กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 7] ตำรวจเหล็ก

TumruadCh7.png
6-12-2010 11:03



ตำรวจเหล็ก

ออกอากาศ : ทุกวัน ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7
บทประพันธ์โดย : คมสัน
บทโทรทัศน์โดย : ศิวาวุธ  ไพรีพินาศ / อารีย์  ทองน้อย
กำกับโดย : ทองก้อน  ศรีทับทิม
ผลิตโดย : โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป

รายชื่อนักแสดง

อัครา อมาตยกุล         รับบทเป็น พ.ต.ท.เอกภาพ
กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า         รับบทเป็น ปัทมา
อานัส ฬาพานิช         รับบทเป็น นักรบ
จิลล์ โรเจอร์         รับบทเป็น วันวิสาข์
อาริษา วิลล์ (ลูกตาล)         รับบทเป็น กรกช
ธันญ์ ธนากร         รับบทเป็น ชาญยุทธ
อุษณีย์ วัฒฐานะ         รับบทเป็น สิริมาศ
เจจินตัย อันติมานนท์         รับบทเป็น ปริญญา
โอลิเวอร์ บีเวอร์         รับบทเป็น พ.ต.ต.ธัญญะ
รมิดา ประภาสโนบล         รับบทเป็น เจนจิรา
เอกพงศ์ ผูกพันธุ์         รับบทเป็น ร.ต.อ.วีระชัย
รฐกร สถิรบุตร         รับบทเป็น ร.ต.ท.วรัญญา
อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา         รับบทเป็น สุพจน์

เรื่องย่อ ละครตำรวจเหล็ก

พ.ต.ท.เอกภาพ (อัครา อมาตยกุล) นายตำรวจหนุ่มมือดีจากค่ายนเรศวร ถูก พล.ต.ท.วิชัย เรียกตัวมาช่วยงานราชการ ให้เป็นหัวหน้าหน่วยนปพ.ฉก. โดยปฏิบัติการพิเศษปราบผู้ก่อการร้ายข้ามชาติขบวนการแอตแลนด์ติส ที่ใช้เมืองไทยเป็นฐานกำลังในการทำงานผิดกฎหมายทุกประเภท โดยอาศัยแก๊งอิทธิพล 2 แก๊งใหญ่ที่มีธุรกิจถูกกฎหมายบังหน้าอย่างแก๊งนายภูมิชาติ และแก๊งนายวิโรจน์ และที่สำคัญ ขบวนการแอตแลนด์ติสกำลังจะแลกซื้ออาวุธสงครามล็อตใหญ่ที่หากทำสำเร็จประเทศ ทั่วภาคพื้นเอเชียจะวุ่ยวายจากการก่อการร้ายแน่นอน พ.ต.ท.เอกภาพ ขอมือดีมาช่วยอีก4นาย พ.ต.ต.ธัญญะ (โอลิเวอร์ บีเวอร์) หน่วยอรินทร์ราช ร.ต.อ.วีระชัย (เอกพงศ์ ผูกพันธุ์) กรมสรรพาวุธ ร.ต.ท.วรัญญา (รฐกร สถิรบุตร) เชี่ยวชาญนิติวิทยาศาสตร์ จ.ส.อ.ทองใบ เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์

“นายวิโรจน์” ถูกแก็งค์คู่แข่งฆ่าตาย ซึ่งเป็นเหตุให้ “กรกช” (อาริษา วิลล์) ลูกสาวคนเดียวของนายวิโรจน์ต้องบินกลับจากต่างประเทศเพื่อมารับงานต่อจากนายวิโรจน์ และต้องมาขับเคี่ยวกับ “ชาญยุทธ” (ธันญ์ ธนากร) อดีตคนรักเก่าและเป็นลูกชาย “นายภูมิชาติ” คนสั่งฆ่านายวิโรจน์ ทั้งๆ ที่ในส่วนลึกนั้นทั้งกรกชและชายยุทธยังรักกันอยู่

“ปัทมา” (กาญเกล้า ด้วยเศียรเกล้า) นักข่าวสาวหัวเห็ดซึ่ง ต้องทำข่าวเกี่ยวกับแก็งค์อิทธิพล ไม่ค่อยชอบหน้า พ.ต.ท.เอกภาพ เท่าไหร่นัก เพราะ พ.ต.ท.เอกภาพไม่ให้ข่าวใดๆ แก่ปัทมา และที่สำคัญปัทมาต้องมาทำข่าวแข่งกับ “สิริมาศ” (อุษณีย์ แจ้งวัฒฐานะ) นักข่าวมือดีที่ไม่เคยยอมใคร

หน่วยนปพ.ฉก. คิดว่าการตายของวิโรจน์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นยาเสพติดและทองคำ เถื่อน จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อค้นหาตัวคนร้าย และสงสัยว่า “นักรบ -มือปืนพญายม” (อานัส ฬาพานิช) น่า จะมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ นักรบเคยเป็นนายตำรวจมือดีและเป็นเพื่อนของเอกภาพ แต่นุดีภรรยาของนักรบถูกกล่าวหาว่าค้ายาเสพติดและถูกฆ่าตัดตอน ทำให้นักรบต้องออกจากตำรวจ นักรบมักจะทำตัวลึกลับและปิดบังตัวเอง มีแต่เพียง หมอวันวิสาข์ (จิลล์ โรเจอร์) คุณหมอสาวสวยผู้อารีย์ เท่านั้นที่รู้ แต่เธอก็ มิเคยปริปาก และคอยดูแลลูกสาวของนักรบซึ่งป่วยเป็นโรคลูคีเมียเป็นอย่างดี

พ.ต.ท.เอกภาพ และทีมตำรวจเหล็กพยายามสืบหาหลักฐานและของกลางที่สูญหายไป แต่การทำงานมักจะติดขัดเสมอ ซึ่งเขาสงสัยว่าจะมีเกลือเป็นหนอน

จากการปฏิบัติงานของ พ.ต.ท.เอกภาพ และทีมตำรวจเหล็ก ทำให้เขาต้องพบกับ ปัทมา บ่อยขึ้น และก็มักจะมีปากเสียงกัน เพราะความวุ่นวายในความพยายามของปัทมาที่จะทำข่าว

ทีมตำรวจเหล็กถูกป่วนอย่างหนักไหนจะเรื่องมือปืนพญายมที่แสนจะคุมเครือ เรื่องของกลางที่ยังหาไม่ครบ แถมยังถูกแก๊งจับมือกันป่วนไม่ให้ทีมตำรวจเหล็กมีเวลาไปสืบค้นหลักฐานด้วย การ ส่งมือปืนพญายมปลอมออกก่อคดีเล็กคดีน้อยทั่วเมือง การลอบสังหารผู้นำชาวนา และทุกคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้แก๊งอิทธิพลทั้ง 2 และการวางระเบิดตามจุดสำคัญ แถมระเบิดยังต่อสายสลับซับซ้อนจนเกือบสูญเสีย ร.ต.อ.วีระชัยในการกู้ระเบิด แต่เอกภพมาช่วยบอกวิธีการกู้ระเบิดได้ทันเวลา จากเหตุการณ์นี้ทำให้เอกภพแน่ใจว่าเกลือในกรมตำรวจเป็นหนอนแน่นอน เพราะสถานการณ์ไม่ต่างกับที่เขาเคยโดนมาในอดีต อีกทั้งวิธีการวางระเบิดแบบนี้มีคนเดียวเท่านั้นที่วางได้คือ ลุงสิงห์แห่งแก๊งกรกช เพียงแต่ไม่เคยหาหลักฐานมัดตัวเขาได้เลย เพราะมีคนในช่วยเหลืออยู่

ทีมตำรวจเหล็กจะได้ข้อมูลจากหน่วยสืบราชการลับ ที่ปลอมตัวเข้าไปปะปนกับแก๊งภูมิชาติ พร้อมการสืบค้นของ พ.ต.ท.และทีมตำรวจเหล็กจากความร่วมมือจากปัทมาทำให้สามารถจับบอสส์ใหญ่ แต่ขบวนการแอตแลนด์ติสก็ยังดำเนินงานต่อ เอกภาพรู้ว่าต้องมีข้อผิดพลาดรีบสั่งให้ จ.ส.อ.ทองใบ ค้นหาข้อผิดพลาดจากคอมพิวเตอร์ จนถอดรหัสได้ว่าบอสส์ที่จับมาได้คือตัวปลอม แต่ต้องใช้เวลาในการถอดรหัสต่อว่าบอสส์จริงหน้าตาเป็นอย่างไร

พ.ต.ท. เอกภาพวางแผนเล่นงานคนร้ายแบบถอนรากถอนโค่น ด้วยการยุให้ทั้ง 2 แก๊งที่มีรอยร้าวเก่าอยู่เรื่องฆ่าหัวหน้า จากการสืบเรื่องของ พ.ต.ต.ธัญญะ เลยทำการปล่อยข่าวให้ทั้งแตกกันอีกครั้งในเรื่องผลประโยชน์ เอกภาพและทีมตำรวจเหล็กยอมเสี่ยง ด้วยการนำของกลางยาเสพติดที่เคยยึดมาได้ออกมาล่อ โดยขอให้ พล.ต.ท.วิชัย ปิดทุกอย่างเป็นความลับสุดยอด รู้เฉพาะทีมตำรวจเหล็กและพล.ต.ท.วิชัยเท่านั้น และเป็นจริงไปตามคาดความลับการขนย้ายของกลางรั่วไหลไปถึง 2 แก๊ง ต่างฝ่ายต่างก็อยากได้ของ จึงดักปล้นชิงยิงตำรวจคุ้มกันตายหมดและฉกของไป และเมื่อฉกของได้ต่างฝ่ายก็หักหลังกันชาญยุทธคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าแต่ผิด ถนัด กรกชตลบหลังจนชาญยุทธต้องหนีอย่างทุลักทุเลยังดีที่รอดชีวิตมาได้จากการช่วย เหลือของคมสันต์ ลุงสิงห์เองก็เปิดเผยตัวว่าเป็นพ่อที่แท้จริงของกรกช แต่ถูกเพื่อนรักอย่างวิโรจน์แย่งชิงเมียไปตอนที่ถูกเอกภพจับเข้าคุก เมื่อออกจากคุกมาก็ต้องหวานอมขมกลื่นดูลูกเมียตัวเองตกเป็นของคนอื่น แต่ที่ต้องทนก็เพราะให้ลูกสาวขึ้นเป็นใหญ่แบบวันนี้

เอกภาพและทีมตำรวจเหล็กโดนเล่นงานอย่างหนักถึงขนาดยุบหน่วย ปัทมาเป็นห่วงเอกภาพ แต่งงที่เอกภาพและทุกคนในทีมต่างทำเป็นทองไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่างทำงานเหมือน ไม่เกิดอะไรขึ้น ลุงสิงห์วางแผนให้กรกช และสุพจน์ (อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา) นำทีมขนยาเสพติด ทองคำเถื่อน และเงิน ไปแลกอาวุธสงคราม สิริมาศและปริญญา (เจจินตรัย อันติมานนท์) เปิดเผยตัวเป็นมือขวาของบอสส์ใหญ่มาช่วยงานนี้ และจะช่วยเก็บมือปืนพญายมหลังจากที่ทำงานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้น กรกชสงสัยว่าใครคือบอสส์ใหญ่ ลุงสิงห์บอกเพียงหลังหมดภารกิจนี้ทุกอย่างจะเปิดเผยเอง

จ.ส.อ.ทองใบ ถอดรหัสพบว่าบอสส์ใหญ่คือรูปสมมุติเป็นการร่วมมือกันระหว่าง ลุงสิงห์และ พล.ต.ท.ชาลี ทีมตำรวจเหล็กถึงกับอึ้ง เอกภาพวางแผนจับตัวการใหญ่วันแลกสินค้า ธัญญะสืบรู้เรื่องมือปืนพญายมน่าจะเป็นนายตำรวจเก่าฝีมือดี เอกภาพตามสืบเรื่องที่ทำงานของนักรบ จนเห็นนักรบติดต่อกับคนของสิงห์ทำให้เอกภาพแน่ใจว่านักรบคือมือปืนพญายม ลุงสิงห์บังคับให้นักรบมาช่วยงานโดยจับตัวน้องดาวเป็นตัวประกันไว้เผื่อนัก รบไม่ยอมทำตามคำสั่ง ปัทมาไปเยี่ยมน้องดาวพอดีเลยถูกจับไปพร้อมวันวิสาข์และน้องดาว นักรบขอความร่วมมือจากเอกภาพให้ช่วยกันโค่นทั้ง 2 แก๊ง และขบวนการแอตแลนติส โดยให้สัญญากับเพื่อนรักว่าหลังจากงานนี้จะขอมอบตัว เพราะรู้ว่าตัวเองต้องมีวันนี้ขึ้นสักวัน แต่ตอนนี้ขอให้ช่วยกันก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวประกันเอกภาพตกลง

ลุงสิงห์ และ พล.ต.ท.ชาลี มาคุมแลกสินค้าด้วยตัวเอง ชาญยุทธ คมสันต์รวบรวมพรรคพวกเข้าโจมตีกรกชกับสุพจน์ กรกชยิงชาญยุทธทิ้งทั้งน้ำตา คมสันต์ถูกสุพจน์ยิงตาย แต่กรกชกับสุพจน์ก็ไปไม่รอดเมื่อเอกภาพ พร้อมทีมตำรวจเหล็กเข้าจับกุม กรกชถูกเอกภาพยิงบาดเจ็บสาหัส สุพจน์บังกรกชไว้จนตัวตาย ลุงสิงห์มาช่วยกรกชออกไปได้แต่ก็ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว พล.ต.ท.ชาลี ขู่จะฆ่าตัวประกัน นักรบที่แยกตัวออกไปช่วยเหลือตัวประกันสำเร็จให้สัญญาณเข้าจับกุม พล.ต.ท.ชาลี ได้พร้อมของกลางทั้งหมด ทีมตำรวจเหล็กสร้างผลงานชิ้นโบว์แดง แต่เอกภาพกลับคิดหนักเรื่องนักรบ

ลุงสิงห์หนีรอดไปได้บังคับให้นักรบฆ่าเอกภาพ แก้แค้นให้กรกชโดยแลกกับสเต็มเซลล์ ที่จะรักษาน้องดาวได้ นักรบตัดสินใจเลือกทางรอดของลูกสาว ยอมเป็นมือสังหารฆ่าเพื่อนรักตัวเอง เมื่อก่อนถึงเวลานัดวันวิสาข์ได้แจ้งข่าวให้นักรบรู้ว่าเอกภาพมีสเต็มเซลล์ ตรงกับน้องดาว นักรบปล่อยให้เอกภาพยิงตัวเองแต่เอกภาพกลับพบเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นคือ นักรบไม่มีลูกปืนตั้งแต่ต้นเขายอมตายเพื่อให้เพื่อนจับลุงสิงห์ได้ ขอเพียงให้เอกภาพช่วยดูแลน้องดาวต่อจากเขาและบอกลูกด้วยว่าพ่อเป็นตำรวจที่ ดีตายในหน้าที่ พ.ต.ท.ธัญญะ เข้าจับกุมลุงสิงห์แต่ลุงสิงห์กลับฆ่าตัวตาย แต่ก่อนตายก็ยังสร้างความสูญเสียให้ทีมตำรวจเหล็กด้วยการ ฆ่าเจนจิรา (รมิดา ประภาสโนบล) หน่วยสืบราชการลับ ที่ปลอมตัวไปอยู่กับ ภูมิชาติ และวางระเบิดให้ ร.ต.อ.วีระชัยไปกู้แต่ไม่สำเร็จถูกระเบิดตาย วรัญญาเสียใจมากเพราะพึ่งจะได้สัญญากันว่าหลังจากปิดคดีนี้แล้วทั้งคู่จะ แต่งงานกัน ปัทมากับวันวิสาข์พยายามจะมาบอกข่าวเอกภาพว่านักรบตัดสินใจที่จะตายด้วยมือ เพื่อนรักแต่ไม่ทันการ

ปัทมาได้ข่าวใหญ่ในรอบปีที่ตำรวจไทยโค่นอำนาจขบวนการแอตแลนด์ติสสำเร็จแต่ เธอต้องสูญพี่สาวคือเจนจิราหน่วยสืบราชการลับ ทีมตำรวจเหล็กก็ต้องสูญเสียวีระชัย เอกภาพเข้ารับการผ่าตัดแยกสเต็มเซลล์ให้น้องดาว น้องดาวผ่าตัดปลอดภัย ถึงแม้เด็กน้อยจะเสียใจที่สูญเสียพ่อ แต่เธอจะไม่อ่อนแอเพราะเธอเป็นลูกสาวนายตำรวจที่เก่งที่สุด และตอนนี้เธอก็มีทุกอย่างพร้อมเพราะมี ปัทมาเป็นแม่ เอกภาพเป็นพ่อ ถึงแม้จะเขินอายแต่ปัทมาก็มิอาจปฎิเสธการเรียกร้องของหัวใจระหว่างตำรวจ เหล็กกับนักข่าวหัวเห็ดไปได้

.........................จบบริบูรณ์...........................

ที่มา :  

เรื่องย่อแบบละเอียด ละครตำรวจเหล็ก

ที่มา :  

ตอนที่ 1

วิโรจน์ พ่อค้ายาระดับชาติ ให้สุพจน์กับลูกน้อง ไปรับของจากเจมส์ที่สนามบิน ขณะกำลังขนยาและเงินจากเครื่องบินเล็กมาใส่รถตู้ สุพจน์จับมือกับเจมส์ และบอกให้รายงานบอสด้วยว่าทางนี้เขาจะจัดการต่อเองไม่ต้องห่วง เจมส์พยักหน้าแล้วหันกลับจะไปขึ้นเครื่องบิน พลันตำรวจบุกเข้ามาจับ เกิดการยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่น เจมส์หนีขึ้นเครื่องแต่ยังไม่สามารถเอาเครื่องขึ้นได้เพราะถูกกระหน่ำยิง กลับมีพวกของคมสันต์ โผล่ออกมายิงตลบหลังทั้งตำรวจและลูกน้องสุพจน์กับเจมส์ตายหมด แล้วขนยาเสพติดและเงินใส่รถตู้คอน-เทนเนอร์เชิดหนีไปอย่างลอยนวล

สุ พจน์ขับรถหนีออกมาได้รีบโทร.รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับลุงสิงห์ "ฮัลโหล ฮัลโหล...เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ เราได้ของมาเรียบร้อยแล้วแต่ว่าถูกตำรวจมาดักจับ ตอนที่ผมหนีออกมาเห็นว่ามีอีกพวกมาซุ่มยิงตำรวจเหมือนกันครับ พวกนั้นน่าจะได้ของไป ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครครับ พวกเราถูกยิงตายหมดเลยครับ มีผมหนีมาได้คนเดียว..."

"อะไรนะ! พวกตำรวจมันรู้ได้ยังไง...ของถูกชิงไปเหรอ ฝีมือใคร...เอ็งหลบให้ดี อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ" ลุงสิงห์วางสายแล้วหันไปรายงานวิโรจน์ซึ่งรอฟังอยู่

"บรรลัยล่ะสิ แกรีบบอกสุพจน์ให้ไปดูที่ปั๊มด่วนเลย ถ้ามันรู้ว่ามีของจากสนามบินเล็กมันก็ต้องรู้ว่ามีที่ปั๊มด้วยเหมือนกัน"

"จะให้ผมไปที่ปั๊มเองมั้ยครับนาย" ลุงสิงห์ถามอย่างกังวล

วิโรจน์ดูนาฬิกาข้อมือ "แกไปรับยัยหนูที่สนามบินตามเดิมแหละ เดี๋ยวจะผิดเวลา ทางนี้ฉันจะรายงานบอสเอง"

ลุงสิงห์รับคำแล้วหยิบมือถือกดหาสุพจน์สั่งการตามที่วิโรจน์สั่ง...

ปลาย รันเวย์ซึ่งมีซากเครื่องบินกระจายอยู่เกลื่อนกลาด พ.ต.อ.เอกภาพ กับ พ.ต.ต.ธัญญะ และนายตำรวจจากท้องที่อีกสามนายกำลังตรวจที่เกิดเหตุ ตำรวจนายหนึ่งรายงานว่า

"ทางเราได้รับแจ้งว่าจะมีการขนของผิดกฎหมายครับ กำลังชุดแรกมาดักซุ่มจับแล้วถูกคนร้ายยิงตายทั้งชุดเลยครับ"

"เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่ส่งข่าวให้หน่วยพิเศษเฉพาะกิจเราจัดการล่ะ" เอกภาพเอ็ด

นายตำรวจทั้งสามอึกอักกว่าจะตอบว่า ข้างบนไม่ได้ สั่งการ   ธัญญะพูดขึ้นมาลอยๆ...กลัวไม่ได้ความดีความชอบ

ทั้งสามก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร    เอกภาพกับธัญญะจึงสวม

ถุงมือตรวจหาหลักฐาน...

รถ ของปัทมากับโข่ง นักข่าวหัวเห็ดที่ต้องทำข่าวเกี่ยวกับแก๊งอิทธิพล แล่นเข้ามาจอดไล่เลี่ยกับรถมูลนิธิ ปัทมากับโข่งลงจากรถตรงรี่มาที่เกิดเหตุ พอเอกภาพเห็นว่าเป็นนักข่าวมาพร้อมกล้องวีดิโอก็รีบเข้าไปห้าม   "เขาห้ามเข้าไม่เห็นเหรอคุณ"

"ฉันเป็นนักข่าวจากรายการเกาะประเด็น จะเข้าไปเก็บภาพทำสกู๊ปข่าว"

"จากรายการอะไรก็เข้าไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ เจ้าหน้าที่ เค้ากำลังปฏิบัติงานอยู่"

"แล้วทำไมคุณเข้าไปได้" ปัทมามองเอกภาพกับธัญญะที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบ

ไม่ทันไร นายตำรวจคนหนึ่งเข้ามาทำความเคารพเอกภาพ "ไม่พบหลักฐานอะไรที่เป็นเอกสารเลยครับรองผู้กำกับ มีแต่ปลอกกระสุนเต็มไปหมด"

"จ่าอย่าเพิ่งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเคลื่อนย้ายศพนะ เดี๋ยวขอทีมผมมาตรวจที่เกิดเหตุก่อน"

"ครับ รองผู้กำกับ"

โข่งเข้ามาสะกิดปัทมา "รองผู้กำกับเชียวนะแก ไอ้ปัด"

"รอง ผู้กำกับแล้วไง ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นตำรวจ เครื่องแบบก็ไม่แต่ง งั้นพี่โข่งถ่ายเก็บบรรยากาศเอาไว้ให้เยอะๆเลยนะ ถ่ายจากข้างนอกนี่แหละ เขาไม่ให้เข้าก็ไม่ต้องเข้า ใช้ กล้องซูมเข้าไปคงไม่ผิดใช่มั้ยคะ รองผู้กำกับ" ปัทมามองเอกภาพกวนๆ

เอกภาพส่ายหน้าไม่อยากต่อล้อต่อ เถียง...ไม่นาน ร.ต.อ.วีระชัย ร.ต.ท.วรัญญา และดาบทองใบมาพร้อมด้วยอุปกรณ์ การทำงาน ตรงไปยังที่เกิดเหตุ นักข่าวท้องถิ่นกรูตามมาจะทำข่าวแต่เข้าไม่ได้เช่นกัน ปัทมายังบ่นกับโข่งเซ็งๆ โข่งจึงบอกว่าเดี๋ยวเขาจะดึงภาพเข้ามาให้สุดๆ

"ได้ภาพน่ะไม่ห่วงหรอกพี่ แต่เนื้อข่าวนี่สิ ท่าทางท่านรองขี้เก๊กนั่นคงจะไม่ให้ข้อมูลอะไรเราหรอก"

"อัน นั้นก็ไม่ยาก พี่มีไอ้นี่ รับเสียงได้รัศมีร้อยเมตร สบายๆ" โข่งเอาไมค์ที่ประดิษฐ์เองติดกับกล้องแล้วลงมือถ่าย ซึ่งปัทมามองอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจอุปกรณ์ของโข่งเท่าไหร่นัก...

จาก การเก็บหลักฐาน ทองใบถ่ายภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ธัญญะดูสภาพศพแต่ละศพแล้วคุยกับเอกภาพ "คงไม่ใช่เรื่องการซื้อขายแล้วจับกุมกันแบบธรรมดาซะแล้วละครับรอง"

"มีอะไรผิดสังเกตเหรอสารวัตร"

"ดูจากภาพโดยรวมแล้วน่าจะมีมือที่สามเข้ามาร่วมด้วย"

เอกภาพ มองธัญญะเหมือนต้องการความเห็นเพิ่มเติม ธัญญะจึงอธิบายว่า "จากวิถีกระสุนแสดงว่าเจ้าหน้าที่หลายคนถูกยิงจากด้านหลัง เจ้าหน้าที่คงกำลังปะทะกับฝ่ายโน้นที่ตาย เกลื่อนเหมือนกัน คงเป็นไปไม่ได้ที่ทางโน้นจะลอบยิงด้านหลังนี่ เพราะไม่มีเลือดสักหยด มีแต่ปลอกกระสุน"

เอกภาพจึงคิดว่านั่นคือมือที่สามที่มากวาดเอาของ กลางไปทั้งหมด วรัญญาพบทะเบียนรถทั้งสองคันอยู่ในที่เกิดเหตุ เอกภาพจึงสั่งให้เช็กด่วนว่าใครเป็นเจ้าของ ทันใด มือถือเอกภาพดังขึ้น เขาหยิบออกมาดูเบอร์ก่อนจะรับสาย "ครับผม...ที่ไหนนะครับ!...ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"

พอวางสาย เอกภาพหันมาสั่ง "สารวัตรจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยนะ มีเหตุเกิดอีกจุดนึง...เดี๋ยวผู้กองกับหมวดไปกับผมนะ บอกดาบทองใบหาให้เจอว่าใครเป็นเจ้าของทะเบียนรถ"


วีระชัยกับวรัญ ญารับคำแล้วรีบเดินตามเอกภาพไป... ปัทมาเห็นเอกภาพสั่งงานแล้วเดินไปผิดสังเกต จึงรีบบอกโข่ง "สงสัยจะมีเรื่องอีกที่ รีบตามรองขี้เก๊กนั่นไปเร็ว..."

ooooooo

บริเวณ ปั๊มน้ำมันถูกระเบิดและไฟไหม้เสียหาย ถูกกั้นพื้นที่ไว้ด้วยแถบผ้า พนักงานดับเพลิงเริ่มเก็บท่อหลังจากฉีดน้ำควบคุมไฟไว้ได้แล้ว ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ถ่ายรูปเป็นหลักฐานประกอบคดี เจ้าหน้าที่มูลนิธิหามศพพนักงานรถน้ำมันที่ถูกยิงตายมาวางเรียงกัน

เอกภาพ ขับรถมาจอด อีกมุมหนึ่ง สิริมาศ ปริญญา และเก่ง ทีมนักข่าวสถานีโทรทัศน์คู่แข่งของปัทมากำลังเตรียมการรายงานสด รถปัทมามาถึง โข่งเห็นทีมสิริมาศก็บ่นทันที

"เป็นไง นึกว่างานนี้จะไม่ได้เจอพวกนี้ซะอีก เจอกันทีไร รายการเรากลายเป็นของแห้งของดองทุกที"

"ช่างเถอะพี่โข่ง หน้าที่ใครหน้าที่มัน เราก็ทำของเราให้ดีที่สุดพอแล้ว พี่โข่งเก็บภาพไปนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาข้อมูลสักหน่อย"

ขณะ นั้น วรัญญากับวีระชัยกำลังสอบถามเด็กปั๊มที่ท่าทางยังตื่นกลัวอยู่ ได้ความว่าทางปั๊มมีกล้องวงจรปิดแต่ใช้การไม่ได้ ก็เซ็ง ที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ชอบติดกล้องไว้ให้โจรกลัวเท่านั้น... ปัทมาเดินมาหาเอกภาพ

"คุณ...เอ๊ย...ไม่ใช่สิ ท่านรองผู้กำกับคิดว่าเหตุการณ์ที่นี่จะเกี่ยวกับที่เกิดขึ้นที่สนามบินเล็กนั่นหรือเปล่า"

"ผมยังบอกอะไรไม่ได้หรอก"

"ทำไมบอกไม่ได้ล่ะคะ บอกไม่ได้หรือว่าไม่บอกกันแน่" ปัทมาโวยเล็กๆ โข่งรีบปราม

ปัทมาไม่พอใจ "ก็มีที่ไหนล่ะพี่โข่ง ตำรวจบอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยมันก็ต้องมีการสันนิษฐานจากสิ่งที่เห็นกันได้ไม่ใช่เหรอ"

"สันนิษฐานในเชิงการสอบสวนน่ะเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วครับ แต่จะให้ข่าวแบบสันนิษฐานน่ะผมคงทำไม่ได้" เอกภาพพูดจบเดินเลี่ยงไปดูที่เกิดเหตุ

ปัทมามองตามอย่างหมั่นไส้ โข่งรู้สึกว่าเอกภาพไม่ถูกชะตากับปัทมาเอาเสียเลย ปัทมายักไหล่ไม่แคร์ "ไม่เห็นจะแคร์ กะอีแค่ตำรวจขี้เก๊กคนนึงเท่านั้นเอง...แล้วจะยืนรอทำไม ไม่ถ่ายงานเหรอ หรือว่าจะให้ไปถ่ายเอง"

"แน้...เดี๋ยวนี้มีเหวี่ยงด้วยแฮะ ชักทำตัวเป็นผู้หญิงขึ้นทุกวัน" โข่งแขวะแล้วเดินไป

ปัท มามองตามเอกภาพอย่างหมั่นไส้ แล้วแกล้งเดินเกร่ไปใกล้ๆหวังแอบฟังความคืบหน้า เด็กปั๊มกำลังเล่านาที ระทึกขวัญให้ฟังว่ามีการใช้ปืน RPG ยิงใส่ปั๊ม ดีที่เขาปิดวาล์วแก๊สได้ทัน ไฟเลยไม่ลุกลาม ปัทมาได้ยินรีบเข้าไปแทรก

"เหตุผลจะอ่อนไปมั้ยคะคุณตำรวจที่คนร้ายตั้งใจปล้นรถน้ำมันคันเดียว โดยไม่สนใจทรัพย์สินภายในปั๊ม"

"แต่เรายังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งนะครับ"   ตำรวจตอบปัทมา

เอกภาพ คิดว่าคนเจ็บคนตายเหล่านั้นจะตามมาคุ้มกันรถน้ำมันแค่นั้นหรือ นายตำรวจรายงานว่าเด็กปั๊มยืนยันเช่นนั้น... ปัทมามองไปเห็นสิริมาศคู่แข่งกำลังรายงานข่าวอยู่มุมหนึ่งเป็นเรื่องเป็น ราวออกไปว่าเป็นการแย่งชิงน้ำมันกัน แถมหันมายิ้มเยาะใส่เธอ ปัทมายิ่งสงสัยถามเอกภาพว่าเป็นเพียงแค่การแย่งชิงน้ำมันจริงหรือ แต่เอกภาพนิ่งไม่ตอบ

"อ้อ...ลืมไป คุณคงจะยังสรุปอะไรไม่ได้ตามเคย เอ... แล้วไอ้รถขนน้ำมันคันนั้นมันสำคัญยังไงถึงต้องใช้คนคุ้มกัน" ปัทมาอดที่จะซักถามอีกไม่ได้ แต่เอกภาพก็ยังนิ่งไม่ตอบ...

ยอดชาย เดี่ยว เหน่ง และสักที่ชิงรถน้ำมันมาจอดในซอยแยกเล็กๆริมถนนนอกเมือง แล้วตรวจสอบในถังน้ำมันซึ่งไม่มีน้ำมันซักหยด เพราะมันเป็นรถที่ขนทองคำแท่ง ว่ามีของอยู่ครบ

เอกภาพเดินมาที่รถพูดมือถือสั่งการให้ทองใบซึ่ง อยู่ที่หน่วยพิเศษดึงข้อมูลจากดาวเทียมมาตรวจสอบว่า รถบรรทุก น้ำมันที่ถูกชิงไปมุ่งหน้าไปทางไหน  ปัทมาเงี่ยหูฟัง  ทองใบ

ตอบว่า ต้องใช้เวลาประมาณสองสามนาที จากนั้นเขาก็ดึงภาพออกมาได้ว่า มีรถสามคันวิ่งตามกันออกจากบริเวณปั๊ม... เอกภาพขับรถไปตามถนนนอกเมืองมีวีระชัยและวรัญญานั่งไปด้วย โดยมีรถของปัทมาขับตามไปห่างๆ เอกภาพขับมาตามคำบอกเล่าของทองใบ จนมาพบรถบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ตรงปากทางแยกนอกเมือง วีระชัยกับวรัญญารีบเข้าไปตรวจค้น ปัทมากับโข่งรีบเข้าไปถ่ายภาพทำข่าว วรัญญาลงไปตรวจในถังน้ำมันแล้ว
ขึ้นมารายงานเอกภาพว่า ถังนี้ไม่ได้ บรรทุกน้ำมัน แต่เศษที่เก็บได้น่าจะเป็นทองคำแท่ง ทันใด... ทองใบโทร.เข้ามาบอกเอกภาพว่า รู้เจ้าของป้ายทะเบียนรถแล้ว เอกภาพหันมาพยักหน้าเรียกวีระชัยกับวรัญญาให้ขึ้นรถ...

เอกภาพกับลูก น้องมาที่บ้านวิโรจน์เพื่อแจ้งข่าวว่า "เมื่อช่วงสายๆมีการยิงกันที่ใกล้ๆสนามบินเล็กนครนายก น่าจะเป็นการหักหลังเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย"

"เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คุณตำรวจมาหาผมถึงบ้านนี่ล่ะครับ"


"พวกเราคงจะไม่มารบกวนคุณวิโรจน์หรอกครับ ถ้าไม่บังเอิญว่ารถที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุมันเป็นของลูกน้องคุณวิโรจน์ที่ชื่อสุพจน์"

วิโรจน์ ทำเป็นไม่มีอะไรน่าตกใจ   เขาให้ป้านิ่มไปตามสุพจน์มา ป้านิ่มหายไปสักพักกลับมาพร้อมสุพจน์ซึ่งเข้าเฝือกขาซ้าย เมื่อวิโรจน์ถามตามที่เอกภาพถาม สุพจน์ก็ตอบว่ารถของเขาหายไปสี่วันแล้ว และเขาก็ได้แจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว เอกภาพขอดูใบแจ้งความ สุพจน์เรียกสักลูกน้องไปเอามา สักทำหน้างงๆ สุพจน์จึงพูดย้ำว่า

"ก็ใบแจ้งความรถหายยังไงเล่า นี่แกอย่าบอกนะว่าแกยังไม่ได้ไปแจ้งความให้ฉันอีก"

สัก รับมุกทันทีว่าแจ้งความแล้วแต่ทำใบแจ้งความหาย สุพจน์เอ็ดลูกน้องแล้วหันมาบอกเอกภาพว่าเขาตกบันไดขาหัก เข้าเฝือกมาเกือบอาทิตย์แล้ว จึงให้สักไปจัดการแทน วรัญญามองเฝือกที่ขาสุพจน์เหมือนสายตาเอกซเรย์ วิโรจน์รีบไกล่เกลี่ยว่า ถ้าคนของเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายจริง เขาไม่เอาไว้แน่ แต่วันนี้เขาคงรับรองแขกได้ไม่ถนัดเพราะเขากำลังเตรียมต้อนรับลูกสาวกลับจาก เมืองนอก เอกภาพจึงลากลับ

พอออกมาที่รถ วรัญญารีบรายงานว่า เฝือกที่ขาสุพจน์ เป็นของเก่าเกินอาทิตย์แต่มีรอยยาที่ขอบเฝือกดูใหม่ และที่แขนเสื้อมีคราบเลือด แสดงว่าอาจถูกกระสุนเฉี่ยวมา เอกภาพพยักหน้าคงต้องปล่อยไปก่อน และหาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ให้ได้ก่อน

ooooooo

ย่าน การค้าที่มีอาคารสูงเสียดฟ้าจุดหนึ่งใน กทม. นักรบแต่งตัวเหมือนนักธุรกิจติดหนวดสวมแว่นดำ เดินถือกระเป๋าอย่างนักธุรกิจทั่วไป ตรงไปยังตัวอาคาร ขึ้นลิฟต์ไปบนชั้นดาดฟ้าตึก ของในกระเป๋าของเขาเป็นปืนไรเฟิลติดกล้อง ซึ่งเขากำลังซุ่มยิงใครบางคน...

ยอดชายกับคมสันต์กลับมารายงาน ภูมิชาติซึ่งกำลังหวดลูกกอล์ฟเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ว่างานที่ทำสำเร็จด้วยดี ของทุกอย่างอยู่ในมือหมดแล้วทั้งสามอย่าง ภูมิชาติพอใจมาก

"ยอดชาย แกเอาของไปเก็บไว้ที่ที่เราเคยคุยกันเอาไว้ ส่วนคมสันต์ แกเตรียมพวกเราให้พร้อม ฉันจะรีบนัดหมายแลกของให้เร็วที่สุด บอสจะได้รู้ซะทีว่าเชื่อใจคนผิด ไอ้วิโรจน์ มันคิดว่าจะได้เป็นมือขวาตัวแทนของบอสในภูมิภาคเอเชียนี่ ฉันอยากจะเห็นหน้ามันนักว่าตอนผิดหวังขนาดนี้มันจะทำหน้ายังไง ฮ่ะๆๆๆ..."

ใน ขณะที่วิโรจน์กำลังคุยกับสุพจน์ว่า เขาพอจะเดาได้ว่าใครเป็นมือที่สาม และวิโรจน์ก็ได้โทร.ไปหานายตำรวจใหญ่ คนหนึ่ง เพื่อขอให้ทำใบแจ้งความย้อนหลังให้แก่เขาด้วย...

ลุงสิงห์มารอรับ กรกช ที่เดินทางกลับจากอเมริกา กรกชเข็นรถออกมากับชาญยุทธ์ ทั้งสองล่ำลากันแบบฝรั่ง ก่อนที่กรกชจะเข็นรถมาหาลุงสิงห์ "คุณพ่อไม่ได้มาด้วยเหรอคะลุงสิงห์"

"คุณท่านมีเซอร์ไพรส์รอคุณหนูอยู่ที่บ้านแน่ะครับ"

ขณะ นั่งรถโดยมีนงเป็นคนขับรถ และมีรถลูกน้องลุงสิงห์ ตามหลังอีกคัน...คมสันต์มารับชาญยุทธ์ไปขึ้นรถอีกทางหนึ่ง ระหว่างทางได้มีมอเตอร์ไซค์ตามมาประกบยิงรถกรกช ปรากฏว่ายิงผิดคัน คนร้ายตกใจรีบหนีไป กรกชอยู่ในรถอีกคันตื่นตกใจ

"ลุงสิงห์รู้ใช่มั้ยคะว่าจะมีคนมาลอบยิงถึงได้บอกให้ เปลี่ยนรถ"

"ลุงไม่รู้หรอกครับคุณหนู แต่ลุงกลัวว่าจะเป็นแบบนี้"

"แล้วมันเรื่องอะไรกันคะ  มันจะฆ่าลุงสิงห์หรือว่าจะฆ่าหนู"

"เรื่องมันซับซ้อนวุ่นวายครับ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วคุณท่าน คงบอกให้คุณหนูทราบเอง"

พลัน วิโรจน์โทร.มา   กรกชดีใจรีบพูดคุยแต่ไม่บอกเรื่องถูกยิง สองพ่อลูกพร่ำบอกคิดถึงกันและกัน...พอวางสายจากลูกสาว ป้านิ่มถือถาดของว่างเข้ามา ทันใดนักรบซึ่งซุ่มอยู่บนยอดตึก ได้ประทับปืนยิงมาใส่วิโรจน์ตัดขั้วหัวใจ ทะลุมาโดนถาดในมือป้านิ่มกระเด็น วิโรจน์ล้มลงขาดใจตาย ป้านิ่มร้องโวยวายลั่นบ้าน

นักรบถอดปืนเก็บใส่ กระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบดาวสีดำออกมาวางไว้ที่ขอบดาดฟ้า แล้วหิ้วกระเป๋าเดินออกไป... เอกภาพได้รับรายงานรีบรุดไปที่บ้านวิโรจน์ ธัญญะ วรัญญา และวีระชัยตรวจสภาพศพและหาหลักฐาน ธัญญะรายงานเอกภาพ

"งานนี้ไม่ต้องหารอยมือรอยเท้าคนยิงเลยครับรอง กระสุนไนโตรยังงี้ ยิงไกลเป็นกิโล"

"ระยะหวังผลอยู่ที่เท่าไหร่" เอกภาพถาม

"ถ้าปืนดี กล้องดี 1,500 หลา คือระยะสำหรับเด็กฝึกยิง แต่นัดเดียวจอดแบบนี้ระดับมืออาชีพครับ" ธัญญะยังบอกอีกว่า ถ้าป้านิ่มไม่มีถาดทองเหลืองบังอยู่ คงเสร็จไปด้วย

พอถามวิถีกระสุน จากวรัญญา  รู้ว่าเป้าหมายไม่เกิน 15 องศา ธัญญะก็สรุปได้ว่าต้องมาจากดาดฟ้าตึกไกลโน่น เอกภาพจึงให้ไปตรวจดู...กรกชกับลุงสิงห์กลับมาถึงบ้าน ตกใจเมื่อเห็นวิโรจน์ถูกยิงตาย กรกชจะเข้าไปดูศพพ่อ แต่วีระชัยกันไม่ให้เข้า จึงเถียงกันเล็กน้อยก่อนเอกภาพจะมาพาเข้าไป สุพจน์เองก็รีบมาคุยกับลุงสิงห์ว่าเขาไม่รู้ว่าใครทำ

บนดาดฟ้าตึกที่ ธัญญะกับวรัญญามาตรวจสอบ พบ ดาวดำที่มือปืนทิ้งไว้ ธัญญะกล่าวทันทีว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าฝีมือใคร...ทั้งสองกลับมาที่บ้าน วิโรจน์ รายงานเอกภาพและสรุปให้กรกชกับลุงสิงห์ฟังว่าจากหลักฐานที่พบเป็นการจ้างวาน ให้มือปืนมาฆ่า

"จากวิธีการลงมือฆ่า ประกอบกับหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ  โดยเฉพาะของชิ้นนี้  ดาวดำมันตรงกับลักษณะการทำงานของมือปืนอาชีพที่ใช้ชื่อว่านักฆ่าพญายม ที่จะทิ้งดาวดำเอาไว้ที่ศพเหยื่อทุกครั้งเหมือนเป็นลายเซ็น"

"แล้วใครเป็นคนจ้างนักฆ่าพญายมอะไรนั่นมาฆ่าคุณพ่อฉันเพื่ออะไร"

เอกภาพรู้ว่ากรกชเสียใจมาก เขาถามลุงสิงห์ว่าวิโรจน์มีศัตรูหรือมีปัญหากับใครอยู่บ้าง ลุงสิงห์ตอบว่า "เท่าที่รู้ก็ไม่มี

นะครับ คุณท่านเป็นคนดีมีเมตตา ไม่เคยมีปัญหากับใครหรอกครับ"

กรกช โวยวายให้ตำรวจส่งคนออกตามจับคนร้ายมาให้ได้ ตั้งรางวัลนำจับออกไปเลยเท่าไหร่เธอยอมจ่าย ลุงสิงห์ปลอบกรกชให้ใจเย็นๆ...พอเจ้าหน้าที่นำร่างวิโรจน์ออกไปขึ้นรถ กรกชกับลุงสิงห์เดินตามออกมา เจอปัทมากับโข่งมาทำข่าว ลุงสิงห์รีบสั่งสุพจน์

"อย่าให้นักข่าวมายุ่มย่ามในนี้"

สุ พจน์รีบกันปัทมากับโข่งไม่ให้เข้าไปในบ้าน โข่งจึงต้องใช้วิธีการเดิมคือซูมภาพเข้าไปให้ใกล้ที่สุด ปัทมาเห็นเอกภาพเดินนำลูกทีมออกมา จึงปรี่เข้าไปถาม "ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงคะรองผู้กำกับ   วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นติดๆกันแบบนี้

คิดว่ามีอะไรที่เกี่ยวโยงกันรึเปล่าคะ"

"ผม ยังตอบอะไรไม่ได้หรอกครับ เรื่องมันเพิ่งจะเกิดขึ้น ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน คุณอย่าพยายามโยงเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้าด้วยกันเลยครับ รอให้รู้ชัดว่ามันคือเรื่องอะไรแล้วค่อยสรุปดีกว่า"

"คุณมีหน้าที่คลี่คลายความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันก็มีหน้าที่ตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้เหมือนกันนะคะรองผู้กำกับ"

เอกภาพ โต้ว่าวิโรจน์และครอบครัวไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เขามีสิทธิ์ปกป้องความเป็นส่วนตัวไม่ให้ใครละเมิด ปัทมาจึงถามว่า "แล้วไอ้การที่คุณไม่ยอมให้ข้อเท็จจริงกับฉันนี่ ถือว่าเป็นการบิดเบือน ละเมิดสิทธิของสื่อมวลชนได้หรือเปล่าคะ"

"ความจริงมันเป็นอื่นไปไม่ได้หรอกครับคุณ รอให้ความจริงมันปรากฏก่อนสิครับ แล้วคุณจะตีแผ่ยังไงก็คงไม่มีใครว่า"

ปัท มาทิ้งท้ายว่าเขาคงไม่ทำให้มันเลือนหายไปกับสายลมหรอกนะ ก่อนจะเดินไปทำข่าวจุดอื่น...ทีมของสิริมาศ มาถึง เธอเตรียมพร้อมทั้งทรงผมและการแต่งตัวที่จะรายงานสด ปริญญากับเก่งถือกล้องตามมาติดๆ แต่ก็ถูกสุพจน์กันไม่ให้เข้าไปในบ้านเช่นกัน สิริมาศไม่พอใจสั่งปริญญาตั้งกล้องให้เห็นแบ็กกราวด์เป็นบ้าน เธอจะรายงานสดออกไปเลย

ข่าวสดออกทางทีวี สิริมาศยืนรายงานข่าวว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดนายวิโรจน์ สกุลทรัพย์ทวี จึงถูกมือปืนลอบยิงจนเสียชีวิตภายในบ้านพักนายวิโรจน์ดำเนินกิจการด้านโรงสี และรับซื้อข้าวจากชาวนาจนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดราคาข้าว มาหลายสมัย ในระยะหลัง นายวิโรจน์ได้ขยายกิจการด้านส่งออกข้าวสารไปทั่วโลก อาจจะมีบริษัทคู่แข่งไม่พอใจถึงขั้นสั่งฆ่าก็เป็นได้..."

ภูมิชาติ นั่งดูข่าวแล้วถอนใจ ชาญยุทธ์กลับมาถึงบ้านพอดี เขาจึงชวนลูกชายไปงานศพวิโรจน์ด้วยกัน ชาญยุทธ์ตกใจเพราะเพิ่งแยกจากกรกชที่สนามบินเมื่อสักครู่นี้เอง

ooooooo

คน ในบริษัททีวีไทม์กำลังดูข่าวสิริมาศ เจ๋งพูดอย่างสะบัดสะบิ้งว่าสิริมาศรายงานสดเป็นฉากๆได้ทุกวัน แต่ทางเขาต้องทำแต่สกู๊ปแห้ง ปัทมาไม่ยี่หระ เพราะสิริมาศก็ได้แค่ข่าวเฉพาะหน้า แต่เธอมีเวลาหาข้อมูลเบื้องลึก แก้วถามโข่งว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่ โข่งตอบว่าเขาไม่ได้อยู่ตอนเกิดเหตุ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปัทมาซี้กับรองผู้กำกับสุดหล่อ เจ๋งรีบถามว่าหล่อมากไหม ปัทมาหันไปเล่นงานโข่ง

"ถ้าพี่โข่งยังไม่เลิกแหย่เรื่องนี้อีกนะ เงินไม่พอใช้ ไม่ต้องมาขอยืมเลย แล้วก็เอาของเก่าคืนมาด้วย"

โข่งหน้าเบ้ที่ปัทมาเล่นแรง พลัน วิทยาออกมาเรียกปัทมาเข้าไปพบเพื่อสอบถามเรื่องราว  ปัทมาพูดตามจริงว่าต้องมีอะไรเกี่ยวโยงกันทุกคดี

"ถ้าปัดมั่นใจแบบนั้นก็ตามติดเรื่องนี้แล้วเอาความจริงมาเปิดเผยให้ได้ก็แล้วกัน"

"ได้เลยค่ะ ถ้าอาวิทสั่งลุยแบบนี้ ปัดไม่ปล่อยแน่"

"แต่ ก็อย่าลุยสุ่มสี่สุ่มห้านะ เห็นเท้าใครขวางทางอยู่ ก็เลี่ยงๆมั่ง อย่าเหยียบดะ มันจะทำให้เราทำงานลำบาก จำได้ ใช่มั้ยที่พ่อเราสอนไว้น่ะ"

"จำ ได้ขึ้นใจเลยค่ะ เราต้องยอมเดินข้ามๆพวกเท้าที่ยื่นมาขวางทางไปก่อน แล้วค่อยกลับมากวาดให้เกลี้ยงทีหลัง ปัดไม่ทำให้เสียชื่อพ่อปกรณ์ นักข่าวมือหนึ่งแน่นอนค่ะ เชื่อมือได้"

ปัทมายิ้มอย่างมั่นใจ วิทยาเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพื่อนรัก ปัทมาออกมา เพื่อนๆรุมถามว่าโดนตำหนิเรื่องอะไรหรือเปล่า ปัทมาบอกว่าวิทยาบอกให้ลุยหาข้อมูลมาตีแผ่ให้ได้ เจ๋งรีบบอกให้ถ่ายแบบที่เอามาตัดต่อง่ายๆหน่อย เห็นใจคนตัดต่อบ้าง โข่งแซวว่าเคยเห็นแต่กะเทยเป็นดีไซเนอร์ แต่นี่กลับมาเป็นกะเทยห้องตัด เจ๋งค้อนขวับๆ

"ทำไมยะไอ้พี่โข่ง ก็ฉันไม่อยากเหมือนใคร ชาวโลกเขาจะได้รู้ว่า ถ้าตั้งใจ กะเทยไทยทำได้ทุกอาชีพ"

พอ ดีขิมน้องสาวโข่งเดินเข้ามาขอเงินโข่ง โข่งบอกปัดไม่มีแล้วตำหนิน้องที่ใช้เงินเปลือง ปัทมาสงสารจึงส่งเงินให้ ไปห้าร้อยบาท ขิมดีใจวิ่งกลับออกไป โข่งคืนเงินให้ปัทมาและบอกว่าเขาอยากให้ขิมเห็นว่าเขายืมเงินปัทมา เพื่อขิมจะได้รู้จักใช้อย่างประหยัดบ้าง...

ooooooo

ในโรง พยาบาลแห่งหนึ่ง หมอวันวิสาข์ที่พยาบาลต่างรักใคร่ เดินมาเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังปลดทรัพย์ คุณป้าคนหนึ่งที่ดูจะสะลึมสะลือจึงเข้ามาช่วย แต่วัยรุ่นตกใจคว้าสร้อยวิ่งหนี วันวิสาข์วิ่งตามมาตะครุบตัววัยรุ่น คนนั้นไว้ได้ เกิดการต่อสู้กัน นักรบเข้ามาช่วยขณะที่วัยรุ่นชักมีดออกมาจะแทงวันวิสาข์ ยามวิ่งเข้ามาจับกุมวัยรุ่น นักรบดึงสร้อยกลับคืนมายื่นให้วันวิสาข์

วัน วิสาข์ขอบคุณนักรบที่มาช่วย แต่นักรบกลับบอกว่า "จริงๆแล้ว ถึงผมไม่เข้าไปช่วยคุณหมอก็คงเล่นงานหมอนั่นได้ไม่ยากหรอกครับ เห็นคุณหมอนิ่งๆแบบนี้ไม่นึกว่าจะบู๊ได้ สะบั้นเหมือนกันนะครับ"

"สมัยนี้ ผู้หญิงถ้ามีวิชาป้องกันตัวติดเอาไว้บ้างมันก็ดีนะคะ คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ"

วัน วิสาข์กับนักรบเดินกลับมาที่คุณป้า เห็นหลานสาวกำลังบีบนวด จึงคืนสร้อยให้และเตือนให้พาคุณป้าไปตรวจเช็กอีกที นักรบมองวันวิสาข์อย่างชื่นชม ก่อนจะแยกตัวไปเยี่ยมลูกสาวที่นอนป่วยอยู่ ซึ่งพอดีเอกภาพแวะมาเยี่ยมและซื้อตุ๊กตาหมีหลินปิงมาฝาก ดาวดีใจกอดตุ๊กตาพร้อมกับหอมแก้มเอกภาพขอบคุณและถามหาพ่อ นักรบโผล่เข้ามาบอกว่าเขาอยู่นี่ นักรบยืนกอดอกมองลูกสาวและเพื่อนรักอย่างยิ้มๆ

ooooooo
ตอนที่ 2

ระเบียงห้องพักฟื้น เอกภาพกับนักรบออกมาคุยกัน ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เอกภาพส่งเงินให้นักรบเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการรักษาดาว ลูกสาวของนักรบซึ่งเอกภาพรักเหมือนหลานแท้ๆ นักรบไม่อยากรับแต่เห็นถึงความจริงใจของเพื่อนจึงรับไว้ กลับเข้ามาในห้อง ดาวอ้อนให้เอกภาพอยู่ป้อนข้าวเธอ เอกภาพมีงานจึงสัญญาว่าวันหลังจะมาป้อนทั้งข้าวและขนม

เอกภาพพาลูก น้องมางานศพวิโรจน์ ปัทมาก็มาทำข่าว เธอให้โข่งถ่ายภาพอย่างไม่กลัวเปลืองฟิล์ม แต่โข่งเกรงเจ๋งจะโวยตอนตัดต่ออีก ปัทมาบอกว่ามีเหลือดีกว่าขาด ว่าแล้วก็เดินไปอีกทางเผื่อได้ข้อมูลอะไรบ้าง โข่งดักคอ "เอาแต่ข้อมูลนะโว้ย ไอ้พวกคดีความไม่ต้องหามาล่ะ"

ปัทมาโบกมือทำท่า รำคาญความขี้บ่นของโข่ง...รถขบวนของภูมิชาติแล่นมาจอด เข้มกระซิบคมสันต์ "มันอยู่กันครบทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก น่าเอาระเบิดลงศาลานะพี่ เรื่องจะได้จบๆ"

คม สันต์เอ็ดลูกน้องอย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง และอย่าพูดให้เข้าหูภูมิชาติจะหาว่าไม่เตือน...ภูมิชาติกับชาญยุทธ์ เดินเข้าศาลาที่ตั้งศพวิโรจน์ โดยมีคมสันต์กับลูกน้องตามอารักขา คมสันต์เจอกับสุพจน์ต่างจ้องหน้ากันอย่างดูเชิง ลุงสิงห์ กับกรกชออกมาต้อนรับ

ชาญยุทธ์ปลอบใจกรกช "ผมเสียใจด้วยนะ ยังไงผมจะช่วยสืบหาอีกแรงนึงว่าใครมันเป็นคนทำกับลุงวิโรจน์แบบนี้"

"ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่" กรกชพูดอย่างหนักแน่น...

