกครั้ง...

ooooooo
ตอนที่ 17


เมื่อขึ้นเวที เอี๋ยวร้องเพลงจบได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แต่พอมีจดหมายขอเพลง “ช่างไม่รู้เลย” ทั้งยังระบุให้นักร้องหญิงคนเดียวของวงร้องด้วย จีจี้ฮึดขึ้นมาเลยออกไปร้องทั้งที่ไม่เคยยอมร้องเพลงมาก่อน

จีจี้ร้องเพลงอย่างได้อารมณ์กับความรู้สึกที่ซ่อนเร้นของเพื่อนที่แอบคิดกับเพื่อนมากกว่าความเป็นเพื่อน ร้องไปก็ชำเลืองมองเอี๋ยวไปเป็นระยะ จนท่อนสุดท้ายเสียงร้องเริ่มปนเสียงสะอื้น...

“ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ในความคุ้นเคยกันอยู่ มันแฝงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบคิดอะไรไปไกลกว่าเป็นเพื่อนกัน...”

จีจี้ร้องเพลงปนเสียงสะอื้น จนเสียงเพี้ยน ลูกค้าพากันโห่ “ไม่เอา...ไม่เอา...” ต้นกับเอกมองหน้ากันตื่นๆ เอี๋ยวมองจีจี้อย่างเห็นใจ ส่วนจีจี้หยุดร้องเดินออกไปเลย

“ผมว่าเรามาฟังเพลงสนุกๆ แล้วแดนซ์กันดีกว่าครับ” ต้นรีบแก้สถานการณ์แล้วเริ่มเพลงจังหวะคึกคัก บรรยากาศเริ่มกระเตื้องขึ้น แต่เอี๋ยวก็ยังแอบกังวลเป็นห่วงจีจี้

จีจี้เดินออกไปยืนร้องไห้ เตะถังขยะระบายอารมณ์ทั้งงอนทั้งโกรธที่ตนเป็นถึงขนาดนี้แล้วเอี๋ยวก็ยังไม่ตามมาดู ช่างไม่แคร์กันเลย

ครู่หนึ่ง เอี๋ยวเดินออกมาอีกทางหนึ่ง ขณะมองหาจีจี้นั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากสงกรานต์ เอี๋ยวรับสายงงๆ “ครับพี่กานต์...ได้ครับ เดี๋ยวเจอกันพี่”

ooooooo

สงกรานต์โทร.ตามเอี๋ยวมาพบกันที่ห้องพักของอู๋ บอกทั้งสองด้วยความดีใจในฐานะที่ช่วยกันวางแผนช่วยตนว่าอิงดาวหึงตน ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

อู๋กับเอี๋ยวต่างถอนใจเสียงดัง “เฮ้อ...” จนสงกรานต์มองหน้าบอกว่าตนเรียกมาเพื่อจะคุยแผนขั้นต่อไป แล้วนี่เป็นอะไรกันไปหมด

อู๋กับเอี๋ยวต่างก็มีเรื่องไม่สบายใจของตัวเอง เอี๋ยวรำพึงด้วยภาษาศิลปินถึงความสัมพันธ์กับจีจี้ที่คบกันมานานแต่พอวันหนึ่งได้รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขา  มันก็ทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้รู้จักกันเลย

ส่วนอู๋ก็คร่ำครวญไปตามภาษาว่า มดแดงไม่รับโทรศัพท์ตนมาสามวันแล้ว พอไปหาที่ออฟฟิศก็อ้างว่าติดประชุม ไปหาที่บ้านก็บอกว่าไม่สบาย ถามว่า “ฉันจะทำไงดี”

ทั้งอู๋และเอี๋ยวเครียดกับเรื่องของตัวเองมาก จนสงกรานต์ถาม “ตกลงฉันพึ่งแกสองคนได้ไหมเนี่ย” ไม่มีคำตอบจากใคร มีแต่เสียงถอนหายใจดังๆพร้อมกันทั้งสามคน...

ooooooo

โรสกับงามแสงเดือนยังแค้นมารินไม่หาย คิดหาทางแก้แค้น จนงามแสงเดือนคิดออกบอกโรสอย่างดีใจสุดๆว่า นึกออกแล้วว่าจะเล่นงานมารินยังไง รับรองว่างานนี้สงกรานต์ต้องเกลียดมารินเข้าไส้แน่ๆ

ว่าแล้วก็เอากล้องวงจรปิดที่มารินตบตีโรสกับงาม–แสงเดือนจนสะบักสะบอมมาให้ดู

สงกรานต์ยังไปดูแลมารินอย่างดี จนเธอเชื่อว่าเขาต้องชอบตนแน่ๆ วันนี้จึงเอาแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดขอบคุณที่เขียนให้สงกรานต์เดินไปทางห้องทำงานของเขาอย่างมีความสุข

โรสกับงามแสงเดือนเอาเทปจากกล้องวงจรปิดไปให้สงกรานต์ดู บอกว่านี่คือหลักฐานว่ามารินทำร้ายตนสองคน

ส่งเทปให้แล้วสองสาวก็เดินกระหยิ่มยิ้มย่องออกมา เจอมารินเข้าพอดี โรสเข้าไปพูดเยาะใส่หน้าว่า “ทีใครทีมันนะนังมาริน ฮึๆๆ”

มารินสงสัยคำพูดที่เป็นปริศนาของโรส ยิ่งเมื่อเข้าไปในห้องสงกรานต์แล้วเห็นเขาหน้าเครียดก็ยิ่งสงสัย แต่ยังทำใจดีสู้เสือ เอาแจกันดอกไม้ไปวางที่โต๊ะทำงานเขา ฉอเลาะว่า

“เห็นคุณสงกรานต์ชอบดอกไม้ รินเลยจัดดอกไม้มาให้คุณสงกรานต์เป็นการขอบคุณค่ะ”

สงกรานต์นิ่งเงียบ มารินถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาจึงหันจอโน้ตบุ๊กแล้วกดเพลย์ภาพในกล้องวงจรปิดโชว์ทันที เป็นภาพมารินกำลังตบโรสกับงามแสงเดือนอย่างบ้าดีเดือด มารินหน้าถอดสีแก้ตัวว่า

“คุณสงกรานต์คะ เรื่องนี้รินอธิบายได้นะคะ คุณโรสกับคุณงามแสงเดือนทำร้ายรินก่อน รินทำไปก็เพื่อป้องกันตัวเอง”

“ผมเห็นว่าเขาสองคนทำร้ายคุณก่อน แต่ทำไมคุณต้องตอบโต้กลับรุนแรงขนาดนี้”

มารินอึกอักแล้วเกิดอาการลนขึ้นทันที บอกว่าสองคนนั้นพูดจาดูถูกตนก่อน ตนเลยขาดสติ พลันก็ตรงเข้าไปจับแขนสงกรานต์บีบแน่น อ้อนวอน

“คุณสงกรานต์อย่าโกรธรินนะคะ รินขอโทษ รินไม่ได้ตั้งใจ รินทำไปโดยไม่รู้ตัว” สงกรานต์มองแขนที่ถูกมารินจับบีบอย่างแรงบอกให้ปล่อยตนเจ็บ แล้วบอกมาริน ให้กลับไปพักก่อนดีกว่า มารินมองหน้าเขาอย่างตกใจ

ถามว่า “คุณสงกรานต์ไล่รินออกเหรอคะ”

สงกรานต์บอกว่าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่มารินไม่ฟังพร่ำอ้อนวอนอย่าไล่ตนออก ตนขอโทษ ตนผิดไปแล้ว ตนไม่ได้ตั้งใจ แล้วร้องไห้อย่างหนักจนสงกรานต์ตกใจถามว่าเป็นอะไร

“คุณสงกรานต์ คุณอย่าไล่รินไปไหนเลยนะคะ รินอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ รินรักคุณค่ะคุณสงกรานต์ รินรักคุณ” สงกรานต์ทั้งตกใจทั้งแปลกใจ ถูกมารินโผเข้ากอดพร่ำบอก “รินรักคุณมานานแล้ว รักตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน”

สงกรานต์จึงนึกได้ว่าวันนั้นเขาเป็นคนไปดุด่าพนักงานที่เยาะเย้ยมารินว่าหน้าผีและรับเธอเข้าทำงานนั่นเอง

มารินยังกอดสงกรานต์ไม่ปล่อยรำพันถึงความซึ้งใจในครั้งนั้น และที่ตนไปทำหน้าก็เพราะอยากให้เขารักตนและภูมิใจที่มีตนเป็นแฟน

สงกรานต์เห็นท่าไม่ดีและเรื่องคงไม่จบง่าย เขาดึงเธอออก บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ตนไม่เคยคิดกับเธอมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง มารินยังพร่ำเพ้อไม่หยุด เขาจึงพูดเสียงดังเด็ดขาดว่า

“คุณริน...คุณริน...ยังไงผมก็ไม่มีวันชอบคุณ ที่ผมทำทุกอย่างไปนั้นผมเห็นคุณเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ผมขอโทษ ถ้าผมทำให้คุณเข้าใจผิด ผมสงสารแล้วก็เห็นใจคุณ...ก็เท่านั้น”

มารินแทบล้มทั้งยืนอยากจะกรี๊ดออกมาแต่พยายามสะกดอารมณ์ข่มไว้ ตำหนิตัวเองว่าแย่จังที่เข้าใจอะไรๆไปเอง เมื่อสงกรานต์พูดเป็นการเป็นงาน ขอโทษเธออีกครั้ง เธอทำเป็นเข้มแข็งบอกว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ รินเข้าใจ รินขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” พูดแล้วเดินหงอยๆออกไป

สงกรานต์ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

มารินเดินออกมาเจอโรสกับงามแสงเดือนดักรออยู่ พอเห็นมารินเท่านั้น ทั้งสองก็แกล้งพูดดังๆให้เข้าหูเธอ หัวเราะกันร่วน ดีอกดีใจที่สงกรานต์กลับมาขอคืนดีกับโรส งามแสงเดือนพูดเยาะเย้ยว่า

“สุดยอดเลยค่ะคุณโรสขา คุณสงกรานต์เขารู้ซึ้งแล้วว่าใครที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด ที่ผ่านมามันก็แค่เบี้ยบ้ายรายทาง คุณสงกรานต์เขาสงสารก็เลยสงเคราะห์ให้”

มารินยืนเกร็งกำมือแน่น โรสเข้ามาจับหน้ามารินบีบแก้มแน่น ยื่นหน้าเข้าไปพูดลอดไรฟัน

“จำไว้นะนังมาริน กานต์เป็นของฉัน อย่าได้เสนอหน้าเน่าๆของแกเฉียดมาใกล้กานต์อีก ไม่งั้นคราวหน้าแกโดนหนักกว่านี้แน่ ฮ่าๆๆ”

โรสกับงามแสงเดือนหัวเราะร่าเดินกร่างออกไป มารินจ้องตามอย่างอาฆาตแค้นสุดๆ

ooooooo

ฝ่ายอู๋ยังเซ็ง ซึมอย่างหนัก กระทั่งเข้าไปร้องคาราโอเกะกับมาม่าและมีมี่สองสาวสุดเปรี้ยว ก็ยังปลุกอารมณ์ไม่ขึ้น เลยให้สองสาวช่วยกันด่าให้เจ็บๆ แสบๆ

มาม่ากับมีมี่ทำใจกล้าลองด่าดู ด่าว่าเสี่ยลามก อู๋ก็ไม่รู้สึก ด่าไอ้เสี่ยหน้าหม้อหูดำ ก็ไม่สะเทือน ด่าไอ้เสี่ยบ้ากามขี้หลีก็เฉยๆ อู๋บอกด่าให้แรงกว่านี้อีก



“ไอ้เสี่ยหน้าทู่ จมูกหมู ปากหมา คางกลม” มาม่าขุดมาด่าเป็นชุด จนมีมี่ถามว่าแรงไปรึเปล่า อู๋บอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย บ่นกับตัวเองว่า ทำไมไม่เหมือนเวลาที่มดแดงด่าเลย แล้วบอกสองสาวให้ลองด่าด้วยตบด้วย สองสาวก็สนองให้เต็มพิกัด แต่อู๋ก็ยังไม่รู้สึกอะไร จนสองสาวทนไม่ไหวหนีไปกันหมด

“อ้าว...ไปกันหมดแล้วใครจะตบจะด่าฉันล่ะโธ่...ฉันจะทำยังไงดี” อู๋บ่นแล้วนึกอะไรออก เรียกเอี๋ยวมาวางแผนที่ห้องพัก

มดแดงขับรถอยู่เกิดยางแตกกลางถนน เธอหงุดหงิดมากไม่รู้จะทำอย่างไร นึกถึงอู๋ขึ้นมาเพราะเขาเคยเปลี่ยนยางให้ อย่างคล่องแคล่ว ทันใดนั้นมีโทรศัพท์เข้ามือถือ หน้าจอโชว์ ชื่อเอี๋ยว เธอตกใจสังหรณ์ใจว่าอู๋อาจจะเป็นอะไรก็ได้ รีบกดรับ

“ฮัลโหล...เสี่ยอู๋ไม่สบายมาก!” มดแดงหน้าเครียดกับข่าวจากปลายสาย

เอี๋ยวเป็นคนโทร.บอกมดแดง วางสายจากมดแดงแล้วบอกพี่ชายว่าอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปอีก ตบบ่าพี่ชายบอกว่า จะได้เป็นคนดีกับเขาเสียทีนะ

อู๋ขอบใจ แต่ก็บ่นว่าไอ้นี่ทำตัวเหมือนป๊าเข้าไปทุกที แล้วไล่ให้ออกไปเร็วๆ เดี๋ยวความแตก

พอเอี๋ยวออกไป อู๋ก็ขยี้ผมเป็นกระเซิง ทำหน้าโทรมสุดๆ ทำเป็นนอนซมห่มผ้าหนาวสั่นบนโซฟา

ฝ่ายเอี๋ยว พอแก้ปัญหาให้พี่ชายแล้วกลับไปที่ห้องซ้อมดนตรี ไม่เห็นจีจี้ พอถามต้นก็บอกว่า จีจี้โทร.มาบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง ทำให้เอี๋ยวถอนใจ...รู้สึกว่าตัวเองทำผิดกับจีจี้ไม่หาย...

ooooooo

อู๋นอนเอกเขนกที่โซฟา เงี่ยหูฟังเสียงที่ประตู พอได้ยินเสียงกดออดก็รีบทำตัวหนาวสั่นพูดเสียงสั่นอนุญาตให้เข้ามาได้ ประตูไม่ได้ล็อก พอได้ยินเสียงผลักประตูเข้ามาก็คราง “หนาว...ผมหนาว...”

“เสี่ยไม่สบายเหรอคะ” เสียงแม่บ้านถามขึ้น อู๋เซ็งจนบอกไม่ถูก ลุกขึ้นถามว่าเข้ามาได้ยังไง แม่บ้านบอกว่าจะมาทำความสะอาด อู๋บอกว่าวันนี้ไม่ต้องทำให้รีบออกไปเสีย พอแม่บ้านออกไป อู๋ทิ้งตัวลงนอนอึดเดียวก็มีเสียงฝีเท้าคนเข้ามาอีก อู๋ถามอย่างไม่พอใจว่า

“เข้ามาทำไมอีก!”

“เอี๋ยวโทร.บอกว่านายไม่สบาย ก็เลยแวะมาดู” อู๋ได้ยินเสียงมดแดงเด้งตัวหันมอง มดแดงเห็นดังนั้นบอกว่า “แต่ดูท่านายคงไม่อยากเจอฉัน ฉันกลับล่ะ”

“เดี๋ยว...” อู๋รีบลุกขึ้นก้าวข้ามพนักโซฟาแต่ก้าวไม่พ้น เลยล้มโครม มดแดงตกใจรีบหันกลับมาดูถามว่าเป็นไงบ้าง

ได้การ...อู๋สำออยทำเป็นเจ็บแทบตาย มดแดงเข้ามาดู พยุงให้ลุกขึ้น แล้วพามานั่งบนเตียง

“เมื่อกี้เธอว่าไอ้เอี๋ยวโทร.บอกเธอว่าฉันไม่สบายเหรอ” อู๋ทำเป็นถามเสียงสั่นๆ แบบไม่สบาย พอมดแดงพยักหน้าก็ทำเป็นบ่น “ไอ้เอี๋ยวนะไอ้เอี๋ยว จะโทร.บอกเธอทำไม”

มดแดงถามว่า เขาคงไม่อยากให้ตนมาใช่ไหม อู๋ก็ทำเป็นไอแค่กๆขึ้นมา ไอแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มดแดงถามว่าแบบนี้จะไปหาหมอไหม อู๋บอกว่าไม่ต้องตนกินยาแล้ว

“แล้วนี่กินไรยัง” มดแดงถาม อู๋ทำหน้าเศร้าส่ายหัว “ฉันทำอะไรให้นายกินเอาไหม” อู๋ทำเสียงอื้อ...พอมดแดงลุกไป อู๋ก็ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขม้าก...มาก...

ooooooo

ฝ่ายสงกรานต์ เมื่อพึ่งเพื่อนไม่ได้ก็พึ่งตัวเอง

หาทางพิสูจน์ใจอิงดาว ด้วยการชวนโรสไปเที่ยวสวนส้มของเธอ ครั้นโรสถามว่าทำไมต้องมาเที่ยวที่นี่ด้วย ที่อื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะ

“ผมอยากให้อิงดาวเห็นว่าผมกับคุณคืนดีกันแล้วเขาจะได้รู้ว่าไอ้แผนของเขาที่อยากให้ผมรู้สึกย่ำแย่มันไม่สำเร็จ”

“ที่แท้กานต์ก็ตั้งใจมาเยาะเย้ยมัน ได้เลยค่ะกานต์ โรสจะจัดชุดใหญ่ให้เอง” โรสสะใจนัก

หม่องกับเหม่งที่กำลังทำงานอยู่แถวนั้นได้ยินเต็มสี่หู ชวนกันรีบไปบอกเจ๊ให้มาจัดการ แต่พออิงดาวฟังทั้งสองเล่าแล้ว กลับถามว่า

“ทำไมฉันต้องไป เขาจะพาใครมามันก็เรื่องของเขา แกสองคนไปทำงานได้แล้ว”

หม่องกับเหม่งเกาหัวแกรก มองกันงงๆ ว่าทำไมเจ๊ไม่ปี๊ด แล้วพากันกลับไป ส่วนอิงดาวก็ทำเป็นไม่สนใจหันไป

ทำงานต่อทั้งที่ใจร้อนรุ่ม...รุ่ม...

