กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 7] ค่าของคน

KakongCh7.png
3-3-2011 22:59





ค่าของคน


ออกอากาศ : ละครหลังข่าว ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 20.25 น.
บทประพันธ์ : โรสราเรน
บทโทรทัศน์ : ศิริลักษณ์, ตุณย์, ศกุนกานต์
กำกับการแสดง : บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์
ผู้ผลิต : เอ็กซ์แซ็กท์ จำกัด


รายชื่อนักแสดง

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์   รับบทเป็น   ลักษณะ (ลักษมณ์)
วรนุช ภิรมณ์ภักดี   รับบทเป็น   รจเรจ (กล้วย)
รพีภัทร เอกพันธ์กุล   รับบทเป็น   พิมาน
พิชญา ศรีเทพย์   รับบทเป็น   นัฏฐา
อนุชิต สพันธุ์พงษ์   รับบทเป็น   เจษฎา
อาณัตพล ศิริชุมแสง   รับบทเป็น   ไก่
อภิษฎา เครือคงคา   รับบทเป็น   เจนจิรา
ชมพูนุช ปิยธรรมชัย   รับบทเป็น   จอย
ปภัสรา เตชะไพบูลย์   รับบทเป็น   คุณแข
ภัสสร บุณยเกียรติ   รับบทเป็น   คุณหญิงศรีสวัสดิ์
พิศมัย วิไลศักดิ์   รับบทเป็น   คุณยาย
ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา   รับบทเป็น   มาร์กี้
นภาพร หงสกุล   รับบทเป็น   ป้าเขียน
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม   รับบทเป็น   พุฒ


เรื่องย่อ ละครค่าของคน

ลักษมณ์ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) ขับรถเฉี่ยวหญิงสาวคนหนึ่งจึงเสนอจะจ่ายค่าทำขวัญเพื่อยุติ
เรื่อง แต่หญิงสาวปฏิเสธและต่อว่าเขาใช้เงินฟาดหัวคน เขาทั้งโกรธและประทับใจในตัวเธอ แต่ก็ได้พบว่า พิมาน(รพีภัทร เอกพันธ์กุล) น้องชายต่างมารดากำลังติดพันหญิงเดียวกันนี้ ซึ่งลักษมณ์ได้รู้ทีหลังว่า เธอชื่อ รจเรข (วรนุช ภิรมย์ภักดี) มีอาชีพเป็นนางรำ คุณแข(ปภัสรา เตชะไพบูลย์) มารดาเลี้ยงของเขาและมารดาแท้ๆ ของพิมานรังเกียจเธอ ลักษมณ์จึงใช้เงินจ้างรจเลขให้เลิกคบกับพิมานและมาแต่งงานกับเขา รจเลขที่กำลังร้อนเงินจึงจำยอม แต่ขอเป็นเพียงภรรยาทางนิตินัยเท่านั้น

การแต่งงานสายฟ้าแล่บของลักษมณ์ทำให้ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะ เจนจิรา(อภิษฎา เครือคงคา)
นางแบบสาวคู่ควงของลักษมณ์ ด้านพิมานผิดหวังจนยอมหมั้นกับ ณัฐฐา(พิชญา เชาวลิต) ลูกสาวของ คุณหญิงศรีสวัสดิ์(ภัสสร บุณยเกียรติ) ลักษมณ์ ยอมรับว่ารจเรขทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปและเริ่มรักเธอ แต่เขาคิดว่าเธอมาอยู่กับเขาเพื่อเงิน ด้านรจเรขก็แอบหลงรักลักษมณ์อยู่ แต่คิดว่าเขาแต่งงานกับเธอเพื่อกีดกันพิมานเท่านั้น ลักษมณ์พามาร์กี้(ชาร์เลท-วาศิตา แฮเมเนา)เด็กหญิงลูกครึ่งอายุแปดขวบมาที่บ้านและบอกว่าเป็นลูกสาวที่เกิดจากแฟนเก่า รจเรขรักและดูแลมาร์กี้เหมือนเป็นลูกของตัวเอง

ลักษมณ์เริ่มดีกับรจเรขจนเธอใจอ่อนยอมเป็นภรรยาของเขาอย่างสมบูรณ์ ลักษมณ์มอบแหวน
ให้กับรจเรข ส่วนไก่(อาณัตพล ศิริชุมแสง)พี่ชายของรจเรขก็ ติดพนันจนเป็นหนี้อีกครั้ง เธอจึงพยายามหาเงินช่วยพี่ แต่ไก่กลับฉวยโอกาสตอนรจเรขเผลอ ขโมยแหวนเพชรของเธอไปขายกับเสี่ยโอภาส เจนจิราที่คบกับเสี่ยโอภาสเห็นแหวนเข้าก็ชอบใจขอไปใส่ ลักษมณ์เห็นแหวนเพชรที่นิ้วเจนจิราและเห็นรจเรขนัดพบกับ เจษฎา(อนุชิต สพันธุ์พงษ์)ทนาย ที่เป็นเพื่อนของไก่และแอบรักรจเรขอยู่ ก็เข้าใจผิดว่าเธอแอบคบกับเจษฎาลับหลังเขา ลักษมณ์โกรธมาก เขาจึงกลับไปทำตัวเหลวไหลและควงกับเจนจิราอีกครั้ง

มาร์กี้ล้มป่วยเป็นโรคลูคีเมียและในที่สุดก็สิ้นใจ ด้านรจเรขก็ตั้งครรภ์ แต่การทะเลาะกันรุนแรง
บ่อยครั้ง ทำให้รจเรขเข้าใจว่าลักษมณ์ไม่รักเธอแล้ว เธอจึงขอหย่าจากเขา คนที่รู้ความจริงว่ารจเรขท้องมีเพียงณัฐฐา ลักษมณ์เลิกทำงานเอาแต่เที่ยว เจนจิราพยายามเข้ามาทำตัวเป็นคุณผู้หญิงแทนที่ ณัฐฐาขอยกเลิกการหมั้นกับพิมาน แต่พิมานที่รู้ใจตัวเองก็สารภาพความในใจทุกอย่างและบอกว่าผู้หญิงที่เขาอยาก อยู่ด้วยไปตลอดชีวิตคือเธอ ณัฐฐาจึงตกลงแต่งงาน

เจษฎารู้ว่ารจเรขท้อง เขาจึงขอแต่งงานกับเธอและรับเป็นพ่อของเด็ก แต่รจเรขปฏิเสธ ทำให้
เจษฎารู้ว่า ในใจของเธอ ไม่มีใครมาแทนที่ลักษมณ์ได้ เจษฎาทนเห็นรจเรขเศร้าไม่ไหว เขาจึงไปบอกความจริงกับลักษมณ์ ในวันหมั้นของพิมานกับณัฐฐา ณัฐฐาแน่ใจว่าลักษมณ์รักรจเรขไม่น้อยไปกว่ารจเรขรักเขา เธอจึงบอกพิมานและคุณแขว่ารจเรขกำลังตั้งครรภ์ เจษฎามาบอกความจริงทุกอย่างกับลักษมณ์ ทั้งเรื่องแหวนที่ไก่ขโมยไปทั้งเรื่องหนี้สินที่ทำให้รจเรขต้องยอมแต่งงาน เพื่อแลกเงิน ลักษมณ์เพิ่งรู้ตัวว่าเขาเข้าใจรจเรขผิด สุดท้ายความรักของทั้งสองจะลงเอยอย่างไร? รจเรขจะยอมกลับมาคืนดีกลับลักษมณ์อีกหรือไม่?


ที่มา :

เรื่องย่อแบบละเอียด ละครค่าของคน

ที่มา :


ตอนที่ 1

หน้าโรงเรียนสอนรำไทยของรจเรข...หรือที่เด็กนักเรียนเรียกกัน ว่า...ครูกล้วย เธอกำลังรีบจะไปทำงานพิเศษที่รับไว้ พอดี พิมาน นฤนารถไมตรี หนุ่มหล่อท่าทางภูมิฐานยื่นช่อดอกไม้มาให้ รจเรขสะดุ้งเล็กน้อย พิมานรีบบอกว่า "ผมติดงานเลี้ยงที่สถานทูต ไปดูคุณกล้วยแสดงคืนนี้ไม่ได้ เลยแวะเอาดอกไม้มาให้กำลังใจแทน"

"โธ่ คุณพิมาน การแสดงอะไรกันคะ ฉันไปทำงานนะคะ แค่รับจ้างรำแลกเงิน ไม่ใช่โอกาสพิเศษอะไรซักหน่อย"

"คุณกล้วยไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้เลย ถ้าคุณยอมให้ผมดูแล..."

"ฉัน ดูแลตัวเองได้ค่ะ ฉันเคยบอกคุณไปหลายหนแล้วนี่คะ ว่ามิตรภาพที่เรามีต่อกัน มีค่ามากสำหรับฉัน ฉันอยากให้เราสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไปมากกว่า"

"ผมเป็นนักการทูตนะครับคุณกล้วย อย่ามาใช้คำพูดหวานๆหลอกผมเลย ผมรู้ทันหรอกน่ะ ผมไม่ยอมเป็นแค่เพื่อนกับคุณแน่ๆ"

รจเรข หนักใจ แต่เธอต้องรีบไปทำงานจึงขอตัวเพราะรถดูท่าจะติดมาก พิมานจึงดึงมือเธอไปที่รถและขับพาไปส่ง ระหว่างทางรถติดหนักจนเจษฎาซึ่งทำหน้าที่พิธีกรของงานและเป็นคนหางานนี้ให้ เธอโทร.ตามอย่างร้อนใจ

"ไม่ต้องห่วงค่ะพี่เจษ พี่อุตส่าห์หางานให้กล้วย ยังไงกล้วยต้องไปให้ทัน ไม่ทำให้พี่เสียชื่อแน่ค่ะ" รจเรขวางสายแล้ววิ่งลงจากรถพิมานไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างทางทันที...

รถ สปอร์ตหรูของลักษมณ์แล่นมาด้วยความเร็ว   ในรถมีสาวสวยนั่งออเซาะนัวเนียจนเขาแทบไม่มีสมาธิในการขับรถ จนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ที่รจเรขซ้อนท้ายมา ลักษมณ์โมโหไล่แอนนิต้าลงจากรถ "หยุดพูด ลงไป...แล้วไม่ต้องโทร.มาหาผมอีก"

คนขับมอเตอร์ไซค์โขยกเขยกมาโวยใส่ลักษมณ์ หาว่ารวยแล้วขับรถไม่เห็นหัวชาวบ้าน ลักษมณ์มองปราดไปที่รถ

ตี ราคาอย่างชำนาญก่อนจะโยนเงินให้ห้าพันบาทและบอกว่าถ้าไม่พอก็รอตำรวจมา จัดการ คนขับเก็บเงินแล้วรีบเอารถออกไป ลักษมณ์มองไปเห็นรจเรขกำลังเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายใส่ถุง จึงเข้าไปช่วยและถามว่าเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม

"เวลาคุณขับรถชนคน คำแรกที่คุณพูดคือคำนี้เหรอคะ" รจเรขดึงของคืนมาอย่างไม่พอใจ

"ผมลืมไป คุณคงอยากได้ค่าเสียหายเหมือนกัน...ห้าพัน โอเคไหม" ลักษมณ์มองปราด

"คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะคะ"

"ดูถูก! แปลว่าผมให้ราคาต่ำไป...แปดพัน...หมื่นนึงเอ้า นี่ถือว่ามากแล้วนะ คุณไม่มีกระทั่งรอยถลอกด้วยซ้ำ"

"นี่ คุณ! ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ร่ำรวยมาจากไหน แต่ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ คุณต้องขอโทษฉัน" รจเรขเสียงเข้ม "ไม่ได้ยินรึไง ฉันต้องการให้คุณขอโทษ คุณผิด คุณต้องขอโทษ!"

ลักษมณ์ไม่พอใจ หยิบสมุดเช็คมาเซ็นหนึ่งแสนบาท ยัดใส่มือรจเรข "ผู้หญิงที่สั่งผมได้มีคนเดียว คือแม่ผมที่ตายไปแล้ว"

"น่า เสียดาย แม่คุณตายเร็วเกินไป เลยไม่มีใครสอนคุณเรื่องความดีงาม...เงินซื้อศักดิ์ศรีคนไม่ได้ จำเอาไว้" รจเรขฉีกเช็คขยำแล้วปาใส่หน้าลักษมณ์ ก่อนจะเดินหนีไป

ลักษมณ์โกรธแต่ก็ทึ่งที่เงินแสนยังโยนทิ้ง เขามองไปเห็นดอกจำปาตกอยู่ที่พื้นจึงเก็บขึ้นมา อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเจ้าของ

ooooooo

ห้อง แต่งตัวหลังเวที ที่รจเรขกำลังแต่งตัว เจษฎายืนบ่นว่าถ้าเธอมาช้ากว่านี้เขาคงต้องยื่นใบลาออกแน่ รจเรขเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้ฟังแล้วขอโทษขอโพย...พอหยิบกระบังหน้ามาสวมจึง เห็นว่าอุบะดอกจำปาหายไป พอดีมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีคนมาขอพบ เจษฎากับรจเรขทำหน้างง

ไก่เดินเข้ามา ไก่เป็นเพื่อนกับเจษฎา มีเรื่องด่วนจะคุยกับรจเรข แต่เจษฎาขอว่าให้รจเรขขึ้นไปรำให้เสร็จก่อน "ฉันรู้นะว่าเรื่องด่วนของแกน่ะ ไม่พ้นเรื่องเงิน แกเป็นพี่ชายคนเดียวของกล้วย เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน แทนที่จะหาเลี้ยงน้องเลี้ยงคุณยาย กลับหาเรื่องมาให้ไม่หยุดหย่อน ไม่สงสารคนอื่นบ้างหรือไงวะ ให้ตายเถอะ"

ไก่ไม่พอใจมองตามเจษฎาที่พารจเรขเดินออกไป แต่ก็เอาซองโฉนดที่ดินใส่ในกระเป๋าของรจเรขที่วางอยู่อย่างรู้สึกผิด...

พงษ์ ผู้บริหารวัยกลางคนกำลังต้อนรับลักษมณ์ และแนะนำให้รู้จักโรเบิร์ต อาร์มสตรอง กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ของบริษัท "คุณโรเบิร์ตครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักกับคุณลักษมณ์ นฤนารถไมตรี เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมที่บริษัทเราเช่าพื้นที่อยู่ครับ"

ทั้งสองพูด คุยกันสักพัก พอดีเจษฎาประกาศการแสดงชุดต่อไปคือ รำฉุยฉายพราหมณ์ ทุกคนจึงหันไปมองบนเวที ลักษมณ์ต้องตะลึงเมื่อเห็นรจเรขเป็นนางรำ เขาอดชื่นชมความงามอ่อนหวานของเธอไม่ได้จึงหยิบดอกจำปาจากกระเป๋าเสื้อมาดม รจเรขหมุนตัวมาเห็นลักษมณ์เข้าพอดีถึงกับชะงัก แต่ก็รำต่อไปได้ ทั้งโกรธทั้งอาย...ลักษมณ์ถามพงษ์ว่านางรำเป็นพนักงานบริษัทหรือ พงษ์ตอบว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนเจษฎา ชื่อกล้วย...

ขณะเดียวกัน ไก่มายืนมองรจเรขรำ พลันเห็นลูกน้องเสี่ยที่ตามมาเอาเงินจากเขาจึงคิดหนีแต่ไม่พ้น ถูกจับได้ข้างโรงแรม รจเรขเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเดินตามหาไก่ มาเจอกำลังจะถูกซ้อม

"มีอะไรกันรึเปล่าคะพี่ไก่!"

เสี่ยโอภาส เห็นรจเรขก็พึงพอใจ ยิ่งพอรู้ว่าเป็นน้องสาวไก่ก็เปลี่ยนข้อต่อรอง ถ้าไม่มีเงินสิบล้านมาจ่ายให้รจเรขมาอยู่กับเขาจนกว่าจะหาเงินมาได้แทนโฉนด ที่ดิน รจเรขแปลกใจว่าโฉนดอะไร ไก่จึงสารภาพว่าเขาเอาโฉนดที่ดินบ้านสวนไปวางเดิมพัน และเขาเสียพนัน

"แต่บ้านสวนนั่นมันของคุณยายนะคะพี่ไก่ ที่ดินผืนนั้นเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของคุณยาย คุณยายรักมันมาก พี่ไก่

จะยกให้ใครไม่ได้"

ไก่ รู้ว่าตัวเองผิดมาก แต่เขาก็ไม่ยอมให้เสี่ยโอภาสเอาตัวรจเรขไป ลักษมณ์เดินออกมาคุยโทรศัพท์เห็นรจเรขกำลังถูกยื้อไปมาก็เข้าใจผิด "นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ศึกชิงนาง..."

เสี่ยโอภาสยอมปล่อยรจเรขเมื่อไก่ บอกว่าจะยอมโอนที่ดินให้แต่ห้ามยุ่งกับน้องสาวเขา พอเสี่ยโอภาสกับลูกน้องกลับไป รจเรขก็โวยวายใส่ไก่ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ไก่กระซิบ "ไม่ต้องห่วงพี่ โฉนดอยู่ในกระเป๋ากล้วยเก็บเอาไว้ให้ดี"

ไก่ เดินตามพวกนั้นไป ลักษมณ์มองมาเห็นรจเรขวิ่งกลับเข้ามาในโรงแรม ไม่ทันไรก็เจอกับเจษฎาที่หอบข้าวของของเธอมา รจเรขเล่าเรื่องไก่ให้เจษฎาฟัง เขากุมมือปลอบใจเธอและประคองเธอออกไป  ลักษมณ์เห็นแล้วยิ่งยิ้มเหยียดดูถูก "...ที่แท้ก็มีอีกคน...สุดยอด"...

เจษฎามาส่งรจเรขที่บ้านเช่า ปกติเธออยู่กับป้าเขียน คนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่วันนี้ไปค้างที่บ้านสวนเมืองนนท์ของคุณยายเธอ สองคนปรึกษากันเรื่องโฉนดที่ดินที่ไก่แอบมาซ่อนไว้ในกระเป๋ารจเรข เจษฎาซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ เขาตรวจดูแล้วเห็นว่าที่ดินเป็นชื่อคุณยาย อย่างไรเสียไก่ก็จะยกให้ใครไม่ได้ รจเรขเสียใจที่ไก่ไปหลอกเขาอีกแล้ว และเป็นห่วงคุณยายจะเดือดร้อน เจษฎาเห็นรจเรขร้องไห้จึงกอดปลอบ...นอกรั้วบ้านมีคนแอบถ่ายภาพสองคนไว้

ooooooo

บริเวณ บ้านนฤนารถไมตรี มีบ้านหลังใหญ่อย่างคฤหาสน์ ภายในตกแต่งหรูหรา มีภาพพ่อของลักษมณ์ ในชุดขาวเต็มยศสมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ถ่ายคู่กับแม่ในชุดไทยพร้อมสายสะพาย และมีเรือนขาวอีกหลังอยู่ในสวนร่มรื่นเป็นของคุณแขแม่เลี้ยงของลักษมณ์และ เป็นแม่แท้ๆของพิมาน ภายในบ้านมีแย้มเป็นแม่บ้านเก่าแก่ และมีชื่น จิต และพุฒเป็นคนรับใช้

เช้านี้ ลักษมณ์เดินมาจะขอกาแฟคุณแขกิน พิมานเตรียมตัวจะไปทำงานยืนดักรออยู่ ลักษมณ์แซวว่าไปทำงานสายแบบนี้เดี๋ยวไม่ได้สองขั้นหรอก พิมานไม่สนใจกลับบอกว่าเขามีเรื่องขอร้อง พิมานจะถูกคุณแขจับให้แต่งงานกับณัฏฐา ลูกสาวคุณหญิงศรีสวัสดิ์กับท่านรัฐมนตรีช่วยนพพร ลักษมณ์อึ้งกึ่งขำ

"เล่น ลูกสาวเจ้านายเลยเหรอ ก็ดีนี่ ลูกทูต หลานทูต แถมฝั่งแม่ก็เป็นผู้ดีแปดสาแหรกเก้าไม้คาน มีคุณสมบัติเหมาะสมทุกประการ ที่จะเป็นภรรยาของคนที่อยากเป็นทูตอย่างนาย"

"แต่ผมมีคนรักอยู่แล้ว ผมไม่ต้องการแต่งงานกับใครทั้งนั้น นอกจากเขา ผมเลยอยากขอร้องให้พี่ลักษมณ์ช่วยพูดกับแม่หน่อย"

"แล้วทำไมนายคิดว่าคุณแขเค้าจะฟังฉัน"

"แม่ เชื่อพี่ลักษมณ์ทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะพี่ลักษมณ์ เป็นลูกของนายแม่ แม่พูดเสมอว่าพี่ลักษมณ์เป็นทั้งลูกเป็นทั้งนาย พี่ลักษมณ์ทำอะไรก็ดีก็ถูกไปหมด ถ้าพี่ลักษมณ์ช่วยพูดแทนผมทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา" พิมานพูดอย่างน้อยใจนิดๆ

"ฉันว่า ฉันทำเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้วนะ เมื่อไหร่ นายจะแก้ปัญหาชีวิตของตัวเองได้ซะทีวะ ไอ้น้องชาย"

"เมื่อผมเก่งเท่าพี่ลักษมณ์มั้งครับ แต่ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่"

ลักษมณ์ เห็นพิมานทำหน้าน้อยใจก็สงสาร  จึงถามว่าผู้หญิงที่รักเป็นคนดีจริงหรือ พิมานรับรองหนักแน่น ลักษมณ์จึงตบไหล่พิมานตกลง...ลักษมณ์เดินมาหาคุณแขที่กำลังตัดแต่งต้นไม้ อยู่หลังเรือนขาว คุณแขมักจะถามเขาถึงเรื่องแต่งงานเสมอ ครั้งนี้ก็ถามอีก ลักษมณ์จึงบอกว่าอย่าเพิ่งถามเขาเลย มาจัดการเรื่องของพิมานก่อน คุณแขจึงถือโอกาสปรึกษา พอดีจิตพาวีรวัฒน์ซึ่งเป็นทนายประจำตระกูลเข้ามา ลักษมณ์แปลกใจ

"คุณแขถึงกับต้องเรียกทนายมาเลยเหรอครับเนี่ย"

"แม่ เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะพูดอะไรก็อยากให้มีหลักฐาน ไม่งั้นคุณลักษมณ์จะหาว่าแม่อคติ แม่ให้คุณวีรวัฒน์ตามสืบประวัติผู้หญิงที่พิมานไปติดพัน...เค้าชื่อรจเรขค่ะ เป็นครูสอนรำไทยและก็รับจ้างรำตามงาน เป็นคนสวยมากเลยมีผู้ชายมาติดพันเยอะแยะไปหมด และก็ดูเธอจะสนิทสนมกับทุกคนมาก"

ลักษมณ์อมยิ้มคิดไปถึงคนที่เขาขับ รถเฉี่ยว คุณแขเอารูปที่ให้วีรวัฒน์ไปแอบถ่ายออกมาให้ดู เขาถึงกับตะลึง คุณแขถามว่าเขารู้จักด้วยหรอ ลักษมณ์เยาะหยัน "อย่าเรียกว่ารู้จักเลยครับคุณแข เรียกว่า   รู้เช่นเห็นชาติจะถูกกว่า... ถ้าหากว่าผู้หญิงคนที่พิมานพูดถึงคือยัยคนนี้ล่ะก็ พิมานตามไม่ทันเกมเจ้าหล่อนแน่ๆ"

คุณแขตกใจขอร้องให้ลักษมณ์ช่วย เขาตัดสินใจจะจัดการเรื่องนี้เอง แต่ด้วยวิธีไหนเขายังบอกไม่ได้ ให้คุณแข จัดการเรื่องพิมานไปได้เลย คุณแขจึงจัดการนัดกับทางคุณหญิงศรีสวัสดิ์ว่าเสาร์นี้จะให้สองคนได้พบกัน แม้ท่านนพพรจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ไม่อยากขัดใจ ณัฏฐาเองก็เหนื่อยใจ แต่  เพราะความเป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาทจึงเฉยเสีย

ooooooo

วันนี้ ลักษมณ์จึงมาหารจเรขที่โรงเรียน ไม่ทันพูดอะไรก็ถูกเธอไล่ ลักษมณ์ตำหนิ "พูดให้เพราะๆหน่อยสิคุณ ผมเป็นลูกค้านะ ผมมาจ้างคุณไปทำงาน"

"ฉันไม่รับ เชิญคุณกลับไปได้ค่ะ"

"เพราะอะไร อย่าบอกนะว่าคุณเลือกลูกค้า เพราะผมบังเอิญรู้มาว่า คุณน่ะ...ไม่เลือก..."

"คุณเป็นใคร ฉันไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงมาพูดจาก้าวร้าวดูถูกฉันแบบนี้"

"ผมเป็นพี่ชายของพิมาน"

รจเรข อึ้งไปนิดก่อนจะพูดถากถางว่าไม่น่าเลยที่คนดีๆอย่างพิมานจะมีพี่ชายแบบนี้ ลักษมณ์จึงย้อนกลับว่า เพราะน้องเขาเป็นคนดีเกินไป เขาถึงมีเรื่องจะพูดด้วย รจเรขเคืองแต่ยอมไปนั่งคุยกับเขาที่ร้านกาแฟข้างโรงเรียน ลักษมณ์โพล่งขึ้นมาว่า

"ผมจะจ้างคุณล้านนึง เลิกยุ่งกับน้องชายผม"

"คุณหมายความว่ายังไง!" รจเรขตกใจ

"เฮ้อ...เค้า ว่าคนสวยไม่ฉลาดเห็นจะจริง ผมพูดให้ฟังใหม่ก็ได้ ผมต้องการให้คุณออกไปจากชีวิตของพิมาน เลิกคบหา เลิกติดต่อกับเขา หรือพูดให้ตรงยิ่งกว่านั้น เลิกหว่านเสน่ห์ ปั่นหัวน้องชายของผมเสียที"

รจเรข รู้สึกหน้าชา ลักษมณ์ยังบอกอีกว่า อนาคตของพิมานยังมีอีกไกล ต้องไปเป็นทูต ผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาต้องเป็นคนที่ดี ไม่ใช่คบหาผู้ชายให้เปรอะไปหมดอย่างเธอ รจเรขตกใจไม่คิดว่าจะถูกกล่าวหารุนแรงอย่างนี้ กว่าจะรวบรวมกำลังใจตอบโต้ออกไปว่า

"เงินล้านนึงแลกผู้ชายดีๆ อนาคตไกลอย่างคุณพิมาน แถมพ่วงด้วยตำแหน่งภริยาทูตไม่ถูกไปหน่อยเหรอคะ"

"แล้วคุณจะเอาเท่าไหร่" ลักษมณ์คิดแล้วว่ารจเรขเห็นแก่เงินจริงๆ

"คุณไม่มีปัญญาจ่ายหรอกค่ะ แค่นี้ใช่มั้ยคะธุระของคุณ" รจเรขจะเดินไป

ลักษมณ์ คว้าแขนไว้พูดเสียงเข้ม "ผมไม่ใช่คนไม่รู้ของ ผู้หญิงอย่างคุณ ห้าพันก็แพงแล้ว อย่าทำเป็นเล่นตัวโก่งราคาหน่อยเลย ไม่สำเร็จหรอก"

รจเรขโกรธมากคว้าถ้วยกาแฟสาดใส่หน้าลักษมณ์ "หอบเงินของคุณไปลงนรกที่ไหนก็ไป ไป๊!"

รจเรขเดินออกมาหน้าร้านทั้งโกรธทั้งอาย ลักษมณ์ตามมาดึงตัวเธอไว้ "กล้าดียังไงมาทำกับผมแบบนี้"

รจเรขโต้ว่าเธอไม่แจ้งตำรวจจับข้อหาหมิ่นประมาทก็ดีเท่าไหร่แล้ว ลักษมณ์จึงเพิ่มเงินให้เป็นห้าล้านบาทเพื่อแลกอนาคตของพิมาน รจเรขเผลอตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด ลักษมณ์โมโหดึงตัวเธอมาประชิด จ้องเข้าไปในดวงตาเธออย่างโกรธแค้น รจเรขจ้องกลับไม่เกรงกลัว เขาเอานามบัตรใส่กระเป๋าเธอก่อนจะบอกว่าอยากได้เงินเท่าไหร่ให้โทร.บอก แล้วผละจากไป...

กลับมาเรือนขาว ลักษมณ์เล่าเรื่องให้คุณแขฟัง เธอเป็นกังวลที่เขาต้องมาเสียเงินมากมาย แต่ลักษมณ์เห็นว่า พิมานเป็นลูกพ่อคนหนึ่งและมีอนาคตที่ดี คุณแขพูดเสมอว่า พิมานโชคดีที่มีพี่ชายอย่างลักษมณ์...จิตแอบได้ยินหน้าตื่น พลันพิมานกลับมาจะเข้าบ้าน จิตรีบกันกลัวพิมานได้ยินเรื่องที่คุณแขคุยกับลักษมณ์ พอดีสองคนเดินออกมา พิมานทัก

"โอ้โห พี่ลักษมณ์กลับมาถึงบ้านก่อนผม วันนี้ฝนตกหนักแน่ คุยเรื่องสำคัญอะไรรึเปล่าครับ" พิมานแอบหวังว่าลักษมณ์มาคุยเรื่องที่เขาขอร้อง

คุณแขรีบบอกว่าพรุ่ง นี้บ่าย คุณหญิงศรีสวัสดิ์ชวนไปทานอาหารที่บ้าน ทั้งพิมานและลักษมณ์ด้วย พิมานหน้าเบ้ ไม่อยากไป หันมองลักษมณ์หวังให้ช่วย แต่ลักษมณ์กลับบอกให้ ลองไปดูฟรีๆจะกลัวอะไร พิมานงงว่าลักษมณ์มาไม้ไหนกันแน่

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น หลังจากคุณยายใส่บาตรเสร็จ เห็นไก่ กับชายแปลกหน้าสามสี่คนมายืนชะเง้อหน้าบ้าน คุณยายดีใจที่ไก่มา แต่ก็แปลกใจที่หน้าตาบอบช้ำ เสี่ยโอภาสรีบแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อน เขาชอบบ้านคุณยาย ที่เป็นบ้านสวนริมน้ำ มีเนื้อที่หลายสิบไร่ คุณยายจึงบอกว่า ถ้าสนใจจะหาซื้อคงไม่มีแล้ว เพราะที่อยู่กันนี่ก็เป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมารุ่นปู่ย่าตายาย ไม่มีใครขายหรอก

เสี่ยโอภาสรีบเข้าไปประคองคุณยายเดินเข้าบ้านแล้ว ชวนคุย ไก่หน้าเสียทำอะไรไม่ถูก พอดีรจเรขมารับป้าเขียน เห็นไก่ก็ตกใจ เสี่ยโอภาสดีใจ "แหม มาพอดีเลย ดีครับ จะได้คุยกันไปเลยทีเดียว พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว"

รจเรขมาจัดน้ำท่าในครัว ป้าเขียนแอบถามว่าไก่ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกหรือเปล่า รจเรขจึงเล่าให้ฟังแต่ห้ามบอกคุณยาย พอดีได้ยินเสี่ยโอภาสขอซื้อที่จากคุณยาย รจเรขจึงรีบออกมาบอกว่า "ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะ ว่าบ้านสวนเป็นสมบัติชิ้นเดียว ของเรา ฉันให้ใครไม่ได้"

เสี่ยโอภาสไม่ค่อยพอใจจึงแกล้งขู่เล่าเรื่องคนที่ ขัดใจไม่ขายที่ให้เขาแล้วผลสุดท้ายต้องตายในกองไฟไปกับบ้านที่ดิน รจเรขเชิญเสี่ยโอภาสออกมาคุยหน้าบ้าน เธอเตือนเขาอย่ามาพูดจาข่มขู่คุณยายของเธอ เสี่ยโอภาสจึงให้ไปบอกคุณยายเซ็นขายที่ให้เขามิฉะนั้นเขาจะเอาชีวิตไก่ รจเรขตกใจ "อย่านะ อย่า เอาเงินไป ฉันจะเอาเงินใช้หนี้ให้เสี่ยแทน"

เสี่ย โอภาสเห็นความใจเด็ดของรจเรขจึงยอมให้โอกาส อีกสามวันเขาจะกลับมา ทั้งไก่และป้าเขียนตกใจที่รจเรขไปรับปากพวกมันแบบนั้น รจเรขทรุดลงน้ำตาไหลพราก "ป้าเขียนก็เห็น เค้าจะฆ่าพี่ไก่ เค้าขู่จะทำร้ายคุณยาย ป้าเขียนจะให้กล้วยทำยังไง"

"พี่ผิดเอง พี่มันเลว กล้วยน่าจะปล่อยให้มันฆ่าพี่ซะ พี่ทำให้กล้วยกับคุณยายต้องเดือดร้อน คนอย่างพี่อยู่ไปก็สร้างแต่ปัญหา ให้มันฆ่าพี่ให้ตายไปซะเลยดีกว่า จะได้จบๆกันไป"

ไก่จะวิ่งตามพวก เสี่ยโอภาสไป รจเรขดึงไว้ร้องห้าม "พี่ไก่ขา อย่าพูดอย่างนี้ พ่อแม่ก็ทิ้งเราไปแล้ว ในโลกนี้ กล้วยก็เหลือแต่คุณยายกับพี่ กล้วยจะปล่อยให้เค้าฆ่าพี่ได้ยังไง..."

ในขณะเดียวกัน คุณแขพาลักษมณ์กับพิมานมาที่บ้านคุณหญิงศรีสวัสดิ์ ลักษมณ์เพลินกับการชมบ้านโบราณ คุณแขให้พิมานไปตามณัฏฐามา พิมานรู้ทันเลี่ยงอย่างสุภาพว่า เขาเพิ่งมาเป็นครั้งแรก และยังไม่เคยเห็นหน้าณัฏฐามาก่อน คุณแขเปรยว่า

"บ้านนี้เค้ามีลูกสาวคนเดียวจ้ะ หาไม่เจอก็แย่แล้ว ไปค่ะ คุณหญิง ท่านรอง ไปนั่งคุยกัน"

พิมาน ถอนใจ จำต้องเดินไปหลังบ้าน ถามสาวใช้ว่าณัฏฐาอยู่ไหน สาวใช้ชี้ไปในสวนจึงเดินตามไป เห็นณัฏฐากำลังเขย่งจะเอารังนกที่ตกลงมาเก็บขึ้นไปบนต้นไม้ พลันลื่นหงายหลัง พิมานเข้ามารับไว้ ทั้งสองสบตากันตะลึงๆ พิมานรีบแนะนำตัวแล้วถามว่าเธอเป็นอะไรไหม"

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่เจ้านี่สิคะ..." ณัฏฐาชูรังนกให้ดู พิมานจึงเอาไปวางบนคบไม้ให้...

กลับ มาที่วงข้าวแช่ที่จัดวางอย่างสวยงาม คุณแข คุณหญิงศรีสวัสดิ์ ท่านนพพร และลักษมณ์กำลังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย พอณัฏฐามาเล่าเรื่องที่พิมานช่วยลูกนกและขอบคุณ คุณแขขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอาหารอร่อยๆเสาร์หน้า พิมานบ่ายเบี่ยงว่าอย่าเลยเกรงใจ

"ถ้าเกรงใจไม่อยากให้เค้าทำเปล่าๆ นายก็ให้คุณแขเอาแหวนเพชรมาเป็นรางวัลให้คุณณัฏฐาสักวงซิ ดีไหมครับจะได้หายกัน" ลักษมณ์แกล้งขัดคอ

ผู้ใหญ่ หัวเราะชอบใจ ณัฏฐาก้มหน้าเขิน พิมานตีหน้านิ่งไม่พอใจที่ลักษมณ์จะชงทำไม...ลักษมณ์เดินออกมาคุยโทรศัพท์ สั่งงาน พิมานตามมาต่อว่า ลักษมณ์จึงเตือนว่าณัฏฐาเป็นเด็กดี น่ารักและดูจะชอบพิมาน แต่พิมานยืนกรานว่าเขาชอบรจเรข

"แกคิดผิด! แกกำลังจะทิ้งเพชรแท้ไปคว้าเพชรเทียม ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี เขาจ้องจะจับแกเพราะหวังเงิน"

"ไม่จริง พี่ลักษมณ์ไม่รู้จักคุณกล้วย เขาไม่ใช่คนเห็นแก่เงินอย่างที่พี่เข้าใจ"

ลักษมณ์ กำลังจะโต้กลับ พอดีมือถือดังขึ้น เขารับสายโดยไม่ทันมองว่าใคร "ฉันเองค่ะ รจเรข ฉันต้องการคุยกับคุณ เรื่อง...ข้อเสนอของคุณเมื่อวาน"

ลักษมณ์ แปลกใจ คุยไม่ถนัดจึงบอกไปว่าเขาไม่ว่างวันนี้ แต่รจเรขบอกว่าเธอมีความจำเป็นต้องคุยวันนี้ ลักษมณ์ เหยียด "โอ้โห ร้อนเงินหรือร้อนอะไรเนี่ย ถ้าคุณร้อนขนาดนั้น มาหาผมตอนนี้เลยไหมล่ะ"

รจเรข ยินดี ลักษมณ์มองหน้าพิมานแล้วจึงพูดใหม่ว่า "ผมเปลี่ยนใจแล้ว คุณอย่ามาเลย เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากได้เงินจริงๆ ไปหาผมที่เดอะ คลับ แล้วกัน ห้าทุ่มคืนนี้"

รจเรขตกใจเพราะมันดึกมากสำหรับเธอ แต่ลักษมณ์ ยืนยันว่าไม่ใช่เวลานั้นก็ไม่ต้องมา รจเรขจำต้องยอม ลักษมณ์ วางสายยิ้มอย่างสะใจ   พิมานถามว่านัดกับใคร ลักษมณ์ตอบว่านัดสาว

พิมาน บ่นอย่างอ่อนใจ "พี่ลักษมณ์คบแต่ผู้หญิงแบบนี้ ถึงได้เข้าใจว่าผู้หญิงเห็นแก่เงินไปหมด ถ้าพี่ลักษณ์รู้จักคุณกล้วย พี่ลักษมณ์จะรู้ว่าผู้หญิงดีๆที่ผู้ชายอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตเป็นยัง ไง   ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนเป็นแบบที่พี่ลักษมณ์รู้จัก"

"แกมันอ่อนหัดนัก พิมาน พี่จะบอกอะไรให้ ผู้หญิงน่ะเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ราคาเท่านั้น ว่าใครถูกใครแพง" ลักษมณ์หัวเราะเยาะ...

มา ถึงหน้าคลับหรู ลักษมณ์ควงเจนจิรานางแบบสาวเซ็กซี่เข้ามา มีจอยเดินตามหลังมาด้วย เจอคนรู้จัก เขาแนะนำว่าเจนจิรากับจอยเป็นเพื่อน   จอยจึงยั่วเจนจิราว่าลักษมณ์ไม่คิดจริงจังด้วย ฉะนั้นยากถ้าคิดจะจับ ยิ่งพอได้ยินลักษมณ์สั่งพนักงานให้เปิดห้องวีไอพีไว้เพื่อรอรับแขกคนสำคัญ เจนจิรายิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร ไม่ทันไร รจเรขเดินเข้ามาเป็นจุดเด่นให้ทุกคนมองเพราะความสวยและลักษณะเธอไม่เหมือนคน เที่ยวกลางคืน...

ooooooo
ตอนที่ 2

รจเรขโทร.บอกลักษมณ์ว่าเธอมาถึงแล้ว เธอพยายามมองฝ่าความมืดหาลักษมณ์ เห็นพนักงานเดินมาจึงให้ช่วยตาม ระหว่างรอมีชายขี้เมาเข้ามาชวนเธอไปนั่งด้วย รจเรขเดินหนี แต่ถูกชายขี้เมาขวางไว้ พลันมีมือมาโอบเอวเธอ ลักษมณ์พูดขึ้นว่า "รอนานไหมครับ ที่รัก...."

ชายขี้เมาหน้าเจื่อนเดินหนีไป รจเรขจะผละออกจากลักษมณ์ แต่เขากลับโอบเอวเธอเดินไปห้องวีไอพี เจนจิรามองตามด้วยความโกรธ...พอมาถึงห้องวีไอพีรจเรขก็ถอยห่าง ลักษมณ์ปรบมือให้ "เหมือนมาก ทำท่าอินโนเซนส์อย่างกับไม่เคยต้องมือชาย คุณนี่เล่นละครเก่งนะ"

"ฉันเป็นนางละคร ก็ต้องเล่นละครเก่งเป็นธรรมดา" รจเรขประชด

"ผมก็เรียนบิซิเนสมา ต่อรองราคาเก่ง คุณจะเอาเท่าไหร่ ว่ามา"

พอรจเรขบอกว่าสิบล้าน ลักษมณ์สวนทันที "คิดว่าตัวเองเป็นสินค้าเกรดเอรึไงคุณ คุณน่ะเป็นสินค้ามือสอง อย่ามาย้อมแมวขายผมดีกว่าน่า"

"จะ มือหนึ่งมือสอง ฉันก็เป็นคนที่คุณพิมานอยากจะแต่งงานด้วย ทำไมคะสิบล้านนี่แพงไปเหรอคะ แลกกับอนาคตของผู้ชายดีๆอย่างคุณพิมานที่คุณไม่ต้องการให้มายุ่งกับฉัน"

ลักษมณ์ มองอย่างหมั่นไส้ ถามว่าเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเธอจะไม่ขี้โกง รจเรขสาบานหรือจะให้เธอเขียนเป็นลายลักษณ์ อักษรก็ได้ ลักษมณ์ได้ที "สัญญาก็ฉีกทิ้งได้ มีทางเดียวที่พิมานจะไม่กลับไปหาคุณอีก ไม่ว่าคุณจะทอดสะพานยั่วยวนยังไง คุณต้องมาเป็นผู้หญิงของผม"

"หมายความว่ายังไงคะ" รจเรขตกใจแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

"ผู้หญิงของผมก็หมายความว่าต้องมาอยู่กับผม มานอนกับผม  พิมานกับผมถึงเป็นพี่น้องกัน  แต่ของแบบนี้เราไม่ใช้ ร่วมกันแน่"

รจเรข โกรธจะตบหน้าลักษมณ์ แต่เขาคว้ามือเธอกระชากมาประชิด "คราวที่แล้วผมยอมให้ เพราะคิดว่าคุณเป็นสุภาพสตรี แต่คราวนี้ถ้าคุณตบผม ผมเอาคืนแน่ เอ...หรือว่าคุณอยากให้ผมเอาคืน"

รจเรขผลักอกลักษมณ์ โกรธจนตัวสั่น "ฉันผิดเองที่คิดว่าจะตกลงกับคุณได้ ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย..."

เจน จิราเห็นรจเรขวิ่งร้องไห้ออกมาก็ตกใจ ไม่ทันไร ลักษมณ์วิ่งตามออกไป รจเรขกำลังจะขึ้นแท็กซี่ ลักษมณ์มาปิดประตูรถและดึงเธอไป รจเรขถามว่าเขาต้องการอะไร

"เรายังพูดกันไม่จบ คุณเป็นคนนัดผมมาเองนะ ไม่อยากได้เงินแล้วมาทำไม"

รจเรข ได้สติรู้สึกเจ็บปวดแต่ต้องฝืนพูด "จริงของคุณค่ะ นาทีนี้ ไม่มีอะไรสำคัญกับฉันมากไปกว่าเงินอีกแล้ว ตกลงค่ะ ฉันยอมรับจ้างเป็นผู้หญิงของคุณ แลกกับเงินสิบล้านบาทและทะเบียนสมรสอีกหนึ่งใบ"

"อะไรนะ!"

"คุณ อยากให้ฉันเป็นผู้หญิงของคุณ เพราะอยากให้คุณพิมานเลิกยุ่งกับฉันไม่ใช่เหรอคะ...ฉันยอมเป็นภรรยาของคุณ แต่เป็นเพียงในนามเท่านั้น"

"เป็นแต่ในนามแล้วทำไมจะต้องจดทะเบียนด้วย"

"ฉัน ต้องการเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี แต่คุณไม่ต้องกลัว ฉันจะเซ็นใบหย่าเอาไว้ ให้ล่วงหน้า ทันทีที่คุณพิมานแต่งงาน เราจะหย่ากัน"

ลักษมณ์นิ่งคิด รจเรขจึงบอกว่าหรือจะให้เธอไปยื่นข้อเสนอนี้กับพิมาน เธอเชื่อว่าเขาต้องหาเงินสิบล้านมาให้เธอได้แน่ ลักษมณ์ไม่พอใจยังไม่ทันพูดอะไร เจนจิรากับจอยเดินเข้ามาเกาะแขนและมองรจเรขด้วยสายตาเหยียดๆ ถามว่านี่ใคร ลักษมณ์อยากเอาชนะจึงแนะนำ

"คุณรจเรขครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก คุณเจนจิรา เจนครับ นี่คุณรจเรข ภรรยาของผม"

เจน จิรากับจอยช็อก ลักษมณ์ย้ำว่ารจเรขกับเขากำลังจะแต่งงานกัน รจเรขอ่านออกว่าเจนจิราคงเป็นผู้หญิงคนหนึ่งของลักษมณ์ จึงขอโทษเธอที่ทำให้ตกใจ เจนจิราโกรธวิ่งหนีไป จอยรีบวิ่งตาม รจเรขบอกลักษมณ์ให้ตามไปง้อ แต่เขากลับพูดเย้ยว่า แค่เรื่องแต่งงานไม่ทำให้เจนจิราผิดใจกับเขาหรอก รจเรขสบตากับลักษมณ์อย่างท้าทายไม่หวั่น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ลักษมณ์ให้วีรวัฒน์มาที่บ้านแต่เช้าเพื่อบอกว่าเขาจะแต่งงานวันนี้ พุฒได้ยินตกตะลึง รีบไปบอกข่าวทุกคนในบ้าน...พอคุณแขรับฟังเรื่องจากลักษมณ์แทบช็อก

"แต่ง งานหลอกๆแต่ต้องจดทะเบียนสมรสจริงๆ แม่ ไม่เห็นด้วย แม่ขอให้คุณลักษมณ์ช่วยกันพิมานออกจากผู้หญิงคนนั้นก็จริง แต่ที่คุณลักษมณ์จะลงทุนถึงขั้นแต่งงานกับเขา ให้เขามาใช้นามสกุลนฤนารถไมตรี มันเกินไป"

"โธ่คุณแขคิดมากไปได้ จดทะเบียนเสร็จปุ๊บก็เซ็นใบหย่าปั๊บ ผมเป็นผู้ชายไม่เสียหายอะไร แล้วผมก็ให้ทนายวีรวัฒน์ร่างสัญญาแนบท้ายใบหย่าไว้แล้ว เค้าไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรจากผมทั้งสิ้น"

แต่คุณแขยังกังวลใจ เพราะเห็นว่ารจเรขเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ลักษมณ์ยืนยันว่าตัวเขาไม่มาตายน้ำตื้นกับผู้หญิงแบบนี้แน่...ลักษมณ์ไปรับ รจเรขที่บ้านเช่าตามแผนที่ที่จดให้ เผอิญเจษฎารู้เรื่องจากป้าเขียนจะมาห้าม ได้เจอกับลักษมณ์เข้าพอดี ลักษมณ์จำได้ว่าเจษฎาเป็นผู้ชายที่เขาเห็นที่โรงแรมและในภาพที่ทนายแอบถ่าย ไปให้คุณแข ดูทั้งสองสนิทสนมกันมากจึงรู้สึกไม่เป็นมิตรด้วย พอรจเรขแนะนำให้รู้จักกัน ลักษมณ์ก็กวนทันที

"คุณบอกลูกค้าเก่าของคุณหรือยังว่า คุณกำลังจะแต่งงาน"

"พี่เจษรู้แล้วค่ะ แล้วก็รู้ด้วยว่ามันเป็นแค่การแต่งงานจอมปลอม"

"จะจริงหรือปลอม คุณก็เป็นภรรยาผม...ผมยอมเสียเงินได้แต่ผมไม่ชอบเสียรู้ เข้าใจไหม"

เจษฎา ฟังแล้วไม่พอใจผลักอกต่อยหน้าลักษมณ์ รจเรขตกใจดึงเจษฎาออก "อย่าค่ะพี่เจษ คนอย่างนี้ไม่มีค่าพอที่พี่เจษจะมีเรื่องด้วยหรอกนะคะ"

"ได้ แต่ถ้าพี่ได้ยินเขาพูดจาดูถูกแบบนี้อีก พี่ไม่ยอมแน่"

"ไม่ มีวันนั้นหรอก เพราะจากนี้ไป ผมขอสั่งห้ามไม่ให้ภรรยาของผมไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายไม่ว่าคนไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะนายคนนี้...ไป" ลักษมณ์ดึงมือและคว้ากระเป๋ารจเรขไปขึ้นรถ

ป้า เขียนเดินออกมามองเป็นห่วงรจเรขอย่างมากเพราะดูท่าลักษมณ์จะไม่ดีกับเธอ เลย เจษฎาโทร.บอกเรื่องนี้กับไก่ ไก่เสียใจมาก เขาสัญญาว่าจะหาเงินมาปลดหนี้ให้รจเรขให้ได้...

ก่อนที่ลักษมณ์จะพา รจเรขไปบ้าน เขาแวะร้านเสื้อผ้าหรูเจ้าประจำ เพื่อให้แปลงโฉมเธอก่อน "...รับบทเป็นเจ้าสาว เป็นคุณผู้หญิงนฤนารถไมตรีทั้งที แต่งตัวให้มันสมบทบาทกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง"

เข้ามาในร้าน ลักษมณ์สั่งเจ้าของร้านถึงแบบชุดที่เขาต้องการ จนรจเรขไม่พอใจว่าตกลงคนใส่คือเธอหรือเขา ลักษมณ์ ตอบ "คุณใส่แต่ผมดู เลือกให้ดีล่ะ ถ้าไม่ถูกใจผมจะจับคุณแต่งใหม่จนกว่าผมจะชอบ...ลงบัญชีผมนะครับ ผมจะไปรอที่ร้านกาแฟตรงโน้นเสร็จแล้วตามไปด้วย"

พนักงานซุบซิบกัน ใหญ่ เพราะวันนี้เจนจิรากำลังลองชุดอยู่ในห้องลองกับจอย และแล้วรจเรขได้ยินเจนจิรากำลังพูดถึงเธอเสียๆหายๆ พอเจนจิราออกมาจากห้องลองมาเจอเธอยืนอยู่เธอจึงพูดว่า "ถ้านังบัวใต้น้ำที่คุณว่านั่นหมายถึงฉัน ก็ขอ บอกเลยนะคะว่า ฉันไม่เคยแย่งของของใคร...แฟนคุณแค่แต่งงานกับฉัน"

"นี่ แกจะอวดดีว่าแกเหนือกว่าเพื่อนฉันงั้นเหรอยะ" จอยแหวใส่

"เปล่า เลยค่ะ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงแต่งตัวเชยๆ หน้าบ้านๆ ฉันจะไปดีกว่าคุณเจนจิราได้ยังไง ฉันแค่จะบอกว่า ฉันไม่ได้แย่งของใคร ฉันทราบว่าคุณเป็นแฟนคุณลักษมณ์ ถึงเขาจะแต่งงานกับฉันแล้ว ถ้าคุณอยากจะมีอะไรกับคุณลักษมณ์ต่อไปก็ได้ ฉันไม่ว่า..."

เจนจิราหา ว่ารจเรขดูถูกว่าเธอง่าย เป็นได้แค่เมียน้อย จึงเงื้อมือตบ รจเรขหลบ จึงเซไปชนราวเสื้อผ้าล้มโครมคราม พนักงานวิ่งมา จอยจะโถมใส่รจเรขจึงถูกผลักล้มไปอีกคน เจ้าของร้านวิ่งมา รจเรขยิ้มๆแล้วบอกว่า แค่ทำความรู้จักกันนิดหน่อย ค่าเสียหายให้ลงบัญชีลักษมณ์สามีของเธอ เจนจิราร้องกรี๊ดๆที่โดนหยาม เจ้าของร้านชอบใจ...เมียหลวงต้องได้อย่างนี้

รจเรขแต่งชุดเดรสสั้น ดูหรูเรียบ เดินมาหาลักษมณ์ที่ร้านกาแฟ ลักษมณ์ถึงกับตะลึงยื่นแขนให้เธอควง แต่เธอทำเฉยเขาจึงโอบเอวเธอบอกเป็นหน้าที่แล้วพาเดินออกไป

ooooooo

ทาง บ้าน วีรวัฒน์กำชับทุกคนห้ามพูดเรื่องลักษมณ์ จ้างรจเรขแต่งงานเข้าหูพิมานเด็ดขาด แย้มไม่ค่อยสบ อารมณ์เพราะคิดว่ารจเรขเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน... ลักษมณ์มาถึง แนะนำให้รจเรขรู้จักทุกคนในบ้าน เธอยิ้มให้ทุกคน พอถึงแย้มที่ลักษมณ์แนะนำว่าเป็นแม่บ้านใหญ่ เธอจึงยกมือไหว้ แย้มรับไหว้อย่างไว้ตัว หน้าตาเตรียมประกาศศึกเต็มที่

ลักษมณ์พา รจเรขมาในห้องทำงานพร้อมวีรวัฒน์ เอาเอกสารออกมาให้เซ็น ทั้งทะเบียนสมรสและสัญญาต่างๆ "เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ก็ถือว่าคุณทั้งสองเป็นสามีภรรยากันแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วส่วน เอ่อ...ใบหย่าล่ะครับ"

"ดิฉันจะเซ็นชื่อให้ทันทีที่ได้รับเงิน 10 ล้านค่ะ"

"กลัวผมจะโกงหรือไง" ลักษมณ์เคือง

"ค่ะ ทำอะไรกับคนอย่างคุณก็ต้องระวัง"

ลักษมณ์ มองอย่างโกรธๆเอาเช็คจากวีรวัฒน์เลื่อนไปให้ รจเรขเซ็นชื่อในใบหย่าแล้วผลักคืนให้เช่นกัน ลักษมณ์บอกให้รจเรขเริ่มงานทันทีด้วยการพาไปที่เรือนขาว รจเรขก้มกราบ คุณแขอย่างนอบน้อม คุณแขทึ่งในกิริยามารยาทของรจเรขแต่ไม่ลืมเตือน

"เธอมาอยู่ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณลักษมณ์ แต่เธอก็คงรู้นะว่า จริงๆแล้วเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร"

"ดิฉัน ทราบดีค่ะ...คุณแขไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันอาจจะยากจน จนถึงขั้นต้องขายศักดิ์ศรีแลกเงิน แต่ดิฉันก็ไม่เคยคิดคดโกงใคร ดิฉันจะทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันทุกอย่าง"

คุณแขพอใจมาก พลันจิตมารายงานว่าพิมานกลับมาแล้ว ลักษมณ์กับคุณแขมองหน้ารจเรขเชิงว่าพร้อมแล้วยัง พิมานเดินยิ้มแย้มเข้ามาทักทาย พอเห็นรจเรขก็ตื่นเต้นดีใจ คิดว่าลักษมณ์พามาให้แม่รู้จัก แต่ลักษมณ์กลับบอกว่า

"นายจะมาขอบคุณฉันทำไม เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ที่จะต้องพาคุณกล้วยมากราบคุณแข...ในฐานะ ลูกสะใภ้"

พิมานหุบยิ้ม งง "หมายความว่ายังไงครับ ลูกสะใภ้"

"ฉันกับคุณกล้วยเพิ่งตกลงใจแต่งงานกันวันนี้เอง"

เหมือน ฟ้าผ่า พิมานไม่เชื่อ ลักษมณ์จึงให้รจเรขพูดเอง เธอจึงบอกว่าเธอแต่งงานกับลักษมณ์วันนี้แล้ว พิมานช็อกเดินออกไปทันที คุณแขจะตามแต่ลักษมณ์ให้เป็นหน้าที่ของรจเรข...เธอตามไปขวางหน้าพิมานที่ หน้าเรือน พิมานได้สติถามเธอว่าลักษมณ์บังคับให้เธอพูดแบบนี้ใช่ไหม รจเรขตอบตามจริงว่าเธอตัดสินใจแต่งงานกับลักษมณ์เพราะลักษมณ์ มีสิ่งที่เธอต้องการ

"เงิน...งั้นเหรอ คุณจะบอกผมว่าคุณแต่งงานกับผู้ชายที่คุณเพิ่งรู้จัก เพราะเงินงั้นเหรอ"

รจเรข รับว่าใช่อย่างเจ็บปวดกับสายตาของพิมานที่มองเธอเหมือนตัวน่ารังเกียจ พิมานพูดด้วยความผิดหวัง "พี่ลักษมณ์ พูดถูก เขาบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน แล้วเขาก็ซื้อคุณได้จริงๆ ผมผิดเองที่คิดว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น ผมมันโง่เอง"

พิมานจะเดินไป รจเรขดึงแขนเขาไว้ เขาปัดออกแล้วผลุนผลันไป รจเรขทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น ลักษมณ์ ซึ่งแอบมองอยู่เดินออกมาประคอง ขอบคุณที่เธอทำตามสัญญา

"ฉันบอกแล้วไงคะ ฉันเป็นลูกจ้างที่ซื่อสัตย์เสมอ" รจเรขพูดทั้งน้ำตา

ลักษมณ์ชักใจอ่อนสงสารรจเรข จึงประคองพาเธอกลับตึกใหญ่ คุณแขยืนมองในบ้าน เริ่มกังวลใจว่าลักษมณ์คิดผิดหรือคิดถูกกันแน่

ooooooo

รู้ ตัวว่าทำให้น้องต้องเดือดร้อน ไก่จึงหันมาฝึกซ้อมชกมวยอีกครั้ง เจษฎาเตือนสติว่า เพราะการพนันที่ทำให้หมดอนาคต ไก่สำนึกผิดเพราะเขา ที่ทำให้รจเรขต้องแต่งงานแบบนี้ คุณยายมาได้ยินตกใจถามเรื่องราวทั้งหมด เจษฎาช่วยพูดให้ว่า ทางบ้านผู้ชายเชื่อเรื่องดวงมาก ไปดูหมอแล้วหมอทักว่าถ้าไม่แต่งวันนี้ จะอยู่กันไม่ยืด ไก่เสริมว่า รจเรขจะพาแฟนมา กราบและสู่ขอตามประเพณีอีกที คุณยายโล่งใจอยากให้ทำอะไรถูกต้องเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

ขณะ เดียวกัน ลักษมณ์พารจเรขมาที่ห้องนอนที่จัดไว้ให้ อยู่ตรงข้ามห้องของเขา และให้ชื่นเป็นผู้ช่วยส่วนตัว รจเรขไม่ ต้องการ ลักษมณ์เห็นสายตาชื่นมองจึงแกล้งโอบกอดรจเรข กระซิบข้างหู "พูดดีๆหน่อย กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าเราไม่ได้รักกัน... เมียจ๋า ผัวให้ก็เอาไปเถอะน่ะ ผมไม่ชอบคนขัดใจรู้ไหม"

ลักษมณ์หอมแก้มรจเรขดังฟอดก่อนจะเดินไป เธอตกใจพอเห็นสายตาชื่นยิ้มๆ จึงทำหน้าเก้อๆ รจเรขมองห้องที่ดูสวย สะอาดตาแล้วถามชื่นว่าเดิมเป็นห้องใคร ชื่นตอบว่าเป็นห้องของลักษมณ์ตอนเด็กๆ ตอนนี้ย้ายไปอยู่ห้องคุณท่านที่เสียไปแล้ว รจเรขมองไปเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าเธอวางอยู่ ชื่นรีบบอกว่าแย้มสั่งไม่ให้จัดเข้าตู้ เธอมองไปที่เตียงนอนไม่มีผ้าปู จึงบอกชื่นว่าไม่เป็นไร เธอทำเองได้ แต่ขอผ้าปูที่นอน ชื่นอึกอัก รจเรขชักสงสัยว่ามีอะไรบางอย่าง แย้มถือผ้าปูที่นอนมาวางให้ และบอกว่าที่นี่จะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกๆสามวัน รจเรขอึ้ง มองงงๆ

"ปูที่นอนเป็นไหมคะ หรือว่าเป็นแต่นอน" แย้มถามเสียงเยาะๆ

รจเรข รู้ว่าโดนรับน้องเข้าแล้ว จึงแสดงฝีมือปูที่นอนแม้ที่นอนจะใหญ่และหนัก เธอก็ปูคนเดียวเรียบและตึงจนแย้มทึ่ง เดินเชิดออกไป ชื่นชอบใจคุยฟุ้งให้จิตกับพุฒฟังว่ารจเรขเก่ง...

คืนนั้น รจเรขอาบน้ำเสร็จสวมเสื้อคลุมออกมา เห็นลักษมณ์ นั่งเอกเขนกอยู่บนเตียงก็ตกใจเพราะเธอล็อกประตูแล้ว ลักษมณ์ แกว่งพวงกุญแจอวด รจเรขไม่พอใจ

"แต่เราตกลงกันแล้วว่า คุณห้ามมาจุ้นจ้านในห้องส่วนตัวของฉัน คุณผิดสัญญา"

"แล้วถ้าผมยอมให้คุณคิดราคาเพิ่ม คุณจะคิดเท่าไหร่" ลักษมณ์มองอย่างโลมเลีย

"ฉันขายแต่ศักดิ์ศรีค่ะ ฉันไม่ได้ขายตัว"

"อ๋อ จริงซิตอนนี้รวยแล้วนี่ เพิ่งได้ไปตั้งสิบล้าน ถามหน่อยเถอะ เอาเงินไปทำอะไร"

รจเรข ไม่ตอบบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ลักษมณ์ไม่คาดคั้น เผอิญเจนจิราโทร.มา ลักษมณ์จึงแกล้งพูดหวานๆยั่วรจเรขและนัด "สองทุ่มเหรอครับ เอ...เอาไงดี เผอิญว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของผมซะด้วย แต่เมียที่บ้านมันก็น่าเบื่อชะมัด"

พลันเจษฎาโทร.เข้ามาอีกคน รจเรขรับสายพูดคุยปกติ ลักษมณ์ไม่พอใจวางสายจากเจนจิราแล้วยืนหน้าบึ้งรอ เขาโวย "ผมบอกแล้วไงว่าห้ามคุณติดต่อกับลูกค้าเก่าๆของคุณ"

รจเรขบอกว่าเธอไม่ได้โทร.ไป ลักษมณ์ไม่สนใจ "ใครโทร.ก็ช่าง ผมไม่อนุญาต จะค้าจะขายอะไรก็เกรงใจผมบ้าง"

"ฉันก็บอกแล้วไงคะ ว่าฉันไม่เคยขาย..." รจเรขพูดไม่ทันจบ ลักษมณ์สวนขึ้นว่า เธอให้ฟรีๆใช่ไหม เจษฎาถึงได้ติดอกติดใจ

รจเรข โกรธจึงย้อนถามบ้างว่า อย่างเจนจิราเรียกว่าขายหรือให้ฟรี ลักษมณ์ไม่พอใจที่โดนย้อนแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงเดินปึงปังออกไป รจเรขมองตามอย่างเจ็บใจ...

