กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15

เช้าวันรุ่งขึ้น มัดไหมรู้สึกตัวขึ้นมา ตกใจเมื่อเห็นรามิลฟุบหลับอยู่ข้างๆ เธอค่อยๆขยับตัว แต่เขาก็ตื่นขึ้นจนได้ เธอจึงถามว่าเขามาทำอะไรตรงนี้ รามิล เริ่มเก้อไม่รู้จะอธิบายอย่างไร  คิดหาข้อแก้ตัวว่า  "ก็หนูนาน่ะ  ดันไปหลับห้องฉันน่ะสิ  ฉันก็เลยไม่รู้จะไปนอนที่ไหน"

"แล้วหนูนาไปหลับห้องพี่เรได้ไง"

"เฮ้ย...นี่ถามอะไรซักไซ้จริง ฉันไม่ใช่นักโทษนะ แล้วนี่อะไรน่ะ ทำไมมาตื่นเอาป่านนี้ เมื่อคืนจะปลุกไล่ไปนอนที่อื่นทำเป็นไม่รู้สึกตัว"

"ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ เดี๋ยววันนี้มัดไหมก็จะกลับไร่แล้ว" มัดไหมพูดอย่างน้อยใจ

"กลับไร่ กลับได้ยังไง ขาก็เดี้ยง แผลเต็มตัว แถมยังป่วยแบบนี้"

"ก็คงดีกว่าได้แผลใหม่ที่นี่แน่ๆ"

รามิลโกรธสั่งเสียงเฉียบไม่ให้เธอกลับ ถ้ากลับเขาจะไปลากจากไร่มาอีก ว่าแล้วก็เดินปึ่งๆออกไป มัดไหมไม่เข้าใจในตัวเขาเลย...

เมื่อได้แกล้งทำร้ายมัดไหม อัจฉราวดีก็มีความสุขแถมรามิลยังรับปากแต่งงานกับเธอด้วย อิทธิพลไม่อยากเชื่อ "ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ที่พ่อพูด พ่อก็แค่ไม่อยากให้ลูกเสียใจ"

"ไม่อยากให้อัจเสียใจ หรือกลัวแผนการที่พ่อวางไว้ จะล่มกันแน่คะ"

อิทธิพลฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมา บอกลูกสาวว่าเขาไม่กลัวล่มเพราะเขามีแผนสำรองอยู่แล้ว อัจฉราวดีไม่ค่อยพอใจ จึงบอกว่าวันนี้เธอนัดนักข่าวมาแถลงข่าวการแต่งงาน เพื่อให้สื่อเป็นพยาน รามิลไม่กล้าเบี้ยวคงไม่ต้องใช้แผนสำรอง อิทธิพลมองอัจฉราวดีอย่างเอือมระอา

อัจฉราวดีโทรศัพท์ไปนัดรามิลมาที่บ้านเพื่อแถลงข่าว รามิลอ้างไม่ว่างแต่เธอก็ไม่ยอมฟัง...วันนี้รามิลมีงานใหญ่ที่ต้องจัดการ เขากลับไปทำงานและเปลี่ยนเลขาฯหน้าห้องใหม่ อิทธิพลมาถึง แปลกใจที่เลขาฯเปลี่ยนไป พอเข้ามาในห้องทำงานก็พบรามิลนั่งเซ็นเอกสาร มีดนุพันธ์ยืนขนาบข้าง รามิลพูดกับดนุพันธ์

"อันนี้เป็นเอกสารด่วนนะ ยกเลิกการสร้างตึก แล้วก็นี่เป็นใบชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องเทขายหุ้นว่าไม่เป็นความจริง ฝากจัดการด้วยนะเพื่อน"

"คุณสองคนกำลังคิดจะทำอะไรกัน" อิทธิพลตกใจมองสองคนไปมา

"ต้องขอบคุณคุณอิทธิพลมากเลยนะครับ ที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาคุณช่วยมารับผิดชอบงานแทนผม แต่ว่าตอนนี้ผมสามารถทำงานได้แล้ว"

