กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 3] เงาพราย





เงาพราย


ออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3
บทประพันธ์โดย : แก้วเก้า
บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
กำกับการแสดงโดย : วีระชัย  รุ่งเรือง


รายชื่อนักแสดง


ศรราม  เทพพิทักษ์  รับบทเป็น  ศักยะ

เกียรติกมล  ล่าทา  รับบทเป็น  รัชต์

ราศรี  บาเล็นซิเอก้า  รับบทเป็น  เรน

แจ็คกี้  ชาเคอลีน  รับบทเป็น  พิมพ์พัสตรา


เรื่องย่อ เงาพราย

                ศักยะ (ศรราม   เทพพิทักษ์ ) เดินทางกลับเมืองไทยหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของ นาวาโท หลวงสินาดชลยุทธ์ ซึ่งเป็นปู่แท้ๆของเขาซึ่งมอบมรดกบ้านสินาดชลยุทธ์และทรัพย์อีกจำนวนหนึ่ง ส่วนนิศรา(อภิสรา ฉวีวงษ์)ลูกพี่ลูกน้องได้ทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง และหลวงสินาดฯได้มอบเงิน 1 ล้านบาท ให้กับ ลพ(กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล)เพื่อนรักและผู้มีพระคุณแต่ยังหาเขาไม่พบ  และหลวงสินาดฯยังระบุไว้ในพินัยกรรมว่าให้ศักยะนำของขลังที่เก็บในกระท่อมท้ายบ้านไปถ่วงลงน้ำที่ปากอ่าวทั้งหมด แต่เมื่อตาจอน (ไกรลาศ   เกรียงไกร) พาศักยะนำของขลังไปทิ้งปากอ่าวตามที่คุณปู่สั่งไว้ ศักยะกลับแอบนำโถลายครามออกมาและเขาก็สังเกตเห็นควันพวยพุ่งขึ้นมาก่อนจะละลายหายไปในอากาศ หลังจากนั้น ศักยะนำโถลายครามไปขายให้รัชต์ (เกียรติกมล   ล่าทา) เพื่อนเก่าสมัยมัธยมของเขา แต่รัชต์ไม่ซื้อเพราะเห็นรอยแตกร้าวที่โถ ที่นั่น ศักยะที่พบ พิมพ์พัสตรา (ชาเคอลีน มิ้นช์ ) แฟนของรัชต์  เขารู้สึกชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น
                ศักยะนำโถลายครากลับบ้านเขาเห็นสิ่งประหลาดเหมือนหนอนแหวกว่ายในนั้น จึงตกใจและขว้างไปจนโถแตกเป็นเสี่ยงๆ คืนหนึ่ง ศักยะฝันเห็นเจ้าคุณปู่ตำหนิเขาที่ไม่นำผอบแก้วไปถ่วงน้ำ เขารู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีอะไรแปลกๆจึงปรึกษากับรัชต์ว่าอยากจะขาย แต่รัชต์เสียดายจึงท้วงว่าจะขอเช่าเป็นออฟฟิศสำหรับสำนักงานตกแต่งบ้านของเขา ศักยะจึงตอบตกลงทันที ในคืนนั้น เขาพบพราย มันบอกว่ามันสามารถบันดาลทุกสิ่งที่เขาต้องการได้ ศักยะลองทดสอบดูก็ได้สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แต่เขาก็เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ต่อมา ศักยะได้พบกับ เรนหรือวัสสา (ราศรี บาเลนซิเอก้า) ผู้ช่วยของรัชต์ ศักยะให้เจ้าพรายช่วยตามหาลูกหลานของเพื่อนคุณปู่ให้มารับมรดก จึงได้รู้ว่าเรนเป็นลูกหลานของคุณตาลพที่เขาตามหา ซึ่งคุณตาลพไม่มีลูกหลานอื่น นอกจากน้องชายของท่านคือ คุณตาเลิศ (ชุมพร   เทพพิทักษ์) ซึ่งเป็นตาแท้ๆของเรน วันหนึ่ง เมื่อเรนมาดูแลงานตกแต่งออฟฟิศในตอนเย็น เธอก็ได้พบกับคนรูปร่างเหมือนเด็กแต่หน้าแก่ มันหลอกให้เธอไปแขวนคอที่ต้นไม้ใหญ่ โชคดีที่ศักยะมาพบเข้าและช่วยเธอได้ทันเวลา ตาจอนรู้เข้าก็ตกใจและไม่พอใจจึงตำหนิศักยะที่ไม่ยอมเอาผอบแก้วไปถ่วงน้ำ และบอกให้ศักยะขายบ้านแล้วกลับไปนิวซีแลนด์เพื่อความปลอดภัย แต่ศักยะก็หาว่าแกเลอะเลือนและจะรื้อศาลพระภูมิทิ้ง ตาจอนห้ามไว้ก็ไม่เป็นผล ต่อมา เจ้าที่ได้มาเตือนตาจอนให้รีบออกจากบ้านให้เร็วที่สุดเพราะท่านคุ้มครองแกไม่ได้แล้ว แต่ในที่สุด ตาจอนก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของปีศาจพรายไปได้ หลังจากนั้นศักยะก็ให้เจ้าพรายช่วยเหลือเรื่องงานจนประสบความสำเร็จและมีรายได้ดีขึ้น ต่อมา เจ้าพรายจะเอาชีวิตรัชต์แต่ศักยะก็ช่วยรัชต์ไว้ได้ ดังนั้น เจ้าพรายจึงเอาชีวิตไว เด็กรับใช้ในบ้านรัชต์ไปแทน ในวันเผาศพไว ศักยะรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผาแล้วเขาก็ไข้ขึ้นสูงและหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็พบว่าพิมมาเฝ้าพยาบาลเขา เขาจึงหลงรักพิมเต็มหัวใจ หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของศักยะกับพิมก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่รัชต์กับเรนไม่รู้ วันหนึ่ง เข็มทอง แฟนสาวของไวบังเอิญได้ยินศักยะพูดกับเจ้าพราย เธอจึงไปฟ้องรัชต์เรื่องที่ศักยะพูดอยู่คนเดียวเพราะเธอระแวงศักยะอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล ศักยะต้องการจะกำจัดเข็มทองแต่เข็มทองคอยหลีกเลี่ยง อีกทั้งแม่ของรัชต์ให้เข็มทองไปช่วยงานที่ร้านเบเกอรี่ จึงยิ่งทำให้ศักยะไม่มีโอกาสได้พบเข็มทองอีก
                เจ้าพรายให้ศักยะลงทุนในตลาดหุ้น สร้างทรัพย์สินเพิ่มพูนให้ชายหนุ่มอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว โดยที่ศักยะไม่บอกให้ใครรู้ ศักยะพาคุณตาเลิศไปดูบ้านของคุณปู่ ตาเลิศเล่าเรื่องเพื่อนของปู่ศักยะที่ชื่ออ้นที่อุตรินำหัวกะโหลกออกมาจากดงกล้วย แต่เมื่อเอาหัวกะโหลกกลับไปคืน เขากลับออกมาไม่ได้จึงอดตายอยู่ในนั้น เหมือนเป็นตัวตายตัวแทนของผีตายโหงเจ้าของหัวกะโหลก แม้ตำรวจมาสืบสวนก็ยังหาสาเหตุการตายไม่ได้ หลังจากนั้น ปู่ชัดก็ตัดสินใจเผาดงกล้วยจนสิ้นซาก ตาเลิศสังเกตเห็นว่าศาลเจ้าที่หายไปและเมื่อเห็นรูปปู่ชัด ตาเลิศก็ทักว่าหน้าตาปู่ชัดในรูปดูเศร้าหมองแบบที่ไม่เห็นมาก่อน ศักยะยกไม้เท้าที่เคยเป็นของปู่ให้ตาเลิศ และยังให้เรนกับคุณตาไปอยู่บ้านเดี่ยวหลังใหม่ที่เขาซื้อไว้ชั่วคราวในระหว่างที่เรนหาบ้านหลังใหม่ แต่คุณตาเลิศไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพราะรู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
                ธุรกิจของรัชต์ประสบปัญหาและอุปสรรคมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อของรัชต์ถูกหามเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ในขณะที่ศักยะประสบความสำเร็จเพราะเขามีเจ้าพรายคอยกระซิบบอกว่าจะทำอย่างไรต่อไป มันแนะนำให้ศักยะลงทุนในตลาดหุ้นต่อไปและซื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัชต์มาเป็นของตนในนามของ “เอสวายเรียลเอสเตท” รัชต์ไม่ระแคะระคายเลยว่าเจ้าของเอสวายเรียลเอสเตทก็คือศักยะนั่นเอง จนวันที่ศักยะเข้าไปประกาศกับเขาในห้องทำงาน รัชต์ตกตะลึงอย่างนึกไม่ถึง ศักยะอวดอ้างตัวเองและบอกว่าจะจ้างรัชต์กับเรนเป็นพนักงานในบริษัทที่เขาซื้อไว้ ซึ่งเดิมเคยเป็นของพ่อแม่รัชต์มาก่อน ทำให้รัชต์เจ็บปวดและไม่พอใจมาก รัชต์ปฏิเสธงานที่ศักยะเสนอให้ ศักยะทำเป็นใจกว้างให้รัชต์ใช้บ้านคุณปู่เขาเป็นออฟฟิศต่อไปได้ฟรีๆโดยไม่คิดค่าเช่า แต่เรนกับรัชต์ไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้วจึงมองหาสถานที่ใหม่สำหรับทำเป็นออฟฟิศ
                พิมบอกเลิกรัชต์โดยอ้างว่าเขาไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ เรนรู้ว่าพิมหันไปคบกับศักยะแต่ไม่กล้าบอกนาย เข็มทองย้ายมาทำงานที่ออฟฟิศเดียวกับเรน หลังจากกิจการของแม่รัชต์ต้องล้มเลิกไป ตาเลิศมาช่วยงานที่ออฟฟิศบ้างเพราะรู้สึกไม่ชอบมาพากล และยังได้ยินเรื่องแปลกๆที่เข็มทองเล่าให้ฟังอีกด้วย ความสัมพันธ์ของศักยะกับพิมแนบแน่นจนเป็นที่รู้กันว่าเธอคือว่าที่เจ้าสาวของเขา ศักยะได้ทุกอย่างตามที่เจ้าพรายรับปากไว้ มันจึงกลับมาทวงผู้หญิงที่เคยขอศักยะเป็นข้อแลกเปลี่ยน ศักยะจึงหลอกพาเข็มทองมาฆ่าและเอาศพของเธอใส่ถุงดำไปทิ้ง ต่อมาศักยะถูกเรียกตัวไปสอบปากคำ และชายหนุ่มก็ขอให้เจ้าพรายช่วยไม่ให้ตำรวจพบรอยเลือดในโกดังที่เขาฆ่าเข็มทอง มันแนะนำว่าต้องให้ไฟไหม้โกดังทำลายหลักฐานทั้งหมดซึ่งหมายความว่าไฟต้องไหม้บ้านทั้งหลังด้วย ศักยะรู้สึกเสียดายบ้านแต่จำใจตอบตกลงเพราะไม่อยากให้เรื่องยุ่งยากไปกว่านี้ ตำรวจจึงยังหาฆาตกรตัวจริงไม่ได้
                รัชต์ย้ายออฟฟิศมาอยู่ในสำนักงานเล็กๆกึ่งทาวน์เฮาส์ เขาเลื่อนขั้นเรนขึ้นเป็นหุ้นส่วนของเขา ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น ต่อมา ศักยะแต่งงานกับพิม พิไล (เพ็ญพักตร์           ศิริกุล) รู้ข่าวก็โทรมาต่อว่าที่ลูกชายแต่งงานโดยไม่บอกให้แม่รู้สักคำ ศักยะอ้างว่าไม่อยากให้แม่ต้องปิดร้านและฝ่ายเจ้าสาวก็ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่แม้นฤกษ์ (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) พ่อเลี้ยงของศักยะสงสัยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงยุให้พิไลเดินทางมาหาลูกชายที่เมืองไทย หลังจากเรนกับตาเลิศย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ คุณตาก็ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านจนสนิทสนมกันดีและได้ว่าจ้างเกษมและภรรยามาช่วยดูแลบ้าน ทั้งสองคุยกันถูกคอจนได้รู้ว่าที่แท้แล้วเกษมเป็นลูกชายของตาจอนนั่นเอง เมื่อตาเลิศได้ฟังเรื่องตาจอนจากเกษมแล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากลแต่ยังไม่กล้าเล่าให้เรนฟัง คืนหนึ่ง ตาจอนมาปรากฏตัวให้รัชต์ เรน และตาเลิศเห็น พร้อมทั้งเตือนให้ระวังตัวและหนีไปให้ไกลที่สุด แต่ทั้งตาเลิศและเรนต่างไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่ไหน รัชต์จึงอาสาย้ายมาอยู่เป็นเพื่อนสองตาหลานที่บ้านหลังนี้ วันหนึ่ง ตาเลิศเกือบถูกรถกระบะพุ่งชนแต่แกใช้ไม้เท้าของหลวงสินาดยันไว้ได้ทันจึงรอดมาได้หวุดหวิด แกจึงรู้ตัวว่าเจ้าปีศาจร้ายต้องการเอาชีวิตแกเป็นรายต่อไป
                แม้นฤกษ์กลับมาเมืองไทยพร้อมพิไล จึงมาเยี่ยมลูกสาวซึ่งก็คือเรนที่บ้าน เขายุยงพิไลให้ขอบ้านจากศักยะโดยอ้างว่าอยากขายร้านอาหารแล้วกลับมาอยู่เมืองไทย แต่ศักยะรู้ทันจึงไม่ยอมยกบ้านให้ วันหนึ่ง       แม้นฤกษ์ให้เรนไปส่งเขาที่บ้าน จึงได้พบศักยะกำลังคุยอยู่กับพิไล ศักยะและเรนจึงรู้ว่าที่แท้พ่อเลี้ยงของศักยะ ก็คือพ่อแท้ๆของเรนนั่นเอง ภายในหนึ่งเดือนที่พิไลและแม้นฤกษ์อยู่ที่เมืองไทย แม้นฤกษ์ผลาญเงินของลูกเลี้ยงไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ศักยะโกรธมากจึงไประบายกับเจ้าพรายว่าอยากให้แม้นฤกษ์ไปลงนรกเสีย เจ้าพรายจึงจัดการแม้นฤกษ์จนจมน้ำตาย คืนหนึ่ง เจ้าพรายปรากฏตัวขึ้นในความฝันของศักยะ ทวงสิ่งตอบแทนว่ามันต้องการให้เขาทำลายไม้เท้าของนายเลิศเสีย วันหนึ่ง ศักยะสามารถขโมยไม้เท้าตาเลิศมาได้สำเร็จโดยหารู้ไม่ว่าที่แท้ไม้เท้าของหลวงสินาดฯยังอยู่กับตาเลิศ แต่ไม้เท้าที่ศักยะเผาทำลายไปนั้นเป็นไม้เท้าที่คุณตาใช้ประจำ
                รัชต์ติดต่อกับพิมทำให้ศักยะหึงหวง ทั้งคู่จึงทะเลาะกัน พิมหนีออกจากบ้าน ศักยะสั่งให้พรายตามเธอไป หากไปหาชู้ก็ให้ฆ่าทั้งคู่ พิมจะสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของเจ้าพรายไปได้หรือไม่ บทสรุปของศักยะและเจ้าพรายจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ใน “เงาพราย”


ที่มา :

เรื่องย่อแบบละเอียด เงาพราย

ที่มา :

ตอนที่ 1


หมอผี​นั่ง​ร่าย​เวทมนตร์​เรียก​วิญญาณ​ผี​ตายโหง​อยู่​หน้า​หลุม​ศพ มือ​ของ​เขา​ค่อยๆล้วง​ไห​หยิบ​งูเห่า​ตัว​ใหญ่​สี​ดำ​มะ​เมื่อ​ม​ขึ้น​มา

“ด้วย​วิญญาณ​ผี​ตายโหง จิต​อาฆาต​แห่ง​อสรพิษ และ​อาคม​ขลัง​แห่ง​กู มึง​จง​กลาย​เป็น​โหง​พราย ข้า​รับ​ใช้​กู บัด​เดี๋ยวนี้”

ขาดคำ​เขา​ใช้​มีด​อาคมฟัน​หัวงู​ขาด​กระเด็น เลือด​สาด​ไป​โดน​หลุม​ศพ ศพ​ที่​ถูก​ห่อ​ผ้าดิบ​ก็​ดีด​ตัว​ลุก​ขึ้น​ยืน พร้อม​เสียง​กรีด​ร้อง​โหยหวน เงา​ดำ​พุ่ง​ออก​มา มัน​ค่อย​ขยาย​ขึ้น​มา​ทาบ​อยู่​บน​ต้นไม้ เป็น​เงา​รูปร่าง​ครึ่ง​บน​เป็น​คน​ผม​ยาว​กระเซอะกระเซิง ครึ่ง​ล่าง​เป็น​งู มือ​มี​เล็บ​แหลม​เหมือน​ขา​นก ร่าง​ท่อน​บน​ส่าย​ไป​มา​เหมือน​งู

“ไอ้​โหง​พราย มึง​จง​บันดาล​คำขอ​ของ​กู​ให้​เป็น​จริง นำ​อำนาจ ยศ​ถา​บรรดาศักดิ์ ทรัพย์สิน​เงิน​ทอง​เหลือ​คณา​นับ มา​บรรณาการ​แก่​กู” หมอผี​หัวเราะ​ร่วน และ​กระตุก​เฮือก​รู้สึก​ว่า ตน​บังคับ​มือ​ตัว​เอง​ไม่ได้ มีด​อาคม​หัน​เข้าหา​ตัว​เอง​มา​เรื่อยๆพลัน​มีด​ก็​จ้วง​แทง​ท้อง​หมอผี​ไม่​ยั้ง

จาก​นั้น​ไม่​นาน ชาว​บ้าน​บน​เกาะ​ก็​ถูก​พราย​เล่น​งาน มัน​สะกด​จิต​ให้​ชาว​บ้าน​ฆ่า​ตัว​ตาย​ด้วย​วิธี​ต่างๆกัน  ​จน​ชาว​บ้าน​ทน​ไม่​ไหว​พา​กัน​มา​ขอร้อง​ให้​เสด็จในกรมฯ​ช่วย

“พวก​ชาว​บ้าน​ทน​อยู่​บน​เกาะ​นี้​ไม่ได้​แล้ว​ขอรับ เขา​ว่า​ปิศาจ​มันดุร้าย​เหลือเกิน นี่​ก็​ฆ่า​ตัว​ตาย​กัน​ไป​ยี่สิบ​กว่า​คน​แล้ว​ขอรับ” ลพ​ใน​ชุด​ทหาร​เรือ​รายงาน

“ปิศาจ​อะไร​น่ะพ่อ​ลพ ทำไม​ถึง​ทำให้​คน​ฆ่า​ตัว​ตาย​ได้” ชัด​เพื่อน​รัก​ของ​ลพ​ถาม

“มัน​เป็น​โหง​พราย มัน​เกิด​จาก​ผู้​มี​อาคม​ปลุกเสก​วิญญาณ​ผี​ตายโหง​ให้มี​ฤทธิ์​เดช​มาก​ขึ้น ใคร​ที่​เป็น​เจ้าของ​มัน​จะ​ขอ​ให้​บันดาล​สิ่ง​ใด​ก็ได้​ตาม​ความปรารถนา แต่​ดู​ท่า​คน​ที่​ปลุกเสก​มัน​ขึ้น​มา​จะ​มี​วิชา​ไม่​แก่กล้า​พอ ​ป่านนี้​คง​ไม่​รอด​น้ำมือ​มัน​แล้ว” เสด็จฯ ตอบแทน

ใน​ค่ำคืน​นั้น​เอง ชัด​ตาม​เสด็จฯ​ไป​ที่​ป่าช้า เขา​ได้​เห็น​ตัว​ตน​ที่แท้​จริง​ของ​พราย มัน​พุ่ง​มือ​เข้าหา​จะ​ทำร้าย​เสด็จในกรมฯ จาก​ทาง​ด้าน​หลัง

“เสด็จฯ ระวัง​องค์” ชัด​ตกใจ

เสด็จในกรมฯ หัน​กลับ​พลาง​ตวัด​น้ำมนต์​ใส่​พราย มัน​กรีด​ร้อง​โหยหวน​ด้วย​ความ​เจ็บปวด มือ​ที่​เป็น​เงา​ดำ​มี​เปลว​ไฟ​ลุก​ขึ้น​ตาม​หยด​น้ำมนต์​ที่​พรม​ถูก เสด็จในกรมฯวาง​ขัน​น้ำมนต์ แล้ว​เดิน​ออก​ไป​ข้าง​หน้า พราย​พุ่ง​เข้าใส่​เสด็จในกรมฯ เหมือน​งู​ฉก​เหยื่อ แต่​ทันใดนั้น​ก็​มี​แสงสว่าง​วูบ​ขึ้น​รอบ​ตัว​เสด็จในกรมฯ จน​เงา​ดำ​ผงะ​หงาย​ไป พร้อม​เสียง​กรีด​ร้อง​ด้วย​ความ​เจ็บปวด​แสน​สาหัส

“ท่าน​เป็น​ใคร ท่าน​มี​ทั้ง​บุญ​บารมี มี​ทั้ง​คาถา​อาคม​แก่กล้า แล้ว​ยัง​มา​รังแก​ข้า​ทำไม”

“ถ้า​เอ็ง​ไม่​คร่า​ชีวิต​ผู้คน​มากมาย ข้า​ก็​ไม่​อยาก​ยุ่ง​กับ​เอ็ง”

“คน​เดียว ข้า​ขอ​อีก​คน​เดียว​เท่านั้น แล้ว​ข้า​จะ​ไม่​มา​อีก เมตตา​ข้า​เถิด”

“ข้า​ให้​เอ็ง​ไม่ได้​ดอก” เสด็จในกรมฯประนมมือ​บริกรรม​คาถา พลาง​ยื่นมือ​ที่​มี​ผอบ​แก้ว​เปล่ง​แสงสว่าง​จ้า​ออก​มา พลัน​เงา​ดำ​ก็​ถูก​ดูด​เข้าไป​พร้อม​กับ​เสียง​ร้อง​โหยหวน

ooooooo

ชัด​หรือ​นาวา​โทหลวง​สินาด​ชล​ยุ​ทธ์ใน​วัย​ร้อย​กว่า​ปี​ก้ม​ลง​กราบ​พระ​พุทธรูป ใน​ห้อง​พระ มี​จอน​คน​รับ​ใช้​รู้​ใจ​นั่ง​พับเพียบ​อยู่​ใกล้ๆ

“อีก​ไม่​นาน ข้า​ก็​จะ​หมด​อายุขัย​แล้ว เวลา​ของ​ข้า​จวน​หมด​แล้ว​ล่ะ แต่​ข้า​ทำ​พินัยกรรม​ไว้​หมด​เรียบร้อย​เหลือ​อยู่​เรื่อง​เดียว ที่​ข้า​ยัง​ห่วง​อยู่” ชัด​หัน​มอง​จอน​สีหน้า​กังวล “ของขลัง​ทุก​ชิ้น​ของ​ข้า เอ็ง​ต้อง​กำชับ​หลาน​ข้า​ให้​เอา​ไป​ถ่วง​น้ำ​ให้​หมด อย่า​เก็บ​เอา​ไว้​เด็ดขาด เข้าใจ​ไหม”

“คุณ​หลวง​ไม่​ต้อง​ห่วง​ครับ ผม​จะ​กำชับ​กับ​ทุก​คน​ให้​ทำ​ตามอย่าง​เคร่งครัด” จอน​รับคำ​หนักแน่น​ ชัด​พยัก​หน้า​รับ​สบายใจ​ขึ้น​เอื้อม​ไป​หยิบ​โถ​ลายคราม​มา​ยื่น​ให้​จอน “โดยเฉพาะ​สิ่ง​นี้ ไอ้​พราย​ที่​อยู่​ใน​โถ​ใบ​นี้​มัน​ร้ายกาจ​นัก ถึง​แม้​ว่า​มัน​จะ​บันดาล​ทุก​สิ่ง​ได้​ตาม​ประสงค์ แต่​ก็​อย่า​ใช้​มัน​เด็ดขาด มิ​ฉะนั้น​ความ​ตาย​และ​ความ​วิบัติ​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​ทุก​คน เมื่อ​สิ้น​ข้า​แล้ว จะ​ไม่​มี​ใคร​หยุด​ยั้ง​มัน​ได้​อีก จำ​ไว้​นะ​ไอ้​จอน ต้อง​
ทำลาย​มัน ก่อน​ที่​มัน​จะ​ทำลาย​ทุก​คน” ชัด​ย้ำ

จอน​รับ​โถ​ลายคราม​มา​ถือ​ไว้​ท่าทาง​หวาดหวั่น เพราะ​รู้​ดี​ว่า​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​นั้น​น่า​สะพรึงกลัว​เพียง​ใด

หลังจาก​ชัด​เสีย​ชีวิต ศักยะ​หลาน​ชาย​ของ​ชัด​ที่​ถูก​พิไล​ลูกสะใภ้​พา​ไป​อยู่​ต่าง​ประเทศ​นานนับ​สิบ​ปี​ก็​เดินทาง​กลับ​มา​เพื่อ​รับ​มรดก​ตาม​พินัยกรรม เขา​หยุด​ยืน​มอง​หน้า​ซุ้ม​ประตู​ไม้​เก่า​แก่ รู้สึก​คิดถึง​ปน​เสียใจ​ที่​ไม่ได้​กลับ​มา​เยี่ยม​ปู่​เลย จอน​เปิด​ประตู​ออก​มา​พอดี

“ลุง​จอน​ใช่​ไหม” ศักยะ​ถาม

“ครับ ไม่ได้​เจอ​กัน​ตั้ง​หลาย​ปี ผม​เกือบ​จำ​คุณ​ไม่ได้​แน่ะ​คุณ​ตั้น” จอน​ยิ้ม​รับ

“พี่​ธีระ​กับ​พี่​นิศ​มา​รึ​ยัง จะ​ได้​เปิด​พินัยกรรม ผม​จ่าย​ค่า​เครื่องบิน​จน​กระเป๋า​แห้ง​กรอบ​เลย” ศักยะ​ร้อนรน

“มา​แล้ว​ครับ เชิญ​บน​บ้าน​เลย​ครับ” จอน​เปิด​ประตู​ให้​ศักยะ​เข้า​มา ศักยะ​เดิน​เข้าไป​ใน​บ้าน​ไม้​แบบ​รัชกาล​ที่​หก​โอ่อ่า​สวย​งาม​บน​เนื้อที่​ไร่​กว่า​ใจกลาง​กรุงเทพฯ

เมื่อ​ทายาท​ทุก​คน​มา​พร้อม​กัน​แล้ว ธีระที่​เป็น​ทั้ง​ทนาย ความ​ประจำ​ตัว​ชัด​และ​ญาติ​ห่างๆก็​เปิด​พินัยกรรม​อ่าน​ให้​ศักยะ​กับ​นิศ​รา​ลูก​ผู้​พี่​ของ​ศักยะ​ฟัง

ศักยะ​ได้​รับ​มรดก​เป็น​บ้าน​สินาด​ชล​ยุทธ์​กับ​สมบัติ​อีก​จำนวน​หนึ่ง ส่วน​นิศ​รา​กับ​ธีระ​ก็ได้​ทรัพย์สิน​ไป​จำนวน​หนึ่ง​เช่น​กัน แต่​ที่​ศักยะ​ยัง​คา​ใจ​ก็​คือ​ใน​ตอน​ท้าย​ของ​พินัยกรรม​ที่​คุณ​ปู่​เขียนไว้​ว่า

“ข้าพเจ้า​ขอ​ยก​เงิน​ใน​บัญชี​ดัง​กล่าว​ให้​กับ​นา​ยล​พ ปัญ​จาว​ร เพื่อน​รัก​และ​ผู้​มี​พระ​คุณ​ของ​ข้าพเจ้า หา​กล​พ​ถึงแก่กรรม​แล้ว ขอ​ยก​ทรัพย์สิน​นี้​ให้​ทายาท​ของ​เขา ส่วน​ของขลัง​ที่​เก็บ​รักษา​ไว้​ใน​กระท่อม​ท้าย​บ้าน ขอ​ให้ศักยะ​นำ​ไป​ถ่วง​นํ้า​ที่​ปากอ่าว​ทั้งหมด อย่า​ได้​เก็บ​ไว้ ด้วย​บุญ​บารมี​ไม่​ถึง นาย​จอน​จะ​เป็น​ผู้​ชี้​ทาง​ให้​เอง​ว่า​ต้อง​ทำ​อย่าง​ใด สุดท้าย​นี้ ขอ​ให้​หลาน​ทั้ง​สอง​จง​ปฏิบัติ​ตาม​พินัยกรรม​อย่าง​เคร่งครัด ดำเนิน​
ชีวิต​ด้วย​ความ​สุจริต ตัด​โทสะ โมหะ และ​โลภะ​ออก​ไป ขอ​ให้​ ประสบ​ความ​สุข​และ​ความ​เจริญ...นาวาโท หลวงสินาด​ชล​ยุทธ์” ธีระ​ยื่น​พินัยกรรม​ให้​ศักยะ และ​นิศรา อ่าน​เอง​อีก​ครา

ศักยะ​ยิ้มแหยๆ ถาม​ว่า เขา​ไม่ได้​เงินสด​ติด​บัญชี​บ้าง​เลย​หรือ นิศ​รา​เห็นใจ​จะ​ให้​ยืม​เงิน​ใช้​ก่อน แต่​ศักยะ​วางฟอร์ม​ ปฏิเสธ​ว่า เขา​แค่​สงสัย​เฉยๆ แล้ว​เปลี่ยน​เรื่อง​หัน​ไป​ซัก​ธีระว่า หา​ตัว​เพื่อน​ของ​คุณ​ปู่​พบ​หรือ​ยัง

“ยัง​เลย​ตั้น ข้อมูล​น้อย​มาก คง​ต้อง​ใช้​เวลา​อีก​ซัก​พัก​ล่ะ”

“แล้ว​ของขลัง​ที่​คุณ​ปู่​ให้​ผม​เอา​ไป​ถ่วง​นํ้า​นี่​มัน​คือ​อะไร​กัน​แน่​ครับ” ศักยะ​สงสัย แต่​ธีระ​ไม่​มี​คำ​อธิบาย

ooooooo

เมื่อ​ธีระ​กับ​นิศ​ราก​ลับ​ไปแล้ว จอน​ก็​พา​ศักยะ​มา​จุด​ธูป​ไหว้​ศาล​เจ้าที่​ใน​สวน เพราะ​เขา​เป็น​เจ้าของ​บ้าน​คน​ใหม่ ศักยะ​ทำ​ตามอย่าง​ไม่​เชื่อถือ​นัก เขา​มอง​เข้าไป​ใน​ศาล เห็น​มี​รูป​ปั้น​ตุ๊กตา​ตั้ง​อยู่ตัว​หนึ่ง​ลักษณะ​เป็น​คน​แก่ นุ่ง​ขาว​ห่ม​ขาว​คล้าย​พราหมณ์​อยู่​ใน​ท่า​นั่ง​พับเพียบ ทันใดนั้น​เอง ก็​มี​เด็กชาย​หญิงหน้าตา​น่ารัก มัด​หัว​จุก​นุ่ง​โจงกระเบน วิ่ง​ไล่​กันผ่าน​หลัง​ศักยะไป จอน​หัน​ไป​เห็น​ก็​ถลึงตา​ปราม แต่​ศักยะ​ไม่​เห็น​
เด็ก​ทั้งสอง เขา​ถาม​จอน​เรื่องของ​ขลัง​เพราะ​อยาก​รู้​ว่า​มัน​คือ​อะไร เพราะ​ถ้า​มี​ราคา​จะ​ได้​นำ​ไป​ขาย

“ไม่ได้​นะ​ครับคุณ​ตั้น ของ​พวก​นี้​ต้อง​ทำให้​ถูก​วิธี ไม่งั้น ​มัน​จะ​เข้าตัว​นะ​ครับ”จอน​สีหน้า​ดุ จริงจัง​มาก

“โอ​เค​ครับ พูด​เบาๆก็ได้ ผม​ทำ​ตาม​ที่​คุณ​ปู่​ท่าน​สั่ง​อยู่​แล้ว​ล่ะ”ศักยะ​ยัก​ไหล่​เซ็งๆ

กลางดึก​คืน​นั้น ศักยะ​ลุก​มา​ดื่ม​น้ำ​ดับ​ร้อน และ​เดินไป​ เปิด​หน้าต่าง​เพื่อ​ให้​ลม​พัด​เข้า​มา พลัน​สายตา​เหลือบ​ไป​เห็น​ชาย​แก่​คน​หนึ่ง​ยืน​อยู่​ที่​สนาม​หญ้า ลักษณะ​ท่า​ทา​ง​การ​แต่งตัว​คล้าย​ตุ๊กตา​พราหมณ์​ที่​อยู่​ใน​ศาล​เจ้าที่​ไม่​ผิดเพี้ยน แล้วชาย​แก่​ ก็​หัน​มา​มอง​ศักยะเหมือนกับ​จะ​รู้ความ​คิด​ของ​เขา ศักยะตกใจ​ ผงะ​ไป​เล็กน้อย เขา​ตั้ง​สติ​ชะโงก​มอง​ลง​ไป​อีก แต่​ไม่​มี​ชายแก่​ คน​นั้น​อยู่​แล้ว

“ใคร​วะ” ศักยะ​สงสัย

ศักยะ​มา​หา​จอน​ที่​บ้านพัก​แต่​เช้า เห็น​ถุง​ใบ​ใหญ่​วาง​อยู่​บน​โต๊ะ​หน้า​บ้าน ก็​มั่นใจ​ว่าต้อง​เป็น​ของขลัง​ของ​คุณ​ปู่​ที่​จะให้​นำ​ไป​ถ่วง​น้ำ​แน่ จึง​เปิด​ดู​ แต่​ของข้าง​ใน​ไม่​มี​อะไรดูมี​ คุณ​ค่า​และ​ได้​ราคา​พอ​จะ​ขาย​ได้​เลย​นอกจาก​โถ​ลาย​ไทย​ใบ​ย่อมๆใบ​หนึ่ง มี​ฝา​ปิด​มิดชิด

“อัน​นี้​ค่อยยังชั่ว​หน่อย ถือว่า​เป็น​ค่า​เรือ​ก็​แล้วกัน” ศักยะ​แอบ​เอา​โถ​ลาย​ไทย​ไป​ซ่อน​แล้ว​ทำ​เนียน​กลับ​มา​หา​จอน​เพื่อ​นำ​ของ​ใน​ถุง​ไป​ทิ้ง​ปากอ่าว​ตาม​คำสั่ง​ของ​คุณ​ปู่

เรือ​แล่น​มา​ถึง​จุดหมาย​ศักยะ​และ​จอน ช่วย​กัน​เอา​ของขลัง​ใน​ถุง​ถ่วง​ลง​แม่น้ำ​ไป​ที​ละ​ชิ้น แล้ว​จอน​ก็​พบ​ว่า​โถ​ลายคราม​หาย​ไป เขา​ถาม​หา​กับ​ศักยะ แต่​ศักยะ​ตีหน้า​ไม่​รู้​ไม่​เห็น​แล้ว​รีบ​ตัดบท ชวน​จอน​กลับ จอน​หน้า​เครียด​ปน​กังวล​สุดๆ เรือ​คล้อย​หลัง​ไป เห็น​กลุ่ม​ควัน​สี​เทา​หม่นค่อยๆลอย​พวยพุ่ง​ขึ้น​มา​จาก​แม่น้ำ​ตรง​บริเวณ​ที่​ทิ้ง​ของขลัง​ลง​ไป

หลัง​เสร็จ​ธุระ​แล้ว​ศักยะ​ก็​นำ​โถ​ลายคราม​มา​ให้​รัชต์​เพื่อน​เก่า​สมัย​เรียน​มัธยม​ดู เพราะ​รัชต์มี​ฐานะ​ร่ำรวย​และ​ชอบ​สะสม​ของ​เก่า และ​ศักยะ​ก็ได้​พบ​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​คน​รัก​ของ​รัชต์​ด้วย เธอ​บริหาร​เสน่ห์​ใส่​ศักยะ​ทันที ทำให้​เขา​แทบ​คลั่ง​แต่​ต้อง​ข่ม​ใจ ไว​ลูกน้อง​ของ​รัชต์​เหล่​มอง​พิมพ์​พัส​ตรา​อย่าง​ไม่​ชอบใจ​นัก

รัชต์​พา​ศักยะ​กับ​พิมพ์์พัส​ตรา​เข้า​มา​ใน​ห้อง​นั่งเล่น เพื่อ​ดู​ของ​เก่า​ที่​ศักยะ​นำ​มา เขา​พอใจ​โถ​ลาย​คราม​มาก​แต่​ไม่​อาจ​ซื้อ​ไว้ได้​เพราะ​มัน​มี​รอยร้าว ศักยะ​หน้าเสีย เปรย​อย่าง​มีฟอร์ม

“ผม​รีบ​กลับ​มา​เมือง​ไทย​กะทันหัน เลย​เตรียม​เงินสด​ติดตัว​มา​ไม่​เท่า​ไหร่ ผม​เลย​อยาก​ได้​เงิน​มา​ใช้​จ่าย​นิดหน่อย”



พิมพ์​พัส​ตรา​แอบ​ชะงัก​ไป​เล็กน้อย พอ​รู้​ว่า​ศักยะ​ไม่​มี​เงิน รัชต์​ที่​ไม่ทัน​สังเกต​อาสา​จะ​ให้​ศักยะ​ยืม​เงิน​ก่อน พลาง​แนะนำ “บ้าน​ปู่​แก​สวย​มาก​เลย​นี่​ห​ว่า มี​ของ​เก่า​เต็ม​บ้าน​ไป​หมด​มี​ชิ้น​อื่น​อยาก​จะ​ขาย​รึ​เปล่า​ล่ะ ถ้า​ถูกใจ​ฉัน​จะ​ช่วย​ซื้อ”

ศักยะ​ยิ้ม​ได้​นัด​ให้​รัชต์​ไป​ดู​ของ​ที่​บ้าน​ใน​วัน​พรุ่งนี้ แต่​รัชต์​ติด​งาน​จึง​จะ​ให้​เ​รน​ไป​แทน ศักยะ​สงสัย​ว่า เ​รน​คือ​ใคร พิมพ์​พัส​ตรา​ยิ้ม​ขำ​พลาง​อธิบาย “ยักษ์​ใน​ตะเกียง​ของ​พี่​รัชต์​เขา​ค่ะ ไม่​ว่า​อยาก​จะ​ได้​อะไร​เขา​เนรมิต​ให้​ได้​ทุก​อย่าง คิด​อะไร​ไม่​ออก บอก​เ​รน”

ooooooo


ส่วน​เ​รน​หรือ​วัส​สา​หญิง​สาว​ปราดเปรียว เธอ​อยู่​ใน​ชุด​ฟิ​นา​เล่ย์​เดิน​ออก​มา​โพสท่า​ด้วย​ท่าทาง​มาด​มั่น ให้​นักข่าว​ถ่ายรูป ราวกับ​นาง​แบบ​มืออาชีพ เพราะ​ถูก​แม่​ของ​รัชต์​ขอร้อง​ให้​ขึ้น​เดิน​แบบ​แทน​นาง​แบบ​กิตติมศักดิ์​ที่​เบี้ยว​คิว และ​เมื่อ​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​เรียบร้อย​แล้ว รัชต์​ก็โทร.​มา​มอบหมาย​งาน​ให้​ไป​ดู​ของ​เก่า​ที่​บ้าน​ศักยะ​แทน​เขา​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น เ​รน​รับคำ​ด้วย​ความ​เต็มใจ

จอน​กลับ​มา​ค้น​หา​โถ​ลายคราม​ภายใน​เรือน​พัก​ของ​ตน​ด้วย​ความ​หวาด​กลัว มี​ลม​พัด​วูบ​ใหญ่​เข้า​มา​ใน​ห้อง พร้อม​กับ​ได้ยิน​เสียง​รัก-ยม​ที่​จอน​เลี้ยง​ไว้​ดัง​ขึ้น

“พ่อ​จ๋า บน​เรือน​ใหญ่​กับ​รอบๆไม่​มี​เลย​จ้ะ พวก​หนู​หา​จน​ทั่ว​แล้ว หนู​กลัว​จัง​เลย พ่อ​จ๋า”

“ข้า​ก็​กลัว​เหมือน​กัน ชิ้น​อื่น​ก็​ไม่​หาย ดัน​มา​หาย​ไอ้​ชิ้น​นี้ ถ้า​ไอ้​ตัว​นั่น​มัน​หลุด​ออก​มา​ล่ะ​ก็...” จอน​กลัว​จน​พูด​ไม่​ออก ได้​แต่​เอา​ผ้าขาวม้า​เช็ด​เหงื่อ​บน​ใบหน้า ใน​ขณะ​ที่รัก– ยม​ร้องไห้​ด้วย​ความ​หวาด​กลัว

เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​ศักยะ​สะพาย​เป้​กลับ​เข้า​ห้อง​นอน​มา​ด้วย​ความ​เหนื่อย​อ่อน เขา​โยน​เป้​ลง​บน​เตียง​แล้วเดิน​ไป​หยิบ​ผ้าเช็ดตัว​เพื่อ​จะ​ไป​อาบ​น้ำ แต่​จู่ๆเป้​ก็​กลิ้ง​ตก​เตียง​ไป​เอง โดย​ไม่​มี​ใคร​แตะต้อง ศักยะ​เดิน​กลับ​มา​เปิด​เป้​หยิบ​โถ​ออก​มา​ดู​ด้วย​ความ​เสียดาย เขา​นึก​สงสัย​ว่า​ข้าง​ใน​โถ​มี​อะไร​เพราะ​มัน​หนัก​พอควร​จึงลอง​เปิด​ดู แต่​เปิด​ไม่​ออก ศักยะ​มอง​โถ​ด้วย​ความ​งงๆ ก่อน​จะ​วาง​โถ​ลง​บน​โต๊ะ แล้ว​จะ​เดิน​ออก​ไป แต่​ฝา​ของ​โถ​กลับ​หมุน​หลุด​ออก​มา​เอง ศักยะ​มอง​ด้วย​ความ​แปลก​ใจ เขา​หยิบ​โถ​ขึ้น​มา​ส่อง​ดู​ภายใน เห็น​มี​ผอบ​แก้ว​ใส่​อยู่

ข้าง​ใน​ผอบ​บรรจุ​ของเหลว​บาง​อย่าง​ไหล​ลื่น​ไป​มาตาม​การ​เคลื่อนไหว แต่​น่า​แปลก​คือมัน​เหมือน​มี​สิ่ง​มี​ชีวิต​เล็กๆแหวก​ว่าย​ไหวตัว​อยู่​ใน​นั้น

“ปรอท​นี่​ห​ว่า” ศักยะ​พึมพำ ทันใดนั้น​ก็​มีด​วง​ตา​ข้าง​หนึ่ง​ โผล่​มา​จาก​ใน​ผอบ​แก้ว เป็น​ดวงตา​เรียว​ยาว​น่า​กลัว​ไม่​ผิด​อะไร​กับ​ตา​งู

“เฮ้ย” ศักยะ​ตกใจ​ปล่อย​ผอบ​แก้ว​ตกลง​พื้น​แตก​กระจาย

ปรอทข้าง​ใน​ไหล​ออก​มา​เต็ม​พื้น​แล้ว​แทรก​ลง​ไป​ตาม​ร่อง​กระดาน​หาย​ไป พร้อมๆเสียง​หวีด​ร้อง​โหยหวน​เยือกเย็น และ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ดีใจ​ที่​ได้​รับ​อิสระ แต่​ศักยะ​ไม่ได้​ยิน​แม้แต่​น้อย

“ให้​มัน​ได้​อย่าง​งี้​สิ​วะ” ศักยะ​เดิน​เขย่งๆไป​หยิบ​อุปกรณ์​มา​เก็บ​เศษ​แก้ว โดย​ไม่​รู้​เลย​ว่าความ​วิบัติ​กำลัง​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​อีก​ไม่​ช้า

ooooooo

กลางดึก​คืน​นั้น​ศักยะ​ฝัน​ว่า​ถูก​คุณ​ปู่​ตำหนิ​ที่​ไม่​นำ​ผอบ​แก้ว​ไป​ถ่วง​น้ำ​ตาม​คำสั่ง มิ​หนำซ้ำ​ยัง​เผอเรอ​ทำ​ผอบ​แก้ว​แตก​อีก “เอ็ง​รู้​หรือ​ไม่​ว่า​มัน​อันตราย​ขนาด​ไหน เอ็ง​เป็น​คน​ไม่​มี​วิชา ไม่​มี​บารมี ชีวิต​เอ็ง​จะ​วิบัติ” ศักยะ​สะดุ้ง​ตื่น​และ​รู้สึก​เหมือน​ตัว​เอง​ถูก​ถีบ​ตก​เตียง​ลง​มา

สาย​วัน​ต่อ​มา  ​ เ​รน​มา​พบ​ศักยะ​ที่​บ้าน​ตาม​นัด   เธอ​ชื่น​ชอบ​บ้าน​หลัง​นี้​มาก จึง​เสนอ​ให้​ศักยะ​ให้​รัชต์​เช่า​บ้าน​เพื่อ​ทำ​ออฟฟิศ​ใน​ราคา​ห้า​หมื่น​ต่อ​เดือน ศักยะ​ตา​โต​รีบ​ตกลง แต่​ยัง​วาง​ฟอร์ม​อ้าง​ว่า

“บ้าน​หลัง​นี้​ใหญ่​เกินไป​สำหรับ​ผม​อยู่​แล้ว ผม​ดูแล​ไม่​ไหว​หรอก ให้​รัชต์​เช่า​ก็ดี จะ​ได้​ช่วย​ดูแล​บ้าน​ด้วย” ทันใดนั้น​จอน​ก็​เดิน​ถือ​ถุง​ขยะ​สี​ดำ​เข้า​มา​ด้วย​หน้าตา​ถมึงทึง​เพราะ​ความ​โกรธ

“ทำไม​คุณ​ตั้น​ทำ​แบบ​นี้ คุณ​ตั้น​ขโมย​โถ​ไป​ทำไม รู้​ไหม​ว่า​มัน​อันตราย​แค่​ไหน” จอน​โยน​ถุง​เศษ​โถ​และ​ผอบ​ลง​ตรง​หน้า ศักยะ​ไม่​พอใจ ถือตัว​ว่า​เป็น​นาย​จึง​ตวาด​ไล่​จอน​ออก​ไป

“ไอ้​ตัว​ที่​อยู่​ในโถ​มัน​ร้ายกาจ​มาก​นะ​ครับ คุณ​หลวง​ท่าน​ก็​ไม่​อยู่​แล้ว ไม่​มี​ใคร​ปราบ​มัน​ได้​หรอก คุณ​ตั้น​ขัด​คำสั่ง​คุณ​หลวง จะ​พา​วิบัติ​กัน​หมด” จอน​เสียง​ดัง

“เกินไป​แล้ว​นะ​ลุง​จอน ผม​เห็นแก่​คุณ​ปู่​หรอก​นะ​ถึง​ได้​ยอม​ให้ ถ้า​ยัง​พูดจา​ไม่​รู้​เรื่อง​อย่าง​นี้​ก็​คง​อยู่​ด้วย​กัน​ไม่ได้​แล้ว”

“ถึง​คุณ​ไม่​ไล่ ผม​ก็​ไม่​รู้​จะ​อยู่​ที่​นี่​ไหว​รึ​เปล่า กลัว​ไม่ได้​แก่​ตาย” จอน​ส่าย​หน้า​เดิน​คอตก​ออก​ไป

ศักยะ​มอง​ตาม​จอน​สีหน้า​ไม่​พอใจ เ​รน​ตั้ง​สติ​ได้​ถาม​ศักยะ​ว่า จอน​เป็น​ใคร ศักยะ​โกหก​ว่า​จอน​เป็น​คนใช้​เก่า​แก่​ของ​คุณ​ปู่ และ​คง​จะ​หวง​บ้าน​เลย​พูดจา​เลอะ​เลือน เ​รน​ไม่​ติดใจ เธอ​รีบ​โทร.​หา​รัชต์​เพื่อ​บอก​เรื่อง​จะ​เช่า​บ้าน​ศักยะ​เป็น​ออฟฟิศ รัชต์​ตกลง​ทันที​เพราะ​เชื่อ​สายตา​ของ​เ​รน

ส่วน​จอน​เมื่อ​กลับมา​ถึง​บ้านพัก​ก็​พบ​รอย​งู​เลื้อย​ขนาด​ใหญ่​บน​พื้น​หญ้า​หลัง​บ้าน​และ​เป็น​รอย​ไหม้​สี​ดำ​เหมือน​ถูก​ไฟ​ไหม้​มา​ไม่​มี​ผิด จอน​ยืน​ช็อก รู้ทัน​ที​ว่า​เจ้าของ​รอย​งู​เลื้อย​นี้​คือ​ใคร

อีก​ด้าน​หนึ่ง​เ​รน​ยัง​อยู่​กับ​ศักยะ

“พรุ่งนี้​เ​รน​จะ​ให้​ช่าง​เข้า​มา​ซ่อมแซม​บ้าน​เลย​นะ​คะ”

เ​รน​หัน​มา​ย้ำ​กับ​ศักยะ​ที่​เดิน​มา​ส่ง แล้ว​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป

“คน​มี​เงิน​นี่​มัน​ทำ​อะไร​ได้​ดั่ง​ใจ​ซะ​จริงๆ หวาน​เลย​ไอ้​ตั้น อยู่​เฉยๆเดือน​ละ​ห้า​หมื่น” ศักยะ​กระหยิ่ม​ยิ้มย่อง​แล้ว​พลัน​สะดุ้ง​เพราะ​ได้ยิน​เสียง​หัวเราะ​เย็น​ยะเยือก​ดัง​ขึ้น ตาม​ด้วย​เสียง​เรียก​ชื่อ​ศักยะ​ตาม​มา

“ลุง​จอน​เห​รอ” ศักยะ​มอง​หา รู้สึก​ได้​ว่า​มี​คน​เดิน​ผ่าน​ด้าน​หลัง​ตน​ก็​รีบ​หัน​ไป​มอง​ตาม​แต่​ไม่​พบ​ใคร

ศักยะ​เดิน​หัวเสีย​เข้า​มา​ใน​บ้าน​เพราะ​เข้าใจ​ว่า​เป็น จอน แต่​ใน​บ้าน​ว่าง​เปล่า​ไม่​มี​ใคร เขา​ชะงัก​กึก​เมื่อ​เห็น​เงา

ตัวเอง​ทอ​ทาบ​อยู่​บน​กำแพง และ​เริ่ม​เคลื่อนไหว​ส่าย​ไป​ส่าย​มา ทั้งๆที่​ศักยะ​ยืน​อยู่​นิ่งๆไม่ได้​ทำ​อะไร แล้ว​เงา​นั้น​ก็​กลาย​เป็น​สอง​ร่าง ร่าง​หนึ่ง​เป็น​เงา​ของ​ศักยะ อีก​เงา​หนึ่ง​เป็น​เงา

ครึ่ง​คน​ครึ่ง​งู ผม​ยาว​กระเซิง เล็บ​ยาว​แหลม​คม​เหมือน​ขา​นก ส่าย​ไป​ส่าย​มา เหมือน​งู​เตรียม​จะ​ฉก​เหยื่อ ศักยะ​ตกใจ​กลัว​จะ​วิ่ง​หนี แต่​ขาก​ลับ​ก้าว​ไม่​ออก​เหมือน​ถูก​ตอก​ยึด​ไว้​กับ​พื้น

“ขอบใจ​ที่​ปลดปล่อย​เรา​เป็น​อิสระ บัดนี้​เรา​ก็ได้​มา​อยู่​กับ​ท่าน​แล้ว ประสงค์​สิ่ง​ใด​จง​บอก เพราะ​เรา​คือ​พราย” มัน​แนะนำ​ตัว

“พราย​คือ​อะไร แล้ว​ทำไม​ฉัน​มอง​ไม่​เห็น​ตัว​แก” ศักยะ​กลัว​สุดขีด

“ที่​ท่าน​ไม่​เห็น​เรา​เพราะ​ตา​ของ​มนุษย์​ไม่​สามารถ​มอง​เห็น​เรา นอกจาก​เรา​จะ​ทำให้​เห็น แต่​ท่าน​จะ​เรียก​เรา​ว่า​อะไร​ก็ตาม​ใจ​เถิด ใน​ความ​เป็น​จริง​เรา​เป็น​อย่าง​ที่​เป็น เรา​บันดาล​ผล​ดี​แก่​ท่าน​ได้​เหลือ​คณา​นับ หากว่า​ท่าน​ตกลง​จะ​ใช้​เรา” เงา​พราย​บน​ผนัง​เลื้อย​เข้า​มา​หา​ศักยะ แล้ว​บดบัง​ร่าง​ของ​เขา​จน​ดำ​มืด​ไป​หมด

ศักยะ​ช็อก​สุดขีด​ยืน​ตัว​แข็ง​ทื่อ เขา​งง​กับ​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​ความ​ฝัน​หรือ​ความ​จริง​กัน​แน่ หลังจาก​ที่​พราย​ได้​สำแดง​ฤทธิ์​ให้​ศักยะ​ได้​ประจักษ์​แล้ว ​มัน​ก็​มา​จัดการ​กับ​รัก-ยม​ที่​จอน​เลี้ยง​ไว้ ทั้ง​สอง​ถูก​ไฟ​เผา​จน​ต้อง​หนี​ไป จอน​หวาด​กลัว​ร้องขอ​ให้​เจ้าที่​ช่วย​เขา​ด้วย แล้ว​ประนมมือ​ไหว้​สวด​มนต์​เป็น​การ​ใหญ่

ooooooo

เรน​มา​คุม​งาน​ที่​บ้าน​สินาด​ชล​ยุทธ์​ด้วย​ตัว​เอง เพราะ​นอกจาก​ตำแหน่ง​เลขาฯ​แล้ว เธอ​ยัง​เป็น​สถาปนิก​อีก​ด้วย ศักยะ​ชื่นชม​ใน​ความ​เป็น​ผู้หญิง​เก่ง​ของ​เ​รน และ​เมื่อ​ถึง​ตอน​เที่ยง ศักยะ​ก็​ออก​ไป​ทาน​อาหาร​กับรัชต์​ที่​ร้านหรู​ตาม​นัด และ​พบ​ว่า​รัชต์​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ทำ​เซอร์ไพรส​์ด้วย​การ​นัด​เพื่อน​เก่า​สมัย​เรียน​มา​เลี้ยง​ต้อน​รับ ​แถม​รัชต์​ยัง​ให้​เช็ค​เงินสด​จ่าย​ค่า​บ้าน​ล่วงหน้า​ตั้ง​ครึ่งปี ศักยะ​ยิ้ม​พอใจ

เ​รน​อยู่​ดูแล​งาน​ตกแต่ง​ออฟฟิศ​จน​เย็น พวก​ช่าง​พา​กัน​กลับ​ไป​หมด​แล้ว เธอ​เดิน​ออก​มา​สำรวจ​สนาม เธอ​พบ​กับ​เด็ก​ผู้ชาย​ตัว​เล็กๆ แต่​ใบหน้าเหี่ยว​ย่น มัน​สะกิด​จิต​ให้​เ​รน​ตาม​มัน​ไป​แขวน​คอ​ที่​ต้นไม้​ใหญ่ แต่​โชค​ดี​ที่​ศักยะ​กลับ​มา​เห็น​เข้า และ​ช่วย​เ​รน​ได้​ทันเวลา เ​รน​โผเข้ากอดศักยะพลางร้องไห้ด้วย ความหวาดกลัวสุดชีวิต เพราะเธอรู้ตัวอยู่ตลอด แต่ไม่อาจขัดขืนได้  ​ศักยะ​ลูบ​หลัง​ปลอบโยน​เ​รน แต่​ไม่​เข้าใจ​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น

ศักยะ​พา​เ​รน​มา​ที่​บ้านพัก​จอน เขา​กล่าวหา​ว่าจอน​พา​คน​มา​อยู่​ด้วย​และ​มัน​ก็​ทำร้าย​เ​รน จอน​ยืนยัน​ว่า​เขา​อยู่​ บ้าน​นี้​คน​เดียว​แล้ว​ซัก​ถาม​เ​รน​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​เธอ

“เมื่อกี๊เ​รน​เห็น​คน​ตัว​เล็กๆ เหมือน​เด็ก 4-5 ขวบ แต่​หน้าเป็น​คน​แก่ เขา​เอา​เชือก​มา​ให้​เ​รน​ผูก​คอ เ​รน​ว่า​เ​รน​มีสติดี นะ​คะ แต่​ทำไม​ถึง​ทำ​ตาม​ที่​เขา​สั่ง​ได้​ก็​ไม่​รู้” เ​รน​ยัง​กลัว​ไม่​หาย

จอน​ตกใจ​สุดๆ มั่นใจ​ว่า​ต้อง​เป็น​มัน​แน่ๆ จึง​หัน​ไป​ดุ​ศักยะ “เพราะ​คุณ​ตั้น​คน​เดียว คุณ​หลวง​สั่ง​ให้​เอา​ไป​ถ่วง​น้ำ คุณ​ก็​ไม่​เชื่อ ตอน​นี้​มัน​หลุด​ออก​มา​อาละวาด​แล้ว​เห็น​ไหม​ครับ ทีนี้​จะ​ทำ​ยัง​ไง​กัน​ล่ะ”

“อย่า​มา​เพ้อเจ้อ​น่า​ลุง มัน​ก็​ไอ้​​แก่​คน​เดียว​กับ​ที่​ผม​เห็น​ตอน​กลางคืน​นั่นแหละ” ศักยะ​หลุด​ออก​มา แต่​พอ​จอน​ซัก​ว่า เคย​เจอ​มัน​ด้วย​เหรอ ก็​รีบ​ตัดบท “ลุง​ไม่​ต้อง​มา​เฉไฉ บอก​มา​ซะ​ดีๆว่า​เอา​ใคร​มา​ซ่อน​ไว้​ใน​บ้าน”

“มัน​เป็น​คน​ซะ​ที่ไหน​ล่ะ​คุณ​ตั้น ก็​เพราะ​คุณ​ไม่​เชื่อ​คุณหลวง มัน​ถึง​ได้​เป็น​อย่าง​งี้ ดี​นะที่​คุณ​หนู​ไม่​เป็นไร เชื่อ​ผม​นะ​คุณ​หนู อย่า​พา​ใคร​มา​อยู่​ที่​นี่​เลย ไม่​มี​ใคร​คุม​มัน​ได้​แล้ว มี​แต่​ตาย​กับ​ตาย​เท่านั้น” จอน​ขอร้อง​เ​รน


“พูด​อะไร​ของ​ลุง ลุง​หวง​ของ ไม่​อยาก​ให้​ใคร​เข้า​มา​อยู่​ใน​บ้าน​ใช่​ไหม​ล่ะ ก็​เลย​ร่วมมือ​กับ​คน​อื่น​ทำ​เรื่อง​บ้าๆ มา​ขู่​ให้​เ​รน​กลัว ผม​บอก​ไว้​ก่อน​นะ ถึง​ผม​จะ​เห็นแก่​คุณ​ปู่ แต่​ถ้า​ลุง​ยัง​ก่อ​ความ​วุ่นวาย​อยู่​ยัง​งี้ เรา​ก็​อยู่​ด้วย​กัน​ต่อ​ไป​ไม่ได้​ครับ” ศักยะ​เดิน​นำ​​เ​รน​ไป​อย่าง​อารมณ์​เสีย​เพราะ​กลัว​ขาด​ราย​ได้

เ​รน​มอง​หน้า​จอน​ด้วย​สีหน้า​แวว​ตา​เห็นใจ​ปน​สงสาร จอน​ย้ำ​ให้​เ​รน​ไป​ซะ เ​รน​นึก​กลัว​รีบ​ตาม​ศักยะ​ไป

จอน​เดิน​กลับ​เข้า​มา​นั่ง​บน​เตียง​ใน​ห้อง ทั้ง​กลัว ทั้ง​เครียด ลม​แรง​พัก​กระโชก​เข้า​มา​ทาง​หน้าต่าง พร้อม​กับ​ได้ยิน​เสียง​เจ้าที่เตือนให้จอนหนีไป เพราะรักกับยมก็ไปแล้ว

“แต่ผมเสียดายบ้านเหลือเกินครับท่านเจ้าที่ อยู่​มา​ตั้งแต่​หัว​เท่า​กำปั้น จู่ๆ จะ​ให้​ทิ้ง​ไป​ผมก็​ทำใจ​ไม่ได้”

“แต่​เอ็ง​ต้อง​ไป ข้า​ก็​คุ้มครอง​เอ็ง​ไม่ได้ แม้แต่ข้าเองก็​ต้อง​ไป ถ้า​เอ็ง​อยู่ เอ็ง​จะ​ไม่​รอด” จอน​หน้าซีด​เผือด รีบ​หัน​ไป​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​ตั้งใจ​จะ​ไป​อยู่​กับ​ลูก​ชาย แต่​พราย​ไม่​ยอม​ไว้​ชีวิต​จอน มัน​ตาม​ไป​สะกด​จิต​ให้​เขา​ผูก​คอ​ตาย​ที่​ต้นไม้​ใหญ่​ก่อน​ถึง​บ้าน​ลูก​ชาย​เพียง​นิดเดียว

ส่วน​ศักยะ​ที่​ยัง​ไม่​รู้​ว่า จอน​จาก​ไป​แล้ว​ก็​เห็น​หนังสือ​อนุสรณ์​งาน​พระราชทาน​เพลิง​ของ​นาวา​โท​หลวง​ช​นาวิน​สงคราม (ลอย ปัญ​จาว​ร) หล่น​ลง​มา​จาก​ชั้นจึง​หยิบ​ขึ้น​มา​อ่าน แต่​พอ​เห็น​ข้อความ​ที่​สั่ง​ให้​ลูก​หลาน​ทำลาย​เครื่องราง​ของขลัง​ที่​เก็บ​ไว้​เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​มี​ภัย​มา​ถึง​ก็​รีบ​ปิด​หนังสือ​ทันที

“แล้ว​ของ​อะไร ทำไม​เก็บ​ไว้​ไม่ได้ ต้อง​ทำลาย​ทิ้ง คน​แก่​ก็​อย่าง​เ​งี้​ย ชอบ​เชื่อ​อะไร​แปลกๆ” ศักยะ​โยน​หนังสือ​ทิ้ง​ไว้​ที่​หัวนอน แล้ว​ก็​เดิน​ลุกไป​หยิบ​ผ้าเช็ดตัว​ไป​อาบ​น้ำ ไม่ทัน​เห็น​รูป​ของ​ชัด​ใน​หนังสือ​ที่​ทำ​หน้า​ถมึงทึง เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​โกรธ​เพราะ​หลาน​ชาย​ไม่​เชื่อ​ตน

ooooooo

บ่าย​วัน​ต่อ​มา ตำรวจ​มา​สอบ​ปาก​คำ​ศักยะ​เรื่อง​จอน​ผูก​คอ​ตาย ศักยะ​ตกใจ​ให้การ​ว่า จอน​มี​ปาก​เสียง​กับ​เขา​เมื่อ​คืน​นี้ แต่​คิด​ไม่​ถึง​ว่า​จอน​จะ​คิดสั้น​ฆ่า​ตัว​ตาย ตำรวจ​ไม่​ติดใจ​สงสัย​อะไร​จึง​ลาก​ลับ เ​รน​เข้า​มา​ชวน​ศักยะ​ไป​รดน้ำ​ศพ​จอน​ที่​วัด​ด้วย​กัน แล้ว​ศักยะ​ก็​เห็น​จอน​ตวัด​มือ​มา​จับ​มือ​เขา​เอา​ไว้​สั่ง​ให้​หนี​ไป

“ลุง​ปล่อย​ผม ผม​ไม่​รู้​เรื่อง” ศักยะ​ร้อง​ลั่น

“พี่​ตั้น​เป็น​อะไร​คะ” เ​รน​เข้า​มา​ดู

“ลุง​จอน​จับ​มือ​ผม​เอา​ไว้” ศักยะ​เหลือบ​ตา​มอง​พบ​ว่า​นาฬิกา​ข้อ​มือ​ของ​ตน​เกี่ยว​กับ​นิ้ว​มือ​ศพ​อยู่ เขา​ทั้ง​โกรธ​ทั้ง​อาย​รีบ​ชวน​เ​รน​กลับ

ศักยะ​ทรุด​ตัว​ลง​นั่ง​บน​เตียง ยกมือ​กุม​หน้า​ด้วย​ความ เครียด​กับ​เรื่อง​ลุง​จอน เสียง​หัวเราะ​เย็น​ยะเยือก​ดัง​ขึ้น ศักยะ​หัน​ไป​มอง​เห็น​เงา​พราย​ทาบ​อยู่​บน​ผนัง ด้าน​หลัง เขา​ตกใจ​มาก

“ท่าน​ไม่​ต้อง​กลัว เรา​มา​เพื่อ​รับ​ใช้​ท่าน ประสงค์​สิ่ง​ใด​จง​บอก​เถิด”

ศักยะ​ยืน​อึ้ง​รวบรวม​ความ​กล้า​เอ่ย​ถาม​พราย “แก​จะ​รับ​ใช้​ฉัน ไม่​ทำร้าย​ฉัน​แน่​นะ”

“ขอรับ​เจ้านาย ท่าน​ต้องการ​อะไร เรา​จะ​บันดาล​ให้​ตาม​ที่​ท่าน​ต้องการ”

“เช็ค​ฉัน​ยัง​ขึ้น​เงิน​ไม่ได้ ฉัน​อยาก​ได้​เงินสด​มา​ใช้​ซัก​หมื่น แก​จะ​ทำให้​เงิน​มัน​ลอย​มา​หา​ฉัน​ได้​ไหม​ล่ะ”

“เงิน​มัน​ลอย​มา​ไม่ได้​หรอก แต่​ท่าน​ลอง​ไป​เปิด​ลิ้นชัก​ที่​หัว​เตียง​ของ​ปู่​ท่าน​ดู​สิ เงิน​จะ​อยู่​ที่​นั่น” ขาดคำ​เงา​พราย​ก็​หาย​วับ​ไป​ต่อหน้า

ศักยะ​เริ่ม​ขยับ​ตัว​ได้ หายใจ​คล่อง เขา​ทบทวน​สิ่ง​ที่​พราย​พูด​แล้ว​เดิน​ไป​เปิด​ลิ้นชัก​หัว​เตียง​ของ​คุณ​ปู่​ ก็​พบ​เงิน​ซ่อน​อยู่​ประมาณ​หมื่น​บาท เขากวาด​ตา​มอง​ไป​รอบๆห้อง สีหน้า​หวาดหวั่น

เมื่อ​ได้​เงิน​มา​แล้ว​ศักยะ​ก็​ออก​มา​ซื้อ​ของกิน​ของใช้​ที่​ซุปเปอร์มาร์เกต และ​ได้​พบ​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ที่มา​ซื้อ​ของ​ไป​จัด​งาน​ปาร์ตี้​แก้​เหงา​กับ​เพื่อน เพราะ​รัชต์​ไป​สิงคโปร์​ และ​เธอ​ก็​ชวน​ศักยะ​ไป​สนุก​ด้วย​กัน ศักยะ​ยิ้ม​รับ​ด้วย​ความ​ดีใจ​และ​เต็มใจ ที่​สาว​สวย​อย่าง​พิมพ์​พัส​ตรา​ออกปาก​ชวน

ooooooo

บรรยากาศ​งาน​ปาร์ตี้​ริม​สระ​น้ำ​ยาม​ค่ำ มีเสียง​เพลง​จังหวะ​สนุกสนาน​ดัง​ลั่น​ไป​หมด ศักยะ​กำลัง​ปิ้ง​บาร์​บี​คิว พร้อม​คุย​กับ​สาวๆอย่าง​ยิ้มแย้ม​แจ่มใส ใน​ขณะ​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​ก็​ถูก​ห้อมล้อม​ด้วย​หนุ่มๆ ส่วน​ไว​ที่​กำลัง​เสิร์ฟ​อาหาร​ให้​แขก​ใน​งาน​เหลือบ​มอง​พิมพ์-พัส​ตรา​เป็น​ระยะๆ ไม่​ชอบ​ความ​เจ้าชู้​ของ​แฟน​เจ้านาย

พิมพ์​พัส​ตรา​เหลือบ​มอง​ศักยะ เห็น​กำลัง​ป๊​อป​ใน​หมู่​สาวๆ เลย​ขอตัว​จาก​พวก​หนุ่มๆเข้า​มา​โปรย​เสน่ห์ ทั้ง​สอง​ส่ง​สายตา​หวาน​ซึ้ง แล้ว​เพื่อน​สาว​นาง​หนึ่ง​ก็​เดิน​เข้า​มา​บอก​พิมพ์– พัส​ตรา​ว่า​ได้​เวลา​เปิด​ฟลอร์​แล้ว

“ได้​เลย มา​ค่ะ​พี่​ตั้น มา​เปิด​ฟลอร์​คู่​กับ​พิม​หน่อย” พิมพ์​พัส​ตรา​ลาก​แขน​ศักยะ​ไป​ที่​ริม​สระ

“ผม​เต้นรำ​ไม่​เป็น​หรอก​ครับ​คุณ​พิม” ศักยะ​ปฏิเสธ

“ไม่​ใช่​เต้นรำ​หรอก​ค่ะ เปิด​ฟลอร์​ของ​พวก​พิม​หมาย​ถึง​อย่าง​อื่น​ต่างหาก หลับตา​สิ​คะ​พี่​ตั้น” พิมพ์​พัส​ตรา​ส่ง​ยิ้ม​หวาน ศักยะ​ยอม​หลับตา​อย่าง​ว่าง่าย ทันใดนั้น พิมพ์​พัส​ตรา​ก็​ผลัก​ศักยะ​ลง​สระ​น้ำ​ไป​ทันที ท่ามกลาง​เสียง​ปรบ​มือ​โห่​ร้อง​ชอบใจ​ของ​เพื่อนๆ ศักยะ​แอบ​โมโห​ที่​โดน​ผลัก​ตก​น้ำ ชัก​สีหน้า​ขึ้น​มา​ทันที แต่​พิมพ์​พัส​ตรา​กระโดด​ลง​น้ำ​ตาม​ศักยะ เธอ​ยิ้ม​เจ้าเล่ห์ ก่อน​จะ​โอบ​รอบ​คอ​ศักยะ​ไว้ แล้ว​โน้ม​หน้า​ไป​กระซิบ​ข้าง​หู

“โกรธ​พิม​เหรอ​คะ​พี่​ตั้น งั้น​ถือว่า​แทน​คำ​ขอโทษ​แล้วกัน​นะ​คะ” พิมพ์​พัส​ตรา​หอม​แก้ม​ศักยะ​เบาๆ

เพื่อนๆปรบ​มือ​กรี๊ด​กร๊าด​กัน​ลั่น แล้ว​ก็​ถอด​ชุด เหลือ​ชุด​ว่ายน้ำ​โดด​ลง​น้ำ​ตาม​กัน​ไป​เป็น​ที่​สนุกสนาน ไว​ที่​ยืน​มอง​อยู่​หน้า​หงิก​ไม่​ชอบใจ​ที่​เห็น​แฟน​นาย​ทำ​แบบ​นี้​กับ​ชาย​อื่น

ooooooo

ศักยะ​เปลี่ยน​ชุด​ใหม่ เดิน​เช็ด​ผม​มา​ตาม​ทางใน​บ้าน เขา​เห็น​กรอบ​รูป​ของ​รัชต์​แขวน​อยู่​ตาม​ผนัง แต่ละ​รูป​แสดง​การ​ใช้​ชีวิต​หรูหรา​มี​เงิน​ก็​นึก​อิจฉา แล้ว​ได้ยิน​เสียง​พิมพ์​พัส​ตรา​คุย​กับ​เพื่อนๆถึง​เรื่อง​ของ​เขา

“ฉัน​ก็​รู้​แค่​ว่า​เป็น​เพื่อน​พี่​รัชต์​ตั้งแต่​เด็กๆ ได้ยิน​มา​ว่า​บ้าน​เขา​ทำ​ร้าน​อาหาร​อยู่​ที่​นิวซีแลนด์ คง​ไม่​รวย​อะไร​มาก​หรอก เห็น​ต้อง​เอา​มรดก​มา​ขาย​ให้​พี่​รัชต์”

“หล่อ​แต่​บ่อ​จี๊​ฉัน​ไม่​เอาด้วย​หรอก  กลัว​โดน​จับ” เพื่อนๆ ส่าย​หน้า​รังเกียจ

ศักยะ​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​เจ็บใจ​ที่​โดน​ดูถูก กลับ​มา​ถึง​บ้าน​ก็​พบ​ธีระ​มาร​ออ​ยู่ เขา​เอ่ย​ถาม​ธีระ​ถึง​เรื่อง​ลพ​เพื่อน​ของ​ปู่ เพราะ​ถ้า​ไม่​พบ​ก็​ไม่​อาจ​แบ่ง​ทรัพย์สิน​ตาม​พินัยกรรม​ได้

“คน​มัน​หาย​ไป​เป็น​สิบๆปี​แล้ว ​หน้า​ก็​ไม่​เคย​เห็น หา​ตัว​เจอได้​ก็​ปาฏิหาริย์​แล้ว​ล่ะ​ครับ”​ศักยะ​บ่น ​ทันใดนั้น​ก็ได้​ยิน​เสียง​พราย​ดัง​ขึ้น​ที่​ข้าง​หู​ของ​ศักยะ โดยที่​ธีระ​ไม่ได้​ยิน​เลย​แม้แต่​น้อย

“เรา​จะ​ให้​ท่าน​ตาม​ประสงค์ ศักยะ” ศักยะ​ชะงัก​ไป​เล็กน้อย จำ​เสียง​พราย​ได้ เขา​นั่ง​อึ้ง​คิด​หนัก แล้ว​เ​รน​ก็​เดิน​เข้า​มา​ใน​ห้อง​พลาง​ร้อง​ถาม​ศักยะ​ว่า​จะ​ให้​เอา​หนังสือ​กับ​ภาพ​เก่าๆไป​ไว้​ที่ไหน​ดี

“ที่​ห้อง​พระ​แล้วกัน​ครับ​  ผม​จัด​ที่​ไว้​ให้​แล้ว” ศักยะ​เดิน​นำ​เ​รน​ไป แต่​ไม่​เห็น​ว่า​มี​เงา​ดำ​พาด​ผ่าน​หลัง​ของ​ทั้ง​สอง​คน​ตาม​ไป​ด้วย

ศักยะ​กับ​เรน​นำ​หนังสือ​และ​ภาพ​เก่าๆมา​เก็บ​ใน​ห้อง​พระ เ​รน​ยืน​ดู​รูป​ชัด ที่​แขวน​ไว้​บน​ผนัง​ด้วย​ความ​สนใจ​พลาง​ชวน​คุย​ว่า คุณ​ทวด​ของ​เธอ​ก็​เป็น​ทหาร​เรือ​เหมือน​กัน​และ​มีชื่อ​ว่า นาวา​โท​หลวง​ช​นาวิน​สงคราม

“หลวง​ช​นาวิน​สงคราม คุณ​ทวด​เ​รน​นามสกุล​ปัญ​จาว​ร รึ​เปล่า” ศักยะ​ฉุกคิด

“ใช่​ค่ะ พี่​ตั้น​รู้​ได้​ไง​คะ”

“คุณ​ลพ ปัญ​จาว​ร ​เป็น​อะไร​กับ​เ​รน”

“คุณ​ตาล​พเป็น​พี่​ชาย​ของ​คุณ​ตา​เ​รน​เอง​ค่ะ พี่​ตั้น​รู้จัก​ท่าน​ด้วย​เหรอ​คะ” เ​รนแปลก​ใจ

ศักยะ​ยิ้ม​ออก​ดีใจ​มาก ที่​จู่ๆก็​เจอ​ทายาท เพราะ​จะ​ได้​แบ่ง​มรดก​ได้​ซัก​ที แล้ว​รอย​ยิ้ม​ของ​เขา​ก็​เจื่อน​ลง เมื่อ​นึกถึง​เสียง​พราย​ที่​ก้อง​ใน​หู​เมื่อ​ครู่

“เรา​จะ​ให้​ท่าน​ตาม​ประสงค์ ศักยะ” ศักยะ​มี​สีหน้า​นิ่ง​ขรึม​ลง​อย่าง​เห็น​ได้​ชัด

ศักยะโทร.​หา​เลิศ​คุณ​ตา​ของ​เ​รน​เพื่อ​สอบ​ถาม​เรื่อง​ลพ คุณ​ตา​บอก​ว่า ลพ​เป็น​พี่​ชาย​ของ​ตน​แต่​เสีย​ชีวิต​ไป​หลาย​ปี​แล้ว ส่วน​ลูก​สาว​ทั้ง​สอง​คน​ของ​ลพ​ก็​เสีย​ชีวิต​ไป​แล้ว​เช่น​กัน ตอน​นี้​ญาติ​ที่​เหลือ​อยู่​มี​เพียง​คุณ​ตา​เลิศ​เท่านั้น

“ถ้า​อย่าง​นั้น​ผม​ขอ​ไป​กราบ​คุณ​ตา​ที่​น่าน​นะ​ครับ จะ​ได้​จัดการ​ตาม​คำสั่ง​เสียของ​คุณ​ปู่​ให้​เรียบร้อย” ศักยะ​รีบบ​อก แล้ว​หยุด​ฟัง​อีก​ฝ่าย​สั่ง​ข้อความ​ถึง​หลาน​สาว “ครับ​ได้​ครับ เดี๋ยว​ผม​บอก​ให้​ครับ สวัสดี​ครับ” ศักยะ​อมยิ้ม​แล้ว​กด​วาง​สาย

“คุณ​ตาคง​สั่ง​ให้​มา​เตือน​เ​รน​ว่า​อย่า​ขับ​รถ​เร็ว กินนอน​ให้​เป็น​เวลา หรือ​ไม่​ก็​ให้​เลิก​บ้า​งาน​ซะ​ที​ใช่​ไหม​คะ” เ​รน​เอ่ย​อย่าง​รู้ทัน

“ก็​รู้​ทุก​อย่าง​แล้ว​นี่ ทำ​ตามใจ​คุณ​ตา​ซะ​หน่อย​สิ ท่าน​จะ​ได้​หมด​ห่วง แล้ว​พี่​ธีระ​จะ​ไป​ด้วย​กัน​รึ​เปล่า​ครับ”

“ไป​สิ  พี่​ก็​อยาก​จัดการ​ทุก​อย่าง​ให้​เรียบร้อย​เหมือน​กัน” ธีระ​รับปาก​อย่าง​อารมณ์​ดี แล้ว​ทั้ง​สาม​ก็ได้​ยิน​เสียง​คน​งาน​ร้อง​โวยวาย​เรียก​ให้​คน​ช่วย จึง​ชวน​กัน​ออก​ไป​ดู

คน​งาน​สาม​คน​กำลัง​ช่วย​กัน​จับ​คน​งาน​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​กำลัง​ชัก ตาเหลือก​ค้าง ดิ้น​พราดๆและ​เมื่อ​คน​งาน​เห็น​ศักยะ​เดิน​เข้า​มา​ก็​ดีด​ตัว​ขึ้น​นั่ง​เหมือน​ผีดิบ​ร้อง​สั่ง​ศักยะ​ว่า อย่า​ขอ​อะไร​จาก​มัน​อีก​และ​ให้​ทุก​คน​หนี​ไป​ให้​ไกล

“นาย​พูด​อย่าง​งี้​ต้องการ​อะไร” ศักยะ​ไม่​พอใจ

“เจ้า​ก็​เคย​พบ​เรา​ศักยะ เรา​คือ​เจ้าที่​ของ​บ้าน​หลัง​นี้ เรา​มา​เตือน​เจ้า​และ​ทุก​คน จง​หนี​ไป อย่า​ได้​เฉียด​เข้า​มา​ใกล้​ที่​นี่​อีก แม้แต่​เรา​อีก​ไม่​นาน​ก็​ต้อง​ไป​เช่น​กัน” เหล่า​คน​งาน​ได้ยิน​ก็​รีบคุกเข่า​พนม​มือ​ไหว้​กัน  แต่​ศักยะ​ไม่​เชื่อ ส่วน​เ​รน​กับ​ธีระ​ก็​ยืน​อึ้ง​เพราะ​ไม่​เคย​เจอ ​แบบ​นี้​มา​ก่อน แล้ว​คน​งาน​ที่​ถูก​เจ้าที่​เข้า​สิงก็​เป็น​ลม​ล้ม​พับ​ลง​ไป

“เอา​ไง​ดี​ครับ​คุณ​เ​รน อาการ​ผี​เข้า​ชัดๆเลย​นะ​ครับ” หัวหน้า​คน​งาน​หัน​มา​ถาม​เ​รน

เ​รน​อึกๆอักๆตัดสินใจ​ไม่​ถูก ศักยะ​กลัว​เสีย​ราย​ได้​รีบ​ดุ​ว่า​เป็น​เรื่อง​เหลวไหล​แล้ว​ตัดสินใจ​รื้อ​ศาล​ทิ้ง​เพื่อ​พิสูจน์​ความ​จริง เ​รน ธีระ​ และ​คน​งาน พา​กัน​มอง​ศักยะ​ด้วย​ความ​ตื่นตระหนก ทันใดนั้น​เอง​ ​ศักยะ​ก็ได้​ยิน​เสียง​หัวเราะ​ของ​พรายดัง​ขึ้น​อย่าง​เย็น​ยะเยือก​ด้วย​ความ​สา​แก่​ใจ เขา​นึก​กลัว​แต่​จำ​ต้อง​รักษา​ฟอร์ม​หัน​พูด​กับ​คน​งาน

“คง​เลิก​กลัว​กัน​ได้​แล้ว​นะ” ศักยะ​ทำ​หัวเสีย เดิน​เลี่ยง​ไป​ทาง​หน้า​บ้าน

ooooooo
ตอนที่ 2


รัชต์​เซอร์ไพรส์​พิมพ์​พัส​ตรา​ด้วย​การก​ลับ​มา​ก่อน​กำหนด สาว​เจ้า​อ้อน​ให้​ไป​ปาร์ตี้​ด้วย รัชต์​ขอ​แวะ​ไป​ดู​งาน​ที่​บ้าน​ศักยะ​ก่อน เพราะ​เ​รน​พัก​ร้อน​ไป​หา​คุณ​ตา​ที่​ต่าง​จังหวัด พิมพ์​พั​สตรา​จำ​ยอม และ​ทั้งคู่​ก็​เกือบ​จะ​โดน​พราย​เอาชีวิต ดี​ที่​ไว​เข้า​มา​เรียก​รัชต์​ไว้​ทัน ไว​เตือน​เรื่อง​พิมพ์​พัส​ตรา​ทำตัว​สนิทสนม​กับ​ผู้ชาย​หลาย​คน แต่​รัชต์​ไม่​ถือสา​อ้าง​ว่า พิมพ์​พัส​ตรา​โต​ที่​อเมริกา​ก็​เลย​ติด​นิสัย​ฝรั่ง​มา ส่วน​พิมพ์​พัส​ตรา​ที่นั่ง​
รอ​อยู่​ใน​รถ ก็ได้​พระ​พุทธรูป​องค์​เล็กๆที่​อยู่​หน้า​รถ ช่วย​ปกป้อง​ให้​เธอ​พ้น​จาก​พราย

เ​รน​พา​ศักยะ​และ​ธีระ​มา​บ้าน​ตา​เลิศ​ที่​จังหวัด​น่าน ทำให้​ศักยะ​ได้​เห็น​ชีวิต​ใน​อีก​มุม​หนึ่ง​ของ​เ​รน ที่​ดู​สบายๆไม่​มี​จริต เ​รน​พา​ศักยะ​มา​แนะนำ​กับ​สร้อย​ทิพย์​แม่​ของ​เธอ ใน​ขณะ​ที่​ธีระ​นั่ง​คุย​กับ​ตา​เลิศ​อย่าง​ถูก​คอ สร้อย​ทิพย์​คุย​กับ​ศักยะ​เรื่อง​ร้าน​อาหาร​ที่​นิวซีแลนด์ เพราะ​รู้​จาก​เ​รน​ว่า แม่​ของ​เขา​เปิด​ร้าน​อยู่​ที่​นั่น

“อ้าว แล้ว​ก็ไม่​บอก จะ​ได้​ให้​โชว์​ฝีมือ​เข้า​ครัว​ซะ​หน่อย” ตา​เลิศ​กับ​ธีระ​เข้า​มา​สมทบ เพราะ​ได้​เวลา​อาหาร

“ล้าง​จาน​น่ะ​พอได้​ครับ​คุณ​ตา” ศักยะ​ถ่อมตัว

ทุก​คน​หัวเราะ เสียง​แตร​รถ​ดัง​ขึ้น​อย่าง​ไร้​มารยาท เลิศ เ​รน ​และ​สร้อย​ทิพย์​หน้า​เจื่อน​ไป​ทันที​ เพราะ​รู้​ดี​ว่า​เสียง​บีบ​แตร​นี้​เป็น​ใคร สร้อย​ทิพย์​รีบ​ขอตัว เ​รน​ไม่​ชอบใจ​ต่อว่า​แม่ ที่​ทน​คบ​กับ​ผู้ชาย​ไร้​มารยาท​อย่าง​ทัด​สิงห์​อยู่​ได้ สร้อย​ทิพย์​พูด​ไม่​ออก ขณะ​ที่​ตา​เลิศ​ดุ​หลาน​ไม่​ให้​ก้าวร้าว เ​รน​ตัด​ปัญหา​ลุก​หนี​ออก​ไป อ้าง​ว่า​จะ​ไป​เก็บ​ดอก​มะลิ​มา​ไหว้​พระ สร้อย​ทิพย์​หน้าเสีย ขอโทษ​ทุก​คน​แล้ว​เดิน​เลี่ยง​ออกไป​อีก​คน

ศักยะ​ตาม​เ​รน​ลง​มา​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง เ​รน​ขอโทษ​ที่​ไม่​รู้จัก​ควบคุม​อารมณ์ ศักยะ​ยิ้ม​พอใจ​ที่​เ​รน​เป็น​คน​ตรงๆเขา​เล่า​เรื่อง​ของ​ตัว​เอง​ให้​เธอ​ฟัง

“รู้​อะไร​ไหม​ผม​ตั้งใจ​จะ​ปักหลัก​ที่​ประเทศไทย ไม่​กลับ​ไป​นิวซีแลนด์​แล้ว เพราะ​แม่​ผม​แต่งงาน​ใหม่ ตั้งแต่​คุณ​พ่อ​เสีย เรา​มี​กัน​สอง​คน​แม่​ลูก​มา​ตลอด แม่​เคย​เป็น​ทุก​อย่าง​ของ​ผม จน​ผู้ชาย​คน​นั้น​เข้า​มา ร้าน​ของ​แม่​ขาย​ดี​มาก​นะ แต่​ผม​ไม่​เคย​เห็น​เงิน​มา​นาน​แล้ว ได้​กำไร​เท่า​ไหร่ ผู้ชาย​คน​นั้น​ก็​เอา​ไป​หมด”

“แล้ว​พี่​ตั้น​ทำ​ยัง​ไง​คะ” เ​รน​อึ้ง​ได้​เจอ​คน​หัวอก​เดียวกัน

“ผม​จะ​ทำ​อะไร​ได้​ใน​เมื่อ​แม่​เชื่อ​ผู้ชาย​คน​นั้น​ทุก​อย่าง ตอน​ผม​เรียน​มหาวิทยาลัย ผม​รู้สึก​ว่า​มัน​ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่​ผม​ชอบ ผม​ก็​เลย​ลา​ออก เพื่อ​ค้น​หา​ตัว​เอง ผู้ชาย​คน​นั้น​ก็​ด่า​ผม​ยกใหญ่ แม่​ก็​พลอย​เป็น​ไป​ด้วย ผม​รู้สึก​เคว้งคว้าง​มาก​เลย​นะ เหมือน​ไม่​มี​ใคร จน​คุณ​ปู่​ยก​มรดก​ให้​ผม​นี่แหละ​ ชีวิต​ผม​ถึง​ได้​เริ่ม​ต้น​ใหม่​อีก​ครั้ง ผม​ว่า​ผม​เข้าใจ​ความรู้สึก​คุณ​มาก​กว่า​ใคร​เลย​นะ” ศักยะ​ยิ้ม​ให้ พลาง​เข้า​มา​ช่วย​เ​รน​เก็บ​ดอก​มะลิ

ศักยะ​ชวน​เ​รน​กลับ​ขึ้น​ไป​ทาน​ข้าว ทั้ง​สอง​ได้ยิน​เสียง​ตา​เลิศ​กับ​ธีระ​นั่ง​หัวเราะ​กัน​อยู่ เพราะ​กำลัง​รำลึก​ความหลัง ศักยะ​เข้าไป​ร่วม​วง​ด้วย ส่วน​เ​รน​เดิน​เข้า​ครัว ตา​เลิศ​บอก​ศักยะ​ว่า ธีระ​เคย​เจอ​ผี​ที่​บ้าน​คุณ​ชัด

“พี่​ชัด​เขา​เลี้ยง​ไว้​หลาย​ตัว ไอ้​ที่​ดี​ก็​เยอะ ไอ้​ที่​ร้าย​ก็​มี นี่​คุณ​ตั้น​คง​ไม่​รู้​เรื่อง​สิ​นะ พี่​ชัด​เขา​ชอบ​ทาง​นี้ มี​วิชา​อาคม​แก่กล้า​ทีเดียว​ล่ะ เขา​เป็น​ศิษย์​ก้นกุฏิ​ของ​เสด็จในกรมฯ ​ท่านก็เลย​ได้​ถ่ายทอด​วิชา​มา​เยอะ”