ด้วยความเสียใจ พิมานมานั่งดื่มจนเมาอยู่ที่ล็อบบี้บาร์ในโรงแรม เผอิญณัฏฐามางานแต่งงานเพื่อน เห็นพิมานนั่งเมาอยู่จึงเข้ามาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาและชวนคุย ทำให้พิมานรู้สึกเหมือนนางฟ้ามาโปรด...ลักษมณ์ออกมาหาเจนจิราตามนัดที่ร้าน อาหาร เจนจิราหมายมั่นจะดึงเขากลับมาให้ได้

คืนแรกในบ้านใหม่ทำให้ รจเรขนอนไม่หลับ พอได้ยินเสียงรถจึงลงมาเปิดประตู คิดว่าเป็นลักษมณ์กลับมา แต่กลายเป็นพิมานมายืนเศร้าท่าทางเมาๆก็ตกใจ พิมานถามว่าผิดหวังหรือรจเรขจะกลับเข้าบ้าน   แต่พิมานมาขวางไว้   "อย่าเพิ่งไป ผมมีเรื่องอยากถามคุณ...เท่าไหร่?"

"อะไรนะคะ!"

"เงินค่าตัวที่พี่ลักษมณ์ให้คุณ เท่าไหร่ ผมอยากรู้"

รจเรข เสียใจไม่แพ้พิมาน จะอธิบายแต่พิมานจับตัวเธอเขย่าถามว่าเธอคงคิดว่าเขาไม่มีปัญญาหาเงินมาให้ จึงไม่บอกเขา รจเรขตกใจขอให้ปล่อย พิมานคร่ำครวญ "ทำไมไม่บอกผม ทำไมหลอกให้ผมคิดว่าคุณสะอาด บริสุทธิ์ สูงส่ง คุณหลอกผมทำไม คุณหลอกให้ผมรักทำไม"

รจเรขพยายามดิ้นรน   พลันลักษมณ์เข้ามากระชากพิมานออกแล้วดึงเธอมากอด พูดหนักแน่นว่า "เพราะเขารู้ว่า ฉันรักเค้าและเค้าก็รักฉัน ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉันแล้ว พิมานนายไม่มีสิทธิ์ กลับไปซะ"

ลักษมณ์หันมาพูดดีๆกับรจเรขว่าเขาไม่ น่าปล่อยเธออยู่บ้านคนเดียวแล้วพาเธอเข้าบ้าน  รจเรขมองลักษมณ์แบบงงๆ พิมานยืนมองด้วยความปวดร้าว พอเข้ามาในห้องนอน รจเรขก็บอกให้เขาปล่อยเธอได้แล้ว แต่ลักษมณ์ไม่ยอม กลับดึงเธอมาริมหน้าต่างและบอกให้เธอเล่นละครให้จบ เขากอดเธอให้พิมานเห็น รจเรขตกใจ "ปล่อยฉันนะ นี่คุณจะทำบ้าอะไร"

"อยู่เฉยๆ ผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณนักหนาหรอก แต่คุณต้องทำให้นายพิมานมันเลิกหวังในตัวคุณซะก่อน" ลักษมณ์ใช้เงาในห้องให้พิมานมองเหมือนเขากับรจเรขกำลังสวีตหวานกัน

รจเรขโวย "นี่มันจะมากไปแล้วนะ คนบ้า ปล่อยฉัน"

"เงียบได้ไหม ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่ะ เท่านี้ก็ฝืนใจจะแย่อยู่แล้ว"

"ฝืนใจก็ปล่อยฉันสิ แค่นี้คุณพิมานก็เข้าใจผิดแล้ว" รจเรขถูกลักษมณ์ผลักลงนอนกอด

"ยังก่อน ผมไม่ไว้ใจคุณ อีกอย่างถ้าผมปล่อยคุณเร็วเกินไป พิมานมันจะดูถูกผมได้ว่าผมไม่มีน้ำยา"

"บ้า อุบาทว์ ลามก"

"อยากด่าก็ด่าไป แต่ยังไงคุณต้องนอนอยู่มืดๆอย่างนี้ให้พิมานมันจินตนาการว่าเรามีอะไรกันไปแล้วแน่ๆ ผมถึงจะปล่อยคุณไป"

"บ้า คนบ้า โรคจิต" รจเรขดิ้นทุบตีให้ลักษมณ์ปล่อย

ลักษมณ์ เอ็ดให้อยู่นิ่งๆ หน้าเขาประชิดหน้ารจเรขจนเธอตกใจตัวแข็งทื่อสบตากันลักษมณ์เกือบเคลิ้ม เขารีบผละออกแล้วว่าเธอว่าทำอย่างกับไม่เคย ก่อนจะเดินออกไป รจเรขโกรธปาหมอนตามหลังอย่างเจ็บใจ...

เช้าขึ้น รจเรขตื่นมาตกใจเมื่อพบว่าลักษมณ์นอนอยู่ข้างๆ เธอผลักเขาตกเตียงร้องลั่น ลักษมณ์โวยว่าเขาแค่ทำหน้าที่ให้ ดูเหมือนจริง ใครรู้ว่าคืนแรกไม่ได้นอนด้วยกันอายเขาตาย พอดีชื่นเคาะประตูแล้วเข้ามาวางผ้าขนหนู ลักษมณ์รีบดึงรจเรขมานอนกอด ชื่นเห็นแล้วอมยิ้มกลับลงมาเล่าให้ทุกคนฟังถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของคู่ ข้าวใหม่ปลามัน จิตรีบมารายงานคุณแข

"อะไรนะ! ไหนคุณลักษมณ์ว่าแต่งแค่ในนามไง" คุณแขจะเป็นลม...

แย้ม ทำอาหารเช้าไปบ่นไปว่าคุณผู้หญิงคนใหม่จะทานอาหารเช้าไหม รจเรขเดินเข้ามาพูดคุยกับแย้มและชื่นอย่างอ่อนหวานว่าเธอมาช่วย แย้มแปลกใจที่รจเรขทำอาหารเป็น แถมแสดงฝีมือทำโจ๊ก แย้มแอบยิ้มอย่างเอ็นดู...พอลักษมณ์รู้ว่ามื้อเช้านี้รจเรขเป็นคนทำก็แกล้ง ว่าจืดให้เธอปรุงรสให้ด้วย รจเรขใส่น้ำส้มนิดน้ำปลาหน่อย ลักษมณ์กินแล้วทึ่งกับความอร่อย

เสร็จจากอาหารเช้า ลักษมณ์เอาพวงกุญแจในบ้านทั้งหมดและสมุดบัญชีมาให้รจเรข เธองงว่าเธอไม่ใช่ภรรยาจริงๆ จะเอามาให้เธอทำไม ลักษมณ์พูดกวนๆว่า "คิดซะว่าเงินสิบล้านที่ผมให้คุณไปเป็นค่าจ้างดูแลบ้านแล้วกัน หรือว่าถนัดจะทำอย่างอื่น"

รจเรขค้อนขวับ รับพวงกุญแจกับสมุดมาอย่างเสียไม่ได้ เธอมองนาฬิกาเห็นว่าเจ็ดโมงแล้วใกล้เวลาที่เธอจะต้องเอาเงินไปให้เจษฎาไป จ่ายเสี่ยโอภาส จึงถามเขาว่าไม่ไปทำงานหรือ ลักษมณ์เห็นท่าทางเธอร้อนรนจึงแกล้งบอกว่าจะไปสายๆ รจเรขจึงแอบโทร.หาเจษฎา

"เอางี้นะคะ ซักสิบโมงไปเจอกันที่หน้าคอนโดฯพี่เจษ

ดีไหมคะ เอาไว้ใกล้ๆแล้วกล้วยจะโทร.ไปอีกทีค่ะ เท่านี้ก่อนนะคะ" พอวางสายหันมาเจอลักษมณ์ยืนจ้องอยู่ จึงถามว่ายังไม่ไปหรือ

"ผมเปลี่ยนใจ ไม่ไปทำงานแล้ว ว่าจะไปฮันนีมูน"

รจเรขตกใจจะไม่ไป แต่ลักษมณ์อ้างว่าเป็นงานถ้าไม่ไปเขาจะสั่งอายัดเช็ค รจเรขต้องยอมแต่พยายามหาวิธีส่งเงินให้เจษฎาไปด้วย...

ooooooo
ตอนที่ 3

พอลักษมณ์จอดรถเติมน้ำมัน รจเรขพยายามส่งข้อความหาเจษฎา ลักษมณ์ไม่พอใจจะแย่งมือถือมา รจเรขไม่ยอมให้รีบลงจากรถอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วแอบโทร.หาเจษฎาเพื่อบอกให้เขาจัดการเอาเงินไปจ่ายเสี่ยโอภาสแทนเธอ โดยเธอจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ลักษมณ์ยืนรอหน้าห้องน้ำอย่างหงุดหงิดจะบุกเข้าไป รจเรขเดินออกมาพอดีจึงต่อว่า

"ไม่มีใครสอนมารยาทคุณหรือยังไง อยากไปฮันนีมูนไม่ใช่เหรอคะ มายืนจับผิดฉันอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะถึง"

"แหม...เปลี่ยน เรื่องเลยนะ ทียังงี้มาทำเป็นเร่ง ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ยังไงคืนนี้คุณได้ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์แน่ ไป" ลักษมณ์กระชากแขนรจเรขเดินไป...

พิมานตื่นเช้ามาอย่างมึนๆ คุณแขพยายามพูดเตือนสติเรื่องรจเรขเลือกแต่งงานกับลักษมณ์ไปแล้ว เขาก็ควรเลือกสิ่งที่ดีแก่ตัวเองบ้าง ด้วยการแต่งงานกับณัฏฐา แม้จะรู้สึกแปลกๆว่าใครๆดูจะหวังดีกับเขาทั้งนั้น แต่พอรู้ว่าลักษมณ์พารจเรขไปฮันนีมูน เขาก็ยังปวดใจ...พิมานไปหาณัฏฐาที่บ้านเพื่อขอบคุณเรื่องเมื่อคืน พอดีเธอกำลังจะออกไปตลาด เขาจึงอาสาพาไป

"คุณแม่ขอให้ช่วยทำข้าวหน้า ไก่กับลอดช่องน้ำกะทิ จะเอาไปเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มูลนิธิน่ะค่ะ" ณัฏฐาพูดไปเลือกซื้อของไป โดยมีพิมานช่วยถือของเดินตาม

"คุณนี่เหมือนนางฟ้าเลยนะครับ วันๆทำแต่เรื่องช่วยเหลือคนนั้นคนนี้"

"คนไม่มีอะไรทำมากกว่าค่ะ พูดไปฉันยังอิจฉาผู้หญิงคนอื่น ที่ทำงานเก่งๆอยากจะเป็นอย่างนั้นบ้าง"

พอ พิมานถามว่าทำไมไม่ทำ ณัฏฐาตอบอย่างเศร้าๆว่าแม่ไม่ให้ทำอยากให้อยู่ใกล้ๆ พิมานทึ่งที่เธอยอมเป็นลูกที่เชื่อฟังแม่...ณัฏฐากำลังเลือกซื้อดอกไม้ พิมานเห็นดอกจำปาจึงหยิบมาดู ใจคิดถึงรจเรข ณัฏฐาถามว่าชอบหรือ เขาจึงได้สติตอบว่า เคยชอบแต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว

"ทำไมล่ะคะ เอาไปร้อยมาลัยถวายพระก็สวยดี แต่หอมจัดไปหน่อยเท่านั้นเอง"

"อย่าเลยครับ เอาดอกมะลิดีกว่า มันสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะกับผู้หญิงที่จิตใจใสสะอาด ไม่มีพิษมีภัยอย่างคุณ"

ณัฏ ฐายิ้มเขินเข้าใจว่าพิมานชมเพราะมีใจให้เธอ...ในขณะที่รจเรขกระวนกระวายมอง หาธนาคารที่จะโอนเงินไปให้เจษฎา พอลักษมณ์ชวนแวะทานข้าวเธอจึงรีบตกลง พอเข้าไปในร้านจึงขอไปล้างมือก่อน แล้วกลับเดินออกหลังร้าน เธอรีบเดินหาธนาคาร ขณะเดียวกันเจษฎากับไก่นั่งในรถหน้าธนาคาร รอการติดต่อจากรจเรข เวลาผ่านไป รจเรขโทร.บอกว่าเธอกำลังจะโอนเงินไปเดี๋ยวนี้ เจษฎาโล่งใจเพราะต้องรีบไปที่บ่อนก่อนเที่ยง

พลันมือถือรจเรขดังขึ้น เธอรีบรับสายคิดว่าเป็นเจษฎา "มีอะไรคะพี่เจษ?"

"ผมเอง! นั่นคุณอยู่ที่ไหน" เสียงลักษมณ์ดุดัน

"ตายแล้ว ฉันออกมาทำธุระด่วนค่ะ เดี๋ยวจะรีบกลับไป แค่นี้ก่อนนะคะ"

ลักษมณ์ โกรธมากว่าธุระอะไรของเธอต้องเกี่ยวกับเจษฎาด้วย...แต่แล้วก็เกิดปัญหาจนได้ เมื่อรจเรขไม่สามารถโอนเงินให้ได้ทันที เจษฎากับไก่ต้องไปขอผ่อนผัน เสี่ยโอภาสให้อีกสองชั่วโมงไม่อย่างนั้นจะไปทวงกับคุณยาย รจเรขโทร. บอกเหตุผลกับเจษฎา

"ไม่สำเร็จค่ะ พี่เจษ เงินมันมากเกินไป โอนจากธนาคารต่างสาขาไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ กล้วยจะกลับไปจัดการเรื่องนี้ที่กรุงเทพฯ" พอวางสาย ลักษมณ์โทร.สวนเข้ามา รจเรข ดีใจมากจะขอร้องให้เขาช่วยพาเธอกลับกรุงเทพฯ แต่ลักษมณ์ สวนกลับมาทันที

"กลับไปหานายเจษฎาลูกค้าเก่าคุณน่ะเหรอ ทำไม มีอะไรด่วนเหรอ หรือมันกำลังจะขาดใจตายเพราะไม่มีคุณ"

"ฉัน นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แค่นี้ก่อนนะคะ ฉันมีเรื่องด่วนจริงๆไม่มีเวลาทะเลาะกับคุณ" รจเรขวางสายแล้วรีบไปโบกรถรับจ้างเหมากลับกรุงเทพฯทันที

ลักษมณ์โกรธที่โดนวางสายใส่ จะโทร.กลับแต่แบตหมดเสียก่อน...

ooooooo

กว่า รจเรขจะมาถึงกรุงเทพฯ จัดการโอนเงินให้ เจษฎาก็เลยสองชั่วโมง ทำให้เสี่ยโอภาสจะทำร้ายไก่ เจษฎาจึงขู่แบบคนรู้กฎหมายว่าเขาได้อัดเสียงทุกอย่างไว้แล้ว ถ้าทำร้ายไก่เขาจะโทร.เรียกตำรวจ เสี่ยโอภาสโกรธผลักไก่ล้มลงแล้วควักปืนยิงใส่มือเจษฎา มือถือกระเด็น พลันรจเรขโทร.เข้ามา ลูกน้องเสี่ยโอภาสเก็บมือถือมาส่งให้ เสี่ยโอภาสจึงกดรับแทน...รจเรขนำเงินมาให้ที่บ่อน แล้วช่วยกันกับไก่พาเจษฎาส่งโรงพยาบาล เพราะเสียเลือดมากจนหมดสติ

วัน นั้น ลักษมณ์กลับมาถึงบ้าน ทำให้ทุกคนในบ้าน แปลกใจที่เขากลับมาเร็วแถมหน้างอกลับมาคนเดียว ยิ่งพอรู้ว่ารจเรขยังไม่กลับมายิ่งอารมณ์เสียใครเข้าหน้าไม่ติด

ทั้ง ไก่และรจเรขเฝ้าเจษฎาที่โรงพยาบาลจนฟื้น เจษฎาเป็นห่วงรจเรขเกรงจะมีปัญหากับลักษมณ์ แต่เธอกลับบอกว่า "จะว่าก็ช่างเค้าเถอะค่ะ ยังไงกล้วยก็ไม่ใช่คนดีในสายตาเค้าอยู่แล้ว"

"นี่เค้าพูดไม่ดีกับกล้วยอีกแล้วใช่ไหม" เจษฎาไม่พอใจทันที

ไก่ พานโกรธไปด้วย รจเรขไม่อยากมีเรื่องจึงขอให้เลิกพูดเรื่องนี้ เจษฎาอยากกลับบ้านแต่พอลุกเดินก็เซ รจเรขรีบประคอง ไก่จึงให้เธอประคองเจษฎาไว้ เขาจะไปจัดการจ่ายเงินและรับยา เผอิญเจนจิรากับจอยมาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลนี้ เดินชนกับไก่ จอยปิ๊งไก่ทันที เจนจิรามองไปเห็นรจเรขประคองเจษฎาอยู่ก็ตาวาว รีบถ่ายภาพส่งไปให้ลักษมณ์...

ตกเย็น รจเรขกลับเข้าบ้าน พุฒรีบรายงานว่าลักษมณ์ อารมณ์ไม่ดี อยู่ในห้องทำงานไม่ออกมาทานข้าว เธอจึงไปเคาะประตูแล้วจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ลักษมณ์ตวาดว่าเธอโกหก

"คง คิดว่าผมไม่รู้สินะ ว่าที่คุณต้องแล่นกลับกรุงเทพฯ มาน่ะ เพราะอะไร" ลักษมณ์ชูภาพในมือถือให้รจเรขดู "เมื่อก่อนคุณจะมากชู้หลายชายยังไงมันเรื่องของคุณ แต่ตอนนี้คุณเป็นภรรยาของผม คุณเที่ยววิ่งแร่ไปหาผู้ชายคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง"

"คุณลักษมณ์คะ ฟังฉันอธิบายก่อนได้ไหม ฉันกับพี่เจษเป็น..."

"จะเคยเป็นอะไรกันมา ผมไม่สน! ตอนนี้คุณเป็นเมียผม ถึงจะเป็นเมียปลอมๆก็เถอะ ถ้ามันขาดเหลือยังไง ถ้ามันอดใจไม่ไหวก็ให้บอกมา ผมจะสงเคราะห์ให้" ลักษมณ์ขึ้นเสียง

รจเรขทนไม่ไหวตบหน้าลักษมณ์แล้วสะบัดตัววิ่งหนีร้องไห้ออกไป ลักษมณ์วิ่งตามร้องเรียกให้หยุด ทุกคนในบ้านตกใจ รจเรขหนีขึ้นบันได ลักษมณ์ตามไปขวาง เธอจึงพูดด้วยเสียงเบาว่า ถ้าเขาพูดเรื่องต่ำๆอีกเธอไม่มีอะไรจะพูดด้วย รจเรขผละจะเดินขึ้นบันไดต่อ ลักษมณ์กระชากให้เธอหยุดแต่เธอเสียหลักกลิ้งตกบันไดไป ทุกคนในบ้านตกใจวิ่งมามุง ลักษมณ์ตกใจมากเห็นรจเรขกุมแขนหน้าเหยเก "เจ็บแขนเหรอ ขอผมดูหน่อย"

"อย่ามายุ่งกับฉัน โอ๊ย..." รจเรขสะบัดออกด้วยความน้อยใจ

ลักษมณ์ตะโกนบอกพุฒเอารถออกเขาจะพารจเรขไปโรงพยาบาล เขารีบอุ้มเธอไป แย้มยืนมองใจคอไม่ดี...

คืนนั้น พิมานกลับมาที่เรือนขาวพร้อมหม้อหน้าไก่ที่ณัฏฐาทำฝากมาให้ ทำเอาคุณแขดีใจที่พิมานดูจะเข้ากับณัฏฐาได้  "สมัยนี้จะหาผู้หญิงดีพร้อมอย่างหนูณัฏฐา  คงหาไม่ได้ง่ายๆ"

"ไม่นับว่าเขาคงจะสนับสนุนให้ผมก้าวหน้าได้ เพราะพ่อเขาเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในกระทรวง ใช่ไหมครับแม่" พิมานประชด

"แม่เป็นแม่คน ผิดด้วยหรือลูกที่แม่อยากได้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของตัวเอง...ถ้าพิมาน ไม่ว่าอะไรแม่อยากจะทาบทามหนูณัฏฐาเอาไว้ก่อน ท่านรองกับคุณหญิงจะได้แน่ใจว่าเราจริงใจ"

"ก็แล้วแต่แม่เถอะครับ ผมไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ผมขอตัวนะครับ"

คุณแขดีใจรีบโทร.ไปบอกคุณหญิงศรีสวัสดิ์ นัดแนะเจรจาสู่ขอและนัดพบกันวันเสาร์ที่จะถึงนี้ คุณหญิงศรีสวัสดิ์รีบบอกท่านนพพรกับณัฏฐาให้เตรียมตัว ณัฏฐาอึดอัดใจเพราะเธอกับพิมานเพิ่งจะได้คุยกันยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะชอบเธอ เลย...

ลักษมณ์พารจเรขซึ่งเข้าเฝือกที่แขนเพราะกระดูกร้าวกลับมาบ้าน แย้มซึ่งทำท่าไม่ชอบรจเรขอดสงสารและห่วงใยไม่ได้ ลักษมณ์ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองผิด คอยตามดูแลรจเรขไม่ห่าง

"อาบนํ้าเลยไหม ถอดเสื้อผ้าเองได้ไหม หรือจะให้ผมตามชื่นมาช่วย"

รจเรขไม่ตอบเดินไปเปิดตู้หยิบผ้าขนหนูจะเข้าห้องนํ้าทำเหมือนลักษมณ์ไม่มี ตัวตน ลักษมณ์เข้ามาขวาง "นี่ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ตั้งใจทำคุณตกบันได อย่ามาทำหน้าแบบนี้ใส่ ผมได้มั้ย...ถ้าคุณไม่ยั่วโมโหผมก่อนเรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้"

รจเรขมองหน้าลักษมณ์ที่เขาพาล ทำผิดแล้วยังโทษคนอื่น ลักษมณ์พยายามข่มใจถามเธออีกครั้งว่านัดกับเจษฎาทำไม รจเรขไม่ตอบเดินเข้าห้องนํ้าปิดประตูดังปัง...ลักษมณ์น้อยใจ เดินออกจากห้องปิดประตูดังปัง...บ้าง รจเรขได้ยินเสียงถึงกับนํ้าตาคลอที่เขาใจดำ

ลักษมณ์ลงมาตะโกนเรียกชื่นให้ไปอยู่ดูแลรจเรข และให้นอนเป็นเพื่อนถ้ามีอาการปวดให้มาบอกเขา ทันใด...เจนจิราโทร.มาถามไถ่ "ก็คุยเคลียร์กับภรรยาไงคะ ตกลงลักษมณ์ทราบหรือยังคะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร"

"ไม่ทราบครับ   ผมไม่ได้ถาม"   ลักษมณ์ยังคงรักษาหน้าตัวเอง

เจนจิราใส่ไฟยกใหญ่ว่าอี๋อ๋อขนาดนั้น ระวังจะโดนสวมเขา ลักษมณ์ไม่พอใจแต่ทำไม่สนใจตอบไปว่ามันเป็นเรื่องของรจเรขเขาไม่แคร์ เจนจิรางงมาก วางสายแล้วหันมาบ่นกับจอยว่าลักษมณ์ไม่โกรธรจเรข จอยงงสงสัยว่าลักษมณ์กับรจเรขคงเป็นผัวเมียประเภทชอบให้อีกฝ่ายมีคนอื่น เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ แต่เจนจิราไม่คิดแบบนั้น เธอสงสัยว่าการแต่งงานครั้งนี้ต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างที่เธอต้องค้นหา ให้ได้

ooooooo

พิมานได้ยินจิตรายงานคุณแขเรื่องรจเรขตกบันไดจึงรีบไปหา พอดีลักษมณ์เข้ามาในห้องเห็นรจเรขกำลังแปรงผมตัวเองอย่างทุลักทุเล จึงช่วยแต่เธอไม่ยอม ลักษมณ์บอกให้ถือเสียว่าเป็นการชดเชยที่เขาทำเธอเจ็บ ลักษมณ์แปรงผมให้รจเรขอย่างนุ่มนวลจนเธอรู้สึกถึง ความอ่อนโยนของเขา นํ้าตารื้นขึ้นมาอย่างน้อยใจที่เขา ทำเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง

ลักษมณ์เห็นตกใจ "คุณร้องไห้นี่! ผมทำคุณเจ็บเหรอ คุณกล้วย"

รจเรขเมินหน้าหนีตอบว่าเปล่า ลักษมณ์ไม่เชื่อ พอดีพิมานเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาเลย รจเรขตกใจ ลักษมณ์ไม่พอใจ "อุตส่าห์ขึ้นมาเยี่ยมพี่สะใภ้ถึงห้องนอนเลยเหรอ"

"ผมเดินเข้ามาเจอชื่น  บอกว่าคุณกล้วยเจ็บแขนมาก เลยไม่อยากกวนให้ต้องเดินลงไป"

รจเรขพยายามไกล่เกลี่ยว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก แต่พิมานเชื่อว่าเธอเจ็บเพราะลักษมณ์ทำ ลักษมณ์จึงพูดว่า "ผัวเมียทะเลาะกันมันเรื่องธรรมดา  โบราณเค้าว่ายิ่งตีกันลูกยิ่งดก นายไม่เคยได้ยินหรือไงพิมาน...แต่ยังไงก็ขอบใจนะ น้องชายที่มีแก่ใจมาเยี่ยม...เมียฉัน"

"ไม่เป็นไรครับพี่ลักษมณ์ ผมกับคุณกล้วยเป็น...เพื่อนสนิทกัน ถ้าคุณกล้วยมีปัญหาอะไรบอกผมได้นะครับ ยังไงผมก็ยังรักและหวังดีกับคุณกล้วยเสมอ" พิมานเน้นคำว่าเพื่อนสนิทและรักก่อนจะกลับออกไป

ทำให้ลักษมณ์โกรธหันมาพาลใส่รจเรข ว่าทำท่าไหนให้พิมานหลงขนาดนี้ รจเรขค้อนขวับในเมื่อเธออยู่ของเธอเฉยๆจะมาว่ากันอีก จึงไล่ให้เขาออกไป ลักษมณ์หาว่าเธอเห็นหน้ากิ๊กเก่าเลยไล่ผัว  รจเรขไม่ชอบคำพูดของลักษมณ์ จึงบอกว่า เธอไปเองก็ได้ แล้วลุกหนีไป...

เจษฎาเป็นห่วงรจเรข โทร.เข้ามือถือแต่เธอวางมือถือทิ้งไว้ในห้องจึงไม่ได้รับสาย เจษฎาเป็นกังวลจึงมาที่บ้านสวน บ่นกับไก่และป้าเขียน คุณยายมาได้ยินเรื่องทั้งหมด ถามเสียงเข้ม

"ไก่ไปก่อหนี้อะไรเอาไว้ บอกยายมาซิ แล้วแม่กล้วยมาเกี่ยวข้องอะไร ทำไมไก่ถึงพูดว่าน้องจะต้องลำบาก"

ทั้งสามตกตะลึง ไก่ก้มลงกราบคุณยายสารภาพว่าเขาก่อหนี้ไว้สิบล้าน และรจเรขช่วยขอยืมเงินสามีมาใช้ให้ ไก่จำต้องโกหก คุณยายตกใจเกรงครอบครัวสามีของรจเรขจะดูถูกเอา

"มิน่าเล่า แฟนแม่กล้วยเขาถึงไม่ยอมมาเหยียบบ้านยาย เขาคงจะชังนํ้าหน้า หรือไม่ก็กลัวพวกเราจะรุมสูบเลือดสูบเนื้อเขา" คุณยายจะให้ไก่พาไปหารจเรข แต่ไก่ขอให้โทร. ไปก่อน...

เพราะแขนเจ็บ รจเรขจึงปล่อยให้ชื่นทำความสะอาดห้องให้ เธอลงมาเทนํ้าส้มในตู้เย็น แย้มเห็นรีบเข้ามาทำให้ รจเรขแปลกใจที่แย้มไม่ต่อว่าอะไรเธอ  พอดีพุฒเอามือถือมาให้

"คุณผู้หญิงครับ โทรศัพท์ดังไม่หยุดเลยครับ ยัยชื่นเขาให้ผมเอามาให้"

รจเรข รับมาดูเห็นชื่อไก่ก็รีบกดรับ แต่กลับเป็นเสียงคุณยาย เธอตกใจรีบเดินเลี่ยงไปคุย คุณยายตำหนิ  "พี่เราเขาเพิ่งสารภาพเอาวันนี้เอง  ว่าเราสองคนพี่น้องรวมหัวกันหลอกยาย"

"คุณยายรู้แล้ว! พี่ไก่บอกคุณยายหมดแล้วเหรอคะ"

คุณ ยายถามว่าเพราะไก่ยืมเงินใช่ไหมจึงรีบแต่งงานและพาแฟนมาบ้านไม่ได้  คุณยายกลัวว่าครอบครัวฝ่ายชายจะดูถูกและไม่เกรงใจ ทำให้อยู่กันไม่ยืด จึงขอคุยกับลักษมณ์ รจเรขอึกอัก

"เอ่อ ไม่ได้หรอกค่ะคุณยาย คุณลักษมณ์ เอ่อ คุณลักษมณ์ ไปทำงานไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ เอาไว้กล้วยจะบอกคุณลักษมณ์ นะคะ ว่าคุณยายโทร.มา"

"กล้วยจะมาพูดแทนยายได้ยังไง เอาไว้เดี๋ยวยายจะโทร.มาใหม่...ทำไม หรือว่าเขารังเกียจจนไม่ยอมพูดกับยาย"

"เปล่าค่ะคุณยาย ไม่ใช่...คือคุณลักษมณ์เค้าไม่ได้ รังเกียจ แต่เค้าคงไม่อยากคุย..." รจเรขชะงักเพราะหันมาเจอลักษมณ์ยืนอยู่

ลักษมณ์ ถามว่าคุยอะไร คุณยายได้ยินเสียงลักษมณ์จึงขอคุยด้วย รจเรขอึกอัก ลักษมณ์กระซิบถามว่าคุณยายรู้เรื่องแล้วใช่ไหม รจเรขเอามือปิดโทรศัพท์กระซิบ "ค่ะ ท่านไม่รู้ว่าเราแต่งงานกันหลอกๆ ท่านเลยอยากคุยกับคุณ"

ลักษมณ์เข้าใจความลำบากใจของรจเรข จึงดึงโทรศัพท์ มาคุย รจเรขใจหายวาบ ลักษมณ์คุยอย่างสุภาพและแนะนำตัวว่าเขาเป็นสามีของรจเรข "ผมต้องขอโทษคุณยายนะครับ

ที่ไม่ได้ไปสู่ขอกล้วยตามประเพณี คือเราสองคนมีความจำเป็นจริงๆที่ต้องจดทะเบียนกันกะทันหัน"

"จ๊ะ ยายรู้แล้วล่ะ ก็เพิ่งรู้วันนี้ พี่ชายตัวดีของเขาเพิ่งจะสารภาพว่าให้น้องสาวรีบแต่งงานจะได้ไปยืมเงินคุณลักษมณ์ มาใช้หนี้"

ลักษมณ์ ดีใจที่รู้ว่ารจเรขเอาเงินไปทำอะไร รจเรขยืนมองใจคอไม่ดีไม่รู้ว่าลักษมณ์คุยอะไรกับคุณยาย...ลักษมณ์รีบบอกคุณ ยายว่าเขาไม่คิดอะไร เพราะเงินของผัวก็เหมือนของเมีย คุณยายฟังแล้วสบายใจขึ้น จึงชวนให้ลักษมณ์มาเที่ยวบ้านสวนจะได้ทำความรู้จักกัน

"ตอนนี้กล้วย ไม่สบายครับ ตกบันไดแขนเจ็บ เอาไว้ กล้วยหายเมื่อไหร่ผมจะพาไปกราบคุณยายที่บ้านสวน ไม่ต้องห่วงครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลหลานสาวของคุณยายอย่างดีที่สุด" ลักษมณ์วางสายแล้วหันมายิ้มให้รจเรข เธออดยิ้มตอบไม่ได้ที่เขาไม่สร้างปัญหาต่อให้เธออีก

"ขอบคุณนะคะที่กรุณาพูดให้คุณยายสบายใจ"

"ท่าทางคุณยายจะรักคุณมาก"

"หลังจากที่พ่อกับแม่ตาย คุณยายเป็นคนเลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็ก ท่านมีพระคุณกับฉันมาก"

"แล้วพี่ไก่ล่ะ"

"พี่ไก่เป็นพี่ชายของฉันค่ะ พี่ไก่ไม่ค่อยเอาไหน ก่อหนี้ ก่อสินอยู่บ่อยๆ แต่เค้าก็รักฉันมาก ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน"

ลักษมณ์ มองรจเรขอย่างชื่นชมที่เธอรักครอบครัวเหมือนกับเขา ที่อย่างไรเสียก็ตัดพิมานไม่ขาด คุณแขยืนมองอยู่เงียบๆ รู้สึกกังวลว่าลักษมณ์จะใจแข็งกับรจเรขได้อีกนานแค่ไหน

ooooooo

เช้า วันใหม่ รจเรขลงมาช่วยแย้มทำข้าวต้มปลา ลักษมณ์เดินตามหามาเจอในครัวจึงเอ็ดว่า แขนเจ็บทำไมไม่นอนพักมายุ่งวุ่นวายอะไร รจเรขโต้ว่าเธอไม่ได้เป็นง่อยจะได้เอาแต่นอน เธอมาช่วย ลักษมณ์ดึงเธอออกไป แย้มกับชื่นมองตามยิ้มๆ...ออกมาห้องโถง ลักษมณ์จะให้รจเรขกลับขึ้นไปนอน รจเรขประชดว่าขืนเอาแต่นอน นายจ้างจะว่าได้ว่าไม่คุ้มค่าจ้าง

สองคน มองหน้ากันอย่างใจหาย...วันต่อมา ลักษมณ์เรียกวีรวัฒน์มาพบที่ทำงานเพื่อสอบถามเรื่องการหย่า ว่าแค่เซ็นชื่อในใบหย่าก็ถือว่าการแต่งงานสิ้นสุดลงหรือ

"จริงๆแล้วก็มีขั้นตอนอีกนิดหน่อย แต่เอาเป็นว่า

ผมจะจัดการให้คุณลักษมณ์วุ่นวายน้อยที่สุดครับ"

"แล้วถ้าเผื่อผมไม่เซ็นล่ะ สมมติว่าเขายังทำหน้าที่ ไม่ครบตามสัญญา เขามีสิทธิ์หย่าจากผมโดยที่ผมไม่ยินยอมได้มั้ย"

"ก็ต้องไปยื่นฟ้องศาลครับ แต่ก็เสียเวลาไม่น้อย แต่เอ๊ะ... ผมจำได้ว่า คุณลักษมณ์จะหย่าให้คุณรจเรข เมื่อคุณพิมานแต่งงานออกไป ก็อีกไม่นานแล้วนี่ครับ ผมได้ข่าวจากคุณแขว่าคุณพิมานจะหมั้นเร็วๆนี้แล้ว"

ลักษมณ์นิ่งอึ้ง วีรวัฒน์จึงถามว่าจะเปลี่ยนใจหรือ ลักษมณ์ รีบบอกว่าเปล่า การรับจ้างเล่นละคร มันต้องมีตอนจบ วีรวัฒน์ อมยิ้มแกล้งพูดว่า ละครบางเรื่องเล่นซํ้าไปมาจนแก่คาโรง...

ครุ่นคิดเรื่องรจเรขจนเจษฎาแทบไม่มีกะใจทำงาน พอดีไก่โทร.เรียกให้ไปเจอกันที่ร้าน เพราะคุณยายทำมะม่วงกวนฝากไปให้รจเรขเป็นของชอบ และเล่าเรื่องรจเรขตกบันไดให้ฟัง เจษฎาตกใจคาดเดาว่าเธอโดนลักษมณ์ทำร้ายเพราะเรื่องวันที่เขาโดนยิง จึงต้องไปดูให้รู้...

พุฒโดนแย้มเล่นงานที่ลืมซื้อพวงมาลัยถวายพระมาให้ รจเรขจึงอาสาร้อยมาลัยให้เอง แย้มถึงกับทึ่ง พุฒพารจเรขเดินเก็บดอกมะลิในสวนที่แม่ของลักษมณ์ปลูกไว้ และลักษมณ์ ให้คนดูแลไว้เหมือนตอนที่ท่านยังอยู่ แถมเล่าว่า "คุณหญิงท่านชอบร้อยมาลัยครับ ร้อยเก่งมากด้วย ตอนคุณลักษมณ์เล็กๆ ชอบให้ท่านเอาดอกไม้มาร้อยเป็นตัว...ตัวอะไรน้า..."

"ตัวกระแต" รจเรขบอก

"ครับ นั่นล่ะครับ คุณหญิงท่านร้อยตัวกระแตไปวางข้างหมอนให้คุณลักษมณ์นอนดู จนคุณลักษมณ์ชอบมาก คืนไหนไม่มีจะนอนไม่หลับ งอแงทั้งคืนเลย"

รจเรขจึงร้อยทั้งมาลัย และตัวกระแต ชื่นมองอย่างชื่นชม พลันพุฒหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า เจนจิรามาขอพบ รจเรขจึงให้ชื่นไปหานํ้ารับแขกก่อน แต่พุฒอึกอักบอกว่า "คือ...คือคุณเจนจิราให้ผมมาเรียนว่า แกจะไปรอที่...เรือนรับรองครับ"

รจเรขทำหน้างง เพราะไม่เคยรู้ว่ามีเรือนนี้...เรือนรับรองเป็นเรือนที่ลักษมณ์พาสาวและ เพื่อนมาปาร์ตี้เป็นการส่วนตัว เจนจิราทึกทักว่าเป็นที่ของเธอ จึงข่มรจเรขว่าเธอมักจะอยู่กับลักษมณ์ที่นี่ "ฉันทิ้งของใช้ส่วนตัวเอาไว้ที่นี่ เพราะว่าบางทีเราก็สนุกกันมาก ปาร์ตี้กัน 2-3 วัน ไม่ได้กลับบ้านเลย เธอคงไม่รู้สินะ"

"ดิฉันไม่แปลกใจหรอกค่ะ คุณลักษมณ์อายุปูนนี้แล้ว ก่อนแต่งงานก็คงผ่านผู้หญิงมาเยอะแยะ คุณก็คงเป็นหนึ่งในนั้น" รจเรขตอบโต้อย่างใจเย็น

เจนจิราโกรธมาก ด่าว่ารจเรขแย่งแฟนเธอ แต่งงานทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกัน พุฒกับชื่นหน้าตื่น...

ooooooo

"ผมไม่ว่าหรอกน่ะ อวดเก่งทำเป็นขยัน เดี๋ยวเกิดคุณ ซุ่มซ่ามเป็นอะไรไปอีก ชาวบ้านก็จะมาโทษว่าผมทารุณ"

"ใครจะกล้าว่าคะ...ถึงจะจริงก็เถอะ"

ลักษมณ์บีบคางรจเรขอย่างหมั่นไส้ "ปากจัดนักนะ..."

รจเรข ยังโต้ว่ายังน้อยกว่าเขา จะทำไม ลักษมณ์ยิ่งมันเขี้ยวบีบคางเธอเงยขึ้น รจเรขเหลือบตามาเห็นหน้าลักษมณ์อยู่ประชิด ใจคอวาบหวิว พลันมีเสียงกระแอมขึ้น  ทั้งสองชะงัก  ผละออกจากกัน หันไปมอง เห็นคุณแขยืนอยู่ก็หน้าเจื่อน

"แม่มีธุระจะมาปรึกษาคุณลักษมณ์ หวังว่าคงจะไม่ได้ มาขัดจังหวะอะไรนะคะ"

ทั้ง สามนั่งดื่มกาแฟ คุณแขพูดเรื่องที่จะไปเจรจาสู่ขอณัฏฐา วันเสาร์นี้คงต้องให้ลักษมณ์กับรจเรขไปด้วย ลักษมณ์บอกว่าเขายินดีแต่ไม่วายแขวะรจเรขว่าเต็มใจไปไหม รจเรขสวนทันควันว่า เธอเต็มใจช่วยเต็มที่ในฐานะลูกจ้าง มีอะไรให้เธอทำก็ยินดี

"ขอบใจจ้ะ หลังจากนี้อีกไม่นานก็มีทั้งงานหมั้นงานแต่ง ฉันคงมีเรื่องต้องขอแรงเธอแน่"

"นี่คุยกันถึงขั้นงานแต่งแล้วเหรอครับ คุณแข" ลักษมณ์ถาม

"ยัง จ้ะ แต่แม่ก็อยากให้มันเร็วที่สุด แม่เกรงใจคุณลักษมณ์ อยากให้พิมานแต่งงานให้เรียบร้อยไปซะ คุณลักษมณ์กับรจเรขจะได้หมดภาระไม่ต้องมาเล่นแต่งงานจอมปลอมกันแบบนี้"
ตอนที่ 4

เมื่อถูกเจนจิรารุกเร้าถามถึงเหตุผลที่ต้องแต่งงานกับลักษมณ์ รจเรขมีสติพอที่จะตอบอย่างสุขุมว่าเป็นเรื่องระหว่างเธอกับลักษมณ์ที่บอกใคร ไม่ได้ เจนจิราเต้นผาง "ทำไม มันทุเรศมากเลยหรือไง ถึงบอกใครไม่ได้"

"ก็ไม่ทุเรศเท่าที่คุณทำอยู่ตอนนี้หรอกค่ะ คุณมาเพราะเรื่องนี้ใช่มั้ยคะ ถ้าอย่างนั้นเชิญกลับได้" รจเรขผายมือไปทางประตู

"กล้าดียังไงมาไล่ฉัน" เจนจิราแว้ดใส่

พุฒกับชื่นไปตามแย้มมาช่วย แย้มมาถึงโต้เจนจิราว่าทำไมรจเรขจะไล่ใครไม่ได้ในเมื่อเธอเป็นคุณผู้หญิงของ บ้านนี้ เจนจิราโกรธประกาศว่าเธอเป็นแฟนลักษมณ์ แย้มถามว่าระหว่างแฟนกับภรรยาใครสำคัญกว่ากัน เจนจิราเดือดท้าให้รอถามลักษมณ์ แต่รจเรขพูดอย่างใจเย็นว่าไม่ต้องรอถามและให้แย้มช่วยจัดการเคลียร์เรือน รับรอง อะไรที่ไม่ใช่ของลักษมณ์ให้เอาออกไปทิ้งให้หมด เจนจิราร้องกรี๊ดๆยื้อยุดของของเธอไว้ รจเรขบอกว่าอันไหนเป็นของเธอให้เอากลับไปไม่อย่างนั้นจะเผาทิ้งหมด

"อ๊าย....อย่านะไอ้บ้า ของฉันแบรนด์เนมทั้งนั้นนะยะ หยุดนะ...แกคอยดู ฉันจะฟ้องคุณลักษมณ์ ฉันจะให้คุณลักษมณ์ เฉดหัวแกออกจากบ้าน" เจนจิราร้องกรี๊ดๆชี้หน้ารจเรข

แย้ม พุฒ และชื่นช่วยกันขนเสื้อผ้าของเจนจิรามาเผา เจนจิราโมโห โถมเข้าบีบคอรจเรข ซึ่งแขนเข้าเฝือกอยู่จึงป้องกันตัวไม่ได้ ลักษมณ์กลับมาถึงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาห้าม เจนจิราโผกอดแล้วฟ้องยกใหญ่ แย้มเถียงแทนทุกข้อหา ลักษมณ์จึงหันมาถามรจเรข "มันยังไงกัน คุณกล้วย"

"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่ให้คนเอาของ...เก่าๆในเรือนรับรองมาเผาทิ้ง เพราะคิดว่าคงไม่ใช้แล้ว" รจเรขเน้นคำว่าของเก่า

ลักษมณ์แปลกใจว่ารจเรขรู้เรื่องเรือนหลังนี้ได้อย่างไร เจนจิราสวนขึ้น "บอกเค้าไปสิคะว่าเขาไม่มีสิทธิ์ เรือนรับรองเป็นที่ของเราสองคนเท่านั้น  ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย!"

ลักษมณ์ลำบากใจที่ต้องอธิบายกับรจเรขว่าเรือนรับรองหลังนี้ เขาเคยให้เจนจิราอยู่ รจเรขตัดบทอย่างน้อยใจ ถ้า

เช่นนั้นให้เขาชดใช้ค่าเสียหายให้เจนจิราไปแล้วหักจากเงินเดือนเธอ รจเรขสะบัดหน้าเดินไป แย้ม พุฒ และชื่นเดินตาม ลักษมณ์จะตามแต่เจนจิรารั้งไว้ จิตแอบดูอยู่หลังต้นไม้รีบไปรายงานคุณแข...เจนจิราฟ้องว่ารจเรขร้ายกาจ ลักษมณ์หันมาต่อว่าเจนจิรา

"คุณก็ไม่เบาหรอก อย่านึกว่าผมรู้ไม่ทัน ถ้าคุณไม่อยากให้เกิดเรื่อง คุณคงไม่เรียกให้เค้าไปหาคุณที่เรือนรับรอง คุณต้องการให้เค้าโมโห ให้เค้ามีเรื่องกับผม ใช่มั้ยล่ะ"

"ผิดด้วยเหรอคะ ที่เจนอยากให้ลักษมณ์เลิกกับเค้า"

"ผมกับรจเรขเลิกกันแน่ แต่เราจะเลิกกันต่อเมื่อผมต้องการเลิก เพราะฉะนั้น ผมขอสั่งห้าม ไม่ให้คุณมาวุ่นวายที่บ้านนี้อีก"

เจนจิราจะแย้งแต่พอลักษมณ์สวนว่า เธอคงรู้ว่าเขาไม่ชอบให้ขัดใจ เธอจึงสงบลงและยอมกลับไป...ลักษมณ์ มาเคาะประตูห้องเรียกรจเรข ชื่นออกมาเรียนว่า รจเรขไม่สบายขอนอนพัก แต่ลักษมณ์ไม่เชื่อ "ป่วยการเมืองน่ะสิ ถอยไป..."

ลักษมณ์เข้ามาเห็นรจเรขนอนพิงหมอนอยู่บนเตียง เขาต่อว่าที่เธอเดินหนีมาก่อนที่เขาจะพูดจบ รจเรขจึงพูดว่า เธอรู้ว่าเขากับเจนจิราเป็นอะไรกัน แต่เธอขอร้องว่าในระหว่างที่เธออยู่ที่นี่ให้เขาไปมีอะไรกับผู้หญิงของเขา นอกบ้าน ลักษมณ์จะบอกว่าตั้งแต่เขาแต่งงานกับเธอ เขาไม่เคยมีอะไรกับใคร แต่รจเรขไม่ฟังจึงโวย "เอ๊ะ...คุณนี่พูดไม่รู้เรื่อง ก็บอกอยู่ว่าไม่ๆๆๆ อยากให้สามีมีคนอื่นมากนักหรือยังไง"

"คุณไม่ใช่สามีของฉัน เราแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้นค่ะ" รจเรขมองอย่างน้อยใจ

"อ้อ จริงสิผมลืมไป แต่คุณคงไม่เคยลืมเลยสินะ"

"ฉันไม่กล้าลืมหรอกค่ะ ฉันเตือนตัวเองอยู่ทุกวินาทีเลย ว่าคุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน"

สองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลักษมณ์ กลับเข้าห้อง แย้มเอาน้ำชามาวางให้ลักษมณ์เห็นตัวกระแตวางที่หัวเตียงจึงถามแย้มว่าใครทำ แย้มตอบว่ารจเรขทำเพราะรู้ว่าเขาชอบ ทำให้เขาคิดถึงแม่ที่มักจะร้อยมาลัยเป็นตัวกระแตมาให้เขา และจะทำให้พิมานด้วย แต่เขาไม่พอใจเพราะพิมานกับแม่ใหม่แย่งพ่อของเขาไป แม่ของเขากลับสอนว่าถ้าไม่ชอบการกระทำของพ่อ ต่อไปก็อย่าทำให้คนที่ตัวเองรักเสียใจ...ลักษมณ์สับสนกับความรู้สึกที่มีต่อ รจเรข

ooooooo

บังเอิญเจนจิรามาเจอพงษ์นั่งคุยกับเจษฎาใน ห้องอาหารของโรงแรม เธอเข้าไปทักทายและรู้สึกคุ้นหน้าเจษฎา พอดีพงษ์เลี่ยงไปพูดโทรศัพท์ เจนจิรานึกออก "อ๋อ นึกออกแล้ว ฉันเคยเห็นคุณที่โรงพยาบาล คุณอยู่กับคุณรจเรข"

เจษฎาแปลกใจถามเจนจิราเป็นเพื่อนรจเรขหรือ เจนจิราตอบว่า "ไม่ใช่หรอกค่ะ ดิฉันเป็นแฟนคุณลักษมณ์ นฤนารถไมตรี สามีของคุณรจเรข หรือกล้วยของคุณนั่นแหละค่ะ"

เจษฎาอึ้ง เจนจิราต่อว่าคนรักของเขาแย่งคนรักเธอไป เจษฎารีบบอกว่ารจเรขไม่ใช่คนรักของเขาแล้วพลั้งปากพูด "กล้วยไม่ได้แย่ง ไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรด้วย คุณลักษมณ์ของคุณต่างหากที่จ้างให้กล้วยแต่งงาน"

พอรู้ตัวว่าพลั้งปาก เจษฎารีบบอกว่ารจเรขไม่ได้อยากยุ่งกับผู้ชายห่วยๆอย่างลักษมณ์ เจนจิราจึงบอกให้เขาพารจเรขไปจากลักษมณ์เสีย...พงษ์เดินกลับมา เจนจิรารีบลากลับ เจษฎาจึงถามพงษ์ว่าเธอเป็นแฟนลักษมณ์หรือ พงษ์ตอบว่าเห็นควงกันไปไหนมาไหน คงยิ่งกว่าแฟน...

วันรุ่งขึ้น ลักษมณ์มาขอบคุณรจเรขที่ร้อยกระแตให้เขา เขาอยากตอบแทนพาเธอไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่รจเรขไม่ต้องการ "ฉันไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆของคุณนะคะ ฉันเป็นแค่ลูกจ้างให้มาเล่นละครหลอกคนเท่านั้น"

"คุณเลิกตอกย้ำเรื่องนี้ซะทีได้ไหม คุณทำดีกับผม ผมก็แค่อยากทำอะไรให้คุณบ้าง ไม่มีอะไรเลยเหรอที่ผมจะทำให้คุณได้"

"ฉันอยากเป็นอิสระ คุณให้ฉันได้ไหมคะ"

"ทำไม อยู่กับผมมันทรมานนักหรือยังไง" ลักษมณ์ไม่ พอใจระคนน้อยใจ

"ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ คุณต่างหากที่ทรมาน ฉันไปจากที่นี่ซะคุณจะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของคุณเสียที"

ลักษมณ์จะเถียง พอดีชื่นมารายงานว่าเจษฎามาหา ลักษมณ์ไม่พอใจทันที ให้ชื่นไปบอกว่ารจเรขไม่สะดวกรับแขก รจเรขค้านว่าเธอจะรีบลงไป ลักษมณ์แขวะว่าใครกันแน่ที่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม รจเรขประชดว่าเขายังคบกับเจนจิราได้ ทำไมเธอจะคบกับเจษฎาไม่ได้...รจเรขลงมาหาเจษฎาที่ห้องรับแขก เขาบอกว่าคุณยายให้เอามะม่วงกวนมาให้ รจเรขหันไปสั่งชื่นให้เอาไปใส่ขวดโหล และแบ่งไปให้คุณแข พอหันมาจะคุยกับเจษฎา ลักษมณ์เดินมานั่งคั่นกลางอ่านหนังสือพิมพ์หน้าตาเฉย รจเรขทำเป็นไม่สนใจ ถามไถ่ถึงทุกคน และฝากบอกคุณยายว่าเธอสบายดี เจษฎาโพล่งขึ้นว่า

"สบายดีที่ไหน แขนเจ็บอยู่เนี่ย เป็นอะไร?"

รจเรขตอบว่าหกล้ม เขาถามอีกว่าล้มเองหรือใครทำ ลักษมณ์ไม่พอใจโยนหนังสือพิมพ์ทิ้ง หันมาถาม "หมายความว่ายังไงไม่ทราบ"

รจเรขกลัวจะมีเรื่องกัน จึงชวนเจษฎาออกไปคุยในสวน ลักษมณ์ตะโกนไล่หลังว่าอยู่ตรงนี้อี๋อ๋อกันไม่ถนัดหรือ...ชื่นขำมาเล่าให้ แย้มและพุฒฟังในครัว จิตได้ยินไม่ชอบใจหาว่า รจเรขทำไม่ถูกที่เอาผู้ชายมาคุยในบ้าน แย้มเอ็ดที่จิตนินทาเจ้านายและไล่ให้กลับเรือนขาวไป

พอรจเรขรู้ข่าวว่าไก่จะกลับไปชกมวยหาเงินมาไถ่ตัวเธอก็รีบวิงวอนเจษฎาให้ ห้ามไก่ไว้ เจษฎากุมมือรจเรข "พี่จะห้ามได้ยังไง ในเมื่อพี่กับไอ้ไก่ก็รู้สึกอย่างเดียวกัน ยอมให้

ตัวเองเจ็บเสียดีกว่าต้องทนเห็นกล้วยเจ็บแบบนี้"

ลักษมณ์เดินเข้ามาเสียงกร้าวให้ปล่อยมือจากรจเรข ไม่วายจิตตามมาแอบดู พอเห็นจะมีเรื่องกันก็รีบไปฟ้องคุณแข ...เจษฎามองลักษมณ์อย่างท้าทาย "กล้วยไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ เขารับจ้างจดทะเบียนสมรสแลกเงิน ก็เท่านั้น"

"คุณเป็นนักกฎหมาย น่าจะรู้ คุณกล้วยจดทะเบียนสมรสกับผม ก็เท่ากับเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย" ลักษมณ์

ดึงมือรจเรขมากุมไว้

เจษฎากระชากกลับและพูดว่ามันเป็นแค่ละครเท่านั้นอย่ามาฉวยโอกาส ลักษมณ์ไม่พอใจดึงรจเรขมาโอบเอว "ไหนๆจะเล่นละครก็เล่นให้มันสมบทบาทหน่อยซี เขาเล่นเป็นภรรยา ผมเล่นเป็นสามี ส่วนคุณไม่เกี่ยว ไสหัวไปไกลๆถ้าไม่อยากรับบทชายชู้!"

พูดจบ ลักษมณ์หอมแก้มรจเรขเย้ย รจเรขโกรธที่ถูกหยาม สะบัดตัวออกแล้วตบหน้าลักษมณ์อย่างแรง เจษฎาโถมเข้าชกซ้ำ   ลักษมณ์โมโหจะสวนกลับแต่พุฒกับชื่นรั้งไว้จึงทำให้เจษฎาชกหน้าลักษมณ์อีก หมัด ลักษมณ์โวย "มาจับฉันทำไม ไปจับมันโน่น"

รจเรขจับเจษฎาไว้และขอร้องให้หยุด ลักษมณ์ยิ่งโกรธหาว่ารจเรขห่วงชู้มากกว่า เจษฎาโมโหโถมเข้าใส่ลักษมณ์ รจเรขวิ่งไปขวางกลางทำให้ลักษมณ์ชะงัก เจษฎาจึงต่อยลักษมณ์ล้มไปหัวกระแทกขอบเก้าอี้เลือดไหล รจเรขตกใจเข้าประคอง คุณแขกับพิมานออกมาบอกให้หยุด

"รจเรข บอกฉันได้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร!" คุณแขเสียงเข้ม

ทุกคนนั่งลงสงบเสงี่ยม รจเรขแนะนำว่าเจษฎาเป็นเพื่อนพี่ชายเธอ เจษฎาพูดแทรก "ผมตอบเองก็ได้ เพราะนายลักษมณ์ของพวกคุณมันรังแกน้องผม มันฉวยโอกาส มันรังแกผู้หญิง มันไม่ใช่สุภาพบุรุษ"

พิมานถามว่าลักษมณ์ทำอะไร รจเรขรีบห้ามไม่ให้เจษฎาพูดอะไรเพราะกลัวความแตกและขอร้องให้เขากลับไปก่อน เจษฎาไม่ค่อยพอใจจึงชี้หน้าลักษมณ์ "ก็ได้...แต่คุณห้ามแตะต้องกล้วยอีก ถ้าผมรู้ว่าคุณฉวยโอกาสรังแกกล้วย ผมไม่เอาไว้แน่ ผมจะแฉให้หมดว่าความจริงมันคืออะไร"

พิมานเอะใจว่าเรื่องอะไร รจเรขเร่งให้เจษฎากลับไป เขายังทิ้งท้ายอีกว่าถ้าลักษมณ์ทำอะไรรจเรขอีกเขาจะพูดให้หมด ไม่สนว่าตกลงอะไรกันเอาไว้ คุณแขใจหายกลัวพิมานรู้เรื่องรีบตัดบทให้รจเรขพาลักษมณ์ไปทำแผล   พิมานยังโวยวาย

ถามว่าเรื่องที่เจษฎาพูดคืออะไร คุณแขบอกว่าเป็นเรื่องในครอบครัวของลักษมณ์ เขาไม่เกี่ยว แล้วให้รจเรขกับลักษมณ์ตามไปคุยในห้อง

คุณแขตำหนิทั้งลักษมณ์และรจเรขที่ถึงแม้จะเป็นสามีภรรยากันปลอมๆแต่ก็ควรให้ เกียรติกัน ไม่พาคนอื่นมาระรานในบ้าน ลักษมณ์หน้าเจื่อนที่คุณแขรู้เรื่องเจนจิรา คุณแขรับปากว่าจะรีบให้พิมานแต่งงานไปให้เร็ว ทั้งสองจะได้ไม่ต้องทนอยู่ด้วยกันต่อไป ทั้งสองสะเทือนใจ

ooooooo

พิมานนั่งมองรูปรจเรขที่โต๊ะทำงานในกระทรวง เขาครุ่นคิดถึงคำพูดของเจษฎา จึงโทร.กลับไปบ้านขอคุยกับรจเรข แต่เธอกลับให้แย้มมาบอกว่าเธอคุยอยู่กับคุณแขที่เรือนขาว พิมานรู้ว่ารจเรขเลี่ยงไม่ยอมคุยกับเขา จึงฝากแย้มไปบอกรจเรขว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ...ณัฏฐาถือกระเช้าขนมมาฝาก พิมาน ได้ยินที่เขาพูดจึงจะถอยกลับ แต่พิมานเห็นเสียก่อนจึงยิ้มเจื่อนๆ

"ฉันจัดกระเช้าขนมมาให้คุณพ่อน่ะค่ะ เลยทำมาฝากคุณด้วย แต่เผอิญเห็นคุณกำลังยุ่งเลยไม่กล้ากวน"

"อุตส่าห์มีน้ำใจเอาขนมมาฝาก จะเรียกว่ากวนได้ยังไงครับ เชิญนั่งก่อนครับ" พิมานลุกไปหาน้ำมาให้

ณัฏฐาถือโอกาสหยิบรูปที่พิมานคว่ำไว้บนโต๊ะมาดู แล้วตกใจ เพราะเป็นรูปรจเรขในชุดนางรำ...ณัฏฐากลับบ้าน

มาเล่าให้คุณหญิงศรีสวัสดิ์ฟังว่าพิมานมีคนรักอยู่แล้ว แต่คุณหญิงศรีสวัสดิ์หาว่าเธอคิดมากไปเอง "ถ้าคุณพิมานเขามีผู้หญิงอื่น เขาจะมาทาบทามหนูทำไม"

"เค้าก็ไม่ได้ทาบทามหนูนี่คะ คุณแม่ คุณป้าแขต่างหากเป็นคนจัดการ"

คุณหญิงศรีสวัสดิ์เอ็ดว่าเรื่องหมั้นหมายไม่ใช่การเล่นขายของ จะมาทำกันเล่นๆได้อย่างไร ณัฏฐาอ้างว่าคุณแขอาจไม่รู้ว่าพิมานมีคนรักอยู่แล้วก็ได้...คุณหญิง ศรีสวัสดิ์รีบโทร.ไปถามคุณแขทันที คุณแขตกใจรีบรับรองแข็งขันว่าพิมานไม่มีใครแน่นอน ในใจเธอรู้สึกผิด แต่เพื่ออนาคตของลูกชาย เธอจำต้องโกหก...