"แปลว่า...กลับมาจำได้แบบปกติแล้วงั้นเหรอ"

"เรื่องนั้นมันไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ผมรู้ว่าใครทำอะไรลงไปบ้าง"

"หมายความว่าไง แกจะว่าฉันยักยอกเงินบริษัทเหรอ"

รามิลว่าอิทธิพลอย่าเพิ่งร้อนตัว และเสนอว่า "เอางี้มั้ยครับคุณอิทธิพล ถ้าคุณอยากร่วมกันบริหาร ผมจะให้คุณเป็นรองประธาน ร่วมกับดนุพันธ์เพื่อนผม"

"จะให้ฉันไปอยู่ตำแหน่งเดียวกับนายนี่ได้ยังไง มันไม่มีหุ้นส่วนแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว"

ดนุพันธ์ย้อนถามว่าจะขายหุ้นให้เขาบ้างไหม อิทธิพลโวยหาว่าลบหลู่ พอรามิลบอกว่าเขามีสิทธิ์ขาด อิทธิพลก็อ่อนลงไม่นานก็จะมาเป็นลูกเขยเขาแล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่ รามิลจึงพูดชัดเจน และหนักแน่นว่า...เขาไม่มีวันแต่งงานกับอัจฉราวดี อิทธิพลตกใจหน้าซีด

"แกจะไม่แต่งงานกับลูกสาวฉัน แล้วที่แกไปเตรียมงานต่างๆคืออะไร"

"คุณมีแผนผมก็มีแผนเหมือนกัน คิดว่าผมจะหลงเชื่อกลลวงง่ายๆแบบนั้นเหรอ"

"แกถือดียังไงมาทำกับครอบครัวฉันแบบนี้" อิทธิพลโกรธมาก

"แล้วคุณล่ะ กล้าดียังไงมาโกงธุรกิจของครอบครัวผม"

"แกคิดผิดแล้วที่ทำกับฉันแบบนี้ แล้วแกจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต" อิทธิพลจะเอาเรื่อง

อิทธิพลกลับออกไป ดนุพันธ์เตือนว่าประกาศสงครามแบบนี้จะดีหรือ รามิลไม่หวั่น...

ในขณะที่อัจฉราวดีต้อนรับนักข่าวที่มารอฟังแถลงข่าว แต่จนแล้วจนรอดรามิลก็ยังไม่มา เธอจึงต้องแถลงข่าวคนเดียว บอกนักข่าวว่าเรื่องบุคคลที่สามไม่เป็นความจริงเลย เธอกับ

รามิลจะแต่งงานกันอย่างแน่นอน พอนักข่าวกลับไป เธอโทร. หารามิล เขาปิดเครื่อง จึงคว้ากระเป๋าจะออกไปหา พอดีอิทธิพลกลับมาจึงห้ามไว้ อัจฉราวดีไม่ฟังเสียงจึงถูกตบหน้าเตือนสติ

"จะไม่จริงได้ยังไง ก็มันตะโกนแหกปากต่อหน้าฉัน ว่ามันไม่มีวันแต่งงานกับแก"

"ไม่จริง...เรเค้ารักอัจ คุณพ่อไม่รู้เรื่องอะไรหรอก"

อิทธิพลโมโหให้ไปถามรามิลเอาเอง อัจฉราวดีคว้า กระเป๋าออกไปด้วยความโกรธ...ขณะนั้น มัดไหมกำลังดูแถลงข่าวของอัฉราวดีในทีวี เธอเสียใจแต่พอรามิลเดินเข้ามา เธอรีบปิดทีวี รามิลมาแย่งรีโมตจะเปิดดู ทั้งสองยื้อแย่งกันจนรามิล

ล้มทับบนตัวมัดไหม อัจฉราวดีเข้ามาเห็นก็เจ็บใจมาก "นี่น่ะเหรอคะธุระของเร"