เอกภาพเข้ามายืนข้างปัทมาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ "คุณนี่ท่าทางจะไม่ยอมเสียเวลาเลยนะ เกาะติดทุกสถานการณ์จริงๆ"

ปัทมาหันมาตีหน้าตึงใส่ "แล้วคุณล่ะ อย่าบอกนะว่าคุณตั้งใจมาเคารพศพเฉยๆท่านรอง"

"ผมมีหน้าที่ต้องคอยดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยมันคืองานของผม"

"คุณ มีงานที่ต้องทำ ฉันก็มีงานของฉันเหมือนกัน ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะให้ข่าวก็อย่าขวางกันดีกว่า อ้อ...เกือบลืมไป ฉันเคยเห็นแต่ตำรวจรับจ๊อบเฝ้าร้านทอง เพิ่งรู้ว่ามีจ๊อบเฝ้างานศพเหมือนกัน" ปัทมาอดไม่ได้ที่จะกวน

โข่ง เห็นท่าไม่ดี ปรี่เข้ามายกมือไหว้ขอโทษเอกภาพแล้วดึงปัทมาออกไป เขาต่อว่าปัทมาที่ชอบกวนเอกภาพ ปัทมาโวยว่ามาแขวะเธอก่อน แต่ถึงอย่างไรโข่งก็กลัวเพราะเอกภาพเป็นตำรวจแถมยศสูงอีกต่างหาก ทำไมไม่คิดจะญาติดีเผื่อจะได้พึ่งพาอาศัยกันบ้าง

"ไอ้ที่เจอกันสองสามครั้งที่ผ่านมานี่พี่โข่งยังกล้าหวัง พึ่งเขาอีกเหรอฉันไม่เอาด้วยหรอก"

โข่ง ปวดหัวเพราะเจอคดีของเอกภาพทีไร เขาต้องถ่ายภาพมากมายจนโดนเจ๋งบ่นทุกที...ด้านเอกภาพ วรัญญาข้องใจต้องถาม "รองไม่ถูกชะตากับคุณนักข่าวนี่เหรอคะ เห็นเจอกันทีไรมีเรื่องปะทะคารมกันทุกที"

"ผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรเขาหรอก แต่เจอหน้าแล้วมันอดไม่ได้"

ธัญ ญะแซวว่าทำเหมือนพระเอกกับนางเอกละคร วรัญญายิ้มเห็นด้วย เอกภาพเขินเดินหนี ยิ่งทำให้สองคนชักสงสัย... ขณะที่เอกภาพ  ธัญญะ  และวรัญญานั่งดูลาดเลาอยู่ด้านหลัง ตอนพระสวดศพ ทั้งสามซุบซิบกันว่าสองแก๊ง คือแก๊งภูมิชาติกับวิโรจน์นี่ต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ แต่ไม่รู้ว่าใครหักหลังใคร และการตายของวิโรจน์นี่ ภูมิชาติเป็นคนน่าสงสัยที่สุด

พอเสร็จพิธี ต่างแยกย้ายกันลากลับ เอกภาพเดินผ่านสุพจน์แล้วหยุดมองที่ขาที่เคยเข้าเฝือกของสุพจน์อย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร สังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีก จึงขับรถตามรถของกรกชกับลุงสิงห์ไปห่างๆ ปัทมาเองก็เห็นท่าที เอกภาพผิดปกติจึงขับรถตามเอกภาพอีกที

"หา...นี่แกจะตามเขาไปอีกแล้วเหรอไอ้ปัด" โข่งถามเสียงหลง

ปัท มาไม่ตอบ ขับรถตามรถเอกภาพไปอย่างรวดเร็ว เส้นทางที่วิ่งไปเป็นทางกลับบ้านวิโรจน์ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยว กรกชอยู่ในรถซึ่งลุงสิงห์นั่งคู่กับคนขับ กำลังคุยกันเรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ที่บ้าน รถสุพจน์กับลูกน้องแล่นตามคุ้มกัน... รถเอกภาพตามสังเกตการณ์ จนใกล้ถึงบ้านวิโรจน์ ธัญญะจึงบอกเอกภาพว่า คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้ว

"ถ้าไม่มีอะไรก็ดี เราลองตามอีกสักพัก เดี๋ยวพอออกถนนเมนแล้วเราค่อยแยกกลับกัน"

"แต่ฉันสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้นะคะรองสารวัตรว่ามันต้องมีเรื่อง" วรัญญายังติดใจ

พอ ถึงทางแยก เอกภาพจึงขับรถแยกจากรถของกรกช ปัทมาเห็นอย่างนั้นจึงตามรถของเอกภาพไป ไม่ทันไรมีมอเตอร์ไซค์ มาล้มขวางรถคันที่กรกชนั่ง รถสุพจน์ที่ตามมาต้องเบรกกะทันหัน มีรถออฟโรดจอดซุ่มอยู่ตรงข้าม เปิดไฟสูงสาดใส่พร้อมกับมี มือปืนสี่คนตรงมากระหน่ำยิงใส่รถกรกช สุพจน์รีบยิงคุ้มกันให้กรกชกับลุงสิงห์ลงจากรถ

เอกภาพได้ยินเสียงปืน ก็ดึงเบรกมือดริฟต์รถหมุนกลับเร่งเครื่องไปที่เกิดเหตุ ทันที ปัทมาไม่รอช้า กลับรถตามไปติดๆพร้อมกับบอกโข่ง "ฉันบอกแล้วว่ามันต้องมีเรื่อง ผิดซะที่ไหน กะฆ่าล้างครัวกันแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องชู้สาวแล้ว เรื่องขัดผลประโยชน์กันแน่นอน ถ่ายเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเลยนะพี่โข่ง"

เอกภาพ ธัญญะ และวรัญญามาถึง โดดม้วนตัวเข้ายิงใส่ไฟที่สาดส่องมาและยิงใส่มือปืนจนพวกมันต้องถอยหนี เอกภาพสั่งไม่ให้ตาม ให้เคลียร์พื้นที่ก่อน จากนั้นก็พาทุกคนไปสอบปากคำที่โรงพักกว่าจะเสร็จก็ค่อนดึก กลับถึงบ้านกรกชซักถามลุงสิงห์ทันที

"ตกลงลุงสิงห์จะบอกได้หรือยังคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนกลับจากสนามบินลุงให้เปลี่ยนรถเพราะอันตราย พอมาถึงบ้าน คุณพ่อก็โดนฆ่าตาย นี่กลับจากงานศพยังโดนลอบยิงอีก ทำไมถึงมีเรื่องร้ายๆเกิดกับเราได้เยอะขนาดนี้คะ"

"จริงๆแล้วลุงอยาก ให้คุณท่านเล่าให้คุณหนูฟังเอง แต่เมื่อท่านไม่อยู่แล้ว ลุงก็คงต้องเล่าให้ฟังเอง ตอนที่คุณหนูเรียนอยู่เมืองนอก คุณท่านกับคุณภูมิชาติมีเรื่องขัดแย้งกันรุนแรงพอสมควรถึงกับไม่มองหน้ากัน มาเป็นปีๆ เพิ่งจะมาคุยกันอีกทีเมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง"

ลุงสิงห์ มองกรกชว่ามีปฏิกิริยาโต้ตอบบ้างไหม แต่เธอกลับนิ่งฟัง เขาจึงเล่าต่อว่า ปัญหาเกิดจากที่ภูมิชาติต้องการบริหารด้านการส่งออกทั้งหมด วิโรจน์อยากตัดความรำคาญจึงโอนกิจการด้านห้องเย็นให้ไปทำ เก็บไว้แต่เพียงโรงสีกับการส่งออกข้าวสาร แต่ภูมิชาติก็ยังไม่พอใจ

"แล้วโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่ล่ะคะ"

"คุณท่านอยากทำเพราะเรามีแกลบจากโรงสีเป็นเชื้อเพลิงอยู่แล้ว พอขายกระแสไฟเข้าระบบเราก็มีกำไรเลี้ยงตัวได้สบาย"

"ลุงสิงห์คิดว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าคุณพ่อคะ ใช่อาภูมิชาติ หรือเปล่า"

ลุง สิงห์ยังไม่อยากให้กรกชปักใจเชื่อ ให้มีหลักฐานแน่นอนก่อนแล้วเขาจะบอก กรกชเก็บมานั่งคิดจนเช้า ไม่ได้หลับได้นอน จนอนงค์เด็กรับใช้ในบ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้องทำงาน กรกชตกใจเพราะยังไม่รู้จัก ป้านิ่มต้องมาแนะนำแล้วแปลกใจที่กรกชยังอยู่ในชุดเมื่อวาน

ooooooo

โรง พยาบาลแผนกคนไข้เด็ก วันวิสาข์กำลังดูแลดาวที่เล่นอยู่ในห้องของเล่น ปัทมาเดินเข้ามา วันวิสาข์ดีใจรีบบอกดาวว่าเดี๋ยวเธอมา วันวิสาข์ยิง
คำถามใส่ปัทมาทันที

"วันนี้ว่างเหรอจ๊ะ แม่นักข่าวหัวเห็ด"

"ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะว่างทุกวันเลย เพราะถ้าวันไหนฉันว่างก็หมายความว่าวันนั้นไม่มีอาชญากรรมร้ายแรง"

"ถ้าเป็นแบบนั้นได้ ฉันก็ยอมว่างงานเหมือนกันแหละ ถ้าโลกนี้จะไม่มีคนให้รักษาน่ะ"

ปัท มาเห็นสายตาวันวิสาข์ที่มองเด็กดาวบ่งบอกถึงความรัก จึงถามว่าเด็กคนนั้นป่วยหรือดูเหมือนเด็กปกติ วันวิสาข์ ถอนใจ "น้องดาวแกเป็นเด็กที่เข้มแข็ง กำลังใจดีมาก เห็นแกดูปกติแบบนี้ รู้มั้ยว่าแกป่วยเป็นอะไร...ลูคีเมีย...มะเร็งในเม็ดเลือดขาวน่ะ"

ปัท มาเปลี่ยนสีหน้าเป็นสงสารดาวอย่างมาก วันวิสาข์ บอกว่าเธอดูแลดาวมาสามเดือนแล้วยังไม่เคยเห็นน้ำตาเลยสักหยด "...ชีวิตแกน่าสงสารนะ อยู่กันสองคนกับพ่อ แม่เสียไปตั้งแต่แกไม่กี่ขวบ เดี๋ยวพ่อคงมา พ่อลูกคู่นี้เค้ารักกันมาก พ่อมาเฝ้าลูกสาวทุกวันไม่เคยขาด"

พลัน ปัทมาเห็นเอกภาพเข้ามาอุ้มดาวขึ้นกอด วันวิสาข์ ไม่ทันเห็น ปัทมาจึงคิดว่าเอกภาพเป็นพ่อของดาว พอวันวิสาข์ ถามว่ามาหาเธอทำไม จึงตอบไปอย่างหงุดหงิด "ตอนแรกว่าจะมาชวนไปทานข้าวด้วยกัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เพราะเหม็นขี้หน้าคน"

เอกภาพหันมาสบตากับปัท มาเข้าพอดี เธอจึงรีบบอกวันวิสาข์ว่าเธอกลับก่อน วันวิสาข์มองตามหลังเพื่อนด้วยความงง...ปัทมาโทร.เรียกโข่งมารับด่วนจี๋จน โข่งบ่นว่าเกิดอะไรขึ้น

"อารมณ์เสียน่ะ เหม็นขี้หน้าคน อย่าถามมากได้ป่ะ หงุดหงิด"

"อะไรของมันวะ" โข่งแปลกใจแล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ ให้ปัทมาซ้อนออกไป...

เช้า นี้ กรกชว่ายน้ำในสระ เผยให้เห็นรอยสักบนแผ่นหลังที่ดูดุดันเกินกว่าผู้หญิงธรรมดา ป้านิ่มมาตามบอกว่าลุงสิงห์ให้บอกว่าทุกคนที่มาประชุมพร้อมแล้ว กรกชจึงรีบขึ้นไปแต่งตัว...พอพร้อม ก็เดินนำลุงสิงห์เข้าห้องประชุมในบ้านซึ่งมีลูกน้องของวิโรจน์นั่งรออยู่ ก่อนแล้ว กรกชนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะ ลุงสิงห์และสุพจน์ยืนขนาบข้าง ทุกคนมองอย่างแปลกใจ ลุงสิงห์ จึงกล่าวกับทุกคนว่า กรกชจะขึ้นเป็นนายใหญ่แทนวิโรจน์ เสียงฮือฮาไม่เห็นด้วย

"งานที่พวกเราดำเนินการอยู่มันใหญ่เกินกว่าการตัดสินใจของผู้หญิงนะครับ...ลุงสิงห์"

"ทำไมลุงสิงห์ไม่เป็นเองล่ะครับ"

"นั่นสิ ลุงสิงห์เหมาะที่สุดแล้ว ทั้งอาวุโสและก็อยู่กับนายใหญ่มานานที่สุด"

ลุง สิงห์ขอโอกาสให้กรกชได้พิสูจน์ตัวเองก่อน กรกชก้าวออกมายืน ทุกคนเงียบเสียงลง กรกชกล่าวกับทุกคนว่าเธอรู้ว่าเธออายุยังน้อยแถมเป็นผู้หญิง แต่ขอให้ทุกคนเคารพเลือดในตัวเธอที่เป็นของวิโรจน์ครึ่งหนึ่ง สุพจน์เห็นด้วยขอร้องทุกคนให้โอกาสกรกชพิสูจน์ตัวเองก่อน

ทุกคนเริ่ม ลังเล กรกชจึงพูดขึ้นว่า "เรื่องที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะยังบอกไม่ได้แน่นอนว่าเป็นฝีมือใคร แต่ที่ฉันมั่นใจก็คือ ในพวกเรามีคนที่เป็นสายให้ตำรวจ ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวในองค์กรของเรา แล้วฉันก็รู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร..."

กรกชเดินมองหน้าลูกน้องทีละ คน แล้วชักปืนออกมาจ่อหัวสัก สักตกใจละล่ำละลักปฏิเสธว่าไม่เคยทรยศนาย แต่แล้วกรกชหันปืนไปยิงคมที่ยืนข้างสักแทน คมล้มลง ลุงสิงห์สั่งให้คนถอดเสื้อคมออก เผยให้คนอื่นๆเห็นเครื่องดักฟังที่ติดอยู่ที่หน้าอกของคม ทุกคนต่างฮือฮาและยอมรับในตัวกรกช

พอเสร็จสิ้นการประชุม กรกชยังยืนสงบสติอารมณ์ เพราะเป็นการฆ่าคนครั้งแรกของเธอ ลุงสิงห์เข้ามาปลอบว่าเธอทำได้ดีแล้ว จะทำงานใหญ่ต้องมีคนเสียสละ กรกชจึงเตือนลุงสิงห์อย่าลืมเอาเงินไปให้ครอบครัวของคมด้วย ลุงสิงห์บอกว่าเรื่องนั้นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือต้องเอาของที่ถูกชิงไปคืนมาให้ได้ กรกชถาม "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นคนเอาไป แล้วของอยู่ที่ไหน"

"เรื่องนี้คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง เรามีสายที่พร้อมจะให้ข้อมูลเราทุกเวลา..."

ใน ห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เอกภาพเรียก ธัญญะ วีระชัย วรัญญา และทองใบเข้าประชุม น้ำหวานเอากาแฟ มาเสิร์ฟให้ทุกคนแล้วกลับออกไป เอกภาพบอกกับทุกคนว่า

"ตอนนี้ข้อมูลที่ค่อนข้างแน่นอนจากตำรวจสากล แจ้งมาว่า ของที่มีการแย่งชิงจนฆ่ากันตายจากทั้งสองที่นั่นคือ เงินดอลลาร์ ทองคำแล้วก็ยาเสพติด ทั้งหมดรวมมูลค่าหลายร้อยล้าน"

"แล้วของมันเข้ามาบ้านเราได้ยังไงครับรอง" ธัญญะถาม

"เป็น ฝีมือของขบวนการแอตแลนติส คือขบวนการอาชญากรข้ามชาติ ที่จะใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการเอาของสามอย่างนี้ไปแลกอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล มาเพื่อใช้ในการก่อการร้าย ซึ่งถ้าสำเร็จทั่วโลกจะลุกเป็นไฟแน่"

ฉะนั้น หน้าที่ของเราคือชิงของทั้งสามอย่างกลับมาให้ได้ และกวาดล้างขบวนการนี้ให้เกลี้ยง วรัญญาเปิดเครื่องฉายขึ้นจอ ให้เห็นหน้าบอสใหญ่ชาวต่างชาติ แต่ไม่ระบุสัญชาติ ที่แท้จริง ในเมืองไทยคือแก๊งของวิโรจน์กับภูมิชาติ ไม่รู้ว่าขัดแย้ง กันเรื่องอะไร ส่วนภาพดำๆเป็นนักฆ่าพญายม มือปืนรับจ้างระดับพระกาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า ไม่รู้ว่าตัวจริงคือใคร

เอกภาพสรุปว่าถ้าจับตัวนักฆ่าพญายมได้ก็จะ สาวถึงตัวการว่าเกี่ยวข้องกับขบวน การแอตแลนติสหรือเปล่า ภาพต่อไปเป็นภาพเจนจิรา เอกภาพบอกว่าคนนี้น่าจะให้เบาะแสได้มากพอดู

ระหว่าง นั้นภูมิชาติกำลังนั่งคุยกับชาญยุทธ์และคมสันต์ ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เจนจิรายกกาแฟมาให้ภูมิชาติแล้วนวดไหล่ให้โดยทำเป็นไม่สนใจว่ากำลังคุยอะไร กันอยู่...ภูมิชาติ สั่งคมสันต์และชาญยุทธ์จัดการนัดแลกเปลี่ยนของไม่เกินอาทิตย์หนึ่ง เจนจิรายังคงบีบนวดไปเรื่อย

ooooooo

ขณะที่ปัทมากำลังเช็กเทป โข่งมาชวนไปตามขิมน้องสาวซึ่งหนีเที่ยวผับ พอเข้าไปในผับเจนจิรากำลังร้องเพลงอยู่บนเวที ปัทมาเห็นเอกภาพนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์มองเจนจิราเหมือนเฝ้ารอจึงรี่เข้าไป แขวะ โข่งหวั่นใจ "หาเรื่องอีกแล้วไอ้ปัด"

"นี่แหละน้าคนเรา ทำเป็นสร้างภาพหลอกคนอื่นว่ารักลูกยิ่งกว่าชีวิต พอไม่มีคนเห็นก็แอบมานั่งเฝ้านักร้องแทนที่จะ อยู่ดูลูก"

เอกภาพ ได้ยินเสียง หันขวับมามองปัทมา แล้วถามงงๆ ว่าพูดกับเขาหรือ เมาหรือเปล่า ปัทมาจะอ้าปากโต้ โข่งรีบดึงตัวปัทมาออกไปเพราะเห็นหลังขิมไวๆ พอตามมาหลังร้านเห็นขิมยืนสูบบุหรี่อยู่ก็เข้าไปจับไหล่ให้หันมาแล้วต่อว่า ปรากฏว่าผิดคน โข่งรีบขอโทษ ปัทมาว่าโข่งโมโหจนตาลาย ป่านนี้ขิมอาจไปรออยู่ที่บ้านแล้ว โข่งยอมกลับไป ขิมแอบอยู่มุมหนึ่ง เธอมาติดนักร้องชื่ออาร์ต พอเจนจิราลงจากเวที อาร์ตก็ขึ้นร้องต่อ ขิมนั่งเฝ้าอยู่กับแนนที่โต๊ะข้างเวที

มีคนไปบอกเจนจิราว่าเอกภาพรอ พบ พอเธอมาถึงเหมือนต่างรู้กันว่าต้องการอะไร เจนจิราพูดว่า "ข้อมูลฉันมีเต็มไปหมด ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้ข้อมูลอะไรล่ะ"

"เรื่อง ที่มีการชิงของกันเมื่อเร็วๆนี้" เอกภาพบอก พอเห็นสายตาสงสัยของเจนจิรา ก็จะแนะนำตัว เจนจิรารีบห้ามไม่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร อยากรู้ว่าเธอจะได้อะไรตอบแทน

เอกภาพส่งซองเงินให้ เจนจิราเปิดดูแล้วยิ้ม "บางครั้งของสำคัญๆมันก็ชอบไปอยู่ตรงที่ที่เราคาดไม่ถึง ถ้าว่างๆคุณน่าจะลองไปเดินเล่นริมแม่น้ำแถวๆโรงงานร้างดู ไม่แน่นะบรรยากาศดีๆอาจจะช่วยทำให้คุณคิดอะไรออกบ้างก็ได้"

วันต่อมา เอกภาพจึงยกทีมลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ทองใบหาพิกัดของที่อยู่ในแม่น้ำ ไม่นานทองใบก็พบว่ามีวัสดุแปลกปลอมอยู่ใกล้ๆโรงงาน ลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกัน ก้านส่องกล้องเห็นเรือเอกภาพก็รีบโทร.บอกยอดชาย...

เรือเครนจอดเตรียมพร้อม ทีมนักประดาน้ำพร้อม วีระชัย รอคำสั่งจากเอกภาพ ว่าให้ดำลงไปจุดไหน เอกภาพเอากระดาษที่ทองใบปริ๊นต์มาให้ให้กับทีมประดาน้ำดู...พักใหญ่ ประดาน้ำคนหนึ่งโผล่ขึ้นมารายงานว่าพบตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง วรัญญาให้ดูให้ละเอียดว่ามีตะไคร่น้ำเกาะไหม ประดาน้ำกลับขึ้นมาบอกว่าตู้ยังใหม่ไม่มีตะไคร่น้ำ แต่ถูกใส่กุญแจแน่นหนา เอกภาพจึงสั่งให้ยกขึ้นมา ทำการตัดกุญแจเปิดตู้ พบถุงดำกันน้ำแน่นหนาจำนวนมาก ตรวจสอบดูเป็นผงสีขาว เอกภาพกำลังจะชิม พลันมีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นอู่ต่อเรือเก่า

"เดี๋ยวผู้กองเอาของกลางกลับหน่วย สารวัตร หมวดไปด้วยกัน พวกเราด้วยไปกับผม" เอกภาพนำกำลังไปที่อู่ต่อเรือร้าง

สุพจน์ปาระเบิดนำร่องเข้าไปในอู่ต่อเรือร้าง แล้วนำลูกน้องบุกยิงสู้กับพวกก้านเพื่อชิงเอาทองคำแท่งคืนมา สุพจน์ สั่งสัก

"เอ็งขับเรือเร็วไปที่ท่าน้ำวัดน้อย แล้วถ่ายเอาของไปเก็บตามที่นัดกันเอาไว้"

ลูก น้องช่วยกันขนทองลงเรือ สุพจน์ยิงสกัดไว้ให้ ยอดชายตามมาช่วยก้านยิงสู้กับพวกของสุพจน์...ปัทมากับโข่งกำลังกิน ก๋วยเตี๋ยวมื้อกลางวัน ได้ยินวิทยุสื่อสารที่เปิดทิ้งไว้ว่าเกิดเหตุยิงถล่มกัน ก็รีบดึงโข่งไปทำข่าวทันที

เอกภาพกับลูกน้องมาถึงอู่ต่อเรือร้างไม่ พบใครเหลือแต่ร่องรอยและศพลูกน้อง ก้าน แต่ก็ได้พบทองคำแท่งตกอยู่ที่พื้น จึงสั่งทีมประดาน้ำดำบริเวณใกล้อู่ ปัทมากับโข่งมาถึง เธอรีบ เข้าไปถามเอกภาพ "เมื่อกี้ฉันได้ยินทั้งเสียงปืนเสียงระเบิด เกิดเหตุอะไรเหรอคะ"

เอกภาพมองหน้าแล้วตอบเรียบๆว่า "เหตุระเบิด เท่าที่คุณเห็นนั่นแหละ"

ปัท มาถามว่าเกิดจากอะไร เอกภาพไม่ตอบเดินหนีไป ปัทมาโกรธแทบเต้น หาว่าเอกภาพเห็นเป“นเรื่องธรรมดา ธัญญะมารายงานเอกภาพว่าประดาน้ำดำลงไปไม่พบอะไร ปัทมาเห็นสงสัยว่าเรื่องอะไรกันจึงถามโข่ง

"แกถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครวะ อยากรู้ใช่มั้ยว่าท่านรองกับสารวัตรเขาคุยอะไรกัน"

"อยากรู้สิพี่"

"เดี๋ยวโข่งจัดให้ ทำตามพี่บอกนะ..." โข่งกระซิบ ปัทมายิ้มอย่างพอใจ

ขณะ ที่เอกภาพคุยกับธัญญะ ปัทมาเดินตามเงี่ยหูฟังโดยให้โข่งถ่ายบรรยากาศที่เกิดเหตุ ธัญญะถามเอกภาพว่าเกี่ยวกับขบวนการแอตแลนติสหรือเปล่า

"ผมว่าเป“นไป ได้มากเชียวแหละ เดี๋ยวพอหมวดเขาตรวจพิสูจน์ยาที่เรายึดไปได้กับทองคำแท่งนี่ ว่ามาจากไหน ก็คงจะช่วยได้เยอะ" เอกภาพพูดจบเดินเลี่ยงไปทางอื่น

ปัทมารีบมาบ่น กับโข่งว่าเธอฟังไม่รู้เรื่องเลย โข่งยิ้ม "ไม่ต้องห่วง พี่เร่งไมค์หัวกล้องไว้เต็มที่ น่าจะพอเก็บเสียงไว้ได้แหละ เดี๋ยวค่อยเอาไปฟังในห้องตัดต่อเอา"

สิ่งที่โข่งบอกทำให้ปัทมายิ้ม ออก ไม่ทันไร รถตู้สิริมาศ กับพวกแล่นเข้ามาจอด โข่งบ่นว่าพวกนี้มาช้าแต่ได้ของสดทุกที  ปัทมาไม่ยี่หระ งานใครก็งานมัน เธอจะทำงานของเธอให้ดีที่สุด

พลัน วรัญญาพบตู่ คนของก้านยังไม่ตายแค่บาดเจ็บ เอกภาพจึงซักถามให้สารภาพว่าเรื่องเป“นอย่างไร ตู่กลัวติดคุกจึงยอมจะสารภาพ แต่ไม่ทันจะพูดก็โดนยิงทะลุหัวใจ ทุกคนตกใจ ธัญญะรีบไปดูบนสะพาน วรัญญาตรวจบาดแผลศพ ปัทมาให้โข่งถ่ายภาพไว้ทุกแง่ทุกมุม

"บาดแผลอาจจะแตกต่างไปบ้างก็เพราะระยะยิงผิดกัน ถึงจะไม่มีหัวกระสุนยืนยัน แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจค่ะ"

ธัญญะกลับมาพร้อมชูดาวดำที่เก็บได้บนสะพาน "ที่เราสงสัยก็ไม่ผิดหรอก...วางไว้โดดเด่นที่เสาสะพานต้นสุดท้าย"

"หมายความว่ามือปนที่ลอบฆ่านายวิโรจน์กับคนขนยาเสพติดรายนี้เป“นคนเดียวกันหรือคะ" ปัทมาถามแทรกขึ้นทันที

"เป“นแค่การสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้นครับ เอาไว้ให้ จับคนร้ายได้เมื่อไหร่ ผมถึงจะยืนยันอีกที" เอกภาพตอบแทน


ปัท มาถามอีกว่าใช้เวลานานแค่ไหน เอกภาพตัดบทว่าตำรวจทำงานเต็มที่ไม่มีหยุดพักคงกำหนดไม่ได้ว่าใช้เวลากี่วัน พูดจบก็เดินไป ปัทมามองตามด้วยความหมั่นไส้ เบื่อความเก็กของเขาสุดๆ...ในขณะที่สิริมาศรายงานข่าวสดออกไปทันทีว่าเหยื่อ ถูกสังหาร โดยมือป—นพญายม คนเดียวกับที่สังหารวิโรจน์  ส่วนคดีที่เกิดคงต้องรอความกระจ่างจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจ

ooooooo

ใน ห้องทำงาน พล.ต.ท.วิชัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอกภาพนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มี พล.ต.ท.ชาลีอยู่ในห้องด้วย วิชัยตำหนิเอกภาพที่ปล่อยให้ของกลางหลุดมือ ไปได้ "ผมไว้ใจคุณนะรองผู้กำกับ ไม่งั้นคงไม่ตั้งคุณเป“นคนดูแลหน่วยเฉพาะกิจนี่หรอก อย่าทำให้ผมผิดหวัง"

เอกภาพ รับรองว่าจะทำงานนี้ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องมือปนพญายม เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพียงแต่มือปนคนนี้ทำงานในระยะไกลเป“นกิโลและดูเหมือน จะอ่านใจเจ้าหน้าที่ออก วิชัยขัดขึ้นว่า "คุณพูดเหมือนกำลังคิดว่ามีตำรวจไปเป“นมือปน หรือไม่ ก็ไอ้มือปนพญายมอะไรนั่นมีตำรวจเป“นสายให้อย่างนั้นแหละ"

"ผมยังไม่กล้าสรุปอะไรชัดเจนแบบนั้นหรอกครับท่าน"

"คุณไปทำงานต่อเถอะ พยายามเอาตัวมันมาให้ได้ก็แล้วกัน เอาล่ะคุณไปได้แล้ว มีอะไรก็รายงานเข้ามาทุกระยะด้วย"

เอกภาพ ลุกขึ้นทำความเคารพก่อนจะออกไป ชาลีหันมาคุยกับวิชัยว่า ทำไมต้องตั้งหน่วยนี้ขึ้นมาให้เปลืองงบประมาณ ด้วย วิชัยตอบว่าขบวนการแอตแลนติสไม่ใช่วายร้ายกระจอกๆตำรวจสากลยังเอาไม่อยู่ ส่วนคนที่เขาตั้งขึ้นมาล้วนฝ•มือดีเลิศ ทั้งนั้น อย่างเอกภาพได้รับฉายาว่ามือปราบพระกาฬ ส่วนธัญญะ ได้รับฉายาว่ามือปราบมือป—น วีระชัยเชี่ยวชาญด้านระเบิดทุก ประเภท จนได้ฉายาว่ามือปราบไร้หัวใจ และวรัญญาเป“
นแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้าน นิติวิทยาศาสตร์ มองอะไรด้วยสายตาค้นหา คำตอบจนได้ฉายาว่ามือปราบสาวช่างสงสัย และคนสุดท้ายคือดาบทองใบเชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ เรียกได้ว่าเป“นแฮกเกอร์ชั้นเซียนเลยทีเดียว...

"หวังว่าพวกที่ลื้อคัดมามันจะเป“นหัวกะทิแบบที่ลื้อคิดจริงๆนะ คงไม่ใช่หางกะทิค้างคืนล่ะ" ชาลีพูดติดตลกแต่ดูมีอะไรแฝงอยู่...

ooooooo

ใน ห้องตัดต่อบริษัททีวีไทม์ ปัทมากับโข่งเอาเทปที่อัดการสนทนาของเอกภาพกับธัญญะมาแกะเสียง มีเจ๋งกับแก้วช่วยฟัง ปัทมาบ่นให้เจ๋งทำให้เสียงชัดกว่านี้

"นี่ก็ชัดสุดๆแล้วเจ๊ แอมเบี๊ยนเยอะขนาดนั้น แถมยังใช้ไมค์หัวกล้องอัดอีก เทคนิคฮอลลีวูดก็ช่วยไม่ได้หรอกเจ๊"

"แอบเก็บเสียงเขาแล้วแกจะให้ฉันต่อไมค์บูมไปจ่อปากเขาหรือไงนังเจ๋ง" โข่งโวย

เจ๋งเสียงอ่อยว่าไม่ได้ว่าอะไร แค่อธิบายให้ปัทมาฟัง แก้วว่าแค่นี้ก็พอฟังออกแล้ว

"ขบวนการแอตแลนติส พิสูจน์ยากับทองคำแท่ง" ปัทมาทวนคำที่ฟังเข้าใจ

"มันคืออะไรน่ะเจ๊ปัด ยังกะรหัสลับดาวินชี่เลย" เจ๋งงงสุดๆ

"นี่แหละหน้าที่ของเราที่ต้องตามประกบจนรู้ให้ได้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่" ปัทมาสรุป

นัก รบมาเยี่ยมดาวที่โรงพยาบาล เห็นดาวยังหลับจึงวางกระเป๋าที่ถือมาด้วยไว้ที่พื้นแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อ ล้างมือ เผอิญวันวิสาข์เข้ามา  เห็นกระเป๋าวางเกะกะอยู่จึงจะเอาไปวางบนโต๊ะ  แต่พอยกกระเป๋าขึ้นก็รู้สึกหนักๆ  จับดูลักษณะคล้ายป—นก็ตกใจจะเป”ดดู

นักรบออกจากห้องน้ำพอดี "กระเป๋าผมเองครับคุณหมอ"

"พอดีฉันเห็นมันวางอยู่ที่พื้นน่ะค่ะ เลยจะเอามาวางบนโต๊ะ"

"ผมวางไว้เองแหละครับ ขอบคุณมากครับ"

"คุณนักรบเอาอะไรใส่กระเป๋ามาคะ หนักยังกับปนแน่ะ"

"ทำไมคุณหมอคิดว่าเป“นปนล่ะครับ"

"ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ" วันวิสาข์เห็นนักรบขึงขังจึงเปลี่ยนเรื่อง เดินไปดูดาวซึ่งยังหลับอยู่

นักรบแอบถอนใจ...

ooooooo
ตอนที่ 3

เมื่อถูกชิงทองจากอู่ต่อเรือร้างไปได้ แถมตำรวจก็เจอที่ซ่อนยาและยึดไปทั้งหมด ยอดชายรีบมารายงานภูมิชาติ คมสันต์แอบยิ้มที่ยอดชายทำงานพลาดครั้งใหญ่ ยอดชายบอกว่าเขาแน่ใจว่าพวกที่ชิงทองไปคือพวกสุพจน์  ภูมิชาติตำหนิ  "...เรื่องยาตำรวจมันเอาไปกูไม่ว่า แต่ทองคำแท่งมึงต้องหาทางเอาคืนมาให้ได้"

ยอดชายรับคำแล้วกลับออกไป ภูมิชาติหันมาสั่งคมสันต์ "แกจับตาดูมันไว้ด้วยนะ ถ้ามันตุกติกเมื่อไหร่จัดการได้ทันที"

...คมสันต์ยิ้มรับในที ดีใจที่เห็นแววตกกระป๋องของยอดชาย...

พอ ชิงทองคำแท่งคืนมาได้ สุพจน์ก็มารายงานกรกชกับลุงสิงห์ กรกชเห็นว่าเงินยังอยู่กับฝ่ายตรงข้ามคงชิงมาไม่ยาก แต่ยาเสพติดตกอยู่ในมือตำรวจแล้วคงยากที่จะชิงมา

"ไม่มีอะไรยากเกิน ไปหรอก รักจะเป“นอาชญากรอย่ากลัวที่จะก่ออาชญากรรม ไม่มีที่ไหนจะพ้นมืออาชญากรไปได้ แม้กระทั่งโรงพัก เรื่องยาปล่อยไปก่อน ตอนนี้หาทางเอาเงินมาไว้ที่เราให้ได้" ลุงสิงห์สอน

กรกชจึงสั่งสุพจน์เตรียมคนไว้ให้พร้อม มีจังหวะ

เมื่อ ไหร่จะชิงของคืนมาทันที...ป้านิ่มมารายงานว่านักข่าวที่นัดสัมภาษณ์มาถึง แล้ว กรกชจึงออกมาพบที่ห้องรับแขก สิริมาศ กับทีมที่ได้โอกาสสัมภาษณ์กรกชถึงหน้าที่ที่ได้รับช่วงธุรกิจต่อจากวิโรจน์ ทั้งที่อายุยังน้อย และการถูกปองร้ายถึงสองครั้งว่าเป“นการสกัดกั้นไม่ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง หรือเปล่า กรกชตอบได้ฉะฉานอย่างคนมีความรู้ว่าเธอไม่หวั่นเกรง และจะสานต่องานของพ่อเธอต่อไป

ชาญยุทธ์ดูข่าวการสัมภาษณ์ทางทีวี จึงโทร.นัดกรกชออกมาทานอาหารด้วยกัน สุพจน์ขับรถมาส่งกรกชและรอรับกลับอยู่ที่รถ สายตาสุพจน์ที่มองกรกชดูมีความหมายบางอย่าง... ชาญยุทธ์แสดงความยินดีที่กรกชได้รับช่วงงานต่อจากวิโรจน์ และพูดทำนองว่าเขายินดีช่วยเหลือทุกอย่างในฐานะที่เป“นคนรักกัน กรกชขอบคุณและยิ้มหวานให้ สุพจน์แอบมองด้วยสายตาไม่พอใจ

ภายในบ้าน เอกภพนั่งอยู่บนเก้าอี้วิลแชร์ กำลังทำความสะอาดหมวกตำรวจของตัวเอง เอกภาพเข้ามากอดพ่อ เห็นพ่อเช็ดหมวกแล้วนึกถึงความหลังตั้งแต่เด็ก เขาเห็นพ่อเป“นตำรวจที่ดีและเก่ง จนเขาคิดจะเป“นอย่างพ่อให้ได้ เขาชอบ เอาหมวกพ่อมาสวมเล่นแล้วตะเบ๊ะให้พ่อบ่อยๆ แม่จะมองด้วยรอยยิ้มของความเอ็นดู ต่อมาพอเขาอายุได้เจ็ดขวบ แม่ของเขาเสียชีวิต พ่อจะสอน

"แม่เขาอยู่บนสวรรค์แล้ว แต่แม่เขาคอยดูเอกตลอดเวลานะ พ่อว่าแม่เขาคงไม่อยากเห็นเอกเป“นเด็กขี้แยนะลูก เอกจำที่พ่อเคยบอกได้มั้ย ว่าเป็นลูกตำรวจต้องเป“นยังไง"

"เป“นลูกตำรวจต้องเข้มแข็งครับ" เอกภาพหยุดร้องไห้ตอบพ่อ

"ใช่แล้วลูก เป“นลูกตำรวจต้องเข้มแข็ง อย่าให้ใครเห็นน้ำตาเรารู้มั้ย"

ต่อ มาพอเขาอายุได้สิบห้าป• พ่อก็ต้องไปทำงานภาคใต้  เขาต้องอยู่ตามลำพังและตั้งใจเรียนจนกระทั่งได้ข่าว ว่าพ่อโดนระเบิด เอกภพถูกตัดขาซ้ายตั้งแต่หัวเข่ากลายเป“น คนพิการทางกายแต่ไม่พิการทางใจ พ่อยังเป“นที่ปรึกษาที่ดีของเขา  จนเขาสอบเข้าเรียนตำรวจได้  พ่อดีใจมาก  พอเขา เรียนจบรับกระบี่ก็รีบกลับมาหาพ่อ  "ร้อยตำรวจตรีเอกภาพ พิทักษ์ธรรม  รายงานตัวครับ"

เอกภพดีใจน้ำตาคลอ เอกภาพสัญญากับพ่อว่าเขาจะเป“นตำรวจที่เก่งเหมือนพ่อ เอกภพสอนอีกว่า "แค่เก่งไม่พอหรอกลูก ต้องเป“นตำรวจที่ดีด้วย ตำรวจที่เก่งอาจจะมัวแต่มองหาช่องทางทำประโยชน์ให้ตัวเอง แต่ตำรวจที่ดีจะอุทิศตัวให้กับประชาชน ให้กับแผ่นดินจำไว้นะลูก"

เอกภาพ รับปากพ่อว่าเขาจะเป“นตำรวจที่เก่งและดีเหมือนพ่อ และเขาก็จำคำนั้นและปฏิบัติมาตลอด...เอกภพถามลูกชายว่าอึดอัดไหมที่สานฝัน ต่อจากเขา เอกภาพบอกว่าเขาไม่อึดอัดเพราะเขาฝันแบบเดียวกัน และไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนเขาก็จะไม่ทิ้งหน้าที่ตำรวจที่ดีเด็ดขาด

วัน ต่อมา เอกภาพประชุมทีมของเขาเพื่อวางแผนการทำงานต่อไป   วีระชัยถามขึ้นว่า   ยาเสพติดที่ยึดมาได้จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป“นของขบวนการแอตแลนติส เอกภาพให้วรัญญาตอบ

"ยาเสพติดจำนวนมากขนาดนี้ ฐานการผลิตน่าจะต้องมาจากต่างประเทศ และจากการพิสูจน์เศษทองคำที่ได้จากรถน้ำมันกับทองคำแท่งที่ตกอยู่ที่อู่ต่อ เรือ เป“นเนื้อเดียวกันและไม่ได้ผลิตในประเทศไทย"

"ซึ่งก็รวมถึงเงินดอลลาร์ที่ยังเป“นปริศนาอยู่ว่าหายไปไหน" ธัญญะพูดขึ้นมา

เอกภาพ สรุปว่าพวกเรามาถูกทาง จากรูปการณ์เชื่อว่าขบวนการแอตแลนติสในไทยต้องมีไม่น้อยกว่าสองกลุ่ม และคงขัดแย้งกันเอง ปัญหาอยู่ที่ว่าเงินกับทองอยู่ในมือกลุ่มไหน ถ้าอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็เสี่ยงมาก แต่ถ้าอยู่คนละกลุ่ม พวกเราก็มีเวลาทำงานมากขึ้น "ยังไงเราก็ชะล่าใจไม่ได้ ไม่ว่าของจะอยู่ กับใคร  เราก็ต้องเร่งตามเอามาไว้ที่เราให้เร็วที่สุด  และที่สำคัญ เราต้องจับตัวคนในขบวนการแอตแลนติสในไทยมาลงโทษให้ได้"

"เป“นไปได้มั้ยครับรอง ว่าสองกลุ่มที่ว่า คือพวกของนายวิโรจน์กับนายภูมิชาติ"

เอกภาพ ตอบวีระชัยว่ามีความเป“นไปได้สูง แต่ต้องหาหลักฐานที่แน่นหนากว่าการวิเคราะห์...ทองใบรายงานเอกภาพว่าจุดที่ พบยากับอู่ต่อเรือร้างที่พบทองมีเจ้าของคนเดียวกันคือยอดชายคนของภูมิชาติ เอกภาพจึงเห็นว่าต้องเอาตัวยอดชายมาสอบปากคำ...

พอยอดชายถูกพาตัว มาสอบปากคำโดยวีระชัยและธัญญะ ส่วนเอกภาพนั่งมองอยู่นอกห้อง ยอดชายพยายามเบี่ยงเบนให้เชื่อว่าอู่ต่อเรือมันร้าง เขาไม่ได้ทำกิจการอะไรมาเป“นป•แล้ว จึงไม่รู้ว่าใครเอาทองคำกับยาไปซ่อนไว้ วีระชัย ซักว่าโดนระเบิดขนาดนั้นทำไมไม่แจ้งความ

"อ้าว  ต้องแจ้งความด้วยเหรอครับ  ผมไม่ได้อยากจะหา คนทำลายก็เลยไม่ได้แจ้งความ"

ทอง ใบซึ่งฟังอยู่นอกห้องกับเอกภาพบ่นว่ายอดชายไหลไปได้เรื่อย วรัญญาว่าเพราะมีเวลาหลายวันกว่าที่ทางเราจะไปเอาตัวมา จึงคิดคำตอบไว้แล้ว เอกภาพจึงให้ปล่อยตัวไปก่อน

ooooooo

ในคอนโดฯที่พักของปัทมา เธอกำลังนั่งดูงานสกู๊ปข่าวที่พ่อของเธอเคยทำเอาไว้ พ่อของเธอตายในหน้าที่นักข่าว ขณะทำข่าวขนยาเสพติดคู่กับวิทยา แล้วโดนกระสุนลูกหลง เธอจึงตั้งปณิธานว่าจะเป”ดโปงคนเลวๆในสังคมให้ได้...

วัน วิสาข์ยืนฟังนักรบอ่านนิทานให้ดาวฟัง เธอต้องยิ้มในความน่ารักของพ่อลูกคู่นี้ จนนักรบบอกดาวว่าได้เวลาเจ้าหญิงต้องนอนแล้ว เขาห่มผ้าให้ดาวแล้วเดินออกมา เจอกับวันวิสาข์ ทั้งสองจึงไปนั่งคุยกันที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล นักรบถามถึงอาการของดาว

"อาการของน้องดาวตอนนี้ก็ถือว่าดีนะคะ  แต่หมอยังไม่อยากให้วางใจนัก  เพราะโรคนี้อาการมันขึ้นๆลงๆได้ตลอดเวลา"

"แล้วไม่มีทางที่จะรักษาให้หายขาดได้เลยเหรอครับ"

"มีทางเดียวค่ะ คือต้องเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก"

นักรบรีบบอกให้เอาของเขาไปได้เลย  แต่วันวิสาข์บอกว่าไม่ง่ายอย่างนั้น ต้องตรวจเช็กว่าเข้ากันได้ดีไหม นักรบรีบให้ตรวจเช็กเลย

"ใจ เย็นๆสิคะคุณนักรบ เรื่องแบบนี้หมอไม่นิ่งนอนใจอยู่แล้ว เดี๋ยวหมอจะดูวันที่จะฉีดยาเพิ่มสเต็มเซลล์ให้คุณก่อน หลังจากนั้นสักอาทิตย์นึง ถึงจะเช็กได้ค่ะ"

ท่าทางนักรบเป“นกังวลมากจนวันวิสาข์รู้สึกสงสารและเห็นใจอย่างมาก...

แต่ ละคนก็มีความมุ่งมั่นแก่คนที่รัก ไม่เว้นแม้แต่กรกชที่เธอก็มุ่งมั่นจะดูแลธุรกิจทุกอย่างของพ่อ ไม่ให้หลุดไปเป“นของคนอื่น และจะต้องหาคนที่ฆ่าพ่อของเธอมาให้ได้ ลุงสิงห์ เห็นกรกชร้องไห้อยู่หน้ารูปวิโรจน์จึงเตือนว่า

"ลุงปลื้มใจแทนคุณท่านที่มีลูกกตัญญูแบบคุณหนู แต่ลุงอยากจะเตือนว่า อย่าให้ใครเห็นน้ำตาเราได้ อย่าให้ใครรู้ว่าเราอ่อนแอ"

"แม้เป“นการร้องไห้ให้กับการเสียคนที่รักที่สุดไป ก็ไม่ได้เหรอคะ"

"คุณ หนูจะรู้สึกยังไงลุงไม่ว่า แต่ที่สำคัญคืออย่าให้คนอื่นรู้ว่าตอนนี้คุณหนูกำลังรู้สึกยังไงอยู่ คุณหนูกำลังจะต้องทำงานใหญ่แทนคุณท่านต้องคุมคนเป“นร้อย ถ้าเรารู้เขาไม่รู้เรารบร้อยครั้งก็ชนะทั้งร้อยครั้ง ลุงอยากให้คุณหนูจำไว้ให้ดี"

กรกชพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่าน้ำตา ของเธอไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาแห่งความแค้น เธอจะสานต่อความต้องการของพ่อให้ได้หน้าไหนมาขวางเธอไม่เอาไว้แน่ ลุงสิงห์ยิ้มอย่างพอใจ...กลางคืน กรกชนั่งดื่มวิสกี้ คิดอะไรเพลินๆอยู่ริมสระ สุพจน์คิดว่าเธอคงมีเรื่องไม่สบายใจจึงเข้ามาขอนั่งเป็นเพื่อน แต่กลับโดนเธอพูดรุนแรงใส่ว่าเธออยากนั่งคนเดียว สุพจน์จ๋อยจะเดินกลับ กรกชคิดได้ว่าไม่น่ากราดเกรี้ยวใส่จึงเสียงอ่อน
ลงและขอบใจที่เขาห่วง ทั้งหมดอยู่ในสายตาลุงสิงห์ที่ยืนมองอยู่มุมหนึ่ง...