เพราะอึดอัดใจลักษมณ์จึงมานั่งดื่ม พิมานมาเจอขอคุยด้วย ลักษมณ์แกล้งโอบกอดเจนจิราและบอกมีอะไรก็พูดมา พิมานถามเรื่องที่เจษฎาพูดเมื่อเช้า ลักษมณ์ย้อนว่าทำไมเขาต้องบอก

"เพราะว่ามันเกี่ยวกับผมใช่ไหม ความลับของพี่มันเกี่ยวกับผมใช่ไหม บอกผมมาซิ"

"ฟังนะ...ฉันจะบอกแกแบบเดียวกับที่ฉันบอกไอ้ทนายเจษฎา แกฟังดีๆ แกเลิกยุ่งกับคุณกล้วยได้แล้ว เขาเป็นของฉัน แกไม่มีสิทธิ์"

"แต่พี่ลักษมณ์มีสิทธิ์ ทั้งๆที่พี่ลักษมณ์ทำตัวแบบนี้เหรอครับ พี่ลักษมณ์ไม่ได้รักคุณกล้วยเลยแล้วแต่งงานกับเธอทำไม"

"อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน กลับไปสนใจคู่หมั้นของตัวเองดีกว่า...ไป๊" ลักษมณ์ผลักพิมานหลบแล้วโอบเจนจิราเดินไป

เจนจิรามองพิมานอย่างสงสัย...

คืนนั้น ขณะที่รจเรขเอากระแตมาวางในห้องลักษมณ์ แย้มมาบอกว่ามีคนโทร.มาหา เธอจำเสียงได้ว่าเป็นเจนจิรา ไม่อยากให้รับ แต่รจเรขบอกว่าไม่เป็นไรแล้วลงมารับสาย เจนจิราพูดทันที "ฉันมีเรื่องอยากถาม เธอกับคุณลักษมณ์แต่งงานกันเพราะอะไร"

รจเรขตอบว่ามันเป็นเรื่องของเธอกับลักษมณ์ เจนจิราไม่พอใจจึงยั่วว่าไม่เป็นไรเพราะลักษมณ์นอนอยู่ข้างๆ  เธอถามเขาเองก็ได้

"ค่ะ ขอบคุณคุณเจนจิรามากนะคะ ที่อุตส่าห์สละเวลาและเรือนร่างมาบริการสามีของดิฉัน เท่านี้ใช่มั้ยคะที่อยากจะบอก ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" รจเรขวางสายอย่างสุภาพ

แย้มมองอย่างเห็นใจแล้วบอกว่าทีหลังไม่ต้องลดตัวไปเสวนากับคนพรรค์นั้น ให้เธอคุยแทนก็ได้ แต่รจเรขกลับบอกว่าเมื่อแฟนนายจ้างอยากคุยด้วยเธอก็ต้องคุย แย้มแย้งว่า เจนจิราไม่ใช่แฟนลักษมณ์เป็นแค่คู่นอน ไม่มีค่าเท่าภรรยา

"สำหรับคุณลักษมณ์ไม่มีใครมีค่าหรอกค่ะ ทุกคนมีแค่ ...ราคา...ฉันหรือคุณเจนจิราก็ไม่มีใครดีไปกว่าใครหรอก แต่ก็ขอบคุณคุณแย้มมากนะคะ ที่มีแก่ใจ" รจเรขพูดจบเดินกลับขึ้นห้อง

แย้มมาบ่นกับชื่นและพุฒ สงสารรจเรข และเสียดายถ้าพิมานแต่งงานไปแล้วเธอต้องไป

ooooooo

ไก่เข้ามาติดต่อเรื่องชกมวยในกรุงเทพฯ จึงแวะมาหาเจษฎาที่คอนโดฯ พอเห็นหน้าเจษฎาที่บอบช้ำจากการชกกับลักษมณ์ และรู้เรื่องที่ลักษมณ์ทำกับรจเรขก็โกรธจะไปเอาเรื่อง เจษฎาต้องห้ามไว้เพราะเกรงรจเรขจะเดือดร้อนลำบากใจอีก เจษฎายอมรับกับไก่ว่าเขารักรจเรขและพร้อมจะแต่งงานกับเธอทันทีที่เธอหลุดจาก สัญญาบ้าๆนั่น ไก่จึงตัดสินใจจะขึ้นชกกับนักมวยที่ทุกคนขยาดเพราะมักชกคู่ต่อสู้ปางตาย แต่ขอค่าชกสิบเปอร์เซ็นต์จากเงินที่เฮียเจ้าของค่ายจะได้

เช้าวันต่อมา ลักษมณ์กลับมาบ้านรู้ว่าตัวเองผิดที่ไม่ กลับบ้านทั้งคืน จึงแย็บถามพุฒว่ารจเรขห่วงเขาบ้างไหม พุฒ

ตอบว่าไม่ห่วงเพราะรู้ว่าเขาอยู่ไหน ลักษมณ์งง

"ก็คุณเจนจิราสิครับ โทร.มาเยาะเย้ยคุณผู้หญิงว่าคุณลักษมณ์นอนค้างอยู่ที่บ้านเธอ"

"แล้วคุณผู้หญิงว่ายังไง"

"ไม่ว่าครับ แต่ท่าทางคงจะเสียใจ"

"ซวยแล้วไหมล่ะ...เอายังไงดีวะ"

"กลุ้มเลยๆ  ไอ้เรื่องนอกใจเมียเนี่ยนะครับ  พุฒจะบอกให้  ถ้าทำอย่ากลัว  ถ้ากลัวอย่าทำ"

"ฉันไม่ได้กลัวเว้ย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร แค่กินเหล้าเยอะไปหน่อยเลยเผลอหลับไปแค่นั้น...แต่คุณกล้วยคงไม่เชื่อแน่ จะทำไงดีวะ ป่านนี้คงงอนตายชักไปแล้ว" ลักษมณ์กระวนกระวาย

พุฒแอบขำ ลักษมณ์ถามว่ารจเรขอยู่ไหน พุฒบอกว่าอยู่ในสวนแล้วตกใจปิดปากหลบตา ลักษมณ์เห็นท่าทางน่าสงสัยจ้องตาพุฒอย่างคาดคั้น...

ในสวน พิมานกำลังคุยกับรจเรขอย่างเคร่งเครียด เขาต้องการรู้ว่ามีอะไรปิดบังเขา รจเรขบอกว่า "ฉันพูดอะไรไม่ได้ เห็นใจฉันเถอะนะคะ คุณพิมาน"

"เพราะพี่ลักษมณ์ห้ามคุณใช่ไหม คุณสองคนเป็นสามีภรรยากันประสาอะไร ทำไมคุณต้องกลัวพี่ลักษมณ์หงอขนาดนั้น ทั้งๆ...ที่พี่ลักษมณ์เค้าไม่ได้สนใจความรู้สึกคุณเลย"

รจเรขสะท้อนใจ พิมานพูดเรื่องที่เขาเจอลักษมณ์เมื่อคืน รจเรขจะเดินหนี ลักษมณ์เข้ามายืนข้างรจเรข "ฉันอยู่บ้านเจนจิรา คุณกล้วยเค้ารู้อยู่แล้ว ใช่มั้ยคุณกล้วย"

รจเรขพยักหน้าเศร้าๆ พิมานไม่พอใจที่รจเรขยอมขนาดนั้น ลักษมณ์เยาะว่าเพราะรจเรขรักเขามากถึงตามใจเขา ทุกอย่าง อย่ามายุแยงให้ผัวเมียแตกกันเลย พิมานมองรจเรขอย่างแคลงใจ

"ถ้าคุณกล้วยกับพี่ลักษมณ์รักกันจริง ผมไม่ยุ่งแน่ แต่ เท่าที่ผมเห็น  ผมว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น  แต่เอาเถอะครับ  ซักวันผมคงจะรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่" พิมานมองลักษมณ์อย่างท้าทาย

พอพิมานเดินไป ลักษมณ์ก็หันมาพาลใส่ "ไง แม่สาวเสน่ห์แรง พิมานมันจะหมั้นอยู่วันสองวันนี้แล้ว คุณไปหว่านเสน่ห์ใส่มันอีท่าไหน มันถึงได้กลับมาตอมคุณอีกเนี่ย"

"ฉันไม่ได้ทำอะไร ถ้าคุณไม่ควงคุณเจนจิราเฉิดฉายไปทั่วเมืองจนคนเค้าสงสัย มันก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอกค่ะ" รจเรขสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไป

พิมาน หน้าเครียดมาบอกคุณแขว่าจะขอเลื่อนนัดทานข้าวกับครอบครัวณัฏฐาเย็นนี้ เพราะเขารู้ว่าลักษมณ์ไม่ได้รักกับรจเรข คุณแขเสียงเข้ม "รู้ได้ยังไง! คุณลักษมณ์กับแม่รจเรขเขาแต่งงานและจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย เขาสองคนเป็นสามีภรรยากัน!"

"แต่ผมไม่เชื่อว่าคุณกล้วยมาอยู่กับพี่ลักษมณ์ด้วยความเต็มใจ และผมจะไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น จนกว่าแม่จะบอกความจริงกับผม ว่าทำไมคุณกล้วยต้องแต่งงานกับพี่ลักษมณ์" พอเห็นคุณแขนิ่ง จึงรุกถาม "แม่บังคับให้คุณกล้วยแต่งงานกับพี่ลักษมณ์ เพื่อตัดหน้าผมใช่ไหมครับ"

คุณแขจ้องตาพิมานพูดเสียงหนักแน่นว่า รจเรขแต่งงานกับลักษมณ์ด้วยความเต็มใจ ให้ลืมเธอเสีย แต่พิมานตอบว่า เขาทำไม่ได้ คุณแขแทบลมจับ "ถ้าลูกยังเห็นแก่หน้าคุณพ่อ ถ้าลูกยังเห็นแก่ชื่อเสียงของตระกูลนฤนารถไมตรี ลูกต้องรักษาคำพูดของตัวเอง จะทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไม่ได้ นี่เป็นคำสั่ง!"

พิมานทรุดนั่ง สับสนว่าควรทำอย่างไรดี...ลักษมณ์ อาบน้ำแต่งตัว เห็นกระแตวางอยู่บนหัวเตียงก็อมยิ้ม หมั่นไส้ที่รจเรขทำเป็นเถียงคำไม่ตกฟากกับเขา แต่พอลับหลังก็ทำใจดี จึงมาหาเธอที่ห้อง รจเรขกำลังเปลี่ยนผ้าพันแขนอย่างทุลักทุเล ลักษมณ์จึงเข้ามาทำให้ รจเรขตกใจที่เขาเข้ามาไม่รู้เนื้อรู้ตัว ลักษมณ์ถาม "ทำไม เห็นผมทำหน้ายังกับเห็นผี"

"เห็นผีซะยังดีกว่า" รจเรขสะบัดออกมาทำเอง

ลักษมณ์ยื้อทำให้ รจเรขว่าเธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ขี้เกียจชดใช้ ลักษมณ์จึงกอดเธอไว้ให้อยู่เฉยๆ "จะอยู่นิ่งๆ ให้พันแขนดีๆ หรือจะให้กอดไว้อย่างนี้ทั้งวัน จะเอายังไง"

รจเรขจำต้องนิ่งมองลักษมณ์พันแขนให้ รู้สึกว่าเขาก็อ่อนโยนเป็น แล้วเหลือบเห็นแผลที่หัวจึงถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ลักษมณ์ย้อนถามว่าห่วงเขาด้วยหรือ รจเรขขอโทษแทนเจษฎาอีกครั้ง ลักษมณ์บอกว่าเขารู้ว่าเจษฎาหวงเธอ พอดีชื่นมาเคาะประตู รจเรขรีบบอกให้ลักษมณ์ปล่อยเธอ ชื่นเข้ามาบอกว่าคุณแขมาขอพบ ทั้งสองสบตากันแปลกใจ

ลงมาหาคุณแขที่ห้องสมุด คุณแขพูดเรื่องที่พิมานสงสัย และจะยกเลิกนัดหมาย ลักษมณ์จะไปคุยกับพิมานเอง คุณแขรั้งไว้ "แม่ยื่นคำขาดไปแล้ว แต่ที่มานี่เพราะอยากขอร้อง เราต้องทำอะไรซักอย่าง ให้พิมานเลิกหวังในตัวรจเรข"

ลักษมณ์หันมามองรจเรขยิ้มเยาะ "ไง แม่คนเสน่ห์แรง สร้างปัญหาไม่จบสิ้น"

"ถ้าคุณคิดว่าปัญหาอยู่ที่ดิฉัน ดิฉันจะไปพูดกับคุณพิมานให้เข้าใจเอง"

ลักษมณ์ดึงแขนตะคอก "ไม่ต้อง คนมันยิ่งบ้าๆจะไปยั่วให้เห็นหน้านี่เหรอวิธีแก้ปัญหา"

คุณแขเห็นทั้งสองฮึ่มๆใส่กันยิ่งหนักใจ "แม่ว่ามีทางเดียว ถ้าพิมานเชื่อว่าคุณลักษมณ์กับแม่รจเรขรักกันจริงๆ พิมานก็หมดหวัง แล้วทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อยไปเอง ว่าแต่จะทำได้ไหม"

ลักษมณ์รับปากคุณแขแล้วหันมามองรจเรขอย่างเอาเรื่อง...ขณะเดียวกัน เจนจิราต้องการรู้ความจริงจึงชวนจอยมาที่คอนโดฯของเจษฎา เพื่อถามให้รู้แจ้งเห็นจริง พอดีเจษฎายังไม่ออกไปทำงานกำลังคุยกับไก่เรื่องจะไปชกมวย เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันงงๆ...

ooooooo
ตอนที่ 5

ไก่เดินมาเปิดประตูห้อง จอยกับเจนจิราบุกเข้ามาเจอเจษฎาก็รีบถามว่าให้แฟนชิ้นเก่าไปแต่งงานกับลัก ษมณ์ทำไม ไก่ได้ยินคนสบประมาทรจเรขก็โกรธจะเอาเรื่อง "พูดให้ดีๆนะ ใครเป็นชิ้นเก่าใคร!"

"เอ๊ะ...มาออกรับแทนแบบนี้ นังรจเรขมันเป็นชิ้นเก่าของแกด้วยหรือไง" เจนจิราแว้ดใส่

ไก่ตอบว่าเขาเป็นพี่ชาย เจนจิรามองอย่างเหยียดๆ "อ๋อ ที่แท้เป็นพี่ชายเหรอ ตกลงนังรจเรขมันขายตัวหาเลี้ยงทั้งพี่ชายทั้งแฟนเลยเหรอเนี่ย"

"เฮ้ย! ทำไมพูดจาหมาๆแบบนี้วะ" ไก่จะเอาเรื่อง

เจนจิราหวาดแต่ยังปากเก่งว่าเธอรู้แล้วว่ารจเรขขายตัว ไก่เดือดโพล่งออกไปว่ารจเรขแต่งงานแต่ในนาม "เพราะน้องชายนายลักษมณ์มันมาหลงรักน้องสาวผมน่ะสิ พี่ชายถึงได้มาแต่งงานกันท่าเอาไว้ แต่คุณไม่ต้องห่วง น้องชายของมันแต่งงานเมื่อไหร่ กล้วยก็จะหย่าจากไอ้หมอนั่นทันที"

เจนจิรากับจอยยังพูดดูถูกรจเรขว่าระหว่างนี้คงหาทางขึ้นเตียงกับลักษมณ์ ไก่โกรธเงื้อมือจะชก เจษฎารีบห้ามแล้วบอกสองสาวว่าถ้ายังไม่รีบกลับไปเขาจะไม่ห้ามไก่อีก สองสาวรีบวิ่งแจ้นออกไป...เจษฎาต่อว่าไก่ที่พูดออกไปจะทำให้รจเรขเดือดร้อน

เย็นวันนั้น ลักษมณ์แต่งตัวเสร็จออกมาถามแย้มว่า รจเรขแต่งตัวเสร็จหรือยัง ขาดคำรจเรขเดินลงมา ลักษมณ์ถึงกับตะลึงแต่อดเหน็บแนมเธอไม่ได้ว่า "สวย สวยเกินไปหรือเปล่า จะสวยอะไรนักหนา กลัวพิมานมันตัดใจไม่ได้หรือยังไง"

"จะให้ไปเปลี่ยนใหม่มั้ยคะ" รจเรขจะกลับขึ้นไป

"ไม่ต้อง ไปได้แล้ว...คุณแขรออยู่ อย่าลืมนะคุณ วันนี้เราต้องไม่ทะเลาะกัน"

"ฉันไม่ทะเลาะแน่ค่ะ ถ้าคุณไม่เริ่ม"

"นี่ไง นี่ไง ไอ้ลีลาเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้นี่ไง มันถึงพูดกันดีๆไม่ค่อยได้"

"เจ้าค่ะ คุณลักษมณ์ วันนี้ดิฉันจะเป็นภรรยาที่ดี สงบเสงี่ยมเจียมตน ไม่ขัดใจเป็นอันขาดเจ้าค่ะ" รจเรขประชด ลักษมณ์ควงเธอเดินไปที่เรือนขาว

คุณแขกำลังคุมจิตจัดวางดอกไม้ จู่ๆจิตยืนตาค้าง คุณแขแปลกใจ จิตชี้ให้คุณแขดูลักษมณ์กับรจเรขซึ่งดูสวยหล่อเดิน ควงกันมาเหมือนสามีภรรยาที่รักกันมาก...มาถึงลักษมณ์ก็ถามหาพิมาน คุณแขถอนใจที่ยังไม่ยอมลงมาแม้ข้าวปลาไม่ลงมาทาน รจเรขจึงคิดอะไรบางอย่างได้ เธอปอกผลไม้

จัดแกะพอคำให้จิตเอาไปให้พิมานบนห้อง พอพิมานเห็นก็จำได้ว่าเป็นฝีมือรจเรข เขารีบวิ่งลงมาถามหารจเรข สาวใช้ บอกว่าอยู่หลังบ้าน จึงรีบตามไป...รจเรจกำลังแกะสลักผลไม้ เป็นรูปคอเรือหงส์และร้อยอุบะดอกจำปาห้อย แย้มมองอย่างชื่นชม ลักษมณ์นั่งลงข้างๆ

"ไหนขอดูหน่อยสิ โอ้โห สวยจริงๆด้วย ถ้าไม่เห็นกับตาไม่เชื่อนะเนี่ยว่าจะมีใครเอาผลไม้มาแกะเป็นเรือหงส์ได้"

"วุ้ย...คุณลักษมณ์ขา ตอนป้าสาวๆนะคะ อย่าว่าแต่เรือหงส์เลยค่ะ เรือสำเภาป้าก็แกะได้ แต่ตอนนี้สายตามันไม่ค่อยดี ฝ้าฟางเต็มที"

"ครับ ผมเชื่อ ผมแค่อยากจะชมเมียผมเฉยๆ คนอะไรไม่รู้ ทั้งสวยทั้งเก่ง..."

รจเรขยิ้มเขิน จัดผลไม้ที่กว้านเมล็ดออกแล้วเรียงลงรอบๆเรือหงส์อย่างคล่องแคล่ว แย้มอมยิ้มเดินเลี่ยงออกไป ลักษมณ์หยอกล้อรจเรขอย่างน่าเอ็นดู และนัวเนียไล่หอมแก้มรจเรข พิมานยืนมองอย่างเจ็บปวดเสียใจที่สองคนสนิทสนมเหมือนคนรักกัน ทนไม่ไหว กระแอมออกมา ลักษมณ์กับรจเรขชะงักหันมามอง ลักษมณ์ยังโอบกอดรจเรขไว้แล้วถาม

"อ้าว พิมานมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ กินอะไรหรือยัง หิวไหม"

พิมานมองสองคนอย่างค้นหาความจริง ลักษมณ์ถามอีกว่าทานผลไม้ที่พี่สะใภ้ทำไปให้หรือยัง พิมานอารมณ์เสียตอบว่าทานไม่ลงแล้วเดินกลับไป รจเรขรู้สึกสงสารพิมานแต่กล้ำกลืนไว้ ลักษมณ์เดินตามเรียกพิมาน

"หยุดก่อน...วันนี้เป็นวันสำคัญของนาย นายควรจะรีบไปแต่งตัวเตรียมตัวให้พร้อม คุณณัฏฐากับคุณหญิงศรีเค้าจะคิดยังไง ถ้าเห็นนายทำหน้าเหมือนจะถูกส่งไปลานประหารแบบนี้"

"พี่ลักษมณ์ลองคิดดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่ต้องการให้มีวันนี้ ใครกันแน่ที่ต้องการให้ผมแต่งงานกับณัฏฐา"

"นายก็รู้ดี สิ่งที่คุณแขทำให้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนาย" ลักษมณ์พยายามโน้มน้าว

"แต่ผมไม่เคยต้องการ ผมต้องการคุณกล้วย พี่ก็รู้!"

"พิมาน! แกกำลังพูดถึงเมียฉันนะ ระวังปากด้วย" ลักษมณ์ระงับความโกรธและเตือน อย่าทำให้คุณแขเสียใจ

"ได้ วันนี้ผมจะยอมพี่ลักษมณ์กับแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่ถ้าผมรู้ความจริงว่าการแต่งงานของพี่ลักษมณ์กับคุณกล้วยมีอะไรแอบแฝงอยู่ ผมจะไม่เห็นแก่อะไรทั้งนั้น นอกจากตัวผมเอง ได้ยินมั้ยครับพี่ลักษมณ์!" พูดจบพิมานเดินไป...

ครอบครัวณัฏฐามาถึง คุณแขกับพิมานต้อนรับ คุณหญิงศรีสวัสดิ์เห็นหน้าพิมานหมองๆ จึงถามว่าไม่สบายหรือ แล้วตำหนิสามีคงใช้งานพิมานมากเกินไป พิมานรีบบอกว่าเขานอนดึกไปเท่านั้น คุณแขแนะนำลักษมณ์กับภรรยา ท่านนพพรแปลกใจที่ลักษมณ์แต่งงานแล้ว ลักษมณ์ตอบว่าเขาแต่งเงียบๆ แล้วไปโอบรจเรขมาแนะนำ ณัฏฐาตกตะลึงเมื่อเห็นหน้ารจเรข เพราะคือผู้หญิงนางรำในรูปบนโต๊ะทำงานพิมาน จึงหลุดปากเรียกออกมา "คุณกล้วย!!"

"อ้าว ยัยหนูรู้จักคุณรจเรขด้วยหรือลูก" คุณหญิงศรีสวัสดิ์แปลกใจ

ณัฏฐาอ้ำอึ้งแก้ตัวว่าจำคนผิด แต่พิมานกับลักษมณ์

ไม่อยากเชื่อ ลักษมณ์ดึงรจเรขมาสอบถามว่ารู้จักณัฏฐามาก่อนหรือ รจเรขส่ายหน้า อาจจะเคยจ้างเธอไปรำ แต่ลักษมณ์ว่าไม่ใช่ เพราะดูท่าณัฏฐาตกใจมาก เขาหาว่ารจเรขคงเคยแสดงตัวว่าเป็นแฟนเก่าพิมาน

"บ้า คิดได้ยังไงน่ะ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นใครพาล ไม่มีเหตุผลเท่าคุณมาก่อนเลย"

รจเรขโกรธจะเดินหนี ลักษมณ์ตามไปคล้องแขนเตือนอย่าลืมหน้าที่วันนี้ แล้วพากลับไปในบ้าน...เสร็จจากอาหาร รจเรข ขอตัวไปดูแลของหวาน ณัฏฐาถือโอกาสขอเข้าไปช่วย ลักษมณ์กับพิมานมองตามไม่สบายใจ

เข้ามาในครัวณัฏฐาเห็นผลไม้ที่รจเรขแกะสลักก็ทึ่ง ชื่นชมว่าเก่ง แต่พอได้เห็นอุบะดอกจำปาก็นิ่งไป รจเรขสงสัย จึงถามว่ารู้จักเธอมาก่อนหรือ ณัฏฐาตอบอย่างบริสุทธิ์ใจว่าเคยเห็นรูปบนโต๊ะพิมาน และได้ยินพิมานเอ่ยชื่อบ่อยๆ รจเรขรีบบอกว่าเธอกับพิมานเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ขอให้สบายใจได้ แต่ณัฏฐาพึมพำว่า "แต่ดิฉันมองออก ว่าคุณพิมานเค้า..."

"เชื่อดิฉันเถอะค่ะ คุณกับคุณพิมานเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดแล้ว คุณพิมานเองเป็นคนฉลาด เขาทราบดีค่ะ ว่าใครคือผู้หญิงที่มีคุณค่าคู่ควรกับเค้า"

ณัฏฐาฝืนยิ้ม รจเรขยิ้มอย่างจริงใจชวนให้กลับออกไปทุกคนคงรอ ลักษมณ์เห็นท่าทีณัฏฐาซึมไปและพิมานก็มองรจเรขบ่อยๆ จึงแกล้งทำหวานตักอาหารป้อนรจเรขต่อหน้าทุกคน รจเรขจึงแกล้งตักอาหารเผ็ดๆป้อนเขาบ้าง เพราะรู้ว่าลักษมณ์ ไม่ทานของเผ็ด

"ผมไม่ยักรู้นะครับ ว่าพี่ลักษมณ์ชอบผัดเผ็ด เดี๋ยวนี้พี่ลักษมณ์ทานเผ็ดได้แล้วเหรอครับ"

ลักษมณ์รู้ว่ารจเรขแกล้งและพิมานคอยจับผิดจึงตอบว่า เมียป้อนอะไรเขาก็ทานได้ทั้งนั้น คุณหญิงศรีสวัสดิ์อมยิ้ม "คุณลักษมณ์รักภรรยามากเลยนะคะ เห็นแล้วน่าเอ็นดู"

"ขนาดแต่งงานแล้วยังหวานป้อนข้าวป้อนน้ำ ตอนจีบกันใหม่ๆคงโรแมนติกมาก" ท่านนพพรชื่นชม คุณหญิงศรีสวัสดิ์เห็นด้วยแล้วเลยถามว่าเจอกันครั้งแรกที่ไหน

"ผมพบคุณกล้วยเมื่อวันลอยกระทงปีที่แล้วครับ เมื่อผมเห็นคุณกล้วยครั้งแรก ผมก็รู้เลยว่าจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ให้ได้"

"ลอยกระทงปีที่แล้ว คุณกล้วยไปรำในงานต้อนรับรัฐบาลจีนที่เชียงใหม่ครับ แล้วพี่ลักษมณ์ก็ไม่ได้ไปงานนั้นซะหน่อย" พิมานขัดคอโดยไม่สนใจใคร

รจเรขตกใจรีบกู้หน้าให้ว่า "ดูสิ คุณลักษมณ์ลืมอีกแล้ว เราไม่ได้เจอกันวันลอยกระทงซะหน่อย ที่เจอวันลอยกระทงน่ะคนอื่นรึเปล่าคะ เดี๋ยวกลับไปบ้านต้องเคลียร์กันหน่อย"

ทุกคนหัวเราะกันครืน ท่านนพพรแซวให้หาข้อแก้ตัวดีๆ คุณแขรีบเปลี่ยนเรื่องชมว่า รจเรขแกะสลักผลไม้ไว้ต้อนรับ รจเรขจึงขอตัวไปยกมา พิมานตามไปพูดว่าเธอโกหกไม่เก่งเลย

"คุณกับพี่ลักษมณ์ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมต้องเล่นละครเป็นคู่รักหวานแหววด้วย คิดว่าผมดูไม่ออกหรือไง"

รจเรขกำลังจะยกจานผลไม้เรือหงส์ สะดุ้งพูดไม่ออก ชวนพิมานออกไปคุยข้างนอก แต่พิมานรวบมือเธอ พร่ำถามว่าทำไมต้องโกหกเขา ทำไมต้องแต่งงานกับลักษมณ์

"ปล่อยมือเมียฉันเดี๋ยวนี้นะพิมาน" ลักษมณ์ตามมาเสียงเขียวไม่พอใจอย่างมาก

"ไม่ จนกว่าผมจะรู้ว่าพี่ลักษมณ์กับคุณกล้วยปิดบังอะไรผมอยู่" พิมานเสียงแข็ง

ลักษมณ์กระชากมือพิมานออกแล้วผลักอกอย่างแรง "มีสติหน่อย พิมาน...คุณแขกำลังคุยเรื่องการแต่งงานของนายกับคุณณัฏฐาอยู่ข้างนอกโน่น นายจะมาวุ่นวายอะไรกับคนอื่นอีก กลับไปข้างนอกเดี๋ยวนี้! อย่าทำให้คุณณัฏฐาว่าที่คู่หมั้นของนายต้องเสียใจเลย"

"ผมบอกแล้วไง ผมจะไม่หมั้นกับเค้า จนกว่าผมจะรู้ความจริง!"

ณัฏฐาเดินตามมาได้ยินทุกคำพูด ลักษมณ์พูดใส่หน้าพิมานว่า เขากับรจเรขรักกัน ให้ยอมรับความจริงบ้างว่าแพ้แล้ว พิมานจ้องหน้าลักษมณ์อย่างโกรธจัดก่อนจะยอมกลับออกไป ณัฏฐารีบหลบ รจเรขถอนใจหันไปยกจานเรือหงส์ ลักษมณ์ หึงหันมาต่อว่ารจเรขอย่าหนีมาอ่อยเหยื่อลับหลังเขาอีก รจเรขโต้ "เค้ามาก็เพราะคุณนั่นแหละ พูดอะไรไม่ถามกันก่อนทำให้สงสัย"

"ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าคุณกับมันจะมีอดีตอันแสนหวาน ไปไหนมาไหนด้วยกันทุกเทศกาล   เมื่อก่อนคงสวีตกันมากล่ะสิท่า"

"ค่ะ สวีตมาก ไปสวีตด้วยกันทุกเทศกาล ปีใหม่ ตรุษจีน ลอยกระทง สงกรานต์ ดิฉันอยู่กับคุณพิมานตลอด มีความสุขมากๆ อย่างนี้ใช่มั้ยคะที่คุณอยากได้ยิน" รจเรขประชด

ลักษมณ์โมโหดึงรจเรขเข้ามาจะจูบ เธอเบี่ยงหลบ ทำให้ เรือหงส์ล้มตกลงพื้นพังกระจาย รจเรขตกใจเสียดาย ลักษมณ์ รู้สึกผิดแต่ยังปากดีโทษว่าเธอกวนประสาทเขาก่อน นั่งลงจะเก็บ รจเรขปัดมือเขาออกน้ำตาคลอ "ไม่ต้องค่ะ มันไม่มีค่าอะไรหรอก มันไม่สำคัญอะไรทั้งนั้น..."

พอพวกผู้ใหญ่รู้ว่าเรือหงส์ตกพังไปแล้วก็บ่นเสียดาย คุณแขจึงบอกว่าวันหมั้นพิมานกับณัฏฐาจะให้รจเรขแสดงฝีมือใหม่ แล้วหันมาคุยเรื่องหาฤกษ์ ณัฏฐาขัดขึ้นว่าขอดูกันไปก่อนได้ไหม แต่คุณแขว่าไม่ต้องดูแล้วล่ะ นัดกับคุณหญิงศรีสวัสดิ์ไปหาฤกษ์ทันที

จบงาน ลักษมณ์เข้ามาหารจเรขในห้องเพื่อขอบคุณที่ทำให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี พิมานจะได้แต่งงานไปกับณัฏฐา ไม่มาวุ่นวายกับเธออีก รจเรขยังโกรธและน้อยใจประชดว่า "ค่ะนางรำต่ำๆอย่างฉัน จะได้พ้นจากชีวิตของพวกคุณเสียที"

"พูดเรื่องไปอีกแล้ว ผมถามจริงๆ คุณอยากไปจากผมมากนักเหรอ"

รจเรขตอบว่าใช่ ลักษมณ์หงุดหงิดเข้าใจว่าเธอคงอยากกลับไปหาเจษฎา รจเรขน้อยใจตอบว่าใช่อีก ลักษมณ์โกรธพลั้งปากพูดให้เธอเก็บของไปเลย รจเรขจึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าลักษมณ์ตามมาดึงมือ รจเรขร้องให้ปล่อย ลักษมณ์โวยว่าใครให้ไป

"คุณพูดเอง ถอยไปค่ะ"

"ผมไม่ให้ไป" ลักษมณ์ยื้อไม่ให้หยิบกระเป๋าเสื้อผ้า

รจเรขโกรธกระแทกประตูปิด ลักษมณ์ร้อยโอ๊ย...รจเรขตกใจรีบจับมือลักษมณ์มาดูอย่างห่วงใย ลักษมณ์ฉวยโอกาสกอดเธอไว้ รจเรขตกใจดิ้นให้ปล่อย

"ผมไม่ปล่อย คุณต้องอยู่กับผมที่นี่ ผมยังไม่ปล่อยคุณไปยั่วผู้ชายคนไหนทั้งนั้น เข้าใจไหม" ลักษมณ์ยิ้มกวนๆ

รจเรขพูดอย่างเจ็บช้ำว่า สักวันเธอก็ต้องไป ลักษมณ์ ถามว่าอยากไปมากนักหรือ รจเรขพูดจริงจังว่า เมื่อเรื่องจบลง เธอก็ต้องไปจากที่นี่ตามสัญญา ลักษมณ์น้อยใจเดินกลับออกไป

ooooooo

ข่าวณัฏฐาลั่นระฆังวิวาห์กับพิมานลงหนังสือ-พิมพ์หลายฉบับ จอยเอามาให้เจนจิราดูระหว่างพักถ่ายแบบ และชวนไปเยาะเย้ยรจเรขกัน แต่เจนจิราว่าจะไปทำให้เหนื่อยทำไม รอเวลาที่รจเรขออกจากบ้านแล้วค่อยถล่มทีเดียวดีกว่า

ข่าวนี้ทำให้เจษฎารีบไปบอกไก่ว่า ไม่ต้องชกมวยแลกเงินอีกแล้ว ไก่ดีใจและแนะว่าถึงเวลาที่เจษฎาควรเข้ามาดูแลรจเรข เขาจึงโทร.นัดเธอออกมาพบ รจเรขไม่อยากให้ใครในบ้านรู้ เพราะคุณแขขอไว้ไม่อยากให้มีเรื่องอีก จึงไม่ให้พุฒ ขับรถไปส่ง จิตสงสัยว่าทำไมต้องไปแท็กซี่

ศาลาเล็กๆกลางสวนที่เจษฎานัดรจเรขมาพบ ถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีชมพูสะพรั่ง รจเรขยืนมองด้วยความแปลกใจ เจษฎามองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง "กล้วย พี่มีเรื่องสำคัญอยากบอกกล้วยนานแล้ว แต่พี่ไม่กล้าพูด เพราะพี่คิดว่าพี่ยังไม่พร้อม จนถึงวันที่กล้วยแต่งงานกับคนอื่นไป พี่ถึงได้รู้ว่า พี่ไม่อยากจะรออีกต่อไปแล้ว"

รจเรขอึดอัดพยายามจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แต่เจษฎากลับกุมมือเธอสารภาพว่า "พี่รักกล้วยนะจ๊ะ พี่อยากให้กล้วยรู้ว่า ทันทีที่กล้วยหย่าขาดจากนายลักษมณ์ เมื่อถึงวันที่กล้วยเป็นอิสระ พี่จะขอแต่งงานกับกล้วย พี่อยากให้กล้วยใช้เวลาค่อยๆคิด ว่ากล้วยยินดีจะฝากชีวิตไว้กับพี่ไหม  แต่ชีวิตของพี่  พี่ยกให้ กล้วยแล้ว"

เห็นความรักและจริงใจของเจษฎาแล้ว ทำให้รจเรขไม่กล้าปฏิเสธจึงบอกไปเพียงว่า เธอยังไม่พร้อม เจษฎาเข้าใจ เขาจะรอคำตอบจากเธอ แต่ขอฝากแหวนเพชรรูปหัวใจให้เธอเก็บไว้ รจเรขรับมาด้วยความลำบากใจ...

ให้บังเอิญลักษมณ์กลับมาทานข้าวกลางวันที่บ้าน พอรู้ว่ารจเรขไม่อยู่ก็พาลโกรธ แย้มกับชื่นช่วยกันจัดอาหารกลางวันให้ รจเรขกลับมาโดยให้เจษฎาจอดรถก่อนจะถึงบ้าน เจษฎารู้สึกเธอจะกลัวลักษมณ์เอามากๆ แต่ก็สัญญาว่าวันที่เธอหลุดพ้นเขาจะมารับเธอออกไปจากที่นี่ รจเรขอึดอัดใจมาก เธอเข้าบ้านมา พุฒวิ่งหน้าตาตื่นมาชนเธอเข้าพอดี

"โอ สวรรค์ทรงโปรด คุณผู้หญิงกลับมาแล้ว ช่วยด้วยครับ ระเบิดลงใหญ่แล้ว"

"เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนพุฒ ระเบิดอะไร!"

"ก็คุณลักษมณ์น่ะสิครับ นึกยังไงไม่ทราบกลับมากินข้าวกลางวันที่บ้าน ไม่เจอคุณผู้หญิงเลยอารมณ์เสียใหญ่ ยกอะไรออกไปให้ก็ไม่ถูกใจ ระเบิดตูมๆท่าเดียวเลย"

รจเรขขำถามว่าตอนนี้ลักษมณ์อยู่ไหน ให้ไปบอกว่าเธอจะทำอาหารไปให้ พุฒเห็นลักษมณ์อาละวาดอยู่ริมสระน้ำ แย้มกับชื่นนั่งหน้าเจื่อนฟังลักษมณ์บ่น "ผมจ่ายเงินค่ากับข้าวเดือนนึงเป็นหมื่น กลับมาบ้านทำไมไม่มีอะไรให้กินเลย"

แย้มตอบว่าทุกวันเขาทานนอกบ้านจึงไม่ได้เตรียมไว้ และนี่ก็ทำข้าวต้มปลาของโปรดมาให้ ลักษมณ์โวยว่าเช้ากินโจ๊กปลา กลางวันยังให้กินข้าวต้มปลาอีกหรือ พุฒเข้ามากระซิบแย้ม ลักษมณ์เอ็ดตะโรให้พูดดังๆ พุฒปากคอสั่นบอกตามที่รจเรขสั่งมา ลักษมณ์ดีใจเดินไปหารจเรข

"ว่าไงจ๊ะ พุฒ เด็กโมโหหิวอาละวาดบ้านพังไปหรือยัง" รจเรขกำลังก้มหน้าจัดผักวางบนจานข้าวผัดน้ำพริกลงเรือโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้น มาดูจึงพูดต่อ "ถ้าเป็นแถวบ้านฉันนะ งอแงขนาดนี้ต้องโดนฟาดก้นซักสองสามที ดัดนิสัย"

"แน่จริงก็ลองสิ" ลักษมณ์จากที่โกรธเปลี่ยนเป็นขำเมื่อได้ยินรจเรขพูดถึงเขา พอเห็นเธอตกใจจึงต่อว่า "คุณเป็นภรรยาประสาอะไร ชวนคนอื่นนินทาสามีลับหลัง มิน่า คนในบ้านมันไม่ค่อยกลัวผม"

"ใครว่าคะ เค้ากลัวกันจนหัวหดหมดแล้วทุกคน"

"ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง คุณหายไปไหนมา"

รจเรขเตรียมคำตอบไว้แล้ว เธอบอกเขาว่าไปจ่ายค่าโทรศัพท์ และซื้อของใช้ส่วนตัวจึงอยากไปเอง แล้วส่งจานข้าวผัดให้ ลักษมณ์อ้อนบอกว่ามือไม่ว่างให้เธอป้อน รจเรขไม่อยากขัดใจจึงป้อน ลักษมณ์ยิ้มแต้หายงอนชมว่าอร่อย รจเรขจึงให้ไปนั่งที่โต๊ะอาหารให้เรียบร้อย เธอจะยกไปให้ ลักษมณ์เร่งให้ไวๆถ้าช้าเขาจะกินเธอแทน รจเรขยิ้มอย่างเอ็นดูในความอ้อนของเขา

โต๊ะริมสระน้ำ รจเรขนั่งมองลักษมณ์ทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย เขาหยิบผักที่เธอแกะสลักมาดูแล้วชมว่าช่างทำเหมือนแม่ของเขาเลย "เมื่อก่อนสมัยผมเด็กๆช่วงไหนที่นาย แม่อยู่บ้าน คนที่บ้านไม่เป็นอันทำอะไร ถ้าไม่ร้อยดอกไม้ ก็สลักผักดองขิง ทำกระท้อนลอยแก้ว สารพัด...ป้าแย้มแก่แล้ว หูตาไม่ค่อยดี ตั้งแต่นายแม่เสียไป ผมเลยไม่ค่อยได้ทานอะไรแบบนี้อีกเลย"

"ฉันจะสอนชื่นไว้ค่ะ อีกหน่อยจะได้มีคนทำให้คุณทาน"

"อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ได้มั้ย ผมยังไม่อยากฟัง" ลักษมณ์ หงุดหงิดเมื่อได้ยินรจเรขพูดเรื่องจะไป พาลเรียกพุฒเอากาแฟมา ถ้าช้าจะตัดเงินเดือน

พุฒถือถ้วยกาแฟวิ่งมา ชนกับชื่นที่เอากระเป๋าถือรจเรขมาให้ กระเป๋าหล่น กล่องแหวนกลิ้งออกมา รจเรขรีบเก็บ ลักษมณ์ เห็นจะขอดู รจเรขยืนประจันหน้า "มันของของฉันค่ะ"

ลักษมณ์ยื้อแย่งมาจนได้ พอเปิดดูเห็นแหวนเพชรรูปหัวใจก็รู้ว่าไม่ใช่แหวนธรรมดาแน่ จึงถามว่าเธอไปไหนมากันแน่ รจเรขขอคืน ลักษมณ์ไม่ให้ "ตอบผมมาก่อน คุณไปเอาแหวนนี่มาจากไหน ใครให้มา ไอ้เจษฎาใช่ไหม"

"ค่ะ...พี่เจษให้ฉันมา แต่ว่าคุณลักษมณ์คะ..."

"คุณไม่ต้องพูดเลย นี่ถ้าผมจับไม่ได้คาหนังคาเขา ผมคงจะไม่รู้ว่าระหว่างที่ผมไม่อยู่ คุณแอบออกไปหาผู้ชายอื่น ใจร้อนไปหน่อยมั้ยคุณ ทะเบียนสมรสยังคาอยู่เลย ไอ้ทนายเจษฎามันชอบเป็นชู้กับเมียชาวบ้านหรือยังไง"

"คุณลักษมณ์คะ ฟังฉันก่อน..."

"ผมไม่ฟัง ผู้หญิงก็ร้าย ผู้ชายก็เลว ของแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง โทษนายเจษฎาคนเดียวไม่ได้ มันคงไม่กล้าซื้อแหวนให้คุณ ถ้าคุณไม่ให้ท่ามัน"

"มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คุณลักษมณ์..."

"ไม่ต้องพูดแล้วจำเอาไว้ คุณยังเป็นของผมอยู่ คุณไม่มีสิทธิ์ให้ความหวังผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น คุณเป็นของผม จำไว้!!" ลักษมณ์ขว้างแหวนทิ้งไปในสระน้ำ แล้วปึงปังขับรถออกไป

คุณแขเห็นลักษมณ์ขับรถออกไปอย่างรวดเร็วก็ตกใจ จิตรีบรายงานใส่ไฟรจเรขคบชู้...รจเรขเสียใจ พุฒมาช่วยลงไปงมหาแหวนให้อยู่นานไม่เจอ คุณแขออกมาเรียกรจเรขไปคุยในบ้าน...พิมานกลับมา จิตรีบรายงานว่าคุณแขคุยกับรจเรขอยู่ที่บ้านใหญ่ พิมานแปลกใจตามไป พอดีพุฒเจอแหวนร้องบอกแย้มอย่างดีใจ พิมานเข้ามาขอแหวนไปดู จิตจีบปากจีบคอรายงานจนเกือบพลั้งปาก "...โอ๊ย...แม่รจเรขต่างหากที่จะโดนคุณลักษมณ์ทิ้งตามสัญญา อุ๊บ!"

"สัญญาอะไร จิตบอกฉันมา" พิมานบังคับให้จิตพูด แย้มห้ามก็โดนเอ็ด จิตกำลังจะบอกคุณแขออกมาเอ็ดจิตให้กลับเรือนขาว จิตหน้าเจื่อนเดินไป พิมานโวย "แม่จะปิดปากทุกคนไม่ได้หรอกนะครับ บอกผมมาดีกว่า คุณกล้วยแต่งงานกับพี่ลักษมณ์เกี่ยวข้องกับผมยังไง"

"ฉันกับคุณลักษมณ์แต่งงานกันไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้นค่ะ" รจเรขยืนยันเอง

"คุณโกหก พี่ลักษมณ์โกหก มันเรื่องอะไรกันแน่ มันต้องสำคัญมากเลยใช่มั้ย ทุกคนถึงได้รวมหัวกันโกหกผม"

คุณแขปรามให้พิมานหยุดได้แล้ว พิมานโกรธคืนแหวนให้รจเรขแล้วสำทับว่า ความลับไม่มีในโลกก่อนจะเดินไป คุณแขหันมาบอกรจเรขให้คืนดีกับลักษมณ์เสีย เรื่องยุ่งๆถึงจะจบ...

ลักษมณ์กลัดกลุ้ม มาหาเจนจิราแล้วพากันไปนั่งที่ผับ เจนจิราชวนเขาดื่มฉลองอิสรภาพ ลักษมณ์แปลกใจว่าเธอรู้เรื่องพิมานได้อย่างไร เจนจิราตอบว่ารู้จากเจษฎา แล้วต่อว่าที่เขาไม่บอกเธอ ลักษมณ์ขอร้องไม่ให้เจนจิราพูดออกไป จะเสียแผน เจนจิราชนแก้วรับปาก...

คืนนั้น รจเรขรอลักษมณ์จนกลับมา เธอเดินตามพูดกับเขา "คุณลักษมณ์คะ ฉันยอมรับว่าฉันผิดที่โกหกคุณ ฉันขอโทษ แต่ฉันอยากอธิบายเรื่องแหวน"

ลักษมณ์บอกให้ว่ามา แต่เดินเข้าห้องน้ำหน้าตาเฉย "คุณจะว่าอะไรก็ว่ามา แต่ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ออกไป"

รจเรขตัดสินใจเดินตามเข้าไปในห้องน้ำ เห็นลักษมณ์ นอนแช่ในอ่างอาบน้ำก็ตกใจ...

ooooooo
ตอนที่ 6

แม้จะเขินอายเมื่อเห็นลักษมณ์นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ แต่เขาให้เธอพูด เธอจึงพูดไปว่าเธอผิดที่แอบออกไปหาเจษฎาเพราะไม่ได้คิดอะไรกับเขาจริงๆ และไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะเตรียมแหวนไว้ให้ ลักษมณ์ถามว่าเจษฎาขอแต่งงานใช่ไหม รจเรขตอบเบาๆว่าใช่

"เชอะ แล้วคุณว่าไง" ลักษมณ์เจ็บใจ ถึงแม้รจเรขจะบอกว่าเธอเคารพเจษฎาอย่างพี่ชาย แต่ลักษมณ์ไม่เชื่อ "งั้นคุณ กล้าพิสูจน์ไหม พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าคุณไม่ได้คบชู้ระหว่าง ที่ยังแต่งงานอยู่กับผม"

"ได้ค่ะ คุณจะให้ฉันพิสูจน์ยังไง" รจเรขรับปากไปโดยไม่ทันคิด

ลักษมณ์ ขอเก็บแหวนเจษฎาไว้ เพื่อเธอจะได้ไม่เอาไปใส่ให้ความหวังกับเจษฎา รจเรขครุ่นคิดแล้วยอมให้ ลักษมณ์บอกให้เอามาให้เขา รจเรขชะงักไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ จึงวางแหวนที่อ่างล้างหน้า "ฉันวางไว้ตรงนี้นะคะ ให้คุณเก็บไว้เพื่อความสบายใจ แต่หลังจากที่เราหย่ากันฉันจะเอาคืนพี่เจษเอง...ฉันไปล่ะค่ะ"

ลักษมณ์สลดลงเมื่อได้ยินรจเรขพูดเรื่องหย่า เขามองตามหลังเธอออกไป...

วันนี้ คุณหญิงศรีสวัสดิ์พาณัฏฐามาตัดชุดไทยสำหรับงานหมั้น ทั้งที่ยังไม่ได้ฤกษ์ ณัฏฐาท่าทางไม่มีความสุขเอาเสียเลยเพราะไม่มั่นใจในตัวพิมาน แต่คุณหญิงศรีสวัสดิ์หาว่าเธอคิดฟุ้งซ่านมากไป ถ้าพิมานไม่ชอบคงไม่ให้คุณแข มาสู่ขอ...ในขณะเดียวกัน คุณแขเอาผ้าไหมมาแจกให้แย้ม ชื่น จิตไว้ตัดชุดใส่วันงานหมั้น แย้มถามว่าลักษมณ์กับรจเรขใส่ชุดผ้าไหมหรือเปล่า

"คุณลักษมณ์ก็ต้องแต่งด้วยจ้ะ นี่ฉันก็เตรียมผ้าไหมไว้ให้คุณลักษมณ์แล้ว"

แย้ม เปรยๆว่ารจเรขหิ้วกระเป๋ามาใบเดียว เสื้อผ้าก็มีไม่กี่ชุด จะมีชุดผ้าไหมใส่หรือ คุณแขนึกได้ ให้คนไปตามรจเรขมาหาที่เรือนขาว...ลักษมณ์พารจเรขมา คุณแขดันกองผ้าไหมให้

"คุณหญิงศรีเธออยากให้ทุกคนแต่งชุดไทย เธอชอบผ้ายกสีไหนก็เลือกเอาเลยจ้ะ ฉันจะตัดชุดให้เธอใส่งานหมั้นพิมาน"

"ผ้าสวยทุกผืนเลยนะคะ ท่าทางจะแพงมาก" รจเรขคลี่ผ้าออกดู

"เป็นผ้าโบราณ ฉันซื้อเก็บไว้เมื่อตอนสาวๆ สมัยนั้นยกหนึ่งก็สี่ห้าพัน เดี๋ยวนี้ยกนึงคงจะเป็นหมื่น"

รจเรข เสียดายไม่ขอรับ ลักษมณ์ว่าอย่าเกรงใจเลย งานหมั้นลูกชายคนเดียว คุณแขทุ่มไม่อั้น แต่รจเรขเห็นว่าตัดไปก็ใส่แค่งานเดียว เธอขอเช่าชุดมาใส่ดีกว่า มีร้านประจำ คุณแขทึ่งในความเจียมตัวของรจเรข...พิมานเห็นทุกคนอยู่รวมกัน จึงย่องออกไปหาพุฒซึ่งกำลังตัดเล็มต้นไม้อยู่ แล้วใช้เงินล่อถามว่าลักษมณ์กับรจเรขทะเลาะกันบ่อยไหม และยังถามอีกว่าทั้งสองนอนห้องเดียวกันหรือเปล่า พุฒบอกไปตามจริง พิมานดีใจระคนสงสัยทำไมลักษมณ์ต้องหลอกลวง

ooooooo

เมื่อ รจเรขปฏิเสธรับผ้าไหมจากคุณแข ลักษมณ์ จึงพาเธอมาร้านเสื้อหรูเพื่อให้เลือกชุดตามใจชอบ เธอเลือกด้วยความเกรงใจและบอกเจ้าของร้านว่าขอเช่าเครื่องประดับ ลักษมณ์ไม่ชอบใจ "นี่คุณจะใส่ของปลอมเหรอ   งานนี้มีแต่คุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งนั้น ไม่อายเขาหรือไง"

"ไม่อายหรอกค่ะ นางรำอย่างดิฉันใส่ของปลอมจนชิน อย่าให้ดิฉันทำอะไรเกินฐานะตัวเองดีกว่า"

"ฐานะของคุณ คือภรรยาของนายลักษมณ์ นฤนารถไมตรี"

"ไม่ใช่ค่ะ ฐานะของดิฉันคือ นางรำที่คุณจ้างมาเล่นละครเป็นภรรยาต่างหาก"

"คุณ กล้วย...เวลาของเราสองคนเหลือน้อยเต็มที เราเลิกพูดแบบนี้กันดีกว่า เผื่อวันหน้าเราไม่ได้เจอกันอีก จะได้มีความทรงจำดีๆไว้นึกถึงกันบ้าง" ลักษมณ์กุมมือรจเรข พูดอ่อนโยน

รจเรขอึ้ง สบตาลักษมณ์เห็นถึงความจริงใจของเขา จึงต้องยอมยิ้มให้ ลักษมณ์จึงขอถ่ายภาพเธอเก็บไว้เป็นที่ระลึก ในชุดไทยที่ดูสวยสง่า จากนั้นก็พาเธอมาห้องอาหารไทยในโรงแรม ซึ่งมีนางรำโชว์ รจเรขรู้ว่าแพงมากก็ไม่อยากทานที่นี่

"พูดอย่างคุณไม่เคยมาทาน"

"อาหารไทยก็จริง แต่มื้อนึงเป็นพัน คนอย่างฉันไม่มีปัญญามาทานหรอกค่ะ ฉันมาทำงานน่ะค่ะ"

ลักษมณ์ เปลี่ยนเรื่องมาพูดว่านางรำสวยสู้เธอไม่ได้ รจเรขตำหนิว่าอย่าดูที่หน้าตา ให้ดูที่ความอ่อนช้อย นางรำจะตั้งใจรำให้สวยที่สุด ไม่ว่าจะมีคนดูหรือไม่ก็ตาม ลักษมณ์ สงสัยว่าทำไม

"เขาเสียเงินจ้างเธอมาแล้วนี่คะ ต่อให้มีแขกแค่โต๊ะเดียว ก็ต้องรำให้คุ้มค่าเงินเขา อาชีพรับจ้างก็เป็นแบบนี้"

"แล้วหลังจากที่...เอ่อ...เราเลิกกัน คุณจะกลับไปรับจ้างรำอย่างเดิมไหม" ลักษมณ์เห็นใจ

"ฉันรักอาชีพของฉันค่ะ ถึงรายได้ไม่จัดว่าดีนัก แต่อาชีพนางรำก็ช่วยให้ฉันมีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ซื้อข้าวกิน ส่งเสียทางบ้านค่ะ"

ลักษมณ์ มองรจเรขอย่างชื่นชม พอนางรำรำจบเขาจึงปรบมือจนออกนอกหน้าเป็นการให้กำลังใจ เขาถามรจเรขว่าดอกไม้ที่ทัดหูนางรำคือดอกอะไร รจเรขตอบว่าดอกจำปาเป็นดอกไม้ที่เธอชอบมากที่สุด ลักษมณ์ถามเหตุผลทำไมถึงชอบ

"ที่สวนบ้านคุณยายฉันมีต้นจำปา ตอนเด็กๆฉันอยากได้แต่เก็บไม่ถึง คุณพ่อท่านจะอุ้มฉันขึ้นไปเก็บ"

"คุณพ่อคุณอยู่ที่บ้านสวนเหรอครับ"

"ท่าน เสียตอนฉันอยู่ประถมค่ะ ยังจำได้ตอนท่านเสียใหม่ๆฉันนั่งร้องไห้ข้างต้นจำปาทุกวัน เวลาเห็นดอกจำปามันทำให้ฉันนึกถึงคุณพ่อค่ะ" รจเรขสีหน้าเศร้าลง

ลักษมณ์ คิดอะไรได้ เขาเดินไปหานางรำแล้วชมว่าเธอรำได้สวยมาก เขาทิปให้เธอหนึ่งพันบาทและขอดอกจำปาจากเธอเพื่อเอามามอบให้รจเรข "ผมเอามาให้คุณ ว่าแต่ว่า เวลาคุณได้ดอกจำปามาแล้ว คุณเอามาทำอะไรน่ะ"

"ติดผมค่ะ"

ลักษมณ์ เอาดอกจำปาพันที่ผมรจเรข เคลียอยู่ข้างแก้ม เขามองเธออย่างหลงใหล รจเรขเขินหลบสายตาแล้วบอกเขาว่า ดึกแล้ว ให้กลับบ้าน ลักษมณ์จึงยื่นแขนให้เธอควงเดินออกไป

ooooooo

พอรู้ว่าใกล้ วันที่รจเรขจะหมดสัญญา เจนจิราถูกจอยยุให้มาหาลักษมณ์เพื่อทวงสิทธิ์ของตัวกลับคืน แต่พอสองสาวมาที่บ้านนฤนารถไมตรี ก็รู้จากแย้มว่าลักษมณ์พาภรรยาไปทานอาหารนอกบ้าน เจนจิราพยายามโทร.หาแต่ปิดมือถือ จึงโวยวายใส่แย้มกับชื่น ว่าเธอเป็นเมียตัวจริงของลักษมณ์ให้หาอะไรไปให้เธอทาน เธอจะรอที่เรือนรับรอง

"เดี๋ยวก่อน! คุณรจเรขไม่ใช่เมียจอมปลอม คุณนั่นแหละเมียจอมปลอม ชอบทำตัวราวกับเป็นเมียทั้งๆที่เป็นแค่คู่นอน" แย้มขวางหน้าพูดใส่เจนจิรา

เจนจิราเต้นผางร้องกรี๊ดๆ แย้มเรียกพุฒให้มาไล่สองสาวออกไปจากบ้าน พิมานผ่านมาเจอ พุฒ แย้ม และชื่นรีบปล่อยสองสาว จอยโมโหด่าว่ารจเรขและพลั้งปากพูดเรื่องสัญญาทั้งหมด พิมานได้ยินถึงกับอึ้ง เจนจิราหน้าเจื่อน ตะครุบปากจอยไว้ "พอแล้ว จอย!"

"ขอบคุณมากนะครับคุณเจนจิรา ที่ทำให้ผมตาสว่างเสียที" พิมานเดินจากไปอย่างโมโห

"เราทำความลับแตก คุณลักษมณ์ต้องโกรธมากแน่ๆ" เจนจิรากลัว...

พิมาน เดินปึงปังเข้ามาหาคุณแข และไล่จิตกับสาวใช้ที่กำลังช่วยกันเก็บของให้ออกไปก่อน แล้วโวยกับคุณแข "พี่ลักษมณ์จ้างคุณกล้วยแต่งงานเพื่อตัดหน้าผม ใช่มั้ยครับแม่"

"ลูกไปเอามาจากไหน!"

"เลิก โกหกผมซะที ผมรู้ว่าแม่รู้เห็นเป็นใจกับพี่ลักษมณ์ แม่ปล่อยให้พี่ลักษมณ์ทำร้ายจิตใจผม เพราะแม่อยากให้ผมแต่งงานกับณัฏฐาใช่มั้ยครับแม่"

"ทุกคนทำไปเพราะหวังดีกับลูกนะ"

"พราก ผมจากผู้หญิงที่ผมรักน่ะเหรอครับ ที่แม่เรียกว่า ความหวังดี พอกันทีครับ ผมไม่ขอรับความหวังดีจากใครอีกแล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น"

คุณแข ตกใจ ยิ่งพิมานประกาศล้มเลิกการหมั้น คุณแขถึงกับช็อก...พอลักษมณ์กับรจเรขกลับมา คุณแขมารอที่ห้องโถงเพื่อบอกเรื่องพิมาน แย้มรายงานว่าพิมานคงรู้จากที่เจนจิรา

มาอาละวาด ลักษมณ์สงสารคุณแขและกลัดกลุ้มใจไปด้วย เพราะถ้าพิมานปฏิเสธการหมั้น สองครอบครัวคงมองหน้ากันไม่ติดแน่ จึงกุมมือคุณแขปลอบว่าเขาจะจัดการทุกอย่างเอง

รจเรขเป็นห่วง ชงชามาให้ลักษมณ์ซึ่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องทำงาน นั่งลงข้างเขาพูดอย่างห่วงใย "คุณจะทำยังไงต่อไปคะ?"

"ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน ผมรู้จักนิสัยพิมานดี ลองได้รู้ความจริงแบบนี้มันคงจะรั้น กลับไปแต่งงานกับคุณให้ได้"

รจเรขจึงขอไปคุยกับพิมานให้เอง เธอกลับเข้ามาใน

ห้อง นอน เอาดอกจำปาที่ลักษมณ์ให้ใส่ขวดโหลแก้วอย่างประคบ ประหงม พึมพำเศร้าๆ "ฉันสัญญา ฉันจะทำให้ดีที่สุด จะทำให้ คุณพิมานแต่งงานตามความต้องการของคุณให้ได้ ถึงแม้มันจะทำให้เราสองคนต้องจากกันก็ตาม"

วันรุ่งขึ้น พิมานไปหาวีรวัฒน์ที่บ้านแต่เช้า เพื่อถามว่าทำอย่างไรให้รจเรขหลุดพ้นจากข้อตกลงบ้าๆนั่น วีรวัฒน์ตอบว่าไม่มีเพราะรจเรขจดทะเบียนสมรสกับลักษมณ์ พิมานเสนอคืนค่าจ้างให้ แต่วีรวัฒน์ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องของคนสองคน พิมานไม่เกี่ยว ทำให้พิมานโกรธมาก

"ผมไม่เกี่ยวได้ยังไง พี่ลักษมณ์แย่งคุณกล้วยไปจากผม คุณกับพี่ลักษมณ์ใช้วิธีสกปรกแย่งคนรักของผม คุณไม่ละอายใจบ้างหรือไง" พิมานกระชากคอเสื้อวีรวัฒน์

"ไม่หรอกครับ ผมเป็นลูกจ้าง ผมทำตามที่คุณลักษมณ์ สั่งได้ทุกอย่าง...แม้แต่เรื่องที่น่าละอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า

ผมก็ทำมาแล้ว หรือว่าคุณพิมานจำไม่ได้" วีรวัฒน์ดันพิมานออก

พิมาน สลดลงรู้ว่าวีรวัฒน์หมายถึงเรื่องในอดีตของเขา วีรวัฒน์ขอให้พิมานกลับไปเสีย...กลับเข้าบ้าน พิมานเห็นรจเรขยืนอยู่ก็ดีใจรีบเข้าไปคุยด้วย เขาขอโทษที่เข้าใจเธอผิด รจเรขรีบบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตอนนั้นเธอต้องการเงินจริงๆ พิมานกุมมือเธอถามว่าทำไมไม่บอกเขา เขาจะเอาเงินคืนลักษมณ์ เพื่อให้เธอเป็นอิสระ และจะแต่งงานกับเธอ รจเรขดึงมือกลับและย้ำว่าเธอไม่แต่งงานกับเขา ให้เขาแต่งกับณัฏฐาไปเพราะเป็นคู่ที่เหมาะสม แต่พิมานไม่ยอม

"ไม่! ผมไม่แต่งกับเค้า ใครก็บังคับผมไม่ได้เพราะผมรักคุณ ได้ยินมั้ยคุณกล้วยผมรักคุณ"

"ขอบคุณค่ะ คุณพิมาน แต่ฉันไม่ได้รักคุณ ถึงคุณจะไม่แต่งงานกับคุณณัฏฐา ฉันก็แต่งงานกับคุณไม่ได้ เพราะฉันไม่ได้รักคุณ"

"แต่คุณแต่งงานกับพี่ลักษมณ์..." พิมานเสียงสั่นด้วยความเสียใจ

"ฉันแต่งงานกับคุณลักษมณ์ เพราะฉันรักเขาค่ะ ฉันรักคุณลักษมณ์" รจเรขพูดหนักแน่น

พิมาน เหมือนโดนฟ้าผ่า รจเรขกลั้นน้ำตาพูดย้ำให้เขาลืมเธอเสีย และแต่งงานกับณัฏฐา เพราะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก รจเรขเดินจากไป พิมานทรุดลงร้องไห้...ลักษมณ์ซึ่งแอบฟังอยู่ ทั้งสงสารน้องแต่ก็ตื้นตันในคำพูดของรจเรข

ooooooo

วันนี้ ลักษมณ์จึงเป็นคนพาคุณแขไปวัดที่นัดกับคุณหญิงศรีสวัสดิ์และณัฏฐา เพื่อขอฤกษ์จากหลวงพ่อ โดยอ้างว่าพิมานไม่สบาย แต่ณัฏฐาสงสัยว่าไม่ใช่เหตุผล

เจษฎาเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า เผอิญเห็นเจนจิรา

เถียง กันอยู่กับจอย จึงได้ยินเรื่องที่พิมานรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เขาเข้าไปต่อว่าสองสาวอย่างเดือดดาล "คุณทำไปได้ยังไง! ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้...คอยดูนะ  ถ้าคุณกล้วยไม่ได้ออก

จากบ้านนรกหลังนั้น ผมจะกลับมาเย็บปากคุณสองคน หรือไม่ก็ตัดลิ้น เอาให้พูดไม่ได้ไปทั้งชาติเลย"

เจน จิรากับจอยยืนอึ้งมองเจษฎาซึ่งต่อว่าแล้วเดินจากไป...เจษฎาโทร.หารจเรข ทันทีเพื่อถาม "ถ้าคุณพิมานจะไม่ยอมแต่งงาน แล้วกล้วยก็จะต้องอยู่กับเค้าต่อไป จริงหรือเปล่า"

"โธ่ พี่เจษคะ เรื่องมันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เองค่ะ ตอนนี้ที่นี่ก็วุ่นวายกันไปหมด กล้วยยังไม่ได้คิดอะไรไปถึงตรงนั้นเลยค่ะ" รจเรขตอบด้วยความอึดอัดใจ

เจษฎา ตัดพ้อว่าเขาคงเป็นคนเดียวที่รอคอยให้เธอหย่ากับลักษมณ์ เขาขอให้เธอบอกเขาหน่อยว่าเมื่อไหร่ รจเรขอึ้งพูดไม่ออก เขาจึงย้ำว่าเธอคงไม่ลืมว่าการแต่งงานของเธอกับลักษมณ์เป็นเรื่องหลอกลวง รจเรขรีบแก้ตัวว่า เธอไม่ลืมและกำลังพยายามทำให้พิมานยอมแต่งงาน ไม่ต้องห่วง อย่างไรเสียเธอก็ต้องออกไปจากบ้านนี้แน่ๆ รจเรขพูดจบกดวางสาย พอหันกลับมาก็เจอลักษมณ์ยืนหน้าถมึงทึงอยู่จึงกลบเกลื่อน หาเรื่องคุย

"คุณลักษมณ์! ทางคุณแม่คุณณัฏฐาว่ายังไงบ้างคะ"

"ผมหลอกเค้าว่าพิมานไม่สบาย เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร" ลักษมณ์ตอบขรึมๆอย่างน้อยใจ

รจเรข ถามด้วยความห่วงว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป แต่ลักษมณ์กลับตอบประชดว่า "คุณบอกนายเจษฎาว่าให้รอไปก่อนแล้วกัน ยังไงคุณกับผมก็คงไม่ได้หย่ากันวันนี้พรุ่งนี้แน่ๆ หวังว่าคงจะไม่ขาดใจตายไปก่อนนะ ทั้งสองคน"

พูดจบ ลักษมณ์สะบัดหน้าเดินฉับๆเข้าบ้านไป ปล่อยให้รจเรขมองด้วยความน้อยใจ...

หลัง จากอ้างว่าตัวเองป่วย พิมานก็แอบนัดณัฏฐาออกมาพบที่สวนสาธารณะ ณัฏฐารู้ว่าพิมานจะพูดเรื่องอะไร จึงชิงถามก่อน "คุณไม่อยากหมั้นกับดิฉัน ใช่มั้ยคะ?"

พิมานผงะอึ้งไปสักพักก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนว่า "คุณณัฏฐาครับ คุณเป็นผู้หญิงที่ดีเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ผมยังลืมคนที่ผมเคยรักไม่ได้ ผมผิดเอง ที่ปล่อยให้ทุกอย่างมันล่วงเลยมาจนถึงขนาดนี้"

"แล้วจะทำยังไงล่ะคะ ในเมื่องานหมั้นของเราก็ถูกประกาศออกไปแล้ว" ณัฏฐาลองถาม

"คุณบอกกับทุกคนได้ไหม ว่าคุณเป็นฝ่ายถอนหมั้น คุณไม่ต้องการผมเพราะผมไม่ดีพอสำหรับคุณ  คุณโทษผมได้ทุกอย่าง"

"คุณขอให้ฉันโกหก แล้วยังจะให้ฉันเป็นคนโลเล ชอบเปลี่ยนใจไปมาด้วยเหรอคะ"

พิมาน หน้าชาด้วยความละอายใจ ณัฏฐากลั้นน้ำตาฝืนยิ้มบอกเขาว่า เธอจะอธิบายเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่เธอฟังเอง เธอรับปากว่างานหมั้นจะไม่เกิดขึ้นอย่างที่เขาต้องการ พูดจบก็หันหลังเดินกลับไปเพื่อไม่ให้พิมานได้เห็นน้ำตาที่ไหลออกมา พิมานยิ่งละอายใจอย่างยิ่ง...

กลับมาบ้าน ณัฏฐากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้บอกคุณหญิงศรีสวัสดิ์ขอยกเลิกงานหมั้น เพราะทั้งเธอและพิมานไม่อยากหมั้นกัน เธอพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ คุณหญิงศรีสวัสดิ์กับท่านนพพรตกใจ ทนอยู่ไม่ได้แล่นไปหาคุณแขที่บ้านทันที...คุณแขกับลักษมณ์กำลังโทร.ตามหา พิมาน เพราะตั้งแต่กลับจากวัดมาก็พบว่าพิมานออกไปจากบ้านโดยไม่บอกใครว่าไปไหน พลันต้องหน้าซีดเผือดเมื่อคุณหญิงศรีสวัสดิ์กับท่านนพพรหน้าเครียดมา บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

"ลูกสาวผมเพิ่งจะมาบอกผมว่า พิมานไม่ต้องการหมั้นกับลูกสาวผม ยัยหนูเลยมาขอยกเลิกการหมั้น" ท่านนพพรพูดเสียงเข้ม

คุณ แขตกใจ ท่านนพพรบอกว่าที่มานี่เพื่อฟังคำอธิบาย คุณหญิงศรีสวัสดิ์กวาดสายตาพิฆาตไปที่ลักษมณ์  "ดิฉัน ไม่ได้เสียดายที่ยัยหนูจะไม่ได้หมั้น  แค่อยากจะทราบว่าทำไม คนโตๆกันแล้วทั้งนั้น ถึงได้ทำอะไรเหมือนเล่นขายของ นี่น่ะเหรอ ทายาทของนฤนารถไมตรี ท่านที่เสียไปคงนึกไม่ถึง ว่าจะมีลูกหลานใช้ไม่ได้แบบนี้"

"อย่าว่าไปถึงตระกูลนฤนารถไมตรีเลย ค่ะ พิมานเป็นลูกของดิฉัน ดิฉันเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ดิฉันกราบขอโทษแทนลูกด้วยค่ะ" คุณแขน้ำตาไหลทรุดลงจะกราบ

คุณหญิงศรี สวัสดิ์ขยับหนี ท่านนพพรพูดว่าขอโทษแล้วลูกสาวเขาก็ต้องอับอายอยู่ดี ลักษมณ์ออกรับแทนว่า พิมานเป็นนฤนารถไมตรี เขาต้องรับผิดชอบต่อคำพูดที่พูดออกไป อย่างไรเสีย พิธีหมั้นยังต้องมี ลักษมณ์รับรอง แต่คุณหญิงศรีสวัสดิ์สวนทันควันว่าเธอไม่ต้องการเสียลูกสาวให้ผู้ชายที่ไม่ มีค่าอย่างพิมาน พูดจบก็ลุกพรึบเดินฉับๆออกไป ท่านนพพรลุกเดินตาม คุณแขตกตะลึงทรุดฮวบเป็นลมไป...รจเรขมาช่วยปฐมพยาบาลคุณแขจนดีขึ้นแต่ยัง ร้องไห้เสียใจ ลักษมณ์พยายามปลอบ

คุณแขพร่ำรำพัน

"แม่ไม่เคยหวังให้พิมานทะเยอทะยานไปเทียบกับคุณลักษมณ์  แม่แค่อยากให้พิมานได้ดีมีเกียรติ  มีศักดิ์ศรีให้

สม กับที่เป็นลูกคนหนึ่งของคุณพ่อ...แต่อนาคต ความก้าวหน้า ทุกอย่างที่เขาสร้างมา จะต้องพังทลายลงเพราะเรื่องนี้ แม่เสียใจเหลือเกินคุณลักษมณ์"...

ลักษมณ์เดินกลับบ้านใหญ่พร้อมกับ รจเรข เขารู้สึกโกรธพิมานและสงสารคุณแข  รจเรขถามว่าไม่มีอะไรจะทำให้ พิมานเปลี่ยนใจได้เลยหรือ ลักษมณ์ถอนใจนั่งพิงยกเท้าวางบนโต๊ะทำงาน เผอิญมีซองเอกสารตกลงมา เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นเอกสารถูกส่งมาจากอังกฤษ

"คุณลักษมณ์ทำหน้าแปลกๆมีอะไรรึเปล่าคะ" รจเรขแปลกใจ

"เปล่า...ผม แค่คิดว่า บางทีอาจจะมีใครหรืออะไรที่ทำให้พิมานเปลี่ยนใจก็ได้" ลักษมณ์หยิบภาพเด็กผู้หญิงลูกครึ่งหน้าตาแก่นแก้วออกมาดู แล้วยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย...

ooooooo

จนดึก พิมานเดินกลับเข้าบ้านจะตรงไปเรือนขาว พุฒรีบมาบอกว่ารจเรขรอพบอยู่ในสวน พิมานดีใจรีบเดินเข้าไปในสวน ร้องเรียกรจเรข ลักษมณ์เดินออกมา "คุณกล้วยไม่อยู่หรอก ฉันเองที่มีเรื่องอยากคุยกับนาย"

พิมานไม่พอใจ ที่ลักษมณ์หลอกเขาอีก ลักษมณ์โวย "ถ้าฉันไม่ทำ คนขี้ขลาดอย่างนายมีเหรอจะกล้าเดินมาเผชิญปัญหา รู้มั้ยว่าทำอะไรลงไป รู้มั้ยว่าทำให้คุณแขเสียใจขนาดไหน"

พิมานหน้าเสีย ยิ่งพอรู้ว่าท่านนพพรกับคุณหญิงศรีสวัสดิ์มาต่อว่า แต่ยังดื้อแพ่ง "ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม ผมรักคุณกล้วย ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณณัฏฐา พี่ลักษมณ์เป็นคนทำเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ผูกเองก็แก้เองซิครับ"

ลักษมณ์ โกรธมากกระชากพิมานมาชกเปรี้ยง ทั้งสองปล้ำชกกันนัวเนีย พุฒรีบมาตามรจเรขไปห้าม พิมานตะโกนว่าลักษมณ์ต่างๆนานา ลักษมณ์โกรธจัด "พิมาน แกจำได้มั้ย เมื่อแปดปีที่แล้ว ฉันเคยรับผิดชอบเรื่องเลวๆที่แกทำไว้ครั้งนึง และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย"

พิมานชะงักเหลือบมองรจเรข แล้วทำสีหน้าปรามลักษมณ์ แต่ลักษมณ์ยังโวย "แกอยากให้ฉันรับผิดชอบเรื่องคุณณัฏฐาเองใช่มั้ย ได้! ถ้าแกรับปากว่าจะรับผิดชอบเรื่องของแก...ว่าไง"

พิมานมองหน้าลักษมณ์ กับรจเรขสลับไปมาอย่างหวาดหวั่น รจเรขมองอย่างสงสัย...ลักษมณ์ดึงพิมานมาที่ห้องทำงาน แล้วโยนซองเอกสารลงตรงหน้า พอพิมานเปิดออกดูเห็นภาพเด็กหญิงวัยแปดขวบหน้าแก่นแก้วก็อุทาน "มาร์กี้! โตขนาดนี้เลยหรือ"

"นึกไม่ถึงใช่มั้ย ว่าเด็กที่แกทำให้เขาเกิดมาอย่างไม่ตั้งใจ และไม่เคยหันหลังกลับไปดูอีกเลย จะโตขึ้นมาหน้าตาเป็นแบบนี้"

พิมาน เมินหน้าหนีอย่างละอายใจ ถามลักษมณ์ว่าต้องการอะไร ลักษมณ์จึงบอกว่า เขาจะเคลียร์เรื่องณัฏฐากับคุณหญิงศรีสวัสดิ์เอง ถ้าพิมานจะรับผิดชอบเป็นพ่อของมาร์กี้อย่างเปิดเผยและถูกต้องตามกฎหมาย พิมานเงยหน้ามองลักษมณ์อย่างตกใจ แถมลักษมณ์ยังยิ้มเยาะว่า

"แต่แก คิดบ้างมั้ย ว่าถ้าคุณกล้วยเค้ารู้เรื่องที่แกทำ เอาไว้กับแม่ของมาร์กี้เมื่อแปดปีก่อน เค้าจะยอมแต่งงานกับแกรึเปล่า...ฉันว่าหน้าแกเค้าคงไม่อยากจะมองด้วยซ้ำ แม้กระทั่งคุณณัฏฐาที่รักและบูชาแกนักหนา ก็คงรับไม่ได้เหมือนกัน ถึงตอนนั้น แกอาจจะเสียทั้งผู้หญิงที่แกรักและผู้หญิงที่รักแก แกอาจจะไม่เหลืออะไรเลย"

"พี่ลักษมณ์จงใจเอาเรื่องมาร์กี้มาบีบผม พี่ลักษมณ์ ไม่ให้ผมมีทางเลือกเลย"

"ทำไม จะไม่มี แกเลือกได้ เลือกสิว่าแกจะเสี่ยงไหม แกรักคุณกล้วยมากพอที่จะเสี่ยงกับการสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไหม แกรักเค้ามากกว่าที่แกรักตัวเองไหม...พิมาน"

พิมานพูดไม่ออก ซบหน้าร้องไห้อย่างขมขื่นเหมือนคนจนตรอก ลักษมณ์มองอย่างเวทนา แต่ใจแข็งสรุปว่าพิมานเลือกแล้ว และดึงซองเอกสารกลับมา ตบไหล่พิมานเบาๆ บอกให้แต่งงานกับณัฏฐาเสีย อย่าทำให้คุณแขเสียใจ...ลักษมณ์เดินออกไป พิมานปล่อยโฮออกมาอย่างหมดสภาพ ซุกตัวกับเก้าอี้โซฟา...

วันรุ่งขึ้น ลักษมณ์อ้อนให้รจเรขประคบรอยช้ำที่ต่อยกับพิมานให้ พุฒ แย้ม และชื่นแอบดูหัวเราะกันคิกคัก ไม่เคยเห็นลักษมณ์ในแบบนี้มาก่อน ต่างพากันชื่นใจที่ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันจริงๆ

ooooooo
ตอนที่ 7

สุดท้าย พิมานจำต้องมากราบขอโทษท่านนพพรให้เหตุผลว่า เขาสับสนจนขาดสติจึงทำอะไรผิดพลาดไปหมด ท่านนพพรเห็นว่าพิมานเป็นคนดีทำงานเก่งจึงไม่ติดใจเอาความแต่เรื่องนี้ต้อง แล้วแต่ คุณหญิงศรีสวัสดิ์กับณัฏฐา พิมานจึงขอให้คุณแขพามายกธูปเทียนแพเพื่อขอขมาคุณหญิงศรีสวัสดิ์ คุณแข รับรองว่าพิมานจะไม่กลับคำพูดอีก คุณหญิงศรีสวัสดิ์จึงให้เป็นการตัดสินใจของณัฏฐาเอง ณัฏฐามองพิมานอย่างบอบช้ำ

"ถ้าเรายกเลิกการหมั้น หนูว่ามันคงจะเสียหายกันทุกฝ่าย...ฉันจะหมั้นกับคุณค่ะคุณพิมาน หนูเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในเวลานี้...หนูขอตัวก่อนนะ คะ" ณัฏฐาไหว้ลาทุกคน

ข่าวการหมั้นของพิมานกับณัฏฐา ทำให้คนในบ้านดีใจที่พิมานกับลักษมณ์จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันอีก แต่ก็เสียใจที่ทำให้รจเรขจะต้องจากไป มีจิตคนเดียวที่หมั่นไส้...พอเจษฎารู้ก็ดีใจรีบโทร.หารจเรข เพื่อถามว่าจะกลับวันไหน

"...กล้วยจะออกจากบ้านนั้นวันไหนจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปรับ จะได้ดูแลเอกสารให้ด้วย"

"ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่เจษ กล้วยไม่รู้จะเสร็จกี่โมง เสร็จแล้วกล้วยจะเลยไปหาคุณยายที่บ้านสวนเลย คิดถึงคุณยาย"

เจษฎาจึงบอกว่าเขาจะไปรอที่บ้านสวน จะได้กราบเรียนคุณยายเรื่องขอรจเรขแต่งงาน รจเรขพูดไม่ออก ไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา ได้แต่หนักใจ...

วีร วัฒน์คุยอยู่กับลักษมณ์ในห้องทำงาน เขาแกล้งแหย่ลักษมณ์ "โล่งอกไปที ครอบครัวของคุณหญิงศรีสวัสดิ์มีพี่น้องเยอะแยะ แต่ละคนก็มีเส้นสายใหญ่ๆโตๆทั้งนั้น ถ้าไปผิดใจกับพวกนี้เข้า ไม่ใช่แค่อนาคตคุณพิมานจะดับวูบ ธุรกิจของเราก็จะพลอยติดขัดไปด้วย อย่างนี้ผมก็จัดการเรื่องการหย่าได้เลยใช่มั้ยครับ"

ลักษมณ์มองเคืองๆแล้วโยนซองเอกสารให้ "ยังก่อน...

คุณช่วยไปรับมาร์กี้จากอังกฤษให้หน่อย   มาร์กี้คุ้นกับคุณอยู่แล้ว แกจะได้ไม่ตกใจ"

"อ้าว...ถ้าผมไปอังกฤษ แล้วใครจะจัดการเรื่องหย่าให้คุณลักษมณ์ล่ะครับ"

"เอ๊ะ ก็บอกว่ายังไม่ต้องไง เรื่องอะไรสำคัญกว่าก็ไปทำก่อนซี"

"แต่จะช้าจะเร็ว ผมก็ต้องทำนะครับ นอกจากคุณลักษมณ์

จะไม่ต้องการหย่า" วีรวัฒน์พูดยิ้มๆเพราะรู้ใจลักษมณ์ และเพื่อเตือนสติให้ถามใจตัวเองดีๆ

ไม่ ทันพูดจบ เจนจิราโผล่มาฉอเลาะ "...เจนดีใจที่สุดเลยค่ะ ตอนแรกเจนใจเสียหมดเลยนึกว่าพลาดทำแผนของลักษมณ์พังซะแล้ว แต่ในที่สุดเค้าก็หมั้นกันจนได้"

ลักษมณ์อึ้งพูดไม่ออก เจนจิราหันไปถามวีรวัฒน์ว่าทำเรื่องหย่าเสร็จหรือยัง วีรวัฒน์ตอบว่า เมื่อไหร่ที่ลักษมณ์สั่งมาเขาดำเนินงานทันที เจนจิราเคืองหันไปอ้อนลักษมณ์ว่าเรารอกันมานานแล้ว จะได้กลับมาเหมือนเดิมกันเสียที ลักษมณ์ ตัดบทขอตัวไปทำงาน เจนจิราจึงบอกว่าเธอจะรอฉลองกับเขาหลังงานหมั้นของพิมาน ลักษมณ์ฝืนยิ้มอย่างหนักใจ

เห็นว่าลักษมณ์ไม่อยู่ รจเรขจึงเอาชุดราชปะแตนที่เขาต้องใส่วันงานมาแขวนให้ในห้องนอนและจัดข้าวของ ให้เข้าที่เข้าทาง เธอรำพึง "อีกไม่กี่วัน ฉันคงไม่ได้ทำแบบนี้ให้คุณแล้วนะคะคุณลักษมณ์" พลันต้องสะดุ้ง เมื่อลักษมณ์เปิดประตูเข้ามา "คุณลักษมณ์! ทำไมกลับเร็วจังคะ"

"ถ้า ไม่รีบกลับ  ผมจะจับได้เหรอว่าตอนที่ผมไม่อยู่ คุณแอบเข้ามาในห้องผม...เข้ามาทำไม แอบมานอนเตียงผม แล้วฝันถึงผมรึเปล่า" ลักษมณ์เดินเข้าใกล้จนรจเรขถอยไปชนเตียง

"บ้า พูดจาเพ้อเจ้อ ฉันเอาชุดที่คุณจะใส่พรุ่งนี้มาแขวนให้แค่นั้นเอง...ฉันไปดีกว่า"

รจเรขจะเดินหนี ลักษมณ์ขวางหน้า "เดี๋ยวก่อน ยังไปไม่ได้ ผมยังไม่เสร็จธุระกับคุณ"

รจเรขแปลกใจว่าธุระอะไร  ลักษมณ์เอาของที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมาส่งให้ "ทำเป็นตื่นเต้นไปได้ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่ะ มีของจะให้คุณดู"

รจเรข รับกล่องกำมะหยี่กล่องใหญ่มาเปิดดู เป็นเครื่องเพชรชุดใหญ่ ลวดลายแบบเก่าดูมีค่ามาก ลักษมณ์บอกว่าให้ใส่วันงานหมั้นพิมาน เป็นของเก่าของแม่เขาเอง รจเรขรีบบอกว่าเธอเช่าเครื่องประดับมาพร้อมชุดแล้ว จำไม่ได้หรือ ลักษมณ์หยิบสร้อยมาสวมที่คอเธอพร้อมกับพูดว่า ภรรยาของนายลักษมณ์ นฤนารถไมตรี จะใส่ของปลอมได้อย่างไร แล้วหยิบแหวนขึ้นมา

"ผมขอโทษ ที่ตอนแต่งงานไม่มีแหวนแต่งงานให้คุณ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ได้แต่งงานกันจริงๆซักหน่อย"

"แต่ไหนๆคุณก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาผม   ผมอยากให้ เครื่องประดับชุดนี้กับคุณนะครับ ถือเป็นของขวัญจากผม"

"แต่นี่มันของเก่าของคุณแม่คุณ คุณเก็บไว้ให้ภรรยาตัวจริงของคุณดีกว่าค่ะ"

"คุณ กล้วย...คุณเป็นภรรยาผม ไม่ว่าเราจะแต่งกันเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ผมไม่อยากให้คุณลืมเรื่องของเรา เวลาคุณเห็นแหวนวงนี้ คุณจะจำได้ว่าครั้งหนึ่งคุณเคยแต่งงานกับผู้ชายชื่อลักษมณ์ นฤนารถไมตรี คนนี้...ขอผมสวมให้คุณได้ไหม" ลักษมณ์จับมือรจเรขขึ้นมาบรรจงสวม

รจเรข ไหว้ลักษมณ์อย่างตื้นตัน และรับปากว่าวันข้างหน้า ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน เธอจะระลึกเสมอว่าเธอเคยเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนฤนารถไมตรี ทั้งสองสบตากันอย่างอาลัยอาวรณ์

ooooooo

วันงานหมั้นของพิมาน ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมากันเพียบ ลักษมณ์พารจเรขแนะนำว่าเป็นภรรยาของ เขากับทุกคน ต่างพากันแปลกใจแต่ก็ชอบใจกับความสวยและมารยาทงามของรจเรข จึงกระเซ้าเย้าแหย่อย่างเอ็นดู จนรจเรขหน้าแดง...พิมานแอบมองอย่างเศร้าๆ ณัฏฐาสะเทือนใจ แต่ก็ยอมรับว่ารจเรขเป็นคนมีเสน่ห์ จริงๆ แล้วเลยถามพิมานอย่างสงสัย

"แต่คุณลักษมณ์กับคุณรจเรขเค้ารักกัน ดิฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณพิมานถึงได้..."

"ระหว่างผม พี่ลักษมณ์ และคุณรจเรข มีหลายเรื่องที่คุณไม่รู้"

ณัฏ ฐาจึงถามว่าอะไร พิมานอึกอักพอตัดสินใจจะเล่า คุณหญิงศรีสวัสดิ์มาตามไปพบผู้ใหญ่เสียก่อน...คุณแขเห็นความใกล้ชิดสนิทสนม ของลักษมณ์กับรจเรขก็รู้สึกหนักใจ เสร็จพิธีหมั้น ลักษมณ์เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดหล่อ ให้ชื่นไปบอกรจเรขว่าเขาชวนไปดินเนอร์นอกบ้าน พอดีเจนจิราโทร.เข้ามาทวงสัญญา ลักษมณ์โกหกว่าไม่อยากออกไปไหน อยากพักผ่อน เขาวางสายแล้วส่งมือถือให้พุฒ สั่งว่าถ้าเจนจิราโทร. มาอีกบอกไปว่าเขานอนหลับแล้วห้ามใครกวน

รจเรขถอดเครื่องประดับเก็บ ใส่กล่อง ยกเว้นแหวนที่ลักษมณ์สวมให้ คุณแขแวะเข้ามาหาในห้องเห็นแหวนที่นิ้ว ชื่นเลี่ยงออกไปรอหน้าห้อง คุณแขมาขอบใจรจเรขที่ทำให้งานผ่านไปได้ด้วยดี รจเรขยิ้มรับ "ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ได้คิดจะแต่งงานกับคุณพิมานอยู่แล้ว"

"แต่เธอคงไม่ได้ คิดจะแต่งงานกับคุณลักษมณ์ใช่ไหม ฉันถามตรงๆ เธอกับคุณลักษมณ์ใกล้ชิดกัน มันก็ต้องมีหวั่นไหวบ้าง ฉันเข้าใจ แต่ตอนนี้เธอหมดหน้าที่แล้ว เธอกับคุณลักษมณ์ก็ถือว่าสิ้นสุดกัน ฉันไม่อยากให้เธอคิดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้"

"ดิฉันไม่กล้าคิดหรอกค่ะ"

"ดี แล้วจ้ะ ถ้าเธอไปจากที่นี่วันไหนก็ไปลาฉันที่เรือนขาว ด้วย ถึงยังไงเธอก็เคยเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านเรา...แหวนนั่น ของคุณแม่คุณลักษมณ์ใช่ไหม ฉันจำได้"

"ค่ะ คุณลักษมณ์ให้ดิฉันเป็นที่ระลึก"

"แหวน วงนี้เป็นของเก่าแก่ของคุณหญิงท่าน ตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นย่ารุ่นยาย น่าเสียดาย คุณลักษมณ์ไม่น่าเอาไปยก ให้คนอื่นเล่นๆแบบนี้เลย" คุณแขพูดทิ้งท้ายก่อนจะกลับไป...

รจเรขมองแหวนน้ำตารื้น...ลักษมณ์เปิดประตูเข้ามาอย่างร่าเริง "อ้าว! ทำไมยังไม่แต่งตัว"

รจเรข ตอบว่าเธอไม่ไปแล้ว และคืนกล่องเครื่องเพชรให้เขา ลักษมณ์แปลกใจ บอกว่าเขาให้แล้วไม่เอาคืน รจเรขหลบตาบอกกับเขาว่า "ฉันไม่อยากได้ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน อีกวันสองวันฉันก็จะไปแล้ว คุณกลับไปมีชีวิตของคุณ ฉันกลับไปมีชีวิตของฉัน ฉันไม่อยากมีอะไรเตือนให้นึกถึงคุณ"

"ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน คุณไม่มีความทรงจำดีๆ บ้างเลยเหรอ" ลักษมณ์น้อยใจ

รจเรข ตอบโดยไม่หันมองว่าไม่มีเลย ลักษมณ์เสียใจถือกล่องเครื่องเพชรกลับออกไป ปิดประตูดังปัง รจเรขน้ำตาไหลพราก...คืนนั้น  รจเรขไม่ลงมาทานข้าวเย็น แย้มเป็นห่วง ชื่นสงสัยว่าคงเพราะคุณแขพูดอะไรกับรจเรขแน่ๆถึงทำให้เธอเศร้าลงทันที พุฒก็ว่าลักษมณ์อารมณ์ดีๆอยู่ พอรจเรขไม่ไปทานข้าวก็อารมณ์เสียขับรถออกจากบ้านแทบชนเขาตาย แย้มฟังแล้วอ่อนใจ

อึดอัดใจอยากถามว่าอะไรคือความลับที่พิมานยังไม่ ได้บอก ณัฏฐาจึงโทร.นัดพิมานออกมาพบในคืนนั้น เผอิญเห็นลักษมณ์นั่งเมาอยู่ในร้าน พิมานถามบริกรว่าลักษมณ์มาคนเดียวหรือ บริกรตอบว่าลักษมณ์จองโต๊ะไว้ว่าจะฉลองกับภรรยา แต่ไม่ทราบว่าทำไมมาคนเดียว ณัฏฐาสงสัยว่าคงมีปัญหากับรจเรข พิมานเข้าไปถาม

"อย่าบอกนะครับว่าพี่ลักษมณ์ดีใจ ถึงขนาดออกมาดื่มฉลองวันหมั้นของผมคนเดียว"

"แล้วนายล่ะ มายังไง อ้อ...พาคู่หมั้นคนสวยมากินข้าวนี่เอง"

พิมาน ย้อนถามว่าเขามีคู่หมั้น แล้วลักษมณ์ล่ะ หย่ากับภรรยาแล้วหรือ ลักษมณ์เหมือนโดนจี้ใจ วางเงินบนโต๊ะแล้วลุกเดินปังๆออกไป พิมานยิ้มสะใจตามออกมาพูดให้เจ็บใจอีก

"เดี๋ยวก่อนซีครับพี่ลักษมณ์ ท่าทางพี่ลักษมณ์ไม่มีความสุขเลยนี่ครับ ทำไมล่ะครับ ผมก็หมั้นกับคุณณัฏฐาตามที่พี่ต้องการแล้วนี่ พี่ลักษมณ์ยังจะมีปัญหาอะไรอีก"

ลักษมณ์หันกลับมาบอกว่าเขาไม่ได้มี ปัญหาอะไร พิมานยิ้มเยาะ "ผมรู้นะ ผมดูอาการที่พี่ลักษมณ์ทำกับคุณกล้วย ผมก็รู้ พี่ลักษมณ์ชอบคุณกล้วยเข้าให้แล้ว ใช่มั้ยล่ะครับ"

ลักษมณ์ ฟึดฟัด พิมานยิ่งสะใจ "น่าขำ สุดท้ายพี่ลักษมณ์ ก็มาหลงรักผู้หญิงที่ตัวเองเคยดูถูกเอาไว้ ผู้หญิงที่พี่จ้างให้เขา มาแต่งงานหลอกๆด้วย ผู้หญิงที่พี่บอกว่าต่ำต้อยไม่มีค่า ไม่คู่ควรกับผม แต่พี่กลับมาหลงรักเธอเข้าซะเอง"

"ไอ้พิมาน!" ลักษมณ์โกรธกระชากคอเสื้อพิมาน

พิมาน หัวเราะเยาะดึงมือลักษมณ์ออกมาตบที่อกตัวเอง "ผมรู้นะ ที่พี่ลักษมณ์กลุ้มใจอยู่เนี่ย เพราะพี่ไม่อยากหย่ากับคุณกล้วยใช่มั้ย รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ เจ็บมั้ยครับ เข้าใจผมแล้วใช่มั้ยครับ ว่าการต้องพรากจากคนที่เรารักมันเป็นยังไง"

ลักษมณ์โดนแทงใจดำแต่ยัง ไม่ยอมรับ เขาผลักพิมานล้มลงแล้วพูดใส่ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายใจเสาะอย่างพิมาน ณัฏฐาวิ่งมาประคองพิมานลุกขึ้น เธอได้ยินทุกคำพูด...ทั้งสองกลับมานั่งคุยกัน พิมานเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

"ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้วค่ะ แล้วก็เห็นใจคุณพิมานมากด้วย...ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะยกเลิกการหมั้นระหว่างเราสองคน"

"คุณณัฏฐา! คุณจะทำอย่างนั้นได้ยังไง"

"ไม่ ต้องกลัวค่ะ ครั้งนี้ คุณจะไม่ใช่คนผิด ฉันจะเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นเอง ฉันไม่อยากหมั้นกับคุณทั้งที่หัวใจคุณอยู่ที่คนอื่น นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วค่ะ อีกหกเดือนหลังจากนี้ ฉันจะถอนหมั้น แล้วปล่อยให้คุณเป็นอิสระ เพื่อกลับไปหาคนที่คุณรัก"

"คุณณัฏฐา...ผม...ผมไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ..." พิมานกุมมือณัฏฐาอย่างขอบคุณ

แต่ในใจณัฏฐาเจ็บช้ำแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่...

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น รจเรขจะออกไปหาบ้านเช่าก่อนจะย้ายของออกไปจึงฝากกุญแจบ้านให้แย้มไว้คืน ลักษมณ์ พอดีมีรถมาส่งเฟอร์นิเจอร์ พุฒรายงานว่าลักษมณ์สั่งจัดห้องใหม่ไว้ แต่ไม่บอกว่าให้ใคร ทุกคนมองข้าวของที่เป็นสีชมพูทั้งหมด จึงเชื่อว่าเป็นผู้หญิงแน่ รจเรขยิ้มเจื่อนๆ บอกชื่นว่า "เห็นไหม ชื่นไม่ต้องห่วงแล้ว คุณลักษมณ์
มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วละจ้ะ ฉันไปก่อนนะจ๊ะ"

เจษฎา ช่วยรจเรขหาบ้านเช่า พอมานั่งทานข้าวกลางวัน เธอก็คืนแหวนให้เขา เจษฎาเศร้าที่ถูกปฏิเสธ รจเรขไม่อยากทำร้ายจิตใจจึงพูดถนอมน้ำใจว่าเธอยังไม่พร้อม ยังมีภาระเลี้ยงดูทางบ้านอยู่อีก เจษฎาโล่งใจ เขารับรองว่าเขาเลี้ยงดูครอบครัวของเธอได้

"มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกค่ะ ช่วงที่ผ่านมา กล้วยเจออะไรหนักๆมาเยอะ กล้วยอยากอยู่นิ่งๆเงียบๆ แล้วค่อยคิดว่าตัวเองต้องการอะไร กล้วยยังไม่พร้อมจะแต่งงานจริงๆค่ะ พี่เจษ"

"กล้วยแน่ใจนะ ว่ากล้วยไม่ได้รัก...คนอื่น กล้วยคงไม่ได้ชอบนายลักษมณ์ใช่มั้ย"

รจเรข ส่ายหน้า เจษฎารู้สึกว่าเธอไม่เดือดร้อนเรื่องหย่าเลย รจเรจแก้ตัวว่าลักษมณ์ยุ่งมาก ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่อย่างไรเสียก็ต้องหย่ากันแน่ เจษฎากุมมือรจเรข พูดย้ำ เขาจะรอจนกว่าเธอจะพร้อม รจเรขอยากขัด แต่เจษฎาตัดบทว่ารอหน่อยก็ดี เขาจะได้มีเวลาเก็บเงินซื้อบ้าน เพื่อรับคุณยายและไก่มาอยู่ด้วยกัน รจเรขถอนใจยิ้มแห้งๆ
แยกจากเจษฎามา รจเรขมาเดินซื้อของจะให้ลักษมณ์ ไว้เป็นที่ระลึก เธอเลือกดูเข็มกลัดเนกไท พอดีเจนจิราผ่านมาเห็น เข้ามาหาเรื่องดึงเข็มกลัดไป รจเรขเหนื่อยใจ

"ไปที่ชอบๆเถอะค่ะ คุณเจนจิรา อย่ามาเบียดเบียนกันเลย แล้วดิฉันจะทำบุญกรวดน้ำไปให้"

เจน จิราแทบกรี๊ดย้อนว่ารจเรขต่างหากที่ต้องไปที่ชอบๆ เพราะพิมานหมั้นไปเรียบร้อยแล้ว รจเรขจึงพูดอย่างนุ่มนวลแต่เจ็บแสบว่าเป็นเพราะเจนจิราถูกสั่งห้ามไปบ้าน ลักษมณ์ จึงไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะออกจากบ้านแล้ว เจนจิราโกรธหาว่ารจเรขคงฝันว่าจะได้มาแทนที่เธอ แต่อย่าหวัง เพราะเธอกับลักษมณ์เกิดมาเพื่อกันและกัน พูดจบเจนจิราโยนเข็มกลัดคืนให้ก่อนจะเดินจากไป รจเรขรู้สึกสลดใจอย่างบอกไม่ถูก...

ในขณะที่วีรวัฒน์หอบเอกสารมาหาลักษมณ์ที่ห้องทำงาน "เมื่อกี้คุณแขโทร.หาผม ให้เอาเอกสารหย่ามาให้คุณลักษมณ์เซ็นครับ"

ลักษมณ์ บ่ายเบี่ยงว่ายุ่งอยู่ ให้วางไว้ก่อน วีรวัฒน์ย้ำว่าเขาจะรีบส่งไปที่สำนักงานเขต ลักษมณ์อ้างว่าเขาต้องอ่านให้ละเอียดก่อน ทั้งที่วีรวัฒน์แย้งมันเป็นฉบับเดิม ลักษมณ์ทำปากขมุบขมิบเหมือนก่นด่า วีรวัฒน์ขำจึงประชดว่า "เอาไว้ล่างสุดเลยไหมครับ จะได้เซ็นให้ช้าที่สุด"

พลัน เลขาฯเข้ามารายงานว่ามีคนมาขอพบ ไม่ทันไร เจษฎาเดินเข้ามาหน้าตาเอาเรื่อง ประสานสายตากับลักษมณ์ "น้องชายคุณก็หมั้นหมายกับผู้หญิงที่คุณต้องการไปแล้ว ทำไมคุณยังไม่ยอมหย่าให้กล้วย"

"มันเป็นเรื่องของผมกับภรรยา คุณเกี่ยวอะไร" ลักษมณ์ไม่พอใจ

เจษฎา อ้างว่าเขาเป็นคนที่รจเรขจะแต่งงานด้วย ลักษมณ์โวย "คุณกล้วยจะไปตกลงแต่งงานกับคุณได้ยังไง ในเมื่อเขายังเป็นภรรยาของผมตามกฎหมาย"

เจษฎาเข้าไปกระชากคอเสื้อลักษมณ์ "ก็เพราะคุณไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้เขาซักทีน่ะสิ ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง คิดจะเบี้ยวใช่มั้ย"

วีร วัฒน์รีบห้ามและบอกว่าเขาเตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว เจษฎาจึงบอกให้เซ็นต่อหน้าเขาเลย ลักษมณ์ไม่พอใจที่มาสั่งและใจจริงไม่อยากหย่าจึงฉีกเอกสารทิ้งต่อหน้าต่อตา แล้วเรียก รปภ.มาเอาตัวเจษฎาออกไป วีรวัฒน์เก็บเศษเอกสารขึ้นมามองหน้าลักษมณ์ ลักษมณ์ขอโทษอ้างว่าเขาลืมตัว

วีรวัฒน์รู้ทัน "ถึงคุณจะฉีกใบหย่า ผมก็หาใบใหม่มาให้เซ็นได้ ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้หรอกครับ ยกเว้นแต่ว่า...คุณอยากจะแต่งงานกับคุณรจเรขจริงๆ"

ลักษมณ์เมินหน้าหนีไม่ยอมรับความจริง...

ใน ขณะที่คุณยายเตรียมทำห่อหมกรอรับรจเรข และให้ป้าเขียนโทร.ถามรจเรขว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ รจเรขยังตอบไม่ได้ ป้าเขียนกระซิบถามว่าลักษมณ์จะเบี้ยวไหม คุณยายไม่รู้เรื่องหย่ามาดึงโทรศัพท์ไปคุยเอง รจเรขตกใจรีบบอกคุณยายว่าพรุ่งนี้บ่ายๆเธอคงไปถึง คุณยายถามอีกว่าลักษมณ์ชอบทานห่อหมกอะไรจะทำฝากกลับไปให้ รจเรขน้ำตาร่วงไม่รู้จะบอกอย่างไร...

พอเดินมาห้องโถง รจเรขเจอกับลักษมณ์เข้าพอดี ลักษมณ์ ต่อว่าทันทีว่าอยากได้ใบหย่าก็น่าจะบอกเขาตรงๆ ไม่ใช่ให้ เจษฎาไปทวง รจเรขตกใจบอกไม่รู้เรื่อง ลักษมณ์เห็นแววตาใสซื่อ

"งั้นก็แล้วไป ไอ้ทนายมันคงรักคุณมาก จนทนรอไม่ไหว"

"จะมีใครรอหรือไม่มี ยังไงพรุ่งนี้ฉันก็ต้องไปอยู่ดี"

ลักษมณ์ใจหายไม่ยอมรับรู้ "พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง ยังไง

วันนี้คุณก็ยังเป็นลูกจ้างผมอยู่ ผมมีงานให้คุณทำ คุณก็ต้องทำให้เสร็จ ถ้าไม่เสร็จก็ยังไปไหนไม่ได้"

รจเรข แปลกใจว่างานอะไร ลักษมณ์ดึงมือเธอไปห้องที่จะจัดใหม่ แล้วให้เธอรับหน้าที่จัดห้องใหม่ให้ รจเรขแย้งว่าใกล้จะค่ำอยู่แล้ว แต่ลักษมณ์ไม่สนใจ ถ้าไม่เสร็จเธอต้องอยู่ทำจนกว่าจะเสร็จ มิฉะนั้นเขาจะถือว่าเธอไม่มีความรับผิดชอบ และถ้าอยากได้อะไรเพิ่มให้พุฒไปหาซื้อได้...รจเรขหนักใจ แต่แล้วก็คิดได้ ขอให้แย้มกับชื่นช่วยเปิดห้องเก็บของ แล้วเลือกของที่ดีๆมาตกแต่งห้องอย่างลงตัว กว่าจะเสร็จก็ดึกดื่น แย้มบ่นกับพุฒและชื่นว่าถ้าลักษมณ์ให้ทำแบบนี้บ่อยๆ เธอคงกระดูกหักตายแน่ แต่ชื่นกลับชอบใจถ้ามันทำให้รจเรขอยู่บ้านนี้ต่อไป...จิตได้ยินรีบมาเล่าต่อ คุณแข

"ฉันว่าแล้ว เรื่องความรักมันไม่เข้าใครออกใคร แล้วคุณลักษมณ์จะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้" คุณแขบ่นอย่างหนักใจ พิมานผ่านมาได้ยินพูดอย่างสะใจ

"พี่ลักษมณ์เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ เอง...พี่ลักษมณ์ใช้เงินซื้อทุกอย่างไม่เคยต้องง้อใคร คราวนี้ล่ะครับ พี่ลักษมณ์จะได้เรียนรู้เสียทีว่าสำหรับคนบางคน เงินก็ซื้อไม่ได้"

คุณ แขเตือนพิมานอย่ามัวสนใจเรื่องในบ้านลักษมณ์ ควรเอาเวลาไปดูแลคู่หมั้นให้เขาเห็นว่าเราใส่ใจ พิมานเข้าใจแต่ย้อนคำพูดของคุณแขจนต้องอึ้งว่า "แม่พูดเองไม่ใช่เหรอครับ เรื่องความรัก มันไม่เข้าใครออกใคร..."

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ รจเรขจะอยู่ที่นี่ เธอจึงร้อยกระแตมาให้ลักษมณ์เป็นครั้งสุดท้าย และถือโอกาสลาเขา แต่ลักษมณ์ กลับบอกว่าเธอยังไปไหนไม่ได้ รจเรขพยายามพูดอ่อนโยนว่า เธอไม่มีสิทธิ์อยู่บ้านนี้อีกต่อไป เขาก็รู้ และเธอวางซองเอกสารใบหย่าที่วีรวัฒน์เอามาให้เซ็นใหม่ให้ลักษมณ์ เขาอยากรั้งเธอไว้ แต่พูดไม่ออกจึงอวยพรให้เธอโชคดี พอเธอเดินออกไป ลักษมณ์มองเอกสารอย่างเจ็บใจ น้อยใจ "ใครมาขอให้เซ็นก็เซ็น ไม่ต้องคิดเลยหรือไง..."

ลักษมณ์หยิบปากกามาจดจะเซ็นบ้าง แต่แล้วก็ทำไม่ได้ขว้างปากกาทิ้ง พลันนึกได้รีบโทร.หาวีรวัฒน์...

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น พิมานจะไปลารจเรขก่อนไปทำงาน แต่คุณแขรั้งไว้ว่าเดี๋ยวรจเรขก็ต้องมาลาเธอที่เรือนขาว... รจเรขเตรียมตัวเรียบร้อย ถามชื่นว่าลักษมณ์ตื่นหรือยัง ชื่นตอบอย่างเคืองๆว่าออกไปข้างนอกแต่เช้าไม่ยักอยู่ส่งก่อน รจเรขไม่ว่าอะไร ให้ชื่นช่วยไปเรียกแท็กซี่ให้ พลันมีรถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด วีรวัฒน์กับลักษมณ์ ลงจากรถและเรียกพุฒให้มาขนกระเป๋าเข้าบ้าน พอเห็นรจเรขหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ก็ถาม "นั่นจะเอากระเป๋าไปไหนไม่ทราบ"

รจเรขตอบว่าเธอจะไปแล้ว ลักษมณ์รีบห้าม "อย่าเพิ่งผมมีอะไรจะอวดคุณ...ออกมาได้"

ประตู รถเปิดออก เด็กหญิงลูกครึ่งหน้าตาน่ารักแต่งตัวเปรี้ยว เคี้ยวหมากฝรั่ง กระโดดลงมากอดคอลักษมณ์ เขาสั่งแย้มให้หาอะไรมาให้มาร์กี้ทาน แย้มยืนงงถามว่าเด็กคนนี้เป็นใคร

ลักษมณ์ไม่ตอบ สั่งรจเรข "ส่วนคุณยังไปไหนไม่ได้ ทั้งนั้น คุณจะต้องอยู่ดูแลลูกให้ผม"

ทุก คนตกใจ ลักษมณ์จึงอธิบาย "มาร์กี้เป็นลูกสาวของผม ผมเพิ่งให้คุณวีรวัฒน์ไปรับมาจากอังกฤษ แกจะมาอยู่กับเราตั้งแต่นี้เป็นต้นไป...มาร์กี้ คุณผู้หญิงสวยๆคนนี้คือภรรยาแด้ดดี้ ต่อไปมาร์กี้ต้องเรียกเค้าว่ามอมมี่นะ มอมมี่คนใหม่ของมาร์กี้ไง"

พอตั้งสติได้ รจเรขบอกลักษมณ์ว่าเราตกลงกันแล้วว่าเธอหมดหน้าที่จากบ้านนี้แล้ว ลักษมณ์ค้าน "ยัง ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้ คุณจะไปจากผมได้ก็ต่อเมื่อพิมานแต่งงานแล้วต่างหาก แต่นี่แค่หมั้นเอง คุณจะไปจากที่นี่ได้ต่อเมื่อนายพิมานมันเข้าหอไปกับคุณณัฏฐาแล้วเท่านั้น ชื่น เอากระเป๋าคุณผู้หญิงไปเก็บ"

ชื่นดีใจรีบยกกระเป๋าไป รจเรขจะยื้อ ลักษมณ์ดึงเธอไปคุยในห้องทำงาน อธิบายเหตุผลกึ่งขอร้องว่า "เอเลนอร์ แม่ของมาร์กี้เค้าตั้งท้องตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เค้าเลี้ยงลูกไม่เป็น มาร์กี้เลยดื้อมาก พอเอเลนอร์แต่งงานใหม่ เค้ากลัวลูกจะมีปัญหากับพ่อใหม่ เลยส่งมาให้ผมเลี้ยงที่นี่"

"ไม่มีความรับผิดชอบ มีลูกแล้วไม่เลี้ยง ปล่อยให้โตมาเองเหมือนต้นไม้ ไม่อบรมเลี้ยงดู ไม่สนใจไยดีแล้วจะเป็นพ่อคนทำไม" รจเรขพูดกระทบ

"แหม ผมอยากให้พ่อบางคนมาได้ยินคุณพูดจัง เผื่อมันจะละอายใจบ้าง" ลักษมณ์ชอบใจ

"ฉันด่าคุณนั่นแหละ ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้" รจเรขเสียงเขียว

"เอา เถอะน่ะ ผมมันคนสุกๆดิบๆแบบนี้แหละ ไม่ใช่ เทพบุตรบริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนนายพิมานเค้านี่ แต่ถึงพ่อมันจะไม่เอาไหน เด็กก็ไม่ควรมารับกรรมนะคุณ" ลักษมณ์ไม่โกรธกลับขอร้องให้รจเรขช่วยอบรมสั่งสอนมาร์กี้ อย่าให้กลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่น

ใจรจเรขอ่อนยวบ พอดีได้ยินเสียงเอะอะกับเสียงมาร์กี้หัวเราะลั่น...มาร์กี้สนุกกับการเล่น เข็นกระเป๋าพุ่งใส่วีรวัฒน์ แย้ม และชื่นอย่างสนุกสนาน พิมานเดินมา กระเป๋าพุ่งเข้ามาชน มาร์กี้ตกใจ แต่พอพิมานเห็นมาร์กี้ก็ตะลึง ทรุดลงคุกเข่า มาร์กี้ถามว่าเขาเป็นใคร ลักษมณ์กับรจเรขเดินออกมา ลักษมณ์ตำหนิ "พูดไม่เพราะเลยมาร์กี้ ทำไม
พูดกับ...คุณอา...อย่างนั้นล่ะ"

"โน โน คุณอา...มาร์กี้อยู่นี่" มาร์กี้ชี้ไปที่วีรวัฒน์

ลักษมณ์อธิบายว่าพิมานเป็นอาอีกคน    แต่มาร์กี้

ไม่ ยอมฟังวิ่งจี๋ออกไปเล่นนอกบ้าน วีรวัฒน์รีบตามออกไป รจเรขเร่งแย้ม พุฒ และชื่นให้ตามไปดูแลกลัวมาร์กี้จะตกน้ำ แล้วเธอก็วิ่งตามออกไปด้วย    ลักษมณ์หันมามองพิมานซึ่งหน้าเจื่อน

"คุณกล้วยรู้อะไรเกี่ยวกับมาร์กี้บ้างครับ"

"ก็รู้แค่ว่าเป็นลูกฉันกับเมียฝรั่ง"

"แล้วเค้าว่ายังไงบ้าง"

"จะ ไปว่าอะไร ฉันมันคนไม่ดี จะมีกี่ลูกกี่เมียใครเค้าจะไปสนใจ คุณกล้วยเค้าเป็นคนรักเด็ก นอกจากไม่ว่าแล้วยังใจดี จะอยู่ช่วยฉันเลี้ยงมาร์กี้ด้วยซ้ำ"

"ฮ้า! พี่ลักษมณ์หมายความว่า..."

"ฉัน กับคุณกล้วยตกลงกันแล้วว่าจะยังไม่หย่า จะอยู่ ช่วยกันเลี้ยงลูก...ก็ดีเหมือนกัน บ้านจะได้ไม่เหงา มีครบทั้ง พ่อ แม่ ลูก เป็นครอบครัวตัวอย่างไง"

พิมานฟังแล้วอึ้งที่ทุกอย่างผิดแผนไปหมด ลักษมณ์ รู้ทันพูดเยาะๆว่า "ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ คุณอา...แกเลือกเองนะพิมาน ให้มันเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมทำหน้าเหมือนคนจะตาย หรือว่าเกิดเสียดายขึ้นมา"

พิมานหน้าซีด สับสนจนลักษมณ์รู้สึกสมเพช...และแล้วเป็นอย่างที่รจเรขห่วง มาร์กี้วิ่งหนี รจเรขตะครุบตัวไว้ได้ แต่พลาดพากันตกไปในสระน้ำ รจเรขกอดมาร์กี้อย่างห่วงใย มาร์กี้หน้าตาตื่นขอโทษ รจเรขสงสารจึงยิ้มแล้วชวนเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ทำให้มาร์กี้หัวเราะได้

ooooooo
ตอนที่ 8

พอจับมาร์กี้อาบน้ำแต่งตัวใหม่ เผอิญไก่โทร. เข้ามือถือ รจเรขจึงเลี่ยงไปรับสาย คุณยายให้ไก่โทร.ถามว่าเธอจะมาถึงบ้านสวนเมื่อไหร่ ทั้งไก่และเจษฎามาถึงนานแล้ว รจเรขตอบว่าเธอยังกลับไม่ได้ ไก่กระซิบถามเหตุผล รจเรขว่าลักษมณ์ยังไม่ได้เซ็นใบหย่าให้ เพราะตามสัญญาต้องให้พิมานแต่งงานไปก่อน ไม่ใช่แค่หมั้น ไก่หงุดหงิด

พอดีคุณยายเดินมาใกล้ ไก่รีบวางสายแล้วบอกคุณยายว่ารจเรขมาไม่ได้  เพราะสามีไม่สบายเกรงจะมาติดคุณยาย ขอเลื่อนไปเสาร์หน้า

ใน ครัว แย้ม ชื่น และพุฒคุยกันเรื่องมาร์กี้ ชื่นว่าหน้าตามาร์กี้ไม่เหมือนลักษมณ์ แย้มจึงว่าคงเหมือนแม่ แต่พุฒก็คิดว่าหน้าตาคุ้นเหมือนใครบางคนแต่นึกไม่ออก...รจเรขมาช่วยทำอาหาร กลางวันเพราะเห็นมาร์กี้หลับอยู่ พลันเสียงมาร์กี้ร้องกรี๊ดๆเรียกหาลักษมณ์ รจเรขตกใจรีบออกมาดู มาร์กี้ร้องไห้จะหาลักษมณ์ รจเรขเข้าไปปลอบ

"แด้ดดี้ไปทำงานค่ะ เดี๋ยวค่ำๆก็กลับ มาร์กี้หิวข้าวไหม กินข้าวก่อนไหมคะ"

"ไม่กิน มาร์กี้จะหาแด้ดดี้ แด้ดดี้อยู่ไหนไปตามมาหามาร์กี้เดี๋ยวนี้"

แย้ม ช่วยพูดปลอบแต่มาร์กี้ไม่ฟังร้องไห้จะหาลักษมณ์ วิ่งหนีไปหน้าบ้านจะออกประตูแต่ประตูล็อก จึงวิ่งกลับเข้าบ้านไปซ่อนตัวในตู้ห้องสมุด แล้วตะโกนออกมาว่า

"มาร์กี้จะอยู่ในนี้ จะไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ จนกว่าแด้ดดี้จะกลับมา"

ทุก คนหนักใจ แย้มรีบโทร.ไปบอกลักษมณ์ให้กลับมา... รจเรขวางจานไก่อบไว้ข้างๆนั่งเฝ้าหน้าตู้ พยายามพูดคุยกับมาร์กี้ให้ไว้ใจเธอ แล้วคิดวิธีเล่าเรื่องน่ากลัวให้ฟัง "มาร์กี้เก่งจังเลยนะ อยู่ในตู้มืดๆคนเดียวได้ไม่ยักกลัว"

มาร์กี้เผลอถามออกมาว่าทำไมต้องกลัว รจเรขจึงเล่าว่า "เค้าเล่ากันว่ามีเด็กไปแอบในตู้แล้วอยู่ดีๆก็หายไป"

มาร์ กี้ชักกลัวถามว่าหายไปไหน รจเรขตอบว่าไม่มีใครรู้ เด็กคนนั้นหายไปหลายสิบปี กลับออกมาก็แก่อายุแปดสิบเลย มาร์กี้โผล่หน้ามาว่ารจเรขโกหก รจเรขคว้าประตูตู้ไว้ พูดอีกว่า "คนเค้ายังบอกอีกนะว่าคนที่ออกมาจากตู้น่ะ ทั้งแก่ ทั้งผอม เพราะในตู้ไม่มีอะไรกิน มาร์กี้อยากอยู่ในตู้ก็ได้ แต่ ฉันว่าเอาไก่อบของคุณป้าแย้มเข้าไปตุนไว้ด้วยดีมั้ยจ๊ะ"

มาร์กี้มอง ไก่อบอย่างลังเล...ลักษมณ์กลับมาถึงบ้านรีบเข้ามาถามแย้มว่ามาร์กี้เป็น อย่างไรบ้าง แย้มบอกว่าอยู่ในห้องสมุดกับรจเรข ลักษมณ์วิ่งเข้าไปร้องเรียก "มาร์กี้ แด้ดดี้มาแล้ว..."

พลันต้องชะงัก เมื่อเห็นมาร์กี้นั่งแทะไก่อบอยู่ข้างรจเรขหน้าตู้ พอเห็นลักษมณ์ มาร์กี้ก็วิ่งมากอด ลักษมณ์ต่อว่า "ไง ไอ้ตัวดี ไหนว่าหนีไปอยู่ในตู้ไม่ยอมกินข้าว"

"มาร์กี้ไม่อยู่แล้ว เค้าบอกว่ามีเด็กหายไปในตู้เสื้อผ้า ออกมาอีกทีเป็นคนแก่เลย"

"หลอกเด็กเก่งเหมือนกันนี่คุณ" ลักษมณ์กระซิบกับรจเรข

รจเรข ยิ้มๆ พอดีมาร์กี้ถามว่ามีน่องไก่อีกไหม ลักษมณ์ เอ็ดที่มาร์กี้พูดไม่เพราะ และให้เรียกรจเรขว่ามอมมี่ มาร์กี้สบตารจเรข "แต่เค้าไม่ใช่มอมมี่นี่ เรียกได้เหรอ..."

"ได้สิ เค้าเป็นภรรยาของแด้ดดี้ เขาก็ต้องเป็นมอมมี่สิ" ลักษมณ์ย้ำ

มาร์ กี้ยอมเรียกแต่ยังถามกลับว่าแล้วรจเรขจะเรียกเธอว่าอะไร  รจเรขตอบ  "ฉัน เอ๊ย...มอมมี่ก็จะเรียกมาร์กี้ว่ามาร์กี้เหมือนเดิมแหละจ้ะ"

"โอเค งั้นมาร์กี้กินไก่อีกได้ไหม มอมมี่"

"ได้สิจ๊ะ ไปกินในครัวนะ คุณป้าแย้มทำเอาไว้เยอะเลย" รจเรขจูงมาร์กี้เดินไป...

พอทานเสร็จ   ลักษมณ์กับรจเรขพามาร์กี้มากราบ

คุณแขที่เรือนขาว   คุณแขแทบลมจับมองจิตเล่นกับมาร์กี้

"โอ๊ย  แม่จะเป็นลม  นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ  ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วแม่ของเด็กเค้าเป็นใคร"

"แม่เขาชื่อเอเลนอร์ครับ ผมรู้จักกับเขา ตอนที่ผมกับพิมานเรียนอยู่อังกฤษ"

"เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมคุณลักษมณ์ถึงไม่บอกใคร"

ลักษมณ์ อธิบายหน้าตาเฉยว่าเขาทิ้งมาร์กี้ให้แม่เด็กเลี้ยงและส่งเงินให้ทุกปี ตอนนี้แม่เด็กจะแต่งงานใหม่จึงส่งมาร์กี้ มาให้เขา คุณแขถอนใจที่ทำเหมือนมาร์กี้เป็นตุ๊กตาที่โยนกันไปโยนกันมา แล้วถามลักษมณ์ว่าจะเลี้ยงดูอย่างไร ลักษมณ์รีบบอกว่ารจเรขจะเลี้ยงให้ คุณแขหันขวับมามอง รจเรขรู้ว่าคุณแขกังวลอะไรรีบชี้แจงว่าเธอจะหาครูมาสอนภาษาไทยให้และจะช่วย ดูแลจนมาร์กี้ปรับตัวได้ ไม่เกินสองเดือนเธอจะไป

"ก็ดีจ้ะ ไม่ใช่อะไรนะคุณลักษมณ์ แม่เกรงใจแม่รจเรขเรื่องพิมานก็จบแล้ว เขาคงอยากออกไปมีชีวิตของตัวเองบ้าง... จริงมั้ยจ๊ะ แม่รจเรข"

รจเรขก้มหน้ารับคำ ลักษมณ์สงสารและเข้าใจความอึดอัดของเธอ

ooooooo

วันนี้ พิมานจะพาณัฏฐามาทานข้าวกับคุณแข เธอทำขนมลูกชุบมาด้วย พิมานขอแวะซื้อตุ๊กตาฝากมาร์กี้โดยให้เธอช่วยเลือก พิมานพูดถึงมาร์กี้จนณัฏฐาอยากเจอ

พอดีเจษฎามาหารจเรข พุฒรีบรายงานลักษณ์ รจเรขขอร้องลักษมณ์ขอเธอไปพบเจษฎาเพราะอาจมีธุระจากคุณยายมาบอก ลักษมณ์พาลบอกให้คุยกันต่อหน้าเขา รจเรขว่าเพื่อเขาจะได้หาเรื่อง ลักษมณ์โต้ว่าเจษฎาต่างหากที่ชอบหาเรื่องเขา รจเรขหนักใจใครจะหาเรื่องใครก็ช่าง เธอขอไปคุยกับเจษฎาแป๊บเดียว ลักษมณ์ยอมแต่เคือง...ระหว่างที่รจเรขคุยกับเจษฎา

ลักษมณ์คอยส่องกล้องดู  จนมาร์กี้มาเห็นแย่งไปส่องดูบ้าง ลักษมณ์ จึงมีความคิดเจ้าเล่ห์...