อัจฉราวดีวีนใส่มัดไหมหาว่าเป็นต้นเหตุให้รามิลไม่ไปแถลงข่าว รามิลกันไม่ให้อัจฉราวดีทำร้ายมัดไหม เธอจึงโวยถามว่าที่อิทธิพลบอกว่าเขาจะไม่แต่งงานกับเธอไม่จริงใช่ไหม รามิลตอบว่าจริง อัจฉราวดีชะงัก มองหน้ารามิลแล้วถามถึงเหตุผล

"อัจก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าการแต่งงานมันเป็นแผนที่อัจกับพ่อวางกันไว้"

"อัจไม่เกี่ยวนะคะ อัจอยากแต่งเพราะอัจรักเร ไม่เกี่ยวกับพ่อเลยนะคะ อัจไม่เคยวางแผนอะไรเลย"

รามิลให้อัจฉราวดียอมรับความจริง อัจฉราวดีจะไปเคลียร์กับอิทธิพลให้ รามิลจึงต้องพูดความจริงที่ทำให้เธอเจ็บปวดมากว่า "เหตุผลหลักมันคือ ผมไม่ได้รักอัจ"

อัจฉราวดีกรีดเสียงร้องโทษมัดไหมเป็นต้นเหตุและอาฆาตแค้น ก่อนจะวิ่งกลับไป...มัดไหมอึ้งหันมาถามรามิลว่าจำความได้แล้วหรือ รามิลทำเป็นโวยว่าเขากำลังเครียด อย่ามาถาม

ooooooo

อิทธิพล ได้รับแจ้งว่างานของเขาถูกรามิลเซ็นยกเลิกโครงการหมด แถมกว้านซื้อหุ้นบริษัทที่สิงคโปร์ ไว้มากกว่าเขา อิทธิพลแค้นใจมาก ยิ่งพอได้ฟังเรื่องจากอัจฉราวดีอีก จึงโทร.สั่งลูกน้องมารับคำสั่งและบอกอัจฉราวดีให้ทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง เพื่อแก้แค้นและเอาบริษัทคืน

หนังสือพิมพ์พาดข่าวว่า...รามิลบริหารบริษัทใหญ่ล้มไม่เป็นท่า ขาดทุนยับ ลูกค้าถอนหมด...พิศมัยได้อ่านถึงกับช็อกโรคหัวใจกำเริบ ต้องส่งโรงพยาบาล รามิลมาทำงานตามปกติเห็นพนักงานซุบซิบก็แปลกใจจึงถามเลขาฯ ถึงได้รู้ว่ามีเรื่องข่าวและทำให้ลูกค้าสามรายจะถอนตัว รามิลเห็นข่าวที่ลงไม่เป็นความจริงจึงให้เลขาฯเอาผลประกอบการย้อนหลังออกมา แต่เลขาฯพบว่าข้อมูลหายไปหมด รามิลเครียดจัด พลันอิทธิพลโทร.เข้ามาเย้ย

"เข้าใจการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากแล้วรึยัง"

"คุณคิดว่าคุณบีบผมแบบนี้แล้วผมจะยอมคุณง่ายๆงั้นเหรอ"

"แล้ว แกคิดว่าเอกสารที่แกเซ็นยกเลิกโครงการแค่แกรกเดียว มันจะล้มคนอย่างฉันได้เหรอ" พอรามิลถามว่าต้องการอะไรจากเขา อิทธิพลก็บอกว่าทุกอย่างจากครอบครัวรามิล

"คุณไม่มีวันได้มันไป"

"แกก็คอยดูละกันว่าฉันทำอะไรได้บ้าง เริ่มจากย่าแกก่อนเลย ภรรยาผู้ก่อตั้งบริษัทตอนนี้กำลังจะตายเพราะแกแล้ว"

รา มิลตกใจ ทันใด...นาตาชาโทร.มาบอกเรื่องพิศมัยเข้าโรงพยาบาล รามิลรีบไปทันที...แม่แก้วซักถามเรื่องในข่าว เขาจึงบอกว่าทุกอย่างไม่เป็นความจริง