ขิง น้องสาวโข่งหนีเที่ยวผับอีก โข่งต้องมาขอให้ปัทมาช่วย เธอรีบแต่งตัวไปกับโข่งทันที... ที่ผับ เจนจิราร้องเพลงจบเดินลงจากเวที เห็นขิมนั่งรออาร์ตอยู่ข้างเวทีก็รู้ว่ายังเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบจึงเข้าไป เตือนว่าไม่ควรมาที่นี่ แต่กลับโดนด่ากลับ เจนจิราเคืองเดินหน้าตาไม่สบอารมณ์มาเจอสายชลเจ้าของผับจึงบ่น "ทำไมเฮียไม่สั่งไอ้เหน่งกับไอ้เดี่ยวให้มันดูดีๆหน่อย ปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาเที่ยว ระวังเถอะจะเดือดร้อน"

"เฮีย สั่งให้มันปล่อยเข้ามาเองแหละ ถ้าเด็กสิบขวบมันมีเงินมาซื้อเหล้าเฮียก็ให้เข้า อย่าคิดมากเลยวะ เงินเด็กเงินผู้ใหญ่ก็บาทละบาทเท่ากัน เทกยาหมดอายุรึไงวะ อยู่ๆมาทำตัวเป็นแม่พระ"

เจนจิราว่าเธอไม่ได้อยากทำตัวเป็นคนดีอะไร หรอกแค่ไม่อยากหาที่ร้องเพลงใหม่ สายชลตัดบทว่าเรื่องเจ้าหน้าที่เขาจัดการได้ เจนจิราเซ็ง... ปัทมา โข่ง เจ๋ง และแก้วเข้ามาในผับสอดส่ายสายตาหาขิมจนเห็นคุยกับอาร์ตอยู่ที่เคาน์เตอร์ โข่งเข้าไปดึงขิมให้กลับ อาร์ตคิดว่าใครมาลวนลามหวิดจะมีเรื่องกัน ปัทมารีบไกล่เกลี่ย คุยกับขิมให้กลับไปคุยกันดีๆที่บ้าน เหน่งกับเดี่ยวคนคุมผับเข้ามาจะเล่นงานโข่ง ปัทมาเข้ามาขวางแล้วขู่ว่าจะแจ้ง
ตำรวจฐานปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาเที่ยว เหน่งกับเดี่ยวแหยงถอยกลับ แก้วกับเจ๋งเกาะแขนปัทมาอย่างชื่นชม

พอ ตกลงกันได้ ปัทมาให้โข่งพาขิมกลับบ้านไป เดี๋ยวเธอกลับเองเพราะเจ๋งกับแก้วไปเที่ยวต่อ...เหน่งกับเดี่ยวรายงานสายชล ว่าปัทมากับโข่งเป็นนักข่าว พวกเขาจึงไม่อยากมีเรื่องด้วยกลัวสายชลเดือดร้อน แต่สายชลกลับโกรธที่มาหยามกันจึงสั่งให้ไปจัดการสั่งสอน

ขณะที่ปัทมา เดินมารอรถ เหน่งให้วัยรุ่นสองคนทำทีมาลวนลามปัทมา แต่กลับถูกปัทมาเตะผ่าหมากและฟาดด้วยกระเป๋า เหน่งกับเดี่ยวจึงเข้ามาช่วยคว้าไม้จะฟาดปัทมา เอกภาพผ่านมาพอดีเข้าช่วยซัดพวกเหน่งกระเจิงไป ปัทมาหันมาเห็นว่าเป็นเอกภาพก็คว้ากระเป๋าจะเดินไป

"เฮ้อ...คนเรานี่ก็แปลก คนเขามาช่วยแท้ๆจะขอบจงขอบใจสักคำก็ไม่มี" เอกภาพเปรย

ปัทมาหยุดกึก หันมามองหน้าแล้วพูดเสียงห้วนๆ "ขอบใจ..."

"คุณนี่สายเลือดนักข่าวเต็มร้อยเลยนะ ขยันหาเรื่องซะจริงๆ มืดค่ำดึกดื่นก็ไม่เว้น"

"นี่ ท่านรองผู้กำกับ กะอีแค่คุณมาช่วยจัดการจิ๊กโก๋ กระจอกพวกนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์มาวิพากษ์ วิจารณ์ฉันนะ ที่จริงไม่จำเป็นต้องให้คุณมาช่วยสักหน่อย ฉันคนเดียวก็เอาอยู่ เรื่องจิ๊บๆ"

"เอาเถอะ รู้ว่าคุณเก่ง...บ้านคุณอยู่ไหนเดี๋ยวผมไปส่งให้" เอกภาพตัดบท

"ฉันกลับเองได้ ขอบใจ"

"ผม ไม่ได้พิสมัยอยากไปส่งคุณหรอกน่า ก็แค่ทำหน้าที่ของตำรวจที่ต้องดูแลประชาชน ระวังเถอะคุณทำเป็นอวดเก่งไปวันนี้ อาจจะไม่ได้ทำข่าวแต่จะเป็นข่าวซะเอง เดี๋ยวถ้าไอ้สี่คนนั่นมันไปตามพวกมาแก้แค้น พรุ่งนี้คงมีข่าวหน้าหนึ่งว่านักข่าวสาวหัวเห็ดโดนจิ๊กโก๋รุมโทรม เฮ้อ...ไม่อยากคิดเลยว่าภาพจะเป็นยังไง" เอกภาพพูดจบ เดินไปสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์

ปัทมามองซ้ายมองขวาแล้วรีบวิ่งไปซ้อนท้าย เอกภาพอมยิ้มยื่นหมวกกันน็อกให้ก่อนจะออกรถไป...เอกภาพพาปัทมา มานั่งร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ปัทมาสั่งสามชามมาวางตรงหน้าเอกภาพเป็นการเลี้ยงขอบคุณเพราะไม่อยากเป็นหนี้ บุญคุณใคร

"อ๋อ...ผมเสี่ยงตายช่วยคุณแลกกับก๋วยเตี๋ยวสามชาม คุ้มจริงๆ" เอกภาพประชด

"ก๋วยเตี๋ยวสามชามกับเงินภาษีของฉันด้วย คุณอย่าลืม"

"ครับๆๆๆ สงสัยจะไม่ใช่นักข่าวหัวเห็ดธรรมดาแต่ เป็นเห็ดหัวหมอซะด้วย..."

ทานเสร็จ ปัทมาจะเดินกลับเพราะไม่ต้องการให้เอกภาพรู้ที่อยู่ เอกภาพยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

พอ ได้ปล่อยตัวมา ยอดชายรีบมารายงานภูมิชาติที่บ้านว่าเขาไม่ได้พูดอะไรพาดพิงมาถึงเลย ไม่ต้องกังวล คมสันต์ดักคอว่าให้มันแน่ ภูมิชาติจึงบอกให้หาทางแก้ตัวเอาของคืนมาให้ได้

"เราบุกไปชิงเอาทอง คืนเลยไม่ได้เหรอครับ ลำพังคุณกรกชคงจะไม่ยากเท่าไหร่ ถ้าจะชิงทองคืน" คมสันต์พูดแบบเกรงใจชาญยุทธ์อยู่เหมือนกัน  เพราะเห็นเป็นแฟนกับกรกช

"แกลืมไปแล้วเหรอคมสันต์ว่าทางโน้นยังมีไอ้สิงห์กับไอ้สุพจน์อยู่" ภูมิชาติแย้ง

"เก รซก็ใช่ว่าจะไม่มีพิษนะครับคุณพ่อ เห็นเกรซดูสวยบอบบางแบบนั้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยนะครับ บทจะแข็งขึ้นมาทำเอาผมแปลกใจเหมือนกัน วันก่อนผมลองหยั่งเชิงนัดทานข้าว เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่รู้กันอยู่ว่า เราไปชิงของมาแล้วเขาก็ส่งคนมาชิงกลับ ผมอ่านใจไม่ออกจริงๆ"

"ผู้หญิง น่ะ ให้ฤทธิ์มากแค่ไหนถ้ากลายเป็นแม่ของลูกเราเมื่อไหร่ก็หมดพิษ สงสัยจะต้องหาทางควบกิจการให้เร็วที่สุดซะแล้ว จะได้ไม่มีปัญหา" ภูมิชาติแนะ...
ทุกคนไม่รู้เลยว่ามีสายสืบกำลังส่องกล้องมองอยู่

ชาญ ยุทธ์เห็นด้วยกับความคิดของพ่อจึงนัดกรกชออกมาตีกอล์ฟหวังจะเรียกความใกล้ ชิดเหมือนตอนอยู่ด้วยกันที่เมืองนอกกลับคืนมา แต่กลับถูกกรกชรู้ทัน ออกตัวว่าเวลามันเปลี่ยนไปแล้ว...

จากการที่ขบวนการแอตแลนติสดูนิ่ง ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ทำให้เอกภาพต้องครุ่นคิดมากขึ้นว่าเพราะอะไร เอกภพเห็นลูกชายเครียดจึงเข้ามาชวนคุยว่ามีปัญหาอะไร และให้คำแนะนำที่ดีว่า "เราอย่าคิดในมุมเรา ถ้าเราคิดแค่มุมเรา เราก็เห็นแค่นี้ ลองเดินข้ามฝั่งไปคิดในมุมคนร้ายดูมั่ง อาจจะเห็นอะไรดีๆ"

"คิดในมุมคนร้ายเหรอครับ..."

"ใช่...คน ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนร้าย มันก็คือคนเหมือนกัน เราเองก็มีมุมที่ไม่ดี แต่เราไม่เลือกที่จะใช้มัน พวกคนร้ายก็เหมือนกับเรา ต่างตรงที่เขาเลือกหยิบเอามุมไม่ดีมาใช้" เอกภพชวนเอกภาพเล่นตำรวจจับผู้ร้าย ว่าถ้าเป็นผู้ร้ายจะคิดอย่างไร...

เอกภาพ เอาความคิดนี้มาถามลูกน้องว่า เขาคิดว่าขบวนการแอตแลนติสในไทยต้องมีการเคลื่อนไหวแน่นอน ทุกคนแปลกใจรู้ได้อย่างไร เอกภาพจึงให้ทุกคนลองคิดแล้วตอบมาว่า ถ้าเราเป็นคนร้ายแล้วของที่บอสใหญ่ส่งมาถูกกระจายไปคนละทางจะทำอย่างไร ธัญญะคิดว่า "ถ้ามีของแล้วสองอย่าง ก็ต้องหาอย่างที่สามมาเสริม แล้วเอาไปแลกอาวุธสงครามตามแผน"

"ถูก แต่ถ้าคุณมีของอยู่กับตัวแค่อย่างเดียวล่ะ อะไรที่คุณจะหามาเพิ่มได้เร็วและง่ายที่สุดตอนนี้" เอกภาพถามอีก ธัญญะตอบว่ายาเสพติด เอกภาพตอบว่าใช่ แต่คนร้ายรู้ว่ายาอยู่ที่ตำรวจ ฉะนั้นจะต้องหายาเสพติดมาทดแทน จึงต้องมีการขนยากันเร็วๆนี้แน่

"โอ้โห รองนี่ฉลาดยังกะหลุดมาจากซีรี่ส์ซีเอสไอเลย" ทองใบชมเปาะ

"ไม่หรอก ผมแค่โชคดีที่มีตำรวจที่ทั้งเก่งและดีอยู่ใกล้ๆเท่านั้นเอง" เอกภาพพูดด้วยความภาคภูมิใจ...

จริง อย่างที่เอกภาพคิด...ภูมิชาติให้ชาญยุทธ์อธิบายแผนการขนยาเสพติดให้คมสันต์ ฟังด้วย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าเจนจิราแอบอัดเสียงไว้ วันต่อมา ปัทมากำลังสั่งซื้อไก่ทอดเคเอฟซี พอถือของเดินออกจากร้านเกิดชนกับเจนจิราจนกระเป๋าเครื่องสำอางของเจนจิรา หล่นกระจาย ปัทมาช่วยเก็บใส่กระเป๋าส่งคืนให้แล้วขอโทษขอโพย พอเจนจิราไปแล้ว  เธอก็ยิ้มกริ่มมองเอ็มพีโฟร์ขนาดเล็กในมือ

พอหอบถุงไก่กลับมาที่ห้องทำงาน โข่งเห็นก็แซวไหนว่าออกไปหาข่าว เจ๋งตอบแทนว่า

"เฮียโข่งไม่รู้อะไร เดี๋ยวนี้เคเอฟซีเขามีบริการเสริม ขายข้อมูลร้อนๆ ทอดใหม่จากเตาเลย"

ปัท มาค้อนเพื่อนๆจะไม่ให้กินกัน วิทยาออกมาถามว่ารวมทั้งเขาอดด้วยหรือเปล่า ปัทมารีบบอก "ไม่ค่ะ อาวิทย์เป็นผู้ชายคนพิเศษค่ะ ยกเว้นทุกกรณี"

"หนูก็ไม่ใช่ผู้ชายนะเจ๊ปัด หนูเป็นผู้หญิงข้ามเพศไง เคยได้ยินหรือเปล่า" เจ๋งออกท่าทาง

"อย่างแกน่ะ เขาเรียกว่าผู้หญิงข้ามพลาด ไม่ใช่ผู้หญิงข้ามเพศ" โข่งแขวะ

เจ๋ง งงว่าผู้หญิงข้ามพลาดคืออะไร โข่งขยายความว่า "เอ๊า...ก็กะข้ามจากผู้ชายไปเป็นผู้หญิงแต่ดันข้ามพลาดเลยเป็นได้แค่กะเทยไง ล่ะนังเจ๋ง"

เจ๋งค้อนขวับๆทำปากขมุบขมิบ ทุกคนพากันหัวเราะ... วิทยาถามปัทมาว่าได้ข่าวมาไหม ปัทมายิ้ม ชูเครื่องเอ็มพีโฟร์ ให้วิทยาดู และว่าให้เตรียมทำข่าวใหญ่ได้เลย โข่งถามว่าสายลับเคเอฟซีนี่เชื่อถือได้หรือ ปัทมาบอกอย่างเชื่อมั่นว่า ถ้าคนนี้เชื่อถือไม่ได้ก็ไม่ต้องเชื่อใครแล้ว

"เจ๊ปัดได้ข่าวมาแบบนี้แล้วไม่ต้องบอกตำรวจเหรอคะ" แก้วถาม

"แล้วใครบอกว่าพี่ไม่ได้บอกล่ะ" ปัทมายิ้มๆ...

ขณะ เดียวกัน เอกภาพได้รับแฟกซ์ลักลับแจ้งเบาะแสเรื่องการขนยาเข้ามา   เขารีบให้ทองใบเช็กที่มาว่าเชื่อถือได้หรือไม่ ทองใบรายงานว่าส่งมาจากร้านส่งแฟกซ์ธรรมดา ที่เขาไปถามว่าใครให้ส่ง เด็กในร้านตอบว่าจำไม่ได้เพราะมีลูกค้าให้ส่งเยอะแยะ วรัญญาจึงเอามาดูวิเคราะห์

"ข้อความเขียนด้วยลายมือแสดงว่าต้องรีบ ไม่มีเวลาพิมพ์ ลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบนี้น่าจะเป็นลายมือผู้หญิง ใช้ข้อความกะทัดรัดเข้าใจง่าย หมายความว่าต้องเป็นคนที่มีการศึกษาดี ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา" วรัญญาวิเคราะห์ เชิงนิติวิทยาศาสตร์

เอกภาพ ถามทองใบว่าถามที่ร้านไหมว่ามีลูกค้าผู้หญิงบ้างหรือเปล่า ทองใบรีบตอบ "ไม่ต้องห่วงครับ ผมถามมาเรียบร้อย  เขาบอกว่ามีลูกค้าผู้หญิงมาส่งแฟกซ์แค่คนเดียว  แต่เขาเห็นหน้าไม่ชัดเพราะใส่หมวกปิดหน้า แต่ดูแล้วคล้ายๆนักข่าวรายการเกาะประเด็นหรือไงเนี่ยครับ"

เอกภาพรู้ทันทีว่าเป็นปัทมา แต่ไม่อยากเชื่อว่าจะช่วยเขา เอกภาพหันมาวางแผนกับทีมงานว่าทุกคนต้องออกพื้นที่ ยกเว้นน้ำหวาน

ooooooo

เริ่ม มีการเคลื่อนไหวทางภูมิชาติ ลุงสิงห์จึงรายงานกรกช ทำให้รู้ว่าเงินอยู่กับทางภูมิชาติจริงๆ  ถึงได้ไปกว้านซื้อยามา หวังรอจังหวะชิงทองคำจากเธอเพื่อไปแลกอาวุธ กรกชยอมไม่ได้

"นี่เป็น โอกาสดีที่เราจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะครับ นอกจากเราจะได้ยามาเก็บไว้แล้ว คุณหนูยังทำให้ พวกที่ยังแคลงใจในความสามารถของคุณหนู ยอมรับอีกขั้นหนึ่ง"

"ลุง สิงห์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่ยอมให้ใครมาขวางหนูได้หรอก หนูจะต้องเป็นหัวหน้าหน่วยของขบวนการแอตแลนติสในไทย ตามที่คุณพ่อเคยหวังอยากจะเป็นให้ได้"

ลุงสิงห์มองความมั่นใจของกรกชด้วยความพอใจ...

คืน นั้น ปัทมานั่งทำงานในคอนโดฯของเธอ โข่งมาเคาะประตูเรียกเพราะโทร.เท่าไหร่ไม่ติด ขอให้เธอช่วยไปตามขิมน้องสาวอีกครั้งที่หอพักเพื่อน เพราะเป็นหอพักหญิง เขาจึงขึ้นไปตามเองไม่ได้ ปัทมารีบช่วยเพื่อน เธอขึ้นไปหาขิมบนหอพักเพื่อน และคุยให้ขิมเข้าใจว่าโข่งทั้งรักและห่วง มีอะไรไม่เข้าใจกันก็ให้คุยกัน ขิมเกรงใจปัทมาจึงยอมลงมาคุยกับโข่ง...โข่งเกลี้ยกล่อมขิมให้กลับไปอยู่บ้าน ที่โคราช เขาจะได้หมดห่วงและทำงานได้เต็มที่...

อาชีพบังหน้าของนัก รบคือ เป็นยาม วันนี้พอเขาออกเวรจะรีบไปดูแลดาวที่โรงพยาบาล พลันมีข้อความส่งเข้ามาในมือถือ ทำให้เขาต้องแวะเข้าร้านอินเตอร์เน็ต มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง แล้วเปิดดูข้อมูลที่ติดต่อมา เขาอ่านแล้วต้องพิมพ์ข้อความกลับไปว่า

"ข้อมูลที่ให้มาไม่ชัดเจน ขอปฏิเสธงาน ไม่รับงานถ้าเหยื่อเป็นคนดี" นักรบกดส่งแล้วทำลายข้อมูลทิ้งจนหมด

นัก รบมาหาดาว เช็ดเนื้อเช็ดตัวและแต่งตัวให้ลูกสาวอย่างรักใคร่ ดาวถามว่าทำไมเธอจึงใส่ชุดอื่นสวยๆไม่ได้ นักรบคิดหาคำพูดอยู่นานกว่าจะบอกว่า ชุดที่ดาวใส่เป็นยูนิฟอร์ม เหมือนชุดนักเรียนที่ไว้ใส่ไปโรงเรียน อยู่โรงพยาบาลก็ต้องใส่ชุดนี้ ดาวย้อนถาม

"คุณพ่อก็อยู่ที่โรงพยาบาล ทำไมคุณพ่อไม่เห็นใส่ชุดเหมือนน้องดาวเลย"

นัก รบอึ้งคิดหาคำตอบ วันวิสาข์เข้ามาได้ยินพอดี จึงตอบแทน "คุณพ่อใส่ไม่ได้หรอกค่ะ หมอเองก็ใส่ไม่ได้เห็นมั้ย เพราะว่านี่เป็นชุดพิเศษ คนที่ใส่ชุดนี้จะมีคนคอยดูแล คอยเอาใจไงคะ น้องดาวไม่ชอบเหรอคะ"

นักรบยิ้มโล่งใจ ดาวอ้อนว่าเธอชอบให้คนเอาใจแต่เธอก็อยากใส่ชุดสวยๆบ้าง วันวิสาข์จึงบอกว่า ถ้าดาวเป็นเด็กดีทานข้าวทานยาทุกมื้อ เธอจะให้ใส่ชุดสวยๆได้บางวัน ดาวดีใจรับปากว่าจะทานข้าวทานยาทุกมื้อ ไม่ดื้อ นักรบยิ้มเอ็นดูระคนสงสารลูกเหลือเกิน...

ถึงวันปฏิบัติงาน เอกภาพกับลูกน้องมารวมกันที่หน้าตึก เอกภาพสั่งการ "งานครั้งนี้ เราจะแบ่งออกเป็นสองทีม ทีมแรกมีผมกับสารวัตร ธัญญะและก็หมวด จะไปดักรอที่สายหลักที่น่าจะใช้เป็นเส้นทางขนของ อีกทีมก็มีรองสารวัตรกับดาบไปดักที่สายรอง ส่วนจ่าน้ำหวานสแตนด์บายอยู่ที่หน่วยเผื่อกรณีฉุกเฉิน" รถสองคันวิ่งออกจากกองปฏิบัติการ

บนถนนหลวง อาทรกับลูกน้องขับรถตู้คอนเทนเนอร์ไปอย่างชิวๆ แต่พอเจอด่านตำรวจซึ่งเอกภาพกับธัญญะซุ่มอยู่ก็เกิดอาการกลัว บึ่งรถฝ่าด่านไป เอกภาพกับธัญญะและวรัญญารีบบึ่งรถตาม พร้อมเปิดไซเรน โทรโข่งบอกให้รถหยุด เมื่อไม่ยอมหยุดจึงขับรถไปปาดหน้า อาทรจึงต้องจอดรถ ธัญญะและวรัญญาเข้าควบคุมตัวอาทรกับลูกน้องลงจากรถและขอค้นรถอาทรโอดโอย "โธ่ คุณตำรวจครับ ดึกดื่นขนาดนี้ใครจะนึกว่าจะเป็นตำรวจจริงๆมาตั้งด่าน ผมก็นึกว่าเจอไอ้พวกดักปล้นของเข้าน่ะสิครับ"

"แล้วนี่ขนอะไรมา ทำไมต้องขนกลางคืน"

อาทร กับลูกน้องมองหน้ากันอึกอัก แล้วหันมาบอกเอกภาพว่าพวกเขาไม่รู้ แค่รับจ้างขับรถมาจอดที่ปั๊มแถวตลิ่งชันเท่านั้น   เอกภาพไม่เชื่อขอเปิดดู วรัญญาดักคอ   อย่าบอกว่าไม่มีกุญแจ ธัญญะรีบดึงพวงกุญแจจากในรถมาชู แล้วไปไขที่ตู้รถ อาทรหน้าซีด พอเปิดตู้คอนเทนเนอร์ออก ปรากฏว่าเป็นแรงงานต่างด้าวอัดกันมาเต็มตู้ ธัญญะรีบบอกวรัญญาตรวจดูว่ามีคนตายและเจ็บป่วยแค่ไหน วรัญญาตรวจสอบ

"มีคนตายด้วยค่ะท่านรอง คนที่เหมือนป่วยท่าทางเหมือนคนที่เสพยาเกินขนาดเลยค่ะ"

สี หน้าเอกภาพอนาถใจ ก่อนจะสั่งธัญญะควบคุมตัวอาทรกับลูกน้องไปโรงพัก แล้วตามไปเจอกันที่โรงพยาบาล เขาจะพาคนป่วยและตายไปตรวจร่างกาย...เอกภาพปีนขึ้นขับรถตู้คอนเทนเนอร์ออกไป ถึงโรงพยาบาล วรัญญารีบประสานงานกับหมอ

"ฉันร้อยตำรวจโทแพทย์หญิง วรัญญาจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ คนไข้พวกนี้เป็นคนต่างด้าว ดูอาการแล้วเหมือนคนเสพยาเกินขนาด ฉันอยากจะขอเอกซเรย์คนที่เสียชีวิตดูค่ะ เผื่อจะพบอะไรผิดปกติ" ...วรัญญาเอาบัตรตำรวจให้ดู ทำให้หมอและพยาบาลรีบจัดแจงให้...

ooooooo
ตอนที่ 4

ผลจากฟิล์มเอกซเรย์ออกมา  ทำให้วรัญญาเห็นว่ามีของแปลกปลอมเป็นหลอดขนาดเล็กเท่าหัวแม่มืออยู่ใน กระเพาะอาหารคนต่างด้าวเหล่านั้นเต็มไปหมด เอกภาพถามใช่ยาเสพติดไหม

"น่า จะใช่ค่ะ เพราะรายนี้มีอันที่แตกออกแล้วหลายอัน ซึ่งก็น่าจะทำให้เกิดการซึมเข้าร่างกาย ทำให้เกิดการช็อกเหมือนเสพยาเกินขนาด ฉันขออนุญาตผ่าพิสูจน์ดูนะคะรอง"

เอกภาพอนุญาต มีหมอของโรงพยาบาลคอยให้การช่วยเหลือ และก็ได้พบว่าการขนยาครั้งนี้ใช้คนต่างด้าวกลืน

ถุง ยางอนามัยที่บรรจุยาเสพติดเอาไว้จำนวนมาก และจากการ ที่เบียดเสียดกันมาในรถ บางคนขาดอากาศหายใจตาย บางคนร่างกายอ่อนแอทำให้ถุงยางในกระเพาะแตก มีอาการเหมือนคนเสพยาเกินขนาด เอกภาพ ธัญญะรู้สึกว่าช่างไม่มีมนุษยธรรมกันบ้างเลย วรัญญาว่าโชคดีที่พวกเราสกัดจับยาครั้งนี้ไว้ได้

"มันยังไม่หมดเท่า นี้หรอกเพราะตามที่เบาะแสรายงานมา ยังมีพรุ่งนี้อีกลอตที่ท่าเรือ คืนนี้ทางผู้กองกับดาบไม่มีรายงานอะไรเข้ามา แสดงว่ายังไม่มีการขนของ พรุ่งนี้เรารีบตามไปสมทบกับสองคนนั่นที่ท่าเรือ" เอกภาพสั่งธัญญะกับวรัญญา...

ข่าวนี้ถึงหูลุงสิงห์ กรกชกับสุพจน์จึงไปดักรอชิงของ... ปัทมาเร่งโข่งให้เตรียมอุปกรณ์ไปทำข่าว แต่โขงกลับขับรถพาไปผิดท่าเรือ เป็นท่าเรือเก่าซึ่งเลิกใช้ไปแล้ว...บริเวณท่าเรือใหม่ซึ่งพลุกพล่านไปด้วย คนงาน พ่อค้า แม่ค้า และพวกตังเกที่เอาปลามาขึ้นท่า กรกช สุพจน์ และลูกน้องอีกหลายคนซุ่มอยู่ในเรือเร็วขนาดใหญ่ลำหนึ่ง ซึ่งจอดห่างจากท่าเล็กน้อย สุพจน์ใช้กล้องส่องไปยังอ่าวที่เรือตังเกผ่านเข้าออก แล้วไปหยุดที่เรือตังเกลำหนึ่งซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าท่า จึงเรียกกรกช เธอจึงยกกล้องส่องดูบ้าง เห็นบนเรือมีลูกเรือถือปืนยาวประจำอยู่หัวเรือ จึงสั่งเตรียมพร้อม

ในขณะที่ธัญญะกับวีระชัยปลอมตัวปะปนอยู่กับลูก เรือขนปลา เอกภาพกับวรัญญาซุ่มดูอยู่ เอกภาพเกิดนึกถึงปัทมาเพราะรู้ว่าต้องมาทำข่าวแน่ๆ จึงมองหาไปรอบๆ วรัญญาแปลกใจถามว่ามองหาใคร

"เปล่าๆ...คงไม่มาหรอก ถ้าเป็นนักข่าวนั่น ป่านนี้คงโผล่มาแล้ว" เอกภาพบ่นคนเดียว

พลัน ทั้งสองส่องกล้องไปเห็นเรือที่ลูกเรือถือปืน เอกภาพสั่งการให้มีการขนย้ายของก่อนค่อยเข้าจับกุม ทุกคนรับทราบ... แต่แล้ว เรือของกรกชได้เข้าไปเทียบเรือตังแกนั่นแล้วจับลูกเรือไว้ทั้งหมด กรกชถามนายท้าย "ยาเสพติดที่นายขนมาน่ะ อยู่ที่ไหน"

"ยาเสพติดอะไรผมไม่รู้จริงๆครับ ผมขนมาแต่ปลาจากห้องเย็น" นายท้ายหน้าเหลอหลา

"มีแค่ปลาเหรอ งั้นขอปลาที่ขนมาทั้งหมดก็แล้วกัน" กรกชส่งสัญญาณเรียกลูกน้องมาขน

เอก ภาพกับวรัญญาที่ซุ่มดูอยู่ แปลกใจว่าเรือจอดนิ่งอยู่ทำไม พอส่องกล้องดูจึงรู้ว่ามีการขนย้ายกลางทะเล เอกภาพสั่งการผ่านไมค์ "เป็นเรื่องแล้ว รีบหาเรือออกไปที่เรือเป้าหมายเร็ว"

ธัญญะกับวีระ ชัยและทองใบรีบไปรวมตัวกับเอกภาพ ปัทมากับโข่งมาถึงเห็นเหตุการณ์พอดีรีบวิ่งตาม สมุนของสุพจน์ยิงสู้กับพวกตำรวจ เอกภาพรีบหลบ มาเจอปัทมานั่งหลบอยู่ก็ยิ้มๆแบบว่านึกแล้วว่าต้องเจอ จากนั้นก็สั่งการลูกน้อง ปัทมาบอกโข่งให้ถ่ายไว้ทั้งหมด ส่วนตัวเองวิ่งตามเอกภาพไปติดๆ ธัญญะร้องห้ามก็ไม่ฟัง โดดลงเรือตามเอกภาพไป

"คุณอีกแล้ว นี่มันไม่ใช่เกมโปลิศจับขโมยที่เล่นตอนเด็กๆนะ นี่มันของจริงนะคุณ"

"ฉันรู้หรอกน่า ท่านรองอย่ามาเสียเวลากับฉันเลย รีบออกเรือไปเถอะ เดี๋ยวพวกมันหนี"

เอกภาพ ส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ แล้วหันไปพยักหน้าให้ทองใบออกเรือไปที่เรือตังเกนั่น กรกชสั่งลูกน้องรีบขนถ่ายปลาได้แค่ไหนแค่นั้น แล้วรีบพากันหนีก่อนที่เรือเอกภาพจะมาถึง ก่อนไปยังวางระเบิดบนเรือ "อะไรที่เราไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ควรจะได้เหมือนกัน"

เสียงระเบิดดัง สนั่น คนในเรือเอกภาพรีบหมอบ ปลาตัวหนึ่งลอยมาตกตรงหน้าเอกภาพ ปัทมาไม่ทันเห็น เขาจึงรีบเก็บไว้ตรวจสอบ...ภูมิชาติแค้นใจมากที่โดนชิงยาไปอีก "คราวนี้ไม่ได้เสียยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเสียเงินที่เอาไปซื้อยาด้วย อยากรู้นักว่าใคร"

คมสันต์รายงานว่าพวกตำรวจเฉพาะกิจของเอกภาพ ภูมิชาติอยากรู้ว่าใครที่คาบข่าวไปบอกตำรวจ คมสันต์โทษยอดชาย เพราะทั้งคนขับรถและคนขับเรือเป็นคนของยอดชาย ภูมิชาติจึงสั่งให้จับตาดูยอดชายไว้ให้ดีๆ   ถ้าหักหลังเขาจริง   ไม่ต้องเอาไว้

จากเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เอกภาพสรุปว่าต้องมีแก๊งสอง แก๊งที่คอยขัดแข้งขัดขากันเอง ซึ่งคงจะเกี่ยวข้องกับขบวนการแอตแลนติส ธัญญะเสริม แสดงว่าบอสใหญ่ต้องยังไม่เลือกว่าจะให้แก๊งไหนเป็นตัวแทนในประเทศไทย วรัญญาเห็นว่าดีเพราะทำให้ทั้งสองแก๊งทำอะไรสำเร็จยาก และทางตำรวจจะได้มีเวลากวาดล้าง

"ที่ทุกคนพูดมาน่ะถูกหมด แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นก็คือ ถ้าวันไหนสองแก๊งนั่นเกิดรวมการเฉพาะกิจกันขึ้นมา จะทำให้การจัดการมันยากขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องหาหลักฐานมาจัดการให้ได้ในช่วงที่มันยังแตกกันอยู่"

ทอง ใบถามว่า รู้ตัวแล้วว่าคนจ้างเป็นใครทำไมไม่รวบตัวเลย เอกภาพบอกไม่ได้...หลักฐานยังอ่อนเกินไป คนขับรถคอนเทนเนอร์ยังไม่ยอมซัดทอดใคร ธัญญะว่า "ถ้าเรารวบได้แค่แก๊งเดียวก็เท่ากับเราช่วยอีกแก๊งกำจัดคู่แข่ง   ทีนี้มันก็ทำงานสบายไปเลย"

"ใช่เลย เราต้องหาทางจัดการให้ได้พร้อมกันทั้งสองแก๊ง อีกอย่างข้างบนท่านสั่งมาว่าให้หาทางรวบให้ถึงตัวบอสที่อยู่ต่างประเทศให้ ได้ ถ้าเราทำอะไรลงไปตอนนี้ จะเป็นการแหวกหญ้า ให้งูตื่นซะเปล่าๆ อ้อ...ดาบ ที่ผมให้ค้นข้อมูลท่าเรือได้เรื่องอะไรมั้ย" เอกภาพถามทองใบ

"ได้ ครับผม ท่าเรือเป็นของนักธุรกิจชื่อยิ่งยศ สินทวีทรัพย์ ไม่มีประวัติเสียหาย แต่ที่น่าสนใจก็คือห้องเย็นที่แถวท่าเรือครับ เพราะเจ้าของเป็นเพื่อนเก่าของเรานี่เอง" ทองใบเอารูปเจ้าของห้องเย็นขึ้นจอคอมฯ ก็คือยอดชายนั่นเอง

"ยอดชาย...ท่าทางหมอนี่จะมีอะไรมากกว่าที่เราคิดซะแล้วดาบ"

ทองใบรู้ดีว่าเอกภาพจะพูดอะไร จึงรีบบอกว่าเขาให้คนตามดูไว้แล้ว ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลให้ส่งข่าวทันที เอกภาพพยักหน้ารับรู้

ooooooo

ใน ห้องทำงานบริษัททีวีไทม์ วิทยาเรียกปัทมา มาถามเรื่องปล้นและระเบิดเรือหาปลา ปัทมาสรุปความให้ฟังว่า เธอเชื่อว่าทุกเรื่องเกี่ยวข้องกันหมด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีการตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา วิทยาเห็นจริงจึง ให้ปัทมาทำสารคดีเชิงข่าวเรื่องนี้ออกมาเป็นซีรี่ส์จนกว่า เรื่องนี้จะจบ แต่ขอให้ข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง

ภูมิชาติเห็นสกู๊ปข่าวของปัทมาออกมา แล้วเต้นผาง สั่งให้ตามยอดชายมาพบด่วน และจัดให้มีข่าวสัมภาษณ์ในรายการของสิริมาศออกมาทันที...วิทยาถูกทางช่อง เรียกไปพบ กลับมาหน้าตาซีเรียส ปัทมารีบเข้ามาถามว่ามีปัญหาอะไร วิทยาถอนใจก่อนจะตอบ

"นายเขาเรียกไปถามเรื่องสกู๊ปที่เราเอาออกอากาศ ไปเมื่อวาน คุณยอดชายเจ้าของห้องเย็นกับอู่ต่อเรือร้างเขาโทร.ไปร้องเรียนช่อง ว่าเขาเสียหายที่เราออกข่าวว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องระเบิดเรือปลา แถมอีกช่องยังมีสกู๊ปพิเศษสัมภาษณ์คุณยอดชายว่า เขาได้รับผลกระทบจากการออกอากาศของเราแค่ไหน เขาอยากจะขอความเป็นธรรม"

ปัท มารู้สึกผิด ยิ่งวิทยาบอกว่าทางช่องเตือนอย่าให้มีการฟ้องร้องกันขึ้น มันจะยุ่ง แต่เธอก็สงสัย "แล้วอาวิทคิดว่าไงคะ ปัทว่าถ้านายยอดชายนั่นไม่มีอะไรจริงๆน่าจะติดต่อหาเราโดยตรงหรือไม่ก็ฟ้อง ร้องไปแล้ว ไม่น่าจะใช้วิธีแก้ข่าวแบบนี้"

"อาก็เชื่อเหมือนปัทแหละ ว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เห็น อาอยากให้ปัทลุยหน้าต่อ พยายามหาหลักฐานให้แน่นหนาเวลาสกู๊ปออกไปจะได้ไม่มีปัญหาอีก"
ปัทมาครุ่น คิดว่าควรทำอย่างไรดี จึงชวนวันวิสาข์ออกมาคุยที่ร้านอาหาร เผอิญช่วงที่วันวิสาข์เข้าห้องน้ำ เอกภาพเข้ามาในร้านกับวรัญญา พอเห็นปัทมานั่งอยู่ในร้าน เอกภาพก็ปรี่เข้าไปต่อว่าทันที "นี่คุณรู้มั้ย ว่าสกู๊ปรายการของคุณที่ออกไปแบบนั้นน่ะมันทำให้ผมทำงานลำบาก"

ปัทมาเงยหน้ามอง เห็นเอกภาพมากับวรัญญาก็ทำหน้ากวนใส่ "แล้วไงคะ..."

"แล้วไงเหรอ คุณกำลังจะทำให้พวกคนร้ายมันไหวตัว แล้วแผนจับคนร้ายที่ผมวางเอาไว้มันก็พังหมดน่ะสิ"

ปัท มาขึ้นเสียงบ้าง "นี่คุณตำรวจ ฉันไม่ใช่ผู้ช่วยคุณนะจะได้มีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้คุณทำงานได้สบายๆ คุณเองก็ทำให้ฉันทำงานลำบากเพราะขอข้อมูลอะไรก็ไม่เคยได้สักอย่าง ฉันยังไม่ว่าคุณสักคำ อีกอย่างฉันก็ทำหน้าที่ของฉัน ฉันเป็นนักข่าวอาชญากรรมไม่ทำข่าวแบบนี้แล้วจะให้ไปทำสกู๊ปหมีแพนด้าหรือไง"

เอกภาพ สะกดอารมณ์ พูดดีๆกับปัทมาว่าขอความร่วมมือกับทางราชการ ปัทมาอดที่จะกวนไม่ได้ "เรื่องนี้ฉันตัดสินใจไม่ได้หรอกค่ะเพราะเป็นเรื่องของบริษัท เอางี้...คุณลองทำหนังสือยื่นเข้าไปที่บริษัทดูสิคะ แล้วฉันจะลองเอาเข้าที่ประชุมพิจารณาดูอีกทีว่าจะให้ความร่วมมือดีหรือ เปล่า"

"คุณนี่มันสุดๆเลยนะ"

"ฉันจะถือเป็นคำชมนะ แล้วก็ขอบคุณที่เข้าใจ คนอย่างฉันน่ะถ้าทำอะไรไม่สุดก็ไม่ทำ"

เอกภาพ สีหน้าโกรธมากที่พูดอะไรก็โดนสวนกลับมาทุกที วรัญญาจึงดึงให้กลับหน่วยแล้วค่อยไปหาอะไรทานใกล้ๆเอา ปัทมามองตามอย่างไม่สบอารมณ์ วันวิสาข์กลับมาที่โต๊ะเห็นปัทมาบ่นว่าผู้ชายอะไรนิสัยไม่ดี แทนที่จะอยู่ดูแลลูก กลับไปนั่งเฝ้านักร้อง นี่ก็พาสาวมากินข้าว งานการไม่ทำ แล้วยังมาหาเรื่องเธออีก วันวิสาข์งงแต่ไม่อยากซัก...

กลับ มาที่โรงพยาบาล วันวิสาข์ได้เห็นนักรบกำลังป้อนข้าวดาว พอดาวเห็นเธอก็ชวนทานด้วยกันวันวิสาข์ยิ้ม "ขอบใจจ้ะ แต่หมอทานจุนะเดี๋ยวน้องดาวไม่อิ่ม...วันนี้หมอมีอะไรมาให้คนเก่งด้วยนะ"

วันวิสาข์ซื้อชุดสวยน่ารักมาฝากดาว เธอดีใจมาก พอพยาบาลมาเช็ดตัวให้แล้วใส่ชุดสวยเลย นักรบเดินออกมาจากห้อง ขอบคุณวันวิสาข์ที่เมตตากับลูกสาวเขาและทำให้ดาวรู้สึกว่าโรงพยาบาลไม่น่า กลัว วันวิสาข์ตอบอย่างจริงใจ "น้องดาวแกเป็นเด็กน่ารักค่ะ ไม่มีใครอดใจไม่ให้รักแกได้หรอก ถ้าวันนึงฉันมีลูกคงอยากให้น่ารักเหมือนน้องดาว"

"น้องดาวก็คงดีใจถ้าได้คุณหมอเป็นแม่" นักรบพูดเบาๆ

วัน วิสาข์หน้าแดงแต่ทำเป็นไม่ได้ยิน ถามว่าเขาพูดอะไรนะ นักรบรีบปฏิเสธว่าไม่ได้พูดอะไร...พอแยกกัน นักรบเข้ามาดูดาวซึ่งนอนหลับไปทั้งชุดสวย เขาพยายามหักห้ามใจ "เราอยู่กันสองคนพ่อลูกก็มีความสุขแล้ว อย่าไปดึงคุณหมอ คนสวยให้เขามาลำบากกับเราเลยนะลูกนะ"

ooooooo

ภูมิชาติกับชาญ ยุทธ์คุยกันว่ายอดชายชักจะพาเรื่องเดือดร้อนมาให้ จึงสั่งคมสันต์ตามตัวมือปืนลินดามาทำงานให้ เจนจิรานวดไหล่ให้ภูมิชาติเหมือนไม่ได้ สนใจฟังอะไร

พอดี นทีเพื่อนรุ่นน้องมาบ่นกับยอดชายว่ารู้สึกตัวเองไม่ค่อยปลอดภัยเพราะดันไป รู้เรื่องของเจ้านายมากเกินไป และตอนนี้ตัวเองก็หมดประโยชน์แล้ว จึงคิดจะชิ่งหนีออกต่างประเทศ ยอดชายนึกถึงตัวเอง ประจวบกับเห็นมีคนคอยสะกดรอยตามจึงโทร.หาสุพจน์ขอความช่วยเหลือ

"แล้ว ฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าแกจะไม่มาเล่ห์เหลี่ยมกับฉัน...ได้ ฉันจะพูดให้" พอวางสาย สุพจน์หันมาบอกลุงสิงห์กับกรกช บอกว่ายอดชายขอมาอยู่ด้วย
กรกช ไม่อยากเชื่อว่าจะไว้ใจได้ สุพจน์บอกว่า "มันบอกว่ารู้ที่ซ่อนเงินดอลลาร์ มันจะไปเอามาให้เราส่วนหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่ามันไม่ได้โกหก"

"งั้นก็รับมันเข้ามาก่อน พอได้เงินทั้งหมดแล้วค่อยฆ่ามันทิ้งซะ ไอ้พวกเลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ว่าจะใครเลี้ยงมันก็ไม่มีทางเชื่องหรอก..."

ข่าว มาถึงหูเอกภาพจนได้ ว่ายอดชายถูกสั่งเก็บ ทองใบเช็กข้อมูลและโทร.ถามสาย รู้ว่ายอดชายกำลังเดินทางไปมหาชัยที่ตั้งสะพานปลาท่าเรือใหม่ เอกภาพรีบสั่งการ...ขณะเดียวกัน ปัทมากำลังรวบรวมข้อมูลทำเป็นชาร์ตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โยงทุกเรื่องเข้าด้วยกันจนคิดได้รีบบอกโข่งเตรียมกล้องเล็กไปทำข่าวกับเธอ ทันที

หน้าห้องเย็นแถวสะพานปลาที่ตั้งเรียงรายอยู่ สุพจน์ขับรถพายอดชายมาพร้อมลูกน้องอีกสองสามคน จอดรอให้ยอดชายลงไป   ยามลุกขึ้นทำความเคารพ   ยอดชายกำลังจะไขกุญแจประตูห้องเย็น ลินดาโผล่มาพร้อมปืนสั้นเก็บเสียง ยอดชายโดดหลบหลังยาม กระสุนจึงโดนยามล้มลง ยอดชายล้มไปกับยาม เอกภาพขับรถมาจอดพรืด โดดลงจากรถพร้อมธัญญะและวีระชัย ยิงสู้กับลินดา เอกภาพให้ทั้งสองเฝ้ายอดชายไว้ เขาตามลินดาไป ยอดชายฉวยโอกาสวิ่งหลบไปขึ้นรถ สุพจน์ขับพาหนีไปซ่อนในรถตู้คอนเทนเนอร์ ธัญญะกับวีระชัยจึงหาไม่เจอ

ปัทมากับโข่งมาถึง ได้ยินเสียงปืนจึงพากันวิ่งไปตามเสียงปืน เอกภาพไล่ตามยิงกับลินดา ปัทมาโผล่มาขวางทาง เอกภาพตกใจร้องเตือน "ระวังคุณ!"

เอกภาพกระโดดไป ผลักปัทมาล้มลง พอจะลุกขึ้นก็โดนโข่งวิ่งชนล้มไปทับปัทมาอีกครั้ง ลินดาฉวยโอกาสหนีไปได้ เอกภาพโวย "พวกคุณอีกแล้ว นี่มันอันตรายนะคุณ กระสุนจริงไม่ใช่ของเล่น"

"ฉันรู้ว่ากระสุนจริง แล้วนี่คุณไล่ยิงใคร"

"ไม่รู้สิผมไม่ทันได้ถามชื่อ...ผมก็ไล่ยิงคนร้ายสิคุณ คนดีๆที่ไหนจะมาถือปืนไล่ยิงคนตามถนนแบบนี้ล่ะ" เอกภาพ ประชด

"นั่นน่ะสิ ฉันก็ว่าคงจะมีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่เที่ยวถือปืนไล่ยิงคนแบบนี้น่ะ"

"คุณนี่มัน..." เอกภาพรู้ว่าโดนหลอกด่า จึงฮึดฮัดเดินหนี

โข่ง เอ็ดปัทมาที่ชอบกวนเอกภาพ ปัทมาโวยว่าเอกภาพขี้เก๊กก่อน โข่งว่า "ฉันว่าพอๆกันล่ะวะ นี่ถ้าเป็นละครโทรทัศน์นะ ฉันว่าแกกับท่านรองต้องชอบกันแหงๆ"

"บ้าน่ะสิ พูดอะไรเพ้อเจ้อ" ปัทมาเคืองเดินหนีแต่ไปทางเดียวกับเอกภาพ

เอกภาพ กลับมาที่หน้าห้องเย็น พบตำรวจกำลังชันสูตรศพยาม พอรู้จากธัญญะว่ายอดชายหายเข้ากลีบเมฆไป ก็หันมาโทษปัทมาที่ทำให้คนร้ายหนีไปได้ ปัทมาโวยหาว่าโยนขยะให้เธอ เธอไม่เกี่ยวสักหน่อย

"ก็เพราะรายการของคุณไงที่ทำให้นายยอดชายถูก ตามฆ่าตัดตอนแบบนี้ แล้วแถมเมื่อกี๊คุณยังมาขวางทำให้มือปืนหนีไปได้อีก ถามจริงๆเถอะ คุณตั้งใจจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปถึงไหน"

"อย่า มากล่าวหากันนะคุณตำรวจ อย่ามัวแต่หาเรื่องโทษคนอื่นสิคุณ ไม่คิดบ้างหรือว่าเพราะตำรวจทำงานช้าเองถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ ฉันเห็นมีเรื่องอะไร ตำรวจก็ช้ากว่าคนร้ายทุกที"

"ตำรวจไม่ใช่หมอดู นะคุณจะได้ทำนายล่วงหน้าได้ว่าคนร้ายจะไปก่อเหตุอะไรที่ไหนหรือถ้าคุณรู้ล่ะ ก็วันหลังช่วยโทร.บอกผมด้วยนะ จะได้ไปนั่งกินกาแฟรอจับคนร้าย"

สองคน ปะทะคารมอย่างไม่ยอมแพ้กัน โข่งจึงเลิกถ่ายภาพข่าว หันมาถ่ายเอกภาพกับปัทมาที่กำลังทะเลาะกันแทน พอดีธัญญะพบว่ามีกุญแจหักคาอยู่ที่ประตูห้องเย็น จึงเรียกเอกภาพมาดูทำให้ทั้งสองหยุดเถียงกันได้...ธัญญะคาดว่า

ก่อนเกิดเหตุยอดชายคงกำลังไขประตูเข้าไปแสดงว่ามีอะไรสำคัญในนี้ จึงคิดจะระเบิดประตูดู แต่เอกภาพห้ามเพราะจะกลายเป็นบุกรุก...

ooooooo
ตอนที่ 5

เมื่อประตูห้องเย็นมีการใส่กุญแจไว้ เอกภาพจึงให้ลูกน้องจัดการขอหมายค้นด่วน...มือปืนลินดาซึ่งหนีพ้นจากเอกภาพ มาได้ก็รีบโทร.รายงานคมสันต์ ว่าจัดการตามแผนแล้ว คมสันต์มารายงานภูมิชาติอีกต่อ ชาญยุทธ์ขอเป็นคนนำทีมไปจัดการต่อเอง โดยคมสันต์ รอรับคำสั่ง

สุพจน์รายงานเรื่องทั้งหมดกับลุงสิงห์และ กรกชว่า ยอดชายโดนสั่งเก็บแต่ว่ารอดมาได้   กรกชจึงเริ่มเชื่อว่าที่ยอดชายบอกเรื่องเงินดอลลาร์เป็นความจริง แต่ขอเห็นของให้แน่ใจจริงๆก่อนถึงจะเชื่อสนิท ยอดชายรับปากจะเอาเงินนั่นมาให้ได้ ลุงสิงห์ให้สุพจน์คอยให้การช่วยเหลือ

ปัท มายังเฝ้าดูเพราะเชื่อว่าต้องมีอะไรในห้องเย็นนั่น โข่งบ่นกระปอดกระแปด "แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าในนั้นมีอะไร อย่าบอกนะว่าแกจะงัดประตูเข้าไป ข้อหาบุกรุกก็ติดคุกนะเว้ย"

"เอาน่า เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เองแหละ" ปัทมาตัดบท...

วันนี้ ขณะที่วันวิสาข์กำลังดูดาวซึ่งหลับอยู่ นักรบ โผล่มาที่แขนมีรอยเลือดซึมจึงทำแผลให้ นักรบถามว่าไม่สงสัยหรือว่าเขาไปโดนอะไรมา เธอตอบว่า "หมอเห็นแผลทุกรูปแบบแล้วค่ะ อย่าหาว่าฉันสอนเลยนะคะ แต่คุณจะทำอะไรก็ระวังๆหน่อย คุณยังมีลูกที่ต้องดูแลอยู่ทั้งคน"

พอดีดาวตื่นขึ้นมาต่อว่านักรบที่หายไปทั้งวัน แต่พอ เห็นผ้าพันแผลที่แขนนักรบก็ถามด้วยความห่วงใย "คุณพ่อไปจับผู้ร้ายมาเหรอคะ"

"ค่ะ พ่อไปจับผู้ร้ายเลยได้แผลมานิดหน่อย แต่คุณหมอทำแผลให้แล้วเดี๋ยวก็หาย"

"คุณ หมอรู้มั้ยคะว่าคุณพ่อน่ะเป็นตำรวจที่เก่งที่สุดในโลกเลย คุณพ่อจับคนเลวมาเข้าคุกเยอะแยะเลยค่ะ" ดาวคุยโว ด้วยความภูมิใจในตัวนักรบ

นักรบสบตาวันวิสาข์อย่างขอบคุณที่ไม่ขัดอะไรดาว...

ใน เวลาเดียวกัน เอกภาพกำลังปรึกษาเอกภพถึงเรื่องยอดชายที่ถูกตามฆ่า ตกลงเป็นคนของใครกันแน่ เอกภพย้อนถามว่าที่ภูมิชาติสั่งฆ่าคนของตัวเอง  ส่อให้เห็นถึงอะไรถ้าไม่ใช่การหักหลัง เอกภาพก็คิดเช่นนั้น แต่มันเรื่องอะไร

"อืม...เอางี้ พ่อจะเป็นฝ่ายนายภูมิชาติ เอกเป็นอีกฝ่ายนึง นายยอดชายเป็นคนของพ่อแล้วไปขออยู่กับเอก เอกจะว่ายังไง"

"ผมไม่ไว้ใจ นอกจากว่านายยอดชายจะมีอะไรมาพิสูจน์ ให้ได้ว่าตั้งใจหักหลังพ่อจริงๆ"

"นั่นคือการเอาข้อมูลลับหรือของสำคัญของทางพ่อไปให้เอก"

เอกภาพเริ่มคิดออกแล้วว่า ถ้าเช่นนั้นไม่ทองคำก็เงินดอลลาร์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการอยู่ในห้องเย็นนั่น เอกภพท้วง

อีกว่า ยอดชายกำลังจะเอาของมาพิสูจน์ตัวเอง และถูกเก็บที่หน้าห้องเย็นแสดงว่าอะไร เอกภาพว่าของต้องอยู่ในนั้น

"แต่ พ่อไม่ไว้ใจนายยอดชายตั้งแต่แรกแล้ว เพราะ ฉะนั้นพ่อก็ต้องย้ายของจากห้องเย็นไปเก็บไว้ที่อื่น เพราะรู้ว่า ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน"

"ถ้างั้นก็แสดงว่าในห้องเย็นไม่มีของ"

"แต่ วันนี้มีการปะทะกันของสองฝ่ายแน่นอน เพราะยังไงเอกก็ต้องเสี่ยงไปเอาของ เผื่อว่าพ่อจะยังไม่ได้ย้ายไปไหน แล้วพ่อก็ต้องถือโอกาสจัดการไอ้คนที่มันจะชิงของซะ" เอกภพสรุป...