เจษฎา หาว่าลักษมณ์คิดจะโกงไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้ รจเรขอธิบาย "มันบังเอิญมีความจำเป็นขึ้นมา เขาเลยอยากให้กล้วยอยู่ต่อไปอีกหน่อย ก็เท่านั้นเอง"

"ความจำเป็นอะไร?"

พอรจเรขบอกว่าให้ช่วยดูแลลูก เจษฎาโกรธ "นี่มันแผนสกปรกชัดๆ กล้วยดูไม่ออกรึไงว่าเขาใช้เด็กเป็นเครื่องมือมารั้งตัวกล้วยไว้"
รจเรข พยายามอธิบายว่าไม่จริง เธอแค่สงสารเด็ก เธอรู้ว่าลูกกำพร้ามันว้าเหว่แค่ไหน เจษฎากุมมือรจเรขพูดให้เชื่อเขา ทันใด มาร์กี้วิ่งมาพร้อมสายยางฉีดน้ำใส่เจษฎา "ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ออกไปจากบ้านมาร์กี้เดี๋ยวนี้"

"มาร์กี้ หยุดนะ เอาน้ำไปฉีดเค้าทำไม" รจเรขตกใจร้องห้าม

"มอมมี่หลบไป มาร์กี้จะไล่ผู้ชายคนนี้ไม่ให้เค้าเอาตัวมอมมี่ไปไหน ออกไปนะ ออกไป"

รจเรขร้องเรียกพุฒให้ปิดน้ำ มาร์กี้ร้องโวยวาย "พุฒ ไปช่วยเค้าทำไม ผู้ชายคนนี้มาขโมยตัวมอมมี่ เราต้องไล่เค้าออกไป ออกไป"

เห็น น้ำหยุดไหล   มาร์กี้หันไปคว้าเสียมจะไล่ตีแทน รจเรขต้องขอให้เจษฎากลับไปก่อน เธอหันไปตะครุบตัวมาร์กี้ไว้ ลักษมณ์ส่องกล้องหัวเราะชอบใจ...มาร์กี้อาบน้ำแต่งตัวใหม่ รจเรขอบรมสั่งสอนว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง มาร์กี้ย้อนถามว่าไม่ถูกอย่างไร ในเมื่อผู้ชายคนนั้นนิสัยไม่ดี

"มาร์กี้รู้ได้ยังไงว่าเค้าไม่ดี เค้าเป็นเพื่อนของมอมมี่นะคะ"

"แด้ดดี้บอก แด้ดดี้บอกว่าผู้ชายคนนั้นไม่ดี จะมาเอาตัวมอมมี่ไป ไม่ให้มอมมี่อยู่กับมาร์กี้อีก"

"แด้ดดี้บอกอย่างนั้นเหรอคะ"

"ใช่...มาร์กี้ชอบมอมมี่ อยากให้มอมมี่อยู่กับมาร์กี้ ไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นเอามอมมี่ไป"

รจเรขนึกหมั่นไส้ลักษมณ์ เป็นแบบนี้นี่เอง เดินออกมาจากห้องมาร์กี้ เจอลักษมณ์เข้าพอดีจึงพูดต่อว่า "คนเจ้าเล่ห์ ขี้โกง นิสัยไม่ดี ไว้ใจไม่ได้"

"อะไรเนี่ย ผมอยู่ของผมดีๆแท้ๆ  มาด่าเอาด่าเอา" ลักษมณ์พูดไปหัวเราะไป

"คุณอย่านึกว่าฉันไม่รู้ คุณหลอกใช้มาร์กี้แกล้งพี่เจษ"

"ผมไม่ได้หลอก ก็นายนั่นจะมาเอาตัวคุณไปจริงมั้ยล่ะ มาร์กี้เค้ารักคุณ เค้าไม่อยากให้คุณไป เค้าก็ต้องไล่นายเจษฎาไปซี"

"แล้วต้องใช้วิธีพาลเกเรแบบนี้เหรอคะ" รจเรขหวั่นไหวแต่พูดแก้เขิน

ลักษมณ์ ตาพราวพูดหน้าตาเฉย วิธีไหนก็ได้ ถูกผิดไม่สน   ขอให้เธออยู่ที่นี่เป็นพอ...ทั้งสองพามาร์กี้กลับมาที่เรือนขาว พอดีพิมานพาณัฏฐามาไหว้คุณแขแล้วถามหามาร์กี้ คุณแขแปลกใจที่ณัฏฐารู้เรื่องแล้ว จึงเปรยๆว่า "ดีนะ ที่พิมานไม่ทำอย่างนั้น ไม่งั้น แม่คงอกแตกตาย"

พิมานหน้าเจื่อน ลักษมณ์เดินเข้ามา มองพิมานขำๆ

"งั้นก็ต้องถือว่าโชคดีไปนะครับ ที่คนทำเป็นผม ไม่ใช่พิมาน"

ณัฏ ฐาเห็นพิมานหน้าเสียจึงชวนคุยทักทายมาร์กี้ คุณแขเห็นชุดที่มาร์กี้ใส่ดูเป็นฝรั่งจ๋า จึงถามลักษมณ์ทำไมแต่งตัวให้ ลูกแบบนี้ ลักษมณ์ตอบว่าแม่เค้าชอบจึงมีแต่ชุดแบบนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาจะให้รจเรขพาไปซื้อใหม่...มาร์กี้เห็นขนมลูกชุบจะหยิบ คุณแขเอ็ดให้รอทานหลังอาหารพร้อมกัน พิมานสงสารรีบเอาใจเอาตุ๊กตาที่ซื้อมาให้ มาร์กี้ไม่ชอบจึงไม่ยอมรับ รจเรขปรามให้ขอบคุณแล้วรับไว้ มาร์กี้โวยว่าเธอไม่ชอบ ไม่ขอบคุณ คุณแขเอ็ดเสียงดัง

"ตายจริง ลูกคนนี้ นี่เขาสั่งสอนกันมายังไงนี่"

"ก็มาร์กี้ไม่ชอบนี่ ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบไม่ได้หรือไง ทำไมต้องเสียงดังด้วย"  มาร์กี้โยนตุ๊กตาทิ้งแล้ววิ่งหนีไป รจเรขรีบตามออกไป
ลักษมณ์ขอโทษคุณแขแทนมาร์กี้ และพูดเหน็บ "ก็อย่างนี้ล่ะครับ พ่อก็ไม่ได้เลี้ยง แม่ก็ทิ้งๆขว้างๆ ลูกก็เลยโตมาขาดๆเกินๆแบบนี้แหละ"

พิมาน หน้าเสีย ณัฏฐามองยิ่งสงสัย...ระหว่างที่พิมานจะออกไปส่งณัฏฐากลับ เธอจึงถาม "ตอนนี้คุณรจเรขกลายเป็นแม่ของยัยมาร์กี้ไปแล้ว ถ้าเธอหย่าขาดจากคุณลักษมณ์ มาร์กี้ก็คงต้องเสียแม่อีกครั้ง แกคงเสียใจมาก ฉันสงสารแกน่ะค่ะ"

พิมานอึ้งไม่ทันคิด ณัฏฐาจึงถามอีกว่า "แล้วถ้าคุณรจเรขหย่าจากคุณลักษมณ์มาแต่งงานกับคุณ   จากแม่จะกลายเป็นน้า มาร์กี้จะคิดยังไงคะ คุณจะอธิบายกับแกว่ายังไง"

"ทั้งหมดนี่เป็นเพราะพี่ลักษมณ์ พี่ลักษมณ์คนเดียว ทำให้ทุกอย่างมันพัวพันกันจนวุ่นวายแบบนี้" พิมานถอนใจยังโทษเป็นความผิดของลักษมณ์

ooooooo

พอ เจษฎาโทร.เล่าให้ไก่ฟัง คุณยายผ่านมาได้ยิน ไก่ต้องโกหกว่าญาติป้าเขียนมีปัญหาอยากหย่ากับสามีที่ชอบซ้อม จึงให้เขาปรึกษาเจษฎาให้ ป้าเขียนต้องเออออไปด้วย คุณยายสังหรณ์ใจเข้าห้องพระ จุดธูปไหว้พระ ขอให้บุญกุศลที่มีช่วยให้ลูกหลานพ้นทุกข์และอันตรายทั้งปวง...ขณะเดียวกัน รจเรขถือแก้วนมมาให้ มาร์กี้ในห้องนอน

"มอมมี่ใจดี ไม่เหมือนคุณย่า คุณย่าไม่รักมาร์กี้" มาร์กี้ประจบ

"ใคร ว่า ที่คุณย่าท่านว่ามาร์กี้เพราะว่ารักรู้ไหม ตอนมอมมี่เป็นเด็ก คุณยายก็ดุก็ว่าเวลามอมมี่ทำอะไรไม่ถูก เพราะคุณยายรักอยากให้มอมมี่เป็นเด็กดี" รจเรขกอดและอบรมมาร์กี้

มาร์ กี้รู้สึกอบอุ่น เธอขอให้รจเรขสอนให้เธอเป็นคนดี เพราะไม่ดุเหมือนคุณแข แล้วยังอ้อนให้รจเรขนอนกับเธอคืนนี้ รจเรขรับปาก ไม่ทันไร ลักษมณ์หอบหมอนเข้ามาขอนอนด้วย มาร์กี้ดีใจกระโดดกอดคอลักษมณ์ รจเรขจึงขอตัวกลับไปนอนที่ห้อง

"ไม่เอา...มอมมี่สัญญาแล้วนี่ ว่าคืนนี้จะนอนด้วยกัน" มาร์กี้ดึงมือรจเรขไว้

ลักษมณ์แกล้งตำหนิ "อะไรกันคุณ เป็นผู้ใหญ่สัญญาอะไรเอาไว้ก็รักษาคำพูดหน่อยซี ไม่งั้นอีกหน่อยจะสอนมาร์กี้ ได้ยังไง"

"นี่คุณ!..."

"แด้ดดี้พูดถูก มอมมี่บอกว่าจะสอนมาร์กี้ให้เป็นเด็กดี มอมมี่ก็ต้องเป็นเด็กดีด้วย จริงไหมคะ"

รจเรข พูดไม่ออก ลักษมณ์แกล้งว่ายืนถลึงตาอยู่ได้ ไม่ง่วงหรือ มาร์กี้ดึงรจเรขไปนอนข้างหนึ่งให้ลักษมณ์นอนอีกข้างแล้วเธอนอนตรงกลางเอามือ สองคนมากอด ลักษมณ์กุมมือรจเรข เธอตีมือเขาเผียะ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยยื้อจับไว้จนได้

เช้าขึ้น รจเรขตื่นขึ้นมา พบว่าลักษมณ์กอดทั้งมาร์กี้และเธออยู่ รจเรขค่อยๆลุกขึ้นบ่นว่าลักษมณ์เจ้าเล่ห์เผลอไม่ได้ แต่ก็ขยับผ้าห่มให้ทั้งสองคน พอเดินออกจากห้องเจอชื่นมองแปลกๆจึงยิ้มให้เขินๆก่อนจะเลี่ยงกลับ ห้อง...ชื่นมาเล่าให้แย้มฟังในครัว พุฒดีใจเพราะเมื่อคืนลักษมณ์ก็นอนในห้องมาร์กี้เหมือนกัน ทั้งสามดีใจถ้าเป็นแบบนี้ รจเรขคงไม่ต้องไปจากบ้านนี้แล้ว...

เจนจิ รามาโวยวายเจษฎาถึงที่ทำงาน ที่รจเรขยังไม่ออกไปจากบ้านนฤนารถไมตรี ทั้งที่พิมานหมั้นไปเรียบร้อยแล้ว เจษฎาไม่พอใจให้เธอไปถามลักษมณ์ว่าทำไมไม่ยอมเซ็นใบหย่า เจนจิราหน้าชา ชวนจอยไปเล่นงานรจเรข พุฒพยายามกัน แต่พอดีได้ยินเสียงรจเรขกับมาร์กี้ที่สระน้ำ เจนจิรากับจอยจึงแล่นไปหาเรื่อง พุฒขวางถูกผลักตกน้ำไป รจเรขเสียงเข้ม

"คุณเข้ามาทำร้ายคนในบ้านดิฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ คุณเจนจิรา"

"หน้าด้าน! พูดมาเต็มปากเต็มคำเชียวนะ...คนในบ้านดิฉัน...คงจะติดใจอยากเป็นคุณนายบ้านนี้ล่ะซีนะ ถึงได้ไม่ยอมหย่ากับคุณลักษมณ์ซะที"

มาร์กี้ร้องถามมาจากกลางสระ "ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ มอมมี่"

เจนจิรากับจอยตกใจ เข้าใจไปว่ารจเรขมีลูกติด "มิน่าล่ะ คงมีผัวมาไม่รู้เท่าไหร่แล้วซีนะ ถึงได้กล้าแต่งงานแลกเงิน..."

เจน จิราหาว่ารจเรขขนลูกมาเกาะลักษมณ์ รจเรขเหลืออด "คุณสองคนหยุดพูดจาพล่อยๆแล้วออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ไม่ อย่างนั้นอย่าหาว่าดิฉันไม่เกรงใจ"

"แน่จริงก็ลองซี เอามันเลยจอย..." เจนจิราผลักจอยเข้าหารจเรข

รจเรข เสียหลักล้มไปกระแทกเสา มาร์กี้ตกใจบอกพุฒ กับชื่นให้ช่วยรจเรข จอยยังตบรจเรขอีก เธอจึงสู้ตบกลับ แย้มได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาเห็นความชุลมุนรีบไปตามลักษมณ์มาช่วย ลักษมณ์มาถึงเห็นจอยตกน้ำไปแล้ว เจนจิรายังมะรุมมะตุ้มกับรจเรขอยู่ มาร์กี้กระโดดเกาะหลังเจนจิรา ถูกสลัดลงมา เจนจิราโกรธหันไปคว้าไม้พายจะฟาดมาร์กี้

"หยุดนะเจน จะทำอะไรน่ะ" ลักษมณ์มาทันห้าม

เจนจิราทิ้งไม้หันมาออดอ้อน มาร์กี้ฟ้อง "ยัยปากแดงคนนี้มาด่ามอมมี่ เค้าตีมอมมี่ด้วยมาร์กี้เลยต้องช่วย"

ลักษมณ์ รีบเข้าไปประคองรจเรขถามว่าจริงหรือ รจเรขโกรธให้ถามแฟนตัวเองดู แล้วเดินหนีเข้าบ้านไป เจนจิราบีบน้ำตา "ไม่จริงนะคะลักษมณ์ ยัยรจเรขเค้าหาเรื่องเจนก่อน แล้วนังเด็กเนี่ยค่ะก็ช่วยแม่มันทำร้ายเจน"

จอ ยตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำมาได้ "ใช่ค่ะคุณลักษมณ์ขา นังเด็กบ้าเนี่ยมันเอาไม้ไล่ตีจอยตกน้ำ แล้วยังไปแกล้งยัยเจนด้วย เด็กเวรอะไรก็ไม่รู้ พ่อแม่ไม่สั่งไม่สอน"

"น้อยๆหน่อยคุณจอย คุณสองคนเข้ามาก่อเรื่องในบ้านผม แล้วยังมาด่าลูกผมอีกเหรอ"

"ลูกลักษมณ์! หมายความว่ายังไงคะ" เจนจิราตกตะลึง

"มาร์กี้ไม่ใช่ลูกของคุณกล้วย แต่แกเป็นลูกสาวของผมเอง"

สองสาวหน้าเจื่อน รีบตามลักษมณ์ไปที่เรือนรับรอง ขอโทษขอโพยแต่ลักษมณ์กลับบอกว่า "ผมไม่ถือ แต่ที่ผมรับไม่ได้ก็คือ คุณสองคนเข้ามาหาเรื่องลูกเมียของผมถึงในบ้าน"

"ลักษมณ์เรียกแม่รจเรขว่าเมียเต็มปากเลยเหรอคะเดี๋ยวนี้ นี่ลักษณ์ยอมรับมันเป็นเมียจริงๆตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"

"จะ จริงหรือไม่จริงคุณกล้วยก็ได้ชื่อว่าเป็นเมีย เค้าช่วยผมเลี้ยงมาร์กี้ ก็ถือว่าเป็นแม่ของลูกผม ผมขอสั่งเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าผมไม่อนุญาต ห้ามคุณสองคนเข้ามาที่นี่ ห้ามเข้ามาก่อเรื่องในบ้านของผมอีก จำไว้ ไม่งั้นผมจะเป็นคนจัดการกับคุณเอง" ลักษมณ์พูดจบเดินไปอย่างไม่แยแส

เจน จิราหน้าเหวอ...ลักษมณ์รีบตามมาขอโทษรจเรข เธอกำลังดูรอยช้ำที่แก้มอยู่หน้ากระจก ลักษมณ์เคาะประตูเรียก รจเรขมาเปิดประตู ไม่ทันที่ลักษมณ์จะพูดอะไร รจเรขพูดขึ้นก่อนจะปิดประตูใส่หน้าว่า "ถ้าคุณเจนจิรามาที่บ้านนี้อีก ฉันจะไปทันที แค่นี้นะคะ"

ลักษมณ์เซ็งไปหามาร์กี้ที่ห้อง ก็โดนมาร์กี้โกรธไม่

พูดด้วย แถมหนีไปนอนกับรจเรขห้ามเขาตามไป ลักษมณ์ทั้งฉุนทั้งขำท่าทางดัดจริตของมาร์กี้

ooooooo

หัวเราะ อย่างลืมตัวเสียงดัง เมื่อวีรวัฒน์ได้ฟังลักษมณ์เล่าเรื่องเมื่อวานให้ฟัง ลักษมณ์ไม่พอใจบอกว่าเขาต้องการคำแนะนำไม่ใช่ให้มาหัวเราะเยาะ วีรวัฒน์ว่าเขาเป็นทนายไม่ใช่นักจิตวิทยา ลักษมณ์ถาม "แต่คุณมีภรรยาและลูกแล้ว ผมอยากรู้ คุณง้อลูกเมียคุณยังไง?"

"โอ๊ย ง่ายเลยครับ ง้อลูกสาว ไม่ช็อกโกแลตก็ของเล่น ถ้าง้อเมีย ไม่ดอกไม้ก็เพชร ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของสถานการณ์ คราวนี้คุณลักษมณ์ทำความผิดไว้ประมาณไหนล่ะครับ ดอกไม้หรือว่าเพชร"

ลักษมณ์ เมินหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้...สุดท้าย ลักษมณ์ก็ซื้อดอกไม้มา ให้ชื่นเอาขึ้นไปให้รจเรขบนห้อง ชื่นปลื้มใจบอกรจเรขว่าลักษมณ์อยากขอโทษ

"คงไม่ใช่หรอกจ้ะ ตั้งแต่เจ้านายชื่นเค้าเกิดมา ฉันคิดว่าเค้าคงไม่เคยขอโทษใคร"

"คุณก็ลงไปถามคุณลักษมณ์เองสิคะ คุณลักษมณ์รอทานข้าวอยู่น่ะค่ะ"

รจเรข ให้ชื่นไปบอกว่าเธอไม่หิว และให้มาร์กี้ลงไป ทานกับลักษมณ์ แต่มาร์กี้ไม่อยากเห็นหน้าลักษมณ์ให้ชื่นเอาขึ้นมาให้ทานข้างบน...พอลักษมณ์ ฟังชื่นรายงานก็ฉุน โทร.เข้ามือถือรจเรข "คุณเป็นแม่ประสาอะไร สอนให้ลูกดื้อกับพ่อ"

"ดิฉันไม่ได้สอนค่ะ มาร์กี้ไม่อยากลงไปกินข้าวกับคุณจริงๆ" รจเรขส่งมือถือให้มาร์กี้

มาร์กี้บอกลักษมณ์ว่าเธอไม่อยากลงไปเอง แต่พอ

ลักษมณ์บอกว่าเขาซื้อช็อกโกแลตมาให้ แต่ต้องลงมากิน

ข้างล่าง มาร์กี้งอน "แด้ดดี้ใจร้าย มาร์กี้ไม่กินก็ได้ แค่นี้นะ"

ลักษมณ์ อารมณ์เสียเดินปึงปังขึ้นไปข้างบน เปิดประตูเข้ามาหน้าตาเฉย "เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง...อยู่เฉยๆทั้งสองคนนั่นแหละ ฟังผมก่อน"

สองคนชะงัก ลักษมณ์มองหน้าทั้งสองคนแล้วพยายามอธิบาย "คุณกล้วย ผมเสียใจที่เจนเข้ามาทำร้ายคุณ แต่ผมไม่ได้อนุญาตให้เค้ามา"

"คุณเจนจิราเธอเป็นแฟนของคุณ เธอก็คงคิดว่าเธอมีสิทธิ์จะไล่คนที่เธอไม่ชอบออกจากบ้านนี้ได้"

"คุณก็พูดไปเรื่อย ผมไม่เคยให้เขามีสิทธิ์มาก้าวก่ายในบ้านอยู่แล้ว ไม่เชื่อคุณถามป้าแย้มหรือชื่นดูก็ได้"

รจเรข ขอให้ลักษมณ์ไปอธิบายกับเจนจิราว่าเธอแค่อยู่ดูแลมาร์กี้ตามคำสั่งเท่านั้น ลักษมณ์สัญญาว่าเจนจิราจะไม่มาวุ่นวายในบ้านอีก เขาถามมาร์กี้ว่าตกลงไหม มาร์กี้ตอบว่าถ้ารจเรข

โอเค เธอก็โอเค ลักษมณ์จึงใช้นิ้วก้อยเขี่ยรจเรข "น่านะ ดีกันเถอะนะ อย่าทะเลาะกันเลย เดี๋ยวมาร์กี้จะกลายเป็นเด็กมีปัญหานะคุณนะ"

รจเรข ใจอ่อนลงแต่ยังงอนหาว่าเขาเอาเด็กมาอ้าง ลักษมณ์หันไปอ้อนมาร์กี้ขอนอนด้วยคืนนี้ จะเล่านิทานให้ฟัง แต่มาร์กี้ไม่ดีด้วย เพราะยังโกรธที่ลักษมณ์มีเพื่อนไม่ดีมาทำร้ายรจเรข มาร์กี้ดันลักษมณ์ให้ออกไปจากห้องแล้วปิดประตูล็อก ลักษมณ์ทุบประตูโวยว่าขี้งอนทั้งคู่เลย

ooooooo

คืนนั้น ไก่มาคุยกับเฮียเรื่องชกมวยว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นชกแล้ว เพราะไม่ต้องใช้เงินอีก แต่แสวงกับเฮียยุว่าชกคราวนี้จะได้เงินล้านเชียวนะ ไก่เดินครุ่นคิดมาตามถนน...

พอดีเจนจิราขับรถคุยกับจอยที่นั่ง จามอยู่ข้างๆ บ่นอย่างเจ็บใจเรื่องรจเรข พลันเฉี่ยวคนที่เดินอยู่ข้างถนนล้มกลิ้งไปกระแทกเสาปูนที่กองอยู่ไหล่ทาง เจนจิรากับจอยตกใจ ลงมาดู พอพลิกตัวคนที่โดนชนหันมาก็ตกใจ เพราะคือไก่ "นี่มันพี่ชายนังรจเรข จะทำยังไงดี..."

เจนจิราเห็นไก่หมดสติอยู่จึง ทิ้งเขาไว้แล้วดึงจอยกลับไปขึ้นรถ ไก่ค่อยๆปรือตามองเห็นที่ข้อเท้าคนขับมีสร้อยข้อเท้า จึงรู้ว่าเป็นผู้หญิง แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง...

วันต่อมา...พิมานมาด้อมๆมองๆถามพุฒว่า เมื่อวานเจนจิรามาอาละวาดใช่ไหม พุฒตอบตามจริงว่ารจเรขโดนทำร้าย พิมานถามว่าลักษมณ์จัดการอย่างไร

"อ๋อ คุณหนูกับคุณผู้หญิงงอนตุ๊บป่องเลยครับ คุณลักษมณ์ ง้ออยู่ตั้งนาน ตอนนี้อยู่สนามหลังบ้านน่ะครับ ไม่รู้ว่าสมานฉันท์ กันหรือยัง"

สวนหลังบ้าน ลักษณ์ในชุดทำงานกำลังเอาอกเอาใจตักอาหารให้มาร์กี้กับรจเรข รจเรขหมั่นไส้บอกให้พอได้แล้ว และรีบไปทำงานเดี๋ยวจะสาย

"โอ๊ย ช่างมัน งานการจะเจ๊งไปซักล้านสองล้านก็ช่างหัวมัน อะไรจะไปสำคัญเท่าลูกเมียจริงไหม อ้ะ กินนี่อีกหน่อยนะคุณ กินของอร่อยๆจะได้หายโกรธ เอ้า อ้ำ" ลักษมณ์จิ้มผลไม้ป้อน

รจเรขฝืน กินเพื่อให้ลักษมณ์ยอมไปทำงาน ลักษมณ์ยังไม่ไปต้องให้เธอหายโกรธก่อน รจเรขจึงบอกว่าเธอไม่โกรธแล้ว ลักษมณ์จึงยอมลุกขึ้นแล้วย้ำให้รจเรขพามาร์กี้ไปซื้อเสื้อผ้าวันนี้ด้วย มาร์กี้ดีใจจะได้ออกไปเที่ยว ลักษมณ์ได้ทีอุ้มมาร์กี้มาหอม

"ดีใจก็ให้รางวัลแด้ดดี้หน่อยสิ...อื้อหือ แก้มหอมจัง ทีนี้ตามาร์กี้หอมแด้ดดี้มั่ง"

มาร์กี้หอมลักษมณ์ เขาทำหน้าเจ้าเล่ห์ถามว่า "แล้วมอมมี่ล่ะ..."

"จริงด้วย แด้ดดี้จะไปทำงานแล้ว มอมมี่ต้องหอมแด้ดดี้ก่อนค่ะ เร็วๆสิคะ"

ลักษมณ์ เร่งรจเรขให้เร็วๆ มาร์กี้ดันรจเรขเข้าหาลักษมณ์ เธอกลั้นใจเอาจมูกเฉียดแก้มลักษมณ์ แต่เขากลับดึงเธอมาหอมแก้มดังฟอด แล้วพูดว่า...ชื่นใจ...รจเรขเขินทุบเขาพลั่ก พิมานโผล่มาพร้อมเสียงกระแอม รจเรขหน้าแดงด้วยความอาย พิมานแกล้งถามว่าเขามาขัดจังหวะหรือเปล่า ลักษมณ์ยิ้มสะใจ

"ถามได้ มาแอบดูผัวเมียจู๋จี๋กันแบบนี้ นิสัยไม่ดีเลยนะ ไอ้น้องชาย...อุตส่าห์เดินมาถึงนี่มีธุระอะไรหรือเปล่า"

พิมาน มองมาร์กี้สายตาอ่อนโยน เขามาคุยกับลักษมณ์ ในห้องทำงาน เพื่อถามว่าทำไมแม่ของมาร์กี้ถึงทิ้งๆขว้างๆลูก ลักษมณ์เล่าว่าเอเลนอร์เป็นคนรักสนุกไม่พร้อมจะเป็นแม่ พิมานข้องใจแล้วทำไมไม่ส่งมาร์กี้มาตั้งแต่เล็ก

"ทางบ้านโน้นเค้าเอา มาร์กี้ไว้ เพราะหวังเงินค่าเลี้ยงดู เขารีดจากฉันไปปีละหลายล้าน แต่มาร์กี้ก็ไม่ได้สุขสบาย แกน่าสงสารมาก ปีที่แล้วฉันไปเยี่ยม เจอมาร์กี้ถูกทิ้งอยู่ที่อพาร์ตเมนต์คนเดียวทั้งคืน เพราะแม่ออกไปปาร์ตี้"

"ผมมันเลวจริงๆ มีอะไรที่ผมจะทำให้แกได้บ้างไหมครับพี่ลักษมณ์ บอกตรงๆผมเห็นหน้าแกแล้ว สงสารอย่างบอกไม่ถูก"

"มาร์ กี้เป็นเด็กน่าสงสาร แกต้องการความรักความเอาใจใส่ โชคดีที่คุณกล้วยรักแกมาก แกก็รักคุณกล้วย อย่างกับแม่ลูกกันจริงๆก็ไม่ปาน ดูสิ" ลักษมณ์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นรจเรขกับมาร์กี้ที่โต๊ะอาหารในสวน พิมานมองตามด้วยความรู้สึกอิจฉาและเจ็บปวด...

ooooooo
ตอนที่ 9


พอเจษฎาทราบเรื่องไก่ถูกรถชนมีพลเมืองดีพาส่งโรงพยาบาล ก็รีบไปดูแล แต่ไก่ยังไม่ฟื้น เจษฎาโทร. ถามรจเรขอยู่ที่ไหน ขณะนั้นเธอกำลังเดินซื้อเสื้อผ้าอยู่กับมาร์กี้ที่ห้างสรรพสินค้า เขาจึงตามไปหา พอมาร์กี้ ลองเสื้อเดินออกมาเห็นเจษฎาก็โวยวายเอาของขว้างปาใส่

"นี่แน่ะ ไอ้คนร้าย คนนิสัยไม่ดี"

"มาร์กี้! หยุดนะ ของเสียหายหมดแล้วเห็นมั้ย" รจเรขปราม

"มอมมี่ปล่อย มาร์กี้เกลียดผู้ชายคนนี้ เค้าจะเอามอมมี่ไป ผู้ชายคนนี้จะเอาตัวมอมมี่ไป"

ผู้คนในห้างมองเจษฎากันยกใหญ่ รจเรขจึงขอให้เขากลับไปก่อน แล้วเธอจะตามไปที่โรงพยาบาล...รจเรขพามาร์กี้กลับมาส่งบ้าน แล้วรีบไปดูไก่ ไก่ฟื้นขึ้นมาพอดี เขาเล่าให้ฟังว่า

"พี่กำลังเดินข้ามถนน รถมันมาเร็วมากหลบไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เลยบอกให้นางพยาบาลเค้าโทร.หาไอ้เจษ"

เจษฎาบอกว่ามีพลเมืองดีพามาส่ง เล่าว่าคนชนแล้วหนี จึงถามว่าไก่จำเลขทะเบียนรถหรืออะไรได้บ้างไหม ไก่พยายามนึก "นึกออกแล้ว คนขับรถมันลงมาดูฉันด้วย เป็นผู้หญิงตัวสูงๆ แล้วก็ใส่สร้อยข้อเท้า..."

เจษฎาครุ่นคิดว่าจะตามคนผิดได้อย่างไร...ในขณะเดียวกัน เจนจิรามานั่งคอยลักษมณ์ในห้องทำงาน เธอบีบน้ำตาออดอ้อนขอโทษที่พูดไม่ดีกับมาร์กี้ ลักษมณ์ตัดความรำคาญเตือนว่า อย่าให้มีครั้งที่สอง เจนจิราได้ใจโอดครวญ

"โธ่ ลักษมณ์ขา เราเป็นคนรักกัน ลูกของลักษมณ์เจนก็ต้องรักเหมือนลูกของเจน เจนรับรองค่ะ ว่าเจนจะทำทุกอย่างให้หนูมาร์กี้ยอมรับเจนให้ได้"

ลักษมณ์ว่าไม่จำเป็น แต่เจนจิราเสนอขอจัดงานเลี้ยง รับขวัญมาร์กี้ ลักษมณ์ตัดบทขอตัวเข้าประชุม เจนจิราฟึดฟัดอยู่คนเดียว โมโหที่อุตส่าห์หยอดน้ำตาออดอ้อนยังไม่สนใจ... จากนั้น ลักษมณ์กลับมาบ้าน พบมาร์กี้เล่นอยู่กับพุฒและชื่น จึงถามว่ารจเรขอยู่ไหน"

"มอมมี่ไม่อยู่ มอมมี่ออกไปหาคนร้าย" มาร์กี้ฟ้อง

"คนร้าย คนร้ายไหน!?"

"คนที่จะมาเอาตัวมอมมี่ไปไง วันนี้เขาไปหามอมมี่ที่ห้าง ชวนมอมมี่ไปไหนไม่รู้ มอมมี่เลยพามาร์กี้มาส่งบ้าน แล้วออกไปหาเค้า"

ลักษมณ์หน้านิ่วอารมณ์พลุ่งพล่าน เดินบ่นออกมา "อุตส่าห์ไว้ใจ นึกว่าจะอยู่บ้านเล่นกับลูก ที่ไหนได้กลับหนีไปพลอดรักกับผู้ชาย..." ลักษมณ์นึกอะไรได้ โทร.หาเจนจิราทันที...

บ่ายวันนั้น เจษฎาขับรถมาส่งรจเรขเกือบถึงหน้าประตูบ้าน เพราะเธอขอให้จอดแค่นี้เกรงคนในบ้านเห็น พอเดินเข้าบ้านต้องแปลกใจ เพราะที่สนามมีการตกแต่งประดับประดาด้วย ธงราวสีชมพู-ขาว มีเต็นท์สีขาว โต๊ะเก้าอี้ปูผ้าขาว ผูกโบว์สีชมพู และตกแต่งเต็นท์ด้วยลูกโป่งกับช่อดอกไม้ มีป้ายผ้าข้อความว่า "Welcome Margaret"

แย้มกับชื่นถือถ้วยชามออกมาหน้าตาบอกบุญไม่รับ รจเรขจึงถามว่าใครจัดงานให้มาร์กี้ ไม่ทันจะตอบ เจนจิราแต่งตัวสวยพริ้งเดินเข้ามากับจอย พูดจาเยาะเย้ยว่าพวกเธอเป็นคนจัดเอง เพราะลักษมณ์ขอร้อง รจเรขไม่อยากเชื่อ เจนจิราหัวเราะท้าให้ไปถามลักษมณ์เอาเอง

รจเรขตรงไปหาลักษมณ์ที่ห้องสมุด "คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ"

"เรื่องอะไรล่ะ" ลักษมณ์ย้อนถามกวนๆ

"ก็ไอ้เรื่องงานเลี้ยงนี่ไง คุณรับปากฉันแล้วนะคะ คุณสัญญาว่าจะไม่ให้แม่เจนจิราดาร์ลิ่งของคุณมาก่อกวนที่นี่อีก"

"เจนเค้าไม่ได้มาก่อกวน แต่เขามาที่นี่เพราะคุณบกพร่องต่อหน้าที่...คุณทิ้งยัยมาร์กี้ไปหานายเจษฎา"

"เหลวไหล ฉันไม่ได้ทิ้งมาร์กี้"

"เนี่ยนะไม่ทิ้ง ออกไปเที่ยวกลับมาเอาเกือบเย็น ลูกสาวผมเหงาไม่มีใครสนใจ ผมไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องไปขอให้เจนมาเล่นกับมาร์กี้"

ไม่ทันไร เจนจิราเข้ามาเกาะแขนลักษมณ์บอกว่า

ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชวนไปตามมาร์กี้ออกไป จอยยิ้มเยาะรจเรขและชี้ไปที่ถังขยะบอกว่าเธอตกกระป๋องแล้ว ก่อนจะเดินหัวเราะออกไป ปล่อยให้รจเรขยืนเจ็บใจ น้อยใจ...

แต่พอมาร์กี้มาเห็นงานก็ร้องกรี๊ดๆ ไม่ยอมเข้าไปร่วมงาน ลักษมณ์พยายามปลอบว่าเจนจิราอุตส่าห์จัดให้ แต่เธอก็ร้องว่าเธอไม่ชอบเจนจิรา เธอจะหารจเรข มาร์กี้ผลักเจนจิรา ที่จะมากอดเซไปแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน ลักษมณ์ขัดใจตามไปเห็นมาร์กี้กอดรจเรขอยู่หน้าห้อง

"มาร์กี้ ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะคะ" ลักษมณ์ตามมาเอ็ด

"มาร์กี้ไม่ชอบยัยเจนจิรา"

"มาร์กี้ พูดถึงผู้ใหญ่อย่างนี้ไม่ได้นะคะ ไม่สุภาพ คุณเจนจิราเค้าอุตส่าห์มาจัดงานให้หนู หนูต้องลงไปให้เกียรติเขา" รจเรขปลอบให้มาร์กี้ลงไปร่วมงานอย่าให้ลักษมณ์ต้องเสียหน้า

มาร์กี้ยอมเชื่อฟังรจเรข วิ่งตื๋อลงไปด้วยสีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ ลักษมณ์อดแขวะรจเรขไม่ได้ ก่อนจะตามมาร์กี้ไปว่า "ทีกับลูกล่ะสอนได้ ทีตัวเองล่ะก็...เชอะ!ž

มาถึงเต็นท์เจนจิรากับจอยช่วยกันเอาใจมาร์กี้ มาร์กี้จึงชวนเล่นเกมไล่จับ ใครจับเธอได้คนนั้นชนะ มาร์กี้แอบกระซิบพุฒแล้วหลอกล่อให้สองสาววิ่งไล่จนเหนื่อยหอบ ระหว่างนั้นแย้มมาตามลักษมณ์ไปรับโทรศัพท์ในบ้าน อ้างว่าโทรศัพท์ไร้สายแบตหมด...มาร์กี้วิ่งกลับมาที่เต็นท์ สองสาววิ่งตามมาเห็นสระน้ำพลาสติกเป่าลมวางอยู่ ภายในบรรจุเม็ดโฟมเล็กๆ จนเต็ม

"อุ๊ย นี่อะไรคะ หนูมาร์กี้?"

"มาเล่นเกมหาสมบัติกันค่ะ ในนี้มีสมบัติซ่อนอยู่ น้าทั้งสองต้องแข่งกันหา"

"แล้วมาร์กี้ล่ะคะ" จอยเหนื่อยจนไม่อยากเล่น

"มาร์กี้เป็นกรรมการค่ะ ในนี้มีแหวนเพชรของแด้ดดี้ใครหาเจอก่อน คนนั้นได้ไปดีมั้ยคะ"

จอยตื่นเต้นสู้ตาย เจนจิราไม่ยอมแพ้เมื่อเป็นแหวนของลักษมณ์มันต้องเป็นของเธอ มาร์กี้เป่านกหวีดให้สองสาวลงไปในเม็ดโฟม สองสาวลงไปควานหาแหวนกันใหญ่ หยิบขึ้นมาได้กลายเป็นกบตัวอ้วนคนละตัว ต่างร้องกรี๊ดๆ ตะกายขึ้นจากสระวิ่งหนีร้องลั่น ลักษมณ์ซึ่งมารับโทรศัพท์ ไม่มีเสียงใครพูด เขารอสายอยู่สักพัก จนได้ยินเสียงสองสาวร้องจึงวิ่งกลับมา เจนจิราโผกอดร้องว่ากบกัด แย้มหัวเราะคิก "อุ๊ย คุณขา เกิดมาไม่เคยได้ยิน คนโดนกบกัด"

ลักษมณ์แปลกใจเพราะที่บ้านไม่เคยมีกบ จึงถามมาร์กี้ ว่าเอากบมาหรือ มาร์กี้เชิดหน้าใส่เจนจิรากับจอย "ใช่ มาร์กี้บอกแล้วไง มาร์กี้ไม่ชอบสองคนนี้ มาร์กี้ไม่ชอบแด้ดดี้ด้วย"

มาร์กี้แลบลิ้นใส่สองสาวแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน ลักษมณ์ดุไล่หลังแล้วหันมาต่อว่าพุฒกับชื่นที่ร่วมมือกับมาร์กี้ ทุกคนจ๋อย...จากนั้นก็ขอโทษขอโพยเจนจิรากับจอย เจนจิราทำเป็นไม่โกรธ

"ไม่เป็นไรค่ะ เจนเข้าใจดี มาร์กี้ยังเด็ก แกอาจจะโดนผู้ใหญ่เสี้ยมสอนมาผิดๆก็ได้ เจนไม่โกรธหรอกค่ะ เจนแค่เสียใจที่วันนี้มันไม่เป็นไปอย่างที่เจนคิด"

จอยทำทีปลอบเจนจิราไม่ให้เสียใจ ลักษมณ์พูดไม่ออกรู้สึกผิด เดินมาส่งสองสาวที่รถ พอสองสาวออกมาพ้นบ้านลักษมณ์ก็โวยวายด่าว่ามาร์กี้และโทษรจเรขเสี้ยมสอน

ooooooo



กลางคืน ลักษมณ์มาเคาะประตูห้องนอนมาร์กี้ แต่กลับไม่ได้นอนอยู่ในห้อง จึงคิดว่าต้องไปนอนห้องรจเรข จึงตามไป แต่มาร์กี้กลับกันไม่ให้เขาเข้าไปนอนด้วย "มอมมี่กับมาร์กี้โป้งแด้ดดี้แล้ว คนไม่รักษาสัญญา คืนนี้แด้ดดี้นอนคนเดียวเถอะ"

รจเรขสอนมาร์กี้ว่าทำไม่ถูก พูดแบบนี้ไม่ได้ แต่มาร์กี้แย้ง "มาร์กี้ไม่ชอบน้าเจน มาร์กี้รู้นะว่าเค้าจะแย่งแด้ดดี้ไปจากมอมมี่"

"ก็ถ้าแด้ดดี้เค้าเต็มใจล่ะคะ" รจเรขถาม

มาร์กี้ร้องไห้กอดรจเรข เธอไม่ยอม ลักษมณ์ต้องอยู่กับรจเรข ทำเอารจเรขเศร้าใจ... ลักษมณ์หงุดหงิดเดินมาหาคุณแขที่เรือนขาว "ผมมาให้สอบสวนแล้วครับ คุณแข"

คุณแขถอนใจ เพราะพอกลับมาบ้านก็ได้รับรายงานว่ามีเรื่องอีกแล้ว "แม่จำได้ว่าเคยขอร้องคุณลักษมณ์แล้วไม่ใช่ เหรอคะ ว่าถ้าแม่รจเรขยังอยู่ ก็อย่าให้แม่เจนจิราเข้ามาวุ่นวายที่บ้านนี้ ยังไงเขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณลักษมณ์"

"คุณแขดีแต่ว่าผม แล้วทีเค้าล่ะครับ ออกไปหานายเจษฎาถึงนอกบ้าน" ลักษมณ์งอน

"ถ้าคุณลักษมณ์คิดว่าแม่รจเรขเค้าทำตัวไม่เหมาะสม ก็ไม่ควรจะให้เค้าอยู่ต่อไป แล้วก็ไม่ควรให้เขาเลี้ยงดูอบรมมาร์กี้"

ลักษมณ์อึ้งไป คุณแขจึงย้ำว่า ลักษมณ์เป็นพ่อคนแล้ว ควรจะวางตัวให้ดี ถ้ามาร์กี้ถามว่า   เจนจิราเป็นใคร จะตอบ ว่าอย่างไร ลักษมณ์หงุดหงิดอารมณ์เสียที่ไม่มีใครเข้าข้างเขาบ้างเลย...

ขณะเดียวกัน รจเรขคุยอยู่กับพิมานในสวน พิมานเป็นห่วงที่เจนจิราเข้ามาหาเรื่อง รจเรขท่าทางเฉยชาบอกพิมานว่า ลักษมณ์คงอยากให้เจนจิราแฟนของเขาทำความรู้จักกับมาร์กี้ เพื่อจะได้เลี้ยงดูในอนาคต พิมานมองรจเรขอย่างพิจารณา

"แล้วคุณกล้วยไม่เสียใจเลยหรือ ที่พี่ลักษมณ์พาคนอื่นมาหยามกันแบบนี้"

"ดิฉันไม่ถือหรอกค่ะ ยังไงคุณเจนจิราก็จะมาเป็นคุณนายของบ้านนี้ ไม่ช้าก็เร็ว"
"ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้ เพราะมันแปลว่าคุณ ไม่ได้รักพี่ลักษมณ์อย่างที่คุณบอกผม...ใช่มั้ยครับ คุณกล้วย"

รจเรขชะงักไม่ทันคิดถึงข้อนี้ จึงขอตัวเดินกลับ แต่ พิมานตามมาดึงไว้ พอดีลักษมณ์เดินกลับจากเรือนขาวเห็นเข้าจึงแอบฟัง รจเรขบอกพิมานว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย พิมานยังรุกเร้า

"อย่าหนีผมอีกเลยคุณกล้วย คุณกับพี่ลักษมณ์แต่งงานกันแค่ในนาม คุณไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ลักษมณ์ ทันทีที่คุณเป็นอิสระ ผมจะขอให้คุณแต่งงานกับผม"

"พูดอะไรอย่างนั้นคะคุณพิมาน คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้"

"ได้สิครับ ทันทีที่คุณเป็นอิสระ ผมจะขอคุณแต่งงาน คุณณัฏฐาเธอทราบเรื่องของเราดี เธอรับปากกับผมว่าเธอจะถอนหมั้นเพื่อให้คุณกับผมได้แต่งงานกัน" พิมานกุมมือรจเรข

รจเรขตกใจจะแย้ง แต่พิมานรุกเร้าว่าเขาจะรอวันที่เธอเป็นอิสระ ลักษมณ์ได้ยินทุกคำพูดโกรธจนสุดจะทนเดินหนีกลับไป...รจเรขเดินกลัดกลุ้มกลับมาที่ห้องนอน เปิดประตูเข้ามาแปลกใจที่ไฟในห้องปิด ทั้งที่เธอเปิดทิ้งไว้ พอเปิดไฟต้องตกใจเพราะลักษมณ์ยืนสีหน้าดุดันอยู่

"คุณลักษมณ์ คุณเข้ามา..."

ไม่ทันจะพูดจบ ลักษมณ์เข้าประชิดตัวและดันเธอชิดฝาด้วยความโกรธ "อย่ามาเล่นมุกไร้เดียงสากับผมอีกเลย ผมเบื่อจะฟัง ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณคงนึกว่าผมโง่มากสินะที่ไม่แตะต้องคุณ ปล่อยให้คุณลอยหน้าไปหลอกผู้ชายได้ทั่วเมืองว่ายังเป็นสาวบริสุทธิ์"

"นี่มันจะมากไปแล้วนะคุณ...ปล่อยฉัน..."

ลักษมณ์ดึงรจเรขเข้ามากอด "หวงเนื้อหวงตัวเหลือเกินนะ ทีกับคนอื่นผมไม่เห็นคุณจะร้องให้มันปล่อยเลย หรือว่าของมันเคยๆ"

รจเรขโกรธตบหน้าลักษมณ์อย่างแรง ลักษมณ์ยิ่งพลุ่งพล่านอุ้มเธอไปที่เตียง โถมทับตัวเธอลงไป ตาวาววับด้วยความโกรธจัด รจเรขตกใจสุดขีดผลักดันเขาร้องให้เขาปล่อยอย่าบ้านะ

"ผมจ่ายเงินไปตั้งสิบล้าน คิดเหรอว่าผมจะปล่อยคุณไปให้ไอ้เจษฎาหรือไอ้พิมาน ผมไม่ใช่ไอ้งั่งนะคุณ ผมอาจจะเคยโง่ให้คุณหลอกได้ แต่ตอนนี้...ไม่แล้ว!"

"คุณลักษมณ์ คุณไม่มีสติแล้ว ปล่อยฉันก่อนค่ะ ปล่อยฉัน" รจเรขกลัวจนตัวสั่น

"ผมไม่ปล่อย คุณเป็นเมียผม ก่อนที่ผมจะปล่อยคุณไปให้คนอื่น  คุณต้องเป็นของผม  ได้ยินมั้ย  คุณต้องเป็นของผม!" ลักษมณ์ปล้ำจูบรจเรขอย่างรุนแรง

รจเรขกลัวร้องลั่นจนเป็นลมหมดสติไป ลักษมณ์ตกใจเห็นรจเรขตัวเย็นชืด ประคองหน้าเธอขึ้นดูเห็นว่าหมดสติไปแล้วก็ตกใจลุกขึ้นเขย่าตัวเธอ ยังไม่ได้สติจึงวิ่งไปร้องเรียกแย้มกับชื่นให้มาช่วย สองคนตกใจว่าเป็นไปได้อย่างไร รีบกุลีกุจอหายาดมและน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้  หน้ารจเรขซีดเผือด  มีน้ำตาไหลรินออกมาทั้งที่ดวงตายังปิดสนิทอย่างน่าสงสาร

ooooooo

คืนนั้น เผอิญคุณยายใจคอไม่ดีคิดถึงหลานๆให้ป้าเขียนโทร.หาไก่ ไม่มีคนรับสาย จึงให้โทร.ไปหารจเรขอีกคน ลักษมณ์ซึ่งเฝ้ารจเรขอยู่ รับสายแทนและเรียนคุณยายว่ารจเรขหลับอยู่เพราะไม่ค่อยสบาย คุณยายตกใจเป็นห่วง   เขารีบบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ เป็นลม  คุณยายโล่งใจจึงบอกลักษมณ์ว่าเธอแค่คิดถึงเห็นหายเงียบไป และเลยฝากฝัง

"ยังไงยายฝากคุณลักษมณ์ดูแลยัยกล้วยด้วยนะคะ แกสามวันดีสี่วันไข้มาตั้งแต่เล็ก...นึกว่าสงสารลูกกำพร้าพ่อแม่ นะคะ ยายเองก็แก่แล้ว คงจะอยู่ดูแลเค้าได้อีกไม่นาน ยังไงก็ขอฝากคุณลักษมณ์ด้วยนะคะ"

"ครับคุณยาย..." ลักษมณ์วางสาย สลดด้วยความรู้สึกผิด พอดีชื่นบอกว่ารจเรขฟื้นแล้ว  เขารีบเข้าไปประคองเธอนั่งพิงหมอน พอรจเรขเห็นหน้าลักษมณ์ก็เมินหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันอยากอยู่คนเดียว ออกไป..."

"คุณกล้วย...ผม..." ลักษมณ์พูดไม่ทันจบ

รจเรขตวาดเสียงดังไล่ให้เขาออกไป เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาและใครทั้งนั้น แล้วลงนอนปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ชื่นตกใจรีบออกจากห้องพร้อมลักษมณ์...ชื่นมาเล่าให้แย้มกับพุฒฟัง   จิตฟังอยู่ด้วยตบโต๊ะปังว่ารจเรขมีสิทธิ์อะไรมาไล่ลักษมณ์ ออกจากห้อง ทั้งที่ตัวเองเป็นเมียก็ไม่ใช่ พุฒกับชื่นไม่พอใจตีปากจิต ชื่นสงสัย หรือว่า
รจเรขจะท้องถึงได้อารมณ์แปรปรวน...

วันรุ่งขึ้น จิตรีบคาบข่าวมาบอกคุณแขทันที คุณแขตกใจสุดขีด เดินกระสับกระส่าย

"โอ๊ย ตาย...ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ได้ยุ่งกันใหญ่แน่ แล้วฉันจะทำยังไงดีนี่"

พิมานเดินมาเห็นคุณแขบ่นกระวนกระวายจึงเข้ามาถามว่ารจเรขเป็นอะไร คุณแขมองหน้าจิตอึกอักไม่รู้จะบอกอย่างไร พิมานขัดใจเดินออกไปจะไปถามเอง...ชื่นกำลังป้อนข้าวรจเรข แต่เธอไม่ยอมทาน ลักษมณ์เข้ามาบ่นว่าถึงเวลากินไม่กินเดี๋ยวก็ป่วยไปจริงๆ รจเรขเมินหน้าหนี ชื่นเห็นท่าไม่ดีจึงยกถาดข้าวออกไป

ลักษมณ์เดินมายืนตรงหน้ารจเรขถาม "เกลียดหน้าผมถึงขั้นไม่อยากมองเลยเหรอ"

รจเรขไม่ตอบ ลักษมณ์น้อยใจหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นพิมานเดินมา ยิ่งขัดใจ พอดีพิมานเงยหน้ามาเห็นลักษมณ์ ทั้งสองประสานสายตากัน ลักษมณ์ยิ่งอารมณ์เสียพาลใส่รจเรข

"ไอ้พิมานมันมาเสนอหน้ารอคุณอยู่ข้างล่างแล้ว จะลงไปหามันไหม หรือจะให้มันมาหาถึงที่ดี"

"ยังไงก็ได้ค่ะ" รจเรขประชดอย่างเจ็บปวด

"กับมัน...ได้ทุกที่ ทุกเวลาเลยสินะ"



"ค่ะ ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ คุณพิมานเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเสมอมา ไม่เคยเปลี่ยนแปลง"

"เพื่อนเหรอ! พูดมาได้ คุณนึกว่าผมไม่รู้งั้นสิ ว่าคุณกับมันคิดจะทำอะไรกันลับหลังผม  คุณคิดจะโกงผม กลับไปแต่งงานกับมันใช่ไหม...ใช่มั้ย!"  ลักษมณ์ตะโกนเสียงดังใส่

"ผิดด้วยหรือคะ ถ้าฉันจะอยากแต่งงานกับคนที่รักฉันด้วยใจจริง คนที่ไม่ได้เห็นฉันเป็นแค่สินค้า ที่ซื้อมาด้วยเงิน เลยคิดว่าจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้" รจเรขเสียงดังกลับ น้ำตาไหลพราก

"ทุเรศ เป็นเมียพี่แล้วจะไปเป็นเมียน้อง ผู้หญิงอะไรไม่มียางอาย" ลักษมณ์ยิ่งโมโห

พิมานขึ้นมาได้ยินเสียงเอ็ดตะโรจึงหยุดฟัง รจเรขกำลังพูดประชด "ค่ะ ฉันมันผู้หญิงไม่มียางอาย ผู้หญิงเต้นกินรำกิน ขายศักดิ์ศรีแลกเงิน คุณเลยคิดว่าฉันง่าย ทอดกายให้ผู้ชายไม่เลือกหน้า มันจะแปลกอะไรล่ะคะ ถ้าฉันจะทำอย่างที่คุณว่า ฉันมีทั้งคุณพิมานทั้งพี่เจษ แล้วยังจะมีใครต่อใครอีก"

ลักษมณ์โมโหจัด ปัดแจกันใบใหญ่ตกลงแตกกระจาย เศษกระเบื้องกระเด็นบาดแขนรจเรขร้องโอ๊ย...เลือดไหลซิบ ลักษมณ์ตกใจจะเข้าไปดู รจเรขหันหนี "กรุณาเถอะค่ะ อย่าทำร้ายฉันมากไปกว่านี้เลย"

ลักษมณ์มองรจเรขที่นั่งนิ่ง จึงยอมแพ้ ก้มหน้าจะเดินออกไป พลันเห็นใบเสร็จของโรงพยาบาลตกอยู่ที่พื้นจึงเก็บขึ้นมา เห็นชื่อ นายรุจิรัตน์ รุ่งเรือง จึงถือติดมือออกไป... ลักษมณ์เอาใบเสร็จที่เก็บได้มาให้วีรวัฒน์ไปสืบเรื่องราวที่โรงพยาบาล วีรวัฒน์มาเห็นเจษฎากำลังพาไก่ออกจากโรงพยาบาล จึงไปสอบถามพยาบาลจนได้ความแล้วโทร.กลับไปรายงานลักษมณ์

"คุณรจเรขมาเยี่ยมพี่ชายที่ประสบอุบัติเหตุ รักษาตัวอยู่ที่นี่ครับ พยาบาลจำได้เพราะเธอเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้คุณรุจิรัตน์ พี่ชายของเธอ"

"งั้น...ที่คุณกล้วยหายไปเมื่อบ่ายวันวาน..." ลักษมณ์น้ำเสียง รู้สึกผิด

"ก็คงมาจัดการเรื่องนี้แหละครับ ไม่ได้ไปพลอดรักกับใครอย่างที่คุณลักษมณ์เข้าใจ"

"ผมไม่ได้ถาม! คนเป็นทนายนี่พูดมากจริงแฮะ" ลักษมณ์พาล

"พูดมากหรือพูดแทงใจดำครับ คราวนี้คุณลักษมณ์ผิดเต็มประตูเลยที่ไปโกรธคุณรจเรข ดอกไม้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ หาทางแก้ไขเอาเองนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าทนายพูดมากอีก"

วีรวัฒน์พูดจบวางสายไป...ปล่อยให้ลักษมณ์มองโทรศัพท์เซ็งๆ

ooooooo

หงุดหงิดไม่เป็นอันทำงานด้วยความเป็นห่วงรจเรข พิมานจึงเก็บของกลับบ้าน ฝากเพื่อนที่ทำงานลาครึ่งวันให้...กลับมาเจอรจเรขนั่งเศร้าอยู่ในสวน ส่วน มาร์กี้ว่ายน้ำเล่นมีชื่นดูแล จึงเข้าไปคุยด้วย "คุณกล้วยเป็นอะไรครับ ป่วยทางกายหรือว่าทางใจ"

รจเรขเงยหน้ามองเศร้าๆ พิมานถามอีก "ผมได้ข่าวว่าคุณกล้วยไม่สบาย เลยแวะมาเยี่ยมเมื่อเช้า แต่ได้ยินเสียงพี่ลักษมณ์เอะอะลั่นบ้านเลยไม่กล้าขึ้นไป...พี่ลักษมณ์ อาละวาดใส่คุณอีกแล้วใช่ไหม"

รจเรขพยักหน้าเบาๆ พิมานถามว่าเรื่องอะไร เธอตอบเศร้าๆ "เรื่องอะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณลักษมณ์จะพอใจ ตราบใดที่ฉันยังเป็นลูกจ้างของเค้า นายจ้างจะโขกสับยังไงก็ได้"

พิมานเห็นปลาสเตอร์ปิดแผลที่แขนรจเรขก็รีบถามว่าโดนอะไร พอรู้ว่าลักษมณ์ปาแจกันแตกกระเด็นมาโดนก็โมโหมาก "มันมากเกินไปแล้ว ผมทนไม่ไหวแล้ว"

รจเรขตกใจเมื่อเห็นพิมานจะไปเอาเรื่องลักษมณ์รีบห้าม แต่พิมานไม่สนใจเดินออกไปทันที เธอได้แต่มองตามอย่างกังวลใจ...พิมานมาหาลักษมณ์ที่บริษัท ด้วยอารมณ์อย่างกับพายุไม่ฟังคำทัดทานของเลขาที่ว่าลักษมณ์กำลังมีแขกสำคัญ

ขณะเดียวกัน แขกคนสำคัญนั่นคือคุณแข กำลังคาดคั้นถามลักษมณ์ว่ารจเรขเป็นอะไรถึงเป็นลม ลักษมณ์อายไม่กล้าบอกว่าเขาทำอะไรเธอ จึงย้อนถามว่าทำไมคุณแขถึงต้องอยากรู้

"อ้าว ก็เห็นจิตมาพูดว่า แม่รจเรขน่ะแพ้ท้อง"

"แพ้ท้อง!" ลักษมณ์ตกใจเมื่อได้ยินคำนี้

คุณแขรีบซักว่าจริงไหม ลักษมณ์เกือบจะหัวเราะออกมา พอดีพิมานผลักประตูเข้ามาสีหน้าเอาเรื่อง แต่พอเห็นคุณแขก็ชะงัก ตกใจ คุณแขเองก็ตกใจเช่นกันจึงถามว่ามาทำไม

"ผมมาขอร้องพี่ลักษมณ์ ปล่อยคุณกล้วยไปเสียทีได้ไหมครับ พี่ลักษมณ์ไม่ได้รักเธอแล้วจะกักขังเธอไว้ทำไม"

"ใครบอกแกว่าฉันไม่รักเมียฉัน"

"ถ้ารัก ทำไมพี่ลักษมณ์ทำกับคุณกล้วยแบบนั้นล่ะครับ พี่ลักษมณ์ทำร้ายเธอทั้งร่างกายทั้งจิตใจ เธอทุกข์ทรมานขนาดไหน พี่ไม่เห็นเหรอครับ"

ลักษมณ์สลดลงรู้ตัวว่าใจร้ายกับรจเรขจริงๆ คุณแขเอ็ดพิมานให้หยุดก้าวร้าวลักษมณ์ แต่พิมานยังขอร้องให้ลักษมณ์ ปล่อยรจเรขเสียที ลักษมณ์เห็นพิมานท่าทางเอาจริง จึงยอมไม่ได้ "ฉันรู้ว่าแกคอยเค้าอยู่ แต่เสียใจ ฉันคงปล่อยคุณกล้วยกลับไปหาแกไม่ได้ แกต้องตัดใจซะ"

"ไม่มีวัน"

"งั้นแกก็จะเสียใจเปล่า เพราะเขากำลังแพ้ท้องลูกของฉัน" ลักษมณ์โพล่งออกไป

คุณแขตะลึงทรุดนั่งอย่างหมดแรง พิมานเสียใจเดินคอตกกลับไป มีลักษมณ์ที่อมยิ้มอย่างมีชัย...

ooooooo

ขณะที่ณัฏฐากำลังประชุมงานกับคุณหญิงศรี-สวัสดิ์และคณะมูลนิธิฯในโรงแรม พิมานโทร.หาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ณัฏฐารู้ว่าเขากำลังกลัดกลุ้มอย่างมาก จึงออกมาพบเขาที่สวนสาธารณะ เห็นพิมานนั่งหมด อาลัยตายอยากอยู่ จึงเข้าไปปลอบใจว่ามีเรื่องอะไรเล่า ให้เธอฟังได้เลย พิมานเริ่มต้นไม่ถูก เธอจึงบอกให้เริ่มที่ความรู้สึกของเขาก่อน พิมานจึงพรั่งพรูออกมา

"ผมเจ็บ ผมถูกทรยศหักหลังโดยคนที่ผมรัก คนที่ผมไว้ใจ พี่ลักษมณ์ไม่รักษาสัญญา พี่ลักษมณ์ไม่ใช่ลูกผู้ชาย"

"สัญญาอะไรคะ...สัญญาว่าเขาจะหย่ากับคุณรจเรขน่ะเหรอคะ"

"เขาสองคนตกลงแต่งงานกันแค่ในนาม แต่วันนี้พี่ลักษมณ์ บอกผมว่าคุณกล้วยท้องกับเขา"   พิมานเสียงเครือ   ณัฏฐาตกใจแต่ปล่อยให้พิมานระบายความอัดอั้นออกมาให้หมด  พิมานคร่ำครวญ  "ผมหวัง  แล้วก็ผิดหวัง  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  คุณก็รู้ว่าผมรักเค้า ผมรักคุณกล้วย"

ณัฏฐาฟังแล้วเจ็บ แต่พยายามฝืนยิ้มปลอบ "ค่ะ ฉันรู้ แต่มาถึงขั้นนี้เราจะทำอะไรได้ล่ะคะ  นอกจากอวยพรให้คนที่เรารักมีความสุข"

"แต่ผมรักคุณกล้วย ผมจะทำยังไงดี ผมจะทำยังไง"

"ถ้าคุณรักเค้า คุณก็รักและดูแลเค้าต่อไปอย่างเพื่อนที่ดีสิคะ ถึงแม้ว่าความรักของคุณจะไม่สมหวัง แต่อย่างน้อย คุณก็ยังได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อคนที่คุณรัก" ณัฏฐาพูดเหมือนปลอบใจตัวเองเช่นกัน

พิมานน้ำตาไหล ณัฏฐากุมมือปลอบ พิมานขอบคุณที่เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาแล้วดึงเธอมากอดอย่างคนที่แสวงหากำลังใจ...