"แม่แก้วรู้ว่ามันไม่จริง แต่ข่าวแบบนี้มันก็ทำให้บริษัทเสียหายไม่ใช่เหรอ หรือลูกจะบอกว่าไม่มีลูกค้าโทร.มาถอนธุรกิจ"

รา มิลพูดไม่ออก แต่ขอรับรองว่าเขาจัดการเรื่องนี้ได้... รามิลมานั่งเครียดที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล มัดไหมเดินมานั่งด้วย "มีอะไรที่มัดไหมพอจะช่วยได้รึเปล่าคะ"

"อยู่ให้ห่างจากเรื่องนี้ไว้น่ะดีแล้ว"

มัด ไหมอ้างว่าเธอเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ รามิลเอ็ดมัดไหมอย่าหลงตัวเองว่าสำคัญขนาดนั้น มัดไหมย้อนว่าเขาก็อย่าหลงตัวเองว่าเก่งขนาดปราบมังกรได้คนเดียว รามิลโมโหสั่งเธอให้อยู่ห่างเรื่องนี้ ดนุพันธ์กับนาตาชาเดินเข้ามาสมทบ ดนุพันธ์เตือนรามิลไม่ควรเป็นศัตรูกับอิทธิพล รามิลส่งซิกให้ดนุพันธ์หยุดพูดแล้วดึงตัวออกมากระซิบ

"อย่าให้ยัยหนูนากับมัดไหมเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เลย ฉันฝากเรื่องหาหลักฐานแกที ป่านนี้ที่บริษัทคงวุ่นแย่แล้ว"

ดนุ พันธ์จึงเข้าไปจัดการเรื่องที่บริษัทให้ แต่พอเข้ามาก็พบอิทธิพลกับลูกน้องอีกสามสี่คนอยู่ในห้องทำงานรามิล อิทธิพลบอกว่าแค่อยากมาผูกมิตร เขาต้องการข้อมูลทั้งหมดของบริษัท พร้อมกับความเคลื่อนไหวของรามิลทุกย่างก้าวจากดนุพันธ์   ดนุพันธ์หัวเราะหึๆย้อนถามว่าถ้าเขาไม่ให้จะฆ่าเขาอย่างนั้นหรือ อิทธิพลกลับบอกว่าแบบนั้นง่ายเกินไป เข้าหันจอโน้ตบุ๊กให้ดนุพันธ์ดู เป็นภาพนาตาชาเดินอยู่ในโรงพยาบาล เธอเดินหันรีหันขวางเหมือนรู้สึกว่ามีคนตาม แล้วเธอก็กดมือถือมาหาดนุพันธ์ "พี่ตนุอยู่ไหนคะ"

ดนุพันธ์ถูกปืนจ่อหัวอยู่ "เอ่อ...กำลังเคลียร์งานที่ออฟฟิศ"

นา ตาชาจึงบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนมีคนตาม  เสร็จงานแล้วให้มารับเธอด้วย พอวางสายดนุพันธ์ตัดสินใจอย่างยากลำบาก เพราะสิ่งที่อิทธิพลต้องการนั้นต้องแลกกับชีวิตนาตาชา...

พอรามิลออ กจากห้องไอซียูหลังจากเยี่ยมพิศมัยก็เจออัจฉราวดีรออยู่ เขาอึ้งที่เธอยังกล้ามา อัจฉราวดีมาเยาะเย้ย "งานแต่งงานของเรามักจะยกเลิกก็ต่อเมื่ออัจเป็นคนยกเลิกมันเอง จำไว้ด้วย เตรียมตอบคำถามนักข่าวไว้ให้ดีเถอะ เพราะถ้าคำตอบไม่ถูกใจ อัจก็ไม่รับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวรามิลอีก..."