“เสด็จในกรมฯ หมาย​ถึง​เจ้านาย​คุณ​ปู่​น่ะ​เหรอ​ครับ”

“ใช่  พี่​ลพ​แก​ห่วง​พี่​ชัด​มาก กลัว​จะ​ถูก​ผี​พวก​นี้​ทำร้าย​เอา ขอ​ให้​พี่​ชัด​เอา​ไป​ทำลาย​ซะ แต่​พี่​ชัด​ก็​ไม่​ยอม”

“ตอน​นี้​ไม่​เหลือ​แล้ว​ล่ะ​ครับ เพราะ​ท่าน​ระบุ​ไว้​ใน​พินัยกรรม​ให้​ตั้น​เอา​ไป​ลอย​น้ำ​หมด​แล้ว”ธีระ​บอก

ศักยะ​หน้าเสีย​แต่​เลิศ​ไม่ทัน​เห็น​คุย​ต่อ “ดีแล้ว​ล่ะ หมด​พี่​ชัด​ซัก​คน​ก็​อันตราย ลอย​น้ำ​ซะ จะ​ได้​หมด​เรื่อง”

“แล้ว​ผี​พวก​นี้ คุณ​ปู่​เลี้ยง​ไว้​ทำไม​เหรอ​ครับ เอา​ไว้​ใช้​แทน​คนใช้​ใช่​ไหม​ครับ” ศักยะ​อยาก​รู้

“ใช้ได้​หลาย​อย่าง แล้วแต่​อิทธิฤทธิ์​ของ​แต่ละ​ตัว แต่​มี​อยู่ตัว​หนึ่ง​มัน​เป็น​พราย ไอ้​ตัว​นี้​มัน​ร้าย​มาก บันดาล​ได้​ทุก​อย่าง​เลย​ล่ะ”

“พราย นี่​มัน​เป็น​ผี​ชนิด​ไหน​เหรอ​ครับ”

“เป็น​ผี​ตายโหง พวก​ผู้​มี​อาคม​เค้า​ปลุก​ขึ้น​มา​ใช้​งาน ทำได้​สารพัด เตือน​ภัย​ก็ได้​นะ ที่​โบราณ​เขา​เรียก​ว่า​พราย​กระซิบ​ไง”ตา​เลิศ​อธิบาย ศักยะ​นิ่ง​รู้สึก​หวาด​กลัว​อยู่​ลึกๆ

เ​รน​เห็น​ศักยะ​นั่ง​เหม่อ​อยู่​ริม​บึง​ก็​เข้า​มา​คุย​ด้วย​และ​ชวน​ไป​ทัวร์​รอบ​เมือง ศักยะ​ชวน​ธีระ​ไป​ด้วย​กัน

“เดี๋ยว​ไหว้​พระ​เสร็จ​แล้ว เรา​ไป​ซื้อ​ของ​ฝาก​กัน​ต่อ​นะ​คะ แล้ว​ตอน​เย็น​ค่อย​ไป​ปิกนิก​กัน” เ​รน​บอก​โปรแกรม

“เอา​สิ ชวน​คุณ​ตา​ไป​ด้วย​นะ ท่าน​จะ​ได้​ไม่​เหงา”ศักยะ​เสริม

“ค่ะ​พี่​ตั้น” เ​รน​ยิ้ม​รับ รู้สึก​ดี​ที่​ศักยะ​นึกถึง​คุณ​ตา​ตัว​เอง

ทั้ง​สาม​คน​เดิน​มา​ถึง​หน้า​โบสถ์ ธีระ​กับ​เ​รนเดิน​เข้าไป​ก่อน ศักยะ​ขยับ​จะ​ตาม แต่​มี​แสงสว่าง​วูบ​ขึ้นมา​จาก​โบสถ์ เหมือน​กำแพง​กั้น​ไม่​ให้​ศักยะ​เข้าไป ศักยะ​ผงะ​ออก​มา​เล็กน้อย​รู้สึก​เวียนหัว หายใจ​ไม่​ออก

“ตั้น เป็น​อะไร” ธีระ​ตกใจ​เข้า​มา​ประคอง

ศักยะ​พยายาม​จะ​พูด​แต่​พูด​ไม่ได้ เขา​ทรุด​​ลง​หมด​สติ​ไป

“พี่​ตั้น​เป็น​อะไร​คะ”เ​รน​ตกใจ​มาก​พยายาม​หา​อะไร​ใกล้​มือ​มา​พัด​ให้​ศักยะ

ooooooo

เวลา​เดียวกัน​นั้น ไว​เดิน​หอบ​เอกสาร​กอง​โต​นำ​รัชต์​เข้า​มา​ใน​บ้าน แม่​รัชต์​ที่​จะ​ออก​ไป​ทำ​ธุระ​ข้าง​นอก​ร้อง​ทัก​ว่า ไป​เที่ยว​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ทำไม​กลับ​เร็ว​นัก รัชต์​อ้าง​ว่า​เพราะ​งาน​ค้าง​อยู่​มาก

“เวร​กรรม แล้ว​อย่าง​งี้​เมื่อ​ไหร่​แม่​จะ​ได้​มี​ลูกสะใภ้​กะ​เขา​ซะ​ที​ล่ะ ​ดู​เจ้า​ไว​สิ จะ​แต่ง​งานแซง​หน้า​เจ้านาย​แล้ว​นะ” แม่​รัชต์​ล้อ​ไว

“เทียบ​อะไร​กับ​ผม​ล่ะ​ครับ​คุณ​ท่าน ผม​เอา​ของ​ไป​เก็บ​ไว้​ใน​ห้อง​ทำ​งาน​ก่อน​นะ​ครับ” ไว​เดิน​เลี่ยง​ไป

รัชต์​อ้อน​แม่​ว่า ยัง​ไม่​คิด​เรื่อง​แต่งงาน​ตอน​นี้​เพราะ​อยาก​สร้าง​เนื้อ​สร้าง​ตัว​ก่อน แต่​แม่​ไม่​เห็น​ด้วย​เพราะ​สมบัติ​ที่​แม่​กับ​พ่อ​สร้าง​ไว้​ให้​รัชต์​ใช้​กี่​ชาติ​ก็​ไม่​หมด และ​อีกอย่าง​เธอ​ก็​กลัว​ว่า​พิมพ์​พัส​ตรา​จะ​รอ​รัชต์​ไม่​ไหว

“สมบัติ​ที่​พ่อ​แม่​สร้าง​มัน​ไม่​เหมือนกับ​ผม​สร้าง​ด้วย​มือ​ตัว​เอง​หรอก​ครับ  ผม​อยาก​ให้​ลูก​ภูมิใจ​ใน​ตัว​ผม​เหมือน​ที่​ผม​ภูมิใจ​ที่​มี​พ่อ​กับ​แม่​เก่ง​ไง​ครับ”

“ขี้เกียจ​จะ​เถียง​กับ​เรา​แล้ว ยัง​ไง​เรื่อง​หนู​พิม​ก็​อย่า​ชะล่าใจ เดี๋ยว​จะ​มา​นั่ง​เสียใจ​ทีหลัง แม่​เป็น​ผู้หญิง​เข้าใจ​ดี” แม่​ส่ง​ค้อน​ให้ รัชต์​อมยิ้ม​โอบ​เอว​แม่​พา​เดิน​ออก​ไป​ที่​รถ

ทาง​ด้าน​เ​รน​กับ​ธีระ พวก​เขา​พา​ศักยะ​กลับมา​ที่​บ้าน ตา​เลิศ​ลง​มา​ดู​อาการ​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง แต่​ศักยะ​ยิ้ม​รับ​บอก​กับ​ทุก​คน​ว่า​เขา​สบาย​ดี ตา​เลิศ​ล้อ​ว่า ถ้า​เป็น​สมัย​ก่อน​เขา​ต้อง​ว่า​ศักยะ​เล่น​ของแน่​เพราะ​อยู่ดีๆ ก็​เป็น​ลม​ตอน​เข้า​โบสถ์

“คุณ​ตา​อ้ะ พูด​อะไร​ก็​ไม่​รู้ น่า​กลัว” เ​รน​ตัดบท

ตา​เลิศ​กับ​ธีระ​ยิ้ม​อย่าง​เอ็นดู​เ​รน ขณะ​ที่​ศักยะ​หน้าซีด​กังวล​ใจ​เรื่อง​พราย​ขึ้น​มา​อีก​ครั้ง

ใน​ตอน​ค่ำ ​รัชต์โทร.​มา​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​เ​รน​ให้​ช่วย​วาง​แผน​เอาใจ​พิมพ์​พัส​ตรา เพราะ​อยาก​ให้​เธอ​รู้​ว่า เขา​ยัง​แคร์​เธอ​เสมอ เ​รน​รับปาก​ด้วย​ความ​เต็มใจ แล้ว​กด​ตัด​สาย ขณะ​นั้น​เอง​ก็ได้​ยิน​เสียง​ศักยะ​ดัง​มา​จาก​ด้าน​นอก เ​รน​แปลก​ใจ​ลุก​ออก​ไป​ดู

ศักยะ​คุย​โทรศัพท์​อยู่​กับ​แม้น​ฤกษ์​พ่อเลี้ยง​ที่โทร.​มา​ตาม​ให้​กลับ​ไป​ทำ​งาน แต่​ศักยะ​ไม่​ยอม​ทั้ง​คู่​มี​ปาก​เสียง​กัน พิไล​แย่ง​โทรศัพท์​จาก​แม้น​ฤกษ์​ไป​คุย​เอง แต่​ศักยะ​วาง​สาย​เพราะ​รู้​ดี​ว่า​แม่​ต้อง​เข้า​ข้าง​สามี​ใหม่​อีก​ตามเคย เขา​ยืน​ข่ม​อารมณ์​สัก​ครู่ แล้ว​หัน​กลับ​มา​จะ​เดิน​เข้า​ห้อง​ก็​พบ​เ​รน​ยืน​มอง​อยู่

“ขอโทษ​นะ​คะ เ​รน​ไม่ได้​ตั้งใจ​จะ​แอบ​ฟัง พอดี​ได้ยิน​เสียง​พี่​ตั้น​ทะเลาะ​กับ​ใคร​ก็​ไม่​รู้ ก็​เลย​ออก​มา​ดู​น่ะ​ค่ะ”

“ผม​ก็​ต้อง​ขอโทษ​เ​รน​เหมือน​กัน​ที่มา​ทำเสียงดัง​เสีย​มารยาท​ที่​นี่ แต่​ผม​คุม​อารมณ์​ไม่​อยู่จริงๆ ก็​อย่าง​ที่​เคย​เล่า​ให้​เ​รน​ฟัง​นั่นแหละ คิด​ซะ​ว่า​เป็น​กรรม​ของ​แม่​เรา​ก็​แล้วกัน” ศักยะ​ยัก​ไหล่

“ค่ะ​พี่​ตั้น เรา​รัก​แม่​แต่​ก็​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ทำ​ดี​กับ​คน​ที่​แม่​รัก​ทุก​คน เห็น​ด้วย​ไหม​คะ” เ​รน​ยิ้ม​ให้

ศักยะ​ยิ้ม​ตอบ​ตาม​ประสา​คน​หัวอก​เดียวกัน แล้ว​ขอตัว​เข้า​ห้อง คำ​พูด​ดูถูก​ของแม้นฤกษ์​ แวบ​เข้า​มา เขา​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​เจ็บแค้น​พึมพำ​กับ​ตัว​เอง

“ก็​ให้​มัน​รู้​ไป ไม่​มี​ปริญญา​แล้ว​จะ​หา​งาน​ดีๆทำ​ไม่ได้” ทันใดนั้น​เอง​ไฟ​ใน​ห้อง​ก็​ สว่าง​ขึ้น​แล้ว​ดับ​สนิท​ลง ศักยะ​ตกใจ​มอง​ไป​รอบๆ พราย​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น​บอก​กับศักยะ​ว่า

“ท่าน​จะ​ได้​งาน​เมื่อ​กลับ​ไป ศักยะ” ศักยะ​ตกใจ​มาก

ooooooo

เมื่อ​กลับ​มา​ถึง​กรุงเทพฯ เ​รน​ก็​รีบ​เข้าไป​ดู​งาน​ที่​ออฟฟิศ​ใหม่​ทันที ศักยะ​ตาม​ไป​ด้วย ขณะ​ที่​ทั้ง​สอง​ยืน​คุม​คน​งาน​ขน​ข้าวของ​เครื่อง​ใช้​ใน​สำนักงาน​เข้า​บ้าน รัชต์​ก็​ขับ​รถ​สปอร์ต​หรู​ป้าย​แดง​คัน​ใหม่เอี่ยม​เข้า​มา​จอด

“ของเล่น​เศรษฐี” ศักยะ​พึมพำ​แล้ว​ปั้น​หน้า​ยิ้ม​เข้าไป​ทักทาย​รัชต์



รัชต์​ให้​ศักยะ​ลอง​ขับ​รถ​ใหม่ แต่​ศักยะ​ปฏิเสธ จึง​ถาม​ถึง​เรื่อง​ที่​ศักยะ​จะ​ย้าย​ไป​อยู่​อพาร์ตเมนต์ เพราะ​เขา​อยาก​ให้​อยู่​ด้วย​กัน​มาก​กว่า ศักยะ​อ้าง​เรื่อง​ความ​สะดวก​สบาย และ​อยาก​หา​งาน​ทำ

“แก​อยาก​ทำ​งาน​ทำไม​ไม่​บอก​ฉัน​ล่ะ ฝ่าย​ขาย​ของ​ฉัน​ยัง​มี​ตำแหน่ง​ว่าง​อยู่ สนใจ​ทำ​ไหม​ล่ะ” รัชต์​ชวน

ศักยะ​ชะงัก คำ​พูด​ของ​พราย​ที่​ว่า เขา​จะ​ได้​งาน​เมื่อ​กลับ​ไป​ดัง​ก้อง​ขึ้น​มา​ใน​หัว​ทันที ศักยะ​จึง​ตอบ​ตกลง

“งั้น​บริษัท​เข้าที่​เมื่อ​ไหร่ ก็​เริ่ม​งาน​ได้​เลย” รัชต์​บอก แต่​เ​รน​ค้าน​ว่า​ช้า​เกินไป ต้อง​เริ่ม​งาน​เย็น​นี้​เลย เพราะ​วัน​นี้​พิมพ์​พัส​ตรา​จัด​งาน​ปาร์ตี้​ขอบคุณ​ลูกค้า ศักยะ​น่า​จะ​มา​ทำ​ความ​รู้จัก​เอา​ไว้

“เออ จริง​ด้วย งั้น​เ​รน​เอา​ใบสมัคร​ให้​ตั้น​มัน​กรอก​ด้วย เริ่ม​งาน​วัน​นี้​เลย ส่วน​เรื่อง​เงินเดือน​อยาก​ได้​เท่า​ไหร่​ก็​กรอก​มา น้อย​ไป​ฉัน​เพิ่ม​ให้​เอง”

“ขอบใจ​มาก​รัชต์” ศักยะ​ซาบซึ้ง

“เรื่อง​เล็กน้อย​เพื่อน” รัชต์​ดึง​เพื่อน​มาก​อด​ตบ​บ่า​หนักๆ แล้ว​หัน​ไป​คุย​เรื่อง​รถ​ใหม่​กับ​เ​รน ศักยะ​มอง​รถ​สปอร์ต​หรู​ของ​รัชต์​นึก​อยาก​มี​ทัดเทียม​เพื่อน

เ​รน​เลือก​บริเวณ​ริม​ทะเลสาบ​ใน​หมู่​บ้าน​ของ​รัชต์​จัด​งาน​เลี้ยง​แบบ​ฮาวาย แขก​ที่มา​ร่วม​งาน​ใส่​ชุด​ชาว​เกาะ​กัน​หมด​ทั้ง​หญิง​และ​ชาย ศักยะ​ที่​เพิ่ง​มา​ถึง​เอ่ย​ถาม​เ​รน​ว่า ทำไม​พิมพ์​พัส​ตรา​ถึง​ขยันจัดงาน​ปาร์ตี้​นัก

“ตอน​แรก​เ​รน​ก็​สงสัย​เหมือน​กัน​ค่ะ แต่​ตอน​หลัง​ถึง​ได้​เข้าใจ​ว่า​คุณ​พิม​เธอ​จัด​งาน​เพื่อ​ตี​ซี้​ลูกค้า​ให้​นาย ​พี่​ตั้น​เชื่อ​มั้ย​คะว่า​แปด​สิบ​เปอร์เซ็นต์​ของ​แขก​ที่มา​งาน​นี้ เป็น​ลูกค้า​เก่า​ของ​บริษัท​ทั้งนั้น เพื่อน​คุณ​พิม​จริงๆไม่​กี่​คน​หรอก​ค่ะ”

เ​รน​เฉลย​แล้ว​ยก​ตำแหน่ง​ลูกค้า​สัมพันธ์​ให้​พิมพ์​พัส​ตรา เป็น​จังหวะ​เดียว​กับ​ที่​รัชต์​และ​พิมพ์​พัส​ตรา​เดิน​ควงแขน​ออก​มา​ทักทาย​แขก ศักยะ​หน้า​เจื่อน​เล็กน้อย แต่​จำ​ต้อง​ฝืน​ยิ้ม​ให้​ทั้ง​คู่ ขณะ​นั้น​เอง ไว​ถือ​ถาด​ใส่​เครื่อง​ดื่ม​เดิน​เข้า​มา​หา​ศักยะ​และ​เ​รน ขอ​ให้​ช่วย​เสิร์ฟ​เครื่อง​ดื่ม​เพราะ​แขก​เยอะ​มาก ศักยะ​ไม่​พอใจ

“ไว​คง​ไม่ได้​คิด​อะไร​หรอก​ค่ะ​พี่​ตั้น คง​เคย​ชิน​ว่าที่​บริษัท​อยู่​กัน​เหมือน​พี่ๆน้องๆ ไว​เขา​คง​เห็น​ว่า​สนิท​กัน ก็​เลย​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​เท่านั้น​เอง” เ​รน​ออก​รับ​แทน


“ปีนเกลียว​สิ​ไม่​ว่า ผม​ไป​เปลี่ยน​เสื้อ​ที่​บ้าน​รัชต์​ก่อน​นะ แล้ว​เดี๋ยว​เจอ​กัน” ศักยะ​เดิน​ออก​ไป

เ​รน​มอง​ตามอย่าง​เก็บ​ข้อมูล​ว่า ศักยะ​มี​ความ​เจ้า​ยศ​เจ้า​อย่าง​ใน​ตัว​เหมือน​กัน

ศักยะ​เข้ามา​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​ที่​บ้าน​รัชต์ พิมพ์​พัส​ตรา​แอบ​ตาม​มา​บริหาร​เสน่ห์​แบบ​ถึง​เนื้อ​ถึง​ตัว ทำให้​ศักยะ​แทบ​คลั่ง ขณะ​ที่​ศักยะ​กำลัง​จ้อง​มอง​พิมพ์​พัส​ตรา พราย​ก็​กำลัง​จ้อง​มอง​เหยื่อ​สาว​อยู่​บน​สะพาน​ข้าม​คลอง​ใกล้​บ้าน​ชัด เพราะ​เธอ​กำลัง​อกหัก มัน​รอ​จน​สบ​โอกาส​ก็​จำแลง​เป็น​เด็ก​ผม​หงอก หน้า​แก่​เข้า​มา​สะกด​จิต​ให้​เธอ​โดด​น้ำ​ฆ่า​ตัว​ตาย

ooooooo

รัชต์​พา​ลูกค้า​วี​ไอ​พี​ของ​บริษัท​มา​แนะนำ​ให้​ศักยะรู้จัก​หวัง​ช่วย​เพื่อน  แต่​บรรดา​ลูกค้า​เมื่อ​รู้​ว่า​ศักยะ​เรียน​ไม่​จบ​ก็​พา​กัน​เหล่​มอง​อย่าง​ดูถูก เหมือน​ไม่​ใช่​คนใน​ระดับ​เดียวกัน ศักยะ​โกรธ​มาก​แต่​ต้อง​สะกด​อารมณ์​เอา​ไว้ แล้ว​เ​รน​ก็​เดิน​มา​ยื่น​กล่อง​ใส่​นาฬิกา​ให้​รัชต์ บอก​ว่า​ได้​เวลา​เซอร์ไพรส์​พิมพ์พัส​ตรา​แล้ว พลาง​ยกมือ​ให้​สัญญาณ ไว​เข้า​ประจำ​ที่ เสียง​ดนตรี​และ​แสง​สี​ใน​งาน​เปลี่ยน​ไป​ทันที

รัชต์​เดิน​ตรง​ไป​หา​พิมพ์​พัส​ตรา​ที่​ยืน​อยู่​กับ​กลุ่ม​เพื่อน แล้ว​เปิด​กล่อง​นาฬิกา​ออก เห็น​นาฬิกา​ข้อ​มือ​ผู้หญิง​ฝัง​เพชร​สวย​งาม

“พี่​รัชต์​รู้​ได้​ไง​ว่า​พิ​มอ​ยาก​ได้” พิมพ์​พัส​ตรา​น้ำตา​คลอ

รัชต์​บรรจง​ใส่​นาฬิกา​ให้​เรียก​เสียง​กิ๊วก๊าว​ของ​เพื่อนฝูง​และ​แขกเหรื่อ​พร้อม​กับ​เสียง​แซว​ว่า ขอ​หมั้น​หรือ​ขอ​แต่งงาน​กัน​แน่

“เปล่า​ครับ ผม​แค่​อยาก​ฝาก​เวลา​ของ​ผม​ให้​พิม​เขา​ช่วย​ดูแล” รัชต์​ตอบ

พิมพ์​พัส​ตรา​สวมกอด​รัชต์​ทันที​ที่​สวม​นาฬิกา​ให้​เสร็จ​แล้ว​หอม​แก้ม​ซ้าย​ขวา เ​รน​ยิ้ม​น้อย​ยิ้ม​ใหญ่​พอใจ​ผล​งาน ศักยะ​เกิด​ความ​ริษยา​เดิน​เลี่ยง​ออก​ไป​อย่าง​หัวเสีย

กลางดึก​คืนนั้น​ศักยะ​ฝัน​ว่า เขา​พาย​เรือ​ออก​ไป​กลาง​ทะเลสาบ ได้​พบ​กับ​พรายมัน​อาสา​จะ​บันดาล​ความปรารถนา​ให้​เป็น​จริง

“ท่าน​ต้องการ​เด่น​ดัง มี​เงิน​ทอง​มากมาย เป็น​ที่​ยอม​รับ​ของ​คน​ทุก​คน ต่อ​ไป​นี้ไม่​ว่า​ท่าน​จะ​ทำ​งาน​อะไร​ ท่าน​จะ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ทุก​อย่าง มี​เงิน​ทอง​เข้า​มา​แต่​ท่าน​ต้อง​สัญญา​กับ​เรา​ข้อ​หนึ่ง​ก่อน”

“สัญญา​อะไร บอก​ก่อน​นะ ถ้า​เป็น​เรื่อง​ไม่​ดี ฉัน​ไม่​ทำ​เด็ดขาด” ศักยะ​ระแวง

“ไม่​หรอก ขอ​เพียง​แค่​ท่าน​ไม่​กลับ​ไป​ค้าง​ที่​บ้าน​ปู่​ท่าน​อีก ไม่​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​ก็ตาม ท่าน​ทำได้​หรือ​ไม่”

“แค่​นี้​เอง ได้​สิ ฉัน​จะ​ไม่​ไป​ค้าง​ที่​บ้าน​ปู่​อีก”

“ดี ถือว่า​ท่าน​สัญญา​กับ​เรา​แล้ว​นะ”

ทันใดนั้น​เอง ก็​มี​มือ​สี​ดำ​มะ​เมื่อ​ม มี​เกล็ด​แบบ​งู โผล่​พรวด​ขึ้น​มา​จับ​มือ​ของ​ศักยะ​ไว้ เหมือน​เป็น​การ​ทำ​สัญญา ศักยะ​ช็อก​ตัว​แข็ง​ทำ​อะไร​ไม่​ถูก เมื่อ​ตกใจ​ตื่น เขา​ทบทวน​ความ​ฝัน ความ​โลภ​ผุด​ขึ้น​มาทันที

“ชีวิต​ฉัน​ต้อง​ดี​กว่า​นี้ ฉัน​ต้อง​ทัดเทียม​แก​ให้​ได้ ไอ้​รัชต์” ศักยะ​มุ่ง​มั่น แวว​ตา​ทะเยอทะยาน


ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่​ชาว​บ้าน​ช่วย​กัน​นำ​ศพ​ของ​หญิง​ที่​ฆ่า​ตัว​ตาย​ขึ้น​มา​จาก​คลอง ไว​ผ่าน​มา​เห็น​เหตุการณ์​ก็นึก​กลัว​รีบ​เร่ง​ฝีเท้า​ให้​ถึง​ออฟฟิศ​โดย​เร็ว และ​เล่า​เหตุการณ์​ที่​เห็น​ให้​เพื่อน​พนักงาน​ฟัง ศักยะ​เดิน​เข้า​มา​พอดี พนักงาน​หัน​ไป​สอบ​ถาม

“พี่​ตั้น พี่​รู้​ข่าว​คน​โดด​น้ำ​ตาย​ที่​คลอง​ท้าย​ซอย​หรือ​ยัง พี่​อยู่​ที่​นี่​เคย​เห็น​หรือ​ว่า​ได้ยิน​อะไร​แปลกๆมั่ง​ไหม”

“ก็​ไม่​มี​นี่ กลัว​อะไร​กัน​เหรอ” ศักยะ​ปั้น​หน้า

“แต่​ผม​เคย​ได้ยิน​พวก​คน​งาน​เล่า​ว่า ลุง​ที่​เคย​อยู่​ที่​นี่​ฆ่า​ตัว​ตาย​ไม่​ใช่​เหรอ​ครับ แล้ว​คุณ​ปู่​ของ​พี่​ตั้น​ก็​ตาย​ที่​บ้าน​หลัง​นี้​ด้วย” ไว​พาล​หาเรื่อง

ศักยะ​ของ​ขึ้น​เพราะ​ไม่​ชอบ​หน้า​ไว​อยู่​แล้ว​จึง​สวน​กลับ ทั้ง​สอง​เริ่ม​เสียง​ดัง​ใส่​กัน

“เถียง​อะไร​กัน” รัชต์​ถือ​แฟ้ม​เดิน​ออก​มา​พอดี

“เปล่า​ครับ​คุณ​รัชต์ คุย​กัน​เสียง​ดัง​ไป​หน่อย​น่ะ​ครับ” ไว​เหล่​ศักยะ​แล้ว​เดิน​เลี่ยง​ไป

ศักยะ​เห็น​ไว​ถอย​แล้ว​ก็​ไม่​อยาก​ยุ่ง​หัน​ไป​ถาม​รัชต์​ว่า​จะ​ออก​ไป​ข้าง​นอก​หรือ รัชต์​ว่าจะ​ไป​พบ​ลูกค้า

“เฮ้ย แก​จะ​ไป​เอง​ทำไม นี่​มัน​หน้าที่​ฉัน เดี๋ยว​ฉัน​ไป​ให้​เอง” ศักยะ​อาสา

“ฉัน​ไป​เอง​ดี​กว่า คุณ​ประสิทธิ์​แก​ทั้ง​เขี้ยว​ทั้ง​พูดจา​ไม่​รักษา​น้ำใจ​ใคร แก​เพิ่ง​เริ่ม​ทำ​งาน ฉัน​ไม่​อยาก​ให้​แก​หมด​กำลังใจ​ซะ​ก่อน” รัชต์​เป็น​ห่วง แต่​ศักยะ​ยืนยัน​จะ​ไป​เอง​อ้าง​ว่า ชอบ​งาน​ท้าทาย รัชต์​ยอม​ตามใจ

ศักยะ​มา​พบ​คุณ​ประสิทธิ์​ที่​บริษัท แต่​คุณ​ประสิทธิ์ปฏิเสธ​ไม่​ยอม​คุย​กับ​ศักยะ​แถม​ยัง​พูดจา​ดูถูก จน​ศักยะ​โมโห​จะ​ลุก​หนี แต่​ทันใดนั้น​เอง คุณ​ประสิทธิ์​ก็​เหมือน​ถูก​มนต์​สะกด​จับ​แฟ้ม​เอา​ไว้​แน่น​พลาง​พูด​อย่าง​เหม่อ​ลอย

“ลด​ได้​เท่า​นี้​ก็​ไม่​เป็นไร ตกลง​ฉัน​รับ​ตาม​ข้อ​เสนอ​นี้​ล่ะ” คุณ​ประสิทธิ์​ดึง​แฟ้ม​เอกสาร​มา​เซ็น​หน้าตา​เฉย

ศักยะ​อึ้ง​ไป​ที่​จู่ๆลูกค้า​ก็​เปลี่ยนใจ​ชนิด​ไม่​มี​ปี่​มี​ขลุ่ย ไฟ​ห้อง​ทำ​งาน​กะพริบ​ถี่ๆ ดอกไม้​ที่​ปัก​ประดับ​ใน​แจกัน คอพับ​หัก​ทุก​ดอก ศักยะ​รู้​ได้​ทันที​ว่า​เป็น​ฝีมือ​ของ​พราย​มา​ช่วย​ตน​แน่ๆ

รัชต์​ดีใจ​มาก​ที่​ศักยะทำ​งาน​สำเร็จ เขา​สั่ง​พนักงาน​ว่า อย่า​เพิ่ง​รีบ​กลับ​เพราะ​จะ​ปิด​ร้าน​เลี้ยง​ฉลอง​ให้​ศักยะ เหล่า​พนักงาน​ปรบ​มือ​เฮ​แล้ว​เข้า​มา​ชื่นชม​ศักยะ ศักยะ​ยิ้ม​หน้าบาน​ออกตัว​ว่า คง​เป็น​เพราะ​โชค​ดี​มาก​กว่า

“โชค​อย่าง​เดียว​ไม่​พอ​หรอก​ค่ะ​พี่​ตั้น คุณ​ประสิทธิ์​แก​ขึ้นชื่อ​จะ​ตาย อย่าง​งี้​ต้อง​เรียก​ว่า​ฝีมือ​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ”

“ฉัน​ตะหาก​ที่​โชค​ดี ที่​ได้​แก​มา​ร่วม​งาน​ ตั้น แก​รู้​ไหม โปรเจกต์​นี้เป็นโปรเจกต์ใหญ่​ที่สุด​ที่​บริษัท​ฉัน​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​พึ่ง​บารมี​พ่อ​กับ​แม่​เลย ขอบใจ​มาก​เพื่อน” รัชต์​ยื่นมือ​ไป​จับ​กับ​ศักยะ

ศักยะ​ยิ้ม​รับ​ด้วย​ความ​ภูมิใจ​สุดๆแล้ว​แอบ​นึก​ใน​ใจ “เจ้า​พราย​ ถ้า​แก​บันดาล​ให้​ฉัน​ได้​ทุก​อย่าง​แบบ​นี้ แก​จะ​เป็น​ตัว​อะไร ฉัน​ก็​ไม่​สน​แล้ว​ล่ะ”

เมื่อ​ความปรารถนา​หนึ่ง​สำเร็จ​ก็​ต้อง​มี​หนึ่ง​ชีวิต​สังเวย​เป็น​การ​แลกเปลี่ยน คน​ที่​โชค​ร้าย​ใน​คืน​นี้​ก็​คือ​ชาย​กลางคน​ที่​ขับ​รถ​มา​คน​เดียว พราย​สะกด​จิต​ให้​เขา​ขับ​รถ​พุ่ง​ชน​ต้นมะขาม​ที่​จอน​ผูก​คอ​ตาย​เข้า​อย่าง​จัง แต่​เขา​ยัง​ไม่​ตาย​สมใจ มัน​จึง​ใช้​หาง​ตวัด​ขึ้น​มา​รัด​คอ​จน​ชาย​โชค​ร้าย​ตาเหลือก​ค้าง​ขาดใจ​ตาย​คาที่

“มึง​จะ​ต้อง​ฆ่า​คน​อีก​เท่า​ไหร่​ถึง​จะ​พอ แค่​นี้​ยัง​ไม่​สา​แก่​ใจ​มึง​อีก​เหรอ” วิญญาณ​ของ​จอน​ที่นั่ง​อยู่​บน​ต้นมะขาม​ก้ม​มอง​ลง​มา​อย่าง​แค้น​ใจ

“กู​จะ​ฆ่า ฆ่า​ไป​เรื่อยๆ จนกว่า​กู​จะ​พ้น​ความ​ทรมาน จนกว่า​ศัตรู​ของ​กู​จะ​พินาศ” เสียง​ของ​พราย​ดัง​สะท้อน​สะท้าน​ไป​ทั่ว​บริเวณ ชวน​น่า​หวาด​กลัว วิญญาณ​จอน​หาย​วับ​ไป ลม​พัด กระโชก​แรง​ขึ้น

ooooooo
พิมพ์​พัส​ตรา​แวะ​มา​ทักทาย​รัชต์​ที่​บริษัท​แล้ว​จะ​ออก​ไป​ฟิตเนส​ต่อ เธอ​เห็น​เ​รน​กำลัง​จะ​ออก​ไป​เสนอ​งาน​ข้าง​นอ​กก็​ชวน​ไป​ด้วย​กัน เพราะ​รู้​จาก​รัชต์​ว่า​รถ​ของ​เ​รน​เข้า​อู่​อยู่ แต่​เ​รน​ไม่ทัน​ได้​ตอบ​อะไร ศักยะ​ก็​ขับ​รถ​มือ​สอง​สภาพ​ดี​เข้า​มา​จอด

“ไป​เอา​รถ​ใคร​มา​ขับ​คะ​พี่​ตั้น” เ​รน​แปลก​ใจ



“รถ​ผม​เอง​สิ​ครับ รัชต์​จ่าย​ค่า​คอ​มฯ​ให้​เมื่อ​วาน ก็​ไป​ถอย​มา​เลย เล็ง​ไว้​นาน​แล้ว” ศักยะ​ยิ้ม​ภูมิใจ

รัชต์หัน​ไป​อธิบาย​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ว่า ศักยะ​หา​โปรเจกต์​ใหญ่​เข้า​บริษัท​ได้ ก็​เลย​ได้​ค่า​คอ​มฯ​เยอะ​หน่อย

“วัน​นี้​มี​นัด​ไป​พบ​ลูกค้า​ไม่​ใช่​เหรอ​เ​รน งั้น​ไป​ด้วย​กัน​เลย ยอม​ให้​เป็น​ตุ๊กตา​หน้า​รถ​คน​แรก” ศักยะ​ล้อ

“ด้วย​ความ​ยินดี​เลย​ค่ะ” เ​รน​ยิ้ม​รับ​แล้ว​เข้าไป​นั่ง​ใน​รถ

“วัน​นี้​ฉัน​นัด​ลูกค้า​อีก 3 ราย เตรียม​ค่า​คอ​มฯ​ไว้​ได้​เลย​เพื่อน” ศักยะ​ยิ้มๆตบ​บ่า​รัชต์​แล้ว​ออก​รถ​ไป

รัชต์​มอง​ตามอย่าง​ชื่นชม ส่วน​พิมพ์​พัส​ตรา​มอง​ตามอย่าง​เคืองๆที่​เห็น​ศักยะ​สนิทสนม​กับ​เ​รน เพราะ​เสีย​ฟอร์ม​ที่​ผู้ชาย​ที่​หลง​ใหล​ตน​ไป​ชอบ​ผู้หญิง​อื่น

พิมพ์​พัส​ตรา​แอบ​มา​รอ​พบ​ศักยะ​ที่​บริษัท​ใน​ตอน​ค่ำ​เพื่อ​บริหาร​เสน่ห์​ใน​ขณะ​ที่​ทั้ง​สอง​กำลัง​จ้อง​ตา​กัน​อย่าง​หวาน​ซึ้ง ไว​ก็​ผ่าน​มา​เห็น เขา​รีบ​เดิน​เลี่ยง​เอา​กาแฟ​ไป​ให้​รัชต์​ที่​ ทำ​งาน​อยู่​ใน​ห้อง ส่วน​พิมพ์​พัส​ตรา​เมื่อ​มั่นใจ​ว่า​แย่ง​ความ​สนใจ​ศักยะ​คืน​มา​จาก​เ​รน​ได้​แน่​แล้ว ก็​ถอย​ออก​มา ศักยะ​มอง​ตาม​พิมพ์​พัส​ตรา​เคลิ้ม​ไป​กับ​ความ​สวย​  ด้วย​เหตุ​นี้​หลัง​

เสร็จ​งาน ไว​จึง​ตาม​มา​ต่อว่า​ศักยะ ที่​คิด​หักหลัง​รัชต์​เรื่อง​พิมพ์–พัส​ตรา แต่​ศักยะ​ไม่​สน

“คุณรัชต์​​เป็น​คน​ดี​เกินไป นาย​ไม่​คิด​หรอก​ว่า​แฟน​ตัว​เอง​กับ​เพื่อน​รัก​จะ​คิด​ทรยศ​ลับหลัง​ได้​ลงคอ​ ผม​อยาก​มา​เตือน​พี่  ว่า​คน​อย่าง​คุณ​พิม​ไม่​มี​ทาง​จริงจัง​กับ​ใคร​นอ​กจาก​คุณ​รัชต์​ คุณ​พิม​ฉลาด เธอ​รู้​ดี​ว่า​ไม่​มี​ผู้ชาย​คน​ไหน​จะ​ดี​พร้อม​เทียบเท่ากับ​คุณ​รัชต์​ได้” ไว​มอง​ศักยะ​แวว​ตา​ดูถูก

ศักยะ​โมโห​ผลัก​ไว​ให้​พ้น​ทาง​แล้ว​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป​อย่าง​หัวเสีย

ooooooo

เ​รน​ชวน​ศักยะ​ไป​รับ​ตา​เลิศ​มา​อยู่​กับ​เธอ​ที่​คอน​โดฯ เพราะ​อับอาย​ที่​แม่​ของ​เธอ​ยืนยัน​จะ​แต่งงาน​กับ​ทัด​สิงห์ ทั้งๆที่​ทัด​สิงห์​ยัง​ไม่ได้​หย่า​กับ​เมีย​แค่​แยก​กัน​อยู่​เท่านั้น

“แม่​เ​รน​ก็​เลย​ต้อง​เป็น​เมียน้อย​แบบ​ออก​หน้า​ออก​ตา คุณ​ตา​ถึง​ทน​ความ​อับอาย​ไม่ได้​ไง​คะ​พี่​ตั้น”

“คุณ​ตา​มา​อยู่​ที่​นี่​ก็ดี​เหมือน​กัน ท่าน​คง​มี​ความ​สุข​ที่​ได้​อยู่​ใกล้​กับ​เ​รน​นะ” ศักยะ​ปลอบ​ใจ

“แต่​ก็​สงสาร​คุณ​ตา​นะ​คะ​พี่​ตั้น เคย​อยู่​บ้าน​หลัง​ใหญ่​โต มี​บริเวณ​กว้างๆ ต้อง​มา​ทน​อุดอู้​อยู่​ใน​ห้อง​แคบๆ”

ศักยะ​คิด​ครู่​หนึ่ง​ก่อน​จะ​ยิ้ม​ออก​มา เขา​ชวน​ให้​เ​รน​กับ​คุณ​ตา​ไป​อยู่​ที่​บ้าน​ใหม่ เ​รน​เป็น​งง ศักยะ​ส่ง​ยิ้ม​เจ้าเล่ห์​พา​สอง​ตา​หลาน​ไป​ดู​บ้าน​แถบ​ชานเมือง​ที่​เขา​เพิ่ง​จะ​ซื้อ​ไว้

“พี่​ตั้น​ทำได้​ยัง​ไง​คะ​เนี่ย เพิ่ง​จะ​ทำ​งาน​ได้​ไม่​เท่า​ไหร่​เอง ซื้อ​บ้าน​ใหม่​ได้​แล้ว​เหรอ​คะ” เ​รน​ทึ่ง​สุดๆ

“ก็​ไม่ได้​ใช้​เงินก้อน​ซะ​หน่อย นี่​ผม​ยัง​ผ่อน​ดาวน์​อยู่​เลย มี​ค่า​เช่า​บ้าน​ของ​รัชต์​บวก​กับ​ค่า​เช่า​ตึก​มรดก​ก็​พอ​ผ่อน​แล้ว ส่วนตัว​ผม​ก็​กิน​เงินเดือน​กับ​ค่า​คอ​มฯ แค่​นี้​ก็อยู่ได้​สบายๆ” ศักยะ​ชี้แจง ขณะ​ที่​เลิศ​กวาดตา​มอง​ไป​รอบๆบ้าน สีหน้า​เครียดๆชอบกล

“พี่​ตั้นนี่ นอกจาก​จะ​ขาย​เก่ง​แล้ว ยัง​วาง​แผน​ชีวิต​เก่ง​อีก​นะ​คะ” เ​รน​ชม

ศักยะ​ยิ้ม​ปลื้ม​แล้ว​หัน​ไป​คุย​กับ​ตา​เลิศ​ว่า ชอบ​ที่​นี่ไหม ตา​เลิศ​ฝืน​ยิ้ม​เปรย​ว่า ศักยะ​น่า​จะ​มา​อยู่​เอง เพราะ​ซื้อ​แล้ว​ไม่​อยู่​น่า​เสียดาย

“ผม​ทำ​งาน​ใน​เมือง ขืน​อยู่​ที่​นี่​ก็​ไป​ทำ​งาน​สาย​ทุก​วัน​สิ​ครับ ไม่​เหมือน​เ​รน​เขา​ขยัน​ตื่น​เช้า ที่​ผม​ซื้อ​ไว้​ก็​เพราะ​อยาก​ให้​ทรัพย์สิน​มัน​งอกเงย​เท่านั้น​ล่ะ​ครับ​ตา ขึ้น​ไป​ดู​ห้อง​นอน​กัน​ดี​กว่า​นะ​ครับ” ศักยะ​เดิน​นำ​ขึ้น​ไป

“ไป​ค่ะ​ตา” เ​รน​ประคอง​ตา​เดิน​ขึ้น​บันได​บ้าน

ตา​เลิศ​ก็​รู้สึก​เหมือน​มี​ความ​ร้อน​ระอุ​บาง​อย่าง อยู่​เหนือ​หัว​ตน จน​ตน​ต้อง​เงย​หน้า​ขึ้น​ดู แต่​ไม่ทัน​เห็น​อะไร ศักยะ​ก็​หัน​กลับ​มา ตา​เลิศ​จึง​แกล้ง​บ่น

“อากาศ​เดี๋ยวนี้​มัน​ร้อน​ขึ้น​ทุก​วัน​ว่า​ไหม​คุณ​ตั้น”

“ธรรมชาติ​ลงโทษ​มนุษย์​ครับ​ตา” ศักยะ​ยิ้มๆ

เลิศ​แอบ​หัน​กลับ​มา​มอง​ข้าง​หลัง​อีก​ครั้ง เพราะ​สัมผัส​ที่​หก​บอก​ว่า​มี​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​อยู่​ใน​บ้าน

ศักยะ​เดินกลับ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​พัก​ของ​ตน​มา​อย่าง​อารมณ์​ดี เงา​พราย​พุ่ง​พรวด​เข้าใส่​แล้ว​ปรากฏ​สะท้อน​อยู่​ที่​กระจก​หน้าต่าง​พลาง​ขู่​ฟ่อ ศักยะ​ตั้ง​สติ​ได้​ก็​เอ่ย​ถาม

“แก​มา​หา​ฉัน มี​อะไร”

“ข้า​มา​เตือน​ท่าน เรื่อง​ชาย​แก่​กับ​หลาน​สาว​ของ​มัน เพราะ​มัน​สอง​คน​จะ​นำ​ความ​วิบัติ​มา​ให้​ท่าน ท่าน​ต้อง​อยู่​ห่าง​พวก​มัน​ไว้”

“คุณ​ตา​อายุ​แปด​สิบ​แล้ว​จะ​ไป​ทำ​อะไร​ใคร​ได้ ส่วน​เ​รน เป็น​เพื่อน​ที่​ดี​ที่สุด​ของ​ฉัน เ​รน​ไม่​มี​ทาง​ทำร้าย​ฉัน​หรอก แก​บอก​ว่า​จะ​ทำให้​ความปรารถนา​ฉัน​เป็น​จริง​ไม่​ใช่​เห​รอะ แค่​นี้ ฉัน​ยัง​ไม่​พอใจ​หรอก​นะ แก​รีบ​ทำ​งาน​ให้​สำเร็จ​ดี​กว่า อย่า​มา​เสีย​เวลา​คอย​จับผิด​เ​รน​กับ​คุณ​ตา​หน่อย​เลย” ศักยะ​ไม่​สน

เงา​พราย​ไม่​พอใจ​กลาย​ร่าง​เป็น​ชาย​ผม​หงอก​ขาว​กระเซิง​คลุม​ผ้า​ดำ​ปิด​ทั้ง​ตัว ปรากฏ​ขึ้น​ด้าน​หลัง​ศักยะ

“เรา​จะ​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​ต้องการ แต่​เมื่อ​ถึง​เวลา ท่าน​ก็​ต้อง​รักษา​สัญญา​เช่น​กัน”

“แค่​ไม่​ให้​ไป​ค้าง​บ้าน​คุณ​ปู่​น่ะ​เหรอ ถ้า​แก​ให้​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​ฉัน​ต้องการ​ได้​จริงๆ อย่า​ว่า​แต่​แค่​นี้​เลย ฉัน​ไม่​ไป​เหยียบ​ทั้ง​ชาติ​ก็​ยัง​ได้” ศักยะ​ส่าย​หน้า​เดิน​ไป​ริน​น้ำ​ดื่ม​พร้อม​บ่น “ทีหลัง​มา​หา​ฉัน​แบบ​นิ่มนวล​ก็ได้​นะ​เจ้า​พราย  เดี๋ยว​ฉัน​จะ​หัวใจ​วาย​ตาย​ก่อน​รวย”

เสียง​พราย​หัวเราะ​เย็น​ยะเยือก​แล้ว​เงา​ดำ​ก็​ลอย​หาย​ไป​เงียบๆ

ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่ ศักยะ​ไป​รับ​เ​รน​กับ​ตา​เลิศ​มา​ที่​บ้าน​ของ​คุณ​ปู่ เพราะ​ตา​เลิศ​ต้องการ​มา​ระลึก​ความหลัง

“วัน​นี้​ไม่​มี​คน​มา​ทำ​งาน ตา​อยาก​จะ​รำลึก​ความหลัง​ยัง​ไง ก็​เชิญ​ตาม​สบาย​เลย​นะ​คะ” เ​รน​ล้อ​

ตา​เลิศ​ยก​ไม้เท้า​หัว​เสือ​คู่​กาย​มา​เคาะ​หัว​เ​รน​เบาๆ ก่อน​จะ​เดิน​นำ​ไป​ทาง​สวน​ข้าง​บ้าน ชม​ต้น​หมาก​ราก​ไม้​อย่าง​สบายใจ เ​รน​มอง​ตาม​แล้ว​หัน​มา​ขอบคุณ​ศักยะ​ที่​อุ​ต​ส่า​ห์​มา​เป็น​เพื่อน

“ไม่​ต้อง​ขอบคุณ​หรอก​จ้ะ ผม​อยาก​มา​อยู่​แล้ว ได้​ดูแล​คุณ​ตา​ก็​เหมือน​ผม​ได้​ชดเชย ที่​ไม่​มี​โอกาส​ได้​ดูแล​คุณ​ปู่” ศักยะ​ยิ้ม​ให้​เ​รน แล้ว​ขอตัว​ไป​เดิน​เล่น​กับ​ตา​เลิศ เ​รน​มอง​ตาม​ศักยะ​อย่าง​เป็น​ปลื้ม

ตา​เลิศ​เดิน​ดู​ต้นไม้​เข้า​มา​ถึง​สวน​หลัง​บ้าน ไม่​เห็น​ศาล​เจ้าที่​ก็​ถาม​หา ศักยะ​หน้า​เจื่อน​ไป​นิด​บอก​ว่า​รื้อ​ไป​แล้ว ตา​เลิศ​เข้าใจ​พึมพำ​กับ​ตัว​เอง​ว่า  เวลา​มัน​เปลี่ยน​ไป​แล้ว คน​เดี๋ยวนี้คง​ไม่​เชื่อถือ​อะไร​เหมือน​ก่อน

“เข้าไป​ใน​บ้าน​ดี​กว่า​ครับ​คุณ​ตา แดด​มัน​ร้อน” ศักยะ​ตัดบท แล้ว​เข้า​ประคอง​เป็น​จังหวะ​เดียว​กับ​ที่​เ​รน​ตาม​มา​ประคอง​ไว้​ทัน ทั้ง​สอง​มือ​จับ​กัน​โดย​ไม่ได้​ตั้งใจ

เมื่อ​เข้า​มา​ใน​บ้าน​แล้ว ศักยะ​ก็​พา​ตา​เลิศ​ไป​ดู​รูป​เก่าๆ ใน​ห้อง​พระ ตา​เลิศ​เห็น​รูป​ชัด​ก็​เปรย​ว่า

“รูป​พี่​ชัด​รูป​นี้ ดู​เศร้า​เหลือเกิน​นะ​ตั้น”

“รูป​คุณ​ปู่​น่ะ​เหรอ​ครับ​เศร้า” ศักยะ​มอง​ไป​ที่​รูป เห็น​ชัด​จ้อง​ตน​ด้วย​สายตา​ถมึงทึง​ก็​รีบ​หลบตา​บอก​กับ​ตา​เลิศ​ว่า คุณ​ปู่​ดู​ดุ​มาก​กว่า​เศร้า

เ​รน​เหลือบ​ไป​เห็น​ไม้เท้า​ของ​ชัด​ที่​แขวน​บน​ผนัง ซึ่ง​เหมือนกับ​ไม้เท้า​ของ​ตา​เลิศ​ก็​แปลก​ใจ​ร้อง​ถาม​ว่า ทำไม​ถึง​เหมือน​กัน​ขนาด​นี้ ตา​เลิศ​ยิ้ม​บางๆ เดิน​ไป​มอง​ไม้เท้า​ของ​ชัด​พลาง​อธิบาย

“ก็​ต้อง​เหมือน​กัน​อยู่​แล้ว​ล่ะ ไม้เท้า​คู่​นี้ เป็น​ไม้เท้า​แก้ว​ที่​เสด็จในกรมฯประทาน​ให้​พี่​ชัด​กับ​พี่​ลพ ของ​ตา​เป็น​ของ​พี่​ลพ​ไง​ล่ะ”

“ถ้า​อย่าง​นั้น ผม​ยก​ให้​คุณ​ตา​อีก​อัน​ก็​แล้วกัน​ครับ​เพราะ​อยู่​กับ​ผม ผม​ก็​ไม่ได้​ใช้​อะไร​อยู่​แล้ว ได้​แต่​เก็บ​ไว้​ใน​ห้อง​นี้​เฉยๆ ให้​ไม้เท้า​อัน​นี้​ได้​กลับ​ไป​อยู่​คู่​กับ​ไม้เท้า​ของ​คุณ​ตา​จะ​ดี​กว่า​ครับ” ศักยะ​เอ่ย

ตา​เลิศ​นิ่ง​คิด​แล้ว​รับปากว่า จะ​ช่วย​ดูแล​ให้ ไว้​ศักยะ​อยาก​ได้​คืน​เมื่อ​ไหร่​ก็​บอก

“ครับ” ศักยะ​ยิ้ม​รับ

ทันใดนั้น​เอง เสียง​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ของ​เ​รน​ก็​ดัง​ขัดจังหวะ​ขึ้น  เ​รน​หยิบ​มือ​ถือ​ขึ้น​มา​ดู แล้ว​กด​รับ พิมพ์​พัส​ตรา​โทร.​มา​ตาม​เ​รน​ไป​ที่​สำนักงาน​ขาย เพราะ​คน​งาน​ก่อสร้าง​ประท้วง​ขอ​ขึ้น​ค่า​แรง​และ​ค่า​โอ​ที

เ​รน​กับ​ศักยะ​รีบ​ไป​ทันที รัชต์​ขอ​ให้​ศักยะ​ช่วย​ดูแล​ทุก​คน ใน​ระหว่าง​ที่​เขา​ออก​ไป​เจรจา​กับ​คน​งาน แต่​ถ้า​เหตุการณ์​ไม่​ดี​ขึ้น​ก็​ให้​พา​ทุก​คน​หลบ​ออก​ไป​เลย

“นาย รอ​ให้​พวก​เขา​ใจเย็น​ก่อน​แล้ว​ค่อย​คุย​ไม่​ดี​กว่า​เหรอ​คะ” เ​รน​ห่วง

“ผม​อยาก​คุย​ให้​จบ​ไป​เลย นี่​ใกล้​กำหนด​ส่ง​งาน​แล้ว ไม่ทัน​ขึ้น​มา โดน​ฟ้อง​จะ​ไม่​คุ้มกัน ​ไม่​ต้อง​ตาม​ผม​ออก​ไป​นะ” รัชต์​กำชับ

“ระวัง​ตัว​นะ​รัชต์” ศักยะ​เตือน

รัชต์​พยัก​หน้า​รับ​เดิน​ออก​ไป เ​รน​เดิน​ตาม​มา​ส่ง​พร้อม​ล็อก​ประตู​สำนักงาน พิมพ์​พัส​ตรา​กลัว​โดน​ลูกหลง​สั่ง​ให้​ไว​ไป​สตาร์​ต​รถ​รอ​ไว้​เลย ไว​ไม่​ชอบใจ​นัก

พวก​คน​งาน​กำลัง​ประท้วง เห็น​รัชต์​ออก​มา​ก็​เงียบกริบ​ทันที หัวหน้า​คน​งาน​ยิ้ม​แบบ​คน​ที่​ถือ​ไพ่​เหนือ​กว่า​เอ่ย​ถาม​รัชต์​ว่า ยอม​รับ​เงื่อนไข​ของ​เขา​แล้ว​ใช่​ไหม แต่​รัชต์​ปฏิเสธ​แล้ว​แจกแจง​รายละเอียด​เรื่อง​เงิน​ค่า​แรง​กับ​ค่า​โอ​ที​ให้​พวก​คน​งาน​ฟัง​พร้อม​ย้ำ​ถึง​ความ​ช่วยเหลือ​ต่างๆที่​เขา​เคย​ให้​กับ​ทุก​คนนอก​เหนือ​จาก​เงิน​ค่า​จ้าง เพราะ​คิด​ว่า​ทุก​คน​คือ​คนใน​ครอบครัว​ไม่​ใช่​ลูกจ้าง และ​ถ้า​งาน​เสร็จ​ไม่ทัน​กำหนด​ทุก​คน​ก็​จะ​ตกงาน เหล่า​คน​งาน​ได้คิด​จึง​ยอม​สลาย​การ​ชุมนุม

หัวหน้า​คน​งาน​จ้อง​หน้า​รัชต์​แล้ว​เดิน​หัวเสีย​กลับ​ไป เ​รน​นำ​ทุก​คน​ปรบ​มือ​ชื่นชม​รัชต์​ที่​เจรจา​สำเร็จ ขณะ​ที่​ศักยะ​ยืน​นิ่งๆแอบ​หมั่นไส้​รัชต์​อย่าง​อด​ไม่ได้

ooooooo
ตอนที่ 3


ศักยะ​กลับ​มา​ถึง​ห้อง​พัก​ก็​ตรง​เข้า​ล้าง​หน้า ภาพ​เหตุการณ์​ตอน​รัชต์​กล่อม​คน​งาน​ได้​สำเร็จ​แวบ​เข้า​มา

“ฮีโร่” ศักยะ​เหยียด​ปาก​พึมพำ​กับ​เงา​ตัว​เอง แล้ว​เบี่ยง​ตัว​ไป​หยิบ​ผ้า​มา​เช็ดหน้า แต่​ต้อง​ชะงัก​เพราะ​เงา​ใน​กระจก​ไม่ได้​ตาม​มา​ด้วย ยัง​กลับ​ยิ้มกริ่ม​อยู่​ที่​เดิม ศักยะ​มั่นใจ​เป็น​พราย​จำแลง​มา​แน่

เงา​พราย​เข้า​มา​ยุแยง​ให้​ศักยะ​ริษยา​รัชต์​มาก​ขึ้น พร้อม​อาสา​จะ​ทำให้​ความปรารถนา​ทุก​อย่าง​ของ​ศักยะ​เป็น​จริง ศักยะ​จม​ดิ่ง​อยู่​กับ​ความ​ริษยา​ต้องการ​เหนือ​รัชต์​ใน​ทุก​เรื่อง เงา​พราย​แสยะ​ยิ้ม​พอใจ​ที่​ครอบงำ​จิตใจ​ศักยะ​ให้​ขุ่นมัว​ได้​สำเร็จ

เช้า​วัน​ใหม่ ศักยะ​ยืน​คุย​เรื่อง​งาน​อยู่​กับ​เ​รน​ใน​ออฟฟิศ รัชต์​เดิน​ออก​มา​ตาม เพราะ​จะ​ให้​ศักยะ​ไป​พบ​ลูกค้า​แทน​ใน ​ตอน​บ่าย แล้ว​หัวหน้า​คน​งาน​ที่​ก่อหวอด​ประท้วง​ก็​เข้า​มา​ต่อว่า รัชต์​เพราะ​แค้น​ที่​โดน​แม่​รัชต์​ไล่​ออก  ​เขา​ชัก​ปืน​ออก​มา​จะ​ยิง​รัชต์ ศักยะ​พุ่ง​เข้า​ชาร์จ​แย่ง​ปืน ทั้ง​คู่​ต่อสู้​กัน​พัลวัน ครู่​เดียว​ก็​มีเสียง​ปืน​ดัง​ลั่น​ขึ้น ศักยะ​ผงะ​ออก​มา​พร้อม​กับ​แผล​ถูก​ยิง​ถาก​ที่​หัวไหล่

หัวหน้า​คน​งาน​ตกใจ​ผละ​ออก​มา เ​รน​หยิบ​แจกัน​ดอกไม้​ที่​อยู่​ใกล้​มือ​ฟาด​ใส่​ท้ายทอย​หัวหน้า​คน​งาน​จน​แจกัน​แตก​เป็น​เสี่ยง รัชต์​เข้าไป​แย่ง​ปืน​มา​ได้

“มึง​ตาย” ศักยะ​แค้น​จะ​เข้าไป​ขย้ำ​หัวหน้า​คน​งาน

หัวหน้า​คน​งาน​กลัว​ศักยะ​รีบ​ลนลาน​วิ่ง​หนี​ออก​ไป​ทันที ศักยะ​หน้า​ดำ​คล้ำ​ตาขวางๆ วิ่ง​ไล่​ตาม​ออก​ไป​ติดๆ

“พี่​ตั้น ปล่อย​เขา​ไป​เถอะ​ค่ะ” เ​รน​วิ่ง​ตาม​ไป​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง ขณะ​ที่​รัชต์​รีบ​ไป​กด​โทรศัพท์​แจ้ง 191

ศักยะ​วิ่ง​ไล่​กวด​หัวหน้า​คน​งาน​มา​ด้วย​ความ​แค้น​ใจ หัวหน้า​คน​งาน​พยายาม​จะ​หนี​แต่​ศักยะ​ตาม​ล่า​ไม่​เลิก  ​ส่วน​เ​รน​ก็​วิ่ง​ตาม​และ​พยายาม​ตะโกน​เรียก​เตือนสติ​ศักยะ

เมื่อ​มา​ถึง​ถนน​ใหญ่ หัวหน้า​ตัดสินใจ​จะ​วิ่ง​ข้าม​ไป​อีก​ฟาก แต่​มือ​ของ​พราย​ยื่น​ออก​มา​จาก​ท่อ​ระบาย​น้ำ​ดึง​ขา​หัวหน้า​คน​งาน​ไว้ ทำให้​ล้ม​ไป​ข้าง​หน้า จังหวะ​นั้น​เอง​รถ​แล่น​มา​ชน​ตูม เสีย​ชีวิต​คาที่ ศักยะ​ยืน​ช็อก เ​รน​วิ่ง​มา​หยุด​ข้างๆ ยกมือ​ปิดปาก​ด้วย​ความ​ตกใจ ศักยะ​หน้าซีด​เมื่อ​เห็น​หาง​งู​ดำ​มะ​เมื่อ​ม​เลื้อย​ลง​ท่อ​ระบาย​น้ำ​ไป

ooooooo

ศักยะ​หลบ​มา​นั่ง​ที่​สวน​หลัง​บ้าน เขา​มอง​ไป​รอบ​ตัว​พลาง​เอ่ย​ถาม​พราย​ว่า ฆ่า​หัวหน้า​คน​งาน​ทำไม

“เรา​ก็​ทำ​ตาม​ที่​ท่าน​ต้องการ​น่ะ​สิ​ศักยะ ท่าน​ลืมแล้ว​รึ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ออกปาก​เอง​ว่า​ต้องการ​ให้​มัน​ตาย ทุก​ความปรารถนา​ของ​ท่าน​ต้อง​เป็น​จริง” เสียง​พราย​ตอบ​กลับ​มา

ศักยะ​คิด​ทบทวน จำ​ได้​ว่า ตน​พลั้งปาก​ไป​จริงๆ ก็​รีบ​ออกตัว​ว่า ตอน​นั้น​เขา​กำลัง​โมโห พราย​หัวเราะ​เบาๆ ขำ​กับ​ความ​กลัว​และ​ไร้เดียงสา​ของ​ศักยะ ศักยะ​กวาดตา​มองหา​พราย​ก็​เห็น​เ​รน​กำลัง​เดิน​มา​หา

“คุย​กับ​ใคร​อยู่​คะ​พี่​ตั้น” เรน​ทัก

ศักยะ​ฝืน​ยิ้ม​โกหก​ว่า​คุย​โทรศัพท์​กับ​เพื่อน​อยู่ แล้ว​ถาม​เ​รน​ว่า มี​ธุระ​อะไร​หรือ​เปล่า เ​รน​ว่า คุณ​ตา​ให้​ชวน​ศักยะ​ไป​ทาน​ข้าว​เย็น​ด้วย​กัน ศักยะ​รีบ​รับคำ​และ​อาสา​โชว์​ฝีมือ​ทำ​กับข้าว​หนึ่ง​จาน

“งั้น​เ​รน​โทร.​บอก​คุณ​ตา​เลย​นะ​คะ” เ​รน​เดิน​แยก​ออก​ไป​โทรศัพท์

ศักยะ​กวาดตา​มอง​รอบๆตัว ​ ถอน​ใจ​ยาว​อย่าง​ไม่สบาย​ใจ​นัก

รัชต์​มา​ส่ง​พิมพ์​พัส​ตรา​ที่​หน้า​ผับ​เพราะ​ติด​งาน​จึง​ลง​ไป​เที่ยว​กับ​เธอ​ไม่ได้ พิมพ์พัส​ตรา​ทำ​เป็น​เข้าใจ แต่​ไม่​วาย​กระเซ้า

“ระวัง​นะ บ้า​งาน​มากๆ พิม​จะ​หายตัว​ไป​เลย ทิ้ง​ให้​อยู่​กับ​งาน​คน​เดียว​ซะ​ให้​เข็ด”

“พี่​ทำ​งาน​หนัก​ก็​เพื่อ​เรา​นะ​พิม ถึง​เรา​จะ​มี​เงิน แต่​ถ้า​ไม่​สร้าง​อะไร​ที่​เป็น​ของ​เรา​เอง มัน​ก็​ไม่​มี​ความ​ภาคภูมิ​ใจ​หรอก​นะ” รัชต์​จับ​มือ​อ้อน

“จ้า อยาก​มี​แฟน​เจ้า​อุดมการณ์​ก็​ต้อง​อดทน” พิมพ์พัส​ตรา​ยิ้ม​หวาน เสียง​โทรศัพท์​ดัง​ขึ้น เธอ​กด​รับ​แล้ว​ส่ง​เสียง​ทักทาย​โท​นี่​อดีต​แฟน​ที่​เพิ่ง​กลับ​มา​ถึง​เมือง​ไทย​อย่าง​ใส่​จริต แถม​ยัง​นัด​โท​นี่​ให้​ออก​มา​เที่ยว​ด้วย​กัน รัชต์​ได้ยิน ก็​แอบ​เครียด

ooooooo

วัน​ต่อ​มา พิมพ์พัส​ตรา​มา​รับ​เงิน​ค่า​ที่ดิน ที่​เธอ​มา​เสนอ​ขาย​ให้​รัชต์ รัชต์​ชวน​ออก​ไป​ทาน​อาหาร​กลางวัน​ด้วย​กัน แต่​ถูก​ปฏิเสธ เพราะ​พิมพ์​พัส​ตรา​นัด​กับโท​นี่​ไว้​แล้ว รัชต์​หน้าเสีย แต่​ไม่​อยาก​แสดง​ความ​หึง​หวง​มาก​เพราะ​ให้​เกียรติ​คน​รัก ​ใน​ขณะ​ที่​โท​นี่​ซึ่ง​รอ​อยู่​หน้า​บ้าน​ก็​กำลัง​มี​ปาก​เสียง​กับ​ศักยะ เพราะ​ไม่​พอใจ​ที่​ศักยะ​มา​บอก​ให้​เขา​เลื่อน​ที่​จอด​รถ​ขวาง​หน้า​ประตู​อยู่ พิมพ์​พัส​ตรา​ออก​มา เธอ​ร้อง​เรียก​ศักยะ​แล้ว​แนะนำ​ให้​สอง​หนุ่ม​รู้จัก​กัน

โท​นี่​มอง​ศักยะด้วย​สาย​ตา​ดูถูก​เมื่อ​รู้​ว่า​เขา​เป็น​พนักงาน​ขาย ศักยะ​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​แค้น​ใจ  ​พิมพ์​พัส​ตรา​เห็น​ท่าทาง​สอง​คน​นี่​ก็​รู้​ว่า​มี​เรื่อง​แน่ จึง​รีบ​ตัดบท​ชวน​โท​นี่​ออกไป​ทา​นก​ลา​งวัน โท​นี่​เดิน​โอบ​เอว​พิมพ์​พัส​ตรา​ไป​ขึ้น​รถ​แล้ว​หัน​มา​เย้ย​ศักยะ​ให้​ถอย​เศษ​เหล็ก​มือ​สอง​ออก​ไป​ไกลๆ เพราะ​เขา​จะ​กลับ​รถ

ศักยะ​จ้อง​หน้า​โท​นี่​ด้วย​ความ​แค้น​ก่อน​เดิน​ไป​ขึ้น​รถ​ตน​ถอย​ออก​ไป​อย่าง​เร็ว แล้ว​เปลี่ยน​เป็น​เกียร์​เดิน​หน้า​จงใจ​เหยียบ​รถ​พุ่ง​เข้าใส่​รถ​โท​นี่ โท​นี่​หัน​มอง​ตกใจ​รีบ​บีบ​แตร​สนั่น​ด้วย​ความ​ตกใจ พิมพ์​พัส​ตรา​อมยิ้ม​พอใจ​ที่​ถูก​หนุ่มๆหึง​หวง​ใส่​กัน
ศักยะ​เข้า​มา​โวย​กับ​รัชต์​เรื่อง​โท​นี่ รัชต์​ที่​มอง​โลก​ใน​แง่​ดี​เข้าใจ​ว่า ศักยะ​เจ็บแค้น​แทน​จึง​รีบ​อธิบาย

“ถ้า​เกิด​ฉัน​ไป​หึง​หวง​ใส่​เค้า ฉัน​กลัว​ว่า​พิม​เขา​จะ​หาว่า ​ฉัน​ไม่​ไว้ใจ​เขา​น่ะ​สิ”

“แก​ก็​เลย​ต้อง​แสดง​ตัว​เป็น​สุภาพบุรุษ ด้วย​การ​ไม่​ทำ​อะไร​เลย​อย่าง​งั้น​น่ะ​เห​รอะ ท่าทาง​ไอ้​โท​นี่​มัน​ไว้ใจ​ได้​ซะ​ที่ไหน แก​จะ​เปิด​โอกาส​ให้​มัน​อยู่​กับ​คุณ​พิม ทำไม คอย​ดูเถอะ ถ้า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​คุณ​พิม​แล้ว​แก​จะ​เสียใจ”

ศักยะ​หัวเสีย​ออก​จาก​ห้อง​ไป รัชต์​คิด​หนัก​แต่​ไม่​รู้​เลย​ว่าที่​ศักยะ​พูด​ไป​ทั้งหมด​นั้น เพราะ​แอบ​หึง​พิมพ์​พัส​ตรา​มาก​กว่า​ห่วง​เพื่อน

ศักยะ​ตาม​เ​รน​มา​รอ​รับ​ตา​เลิศ​ท่ี​สวนสาธารณะ​แห่งหนึ่ง เขา​คุย​กับ​เธอ​เรื่อง​พิมพ์​พัส​ตรา​กับ​โท​นี่​อย่าง​เจ็บแค้น ​ทำให้​เ​รน​ประทับใจ เพราะ​คิด​ว่า​ศักยะ​รัก​เพื่อน​มาก ศักยะ​นึก​ละอาย​รีบ​เปลี่ยน​เรื่อง เมื่อ​เห็น​ตา​เลิศ​ออก​มา

“ไง​ครับ​ตา ได้​มา​เจอ​เพื่อน​เก่าๆ สนุก​ไหม​ครับ”

“ไม่ได้​เจอ​แค่​เพื่อน​เก่า​เท่านั้น​น่ะ​สิ” ตา​เลิศ​ถอน​ใจ​สีหน้า​ไม่​ดี​นัก ศักยะ​หัน​ไป​มอง​ก็​เห็น​สร้อย​ทิพย์​เดิน​ตาม​มา​ด้วย เขา​รีบ​ยกมือ​ไหว้ เ​รน​ประหลาด​ใจ​ถาม​ว่าแม่​มา​ได้​อย่างไร

สร้อย​ทิพย์​บอก​ว่าทราบ​เบอร์​จาก​เพื่อน​เก่า​ของ​คุณ​ตา​จึง​ตาม​มา จะ​ขอร้อง​ให้​ตา​เลิศ​กลับ​ไป​ร่วม​งาน​แต่ง​ของ​เธอ​กับ​ทัด​สิงห์ใน​ฐานะ​ญาติ​เจ้าสาว ตา​เลิศ​กับ​เ​รน​มอง​หน้า​กัน​คิด​หนัก ศักยะ​เห็น​สีหน้า​ทุก​คน​ก็​ชวน​กลับ​ไป​คุย​กัน​ต่อ​ที่​บ้าน

ศักยะ​นึกเห็น​ใจ​เ​รน​แต่​ไม่​รู้​จะ​ช่วย​อย่างไร เพราะเป็น​เรื่อง​ใน​ครอบครัว​จึง​เดิน​เลี่ยง​ออก​มา​เพื่อ​ให้​ทั้ง​สาม​คุย​กัน​ได้​อย่าง​สะดวก​ใจ สร้อย​ทิพย์​บีบน้ำตา​ขอร้อง​ให้​ตา​เลิศ​เห็นใจเพราะ เธอ​อยาก​ใช้​ชีวิต​ที่​เหลือ​อยู่​กับ​ทัด​สิงห์​จริงๆ ตา​เลิศ​เห็นน้ำตา​ลูก​สาว​ก็​ใจอ่อน เ​รน​ไม่​อยาก​ให้​คุณ​ตา​ต้อง​อึดอัด​ใจ​จึง​ตัดบท

“คุณ​ตา​คะ ถ้า​คุณ​ตา​ใจอ่อน​ก็​กลับ​ไป​คน​เดียว​เลย​นะ​คะ”

สร้อย​ทิพย์​แอบ​ค้อน​ใส่​ลูก​สาว ขณะ​ที่​ตา​เลิศ​มอง​หน้า​ลูก​ที หลาน​ที ไม่​รู้​จะ​ทำ​ยัง​ไง

ศักยะ​เดิน​ออก​มา​เชิญ​ทัด​สิงห์​ที่​รอ​อยู่​ข้าง​รถ​ให้​เข้าไป​นั่ง​ข้าง​ใน​ก่อน แต่​ทัด​สิงห์​กลับ​ใช้​ให้​ไป​ตาม​สร้อย​ทิพย์​ออก​มา อ้าง​ว่า​มี​ธุระ​ต้อง​ไป​อีก​หลาย​ที่

“คุณ​สร้อย​คุย​ธุระ​เสร็จ​ก็​คง​ออก​มา​เอง​ล่ะ​ครับ”   ศักยะ​เริ่ม​ไม่​พอใจ

“ไม่​รู้​จะ​อะไร​หนักหนา พ่อ​เขา​ไม่​อยาก​ไป​งาน​ก็​ไป​บังคับ​เขา​อยู่​ได้ แก่​ปูน​นี้​แล้ว ไป​ก็​เป็น​ภาระ​เปล่าๆ ไม่​เห็นจะ​มี​ประโยชน์​อะไร​เลย” ทัด​สิงห์​เปิด​ประตู​รถ​เข้าไป​นั่ง แล้ว​บีบ​แตร​เร่ง​อย่าง​ไม่​ไว้หน้า​ใคร
ศักยะ​หงุดหงิด บ่น​กับ​ตัว​เอง​ว่าทำไม​วัน​นี้​เจอ​แต่​คน​เฮงซวย พลาง​นึกเห็น​ใจ​เ​รน​ที่​มี​พ่อเลี้ยง​แบบ​นี้

ooooooo

ศักยะ​ออก​มา​นั่ง​คลาย​เครียด​ที่​ผับ​และ​พบพิมพ์-พัส​ตรา​กำลัง​นั่ง​คุย​เฮฮา​ปาร์ตี้​อยู่​กับ​โท​นี่​ที่​มุม​หนึ่ง เขาไม่​พอใจ​ที่​เห็น​โท​นี่​ถึง​เนื้อ​ถึง​ตัวพิมพ์​พัส​ตรา​แบบ​เนียนๆ โดยที่​พิมพ์​พัส​ตรา​ก็​ไม่ได้​ถือสา​อะไร ศักยะโทร.ไปฟ้อง​เ​รน​ ​แต่​เ​รน​ว่า​คง​ไม่​มี​อะไร​เพราะ​พิมพ์​พัส​ตรา​รัก​รัชต์​มาก ศักยะ​จึง​ใส่ไฟ​ต่อ​จน​เ​รน​นึก​กลัว​ขอ​ให้​ศักยะ​คอย​ดู​เชิง​ไว้​ก่อน และ​ถ้า​เห็น​ท่า​ไม่​ดี​ก็โทร.​
มา​เพราะ​เธอจะ​รีบไป แล้ว​กด​วาง​สาย

“ยัง​ไม่​นอน​อีก​เหรอ​เ​รน” ตา​เลิศ​เข้า​มา​ทักทาย

“ยัง​หรอก​ค่ะ งาน​รอ​อีก​เป็นกอง ตา​จะ​ใช้​อะไร​เ​รน​รึ​เปล่า​คะ” เ​รน​หัน​มา​คุย​ด้วย

ตา​เลิศ​หน้า​ขรึม​ลง เอ่ย​ถาม​ว่า​โกรธ​หรือ​เปล่า​ที่​ตน​รับปาก​จะ​ไป​งาน​แต่ง​ของ​สร้อย​ทิพย์

“เ​รน​จะ​โกรธ​ตา​ได้​ยัง​ไง​ล่ะ​คะ ยัง​ไง​แม่​เขา​ก็​เป็น​ลูก​ของ​ตา  เขา​ร้องไห้​ซะ​ขนาด​นั้น​  ตา​ยัง​ใจแข็ง​อยู่​ได้​ก็​แปลก​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ”



“ขอบใจ​นะ​ที่​เรา​เข้าใจ​ตา ได้ยิน​อย่าง​นี้​ตา​ก็​ค่อย​สบายใจ​ขึ้น​หน่อย ก็​อย่าง​ที่​เรา​ว่า​นั่นแหละ ยัง​ไง​แม่​เขา​ก็​เป็น​ลูก จะ​ดี​จะ​เลว ตา​ก็​ตัด​เขา​ไม่​ขาด​หรอก เรา​ก็​เหมือน​กัน​นะ แม่​เขา​จะ​ถูก​จะ​ผิด​ยัง​ไง​เขา​ก็​เป็น​แม่ ต้อง​ยก​ให้​เขา​คน​หนึ่ง​ล่ะ อย่า​ไป​โกรธ

ไป​เกลียด​แม่​เขา ชีวิต​เ​รน​จะ​เจริญ​นะ​ลูก​นะ”

“ค่ะ​คุณ​ตา” เ​รน​ยิ้ม

ทันใดนั้น​เอง ตา​เลิศ​ก็​รู้สึก​ร้อน​ระอุ​ปน​อึดอัด​ขึ้น​มา​อย่าง​ประหลาด จน​มอง​หา​ที่มา​ของ​ไอ​ร้อน​นั่น

“มี​อะไร​ค่ะ”

ตา​เลิศ​รู้​ด้วย​สัมผัส​ที่​หก​ว่า มี​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​อยู่​ใกล้ๆ แต่​ห่วง​ว่า​เ​รน​จะ​กลัว​จึง​เปลี่ยน​เรื่อง พลาง​ขอตัว​ไป​นั่ง​ทำ​สมาธิ​ใน​ห้อง เ​รน​มอง​ตาม​นึก​ห่วง​คุณ​ตา เกรง​ว่า​จะ​ไม่สบาย

ooooooo

ศักยะ​นั่ง​ซุ่ม​จับตา​ดู​โท​นี่​และ​พิมพ์​พัส​ตรา​กระเซ้า​เย้า​แหย่​กัน แล้ว​ก็​ทน​อยู่​ต่อ​ไม่​ไหว ลุก​เดิน​ออก​ไป ส่วน​โท​นี่​เมื่อ​เห็น​ว่า​พิมพ์​พัส​ตรา​ไม่​ปัด​ป้อง​เมื่อ​รุก​ถึง​ตัว​มาก​ขึ้น ก็​เริ่ม​ได้ใจ​ชวน​ไป​ต่อกัน​ที่​คอน​โดฯ  แต่​พิมพ์​พัส​ตรา​ปฏิเสธ​ว่า​เธอ​มี​แฟน​แล้ว โท​นี่​ใจ​กล้า​ขอ​เป็น​กิ๊ก พิมพ์​พัส-​ตรา​ไม่​พอใจ​ลุก​เดิน​หนี

โท​นี่​เจ็บใจ​ที่​โดน​ปฏิเสธ​อย่าง​ไม่​แคร์​จึง​รีบ​ตาม​ไป​ต่อว่า “เธอ​มัน​ก็​ไม่ได้​ดี​กว่า​ฉัน​เท่า​ไหร่​นัก​หรอก ตอน​แรก​ก็​อ่อย​ฉัน​อยู่ดีๆ พอ​เห็น​ไอ้​รัชต์​มัน​รวย​กว่า​ก็​ถีบ​หัว​ส่ง​ฉัน​ไป​เกาะ​มัน ไป​ด้วย​กัน​เลย รับรอง​เธอ​จะ​ติดใจ” โท​นี่​กระชาก​แขน​พิมพ์​พัส​ตรา​จะ​พา​ไป​ที่​รถ​ของ​เขา

“ไอ้​ทุเรศ” พิมพ์​พัส​ตรา​ใช้​กระเป๋า​ถือ​ตี​โท​นี่

โท​นี่​จับ​มือ​พิม​ไว้​ทั้ง​สอง​ข้าง ทั้ง​คู่​ยื้อยุด​ฉุด​กระชาก​กัน​อยู่ ศักยะ​ที่​กำลัง​จะ​กลับ​เห็น​เหตุการณ์​จึง​เข้าไป​ชก​โท​นี่​ล้มคว่ำ​ไป พิมพ์​พัสต​รา​วิ่ง​เข้า​มา​หลบ​หลัง​ศักยะ ​ขอร้อง​ให้​ช่วย​เธอ​ด้วย โท​นี่​เห็น​ศักยะ​เอาจริง​ก็​เดิน​กลับ​เข้า​ผับ​ไป​อย่าง​หัวเสีย ส่วน​พิมพ์​พัส​ตรา​ยิ้มเยาะ​โท​นี่ แล้ว​ใส่​จริต​อ้อน​ให้​ศักยะ​ไป​ส่ง​บ้าน

ตา​เลิศ​นั่ง​สมาธิ​แผ่เมตตา​อยู่​บน​เตียง มี​ไม้เท้า​ของ​ชัด​วาง​อยู่​ตรง​หน้า ใน​ขณะ​ที่​เ​รน​ยัง​คง​นั่ง​ทำ​งาน​อยู่​ใน​ห้อง พราย​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น มัน​จะ​จัดการ​กับ​เ​รน แต่​ทำ​ไม่ได้ เพราะ​จู่ๆเกิด​แสงสว่าง​รอบ​ตัว​เ​รน มัน​ผงะ​ออก​พร้อม​กับ​ส่งเสียง​กรีด​ร้อง​โหยหวน

“ไอ้​เลิศ มึง​ขัดขวาง​กู มึง​กับ​กู​ต้อง​เห็นดี​กัน” เสียง​พราย​คำราม​ก้อง​ด้วย​ความ​โกรธ​แค้น

ooooooo

ศักยะ​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​คืนให้​รัชต์​ฟัง พร้อม​กับ​ต่อว่า​ที่​รัชต์​ไว้ใจ​คน​อย่าง​โท​นี่ รัชต์​รู้สึก​ผิด​มาก​แต่​ก็​รีบ​ขอบใจ​ศักยะ​ที่​ตาม​ไป​ช่วย​พิมพ์​พั​สตรา​ได้​ทัน

“แทน​ที่​แก​จะ​ขอบใจ​ฉัน ฉัน​ว่า​แก​เอา​เวลา​ไป​ใส่ใจ​คุณ​พิม​มาก​ขึ้น​จะ​ดี​กว่า ฉัน​ไม่ได้​ตาม​ไป​ช่วย​เขา​ได้​ทุก​ครั้ง​นะ​โว้ย”

“ฉัน​รู้​แล้ว​น่า ที่​ผ่าน​มา​ฉัน​ให้​เวลา​พิม​น้อย​เกินไป จริงๆ

คุณ​แม่​ก็​เตือน​อยู่​เหมือน​กัน​ขอบใจ​แก​อีก​ครั้ง​นะ​ตั้น แก​นี่​เป็น​เพื่อน​ที่​ดี​ของ​ฉัน​จริงๆ” รัชต์​ซึ้ง​ใจ

ศักยะ​หน้า​เจื่อน ชัก​ละอาย​ใจ เพราะ​ที่​พูด​ไป​เป็น​เพราะ​แอบ​ชอบ​พิมพ์​พั​สตรา​อยู่

ครู่​ต่อ​มา ศักยะ​ก็ตาม​เ​รน​ออก​มา​ซื้อ​ของ ใน​ระหว่าง​ท่ี
่​
เ​รน​เลือก​ของ​ใน​ร้าน เขา​เดิน​ออก​มา​รับ​ลม​ข้าง​นอก โท​นี่​ที่นั่งดื่ม​กาแฟ​อยู่​ใน​ร้าน​หรู​กับ​เพื่อนๆหัน​มา​เห็น​ก็​นึก​แค้น ชวน​เพื่อนๆไป​รุม​ซ้อม เ​รน​ถือ​ถุง​ใส่​ของ​เดิน​ตาม​มา​เห็น​เข้า เธอ​ร้องขอ​ความ​ช่วยเหลือ โท​นี่​และ​เพื่อน​ๆกลัว​เ​รน​จำ​หน้า​ได้​รีบ​วิ่ง​หนี​ไป

“พี่​ตั้น​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง​คะ” เ​รน​วิ่ง​เข้า​มา​ประคอง

ศักยะ​โดน​ซ้อม ปาก​แตก ใบ​หน้า​ช้ำ​บวม จุก​จน​พูด​อะไร​ไม่​ออก แต่​แวว​ตา​อาฆาต​แค้น​อย่าง​ที่สุด ใน​เย็น​วัน​นั้น ศักยะ​ออก​มา​ยืน​อยู่​หน้า​บึง​น้ำ ​เขา​มอง​ไป​รอบๆพลาง​เรียก​หา​พราย

“เรา​อยู่​รอบๆตัว​ท่าน​เสมอ ศักยะ” น้ำ​ใน​บึง​ก็​กระเพื่อม​เป็น​ระลอก

“แก​จะ​ทำ​ทุก​อย่าง ทุก​ความปรารถนา​ของ​ฉัน​ให้​เป็น​จริง​ได้​ใช่​ไหม ไอ้​โท​นี่​มัน​ลอบกัด​ฉัน ทวง​ความ​เป็น​ธรรม​ให้​ฉัน เอา​คืน​มัน ยิ่ง​กว่า​ที่​มัน​ทำ​กับ​ฉัน​เป็น​ร้อย​เป็น​พัน​เท่า” ศักยะ​โกรธ​แค้น

พราย​หัวเราะ​ด้วย​ความ​สะใจ มัน​ปรากฏ​กาย​เป็น​งู​ใหญ่​ดำ​ผุ​ดดำ​ว่าย​ใน​บึง​ด้วย​ความ​เบิกบาน​ที่​ได้​ฆ่า​คน​ตาม​คำสั่ง​ของ​ศักยะ ขณะ​ที่​ศักยะ​ยิ้ม​ที่​มุม​ปาก​ด้วย​ความ​สา​แก่​ใจ

ooooooo

กลางดึก​คืน​นั้นพราย​จำ​แล​ง​เป็น​สาว​สวย​ล่อ​โท​นี่​ออก​มา​จาก​ผับ​ด้วย​กัน จาก​นั้น​ก็​เผย​ร่าง​ที่แท้​จริง​ให้​เห็น​โท​นี่​ตกใจ​กลัว​ขับ​รถ​หนี พราย​ตาม​มา​หลอกหลอน​ทำให้​โท​นี่​ขับ​รถ​พุ่ง​ชน​ต้นมะขาม​ใหญ่​ต้น​เดียว​กับ​ที่​จอน​ผูก​คอ​ตาย ​ วิญญาณ​จอน​ยืน​มอง​อยู่​ใต้​ต้นไม้​ด้วย​สีหน้าแววตา​ สงสาร  เสียง​พราย​หัวเราะ​ดัง​ลั่น  ด้วย​ความ​สะใจ​กับ​อีก​หนึ่ง​ชีวิต​ที่​สนอง​ความ​โหด
เหี้ยม​ของ​มัน

เลิศ​เข้า​มา​ทัก​เ​รน​ที่นั่ง​อ่าน​หนังสือพิมพ์​อย่าง​ตั้งอกตั้งใจ

“ข่าว​กรรม​ตาม​สนอง​น่ะ​ค่ะ​ตา  นาย​โท​นี่​ที่​รุม​ทำร้าย​พี่​ตั้น​รถ​คว่ำ​ตาย​แล้ว​นะ​คะ”  เ​รน​พับ​หนังสือพิมพ์​จะ​ส่ง​ให้​ตา​อ่าน​บ้าง แต่​ทันใดนั้น สายตา​ก็​เหลือบ​ไป​เห็น​ภาพ​ข่าว​การ​ตาย​ของ​โท​นี่​เข้า

“เอ๊ะ นี่​มัน​ลุง​จอน​นี่​นา” เ​รน​ตกใจ​เมื่อ​เห็น​ภาพ​จอน

“ตา​จอน คน​เก่า​คน​แก่​ของ​พี่​ชัด​น่ะ​เหรอ ไหน​ขอตา​ดู​ หน่อย​ซิ ไม่ได้​เจอ​หน้า​ตั้ง​หลาย​สิบ​ปี​แล้ว” ตา​เลิศ​หยิบ​หนังสือ– พิมพ์​มา​เพ่ง​ดู เห็น​ภาพ​ข่าว จอน​ยืน​ปะปน​อยู่​ใน​หมู่​ชาว​บ้าน​ที่มา​มุง​ดู​รถ​ของ​โท​นี่​ที่​อัด​เข้า​กับ​ต้นมะขาม​ใหญ่ ใต้​ภาพ​เขียน​หัวข้อ​ข่าว​ว่า ไฮโซ​หนุ่ม​นักเรียน​นอก ซิ่ง​เก๋ง​ดับ​คา​โค้ง 100 ศพ

“เออ เจ้า​จอน​จริงๆด้วย ไม่​เจอ​กัน​ตั้ง​นาน หน้า​ไม่​เปลี่ยน​เลย ไป​เป็น​ไทย​มุง​กับ​เขา​ซะ​แล้ว” ตา​เลิศ​ขำ

เ​รน​หน้าซีด​เผือด​บอก​กับ​คุณ​ตา​ว่า จอน​ตาย​ไป​แล้ว คุณ​ตา​เพ่ง​มอง​รูปภาพ​ข่าว​อีก​ครั้ง​ที่​เห็น​จอน​อยู่​ใน​ภาพ​ชัดเจน​เหมือน​เป็น​พวก​ไทย​มุง​คน​หนึ่ง

ตา​เลิศ​มั่นใจ​ว่า​จอน​คง​ต้องการ​บอก​อะไร​แน่ จึง​มา​ที่​ต้นมะขาม​ที่​จอน​ผูก​คอ​ตาย ซึ่ง​บัดนี้​กลาย​เป็น​สถาน​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ไป​แล้ว