แม้โรสจะรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบที่สงกรานต์พามายั่วอิงดาว แต่ก็เอาใจเขาเต็มที่ คั้นน้ำส้มให้กิน สงกรานต์รับน้ำส้มไปกินแต่ตาสอดส่ายมองหาว่าอิงดาวอยู่ตรงไหน

อิงดาวแอบดูสงกรานต์กับโรสอยู่ กำลังตาร้อนผ่าวๆ ก็พอดีสงกรานต์หันมาเห็น เธอรีบหลบคิดว่าเขาไม่เห็น สงกรานต์ยิ้มในหน้าทำเป็นหวานกับโรสจนน่าเอียน

ขณะอิงดาวกำลังหึงสงกรานต์อยู่นั่นเอง ครูณุมาสะกิดไหล่ถามว่าทำอะไรอยู่ อิงดาวตกใจตอบไม่ถูก พอดีครูณุมองไปเห็นสงกรานต์กับโรส ถามว่าสองคนนั้นมาที่นี่ทำไม

“คงมาเที่ยวมั้ง อย่าไปสนใจเลย” อิงดาวทำเสียงไม่แยแส พอดีสงกรานต์หันมาเห็นทั้งสองคนก็ชะงักไม่พอใจ เลยกลายเป็นต่างคนต่างก็ทำประชดอีกฝ่าย อิงดาวควงแขนครูณุเดินออกไป ทำเอาครูณุแปลกใจ แถมยังฉอเลาะกับครูณุเสียงใสว่า

“ณุจ๋า...เมื่อกี้เห็นบ่นว่าหิวน้ำ เดี๋ยวดาวคั้นน้ำส้มให้ณุ ดื่มนะ” พูดแล้วทำเป็นเพิ่งเห็นสงกรานต์กับโรส แกล้งทัก “อ้าว...คุณสงกรานต์ คุณโรส มาเที่ยวเหรอคะ เชิญตามสบายนะคะ” ว่าแล้วก็ควงแขนครูณุเดินผ่านทั้งสองตรงไปยังที่คั้นน้ำส้ม

สงกรานต์เห็นดังนั้น บอกโรสว่าน้ำส้มตนหมดแล้วให้ช่วยคั้นให้ใหม่ โรสระริกระรี้ไปทันที

กลายเป็นอิงดาวกับโรสไปแย่งกันคั้นน้ำส้ม แค่ส้มลูกเดียว ก็ทะเลาะกันเกือบตาย ต่างอ้างว่าตนหยิบก่อน สุดท้ายทำท่าจะรุนแรง ครูณุกับสงกรานต์เลยต้องเข้าไปห้ามคนของตัวเอง

ก่อนที่โรสจะแยกไปยังแย่งส้มจากมืออิงดาวไปด้วย พูดเย้ยว่า

“เห็นแล้วนะ ถ้าอะไรที่ฉันอยากได้ ฉันก็ต้องได้” ว่าแล้วควงแขนสงกรานต์ไป

อิงดาวรู้สึกเสียหน้ามาก จ้ำอ้าวออกไป ครูณุรีบตามไป ถามว่าเป็นอะไร หึงสงกรานต์หรือ เลยถูกอิงดาวเอ็ดว่าพูดอะไร ทำไมพูดแบบนี้ ครูณุเลยต้องขอโทษถ้าตนเข้าใจผิด

“ดาวขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ” อิงดาวแยกไปเพราะกลัวครูณุจับอารมณ์ได้ ทำให้ครูณุยิ่งสงสัย

ooooooo

อิงดาวไปเปิดก๊อกล้างหน้าเพื่อดับอารมณ์ พอเงยหน้าขึ้นก็เจอสงกรานต์มายืนอยู่แล้ว เธอจะเดินหนี สงกรานต์เดินตาม ถามว่า “หึงผมหรือ”

อิงดาวสวนไปทันทีว่าไม่ได้หึง สงกรานต์ดักหน้าถามอีกว่าไม่ได้หึงแล้วทำประชดตนทำไม อิงดาวบอกว่าตนไม่ได้ประชดแล้วจะเดินหนี ถูกสงกรานต์จับตัวไว้ เธอบอกให้ปล่อย เขายิ้มกวนๆ บอกว่า

“ไม่ปล่อย ผมจะทำให้คุณรู้ตัวว่าคุณยังรักผมอยู่” อิงดาวแปลกใจ แต่ไม่ทันตั้งตัว สงกรานต์ก็รวบตัวเข้าไปจูบ อิงดาวตกใจแต่ก็ปล่อยตัวในอ้อมกอดเขา ปล่อยให้เขาจูบเหมือนไม่มีแรงขัดขืน

พริบตานั้นเอง ครูณุตรงเข้ามากระชากไหล่สงกรานต์หงายกลับมา แล้วต่อยเปรี้ยงเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูกจนปากเลือดออก อิงดาวพุ่งเข้าห้ามครูณุที่กำลังจะตามต่อยซ้ำ ครูณุชะงักหันมองเห็นแววตาอิงดาวที่มองสงกรานต์อย่างห่วงใย ครูณุเลยปล่อยมือจากสงกรานต์

โรสถลาเข้ามา พอเห็นเลือดที่ปากสงกรานต์ก็โวยวายตวาดครูณุว่า ทำร้ายสงกรานต์หรือ

“กลับได้แล้วโรส” สงกรานต์ตัดบท โรสไม่ยอมจะแจ้งความ ถูกเขาตวาด “ผมบอกให้กลับ” โรสเลยไม่กล้ายอมกลับไป ปล่อยให้อิงดาวกับครูณุต่างนิ่งงันกันอยู่ตรงนั้น

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ครูณุแน่ใจว่าอิงดาวรักสงกรานต์ ต่างเงียบงันกันไปพักใหญ่ ครูณุเสนอขึ้นว่า ให้เลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อนดีไหม อิงดาวไม่ยอม อ้างว่าตนไม่ได้รักสงกรานต์ คนที่ตนจะแต่งงานด้วยคือเขาคนเดียว ขอให้มั่นใจได้

“บางทีเราอาจต้องการเวลามากกว่านี้ เพื่อคิดแล้วก็ตัดสินใจว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่รึเปล่า”

“ดาวไม่ต้องการเวลา ดาวมั่นใจว่าดาวคิดถูก เราจะแต่งงานกันนะณุ”

อิงดาวจับมือครูณุกุมไว้ มองหน้าเขาอย่างมั่นใจแน่วแน่ แต่ครูณุกลับกังวลและไม่มั่นใจอะไรเลย...

ooooooo


มดแดงทำอาหารให้อู๋กิน อยู่ดูแลจนกลางคืนจึงขอตัวกลับ อู๋สำออยทำเป็นอาการหนัก มดแดงช่วยประคองมานั่งที่โซฟา อู๋แกล้งเซจนล้มลงบนโซฟา มดแดงเสียหลักนั่งตักเขาพอดี ต่างมองหน้ากันเขินๆ มดแดงถามอู๋ว่าเจ็บไหม อู๋ตอบอย่างมีความสุขว่า

“ไม่จ้ะ...ไม่เจ็บเลย”

“งั้นฉันว่าฉันกลับดีกว่า มันดึกแล้ว” มดแดงลุกขึ้นเดินออกไปเขินๆ ปรากฏว่าลืมกระเป๋าถือไว้

พอมดแดงออกไป อู๋ก็หายเป็นปลิดทิ้ง รีบโทร.บอกเอี๋ยวน้ำเสียงเริงร่าแจ่มใสสุดๆว่า

“แผนสำเร็จแล้วไอ้เอี๋ยว ฉันเห็นความห่วงใยของมดแดงที่มีต่อฉัน”

เอี๋ยวกำลังดูรูปจีจี้อยู่ ตอบเสียงไม่มีชีวิตชีวาว่า เฮียโชคดีที่แก้ปัญหาได้ ทำให้อู๋สงสัยถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเสียงเศร้าๆ เอี๋ยวบอกว่าไม่มีอะไร ถามว่า “แล้วเฮีย จะเอาไงต่อ”

“ฉันว่าฉันจะแกล้งป่วยหนักขึ้น” อู๋ยิ้มกริ่มกับแผนการของตัวเอง แต่พอหันมาก็หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นมดแดงยืนอยู่ ไม่ทันอ้าปากจะพูดอะไร ก็ถูกมดแดงตบเพียะ!

เอี๋ยวได้ยินเสียงตบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อู๋ไม่ตอบเพราะมัวแต่มองมดแดงคว้ากระเป๋าออกไป พอได้สติก็บอกเอี๋ยวว่า “ความแตกแล้วไอ้เอี๋ยว มดแดงตบหน้าฉันแล้วก็เดินออกไปเลย”

“แล้วเฮียยืนอยู่ทำไม รีบตามไปสิ” เอี๋ยวเร่ง อู๋บอกว่าไม่กล้า “เฮียรักพี่มดแดงรึเปล่า ถ้าเฮียรักเขา เฮียต้องอย่าปล่อยเขาไป มันถึงเวลาที่เฮียต้องบอกความจริงในใจของเฮียให้พี่มดแดงรู้ได้แล้ว”

เอี๋ยวเร่งจนอู๋วิ่งออกไป แล้วตัวเอี๋ยวเองก็นั่งเศร้าดูรูปจีจี้ก่อนตัดสินใจลุกออกจากห้องไป

ooooooo

อู๋วิ่งออกไปที่ลานจอดรถ เห็นมดแดงกำลังขับรถออกจากซอง อู๋รีบวิ่งไปขวาง มดแดงเบรกรถแทบไม่ทัน แม้จะเสียววาบแต่อู๋ก็ทำใจกล้ายืนขาแข็ง

“อยากตายรึไงหา!” มดแดงลงจากรถมาแหวใส่

“ถ้าต้องตายเพราะคนที่เรารัก ฉันก็ยอม” อู๋ทำหน้ายอมตายจริงๆ มดแดงถามว่าพูดอะไรของนาย อู๋ยังยืนผงาดรับแสงไฟจากหน้ารถอย่างท้าทาย บอกมดแดงอย่างยอมศิโรราบว่า “ฉันรักเธอนะมดแดง”

มดแดงถามว่าคิดจะแกล้งอะไรตนอีก อู๋ยืนยันว่าตนไม่ได้แกล้ง พูดจริงๆ

“ฉันไม่เชื่อ นายกลัวพ่อนายทุบโมเดลลิ่ง นายก็เลยแกล้งบอกว่ารักฉันใช่ไหม”

“ไม่ใช่ ฉันรักเธอจริงๆ เมื่อก่อน โมเดลลิ่งนี้คือชีวิตของฉัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว ชีวิตของฉันคือเธอนะมดแดง...พอฉันขาดเธอ ก็เหมือนจะขาดใจ โลกทั้งโลกของฉันกลายเป็นสีเทา ฉันไม่มีความสุขเลย”

มดแดงเหมือนจะหวั่นไหวแต่ก็ยังชั่งใจไม่เชื่อ บอกอู๋ว่าไม่ต้องพูดให้ตัวเองดูดีตนไม่เชื่อ ไล่ให้หลีกไป อู๋ยืนนิ่งไม่ยอมหลีก มดแดงไม่พูดพร่ำทำเพลง ขึ้นรถเร่งเครื่องบึ้น...บึ้น...อู๋ใจสะท้านแต่ยังแข็งใจถามว่า “มดแดง เอาจริงเหรอ ถึงตายเลยนะ”

มดแดงเปิดกระจกลง ชะโงกหน้ามาถาม “นายพูดเองว่าถ้าตายเพราะคนที่เรารักนายก็ยอมไม่ใช่หรือ”

ขณะอู๋เริ่มหวั่นไหวนั่นเอง มดแดงขับรถพุ่งออกมา อู๋ตกใจกระโดดหลบแทบไม่ทัน ไปยืนขาสั่นมองตามรถมดแดงไปจ๋อยๆ

ooooooo

เอี๋ยวตัดสินใจลุกออกจากห้อง ตรงไปหาจีจี้ที่คอนโดฯทั้งที่ดึกแล้ว ไปยืนลังเลอยู่หน้าห้องก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู ไม่นานจีจี้ก็มาเปิดประตู เธอชะงักเมื่อเห็นเอี๋ยวยืนอยู่

“ฉันขอโทษที่ทำให้แกอึดอัด” เสียงเอี๋ยวยังตื่นเต้นกับการ กระทำของตัวเอง “แล้วก็ขอบใจที่แกรู้สึกดีๆกับฉัน แต่...ฉันก็ยังเห็นแกเป็นเพื่อนว่ะ และฉันก็...ตัดเพื่อนอย่างแกไปไม่ได้ด้วย”

ขณะจีจี้ยืนอึ้งกับการมาและท่าทางของเอี๋ยวอยู่นั่นเอง เสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากข้างใน

“จี้...” พอเดินออกมาเห็นเอี๋ยวก็ถามจีจี้ว่า “ใคร?”

“เอี๋ยว เพื่อนจี้” จีจี้หันไปบอก ส่วนเอี๋ยวยืนใบ้กินสนิทเมื่อเห็นชายหนุ่มอยู่ในห้องจีจี้ในยามค่ำคืนดึกดื่น

“หวัดดี ผมชื่อแบงค์” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง

“ถ้างั้น...ฉันไม่กวนแกแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน” เอี๋ยวหน้าเจื่อนจ๋อย หันหลังเดินออกไป จีจี้ไม่ห้ามพอเอี๋ยวไปแล้วก็ปิดประตู

ฝ่ายเอี๋ยว พอเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันมองมาที่ห้องจีจี้อีกครั้งด้วยความรู้สึกแปลกๆที่จีจี้อยู่กับผู้ชายคนอื่น

เมื่อกลับมาที่ห้องพัก ทั้งเอี๋ยวและอู๋ต่างนั่งนิ่งเงียบจมดิ่งกับความคิดของตัวเอง อู๋เฝ้าคิดแต่ว่ามดแดงไม่รักตนจะทำอย่างไร มดแดงถึงจะเชื่อว่าตนรักเธอจริงๆ ฝ่ายเอี๋ยวก็พึมพำแต่ว่าเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ในห้องจีจี้...ทำไมใจมันหวิวๆแปลกๆเป็นอะไร?...

ooooooo

วันนี้ ที่บ้านสงกรานต์ ทุกคนอยู่บ้าน นอกจากสงกรานต์ที่ยังไม่กลับ ต่างพากันประหลาดใจ เมื่อจู่ๆ

มารินก็เข้ามายกมือไหว้ทุกคนราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ทั้งยังเรียกอย่างสนิทปาก

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่ พี่ตา”

ราชศักดิ์ถามว่าหนูเป็นใคร มารินถามว่าจำไม่ได้หรือ ตนคือมาริน นภารัตน์จึงนึกออกทักว่าหน้าตาเปลี่ยนไปเยอะเลย

“คุณสงกรานต์อยู่ไหมคะ” มารินยิ้มหวานถาม รมิตาบอกว่าไม่อยู่ “ไม่เป็นไรค่ะ รินรอได้ เออ...ว่าแต่ทุกคนทานอาหารกลางวันกันแล้วหรือยังคะ”

“ยังเลยจ้ะ ถามทำไมจ๊ะ” พาสันตาลุก

“ดีแล้วค่ะ เพราะวันนี้ รินจะมาทำอาหารให้ทุกคนทาน” มารินยิ้มหวานอีกที เปิดประตูรถหยิบถุงกับข้าวออกมาแล้วเดินเข้าบ้านไปราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง ทำเอาทุกคนมองเหวอ พากันงงว่าเธอเป็นอะไรไป

ปีใหม่กับเมี่ยงแอบดูอยู่ ปีใหม่พูดอย่างไม่พอใจว่า

“ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นเด็กใหม่ของพ่อแหง็มๆ” หันไปกระซิบอะไรกับเมี่ยงแล้วยิ้มร้ายให้กัน

ooooooo

มารินเข้าไปในครัว บอกให้แม่ครัวออกไปข้างนอกตนจะจัดการเอง แม่ครัวบอกว่าคุณผู้หญิงสั่งให้ตนอยู่ด้วย มารินยังยิ้มหวานแต่หันไปคว้ามีดขึ้นถือ บอกแม่ครัว “บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง”
แม่ครัวออกไปแทบไม่ทัน มารินจึงหันกลับมาเตรียมอาหารต่ออย่างมีความสุข

ครู่เดียว ปีใหม่ในชุดยอดมนุษย์ก็ย่องเข้ามาพร้อมปืนฉีดน้ำ จัดแจงฉีดน้ำแดงใส่มารินทันที มารินหันขวับทำเสียงดุว่าเล่นแบบนี้ไม่ดีเลย จับแขนปีใหม่แย่งปืนฉีดน้ำไป มองหน้าแล้วถามว่าคงจะเป็นลูกของสงกรานต์ใช่ไหม ปีใหม่ไม่ตอบแต่บอกให้ปล่อย ตนเจ็บ

“พี่จะเจ็บมากกว่านี้อีกถ้าไม่ทำตัวดีๆ” ปีใหม่ร้องให้ปล่อย มารินจ้องหน้าบอก “ขอโทษฉันมาก่อนสิ ขอโทษ” เมื่อปีใหม่ไม่ยอมขอโทษ มารินเอาปืนฉีดน้ำฟาดโต๊ะจนปืนพัง ปีใหม่ตกใจรีบขอโทษ “ดีมากครับลูก เราจะได้อยู่กันสบายๆนะครับ ออกไปได้แล้วนะ คุณแม่จะทำอาหารต่อแล้ว”

ปีใหม่คว้าปืนได้ก็รีบวิ่งออกไปหมดมาดยอดมนุษย์ไปเลย

ooooooo

สงกรานต์กลับมาพร้อมโรส พอรู้ว่ามารินมา เขาถามว่ามาทำไม รมิตาบอกว่าตอนนี้มารินอยู่ในครัว เห็นบอกว่าจะมาทำอาหารให้ทาน พวกตนงงไปหมดแล้ว โรสทำเป็นเก่งจะไปจัดการให้ สงกรานต์ห้ามไว้บอกว่าตนจะไปเอง

สงกรานต์เข้าไปเจอมารินกำลังตักอาหารจากกระทะใส่จาน เธอบอกเขาอย่างภูมิใจว่าทำของโปรดของเขาทั้งนั้น สงกรานต์ถามว่ารู้ได้ไงว่าตนชอบกินอะไร

“รินสังเกตเอาน่ะค่ะ แล้วรินก็ยังรู้อีกด้วยนะคะว่าคุณสงกรานต์ชอบไปทานอาหารที่ร้านไหน เล่นกีฬาที่ไหน ช็อปปิ้งที่ไหน แล้วก็ชอบไปพักผ่อนที่ไหนอีกด้วย”

สงกรานต์ชะงัก รู้สึกเสียวขึ้นมากับท่าทางแปลกๆของมาริน ถามว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำอาหารให้ครอบครัวตนเท่านั้นหรือ มารินเปิดกระเป๋าหยิบซองจดหมายออกมา บอกว่าตนมายื่นใบลาออก สงกรานต์ตกใจถามว่าแล้วเธอจะไปไหน

“รินได้งานใหม่แล้วค่ะ ขอบคุณคุณสงกรานต์มากนะคะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้ริน คุณสงกรานต์ออกไปนั่งรอเถอะค่ะ อีกไม่นานอาหารก็เสร็จแล้ว”

สงกรานต์อึ้งๆงงๆแต่ก็เดินออกไป พอสงกรานต์ออกไปแล้ว มารินก็หันมาทำอาหารต่อ ทำไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปเหมือนคนบ้า...

ooooooo
ตอนที่ 18

อิงจันทร์ เตรียมงานแต่งงานให้อิงดาวให้ผิดแผกแปลกใหม่ไปจากงานแต่งทั่วไป เธอถือแฟ้มเตรียมงานมากางตรงหน้าอิงดาว แสง เหม่ง กับหม่องพลางอธิบาย

“งานแต่งงานของพี่ดาว จะจัดในธีมคาวบอยนะคะ”

เหม่งกับหม่องชะโงกหน้าเข้ามาดู เห็นภาพชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวแนวคันทรี่ก็เฮชอบใจ แต่พอนึกได้เหม่งถามว่า อิงดาวกับครูณุแต่งงานกันนะไม่ใช่ไปขี่ม้าล่าสัตว์ หม่องก็ทำนิ่วหน้าถามว่าทำไมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวถึงใส่รองเท้าบูตล่ะพี่

“ก็แล้วทำไมเราต้องทำเหมือนใครด้วย งานแต่งงานของพี่ดาว จันทร์ว่าเราน่าจะจัดกันในสวนส้ม บรรยากาศสบายๆไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก เนี่ยเป็นงานแต่งงานในฝันของจันทร์เลยนะคะ พ่อกับพี่ดาวว่าไง” อิงจันทร์ชี้แจงแล้วถามพ่อกับพี่สาว

แสงบอกว่าไม่เลว แปลกดี แต่อิงดาวนิ่งเงียบ พออิงจันทร์ถามความเห็นก็ตอบแบบขอไปทีว่า

“พี่ยังไงก็ได้” พูดแล้วถูกน้องกับพ่อติงว่ามันเป็นงานแต่งงานของตัวเอง อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะเป็นเจ้าสาวแล้ว อิงดาวตอบอย่างไม่มีชีวิตจิตใจว่า “ก็ดาวคิดอะไรไม่ออกนี่พ่อ เอางี้ จันทร์ไปถามณุดูแล้วกัน ถ้าณุโอเค พี่ก็โอเค ดาวไปทำงานก่อนนะ” พูดจบก็ลุกไปเลย

อิงจันทร์มองตามพี่สาวแล้วถอนใจ ส่วนแสงมองตามไปอย่างสงสัย

ooooooo

ที่บ้านสงกรานต์ มารินทำอาหารบริการทุกคน ในบ้านสุดฝีมือ เสร็จแล้วยังมาตักโน่นตักนี่ให้ที่โต๊ะอาหารอีก บอกทุกคนที่นั่งมองกันอย่างแปลกใจว่า