รามิ ลเครียดกลับมาบ้าน ยิ่งนึกถึงที่พิศมัยฝากให้ดูแลบริษัทที่เธอสร้างมากับปู่ และยังคำขู่ของอิทธิพลและอัจฉราวดี เขาเผลอระบายอารมณ์กวาดข้าวของบนโต๊ะลงเกลื่อนกระจาย เศษแก้วบาดมือ มัดไหมวิ่งเข้ามาเห็น "ทำลายข้าวของแบบนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกค่ะ"

มัด ไหมทำแผลให้ รามิลเมินหน้าหนีบอกมัดไหมให้ดูแลตัวเองและพิศมัยให้ดี พลันดนุพันธ์โทร.เข้ามา เขาจึง ปลีกตัวออกไปคุย มัดไหมพยายามเงี่ยหูฟัง ดนุพันธ์บอกรามิล ว่าข้อมูลบริษัทหายหมด ไฟล์ก็ถูกลบ รามิลจึงบอกว่าเขาจะไปเอาข้อมูลคืนเอง ดนุพันธ์เห็นว่าไม่น่าไปคนเดียว แต่รามิลต้องการข้อมูลมาแถลงข่าวให้เร็วที่สุดก่อนที่ลูกค้าจะถอนตัวหมด

อิทธิพล ฟังการสนทนาแล้วหัวเราะร่า "เพื่อนหน้าโง่ ของแกจะเข้ามาทำอะไรฉันได้ นึกว่ามันมากราบเท้าสองสามที แล้วจะได้ของที่ต้องการกลับไปเหรอ โง่จริงๆ"

ดนุพันธ์มองปืนที่วางทับรูปนาตาชาข้างเอกสารที่รามิลต้องการจึงไม่กล้าทำอะไร

ooooooo

อยู่ บ้านเดียวกัน แต่มัดไหมยังโทร.หานาตาชานัดออกไปคุยกันนอกบ้าน เพราะเกรงรามิลได้ยิน เพราะเธอให้นาตาชาหาที่อยู่ของอัจฉราวดีให้โดยไม่บอกว่าจะทำอะไร...พอแยกกับ มัดไหม นาตาชารู้สึกตัวว่ายังโดนสะกดรอยตามอยู่จึงลัดเลาะหลบหนีขึ้นแท็กซี่ไปได้

คาด การณ์แล้วว่ามัดไหมจะต้องบุกมา อัจฉราวดีเตรียมน้ำกรดไว้รอท่า ดนุพันธ์ได้ยินเป็นกังวลอย่างยิ่ง จึงขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อแอบโทร.เตือนมัดไหม แต่เพราะเขาต้องกระซิบ มัดไหมจึงไม่ได้ยินและบอกว่าเธอกำลังทำธุระ เสร็จแล้วจะ โทร.หา...จริงๆแล้วมัดไหมยืนอยู่หน้าบ้านอัจฉราวดี สาวใช้ ออกมาเจอจึงถามว่ามาหาใคร

"เอ่อ...ฉันเป็นเพื่อนกับอัจฉราวดีน่ะ พอดีวันนี้เค้านัดให้ฉันมาหาที่บ้าน"

สาว ใช้บอกว่าอัจฉราวดีไม่อยู่ มัดไหมจึงขอเข้าไปรอ สาวใช้ต้อนรับจนผิดสังเกต เปิดโอกาสให้เธอแอบค้นหาเอกสาร อัจฉราวดีและสมุนเข้ามาเอาปืนจ่อ อิทธิพลเดินเข้ามาพร้อมดนุพันธ์ มัดไหมตกใจมาก "นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ยพี่ดนุพันธ์"

ดนุพันธ์ก้มหน้างุดไม่ กล้าสบตา เสียงแตรรถดังขึ้นพอดี อิทธิพลหัวเราะร่าเพราะรู้ว่าเป็นเสียงรถของรามิล เขารีบออกไปต้อนรับ "วันนี้มันวันอะไร ถึงทำให้นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมาเยี่ยมผมถึงบ้านได้"

"ผมมาเอาเอกสารของออฟฟิศผมคืน"