“จอน นี่​ฉัน​เลิศ น้อง​ชาย​พี่​ลพ​เอง​นะ แก​ยัง​จำ​ฉันได้​ไหม ฉัน​เพิ่ง​รู้​ว่า​แก​ตาย ขอโทษ​นะ​ที่​ไม่ได้​ไป​งาน​ศพ” ตา​เลิศยื่นมือ​ไป​จับ​ต้นมะขาม ต้นมะขาม​แผ่​กิ่ง​ก้าน​สาขา​รก​ครึ้ม มี​ลม​พัด​ใบไม้​ไหว​เบาๆราวกับ​จอน​ตอบ​สนอง​ต่อ​คำ​พูด​ของ​ตา​เลิศ
“จอน ที่​ฉัน​เห็น​ใน​ข่าว​เป็น​แก​จริงๆ ใช่​ไหม แก​ยัง​ไม่​ไป​ผุด​ไป​เกิด เพราะ​มี​อะไร​บาง​อย่าง​ที่​ทำให้​แก​ไป​ไม่ได้​ มัน​เป็น​ความ​ชั่ว​ร้าย​อย่าง​เดียว​กับ​ที่ฉัน​กำลัง​รู้สึก​อยู่​ตอน​นี้​ใช่​ไหม” ขาดคำ ฟ้า​ที่​กำลัง​สว่าง​อยู่​ก็​เริ่ม​มืด​ลง เลิศ​หัน​มอง​ไป​รอบๆ เห็น​ฝัก​มะขาม​ที่​ตกลง​มา​เคลื่อนที่​เอง พยายาม​เขียน​ข้อความ​บาง​อย่าง​ที่​พื้น​ดิน​ทราย

ตา​เลิศ​เพ่ง​มอง แต่​ยัง​ไม่ทัน​รู้​ว่า​จอน​เขียน​อะไร ลม​ก็​พัด​แรง​จน​ฝุ่น​ทราย​ตลบ​ลบ​ตัว​อักษร​หมด​พร้อมๆกับ​มือ​ของ​ศักยะ​เลื่อน​มา​จับ​ต้น​แขน​ตา​เลิศ

“อ้าว ตั้น​เอง​เหรอ​” ตา​เลิศ​ยิ้ม​รับ​นึก​แปลก​ใจ​ที่​ศักยะ​โผล่​มา การ​ติดต่อ​กับ​จอน​ก็​ขาด​หาย​ไป​ทันที

คุณ​ตา​ชวน​ศักยะ​ไป​ทำบุญ​อุทิศ​ส่วน​กุศล​ให้​จอน​ด้วย​กัน​เพราะ​เพิ่ง​รู้​ว่า​จอน​ตาย​แล้ว ศักยะ​รู้สึก​ผิด​รีบ​ตาม​ตา​เลิศ​ไป แต่​เมื่อ​มา​ถึง​หน้า​โบสถ์​ศักยะ​ก็​มี​อาการ​เวียนหัว ใจ​สั่น แน่น​หน้าอก​จะ​เป็น​ลมขึ้น​มา​ทันที เขา​รีบ​วาง​สังฆทาน แล้ว​เกาะ​กำแพง​โบสถ์​ไว้​เพื่อ​พยุง​ตัว​ไม่​ให้​ล้ม​ลง​ไป

“ตั้น เป็น​อะไร​ไป” ตา​เลิศ​จับ​มือ​ศักยะ ปรากฏ​ว่า​มือ​เย็น​จัด​จน​น่า​เป็น​ห่วง

“ผม​เวียนหัว​มาก​เลย​ครับ​คุณ​ตา ขอ​ผม​กลับ​ไป​นั่ง​พัก​ที่​รถ​ก่อน​นะ​ครับ” ศักยะ​เดิน​เซๆ เลี่ยง​ออก​ไป​อย่าง​เร็ว พอ​ไกล​พ้น​ตัว​โบสถ์ อาการ​ก็​หาย​เป็น​ปลิด​ทิ้ง เขา​นึก​สงสัย​ว่า ตัว​เอง​เป็น​อะไร​กัน​แน่ แล้ว​คำ​พูด​ที่​เลิศ​ล้อ​ว่า​เขา​เล่น​ของ​เพราะ​เป็น​ลม​ตอน​เข้า​โบสถ์​ก็​ผุด​ขึ้น​มา ศักยะ​หน้าซีด​เผือด​กังวล​ใจ​เรื่อง​พราย ขณะ​ที่​เลิศ​ก็​มอง​ตาม​ศักยะ​ด้วย​ความ​สงสัย​เช่น​กัน

ooooooo

พิมพ์​พัส​ตรา​มา​นั่ง​ร้องไห้​สะอึกสะอื้น​อยู่​กับ​รัช​ต์​ที่​บ้าน เพราะ​เสียใจ​ที่​โดน​เม้าท์​ว่า เป็นต้น​เหตุ​ทำให้​โท​นี่​ตาย เธอ​บอก​กับ​รัชต์​ว่า​จะ​หลบ​ไป​อยู่​ที่​อื่น​ซัก​พัก​และ​ชวน​รัชต์​ไป​เป็น​เพื่อน

รัชต์​หน้า​เจื่อน​เป็น​ห่วง​งาน แต่​อีก​ใจ​ก็​รู้สึก​ผิด​ที่​ไม่​ให้​เวลา​พิมพ์​พัส​ตรา​จน​เรื่อง​กลาย​เป็น​แบบ​นี้ เขา​จึง​ต่อ​รอง​กับ​เธอ “พิม​รอ​พี่​อีก​ซัก​สอง​สาม​วัน​ได้​ไหม​จ๊ะ พี่​จะ​เร่ง​เคลียร์​งาน​ให้​เสร็จ แล้ว​เรา​ไป​พักผ่อน​ที่​แคนาดา​กัน รอ​เรื่อง​ซาๆ แล้ว​ค่อย​กลับ​มา”

“ก็ได้​ค่ะ งั้น​ช่วง​นี้​พิม​จะ​หลบ​อยู่​ที่​บ้าน​ก่อน​ไม่​ออก​ไป​ไหน​ก็​แล้วกัน” พิมพ์​พัส​ตรา​ยิ้ม​ได้

“ดี​จ้ะ” รัชต์​เบาใจ​หัน​ไป​เรียก​ไว​ที่​เดิน​ผ่าน​มา​สั่ง​ให้​ไป​จัด​ห้อง​นอน​ชั้น​บน​ที่​บริษัท เพราะ​จะ​ไป​ค้าง​เพื่อ​สะสาง​ให้​เสร็จ ไว​ตกใจ​หน้าเสีย นึก​ห่วง​เจ้านาย

หลังจาก​พิมพ์​พัส​ตรา​กลับ​ไป​แล้ว รัชต์​ก็​จะ​ออก​ไป​ทำ​งาน​ที่​ออฟฟิศ ไว​ตาม​มา​ห้าม​ไม่​ให้​รัชต์​ไป​พัก​ที่​นั้น

“ทำไม​ล่ะ นี่​แก​อย่า​บอก​นะ​ว่า​ยัง​กลัว​เรื่อง​ที่​คุณ​ปู่​ของ​ตั้น​ตาย​ที่​บ้าน​อยู่​อีก ถ้า​ตั้น​รู้​เข้า เดี๋ยว​ก็​เป็น​เรื่อง​อีก​หรอก” รัชต์​ดักคอ



“มัน​ไม่​ใช่​แค่​เรื่อง​นั้น​หรอก​ครับ แต่​ผม​ก็​อธิบาย​ไม่​ถูก​เหมือน​กัน แต่​ผม​ว่าที่บ้าน​นั้น​ต้องมี​อะไร​ซัก​อย่าง​แน่ๆผม​พูด​จริงๆนะ​ครับ ไม่​ใช่​แค่​ผม​คน​เดียว​ที่​รู้สึก​แบบ​นี้ ทุก​คน​ที่​บริษัท​ก็​กลัว​กัน​ทั้งนั้น เวลา​อยู่​คน​เดียว มัน​เหมือน​มี​ใคร​จ้อง​เรา​อยู่​ตลอด​เวลา​ก็​ไม่​รู้​นะ​ครับ แค่​พูด​ยัง​ขนลุก​เลย​ครับ”

“ฉัน​ก็​ไม่ได้​ปฏิเสธ​เรื่อง​พวก​นี้​หรอก​นะ​ไว แต่​ฉัน​เชื่อ​ว่า​ถ้า​เรา​คิด​ดีทำดีมัน​ก็​ไม่​มี​ใคร​หรือ​อะไรจะ​มา​ทำร้าย​เรา​ได้​หรอก” รัชต์​มั่นใจ

“แต่​เรา​ก็​ไม่​ควร​เสี่ยง​นี่​ครับ​คุณ​รัชต์ ถ้า​อยาก​เร่ง​งาน​จริงๆ ก็​ขน​งาน​กลับ​มา​ทำ​ที่​บ้าน​ดี​กว่า​นะ​ครับ”

“อยู่​บ้าน​มี​สมาธิ​ที่ไหน​ล่ะ เดี๋ยว​พิม​ก็​มา​ชวน​คุย ชวน​ดู​ดี​วี​ดี ไหน​จะ​แม่​อีก ยัง​ไง​งาน​ก็​ไม่​เสร็จ”

“งั้น​ผม​ขอ​ไป​ค้าง​ด้วย​คน​ละ​กัน เผื่อ​เกิด​อะไร​ขึ้น ก็​ยัง​พอ​ช่วยเหลือ​กัน​ได้ คุณ​รัชต์​รอ​ผม​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​เดี๋ยวเดียว​นะ​ครับ” ไว​รีบ​ไป​เก็บ​ของ​ที่​ห้อง​พัก​ของ​ตน

รัชต์​ห้าม​ไม่ทัน​ได้​แต่​มอง​ตาม พลาง​ยิ้ม​ดีใจ​ใน​ความ​ซื่อสัตย์​ของ​ไว

ooooooo

พนักงาน​หญิง​คน​หนึ่ง​นั่ง​ทำ​งาน​อยู่​หน้า​เครื่อง​คอมพิวเตอร์​คน​เดียว พราย​ได้​โอกาส​จะ​เข้า​มา​เอาชีวิต​แต่​ศักยะ​เข้า​มา​พอดี พนักงาน​จึง​รอด​ไป​ได้​อย่าง​หวุดหวิด

“เ​รน​กลับ​ไป​รึ​ยัง ฉัน​มี​เรื่อง​จะ​คุย​กับ​เขา​หน่อย” ศักยะ​ถาม​หา

“เห็น​ถ่าย​เอกสาร​อยู่​น่ะ​ค่ะ ป้อม​กลับ​ก่อน​นะ​คะ พี่​ตั้น” หญิง​สาว​ลนลาน​ออก​ไป​เพราะ​นึก​กลัว​ขึ้น​มา

“ประสาท” ศักยะ​บ่น​แล้ว​เดิน​ไป​หา​เ​รน​ที่​มุม​ถ่าย​เอกสาร เห็น​เธอ​กำลัง​ซ่อม​เครื่อง​ถ่าย​เอกสารอยู่ หมึก​พิมพ์​เลอะ​เต็มมือ​จน​ดำ​ไป​หมด

“เครื่อง​ถ่าย​เอกสาร​มัน​เสีย เ​รน​ก็​เลย​ลอง​ซ่อม​ดู​น่ะ​ค่ะ เรียบร้อย​แล้ว” เ​รน​ประกอบ​เครื่อง​เสร็จ​ก็​ลอง​กด​สวิตช์​เดิน​เครื่อง​ดู​ปรากฏ​ว่า​ใช้ได้ เธอ​ยิ้ม​ดีใจ

ศักยะขำ​ล้อ​ว่าเ​รน​ทำได้​ทุก​อย่าง สม​กับ​เป็น​ยักษ์​ใน​ตะเกียง​ของ​รัชต์​จริงๆ

“เรื่อง​เล็กน้อย​แค่​เนี้ย ถ้า​ตาม​ช่าง โดน​ฟัน​เละ” เ​รน​เอา​มือ​ปาด​เหงื่อ​ที่​หน้าผาก หมึก​ดำ​เลย​ติด​หน้า​ไป​ด้วย

ศักยะ​หยิบ​ผ้าเช็ดหน้า​ออก​มา​เช็ด​ให้ ทั้ง​สอง​สบตา​กัน​นิ่ง​รู้สึก​วูบวาบ​ใน​ใจ แล้ว​รัชต์​กับ​ไว​ก็​เข้า​มา​ขัดจังหวะ รัชต์​ว่าจะ​มา​ค้าง​ที่​นี่เพราะ​ต้อง​เร่ง​เคลียร์​งาน เพื่อ​ไป​เที่ยว​แคนาดา​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา แล้ว​หัน​ไป​สั่ง​ไว​ให้​เอา​ของ​ขึ้น​ไป​เก็บ​และ​จัด​ห้อง​รอ​ไว้​เลย ไว​รับคำ​พลาง​ยก​กระเป๋า​ขึ้น​ไป​ชั้น​บน เ​รน​ตาม​ไป​ช่วย​ไว​ด้วย

“เฮ้ย ไป​ทำ​งาน​ก่อน” รัชต์​เดิน​เข้า​ห้อง​ทำ​งาน

ศักยะ​มอง​ตาม​แล้ว​แทบ​ช็อก เมื่อ​เห็น​รอย​น้ำ​รูป​งู​เลื้อย​เป็น​ทาง​ยาว​บน​พื้น เลื้อย​ตาม​หลัง​รัชต์​ไป​ติดๆ  เขา​รู้​ได้​ทันทีว่า​พราย​กำลัง​จ้อง​จะ​เล่น​งาน​รัชต์​แน่นอน

หลัง​จัด​ห้อง​ให้​รัชต์​เรียบร้อย​แล้ว ศักยะ​ก็​เดิน​ออก​มา​ส่ง​เ​รน สาว​เจ้า​แอบ​ปลื้ม แต่​ต้อง​เตือน​ตัว​เอง​ว่า​ศักยะ​ไม่​มี​ทาง​มอง​ผู้หญิง​อย่าง​เธอ​แน่ ด้าน​ศักยะ​เมื่อ​เห็น​เ​รน​ปลอดภัย​แน่​ก็​รำพึง​กับ​ตัว​เอง

“หมด​ห่วง​ไป​หนึ่ง เหลือ​อีก​หนึ่ง” ศักยะ​ถอน​ใจ​รีบ​เดิน​กลับ​เข้า​บ้าน​ไป​ดูแล​รัชต์ และ​นอน​ค้าง​เป็น​เพื่อน

รัชต์​เข้า​มา​ใน​ห้อง​นอน เห็น​ไว​กำลัง​ปู​เสื่อ​เตรียม​นอน​กับ​พื้น ก็​ไล่​ให้​ไว​ไป​นอน​ห้อง​ตัว​เอง เพราะ​เขา​ไม่​ใช่​เด็ก​ที่​ต้อง​มี​คน​นอน​เป็น​เพื่อน ไว​จำ​ใจ​เก็บ​เครื่อง​นอน​แต่​ก็​อด​ห่วง​ไม่ได้

“จะ​ไป​นั่ง​เฝ้า​ฉัน​อาบ​น้ำ​ไหม​ล่ะ” รัชต์​ล้อ

“ไม่​เอา​ครับ กลัว​เปลี่ยนใจ ไม่​แต่งงาน​กับ​เข็ม​มัน” ไว​เก็บ​ของ​ออก​จาก​ห้อง​ไป

รัชต์​ขำ​เดิน​ไป​คว้า​ผ้าเช็ดตัว​เข้า​ห้องน้ำ​ไป ขณะ​ที่​ไว​ยืน​มอง​อยู่​หน้า​ประตู​ห้อง​พลาง​ยกมือ​ไหว้​ขอ​ให้​สิ่ง​ศักดิ์สิทธิ์​ช่วย​คุ้มครอง​รัชต์​ด้วย ไว​ตัดใจ​เดิน​ลง​ไป​ชั้น​ล่าง แต่​เงา​ของ​ไว​ที่​ผนัง​ไม่​เดิน​ตาม​ไป​ด้วย​  มัน​กลาย​ร่าง​เป็น​พราย​แล้ว​เคลื่อน​เข้า​ห้อง​นอน​รัชต์​ไป

ไว​กด​แป้น​มือ​ถือ​ส่ง​ข้อความ​ลง​มา​ที่​ห้อง​รับแขก ​เจอ​กับ​ศักยะ​ที่นั่ง​อ่าน​หนังสือ​พอดี ไว​ยัง​คงคา​ใจ​ถาม​ศักยะ​ว่า นึก​อย่างไร​ถึง​นอน​ค้าง​ที่​นี้ หรือ​ว่า​ห่วง​เพราะ​บ้าน​นี้​มี​อะไร​แปลกๆ

“อะไร​แปลกๆของ​นาย หมายความ​ว่า​ไง นี่​ตกลง​ยัง​ไม่​จบ จะ​หาเรื่อง​กัน​ให้​ได้​ใช่​ไหม” ศักยะ​เสียง​เข้ม

“ผม​ก็​แค่​ถาม​ดู​เฉยๆ ถ้า​พี่​ตั้น​ไม่​พอใจ ผม​ไม่​คุย​แล้ว​ก็ได้​ครับ” ไว​เดิน​เลี่ยง​ไป

ศักยะ​มอง​ตาม​ไม่​พอใจ​เพราะกลัว​ความ​ลับ​เรื่อง​พราย​จะ​แตก​เหมือน​กัน เขา​เหลือบ​ตา​มอง​ไป​ทาง​ชั้น​บน​ด้วย​ความรู้สึก​เป็น​ห่วง​เพื่อน

รัชต์​อาบ​น้ำ​เสร็จ​ก็​แอบ​งีบ​บน​เตียง แต่​ยัง​ไม่ทัน​หลับ​ก็​เห็น​เหมือน​มี​คนคนหนึ่งยืน​อยู่​ที่​มุม​ห้อง​อัน​มืด​สนิท​และ​กำลัง​จ้อง​มา​ที่​ตน รัชต์​ตกใจ​จะ​ลุก​ร้อง​เรียก​ให้​คน​ช่วย แต่​ไม่​มีเสียง แขน​ขา​ก็​อ่อน​แรง​ขยับ​ไม่ได้​เหมือน​ถูก​ผีอำ

คน​ที่​ยืน​อยู่​มุม​ห้อง ยื่นมือ​ยาว​เหยียด​มี​ขน​รุงรัง​เหมือน​ลิง​มา​บีบ​คอ รัชต์​ตั้ง​สติ​ได้ รีบ​สวด​แผ่เมตตา​ใน​ใจ พลัน​เกิด​แสงสว่าง​วูบ​ขึ้น จน​มือ​ร้าย​ต้อง​รีบ​ชัก​กลับ มัน​คำราม​ด้วย​ความ​โกรธ​แค้น ก่อน​จะ​เปลี่ยน​ร่าง​เป็น​เงา​ครึ่ง​คน​ครึ่ง​งู ทาบ​ทับ​อยู่​บน​ผนัง​ห้อง แล้ว​ตรง​เข้า​เล่น​งาน​รัชต์​ทันที

ศักยะ​เผลอ​หลับ​ไป​บน​โซฟา​ต้อง​สะดุ้ง​ตื่น เพราะ​เหมือน​มี​คน​มา​เขย่า​เรียก​ให้​เขา​ไป​ช่วย​เพื่อน ศักยะ​ตกใจ​รู้ทัน​ที​ว่า​เกิด​เรื่อง​กับ​รัชต์​แล้ว จึง​รีบ​วิ่ง​ขึ้น​ชั้น​บน เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​เงา​ของ​พราย​อ้า​ปาก​กว้าง​เหมือน​กำลัง​จะ​กลืน​กิน​รัชต์ ศักยะ​ก็​เปิด​ประตู​เข้า​มา​ทันเวลา​พอดี

“อย่า​นะ” ศักยะ​วิ่งเ​ข้า​มา

เงา​พราย​สี​ดำ​หัน​ไป​มอง​ศักยะ​ด้วย​ความ​โกรธ​แค้น​ที่​เข้า​มา​ขัดขวาง มัน​ขู่​คำรามก่อน​จะ​เปลี่ยน​ร่าง​จาก​เงา​ครึ่ง​คน​ครึ่ง​งู แผ่​พัง​พาน​ขนาด​ใหญ่ ดวงตา​แดง​ฉาน​เหมือน​เลือด ศักยะ​ยืน​ช็อก​ทำ​อะไร​ไม่​ถูก แต่​เงา​พราย​ก็​ไม่​เข้า​มา​ทำร้าย มัน​ชั่งใจ​อยู่​ครู่​หนึ่ง​ก่อน​จะ​หาย​ไป

เมื่อ​ศักยะ​ตั้ง​สติ​ได้ ก็​รีบ​เข้าไป​หา​รัชต์​ที่​เหงื่อ​ออก​เต็มตัว หายใจ​แรง

ศักยะ​พา​รัชต์​ลง​มา​นั่ง​พัก​ข้าง​ล่าง แล้ว​เดิน​เลี่ยง​ออก​ไป ไว​รีบ​เข้า​มา​ดูแล​เจ้านาย​พลาง​สอบ​ถาม​เรื่องราว​เพราะ​ไม่​เชื่อ​ว่า​รัชต์​จะ​เป็น​โรค​หัวใจ​อย่าง​ที่​ศักยะบอก เขา​นึก​สงสัย​ใน​ท่าทาง​ของ​ศักยะ จึง​แอบ​ตาม​ออก​ไป

ศักยะ​เดิน​ออก​มา​ที่​สวน​หลัง​บ้าน เขา​กุม​ท้อง​ด้วย​ความ​เจ็บปวด ​เพราะ​ถูก​พราย​ลงโทษ​ที่​ผิด​สัญญาเข้า​ขัดขวาง​ไม่​ให้​มัน​เอาชีวิต​รัชต์

“ฉัน​ขอโทษ แต่​รัชต์​เขา​เป็น​นาย​ฉัน แล้ว​ก็​เป็น​เพื่อน​ฉัน​ด้วย ถ้า​เขา​ตาย ฉัน​ก็​เสียหาย​หลาย​อย่าง ทุก​อย่าง​กำลัง​ไป​ได้​ดี ฉัน​ไม่​อยาก​เสีย​มัน​ไป”

“ถ้า​เว้น​ชีวิต​นาย​ของ​ท่าน ท่าน​ก็​ต้อง​เอา​คน​อื่น​มา​แทน” พราย​สั่ง​น้ำเสียง​เกรี้ยวกราด

ศักยะ​ตกใจ​มอง​พราย​ที่​ปรากฏ​ตรง​หน้า​อย่าง​หวาด​กลัว แล้ว​เปิดฉาก​โต้เถียง​กัน ไว​เดิน​มา​ได้ยิน เขา​เข้า​มา​ถาม​ศักยะ​ว่า​คุย​กับ​ใคร เมื่อ​ศักยะ​ไม่​บอก ไว​จึง​ขู่​ว่า​จะ​นำ​เรื่อง​ที่​ได้ยิน​ไป​บอก​รัชต์ แล้ว​หัน​หลัง​กลับ

“ท่าน​ต้อง​เลือก​แล้ว​ศักยะ รักษา​ทุก​อย่าง​ไว้ หรือ​กลับ​ไป​เริ่ม​ต้น​ใหม่” พราย​กระซิบ​ที่​หู

ศักยะ​อึ้ง​ไป​ครู่​หนึ่ง​ก่อน​จะ​ขบ​กราม​แน่น แล้ว​พยัก​หน้า​ช้าๆ เป็น​เชิง​อนุญาต พลัน​เงา​ของ​พราย​ก็​พุ่ง​ปราด​เข้าไป​รัดตัว​ไว​ไว้ เหมือน​งู​รัด​เหยื่อ ไว​ยืน​แข็ง​ทื่อ​กระดิกกระเดี้ย​ไม่ได้ ตกใจ​สุดขีด เงา​พราย​อ้า​ปาก​กว้าง​ขึ้น แล้ว​กลืน​ร่าง​ของ​ไว​ไป​อย่าง​รวดเร็ว เหมือน​งู​กิน​เหยื่อ ศักยะ​ยืน​หน้าซีด​เผือด ตกตะลึง รีบ​วิ่ง​หนี​กลับ​เข้า​บ้าน​ไป​ด้วย​ความ​หวาด​กลัว

ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่ รัชต์​เดิน​คน​กาแฟ​มา​ที่​หน้า​บ้าน เห็น​ไว​เดิน​ผ่าน​ไป​ท่าทาง​เหมือน​กำลัง​จะ​เดิน​ออก​นอก​บ้าน ก็​ตะโกน​ถามว่า​จะ​ไป​ไหน แต่​ไว​ไม่​ตอบ​เดิน​ตา​แข็ง​ค้าง​ตรง​ไป​เปิด​ประตู​รั้ว​ก้าว​ออก​ไป รัชต์​นึก​ห่วง​รีบ​ตาม​ไป เขา​เห็น​ไว​เดิน​ไป​ที่​สะพาน​ข้าม​คลอง​เล็กๆ จุด​เดียว​กับ​หญิง​สาว​ฆ่า​ตัว​ตาย ไว​ปีน​ราว​สะพาน​เพื่อ​จะ​กระโดด​ลง​ไป​ใน​คลอง

“เฮ้ย ไว​ลง​มา” รัชต์​รีบ​วิ่ง​เข้าไป​จับ​แขน​ไว​ไว้​ไม่​ให้​กระโดด ไว​ก็​หัน​มา​จ้อง​หน้า​รัชต์​ด้วย​สายตา​แข็งกร้าว ก่อน​จะ​สะบัด​แขน​อย่าง​แรง​จน​ตัวรัชต์​กระเด็น​ล้ม​ไป แล้ว​รีบ​ปีน​ราว​สะพาน​ทิ้ง​ร่าง​ลง​สู่​คลอง​ทันที

รัชต์​รีบ​ปีน​ไป​ที่​ราว​สะพานเพื่อ​จะ​กระโจน​ลง​คลอง​ไป​ช่วย แต่​ศักยะ​มา​ดึง​ไว้​ไม่​ให้​รัชต์​โดด​ตาม​ลง​ไป​ช่วย ทุก​คน​ช็อก​กับ​การ​จาก​ไป​ของ​ไว และ​หา​คำ​ตอบ​ไม่ได้​ว่า​ทำไม​ไว​ถึง​ฆ่า​ตัว​ตาย เ​รน รัชต์ และ​ศักยะ​มา​รับ​ศพ​ไว​ที่​โรงพยาบาล แล้ว​ศักยะ​ก็​เห็น​วิญญาณ​ของ​ไว น้ำ​เปียก​โชก​ยืน​มอง​ตน​ด้วย​สายตา​อาฆาต เขา​ร้อง​ลั่น​ด้วย​ความ​กลัว​และ​ตกใจ​รีบ​เดิน​หนี​ออก​มา เ​รน​ตาม​มา​ดูแล

“ไม่​ต้อง​ห่วง​อะไร​ทั้งนั้น​นะ​ไว หลับ​ให้​สบาย​นะ​น้อง​รัก” รัชต์​บอก​กับ​ร่าง​ที่​ไร้​วิญญาณ​ของ​ไว

ศักยะ​กลับ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​พัก​อย่าง​อ่อนเพลีย วิญญาณ​ไว​ที่​รอ​อยู่​ตรง​เข้า​เล่น​งาน เพราะ​โกรธ​แค้น​ที่​ศักยะ​ให้​พราย​ฆ่า​ตน แต่​พราย​มา​ช่วย​ไว้​ทัน

“ท่าน​ไม่​ต้อง​กลัว​ศักยะ ท่าน​เป็น​นาย​ของ​เรา เรา​ต้อง​ปกป้อง​ท่าน” พราย​หัน​ไป​จัดการ​กับ​วิญญาณ​ไว

“เอ็ง​มัน​ก็​แค่​ทาส​ของ​ข้า อย่า​มา​เหิม​เก​ริม ไป​ให้​พ้น​เดี๋ยวนี้” วิญญาณ​ของ​ไว​มี​ท่าทาง​หวาด​กลัว​พราย​รีบ​หาย​ไป

ศักยะ​โล่ง​อก​ที่​วิญญาณ​ไว​หาย​ไป แต่​เริ่ม​กังวล​ถึง​อนาคต

“แก​อย่า​ทิ้ง​ฉันนะ​พราย แก​ต้อง​ช่วย​ฉัน​ให้​ถึงฝั่ง เข้าใจ​ไหม”

“เรา​ไม่​มี​วัน​ทิ้ง​ท่าน​หรอก​ศักยะ ท่าน​กับ​เรา​จะ​อยู่ร่วม​กัน​ไป​อีก​นาน” พราย​หัวเราะ​เบาๆ

ศักยะ​ค่อย​ยิ้ม​ออก เริ่ม​เผลอ​ตัว​คิด​ว่า​พราย​เป็น​พวก​และ​ช่วย​ตน​ได้​ทุก​อย่าง​จริงๆ

ooooooo
ตอนที่ 4


ขณะ​ที่​ศักยะ​เดิน​ตาม​เ​รน​มา​ที่​ศาลา​หน้า​เมรุ เขา​ถาม​เธอ​ว่า​มี​ใคร​ถาม​อะไร​บ้าง​ไหม

“ก็​ไม่​นี่​คะ แฟน​ของ​ไว​เอง​ก็​ติด​งาน​ที่​ต่างจังหวัด คง​จะ​มา​เผา​วัน​นี้​เลย​เหมือน​กัน”เ​รน​ยิ้ม​ปลอบ​ใจ

ศักยะ​พยัก​หน้า​รับ ทั้ง​คู่​มอง​เข้าไป​ใน​ศาลา​เห็น​รัชต์​นั่ง​คุย​กับ​ญาติๆของ​ไว​อยู่ เ​รน​ชวน​ศักยะ​ไป​นั่ง​กับ​รัชต์ ศักยะ​หน้า​เจื่อน​อ้าง​ว่า​เวียนหัว​ขอ​นั่ง​รอ​ข้าง​นอก

“เ​รน​มี​ยา​แก้​ปวด​หัว เอา​ไหม​คะ”เ​รน​จะ​เปิด​กระเป๋า​หยิบ​ยา

“ไม่​ต้อง​หรอก​เ​รน เดิน​รับ​ลม​หน่อย​ก็​คง​ดี​ขึ้น”  ศักยะ​ตัดบท​เดิน​ออก​ไป

เ​รน​มอง​ตาม​ด้วยความ​เป็น​ห่วง รัชต์​เดิน​ออก​มา​เห็น​สายตา​เ​รน​มอง​ศักยะ​ก็​แกล้ง​กระแอม​ล้อ ให้​เก็บ​อาการ​เพราะเสีย

ลุ​ค​สาว​มั่น​หมด เ​รน​เขินๆรีบ​เดิน​นำ​รัชต์​เข้า​ศาลา​ไป

พิมพ์​พัส​ตรา​ที่​ออก​มา​คุย​โทรศัพท์ เห็น​ศักยะ​เดิน​หลบ​ออก​มา​จาก​งาน​ก็​หัน​มา​มอง เธอ​เห็น​สีหน้า​ชาย​หนุ่ม​ไม่​ดี​นัก ส่วน​ศักยะ​ที่​ออก​มา​นั่ง​หลบมุม​ก็​พึมพำ​เรียก​พราย​ให้​มา​ช่วย​ตน​ด้วย เพราะ​กลัว​โดน​ผี​ไว​เล่น​งาน​อีก  ​แต่​ไม่​มีเสียง​พราย​ตอบ​รับ พิมพ์​พัส​ตรา​คุย​โทรศัพท์​เสร็จ​ก็​เข้า​มา​ทักทาย

“เมื่อกี้​พี่​ตั้น​พูด​กับ​ใคร​เหรอ​คะ”

“อ๋อ เปล่า​ครับ​พอดี​ผม​หายใจ​ไม่ค่อย​ออก มัน​อึดอัด ก็​เลย​บ่น​อะไร​ไป​เรื่อยเปื่อย​น่ะ​ครับ”

“อากาศ​ร้อน​ก็​ยัง​งี้​ล่ะ​ค่ะ พิม​ก็​เป็น​บ่อย พิม​ยัง​ต้อง​ติด​ยา​ดม​เอา​ไว้​เลย กลัว​หน้ามืด​น่ะ​ค่ะ อัน​นี้​อัน​ใหม่​ยัง​ไม่ได้​ใช้​เลย​ค่ะ”  พิมพ์​พัส​ตรา​หยิบ​ยา​ดม​ใน​กระเป๋า​ส่ง​ให้

“ถึง​คุณ​พิม​ใช้​แล้ว​ผม​ก็​ไม่​รังเกียจ​หรอก​ครับ”  ศักยะ​ส่ง​ตาหวาน

“เพิ่ง​รู้​นะ​คะ​ว่า​พี่​ตั้น​ไม่​รังเกียจ​ที่​จะ​ใช้​ของ​ต่อ​จาก​คน​อื่น”

“ถ้า​เจ้าของ​เขา​ไม่​หวง ก็​จะ​ยึด​เอา​ไว้​เป็น​ของ​ตัว​เอง​เลย​ล่ะ​ครับ”  ศักยะ​เลื่อน​ไป​จับ​ยา​ดม​ใน​มือ​พิมพ์​พัส​ตรา​พลาง จ้อง​ตา​นิ่ง

ooooooo

เข็ม​ทอง​แฟน​สาว​ของ​ไว​เดิน​น้ำตา​คลอ​เบ้า​เข้า​มา​สวัสดี​รัชต์   แต่​พอ​เห็น​เ​รน​ก็​ร้องไห้​โฮ   โผ​เข้า​มา​สวมกอด

“เข็ม​ไม่​อยาก​เชื่อ​เลย​ว่า​พี่​ไว​จะ​ฆ่า​ตัว​ตาย เมื่อ​คืน​พี่​ไว​เมสเสจ​หา​เข็ม​ด้วย​นะ​คะ เข็ม​ไม่​แน่ใจว่า​มัน​จะ​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ตาย​ของ​พี่​ไว​รึ​เปล่า” เข็ม​ทอง​ผละ​จาก​เ​รน​กด​เปิด​ข้อความ​ให้​ดู

“บ้าน​แปลกๆพี่​ตั้น​ดู​น่า​กลัว ห่วง​คุณ​รัชต์​มาก​เลย พรุ่งนี้​จะ​โทร​.ไป​เล่า​ให้​ฟัง​นะ”เ​รน​และ​รัชต์​อ่าน​ข้อความ​จบ​ก็​เงย​หน้า​ขึ้น​สบตา​กัน พลาง​อธิบาย​ว่าศักยะ​ไม่​น่า​จะ​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ตาย​ของ​ไว

“ไป​หา​คุ​ณแม่​ไว​กัน​ก่อน​เถอะ ท่าน​ถาม​หา​เข็ม​ทุก​วัน​เลย”​  เ​รน​จูงมือ​เข็ม​ทอง​เข้าไป​ด้าน​ใน

ได้​เวลา​เผา​ศพ​ไว​แล้ว ศักยะ​ข่ม​ใจ​เดิน​เข้า​มา​หยิบ​ดอกไม้จันทน์  พลาง​อธิษฐาน​ขอ​อโหสิกรรม​จาก​ไว ด้วย​ความ รู้สึก​ผิด เขา​ส่งดอก​ไม้​จันทน์​เข้า​เตา​เผา​ไป​​  ทันใดนั้น​เอง ไฟ​จาก​เตา​เผา​ก็​ลุก​โพลง​พุ่ง​เข้าใส่ ศักยะ​ตกใจ​ผงะ​ถอย​จน​ล้ม​ลง​กับ​พื้น ทุก​คน​แปลก​ใจ​ว่าศักยะ​เป็น​อะไร​กัน​แน่

“พี่​ตั้นเป็น​อะไร​คะ” เรน​เข้า​ประคอง

“อย่า​มา​ยุ่ง​กับ​ฉัน” ศักยะ​ปัด​เ​รน​อย่าง​แรง เพราะ​เห็น​วิญญาณ​ไว​ใน​เตา​เผา​จะ​พุ่ง​ออก​มา​จะ​จับ​ตัว เขา​รีบ​วิ่ง​หนี​ออก​ไป​อย่าง​ลุกลี้ลุกลน​จน​ตก​บันได​กลิ้ง​ไป​หน้า​เมรุ​แล้ว​หมด​สติ​ไป

คืน​นั้น  ศักยะ​ถึง​กับ​นอน​จับไข้ เขา​ฝัน​เห็น​คุณ​ปู่​เข้ามา​ต่อว่า​ด้วย​ความ​โกรธ

“ไอ้​ตั้น ปู่​บอก​แก​แล้ว​ใช่​ไหม​ว่า​ให้​ทำลาย​ทิ้ง​ให้​หมด เพราะ​ความ​โง่​เขลา  ความ​อวดดี​ของ​แก​แท้ๆ รู้​ไหม​ว่า​มี​กี่​คน​แล้ว​ที่​ต้อง​สังเวย​ชีวิต​ไป​เพราะ​ความ​ละโมบ​ของ​แก”

“ปู่​มา​ด่า​ผม​ทำไม  พราย​มัน​ฆ่า​คน​ก็​เรื่อง​ของ​มัน  ไม่​เกี่ยว​กับ​ผม​ซะ​หน่อย”

“แก​ยัง​มี​หน้า​พูด​ว่า​ไม่​เกี่ยว​อีก​หรือ​ไอ้​ตั้น” คุณ​ปู่​ฟาด​ไม้เท้า​ลง​เต็ม​หัว​ของ​ศักยะ​ด้วย​ความ​โกรธ​สุดๆ

ศักยะ​ตกใจ​ตื่น รีบ​คลำ​หัว​ตัว​เอง​ที่​ถูก​กระแทก​ด้วย​ความ​เจ็บปวด

“ตื่น​แล้ว​เหรอ​คะ​พี่​ตั้น เช็ด​ตัว​ซะ​หน่อย​นะ​คะ” พิมพ์พัส​ตรา​เข้า​มา​นั่ง​ข้างๆพลาง​คุย​ว่าศักยะ​เป็น​ลม​ตั้งแต่​ที่​วัด แถม​ยัง​ตัว​ร้อน​จัด​ รัชต์​เลย​พา​มา​พัก​ที่​ออฟฟิศ​ก่อน เพราะ​ต้อง​ออก​ไป​พบ​ลูกค้า​กับ​เ​รน​ต่อ เธอ​เลย​อาสา​เฝ้าไข้​ให้​เอง แล้ว​พิมพ์พัส​ตรา​ก็​เห็นเลือด​ไหล​ซึม​เป็น​ทาง​ลง​มา​จาก​หน้าผาก​ศักยะ

“ว้าย เลือด” พิมพ์​พัส​ตรา​ตกใจ

ศักยะ​ค่อยๆยกมือ​ขึ้น​ปาด​เลือด​ที่​หน้าผาก เขา​ยัง​งง​เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​ฝัน​หรือ​จริง​กัน​แน่

ooooooo

เ​รน​จำ​ใจ​ตาม​ตา​เลิศ​มา​ร่วม​งาน​แต่ง​ของ​แม่ สร้อย​ทิพย์​รีบ​ดึง​ทัด​สิงห์​มา​ต้อนรับ  ทัด​สิงห์​ไม่​ชอบใจ​นัก เพราะ​เ​รน​ไม่​ยอม​ไหว้​ตน ส่วน​เ​รน​ก็​ไม่​พอใจ​ที่​ทัด​สิงห์​ไม่​ยอม​ไหว้​คุณ​ตา​ของ​เธอ จึง​ขอตัว​ไป​พักผ่อน​ใน​ห้อง

“ลูก​สาว​คุณ​นี่ท่าทาง​มัน​จองหอง​น่า​ดู กะ​อี​แค่​ได้​ทำ​งาน​กับ​พวก​ไฮโซ​เข้า​หน่อย มือ​ไม้แข็ง​ไหว้​ผู้​หลัก​ผู้ใหญ่​ไม่​เป็น” ทัด​สิงห์​ต่อว่า

สร้อย​ทิพย์​หน้าจ๋อย ไม่​รู้​จะ​พูด​ยัง​ไง ได้​แต่​ฝืน​ยิ้ม​ให้​เลิศ เลิศ​มอง​หน้า​ลูก​แล้ว​ก็​ถอน​ใจ

ส่วน​เ​รน​เมื่อ​อยู่​ตามลำพัง​ก็​โทร.​ฟ้อง​ศักยะ​เรื่อง​ทัด​สิงห์ พลาง​บ่น​ว่าเสียดาย​ที่​เขา​มี​งาน​ด่วน​ไม่​งั้น​คง​ได้​มา​พร้อม​กัน

“พอดี​ลูกค้า​เขา​ว่าง​วัน​นี้ เรา​ก็​ต้อง​ตามใจ​เขา​ก่อน​เดี๋ยว​พรุ่งนี้​ผม​ก็ตาม​ไป​แล้ว​ล่ะ” ศักยะ​รับปาก เสียง​พิมพ์​พัส​ตรา​ร้อง​เรียกศักยะ​ดัง​เข้า​มา​ใน​โทรศัพท์ ​​ เรน​ชะงัก​รู้สึก​คุ้น​เสียง ศักยะ​หัน​ไป​เห็น​พิมพ์​พัส​ตรา​เดิน​ยิ้มแย้ม​ถือ​ถุง​ช็อปปิ้ง​เข้า​มา​หา​ก็​หน้าเสีย​รีบ​ตัดบท​กับ​เ​รน​

“แค่​นี้​ก่อน​นะ​เ​รน  ลูกค้า​มา​แล้ว”  ศักยะ​กด​ตัด​สาย แล้ว​หัน​ไป​โกหก​พิมพ์​พัส​ตรา​ว่า ลูกค้า​โทร.​มา

“รีบ​ไป​เถอะ​ครับ ผม​ชอบ​ดู​หนัง​ตัวอย่าง...ผม​ช่วย​ถือ​ครับ” ศักยะ​รับ​ถุง​ช็อปปิ้ง​ไป​ถือ​พร้อม​เดิน​ควง​พิมพ์​พัส​ตรา​เข้า​โรง​หนัง​อย่าง​สบายใจ

สร้อย​ทิพย์ ทัด​สิงห์ และ​ตา​เลิศ​นั่ง​ทาน​อาหาร​กลางวัน​กัน​อยู่ เมื่อ​เ​รน​เดิน​เข้า​มา  สร้อย​ทิพย์​ก็​เรียก​ลูก​สาว​ทาน​ข้าว เ​รน​เหล่​มอง​ทัด​สิงห์​แล้ว​ขอตัว​ไป​เดิน​เล่น​ที่​ลำธาร ทำให้​ทัด​สิงห์​กระแทก​ช้อน​ส้อม แล้ว​หัน​มา​ต่อว่าตา​เลิศ​ที่​ไม่​อบรม​มารยาท​หลาน​สาว

“ขนาด​ลูก​ฉัน​ยัง​สอน​ไม่ได้​เลย แล้ว​หลาน​มัน​จะ​ฟัง​เรอะ ถ้า​ฉัน​สอน​ลูก​ได้ ลูก​คง​เชื่อฟัง​พ่อ เลือก​คู่ครอง​ตาม​คำ​แนะนำ​ของ​พ่อ​ไป​แล้ว​ล่ะ” ตา​เลิศ​ถือ​ไม้เท้า​เดิน​ลง​จาก​บ้าน​ตาม​เ​รน​ไป​อีก​คน

ทัด​สิงห์​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​โกรธ​แล้ว​พาล​ใส่​สร้อย​ทิพย์ สร้อย​ทิพย์​หน้าจ๋อยๆด้วย​ความ​กลัว​ทัด​สิงห์

เ​รน​เดิน​เซ็งๆมา​นั่งเล่น​ที่​ลำธาร​ใกล้ๆบ้าน นึก​อยาก​กลับ​กรุงเทพฯ แต่​ต้อง​ทน​อีก​สอง​วัน เธอ​หยิบ​มือ​ถือ​ขึ้น​มา​ตั้งใจ​จะ​โทร.​หา​ศักยะ แต่​เขา​ไม่​เปิด​เครื่อง จึง​วาง​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ไว้​ข้าง​ตัว พราย​ที่​รอ​อยู่​ได้​โอกาส​ตรง​เข้า​จับ​ข้อ​เท้า​ลาก​ลง​ใต้​ลำธาร​ทันที

เ​รน​ตกใจ​สุดขีด​พยายาม​ดิ้นรน​ให้​โผล่​พ้น​นํ้า​ขึ้น​มา​หายใจ แต่​มือ​ข้าง​นั้น​ก็​ฉุด​ขา​ไว้​แน่น พอดี​เวลา​เดียวกับ​ตา​เลิศ​เดิน​ถือ​ไม้เท้า​ของ​ชัด​ตาม​มา  เขา​มอง​หา​หลาน​ไม่​พบ  แต่​จู่ๆ ไม้เท้า​ก็​เปล่ง​แสงสว่าง​วูบ​ขึ้น​มา มือ​พราย​ที่​จับ​ข้อ​เท้า​เ​รน​โดน​แสงสว่าง​จาก​ไม้เท้า​เข้าก็​รีบ​ปล่อย แล้ว​หาย​ไป​ทันที เ​รน​ทะลึ่ง​พรวด​ลอย​ขึ้น​สู่​ผิว​นํ้า ตา​เลิศ​รีบ​เข้าไป​ช่วย​ดึง​เ​รน​ขึ้น​ฝั่ง

“ตา” เ​รน​ตกใจ​กอด​ตา​แน่น​เพราะ​ผ่าน​วินาที​ตาย​มา​หวุดหวิด ตา​เลิศ​หน้า​เครียดๆมอง​ไป​ที่​ไม้เท้า​อย่าง​แปลก​ใจ ครั้น​ทัด​สิงห์​รู้​ว่า​เกิด​เรื่อง​กับ​เ​รน​ก็​เข้า​มา​ต่อว่า เพราะ​กลัว​จะ​ต้อง​จัด​งาน​ศพ​แทน​งาน​แต่ง สร้อย​ทิพย์​ปกป้อง​ลูก​ก็​โดน​ทัด​สิงห์​ตวาด​ใส่

“ก็​ไม่​มี​ใคร​ใช้​ให้​มา​วุ่นวาย​ด้วย​นี่ ที่​นี่​มัน​บ้าน​ฉัน แล้ว​นี่​ก็​หลาน​สาว​ฉัน ฉัน​มี​ปัญญา​ดูแล​เอง​ได้ ใคร​ไม่​อยาก​วุ่นวาย​ก็​ไม่​ต้อง​มา​ยุ่ง” ตา​เลิศ​เหลืออด

“พ่อ​เธอ​เป็น​คน​ออกปาก​เอง​นะ​สร้อย เสร็จ​งาน​แต่ง​แล้ว​ก็​ต่าง​คน​ต่าง​อยู่ ไม่​ต้อง​มา​ยุ่ง​เกี่ยว​กัน แล้ว​เธอ​จะ​มา​หา​ว่า​ฉัน​ไม่​เคารพ​พ่อ​เธอ​ไม่ได้​นะ” ทัด​สิงห์​เดิน​กระแทก​เท้า​ออก​จาก​ห้อง​ไป

สร้อย​ทิพย์​หน้าเสีย ขอร้อง​ตา​เลิศ​ให้​ทำหูทวนลม​เสีย​บ้าง​เพื่อ​เห็นแก่​เธอ

“ก็​เพราะ​พ่อ​เห็น​กับ​แก​นั่นแหละ ถึง​ได้​ยอม​กลับ​มา​ที่​นี่ ลอง​ถาม​ตัว​เอง​บ้าง​เถอะ ทำ​อะไร​เคย​เห็นแก่​พ่อ​กับ​เจ้า​เ​รน​มัน​บ้าง​ไหม”  ตา​เลิศ​เหลืออด นึก​อยาก​จะ​ด่า​ลูก​สาว​ต่อ แต่​ก็​เปลี่ยนใจ​เพราะ​เห็นแก่​เ​รน

เมื่อ​เ​รน​อาการ​ดี​ขึ้น ตา​เลิศ​ก็​ชวน​ไป​นั่ง​สมาธิ​ด้วย​กัน เพราะ​หวัง​จะ​ให้​หลาน​เอา​ตัว​รอด​ได้​ใน​ยาม​คับขัน​

“เรื่อง​ร้ายๆมัน​เกิด​ขึ้น​กับ​เรา​ได้​เสมอ ดำรง​ตน​อยู่​ใน​ความไม่ประมาท​นั่นแหละ​ดี​ที่สุด” ตา​เลิศ​ถอน​ใจ​ยาว รู้​ว่า​มี​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​จะ​เล่น​งาน​เ​รน แต่​ไม่​เข้าใจ​ว่ามันคือ​อะไร​และ​ทำไม​ต้อง​ทำร้าย​เ​รน​ด้วย

ใน​ขณะ​ที่​เ​รน​ฝึกนั่ง​สมาธิ​อยู่​กับ​ตา​เลิศ พิมพ์​พัส​ตรา​ก็อ้อน​ให้​ศักยะ​พา​มา​เที่ยว​ผับ​ต่อ เพราะ​รัชต์​ติด​คุย​งาน​กับ​ลูกค้า​อยู่ เธอ​เอ่ย​ถาม​ศักยะ​เรื่อง​จะ​ไป​บ้าน​เ​รน​ใน​วัน​พรุ่งนี้

“ไม่​ซีเรียส​หรอก​ครับ แม่​เ​รน​เขา​แต่งงาน​ใหม่ ถ้า​ตื่น​ไม่​ไหว​จริงๆไม่​ไป​ก็ได้​ครับ ยัง​ไง​การ​อยู่​เป็น​เพื่อน​คุณ​พิม​ก็​ต้อง​สำคัญ​ที่สุด​อยู่​แล้ว” ศักยะ​เอาใจ

พิมพ์พัส​ตรา​ยิ้ม​หวาน​พอใจ​ที่​ศักยะ​เห็น​ตน​สำคัญ​ที่สุด ทั้ง​คู่​จ้อง​ตา​กัน​ด้วย​สายตา​ปรารถนา ศักยะ​ห้าม​ใจ​ไม่​อยู่ จะ​ก้ม​ลง​จูบ พิมพ์พัส​ตรา​ชิง​ตัดบท​ด้วย​การ​ลุก​ไป​เข้า​ห้องน้ำ ศักยะ​มอง​ตาม​ตา​ละห้อย​เพราะ​หลง​เสน่ห์​เธอ​อย่าง​จัง



ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่ เ​รน​โทร.​ถามรัชต์​เรื่อง​งาน​เพราะ​กลัว​ว่า​แบบ​ที่​ส่ง​ให้​วัน​ก่อน​จะ​ไม่​ถูกใจ​ลูกค้า แต่​รัชต์​ว่า​ลูกค้า​ชอบ​มาก​และ​มี​งาน​ใหม่​ทำ​อีก เ​รน​ดีใจ​บอก​ว่าจะ​รีบ​กลับ รัชต์​อมยิ้ม​ล้อ​เ​รน เรื่องศักยะขอ​เลื่อน​นัด​ลูกค้า​เมื่อ​วาน​นี้​เพื่อ​จะ​ไป​งาน​ที่​บ้าน​เ​รน เ​รน​เป็น​งง​ไม่​เข้าใจ​ว่า ทำไม​ศักยะ​ต้อง​โกหก​ด้วย

ตา​เลิศ​มา​รอรับ​ศักยะ​ที่​หน้า​ตลาด เพราะ​อยาก​ทดสอบ​อะไร​บาง​อย่าง แต่​ไม่​อยาก​ให้​เ​รน​รู้ เมื่อ​ศักยะ​มา​ถึง​คุณ​ตา​ก็​เปรย​ว่า มี​พระ​อยู่​องค์​หนึ่ง​อยาก​จะ​ให้​ศักยะ​เก็บ​ไว้​เพื่อ​คุ้มครอง​ตัว​เอง

“ขอบคุณ​มาก​ครับ​คุณ​ตา” ศักยะ​ยกมือ​ไหว้

ตา​เลิศ​จะ​เอา​พระ​แขวน​คอ​ให้​ศักยะ องค์​พระ​เปล่งแสง​วูบ​ขึ้น ศักยะ​ร้อน​ราว​กับมี​ถ่าน​แดงๆมา​นาบ​คอ​รีบ​ผลัก​มือ​ตาเลิศ​ออก ร้อง​ว่ารู้สึก​ร้อนๆแสบๆ

“สงสัย​จะ​แพ้​สร้อย​ซะ​ล่ะ​มั้ง ไม่​เป็นไร ไว้​ตา​จะ​เปลี่ยน​สายสร้อย​เป็น​เชือก​ให้​ก็​แล้วกัน​นะ จะ​ได้​ไม่​แพ้” ตา​เลิศ​ชำเลือง​มอง​ศักยะ มั่นใจ​ว่ามี​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​กำลัง​ครอบงำ​อยู่​แน่นอน

เพียง​ครู่​เดียว ตา​เลิศ​ก็​พา​ศักยะ​เดิน​เข้ามาใน​บ้าน เ​รน​รีบ​ออก​ไป​ต้อนรับ คุณ​ตาขอ​ตัว​ไป​เอนหลัง​เพื่อ​ให้​หนุ่มสาว​ได้​พูดคุย​กัน เ​รน​ยัง​คา​ใจ​ถาม​ศักยะ​เรื่อง​งาน เธอ​แอบ​หวัง​ว่า เขา​จะ​พูด​ความ​จริง แต่​ศักยะ​ทำ​เนียน​โกหก​ต่อ​ไป เ​รน​เริ่ม​หวั่นไหว​ไม่​เข้าใจ​ว่า​ทำไม​ชาย​หนุ่ม​ต้อง​โกหก

ใน​ตอน​ค่ำ สร้อย​ทิพย์​กับ​ทัด​สิงห์​ใน​ชุด​ล้าน​นา​ออก​มา​ยืน​ต้อนรับ​แขก​อยู่​หน้า​งาน เ​รน​ไม่​อาจ​ฝืน​ใจ​อยู่ร่วมงาน​ได้​จึงเดิน​เลี่ยง​ออก​มา เธอ​พบ​ศักยะ​กำลัง​คุย​โทรศัพท์​อย่าง เพลิดเพลิน​อยู่​บริเวณ​สวน​หลัง​บ้าน จึง​หยุด​ฟัง ได้ยิน​ชายหนุ่ม​บอก​กับ​คน​ที่​คุย​ด้วย​ว่า เธอเป็น​เหมือน​น้อง​สาว​ของ​เขา และ​เป็นแค่​เพื่อน​ร่วมงาน​เท่านั้น เ​รน​หน้า​ร้อน​วูบ ใจ​เจ็บ​แปลบ​อย่าง​บอก​ไม่ถูก ในขณะ​ที่​ศักยะ​ไม่​รู้ตัว​เลย​ว่า ทำร้าย​จิตใจ​เ​รน​เข้า​แล้ว​ เขา​ยัง​พูด​คุย​ยิ้มแย้ม​แจ่มใส เพราะ​คน​ที่​คุย​ด้วย​คือ​พิมพ์​พัส​ตรา แต่​เ​รน​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​ศักยะ​พูด​กับ​ใคร เธอ​ทน​อยู่​ฟัง​ต่อ​ไม่​ไหว ต้​อง​เดิน​กลับ​ไป​เงียบๆอย่าง​หมด​แรง

ใน​ขณะ​ที่​ทัด​สิงห์​คุย​อวด​กับ​เพื่อน​ว่า​เลิศ​พ่อตา​สะสม​ของ​เก่า​ไว้​เยอะ เพื่อน​ทัด​สิงห์​สนใจ​จะ​ขึ้น​ไป​ดู แต่​เลิศ​มา​เห็น​พอดี จึง​ร้อง​ห้าม​เพราะ​กลัว​ว่า​จะ​มี​อันตราย แต่​เพื่อน​ทัด​สิงห์​ไม่​เข้าใจ​กลับ​ไป​ฟ้อง​ทัด​สิงห์ ทัด​สิงห์​มา​ต่อว่า​ตา​เลิศ เ​รน​เดิน​มา​ได้ยิน​ก็​รีบ​ออกรับ​แทน​คุณ​ตา สร้อย​ทิพย์​เข้า​มา​ดุ​ลูก​สาว ตา​เลิศ​ไม่​อยาก​ให้​หลาน​เดือดร้อน​จึง​ยอม​ให้​เพื่อน​ทัด​สิงห์​ขึ้น​ไป​ดู​ของ​ได้ แต่​ขอร้อง​ให้​มี​คน​อยู่​เป็น​เพื่อน​ด้วย ห้าม​อยู่​ตามลำพัง​เด็ดขาด

“ทำไม ลุง​เลี้ยง​ผี​ลูกกรอก​ไว้​บน​บ้าน​เหรอ แก​ขึ้น​ไป​คน​เดียว​เลย ถ้า​มี​อะไร​หาย ฉัน​รับผิดชอบ​เอง” ทัด​สิงห์​หัวเราะ​กับ​เพื่อน

เ​รน​ไม่​พอใจ​จะ​ต่อว่า​ทัด​สิงห์ เลิศ​ส่าย​หน้า​ปราม​แล้ว​พา​เ​รน​เดิน​ออก​ไป เพื่อน​ทัด​สิงห์​ขึ้น​ไป​ดู​ของ​บน​บ้าน ศักยะ​ขยับ​จะ​ตาม​เ​รน​กับ​ตา​เลิศ​ไป แต่​หาง​ตา​เหลือบ​ไป​เห็น​อะไร​แวบๆ เลื้อย​ตาม​เพื่อน​ทัด​สิงห์​ไป

ทัด​สิงห์​เดิน​กลับ​มา​โอบ​เอว​สร้อย​ทิพย์​ถ่ายรูป​กับ​แขก​ที่​โต๊ะ​วี​ไอ​พี ศักยะ เ​รน ​และ​ตา​เลิศ​ที่นั่ง​หลบมุม​หัน​มา​มอง​หน้า​กัน​แต่​ไม่​ยอม​ลุก​ไป​ถ่ายรูป​ด้วย และ​เมื่อ​ตากล้อง​เริ่ม​นับ​หนึ่ง สอง แต่​ไม่ทัน​ถึง​สาม​ร่าง​เพื่อน​ทัด​สิงห์​ก็​ลอย​ตกลง​มา ก​ลาง​โต๊ะ​อาหาร​ใน​สภาพ​คอ​หัก ตาเหลือก เลือด​อาบ​ใบหน้า บรรดา​แขก​กรี๊ด​สนั่น เ​รน ศักยะ และ​ตา​เลิศ​ตกใจ​ลุก​พรวด​ขึ้น​ยืน เสียง​หัวเราะ​เยือกเย็น​ดัง​ก้อง​ทั่ว​บริเวณ แต่​ไม่​มี​ใคร​ได้ยิน​นอกจากศักยะและ​ตา​เลิศ ศักยะ​เดิน​เลี่ยง​ไป​มุง​ดู​เหตุการณ์ ตา​เลิศ​มอง​ตาม​เริ่ม​รู้สึก​มั่นใจ​บาง​อย่าง​มาก​ขึ้น

ooooooo

เมื่อ​เสร็จ​งาน เ​รน​ก็​พา​คุณ​ตากลับ​กรุงเทพฯ​ทันที ศักยะ​ตาม​มาส่ง​ทั้ง​คู่​ที่​บ้าน ตา​เลิศ​แอบ​ถาม​ชาย​หนุ่ม​เรื่อง​ของขลัง​ของ​คุณ​ปู่​ว่า ทำลาย​ทิ้ง​หมด​หรือ​ยัง ศักยะ​ตกใจ​รีบ​บอก​ว่า​ทำลาย​หมด​แล้ว

“แน่ใจ​นะ​ว่า​ลอย​ครบ​ทุก​ชิ้น​แล้ว​จริงๆ”

“ครับ เออ คุณ​ตา​ถาม​ทำไม​เหรอ​ครับ”

“ไม่​มี​อะไร​หรอก ตา​นึก​ขึ้น​ได้​ก็​ถาม​ดู​เฉยๆ ตั้น​ทำลาย​หมด​แล้ว​ก็ดี ตา​อยาก​จะ​ให้​ตั้น​จำ​ไว้​อย่าง​หนึ่ง​นะ ​ใน​โลก​นี้ นอก จาก​ความ​รัก​ของ​พ่อ​แม่​แล้ว ไม่​มี​อะไร​ที่​ได้​มา​ฟรีๆหรอก ของขลัง​พวก​นี้​ถึง​มัน​จะ​บันดาล​อะไร​ให้​เรา​ได้​ตาม​ปรารถนา แต่​เรา​ก็​ต้อง​สูญเสีย​บาง​อย่าง​เพื่อ​ตอบแทน​มัน​เช่น​กัน บางที​เรา​อาจจะ​ต้อง​แลก​ด้วย​บาปกรรม​ที่​จะ​ติดตัว​เรา​ไป​ทั้ง​ชาติ​นี้​แล้ว​ก็​ชาติ​หน้า” ตา​เลิศ​เตือนสติ

ศักยะ​หน้าซีด​เผือด เพราะ​ตา​เลิศ​พูด​เหมือน​รู้​เรื่อง​พราย​ดี

ศักยะ​รีบ​กลับ​มา​ที่​อพาร์ตเมนต์ เขา​โทษ​ว่า​เป็น​เพราะ​พราย​ไป​ฆ่า​เพื่อน​ของ​ทัด​สิงห์​ทำให้​คุณ​ตา​สงสัย​เขา

“ข้า​ทำ​ไป เพราะ​ต้องการ​สั่งสอน​ไอ้​เลิศ ไม่​ให้​มา​ยุ่มย่าม​กับ​ท่าน​อีก เชื่อ​ข้า​เถอะ สอง​ตา​หลาน​นี่​เป็น​ตัว​อันตราย​สำหรับ​ท่าน​จริงๆ ทาง​ที่​ดี​ควร​กำจัด​พวก​มัน​ทิ้ง​ซะ” พราย​โต้​กลับ

“อย่า​นะ แก​จะ​ทำ​อะไร​คุณ​ตา​กับ​เ​รน​ไม่ได้​เด็ดขาด เขา​สอง​คน​ดี​กับ​ฉัน​มาก เข้าใจ​ไหม​พราย”

“ความ​ใจอ่อน​ของ​ท่าน จะ​ทำร้าย​ท่าน​ในวันหนึ่งข้างหน้า” พราย​กลาย​ร่าง​เป็น​ค้างคาว​ดำ​บิน​โฉบ​ลง​มา​ใส่​ศักยะ​เพื่อ​สั่งสอน ศักยะ​ย่อ​ตัว​หลบ​วูบ​พลาง​ถอน​ใจ

ooooooo

รัชต์​รับ​งาน​สร้าง​รีสอร์ต​ที่​ต่าง​จังหวัด​ให้​สุวัฒน์ แต่​ยัง​ติด​ปัญหา​บาง​อย่าง​จึง​ต้อง​ลง​ไป​คุย​กับ​สุวัฒน์​เอง เขา​ชวน​พิมพ์​พัส​ตรา​ไป​เที่ยว​ด้วย​กัน และ​ให้​เ​รน​และ​ศักยะ​ตาม​ไป​ช่วย​งาน​ด้วย พิมพ์​พัส​ตรา​รู้​ว่า​ศักยะ​จะ​ไป​ด้วย​ก็​แอบ​เครียด เพราะ​อยาก​จะ​สับ​ราง​ระหว่าง​รัชต์​กับ​ศักยะ​มาก​กว่า​ที่​จะ​ไป​พร้อมหน้า​กัน​แบบ​นี้

พิมพ์​พัส​ตรา​จำ​ใจ​เดิน​ตาม​รัชต์ เ​รน และ​ศักยะ​เข้า​มา​ใน​รีสอร์ต​ที่​สุวัฒน์​จัด​ไว้​ต้อนรับ พนักงาน​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​บอก​กับ​รัชต์​ว่า สุวัฒน์​จะ​เข้า​มา​ตอน​บ่าย ขอ​ให้​ทุก​คน​พักผ่อน​ที่​ห้อง​ตาม​สบาย รัชต์​ยิ้ม​รับ​แทน​คำ​ขอบคุณ

“ไป​เดิน​เล่น​กัน​ก่อน​เถอะ​ค่ะ​พี่​รัชต์” พิมพ์​พัส​ตรา​เข้า​มา​อ้อน

รัชต์​ยอม​ตามใจ​หัน​มา​ชวน​ศักยะ​ไป​ด้วย​กัน แต่​ชาย​หนุ่ม​ปฏิเสธ พิมพ์​พัส​ตรา​เหล่​มอง​ศักยะ​ทำ​ไม่​รู้​ไม่​ชี้​เดิน​ควงแขน​กับ​รัชต์​ออก​ไป ศักยะ​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​หึง​หวง

หลังจาก​เดิน​เล่น​แล้ว​พิมพ์​พัส​ตรา​ก็​ออก​มา​นอน​อาบแดด​ที่​ชายหาด ศักยะ​สบ​โอกาส​ก็​เข้า​มา​หา พิมพ์​พัส​ตรา​ตกใจ​กลัว​รัชต์​มา​เห็น เธอ​รีบ​ออกตัว​ว่า ศักยะ​เป็นได้​แค่​เพื่อน​เท่านั้น

“แค่​เพื่อน​เหรอ​ครับ”

“พิม​เคย​ใช้​คำ​พูด​อื่น​กับ​พี่​ด้วย​เหรอ โอ​เค พี่​ตั้น​มี​เวลา​ให้​พิม​มาก​กว่า โรแมนติก​กว่า มี​อารมณ์ขัน​มาก​กว่า​พี่​รัชต์ แต่​ก็​ไม่ได้​หมายความ​ว่า​พิม​ต้อง​เลือก​พี่​ตั้นนี่​คะ  วินาที​นี้​พี่​รัชต์​คู่ควร​กับ​พิม​ที่สุด​ใน​ทุกๆด้าน”

“ทุกๆด้าน คง​หมาย​ถึง​ความ​รวย​อย่าง​เดียว​ล่ะ​มั้ง”

“ก็​แล้วแต่​จะ​คิด​ถ้า​พี่​ตั้น​ยัง​อยาก​รักษา​มิตรภาพ​ของ​เรา​ไว้​แบบ​นี้ ก็​ควร​พอใจ​กับ​ที่​เป็น​อยู่ พิม​ให้​แค่​ไหน​ก็​แค่​นั้น อย่า​มา​เรียก​ร้อง​อะไร​มากมาย พิม​ไม่​ชอบ” พิมพ์​พัส​ตรา​เก็บ​ของ​ลุก​เดิน​หนี

“พราย ฉัน​อยาก​อยู่​กับ​คุณ​พิมต่อ​ตามลำพัง แก​จัดการ​ให้​ฉัน​ด้วย” ศักยะ​สั่ง

อย่าง​ไม่​คาด​ฝัน เกิด​ฝน​เท​ลง​มา​อย่าง​หนัก รัชต์​ชะเง้อ​รอ​คน​รัก​อยู่​ใน​โรงแรม เ​รน​ออก​มา​ตาม​เพราะ​สุวัฒน์​มา​ถึง​แล้ว รัชต์​ยืน​ลังเล​เพราะ​เป็น​ห่วง​พิมพ์​พัส​ตรา เ​รน​อาสา​ออก​ไป​ตาม​ให้​เอง รัชต์​เบาใจ​เข้าไป​พบ​สุวัฒน์ ส่วน​เ​รน​เดิน​ไป​ขอยืม​ร่ม​กับ​พนักงาน แล้ว​ออก​ไป​ตาม​หา​พิมพ์​พัส​ตรา

พิมพ์​พัส​ตรา​วิ่ง​มา​หลบ​ฝน​ที่​ศาลา​พัก​ริม​ทะเล ศักยะ​ที่​รอ​อยู่​เดิน​เข้า​มา​โอบ​กอด​เธอ​ไว้ พิมพ์​พัส​ตรา​ร้อง​ห้าม​กลัว​คน​มา​เห็น แต่​ศักยะ​กลับ​รุก​หนัก​พร้อม​ตัดพ้อ​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​ทำ​หมางเมิน​ใส่

“เข้าใจ​บ้าง​สิ​คะ​พี่​ตั้น พิม​กับ​พี่​รัชต์​เป็น​แฟน​กัน​นะ การ​ที่​เรา​สนิท​กัน​ก็ไม่ได้​หมายความ​ว่า​พิม​จะ​เปลี่ยนใจ​จาก​พี่​รัชต์​ซะ​หน่อย”

“ทำไม​ล่ะ​ครับ ไหน​คุณ​บอก​ว่า​รัชต์​ไม่​มี​เวลา​ให้​คุณ ชอบ​ทิ้ง​ให้​คุณ​อยู่​คน​เดียว แล้ว​คุณ​ยัง​จะ​ปักใจ​กับ​รัชต์​อยู่​อีก​ทำไม ผม​ตะหาก​ที่​พร้อม​จะ​ให้​คุณ​ได้​ทุก​อย่าง ผม​รัก​คุณ​นะ​ครับ​คุณ​พิม ผม​รัก​คุณ​มาก” ศักยะ​กอด​กระชับ​พลาง​ซุก​แก้ม​แนบ​แก้ม

เ​รน​เดิน​กาง​ร่ม​ออก​มา​เห็น​เข้า​พอดี เธอ​แทบ​ช็อก​มืออ่อน​แรง​ปล่อย​ร่ม​หลุดมือ

“เ​รน”  พิมพ์​พัส​ตรา​หัน​มา​เห็น​ก็​ตกใจ  รีบ​ผลัก​ศักยะ​ออก

เ​รน​มอง​ศักยะ​ด้วย​ความ​เจ็บ​ช้ำ​และ​เสียใจ เพราะ​นอกจาก​เขา​จะ​ไม่​รัก​เธอ​แล้ว​ยัง​หักหลัง​รัชต์​ที่​เป็น​เพื่อน​สนิท​อีก ส่วน​ศักยะ​หน้าเสีย​ทั้ง​เจ็บ​ทั้ง​อาย ทันใดนั้น เ​รน​วิ่ง​หนี​ฝ่า​สาย​ฝน​กลับ​ไป

“เรา​จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี​เพราะ​พี่​ตั้น​คน​เดียว พิม​เดือดร้อน​แล้ว​เห็น​ไหม” พิมพ์​พัส​ตรา​ร้อนตัว​กลัว​เรื่อง​ถึง​หู​รัชต์ “ใจเย็นๆ ครับ​คุณ​พิม ผม​จัดการ​เอง รับรอง​ไม่​มี​ปัญหา​อะไร​ทั้งนั้น” ศักยะ​รีบ​วิ่ง​ตาม​เ​รน​ไป

ooooooo
เ​รน​วิ่ง​ฝ่า​สาย​ฝน​กลับ​มา​ด้วย​ความรู้สึก​ที่​ทั้ง​เสียใจ ​ผิดหวัง​ และ​อกหัก​ระคน​กัน​ไป​หมด ภาพ​ตอน​ศักยะ​แอบ​มา​คุย​โทรศัพท์​ผุด​ขึ้น​มา​ตอก​ย้ำ​ว่า เธอ​เป็นได้​แค่​น้อง​สาว​กับ​เพื่อน​ร่วม​งาน​ของ​เขา​เท่านั้น เ​รน​เจ็บปวด​อยาก​จะ​หนี​ความ​จริง​ไป​ให้​พ้น​แต่​ทำ​ไม่ได้

ศักยะ​วิ่ง​ตาม​มา​อธิบาย เขา​ยอม​รับ​กับ​เ​รน​ว่า แอบ​ชอบ​พิมพ์​พัส​ตรา​มา​นาน​แล้ว แต่​ไม่​เคย​ทำ​เรื่อง​เสียหาย



“พี่​ตั้น​น่า​จะ​บอก​กับ​นาย​มาก​กว่า เพราะ​ผู้หญิง​คน​ที่​พี่​ตั้​นบ​อก​ว่า​ชอบ เขา​เป็น​แฟน​เพื่อน​รัก​ของ​พี่ คน​ที่​คอย​ช่วยเหลือ​พี่​ตั้น​มา​ตลอด”

“เ​รน​พูด​เหมือน​กำลัง​จะ​ทวง​บุญคุณ​แทน​รัชต์​เลย​นะ อย่า​ลืม​สิ คุณ​พิม​ยัง​โสด เธอ​ยัง​มี​สิทธิ​เลือก”

“ใช่​ค่ะ มี​สิทธิ​เลือก แต่​ตัว​เลือก​ต้อง​ไม่​ใช่​พี่​ตั้น เพราะ​พี่​ตั้น​เป็น​เพื่อน​กับ​นาย ถึง​พี่​ตั้น​จะ​อ้าง​เหตุผล​ร้อยแปด แต่​สำหรับ​เ​รน มัน​ก็​คือ​การ​แทง​ข้าง​หลัง​เพื่อน​อยู่ดี ต่อ​ให้​นาย​ไม่​มี​บุญคุณ​อะไร​กับ​พี่ เพื่อน​ก็​ไม่​ควร​ทำ​กับ​เพื่อน​แบบ​นี้” เ​รน​จ้อง​หน้า​ศักยะ​ด้วย​สายตา​ผิดหวัง​เดิน​เลี่ยง​ไป

“เดี๋ยว​เ​รน ผม​ขอ​ให้​เก็บ​เรื่อง​นี้​ไว้​เป็น​ความ​ลับ​ได้​ไหม ถือว่า​เห็น​กับ​ความ​เป็น​เพื่อน​ของ​เรา​เถอะ​นะ​เ​รน”

“เ​รน​ไม่​มี​วัน​ทำให้​เพื่อน​ต้อง​เดือดร้อน ต้อง​เสียใจ ทั้ง​ต่อหน้า​และ​ลับหลัง พี่​ตั้น​ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง​หรอก​ค่ะ” เ​รน​น้ำตา​ร่วง​วิ่ง​ออก​ไป​ไม่​อยาก​รับ​ฟัง​อะไร​อีก

เวลา​เดียวกัน​นั้น ตา​เลิศ​มา​ที่​ต้นมะขาม​เพื่อ​จะ​ไหว้​จอน และ​ได้​พบ​กับ​ลูก​ชาย​ของ​จอน​เข้า ลูก​ชาย​จอน​ได้ยิน​ตา​เลิศ​เปรย​ว่า กำลัง​จะ​หา​ซื้อ​บ้าน ก็​พา​มา​ดู​บ้าน​ข้างๆ ที่​เจ้าของ​ไป​อยู่​เมืองนอก​และ​ฝาก​ให้​ช่วย​ขาย ตา​เลิศ​พอใจ​มาก​ขอ​ให้​ลูก​ชาย​จอน​ช่วย​คุย​เรื่อง​ราคา​ให้ เพราะ​มี​เงิน​เก็บ​ไม่​มาก ลูก​ชาย​จอน​เต็มใจ​ช่วย​พลาง​บ่น​ว่า​คิดถึง​พ่อ เพราะ​ถ้า​พ่อ​อยู่คง​ดีใจ​ที่​มี​เพื่อน ตา​เลิศ​นึก​ได้​ถาม​ถึง​สาเหตุ​ที่​จอน​ผูก​คอ​ตาย

“แก​คง​จะ​น้อย​ใจ​ที่​ถูก​ไล่​ออก​จาก​บ้าน​น่ะ​ครับ ตอน​แรก​ผม​ก็​โกรธ​หลาน​คุณ​ท่าน​อยู่​เหมือน​กัน แต่​มา​คิดๆดู​ผม​ก็​มี​ส่วน​ผิด คุณ​ลุง​รู้​เรื่อง​ที่​พ่อ​แก​เลี้ยง​ผี​ใช่​ไหม​ครับ ผม​ล่ะ​กลัว​จริงๆ เลย ยิ่ง​ลูก​เมีย​ผม​ยิ่ง​กลัว​จน​ขึ้น​สมอง เรา​ก็​เลย​ต้อง​แยก​กัน​อยู่ พอ​หลาน​คุณ​ท่าน​ไล่​แก​ออก​จาก​บ้าน แก​คง​กลัว​ไม่​มี​ที่​อยู่ ก็​เลย​คิดสั้น” ลูก​ชาย​จอน​รู้สึก​ผิด

“แล้ว​ก่อน​ตาย จอนสั่งเสีย​อะไร​ไว้​บ้าง​รึ​เปล่า”

“ไม่​เลย​ครับ มี​แต่​บ่น​ให้​ฟัง​ว่า​หลาน​ชาย​คุณ​ท่าน​น่ะ​โง่ ฝ่าฝืน​คำสั่ง​คุณ​ท่าน​ไม่​ยอม​ทำลาย​ของขลัง​ให้​หมด เห็น​พ่อ​บอก​ว่า​เหลือ​ไอ้​ตัว​ร้าย​ที่สุด​ไว้​ด้วย​นะ​ครับ”

ตา​เลิศอึ้ง​​เข้าใจ​ทันที​ว่า​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ที่​ตาม​ทำร้าย​ตน​กับ​เ​รน​และ​อยู่​รอบ​ตัว​ศักยะ​คือ​อะไร

ooooooo

ศักยะ​กับ​เ​รน​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ประชุม ทั้ง​สอง​ชะงัก​ไป​นิด​เมื่อ​เห็น​พิมพ์​พัส​ตรา​นั่ง​อยู่​ข้าง​รัชต์ รัชต์​แนะนำ​ให้​ศักยะ​กับ​เ​รน​รู้จัก​กับ​สุวัฒน์​เจ้าของ​รี​สอร์ต ทั้ง​สอง​ยกมือ​ไหว้ สุวัฒน์​ยิ้ม​ให้​อย่าง​เป็น​กันเอง

นน​หลาน​ชาย​สุวัฒน์​ที่​กำลัง​อ่าน​แฟ้ม​เสนอ​งาน เงย​หน้า​ขึ้น​มา​เห็น​ศักยะ​ก็​จำ​ได้ เพราะ​เคย​เรียน​ด้วย​กัน​ที่​นิว​ซี​แลน​ด์ เขา​พูด​ถากถาง​ศักยะ​ว่า เป็น​แค่​เด็ก​ล้าง​จาน​และ​เคย​เป็น​เบ๊​รับ​ใช้

เ​ขา​กับ​เพื่อนๆ เพราะ​ต้องการ​ยก​ระดับ​ตัว​เอง ศักยะ​ข่ม​ใจ​บอก​กับ​ทุก​คน​ว่า ยัง​ไม่​พร้อม​ประชุม​แล้ว​เดิน​ออก​ไป

รัชต์​มอง​หน้า​นน​ไม่​ชอบใจ​นัก สุวัฒน์​กลัว​เสีย​งาน​รีบ​ไล่​น​นอ​อก​ไป พลาง​ขอโทษ​รัชต์​แทน​หลาน​ชาย

“คง​เป็น​เรื่อง​เข้าใจ​ผิด​กัน​น่ะ​ครับ ตั้น​เขา​เป็น​ลูก​เจ้าของ​ร้าน​ไม่​ใช่​เด็ก​ล้าง​จาน ผม​ขอตัว​เดี๋ยว​นะ​ครับ” รัชต์​ขยับ​ตัว​สั่ง​ให้​เ​รน​คุย​งาน​ไป​ก่อน แล้ว​ลุก​ไป​ดู​ศักยะ

ศักยะ​นั่ง​นึกถึง​เรื่องราว​ใน​อดีต เพราะ​ตั้งแต่​พิไล​แม่​ของเขา​แต่งงาน​กับ​แม้​นฤกษ์ ชีวิต​ของ​เขา​ก็​แย่​ลง​ข้าวของ​เงิน​ทอง​ที่​มี​อยู่​ก็​ถูก​แม้น​ฤกษ์​ผลาญ​ไป​จน​หมด และ​ทุก​ครั้ง​ที่​มี​ปัญหา​กัน แม่​ก็​จะ​เข้า​ข้าง​แม้น​ฤกษ์​ทุกที

“ตั้น มา​อยู่​ที่​นี่เอง” รัชต์​ตาม​มา​นั่ง​ข้างๆ

“ฉัน​อยาก​ถอน​ตัว​จาก​โป​ร​เจ​กต์​นี้​ว่ะรัชต์” ศักยะ​หัน​มา​บอก

“เฮ้ย ใจเย็นๆ สิ​ตั้น ฉัน​เสียใจ​นะ​ที่​ทำให้​แก​ต้อง​มา​เจอ​กับ​คน​ทุเรศๆ แบบ​นี้​อีก ฉัน​เข้าใจ​แก​นะ​ตั้น ยัง​ไง​ก็​ขอบใจ​มาก ที่​แก​ไม่​ตอบโต้​ให้​เรื่อง​มัน​แย่​ลง​ไป​กว่า​นี้ แต่​แก​ไม่​จำเป็น​ต้อง...” รัชต์​ยัง​พูด​ไม่​จบ ศักยะ​ก็​สวน​ทันที

“แก​น่ะ​เหรอ​เข้าใจ​ฉัน คน​อย่าง​แก​เกิด​บน​กอง​เงิน​กอง​ทอง อยาก​ได้​อะไร​ก็ได้ มี​แต่​คน​คอย​พะเน้าพะนอ​เอาใจ แก​ไม่​มี​ทาง​เข้าใจ​ฉัน​หรอก” ศักยะ​ลุก​เดิน​ไป​ด้วย​ความ​เจ็บ​ช้ำ​ใน​โชค​ชะตา

รัชต์​มอง​ตาม​เพื่อน​ไป​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง

ooooooo

ใน​ตอน​ค่ำ เลิศ​ออก​มา​ที่​ต้นมะขาม​อีก​ครั้ง

“แก​ยัง​มี​อะไร​ที่​อยาก​จะ​บอก​อี​กรึ​เปล่า ถ้า​ไม่​มี แก​ก็​ไป​ผุด​ไป​เกิด​ซะ​เถอะ ฉัน​จะ​หมั่น​ทำบุญ​ไป​ให้​แก แก​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ทรมาน​อย่าง​นี้​อีก” ตา​เลิศ​เอ่ย

ทันใดนั้น ก็​เกิด​ลม​พัด​รุนแรง อื้อ​อึง​ไป​ทั่ว​บริเวณ และ

เมื่อ​ลม​สงบ จอน​ก็​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น​พร​้อม​กับ​โบก​มือ​ไล่​ให้​เลิศ​หนี​ไป

“จะ​มา​เอา​ไอ้​จอน​ไป​เรอะ ถ้า​อย่าง​นั้น เอ็ง​ก็​ต้อง​เอาชีวิต​ของ​เอ็ง​มา​แลก” พราย​กระซิบ​ข้าง​หู​ตา​เลิศ

ตา​เลิศ​ตกใจ​หัน​ไป​มอง​ด้าน​หลัง​เห็น​รถ​กระบะ​วิ่ง​เสียหลัก​พุ่ง​เข้า​มา​จะ​ชน ก็​ยกมือ​ที่​ถือ​ไม้เท้า​ของ​ชัด​ขึ้น​บัง​ตาม​สัญชาตญาณ มี​แสงสว่าง​ส่อง​ออก​จาก​หัวไม้​เท้า รถ​กระบะ​คัน​นั้น​หยุด​ทันที ตา​เลิศ​รอด​ตาย​ราว​ปาฏิหาริย์

คน​ขับ​รถ​รีบ​ลง​มา​ดู​พร้อม​กับ​ขอโทษ​เป็น​การ​ใหญ่ เพราะ​จู่ๆรถ​ก็​บังคับ​ไม่ได้ ตา​เลิศ​ก้ม​มอง​ดู​ไม้เท้า​ที่​ตน​ถือ​อยู่ มั่นใจ​ทันที​ว่าที่​ตน​และ​เ​รน​รอด​มา​ได้​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า ก็​เพราะ​ไม้เท้า​ของ​ชัด

ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่ เ​รน​ออก​มา​เดิน​เล่น​ที่​ชาย​หาด ศักยะ​เห็น​เข้า​ก็​จะ​มา​คุย​ด้วย แต่​พิมพ์​พัส​ตรา​ออก​มา​วิ่ง​จ๊อกกิ้ง​เข้า​มา​ถึง​ตัว​เ​รน​ก่อน ศักยะ​เบี่ยง​ตัว​หลบ​ได้​อย่างหวุดหวิด เขา​แอบ​ฟัง​สอง​สาว​คุย​กัน ได้ยิน​เ​รน​เตือน​พิมพ์​พัส​ตรา​ให้​จริงใจ​กับ​รัชต์ แต่​พิมพ์​พัส​ตรา​ตีหน้าตาย​ยืนยันว่า​เธอ​กับ​ศักยะ​เป็น​แค่​เพื่อน​กัน แต่​ถ้า​ศักยะ​จะ​คิด​กับเธอ​มาก​กว่า​นั้น เธอ​ก็​จน​ใจ

“ฉัน​ไม่​เห็น​ว่า​เรื่อง​พวก​นี้​มัน​จะ​ซีเรียส​อะไร​หนักหนา​เลย​เ​รน​ก็​แค่​เพื่อน แล้ว​ฉัน​ก็​มั่นใจ ว่า​พี่​รัชต์​ก็​ต้อง​คิด​เหมือนกัน ถึง​จะ​มี​ใคร​ไป​พูด​ยุแยง​ก็​เถอะ พี่​รัชต์​ก็​ต้อง​เชื่อ​ฉัน​อยู่ดี” พิมพ์พัส​ตรา​ทิ้ง​ค้อน​เล็กน้อย​แล้ว​วิ่ง​ออก​ไป

เ​รน​หน้า​เครียด​รู้​ดี​ว่า​รัชต์​ต้อง​เชื่อ​คน​รัก​มาก​กว่า​เธอแน่ ส่วน​ศักยะ​ที่​แอบ​ฟัง​ก็​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​เจ็บใจ เขา​ลุก​เดิน​หนี​เข้า​รี​สอร์ต แต่​เมื่อ​ผ่าน​สระ​น้ำ นน​ที่นอน​เล่น​ไอโฟน​อยู่​เหลือบ​เห็น​ศักยะ ก็​ลุก​ขึ้น​มา​หาเรื่อง​ ศักยะ​โมโห​พุ่ง​เข้าชก​หน้า​นน แต่​นน​เป็น​มวย​กว่า​จึง​หลบ​หมัด​ทัน​พร้อม​กับชก​สวน​เข้าที่​ท้อง แล้ว​ตาม​ด้วย​หมัด​ตรง​เต็ม​หน้า ศักยะ​ผงะ​หงายไป นน​ยัง​ไม่​สา​แก่​ใจ ตาม​ไป​อัด​ซ้ำ ศักยะ​เลือด​อาบ​ร้อง​เรียก​ให้​พราย​ช่วย พราย​ ลาก​นน​ลง​ไป​ใน​น้ำ นน​ตกใจ​พยายาม​ดิ้นสุด​ชีวิต แต่​สู้​พราย​ไม่ได้

เ​รน​เดิน​ผ่าน​มา​พอดี เธอ​ร้อง​เรียก​คน​ช่วย​นน​แล้วเข้าไป​ดู​อาการ​ศักยะ​ที่นอน​จุก​อยู่​กับ​พื้น

“พี่​ตั้น เป็น​ยัง​ไง​บ้าง​คะ” เ​รน​เข้า​ประคอง

ศักยะ​ส่าย​หน้า​แต่​จ้อง​มอง​ไป​ทาง​นน​ด้วย​สีหน้า​อาฆาต เจ็บแค้น​ใจ

ส่วน​นน​ที่​รอด​ตาย​ก็​ขวัญ​ผวา​ฟ้อง​สุวัฒน์​ว่า ศักยะ​ให้​ผี​มา​เล่น​งาน​ตน ทำให้​รัชต์​ไม่​พอใจ​สวน​ว่า ถ้า​เป็น​ยัง​งั้น​จริง​ทำไม​ศักยะ​ถึง​โดน​ทำร้าย

“ผม​เป็น​คน​เล่น​​มัน​เอง​แหละ  มัน​อยาก​จะ​ชก​ผม​ก่อน​ทำไม​ล่ะ” นน​ยัง​ปาก​ดี

“คุณ​สุวัฒน์​ครับ คุณ​ก็​เห็น​สภาพ​เพื่อน​ผม​แล้ว คุณ​คง​ไม่​ว่า​อะไร​นะ​ครับ ถ้า​เพื่อน​ผม​จะ​แจ้งความ​ไว้​เป็น​หลักฐาน” รัชต์​ชัก​โกรธ

สุวัฒน์​กลัว​เสียชื่อ​รีบ​ประนีประนอม ชวน​รัชต์​ออกไป​เซ็น​สัญญา​โครงการ​โดย​ไม่​มี​เงื่อนไข​ใดๆ รัชต์​ลังเล​ไม่​อยาก​เอาเรื่อง​เจ็บ​ตัว​ของ​ศักยะมา​เป็น​ประโยชน์​กับ​ตน แต่​พิมพ์พัสตรา​ทำ​เนียน​ลาก​รัชต์​ออก​ไป​เซ็น​สัญญา​จน​ได้ เพราะ​ผู้หญิง​อย่าง​เธอ​เงิน​ต้อง​มา​ก่อน​เสมอ

เ​รน​เข้า​มา​ทำ​แผล​ให้​ศักยะ พลาง​เล่า​ว่า สุวัฒน์ยอม​เซ็น​สัญญา​โครงการ​แล้ว

“ผม​เจ็บ​ตัว​ให้​รัชต์​ได้​งาน​แท้ๆเลย” ศักยะ​บ่น

เ​รน​แกล้ง​ทา​ยา​แรงๆด้วย​ความ​หมั่นไส้ ศักยะ​จ้อง​หน้า​เ​รน​ถาม​ว่าหาย​โกรธ​หรือ​ยัง

“เ​รน​ไม่ได้​โกรธ​ค่ะ แต่​เ​รน​ผิดหวัง​มาก​กว่า พี่​ตั้น​เคยถาม​คุณ​พิม​มั่ง​ไหม​ว่า​เธอ​คิด​กับ​พี่​ตั้น​ยัง​ไง ระวัง​เถอะ​พี่ตั้น​จะ​ไม่​เหลือ​ใคร​เลย​ทั้ง​ผู้หญิง ทั้ง​เพื่อน​ที่รัก​และ​หวัง​ดี​กับ​พี่​ตั้น​ที่สุด”

“ถ้า​เพื่อน​คน​นั้น​หมาย​ถึง​เ​รน พี่​คง​เสียใจ​มาก” ศักยะ​มอง​เ​รน​สีหน้า​แวว​ตา​จริงใจ