“ทานเยอะๆเลยนะคะ ถ้าหมดรินทำให้ใหม่ได้ รินเตรียมของมาเยอะเลยค่ะ”

โรสยกอาหารขึ้นมาดมๆ ถามว่าใส่อะไรลงไปรึเปล่า มารินยิ้มหวานบอกว่าตนไม่ใช่คนร้ายกาจที่จะทำอะไรแบบนั้น ตนก็แค่อยากทำอะไรให้ทุกคนก่อนที่จะไปเท่านั้น

“คุณรินลาออกแล้วครับ” สงกรานต์บอกเมื่อเห็นทุกคนทำหน้างงๆ

“คราวนี้คงไว้ใจรินแล้วนะคะ ทานเถอะค่ะ” มารินยิ้มให้ทุกคน

สงกรานต์นึกได้ถามว่าปีใหม่หายไปไหน ถามเมี่ยง เมี่ยงบอกว่าปีใหม่ไม่หิว มารินอาสาจะไปตามให้ สงกรานต์รีบบอกว่าอย่าเลย เพราะปีใหม่เข้ากับคนยาก

“แต่ส่วนมากเด็กๆจะรักรินนะคะ พี่ปีอยู่ห้องไหนคะ” ถามแล้วมารินก็เดินยิ้มไป

พอมาถึงห้อง เห็นปีใหม่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียง มารินเดินยิ้มไปเปิดผ้าห่มพบปีใหม่ก้มหน้างุดคุดคู้อยู่ แค่เรียกเบาๆปีใหม่ก็สะดุ้งโหยงรีบถอยลงจากเตียง ดูยังไม่หายสยองกับท่าทางมารินเงื้อมีดไล่ให้ออกจากครัว

มารินบอกให้ลงไปทานข้าว ปีใหม่บอกว่าไม่หิว ถูกมารินจับตัวหมับพูดหวานจนน่าสยองว่า

“ไม่หิวก็ต้องทานนะลูก นี่มันเป็นเวลาทานข้าวแล้ว” ปีใหม่บอกอีกครั้งว่าตนไม่หิวไม่อยากกิน แล้วก็ต้องผวาเมื่อถูกมารินจิกแขนหมับ  “คุณแม่บอกว่าไง จำได้ไหม อย่าดื้อ เราจะได้อยู่กันสบายๆไปนะครับ”

ปีใหม่ทำตาปริบๆไม่กล้าขัดขืน ถูกมารินพาจูงออกจากห้องไปที่โต๊ะอาหาร บอกให้นั่งข้างๆตน ปีใหม่ทำตามอย่างว่าง่ายจนทุกคนมองอย่างแปลกใจ มารินตักข้าวให้ ตักกับข้าวให้ ปีใหม่ก็ก้มหน้าก้มตาทานอย่างแสนจะเรียบร้อย ใครๆที่โต๊ะอาหาร เลยไม่เป็นอันทานข้าว พากันมองปีใหม่ด้วยสีหน้างงๆ

ถึงงงมาก

ooooooo

วันนี้ มดแดงไปหาอิงดาวที่สวนส้ม พอเจอหน้ากันก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่ถอนใจเฮือกๆเดินตามไปดูอิงดาวทำงานที่สวน ก็ยังเอาแต่ถอนใจ จนอิงดาวถามว่าเป็นอะไรถึงได้เอาแต่ถอนใจไม่หยุด

คำตอบคือการถอนใจเฮือกใหญ่ ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็ถอนใจอีกเฮือก อิงดาวเลยตัดบท

“ถ้าแกยังไม่เลิกถอนใจ ฉันจะไล่แกกลับบ้านเดี๋ยวนี้” มดแดงเลยบ่นว่าเพื่อนใจดำ อิงดาวถามว่าพูดได้แล้วหรือ ตกลงเป็นอะไรแน่ มดแดงลังเล ถอนใจอีกครั้งก่อนบอกว่า

“เสี่ยอู๋บอกรักฉัน” อิงดาวตาโตบอกว่าดีสิ เพื่อนจะได้เลิกโหนคานเสียที “ดีบ้าอะไร...ไอ้เสี่ยเอ๋งพูดก็เพราะกลัวฉันไปบอกป๊าเรื่องที่เขาโกหกต่างหาก”

“อ้าววว...ถ้าแกรู้ว่ามันเป็นแบบนี้ แล้วแกมานั่งถอนใจทำไม” ถามแล้วเพื่อนเงียบ อิงดาวคิดหาเหตุผล แล้วตัวเองก็ตกใจร้องเสียงดัง “เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าแกรักเสี่ยอู๋จริงๆ...จริงเหรอเนี่ย”

มดแดงร้องไห้โฮลั่นสวน ยอมรับว่า “ฉันไม่อยากรักไอ้เสี่ยบ้านั่นเลยอ่ะดาว...ฉันจะทำยังไงดี...โฮๆๆ ฮือๆๆ”

มดแดงร้องไห้ไม่หยุด อิงดาวได้แต่กอดเพื่อนไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

แสงบัญชาการให้เหม่งกับหม่องจัดเก็บข้าวของเตรียมสถานที่ไว้สำหรับจัดงานแต่งงาน ทำไปบ่นไปว่าไม่รู้จะมีของอะไรมากมายนักหนา เต็มบ้านไปหมด

เหม่งถามว่าจะรีบไปอะไรนักหนา  งานแต่งมีตั้งเดือนหน้า แสงเร่งให้ทำเสียจะได้จบๆกันไป แล้วตัวเองก็ช่วยเก็บของไปด้วย

บังเอิญไปเจอโทรศัพท์มือถือของอิงดาววางอยู่ หยิบดูบ่นๆว่า “นังดาวลืมมือถือ” แต่มือตัวเองไพล่ไปกดถูกปุ่มอะไรเข้า ที่หน้าจอเลยโชว์ภาพสงกรานต์สอนปีใหม่ขี่จักรยาน...ภาพอิงดาวซ้อนจักรยานของสงกรานต์ ภาพหน้าสงกรานต์ยิ้มอย่างมีความสุข

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีภาพอิงดาวเล่นกับปีใหม่อย่างสนุกสนาน ภาพเมี่ยง สงกรานต์ อิงดาวกับปีใหม่ถ่ายด้วยกันราวกับภาพครอบครัว

แสงเห็นภาพเหล่านั้นแล้วนิ่งอึ้ง สีหน้าเป็นกังวลขึ้นทันทีกับความรู้สึกที่มีต่อภาพเหล่านั้น...

ooooooo

เมื่ออิงดาวบอกให้น้องเอาแผนจัดงานแต่งไปถามครูณุ อิงจันทร์เอาแฟ้มนั้นไปให้ครูณุดู ครูณุกลับบอกว่าถ้าเธอโอเค ตนก็โอเค

“นี่มันงานครูกับพี่ดาวนะไม่ใช่งานแต่งงานฉัน ครูกับพี่ดาวเป็นอะไร ทะเลาะกันเหรอ” อิงจันทร์สงสัยมาก ครูณุหันมองหน้าอิงจันทร์เต็มตาก่อนบอกด้วยแววตาปวดร้าวว่า

“พี่สาวคุณไม่ได้รักผมอีกต่อไปแล้ว เขารักนายสงกรานต์” อิงจันทร์ตกใจถามว่าเอาอะไรมาพูด “ผมพูดเรื่องจริง และนี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่ผมจะไม่แต่งงานกับดาว พี่สาวคุณเขาไม่รู้ใจตัวเองและผมก็จะไม่ทนอีกแล้ว ผมจะบอกดาวให้ยกเลิกงานแต่งงาน”

“ไม่ได้นะ ครูจะทำแบบนั้นไม่ได้” อิงจันทร์เสียงดัง ครูณุถามว่าทำไม อิงจันทร์ตอบเสียงอ่อยว่า “เพราะฉันไม่อยากรู้สึกผิดยังไงล่ะ ครูต้องแต่งงานกับพี่ดาว ครูต้องแต่งงานกับพี่สาวฉัน ได้ยินไหม”

สีหน้าอิงจันทร์จริงจังจนครูณุพูดไม่ออก

ooooooo

ที่บ้านโรส เจ้าตัวกับงามแสงเดือนกำลังเอาแก้วไวน์ชนกันฉลองที่เขี่ยอิงดาวจากสงกรานต์ได้ งามแสงเดือนอวยพรโรสให้ได้สมรักกับสงกรานต์

งามแสงเดือนวางแผนว่าถ้าโรสออกจากวงการเมื่อไรตนขอเสียบแทน แล้วยกแก้วไวน์จะชนแต่แล้วก็ชะงักเมื่อมีเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ครู่หนึ่งคนใช้เข้ามาบอกว่า “มีคนมาหาคุณโรสค่ะ”

ทั้งสองออกไปเปิดประตูรั้ว เห็นคนใส่ชุดดำยืนหันหลังให้อยู่ ขณะทั้งสองกำลังมองอย่างแปลกใจนั่นเอง คนชุดดำก็หันกลับมาเอาน้ำกรดสาดใส่ทันที โรสรีบหลบไปอยู่ข้างหลังงามแสงเดือน น้ำกรดเลยถูกงามแสงเดือนเข้าเต็มๆแล้วคนชุดดำก็รีบขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไป

งามแสงเดือนโวยวายว่าหน้าเละหมดแล้ว แบบนี้จะไปเป็นนางแบบได้ยังไง โรสรีบเข้ามาดู บอกงามแสงเดือนว่าหยุดร้องไห้ได้แล้ว เพราะหน้าไม่ได้เป็นอะไรเลย ดูๆแล้วบอกว่ามันเป็นน้ำกรดปลอม

“แล้วใครกันที่เอาน้ำกรดปลอมมาสาดคุณโรส แสดงว่ามันต้องคิดไม่ดีกับคุณโรสแน่ๆ” งามแสงเดือนวิเคราะห์ทำเอาโรสนิ่งอย่างกังวล

ooooooo

อิงดาวกลับมาหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอ ครู่เดียว แสงก็เอามายื่นให้ตรงหน้าบอกว่า “เอ็งลืมไว้” อิงดาว รับไปอย่างโล่งใจกดเปิดคลิปแต่ไม่มี แสงสังเกตอยู่ถามว่าหาอะไร อิงดาวทำเนียนบอกว่าไม่มีอะไรแต่พึมพำแปลกใจว่ามันหายไปได้ยังไง

“เอ็งหมายถึงไอ้คลิปวีดิโอที่เอ็งถ่ายนายสงกรานต์กับลูกของมันไว้ใช่ไหม” แสงถาม อิงดาวตกใจถามพ่อว่าแอบดูหรือ “ข้าไม่ได้แอบ แต่มือไปโดนแล้วมันก็เปิดขึ้นมาเอง...เอ็งเก็บมันไว้ทำไมนังดาว”

อิงดาวปดว่าลืมลบ แสงดักคอว่าลืมลบหรือไม่อยากลบ พูดแล้วถอนใจดังๆพูดให้ลูกคิดว่า

“นังดาว...การแต่งงานมันคือความฝันสูงสุดของคนที่รักกัน เอ็งอยากให้มันเป็นฝันดีหรือว่าฝันร้ายมันขึ้นอยู่ที่ตัวเองนะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย อิงดาวมองตามพ่อเริ่มคิด เครียดขึ้นมากับคำเตือนนั้น

ooooooo

เอี๋ยวที่สับสนกับใจตัวเองเรื่องที่เห็นแบ๊งค์อยู่กับจีจี้ เช้านี้มาเล่นบาสแก้เซ็ง แล้วก็ยิ่งเซ็งเมื่อเห็นจีจี้มากับแบ๊งค์ เสียสมาธิจนถูกลูกบาสเด้งใส่หัวแล้วกลิ้งไปหยุดตรงหน้าแบ๊งค์ เอี๋ยวรู้สึกเสียหน้ามาก

จีจี้บอกว่าวันนี้แบ๊งค์จะมาดูพวกเราซ้อมดนตรี เพราะเขามีวงของตัวเองที่อเมริกา

แบ๊งค์ยิ้มจริงใจให้แต่เอี๋ยวมองอย่างไม่ชอบหน้า  แบ๊งค์ดูออกเลยหาทางวัดใจเอี๋ยว ด้วยการปล่อยลีลาเล่นบาสอย่างสวยงาม ชู้ตอย่างแม่นยำ เหมือนจะหยามเอี๋ยว ทำให้เอี๋ยวยิ่งเสียหน้า หัวเสีย ทั้งคู่เล่นบาสอย่างจงใจข่มกัน จนจีจี้สงสัยว่าสองคนนี้จะทำอะไรกัน

ถูกแบ๊งค์แสดงฝีมือหักหน้ามากเข้า เอี๋ยวฉุนขาดเลยเดินออกจากสนามเสียเฉยๆ จีจี้ถามแบ๊งค์ว่าคิดจะทำอะไร แบ๊งค์ตอบยิ้มในหน้าว่า

“แค่อยากรู้ว่าหมอนั่นคิดกับเธอยังไง แล้วฉันก็พอรู้แล้ว”

เมื่อเข้าไปซ้อมดนตรีโดยมีแบ๊งค์เข้าไปนั่งดูด้วย เอี๋ยวทนดูแบ๊งค์ส่งยิ้มให้จีจี้ไม่ไหวเลิกเล่นเสียกลางคันอ้างว่าหิว เอกเลยชวนไปกินข้าวเที่ยงกัน หันไปชวนแบ๊งค์ด้วย เอี๋ยวเลยยิ่งเซ็งที่หนีไม่พ้นเสียที

ระหว่างเข้าไปกินพิซซ่ากันนั้น แบ๊งค์แกล้งบอกจีจี้ว่ากินให้เป็นผู้หญิงหน่อย ต้นอดไม่ได้บอกว่าคงมีแต่แบ๊งค์คนเดียวนี่กระมังที่มองจีจี้ว่าเป็นผู้หญิง แบ๊งค์เลยคุยอวดว่า

“เห็นแข็งๆแบบนี้แต่จริงๆจี้หญิงมากเลยนะ ยังเคยถักเสื้อไหมพรมให้ฉันเลย”

เอี๋ยวหูผึ่งมองจีจี้อย่างคาดไม่ถึง เลยคิดถึงคำพูดของอิงดาวที่เคยบอกเขาว่าถึงยังไงจีจี้ก็เป็นผู้หญิง ขอให้เอี๋ยวปฏิบัติกับจีจี้เหมือนอย่างที่ผู้ชายทำกับผู้หญิง ทำให้เอี๋ยวเริ่มมองจีจี้ด้วยสายตาหนึ่งที่เปลี่ยนไป

ระหว่างนั้น ต้นกับเอกขอตัวไปเข้าห้องน้ำ บรรยากาศที่โต๊ะเลยตึงๆ ทุกคนเงียบไม่มีใครคุย แบ๊งค์เลยขอตัวไปโทรศัพท์ พอแบ๊งค์ลุกไป เอี๋ยวถามจีจี้ว่า

“แฟนแกเหรอ” จีจี้ถามว่าถามทำไม “ถ้าหมอนั่นเป็นแฟนแก ก็แสดงว่ามีปัญหาทางสายตาและสมอง ถึงเลือกแกเป็นแฟน”

“การที่ฉันบอกว่าชอบแก มันทำให้แกเกลียดฉันมากขนาดนี้เลยหรือ” คำถามนี้ทำเอาเอี๋ยวอึ้งแต่วางมาดปากแข็งไม่ตอบ “แกไม่ต้องห่วง อีกไม่นานแกก็จะไม่ได้เจอฉันอีกแล้ว เพราะเดือนหน้าฉันจะไปอยู่กับพ่อแม่ที่อเมริกา”

แม้เอี๋ยวจะนิ่งอึ้งตะลึงงัน แต่ก็ยังทำวางมาดพูดเหมือนไม่แยแสว่า “ถ้างั้น ฉันคงต้องหาคนมาแทนแก” ทำให้จีจี้ฟังแล้วน้อยใจจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ที่โชว์รูมของมดแดงกำลังมีการถ่ายโฆษณา มดแดงบอกช่างภาพว่าไม่อยากให้นางแบบเด่นกว่าตัวรถ ช่างภาพรับรองว่านางแบบที่เลือกมาวันนี้ไม่ได้เลือกซุปเปอร์โมเดลแค่เอาคนที่หน้าตาใช้ได้มา

นางแบบที่ว่าคือโรสิตา หรือโรสนั่นเอง พอมดแดงเห็นเท่านั้นถึงกับอึ้งตกใจ ส่วนโรสเห็นมดแดงก็ถามอย่างดูถูกว่า “ทำงานที่นี่หรือ ตำแหน่งแม่บ้านหรือพนักงานขายล่ะ”

“เจ้าของ” มดแดงตอบนิ่งๆแต่ทำเอาโรสหน้าเจื่อนไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเร่งช่างภาพให้รีบถ่ายเพราะนางแบบพร้อมแล้ว พลางรีบไปโพสท่าที่รถ ช่างภาพหันมายิ้มแหยๆกับมดแดง เธอบอกเขาว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้สันดานยัยนี่ดี”

ถ่ายแบบเสร็จโรสรีบกลับอย่างไม่อยากสู้หน้ามดแดง แต่ความรีบทำให้ขาดความระมัดระวัง เดินออกไปถึงหน้าโชว์รูมก็ถูกรถคันหนึ่งพุ่งเข้าชนจนสลบ หัวแตก เลือดอาบ มดแดงรีบวิ่งมาดู

เมื่อพาโรสส่งโรงพยาบาล อู๋รู้ข่าวรีบมาเห็นเสื้อผ้ามดแดงเปื้อนเลือดก็พุ่งเข้ามาถามว่าเธอก็เจ็บเหมือนกันหรือ พอรู้ว่าเปื้อนเลือดโรส และโรสอยู่ในห้อง อู๋ถามอย่างสงสัยว่าโรสถูกรถชนได้ยังไง ซึ่งมดแดงก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ อู๋จึงรีบเข้าไปหาหมอที่เพิ่งเดินออกจากห้องโรส ถามว่าโรสเป็นยังไงบ้าง

“ขาหัก หัวแตก แต่อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ หมอเช็กละเอียดแล้ว”

มดแดงกับอู๋มองหน้ากันถอนใจโล่งอกที่โรสปลอดภัย

แต่เมื่อโรสออกมาอยู่ที่ห้องพักคนป่วย ก็โวยวายกับพยาบาลจะกลับบ้านท่าเดียว อู๋จึงเข้าไปช่วยคุยให้ ถามว่าเจ็บขนาดนี้จะกลับบ้านได้ยังไง

“มีคนพยายามจะฆ่าโรส” โรสจับแขนอู๋พูดอย่างตระหนก เห็นอู๋กับมดแดงมองหน้ากัน โรสยืนยันว่า “ฉันพูดจริง วันก่อนมีคนมาหาฉันที่บ้านพอฉันออกไป มันก็เอาน้ำกรดสาดฉัน แต่โชคดีที่เป็นน้ำกรดปลอม พอมาวันนี้ก็มีคนขับรถชนฉันอีก

ฉันว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วแน่ๆ ฉันกลัวเสี่ย...ฉันกลัว ฉันไม่อยากตาย”

อู๋ปลอบให้ใจเย็นๆ โรสบอกว่าเย็นไม่ไหวแล้ว ขอร้องให้เขาไปแจ้งความตำรวจขอความคุ้มครองตนด้วย โผเข้ากอดอู๋ไว้อย่างหาที่พึ่ง

“น้ำกรดปลอม...โดนรถชน...” มดแดงพึมพำอย่างเอะใจ

ขณะเดินกลับออกมากัน อู๋บอกว่าสงสัยโรสจะได้รับความกระทบกระเทือนที่สมองเลยเพ้อไปเรื่อย ใครจะมาลอบฆ่าเธอ แต่มดแดงติงว่า บางทีโรสอาจจะพูดจริงก็ได้ อู๋ยังไม่เชื่ออยู่ดี

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้าน มดแดงโทรศัพท์คุยกับอิงดาว เล่าเรื่องที่เกิดกับโรสให้อิงดาวฟัง ตั้งข้อสังเกตว่า