จิตได้ฟังคุณแขบ่นเรื่องรจเรขท้อง ก็มาเล่าต่อให้ พรรคพวกฟัง มาร์กี้ได้ยินถามว่าใครจะมีน้อง ทุกคนปิดปากเงียบ จึงมาถามลักษมณ์ "ว่าไงคะแด้ดดี้ ที่เค้าบอกว่ามาร์กี้จะมีน้อง มันหมายความว่ายังไง"

"แล้วมาร์กี้อยากมีน้องไหม" ลักษมณ์ย้อมถาม

"อยากค่ะ พุฒว่ามีน้องจะได้มีเพื่อนเล่น มาร์กี้อยากมีน้อง"

"ถ้ามาร์กี้อยากมีน้อง มาร์กี้ต้องช่วยทำให้มอมมี่หายโกรธแด้ดดี้ โอเค้" ลักษมณ์หวังใช้มาร์กี้ช่วยให้รจเรขคืนดีกับเขา สองพ่อลูกตีมือกันตกลง...

เช้าวันใหม่ มาร์กี้ตื่นแต่เช้าแต่งตัวเข้ามาหอมรจเรขในห้องชวนไปเที่ยว รจเรขแปลกใจ...

ooooooo
ตอนที่ 10


มึนงงเมื่อมาร์กี้มาบอกให้จัดกระเป๋าเสื้อผ้า รจเรขจึงถามมาร์กี้จะไปเที่ยวที่ไหน จะได้จัดให้ถูก มาร์กี้ทำหน้าคิดว่าที่ที่จะไปเรียกว่าอะไร   แล้วหันไปตะโกนถามลักษมณ์ที่อยู่นอกห้อง

"แด้ดดี้บอกว่าจะพาไป...ไปไหนนะแด้ดดี้"

ลักษมณ์โผล่หน้าเข้ามาทำหน้าทะเล้น "ไปบ้านสวนไง"

"ใช่ๆ บ้านสวนของคุณยายของมอมมี่"

รจเรขอึ้ง มองหน้าลักษมณ์ซึ่งยิ้มอย่างประจบสุดๆ แล้วถามว่าใครจะให้เขาไป ลักษมณ์โอดครวญว่าเธออยากไปอยู่แล้วไม่ใช่หรือ เขาจึงอยากให้มาร์กี้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง อยู่แต่บ้านโง่ตายพอดี...รจเรขจะค้านไม่ให้เขาไป แต่ลักษมณ์ ตัดบท

"เอาน่า ไปถึงนั่นแล้ว คุณจะยังโกรธผมต่อก็ได้ ผมไม่ว่า นะ นะ...มาร์กี้อุตส่าห์แต่งตัวแล้ว อย่าให้เสียน้ำใจเลยนะคุณกล้วยนะ" ลักษมณ์หันไปคุยกับมาร์กี้ว่าที่บ้านสวนมีเรือพายด้วย

มาร์กี้กระโดดโลดเต้นอยากพายเรือ ลักษมณ์หันมายิ้มด้วยสายตาวิงวอนจนเธอใจอ่อน...

พอสายๆลักษมณ์ก็ขับรถมาถึงบ้านสวน ป้าเขียนดีใจร้องเรียกคุณยายให้ออกมาดูว่าใครมา คุณยายบ่นว่าป้าเขียนเอะอะเสียงดัง แต่พอเห็นรจเรขก็ดีใจ โผกอดกันน้ำตารื้น แล้วรจเรขก็หันมาทักทายป้าเขียนกับลุงอ่วมคนดูแลสวน ลักษมณ์จูงมาร์กี้เดินตามมายกมือไหว้

"สวัสดีครับคุณยาย สวัสดีครับ..." ลักษมณ์ไหว้ป้าเขียนกับลุงอ่วมตามรจเรข

"ไหว้พระเถอะค่ะ ได้ยินแต่เสียงเพิ่งจะเห็นหน้าตาวันนี้เอง" คุณยายมองอย่างพิจารณา

"ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้พาคุณกล้วยมาหาคุณยายเลย มัวแต่ยุ่งเรื่องไอ้ตัวเล็กนี่...มาร์กี้สวัสดีคุณยายทวดก่อนลูก" ลักษมณ์ดันมาร์กี้มาข้างหน้า

มาร์กี้ทำหน้างง สงสัยว่ายายทวดคืออะไร ลักษมณ์รีบอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้เข้าใจ มาร์กี้ยิ้มยกมือไหว้อย่างน่ารัก คุณยายเอ็นดูถามรจเรขว่าเอาลูกฝรั่งมาจากไหน รจเรขอึกอัก ลักษมณ์จึงตอบแทนว่า "มาร์กี้เป็นลูกสาวของผมเองครับ"

"ลูกสาวคุณลักษณ์กับภรรยาคนแรกน่ะค่ะ คุณยาย" รจเรขอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าทุกคน

คุณยายชวนทุกคนขึ้นบ้าน...แล้วดึงรจเรขเข้าไปคุยในห้องนอน "ไหน เล่าให้ยายฟังหน่อยสิ เรื่องมันเป็นยังไงมายังไง ทำไมแต่งงานกันปุ๊บก็มีลูกมาให้เลี้ยงปั๊บ แล้วเรารู้มาก่อนหรือเปล่าว่าเค้ามีลูกติดตัวเบ้อเร่อเบ้อร่าแบบนี้"

"ไม่รู้ค่ะ แต่กล้วยรักลูกสาวคุณลักษมณ์มากนะคะ มาร์กี้เป็นเด็กที่น่าสงสาร แม่ที่เป็นฝรั่งก็ทิ้งๆขว้างๆ พอแม่เค้าจะแต่งงานใหม่ก็เลยส่งมาอยู่กับพ่อค่ะ"

"เออ...ก็บอกแล้ว รักกันง่ายก็เลิกกันง่าย สุดท้ายเวรกรรมก็มาตกกับเด็ก"

ป้าเขียนเข้ามาชะเง้อชะแง้ คุณยายเอ็ดว่ามีอะไร ป้าเขียนฟ้องรจเรข "คุณลักษมณ์แกจะนอนห้องคุณน่ะค่ะ"

"เอ้า...แม่เขียนนี่ก็แปลก เค้าจะนอนห้องยัยกล้วยแล้วมันเป็นอะไรล่ะ" คุณยายเอ็ดอีก

รจเรขรีบบอกว่าให้นอนห้องพ่อกับแม่เธอดีกว่า แล้วขอตัวไปจัดการเอง คุณยายมองตามด้วยความแปลกใจ "ผัวเมียกัน ทำไมต้องแยกห้องนอนกัน พิลึก..."

ลักษมณ์กำลังหิ้วกระเป๋าจะเข้าห้องนอน รจเรขมาห้าม "คุณนอนที่ห้องเก่าของคุณแม่ฉันดีกว่าค่ะ สบายกว่า"

"จะดีเหรอคุณ บ้านเก่าๆผมกลัวผี" ลักษมณ์จะเดินตามรจเรขเข้าห้อง

ป้าเขียนขวางหน้า และพูดไม่ค่อยเป็นมิตรว่า ไม่ต้องกลัวถ้าคนมาดีไม่ได้มาร้าย ผีบ้านผีเรือนก็ต้องคุ้มครอง ลักษมณ์ พยายามผูกมิตรชวนคุย ถามว่าป้าเขียนอยู่มานานแล้วหรือ

"โอ๊ย อยู่มาตั้งแต่ก่อนคุณกล้วยเกิดอีกค่ะ อิฉันน่ะผ่านโลกมามาก เห็นคนมาเยอะ ไอ้คนประเภทมือไวใจคดน่ะ อิฉันเห็นปุ๊บก็ดูออกปั๊บ นี่ถ้าไม่เกรงใจคุณกล้วยล่ะก็ รับรองไม่ได้มาเหยียบบ้านนี้หรอกค่ะ" ป้าเขียนพูดจบสะบัดหน้าเดินออกไป...ลักษมณ์มองตามเซ็งๆ

ถึงเวลาอาหารกลางวัน รจเรขแกะปลาทูทอดให้มาร์กี้กับคุณยาย แต่ไม่ทำให้ลักษมณ์ เขาจึงแกล้งกระแอมว่าก้าง
ติดคอ คุณยายห่วงรีบเตือนให้ทานน้ำมากๆ กลืนข้าวคำโตๆจนเขาต้องบอกว่าลงคอไปแล้ว คุณยายจึงหันไปบอกรจเรขให้ แกะปลาให้ลักษมณ์ด้วย รจเรขหมั่นไส้แกล้งแกะหัวปลาให้ "หัวปลาทูอร่อยออกค่ะ คุณลักษมณ์ชอบ"

ลักษมณ์ยิ้มแหยๆให้ พยักหน้าเออออ คุณยายมองอย่างอ่อนใจ

ooooooo

ด้านบ้านนฤนารถไมตรี เจนจิรากับจอยมาหาลักษมณ์เพราะไม่เห็นไปทำงาน แต่แย้ม ชื่น และพุฒ ไม่มีใครบอกว่าลักษมณ์ไปไหน เจนจิราร้องกรี๊ดๆเจ็บใจ พอเห็นแย้มกับชื่นเดินไปแล้ว จึงเอาเงินมาล่อพุฒให้บอกว่าลักษมณ์ไปไหน พุฒรับเงินแล้วบอกว่าไปบ้านสวน

ลักษมณ์เดินสำรวจของในบ้านเล่น เห็นรูปถ่ายรจเรขตั้งแต่เด็กๆ คุณยายเข้ามาคุยด้วยเพราะเห็นว่ารจเรขเล่นอยู่ กับมาร์กี้ที่ท่าน้ำไม่สนใจลักษมณ์ คุณยายคุยถึงรจเรขตอนเด็กๆ

"เฮ้อ แม่กล้วยเค้าแสนงอนมาตั้งแต่เล็ก พ่อไก่พี่ชายเค้าก็รักน้อง ยอมเป็นลูกไล่สารพัดจนเคยตัว ใครขัดใจหน่อยไม่ได้ อย่าถือสาเลยนะคะ"

"ไม่หรอกครับ ผมทำผิดเอง เค้าถึงได้งอนผม" ลักษมณ์ เห็นจะเข้วางอยู่จึงเข้าไปจับ

คุณยายบอกว่าเป็นของรจเรข แต่ตอนนี้สายมันขาด ให้ซื้อใหม่ก็ไม่เอา เพราะมันเป็นของตกทอดมาจากแม่ จึงเป็นของรักของหวงของรจเรข ลักษมณ์มีความคิดอะไรบางอย่าง...

ตกเย็น   มาร์กี้ช่วยคุณยายกับรจเรขทำอาหารเย็น

คุณยายจึงให้หัดขูดมะพร้าว เธอทำได้จึงอยากจะให้ลักษมณ์มาเห็น คุณยายรีบบอกว่าลักษมณ์ออกไปธุระข้างนอก

"คุณลักษมณ์ไปไหนคะ?" รจเรขแปลกใจ

"เห็นว่าไปทำธุระน่ะ ตอนเค้าอยู่ไม่สนใจ ไม่ดูดำดูดี พอหายไปทีนี้ล่ะจะรู้สึก" คุณยายตำหนิแล้วสอน "ผัวเมียกัน หนักนิดเบาหน่อยต้องรู้จักอดทน อดกลั้น ถนอมน้ำใจกัน ไม่ใช่ เอาแต่งอนกระฟัดกระเฟียด เรื่องเล็กมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่"

"คุณยายไม่เข้าใจกล้วยหรอกค่ะ" รจเรขละมือจากงานแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างงอนๆ...

แต่ไม่วาย พอเห็นว่าตะวันคล้อย รจเรขก็เป็นห่วงลักษมณ์ที่ยังไม่กลับมาจึงมักชะเง้อชะแง้รอ "ไปไหนของเค้านะ หรือว่าทนคิดถึงแฟนไม่ไหว แล่นกลับกรุงเทพฯไปแล้ว"

คุณยายเห็นเข้ามาถามว่ารอลักษมณ์หรือ รจเรขบ่ายเบี่ยง คุณยายถามตรงๆว่าโกรธกันเรื่องอะไร ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงให้คุยกันดีๆจะได้อยู่กันยืดยาว รจเรขใจแป้วเศร้าลงทันที

"มันไม่ยืดอยู่แล้วล่ะค่ะ เราจะหย่ากันอยู่แล้ว"

คุณยายตกใจ รจเรขย้ำว่าคุณยายได้ยินไม่ผิด เธอกับลักษมณ์กำลังจะหย่ากัน คุณยายไม่อยากเชื่อเพราะเห็นว่าเพิ่งแต่งกันไม่กี่เดือน รจเรขตัดสินใจพูดความจริง

"คุณลักษมณ์ไม่ได้รักกล้วยค่ะ เราแต่งงานกันเพราะความจำเป็น"

"แต่ที่ยายเห็น มันไม่ใช่อย่างนั้น เขารักเรานะลูก ยายดูออก"

"ครั้งนี้คุณยายคงดูผิดแล้วล่ะค่ะ กล้วยกับคุณลักษมณ์ ตกลงกันแล้วว่า อีกสองเดือนเราจะหย่ากัน"



คุณยายจ้องรจเรขอย่างค้นหา แต่รจเรขหลบตา คุณยายจึงได้แต่เตือนว่า น่าเสียดายที่ทั้งสองรักกัน แต่ยังยืนยันที่จะหย่า...รจเรขได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า เธอไม่ได้อยากหย่า แต่เธอจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเธอเป็นแค่เมียจอมปลอม

ooooooo

ในขณะที่เจนจิรากับจอยถูกพุฒหลอก บอกทางไปบ้านสวนผิดๆ สองสาวไปเจอโกดังเก่าที่มีอาแปะดุมากไล่ตะเพิดจนสองสาวหนีแทบไม่ทัน   เจนจิรา

โกรธมากโทร.กลับไปด่าว่าพุฒ แต่กลับถูกพุฒย้อนอย่างเจ็บแสบว่า ให้ทานปลาเสียบ้างจะได้รู้ตัวเร็วกว่านี้ แถมยังได้ยินแย้มแย่งโทรศัพท์จากพุฒมาพูดว่า ให้เลิกยุ่งกับลักษมณ์เสียที เพราะลักษมณ์กำลังจะมีลูกกับรจเรข เจนจิราร้องกรี๊ดไม่อยากเชื่อ

คืนนั้น คุณยายเล่านิทานให้มาร์กี้ฟังจนหลับคาตักคุณยาย ลักษมณ์กลับมาถึงพอดี ท่าทางรจเรขดีใจจนเห็นได้ชัด เธอถามเขาว่าธุระที่ไปทำเรียบร้อยไหม ลักษมณ์หัน ไปตอบทางคุณยายว่าเรียบร้อย คุณยายกระเซ้า

"แม่กล้วยเค้าไปยืนชะเง้อรอคุณจนคอยาวเป็นห่าน นึกว่าคุณหนีกลับบ้านไปแล้วน่ะค่ะ"

"ไปได้ยังไงครับ ลูกเมียอยู่ไหน ผมก็ต้องอยู่ที่นั่น" ลักษมณ์มองรจเรขที่นั่งหน้างอ

รจเรขอายหาเรื่องหนี โดยบอกว่าจะพามาร์กี้ไปนอน ลักษมณ์แตะมือเธอและบอกว่าเขาอุ้มให้เอง แต่พอรจเรขจะลุกตามก็ร้องโอย...เพราะเป็นเหน็บ ลักษมณ์จึงให้นั่งรอตรงนี้ก่อน เขาอุ้มมาร์กี้ไปส่งแล้วจะกลับมาอุ้มเธอ รจเรขตาขวางใส่ "ฉันเดินเองได้ค่ะ..."

"ดูเอาเถอะ ขนาดนี้ยังว่าผัวไม่รัก...ฉันน่ะไม่เข้าใจ" คุณยายหันมาบ่นกับป้าเขียน

ป้าเขียนอึดอัดใจบอกคุณยายว่า ดูแค่แป๊บเดียวยังเชื่อไม่ได้ คุณยายไม่ชอบใจที่ป้าเขียนเข้าข้างรจเรขผิดๆ จึงเดินหนีไป...

ไก่ไม่กล้ากลับบ้านสวนเพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ไม่อยากให้คุณยายถามจึงพักอยู่กับเจษฎาที่คอนโดฯ พอดีเจนจิรามาโวยวายเรื่องรจเรขท้องกับลักษมณ์ ไก่ไม่เชื่อตะเพิดไล่เจนจิรากับจอยกลับไป เจษฎามือไม้สั่นกำโทรศัพท์จะโทร. ไปถามรจเรข แต่ไก่ปรามไว้

"สองคนนั้นมันเกลียดกล้วย มันพูดอะไรก็ได้ให้น้องฉันเสียหาย แล้วแกก็เชื่อมันด้วยเหรอวะ"

"ฉันไม่ได้เชื่อ แต่ว่า..."

ไก่กระชากมือถือจากมือเจษฎามา พูดอย่างไม่พอใจ "แต่แกกำลังจะโทร.ไปหากล้วย แกจะถามอะไรวะ แกจะถามว่าน้องสาวฉันเคยนอนกับไอ้หมอนั่นรึเปล่า ยังงั้นเหรอวะไอ้เจษ แกเห็นน้องฉันเป็นยังไง"

พอเห็นเจษฎานิ่งอึ้งไก่จึงบอกว่าแทนที่จะมาสงสัย น่าจะเชื่อใจรจเรขมากว่า เจษฎาขอโทษแต่ยังคลางแคลงใจ...

บ้านสวนยามค่ำคืนเงียบมาก จนลักษมณ์นอนไม่หลับ เขาจึงย่องเข้ามาในห้องของรจเรขเห็นนอนกอดมาร์กี้อยู่บนเตียง จึงเรียกเบาๆและเดินเข้าไปหา ป้าเขียนซึ่งนอนอยู่ข้างเตียงลุกพรวดมาจ้อง ลักษมณ์ตกใจถามว่านอนที่นี่ด้วยหรือ ป้าเขียนเปิดไฟหัวเตียงก่อนจะตอบ

"คนแถวนี้ไว้ใจไม่ได้ อิฉันเลยต้องมานอนเป็นจระเข้ ขวางคลองค่ะ คุณเข้ามาทำไมคะ"

"คือ...ผม...ผมเข้ามาหาที่ชาร์จมือถือครับ ในกระเป๋าผมไม่มี น่าจะอยู่ในกระเป๋าคุณกล้วย"

ลักษมณ์เดินไปค้นในกระเป๋ารจเรขให้ดูสมจริงสมจัง ป้าเขียนเดินตามประกบ ลักษมณ์หาไม่เจอ ป้าเขียนบ่น ว่าแล้วต้องไม่เจอ ลักษมณ์หน้าแตกเดินกลับออกไป รจเรขนอนอมยิ้มขำ

เช้าวันรุ่งขึ้น เจษฎาต้องไปสัมมนาที่ฮ่องกงหลายวัน เขาอดห่วงรจเรขไม่ได้จึงตัดสินใจโทร.หาป้าเขียน จึงได้รู้ว่าลักษมณ์กับรจเรขไปค้างที่บ้านสวน เขาจึงถามป้าเขียนว่ารจเรขมีอาการเหมือนคนแพ้ท้องบ้างไหม ป้าเขียนตอบว่าดูรจเรขแข็งแรงดีและเธอก็นอนเฝ้าไม่ให้ลักษมณ์ได้เข้ามาวุ่นวาย เจษฎาค่อยสบายใจขึ้น

พอดีอ่วมมาบอกคุณยายว่า มะนาวในสวนออกลูกเต็มไปหมด รจเรขจึงว่าเธอจะเข้าสวนไปเก็บเองจะได้เอาไปฝากคนที่กรุงเทพฯบ้าง คุณยายได้ทีเปิดโอกาสให้รจเรขกับลักษมณ์ได้ใกล้ชิดกัน   จึงบอกให้รจเรขพาลักษมณ์กับมาร์กี้ไปเที่ยวในสวนด้วย มาร์กี้ดีใจขอนั่งเรือไป...

ลักษมณ์อาสาพายเรือ แต่ด้วยความที่พายไม่เป็น จึงทำให้เรือหมุนไปหมุนมาอยู่กับที่ มาร์กี้หัวเราะชอบใจ รจเรขบ่นว่าแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง จึงขอพายให้เอง ลักษมณ์เอามือถือออกมาถ่ายรูปเธอตอนพายเรือไว้อย่างชื่นชม รจเรขเอ็ดให้เขานั่งนิ่งๆแต่แอบอมยิ้มกับความประจบเอาใจของลักษมณ์... ตอนกลางวัน รจเรขเอาอาหารปิ่นโตที่เตรียมมา ออกมาให้ มาร์กี้กับลักษมณ์ทาน มาร์กี้ดูมีความสุขและสนุกกับธรรมชาติ ขอตัวไปวิ่งเล่น ลักษมณ์ทำท่าอิ่มแปล้แล้วเอนตัวจะนอนหนุนตัก รจเรขรีบลุกพรวดขึ้นเก็บปิ่นโตจะไปล้าง ลักษมณ์จึงลุกตาม เห็นเธอเทเศษอาหารที่โคนต้นไม้จึงถามทำไมไม่เทลงน้ำ รจเรขว่าน้ำก็สกปรกหมดสิ

"แล้วไม่กลัวดินสกปรกเหรอครับ"

"เดี๋ยวนกก็มาจิกกินหมดค่ะ" รจเรขตอบด้วยน้ำเสียงยังงอนๆ

ลักษมณ์ดึงปิ่นโตจะมาช่วยล้างให้ รจเรขยื้อไว้จึงพลาดเซจะตกน้ำ ลักษมณ์รีบดึงเธอมากอดไว้ รจเรขใจสั่นเพราะหน้าเขาอยู่ประชิดหน้าเธอมาก...ทันใด มีเสียงมาร์กี้ร้องกรี๊ดขึ้นมา ทั้งสองผละออกจากกันรีบวิ่งไปดูมาร์กี้ เห็นปีนอยู่บนต้นไม้ร้องลั่นและชี้ว่าเหนือเธอขึ้นไปมีงูขดตัวอยู่ รจเรขรีบบอกให้มาร์กี้อยู่นิ่งๆอย่าทำให้งูตกใจ มาร์กี้กลัวสุดขีด
ขยุกขยิกจนงูเลื้อยมาใกล้ เธอผวาปล่อยมือตกจากต้นไม้ ลักษมณ์เข้าไปรับไว้ได้พอดี แต่เจ้ากรรมงูดันตกตามลงมาด้วย ลักษมณ์อุ้มมาร์กี้อยู่จะวิ่งหนี รจเรขร้องห้าม "อย่าวิ่งค่ะคุณลักษมณ์ งูตกใจแล้วจะฉก อยู่เฉยๆมาร์กี้ อยู่นิ่งๆนะคะ" รจเรขเอาไม้เคาะพื้นถี่ๆให้งูเลื้อยหนีไป...

มาร์กี้กอดซุกหน้ากับลักษมณ์ เขาอุ้มมาร์กี้กลับมาบ้าน คุณยายและทุกคนปลอบเรียกขวัญคืนมาให้มาร์กี้ และพามาร์กี้ไปไหว้พระที่วัด หลวงพ่อพรมน้ำมนตร์ให้ "สรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย พุทธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด วินาศสันติ...เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้วนะ ต่อไปนี้ ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว"

หลวงพ่อสอนว่า ต่อไปถ้าเจองูก็ไม่ต้องกลัว เราอยู่ของเรา เขาอยู่ของเขาไม่ทำร้ายกัน อย่าทำให้เขาตกใจ เขาก็ไม่กัดเรา...จากนั้น  รจเรขก็พามาร์กี้ไปไหว้พระในโบสถ์  มาร์กี้กราบพระตามที่รจเรขสอน แล้วเห็นลักษมณ์นั่งหลับตาพนมมือจึงถามว่าทำอะไร

"อธิษฐานขอพรพระครับ"

"อธิษฐานอะไรคะ?" มาร์กี้ถามอย่างอยากรู้

"ขอให้เราสามคน    ได้อยู่พร้อมหน้ากันพ่อแม่ลูกตลอดไป" ลักษมณ์พูดหน้าตาเฉย

มาร์กี้ขออธิษฐานบ้างแล้วยังสะกิดให้รจเรขอธิษฐานแบบเดียวกัน   ลักษมณ์อมยิ้ม   รจเรขค้อนขวับ   "เจ้าเล่ห์
ไม่มีใครเกิน"

"ในโบสถ์ยังจะด่า บาปนะคุณ มา...อธิษฐานพร้อมกันดังๆเลยครับ ขอให้เราสามคนได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก อย่างมีความสุขตลอดไป" ลักษมณ์ได้ทียิ้มกริ่ม...

ooooooo


ในขณะที่พิมานมาช่วยงานการกุศลกับณัฏฐา ออกร้านขายของเพื่อหาทุนการศึกษาและอาหารกลางวันเด็กด้อยโอกาส พิมานหยิบตุ๊กตาผ้าขึ้นมาดูเพราะนึกถึงมาร์กี้ ณัฏฐารู้ใจบอกว่ามาร์กี้ไม่ชอบเล่นตุ๊กตา พิมานสลดลงบ่นว่าเขานี่แย่มากไม่รู้เลยว่ามาร์กี้ชอบอะไร ณัฏฐาชื่นชมที่พิมานเป็นแค่อาแต่รักและห่วงใยหลานมาก พิมานยิ่งเศร้า
"ไม่หรอกครับ ผมควรจะดีกับแกให้มากกว่านี้..." พิมานเห็นหน้าณัฏฐาสงสัย จึงเปลี่ยนมาถามว่าเขาควรซื้ออะไรฝากมาร์กี้ดี ณัฏฐาแนะนำว่าให้ซื้อขนมลูกชุบไปฝากเพราะเห็นว่าชอบ พิมานมองณัฏฐาอย่างชื่นชมในความเอาใจใส่ของเธอ...

แต่พอกลับมาบ้าน พิมานจึงได้รู้จากแย้มว่าลักษมณ์พารจเรขกับมาร์กี้ไปค้างบ้านสวน คุณแขพลอยห่วงเพราะเข้าใจว่ารจเรขท้อง พาตะลอนไปแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็นลมไปอีก แต่พุฒ แทรกขึ้นว่าไม่ต้องห่วงเพราะมาร์กี้ส่งภาพรจเรขพายเรือมาให้ดู คุณแขยิ่งตกใจที่รจเรขไม่ห่วงลูกในท้องบ้าง พิมานฟังแล้วสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

คืนนั้น มาร์กี้หลับอยู่ในห้องคุณยาย รจเรขจะมาอุ้มไปนอน คุณยายบอกให้นอนกับเธอแล้วพูดถึงมาร์กี้อย่างเอ็นดู ว่าเป็นเด็กน่ารัก ช่างสงสัยไปหมด กินนอนง่าย เล่านิทานไม่ทันจบก็หลับไปแล้ว และยังเล่าว่ามาร์กี้ไปเล่นจะเข้ รจเรขแปลกใจเพราะรู้ว่าสายมันขาดไปแล้ว

"ดีแล้วล่ะ มีคนเอาไปซ่อมให้แล้ว"

"ใครคะ พี่ไก่เหรอคะ"

"เพิ่งซ่อมมาเมื่อวาน ใครมาบ้านก็คนนั้นแหละ กล้วยไปนอนเถอะ ยายก็ง่วงแล้ว จะนอนล่ะ" คุณยายแกล้งหาวง่วงนอน แล้วไล่ให้รจเรขออกไปนอนซะ...

รจเรขเดินมาดูจะเข้ของเธอที่วางอยู่มุมหนึ่งของบ้าน เห็นสายที่เปลี่ยนใหม่เรียบร้อยก็ยิ้มอย่างซาบซึ้งใจที่ลักษมณ์เอาไปซ่อมให้ เธอบรรเลงเพลงอย่างไพเราะ ลักษมณ์ได้ยินเสียงเดินออกมายืนมองอย่างหลงใหล พอรจเรขรู้สึกตัวว่าลักษมณ์มายืนมองจึงหยุดเล่น

"หยุดทำไมล่ะครับ เล่นต่อสิ ผมกำลังฟังเพลินเลย"

"ขอบคุณนะคะที่เอาจะเข้ไปซ่อมให้"

"ไม่ยักรู้ ว่าคุณดีดจะเข้ได้เพราะขนาดนี้"

"คุณยายสอนฉันค่ะ จะเข้ตัวนี้เป็นของท่าน ท่านยกให้ แม่แล้วตกทอดมาถึงฉัน...ฉันไม่ได้เล่นจะเข้ตัวนี้มานานมากแล้ว"

"ทำไมล่ะครับ"

"พ่อไม่อยากให้ใครเล่นจะเข้ที่บ้านค่ะ มันทำให้พ่อคิดถึงแม่ แม่ฉันเสียตอนคลอดฉัน คุณยายเล่าว่าคุณพ่อไม่แตะฉันเลยจนผ่านไปเป็นเดือนถึงมาอุ้มฉัน" รจเรขเศร้ากับความหลัง

ลักษมณ์เข้ามาปลอบ รจเรขเล่าว่าพ่อจะร้องไห้ทุกครั้งที่อุ้มเธอ รจเรขน้ำตาไหลเสียใจที่ตัวเองเกิดมาไม่มีอะไรดีซักอย่าง แม่ก็ตาย พ่อก็ใช้น้ำตาเป็นเครื่องต้อนรับ ลักษมณ์โอบกอด รจเรขและพูดว่า "คุณเกิดมาเพื่อผมไงครับ"

"ไม่จริงหรอกค่ะ คุณก็รู้ว่ามันไม่จริง"

"ทำไมจะไม่จริง ครั้งแรกที่เจอคุณผมก็รู้ว่าคุณคือคน ที่ผมรอคอย"

"รอคอย...เพื่อจะได้พบ แล้วก็จากกันไปชั่วนิรันดร์" รจเรขรำพึงเศร้าๆ

"คุณพูดเรื่องนี้อีกแล้ว อากาศดีๆพระจันทร์สวยๆ ผมนึกว่าเราจะคุยกันเรื่องดีๆกันได้บ้าง ไม่นึกว่าคุณจะคิดถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ช่างเถอะครับ ผมผิดเองที่ออกมากวนใจ สองวันที่ผ่านมานี่ คุณกล้วยคงรำคาญผมเต็มที" ลักษมณ์ ตัดพ้อก่อนจะหันเดินกลับห้องไป

รจเรขใจแป้ว ตามเข้าไปในห้อง เห็นลักษมณ์ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง จึงเข้ามายืนข้างๆพูดเสียงเบาๆว่า "ฉันไม่ได้รำคาญคุณนะคะ..."

ลักษมณ์หน้าเศร้าเดินไปที่ประตู รจเรขไม่ได้เอะใจอะไร ขอโทษที่ทำให้เขาเข้าใจผิดและชวนออกไปฟังเธอเล่นจะเข้อีก แต่ลักษมณ์กลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ปิดประตูห้องลงกลอน แล้วหันมาบอกเธอว่าเขายังไม่อยากฟัง เขายิ้มราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อกี้รจเรขเริ่มรู้ทัน

"คุณลักษมณ์...เปิดประตูค่ะ ฉันจะออก"

"ห้องนี้ เข้ามาแล้ว ออกไม่ได้"

"คนเจ้าเล่ห์ ฉันจะไปแล้วค่ะ" รจเรขดึงดันจะออก

ลักษมณ์กอดรจเรขไว้ "ผมไม่ให้ไป ผมจะกอดคุณไว้ อย่างนี้ จนกว่าคุณจะเลิกโกรธเลิกเกลียดผม"

รจเรขรีบบอกว่าเธอไม่โกรธไม่เกลียดเขาแล้ว ลักษมณ์ยิ่งยิ้มแล้วบอกว่าถ้าอย่างนั้นต้องกอดให้แน่น รจเรขทุบตีเขินอายที่เขาฉวยโอกาส "คุณลักษมณ์อย่าทำแบบนี้ ยังไงเราก็ต้องจากกัน อย่าทำให้มันยากไปกว่านี้เลยค่ะ"

"อย่าไปจากผมเลยนะครับ ผมนึกไม่ออกเลยว่าขาดคุณแล้วชีวิตผมจะเป็นยังไง"

"ก็เป็นอย่างที่เคยเป็น ตอนก่อนเจอฉันไงล่ะคะ"

"ผมไม่อยากกลับไปเป็นอย่างนั้นอีกแล้ว ผมอยากเป็นอย่างที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ มีคุณอยู่กับผม...ตลอดไป"

"แต่มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ฉันเป็นแค่ลูกจ้าง ที่คุณจ้างมา..." รจเรขชะงักเพราะลักษมณ์เอานิ้วแตะริมฝีปากเธอให้หยุดพูด

"อย่าพูดอย่างนี้ คุณก็รู้ดี...ว่าคุณเป็นของผม เหมือนที่ผมเป็นของคุณ" ลักษมณ์โน้มหน้ามาจูบรจเรขอย่างอ่อนโยน แล้วค่อยๆอุ้มเธอไปนอนลงบนเตียง โดยเธอไม่ได้ขัดขืนอะไร...

เช้าวันรุ่งขึ้น มาร์กี้ยืนรอพระใส่บาตรกับคุณยาย ป้าเขียนแปลกใจไม่เห็นรจเรข จึงถามมาร์กี้ มาร์กี้ตอบว่าเธอไม่รู้ เพราะไม่ได้นอนกับรจเรข เธอนอนกับคุณยาย ป้าเขียนบ่น

"อ๋อ งั้นคุณกล้วยก็นอนคนเดียวสิคะ โธ่ รู้อย่างนี้เขียนไปนอนเป็นเพื่อนคุณกล้วยก็ดีหรอก เมื่อคืนตอนเขียนไปที่ห้อง เห็นห้องปิดไฟมืดนึกว่าหลับไปแล้ว เลยไม่อยากเข้าไปกวน"

คุณยายยิ้มๆบอกว่าไม่กวนน่ะดีแล้ว ป้าเขียนเอะใจรีบไปตามหารจเรข ถามอ่วมก็ไม่เห็น ใจหายวาบอยากเป็นลม...

ห้องนอนลักษมณ์ รจเรขตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเขา ก็ขยับตัวจะลุกออกไป แต่ลักษมณ์กระชับอ้อมกอด "อย่าเพิ่งไปสิครับ ผมขอนอนกอดเมียต่ออีกหน่อย"

"พูดจาน่าเกลียดจังค่ะ..." รจเรขอาย

"เรียกภรรยาก็ได้ มาให้สามีกอดหน่อยเร็ว" ลักษมณ์ดึงรจเรขมากอดอีก

รจเรขดิ้นหนีขอไปช่วยป้าเขียนเตรียมอาหารเช้า... ลักษมณ์ลุกอาบน้ำแต่งตัวเดินตามหารจเรข มาเจออยู่ในครัวกับคุณยายและมาร์กี้ ก็บ่นว่าเขาตามหาแทบตาย รจเรขถามว่าหาอะไร

"หาเมียครับ เมียผมหาย ตัวเล็กๆหน้าหวานๆ

ผมยาวๆ แสนงอน มีใครเห็นบ้างมั้ยครับ"

รจเรขเขินหน้าแดง ทุบลักษมณ์ดังพลั่ก คุณยายอมยิ้มอย่างเอ็นดู แต่ป้าเขียนกลับเสียใจ...พอบ่ายๆรจเรขลากลับมาร์กี้กอดหอมคุณยายอย่างน่าเอ็นดู ป้าเขียนดึงรจเรขมาคุย ถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น  เข้าใจว่ารจเรขเสียทีลักษมณ์  แต่ รจเรขกลับบอกว่าเธอเต็มใจ    ป้าเขียนอ่อนใจได้แต่เตือน

"คุณกล้วยคิดดีๆนะคะ คุณกับเค้าน่ะจะเอายังไง แต่งหลอก

หรือแต่งจริง เอาให้แน่ ไม่งั้นคุณกล้วยเองนั่นแหละจะเสียใจทีหลัง..."

รจเรขนั่งเศร้ามาในรถตลอดทาง จนลักษมณ์แปลกใจถามว่าเป็นอะไร รจเรขตอบเลี่ยงไปว่าเธอคิดถึงคุณยาย ลักษมณ์ดึงมือเธอมากุมแล้วสัญญาว่าจะพากลับมาเยี่ยมคุณยายบ่อยๆ รจเรขยิ้มเศร้าๆ ในใจตอบคำถามป้าเขียนว่าเธอคิดดีแล้ว เธอรักลักษมณ์และจะอยู่กับเขา ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เธอจะไม่เสียใจ...

มาถึงบ้าน แย้ม ชื่น และพุฒยืนต้อนรับ ช่วยกันขนของลงจากรถ ทุกคนเห็นสีหน้าเจ้านายมีความสุขก็ดีใจ รจเรขบอกชื่นให้แยกตะกร้าผลไม้ใบหนึ่งออกมาเพราะเธอจะเอาไปให้คุณแข ลักษมณ์ล้อว่าจะไปกันสองคนแม่ลูกหรือ แล้วเขาล่ะ

"คุณเป็นเจ้าของบ้าน จะไปด้วยก็ไปสิคะ ดิฉันจะไปว่าอะไร"

"ผมเป็นเจ้าของบ้าน แต่คุณเป็นเจ้าของผม ผมก็ต้องถามคุณก่อนซีครับ" ลักษมณ์ยิ้มแต้

พุฒ ชื่น และแย้มร้องฮิ้ว...รจเรขเขินอายจูงมาร์กี้เข้าบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พุฒแซวลักษมณ์ "คุณลักษมณ์ ไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์มาเหรอครับ กลับมาปากถึงได้หวานขนาดนี้"

"ก็นิดนึง...คนเรา ไม่อ้อนเมียจะไปอ้อนใคร จริงมั้ยวะ" ลักษมณ์เดินยิ้มเข้าบ้าน

แย้ม ชื่น และพุฒดีใจที่ทั้งสองลงเอยกันด้วยดี ครอบครัวจะได้มีความสุขเสียที...

ooooooo
ตอนที่ 11


พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ รจเรขพามาร์กี้เอาของจากบ้านสวนไปฝากคุณแข ลักษมณ์ตามติดไม่ห่าง คุณแขจะตำหนิเรื่องท้องแล้วยังไปพายเรือ ลักษมณ์เกรงรจเรขจะรู้ว่าเขาโกหกว่าเธอท้อง รีบตอบคุณแขเองว่าเขาดูแลเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง คุณแขหมั่นไส้ประชดว่า

"จ้ะ พ่อคนรักเมีย แม่เห็นรูปที่เจ้าพุฒเค้าเอามาอวดแล้วลมจะใส่ จะต่อว่าคุณลักษมณ์อยู่เชียว ปล่อยให้แม่รจเรขทำแต่ละอย่าง ไม่คิดถึงอันตรายบ้างเลย"

รจเรขมองหน้าลักษมณ์งงๆ เขารีบบอกว่าไม่มีอะไร แล้วหันไปบอกคุณแขว่าเขาอยู่กับรจเรขตลอดเวลาไม่คลาดสายตา ทั้งกลางวันกลางคืน รจเรขแอบหยิกจนลักษมณ์ร้องโอ๊ย...ออกมา คุณแขเห็นสองคนท่าทางจะรักกันแล้วก็ได้แต่ทำใจ

ในขณะที่พิมานพยายามโทร.ทุกโรงพยาบาล เพื่อเช็กว่ามีคนไข้ชื่อรจเรขมาฝากท้องบ้างไหม จนค่ำมืด นพพรกับณัฏฐาย้อนกลับมาเอาของที่กระทรวง เห็นพิมานยังอยู่ที่โต๊ะทำงานจึงให้ณัฏฐาไปทักทาย  ณัฏฐาเดินเข้ามาใกล้ได้ยินพิมานพูดโทรศัพท์ก็ยืนอึ้ง  พอดีพิมานหันมาเจอตกใจ ณัฏฐารีบบอกว่าเธอกับพ่อกลับจากงานศพแวะเอามือถือที่ลืมทิ้งไว้ พิมานมองณัฏฐาแล้วตัดสินใจพูดอย่างเปิดเผยเพราะเห็นเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

"ผมกำลังสืบว่าพี่ลักษมณ์โกหกผมอีกหรือเปล่า เรื่องคุณกล้วยท้อง"

"ใจคอคุณจะโทร.ไปถามทุกโรงพยาบาลในกรุงเทพฯเลยเหรอคะ"

พิมานตอบว่าใช่ ณัฏฐาอึ้งเมื่อเห็นเขาทุ่มเทเพื่อรจเรข ขนาดนี้ นพพรเดินกลับมาทักทายพิมานพอเป็นพิธีแล้วชวนกลับ ณัฏฐามองพิมานเศร้าๆ แนะนำเขาก่อนจะเดินตามนพพรไป

"คุณพิมานกลับไปถามคุณรจเรขตรงๆ จะไม่ง่ายกว่าเหรอคะ"

พิมานรู้ดีว่ารจเรขจะไม่พูดอะไรออกมา เพราะสัญญากับลักษมณ์ไว้ เขาต้องหาความจริงด้วยตัวเอง...ณัฏฐามาขึ้นรถที่นพพรนั่งรออยู่ สีหน้าเธอขรึมจนนพพรต้องทักถาม เธอตอบพ่อว่าแค่ไม่สบายใจนิดหน่อย นพพรถามตรงๆว่าเรื่องพิมานใช่ไหม ณัฏฐาชั่งใจก่อนจะตัดสินใจปรึกษา "มันก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่...เค้ายังลืมคนที่เขาเคยรักไม่ได้"

"ถ้าอย่างนั้น เขาก็ไม่ควรมาขอหมั้นลูกสาวพ่อ แบบนี้ มันไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชาย"

"คุณพ่ออย่าโกรธเค้าเลยค่ะ มันเป็นความผิดของหนูเองที่ยอมรับหมั้นกับเค้า ทั้งๆที่รู้อยู่"

นพพรมองลูกสาวอย่างรู้ว่าเธอรักพิมาน จึงให้ตัดสินใจเองว่าอยากทำอย่างไร...

คืนนั้น ขณะที่รจเรขกำลังจะปิดไฟนอน มาร์กี้มาเคาะประตูเรียก พอเธอเปิดประตูก็เห็นมาร์กี้ยืนตาปรือ พอถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า มาร์กี้ตอบว่า "มาร์กี้ไม่ได้เป็น แต่แด้ดดี้ไม่สบาย"

มาร์กี้พูดจบก็เดินหลับตาหัวซุนกลับห้องไป ลักษมณ์ยืน ยิ้มกริ่มอยู่ รจเรขถามว่าเขาเป็นอะไรอีก ลักษมณ์พูดพร้อมกับเดินเข้าห้องหน้าตาเฉย "ก็เป็นโรคหัวใจน่ะสิครับ หัวใจหลงทางมาอยู่กับเมียที่ห้องนี้ ร่างกายก็เลยต้องเดินตามหัวใจมานี่ไง"

"คุณนี่เหลือเกิน ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วยังไปกวนลูก หน้าไม่อาย"

"ก็คุณอยากไม่ยอมเปิดประตูให้ผมเมื่อตอนหัวค่ำทำไมล่ะ แล้วนั่นคุณจะยืนอยู่ทำไม มานอนเถอะ ดึกแล้ว" ลักษมณ์ โอบรจเรขไปที่เตียง

รจเรขขืนตัวไว้ ถามลักษมณ์อย่างอึกอักว่า "ฉันว่า... เรื่องของเรา...ฉันกับคุณ..."

"ผมกับคุณก็กำลังจะไปนอนไงครับ"

"คุณก็ดีแต่พูดเล่นตลอด ฉันอยากรู้น่ะค่ะว่า...คุณรู้สึกยังไงกับฉัน" รจเรขอยากได้ยินลักษมณ์บอกรักเธอ

แต่ลักษมณ์กลับพูดเล่น ยิ้มยั่วจะจูบเธออย่างเดียว เธอเอามือดันไว้แล้วพยายามถามเขาอีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านสวน เขาจริงใจหรือเปล่า ลักษมณ์ไม่พูดคำว่ารัก แต่กลับย้อนถามว่า

"ผมก็ต้องบอกว่าผมจริงใจอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณก็คิดว่าผมหลอกอีกนั่นแหละ ทำไมไม่ถามหัวใจคุณดูเอาเอง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันคืออะไร"

"แต่ฉันอยากได้ยินจากปากคุณ"

"ผมจริงใจ ผมไม่ได้หลอกคุณ โอเคไหม" ลักษมณ์โน้มหน้ามาจะจูบ...รจเรขยังกันไว้ "สัญญาได้มั้ยคะว่าจากนี้ไป เราสองคนจะมีแต่ความจริงใจให้กัน ไม่มีการโกหกหลอกลวง"

"ผมสัญญา ทีนี้ให้จูบได้หรือยัง" ลักษมณ์ยิ้มกวนๆ รจเรขไม่ตอบแต่ไม่แข็งขืนอีก...

ooooooo

กลับจากสัมมนาที่ฮ่องกง เจษฎาก็หอบชาจีนมาฝากคุณยายที่บ้านสวน ได้ยินคุณยายกำลังบ่นป้าเขียนที่มาขัดคอตนที่เอากำไลข้อเท้าทองของเก่าของแก่ออกมาขัดล้างเตรียมไว้รับขวัญเหลนที่จะเกิดกับรจเรข เจษฎา หน้าเสีย หลบมาคาดคั้นถามป้าเขียน ป้าเขียนยืนยันว่ารจเรขยังไม่ได้ท้อง แต่ไม่กล้าบอกเรื่องที่นอนห้องเดียวกับลักษมณ์ ได้แต่ถามเจษฎาว่ารักรจเรขจริงหรือเปล่า ถ้าจริงให้รีบหาวิธีเอาเธอกลับมาให้เร็วที่สุดก่อนจะสายเกินไป เจษฎายิ่งกังวลใจ

วันต่อมา รจเรขทำข้าวคลุกกะปิมื้อกลางวัน จึงคิดเอาไปฝากลักษมณ์ที่บริษัท เพราะได้ยินเขาบ่นว่าอยากทาน มาร์กี้จึงชวนไปทำเซอร์ไพรส์ ชื่นกับแย้มดีใจที่เห็นครอบครัวรักกัน แต่แล้วพุฒเข้ามารายงานว่าเจษฎามาพบ รจเรขรีบออกไปหา... เจษฎามองเธออย่างสำรวจ

"พี่เจษมาหากล้วย มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"

"กล้วย...พี่...พี่ได้ข่าวว่ากล้วยพานายลักษมณ์ไปที่บ้านสวน"

รจเรขหน้าเจื่อน กระดากใจตอบอ้อมแอ้มว่าลักษมณ์พาไปเยี่ยมคุณยาย เจษฎาถามว่าแค่นั้นหรือ มีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า รจเรขพูดไม่ออก เจษฎามองอย่างเจ็บช้ำ จึงรวบรัดขอเธอแต่งงาน รจเรขตกใจ "พี่เจษคะ กล้วยเคยบอกแล้วไงว่าไม่..."

"กล้วยเคยบอกว่ายังไม่พร้อม แต่พี่คิดว่าพี่ไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว พี่ไม่อยากให้กล้วยอยู่ที่นี่ พี่ไม่สนใจเรื่องใบหย่าหรืออะไรทั้งนั้น เราแต่งงานกันวันนี้เลย"

"ไม่ได้ค่ะ กล้วยแต่งงานกับพี่ไม่ได้ กล้วยรักและนับถือพี่เจษแบบพี่ชาย กล้วยแต่งงานกับพี่ไม่ได้"

เจษฎาถามอย่างร้าวรานใจ "เพราะกล้วยรักมันมากกว่า"

"ค่ะ กล้วยรักเค้า" รจเรขยอมรับ

เจษฎาโกรธจนลืมตัว เขย่ารจเรขถามว่ารักไปได้อย่างไร ทั้งที่ลักษมณ์ทำเลวร้ายกับเธอสารพัด รจเรขเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง รู้แต่ว่าเธอรักเค้า เจษฎายิ่งเสียใจถามกลับไปว่า "แล้วเค้าล่ะ เค้ารักกล้วยมั้ย เค้ารักกล้วยเหมือนอย่างที่พี่รักหรือเปล่า"

"พี่เจษคะ...กล้วยขอร้อง..." รจเรขพูดไม่ออก

"ซักวันกล้วยจะเสียใจ ผู้ชายอย่างนายลักษมณ์ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน ถ้ากล้วยคิดว่าเขาจะรักกล้วย จะยอมมอบกายมอบใจให้กับกล้วยคนเดียว กล้วยนั่นแหละที่จะเสียใจ จำคำพี่เอาไว้" เจษฎากลับไปด้วยอารมณ์โกรธ ปล่อยให้รจเรขหนักใจ...

บ่ายวันนั้น ลักษมณ์กำลังคุยกับวีรวัฒน์เรื่องที่เขาจะไม่หย่ากับรจเรข  วีรวัฒน์เตือนให้จัดงานแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว พวกแมลงหวี่ แมลงวันที่ตอมอยู่จะได้เลิกก่อกวน ไม่ ทันขาดคำเจนจิราบุกเข้ามาไม่ฟังคำทัดทานของเลขาฯหน้าห้อง

"ลักษมณ์คะ เจนมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับลักษมณ์คะ คนเข้าลือกันให้แซ่ดว่าแม่รจเรขท้อง เจนไม่เชื่อ มันไม่จริงใช่มั้ยคะ"



ลักษมณ์ตั้งรับอย่างสงบ เขาให้เลขาฯกับวีรวัฒน์ออกไปก่อน แล้วหันมาพูดกับเจนจิราว่าเขามีเรื่องสำคัญจะบอกอยู่พอดี...เจนจิราควงแขนลักษมณ์เดินออกไป ลักษมณ์สั่งเลขาฯให้เตรียมเอกสารไว้ เขาจะกลับมาทันประชุม แต่เลขาฯรีบรายงานว่า เธอให้คนเอารถเขาไปเช็กสภาพ เจนจิรารีบขัดขึ้นว่าให้ลักษมณ์ไปรถเธอ...ให้เผอิญรถที่พุฒขับพารจเรขกับมาร์กี้มา สวนกับรถเจนจิราเข้าพอดี พุฒเห็นลักษมณ์นั่งในรถเจนจิรา แต่รจเรขไม่ทันเห็น พุฒพูดไม่ออกได้แต่ถอนใจ

พอมาร์กี้กับรจเรขถือปิ่นโตเข้ามา รู้จากเลขาฯว่าลักษมณ์ เพิ่งออกไป วีรวัฒน์รีบพูดแทรกว่าออกไปกับลูกค้าก่อนที่เลขาฯจะบอกว่าไปกับใคร รจเรขผิดหวังแต่ก็เข้าใจ วีรวัฒน์โล่งใจ...

ลักษมณ์กับเจนจิรามานั่งที่ร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศดี เจนจิรายิ้มหวานเอาอกเอาใจ แต่พอลักษมณ์พูดอย่างเคร่งขรึมจริงจังว่า ถึงเวลาต้องเลิกคบกัน เจนจิราตกใจจะโวย ลักษมณ์รีบพูดอย่างอ่อนโยนลงว่า อย่างไรเสียก็ยังเป็นเพื่อนกันต่อไป เจนจิราไม่อยากเชื่อ

"เพื่อนเหรอคะ! สองปีที่ผ่านมา เจนเป็นแค่เพื่อนของลักษมณ์เหรอคะ"

"นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ผมแต่งงานแล้วนะเจน เราจะคบกันแบบเดิมไม่ได้"

"เหลวไหล ทั้งคุณทั้งเจนก็รู้ๆกันอยู่ว่า การแต่งงานของคุณมันเป็นเรื่องจอมปลอม"

"แต่ตอนนี้ไม่ใช่ รจเรขเป็นภรรยาของผม ภรรยาจริงๆทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย"

เจนจิรายิ่งปรี๊ดแตกที่ลักษมณ์ยกย่องรจเรขเป็นภรรยา แล้วเอาเธอไปไว้ที่ไหน ลักษมณ์ว่าเขากับเธอตกลงกันแล้วว่าต่างคนต่างมีอิสระ เจนจิราไม่ยอม ประกาศจะตามราวีให้ถึงที่สุด เจนจิราคว้ากระเป๋าเดินออกไปจากร้าน เผอิญที่ลานจอดรถ พงษ์ กับเจษฎาลงจากรถมา เจนจิราคิดแผนร้ายได้แกล้งทำเป็นหยิบมือถือมา ทำทีเป็นคุยกับลักษมณ์ว่าเธอมาถึงแล้วกำลังเข้าไปหา เจษฎาได้ยินรีบเดินตามเจนจิราไปดู เจนจิราแอบยิ้มกริ่ม ไปถึงโต๊ะเห็นลักษมณ์จ่ายเงินกำลังจะกลับ ก็แกล้งเข้าไปกอดแขน ขอโทษขอโพยที่เธอใจร้อนไปหน่อย แล้วทำท่าอี๋อ๋อขอให้เขากอดเธออำลา ลักษมณ์หลงกลกอดเจนจิราอย่างเต็มใจ เจษฎาเห็นแล้วกำหมัดแน่นอย่างแค้นใจ

ooooooo

ถือปิ่นโตกลับมาบ้าน แย้มเห็นข้าวคลุกกะปิยังอยู่เต็มจึงเอาเก็บใส่ตู้เย็นไว้ให้ ไม่ทันไรรจเรขได้รับคลิปภาพลักษมณ์กอดกับเจนจิราจากเจษฎาก็หน้าซีดเผือด โทร.กลับไปถามเจษฎาว่าที่ส่งมาต้องการอะไร

"พี่ต้องการให้กล้วยรู้ไง ว่าระหว่างที่กล้วยอยู่บ้าน นายลักษมณ์ สามีของกล้วยเขาทำอะไรอยู่บ้าง"

"พี่เจษเห็นกับตาเหรอคะ คุณลักษมณ์มีนัดทานกลางวันกับลูกค้า เขาไม่ได้ไปกับคุณเจนจิรา นี่อาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้"

"พี่เห็นกับตา เขานัดเจอกันสองต่อสอง สวีตกันอย่างไม่อายใคร ตื่นมายอมรับความจริงซะทีเถอะ คุณลักษมณ์เค้าไม่เคยจริงใจกับใคร ทั้งหมดที่เขาทำลงไปก็เพื่อหลอกใช้กล้วยเท่านั้น"

รจเรขเสียใจมากไม่อยากเชื่อ แต่เจษฎายํ้าเตือนว่าให้ ออกมาจากชีวิตลักษมณ์เสียก่อนจะสายเกินไป รจเรขนํ้าตาไหลพราก...เดินกลับมาในครัว ได้ยินพุฒเล่าเรื่องลักษมณ์ออกไปกับเจนจิราให้แย้มกับชื่นฟัง รจเรขยิ่งเสียใจ เดินเข้ามาเอาข้าวคลุกกะปิที่เก็บไว้ออกมาเททิ้งหมด ทุกคนตกใจ รจเรขบอกว่า "คุณของป้าเค้าคงอิ่มมาจากที่อื่นแล้วล่ะค่ะ คงทานไม่ลงหรอก"

คืนนั้นพอลักษมณ์กลับมาแปลกใจที่บ้านเงียบ แย้มรายงานว่าชื่นดูแลมาร์กี้อาบนํ้าอยู่ ส่วนรจเรขเก็บตัวอยู่ในห้องตั้งแต่บ่ายแล้ว และเล่าที่รจเรขเทข้าวทิ้งด้วย ลักษมณ์งงตามมาหารจเรขในห้อง ทำหน้าตาประจบเอาใจ

"โกรธผมเหรอครับคุณกล้วย"
เห็นรจเรขเงียบ ลักษมณ์คุกเข่าข้างเตียง "เงียบแบบนี้แปลว่าโกรธชัวร์ ผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้อยู่ทานอาหารกลางวันที่คุณทำไปให้ ก็ผมไม่รู้นี่นาว่าคุณจะไป ถ้าผมรู้ ล่วงหน้า ผมก็ต้องอยู่ทานฝีมือคุณแน่"

"แล้วคนที่นัดเอาไว้เค้าจะยอมเหรอคะ" นํ้าเสียงรจเรขเย็นชา

ลักษมณ์รีบเอาใจว่าลูกค้าที่นัดไว้ไม่สำคัญเท่าภรรยา แล้วชูนิ้วก้อย "โธ่ คุณกล้วย ผมขอโทษนะครับ ดีกันดีกว่า นะ นะ จะให้ผมทำอะไรเป็นการไถ่โทษก็ได้ ผมยอมทุกอย่าง"

"งั้นก็ออกไปจากห้องฉันได้แล้วค่ะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ"

"เฮ้ย...ขนาดนั้นเลยเหรอ คุณกล้วย คุณเป็นอะไรของคุณ ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย   มันก็แค่อาหารกลางวันมื้อเดียว" ลักษมณ์ยังไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร

"ค่ะ สำหรับคุณไม่มีเรื่องอะไรสำคัญ นอกจากความ ต้องการของคุณเท่านั้น คุณถึงทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ ตัวเองต้องการ"

ลักษมณ์ยิ่งงงว่าทำไมเรื่องเล็กๆรจเรขต้องทำให้ เป็นเรื่องใหญ่ รจเรขยิ่งน้อยใจที่เขาเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็ก "...ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องทนอยู่กับความโกหก หลอกลวง ไม่จริงใจ ฉันทนอยู่กับคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ได้ยินมั้ยคะ"

ลักษมณ์ยืนอึ้ง ทั้งงงทั้งหงุดหงิด หันหลังเดินออกจากห้องปิดประตูดังปัง...รจเรจนํ้าตาไหลริน...ลักษมณ์ออกมาหาวีรวัฒน์ที่บ้านเพื่อระบายความอัดอั้นที่เกิดขึ้น วีรวัฒน์ ถาม หรือรจเรขจะรู้ว่าลักษมณ์ออกไปกับเจนจิรา ลักษมณ์บอกว่าเขากับเจนจิราจบกันไปแล้ว เขาอุตส่าห์ดีใจจะได้ไม่มีเรื่องทะเลาะกับรจเรขอีก วีรวัฒน์ปลอบใจ

"ใจเย็นๆครับ ผู้หญิงด่าเค้าว่าผู้หญิงรัก คุณรจเรขคงรักคุณมาก ถึงได้หาเรื่องมาทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวันขนาดนี้"

"หรือไม่อีกที เค้าก็อาจจะไม่ได้รักผมเลยก็ได้ คำก็ทนไม่ได้ สองคำก็ทนไม่ได้ ท่าทางเหมือนอยากจะไปจากผม อยู่ตลอดเวลา"   ลักษมณ์ไม่คิดอย่างวีรวัฒน์ ทั้งหงุดหงิด ทั้งเสียใจ...

ooooooo

เช้าวันใหม่ รจเรขก็ยังปั้นปึ่งไม่พูดไม่สนใจลักษมณ์ เอาใจแต่มาร์กี้ จนลักษมณ์หงุดหงิดเผลอเสียงดังใส่ "นี่! แค่ผมไม่อยู่กินข้าวกลางวันที่คุณเอาไปให้ กะจะโกรธกันข้ามวันข้ามคืนเลยเหรอ คุณกล้วย"

รจเรขยังนิ่งเฉย ลักษมณ์โวยว่าเขาไม่ชอบที่เธอทำตัวแบบนี้ มาร์กี้หน้าเสีย ลักษมณ์จึงให้ชื่นพามาร์กี้ไปทานข้าวที่สนาม เขาจะคุยกับรจเรข แต่เธอกลับเดินหนี ลักษมณ์ยิ่งหงุดหงิด   แต่พยายามง้อว่าวันนี้เขาสัญญาจะกลับมาทาน

ข้าวกลางวันกับเธอที่บ้าน...รจเรขหันขวับมามองอย่างเจ็บช้ำ "คุณไม่ต้องมาสัญญา สัญญาแล้วทำตามสัญญาไม่ได้ ไม่ต้องสัญญา!"

พูดจบรจเรขเดินหนีลักษมณ์ไป...แย้ม ชื่น และพุฒ คุยกันในครัวอย่างหนักใจ ที่ดูท่าจะดีก็มาทะเลาะกันอีก พุฒจึงพูดเรื่องที่เห็นลักษมณ์ออกไปกับเจนจิราว่ารจเรขอาจจะเห็นเช่นกัน พอดีวีรวัฒน์แวะมาหารจเรขได้ยินที่ทั้งสามคนคุยกัน จึงกลับไปเล่าให้ลักษมณ์ฟังที่ทำงาน

"ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง โธ่เอ๊ย แล้วทำไมไม่ถามกันตรงๆ ถ้าเค้าถาม ผมก็คงบอกความจริงไปแล้วว่าผมออกไปกับเจนจิราเพราะจะไปบอกเลิกกัน" ลักษมณ์เซ็ง

วีรวัฒน์เตือนว่าบอกตอนนี้ก็จะเหมือนแก้ตัว ลักษมณ์ ยิ่งกลุ้มใจจะทำอย่างไรดี...