เอกภาพ คิดตามแล้วรีบมาที่หน่วย สั่งงานลูกน้องเตรียม พร้อมกลับไปที่ห้องเย็นโดยไม่รอหมายค้นอีกแล้ว เพราะสงสัยจะมีคนไปค้นแทนแล้ว...ขณะเดียวกัน ปัทมารออยู่จนทนไม่ไหว คิดจะงัดเข้าไปดูของในห้องเย็นนั่นเอง โข่งห้ามกลัวข้อหาบุกรุก ปัทมาไม่สนใจ แต่พอมาดูที่กุญแจล็อกจึงเห็นว่ามีลูกกุญแจหักคาอยู่ก็พยายามจะงัด พลันมีเสียงรถแล่นเข้ามาพร้อมแสงไฟส่องมา จึงรีบพากันหลบ ปัทมากับโข่งซุ่มดูเห็นยอดชายมากับลูกน้องสุพจน์ก็แปลกใจ

"นั่นมัน นายยอดชายเจ้าของห้องเย็นนี่นา ทำไมมากับลูกน้องนายสุพจน์" ปัทมายิ่งคิดว่าต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ สั่งโข่งให้ถ่ายภาพเก็บไว้มากๆ

พอ ยอดชายใช้วิธียิงแม่กุญแจเปิดประตูห้องเย็นเข้าไป ปัทมาก็รีบดึงโข่งแอบตามเข้าไป ยอดชายบอกลูกน้องให้ค้น โข่งซึ่งแอบอยู่กับปัทมาบ่นว่าห้องเย็นอะไร ทำไมร้อนอย่างนี้ ปัทมาไม่สนใจเอาแต่ดูว่าพวกนั้นจะหาอะไร...ยอดชายเห็นมีดอลลาร์หล่นอยู่ที่ พื้นจึงหยิบมาดู

"สงสัยพวกมันจะรู้ตัวเลยขนเงินหนีไปก่อน"

สัก...คนของสุพจน์ปากเสีย   หาว่ายอดชายตุกติก

ยอด ชายโกรธเอาปืนจ่อหัวแล้วว่า ถ้าเขาตุกติกเขายิงหัวสักไปนานแล้ว โข่งเห็นปืนตกใจถอยจะหนีจึงเตะกระป๋องที่พื้นเสียงดัง ยอดชายกับสักชะงักหันไปมอง โข่งรีบทำเสียงแมวร้อง แต่ยอดชายเห็นเงาคนจึงพยักหน้าให้สักอ้อมไปดูอีกทาง และแล้วทั้งปัทมาและโข่งก็ถูกคุมตัวมา ยอดชายดึงกล้องจากมือโข่งมาปาทิ้ง

"ฉันยังไม่ได้เช็กบิลที่แกสองคนทำให้ฉันต้องโดนตามเก็บแบบนี้...แต่ไม่ต้องห่วงแกสองคนได้ออกไปจากที่นี่แน่ แต่ว่าออกไปแบบเป็นศพนะ"

โข่ง รีบพูดว่ามันบาปให้ปล่อยพวกเขาไปเถอะ...สุพจน์ ซึ่งรออยู่ในรถกับลูกน้องส่องกล้องมองไปที่ห้องเย็น พลันเห็นชาญยุทธ์กับคมสันต์และลูกน้องอีกสี่ห้าคนซุ่มอยู่ในรถไม่ห่างก็รีบ โทร.เตือนยอดชาย ว่าพวกชาญยุทธ์รอถล่มอยู่ และถามว่าได้ของหรือยัง ยอดชายตอบว่าของถูกขนย้ายไปแล้ว สุพจน์จึงบอกว่าจะเลื่อนรถไปรับที่หน้าห้องเย็นให้รีบออกมา แต่ไม่ทันไรพวกชาญยุทธ์ก็ยิงใส่หน้าประตู ปัทมาฉวยโอกาสฟันศอกใส่พวกยอดชายแล้วดึงโข่งวิ่งหนีไปหาที่หลบ ยอดชายกับสักก็ยิงสู้กับพวกข้างนอกอย่างดุเดือด

คมสันต์ปาระเบิดเข้า ไป ระเบิดกลิ้งไปตรงหน้าปัทมา เธอตกใจรีบหยิบโยนกลับออกไป เสียงระเบิดดังสนั่น สุพจน์รีบเลื่อนรถไปรับยอดชายกับลูกน้อง รถเอกภาพแล่นมาจอดพอดี ทั้งหมดรีบลงมาหลบ เอกภาพใช้โทรโข่งบอกให้หยุดยิง แต่ไม่ มีใครสนใจกลับยิงใส่กลุ่มตำรวจอีก วีระชัยบ่นกับเอกภาพว่าพวกนั้นฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องซะแล้ว จึงยิงต้านเข้าไป ชาญยุทธ์ รู้ว่าเจอพวกตำรวจจึงสั่งลูกน้องถอยหนี สุพจน์พายอดชายกับพวกหนีออกไปได้เช่นกัน

เอกภาพบอกลูกน้องเข้าไป เคลียร์พื้นที่ เขาวิ่งเข้าไปในห้องเย็นกับวีระชัย วรัญญาตรวจดูศพที่นอนตายอยู่ ธัญญะแยกไปดูรอบๆ เอกภาพพบเงินดอลลาร์ตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทันใดรู้สึกว่ามีคนอยู่ด้านหลัง จึงหันไปเอาปืนจ่อ กลายเป็นปัทมากับโข่งที่ยืนยิ้มแหยๆอยู่

เจ้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงศพลูกน้องทั้งสองฝ่ายขึ้นรถ เอกภาพต่อว่าปัทมา "ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคุณถึงเป็นคนชอบหาเรื่องขนาดนี้"

"ฉันก็มาทำงานของฉัน" ปัทมาเสียงอ่อยเพราะรู้ว่าคราวนี้ตัวเองผิด

"ตกลงคุณเป็นอะไรกันแน่ นักข่าวหรือนักสืบ นี่มันชีวิตจริงนะคุณ ไม่ใช่หนังหรือละคร แล้วคุณเป็นนางเอกจะได้รอดทุกครั้ง"

"คุณก็เห็นว่ามันเป็นใครทำไมไม่ตามจับเลยล่ะคะ ฉันสองคนเป็นพยานให้ได้นะ"

"คุณจะให้ไปจับเขาข้อหาอะไร"

"หน่วงเหนี่ยวกักขังฉันก็ได้"

"หน่วงเหนี่ยวกักขัง คุณอย่าบอกนะว่าเขาเอาปืนจี้บังคับให้คุณเข้ามาที่ห้องเย็นของเขานี่ ที่คุณทำน่ะมันข้อหาบุกรุกนะคุณ"

ปัทมาจะอ้าปากเถียง โข่งรีบสะกิด "พอแล้วไอ้ปัท แค่นี้ก็เฉียดคุกเต็มทีแล้ว"

เอกภาพ เข้ามาจ้องหน้าปัทมาแล้วพูด "ผมเข้าใจว่าคุณเป็นนักข่าว คุณต้องทำงานของคุณ แต่ถ้ามันไม่เหลือบ่า กว่าแรงล่ะก็ ผมอยากจะขอร้องให้คุณอยู่ในขอบเขตที่มันพอดี ลำพังต้องรับมือกับพวกคนเลวๆมันก็ยากพอแล้ว"

พูดจบเอกภาพเดินไปทิ้งให้ปัทมายืนซึมเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าผิดจริงๆ

ooooooo

รอด มาได้ สุพจน์กับยอดชายมารายงานเรื่องทั้งหมดให้ลุงสิงห์กับกรกชฟัง กรกชย้อนถามว่ารู้ไหมว่าของถูกย้ายไปเก็บที่ไหน ยอดชายส่ายหน้าจนปัญญา กรกชจึงว่าเอาเถอะความลับไม่มีในโลก แค่รู้ช้าไปหน่อยเท่านั้น

"แล้วนักข่าวสองคนนั้นล่ะครับ" สุพจน์ถาม

"แกทำลายหลักฐานไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ปล่อยมันไปก่อนแล้วค่อยหาทางจัดการทีหลัง ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุด

คือหาทางเอาของมาไว้ที่เราให้ได้ แกสองคนไปพักผ่อนได้แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง" ลุงสิงห์สรุป...

ขณะเดียวกัน ชาญยุทธกับคมสันต์กำลังรายงานให้

ภูมิชาติฟังเช่นกัน ภูมิชาติคิด "แสดงว่าไอ้สิงห์กับกรกชไม่มั่นใจถึงได้ไม่ออกโรงเอง"

"ท่าทางทางโน้นจะอยากได้ดอลลาร์จากเราจริงๆ แบบนี้หมายความว่าทองคำแท่งต้องอยู่กับเขาแน่ๆ" คมสันต์ คาดคะเน

ชาญยุทธ์เห็นว่าแบบนี้ก็ดี จะได้รู้กันชัดๆไปเลยว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร มายืนที่สว่างๆแบบนี้ซัดกันได้ถนัดดี...

ห้อง ปฏิบัติการหน่วยพิเศษ วรัญญากับวีระชัยกำลังช่วยกันตรวจสอบหลักฐานที่ได้มาจากห้องเย็น น้ำหวานถือเอกสารมารายงานเอกภาพว่า ท่านรองผู้บัญชาการยืนยันว่าได้ส่งคำร้องขอหมายศาลตามขั้นตอน แต่ไม่รู้ว่าไปสะดุดอยู่ตรงไหนถึงยังไม่ออกมา

"ดีนะ หน่วยพิเศษแทนที่จะเร่งเอกสารให้ นี่คนร้ายเปิดไปไหนต่อไหนแล้ว หมายค้นยังไม่ออกให้เลย"  เอกภาพบ่น

"เขา ก็ทำให้เราพิเศษนะครับท่านรอง แต่ว่าช้า...เป็นพิเศษ มา...ผมตรวจสอบเองครับว่ามันไปสะดุดอะไรอยู่"  ธัญญะอาสาแล้วดึงเอกสารจากมือน้ำหวานไป

เอกภาพสั่งธัญญะทำเป็นความ ลับก่อน พลันทองใบแทรกรายงานความเคลื่อนไหวของมือปืนพญายม ทุกคนหันมาสนใจทันที ทองใบกดหน้าคอม "เมื่อวานมือปืนพญายมออกทำงาน เหยื่อเป็นพ่อค้ารายใหญ่ครับ ข่าวว่ามีการปะทะกันด้วย แต่มือปืนพญายมหนีไปได้ตามเคย"

"ยังไงดาบตามเรื่องนี้ด้วยนะ ดูว่ามีใครเห็นหน้าค่าตามันบ้างหรือเปล่า แล้วเรื่องนักแม่นปืนหญิงที่ให้หาล่ะ ได้ความว่ายังไง"

ทอง ใบกดภาพในคอมฯแล้วบอกว่าได้เรื่องแล้ว "ทำเนียบนักแม่นปืนหญิงระดับเทพ มีบันทึกไว้เพียงสามคนครับ สองคนประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นมือปืนรับจ้าง ถูกเก็บไปแล้วหนึ่ง อีกหนึ่งยังรับงานอยู่...แต่อีกหนึ่งยังเป็นปริศนาทั้งหน้าตาและอาชีพครับ"

ภาพ ลินดาปรากฏบนจอคู่กับอีกภาพที่เป็นเงาดำ แสดงถึงว่ายังเป็นปริศนาอยู่ วีระชัยลองถามขึ้นมา "เป็นไปได้มั้ยครับท่านรอง ที่มือปืนพญายมจะเป็นผู้หญิง"

เอกภาพตอบว่าเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะยังไม่มีใครรู้เลยว่ามือปืนพญายมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วสั่งทองใบขอรายละเอียดทั้งสองคน ทองใบดึงภาพและข้อมูลออกมาปริ๊นต์ให้เอกภาพ

ooooooo

ขณะที่ วันวิสาข์กำลังตรวจอาการคนไข้เด็กๆอยู่กับพยาบาล  พอเสร็จก็เดินแยกกับพยาบาลไปคนละทาง วันวิสาข์ต้องชะงักเมื่อเห็นปัทมายืนคิดอะไรเหม่อๆอยู่ริมทางเดิน ปัทมาครุ่นคิดถึงคำพูดของเอกภาพที่ตำหนิเธอ วันวิสาข์เข้ามาทัก

"เป็นอะไรไปอีกล่ะแม่นักข่าว หมู่นี้ทำหน้าเคร่งเครียดจังเลย"

"เธอว่าฉันเป็นคนวุ่นวายชอบหาเรื่องหรือเปล่า"

"ก็นิดนึง" วันวิสาข์พูดไม่ค่อยเต็มเสียง

"ฉันซีเรียสนะสา" ปัทมาเคือง

"ฉันว่าเธอเป็นคนไฮเปอร์อยู่เฉยไม่ได้ แล้วก็เอาจริง เอาจังมากกว่า ถามทำไมเหรอ"

"มีคนว่าฉันชอบหาเรื่อง เขาหาว่าฉันเป็นต้นเหตุทำให้พยานสำคัญของตำรวจถูกฆ่าตัดตอน แล้วก็ทำให้ตำรวจทำงานลำบาก"

"คน เราต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ที่เธอทำไปไม่ใช่เพราะอยากจะหาเรื่องหรือว่าอะไร มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอปัท  แต่ถ้าเธอจะลดความมุทะลุลงบ้างก็ดีนะ  ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง  ไอ้เรื่องที่เธอเข้าไปยุ่งด้วยน่ะ  มันอันตรายทั้งนั้น"

"อันตรายแค่ไหนฉันก็ต้องทำ เมื่อกี๊เธอยังบอกเลยว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบไง"

"รู้ยังงี้แล้วจะมานั่งคิดมากจิตตกอยู่ทำไมล่ะยะ เออ... ฉันกำลังจะไปดูอาการน้องดาว ไปด้วยกันมั้ย"

"หวังว่าคงจะไม่เจอพ่อน้องดาวนะ"

"อ้าว...ทำไมล่ะ ไม่ยักรู้ว่าเธอไม่ชอบพ่อน้องดาว เขาทำไมเหรอ" วันวิสาข์แปลกใจ

"ก็ พ่อน้องดาวนั่นแหละ ที่เป็นคนทำให้ฉันจิตตกทุกทีที่เจอ ผู้ชายอะไรไม่รู้ปากจัดชะมัด ไม่มีความรับผิดชอบ น้องดาวน่ะน่าสงสารมากเลยนะที่ป่วยแบบนี้ แถมยังมีพ่อแย่ๆแบบนั้นอีก"

วันวิสาข์ยิ่งงง มองตามหลังเพื่อนที่เดินนำออกไป...มาถึงห้องของดาว นักรบกำลังปอกผลไม้ป้อนดาว  พอดาวเห็น

วัน วิสาข์ก็ดีใจ ชวนทานผลไม้ด้วยกัน วันวิสาข์แนะนำให้ดาวรู้จักปัทมา ดาวยกมือไหว้อย่างน่ารัก "สวัสดีค่ะ น้องดาวเคยเห็นพี่ปัทมามาหาคุณหมอบ่อยๆแล้วก็เคยเห็นพี่ปัทในโทรศัพท์ด้วย"

ปัทมายิ้มให้ดาวแล้วหันไปมองนักรบงงๆ วันวิสาข์จึงแนะนำว่านักรบเป็นพ่อของดาว

"อ้าว! พ่อน้องดาวไม่ใช่ผู้กำกับขี้เก๊กนั่นเหรอ"

"ใครขี้เก๊กไม่ทราบคุณนักข่าว" เอกภาพเดินเข้ามายืนข้างปัทมา

วันวิสาข์มองหน้าปัทมากับเอกภาพไปมา "อ๋อ...ฉันเข้าใจล่ะ นี่เธอคิดว่าคุณเอกภาพเป็นพ่อของน้องดาวนี่เอง ถึงว่าบ่นเป็นฉากๆ..."


ปัทมารีบเอามือปิดปากวันวิสาข์ เอกภาพหัวเราะ "เพื่อนคุณหมอนี่เป็นนักข่าวที่มั่วข้อมูลได้ใจจริงๆเลยนะครับ"

"ฉันถูกทำให้เข้าใจผิดหลงประเด็นต่างหากล่ะ" ปัทมาเถียงข้างๆคูๆ

"อ๋อ...หลงประเด็น" เอกภาพทำเสียงล้อเลียน

"ฉันกลับก่อนล่ะสา เหม็นขี้หน้าคน" ปัทมาหันหลังเดินไปโกรธๆ

"เดินระวังหน่อยนะครับ ไม่รู้ใครมาทำหน้าแตกแถวนี้เดี๋ยวจะเหยียบเอา" เอกภาพแหย่ไล่หลัง

ปัท มาทั้งโกรธและอาย ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรได้แต่เดินหนีอย่างเร็วที่สุด วันวิสาข์ขอโทษแทนเพื่อน เอกภาพบอกว่า"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเจอมาหลายครั้งละ เริ่มจะชินซะแล้ว"

เอกภาพรีบเดินตามปัทมามาติดๆ แล้วแกล้งพูดแหย่ "นี่คุณนักข่าว ทำผิดแล้วจะเดินหนีกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ ไม่คิดจะขอโทษกันสักคำเลยหรือไง"

"ฉันทำผิดอะไรไม่ทราบ" ปัทมาถามกลับห้วนๆ

"อ้าว...ที่คุณหาว่าผมเป็นตำรวจขี้เก๊ก แถมยังมาหาว่า

ผมมีลูกแล้ว ทั้งๆที่ยังโสดสนิท แบบนี้มันเข้าข่ายหมิ่นประมาททำให้เสียความรู้สึกนะครับ" เอกภาพแกล้งแหย่

"นี่คุณอย่ามามั่วนะ  กฎหมายข้อไหนของคุณหมิ่นประมาททำให้เสียความรู้สึก เขามีแต่เสียชื่อเสียง"

เอกภาพ แซวว่าปัทมาหัวหมอด้วย ปัทมาโกรธถามเขาว่าว่างมากหรือถึงได้มาตามกวนชาวบ้านแบบนี้ เอกภาพยิ้มยั่วๆแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังอยากเตือนบางอย่างกับเธอ...

ooooooo
ตอนที่ 6

ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงปัทมาจริงๆ เอกภาพจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เขากำลังทำงานของเขาอยู่ และขอให้เธอระวังตัว เพราะเรื่องที่เธอกำลังตามอยู่ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อันตรายจะมาถึงตัวได้ ปัทมาหาว่าเขาขู่ให้เธอเลิกทำข่าวที่กำลังทำอยู่

"ผม จะอยากให้คุณเลิกทำข่าวไปเพื่ออะไร ทุกคดีที่เกิดขึ้นมันก็ควรจะเป็นข่าวเพื่อเตือนประชาชนให้รู้เท่าทัน จะได้ระมัดระวังตัวไว้ แต่การที่คุณเข้ามายุ่งกับเรื่องพวกนี้ก่อนเวลาสมควร มันจะทั้งทำให้ตัวคุณเองเป็นอันตราย แล้วก็ทำให้ตำรวจทำงานลำบากขึ้นด้วย"

"อ้อ...ที่ แท้ก็เรื่องเดิมๆ กลัวตัวเองทำงานลำบาก ขอบคุณนะคะถ้าคุณห่วงว่าฉันจะเป็นอันตรายจริงๆ แต่ฉันดูแลตัวเองได้ ส่วนเรื่องที่คุณจะทำงานลำบากหรือสบาย ฉันขอยืนยันคำเดิมค่ะ ว่าไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่จะต้องไปรับรู้" ว่าแล้วปัทมาก็เดินไป ปล่อยเอกภาพยืนเซ็ง...

วันนี้ ภูมิชาติเรียกลูกน้องทั้งหมดมาที่บ้าน เพื่อประกาศว่าจากนี้ไปชาญยุทธ์จะขึ้นมาดูแลงานทุกอย่างแทนเขา คมสันต์หน้าเสีย ในใจขุ่นเคืองที่ให้เด็กเมื่อวานซืนมาเป็นหัวหน้า ทั้งที่เขาติดตามภูมิชาติมานานและอาวุโสสุด...

ข่าวถึงหูลุงสิงห์ เขาจึงต้องถามกรกชว่าแบบนี้เธอจะว่าอย่างไร กรกชไม่หวั่น "จะใครเป็นหัวหน้า ถ้าขัดกับผลประโยชน์ของเราหนูก็ไม่เว้นหรอกค่ะ ส่วนไอ้ภูมิชาติ ต่อให้ มันลงนรกไปหนูก็ไม่หายแค้น"

"แต่เขาเป็นพ่อของคุณชาญยุทธ์นะครับ" สุพจน์ท้วงแบบเกรงใจ

กรกช หันขวับมามองหน้า พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า เธอแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออก ต่อให้ชาญยุทธ์ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อ เธอก็ไม่เอาไว้ ลุงสิงห์ได้ยินแล้วเบาใจไปด้วย สุพจน์แอบยิ้มในหน้า เห็นถึงความเหินห่างของชาญยุทธ์กับกรกช...แต่ถึงจะอย่างไรกรกชกับชาญยุทธ์ก็ ยังแอบมามีความสัมพันธ์กันเหมือนก่อน หลังจากนอนด้วยกันแล้ว ชาญยุทธ์เกริ่นถามถึงความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป กรกชตอบอย่าง
ชัดเจน

"ความสัมพันธ์ด้านไหนล่ะคะ ถ้าเรื่องส่วนตัวก็เหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน เราก็อยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน"

ชาญยุทธ์ยิ้มๆแล้วบอกว่าชัดเจนดี ต่อไปนี้ถ้าเป็นเรื่องงานเขาไม่อ่อนข้อให้นะ กรกชตอบว่าเธอก็เช่นกัน

ooooooo

คืน นั้น ปัทมานั่งเช็กเทปงานจนดึกหาเบาะแสเพิ่มเติม โข่งเข้ามาบ่นอย่าทำงานอะไรโลดโผนเหมือนเมื่อคืนอีก ปัทมาขอบใจโข่งที่ไม่บอกเรื่องนี้กับวิทยา และชวนโข่งไปเลี้ยงตอบแทน ทั้งสองพากันไปนั่งชิวที่ผับที่มักไปตามหาขิม จึงได้ยินเรื่องดีๆมา

นิ ดาพูดขึ้นมาว่าได้ยินว่าป๋าของเจนจิราสละตำแหน่งให้ลูกชาย เจนจิราตอบว่าใช่ "ไม่รู้เขาคิดอะไรกัน ไอ้ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นแฟนที่รักกันตั้งแต่อยู่เมืองนอก แต่ตอนนี้ต้องมาขัดกันเรื่องผลประโยชน์"

"อ้าว...แล้วแบบนี้จะทำยังไงล่ะพี่ เป็นหนูนะสับสนตายเลย จะรักกันหรือเกลียดกันดี"

เจน จิราว่าคงทั้งรักทั้งเกลียด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ขอให้เธอมีความสุขก็พอ ปัทมากับโข่งมองหน้ากันยิ้มๆกับข่าวที่ได้ยินมา...

วัน รุ่งขึ้น เอกภาพกับทีมงานยังเครียดหาข้อมูลคดีที่ทำ และแล้วทองใบก็ร้องขึ้นอย่างดีใจ "บิงโก...ได้เรื่องแล้วครับท่านรอง ผมเจอวิธีรับงานของมือปืนพญายมแล้วครับ"

ทุกคนกรูมาหน้าคอมฯ เอกภาพให้หาเจ้าของเว็บ ทองใบกดโชว์เว็บ "มันใช้โฮสต์ของเมืองนอกครับ โฮสต์พวกนี้ใช้ ยูสเซอร์เนมกับพาสเวิร์ดไม่ต้องมีหลักฐานอะไรเลยครับ"

"แล้วมือปืนพญายมจะรู้ได้ไงว่ามีงานติดต่อเข้ามา ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าคอมฯตลอดเหรอ" วรัญญาสงสัย

"น่าจะเป็นการยิงบอกไปทางมือถือครับ เวลามีคนมาโพสต์ข้อความเอาไว้"

วี ระชัยถามว่าเช็กได้ไหมว่าเบอร์อะไร ทองใบพยายามแฮกแต่มีการป้องกันไว้ดีมาก เอกภาพจึงคิดว่าต้องล่อให้มือปืนออกมาหาเอง ทองใบมองหน้าเอกภาพเหมือนคิดได้ จึงรีบกดติดต่องานกับมือปืนพญายม...แล้วเอกภาพกับทีมไปรออยู่ในรถตู้ รอการติดต่อกลับจากมือปืน

และแล้วก็มีการติดต่อกลับมา ทองใบรีบเช็กว่ามาจากที่ไหน แต่ต้องใช้เวลาจึงให้เอกภาพถ่วงเวลาคุยข้อมูลกับมือปืนพญายมไปก่อน แต่เหมือนจะมีการระวังตัวไว้แล้ว มือปืนพญายมคุยแป๊บเดียวก็ออฟไลน์จากเว็บไป ทองใบพยายามคีย์ข้อมูลเร็วจี๋

"ได้แล้วครับ ไอพีนี้เล่นแถวถนนรามคำแหง น่าจะเป็นร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่"

วรัญ ญาหวั่นใจเพราะร้านอินเตอร์เน็ตมีเป็นร้อยบนถนนรามคำแหง ทองใบรีบกดคีย์บอร์ดแปลงเป็นภาพแผนที่จนพบที่ตั้งของร้าน เอกภาพสั่งคนขับรถไปที่ร้านนั้นทันที...แต่แล้วพอไปถึงร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ เอกภาพกับพวกก็วิ่งเข้าไปในร้าน พบเด็กทุกคนที่เล่นคอมฯอยู่ในร้านมีหน้ากากเป็นรูปดาวดำอยู่ที่ใบหน้า จึงไปถามเจ้าของร้าน

"มีคนเอามาให้แต่งครับ บอกว่าจะมีรายการโทรทัศน์ มาถ่าย" เจ้าของร้านบอก

พอ ถามว่าคนให้หน้าตาอย่างไร เจ้าของร้านตอบว่า "เขาก็แต่งแบบนี้มาครับ เพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เอง ทีมงานพี่มาเร็วดีจัง แล้วพวกพี่มาจากรายการอะไร แล้วกล้องอยู่ไหนล่ะครับ"

เอกภาพไม่ตอบแต่หันไปพูดกับทีมว่ามันไหว ตัวหนีไปจนได้ ทั้งหมดพากันออกมายืนมองที่หน้าร้าน ซึ่งผู้คนเดินกันพลุกพล่าน แต่ที่น่าแปลกคือ...คนส่วนใหญ่ถือหน้ากากรูปดาวดำมาด้วย เอกภาพมองไปเห็นชายคนหนึ่งจึงรีบไปขวางหน้าทัก "เฮ้ย...ไอ้รบ"

"อ้าว...ไอ้เอก" นักรบทักตอบแล้วหันไปทำความเคารพธัญญะ "สวัสดีครับสารวัตร ไปไหนกันมาครับเนี่ย"

ธัญ ญะตอบว่ามาธุระแถวนี้ เอกภาพถามว่าได้หน้ากาก มาจากไหน  นักรบชี้ไปข้างหลังว่ามีคนแจกอยู่โน่น  ทุกคนมองตามไปเห็นเด็กสองคนยืนแจกหน้ากากดาวดำอยู่ก็แปลกใจ  เอกภาพพยายามมองนักรบก็ไม่เห็นพิรุธอะไร นักรบชวนเอกภาพไปทานข้าวด้วยกัน  แต่เอกภาพขอตัวมีงาน  นักรบจึงแยกไป  ธัญญะถามเอกภาพว่าตอนนี้นักรบทำงานอะไร  เอกภาพชี้ไปที่ตึกสูงใกล้ๆ

"นักรบเขาทำงานอยู่ที่โน่น เป็นยามน่ะ...กลับกันเถอะ มีอะไรต้องทำกันอีกเยอะ"

เอกภาพเดินไป ธัญญะมองอาคารที่นักรบทำงานด้วยสีหน้าสงสัย...พอกลับมาถึงหน่วย วรัญญาและวีระชัยรุมถามธัญญะว่านักรบเป็นใคร

"อ๋อ...สารวัตรนักรบน่ะเหรอ"

"เป็นตำรวจด้วยเหรอคะ" วรัญญาถาม

"พันตำรวจตรี นักรบ พิทักษ์ราษฎร์ นายตำรวจมือปราบรุ่นเดียวกับหัวหน้าของเรานี่แหละ" ธัญญะตอบด้วยท่าทีถอนใจ

วี ระชัยว่าเขาเคยได้ยินชื่อ วรัญญาถามอีกว่าตอนนี้ประจำ อยู่หน่วยไหน ธัญญะตอบเนือยๆ "ถูกออกจากราชการไปแล้ว... อย่ารู้เลยว่าสาเหตุมาจากอะไร"

แต่ พอวรัญญาถามว่าธัญญะรู้จักนักรบได้อย่างไร ทำให้ธัญญะต้องหวนคิดถึงความหลัง...ครั้งที่เขายังเป็นครูฝึก นักรบกับเอกภาพยังมียศเป็นร้อยตำรวจโท ทั้งสองยิงปืนแม่นชนิดตัดขั้วหัวใจ ได้คะแนนเต็มทั้งคู่ ธัญญะยังแซว "คุณสองคนนี่มันเกิดมาฆ่าผมจริงๆ สถิติเก่าที่ผมเคยยิงไว้ คุณทำลายกันไม่เหลือเลย ถ้าออกจากตำรวจ ผมจะไปทำมาหากินอะไรนี่"

ธัญญะยังเล่าต่อไปว่า ถึงตอนนี้ สถิติของทั้งสองคนถูกทำลายไปบางส่วนแล้ว

"เพราะนักแม่นปืนหญิงที่เราไม่รู้จักหน้าค่าตานั่นใช่มั้ยคะ" วรัญญาถาม

"ถ้า จะตามตัวกันจริงๆจังๆก็คงจะได้ เพราะคนที่รู้ เรื่องนี้ก็ยังพอเหลืออยู่ เอาไว้ว่างๆผมจะลองตามตัวดูเหมือนกัน จะได้รู้ไปเลยว่าใคร แต่จะว่าไปแล้ว คนยิงปืนแม่นก็ไม่ได้มีอาชีพเป็นมือปืนไปซะทุกคนหรอก คนที่จะฆ่าคนได้ ใจมันต้องมาก่อน" ธัญญะใช้กำปั้นทุบอกตัวเอง

ooooooo

เห็นลูก ชายนั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน เอกภพจึงเข้าไปคุยด้วย เอกภาพจึงถามพ่อว่าตำรวจต้องไล่หลัง คนร้ายอยู่ก้าวหนึ่งเสมอไปหรือ เอกภพไม่ตอบแต่ถามกลับว่า

"ถ้าเป็นคนร้ายที่ทำผิดครั้งแรก ตำรวจก็คงต้องไล่หลังคนร้าย เพราะถ้าเขายังไม่ได้ทำผิด เขาก็ยังไม่ใช่คนร้าย แต่ เอกลืมไปแล้วเหรอว่าตำรวจน่ะ ไม่ได้มีหน้าที่แค่ปราบปราม เรายังต้องคอยป้องกันไม่ให้มีการทำความผิดด้วย นั่นแหละที่จะทำให้เราล้ำหน้าคนที่กำลังจะเป็นคนร้ายหนึ่งก้าว"

"เพราะ ผมรู้ว่าเรามีหน้าที่ป้องกันการทำความผิดด้วยน่ะสิครับ ผมถึงไม่สบายใจเท่าไหร่ ทั้งๆที่รู้แล้วว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้น แต่ต้องทำเหมือนไม่รู้"

"แต่เอกไม่ได้ทำเป็นไม่รู้เพราะละเลยการ ปฏิบัติหน้าที่นะลูก บางครั้งเราก็ต้องยอมให้เรื่องเล็กๆมันเกิดขึ้นเพื่อที่จะหาทางระงับไม่ให้ เกิดเรื่องใหญ่ แต่ทางที่ดีที่สุดคือหาทางจัดการเรื่องทั้งหมดให้เร็วที่สุด  จะได้ไม่เกิดทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่"

เอกภาพคิดตามคำพูดของพ่อแล้วรู้สึกดีขึ้น...

ผิด กับปัทมาที่ยังไม่ค่อยสบายใจ จึงชวนวันวิสาข์มาเดินเล่นในสวนสาธารณะเพื่อผ่อนคลาย ทั้งสองสูดอากาศบริสุทธิ์แล้วถอนใจพร้อมกัน วันวิสาข์จึงถามว่าเบื่องานที่ทำอยู่หรือ

"ถ้าเป็นการทำงานน่ะ  ไม่เบื่อหรอก แต่ถ้าเลือกได้  ฉันก็ไม่อยากให้มีอาชญากรรมเกิดขึ้นหรอกนะ แต่มันคงเป็นไปยาก พวกคนเลวๆก็ขยันคิดเรื่องเลวๆมาทำกันได้ทุกวัน พอฉันทำข่าวตีแผ่เรื่องนี้ให้คนดูรู้ทัน มันก็คิดเรื่องใหม่มาทำกันอีก ตามไม่ทันจริงๆ...แล้วเธอล่ะ อย่าบอกนะว่าเบื่อเป็นหมอแล้ว"

"ไม่ หรอก ฉันยังมีความสุขกับการเป็นหมออยู่ เวลาเห็นคนไข้เจ็บป่วยมาก็ไม่สบายใจหรอกนะ แต่ฉันก็ยังรู้สึกดีอยู่อย่าง  ตรงที่ฉันรู้ว่าเดี๋ยวฉันก็จะช่วยรักษาให้เขาสบายขึ้นได้ นั่นแหละความสุขของหมอล่ะ"

ระหว่างที่สองสาวคุยกันอยู่ ได้เกิดมีวัยรุ่นขี้ยากระชากกระเป๋าผู้หญิงวิ่งมา ปัทมาได้ยินเสียงร้องให้ช่วยจับคนร้าย จึงสกัดแล้วอัดจนคนร้ายเห็นว่าแย่แล้วจึงทิ้งกระเป๋าวิ่งหนี วันวิสาข์คว้าก้อนหินปาตามไปโดนท้ายทอยอย่างจัง คนร้ายล้มลงสลบแน่นิ่ง ปัทมาหันมาชมเพื่อนว่าฝีมือยังใช้ได้ ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างสบายใจขึ้น

ooooooo

เจน จิราชงเหล้ามาเสิร์ฟให้ภูมิชาติกับชาญยุทธ์ ขณะที่กำลังคุยกันเรื่องที่ภูมิชาติแจ้งกับบอสแล้วว่าชาญยุทธ์ขึ้นคุม ทุกอย่างแทนเขา คมสันต์นั่งฟังอย่างเก็บอารมณ์ ชาญยุทธ์ถามว่าเรื่องของที่ถูกชิงไปจะทำอย่างไร ภูมิชาติบอกตามคำสั่งบอส

"บอส สั่งว่าตอนนี้ให้หยุดเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ทางพวกตำรวจสากลกำลังตามกลิ่นอย่างหนัก นี่ท่าจะส่งข่าวมาทางนี้ด้วย ไอ้หน่วยพิเศษถึงได้ตามเรื่องแจเหมือนกัน"

"แบบนี้ ทางโน้นก็ได้เปรียบรุกเราฝ่ายเดียวเลยสิครับท่าน" คมสันต์ถาม

ภูมิ ชาติว่าทางลุงสิงห์ก็ต้องได้รับคำสั่งแบบเดียวกัน ชาญยุทธ์ไม่เข้าใจว่าทำไมบอสถึงไม่เลือกทางใดทางหนึ่งให้เป็นตัวแทนไปเลย ทำไมต้องให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน ภูมิชาติหัวเราะหึๆ

"จริงๆแล้วบอสเขาก็ อยากให้เรากับทางโน้นร่วมมือกันนั่นแหละ แต่มันก็เข้าทำนองเสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกัน ใครจะยอมเป็นรองล่ะ ทางโน้นก็ไม่ยอมแล้วเรื่องอะไรเราจะยอม มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้"

"แล้วทำไมบอสถึงไว้ใจให้ทางโน้นเป็นคนแลกของล่ะครับ" ชาญยุทธ์ข้องใจ

"มัน เป็นความตั้งใจของพ่อเองแหละ..." ภูมิชาติเล่าเรื่องในอดีต วันที่บอสเรียกประชุมผ่านจอ LCD ไม่มีใครได้เห็นหน้าที่ชัดเจนของบอส เพราะบอสนั่งหันหลัง บอสถามทั้งเขาและวิโรจน์ว่าตกลงทั้งสองจะร่วมมือกันเอาของไปแลก อาวุธสงครามไหม ภูมิชาติยอมให้วิโรจน์เป็นฝ่ายได้งานนี้ไป แต่กลับมาสั่งคมสันต์ อย่าปล่อยให้วิโรจน์ทำงานสำเร็จ...

"คุณพ่อวาง แผนดิสเครดิตทางโน้น ถ้าทางโน้นรับงาน แต่ทำไม่สำเร็จ งานกลับมาสำเร็จเพราะฝีมือของเรา ทีนี้บอสก็ตัดสินใจไม่ยากว่าจะให้ใครเป็นหัวหน้าขบวนการในไทย"

"นี่ถ้าไอ้พวกหน่วยปฏิบัติการพิเศษไม่เข้ามาจุ้นจ้าน แล้วยัยเกรซแฟนแกไม่ให้คนมาชิงของคืนซะก่อน ป่านนี้เรื่องก็เรียบร้อยแล้ว"

"ผมยังสงสัยไม่หายครับคุณพ่อ  ว่าทั้งตำรวจทั้งทางเกรซ รู้ได้ยังไงว่าของอยู่ที่ไหน หรือว่าเราจะมีหนอน..."

คม สันต์รีบออกตัวว่าคนของเขาเชื่อใจได้ทุกคน เจนจิราทำเป็นบีบนวดภูมิชาติไม่สนใจอะไร ภูมิชาติบอกทั้งสองคนว่า เรื่องหนอนบ่อนไส้เอาไว้ทีหลัง  ตอนนี้มาคิดเรื่องดึงความสนใจ ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากการตามเรื่องพวกเราก่อนดีกว่า ชาญยุทธ์ขอรับหน้าที่นี้เอง...

เพราะคำสั่งบอส ทำให้กรกชกับลุงสิงห์คุยกันอย่างเคร่งเครียด "ที่บอสสั่งให้เราหยุดตามของเป็นเพราะไม่ไว้ใจเราแล้วหรือเปล่าคะลุงสิงห์"

"คงไม่ใช่หรอก บอสท่านเป็นคนพูดตรง ถ้าไม่ไว้ใจเราก็คงบอกมาแล้ว"

"ในเมื่อตอนนี้หนูก็ดูแลแทนคุณพ่อแล้วทำไมบอสถึงไม่ติดต่อกับหนูเองคะ"

ลุง สิงห์ชะงักเล็กน้อยแล้วถามกลับว่าไม่ไว้ใจเขาแล้วหรือ กรกชรู้สึกตัวว่าพูดเกินเลยไปจึงจะแก้ตัวว่าไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ลุงสิงห์ตัดบทเสียก่อนว่า "ช่างเถอะครับ เอาไว้ ถึงเวลาเหมาะสม คุณหนูต้องไปติดต่อกับบอสเองแน่นอน ช่วงนี้ เราพอมีเวลาว่างจากเรื่องตามเอาของคืน ลุงว่าคุณหนูน่าจะไปดูแลกิจการโรงสีกับโรงไฟฟ้าที่สุพรรณสักหน่อยนะครับ ตั้งแต่ คุณหนูมาดูแลงานแทนคุณท่านก็ยังไม่ได้ไปเลยสักที"

สุพจน์รีบ อาสาจะขับรถพาไป กรกชจึงบอกว่าอยากไป เมื่อไหร่เธอจะบอก ลุงสิงห์กับสุพจน์ออกไป กรกชเงยหน้ามองภาพวิโรจน์แล้วรำพึงว่า เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะไว้ใจใคร...

คืนนั้น ชาญยุทธ์ขอภูมิชาติออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เพราะตั้งแต่กลับมาเขายังไม่ได้เห็นกรุงเทพฯยามราตรีเลย ภูมิชาติให้พาลูกน้องไปด้วยเผื่อมีเรื่องอะไร แต่ชาญยุทธ์ไม่เอาเพราะเขาตั้งใจจะไปผับของเราเอง...พอดีมีปัญหาที่ผับ คมสันต์ หิ้วกระเป๋ายามายื่นให้เจนจิราพร้อมกับต่อว่าต่อหน้าสายชล "ของหมดแล้วทำไมไม่บอก"

"โทษที กะว่าจะบอกตอนก่อนออกมา แต่มันรีบๆก็เลยลืม"

"ไม่รู้หรือไงว่ายาเนี่ยมันขายดีกว่าเหล้าอีก" สายชลตำหนิ

"รู้แล้วน่า อย่าบ่นนักเลย เดี๋ยวจัดการแพ็กให้เลย" เจนจิราตัดบทถือกระเป๋าเดินออกไป...

เจน จิราไม่อยากให้เยาวชนติดยาเสพติด เธอจึงเอาแป้งสาลีมาผสมกับยาเสพติด แพ็กใส่หลอดตามที่คมสันต์ ต้องการให้เดี่ยวเอาไปแจกจ่ายลูกค้าแล้วเธอเอาตัวยาไปเททิ้งในโถส้วม...ขิม ซึ่งแอบหนีเข้ากรุงเทพฯมาอยู่กับแนน โดยไม่ได้บอกโข่งพี่ชาย และยังมาเฝ้านักร้องอยู่ที่ผับนี้ เดินเข้ามาในห้องน้ำ ในมือถือบุหรี่ยัดไส้ท่าทางเมายา เจนจิราเห็นแล้วส่ายหน้าสมเพช ขิมหันมาเห็นก็โวยใส่ "อะไรเจ๊ มีปัญหาอะไร เมนส์หมดเหรอ"

"จะเอาดี ทางนี้ให้ได้เลยใช่มั้ยเราน่ะ วันนี้เล่นยา แล้วอะไรต่อ ขายยาหรือว่าขายตัว" เจนจิราโกรธแต่ก็สมเพชเห็นขิมยังเป็นเด็กไม่น่าหลงผิดแบบนี้...

ooooooo
ตอนที่ 7

แม้จะเตือนด้วยความหวังดี แต่ด้วยความเมายา ขิมจึงย้อนเจนจิราอย่างเจ็บแสบว่า "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ๊ด้วย อ้อ...อิจฉาล่ะสิที่ฉันเด็กกว่า สวยกว่าถึงได้ ชอบหาเรื่องฉันนัก"

เจน จิราโมโหจับหัวขิมเข้าหันหากระจกให้ดูหน้าตัวเองว่าสวยตรงไหน แล้วจับกดในอ่างเอาน้ำรดหัวให้ได้สติ แนนเข้ามาเจอโวยวายใส่เจนจิราจะแจ้งความ แต่พอเจนจิราท้าให้แจ้งเลยจะได้โดนจับข้อหาอายุไม่ถึงยี่สิบ เข้าผับแถมยังเมายา แนนหน้าเจื่อนดึงขิมกลับออกไป...

ขณะนั้น ชาญยุทธ์มาถึงหน้าบ้าน เขาหยุดมองหน้าประตูและรอบๆ เหน่งกับเดี่ยวคนคุมเข้ามามองหน้ากวนๆ และพูดอย่างไม่มีสัมมาคารวะ "ถ้าจะเที่ยวก็เข้าไปเลยพี่ ถ้าจะซื้อที่ต้องมาดูตอนกลางวัน"

"อ้อ...ขอโทษครับ คือผมไม่เคยมาเลยแปลกตาหน่อย เอ้อ...คุณเจนจิราร้องเพลงที่นี่ใช่มั้ยครับ" ชาญยุทธ์พูดยิ้มๆ

เหน่ง กับเดี่ยวร้องอ้อ...เข้าใจว่าชาญยุทธ์มาหลีนักร้อง จึงตอบกวนๆว่ามีเท้าไหมถ้ามีก็เดินเข้าไปเอง ชาญยุทธ์ยิ้มเหี้ยมๆตอบว่ามี แต่อยากวัดกับหน้าทั้งสองคน ว่าแล้วก็ถีบเหน่งกับเดี่ยว เกิดการต่อสู้กัน ชั้นเชิงการต่อสู้ของชาญยุทธ์เหนือกว่าสองคนนี้มาก สองคนไม่อาจทำอะไรเขาได้...

ขณะเดียวกัน คมสันต์กำลังนัวเนียกับเด็กวัยรุ่นเมายา ที่สายชลหามาให้ นิดาวิ่งหน้าตื่นมาบอก "พวกพี่เดี่ยวกับพี่เหน่งกำลังต่อยกับใครไม่รู้อยู่หน้าผับ แขกที่จะมาเที่ยวตกใจหนีกันหมดเลยเฮีย"

สายชลได้ยินตกใจ คมสันต์อาสาออกไปจัดการเอง เจนจิราเห็นคมสันต์รีบร้อนออกไปจึงตามไปดู พอเห็นชาญยุทธ์ กำลังมีเรื่องกับเหน่งและเดี่ยวจึงร้องเรียกชาญยุทธ์เสียงดังลั่น คมสันต์พลอยตกใจ รีบเข้าไปขวางแล้วตบซ้ายตบขวาทั้งเดี่ยวและเหน่ง "มึงเก่งกันนักเหรอ..."

เจนจิราพาชาญยุทธ์เข้าไปในห้องวีไอพี ปล่อยให้คมสันต์ จัดการลูกน้อง คมสันต์ให้คนไปตามสายชลมาด้วย แล้วให้สายชล และลูกน้องกราบขอโทษชาญยุทธ์ สายชลเสียงสั่น

"ผมกราบขอโทษเจ้านายแทนไอ้พวกนี้ด้วยครับ มันคงไม่รู้จริงๆว่าเป็นเจ้านาย"

"ถ้า ไม่ใช่ฉัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปทำแบบนี้กับเขาได้ คนที่เขามาเที่ยวที่นี่ เขาเอาเงินมาให้เรา ลูกค้าเขามาหาความสุข เราต้องมอบสิ่งนั้นให้เขา ถ้าเขาไม่พอใจเมื่อไหร่ เราจะหากินลำบาก"

สาย ชลรีบรับคำและว่าจะสั่งสอนลูกน้องใหม่...เจนจิรากับนิดายกเครื่องดื่มมา เสิร์ฟชาญยุทธ์ คมสันต์รีบถามว่าชาญยุทธ์จะไปไหนต่ออีกไหม "เดี๋ยวฉันคงนั่งดื่มอยู่ที่นี่สักพักก็คงจะกลับ นายมีธุระอะไรก็ไปทำเถอะ ที่นี่รู้จักฉันกันหมดแล้วคงไม่มีปัญหาอะไรอีกหรอก"

"ดีค่ะ ฉันจะได้กลับด้วย ไม่ต้องให้รถที่ผับไปส่ง" เจนจิรารีบบอกแล้วส่งเครื่องดื่มให้

คมสันต์ก้มหัวเชิงรับคำสั่งแล้วถอยออกไป เจนจิราอมยิ้มเริ่มยั่วยวนชาญยุทธ์ในที...

ooooooo

ข่าว หยุดการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายมาถึง เอกภาพ เขาแจ้งกับลูกน้องว่าทั้งฝ่ายภูมิชาติและลุงสิงห์ ได้รับคำสั่งหยุดการเคลื่อนไหวเรื่องของชั่วคราว ธัญญะเสนอ "ทำไมเราไม่ตัดไฟแต่ต้นลมเลยล่ะครับรอง เราก็รู้แล้วว่าไอ้สองฝ่ายที่เคลื่อนไหวอยู่เป็นใคร"

ทองใบเห็นด้วย แต่วรัญญารู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะหลักฐานอะไรก็ไม่มี

"ที่ หมวดพูดน่ะถูกต้องเลย อีกอย่างถึงเราจะมีหลักฐานเอาผิดสองกลุ่มนี้ได้ แต่ถ้าเราสาวไปไม่ถึงตัวใหญ่มันก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าสองกลุ่มนี้โดนจับ เดี๋ยวก็มีกลุ่มใหม่ขึ้นมาอีก จะตัดต้นไม้ใหญ่มันต้องขุดรากถอนโคน เอาแค่ลิดกิ่งไม่ได้หรอก" เอกภาพเห็นด้วย

"ผมว่าถึงพวกนั้นจะหยุดพักเรื่องของ แต่คงไม่อยู่เฉยๆแน่ครับรอง มันต้องมีเรื่องวุ่นวายอีกแน่ๆ"

เอกภาพเห็นด้วยบอกทุกคนให้เตรียมพร้อมรับมือทุกเวลา เพราะคลื่นใต้น้ำมันแรงกว่าคลื่นบนน้ำมาก ทุกคนพยักหน้ารับ...

ด้าน ปัทมา ยังครุ่นคิดเช็กเทปงาน "ฉันสงสัยนะพี่โข่งว่าไอ้เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี่มันคือเรื่องอะไรกัน แน่ มันแค่ผู้มีอิทธิพลสองกลุ่มชิงอำนาจกันหรือว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น"

"แล้วแกคิดว่าไงล่ะ"

"ไม่รู้สิ ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่กว่านักเลงตีกันนะ ไม่งั้นตำรวจจะตั้งหน่วยพิเศษมาดูแลเรื่องนี้เลยเหรอ พี่ว่ามั้ย"

"ก็คงจริงแบบที่แกว่าแหละมั้ง ว่าแต่สายลับเคเอฟซีของแกไม่ส่งข่าวอะไรบ้างเลยเหรอ เห็นหมู่นี้เงียบๆไปนา"

ปัทมานึกได้ ลุกพรวดจะออกไป โข่งตกใจถามจะไปไหน เธอจึงบอกว่าไปหาข่าว ว่าแล้วก็ออกไป โข่งกับเจ๋งมองหน้ากันงงๆ...

ooooooo

อาการ ของดาวดีขึ้น วันวิสาข์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ นักรบสีหน้าลังเล แต่พอวันวิสาข์บอกว่าให้พาดาวมาตรวจเช็กทุกอาทิตย์ และเธอจะแวะไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ ทั้งนักรบและดาวยิ้มแก้มแทบปริ...