เ​รน​ชะงัก​แต่​ต้อง​ตัดใจ​เพราะ​ไม่​อยาก​เจ็บ​อีก ส่วน​ศักยะ​ก็ได้​แต่​ถอน​ใจ​รู้​ว่า​พิมพ์​พัส​ตรา​ไม่​จริงใจ แต่​ตัดใจ​ไม่ได้

ooooooo

หลัง​เสร็จ​งาน ศักยะ​มา​ส่ง​เ​รน​ที่​บ้าน ตา​เลิศออก​มา​บอก​กับ​ชาย​หนุ่ม​ว่า​หา​บ้าน​ใหม่​ได้​แล้ว และ​จะย้าย​ออก​เร็วๆนี้ ศักยะ​ฟัง​แล้ว​ใจหาย เช่น​เดียว​กับ​เ​รน เธอ​แอบ​ถาม​คุณ​ตา​ว่า ทำไม​ต้อง​รีบ​ย้าย​ไป​บ้าน​ใหม่​ด้วย

“ตา​รู้​ว่า​ตั้น​มี​น้ำใจ แล้ว​เขา​ก็​จริงใจ​กับ​พวก​เรา แต่​เชื่อ​ตา​เถอะ​นะ ย้าย​เร็ว​ได้​เท่า​ไหร่​ก็ดี​เท่านั้น​ล่ะ เรา​ชอบคุณ​ตั้นรึ​เปล่า” ตา​เลิศ​ยิง​คำ​ถาม​โดน​ใจ

เ​รน​ผงะ​ไม่ทัน​ตั้งตัว​ตอบ​แบบ​ติดๆขัดๆว่า​ศักยะ​เป็น​เพื่อน​ที่​ดี​ของ​เธอ​เท่านั้น ตา​เลิศ​รู้​ว่า​หลาน​สาว​ชอบ​แต่​ไม่​ยอม​รับ​ก็​ถอน​ใจ​เปรย​ว่า “เนื้อแท้​แล้ว​ตั้น​ก็​ไม่​ใช่​คน​เลว​ร้าย​อะไร แต่​บาง​ครั้ง​การ​ทำ​ความ​ผิด​เล็กๆน้อยๆแต่​ไม่​ยอม​แก้ไข มันก็​จะฉุดให้​ถลำ​ลึก​ไป​เรื่อยๆ จน​ใน​ที่สุด​เขา​ก็​เห็น​ความ​เลว​เป็น​เรื่อง​ปกติ มี​ความ​สุข​กับ​อะไร​ที่​ได้​มา​ง่ายๆ สุดท้าย​ก็​จะ​กลาย​เป็น​คน​ไม่​ดี​ไป​อย่าง​ถอน​ตัว​กลับ​มา​ไม่ได้”

เ​รน​คิด​ว่า​ตา​พูด​เรื่อง​พิมพ์​พัส​ตรา​จึง​ออกรับ​แทน “พี่​ตั้น​เขา​อาจจะ​หลง​ผิด​ไป​ชั่ว​ครู่ แต่​เ​รน​เชื่อ​นะ​คะ​ว่า​ซัก​วัน​พี่​ตั้น​เค้า​ต้อง​กลับ​ตัว​ได้ แล้ว​รู้​ว่า​ใคร​ที่​หวัง​ดี​กับ​เขา​จริงๆ”

ตา​เลิศ​เหล่​มอง​หลาน​สาว​ที่​พูด​เหมือน​รู้​อะไร ทั้งๆที่​ต่าง​ก็​พูด​กัน​คน​ละ​เรื่อง

ooooooo
ตอนที่ 5


รัชต์​ชวน​เข็ม​ทอง​มา​ทำ​งาน​ด้วย​เพราะ​คิดถึง​ไว ศักยะ​กลัว​เข็ม​ทอง​จะ​รู้ความ​ลับ​ของ​ตน จึง​เข้าไป​สอบ​ถาม​รัชต์ แต่​รัชต์​กลับ​ชวน​ศักยะ​ไป​เป็น​เพื่อน​ใน​งาน​รับ​รางวัล​ผู้​บริหาร​รุ่น​ใหม่​แห่ง​ปี

เมื่อ​รัชต์​ใน​ชุด​สูทหรู​เดิน​ขึ้น​ไป​บน​เวที ท่ามกลาง​เสียง​ปรบ​มือ​ดัง​ลั่น ศักยะ​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​ริษยา และ​ยิ่ง​ริษยา​มาก​ขึ้น​เมื่อ​เห็น​พิมพ์​พัส​ตรา​ใน​ชุด​สวย​โดด​เด่น เดิน​ถือ​ถ้วยรางวัล​ออก​มา​เซอร์ไพรส์ ศักยะ​ทน​ดู​ภาพ​บาดตา​บาดใจ​ต่อ​ไป​ไม่​ไหว​ต้อง​ลุก​เดิน​หนี​ออก​มา

พิมพ์​พัส​ตรา​เข้า​มา​สำรวจ​ความ​งาม​ใน​ห้องน้ำ​เพื่อ​จะ​กลับ​ไป​ถ่ายรูป​ต่อ ศักยะ​เข้า​มา​ลาก​ตัว​ไป​คุย​ด้วย

“จะ​คุย​กัน​ดีๆหรือไป​คุย​กัน​ต่อหน้า​ไอ้​รัชต์”

“ก็​เอา​ซิ คน​ที่​เดือดร้อน จะ​เป็น​พี่​ตั้น​ซะ​มาก​กว่า ไม่​ใช่​พิม​หรอก”

“ถึง​ผม​จะ​เดือดร้อน​ยัง​ไง อย่าง​มาก​ก็​แค่​ตกงาน​แต่​ธุรกิจ​ของ​บ้าน​คุณ​พิม​ยัง​ต้อง​พึ่ง​พา​อิทธิพล​ของ​พ่อ​รัชต์ ถ้า​มอง​หน้า​กัน​ไม่​ติด คิด​ดู​เอา​เอง​ละ​กัน​ว่า​จะ​เสียหาย​แค่​ไหน” ศักยะ​ยิ้ม​เจ้าเล่ห์

พิมพ์​พัส​ตราหน้า​เสีย​เพราะ​ที่​ศักยะ​พูด​เป็น​ความ​จริง เธอ​ยอม​ออก​ไป​คุย​ด้วย

“โอเค​ค่ะ พิม​ยอม​รับ​ว่า​พิม​รู้สึก​ดีๆกับ​พี่​ตั้น​เหมือน​กัน แต่​ผู้หญิง​อย่าง​พิม จะ​ต้อง​ได้​สิ่ง​ที่​ดี​ที่สุด คน​ที่​จะ​มา​เป็น​แฟน​พิม ก็​ต้อง​ให้​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​พิม​ต้องการ​ได้ และ​เวลา​นี้ พี่​รัชต์​เป็น​คน​เดียว​ที่​ให้​พิม​ได้​มาก​ที่สุด”

“ที่แท้​ก็​เรื่อง​เงิน​ตัว​เดียว ถ้า​ผม​รวย​กว่า​ไอ้​รัชต์ คุณ​พิม​จะ​เลือก​ผม​ใช่​ไหม”

“พิม​ไม่ค่อย​เคย​เห็น​ลูกน้อง​คน​ไหน​รวย​กว่า​เจ้านาย​ตัว​เอง​เลย​นะ​คะ ความ​จริง​พี่​ตั้น​น่า​จะ​มอง​คนใน​ระดับ​เดียวกัน​กับ​พี่​บ้าง​นะ​คะ  อย่าง​เ​รน​ไง​คะ  เหมาะสม​กัน​ดี​ออก พิม​คิด​ว่า​เรา​เคลียร์​กัน​แล้ว​นะ​คะ คง​ไม่​ต้อง​เสีย​เวลา​พูด​เรื่อง​นี้​กัน​อีก” พิมพ์​พัส​ตรา​จะ​เดิน​ออก แต่​ศักยะ​กระชาก​เธอ​เข้า​มา​จูบ

พิมพ์​พัส​ตรา​ผลัก​ศักยะ​ออก​แล้ว​สะบัดมือ​ตบ​หน้า​ฉาด​ใหญ่​ก่อน​เดิน​ฉับๆกลับ​ไป ศักยะ​มอง​ตาม​ทั้ง​รัก​ทั้ง​แค้น ​จับ​ใจ

ศักยะ​กลับ​มา​ที่​บ้าน​คุณ​ปู่ เขา​เรียก​หา​พราย​และ​บอก​ความปรารถนา​กับ​มัน

“ฉัน​ต้องการ​แต่งงาน​กับ​พิม พิม​จะ​ต้อง​เป็น​ของ​ฉัน​เพียงคน​เดียว” แสง​จาก​โคม​ไฟ​ใน​สวน ส่อง​กระทบ​ร่าง​ศักยะ เห็น​เงา​ของ​เขา​ทอด​ยาว​อยู่​บน​พื้น ก่อน​จะ​ขยาย​ใหญ่​ขึ้น​จน​ทาบ​ทับ​ตัว​บ้าน​ทั้งหมด​ไว้​อยู่​ใต้​เงา​มืด

“ถ้า​เช่น​นั้น​ก็​ยาก เพราะ​ท่าน​จะ​ต้อง​มี​เงิน​ก่อน และ​จะ​ต้อง​มี​มากมาย​มหาศาล​ด้วย ถึง​จะ​ได้​ผู้หญิง​คน​นั้น​มา” พราย​ตอบ

“ฉัน​รู้ และ​ฉัน​ก็​ต้องการ​อย่าง​งั้น ฉัน​อยาก​มี​ทุก​อย่าง​เหมือน​ที่​ไอ้​รัชต์​มี มี​มาก​กว่า​มัน​ได้​ยิ่ง​ดี แก​ให้​ฉัน​ได้​ไหม​ล่ะ”

“ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​ประสงค์ ท่าน​จะ​ได้​มัน​มา แต่​ท่าน​ก็​ต้อง​มี​สิ่ง​แลกเปลี่ยน​เช่น​กัน”

“แก​ต้องการ​อะไร ถ้า​แก​ให้​ฉัน​ได้ ฉัน​ก็​ให้​แก​ได้​เหมือน​กัน”

ทันใดนั้น​เงา​ดำ​ครึ่ง​คน​ครึ่ง​งู​ก็​ส่าย​ไหว​ไป​มา โฉบ​เข้า​มา​ใส่​ตรง​หน้า​ศักยะ​เอ่ย​ว่า มัน​ต้องการ​ชีวิต​ของ​ผู้หญิง​หนึ่ง​คน ใคร​ก็ได้ ศักยะ​อึ้ง​คำ​เตือน​ของ​ตา​เลิศ​ดัง​แว่ว​มา แต่​ความ​อยาก​เอาชนะ​มี​มาก​กว่า​สำนึก​ชั่ว​ดี

“ตกลง ไม่​ว่า​แก​อยาก​จะ​ได้​ใคร กี่​คน ฉัน​จะ​หา​มา​ให้​แก” ศักยะ​รับคำ​เชื่อ​ใน​การ​ตัดสินใจ​ของ​ตน

พราย​หัวเราะ​ด้วย​ความ​สะใจ

ooooooo

เช้า​วัน​ใหม่ เ​รน​เข้า​มา​ช่วย​คุณ​ตา​จัด​ห้อง​พระ แต่​ดัน​ไป​ชน​ไม้เท้า​ของ​ชัด​ที่​พิง​ไว้​ล้ม​ลง​กระแทก​พื้น ตา​เลิศ​หัน​มา​มอง​พลาง​เรียก​ให้​เ​รน​หยิบ​ไม้เท้า​มา​ให้​ตน
เ​รน​เอา​ไม้เท้า​มา​ให้​คุณ​ตา​พลาง​ต่อ​รอง​ว่า อีก​สิบ​นาที​ให้​ลง​ไป​ทาน​ข้าว​ด้วย​กัน คุณ​ตา​รับคำ เ​รน​รีบ​ลง​ไป​จัด​โต๊ะ​รอ ตา​เลิศ​หยิบ​ไม้เท้า​ขึ้น​มา​จะ​เอา​ไป​วาง​ไว้หน้า​หิ้ง​พระ แต่​พบ​ว่า​หัวไม้​เท้า​ขยับ​หมุน​ได้​จึง​ลอง​หมุน​ออก​ดู​ เห็นภายใน​ไม้เท้า​เป็น​รู​กลวง มี​แผ่น​ทองแดง​เล็กๆแผ่น​หนึ่ง​ถูก​ตี​จน​บาง​เฉียบ ม้วน​ซ่อน​อยู่​ข้าง​ใน ตา​เลิศ​เขี่ย​แผ่น​ทองแดง​ออก​มา​คลี่​ดู ปรากฏ​ว่า​เป็น​แผ่น​ยันต์​ที่​ใช้​อักขระ​โบราณ​สลัก​เอา​ไว้

“พี่​ชัด พี่​คง​ห่วง​จะ​เกิด​เรื่อง​ร้าย เลย​เตรียม​การ​ไว้​ก่อน​ใช่​ไหม​ครับ พี่​ช่วย​บอกผม​ที​เถอะ ว่า​ทำ​ยัง​ไง ผม​ถึง​จะ​ช่วย​ศักยะ​ได้”ตา​เลิศ​มอง​แผ่น​ทองแดง​ใน​มือ​พลาง​ถอน​ใจ

ขณะ​ที่​ตา​เลิศ​หา​ทาง​ช่วย​ศักยะ ศักยะ​กลับ​ถูก​ความ​ริษยา​เข้า​ครอบงำ เขา​ทำ​ตาม​คำ​แนะนำ​ของ​พราย ด้วย​การ​เสนอ​ให้​รัชต์​ซื้อ​ที่ดิน​แปลง​สวย​ใจกลาง​เมือง​ของ​คุณหญิง​ไฮโซ​เพื่อ​ทำ​กำไร​และ​อาสา​เข้าไป​เจรจา​ขอ​ซื้อ​ให้​เอง รัชต์​ลังเล​แต่​สุดท้าย​ก็​ยอม​ตกลง และ​ไม่​กี่​วัน​ต่อ​มา​พราย​ก็​ช่วย​ให้​ศักยะ​เจรจา​สำเร็จ คุณหญิง​ยอม​ขาย​ให้​รัชต์​และ​นัด​โอน​ใน​อีก​สาม​วัน

ศักยะ​แอบ​มา​คุย​กับ​พราย​ที่​สวน​หลัง​บ้าน​เพราะ​ไม่​เข้าใจ​ว่า ทำไม​เขา​ต้อง​ช่วย​รัชต์​ด้วย เข็ม​ทอง​กลับ​มา​จาก​ซื้อ​ของ​เห็น​ศักยะ​ยืน​พูด​คน​เดียว​ก็​ตกใจ พราย​ส่ง​สัญญาณ​บอก​ศักยะ ศักยะ​หัน​มา​เล่น​งาน​เข็ม​ทอง​พร้อม​ขู่

“ถ้า​เธอ​ยัง​อยาก​ทำ​งาน​อยู่​ที่​นี่​อย่า​มา​คอย​ตาม​จับผิด​ฉัน ไม่​ยัง​งั้น​ก็​เตรียม​หา​งาน​ใหม่​ได้​เลย”ศักยะ​ผลัก​เข็ม​ทอง​ออก​ไป แล้ว​พึมพำ​กับ​ตัว​เอง “แส่​เหมือน​แฟน​มัน​ไม่​มี​ผิด เดี๋ยว​ได้​ตาม​ไป​อยู่​ด้วย​กัน​หรอก​มึง”

“นับ​วัน​เรา​ยิ่ง​คิด​คล้าย​กัน​เข้าไป​ทุกที​แล้ว​นะ​ศักยะ”พราย​หัวเราะ​ชอบใจ

ศักยะ​อึ้ง​รู้สึก​ตัว​ว่าความ​คิด​อ่าน​ตน​ชัก​จะ​เลว​ร้าย​เหมือน​พราย​ขึ้น​ทุกที

รัชต์​เข้า​มา​ปรึกษา​พ่อกับ​แม่​ว่า​จะ​นำ​ที่ดิน​ของ​คุณหญิง​มา​แบ่ง​สร้าง​คอน​โด​ฯซัก​ครึ่ง​หนึ่ง ส่วน​ที่​เหลือ​ก็​จะ​สร้าง​เป็น ​ช็อป​ปิ้ง​เซ็นเตอร์​ไว้​ทำ​กำไร พ่อ​กับ​แม่​ยิ้ม​ปลื้ม​ใจที่​ธุรกิจ​ของ​ลูก​เติบโต​ก้าวหน้า

ศักยะ​ขับ​รถ​มา​จอด​หน้า​อ​พาร์​ตเมนต์ เขา​เอ่ย​ถาม​พราย​ว่า ซื้อ​ที่ดิน​ให้​รัชต์​ได้​แล้ว​จะ​ให้​ทำ​อะไร​ต่อ

“ช่วย​มัน​ทำ​โครงการ​ให้​สำเร็จ เอา​ให้​ยิ่ง​ใหญ่​เป็น​ที่​กล่าว​ขาน​ไป​ทั่ว​เมือง”พราย​สั่ง

ศักยะ​ไม่​พอใจ​จะ​ไม่​ยอม​ช่วย พราย​ตวาด​ลั่น “ท่าน​ต้อง​ทำ ถ้า​ท่าน​อยาก​ได้​ผู้หญิง​คน​นั้น ท่าน​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​ข้า​บอก เข้าใจ​ไหม​ศักยะ”

“แล้ว​ฉัน​ต้อง​ทำ​อะไร​ต่อ” ศักยะ​ยอม​จำนน

“ใจเย็นๆศักยะ ถึง​เวลา​ข้า​จะ​ค่อยๆบอก​ท่าน​เอง” สิ้น

เ​สี​ยง​พราย ร่าง​หญิง​สาว​ใน​ชุดนอน​ก็​ร่วง​ตกลง​มา​กระแทก​หน้า​รถ​ศักยะ​คอ​หัก​ตาย​คาที่

ศักยะ​ร้อง​ลั่น​ดีด​ตัว​ออก​จาก​รถ​ด้วย​ความ​ตกใจ พราย​กระซิบ​สั่ง​ให้​ศักยะ​ย้าย​ไป​อยู่​ที่​อื่น​เพราะ​ที่​นี้​ไม่​เหลือ​ใคร​พัก​อยู่​คน​เดียว​แล้ว ศักยะ​ค่อยๆลุก​ขึ้น​ยืน​ยัง​ตกใจ​ไม่​หาย รู้ตัว​ว่า​ขี่​หลัง​เสือ​แล้ว​ลง​ไม่ได้

ooooooo

ศักยะ​ย้าย​ที่​อยู่​ใหม่​และ​เลือก​คอน​โดฯ​ที่​มี​คน​โสด​พัก​อยู่​คน​เดียว​เยอะๆตาม​ที่​พราย​ต้องการ เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​รัชต์​จัด​แถลงข่าว​เปิด​ตัว​โครงการ​ใหม่  

“รัชดา​ทาวน์” ผู้คน​แห่​มา​จอง​กัน​แน่น เ​รน​ออก​มา​ช่วย​เข็ม​ทอง​ต้อนรับ​แขก​พลาง​ถาม​หา​ศักยะ​เพราะ​ไม่​พบ​หน้า​มา​หลาย​วัน​แล้ว

“ยัง​ไม่​เห็น​เลย​ค่ะ” เข็ม​ทอง​รีบ​บอก​นึก​หวาด​กลัว​ศักยะ​จับ​ได้

เ​รน​สงสัย​ว่า ศักยะ​หาย​ไป​ไหน​ทำไม​ไม่​มา​ช่วย​งาน​บริษัท ส่วน​ศักยะ​ก็​ทิ้ง​งาน​ทุก​อย่าง​เพื่อ​มา​ที่​ตลาดหุ้น​ตาม​คำ​แนะนำ​ของ​พราย มัน​สั่ง​ให้​เขา​นำ​เงิน​ที่​มี​อยู่​ทั้งหมดไป​ซื้อ​หุ้น​บริษัท​ชาญชัย​เหล็กกล้า​ที่​กำลัง​จะ​เจ๊ง ศักยะ​โวย​ลั่น​กลัว​หมดตัว

“ไว้​ใจเรา​เถิด​ศักยะ เรา​รับรอง ​ว่า​ท่าน​จะ​ได้​กำไร​มหาศาล ขาย​บ้าน​ขาย​รถ​ขาย​สมบัติ​ทุก​อย่าง​ที่​ท่าน​มี​มา​ซื้อ​หุ้น​ตัว​นี้​ไว้ ผู้หญิง​ที่​เดิน​เข้า​มา​จะ​ช่วย​ให้​ท่าน​รวย​หุ้น” พราย​ป​ราย​ตา​ไป​ที่​หญิง​สาว​คน​หนึ่ง

ศักยะ​หัน​มอง​อย่าง​ชั่งใจ​แล้ว​ยอม​เข้าไป​ทำ​ความ​รู้จัก​กับ​เธอ

หลังจาก​เปิด​ตัว​โครงการ​ไป​ได้​ไม่​นาน คอน​โดฯ​ก็​ถูก​จอง​เต็ม​ทุก​ห้อง เ​รน​และ​รัชต์​มอง​หน้า​กัน​อย่าง​เป็น​ปลื้ม เ​รน​นึก​ขึ้น​ได้​ถาม​หา​ศักยะ พนักงาน​ฟ้อง​ว่า โครงการ​นี้​ศักยะ​ไม่​ช่วย​ขาย​เลย​แถม​ยัง​ขาด​ประชุม​บ่อยๆอีก​ด้วย ไม่​รู้​จะ​โดน​ซื้อ​ตัว​ไป​ที่​อื่น​รึ​เปล่า

“ไม่​หรอก พี่​ตั้น​จะ​ทิ้ง​นาย​ได้​ไง​ล่ะ” เ​รน​ออกรับ​แทน​แต่​อด​ห่วง​ไม่ได้

ด้าน​ศักยะ​เขา​กำลัง​เข้า​อินเตอร์เน็ต​ดู​ราคา​ทอง​และ

รา​คาน้ำมัน​อยู่ พราย​กระซิบ​ให้​เขา​ซื้อ​หุ้น​น้ำมัน​ไว้​เพราะ​อีก​สอง​วัน​ราคา​จะ​ขึ้น โทรศัพท์​มือ​ถือ​ศักยะ​ดัง​ขึ้น เขา​เหลือบ​ตา​ดู​เห็น​เป็น​ชื่อ เ​รน ก็​จะ​กด​รับ แต่​พราย​ร้อง​ห้าม​บอก​ว่า​งาน​สำคัญ​กว่า​ศักยะ​กด​ตัด​สาย​เ​รน​แล้วโทร.​หา​โบรกเกอร์

“กำลัง​จะ​โทร.​หา​อยู่​พอดี​เลย​ค่ะ​คุณ​ศักยะ หุ้น​ขึ้น​นะ​คะ ถ้า​ขาย​ตอน​นี้​จะ​ได้​กำไร​เกือบ​สิบ​ล้าน จะ​ให้​ขาย​เลย​ไหม​คะ” โบรกเกอร์​สาว​รีบ​รายงาน

ศักยะ​ตา​วาว​ดีใจ​จะ​ได้​เงิน​สิบ​ล้าน เสียง​พราย​กระซิบ​ที่​ข้าง​หู​ศักยะ​ดัง​ขึ้น​อีก “อย่า​เพิ่ง​ขาย พรุ่งนี้​สิบ​เอ็ด​โมง​ครึ่ง​ราคา​จะ​ขึ้น​ไป​ถึง​จุด​สูง​สุด ท่าน​ต้อง​ขาย​ตอน​นั้น”

“ผม​ยัง​ไม่​ขาย​ตอน​นี้​ครับ พรุ่งนี้​สิบ​เอ็ด​โมง​ครึ่ง คุณ​ขาย​ให้​ผม​ทันที” ศักยะ​ตอบ​ทันที

ใน​ตอน​เย็น ศักยะ​แวะ​มา​หา​เ​รน​ที่​บ้าน​และ​เข้า​ครัว​ทำ​อาหาร​เอง เ​รน​ถาม​ชาย​หนุ่ม​ว่า​หาย​ไป​ไหน​เพราะ​ไม่ค่อย​ได้​เจอ​กัน​เลย

“พี่​ก็​วิ่ง​งาน​ข้าง​นอก​ตลอด  พัก​นี้​ดวง​ไม่​ดี​เลย  ขาย​ไม่ค่อย​ได้”

“รถ​ไป​ไหน​ซะ​ล่ะ​คะ ไม่​เห็น​จอด​ที่​หน้า​บ้าน​เลย” เ​รน​แปลก​ใจ



“ขาย​ไป​แล้ว มัน​เกเร เดี๋ยว​ค่อย​ถอย​ใหม่​คุณ​พิม​ถาม​ถึง​พี่​มั่ง​ไหม”

“คุณ​พิม​คง​ไม่​กล้า​คุย​เรื่อง​นี้​กับ​เ​รน​หรอก​ค่ะ  ตัดใจ

ซะ​เถอะ​ค่ะ​พี่​ตั้น เ​รน​ว่า​คุณ​พิม​คง​ไม่​ใช่​คู่​ของ​พี่​หรอก​ค่ะ นาย​กำลัง​จะ” เ​รน​ตัดใจ​ไม่​พูด​ต่อ เธอ​เปลี่ยน​เรื่อง​ขอ​ไป​ตามคุณ​ตา​ลง​มา​ทาน​ข้าว​ก่อน

ศักยะ​มอง​ตาม​พลาง​สงสัย​ว่า เ​รน​มี​อะไร​ปกปิด​อยู่

เวลา​เดียวกัน​นั้น รัชต์​ก็​พา​พิมพ์​พัส​ตรา​มา​ดิน​เนอร์​ที่​ร้าน​หรู แถม​ทำ​เซอร์ไพรส์​ขอ​เธอ​แต่งงาน​ด้วย​แหวน​เพชร​เม็ด​งาม “ทันที​ที่​รัชดา​ทาวน์​จบ​โครงการ เรา​แต่งงาน​กัน​นะ​พิม พี่​ขอ​จอง​ตัว​เจ้าสาว​เอา​ไว้​ก่อน​นะ​ครับ” รัชต์​สวม​แหวน​ให้

“ขอบคุณ​มาก​ค่ะ​พี่​รัชต์” พิมพ์​พัส​ตรา​น้ำตา​คลอ​ลุก​เข้า​มาก​อด​รัชต์​อย่าง​ไม่​แคร์​สายตา​ใครๆ

ooooooo

หลัง​ทาน​อาหาร​เสร็จ​ตา​เลิศ​ก็​ชวน​ศักยะ​ออก​มา​เดิน​เล่น​ที่​สนาม​หน้า​บ้าน และ​พูด​กับ​ชาย​หนุ่ม​อย่าง​ตรง​ไป​ตรง​มา​ว่า ขอ​งขลัง​ที่​แอบ​เก็บ​ไว้​มี​อันตราย​มาก แต่​ศักยะ​ทำ​ไขสือ ไม่​เข้าใจ​ที่​คุณ​ตา​พูด

“อย่า​ปิดบัง​ตา​เลย​ตั้น ตา​รู้​หมด​แล้ว​ว่า​ตั้น​แอบ​เก็บ​ของขลัง​ของ​พี่​ชัด​เอา​ไว้ ไอ้​ตัว​นี้​เรียก​ว่า​พราย เป็น​ตัว​ที่​ร้าย​ที่สุด ถ้า​ตา​เดา​ไม่​ผิด ความ​สำเร็จ​ทั้งหมด​ของ​ตั้น​ก็​มา​จาก​พราย​บันดาล​ให้” ตา​เลิศ​มอง​มา​ที่​ศักยะ

วิญญาณ​จอน​ปรากฏ​ขึ้น เขา​จ้อง​เขม็ง​มา​ที่​ศักยะ​เช่น​กัน แต่​ทั้ง​ศักยะ​และ​ตา​เลิศ​มอง​ไม่​เห็น

“ตั้น​รู้​ไหมว่า​พี่​ชัด​ไม่ค่อย​ขอ​อะไร​จาก​มัน​เกิน​วาสนา​ของ​ตัว​เอง เพราะ​ยิ่ง​ขอ​มาก​เท่า​ไหร่ ก็​ต้อง​จ่าย​ค่า​ตอบแทน​มาก​เท่านั้น จน​ใน​ที่สุด​ก็​จะ​ถลำ​ลึก ผูก​เวร​เป็น​บาปกรรม​ไม่​จบ​ไม่​สิ้น” ตา​เลิศ​นึก​ห่วง

“ขอบ​คุณ​นะ​ครับ​ที่​คุณ​ตา​เป็น​ห่วง​ผม แต่​ผม​รู้​ดี​ว่า​ตัว​เอง​กำลัง​ทำ​อะไร​อยู่ แล้ว​ที่​ผ่าน​มา ก็​ไม่​เห็นจะ​มี​อะไร​เลย​นี่​ครับ”

“แน่ใจ​เหรอ​ตั้น แล้ว​ที่​ตั้น​ไม่​เข้า​วัด คล้อง​พระ​ก็​ไม่ได้ ไม่​ใช่​เพราะ​อาถรรพณ์​จาก​พราย​เหรอ แล้ว​ตา​ก็​รู้​ว่าการ​ตาย​ของ​จอน​กับ​อีก​หลายๆคน​เกิด​จาก​มัน​ทั้งนั้น ถอน​ตัว​ซะ​ตอน​นี้​ยัง​ทัน​นะ​ตั้น อย่า​ยุ่ง​กับ​มัน​อีก เข้า​วัด​ชำระ​จิตใจ​ซะ จะ​ได้​หลุดพ้น​จาก​มัน” ตา​เลิศ​ขอร้อง ขณะ​ที่​วิญญาณ​จอน​ก็​ขยับ​เข้า​ประชิด​ตัว​ศักยะ

“เพื่อ​อะไร​ล่ะ​ครับ เพื่อ​ที่​ผม​จะ​ได้​กลับ​ไป​เป็น​ไอ้​กระจอก​ที่​ไม่​มี​ใคร​เห็น​ค่า​เหมือน​เดิม​น่ะ​เหรอ​ครับ”

“ถึง​ตอน​นี้​ตั้น​จะ​ไม่​มี​อะไร แต่​ตั้น​ก็​สร้าง​ทุก​อย่าง​ขึ้น​มา​ได้​ด้วย​มือ​ของ​ตั้น​เอง​นี่ มัน​จะ​น่า​ภูมิใจ​กว่า​กัน​เยอะ ไม่​มี​อะไร​เหนือ​กว่า​ความ​พยายาม​หรอก​นะ​ตั้น”

“อีก​กี่​ปี​ล่ะ​ครับ สาม​สิบ​หรือ​สี่​สิบ​ปีกว่า​ผม​จะ​มี​วัน​นั้น ผม​ทน​รอ​ไม่​ไหว​แล้ว​ล่ะ​ครับ” ศักยะ​ไม่​พอใจ

เ​รน​เดิน​ยิ้ม​ออก​มา​พร้อม​จาน​ผล​ไม้​และ​เห็น​วิญญาณ​จอน​อยู่​ข้าง​ตัว​ศักยะ​ก็​ตกใจ​ร้อง​ลั่น วิญญาณ​จอน​จาง​หาย​ไป

“เป็น​อะไร​เ​รน”ศักยะ​วิ่ง​เข้า​มา

“เ​รน​เห็น​ลุง​จอน​ค่ะ เห็น​ลุง​จอน​จริงๆนะ​คะ​พี่​ตั้น เ​รน​ไม่ได้​ตาฝาด​แน่นอน”

“จอน​เขา​ตาย​ใกล้ๆนี่เอง ก็​เป็นไปได้ จอนมา​เยี่ยม​พวกเรา​เหรอ”คุณ​ตา​พึมพำ

ศักยะ​นึก​กลัว​รีบ​ขอตัว​กลับ เ​รน​เข้า​มาก​อด​คุณ​ตา​ยืนยัน​ว่าเธอ​เห็น​จอน​จริงๆ

“วิญญาณ​จอน​คง​เป็น​ห่วง​ตั้น​มาก​นั่นแหละ”ตา​เลิศ​ถอน​ใจ

ooooooo

หลาย​เดือน​ต่อ​มา​รัชต์​เรียก​พนักงาน​ทุก​คน​มา​รับ​โบนัส เพราะ​โครงการ​ใหม่​เดิน​หน้า​ไป​ได้​ด้วย​ดี ศักยะ​แอบ​ยิ้มเยาะ​พึมพำ​ว่า อีก​ไม่​นาน รัชต์​จะ​ยิ้ม​ไม่ออก ส่วน​เ​รน​ก็​ขอตัว​ไป​เตรียม​อาหารว่าง​มา​ให้​รัชต์ ศักยะ​ตาม​ไป​คุย​ด้วย เขา​ถาม​เ​รน​ว่า ถ้า​วัน​หนึ่ง เขา​มี​บริษัท​เป็น​ของ​ตัว​เอง เ​รน​จะ​ไป​ทำ​งาน​กับ​เขา​ไหม

“ก็​ต้อง​ดู​​ว่า​ซื้อ​ตัว​แพง​หรือ​เปล่า” เ​รน​ล้อ

“แพง​แค่​ไหน​ผม​ก็​ยอม​ทุ่ม” ศักยะ​จริงจัง

“ถ้า​พี่​ตั้น​เปิด​บริษัท​จริง เ​รน​ก็​ต้อง​ช่วย​พี่​ตั้​นอ​ยู่​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ ช่วย​ฟรี​ไม่​คิด​ค่า​แรง​ด้วย เพราะ​เพื่อน​ต้อง​ช่วย​เพื่อน​อยู่​แล้ว นาย​ต้อง​ดีใจ​มากๆเลย​นะ​คะ ถ้า​เห็น​พี่​ตั้น​เจริญ​ก้าวหน้า” เ​รน​ยิ้มให้​อย่าง​จริงใจ

“ใช่ รัชต์​มัน​ต้อง​ดีใจ​​แน่ๆ ถ้า​รู้​ว่า​เพื่อน​กำลัง​จะ​มี​ทุกอย่าง​ทัดเทียมกับ​เพื่อน”ศักยะ​ยิ้ม​มุม​ปาก

เมื่อ​ฉลอง​กับ​ลูกน้อง​แล้ว รัชต์ก็​กลับ​มา​พักผ่อน​ที่​บ้าน พ่อ​กับ​แม่​ที่​เพิ่ง​กลับ​มา​จาก​งาน​เลี้ยง​รีบ​บอก​ข่าว​ว่า  ตอน​นี้​พ่อ​ของ​รัชต์​ได้​เป็น​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​แล้ว

“จริง​เหรอ​ครับ​คุณ​พ่อ ดีใจ​ด้วย​ครับ​พ่อ” รัชต์​เข้า​มากอด​พ่อ

“รุ่ง​ทั้ง​พ่อ​ทั้ง​ลูก​แบบ​นี้ แม่​ต้อง​จัด​งาน​เลี้ยง​ฉลอง​ใหญ่​ซะ​แล้ว” แม่​แซว

“เซฟ​งบ​ไว้​จัด​งาน​แต่ง​ผม​กับ​พิม​เลย​ดี​กว่า​ครับ​แม่” รัชต์​บอก​ข่าว​ดี​ของ​ตน​บ้าง

“นี่​เรา​จะ​ยอม​แต่งงาน​แล้ว​เหรอ​รัชต์”แม่​ดีใจ​ดึง​ลูกชาย​เข้า​มา​กอด

“ท่า​จะ​ยาว พ่อ​ขึ้น​ไป​อาบ​น้ำ​ก่อน​ดี​กว่า”  พ่อ​ยิ้มๆเดิน​อารมณ์​ดี​ไป​ขึ้น​บันได ขณะ​ที่​แม่​จูงมือ​รัชต์​ไป​นั่ง​คุย​กัน​ยาว​เรื่อง​งาน​วิวาห์
พราย​สบ​โอกาส​ตรง​เข้า​เล่น​งาน​พ่อ​ของ​รัชต์​ที่​กำลัง​เดิน​ขึ้น​บันได มัน​ปรากฏ​ตัว​ให้​พ่อ​​รัชต์​เห็น พ่อ​รัชต์​ตา​เบิก​โพลง​ด้วย​ความ​ตกใจ​สุด​ชีวิต​แล้ว​ตก​บันได​ลง​มา​นอน​จม​กอง​เลือด​อยู่​ที่​พื้น

เหตุการณ์​ใน​คืน​นั้น ทำให้​พ่อ​ของ​รัชต์​กลาย​เป็น​เจ้าชาย​นิทรา รัชต์​ตัดสินใจ​พา​พ่อ​กลับ​บ้าน​และ​จ้าง​พยาบาล​พิเศษ​มา​ช่วย​ดูแล พิมพ์​พัส​ตรา​ไม่​ชอบใจ เธอ​ทำท่า​รังเกียจ เมื่อ​เห็น​พ่อ​รัชต์​ถ่าย​เลอะ​เทอะ ผิด​กับ​เ​รน​ที่เข้า​มา​ช่วย​ทำ​ความ​สะอาด​ให้​อย่าง​ไม่​นึก​รังเกียจ รัชต์​มอง​ดู​เ​รน​ด้วย​สีหน้า​แวว​ตา​ชื่นชม

ooooooo

เมื่อ​จัดการ​กับ​ปัญหา​ครอบครัว​ได้​แล้ว รัชต์​ก็​เจอ​กับ​ปัญหา​ใหม่ เพราะ​จู่ๆก็​มี​คน​ตาย​ใน​สถาน​ที่​ก่อสร้าง​โครงการ​ใหม่​ติด​กัน​ถึง​ห้า​ราย​ใน​เดือน​เดียว สื่อ​ประโคมข่าว​ดัง​ไป​ทั่ว​เมือง ทำให้​ลูกค้า​แห่​มา​ขอ​เงิน​จอง​คืน​เพราะ​กลัว​อา​ถรรพ์

เ​รน​กับ​รัชต์​ออก​มา​ชี้แจง​และ​เสนอ​ว่า จะ​ทำ​พิธี​จัด​งาน​ทำบุญ​ใหญ่​วัน​พรุ่งนี้เพื่อ​ให้​ทุก​อย่าง​ดี​ขึ้น  ​แต่​ทันที​ที่​พูด​จบ​ก็​มี​รถ​กระบะ​คน​งาน​ใน​ไซต์​พุ่ง​ทะลุ​ประตู​สำนักงาน​ขาย​เข้า​มา​อย่าง​เร็ว​และ​แรง ประตู​กระจก​พัง​แตก​กระจาย ทุก​คน​ตกใจ​วิ่ง​หนี​ตาย​กัน​อลหม่าน รัชต์​พุ่ง​เข้า​รวบเ​รน​พุ่ง​ไป​ล้ม​ทาง​โซฟา แล้ว​ลุก​ขึ้น​ดู​เหตุการณ์​ตรง​หน้า​เห็น​คน​ขับ​เลือด​อาบ​ฟุบ​หน้า​กับ​พวงมาลัย​เสีย​ชีวิต​คาที่​พร้อม​เสียง​แตร​บีบ​ดัง​สนั่น เขา​ยกมือ​ขึ้น​กุม​หน้าผาก ​รู้​ดี​ว่าทุก​อย่าง​คง​จบ​เพียง​เท่า​นี้ เ​รน​หัน​มอง​หน้า​รัชต์​ด้วย​ความรู้สึก​เห็นใจ​และ​สลด​หดหู่​ไป​ด้วย

มรสุม​ลูก​ใหม่​โถม​เข้า​ซ้ำ​รัชต์​อีก เพราะ​เมื่อ​กลับ​มา​ถึง​บ้าน ก็ได้​รับ​ข่าว​ร้าย​ว่า พ่อ​จาก​เขา​กับ​แม่​ไป​แล้ว ​รัชต์​แทบ​ทรุด​โผ​เข้า​กอด​ศพ​พ่อ​ร้องไห้​ด้วย​ความ​เสียใจ​อย่าง​ที่สุด

ใน​ขณะ​ที่​ศักยะ​กำลัง​คุย​กับ​เงา​สะท้อน​ของ​ตัว​เอง​ใน​กระจก​หน้าต่าง​คอน​โดฯ

“ชีวิต​ของ​รัชต์​กำลัง​ตกต่ำ​ลง​ไป​เรื่อยๆ ไม่​มี​วัน​ที่​ผู้หญิง​อย่าง​พิมพ์​พัส​ตรา​จะ​เลือก​ผู้ชาย​แบบ​นั้น​แน่” เงา​ใน​กระจก​ยิ้มเยาะ

“แต่​มัน​ก็​ไม่ได้​หมายความ​ว่า​คุณ​พิม​เขา​จะ​เลือก​ฉัน​นี่ อย่า​ลืม​สิว่าที่​ฉัน​ขอ คือ​ฉัน​ต้องการ​แต่งงาน​กับ​คุณ​พิม ไม่​ใช่​แค่​ทำลาย​ชีวิต​ไอ้​รัชต์​มัน ต่อ​ให้​รัชต์​มัน​หมดตัว คุณ​พิม​เขา​ก็​ยัง​มี​คน​อื่น​มา​ให้​เลือก​อีก​ถมเถ​ไป”

“ท่าน​อย่า​เพิ่ง​ใจร้อน​ศักยะ การ​จะ​ทำให้​พิมพ์​พัส​ตรา​เลือก​ท่าน ท่าน​จะ​ต้อง​มี​เหมือน​ที่​รัชต์​มี หรือ​มาก​กว่า​เท่านั้น ตอน​นี้​ท่าน​พร้อม​ที่​จะ​ชิง​ทุก​อย่าง​ของ​รัชต์​มา​เป็น​ของ​ท่าน​หรือ​ยัง​ล่ะ”

“พร้อม​สิ ขอ​ให้​ได้​คุณ​พิม​มา​เถอะ ฉัน​ทำได้​ทุก​อย่าง” ศักยะ​สีหน้า​จริงจัง​แวว​ตา​โหดเหี้ยม​ไม่​ต่าง​จาก​เงา

ooooooo

รัชต์​และ​พิมพ์​พัสตรา​ใน​ชุด​ไว้ทุกข์​มา​นั่ง​รอ​พบ​ผู้​บริหาร​ธนาคาร​และ​ผู้จัดการ​ฝ่าย​สินเชื่อ​อยู่​ใน​ห้อง​รับรอง ​พิมพ์​พัส​ตรา​ร้อน​ใจ​บ่น​กับ​รัชต์​ว่า ไม่​ควร​นำ​เงิน​ส่วนตัว​ไป​ลงทุน  เพราะ​กลัว​ธนาคาร​จะ​ไม่​ยอม​ปล่อย​กู้​งวด​ต่อ​ไป

“ก็​ใคร​จะ​ไป​คิด​ว่า​จะ​มี​เรื่อง​แบบ​นี้​เกิด​ขึ้น​ล่ะ เวลา​ยัง​งี้​พิม​ควร​ให้​กำลังใจ​พี่ ไม่​ใช่​มา​ตอก​ย้ำ​กัน​แบบ​นี้” รัชต์​เริ่ม​เครียด

“พิม​ให้​กำลังใจ​แน่​ค่ะ​ถ้า​พิม​ไม่​เคย​เตือน​พี่​รัชต์​มา​ก่อน” พิมพ์​พัส​ตรา​ส่ง​ค้อน

เสียง​เคาะ​ประตู​ดัง​ขัดจังหวะ​ขึ้น เลขาฯ​เปิด​ประตู​ห้อง​เข้า​มา​ตาม​ด้วย​ผู้​บริหาร​ธนาคาร​และ​ผู้จัดการ​ฝ่าย​สินเชื่อ รัชต์​และ​พิมพ์​พัส​ตรา​ลุก​ขึ้น​ยกมือ​ไหว้ ผู้​บริหาร​แสดง​ความ​เสียใจ​กับ​รัชต์​เรื่อง​คุณ​พ่อ แล้ว​จำ​ใจ​เอ่ย​ว่า​ทาง​ธนาคาร​จำเป็น​ต้อง​​ระงับ​การ​จ่าย​เงินกู้​งวด​ต่อ​ไป​ไว้​ก่อน

“แต่​มัน​ก็​แค่​ข่าว​ลือ​นะ​คะ มี​คน​ต้องการ​ดิส​เครดิต​โครงการ​ของ​คุณ​รัชต์มาก​กว่า” พิมพ์​พัส​ตรา​แจกแจง

“แต่​ลูกค้า​แห่​ถอน​จอง​กัน​หมด​แล้ว​ไม่​ใช่​เหรอ​ครับ เรา​เคย​เจอ​เคส​คล้ายๆกัน​แบบ​นี้​ครั้ง​นึง เป็น​คอน​โดฯ​ร้าง​ไป​เลย โชค​ดีที่​เป็น​​โครงการ​ไม่​ใหญ่ แบ​งก์​เลย​ไม่​เจ็บ​ตัว​มาก” ผู้จัดการ​ฝ่าย​สินเชื่อ​สวน​กลับ

“แล้ว​นาน​แค่​ไหน​ผม​ถึง​จะ​ได้​เงินกู้​งวด​ต่อ​ไป​ครับ​ผู้​บริหาร”รัชต์​ยัง​มี​หวัง

“ผม​ก็​ยัง​บอก​ไม่ได้ ขอ​ดู​สถานการณ์​ก่อน​แล้ว​เรา​ค่อย​มา​คุย​กัน​อีก​ที”  ผู้จัดการ​พูด​จบ​เสียง​โทรศัพท์​ของ​เขา​กับ​รัชต์​ก็​ดัง​ขึ้น​พร้อม​กัน  ทั้ง​สอง​รีบ​กด​รับ  ก็ได้​ยิน​​ลูกน้อง​รายงาน​มา​ด้วย​เรื่อง​เดียวกัน​ว่า คน​งาน​ก่อสร้าง​ที่​โครงการ​ของ​รัชต์​มี​เรื่อง​ทะเลาะวิวาท​กัน​และ​แทง​กัน​ตาย​สอง​ศพ


รัชต์​หน้าเสีย​หัน​มา​มอง​เจ้าหน้าที่​ธนาคาร รู้​คำ​ตอบ​ดี​ว่าเงินกู้​โดน​ระงับ​แน่ๆ  ส่วน​พิมพ์​พัส​ตรา​เห็น​ว่า​รัชต์​หมดตัว​แน่​ก็​เริ่ม​คิด​หนัก เพราะ​ถึง​จะ​รัก​เขา​แค่​ไหน ก็​ไม่​ยอม​ลำบาก​กัด​ก้อน​เกลือ​กิน​เด็ดขาด

ooooooo

ใน​ขณะ​ที่​รัชต์​กำลัง​ตกต่ำ ศักยะ​กลับ​กำลัง​รุ่งเรือง​เพราะ​ได้​พราย​ช่วย  มัน​สั่ง​ให้​ศักยะ​ซื้อ​หุ้น​ครอบครัว​ของ​รัชต์​ที่​กำลัง​ร่วง​ไว้

“บริษัท​ของ​มัน​จะ​ล้ม​ก็​ต่อ​เมื่อ​อยู่​ใน​มือ​ของ​ครอบครัว​ไอ้​รัชต์​มัน​เท่านั้น แต่​ถ้า​เปลี่ยน​มา​อยู่​ใน​มือ​ท่าน​เมื่อ​ไหร่ ก็​จะ​มี​แต่​กำไร ทุก​คน​จะ​สรรเสริญ​ใน​ความ​เก่งกาจ​ของ​ท่าน จน​ลืม​รัชต์​ไป​เลย” พราย​บอก

“โดยเฉพาะ​คุณ​พิม​ใช่​ไหม แก​นี่​มัน​ฉลาด​จริงๆ ทำให้​คุณ​พิม​เห็น​ว่า​สิ่ง​ที่​รัชต์​ทำ​ไม่ได้ แต่​ฉัน​ทำได้” ศักยะ​หัน​มา​มอง​พราย  และ​พบ​ว่า​เงา​พราย​ใน​ผ้า​คลุม​สี​ดำ​มี​ใบหน้า​เหมือน​ตน​ราวกับ​คนคนเดียวกัน ผิดก็​แต่​เสียง​เท่านั้น

“ถูกต้อง ผู้หญิง​คน​นั้น​ฉลาด​เป็น​กรด ย่อม​มอง​ออก​เวลา​นี้​ใคร​ดี​พร้อม​ที่สุด​สำหรับ​เธอ” พราย​แสยะ​ยิ้ม

บริษัท​ของ​ครอบครัว​รัชต์​เผชิญ​วิก​ฤติ​หนัก รัชต์​ไม่​อยาก​ให้​พนักงาน​เดือดร้อน​จึง​ยอม​ยก​อำนาจ​การบริหาร​ให้​หุ้นส่วน​เพื่อ​หา​แห​ล่ง​เงิน​ทุน​ใหม่ พิมพ์​พัส​ตรา​รู้​ข่าว​ก็​เริ่ม​ตี​ตัว​ออก​ห่าง ส่วน​แม่​ของ​เธอ​ก็​รีบ​มา​เตือน

“ถ้า​คุณ​รัชต์​จะ​ชวน​ไป​ไหน เลี่ยง​ได้​ก็​เลี่ยง​ซะ​นะ คน​กำลัง​จะ​จม​น้ำ แม่​ไม่​อยาก​ให้​มา​ฉุด​เรา​จม​ไป​ด้วย”

“น่า​เสียดาย​นะ​คะ​แม่ คบ​กัน​มา​ตั้ง​หลาย​ปี พี่​รัชต์​ดี​กับ​พิม​ทุก​อย่าง ไม่​เคย​นอกใจ​พิม​เลย​ซัก​ครั้ง วันๆก็​เอาแต่​ทำ​งาน​สร้าง​อนาคต​เพื่อ​เรา แต่​ต้อง​มา” พิมพ์​พัส​ตรา​ถอน​ใจ

“แม่​เอง​ก็​สงสาร​รัชต์​นะ แต่​มัน​ก็​ช่วย​ไม่ได้ เขา​บริหาร​งาน​ไม่​เป็นเอง  มือไม่ถึงจะ​โทษ​ใคร​ได้​ล่ะ  หนู​พิม​ของ​แม่​ยัง​มี​โอกาส​ได้​เจอ​คน​ดีๆอีก​เยอะ อย่า​ไป​ยึด​ติด​กับ​คน​ที่​กำลัง​จะ​เหลือ​แต่​ตัว​เลย​นะ​ลูก” ขาดคำ​คน​รับ​ใช้​ก็​เดิน​เอา​ดอกไม้​ช่อ​สวย​เข้า​มา​ให้​พิมพ์​พัส​ตรา

“คุณ​พิม​คะ มี​คน​เอา​ดอกไม้​มา​ให้​ค่ะ เขา​รอ​อยู่​ข้าง​นอก”

พิมพ์​พัส​ตรา​ยิ้ม​มั่นใจ เดิน​ออก​ไป​หา​เจ้าของ​ช่อ​ดอกไม้ เธอ​เห็น​ชาย​คน​หนึ่ง​แต่งตัว​หล่อ​เนี้ยบ ยืน​หัน​หลัง​พิง​รถ​สปอร์ต​ป้าย​แดง​ราคา​แพง​คัน​หนึ่ง​อยู่ และ​เมื่อ​ชาย​คน​นั้น​หัน​มา เธอ​ก็​ยืน​ตะลึง​เพราะ​เขา​คือ​ศักยะ
“สวัสดี​ครับ​คุณ​พิม พอดี​วัน​นี้​ผม​ว่าง​น่ะ​ครับ ก็​เลย​อยาก​จะ​ชวน​คุณ​พิ​มอ​อก​ไป​ดิน​เนอร์​กัน คุณ​พิม​ว่าง​รึ​เปล่า​ครับ”ศักยะ​ยิ้ม​ทักทาย

พิมพ์​พัส​ตรา​อึ้ง นึก​ไม่​ถึง​ว่า​แค่​ไม่​กี่​เดือน ศักยะ​จะ​เปลี่ยน​ไป​ได้​มาก​ขนาด​นี้

พิมพ์พัสตรา​ยอม​ออก​ไป​ดิน​เนอร์​กับ​ศักยะ เธอ​แปลก​ใจ​ที่​เขา​พา​เธอ​มา​ซื้อ​ชุดราตรี​หรู​และ​ทัก​ซิ​โด้​ตัว​โก้​สำหรับ​ใส่​ไป​ดินเนอร์​ด้วย​กัน

“นี่​ตกลง เรา​จะ​ไป​ดิน​เนอร์​กัน​ที่ไหน​คะ​เนี่ย ถึง​ต้อง​แต่ง​เต็มยศ​ขนาด​นี้” พิมพ์​พัส​ตรา​เอ่ย​ถาม

“เดี๋ยว​คุณ​พิม​ไป​ถึง​ก็​ทราบ​เอง​ล่ะ​ครับ แต่​ผม​รับรอง ว่า​ต้อง​เป็น​ดิน​เนอร์​ที่​พิเศษ​ที่สุด​สำหรับ​คุณ​พิม​แน่นอน” ศักยะ​ควงแขน​พิมพ์​พัส​ตรา​ออก​มา​จาก​ร้าน​เสื้อ

ศักยะ​ใน​ชุด​ทัก​ซิ​โด้​ควงแขน​พิมพ์​พัส​ตรา​ใน​ชุดราตรี​สวย​งาม​เข้า​มา​ใน​ร้าน​อาหาร​สุด​หรู บ​ริ​กร​ต่าง​เข้า​แถว​โค้งคำนับ​ให้​ทั้ง​คู่ แล้ว​เดิน​นำ​ไป​นั่ง​ที่​โต๊ะ​ซึ่ง​จอง​ไว้ พิมพ์​พัส​ตราปลาบปลื้ม เมื่อ​รู้​ว่า​ศักยะ​ปิด​ร้าน​เพื่อ​เธอ เพราะ​รู้​มา​ว่า​ร้าน​นี้​แพง​มากและ​จอง​ยาก​ด้วย

“นี่​พี่​ตั้น​ไป​รวย​อะไร​มา​คะ” พิมพ์​พัส​ตรา​กระซิบ​ถาม

“ผม​ก็​แค่​ได้​กำไร​จาก​หุ้น​นิดๆหน่อยๆก็​เลย​อยาก​จะ​ทำ​อะไร​ให้​คุณ​พิม​มี​ความ​สุข​ก็​เท่านั้น​เอง​ครับ” ศักยะ​ยิ้ม

บ​ริ​กร​ยก​จาน​อาหาร มี​ฝา​โลหะ​ครอบ​ปิด​อยู่ มา​วางต่อ หน้า​พิมพ์​พัส​ตราบ​อก​ว่า เป็น​แอพพลิ​ไท​เซอร์​พิมพ์​พัส​ตรา​พยัก​หน้า​ให้​บ​ริ​กร​เปิด​ฝา​โลหะ​ออก แต่​แทนที่จะ​เป็นอาหาร กลับ​เป็น​สร้อย​เพชร​ราคา​แพง​วาง​อยู่

“นี่​มัน​อะไร​กัน​คะ​พี่​ตั้น”

“ของขวัญ​เล็กๆน้อยๆครับ คุณ​พิม​สวม​ชุดราตรี​สวยๆ ทั้งที ขาด​สร้อย​เพชร​ได้​ยัง​ไง​ล่ะ​ครับ” ศักยะ​ลุก​ขึ้น​แล้ว​เดิน​ไป​หยิบ​สร้อย​เพชร​ขึ้น​มา​สวม​ให้

“พี่​ตั้นได้​กำไร​หุ้น​มา​เท่า​ไหร่​กัน​แน่​คะ บอก​พิม​มา​เดี๋ยวนี้​เลย​นะ” พิมพ์​พัส​ตราหน้า​บาน

“ความ​ลับ​ครับ เอาเป็นว่า​นับ​จาก​นี้​ไป รัชต์​ไม่​มีทางใช้​ ชีวิต​ได้​อย่าง​ผม แค่​ดิน​เนอร์​มื้อ​นี้​มื้อ​เดียว​คง​ต้อง​เก็บ​เงิน​ทั้ง​ปี” ศักยะ​ยิ้ม​ร้าย​สายตา​เยือกเย็น

พิมพ์​พัส​ตรา​ไม่​สนใจ​ฟัง​ เธอ​จับ​สร้อย​เพชร​พลาง​ส่ง​ยิ้ม​ดีใจ​สุดๆ ที่​ได้​ทั้ง​ดิน​เนอร์​สุด​หรู ของขวัญ​ราคา​แพง​และ​การ​เอาใจ​จาก​ศักยะ​ราวกับ​ตน​เป็น​เจ้าหญิง

ooooooo

รัชต์​ตัดสินใจ​ขาย​บ้าน​พร้อม​ที่ดิน​และ​ทรัพย์สิน​มี​ค่า​ทั้งหมด​เพื่อ​นำ​เงิน​มา​ใช้​หนี้​ธนาคาร แม่​ของ​รัชต์​ทน​รับ​ความ​จริง​ไม่ได้​ขอ​ไป​อยู่​ต่าง​ประเทศ รัชต์ยอมตาม ใจ เพราะ​ยัง​มี​บ้านพัก​อยู่​ที่​นั่น​อีก​หลัง และ​ในระหว่างที่​ รัชต์​จัดการ​เรื่อง​แม่​อยู่​นั้น พนักงาน​ใน​บริษัท​ก็เข้า​มา​สอบ​ถาม​เ​รน​เรื่อง​รัชต์​จะ​ถูก​ฟ้อง​ล้มละลาย​เพราะ​กลัวตกงาน

เ​รน​อึกอัก​ตอบ​ไม่​ถูก ศักยะ​กลับ​เข้า​มา​พอดี​จึง​ช่วย​ตอบ​คำ​ถาม​แทน แล้ว​ส่ง​งาน​ชิ้น​ใหม่​ให้​พนักงาน​เอา​ไป​ทำ พนักงาน​หน้าจ๋อย​รีบ​แยกย้าย​กัน​ไป เ​รน​ยิ้ม​ให้​ศักยะ​ด้วย​ความ​ขอบคุณ แล้ว​ชวน​เขา​ออก​ไป​คุย​กัน​ข้าง​นอก

“ดี​นะ​เนี่ย​ที่​พี่​ตั้นมา​ทัน เ​รน​โดน​ต้อน​จน​ตอบ​ไม่​ถูก​เลย” เ​รน​หนักใจ

“พวก​เนี้ย​ไม่​รู้​จะ​กลัว​ตกงาน​ไป​ทำไม บริษัท​รัชต์​มี​กำไร ถึง​ขาย​ต่อ เขา​ก็​ต้อง​รับ​ไว้​ทำ​งาน​ทุก​คน​อยู่​แล้ว” ศักยะ​ยิ้ม​แปลกๆ

“พี่​ตั้น​ว่า​นาย​จะ​ขาย​บริษัท​จริงๆเหรอ เ​รน​ไม่​อยาก​ให้​นาย​ขาย​เลย​ค่ะ ยิ่ง​ถ้า​ขาย​ให้​บริษัท​เอส​วาย​อะไร​นั่น เ​รน​ยิ่ง​รับ​ไม่ได้​ใหญ่​เลย”

“เอส​วาย​เ​รี​ยล​เอส​เตท​น่ะ​เหรอ ทำไม​ล่ะ”

“ก็​เ​รน​รู้​มา​ว่า​บริษัท​เนี้ย เป็น​คน​ซื้อ​บริษัท​ของ​พ่อ​นาย​ไป​น่ะ​สิ​คะ กด​ราคา​สุดๆเลย​เห็น​นาย​กำลัง​แย่​ก็​เลย​เอาเปรียบ ไม่​รู้​ใจคอ​ทำ​ด้วย​อะไร”

“ผม​ว่า​มัน​เป็น​เรื่อง​ปกติ​นะ ใคร​จะ​ไม่​อยาก​ได้​ของ​ดี​ราคา​ถูก ที่จริง​ผม​ว่า​มัน​ก็ดี​กว่า​รัชต์​หมดตัว​แล้ว​ก็​ยัง​หนี้​ท่วม​ล่ะ​น่ะ ตอน​นี้​ถึง​ไม่​เหลือ​อะไร แต่​ก็​ไม่​มี​หนี้​ไม่​ใช่​เหรอ”

“พี่ตั้น​คิด​งั้น​ก็​ถูก แต่​เ​รน​ก็​ยัง​รับ​ไม่ได้​อยู่ดี เกลียด​จริงๆ พวก​ฉวย​โอกาส​ตอน​คน​ล้ม​เนี่ย” เ​รน​ใส่​อารมณ์

ศักยะ​นิ่ง​ขรึม​คล้าย​เก็บ​งำ​ความ​ลับ​อะไร​บาง​อย่าง​เอา​ไว้

ใน​ขณะ​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​กำลัง​นั่ง​ดู​แหวนหมั้น​ที่​รัชต์​ให้​ใน​นิ้ว​มือ​ของ​ตน​อย่าง​ชั่งใจ เพราะ​อยาก​ให้โอกาส​รัชต์​อีก​ครั้ง เธอ​จึง​มา​พบ​เขา​ที่​บ้าน แต่​เมื่อ​เห็น​ห้อง​โถง​ที่​เคย​โอ่อ่า​เต็ม​ไป​ด้วย​เครื่อง​ลายคราม​ของ​มี​ค่า​ตั้ง​โชว์ มี​แต่​ความ​ว่าง​เปล่า ก็​ชัก​ใจเสีย แถม​รัชต์​ยัง​บอก​ว่า อีก​ไม่​นาน​จะ​มี​คน​มา​ซื้อ​บ้าน​พร้อม​ที่ดิน​ผืน​นี้​แล้ว พิมพ์​พัส​ตรา​ถึง​กับ​หน้า​เจื่อน​ตัดสินใจ​ได้​ทันที​ว่า เธอ​กับ​รัชต์​คง​ต้อง​จบ​กัน​เพียง​เท่า​นี้

ค่ำ​วัน​เดียวกัน พิมพ์​พัส​ตรา​ออก​มา​ทาน​อาหาร​กับ​ศักยะ ชาย​หนุ่ม​มอบ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​รุ่น​ใหม่เอี่ยม​ให้​เป็น​ของ กำนัล​พลาง​เอ่ย​ถาม​ว่า รู้จัก​บริษัท​เอส​วาย​เ​รี​ยล​เอส​เตท​หรือ​ไม่

“ตอน​นี้​ใคร​ไม่​รู้จัก​ก็​ไม่​ใช่​คนใน​แวดวง​อสังหาริมทรัพย์​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ แต่​เจ้าของ​เป็น​ใคร​มา​จาก​ไหน หน้าตา​ยัง​ไง​ไม่​มีใครรู้​ ซัก​คน​ ขนาด​คุณ​พ่อ​พิม​ว่า​กว้างขวาง​แล้ว​นะ​คะ ก็​ยัง​ไม่​รู้​เลย”

“พิมล​อง​ดู​ราย​ชื่อ​ผู้​ถือ​หุ้น​ของ​บริษัท​เอส​วาย​ดู​สิ​ครับ เขา​เพิ่ง​อัพเดท​ข้อมูล​ชั่วโมง​ที่​แล้ว​เอง แล้ว​คุณ​พิม​จะ​รู้​ว่า​เป็น​ใคร” ศักยะ​ยื่นมือ​ถือ​ให้​พิมพ์​พัส​ตรา​พร้อม​กด​เข้า​อินเตอร์เน็ต

“พี่​ตั้น นี่​พี่​ตั้น​เป็น​เจ้าของ​เอส​วาย​เหรอ​คะ”​ พิมพ์​พัส​ตรา​ตา​ลุก​วาว​เมื่อ​เห็น​ชื่อ​ศักยะ​อยู่​บน​หน้า​จอ

“เอส​วาย​ก็​ย่อ​มา​จาก​ศักยะ​ไง​ครับ ผม​ตั้ง​บริษัท​นี้​ขึ้น​มา​เพื่อ​จะ​พิสูจน์​ตัว​เอง​ให้​คุณ​พิม​เห็น ว่า​สิ่ง​ที่​รัชต์​ทำได้ ผม​ก็​ทำได้ และ​ทำได้​ดี​กว่า​ด้วย ผม​สร้าง​ทุก​อย่าง​ขึ้น​มา​จาก​ศูนย์ ด้วย​สอง​มือ​เปล่า​ของ​ผม จน​ผม​ซื้อ​สิ่ง​ที่​เคย​เป็น​ของ​รัชต์ ที่​พ่อ​แม่​สร้าง​ไว้​ให้ มา​ได้​เกือบ​ทั้งหมด” ศักยะ​เอ่ย​อย่าง​ภาคภูมิใจ

พิมพ์​พัส​ตรา​มอง​ศักยะ​ด้วย​ความ​ทึ่ง​ไม่​คิด​ว่า​เขา​จะ​เก่ง​และ​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​ตน​ขนาด​นี้

ooooooo

เ​รน​ได้​รับ​บัตร​ทาน​อาหาร​ฟรี​ที่​โรงแรม​หรู​มา​จาก​ลูกค้า เธอ​จึง​พา​คุณ​ตา​มา​เปลี่ยน​บรรยากาศ และ​ทั้ง​คู่​ก็​เห็น​พิมพ์​พัส​ตรา​เดิน​ควงแขน​ศักยะ​ออก​มา​จาก​ร้าน​อาหารเข้าพอดี สอง​ตา​หลาน​ไม่สบายใจนัก เ​รนนึก​แค้น​แทน​รัชต์​ที่​ถูก​เพื่อน​กับ​คน​รัก​หักหลัง

ส่วน​รัชต์​ที่​ก​รำ​งาน​หนัก​ก็​ล้ม​ป่วย​จน​ไม่​สามารถ​ไป​ส่ง​แม่​ที่​สนาม​บิน​ได้ จึง​ต้อง​ใช้​บริการ​แท็กซี่​แทน สอง​แม่​ลูก​ยืน​ร่ำลา​กัน​อยู่​หน้า​บ้าน

“ผม​ขอโทษ​นะ​ครับ​คุณ​แม่ ที่​ช่วย​รักษา​ทุก​อย่าง​ของ​เรา​ไว้​ไม่ได้ ทำให้​คุณ​แม่​ต้อง​ลำบาก​ไป​ด้วย”

“มัน​ไม่​ใช่​ความ​ผิด​ของ​รัชต์​ซะ​หน่อย แม่​ต่างหาก​ที่​ต้อง​ขอโทษ​รัชต์​ ที่​ทิ้ง​ให้​ลูก​ต้อง​สู้​อยู่​คน​เดียว”

“ผม​ไม่ได้​สู้​คน​เดียว​หรอก​ครับ​แม่ ผม​ยัง​มี​พิม มี​เ​รน มี​ตั้น แล้ว​ก็​ลูกน้อง​อีก​หลาย​คน​ที่​พร้อม​จะ​สู้​กับ​ผม คุณ​แม่​ไม่​ต้อง​ห่วง​ผม​นะ​ครับ รับรอง​ว่า​อีก​ไม่​นาน ผม​จะ​ทำให้​พวก​เรา​ได้กลับ​มา​อยู่​ด้วย​กัน​อีก​ครั้ง”

“จ้ะ แม่​จะ​รอ แม่​เชื่อ​ว่า​รัชต์​ต้อง​ทำได้ แม่​ไป​แล้ว​ลูก” แม่​หอม​แก้ม​รัชต์​ซ้าย​ขวา

“เดินทาง​ปลอดภัย​นะ​ครับ ถึง​แล้ว​โทร.​หา​ผม​ทันที​เลย​นะ”รัชต์​ส่ง​แม่​ขึ้น​รถ​ยืน​มอง​จน​แท็ก​ซี่​วิ่ง​ออก​ไป​พ้น​รั้ว​บ้าน​แล้ว​ก็​ถอน​ใจ​ออก​มา เพราะ​จริงๆก็​เสียใจ​และ​ท้อแท้​มา​ตลอด แต่​ต้อง​พยายาม​เข้มแข็ง​เข้า​ไว้ เพื่อ​ให้​แม่​สบายใจ

ooooooo
ตอนที่ 6


รัชต์​เดิน​ดู​รอบๆบ้าน ภาพ​วัน​เวลา​แห่ง​ความ​สุข​พลัน​แวบ​เข้า​มา แต่​ต้อง​ตัดใจ​เพราะ​อีก​ไม่​นาน​บ้าน​ก็​จะ​เป็น​ของ​คน​อื่น​แล้ว เมื่อ​เข็ม​ทอง​เดิน​เข้า​มา​บอก​ว่า พิมพ์​พัส​ตรา​มา​รอ​พบ​อยู่​ใน​บ้าน เขา​รีบ​เข้าไป​หา​คน​รัก แต่​ต้อง​อึ้ง​เมื่อ​สาว​เจ้า​ยื่น​แหวน​คืน

“ตลอด​เวลา​ที่​ผ่าน​มา พิม​ยอม​รับ​นะ​คะ​ว่า​พี่​รัชต์​ดี​กับ​พิม​มาก แต่​พิม​ต้องการ​เวลา แล้ว​พี่​รัชต์​ก็​ไม่​เคย​มี​เวลา​ให้​พิม​เลย”

“แล้ว​ทำไม​เมื่อ​ก่อน​พิม​ไม่​เคย​บอก​พี่​แบบ​นี้ล่ะ พิม​มี​แต่​ให้​กำลังใจ​พี่ แล้ว​ก็​บอก​ว่า​เข้าใจ​พี่​ทุก​ครั้ง”

“อาจจะ​เป็น​เพราะ​ตอน​นั้น​พิม​ยัง​เด็ก​มั้ง​คะ แต่​ตอน​นี้ พิม​รู้​ใจ​ตัว​เอง​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ​ว่า​พิม​ต้องการ​อะไร​กัน​แน่”

“ถ้า​พิม​ตัดสินใจ​ดีแล้ว พี่​ก็​คง​ไม่​ยื้อ​พิม​ให้​ต้อง​อึดอัด​ใจ​หรอก ขอ​ให้​พิม​โชค​ดี​นะ”

“พี่​รัชต์​น่า​รัก​ยัง​งี้​เสมอ​เลย​นะ​คะ พูด​ง่าย​กว่า​ที่​พิม​คิด​ไว้​เยอะ​เลย งั้น​พิม​กลับ​ก่อน​นะ​คะ” พิมพ์พัส​ตรา​ลุก​เดิน​หนี​เพราะ​ลึกๆก็​รู้สึก​ผิด

รัชต์​น้ำตา​คลอ​เบ้า​มอง​แหวน​บน​โต๊ะ เพราะ​พิมพ์​พัส–​ตรา​​เหมือน​ฟาง​เส้น​สุดท้าย​ใน​ชีวิต

ooooooo

ศักยะ​เดิน​ฮัม​เพลง​เบาๆเข้า​มา​ใน​ออฟฟิศ เ​รน​ถาม​ว่า​ศักยะ​พา​ใคร​ไป​ดิน​เนอร์​ใน​โรงแรม​หรู ศักยะ​ตกใจ​ที่​เ​รน​รู้​เรื่อง​ แต่​พอ​ตั้ง​หลัก​ได้ ก็​ยัก​ไหล่​สวน​ว่า​ของ​แบบ​นี้​บังคับใจ​กัน​ไม่ได้

“บังคับใจ​ไม่ได้ แต่​ก็​น่า​จะ​มี​ความ​ละอาย​แก่​ใจ​กัน​บ้าง เ​รน​นึก​ว่า​พี่​ตั้น​คิด​ได้​แล้ว​ซะ​อีก พี่​ตั้น​ทำ​กับ​นาย​แบบ​นี้​ได้​ยัง​ไง​ ลืม​ไป​แล้ว​เหรอ​คะ​ว่า​นาย​เป็น​เพื่อน​พี่ เคย​ช่วยเหลือ​พี่ นาย​กำลัง​อยู่​ใน​ช่วง​ลำบาก พี่​ตั้​นก​ลับ​ตอบแทน​นาย​แบบ​นี้​น่ะ​เหรอ” เ​รน​ใส่​เป็น​ชุด

“หยุด​ทวง​บุญคุณ​แทน​รัชต์​ได้​แล้ว​นะ​เ​รน ถึง​รัชต์​จะ​ให้​เงิน​ผม แต่​ผม​ก็​หา​งาน​ให้​เขา มัน​ก็ได้​ประโยชน์​ด้วย​กัน​ทุก​ฝ่าย จะ​มา​ถือว่า​เป็น​บุญ​เป็น​คุณ​ชดใช้​ไม่​จบ​ไม่​สิ้น​ไม่ได้​ หรอก​นะ แล้ว​การ​ที่​คุณ​พิม​เขา​มี​ใจ​ให้​ผม มัน​ก็​ไม่​ใช่​เรื่อง​ทรยศ​หักหลัง​เหมือน​กัน เรื่อง​ความ​รัก​มัน​บังคับ​จิตใจ​กัน​ไม่ได้​หรอก ของ​แบบ​นี้​ใคร​ดี​ใคร​ได้”

เ​รน​จ้อง​หน้า​ศักยะ​นิ่ง ทั้ง​เสียใจ​และ​ผิดหวัง “เ​รน​ผิด​เอง ที่​ไม่ได้​บอก​นาย​ตั้งแต่​แรก เพราะ​คิด​ว่า​พี่​ตั้น​จะ​คิด​ได้ แต่​ตอน​นี้ นาย​ควร​ที่​จะ​ได้​รู้ความ​จริง​ซะ​ที” เ​รน​ขยับ​จะ​เดิน​หนี

“ไป​เลย ผม​ก็​อยาก​รู้​เหมือน​กันว่า​น้ำหน้า​อย่าง​ไอ้​รัชต์​ ตอน​นี้​มัน​จะ​ทำ​อะไร​ได้”

“เ​รน​ก็​อยาก​รู้​เหมือน​กัน​ว่า​พี่​ใช่​พี่​ตั้น​คน​ที่​เ​รน​เคย​รักเคยรู้จัก​หรือ​เปล่า” เ​รน​น้ำตา​เอ่อ​สะบัด​หน้า​เดิน​หนี

ขณะ​ที่​ศักยะ​รู้สึก​ใจหาย

เ​รน​มา​หา​รัชต์​ที่​บ้าน เข็ม​ทอง​ที่มา​ช่วย​ดูแล​บ้าน​ให้​ระหว่าง​ที่​เจ้าของ​ใหม่​ยัง​ไม่​ย้าย​มา​รีบ​ออก​มา​ฟ้อง​ว่า รัชต์​เก็บตัว​อยู่​แต่​ใน​ห้อง​ไม่​ยอม​ทาน​อะไร​เลย เ​รน​นึก​ห่วง​รีบ​ขึ้น​ไป​ดู​ก็​พบ​รัชต์​นอน​หมด​สติ​อยู่​ที่​พื้น เธอ​รีบ​พา​รัชต์​ไป​โรงพยาบาล แต่รัชต์​ร่างกาย​อ่อนเพลีย​มาก หมอ​จึง​ให้​พัก​อยู่​ที่​โรงพยาบาล​ก่อน

เ​รน​สงสารเจ้า​นาย​จับใจ ทันใดนั้น รัชต์​ที่​หลับ​อยู่​ก็​ละเมอ​เรียก​หา​พิมพ์​พัส​ตรา เ​รน​นึก​เจ็บใจ

ooooooo

พิมพ์​พัส​ตรา​กลับ​จาก​ดิน​เนอร์​กับ​ศักยะ ชาย​หนุ่ม​เอ่ย​ถาม​เธอ​ว่า เมื่อ​ไหร่​จะ​ได้​เข้าไป​กราบ​พ่อ​กับ​แม่​ของ​เธอ​สัก​ที พิมพ์​พัส​ตรา​ใส่​จริต​ต่อ​รอง​ให้​ศักยะ​เปิด​ตัว​บริษัท​เอส​วาย​อย่าง​เป็น​ทางการ​ก่อน พ่อ​กับ​แม่​จะ​ได้​เป็น​ปลื้ม

“ผม​จะ​รีบ​จัดการ​ทุก​อย่าง​ให้​เร็ว​ที่สุด เพื่อ​คุณ​พิ​มนะ​ครับ” ศักยะ​จับ​มือ​พิมพ์​พัส​ตรา

พิมพ์​พัส​ตรา​ยิ้ม​หวาน​ให้​แล้ว​หอม​แก้ม​เป็น​รางวัล แล้ว​เดิน​ลง​จาก​รถ แต่​ต้อง​ชะงัก​เมื่อ​เห็น​เ​รน​ยืน​รอ​อยู่ เ​รน​เข้าไป​ต่อว่า​พิมพ์​พัส​ตรา​กับ​ศักยะ​ที่​หักหลัง​รัชต์ ศักยะ​รีบ​ปกป้อง​พิมพ์​พัส​ตรา​ขอรับ​ผิด​คน​เดียว เ​รน​ขอร้อง​ให้​พิมพ์​พัส​ตรา​ไป​เป็น​กำลังใจ​ให้​รัชต์​ที่​กำลัง​ป่วย​บ้าง แต่​กลับ​โดน​พิมพ์​พัส​ตรา​สวน​ว่า เธอ​โกรธ​แทน​รัชต์​หรือ​พูด​เพื่อ​ตัว​เอง​กัน​แน่​เพราะ​ดู​ออก​ว่าเ​รน​ชอบ​ศักยะ

เ​รน​อึ้ง​ไม่​คิด​ว่า​พิมพ์​พัส​ตรา​จะ​ย้อน​กลับ​แบบ​นี้ในขณะที่​ศักยะ​ก็​ปฏิเสธ

“ไม่​ผิด​หรอก​ค่ะ​พี่​ตั้น เ​รน​เขา​แอบ​ชอบ​พี่​ตั้น​มานานแล้ว พิม​ดู​ออก​ เสียใจ​ด้วย​นะ​เ​รน พี่​ตั้น​เขา​เลือก​ฉัน ก็​ต้องโทษ​ตัว​เธอ​นั่นแหละ​ที่​ขี้ขลาด​เอง” พิมพ์​พัส​ตรา​เดิน​เชิด​ออก​ไป

เ​รน​หน้า​ชา​พูด​อะไร​ไม่​ออก​หัน​มา​มอง​ศักยะ แทน​ที่​เขา​จะ​ช่วย​ปกป้อง​เธอ​กลับ​หนี​ปัญหาด้วย​การ​ขึ้น​รถ​ขับ​หนี​ไป เ​รน​มอง​ตาม​ศักยะ​ด้วย​สายตา​ที่​ทั้ง​ผิดหวัง​เสียใจ​และ​โกรธ​ระคน​กัน

ศักยะ​กลับ​มา​นั่ง​เครียด​คุย​​อยู่​กับ​พราย​อยู่​ใน​ห้อง​พัก เพราะ​ไม่​อยาก​เสีย​เพื่อน​ดีๆอย่าง​เ​รน​ไป

“ลืม​มัน​ไป​เสียเถอะ​ศักยะ ท่าน​กำลัง​จะ​มี​สังคม​ใหม่ เพื่อน​ใหม่ ผู้หญิง​คน​นั้น​จะ​เป็น​เพียง​แค่​อดีต​เท่านั้น” พราย​ยุยง

“เป็น​งั้น​จริง​ก็ดี ฉัน​ก็​อยาก​ให้​อดีต​นี่​มัน​จบ​ไป​เร็วๆแบบ​นี้​มัน​อึดอัด​ยัง​ไง​บอก​ไม่​ถูก” ศักยะ​หลุดปาก​บอก​ออก​ไป แล้ว​ลุก​เดิน​เข้า​ห้อง​นอน

“ท่าน​ต้องการ​จบ​เรื่อง​ผู้หญิง​คน​นั้น​จริงๆเหรอ ท่าน​จะ​ได้​ตาม​ประสงค์” พราย​ยิ้ม​ร้ายๆใน​ปาก​เต็ม​ไป​ด้วย​เลือด ​สี​แดง​ฉาน

ooooooo

วัน​ต่อ​มา​เ​รน​มา​เคลียร์​งาน​ที่​ออฟฟิศ​และ​ได้​พบ​กับ​ศักยะ ทั้ง​สอง​มอง​หน้า​กัน​ด้วย​ท่าที​กระอักกระอ่วน ก่อน​ที่​เ​รน​จะ​เดิน​เลี่ยง​ไป ศักยะ​ถอน​ใจ​มอง​ตาม เ​รน​ หยุด​เดิน​หัน​กลับ​มา​มอง​ศักยะ ใบหน้า​ของ​เธอ​ซีดเผือด​เหมือน​ศพ​คน​ตาย ศักยะ​ตกใจ​ฉุกคิด​ได้​ว่า​เมื่อ​คืน​หลุด ปาก​พูดอะไร​กับ​พราย​ออก​ไป เขา​รีบ​วิ่ง​ตาม​เ​รนไปชั้นบน

เ​รน​ตัว​แข็ง​แวว​ตา​เลื่อนลอย​เดิน​ออกมา​จาก​ห้อง​หนึ่ง​และ​กำลัง​จะ​โดด​ระเบียง​ลง​ไป ศักยะ​วิ่ง​เข้า​มา​ดึง​ตัว​เธอ​ไว้​พร้อม​กับ​ร้อง​ห้าม​พราย​ไม่​ให้​ทำร้าย​เ​รน เงา​สี​ดำ​พุ่ง​ออก​จาก​ร่าง​เ​รน เ​รน​หมด​สติ​อยู่​ในอ้อม​กอด​ศักยะ

“ข้า​ทำ​ตาม​ประสงค์​ของ​ท่าน ท่าน​บอก​กับ​ข้า​เอง​ไม่​ใช่​รึ ว่า​ท่าน​ต้องการ​ให้​จบ​เรื่อง​นาง​คน​นี้” พราย​ต่อว่า

“ฉัน​หมาย​ถึง​ให้​เ​รน​หาย​โกรธ​ฉัน แล้ว​ก็​กลับ​มา​ดี​กับ​ฉัน​เหมือน​เดิม ไม่​ใช่​ให้​แก​ฆ่า​เ​รน”

“ไม่​มี​ทาง ผู้หญิง​คน​นี้​ไม่​มี​ทาง​กลับ​มา​ดี​กับ​ท่าน เขา​รังเกียจ​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​ทำ และ​ถ้า​เขา​รู้ความ​จริง​เรื่อง​ข้า​ เขาจะยิ่ง​ไม่​มี​วัน​ให้อภัย​ท่าน เชื่อ​ข้า​เถิด วิธี​นี้​เป็น​วิธี​เดียว ที่​ท่าน​จะ​ไม่​ต้อง​อึดอัด​ใจ​เวลา​เจอ​กับ​ผู้หญิง​คน​นี้​อีก”

“ไม่ได้ ฉัน​ไม่​ยอม​ให้​เ​รน​ต้อง​ตาย​เพราะ​ฉัน​เป็นต้น​เหตุ​เด็ดขาด”

“ถ้า​งั้น​ท่าน​ต้อง​เอาชีวิต​อื่นมา​แลก​เหมือน​ที่​ท่าน​เคย​ใช้​ไว​แลก​ชีวิต​ของ​รัชต์” พราย​ยื่น​เงื่อนไข

ศักยะ​ตอบ​ตกลง​ทันที

เ​รน​ขอ​ให้​ตา​เลิศ​มา​อยู่​เป็น​เพื่อน​รัชต์​ที่​โรงพยาบาล เพราะ​กลัว​จะ​คิดมาก รัชต์​เกรงใจ

“ไม่​ต้อง​เกรงใจ​หรอก ตา​อยู่​คน​เดียว​ก็​เหงาๆไม่มีอะไร​ ทำ​อยู่​แล้ว นี่​คุณ​รัชต์​จะ​รำคาญ​ตา​รึ​เปล่า” ตา​เลิศ​รีบ​บอก

“อ๋อ ไม่​หรอก​ครับ ผม​กำลัง​เซ็งๆอยู่​เหมือน​กัน มี​คุณ​ตา​อยู่​เป็น​เพื่อน​คุย​ก็ดี​ครับ จะ​ได้​ไม่​เหงา​ด้วย​กัน​ทั้ง​คู่” รัชต์​ยิ้ม​ให้

“ตา​รู้​เรื่อง​ทั้งหมด​แล้ว​นะ ตา​เสียใจ​ด้วย​กับ​ทุกๆ เรื่อง​นะ​คุณ​รัชต์ มัน​เกิด​ขึ้น​ไม่​ให้​ทัน​ตั้งตัว​เลย”

“ครับ ทุก​อย่าง​เกิด​ขึ้น​เร็ว​มาก เร็ว​จน​เหมือนกับผม​ฝัน​ไป​เลย ถ้า​นี่​เป็น​ฝัน​ร้าย ก็​คง​เป็น​ฝัน​ที่​เลว​ร้าย​ที่สุด​ใน​ชีวิต​ของ​ผม​เลย​ครับ​คุณ​ตา” รัชต์​สีหน้า​แวว​ตา​หดหู่

ooooooo

เ​รน​เริ่ม​รู้สึก​ตัว พนักงาน​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​ดู​อาการ​พลาง​เล่า​ว่า เธอ​หมด​สติ​ไป​ศักยะ​จึง​พามา​พัก​ในห้อง เรน​แปลก​ใจ เพราะ​จำ​อะไร​ไม่ได้​เลย เธอ​ถา​มหา​ศักยะ

“ออก​ไป​ตั้ง​นาน​แล้ว​ล่ะ​ค่ะ ถาม​ว่า​ไป​ไหน​ก็​ไม่​ยอม​ตอบ แต่​พี่​ตั้น​แก​หน้าตา​ดุๆน่า​กลัว​มาก​เลย​นะ​คะ ไม่​รู้​ไป​โกรธ​ใคร​มา” พนักงาน​ชัก​ขยาด

ใน​ค่ำ​วัน​นั้น ศักยะ​หลอก​พา​หญิง​ขาย​บริการ​มา​ให้​พราย​ที่​ซอย​เปลี่ยว​ชานเมือง พราย​ตรง​เข้า​จัดการ​กับ​เหยื่อทันที ศักยะ​ร้อง​เตือน “ทำลาย​หลักฐาน​ให้​ดี อย่า​ให้​ฉัน​ซวย​ล่ะ”

“ท่าน​ไม่​ต้อง​ห่วง​ไป​หรอก เรา​จะ​ทำ​เหมือน​ที่​แล้วๆมา เรา​จะ​สิง​ร่าง​นัง​คน​นี้​แล้ว​ให้​มัน​ฆ่า​ตัว​ตาย​ต่อหน้า​คน​มากๆ จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​สงสัย​ท่าน” พราย​ยิ้ม​ร้าย​แล้ว​เข้า​สิง​ร่าง​หญิง​สาว​เดิน​จาก​ไป ศักยะ​รีบ​ถอย​รถ​หนี

เ​รน​มา​เยี่ยม​รัชต์​ที่​โรงพยาบาล​และ​จะ​รับ​คุณ​ตากลับ​บ้าน​ด้วย แต่​เธอ​ต้อง​อึ้ง​เมื่อ​เห็น​พนัก​งาน​นับ​สิบ​เข้า​มา​ขอลาออก​กับ​รัชต์​เพื่อ​ไป​ทำ​งาน​กับ​บริษัท​เอส​วาย​เรียลเอสเตท

“นาย​อย่า​โกรธ​เลย​นะ​ครับ พวก​เรา​แต่ละ​คน​ก็​มี​ภาระ​กัน​ทั้งนั้น พอ​มี​ข้อ​เสนอ​ที่​ดี ที่มั่น​คง​กว่า พวก​เรา​ก็​จำเป็น​ต้อง​ไป​ครับ” ตัวแทน​พนัก​งาน​ยกมือ​ไหว้​ขอโทษ​รัชต์



เ​รน​โมโห​ตรง​เข้า​ต่อว่า​พวก​พนักงาน ตา​เลิศ​จึง​ปราม​หลาน​สาว ส่วน​รัชต์​ไม่​โกรธ​พนักงาน​แถม​รับปาก​ว่า​จะ​รีบ​จัดการ​เรื่อง​เงินเดือน​เดือน​สุดท้าย​ให้​กับ​ทุก​คน พนักงาน​ดีใจ​รีบ​ยกมือ​ไหว้​ลา​รัชต์แล้ว​พา​กัน​เดิน​ออก​ไป ​รัชต์​ฝืน​ยิ้ม​ทั้งที่​น้ำตา​ตกใน ตา​เลิศ​เข้า​มา​ให้​กำลังใจ ทำให้​เ​รน​น้ำตา​คลอ​เพราะ​สงสาร

รัชต์​นำ​แหวนหมั้น​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​เอา​มา​คืนให้​เ​รน​ไป​ขาย เพื่อ​นำ​เงิน​มา​จ่าย​เงินเดือน​ให้​พนักงาน​ตาม​สัญญา เรนมอง​รัชต์​ด้วย​ความ​สงสาร​จับใจ ​เอ่ย​ว่าถ้า​มี​อะไร​อยาก​ขายอีก​ก็​บอก เธอ​จะ​จัดการ​ให้​เอง เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​รัชต์​ตกเป็นขี้ปาก​คน​อื่น

“ขอบใจ​มาก​นะ ถึง​ผม​จะ​ตกต่ำ​แค่​ไหน แต่​ยัง​มี​เพื่อน​อย่าง​เ​รน อย่าง​ตั้​นอ​ยู่ ชีวิต​ผม​มัน​ก็​ยัง​ไม่ได้​เลว​ร้าย​ไปซะทั้งหมด” รัชต์​ทิ้ง​ตัว​ลง​นั่ง​อย่าง​หมด​แรง

เ​รน​ได้ยิน​ชื่อ​ศักยะ​ก็​แค้น แต่​ไม่​กล้า​บอก​เรื่อง​พิมพ์​พัส​ตรา​กับ​ศักยะ เพราะ​กลัว​ว่า​รัชต์​จะ​สะเทือนใจ​มาก​ไปกว่านี้ เธอ​รีบ​นำ​แหวน​ไป​ขาย​แล้ว​นำ​เงิน​มา​ให้​รัชต์​ไป​จ่าย​พนักงาน​ที่​บริษัท

ศักยะ​เดิน​เข้า​มา​หา​รัชต์​บอก​ว่า​มี​เรื่อง​จะ​คุย​ด้วย รัชต์​เดิน​นำ​ศักยะ​เข้าไป​ใน​ห้อง แล้ว​หัน​มา​สั่ง​เ​รน​ให้​ชง​กาแฟไป​ให้​ด้วย