“ก่อนหน้านั้นก็โดนสาดน้ำกรดปลอม แกคุ้นๆกับสองเหตุการณ์นี้ไหมดาว”

“โรสโดนเหมือนที่ฉันเคยโดนมาก่อน”

“แต่สลับกัน ตอนนั้นแกโดนรถชนก่อนแล้วถึงโดนสาดน้ำกรดปลอม” มดแดงลำดับให้ฟัง อิงดาวบอกว่ามันคงบังเอิญกระมัง มดแดงแย้งจริงจังว่า

“ความบังเอิญมันถูกลิขิตมาแล้วดาว...แกคิดดูสิ พอแกเลิกยุ่งกับนายสงกรานต์ ก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นกับแกอีก บางทีคนที่ทำร้ายโรสอาจจะเป็นคนเดียวกันกับที่ทำร้ายแก และนายสงกรานต์คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด”

ฟังมดแดงวิเคราะห์แล้ว อิงดาวก็อดกังวลใจไม่ได้

ooooooo

เมื่อสงกรานต์ไปเยี่ยม โรสกอดเขาไว้แน่นขอให้อยู่กับตนเพราะมีคนจะเข้ามาทำร้ายตนอีก สงกรานต์บอกว่าเธอคิดมากไปเอง ให้ตั้งสติหน่อย แล้วขอตัวกลับ เพราะมีประชุม แต่ยังให้กำลังใจว่าถ้ามีอะไรโทร.หาตนได้ตลอดเวลา

สงกรานต์ออกจากห้องโรส มีสายตาคู่หนึ่งแอบดูอยู่ พอเขาเดินพ้นไปแล้ว เจ้าของสายตาคู่นั้นก็ออกจากซอกที่ซ่อนเดินไปที่ห้องโรสทันที

โรสได้ยินเสียงฝีเท้านึกว่าสงกรานต์กลับมา แต่พอหันดูก็ตกใจเพราะกลายเป็นมาริน ถามอย่างตกใจมากว่า รู้ได้ยังไงว่าตนอยู่ที่นี่ มารินเดินเข้าหายิ้มจิตๆบอกว่า

“ทำไมฉันจะไม่รู้ ฉันเป็นคนขับรถชนแกเอง” โรสแทบช็อก มารินเดินเข้ามาบีบปากจนโรสเจ็บ ถามเสียงอู้อี้ว่าจะทำอะไรตน มารินจ้องจิกพูดลอดไรฟันเสียงเหี้ยมว่า

“ถ้าแกยังยุ่งกับคุณสงกรานต์ แกจะไม่ได้เจอแค่น้ำกรดปลอม และแกจะไม่แค่นอนเดี้ยงที่โรงพยาบาล แต่แกต้องเสียโฉมและอยู่อย่างทรมานเหมือนฉัน”

โรสอ้อนวอนมารินอย่าทำอะไรตนเลย ตนกลัวแล้ว แต่หัวใจเหี้ยมของมารินไม่สะดุ้งสะเทือนเลย ยื่นคำขาดกับโรสว่า ต้องสาบานก่อนว่าจะเลิกยุ่งกับสงกรานต์อีก

ครั้นโรสยอมสาบาน มารินก็มีข้อแม้เพิ่มอีกว่า “แกต้องหายไปจากชีวิตของคุณสงกรานต์ด้วย”

“ตกลง ตกลง ฉันยอมทำตามที่เธอพูดทุกอย่าง เธอปล่อยฉันไปได้แล้วนะ”

มารินค่อยๆปล่อยมือจากโรส พริบตานั้นโรสผลักมารินจนหงายหลังแล้วรีบกดปุ่มเรียกพยาบาลปากก็ตะโกน “ช่วยด้วย มีคนจะฆ่าฉัน ช่วยด้วย”

มารินหยิบปืนจากกระเป๋า โรสเห็นปืนก็เงียบสนิท พยาบาลเปิดประตูเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีคุณโรสฝันร้ายน่ะค่ะ ใช่ไหมคะคุณโรส” มารินถลึงตาใส่ โรสจำต้องพยักหน้ารับ พยาบาลจึงเดินออกไป พอพยาบาลไปแล้วเท่านั้น มารินก็กระชากผมโรสอย่างแรง คำรามเบาๆ

“นังงูพิษ คิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าแกรึไง!!”

โรสร้องขออย่าทำอะไรตนเลย มารินยิ้มรับ แต่รอยยิ้มนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าแววตาเหี้ยมของเธอ

ooooooo

มดแดงไปลากอิงดาวมาเยี่ยมโรสด้วยกัน เอาไป เป็นเพื่อนเผื่อคนที่ทำร้ายโรสโผล่มาจะได้ช่วยกันได้ อิงดาวถามขำๆ เคืองๆว่า “อ๋อ...เอาฉันมาตายด้วยว่างั้นเหอะ”

“เออ...” มดแดงตอบเหมือนจะถามว่าแล้วมีอะไรไหม พลางพาเดินไปที่ห้องโรส เจอพยาบาลเปิดประตูออกมาพอดี มองเข้าไปไม่เห็นใครอยู่บนเตียง มดแดงพึมพำ

“อย่าบอกนะคะว่าโรสโดนฆ่าตายไปแล้ว”

พยาบาลได้ยินเลยชี้แจงว่า โรสออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว อิงดาวถามว่าทำไมออกเร็วจัง

“จริงๆก็ยังออกไม่ได้หรอกค่ะ แต่ญาติคนไข้บอกว่าจะพากลับไปรักษาตัวที่บ้าน”

“ญาติ?!” อิงดาวทวนคำงงๆ มองหน้ามดแดงต่างก็แปลกใจ ว่าใครคือญาติของโรส

ทั้งสองรีบไปที่บ้านโรส เจองามแสงเดือนอยู่ที่นั่น แม่นั่นตั้งป้อมทันที ถามว่ามาทำไม พออิงดาวบอกว่ามาหาโรส ก็ตอบห้วนๆว่า “คุณโรสไม่อยู่” มดแดงอ้างว่าโรงพยาบาลบอกว่าญาติรับโรสกลับบ้านแล้ว

“ไม่จริง เมื่อเช้าคุณโรสเพิ่งโทร.มาสั่งให้ฉันเอาของที่บ้านไปให้เขาอยู่เลย แล้วอีกอย่างคุณโรสไม่มีญาติอยู่เมืองไทย พ่อแม่พี่น้องคุณโรสอยู่ที่ญี่ปุ่นหมด” พูดแล้วนึกได้งามแสงเดือนรีบเอามือปิดปากตัวเองบ่นว่า พูดอะไรไปมากมาย เพราะสองคนนี้สนิทกับมาริน

“มันเกี่ยวอะไรกับริน”  อิงดาวเอะใจ ตะล่อมถาม  จนงามแสงเดือนเล่าเรื่องที่เกิดกับโรสและตนเองให้ฟัง อิงดาวถามอย่างไม่เชื่อว่า “รินเนี่ยนะ ตบเธอกับโรส”

“ใช่ มันทั้งตบทั้งถีบเลยล่ะ นังนั่นมันร้ายกาจกว่าที่พวกแกคิด” งามแสงเดือนทำท่าสยอง มดแดงไม่เชื่อ เพราะมารินเรียบร้อยมากแม้แต่มดสักตัวก็ยังไม่เคยฆ่า “แกรู้ได้ไงว่ามันไม่เคยฆ่ามด แกอยู่กับมันตลอด 24 ชั่วโมงเหรอ...นังมารินมันเก็บกด พอมันเก็บนานๆเข้า  มันก็ระเบิดจนเป็นบ้าแบบนี้ยังไงล่ะ”

ฟังงามแสงเดือนแล้ว มดแดงกับอิงดาวหันมองหน้ากันอึ้งๆ เมื่อพากันกลับ มดแดงก็ยังไม่อยากเชื่อ อิงดาวเองก็ไม่เชื่อบอกมดแดงว่าอะไรที่หลุดจากปากงามแสงเดือนเราจะเชื่อมากไม่ได้

“แล้วถ้าเกิดรินเป็นอย่างยัยนั่นเล่าจริงๆล่ะ คนที่น่าเป็นห่วงคือคุณสงกรานต์นะ” มดแดงฉุกคิดขึ้นมา พอดีมีโทร.เข้ามือถือ มดแดงกดรับ เป็นสายจากลูกค้าที่นัดกันไว้ เขามารอครึ่งชั่วโมงแล้ว มดแดงเลยขอแยกกับอิงดาว อิงดาวเร่งให้เพื่อนรีบไป ไม่ต้องเป็นห่วงตน


พอมดแดงแยกไปแล้ว อิงดาวก็ได้รับโทรศัพท์จากมาริน นัดพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

ooooooo

ฝ่ายปีใหม่ถูกมารินคุกคามจนกลายเป็นคนเงียบ เก็บกด ไม่ยอมกิน ไม่พูดกับใคร จนสงกรานต์สงสัย พยายามเอาใจ ปะเหลาะถามว่าเป็นอะไร ปีใหม่ก็ไม่ยอมพูด หนักเข้าก็ถามพ่อว่า

“บอกไปแล้วพ่อจะเชื่อพี่เหรอ” สงกานต์ถามว่าไม่เชื่อลูกแล้วจะให้เชื่อใคร “ก็ผู้หญิงไง พ่อเชื่อผู้หญิงมากกว่าลูก”

สงกรานต์แทบสะอึกกับความรู้สึกของลูก ชี้แจงว่านั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้พ่อเปลี่ยนแล้ว หว่านล้อมให้ปีใหม่เล่าว่าเป็นอะไร ปีใหม่จึงเอาปืนฉีดน้ำที่ถูกมารินฟาดกับพื้นจนพังมาให้ดู

“คุณมารินทำปืนฉีดน้ำลูกพังเหรอ” สงกรานต์สะเทือนใจ

“ใช่ พี่คนนั้นเป็นแม่มด เขาเอาปืนของพี่ไปฟาดกับพื้นจนแตก แล้วเขาก็เรียกพี่ว่าลูก เรียกตัวเองว่าแม่ พี่ว่า พี่คนนั้นต้องเป็นบ้าแน่ๆเลยพ่อ”

สงกรานต์นิ่งอึ้ง คิดถึงวันที่มารินสารภาพรักกับตนแล้วใจคอไม่ดี

ooooooo

มารินโทร.นัดอิงดาวไปพบกันที่ร้านกาแฟ  เธอไปถึงก่อนสั่งกาแฟมาสองแก้ว แอบใส่ยาลงในแก้วหนึ่ง รอจนอิงดาวมา ก็พูดออกตัวว่า

“รินถือวิสาสะสั่งกาแฟให้พี่ดาวเลยนะคะ”

“ขอบใจจ้ะริน รินมีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกพี่เหรอ” อิงดาวนั่งลงสบายๆยกกาแฟขึ้นดื่ม

“รินมาลาพี่ดาวค่ะ” มารินเริ่มเล่า อิงดาวถามว่าจะลาไปไหน “รินลาออกจากบริษัทคุณสงกรานต์แล้วค่ะ แล้วรินก็ได้งานใหม่แล้ว รินต้องไปทำงานทางใต้ค่ะ รินคงไม่ได้เจอพี่ดาวบ่อยๆ”

อิงดาวถามว่าทำไมกะทันหันจัง แล้วบอกอิงจันทร์หรือยัง มารินเลยฝากอิงดาวช่วยบอกด้วย

“ได้สิ แล้วนี่รินจะไปเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ค่ะ แต่ก่อนไปรินอยากขออะไรพี่ดาวอย่างได้ไหมคะ” อิงดาวถามว่าอะไรพลางยกกาแฟขึ้นดื่มอีก มารินมองลุ้นก่อนบอกว่า “รินขอให้พี่ดาวช่วยทำให้คุณสงกรานต์รักรินทีได้ไหมคะ”

อิงดาวแทบสำลักกาแฟ คิดถึงคำพูดของงามแสงเดือนเมื่อครู่นี้ขึ้นมาทันที โดยเฉพาะคืออารมณ์เก็บกดที่ระเบิดออกมาจนเป็นบ้า มองมารินอย่างเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา พอเริ่มจะพูด ก็ถูกมารินสวนขึ้นว่า

“พี่ดาวจำได้ไหม พี่ดาวเคยบอกรินว่าถ้ารินอยากให้พี่ดาวช่วยอะไร พี่ดาวพร้อมจะช่วยรินทุกอย่าง” อิงดาวมองหน้ามารินเริ่มรู้สึกมึนๆแล้ว “รินรักคุณสงกรานต์มากนะคะพี่ดาว แต่คุณสงกรานต์เขารักพี่ดาว ถ้าพี่ดาวไปบอกให้เขารักริน เขาต้องเชื่อพี่ดาวแน่ พี่ดาวช่วยรินนะ”

อิงดาวเริ่มเบลอมากขึ้น บอกมารินว่าเรื่องนี้ตนช่วยไม่ได้จริงๆ มารินชักสีหน้าถามว่าทำไม! อิงดาวบอกว่าตนไม่สามารถบังคับจิตใจใครได้

มารินกำมือแน่นแววตาแค้นขึ้นมา พูดอย่างหมดความเป็นมิตรว่า

“ที่แท้พี่ดาวก็เหมือนคนอื่น พี่ไม่เคยจริงใจกับริน พี่คิดถึงแต่ตัวเอง”

อิงดาวพยายามจะชี้แจง แต่อาการมึนและปวดหัวรุนแรงขึ้น จนถามมารินว่า “ริน...ทำไมพี่...” ไม่ทันได้พูดจบ อิงดาวก็ฟุบไปกับโต๊ะในสภาพเหมือนโดนวางยา มารินแสยะยิ้ม ชะโงกเข้าไปกระซิบข้างหู

“ฉันคิดไว้อยู่แล้ว ว่าแกต้องไม่ช่วยฉัน นังอิงดาว ฉันถึงต้องทำแบบนี้ อย่าโทษฉันเลยนะ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวแกเอง”

อิงดาวได้ยิน ได้เห็นสีหน้าเหี้ยมของมาริน พยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้ ทำได้แค่มองมารินด้วยความหวาดกลัว...

ooooooo

รมิตากับนภารัตน์กำลังมาเดินหาซื้อกระเป๋ากันอยู่ ขณะกำลังจะแวะเข้าไปอีกร้านหนึ่งนั้นเหลือบเห็นมารินประคองอิงดาวเดินมาตามทางพอดี ดูท่าทางอิงดาวเหมือนเป็นคนเมา รมิตาชวนแม่ตามไปดู

แต่พอตัดสินใจจะตามไปก็ปรากฏว่ามารินพาอิงดาวหายไปแล้ว ขณะกำลังมองหา ก็รู้ตัวว่ามีปืนมาจ่ออยู่ข้างหลังแล้ว นภารัตน์หันมองตกใจถามมารินว่าจะทำอะไรพวกตน

“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำอะไรพวกคุณก็ทำตามที่ฉันสั่ง” มารินใช้ปืนบังคับ แล้วสั่งให้ประคองอิงดาวที่นั่งหมดแรงอยู่ขึ้นมา รมิตาถามว่ามารินทำอะไรอิงดาว “ไม่ใช่เรื่องของแก ทำตามที่ฉันสั่ง...เร็ว!!!”

รมิตากับนภารัตน์ไม่กล้าขัดขืน รีบประคองอิงดาวลุกขึ้น มารินกวาดตามองรอบๆก่อนใช้ปืนจี้สองแม่ลูกให้พาอิงดาวไปตามที่ตนต้องการ

ooooooo

หลังจากสงกรานต์ฟังปีใหม่เล่าเรื่องความน่ากลัวของมารินแล้ว เขาโทร.หาอิงดาว ปรากฏว่าปิดเครื่อง เขายิ่งร้อนใจตัดสินใจโทร.ไปหามดแดงที่กำลังคุยกับลูกค้าอยู่

มดแดงขออนุญาตลูกค้าลุกไปรับโทรศัพท์ สงกรานต์ถามว่าเธออยู่กับอิงดาวหรือเปล่า พอรู้ว่าแยกกันเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้ว สงกรานต์ยิ่งร้อนใจ บอกมดแดงว่า

“ผมติดต่อคุณดาวไม่ได้เลย คือผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณดาว ถ้ายังไงคุณมดแดงช่วยให้คุณดาวโทร.หาผมด่วนที่สุดนะครับ”

น้ำเสียงและความร้อนใจของสงกรานต์ ทำให้มดแดงเป็นห่วงอิงดาวขึ้นมา กลับไปขอตัวกับลูกค้าออกไปโทรศัพท์สักครู่ แล้วรีบเดินออกมาโทร.หาอิงดาว แต่ติดต่อไม่ได้

“ปิดเครื่อง” มดแดงพึมพำ เปลี่ยนเป็นโทร.ไปที่บ้าน “เหม่งเหรอ ฉันมดแดงนะ ดาวกลับมารึยัง...ยังเหรอ...ถ้าดาวกลับมาแล้วให้รีบโทร.หาฉันเลยนะ”

วางสายแล้วมดแดงก็แทบนั่งไม่ติด เพราะเป็นห่วงอิงดาว

ooooooo

มารินบังคับให้รมิตากับนภารัตน์พาอิงดาวเข้าไปในตึกร้างแห่งหนึ่ง สองแม่ลูกชะงักตกใจสุดขีดเมื่อเห็นโรสนอนเดี้ยงอยู่ ครู่หนึ่งอิงดาวรู้สึกตัวขึ้นมา มองสภาพรอบๆแล้วถามมารินว่าทำแบบนี้ทำไม

“เพราะแกคือคนที่คุณสงกรานต์รักยังไงล่ะ คุณสงกรานต์เขารักแกมาก รักมากจนไม่ยอมรักฉัน”

“รินฟังนี่นะ พี่ไม่ได้รักคุณสงกรานต์”

“ไม่ต้องโกหก ฉันรู้ว่าแกก็รักคุณสงกรานต์ เพราะถ้าแกไม่รักเขา แกต้องช่วยฉันไปแล้ว ที่ผ่านมาฉันต้องอดทน ต้องกล้ำกลืนเวลาที่เห็นแกกับคุณสงกรานต์รักกัน ฉันพยายามจะกำจัดแกหลายต่อหลายครั้ง แต่แกก็รอดไปได้ทุกครั้ง”

การระบายความอาฆาตแค้นของมาริน ทำให้อิงดาวนึกทบทวนเหตุร้ายต่างๆ ที่เข้ามาจู่โจมตน ทั้งเรื่องถูกรถชน เรื่องถูกสาดน้ำกรด เรื่องถูกคนร้ายจับตัวไปจะกรีดหน้า กระทั่งการทำแผ่นซีดีแฉประวัติของตนที่ร้านอาหารคืนนั้น

ทบทวนเหตุการณ์แล้ว อิงดาวถามอย่างตกใจว่า “ทั้งหมดเป็นฝีมือรินหรือ” มารินรับว่าใช่ อิงดาวถามว่าแล้วที่ผ่านมา มารินช่วยตนนั้นแกล้งทำใช่ไหม

“ใช่ ฉันต้องทำดีกับแก เพื่อให้แกไว้ใจฉัน แล้วฉันก็จะได้รู้ความเป็นไปของแกกับคุณสงกรานต์ ฉันจะได้หาโอกาสกำจัดแกยังไงล่ะ แต่แกมันดวงแข็ง ก็เลยไม่เป็นอะไร แต่วันนี้แกไม่มีทางรอดเงื้อมมือฉันหรอกนังอิงดาว”

“ทำไมรินถึงทำกับพี่แบบนี้ ทั้งๆที่พี่ดีกับรินทุกอย่าง” อิงดาวเสียใจมาก

“ไม่จริง...ฉันรู้ว่าแกหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อที่แกจะได้เข้าหาคุณสงกรานต์ก็เท่านั้น” เมื่ออิงดาวยืนยันว่าตนทำทุกอย่างด้วยความหวังดีกับเธอ มารินตวาดแว้ด “ไม่ต้องมาโกหกเพื่อเอาตัวรอดแกมันเห็นแก่ตัว แกไม่เคยมองเห็นหัวฉันเลยด้วยซ้ำนังอิงดาว”

มารินประกาศเหี้ยมกับทุกคนว่า “วันนี้พวกแกทุกคนต้องตาย...ถ้าไม่มีพวกแก คุณสงกรานต์จะต้องรักฉันคนเดียว เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย ฉันจะยืดชีวิตพวกแกออกไปอีกสักสองสามชั่วโมง เพราะเรามีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน ฉันต้องไปขุดหลุมอีกสองหลุมทางหลังตึกก่อน”

มารินเอาเชือกมามัดอิงดาว รมิตาและนภารัตน์ก่อนออกไป ทุกคนนั่งเครียดกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ooooooo

ครู่หนึ่ง นภารัตน์ตีโพยตีพายว่าตนไม่น่ามาเจออิงดาวกับโรสเลยซวยจริงๆ อิงดาวถามเสียงเข้มว่าด่าตนแล้วช่วยให้พวกเรารอดหรือเปล่า ถ้าไม่ก็เงียบเสีย รมิตาเปรยเยาะๆว่า พูดราวกับตัวเองมีทางหนีอย่างนั้นแหละ

“ก็มีน่ะสิ!” อิงดาวตอบหนักแน่นมั่นใจ มองไปที่หน้าต่างบานเกล็ดข้างประตูห้อง บอกว่า“ถ้าเราช่วยกันถอดบานเกล็ดทีละบาน เราก็ออกไปได้”

นภารัตน์สนใจแต่ยังถามอย่างไว้เชิงว่าจะเอามือที่ไหนไปถอดในเมื่อถูกมัดกันอยู่แบบนี้

“ในกระเป๋าสะพายฉันมีมีดพับอยู่ แต่ฉันเอามันออกมาไม่ได้ คุณสองคนต้องช่วย” อิงดาวบอกสองแม่ลูก แล้วหันไปทางโรส “โรส...ดูมารินให้ที ถ้าเห็นว่าเดินมาเมื่อไหร่ให้รีบบอก”

“ได้” โรสรับคำ พลางกระดืบ...กระดืบไปข้างหน้าต่าง มองมารินที่กำลังขุดดินไม่หยุด นภารัตน์กับรมิตาค่อยๆช่วยกันเปิดกระเป๋าสะพายของอิงดาว แล้วจับกระเป๋าเท มีดหล่นออกมา รมิตาร้องอย่างดีใจว่าเจอมีดแล้ว

จากนั้นก็ใช้มีดพับช่วยตัดเชือกที่มัดอิงดาว ส่วนโรสจ้องมารินอยู่ หันมองทางมารินทีมองมาทางรมิตากับนภารัตน์ที่ช่วยกันตัดเชือกทีเอาใจช่วยลุ้นสุดๆ แต่พอหันไปมองมาริน ก็ร้องอย่างตกใจ

“มารินหายไปแล้ว!!”