เอกภาพ มาซื้อตุ๊กตาเป็นของขวัญให้ดาว พอดีเห็นปัทมาเดินคิดอะไรเพลินๆ จึงแกล้งกระแอมใส่ ปัทมาสะดุ้งหันมามองพอเห็นว่าเป็นเอกภาพก็ทำหน้าตึงใส่ ต่อว่าไม่มีงานทำหรือ ถึงได้มาเดินแซวผู้หญิงตามห้างแบบนี้ เอกภาพชูตุ๊กตาในมือแล้วพูดแหย่ว่าเขามาซื้อตุ๊กตาให้ลูก

"ว่าแต่คุณเถอะ มาเดินแถวนี้ ผมว่าเดี๋ยวต้องมีเหตุร้ายแน่เลย" เอกภาพแกล้งมองซ้ายขวา

"นี่คุณหาว่าฉันเป็นตัวซวยเหรอ" ปัทมาโวยเสียงดัง

"คุณ พูดเองนะ ผมยังไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นสักคำเลย" เอกภาพแหย่...ไม่ทันไรมือถือดังขึ้น เขารีบกดรับ "ว่าไงดาบ...โจรปล้นทองจี้รถนักเรียนเป็นตัวประกันเหรอ ได้...ดาบบอกให้สารวัตรธัญญะ ผู้กองวีระชัยกับหมวดวรัญญาไปเจอผมที่ที่เกิดเหตุเลยนะ...เจอคุณทีไรมีเหตุ ร้ายทุกที ที่คุณว่ามาสงสัยจะจริงแฮะ"

เอกภาพรีบเดินไป ปัทมาวิ่งตามไปติดๆ พอถึงรถเอกภาพ เธอก็เปิดประตูไปนั่งคู่หน้าตาเฉย เอกภาพเอ็ดว่าเขาไม่มีเวลาไปส่งหรอก ปัทมาบอกว่าเธอจะไปด้วยต่างหาก

"คุณจะไปให้เกะกะทำไม วันนี้ตากล้องคู่ใจก็ไม่มีแล้วคุณจะทำข่าวยังไง อย่าบอกนะว่าจะเอามือถือถ่าย"

ปัทมาหยิบกล้องดิจิตอลในกระเป๋ามาโชว์ "แบบนี้พอจะถ่ายได้มั้ยคะ ท่านรอง"

เอกภาพส่ายหน้าอดจะแขวะไม่ได้ว่าเธอคงชอบเห็นความทุกข์ร้อนของคนอื่น จนเคยตัว ปัทมาโต้ว่ามันเป็นหน้าที่ของเธอต่างหากที่ต้องเตรียมพร้อม "ไม่รู้ล่ะ โทษฐานที่คุณกล่าวหาว่าฉันเป็นตัวซวย คุณต้องพาฉันไปด้วย เอ้า...รีบไปสิคุณ คนร้ายจี้รถนักเรียนนะ ไม่ใช่มันมาเปิดมินิคอนเสิร์ต จะได้พลาดไปเพลงสองเพลงไม่เป็นไร"

"คุณนี่มันจริงๆเล้ย" เอกภาพบ่นแต่ไม่รู้จะว่าอะไร จึงขับรถออกไป...

นักรบกำลังทำงานอยู่  ได้รับโทรศัพท์ว่ารถนักเรียนที่ ดาวนั่งมาถูกจี้ นักรบตกใจรีบฝากงานเพื่อนแล้วออกไป...

บน ถนนย่านชุมชน คนร้ายสามคนจี้รถนักเรียนที่มีเด็กประมาณ 15 คน และครูอีกหนึ่งคน เด็กร้องไห้กันกระจองอแง คนร้ายทั้งเอ็ดทั้งขู่ให้เงียบ เอกภาพลงจากรถมาพร้อมปัทมา ลูกน้องมองกันด้วยสายตาเป็นคำถาม เอกภาพรีบบอกเสียงเข้ม "ไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิดหรอก"

ปัทมายิ้มแย้ม ทักทายทุกคนแล้วเริ่มถ่ายภาพ พร้อมจดที่ตำรวจรายงานเหตุการณ์ "คนร้ายมีสามคนครับรอง ปล้นร้านทองที่ตลาดแล้วก็เลยจี้เอารถที่ไปส่งนักเรียนอนุบาลใกล้ๆร้านทองมา เป็นตัวประกัน"

เอกภาพใช้โทรโข่งพูดกับคนร้ายว่าให้ปล่อยเด็กๆเสีย แล้วมีอะไรให้มาตกลงกัน นักรบเดินเข้ามาอย่างรีบร้อนบอกเอกภาพว่าครูที่โรงเรียนโทร.บอกว่าดาวอยู่บน รถนั่น พลัน...พอดาวเห็นเอกภาพกับนักรบก็ชะโงกหน้าทางหน้าต่างร้องเรียก

"คุณพ่อ อาเอก น้องดาวอยู่นี่ ช่วยน้องดาวด้วย"

ทั้ง นักรบและเอกภาพตกใจ นักรบจะวิ่งเข้าไป เอกภาพดึงไว้ให้ใจเย็น  เขาสัญญาว่าดาวจะไม่เป็นอะไร  คนร้ายขอ  ฮ. เขาจะประสานงานขอ  ฮ.มาให้พวกมัน  วรัญญาถามว่าให้จริงหรือ

"กันเอาไว้ก่อน เราต้องหาทางเข้าถึงตัวพวกนั้นให้ได้ภายในสามสิบนาที แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดแล้วพวกนั้นเห็นว่ามี  ฮ.มาจริงๆ  ก็อาจจะยืดเวลาให้เราทำงานได้อีกหน่อย"

วรัญญารับคำสั่งและไปปฏิบัติ นักรบถอยห่างออกมาไม่มีใครเห็น...เขาไปเตรียมปืนคู่ชีพเดินขึ้นไปบนอาคารสูง จุดที่เขาสามารถมองเห็นคนร้ายได้ชัดเจน พอคนร้ายรู้ว่าสิ่งที่เขาขอไปกำลังจะมาก็เริ่มคุยกันเอง "ไหนตอนแรกพี่ว่าเราแค่ไปปล้นร้านทองหาเรื่องให้ตำรวจปั่นป่วนเฉยๆ ไม่ได้บอกว่าจะต้องมาถูกตำรวจล้อมแบบนี้นี่พี่"

ลูกพี่โวยว่าปล้น ร้านทองแล้วจะให้ตำรวจเอากลองยาวมาต้อนรับหรืออย่างไร และเตือนว่างานเสร็จก็จะได้ค่าจ้างอย่างงามแล้ว...พอเห็นว่า  ฮ.ยังไม่มาเสียที  ก็ทำเป็นโวยวายว่าจะยิงเด็กทิ้งทีละคน ว่าแล้วก็ดึงเอาดาวมาเป็นตัวประกัน เปิดประตูรถลงมาแล้วขู่ว่าถ้าอีกห้านาที  ฮ.ยังไม่มาจะยิงเด็กคนนี้เป็นคนแรก เอกภาพกับปัทมาตกใจเมื่อเห็นว่าเด็กนั่นเป็นดาว

ไม่ทันไร คนร้ายที่จับดาวเป็นตัวประกันก็ถูกกระสุนปริศนากลางยอดอกล้มตายคาที่ ดาวตกใจวิ่งร้องไห้ไปหาเอกภาพ คนร้ายอีกสองคนตกใจกลัว ชูมือยอมแพ้เดินลงจากรถมา แต่ก็มีกระสุนปริศนายิงมาอย่างแม่นยำกลางอกทั้งสองคนล้มตายเช่นกัน...เสร็จ สิ้น นักรบถอดปืนเก็บอย่างใจเย็นเดินกลับลงมาจากตึก แต่กลับมีมือปืนลินดาเดินลงมาด้วย ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วแยกย้ายกันเดินไป...วรัญญาเข้าตรวจสภาพศพคนร้ายแล้วลง ความเห็นว่าเป็นการยิงจากตึกสูงลักษณะเหมือนวิธีการของมือปืนพญายมพลัน นักรบลงจากแท็กซี่วิ่งเข้ามาหาดาว "น้องดาว เป็นอะไรหรือเปล่าลูก"

"น้องดาวไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ อาเอกมาช่วยน้องดาวกับเพื่อนๆค่ะ แล้วคุณพ่อไปไหนมาคะ น้องดาวเห็นคุณพ่อหายไป น้องดาวตกใจมากเลย"

"พ่อไปดูแถวโน้นมาน่ะลูกว่าจะหาทางเข้าไปช่วยหนูยังไง น้องดาวไม่เป็นอะไรแล้วนะลูก ไม่ต้องตกใจนะ"

เอกภาพ ให้นักรบพาดาวกลับบ้านไปก่อน ไม่ทันไร วรัญญาเอาโทรศัพท์ให้เอกภาพบอกว่ามีเรื่องจากทองใบ ปัทมาเห็นท่าทางเอกภาพก็รู้ว่ามีเรื่องจึงรีบวิ่งตามไปนั่งในรถด้วยอีก เอกภาพอ้าปากจะไล่ ปัทมาพูดสวน "วันนี้ฉันจะไปกับคุณทั้งวัน"

ขณะ เดียวกัน ลินดาไปรับเงินจากชาญยุทธ์ แล้วบอกให้รอดูข่าวคืนนี้ และรับรองว่าไม่มีหลักฐานอะไรให้ตรวจสอบ ชาญยุทธ์ยิ้มอย่างพอใจ แล้วกลับไปนั่งทานของว่างกับภูมิชาติต่ออย่างสบายใจ ภูมิชาติชมเปาะ "แผนป่วนเมืองของลูกนี่ใช้ได้"

ชาญยุทธ์บอกพ่อว่ายังมีอะไรให้ดูสนุกๆอีก ว่าแล้วก็ยิ้มอย่างมั่นใจ

ooooooo

หน้า สถานีรถไฟหัวลำโพง สิริมาศกำลังรายงานข่าวสดอยู่มุมหนึ่ง  ว่าได้รับแจ้งจากผู้ไม่หวังดีว่ามีการวางระเบิดเมื่อสิบห้านาทีที่ผ่านมา ประชาชนแตกตื่น เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นหาระเบิดกันอยู่ แล้วเธอจะรายงานข่าวในครั้งต่อไป

เอกภาพมาถึงได้รับรายงานจากตำรวจ ที่นั่นว่าพบกระเป๋าวางอยู่ที่ชานชาลาแปด ปัทมาถ่ายภาพยกใหญ่ เอกภาพเห็นแล้วหันมาบอกว่า "นี่คุณ จะถ่ายอะไรก็ถ่ายไป แต่อย่าเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาโยงเป็นเรื่องเดียวกันให้มันวุ่นวายนะ ผมขอร้อง"

"ฉันมีวิจารณญาณพอหรอกน่า ไม่ต้องห่วง"

"ผมรู้ว่าคุณมี  แต่ถ้าเอามาใช้บ่อยๆหน่อยก็จะขอบคุณมาก" ว่าแล้วเอกภาพก็เดินไป

ปัท มาทำหน้าเซ็งแต่ก็เดินตามเขาไปถ่ายภาพเก็บไว้ พอรู้ว่ามีระเบิดก็หน้าเจื่อน เอกภาพหันมองปัทมาด้วยความเป็นห่วง ปัทมาทำท่ายักไหล่ไม่กลัวแล้วถ่ายภาพต่อไป ตำรวจกันผู้คนออกไป แล้ววีระชัยก็เข้าไปตรวจสอบกระเป๋า ค่อยๆกรีดเปิดออกดู ปรากฏว่าเป็นแค่นาฬิกาปลุก

พอสิริมาศเห็นเอกภาพเดินออกมา ก็รีบเข้าไปสัมภาษณ์ "รองผู้กำกับคะ ตกลงเรื่องที่มีการขู่วางระเบิดนี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ"

เอกภาพ ตอบว่าเป็นการขู่จริง และตรวจสอบแล้วไม่มีระเบิด น่าจะเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย สิริมาศยังถามอีกว่าเป็นฝีมือใคร เอกภาพตอบว่า "นั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง" ว่าแล้วก็ขอตัวเดินเลี่ยงไป

ปัทมามองหน้าสิริมาศคู่แข่ง สิริมาศยิ้มเย้ย ปัทมาส่ายหน้าแล้วเดินตามเอกภาพไป พอขึ้นรถก็ต่อว่าเอกภาพทันที "คุณนี่สองมาตรฐานจริงๆเลย"

เอกภาพงง หมายความว่าอะไร ปัทมาต่อว่าว่า สิริมาศ สัมภาษณ์อะไรเขาก็ตอบ แต่กับเธอไม่เคยให้ข้อมูลอะไรเลย เอกภาพยิ้มๆ "ถ้านั่นเค้าเรียกว่าให้ข้อมูล แล้วที่คุณตามผมแจทั้งวันนี่เขาเรียกว่าอะไรล่ะครับคุณนักข่าว"

"ยังกะว่าคุณเต็มใจให้ฉันตามนักนี่"

เอกภาพเปลี่ยนเรื่องมาถามปัทมาว่าจะไปเยี่ยมดาวกับเขาหรือเปล่า ปัทมาไม่ตอบแต่ดึงเข็มขัดมาคาดหน้าตาเฉย...

เอกภาพพาปัทมามาที่บ้านนักรบ เขาเอาตุ๊กตาที่ซื้อมาให้ดาว ปัทมารีบขอโทษที่ไม่ได้มีอะไรมาฝาก ดาวยิ้มๆ "ไม่ เป็นไรค่ะ พี่นักข่าวเป็นแฟนอาเอกเหรอคะ"

ปัทมากับเอกภาพสะดุ้ง นักรบเอ็ดดาวที่ถามแบบนั้น ดาวตอบว่าเห็นมาด้วยกัน

"คน เราไปไหนด้วยกันไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนกันหรอกค่ะ พี่ปัทไปทำงานกับพี่โข่งที่เป็นตากล้องบ่อยๆ ยังไม่เห็นต้องเป็นแฟนกันเลย มา...พี่สอนการบ้านน้องดาวดีกว่า"

นักรบจึงแยกมาคุยกับเอกภาพ ถึงข่าวที่ออกทีวีเรื่องวางระเบิด เอกภาพบ่นเซ็งๆว่าแค่ป่วนเมือง...

ปัท มากลับมาบริษัท เข้าห้องตัดต่อเพื่อใช้เป็นข่าวภาคค่ำ โข่งต่อว่าที่ไปทำข่าวตื่นเต้นแล้วไม่ชวนเขา ปัทมาว่ามันบังเอิญแล้วให้โข่งกับเจ๋งช่วยกันตัดต่อข่าว เธอจะไปเขียนข้อมูลข่าว

ในห้องทำงานโรงพยาบาล วันวิสาข์เห็นข่าวในทีวี ภาพดาววิ่งมากอดเอกภาพก็ตกใจเมื่อรู้ว่าดาวโดนจับเป็นตัวประกัน จึงรีบไปเยี่ยมดาวที่บ้าน แต่เห็นว่าค่ำแล้วจึงยืนจดๆจ้องๆอยู่ หน้าบ้านนักรบสักพักกว่าจะกดกริ่ง...นักรบห่มผ้าให้ดาวซึ่งหลับไปแล้ว  พอได้ยินเสียงกริ่งก็มาเปิดประตู เขาดีใจเมื่อเห็นวันวิสาข์มา เธอรีบถามทันที

"น้องดาวเป็นยังไงบ้างคะ เห็นข่าวในทีวีใจคอไม่ดีเลยค่ะ จะโทร.มาถามคุณก็ไม่มีเบอร์เลยต้องมาเอง"

นัก รบท่าทางดีใจรีบเชิญเธอเข้ามานั่งในบ้าน นักรบบอกวันวิสาข์ว่าดาวไม่เป็นอะไร แค่กินอิ่มและมีเพื่อนเล่นก็สนุกแล้ว แต่วันวิสาข์กลับบอกว่า มีอะไรมากกว่านั้นสำหรับดาว

"กิน...อะไรก็ได้แต่ต้องเป็นของที่ชอบ เพื่อนเล่นก็ต้องเป็นคนที่ถูกใจ ในโรงพยาบาลมีเพื่อนแยะค่ะ แต่จะเล่นอยู่กับสองคนเท่านั้น"

"เรื่องนี้คุณหมอคงรู้ดีกว่าผมแน่ ระยะหลังนี่ผมอาจจะห่างลูกไปหน่อย"

นัก รบพาวันวิสาข์มานั่งในห้องรับแขก วันวิสาข์ขอถามเรื่องส่วนตัวคือเรื่องแม่ของดาว   นักรบอึ้งไปชั่วครู่   วันวิสาข์รีบขอโทษถ้าไม่สบายใจไม่ต้องเล่าก็ได้ แต่นักรบตัดสินใจเล่าให้เธอฟังว่า...เมื่อสามปีที่แล้ว นุดี ภรรยาของเขาพาดาวกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด เขาตั้งใจจะไปด้วยแต่ติดงานด่วน จึงว่าจะขึ้นรถทัวร์ตามไป แต่แล้วระหว่างปฏิบัติงานอยู่ ลูกน้องมาบอกว่า

"สารวัตรครับ สน.แจ้งมาว่า คุณนายประสบอุบัติเหตุครับ"

นัก รบช็อกยืนนิ่งตาเบิ่งโตด้วยความตกใจ...วันวิสาข์ ฟังแล้วใจหายแสดงความเสียใจกับนักรบ และบอกว่ามีอะไรให้เธอช่วยไม่ต้องเกรงใจ นักรบซึ้งใจ
"เท่าที่ผ่านมาคุณหมอก็กรุณาผมกับน้องดาวมากแล้วครับ นี่ถ้าน้องดาวรู้ว่าคุณหมอเป็นห่วงมาเยี่ยมแกถึงบ้านแกคงจะดีใจ"

วัน วิสาข์ยิ้มรับ พอมองนาฬิกาก็ตกใจว่าดึกแล้วจึงขอตัวกลับ นักรบเดินออกไปส่งที่รถเขายืนมองรถเธอแล่นไปจนลับตา กลับเข้ามาในบ้านถอนใจ เตือนตัวเองว่า...หมาอยากกินปลากระป๋องบนเครื่องบินยังง่ายกว่า อย่าคิดอะไรที่เกินความจริง

ooooooo

ภูมิชาติกับชาญยุทธ์ชัก จะสงสัยว่ายอดชายจะแปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายกรกช เพราะเห็นเงียบไม่มาส่งข่าวสารเหมือนอย่างที่คมสันต์พูดจึงคิดว่าไม่ควร ปล่อยไว้เพราะยอดชายรู้ความลับทางเขามากพอควร...ด้านลุงสิงห์กับกรกชก็ไม่ ค่อยไว้ใจยอดชายเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีฝีมือแต่ขาดความซื่อสัตย์ จึงตกลงว่าต้องกำจัดทิ้ง โดยให้สุพจน์พาไปทำงานที่โรงไฟฟ้าสุพรรณ สุพจน์ เข้าใจทันทีว่าหมายความว่าอย่างไร...

หลักฐานดาวดำของมือปืนพญายมทำ ให้เอกภาพต้องครุ่นคิดถึงความหมายของมัน เอกภพเห็นลูกชายเคร่งเครียดจึงเข้ามาคุยด้วยและแนะนำ "ลองคิดในมุมกลับสิลูก ถ้าเอกเป็นมือปืนพญายมอะไรนั่น  แล้วเอกเอาดาวตำรวจมาทาสีดำเพราะอะไร"

"ผมคงเกลียดตำรวจเข้าไส้"

"นั่น ก็มีประเด็น แต่อีกทางนึง สีดำคือสีของความทุกข์โศก อัปยศอดสู ความตาย เมื่อมันมาอยู่กับดาวของตำรวจมันจะหมายถึงอะไร นี่แหละที่เอกต้องตีให้แตก"

เอกภาพ ผงกศีรษะรับความคิดเห็นของเอกภพ...ขณะเดียวกัน ปัทมากำลังนั่งมองเทปที่โข่งถ่าย เห็นภาพเธอกับเอกภาพกำลังถกเถียงกันอยู่ก็บ่นพึมพำว่า "คนบ้าอะไร ขี้เก๊กก็เท่านั้น แถมยังปากจัดยิ่งกว่าผู้หญิงอีก พลันโข่งเปิดประตูเข้ามา เธอรีบเปิดเทปอื่นบังหน้าเอาไว้ โข่งมาบอกว่าวิทยาเรียก พอปัทมาไปแล้ว เขาก็นั่งเปิดเทปดู เห็นภาพที่ปัทมาดูค้างเอาไว้แล้วอมยิ้ม

"นึกว่าดูอะไร ที่แท้ก็มานั่งดูท่านรองนี่เอง สงสัยจะเกิดรักระหว่างรบซะละมั้ง ทำเป็นเก่งยังไงแกก็ยังเป็นผู้หญิงล่ะวะไอ้ปัท..."

วิ ทยาเรียกปัทมามาเตือนว่าสกู๊ปข่าวที่ทำออกไปสองตอน ทางช่องติงว่าดูแผ่วไป ปัทมาเองก็รู้แต่เป็นเพราะว่าเรื่องที่น่าสนใจถูกเสนอเป็นข่าวสดตอนหัวค่ำไป แล้ว วิทยาจึงบอกว่านั่นแหละปัญหาที่ปัทมาต้องแก้ให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้มันน่า สนใจขึ้น ปัทมารับปากจะแก้ให้ได้

และแล้วยอดชายกับก้านลูกน้องก็ ถูกกระหน่ำยิงระหว่างทาง ยอดชายกับก้านยิงสู้กับพวกสุพจน์ วิ่งหนีมาเจอรถชาญยุทธ์กับลูกน้อง ก็ดีใจเข้าใจว่ามาช่วยเขา แต่กลับถูกชาญยุทธ์เล็งปืนยิงใส่ ยอดชายดึงก้านมารับกระสุนแทน กระสุนเจาะทะลุตัวก้านมาโดนแขนเขาด้วย ยอดชายฉวยโอกาสหนีไปในความมืด เขาแค้นใจมาก อาฆาตชาญยุทธ์กับกรกชที่คิดกำจัดเขา...

สุพจน์ถูกลุง สิงห์เล่นงานว่าไม่เอาไหนที่กำจัดยอดชายไม่สำเร็จ สุพจน์บอกว่าเจอกับพวกชาญยุทธ์ และดูเหมือนทางนั้นก็มาเก็บยอดชายเช่นกัน ลุงสิงห์ยิ่งโวย "เออ...ดี เก่งกันทั้งพวกเอ็งแล้วก็พวกมันเลย รวมกันหลายสิบแต่จัดการได้ยอดชายคนเดียวไม่ได้"

ด้านชาญยุทธ์ก็โดน ภูมิชาติด่าว่าไม่เอาไหน คนเป็นสิบจัดการคนคนเดียวไม่ได้ กลับต้องมายิงกันเองอีก ภูมิชาติหวั่นใจ "ปกติไอ้ยอดชายมันก็ไม่ใช่กระจอกอยู่แล้ว นี่กลายเป็นเสือลำบาก มันคงหาทางมาแว้งกัดเราสักวันแน่ๆ"

"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณพ่อ อย่างน้อยตอนนี้มันก็เป็นพวกหัวเดียวกระเทียมลีบ ทางโน้นก็คิดจะกำจัด ทางเราก็จะกำจัด มันคงต้องหนีหัวซุกหัวซุนพักใหญ่กว่าจะตั้งตัวติด ตอนนี้ผมมีแผนจะเล่นงานทางโน้นแล้ว คุณพ่อจำได้มั้ยครับที่ผมเคยบอกว่า สงสัยว่าจะมีสายตำรวจอยู่ในแก๊งของเรา"

ภูมิชาติคิดว่าชาญยุทธ์รู้ ตัวแล้ว แต่เปล่า ชาญยุทธ์กลับบอกว่าเขามีแผนยืมมือตำรวจเล่นงานฝ่ายโน้น เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว...ชาญยุทธ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ขณะ เดียวกัน เอกภาพกับทีมงานกำลังปรึกษากันเรื่องจับกุมแก๊งค้ายาคืนนี้ ตามที่สายรายงาน ทองใบขะมักเขม้นค้นหาข้อมูลในเว็บ...ทันใด มีเมลส่งเข้ามาจากตำรวจญี่ปุ่น เอกภาพรีบมาดูเป็นการขอความร่วมมือด่วนจากทางตำรวจญี่ปุ่น
ตอนที่ 8

พอได้รับเมลจากตำรวจญี่ปุ่น เอกภาพก็เรียกประ-ชุมทีม อธิบายงานพร้อมเปิดภาพนายทาเคชิ โอคาโน๊ะ หัวหน้าแก๊งยากูซ่า ซึ่งเป็นเครือข่ายหนึ่งของขบวนการแอตแลนติส ทางการญี่ปุ่นแจ้งมาว่า ตอนนี้มันหลบหนีเข้าเมืองไทย ธัญญะถามทันทีว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งภูมิชาติและวิโรจน์ไหม  เอกภาพแน่ใจว่าเกี่ยวข้องกันและตอนนี้ทาเคชิกำลังจนตรอกจึงหนีมาขอให้ช่วย

ทอง ใบอธิบายต่อ "ผมเจอข้อมูลการโทรศัพท์ทางไกลที่น่าสงสัยสองสาย สายแรกโทร.จากโอซากามาที่บริเวณรังสิต แต่จับสัญญาณได้ไม่ทัน สายที่สองโทร.จากฮอกไกโดมาย่านสีลมหนนี้โทร.นานถึง 15 นาที แต่แถวนั้นเป็นย่านธุรกิจ พื้นที่สแกนเป็นแค่บริเวณ เจาะจงไม่ได้"

วรัญญารีบบอกว่า ภูมิชาติมีกิจการโรงแรมในย่านนั้น...

และ ที่โรงแรม  ภูมิชาติก็ได้รับสายด่วนจากญี่ปุ่น  เจนจิราถือโทรศัพท์มาส่งให้ ชาญยุทธ์รอฟังด้วยความสงสัย...พอวางสายก็เล่าให้ชาญยุทธ์กับคมสันต์ฟัง เจนจิรายังคงบีบนวดให้ภูมิชาติทำเป็นไม่สนใจ ชาญยุทธ์ท้วงพ่อว่าทาเคชิเป็นตัวอันตรายถ้าให้ความช่วยเหลือจะเดือดร้อน

"ทำ การค้ามันต้องใจนักเลงหน่อยสิลูก พวกยากูซ่ามันยึดมั่นในคติ บุญคุณต้องชดใช้ แค้นต้องชำระ และที่ทาเคชิมันลำบากแบบนี้ก็เพราะแก๊งไอ้วิโรจน์"

ชาญยุทธ์ยิ่งแปลก ใจเพราะวิโรจน์ตายไปแล้ว ภูมิชาติเตือนว่า ลุงสิงห์ยังชักใยอยู่เบื้องหลัง อย่าได้ประมาทฝีมือลุงสิงห์เด็ดขาด ว่าแล้วก็สั่งคมสันต์ไปต้อนรับทาเคชิอย่างลูกค้าวีไอพี เจนจิราได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วปรายตามองคมสันต์...

ข่าวถึงหูลุง สิงห์ เขากำลังปรึกษากับกรกชโดยมีสุพจน์ คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง กรกชแปลกใจว่าข้อมูลลับอะไรที่ส่งมา ลุงสิงห์เองก็ไม่แน่ใจ แต่ที่ผ่านมาวิโรจน์ทำงานแบบตรงไปตรงมา สาขาต่างๆถึงเคารพรัก สุพจน์เห็นด้วย และถ้าจะมีลับลมคมในก็เป็นฝ่ายภูมิชาติมากกว่า

"ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่เห็นต้องกังวลอะไร" กรกชสรุป

"อย่าประมาทครับคุณหนู เราอยู่ในที่แจ้ง แต่พวกมันอยู่ในที่มืด ถ้ามันไม่แน่จริงคงไม่กล้าขู่เราหรอกครับ" ลุงสิงห์เตือน

"ลุงสิงห์กำลังจะบอกว่า คุณพ่อมีข้อผิดพลาด"

"ถึงไม่ผิด พวกมันก็อาจจะหาข้อผิดให้เราได้ ถ้าปล่อยให้มันเจอกับภูมิชาติ    บางทีมันอาจจะนำความหายนะมาสู่ เราได้"

กรกชจึงสั่งสุพจน์หามือดีมา แต่ลุงสิงห์ยกมือห้าม งานนี้ต้องระดับมือพระกาฬเท่านั้น...

หน่วย เฉพาะกิจของเอกภาพตรวจเช็กแล้วพบว่า บ้านของวิโรจน์อยู่แถวรังสิต ฉะนั้นเอกภาพจึงวิเคราะห์ได้ว่า ทาเคชิ คุยกับทางไหนนานก็แสดงว่าทางนั้นจะช่วยเขาหนี พลันมีข้อความส่งเข้ามือถือเอกภาพมาว่า "วันนี้ 10 โมงฤกษ์ดี ชาวญี่ปุ่นจะมาเที่ยวสวนอู่ทอง"

เอกภาพสั่งทองใบหาพิกัดบริเวณสวนอู่ ทองทันที...ในขณะเดียวกัน นักรบกำลังจะเข้าเวรยามก็มีข้อความส่งมาพร้อมรูปทาเคชิ "หมัดตัวร้าย ทาเคชิ ต้องกำจัด รายละเอียดที่นัดเจอ พร้อมอุปกรณ์ จัดส่งให้ที่บ้านแล้ว"

นัก รบรีบโยนงานให้เพื่อนทำแทนพร้อมให้ค่าแรงเพิ่ม...ที่สวนอู่ทอง ผู้คนมาวิ่งออกกำลังกันมาก ทีมหน่วยเฉพาะกิจต่างปลอมตัวเป็น คนขายไข่ปิ้ง ขายผลไม้ บ้างก็ขายเครื่องดื่มธัญญะสวมรอยเป็นคนวิ่งออกกำลังกาย ทาเคชิเองก็ปลอมตัวปะปนอยู่ในกลุ่มคนออกกำลัง เขาขี่จักรยานดูลาดเลา มี

บอดี้ การ์ดทำตัวเป็นคนวิ่งออกกำลังอยู่หลายคน...คนหนึ่งวิ่งสวนกับเอกภาพ เขารับรู้ด้วยสัญชาตญาณจึงส่งสัญญาณบอกลูกน้องจับกุม จนเกิดการต่อสู้กัน

ทัน ใดมีมือปืนแต่งกายคล้ายมือปืนพญายม ขี่มอเตอร์ไซค์ มายิงทาเคชิเลือดสาดแล้วขี่รถหลบหนีไป เอกภาพสั่งคนตามจับ และเรียกรถพยาบาลมาด่วน วรัญญารู้สึกว่ามีอะไรผิดสังเกตรอบๆตัว "เหมือนมีใครจ้องมองอยู่นะคะ รองคะให้ฉันดูคนไข้ก่อนดีกว่าค่ะ"

ไม่ ทันที่วรัญญาจะถึงตัวทาเคชิ รถพยาบาลมาจอด บุรุษพยาบาลมาหามร่างทาเคชิไปใส่รถอย่างรวดเร็วแล้วขับออกไป เอกภาพสะกิดวรัญญาให้ตามไปดูแล แต่ไม่ทันไรมีรถพยาบาลอีกคันแล่นมาจอด เอกภาพกับวรัญญาจึงรู้ตัวว่าถูกซ้อนแผน ทั้งคู่รีบขึ้นรถตามรถพยาบาลคันแรกไป เอกภาพวิทยุบอกทุกฝ่ายสกัดรถพยาบาล แต่เหมือนมันหายเข้ากลีบเมฆไปได้ กว่าจะตามมาเจอ ก็พบแต่รถที่ว่างเปล่า ธัญญะสบถ "นี่เราถูกฉกตัวผู้ต้องหาซึ่งๆหน้าเลยเหรอ"

เอกภาพตบไหล่ ธัญญะให้ใจเย็น เพราะเขาได้ติดอุปกรณ์ติดตามที่ตัวทาเคชิตอนเข้าไปดูอาการ ทุกคนจึงยิ้มออกมาได้...นักรบอยู่ในชุดไต่เชือก เขาเห็นทุกอย่างเรียบร้อยก็โทร.รายงานว่าหมัดและข้อมูลถูกกำจัดเรียบร้อย แล้ว...สายตานักรบหม่นลงที่ได้ฆ่าคนไปอีกคน...

พอภูมิชาติรู้เรื่อง ก็แทบนั่งไม่ติด เจนจิราแปลกใจ เปรยๆกับชาญยุทธ์ว่าเธอไม่เคยเห็นภูมิชาติมีท่าทางกังวลขนาดนี้...พอเห็นคม สันต์เข้ามา  ก็รีบถามว่าฝีมือใคร  คมสันต์

ตอบว่ามือปืนพญายมแต่ผู้ บงการไม่แน่ชัด ชาญยุทธ์ตวาดให้ไปสืบมา คมสันต์มองด้วยสายตาไม่พอใจแต่ข่มอารมณ์ไว้แล้วบอกว่าตำรวจกำลังเคลียร์ พื้นที่เขาจึงเข้าไปไม่ได้

"ลงอีแบบนี้คงไม่มีข้อมูลอะไรเหลือมาถึงเราแล้ว เจ็บใจจริงๆ" ภูมิชาติฉุนเฉียว...

ชาญ ยุทธ์เรียกลูกน้องเข้าประชุม "ที่ฉันเรียกพวกเรามาวันนี้เพราะได้ข่าวจากสายแจ้งมาว่า ทางฝ่ายโน้นจะมีการขนยาเสพติดไปพักไว้ที่โรงไฟฟ้าที่สุพรรณ"

คมสันต์ ถามขึ้นว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าขนวันไหน ชาญยุทธ์ ตอบว่า วันที่กรกชเดินทางไปสุพรรณนั่นแหละวันนัดรับของ ชาญยุทธ์ส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยกับภูมิชาติซึ่งมีเจนจิราบีบนวดให้

ooooooo

คืน นั้น ในผับที่เจนจิราร้องเพลง เอกภาพไปนั่งหน้าเคาน์เตอร์กับวรัญญา พอเจนจิราลงจากเวทีมาวรัญญา ก็เดินเข้าห้องน้ำ เจนจิราตามเข้าไป ทำเป็นแต่งเติมหน้า แล้ววางห่อทิชชูไว้ วรัญญาก็วางซองเงินให้ ต่างก็แยกย้ายกันออกไป

พอถึงวันที่กรกชต้องการเดินทางไปโรงไฟฟ้าที่ สุพรรณ ลุงสิงห์ให้สุพจน์จัดการพาไป นิพนธ์รอต้อนรับอยู่ที่โรงไฟฟ้า ไม่ทันไร เอกภาพกับทีมตำรวจก็เข้ามาพร้อมหมายค้น

"ทางเราทราบมาว่าจะมีการขนยาเสพติดมาพักไว้ที่นี่"

กรกชแปลกใจเชิญให้ค้นด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่ พอค้นแล้วก็ไม่พบอะไร ธัญญะรายงาน "ไม่พบยาเสพติดหรือของผิดกฎหมายเลยครับรอง"

"ฉัน บอกแล้วว่าไม่เคยยุ่งกับเรื่องผิดกฎหมาย คราวนี้ ฉันจะไม่เอาเรื่องที่คุณทำให้ฉันเสียชื่อ แต่หวังว่าจะไม่มีครั้งต่อไปนะคะรองผู้กำกับ" กรกชพูดเยาะๆ...

เดิน ออกมาหน้าโรงไฟฟ้า ธัญญะถามเอกภาพว่า ปกติสายของเราไม่เคยพลาด เอกภาพก็แปลกใจทำไมครั้งนี้พลาดได้... เอกภาพกลับมาบ้านปรึกษากับเอกภพ ว่าสายคนนี้เชื่อถือได้

"ถ้าสายไว้ใจได้อย่างที่เอกว่า ก็แสดงว่าทางนั้นคงจะสงสัยแล้วล่ะว่ามีสายเราอยู่ในแก๊งถึงได้ใช้วิธีปล่อย ข่าว ยืมมือเราจัดการอีกฝ่าย  แบบนี้ยังไงเอกก็เตือนๆสายของเอกด้วยว่าให้ระวังตัว ไม่รู้ว่าทางนั้นจะรู้ตัวหรือยังว่าเป็นใคร..."

กรกชกลับมาเล่าให้ ลุงสิงห์ฟัง และว่าตำรวจบอกว่ามีสายแจ้งไปว่าเราขนย้ายยาไปพักไว้ที่โรงไฟฟ้า ลุงสิงห์ถามกรกชสงสัยใคร เธอตอบว่าตอนนี้เธอนึกออกอยู่คนเดียวคือ... ชาญยุทธ์

คืนนั้น ชาญยุทธ์เข้าตรวจงานในผับ เจนจิรารีบหาเบียร์ เย็นๆมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง ชาญยุทธ์ตรวจบัญชีแล้วถามสายชลว่าทำไมเดือนนี้รายได้น้อยลง สายชลตอบว่า พักนี้ตำรวจนอกเครื่องแบบและนักข่าวมาป้วนเปี้ยนบ่อย จึงต้องเก็บยาไว้ก่อน เจนจิราเดินเข้ามาพูดเปรยๆ

"ก็ฉันบอกแล้วว่าอย่าปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่ายี่สิบเข้ามาบ่อยนักก็ไม่เชื่อ เรื่องมันก็เลยตามมาเห็นมั้ยล่ะ"

"ก็ลองถ้าไม่ให้เด็กเข้าผับสิ รายได้จะเหลือสักเท่าไหร่ พวกเด็กๆน่ะทั้งเหล้าทั้งยาหลอกขายง่ายจะตาย" สายชลโต้

ชาญยุทธ์จึงบอกว่า จะทำอะไรก็ขอให้มีรายได้เข้ามาเยอะๆ แต่ถ้ามีเรื่องก็อย่าให้สาวถึงตัวเขากับพ่อเด็ดขาด...ไม่

ทัน ไร เหน่งกับเดี่ยวจับตัวนักเลงสองคนที่มาลวนลามนักร้องมาให้ชาญยุทธ์ เข้ารู้ว่าคงเป็นฝ่ายตรงข้ามส่งมาป่วนจึงแกล้งสลักข้อความที่หลังนักเลงกลับ ไป

นักเลงทั้งสองถูกพจน์พาตัวมาพบกรกช "เอ้อ...คุณชาญยุทธ์ฝากข้อความถึงคนว่าจ้าง"

"ข้อความอะไร แล้วมันรู้ได้ไงว่ามันฝากถึงคุณหนู" ลุงสิงห์ถาม

"มันบอกว่าถ้าคนที่จ้างผมเห็นแล้วก็รู้เองครับว่าใช่หรือเปล่า" นักเลงก้มหน้าพูด

กรกช แปลกใจว่าข้อความอะไร นักเลงทั้งสองเปิดเสื้อให้ดูที่หลัง มีรอยกรีดด้วยมีดเป็นตารางเกม ox ลุงสิงห์งงว่าเล่นบ้าอะไร แต่กรกชรู้ดีเพราะเป็นเกมที่เธอเล่นแพ้ชาญยุทธ์ ที่เมืองนอกบ่อยๆ แววตากรกชวาวขึ้นมาทันทีพร้อมกับพูดว่า แต่ครั้งนี้เธอจะไม่แพ้อีกแล้ว...

กรกช นัดชาญยุทธ์มานอนด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแยกจากกัน กรกชพูดกับชาญยุทธ์อย่างชัดเจนว่า "ต่อจากนี้ความสัมพันธ์ของเรามีแค่เรื่องงานเท่านั้น...แล้วไอ้เกมโอเอ็ก ซ์น่ะ อย่านึกว่าฉันจะต้องแพ้คุณตลอดไปนะ อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปแล้ว"

ชาญยุทธ์ยิ้มเหี้ยมๆมองตามหลังกรกชที่ออกไป...

ooooooo

วันนี้ ดาวอยากทานไอศกรีม นักรบจึงออกไปซื้อที่ปากซอยให้   เผอิญวันวิสาข์แวะมาเยี่ยมและดาวเกิดอาการกำเริบจนล้มลงทำแก้วแตก วันวิสาข์ รีบพาส่งโรงพยาบาลและเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้ นักรบตกใจรีบตามไปที่โรงพยาบาล พบว่าดาวอยู่ในห้องไอซียู   วันวิสาข์ต่อว่านักรบที่ทิ้งดาวอยู่ตามลำพังทั้งที่โรคของดาวกำเริบได้ตลอด เวลา นักรบเสียใจไม่เถียงสักคำ

ถึงอย่างไรก็ยังมีความเป็นหญิง กรกชรู้สึกเหนื่อยล้ายืนเศร้าอยู่หน้ารูปวิโรจน์ ลุงสิงห์เข้ามาเตือนอีกครั้งว่าอย่าให้ใครรู้ว่าเรากำลังท้อ กรกชโต้ว่า "หนูไม่ได้ท้อ ยังไงหนูก็ต้องขึ้นไปนั่งตำแหน่งที่คุณพ่ออยากเป็นแทนท่านให้ได้"

แล้วกรกช ก็ถามถึงคนที่ฆ่าพ่อของเธอว่าเป็นใคร เธอพร้อมที่จะรับฟังแล้ว   ลุงสิงห์จึงเล่าว่า   วิโรจน์ได้รับความไว้วางใจจากบอสให้เป็นคนรวบรวมของไปแลกกับอาวุธสงคราม แต่ภูมิชาติทั้งโกรธทั้งเสียหน้าเพราะคนที่ทำงานนี้ได้สำเร็จจะได้รับแต่ง ตั้งให้เป็นหัวหน้าขบวนการแอตแลนติสของไทยรวมไปถึงอาเซียนด้วยจึงเป็นคน เดียวที่อยากให้วิโรจน์ตาย กรกชแค้นใจมาก เธอหยิบปืนมามองแล้ววางแผนบางอย่าง...

นักรบได้รับโทรศัพท์เรียกตัวไปทำงาน เขาจูบหน้าผากดาวแล้วคว้าเสื้อแจ็กเกตออกไป...คืนนั้น กรกชขับรถมาซุ่มอยู่

หน้า บ้านชาญยุทธ์ พอเห็นภูมิชาตินั่งรถออกไปเธอก็ขับรถตาม ชาญยุทธ์รู้สึกเป็นห่วงภูมิชาติ พอรู้จากคมสันต์ว่าพ่อไปเที่ยวนากาซัส ก็ลองโทร.หากรกชถามว่าเธออยู่ที่ไหน กรกชตอบว่าเธอนอนแช่น้ำอุ่นอยู่ก็โล่งใจไปเปลาะแต่ตัดสินใจโทร.หาลินดา...

เจน จิราเองก็แอบโทร.บอกเอกภาพให้ลองไปที่นากาซัสซึ่งเป็นธุรกิจอีกแห่งของภูมิ ชาติ เอกภาพชั่งใจว่าควรเชื่ออีกดีหรือไม่ กรกชขับรถตามภูมิชาติมาถึงนากาซัส เธอแอบไปเข้าด้านหลัง นักรบมาถึงเห็นกรกชกำลังเข้าไปก็จะตาม พอดีลินดาขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดจึงต้องรีบหลบ

มาม่าซังต้อนรับภูมิชาติ และถามว่าต้องการลิลลี่เหมือนเคยใช่ไหม ภูมิชาติพยักหน้าแล้วเดินไปรอในห้อง...เอกภาพเข้ามานั่งสั่งอาหาร ลินดาเดินเข้ามาต่างไม่เห็นกัน กรกชปลอมตัวเป็นลิลลี่เข้าไปบีบนวดให้ภูมิชาติแล้วฉวยโอกาสยิงเขาด้วยปืน เก็บเสียงหลายนัดจนสิ้นใจ ลินดาเข้ามาในห้องแต่งตัวพบลิลลี่นอนสลบอยู่ก็เดาว่ามีเรื่องไม่ดีแน่จึง รีบออกไปที่เคาน์เตอร์จะบอกมาม่าซัง พอดีกรกชวิ่งออกมา ลินดาจึงยิงใส่ นักรบโผล่มายิงสกัดให้กรกชหนีไปได้ เอกภาพได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งมาพร้อมตะโกนบอก "หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ"

ลิ นดาไม่ฟังเสียงยิงเข้าใส่เอกภาพทันที แล้วรีบหลบหนีไปจนเจอกับพวกคมสันต์ ลินดาบอกทุกคนว่าภูมิชาติถูกฆ่าตาย ชาญยุทธ์มาถึงตกใจมากเมื่อเห็นสภาพศพพ่อ ปัทมากับโข่งมาถึงรีบถ่ายภาพทำข่าว วรัญญาชันสูตรศพแล้วรายงานเอกภาพว่า "ผู้ตายถูกยิงสามนัดในระยะประชิดค่ะ แต่ที่น่าสนใจก็คือ..."

วรัญญาโชว์ ดาวดำให้ทุกคนเห็น แต่ลักษณะการยิงไม่น่าใช่มือปืนพญายม ลิลลี่ยืนยันว่าคนที่ทำร้ายเธอเป็นผู้หญิง มามาซังก็ยืนยันพร้อมกับชี้ไปที่เอกภาพ "เห็นคาตาว่ามันถือปืนวิ่งออกมาจากห้องท่านในชุดลิลลี่ แล้วคุณตำรวจคนนี้ก็วิ่งตามไป"

"คุณตำรวจกำลังจะบอกว่า มือปืนพญายมเป็นคนฆ่าคุณพ่อผมเหรอครับ"

เอกภาพ ตอบว่า หลักฐานบ่งชี้เช่นนั้น เขาจึงอยากถามว่าระยะนี้ภูมิชาติมีปัญหาขัดแย้งกับใครบ้าง ชาญยุทธ์รีบบอกว่าพ่อของเขาเป็นนักธุรกิจที่ทำแต่งานสุจริตช่วยเหลือสังคม ไม่เคยขัดแย้งกับใคร และนี่ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องติดตามคนร้าย เอกภาพรับว่าใช่และเขาก็อยากได้ทั้งตัวคนร้ายและผู้ว่าจ้าง...เอกภาพเดินออก มาเห็นปัทมากับโข่งกำลังถ่ายบรรยากาศในห้องอยู่ เขาก็เดินมาหาปัทมาอดจะแขวะไม่ได้ "ใจคอคุณจะไม่ยอมพลาดซักเรื่องเลยหรือไง"

"แล้วถ้าเป็นคุณจะยอมพลาดซักคดีไหมล่ะคะ ท่านรองผู้กำกับ"

เอกภาพ ยกมือยอมแพ้ ปัทมาจึงถามว่าเป็นฝีมือมือปืนพญายมหรือ เอกภาพแซวอีกว่าเธอตาเหยี่ยวจมูกมดจริงๆไม่มีอะไรรอดหูรอดตาไปได้ ปัทมาขอบคุณถือเป็นคำชมแล้วถามอย่างจริงจังว่า "คุณคิดว่าคนจ้างฆ่าคุณภูมิชาตินี่เป็นคนเดียว ที่จ้างฆ่าคุณวิโรจน์หรือเปล่า"

เอกภาพแบมือยักไหล่ไม่มีความเห็น ปัทมาโกรธ "โอเค ถ้าคุณไม่มีความเห็นแล้วฉันออกความเห็นในฐานะนักข่าว คุณจะมาโวยว่าฉันทำให้คุณทำงานลำบากไม่ได้นะ"

พูดจบปัทมาก็เดินไปหา โข่ง เอกภาพมองตามถอนใจ แล้วเดินมาหานักรบที่ด้านหลังบาร์ นักรบออกตัวว่าถ้าจะให้เขาไปให้ปากคำตอนไหนก็บอก ตอนนี้เขาจะกลับไปดูแลดาว เอกภาพจะถามว่ามาอยู่ในเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร แต่นักรบชิงเดินไปเสียก่อน สิริมาศเดินรี่เข้ามารัวยิงคำถาม เอกภาพมองหน้าเธอแล้วส่ายหน้าก่อนจะเดินหันหลังไป สิริมาศเบ้ปาก หันมารายงานข่าวไปตามเรื่องตามราวของเธอ

พอเดินมาเจอกับปัทมา สิริมาศก็ข่มทันทีว่า "น่าสงสารนะ นักข่าวบางทีมมาเร็วแต่กว่าจะออกอากาศกลายเป็นข่าวเลตทุกที"

"ใช่ น่าสงสารมาก แต่เป็นคนดูนะที่ต้องเสพข่าวเร็วแต่ไม่รู้ผ่านขบวนการกรองบ้างหรือเปล่า" ปัทมาสวนกลับ สิริมาศ ตาเขียวปั้ดหาว่าปัทมาว่าเธอเต้าข่าว ปัทมายักไหล่แล้วแต่จะคิด

สิริมาศข่มอารมณ์แล้วว่าเธอไม่ต้องมาสนใจ คำพูดเพราะมันคนละเกรดกัน ปัทมาโต้อีกว่า ใช่ข่าวของเธอปรุงอย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่ข่าวด่วนข่าวดิบแบบของสิริมาศ โข่งรีบมาดึงปัทมาไป เอือมระอาที่ผู้หญิงสองคนนี้เจอกันเป็นเถียงกันทุกที...

กลับมาตัด ต่อข่าว ปัทมาให้เจ๋งเอาข่าวนี้ออกก่อน เธอจะรับผิดชอบเองถ้าวิทยาไม่พอใจ...ปัทมารายงานข่าวของเธอออกทีวีถึงเงื่อน งำของการสังหารวิโรจน์และภูมิชาติ ว่าอะไรเป็นสาเหตุและใครอยู่เบื้องหลัง สรุปสุดท้ายว่าเกาะประเด็นจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด...

นักรบนั่งดูข่าว ดาวตื่นมาพอดีจึงพูดขึ้นว่า "มือปืนพญายมเป็นคนไม่ดีใช่มั้ยคะคุณพ่อ"

นักรบสะดุ้งรีบปิดทีวี ดาวถามอีกครั้ง นักรบตอบอย่างอึกอักว่า "เขาอาจจะมีความจำเป็นก็ได้นะลูกถึงต้องทำแบบนั้น"

"ถ้ามีความจำเป็นเราก็ฆ่าคนอื่นได้เหรอคะ" ดาวถามซื่อๆแบบเด็กๆ

นัก รบรีบบอกว่าไม่ได้ จะเพราะอะไรก็ฆ่าคนไม่ได้ เป็นสิ่งที่ผิด ดาวจึงถามอีกว่าถ้าอย่างนั้นมือปืนพญายมเป็นคนไม่ดีใช่ไหม เธอเกลียดมือปืนพญายมเพราะเป็นคนไม่ดี นักรบสะอึก

พูดไม่ออก ดาวถามว่าทำไมพ่อไม่จับมือปืนพญายม นักรบไม่รู้จะตอบอย่างไร พอดีเอกภาพเข้ามาได้ยินจึงตอบแทนว่า "คุณพ่อเขาต้องไปจับคนร้ายคนอื่น มือปืนนั่นเดี๋ยวอาเอกเป็นคนจับเอง"

"อาเอกต้องจับมือปืนพญายมให้ได้นะคะ เพราะเป็นคนไม่ดี เดี๋ยวจะไปทำร้ายคนอื่นอีก"

เอกภาพ รับปากว่าเขาไม่ปล่อยมือปืนพญายมไว้แน่ เอกภาพมองหน้านักรบ รู้สึกสีหน้าแปลกๆ วันวิสาข์เข้ามาทักทายทุกคน แล้วขอตัวนักรบไปกับเธอสักครู่ เอกภาพจึงอาสาดูแลดาวเอง...วันวิสาข์พานักรบมาฉีดยาแล้วเอาปลาสเตอร์ปิดรอย ไว้

"หลังจากฉีดยานี่แล้วต้องรอประมาณสามถึงเจ็ดวัน เพื่อให้ยาไปกระตุ้นสเต็มเซลล์ให้เพิ่มจำนวนขึ้น และออกจากไขกระดูกมาอยู่ในเลือดแล้วถึงจะเอาเลือดไปแยกสเต็มเซลล์ออกมาอีก ที" วันวิสาข์อธิบายไปด้วย

"ใช้เวลานานรึเปล่าครับคุณหมอกว่าจะรู้ผล ผมไม่อยากเห็นน้องดาวเป็นเหมือนตอนที่ต้องนอนในห้องไอซียูอีกแล้ว"

"อย่างเร็วก็สองสัปดาห์ อย่างช้าก็ไม่เกินเดือนนึงค่ะ ถึงจะรู้ผลว่าสเต็มเซลล์ของคุณจะเข้ากันได้หรือเปล่ากับร่างกายของน้องดาว"

นัก รบหวั่นใจกลัวเข้ากันไม่ได้ วันวิสาข์ปลอบใจว่า อย่าเพิ่งกังวลไปก่อน แล้วนักรบก็เห็นที่แขนของวันวิสาข์มีปลาสเตอร์ปิดอยู่ตำแหน่งเดียวกับเขา แสดงว่าเธอฉีดยาทดสอบตัวเองเช่นกัน เขาสำนึกในความมีน้ำใจของเธอก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณ

มุมหนึ่งในโรง พยาบาล เอกภาพยืนคุยกับนักรบ เขาเกริ่นถามว่านักรบคิดว่าภูมิชาติตายเพราะมือปืนพญายมหรือเปล่า นักรบตอบไม่เต็มเสียงว่า ในข่าวว่าอย่างนั้น และก็มีหลักฐานดาวดำอยู่ที่ศพ เอกภาพคิดว่า ดาวดำปลอมกันไม่ยาก แต่วิธีการทำงานเป็นเอกลักษณ์ เลียนแบบอย่างไรก็ไม่เหมือน มีหลายอย่างที่บอกว่าไม่น่าจะใช่

"มือ ปืนพญายมไม่เคยยิงเหยื่อระยะประชิด ไม่เคยใช้กระสุนเปลืองขนาดนี้  นัดเดียวตัดขั้วหัวใจทุกราย  นี่ยิงตั้งสามนัดไม่เข้าขั้วหัวใจเลยสักนัด แล้วที่น่าสงสัยอีกอย่างก็คือ ที่ผ่านมามือปืนพญายมไม่เคยทำงานกลางคืน ของก๊อบปี้น่ะถึงจะดูคล้ายแค่ไหนก็เป็นได้แค่ของก๊อบปี้ ไม่มีทางเหมือนของจริงไปได้หรอก" เอกภาพวิเคราะห์ออกมา

"ดูเหมือนว่าแกจะรู้จักมือปืนพญายมนี่ดีจังเลยนะ" นักรบถามอย่างหยั่งเชิง

"บอก ตรงๆว่าบางครั้งฉันก็กลัวว่าฉันจะรู้จักดีเกินไปด้วยซ้ำ" เอกภาพพูดเป็นนัยๆและแอบสังเกตสีหน้านักรบ แต่ เหมือนนักรบจะรู้จึงนิ่งเฉยไม่พูดอะไร

ooooooo

ในงานศพ กรกชกับลุงสิงห์ไปเคารพศพด้วยท่าทีที่เหมือนหยั่งเชิงกันและกัน กรกชแสดงความเสียใจกับชาญยุทธ์และพูดว่าเรามีศัตรูคนเดียวกัน ชาญยุทธ์ เข่นเขี้ยวตอบ "ไม่ว่ามันจะเป็นมือปืนพญายมหรือใครผมไม่เอาไว้แน่"

"ฉันก็เหมือนกันค่ะ" กรกชพูดอย่างหนักแน่นเช่นกัน

เจน จิราเข้ามาเกาะแขนชาญยุทธ์แสดงให้กรกชเห็นว่าเธอเป็นเจ้าของ กรกชเคืองกระซิบกับชาญยุทธ์ก่อนจะเดินเข้างาน "ฉันเพิ่งจะรู้ว่าคุณรับหน้าที่แทนคุณอาภูมิชาติ...ทุกเรื่อง"

ชาญ ยุทธ์แกะมือเจนจิราออกแล้วเดินตามไปนั่งข้างกรกชเพื่อถามว่าเธอหึงเขาหรือ กรกชพูดอย่างสมเพชว่า เธอแค่คิดว่าน่าจะอดใจรอให้งานศพเสร็จสิ้นไปก่อน ชาญยุทธ์ตอบแบบยั่วๆว่าเขาจะเก็บไปพิจารณา...