เ​รน​เลี่ยง​ไป​ชง​กาแฟ เข็ม​ทอง​ตาม​มา​คุย​ด้วย เธอยืนยัน​ว่า​จะ​อยู่​ช่วย​งาน​รัชต์​ต่อ เพราะ​รัชต์​มี​บุญคุณ​กับ​ไว​มาก เรน​ยิ้ม​ชื่นชม​ความ​มี​น้ำใจ​ของ​เข็ม​ทอง เข็ม​ทอง​เปรยต่อว่า บ้าน​หลัง​นี้​น่า​กลัว​เธอ​ไม่​อยาก​อยู่​นาน​นัก

เ​รน​อมยิ้ม​ขอตัวเอา​กาแฟ​ไป​ให้​รัชต์ เป็น​เวลาเดียว​กับ​ที่​ศักยะ​บอก​รัชต์​ว่าเขาคือเจ้าของ​บริษัท​เอส​วาย​เรียลเอสเตท เ​รน​ยืน​อึ้ง​ตกใจ​ไม่​ต่าง​ไป​จาก​รัชต์ ศักยะ​เรียก​เรนเข้ามาฟังความจริง เขา​บอก​ทั้ง​คู่​ว่านำ​ผล​กำไร​จาก​การ​เล่น​หุ้น​มา​ซื้อ​หุ้นบริษัท​ของ​พ่อ​รัชต์​ไว้

รัชต์​เจ็บ​ช้ำ​เพราะ​คิด​ไม่​ถึง ศักยะ​ยิ้ม​เย้ย​เอ่ย​ว่า “ก็เพราะ​เป็น​บริษัท​ฉัน​เอง​ไง ฉัน​ถึง​ช่วยเหลือ​เพื่อน​ยอม​เจรจา​ขอ​ซื้อ​กิจการ​บริษัท​พ่อ​แก ทั้งที่​มัน​กำลัง​แย่ ฉัน​ช่วย​ปลด​หนี้​ให้​ครอบครัว​แก​จน​หมด​แท้ๆ แก​ควร​จะ​ขอบใจ​ฉัน​มาก​กว่า​นะ​ไอ้​รัชต์ ที่​ฉัน​มา​บอก​ก็​เพราะเห็นว่า​แก​กำลัง​ลำบาก เลย​อยาก​จะ​ชวน​ไป​ทำ​งาน​ด้วย​กัน ว่า​ไง​ล่ะ ฉัน​ให้​แก​เดือน​ละ​แสน ค่าน้ำมันรถ​ตะหาก รับรอง​ว่า​ไม่​มี​ใครจ่าย​ให้​แก​ขนาด​นี้​แน่ แก​ไม่​ต้อง​เกรงใจ​เลย​นะ​รัชต์ ฉัน​ไม่​อึดอัด​ใจ​หรอก​ที่​ต้อง​มี​แก​เป็น​ลูกน้อง”

“พอได้​แล้ว​นะ​พี่​ตั้น พี่​ตั้น​ทำ​กับ​นาย​ยัง​งี้​ก็​ไม่​ต่าง​กับ​เหยียบ​ซ้ำ เ​รน​ไม่​คิด​เลย​ว่า​พี่ตั้น​จะ​เป็น​คน​ทุเรศ​แบบ​นี้​ไป​ได้” เ​รน​ทน​ไม่​ไหว

“อย่า​มา​อวดดี​หน่อย​เลย​เ​รน นาที​นี้​ใคร​มี​งาน​ทำ​ก็​ถือว่า​โชค​ดีแล้ว จะ​มา​เล่นตัวอะไรอีก แล้ว​ที่​บริษัท​นี้​มัน​อยู่​ได้​ก็​เพราะผม​หา​งาน​ให้​ตลอด ไม่​มี​ผม​ซัก​คน​บริษัท​นี้​จะ​อยู่​ไป​ได้ซักกี่น้ำ”

“บริษัท​นี้​ตั้ง​มา​ก่อน​ที่​พี่​ตั้น​จะ​มา​เป็น​เซลส์​ที่​นี่​ซะ​อีก ก็​ให้​มัน​รู้​ไป​ว่า​มัน​จะ​ไป​ไม่​รอด ถ้า​ไม่​มี​พี่​ตั้น”

“เ​รน พอ​เถอะ” รัชต์​หัน​มา​ปราม แล้ว​ตั้ง​สติ​เดิน​เข้าไป​แสดง​ความ​ยินดี​กับ​ศักยะ “ยินดี​ด้วย​นะ​ตั้น ธุรกิจ​มัน​ไม่​แน่นอน แก​รุ่ง​ขึ้น​มา​ได้​ถึง​ขนาด​นี้​ฉัน​ก็​ยินดี​ด้วย ส่วนเรื่องงาน ฉัน​เอง​ก็​มีบริษัท​นี้​เหลือ​อยู่ คง​ประคอง​ตัว​ไป​ได้​ไม่​รบกวน​แก​หรอก แต่ยัง​ไงก็​ขอบใจ​แก​มาก​นะ​สำหรับ​น้ำใจ”

“ไม่​เป็นไร ถ้า​แก​จะ​ดันทุรัง​ทำ​ต่อ ฉัน​อนุญาต​ให้​แก​ใช้​ที่​นี่​เป็น​ออฟฟิศ​ได้​สอง​เดือน​โดย​ไม่​เอา​ค่า​เช่า ขอ​ให้​โชค​ดีนะ​เพื่อน” ศักยะ​ยื่นมือ​ให้ รัชต์​จะ​ยื่นมือ​ไป​จับ​มือ​กับ​ศักยะเป็น​ครั้ง​สุดท้าย​สำหรับ​ความ​เป็น​เพื่อน

“ไป​เถอะ​ค่ะ​นาย ป่านนี้​คุณ​ตา​รอ​ทาน​ข้าว หิว​แย่​แล้ว” เ​รน​รีบ​ดึง​มือ​รัชต์​เดิน​ออก​ไปจากห้อง

ศักยะ​มอง​ตาม​รู้สึก​เหมือน​เสีย​ครอบครัว​ที่​อบอุ่น​ของ​ตัว​เอง​ไป

ooooooo

เ​รน​พา​รัชต์​กลับ​มา​บ้าน เล่า​เรื่องราว​ที่​เกิด​ขึ้น​ให้​ตา​เลิศ​ฟัง ตา​เลิศ​เห็นใจ​จึง​ชวน​รัชต์​มา​อยู่​ด้วย​กัน​และ​แบ่ง​พื้นที่​ใน​บ้าน​ให้​ทำ​เป็น​ออฟฟิศ​ไป​พลางๆก่อน ทำให้​รัชต์​ซาบซึ้ง​ใจ และ​ขอ​ให้​เ​รน​มี​หุ้น​คน​ละ​ครึ่ง​ใน​บริษัท เพื่อ​เป็น​การ​ตอบแทน ตา​เลิศ​ยอม​ตกลง

รัชต์​ขอตัว​ไป​เดิน​ดู​รอบๆบ้าน​เพื่อหา​มุม​เหมาะๆทำ​ออฟฟิศ เ​รน​มอง​ตาม​แล้ว​หัน​มา​เปรย​กับ​คุณ​ตา​ว่าต้อง​มี​บริษัท​คู่แข่ง​เป็น​แบ็กอัพ​ให้​ศักยะ​เล่น​งาน​รัชต์​แน่ๆ ตา​เลิศ​มี​สีหน้า​ขรึม​ลง เพราะ​รู้​ดี​ว่า​คน​ที่​ช่วย​ศักยะ​เป็น​ใคร

เมื่อ​พราย​บันดาล​ให้​ศักยะ​ได้​ใน​ทุก​สิ่ง​ที่​ต้องการ​แล้ว มัน​ก็​กลับ​มา​ทวง​สัญญา แต่ครั้งนี้​มัน​ต้องการ​ให้​ศักยะ​พา​เหยื่อ​ไป​บ้าน​ของ​ชัด​แล้ว​มัน​จะ​มา​รับ​วิญญาณ​ของ​นาง​ไป​เอง ศักยะ​ร้อนตัว กลัว​มี​คน​เห็น แต่​พราย​ยืนยัน​ว่าทุก​อย่าง​จะ​เรียบร้อย

“ก็ได้ๆ ไว้​หลัง​งาน​แต่ง​ของ​ฉัน​กับ​คุณ​พิมแล้ว​ฉัน​จะ​จัดการ​ให้” ศักยะ​รับปาก

“ได้ หลัง​งาน​แต่ง​ของ​ท่าน วัน​เสาร์​แรม​สิบ​ห้า​ค่ำ ท่าน​จง​พา​นาง​ที่​ท่าน​เลือกไปให้เรา” พราย​แสยะ​ยิ้ม

วัน​ต่อ​มา รัชต์​ขับ​รถ​เข้า​มา​จอด​ที่​หน้า​บ้าน​เ​รน โดย​มี​ตา​เลิศ​ออก​มา​ต้อนรับ​และ​อาสา​ช่วย​ขน​ของ​เพราะ​รัชต์​จะ​ย้าย​มา​อยู่​ด้วย แต่​พอ​รัชต์​เปิด​ท้าย​รถ​คุณ​ตา​ก็​ตกใจ​เพราะ​มี​ของ​น้อยมาก รัชต์​อมยิ้ม​อธิบาย​ว่า

“คน​เดียว​จะ​ใช้​อะไร​นักหนา​ครับ​คุณ​ตา พอ​ผม​ลอง​คัดๆดู ก็​เลย​รู้​ว่า​ผม​มี​ของ​ที่​จำเป็น​ต้อง​ใช้​จริงๆอยู่​ไม่​กี่​อย่าง​เอง ที่​เหลือ​มัน​เป็น​ของ​ฟุ่มเฟือย​ทั้งนั้น”

“คุณ​รัชต์​คิด​ได้​ยัง​งี้​ก็ดี​แล้ว​ล่ะ​ครับ ตอน​นี้​คุณ​ก็​เหมือน​คน​ที่​หกล้ม​แล้ว​พยายาม​จะ​ลุก อะไร​ที่​มัน​เกิน​จำเป็น มัน​ก็​ถ่วง​ให้​คุณ​ลุ​กขึ้น​ได้​ช้า ถ้า​ตัด​มัน​ออก​ไป​ได้​มาก​เท่า​ไหร่ ก็​จะ​ทำให้​คุณ​ลุก​ได้​เร็ว​ขึ้น​เท่านั้น”

“ครับ​คุณ​ตา ผม​จะ​จำ​ไว้​ครับ”  รัชต์​ยิ้ม​รับ แล้ว​ขน​ของ​เข้าไป​เก็บ​ใน​ห้อง​พัก ก็พบเรนกำลัง​แต่ง​ห้อง​ให้​อยู่​ ทั้ง​สอง​พูด​ให้​กำลังใจ​กันและกัน ความรู้สึก​ดีๆเริ่ม​ก่อตัว​ขึ้น

หนึ่ง​เดือน​ผ่าน​ไป ข่าว​งาน​วิวาห์​ระหว่าง​ศักยะ​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ดัง​ไป​ทั่ว​เมือง ผู้คน​ใน​แวดวง​ไฮโซ​ไป​ร่วม​งาน​กัน​อย่าง​คับคั่ง งาน​นี้​ศักยะ​มอบ​นาฬิกา​ฝัง​เพชร​ราคา​แปด​สิบล้านบาท เป็น​ของขวัญ​แต่งงาน

ooooooo

เข็ม​ทอง​ที่​ยัง​คง​เฝ้า​ของ​รัชต์​เห็น​ข่าว​งาน​วิวาห์​ของ​ศักยะ​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ใน​หนังสือ​พิมพ์​ก็​ยิ่ง​แค้น​หัน​มา​บ่น​กับ​เ​รน​ที่มา​อยู่​เป็น​เพื่อน “ทุเรศ​ที่สุด ผู้หญิง​หลาย​ใจ”

“ช่าง​เขา​เถอะ​เข็ม อย่า​ไป​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​เขา​เลย ต่อ​ไป​ก็​คง​ไม่​มี​โอกาส​ได้​เจอ​กัน​อีก​แล้วล่ะ​แล้ว​นี่​เมื่อ​ไหร่​เจ้าของ​บ้าน​ใหม่​เขา​จะ​ย้าย​มา​อยู่​ล่ะ เข็ม​จะ​ได้​ไป​ช่วย​พี่​เก็บ​ของ​ที่​ออฟฟิศ​ซะ​ที” เ​รน​เปลี่ยน​เรื่อง

“ไม่​รู้​เหมือน​กัน​ค่ะ นี่​ก็​แปลก​นะ​คะ ซื้อ​บ้าน​ตั้ง​นาน​แล้ว​ไม่​ยอม​ย้าย​เข้า​มา​อยู่ ปล่อย​ให้​หนู​มา​นั่ง​เฝ้า​อยู่​ได้​ทุก​วัน” เข็ม​ทอง​บ่น​ต่อ เสียง​รถ​หลาย​คัน​กำลัง​เลี้ยว​เข้า​มา​ใน​บ้าน

“สงสัย​เจ้าของ​ใหม่​จะ​มา​แล้ว​มั้ง” เ​รน​ชวน​เข็ม​ทอ​งออก​ไป​ดู แล้ว​สอง​สาว​ก็​ยืน​ตะลึง​เมื่อ​เห็น​ศักยะ​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ลง​มา​จาก​รถ​แล้ว​ศักยะ​ก็​บอก​กับ​ทั้ง​คู่​ว่าเขา​คือ​เจ้าของ​บ้าน​คน​ใหม่

“นี่​พี่​ตั้น​เป็น​คน​ซื้อ​บ้าน​นาย​ไป​เอง​เห​รอ” เ​รน​ไม่​อยาก​เชื่อ

“ใช่ ผม​ชอบ​บ้าน​หลัง​นี้​มา​ตั้ง​นาน​แล้ว โดยเฉพาะ​บ้าน​หลัง​เล็กๆของ​ไอ้​รัชต์ มัน​เหมาะ​ใช้​เป็น​ห้อง​เก็บ​ของ​ที่สุด” ศักยะ​จงใจ​ตอก​ย้ำ

“ขึ้น​ไป​ดู​ห้องน้ำ​บน​ก่อน​เถอะ​ค่ะ พิ​มอ​ยาก​ทุบ​ทำ​ใหม่” พิมพ์​พัส​ตรา​เข้า​มา​ควงแขน​พา​ศักยะ​ออก​ไป

เ​รน​พยายาม​สงบ​สติ​อารมณ์ แต่​เข็ม​ทอง​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​เกลียด​ชัง​เต็ม​เปี่ยม

ooooooo

เ​รน​หน้า​หงิก​กลับ​มา​บอก​เล่า​เหตุการณ์​ให้​ตา​เลิศ​ฟัง ตา​เลิศ​ถอน​ใจ​คิด​ไม่​ถึง​ว่า​ศักยะ​จะ​ถลำ​ลึก​ไป​ได้​ถึง​ขนาด​นี้ แล้ว​ชาย​ชรา​ก็​นึก​ขึ้น​ได้​ถาม​ถึง​รัชต์​ว่ารู้​เรื่อง​หรือ​ยัง เ​รน​ฉุกคิด​รีบ​เก็บ​หนังสือพิมพ์​ไม่​อยาก​ให้​รัชต์​เห็น​ข่าว แต่​ช้า​เกินไป​เพราะ​รัชต์​กลับ​มา​จาก​ข้าง​นอก​พอดี และ​เขา​ก็​รู้​เรื่อง​หมด​แล้ว

“มัน​ก็​เสีย​ความรู้สึก​นะ แต่​ทำ​ไง​ได้​ล่ะ สอง​คน​นี่​แต่ง​กัน​ปุบปับ​มาก​เลย​นะ แสดง​ว่า​ต้อง​แอบ​คบ​กัน​หลัง​ผม​มา​ได้​ซัก​ระยะ​แล้ว​ล่ะ” รัชต์​มอง​หน้า​เ​รน​คล้าย​จะ​ถาม​ว่า เธอ​รู้​มา​นาน​แล้ว​ใช่ไหม

“นาย​อย่า​ไป​ใส่ใจ​คน​พวก​นั้น​เลย​ค่ะ เสีย​สุขภาพ​จิต​เปล่าๆ” เ​รน​รีบ​หลบตา

“ผม​แข็ง​แรง​แล้ว​ล่ะ​เ​รน ตอน​นี้​มัน​หมด​เวลา​ฟูมฟาย​แล้ว ผม​หา​งาน​ชิ้น​แรก​ให้​บริษัท​เรา​ได้​แล้ว​นะ” รัชต์​หยิบ​งาน​มา​เปิด​โชว์

เ​รน​รีบ​เข้าไป​ฟัง​รัชต์​อธิบาย​งาน​ทันที ตา​เลิศ​มอง​รัชต์​แล้ว​ยิ้ม​อย่าง​ชื่นชม​ที่​เข้มแข็ง​ไม่​ย่อท้อ

ขณะ​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​ออก​มา​นั่ง​คุม​คน​รับ​ใช้​จัด​ห้อง​นั่งเล่น​ใหม่​ตาม​ที่​ตน​ต้องการ เธอ​เหลือบ​ไป​เห็น​เข็ม​ทอง​กำลัง​จะ​กลับ​ก็​แกล้ง​ใช้​ให้​ไป​หา​น้ำ​มา​ให้​ดื่ม แต่​เข็ม​ทอง​ไม่​ทำให้ อ้าง​ว่า​เธอ​ไม่​ใช่​คนใช้​ของ​พิมพ์​พัส​ตรา ศักยะ​เดินมา​ได้ยิน​พอดี จึง​เข้า​ต่อว่า​เข็ม​ทอง “เธอ​อย่า​มา​ทำตัว​กระด้างกระเดื่อง​หน่อย​เลย เมื่อ​ก่อน​เวลา​คุณ​พิม​สั่ง ฉัน​เห็น​กระดิก​หาง​มา​รับ​ใช้​แทบ​ไม่ทัน”


“เหมือนกับ​ที่​พี่​ตั้น​เคย​กระดิก​หาง​รับ​ใช้​คุณ​รัชต์​ใช่​ไหม​คะ” เข็ม​ทอง​สวน

“พูดจา​ระวัง​ปาก​หน่อย​นะ แก​ออก​ไป​จาก​บ้าน​ฉัน​เดี๋ยวนี้​เลย” ศักยะ​โกรธ

“เข็มก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก อย่านึกว่าเข็มจะลืมเรื่องพี่ไวนะ แมสเสจของพี่ไวเข็มยังเก็บไว้ ถ้ามีหลักฐานว่าคุณเกี่ยวข้องกับการตายของพี่ไว เข็มจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

เข็มทองขู่เสร็จก็สะบัดหน้าจากไปศักยะตาวาวเดินเลี่ยงไปหน้าประตูระเบียง พลางพึมพำ“พราย ฉันเลือกคนให้แกได้แล้ว”

ด้านแม้นฤกษ์ เมื่อรู้ข่าวศักยะจะแต่งงานกับพิมพ์พัสตราจากเพื่อนๆก็เข้ามาพูดใส่ไฟกับพิไล เพราะหวังจะตามพิไลกลับเมืองไทยเพื่อผลาญเงินลูกเลี้ยงที่กำลังร่ำรวย พิไลหลงกลโทร.มาตัดพ้อศักยะที่แต่งงาน แต่ไม่ยอมบอกเธอสักคำ ศักยะรู้สึกผิดรีบรับปากจะส่งตั๋วเครื่องบินชั้น เฟิร์สคลาสไปให้แม่ พิไลขอให้แม้นฤกษ์ด้วยศักยะได้ยินชื่อพ่อเลี้ยงก็ของขึ้นเสียงดังใส่ พิมพ์พัสตราได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินเข้ามาถามว่าศักยะคุยกับใคร

พิไลได้ยินเสียงลูกสะใภ้ก็จะขอคุยด้วยแต่พิมพ์พัสตราอ้างว่าจัดบ้านค้างอยู่ แล้วเดินหนี

“ดีเหลือเกินนะเมียแก แม่ผัวโทร.มาทั้งทียังไม่ยอมคุยด้วย ก็ได้ งั้นฉันจะไปดูหน้าให้ถึงบ้านเลย”พิไลกระแทกหู โทรศัพท์เสียงดังลั่น ศักยะได้แต่ถอนใจ

ooooooo

เข็มทองขอร้องให้ตาเลิศมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะต้องเข้ามาเก็บของที่บ้านชัด ตาเลิศเห็นท่าทาง

หวาดกลัวของเข็มทองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วศักยะก็เข้ามาถามหากุญแจบ้านกับเข็มทองอ้างว่า วันเสาร์นี้จะมีคนมาดูบ้าน จึงจะให้เข็มทองมา

ช่วยเปิดบ้านให้ เข็มทองรีบปฏิเสธพร้อมคืนกุญแจทั้งหมดให้

“เธออย่าเรื่องมากน่ะเข็มทอง ฉันอุตส่าห์ให้รัชต์ใช้ที่นี่ฟรีๆตั้งสองเดือน วานแค่เปิดบ้านแค่นี้ไม่ได้รึไง รึว่าจะต้องให้ฉันใช้รัชต์กับเรนมาช่วยทำให้”ศักยะขู่

เข็มทองไม่อยากให้รัชต์กับเรนลำบากจึงจำใจรับปาก ศักยะยิ้มพอใจเพราะเป็นไปตามแผน

“ว่าไงตั้น พักหลังนี่ไม่ได้เจอกันเลยนะ”ตาเลิศเข้ามาทักแล้วชวนศักยะไปคุยกันในห้องพระ เพื่อเตือนให้ศักยะเลิกยุ่งกับพรายเพราะมันทำลายศักยะกับคนอื่นๆมามากแล้ว

“ชีวิตผมน่ะเหรอครับถูกทำลาย ผมว่าชีวิตผมดีกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ คุณตาเข้าข้างรัชต์มันมากกว่า เห็นว่าให้ยืมบ้านเปิดเป็นบริษัทเลยไม่ใช่เหรอครับ”ศักยะยิ้มเยาะ

“ก็เพราะว่าตั้นไปทำลายเพื่อนจนหมดเนื้อหมดตัว ตาสงสารถึงต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือรัชต์ ถ้าตาเดาไม่ผิด ตั้นชอบแฟนของรัชต์ ก็เลยขอให้เจ้าพรายเนรมิตความร่ำรวยให้ตั้น เพื่อจะได้ทัดเทียมกับรัชต์ใช่ไหม ไม่น่าเชื่อว่าตั้นจะทนเห็นชีวิตเพื่อนรักล่มจมได้ต่อหน้าต่อตา เพื่อให้ได้แค่ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นของตัวเอง ตั้นกำลังเล่นกับอสูรร้าย มันอันตรายมากรู้ไหม”

“ในเมื่อคุณตารู้ว่าเป็นอันตรายก็อย่ามายุ่งเรื่องนี้เลยครับ ถ้าไม่มีใครขวางทางผม ผมรับรองว่าทุกคนจะปลอดภัย” ศักยะเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจตาเลิศอีก

ตาเลิศมองตาม ได้แต่ถอนใจส่ายหน้า หมดปัญญาจะช่วยเหลือศักยะแล้ว

ooooooo

พิมพ์พัสตราจัดปาร์ตี้ริมสระน้ำที่บ้านรัชต์และลากศักยะออกมาร่วมงานด้วย แต่เธอเห็นว่าเสื้อผ้าของเขายังไม่เข้าคอนเซ็ปต์ของงาน จึงไล่ให้ไปเปลี่ยน ศักยะยอมตามใจเดินกลับเข้าบ้านเพื่อเปลี่ยนชุด แต่เมื่อมาถึงหน้าบันได เขาก็เห็นร่างพ่อรัชต์นอนตายคาบันไดหัวทิ่มลงมา เบิกตามองอยู่ ศักยะตกใจสุดขีดพลัดตกบันไดศีรษะกระแทกเข้ากับกำแพงเลือดอาบ สภาพไม่ต่างจากพ่อรัชต์ตอนถูกพรายผลักตกบันไดแม้แต่น้อย

ศักยะถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากหมอตรวจอาการและทำแผลเสร็จแล้ว ก็ให้กลับมาพักที่บ้าน พิมพ์พัสตราเข้ามาดูแล้วสั่งให้ศักยะนอนพักเพราะเธอจะไปปาร์ตี้ที่เขาใหญ่ต่อ ศักยะไม่พอใจต่อว่าพิมพ์พัสตรา ทำให้พิมพ์พัสตรางอนสะบัดหน้าเดินออกจากห้อง ศักยะเมื่ออยู่คนเดียวก็นึกกลัวเรียกหาพราย

“เราอยู่รอบๆท่านเสมอศักยะ”

“แกอยู่กับฉันแล้วทำไมไม่ช่วยฉันล่ะ ปล่อยให้ผีพ่อไอ้รัชต์มาหลอกฉันได้ยังไง”

“ข้าไม่ได้ฆ่าพ่อมัน ข้าแค่ทำให้มันเป็นอัมพาต แต่มันตายของมันเองในบ้านหลังนี้ วิญญาณของมันเลยไม่อยู่ในการควบคุมของข้า แต่ท่านไม่ต้องกลัว ข้าสัญญา ว่าจะไม่ให้มันมารังควาญท่านได้อีก”

“ดี แกต้องอยู่กับฉันตลอดเวลาเข้าใจมั้ย ห้ามไปไหนเด็ดขาดถ้าฉันไม่ได้สั่ง”

“ได้สิ ข้าจะเป็นเงาตามตัวของท่าน ท่านกับข้า จะเป็นหนึ่งเดียวกัน” พรายรับคำ

ศักยะยิ้มได้แต่ไม่รู้ตัวเลยว่า ตกหลุมพรางของพรายเข้าแล้ว

ooooooo

เช้าวันเสาร์ตาเลิศเข้ามาบอกกับเรนว่า จะออกไปอยู่เป็นเพื่อนเข็มทองที่บ้านชัด เพราะจะมีคนมาดูบ้าน  เรนอาสาไปส่งให้เอง แต่คุณตาไม่ยอม แกเดินออกมารอรถแท็กซี่เจ้าประจำที่นัดกันไว้ พรายร้ายได้โอกาสสิงร่างคนขับมอเตอร์ไซค์พุ่งชนคุณตาเพื่อขัดขวางไม่ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเข็มทอง

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน คุณตาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่สามารถไปหาเข็มทองได้ แต่ท่านก็โทร.เตือนให้เข็มทองระวังตัวและห้อยพระที่ให้ไว้ติดตัวไปด้วย เข็มทองรีบรับปาก

ศักยะเตรียมจะออกไปจัดการกับเข็มทองที่บ้านคุณปู่ แต่เห็นพิมพ์พัสตรานั่งหน้าบึ้งอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถงก็เข้ามาง้อและมอบบัตรเสริมใบใหม่ให้แทนคำขอโทษ พิมพ์พัสตรายิ้มได้รีบคว้าบัตรออกไปช็อปปิ้งทันที ศักยะมองตาม

พิมพ์พัสตราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นว่าใกล้เวลาแล้วจึงรีบออกไป

ด้านเข็มทองที่รออยู่จนเย็นไม่เห็นมีใครมาดูบ้านก็เตรียมจะกลับ แต่ศักยะมาถึงพอดี เขาสั่งให้เข็มทองไปเปิดห้องเก็บของเพราะจะเข้าไปเอาของในนั้น เข็มทองมองศักยะอย่างระแวงแล้วยื่นพวงกุญแจให้

“คุณไปเปิดเองละกัน”

“เธอนั่นแหละไป เธอเป็นคนเก็บข้าวของให้รัชต์ไม่ใช่เหรอ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเธอเอาของของฉันไปไว้ไหนบ้าง เร็วๆน่ะ ฉันรีบ เธอเองก็อยากกลับบ้านเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” ศักยะเร่ง

เข็มทองเห็นว่าหยิบของเสร็จจะได้กลับบ้าน ก็รีบเดินนำศักยะไปห้องเก็บของทันที ศักยะมองตามด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม และเมื่อเข็มทองไขกุญแจเปิดประตูห้องเก็บของออกแล้ว เธอก็เอ่ยถามศักยะว่า จะเอาอะไร

ศักยะไม่ตอบแต่ใช้ท่อนไม้ในมือฟาดเข้าที่หัวเข็มทองจากทางด้านหลัง ร่างเข็มทองนอนแน่นิ่ง ศักยะโยนไม้ทิ้งร้องเรียกพรายให้มาจัดการต่อ

พรายยื่นมือยาวที่เต็มไปด้วยขนรกรุงรังไปที่ศพของเข็มทอง แต่ทันใดนั้น ก็มีแสงสว่างพุ่งขึ้นรอบตัวของเข็มทอง พรายหดมือร้องด้วยความปวดแสบปวดร้อน สั่งให้ศักยะเอาสร้อยที่คอเข็มทองออก

ศักยะเข้าไปพลิกตัวเข็มทอง เพื่อจะดึงเอาสร้อยออก จึงเห็นเข็มทองหน้าแตก เพราะกระแทกเข้ากับกล่องเหล็กที่ศีรษะมีเลือดไหลเป็นทางยาวก็ตกใจ คิดไม่ถึงว่าจะพลั้งมือฆ่าคนตาย

“บ้าเอ๊ย กะจะตีให้สลบ ไม่น่าหนักมือเลย แล้วฉันจะทำยังไงล่ะทีเนี้ย” ศักยะกลัวความผิด

“ก็แค่เอาไปทิ้ง ไม่เห็นจะยาก เชื่อข้าเถอะ เอามันไปทิ้งซะ ใครถาม บอกไม่รู้ไม่เห็นก็สิ้นเรื่อง” พรายแนะนำ ศักยะหวาดกลัวไม่คิดว่าเรื่องจะยุ่งยาก

ในระหว่างที่ศักยะนำถุงดำใส่ศพของเข็มทองมาใส่ท้ายรถ ลูกฟุตบอลลอยมาตกลงกลางท้ายรถพอดิบพอดี ศักยะตกใจโดดตัวลอย เด็กวัยรุ่นสองคนเข้ามาเกาะรั้วขอโทษและขอให้ศักยะช่วยเก็บบอลให้ที ศักยะเหงื่อแตกเต็มหน้ารีบเดินไปหยิบลูกบอลโยนออกไป แล้วรีบขึ้นรถขับออกไปจากบ้าน

ooooooo

ตาเลิศโทร.หาเข็มทองตั้งเย็นจนถึงค่ำ แต่ติดต่อไม่ได้จึงเข้ามาปรึกษากับรัชต์ รัชต์โทร.ขอความ ช่วยเหลือจากลูกน้องเก่าของพ่อและเช้าวันถัดมา รัชต์ก็ได้รับข่าวร้าย ว่ามีคนพบศพเข็มทองอยู่ใส่ถุงดำถูกนำไปทิ้งไว้แถวปทุมธานี และจะมีตำรวจมารับตัว คุณตาไปสอบปากคำ เพราะมือถือของเข็มทอง มีเบอร์คุณตาโทร.เข้าเป็นเบอร์สุดท้าย

ตาเลิศตามตำรวจมาที่โรงพัก แกให้การตามความจริงทุกอย่าง ตำรวจไม่สงสัยอะไรอีกจึงปล่อยตัวกลับไป แล้วเรียกศักยะมาสอบปากคำต่อ เพราะสงสัยว่าคนที่จะมาดูบ้านเป็นใคร แถมยังมีคนเห็นว่าศักยะแวะไปที่บ้านในตอนเย็นอีกด้วย

ศักยะกลัวความผิดร้องขอให้พรายช่วยตนด้วย

“ท่านกลัวเกินไปแล้วศักยะ ไม่มีพยานหลักฐานสาวถึงตัวท่าน แล้วท่านจะติดคุกได้ยังไง”

“แกไม่รู้อะไร เดี๋ยวนี้วิทยาการมันก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เกิดมีรอยนิ้วมือฉันติดอยู่ที่ห้องเก็บของ ฉันไม่ต้องติดคุกหัวโตเหรอ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำลายหลักฐานทิ้งซะซิ  รับรองไม่มีใครทำอะไรท่านได้แน่”

“แต่หลักฐานที่แกจะทำลายทิ้ง มันบ้านปู่ฉันนะ”  ศักยะลังเล

“บ้านเก่าๆท่านจะสนใจไปทำไม ทำลายตัวบ้านแต่ที่ดินก็ยังอยู่ ท่านปลูกใหม่ให้สวยกว่าเดิมซักสิบเท่าก็ยังได้” พรายหลอกล่อ

“เออๆ แกจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าให้สาวมาถึงตัวฉันได้ก็แล้วกัน” ศักยะยอมตกลง เพราะกลัวความผิด

“พี่ตั้นคุยกับใครคะ เสียงดังไปถึงข้างนอกเลย” พิมพ์พัสตราเข้ามาถาม

ศักยะหน้าเสียโกหกว่าคุยงานกับลูกน้องอยู่ พิมพ์พัสตราพยักหน้าเข้าใจ เปรยต่อเรื่องศักยะถูกเรียกตัวไปสอบปากคำ “แปลกดีนะคะ นังเข็มทองตายก็ต้องมาสอบปากคำเราด้วย พี่ตั้นจะไปฆ่ามันทำไม”

ศักยะหน้าเจื่อน พิมพ์พัสตราไม่ทันมองรีบเปลี่ยนเรื่องชวนศักยะไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ของเธอ แต่ศักยะปฏิเสธ

อ้างว่าไม่สบาย พิมพ์พัสตราไม่พอใจต่อว่าศักยะ แล้วเดินงอนออกไป ศักยะมองตามเริ่ดคิดหนักเพราะความเอาแต่ใจของพิมพ์พัสตราเริ่มบดบังความสวยน่ารักของเธอมากขึ้นทุกที

กลางดึกคืนนั้น พรายทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านไม้หลังหนึ่ง แล้วลามมาถึงบ้านของชัด ท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำตัวบ้าน เสียงพรายหัวเราะดังกึกก้อง

“สะใจกูเหลือเกินไอ้ชัด บ้านมึงไฟไหม้วอดวาย หลานชายมึงกลายเป็นฆาตกร ทั้งมึงทั้งไอ้ลพ อย่าหวังว่าจะตายตาหลับเลย พวกมึงต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับกู โครตเหง้าลูกหลานพวกมึงจะต้องวิบัติ กูขอจองเวร”

พรายจ้องมองรูปของชัดที่ถูกไฟลุกลาม เห็นแววตาโกรธแค้นของชัดภายใต้เปลวไฟที่ลุกโชน

ooooooo
ตอนที่ 7


ศักยะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะสบายใจที่พรายช่วยเผาบ้านปู่กำจัดหลักฐานให้แล้ว เขาเข้ามาหอมแก้มปลุกพิมพ์พัสตราที่นอนอยู่บนเตียง ชวนให้ไปรับพิไลที่สนามบินด้วยกัน แต่พิมพ์พัสตราปฏิเสธ เพราะยังงอนไม่หาย เธอหันหลังให้ศักยะอย่างไม่สนใจพร้อมหลับตานอนต่อ ศักยะเร่ิมหงุดหงิดที่พิมพ์พัสตรากล้าแข็งข้อกับตน

ศักยะมารับพิไลเพียงลำพังแล้วพาไปพักที่โรงแรมหรู เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับพิมพ์พัสตรา

“แม่ลูกสะใภ้ของฉันนี่ดีจริงๆแม่ผัวมาจากต่างประเทศทั้งที นอกจากจะไม่มาให้เห็นหน้าแล้ว ยังไม่ยอมให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีก”พิไลเริ่มบ่น

“แม่รู้ไหมว่าห้องนี้คืนละเท่าไหร่ ผมไม่ได้ให้แม่อยู่โรงแรมกระจอกๆนะครับ แล้วที่ผมไม่ให้แม่ไปพักที่บ้าน ก็เพราะผมไม่ชอบลุงแม้น พิมไม่เกี่ยวอะไรด้วยหรอกครับ”ศักยะรีบแก้ตัว

“ย่ะ ปกป้องกันเข้าไปเถอะ นี่ตั้น เมื่อไหร่แกถึงจะเลิกหาเรื่องลุงเขาซะทีนะ”

“เก็บคำถามนี้ไปถามเขาดีกว่าแม่ เมื่อไหร่จะเลิกหาเรื่องผมซะที”

“ก็เพราะแกเป็นแบบนี้ ลุงเขาถึงอึดอัดพอลงจากเครื่องปุ๊บก็รีบหลบไปหาลูกสาวเขาทันทีเลย”

“เขาทำถูกแล้วล่ะแม่ ไม่งั้นผมคงอึดอัดตายเหมือนกัน นี่คงไถเงินแม่ไปเพียบสิ ป่านนี้คงไปทำเศรษฐีแจกเงินอวดลูกอวดญาติแล้วล่ะ”ศักยะยิ้มหยันสีหน้าดูถูก

ooooooo

แม้นฤกษ์มาหาเรนที่บ้าน เขาไม่พอใจที่เห็นรัชต์อยู่ในบ้านด้วย ตาเลิศแนะนำว่า รัชต์เป็นเจ้านายของเรน แต่ธุรกิจประสบปัญหาจึงต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ตนเลยให้ยืมบ้านเปิดเป็นบริษัท แม้นฤกษ์ทำหน้าเซ็งแกล้งบ่นดังๆ

“ฉลาดดีนี่ ตกอับแล้วมาเกาะผู้หญิงกิน ทุเรศ”

“บ้านพ่อเสียงมันก้อง ระวังจะสะท้อนเข้าหูแกเองล่ะ”ตาเลิศแขวะ

“บ้านมันโล่งไม่มีเฟอร์นิเจอร์ เสียงก็ก้องยังเงี้ยแหละเดี๋ยวผมหาซื้อมาให้”แม้นฤกษ์ยังไม่รู้ตัว

ตาเลิศได้แต่ถอนใจนึกสงสารหลานที่มีพ่อแบบนี้ แม้นฤกษ์เปลี่ยนเรื่องชวนเรนออกไปทานอาหารกลางวันด้วยกันเพราะอยากให้ลูกสาวรู้จักพิไลเอาไว้ เรนจำใจออกมากับพ่อ

แม้นฤกษ์พาลูกมาทานอาหารราคาแพงที่โรงแรมหรู และแน่นอนว่าคนที่เป็นเจ้ามือก็คือพิไล เรนนึกเกรงใจเพราะรู้จักนิสัยพ่อตัวเองดี แต่แม้นฤกษ์ยังคุยฟุ้งว่าจะเปิดบริษัทใหม่ให้เรนพิไลได้แต่ยิ้มบางๆไม่อยากขัดคอสามีสักพัก

บริกรก็เข้ามาตามแม้นฤกษ์บอกว่า มีพนักงานเอาโทรศัพท์มือถือมาให้เลือก

“ขอบใจมากกินกันไปก่อนนะเดี๋ยวมา”แม้นฤกษ์ลุกเดินตามบริกรออกไป

เรนได้โอกาสเลยรีบพูดกับพิไล “ขอโทษนะคะคุณน้า พ่อบอกว่าที่ร้านอาหารคุณน้า กำไรดีมากตอนนี้มีสาขา 5-6 แห่งแล้ว เรนก็ไม่อยากขัดคอพ่อ แต่เรนรู้นิสัยพ่อดี

เขาพูดเกินจริงไปหน่อยใช่ไหมคะ”

“สาขาเดียวก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้วหนู ลูกค้าก็พอมี แต่ไม่ถึงขนาดจะทำกำไรให้มีทุนขยายสาขาได้หรอกจ้ะ” พิไลตอบตามจริง

“หนูนึกแล้วไม่มีผิด ถ้าพ่อสร้างปัญหาอะไรให้คุณน้าต้องเดือดร้อน หนูขอโทษแทนพ่อด้วยนะคะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ ถึงเราจะมีปัญหากันบ้าง แต่ข้อดีของพ่อหนูก็มีมากกว่าข้อเสีย น้าไม่โกรธพ่อของหนูหรอกจ้ะ” พิไลนึกเอ็นดูเรน

“ขอบคุณมากค่ะ” เรนยิ้มรับรู้สึกได้ว่าพิไล รักพ่อตนจริง

ooooooo

รัชต์ยืนรอเรนด้วยความเป็นห่วง เพราะค่ำแล้วแต่เรนยังไม่กลับมา เขาหันมาเปรยกับตาเลิศที่นั่งดูทีวีอยู่ใกล้ๆว่า ท่าทางเรนดูแปลกๆเมื่อเจอพ่อ

“จริงๆเจ้าเรนรักพ่อเขามากรักมากกว่าแม่ด้วยซ้ำไป แต่พ่อเป็นคนขี้โม้ ใช้เงินเกินตัว สร้างแต่หนี้สินจนต้องหนีหนี้ไปเมืองนอก จู่ๆก็โผล่กลับมา เจ้าเรนก็คงกลัวว่าพ่อจะไปสร้างเรื่องอะไรไว้อีกนั่นแหละ” ตาเลิศบอก

“ผมไม่เคยระแคะระคายเรื่องนี้เลย”

“เรนไม่ค่อยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังหรอกคุณรัชต์ จะมีก็แต่ตั้นเท่านั้นแหละ เขาหัวอกเดียวกันก็เลยคุยกันเข้าใจ ตาพูดแล้วก็เสียดาย ตั้นไม่น่าเป็นคนแบบนี้ไปได้เลย” ตาเลิศถอนใจเมื่อพูดถึงศักยะ

รัชต์หน้าขรึมลง เพราะตนกับศักยะก็แทบมองหน้ากันไม่ติด

ด้านศักยะหลังจัดการเรื่องที่พักให้พิไลเรียบร้อยแล้วก็กลับมาง้อพิมพ์พัสตราขอร้องให้เธอยอมไปพบพิไลด้วยกัน แต่พิมพ์พัสตราไม่ยอม เธอต่อว่าศักยะที่ไม่มีเวลาให้เธอเหมือนก่อน และเผลอเปรียบเทียบศักยะกับรัชต์ ศักยะไม่พอใจตวาดใส่ พิมพ์พัสตราส่งค้อน ศักยะรู้ตัวรีบเก็บอาการเข้ามาอ้อน จนพิมพ์พัสตราใจอ่อน

“ก็ได้ค่ะ แต่วันนี้ทั้งวัน พี่ตั้นต้องอยู่เป็นเพื่อนพิม แล้วพิมจะยอมไปเจอคุณแม่พี่” พิมพ์พัสตราต่อรอง

“ได้เลยจ้ะ” ศักยะรับปาก เสียงโทรศัพท์มือถือของศักยะดังขึ้น เขากดรับสายพร้อมกับชักสีหน้าเพราะผู้บริหารที่บริษัทโทร.มาตาม พิมพ์พัสตราได้ฟังก็สะบัดหน้าเดินหนีออกไปทันที ศักยะมองตามอ่อนใจ

ศักยะออกมาที่บริษัท ผู้บริหารสองสามคนยืนหน้าจ๋อยรายงานว่า ที่ต้องโทร.ตามเพราะมีเรื่องด่วนให้พิจารณาทั้งงบการเงิน ทั้งรายละเอียดโครงการแต่ละแห่ง เพราะถ้าศักยะไม่เห็นด้วยพวกเขาก็ไม่กล้าตัดสินใจ

“เมื่อก่อนใครเป็นคนอ่านเอกสารพวกนี้” ศักยะเหลือบมองแฟ้มตรงหน้า

“ถ้าไม่ใช่คุณรัชต์ก็เป็นคุณหญิงเป็นคนพิจารณาครับ”

“งั้นพวกคุณออกไปก่อนไปผมต้องการสมาธิ”ศักยะสั่ง

ผู้บริหารทยอยออกจากห้องไป ศักยะเปิดแฟ้มอ่านหน้าเจื่อนๆ เพราะไม่รู้เรื่องเลย เขาตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากเรนชวนให้มาทำงานด้วยกัน แต่เรนปฏิเสธพร้อมกับตอกกลับ

“เรนไม่ไว้ใจพี่ตั้นค่ะ คนที่หักหลังได้กระทั่งเพื่อนรัก ที่เคยช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ยังมีความจริงใจให้คนอื่นอีกเหรอคะ ยิ่งคนที่เพิ่งรู้จักอย่างเรนด้วยแล้ว คงแค่หลอกใช้งานไปวันๆ ขอโทษนะคะที่เรนต้องผิดคำพูด แต่เรนทนทำงานให้คนอย่างคุณไม่ได้จริงๆขอตัวนะคะ” เรนเดินหนีไปขึ้นรถ

ศักยะมองตามด้วยความเจ็บใจ เพราะนอกจากจะโดนปฏิเสธแล้วยังโดนด่าซ้ำอีก

ศักยะเดินหัวเสียเข้ามาในบ้าน พบพรายสิงร่างสาวใช้ออกมาหัวเราะเยาะ ศักยะตวาดลั่นสั่งพรายไปดลใจเรนให้ยอมกลับมาทำงานกับเขา

“ผู้หญิงคนนั้นมีจิตใจแน่วแน่ เราทำเหมือนที่ทำกับคนอื่นไม่ได้หรอกศักยะ ท่านก็มีเงินทองมากมาย จะจ้างคนมาช่วยท่านซักกี่คนก็ได้ ทำไมต้องไปยึดติดกับผู้หญิงคนนี้ด้วย”

“ถ้าคนอื่นมันรู้ว่าฉันทำงานไม่เป็น มันได้ดูถูกฉันตายพอดี สุดท้ายคงโดนโกง แต่เรนไม่เหมือนกัน เรนไม่ทรยศรัชต์ ก็ต้องไม่ทรยศฉันเหมือนกัน”

“แต่นางจงรักภักดีกับรัชต์มาก ถ้าท่านจะเอานางมา ก็มีทางเดียว กำจัดรัชต์ซะ ท่านทำได้ไหมล่ะ” ขาดคำสาวใช้ก็ร่วงผล็อยหมดสติกองกับพื้น

ศักยะขบกรามแน่น สายตาเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที

ooooooo

รัชต์ออกมาคุยงานกับลูกค้าข้างนอก เขาแวะซื้อผลไม้ไปฝากตาเลิศก่อนเข้าบ้าน พรายที่ตามมาส่งเสียงขู่ฟ่อๆที่ข้างหู รัชต์ตกใจหันมามองหาแต่ไม่พบอะไร ก็คิดว่าตนหูฝาดจึงรีบเดินไปขึ้นรถขับออกไป ในขณะที่เรนกับตาเลิศก็กำลังนั่งรอรัชต์ทานข้าวอยู่ จู่ๆไฟก็ดับมืดลงทั้งบ้าน เรนตกใจลุกขึ้นไปหยิบไฟฉาย แต่ต้องร้องลั่นเพราะเห็นวิญญาณจอนยืนอยู่ที่นอกหน้าต่าง จ้องเขม็งมาทางเธอกับคุณตาด้วย ดวงตากังวล ตาเลิศตั้งสติได้เอ่ยถามจอนว่าลำบากอะไรให้บอกมาจะได้ทำบุญกรวดน้ำไปให้

“ระวังตัวคุณเลิศ หนีไปให้พ้น คุณตั้นเป็นต้นเหตุความเลวร้ายทั้งหมด ผมเตือนให้ทำลายของขลังในบ้านก็ไม่ยอมทำ คุณพาหลานสาวไปไกลๆ ไอ้พรายตัวนี้มันร้ายกาจ ไม่มีใครเอาชนะมันได้ นอกจากคุณหลวง”

“ฉันไม่ได้ยุ่งเรื่องนี้แล้ว เขายังจะตามจองล้างจองผลาญฉันอีกเหรอ”

“พรายมันจะฆ่าทุกคน มันตั้งใจจะฆ่าทุกคนมาตั้งแต่ต้น ไม่เว้นแม้แต่คนไม่เกี่ยวข้องอย่างเพื่อนคุณตั้น”

“ลุงจอนหมายถึงคุณรัชต์เหรอคะ”

“มีทางเดียวไปให้ไกลที่สุด ไปให้พ้นอำนาจของมัน” ทันใดนั้น ไฟในบ้านก็สว่างขึ้น จอนหายวับไป

เรนนึกกลัวไม่หายหันมาถามตาเลิศว่าพรายคืออะไร ตาเลิศหน้าเครียดเพราะถึงเวลาต้องพูดความจริงให้เรนฟังแล้ว

เมื่อเรนได้รู้ความจริง เธอรีบโทรหารัชต์เร่งให้เขากลับบ้าน ห้ามแวะที่ไหนอีก รัชต์ผิดสังเกตถามเรนว่าเกิดอะไรขึ้น เรนขยับจะเล่าเรื่องพรายให้ฟัง แต่ทั้งคู่กลับได้ยินเสียงพรายเอ่ยว่า

“แกไม่มีทางกลับถึงบ้านหรอก” พรายหัวเราะอย่างอำมหิต สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดไปทันที

เรนตกใจพยายามจะโทร.หารัชต์แต่ไม่มีสัญญาณ ส่วนรัชต์เองก็รู้สึกว่าตนบังคับรถไม่ได้ แต่รถยังคงวิ่งต่อไปโดยไม่มีคนบังคับ เขาตกใจมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ตนเผชิญกับสิ่งเหนือธรรมชาติแบบนี้



ตาเลิศรีบเข้าห้องพระประณมมือสำรวมจิตใจขอให้ชัดช่วยรัชต์ด้วย เพราะไม่อยากเพิ่มบาปให้ศักยะไปมากกว่านี้

“วาโยกสิณ ใช้วาโยกสิณที่เลิศชำนาญ แผ่เมตตาโดยไม่มีจิตอาฆาตแค้น อำนาจแห่งเมตตาธรรมจะชนะทุกสิ่งได้” เสียงชัดกระซิบข้างหู

ตาเลิศรีบนั่งขัดสมาธิ หันไปทางหน้าต่างจิตกำหนดรับรู้ด้วยการเพ่งลมที่พัดเข้ามา รอบๆตัวตาเลิศค่อยๆมีแสงสว่างเปล่งขึ้นเรื่อยๆ

เป็นเวลาเดียวกับที่รัชต์พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดเขาทั้งถีบ ทั้งเหยียบเบรก แต่ก็ไม่มีผลแม้แต่น้อยรถจะพุ่งเข้าชนต้นมะขามใหญ่ที่จอนผูกคอตาย รัชต์ช็อกสุดขีด แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงสว่างจ้าเปล่งขึ้นรอบตัวรัชต์ เข็มขัดนิรภัยหลุดออก พร้อมกับประตูรถที่เปิดออกมา ตัวของรัชต์กระเด็นออกนอกรถเหมือนมีมือขนาดยักษ์เหวี่ยงออกไปสู่พงหญ้ารกริมทาง ร่างของรัชต์กระแทกพื้นสลบแน่นิ่งไป ในขณะที่ตัวรถพุ่งเข้าอัดกับต้นมะขามใหญ่อย่างแรง เสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงพรายคำรามก้อง

“มึงหยุดกูไม่ได้ทุกครั้งหรอกไอ้เลิศ กูให้มึงตาย พวกมึงก็ต้องตาย”

วิญญาณจอนที่เห็นเหตุการณ์มาตลอดนึกห่วงความปลอดภัยของทุกคน

ooooooo

เช้าวันใหม่ พิมพ์พัสตรารู้ข่าวรัชต์ประสบอุบัติเหตุจากเพื่อนๆก็รีบไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ศักยะตามไปกันท่าเพราะไม่ไว้ใจ เช่นเดียวกับแม้นฤกษ์ที่ลากพิไลมาโรงพยาบาลด้วยกัน เพราะอยากพบหน้าเรนก่อนไปเที่ยวเชียงใหม่่ทั้งหมดก็ยืนประจันหน้ากันอยู่ในห้องพักของรัชต์

ศักยะยืนตะลึงนึกไม่ถึงว่า แม้นฤกษ์คนที่ตนเกลียดจะกลายเป็นพ่อของเรนคนที่ตนไว้ใจ ในขณะที่เรนเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจะบังเอิญขนาดนี้ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว พิไลกับแม้นฤกษ์จึงชวนศักยะ พิมพ์พัสตราและเรนลงไปทานอาหารด้วยกัน ปล่อยให้ตาเลิศอยู่เฝ้ารัชต์ในห้อง

บรรยากาศในร้านอาหารดูตึงเครียด พิมพ์พัสตราเหยียดปากเซ็งๆหยิบไอโฟนขึ้นมาเล่นอย่างไม่สนใจใคร พิไลชักเหลืออดหันมาถามศักยะ

“ตั้นตกลงเมียแก เขาไม่คิดจะคุยอะไรกับแม่เลยใช่ไหม”

ศักยะหน้าเจื่อนไปไม่รู้จะตอบแม่ยังไงขณะที่พิมพ์พัสตราปั้นยิ้มสวนว่าเธอกับพิไลคงคุยกันไม่ถูกคอแน่ เธอก็เลยเลือกที่จะเงียบจะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึก

“ถ้าลำบากมากนัก ก็ไม่ต้องคุย” พิไลส่งค้อน

ศักยะแก้ความอึดอัดระหว่างแม่กับเมียด้วยการชวนทานอาหารเรนแอบถอนใจด้วยความอึดอัด แม้นฤกษ์หันมาเห็นก็รีบเอาใจ

“พ่อสั่งอาหารไม่ถูกปากรึเปล่า สั่งใหม่ได้นะ วันนี้พ่อเลี้ยงเอง”

“เลี้ยงให้เต็มที่เลยครับบัตรเสริมผมรูดได้ไม่อั้นอยู่แล้ว” ศักยะประชด

เรนชำเลืองมองหน้าศักยะแล้วลุกขึ้น ชวนพ่อไป

ทานอาหารที่ร้านอื่น แต่แม้นฤกษ์จะเอาเรื่องศักยะให้ได้

“ถ้าพ่อไม่ไป งั้นเรนไปเองเรนไม่อยากกินเงินที่คุณตั้นอุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก เรนกลัวจะเป็นบาปติดตัวไปด้วย” เรนจ้องศักยะแล้วยกมือไหว้พิไลก่อนเดินออกไป

ศักยะเคือง ส่วนพิมพ์พัสตราเหยียดปากใส่เรนอย่างไม่แคร์ แม้นฤกษ์กลัวลูกโกรธรีบตามไป

“ฉันคิดถึงแก อุตส่าห์ถ่อมาหาแกถึงเมืองไทย แกจะทำให้ฉันสบายใจแค่ไม่กี่นาทีไม่ได้เลยรึไง” พิไลสะบัดหน้าเดินตามแม้นฤกษ์ไปอีกคน

“ครอบครัวพี่ตั้นนี่ครึกครื้นนะคะ ยิ่งรวมกับครอบครัวเรนด้วยแล้วยิ่งสนุกใหญ่” พิมพ์พัสตรายิ้มเยาะ

ศักยะเหล่มองภรรยาแบบไม่พอใจ ก่อนจะมองตามแม้นฤกษ์ไปด้วยสายตาเกลียดชัง

ส่วนตาเลิศที่อยู่ในห้องกับรัชต์เหมือนจะรับรู้ความรู้สึกของหลานสาวได้จึงเปรยว่า ป่านนี้เรนคงอึดอัดแย่แล้ว รัชต์อมยิ้มบอกว่า เหลือเชื่อจริงๆที่พ่อของเรนกลายเป็นพ่อเลี้ยงศักยะ

“ตาถึงได้บอกว่าเป็นเวรเป็นกรรมไงล่ะ แต่วันนี้ตาชื่นชมคุณรัชต์มากเลยนะ มีสติเอาชนะความโกรธได้ไม่ไล่ตะเพิดตั้นกับพิมออกไปจากห้อง”

“ก็แขวะไปนิดหน่อยล่ะครับ พิมเขาติดสบาย จมไม่ลงอยู่แล้ว ถึงต่อให้เขาเลือกผม พ่อแม่เขาก็ขัดขวางอยู่ดีส่วนตั้น ไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นคนอื่นมาซื้อกิจการผมไปอยู่ดี ตั้นเขาไม่ได้ทำให้กิจการผมเจ๊งซะหน่อย ดวงผมซวยเอง” รัชต์พูดเหมือนทำใจได้แล้ว

“แล้วถ้าตาจะบอกว่าเรื่องที่เกิดกับคุณรัชต์มันไม่ใช่ดวงซวย แต่เป็นเพราะการดลบันดาลของอำนาจเหนือธรรมชาติล่ะ คุณรัชต์จะเชื่อไหม” ตาเลิศหน้าเครียด

“เหมือนที่ผมรถชนเมื่อวาน ผมรู้สึกได้นะครับคุณตา ว่ามีพลังลึกลับเหนือธรรมชาติต้องการทำร้ายผม” รัชต์น้ำตารื้น ด้วยความกลัวจับใจ

สักพักเรนก็กลับเข้ามาในห้อง เธอทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาพลางบ่นว่า เครียดจนกินอะไรไม่ลง แล้วพยาบาลก็ถือถาดใส่เข็มฉีดยาเข้ามาบอกว่าขอเช็ดตัวให้รัชต์ตาเลิศจึงชวนเรนลงไปหาอะไรกิน

สองตาหลานเดินออกจากห้องไป รัชต์หันไปมองพยาบาลที่กำลังเตรียมยาจะฉีดยาให้ตนก็แปลกใจ ร้องถามว่าหมอสั่งฉีดยาเพิ่มหรือ แต่พยาบาลไม่ตอบ เธอหันกลับมาตาแข็งค้างดูน่ากลัว แล้วกำเข็มฉีดยาเปล่าๆขึ้น โดยไม่มียาอยู่ข้างใน รัชต์เห็นท่าทางก็รู้ว่ามีเรื่องแน่ จึงเบี่ยงตัวหลบ เข็มฉีดยาปักใส่หมอนชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด

ooooooo

ตาเลิศเดินคุยกับเรนมาที่หน้าลิฟต์ แกบ่นเสียดายที่เล่าความจริงให้รัชต์ฟังช้าไปเรนนึกเห็นใจถามคุณตาว่าถ้ากำจัดผีร้ายตัวนั้นได้ ศักยะจะกลับมาเหมือนเดิมไหม

“ตาก็ไม่แน่ใจนะ ว่าผีพรายทำให้ตั้นเป็นแบบนี้หรือว่าแท้ที่จริงแล้วมันเป็นธาตุแท้ของตัวตั้นเองกันแน่ ไม่มีพี่ชัดซักคน ตาก็ไม่รู้จะหาวิธีปราบมันได้ยังไง”

ตาเลิศหนักใจ เริ่มเห็นความผิดปกติเพราะชั้นที่ตาเลิศกับเรนยืนอยู่ไม่มีใครเลย ชายชรานึกห่วงรัชต์ที่อยู่คนเดียวจึงชวนเรนกลับไปดู เป็นเวลาเดียวกับที่พยาบาลที่ถูกพรายสิงตรงเข้าเล่นงานรัชต์หวังเอาชีวิต รัชต์หนีตายไปที่บันไดหนีไฟ แต่พรายตามบีบคอรัชต์เอาไว้

“มึงคิดเหรอว่าจะหนีกูพ้น คราวนี้มึงไม่โชคดีอีกแล้ว ดวงวิญญาณของมึงต้องมาเป็นทาสกู เพื่อลดทอนความเจ็บปวดที่กูได้รับ” พยาบาลที่ถูกสิงบีบคอแล้วยกตัวรัชต์ขึ้นจนสองเท้าลอยพ้นพื้น

รัชต์ดิ้นอยู่กลางอากาศ เริ่มอากาศหายใจขัดมากขึ้นทุกที ทันใดนั้นเอง เรนก็พุ่งเข้ากระแทกพยาบาลจากทางด้านข้างเข้าเต็มๆจนมือที่บีบคอรัชต์อยู่หลุดออกรัชต์ล้มลงไอโขลกอยู่กับพื้น พยาบาลเหวี่ยงแขนไปกระแทกเรนจนกระเด็นล้มไปกับพื้นบันได

“มาพร้อมกันก็ดีแล้ว วิญญาณพวกมึงต้องเป็นทาสกูทั้งคู่ โดยเฉพาะมึง เลือดเนื้อเชื้อไขคนสุดท้ายของไอ้ลพ มึงต้องตาย” พยาบาลเดินเข้าไปหาเรน แต่ไม่ทันถึงตัวตาเลิศก็เข้ามาสวมสร้อยพระลงบนคอของพยาบาล พรายที่สิงอยู่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างพยาบาลทรุดลงกับพื้นหมดสติไป

เรนและรัชต์รอดตายอย่างหวุดหวิดได้อีกครั้ง รัชต์รีบประคองตัวลุกขึ้นมาหาเรนด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ตาเลิศมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาวิตกกังวลอย่างหนัก

เมื่อหายตกใจแล้ว รัชต์ก็หันมาถามตาเลิศว่าเขาไปทำอะไรให้ศักยะแค้นหนักหนาถึงได้ส่งผีร้ายมารังควานไม่เลิก เรนถอนใจเสริมว่าไม่ใช่แค่รัชต์แต่เป็นเธอกับคุณตาด้วย

“ตากับเรนก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรผิดใจกับตั้นนี่นา เอ้อ แต่ตาก็ได้ยินมันพูดถึงพี่ลพด้วย ไม่รู้ว่าพี่ลพไปเกี่ยวข้องอะไร” ตาเลิศสงสัยไม่แพ้กัน รัชต์กับเรนมองหน้ากันคิดหาคำตอบ แล้วเรนก็เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่า ปู่ของศักยะไปเอาผีพรายมาจากไหน

ตาเลิศคิดทบทวนแล้วบอกเล่าเรื่องราวในอดีต

“พี่ลพเคยเล่าให้ฟังว่า เสด็จในกรมฯท่านไปราชการที่ภาคใต้ ตอนนั้นมีข่าวปิศาจออกทำร้ายผู้คน เสด็จท่านเลยทำพิธีปราบ ขังไอ้โหงพรายไว้ในผอบแก้วแล้วประทานให้พี่ชัด เพื่อคุ้มกันภัย เพราะมีวิชาแก่กล้าพอจะคุมได้ไม่เป็นภัย แต่มีสัญญาข้อหนึ่งคือ ห้ามขอสิ่งใดจากมัน เกินกว่าวาสนาที่มี มิฉะนั้นมันจะย้อนกลับมาทำลายตัวเอง”

จากนั้นเป็นต้นมา ชัดปู่ของศักยะก็มีพรายคอยช่วยเหลือมาตลอด ทำให้ปลอดภัยจากศัตรูที่คิดทำร้าย แต่ยิ่งช่วยชัดพรายก็ยิ่งแก่กล้าเหมือนกับมีดที่ยิ่งลับยิ่งคม ชัดเกรงว่าผอบแก้วจะขังมันไว้ไม่อยู่ จึงใช้กะโหลกผีตายโหงสะกดมันซ้ำอีกที ลพบังเอิญรู้เรื่องเข้าจึงแนะนำให้ชัดเอาไปถ่วงน้ำเพื่อยุติปัญหา แต่ชัดยังเสียดาย

“ยังไงพ่อชัดก็อย่าลืมรับสั่งของเสด็จก็แล้วกัน” ลพย้ำ

“ไม่ลืมดอกพ่อลพ ฉันจะไม่ขออะไรจากไอ้โหงพรายเกินกว่าวาสนาของฉัน หรือไม่ฉันก็จะไม่ขออะไรจากมันอีกเลย มันจะได้ไม่หลุดออกมาทำร้ายใครได้อีก”

เมื่อได้รู้ที่มาของพรายแล้ว เรนก็เข้ามาถามรัชต์ว่าจะเอาไง เพราะไม่อยากเห็นเขามีอันตราย แต่รัชต์ยืนยันจะสู้ต่อ “เรื่องพี่ตั้นกับพิมสมคบกันหักหลังผม ผมผิดหวังจนใจสลาย แต่ที่ผมไม่โวยวายเอาเรื่องเพราะเขาสองคนคือคนที่ผมรัก เมื่อเขารักกัน ผมก็ควรจะดีใจด้วยไม่ใช่เหรอเรน ผมจะไปบีบคอพิมให้กลับมารักผม มันก็เป็นไปไม่ได้”


รัชต์หลบสายตาเรนเพื่อกดความรู้สึกเอาไว้ แต่เรนเป็นฝ่ายน้ำตาท่วมแทน เพราะรับรู้ความรักของคนคู่นี้มาตลอดหลายปี เธอยื่นมือมาบีบแขนรัชต์เบาๆ ให้กำลังใจ

“แต่ความจริงมันไม่ใช่แค่นั้น เพื่อผู้หญิงคนเดียว ตั้นถึงกับทำลายครอบครัวผมจนย่อยยับ แม่ผมทนอยู่เมืองไทยไม่ได้ ผมไม่มีบ้านจะซุกหัวนอน ตั้นทำเกินไปยังงี้มันไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว ผมจะไม่มีวันหนีไปไหนเด็ดขาด แต่เรนไม่ต้องกลัวนะ ถึงผมจะโกรธจะเกลียดมันจนไม่อยากเห็นหน้า ยังไงผมก็ไม่ทำอะไรสิ้นคิดหรอกผมจะแก้แค้นไอ้ตั้น ด้วยการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าผมก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยความสามารถของตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจภูตผีปิศาจที่ไหนมาช่วย”

“เรนดีใจที่สุดเลยที่นายคิดแบบนี้” เรนยิ้มได้

“กว่าผมจะคิดได้ก็ใช้เวลาตั้งสติอยู่นานเหมือนกันล่ะ เรนหวังว่าชาตินี้ผมคงจะได้ไม่เจอกับมันอีกผมกลัวว่าจะระงับอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่” รัชต์เดินเลี่ยงนำออกไปก่อน

“เรนก็ภาวนาค่ะนาย อย่าให้เรากับเขาได้เจอกันอีกเลย” เรนพึมพำสีหน้าเจ็บช้ำระคนผิดหวัง

เวลาเดียวกันนั้น ศักยะกำลังโวยวายอยู่คนเดียวในสนาม เพราะโมโหที่พรายฆ่ารัชต์ไม่สำเร็จ พิมพ์พัสตราผ่านมาเห็นศักยะพูดคนเดียวก็ตกใจและเริ่มกังวลกลัวสามีจะเป็นบ้า

ooooooo

รัชต์ลุกขึ้นสู้อีกครั้งหวังเอาชนะศักยะด้วยความสามารถ เขาเรียกเรนมาช่วยงานภาพกราฟิกการตกแต่งโรงแรมที่หน้าคอมพิวเตอร์ เพราะพรุ่งนี้ต้องนำไปให้ลูกค้าดู และถ้าได้งานชิ้นนี้บริษัทก็จะตั้งหลักได้ เรนยิ้มให้กำลังใจบอกกับรัชต์ว่า ลูกน้องที่ไปทำงานกับศักยะ อยากกลับมาช่วยงาน เพราะโทร.มาบ่นกับเธอว่า รู้สึกอึดอัดที่ต้องทำงานกับศักยะ

“ถ้าได้คนเก่าๆมาทำงานให้ก็เพอร์เฟกต์เลย ข่าวดีที่สุดเลย” รัชต์จับไหล่เรน บีบเบาๆพลางจ้องตาเธอนิ่ง ความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันเริ่มมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง

สายวันต่อมา รัชต์กับเรนนำงานมาเสนอให้ผู้จัดการโรงแรมดู ผู้จัดการชอบใจมากเตรียมจะเซ็นสัญญาแต่ท่านประธานโทร.มายกเลิกบอกว่า มีบริษัทเสนอราคาถูกกว่า และเจ้าของบริษัทนั้นก็คือศักยะนั่นเอง รัชต์กับเรนเดินจ๋อยออกมาที่รถ และได้พบกับศักยะที่จงใจมาเย้ย เพราะต้องการบีบให้เรนไปทำงานด้วย รัชต์สุดทนพุ่งเข้าชกศักยะและจะตามไปซ้ำแต่เรนห้ามเอาไว้

“ไอ้รัชต์ มึงระวังตัวเอาไว้เถอะ” ศักยะแค้น

“แกจะส่งผีที่ไหนมาฆ่าฉันก็ส่งมาเลย ฉันไม่กลัวหรอก”

ศักยะชะงักนึกแปลกใจแต่ยังปากดีท้าทายรัชต์ว่า คงได้เจอกันอีกหลายงาน รัชต์หันกลับมาจะชกศักยะอีก เรน เอาตัวขวาง “อย่าค่ะนาย ไหนนายบอกว่าจะเอาชนะเขาด้วยการพิสูจน์ตัวเอง ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถไงคะ”

รัชต์ขบกรามแน่น แต่ก็เริ่มมีสติสะกดอารมณ์อยู่ เขาจ้องหน้าศักยะเขม็งก่อนเดินจากไป

“พี่ตั้นเคยได้ยินที่เขาว่าหมองูตายเพราะงูไหมคะ พี่ตั้นต้องหยุดก่อนตัวเองจะเดือดร้อน” เรนเตือนแล้วจะตามรัชต์ไป แต่ศักยะพูดแขวะว่า ที่เรนไม่ยอมมาทำงานกับตนเพราะแอบหลงรักรัชต์

“เธอยังไม่ได้ขอบคุณฉันเลยนะ ที่ช่วยแย่งพิมมาให้ ขอให้แผนการขยับเป็นเมียเจ้านายสำเร็จเร็วๆนะ ฉันเอาใจช่วย” ศักยะส่งยิ้มกวนๆ

เรนตบหน้าศักยะให้ฉาดใหญ่ แววตาสั่นระริก ผิดหวังและเสียใจมากที่ศักยะพูดจาแบบนี้กับตน เธอรีบเดินหนี ศักยะยิ้มๆทำไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่พอเรนลับตาไปก็จ๋อย

ooooooo

ตาเลิศมาทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้พรายและขออโหสิกรรมกับมัน แต่พรายกลับทำให้ตาเลิศนิมิตเห็นวิญญาณชายหญิงหลายคนที่ตายด้วยน้ำมือของมันนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด กลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นดิน ตาเลิศตกใจสุดๆ มองสภาพรอบตัวที่โหดร้ายทารุณราวกับนรกด้วยความพรั่นพรึง

พรายแปลงร่างเป็นผู้ชายร่างกายกำยำ นุ่งโจงกระเบนสีแดงสด ในปากเต็มไปด้วยเขี้ยวแบบผีดิบและเลือดสดๆ เต็มปาก เดินช้าๆเข้ามาตะคอกใส่ตาเลิศ

“ข้าไม่ต้องการส่วนบุญของเอ็งไอ้เลิศ แล้วก็ไม่ต้องมาขออโหสิ ข้าไม่มีวันให้อภัยเอ็ง ไอ้อีที่ข้าฆ่ากับมือและเอาวิญญาณพวกมันมากักขังทรมานไว้ที่นี่ ซักวัน เอ็งกับหลานเอ็งก็ต้องโดนแบบเดียวกัน”

“แกทำไปทำไม แกรู้ไหมว่าสิ่งที่แกทำมันบาปกรรมขนาดไหน”

“ข้าไม่สน ข้ารู้อย่างเดียวว่าข้าทรมาน ทรมานเหลือเกิน ถึงข้าจะมีอำนาจบันดาลทุกอย่างได้ดังใจ แต่วิญญาณของข้าก็เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตกนรก หนทางเดียวที่จะแบ่งเบาความเจ็บปวดได้ก็คือ นำความเจ็บปวดของข้าไปให้พวกมัน”

“มิน่า แกถึงฆ่าคนไม่ยอมหยุด แล้วฉันล่ะฉันกับเจ้าเรนไปทำอะไรให้แก แกถึงตามจองล้างจองผลาญพวกฉันไม่เลิก”

“เอ็งได้รู้แน่ไอ้เลิศ ซักวันเอ็งจะเข้าใจทุกอย่าง เพราะเอ็งคือคนสุดท้าย...คนสุดท้าย” พรายหัวเราะอย่างสาแก่ใจ

ตาเลิศสะดุ้งตื่นจากนิมิตที่พรายสร้างให้เห็นด้วยความงุนงง สงสัยว่า คนสุดท้ายหมายถึงอะไรกันแน่

ooooooo
ศักยะโวยลั่นเมื่อรู้ว่าแม้นฤกษ์ผลาญเงินไปถึงหกล้านบาท ในเวลาเพียงไม่กี่วัน พิไลร้องไห้ฟูมฟายขอยืมเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับนิวซีแลนด์จากศักยะ และรับปากว่าจะทยอยโอนเงินกลับมาใช้ลูก

“สำหรับแม่ เงินแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ไอ้บ้านั่นมันไม่มีสิทธิ์มาถลุงเงินที่ผมหามาขนาดนี้ ความจริงแม้แต่สตางค์แดงเดียวมันก็ไม่ควรจะได้แตะด้วยซ้ำไป” ศักยะแค้น

“แม่ขอโทษ แม่สัญญาว่าจะไม่ให้ลุงเขามาวุ่นวายกับตั้นอีก ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆลูก”


“ดีครับ เพราะถ้ามันยังไม่หยุด ผมไม่รับรองว่าแม่จะมีโอกาสได้เห็นหน้ามันอีกรึเปล่า” ศักยะเสียงกร้าวแววตาโหดเหี้ยม จนพิไลนึกกลัวเพราะไม่เคยเห็นลูกชายเป็นแบบนี้มาก่อน

เช้าวันต่อมา ศักยะเข้ามาอ้อนเอาใจพิมพ์พัสตราหวังให้เธอหายงอน แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ สาวใช้ก็มาเคาะประตูเรียกบอกว่า มีตำรวจมาขอพบศักยะ เพราะต้องการสอบปากคำเพิ่มในคดีเข็มทอง ศักยะหน้าเสียจำใจตามตำรวจไปที่โรงพัก

หมวดชัยเจ้าของคดี นำหลักฐานชิ้นใหม่มาให้ศักยะดู เพราะก่อนตายเข็มทองได้โทร.หาเพื่อนและฝากข้อความเอาไว้ “ผมถอดเทปออกมาแล้ว จะอ่านให้คุณฟังก่อนแล้วกัน คุณเข็มทองฝากข้อความเอาไว้ว่า ตุ๊ก เย็นนี้ฉันคงไปไม่ทันแล้วล่ะ คนที่จะมาดูบ้านยังไม่มาเลย ฉันเครียดจริงๆนะแก ฉันว่าพี่ตั้นต้องเกี่ยวข้องกับการตายของพี่ไวแน่ๆ เวลาเขามองฉัน เหมือนเขาจะฆ่าฉันเลย ฉันอยากกลับห้องเร็วๆ ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้เลยว่ะ” หมวดชัยเงยหน้ามองศักยะ

ศักยะผงะรีบเก็บอาการปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แล้วออกมาปรับทุกข์กับพิมพ์พัสตราที่นั่งรอในร้านกาแฟ  เพราะตำรวจสงสัยว่า เขาฆ่าเข็มทอง พิมพ์พัสตราโวยวายด้วยกลัวเสียชื่อ เธอสั่งให้ศักยะรีบทำให้เรื่องเงียบโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะหลบไปอยู่ต่างประเทศ

“คุณเป็นเมียผม เราเหมือนคนเดียวกัน หนีไม่พ้นหรอก เดี๋ยวตำรวจก็ต้องเรียกคุณไปสอบปากคำ”

“คิดเหรอว่าพิมจะยอมไป” พิมพ์พัสตราลุกหนีไปหน้าตาเฉย

ศักยะมองตามด้วยความน้อยใจ ที่พิมพ์พัสตราไม่มีน้ำใจให้ตนเลยสักนิด และสิ่งเดียวที่ศักยะนึกถึงในตอนนี้ก็คือพราย เขามาพบมันที่ต้นมะขามใหญ่และบอกความประสงค์

“ฉันต้องการให้หลักฐานทั้งหมดหายไป แล้วก็ไม่มีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีก แกไปจัดการให้ฉันด้วย”

“งานนี้ไม่ง่าย ข้าต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมกัน แต่ข้าจะบอกกับท่านอีกที ขอเพียงท่านรับปากกับข้าก่อน” พรายบอกเงื่อนไข

ศักยะตอบตกลงทันที พรายหัวเราะเย็นยะเยือกเอ่ยว่า “งั้นท่านก็จะได้ตามประสงค์”

ooooooo

ในคืนนั้น พรายจำแลงเป็นชายแก่เข้าจัดการกับหมวดชัยที่ขับรถมาเพียงลำพัง แล้วสิงร่างหมวดชัยกลับไปเอาหลักฐานที่โรงพัก จากนั้นก็ทำให้รถระเบิดด้วยอุบัติเหตุแก๊สรั่ว หลักฐานทั้งหมดหายไปในเปลวเพลิง

ศักยะพอใจกับผลงานของพรายมาก เขาเอ่ยถามมันว่าต้องการชีวิตใครเป็นค่าตอบแทน

“เปิดประตูห้องออกไปสิ คนที่ข้าต้องการ อยู่หน้าห้องนี้แล้ว” พรายสั่ง

“เด็กรับใช้ในบ้านนี้เหรอ โอเคแต่แกอย่าให้สาว

มาถึงตัวฉันเหมือนคราวเข็มทองอีกล่ะ” ศักยะลุกเดินไปเปิดประตูห้อง แต่คนที่พบกลับเป็นน้องออม เด็กชายน่ารักวัยสี่ขวบลูกของสาวใช้ ศักยะถึงกับหน้าเสีย เมื่อเจอแววตาไร้เดียงสาคู่นั้น เขารีบเดินหนีออกมาพลางต่อรองสัญญากับพรายใหม่ แต่พิมพ์พัสตราเดินมาพอดี เธอเอ่ยถามศักยะว่า คุยกับใครเพราะเห็นเขาเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ

ศักยะไม่ตอบคำถามแต่กลับพาลหาเรื่องเพราะกำลังหงุดหงิด

“ตั้งแต่แต่งงานกันมา นับวันได้เลยที่พิมมีความสุข หมดเรื่องแม่พี่ ก็มาเรื่องคดี แล้วนี่พี่ยังทำตัวเหมือนคนเพี้ยนพูดคนเดียวอีก พี่เป็นอะไรกันแน่” พิมพ์พัสตราน้ำตารื้นเสียงแข็งใส่

“หยุดตะโกนใส่หน้าผมซะทีได้ไหม วันๆ ดีแต่บ่นโน่นบ่นนี่ รู้ไหมว่าผมต้องเจออะไรบ้าง แทนที่จะให้กำลังใจกัน ก็เอาแต่จับผิดไร้สาระอยู่ได้ ว่างมากนักก็ออกไปช็อปปิ้งเลยไป จะได้หายฟุ้งซ่าน  ผมอยากอยู่คนเดียว” ศักยะตะคอกกลับ

พิมพ์พัสตราโกรธจัด สะบัดหน้าเดินฉับๆออกไป ศักยะมองตามด้วยความเครียดหนัก

ooooooo
ตอนที่ 8


พิมพ์พัสตราออกมาช็อปปิ้งคลายเครียด พบกับรัชต์ที่ออกมาคุมงานตกแต่งร้านในห้าง จึงเข้าไปทักทาย แล้วลากชายหนุ่มเข้าไปนั่งคุยกันในร้านกาแฟข้างๆแล้วชื่นชมรัชต์ที่ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง แต่รัชต์ไม่สนใจ

“พิมใจเร็วด่วนได้ไปหน่อย ถ้าพิมคิดให้มากกว่านี้ ใจเย็นกว่านี้อีกนิด บางทีอะไรๆมันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้”

“ดูจากถุงช็อปปิ้งแล้ว พี่ว่าพิมตัดสินใจถูกแล้วล่ะ” รัชต์ยิ้มบางๆแล้วลุกเดินจากไป

ด้านสามีของพิมพ์พัสตรา เขาหลอกน้องออมมาที่สระน้ำเพื่อเป็นเหยื่อให้พราย แต่เมื่อได้พูดคุยและเห็นความไร้เดียงสาของเด็กก็เปลี่ยนใจ พากลับ พรายโกรธแค้นมาก จึงปล่อยให้วิญญาณของจอนกับวิญญาณพ่อของรัชต์เข้ามาหลอกศักยะ ชายหนุ่มตกใจกลัวรีบขับรถหนีออกมาจากบ้าน

เช้าวันใหม่ เรนเดินถือถุงใส่ข้าวเหนียวหมูปิ้งมาตามทางในซอย เมื่อเห็นรถคันหนึ่งชนถังขยะข้างซอยล้มคว่ำแล้วจอดนิ่งอยู่ เธอเดินเข้าไปดูเห็นศักยะนอนหลับอยู่ในรถก็ตกใจรีบเคาะกระจกเรียกด้วยความเป็นห่วง ศักยะรู้สึกตัวตื่นเห็นเรนก็ดีใจรีบเปิดประตูรถ แต่ไม่มีแรงจะก้าวขา ร่างของเขาไหลมาตามประตูรถที่เปิด

“พี่ตั้น” เรนตกใจวิ่งเข้าประคอง

ศักยะเป็นลมหมดสติด้วยความอ่อนเพลียไปในอ้อมแขนของเรน เรนตัดสินใจพาศักยะมานอนพักในบ้าน และได้ยินชายหนุ่มเพ้อถึงจอนด้วยความกลัว จึงเข้ามาปลุก ศักยะตกใจตื่นขึ้นมองเรน แล้วก็รีบมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวงพลางเอ่ยถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“ที่นี่มันบ้านเรนนะพี่ตั้น เรนตะหากที่ควรจะถามพี่ ว่าทำไมถึงมานอนหมดสติอยู่หน้าซอยบ้านเรน”

ศักยะคิดทบทวนก็ยิ่งกลัว เล่าให้เรนฟังว่าตนถูกผีจอนตามหลอกทั้งคืน แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงขับรถมาที่นี่ได้

“เพราะพี่ตั้นทำกรรมกับคนอื่นไว้เยอะ เขาถึงได้ตามมาเอาคืน พี่ตั้นต้องหยุดขอทุกอย่างจากพรายได้แล้วนะ” เรนเตือนสติ

ศักยะผงะ หน้าเครียดถามเรนว่ารู้เรื่องพรายแค่ไหน

“ก็รู้แค่ไอ้พรายมันจะเอาชีวิตนาย เรน กับคุณตา มันเป็นความต้องการของพี่ตั้นใช่ไหมที่อยากให้พวกเราตาย” เรนน้ำตารื้นด้วยความเจ็บช้ำ

ศักยะรีบปฏิเสธ เรนไม่อยากฟังคำแก้ตัวจะลุกหนี แต่ศักยะคว้ามือไว้เพราะกลัวที่ต้องอยู่คนเดียว

“เรน ผมรับเช็คมาแล้วนะ เดี๋ยวเรา...” รัชต์เดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับถุงอาหาร แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

เรนรีบสะบัดมือศักยะออก รัชต์ชักสีหน้าไม่พอใจที่เห็นศักยะจึงเดินเล่ียงเข้าครัว

“สงสัยแฟนจะหึงแล้วมั้ง” ศักยะแขวะ

“พี่ตั้นออกไปจากบ้านเรนเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วก็ช่วย จำไว้ด้วยว่า บ้านนี้ไม่เต็มใจต้อนรับพี่ เราไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่ พี่น้องกันเหมือนเดิมอีกแล้ว”เรนโกรธลุกเดินตามรัชต์ไป

ศักยะเจ็บแปลบไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากเรน เขาถอนใจแล้วเดินออกจากบ้านไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

เรนเข้ามาช่วยรัชต์ในครัว รัชต์หันมาถามเรื่องศักยะไม่เข้าใจว่า เขากล้ากลับมาที่นี่ได้อย่างไร

“เรนเป็นคนพาพี่ตั้นเข้ามาในบ้านเองแหละค่ะนาย คือเรนกลับมาบ้านก็เห็นพี่ตั้นหลับหมดสติอยู่ในรถที่หน้าซอย” เรนรีบเคลียร์

“เขาเป็นอะไร” รัชต์อดห่วงไม่ได้

“พี่ตั้นบอกว่าโดนผีหลอก ไม่ได้หลับได้นอนหนีเตลิดมาทั้งคืน เขาไม่รู้เหมือนกันว่ามาที่นี่ได้ยังไง”

“คงเป็นเพราะเขาผูกพันกับเรนมั้ง เวลามีปัญหาถึงได้วิ่งมาหาเรนทุกที ผมทำให้เรนอึดอัดใจรึเปล่า เพราะถึงผมกับตั้นจะไม่มีวันกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิมได้ แต่เรนกับเขาไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งอะไรกัน เรนไม่จำเป็นต้องโกรธตั้นตามผมก็ได้นะ” รัชต์ฉุกคิดขึ้นได้

“เรนไม่ได้โกรธตามนายนะคะ เรนเห็นว่าสิ่งที่พี่ตั้นทำมันไม่ถูกต้อง เห็นแก่ได้ สร้างความเดือดร้อนให้คนเขาไปทั่ว คนแบบนี้เรนไม่อยากคบเป็นเพื่อน ไม่อยากนับถือเป็นพี่หรอกค่ะ เรนไม่ชอบ” เรนเดินเลี่ยงออกไป นึกน้อยใจที่รัชต์ไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลย รัชต์รู้ตัวรีบตามไปขอโทษ

ด้านศักยะเมื่อออกมาจากบ้านเรนแล้วก็หลบไปนั่งทำใจที่สวนสาธารณะ เขาเรียกพรายออกมาต่อว่าที่หักหลังปล่อยให้วิญญาณพ่อของรัชต์กับวิญญาณจอนมาเล่นงานตนได้

“ท่านต่างหากที่หักหลังข้าก่อน ข้าช่วยท่านแล้ว แต่ท่านกลับไม่ยอมให้ชีวิตเด็กคนนั้นแก่ข้า สัญญาคือสัญญา ข้าไม่เคยบ่ายเบี่ยงสิ่งที่ท่านขอเลย แม้แต่ครั้งเดียว”พรายโต้กลับ

“งั้นฉันขอเอาชีวิตคนอื่นมาแทนได้ไหมล่ะ เหมือนตอนที่ฉันเอามาแทนรัชต์กับเรนไง”ศักยะต่อรอง

“วิญญาณเด็กคนนั้นมีค่ามาก ชีวิตเดียวไม่พอหรอก ข้าต้องการผู้หญิงสามคน คืนละหนึ่งคน สามคืนติดต่อกัน ท่านทำได้ไหมล่ะ”

เมื่อศักยะรับคำ พรายจึงหัวเราะชอบใจ พลันเกิดลมพัดกระโชกแรงใบไม้ใบหญ้าผงฝุ่นปลิวว่อน

ด้วยกลัวอำนาจพราย ศักยะจึงหลอกพาหญิงขายบริการไปสังเวยให้พรายเป็นรายแรกตามสัญญา

ooooooo

พิมพ์พัสตราวางแผนเอาคืนศักยะ ด้วยการมาดักรอรัชต์อยู่หน้าร้านที่เขารับงานตกแต่งไว้ แต่บังเอิญว่าเรนตามมาด้วย จึงจำใจทักแบบเสียไม่ได้ เรนปั้นยิ้มใส่

“มาช็อปปิ้งหรือ” เรนทักก่อน

“เปล่าหรอกจ้ะ ฉันตั้งใจมาหาพี่รัชต์ วันก่อนเราเจอกันที่นี่ วันนี้ฉันก็เลยมาดักเจอพี่รัชต์”

รัชต์หน้าเจื่อน เหล่มองเรน กลัวเข้าใจผิด แต่เรนกลับเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รัชต์ตัดบทขอตัวไปขอเคลียร์งานให้เสร็จก่อน แต่พิมพ์พัสตรายื้อไว้อ้างว่ามีงานมาให้ รัชต์และเรนสบตากันเล็กน้อย

“พี่รัชต์ได้ข่าวงานประกวดออกแบบหอประชุมนานาชาติไหมคะ ประธานการตัดสินงานนี้ เป็นเพื่อนสนิทกับคุณพ่อพิมเองค่ะ” พิมพ์พัสตรายิ้มเจ้าเล่ห์

รัชต์และเรนสนใจหันไปมองหน้ากัน พิมพ์พัสตรารีบเข้าเกาะแขนรัชต์ อ้อนให้ไปทานอาหารด้วยเพื่อคุยเรื่องงาน รัชต์อึกๆอักๆ

“นายไปทานเป็นเพื่อนคุณพิมเถอะค่ะ เดี๋ยวเรนช่วยคุมงานต่อให้เอง” เรนเข้าใจเดินเลี่ยงเข้าไปในร้าน

พิมพ์พัสตราลากรัชต์ออกไปด้วยกัน รัชต์หันมองกลับไปหาเรนอย่างแคร์ความรู้สึก เป็นจังหวะเดียวกับที่เรนก็หันกลับไปมองตามรัชต์เช่นกัน ทั้งสองสบตากันพอดี

ooooooo

แม้นฤกษ์กลับไปนิวซีแลนด์กับพิไลได้ไม่นานก็สร้างปัญหาอีก เพราะแอบให้คนเข้ามาขโมยของในร้านอาหารไปขายจนเกลี้ยง พิไลอาละวาดลั่น แม้น-ฤกษ์เอาน้ำเย็นเข้าลูบขอให้เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่

“พูดง่ายๆ แล้วจะเอาทุนที่ไหน เงินเก็บที่ฉันมีคุณก็เอาไปถลุงจนหมด แล้วฉันใช้เวลาสร้างร้านนี้มาเป็นสิบๆปี ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วถ้าจะให้เริ่มนับหนึ่งใหม่ ฉันไม่มีแรง จะทำแล้ว ฉันเหนื่อย เข้าใจไหมว่าฉันเหนื่อย” พิไลปาดน้ำตา

“ไม่อยากทำก็ขายซะสิ ลูกเธอมีเงินเป็นพันๆล้านแม่คนเดียวเลี้ยงไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป” แม้นฤกษ์ยุ

“นี่คุณจะให้ฉันกลับไปเกาะลูกอีกเหรอ ที่คุณผลาญเงินตั้นไปหกล้าน ฉันก็อายลูกจนไม่กล้าสู้หน้าแล้ว บอกไว้ เลยนะ ถ้าขายร้านได้ฉันจะคืนเงินให้ตั้นมัน แล้วคุณก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้คุณไปถลุงเงินตั้นมันอีก” พิไลสะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้อง