“รีบตัดเชือกเร็วเข้า” อิงดาวเร่ง

ที่หลังตึก มารินกำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเพชฌฆาตเหี้ยม!

ooooooo
ตอนที่ 19

รมิตาตัดเชือกให้อิงดาวเสร็จ อิงดาวหันไปตัดเชือกให้นภารัตน์ต่อ ส่วนรมิตารีบโทรศัพท์ถึงสงกรานต์แต่ไม่มีคนรับสาย

อิงดาวตัดเชือกให้นภารัตน์เสร็จบอกให้รีบไปถอดบานเกล็ดออกตนจะตัดเชือกให้โรส ทุกคนทำงานกันอย่างตื่นเต้นตึงเครียดแข่งกับเวลา

“มารินกลับมาแล้ว” นภารัตน์ร้องบอกอย่างตกใจ ทุกคนช็อก ไม่ทันแก้ไขสถานการณ์ มารินก็โผล่เข้ามาแล้ว กวาดตามองแล้วถามว่า หายไปไหนคนหนึ่ง

ทันใดนั้น เสียงนภารัตน์แผดขึ้น “ว๊ากกกก!!” มารินหันมองถูกนภารัตน์ต่อยจนทรุดลงกองกับพื้น อิงดาวกับรมิตารีบประคองพาโรสที่ขาหักหนีออกไปกับนภารัตน์

มารินมองตามอย่างอาฆาตแค้นพยายามลุกตามทั้งหมดออกไป เป็นจังหวะที่สงกรานต์รับสายของรมิตา แต่ไม่ได้ยินเสียงจากฝ่ายรมิตา มีแต่เสียงผิดปกติ เขาเอะใจว่าต้องเกิดเรื่องแล้วแน่ๆ

ขณะที่อิงดาวกับพวกกำลังประคองกันหนีออกจากตึกร้างนั้น ถูกของหนักๆบางอย่างทุ่มเฉียดพวกเธอไปเส้นยาแดงเดียว แหงนมองจึงเป็นมารินยืนอยู่ข้างบน ทั้งหมดรีบพากันหนี ถูกมารินยิงปืนขู่เปรี้ยง พอทุกคนชะงัก ก็เห็นมารินมาถือปืนจ่ออยู่ข้างหลังแล้ว

“ถ้าใครหนี ฉันจะยิงเดี๋ยวนี้!” พูดแล้วมารินเดินมาหาอิงดาว ใช้ด้ามปืนตบหน้าอิงดาวจนเลือดกบปาก ตะคอกใส่ “คิดว่าตัวเองเก่งนักเหรอ!!”

อิงดาวมองมารินอย่างคิดไม่ถึงว่าจะทำกับตนแบบนี้ ทันใดนั้นมารินเข้ามากระชากแขนโรสเอาปืนจ่อ

อิงดาวร้องขอ “อย่านะริน...ถ้ารินไม่พอใจพี่ ก็มาทำกับพี่สิ”

“อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอร้อง” โรสอ้อนวอนน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว

“มันสายไปแล้วโรส ฉันจะให้เกียรติแกตายก่อนคนอื่น” มารินขึ้นไกปืน พริบตานั้น อิงดาวพุ่งเข้าไปผลักมารินพยายามจะแย่งปืน พลางร้องบอกทุกคน “รีบหนีไป!!”

นภารัตน์กับรมิตายังตื่นตระหนกแต่ก็รีบเข้าประคองโรสหนี อิงดาวยังคงปล้ำแย่งปืนอยู่กับมาริน มารินร้องให้ปล่อย อิงดาวสวนไปทันควันว่า “ไม่...พี่ไม่ยอมให้รินทำร้ายใครอีกแล้ว”

ooooooo

นภารัตน์กับรมิตาประคองโรสพาหนีออกมานอกตึกร้าง เจอสงกรานต์วิ่งเข้ามาพอดี

“คุณแม่! พี่ตา! โรส! ผมแจ้งความแล้วนะครับ ตำรวจกำลังจะมา แล้วนี่หนีออกมากันได้ยังไง” ทั้งสามมองหน้ากันเครียด สงกรานต์เอะใจถาม “แล้วคุณดาวอยู่ไหน...”

สงกรานต์วิ่งเข้าไปข้างในเห็นมารินกำลังจ่อปืนใส่อิงดาว เขาร้องสุดเสียง

“คุณริน อย่า!!”

มารินตกใจ พูดเสียงประหม่าว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร สงกรานต์พูดกล่อมว่า

“ผมเข้าใจคุณ คุณริน ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร” สงกรานต์ค่อยๆเดินเข้าหาพลางเหลือบมองอิงดาวอย่างเป็นห่วง มารินมองเขาถามอย่างตื่นเต้นว่าคุณรู้ “ใช่...ผมรู้ว่าคุณรักผมและอยากมีชีวิตครอบครัวกับผม ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

มารินดีใจยิ้มออกมาถามว่าจริงหรือ พลางลดปืนลง สงกรานต์ยืนยันว่าจริงขอให้เธอส่งปืนให้ตนก่อนแล้วเราจะได้คุยเรื่องนี้กัน มารินนิ่งอยู่จนสงกรานต์บอก “ส่งปืนให้ผมนะครับ” เธอจึงค่อยๆยื่นมือจะส่งปืนให้ ทันใดนั้นเสียงหวอตำรวจดังขึ้น มารินชะงัก

“คุณหลอกริน...คุณก็เหมือนผู้ชายคนอื่นๆทั้งที่รินรักคุณหมดหัวใจ แต่คุณก็ยังทำร้ายรินอีก คุณรักนังนี่มากใช่ไหม”

สงกรานต์ตัดสินใจบอกความจริงว่า “ใช่ ผมรักคุณดาว ผมรักคุณดาวมากและผมไม่มีวันยอมให้คุณทำอะไรคุณดาวเด็ดขาด”

มารินมองช็อก ขอบคุณที่เขาพูดความจริงกับตน พลันก็ขึ้นไกปืน สงกรานต์ร้องห้ามขออย่าทำอะไรอิงดาวเลย มารินยิ้มเหมือนคนเสียสติยกปืนยิง สงกรานต์พุ่งเข้าขวางเลยถูกยิงเข้ากลางหลังเต็มๆ

อิงดาวพุ่งเข้าประคองสงกรานต์ที่ทรุดฮวบลง ร้องไห้ ร้องเรียกขออย่าให้เขาเป็นอะไร มารินมองอิงดาวอย่างบ้าเลือด โทษว่าเพราะเธอทำให้สงกรานต์ถูกยิงตาย พลางจ่อปืนใส่อิงดาวอีก

“ปัง!!” เสียงปืนแผดก้องขึ้น อิงดาวนึกว่าตัวเองถูกยิงแน่แล้ว แต่กลายเป็นมารินทรุดฮวบลงเพราะถูกยิงที่แขนจนปืนร่วง พริบตานั้นตำรวจกรูกันเข้ามารวบตัวมารินที่เอาแต่ร้องไห้เหมือนคนบ้า

อิงดาวอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เธอก้มมองสงกรานต์ที่อยู่ในอ้อมแขน เห็นตาเขาค่อยๆปิดลง...

“คุณสงกรานต์...” อิงดาวร้องเรียก ตกใจสุดขีด

ooooooo

ระหว่างเจ้าหน้าที่เข็นเตียงที่มีร่างสงกรานต์นอนไม่ได้สติเลือดอาบไปทาง ห้องฉุกเฉิน นภารัตน์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม พร่ำบอก “ตากานต์ลูกแม่ ลูกอย่าเป็นอะไรนะ”

ส่วนอิงดาวที่เดินตามมาก็จับมือสงกรานต์แน่น “คุณห้ามตายเด็ดขาดนะคุณสงกรานต์ได้ยินไหม”

เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินญาติทั้งหมดถูกกันไว้นอกห้อง พอร่างสงกรานต์ถูกเข็นเข้าห้องนภารัตน์ก็เข่าอ่อนเป็นลม จนอิงดาวกับรมิตาต้องช่วยกันประคองไปนั่ง พอดีกับที่ราชศักดิ์และพาสันมาถึง ราชศักดิ์ถามว่าสงกรานต์เป็นยังไงบ้าง นภารัตน์บอกว่าเพิ่งเข้าห้องผ่าตัดยังไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง

ทันใดนั้นเอง อิงดาวเอามือปิดปากจะอ้วกเพราะเครียดจัด เธอรีบวิ่งไปห้องน้ำ ขณะกำลังอ้วกอยู่นั้น รู้สึกมีคนเอามือมาลูบหลัง หันไปเห็นนภารัตน์กับรมิตาช่วยกันลูบหลัง เฝ้าดูอยู่อย่างเป็นห่วง

อิงดาวขอโทษที่ทำให้สงกรานต์เป็นแบบนี้ นภารัตน์กับรมิตาบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอแต่เป็นปัญหาของมารินต่างหาก รมิตายังขอโทษเธอว่า ทั้งตนและแม่ไม่เคยทำดีกับเธอเลยแต่เธอก็ยังช่วยชีวิตไว้

“ถ้าไม่ได้เธอ พวกเราคงตายไปแล้ว ขอบคุณเธอมากนะอิงดาว” นภารัตน์จับมืออิงดาวเอ่ย

รมิตาถามว่าดีขึ้นหรือยัง อิงดาวส่ายหน้าร้องไห้บอกว่าตนกลัว...กลัวสงกรานต์จะเป็นอะไรไป นภารัตน์กับรมิตาต่างยอมรับว่าตนก็กลัวเหมือนกัน สามหญิงกอดกันร้องไห้ด้วยความห่วงใยสงกรานต์

ooooooo

เมื่อกลับมารอฟังข่าวสงกรานต์ที่หน้าห้องผ่าตัด ครู่ใหญ่หมอออกมาแจ้งข่าวดีว่าสงกรานต์ปลอดภัยแล้ว หมอผ่าเอากระสุนออก ดีที่กระสุนถูกที่ไม่สำคัญ นภารัตน์ อยากเข้าไปเยี่ยม หมอขอให้เป็นพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะอยากให้คนไข้ได้พักผ่อน

ราชศักดิ์ขอบคุณหมอ พาสันชวนกลับบ้านกัน พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมใหม่ รมิตาถามอิงดาวว่าจะกลับบ้านเลยรึเปล่า อิงดาวบอกว่ากลับไปก็นอนไม่หลับ อยากอยู่กับสงกรานต์ที่นี่

ราชศักดิ์หันมาขอโทษอิงดาวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไว้กับเธอ อิงดาวเองก็ขอโทษทุกคน ยอมรับว่า

“เพราะความแค้น ทำให้ฉันขาดสติ ทำสิ่งไม่ดีกับคุณสงกรานต์ พวกคุณจะให้อภัยฉันได้ไหม”

ราชศักดิ์กลบเกลื่อนว่าเรื่องนี้เราก็ผิดกันทุกคน สงกรานต์ก็หลอกอิงจันทร์เพื่อหวังที่ดิน พวกตนก็สมรู้ร่วมคิด รวบรัดตัดความว่า “เอาเป็นว่าเราเจ๊ากันไปแล้วกันนะอิงดาว ตกลงไหม”

ทุกคนยิ้มให้อิงดาว เธอพยักหน้าตอบรับ ทั้งหมดจึงพากันถอนใจโล่งอก

โรสอยู่ในห้องพักที่โรงพยาบาล อาละวาดจะออกไปเยี่ยมสงกรานต์ให้ได้ เมื่อพยาบาลไม่ให้ออกก็ร้องไห้ จนอิงดาวเข้ามาบอกพยาบาลว่า ตนจะพูดกับโรสให้เอง แล้วเธอก็เข้าไปหาบอกว่าตอนนี้สงกรานต์ปลอดภัยแล้ว โรสดีใจมาก จับมืออิงดาวขอบใจที่ไม่ทิ้งตน บอกว่าสงกรานต์โชคดีที่รู้จักคนดีๆอย่างเธอ

อิงดาวพูดอย่างเจ็บปวดว่า เขาโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอตน โรสถามว่าเธอรักสงกรานต์ใช่ไหม อิงดาวเงียบไม่ตอบ จนโรสตอบซ้ำ อิงดาวร้องไห้อย่างเก็บกด ยอมรับทั้งน้ำตาว่า

“ใช่...ฉันรักเขา ฉันรักเขามาก แต่ฉันรักเขาไม่ได้หรอก” โรสถามว่าทำไม อิงดาวบอกว่า “ฉันกำลังจะแต่งงาน”

“แต่งงาน...แล้วเธอจะมีความสุขเหรอดาว” โรสตกใจ ส่วนอิงดาวเอาแต่ร้องไห้

ooooooo

รุ่งขึ้น พยาบาลมาบอกอิงดาวที่นอนหลับอยู่บนโซฟาห้องโรสว่า สงกรานต์ฟื้นแล้ว แต่พอเธอรีบออกไปที่ห้องสงกรานต์ เห็นบรรดาพ่อแม่พี่น้องของเขายืนออกันอยู่รอบเตียงเต็มไปหมด

อิงดาวมองเข้าไปจนเห็นว่าสงกรานต์ฟื้นแล้วจริงๆ ก็สบายใจ นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วหันหลังเดินออกไปโดยไม่มีใครรู้ แต่มาเจอมดแดงที่กำลังรีบเข้ามา เพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์เช้านี้ มดแดงถามว่าสงกรานต์เป็นยังไงบ้าง

“คุณสงกรานต์ปลอดภัยแล้ว ทุกอย่างจบแล้วล่ะมดแดง” เสียงอิงดาวเศร้าจนบอกไม่ถูก

มดแดงพนมมือขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคนดีๆ บอกว่าถ้าสงกรานต์หายดีเมื่อไรจะพาสองคนไปไหว้พระ 9 วัด แต่พอถามถึงมาริน อิงดาวก็ได้แต่มองหน้ามดแดงนิ่งๆ

เมื่อพากันไปเยี่ยมมารินที่โรงพยาบาลบ้า เห็นมารินกำลังป้อนข้าวต้มให้ตุ๊กตาที่เธอเรียกว่า สงกรานต์อย่างมีความสุข มดแดงกับอิงดาวมองมารินอย่างเศร้าสลดใจ อิงดาวเล่าให้มดแดงฟังว่า

“หมอตรวจรินแล้วบอกว่า รินมีความบกพร่องทางจิต รินเขารักคุณสงกรานต์มาก ก็เลยจินตนาการว่าคุณสงกรานต์รักตัวเอง”

มดแดงถามว่าแล้วจะหายไหม อิงดาวบอกว่าคงยาก เพราะมารินเป็นหนักมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้ เธอคิดว่าทุกคนจะมาแย่งตุ๊กตา ที่เธอคิดว่าเป็นสงกรานต์ไป

“แล้วแกจะทำยังไงเรื่องแกกับคุณสงกรานต์”

“ไม่เห็นต้องทำไง ฉันก็จะกลับบ้าน เตรียมตัวแต่งงานกับณุน่ะสิ” อิงดาวฝืนยิ้มให้เพื่อน ทำเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่มดแดงดูแล้วรู้ว่าเพื่อนรักเป็นอะไร

ooooooo

สงกรานต์พยายามโทร.หาอิงดาว แต่ไม่มีคนรับสาย จนกระทั่งโรสให้พยาบาลเข็นรถพามาเยี่ยมเขา โรสถามว่าเขาปรับความเข้าใจกับอิงดาวหรือยัง สงกรานต์บอกว่ายัง

“อ้าว...โรสเห็นคุณดาวมาหาคุณแต่เช้า”

สงกรานต์ไม่เชื่อว่าอิงดาวมาหาตน บอกโรสว่าอิงดาวเกลียดตน ถ้าเธอรักตนเจ็บขนาดนี้ทำไมถึงไม่มาหา ไม่คิดเป็นห่วงตนด้วยซ้ำ

จนกระทั่งกลับมาอยู่บ้าน ปีใหม่เอาอกเอาใจพ่อเต็มที่ เอากระดิ่งไปไว้ข้างเตียงบอกว่า ต้องการอะไรให้สั่นกระดิ่งเรียกได้เลย สงกรานต์จึงใช้ไปเอาน้ำมาให้หน่อย

พอปีใหม่ออกไป อู๋ที่มาเยี่ยมก็เข้ามานั่งข้างเตียง ถามว่าคิดจะไม่สู้ จะปล่อยให้อิงดาวแต่งงานจริงๆหรือ สงกรานต์พูดอย่างเจ็บปวดว่าตนยอมตายเพื่อเธอขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่มีเยื่อใยแล้วจะให้ตนสู้ไปเพื่ออะไร แล้วถามถึงเรื่องอู๋กับมดแดงบ้างว่าเป็นยังไงแล้ว

“ฉันเพิ่งรู้ว่าอกหักมันเป็นยังไง เฮ้อ...ทำไมเราต้องมาเป็นพร้อมกันด้วยวะ” อู๋เศร้ามาก

“ไอ้อู๋ แกยังมีโอกาส ถ้าแกไม่อยากเสียคุณมดแดงไป แกต้องเสี่ยง” สงกรานต์ปลุกใจเพื่อนรัก

ooooooo

คุยกับสงกรานต์แล้ว อู๋กลับไปหาป๊าที่บ้าน บอกป๊าว่าตนกับมดแดงไม่ได้เป็นแฟนกัน ป๊าโกรธมาก เอี๋ยวกระซิบพี่ชายว่าไปบอกป๊าทำไม เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก อู๋บอกน้องให้อยู่เฉยๆ อย่างมีแผนในใจแล้ว

ป๊าประกาศจะทุบโมเดลลิ่งทิ้ง เพราะถูกอู๋โกหกมาสองครั้งแล้ว อู๋ไม่ห้ามแต่ขอร้องป๊าเรื่องหนึ่ง ป๊ามองหน้าลูกชายจอมกะล่อนอย่างแปลกใจ