อีกมุมที่เอกภาพกับทีม ตำรวจยืนอยู่ ทองใบกระซิบว่า นี่มันงานศพหรือเลี้ยงรุ่นแก๊งมาเฟียกันแน่ ธัญญะเสริมว่าน่าเอาระเบิดมาโยนใส่ รับรองประเทศไทยสูงขึ้นเยอะ เอกภาพปรามอย่าพูดเล่นเดี๋ยวเกิดขึ้นจริง ใครจะหาว่าตำรวจทำ วรัญญาอมยิ้มกระเซ้าเอกภาพ

"รองหมายถึงคนที่อยู่ตรงโน้นใช่มั้ยค่ะ" วรัญญาชี้ไปทางที่ปัทมายืนอยู่กับโข่ง

ปัท มากำลังดื่มน้ำ ต้องสำลักเหมือนกำลังถูกนินทา โข่งบอกให้ไปทักทายเอกภาพบ้างเพราะเห็นมองมาหลายรอบแล้ว ปัทมาทำหน้าเบ้แบบเหม็นขี้หน้า...ไม่ทันไร ยอดชายเดินเข้ามาในงาน มีลูกน้องถือพวงหรีดมาด้วย ชาญยุทธ์เข้ามาขวางแล้วถามว่ามาทำไม ยอดชายยิ้มเหี้ยม

"ก็แค่มาเคารพศพ คนเคยๆนับถือกันอยู่" ยอดชายเน้นคำจงใจประกาศเป็นศัตรู

เอกภาพ กับพวก รวมทั้งปัทมาเพ่งมองมาที่ยอดชาย เพราะหนีหายไปตั้งแต่โดนกระหน่ำยิง เอกภาพสังหรณ์ใจว่าคงมีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้นอีกแน่ ปัทมาเตรียมพร้อมอย่างรู้แกวแต่โข่งยังมัวกินข้าวต้มไม่เลิก...คมสันต์ปรี่ มาหายอดชาย "มึงจงใจมาหาเรื่องใช่มั้ยไอ้ยอดชาย"

"มึงกับกูมันคนละ ชั้นกันไอ้คนสันต์ แต่ไม่ต้องห่วง เรายังมีเรื่องต้องสะสางกันอีกเยอะ" ยอดชายมองชาญยุทธ์แล้วมองเลยไปทางกรกช ก่อนจะหันไปก้มหัวเคารพศพแล้วกลับไป

ชาญ ยุทธ์ให้ปล่อยยอดชายไปก่อน...พองานเลิก กรกชขึ้นรถแล่นออกไป ทองใบบอกว่าคืนนี้คงไม่มีเรื่องอะไรแล้ว แต่ เอกภาพไม่คิดเช่นนั้น เขาชวนวรัญญาขับรถตามไปดู ปัทมาเร่งโข่งให้เก็บของตามเอกภาพด่วน โข่งจำต้องขี่รถพาปัทมาตามไป

ooooooo
ตอนที่ 9

รถของเอกภาพโดนเรือใบยางแตกอยู่กลางทาง ปัทมาซ้อนมอเตอร์ไซค์โข่งมาเจอ แกล้งเข้าไปแซว "กลับจากงานศพยังอุตส่าห์พาสาวนั่งรถกินลมชมวิวอีกเหรอคะท่านรอง" แต่พอเห็นว่ายางรถโดนเรือใบก็ พูดเยาะอีกว่า  "สงสัยจะมีคนเอาใจช่วยอยากให้ท่านรอง ชมวิวแถวนี้นานๆนะคะ"

"นี่คุณ...ผมไม่รู้ว่าจะต้องพูดภาษาอะไรกับคุณดีถึงจะเข้าใจการทำงานของคนอื่นเขา"

ปัท มาตอบกวนๆว่าให้พูดเป็นภาษาไทยเธอถึงจะเข้าใจ ไม่ทันที่เอกภาพจะตอบโต้อะไร ก็เกิดเสียงปืนดังขึ้น วรัญญารีบบอกว่าน่าจะเป็นจุดที่รถกรกชไปถึง เอกภาพรีบขอยืมรถของโข่ง ปัทมาขอไปด้วย ว่าแล้วก็โดดซ้อนท้ายเอกภาพ ไปทันที...รถธัญญะกับพวกมาถึง วรัญญารีบรายงานแล้วพากัน ตามไปที่จุดเกิดเหตุ โข่งขอไปด้วยคน

เอกภาพกับปัทมามาถึงเห็นกลุ่ม ของกรกชกับลุงสิงห์ กำลังปะทะกับเข้มและลูกน้องที่ถูกส่งมาเก็บกรกช เอกภาพหันมาเตือนปัทมาให้ระวังตัว ปัทมาหยิบกล้องเล็กที่พกติดตัวขึ้นมาแล้ว บอกเอกภาพว่าเธอดูแลตัวเองได้ ธัญญะกับพวก ตามมาทัน ช่วยเอกภาพยิงไล่เข้มกับพวกหนีไปแล้วเข้ามาซักถามกรกชกับลุงสิงห์ว่าพวกนั้น เป็นใคร ลุงสิงห์กับกรกชไม่ให้ปากคำอะไร บอกแต่ว่า ไม่รู้ว่าใครและพวกเขาก็ไม่มี ศัตรูที่ไหน เอกภาพจึงขอให้ลงบันทึกประจำวันไว้

พอกรกชเดินออกมาเห็นปัทมากับโข่ง กำลังเช็กเทป ก็เข้ามาแบมือขอเทป โข่งโวย จะขอกันง่ายๆได้อย่างไร กรกชจึงขอซื้อ ปัทมาฉุนขาด "เท่าไหร่ก็ไม่ขายหรอกคุณ ถ้ารวยมากก็เอาเงินไปทำบุญจะดีกว่ามั้ย จะได้ไม่มีกรรมตามไล่ยิงแบบนี้"

กรกช โวยวายหาว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ปัทมาโต้ว่าเธอทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ต้องเอาภาพเหตุการณ์เผยแพร่ให้คนได้รับ รู้ และที่เกิดเหตุก็เป็นที่สาธารณะ เธอไม่ได้บุกรุกเข้าไปถ่ายในบ้านใคร "ถ้าคุณไม่อยากเป็นข่าวก็อย่าหาเรื่องให้ใครเขาตามยิงสิคะ หรือถ้าทนไม่ไหวต้องมีเรื่อง วันหลังก็นัดกันไปยิงในที่ส่วนตัว ฉันจะได้ตามไปถ่ายไม่ได้"

กรกชโกรธจัด ลุงสิงห์เห็นท่าไม่ดีรีบมาดึงกรกชกลับไป...เอกภาพเดินตามมาแหย่ปัทมา

"ท่าทางมีความสุขมากนะที่ได้เห็นเรื่องไม่ดีออกโทรทัศน์ นี่คุณคงจะภาวนาให้เกิดเรื่องที่โน่นที่นี่ จะได้ตามไปถ่าย"

ปัทมาฉุน "แล้วคุณล่ะมีความสุขกับการไล่ตามจับคนร้ายหรือเปล่า คุณอยากให้มีคนร้ายเยอะๆจะได้ไล่จับให้ สนุกมือหรือเปล่า"

"พูดเป็นเล่นไปคุณ ใครจะอยากให้มีคนร้ายเต็มบ้านเต็มเมืองกันล่ะ"

"ถ้า ฉันต้องหาอาชีพใหม่ทำเพราะไม่มีเรื่องร้ายๆให้ทำข่าวฉันจะดีใจมากเลย คุณก็รีบกวาดล้างพวกคนร้ายให้หมดไปจากประเทศสิ ฉันอยากเปลี่ยนไปขายปาท่องโก๋กะน้ำเต้าหู้ใจจะขาดแล้ว" ปัทมาพูดแล้วก็เดินไป เอกภาพยิ้มรู้สึกดีที่ปัทมาเป็นคนมีอุดมการณ์...

หลาย วันที่ผ่านมา เกิดคดีจากฝีมือมือปืนพญายมทั่วเมืองไปหมด มีทั้งคดีเล็กๆ ฉกชิงวิ่งราว จี้ปล้น ล้วนทิ้งสัญลักษณ์ดาวดำไว้ที่เกิดเหตุ คนร้ายถูกจับมาถึงสี่คน ต่างแย่ง กันบอกว่าตัวเองเป็นมือปืนพญายมตัวจริง แต่พอเอกภาพบอกโทษถึงประหาร ทั้งสี่รีบแก้ว่าเป็นตัวปลอม

ในขณะที่ นักรบยังเป็นกังวลเรื่องสเต็มเซลล์ วันวิสาข์ก็มาบอกข่าวร้ายว่าทั้งของเธอและเขาใช้ไม่ได้ นักรบเสียใจที่แม้แต่เขาที่เป็นพ่อยังใช้ไม่ได้ วันวิสาข์ปลอบใจว่าไม่แปลกและไม่ใช่เคสแรก อย่าเพิ่งท้อ ต้องมีใครสักคนมาบริจาคสเต็มเซลล์ที่เข้ากันได้กับของดาวเครียดจนเก็บไปฝัน นักรบฝันว่านุดีมาบอกว่าเหงา ขอให้ดาวไปอยู่กับเธอด้วย นักรบร้องเอะอะออกมาว่าไม่ได้ เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา เดินไปดูดาวซึ่งยังหลับอยู่แล้วพร่ำพูดว่า อย่าทิ้งเขาไปนะ เจ้าหญิงน้อยๆของพ่อ...

ooooooo

ระหว่างที่ปัทมานั่งทำงาน กรกชติดต่อเข้ามานัดไปเจอที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ปัทมาอยากรู้ว่ากรกชจะมาไม้ไหนอีก จึงชวนโข่งออกไปพบ และก็ไม่พ้นเรื่องใช้เงินซื้อข่าว ปัทมาโกรธกรกชมากถึงกับเหน็บแนม "ขอบคุณนะคะที่ยื่นข้อเสนอที่แสนจะน่ารังเกียจให้ฉัน ที่จริงถ้าคุณไม่อยากมีข่าวเสียหายก็ไม่ยากหรอกค่ะ ไม่ต้องมาเสียเงินก้อนโตให้ใครด้วย แค่คุณทำตัวให้มันดี แค่นี้ก็ไม่มีเรื่องเสียหายให้ใครเขาขุดคุ้ยแล้วล่ะค่ะ"

"นี่ฉันพยายามพูดดีกับเธอแล้วนะ" กรกชขึ้นเสียงด้วยความโกรธ

ปัท มาแหย่อีกว่าให้เอาเงินไปทำบุญหรือบริจาคช่วยคนอื่นจะดีกว่า เผื่อจะช่วยให้ลดความอยากลงได้บ้าง และยังขู่อีกว่าที่พูดคุยในวันนี้ เธออัดเทปไว้หมดแล้ว กรกชโวยหาว่าจะแบล็กเมล์เธอ ปัทมาลุกขึ้นยืนดึงโข่งให้ลุกตามแล้วพูดว่า "ใช้คำผิดหรือเปล่าคะคุณ ฉันจะตีแผ่คุณต่างหากไม่ใช่ แบล็กเมล์...กลับเถอะพี่โข่ง"

กรกชตะโกน ไล่หลังปัทมาว่าอยากเป็นศัตรูกับเธอก็ได้ แล้วจะได้รู้ฤทธิ์...เนื่องจากร้านเป็นกระจก เอกภาพขับรถผ่านมาเห็นปัทมาพูดคุยกับกรกช จึงจอดรถเฝ้าดูว่ามาขายข่าวหรือเปล่า พอเดินออกมานอกร้าน โข่งก็ถามปัทมาว่าอัดเทปไว้ตอนไหน ปัทมาตอบว่าแกล้งขู่ไปอย่างนั้น โข่งจึงเตือนให้ระวังตัวมากๆ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ให้เธอไปรอที่รถ ปัทมาเดินมาเจอเอกภาพยืนอยู่ก็ถอนใจถามดักคอ "จะมาหาเรื่องอะไรฉันอีกล่ะคุณตำรวจ"

"เปล่าหรอก ก็แค่นึกไม่ถึงว่านักข่าวท่าทางมีอุดมคติอย่างคุณที่แท้จะเป็นคนซื้อง่ายขายคล่องกับเขาเหมือนกัน"

ปัท มางงๆแล้วนึกได้ว่าเอกภาพคงเข้าใจว่าเธอขายข่าวให้กรกช จึงกวน "อ๋อ...ที่คุณคิดน่ะถูกเผงเลยแหละ คนอย่างฉันน่ะซื้อไม่ยากหรอก แต่ต้องเอาความดีมาซื้อนะ รับรองฉันลดกระหน่ำ ลดแลกแจกแถมยิ่งกว่าช่วงซัมเมอร์เซลซะอีก"

เอกภาพแอบยิ้มที่ปัทมายังเป็นคนมีอุดมการณ์อยู่จริงๆ แล้วเขาก็เดินไปขึ้นรถหน้าตาเฉย ปล่อยให้ปัทมามองตามอย่างหมั่นไส้...

กอง บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ห้องทำงานหน่วยเฉพาะกิจ ทองใบได้รับข่าวจากญี่ปุ่นว่า ซาโตะ อาคิโนะ หัวหน้าแก๊งยากูซ่า พี่ชายของนายทาเคชิหายตัวไป ทองใบสงสัยจึงแฮ็ก เข้าข้อมูลของ ตม.ที่สุวรรณภูมิ ผลปรากฏว่าซาโตะพร้อมสมุนเข้ามาในเมืองไทยเมื่อสองวันที่แล้ว เขากำลังหารูปถ่ายของซาโตะอยู่ ทั้งเอกภาพและทุกคนมองหน้ากันทำนองว่างานหนักอีกแล้ว

ทุกคนเข้า ประชุม ช่วยกันวิเคราะห์ว่า ซาโตะจะมาร่วมมือกับฝ่ายไหน เพราะยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนฆ่าทาเคชิ เอกภาพสรุปว่า "ถึงยังไง นายซาโตะก็ต้องติดต่อกับสองแก๊งนี้แน่นอน เพราะฉะนั้น ทั้งสองจุดนี้เราต้องจับตามองเป็นพิเศษ..."   

กรกชได้รับพัสดุเป็นหุ่นผู้ชายถูกแขวนคออยู่กับเสาไม้ คานค้ำ พร้อมข้อความขู่ว่า "อย่าคิดว่า...ข้อมูลลับที่ละลายไปพร้อมกับชีวิตน้องชายข้า จะทำให้พวกเอ็งรอด"

ลุงสิงห์รู้ทันทีว่ามาจากซาโตะ...ในขณะเดียวกัน ชาญยุทธ์ ได้รับช่อดอกไม้พร้อมข้อความที่อ่านไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่า "ขอบใจที่คิดจะให้ความช่วยเหลือ บุญคุณก็ต้องทดแทนแต่ แค้นต้องชำระ หนี้สินต้องชดใช้..."

ชาญยุทธ์สงสัยว่าคงเป็นเรื่องสมัยพ่อของเขา ฉะนั้นเขาคงต้องเจรจาด้วย ที่การ์ดมีเว็บไซต์ให้ติดต่อกลับ...ทำให้ทองใบ สามารถรับข้อมูลการนัดพบของชาญยุทธ์กับซาโตะที่สนามเด็กเล่นได้ เอกภาพนำกำลังไปดักจับ แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่รู้จักหน้าตาของซาโตะ

"แล้วเราจะแจ้งจับเขาข้อหาอะไรคะรอง" วรัญญาถามขึ้น

"คงไม่ใช่การจับกุมนะ ถือเป็นการเชิญตัวไปพูดคุย" เอกภาพบอกก่อนจะแยกย้ายกันไป

ปรากฏ ว่าเป็นการหลอก มีการว่าจ้างกลุ่มคนให้มาเดินเลิ่กลั่ก ทำตัวให้ผิดสังเกต จนโดนเอกภาพกับพวกจับกุม แต่พอตรวจบัตรประชาชนก็เป็นปกติ เอกภาพพูดวิทยุกับทองใบ

"เราถูกหลอก ดาบ...ข้อมูลผิดพลาด ตรวจสอบใหม่ด้วย..."

ใน ขณะที่ซาโตะกำลังเผชิญหน้ากับคมสันต์ที่จุดนัดพบ ซาโตะไม่พอใจที่ชาญยุทธ์ไม่มาพบเขาด้วยตัวเอง จึงฝากข้อความคมสันต์กลับไปว่า "จะฆ่ากันหรือจะคุยกัน..."

แล้วซาโตะก็มาพบอีกฝ่าย กรกชส่งสุพจน์ไปแทน

ซาโตะไม่พอใจ "มองยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่า นายจะรับกับสิ่งที่ฉันพูดได้...นกกระจอกไม่รู้กำลังปีกของพญาอินทรีหรอก"

สุ พจน์โวยหาว่าดูถูกเงื้อหมัดจะชก แต่ไม่ทันจะชกก็ถูกซาโตะซึ่งชั้นเชิงเหนือกว่ามากซัดจนหมอบ แบกหน้าอันบอบช้ำมารายงานลุงสิงห์กับกรกชว่า ซาโตะไม่ให้ส่งใครไปแทนอีกมิฉะนั้นจะเชือดคอส่งกลับมา กรกชโกรธหาว่าใหญ่มาจากไหน แล้วลุงสิงห์ใจเย็นอยู่ได้อย่างไร

"ก็คงต้องนัดพบพูดคุยกันดูก่อน ถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่องก็รบกัน" ลุงสิงห์สรุปความ...

ด้าน หน่วยเฉพาะกิจ ทองใบยังกดคีย์บอร์ดมือเป็นระวิง ปากก็บ่นว่า "เออๆ...มันต้องสุดยอดฝีมือระดับนี้ซิวะ ถึงจะมีลุ้น...ผมพยายามตามรอยเข้าเว็บไซต์ของไอ้ซาโตะครับ แต่มันป้องกันไว้หลายชั้นมาก"

ด้านซาโตะ มีซูกิลูกน้องกำลังกดคีย์บอร์ดป้อนระบบป้องกัน "อย่างเก่งก็เข้ามาได้แค่รั้วบ้านเท่านั้นละวะ ไอ้หนู ประตูบ้านข้าปิดตายโว้ย..."

"เอ็งแน่ใจว่าป้องกันได้นะ ซูกิ" ซาโตะถามลูกน้อง

"รับรองน่าลูกพี่ มือมันคนละชั้น"

ซา โตะเดินออกมาอีกห้อง ซึ่งพวกที่เขาจ้างสามสี่คนนั่งรอรับงานใหม่อยู่ กลุ่มป่วนเมืองนี้ได้รับคำสั่งให้ก่อเรื่องเดือดร้อนไปทั่วเมือง...จากนั้น ซาโตะก็นัดพบกับชาญยุทธ์ที่โรงแรม ชาญยุทธ์ถามตรงๆว่าทางเขายังเป็นหนี้อะไรอีก ซาโตะ จึงบอกว่า "คุณติดค้างผมเรื่องผู้หญิงอีกลอตหนึ่งที่ยังไม่ได้ส่งไป ทั้งๆที่รับเงินมาแล้ว"

ชาญยุทธ์หันไปมองคมสันต์เชิงถาม คมสันต์ตอบว่าตั้งแต่สมัยภูมิชาติยังอยู่ ให้ยอดชายจัดการเรื่องนี้ ชาญยุทธ์จึงขอรับผิดชอบต่อแต่ขอตรวจเช็กก่อน ซาโตะชมว่าชาญยุทธ์เป็นคนคบได้ แต่ตอนนี้เขายังไม่ต้องการใช้เงิน ขอให้ถือว่าชาญยุทธ์ ยังเป็นหนี้เขาครั้งนี้...

หลังจากเจรจากับชาญยุทธ์แล้ว ซาโตะก็มีนัดพบกับกรกชและลุงสิงห์ กรกชยืนยันว่าทางเธอทำการค้าอย่างตรงไปตรงมาไม่เคยเป็นหนี้ใคร ฉะนั้นเธอจึงไม่กลัวข้อมูลลับที่เอามาขู่

"แต่...บอสใหญ่ของคุณอาจจะสนใจก็ได้ เพราะเป็นการแจ้งข่าวเรื่องการขนอาวุธสงครามเที่ยวสุดท้ายให้ตำรวจไทยจับกุม"

"การขนส่งเที่ยวนั้นเป็นหน้าที่ของคุณ เราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วย" ลุงสิงห์แย้ง

ซา โตะจึงบอกว่าเขาได้ขอความช่วยเหลือจากวิโรจน์ แล้วถูกหักหลัง กรกชไม่รู้เรื่องนี้จึงบอกให้เขาไปถามวิโรจน์เอาเอง ซาโตะโต้ว่าเขาอยากให้เธอเป็นคนไปถามแล้วกลับมาบอกเขาด้วย กรกชโกรธท้าทายให้ลองดูว่าจะบังคับเธอได้ ซาโตะ กลับบอกว่าเขารู้ว่าใครจะบังคับเธอได้

ooooooo

ลานจอดรถกอง บัญชาการตำรวจ ปัทมากับโข่งมาซุ่มอยู่ทั้งวัน เพราะปัทมาเชื่อว่าหน่วยเฉพาะกิจของ เอกภาพต้องออกปฏิบัติการแน่ โข่งถามว่าไม่กลัวเค้ารู้ว่าถูกตามหรือ ปัทมาไม่กลัวเพราะเธอเชื่อว่าคนที่ไม่เคยถูกตาม ย่อมไม่คิดว่าจะมีใครตาม ถึงเธอจะตามเขาก็ไม่เชื่อว่าตาม โข่งฟังแล้วยิ่งงง เดินไปนอนรอบนรถมอเตอร์ไซค์...ในห้องทำงาน ทองใบตรวจเช็กจนเจอที่อยู่ของซาโตะในไทย เอกภาพสั่งวีระชัยไปเฝ้าดู 24 ชั่วโมง

ในขณะที่กรกชกับชาญยุทธ์นั่งจิบเครื่องดื่มด้วยกันในโรงแรม ชาญยุทธ์หยั่งเชิงถามว่าเธอคิดอย่างไรที่ซาโตะวางแผนยืมมือพวกเขาถล่มพวกเธอ กรกชตอบว่าไม่คิด เป็นเรื่องที่เขาต้องตัดสินใจเอง ชาญยุทธ์จึงบอกว่าเขาไม่ทำร้ายเธอแน่มีแต่จะปกป้อง แล้วจึงชวนเธอร่วมมือกันถล่มพวกซาโตะ แต่กรกชกลับบอกว่า เธอยังไม่ได้คิด แต่ที่แน่ๆเธอไม่นอนรอให้ความตายมาเคาะประตูเรียกแน่...

ชาญยุทธ์ เชื่อว่าทางกรกชต้องมีการเคลื่อนไหว จึงสั่งคมสันต์เตรียมคนให้พร้อม และเรียกลินดามาพบเขาด้วย...กรกชปรึกษากับลุงสิงห์ ว่าชาญยุทธ์ไม่น่าจะร่วมมือกับต่างชาติทำลายพวกเดียวกัน แต่ลุงสิงห์เตือนไม่ให้ไว้ใจใคร เพราะผลประโยชน์ กับความยิ่งใหญ่ไม่เข้าใครออกใคร ลุงสิงห์ให้ทุกคนเตรียมพร้อม รับมือทุกทางที่จะเข้ามา

"เราจะตั้งรับอย่างเดียวเหรอคะ ลุงสิงห์"

"อยู่ที่คุณหนูจะตัดสินใจ จะเอายังไงได้ทั้งนั้นว่ารุกหรือรับ" ลุงสิงห์พูดให้กรกชคิด...

ชาญ ยุทธ์ยังคงติดต่อหาซื้อยามาชดเชยที่ทางตำรวจชิงไป และก็คิดว่าถึงเวลาที่เขาจะชิงทองคืนมาจากฝ่ายกรกชเสียที จึงให้คมสันต์ไปสืบหาที่ซ่อน เจนจิราได้ยินก็มาคุยเล่นในร้านทำผมของเจ๊แดง โดยไม่รู้ว่าปัทมาแอบมาเป็นลูกค้านั่งอบผมอยู่มุมหนึ่ง...พอได้ข่าว ปัทมาก็กลับมาที่บริษัทด้วยทรงผมเป็นลอนสวยแบบผู้หญิง โข่งไม่ทันสังเกตเข้ามาหลี แต่พอรู้ว่าเป็นปัทมาก็เซ็ง "โธ่ ไอ้ปัด ฉันก็นึกว่าสาวที่ไหนหลงเข้ามาในบริษัท"

เจ๋งกับแก้วตื่นเต้นในความ สวยของปัทมา แต่งงไปหาข่าวทำไมต้องทำผมสวย ปัทมาตอกกลับว่า "ก็ฉันไปหาข่าวในร้านเสริมสวย ไม่ให้ทำผมจะให้ซื้อลูกชิ้นปิ้งกลับมาหรือไง"

"เออๆ สายแกนี่อยู่ทั่วไปเนอะ ว่าแต่ลงทุนซะขนาดนี้ได้ข่าวอะไรมามั่ง" โข่งแขวะ

ปัทมายิ้มกับข่าวที่ได้มา...ขณะเดียวกัน เจ๊แดงเป็นคนของยอดชายจึงบอกข้อมูลที่ฟังมากับยอดชายว่าชาญยุทธ์

จะชิงทองคืนจากกรกช ยอดชายสะใจจะได้เวลาของเขาแล้ว สั่งนทีเตรียมคนให้พร้อม ส่วนอาวุธเขาจะจัดหามาเอง

ข่าวชิงทองถึงหูเอกภาพ เขาต้องสั่งทีมเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าข่าวจะชัวร์หรือไม่ ทองใบเดาว่างานนี้ยอดชายต้องร่วมวงด้วยแน่...

และ แล้ว ปัทมาก็โดนลอบทำร้ายระหว่างทาง ขณะที่ซ้อนรถโข่งกลับจากทำงาน  เผอิญวันวิสาข์แวะมาหาจึงเห็นเหตุการณ์และเข้าไปช่วยซัดพวกคนร้ายจนกระเจิง ปัทมาขอยืมมือถือวันวิสาข์ เพราะของเธอแบตหมด เพื่อโทร.กลับไปเยาะเย้ยกรกช

"ฉัน รู้ฤทธิ์ของคุณแล้วนะคะคุณกรกช เร็วทันใจดีจริง แต่ถ้าจะให้ดีช่วยหาคนที่มีฝีมือกว่านี้หน่อยก็ดีนะคะ ยังไม่ทันจะเหนื่อยเลย คนของคุณก็เผ่นซะแล้ว"

กรกชทำเป็นไม่รู้ เรื่อง ปัทมาจึงบอกว่าถ้ามีฤทธิ์แค่นี้อย่าอวดใครเขาดีกว่าขายขี้หน้า กรกชเต้นผาง...วันวิสาข์ถามปัทมาว่าแน่ใจหรือว่าเป็นฝีมือกรกช ปัทมาว่าเธอเพิ่งมีเรื่องกับกรกชเมื่อวาน วันวิสาข์แนะให้บอกเอกภาพ แต่ปัทมาคิดว่าไม่เพราะเชื่อว่ากรกชคงหยุดแค่นี้ ด้วยเพราะเธอขู่ไว้ว่ามีคลิปที่พยายามจะซื้อข่าวจากเธอ วันวิสาข์ถอนใจกับความบ้าบิ่นของเพื่อน

วันวิสาข์ขับรถมาส่งปัทมาที่คอนโดฯ พอปัทมาเดินเข้ามาก็เจอเอกภาพรออยู่ที่ล็อบบี

"คุณตำรวจ นี่คุณรู้จักที่อยู่ของฉันได้ยังไง"

"ไม่ เห็นยาก คุณอย่าลืมสิว่าผมอยู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เรื่องยากกว่านี้ยังทำได้สบายๆ ผมขอทีเถอะ เลิกเรียกผมว่าคุณตำรวจ หรือท่านรองขี้เก๊กซะที ผมชื่อเอกภาพ คุณจะเรียกเต็มยศหรือจะเรียกพี่เอกคะพี่เอกขาก็ได้ตามใจคุณ"

"ฉันก็ไม่ได้ชื่อคุณนักข่าวเหมือนกัน...คุณเอกขา"

"โอเค เอาเป็นว่าเราหายกัน ต่อไปนี้ผมจะเรียกชื่อคุณ แล้วคุณก็เรียกชื่อผม โอเคมั้ย"

ปัท มาเปลี่ยนเรื่องถามว่ามาหาเธอทำไม เอกภาพบอกว่ามาชวนไปทานก๋วยเตี๋ยวร้านที่เธอเคยพาเขาไป เขาจำไม่ได้ เขาเลี้ยงเอง ปัทมามองหน้าว่ามาไม้ไหน...พอทานเสร็จ ก็ถามอีกครั้งว่ามีอะไรกับเธอ เอกภาพจึงพูดอย่างห่วงใย "ผมได้ข่าวว่าคุณถูกตามทำร้าย..."

"คุณรู้ได้ยังไง ใครบอกคุณ"

"จะใครบอกก็ช่างเถอะ คุณรู้มั้ยว่าฝีมือใคร"

"ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไงล่ะ คนที่ส่งมาก็ไม่ได้โทร.มาบอกฉันล่วงหน้าซะด้วย"

"ยังไงผมก็อยากให้คุณไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้นะ มันจะได้เป็นหลักฐานเอาผิดคนขู่คุณได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาอีก"

ปัทมาเห็นถึงความห่วงใยของเอกภาพ จึงขอเธอคิดดูก่อน แต่ก็ขอบคุณที่เป็นห่วง ต่างคนเริ่มรู้สึกดีๆต่อกัน

ooooooo

และ แล้ว ลุงสิงห์กับกรกชก็ให้สุพจน์คุมคนขนย้ายที่ซ่อนทองไปเก็บที่โรงสี เหน่งแอบส่องกล้องมองจากฝั่งตรงข้าม แล้วไปรายงานชาญยุทธ์ว่ามีการเคลื่อนไหวจริง ขณะนั้นชาญยุทธ์นั่งดื่มอยู่ที่ผับ เขาสั่งคมสันต์ เตรียมคนให้พร้อมเพื่อไปชิงทองคืนมา เจนจิราถือไวน์มาบริการและนั่งดื่มด้วย ชาญยุทธ์ถามสายชลว่าที่ผับมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

สายชลรายงานว่า "ลูกค้าหลายคนบอกว่ายาของเรามีแป้งปนครับ"

"เป็นไปได้ยังไง ก็ฉันเป็นคนแพ็กยาเองทุกหลอด" เจนจิรารีบท้วงแสดงความบริสุทธิ์ใจ

สายชลแก้ว่าอาจจะหายไปตอนผ่านมือคนอื่นๆ

ชาญยุทธ์จึงสั่งให้หาตัวให้เจอ เจนจิราสีหน้าไม่ค่อยสบายใจเพราะรู้ว่าการทำงานของตัวเองจะลำบากขึ้น...

ขณะ ที่ชาญยุทธ์กับพวกกำลังขึ้นรถจะออกจากบ้าน มีสายสืบส่องกล้องมองจนรถแล่นออกไปหมด   แล้ววิทยุแจ้งข่าว...เอกภาพกับทีมเตรียมอาวุธพร้อม เดินออกจากหน่วยไปขึ้นรถขับออกไป ไม่ทันไร รถของปัทมาแล่นมาจอด เธอรีบวิ่งเข้าไปถามหาเอกภาพ พอน้ำหวานบอกว่าไม่อยู่  จึงยื่นกระดาษให้   "ฉันฝากข่าวไว้ก็แล้วกัน   ส่วนคุณจะบอกนายหรือเปล่าก็พิจารณาเอง"

ปัท มากลับออกไป น้ำหวานเปิดกระดาษออกดูแล้วตกใจข้อความว่า...โรงสี สุพรรณบุรี...จึงรีบโทร.บอกเอกภาพว่า "มีผู้ติดตามไปค่ะ คุณปัทมานักข่าวจากรายการเจาะประเด็น"

ทองใบเอ็ดว่าน้ำหวานไปบอกทำไม น้ำหวานตอบว่าปัทมาเป็นคนมาให้ข่าว   วรัญญาชมว่าสายของปัทมาก็แน่เหมือนกัน แต่เอกภาพบ่นว่าจะทำให้ทำงานลำบากไม่ว่า วรัญญากระเซ้า "เพราะว่าต้องคอยเป็นห่วงเหรอคะ" ...เอกภาพไม่ตอบตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป

อีก ด้าน ยอดชายกับนทีและลูกน้องมารับอาวุธที่สั่งซื้อจากอุเทน อุเทนเรียกค่าตอบแทนครึ่งหนึ่งของราคาของที่จะได้มา ยอดชายจำต้องยอม จากนั้นอุเทนก็โทร.รายงาน พล.ต.ท.ชาลี

"สวัสดีครับท่าน เรียบร้อยแล้วครับ ห้าสิบห้าสิบตามที่ท่านสั่งมาครับ ขอโทษนะครับท่าน ผมเข้าใจว่าท่านหนุนหลังนายสิงห์อยู่ซะอีก"

"คน ที่ให้ประโยชน์กับฉันก็เป็นพวกเดียวกับฉันทั้งนั้น แกเองก็จำไว้ด้วย อย่าคิดไม่ซื่อ ฉันเอาแกออกมาจากคุกได้ก็เอาแกกลับเข้าไปได้เหมือนกัน" พล.ต.ท.ชาลีย้ำเตือน...

ในขณะที่รถชาญยุทธ์รถลูกน้องตามด้วยรถตู้ ซึ่งมีทีมสังหารอีก 5 คน มารวมกันที่จุดนัดพบ...อีกด้าน รถข่าวของปัทมาที่โข่งเป็นคนขับแล่นเอื่อยเฉื่อยมาบนถนน ส่วนเอกภาพขับรถมาตามทาง นึกได้สั่งวรัญญาให้ติดต่อตำรวจพื้นที่ไว้เพราะอาจต้องใช้กำลังเสริม แต่กรกชกลับว่ายน้ำ นอนอาบแดดอย่างสบายใจ

พอถึงหน้าโรงสี ทีมของชาญยุทธ์ก็ปะทะกับ รปภ. สมศักดิ์ผู้ควบคุมโรงงานถูกคมสันต์จับตัวให้พาไปที่ซ่อนของ "ของอะไรครับ ที่นี่ไม่มีอะไรซ่อนเอาไว้ มีแต่ข้าวเปลือกกับข้าวสาร"

"ทองแท่งที่เจ้านายเอ็งขนมาไว้ที่นี่น่ะ   อยู่ที่ไหน" คมสันต์กระชากสมศักดิ์ให้พาไป...

ทีม ของเอกภาพมาจอดรถที่ข้างรั้วโรงสีเพื่อดูลาดเลา จนทีมของธัญญะตามมาอีกกลุ่ม ก็เห็นศพ รปภ.นอนตายอยู่เกลื่อน พลันมีการยิงเข้าใส่ จึงเกิดการยิงต่อสู้กัน ปัทมากับโข่งมาถึงได้ยินเสียงปืนดังสนั่นก็รีบหยิบข้าวของวิ่งไป ธัญญะกำลังวิทยุสั่งการ หันมาเห็นปัทมาจึงรีบกันไม่ให้เข้าไป ปัทมาฮึดฮัดพูดประชด "งั้นเรากลับไปรอที่รถเถอะพี่โข่ง เดี๋ยวรอคุณตำรวจยิงกับคุณผู้ร้ายเสร็จแล้วค่อยมาถ่ายภาพสวยๆ"

ธัญญะ ส่ายหน้ากับความช่างประชดของปัทมา...โข่งแปลกใจที่ปัทมายอมง่ายๆ ไม่เถียงเป็นไฟเหมือนที่เถียงกับเอกภาพ ปัทมาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ "ใครบอกว่าจะยอมล่ะพี่โข่ง"

ขณะที่ทีมสังหารของชาญยุทธ์ยิงสกัดกั้น กลุ่มของเอกภาพจนเข้าไปไม่ได้ เอกภาพตะโกนถามธัญญะว่ากำลังเสริมมาหรือยัง ธัญญะบอกว่า "ยังมาไม่ถึงเลยครับ แต่ที่มาถึงก่อนตำรวจคือนักข่าวขาประจำครับ"

เอกภาพตกใจรีบถามว่า อยู่ที่ไหน วรัญญายิ้มๆกับวีระชัย ธัญญะรีบรายงานว่าเขากันไว้ให้รอข้างนอก เอกภาพค่อยโล่งใจหมดห่วง...แต่ไม่แคล้ว ปัทมากับโข่งกำลังปีนข้ามรั้วเข้ามาในโรงสี โข่งบ่นไปแต่ก็ปีนตาม "นี่ข้าเป็นตากล้องนะ ไอ้ปัด ไม่ใช่นักกายกรรม เวรจริงๆ"

ในขณะที่เอกภาพเห็นว่าไม่ได้การแล้ว จึงวางแผนใหม่ ให้ทีมยิงสกัด แล้วตัวเขากับทองใบจะแยกย้ายกันบุกเข้าไป...

ooooooo
ตอนที่ 10

มุมหนึ่งของโกดังเก็บเชื้อเพลิงซึ่งก็คือแกลบ สมศักดิ์ซึ่งถูกคุมตัวมาชี้ให้พวกชาญยุทธ์ดูถังเก็บน้ำที่สร้างขึ้นมาใหม่ รวมอยู่กับถังเก่า "ของที่คุณต้องการอยู่ในนี้ครับ"

ชาญยุทธ์ยิงปืน ใส่ถังน้ำหนึ่งนัด กระสุนทะลุถังเข้าไป ไม่มีน้ำไหลออกมาจึงสั่งลูกน้องทุบ ปัทมากับโข่งแอบเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็รีบบันทึกภาพเก็บไว้ คมสันต์สั่งชัชกับพวกขนลังที่บรรจุทองคำแท่งออกจากถังน้ำ ชาญยุทธ์ ปราดเข้าไปเปิดดู   เห็นทองคำแท่งเหลืองอร่าม   โข่งกับ ปัทมาแยกย้ายกันเก็บภาพ ไม่ทันไร พอลังที่บรรจุทองคำแท่งถูกยกออกจากถังน้ำ ระเบิดที่ทำงานโดยการถ่วงน้ำหนักก็ระเบิดขึ้นทันที ลูกน้องชาญยุทธ์ที่กำลังยกของล้มตาย พร้อมกับสมศักดิ์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าชาญยุทธ์   โข่งกับปัทมาหันมองกันว่าต่างปลอดภัยดี

เสียงระเบิดทำให้เอกภาพกับ พวกชะงัก เสียงหวอตำรวจดังก้องเข้ามา ทีมสังหารของชาญยุทธ์รีบถอนตัวออก ชาญยุทธ์สั่งคมสันต์ "เรียกรถมารับทางป่าด้านหลังนี่"

แล้วหันไปสั่ง ลูกน้องที่เหลืออยู่ให้ขนลังไปคนละลังตามเขาไป พอดีคนของเขาคนหนึ่งจับตัวปัทมามาได้ "มันแอบถ่ายภาพอยู่ที่มุมโกดังครับนาย"

"นักข่าวจอมแส่" ชาญยุทธ์สบถ กระชากกล้องปัทมาออก แล้วสั่งลูกน้องให้จับปัทมาไว้เป็นตัวประกันไม่ให้ตำรวจตามพวกเขาไป

โข่ง ตกใจเมื่อเห็นในกล้องว่าปัทมาถูกคุมตัวอยู่ จึงตามถ่ายด้วยความห่วงใย...ด้านนอกกำลังเสริมมาช่วย ธัญญะสั่งให้ล้อมพื้นที่ไว้ เอกภาพกับวีระชัยวิ่งเข้ามาต้องชะงักเมื่อเห็นปัทมาถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ โข่งดีใจเมื่อเห็นเอกภาพเข้ามาจึงรีบหันกล้องมาจับภาพไว้

"ปล่อยผู้หญิงคนนั้น ไม่งั้นฉันจะ..." เอกภาพพูดไม่ทันจบ คนร้ายสวนขึ้นมา

"แกจะทำไมวะจะยิงข้าเหรอ ใจถึงหรือเปล่า แม่นจริงหรือเปล่า" คนร้ายจ่อปืนที่หัวปัทมา

ปัท มาพยายามดิ้นส่งสัญญาณให้เอกภาพยิง เธอส่ายหัวไปมา วีระชัยถือปืนระแวดระวัง เอกภาพตะโกนบอกให้ปล่อยตัวปัทมาอีกครั้ง แต่คนร้ายท้าให้ยิงไม่อย่างนั้นก็วางปืนเสียเอกภาพสบตาปัทมาแล้วยอมจะวางปืน ลง แต่พอย่อตัวลงจะวางปืน ปัทมาก็ดิ้นส่ายหัวออกห่างจากหัวคนร้าย เป็นจังหวะให้เอกภาพยกปืนขึ้นยิงกลางแสกหน้าคนร้ายล้มลง โข่งจับภาพนาทีวิกฤติไว้ได้ ปัทมายืนหายใจหอบระงับความตื่นเต้น

เอกภาพเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง "ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคุณ"

ปัท มาส่ายหน้า แต่โข่งถามขึ้น "เมื่อกี้ตอนที่รองส่งสัญญาณให้ไอ้ปัดหลบแล้วยิง มันดูเข้าขารู้ใจกันยังกับเป็นคู่หูในหนังฝรั่งเลยนะครับ"

ปัทมา ปรามให้โข่งหยุดพูดแล้วถามเอกภาพว่าไม่คิดจะตามจับคนร้ายหรือ เอกภาพตอบว่าตำรวจพื้นที่ล้อมไว้หมดแล้ว ไม่ทันไรธัญญะนำตำรวจพื้นที่เข้ามา เอกภาพรีบบอก ร้อยเวรว่าคนร้ายหนีไปด้านหลัง ร้อยเวรวิทยุแจ้งศูนย์ทันที...

ชาญยุทธ์กับพวกที่แบกลังใส่ทองมา ปะทะกับยอดชายและพวกในป่าโปร่งหลังโรงสี ยอดชายมีอาวุธครบมือ ยิงใส่กลุ่มของชาญยุทธ์ ทำให้คนของเขาล้มตายไปอีกจึงเหลือคนที่แบกลังใส่ทองหนีตามเขามาได้แค่สองลัง อีกสองลังยอดชายจึงชิงไปได้...ร้อยเวรได้รับรายงานก็รีบบอกเอกภาพว่ามีการ ยิงกันที่หลังโรงสีแต่ไม่ใช่พวกตำรวจ เอกภาพตัดสินใจไปดูเอง ปัทมาสะกิดโข่งจะตาม เอกภาพหันมาขวางไว้

"ที่ผมบอกให้ตามไปน่ะเฉพาะเจ้าหน้าที่ คุณสองคนไม่เกี่ยว"

"นี่...คุณจะมาสั่งฉันไม่ได้นะ ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณ"

"ถ้าผมมีลูกน้องหัวดื้ออย่างคุณ ผมคงสั่งขังลืมเหมือนกัน"

"นึกแล้วไม่ผิดว่าบ้าอำนาจ"

"คุณกำลังเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าหน้าที่นะ"

"เอาสิจับเลย ฉันก็จะร้องเรียนคุณที่ปิดกั้นสื่อ แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ"

"อยาก ร้องเรียนเรื่องอะไรก็ตามสบายเลยนะ ค่อยๆนึกก็ได้เพราะคุณมีเวลาคุยกับหมวดเขาอีกนานเลย ฝากด้วยนะหมวด ถ้าพอมีเวลาว่างก็ช่วยลงบันทึกประจำวันให้คุณนักข่าวเขาด้วย" เอกภาพสั่งวรัญญา แล้วขอตัวไปปฏิบัติหน้าที่เกรงจะโดนข้อหาเพิ่มอีก ว่าแล้วก็แกล้งทำความเคารพปัทมาก่อนจะเดินไป

"คนบ้าอะไร เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย" ปัทมาบ่นอุบมองเอกภาพด้วยความหมั่นไส้...

ระหว่าง ที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้ามาเก็บศพวางเรียงราย สิริมาศกับพวกเข้ามาทำข่าว โข่งสะกิดปัทมา "ตามเคย ไม่ต้องเสี่ยงตายแต่ได้ข่าวไปออกด่วนทุกที"
สิริมาศหันมาค้อน แต่พอเห็นเอกภาพกับทีมกลับเข้ามาก็ปรี่เข้าไปสัมภาษณ์ "เกิดอะไรขึ้นคะคุณตำรวจ ทำไมถึงมีคนตายมากมายยังงี้"

"ผมยังให้รายละเอียดอะไรตอนนี้ไม่ได้ครับ ขอตัวก่อนนะครับ..." เอกภาพเดินเลี่ยงไป

สิริมาศจะตามแต่วีระชัยมาขวางไว้จึงหันมารายงานข่าวไปตามเรื่อง ปัทมาวิ่งไปดักหน้าเอกภาพ "ฉันนึกว่าวันนี้คุณจะทำตัวสองมาตรฐานซะอีก"

เอกภาพทำหน้างงๆ แต่พอมองไปทางสิริมาศก็นึกได้ "คุณเข้าใจถูกแล้วแหละ ผมน่ะมีสองมาตรฐานจริงๆ มาตรฐานสำหรับคนดีกับคนเลวไงคุณ"

"เชอะ ทำเป็นพูดดี มาตรฐานพิเศษสำหรับนักข่าวสวยๆสิไม่ว่า" ปัทมาเบ้ปาก

"อันนั้นก็มีส่วน เอ...อย่าบอกนะว่าคุณหึงผม"

"บ้าน่ะสิ คิดได้ยังไง" ปัทมาหน้าแดง กลบเกลื่อนด้วยการเดินหนี โข่งรีบวิ่งตาม

เอกภาพ มองตามยิ้มๆที่ได้แหย่ปัทมา แล้วเดินไปตรวจดูรถตู้ที่ชาญยุทธ์กับลูกน้องนั่งมา วรัญญารายงานว่ารถไม่มีทะเบียน เลขตัวถังเลขเครื่องถูกขูดออกจนหมด เหลือแต่ต้องรอพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝง เอกภาพรับทราบสั่งการให้ธัญญะช่วยดูแลด้วย...

ในขณะที่กรกชนั่งจิบเครื่องดื่มอย่างสบายอารมณ์กับลุงสิงห์ สุพจน์เข้ามารายงานด้วยสีหน้าไม่ดีนักว่าโรงสีถูกปล้นทองคำแท่งไปแล้ว ลุงสิงห์ถามอย่างไม่ตื่นเต้นว่าคนงานเป็นอย่างไรบ้าง สุพจน์ตอบว่าไม่มีใครรอด รวมทั้งสมศักดิ์ ลุงสิงห์ หันมาพูดกับกรกชว่าคงต้องปิดโรงสีสักพัก สุพจน์แปลกใจที่ทั้งสองไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย กรกชหยิบทองคำแท่งที่วางอยู่มาโยนลงพื้นแล้วหัวเราะอย่างสะใจ

ชาญ ยุทธ์แค้นใจมากเมื่อรู้ว่าทองที่เสี่ยงชีวิตไปปล้นมาเป็นเพียงปูนฉาบทอง เขาพูดด้วยความคั่งแค้นว่า "แสบนักนะกรกช นี่เธอตั้งใจจะเล่นเกมกับฉันใช่มั้ย ก็ได้...แล้วเราจะได้เห็นว่าใครจะแสบกว่ากัน..."

พอยอดชายรู้ว่าทอง ที่ชิงมาเป็นของปลอมก็มาบอกอุเทน และให้ถือว่าเขาติดหนี้ค้างไว้ครั้งหนึ่ง อุเทนรีบโทร.ไปรายงาน พล.ต.ท.ชาลี แต่ดูท่าจะไม่แปลกใจ แถมพูดว่า "ฉันรู้ แผนนายสิงห์กับหลานสาวแต่แรกแล้ว"

"อ้าว...แล้วทำไมท่านยังให้อาวุธยอดชายมันไปใช้ล่ะครับ"

"คน อย่างไอ้ยอดชายน่ะไม่ธรรมดา ถ้าเป็นหนี้ใครมันต้องใช้ ถ้าแค้นใครมันต้องเอาคืน คราวนี้มันเป็นหนี้บุญคุณฉันอยู่ครั้งหนึ่งแล้ว แกเข้าใจหรือยังล่ะ"
อุเทนพอจะเข้าใจแล้วว่าเจ้านายต้องการใช้ยอดชายชิงของทั้งหมดจากทั้งสองฝ่ายมา

ooooooo

ดาว นอนดูทีวีอยู่ วันวิสาข์เข้ามาชมว่าวันนี้ทำตัวน่ารักที่ทานข้าวทานยาจนหมด ดาวบ่นกับนักรบว่าเอกภาพไม่มาเยี่ยมเธอหลายวันแล้ว นักรบบอกว่าคงไปจับผู้ร้ายอยู่ ดาวย้อนถามว่าทำไมพ่อไม่ไปช่วยเอกภาพจับผู้ร้าย ทั้งที่เก่งพอกัน นักรบหน้าเจื่อน วันวิสาข์เห็นนักรบอึกอักจึงเปลี่ยนเรื่อง "หมอว่าน้องดาวนอนพักดีกว่านะคะ เดี๋ยวถ้าเย็นๆน้องดาวไม่มีไข้เหมือนเดิม หมอจะอนุญาตให้ไปนั่งเล่นที่สนาม"

ท่าทางดาวดีใจรีบล้มตัวลงนอน นักรบห่มผ้าให้แล้วลูบหัวลูกสาวอย่างรักใคร่ จากนั้นก็ออกมานั่งคุยกับวันวิสาข์ นอกห้อง เขาถามวันวิสาข์ตรงๆว่ารู้ใช่ไหมว่าเขาไม่ได้เป็นตำรวจแล้ว

"ฉันคิดว่าคุณคงมีเหตุผลที่ไม่บอกความจริงให้น้องดาวรู้"

"ขอบคุณมากนะครับที่คุณหมอเข้าใจ"

"แต่ ฉันไม่แนะนำให้คุณปิดบังน้องดาวไปแบบนี้เรื่อยๆนะคะ สำหรับเด็กแล้วบางครั้งความจริงมันเจ็บปวดน้อยกว่าที่เราคิดเยอะ บางทีผู้ใหญ่ก็ห่วงมากไปค่ะ...พูดถึงคุณเอกภาพ

นี่ยัยปัทเพื่อนฉันก็หายเงียบไปเหมือนกัน สองคนนี่บทจะมา ก็มาบทจะหายก็หายไปพร้อมๆกันเลย"

"สงสัยคุณปัทจะตามนายเอกไปทำข่าวมั้งครับ สองคนนั้นท่าทางจะขาลุยพอๆกัน..."