“กูก็ไม่ยอมเหมือนกันโว้ย ลูกมึงสบายอยู่คนเดียว แล้วจะปล่อยให้กูกับมึงต้องทนลำบากเหรอ ไม่มีทางซะหรอก” แม้นฤกษ์หน้าเครียดคิดแผนการ

ooooooo

รัชต์กลับมาปรึกษากับเรนเรื่องพิมพ์พัสตราเสนอจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวช่วยให้ได้งาน แต่เขาจะตอบปฏิเสธ เพราะไม่อยากได้รับความช่วยเหลือผิดๆ ด้วยกลัวจะเป็นเหมือนศักยะที่ต้องพึ่งอำนาจพราย และสุดท้ายเราก็ตกอยู่ใต้อำนาจของความไม่ถูกต้อง

“ถ้าพี่ตั้นมีสติคิดได้อย่างนาย ก็คงไม่ต้องตกเป็นทาสของผีพรายแบบนี้หรอกนะคะ แต่ก็น่าเสียดายงานนี้นะคะนาย เงินค่าออกแบบไม่ใช่น้อย ไหนจะได้ชื่อเสียงอีก” เรนถอนใจ

“แล้วใครบอกว่าผมจะทิ้งงานนี้ล่ะ ในเมื่อเขาจัดประกวด เราก็ต้องมีสิทธิ์ส่งงานเข้าแข่งขันเหมือนกัน ใครจะ ไปรู้ เราอาจจะชนะก็ได้” รัชต์ยิ้มมีความหวัง

“จริงค่ะนาย งานนี้เราจะล้มยักษ์ให้ดู” เรนให้กำลังใจ ทั้งสองสบตากันด้วยความรู้สึกดีๆ

เวลาเดียวกันนั้น พิมพ์พัสตรากำลังเม้าท์กับเพื่อนๆในผับเรื่องจะช่วยหางานให้รัชต์เพราะต้องการประชดศักยะ

“ระวังเถอะแก เดี๋ยวพี่ตั้นรู้เข้าล่ะบ้านแตกแน่” เพื่อนสาวเตือน



“รู้สิดี จะได้รู้ซะมั่งว่าฉันไม่ใช่ของตายของใคร แกรู้ไหม ตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาทำร้ายจิตใจฉันแค่ไหน ถ้ารู้ว่าเป็นคนยังงี้ ฉันไม่หลวมตัวยอมแต่งด้วยหรอก” พิมพ์พัสตราเบะปาก

“เฮ้ย นั่นคุณตั้นนี่แก” เพื่อนสาวร้อง

พิมพ์พัสตราหันไปมอง เห็นศักยะเข้าไปคุยกับหญิงคนหนึ่งแล้วพากันเดินออกไป เพื่อนหน้าแหยๆ พิมพ์พัสตราทั้งเจ็บใจทั้งเสียหน้าลุกตามศักยะออกไป
ด้านศักยะเมื่อได้เหยื่อมาแล้วก็รีบพามาให้พรายที่รถ แต่พรายยังไม่ทันปรากฏตัว พิมพ์พัสตราก็เข้ามาถึง ศักยะตกใจสุดๆ ขณะที่พิมพ์พัสตราโกรธจัดแต่วางท่านิ่งๆ เอ่ยว่า

“ไม่ต้องกลัวนะคะ พิมไม่ขัดขวางความสุขของพี่หรอก พิมแค่อยากตามมาดูเทสต์สามีที่ชอบหาเศษหาเลยก็เท่านั้นเอง” พิมพ์พัสตราจ้องตาดุไปที่หญิงสาว ด้วยสายตาดูถูก

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณพิมคิดนะครับ ผมมีเหตุผล ผมไม่ได้นอกใจคุณ” ศักยะอยากอธิบาย

“แฟนพี่เหรอคะ งั้นไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูคืนเงินให้ก็ได้” หญิงสาวกลัวเดือดร้อน

“นี่หมดท่าขนาดต้องซื้อบริการเลยเหรอ น่ารังเกียจที่สุด” พิมพ์พัสตราสะบัดหน้าจะเดินไป ศักยะรีบตามมาดึงไว้พลางขอร้องให้เธอเชื่อใจ

“พิมเห็นคาตาขนาดนี้ พี่ยังกล้าพูดว่าไม่เคยคิดนอกใจพิมอีกเหรอ ต่อไปถ้าพิมมีความจำเป็นที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงแบบพี่ตั้นบ้าง อย่ามาว่าพิมก็แล้วกัน”

พิมพ์พัสตราจ้องศักยะอย่างท้าทายก่อนเดินฉับๆจากไป
ศักยะได้แต่มองตามไม่สบายใจนักที่เรื่องเป็นแบบนี้ หญิงสาวที่รออยู่ข้างรถชักเซ็งร้องถามว่า จะเอาไงแน่

จู่ๆมือที่เต็มไปด้วยเกล็ดงูของพรายยื่นออกมาจากในรถ แล้วดึงร่างเธอหายเข้าไปในรถของศักยะอย่างเร็ว ประตูฝั่งคนนั่งปิดสนิทเข้ามา ศักยะหน้าตาตกใจคิดไม่ถึง  เพียงเสี้ยววินาทีพรายก็จัดการกับเหยื่อสาวเรียบร้อย ศักยะหายใจถี่กระชั้นด้วยความกลัว

เช้าวันใหม่ รัชต์โทร.มาปฏิเสธไม่ขอรับความช่วยเหลือจากพิมพ์พัสตรา พิมพ์พัสตราไม่พอใจนัดให้รัชต์อยู่รอเธอก่อนเพราะมีเรื่องต้องคุยกัน และบังเอิญว่าศักยะได้ยินเข้าพอดี

“ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะไปหาไอ้รัชต์” ศักยะโมโหหึงดึงข้อมือพิมพ์พัสตราไว้

“ทำไมคะ กลัวพี่รัชต์จะแย่งพิมคืนไป เหมือนที่พี่เคยแย่งเขามารึไงคะ”

“ผมน่ะเหรอแย่งคุณมา คุณเป็นฝ่ายทิ้งมันมาหาผมเองตะหาก แล้วไอ้คนที่คอยให้ท่าผมก่อน มันก็คุณทั้งนั้น”

ขาดคำพิมพ์พัสตราก็ตบหน้าศักยะด้วยความโกรธ แล้วเดินตัวปลิวไปที่รถ

ศักยะมองตามด้วยความเจ็บใจร้องสั่งพราย “ฉันอยากรู้ว่าพิมนัดไปเจอกับไอ้รัชต์ที่ไหน”

ooooooo

พิไลหมดทางเลือก เพราะโดนแม้นฤกษ์ผลาญจนหมดตัว จึงต้องขายร้านอาหาร เพื่อแบ่งเงินส่วนหนึ่งใช้หนี้ศักยะ ส่วนที่เหลือก็จะใช้เป็นทุนค้าขายเล็กๆน้อยๆ แต่แม้นฤกษ์ไม่ยอมแนะนำให้พิไลกลับไปอยู่กับศักยะที่เมืองไทย

“คุณไม่ถูกกับตั้น ฉันก็ไม่ชอบหน้ายัยลูกสะใภ้ไฮโซนั่น แล้วมันจะอยู่บ้านเดียวกันเข้าไปได้ยังไงล่ะ”

“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเข้าไปอยู่ เธอรู้ได้ไงว่าลูกชายเธอจะไม่ถูกเมียปอกลอกจนหมดตัว ขนาดต่อหน้าลูกเธอมันยังหงอ ปล่อยให้เมียทำคอแข็งใส่แม่ได้ ลับหลังจะหลงเมียขนาดไหน

ยังไงเธอก็เป็นแม่ ถึงไม่คิดจะเบียดเบียนลูก แต่เธอจะนิ่งเฉยยอมให้ผู้หญิงอื่นมากอบโกยสมบัติลูกชายเธอไปจนหมดไม่ได้นะพิไล”

ขณะที่แม่ถูกยุอย่างหนักนั้น ศักยะได้รู้จากพรายว่า พิมพ์พัสตรานัดพบกับรัชต์ที่ไหนก็ตามไปอาละวาด พิมพ์พัสตรารีบปกป้องรัชต์บอกว่า เธอกำลังคุยเรื่องประกวดออกแบบหอประชุมกับรัชต์อยู่ ไม่ได้ทำเรื่องน่าละอายแบบที่ศักยะทำ

“งานใหญ่ระดับนั้น น้ำหน้าอย่างไอ้รัชต์น่ะเหรอ จะมีปัญญาส่งงานไปประกวดกับเขา” ศักยะเย้ย

“ไม่ใช่แค่ส่งผลงานหรอก ฉันจะชนะงานออกแบบคราวนี้ให้ดู” รัชต์ท้าทายสีหน้ามั่นใจ

“ดี ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนที่เหลือแต่ตัวอย่างแก จะมีปัญญาอะไรมาเอาชนะฉันได้”

ศักยะประสานตากับรัชต์เพราะต่างฝ่ายต่างเจ็บแค้น

รัชต์กลับมาที่บ้านและบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เรนกับตาเลิศฟัง ตาเลิศยิ้มบางๆเปรยว่า

“ไปๆมาๆงานนี้นอกจากจะต้องทำเพื่อให้ได้งานแล้ว ยังกลายเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีไปซะอีกนะคุณรัชต์”

“ผมก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้หรอกครับคุณตา แต่ผมทนพฤติกรรมไอ้ตั้นไม่ไหวจริงๆ”

“พรายคงมีอิทธิพลกับจิตใจคุณตั้นมาก คุณตั้นถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้” ตาเลิศส่ายหน้าผิดหวัง

“พี่ตั้นต้องระดมมือดีมาทั้งบริษัทมาทำงานเพื่อเอาชนะ เราให้ได้แน่ๆเลยนาย” เรนนึกห่วง

“ถ้าสู้กันอย่างตรงไปตรงมาก็ไม่เป็นไรหรอก ถึงแพ้ก็ยอมรับได้ ห่วงแต่ตั้นจะไม่ซื่อน่ะสิ”

“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ นายคิดว่าพี่ตั้นจะให้ผีพรายช่วยอีกเหรอคะ”

“เรื่องนี้เหมือนเล็ก ความจริงไม่เล็กเลยนะเรน อย่างที่คุณตาว่ามันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีตั้นมันยอมแพ้ผมไม่ได้หรอก” รัชต์อดห่วงไม่ได้

ตาเลิศนึกเห็นใจจึงคิดหาทางช่วยเหลือรัชต์กับเรน

ooooooo

ด้านศักยะก็รีบมาที่บริษัท และออกคำสั่งให้ระดมพนักงานฝีมือดีทั้งหมดมาช่วยกันออกแบบงาน เพราะต้องการเอาชนะรัชต์

“จำไว้นะงานอื่นไม่ได้ไม่เป็นไร แต่งานออกแบบหอประชุมนานาชาติ บริษัทเราต้องชนะเท่านั้น” ศักยะเสียงกร้าว

ขณะนั้นเอง เสียงมือถือของศักยะก็ดังขึ้น เขาดูเบอร์เห็นเป็นของพิไลก็ไล่พนักงานออกไปแล้วกดรับสาย

พิไลโทร.มาบอกลูกชายว่า เธอจะขายร้านอาหารแล้วกลับมาอยู่เมืองไทย ศักยะไม่พอใจรีบถามถึงแม้นฤกษ์ว่าจะมาด้วยหรือเปล่า

“แกอย่ามาดักคอเรื่องลุงเขาหน่อยเลยตั้น ถ้าไม่ให้ลุงเขาอยู่ด้วยแล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหน” พิไลพาล

ศักยะฉุนกึกกดตัดสายทันที พิไลกระแทกหูโทรศัพท์ด้วยความโมโหลูก

“เป็นไงบ้างคุณ” แม้นฤกษ์ที่นั่งลุ้นรีบถาม

“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ ไอ้ลูกคนนี้ พอรวยเข้าหน่อยทำแข็งข้อไม่เห็นหัวแม่” พิไลเดินหงุดหงิดออกไป

“คิดกีดกันกูเหรอ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน มึงรู้จักกูน้อยเกินไปแล้วไอ้ตั้น สมบัติมึงก็เหมือนสมบัติกู” แม้นฤกษ์ยิ้มร้าย

ooooooo

ศักยะนอนคิดหนักไม่รู้ว่าจะไปหาเหยื่อรายที่สามมาให้พรายได้จากที่ไหน เพราะวันนี้พิมพ์พัสตราอยู่บ้านและทำเหมือนจ้องจับผิดเขาอยู่

จนกระทั่งดึก เมื่อชะโงกหน้าไปมองพิมพ์พัสตราเห็นหลับสนิทก็ฉุกคิดได้จึงแกล้งเรียกเบาๆแต่พิมพ์พัสตรานอนหลับไม่รู้เรื่อง เขายิ้มพอใจ ก่อนจะค่อยๆย่องลงจากเตียง แล้วออกจากห้องไปอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่พอศักยะเดินพ้นออกไปจากห้อง พิมพ์พัสตราก็ลืมตาขึ้นแล้วแอบตามศักยะไป

ศักยะลงมาที่โถงชั้นล่างเห็นสาวใช้กำลังเดินปิดไฟในบ้าน ก็รีบเข้าไปคุยด้วยเพื่อจะส่งเธอให้พรายจัดการ พิมพ์พัสตราที่ตามลงมาเห็นศักยะคุยกับสาวใช้เข้าใจผิดคิดว่าเขายุ่งกับเด็กในบ้านด้วย

“จริงๆฉันก็ไม่อยากทำอะไรแบบนี้กับคนในบ้านหรอกนะ แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลือก ก็ถือซะว่าเธอโชคร้ายก็แล้วกัน” ศักยะพึมพำ

“คุณผู้ชายพูดอะไรคะ หนูไม่เข้าใจ”

ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งมาแตะไหล่ของสาวใช้ เธอหันไปมองเห็นเป็นศักยะในชุดดำ หน้าซีดแบบผีดิบ แสยะยิ้มอ้าปากกว้างเห็นฟันเหมือนเขี้ยวแหลมคมเต็มปาก สาวใช้ไม่มีโอกาสได้ร้อง พรายก็อ้าปากกว้างกลายเป็นเงาดำกลืนกินสาวใช้เข้าปากไปคล้ายงูกลืนกินเหยื่อ

พิมพ์พัสตราเห็นภาพนั้นเต็มตา เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ

“คุณพิม” ศักยะหันมา

พิมพ์พัสตราหวาดกลัวสุดชีวิตวิ่งล้มลุกคลุกคลานหนีขึ้นบันได

“คุณพิม รอผมก่อนครับ” ศักยะรีบตามไป

พิมพ์พัสตราวิ่งหนีสติแตกมาโดยไม่รู้ทิศรู้ทางด้วยความหวาดกลัว เธอหลบเข้าไปแอบในห้อง พรายยื่นมือข้างหนึ่งมาลูบไล้ผมของพิมพ์พัสตราจากด้านหลัง เหมือนเป็นการหยอกเย้า เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ด้านหลัง จึงกรี๊ดลั่น ศักยะรีบคว้าตัวเธอไว้

“ฟังนะพิม ผมต้องหาผู้หญิงสามคน คืนละคน ไปเป็นเหยื่อให้พราย ความจริงที่ผมไม่อยากให้คุณรู้”

พิมพ์พัสตราหวาดกลัวเกินกว่าจะรับฟังอะไร เธออ้อนวอนให้ศักยะปล่อยเธอไป แล้วพรายร้ายก็ปรากฏตัวขึ้นอีก พิมพ์พัสตราแทบช็อก เพราะใบหน้ามันเหมือนศักยะไม่ผิดเพี้ยน มีเพียงแววตาเท่านั้นที่คล้ายงู พิมพ์พัสตราร้องไห้โฮ สะบัดมือหลุดวิ่งหนีออกไปพร้อมแผดเสียงร้องลั่นบ้าน

“ฉันไม่อยากให้คุณพิมจำเรื่องทั้งหมดนี้ได้อีก แกลบความทรงจำคุณพิมได้ไหม” ศักยะสั่ง



“ท่านจะได้ตามประสงค์ โดยไม่ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน” พรายแสยะยิ้ม ก่อนร่างจะหายไป

พรายร้ายทำให้พิมพ์พัสตราตกบันไดลงไปนอนหมดสติ และเมื่อฟื้นขึ้นมาเธอก็จดจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

ooooooo

ในขณะที่ศักยะกำลังวุ่นกับเรื่องพิมพ์พัสตรา รัชต์กับเรนก็ช่วยกันออกแบบหอประชุมนานาชาติเสร็จทันเวลาพอดี ทั้งคู่พอใจกับผลงานครั้งนี้มาก

“ทำอะไรกันอยู่ ตามีของมงคลมาให้บริษัททูอาร์ไว้เอาฤกษ์เอาชัยด้วยนะ”

ตาเลิศเข้ามาทัก  รัชต์กับเรนมองหน้ากันแล้วลุกมาหาคุณตา

“ไม่ต้องกังวลว่าตั้นจะใช้อำนาจพรายมาช่วยให้ชนะงานนี้แล้วล่ะ อ้ะ เปิดดูสิ”

ตาเลิศส่งถุงผ้าให้ เรนรับมาเปิดดูเห็นแผ่นยันต์ทำจากผ้าผืนหนึ่งค่อนข้างเก่าก็แปลกใจ รัชต์ขยับดูอย่างสนใจพลางเอ่ยถามว่า คุณตาไปได้มาจากไหน

“ตาไปขอจากหลวงพ่อที่ตานับถือมา ตาเชื่อว่าตั้นต้องเล่นไม่ซื่อแน่ๆ ก็เลยเอามากันไว้ก่อน”

“ขอบคุณมากเลยครับคุณตา ถ้าตัดเรื่องไอ้ผีพรายออกไปได้ ก็วัดกันที่ฝีมือล้วนๆ แบบนี้ต่อให้ผมแพ้ ผมก็ไม่เสียใจเลยครับ” รัชต์กับเรนยิ้มให้กันอย่างมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น

ooooooo

วันที่รอคอยมาถึง รัชต์กับเรนนำผลงานมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วออกไปยืนคุยกับตัวแทนจากบริษัทอื่นที่เอาผลงานเข้ามาประกวดเช่นกัน สักพักศักยะก็มาถึง เหล่าตัวแทนเมื่อรู้ว่าบริษัทของศักยะส่งงานประกวดด้วยก็ถอดใจหันมาบ่นกันเอง

“มีใต้โต๊ะชัวร์ คงล็อกจนได้ประมูลการก่อสร้างไปแล้วล่ะ แค่ทำเป็นพิธีไม่ให้น่าเกลียด”

รัชต์กับเรนหันมาสบตากัน เป็นจังหวะเดียวกับที่ ศักยะเหลือบมาเห็นพอดี เขาเดินตรงเข้ามาหาเรื่อง แต่รัชต์ไม่สนสวนว่า

“ใครจะแพ้จะชนะ มันเป็นหน้าที่กรรมการตัดสิน ไม่ใช่แกไปเถอะเรน”

ศักยะเจ็บแค้นอยากเอาชนะ สั่งให้พรายเข้าไปจัดการ แต่พรายไม่อาจเข้าไปในห้องประชุมได้เพราะเรนแอบติดผ้ายันต์ไว้ที่มุมหนึ่งของประตูหน้าห้อง แล้วผลการตัดสินก็ออกมา บริษัท ทู อาร์ของรัชต์กับเรนคว้างานไปอย่างพลิกความคาดหมาย ทุกคนปรบมือแสดงความยินดีให้

รัชต์และเรนหันไปกอดกันแน่นด้วยความดีใจ เรนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความยินดี ในขณะศักยะหน้าตาโกรธจัดเดินหนีออกไปทันที

ooooooo

รัชต์กับเรนซื้ออาหารมาเลี้ยงฉลองชัยชนะกับตาเลิศที่บ้าน ตาเลิศเตือนทั้งคู่ว่าให้ทำอะไรแต่พอตัว รัชต์รับคำพลางขอบคุณตาเลิศอีกครั้งเพราะถ้าไม่ได้แผ่นยันต์ของคุณตา เขาก็คงแพ้ศักยะอีกตามเคย

“ยันต์ของตามันก็กันได้แต่ภูตผีเท่านั้นแหละ ที่ชนะการประกวดมาได้ก็เพราะฝีมือของคุณรัชต์กับเจ้าเรนเองตะหาก บริษัทอื่นเขาไม่ได้มีพรายคอยช่วยซะหน่อย”

“งานนี้นะตา นอกจากจะได้ทั้งเงินทั้งชื่อเสียงแล้ว ยังได้เอาคืนพี่ตั้นเต็มๆเลย อยากให้ตาเห็นหน้าพี่ตั้นจริงๆ” เรนสะใจ

“แต่ตาว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเลยจะดีกว่า เราเอาชนะเขาได้ อาจจะได้ความสะใจชั่วครู่ชั่วยาม แต่ผลที่จะตามมาจากนี้ล่ะ อย่าลืมสิ เราไม่ได้สู้กับคนดีมีศีลธรรมอยู่นะ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าตั้นตกเป็นทาสกิเลสความอยากได้อยากมี ยอมทำผิดบาปแลกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ตาห่วง

ความปลอดภัยของเราสองคนมากกว่า จากนี้ไปรัชต์กับเรนต้องระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าอยู่คนเดียวตามลำพังเด็ดขาด” ตาเลิศนึกห่วง

รัชต์กับเรนมองหน้ากัน แล้วก็ตัดสินใจหอบเครื่องนอนไปนอนรวมกันในห้องตาเลิศเพื่อความปลอดภัย

“ผมขอโทษนะที่ทำให้เรนกับคุณตาต้องเดือดร้อนไปด้วย”รัชต์รู้สึกผิด

“พรายไม่ได้จ้องทำร้ายนายคนเดียวซะหน่อย เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต่อไปนายห้ามคิดแบบนี้อีกนะคะ” เรนให้กำลังใจ

“ตาต้องไขปริศนาที่ไอ้พรายมันบอกว่าตาคือคนสุดท้ายให้ออก บางทีเราอาจจะรู้ว่ามันต้องการอะไรกันแน่” ตาเลิศคิดหาทางแก้ไขสีหน้าหนักใจ

ooooooo

ด้านศักยะกลับมาบ้านพร้อมกับความพ่ายแพ้  เขาหลบไปนั่งดื่มไวน์ในมุมมืดด้วยความคับแค้นใจ พลันเหลือบเห็นพิมพ์พัสตราแต่งตัวสวยเตรียมจะออกไปข้างนอก จึงเข้ามาแขวะว่าเธอคงไปแสดงความยินดีกับรัชต์

พิมพ์พัสตราฉุนประชดว่าเธอโทร.ไปแสดงความยินดีกับรัชต์เรียบร้อยแล้ว และคืนนี้เธอก็จะออกไปงานกับคุณพ่อ คุณแม่ แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ศักยะโกรธจัดหันขวับมาด่าพรายที่ทำงานไม่สำเร็จ

“เพราะหลานสาวไอ้เลิศตะหาก ถ้ามันไม่เอายันต์นั่นไปติดไว้หน้าห้อง เราก็ทำงานให้ท่านสำเร็จไปแล้ว เราเตือนท่านแล้ว ถ้าพวกมันรู้ความลับของพวกเรา เราจะยิ่งจัดการพวกมันได้ยากขึ้น” พรายยุ แต่ศักยะไม่ทันได้ตอบอะไร พิไลก็โทร.เข้ามาบอกว่าเธอมาถึงเรียบร้อยแล้ว และให้ศักยะช่วยจัดการเรื่องที่พักให้

ศักยะจำใจให้พิไลกับแม้นฤกษ์มาพักที่บ้านด้วย แต่ให้ทั้งคู่ไปอยู่ที่เรือนเล็กของรัชต์ พิไลเห็นสภาพบ้านก็อดบ่นไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำความสะอาดเลย ศักยะเรียกให้สาวใช้ไปตามพวกมาจัดการ แล้วว่ากระทบแม้นฤกษ์

“จริงๆ ผมไม่ได้ลืมหรอกครับแม่ แต่เห็นว่าแม่ไม่ได้มาคนเดียวผมก็เลยไม่อยากให้คนอื่นสบายจนเกินไป”

“ตัวเองอยู่คฤหาสน์ใหญ่โต แต่ให้แม่อยู่บ้านเล็กยังกะบ้านพักคนงาน กตัญญูเหลือเกิ๊น” แม้นฤกษ์สวนพิไลกลัวจะมีเรื่องรีบร้องห้ามแล้วเปิดกระเป๋าหยิบเช็คส่งให้ศักยะ

“อ้ะ เงินที่แม่ติดแก ไม่ครบหรอกนะ แล้วจะทยอยหามาใช้คืนให้”

“จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากได้คืนหรอกนะแม่ แต่ถ้าไม่เอาคนอื่นมันก็เอาไปผลาญจนหมดอีก” ศักยะมองแม้นฤกษ์อย่างดูแคลน

แม้นฤกษ์โมโหจะเอาเรื่องศักยะให้ได้ พิไลตัดบทลากแม้นฤกษ์เข้าไปทำความสะอาดบ้าน

ศักยะมองตามแม้นฤกษ์ด้วยสายตาอำมหิต พึมพำว่า “กูหมดความอดทนกับมึงเมื่อไหร่ มึงก็หมดลมหายใจเมื่อนั้น”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศักยะเข้ามาต่อว่าพิมพ์พัสตราในห้อง เพราะโกรธที่เมื่อคืนไม่กลับบ้าน พิมพ์พัสตราอ้างว่างานเลี้ยงเลิกดึกเลยนอนค้างบ้านแม่ แต่ศักยะไม่เชื่อสวนว่าคงไปค้างกับรัชต์มามากกว่า

พิมพ์พัสตราโกรธจัดจะตบหน้าศักยะ แต่ศักยะไวกว่า คว้าข้อมือพิมพ์พัสตรามาบีบแน่นด้วยความหึงจนพิมพ์พัสตราร้อง ศักยะรู้ตัวรีบปล่อยมือพร้อมคำขอโทษ แต่พิมพ์พัสตราไม่สนเดินหนีเข้าห้องน้ำไป

ปัญหาพิมพ์พัสตรายังแก้ไม่ตก ศักยะก็มีปัญหาใหม่มาให้ปวดหัวอีก เมื่อพนักงานโทร.ทวงถามเรื่องโครงการบ้านริมหาดที่ต้องรีบตัดสินใจ แต่เขาไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย จึงต้องหาตัวช่วย และคนที่นึกถึงก็คือเรน

ศักยะตามไปเกลี้ยกล่อมเรนให้มาทำงานด้วยกัน เพราะเธอคือคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุด แต่เรนปฏิเสธ

“เรนทนทำงานให้กับคนที่เรนไม่ศรัทธาไม่ได้หรอกค่ะ

พี่ตั้น แล้วเรนก็รับรองว่าไม่มีใครหรืออำนาจลึกลับที่ไหนจะมาเปลี่ยนใจเรนได้ทั้งนั้น” เรนตาแข็งใส่ศักยะแล้วเดินเลี่ยงไปโดยไม่ใส่ใจศักยะอีก

ศักยะได้แต่มองตามนึกอยากเอาชนะให้ได้ เขารีบไปที่รถพลางเรียกหาพราย

“ตราบใดที่ท่านมีข้าอยู่ ท่านไม่เห็นต้องกลัวเกรงสิ่งใด ท่านจะต้องไปง้องอนผู้หญิงคนนั้นอีกทำไม” พรายเอ่ยถาม

“ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันต้องการคนที่ไว้ใจได้ อธิบายไปแกก็ไม่เข้าใจหรอก สรุปว่าแกทำให้เรนกลับมาอยู่ข้างฉันได้รึเปล่าล่ะ”
“ถ้าจะทำให้นางมาหาท่านก็ยังพอมีทางอยู่ เพียง

แต่สิ่งแลกเปลี่ยนคราวนี้ ท่านอาจจะต้องลงมือด้วยตัวท่านเอง”

“เดี๋ยวก็เหมือนคราวเข็มทองอีกหรอก แกทำเองไม่ได้รึไง จะได้ไม่มีหลักฐาน”

“ท่านไม่ต้องห่วง มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงท่านหรอก แล้วก็ไม่มีใครต้องตายด้วย” เสียงพรายหัวเราะเยือก

ศักยะมีสีหน้ากังวลกับการเรียกร้องของพรายขึ้นมาเหมือนกัน

ในขณะที่ศักยะหาทางดึงเรนมาช่วยงาน พิมพ์พัสตราก็ขนข้าวของลงมาที่รถเตรียมจะกลับไปอยู่บ้านคุณแม่ พิไลออกมาเห็นเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณถามลูกชายคุณเองดีกว่าค่ะ พิมไม่อยากพูดมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นคนขี้ฟ้อง คนอย่างพิมมีพร้อมทุกอย่าง ไม่มีความจำเป็นที่พิมจะต้องมาทนรองรับอารมณ์ของใคร”

พิมพ์พัสตราสะบัดหน้าพรืด เดินขึ้นรถขับออกไปพิไลมองตามด้วยความหนักใจปนสงสัย แม้นฤกษ์ที่แอบฟังอยู่ได้โอกาสรีบเข้ามายุยง

“คงทำเล่นตัวอยากให้ลูกเธอไปง้อล่ะสิเรียกร้องความสนใจ แต่พูดก็พูดเถอะ ที่จริงเราก็รู้แค่ว่าลูกสะใภ้เธอเป็นลูกคนรวย พ่อแม่ชื่ออะไร บ้านอยู่ไหนเราก็ไม่รู้ สมัยนี้พวกรวยแต่เปลือกมันเยอะ แน่ใจได้ยังไงว่าแม่คนนี้จะไม่หวังมาปอกลอกลูกชายเธอ ตั้นเองท่าทางจะหลงเมียใช่เล่น ปุบปับก็แต่งงานไม่ได้บอกเธอซักคำ จะเสียท่าพวกสิบแปดมงกุฎรึเปล่าก็ไม่รู้”

พิไลฟังแล้วคล้อยตาม คิดห่วงลูกจึงหันมาปรึกษาสามี แม้นฤกษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะเป็นไปตามแผน

ooooooo
ตอนที่ 9


พิไลหลงเชื่อคำยุยงของแม้นฤกษ์ จึงมาคุยกับศักยะเรื่องแบ่งสมบัติ ทำให้ศักยะแค่นหัวเราะออกมาเพราะรู้ดีว่า แม้นฤกษ์อยู่เบื้องหลัง

“แม้แต่ฉัน แกก็ไม่อยากให้เหรอ ฉันไม่ได้อยากจะได้เงินแกหรอกนะไอ้ตั้น ที่มาพูดก็เพราะฉันห่วงแก แต่ถ้าแกกลัวว่าฉันจะเอาเงินของแกนัก ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งไม่ถามแกอีกเลย” พิไลน้ำตาคลอจะเดินออกไป

“ถ้าแม่ยอมเลิกกับมัน ผมจะทำให้แม่มีชีวิตที่สุขสบายที่สุด แม่จะมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกคนนี้มีปัญญาจะหามาให้ได้” ศักยะมองแม่น้ำตารื้นๆ

“ยกเว้นลุงฤกษ์ใช่ไหม” พิไลถอนใจสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง

ศักยะยกมือปาดน้ำตา นึกแค้นใจที่แม่เชื่อแม้นฤกษ์มากกว่าตน

ส่วนแม้นฤกษ์ตัวปัญหา เขานำเงินส่วนแบ่งจากการขายร้านอาหารมาให้เรน แต่ลูกสาวไม่รับ แถมขอร้องไม่ให้พ่อไปยุ่งเกี่ยวกับศักยะอีก แต่แม้นฤกษ์รีบตัดบทอ้างว่ามีนัด ทานข้าวกับเพื่อนแล้วเดินเลี่ยงออกไป  เรนนึกห่วงกลัวศักยะจะใช้พรายมาทำร้ายพ่อ

แม้นฤกษ์ออกมาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่สวนอาหาร แล้วขอตัวกลับบอกว่าจะรีบไปเอาใจเมีย เพื่อนฝูงพากันอิจฉา เมื่อเห็นพนักงานดูแลรถของร้านขับรถคันหรูมาจอดให้ และมีหญิงสาวนั่งรออยู่ในรถด้วย พวกเขาเข้าใจว่า แม้นฤกษ์ นัดสาวไว้ ก็แอบอมยิ้ม แม้นฤกษ์ไม่รู้ตัวเลยว่า มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญนั่งมาในรถด้วย

แม้นฤกษ์ขับรถออกมาตามเส้นทางสายเปลี่ยว พลันเหมือนได้กลิ่นเหม็น เขาหันมองรอบๆตัวเพราะรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ แล้วพรายในร่างหญิงสาวก็โผล่พรวดขึ้นมาจากเบาะหลัง มันบีบคอแม้นฤกษ์แน่นพร้อมแสยะยิ้มเห็นฟันในปากอาบไปด้วยเลือด แม้นฤกษ์ตกใจสุดขีดแหกปากร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

กลางดึกคืนนั้นพิไลโทร.แจ้งเรนว่าแม้นฤกษ์ประสบอุบัติเหตุกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เรนกับรัชต์รีบมาที่โรงพยาบาล เรนสอบถามเรื่องราวจากพิไล

“ฉลองอวดรวยกับเพื่อนหนักไปหน่อยล่ะมั้ง” ศักยะเดินเข้ามา

ทุกคนหันมองศักยะ เรนตรงเข้าต่อว่าศักยะเพราะเชื่อว่าเขาให้พรายไปทำร้ายพ่อเธอ รัชต์รีบจับตัวเรนไว้พลางเตือนสติ เรนยอมหยุด ศักยะยิ้มเหยียดหมั่นไส้ พิไลเห็นลูกกับลูกเลี้ยงทะเลาะกันก็ไม่สบายใจ รีบไกล่เกลี่ย

“หนูเรนจ๊ะ น้ารับรองได้นะ ว่าตั้นไม่ได้เป็นคนทำร้ายพ่อหนูหรอกจ้ะ ตั้นไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ น้าเป็นคนโทร.บอกตั้นเอง ตั้นก็ช่วยประสานงานทุกอย่างให้อย่างดี ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้นก็เป็นคนออกให้”

“ป่วยการอธิบายครับแม่ คนอย่างผมมันเลวในสายตาเรนเขาอยู่แล้ว แค่ถอนหายใจก็ยังผิดเลย ใครจะเข้าใจยังไง ก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ” ศักยะเดินเลี่ยงไปด้วยท่าทางน้อยใจ

เรนและรัชต์หันไปมองหน้ากัน รัชต์เปรยว่า งานนี้ ศักยะอาจไม่เกี่ยวก็ได้ พิไลรีบยืนยันว่า เรนกำลังเข้าใจผิด เพราะศักยะไม่รู้เรื่องจริงๆ เรนหน้าเสียรู้สึกตัวที่วู่วามเกินไปจึงตามไปขอโทษศักยะ

“ผมอาจจะไม่ใช่คนดีนักนะเรน แต่ผมก็ไม่ได้ใช้อารมณ์นำเหตุผลไปหมดซะทุกเรื่อง โอเค ผมยอมรับว่าผมเกลียดเขามาก แต่ในเมื่อเขาเป็นคนที่แม่รัก เป็นพ่อแท้ๆ ของเรน แล้วผมจะกล้าทำร้ายเขาได้ยังไง แล้วถ้าผมคิดทำจริงๆ คิดเหรอว่าเขาจะรอด” ศักยะหันมาโต้

“แต่เรนก็มีสิทธิ์ที่จะคิดแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อพี่ก่อความเดือดร้อนให้ใครต่อใครไว้ตั้งเยอะแยะ”

“แล้วเรนเห็นกับตาเหรอว่าทุกเรื่องเป็นฝีมือผม จะบอกอะไรให้นะ ว่าบางเรื่องผมก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยเลยผมอยากให้เรนรู้ไว้อย่างหนึ่ง ไม่มีใครร้ายได้กับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นหรอกนะ ถึงผมจะร้ายกับรัชต์หรือคนอื่นแค่ไหน แต่กับเรน ผมมีแต่ช่วยเหลือ ไม่เคยคิดร้ายแม้แต่นิดเดียว ลองนึกย้อนดูสิ เรนจะเห็นว่าผมมีแต่ความห่วงใยให้เรนมาตลอด” ศักยะสีหน้าแววตาจริงจัง

เรนเผลอมองเข้าไปในแววตาของศักยะ สัมผัสได้ถึงความจริงใจก็เถียงไม่ออก

“ถ้าเรนไม่มีอะไรจะด่าผมแล้ว ผมกลับนะ เดี๋ยวพ่อเรนเป็นอะไรขึ้นมา จะโทษผมอีก” ศักยะมองหน้าเรนด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินเลี่ยงไป แต่พอลับตาศักยะก็แอบยิ้มมุมปากพอใจกับสถานการณ์

พรายสิงร่างคนไข้มาพบกับศักยะในลิฟต์ ชายหนุ่มเอ่ยชมที่แผนของพรายได้ผลดีเกินคาด แต่เสียดายที่แม้นฤกษ์ไม่ตายสมใจ

“ขยะอย่างมันท่านจะกำจัดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การเปลี่ยนใจเรนต่างหาก ที่เป็นเรื่องยากกว่า”

“แล้วฉันจะต้องรออีกนานแค่ไหน เรนถึงจะกลับมาหาฉัน”

“ข้าบอกไม่ได้ จิตใจของนางไม่เหมือนเมียท่าน แต่ถ้าท่านอยากจะได้นางจริงๆท่านก็ต้องอดทนแล้วทำตามที่ข้าบอก”

“ขอให้เรนกลับมาจริงๆ เถอะ ต้องให้ฉันรอนานแค่ไหน ฉันก็รอได้” ศักยะเดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม

ooooooo

ในขณะที่เรนวุ่นอยู่กับการดูแลแม้นฤกษ์ที่โรงพยาบาล พิมพ์พัสตราก็พารัชต์มาที่ตึกแห่งหนึ่ง เพราะอยากให้รัชต์เช่าเปิดบริษัท เธออ้างว่า เจ้าของตึกสนิทกับคุณพ่อจึงขอเช่าได้ในราคาถูก และพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่าๆ หวังแกล้งให้ศักยะหัวหมุน รัชต์ชำเลืองมองพิมพ์พัสตราอย่างอึดอัดใจ

ส่วนแม่ของพิมพ์พัสตราเมื่อทราบเรื่อง ก็เรียกลูกสาวไปต่อว่า เพราะกลัวศักยะจะเข้าใจผิด แต่พิมพ์พัสตรากลับยิ้มสะใจเพราะนั่นคือความต้องการของเธอที่อยากเอาคืนศักยะบ้าง

“แม่อย่าเข้าข้างเขาหน่อยเลย เห็นเขาทำกับพิมไหมคะ เคยแคร์พิมซะที่ไหน นี่ขนาดหนีกลับมาอยู่บ้าน เขายังไม่โทร.มาง้อซักนิดเลย พิมไม่ยอมต้องเป็นคนเสียใจฝ่ายเดียวหรอกนะคะแม่” เอ่ยพลางลุกหนี

แม่ก็ได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ แต่ไม่รู้จะห้ามยังไง

ตาเลิศรู้จากรัชต์ว่า เขากำลังจะหาที่เปิดบริษัทใหม่ก็เข้ามาบ่นกับเรนว่า อดใจหายไม่ได้เพราะเคยเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน เรนที่แอบน้อยใจตัดพ้อว่า เธอไม่ได้อยากย้าย แต่รัชต์สนใจตึกที่พิมพ์พัสตราหาให้ เธอเลยไม่อยากขัดใจ ตาเลิศเห็นท่าทางหลานก็พอจะรู้ว่ารู้สึกยังไง แต่อยากให้หลานรู้ใจด้วยตัวเองมากกว่า จึงเปลี่ยนเรื่องถามถึงแม้นฤกษ์

“ป่านนี้กลับบ้านไปแล้วมั้งคะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยแวะไปเยี่ยมที่บ้าน เมื่อไหร่พ่อจะเลิกยุ่งกับพี่ตั้นซะทีก็ไม่รู้นะคะตา” เรนนึกห่วง

“ถ้าตั้นเห็นแก่เรากับแม่เขาจริงอย่างที่ปากพูด ก็คงไม่มีเรื่องอะไรหรอก ขออย่างเดียว พ่อเราอย่าทำอะไรให้มันมากเกินไปนักก็แล้วกัน ความอดทนของคนเรา จะคนดีคนร้าย ก็มีขีดจำกัดด้วยกันทุกคน” ตาเลิศเปรย

เรนฟังแล้วก็เครียด เพราะรู้นิสัยพ่อดีว่าร้ายกาจเพียงใด

ooooooo

ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล แม้นฤกษ์ก็ชวนพิไลไปหาศักยะที่บริษัทอ้างว่า จะไปขอบคุณที่ศักยะช่วยออกค่าใช้จ่ายในการรักษาให้ พิไลถึงกับอึ้งไม่แน่ใจว่า แม้นฤกษ์จะมีอะไรแอบแฝงอีกหรือเปล่า แต่เมื่อมาถึงบริษัทแม้นฤกษ์กลับบอกกับศักยะว่า พิไลอยากจะทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆ จึงจะให้ศักยะช่วยออกทุนให้สักสามสี่สิบล้าน พิไลตกใจหน้าซีดเผือดคิดไม่ถึงว่าแม้นฤกษ์จะเรียกร้องถึงขนาดนี้

“แผนแรกไม่สำเร็จ ก็เลยคิดแผนสองมาดูดเงินผมให้ได้ใช่ไหม ผมกำลังจะหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ ถ้าผมรำคาญจนเหลืออดเมื่อไหร่ คุณจะเดือดร้อน” ศักยะจ้องแม้นฤกษ์อย่างรู้ทัน

แม้นฤกษ์เสียฟอร์ม โวยวายใส่ศักยะ พิไลรีบดึงตัวไว้ชวนกลับบ้านเพราะไม่อยากให้มีเรื่อง แต่แม้นฤกษ์ไม่ยอม ศักยะกดสปีกเกอร์หาเลขาฯสั่งให้ตาม รปภ.มาลากตัวแม้นฤกษ์ออกไป

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน มึงกล้าทำกับกูยังงี้เหรอ” แม้นฤกษ์จะพุ่งเข้าใส่ศักยะ

พิไลพยายามดึงแม้นฤกษ์สุดแรงแล้วลากตัวออกไป ศักยะมองตามไป สีหน้าดุดัน แววตาเกลียดชัง เมื่อไม่ได้เงินจากศักยะ แม้นฤกษ์ก็พาลหาเรื่องพิไล จนพิไลชักเหลืออด

“ตั้นพูดไม่ผิดจริงๆ คุณคิดแต่จะไถเงินมันท่าเดียวถ้าคุณยังไม่เลิกความคิดแบบนี้ เห็นทีฉันต้องทำตามที่ตั้นแนะนำแล้วล่ะ”

แม้นฤกษ์ฟังดูทะแม่งๆ คาดคั้นให้พิไลบอกมาว่า ศักยะแนะนำอะไร พิไลบอกว่า ศักยะอยากให้เธอเลิกกับแม้นฤกษ์ แม้นฤกษ์ของขึ้นตบหน้าพิไลเต็มแรง

“เธอกล้าเลิกกับฉันเหรอพิไล อย่าให้ฉันได้ยินคำพูดนี้จากปากเธออีกนะ” แม้นฤกษ์ตวาดแล้วเข้าทำร้ายพิไลด้วยความโกรธ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เรนมาเยี่ยมแม้นฤกษ์ที่บ้าน แต่พบพิไลถูกซ้อมหน้าตายับเยิน เธอตกใจมากถามว่าแม้นฤกษ์ เป็นคนทำใช่ไหม พิไลร้องไห้โฮขอร้องเรนว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับศักยะเพราะไม่อยากให้มีเรื่องกันอีก เรนไม่พอใจมากรีบถามหาพ่อ เพราะต้องการคำอธิบาย

เป็นเวลาเดียวกับที่แม้นฤกษ์เดินกร่างเข้าไปหาเรื่องศักยะที่ในบ้าน และโดนพรายลากถูลู่ถูกังไปตามพื้นจนถึงสนามหน้าบ้าน แล้วเรนก็วิ่งเข้ามาพอดี พรายรีบปล่อยร่างแม้นฤกษ์ แม้นฤกษ์เห็นเรนกำลังวิ่งเข้ามาหาก็ร้องห้ามเพราะกลัวลูกถูกทำร้าย แต่เรนไม่ฟังวิ่งเข้ามาหาพ่อ พลางเอ่ยถามว่า เกิดอะไรขึ้น



“พ่อถูกคนลากออกมาจากบ้าน” แม้นฤกษ์หันมองหา ไม่มีใครนอกจากเรนก็ชักกลัว

“ลุกขึ้นเถอะค่ะพ่อ” เรนประคองพ่อลุกขึ้น และเห็นแผ่นหลังของพ่อถลอกปอกเปิก เลือดซิบไหลเป็นทาง จึงรีบพากลับไปทำแผลที่เรือนหลังเล็ก
ศักยะแอบมองเจ็บใจที่แม้นฤกษ์รอดไปได้

แม้นฤกษ์โกรธที่ถูกทำร้ายจึงมาลงที่พิไล แต่เรนออกรับแทน เธอขอร้องพ่อไม่ให้ยุ่งกับศักยะอีก เพราะสังหรณ์ใจว่าสิ่งที่ทำร้ายพ่อในวันนี้อาจเป็นพราย แล้วเรนก็ตัดสินใจเข้ามาพบศักยะเพื่อสอบถามความจริง

ศักยะยอมรับว่าเขาให้พรายลากแม้นฤกษ์ออกไปจริง เพราะแม้นฤกษ์มารีดไถเงินจึงต้องป้องกันตัว

“แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเกินกว่าเหตุซะหน่อย ก็แค่ลากคอออกไปจากบ้าน ก็เท่านั้น” ศักยะอ้างต่อ

เรนกวาดตามองไปรอบๆรู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างวนเวียนอยู่รอบๆตัว เธอพยายามระงับอารมณ์ รู้ว่าพ่อผิดเต็มประตูขอร้องศักยะว่า เธอทนไม่ได้ที่เห็นพ่อถูกทำร้าย

“แต่ถ้าเขายังไม่หยุด ผมก็จำเป็นต้องทำ แล้วผมก็ไม่รับรองว่าครั้งหน้าเขาจะโชคดีแบบนี้อีกรึเปล่า”

“แล้วถ้าเรนยอมกลับมาทำงานให้พี่ตั้นล่ะ พี่จะยอมปล่อยพ่อเรนได้ไหม” เรนโพล่งออกไป

ศักยะยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ เพราะในที่สุดตนก็ใกล้จะได้เรนกลับมาเหมือนเดิม

เรนกลับมาปรึกษาตาเลิศกับรัชต์ว่า เธอจะไปทำงานกับศักยะเพราะเป็นห่วงพ่อ ตาเลิศอดห่วงไม่ได้ที่เรนจะต้องกลับไปใกล้ชิดกับศักยะอีก แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ส่วนรัชต์ก็แอบน้อยใจเดินหนีออกไปรดน้ำต้นไม้

เรนมองตามรู้ว่ารัชต์ไม่พอใจแน่จึงตามไปเคลียร์ รัชต์หันมาสบตาเรนพลางตัดพ้อ “เรนก็รู้นี่ว่าตั้นทำอะไรไว้กับชีวิตผมบ้าง แต่เรนกลับไปทำงานให้กับคนที่ไม่หวังดีกับผม โดยไม่ถามความเห็นผมซักคำ แล้วจะไม่ให้ผมโกรธ ไม่ให้ผมน้อยใจได้ยังไง ทีผม ผมยังปรึกษาเรนก่อนทุกเรื่อง”

“นายก็ไม่ได้ปรึกษาเรนทุกเรื่องเหมือนกันล่ะค่ะ ก็เรื่องตึกที่จะทำบริษัทใหม่ล่ะ นายปรึกษาเรนตอนไหน นายไปดูตึกกับคุณพิมสองคน เลือกกันเองถูกใจกันเอง แล้วก็กลับมาบอกให้เรนรับทราบ เคยถามเรนซักคำไหมคะ” เรนน้อยใจ

รัชต์หน้าเจื่อน แต่ยังไม่ยอมแพ้ “เรื่องหาทำเลย้ายบริษัทมันเรื่องเล็กน้อย เทียบกันไม่ได้เลยกับที่เรนจะทิ้งบริษัทของเราไปทำงานให้คู่แข่ง”

“เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ทำให้น้อยใจได้เหมือนกันล่ะค่ะ”

“วันนี้เรนเป็นอะไร ดูไม่มีเหตุผลเลยนะ”

“เรนก็ไม่ใช่คนที่มีเหตุผลไปซะทุกเรื่องหรอกค่ะ” เรนทิ้งค้อนรัชต์ สีหน้างอนๆเดินหนีไป

รัชต์ถอนใจมองตามเรนอย่างน้อยใจ

ooooooo

เมื่อเรนตอบตกลงจะมาช่วยงานศักยะแล้ว พรายจึงมาทวงค่าตอบแทนจากศักยะ

“ข้าต้องการไม้เท้าที่ไอ้เลิศถือติดมืออยู่ ท่านจะขโมยมา หรือทำลายทิ้งก็ได้ ขออย่างเดียว อย่าให้มันอยู่ในมือไอ้เลิศอีก” เงาดำวูบผ่านหลังศักยะไป

“ไม้เท้าเก่าๆแบบนั้น แกจะเอาไปทำไม” ศักยะสงสัย

“ท่านอย่าสนใจเหตุผลเลย ทำให้ข้าได้รึไม่ล่ะ” มือคนแก่เหี่ยวๆวางลงที่ไหล่ศักยะ

ศักยะหันมองไหล่ตัวเองแต่ไม่พบอะไร เขารีบตอบรับทันทีเพราะมันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ง่ายที่สุดเท่าท่ีพรายเคยให้เขาทำ เสียงพรายหัวเราะชอบใจดังก้อง ศักยะนึกสงสัยว่า พรายอยากให้ทำลายไม้เท้าไปทำไม

เวลาเดียวกันนั้น รัชต์พาเรนมาดูห้องว่างที่จะเช่าทำออฟฟิศใหม่ พิมพ์พัสตราตามมาด้วย เธอคุยโวว่าขอลดค่าเช่าให้ได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ รัชต์หันมาถามความเห็นเรน

เรนเดินสำรวจดูรอบๆพลางเอ่ย “ถ้าถามเรน เรนก็ว่ามันกว้างขวางดี อยู่ใจกลางเมือง ไปมาก็สะดวก แต่บริษัทเราชื่อก็เริ่มติดแล้ว ถ้าลูกค้าชอบงานออกแบบของเรา บริษัทอยู่ที่ไหนเขาก็มาหาเราอยู่ดี เรนว่าเราน่าจะประหยัดเงินค่าเช่าไว้ดีกว่านะคะนาย เพราะบริษัทยังไม่มั่นคงพอ จำเป็นต้องเก็บเงินไว้หมุนอีกเยอะนะคะ แต่ถ้านายอยากได้ที่นี่จริงๆ เรนก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกนะคะ”

“เราเป็นหุ้นส่วนกัน อะไรก็ตามที่เรนไม่เห็นด้วย ผมก็จะไม่ทำ” รัชต์ส่งยิ้มแล้วหันมาบอกกับพิมพ์พัสตรา “ขอบคุณสำหรับความหวังดีกับพี่นะพิม แต่พี่ว่าที่นี่มันใหญ่เกินตัวบริษัทพี่ไปหน่อยพี่คงไม่เอาที่นี่แล้วล่ะ ยังไงฝากพิมแคนเซิลให้พี่ด้วยนะ”

พิมพ์พัสตราหงุดหงิดขึ้นมาทันที เพราะเสียหน้า เรน เห็นท่าทางพิมพ์พัสตราก็ไม่สบายใจนัก เธอบ่นกับรัชต์เมื่อกลับมาที่รถว่า กลัวพิมพ์พัสตราโกรธ

“ผมทำให้ทุกคนพอใจหมดไม่ได้หรอกนะเรน และถ้าต้องเลือก ผมก็ต้องเลือกคนที่ผมแคร์มากกว่าอยู่แล้ว”

“เรนคงไม่สำคัญขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“ใครว่าล่ะครับ ตอนที่ผมลำบาก มีเรนคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน แล้วที่ผมกลับมาตั้งหลักใหม่ได้แบบนี้ก็เพราะมีเรนที่คอยช่วยผมมาตลอด เรนแทบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมอยู่แล้ว จะว่าตัวเองไม่สำคัญได้ยังไง” รัชต์ส่งตาหวานให้เรน

เรนยิ้มเขินรีบหลบสายตา พิมพ์พัสตราแอบมองท่าทีของทั้งคู่อย่างไม่พอใจนัก

ooooooo

ตาเลิศเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วจึงถือไม้เท้าออกมาซื้อก๋วยเตี๋ยวที่หน้าปากซอยไว้รอรัชต์กับเรน จิ๊กโก๋ที่ดักอยู่สบโอกาสเข้าเล่นงานตาเลิศทำเหมือนจะชิงทรัพย์ แต่รัชต์กับเรนขับรถเข้าซอยมาพอดี พวกจิ๊กโก๋ตกใจ รีบเข้าไปแย่งไม้เท้าจากคุณตา โดยไม่สนใจกระเป๋าสตางค์ที่หล่นอยู่แม้แต่น้อย รัชต์รีบวิ่งลงจากรถมาจัดการจิ๊กโก๋ แต่พวกมันก็หนีไปได้ ทั้งสองรีบพาตาเลิศกลับบ้าน

ตาเลิศมองไม้เท้าในมืออย่างครุ่นคิด เปรยว่า ถ้าเป็นการจี้ชิงทรัพย์จริงพวกจิ๊กโก๋ก็น่าจะหยิบกระเป๋าสตางค์ก่อน แต่นี่มันตรงเข้าแย่งไม้เท้าจากตน

“แล้วมันจะเอาไม้เท้าคุณตาไปทำไมล่ะครับ เท่าที่ดู มันก็ไม่น่าจะมีราคาอะไรเท่าไหร่” รัชต์แปลกใจ

ตาเลิศเล่าว่า ไม้เท้าอันนี้มีอาคม สามารถป้องกันภูตผี ปิศาจได้และยังเคยช่วยชีวิตของตนกับเรน ให้พ้นเงื้อมมือไอ้ผีพรายมาแล้ว เพราะเป็นไม้เท้าของชัดที่ศักยะให้ตนเก็บไว้

“อ๋อ เรนนึกออกแล้วค่ะ ไม้เท้าที่อยู่ในห้องพระบ้านปู่พี่ตั้นใช่ไหมคะ” เรนเริ่มเข้าใจ

“ใช่ ตอนที่ตั้นให้ไม้เท้าตา เขาก็คงไม่รู้หรอกว่าไม้เท้านี้มีอำนาจเหนือผีพรายทาสรับใช้ของเขา”

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณตาพูด คนที่จ้างกุ๊ยพวกนั้นมาขโมยไม้เท้า อาจจะเป็นตั้นก็ได้” รัชต์เสริม

“โชคยังดีที่พวกมันเอาไปไม่ได้” ตาเลิศถอนใจ

รัชต์และเรนหันสบตากัน รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที เพราะถ้าไม่มีไม้เท้า ชีวิตของทุกคนคงไม่ปลอดภัยแน่

ooooooo

ศักยะออกมาคุยกับพรายที่สนามหน้าบ้านอย่างหงุดหงิดเพราะพวกจิ๊กโก๋ทำงานไม่สำเร็จ ขณะนั้นเอง พิไลก็เดินออกมาทางสนาม เธอชะงักที่เห็นลูกชายเพราะแผลที่โดนแม้นฤกษ์ซ้อมยังไม่หายดี ศักยะหันมาเห็นหน้าพิไลมีรอยฟกช้ำก็มั่นใจว่าเป็นฝีมือพ่อเลี้ยงแน่จึงจะไปเอาเรื่อง แต่พิไลร้องห้ามพลางปกป้องแม้นฤกษ์สุดฤทธิ์ทำให้ศักยะยิ่งแค้น

“อย่านะตั้น ปล่อยผ่านมั่งเถอะ ยังไงเขาก็จะไปอยู่แล้ว อย่าให้มีเรื่องอีกเลยนะ จากกันด้วยดีเถอะนะตั้น” พิไลโพล่งออกไป
ศักยะแปลกใจที่แม่บอกว่าแม้นฤกษ์กำลังจะไป ส่วนพิไลก็รีบกลับมาที่เรือนเล็กเร่งให้แม้นฤกษ์เก็บข้าวของไปอยู่ที่อื่น เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับศักยะอีก แต่แม้นฤกษ์ไม่ยอม ทั้งสองมีปากเสียงกัน แม้นฤกษ์โมโหที่พิไลคิดแข็งข้อจึงพลั้งมือทำร้ายเธออีก แต่คราวนี้ศักยะเข้ามาเห็นพอดี

“กูจะฆ่ามึง” ศักยะปรี่จะเข้าไปเล่นงานแม้นฤกษ์

“อย่าตั้น แม่ขอเถอะนะ” พิไลพุ่งเข้ากอดลูกชาย

ศักยะถลึงตาโหดใส่แม้นฤกษ์ขู่ว่าจะแจ้งความจับแม้นฤกษ์ข้อหาทำร้ายร่างกาย แม้นฤกษ์ตกใจกลัว ไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิดแบบนี้ พิไลดึงศักยะไว้พลางตะโกนสั่งให้แม้นฤกษ์หนีไป แม้นฤกษ์กลัวรีบวิ่งหนีออกไป

“แม่ ปล่อย” ศักยะจะตาม

“ปล่อยเขาไปเถอะลูก แม่จะไม่ติดต่อกับลุงเค้าอีกแล้ว แม่ให้สัญญา” พิไลร้องไห้ขอร้องลูกชาย

ศักยะเห็นแม่ร้องไห้และให้สัญญาก็ยอมอ่อนลง แต่ก็มองตามแม้นฤกษ์ออกไปด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชังอย่างที่สุด เขาเดินเลี่ยงออกมาที่สนามหน้าบ้าน เพื่อบอกความประสงค์กับพราย

“ฉันจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แกต้องลากไอ้แม้นฤกษ์มันไปลงนรกให้ได้”

“ถ้างั้นท่านต้องไปให้ไกลจากเรื่องนี้ ทางที่ดีท่านควรพาเมียท่านไปด้วย จะได้ไม่มีใครสงสัยถึงตัวท่าน แล้วที่เหลือข้าจะจัดการเอง” พรายตอบรับ

“ได้ แต่แกอย่าให้มันตายสบายนักล่ะ ฉันอยากเห็นมันตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด” ศักยะแววตาอำมหิต



เช้าวันใหม่ รัชต์นำแบบบริษัทใหม่ที่เพิ่งเขียนเสร็จมาให้เรนดู เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ย้ายบริษัทไปไหน แต่อาจต้องต่อเติมบ้านคุณตาเพิ่มอีกนิดหน่อย เรนยิ้มดีใจ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เรนกดรับสีหน้าไม่ดีนัก เพราะพิไลโทร.มาบอกเรื่องแม้นฤกษ์ เรนรับปากพิไลว่าจะคุยกับพ่อให้เองแล้วกดวางสาย จากนั้นก็โทร.นัดแม้นฤกษ์ให้ไปพบที่ร้านกาแฟเพื่อสอบถามความจริง รัชต์ขอตามไปด้วยเพราะเป็นห่วงเรน

แม้นฤกษ์มาพบเรนตามนัด เขาอ้างกับลูกสาวว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพิไล แต่เรนไม่เชื่อ เธอหันมาสบตากับรัชต์นึกกลัวว่าถ้าศักยะใช้พรายเล่นงานแม้นฤกษ์คงไม่รอดแน่

รัชต์แนะนำให้แม้นฤกษ์กลับไปปรับความเข้าใจกับพิไลก่อนเผื่อทุกอย่างจะดีขึ้น แต่แม้นฤกษ์อิดออดกลัวศักยะจับเข้าคุก

“น้าพิไลบอกว่า  ตั้นกำลังจะไปยุโรป คงอีกเป็นอาทิตย์กว่าจะกลับ ถึงตอนนั้นตั้นก็คงอารมณ์เย็นลงแล้วล่ะครับ” รัชต์รีบบอก

“พ่อหาจังหวะกลับไปขอโทษน้าเขาเถอะค่ะ เรนหวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกนะคะ” เรนบังคับ

ในขณะที่รัชต์กับเรนช่วยกันเกลี้ยกล่อมแม้นฤกษ์อยู่นั้น ศักยะก็มาตามง้อพิมพ์พัสตราที่บ้านแม่และเอาใจด้วยการพาไปเที่ยวยุโรปแบบไม่มีกำหนด พิมพ์พัสตราใจอ่อนทันที

เมื่อศักยะพาพิมพ์พัสตราไปยุโรปแล้ว แม้นฤกษ์ก็กลับมาหาพิไลที่บ้าน เขาถือวิสาสะเข้าไปในบ้านใหญ่และหยิบไวน์ราคาแพงของศักยะมาดื่ม พิไลเห็นก็ร้องเตือนเพราะกลัวจะมีปัญหากันอีก แต่แม้นฤกษ์ไม่สน พิไลไม่อยากเถียงด้วยจึงเดินหนีกลับเรือนเล็ก

แม้นฤกษ์เดินปัดๆเป๋ๆทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์ พรายเห็นแม้นฤกษ์อยู่คนเดียวก็ตรงเข้าจัดการ มันจำแลงเป็นสัตว์เลื้อยคลานสีดำเลื้อยผ่านขาแม้นฤกษ์ไป แม้นฤกษ์นึกโมโหไล่ตามไปจัดการ จากนั้น พรายก็ยื่นมือมาฉุดขาทำให้แม้นฤกษ์ล้มลงแถมยังใช้เล็บแหลมจิกเข้าไปในข้อเท้าของแม้นฤกษ์จนเลือดไหลซึม

“โอ๊ย” แม้นฤกษ์ร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วกระชากขาออกมาสุดแรงเกิด แต่มือที่จับขาอยู่ติดมาด้วยและมันก็สั่นกระดุกกระดิกได้ ทั้งๆที่เล็บยังจิกแน่นอยู่ที่ข้อเท้า

แม้นฤกษ์กลัวสุดขีด ร้องลั่น วิ่งกะเผลกออกจากบ้าน พลางสะบัดขาจนสะดุดล้ม มือพรายหลุดออกแต่ยังกระดุก กระดิกอยู่ แม้นฤกษ์หันไปหยิบหินแต่งสวนที่อยู่ข้างสระมาฟาดไปที่มือพรายจนเละ เลือดติดตามเสื้อ และมือของเขาเต็มไปหมด

“ไอ้บ้าเอ๊ย” แม้นฤกษ์สบถหน้าตาเหยเก เขาลุกไปที่สระน้ำเพื่อล้างมือ ทันใดนั้นเอง ก็มีมือแห้งกรังสีน้ำตาลเกรียมโผล่ขึ้นมาจากน้ำ แล้วบีบเข้าที่คอแม้นฤกษ์ทันที มันกระชากเขาจมดิ่งลงไปในสระอย่างรวดเร็ว

แม้นฤกษ์ถูกมือข้างนั้นบีบคออย่างทุรนทุราย กระเสือก กระสนอยู่ใต้น้ำด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สำนึกสุดท้ายก่อนตายของแม้นฤกษ์นึกถึงเรนลูกเพียงคนเดียวด้วยความเป็นห่วง

ด้านเรนก็ฝันร้ายเห็นแม้นฤกษ์ ตัวเปียกโชกหน้าซีดเผือดมาร้องเรียก  เธอกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ  ตาเลิศ รีบเข้ามาดูหลานสาว เรนร้องไห้โฮบอกตาว่าเธอฝันร้าย ตาเลิศสีหน้าไม่ดีนึกสังหรณ์ใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเรนได้รับโทรศัพท์จากพิไลบอกว่า แม้นฤกษ์เสียชีวิตแล้ว เธอรีบไปที่บ้านศักยะพร้อมด้วยตาเลิศและรัชต์ เห็นเจ้าหน้าที่กำลังห่อศพของแม้นฤกษ์อยู่ และมีตำรวจเดินเก็บหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุไปอย่างละเอียด เรนจะถลาเข้าไปหาศพแม้นฤกษ์

“อย่าให้น้ำตาหยดโดนศพพ่อนะหนูเรน ท่านจะมีห่วง” พิไลเข้ามาดึง เรนหันมากอดพิไลไว้แน่นต่างร้องไห้สะอึกสะอื้น

รัชต์สงสารเรนจับใจ ก่อนจะหันไปสอบถามตำรวจที่ยืนอยู่ใกล้ๆว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจสันนิษฐานว่าแม้นฤกษ์เมามากจนพลัดตกน้ำ ตาเลิศที่ฟังอยู่ด้วยไม่อยากเชื่อเพราะเหลือบไปเห็นกระถางต้นไม้ที่ถูกทุบแตก

“มีร่องรอยการต่อสู้ด้วยนี่ครับคุณตำรวจ” ตาเลิศชี้ไปที่กระถาง

“สภาพต้นไม้เหมือนโดนหินทุบจนเละมากกว่านะครับ ขอตัวก่อนนะครับ” ตำรวจเดินเลี่ยงไป

“เป็นไปได้ไหมครับคุณตาว่าเขาอาจจะเห็นภาพหลอน” รัชต์พึมพำแล้วอึ้งไปเพราะเห็นเงาสีดำกำลังแหวกว่ายอยู่ในสระน้ำ เขาเพ่งมองพรายปรากฏตัวให้เห็น รัชต์ตะลึงเรียกให้ตาเลิศดู พรายจ้องมาที่ตาเลิศ

“มึงไม่มีทางพ้นมือกูหรอก พวกมึงต้องตายทุกคน” ขาดคำพรายก็พุ่งจากสระน้ำเข้าใส่ตาเลิศและรัชต์ ทั้งสองคนตกใจผงะหลบ มีแต่น้ำกระเด็นเข้าใส่ ไม่มีพรายแต่อย่างใด รัชต์และเลิศมองหน้ากัน

พิไลโทร.ตามศักยะให้กลับมาร่วมงานศพแม้นฤกษ์แต่ถูกปฏิเสธ พิมพ์พัสตราเดินออกมาได้ยินก็พอใจเพราะยังอยากอยู่เที่ยวต่อ เธอรีบขอบคุณศักยะที่รักษาสัญญา

“คนพรรค์นั้น อยู่ไปก็รกโลก น่าจะตายๆ ไปซะตั้งนาน แล้ว” ศักยะยิ้มสะใจ

พิมพ์พัสตราชะงักเหลือบตามองสามี คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้

เรนกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน เธอหยิบอัลบั้มที่ถ่ายกับแม้นฤกษ์ในวัยเด็กขึ้นมาดูนึกถึงวันเก่า เสียใจสุดๆกับการตายของพ่อ รัชต์เคาะประตูเรียกแล้วเปิดเข้ามาเพราะเป็นห่วงที่เรนหายมานาน แต่พอเห็นเธอนั่งร้องไห้ก็ช่วยปลอบใจ

“ผมเข้าใจนะเรน ผมเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาแล้ว ผมรู้ดีว่ามันทรมานมากขนาดไหน เรนต้องเข้มแข็งเอาไว้นะ ในที่สุดเราก็จะผ่านมันไปได้เอง” รัชต์จับมือให้กำลังใจ

“ค่ะนาย” เรนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ไม่ร้องไห้สิครับคนเก่ง เสียฟอร์มหญิงแกร่งหมดเลย” รัชต์ดึงเรนเข้ามากอดแล้วเร่งให้แต่งตัว เพราะมีงานรอที่วัดอีกเยอะ

“ขอบคุณมากค่ะนาย” เรนรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด เธอลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ

รัชต์มองตามเรนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงความจริงอีกอย่างที่เรนยังไม่รู้ จึงเดินออกมาปรึกษาตาเลิศว่า ควรบอกเรนเรื่องพรายในสระไหม ตาเลิศร้องห้ามกลัวเรนวู่วามไปเล่นงานศักยะจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ รัชต์เห็นด้วยแต่อดหนักใจไม่ได้เปรยกับตาว่า ทำไมศักยะถึงตามหาเรื่องไม่เลิกทำเหมือนต้องการฆ่าปิดปากทุกคน

“อาจจะไม่ใช่ตั้นที่อยากทำร้ายพวกเราก็ได้นะคุณรัชต์ บางทีตัวตั้นเองก็อาจกำลังตกเป็นเหยื่อของพรายโดยไม่รู้ตัวก็ได้” ตาเลิศรำพึง

รัชต์มองหน้าเลิศ ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดกับอันตรายที่กำลังจ้องเล่นงานทุกคนอยู่

ooooooo

ธีระกับนิศรามาร่วมงานศพของแม้นฤกษ์ด้วย พิไลดีใจที่ได้พบทั้งคู่อีกครั้ง เพราะเพิ่งรู้จากญาติๆว่าทั้งสองกำลังจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ ธีระถามหาศักยะ พิไลได้ยินชื่อลูกชายก็ฟูมฟายด้วยความผิดหวัง

“ตั้นเขาไม่เคยสนใจมาคุยอะไรกับน้าหรอก ขนาดงานศพลุงเขาก็ยังไม่ยอมมาเลย ขอขมากันซักนิดก็ไม่มี ไม่รู้

น้าทำเวรทำกรรมอะไร ถึงได้มีลูกใจจืดใจดำแบบนี้”

ธีระและนิศราหน้าเจื่อนได้แต่ปลอบใจพิไลกันไป

ในขณะที่ธีระกับนิศราช่วยกันปลอบใจพิไล เลิศก็เดินนำสร้อยทิพย์กับทัดสิงห์เข้ามาหาเรนที่ยืนรับแขกอยู่กับรัชต์ สร้อยทิพย์กอดปลอบเรนเรื่องแม้นฤกษ์ ทัดสิงห์ทำท่าหงุดหงิดบ่นว่าน่าจะมาแค่วันเผาก็พอ เรนฉุนจะหันไปต่อว่าทัดสิงห์ แต่รัชต์รีบตัดบทพาสร้อยทิพย์กับทัดสิงห์เข้าไปนั่งในศาลา เรนมองตามตาขวาง หันมาประคองตาเลิศให้ตามไปนั่งกับแม่ แต่เมื่อผ่านรูปหน้าศพ เธอก็ผงะไป เพราะเห็นรูปทั้งใบกลายเป็นสีดำจนหมดเหลือเพียงแต่ใบหน้าของแม้นฤกษ์เท่านั้นที่ซีดเผือดลอยเด่นขึ้นมา ครั้นได้สติ ก็เห็นรูปเป็นปกติ

สองอาทิตย์ต่อมา ศักยะพาพิมพ์พัสตรากลับเมืองไทย และรู้จากสาวใช้ว่า พิไลย้ายไปอยู่กับนิศราแล้ว ศักยะไม่พอใจรีบไปตามพิไล แต่พบรัชต์อยู่กับพิไลด้วย เพราะตาเลิศวานให้เอาของฝากจากทางเหนือมาให้  ศักยะเข้าไปโวยวายใส่พิไลกับนิศรา รัชต์เห็นว่าเป็นเรื่องในครอบครัวจึงออกมารอนอกบ้าน

“คนเรามีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน มันเสียหายตรงไหน ใครเขาจะเหมือนแกล่ะ คนตายทั้งคนยังไม่ยอมมาเผาผี” พิไลตัดพ้อลูกชาย

ศักยะหน้าเสียรีบเปลี่ยนเรื่องถามพิไลว่า ทำไมต้องย้ายออกจากบ้าน

“ที่​ฉัน​ไม่​อยาก​อยู่​บ้าน​แก ก็​เพราะ​แม้น​ฤกษ์​เขา​ตาย​ที่​นั่น ฉัน​อด​คิดถึง​เขา​ไม่ได้ เลย​มา​ขอ​อยู่​กับ​นิศ​จนกว่า​จะ​สบายใจ แล้ว​ก็​จะ​กลับ แต่​ถ้า​แก​ยัง​ทำ​นิสัย​ก​ร่าง พูดจา​ไม่รักษา​น้ำใจ​คน​อยู่​แบบ​นี้ ฉัน​จะ​ไม่​กลับ​ไป​เหยียบ​บ้าน​แก​อีก​เลย” พิไล​สะบัด​หน้า​พรืด​น้ำตา​คลอ​เดิน​ขึ้น​ชั้น​บน​ไป

ศักยะ​ได้​แต่​ฮึดฮัด​ไม่​กล้า​ออกฤทธิ์​อะไร​อีก​เดิน​ฉับๆหัวเสีย​กลับ​ออก​ไป นิศ​รา​ได้​แต่​ถอน​ใจ

ศักยะ​เดิน​ออก​มา​เห็น​รัชต์​ยืน​อยู่​หน้า​บ้าน​ก็​พาล​หาเรื่อง “อย่า​ให้​รู้​นะว่า​แก​เป็น​คน​ยุแยง​แม่​ให้​ทิ้ง​ฉัน​มา ​เก่ง​จริง​ก็​อย่า​ดึง​แม่​ฉัน​เป็น​พวก​สิ​วะ อย่า​นึก​ว่า​แก​แน่​นัก​นะ​ไอ้​รัชต์ เพิ่ง​จะ​ตั้ง​หลัก​ได้ อย่า​มา​ทำ​กำแหง ถ้า​ฉัน​กัด​ไม่​ปล่อย​ขึ้น​มา​เมื่อไหร่ แก​ได้​กลับ​ไปเหลือ​แต่​ตัว​อีก​แน่ๆ”

“ใคร​กัน​แน่​ที่​จะ​เหลือ​แต่​ตัว ต่อ​ให้​ฉัน​หมดตัว​อีก​กี่​รอบ คน​ที่รัก​ฉัน​ก็​ไม่​เคย​ทิ้ง​ฉัน แต่​แก​ตะหาก​ที่​จะ​ไม่​เหลือ​ใคร​เลย ขนาด​แม่​แท้ๆยัง​ทน​อยู่​กับ​แก​ไม่ได้” รัชต์​สวน​กลับ​แล้ว​จะ​เดิน​กลับ​เข้าไป​หา​นิศ​รา​ใน​บ้าน

“ไอ้​รัชต์ แล้ว​แก​กับ​ฉัน​จะ​ได้​เห็น​กัน​อะไร​ที่​เป็น​ของ​แก ฉัน​จะ​แย่ง​มา​ให้​หมด ไม่​ว่า​ทรัพย์สิน​เงิน​ทอง​หรือ​คน​ที่​แก​รัก” ศักยะ​ประกาศ​ก้อง​แล้ว​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป

รัชต์​ยืน​อึ้ง​รู้สึก​หวาดหวั่น​กับ​คำ​ขู่​ของ​ศักยะ​อยู่​ไม่น้อย

ooooooo
ตอนที่ 10


ศักยะ​อยาก​เอาชนะ​รัชต์​จึง​มา​ทวง​สัญญา​กับ

เ​รน ใน​ขณะ​ที่​เ​รน​ฝัน​เห็น​แม้น​ฤกษ์​มา​เตือน

“ไอ้​ตั้น มัน​ใจคอ​อำมหิต​ผิด​มนุษย์ พ่อ​เสียใจ​เหลือเกิน​ที่​ไม่​ฟัง​คำ​เตือน​ของ​ลูก ไป​ซะ​เ​รน ไป​ให้​พ้น​จาก​มัน” ร่าง​แม้น​ฤกษ์​จาง​หาย​ไป

“พ่อ​คะ พ่อ” เ​รน​สะดุ้ง​ตื่น เธอ​ทบทวน​ความ​ฝัน​และ​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น ก็​พอ​จะ​เดา​ได้​ว่า​ใคร​อยู่​เบื้องหลัง​เรื่อง​ทั้งหมด ดังนั้น ​เมื่อ​ศักยะ​มา​ทวง​สัญญา เ​รน​จึง​พา​ไป​ที่​ห้อง​พระ​พร้อม​ยื่น​เงื่อนไข​ว่าถ้า​ศักยะ​กล้า​สาบาน​ต่อหน้า​พระ​และ​โกศ​ก​ระดู​ก​ของ​แม้น​ฤกษ์​ว่าเขา​ไม่​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ตาย​ของ​แม้น​ฤกษ์ เธอ​จะ​ยอม​ไป​ทำ​งาน​ด้วย

ศักยะ​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​เจ็บใจ แต่​จำ​ต้อง​ทำ​ตาม​เพื่อ​ให้​เ​รน​เชื่อใจ เขา​นั่งคุก​เข่า​พนม​มือ รู้สึก​เหมือน​พระ​กำลัง​จับ​จ้อง​มอง​อยู่ ครั้น​มอง​ไป​ที่​โกศ​กระดูก​แม้น​ฤกษ์​ก็​

ชัก​กลัว

“ผม​ขอ​สาบาน” ศักยะ​กัดฟัน​พูด​พลาง​เหลือบ​ตา​มอง​ไป​ทาง​เ​รน แต่​กลับ​เห็น​วิญญาณ​แม้น​ฤกษ์​นั่ง​ซ้อน​อยู่​ด้าน​ข้าง และ​จ้องมอง​ศักยะ​ด้วย​
สายตา​อาฆาต​แค้น

ศักยะ​ตกใจ​ร้อง​ลั่น​บอก​กับ​เ​รน​ว่าถ้า​ไม่​อยาก​ทำ​ก็​ไม่​ต้อง​ทำ​แล้ว​ลุก​หนี​ไป​ทันที  เ​รน​มอง​ตาม​สีหน้า​โกรธ​จัด​มั่นใจ​ว่าศักยะ​เป็น​คน​ทำให้​พ่อ​ตน​ต้อง​ตาย

ศักยะ​หนี​ออก​มา​หา​พราย​ที่​ต้นมะขาม​ใหญ่​เพราะ​เจ็บใจ​ที่​โดน​วิญญาณ​แม้น​ฤกษ์​เล่น​งาน

“ความ​รัก​ที่​มัน​มี​ต่อ​ลูก​สาว​มี​พลัง​แรง​นัก แม้แต่​ข้า​ก็​ไม่​สามารถ​สะกด​วิญญาณ​ของ​มัน​ได้​ตลอด ท่าน​ตัดใจ​จาก​ผู้หญิง​คน​นั้น​ซะ​เถอะ​ศักยะ” เสียง​พราย​ดัง​ขึ้น

“ไม่​มี​ทาง ถ้า​ฉัน​ยอม​ก็​เท่ากับ​แพ้​ไอ้​รัชต์​มัน​น่ะ​สิ ฉัน​ไม่​มี​วัน​ยอม​แพ้​มัน​เด็ดขาด ฉัน​ต้องการ​แย่ง​ตัว​เ​รน​มา​จาก​ไอ้​รัชต์​ให้​ได้ แก​ได้ยิน​ไหม ฉัน​ต้องการ​เ​รน​กลับ​มา​เป็น​ของ​ฉัน” ศักยะ​สีหน้า​แวว​ตา​ดุดัน อยาก​เอาชนะ

พราย​ทำ​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​ศักยะ มัน​จำแลง​เป็น​วัชรี​เจ้าของ​สปอร์ต​คลับ​ที่​เ​รน​รับ​งาน​ตกแต่ง​ไว้ แล้ว​โทร.​มา​ต่อว่า​เ​รน​เรืื่อง​งาน​ที่​ไม่​เป็น​ไป​ตาม​ข้อ​ตกลง เ​รน​กลัว​เสียชื่อ​บริษัท​จึง​รีบ​ออก​ไป​พบ สัก​พัก​รัชต์​ก็​กลับ​มา เขา​ถาม​หา​เ​รน​กับ​ตา​เลิศ แต่​พอได้​ยิน​คุณ​ตา​ว่า​เ​รน​ออก​ไป​พบ​ลูกค้า​ชื่อ​วัชรี​ก็​ตกใจ รีบ​บอก​ตา​เลิศ​ว่าเขา​เพิ่ง​เจอ​กับ​วัชรี​เมื่อ​ตอน​บ่าย เธอ​ชอบ​งาน​ของ​เ​รน​มาก และ​ตอน​นี้​วัชรี​ก็​ขึ้น​เครื่อง​ไป​อเมริกา​แล้ว

“ไม่​เข้าท่า​แล้ว​คุณ​รัชต์ รีบ​ไป​ตาม​เจ้า​เ​รน​กัน​ดี​กว่า ตา​ไป​ด้วย” ตา​เลิศ​เป็น​ห่วง​หลาน

รัชต์​ขับ​รถ​ออก​มา​ตาม​หา​เ​รน​ด้วย​ความ​ร้อน​ใจ ส่วน​ตา​เลิศ​ซึ่ง​นั่ง​มา​ด้วย​ก็​พยายาม​กด​โทรศัพท์​มือ​ถือ​เพื่อ​ติดต่อ​เ​รน แต่​ติดต่อ​ไม่ได้ คุณ​ตา​หัน​มา​ปรึกษา​รัชต์​ว่าจะ​ลอง​โทร.​ไป​ที่ สปอร์ต​คลับ​ดี​ไหม รัชต์​ส่าย​หน้า​เพราะ​สปอร์ต​คลับ​ยัง​ไม่​เปิด​ให้​บริการ และ​ป่านนี้​พนักงาน​ที่​ดูแล​ก็​คง​กลับ​หมด​แล้ว ตา​เลิศ​หนักใจ

เวลา​เดียวกัน​นั้น เ​รน​มา​ถึง​หน้า​สปอร์ต​คลับ เธอ​ก้าว​ลง​มา​จาก​รถ แล้ว​ฝน​ก็​เท​ลง​มา​อย่าง​หนัก เ​รน​เปียก​ปอน​รีบ​วิ่ง​เข้าไป​ด้าน​ใน แม่บ้าน​ที่​โดน​พราย​สิง​ออก​มา​ต้อนรับ​แล้ว​พา​ไป​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​เพื่อ​จะ​หลอก​ให้​เธอ​ถอดสร้อย​พระ​ออก ใน​ขณะ​ที่​เ​รน​เช็ด​ตัว​อยู่​นั้น วิญญาณ​แม้น​ฤกษ์​ก็​ปรากฏ​ให้​เห็น เขา​เตือน​ลูก​ให้​หนี​ไป เ​รน​ชัก​เอะใจ รีบ​เอื้อม​มือ​ไป​หยิบ​สร้อย​พระ​เพื่อ​ป้องกัน​ตัว แต่​สาย​เกินไป​ พราย​เข้า​สะกด​ไม่​ให้​เ​รน​ขยับ​ตัว​ได้ พร้อม​ตวาด​ไล่​วิญญาณ​แม้น​ฤกษ์​ให้​ออก​ไป

แม้น​ฤกษ์​มี​ท่าทาง​หวาด​กลัว แต่​ก็​ต่อต้าน​ไม่ได้ เขา​หัน​มา​มอง​เ​รน​ด้วย​ความ​ห่วงใยก่อน​จะ​เลือน​หาย​ไป พราย​แสยะ​ยิ้ม​เห็น​เขี้ยว​แหลม​คม​เหมือน​เขี้ยว​งู และ​เลือด​สี​ดำ​เต็มปาก ดู​น่า​สะพรึงกลัว เ​รน​ได้​แต่​กลอก​ตา​มอง​พราย​ใน​ร่าง​แม่บ้าน​ผ่าน​กระจก​ด้วย​ความ​กลัว​จับใจ ใน​เวลา​เดียวกัน​พราย​ก็​บังตา

ไม่​ให้​รัชต์​กับ​ตา​เลิศ​หา​สปอร์ต​คลับ​พบ มัน​ทำให้​รัชต์​ขับ​รถ​วน​ไป​มา​อยู่​กลาง​ซอย​ท่ามกลาง​บรรยากาศ​อึมครึม ตา​เลิศ​รู้ตัว​สั่ง​รัชต์​จอด​รถ​แล้ว​ถือ​ไม้เท้า​ลง​จาก​รถ​หลับตา​ทำ​สมาธิ​เพื่อ​ให้​ไม้เท้า​ช่วย​เปิด​ทาง เพียง​ครู่​เดียว​บรรยากาศ​อึมครึม​รอบ​ตัว​ก็​จาง​หาย ตา​เลิศ​ลืมตา​เร่ง​ให้​รัชต์​รีบ​ไป​ที่​สปอร์ต​คลับ​เพื่อ​ช่วย​เ​รน

ooooooo

เ​รน​ถูก​สะกด​จิต​ให้​เดิน​เข้าไป​หา​ศักยะ​ใน​ห้อง​พัก เธอ​รับ​รู้​การ​กระทำ​ทุก​อย่าง​แต่​ไม่​อาจ​ขัดขืน​ได้ ศักยะ​ที่นั่ง​รอ​อยู่​หัน​มา​ถาม​พราย​ว่า คิด​จะ​ทำ​อะไร ทำไม​ต้อง​สะกด​จิต​เ​รน

เ​รน​ขยับ​ปาก​พูด​เป็น​เสียง​ของ​พราย “ก็​ทำให้​นาง​ตกเป็น​ของ​ท่าน​น่ะ​สิ​ศักยะ ท่าน​อย่า​ปฏิเสธ​ใจ​ตัว​เอง​อีก​เลย ลอง​คิด​ดู​สิ ว่า​ทำไม​ท่าน​ถึงอยาก​ได้​นาง​มา​อยู่​กับ​ท่าน ทั้งที่​มี​คน​อีก​มาก​ที่​ท่าน​สามารถ​ใช้​เงิน​ซื้อ​หา​มา​ใช้​งาน​ได้ แต่​ท่าน​ต้องการ​นาง​มาก​กว่า​ใคร จะ​เพราะ​อะไร​ถ้า​ไม่​ใช่​ท่าน​รัก​นาง”

“ไม่​จริง คน​ที่​ฉัน​รัก​คือ​คุณ​พิม​ตะหาก เ​รน​เป็น​เพื่อน​แล้ว​ฉัน​ก็​ไว้ใจ​เขา​มาก​กว่า​ใครๆ ฉัน​ถึง​อยาก​ได้​เ​รน​มา​ทำ​งาน​ให้ ไม่​มี​อะไร​มาก​กว่า​นั้น” ศักยะ​ยัง​ปากแข็ง

“ท่าน​หลอก​ตัว​เอง​ไป​ทำไม​ศักยะ​ กับ​พิม​คือ​ความ​หลง​ไม่​ใช่​ความ​รัก และ​เมื่อ​ความ​หลง​จาง​ลง ท่าน​เลย​เกิด​ความ​เบื่อ​หน่าย​นาง​ขึ้น​มา” พราย​พูด​แทงใจ

ศักยะ​อึกๆอักๆรู้​ว่า​พราย​พูด​ถูก แต่​ไม่​ยอม​รับ เงา​ดำ​โผล่​ออก​มา​จาก​ร่าง​เ​รน ยื่น​หน้า​เข้า​พูด​กับ​ศักยะ

“ไม่​มี​วิธี​ไหน​อีก​แล้ว ถ้า​ไม่​ทำ​ก็​เท่ากับ​ยอม​เสีย​นาง​ให้​รัชต์ ท่าน​ทน​ได้​รึ”

เ​รน​รวม​แรง​สุด​ชีวิต​ดีด​ตัว​ออก​จาก​เงา​พราย​ได้สำ​เร็จ​จะ​พุ่ง​ตัว​ออก​จาก​ห้อง แต่​เงา​ดำ​ทะมึน​ของ​พราย​ม้วน​ตัว​เข้าไป​สิง​ร่าง​เ​รน​อีก​ครั้ง แล้ว​ดึง​ร่าง​เ​รน​พุ่ง​ไป​นอน​ที่​โซฟา เ​รน​ถูก​ตรึง​ยึด​ไว้​กับ​โซฟา​ขยับ​ตัว​ไม่ได้ เธอ​มอง​ศักยะ​ด้วย​ความ​หวาด​กลัว ใน​ขณะ​ที่​ศักยะ​จ้อง​หน้า​เ​รน​อย่าง​ชั่งใจ ​ความ​ทรง​จำ​ดีๆนับ​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​เจอ​เ​รน​จนถึง​วัน​นี้ค่อยๆแจ่ม​ชัด​ขึ้น​เรื่อยๆ

“ท่าน​ไม่​เห็น​ต้อง​คิดมาก​เลย ถ้า​ท่าน​ไม่​มี​ใจ​ให้​นาง จะ​ปกป้อง​นาง​ทำไม​ตั้ง​หลาย​ครั้ง จำ​ไม่ได้​รึ ว่า​ท่าน​เคย​เอาชีวิต​คน​อื่น​มา​แลก​เพื่อ​ช่วย​นาง​มา​แล้ว​ เร็ว​ซิ หรือ​ว่า​ท่าน​จะ​ยอม​ให้​รัชต์​ได้​นาง​ไป ไม่​แน่​นะ ถ้า​รัชต์​เอาชนะ​ท่าน​ได้​ซัก​ครั้ง วัน​หนึ่ง เขา​ก็​อาจจะ​ทวง​ทุก​อย่าง​กลับ​ไป​จน​หมด​ก็ได้”

พราย​เร่ง

เ​รน​ตกใจ​มาก ที่​รู้​ว่า​ศักยะ​เคย​ฆ่า​คน​เพื่อ​ช่วย​ตน เธอ​เหลือบ​ตา​มอง​ศักยะ​เห็น​เขา​ขบ​กราม​แน่น​ด้วย​ความ​ริษยา แล้ว​เดิน​มา​นั่ง​ข้างๆ เ​รน​พยายาม​จะ​ขัดขืน​แต่​ขยับ​ตัว​ไม่ได้ เสียง​หัวเราะ​ของ​พราย​ก้อง​ก่อน​จะ​จาง​หาย​ไป ทันใดนั้น​เอง น้ำตา​ของ​เ​รน​ก็​ไหล​ซึม​ออก​มา