แล้วเช้าวันถัดมา ที่บ้านมดแดงก็มีขบวนขันหมากแห่กันมาแต่เช้า มดแดงได้ยินเสียงสะดุ้งจนตกเตียงบ่นว่า เสียงขันหมากบ้านไหนหนวกหูชะมัด คนจะนอน

ไม่ทันไรพ่อกับแม่ก็มาเคาะประตูเรียก ลากไปโผล่หน้าต่างดูขบวนขันหมาก มดแดงตกใจเมื่อเห็นอู๋ ป๊า เอี๋ยว โรส สงกรานต์ และปีใหม่ รวมทั้งเมี่ยง กำลังรำป้อๆ อยู่ในขบวนขันหมาก

พ่อกับแม่ตำหนิมดแดงว่าจะให้อู๋มาสู่ขอทำไมไม่บอกพ่อกับแม่สักคำ มดแดงบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง แล้ววิ่งไปหน้าบ้านทั้งที่อยู่ในชุดนอน ออกไปยืนขวางขบวนขันหมากสั่งให้หยุด แล้วถามป๊าว่านี่มันอะไรกัน

ป๊าบอกว่ามาสู่ขอเธอให้อู๋ มดแดงถามอู๋ว่า เราตกลงกันว่าหนึ่งปีไม่ใช่หรือ ป๊าชิงตอบว่า

“ป๊ารู้ แต่อาอู๋อีมาขอร้องให้ป๊ามาขอหนูมดแดงเป็นเมีย”

อู๋ยอมรับว่าตนเล่าความจริงทุกอย่างให้ป๊าฟังหมด แล้วว่า เธอกับตนตกลงเป็นแฟนกันหลอกๆ มดแดงถามว่าแล้วทำไมถึงทำแบบนี้อีก

“เพราะฉันต้องการแสดงความจริงใจให้เธอเห็นยังไงล่ะ ฉันอยากพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเคยพูดกับเธอ มันเป็นความจริง”

มดแดงมองหน้าอู๋อึ้ง ทุกคนมองหน้าอู๋ลุ้นๆ ว่าอู๋จะพูดอะไร ทันใดนั้น อู๋คุกเข่าลงตรงหน้ามดแดงท่ามกลางความตกใจของทุกคน แล้วเงยหน้ามองมดแดงพูดเสียงออดอ้อน

“ฉันรักเธอมดแดง ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าฉันรักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอฉันได้ใกล้ชิดเธอ มันทำให้ฉันรู้ว่า ถ้าวันไหนฉันขาดเธอ ฉันก็เหมือนจะขาดใจ เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปแล้ว”

พูดแล้วกุมมือมดแดง มองหน้าเว้าวอน “แต่งงานกับ ฉันนะ”

ทุกคนเงียบกริบ มดแดงตบหน้าอู๋เพียะ ทุกคนตกใจ อู๋ลุกยืนอย่างระวังตัวเต็มที่

“ตบนี้ สำหรับที่นายมาทำเสียงดังปลุกฉัน ทำให้ฉันต้องตื่นแต่เช้า” พูดจบก็ตบอีกเพียะ “ตบนี้ สำหรับคำพูดเลี่ยนๆ ของนาย ฉันอายคนเขารู้ไหม”

อู๋หน้าเสียหันไปต่อว่าสงกรานต์จอมวางแผน ถามว่า ไหนบอกว่ามันจะได้ผลไง

“เรื่องนี้มันอยู่เหนือการควบคุมของฉันแล้ว” สงกรานต์ยักไหล่ไม่ทุกข์ร้อน พออู๋หันไปทางมดแดงอีกที เห็นเธอขยับเข้ามาใกล้ อู๋หลับตาปี๋คิดว่าโดนอีกแล้ว แต่กลายเป็นมดแดงเขย่งเท้าขึ้นจุ๊บ อู๋ลืมตาทำหน้าไม่ถูก มดแดงพูดหวานใส่ว่า

“ส่วนนี่ คงไม่ต้องบอกนะว่าหมายความว่ายังไง” อู๋ทำหน้าซื่อบื้อถามว่าหมายความว่ายังไงจนได้ เอี๋ยวต้องเข้าไปกระซิบว่า หมายความว่ามดแดงยอมแต่งงานด้วยไง

“จริงเหรอ” อู๋หันถามมดแดง ถูกมดแดงด่าว่าแค่นี้ก็ต้องถามคนอื่น อู๋ดีใจสุดๆ ร้องลั่น “เฮ...ฉันจะมีเมียแล้วเว้ย...” ร้องแล้วอุ้มมดแดงตัวลอยหอมแก้มซ้ายขวา...ซ้ายขวาไม่หยุด จนเธออายร้องบอกให้ปล่อย ส่วนพ่อแม่มดแดงรวมทั้งป๊าต่างพากันหัวเราะชอบใจ

จนเมื่ออู๋วางมดแดงลง เธอทำหน้าขรึมปรามเขาว่า

“อย่าเพิ่งดีใจไป ถ้านายประพฤติตัวไม่ดีละก็...” เธอ หันไปทางป๊า “ป๊าขา...มดแดงขออนุญาตเจี๋ยนให้เป็ดกินนะคะ”

อู๋สะดุ้งเฮือกเอามือกุมเป้าแน่น ส่วนป๊าหัวเราะร่า บอกมดแดงว่าตนยกอู๋ให้แล้วจะทำอะไรก็ทำ ทุกคนเลยหัวเราะกันสนุกสนาน อู๋เข้าไปกอดมดแดง เอี๋ยวมองพี่ชายกับมดแดงแล้วคิด สงกรานต์เองเห็นแล้วก็อดคิดถึงอิงดาวไม่ได้เช่นกัน...

ooooooo

เอี๋ยวต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายวันนี้ไปเคาะประตูห้องคอนโดฯจีจี้ ถามว่าเธอไม่ไปอเมริกาได้ไหม จีจี้ไม่ทันพูดอะไรแบ๊งค์ก็โผล่มาถามว่ามีอะไรรึเปล่า จีจี้บอกว่าไม่มีอะไร แต่เอี๋ยวกลับบอกว่าตนไม่ให้จีจี้ไป อ้างว่า ถ้าไปวงก็ขาดคน

“ขาดคนนายก็หาใหม่ได้ ยังไงจี้ก็ต้องกลับไปกับฉัน หรือแกมีเหตุผลอื่นที่ไม่อยากให้จี้ไป” แบ๊งค์ถาม เอี๋ยวตอบไม่ออกสุดท้ายบอกว่าไม่มี แล้วเดินกลับไปเอาดื้อๆ ทำเอาจีจี้ที่คาดหวังอะไรบางอย่างถึงกับเซ็ง...เศร้า

เมื่อกลับไปห้องซ้อมห้องดนตรี เอี๋ยวไม่มีสมาธิจะเล่นดนตรี เอาแต่นั่งเศร้า คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา คิดถึงคำบอกรักของจีจี้ คิดถึงเหตุผลที่จีจี้บอกว่าชอบเขาเพื่อเธอจะได้หลุดพ้นจากความทรมานใจ และสุดท้ายคิดถึงคำพูดของอิงดาวที่ว่า

“ความสัมพันธ์ของเอี๋ยวกับจี้...มันก็เหมือนการเล่นบาส ถ้าเอี๋ยวคุมเกมไม่ดี เอี๋ยวก็แพ้ และจะเสียลูกให้ทีมตรงข้าม”

คิดแล้วเอี๋ยวก็ถอนใจยาว แล้วก็ต้องตกใจเมื่อหันมาเป็นจีจี้ยืนอยู่ จีจี้เป็นฝ่ายถามก่อนว่า

“แกมีอะไรจะพูดกับฉันใช่ไหม พูดมาสิไอ้เอี๋ยว ถ้าแกไม่พูด แกจะไม่ได้เจอฉันอีก”

“ฉันชอบแก” เอี๋ยวพูดทันทีที่จีจี้พูดจบ จีจี้ยิ้มอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ เอี๋ยวถามว่ายิ้มทำไม

จีจี้ถามว่าคนมันดีใจยิ้มไม่ได้หรือ เอี๋ยวเลยถามว่าแล้วเธอกับหมอนั่นไม่ได้เป็นแฟนกันหรือ

“แบ๊งค์น่ะเหรอ แบ๊งค์เขาเป็นญาติฉัน พ่อกับแม่ส่งมารับฉันกลับไป” เอี๋ยวมองอึ้งหาว่าจีจี้หลอกตน “ฉันไม่ได้หลอก แกไม่ได้ถาม แกนี่มันโง่จริงๆ” จีจี้พูดขำๆที่เห็นเอี๋ยวหัวเราะที่ตัวเองหลงเข้าใจผิด

เมื่อปัญหาเรื่องแบ๊งค์ชัดเจนแล้ว เอี๋ยวถามว่าจีจี้ต้องกลับไปจริงๆหรือ ไม่กลับไม่ได้หรือ จีจี้ยืนยันว่าตนต้องกลับไป แต่ไปไม่นานแล้วจะกลับมา

“สัญญานะว่าจะกลับมา” เอี๋ยวมองหน้านิ่ง จีจี้ยื่นนิ้วก้อยออกไปให้สัญญา เอี๋ยวเกี่ยวก้อยจีจี้ยิ้มอย่างเข้าใจกัน แต่แล้วเอี๋ยวก็ต้องหุบยิ้มเมื่อจีจี้บอกว่าตนกับเขายังไม่เป็นแฟนกัน บอกเอี๋ยวว่า

“ฉันขอเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยว่ากัน เอาเป็นว่า...เราทดกันไว้ในใจก็แล้วกันนะ”

“ตกลง” เอี๋ยวดีใจ จับมือยิ้มให้กันเหมือนเป็นสัญญาใจ

ooooooo

ยิ่งใกล้วันแต่งงาน อิงดาวก็ยิ่งเศร้า นั่งเหม่อมองชุดแต่งงานอย่างเลื่อนลอย แสงเดินผ่านหน้าต่างเห็นเข้าก็เอะใจว่าลูกเป็นอะไร เลยไปหามดแดงที่บ้าน

มดแดงกำลังใช้อู๋ให้ช่วยล้างรถให้อยู่ ล้างรถไปก็หยอกเย้ากันไปอย่างสนุกสนาน เมื่อแสงมาหาทั้งสองมองกันงงๆ แสงเดินเข้าไปถามว่า “ฉันมากวนอะไรรึเปล่า”

เมื่อพาแสงเข้าไปนั่งในห้องรับแขก แสงพูดอย่างเกรงใจว่า ที่มาหาเพราะมีเรื่องร้อนใจอยากถามว่า ระหว่างอิงดาวกับสงกรานต์เป็นยังไง ย้ำเสียงดังอย่างเครียดว่า

“ข้าต้องการรู้ความจริงทั้งหมด”

เมื่อรู้ความจริงจากมดแดงกับเอี๋ยวแล้ว แสงกลับไปหาครูณุ ที่กำลังให้อาหารเจ้าไมเคิลอยู่อย่างใจลอย พูดจริงจังตามเคยว่า

“ข้ามีเรื่องสำคัญอยากถามครู ครูต้องบอกข้าตามตรงนะ ระหว่างนังดาวกับนังจันทร์ครูรักใคร”

หลังจากนั้นก็เดินไปสวนส้มที่อิงดาวกำลังเก็บส้มอยู่ แสงมองอิงดาวแล้วคิดถึงมดแดงที่บอกว่า

“ดาวรักคุณสงกรานต์ค่ะพ่อแสง แต่ที่ดาวแต่งงานกับครูณุก็เพราะต้องการตัดใจจากคุณสงกรานต์ดาวพยายามหักห้ามใจที่จะไม่รักคุณสงกรานต์ก็เพราะกลัวพ่อแสงเสียใจ”

คิดแล้วแสงก็มองอิงดาวอย่างสงสารลูก ยิ่งคิดหนักเมื่อคำบอกเล่าของอู๋ที่ว่า

“ส่วนไอ้กานต์ก็รักคุณดาวครับ รักมากด้วย และตอนนี้ ไอ้กานต์มันก็เฮิร์ตหนักเพราะคิดว่าคุณดาวไม่รักมัน”

ดังนั้นเมื่อแสงคุยกับครูณุ จึงไม่อ้อมค้อม ถามครูณุ ตรงๆว่าระหว่างอิงจันทร์กับอิงดาวครูรักใครทั้งยังจี้ให้ครูตัดสินใจว่า “มันถึงเวลาที่เราต้องยอมรับความจริงกันแล้วนะครู”

“ผมรักจันทร์ครับ” ครูณุตอบไม่ลังเล แสงขอบใจที่พูดความจริงแล้วจึงเดินมาหาอิงดาวที่สวนส้มตัดสินใจเดินเข้าไปหาอิงดาว พอเธอหันมา แสงพูดไม่อ้อมค้อมเช่นกันว่า

“พ่อมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับเอ็งเรื่องของจันทร์กับครูณุ”

อิงดาวมองพ่ออย่างแปลกใจ แต่พอแสงเล่าเรื่องอิงจันทร์ กับครูณุให้ฟัง อิงดาวถึงกับอึ้งแบบนึกไม่ถึง

ooooooo

ถึงวันแต่งงานของอิงดาวกับครูณุที่กำหนดไว้แล้ว อิงดาวแต่งตัวชุดเจ้าสาวสไตล์คาวบอยอย่างที่อิงจันทร์วางแผนไว้ ดูสวยเซ็กซี่มีช่อดอกไม้ในมือ ครู่หนึ่งอิงจันทร์ในชุดทำนองเดียวกันเดินเข้ามา พอเห็นพี่สาวเธออุทาน

“โอ้โห...พี่ดาว วันนี้พี่ดาวต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกแน่ๆเลย”

อิงดาวบอกว่าจันทร์สวยกว่า แล้วเข้าไปจับมือน้องขอบใจที่จัดงานทุกอย่างให้ตน อิงจันทร์บอกว่าตนเต็มใจและยินดีจัดให้ทุกอย่าง อิงดาวบอกว่าโชคดีที่มีน้องที่น่ารัก อย่างนี้ วันนี้ตนเตรียมของขวัญไว้ให้น้องด้วย

“ทำไมพี่ดาวถึงให้ของขวัญจันทร์ล่ะ จันทร์ต่างหากที่ต้องให้ของขวัญพี่ดาว”

อิงจันทร์มองหน้าพี่สาวแปลกใจ แต่อิงดาวมองหน้าน้องยิ้มอย่างมีเลศนัย...มีความสุข

ooooooo

สถานที่จัดงานในสวนส้ม แสงทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข มดแดง อู๋ เอี๋ยว จีจี้ มางานพร้อมกัน มดแดง เข้าไปกระซิบ กั%E
ตอนที่ 19

รมิตาตัดเชือกให้อิงดาวเสร็จ อิงดาวหันไปตัดเชือกให้นภารัตน์ต่อ ส่วนรมิตารีบโทรศัพท์ถึงสงกรานต์แต่ไม่มีคนรับสาย

อิงดาวตัดเชือกให้นภารัตน์เสร็จบอกให้รีบไปถอดบานเกล็ดออกตนจะตัดเชือกให้โรส ทุกคนทำงานกันอย่างตื่นเต้นตึงเครียดแข่งกับเวลา

“มารินกลับมาแล้ว” นภารัตน์ร้องบอกอย่างตกใจ ทุกคนช็อก ไม่ทันแก้ไขสถานการณ์ มารินก็โผล่เข้ามาแล้ว กวาดตามองแล้วถามว่า หายไปไหนคนหนึ่ง

ทันใดนั้น เสียงนภารัตน์แผดขึ้น “ว๊ากกกก!!” มารินหันมองถูกนภารัตน์ต่อยจนทรุดลงกองกับพื้น อิงดาวกับรมิตารีบประคองพาโรสที่ขาหักหนีออกไปกับนภารัตน์

มารินมองตามอย่างอาฆาตแค้นพยายามลุกตามทั้งหมดออกไป เป็นจังหวะที่สงกรานต์รับสายของรมิตา แต่ไม่ได้ยินเสียงจากฝ่ายรมิตา มีแต่เสียงผิดปกติ เขาเอะใจว่าต้องเกิดเรื่องแล้วแน่ๆ

ขณะที่อิงดาวกับพวกกำลังประคองกันหนีออกจากตึกร้างนั้น ถูกของหนักๆบางอย่างทุ่มเฉียดพวกเธอไปเส้นยาแดงเดียว แหงนมองจึงเป็นมารินยืนอยู่ข้างบน ทั้งหมดรีบพากันหนี ถูกมารินยิงปืนขู่เปรี้ยง พอทุกคนชะงัก ก็เห็นมารินมาถือปืนจ่ออยู่ข้างหลังแล้ว

“ถ้าใครหนี ฉันจะยิงเดี๋ยวนี้!” พูดแล้วมารินเดินมาหาอิงดาว ใช้ด้ามปืนตบหน้าอิงดาวจนเลือดกบปาก ตะคอกใส่ “คิดว่าตัวเองเก่งนักเหรอ!!”

อิงดาวมองมารินอย่างคิดไม่ถึงว่าจะทำกับตนแบบนี้ ทันใดนั้นมารินเข้ามากระชากแขนโรสเอาปืนจ่อ

อิงดาวร้องขอ “อย่านะริน...ถ้ารินไม่พอใจพี่ ก็มาทำกับพี่สิ”

“อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอร้อง” โรสอ้อนวอนน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว

“มันสายไปแล้วโรส ฉันจะให้เกียรติแกตายก่อนคนอื่น” มารินขึ้นไกปืน พริบตานั้น อิงดาวพุ่งเข้าไปผลักมารินพยายามจะแย่งปืน พลางร้องบอกทุกคน “รีบหนีไป!!”

นภารัตน์กับรมิตายังตื่นตระหนกแต่ก็รีบเข้าประคองโรสหนี อิงดาวยังคงปล้ำแย่งปืนอยู่กับมาริน มารินร้องให้ปล่อย อิงดาวสวนไปทันควันว่า “ไม่...พี่ไม่ยอมให้รินทำร้ายใครอีกแล้ว”

ooooooo

นภารัตน์กับรมิตาประคองโรสพาหนีออกมานอกตึกร้าง เจอสงกรานต์วิ่งเข้ามาพอดี

“คุณแม่! พี่ตา! โรส! ผมแจ้งความแล้วนะครับ ตำรวจกำลังจะมา แล้วนี่หนีออกมากันได้ยังไง” ทั้งสามมองหน้ากันเครียด สงกรานต์เอะใจถาม “แล้วคุณดาวอยู่ไหน...”

สงกรานต์วิ่งเข้าไปข้างในเห็นมารินกำลังจ่อปืนใส่อิงดาว เขาร้องสุดเสียง

“คุณริน อย่า!!”

มารินตกใจ พูดเสียงประหม่าว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร สงกรานต์พูดกล่อมว่า

“ผมเข้าใจคุณ คุณริน ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร” สงกรานต์ค่อยๆเดินเข้าหาพลางเหลือบมองอิงดาวอย่างเป็นห่วง มารินมองเขาถามอย่างตื่นเต้นว่าคุณรู้ “ใช่...ผมรู้ว่าคุณรักผมและอยากมีชีวิตครอบครัวกับผม ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

มารินดีใจยิ้มออกมาถามว่าจริงหรือ พลางลดปืนลง สงกรานต์ยืนยันว่าจริงขอให้เธอส่งปืนให้ตนก่อนแล้วเราจะได้คุยเรื่องนี้กัน มารินนิ่งอยู่จนสงกรานต์บอก “ส่งปืนให้ผมนะครับ” เธอจึงค่อยๆยื่นมือจะส่งปืนให้ ทันใดนั้นเสียงหวอตำรวจดังขึ้น มารินชะงัก

“คุณหลอกริน...คุณก็เหมือนผู้ชายคนอื่นๆทั้งที่รินรักคุณหมดหัวใจ แต่คุณก็ยังทำร้ายรินอีก คุณรักนังนี่มากใช่ไหม”

สงกรานต์ตัดสินใจบอกความจริงว่า “ใช่ ผมรักคุณดาว ผมรักคุณดาวมากและผมไม่มีวันยอมให้คุณทำอะไรคุณดาวเด็ดขาด”

มารินมองช็อก ขอบคุณที่เขาพูดความจริงกับตน พลันก็ขึ้นไกปืน สงกรานต์ร้องห้ามขออย่าทำอะไรอิงดาวเลย มารินยิ้มเหมือนคนเสียสติยกปืนยิง สงกรานต์พุ่งเข้าขวางเลยถูกยิงเข้ากลางหลังเต็มๆ

อิงดาวพุ่งเข้าประคองสงกรานต์ที่ทรุดฮวบลง ร้องไห้ ร้องเรียกขออย่าให้เขาเป็นอะไร มารินมองอิงดาวอย่างบ้าเลือด โทษว่าเพราะเธอทำให้สงกรานต์ถูกยิงตาย พลางจ่อปืนใส่อิงดาวอีก

“ปัง!!” เสียงปืนแผดก้องขึ้น อิงดาวนึกว่าตัวเองถูกยิงแน่แล้ว แต่กลายเป็นมารินทรุดฮวบลงเพราะถูกยิงที่แขนจนปืนร่วง พริบตานั้นตำรวจกรูกันเข้ามารวบตัวมารินที่เอาแต่ร้องไห้เหมือนคนบ้า

อิงดาวอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เธอก้มมองสงกรานต์ที่อยู่ในอ้อมแขน เห็นตาเขาค่อยๆปิดลง...