ตก เย็น นักรบเข็นรถดาวออกมานั่งเล่นในสวน วันวิสาข์ ยังคงมานั่งคุยด้วย นักรบเห็นความสดชื่นของลูกสาวแล้วสะท้อนใจยามที่อาการเจ็บป่วยกำเริบ เขาอยากจะเจ็บแทนลูกเหลือเกิน วันวิสาข์เอื้อมมือไปวางบนมือนักรบอย่างให้กำลังใจ "คุณต้องเข้มแข็งไว้ให้มากๆนะคะ น้องดาวต้องการกำลังใจจากคุณมากกว่าใครทั้งหมด"

นักรบกุมมือวันวิสาข์รู้สึกถึงความรู้สึกที่เธอส่งมาให้...

เมื่อ เป็นไปตามแผน กรกชก็ไม่รอช้า ตั้งใจจะไปชิงดอลลาร์จากที่ซ่อนของชาญยุทธ์ตามคำสอนของลุงสิงห์ "ลุงเป็นคนสอนหนูเองว่าตีทองต้องตีตอนกำลังร้อน"

"ไงก็ระวังตัวด้วยนะลู...คุณหนู" ลุงสิงห์ยิ้มอย่างภูมิใจ หวิดหลุดปากคำว่าลูกออกไป แล้วหันไปสั่งสุพจน์ดูแลกรกชให้ดี...

โชค เห็นกรกชนำสมุนและสุพจน์ออกจากบ้านจึงรีบโทร.หาปัทมา แต่โทร.เท่าไหร่เธอก็ไม่รับ จึงขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปว่าพวกกรกชจะไปที่ไหน...ขณะนั้น ปัทมากำลังจะเข้าบริษัทแต่โข่งชวนแวะทานข้าวก่อน ยอดชายได้รับรายงานจากนทีว่ากรกชจะไปชิงดอลลาร์ก็คิดว่าชาญยุทธ์จะเก็บ ดอลลาร์ ไว้ที่ไหน และแล้วก็คิดออกว่าน่าจะเป็นห้องเย็น

พอทานข้าวเสร็จ ปัทมาก็เห็นว่าเธอลืมเปิดมือถือ พอเปิดเครื่องปั๊บโชคก็โทร.สวนเข้ามาทันที แจ้งข่าวว่ากรกชยกพวกมาที่ห้องเย็นแถวท่าเรือมหาชัย โข่งรีบบอกว่าเทปหมดแล้วไม่มีไปถ่าย ปัทมาจึงหยิบกล้องตัวเล็กของเธอขึ้นมาให้ดู โข่งทำปากขมุบขมิบเพราะเพิ่งรอดตายมา...

ระหว่างนั่งรถไป ปัทมาขอเบอร์โทร.ของเอกภาพจากโข่ง โข่งทำหน้าอึกอัก ปัทมาโวย "อย่าบอกนะว่าไม่รู้ คราวที่ยัย

กรกชส่งคนมาเล่นงานเราแล้วพี่โทร.ไปบอกเขา ฉันยังไม่ได้จัดการเลยนะ"

โข่ง รีบส่งมือถือให้หาเอาเอง ปัทมาจึงใช้มือถือโข่งโทร.ไปเลย เอกภาพรับสายคิดว่าเป็นโข่ง "ว่าไงนายโข่งมีเรื่องอะไร...เพิ่งแยกกันไม่ถึงชั่วโมง คิดถึงผมจนต้องโทร.หาเลยเหรอครับ"

ปัทมาโวยกลับ "นี่คุณ...ฉันไม่ว่างขนาดมีเวลาทำอะไรไร้สาระแบบที่คุณว่าหรอกนะ..."

ปัท มาบอกข่าวว่าจะมีเรื่องที่ห้องเย็นแถวมหาชัย จะไปดูหรือไม่ไปก็ตามใจ เอกภาพร้องถามว่าเอาข่าวมาจากไหน แต่ปัทมาวางสายไปเสียก่อน เอกภาพหันมาเห็นสายตาลูกน้องมองมาที่เขา จึงบอกว่าสายรายงานว่ามีเรื่องที่ท่าเรือมหาชัย แล้วให้ธัญญะกับทองใบไปกับเขา...

หน้าห้องเย็น จงนั่งเฝ้าอยู่จะเคลิ้มหลับ เสียงเอะอะของสักกับลูกน้องทำทีมาขายเกลือไว้หมักปลา จงเอ็ดตะโรไล่ให้ไปเขาหนวกหู กรกชกับสุพจน์โผล่มาเก็บลูกน้องจงทีละคนแล้วลากศพไปซ่อนไว้ จากนั้นก็ย่องมาจี้ตัวจงให้เปิดประตูห้องเย็น สุพจน์ให้ลูกน้องเฝ้าประตูไว้ สักกับลูกน้องล็อกแขนจงนำเข้าไป...โชคซึ่งซุ่มดูอยู่เห็นยอดชายยกพวกมาอีก ทางด้วยอาวุธครบมือ

"สงสัยจะงานช้างชนช้าง อยู่ไม่ได้แล้วโว้ย" โชคสตาร์ตรถแล้วขี่หนีออกไป

กรกชสอดส่ายสายตาหาที่ซ่อนดอลลาร์ สักกับลูกน้องรู้สึกว่าห้องเย็นทำไมร้อนแบบนี้...ยอดชายกับพวกโผล่มายิงคน ของกรกชที่หน้าห้องเย็น เสียงปืนทำให้คนข้างในตกใจ จงได้ทีจะหนีจึงถูกกรกชยิงกลางหลังล้มตาย สักกับลูกน้องรีบวิ่งไปดูหน้าห้องเย็น แต่แล้วต้องยิงต้านยอดชายกับพวกไว้...

ปัทมากับโข่งมาถึงได้ยินเสียง ปืนดังสนั่น แต่ปัทมาไม่รอช้าดึงโข่งให้ตามไปดูและเก็บภาพ ด้วยชั้นเชิง ยอดชายบุกเข้ามาใช้ปืนจี้กรกชไว้ได้ นทีก็จี้สุพจน์ไว้ ยอดชายถามกรกชว่ายกโขยงมาหาอะไรกัน เขาขอเอี่ยวด้วย กรกชเห็นท่าจะเสียเปรียบจึงยอมอ่อนให้

"โอเค ฉันขอสงบศึกชั่วคราว ครั้งนี้ถือซะว่าเราเสมอกัน มาคุยกันดีๆ"

"หวังว่าคราวนี้คุณจะไม่พลิกลิ้นเหมือนครั้งที่แล้วนะ"

"ฉันก็เป็นนักเลงพอที่จะรักษาคำพูดเหมือนกันนะ..."

ปัท มาวิ่งเข้าไปในห้องเย็นด้วยความอยากรู้ โข่งจำต้องตามเข้าไปถ่ายภาพทั้งที่กลัว...จึงทันได้ยินกรกชพูดกับยอดชาย "นายรู้ใช่มั้ยว่าชาญยุทธ์ซ่อนดอลลาร์ไว้ที่นี่"

ยอดชายว่าเขาก็แค่ สงสัย แต่แล้วเขาก็เห็นสิ่งผิดสังเกต คือเสาต้นใหญ่กลางห้องเย็น เขาชั่งใจว่าควรบอกกรกชไหม แล้วตัดสินใจบอกไป "ตอนที่ผมมาล่าสุด เสาต้นนี้ยังไม่มี"

กรกชจึงเข้าไปเอาด้ามปืนเคาะเสา เสียงที่ดังทำให้รู้ว่าข้างในกลวง กรกชสั่งสุพจน์ทุบ พอเสาแตกเงินดอลลาร์หล่นลงมา กรกชบอกยอดชายแบ่งกันคนละครึ่ง แล้วหยิบถุงที่ใส่อาวุธมาส่งให้ยอดชายและของเธอคนละใบ เก็บเงินใส่ถุง...ปัทมาเร่งให้โข่งถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน พอดีเทปหมด เธอจึงหยิบกลักใหม่ส่งให้ ระหว่างที่เปลี่ยน โข่งทำหล่นเกิดเสียงดัง สุพจน์กับสักจึงมารวบตัวปัทมากับโข่งออกไป กรกชแค้นปัทมาอยู่แล้วยก
ปืนจะยิงทิ้ง แต่ยอดชายห้ามไว้กลัวมีเรื่องวุ่นวายตามมา

"แต่มันเห็นหมดแล้วนะว่าเรามาทำอะไรกัน"

"ก็แค่เห็นแต่ไม่มีหลักฐาน" ยอดชายยึดกล้องและเทปมา

พลันลูกน้องเข้ามารายงานว่า "นายครับ พวกหน่วยพิเศษกำลังมาที่นี่ครับ"

ปัทมากับโข่งมองหน้ากันด้วยความดีใจ...

ทีม ของเอกภาพมาถึงหน้าห้องเย็น เห็นบรรดาศพของลูกน้องทั้งสองฝ่ายนอนเกลื่อน เอกภาพส่งสัญญาณบอกธัญญะกับทองใบว่าคนร้ายอยู่ในห้องเย็น แล้วย่องเข้าไป ธัญญะกับทองใบระวังหลัง ปัทมากับโข่งโผล่มาทำหน้าเจื่อนๆ เอกภาพชะงักลดปืนลง

"คนร้ายมันหอบของกลับบ้านสบายใจไปแล้วคุณ" ปัทมาอดประชดไม่ได้

"คนร้ายเป็นใครกันคุณ"

"ก็หน้าเดิมๆรู้ๆกันอยู่ บอกไปก็เท่านั้น...อย่าบอกนะว่าถ้าฉันบอกว่าใครแล้วคุณจะไปเชิญพวกนั้นมานอนคุก"

"แล้วคุณไม่มีหลักฐานเหรอ ระดับคุณนี่ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมาซุ่มดูแล้วไม่ถ่ายวีดิโอเก็บเอาไว้ทำข่าว"

"ถ่ายครับ แต่พวกมันยึดเอาไปหมดเลยทั้งกล้องทั้งเทป" โข่งรายงาน

ปัทมาถลึงตาให้หยุดพูด เอกภาพรู้ทันยิ้มๆ "อ้อ...ที่มาอารมณ์เสียใส่ผมเพราะโดนยึดอุปกรณ์หากินนี่เอง"

ปัทมาโกรธ บอกโข่งให้กลับ เอกภาพดึงแขนปัทมาเข้ามากระซิบ "คราวหน้าอย่ามากันเองแบบนี้อีกนะครับคุณ มันอันตราย...ผมเป็นห่วง"

ปัท มาหน้าแดงรีบสะบัดแขนแล้วเดินดุ่มๆออกไป โข่งยกมือไหว้เอกภาพแล้วบ่นว่าทำไมปัทมาหน้าแดงทั้งที่ไม่ได้ตากแดด ปัทมาจึงอายจ้ำพรวดๆออกไป เอกภาพอมยิ้ม พอหันมาเจอสายตาธัญญะกับทองใบก็ทำกลบเกลื่อนสั่งงาน แล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น...

ooooooo

หลงดีใจที่ชิงเงินจากชาญ ยุทธ์มาได้แม้จะต้องแบ่งกับยอดชายคนละครึ่ง ลุงสิงห์ชมว่ากรกชเก่งมาก แต่ชื่นชมไม่ทันไร ลุงสิงห์ก็พบว่าเงินนั้นถูกยัดไส้ทุกปึก กรกชหน้าเสีย ไม่ทันไรชาญยุทธ์โทร.เข้าเยาะเย้ย "เป็นไงจ๊ะเกรซ  เห็นดอลลาร์ยัดไส้แล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งมั้ย"

"เจ้าเล่ห์นักนะ คุณชาญยุทธ์" กรกชพูดเสียงเข้ม

"อ๊ะๆ  ทำไมน้ำเสียงฟังห่างเหินจังล่ะ...แบบนี้เขาเรียกว่า ทันกันต่างหาก   ทองปลอมมันก็ต้องจ่ายด้วยดอลลาร์ยัดไส้แบบนี้แหละ"

กรกช เข่นเขี้ยวว่า เกมระหว่างเธอกับเขาเพิ่งจบครึ่งแรก ยังมีเวลาอีกครึ่งที่จะพิสูจน์ว่าใครแน่กว่ากัน ชาญยุทธ์ยิ้มเยาะว่าเขารอจะเล่นครึ่งหลังใจจะขาดแล้ว...พอวางสาย คมสันต์เผลอพูดออกไปว่า "นังผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่คิดเยอะเลยนะครับคุณชาญยุทธ์"

ชาญยุทธ์ หันขวับมาจ้องแล้วพูดว่า ถึงอย่างไรกรกชก็เคยเป็นคนรักของเขา เขาไม่ชอบให้ใครเรียกเธอแบบไม่ให้เกียรติ จำไว้ คมสันต์หน้าเจื่อน...ด้านยอดชายก็สุดแค้นใจ ที่ทำงานเหนื่อยสองครั้ง ได้ของปลอมทั้งสองครั้ง ถึงกับสบถ "สองคนนี้ มันเจ้าเล่ห์พอๆกัน..."

เย็น วันนั้น เป็นวันที่นักรบไม่ต้องทำงาน เขาจึงแอบทำงานในห้องเก็บของที่บ้าน งานของเขาคือการรมควันดาวให้เป็นสีดำ สัญลักษณ์ของมือปืนพญายม เขาทำจนเสร็จ หันมาหยิบรูปนุดีภรรยาขึ้นมาดู ความหลังอันเจ็บปวดในอดีตผุดขึ้นมา

นุ ดีต้องขับรถกลับบ้านต่างจังหวัดเพราะต้องไปเซ็นอนุญาตให้หมอผ่าตัดแม่ของเธอ นักรบจูบลาดาวซึ่งนอนอยู่ เบาะข้างๆและสัญญาว่าเสร็จงานจะรีบตามไป...ระหว่างปฏิบัติหน้าที่จับรถขน อาวุธสงครามอยู่ จ่าก็เข้ามารายงานว่านุดีประสบอุบัติเหตุ  หลังจากนั้นเขาก็ถูกควบคุมตัวมาที่โรงพยาบาล  หมอ

บอกว่านุดีเสีย ชีวิตในที่เกิดเหตุ   เนื่องจากถูกยิงสามนัดในระยะใกล้  โชคดีที่ไม่โดนเด็ก รถพุ่งไปชนต้นไม้ข้างทาง  นักรบ มาดูสภาพรถที่เกิดเหตุ พบคราบเลือดและผงยาเสพติดกระจายอยู่ทั่วในรถ สารวัตรใหญ่และสารวัตรสอบสวนให้รายละเอียดว่า

"จากข้อมูลหลักฐานที่ รวบรวมได้ในจุดเกิดเหตุ เราสันนิษฐานได้แต่เพียงว่า...หักหลังกันเรื่องการค้ายาเสพติด ผมก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกครับสารวัตร แต่ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐานที่พบ มียาเสพติดหนึ่งถุง ถูกระสุนปืนกระจายอยู่ในรถ"

แถมหลักฐานยังมีอีก ว่า นุดีกำปืนไว้ในมือ นักรบยืนยันได้เพียงว่า นุดีและตัวเขาไม่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่หลักฐานมัดตัวเขาจนหมดอนาคต...

ooooooo
ตอนที่ 11

ในห้องเก็บของที่นักรบใช้เป็นที่ทำดาวดำ สัญลักษณ์ของมือปืนพญายม เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะล้างมลทินให้กับนุดี ขณะที่นักรบลูบไล้รูปภาพของนุดี เสียงเอกภาพตะโกนเรียกเขาอยู่ด้านนอก  นักรบตกใจ ไม่คิดว่าเอกภาพจะมาในวันนี้ นักรบทำของหล่นเกิดเสียงดัง เอกภาพซึ่งเดินหาเขาทั่วบ้าน ได้ยินเสียงจึงมาเคาะประตูเรียก แต่ประตูล็อก นักรบโดดออกทางหน้าต่าง

"ไอ้รบ อยู่ในนี้หรือเปล่า ไอ้รบหลับรึเปล่า" เอกภาพยังคงเคาะเรียก

"ไอ้บ้า ใครจะเข้าไปหลับในห้องเก็บของ" นักรบมาจับไหล่เอกภาพ ทำให้เสื้อเปื้อนสีดำที่เลอะมือนักรบอยู่

เอกภาพ หันมามองเห็นนักรบถือถุงใส่ของจุกจิก ท่าทางหอบนิดๆก็ถามอย่างสงสัย "ฉันหาจนทั่วบ้านแล้วไม่เจอ ก็นึกว่าแกอยู่ในนี้น่ะสิ แล้วทำไมห้องมันล็อกจากด้านในวะ"

นักรบอ้างว่ากลอนมันตก และของในนั้นไม่ได้ใช้แล้วจึงทิ้งไว้แบบนั้น แล้วหันมาถามว่ามีธุระอะไรถึงมาหาเขา เอกภาพตอบว่า "ก็หลานสาวคนเก่งของฉันน่ะสิโทร.ตาม บอกว่าพ่อหายไปไหนไม่รู้ มือถือก็ไม่เปิด ฉันโทร.ไปที่ทำงานเขาบอกว่าวันนี้แกหยุดก็เลยตามมาบ้านนี่แหละ"

"สงสัยมือถือแบตหมด ฉันไม่ทันดู"

"แกรีบไปแต่งตัวเถอะ จะได้ไปโรงพยาบาลกัน ป่านนี้น้องดาวงอแงแย่แล้ว..."

มา ถึงโรงพยาบาล ปัทมากับวันวิสาข์กำลังดูแลดาวอยู่ พอเห็นนักรบ ดาวก็ดีใจและต่อว่า "คุณพ่อไปไหนมาคะ น้องดาวตื่นมาไม่เจอคุณพ่อ ตกใจหมดเลย"

นักรบกอดและลูบหัวดาวตอบว่าเขาเห็นหลับอยู่จึงกลับไปทำ ธุระที่บ้าน เอกภาพขยับเข้ากระซิบแหย่ปัทมา "วันนี้ว่างเหรอคุณ ไม่ต้องไปตามถ่ายใครเขายิงกันอีกเหรอ"

"ฉันเบื่อแล้ว ถ่ายพวกคนร้ายยิงกัน อยากถ่ายตำรวจถูกยิงมากกว่า" ปัทมาสวนกลับ

"อ้าว...คุณนี่เข้าข่ายแช่งชักหักกระดูกกันนะ  เดี๋ยวก็จับซะเลยนี่"

"จะจับข้อหาอะไรไม่ทราบ แช่งเจ้าหน้าที่เหรอ ไม่เคยได้ยินความผิดนี้"

ดาว เห็นปัทมาต่อปากต่อคำก็โพล่งขึ้นมาว่า เอกภาพกับปัทมาทะเลาะกันเหมือนพระเอกนางเอกในละคร ปัทมาชะงักหน้าแดง เอกภาพอมยิ้มหันมาถามดาวบ้าง "มาว่าแต่อาเอก แล้วคุณพ่อกับคุณหมอคนสวยของน้องดาวล่ะคะ ทะเลาะกันเหมือนในละครหรือเปล่า"

"เปล่าค่ะ คุณพ่อกับคุณหมอเหมือนเพื่อนพระเอกนางเอกในละคร ไม่ทะเลาะกันค่ะ"

ดาว ตอบแบบซื่อๆแต่ทำให้วันวิสาข์หน้าแดงไปอีกคน นักรบอมยิ้มชอบใจแต่แกล้งปรามลูกสาวว่าต่อไปคงให้ดูละครไม่ได้แล้ว วันวิสาข์อายดึงมือปัทมาเดินออกไปจากห้อง

ooooooo

กลับมาถึง หน่วย เอกภาพรีบเข้าไปในห้องพิสูจน์ หลักฐาน วรัญญารายงานว่าไม่ได้อะไรเลย คนร้ายคงรู้ ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ป้องกันไว้หมดไม่มีร่องรอยอะไรให้ตาม เอกภาพไม่แปลกใจเพราะคนร้ายนั่นเข้าขั้นผู้ก่อการร้าย น้ำหวานเดินมาเห็นรอยดำที่เสื้อเอกภาพจึงทัก

"เสื้อรองไปเปื้อนอะไรมาคะ"

เอกภาพ ถามว่าตรงไหน น้ำหวานชี้ที่หัวไหล่ เอกภาพนึกได้ว่านักรบจับบ่าเขา  จึงถอดเสื้อออกให้วรัญญา "หมวดช่วยตรวจพิสูจน์ทีนะว่าเป็นเนื้อสีแบบเดียวกันกับดาวดำหรือเปล่า"

"รองไปเจอมือปืนพญายมมาเหรอคะ" วรัญญาถามน้ำเสียงตื่นเต้น

"เปล่าหรอก ผมแค่สงสัยอะไรนิดหน่อยเท่านั้นแหละ" เอกภาพยังไม่อยากให้ใครรู้...

พลาด จากเรื่องทองคำแท่ง พอดีพ่อเลี้ยงวินัยส่งข่าวมาว่าของที่สั่งไปพร้อมแล้ว ชาญยุทธ์จึงให้คมสันต์นัดไปเลยว่าอีกสองวันรับของ ท่าทีชาญยุทธ์ยิ้มอย่างมีเลศนัย...คืนนั้น คมสันต์มาเที่ยวผับที่เจนจิราร้องเพลง นิดาต้อนรับจัดหาเบียร์ มาเสิร์ฟคมสันต์ พอเจนจิราลงจากเวทีก็มาทัก

"นึกครึ้มอะไรคะคุณคมสันต์ถึงแวะมาเที่ยวได้"

"อีกสองวันมีงานใหญ่ วันนี้ก็เลยมาผ่อนคลายสักหน่อย"

พอ เจนจิราได้ยินว่ามีงานใหญ่ก็รีบเปิดห้องวีไอพีให้ คมสันต์แล้วดูแลเอง   เพื่อชวนคุยเลียบเคียงถามว่างานอะไร คมสันต์เหล้าเข้าปากก็พูดหมดว่า ชาญยุทธ์นัดซื้อยาจากพ่อเลี้ยงวินัยครั้งนี้เตรียมตัวขายยากันเพลิน เจนจิราสีหน้าเปลี่ยนเป็นใช้ความคิด...

วันต่อมา ปัทมาเดินเข้ามาในบริษัท บอกโข่ง "เตรียมตัวทำงานใหญ่ได้แล้วพี่โข่ง"

"งานใหญ่อะไรของแกอีกวะไอ้ปัท อย่าบอกนะว่างานเสี่ยงกระสุนอีก" โข่งขยาด

"แหม เฮียก็ ทำยังกะเจ๊ปัทเขาเคยทำงานสบายๆหน้าผ่องไปวันๆแบบยัยสิริมาศงั้นแหละ" เจ๋งจีบปากจีบคอ แก้วเอียงหน้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่างานอะไร

"อีกสองวันจะมีการนัดซื้อขายยาเสพติดลอตใหญ่" ปัทมาบอกโข่ง

"ข้านึกแล้ว สองวันทำประกันชีวิตมันจะคุ้มครองทันมั้ยวะเนี่ย" โข่งโอดโอย

ทัน ใด...วิทยาออกมาเรียกปัทมาไปพบ ปัทมามองหน้าเพื่อนๆว่าเรื่องอะไร ทุกคนส่ายหน้าไม่รู้เรื่องทั้งนั้น...ปัทมาเข้ามานั่งตรงหน้าวิทยาอย่าง แหยงๆว่าจะโดนเอ็ดเรื่องอะไร

"งานเป็นยังไงบ้าง" วิทยาถามขึ้น

ปัท มาโล่งใจ เธอจึงบอกเรื่องงานใหญ่ที่จะมีในสองวันข้างหน้า วิทยาเตือนให้ระวังตัว อย่าบ้าบิ่นมากเกินไปจนเป็นอันตราย และเตือนให้แจ้งข่าวกับหน่วยพิเศษของเอกภาพด้วย...

หารู้ไม่ว่า เอกภาพได้รับข่าวนี้และกำลังประชุมเตรียมรับมือกับการซื้อยาลอตใหญ่นี้

"ตามที่สายรายงานมา พวกของนายชาญยุทธ์จะนัดซื้อขายยากันแถวๆสุพรรณ"

"งานนี้จะมีศึกชิงยากันอีกหรือเปล่าครับรอง" ธัญญะสงสัย

เอกภาพให้เตรียมรับมือเอาไว้ เพราะถ้าฝ่ายกรกชกับยอดชายรู้คงไม่พลาดแน่...

จริง อย่างที่คิด...กรกชกับลุงสิงห์กำลังคุยกันเรื่องซื้อขายยานี้ กรกชถาม "คราวนี้ไม่รู้ชาญยุทธ์จะเล่นเกมอะไรอีกหรือเปล่านะคะลุงสิงห์"

"ถ้านัดซื้อยาจากพ่อเลี้ยงวินัยก็คงไม่ใช่เรื่องหลอกเล่นๆ พ่อเลี้ยงวินัยเขาเป็นเอเย่นต์ใหญ่แถบภาคเหนือ"

สุพจน์ถามแทรกขึ้นว่า "แล้วเราจะไปชิงยาจากทางโน้นไหมครับ"

"งานนี้ท่านรองสั่งมาว่าให้เราอยู่เฉยๆ เขาจะจัดการเอง" ลุงสิงห์บอก

กรกชถามว่าจะจัดการอย่างไร แต่ลุงสิงห์นิ่งเงียบไม่ตอบ...

ขณะเดียวกันในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง พล.ต.ท.ชาลี นัดยอดชายมาคุยพร้อมอุเทนและนที "อุเทนคงบอกแล้วสินะว่าฉันมีงานให้ทำ"

ยอด ชายรับทราบ พล.ต.ท.ชาลีจึงพูดอย่างวางอำนาจว่า "ในฐานะที่ฉันเป็นคนเอาข่าวมาบอก และแกติดค้างฉันอยู่ครั้งนึง ของที่ได้มาแบ่งกันเจ็ดสิบสามสิบ"

นทีร้องโอ้โฮ...จะแย้ง ยอดชายปรามให้เงียบและยอมตกลง พล.ต.ท.ชาลีพอใจมากและพูดว่าคุยกันง่ายแบบนี้จะได้ทำงานกันอีกนาน ยอดชายก้มหัวให้และรับฟังแผนการ...พอกลับมาขึ้นรถ นทีบ่นทันทีว่าเอาเปรียบกันเกินไป ยอดชายยิ้มใจเย็น

"วันนี้เราเป็น รองก็ต้องยอมไปก่อน แต่อย่าให้ถึงทีเรามั่ง...คราวหน้าพอใจไม่พอใจใครเก็บเอาไว้ในใจอย่าให้เขา รู้จำเอาไว้" ยอดชายสอนนที

นทีจ๋อย แต่แล้วนึกอะไรได้จึงถาม "เออ...พี่ ผมว่าจะถามหลายครั้งแล้ว ไอ้อุเทนนี่ใช่คนเดียวกับที่โดนข้อหาวางระเบิดก่อวินาศกรรมติดคุกตลอดชีวิต หรือเปล่า แล้วมันออกมาได้ยังไง"

"แกไม่เห็นเหรอว่าใครหนุนหลังมัน ไอ้นายพลคนนี้มันเลวไม่ใช่เล่น ฉันถึงยังไม่อยากขัดกับมัน ต้องยอมๆไปก่อนแกเข้าใจรึยังล่ะ" ยอดชายพูดให้นทีเข้าใจก่อนจะขับรถออกไป

ooooooo

เพราะ รู้ว่างานนี้เป็นงานใหญ่ อันตรายมาก เอกภาพเชื่อว่าปัทมาต้องรู้และไปทำข่าวแน่ เขาจึงมาดักรอที่คอนโดฯของเธอ พอโข่งมาส่ง เธอเดินเข้ามา เขาก็แกล้งแหย่ "แหม...กลับซะดึกเลย ปล่อยให้ผมรอตั้งนานแน่ะ"

"แล้วคุณจะมารอฉันเรื่องอะไร อย่าบอกนะว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวแล้วไปไม่ถูกอีก อย่าใช้มุกซ้ำๆบ่อยนัก มันไม่ครีเอท"

เอกภาพจึงพูดขึงขังขึ้น "คุณรู้เรื่องพรุ่งนี้แล้วใช่มั้ย"

"เรื่อง อะไร พรุ่งนี้มีเรื่องตั้งเยอะแยะ...คุณจะมาห้ามไม่ให้ฉันไปยุ่งอีกล่ะสิ" ปัทมาทำเป็นกวนแต่พอเห็นสายตาเขาไม่เล่นด้วยจึงถามตรงๆ

"ถ้าผมห้าม คุณจะเชื่อหรือเปล่า"

"แล้วคุณคิดว่าฉันจะเชื่อหรือเปล่าล่ะ"

เอกภาพถอนใจ "ถ้าคุณจะไปก็ไปพร้อมทีมผม"

"ก็ดี...ฮ้า! อะไรนะ ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า คุณมาบอกให้ฉันไปพร้อมทีมคุณเนี่ยนะ"

"ก็ในเมื่อห้ามไม่ได้ สู้ให้คุณไปพร้อมกันเลย ผมจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง"

"อะไรนะ...เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ" ปัทมาแกล้งถามย้ำ

"ก็ผมบอกให้คุณไปพร้อมทีมผมไง"

"ไม่ใช่สิหลังจากประโยคนี้น่ะ" ปัทมาถามเพราะอยากได้ยินอีกครั้ง

เอกภาพจึงแกล้งยื่นหน้ามาใกล้ๆและพูดเน้นทีละคำ "ผมจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ได้ยินชัดหรือยัง"

"บ้า..." ปัทมาหน้าแดง คิดจะแกล้งเอกภาพแต่กลับกลายเป็นตัวเองที่อายม้วนต้วนเดินหนีไป เอกภาพมองตามยิ้มๆ...

วัน รุ่งขึ้น ชาญยุทธ์ให้คมสันต์คุมลูกน้องไปซื้อขายยาจากพ่อเลี้ยงวินัย เจนจิรายืนแอบมองอยู่มุมหนึ่งของบ้านแล้วหยิบมือถือมากดโทร.ออก...อีกฝ่าย ยอดชายกับนทีให้ลูกน้องเตรียมอาวุธให้พร้อมแล้วนำทีมออกไป ส่วนปัทมากับโข่งขับรถมาจอดที่หน้าหน่วยของเอกภาพ ธัญญะเห็นแล้วแปลกใจรีบรายงาน ท่าทีเอกภาพเฉยๆแล้วบอกเหตุผล

"ผมบอกให้เขาไปกับเราเองแหละ ห้ามไม่ได้ก็ให้อยู่ในสายตาเราดีกว่าจะได้คุมสถานการณ์ง่ายหน่อย"

ทั้งธัญญะ วีระชัย วรัญญา และทองใบมองหน้ากันยิ้มๆ เอกภาพนำทุกคนไปขึ้นรถแล้วขับตามกันออกไป...

จุด นัดพบเป็นปั๊มน้ำมันร้างริมถนนสุพรรณ-กรุงเทพฯ พ่อเลี้ยงวินัยกับลูกน้องจอดรถรออยู่ คมสันต์นำลูกน้องเข้ามา พ่อเลี้ยงวินัยไม่ค่อยพอใจที่ชาญยุทธ์ไม่มาด้วยตัวเอง แต่พอคมสันต์ถามว่า "เหมือนพ่อเลี้ยงไม่อยากดิวงานกับผม"

"เปล่าหรอก คุณคมสันต์ก็คิดมากไป ผมแค่ไม่เคยเจอคุณชาญยุทธ์ก็เลยอยากจะเจอเท่านั้นเอง" พ่อเลี้ยงวินัยรีบแก้ตัว

คม สันต์ตัดบทให้จัดการให้เสร็จอย่าเสียเวลาเลย ทั้งสองฝ่ายจึงพยักหน้าให้ลูกน้องเอากล่องยาและเงินมาวางแลกกัน ตรวจเช็กกันแล้วเป็นของแท้ต่างคนต่างพอใจ พ่อเลี้ยงวินัยชมว่า

"ถ้าตรงๆกันแบบนี้ คบกันได้อีกนาน"

แต่ ไม่ทันไร พอพ่อเลี้ยงวินัยให้ลูกน้องถือกระเป๋าเงินจะเดินกลับไปที่รถ คมสันต์ก็ร้องเรียก "เดี๋ยว...พ่อเลี้ยง คุณชาญยุทธ์ฝากของมาให้"

พ่อเลี้ยงวินัยหันกลับมายิ้มดีใจ "แหม...คุณชาญยุทธ์ นี่มีน้ำใจจริงๆแบบนี้สิน่าคบ ไหนของอะไรล่ะ"

แต่ พอพ่อเลี้ยงวินัยจะเดินเข้ามาเอาของ คมสันต์ก็ชักปืนออกมาลั่นไกใส่ทั้งพ่อเลี้ยงวินัยและลูกน้องล้มตายกัน หมด...เอกภาพกับทีมงานมาถึงได้ยินเสียงปืนดังมาจึงเคลื่อนรถเลยที่เกิดเหตุ ไปจอดแอบไม่ห่าง ปัทมานั่งรถโข่งตามมาบ่นอย่างไม่พอใจ "เสียงมันดังมาจากปั๊มร้างนั่น แล้วรองเอกภาพเขาจะขับรถเลยไปทำไมกัน"

"อ้าวไอ้นี่...ท่านรองน่ะเขาทำถูกแล้ว คนกำลังยิงกัน แกจะขับรถฝ่าเข้าไปรับกระสุนหรือไงเล่า" โข่งเอ็ดปัทมา...

คม สันต์หยิบกระเป๋าเงินเดินกลับไปที่รถและสั่งลูกน้องให้ขนยาตามมา แต่ไม่ทันที่ลูกน้องจะถึงกล่องยา ก็มีกระสุนปืนยิงใส่ดักเอาไว้ทั้งคมสันต์และลูกน้องพากันหลบกระสุน

"ไม่ต้องขนยาขึ้นรถหรอกไอ้คมสันต์ ข้าขี้เกียจขนลง ...จัดการถล่มให้เรียบ" เสียงยอดชายตะโกนบอกแล้วตามด้วยการยิงถล่ม

คม สันต์กับพวกยิงสู้ไม่ยอมแพ้...อีกด้าน เอกภาพกับทีมซุ่มอยู่ ปัทมากับโข่งตามติด ปัทมาข้องใจถามเอกภาพ "นี่คุณตำรวจ ทำไมคุณไม่จัดการจับพวกนั้นซะเลย ใจคอจะปล่อยให้มันยิงกันตายหมดก่อนเหรอไง"

"คุณไม่ต้องห่วงหรอก คนพวกนี้มันไม่ตายง่ายๆหรอก ยังอยู่ทำเลวได้อีกนาน"

"อ้อ...คุณก็เลยจะปล่อยให้ทำเลวต่อไป จะได้มีงานทำไปนานๆว่างั้นเถอะ" ปัทมาประชด

เอกภาพ ส่ายหน้า "ไอ้ที่ผมยังไม่เข้าไปจับก็เพราะจะปล่อยให้มันถล่มกันให้หนัก จะได้เกลียดกันเข้าไส้ไม่มีทางหันมาร่วมมือกัน เข้าใจหรือยัง"

"อ้อ แผนสูง...เดี๋ยวนี้ตำรวจเขาทำงานกันแบบนี้นี่เอง"

"เขาเรียกกุศโลบาย เคยได้ยินมั้ยคุณ" เอกภาพอธิบายแล้วก็หันไปเฝ้าดูเหตุการณ์ต่อ

ปัท มาค้อนขวับอย่างหมั่นไส้...ทั้งสองฝ่ายยิงกันหนักหน่วงจนต่างฝ่ายต่างล้มตาย กันไป คมสันต์จึงสั่งลูกน้องถอยก่อน พอพวกคมสันต์ไป ยอดชายก็สั่งลูกน้องไม่ต้องตาม และให้ขนยาขึ้นรถ ยอดชายนำทีมขับรถผ่านจุดที่เอกภาพกับพวกซุ่มอยู่ จากนั้นเอกภาพก็สั่งลูกน้องขับรถตาม ปัทมาให้โข่งตามติด จนมาถึงทางที่คุ้นเคย

"มันมาทางนี้ทำไมครับรอง นี่มันเส้นจะไปนครปฐม" ธัญญะถามเอกภาพด้วยสงสัย

เอกภาพ ตอบว่าไปมหาชัย ทุกคนจึงนึกออกว่าคงไป ที่ห้องเย็น ปัทมาเองก็เดาออกว่ายอดชายต้องเอายาไปซ่อนที่ห้องเย็น โข่งบ่นกลัวจะมีเรื่องยิงกันอีก...และก็จริงอย่าง

ที่ทุกคนคิด ยอดชายขับรถมาจอดหน้าห้องเย็น และสั่งนทีนำลูกน้องขนของเข้าไปเก็บในนั้น เอกภาพดูเชิงให้ยอดชายขนจนเสร็จแล้วถึงจะบุกเข้าไป ปัทมาบอกโข่ง

"พี่โข่งถ่ายอยู่ข้างนอกนี่นะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปถ่ายข้างในเอง" ปัทมาหยิบกล้องเล็กออกมาแล้ววิ่งตามเอกภาพไป

พลัน มีการระเบิดที่ด้านข้างห้องเย็นไฟลุกโชนขึ้นมา เอกภาพพุ่งตัวไปผลักปัทมาให้ล้มลงแล้วเอาตัวบังเธอไว้ ธัญญะ วีระชัย วรัญญา และทองใบรีบหมอบเช่นกัน พอเสียงสงบลง เอกภาพรีบถามปัทมาอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ปัทมาหน้าแดงมองเขาอายๆรีบลุกขึ้น

ยอดชายเดินออกมาจากในห้องเย็นพร้อมลูกน้องและโวย "นี่พาทีมบุกรุกทำลายทรัพย์สินกันเลยเหรอครับคุณตำรวจ"

"หน่วย พิเศษของเราตามการขนของผิดกฎหมายมา แล้วก็คงต้องขอแจ้งการจับกุมคุณในฐานะเจ้าของห้องเย็น ที่ปล่อยให้มีการขนของผิดกฎหมายเข้ามา" เอกภาพโต้

ยอดชายทำหน้ากวนหันไปถามลูกน้อง "ของผิดกฎหมาย ที่นี่มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอวะ"

"ไม่มีนี่ครับ เราทำแต่งานสุจริตทั้งนั้น"

เอกภาพจึงขอตรวจค้น ยอดชายผายมือ "เชิญ แต่ผมบอกเอาไว้ก่อนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนี่คุณต้องรับผิดชอบ"

เอกภาพ พยักหน้าให้ทองใบเข้าไปตรวจดู ทองใบเปิดลังออกแล้วเอาถุงมาเจาะ นิ้วแตะขึ้นมาชิมสองสามถุงแล้ว ทำหน้าเจื่อนๆ ยอดชายยิ้มแบบสะใจ ปัทมาเข้ามาถ่ายภาพไว้ตลอด ทองใบรายงานเอกภาพ "รองครับ แป้งมันสำปะหลังทั้งนั้นเลยครับรอง"

"เป็นไปได้ยังไง" เอกภาพงง

วี ระชัยกับวรัญญาเข้าไปตรวจเช็กถุงแป้งอีกครั้งและก็กลับมาบอกแบบเดียวกัน ยอดชายได้โอกาสเยาะเย้ยและขู่ว่า "แป้งมันสำปะหลังขึ้นทะเบียนเป็นของผิดกฎหมายตั้งแต่ เมื่อไหร่ครับคุณตำรวจ ถ้าใช่ล่ะก็กรุณาบอกด้วย ผมจะได้เลิกทำเพราะผมไม่ชอบเรื่องผิดกฎหมาย...อ้อ...คุณกับลูกทีมของคุณ เตรียมหางานใหม่ได้เลยนะ เพราะคราวนี้ผมจะเอาเรื่องให้ถึง ที่สุดที่คุณบุกรุกทำลายทรัพย์สินของผมแบบนี้"

ปัทมาทนไม่ไหวเห็น เอกภาพยืนนิ่งจึงโวยแทน "คุณพูดแบบนั้นไม่ถูกนะ ทีมหน่วยพิเศษก็อยู่ในนี้หมดทุกคน แล้วใครจะเอาเวลาไหนไปวางระเบิดห้องเย็นคุณ...ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้ดีนะว่า เป็นฝีมือใคร"

ยอดชายมองปัทมาอย่างไม่ยี่หระ แถมขู่อีกว่าห้ามเอาภาพอะไรออกไปเผยแพร่ทำให้เขาเสียหาย เพราะที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคล...เอกภาพนำทีมเดินออกมา ปัทมาเดินออกมาหาโข่ง สิริมาศกับทีมยืนรอทำข่าวอยู่ โข่งบ่นกับปัทมาก่อนจะถาม "พวกนั้นมาอีกแล้ว มันนกรู้จริงๆเลย ตอนเสี่ยงตายไม่เคยเห็นหัว...เป็นไงจับยาได้เพียบเลยสิ"

ปัท มาไม่ได้ตอบเอาแต่ถอนใจ สิริมาศเดินเข้าไปสัมภาษณ์เอกภาพ แต่เขายกมือเชิงปฏิเสธ สิริมาศยักไหล่ไม่แคร์ พอเห็นยอดชายเดินออกมาจึงปรี่เข้าไปสัมภาษณ์

"ที่มีข่าวว่าห้องเย็นของคุณยอดชายเป็นที่พักยาเสพติด เป็นความจริงหรือเปล่าคะ"

ปัท มากับโข่งยืนมองยอดชายให้สัมภาษณ์กับสิริมาศ เป็นตุเป็นตะ เอกภาพกับพวกขับรถออกไป ปัทมาชวนโข่งกลับแล้วจะเล่าให้ฟังในรถ...พอฟังเรื่องทั้งหมดจากปัทมา โข่งก็เห็นใจเอกภาพ ปัทมาเห็นด้วย โข่งแปลกใจ "แกไม่ดีใจเหรอที่รองเอกภาพโดนเล่นงานแบบนี้"

"พี่โข่งก็พูดแปลก ตำรวจถูกคนเลวเล่นงาน ฉันจะไปดีใจทำไม"

"เอ๊า...ฉันนึกว่าแกเกลียดท่านรองเขาซะอีก"

"มัน คนละเรื่องกันน่ะพี่ ไอ้เหม็นขี้หน้าก็ส่วนนึง แต่ ในความเป็นตำรวจเราก็เห็นๆอยู่ว่าเขาทำงานแบบไม่กลัวเหนื่อย" ปัทมาพูดอย่างจริงใจผิดกับทุกครั้ง...โข่งเองก็เห็นด้วยต่างนิ่งเงียบ

ooooooo
ตอนที่ 12

เมื่อไม่เป็นไปตามแผนเพราะถูกยอดชายชิงยาไปบางส่วน คมสันต์ถูกชาญยุทธ์ตำหนิแล้วสั่ง "แกปล่อยข่าวออกไปนะว่าของถูกชิงไปหมด เงินด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวคราวหน้าเราจะติดต่อค้าขายกับใครไม่ได้เลย จะไม่มีใครไว้ใจเอา โยนขยะไปให้ทางไอ้ยอดชายมันให้หมด...เรียกเจนจิราให้ฉันด้วย"

คมสันต์ก้มหัวให้แล้วกลับออกไป สักครู่เจนจิราเข้ามา ชาญยุทธ์จึงถามว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าได้ยามาแค่ส่วนเดียว

เจนจิราพยักหน้ารับว่ารู้  ชาญยุทธ์จึงสั่งให้เอายาไปปล่อยที่ผับให้หมด  เจนจิราทำเป็นเอาอกเอาใจบีบนวดชาญยุทธ์ให้ ผ่อนคลาย...

ยอด ชายคุยกับนทีด้วยความสงสัยว่าชาญยุทธ์สั่งซื้อยาเอาไปทำไมมากมายแบบนี้ แล้วสั่งนทีให้ดูแลลูกน้องที่บาดเจ็บและตายให้ทั่วถึง นทีดีใจเพราะลูกน้องจะได้มีกำลังใจ

"แกไม่ต้องห่วงหรอกนที ฉันไม่เป็นเหมือนไอ้พวกนั้นเด็ดขาด ที่พอดีเรียกใช้ พอหมดประโยชน์แล้วถีบหัวส่งเหมือนหมูเหมือนหมา" น้ำเสียงยอดชายยังเจ็บแค้นที่ตัวโดนมาก่อน...

กรกชแปลกใจกับเรื่อง ที่เกิดขึ้น เพราะลุงสิงห์บอกให้ อยู่เฉยๆ จึงถาม "ที่ท่านชาลีบอกว่าจะจัดการเองนี่คือ ให้นายยอดชายไปชิงยาเหรอคะลุงสิงห์ แบบนี้หมายความว่ายังไง"

"บอกตรงๆว่าลุงก็ยังอ่านไม่ออกเหมือนกัน ลองดูไปก่อนว่าจะมีอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า  แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ไอ้ยอดชายมันขัดกับชาญยุทธ์แบบนี้ มันจะได้หันกลับไปจับมือกันไม่ได้ ไม่งั้นเราจะลำบาก" ที่ลุงสิงห์พูดมา กรกชก็เห็นด้วย...

ในห้อง ประชุมหน่วยพิเศษ เอกภาพกับทีมกำลังดูรายงานข่าวของสิริมาศที่สัมภาษณ์ยอดชายถึงกรณีที่หน่วย พิเศษกล่าวหาว่าขนยาเสพติดมาเก็บไว้ที่ห้องเย็น ทั้งที่จริงเป็นเพียงแป้งมันสำปะหลัง ยอดชายบอกว่า เขาเห็นว่าห้องเย็นของเขาว่างอยู่จึงใช้เป็นที่เก็บสินค้า ฉะนั้นเขาคงยอมไม่ได้ ต้องให้กฎหมายจัดการ...เอกภาพหันมาบอกลูกน้องทุกคนว่า

"ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะ เรื่องที่เกิดขึ้น ผมขอรับผิดชอบเอง"

"ได้ไงครับรอง เราไปด้วยกัน มีอะไรก็ต้องรับด้วยกันสิครับ"

ทุก คนเห็นด้วย แต่เอกภาพขอให้ลงที่เขาคนเดียว เพื่อที่ทุกคนจะได้ทำงานต่อไปทำให้คนร้ายทำงานลำบาก ทุกคนเริ่มเข้าใจ พลันน้ำหวานมาบอกเอกภาพว่าทางสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติเรียกไปรายงานตัวด่วน เอกภาพยิ้มรับให้ทุกคนสบายใจได้...

พล.ต.ท.วิชัยหน้าเครียดยื่นแฟ้ม เอกสารที่ถูกร้องเรียนให้อ่าน เอกภาพยอมรับผิดแต่ผู้เดียวในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม พล.ต.ท.วิชัยเข้าใจ "ถ้างั้นผมก็คงต้องสั่งให้คุณพักราชการไว้ก่อน รอตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดตามระเบียบ ยังไงผมก็ฝากด้วยนะ ถึงเราจะพักแต่ไอ้พวกคนร้ายมันไม่พักกับเราด้วย"

เอกภาพรับทราบ ทำความเคารพแล้วกลับออกไป สวนกับ พล.ต.ท.ชาลี เขาจึงหยุดทำความเคารพ แต่ พล.ต.ท.ชาลี กลับยิ้มเยาะ เดินเข้ามาคุยกับ พล.ต.ท.วิชัย

"ไง หน่วยพิเศษของลื้อทำเรื่องเข้าแล้วล่ะสิ"

"คนเราทำงานมันก็มีผิดพลาดกันได้"

"แล้วนี่ไม่ต้องยุบหน่วยกันเลยเหรอ เปลืองงบประมาณแย่"

"ไม่หรอก รองผู้กำกับเขาขอรับผิดเองทั้งหมด"

"มันจะได้ยังไงกัน ทำผิดทั้งทีมมันก็ต้องสอบสวนทั้งทีมสิถึงจะถูก" พล.ต.ท.ชาลีลืมตัวโวยออกมา

"ก็ รองผู้กำกับเขาเป็นหัวหน้าทีม เขาออกตัวแบบนั้น มันก็ได้แหละ อั๊วบอกแล้วไงว่า อั๊วมองคนไม่ผิดหรอก" พล.ต.ท. วิชัยพูดอย่างมั่นใจแต่ พล.ต.ท.ชาลีสีหน้าไม่พอใจที่ไม่เป็นตามคาด

ooooooo

ขณะที่ปัท มาซ้อนมอเตอร์ไซค์โข่งผ่านหน้าสวนสัตว์ดุสิต เธอเห็นเอกภาพเดินเข้าไปข้างใน จึงรีบบอกโข่งให้กลับไปบริษัทก่อน แล้วเธอก็วิ่งตามเอกภาพ เข้าไป พอเห็นเอกภาพยืนมองกรงเสือเพลินๆก็เข้าไปยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้พร้อมกับ แขวะเล็กๆ

"ไม่ยักรู้ว่าโตขนาดนี้ยังชอบหนีมาเที่ยวเขาดิน"

เอกภาพมองปัทมายิ้มๆแล้วคุยให้ฟังว่า "ตอนผมเด็กๆพ่อพามาที่นี่บ่อย พ่อไม่ใช่แค่พาเที่ยว แต่พ่อสอนการใช้ชีวิตให้ผมด้วย"

เอกภาพ เล่าถึงคำสอนของเอกภพที่ว่า สัตว์ถูกขังและได้อาหารกินอย่างดีทุกมื้อจะมีความสุขไหม เอกภาพส่ายหน้า เอกภพจึงสอนว่า "คนเรานะลูก ถ้ามีอิสระแต่ฝักใฝ่แต่เรื่องทำชั่ว ทำเลว มันก็ไม่ต่างจากการโดนขังกรง เพียงแต่ว่ากรงที่ขังเราน่ะมองไม่เห็น น่ากลัวกว่าเยอะ..."

"ตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับ พอโตมานั่นแหละถึงได้เข้าใจ"

"คุณ พ่อคุณท่านเข้าใจเปรียบเทียบนะคะ สัตว์ที่อยู่ในกรงมันยังเห็นกรงที่ขังตัวเอง ถ้ามีแรงก็แหกกรงหนีได้ แต่คนที่ถูกความเลวขังเอาไว้นี่น่ากลัวมากเพราะไม่รู้ว่ากรงมันอยู่ ตรงไหน"

เอกภาพทึ่งกับความคิดของปัทมา "คุณพูดเหมือนพ่อผมเป๊ะเลย"

"เหรอ คะ...แล้วเรื่องที่ยอดชายจะฟ้องคุณล่ะ..." ปัทมาถามอย่างเกรงใจ พอเอกภาพตอบว่าเรียบร้อยแล้ว เขาถูกพักงานรอตั้งคณะกรรมการสอบสวน ปัทมาแสดงความเสียใจด้วย

เอกภาพไม่เสียใจเพราะทีมของเขายังทำงานต่อ ไม่ให้คนร้ายได้ใจ ปัทมาหาเรื่องทำให้เขาสบายใจจึงบอกว่า "เอางี้...เพื่อแสดงความขอบคุณในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่คุณคอยดูแลความ ปลอดภัยของทรัพย์สินและชีวิตให้ วันนี้ฉันจะหยุดป่วนคุณหนึ่งวัน คุณอยากทำอะไรไปไหนฉันตามใจคุณหมดเลย"

เอกภาพยิ้มกรุ้มกริ่มตาเป็นประกายถาม "ทุกอย่างจริงหรือเปล่า"

"จะบ้าเหรอคุณ ทุกอย่างที่อยู่ในความเหมาะสมย่ะ" ปัทมาหน้าแดง

"เอ๊า...แล้วกินข้าว ดูหนังนี่มันไม่เหมาะสมตรงไหนครับคุณ" เอกภาพชอบใจที่ได้แหย่

ปัท มางอนถามจะไปไหม ไม่อย่างนั้นเธอจะเปลี่ยนใจ เอกภาพรีบเดินตามเธอไป...ทั้งสองมาดูหนังด้วยกัน จากนั้นก็หาร้านทานข้าวด้วยกัน พอเสร็จเอกภาพก็ถามขึ้นว่าเธอยังมีเวลาอีกไหม เขาอยากชวนเธอไปกับเขา ปัทมาสงสัยว่าจะไปไหน แต่แล้วเอกภาพก็พาปัทมามาเยี่ยมดาวที่โรงพยาบาล ปัทมาบ่นต้องทำเป็นลับลมคมในด้วย

"อ้าว...ก็เห็นคุณสวมวิญญาณนักข่าวอยู่ตลอดเวลาก็เลยทำให้มันน่าค้นหาไปยังงั้นแหละ"

พอ ดาวเห็นเอกภาพกับปัทมามาเยี่ยมก็ดีใจถามว่าไม่ทะเลาะกันแล้วหรือ เอกภาพตอบว่าปัทมาสงสารที่เขาถูกแกล้งจึงใจดีด้วยหนึ่งวัน ดาวรีบหันไปบอกนักรบให้ช่วยเอกภาพที่โดนแกล้ง...เอกภาพกับนักรบจึงออกไปคุย กันตามลำพัง นักรบถามถึงข่าวที่เอกภาพโดนพักงาน เอกภาพจึงชวนนักรบกลับมาช่วยงาน แต่นักรบบอกน้ำเสียงเบื่อหน่าย

"ขอบใจว่ะ แต่ไม่ดีกว่า ถ้ายังมีผู้ใหญ่มือสกปรกอยู่ในวงการ ฉันขอดูอยู่ข้างนอกดีกว่า"

"ฉันถามจริงๆเถอะ แกมีปัญหากับใครถึงต้องลาออก"

"ฉัน ออกเพื่อรักษาเกียรติของตัวเอง นายเองก็ระวังตัวให้ดีๆ ไอ้คนที่เคยเล่นงานฉันมันอาจจะเป็นคนเดียวกับที่กำลังเล่นงานนายอยู่ก็ได้" นักรบตบไหล่เอกภาพก่อนจะเดินกลับห้อง

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ชาลีและอุเทนกำลังคุยกับยอดชายและนทีในร้านอาหารแห่งหนึ่งถึงของที่ ชิงมาได้ แม้ไม่เต็มจำนวน พล.ต.ท.ชาลีก็ขอหนึ่งในสาม ยอดชายแอบกำหมัดใต้โต๊ะ สะกดอารมณ์ที่ต้องยอม แถมถ้าได้เงินจากการฟ้องร้องตำรวจก็ต้องแบ่งให้สามสิบเปอร์เซ็นต์ อีก...ระหว่างนั้น เอกภาพขับรถพาปัทมามาจอดหน้าร้าน เขาสัญญาจะเลี้ยงอาหารเธอเอง แต่พอจะลงจากรถก็เห็นทั้งสี่คนเดินทยอยออกมาจากร้าน เอกภาพให้ปัทมาเอากล้องวีดิโอที่พกติดตัวถ่ายไว้ให้หมด พลันยอดชายหันมามอง เอกภาพรีบดึงปัทมามาจูบอยู่นานจนทุกคนเดินไปขึ้นรถจึงปล่อยเธอ ปัทมาโวยวายลั่นรถหน้าแดง เอกภาพอธิบาย

"ก็นายยอดชายหันมาพอดี คุณไม่เห็นเหรอ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็โดนจับได้สิว่าเป็นผมกับคุณน่ะ"

"ฉันดูอยู่ ฉันเห็นหรอกน่า บอกให้หลบเฉยๆก็ได้" ปัทมายังโวยไม่เลิก

"ผมขอโทษก็แล้วกัน อ่ะ...เพื่อไม่ให้เสียเปรียบผมให้คุณจูบคืน" เอกภาพหลับตายื่นหน้า

ปัท มาตบฉาดเข้าให้ เอกภาพร้องลั่นว่าจูบแรง ปัทมาทั้งอายทั้งโกรธรีบลงจากรถวิ่งไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านไป เอกภาพยิ้มรู้ว่าปัทมาอายแก้เก้อด้วยการหนีกลับ...

เอกภาพเอาภาพที่ถ่ายมาเปิดให้เอกภพดูเพื่อขอคำปรึกษา พอเอกภพเห็นอุเทนก็จำได้ว่าคือนักโทษอุกฉกรรจ์ที่ทำให้เขาต้องพิการ และถูกสั่งจำคุกตลอดชีวิต แต่กลับออกมาลอยนวลได้ แสดงว่าคนที่ช่วยออกมาต้องมีอิทธิพลมาก ฉะนั้นจึงเตือนเอกภาพให้ระวังตัวอย่างมาก...เอกภาพเอาเรื่องนี้มาประชุมกับ ทีม และบอกว่าช่วงนี้เขาออกหน้าไม่ได้ คงต้องให้ธัญญะรับหน้าไป ธัญญะไม่หวั่น "เรื่องเหนื่อยน่ะไม่มีปัญหา แต่รองจะไปไหนเหรอครับ"

"ผมไม่ไปไหนหรอก แค่จะแกล้งทำเป็นยอมแพ้เรื่องถูกพักงาน พวกนั้นอาจจะนอนใจถ้าผมนิ่งๆไป"

วี ระชัยเสนอให้เป็นฝ่ายรุกบ้างเพราะที่ผ่านมาเราไล่ตามคนร้ายมาตลอด เอกภาพตอบว่าเขาคิดอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้แยกย้ายกันไปทำงานก่อน เอกภาพจะเดินไป วรัญญามาเรียกไว้และให้เข้าไปคุยในห้องพิสูจน์หลักฐาน เธอบอกเอกภาพว่ารอยเปื้อนสีดำที่เสื้อ ที่ให้เธอตรวจเป็นสีเนื้อเดียวกับสีที่เคลือบดาวดำแน่นอน เอกภาพเครียดลงทันที

"หมวดอย่าเพิ่งบอกคนอื่นนะ ผมไม่มีอะไรจะปิดบังพวกเราหรอก เพียงแต่ว่าอยากให้มั่นใจกว่านี้ก่อน..."

จาก นั้นเอกภาพก็นัดนักรบมาทานข้าวที่ร้านร้านหนึ่ง ท่าทางเอกภาพเครียดๆจนนักรบต้องถามว่ามีอะไร เอกภาพตอบว่า "ก็แค่ว่างๆ ช่วงนี้ฉันตกงานชั่วคราวแกก็รู้...แกมีอะไรปิดบังฉันหรือเปล่า ไอ้รบ"

"ไอ้นี่ถามแปลกๆ ฉันจะมีอะไรปิดบังแก" นักรบชักรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ

เอกภาพตัดสินใจถามขึ้น "ถ้าแกต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับมิตรภาพ แกจะเลือกอะไร"

นักรบพอจะเดาออก "ฉันเลือกทั้งสองอย่างว่ะ รักษาหน้าที่แต่ไม่ให้เสียมิตรภาพ"

เอกภาพบ่นกับตัวเองว่า ถ้าทำแบบนั้นได้ก็คงจะดี ทั้งสองนั่งนิ่งกันไป...

เย็น วันนั้นโข่งแต่งตัวฉีดน้ำหอมหอมฟุ้ง แล้วบอกปัทมาว่า วันนี้ให้กลับบ้านคนเดียว เขามีนัดกับสาว ปัทมาบ่น "จำไว้เลย นัดสาวทิ้งน้อง ระวังน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า"

โข่งผิวปากเดินออกไป แล้วโผล่กลับเข้ามาใหม่ยิ้มอย่างมีเลศนัย "โชคดีของแกว่ะไอ้ปัด ท่าทางจะไม่ต้องกลับบ้านเองแล้ว"

โข่ง ไปแล้ว ปัทมาเดินออกมาหน้าบริษัท ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเอกภาพนั่งรออยู่บนมอเตอร์ไซค์ของเขา จึงเข้าไปถาม "จะมาก่อกวนอะไรอีกคุณ วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีนะจะบอกให้"

เอกภาพยื่น กล้องคืนให้ ปัทมารับมางงๆกับท่าทีของเขา เอกภาพพูดเนิบๆว่าเขาอยากมีคนคุยด้วย ปัทมาย้อนถามกวนๆ "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ"

"เป็นเพื่อนคุยกับผมหน่อยนะ" น้ำเสียงเอกภาพจริงจังจนปัทมาแปลกใจ

ทั้ง สองมานั่งร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางที่เคยมา เอกภาพเขี่ยก๋วยเตี๋ยวในชามจนอืด ปัทมาจึงถามว่ามีอะไรจะคุย เอกภาพจึงถามขึ้นว่า "ถ้าคุณรู้ว่าเพื่อนรักของคุณทำผิด คุณจะทำยังไง"

ปัทมาถามว่าผิดแค่ไหน  เอกภาพตอบว่าผิดมาก ปัทมาถามอีกว่าผิดจนให้อภัยไม่ได้หรือ เอกภาพถอนใจ "มันเป็น

ความผิดที่คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะให้อภัย"

"มี เรื่องที่เราไม่สามารถให้อภัยเพื่อนได้ด้วยเหรอ ถ้าแบบนั้นฉันคงกลุ้มใจตาย คุณผิดใจกับคุณนักรบเหรอ" เอกภาพกลับส่ายหน้า ปัทมาจึงพูดลักษณะเตือนว่า "บางครั้งเรื่องบางเรื่องเราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น คุณแบกเรื่องทุกเรื่องไว้บนบ่าไม่ได้หรอก บางเรื่องก็ปล่อยวางมันซะบ้าง"

เอกภาพ รู้สึกดีขึ้น เขาขี่รถมาส่งปัทมาที่หน้าคอนโดฯแล้วขอบคุณเธอที่อยู่เป็นเพื่อนเขา ปัทมายืนมองเอกภาพขี่รถออกไปจนลับตาจึงเดินเข้าคอนโดฯ...

ในขณะที่ กรกชกำลังนั่งเล่นเพลินๆ ลุงสิงห์มาบอกว่า พล.ต.ท.ชาลีอยากนัดคุยด้วยเรื่องหน่วยพิเศษและเรื่องยา แต่แรกกรกชไม่อยากไปคุยด้วย แต่พอรู้ว่าเรื่องยาจึงรับปาก... ทั้งหมดพบกันที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง พล.ต.ท.ชาลีพูดถึงเรื่องที่เอกภาพถูกพักงานแต่หน่วยพิเศษยังอยู่ กรกชไม่สนใจเรื่องนั้น เธอตัดบทถามถึงเรื่องยา อุเทนจึงรายงานแทนว่ายาอยู่ กับทางเขาครึ่งหนึ่ง พร้อมจะส่งมอบให้ทันที แต่ขอราคา

13  ล้าน  กรกชตกใจเพราะเท่าที่รู้  มูลค่ายาทั้งหมด  10  ล้าน  แต่นี่เพียงครึ่งเดียว เธอจึงท้วงแบบสะกดอารมณ์ไม่โวยวาย...

ooooooo
ตอนที่ 13

พอ พล.ต.ท.ชาลีต้องการราคาของเป็นเงิน 13 ล้าน ทั้งที่ราคาของทั้งหมดแค่ 10 ล้าน แต่นี่ของมีเพียงไม่ถึงครึ่งยังจะเอาเกินราคาเดิม กรกชจะโวยแต่ลุงสิงห์ แตะแขนปราม และรับปากจะโอนเงินให้เหมือนเดิม พล.ต.ท.ชาลียิ้มอย่างมีชัย   กรกชเข่นเขี้ยวไม่พอใจ พอขึ้นรถก็โวย

"หนูเบื่อพวกจ้องฉวยโอกาสค้า กำไรเกินควรแบบนี้มากเลยนะคะลุงสิงห์ ห้ามเราไม่ให้ไปชิงของแล้วก็เอามาขายเราแพงลิบแบบนี้ คำว่าเอาเปรียบมันยังน้อยไป"

"อะไรที่ต้องเสียก็ยอมเสียมันไป ถ้าไม่ได้เขาหนุนอยู่ เราก็ทำงานลำบากเหมือนกัน คิดซะว่าจ่ายค่าไม้กันหมา" ลุงสิงห์ ปลอบให้ใจเย็นลง

"เขาไม่ได้ทำตัวเป็นแค่ไม้กันหมาน่ะสิคะ แต่เป็นหมาจ้องจะแทะกระดูกเราตาเป็นมัน"

ลุงสิงห์ปลอบอีกว่าให้ใจเย็นๆ เพราะสุดท้ายคนที่ได้ ก็คือเรา...

เอกภาพเอาภาพจากกล้องของปัทมาให้ พล.ต.ท.วิชัยดู ถึงกับอึ้ง "ผมสงสัยอยู่เหมือนกันว่ารองชาลีจะมีส่วน แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ"

"ท่านคงลำบากใจเพราะรองชาลีก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมา" เอกภาพถามหยั่งเชิง

"เรียกว่าไม่สบายใจมากกว่าที่รู้แบบนี้ แต่ต่อให้เป็นญาติผม ถ้าทำผิดมันก็ต้องว่ากันไปตามผิด แล้วคุณคิดว่าจะทำยังไงต่อ"

เอกภาพอยากกวาดล้างให้หมด พล.ต.ท.วิชัยเห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่ เอกภาพดีใจที่มองเจ้านายไม่ผิด...

ใน ระหว่างนั้น ขิมซึ่งแอบเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯโดยไม่บอกโข่ง ยังคงมาเฝ้าอาร์ตนักร้องที่ผับที่เจนจิราร้องเพลงอยู่ วันหนึ่งอาร์ตแอบขายยาให้ลูกค้าจึงโดนสายชลจับได้และซ้อมจนสะบักสะบอม ชาญยุทธ์มาพอดีจึงให้จับขิมไปขังรวมกับผู้หญิงที่จะส่งขายทางใต้ เจนจิราได้ยินเข้ารู้สึกไม่สบายใจสงสารขิม จึงส่งข่าวบอกเอกภาพว่าจะมีการส่งขายผู้หญิง เอกภาพยังออกหน้าไม่ได้จึงให้ธัญญะออกหน้า ทองใบอยากจะบุกไปทลายให้รู้แล้วรู้รอด แต่วีระชัยแย้งว่าไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะถ้าทำอย่างนั้นจะเป็นการตัดตอนที่จะสาวไปถึงตัวใหญ่ได้

"งานนี้ฉันขอเป็นตัวล่อเองค่ะรอง" วรัญญาเสนอตัว

เอกภาพ เป็นห่วงเพราะมันเสี่ยงเกินไป แต่วรัญญาเห็นว่ามันคุ้มค่า น้ำหวานถามขึ้นว่างานนี้ปัทมาจะมาทำข่าวอีกหรือเปล่า เอกภาพชักหวั่นใจเหมือนกัน...วันนั้นเขาจึงไปรับปัทมาทานข้าวกลางวันเพื่อดู เชิง ปัทมาแขวะว่าจะติดสินบนอะไรเธอ

"เขามีแต่ติดสินบนเจ้าพนักงาน มีที่ไหนเจ้าพนักงานติดสินบนนักข่าว ผมจะเลี้ยงขอบคุณแล้วก็ขอโทษไปพร้อมๆกันเลย"

"ประหยัดดีนะคุณ ทำไมไม่รวมเอาปีใหม่ วันเด็ก วาเลนไทน์ เข้าพรรษา ทุกเทศกาลซะเลยล่ะ"

"นั่นแน่ ไม่ยักรู้ว่าคุณอยากให้ผมเลี้ยงบ่อยๆนี่เอง เอางี้ เดี๋ยวผมเลี้ยงทุกวันเลยก็ได้ สุขสันต์วันจันทร์ไปยันวันอาทิตย์เลย"

ปัท มากะจะแหย่เอกภาพ แต่ไม่ทันคิดว่าจะโดนย้อนเข้าตัวเอง จึงอายม้วนเขี่ยอาหารในจาน เอกภาพยิ้มอย่างเอ็นดูที่เห็นความเป็นผู้หญิงของปัทมาที่ดูน่ารักเหมือน กัน...พอขับรถมาส่งที่หน้าบริษัท เขาก็บอกเธอว่าตอนเย็นเขาติดงานมารับไม่ได้ ปัทมาบอกว่าเธอกลับเองได้ เอกภาพหาว่าเธองอนจึงรีบโอ๋ บอกวันอื่นจะมารับส่งทุกวัน ปัทมาแกล้งถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหม

"นั่นไง  อยากเจอผมอีกก็ไม่บอก  ว่างครับ  ว่างได้ ทั้งวันเลย"

"ถ้า มีเวลาว่างก็แวะไปโรงพยาบาลเช็กสมองบ้างก็ดีนะ สงสัยวิ่งไล่จับคนร้ายมากไปสมองเลยกระเทือนไม่อยู่กับร่องกับรอย" พูดจบปัทมาก็รีบเดินหนีเข้าบริษัทไป

เอกภาพรู้ว่าโดนหลอกด่าก็ยืน ยิ้ม รปภ.เห็นถามปัทมาว่าแฟนมาส่งหรือ ปัทมารีบปฏิเสธแต่ลุงแกไม่เชื่อ "แบบนี้ใช่แฟนแหงๆ ทั้งฟันธงทั้งคอนเฟิร์มเลย"

เล่นเอาปัทมายิ่งเขิน เดินดุ่มๆเข้าที่ทำงานไป พอเข้ามาในห้อง ก็เห็นโข่งรีบร้อนจะออกไป จึงถามว่าจะไปไหน โข่งเครียด "ไอ้ขิมทำเรื่องอีกแล้ว ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย"

พอได้ยินว่าเรื่องขิม ปัทมาก็รีบตามโข่งออกไป...โข่งเล่าว่า แม่โทร.มาถามหาขิม เขาจึงรู้ว่าขิมแอบเข้ากรุงเทพฯ โดยหลอกแม่ว่ามาอยู่กับเขา ปัทมาขึ้นไปดูบนหอพักห้องของแนน แต่ไม่มีใครอยู่ กลับลงมาก็เจอแนนที่หน้าหอพักพอดี ทั้งสองขู่จนแนนยอมบอกว่าขิมหายไปอยู่กับอาร์ตสองสามวันแล้ว โข่งจะไปที่ผับทันที ปัทมาต้องเตือนว่าให้ไปตอนมืดผับถึงจะเปิด

ooooooo

ใน ห้องประชุม เอกภาพบอกลูกน้องว่า สายส่ง ข่าวมาว่าจะมีการส่งผู้หญิงในคืนนี้ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม วรัญญาเตรียมพร้อมจะเป็นตัวล่อ ทุกคนมาที่ผับ...ปัทมากับโข่งก็มาถามหาขิม เจอกับเจนจิรา เธอบอกว่าอาร์ตไม่ได้มาร้องเพลงหลายวันแล้ว และเขียนที่อยู่ให้ ปัทมารีบกลับออกไป เหน่งเข้ามาถามเจนจิราว่านักข่าวมาทำไม

"มาหานายอาร์ต...นี่เด็กที่ ชื่อขิมไปไหน เด็กขิมนั่นเป็นน้องสาวนักข่าวเมื่อกี้ จะทำอะไรก็คิดกันดีๆหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน" เจนจิราเตือนเหน่งแล้วเดินไป...

ปัทมากับโข่งมาหาอาร์ตที่ห้องพัก พบว่าหน้าตาสะบักสะบอมนอนไข้ขึ้นอยู่ อาร์ตพยายามพูดบอกโข่งให้ไปช่วยขิมเพราะจะถูกขายไปภาคใต้ ปัทมารีบขอบใจและไปบอกยามให้มาดูแลอาร์ตบนห้องพัก...

วรัญญาทำทีเป็น มาซื้อยากับเหน่งและเดี่ยว เหน่งจึงพาไปหลังร้าน  ธัญญะกับวีระชัยปลอมเป็นนักเที่ยวจับตาดูอยู่ พลันวีระชัยเห็นปัทมากับโข่งกำลังแอบเข้าไปหลังผับ จึงโทร.บอกเอกภาพ "อะไรนะ! สองคนนั่นอีกแล้วเหรอ ได้ๆเดี๋ยวผมจัดการเอง"

เอกภาพโทร.หาปัทมาทันที "นี่คุณ รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไร มันอันตรายนะคุณ"

"คุณ เอกภาพ เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดว่าฉันไร้สติสักทีฮะ ฉันรู้หรอกน่าว่าอะไรปลอดภัย อะไรอันตราย นี้นะฉันจะเป็นอันตรายเพราะเถียงกะคุณนี่แหละ" ปัทมากระซิบท่าทางหัวเสีย

ปัท มายักไหล่กับโข่งว่าไม่มีอะไร แล้วแยกกันไปค้นหาขิม โข่งพลาดท่าถูกเหน่งซัดด้วยไม้สลบไป ส่วนปัทมาย่องเข้าไปเจอสายชลกับลูกน้อง ก็ทำทีเป็นหลงทางจะเดินกลับ แต่เหน่งมาดักหลังแล้วจับตัวปัทมาไปขังรวมกับพวกผู้หญิง ปัทมาจึงเจอกับวรัญญาและขิม ขิมร้องไห้โฮกอดปัทมาอย่างคนเสียสติ ปัทมาต้องตบหน้าเรียกสติแล้วปลอบว่าไม่ต้องกลัวแถมสั่งสอน

"ทีหนี เที่ยวล่ะไม่กลัวอะไร มาตอนนี้มาทำจะเป็นจะตายให้มันได้อะไรขึ้นมา อย่าทำให้พวกมันรู้ว่าเรากลัวมันจะได้ใจ พี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัว เข้าใจมั้ย" แล้วปัทมาก็หันมากระซิบถามวรัญญา "ที่หมวดถูกจับนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ย"

วรัญญาพยักหน้า ปัทมายิ้มแล้วหยิบกล้องปากกามากดบันทึกภาพ แล้วเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อ...โข่งฟื้นขึ้นมาเดินโซซัดโซเซออกมาจากผับ มาโดนทองใบจับตัวได้พาไปหาเอกภาพ โข่งดีใจมากรีบเล่าเรื่องให้ฟัง

สัญญาณ ที่ติดที่ตัววรัญญาเริ่มขยับ ทำให้พวกเอกภาพรู้ว่าพวกผู้หญิงกำลังถูกเคลื่อนย้าย รถเอกภาพกับทีมค่อยขับตามรถของสายชลที่ขนผู้หญิงห่างๆ...ปัทมาใช้ปากกาถ่าย ภาพจนเหน่งสงสัยว่าทำอะไรจะเข้าไปดู วรัญญารีบแกล้งร้องโอดโอยว่าปวดท้องเพื่อเบนความสนใจของเหน่ง จากนั้นก็เตือนปัทมาให้ระวังตัวหน่อย

รถสายชลมาจอดที่บ้านหลังหนึ่ง แถวริมแม่น้ำสมุทรปราการ รถของเอกภาพกับทีมจอดซุ่มห่างๆ เหน่งกับสมุนคุมผู้หญิงจะให้ลงเรือ เอกภาพเห็นว่าถ้าออกเรือไปแล้วจะตามยาก จึงสั่งธัญญะให้ลงมือเข้าจับกุม ธัญญะกับทีมตำรวจจึงบุกเข้าไป ร้องบอกให้วางอาวุธ แต่พวกสายชลกลับยิงสวนกลับมา สายชลดึงตัวขิมกับวรัญญามาลงเรือเป็นตัวประกัน ปัทมาเห็นก็รีบโดดตามลงไป เหน่งกับเดี่ยวทิ้งผู้หญิงคนอื่นๆโดดตามลงเรือไป เอกภาพเป็นห่วงปัทมากับวรัญญารีบโดดลงเรืออีกลำแล้วสตาร์ตเครื่องจะตาม ธัญญะกับโข่งโดดตามลงไปทัน เอกภาพสั่งวีระชัยวิทยุเรียกกำลังท้องที่มาช่วย

เรือของสายชลยิงใส่เรือเอกภาพ แต่เอกภาพไม่กล้ายิงกลับเพราะเกรงจะโดนปัทมากับวรัญญา  สายชลเห็นว่าจะจนมุมจึงล่มเรือเพื่อตัวเองจะได้หนีทัน  โข่งโดดไปช่วยขิม  เอกภาพรีบเอาเรือมารับปัทมากับวรัญญา แต่แล้วเขาต้องตัดสินใจว่าจะช่วยดึงใครขึ้นมาก่อน เขาตัดสินใจดึงวรัญญาขึ้นมาก่อน ปัทมาน้อยใจพยายามจะปืนขึ้นเองแต่ก็ไม่สำเร็จ เอกภาพยิ้มกับความรั้นของเธอก่อนจะยื่นมือให้ ปัทมาหน้างอจำต้องส่งมือให้เขาดึงเธอขึ้นเรือแต่โดยดี จากนั้นเอกภาพก็วิทยุสั่งให้เอาเรือไปล้อมจับสายชลกับลูกน้องที่ว่ายน้ำหนี ขึ้นฝั่ง

สายชลโวยเมื่อถูกจับว่าเอกภาพถูกพักงานไปแล้วไม่มี สิทธิ์มาจับเขา   เอกภาพจึงบอกว่าคนที่จับคือตำรวจท้องที่  สายชลจ๋อย    ธัญญะบอกตำรวจท้องที่ว่าพรุ่งนี้เขาจะทำเรื่องขอตัวมาสอบสวนที่หน่วยเอง...

ปัทมา โข่ง และขิมยืนอยู่ที่รถตู้ ขิมกราบขอโทษโข่งและสัญญาจะไม่เกเรเหลวไหลอีกแล้ว ปัทมาจึงขอให้ขิมจำไว้

เป็น บทเรียนว่าจะไม่มีโอกาสดีแบบนี้อีก เอกภาพเข้ามาถามไถ่ ปัทมางอนเดินขึ้นไปนั่งบนรถ เอกภาพหันมาถามโข่งว่าปัทมาเป็นอะไร โข่งยิ้มแหยๆรีบตามขึ้นไปนั่งบนรถ โข่งถามปัทมา "แกไปเหวี่ยงใส่รองเอกภาพเขาทำไมวะไอ้ปัท"

"ถ้าพี่โข่งยังไม่เลิกเซ้าซี้เดี๋ยวจะโดนเหวี่ยงด้วยหมัดจริงๆ คอยดูสิ" ปัทมาเสียงขุ่น

"ฉันกับรองไม่ได้มีอะไรพิเศษกันหรอกนะคะคุณปัทมา ก็แค่เจ้านายกับลูกน้องธรรมดาๆเท่านั้นเอง" วรัญญาที่นั่งอยู่ก่อนหันมาบอกปัทมา

"ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะหมวด ถึงคุณสองคนจะเป็นอะไรกันมันก็เรื่องของคุณฉัน ไม่สนใจหรอก" ปัทมาพาลไปหมด วรัญญาจึงขี้เกียจอธิบายต่อ

เอกภาพ ขึ้นมานั่ง โข่งรีบหลบไปข้างหลัง เอกภาพจึงได้นั่งข้างปัทมา เขาถามเธอว่าจะให้ส่งที่ไหน ปัทมาไม่ตอบแถมเสียบหูฟังเพลง โข่งจึงตอบแทนให้ส่งที่ผับเพราะรถจอดที่นั่น...

สายชลไม่ยอมให้การ พาดพิงถึงใคร เขาอ้างว่าทำคนเดียวเพราะอยากรวย ธัญญะท้วงว่าเจ้าของผับคือชาญยุทธ์ แต่สายชลกลับบอกว่าเขาเช่าที่ของชาญยุทธ์ทำผับตั้งแต่สมัยภูมิชาติยังไม่ ตาย  วรัญญาจึงตัดบทขู่ว่าอยากติดคุกหัวโตก็ตามใจ

ออกมาปรึกษากับ เอกภาพ เขานึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แล้วก็สาวไม่ถึงตัวการใหญ่เสียที วรัญญาท้วงว่า น่าจะปล่อยให้พวกนั้นพาเธอไปถึงรังของมันก่อน เอกภาพแย้งว่า "มันจะไม่พาคุณกะพวกที่โดนจับกลับรังใหญ่ แต่จะส่งออกเลยน่ะสิ ผมห่วงจะไม่ปลอดภัย

"ห่วงดิฉันหรือว่าห่วงคุณปัทมากันแน่คะรอง" วรัญญากระเซ้า

"ผม ก็ห่วงทุกคนแหละ ห่วงหมวดในฐานะลูกน้อง ห่วง... เขาในฐานะประชาชนที่ต้องดูแล" เอกภาพตอบเลี่ยงๆแล้วหันไปสั่งธัญญะให้ดูแลสายชลดีๆ เกรงจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก

ooooooo

อาการของดาวน่าเป็นห่วง มาก จนวันวิสาข์ ต้องให้คีโมและได้บอกอาการข้างเคียงแก่นักรบไว้แล้วว่า ถ้าร่างกายรับได้ก็จะมีแค่ผมร่วง พอหายทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม หลังจากให้คีโมเสร็จ ดาวหลับด้วยความอ่อนเพลียในมือกำผมตัวเองที่หลุดเป็นกระจุก นักรบสงสารลูกจับใจ

ปัทมาทำสกู๊ปข่าวออกมาอย่างรวดเร็วว่าเจ้าของผับ ชื่อดังเป็นตัวการส่งผู้หญิงออกขาย...กรกชเห็นข่าวแล้วเจ็บใจที่ชาญยุทธ์รอด ไปได้ ลุงสิงห์บอกว่าสายชลไม่ซัดทอดเรื่องก็จบแค่ตรงนั้น กรกชไม่อยากเชื่อว่าสายชลยอมเข้าคุกเพื่อชาญยุทธ์

"ไม่ใช่เพื่อชาญยุทธ์หรอกคุณหนู เพื่อเงินเท่านั้นแหละ" ลุงสิงห์สรุปสั้นๆ...

และ แล้ว ธัญญะ วีระชัย และวรัญญามาสอบปากคำชาญยุทธ์ ท่าทางเขาไม่สะทกสะท้านอะไร บอกแค่ว่าเขายินดีให้ความร่วมมือเพราะเขาเป็นแค่เจ้าของที่ดินไม่ใช่เจ้าของ ผับ ไม่กลัวความผิดอยู่แล้ว ธัญญะกับพวกกลับไป คมสันต์มาพูดว่าสายชลไม่น่าไว้ใจ  ถ้าถูกเค้นมากหรือยื่นข้อเสนออะไรให้ก็อาจจะซัดทอดมาได้ ชาญยุทธ์จึงให้ปิดปากสายชลเสีย...

พอว่าง เอกภาพก็นัดปัทมามาเจอที่ร้านอาหารในห้าง ปัทมานั่งหน้างอบอกบุญไม่รับ เอกภาพถามอะไรก็ไม่ตอบ "นี่คุณ ยังไม่หายงอนผมเรื่องวันนั้นอีกเหรอ ที่ผมช่วยหมวดวรัญญาเขาก่อนน่ะ ผมอธิบายได้นะว่าทำไม"

"คุณจะช่วยใครก่อนใครหลังก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน ไม่เห็นจะสำคัญอะไรเลย"

"แต่ มันสำคัญสำหรับผมนะ เพราะว่าผมแคร์ความรู้สึกของคุณ ที่ผมเลือกช่วยหมวดเขาก่อนเพราะผมไม่อยากให้ลูกน้องรู้สึกไม่ดี โดยเฉพาะกับคุณ ผมไม่อยากให้เขาหมั่นไส้คุณ และอีกอย่างผมก็รู้มาว่าคุณว่ายน้ำเก่งน้องๆนางเงือกก็เลยไม่ต้องห่วงมาก นัก" น้ำเสียงเอกภาพจริงจัง

ตลอดเวลาที่เอกภาพพูด เขาจ้องตาปัทมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเธออ่อนลง...

ooooooo
ตอนที่ 14

พอได้ยินจากปากเอกภาพว่าห่วงและแคร์เธอมาก ปัทมาก็เขินจนต้องตัดบทบอกไปว่า เธอเข้าใจแล้ว เอกภาพจึงให้เธอยิ้มก่อน เอกภาพแหย่จนปัทมาอมยิ้ม ปัทมาถามว่าสำคัญอะไร เขาตอบว่าสำคัญสำหรับเขา เพราะเขาแคร์ความรู้สึกของเธอ...ทั้งสองเดินคุยกันไปในห้าง

"ผมไม่อยากให้คุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับงานที่ทำมากแบบนี้เลย มันอันตรายคุณก็รู้"

"ฉัน เป็นนักข่าวสายอาชญากรรมนะคุณ แล้วอาชญากรรมที่ไหนมันไม่เสี่ยงบ้าง ก็เหมือนกับคุณนั่นแหละที่ต้องเผชิญหน้าคนร้ายแทบทุกวัน มันก็เสี่ยงพอๆกัน แต่ทั้งฉันและคุณก็ต้องทำ ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าที่อย่างเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่เราเลือกแล้วและก็มีความสุขที่จะทำมัน"

"มันก็จริงของคุณ แต่ถึงยังไงผมก็อดห่วงคุณไม่ได้อยู่ดี"

"เอาเป็นว่าฉันจะระวังตัวก็แล้วกัน คุณเองก็เหมือนกัน" ปัทมาพูดแล้วก็อายเดินหนี

"คุณเป็นห่วงผมใช่มั้ย" เอกภาพวิ่งตามไปถาม

"คนบ้า รู้แล้วยังจะถามอีก" ปัทมาเร่งฝีเท้าเดินหนี... เอกภาพยิ้มกริ่มวิ่งตามติด...

คืน นั้น เจนจิราเข้ามาถามชาญยุทธ์ว่าจะให้ใครมาคุมผับแทนสายชล ชาญยุทธ์บอกให้เจนจิราดูแลแทนไปเลยเพราะสายชลไม่มีโอกาสกลับมาดูแลแล้ว เจนจิราสังหรณ์ใจเรื่องไม่ดีแน่

และแล้วก็มีคนมายื่นประกันตัวสายชล ออกไป เอกภาพถามว่าใครมายื่นประกันตัว ธัญญะตอบว่าไม่รู้จัก แต่พอจะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง วีระชัยบ่นว่าคงวางแผนกันไว้แล้วว่าประกันตัวออกไปสู้คดี แต่เอกภาพไม่คิดแบบนั้น เขากังวลใจบางอย่าง จึงรีบขับรถไปที่ศาล ปัทมากับโข่งได้ยินข่าวประกันตัวก็รีบไปที่หน้าศาลเพื่อทำข่าวเช่นกัน

จริง อย่างที่เอกภาพสังหรณ์ใจ ขณะที่สิริมาศกำลังสัมภาษณ์ สายชลที่หน้าศาล รถเอกภาพกับรถโข่งมาจอดข้างกัน เอกภาพลงรถมาเจอปัทมาก็แซว "มาเร็วพอๆกับเจ้าหน้าที่เลยนะคุณ"

"นั่นสิคะ  ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันเร็วหรือว่าตำรวจช้า" ปัทมาโต้กลับจนเอกภาพส่ายหน้า

ลิ นดาซุ่มอยู่บนยอดตึก ส่องกล้องที่ติดปืนเห็นเอกภาพ ก็ส่ายหน้าเอือมๆที่มาทันเวลาพอดี ก่อนจะหันไปเล็งยิงใส่สายชลล้มลง ทุกคนพากันหลบด้วยความตกใจ เอกภาพบังปัทมาไว้ อดไม่ได้ที่จะแขวะ "คุณมาทีไรได้เรื่องวุ่นๆทุกทีเลยนะ"

"ทำยังกับว่าฉันไม่มาแล้วคนร้ายมันไม่ก่อเรื่องงั้นแหละ ฉันน่ะมาทำงาน ว่าแต่คุณเถอะมาทำอะไร พักงานอยู่ไม่ใช่เหรอ"

เอกภาพ ชะงักหยุดต่อล้อต่อเถียงด้วย หยิบกล้องออกมาส่องไปทางยอดตึก เห็นลินดาส่งจูบให้อย่างท้าทายก่อนจะโบกมือผลุบหายไป จึงร้องบอกลูกน้อง "มือปืนอยู่ทางโน้น"

ก่อนจะวิ่งไป เอกภาพหันมาบอกปัทมา "ถ้าคุณจะตามไปล่ะก็อยู่หลังผมไว้นะจะได้ไม่อันตราย"

ปัท มารีบบอกโข่งตามทันที เอกภาพบอกลูกน้องว่า มือปืนเป็นผู้หญิงใส่ชุดดำทะมัดทะแมง ลินดาเดินยิ้มไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไปอย่างไม่มีใครเห็น แต่ปัทมาเห็นรีบชี้บอกเอกภาพ พอดีรถเคเอฟซีขี่มา ปัทมาจึงไปบอกว่าตำรวจขอยืม  แล้วเรียกเอกภาพให้รีบมาซ้อนท้าย เอกภาพจะไม่ให้ปัทมาไป แต่เธอไม่สนขี่รถจะออกไป เอกภาพต้องโดดขึ้นซ้อนท้าย

ระหว่างขี่ตาม ปัทมาโวย "นี่คุณจะให้ฉันขี่พาชมวิวหรือไง ปืนในมือน่ะทำไมไม่ยิงล่ะ"

"ยิงได้ยังไงคุณ คนเยอะแยะ เดี๋ยวพลาดไปโดนคนบริสุทธิ์เข้าจะทำยังไง"

แต่ ลินดาไม่คิดแบบนั้น ยิงใส่เอกภาพ โดนแขนปัทมาเลือดสาด เอกภาพตกใจที่ปัทมายังขี่รถไม่ยอมหยุด พอเลือด กระเซ็นมาโดนเอกภาพ เขาจึงร้องให้จอดรถ ปัทมาตกใจรีบจอด

"คุณจะให้ฉันจอดทำไม เดี๋ยวก็ตามมือปืนไม่ทันกันพอดี"

"นี่คุณจะบ้าหรือไง โดนยิงแบบนี้ยังจะคิดไล่ตามมือปืนอีก"

"ก็ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"

"โดนยิงเนี่ยนะคุณไม่ได้เป็นอะไร ลงมาซ้อนท้ายเลยเดี๋ยวผมขี่เอง"

"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณกันเนี่ยมาเจ้ากี้เจ้าการฉันอยู่ได้"

"ก็ผมเป็นห่วงคุณ เหตุผลแค่นี้พอมั้ย"

เจอไม้นี้ ปัทมาต้องเงียบพูดไม่ออก...เอกภาพพาปัทมาไปโรงพยาบาลให้วันวิสาข์ทำแผลให้ แล้วบ่นว่า "คุณหมอต้องจัดการเพื่อนหน่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่าจะบ้าบิ่นเอาโล่หรือไง นี่ขนาดโดนยิงแล้วยังจะขี่รถไล่ตามมือปืนไปอีก ผมต้องบังคับให้มาทำแผลถึงจะยอม"

"รายนี้น่ะเขาไม่เคยฟังใครหรอกค่ะ คนจะคบกับยัยปัทได้ห้ามเป็นโรคหัวใจค่ะ ไม่งั้นมีหวังหัวใจวายวันละหลายรอบ"

ปัท มาเคืองที่เพื่อนรวมหัวกับเอกภาพรุมเธอ พลันพยาบาลมาบอกว่าดาวช็อก วันวิสาข์ตกใจรีบวิ่งออกไป...ทุกคน รออยู่หน้าห้องไอซียู นักรบท่าทางกระวนกระวาย จนวันวิสาข์ ออกมาบอกว่าอาการปลอดภัยแล้ว แต่ต้องอยู่ในห้องไอซียูสักพัก นักรบถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

"อาการ แพ้เกิดขึ้นได้กับคนไข้ที่รับเคมีทุกคนค่ะ ต่างกันตรงมากน้อยนี่แหละ กรณีของน้องดาวน่าจะเกิดมาจากสภาพร่างกายอ่อนแอด้วย ก็เลยแพ้หนัก"

เอกภาพ ถามว่าดาวจะแพ้แบบนี้ทุกครั้งไหม วันวิสาข์ บอกไม่ได้ต้องดูไปตามอาการ ปัทมาถามถึงเรื่องสเต็มเซลล์หาได้หรือยัง วันวิสาข์ส่ายหน้า เพราะทั้งของนักรบและของเธอก็ใช้ไม่ได้ ต้องรอผู้บริจาคต่อไป ปัทมากับเอกภาพตัดสินใจให้ตรวจสเต็มเซลล์ ทั้งที่กลัวเข็มทั้งคู่ วันวิสาข์ขำสีหน้าเพื่อน "เธอกับคุณเอกภาพนี่เหมือนกันเลยนะ ลุยมาสารพัด แต่พอเจอเข็มฉีดยาแล้วหน้าเหลือไม่ถึงสองนิ้ว"

ถึงอย่างไร ปัทมาก็ยังดีใจที่ได้ตรวจเช็ก เธอจะได้ ไม่เสียใจทีหลัง ถ้ามารู้ว่าสามารถช่วยดาวได้ คงรู้สึกผิดไป ตลอดชีวิต

ooooooo

คม สันต์รายงานชาญยุทธ์ว่าลินดาทำงานสำเร็จแล้ว แต่ไปเจอเอกภาพตามจับ ดีที่หนีรอดมาได้ ชาญยุทธ์ แปลกใจที่เอกภาพโดนพักงานอยู่ แล้วมาวุ่นวายได้อย่างไร

"พรุ่งนี้มันก็ต้องไปฟังคำตัดสินเรื่องระเบิดห้องเย็นไอ้ยอดชายแล้วครับ งานนี้คงจะรอดยากนะครับ" คมสันต์ออกความคิดเห็น

"ฉัน ไม่รู้ว่าไอ้ยอดชายมันมีหลักฐานอะไรแค่ไหน ยัยนักข่าวรายการเกาะประเด็นนั่นคงต้องหาทางช่วยไอ้รองเอกภาพแน่ๆ ยังไงนายก็บอกให้ลินดาคอยดูๆเอาไว้ด้วย อย่าให้มันไปช่วยไอ้รองได้ล่ะ ฉันอยากเห็นมันถูกออกจากตำรวจเต็มแก่แล้ว" ชาญยุทธ์สั่งคมสันต์...

ด้าน กรกชกับลุงสิงห์ ก็คุยกันถึงเรื่องการพักงานของเอกภาพว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลยเพราะเอกภาพก็ ยังเป็นแบ็ก ให้ลูกทีมตามกวนอยู่ดี  ลุงสิงห์เห็นด้วย  "เอกภาพน่ะ นิสัยเหมือนพ่อมันไม่มีผิด ถ้าได้จับคดีไหนแล้วกัดไม่ปล่อย ลุงเองก็นึกวิธีจัดการมันยังไม่ได้เหมือนกัน"

"หนูมีวิธีค่ะ..." กรกชบอกลุงสิงห์ว่าเธอจะใช้วิธีของผู้หญิง...

ปัท มานั่งมองเจ๋งตัดต่องานแต่ท่าทางเป็นกังวลใจห่วงเอกภาพที่ต้องฟังคำตัดสิน คดีวันนี้ ทั้งโข่งและเจ๋งแซวว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พลันปัทมาเห็นภาพจากฟุตเตจที่เจ๋งเปิดดูจึงรีบบอกให้ถอยกลับไป เธอเห็นภาพนทีคนของยอดชายกำลังเอาระเบิดวางที่ข้างห้องเย็น จึงรีบคว้าม้วนเทปนั้น

"ไปสำนักงานตำรวจกันพี่โข่ง ด่วนเลย" ปัทมาดึงโข่งให้ไปด้วยกัน

หน้า บริษัท ลินดาซุ่มรออยู่ พอเห็นปัทมาซ้อนท้ายรถโข่งออกไป ก็ขึ้นขี่รถตามไปทันที ปัทมาหันไปมองแล้วบอกโข่ง "สงสัยจะงานเข้าแล้วพี่โข่ง มีใครก็ไม่รู้จะขอร่วมทางไปกับเรา"

โข่ง มองทางกระจกแล้วเร่งเครื่องหนีสุดชีวิต นักรบคาดการไว้แล้วจึงคอยช่วยปัทมา เขาขี่รถตามลินดาอีกที แล้วลินดาก็ชักปืนออกมาจะยิงใส่ปัทมา นักรบรีบหยิบปืนเล็งใส่ ปืนในมือลินดากระเด็นหลุดไป ลินดาหันมามองพอเห็นนักรบก็เบนรถไปอีกทางเลิกตามปัทมา...

ในห้องสอบ สวน สำนักงานตำรวจ เอกภาพยืนอยู่หน้าคณะกรรมการสอบสวน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด พล.ต.ท.ชาลีเป็นประธานกรรมการสอบสวนกล่าวขึ้นว่า

"คุณรู้ใช่มั้ยว่า สิ่งที่คุณทำลงไปมันถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง การทำลายทรัพย์สินของประชาชนแบบนั้นมีความผิดถึงขั้นออกจากราชการ แล้วต้องดำเนินคดีกันไปตามความจริง"

"ผมยังยืนยันครับว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่เกี่ยวข้องกับการระเบิดห้องเย็น ผมแค่นำกำลังไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ" เอกภาพยังยืนยันความบริสุทธิ์

พล.ต.ท.วิชัยตัดบทให้อ่านคำตัดสินเลย พล.ต.ท.ชาลีสีหน้าไม่พอใจที่ต้องอ่านคำตัดสินให้เอกภาพพ้นผิดเพราะทางผู้ เสียหายถอนฟ้อง แต่ไม่วายตำหนิตักเตือนเพื่อทำลายความเชื่อถือของเอกภาพต่อหน้านายตำรวจชั้น ผู้ใหญ่ท่านอื่นๆเอกภาพงงที่ผลออกมาแบบนี้ ทุกคนทยอยกันเดินออกจากห้องสอบสวน พล.ต.ท.วิชัยแสดงความยินดีกับเอกภาพ แต่

พล.ต.ท.ชาลีเข้ามาพูดเบาๆ "โชคดีนะที่คุณกรกชยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่งั้นนายมีหวังดาวหลุดจากบ่าแน่"

กรกชเดินยิ้มร่าเข้ามา พล.ต.ท.ชาลีจึงเดินไป เอกภาพจึงถามเธอว่าช่วยเขาทำไม

"ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกค่ะ มีอะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยๆกันไป"

"ยังไงผมก็ต้องขอบคุณที่คุณกรกชยื่นมือเข้ามาช่วย"

"ฉันขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นมื้อเที่ยงดีกว่านะคะ" กรกชทำท่าเอียงอาย

พอเอกภาพรับปาก เธอก็หันไปบอกสุพจน์ให้กลับไปก่อน แล้วเธอจะกลับเอง กรกชคล้องแขนเอกภาพเดินออกไป

โข่ง ขี่รถมาจอดหน้าสำนักงานตำรวจพอดี ปัทมาจึงเห็นกรกชคล้องแขนเอกภาพไปขึ้นรถ โข่งเปรย "สงสัยแกกับฉันจะเสี่ยงตายมาเก้อซะแล้วว่ะไอ้ปัท"

ปัทมา หน้าเครียดไม่พูดไม่จาขึ้นขี่รถสตาร์ตเครื่อง โข่งรีบโดดซ้อนท้ายแทบไม่ทัน ปัทมาขี่รถมาปาดหน้ารถของเอกภาพ ก่อนจะเบิ้ลเครื่องแล้วบิดหายไป กรกชบ่นคิดว่าเป็นพวกนิสัยไม่ดี แต่เอกภาพรู้ว่าเป็นปัทมา...

กลับมา บริษัทด้วยอารมณ์บูดเบี้ยว พอเจ๋งถามว่าช่วยเอกภาพทันไหม ปัทมาก็ตอบห้วนๆก่อนจะเดินหนีเข้าห้องตัดต่อไปว่า "ไม่ทัน โดนประหารชีวิตไปแล้ว"

เจ๋งตกใจหันมาถามโข่งว่าทำไมโทษรุนแรงขนาด นั้น โข่งตอบว่า "รองเอกภาพน่าจะรอดตัวแล้วแหละ เพราะเห็นควงแขนกันออกไปกับคุณกรกช แต่ไอ้ที่จะไม่รอดก็จะโดนเจ๊ปัทของพวกแกเล่นงานนี่แหละ"

"อ๋อ...แบบนี้แถวบ้านหนูเข้าเรียกว่าพิษรักแรงหึง" เจ๋งพูดโพล่งออกไปแล้วรีบปิดปากกลัวปัทมาได้ยิน...

ร้าน ที่เอกภาพพากรกชมาทานอาหารเป็นร้านอาหารธรรมดาๆ เขาบอกเธอว่าเงินเดือนตำรวจอย่างเขามีปัญญาเลี้ยงตอบแทนเธอได้เท่านี้ กรกชจึงชวนให้ทำงานพิเศษกับเธอจะได้มีเงินใช้จ่ายเหลือเฟือ เอกภาพพูดอย่างชัดเจนว่า

"ที่ผมบอกว่าเงินเดือนตำรวจไม่มากแต่ไม่ได้ หมายความว่าผมไม่พอใช้นะครับ ผมมีความสุขกับสิ่งที่มีและเป็นอยู่ แค่นี้ก็พอแล้วครับ" เอกภาพชวนให้กรกชสั่งอาหารเพราะเขาต้องรีบกลับไปทำงานก่อนที่คนร้ายจะวางแผน เลวๆกันอีก กรกชถึงกับสะอึก...

ทุกคนที่หน่วยดีใจที่เอกภาพพ้นผิด แต่ก็แปลกใจที่กรกชเป็นคนช่วย เอกภาพเองก็ไม่เข้าใจ "ผมก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก ท่านชาลีบอกแค่ว่าคุณกรกชทำให้นายยอดชายถอนฟ้อง แต่อีท่าไหนนี่ไม่รู้เหมือนกัน"

"ลงผู้หญิงอย่างคุณกรกชเดินเข้าหารองทั้งๆที่รู้อยู่ว่า

อยู่กันคนละขั้วแบบนี้ คงต้องมีแผนการอะไรแน่ๆเลยค่ะรอง" วรัญญาตั้งข้อสังเกต

"ผม ก็คิดแบบนี้เหมือนกันแหละหมวด เพียงแต่ว่าต้องดูกันไปว่าคุณกรกชมีแผนจะทำอะไรกันแน่ แต่ถ้าจะเอาเรื่องบุญคุณมาบีบให้ผมเกียร์ว่างล่ะก็ไม่สำเร็จแน่นอน ถึงเขาไม่เข้ามาช่วย ผมก็ต้องรอดอยู่แล้วเพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด" เอกภาพพูดอย่างมั่นใจ...

ในขณะที่กรกชยังมั่นใจว่าผู้หญิงกับเงินจะ เอาชนะผู้ชายได้ แต่ลุงสิงห์เกรงว่าจะเอาชนะเอกภาพไม่ได้ "อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คุณหนูคิดนะครับ เลือดพ่อมันแรง รักษาหน้าที่ยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก ลุงไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างเอกภาพมันจะยอมเป็นพวกเราง่ายๆ"

"ไม่ต้องถึงกับเป็นพวกหรอกค่ะลุง ขอแค่ยอมปิดหูปิดตาแล้วเปิดทางให้เราบ้างก็พอ..."

ยอด ชายได้เงินจากกรกชจำนวนมาก นำมาทำธุรกิจ สิริมาศมาขอสัมภาษณ์ว่าเป็นธุรกิจอะไร ยอดชายยืดอกตอบ "บอกได้ครับไม่มีปัญหา เพราะผมจับอะไรต้องโปร่งใสบริสุทธิ์อยู่แล้วครับ ธุรกิจที่ทำนี่เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรก ในเมืองไทยครับ รับรองว่าเราเป็นเจ้าแรกจริงๆ..."

พอชาญยุทธ์รู้ว่ากรกชใช้เงินเคลียร์กับยอดชายก็แปลกใจว่าเล่นแผนไหน ยิ่งมารู้ว่ายอดชายทำธุรกิจใหญ่โตก็คิดว่าคงสร้างภาพ...

ooooooo
กลับไปยังรายบอร์ด