เป็นเรื่องจนได้ เพราะเจษฎาพาไก่บุกมาที่บ้านนฤนารถไมตรี เพื่อพารจเรขกลับ พุฒพยายามขวางแต่ถูกไก่กระชากคอเสื้อจะเอาเรื่อง แถมบอกว่าเป็นนักมวย พุฒล่าถอยหนีวิ่งไปฟ้องแย้ม รจเรขลงมาเจอไก่กับเจษฎาเข้าพอดี ไก่ดึงเธอ "พี่มารับกล้วยกลับบ้าน ไป เก็บเสื้อผ้า"

รจเรขตกใจ ไก่บอกว่าเขารู้เรื่องจากเจษฎาหมดแล้ว จะทนอยู่ทำไม รจเรขยื้อให้ฟังเธอ

"ไม่ต้องกลัวเรื่องใบหย่า นายลักษมณ์คบชู้ มีหญิงอื่น เรามีหลักฐานชัดๆ พี่จะทำเรื่องฟ้องหย่าให้กล้วย ยังไงก็ชนะ" เจษฎารีบบอกเพราะคิดว่าเธอกลัวเรื่องนี้



"ไม่ค่ะ พี่ไก่" รจเรขไม่ไป ไก่จึงดึงเธอไปที่รถ "เดี๋ยวค่ะ พี่ไก่ปล่อยกล้วยก่อนค่ะ กล้วยยังไปไม่ได้"

แย้มเข้ามาขัดให้ปล่อยรจเรข และสั่งพุฒไปโทร.เรียกตำรวจ เจษฎาขัดขึ้นว่านี่เป็นเรื่องของพี่กับน้อง รจเรขกลัวเรื่องไปกันใหญ่ จึงบอกแย้มว่าไก่เป็นพี่ชายเธอ แล้วหันมา

ขอร้องไก่อีกครั้งว่าเธอยังไปไม่ได้ แต่ไก่โวยว่าอยากอยู่กินน้ำใต้ศอกที่นี่หรือ  ผู้ชายเค้าไปหาผู้หญิงอื่นจนคนเห็นกันทั้งเมืองยังจะอยู่กับเค้าอีก แย้มไม่รู้จะขวางอย่างไรจึงให้พุฒ ไปโทร.บอกลักษมณ์

ไก่ดึงลากรจเรขไปที่รถ เจษฎาเสียใจที่ท่าทางรจเรขไม่อยากไป รจเรขขอร้องทั้งไก่และเจษฎาว่าเธอไปจากที่นี่เฉยๆไม่ได้ เจษฎารีบขัดว่าไม่ต้องเอาเรื่องทะเบียนสมรสมาอ้าง

"มันไม่ใช่แค่นั้นค่ะ พี่ไก่คะ...กล้วยเป็นภรรยาคุณลักษมณ์ ไม่ใช่แค่ในนาม กล้วยเป็นของเค้า...ค่ะ กล้วยมันโง่ กล้วยใจง่าย กล้วยพลาดไปแล้ว" รจเรขน้ำตาคลอ

"กล้วยเลยจะอยู่ที่นี่ ยอมตกนรกทั้งเป็นไปจนตายงั้นเหรอ" ไก่ย้อนถาม

"ยังไงกล้วยก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียเค้าแล้ว ถ้ากล้วยหนีไปเค้าจะว่าได้ว่ากล้วยไปกับพี่เจษ กล้วยไม่อยากให้ใครมาตราหน้าว่ามากชู้หลายชาย  ขอให้กล้วยบอกเลิกกับเขาก่อนนะจ๊ะพี่ไก่

แล้วกล้วยจะไปจากที่นี่ทันทีนะจ๊ะ..."  รจเรขวิงวอนจนไก่กับเจษฎาพูดไม่ออก

ขณะที่ลักษมณ์เดินออกจากห้องประชุม พุฒโทร.บอกรจเรขกำลังจะไป ไม่ทันพูดจบเห็นรจเรขเดินกลับเข้าบ้านมาจึงบอกใหม่ว่า "แต่ตอนนี้คุณผู้หญิงกลับขึ้นห้องไปแล้วล่ะครับ ตะกี๊ผมตกใจ คุณแขก็ไม่อยู่บ้าน ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยโทร.หาคุณลักษมณ์"

"เออ แกมีอะไรโทร.บอกฉันก็ดีแล้ว ขอบใจ...ไอ้เจษฎามันมีตาทิพย์หรือไงวะ เข้ามาเสียบตอนผัวเมียเค้าทะเลาะกันทุกทีสิน่า ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องรีบทำให้คุณกล้วยหายโกรธให้ได้...จะทำยังไงดีวะ"  ลักษมณ์วางสายแล้วหันมาบ่นคนเดียวด้วยความเซ็ง...

ทางไก่ยังเจ็บใจที่รจเรขต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะลักษมณ์ จึงคิดจะจัดการกับลักษมณ์ เจษฎาตกใจเตือนไก่อย่าวู่วามทำอะไรผิดๆจะเดือดร้อน  แต่ไก่โกรธจนไม่ฟัง...ลักษมณ์หาวิธีง้อรจเรข ด้วยการพามาร์กี้ออกมาซื้อตำราอาหารและจับจ่ายข้าวของเพื่อทำอาหารให้รจเรขทาน แต่สองพ่อลูกซื้อไม่ถูก  จนเผอิญเจอณัฏฐา  มาร์กี้รีบเล่าแล้วขอให้ณัฏฐาช่วย

"มีทั้งไก่ ปลา กุ้ง เนื้อ ไข่ ผักสด เส้นสปาเกตตีอีก นี่คุณลักษมณ์กะโชว์ฝีมือเต็มที่เลยสิคะ" ณัฏฐามองของในรถเข็นที่สองพ่อลูกหยิบใส่

"แด้ดดี้ทำกับข้าวไม่เป็นหรอกค่ะ เพิ่งซื้อหนังสือมาอ่าน เลยซื้อไปมดทุกอย่างเลย"

"แหม ไอ้ลูกคนนี้ ประจานแด้ดดี้หมดเปลือกเลยนะลูก"

ณัฏฐายิ้มแล้วรับปากจะช่วยเอง เธอบอกเมนูที่ควรทำแล้วจัดการเลือกของที่ต้องใช้ให้ แถมจดวิธีทำอย่างง่ายๆให้เสร็จสรรพ...ณัฏฐายืนมองสองพ่อลูกแล้วถอนใจที่แบบนี้แล้วพิมานยังคิดจะทำลายครอบครัวแสนสุขของมาร์กี้ได้ลงคอหรือ...

ooooooo

เย็นนั้น ลักษมณ์วุ่นวายกับการทำอาหารในครัวโดยมีมาร์กี้เป็นผู้ช่วย ชื่นคอยกันรจเรขไม่ให้เข้าครัว โดยอ้างว่าแย้มเป็นคนสั่ง

"ข้างล่างมีอะไรเหรอ ทำไมฉันถึงลงไปไม่ได้ คุณลักษมณ์พาใครมาจัดงานที่บ้านอีกหรือ" รจเรขเข้าใจไปว่าลักษมณ์พาเจนจิรามา

ชื่นรีบบอกว่าไม่ใช่ รจเรขจึงดึงดันลงไป สองพ่อลูกกำลังชุลมุนกับการทาเนยและโรยพริกไทยบนตัวไก่ ไก่หลุดมือลื่นหล่นไปหน้าประตู แทบเท้ารจเรขที่เดินเข้ามา

"นี่มันอะไรกันคะ เกิดอะไรขึ้น!" รจเรขตะลึงมองครัวที่สกปรกเลอะเทอะไปหมด

"คุณไม่น่ามาเลย ผมตั้งใจจะทำอาหารเย็นเซอร์ไพรส์คุณ"

"อย่าลำบากเลยค่ะ ฉันคงกินไม่ลง"

ลักษมณ์กับมาร์กี้ขอร้องให้ได้ทำต่อ เพื่อให้เธอหายโกรธ รจเรขจึงบอกให้ทั้งสองคนไปอาบน้ำ เธอจะทำต่อให้เองก่อนที่จะเละเทะไปกว่านี้ รจเรขเห็นรายการอาหารที่วางอยู่แล้วทึ่งว่าลักษมณ์ทำอาหารพวกนี้เป็นด้วยหรือ แย้มตอบตามตรงว่าแต่เล็กจนโต ลักษมณ์ไม่เคยเข้าครัวด้วยซ้ำ นี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาทำอาหาร รจเรขแอบยิ้มดีใจ...

จิตเอาเรื่องมาเล่าให้คุณแขฟัง พอดีพิมานพาณัฏฐามาทานข้าวที่บ้าน พิมานบอกคุณแขเรื่องรจเรขไม่ได้ท้อง ลักษมณ์โกหกเพื่อกีดกันไม่ให้เขาหวังในตัวรจเรข ไม่เชื่อให้ไปถามลักษมณ์ดู ณัฏฐาปรามไว้และขอคุยกับพิมานเป็นการส่วนตัว

"ฉันอยากให้คุณคิดทบทวนดูใหม่ เรื่องคุณรจเรข" ณัฏฐาเห็นแววตาเชิงถามของพิมานจึงขยายความ "ไม่ใช่ว่าฉันจะกลับคำนะคะ ฉันยินดีจะถอนหมั้น เพราะฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ต้องการแต่งงานกับฉัน แต่ที่คุณจะไปแย่งคุณรจเรขมาจากคุณลักษมณ์ ฉันอยากให้คุณเห็นแก่มาร์กี้บ้าง"

"คุณกล้วยไม่ใช่แม่ของมาร์กี้นะครับ"

"แต่แกก็รักคุณรจเรขมาก คุณรจเรขเองก็รักแก มาร์กี้กำลังมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ถ้าคุณรจเรขกับคุณลักษมณ์แยกทางกัน แกคงเสียใจ"

พิมานอึ้ง ณัฏฐาจึงย้ำให้สงสารมาร์กี้อย่าให้เจอกับสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดอีกเลย  พิมานตัดสินใจบอกว่า "ไม่ต้องห่วงครับ  ผมรักคุณกล้วย  แล้วผมก็รักมาร์กี้ด้วย  ผมจะ ไม่ทำให้แกต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหา ผมจะทวงทุกอย่างที่เป็นของผม มาร์กี้จะมีทั้งพ่อทั้งแม่ที่รักแก"

"หมายความว่ายังไงคะ ฉันไม่เข้าใจ"

"เมื่อถึงเวลาคุณจะรู้เองครับ ผมจะบอกให้คุณรู้เป็นคนแรกในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดของผม" พิมานมองณัฏฐาอย่างเพื่อนสนิทที่ไว้ใจ...

เรือนใหญ่ แย้ม ชื่น และพุฒช่วยกันจัดโต๊ะอาหารอย่างสวยงาม เพื่อจัดวางอาหารที่รจเรขทำ แต่เกิดเรื่องจนได้เมื่อเจนจิราโทร.หาลักษมณ์เพื่อบอกว่าจะกินยาตายเพราะขาดเขาไม่ได้ แต่แท้จริงแล้ว เจนจิราวางแผนกับจอย เพราะรู้ว่าลักษมณ์ต้องรีบมาหา ให้จอยแอบถ่ายภาพไว้ เจนจิรากินยานอนหลับเข้าไปสองเม็ดเพื่อให้หลับ ที่เหลือเททิ้งทำทีว่าทานหมดขวด

ลักษมณ์รีบผลุนผลันออกจากบ้าน บอกรจเรขกับมาร์กี้ว่าเขามีธุระด่วน "เพื่อนผมป่วยหนัก ต้องรีบไปดู เดี๋ยวผมกลับมา ผมสัญญา..."

มาถึงคอนโดฯเจนจิรา ลักษมณ์เห็นเธอหลับอยู่บนเตียง ข้างตัวมีขวดยานอนหลับ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล จอยถ่ายภาพทุกช็อตไว้แล้วส่งให้เจษฎา พร้อมโทร.ถาม "เห็นคลิปแล้วใช่ไหม"

"คุณเป็นใคร ส่งของบ้าๆนี่มาทำไม ต้องการอะไร"

"ฉันเป็นผู้หวังดี ที่อยากให้พวกแกตาสว่างซะทีน่ะสิ พอรู้ว่ายัยเจนไม่สบาย คุณลักษมณ์เค้าก็ตามไปปรนนิบัติดูแล ถ้ายังไม่เชื่อจะตามไปดูที่โรงพยาบาลก็ได้ ให้เห็นกับตาว่าคนที่คุณลักษมณ์เค้ารัก คือเจนจิราเพื่อนฉัน! ไม่ใช่นังรจเรข!"

เจษฎาโมโหโทร.บอกรจเรขและท้าให้ไปพิสูจน์...ลักษมณ์ กระวนกระวายรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน รจเรขโทร.หาถามว่าเพื่อนที่ป่วยเป็นอย่างไรบ้าง ลักษมณ์ตอบว่าหมอกำลังดูอาการอยู่

"เพื่อนสนิทเหรอคะ ใครคะ ฉันรู้จักไหม" รจเรขหยั่งเชิงถาม

ลักษมณ์อึ้งไปแล้วตัดสินใจโกหก "เพื่อนสมัยเรียนน่ะครับ คุณกล้วยไม่รู้จักหรอก"

รจเรขผิดหวังเสียใจที่ลักษมณ์ไม่พูดความจริง...พอลักษมณ์เห็นว่าเจนจิราปลอดภัยแล้วก็เข้าไปลากลับ แต่เจนจิราอ้อนให้อยู่เป็นเพื่อนเธอก่อน เพราะรู้ว่าเดี๋ยวรจเรขต้องมา จอยคอยเฝ้าดูและส่งข่าว พอเห็นรจเรขมากับเจษฎาก็ส่งสัญญาณบอกเจนจิรา ลักษมณ์เห็นว่าจอยมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วก็จะกลับ เจนจิราขอกอดลักษมณ์เป็นครั้งสุดท้าย พลันรจเรขเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพคาตา หันหลังกลับวิ่งไป ลักษมณ์ตกใจรีบตาม เจษฎามองเจนจิรากับจอยที่ยิ้มสะใจอยู่ เขารีบวิ่งตามรจเรขกับลักษมณ์ออกไป...

ooooooo
ตอนที่ 12


เจ็บช้ำจนทนไม่ไหว รจเรขวิ่งร้องไห้ออกมาหน้า โรงพยาบาล ลักษมณ์ตามมารั้งตัวไว้ให้ฟังเขาอธิบายก่อน แต่รจเรขไม่อาจเชื่อคำพูดเขาได้อีกแล้ว ลักษมณ์ทั้งเสียใจ และอึดอัดใจ

"ใช่! ผมโกหก แต่ถ้าผมบอกความจริงว่าผมมาหาเจน คุณก็ต้องโกรธ แล้วเราก็ต้องทะเลาะกัน เจนเค้าฆ่าตัวตายเพราะผม ผมต้องมาดูเค้าคุณเข้าใจไหม"

"ค่ะ ฉันเข้าใจ คุณห่วงคุณเจนจิรา คุณกลับไปดูแลเค้าซีคะ กลับไปหาเค้าเลยก็ได้ ฉันจะได้ไปตามทางของฉัน"
ลักษมณ์เห็นเจษฎาวิ่งตามมายิ่งโกรธพาลหาเรื่อง "จะไปกับไอ้หมอนี่ใช่มั้ยล่ะ ถามจริงๆเถอะ คุณโกรธผมจริงๆหรือว่าหาเรื่องโกรธ เพราะอยากจะกลับไปหาแฟนเก่ากันแน่"

"อย่าพูดจาดูถูกกล้วยดีกว่า กล้วยไม่ใช่คนอย่างคุณ มีภรรยาแล้วก็ยังมีผู้หญิงอื่น"

"แล้วเมียผมล่ะ มีผัวแล้วยังมีคุณมาวุ่นวายอยู่เลย ผมจะมีเจนจิราบ้างไม่เห็นจะเป็นไร"

รจเรขได้ยินลักษมณ์เถียงกับเจษฎาข้างๆคูๆยิ่งเจ็บช้ำ จึงพูดให้แย่ลง "ก็ดีเลยค่ะ คุณมีชู้ฉันก็มีบ้าง หญิงก็ร้าย ชายก็เลว จะได้สมกัน"

"นี่กล้าท้าทายผัวขนาดนี้เลยเหรอ" ลักษมณ์โกรธเข้าไปกระชากตัวรจเรข

เจษฎามาขวาง "อย่าแตะต้องกล้วยนะ เธอเป็น...คนรัก... ของผม"

"แต่เค้าเป็น...เมีย...ผม ยิ่งกว่าแตะต้องผมก็ทำมาแล้ว"

รจเรขโกรธมากถึงกับตบหน้าลักษมณ์สุดแรง "ก็รู้เอาไว้ด้วยแล้วกัน ว่าการมีอะไรกับคุณ คือความผิดพลาด คือเรื่องที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิต!"

ลักษมณ์มองหน้ารจเรขหัวใจสลาย เมื่อได้ยินที่เธอพูด เจษฎากุมมือรจเรขยืนยันกับลักษมณ์ว่า ไม่ว่ารจเรขจะผ่านอะไรมา เขาไม่แคร์ ทันทีที่หย่าเขาจะแต่งงานกับเธอทันที รจเรขจึงบอกว่าเธอหย่าแน่แล้วดึงเจษฎาไป ลักษมณ์มองตามด้วยความเจ็บช้ำ เสียใจ แค้นใจ...พอรจเรขกับเจษฎาเดินมาจะถึงที่จอดรถอยู่ รถของลักษมณ์แล่นมาเปิดไฟใส่หน้าทั้งสองคน จนต้องหลบไปคนละทาง ลักษมณ์จอดรถลงมากระชากตัวรจเรขไปขึ้นรถและกำชับเจษฎาอย่าตามมาถ้าไม่อยากให้รจเรขเดือดร้อน เจษฎามองตามอย่างครุ่นคิด...

กลับถึงบ้าน รจเรขเดินหนีลักษมณ์จะขึ้นข้างบน ไม่ยอมฟังเขาพูดอะไร ลักษมณ์โมโหกระชากตัวเธอมาปะทะอก ทั้งสองจ้องตากันไม่มีใครยอมใคร พิมานเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเยาะ

"รุนแรงกับภรรยาไปหน่อยไหมครับ พี่ลักษมณ์ โดยเฉพาะภรรยาที่กำลัง..."

"นายมาทำไมที่นี่" ลักษมณ์รีบตัดบทก่อนที่พิมานพูดจบ

"ผมโทรไปเช็กโรงพยาบาลทุกแห่งในกรุงเทพฯแล้ว ไม่มีคนชื่อรจเรขไปตรวจที่โรงพยาบาลไหนเลย" พิมานหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมา

รจเรขแปลกใจถามว่าทำไมเธอต้องไปโรงพยาบาล พิมาน จึงพูดโพล่งออกไปว่าลักษมณ์บอกทุกคนว่าเธอท้อง รจเรขตกใจหันไปมองหน้าลักษมณ์ "ฉันไม่ได้ท้อง ทำไมคุณต้องโกหกใครต่อใครด้วย อ๋อ หรือว่าพูดความจริงไม่เป็น โกหกจนติดเป็นนิสัย"

"ใครโกหก...ใช่ ตอนนี้รจเรขยังไม่ท้อง แต่อีกหน่อยมันก็ไม่แน่" ลักษมณ์พูดกับพิมาน

"พี่ลักษมณ์พูดอะไร!" พิมานไม่พอใจ

"อยากพูดความจริงกันไม่ใช่เหรอ" ลักษมณ์หันไปถามรจเรข "จะให้บอกความจริงกับพิมานมั้ย ว่าตั้งแต่กลับจากบ้านสวน คุณเป็นของผมไปกี่ครั้ง ที่ไหน เมื่อไหร่บ้าง"

"คุณลักษมณ์!!" รจเรขตบหน้าลักษมณ์ด้วยความโกรธและอาย

"ทำไม ทนฟังไม่ได้เหรอ ความจริงมันก็ทุเรศแบบนี้แหละ...รจเรขเป็นของฉันแล้ว นายเข้าใจไหม พิมาน ท้องหรือไม่ท้องไม่เกี่ยว แต่เขาเป็นของฉันแล้ว"

"ผมนึกไม่ถึงเลยว่าพี่ลักษมณ์ทำได้ถึงขนาดนี้ พี่ลักษมณ์ทำลายคุณกล้วยเพียงเพื่อเอาชนะผม เพื่อกีดกันผมกับคุณกล้วย พี่ลักษมณ์ถึงใช้วิธีต่ำๆแบบนี้เลยเหรอครับ"

"ฉันไม่เคยบังคับขืนใจใคร ในเมื่อผู้หญิงเค้าเต็มใจ ฉันจะปล่อยเอาไว้ทำไม ปล่อยเอาไว้ให้แกอย่างงั้นเหรอ" ลักษมณ์ พูดออกไปด้วยอารมณ์โกรธ

รจเรขหัวใจสลาย "นี่เองหรือคะ เหตุผลของคุณ...คุณพิมานคะ ฉันขอร้อง ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ด้วยเถอะค่ะ"

พิมานประคองรจเรขพาจะเดินไป ลักษมณ์ไม่พอใจรั้งไว้ พิมานโมโหชกหน้าลักษมณ์จนเซไป "ด้วยความเคารพครับ พี่ลักษมณ์อย่าให้ผมต้องทำรุนแรงกว่านี้เลย..."

พิมานขับรถพารจเรขซึ่งนั่งร้องไห้เงียบอยู่ข้างๆ เขาเอ่ยขึ้นว่า ป่านนี้ลักษมณ์คงอาละวาดบ้านแตก รจเรขตอบว่า ถึงพิมานไม่พาเธอออกมา เธอก็อยู่บ้านนั้นต่อไปไม่ได้แล้ว พิมานถามว่าเธอจะไปอยู่ไหน รจเรขน้ำตาไหลพรากอีกเพราะ จะไปบ้านสวนก็เกรงคุณยายจะกลุ้มใจ พิมานรีบปลอบใจเธอให้ใจเย็นๆ เขาจะอยู่ข้างๆเธอจนกว่าเธอจะคิดออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป...

พอคุณแขรู้เรื่องก็พยายามโทร.หาพิมาน แต่เขาปิดเครื่อง ลักษมณ์ยิ่งโมโหเพราะรจเรขก็ปิดเครื่องเช่นกัน ลักษมณ์พาลบ่นว่ารจเรขกับพิมานมีใจให้กัน พลันพุฒมารายงานว่ามีตำรวจมา ลักษมณ์กับคุณแขแปลกใจมองหน้ากัน พากันมาที่ห้องโถง พบเจษฎาอยู่กับตำรวจ ลักษมณ์ไม่พอใจถามว่ายังมีหน้ามาที่นี่อีก เจษฎาหันไปพูดกับตำรวจว่า

"ผู้ชายคนนี้แหละครับ ที่จงใจถอยรถชนผม เขาตั้งใจทำร้ายร่างกายผม แล้วยังข่มขู่จะทำร้ายและกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงอีกคนนึงด้วย"

"ถ้าจะมาหาเรื่องกันล่ะก็ เอาเบอร์ติดต่อทนายของผมไปเลย ผมไม่สนใจหรอก"

"อวดดีว่ามีเงิน คิดว่าใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้งั้นสิ"

"แน่นอน เชิญคุณตั้งข้อหาตามสบาย อย่างดีผมก็ไปเสียค่าปรับ แต่อย่านึกว่าคุณจะเอาเมียผมไปได้ รจเรขต้องอยู่กับผม"

ตำรวจอธิบายว่า ถึงจะเป็นสามีภรรยา แต่ถ้ามีหลักฐานว่าถูกทำร้าย ทางการก็มีสิทธิ์คุ้มครองช่วยเหลือ ตำรวจขอพบรจเรข คุณแขรีบบอกว่าไม่อยู่บ้าน ทะเลาะกับลักษมณ์แล้วพิมานพาหนีไป ขอให้เจษฎาพาตำรวจกลับไปเพราะทุกอย่างเป็นเรื่องในครอบครัว เจษฎาย้อนถามว่า เขาจะเชื่อได้อย่างไรว่ารจเรขไม่โดนทำร้าย คุณแขเอาเกียรติเป็นประกัน เจษฎาจึงยอมพาตำรวจกลับไป คุณแขถอนใจเฮือก แล้วหันมาตำหนิลักษมณ์ที่ทำให้เรื่องบานปลาย ลักษมณ์ยังโกรธโทษพิมาน คุณแขจึงเอ็ดอย่างไม่พอใจบ้าง

"ไม่ใช่เพราะพิมานหรอกค่ะ คุณลักษมณ์เองก็เหมือนกัน อย่านึกว่าแม่รู้ไม่ทัน หลงเสน่ห์แม่รจเรขจนไม่ยอมปล่อยเค้ากลับบ้าน เรื่องมันถึงวุ่นวายกันแบบนี้"

ลักษมณ์เถียงไม่ออก สะบัดหน้าเดินหนีไป สวนกับมาร์กี้ที่งัวเงียตื่นมา ลักษมณ์รีบเข้าไปอุ้มถามว่าตื่นมาทำไม มาร์กี้ร้องหารจเรขว่าเธอฝันร้าย ลักษมณ์ยิ่งโกรธบอกมาร์กี้ว่ารจเรขทิ้งพวกเราไปแล้ว มาร์กี้ยิ่งร้องไห้โฮ ทำให้ลักษมณ์ อารมณ์เสียมากขึ้น คุณแขต้องดึงมาร์กี้มาปลอบ ลักษมณ์ได้สติจับมือมาร์กี้ไว้ แล้วต้องตกใจเพราะในมือมีเลือดแดงฉาน จมูกมีเลือดกำเดาไหล

"เลือด! มาร์กี้เป็นอะไรไปลูก!" ลักษมณ์โทร.ตามหมอวิชิตมาทันที

ถึงมือหมอวิชิต ตรวจอาการแล้วปลอบจนมาร์กี้นอนสงบในห้อง ลักษมณ์ลูบหัวมาร์กี้แล้วบอกว่าจะออกไปส่งลุงหมอแล้วจะมานอนเป็นเพื่อน พอออกมานอกห้อง สีหน้าหมอวิชิตก็เปลี่ยนเป็นหนักใจ คุณแขเข้ามาถามว่ามาร์กี้เป็นอะไรลักษมณ์ถามย้ำอีกคน



"ตะกี้ตอนฉันฉีดยา ฉันเห็นที่โคนขามาร์กี้มีรอยเขียวช้ำแปลกๆ ท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยว่ะ" หมอวิชิตตอบลักษมณ์อย่างหนักใจและขอให้พามาร์กี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง...

ooooooo

รถพิมานจอดอยู่ข้างถนนที่มีไฟถนนสว่าง รจเรขยังนั่งเศร้าอยู่ไม่ไกลจากรถ  พิมานถือน้ำมาให้  รจเรขมองอย่างซาบซึ้งใจ และละอายใจจนต้องขอโทษเขา ที่เธอร่วมมือกับลักษมณ์หลอกเขา พิมานปลอบว่าเขาเข้าใจและไม่เคยโกรธเกลียดเธอเลย เคยรักอย่างไรก็ยังรักอยู่

"ฉันก็รักคุณพิมานค่ะ รักอย่างเพื่อน เพื่อนที่แสนดีที่สุดคนนึงของฉัน...ฉันขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ   ฉันไม่อยากทำให้คุณพิมานเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณพิมานก็ยังเหมือนเดิม"

พิมานอึ้งไปสักพักแล้วยิ้มให้รจเรข ก่อนจะตอบว่าเขาเข้าใจและจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ  แล้วจึงถามว่าคิดออกหรือยังจะให้เพื่อนคนนี้ไปส่งที่ไหน...ฟ้าสว่าง ไก่วิ่งออกกำลังกายกลับมาเจอรจเรขกับพิมานอยู่หน้าคอนโดฯก็แปลกใจ รจเรขโผกอดพี่ชาย บอกว่าเธอเลิกกับลักษมณ์แล้ว และจะไม่กลับไปบ้านนั้นอีก ไก่ดีใจระคนสงสัย
ถามว่าเจษฎารู้เรื่องหรือยัง รจเรขบอกว่าเธอเกรงใจเห็นว่าเช้ามากจึงไม่กล้าโทร.หา

"เกรงใจทำไม  ไอ้เจษมันรู้คงดีใจยิ่งกว่าถูกหวย...ไป ขึ้นไปบนห้องกัน"

"เดี๋ยวก่อนค่ะ" รจเรขหันไปขอบคุณพิมานและเป็นห่วงเกรงเขาจะเดือดร้อน แต่พิมานไม่กังวลเพราะลักษมณ์ทำอะไรเขาไม่ได้ พิมานยิ้มให้เธอคลายกังวลแล้วลากลับ...

พอไก่พารจเรขขึ้นมาบนห้องและเล่าให้เจษฎาฟัง เจษฎาดีใจมาก แต่รจเรขรีบพูดไว้ก่อนว่าเธอจะหางานทำและหาบ้านเช่า พอทุกอย่างลงตัวแล้วเธอถึงจะบอกคุณยาย แต่ตอนนี้ขอให้เจษฎาช่วยเรื่องใบหย่าให้เธอด้วย เจษฎาตามมาคุยกับรจเรขสองคน ขอให้แต่งงานกับเขาจะได้ไม่ต้องหาบ้านเช่า แต่รจเรขเปรียบตัวเธอเหมือนแก้วที่แตกแล้ว

"พี่ก็พร้อมจะเก็บเศษแก้วทุกชิ้นมาประกอบใหม่ ด้วยความรัก พี่ไม่สนใจเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะพี่รักกล้วย" เจษฎาขัดขึ้น

รขเรขตื้นตันใจ ไม่อยากให้เจษฎาต้องเสียใจ จึงบอกว่าเธอสับสนมากและเหนื่อยอยากพักผ่อน เจษฎายิ้มอย่างมีความหวังขึ้นมาอีก...

พิมานกลับเข้ามาในบ้าน คุณแขกับลักษมณ์นั่งรอถาม พิมานรีบบอกเลยว่ารจเรขไม่อยากอยู่บ้านนี้อีกแล้ว ลักษมณ์ถามทันทีว่าเธอไปอยู่ที่ไหน พิมานยิ้มเยาะที่เห็นลักษมณ์เป็นเดือดเป็นแค้น เขาจึงตอบว่ารู้แต่บอกไม่ได้ ลักษมณ์โมโหคาดคั้น

"ฉันถาม...นายต้องบอก รจเรขเป็นเมียฉัน นายไม่มีสิทธิ์ปิดบัง บอกมานะว่าตอนนี้เมียฉันอยู่ที่ไหน"

"ผมไม่บอกครับ คุณกล้วยไม่ต้องการให้พี่รู้ แล้วผมก็จะไม่ยอมให้พี่ลักษมณ์ตามไปรังแกคุณกล้วยอีก"

ลักษมณ์กระชากคอเสื้อพิมานบังคับให้บอก คุณแขตวาดเสียงเข้ม "ฟังนะ...พิมาน ยัยมาร์กี้ไม่สบายมาก ต้องการพบแม่รจเรข เราต้องไปตามตัวแม่รจเรขมาเดี๋ยวนี้"

พิมานตกใจรีบถามว่ามาร์กี้เป็นอะไร...ทุกคนพากันมาที่โรงพยาบาล เพื่อฟังหมอวิชิตบอกอาการของมาร์กี้ "ยัยมาร์กี้เป็นลูคีเมีย มะเร็งในเม็ดเลือดขาว"

พิมานหน้าซีดไม่อยากเชื่อ ลักษมณ์รีบถามว่ารักษาได้ไหม หมอวิชิตส่ายหน้า "เราช่วยได้แค่ถ่ายเลือด แต่นั่นก็ไม่ใช่การรักษา แค่ยืดเวลาออกไปเท่านั้น"

คุณแขตกใจถามว่าหมายความอย่างไร หมอวิชิตอธิบายว่า มะเร็งในเม็ดเลือดขาว เมื่อเกิดกับเด็กค่อนข้างอันตรายถึงชีวิต ทุกคนช็อก หมอวิชิตพูดอีกว่า มาร์กี้เป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ถ้าหากรู้แต่เนิ่นๆแล้วดูแลอย่างถูกวิธี อาจมีชีวิตอยู่ได้นานกว่านี้...พิมานทรุดลงน้ำตาคลอ ลักษมณ์เสียใจ โทษตัวเองที่ปล่อยมาร์กี้ไว้กับแม่ หมอวิชิตบอกทุกคนให้ทำทุกอย่างให้มาร์กี้มีความสุขที่สุด ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ทุกคนเศร้าซึม...

พอเข้ามาเยี่ยมมาร์กี้ในห้องพัก พิมานโผเข้าถึงตัวมาร์กี้ก่อนใครแทบจะกอดเธอไว้ แต่มาร์กี้โผกอดลักษมณ์ ฟ้องว่าหมอเอาเข็มมาเจาะเลือดเธอที่แขน เธอเจ็บมาก ลักษมณ์ กอดปลอบว่าหมอกำลังรักษาให้อดทนหน่อย ไม่ทันไร พยาบาลเข้ามาบอกว่าต้องพามาร์กี้ไปถ่ายเลือด มาร์กี้ร้องไห้หารจเรข "มาร์กี้กลัว มาร์กี้อยากหามอมมี่"

"มอมมี่ไปทำธุระสำคัญน่ะลูก มาร์กี้ไปให้คุณลุงหมอรักษาก่อนนะ เดี๋ยวมอมมี่ก็มา"

"พอมาร์กี้กลับมา จะได้เจอมอมมี่ใช่ไหม"

"ใช่ค่ะ พอมาร์กี้กลับมา จะได้เจอมอมมี่" ลักษมณ์ ปลอบทั้งที่ไม่รู้ว่ารจเรขจะมาไหม

พอมาร์กี้ถูกเข็นออกไป คุณแขก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา พิมานคร่ำครวญว่าเรามีเงินมากมาย ช่วยอะไรมาร์กี้ไม่ได้เลยหรือ ลักษมณ์หันมามองพิมาน แล้วพูดอย่างที่หมอบอกว่า ทำให้มาร์กี้มีความสุขที่สุด ทำได้ไหม...พิมานสบตาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ในขณะที่ไก่กำลังช่วยรจเรขค้นหาบ้านเช่าในหนังสือพิมพ์ เจ้าหน้าที่โทร.ขึ้นมาบอกไก่ว่า ลักษมณ์ มาขอพบ ไก่โมโหสั่งให้ไล่กลับไป ลักษมณ์ไม่ยอม ให้เจ้าหน้าที่โทร.กลับขึ้นไปอีก ไก่โวยวายจนรจเรขแปลกใจถามว่าเจ้าหนี้โทร.มาทวงหนี้อีกหรือ ไก่พลั้ง ปากว่าไม่ใช่ แต่เป็นลักษมณ์มารออยู่ข้างล่าง รจเรขตกใจว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่ แต่เอะใจว่ามี เรื่องอะไร

"จะมาทำไมก็ช่างหัวมัน กล้วยกับมันจบกันไปแล้ว ไม่ต้องไปเจอมันหรอก พี่บอกให้เค้าไล่มันกลับไปแล้ว" ไก่โวย

"คนอย่างคุณลักษมณ์ ลองได้มาถึงที่นี่ เค้าคงไม่ยอมกลับง่ายๆหรอกค่ะ" รจเรขกังวล

ด้านล่าง ลักษมณ์อาละวาดจะขึ้นไปพบรจเรขให้ได้ เจ้าหน้าที่โทร.บอกไก่อีกครั้ง ไก่โมโหบอกรจเรขให้รออยู่ในห้อง เขาเดินออกไป ไม่ทันไรสวนกับลักษมณ์ แต่ต่างคนไม่เคยพบกันมาก่อน ลักษมณ์จึงถามไก่ว่าห้องเจษฎาอยู่ไหน ไก่มองลักษมณ์อย่างสำรวจแล้วถาม

"คุณจะไปห้องนั้นทำไม"

"เมียผมอยู่ที่นั่น ผมจะไปหาเมียผม"

"แกนี่เอง..." ไก่ต่อยลักษมณ์โครมแล้วเฉลยว่าเขาคือพี่ชายรจเรข...

เจษฎากลับมาถึงคอนโดฯ เห็นไก่หิ้วปีกลักษมณ์ที่โดนซ้อมจนน่วมลงมา รีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไก่ตอบว่า ลักษมณ์มาระรานรจเรข ลักษมณ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ระราน เขาแค่มาตามรจเรขกลับบ้าน เจษฎาโวยว่ารจเรขจะไม่กลับไปอีก

"ฉันขอร้องล่ะ มาร์กี้ไม่สบายมาก แกรักคุณกล้วยเหมือนแม่แท้ๆ แกอยากเจอคุณกล้วย ร้องหาแต่คุณกล้วย" ลักษมณ์ยอมขอร้อง

"แต่ยัยกล้วยไม่ใช่แม่ของเด็กคนนั้น แกออกไปได้แล้ว ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" ไก่ไล่...

พอกลับขึ้นมาบนห้อง รจเรขรู้เรื่องก็ติงว่าทำไมต้องทำร้ายลักษมณ์ด้วย เจษฎาบอกว่าไก่แค่สั่งสอนเตือนสติ รจเรขถามว่าลักษมณ์มีเรื่องอะไรกับเธอ เจษฎากำลังจะบอก แต่ไก่พูดแทรกขึ้นว่า ลักษมณ์มาทวงบุญคุณไปตามประสา รจเรขเสียใจบอกสองคนว่า คืนนี้เธอมีงานจ้างไปรำ เจษฎารีบอาสาไปรับ...

ลักษมณ์ยังคงจอดรถเฝ้าดูอยู่หน้าคอนโดฯเจษฎา

เจนจิราโทร.เข้ามาออดอ้อนที่เขาไม่มาหาเธอตามสัญญา ลักษมณ์ ตอบว่าเขาไม่ได้สัญญา เขาเพียงบอกว่าถ้าว่างจะไปเยี่ยม แต่ ตอนนี้เขาไม่ว่างเพราะมาร์กี้ไม่สบาย เจนจิราโวยวายว่าเธอก็ไม่สบายทำไมไม่มาดูแลบ้าง


"คุณทำตัวเอง...แค่นี้ก่อนนะเจน ผมมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ" ลักษมณ์ตัดบทเพราะเห็นรจเรขเดินออกมา โบกแท็กซี่ขึ้นไป เขาตามไม่ทันได้แต่เจ็บใจ...

ห้องอาหารไทยในโรงแรมหรู รจเรขเตรียมตัวรอขึ้นรำบนเวที เนตรเพื่อนที่ติดต่อเธอมารำกำลังพูดว่า นางรำเกิดท้องเสีย โชคดีที่รจเรขมาช่วย

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ดีเลย กำลังอยากหางานทำอยู่เชียว"

"หางานอะไร ตอนกล้วยลาออกจากโรงเรียน เขาว่ากล้วยออกไปแต่งงานกับเศรษฐีไม่ใช่เหรอ" เนตรพูดอย่างเกรงใจ

รจเรขหน้าเจื่อน เปลี่ยนเรื่องพูดเป็นขอยืมที่ดัดขนตา เนตรส่งให้เห็นรจเรขไม่อยากพูดจึงไม่ถามอีก...ด้านนอก ลักษมณ์ ตามมาถามพนักงานว่าที่นี่มีโชว์รำไทยใช่ไหม พอพนักงานตอบว่าใช่ เขาก็พรวดพราดเข้าไปในร้านทันที รจเรขกับเนตรกำลังยืนอยู่ข้างเวที เนตรเห็นลักษมณ์ก็สะกิดบอก รจเรขตกใจรีบหลบ พิธีกรกำลังประกาศว่ามีรำไทยรจนาเสี่ยงพวงมาลัยไม่ทันพูดจบ ลักษมณ์โดดขึ้นมาบนเวที คว้าไมค์ไปพูด

"รจเรข...อยู่ที่ไหน" แขกในร้านฮือฮาด้วยความงง ลักษมณ์พูดต่อ "คุณกล้วย ผมรู้น่ะว่าคุณอยู่ที่นี่ ออกมาเดี๋ยวนี้"
พนักงานมาดึงลักษมณ์ลงจากเวที ลักษมณ์เดินมองหารจเรขไปทั่วร้องบอกให้ออกมาถ้าไม่อยากมีเรื่อง รจเรขทนไม่ไหวเกรงใจทุกคนจนต้องออกมาเผชิญหน้าลักษมณ์

"คุณทำอะไรของคุณน่ะ คุณลักษมณ์จะบ้าไปแล้วหรือไง"

"ผมมีเรื่องสำคัญต้องพูดกับคุณ ไปกับผมเดี๋ยวนี้"

"ไม่ ฉันมีงานต้องทำ" รจเรขยื้อตัวเองไว้

"เท่าไหร่ ค่าจ้างรำของคุณน่ะ ผมจะจ่ายชดเชยให้"

"คุณจะเที่ยวเอาเงินฟาดหัวคนแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไปซะ ฉันจะทำงาน"

พนักงานวิ่งมาตามรจเรขให้ขึ้นเวที ลักษมณ์โวยวาย พนักงานเตือนว่าแขกที่จองโต๊ะมาดูการรำไม่ใช่มาดูผัวเมียทะเลาะกัน ลักษมณ์จึงดึงมือรจเรขจะให้กลับไป รจเรขสะบัดออก

"ไม่ เราหย่ากันแล้ว คุณจะตามมาทำลายชีวิตฉันแบบนี้ไม่ได้"

"คุณจะเอายังไงก็ตกลงกันเร็วๆหน่อยได้มั้ย แขกจะหนีหมดแล้ว ใครจะรับผิดชอบเนี่ย"

พนักงานบ่น ลักษมณ์ควักเงินออกมาปึกหนึ่งยื่นให้

พนักงานแล้วคว้าไมค์มาพูดเป็นภาษาอังกฤษขอโทษแขกในร้านว่า รจเรขเป็นภรรยาของเขาที่งอนหนีมา เขาจำเป็นต้องพาเธอกลับ พูดจบหันมาอุ้มรจเรขออกไป แขกในร้านปรบมือเฮเป่าปากชอบใจ...

รจเรขดิ้นขลุกขลักร้องให้ลักษมณ์ปล่อยเธอลง ลักษมณ์ วางเธอลงแล้วพูด "หยุดโวยวายแล้วฟังผมก่อนได้ไหม...มาร์กี้ไม่สบายมาก แกร้องไห้อยากจะเจอคุณ"

รจเรขมองหน้าลักษมณ์ อึดใจก็ตบหน้าเขาก่อนจะพูดว่า "ในบรรดาคำพูดโกหกของคุณครั้งนี้เป็นการโกหกที่เลวที่สุด   คุณไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วเหรอ ถึงได้เอาเด็กมาอ้าง ต่ำ! ทุเรศ!"

ลักษมณ์เสียใจที่ถูกมองในแง่ร้าย เขาวิ่งตามรจเรขมาอธิบาย "คุณกล้วย ผมขอร้อง ผมไม่ได้โกหกคุณ มาร์กี้ป่วยจริงๆ แกเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว หมอบอกว่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน"

รจเรขมองสายตาลักษมณ์ที่ดูเศร้า ครุ่นคิด ลักษมณ์ย้ำ "ผมรู้ ว่าคุณโกรธเกลียดผม แต่ผมขอร้อง ช่วยกลับไปหามาร์กี้หน่อย ไปอยู่กับแก ทำให้แกมีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิต ขอแค่นี้  แล้วคุณจะให้ผมทำอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน  ผมยอมทั้งนั้น"

ยิ่งเห็นรจเรขนิ่งเงียบ เขาก็ใจร้อนพลั้งปากพูดออกไปว่าเขาจ้างเธอก็ได้ จะเอาเท่าไหร่ รจเรขไม่พอใจ "เก็บเงินของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้"

"หมายความว่าคุณจะไม่..." ลักษมณ์เสียใจ

รจเรขสวนออกไป "ฉันจะกลับไปที่บ้านคุณ เพื่อเห็นแก่ มาร์กี้ ไม่มีค่าจ้าง ไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น คนอย่างฉัน ถ้าจะทำอะไรก็เพราะความรัก คนที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างอย่างคุณ ไม่มีวันจะเข้าใจ"

เจษฎามารับรจเรข ได้ยินทุกคำพูด เขาเข้ามาขัด "แต่พี่ไม่ยอม...กล้วยจะกลับไปที่นั่นเพื่อเห็นแก่เด็กที่กำลังจะตาย พี่ไม่ว่า...แต่มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"

"จะเอาอะไรว่ามา" ลักษมณ์มองเจษฎาเคืองๆ

"ใบหย่า...ที่คุณลงนามแล้วเรียบร้อย กล้วยจะกลับไปที่บ้านนั้น ในฐานะคนรักของผม ไม่ใช่ภรรยาของคุณอีกต่อไป ตกลงไหม"

ลักษมณ์มองรจเรขอย่างเจ็บช้ำ เห็นเธอนิ่งเฉยจึงตอบไปว่า ได้ เขากับเธอจบลงแล้ว รจเรขสะท้อนใจ กลั้นน้ำตาพูดออกไปว่า "ดีค่ะ งั้นก็ตกลงตามนั้น..."

ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างเจ็บปวดไม่แพ้กันแต่กลบเกลื่อนเอาไว้

ooooooo

เช้าวันใหม่ คุณยายตื่นมาทำความสะอาดหิ้งพระ ป้าเขียนแปลกใจ คุณยายบอกว่าเมื่อคืนฝันว่ามาร์กี้มาขออยู่ด้วย อ่วมได้ยินแอบคิดเป็นตัวเลข ป้าเขียนเอ็ดอ่วมแล้วไล่ตะเพิด อ่วมวิ่งหลบชนคุณยายที่ถือพระพุทธรูปองค์เล็กอยู่ตกหัก คุณยายตกใจเกรงเป็นลางร้าย รีบบอกให้อ่วมเอาพระพุทธรูปไปไว้ที่วัด

ลักษมณ์พารจเรขมาที่โรงพยาบาลที่มาร์กี้นอนอยู่ เจษฎามาขวางก่อนจะปล่อยให้รจเรขเข้าไป เขายื่นซองเอกสารให้ลักษมณ์ เซ็นให้เรียบร้อยก่อน   ลักษมณ์จดปากกามือสั่น   มองหน้า

รจเรขเห็นเธอนิ่งเฉย  จึงเซ็นชื่อลงไปแล้วถาม  "คุณตรวจดู  พอใจไหม"

"พอใจค่ะ ขอบคุณ" รจเรขกลั้นนํ้าตาประชด

เจษฎาเอาใบหย่ามาเก็บไว้เองแล้วปล่อยให้รจเรขไปกับลักษมณ์ได้ ลักษมณ์ถามว่า อยากจะรํ่าลากันก่อนไหม ขอให้เร็วหน่อยเขาห่วงลูก

"ผมกับแฟนผมไม่ต้องลากันหรอกครับ ยังไงผมกับเขาก็ต้องติดต่อกันบ่อยๆอยู่แล้ว ไม่ได้จะจากกันไปไหน" เจษฎาเน้นยํ้า

"ก็แล้วแต่คุณ ผมขออย่างเดียว อย่าให้มาร์กี้รู้ก็แล้วกัน ว่าเราสองคนหย่ากัน แกยังเห็นคุณกล้วยเป็นแม่เลี้ยงอยู่  แกรักคุณกล้วยมาก  ผมไม่อยากให้แกเสียใจ"

รจเรขตอบอย่างประชดว่าตกลง ทั้งสองเดินตามกันไปด้วยสีหน้าที่ซ่อนความเจ็บชํ้าไว้...มาถึง หมอวิชิตอธิบายการรักษา "หมอจะนัดมาทำคีโม แต่ไม่รับรองว่าจะได้ผล มาร์กี้ อ่อนแอมาก การทำคีโมอาจไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ อาการแย่ลง"

"มีวิธีรักษาอื่นอีกมั้ยคะ  อย่างการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติอย่างชีวจิต" รจเรขถาม

"ถ้าพาแกมาเมื่อสองปีก่อน ยังพอรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกอื่นได้ แต่ตอนนี้มะเร็งเม็ดเลือดขาวของแกอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว เราทำได้แค่ช่วยให้แกทรมานน้อยที่สุด"

รจเรขนํ้าตาคลอสงสารมาร์กี้ ลักษมณ์โอบปลอบอย่าร้องไห้ให้มาร์กี้เห็น เพราะมาร์กี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร...รจเรขเช็ดนํ้าตา พอพยาบาลจูงมาร์กี้มา พอเห็นรจเรขมาร์กี้ก็วิ่งมากอด

"มอมมี่...หายไปไหนมาคะ มาร์กี้คิดว่ามอมมี่ทิ้งหนูไปแล้ว"

รจเรขนั่งลงกอดมาร์กี้ไว้ สัญญาว่าเธอจะไม่ทิ้งมาร์กี้ไปไหน จะอยู่จนกว่าจะหาย ลักษมณ์มองภาพนั้นด้วยความเสียใจ เดินไปจัดการจ่ายค่ารักษา เจอเจษฎายังรออยู่ ลักษมณ์ถามอย่างไม่พอใจว่า "คุณได้สิ่งที่คุณต้องการไปแล้ว ยังจะมาทำไมอีก"

"ผมมีเรื่องอยากจะเตือนคุณ ในเมื่อคุณหย่าขาดจากกล้วยแล้ว ความสัมพันธ์ใดๆระหว่างคุณกับกล้วยก็ต้องถือว่าสิ้นสุดกัน"

"แล้วไง..."

"ต่อไปเธอจะแต่งงานกับผม ผมหวังว่าคุณจะเป็นลูกผู้ชาย และเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ล่วงเกิน ฉวยโอกาสกับแฟนผม" เจษฎามองลักษมณ์ที่นิ่งเย็นชา

ลักษมณ์ตอบว่า เขาไม่รับปาก แต่วางใจได้ เขาจะไม่ แตะต้องผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว...

ooooooo
ตอนที่ 13


คุณแขกำลังเตรียมของไปเยี่ยมมาร์กี้ที่โรงพยาบาลกับพิมาน แต่ลักษมณ์กับรจเรขพามาร์กี้กลับมาถึงบ้านเสียก่อน คุณแขจึงเปลี่ยนไปหยิบของบนห้อง ที่ตั้งใจจะเอาไว้รับขวัญ พิมานจึงไปหามาร์กี้ที่เรือนใหญ่ก่อน เขาพุ่งเข้ากอดมาร์กี้แน่นทันที จนมาร์กี้ร้องโอ๊ย...พิมานตกใจผงะออกขอโทษ มาร์กี้บอกว่าเธอปวดแขนและขา ลักษมณ์จึงเอายาแก้ปวดให้ทาน มาร์กี้ร้องโยเยไม่ยอมทาน รจเรขจึงปลอบโยนและป้อนยาให้ทานเอง พิมานถอยออกมารู้สึกตัวเองเป็นคนนอก

รจเรขจะพามาร์กี้ไปนอน คุณแขเข้ามา "เดี๋ยวก่อนจ้ะ มาร์กี้มาหาคุณย่าก่อนค่ะ คุณย่ามีอะไรให้หนูด้วย"

คุณแขอุ้มมาร์กี้นั่งตัก แล้วสวมสร้อยพระองค์เล็กๆให้ "พระองค์นี้เป็นของคุณอาพิมานเคยใส่ตอนเด็กๆคุณปู่ของหนูให้มาคุ้มครอง เพราะว่าคุณอาพิมานไม่สบายบ่อยๆ"

พิมานยิ้มปลื้มบอกมาร์กี้ให้สวมไว้จะได้หายป่วยเหมือนตัวเขา มาร์กี้ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วโผไปซบรจเรข ท่าทางอ่อนเพลีย รจเรขจึงชวนให้ไปนอนกัน พิมานอาสาอุ้มมาร์กี้ไปส่ง รจเรขเดินตามหลัง ลักษมณ์มองท่าทีพิมานแล้วสังเวชใจ คุณแขแปลกใจ

"ไม่ยักรู้มาก่อนว่าพิมานรักยัยมาร์กี้มาก ห่วงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ นี่ขนาดหลานยังรักขนาดนี้ ถ้าเป็นลูกของตัวเอง คงจะถนอมเป็นไข่ในหินเลยล่ะมั้ง"

ลักษมณ์ยิ้มอย่างอ่อนใจในความเชื่อของคุณแข...พอส่งมาร์กี้นอน รจเรขห่มผ้าให้แล้วบอกมาร์กี้ว่า พอตื่นมาจะทำเยลลี่ของชอบกัน พิมานขออยู่ดูมาร์กี้อีกสักพัก รจเรขแปลกใจนิดหน่อยก่อนจะเดินออกไป พิมานเฝ้าลูบหัวลูบแขนมาร์กี้น้ำตาคลอ รำพึงรำพัน

"มาร์กี้...ฉันเลวเหลือเกินที่ทอดทิ้งหนู ไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยสนใจ...ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน หนูคงไม่เป็นแบบนี้ ขอโทษนะมาร์กี้...พ่อขอโทษนะลูก" พิมานซบหน้าร้องไห้กับมาร์กี้...

พอรจเรขลงมา คุณแขก็ขอคุยกับลักษมณ์และรจเรขในห้องทำงาน เธอถามตรงๆว่า จากนี้ไป ทั้งสองจะอยู่กันอย่างไร รจเรขตอบอย่างเศร้าๆ

"เราหย่าขาดกันแล้วค่ะ ดิฉันจะมาอยู่ที่นี่เพื่อช่วยดูแลมาร์กี้จนกว่าแกจะ...หาย"

"แต่เราไม่อยากให้คนในบ้านรู้เรื่องหย่านะครับ กลัวจะเผลอพูดให้มาร์กี้ได้ยิน แกรู้เข้าจะเสียใจ" ลักษมณ์ขอร้องคุณแข

คุณแขพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วขอบใจรจเรขที่เสียสละเพื่อมาร์กี้ ลักษมณ์รีบพูด "ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณกล้วยไม่ได้ทำฟรีหรอกครับ อย่างน้อยเธอก็ได้ใบหย่าเป็นการตอบแทน"

"ใบหย่านั่นฉันควรจะได้ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่คุณพิมานหมั้นกับคุณณัฏฐา ถ้าคุณไม่ขี้โกง"

"จะช้าจะเร็ว ก็ได้ใบหย่าสมใจแล้ว ยังจะมาขุดคุ้ยทำไม"

"ฉันไม่ได้ขุดคุ้ย ฉันแค่จะบอกคุณว่า ที่ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะฉันรักมาร์กี้ ฉันไม่ได้หวังอะไรตอบแทน"

"งั้นเอางี้ก็แล้วกัน ผมจะให้เงินเดือนคุณ ถือซะว่าเป็นค่าจ้างเป็นพยาบาลพิเศษ เดือนละห้าหมื่นพอไหม"

รจเรขโกรธขึ้นเสียง "คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องนะ ก็ฉันบอกแล้วว่าฉันทำเพื่อคนที่ฉันรัก"

"ผมไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร" ลักษมณ์เริ่มพาล

"ฉันไม่ได้หมายถึงคุณ" รจเรขสวนทันที

ลักษมณ์พูดอย่างเจ็บปวดว่าเขารู้ คุณแขทนฟังไม่ไหวรีบปรามให้เห็นแก่เธอและมาร์กี้ที่กำลังป่วยอยู่บ้าง ถ้ายังมีอารมณ์ ใส่กัน มาร์กี้จะมีความสุขได้อย่างไร รจเรขสงบลงขอโทษคุณแข

ลักษมณ์เย็นลงรับปาก "ต่อจากนี้ไป เราจะไม่ทะเลาะกันอีกครับ คุณแข...เราจะพูดกันเฉพาะเรื่องมาร์กี้เท่านั้น ไม่มีเรื่องส่วนตัว ตกลงไหม"

"ค่ะ ไม่มีเรื่องส่วนตัว เฉพาะเรื่องมาร์กี้เท่านั้น...ตกลงค่ะ" รจเรขสบตาลักษมณ์อย่างเจ็บปวดแต่ไม่แสดงอาการออกมา...

ooooooo

ตัดสินใจเด็ดขาด ณัฏฐาขอให้ท่านนพพรช่วยพูดกับคุณหญิงศรีสวัสดิ์เรื่องถอนหมั้นกับพิมาน ท่านนพพรครุ่นคิดหาวิธีพูด เพราะไม่อยากให้โวยวายขายหน้า จนคิดได้ โทร.เชิญคำนวณ ลูกพี่เก่าสมัยที่เขายังทำงานอยู่ทบวง เกษียณแล้วไปปฏิบัติธรรมอยู่หลายปีมาที่บ้าน และบอกคุณหญิงศรีสวัสดิ์ว่า คำนวณมีเรื่องมาเตือน

"ตอนบวชเป็นพระ พี่คำนวณศึกษาดวงชะตา ดูดวงแม่นมาก ผมเลยส่งดวงของยัยหนูไปให้ตรวจดูเล่นๆ"

"แล้วเป็นยังไงบ้างคะ" คุณหญิงศรีสวัสดิ์สนใจ

คำนวณกระแอมทำท่าให้ดูน่าเชื่อถือ ก่อนจะพูดว่า "พื้นดวงของเขาน่ะเป็นคนมีบุญวาสนา เพียงแต่ว่าในปีนี้ มันมีดาวบาปเคราะห์โคจรเข้ามา ทำให้มีปัญหานิดหน่อย"

คุณหญิงศรีสวัสดิ์หน้าเจื่อนรีบถามถึงปัญหา นพพรรู้ว่าคำนวณลำบากใจที่จะโกหก  จึงพูดแทนว่า  ณัฏฐาไม่ควรแต่งงานในปีนี้ ถ้าฝืนแต่งอาจมีการเลิกรากัน คุณหญิงศรีสวัสดิ์ตกใจเพราะขอฤกษ์แต่งมาแล้วและบอกข่าวใครๆไปหลายคน คุณนพพรจึงให้ตัดสินใจเอาเอง  คุณหญิงศรีสวัสดิ์จึงขอไปปรึกษาคุณแขก่อน

พอเอาเรื่องไปปรึกษาคุณแข ก็ประจวบกับที่คุณแข

อยากเลื่อนงานมงคลไปก่อน เพราะมีเรื่องอาการป่วยของมาร์กี้  จึงกลายเป็นคุณหญิงศรีสวัสดิ์ต้องปลอบใจคุณแขที่ร้องไห้สงสารมาร์กี้ ณัฏฐาพลอยตกใจเมื่อรู้เรื่องมาร์กี้ และเป็นห่วงพิมานที่ดูจะรักมาร์กี้มาก...