“คุณสงกรานต์...” อิงดาวร้องเรียก ตกใจสุดขีด

ooooooo

ระหว่างเจ้าหน้าที่เข็นเตียงที่มีร่างสงกรานต์นอนไม่ได้สติเลือดอาบไปทาง ห้องฉุกเฉิน นภารัตน์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม พร่ำบอก “ตากานต์ลูกแม่ ลูกอย่าเป็นอะไรนะ”

ส่วนอิงดาวที่เดินตามมาก็จับมือสงกรานต์แน่น “คุณห้ามตายเด็ดขาดนะคุณสงกรานต์ได้ยินไหม”

เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินญาติทั้งหมดถูกกันไว้นอกห้อง พอร่างสงกรานต์ถูกเข็นเข้าห้องนภารัตน์ก็เข่าอ่อนเป็นลม จนอิงดาวกับรมิตาต้องช่วยกันประคองไปนั่ง พอดีกับที่ราชศักดิ์และพาสันมาถึง ราชศักดิ์ถามว่าสงกรานต์เป็นยังไงบ้าง นภารัตน์บอกว่าเพิ่งเข้าห้องผ่าตัดยังไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง

ทันใดนั้นเอง อิงดาวเอามือปิดปากจะอ้วกเพราะเครียดจัด เธอรีบวิ่งไปห้องน้ำ ขณะกำลังอ้วกอยู่นั้น รู้สึกมีคนเอามือมาลูบหลัง หันไปเห็นนภารัตน์กับรมิตาช่วยกันลูบหลัง เฝ้าดูอยู่อย่างเป็นห่วง

อิงดาวขอโทษที่ทำให้สงกรานต์เป็นแบบนี้ นภารัตน์กับรมิตาบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอแต่เป็นปัญหาของมารินต่างหาก รมิตายังขอโทษเธอว่า ทั้งตนและแม่ไม่เคยทำดีกับเธอเลยแต่เธอก็ยังช่วยชีวิตไว้

“ถ้าไม่ได้เธอ พวกเราคงตายไปแล้ว ขอบคุณเธอมากนะอิงดาว” นภารัตน์จับมืออิงดาวเอ่ย

รมิตาถามว่าดีขึ้นหรือยัง อิงดาวส่ายหน้าร้องไห้บอกว่าตนกลัว...กลัวสงกรานต์จะเป็นอะไรไป นภารัตน์กับรมิตาต่างยอมรับว่าตนก็กลัวเหมือนกัน สามหญิงกอดกันร้องไห้ด้วยความห่วงใยสงกรานต์

ooooooo

เมื่อกลับมารอฟังข่าวสงกรานต์ที่หน้าห้องผ่าตัด ครู่ใหญ่หมอออกมาแจ้งข่าวดีว่าสงกรานต์ปลอดภัยแล้ว หมอผ่าเอากระสุนออก ดีที่กระสุนถูกที่ไม่สำคัญ นภารัตน์ อยากเข้าไปเยี่ยม หมอขอให้เป็นพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะอยากให้คนไข้ได้พักผ่อน

ราชศักดิ์ขอบคุณหมอ พาสันชวนกลับบ้านกัน พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมใหม่ รมิตาถามอิงดาวว่าจะกลับบ้านเลยรึเปล่า อิงดาวบอกว่ากลับไปก็นอนไม่หลับ อยากอยู่กับสงกรานต์ที่นี่

ราชศักดิ์หันมาขอโทษอิงดาวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไว้กับเธอ อิงดาวเองก็ขอโทษทุกคน ยอมรับว่า

“เพราะความแค้น ทำให้ฉันขาดสติ ทำสิ่งไม่ดีกับคุณสงกรานต์ พวกคุณจะให้อภัยฉันได้ไหม”

ราชศักดิ์กลบเกลื่อนว่าเรื่องนี้เราก็ผิดกันทุกคน สงกรานต์ก็หลอกอิงจันทร์เพื่อหวังที่ดิน พวกตนก็สมรู้ร่วมคิด รวบรัดตัดความว่า “เอาเป็นว่าเราเจ๊ากันไปแล้วกันนะอิงดาว ตกลงไหม”

ทุกคนยิ้มให้อิงดาว เธอพยักหน้าตอบรับ ทั้งหมดจึงพากันถอนใจโล่งอก

โรสอยู่ในห้องพักที่โรงพยาบาล อาละวาดจะออกไปเยี่ยมสงกรานต์ให้ได้ เมื่อพยาบาลไม่ให้ออกก็ร้องไห้ จนอิงดาวเข้ามาบอกพยาบาลว่า ตนจะพูดกับโรสให้เอง แล้วเธอก็เข้าไปหาบอกว่าตอนนี้สงกรานต์ปลอดภัยแล้ว โรสดีใจมาก จับมืออิงดาวขอบใจที่ไม่ทิ้งตน บอกว่าสงกรานต์โชคดีที่รู้จักคนดีๆอย่างเธอ

อิงดาวพูดอย่างเจ็บปวดว่า เขาโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอตน โรสถามว่าเธอรักสงกรานต์ใช่ไหม อิงดาวเงียบไม่ตอบ จนโรสตอบซ้ำ อิงดาวร้องไห้อย่างเก็บกด ยอมรับทั้งน้ำตาว่า

“ใช่...ฉันรักเขา ฉันรักเขามาก แต่ฉันรักเขาไม่ได้หรอก” โรสถามว่าทำไม อิงดาวบอกว่า “ฉันกำลังจะแต่งงาน”

“แต่งงาน...แล้วเธอจะมีความสุขเหรอดาว” โรสตกใจ ส่วนอิงดาวเอาแต่ร้องไห้

ooooooo

รุ่งขึ้น พยาบาลมาบอกอิงดาวที่นอนหลับอยู่บนโซฟาห้องโรสว่า สงกรานต์ฟื้นแล้ว แต่พอเธอรีบออกไปที่ห้องสงกรานต์ เห็นบรรดาพ่อแม่พี่น้องของเขายืนออกันอยู่รอบเตียงเต็มไปหมด

อิงดาวมองเข้าไปจนเห็นว่าสงกรานต์ฟื้นแล้วจริงๆ ก็สบายใจ นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วหันหลังเดินออกไปโดยไม่มีใครรู้ แต่มาเจอมดแดงที่กำลังรีบเข้ามา เพราะเพิ่งรู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์เช้านี้ มดแดงถามว่าสงกรานต์เป็นยังไงบ้าง

“คุณสงกรานต์ปลอดภัยแล้ว ทุกอย่างจบแล้วล่ะมดแดง” เสียงอิงดาวเศร้าจนบอกไม่ถูก

มดแดงพนมมือขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคนดีๆ บอกว่าถ้าสงกรานต์หายดีเมื่อไรจะพาสองคนไปไหว้พระ 9 วัด แต่พอถามถึงมาริน อิงดาวก็ได้แต่มองหน้ามดแดงนิ่งๆ

เมื่อพากันไปเยี่ยมมารินที่โรงพยาบาลบ้า เห็นมารินกำลังป้อนข้าวต้มให้ตุ๊กตาที่เธอเรียกว่า สงกรานต์อย่างมีความสุข มดแดงกับอิงดาวมองมารินอย่างเศร้าสลดใจ อิงดาวเล่าให้มดแดงฟังว่า

“หมอตรวจรินแล้วบอกว่า รินมีความบกพร่องทางจิต รินเขารักคุณสงกรานต์มาก ก็เลยจินตนาการว่าคุณสงกรานต์รักตัวเอง”

มดแดงถามว่าแล้วจะหายไหม อิงดาวบอกว่าคงยาก เพราะมารินเป็นหนักมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้ เธอคิดว่าทุกคนจะมาแย่งตุ๊กตา ที่เธอคิดว่าเป็นสงกรานต์ไป

“แล้วแกจะทำยังไงเรื่องแกกับคุณสงกรานต์”

“ไม่เห็นต้องทำไง ฉันก็จะกลับบ้าน เตรียมตัวแต่งงานกับณุน่ะสิ” อิงดาวฝืนยิ้มให้เพื่อน ทำเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่มดแดงดูแล้วรู้ว่าเพื่อนรักเป็นอะไร

ooooooo

สงกรานต์พยายามโทร.หาอิงดาว แต่ไม่มีคนรับสาย จนกระทั่งโรสให้พยาบาลเข็นรถพามาเยี่ยมเขา โรสถามว่าเขาปรับความเข้าใจกับอิงดาวหรือยัง สงกรานต์บอกว่ายัง

“อ้าว...โรสเห็นคุณดาวมาหาคุณแต่เช้า”

สงกรานต์ไม่เชื่อว่าอิงดาวมาหาตน บอกโรสว่าอิงดาวเกลียดตน ถ้าเธอรักตนเจ็บขนาดนี้ทำไมถึงไม่มาหา ไม่คิดเป็นห่วงตนด้วยซ้ำ

จนกระทั่งกลับมาอยู่บ้าน ปีใหม่เอาอกเอาใจพ่อเต็มที่ เอากระดิ่งไปไว้ข้างเตียงบอกว่า ต้องการอะไรให้สั่นกระดิ่งเรียกได้เลย สงกรานต์จึงใช้ไปเอาน้ำมาให้หน่อย

พอปีใหม่ออกไป อู๋ที่มาเยี่ยมก็เข้ามานั่งข้างเตียง ถามว่าคิดจะไม่สู้ จะปล่อยให้อิงดาวแต่งงานจริงๆหรือ สงกรานต์พูดอย่างเจ็บปวดว่าตนยอมตายเพื่อเธอขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่มีเยื่อใยแล้วจะให้ตนสู้ไปเพื่ออะไร แล้วถามถึงเรื่องอู๋กับมดแดงบ้างว่าเป็นยังไงแล้ว

“ฉันเพิ่งรู้ว่าอกหักมันเป็นยังไง เฮ้อ...ทำไมเราต้องมาเป็นพร้อมกันด้วยวะ” อู๋เศร้ามาก

“ไอ้อู๋ แกยังมีโอกาส ถ้าแกไม่อยากเสียคุณมดแดงไป แกต้องเสี่ยง” สงกรานต์ปลุกใจเพื่อนรัก

ooooooo

คุยกับสงกรานต์แล้ว อู๋กลับไปหาป๊าที่บ้าน บอกป๊าว่าตนกับมดแดงไม่ได้เป็นแฟนกัน ป๊าโกรธมาก เอี๋ยวกระซิบพี่ชายว่าไปบอกป๊าทำไม เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก อู๋บอกน้องให้อยู่เฉยๆ อย่างมีแผนในใจแล้ว

ป๊าประกาศจะทุบโมเดลลิ่งทิ้ง เพราะถูกอู๋โกหกมาสองครั้งแล้ว อู๋ไม่ห้ามแต่ขอร้องป๊าเรื่องหนึ่ง ป๊ามองหน้าลูกชายจอมกะล่อนอย่างแปลกใจ

แล้วเช้าวันถัดมา ที่บ้านมดแดงก็มีขบวนขันหมากแห่กันมาแต่เช้า มดแดงได้ยินเสียงสะดุ้งจนตกเตียงบ่นว่า เสียงขันหมากบ้านไหนหนวกหูชะมัด คนจะนอน

ไม่ทันไรพ่อกับแม่ก็มาเคาะประตูเรียก ลากไปโผล่หน้าต่างดูขบวนขันหมาก มดแดงตกใจเมื่อเห็นอู๋ ป๊า เอี๋ยว โรส สงกรานต์ และปีใหม่ รวมทั้งเมี่ยง กำลังรำป้อๆ อยู่ในขบวนขันหมาก

พ่อกับแม่ตำหนิมดแดงว่าจะให้อู๋มาสู่ขอทำไมไม่บอกพ่อกับแม่สักคำ มดแดงบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง แล้ววิ่งไปหน้าบ้านทั้งที่อยู่ในชุดนอน ออกไปยืนขวางขบวนขันหมากสั่งให้หยุด แล้วถามป๊าว่านี่มันอะไรกัน

ป๊าบอกว่ามาสู่ขอเธอให้อู๋ มดแดงถามอู๋ว่า เราตกลงกันว่าหนึ่งปีไม่ใช่หรือ ป๊าชิงตอบว่า

“ป๊ารู้ แต่อาอู๋อีมาขอร้องให้ป๊ามาขอหนูมดแดงเป็นเมีย”

อู๋ยอมรับว่าตนเล่าความจริงทุกอย่างให้ป๊าฟังหมด แล้วว่า เธอกับตนตกลงเป็นแฟนกันหลอกๆ มดแดงถามว่าแล้วทำไมถึงทำแบบนี้อีก

“เพราะฉันต้องการแสดงความจริงใจให้เธอเห็นยังไงล่ะ ฉันอยากพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเคยพูดกับเธอ มันเป็นความจริง”

มดแดงมองหน้าอู๋อึ้ง ทุกคนมองหน้าอู๋ลุ้นๆ ว่าอู๋จะพูดอะไร ทันใดนั้น อู๋คุกเข่าลงตรงหน้ามดแดงท่ามกลางความตกใจของทุกคน แล้วเงยหน้ามองมดแดงพูดเสียงออดอ้อน

“ฉันรักเธอมดแดง ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าฉันรักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอฉันได้ใกล้ชิดเธอ มันทำให้ฉันรู้ว่า ถ้าวันไหนฉันขาดเธอ ฉันก็เหมือนจะขาดใจ เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปแล้ว”

พูดแล้วกุมมือมดแดง มองหน้าเว้าวอน “แต่งงานกับ ฉันนะ”

ทุกคนเงียบกริบ มดแดงตบหน้าอู๋เพียะ ทุกคนตกใจ อู๋ลุกยืนอย่างระวังตัวเต็มที่

“ตบนี้ สำหรับที่นายมาทำเสียงดังปลุกฉัน ทำให้ฉันต้องตื่นแต่เช้า” พูดจบก็ตบอีกเพียะ “ตบนี้ สำหรับคำพูดเลี่ยนๆ ของนาย ฉันอายคนเขารู้ไหม”

อู๋หน้าเสียหันไปต่อว่าสงกรานต์จอมวางแผน ถามว่า ไหนบอกว่ามันจะได้ผลไง

“เรื่องนี้มันอยู่เหนือการควบคุมของฉันแล้ว” สงกรานต์ยักไหล่ไม่ทุกข์ร้อน พออู๋หันไปทางมดแดงอีกที เห็นเธอขยับเข้ามาใกล้ อู๋หลับตาปี๋คิดว่าโดนอีกแล้ว แต่กลายเป็นมดแดงเขย่งเท้าขึ้นจุ๊บ อู๋ลืมตาทำหน้าไม่ถูก มดแดงพูดหวานใส่ว่า

“ส่วนนี่ คงไม่ต้องบอกนะว่าหมายความว่ายังไง” อู๋ทำหน้าซื่อบื้อถามว่าหมายความว่ายังไงจนได้ เอี๋ยวต้องเข้าไปกระซิบว่า หมายความว่ามดแดงยอมแต่งงานด้วยไง

“จริงเหรอ” อู๋หันถามมดแดง ถูกมดแดงด่าว่าแค่นี้ก็ต้องถามคนอื่น อู๋ดีใจสุดๆ ร้องลั่น “เฮ...ฉันจะมีเมียแล้วเว้ย...” ร้องแล้วอุ้มมดแดงตัวลอยหอมแก้มซ้ายขวา...ซ้ายขวาไม่หยุด จนเธออายร้องบอกให้ปล่อย ส่วนพ่อแม่มดแดงรวมทั้งป๊าต่างพากันหัวเราะชอบใจ

จนเมื่ออู๋วางมดแดงลง เธอทำหน้าขรึมปรามเขาว่า

“อย่าเพิ่งดีใจไป ถ้านายประพฤติตัวไม่ดีละก็...” เธอ หันไปทางป๊า “ป๊าขา...มดแดงขออนุญาตเจี๋ยนให้เป็ดกินนะคะ”

อู๋สะดุ้งเฮือกเอามือกุมเป้าแน่น ส่วนป๊าหัวเราะร่า บอกมดแดงว่าตนยกอู๋ให้แล้วจะทำอะไรก็ทำ ทุกคนเลยหัวเราะกันสนุกสนาน อู๋เข้าไปกอดมดแดง เอี๋ยวมองพี่ชายกับมดแดงแล้วคิด สงกรานต์เองเห็นแล้วก็อดคิดถึงอิงดาวไม่ได้เช่นกัน...

ooooooo

เอี๋ยวต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายวันนี้ไปเคาะประตูห้องคอนโดฯจีจี้ ถามว่าเธอไม่ไปอเมริกาได้ไหม จีจี้ไม่ทันพูดอะไรแบ๊งค์ก็โผล่มาถามว่ามีอะไรรึเปล่า จีจี้บอกว่าไม่มีอะไร แต่เอี๋ยวกลับบอกว่าตนไม่ให้จีจี้ไป อ้างว่า ถ้าไปวงก็ขาดคน

“ขาดคนนายก็หาใหม่ได้ ยังไงจี้ก็ต้องกลับไปกับฉัน หรือแกมีเหตุผลอื่นที่ไม่อยากให้จี้ไป” แบ๊งค์ถาม เอี๋ยวตอบไม่ออกสุดท้ายบอกว่าไม่มี แล้วเดินกลับไปเอาดื้อๆ ทำเอาจีจี้ที่คาดหวังอะไรบางอย่างถึงกับเซ็ง...เศร้า

เมื่อกลับไปห้องซ้อมห้องดนตรี เอี๋ยวไม่มีสมาธิจะเล่นดนตรี เอาแต่นั่งเศร้า คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา คิดถึงคำบอกรักของจีจี้ คิดถึงเหตุผลที่จีจี้บอกว่าชอบเขาเพื่อเธอจะได้หลุดพ้นจากความทรมานใจ และสุดท้ายคิดถึงคำพูดของอิงดาวที่ว่า

“ความสัมพันธ์ของเอี๋ยวกับจี้...มันก็เหมือนการเล่นบาส ถ้าเอี๋ยวคุมเกมไม่ดี เอี๋ยวก็แพ้ และจะเสียลูกให้ทีมตรงข้าม”

คิดแล้วเอี๋ยวก็ถอนใจยาว แล้วก็ต้องตกใจเมื่อหันมาเป็นจีจี้ยืนอยู่ จีจี้เป็นฝ่ายถามก่อนว่า

“แกมีอะไรจะพูดกับฉันใช่ไหม พูดมาสิไอ้เอี๋ยว ถ้าแกไม่พูด แกจะไม่ได้เจอฉันอีก”

“ฉันชอบแก” เอี๋ยวพูดทันทีที่จีจี้พูดจบ จีจี้ยิ้มอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ เอี๋ยวถามว่ายิ้มทำไม

จีจี้ถามว่าคนมันดีใจยิ้มไม่ได้หรือ เอี๋ยวเลยถามว่าแล้วเธอกับหมอนั่นไม่ได้เป็นแฟนกันหรือ