ศักยะ​เห็น​น้ำตา​เ​รน​ก็​อึ้ง​ไป สำนึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​กลับ​มา เขา​หน้า​ถอดสี​เมื่อ​เห็น​สายตา​เ​รน​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ผิดหวัง​และ​เสียใจ ศักยะ​รู้สึก​ผิด​มาก​ขึ้น​ทุกที ใน​ที่สุด​ศักยะ​ก็​ยอม​ปล่อย​เ​รน เขา​แอบ​มอง​รัชต์​กับ​ตา​เลิศ​ที่​เข้า​มา​พา​เ​รน​ออก​ไป​อยู่​ใน​มุมมืด​ด้วย​สีหน้า​เครียด เงา​ดำ​วูบ​ปะทะ​กระแทก​ร่าง​ศักยะ​จน​กระเด็น​ล้ม​ไป​กับ​พื้น

ooooooo

เมื่อ​กลับ​มา​ถึง​บ้าน ตา​เลิศ​ก็​นำ​สร้อย​พระ​เส้น​ใหม่​มา​ให้​เ​รน​สวม พร้อม​กำชับ​ว่า​ไม่​ให้​ถอด​ออก​อีก

“ยัง​ดี​นะ​ที่​ไอ้​ตั้น​มัน​ยัง​มี​ความ​เป็น​คน​หลง​เหลือ​อยู่​บ้าง” รัชต์​เจ็บใจ​แทน​เ​รน​ไม่​หาย

“ทุก​คน​ก็​มี​นิสัย​ดี​นิสัย​เสีย​อยู่​ใน​ตัว​ด้วย​กัน​ทั้งนั้น​ล่ะ​คุณ​รัชต์ ตั้น​อาจจะ​เป็น​คน​ที่​มี​ความ​โลภ ความ​ริษยา​ซ่อน​อยู่​ใน​ตัว​เยอะ​แต่​มัน​ถูก​กด​เอา​ไว้ พอ​เจอ​ผี​พราย​คอย​ยุยง คอย​หยิบ​ยื่น​ทุก​อย่าง​ให้​ง่ายๆ ตั้น​ก็​เลย​เผย​ธาตุ​แท้​ออก​มา ​แต่​ถ้า​ตั้น​ยัง​ไม่​เลิก​พึ่ง​อำนาจ​พราย​เสียตอน​นี้ ตา​กลัว​ตั้น​จะ​ถลำ​ลึก​โดน​พราย​ครอบงำ​จิตใจ​จน​ทำให้​ตั้น​ไม่​มี​จิตใจ​ที่​ดี​งาม​หลง​เหลือ​อยู่​อีก​เลย” ตา​เลิศ​ถอน​ใจ

เ​รน​และ​รัชต์​คิด​ตาม​ที่​เลิศ​พูด  เ​รน​เอ่ย​ถาม​ว่า​พอ​จะ​มี​ทาง​ช่วย​ศักยะ​ได้​ไหม ตา​เลิศ​ถอน​ใจ​จน​ปัญญา

ด้าน​ศักยะ​กลับ​มา​นั่ง​เซ็ง​อยู่​ใน​ห้อง พิมพ์​พัส​ตรา​เข้า​มา​อ้อน​ขอ​เงิน​ไป​ช็อปปิ้ง​เพราะ​รูด​บัตร​เกิน​วงเงิน​ไป​แล้ว ศักยะ​ยอม​เซ็น​เช็ค​ให้​แต่​ไม่​วาย​บ่น​ให้​พิมพ์​พัส​ตรา​ใช้​เงิน​ประหยัด​กว่า​นี้ พิมพ์​พัส​ตรา​สะบัด​หน้า​หนี​ไม่​พอใจ แล้ว​จู่ๆร่าง​ของ​เธอ​ก็​สะดุ้ง​เฮือก​ขึ้น  ศักยะ​เห็น​ก็​รู้ทัน​ที​ว่า​โดน​พราย​เข้า​สิง​จึง​ตวาด​ไล่ แต่​พราย​สวน​กลับ​เรื่อง​ไม้เท้า​ของ​ตา​เลิศ เพราะ​ศักยะ​รับปาก​ว่า​จะ​เอา​มา​ให้

“แก​ก็​รู้ว่า​ฉัน​เหยียบ​ไป​บ้าน​นั้น​ไม่ได้​แล้ว ยัง​จะ​ให้​ฉัน​เอา​ไม้เท้า​มา​ให้​แก​ได้​ยัง​ไง” ศักยะ​อ้าง

“ท่าน​คง​ไม่ได้​คิด​จะ​ผิด​สัญญา​ใช่​ไหม คง​ไม่​ลืม​หรอก​นะ ว่า​ผล​ของ​การ​ไม่​รักษา​สัญญาจะ​เป็น​ยัง​ไง” พราย​ที่​สิง​ร่าง

พิมพ์​พัส​ตรา​ยกมือ​ขึ้น​บีบ​คอ​ตัว​เอง

ศักยะ​ตกใจ​รีบ​ลุก​ไป​ง้าง​มือ​พิมพ์​พัส​ตรา​ออก​พร้อม​กับ​รับปาก​พราย​ว่า  จะ​ไป​เอา​ไม้เท้า​มา​ให้  พราย​จึง​ยอม​ปล่อย

พิมพ์​พัส​ตรา ศักยะ​หมด​ทาง​เลือก​จึง​เข้า​มา​หลอก​พิไล​ว่า ตน​สำนึก​​ได้​แล้ว เพื่อ​ให้​พิไล​ช่วย​ออก​หน้า​ให้​เข้า​ใกล้​พวก​เ​รน​ได้​อีก​ครั้ง พิไล​หลงกล​สั่ง​ให้​ศักยะ​ไป​พบ​ที่​วัด​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​ตอน

เก้า​โมง เพราะ​นัด​กับ​เ​รน​ไว้​ว่า จะ​ไป​ทำบุญ​ลอย​อังคาร​ให้​แม้น​ฤกษ์​ด้วย​กัน ศักยะ​รีบ​รับปาก​ทันที

เย็น​วัน​นั้น สร้อย​ทิพย์​ร้องห่มร้องไห้​มา​หา​เ​รน​ที่​บ้าน เพราะ​โดน​เมียหลวง​ของ​ทัด​สิงห์​ตาม​เล่น​งาน ตา​เลิศ​อด​ตำหนิ​ไม่ได้เพราะ​เคย​เตือน​ลูกสาว​แล้ว เ​รน​เจ็บใจ​ถาม​แม่​ว่า​ทัด​สิงห์​

ไม่​ปกป้อง​แม่บ้าง​เลย​หรือ สร้อย​ทิพย์​น้ำตา​ร่วง​อีก​รอบ​ตอบ​ลูก​ว่า ทัด​สิงห์​มี​คน​ใหม่​แล้ว

“ทุเรศ​ที่สุด นี่​แม่​ทน​ได้​ยัง​ไง​คะ ถ้า​แม่​ไม่​กลับ​ไป​ดูแล​ร้าน​อาหาร​ที่​น่าน แม่​ก็​อยู่​กับ​เ​รน​ที่​นี่แหละ เ​รน​ไม่​ยอม​ให้​แม่​กลับ​ไป​อยู่​กับ​ผู้ชาย​คน​นั้น​อีก​แล้ว” เ​รน​ฉุน​จัด

รัชต์​เห็น​ท่า​ไม่​ดี​รีบ​ไกล่เกลี่ย “ผม​ว่า​อย่า​เพิ่ง​คุย​เรื่อง​นี้​กัน​เลย​นะ​เ​รน รอ​ให้​อารมณ์​เย็นๆแล้ว​ค่อย​ปรึกษา​กัน​ใหม่​ดี​กว่า ไหนๆคุณ​น้า​ก็​มา​แล้ว​คืน​นี้​ค้าง​กับ​เ​รน​นะ​ครับ พรุ่งนี้​จะ​ได้​ไป​ทำบุญ​ให้​คุณ​ลุง​ด้วย​กัน”

“ก็ดี​จ้ะ” สร้อย​ทิพย์​ซับ​น้ำตา​แล้ว​ลุก​เดิน​ไป​เข้า​ห้องน้ำ

“ผู้ใหญ่​เตือน​แล้ว​ไม่​ฟัง​เอง ช่วย​ไม่ได้” ตา​เลิศ​ถอน​ใจ​ส่าย​หน้า​เดิน​ออก​ไป​ทำใจ

เ​รน​เห็น​ความ​อ่อนแอ​ของ​แม่​แล้ว​ก็ได้​แต่​หงุดหงิด รัชต์​พอ​เดา​ออก​จึง​เข้า​มา​เตือน

“ทุก​คน​ไม่ได้​เข้มแข็ง​เหมือนกับ​เ​รน​นี่​ครับ ​เ​รน​สามารถ​ใช้​ชีวิต​อยู่​ได้​ด้วย​ตัว​เอง​คน​เดียว แต่​แม่​ของ​เ​รน​ไม่​ใช่ ท่าน​คง​ต้องการ​มี​ใคร​สัก​คน​มา​อยู่​เป็น​เพื่อน”

“อย่าง​ไอ้​หมอ​นั่น​มัน​เป็น​เพื่อน​ได้​ด้วย​เห​รอ​คะ หยาบคาย เห็นแก่​ตัว เอาเปรียบ​ผู้หญิง​ก็​เท่านั้น บอก​ตรงๆนะ​คะ ​ว่า​ไม่มี​ อะไร​ซัก​อย่าง​ใน​ตัวผู้​ชาย​คน​นี้​ที่​เ​รน​ชอบ​เลย” เ​รน​ใส่​อารมณ์

“เหรอ​ครับ แล้ว​เ​รน​ชอบ​แบบ​ไหน​ล่ะ”

“ก็​ต้อง​เป็น​ผู้ชาย​ที่​สุภาพ อ่อนโยน แต่​ไม่​อ่อนแอ​นะ​คะ แล้ว​ก็​ต้อง​ขยัน​ทำ​งาน อดทน หนัก​เอา​เบา​สู้ แล้ว​นาย​ถาม​เ​รน​ทำไม​คะ​เนี่ย” เ​รน​ฉุกคิด

“เปล่า ผม​ก็​แค่​ถาม​ดู​เฉยๆเพื่อ​จะ​ได้​ทำตัว​ถูก”

รัชต์​พูด​ลอยๆทำให้​เ​รน​อึ้ง​แล้ว​แอบ​ยิ้ม​เขินๆ

ใน​ขณะ​ที่​คู่​ของ​รัชต์​กับ​เ​รน​เริ่ม​เข้าใจ​กัน​มาก​ขึ้น คู่​ของ​ศักยะ​กับ​พิมพ์​พัส​ตรา​กลับ​มี​เรื่อง​ผิดใจ​กัน เพราะ​ศักยะ​เห็น​เพื่อน​ชาย​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​ชวน​มา​ปาร์ตี้​ที่​บ้าน​เข้าถึง​เนื้อ​ถึง​ตัว​เธอ จึง​เข้าไป​ชก​แล้ว​ลาก​พิมพ์​พัส​ตรา​มา​ต่อว่า พิมพ์​พัส​ตรา​โกรธ​ตบ​หน้า​ขู่​ว่า​จะ​เลิก​กับ​เขา

“เลิก​เหรอ รู้​ไหม​ว่า​ฉัน​ลงทุน​ไป​เท่า​ไหร่​กว่า​จะ​ได้​เธอ​มา คน​ที่​มี​สิทธิ์​บอก​เลิก คือ​ฉัน​คน​เดียว​เท่านั้น ไม่​ใช่​เธอ” ศักยะ​เหวี่ยง​พิมพ์​พัส​ตรา​กระแทก​ล้ม​ลง​ที่​โซฟา แล้ว​เดิน​หนี​ไป

พิมพ์​พัส​ตรา​มอง​ตามอย่าง​แค้น​ใจ พลาง​คิด​เอา​คืนให้​สาสม

ooooooo



เลิศ​เข้า​มา​นั่ง​ทำ​วาโย​กสิณ กำหนด​จิต​ทำ​สมาธิ​อยู่​ใน​ห้อง​พระ พราย​ปรากฏ​ร่าง​ให้​เห็น ตา​เลิศ​ตกใจ​มาก​ไม่​คิด​ว่า​พราย​จะ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​พระ​ได้ พราย​หัวเราะ​เ​ยาะ​เอ่ย​ว่า “ข้า​จะ​บอก​ให้​เอ็ง​หาย​โง่ ยิ่ง​ข้า​ถูก​ใช้​งาน​มาก​เท่า​ไหร่ ข้า​ก็​ยิ่ง​แข็งแกร่ง​ขึ้น​มาก​เท่านั้น เหมือน​มีด ที่​ยิ่ง​ลับ​ก็​ยิ่ง​คม”

“แก​ต้องการ​อะไร​กัน​แน่ ทำไม​ถึง​ต้อง​ตาม​ทำร้าย​พวก​ฉัน​ด้วย ฉัน​กับ​หลาน​ไป​ทำ​อะไร​ให้​แก”

“เอ็ง​จะ​ได้​รู้​แน่ เมื่อ​เอ็ง​ถูก​ฆ่า​เป็น​คน​สุดท้าย เอ็ง​จะ​ได้​รู้​ทุก​อย่าง”
“คน​สุดท้าย หมายความ​ว่า​แก​ฆ่า​ฉัน​แล้ว​แก​ก็​จะ​ไป​ผุด​ไป​เกิด​อย่าง​งั้น​เหรอ”

“ใช่ แต่​กว่า​จะ​ถึง​ตอน​นั้น เอ็ง​จะ​ต้อง​ถูก​ทรมาน​จน​สาสม​ใจ​ข้า​ซะ​ก่อน ข้า​จะ​ให้​เอ็ง​เห็น​คน​ที่​เอ็ง​รัก​ตาย​ไป​ต่อหน้า​ที​ละ​คนๆแล้ว​ข้า​ก็​จะ​มอบ​ความ​เจ็บปวด​แบบ​เดียว​กับ​ที่​ข้า​ได้​รับ​ให้​กับ​เอ็ง”

“แก​มี​ความ​แค้น​กับ​พวก​ฉัน​ใช่​ไหม​ สิ่ง​ที่​แก​ทำ มัน​ไม่​ใช่​ความต้องการ​ของ​ตั้น แต่​มัน​เป็น​ความ​พยาบาท​ของ​แก” ตา​เลิศ​จ้อง​พราย​นิ่ง

พราย​หัวเราะ​อย่าง​สะใจ โดย​ไม่​ตอบ​คำ​ถาม​ของ​เลิศ​แล้ว​ร่าง​ของ​มัน​ก็​สลาย​ไป ตา​เลิศ​หน้า​เครียด​อยาก​รู้​ถึง​สาเหตุ​ความ​พยาบาท​ของ​พราย​ขึ้น​มา​อย่าง​จับใจ

สาย​วัน​ต่อ​มา​พิไล ธีระ ​และ​นิศ​รา กำลัง​ช่วย​กัน​เตรียม​อาหาร​เพื่อ​ถวาย​เพล​พระ​อยู่​ที่​ศาลา สัก​พัก​รัชต์ เ​รน เลิศ ​และ​สร้อย​ทิพย์​เดิน​ถือ​ของ​ทำบุญ​เข้า​มา​สมทบ ทั้งหมด​ยกมือ​ไหว้​ทักทาย​กัน แล้ว​พวก​เ​รน​ก็​ต้อง​อึ้ง​เมื่อ​เห็น​ศักยะ​ถือ​ของ​มา​ร่วม​งาน​ด้วย เ​รน​จะ​เข้าไป​เล่น​งาน​ศักยะ แต่​พิไล​กับ​นิศ​รา​ช่วย​กัน​ขอร้อง​เพราะ​อยาก​ให้โอกาส​ศักยะ​อีก​สัก​ครั้ง รัชต์​เตือนสติ​เ​รน​ให้​เห็นแก่​แม้น​ฤกษ์ เ​รน​จึง​ยอม​นิ่ง​หัน​ไป​ช่วย​พิไล​เตรียม​อาหาร ตา​เลิศ​เดิน​เลี่ยง​ไป​หา​ที่นั่ง ศักยะ​มอง​ตาม ​สายตา​จ้อง​เขม็ง​ไป​ที่​ไม้เท้า​ของ​เลิศ​อย่าง​ไม่​วาง​ตา

หลังจาก​ทำบุญ​เสร็จ รัชต์ เ​รน ตา​เลิศ พิไล​ และ​สร้อย​ทิพย์​ก็​นั่ง​เรือ​ออก​มา​ลอย​อังคาร​ให้​แม้น​ฤกษ์ เ​รน​ค่อยๆลอย​เถ้ากระดูก​ลง​ใน​แม่น้ำ อธิษฐาน​ขอ​ให้ได้​เกิด​มา​เป็น​พ่อ​ลูก​กัน​อีก ทันใดนั้น ร่าง​ของ​แม้น​ฤกษ์​ก็​ลอย​อืด​ขึ้น​มา​จาก​ใน​น้ำ​ต่อหน้า​ต่อตา​เ​รน

“ช่วย​พ่อ​ด้วย​เ​รน พ่อ​ทรมาน​เหลือเกิน ช่วย​พ่อ​ด้วย” น้ำเสียง​แม้น​ฤกษ์​ทุกข์​ทรมาน​เหลือเกิน
เ​รน​ถึง​กับ​ผงะ รัชต์​รีบ​เข้า​ประคอง​ร้อง​ถาม​ว่า เกิด​อะไร​ขึ้น เ​รน​ตั้ง​สติ​ได้​บอก​กับ​รัชต์​ว่า​เธอ​เห็น​พ่อ ​ทุก​คน​พา​กัน​ตกใจ​กับ​คำ​ตอบ​ของ​เ​รน พิไล​สะอึกสะอื้น​บอก​ว่า แม้น​ฤกษ์​คง​เป็น​ห่วง​เ​รน​มาก​แล้ว​ทำท่า​จะ​เป็น​ลม สร้อย​ทิพย์​สงสาร​ประคอง​พิไล​ไป​นั่งพัก

“แค่​เห็น​เฉยๆเห​รอ พ่อ​แก​สั่งเสีย​อะไร​ไหม” ตา​เลิศ ​เอ่ย​ถาม

“พ่อ​มา​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​ค่ะ พ่อ​บอก​ว่า​ทรมาน​มาก” เ​รน​กระซิบ​บอก

“เรา​ทำบุญ​ให้​แล้ว ทำไม​ยัง​เป็น​แบบ​นี้​ล่ะ​ครับ​คุณตา” รัชต์​แปลก​ใจ

“ตา​ก็​ไม่​แน่ใจนะ แต่​อาจจะ​เป็น​เหมือน​ตา​จอน​ก็ได้ ตราบ​ใด​ที่​ไอ้​ผี​พราย​นั่น​ยัง​มี​ฤทธิ์​อยู่ วิญญาณ​ของ​คน​ที่​ตาย​เพราะ​มัน ไม่​มี​ทาง​สงบ​สุข​หรอก” ตา​เลิศ​สงสาร​แม้น​ฤกษ์ และ​คน​ที่​ถูก​ฆ่า แต่​ก็​หมด​ปัญญา​ช่วยเหลือ

เสร็จ​พิธี​ลอย​อังคารทุกคน​ก็​กลับ​ขึ้น​ฝั่ง และ​พบ​ทัดสิงห์​มา​รับ​สร้อย​ทิพย์​กลับ​บ้าน เ​รน​จะ​ไม่​ยอม​ให้​แม่​ไป​แต่​สร้อยทิพย์​ไม่​อยาก​สร้าง​ปัญหา​ให้​ลูก​จึง​ยอม​ตาม​ทัด​สิงห์​กลับ​ไป

“เสร็จ​พิธี​ทุก​อย่าง​แล้ว ผม​ว่า​เรา​ไป​ร้าน​อาหาร​กัน​เถอะ​ครับ” ธีระ​รีบ​เปลี่ยน​บรรยากาศ

ศักยะ​เดิน​มา​ประชิด​ตา​เลิศ​ชวน​ไป​ด้วย​กัน แต่​รัชต์​เข้า​มา​ขวาง​เพราะ​ไม่​ไว้ใจ เ​รน​ตัดบท​บอก​ลา​ศักยะ​เพราะ​ไม่​อยาก​ยุ่ง​กับ​เขา​อีก แล้ว​ช่วย​รัชต์​ประคอง​เลิศ​เดิน​ออก​ไป ศักยะ​ยืน​จ๋อย พิไล​เข้า​มา​ปลอบ​ใจ
“เรา​ทำ​ดี​ที่สุด​แล้ว​ล่ะ กลับ​ไป​ก่อน​เถอะ​ตั้น” พิไล​ถอน​ใจ​เดิน​ตาม​ทุก​คน​ไป

ศักยะ​ขบ​กราม​แน่น​จน​ขึ้น​สัน เจ็บใจ​ที่สุด แต่​ไม่​ยอม​แพ้ เขา​แอบ​ตาม​ทุก​คน​ไป​ที่​ร้าน​อาหาร​แล้ว​รอ​จน​ตา​เลิศ​ลุก​มา​เข้า​ห้องน้ำ​ตามลำพัง​จึง​ตาม​ไป​แย่ง​ไม้เท้า​และ​เผลอ​ผลัก​คุณ​ตา​ล้ม​ลง

“ตั้น กลับ​ใจ​ซะ​เถอะ” ตา​เลิศ​มอง​ตาม​ศักยะ​ที่​วิ่ง​จาก​ไป​พร้อม​กับ​ไม้เท้า​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง แล้ว​พยุง​ตัว​เกาะ​โน่น​เกาะ​นี่​เดิน​ตาม​ออก​ไป

เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​นิศ​รา​นึก​ได้​ว่า​ลืม​โทรศัพท์​ไว้​ที่​รถ​จึง​กลับ​มา​เอา เธอ​เห็น​ศักยะ​วิ่ง​กลับ​มา​ที่​ลาน​จอด​รถ​ใน​มือ​ถือ​ไม้เท้า​ของ​ตา​เลิศ​มา​ด้วย และ​กำลัง​จะ​หัก​ไม้เท้า​ทิ้ง​จึง​เข้าไป​ถาม

“ทำ​อะไร​น่ะ​ตั้น นั่น​มัน​ไม้เท้า​ของ​คุณ​ตา​นี่​ตั้น ตั้นเอา​ไม้เท้า​ของ​คุณ​ตา​มา​ทำไม”

“ผม​จะ​เอา​มา​ทำไม มั​นก็​ไม่​เกี่ยว​อะไร​กับ​พี่ ถ้า​พี่​ไม่​อยาก​เดือดร้อน ก็​อย่า​มา​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​ผม” ศักยะ​ตวาด

“พูด​แบบ​นี้​ได้​ยัง​ไง​ตั้น พี่​มี​ศักดิ์​เป็น​พี่​ตั้น​นะ อย่าลืมสิ เมื่อ​ก่อน​ตั้น​ก็​เคย​มา​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​พี่ ตั้น​รวย​ขึ้น​พี่​ก็​ไม่​เคย​ไป​พึ่ง​เรื่อง​เงิน​ทอง เพราะฉะนั้น​อย่า​มา​ทำ​ก​ร่าง​กับ​พี่ พี่​ไม่​ชอบ”

“พูด​ยัง​งี้​ก็​ไม่​ต่าง​จาก​ทวง​บุญคุณ​หรอก อ้ะ ใช้หนี้ที่​พี่​เคย​ให้​ความ​ช่วยเหลือ​ผม มัน​เกิน​อยู่​แล้วแต่​ไม่​ต้อง​ทอน​หรอก” ศักยะ​ควัก​เงิน​ใน​กระเป๋า​มา​วาง​ใส่​หน้า​นิศ​รา แล้วถือ​ไม้เท้า​ขึ้น​รถ​ของ​ตน​ที่​จอด​อยู่​ขับ​ออก​ไป

นิศ​รา​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​เจ็บใจ​ที่​ศักยะ​มา​ทำ​กริยา​ดูถูก​ตน

พิไล​รู้​เรื่อง​ก็​ถึง​กับ​นั่ง​ไม่​ติด เธอ​เจ็บใจ​ที่​โดน​หลอก แต่​ก็​รีบ​รับปาก​ตา​เลิศ​ว่า จะ​ตาม​เอา​ไม้เท้า​คืน​มา​ให้​ได้ ตาเลิศ​ถอน​ใจ​บ่น​ว่า คง​ไม่ทัน​แล้ว

“ผม​ลอง​โทร.​หา​พิม​ดี​กว่า เผื่อ​ตั้น​จะ​เอา​ไม้เท้ากลับ​ไป​บ้าน” รัชต์​หยิบ​มือ​ถือ​ออก​มา​โทร.​หา​พิมพ์​พัส​ตรา

พิมพ์​พัส​ตรา​เดิน​คุย​โทรศัพท์​ลง​มา​มอง​หา​ศักยะ​ที่​สนาม ก็​เห็น​สามี​ยืน​อยู่​หน้า​กอง​ไฟ และ​กำลัง​โยน​ไม้เท้า​ของ​ตา​เลิศ​ลง​ไป

“เจอ​ตัว​แล้ว​ค่ะ​พี่​รัชต์ แค่​นี้​ก่อน​นะ​คะ” พิมพ์​พัส​ตรา​กด​วาง​สาย​แล้ว​เดิน​เข้าไป​ถาม​ศักยะ​ว่า เผา​อะไร
ศักยะ​ตกใจ​โกหก​ว่าเป็น​ของ​เก่า​ไม่ได้​ใช้​แล้ว พิมพ์พัสตรา​มอง​ไป​ที่​กอง​ไฟ​เห็น​ไม้เท้า​ก็​ร้อง​ถามว่า​ใช่​ไม้เท้า​ที่​ขโมยมา​รึ​เปล่า ศักยะ​หัน​ขวับ​มา​คว้า​ข้อ​มือ​ภรรยา​แล้ว​ตะคอก​ใส่ว่า รู้​ได้​อย่างไร​ว่า​เขาขโมย​มา พิมพ์​พัส​ตรา​สวน​ว่า รัชต์​โทร.บอก ศักยะ​โกรธ​ที่​พิมพ์​พัส​ตรา​ยัง​ติดต่อ​กับ​รัชต์​อยู่​จน​พลั้ง​มือ​
ตบ​หน้า พิมพ์​พัส​ตรา​เลย​เขวี้ยง​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ใส่​ศักยะ แล้ววิ่ง​หนี​ออก​ไป

ศักยะ​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​เคียดแค้น​หึง​หวง “ตามมันไป ถ้า​มัน​ไป​หา​ชู้...ฆ่า​มัน​ทิ้ง​ทั้ง​คู่”

พลัน​เกิด​ควัน​พวยพุ่ง​ขึ้น​จาก​กอง​ไฟ มัน​รวม​ตัว​เป็น​รูป​พราย​ครึ่ง​คน​ครึ่ง​งู พุ่ง​ตาม​พิมพ์​พัส​ตรา​ไป ศักยะ​มอง​ตาม​ด้วย​สายตา​ที่​โหดเหี้ยม

รัชต์​เห็น​พิมพ์​พัส​ตรา​เงียบ​หาย​ไป​ก็​นึก​ห่วง​จึง​โทร.​หา   แต่​ติดต่อ​ไม่ได้​  เขา​เข้า​มา​ปรึกษา​เ​รน​และ​ตา​เลิศ   เพราะ​กลัว​พิมพ์​พัส​ตรา​จะ​โดน​พราย​เล่น​งาน ส่วน​พิมพ์​พัสตรา​หลบ​มา​นั่ง​ทำใจ​อยู่​ใน​ห้างฯ   เธอ​โทร.​ตาม​เพื่อนๆมา​อยู่ด้วย   แต่​ไม่​มี​ใคร​ว่าง​เลย พิมพ์​พัส​ตรา​เริ่ม​หัวเสีย พราย​ส่งเสียงหัวเราะ​เย้ย​หยัน​ที่​ข้าง​หู พิมพ์​พัส​ตรา​ขนลุก​เกรียว​รู้สึก​สังหรณ์​ใจ

พราย​สบ​โอกาส​เมื่อ​พิมพ์​พัส​ตรา​อยู่​คน​เดียว มัน​หลอก​ให้​เธอ​ไป​พบ​รัชต์​ที่​ชั้น​บน​สุด​ของ​ตึก​รัชดา​ทาวน์​ซึ่ง​เป็น​โครงการ​ที่​รัชต์​เคย​เป็น​เจ้าของ พิมพ์​พัส​ตรา​เข้าใจ​ว่า​รัชต์​กู้​ฐานะ​ได้​แล้ว และ​คง​อยาก​อวด​เธอ​จึง​รีบ​ไป​พบ เป็น​เวลา เดียว​กับ​ที่​ศักยะ​กำลัง​ฝัน​ร้าย เขา​เห็น​ตัว​เอง​วิ่ง​หนี​อะไร​สัก​อย่างมา​ด้วย​ความ​กลัว และ​ได้​พบ​กับ​ปู่​ชัด ศักยะ​ร้อง​ให้​ปู่​ช่วย​ตน​ด้วย

“ช่วย​แก​จาก​อะไร​ล่ะ ไม่​มี​ใคร​ช่วย​ใคร​จาก​เวร​กรรม​ที่​ก่อ​เอา​ไว้​ได้​หรอก มี​แต่​เจ้าที่​ต้อง​หยุด​ยั้ง​มัน​ด้วย​ตัว​เจ้าเอง ตั้น เจ้า​มัน​ทำ​ผิด​ร้ายแรง​หลาย​ครั้ง​เต็มที​แล้ว ถ้า​ไม่​รีบกำจัด​เจ้า​พราย​มัน​เสีย​ก่อน เจ้า​จะ​เคราะห์​ร้าย ไม่​ใช่​เจ้า​คน​เดียว คน​อื่น​ก็​จะ​ตาย​กัน​หมด ตั้น​เอ๋ย เจ้า​มัน​ดื้อ​รั้น​ไม่​เชื่อฟัง​ปู่ ถลำ​ลึก​ลง​ไป​ทุกที​แล้ว กลับ​ตัว​เสียเถิด จะ​ยากจน​อย่างไร​ก็​อย่า​ไป​กลัว ความ​จน​ไม่​เลว​ร้าย​เท่ากับ​ต้อง​ตกเป็น​ทาส​ของมันหรอก”

“ไม่ ผม​รวย​ขนาด​นี้​แล้ว​ถ้า​จน​ก็​อาย​คน​น่ะ​สิ ดู​ไอ้​รัชต์​สิ มัน​หมด​ท่า​แค่​ไหน ผม​ไม่​อยาก​เป็น​อย่าง​มัน”
“แต่​รัชต์​เขา​ก็​ยัง​อยู่​ของ​เขา​ได้ เจ้า​คิด​หรือ​ว่า​เขา​ทุกข์​มาก​กว่า​เจ้า ตรงกันข้าม เขา​สุข​กว่า​เจ้า​เสีย​อีก สุข​ตรง​ที่​รู้จัก​พอ”

“ผม​ไม่​เชื่อ ผม​จะ​ทำให้​คุณ​ปู่​เห็น​ว่า​ผม​ชนะ​มัน ผม​ชนะ​ทุก​คน ผม​ไม่​มี​วัน​แพ้ ผม​ไม่​มี​วัน​ยอม คุณ​ปู่​คอย​ดู” ศักยะ​ตะโกน​ก้อง​ด้วย​ความ​ริษยา แล้ว​สะดุ้ง​ตื่น ​เขา​นึก​ทบทวน​ความ​ฝัน​พลาง​บอก​กับ​ตัว​เอง​อย่าง​ทะเยอทะยาน

“คุณ​ปู่ คอย​ดู ผม​จะ​พิสูจน์​ให้​คุณ​ปู่​เห็น ผม​ต้อง​เหนือ​กว่า​ไอ้​รัชต์ เหนือ​กว่า​ทุก​คน”

ooooooo

พราย​จำแลง​เป็น​รัชต์​มา​รับ​พิมพ์​พัส​ตรา​ที่​หน้าตึก แล้ว​หลอก​ให้​เธอ​ขึ้น​ลิฟต์​ไป​ตามลำพัง พิมพ์พัส​ตรา​ ไม่​เห็น​รัชต์​จึง​โทร.​ตาม รัชต์​ที่​กำลัง​ขับ​รถ​ตาม​หาพิมพ์-พัส​ตรา​รีบ​กด​รับ และ​ต้อง​แปลก​ใจ​เมื่อ​พิมพ์​พัส​ตรา

บอก​ว่า เธอ​รอ​เขา​อยู่​ที่​รัชดา​ทาวน์ เขา​นึก​ห่วง​กลัว​เธอ​จะ​โดน​พราย​ฆ่า​จึง​รีบ​ตาม​ไป​ช่วย และ​โทร.​บอก​เ​รน​ให้​ถาม​ตา​เลิศ​ว่า​มี​ทาง​ไหน​บ้าง​ที่​จะ​เอา​ตัว​รอด​จาก​พราย​ได้

เ​รน​เตือน​ให้​รัชต์​ระวัง​ตัว​แล้ว​รีบ​เข้าไป​คุย​กับ​ตา​เลิศ ตา​เลิศ​หน้า​เครียด​หนัก​บอก​หลาน​สาว​ว่า จะ​ลอง​ทำ​สมาธิ​ด้วย​วาโย​กสิณ​ดู แต่​ก็​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ช่วย​ได้​แค่​ไหน เพราะ​อำนาจ​ของ​เจ้า​พราย​แข็งแกร่ง​ขึ้น​มาก เ​รน​ฉุกคิด​ได้​บอก​คุณ​ตา​ว่า จะ​โทร.​ตาม​ตำรวจ เพราะ​ถ้า​อยู่​กัน​หลาย​คน อำนาจ​ของ​เจ้า​ผี​พราย​จะ​ลด​ลง

“พอ​คน​อยู่​รวม​กัน​มากๆพลังจิต​จะ​เข้มแข็ง​ขึ้น พราย​มัน​ก็​กลัว​อำนาจ​จิต​ของ​มนุษย์​เหมือน​กัน เ​รน​รีบ​โทร.​เลย ตา​จะ​ขึ้น​ไป​ทำ​สมาธิ​ที่​ห้อง​พระ”ตา​เลิศ​สั่ง​แล้ว​เดิน​เลี่ยง​ไป

พราย​เปิดเผย​ร่าง​ที่​แท้​จริง​ให้​พิมพ์​พัส​ตรา​ได้​เห็น เพื่อ​หลอก​ให้​เธอ​วิ่ง​ไป​ที่​ดาดฟ้า จาก​นั้น​มัน​ก็​จำแลง​ร่าง​เป็น​ศักยะ​เข้า​มา​เล่น​งาน​เธอ เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​รัชต์​มา​ถึง​หน้า​ตึก​พอดี เขา​เห็น​รถ​พิมพ์​พัส​ตรา​จอด​อยู่​ก็​รีบ​วิ่ง​เข้าไป​ดู​ข้าง​ใน ใน​ขณะ​ที่​พราย​เดิน​ย่างสามขุม​ช้าๆ เข้า​มาหา​พิมพ์​พัส​ตรา​ พิมพ์​พัส​ตรา​ ถอยกรูด​ด้วย​ความ​กลัว



“ความ​จริง ครั้ง​นี้​ก็​ไม่​ใช่​ครั้ง​แรก​ที่​เธอ​เห็น​ฉัน​หรอก เพียง​แต่​เธอ​จำ​ไม่ได้​เท่านั้น​เอง แล้ว​ฉัน​ก็​ไม่​ใจดี​เหมือน​คราว​ที่​แล้วด้วย คราว​นี้วิญญาณ​ของ​เธอ​ต้อง​เป็น​ของ​ฉัน”
“พี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ พูดเรื่องอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย บอกว่าอย่าเข้ามาไง ไป”

“ไอ้รัชต์กำลังจะมาแล้ว จัดการเธอเสร็จฉันจะได้ฆ่ามันต่อ ฉันจะได้มีข้ออ้างกับศักยะด้วย ว่าเธอกับมันคบชู้กัน ฉันเลยต้องฆ่าทิ้งซะทั้งคู่ ตามคำสั่งของศักยะ”

“แกมันคนบ้า ฉันไม่น่ามายุ่งกับแกเลย” พิมพ์พัสตรามองไปรอบๆเหลือบเห็นท่อพีวีซีตกอยู่ไม่ห่างนัก ก็พุ่งตัวไปคว้าแล้วฟาดใส่ แต่พรายยกมือจับเอาไว้ได้ทัน ทันใดนั้น มือของศักยะก็เปลี่ยนเป็นมือที่มีเกล็ดงูสีดำมะเมื่อม ปลายเล็บแหลมเหมือนขานก พิมพ์พัสตราตกใจตาค้างกรี๊ดลั่น วิ่งหนีกระเซอะกระเซิงมาจนถึงขอบตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จ พรายตามมาหมายเอาชีวิต

พิมพ์พัสตรายกมือไหว้ขอชีวิต พรายยิ้มเหี้ยมบอกว่า มันอยากได้วิญญาณเธอมาเป็นทาสตั้งนานแล้วแต่ติดศักยะ แล้วมันก็ยกพิมพ์พัสตราขึ้น จนสองเท้าลอยพ้นพื้น กำลังจะเหวี่ยงให้ตกลงไปตายข้างล่าง

“พิมพ์”รัชต์ขึ้นมาถึงพอดี

พรายและพิมพ์พัสตรา หันมามองรัชต์เป็นตาเดียว พิมพ์พัสตรามองด้วยสีหน้าดีใจมีความหวังว่าจะรอด แต่พรายแสยะยิ้มเหี้ยม ด้วยความสะใจที่จะได้ฆ่าอีกคน รัชต์มองเห็นแต่พิมพ์พัสตรายืนอยู่ขอบตึกคนเดียวแต่มองไม่เห็นพรายก็ร้องสั่งให้พิมพ์พัสตราตั้งสมาธิเอาไว้แล้วจะค่อยๆเดินกลับมา

พิมพ์พัสตราน้ำตาคลอบอกรัชต์ว่า เธอขยับตัวไม่ได้เพราะศักยะจับตัวเธอไว้ รัชต์ตกใจเพราะเขามองไม่เห็นใครเลย พรายแสยะวางตัวพิมพ์พัสตราลง “รอฉันอยู่ที่นี่ก่อนนะ ให้ฉันฆ่าไอ้รัชต์ก่อนเธอค่อยกระโดดลงไปตาย” พรายหันไปเล่นงานรัชต์ ในขณะที่พิมพ์พัสตรายืนค้างแข็งทื่ออยู่ที่ริมขอบตึก

พิมพ์พัสตราเห็นพรายในร่างศักยะกำลังทั้งเตะ ทั้งต่อย ทั้งกระทืบรัชต์ด้วยสีหน้าสะใจ ไม่มีความเวทนาแม้แต่น้อย เธอน้ำตาไหลออกมาด้วยความสงสารรัชต์ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ และที่ด้านล่างของตึกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งจากเรนก็มาดูที่เกิดเหตุ พวกเขาเห็นร่างของพิมพ์พัสตราที่ขอบตึกก็รีบวิทยุขอเรียกกำลังเสริมทันที

รัชต์ที่โดนซ้อมจนเลือดกบปากพยายามต่อสู้กับพราย แต่ทำอะไรมันไม่ได้เลย พรายยืนยิ้มเหี้ยมมองดูสภาพรัชต์ ด้วยความสาแก่ใจแล้วเอื้อมมือไปจิกหัวรัชต์ขึ้นมาบอกว่า หมดเวลาแล้ว แต่ทันใดนั้นเอง ก็เกิดลมพัดรุนแรงขึ้นทั่วบริเวณ ราวกับจะเกิดพายุใหญ่ จนศักยะต้องปล่อยมือจากรัชต์

“วาโยกสิณ ไอ้เลิศ เอ็งขวางข้าไม่ได้หรอก เอ็งก็เป็นอยู่แค่นี้ ไม่มีวิชาแก่กล้าพอจะสู้กับข้าได้ ข้าจะส่งไอ้อีสองคน นี่ลงนรกให้ดู” ขาดคำ ร่างกายของศักยะก็ค่อยๆเปลี่ยนไป กลายเป็นหมอกควันรูปครึ่งคนครึ่งงูขนาดใหญ่ ซึ่งคราวนี้ทั้ง รัชต์และพิมพ์พัสตราเห็นเต็มๆด้วยกันทั้งคู่ แล้วรัชต์ก็ได้ยินเสียงตาเลิศกระซิบที่ข้างหู

“อย่ากลัว ตั้งสมาธิให้มั่น แผ่เมตตาให้มัน ไม่โกรธแค้น ไม่อาฆาต แม้ว่ามันจะทำร้ายเราถึงแก่ชีวิต ก็จะมีแต่เมตตาธรรมแผ่กลับไปให้มันเท่านั้น”

รัชต์ได้สติ รีบนั่งขัดสมาธิ หลับตา แล้วแผ่เมตตาให้พรายทันที มีแสงสว่างเกิดขึ้นรอบตัวพราย จิตที่ตั้งมั่นในเมตตาธรรมและเป็นสัจจะ เหมือนอาวุธร้ายที่เข้าทำร้ายพราย จนพรายส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนหมอกควันธูปครึ่งคนครึ่งงู
จะจางหายไป พอพรายหนีไป ร่างกายของพิมพ์พัสตราก็ขยับได้ เธอเสียหลักจะหงายหลังตกลงจากตึก รัชต์พุ่งเข้ามากอดพิมพ์พัสตราช่วยไว้ได้ทัน ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด พิมพ์พัสตราร้องไห้ด้วยความตื่นกลัวกอดรัชต์เอาไว้แน่น

ooooooo

ตำรวจสองนายวิ่งขึ้นตึกมาอย่างระวังพร้อมยกปืนขึ้นเล็ง รัชต์รีบผละออกพิมพ์พัสตราบอกตำรวจว่าคนร้ายหนีไปแล้วแต่ตำรวจยังไม่วางใจ เดินตรวจตรารอบบริเวณ

“นี่มันอะไรพี่รัชต์ มันคืออะไร” พิมพ์พัสตราร้องไห้โฮออกมาด้วยความหวาดกลัว

“อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น ไปคุยกันที่บ้าน ตกลงไหมครับ” รัชต์มองหน้าพิมพ์พัสตรา

พิมพ์พัสตรายังหวาดกลัวไม่หาย เธอไม่ยอมกลับบ้านเพราะกลัวถูกศักยะทำร้ายอีก รัชต์จึงต้องพาเธอมาอยู่ที่บ้านเรนเป็นการชั่วคราว

เมื่อกลับมาถึงบ้านรัชต์ก็บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตาเลิศกับเรนฟังว่า ทางตำรวจก็พุ่งประเด็นไปที่ลักพาตัวพิมพ์พัสตราเพื่อเรียกค่าไถ่

“ปล่อยให้เขาคิดอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ” ตาเลิศเห็นด้วย

“ดีอะไรล่ะคะพี่ตั้นยังอยู่ ไม่รู้ว่าคราวนี้จะส่งผีสางอะไรมาฆ่าพิมอีก จะให้พิมข่มตาหลับได้ยังไง ทำไมพิมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ พิมจะหย่ากับมันให้เร็วที่สุด ตอนนี้หน้าของมัน พิมยังไม่อยากจะมองเลย”

เรนและเลิศสบตากันเล็กน้อย แล้วเรนก็ตัดบทชวนพิมพ์พัสตราขึ้นไปพัก และอาสาอยู่เป็นเพื่อน รัชต์อมยิ้มหันมาบอกกับตาเลิศว่า “นี่ถ้าผมไม่หมดตัวไม่มีเรื่องตั้นแทรกเข้ามา ผมก็คงมองไม่เห็นพิมชัดเจนแบบนี้”

เมื่อไม่สามารถเอาชีวิตรัชต์ได้ พรายก็มาพูดยุยงให้ศักยะยิ่งแค้นรัชต์มากขึ้น

“มันจะเอาคืนท่านด้วยการย้อนรอยเหมือนที่ท่านเคยทำกับมัน มันต้องการเห็นท่านน่าเวทนา ไม่เหลืออะไรเลย” พรายหัวเราะเยาะเย้ยหยัน

ศักยะสายตาแข็งกร้าวดุดันประกาศว่า เขาไม่มีวันยอม และคิดจะจัดการทุกคนที่เข้ามาขัดขวางผลประโยชน์ตัวเอง

เช้าวันใหม่ เรนเตรียมอาหารให้พิมพ์พัสตรา ในขณะที่พิมพ์พัสตรากำลังโทร.คุยกับพ่อถึงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อเธอวางสายก็เห็นศักยะเดินตรงมาจับข้อมือ บังคับให้กลับบ้าน พิมพ์พัสตราสะบัดมือวิ่งหนีไปหลบหลังเรน พลางเรียกศักยะว่าฆาตกร ศักยะโมโหมาก จะใช้กำลังกับพิมพ์พัสตรา

“อย่านะพี่ตั้น พี่ไม่มีสิทธิมาใช้กำลังในบ้านของเรน เรื่องเมื่อคืนมันก็มีต้นเหตุมาจากพี่ มันก็สมควรแล้วที่คุณพิมจะต้องกลัวพี่ ไม่มีใครกล้ากลับไปอยู่กับคนที่คิดจะฆ่าตัวเองได้หรอกค่ะ” เรนท่าทางเอาเรื่อง

ศักยะยิ้มเยาะถามหาหลักฐาน รัชต์เดินลงมาได้ยินพอดีจึงตอบแทน “ถึงจะไม่มีหลักฐาน กฎหมายจะเอาผิดแกไม่ได้ แต่แกก็หนีบาปกรรมไปไม่พ้นหรอกตั้น”

“ไม่น่าล่ะ ถึงไม่ยอมกลับบ้าน ที่แท้ก็จะอยู่กกชู้นี่เอง สามคนผัวเมีย” ศักยะยิ้มหยัน

รัชต์สุดทนดิ่งเข้าชกศักยะ ทำให้ศักยะแค้นจะเอาคืน แต่โดนรัชต์ล็อกตัวไว้พลางเอ่ยว่า ที่นี่ไม่มีใครอยากคบกับคนอย่างศักยะอีกแล้ว

ศักยะอึ้งหันไปมองหน้าเรน เรนก็หน้าบึ้งเบือนหน้าไปทางอื่น ขณะที่พิมพ์พัสตรามองเขาด้วยสายตาชิงชัง พร้อมประกาศว่าต้องการหย่าโดยเร็วที่สุด

รัชต์ผลักศักยะออกไปอย่างแรง เมื่อตั้งหลักได้ เขาหันมาจ้องหน้าทุกคนด้วยความเจ็บปวด พร้อมประกาศกร้าว “พวกแกทุกคนจะต้องเสียใจ ที่ทำกับฉันแบบนี้” ศักยะเดินปึงปังออกจากบ้านไป

พิมพ์พัสตรายิ้มเยาะ  แต่รัชต์กับเรนสบตากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะรู้ว่าศักยะไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่

ooooooo

ศักยะมาบอกพรายที่ต้นมะขาม  ว่ายินดีแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้ชีวิตของรัชต์ พรายขอแลกเปลี่ยนด้วยชีวิตของผู้หญิงที่ศักยะได้พบหน้าเป็นคนแรก ในวันรุ่งขึ้น

“ได้ซิ นึกว่าจะยากเย็นซักแค่ไหน พรุ่งนี้พอฉันตื่นขึ้นมา ก็แค่โทรศัพท์เรียกใครซักคนในบ้านให้ขึ้นมาหาฉัน จากนั้น แกก็มาเอาชีวิตมันไปได้เลย” ศักยะยิ้มเหี้ยม

เสียงพรายหัวเราะลงคอแล้วเลื้อยช้าๆ ขึ้นไปอยู่บนยอดไม้

ขณะที่ศักยะคุยอยู่กับพราย พิไลก็ชวนนิศรามาที่บ้านตาเลิศ เพื่อถามข่าวพิมพ์พัสตรา แต่กลับโดนลูกสะใภ้ตวาด “ถ้าอยากรู้ก็ไปถามลูกชายฆาตกรคุณเอาเอง แล้วต่อไปก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก ฉันกับลูกชายคุณจบกันแล้ว เรากำลังจะหย่ากัน” พูดจบแล้วพิมพ์พัสตราก็เดินเชิดออกไป

พิไลและนิศราหันมาสบตากันด้วยความงง รัชต์ที่นั่งอยู่ด้วยหันมาปรึกษาตาเลิศว่า คงต้องเล่าความจริงให้พิไลฟังแล้ว ตาเลิศหมดหนทางจำใจบอกเรื่องพรายที่คอยช่วยเหลือศักยะให้พิไลรู้

ด้านพิมพ์พัสตราเดินออกมาบ่นกับเรนว่า รัชต์ไม่ควรพูดดีกับพิไล เพราะแม่ลูกก็คงเหมือนกัน เรนอ่อนใจกับความคิดของพิมพ์พัสตรา แต่ไม่อยากพูดมาก พอดีสร้อยทิพย์โทร.มาพลางร้องไห้มาตามสาย เรนตกใจถามว่าแม่อยู่ไหน แล้วรีบออกไปหา พิมพ์พัสตราตามไปด้วยเพราะไม่อยากอยู่คนเดียว

เรนออกมาพบสร้อยทิพย์ที่ร้านอาหาร เมื่อเห็นแม่หน้าตาบวมช้ำเพราะถูกทัดสิงห์ตบตี ก็ยุให้ไปแจ้งความ แต่สร้อยทิพย์ไม่กล้าเพราะกลัวโดนหนักกว่าเดิม เธอยอมรับปากเรนว่า จะไม่กลับไปอยู่กับทัดสิงห์อีกเพราะทนไม่ได้ที่เขาใช้กำลังทุบตี เรนเบาใจชวนแม่กลับบ้านตาเลิศด้วยกัน พิมพ์พัสตราที่นั่งเซ็งยิ้มได้ ขอร้องให้เรนพาไปช็อปปิ้งคลายเครียดก่อนกลับบ้าน เรนแอบถอนใจ

ooooooo

เมื่อรู้ความจริง พิไลก็ถึงกับน้ำตาตก เธอปะติดปะต่อเรื่องราว แล้วเอ่ยถามรัชต์ว่า การตายของแม้นฤกษ์ เป็นฝีมือศักยะด้วยใช่หรือไม่

“คิดว่าน่าจะใช่ครับ” รัชต์ตอบไม่เต็มเสียงนัก

“ฉันจะไปเอาเลือดหัวมันออก” พิไลลุกขึ้นขยับจะเดินออก แต่นิศราดึงไว้เพราะใกล้ค่ำแล้ว

“ตอนนี้ตั้นเขาไม่เหมือนเดิมแล้วนะคุณพิไล ถ้าเป็นสมัยโบราณ เขาก็เรียกว่าโดนของเข้าตัว เราจะทำอะไรต้องระวังให้มาก ความคิดความอ่านของตั้นไม่เป็นของตัวเองเต็มร้อยหรอกนะครับ” ตาเลิศเตือน

“คนอื่นอาจจะปราบตั้นไม่ได้ แต่ฉันเป็นแม่มันนะคะคุณอา ยังไงฉันก็ต้องกำราบมันอยู่”

“แต่รอให้เช้าก่อนก็ดีนะคะคุณน้า จะได้อุ่นใจหน่อย มืดๆค่ำๆยังงี้ น่ากลัวนะคะ” นิศราต่อรอง

“ก็ได้ เช้าเมื่อไหร่ฉันจะไปลากตัวมันมากราบเท้าขอโทษขออโหสิทุกคน แล้วฉันจะจับมันเข้าวัดบวชไม่ต้องสึกเลย” พิไลผิดหวังอย่างแรง

เช้าวันใหม่ พิไลเข้ามาทุบตีศักยะถึงในห้องนอนด้วยความโกรธ ศักยะเมื่อรู้ว่าแม่รู้ความจริงเรื่องพรายหมดแล้วก็ถึงกับหน้าเสีย พิไลสั่งให้ศักยะไล่พรายออกไป

ศักยะตีหน้าตายบอกไม่รู้เรื่อง ทำให้พิไลโกรธ ตบหน้าลูกแล้วบังคับให้ไปสารภาพผิดกับทุกคน และจะได้ช่วยกันหาทางกำจัดพราย ศักยะโดนตบจนหน้าชาหนีไม่ออก

“ก็ได้ครับแม่ แต่ขอผมโทร.เรียกแม่บ้านก่อนนะครับ” ศักยะเดินเลี่ยงไปกดโทรศัพท์เบอร์ภายใน เพื่อเรียกแม่บ้านขึ้นมาตายตามที่ตกลงกับพราย แต่ทันใดนั้นเอง นิศราก็เดินเข้ามาในห้อง เพราะได้ยินเสียงเอะอะ ศักยะหน้าเสีย

พิไลเช็ดน้ำตา เร่งให้ศักยะรีบแต่งตัวแล้วตามเธอกับนิศราลงไปข้างล่าง ศักยะรับปากพลางมองตามนิศราไปอย่างไม่สบายใจที่ต้องใช้ชีวิตนิศราสังเวยให้พราย

ooooooo

พิไลกับนิศราพาศักยะมาหาตาเลิศ ศักยะมองทุกคนช้าๆ ด้วยทีท่ายโสโอหัง

“ไม่มีใครทำอะไรผมได้หรอกแม่ มีแต่ผมที่จะสั่งให้ใครอยู่หรือตายก็ได้ แกก็เหมือนกัน รัชต์ อย่านึกว่าคราวหน้าแกจะรอด” ศักยะจ้องหน้ารัชต์

พิไลโกรธจัดตวาดใส่ลูกชาย แต่ศักยะไม่หยุด เขาเอ่ยถามตาเลิศ “หรือไม่จริงล่ะยิ่งตอนนี้คุณตาไม่มีไม้เท้าแล้ว ไม่มีใครเอาชนะผมได้หรอก จริงไหมครับคุณตา ถ้ายังอวดดี ฉันจะให้ดูตัวอย่างจากพี่นิศก็แล้วกันเผื่อจะสำนึกขึ้นบ้าง”

“ตั้นจะทำอะไรพี่” นิศราตกใจ

“ผมก็ไม่ได้อยากทำหรอกแต่เจ้าพราย มันจะเอาตัวผู้หญิงคนแรกที่ผมเจอตอนเช้านี้ เสียใจด้วยนะ พี่อยากเดินเข้ามาในห้องนอนผมเอง ช่วยไม่ได้” ศักยะยักไหล่ไม่แคร์

“อะไรกันตั้น ผู้หญิงคนแรกที่ตั้นเจอ ไม่ใช่น้าพิไลหรอกเหรอ” นิศราทัก

ศักยะตกใจสุดขีด ฉุกคิดได้ว่าพิไลเป็นคนแรกที่เข้าไปในห้อง เขาหน้าซีดเผือด

พิไลเสียใจที่ลูกชายยอมให้พรายเอาชีวิตเธอ จึงวิ่งร้องไห้ออกมา ศักยะรีบตามมาอธิบาย

“ผมรักแม่ยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง ผมไม่มีวันทำร้ายแม่เด็ดขาด แต่ผมให้สัญญากับมัน ว่าจะแลกชีวิตของผู้หญิงที่ผมเจอเป็นคนแรกในวันนี้ให้กับมัน ผมไม่คิดว่า” ศักยะลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก

“จะเป็นใครก็ชีวิตคนเหมือนกันนะตั้น ตั้นทำลายชีวิตคนได้ง่ายๆ โดยไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ” นิศราปราดเข้ามาต่อว่า

“แล้วก็ไม่ใช่แค่ชีวิตเดียวด้วย พี่ตั้นแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วยชีวิตคนมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ทั้งลุงจอน ไว เข็มทอง แล้วก็พ่อของเรน” เรนน้ำตาคลอประคองตาเลิศเดินออกมาพร้อมกับรัชต์

พิไลผิดหวังสุดๆหันมาตบตีศักยะพร้อมกับฟูมฟาย “ฉันไม่มีลูกแบบแก แกมันใจบาปหยาบช้า ทำไมแกไม่แลกด้วยชีวิตแกเองล่ะ แกมันไม่สมควรเกิดเป็นคนเลยไอ้ตั้น”

ศักยะยืนนิ่งน้ำตาท่วมปล่อยให้แม่ทุบตีโดยไม่เถียงซักคำ จนนิศราต้องเข้ามาดึงพิไลออกไป ศักยะตามไปคุกเข่ากราบขอโทษพิไล แต่พิไลชักเท้าหลบ

รัชต์เห็นใจขอร้องให้ศักยะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังเผื่อจะหาทางช่วยพิไลได้

“ไม่ต้องให้มันเล่าหรอกคุณรัชต์ ปล่อยให้ฉันตายไปเลย ให้มันไปเสวยสุขกับสิ่งที่แลกด้วยชีวิตของแม่มันเองให้สมใจอยากเถอะ” พิไลน้ำตาเอ่อ

“แกรู้รึเปล่า ว่าไอ้ผีพรายนั่นมันกลัวอะไร หรือว่ามีจุดอ่อนอะไรบ้าง” รัชต์มองหน้าเพื่อน

ศักยะปาดน้ำตาลุกขึ้นยืนตัดสินใจบอกกับตาเลิศว่า พรายกลัวไม้เท้าของคุณตาแต่เขาเผามันไปแล้ว

“ถ้าตาบอกว่ามันยังอยู่ล่ะ ตั้นจำได้ไหมไม้เท้าของตากับคุณปู่ตั้นเหมือนกัน” ตาเลิศเฉลยความจริง

ศักยะอึ้งนึกถึงวันที่ยกไม้เท้าของปู่ชัดในห้องพระให้ตาเลิศเก็บไว้ ตาเลิศเล่าต่อว่า ไม้เท้าของชัด ไม่ใช่ไม้เท้าธรรมดาๆเพราะเคยช่วยชีวิตตนกับเรนไว้หลายครั้ง และข้างในไม้เท้าก็มีแผ่นยันต์ทองแดงใช้อักขระโบราณสลักเอาไว้ซ่อนอยู่ และหลังจากที่ศักยะจ้างจิ๋กโก๋มาแย่งไม้เท้าในวันนั้น คุณตาก็ตัดสินใจสลับไม้เท้าของคุณตากับของชัด เพราะหวังให้ไม้เท้าของชัดช่วยคุ้มครองทุกคนให้พ้นจากเงื้อมือพราย

ศักยะเริ่มมีความหวังวิงวอนให้ตาเลิศช่วยพิไลด้วย

“ตาก็ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหนนะ ตั้นก็เห็นอยู่ ทุกวันนี้แค่จะเอาตัวเองรอดก็ยังยากเลย มีทางเดียว คือต้องให้คนอื่นอยู่กับพิไลตลอดเวลา เพราะไอ้ผีนั้น มันจะหลีกเลี่ยงไม่ทำร้ายคนเวลาอยู่รวมกัน เพื่อที่มันจะได้ไม่เสียพลังมากจนเกินไป”

“พี่ตั้นลองไปขอร้องมัน ไม่ให้เอาชีวิตน้าพิไลดูสิคะ” เรนแนะนำ

“จะยังไงก็ได้ทั้งนั้น ขอให้ช่วยแม่ได้ก็พอ แล้วผมสัญญาว่าผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันอีกเรื่องทุกอย่างเพราะมันเป็นต้นเหตุแท้ๆ เมื่อก่อนถึงผมจะเป็นคนล้มเหลว แต่ผมไม่เคยเลว ไม่เคยร้ายกาจกับใคร ตั้งแต่มีไอ้พราย ผมก็กลายเป็นอีกคน” ศักยะโยนความผิดไปให้พราย

“ไม่จริง แกไม่ต้องมาแก้ตัว ที่แกไม่เลวเพราะแกยังไม่มีโอกาสที่จะทำเลวตะหาก ถ้าแกเป็นคนจิตใจดีจริง แกจะเห็น ชีวิตคนเหมือนผักเหมือนปลา ยอมเห็นคนอื่นตายเพื่อแลกให้แกได้สมหวังงั้นเหรอะ คนอย่างแก มันเลว ฉันไม่รู้จะหาคำอะไรมาด่าแกแล้ว แกไม่น่าเกิดมาเป็นลูกฉันเลยจริงๆไอ้ตั้น” พิไลร้องไห้โฮผิดหวังอย่างแรง

“อย่าว่าตั้นอีกเลยค่ะคุณน้า น้องสำนึกแล้วล่ะค่ะ” นิศราสงสาร

“ให้มันจริงเถอะ” พิไลสะบัดหน้าพรืดเดินนำออกไป

นิศรารีบตามประกบพิไลไปด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่ทุกคนมองศักยะด้วยความสมเพชเวทนา เพราะในที่สุด กรรมก็ตามสนองจนได้

ooooooo

พิมพ์พัสตราเดินไปเดินมาในห้องนอนเรนอย่างหงุดหงิด เพราะศักยะไม่ยอมกลับไปสักที สร้อยทิพย์ที่อยู่เป็นเพื่อนชักอึดอัดอาสาจะออกไปดูให้ แต่โดนตวาดเพราะพิมพ์พัสตรากลัวที่ต้องอยู่คนเดียว เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ดีใจคิดว่าเรนมาตาม รีบเปิดประตูแต่พอเห็นศักยะยืนอยู่ก็ปิดประตูใส่ทันที

ศักยะร้องเรียกพิมพ์พัสตราพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษ แต่กลับโดนเสือกไสไล่ส่ง

“ยังไงเราก็ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่นะครับ ถึงคุณจะไม่ให้อภัยผม แต่ก็ออกมาคุยกันซักนิดไม่ได้เหรอครับ ผมแค่อยากเห็นหน้าคุณ” ศักยะอ้อนวอน
ตอนที่ 11


“แต่​ฉัน​ไม่​อยาก​คุย​กับ​แก แล้ว​ก็​ไม่​อยาก​มอง​หน้า​แก​ด้วย ฉัน​เกลียด​แก ได้ยิน​ไหม ฉัน​เกลียด​แก”

“จะ​ไม่​แรง​ไป​หน่อย​เหรอ​จ๊ะ​หนู ใน​เมื่อ​คุณ​ตั้น​เขา​มา​ขอโทษ​แล้ว หนู​ก็​น่า​จะ​ให้โอกาส​พี่​เขา​บ้า​งนะ” สร้อย​ทิพย์​แนะนำ

“พิม​ไม่​ใช่​คน​ใจอ่อน​อย่าง​คุณ​ป้า​นะ​คะ คุณ​ป้า​ไม่​เจอ​อย่าง​พิม คุณ​ป้า​ก็​พูด​ได้​สิ​คะ” พิมพ์พัส​ตรา​วี​น​แหลก​แล้ว​หัน​ไป​พูด​เสียง​ดัง​ใส่​ประตู  “เรื่อง​ที่​ซวย​ที่สุด​ใน​ชีวิต​ของ​พิมก็​คือ​ได้​มา​เจอ​กับ​แก​นั่นแหละ ไอ้​ผี​บ้า ไป​ให้​พ้น”

ศักยะ​ยืน​ซึม ไม่​คิด​ว่า​ผู้หญิง​ที่​ตน​รัก​และ​ทุ่มเท​ทุก​อย่าง​เพื่อ​ให้​ได้​มา​จะ​ไร้​เยื่อใย​กับ​ตน​ได้​ขนาด​นี้ เขา​เดิน​คอตก​ลง​มา​ข้าง​ล่าง​เจอ​รัชต์​กับ​เ​รน​ยืนรอ​อยู่

“คุณ​พิม​ไม่​ยอม​ออก​มา​เจอ​เหรอ​คะ” เ​รน​ทัก

“เขา​คง​เกลียด​ผม​มาก ช่าง​เถอะ ตอน​นี้​ผม​ไม่​หวัง​อะไร​อีก​แล้ว ขอ​ให้​แม่​ปลอดภัย​ก็​พอ” ศักยะ​เดิน​ซึมๆจะ​ออก​ไป

“เดี๋ยว​ตั้น ฉัน​มี​เรื่อง​สงสัย​อยู่​เรื่อง​หนึ่ง แก​จะ​ตอบ​ฉัน​ได้​ไหม ฉัน​เคย​ทำร้าย​อะไร​แก​เหรอ แก​ถึง​ได้​โกรธ​แค้น​ฉัน​นัก ถึง​ขนาด​ต้อง​ทำลาย​ฐานะ​ฉัน แย่ง​พิม​ไป แล้ว​ยัง​กลั่นแกล้ง​ฉัน​ทุก​อย่าง จน​ทุก​วัน​นี้ ฉัน​เหลือ​ศูนย์​ต้อง​เริ่ม​ต้น​ใหม่ ถาม​จริงๆ เถอะ​ตั้น ฉัน​เคย​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​แก ฉัน​ไม่​รู้ตัว​เลย” รัชต์​เอ่ย

ศักยะ​ยิ่ง​คิด​ก็​ยิ่ง​ละอาย​ใจ เพราะ​หา​ข้อ​เสีย​ของ​รัชต์ ​ไม่ได้​จริงๆ เขา​ตอบ​ว่า “แก​ไม่​เคย​ทำร้าย​ฉัน​หรอก​รัชต์ แต่​ แก​มัน​เพอร์เฟกต์​เกินไป แก​มี​พร้อม​ทุก​อย่าง ใครๆก็​พา​กัน​ยกย่อง จน​ไม่​มี​ใคร​เห็น​หัว​ฉัน​ซัก​คน ​แม้แต่​เพื่อน​นักเรียน​ด้วย​กันก็​มอง​ข้าม​หัว​ฉัน​ตลอด ​แก​ไม่​เข้าใจ​หรอก​ว่า​ไอ้​ขี้​แพ้​อย่าง​ฉัน มัน​เจ็บปวด​ขนาด​ไหน”

“ไม่​มี​ใคร​ดูถูก​แก​ได้​หรอก ถ้า​แก​รู้จัก​นับถือ​ตัว​เอง ทุก​วัน​นี้ ฉัน​ก็​ไม่​เหลือ​อะไร นอกจาก​สมอง​กับ​สอง​มือ แต่​ฉัน​เชื่อ​มั่น​ว่า​ถ้า​ฉัน​ยัง​นับถือ​ตัว​เอง​อยู่ ก็​ไม่​มี​วัน​ที่​ใคร​จะ​มา​ทำให้​ฉัน​รู้สึก​ต่ำต้อย​น้อยหน้า​ลง​ไป​ได้”

“ถูก​ของ​แก ฉัน​น่า​จะ​คิด​ได้​แต่​แรก จะ​ได้​ไม่​ต้องทำร้าย​คน​อื่น ที่สุด​ก็​กลาย​เป็น​ทำร้าย​ตัว​เอง” ศักยะ​เหลือบ​มองหน้าเรน​หมด​แรง​จะ​พูด​ต่อ​จึง​เดิน​เลี่ยง​ออก​ไป

รัชต์​และ​เ​รน​มอง​ตาม​ภาวนา​ให้​ศักยะ​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​ได้​จริงๆ

ศักยะ​มา​ที่​ต้นมะขาม​เพื่อ​เจรจา​กับ​พราย แต่​พรายไม่ยอม​ออก​มา​พบ เพราะ​ยิ่ง​ศักยะ​ทรมาน​กระวนกระวาย​เท่า​ไหร่มันก็ยิ่ง​พอใจ เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​เ​รน​และ​รัชต์​เข้า​มา​คุย​กับ​ตา​เลิศ​ใน​ห้อง​พระ เพราะ​รัชต์​สงสัย​ว่า พราย​สามารถ​ทำร้ายคนได้อยู่แล้ว ทำไม​ต้อง​มา​ทำ​งาน​ให้​ศักยะ เพื่อ​เอาชีวิต​คน​เป็น​สิ่ง​ตอบแทน

“ใช่ ตา​เอง​ก็​สงสัย​ข้อ​นี้​อยู่​เหมือน​กัน ตา​ว่า ไอ้​ผี​พราย​มัน​ยอม​รับ​ใช้​ตั้น​ด้วย​เหตุผล​อื่น​มาก​กว่า แล้ว​ถ้า​ดู​กัน​จริงๆ เหมือน​ตั้น​ตกเป็น​ทาส​ของ​มัน​ด้วย​ซ้ำ” ตา​เลิศ​ครุ่นคิด

“งั้น​มัน​ทำ​ไป​ทำไม​ล่ะ​คะ​ตา ถึง​ได้​พี่​ตั้น​เป็น​ทาส​ก็​ไม่​เห็น​ว่า​จะ​ได้​ประโยชน์​ตรง​ไหน​เลย มี​แต่​วุ่นวาย​ยิ่ง​ขึ้นต้องมา​คอย​ทำ​ตาม​ความต้องการ​ของ​พี่​ตั้น​อีก” เรน​แปลก​ใจ

“ตา​ก็​ไม่​เข้าใจ​เหมือน​กัน ตอน​นี้​ที่​ตา​คิด​ได้​ก็​คือมันต้อง​มี​ความ​แค้น​อะไร​ซัก​อย่าง​กับ​ตั้น หรือ​ไม่​ก็​กับ​ครอบครัว​เราทั้ง​สอง​ตระกูล เพราะ​มัน​เอง​ก็​พยายาม​ทำร้าย​ตา​กับเรนเหมือนกัน”

“ความ​แค้น​เหรอ​ครับ ขอโทษ​นะ​ครับ​คุณ​ตา ครอบครัว​คุณ​ตา​เคย​มี​ศัตรู​ที่ไหน​ไหม​ครับ”

“ตัว​ตา​เอง​ก็​ไม่​เคย​มี​ศัตรู​ที่ไหน​นะ แต่​เท่า​ที่​ฟัง​พี่​ลพ​เล่า​เกี่ยว​กับ​เจ้า​ผี​พราย​ตน​นี้ ก็​ไม่​เห็น​ทาง​ไหนที่​จะ​เชื่อมโยงมา​ถึง​ความ​อาฆาต​แค้น​กับ​พวก​เรา​ได้​เลย เพราะเดิมทีมันเคย อาละวาด​ทำร้าย​คน​อยู่​ที่​เกาะ​ทาง​ใต้ จน​กระ​ทั่ง​เสด็จในกรมฯ​ท่าน​ไป​ราชการ​ที่​นั่น” ตา​เลิศ​นึกถึง​เรื่องราว​ใน​อดีต​ที่​ตน​เคย​ได้ยิน​ได้​ฟัง​มา

ooooooo

เมื่อ​เก้า​สิบกว่า​ปี​ก่อน เสด็จในกรม​ทำ​พิธี​ปราบ​และ​ขัง​โหง​พราย​ไว้​ใน​ผอบ​แก้ว จาก​นั้น​ก็​ประทานให้​ชัด​เพื่อ​เอา​ไว้​คุ้มกัน​ภัย ลพ​ที่​อยู่​ใน​เหตุการณ์​ทักท้วง​ด้วย​กลัว​ชัด​จะ​โดน​พราย​เล่น​งาน แต่​เสด็จฯ​ยืนยัน​ว่า วิชา​ชัด​แก่กล้า​เข้า​ขั้น พอ​จะ​คุม​ได้​ไม่​เป็น​ภัย ​แล้ว​หัน​มา​รับสั่ง​กับ​ชัด

“แต่​เอ็ง​ต้อง​สัญญา​กับ​ข้า​มา​ข้อ​หนึ่ง​ก่อน​ว่า เอ็ง​ต้อง​ไม่​ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​มันเกิน​กว่า​วาสนา​ที่​เอ็ง​มี จำ​ไว้​นะ อย่า​โลภ​ให้​เกิน​บุญ​วาสนา มิฉะนั้น มัน​จะ​ย้อน​กลับ​มา​ทำลาย​เอ็ง” สิ้น​เสียง​กำชับ ก็​มีเสียง​ฟ้า​ฝน​ร้อง​ครืนๆตาม​มา

จาก​นั้น​ชัด​ก็​มี​พราย​ช่วย​คุ้มกัน​ภัย แต่​เขา​กลับ​ไม่​รู้สึก​ดี​เลย เพราะ​กลัว​ว่า​สัก​วัน​จะ​ควบคุม​มัน​ไม่​อยู่

วัน​หนึ่ง​ลพ​มา​หาชัด​ที่​บ้าน และ​ได้ยิน​เสียง​ชัด​ตะโกนสั่ง​มา​จาก​ใน​ดง​กล้วย​ให้​รอ​อยู่​ข้าง​นอก​ก่อนอย่า​เพิ่ง​เข้า​มา ลพแปลกใจ​เพราะ​จู่ๆลม​ก็​พัด​แรง​ขึ้น​เรื่อยๆ ท้องฟ้า​มืดครึ้ม​ฉับพลัน แต่​เพียง​ไม่​นาน​ท้องฟ้า​ก็​สว่าง ลม​สงบ​เหมือน​ไม่​เคย​เกิด​อะไร​ขึ้น​มา​ก่อน

“เข้า​มา​ได้​แล้ว​พ่อ​ลพ” ชัด​ตะโกน​เรียก

ลพ​เดิน​เข้าไป​ใน​ดง​กล้วย​ด้วย​ท่าทาง​หวาด​กลัว เห็น​ชัด​กำลัง​ตั้งโต๊ะ​ทำ​พิธี มี​พาน​บายศรี กะโหลก​ผี​ตายโหง ​ผอบ​แก้ว และ​ดอกไม้​ธูป​เทียน​วาง​อยู่​บน​โต๊ะ​จึง​เอ่ย​ถาม “นี่​พ่อ​ชัด​ทำ​อะไร​น่ะ”

“ฉัน​ทำ​พิธี​สะกด​ไอ้​โหง​พราย​มัน ไอ้​โหง​พราย​มัน​ก็​เหมือน​มีด ยิ่ง​ใช้​มัน​มาก​เท่าใด ก็​เหมือน​ยิ่ง​ลับ​ให้​มัน​คม​มาก​ขึ้น​เท่านั้น ฉัน​เกรง​ว่า​ผอบ​แก้ว​จะ​ขัง​มัน​ไว้​ไม่​อยู่​แล้ว ต้อง​ใช้​กะโหลก​ผี​ตายโหง​สะกด​มัน​ซ้ำ​อีก​ที”

“แล้ว​จะ​สะกด​มัน​อยู่​แน่​หรือ​พ่อ​ชัด ถ้า​วุ่นวาย​ขนาด​นั้น ก็​เอา​มัน​ไป​ถ่วง​น้ำ​ไม่​ดี​รึ​พ่อ​ชัด จะ​ได้​สิ้น​เรื่อง​สิ้น​ราว​กัน​ไป”

“เสียดาย” ชัด​ถอน​ใจ ก่อน​จะ​ไหว้​จบ​หัว แล้ว​หยิบ​กะโหลก​ผี​ตายโหง​ขึ้น​วาง​ทับ​ผอบ​แก้ว​อีก​ที

“ยัง​ไง​พ่อ​ชัด​ก็​อย่า​ลืม​รับสั่ง​ของ​เสด็จ​ก็​แล้วกัน”

“ไม่​ลืม​ดอก​พ่อ​ลพ ฉัน​จะ​ไม่​ขอ​อะไร​จาก​ไอ้​โหง​พราย​เกิน​กว่า​วาสนา​ของ​ฉัน หรือ​ไม่​ฉัน​ก็​จะ​ไม่​ขอ​อะไร​จาก​มัน​อีก​เลย มัน​จะ​ได้​ไม่​หลุด​ออก​มา​ทำร้าย​ใคร​ได้​อีก” ชัด​ก้ม​มอง​กะโหลก​ผี​ตายโหง​ที่​วาง​ทับ​ผอบ​แก้ว​เอา​ไว้

สาย​วัน​ต่อ​มา ลพ​พา​เลิศ​น้อง​ชาย​ใน​วัย​สิบ​ขวบ​มา​หา​ชัด​ที่​บ้าน​อีก​ครั้ง สอง​พี่น้อง​เห็น​ชัด​กำลัง​ดู​โถ​ลายคราม​ที่​เพิ่ง​ได้​มา​ด้วย​สีหน้า​พึง​พอใจ เพราะ​เป็น​โถ​ใส่​กระดูก​ผี​ตาย​ท้อง​กลม​ที่​จะ​นำ​มา​ทำ​พิธี​สะกด​ไอ้​โหง​พราย ชัด​หัน​มา​คุย​กับ​ล​พ อ​ย่าง​มั่นใจ “ทีนี้​ก็​เหลือ​แต่​รอ​อาถรรพณ์​ฤกษ์ ฉัน​จะ​ได้​ทำ​พิธี​ปลุกเสก คราว​นี้ อย่า​ว่า​แต่​ไอ้​โหง​พราย​ตัว​เดียว​เลย ต่อ​ให้​มี​สิบ​ตัว​ฉัน​ก็​สะกด​มัน​อยู่”

“เอ่อ แล้ว​นี่​เมีย​กับ​ลูก​พ่อ​ชัด​อยู่​หรือ​เปล่า​ล่ะ” ลพ​มอง​หา

“ไป​ทำบุญ​ที่​วัด มี​อะไร​หรือ”

“ฉัน​มี​เรื่อง​กลุ้มใจ อยาก​จะ​ชวน​พ่อ​ชัด​ไป​ด้วยกัน​สัก​หน่อย” ลพ​สีหน้า​หนักใจ พลาง​บอก​เล่า​เรื่องราว​ของ​อ้น​นักเลง​หัวไม้ ลูก​ชาย​คหบดี​ใหญ่​ที่​เจ้านาย​ของ​ลพ​เกรงใจ เพราะ​อ้น​บอก​ว่า​อยาก​เป็น​ทหาร​เรือ เจ้านาย​จึง​บังคับ​ให้​ลพ​รับ​อ้น​มา​เป็น​ลูกน้อง ทำให้​ลพ​อึดอัด​ใจ​เป็น​ที่สุด​ด้วย​กลัว​ว่า ถ้า​อ้น​มี​ยศ​มี​อำนาจ​ขึ้น​มา​ชาว​บ้าน​ตา​ดำ​ๆจะ​เดือดร้อน​ไป​มาก​กว่า​นี้

“ฉัน​เลย​อยาก​ให้​พ่อ​ชัด​ช่วย​หา​ทางออก​ให้​ฉัน​หน่อย ทำ​อย่างไร​ถึง​จะ​ปฏิเสธ​นาย​อ้น​ได้โดย​ไม่​ต้อง​หมางใจ​กัน” ลพ​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ

ชัด​นิ่ง​คิด​อยู่​ครู่​หนึ่ง​ก็​ส่ง​ยิ้ม​แบบ​มี​แผน​ เอ่ย​ว่า “ฉัน​พอ​มี​ทาง​แล้ว​ล่ะ​พ่อ​ลพ”

ooooooo

กลางดึก​คืน​นั้น​ชัด​นัด​ให้​ลพ​พา​อ้น​กับ​ลูกน้อง​ที่​อยาก​เป็น​ทหาร​เรือ​มา​พบ​ตน​ที่​ดง​กล้วย​หลัง​บ้าน เพื่อ​ทดสอบ​ความ​กล้า​หาญ เขา​บอก​กับ​อ้น​และ​ลูกน้อง​ว่า

“ทหาร​เรือ​ต้อง​ทำ​ศึกสงคราม​กับ​ข้าศึก ยิ่ง​ตอน​ออก​เรือ คืบ​ก็​ทะเล​ศอก​ก็​ทะเล เพราะฉะนั้น ต้อง​มี​ความ​กล้า​เป็น​เลิศ คน​ขี้ขลาด​ไม่​มี​วัน​จะ​เป็น​ทหาร​เรือ​ได้​หรอก ใน​ดง​กล้วย มี​โต๊ะ​อยู่ตัว​หนึ่ง บน​โต๊ะ​มี​กะโหลก​ผี​ตายโหง​วาง​อยู่ พร้อม​กับ​กระดาษ​ดินสอ ถ้า​ใคร​คิด​ว่า​ตัว​เอง​กล้า​หาญ​จริง​ก็​ขอ​ให้​เดิน​เข้าไป​ใน​ดง​กล้วย​เพียง​คน​เดียว แล้ว​เขียน​ชื่อตัว​เอง​ลง​บน​กระดาษ ถ้า​ทำได้​ก็​ถือว่า​สอบ​ผ่าน”

อ้น​กับ​ลูกน้อง​หน้าซีด​เพราะ​ถึง​จะ​เป็น​อันธพาล​แต่​ก็​กลัว​ผี

“ถ้า​เรื่อง​เพียงนี้​ยัง​กลัว ก็​เป็น​ทหาร​เรือ​ไม่ได้​หรอก​นะ เกิด​ศึกสงคราม​ขึ้น​มา​จริงๆมี​หวัง​กลัว​หด​อยู่​ใน​กระดอง” ลพ​สบประมาท

อ้น​เจ็บใจ​ตะคอก​สั่ง​ลูกน้อง​ที่​ชื่อ​แก่น​ให้​เข้าไป​ก่อน แต่​แก่น​ก้าว​ขา​ไม่​ออก เพราะ​เสียง​หมา​หอน​ดัง​แว่ว​มา อ้น​กลัว​เสีย​ฟอร์ม​จึง​กัดฟัน​เดิน​เข้า​ดง​กล้วย​ไป​ทั้งๆที่​กลัว​แทบ​ขาดใจ เสียง​หมา​หอน​โหยหวน​ดัง​ขึ้น​อีก อ้น​กลัว​จับใจ แต่​ความ​กลัว​เสีย​ฟอร์ม​มี​มาก​กว่า จึง​หลับ​หู​หลับตา​วิ่ง​ฝ่า​ดง​กล้วย​เข้าไป จน​สะดุด​ล้ม​ลง พอ​ลุก​ขึ้น​ก็​เห็น​กะโหลก​ผี​ตายโหง​บน​โต๊ะ​เข้า​เต็มๆ ห่าง​เพียง​แค่​ฝ่า​มือ​กั้น​เท่านั้น อ้น​ตกใจ​สุดๆร้อง​ลั่น แล้ว​ถีบตัว​ถอย​ห่าง เขา​นั่ง​ช็อก​อยู่​ครู่​หนึ่ง และ​เมื่อ​ตั้ง​สติ​ได้​ก็​รีบ​เดิน​ไป​ที่​โต๊ะ​แล้ว​หยิบ​ดินสอ​ขึ้น​มา​เขียน​ชื่อตัว​เอง​บน​กระดาษ​อย่าง​รวดเร็ว

เมื่อ​เขียน​ชื่อ​เสร็จ​อ้น​ก็​มอง​ไป​รอบๆเห็น​ทุก​อย่าง​สงบ​เงียบ​ไม่​มี​อะไร​จึง​ย่าม​ใจ​คิด​ว่า ชัด​กับ​ลพ​ต้องการ​ขู่​จึง​จะ​เอา​คืน “คิด​จะ​หลอก​ให้​กู​กลัว​ล่ะ​สิ อย่าง​นี้​มัน​ต้อง​หักหน้า​กัน​เสีย​หน่อย​แล้ว” อ้น​หยิบ​กะโหลก​ผี​ตายโหง​ขึ้น​มา​แล้ว​ถือ​เดิน​ออก​จาก​ดง​กล้วย​ด้วย​สีหน้า​กระหยิ่ม​ยิ้มย่อง พราย​ที่​อยู่​ใน​ผอบ​แก้ว​บน​โต๊ะ​กรีด​ร้อง​โหยหวน​ด้วย​ความ​ดีใจ​ที่​หลุดพ้น​เป็น​อิสระ

ชัด​กับ​ลพ​ที่​รอ​อยู่​เห็น​อ้น​หาย​ไป​นาน ก็​เข้าใจ​ว่า​คง​เปลี่ยนใจ​ไม่​อยาก​เป็น​ทหาร​เรือ​แล้ว แต่​เพียง​ครู่​เดียว​อ้น​ก็​เดิน​ออก​มา​พร้อม​กับ​ชู​หัว​กะโหลก​ขึ้น​อวด​ลูกน้อง ชัด​ตกใจ​สุดขีด​รีบ​ดึง​หัว​กะโหลก​มา​พลาง​ตวาด​ลั่น

“ไปเอาออกมาทำไม ฉันบอกให้แค่เขียนชื่อ ทำไมถึงทำเกินคำสั่ง”

“เรื่องแค่นี้อย่าตีโพยตีพายนักเลยน่าพี่ชัด พี่เป็นต้นคิดเรื่องนี้ พอฉันทำได้ก็ไม่พอใจ กลัวเสียหน้าล่ะสิ” อ้นพาลพร้อมกับดึงหัวกะโหลกกลับไป

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกพ่ออ้น พ่อชัดเขาเป็นคนมีระเบียบ ไม่ชอบให้ใครทำขาดทำเกินคำสั่งเท่านั้นเอง” ลพรีบไกล่เกลี่ย

อ้นตาขวางมองหน้าชัด ก่อนจะหันไปชวนลูกน้องไปดื่มฉลอง ชัดหน้าเครียดมองตาม แล้วหันกลับไปมองที่ดงกล้วยภาวนาว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงมากไปกว่านี้ เขารีบชวนลพไปที่ห้องพระเพื่อนั่งสมาธิดูว่าพรายหลุดออกไปหรือยัง

ooooooo

ลพที่นั่งรออยู่เห็นชัดลืมตาออกจากสมาธิก็รีบถามเรื่องพราย ชัดพยักหน้ารับสีหน้าหนักใจ เพราะพรายหลุดออกไปแล้ว ลพนึกโทษตัวเองที่หาเรื่องมาให้ชัด ชัดส่ายหน้าบอกว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ประมาทอ้นเกินไปแล้วสั่งให้ลพไปรั้งพวกอ้นให้ค้างคืนที่บ้านก่อน เพราะกลัวโหงพรายจะตามไปเล่นงาน

“ได้พ่อชัด เดี๋ยวฉันจัดการให้” ลพรับปาก

“ฉันจะร่ายอาคมขังมันไว้ในเขตบ้านก่อนแล้วค่อยหาทางจับมันอีกที”

“แล้วโหงพราย มันจะไม่เปลี่ยนมาทำร้ายคนในบ้านพ่อชัดแทนรึ”

“เมียฉันพาลูกไปค้างบ้านแม่หลายวันแล้ว ช่วงนี้คงเบาใจไปได้ ส่วนพวกนั้นพ่อลพต้องให้อยู่รวมกันไว้ อย่าให้อยู่คนเดียว รุ่งสางเมื่อไหร่ค่อยให้กลับออกไป แค่นี้ก็น่าจะปลอดภัยแล้ว”

“ทำไมต้องอยู่รวมกันล่ะพ่อชัด”

“ไอ้โหงพรายมันกลัวอำนาจจิตของคน ถ้าอยู่กันหลายคน พลังของมันจะลดลง จากที่ฆ่าคนได้ ก็อาจจะทำได้แค่ผลักให้ล้มหรือไม่ก็เข้าสิงเท่านั้นเอง”

“งั้นฉันรีบไปรั้งพวกนายอ้นไว้ก่อนนะพ่อชัด” ลพรีบออกจากห้องไป

ชัดหันไปมองพระพุทธรูปในห้อง ก่อนจะขัดสมาธิ หลับตาสำรวมจิตต่อ

ลพออกไปตามอ้นกับลูกน้องให้มากินเหล้าต่อที่บ้านชัดและหลอกมอมเหล้าทุกคนเพื่อไม่ให้ออกไปไหนอีก ไม่นานนักอ้นกับลูกน้องก็พากันเมากลิ้งนอนหลับสนิท ลพโล่งใจขอขึ้นไปงีบเอาแรงบ้าง แต่เมื่อลพเดินลับตาไป อ้นก็ลืมตาโพลงตื่นขึ้นทันทีเพราะถูกพรายสิง เขาลุกขึ้นยืนในมือมีกะโหลกผีตายโหงติดมาด้วย

“จะไปไหนน่ะพี่ กลับบ้านหรือ” ลูกน้องสะลืมสะลือเอ่ยถาม

“ใช่ กลับบ้าน” อ้นตอบเสียงแข็งเดินถือหัวกะโหลกออกไปจากบ้านหน้าตาเฉย

นับจากวันนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นอ้นอีกเลย ลพร้อนใจมากเพราะไม่รู้จะไปตามอ้นที่ไหน เขาต้องรอจนกระทั่งชัดกลับจากราชการจึงมาปรึกษาเรื่องอ้น เพราะกลัวจะถูกโหงพรายเล่นงาน แต่ชัดว่าโหงพรายไปเกิดแล้ว ไม่น่าจะทำร้ายใครได้อีก

“ฉันเองก็มืดแปดด้านไปหมด แต่ถ้าพ่อชัดยืนยันว่าไอ้โหงพรายมันไปผุดไปเกิดแล้ว ก็คงเกิดเรื่องอย่างอื่นขึ้นกับนายอ้นแล้วล่ะ” สีหน้าลพดูค้างคาใจ

ชัดเป็นกังวลเพราะสัญชาตญาณบอกว่าได้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแล้ว เขารีบชวนลพกลับไปที่บ้านเพื่อทำพิธี  ไม่นานนักชัดกับลพก็ได้กลิ่นเหม็นลอยออกมาจากดงกล้วย ชัดชวนลพเข้าไปดู เห็นโต๊ะที่ตั้งพิธีสะกดพรายมีกะโหลกผีตายโหงวางทับผอบแก้วอยู่เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

“นี่มันกะโหลกผีตายโหงนี่ ฉันจำได้ว่านายอ้นเอาออกมาด้วย แล้วมันกลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ลพแปลกใจ

“ฝีมือไอ้โหงพรายแน่ มันตั้งใจจะเย้ยฉันก่อนที่มันจะไปเกิด พ่อลพ เดินไปดูที่หลังโต๊ะที ถ้าฉันคิดไม่ผิด อ้นคงจะอยู่ที่หลังโต๊ะนั่นแหละ” ชัดพนมมือ หลับตา สำรวมจิต ท่องคาถา

ลพเดินไปที่หลังโต๊ะ เห็นศพอ้นนอนคว่ำหน้าส่งกลิ่นเน่าเหม็นกระจายคลุ้งทั่วไปหมด

ooooooo

“เรื่องที่ตารู้ก็มีเท่านี้แหละ ตาถึงบอกไงว่าจนแล้วจนรอดตาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าพรายนั่นถึงได้ตามจองล้างจองผลาญพวกเรานัก” ตาเลิศมองหน้ารัชต์กับเรน