ทุกคนพยายามทำให้มาร์กี้มีความสุข รจเรขนั่งอยู่ข้างมาร์กี้ที่นอนเล่นบนเสื่อในสวนหลังบ้าน ลักษมณ์นั่งทำงานบนโต๊ะสนามไม่ห่าง มีชื่นและพุฒคอยรับใช้ มาร์กี้เริ่มเบื่ออยากว่ายน้ำ แต่รจเรขปรามไว้ "ไม่สบายอยู่ว่ายได้ยังไงคะ เอ๊ะ...ตัวอุ่นๆมีไข้รึเปล่าเนี่ย"

ลักษมณ์ได้ยินหันขวับมาถามชื่นเพราะไม่พูดกับรจเรขว่ามาร์กี้ไม่สบายหรือ ชื่นส่ายหน้าไม่ทราบ รจเรขบอกชื่นให้หยิบปรอทวัดไข้ที่อยู่ในตะกร้าให้ ลักษมณ์เฝ้ามองอย่างห่วงใย พอรจเรขอ่านปรอท ลักษมณ์อยากรู้ว่ามีไข้เท่าไหร่แต่วางฟอร์มไม่ถามรจเรข ให้พุฒไปดู พุฒมองไม่ถนัด ลักษมณ์หงุดหงิด "ว่าไง ปรอทขึ้นไปเท่าไหร่"

"มันดูยังไงครับ ผมดูไม่เป็น"

"งั้นเอาปรอทมาให้ฉัน" ลักษมณ์โมโหที่ไม่ได้ดังใจ

แต่พอพุฒเอาปรอทมาส่งให้ ปรอทก็ลงไปแล้ว ลักษมณ์ยิ่งหงุดหงิดอ่านไม่ทัน  พุฒจึงถามรจเรขให้ว่า

มีไข้เท่าไหร่ รจเรขตอบว่า 39 องศา ซึ่งสูงมากน่าเป็นห่วง ลักษมณ์กังวลกลัวมีโรคแทรกซ้อนจะพามาร์กี้ไปโรงพยาบาล มาร์กี้ร้องโยเยไม่อยากไป

"ชื่นจ๊ะ หยิบถุงยามาหน่อยสิ ในนั้นมีนามบัตรคุณหมอวิชิต ฉันจะโทร.ไปถามว่าเป็นไข้นิดหน่อย ต้องพามาร์กี้ไปโรงพยาบาลไหม" รจเรขแก้ปัญหา

พอจะโทร.ปรากฏว่าได้ยินเสียงลักษมณ์กำลังคุยกับหมอวิชิต "มาร์กี้ตัวร้อน วัดปรอทได้ 39 องศา ต้องพาไปโรงพยาบาลไหมครับ ครับ ผมจะทำตามที่พี่หมอบอก ขอบคุณมากครับ"

รจเรขมองลักษมณ์ซึ่งวางสายแล้วอย่างอยากรู้ว่าหมอวิชิตให้ทำอย่างไร ลักษมณ์แกล้งหันไปสั่งพุฒ "ไอ้พุฒ แกไปเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาให้คุณผู้หญิงเช็ดตัวให้คุณมาร์กี้...เช็ดไปเรื่อยๆจนกว่าไข้จะลด" ลักษมณ์พูดลอยๆไม่มองหน้ารจเรข



พุฒกับชื่นบ่นกันอุบว่าลักษมณ์กับรจเรขทำตัวเหมือนโกรธเกลียดกัน แย้มถอนใจเพราะรู้ว่าลักษมณ์กับรจเรขคงดีกันเฉพาะกิจ พิมานกับณัฏฐาเดินมาได้ยินเข้าพอดี...พิมานพาณัฏฐาถือจานขนมมาที่สวนหลังบ้าน ทักทาย "พี่ลักษมณ์ คุณกล้วย...คุณณัฏฐามาเยี่ยมมาร์กี้ครับ"

ลักษมณ์กับรจเรขรับไหว้ณัฏฐา มาร์กี้สวัสดีณัฏฐาแล้วยิ้มดีใจเมื่อเห็นขนม ณัฏฐาหันไปชวนลักษมณ์ให้ทานด้วยกัน แต่ลักษมณ์มองรจเรขว่าจะชวนเขาไหม เห็นเธอเฉยจึงงอน

"ไม่ล่ะครับ เดี๋ยวขนมจะติดคอเปล่าๆ ผมขอตัวไปข้างในก่อนนะครับ เชิญตามสบาย"

รจเรขวางจานขนมด้วยความน้อยใจ พิมานหันไปชวนมาร์กี้คุย ถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ มาร์กี้เอารูปที่วาดมาอวดว่าเธอวาดรูปพ่อแม่ลูก คือลักษมณ์ รจเรข และตัวเธอ พิมานเห็นแล้วสะท้อนใจน้ำตาซึม ณัฏฐาเห็นจึงถามมาร์กี้ว่า "ไม่มีรูปอาพิมานเหรอคะ คุณอาพิมานก็รักมาร์กี้มากนะคะ มาร์กี้รักคุณอาพิมานไหม"

มาร์กี้จึงหยิบกระดาษมาวาดรูป ผู้ชายตัวสูงจูงเด็กผู้หญิง และมีหัวใจสีแดงดวงใหญ่อยู่ด้วย แล้วส่งให้พิมาน เขาดีใจมากรับปากว่าจะเก็บไว้ให้ดีที่สุด ณัฏฐามองพิมานอย่างแปลกใจ... พอพิมานกับณัฏฐาเดินกลับมาเรือนขาว ณัฏฐาเปรยๆว่า

"เห็นชัดๆว่าคุณลักษมณ์ยังรักคุณรจเรขอยู่ ไม่น่ายอมหย่าให้ง่ายๆ"

"แต่พี่ลักษมณ์ทรมานคุณกล้วยมานานมากแล้ว ผมดีใจแทนคุณกล้วยที่จะได้ไปจากพี่ลักษมณ์เสียที"

"คุณรจเรขล่ะคะ แค่คุณลักษมณ์ลุกหนี เธอยังเสียใจ คุณพิมานแน่ใจเหรอคะว่าเธอดีใจที่จะได้ไปจากคุณลักษมณ์" ณัฏฐาเตือนสติพิมาน เขาถึงกับอึ้งไป...

ooooooo

ถึงแม้ว่าจะหมดหนี้สินแล้ว ไก่ไม่จำเป็นต้องชกมวยหาเงินอีก แต่เพราะเกรงใจเฮียที่วางเดิมพันให้เขาชกครั้งนี้มาก ประจวบกับที่เขาโดนรถชนขาดการซ้อมไปนาน แต่เฮียยังให้โอกาส ไก่จึงจำต้องซ้อมอย่างหนัก มีคนไปบอกเสี่ยโอภาสว่าการชกครั้งนี้ ไก่บาดเจ็บ ร่างกายไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้เสี่ยโอภาสกระหยิ่มใจ ลงเงินพนันฝ่ายตรงข้ามไก่อีกเท่าตัว

ขณะที่รจเรขพามาร์กี้เข้านอน ลักษมณ์มานั่งอีกฟากเตียงทำเป็นไม่สนใจเธอ มาร์กี้คร่ำครวญอยากไปเที่ยวบ้านสวนอีก รจเรขจึงรับปากว่า มาร์กี้หายเมื่อไหร่จะพาไปอีก แต่ มาร์กี้บ่นอยากหัดเล่นจะเข้ให้รจเรขสอน ลักษมณ์จึงพูดขึ้นว่า พรุ่งนี้จะให้พุฒไปหาซื้อมา แต่รจเรขแย้งว่า ให้พุฒขับรถไปเอาที่บ้านสวนมาจะดีกว่า ไม่ต้องเสียเงินซื้อ

"ความจริงผมว่าง บางทีอาจจะขับรถไปเอาเอง คุณจะไปด้วยไหม" ลักษมณ์หยั่งเชิง

"ความจริงฉันก็อยากไปพบคุณยายเหมือนกัน ถ้าหากว่า..." รจเรขพูดไม่ทันจบมือถือดังขึ้น จึงขอตัวไปรับสายนอกห้อง ลักษมณ์สลดลงเพราะรู้ว่าเป็นเจษฎาโทร.มา

เจษฎาถามรจเรขว่าเป็นอย่างไรบ้าง เกรงลักษมณ์จะฉวยโอกาส ลักษมณ์เดินมาแอบฟัง รจเรขไม่รู้ตัวตอบคำถามเจษฎา "ไม่เลยค่ะ คุณลักษมณ์เขารักษาคำพูด เราต่างคนต่างอยู่ เราแค่ช่วยกันดูแลมาร์กี้เท่านั้น"

"พี่อยากให้มีปาฏิหาริย์ ให้มาร์กี้หายดี กล้วยจะได้ ออกมาจากบ้านนั้นเสียที"

"กล้วยก็อยากให้เป็นอย่างที่พี่เจษว่าเหมือนกันค่ะ แต่ละวันแต่ละวันที่ผ่านไป มันทรมานเหลือเกิน แต่กล้วยก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากดูแลมาร์กี้ต่อไปให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้ายของแก" รจเรขพูดด้วยความเศร้าสุดๆ

แต่ลักษมณ์ซึ่งแอบฟังอยู่เข้าใจไปว่า เธอทรมานที่อยู่ ห่างจากเจษฎาจึงเข้าไปดึงมือถือมาตัดสายทิ้ง เจษฎาตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น รจเรขมองหน้าลักษมณ์ถามว่าเขาเป็นอะไร

"ผมทราบว่า คุณกับนายเจษฎารักกันมาก ผมทราบว่าคุณสองคนคงอยากแต่งงานกันให้เร็วที่สุด และผมเสียใจที่แต่ละวันของคุณมันทรมานเหลือเกิน" ลักษมณ์พูดอย่างเจ็บปวด

"นี่คุณแอบฟังฉันเหรอคะ"

"ใช่ ผมเลยได้รู้ว่า คุณกับนายเจษฎาแฟนคุณ รอคอยลมหายใจสุดท้ายของมาร์กี้อย่างใจจดใจจ่อขนาดไหน" ลักษมณ์ น้ำตาคลอ

"นี่คุณ...คุณเข้าใจผิดนะคะ คุณคิดว่าฉันกับพี่เจษ อยากให้มาร์กี้..."

"หยุด อย่าพูดคำนั้นในบ้านหลังนี้ เอาเป็นว่าผมรับทราบว่าคุณต้องเสียสละความสุขส่วนตัวมากมายขนาดไหน เพื่อมาดูแลลูกสาวผม ผมสัญญา ผมจะตอบแทนคุณให้ถึงใจ ผมขออย่างเดียว ทำให้มาร์กี้มีความสุขเท่านั้นพอ อย่าให้แกรู้ว่าจริงๆแล้วคุณคิดกับแกยังไง"

"คุณเห็นฉันเลวขนาดนั้นเลยเหรอคะ คุณลักษมณ์" รจเรขมองลักษมณ์อย่างผิดหวังสุดๆ ลักษมณ์ไม่ตอบเดินหนีไป รจเรขน้ำตาร่วงเสียใจอย่างหนัก...

เจษฎาเจ็บใจที่โดนลักษมณ์ตัดสาย จึงเอาใบหย่าไปโชว์ให้เจนจิราดูว่า รจเรขกับลักษมณ์หย่าขาดจากกันแล้ว ให้เจนจิราไปเอาตัวลักษมณ์คืนไป และบอกว่าที่รจเรขเข้าไปอยู่ในบ้านเพราะเพียงแค่ดูแลมาร์กี้เท่านั้น เจนจิราดีใจรีบไปขอตุ๊กตาหมีที่เป็นพร็อบถ่ายแบบจากทีมงานจะเอาไปเป็นของฝากมาร์กี้

ooooooo

ในขณะที่รจเรขกำลังสอนมาร์กี้เล่นจะเข้ ลักษมณ์ ไม่ไปทำงาน สั่งงานทางโทรศัพท์ให้วีรวัฒน์จัดการแทน เขายืนมองจากหน้าต่างห้องทำงาน มองภาพรจเรขกับมาร์กี้อย่างสะท้อนใจ ก่อนจะเดินลงไปดูใกล้ๆ พลันมีเสียงกริ่งดังขึ้น พุฒวิ่งไปดูว่าใครมา แล้ววิ่งกลับมาสีหน้าไม่ดี

พุฒรายงานลักษมณ์ว่าเจนจิรามารออยู่ที่เรือนรับรอง ลักษมณ์อึดอัดใจเดินไปหา พอเจอเจนจิราเขาก็บอกว่า เขาห้ามแล้วไม่ให้มาที่นี่อีก เจนจิรารีบออดอ้อนว่าเธอเพิ่งรู้ว่ามาร์กี้ไม่สบายมาก จึงเอาตุ๊กตามาเยี่ยมแต่ไม่กล้าเอาไปให้เอง ลักษมณ์ อึ้งไป ก่อนจะขอบใจแทนมาร์กี้

"น่าใจหายนะคะ ยัยมาร์กี้แกน่ารักเหลือเกิน ไม่นึกเลยว่าจะอายุสั้น" เจนจิราบีบน้ำตา

ลักษมณ์ไม่พอใจถามว่าใครบอกเธอ เจนจิราทำหน้าใสซื่อตอบว่า "นายเจษฎาแฟนแม่รจเรขน่ะค่ะ เขาประกาศบอกคนทั่วไป ว่าคุณลักษมณ์กับรจเรขหย่ากันแล้ว ตอนนี้เหลือแค่รอให้มาร์กี้ เอ่อ...ไป เขาก็จะแต่งงานกัน"

"เลว เลวมาก รจเรขปล่อยให้ไอ้หมอนั่นมันพูดถึงลูกผมอย่างนี้ได้ยังไง" ลักษมณ์โกรธปรี๊ดขึ้นมาทันที จะไปเอาเรื่องกับรจเรข

เจนจิรารั้งไว้ทำเป็นพูดว่าอย่าทำให้มาร์กี้ไม่สบายใจ ใครจะพูดอย่างไรต้องอดทนเพื่อมาร์กี้ ลักษมณ์ได้คิดขอบใจเจนจิราที่เตือนสติเขา ชื่นมาแอบมองสองคนเห็นเหมือนพลอดรักกัน ก็เจ็บใจแทนรจเรข รีบวิ่งกลับออกมา ชนกับจิตเข้าอย่างจัง... จิตตามมาฟังชื่นเล่าให้แย้มกับพุฒฟัง เผอิญรจเรขเข้ามาในครัวได้ยินแว่วๆจึงถามว่ามีอะไรที่เรือนรับรอง แย้มเจ็บใจจึงฟ้อง

"ไหนๆก็ไหนๆ คุณก็รับรู้ไปเลยดีกว่า แม่เจนจิราหน้าคอนกรีตมาอีกแล้วค่ะ ตอนนี้ออเซาะฉอเลาะคุณลักษมณ์ อยู่ที่เรือนรับรองโน่น"

รจเรขอึ้ง พุฒยุให้ไปจัดการ แต่รจเรขกลับบอกให้ เตรียมกาแฟและของว่างไปรับแขกและอย่าไปรบกวนลักษมณ์ ทุกคนมองหน้ากันงงๆ...รจเรขกลับมาหามาร์กี้ที่สวนหลังบ้าน แต่แล้วกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จึงหลบไปร้องไห้ พิมานเข้ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ถามว่าร้องไห้ทำไม

รจเรขโกหกว่านึกสงสารมาร์กี้ขึ้นมา พิมานจึงถามว่า "เหรอ นึกว่าคุณกล้วยร้องไห้เพราะเห็นพี่ลักษมณ์ไปอยู่กับคุณเจนจิราเสียอีก"

"ฉันจะร้องไห้ทำไมคะ ในเมื่อคุณลักษมณ์กับฉันหย่ากันแล้ว"

"แต่คุณยังรักพี่ลักษมณ์อยู่ใช่หรือเปล่าครับ"


รจเรขอึ้งไม่ตอบ เลี่ยงขอตัวไปดูแลมาร์กี้ แค่นี้พิมานก็เข้าใจได้และสงสารเธอ...กลับมาที่มาร์กี้ รจเรขเห็นลักษมณ์เอาตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้มาร์กี้ และบอกว่าเพื่อนเขาฝากมาให้ รจเรขรู้ว่าหมายถึงใครก็หน้าตึงประชดให้มาร์กี้รักเพื่อนคนนี้มากๆ ลักษมณ์สวนทันทีว่า

"ใช่ เพราะเพื่อนของแด้ดดี้รักแล้วก็เป็นห่วงมาร์กี้มาก ไม่ได้ดีแต่ปากเหมือนคนบางคน"

รจเรขรู้ว่าพูดกระทบเธอ จึงหันไปสั่งชื่นให้เอาจะเข้ไปเก็บแล้วเตรียมนํ้าสำหรับเช็ดตัวให้มาร์กี้ "...ชื่นช่วยจัดการด้วยแล้วกัน ฉันมันคนดีแต่ปาก วันนี้ไม่อยากทำอะไรแล้ว"

ลักษมณ์มองตามรจเรขอย่างน้อยใจ พิมานมองอาการทั้งสองคนแล้วถอนใจ...พิมานโทรศัพท์ปรึกษาณัฏฐา เธอให้ คำแนะนำว่า "ผู้หญิงเราถ้าไม่รัก ก็ไม่สนใจหรอกค่ะ ลองประชด ประชันแบบนี้ ฉันฟันธงเลยค่ะว่าคุณรจเรขยังรักคุณลักษมณ์"

"ถ้ารัก แล้วคุณกล้วยจะหย่ากับพี่ลักษมณ์ทำไม"

"เพื่อศักดิ์ศรีไงคะ ดิฉันเป็นคุณรจเรขก็คงต้องทำแบบ เดียวกัน   ในเมื่อผู้ชายไม่ได้ต้องการเรา   เราจะทนอยู่ให้เสียศักดิ์ศรีทำไม"

"พี่ลักษมณ์รักคุณกล้วย ผมมั่นใจ   เพียงแต่เขาไม่ยอมรับ"

"ถ้าผู้ชายไม่ยอมรับ ก็เท่ากับผู้หญิงไม่มีค่าพอ ถ้าเป็น อย่างนั้นจริงๆต่อให้หัวใจแตกสลาย คุณรจเรขก็ควรจะต้องไปค่ะ"

พิมานอึ้งกับคำตอบของณัฏฐา...
ลักษมณ์เห็นความเอาใจใส่ดูแลมาร์กี้ของรจเรขทั้งใจเย็น ปลอบโยนเวลามาร์กี้งอแงแล้วสะเทือนใจ สับสน ในใจกับคำพูดที่ได้ยินมา ไม่อยากใจอ่อนจึงเดินหนีไป

เจษฎาแวะมาหารจเรข พุฒกันไม่ให้เข้าบ้าน เจษฎาบอกว่าเขาเป็นแฟนรจเรข พุฒไม่เชื่อ พอดีพิมานเดินมาจึงฟ้องว่าเจษฎามาพูดจาดูหมิ่นรจเรข พิมานจึงยํ้าว่าจริง รจเรขหย่ากับลักษมณ์แล้ว ให้พุฒเปิดประตูให้เจษฎาเข้ามาได้ แล้วเป็นคนพาไปหารจเรขเอง

รจเรขกำลังกล่อมให้มาร์กี้กินยาอยู่ในห้องอาหาร แล้วจะพาไปนอน มาร์กี้โยเยไม่อยากนอน พิมานเข้ามาพร้อมเจษฎา

บอกมาร์กี้ว่าเขาพาเพื่อนมาเล่นด้วย พอรจเรขเห็นเจษฎาก็ตกใจ

"อาพิมานพาเขามาทำไม คนนี้เป็นคนไม่ดี" มาร์กี้ร้อง

พิมานรีบบอกว่าเจษฎาเป็นเพื่อนรจเรข เจษฎาชูนิ้วก้อยให้มาร์กี้และบอกว่า "ตอนนั้นเราเข้าใจผิดกันนิดหน่อย คืนดีกันนะ โอเคไหม"

มาร์กี้มองรจเรขกับพิมาน ทั้งสองพยักหน้าจึงยอมเกี่ยวก้อยด้วย พลัน ณัฏฐาเดินเข้ามาขอเล่นด้วยคน พิมานยิ้มเข้าไปกระซิบกับเธอ "ขอบคุณนะครับที่มาตามคำเรียกร้อง"

ณัฏฐายิ้มรับแล้วถามมาร์กี้ว่า ตกลงจะเล่นอะไรกันดี มาร์กี้ยิ้มดีใจใช้ความคิด...

ลักษมณ์อยู่ในห้องทำงาน นั่งมองไฟล์ภาพของรจเรขที่เขาถ่ายตอนไปเที่ยวบ้านสวน เห็นความสุขของรจเรขกับมาร์กี้ ดูเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่น แววตาเขาเศร้าลงเมื่อคิดว่าอีกไม่นานเขาจะสูญเสียครอบครัวไปแล้ว ทันใดได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของมาร์กี้ เขาแปลกใจลุกไปมองที่หน้าต่าง เห็นมาร์กี้วิ่งเล่นกับรจเรข พิมาน ณัฏฐาและเจษฎา ก็ไม่พอใจ รีบลงไป

พอดีมาร์กี้กระโดดหลบพิมานที่ไล่จับ สะดุดหกล้ม ลักษมณ์พรวดเข้าไปประคองเห็นเลือดไหลที่หัวเข่าก็ตกใจ ทุกคนพลอยชะงักตกใจ โดยเฉพาะพิมาน "มาร์กี้ อาขอโทษ"

ลักษมณ์โมโหที่เจษฎาเข้ามาในบ้านอยู่แล้ว จึงพาล เสียงดัง "นี่ทำอะไรกัน รู้อยู่ว่ามาร์กี้ไม่สบาย ยังจะมาเล่นอะไรเสี่ยงๆอีก"

"ผมเป็นคนชวนเล่นเองครับ พี่ลักษมณ์ ผมขอโทษ"

"นายเป็นคนชวน แต่คนดูแลก็ควรจะห้าม หรือว่าใจจริงอยากให้มาร์กี้เป็นอะไรมากไปกว่านี้" ลักษมณ์พาลแขวะรจเรข

"คุณจะว่าดิฉันดูแลลูกคุณไม่ดีก็ว่ามาเลยค่ะ ไม่ต้องมาอ้อมค้อม"

มาร์กี้บอกลักษมณ์อย่าดุรจเรข เธออยากเล่นเอง ลักษมณ์ มองเจษฎาอย่างไม่พอใจแล้วพูดขึ้นว่า มาร์กี้เล่นจนเจ็บตัวก็ควรจะเลิกเล่นได้แล้ว เจษฎารู้ตัวจึงลากลับ พิมานมองนาฬิกาแล้วแกล้งชวนเจษฎาอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน ทุกคนมองหน้าพิมานอย่างแปลกใจ ณัฏฐาจึงช่วย

"หลังทานข้าวเย็นแล้ว ฉันมีอะไรจะเซอร์ไพรส์มาร์กี้ด้วยนะคะ"

"งั้นเราทานข้าวเย็น แล้วออกมาดูสิว่า คุณอาณัฏฐาเอาอะไรมาเซอร์ไพรส์มาร์กี้ดีมั้ย"

"ดีค่ะ นะคะ แด้ดดี้" มาร์กี้กระโดดดีใจ

ลักษมณ์เห็นแววตาใสๆของมาร์กี้ จำต้องยอมอย่างจำใจ...คุณแขฟังแย้มเล่าเรื่องแล้วตกใจว่าพิมานจะทำอะไรกันแน่ ทำไมมาจับคู่ให้รจเรขแบบนี้ แย้มบ่นไม่ค่อยพอใจ

"ถึงจะหย่ากันแล้วก็เถอะ ยังไงก็ผัวเมียกัน คุณพิมานพาคนอื่นมาเหยียบจมูกถึงบ้าน จะให้คุณลักษมณ์เธอคิดยังไง..."

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ณัฏฐาก็พาทุกคนออกมาที่สนาม จุดโคมลอยที่ซื้อมา อธิบายกับมาร์กี้ว่า "เขาเรียกว่าโคมลอยค่ะ คนทางเหนือพูดกันว่าลอยโคมลอยเคราะห์ เขาจะจุดโคมลอยแล้วอธิษฐาน ให้สิ่งไม่ดีในชีวิตของเราลอยไปกับโคมค่ะ"

ลักษมณ์บอกมาร์กี้ให้อธิษฐานให้โรคภัยไข้เจ็บลอยไปกับโคม พิมานเข้ามาช่วยจุดไฟให้ มาร์กี้เห็นความสวยงามของโคมไฟรีบหลับตาอธิษฐาน ณัฏฐาหันมาส่งโคมอีกอันให้ลักษมณ์จุดกับรจเรขและอธิษฐานร่วมกัน เจษฎารีบเข้ามาแทรก อาสาจุดให้ รจเรขหน้าเจื่อนมองหน้าลักษมณ์อย่างเกรงใจ แล้วบอกเจษฎา "ไม่เป็นไรค่ะ พี่เจษ...อุ๊ย..."

พลันเปลวไฟลวกโดนมือรจเรข เจษฎาตกใจรีบจับมือเธอมาดูอย่างห่วงใย ลักษมณ์เห็นแล้วไม่พอใจ เข้าไปดึงมือรจเรขมา "ผมขอคุยกับคุณหน่อย...เป็นการส่วนตัว ฝากมาร์กี้ด้วยพิมาน"

เจษฎาจะขยับตามแต่โดนลักษมณ์พูดตัดหน้าไว้ก่อนจึงชะงัก ได้แต่มองตามอย่างห่วงๆ ลักษมณ์ดึงรจเรขออกมามุมหนึ่งห่างผู้คน แล้วต่อว่าเธอ "ผมขอร้องคุณแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้พาเพื่อนชายของคุณมาทำสวีทต่อหน้ามาร์กี้"

"ฉันไม่ได้พามา แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียด"

"จับมือถือแขน ประคองกันต่อหน้าผัวเนี่ยนะ ไม่น่าเกลียด"

"คุณไม่ใช่...สามีฉัน" รจเรขเน้น

"ลืมง่ายจริงนะ เอาเถอะ ถึงผมจะเป็นอดีตไปแล้ว ก็ขอให้เกรงใจมาร์กี้บ้าง อย่าให้แฟนคุณมาที่บ้านนี้อีก"

"แต่คุณกับแฟนคุณมาหากันได้ งั้นเหรอคะ" พูดจบรจเรขสะบัดหน้าเดินไป

ลักษมณ์กำหมัดเจ็บใจ หันไปชกต้นไม้จนมือแตก...แล้วขับรถออกไปด้วยอารมณ์แรง พิมานกับณัฏฐาแอบมองอยู่ ต่างหนักใจ ณัฏฐากังวลว่าทำเกินไปหรือเปล่า แต่พิมานกลับเห็นว่าคนอย่างลักษมณ์เหมือนกระท้อน ยิ่งทุบยิ่งหวาน ต้องให้เจ็บถึงที่สุด ถึงจะยอมรับว่ารักรจเรข...

เผอิญคืนนั้น มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อไก่ชกมวยชนะ ทำให้เสี่ยโอภาสไม่พอใจที่แพ้พนันก้อนใหญ่ จึงส่งลูกน้องไปดักยิงไก่ที่หน้าคอนโดฯ ยามเห็นเหตุการณ์รีบโทร.ตามเจษฎา...ขณะนั้น รจเรขกำลังส่งเจษฎาขึ้นรถที่หน้าบ้าน เขาถามเธอว่า ทำไมพิมานถึงชวนเขาทานข้าวด้วย รจเรขเองก็แปลกใจ เหมือนจงใจจะทำให้ลักษมณ์โกรธ

"พี่ก็ว่างั้น แต่ก็ช่างเถอะ ดีเหมือนกัน พี่จะได้อยู่กับกล้วยนานๆ" พลันมือถือดังขึ้น เจษฎารับสายแล้วตกใจ รีบบอกรจเรข "กล้วย กล้วยต้องไปกับพี่..."

"พี่ไก่มีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ"

"ไอ้ไก่โดนยิง คนที่คอนโดฯกำลังพาส่งโรงพยาบาล อาการเป็นตายเท่ากัน รีบไปเถอะ"

รจเรขตกใจรีบนั่งรถไปกับเจษฎา โดยไม่ได้เอากระเป๋าและมือถือไปด้วย พุฒแปลกใจที่เห็นรจเรขนั่งรถไปกับเจษฎา โดยไม่บอกใครว่าไปไหน...

ooooooo
ตอนที่ 14


เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินบอกรจเรขกับเจษฎาว่าไก่จะต้องผ่าตัดด่วนเพราะเสียเลือดมาก ไก่ได้สติขึ้นมาเห็นรจเรขกับเจษฎา เขากุมมือรจเรขมาจับกับมือเจษฎาและพูดว่า "ฝากกล้วยกับคุณยายด้วย ฉันรู้แกรักน้องฉัน กล้วย...แต่งงานกับไอ้เจษนะ"

รจเรขอึ้ง ไก่รบเร้าให้สัญญา เธอตัดสินใจรับปากไปก่อนเพราะไม่อยากให้ไก่พูดมาก ดูท่าทางอ่อนเพลีย เมื่อไก่ถูกเข็นไป รจเรขก็ทรุดฮวบหมดสติในอ้อมแขนเจษฎา...

มือของลักษมณ์มีผ้าพันแผลเพราะชกต้นไม้ระบายอารมณ์ เขามานั่งดื่มอยู่ที่ผับ เจนจิรามาเจอปรี่เข้าถามว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ พอเห็นแผลที่มือก็ตกใจว่าโดนอะไรมา ลักษมณ์ดึงมือออก "มันเป็นแผลที่เกิดจากความโง่ของผมเอง อย่าไปสนใจเลย"

พลันมือถือลักษมณ์ดังขึ้น เขาไม่สนใจที่จะรับสาย เจนจิราเห็นหน้าจอขึ้นว่าที่บ้าน จึงถามเขาว่าจะรับไหม เห็นลักษมณ์ นิ่งเธอจึงรับแทน แย้มไม่อยากพูดด้วยแต่ต้องตัดใจบอกไปว่า

"คุณมาร์กี้ไม่สบายมาก ฉันต้องพูดกับคุณลักษมณ์เดี๋ยวนี้"

"ตายจริง...ป้าแย้มบอกว่ามาร์กี้ไม่สบายมากค่ะ" เจนจิราหันไปบอกลักษมณ์

ลักษมณ์ร้อนรนถามว่ามาร์กี้เป็นอย่างไรบ้าง แย้มรีบรายงานว่าไข้ขึ้นสูง เช็ดตัวเท่าไหร่ไข้ก็ไม่ลด รจเรขก็ไม่อยู่ ลักษมณ์โกรธ "อะไรนะ รจเรขไม่อยู่เหรอ ไปไหน...ผมต้องกลับบ้าน"

ลักษมณ์บอกเจนจิราแล้วผลุนผลันออกไป เจนจิรา

วิ่งตามขอไปด้วย...มาถึงบ้าน เห็นมาร์กี้ร้องโยเยจะหารจเรข ลักษมณ์ยิ่งหงุดหงิดเพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน พุฒอึกอักๆกว่าจะพูด

"เอ่อ ผมเห็น นั่งรถออกไปกับคุณเจษฎาครับ"

เจนจิราได้โอกาสช่วยพูดให้ลักษมณ์โกรธมากขึ้น "มาร์กี้ป่วยหนัก กลับหนีออกไปเที่ยวกับผู้ชาย นี่น่ะเหรอคะที่บอกว่ารักนักรักหนา"

"มาร์กี้เป็นลูกผม ไม่ใช่ลูกเขา จะเป็นจะตายเขาก็คงไม่สนใจ ไอ้พุฒ...แกไปเปิดประตูฉันจะพาคุณมาร์กี้ไปหาหมอ" ลักษมณ์อุ้มมาร์กี้ออกไป

พิมานกับคุณแขตามมาที่โรงพยาบาล เห็นเจนจิรานั่งเกาะลักษมณ์อยู่ที่โซฟาในห้องพักคนไข้ ก็รีบถามอาการ ลักษมณ์ตอบเครียดๆว่ารอผลตรวจเลือดอยู่ ไม่ทันไรหมอวิชิตเดินเข้ามา ทุกคนกรูเข้าหา หมอวิชิตสีหน้าไม่ดี เอ่ย "ติดเชื้อทางกระแสเลือดครับ มาร์กี้มีแผลถลอกที่หัวเข่าคาดว่าเชื้อน่าจะเข้าไปทางบาดแผล เรากำลังให้ยาอยู่"

พิมานรู้สึกผิดเพราะเขาเป็นคนทำมาร์กี้หกล้ม หมออธิบายว่า "มาร์กี้ไม่มีเม็ดเลือดขาวที่จะจัดการกับเชื้อโรค แผลเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำแกทรุดหนักได้ แกถึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษไงครับ"

เจนจิราทำเป็นเศร้าพูดว่ามาร์กี้น่าสงสาร คุณแขนึกได้ถามหารจเรข ลักษมณ์ขมวดคิ้วแววตาเจ็บแค้น...ขณะเดียวกัน รจเรขฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ เธอรีบลุกขึ้นจะไปดูไก่ หมอเข้าประคองแล้วบอกให้ใจเย็นๆ

"หมอมีข่าวดีจะบอก อย่างแรก คุณหมอทำการผ่าตัดช่วยชีวิตคุณรุจิรัตน์พี่ชายของคุณเอาไว้ได้ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ"

รจเรขยิ้มโล่งอก  "ขอบคุณมากค่ะ  ตอนนี้พี่ไก่อยู่ที่ ไหนคะ ฉันอยากไปเยี่ยมพี่ไก่"

"เดี๋ยวก่อนค่ะ ยังมีข่าวดีอีกเรื่องนึงค่ะ...หมอเห็นคุณ เป็นลมหมดสติ เลยพยายามตรวจหาสาเหตุว่าคุณเป็นอะไร ยินดีด้วยนะคะ คุณกำลังตั้งครรภ์" หมอยิ้มแสดงความยินดี

แต่รจเรขกลับตกใจนิ่งอึ้งอยู่นาน จนเจษฎาเข้ามาเห็นเธอนิ่งเฉยจึงเขย่าแขนเรียก รจเรขสะดุ้ง เจษฎาถามอีกครั้ง รจเรขรีบตอบ หมอบอกว่าเธอเป็นโรคโลหิตจาง เลยเป็นลมบ่อย เจษฎาชวนให้กลับบ้านไปพักผ่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมไก่ รจเรขเห็นด้วยเพราะอยากกลับไปบอกลักษมณ์แต่ก็หวั่นใจนิดๆ...

กลับถึงบ้าน รจเรขเห็นบ้านเงียบก็แปลกใจ เจอแย้มจึงรู้ว่ามาร์กี้อยู่โรงพยาบาล เธอตกใจมากรีบตามไปที่โรงพยาบาล... ขณะนั้น มาร์กี้นอนให้ออกซิเจนอยู่ ยังไม่ได้สติ เสียงสัญญาณเตือนที่หัวเตียง ทุกคนที่เฝ้าอยู่พากันตกใจ ลักษมณ์กับพิมานลุกขึ้นวิ่งชนกันจะไปตามหมอ พอดีหมอวิชิตกับพยาบาลวิ่งเข้ามา หมอสั่ง "หัวใจเต้นอ่อนมาก ให้ยากระตุ้นหัวใจเร็ว"

หมอวิชิตกับพยาบาลเร่งรีบช่วยมาร์กี้จนการเต้นของหัวใจกลับเป็นปกติ ลักษมณ์ถามว่าทำไมอาการทรุดลงแบบนี้ หมอวิชิตตอบว่า "ที่อาการมาร์กี้ทรุดลง เพราะภูมิต้านทานในตัวแกต่ำมาก โรคลูคีเมียทำให้คนไข้อ่อนแอ แต่ที่เป็นอันตรายจริงๆคือโรคแทรกซ้อน เดี๋ยวพี่จะลองเปลี่ยนยา เผื่อจะช่วยให้ แกดีขึ้น แต่พี่ก็อยากให้แกเผื่อใจเอาไว้บ้าง..."

ทุกคนเศร้าเสียใจ รจเรขมาถึงพอดี หน้าตาตื่นเข้ามาถามอาการมาร์กี้ ลักษมณ์มองเธออย่างผิดหวัง พูดประชด "ยังไม่ตาย แกไข้ขึ้นสูงมาก ดีว่าคุณแย้มโทร.มาบอกผม เราพาแกมาโรงพยาบาลได้ทัน แต่ถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้ ก็ไม่แน่"

รจเรขรู้ว่าลักษมณ์โกรธที่เธอทิ้งมาร์กี้ไป จะอธิบายเหตุผล แต่ลักษมณ์ตะคอกสวน "ไม่ต้องพูด...ผมรู้ว่าคุณออกไปกับนายเจษฎา ผมอนุญาตให้คุณออกไปพลอดรักกันได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ทิ้งให้ลูกผมนอนป่วยปางตายแบบนี้"

คุณแขปรามให้ลักษมณ์ใจเย็น เจนจิราเข้ามาเกาะแขนยุแหย่ "นั่นสิคะ ลักษมณ์ขา จะไปว่าคุณรจเรขก็ไม่ถูกหรอกค่ะ ระหว่างลูกติดสามีเก่ากับว่าที่สามีใหม่ คุณรจเรขก็ต้องสนใจอย่างหลังมากกว่า"

"เรื่องของดิฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ คุณอย่ายุ่งดีกว่า" รจเรขไม่พอใจ

"ทำไม เจนเค้าพูดแทงใจดำหรือยังไง คุณทิ้งมาร์กี้ไปหาไอ้เจษฎา มาร์กี้รักคุณ เพ้อหาแต่คุณ แต่คุณไม่รักแกเลย ไม่สนใจเลยว่าแกจะเป็นยังไง" ลักษมณ์เข้าข้างเจนจิรา

รจเรขจะบอกความจริงแต่ลักษมณ์ขาดสติไม่ฟังอะไร กลับพูดว่าเธออย่างรุนแรง หาว่าเพราะเธอเกลียดเขาแล้วไปลงกับมาร์กี้ แถมเขย่าตัวเธอถามว่า ถ้าเป็นลูกของเธอกับเจษฎา คงไม่ทำแบบนี้ รจเรขทั้งเจ็บและเป็นห่วงลูกในท้อง ร้องให้เขาปล่อยเธอ พิมานเข้ามาช่วย ลักษมณ์โมโหผลักรจเรขไปกระแทกผนัง เธอทรุดลงไปกองกับพื้น พิมานเข้าประคอง คุณแขตกใจ ลักษมณ์ได้สติเสียใจ ส่วนเจนจิราแอบยิ้มสะใจ

พิมานยืนมองรจเรขที่นอนหลับน้ำตาไหลอยู่บนเตียงคนไข้ เขาแตะมือเธอเบาๆ เธอเมินหน้าหนีไม่ลืมตา พิมานจึงปลอบใจว่าอย่าโกรธลักษมณ์เลย เพราะเวลาโกรธก็พาลแบบนี้ รจเรขหันกลับมาน้ำตาไหลพราก "ฉันรักมาร์กี้ ฉันไม่ได้ทิ้งแก ฉันไม่เคยคิดอยากให้มาร์กี้เป็นอะไร"

"ผมทราบ แต่พี่ลักษมณ์เองก็รักมาร์กี้มาก รักมาก ห่วงมาก จนทำให้ลืมตัวไป"

รจเรขไม่ตอบแต่นิ่งคิดว่า ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ ในเมื่อเธอก็รักลูกของเธอ แล้วหวนคิดภาพที่เจนจิราเกาะแขนลักษมณ์ จึงคิดในใจว่า "เขามีคนใหม่แล้ว เขาจะมาสนใจอะไร เขาอาจจะไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเด็กในท้องเราเป็นลูกของเขา"

รจเรขเอามือลูบท้อง ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่เอาลูกไปผูกมัดลักษมณ์...

ooooooo

วันต่อมา พิมาน คุณแขไปทำบุญกับณัฏฐาและคุณหญิงศรีสวัสดิ์ที่วัด หลวงพ่อเทศน์ให้ฟังว่า การเกิด เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของโลก ถือเป็นการหลุดพ้น บางทีจะได้เกิดใหม่มีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ พิมานยิ่งเศร้ารู้สึกผิด จนณัฏฐาสังเกตได้...พิมานหลบมานั่งร้องไห้ใต้ต้นไม้ ณัฏฐาตามมาได้ยินเขาบ่นว่าเป็นคนทำให้ชีวิตมาร์กี้เป็นแบบนี้ จึงเข้ามาถาม

"ทำไมคุณพิมานพูดอย่างนั้นล่ะคะ"



พิมานสะดุ้ง รีบเช็ดน้ำตา ณัฏฐาขอโทษและบอกว่าคุณแขให้เธอมาตามไม่ได้ตั้งใจมาแอบฟัง แล้วเลยถามว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้น พิมานคร่ำครวญ "ผมผิดที่ทอดทิ้งแก ถ้าผมรักแล้วก็ดูแลแกอย่างที่ผมควรจะทำ เราคงจะรู้ว่าแกไม่สบาย เราอาจจะรักษาแกได้ทัน"

ณัฏฐาฟังแล้วสะกิดใจ พิมานยังคร่ำครวญ

"มาร์กี้เกิดมาอาภัพ  แม่แท้ๆก็ไม่ใส่ใจ  พ่อแท้ๆก็ไม่เคยเลี้ยงดู  ถ้าย้อนเวลากลับไปได้  ผมจะไม่ให้มันเป็นแบบนี้เลย..."

อาการแพ้ท้องของรจเรขหนักขึ้น เธออาเจียนโอ้กอ้าก อยู่ในห้อง ขณะที่ลักษมณ์เก็บของจำเป็นของมาร์กี้อยู่อีกห้องจะเอาไปให้ที่โรงพยาบาล ชื่นเข้ามาตามรจเรข เห็นเธอหน้าซีดมากก็ตกใจ รจเรขโกหกว่าเธอคงเพลียมากไป ให้ไปบอกลักษมณ์ว่าเธอขออาบน้ำสักหน่อย ชื่นมารายงาน ลักษมณ์หาว่ารจเรขคงไปกับเจษฎาจนเพลีย...
ไม่ทันไร รจเรขเดินลงมา

"ฉันเสร็จแล้วค่ะ ไปกันเลยไหมคะ"

แย้มเข้ามาชวนให้ทั้งสองคนทานข้าวกลางวันก่อน แย้มทำข้าวคลุกกะปิที่ลักษมณ์ชอบ รจเรขได้กลิ่นแล้วพะอืดพะอม ลักษมณ์เห็นก็หาว่าชักสีหน้าไม่อยากร่วมโต๊ะกับเขา รจเรขลุกเดินหนีเพราะเกรงลักษมณ์จะจับได้ ลักษมณ์ไม่พอใจบ่นกับแย้ม

"ดู เดี๋ยวนี้แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย คงเห็นว่าลูกเราต้องง้อเขาล่ะมั้ง"

แย้มอ่อนใจ แต่ชื่นมองตามรจเรขอย่างเป็นห่วง ตามไปดูได้ยินเสียงเธออาเจียนอย่างหนัก จึงเข้ามาช่วยลูบหลังแล้วประคองให้นั่ง รจเรขรีบบอกว่าเธอเป็นโรคกระเพาะเท่านั้น ให้ชื่นมาบอกลักษมณ์ซึ่งยืนรออยู่ที่รถว่า เธอจะตามไปทีหลัง ลักษมณ์โกรธตะโกนเสียงดัง

"เป็นอะไร เดี๋ยวนี้นั่งรถคันเดียวกันไม่ได้แล้วเหรอกลัวแฟนใหม่จะหึงหรือยังไง"

"คุณผู้หญิงท่าทางไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ อาจจะอยากพัก" ชื่นตอบเบาๆอย่างกลัวๆ

"อยากพักหรือไม่อยากไปกันแน่ ที่จริงไม่เต็มใจก็น่าจะบอกตรงๆ มาร์กี้เป็นลูกฉันไม่ใช่ลูกเขา ไม่อยากไปเยี่ยมก็ไม่มีใครบังคับอยู่แล้ว" ลักษมณ์ขึ้นรถปิดประตูโครมขับออกไป

แย้มงงไปหมด ถามชื่นว่ามันเรื่องอะไรกัน ชื่นอึดอัดใจไม่เข้าใจว่าทำไมรจเรขไม่ให้บอกลักษมณ์ว่าไม่สบายเป็นโรคกระเพาะ...รจเรขนอนซมอยู่บนห้อง เจษฎาโทร.เข้ามือถือมาบอกว่าไก่รู้สึกตัวแล้ว รจเรขดีใจถามอาการ แต่เจษฎากลับบอกว่า "เรื่องบาดแผลไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่มันมีเรื่องอื่น... เรื่องสำคัญ มันอยากเจอเราสองคนด่วน"

"กล้วยจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ ไม่ต้องมารับค่ะ อ้อมไปอ้อมมาเปล่าๆ ไปเจอกันที่โรงพยาบาลเลยเร็วกว่า...ค่ะ เดี๋ยวเจอกัน"...

รจเรขกับเจษฎามายืนข้างเตียงไก่ ฟังหมอพูดถึงอาการที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สองสามวันกลับบ้านได้ แต่ที่เป็นเรื่องคือ ไก่โดนลอบยิง ตำรวจต้องเข้ามาสอบปากคำ ไก่รู้ว่าเป็นฝีมือเสี่ยโอภาส แต่ไม่อยากให้เป็นเรื่องอีกจึงบอกตำรวจว่าเขาไม่เห็นหน้าคนยิง เจษฎารู้ว่าไก่โกหก ไก่จึงบอกว่า เขาไม่อยากให้เดือดร้อนไปถึงคุณยายและรจเรข...เจษฎานึกได้ว่า รจเรขไม่ค่อยสบาย จึงแนะว่ามาถึงโรงพยาบาลแล้วให้ไปให้หมอตรวจ เธอจึงขอไปเองคนเดียว เจษฎามองตามรจเรขที่ดูลุกลี้ลุกลนชอบกล

ผลออกมาว่า รจเรขท้องได้เจ็ดสัปดาห์แล้ว หมอให้รีบฝากท้องเพื่อความปลอดภัยของเด็ก แต่รจเรขขอเวลาอีกหน่อย

ooooooo

มาร์กี้นอนหลับอยู่ พิมานมายืนมองเศร้าๆ เอามือลูบหัวเบาๆ มาร์กี้ลืมตามองร้องเรียกแด้ดดี้ แต่พอกะพริบตาเห็นว่าเป็นพิมานยืนยิ้มดีใจ "หนูเรียกอะไรนะ เรียกใหม่สิลูก"

"มาร์กี้เรียกคุณอาว่าแด้ดดี้ มาร์กี้เรียกผิดค่ะ"

"ไม่เป็นไรจ้ะ มาร์กี้เรียกอาว่าแด้ดดี้ก็ได้"

มาร์กี้ส่ายหน้า พอดีลักษมณ์เดินมา จึงชี้ที่อกลักษมณ์

"ไม่ได้ค่ะ มาร์กี้มีแด้ดดี้คนนี้คนเดียว...แด้ดดี้ไปไหน

มาคะ มาร์กี้ตื่นมาเจอแต่คุณอาพิมาน นึกว่าแด้ดดี้กลับไปแล้วซะอีก"

มาร์กี้คุยจ้อกับลักษมณ์ ทำให้พิมานรู้สึกกลายเป็นคนนอก ต้องถอยออกมาอย่างเศร้าๆ...ลักษมณ์เดินตามมาเจอพิมานนั่งเสียใจอยู่ในสวนของโรงพยาบาล จึงถามว่าคิดจะทำอะไร พิมานตัดสินใจขอลักษมณ์บอกความจริงมาร์กี้ว่า เขาเป็นพ่อ เขาอยากได้ยินมาร์กี้เรียกเขาว่าพ่อสักครั้ง แต่ลักษมณ์ไม่ยอม "แกเลือกที่จะปฏิเสธมาร์กี้ตั้งแต่เกิด แกจะมาเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ได้"

"แต่พี่ลักษมณ์ครับ มาร์กี้เป็นลูกผม เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผม"

"มาร์กี้เป็นเลือดที่แกตัดทิ้ง ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก และฉันไม่มีวันยอมให้แกทำร้ายจิตใจมาร์กี้ด้วยการบอกความจริงเรื่องนี้ อย่าบังอาจแม้แต่จะคิด พิมาน" ลักษมณ์พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ทำให้พิมานร้องไห้เสียใจ...

เห็นรจเรขหายไปนาน เจษฎาเดินหามาเจอเธออยู่ข้างตู้กดน้ำ กำลังทานยา เขาเรียกเธอทำให้เธอสะดุ้งรีบเก็บยาใส่ถุงกลัวเจษฎาเห็นว่าเป็นยาแก้แพ้ท้อง เจษฎาชวนรจเรขกลับบ้าน เพราะไก่หลับไปแล้ว และถามว่าตกลงเป็นโรคอะไร รจเรขตอบว่า โรคกระเพาะ เจษฎาพยักหน้ารับรู้ แต่เหลียวมองป้ายแผนกสูตินรีเวช รู้สึกสะกิดใจนิดๆ...

บ่ายแก่ๆลักษมณ์กลับมาบ้าน แย้มแปลกใจที่รจเรขทำไมไม่กลับมาด้วย ลักษมณ์จึงถามว่ารจเรขไม่อยู่บ้านหรือ   เพราะที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ไป ลักษมณ์โกรธเข้าใจว่าเธอไม่สนใจมาร์กี้ แต่ความจริง รจเรขกลับจากไก่ก็ไปหามาร์กี้เลย เธอบอกมาร์กี้ว่าเธอไปธุระจึงมาช้า มาร์กี้ฟ้องว่าลักษมณ์หน้างอทั้งวัน รจเรขกอดมาร์กี้รู้สึกว่าตัวร้อน จึงรีบเรียกพยาบาลและหมอ
ลักษมณ์กับคุณแขรีบมาที่โรงพยาบาล เห็นรจเรขกระสับกระส่ายอยู่หน้าวอร์ด คุณแขถามว่ามาร์กี้อยู่ไหน รจเรขตอบว่า หมอวิชิตกำลังตรวจ เพราะไข้ขึ้นสูงท่าทางไม่ค่อยดี หมอวิชิตเดินมาหน้าตาเคร่งเครียด ทุกคนกรูเข้าไปหา

"ลักษมณ์ มาร์กี้เริ่มมีจุดแดงขึ้นตามตัวแล้ว มีเลือดออกตามไรฟันด้วย แกโลหิตเป็นพิษ เราต้องถ่ายเลือดด่วนที่สุด"

"จัดการเลยครับพี่หมอ ทำยังไงก็ได้ขอให้ลูกผมหาย"

หมอวิชิตรับปากอย่างหนักใจ พยาบาลเข้ามาบอกว่า เลือดกรุ๊ป AB มีไม่พอ ทางธนาคารเลือดจะส่งมาให้แต่คงเป็นชั่วโมงๆ หมอวิชิตว่ารอนานขนาดนั้นไม่ได้ รจเรขรีบบอกลักษมณ์ให้ให้เลือดมาร์กี้เพราะเป็นพ่อ แต่ลักษมณ์กลับบอกว่า เขาจะตามพิมานมาให้เลือดมาร์กี้ ทุกคนแปลกใจที่พิมานมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับมาร์กี้ แทนที่จะเป็นลักษมณ์

ท่าทางทุกคนเป็นห่วงมาร์กี้ รจเรขสะท้อนใจ "ถึงมาร์กี้จะเป็นลูกนอกสมรส แต่แกยังโชคดีที่มีพ่อ มีแม่ครบถ้วน มีญาติพี่น้องห่วงใยดูแล แต่เด็กบางคนไม่มีใครรับรู้ ไม่มีใครสนใจ ไม่มีเลยซักคน" รจเรขเอามือลูบท้องรำพันกับตัวเองอย่างอ่อนล้า...

พิมานให้เลือดไม่ยอมหยุด จนหมอวิชิตขอให้พอเพราะมันอันตราย แต่พิมานเกรงไม่พอ ไม่ทันไรเขาก็หมดสติ ไป...รจเรขซบหลับอยู่ที่โซฟา ลักษมณ์เข้ามามองด้วยแววตายังรักใคร่ เอามือเขี่ยผมที่ปรกหน้าเธอ รจเรขรู้สึกตัวรีบถามอาการมาร์กี้ ลักษมณ์ตอบว่าเลือดที่พิมานให้ไม่พอ ต้องรอเลือดจากธนาคารเลือดเพิ่ม รจเรขลุกขึ้นจะไปดูมาร์กี้

"ไม่ได้ ตอนนี้พี่หมอดูแลอยู่ เราทำได้แค่รอฟังข่าวอยู่ข้างนอก ท่าทางคุณเพลียมาก กลับบ้านไปก่อนก็ได้"

"ฉันอยากอยู่ตอนที่แกรู้สึกตัว"

"เราไม่รู้ว่าแกจะฟื้นเมื่อไหร่ คุณกลับไปบ้านก่อนเถอะ ผมให้พุฒเอารถมารับคุณแข คุณกลับไปพร้อมคุณแขดีกว่า ถ้าแกฟื้น ผมจะรีบโทร.ไปตาม"



รจเรขยอมกลับไป...ในขณะที่พิมานตื่นขึ้นมา พบณัฏฐานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เขารีบลุกจะไปดูมาร์กี้ แต่หน้ามืดเซ ณัฏฐารีบประคองพาไป เห็นลักษมณ์ยืนมองหมอกับพยาบาลกำลังวิ่งวุ่นจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลักษมณ์ตอบว่า "มาร์กี้อาการแทรกซ้อน แกทำใจดีๆไว้นะ"

"แกเป็นอะไรครับ พี่หมอ มาร์กี้เป็นอะไร" พิมานเห็นหมอวิชิตเดินมา

"ไตวายเฉียบพลัน เรากำลังจะฟอกไตให้แก พี่ขอตัวก่อน" หมอวิชิตพูดจบสั่งพยาบาลเข็นมาร์กี้ไปห้องไอซียู

ลักษมณ์กับพิมานจับมือมาร์กี้ไว้คนละข้าง ปลอบใจให้เธอเข้มแข็ง มาร์กี้พึมพำว่าเธอรักแด้ดดี้ พิมานมือตกน้ำตาไหลพราก ณัฏฐาปลอบพิมานว่ามาร์กี้ต้องปลอดภัย

ooooooo

ขณะนั้น รจเรขนอนหลับอยู่ที่บ้าน เธอฝันว่ามาร์กี้ในชุดกระโปรงขาวสวยเหมือนนางฟ้าเอาดอกมะลิมาแหย่จมูกเธอจนเธอตื่น และบอกว่าจะขอกลับมาอยู่ด้วย รจเรขลุกขึ้นกอดมาร์กี้ ทันใดร่างมาร์กี้ก็ เลือนหายไป รจเรขสะดุ้งตื่นเปิดไฟดูนาฬิกาเห็นว่าเป็นตีสาม ก็โล่งอกที่ฝันไป

หน้าห้องไอซียู ลักษมณ์ พิมาน และณัฏฐานั่งเศร้าอยู่ พิมานคร่ำครวญ "ผมผิดเอง มาร์กี้ต้องมาเป็นอย่างนี้เพราะผม ถ้ามาร์กี้เป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย"

"คุณทำดีที่สุดแล้วค่ะ คุณให้เลือดกับมาร์กี้ไปจนเกือบหมดตัว หมอก็ถ่ายเลือดให้แกอย่างเร็วที่สุดแล้ว" ณัฏฐาปลอบใจ

แต่พิมานว่าเธอไม่เข้าใจ ลักษมณ์บอกให้พิมานหยุดคร่ำครวญ เรื่องมันเลยมาถึงขนาดนี้แล้ว พลันหมอวิชิตเดินออกมา ลักษมณ์พุ่งเข้าไปถามว่ามาร์กี้ปลอดภัยแล้วใช่ไหม แต่หมอวิชิตกลับบอกว่า เขาพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ พิมานร้องไห้วิ่งเข้าไปดูมาร์กี้ ณัฏฐาวิ่งตามไป พิมานร้องไห้โฮ

กอดร่างมาร์กี้ ลักษมณ์เดินเข้ามาอย่างสงบดึงพิมานให้ปล่อยมาร์กี้ แล้วเขาเข้ามาลูบหน้าลูบตามาร์กี้น้ำตาไหลพราก "ไปดีนะลูก ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้มาเกิดมีครบทั้งพ่อและแม่ อย่าอาภัพเหมือนชาตินี้เลย"

ณัฏฐาพลอยเศร้าขอให้มาร์กี้หลับให้สบาย พิมานร้องไม่...โผเข้ากอดมาร์กี้ร้องไห้ "มาร์กี้...มาร์กี้ลูกพ่อ ยกโทษให้พ่อด้วย พ่อขอโทษ..."

ลักษมณ์กลับมาบ้าน เคาะประตูแล้วเข้ามาในห้องรจเรข "ขอโทษที่มารบกวน แต่นี่คงเป็นการรบกวนครั้งสุดท้ายแล้ว"

"คุณลักษมณ์ คุณร้องไห้ มาร์กี้เป็นยังไงบ้างคะ"

"มาร์กี้...มาร์กี้ตายแล้ว" ลักษมณ์พูดอย่างยากลำบาก

รจเรขตกใจพูดไม่ออก ลักษมณ์จึงบอกให้อาบน้ำ แล้วไปจัดการเรื่องศพกัน จะสวดสามวันแล้วเผาเลย "ผมคงจะรบกวนให้คุณทำหน้าที่แม่เลี้ยงของแกเป็นครั้งสุดท้าย แล้วผมจะไม่รบกวนคุณอีกเลย"

พูดจบ ลักษมณ์เดินออกไป ปล่อยให้รจเรขน้ำตาไหลพราก ทั้งสะเทือนใจทั้งเสียใจ...พอลักษมณ์โทร.บอกเจนจิรา เธอแสดงความเสียใจ แต่พอวางสายก็หันมาหัวเราะดีใจกับจอย และเตรียมแต่งตัวให้สวยเริ่ดไปงานศพ เพราะงานนี้ญาติพี่น้องลักษมณ์คงมามาก

คุณแขถามหาพวงมาลัยที่จะวางหน้าศพ ชื่นรายงานว่ารจเรขขอร้อยเอง ลักษมณ์เห็นรจเรขหน้าซีดก็พูดว่า เขาคงรบกวนเธอมากเกินไป แต่ก็ขอบคุณแทนมาร์กี้ด้วย รจเรขสะเทือนใจ ในขณะที่พิมานยืนดูลักษมณ์ทำอะไรต่ออะไรให้มาร์กี้ด้วยสายตาเจ็บปวด เพราะมันควรจะเป็นเขาที่เป็นคนทำ...คุณหญิงศรีสวัสดิ์กับณัฏฐาถือพวงหรีดเข้ามาแสดงความเสียใจ พิมานยิ่งช้ำใจที่เห็นใครๆปลอบลักษมณ์ทั้งๆที่ควรจะเป็นเขา

รจเรขดูแลข้าวต้มในโรงครัว เธอบอกแย้มว่ามันกะทันหันคงมีคนมาไม่มาก แต่แย้มเห็นว่าพวกคุณหญิงคุณนายคงจะมามาก ลักษมณ์เดินเข้ามาบอกแย้มว่า เขาไม่ได้บอกใครเท่าไหร่ เพราะไม่มีใครรู้จักมาร์กี้ แล้วหันมาชวนรจเรขออกไปรับแขก ...ไม่ทันไร เจนจิรากับจอยเดินเข้ามาด้วยชุดสุดเริ่ด พร้อมพวงหรีดอันใหญ่ เจนจิราเข้ามาแทรกกลางระหว่างลักษมณ์กับรจเรข

"คุณลักษมณ์มีคนช่วยแล้ว ดิฉันขอตัวไปดูข้าวต้มก่อนนะคะ" รจเรขเลี่ยงออกไป

จอยสั่งพุฒให้มารับพวงหรีดไป พุฒรับมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แล้ววางไว้หลังเพราะมันใหญ่มาก จอยโวยวายให้เอามาไว้ข้างหน้า คุณแขเดินมาจัดการ "มันจะมากไปแล้วมั้ง คุณเป็นแค่แขกที่มาร่วมงาน ให้มันรู้จักมารยาทบ้างค่ะ เจ้าของงานเขาบอกให้ทำอะไร ก็ควรจะทำตามนั้น"

"แต่เจนจิราเพื่อนดิฉัน..." จอยจะแย้ง

"ถ้าเป็นงานศพของแม่เจนจิรา เธออยากจะวางพวงหรีดให้เด่นขนาดไหนฉันไม่ว่า แต่ถ้าขืนมาวุ่นวายที่นี่ ฉันจะให้ พุฒเอาไปโยนทิ้งจริงๆด้วย"

จอยไม่กล้าโวยเพราะเกรงใจที่คุณแขเป็นแม่  ถึงจะแค่แม่เลี้ยงก็เถอะ...ท่านนพพรมาถึงแปลกใจว่าเจนจิราเป็นใครมายืนคู่กับลักษมณ์ เจนจิรารีบเชื้อเชิญให้เข้าไปในงาน คุณแขเดินมาขวาง "เธอเป็นแขกไม่ใช่เจ้าภาพ ไปนั่งพักเถอะเจนจิรา ฉันจะรับแขกเอง"

เจนจิราหน้าตึงมองคุณแขที่พาท่านนพพรเข้าไปในงาน แล้วยักไหล่ไม่สนใจกลับมายืนคู่ลักษมณ์ต่อ ลักษมณ์ ได้แต่อ่อนใจ...ณัฏฐาแปลกใจที่พิมานหายไป จึงเดินหา พอดีกระดาษภาพวาดที่มาร์กี้วาดให้พิมานปลิวมา จึงเก็บไปส่งให้พิมาน แล้วถามด้วยความสงสัยว่าระหว่างเขากับมาร์กี้มีอะไรกันแน่ พิมานสะดุ้งย้อนถามทำไมถามแบบนี้

"ตั้งแต่มาร์กี้ไม่สบาย คุณก็ดูเป็นห่วงเป็นใยแกมาก แล้วพอคุณรู้ว่าแกจะต้องไปคุณก็เสียใจมาก คุณเอาแต่พูดว่าคุณทำผิดต่อแก คุณทำร้ายแก คุณทำอะไรลงไปคะ บอกฉันได้ไหม"

พิมานพูดไม่ออก "คุณ...อย่ารู้เลยครับ มันเลวร้ายกว่าที่คุณคิดมาก"

ณัฏฐาบอกว่ามันคงเลวร้ายมาก ยิ่งเขาเก็บมันเอาไว้ก็ยิ่งทรมานใจ พิมานครุ่นคิดตัดสินใจจะบอก เผอิญจิตวิ่งมาตามให้กลับเข้าไปในงาน พิมานถอนใจ...ณัฏฐาเข้ามาช่วยรจเรขในโรงครัว เจนจิราเข้ามายิ้มเยาะวางท่าสั่งให้รจเรขชงกาแฟให้ แย้มไม่ยอมให้รจเรขทำ สั่งชื่นกับพุฒจัดการทำให้

เจนจิรากับจอย สองคนจึงแกล้งใส่เกลือแทนน้ำตาลให้ สองสาวร้องลั่นขอน้ำ ชื่นส่งแก้วน้ำผสมน้ำส้มสายชูให้ดื่ม สองสาวดื่มแล้วต้องวิ่งไปอาเจียนร้องโวยวาย

รจเรขเริ่มพะอืดพะอมจะอาเจียนไปด้วย ณัฏฐาเห็นอาการก็เป็นห่วงเข้าประคองพัดวี รจเรขให้ชื่นไปเอากระเป๋าบนศาลา พิมานพาเจษฎามานั่งจึงถามชื่นว่ารจเรขอยู่ไหน พอรู้ว่าไม่สบายก็รีบมาดู เจษฎาเอาน้ำให้รจเรขทานยา และพาไปนั่งที่โปร่งๆ เขาชักสงสัยจึงพูดเป็นนัยๆ

"กล้วยต้องพักผ่อนบ้าง พี่รู้ว่ากล้วยรักมาร์กี้ แต่กล้วยก็ต้องรักตัวเองด้วย กล้วยไม่ได้มีตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ"

รจเรขสะดุ้งสุดตัว "พี่...เจษ...ว่าอะไรนะคะ"
"เดี๋ยวนี้กล้วยมีพี่อีกคนไง พี่รักกล้วย ถ้ากล้วยไม่สบาย พี่ก็พลอยไม่สบายไปด้วยจริงมั้ย"

รจเรขโล่งอก...ลักษมณ์มาเห็นไม่พอใจ เข้ามาบอกให้ เธอขึ้นไปสวดศพ รจเรขเดินตามเขาไปอย่างโรยๆ ลักษมณ์บอกเธอว่าสวดจบแล้วให้พักผ่อนไม่ต้องทำอะไรอีก รจเรขบอกว่า

เธอไม่ได้เป็นอะไร เธอเต็มใจช่วย ลักษมณ์เหลือบมองเจษฎาแล้วพูดเปรยๆให้ได้ยิน

"ขอบคุณ ครั้งนี้จะเป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย หวังว่าคุณคงเข้าใจ..."

เจนจิราไม่พอใจที่คุณแขจัดให้รจเรขนั่งแถวหน้าคู่กับลักษมณ์ ส่วนเธอต้องอยู่แถวหลังๆ จอยบ่นว่า นึกว่าหมดก้างขวางคอ ยังมีแม่เลี้ยงมาเป็นมารอีก...ลักษมณ์กระซิบกับรจเรขว่าท่าทางเจษฎาจะเป็นห่วงเธอมาก รจเรขไม่รู้ว่าลักษมณ์จะมาไม้ไหน จึงตอบกลางๆว่าเจษฎาดีกับ
เธอมาก ลักษมณ์ทำเป็นแสดงความยินดีด้วยที่เธอจะได้มีความสุขเสียที "เขาคงดูแลคุณได้ดีกว่าคนอย่างผม คุณโชคดีแล้วนะ"

"เหรอคะ..." รจเรขมองลักษมณ์ด้วยความน้อยใจก่อนจะกล่าวขอบคุณ

ooooooo
กลับไปยังรายบอร์ด