“แบ๊งค์น่ะเหรอ แบ๊งค์เขาเป็นญาติฉัน พ่อกับแม่ส่งมารับฉันกลับไป” เอี๋ยวมองอึ้งหาว่าจีจี้หลอกตน “ฉันไม่ได้หลอก แกไม่ได้ถาม แกนี่มันโง่จริงๆ” จีจี้พูดขำๆที่เห็นเอี๋ยวหัวเราะที่ตัวเองหลงเข้าใจผิด

เมื่อปัญหาเรื่องแบ๊งค์ชัดเจนแล้ว เอี๋ยวถามว่าจีจี้ต้องกลับไปจริงๆหรือ ไม่กลับไม่ได้หรือ จีจี้ยืนยันว่าตนต้องกลับไป แต่ไปไม่นานแล้วจะกลับมา

“สัญญานะว่าจะกลับมา” เอี๋ยวมองหน้านิ่ง จีจี้ยื่นนิ้วก้อยออกไปให้สัญญา เอี๋ยวเกี่ยวก้อยจีจี้ยิ้มอย่างเข้าใจกัน แต่แล้วเอี๋ยวก็ต้องหุบยิ้มเมื่อจีจี้บอกว่าตนกับเขายังไม่เป็นแฟนกัน บอกเอี๋ยวว่า

“ฉันขอเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยว่ากัน เอาเป็นว่า...เราทดกันไว้ในใจก็แล้วกันนะ”

“ตกลง” เอี๋ยวดีใจ จับมือยิ้มให้กันเหมือนเป็นสัญญาใจ

ooooooo

ยิ่งใกล้วันแต่งงาน อิงดาวก็ยิ่งเศร้า นั่งเหม่อมองชุดแต่งงานอย่างเลื่อนลอย แสงเดินผ่านหน้าต่างเห็นเข้าก็เอะใจว่าลูกเป็นอะไร เลยไปหามดแดงที่บ้าน

มดแดงกำลังใช้อู๋ให้ช่วยล้างรถให้อยู่ ล้างรถไปก็หยอกเย้ากันไปอย่างสนุกสนาน เมื่อแสงมาหาทั้งสองมองกันงงๆ แสงเดินเข้าไปถามว่า “ฉันมากวนอะไรรึเปล่า”

เมื่อพาแสงเข้าไปนั่งในห้องรับแขก แสงพูดอย่างเกรงใจว่า ที่มาหาเพราะมีเรื่องร้อนใจอยากถามว่า ระหว่างอิงดาวกับสงกรานต์เป็นยังไง ย้ำเสียงดังอย่างเครียดว่า

“ข้าต้องการรู้ความจริงทั้งหมด”

เมื่อรู้ความจริงจากมดแดงกับเอี๋ยวแล้ว แสงกลับไปหาครูณุ ที่กำลังให้อาหารเจ้าไมเคิลอยู่อย่างใจลอย พูดจริงจังตามเคยว่า

“ข้ามีเรื่องสำคัญอยากถามครู ครูต้องบอกข้าตามตรงนะ ระหว่างนังดาวกับนังจันทร์ครูรักใคร”

หลังจากนั้นก็เดินไปสวนส้มที่อิงดาวกำลังเก็บส้มอยู่ แสงมองอิงดาวแล้วคิดถึงมดแดงที่บอกว่า

“ดาวรักคุณสงกรานต์ค่ะพ่อแสง แต่ที่ดาวแต่งงานกับครูณุก็เพราะต้องการตัดใจจากคุณสงกรานต์ดาวพยายามหักห้ามใจที่จะไม่รักคุณสงกรานต์ก็เพราะกลัวพ่อแสงเสียใจ”

คิดแล้วแสงก็มองอิงดาวอย่างสงสารลูก ยิ่งคิดหนักเมื่อคำบอกเล่าของอู๋ที่ว่า

“ส่วนไอ้กานต์ก็รักคุณดาวครับ รักมากด้วย และตอนนี้ ไอ้กานต์มันก็เฮิร์ตหนักเพราะคิดว่าคุณดาวไม่รักมัน”

ดังนั้นเมื่อแสงคุยกับครูณุ จึงไม่อ้อมค้อม ถามครูณุ ตรงๆว่าระหว่างอิงจันทร์กับอิงดาวครูรักใครทั้งยังจี้ให้ครูตัดสินใจว่า “มันถึงเวลาที่เราต้องยอมรับความจริงกันแล้วนะครู”

“ผมรักจันทร์ครับ” ครูณุตอบไม่ลังเล แสงขอบใจที่พูดความจริงแล้วจึงเดินมาหาอิงดาวที่สวนส้มตัดสินใจเดินเข้าไปหาอิงดาว พอเธอหันมา แสงพูดไม่อ้อมค้อมเช่นกันว่า

“พ่อมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับเอ็งเรื่องของจันทร์กับครูณุ”

อิงดาวมองพ่ออย่างแปลกใจ แต่พอแสงเล่าเรื่องอิงจันทร์ กับครูณุให้ฟัง อิงดาวถึงกับอึ้งแบบนึกไม่ถึง

ooooooo

ถึงวันแต่งงานของอิงดาวกับครูณุที่กำหนดไว้แล้ว อิงดาวแต่งตัวชุดเจ้าสาวสไตล์คาวบอยอย่างที่อิงจันทร์วางแผนไว้ ดูสวยเซ็กซี่มีช่อดอกไม้ในมือ ครู่หนึ่งอิงจันทร์ในชุดทำนองเดียวกันเดินเข้ามา พอเห็นพี่สาวเธออุทาน

“โอ้โห...พี่ดาว วันนี้พี่ดาวต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกแน่ๆเลย”

อิงดาวบอกว่าจันทร์สวยกว่า แล้วเข้าไปจับมือน้องขอบใจที่จัดงานทุกอย่างให้ตน อิงจันทร์บอกว่าตนเต็มใจและยินดีจัดให้ทุกอย่าง อิงดาวบอกว่าโชคดีที่มีน้องที่น่ารัก อย่างนี้ วันนี้ตนเตรียมของขวัญไว้ให้น้องด้วย

“ทำไมพี่ดาวถึงให้ของขวัญจันทร์ล่ะ จันทร์ต่างหากที่ต้องให้ของขวัญพี่ดาว”

อิงจันทร์มองหน้าพี่สาวแปลกใจ แต่อิงดาวมองหน้าน้องยิ้มอย่างมีเลศนัย...มีความสุข

ooooooo

สถานที่จัดงานในสวนส้ม แสงทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข มดแดง อู๋ เอี๋ยว จีจี้ มางานพร้อมกัน มดแดง เข้าไปกระซิบ กับแสงถามว่าทุกอย่างโอเคไหม แสงยกมือว่าโอเค อิงจันทร์มองมาพอดี แสงเลยเฉไฉบอกมดแดงให้พาเพื่อนเข้าไปข้างใน อาหารและเครื่องดื่มพร้อมแล้ว

เอี๋ยวจับตาดูอยู่บอกว่าอู๋กับมดแดงพิรุธเพียบเลย อู๋หันมาถามน้องชายว่าพิรุธยังไง ตนทำหน้าปกติที่สุดแล้ว

“ปกติมากเลย เหงื่อเต็มหน้าขนาดนั้น” เอี๋ยวแซวพี่ชาย อู๋รีบเช็ดเหงื่อ ส่วนมดแดงยกมือไหว้ท่วมหัวภาวนา

“เจ้าประคู้ณ...คุณพระคุณเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ โปรดจงช่วยทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยความราบรื่นด้วยเทิ้ด...” ไหว้เสร็จหันมาทางอู๋ เอี๋ยว กับจีจี้ “ตอนนี้ฉันตื่นเต้นจนหัวใจจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว มันซ้อนหลายแผนเหลือเกิน”

เมื่อจอมวางแผนยังตื่นเต้นขนาดนี้ ทุกคนเลยพลอยกังวลไปด้วย

ooooooo

ถึงเวลาเหมาะสม แสงขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานลูกสาวตนในวันนี้

ระหว่างนั้นมดแดงหันมองไปที่ทางเข้าสวนส้มอยู่บ่อยๆ จนอิงจันทร์สงสัยถามว่า  เป็นอะไรหรือ มดแดงแก้ตัวว่าตนตื่นเต้นแทนอิงดาว ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะมีวันนี้

“ทุกคนคงอยากพบเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกันแล้ว ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวออกมาได้เลย” แสงประกาศ เหม่งกับหม่อง

เป่าปากคึกสุดๆอึดใจเดียว ครูณุกับอิงดาวก็เดินออกมาจากคนละข้างเวที เมื่อมายืนกลางเวที แสงหันไปยิ้มให้อิงดาวแล้วเดินลงไป แขกในงานพากันปรบมือต้อนรับแล้วเงียบฟังบ่าวสาวพูด

อิงดาวเดินไปจับไมค์พูดก่อน

“ก่อนที่พิธีการจะเริ่มขึ้น ดาวขอพูดอะไรสักเล็กน้อยนะคะ ดาวขอขอบคุณจันทร์...น้องสาวเพียงคนเดียวของดาว ที่ช่วยดาวทุกอย่างจนทำให้งานวันนี้ออกมาสวยงามอย่างที่ทุกคนเห็น”

อิงดาวมองหน้าอิงจันทร์ยิ้มให้น้อง ครูณุมองเช่นกันแต่ด้วยสายตาเศร้าๆ อิงดาวหันมองครูณุจับมือครู พูดอย่างสดชื่นว่า

“แล้วก็ขอบคุณณุมาก ที่คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจดาวทุกอย่าง ณุคือ...เพื่อนที่ดีที่สุดของดาว” ครูณุฟังแล้วชะงักสะดุดหู อิงดาวพูดต่ออย่างเตรียมมาดีแล้วว่า “ความจริงงานแต่งงานในวันนี้เป็นงานของดาวกับณุ แต่เมื่อเร็วๆนี้ดาวเพิ่งได้รู้ความจริงบางอย่าง...”

อิงจันทร์ที่รู้สึกแปลกๆอยู่แล้วนิ่งอึ้ง ครูณุเองก็หันมองแสงแปลกๆ แสงยิ้มให้อย่างแจ่มใส แล้วอิงดาวก็เดินลงจากเวที เอาช่อดอกไม้ที่ถืออยู่ส่งให้อิงจันทร์

“พี่ดาวทำอะไร” อิงจันทร์งงมาก

“คนที่สมควรจะเป็นเจ้าสาวของณุคือจันทร์” อิงดาวพูดเสียงดัง ชัดเจน จนแขกทุกคนงง

อิงจันทร์ตกใจ เรียกอิงดาวให้ฟังตนก่อน อิงดาวตัดบทว่าตนรู้ว่าครูณุกับอิงจันทร์รู้สึกต่อกันยังไง แล้วหันไปทางครูณุ ถามว่า “ณุ...บอกมาสิว่ารักน้องสาวดาวรึเปล่า”

“ผมรักจันทร์” ครูณุเดินตรงพูดใส่ไมค์อย่างกล้าหาญ อิงดาวถามอิงจันทร์ว่ารักครูณุไหม อิงจันทร์ไม่กล้าตอบ บอกแต่ว่า ตนทำร้ายอิงดาวไม่ได้ อิงจันทร์ไม่หลงประเด็นย้ำว่า

“พี่กับณุเราเป็นเพื่อนกัน จันทร์ไม่ได้ทำร้ายพี่ ยอมรับความจริงได้แล้วจันทร์ หัวใจโกหกไม่เป็นหรอก”

อิงจันทร์หันมองหน้าครูณุ แล้วตัดสินใจตอบชัดเจนว่า

“จันทร์รักครูณุ”

เสียงเฮดังขึ้นโดยเฉพาะเหม่งกับหม่องเฮลั่นกว่าเพื่อน อิงดาวมองครูณุถามว่ายืนอยู่ทำไมอีกให้ลงมาหาอิงจันทร์เสีย ครูณุยิ้มดีใจรีบลงไปหาอิงจันทร์

อิงดาวจับมือทั้งสองคนให้กุมกัน พูดกับครูณุราวกับเป็นผู้ปกครองของน้องสาวเสียเองว่า

“ดาวให้น้องสาวคนเดียวกับณุแล้ว ณุต้องดูแลจันทร์ให้ดีที่สุด ห้ามทำให้จันทร์เสียใจเด็ดขาด เข้าใจไหม”

“ณุจะรักและดูแลจันทร์ยิ่งกว่าชีวิตของณุเอง ณุสัญญา”

“งั้นก็ถือเสียว่านี่เป็นงานฉลองความสุขก็แล้วกัน” แสงประกาศแก่ญาติมิตรทุกคน แล้วเสียงดนตรีก็ดังขึ้น แขกที่มาร่วมงานต่างพากันจับคู่เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานเบิกบานใจกันเต็มที่นั้น อิงดาวกลับปลีกตัวออกไปเศร้าๆเธอคิดถึงสงกรานต์...ในวันงานนี้...

ครู่หนึ่งได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามา เธอนึกว่ามดแดง แต่ถามไปก็ไม่มีเสียงตอบจึงหันมองและแล้วแทบตะลึง เมื่อเห็นสงกรานต์ยืนอยู่ เธอถามเสียงประหม่าว่ามาที่นี่ทำไมอีก

“ผมมาเพราะต้องการคำตอบจากคุณ” สงกรานต์บอก อิงดาวถามว่าคำตอบอะไร “ก็คุณบอกให้น้องสาวคุณยอมรับความจริง แล้วคุณล่ะดาว เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงเสียที”

อิงดาวถามว่าความจริงเรื่องอะไร สงกรานต์บอกว่า

ความจริงที่ว่าเธอรักตน อิงดาวสวนไปทันที

“ฉันไม่ได้รักคุณ”

“หัวใจโกหกไม่ได้ คุณก็บอกเอง ผมรักคุณนะดาว ผมรักคุณมาก ผมอยากใช้บั้นปลายชีวิตกับคุณเมื่อไหร่คุณจะพูดคำว่ารักกับผมสักที”

อิงดาวมองสงกรานต์เริ่มหวั่นไหว แสงที่แอบดูอยู่ทนไม่ไหวเดินออกจากที่ซ่อนโพล่งขึ้นว่า

“นังดาว เอ็งจะอะไรนักหนา พวกข้ายืนรอจนเมื่อยแล้วนะ”

ปรากฏว่าไม่เพียงแสงคนเดียวที่โผล่ออกมา แต่ยังมีตามมาเป็นขบวน ทั้งมดแดง อู๋ เอี๋ยว จีจี้ อิงจันทร์ ครูณุ โรส นภารัตน์ ราชศักดิ์ พาสัน ปีใหม่ไม่เว้นแม้กระทั่งหม่องกับเหม่งสองตัวแสบ

“เฮ้ย! นี่มากันหมดเลยเหรอเนี่ย” อิงดาวตกใจ

“ใช่น่ะสิวะ ถึงแรกๆไอ้สงกรานต์มันจะเลวเหมือนพ่อมัน แต่ตอนนี้มันเป็นคนดีแล้ว ไอ้สงกรานต์มันรักเอ็งจริงๆมันอยากดูแลเอ็ง เอ็งจะใจแข็งไปถึงไหนหา...ข้าเริ่มรำคาญแล้วนะ” แสงโวยวาย

จากนั้นทั้งปีใหม่ นภารัตน์ มดแดง และเอี๋ยวก็พากันลุ้นให้อิงดาวรับรักสงกรานต์ เธอพูดเขินๆว่าของแบบนี้จะพูดต่อหน้าคนอื่นได้ยังไงตนอาย สงกรานต์เลยเอียงหน้าเข้าไปให้กระซิบ อิงดาวกระซิบเขินๆฟังแล้วสงกรานต์ยิ้มหน้าบาน ร้องเย้อย่างดีใจสุดขีดดึงอิงดาวเข้าไปกอด

ใครๆที่ห้อมล้อมอยู่ต่างอยากรู้ว่าอิงดาวกระซิบอะไร ลุ้นให้สงกรานต์บอก สงกรานต์ไม่ยอมบอกพูดอำๆว่า เรารู้กันสองคนเท่านั้น ปีใหม่เลยบอกแทนราวกับได้ยินเองว่า

“พวกลุงๆป้าๆน้าๆอาๆพี่ๆทั้งหลาย พี่ดาวเขาต้องบอกพ่อผมว่า...ดาวรักคุณนะคะคุณสงกรานต์” พูดแล้วถามสงกรานต์ว่า “ใช่ป่ะล่ะพ่อ”

สงกรานต์ขยี้หัวลูกชายอย่างเอ็นดู ปีใหม่เลยประกาศขอเรียกอิงดาวว่าแม่เสียเลย อิงดาวตอบรับว่า “ครับลูกแม่” เท่านั้นเอง เสียงเฮก็ดังจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะปีใหม่กระโดดโลดเต้นดีใจที่มีแม่แล้ว

เป็นงานแห่งความสุขอย่างที่แสงพูดไว้จริงๆเพราะช่างเป็นงานที่ลงเอยและลงตัวอย่างที่สุดสงกรานต์หอมแก้มปีใหม่กับอิงดาว อู๋กอดมดแดง ครูณุกอดอิงจันทร์ และเอี๋ยวจับมือกับจีจี้ ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุขในบรรยากาศที่ครึกครื้นสนุกสนาน

ooooooo

ตกเย็น สงกรานต์พาอิงดาวไปยืนชมวิวบนเนิน เขาโอบกอดเธอไว้อย่างแสนรัก ชี้ชวนให้ดูที่ที่เตรียมจะสร้างบ้าน บอกเธอว่า

“พอเราแต่งงานกัน ผมกับพี่ปีจะย้ายมาอยู่กับคุณที่นี่ ผมฝันมานานแล้วว่า อยากมีครอบครัวเล็กๆใช้ชีวิตพอเพียง ผมจะพยายามเรียนรู้งานจากคุณในการเป็นชาวสวนให้เร็วที่สุด เราจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขตลอดไป”

“ขอบคุณมากนะคะที่คุณรักดาว ที่ผ่านมาดาวทำให้คุณเสียใจ ดาวขอโทษ แต่จากนี้ไปดาวจะทำให้คุณเป็นผู้ชายที่มีความสุขมากที่สุดในโลก ดาวรักคุณค่ะคุณสงกรานต์”

สงกรานต์บอกว่าตนก็รักเธอและรักมากกว่าด้วย ต่างฝ่ายต่างบอกว่ารักอีกฝ่ายมากกว่า แต่ไม่มีเครื่องชั่งวัดตวงใดๆที่จะมาวัดตวงความรักกันได้ มีแต่การปฏิบัติเท่านั้นที่จะเป็นการพิสูจน์รักแท้

สงกรานต์ปรารภว่าเรื่องของเรานี่แปลกดีตอนแรก เราเป็นคู่แค้นแต่สุดท้ายก็เป็นคู่รัก อิงดาวบอกว่า แบบนี้ต้องเรียกว่า “คู่แค้นแสนรัก”

“แสนรักเหรอ...นี่แน่ะ แสนรัก...แสนรัก...” สงกรานต์หอมแก้มอิงดาวอย่างมันเขี้ยว

“มันต้องหยั่งงี้...พี่ช้อบ...ชอบ...” ปีใหม่โผล่จากที่ซ่อนมาเชียร์ ถูกอู๋กับมดแดง ครูณุกับอิงจันทร์และเอี๋ยวกับจีจี้ โผล่มาล็อกหงายหลัง ปีใหม่โวยวายว่าทำไมทำกันแบบนี้ ทำให้สงกรานต์กับอิงดาวหันมอง

ทั้งสามคู่หกคนที่มาลากปีใหม่ไป พากันส่งสัญญาณให้ทั้งคู่หวานกันต่อไป หวานอวดฟ้าอวดดินให้เป็นพยานรักของกันและกัน...

ooooooo

-อวสาน-
โอ้วว . ยาวมาก
ถึงละครจะจบไปนานแล้ว
แต่ก้อยังประทับใจพี่อั้มอยู่เรยอ่ะ
น่ารักมาก
น่าดูค๊าฟ พี่อั้มสวย
หมายเหตุ: กระทู้ถูกปิด เจ้าของถูกแบนหรือถูกลบ
กลับไปยังรายบอร์ด