“มันก็แปลกจริงๆนะคะ พรายมันไปผุดไปเกิดแล้วนี่นา” เรนหันมาคุยกับรัชต์

“หรือว่าคุณปู่ชัดเข้าใจผิด จริงๆแล้วเจ้าพรายนั่นมันยังอยู่ ไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

“เป็นไปไม่ได้หรอก พี่ชัดมีตบะเหนือกว่าตามาก แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีทางที่คนละเอียดถี่ถ้วนอย่างพี่ชัดจะพลาดเด็ดขาด ตาว่ามันต้องมีอะไรซักอย่างที่ต่อจากเหตุการณ์ที่ตารู้ แล้วเรื่องตรงนั้นนั่นแหละคือปริศนาทั้งหมดที่เกี่ยวกับเจ้าพราย” ตาเลิศถอนใจ

ปัญหาเรื่องพรายยังไม่ได้คำตอบ เรนก็มีปัญหาใหม่ให้ต้องคิดหนัก เพราะบังเอิญเห็นพิมพ์พัสตราเข้ามาออดอ้อนขอเริ่มต้นใหม่กับรัชต์ เธอแอบน้อยใจและเริ่มไม่มั่นใจในตัวรัชต์ขึ้นมา เป็นเวลาเดียวกับที่ศักยะเดินเมาเละกลับเข้าห้องนอน และได้พบกับพราย เขาขอร้องให้พรายปล่อยพิไลไปและยินดีแลกทุกอย่างกับมัน

“ก็ได้ แต่ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน เราต้องการทรัพย์สมบัติทุกชิ้นที่ท่านมี ถ้าท่านให้เราได้ เราก็จะไว้ชีวิตแม่ของท่าน” พรายหัวเราะเยาะ

ศักยะตกใจหน้าซีดเผือดพูดกับเงาสะท้อนตัวเองในกระจก “ถ้าทำอย่างงั้น ก็เท่ากับแกฆ่าฉันทั้งเป็น แกแลกเปลี่ยนอย่างอื่นไม่ได้เหรอ ชีวิตใครก็ได้ จะกี่คนฉันก็พร้อมจะเอามาให้แกทั้งนั้น”

เงาศักยะในกระจกหัวเราะด้วยความสะใจที่เห็นความเห็นแก่ตัวของศักยะ

“แกหัวเราะทำไม หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้หยุดไงล่ะ หยุดซิ” ศักยะโมโห

เสียงพรายยังคงหัวเราะด้วยความสะใจ ศักยะเหลืออด คว้าของใกล้มือเขวี้ยงใส่กระจกตู้แตกกระจาย แต่ไม่คาดคิด ทุกเศษกระจกที่แตกกลับมา เงาศักยะปรากฏขึ้น แล้วระเบิดหัวเราะใส่อย่างสาแกใจ คล้ายเล่นสงครามประสาท ศักยะแหกปากร้องลั่นห้องเหมือนคนเสียสติ

เช้าวันใหม่นิศราเดินออกมาจากทาวน์เฮาส์เตรียมจะไปทำงานที่บริษัท แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นศักยะยืนรออยู่ เขาเอ่ยถามถึงพิไลด้วยความเป็นห่วง พิไลที่เดินตามออกมาประชดว่าเธอยังไม่ตาย แล้วต่อว่าลูกชายอีกชุดใหญ่แถมไล่ให้กลับไป

“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นล่ะ แม่ยังไม่รู้ว่าไอ้พรายนั่นมันร้ายกาจแค่ไหน ให้ผมอยู่ใกล้ๆแม่ดีกว่านะครับ เกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือทัน” ศักยะขอร้อง

“ช่วยฆ่าฉันสิไม่ว่า นิศโทร.ตาม รปภ.หมู่บ้านมาลากตัวมันออกไปเลย” พิไลโมโห

นิศราเห็นใจศักยะอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรจึงได้แต่ขอร้องให้ศักยะกลับไปก่อน เพราะอีกเดี๋ยวธีระก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนพิไลแทนเธอ แต่ศักยะไม่ยอมเพราะกลัวพรายจะมาเอาชีวิตพิไลที่อยู่คนเดียว เขาโทร.ตามเรน

ในขณะที่เรนก็กำลังต่อว่าสร้อยทิพย์ เพราะเข้าใจผิดว่าแม่โทร.ไปขอคืนดีกับทัดสิงห์

“หยุดด่าว่าแม่ได้แล้วนะเรน แม่ไม่ได้โทร.ไปง้อขอคืนดีกับเขา แต่แม่โทร.ไปขอเลิกกับเขา  เข้าใจให้ถูกซะด้วย” สร้อยทิพย์สะบัดหน้าเดินกลับเข้าบ้าน

เรนอึ้งไปรู้สึกผิดที่ก้าวร้าวแม่โดยไม่ฟังเหตุผล รีบตามไปกราบขอโทษ สร้อยทิพย์น้ำตาร่วง

“แม่คะ เรนสัญญาว่าต่อไปจะไม่ก้าวร้าวกับแม่แบบนี้อีก แม่จะให้เรนไถ่โทษยังไงก็ได้ แต่อย่าโกรธเรนเลยนะคะ”เรนก้มไหว้ตักแม่อีกที

สร้อยทิพย์เหลือบตามองลูกสาว อดใจอ่อนไม่ได้ ขณะนั้นเองศักยะโทร.มาขอร้องให้เรนไปอยู่เป็นเพื่อนพิไล เพราะธีระยังมาไม่ถึง และอยากให้เรนช่วยขอร้องพิไลให้ยอมยกโทษให้เขาสักครั้ง เพื่อจะได้เข้าไปอยู่ดูแลแม่ เรนสงสารจึงยอมเข้าไปคุยกับพิไล แต่พิไลใจแข็งกว่าที่คิดเพราะต้องการให้บทเรียนกับลูกชาย

ศักยะเห็นเรนเดินออกมาก็รีบเข้าไปถามว่าพิไลยอมให้เขาไปอยู่เป็นเพื่อนไหม เรนส่ายหน้าแทนคำตอบ

“แม่คงเกลียดผมมาก ขนาดผมอยากเข้าไปคุ้มกันเขาแท้ๆ ยังไม่ยอมเลย” ศักยะน้อยใจ

“ไม่มีแม่คนไหนเกลียดลูกตัวเองได้หรอกค่ะพี่ตั้น แต่ถ้าโกรธ ผิดหวัง ก็คงจะใช่ พี่ตั้นทำเรื่องไม่ดีมาเยอะ จะด้วยคิดเองหรือถูกพรายครอบงำความคิดก็เถอะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคราวนี้คงทำให้พี่ตั้นได้คิด และกลับตัวเลิกยุ่งเกี่ยวกับพรายซะที อย่าให้มีใครต้องสูญเสียชีวิตเพราะความไม่รู้จักพอของพี่อีกเลยนะคะ” เรนขอร้อง

ศักยะหน้าเครียดพึมพำว่าไม่รู้จะสายเกินไปหรือยัง เพราะพรายไม่ยอมฟังคำสั่งของเขา

“งั้นพี่ตั้นก็ต้องอยู่ที่นี่ก่อน ข้างนอกมีพี่คอยดู ส่วนข้างในบ้านมีพี่ธีระกับพี่นิศอยู่ ก็คงพอจะเบาใจได้”

“แล้วต้องถึงเมื่อไหร่ล่ะเรน อีกกี่เดือนกี่ปี แม่ถึงจะปลอดภัยซะที”

“พี่ตั้นน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอคะ” เรนจ้องหน้าศักยะสายตาดูโกรธเคืองอยู่มาก ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนี

ศักยะมองตามนึกเสียใจที่ทำให้แม่และทุกคนต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนี้

เรนกลับมาถึงบ้านก็เห็นพิมพ์พัสตรากำลังจัดโต๊ะอาหารที่มีเมนูหรูระดับโรงแรมวางอยู่เต็มโต๊ะ เพราะต้องการเอาใจรัชต์ และจะขอตามชายหนุ่มไปพบลูกค้าด้วยหลังทานอาหารเสร็จ รัชต์ยืนอึ้งหันมาขอความช่วยเหลือจากเรน เรนออกตัวว่าเธอคงไปพบลูกค้ากับรัชต์ไม่ได้เพราะต้องพาสร้อยทิพย์ไปทำธุระแล้วเดินเลี่ยงไป รัชต์มองตามเรนอย่างแคร์ความรู้สึก และเริ่มอึดอัดใจที่พิมพ์พัสตราเข้ามาจุ้นจ้านมากเกินไป

ooooooo
ตอนที่ 12


เรนพาสร้อยทิพย์มาเก็บของที่บ้านพักของทัดสิงห์ และอาสาจะเข้าไปเป็นเพื่อนด้วย แต่สร้อยทิพย์มั่นใจว่าทัดสิงห์ออกไปทำธุระข้างนอกแล้ว และของก็มีไม่มาก เก็บไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จ เรนจึงนั่งรออยู่ในรถ

เมื่อสร้อยทิพย์เดินเข้าบ้าน ทัดสิงห์ที่แอบอยู่ก็โผล่เข้ามาเล่นงานด้วยความโกรธที่ภรรยาขอเลิก สร้อยทิพย์ร้องลั่นด้วยความเจ็บและพยายามหนี แต่ทัดสิงห์ตามไปกระชากตัวเอาไว้ และซ้อมระบายความแค้น

เรนได้ยินเสียงแม่ก็วิ่งเข้ามา เห็นทัดสิงห์ซ้อมสร้อยทิพย์ก็โผเข้าทุบตีเพื่อช่วยแม่ เธอถูกทัดสิงห์หันมาเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกผนังล้มลงและจะตามเข้าซ้ำ สร้อยทิพย์กัดต้นขาสามีจมเขี้ยวเพื่อช่วยลูก ทัดสิงห์โกรธจัด จิกผมสร้อยทิพย์จนหน้าหงายตั้งท่าจะตบ เรนรีบพุ่งไปหยิบแจกันฟาดเข้าที่ศีรษะทัดสิงห์ ถึงกับร่วงลงไปกับกองพื้น

“หนีเร็วแม่” เรนรีบประคองสร้อยทิพย์ออกจากบ้าน

ทัดสิงห์มองตามด้วยสายตาอาฆาต

เรนพาสร้อยทิพย์กลับมาทำแผลที่บ้านพลางเอ่ยด้วยความคับแค้นใจ “เรนเห็นแม่ถูกผู้ชายอื่นทำร้ายวันนี้ ทำให้เรนเข้าใจหัวอกพี่ตั้นขึ้นเยอะเลยนะคะ ถ้าเรนมีพรายแบบพี่ตั้น อาจจะสั่งให้มันฆ่านายทัดสิงห์ไปแล้วก็ได้”

“ไม่เอาเรน  แค่คิดจะฆ่าแกงคนอื่นก็เป็นบาปแล้วนะลูก” สร้อยทิพย์เตือนสติ

เรนเจ็บใจไม่หาย ตาเลิศที่นั่งอยู่ด้วยสั่งให้สร้อยทิพย์ไปแจ้งความเพื่อเอาผิดทัดสิงห์ แต่สร้อยทิพย์ไม่ยอมเพราะกลัวทัดสิงห์จะรังควานไม่เลิก

“นี่แม่ต้องหนีเขาไปตลอดชีวิตงั้นเหรอคะ” เรนเหนื่อยใจ

“แม่กลัว แม่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้วนะเรน” สร้อยทิพย์น้ำตาคลอ

“นี่แหละ ผลของการไม่เชื่อฟังคำผู้ใหญ่ ถ้าคิดว่าหลบเขาไปตลอดชีวิต แล้วทนได้ มีความสุขก็ตามใจ ฉันไม่อยากจะยุ่งกับแกแล้ว” ตาเลิศส่ายหน้าเดินหงุดหงิดออกไป

ooooooo

ธีระมาอยู่เป็นเพื่อนพิไลแทนนิศรา เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นศักยะยังนั่งเฝ้าอยู่ในรถไม่ยอมไปไหนก็สงสารเพราะอากาศร้อนมาก จึงหันมาเปรยกับพิไล ขอให้ศักยะเข้ามานั่งในบ้านแต่พิไลร้องห้าม เพราะอยากให้ลูกชายได้สำนึก

ธีระถอนใจแม้จะไม่ชอบสิ่งที่ศักยะทำ แต่ก็เห็นใจในความรักแม่ของศักยะเหมือนกัน จึงออกไปคุยกับศักยะ หวังจะเกลี้ยกล่อมให้ศักยะยอมบวชไม่สึกตามที่พิไลต้องการ แต่กลับโดนศักยะตวาดใส่เพราะยังตัดกิเลสไม่ได้

เรนเข้ามาเตรียมอาหารเย็นในครัว รัชต์ตามมาปรับความเข้าใจเรื่องพิมพ์พัสตรา ทั้งสองสบตากันหวานซึ้ง พิมพ์–พัสตราที่แอบดูอยู่ไม่พอใจ จึงหาโอกาสเข้าไปคุยกับเรนตามลำพังพร้อมตอกย้ำว่า รัชต์เห็นเรนเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น และอีกไม่นานเธอกับรัชต์ก็จะกลับมารักกันเหมือนเดิม เพราะในใจของรัชต์มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น

เรนแทบทรุดยืนสมองตื้อ ใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่พิมพ์พัสตราอมยิ้มพอใจที่แผนสกัดดาวรุ่งสำเร็จ

ด้านตาเลิศ คืนนั้นเขาตัดสินใจเชิญวิญญาณของชัดมา เพราะอยากรู้ที่มาของพราย หวังหาทางปราบมันเพื่อปกป้องชีวิตคนบริสุทธิ์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออีก เพียงครู่เดียวก็มีลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ตาเลิศหันมองไปแล้วกำหนดจิตทำวาโยกสิณ ติดต่อกับวิญญาณของชัดทันที

ภาพในอดีตผุดขึ้นมาให้ตาเลิศเห็นอย่างแจ่มชัด เหตุการณ์ตอนนั้นคือ หลังจากอ้นตายไปได้ไม่นานแถวบ้านของชัดก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น เป็นต้นว่าจู่ๆก็มีคนฆ่าตัวตายติดต่อกัน คล้ายกับเหตุการณ์ทางใต้เมื่อครั้งเสด็จในกรมฯพาชัดไปปราบพราย ชัดรับรู้ได้ว่ามันเป็นพรายร้ายที่มีจิตอาฆาตแรงกล้ามากและมันก็เกือบจะเอาชีวิตภรรยาของเขาด้วย แต่โชคดีที่ชัดช่วยไว้ทัน

ชัดหนักใจมากจึงเรียกลพมาปรึกษา ลพหน้าเครียดเข้าใจว่าพรายร้ายยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด

“แต่ฉันก็ยังยืนยันนะพ่อลพ ว่าไอ้โหงพรายนั่นไปเกิดแล้วจริงๆ” ชัดมั่นใจ

“อ้าว ถ้าไปเกิดแล้วไอ้ผีตนนี้มันเป็นอะไรกันล่ะ”

“นั่นแหละที่ฉันสงสัย ฉันก็เลยอยากจะรบกวนฝากลูกเมียฉันไว้กับพ่อลพซักคืน คืนนี้ฉันจะได้จัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเสียที”  ชัดหันไปคว้าผอบแก้วมาถือไว้สีหน้าเคร่งเครียด

กลางดึกคืนนั้น ชัดไปทำพิธีที่หน้าดงกล้วย เสียงฟ้าร้องฟ้าแลบดังครืนไปทั่วบริเวณ ภาพเหตุการณ์ช่วงที่อันตรายปรากฏเป็นนิมิตให้ชัดเห็น

อ้นวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงอยู่ในดงกล้วยเพราะถูกพรายบังตาทำให้หาทางออกไม่เจอ เขาร้องตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครได้ยิน อ้นฝืนใจวิ่งหาทางออกอยู่ถึงสามวันสามคืน จนในที่สุดก็หมดแรงล้มคว่ำอยู่หลังโต๊ะที่วางกะโหลกผีตายโหง เขารวบรวมแรงฉีกใบกล้วยที่อยู่ใกล้ๆมากินประทังหิว แต่ใบกล้วยเหนียวเกินไปกลืนไม่ไหว เลยไอโขลก สำรอกออกมาจนหมด อ้นนอนหมดแรง เหนื่อยหอบ ลมหายใจสุดท้ายของชีวิตใกล้จะมาถึงแล้ว

“เพราะพวกมึง ไอ้ชัด ไอ้ลพ พวกมึงทำให้กูต้องเป็นแบบนี้” อ้นอาฆาต เขาค่อยๆยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาพนม “กูขอสาบาน ไม่ว่าจะต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือภูตผีตนใด กูจะอาฆาตพยาบาทพวกมึงไปชั่วลูก ชั่วหลาน” ขาดคำ อ้นก็ชักกระตุกขึ้นมาสองสามที ก่อนจะแน่นิ่งขาดใจตาย

ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงพรายกรีดร้องด้วยความดีใจ “ชีวิตสุดท้าย ตัวตายตัวแทนที่กูเฝ้ารอ ในที่สุดกูก็ได้ไปผุดไปเกิดเสียที” เงาดำวูบใหญ่ลอยพาดผ่านศพของอ้นไปพร้อมกับ เสียงหัวเราะดังกึกก้อง

ชัดลืมตาขึ้น คิดไม่ถึงว่าพรายตนนั้นจะเป็นอ้น แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร หางงูของพรายก็ฟาดเข้าที่ตัว จนชัดกระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะพิธี ข้าวของบนโต๊ะหกกระจายเกลื่อน ชัดจุกจนลุกไม่ขึ้น

“ไอ้ชัด เพราะมึง กูถึงต้องกลายเป็นพราย กูถูกบังตาจนหาทางออกจากดงกล้วยไม่ได้ อดอยากจนขาดใจตาย ตายแล้วก็ไม่ได้ไปเกิด ต้องเป็นพรายทดแทนที่มันอีก มึงรู้ไหมว่ากูทรมานแค่ไหน” เสียงพรายดังก้อง

ชัดหันมองไปรอบตัวกัดฟันลุกขึ้นยืน “ถ้าเอ็งฟังคำข้า ไม่อุตริไปยุ่งกับหัวกะโหลกนั่น ไอ้โหงพรายมันก็ไม่หลุดมาทำร้ายเอ็งหรอก หยุดซะเถอะอ้น เอ็งอย่าก่อกรรมมากไปกว่านี้เลย รอจนสิ้นกรรมของเอ็งเมื่อไหร่ เอ็งก็จะได้ไปเกิดเหมือนกัน  ถึงจะช้า แต่ก็ดีกว่าไปเกิดโดยมีกรรมหนักติดตัวไปด้วย”

“หุบปาก มึงไม่เคยอยู่ในร่างพราย มึงไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดทรมานแค่ไหน มีทางเดียว คือเอาวิญญาณอื่นมาแบ่งเบาความเจ็บปวดของกู กูจะฆ่า ฆ่าไปเรื่อยๆโดยเฉพาะมึงกับไอ้ลพ ไม่ใช่แค่พวกมึงแต่กูจะฆ่าล้างโคตรพวกมึงทั้งสองโคตร”

ชัดเห็นว่าเจรจาดีๆไม่ได้ผล จึงพนมมือเตรียมบริกรรมคาถาสู้ พรายยื่นมือออกมาบีบคอชัดจากทางด้านหลัง ชัดต้ังสติหลับตาบริกรรมคาถา ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างวูบขึ้นรอบตัว จนพรายต้องรีบชักมือกลับ ชัดคว้าดินบนพื้นขึ้นมา บริกรรมคาถาต่อ หางของพรายฟาดมาที่ชัดอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัดใช้ดินในมือขว้างสวนไป หางของพรายโดนดินปลุกเสกเกิดไฟลุกท่วม พรายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ชัดหยิบผอบแก้วออกมาจากกระเป๋าเสื้อพลางบริกรรมคาถา เงาสีดำขนาดใหญ่ของพรายถูกดูดเข้าไปขังในผอบแก้วทันที

ooooooo

ตาเลิศสะดุ้งเฮือกออกจากสมาธิ หลังจากได้รับรู้เหตุการณ์ทั้งหมด ชายชราคิดหนักกับความจริงที่ได้รู้ เวลาเดียวกันนั้น ธีระและนิศราก็กำลังกลุ้มใจกับเรื่องของศักยะและพิไล เพราะดึกมากแล้ว แต่พิไลยังใจแข็งไม่ยอมให้ศักยะเข้ามาอยู่ด้วย

ส่วนศักยะก็ยังดื้อจะอยู่เฝ้าพิไลต่อไป นิศราตัดสินใจเดินออกไปเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง จนในที่สุดศักยะก็ยอมกลับไป

พิไลแง้มม่านออกดูศักยะเห็นยอมกลับไปก็หน้าขรึมลง เพราะจริงๆก็สงสารแต่ความเลวที่ศักยะทำมากเกินอภัย

ศักยะขับรถออกมาจากบ้านนิศราได้สักพัก ก็พบพวกเด็กแว้นแข่งมอเตอร์ไซค์กันอยู่บนถนนอย่างคึกคะนอง เขานึกโมโหบ่นว่าถ้าพรายอยู่จะให้จัดการให้หมด ขาดคำก็มีรถกระบะโผล่ออกมาจากซอยในระยะกระชั้นชิด เด็กแว้นหลบไม่พ้นชนเข้ากับรถกระบะเต็มๆจนร่างกระเด็นหมุนกลางอากาศก่อนตกพื้นมาคอหักตายคาที่ ศักยะตะลึงอดนึกถึงพรายไม่ได้ เขารีบเลี้ยวรถกลับไปหาพิไลทันที

เป็นเวลาเดียวกับที่พิไลรู้สึกหิวน้ำแต่ไม่กล้าปลุกธีระกับนิศราที่กำลังหลับสนิท จึงลงมาเพียงลำพัง แล้วศักยะก็เข้ามาเห็นพอดี เขาเข้าใจผิดคิดว่าแม่ถูกพรายสิงให้ฆ่าตัวตาย เพราะชั้นวางแก้วอยู่ใกล้ๆกับที่เก็บมีด ศักยะร้องเรียกพิไลลั่นพลางทุบหน้าต่างโครมๆ

“ไอ้ตั้น แกอยากให้ฉันหัวใจวายตายรึไง” พิไลหันมาตวาด

ศักยะชะงัก เห็นแม่ปลอดภัยก็โล่งอก

ธีระและนิศราได้ยินเสียงเอะอะก็ลงมาดู ศักยะบอกกับทั้งคู่ว่า ระหว่างทางเห็นคนตาย จึงรีบกลับมาดูพิไลเพราะกลัวพรายจะมาทำร้าย แล้วหันมาสบตากับพิไลด้วยความเป็นห่วง แต่พิไลยังใจแข็งเธอสะบัดหน้าเดินหนี ศักยะถอนใจแล้วเดินคอตกกลับออกไป

ooooooo

ในคืนนั้น พรายมาพบกับตาเลิศในฝัน ตาเลิศพยายามเจรจาให้พรายหยุดความแค้นไว้แค่นี้ แต่พรายยืนยันจะตามจองล้างจองผลาญครอบครัวของชัดกับลพให้ถึงที่สุด แถมยังหลอกให้ลพมาเป็นพรายแทนมัน แล้วจะยอมไว้ชีวิตทุกคน แต่ลพไม่หลงกล

พรายโกรธมากบันดาลให้ฟ้าผ่าและเกิดเปลวไฟล้อมรอบตัวตาเลิศ

“ถึงเอ็งไม่ยอมตกลง ข้าก็จะฆ่าเอ็งเป็นคนสุดท้ายแล้ว ให้เอ็งมาเป็นพรายแทนข้าให้ได้ ข้าอยากรู้นัก ว่าถ้าเอ็งต้องทรมานแบบข้า แล้วเอ็งยังจะเสแสร้งเป็นคนดี ไม่หาตัวตายตัวแทนได้อยู่หรือไม่” ไฟที่ล้อมรอบตัวเลิศอยู่ลุกฮือโหมขึ้น

ตาเลิศสะดุ้งตื่นเหงื่อแตกโทรมกาย แกผุดลุกขึ้นไม่คิดว่าความอาฆาตของอ้นรุนแรงถึงเพียงนี้

เช้าวันใหม่ รัชต์มาชวนเรนออกไปพบลูกค้าด้วยกัน เพราะอยากอยู่กับเธอสองต่อสองบ้าง แต่พิมพ์พัสตราเข้ามาขัดจังหวะ ขอตามรัชต์ไปพบลูกค้าด้วย

“นายมีคุณพิมไปเป็นเพื่อนแล้ว งั้นเรนอยู่บ้านดีกว่าค่ะ จะได้ช่วยตากับแม่ทำงานบ้านด้วย” เรนหน้าขรึมเดินเลี่ยงออกไป

รัชต์จะเรียกแต่ไม่ทัน เพราะพิมพ์พัสตราเข้ามาจับมือไว้แล้วลากไปที่รถ รัชต์หน้าเจื่อนมองตามเรน

ส่วนเรนก็เดินซึมๆกลับเข้ามาในบ้าน ตาเลิศและ สร้อยทิพย์นั่งทานอาหารอยู่หันมาทัก และถามหารัชต์ เรนว่ารัชต์ออกไปทำงานแล้วพลางทิ้งตัวลงนั่งเศร้า

“เราเป็นอะไรรึเปล่า พักนี้ดูซึมๆไปนะ” สร้อยทิพย์ สังเกตอาการลูกสาว



“ใช่ ตาเห็นเราซึมๆตั้งแต่หนูพิมย้ายเข้ามาอยู่ด้วยแล้วล่ะ” ตาเลิศอมยิ้ม แบบอ่านใจหลานออก
เรนจ๋อยที่ตารู้ทันทุกอย่างจริงๆ ตาเลิศรวบช้อน พลางบอกกับลูกและหลานว่าจะออกไปเดินย่อยอาหารสักหน่อย แล้วหันไปหยิบไม้เท้าจะลุกขึ้น แต่เกิดเวียนหัวหน้ามืดจนเซ

“อุ๊ย คุณพ่อ” สร้อยทิพย์ตกใจ รีบเข้าไปประคอง

“คุณตา” เรนเข้ามาช่วยอีกคน

สองแม่ลูกช่วยกันประคองพาเลิศไปนั่งพักแล้วหายาหอมมาให้ทาน เมื่อเลิศมีอาการดีขึ้นก็ไล่ให้สร้อยทิพย์ไปทำงานต่อเพราะมีเรนอยู่เป็นเพื่อนแล้ว

เรนเข้าไปกอดตาเลิศอ้อนให้ไปหาหมอ เพราะไม่เคยเห็นคุณตาเป็นแบบนี้มาก่อน

“ตาแปดสิบแล้วนะเจ้าเรน จะไม่ให้เจ็บป่วยเลยได้ยังไง แข็งแรงได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว”

“หมู่นี้เรนเห็นตาไปทำสมาธิในห้องพระครั้งหนึ่งนานๆ มันเกี่ยวกับที่ตาไม่สบายรึเปล่าคะ”

ตาเลิศพยักหน้ารับช้าๆ อธิบายว่า “การกำหนดจิตเพื่อติดต่อกับพี่ชัด มันทำให้ร่างกายตาอ่อนเพลียมาก แต่ตายังเลิกไม่ได้ ตาต้องหาทางจัดการเรื่องเจ้าผีพรายนี่ให้ได้ ไม่อย่างงั้น ทุกคนโดยเฉพาะพวกเรา จะยิ่งเป็นอันตราย แล้วตาเอง ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วด้วย”

“อย่าพูดแบบนี้สิคะ เรนไม่ชอบฟังเลย ตาต้องไม่เป็นอะไร ต้องอยู่กับเรนตลอดไปนะคะ” เรนน้ำตาคลอ

“ใครมันจะอยู่ค้ำฟ้าได้เจ้าเรน” ตาเลิศลูบหัวหลานสาวสีหน้าเครียด เพราะรู้ดีว่ากำจัดพรายเป็นเรื่องยาก

ooooooo

ธีระมีงานด่วนต้องไปศาล เขาจะพาพิไลไปด้วยเพื่อความปลอดภัย แต่พิไลขอไปรอที่ห้างแทน  เพราะกลัวจะทำให้ธีระเสียงาน ธีระจนใจเรียกแท็กซี่ให้มารับไปส่งที่ห้าง พร้อมรับปากว่าจะรีบไปรับเมื่อเสร็จงาน

“ขอบใจจ้ะ ธีระไม่ต้องห่วงน้านะ ในห้างคนเยอะแยะ ไม่น่ามีอะไรหรอก” พิไลยิ้มให้แล้วนั่งแท็กซี่ออกไป เธอลอบมองซ้ายขวาไม่เห็นศักยะก็แอบบ่น “ห่วงแม่อยู่ได้วันเดียว หายหัวซะแล้ว”

แท็กซี่วิ่งออกมาได้สักพัก พิไลเริ่มผิดสังเกตเพราะไม่ใช่เส้นทางไปห้าง เธอสั่งให้คนขับหยุดรถ คนขับหันมามองพิไลตาขวางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “เอ็งคิดว่าหาคนมาอยู่ด้วยกับสวมพระแค่นี้จะรอดแล้วเหรอ ถึงกูจะจับต้องตัวมึงไม่ได้ แต่กูก็พามึงไปตายได้อยู่ดี”

พิไลผวา พยายามจะเปิดประตูรถแต่เปิดไม่ออก แม้จะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ และทุบกระจกรถอย่างไร คนข้างนอกก็ไม่เห็น เพราะพรายบังตาไว้

“อย่าดิ้นรนไปเลย ที่ตายของเอ็งอยู่อีกไม่ไกลแล้ว ข้าจะเห็นแก่การที่เอ็งเป็นแม่ของศักยะ ข้าจะให้เอ็งตายเร็วที่สุดไม่ต้องทรมานก็แล้วกัน” พรายหัวเราะสะใจ

พิไลพยายามจะเปิดประตูทั้งผลักทั้งถีบก็ไม่สำเร็จ เธอฉุกคิดได้ถอดสร้อยพระออกจากคอ จะเอาไปสวมที่คอคนขับเพื่อขับไล่พราย สร้อยพระในมือพิไลเปล่งแสงออกมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ศักยะขับรถสวนมาพอดีมนต์บังตาของพรายหมดฤทธิ์

“แม่” ศักยะเห็นพิไลอยู่ในรถแท็กซี่ก็รีบเลี้ยวกลับมา

พรายที่สิงร่างคนขับเหลือบเห็นสร้อยพระก็รีบหักเลี้ยวเพื่อไม่ให้พิไลสวมสร้อยพระได้ พิไลโดนแรงเหวี่ยงไปกระแทกกับประตูรถอย่างแรง สร้อยพระหลุดมือตกพื้นไป รถแท็กซี่ส่ายไปส่ายมา ขณะที่พิไลก็พยายามควานหาสร้อยพระ ทันใดนั้นเอง รถของศักยะก็ขับพุ่งแซงรถแท็กซี่ขึ้นไป แล้วหักเลี้ยวเอารถเข้าขวางรถแท็กซี่ไว้อย่างวัดใจ พรายไม่มีทางเลี่ยง จำต้องเหยียบเบรกสุดตัว

ศักยะรีบวิ่งไปเปิดประตูเพื่อช่วยพิไล แต่ก็เปิดไม่ออก ในขณะที่พิไลก็ทุบหน้าต่างเรียกให้ศักยะช่วย คนขับแท็กซี่เปิดประตูรถออกมาจ้องศักยะตาเขม็ง

“ท่านขัดขวางข้า คิดจะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับข้าหรือศักยะ”

“ฉันไม่สนสัญญาอะไรทั้งนั้น แกปล่อยแม่ฉันออกมานะ แกจะทำอะไรฉันก็ได้ แต่อย่ายุ่งกับแม่ฉัน”

“แล้วถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ”

“งั้นแกก็ฆ่าฉันซะเลยซิ ถ้าฉันจะต้องเห็นแม่ตาย ฉันขอตายแทนดีกว่า” ศักยะท้าทายจ้องตาคนขับรถเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร สักพัก คนขับก็สะดุ้งเฮือก ตาเหลือกค้างแล้วสลบไป เงาดำของพรายลอยกระจายออกจากร่างไป

ทันใดนั้นเอง พิไลก็เปิดประตูรถออกมาได้พอดี ศักยะเข้าไปกอดแม่ด้วยความเป็นห่วงสุดๆ พิไลกอดลูกชายร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

“แม่ไม่ต้องกลัวนะครับ มีผมอยู่ทั้งคน ไม่มีใครทำอะไรแม่ได้หรอกครับ ผมเป็นลูกแม่ก็ต้องดูแลปกป้องแม่อยู่แล้ว แม่ให้อภัยผมนะครับ”

“แม่พร้อมจะยกโทษให้แกเสมอนะตั้น ถ้าตั้นยอมกลับตัวกลับใจซะที บวชให้แม่ได้ไหมตั้น”

ศักยะกอดพิไลไว้แต่เงียบกริบไม่ตอบเพราะยังตัดกิเลสไม่ได้ พิไลได้แต่แอบถอนใจเพราะรู้คำตอบแล้ว

ooooooo

พิมพ์พัสตราชักเบื่อ ที่ต้องนั่งรอรัชต์คุยกับลูกค้าจึงเข้ามาเร่ง ลูกค้าจำพิมพ์พัสตราได้เพราะเคยเจอกันที่งานเลี้ยงเมื่อเดือนก่อน จึงเข้ามาทักทายและ ถามหาศักยะ ทำให้เธอหงุดหงิดสวนกลับแบบไม่เกรงใจ

“ไม่ทราบสิคะ เขาจะไปตายที่ไหนพิมก็ไม่สนใจหรอกค่ะ อีกไม่กี่วัน พิมกับเขาก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว จริงไหมค่ะพี่รัชต์” พิมพ์พัสตราเข้าไปควงแขนรัชต์

รัชต์หน้าเสียไม่คิดว่าพิมพ์พัสตราจะกล้าประกาศตัวต่อหน้าคนอื่น ในขณะที่ลูกค้าตาโตเพราะได้ข่าวใหม่เม้าท์สนุกปากแล้ว

รัชต์ลากพิมออกมาต่อว่า เพราะไม่อยากเป็นมือที่สามแย่งเมียเพื่อน แต่พิมพ์พัสตราไม่แคร์

“พี่รัชต์ไม่ได้แย่งพิมซักหน่อย เราเป็นแฟนกันก่อนด้วยซ้ำไป คนที่แย่งพิมไปคือพี่ตั้นตะหาก ไม่รู้ว่าใช้เวทมนตร์คาถารึเปล่า พิมถึงได้หลงใหลได้ปลื้ม เห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่ต่อไปไม่มีอีกแล้วล่ะค่ะ”

รัชต์ถอนใจหนักๆ เพราะกลัวเรนเข้าใจผิดอีก

ด้านพิไล เมื่อธีระกับนิศรามาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ศักยะก็กลับมาที่บ้าน พรายปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับเสนอข้อแลกเปลี่ยนให้ศักยะเอาชีวิตชายหนึ่งหญิงหนึ่งมาแลกชีวิตพิไล และต้องหาให้ได้ก่อนเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้

“ได้ ไม่มีปัญหา ฉันจะหลอกมาให้แก แล้วแกก็จัดการได้เลย”

“ไม่ ไม่ ไม่ศักยะ คราวนี้ท่านต้องเป็นคนฆ่ามันด้วยมือของท่านเอง ข้าจะมารับแต่วิญญาณไปเท่านั้น จำไว้นะศักยะ ท่านต้องเป็นคนลงมือฆ่าด้วยมือท่านเองเท่านั้น ห้ามยืมมือใครทำเป็นอันขาด”พรายย้ำ

ศักยะหน้าเสียนึกกลัวปัญหาที่จะตามมา แต่เพื่อแม่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

วันต่อมา ศักยะโทร.หาหญิงขายบริการเพื่อจะหลอกมาฆ่า แต่ถูกปฏิเสธ เขาจึงต้องเปลี่ยนแผนเรียกให้สาวใช้ตามมาที่มุมลับในสวนหวังจะใช้จอบทุบหัว แต่สาวใช้อีกคนเข้ามาทักทำให้ศักยะหมดโอกาส

ศักยะตัดสินใจออกไปหาเหยื่อนอกบ้าน เขาคิดจะขับรถชนชายหญิงคู่หนึ่งเพื่อสังเวยให้พราย แต่ตำรวจมาเคาะกระจกเรียก เพราะจอดรถในที่ห้ามจอดรถ ศักยะถอนใจเซ็ง

เมื่อหมดปัญญาศักยะก็นึกถึงเรนขึ้นมา จึงโทร.ไปหาและนัดไปพบที่บ้าน เพราะเรนบอกว่าเธออยู่กับแม่แค่สองคน

ในขณะที่ศักยะกำลังมาหาเรน ทัดสิงห์ก็บุกเข้ามาทุบตีสร้อยทิพย์บังคับให้กลับไปด้วยกัน เรนจะโทร.แจ้งตำรวจ ทัดสิงห์หันมาเห็นก็โกรธตรงชกที่ท้องหลายหมัดแล้วตามด้วยการตบตีซ้ำ สร้อยทิพย์พุ่งเข้ามาช่วยลูกแต่ก็โดนทัดสิงห์ตบคว่ำ

ศักยะขับรถมาจอดหน้าบ้านเรน ได้ยินเสียงสร้อยทิพย์กรีดร้องด้วยความกลัวและเจ็บปวดดังออกมาจากในบ้าน ก็รีบเข้าไปดู เขาเห็นทัดสิงห์ตบสร้อยทิพย์กลิ้งหลุนๆมากับพื้น ศักยะรีบวิ่งไปประคอง

“ช่วยเรนด้วยคุณตั้น”สร้อยทิพย์มองไปทางบันได บ้าน เห็นเรนพยายามคลานหนีทัดสิงห์ไปขึ้นบันได

“มึงหนีกูไม่พ้นหรอก”ทัดสิงห์ลากเรนลงจากบันไดอย่างไม่ปรานี

ศักยะพุ่งมาถีบทัดสิงห์กระเด็นไป แล้วจะเข้าซ้ำ แต่ทัดสิงห์ถีบสวนออกมาก่อน ทั้งสองชกต่อยกันอุตลุด ข้าวของที่อยู่ใกล้มือก็หยิบมาเป็นอาวุธแตกหักเสียหายหมด

สร้อยทิพย์รวบรวมแรงเข้าไปหาเรน เรนฝืนใจลุกขึ้นชวนแม่ไปตามคนมาช่วย สองแม่ลูกช่วยกันพยุงกันออกไป

ในบ้านเหลือเพียงศักยะกับทัดสิงห์ ทัดสิงห์เห็นว่าสู้ศักยะไม่ได้แน่ จึงชักปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังออกมาเล็ง ศักยะเห็นจวนตัวโผเข้าแย่งปืน ทัดสิงห์ทำปืนลั่นเฉี่ยวแขนศักยะไป แล้วจะยิงซ้ำ แต่ศักยะไวกว่า เตะปืนหลุดมือ แล้วลุกขึ้นกระโจนเข้าหาทัดสิงห์จนล้มไปด้วยกัน ขณะนั้นเองศักยะก็ได้ยินเสียงพรายกระซิบดังขึ้นที่ข้างหู

“บีบคอมันศักยะ บีบคอมัน”ศักยะเหมือนคนขาดสติเอื้อมมือไปบีบคอทัดสิงห์ตามคำสั่งพรายทันที เพียงครู่เดียวทัดสิงห์ก็แน่นิ่งไป ศักยะได้สติรีบผละออกมา พรายเข้ามารับวิญญาณทัดสิงห์ไป ศักยะอึ้งมองศพทัดสิงห์ที่ตายตาเหลือกค้างด้วยความหวาดกลัว

เรนกับสร้อยทิพย์มาแจ้งความที่โรงพักและโทร.บอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตาเลิศกับรัชต์รู้ ทั้งสองรีบตามมาที่โรงพักทันที รัชต์ไม่เห็นศักยะก็ถามหาด้วยความเป็นห่วง

“ตำรวจตามเข้าไปช่วยแล้วค่ะคุณรัชต์ เดี๋ยวคงพาตัวมาที่นี่ทั้งคู่ล่ะค่ะ”สร้อยทิพย์ตอบแทนพลางบ่นว่าศักยะต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอแท้ๆ

ตาเลิศหน้าเครียดสวนว่า ตนห่วงทัดสิงห์มากกว่า เรนและรัชต์สบตากัน เข้าใจความเป็นห่วงของคุณตา

ด้านศักยะ เมื่อตั้งสติได้รีบนำศพทัดสิงห์ไปทิ้งที่หนองน้ำแห่งหนึ่ง เพื่อทำลายหลักฐาน แล้วพึมพำบอกกับพราย

“ฉันจัดการศพแรกไปแล้ว แกมาเก็บหลักฐานให้เรียบร้อยด้วย เหลือศพผู้หญิงอีกหนึ่งคนตามสัญญา แล้วแกก็อย่ามายุ่งกับแม่ฉันอีก เข้าใจไหมไอ้พราย”

ooooooo

ตำรวจกำลังช่วยกันตรวจที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บพยานหลักฐานอยู่ในบ้าน ตาเลิศเดินเลี่ยงออกมายืนครุ่นคิด สักพักสร้อยทิพย์ก็ตามมาเพราะเพิ่งให้ปากคำเสร็จ เลิศถามลูกเรีื่องการติดต่อศักยะและทัดสิงห์

“ยังติดต่อไม่ได้เลยค่ะ มือถือก็ปิด โทร.ไปที่บ้านก็ไม่มีใครรู้เรื่องเลยค่ะ” สร้อยทิพย์ไม่สบายใจนัก

“ตั้นเขาเป็นไฮโซคนดัง นายทัดสิงห์ก็กว้างขวาง พอหายตัวไปอย่างงี้ พรุ่งนี้คงเป็นข่าวดังแน่ แม่สร้อยก็คงหลีกเลี่ยงการเสียชื่อเสียงอีกรอบไม่พ้นแล้วล่ะ” ตาเลิศถอนใจ

“หนูผิดเองที่ไม่เชื่อคุณพ่อตั้งแต่แรก นอกจากจะทำให้คุณพ่อขายขี้หน้าแล้ว ยังทำให้ลูกเดือดร้อนด้วย”

“ป่วยการจะมาคิดได้เอาตอนนี้ นี่ตำรวจเขาเก็บหลักฐานข้างบนเรียบร้อยรึยังล่ะ พ่ออยากจะเอนหลังซักหน่อย” ตาเลิศเปลี่ยนเรื่อง

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ข้างบนปกติดีทุกอย่าง คุณพ่อขึ้นไปพักเถอะค่ะ” สร้อยทิพย์ถอยออกมา

เลิศถือไม้เท้าพยุงตัวเดินเลี่ยงขึ้นไปชั้นบน แต่เมื่อถึงหน้าบันได ก็เห็นวิญญาณจอนยืนมองด้วยสายตาเศร้าสร้อยพลางเอ่ย “ไม่ทันแล้วคุณเลิศ คุณตั้นไม่ยอมกลับตัว แผนการของมันกำลังจะสำเร็จแล้ว”

“แล้วฉันควรจะทำยังไง แกบอกฉันทีสิ”

“มีแต่คุณหลวงเท่านั้นที่จะช่วยได้ โอกาสมีครั้งเดียว” จอนชี้ไปที่ไม้เท้าของชัด แล้วร่างก็จางหายไป

“โอกาสมีครั้งเดียว” ตาเลิศมองไม้เท้าของชัดในมือสีหน้าเครียด

ในตอนค่ำ ตาเลิศเรียกเรนกับรัชต์เข้ามาคุยในห้องพระ เพราะเชื่อว่าศักยะคงถูกพรายหลอกให้ฆ่าทัดสิงห์ไปแล้ว เรนหน้าเครียดถามคุณตาว่า ไม่มีทางไหนช่วยดึงศักยะให้พ้นจากพรายได้เลยหรือ

“มีแต่จิตใจที่เข้มแข็งและสำนึกผิดชอบชั่วดีของตัวตั้นเองเท่านั้นแหละ ที่จะช่วยตั้นได้ คนอื่นไม่มีทางทำอะไรได้หรอก และที่ตาเรียกเราสองคนมา ก็เพราะอยากให้ระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิม อีกไม่นาน เจ้าพรายก็คงต้องหาตัวตายตัวแทนแล้ว ซึ่งก็คงอยู่ในกลุ่มพวกเรานี่แหละ” ตาเลิศมองหน้าเรนแล้วเลื่อนไปมองหน้ารัชต์

“ตาเคยเล่าให้ฟังว่าคนที่ตายเป็นคนสุดท้ายจะต้องเป็นตัวตายตัวแทนของมัน แล้วตอนนี้ เจ้าพรายมันฆ่าคนตายไปกี่คนแล้วคะตา”

“ตาก็ไม่รู้ แล้วจำนวนคนตายกว่าจะได้ตัวแทนก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับกรรม บางทีอาจจะแค่คนเดียว หรือบางทีก็ต้องฆ่าคนเป็นสิบเป็นร้อยกว่าจะได้ตัวแทนมา แต่ที่ตารู้ว่าอีกไม่นานก็เพราะวิญญาณเจ้าจอนมาเตือนตา”

“ไอ้ผีตัวนี้มันร้ายกาจขนาดนี้ คุณปู่ของตั้นน่าจะทำลายมันไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวตั้งแต่แรก ไม่น่าจะให้ตกมาถึงมือตั้นเลยนะครับ”

“ตาก็เคยสงสัยเหมือนกับรัชต์ แต่หลังจากทำสมาธิติดต่อกับพี่ชัดแล้ว ตาถึงได้รู้ว่ามันมีเหตุผลให้ทำลายไม่ได้” ตาเลิศถอนใจอีกครั้งแล้วถ่ายทอดเหตุการณ์ในอดีตให้รัชต์กับเรนฟัง

ooooooo

หลังจากชัดรู้ว่า พรายที่ตามเล่นงานตนคืออ้น ก็นำเรื่องนี้มาบอกกับลพ เพราะอ้นโทษว่า ชัดกับลพทำให้เขาต้องตายแล้วกลายเป็นพราย จึงอาฆาตแค้นขอตามจองล้างจองผลาญครอบครัวของทั้งสองตลอดไป ลพไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย จึงขอให้ชัดนำผอบไปถ่วงน้ำ แต่ชัดยังเสียดาย

“ฉันขังมันไว้ในผอบแก้ว แล้วยังขังไว้ในโถกระดูกผีตายทั้งกลมอีกที ไม่มีทางที่มันจะหลุดมาได้หรอก เชื่อมือฉันเถอะพ่อลพ”

ลพหนักใจไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แล้วเลิศในวัยสิบขวบก็วิ่งถือม้าก้านกล้วยเข้ามาในโถงบ้านพลางร้องบอกชัดกับลพว่า เขาเห็นคุณตาแก่ๆ ใส่ชุดขาวอยู่ที่หลังบ้าน

“พอผมถามว่ามาหาใคร แกก็บอกว่าแกอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว แกเป็นพราหมณ์ครับ” เลิศคุยจ้อ

ชัดตกใจจ้องมองเลิศเพราะไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะมีญาณพิเศษเห็นเจ้าที่ได้ ส่วนลพเองก็ชักห่วงรีบกระซิบถามชัดว่า จะเกิดเรื่องดีหรือร้ายกันแน่ที่น้องชายมีญาณพิเศษ

“ยังเร็วไปที่จะบอกนะพ่อลพ เอางี้สิ กลับไปลองสอนสมาธิให้น้องดู  จะเป็นนั่งกรรมฐาน  เดินจงกรม  หรือเพ่งกสิณอะไรก็ได้ เลือกให้ถูกกับจริตก็แล้วกัน ต่อไป คงได้เป็นประโยชน์กับพ่อเลิศแน่”

“ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องพรรค์นี้เสียด้วยสิ”

“ไม่เป็นไร ถ้าพ่อเลิศมีพรสวรรค์ เขาจะต่อยอดวิชาความรู้ได้เอง ฉันเชื่อนะ ว่าถ้าฟ้าดินให้พรสวรรค์กับใครมาซักคน มันก็ต้องได้ใช้ประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง ในภายภาคหน้าแน่นอน”ชัดมั่นใจ

ไม่กี่เดือนต่อมา ชัดก็ได้รับข่าวดีว่า แม่อุ่นภรรยาของเขาตั้งท้องลูกคนที่สี่  เขาดีใจมากภาวนาขอให้ลูกคนนี้เป็นผู้ชาย

“ของอย่างนี้ดิฉันกำหนดได้เสียที่ไหนล่ะคะ” แม่อุ่นส่งค้อน แล้วชะงักไป เพราะเห็นสามีหน้าซีดเอามือกุมท้อง เธอปราดเข้าประคอง ขณะที่ชัดกัดฟันแน่นปวดท้องแปลบขึ้นมาจนทนไม่ไหว แม่อุ่นเห็นท่าไม่ดีให้คนไปตามหมอ

หลังจากหมอตรวจอาการของชัดแล้วทำสีหน้าไม่ดีนัก ชัดรู้ตัวถามหมอตรงๆว่า เขาเป็นอะไรกันแน่

“กระผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนะครับคุณหลวง คุณหลวงลองไปที่โรงหมอ ตรวจให้ละเอียดอีกทีดีกว่าครับ”

“ฉันเป็นโรคร้ายแรงใช่หรือไม่ มีทางรักษาได้ไหม”

หมออึ้งไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า  “เป็นโรคประหลาดเหลือเกินครับคุณหลวง”

ชัดช็อกสุดๆ นึกห่วงลูกเมียว่าจะอยู่กันอย่างไรถ้าไม่มีเขา

กลางดึกคืนนั้นชัดกัดฟันลุกมานั่งสมาธิ ร่ายคาถาในห้องพระ เขาเรียกพรายออกมาและบอกความประสงค์กับมัน

“ข้าป่วยเป็นโรคร้ายหมอไม่มีทางรักษา แต่ลูกข้ายังเล็กนัก ข้ายังตายตอนนี้ไม่ได้ ก็เหลือแต่ใช้อำนาจของเอ็ง ทำให้ข้าหายจากโรค และมีอายุยืนยาวปราศจากโรคภัยใดๆ จนกว่าข้าจะสิ้นอายุขัย”

“ข้าอยู่ในอำนาจเอ็ง ย่อมต้องบันดาลให้เอ็งอยู่แล้ว แต่เอ็งก็รู้ ว่าถ้าคำขอมันมากเกินไป ก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน เอางี้สิ เอ็งฆ่าคนให้ข้าซักคน แล้วข้าจะบันดาลให้เอ็งตามปรารถนา” พรายยื่นเงื่อนไข

“เอ็งไม่ต้องมาล่อหลอกข้า  ถ้าข้าจะต้องเบียดเบียนชีวิตคนอื่นเพื่อให้ตัวเองอายุยืน  ข้ายอมตายเสียดีกว่า  แต่ถ้าข้าตาย  เอ็งก็ต้องถูกถ่วงน้ำ  สิ้นอำนาจอิทธิฤทธิ์ทุกอย่างรอเวลาไปชดใช้กรรมที่ก้นแม่น้ำเถอะ”

“ไอ้ชัด ก็ได้ ข้อจำต้องยอม เพราะสู้เอ็งไม่ได้หรอกนะ แต่เอ็งจำไว้ทุกสิ่งต้องมีการแลกเปลี่ยน ถึงเอ็งจะไม่ฆ่าคน แต่ก็ต้องมีสิ่งอื่นมาแลกเปลี่ยนให้ข้าอยู่ดี” ขาดคำ เงาสีดำของพรายบนผนัง ก็ไหลเหมือนของเหลวย้อนกลับลงไปในโถ ฝาโถปิดสนิทลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ขณะที่ชัดสีหน้าเคร่งขรึม เพราะรู้ว่าต้องมีผลเสียตามมาแน่ๆ แต่ตนไม่มีทางเลือก

ห้าสิบปีต่อมา ชัดในวัยเก้าสิบนั่งเช็ดรูปลูกชาย ที่เป็นทหารเรืออนาคตไกลอย่างภาคภูมิใจ จอนถือกาใส่ชาจีนร้อนเข้ามาให้ชัดอย่างอารมณ์ดี เพราะถูกหวยอีกตามเคย ชัดหันมามองจอนเตือนให้เพลาๆเรื่องหวยลงบ้าง เพราะไม่เคยมีใครร่ำรวยได้ดีด้วยการพนัน จอนยิ้มรับแล้วหันไปดูหน้าบ้าน เพราะได้ยินเสียงรถเข้ามาจอด

ลูกชายของชัดก้าวลงมาจากรถพร้อมด้วยพิไลและศักยะหลานชายคนโปรดในวัยสิบขวบ พิไลเรียกให้จอนมาช่วยขนของฝากลงจากรถ ส่วนศักยะหลังจากไหว้ปู่แล้วก็ขอไปเล่นในสวน ลูกชายเข้ามาบอกข่าวดีกับชัดว่า ปีนี้ตนได้ขึ้นพลเรือตรีแน่นอน เพราะโผแต่งตั้งออกมาแล้ว

“เป็นบุญของพ่อจริงๆลูกทุกคนได้ดิบได้ดี ไม่เคยสร้างความหนักใจให้พ่อเลย โดยเฉพาะแก นำแต่ความภาคภูมิใจมาให้พ่อตลอด พ่อเป็นนาวาโท แต่แกได้เป็นนายพล ถือเป็นอภิชาตบุตรแท้ๆ”

“ขอบคุณมากครับพ่อ” ลูกชายก้มลงกราบ แล้วศักยะก็วิ่งมาดึงพ่อให้ไปสอยมะม่วงในสวน

“ไปเถอะ เด็กก็อย่างงี้แหละ เดี๋ยวค่อยมาคุยกันต่อ” ชัดโบกมือไล่พลางส่งยิ้มมีความสุข

สองพ่อลูกมาถึงต้นมะม่วง ศักยะชี้บอกพ่อว่าอยากได้ลูกมะม่วงลูกใหญ่สุด พ่อเดินไปหยิบไม้มาสอยให้ ทันใดนั้น ก็มีเงาดำปรากฏวูบขึ้นที่หน้าพ่อศักยะ และเมื่อเงาดำผ่านไป พ่อศักยะก็มีอาการวิงเวียนเหมือนจะเป็นลม เพียงครู่เดียวไม้สอยมะม่วงก็หลุดจากมือ พ่อศักยะก็ล้มลงขาดใจตาย

ชัดเสียใจกับเหตุการณ์เกิดขึ้น เขาเข้ามาดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย เห็นเงาดำปรากฏขึ้นที่หน้าลูกชายแล้ววูบหายไป เขายืนตะลึงรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือพราย จึงไปที่ดงกล้วยตวาดเรียกพรายออกมาพบ เพราะโกรธที่มันฆ่าลูกชาย แต่พรายกลับย้อนว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะชัด

“เอ็งลืมแล้วหรือ ว่าเอ็งขอให้ตัวเองหายจากโรคร้าย แล้วมีอายุยืนยาวปราศจากโรคภัย ในเมื่อเอ็งไม่ยอมฆ่าใคร ค่าตอบแทนครั้งนี้ ข้าก็ต้องเอาจากลูกชายเอ็งแทน เพราะสิ่งแลกเปลี่ยนที่ข้าช่วยเอ็ง ก็คืออายุที่เหลืออยู่ของลูกชายเอ็ง แล้วก็อนาคตหน้าที่การงานทั้งหมดยังไงล่ะ แค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือไอ้ชัด”

ชัดแทบช็อกไม่คิดว่า การตายของลูกจะมีสาเหตุมาจากตน เขาแค้นสุดๆ ประกาศจะจับพรายถ่วงน้ำ

“เอาเลยไอ้ชัด ที่เอ็งอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะอำนาจของข้า ถ้าข้าเสื่อมอิทธิฤทธิ์ลง เอ็งก็ต้องตายด้วย เอ็งตายคนเดียวไม่พอ หลานเล็กๆของเอ็งอีกล่ะ มันเพิ่งเสียพ่อไป ถ้าเอ็งมาจากไปอีกแล้วมันจะอยู่อย่างไร ถ้าเอ็งมั่นใจว่าจะตายตาหลับ ได้ ก็จับข้าไปถ่วงน้ำเลยสิวะไอ้ชัด” พรายหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ

ชัดยืนอึ้งนึกสงสารหลานจับใจ แต่ทำได้เพียงพึมพำว่า “ความผิดปู่เอง เพราะปู่ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเสด็จฯท่าน ขอในสิ่งที่เกินวาสนาของตัวเอง ถ้าปู่ยอมให้ตัวเองตายซะ พ่อของเจ้าก็คงไม่ต้องมารับเคราะห์หรอก” ชัดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ooooooo

“เพราะยังงี้นี่เอง คุณปู่ของตั้นถึงทำลายไอ้พรายไม่ได้  ต้องรอจนตัวเองสิ้นอายุขัย แล้วก็ให้ตั้นเป็นคนทำลายแทน แต่ตั้นกลับเอามันมาใช้เองซะนี่” รัชต์เปรยขึ้น เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

“ทุกคนเลยต้องกลายเป็นเหยื่อของมันกันหมด แล้วพี่ตั้นรู้เรื่องนี้รึเปล่าคะคุณตา”

“คงยังไม่รู้หรอก แต่ถึงรู้ตาก็ไม่แน่ใจนะว่าตั้นจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แค่ไหน เพราะตั้นถลำลึกมากเกินไปแล้ว”

“ขนาดคุณปู่ชัดทำไปเพราะความจำเป็น ยังได้รับผลกระทบขนาดนี้ แล้วพี่ตั้นทำไปเพราะความโลภ ไม่รู้บั้นปลายจะเจอกับอะไรบ้างนะคะ” เรนอดสงสารศักยะไม่ได้

ด้านศักยะ เขาเดินหน้าหาเหยื่อผู้หญิงไปสังเวยให้พรายตามข้อตกลง เพราะเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเที่ยงคืนแล้ว เขาเข้าไปในผับเพื่อขอซื้อบริการจากหญิงคนหนึ่ง จากนั้นก็พาเธอมาที่โรงแรมม่านรูดหวังจะฆ่าให้ตาย แต่กลับโดนหญิงสาวฉีดสเปรย์พริกไทยใส่เพื่อป้องกันตัวแล้ววิ่งหนีออกไป  ศักยะหมดท่ารีบวิ่งเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา

เวลาเดียวกันนั้น  พิไลและนิศราเห็นข่าวศักยะกับทัดสิงห์ในทีวี พิไลกลัวว่าลูกชายจะไปก่อเรื่องอีก จึงโทร.ไปต่อว่า ศักยะไม่รู้จะบอกแม่อย่างไร ตัดบทว่า ทำธุระเสร็จแล้วจะโทร.กลับแล้วกดตัดสาย

“เจ้าตั้น แกอย่ามาวางหูใส่แม่นะ เจ้าตั้น ไอ้ลูกคนนี้นี่ เมื่อวานทำตัวดีอยู่หยกๆ ไม่ทันไรดีแตกซะแล้ว” พิไลโมโหลูก เธอหันมามองหน้านิศราคล้ายจะขอคำปรึกษา

นิศราแนะให้พิไลลองโทร.ถามเรนดู เพราะทัดสิงห์เป็นพ่อเลี้ยงของเรน พิไลรีบกดโทรศัพท์โทร.หาเรนทันที

เรนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอและสร้อยทิพย์ให้พิไลฟังพร้อมยืนยันว่า ถ้าไม่ได้ศักยะมาช่วย เธอกับแม่คงแย่แน่ และขอร้องให้พิไลช่วยเกลี้ยกล่อมให้ศักยะมอบตัว เพราะเธอกับแม่ก็จะช่วยเป็นพยานให้เอง

“ขอบใจหนูเรนมากนะจ๊ะ จะว่าไป เจ้าตั้นมันโชคดีอยู่อย่างหนึ่งนะ ที่ได้เพื่อนดีๆ ที่พร้อมจะให้อภัยมันอย่างหนู” พิไลชมน้ำใจแล้วกดวางสาย ในขณะที่เรนแอบถอนใจภาวนาให้ศักยะอย่าทำลายชีวิตใครอีกเลย

ส่วนศักยะยังนั่งซุ่มอยู่ในมุมมืด หวังหาเหยื่อไปให้พราย แต่ไม่สบโอกาสเพราะมีคนผ่านมา เขาเหลือบมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าใกล้เที่ยงคืนแล้ว ก็รีบกลับไปหาพิไล เพราะคาดว่า อย่างไรก็คงหาเหยื่อไม่ทันแน่

ooooooo
ตอนที่ 13


นิศราเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นพิไลพยายามกดโทรศัพท์มือถือหาศักยะ แต่ติดต่อไม่ได้ ก็เข้ามาปลอบ ถึงกระนั้น พิไลก็ยังทำใจไม่ได้

“คอยดูนะ จบเรื่องผีๆสางๆนี่เมื่อไหร่ น้าต้องบังคับให้เจ้าตั้นมันบวชให้ได้ จะได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนที่มันทำร้ายเขาด้วย” พิไลเสียงเข้มแล้วเดินไปแปรงฟันในห้องน้ำเตรียมเข้านอน

นิศราหยิบหนังสือมาอ่าน รอเข้านอนพร้อมพิไล นาฬิกาตรงหัวเตียงบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี พิไลที่อยู่ในห้องน้ำแปรงฟันเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองกระจก เธอเห็นเงาสะท้อนบนกระจกเป็นเงาคนสีดำ เดินผ่านด้านหลังไป ก็เริ่มหวาดกลัวรีบเอามือจับคอจะหยิบพระ แต่นึกได้ว่าสร้อยหลุดอยู่ในรถแท็กซี่เมื่อกลางวัน

พิไลเห็นท่าไม่ดีจะออกจากห้องน้ำ แต่ทันทีที่มือสัมผัสลูกบิด ก็มีมืออีกข้างที่เต็มไปด้วยเกล็ดงู เล็บแหลมเหมือนขานกเข้ามาคว้าข้อมือไว้ เธอตกใจจะร้องกรี๊ด พลันมีมือที่เต็มไปด้วยเกล็ดงูอีกข้างก็เข้ามาปิดปากไว้ แล้วยังยื่นหน้ามาที่ข้างหูพร้อมกับส่งเสียงฟ่อๆ ทำให้พิไลช็อกตายคาที่

ศักยะมาถึงบ้านนิศราพอดี เขาเรียกให้ธีระเปิดประตูแล้ววิ่งขึ้นไปดูแม่บนห้อง นิศราบอกว่าพิไลแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำ ศักยะเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขาร้อนใจใช้ตัวกระแทกประตูเปิดออก ภาพที่เห็นก็คือพิไลนอนตายอยู่บนพื้น ตาค้างแข็ง สีหน้าหวาดกลัวถึงขีดสุด

“แม่” ศักยะเข้าไปพยายามปั๊มหัวใจให้พิไลพลางร้องเรียกให้ฟื้นขึ้นมาเหมือนคนสติแตก

ธีระกับนิศราตั้งสติได้รีบเข้าไปลากศักยะออกมา ศักยะฟูมฟายเสียใจที่ปกป้องแม่ไม่ได้ ขณะที่นิศราโทร.บอกเรน เรนจึงปรึกษาตาเลิศว่าจะทำไงต่อดี

“ก็ไม่เห็นจะต้องทำอะไรนี่คะ ก็แค่เข้านอน พรุ่งนี้ใครอยากไปงานศพก็ไป พิมไม่อยากไปก็ไม่ไป ไม่ใช่ญาติเราซะหน่อย ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนด้วยเลย” พิมพ์พัสตราตอบแทน

ทุกคนอึ้ง รัชต์ตำหนิพิมพ์พัสตราเพราะพิไลเป็นแม่สามีของเธอ แต่พิมพ์พัสตรายักไหล่ไม่แคร์

“หนูจ๊ะ หนูจะเกลียดตั้นยังไง แต่คุณพิไลเขาก็เป็นคนละคนกันนะ แล้วเขาก็ตายไปแล้ว หนูจะไม่ให้เกียรติเขาหน่อยเหรอจ๊ะ” สร้อยทิพย์ทนไม่ไหว

“งั้นก็เลือกเอาละกันค่ะ ว่าจะทิ้งพิมไว้คนเดียวให้ผีพรายมาฆ่าหักคอตายไปอีกคน หรือจะเลือกคนพวกนั้น แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ยังไงพิมก็จะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น” พิมพ์พัสตราเสียงแข็ง

ตาเลิศไกล่เกลี่ยให้สร้อยทิพย์อยู่เป็นเพื่อนพิมพ์พัสตรา ส่วนตนเอง รัชต์ และเรนจะไปช่วยงานศพพิไล เรนเห็นดีด้วยเข้าประคองตาเลิศไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน รัชต์รีบตามไปติดๆ พิมพ์พัสตราเจ็บใจ กระทืบเท้าปึงๆออกไป สร้อยทิพย์ถอนใจเซ็งๆ พลางเดินตามไปอยู่เป็นเพื่อน

เมื่อแจ้งข่าวกับเรนแล้วนิศราก็กลับมาปลอบใจศักยะที่ยังนั่งสะอื้นอยู่ข้างๆศพพิไล ธีระเข้ามาสั่งว่า อย่าเพิ่งย้ายศพ เพราะเขาโทร.ไปแจ้งความแล้ว และตำรวจก็กำลังมา ศักยะได้ยินก็ระแวงตวาดใส่ธีระ เข้าใจว่าจะให้ตำรวจมาจับตน

“อะไรกันตั้น ตั้งสติหน่อยสิ พวกเราไม่มีใครคิดร้ายกับตั้นหรอกนะ” นิศราเข้ามาจับแขน แต่โดนศักยะระแวงผลักล้มลง

“เกินไปแล้วนะตั้น พี่เห็นว่าตั้นเพิ่งเสียคุณแม่ไปหรอกนะ ไม่งั้นล่ะก็...” ธีระโมโห

“ไม่งั้นจะทำไมคิดว่าฉันโง่เหรอ พวกแกทุกคนอยากเห็นฉันเข้าคุก อยากเห็นฉันตายกันทั้งหมดนั่นแหละ แต่ไม่มีวันซะหรอก คนอย่างฉันไม่มีทางติดคุก แล้วก็ไม่มีวันยอมให้พวกแกมาสมน้ำหน้าด้วย” ศักยะมองไปที่ศพแม่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ววิ่งออกไปจากบ้านพร้อมกับน้ำตา

ooooooo

ตาเลิศ รัชต์ และเรนตามมาสมทบกับธีระและนิศราที่โรงพยาบาล เพราะตำรวจส่งศพมาพิสูจน์ ธีระนึกโทษตัวเองที่ไม่ดูแลพิไลให้ใกล้ชิด ตาเลิศเข้ามาปลอบใจเพราะรู้จักพรายดีกว่าใคร รัชต์นึกห่วงเปรยว่าเป้าหมายต่อไปของพรายจะเป็นใคร

“แต่เรนว่ามันยังไม่ปล่อยพี่ตั้นไปง่ายๆหรอกค่ะนาย ถ้าพี่ตั้นยังมีประโยชน์กับมันอยู่”

“แต่ไอ้ผีพรายมันฆ่าแม่ของตั้นนะเรน ขนาดนี้แล้ว ตั้นจะยอมให้มันครอบงำอยู่อีกเหรอ”

“เรนก็ไม่แน่ใจนะคะนาย นาทีนี้เรนว่าเจ้าพรายมันรู้จักพี่ตั้นดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องหาผลประโยชน์จากความโลภของพี่ตั้น มันก็ทำสำเร็จมาตลอดไม่ใช่เหรอคะ” เรนเอ่ย ทุกคน ฟังแล้วก็หนักใจไปตามๆกัน

ส่วนศักยะตัดสินใจหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อให้พ้นจากพราย เขาโทร.หาเรนฝากให้ช่วยจัดการเรื่องงานศพพิไลด้วย เรนเกลี้ยกล่อมให้ศักยะยอมกลับมา ศักยะไม่ยอม

“ผมทำสัญญากับมันว่าจะเอาชีวิตชายคนหญิงคนไปแลกกับชีวิตแม่ผม ก่อนเที่ยงคืนเมื่อวาน ผู้ชายก็คือนายทัดสิงห์ แต่ผู้หญิงผมทำไม่สำเร็จ แม่ถึงต้องตายตอนนี้ผมรู้แล้ว ว่ามันคอยควบคุมทุกอย่าง บงการชักใยให้ผมทำตามความต้องการของมัน ถ้าผมกลับไปถึงไม่ติดคุกก็ต้องอยู่ใต้อำนาจของมันไปตลอด มีทางเดียว คือผมต้องหนีไปให้ไกลที่สุด ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักผม แล้วก็ไกลพอที่จะพ้นจากอำนาจของมัน ผมถึงจะรอด”

“พี่ตั้นคิดว่าจะหนีมันพ้นเหรอคะ”

“ผมไม่รู้ แต่ผมไม่ยอมติดคุกแน่ๆ ลาก่อนเรน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ” ศักยะกดปิดมือถือ

เรนถอนใจนึกเห็นใจและเข้าใจในชะตากรรมของศักยะ

ในตอนบ่าย เรนพาสร้อยทิพย์มาให้ปากคำเพิ่มเติมเรื่องคดีทัดสิงห์ สองแม่ลูกได้พบกับภรรยาเบอร์หนึ่งของทัดสิงห์ด้วย เธอตรงเข้ามาต่อว่าสร้อยทิพย์ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

เรนรีบปกป้องแม่ เธอขู่ภรรยาของทัดสิงห์ถึงเรื่องธุรกิจผิดกฎหมายที่นางทำอยู่ ภรรยาทัดสิงห์หน้าเสียรีบสงบท่าทีเดินหนีไป สร้อยทิพย์ยิ้มได้หันมาขอบใจลูก

“เป็นหน้าที่ของเรนอยู่แล้วค่ะแม่ เรนจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแม่ได้อีกแล้วค่ะ” เรนให้สัญญา  สร้อยทิพย์ยิ้มปลื้มเพราะทุกอย่างกำลังจะกลับมาดีเหมือนเดิม

แต่เมื่อเรนกลับมาถึงบ้าน พิมพ์พัสตราก็เข้ามาบ่น ที่ถูกเพื่อนๆ โทร.มาถามข่าวศักยะไม่หยุด เพราะอับอาย เธอว่าจะหลบข่าวไปอยู่เมืองนอกกับรัชต์ เรนถามเสียงแผ่วว่า รัชต์กลับมาคบกับพิมพ์พัสตราแล้วหรือ

“แหม เรื่องแบบนี้ไม่ต้องพูดก็น่าจะดูออก เรนก็บอกเองว่าไม่เคยเห็นพี่รัชต์มีใคร หรือบอกชอบใครนอกจากพิมเลยนี่จ๊ะ พี่รัชต์ไม่มีวันลืมพิมได้หรอกเรน” พิมพ์พัสตราสรุป

เรนหน้าเสียคิดหนักเรื่องรัชต์ ขณะที่ศักยะก็โดนพรายตามเล่นงานไม่เลิก มันมาบอกกับศักยะว่า จะเอาชีวิตรัชต์มาให้ตามสัญญา แต่ศักยะไม่ต้องการ เพราะสิ่งเดียวที่เขาอยากได้ตอนนี้คือ ให้พรายไปจากชีวิตของเขา

“ให้ข้าไปอย่างงั้นหรือ ข้าจะไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อข้าเป็นตัวแทนความโลภของท่าน ท่านคือผู้หล่อเลี้ยงให้ข้าเติบโตเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ข้าก็คือท่านยังไงล่ะศักยะ” พูดจบ พรายก็แปลงร่างเป็นศักยะยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“ไม่จริง” ศักยะตะโกนสุดเสียงพุ่งเข้าชก พรายเลือนหายไปมีแต่เสียงหัวเราะเยาะของมันดังก้องอยู่ศักยะยกมือปิดหู เพราะหวาดกลัวอย่างที่สุด

เช้าวันใหม่ รัชต์เดินหงุดหงิดออกมาที่รถเตรียมจะออกไปพบลูกค้า พิมพ์พัสตราตามมาวีน เพราะโกรธที่รัชต์ไม่ยอมไปเมืองนอกด้วย รัชต์สุดทนหันมาสวน

“พิมแต่งงานแล้วนะ แล้วสามีพิมก็กำลังมีปัญหา ถ้าพิมหนีไปเมืองนอกกับผู้ชายคนอื่น พิมไม่กลัวคนเขาจะนินทาเอาเหรอ”

“ตอนนี้ต่อให้พิมอยู่เฉยๆ พิมก็โดนนินทาอยู่ดีล่ะค่ะ พิมว่าพิมเลือกทางที่ตัวเองสบายใจที่สุดดีกว่า”

“พิมสบายใจ แล้วพี่ล่ะ พิมไม่คิดจะถามพี่หน่อยเหรอว่าพี่สบายใจไหม” รัชต์เดินหนีขึ้นรถ

“พี่รัชต์ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ” พิมพ์พัสตราตามไปขึ้นรถของรัชต์บ้าง  แล้วทั้งสองก็ทะเลาะกันไป
ตลอดทาง

ส่วนเรนเมื่อเห็นรัชต์ออกไปแล้วก็เดินซึมเข้ามาในครัว ตาเลิศนั่งทานข้าวอยู่หันมาเตือน “การเก็บปัญหาเอาไว้คนเดียว ไม่ใช่ทางแก้ปัญหานะเรน ทำไมไม่ลองพูดตรงๆ เปิดใจให้เข้าใจกันไปเลยล่ะ”

“มันไม่มีอะไรต้องพูดนี่คะตา ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายเขา คนอื่นจะไปก้าวก่ายอะไรได้ล่ะคะ”

“คิดอย่างงั้นจริงๆเหรอเจ้าเรน ถ้าเกิดคุณรัชต์เขาไปกับหนูพิมขึ้นมาจริงๆ เราจะไม่เสียใจแน่นะ”

“ทำไมเรนต้องเสียใจด้วยล่ะคะตา เมื่อเขาตัดสินใจยังงั้น ก็ชีวิตเขา เรนก็ทำบริษัทต่อไป เจ๊งก็ปิด ก็แค่นั้น” เรนรีบ หลบสายตา

ตาเลิศมองหลานอย่างรู้ทันแต่ไม่พูดอะไร หันมาทานข้าวต่อ เรนนั่งจ๋อยทานอะไรไม่ลง พอดีสร้อยทิพย์เดินถือซองใส่เอกสารเข้ามาถามเรนว่าใช่ของรัชต์หรือเปล่า เรนรับมาดูจำได้ว่าเป็นงานที่รัชต์ต้องใช้ในวันนี้จึงลุกไปโทร.หารัชต์ แต่รัชต์ออกรถไปไกลแล้ว และรถก็ติดมากด้วย เขาขอให้เรนช่วยเอามาให้ที่โครงการของคุณดิเรก เรนรับคำแล้วเดินออกไปที่รถ

ooooooo

รถของรัชต์ เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าสถานที่ก่อสร้างโครงการ รัชต์หันมาถามพิมว่าจะลงไปด้วยกันหรือจะนั่งรอในรถ เพราะที่ตรงนี้มีคนพลุกพล่านคงไม่มีอันตรายอะไร พิมพ์พัสตราขอนั่งรอในรถเพราะคุ้นเคยกับดิเรกจึงกลัวว่าเขาจะถามเรื่องศักยะ

“งั้นพี่ลงไปก่อนนะ เดี๋ยวสาย” รัชต์หอบงานลงจากรถไป

พิมพ์พัสตรามองตามด้วยความเจ็บใจ ที่รัชต์ไม่ใส่ใจตนเท่าที่ควร

รัชต์เดินมาถึงหน้าออฟฟิศชั่วคราว ดิเรกก็เดินออกมาเรียกบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยแต่ไม่อยากให้คนในออฟฟิศรู้ แล้วเดินนำรัชต์ไปคุยกันที่ใต้ตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จซึ่งเป็นมุมลับตา รัชต์สีหน้าเครียดเอ่ยถามดิเรก

“ถ้าคุณดิเรกมีปัญหา ยังไม่พร้อมที่จะจ้างงานบริษัทผมก็ไม่เป็นไรนะครับ”

“เปล่าหรอกครับ ทางผมน่ะพร้อมเสมอ เพียงแต่ที่เรียกคุณมาที่นี่ ก็เพื่อที่จะทำตามสัญญาเท่านั้นเอง”

“สัญญาอะไรครับ”

“ก็สัญญา ที่ข้าจะต้องฆ่าเอ็งนะสิ ไอ้รัชต์” เสียงดิเรกกลายเป็นเสียงพราย

รัชต์ตกใจ รู้ทันทีว่าถูกหลอกแล้ว เขาขยับจะหนี แต่ก็ช้าเกินไป นั่งร้านและกองอิฐที่เหนือศีรษะพังลงมาทับร่างรัชต์ เป็นเวลาเดียวกับที่เรนลงมาจากรถพอดี เธอได้ยินเสียงดังลั่นเหมือนของหนักๆพังถล่มลงมาก็มองหา และได้ยิน
คนงานตะโกนบอกว่านั่งร้านถล่มทับคนจึงเข้าไปดู พิมพ์พัสตรา เดินตามไปบ้าง

เรนมาถึงที่เกิดเหตุเห็นแฟ้มเอกสารของรัชต์อยู่นอกกองเศษก่อสร้าง ก็ตกใจรู้ว่าต้องเป็นรัชต์แน่ๆที่อยู่ใต้กองซากนั่น เธอรีบเข้าไปช่วยคนงานรื้อกองวัสดุ เพื่อช่วยรัชต์ออกมาอย่างไม่กลัวเจ็บ ขณะที่พิมพ์พัสตรายืนละล้าละลัง เพราะกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

รัชต์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เรนน้ำตาคลอเบ้า



“คนไข้มีกระดูกร้าวอยู่สองจุด แต่ก็ยังไม่น่ากังวลอะไรมาก ที่หนักจริงๆ คือสมองได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งตรงนี้คงต้องรอดูอาการอีกซักระยะนะครับ” เสียงหมอก้องอยู่ในหัวเรน

“แล้วคุณรัชต์จะมีโอกาสหายไหมคะคุณหมอ”

“หมอยังตอบตอนนี้ไม่ได้นะครับ ถ้าโชคดี คนไข้ก็อาจจะฟื้น แต่หมอก็ไม่กล้ารับรองนะครับว่าจะเหมือนเดิมรึเปล่า” หมอเดินจากไป

เรนน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ตาเลิศ สร้อยทิพย์และพิมพ์พัสตราเดินเข้ามาหาเรน เรนเช็ดน้ำตาพลางเอ่ยถามตาว่า ติดต่อพยาบาลเฝ้ารัชต์เรียบร้อยหรือยัง

“เรียบร้อยแล้ว คืนนี้จะมีพยาบาลมาเฝ้าคุณรัชต์ทั้งคืน แต่คืนต่อไป เราคงต้องเฝ้ากันเองล่ะนะ ไม่อย่างงั้น พวกเราอาจจะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย” ตาเลิศหน้าเครียด

“เราสลับกันเฝ้านายกันเองดีกว่าค่ะตา คงไม่มีใครดูแลนายได้รอบคอบเท่าพวกเรา” เรนเข้าใจ

พิมพ์พัสตรารีบออกตัวเธอไม่เอาด้วย เพราะมีอย่างอื่นต้องทำอีกเยอะ แล้วขอตัวกลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านเหมือนเดิม เพราะโทร.เรียกคนขับรถให้มารับแล้ว

“อ้าว จะกลับบ้านแล้วเหรอจ๊ะ หนูพิมไม่กลัวผีพรายแล้วเหรอ”สร้อยทิพย์เหลืออด

พิมพ์พัสตราหันไปมองสร้อยทิพย์ตาเขียวปั้ด ก่อนจะทิ้งค้อนแล้วเดินฉับๆเลี่ยงไป

“ทีเมื่อก่อนให้กลับก็ไม่กลับ พอคุณรัชต์ป่วยหนักก็ทิ้งไปหน้าตาเฉย” ตาเลิศส่ายหน้า

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณพิมทิ้งนายไปตอนลำบากหรอกค่ะตา”เรนหันไปมองรัชต์ที่นอนไม่รู้สึกตัวในห้องไอซียูด้วยความสงสารจับใจ

ooooooo

พรายต้องการกดดันศักยะให้ยอมกลับมาเป็นเครื่องมือของมัน มันจึงดลให้ศักยะฝันเห็นวิญญาณของคนที่ต้องตายเพราะเขาจะเข้ามาทำร้าย ศักยะร้องเรียกให้พิไลที่ยืนร้องไห้ให้ช่วยตนด้วย

“แม่ช่วยแกไม่ได้หรอกตั้น เรื่องวุ่นวายทั้งหมดเพราะแกทำตัวของแกเองทั้งนั้น” พิไลเสียใจ

“ผมไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับแม่ ทุกอย่างเป็นฝีมือไอ้พราย”

“แต่มึงฆ่ากู มึงฆ่ากูกับมือของมึงเอง มึงฆ่ากู” วิญญาณทัดสิงห์โผเข้าบีบคอศักยะ

ศักยะดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน แล้วสะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัว จนไม่กล้าหลับตาอีก

เมื่อเล่นงานศักยะจนพอใจแล้ว พรายก็มาเอาชีวิตรัชต์ที่โรงพยาบาล แต่เรนมาเห็นพอดี เธอตกใจร้องลั่นรีบถอดสร้อยพระที่คล้องคออยู่วางที่หน้าอกของรัชต์ ทันใดนั้น เงาดำก็สลายไป พยาบาลวิ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เรนเห็นเงาดำหายไปก็โล่งอกบอกว่า ไม่มีอะไร แล้วถามหาสร้อยพระของรัชต์

“ทรัพย์สินของคนไข้ทั้งหมด เราเก็บไว้ในเซฟค่ะ ญาติไปติดต่อรับคืนได้เลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” เรนยิ้มแล้วหันไปมองด้วยความหนักใจ เพราะถ้ามาช้าอีกนิดเดียวรัชต์คงไม่รอดแน่ เธอจึงออกมาปรึกษาเรื่องนี้กับตาเลิศ

“ไอ้ผีพรายมันคงตั้งใจจะมาเอาวิญญาณคุณรัชต์ ที่จริงคงกะจะฆ่าตั้งแต่แรกแต่อาจจะเป็นเพราะคุณรัชต์สวมสร้อยพระอยู่ ก็เลยทำไม่สำเร็จ เลยต้องตามมาเล่นงานที่โรงพยาบาลอีกที แต่รู้อย่างงี้ ก็ดีไปอย่างนะเจ้าเรน” ตาเลิศครุ่นคิด

“ดียังไงคะ”

“ก็แสดงว่าคุณรัชต์ไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ แต่ที่โคม่าเพราะฝีมือเจ้าพราย ถ้าเราดึงสติคุณรัชต์ให้พ้นจากเงื้อมมือเจ้าพรายได้ คุณรัชต์ก็มีทางรอดแล้วล่ะ”

“แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะคะตา ถึงจะดึงสตินายกลับมาได้” เรนเริ่มมีความหวัง

“ตาก็ไม่มั่นใจนักนะ แต่จะลองหาทางดู ช่วงนี้ก็พยายามหาคนที่คุณรัชต์สนิทสนมมาอยู่ใกล้ชิดก็แล้วกัน เผื่อจะเป็นพลังช่วยให้จิตคุณรัชต์เข้มแข็งขึ้น หนีพ้นจากการครอบงำของพรายได้” ตาเลิศแนะนำ

เรนคิดว่าคนเดียวที่พอจะช่วยได้คือพิมพ์พัสตรา จึงไปหาพิมพ์พัสตราที่บ้านขอร้องให้มาช่วยดูแลรัชต์

“พิมบอกแล้วไง ว่าพิมมีธุระต้องทำ จะให้ไปนั่งเฝ้าพี่รัชต์ทั้งวันทั้งคืน มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”

“เรนก็ไม่ได้ให้คุณพิมเฝ้าทั้งวันทั้งคืนซะหน่อย  แค่บางวันที่เรนจำเป็นต้องออกไปทำงานเท่านั้นเอง ช่วงนี้ตากับแม่ก็ต้องจัดการเรื่องงานศพน้าพิไลด้วย แต่ถ้าว่างเมื่อไหร่ เขาก็จะมาผลัดเวรให้แทน ไม่ให้คุณพิมต้องลำบากหรอกค่ะ”

“แล้วทำไมต้องเป็นพิมด้วยล่ะ ถ้าครอบครัวเรนไม่ว่างก็จ้างพยาบาลพิเศษเอาสิ เรื่องค่าใช้จ่ายพิมออกให้เองก็ได้”

“แต่ไม่มีใครเค้ารู้เรื่องเจ้าผีพรายเหมือนอย่างที่คุณพิมรู้นะคะ ให้นายอยู่ในมือคนอื่น ก็ไม่ปลอดภัยเหมือนอยู่กับพวกเราหรอกค่ะ แล้วที่สำคัญ คุณพิมกับนายผูกพันกันมาก ถ้าได้ดูแลใกล้ชิดกันบ่อยๆ บางทีอาจจะช่วยให้นายฟื้นขึ้นมาเร็วขึ้นก็ได้นะคะ”


“แต่พิมเกลียดโรงพยาบาล ยิ่งต้องมาดูแลคนป่วยอีก พิมทนไม่ไหวหรอกนะเรน”
“นายดูแลไม่ยากหรอกค่ะ ปกติก็นอนทั้งวันอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ เลยต้องมีคนอยู่กับนายตลอดเวลาเท่านั้นเอง นะคะคุณพิม นึกซะว่าเห็นแก่ความรู้สึกดีๆ ที่นายกับคุณพิมเคยมีให้กันเถอะนะคะ แล้วถ้าเรนทำงานเสร็จเมื่อไหร่ จะรีบกลับมาทันที ไม่รบกวนคุณพิมจนเกินไปหรอกค่ะ” เรนอ้อนวอน

พิมพ์พัสตราถอนใจเซ็ง  เพราะเรนพูดแบบนี้ ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง จึงจำใจมาเฝ้ารัชต์ที่โรงพยาบาลขณะที่ศักยะก็จำต้องหนีออกจากโรงแรม เพราะได้ยินแม่บ้านคุยกับเด็กเสิร์ฟว่า เขาอาจเป็นคนร้ายหนีคดีมา

ศักยะใส่แว่นดำเดินขึ้นมานั่งบนรถทัวร์ พรายตามมากระซิบข้างหู “พอคนสงสัยก็ต้องหนี หนีไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ท่านกลายเป็นคนน่าสมเพชแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ศักยะท่านมีบ้านใหญ่โตก็ไม่ได้อยู่ มีเงินมากมายก็ไม่ได้ใช้ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ทำงานให้ข้าซักชิ้นดีกว่า งานง่ายๆ แล้วข้าสัญญาว่าท่านจะได้ทุกอย่างคืนไป จะไม่มีใครเอาผิดท่านได้”

ศักยะเอามือปิดหู ไม่อยากได้ยิน แต่เสียงของมันยังคงดังก้องในหูต่อ “ลืมเรื่องแม่ท่านไปซะเถอะ ยังไงคนตาย ก็ฟื้นคืนไม่ได้ คิดถึงความสุข และเงินทองมหาศาลของท่านดีกว่า เชื่อข้า ท่านจะหลุดพ้นจากทุกคดี มีเงินใช้ไม่มีวันหมด เพียงแค่ท่านรับปากข้าเท่านั้น เป็นครั้งสุดท้าย ตกลงไหม”

“ไม่ ฉันจะไม่ยุ่งอะไรกับแกอีกแล้ว ไป ฉันบอกให้ไปไงล่ะ ไปให้พ้น” ศักยะตะโกนลั่น

ทุกคนในรถทัวร์หันมามอง ศักยะเห็นสายตาทุกคนก็ตั้งสติได้ เขาขบกรามแน่น สีหน้าเครียด

ooooooo

พิมพ์พัสตราชักเบื่อเพราะนั่งเฝ้ารัชต์มาเกือบทั้งวันจึงลุกออกไปเดินเล่น และบังเอิญเจอเพื่อนเก่าเข้ามาถามเรื่องศักยะ เธออับอายรีบเดินหนีมาสวนกับเรน เรนตกใจร้องถามว่าใครอยู่กับรัชต์

“นอนเป็นผักนึ่งอย่างงั้น ถึงไม่ตายก็ใกล้แล้วล่ะน่ะ พิมจะอยู่หรือไม่อยู่ก็มีค่าเท่ากันแหละ และพิมก็จะไม่มาที่นี่อีกแล้ว พิมไม่ต้องการเจอใครทั้งนั้น พิมเบื่อ เธอไม่ต้องหาเรื่องเดือนร้อนมาให้อีกนะเรน” วีนเสร็จ พิมพ์พัสตราก็สะบัดหน้าเดินหนีไป

เรนร้อนใจมากรีบวิ่งไปดูรัชต์ในห้อง เห็นเขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงก็เบาใจ “เรนขอโทษนะคะนาย ที่ดูแลนายได้ไม่ดี ต่อไปเรนจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วนะคะ ถ้าเรนมีงานหรือติดธุระอย่างอื่น เรนจะหาคนที่ไว้ใจได้มาอยู่กับนายนะคะ ตาบอกเรนว่า ถ้าหาคนที่ใกล้ชิดกับนายมาคอยพูดคุยด้วย อาจจะช่วยดึงสติของนายให้พ้นจากอำนาจเจ้าผีพรายนั่นได้ แต่เรนก็ไม่รู้จะหาใครจริงๆค่ะ คุณแม่นายก็อยู่ต่างประเทศ ส่วนคุณพิม” เรนบีบมือรัชต์แน่นอย่างรู้สึกผิด

ในขณะที่รัชต์เห็นตัวเองอยู่ในโลกวิญญาณเขาได้พบกับพ่อที่มาชวนให้ไปอยู่ด้วยกัน รัชต์ดีใจจะเดินเข้าไปหา แต่ทันใดนั้นเอง ก็ม