อิทธิพล เชื้อเชิญให้เข้ามานั่งดื่มกาแฟก่อน นาตาชาแอบตามรามิลมา เห็นเขาเข้าบ้านไปกับอิทธิพลจึงรีบถ่ายภาพไว้เป“นหลักฐาน และยังตามมาแอบบันทึกภาพตรงหน้าต่างอีก

รามิลพูดตรงประเด็นทันที ขอเอกสารคืนแต่อิทธิพลกลับหัวเราะเยาะ "คิดว่าที่ฉันทำมาทุกอย่างเพื่อให้แกมาพูดขอกันง่ายๆแบบนี้เหรอ"

"บริษัทนี้เป“นบริษัทเดียวของครอบครัวผม"

"ก็เพราะมันเป“นบริษัทเดียวของครอบครัวแกไงฉันถึงต้องการ"

"ผมไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงจองล้างจองผลาญผมถึงขนาดนี้"

"มัน ไม่ใช่แค่แกคนเดียว แต่ทั้งพ่อทั้งปู่แก สูบเลือดสูบเนื้อฉันไปเยอะ แต่นั่นมันก็ผ่านมานานแล้วนะ ฉันยกตัวอย่างง่ายๆเรื่องลูกสาวฉันจะเห็นภาพชัดกว่า แกหลอกลูกสาวคนเดียวของฉัน แค่เหตุผลนี้เหตุผลเดียวก็เกินพอแล้ว"

รามิลนิ่งเงียบ อิทธิพลเสนอให้เซ็นยกบริษัทให้เขา แค่นั้นก็จบ ไม่มีใครเจ็บตัว แต่รามิลยอมไม่ได้ อิทธิพลจึงยื่นคำขาดว่า จะให้พิศมัยตายหรือ...คนที่อัจฉราวดีพาออกมา รามิลตกใจเมื่อเห็นมัดไหมถูกมัดมือมัดปาก นาตาชาตะลึงพยายามบันทึกภาพนั้นไว้ทั้งหมด จนทุกคนถูกพาเข้าห้องทำงาน เธอจึงลัดเลาะตามไปถ่ายผ่านกระจกหน้าต่างอีก แต่แล้วแทบช็อกเมื่อเห็นดนุพันธ์อยู่ในห้องนั้นด้วย

อิทธิพลสั่งคนเอาเอกสารให้รามิลเซ็น รามิลตกใจ "ที่แท้เป็นแกนั่นเองที่เป็นหนอนบ่อนไส้"

ดนุ พันธ์หลบตาไม่กล้ามองแต่บอกให้รามิลเซ็นเสีย... นาตาชารีบกดมือถือแจ้งตำรวจ พลันคนของอิทธิพลออกมาจับได้ "ริทำตัวเป็นนักสืบรึไงสาวน้อย..."

รา มิลยังจ้องดนุพันธ์อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ อิทธิพลหัวเราะชอบใจที่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เขาบอกให้รามิลเซ็นเอกสารแล้วทุกคนจะปลอดภัย รามิลไม่ยอมแถมถ่มน้ำลายใส่หน้า อิทธิพลโกรธมาก "งั้นดี...แล้วแกจะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรกับนังผู้หญิงคนนี้ ไปเอาน้ำกรดมา"

รา มิลกับมัดไหมตกใจ ไม่ทันไร นาตาชาก็ถูกผลักเข้ามา ดนุพันธ์ตะลึงแล้วรีบหลบตา นาตาชาเสียใจด่าว่าเขา เป็นคนเลว อัจฉราวดีกับอิทธิพลสะใจที่ทุกคนรนหาที่เข้ามาเอง อิทธิพลคว้ากล้องของนาตาชามาถอดเมมโมรี่การ์ดออกมาหักทิ้ง แล้วสั่งคนไปเอาน้ำกรดมา อัจฉราวดีขอเป็นคนทำเอง รามิล รีบร้องบอกว่าเขายอมเซ็นทุกอย่างแล้ว

"ไม่นะพี่รามิล อย่ายอมนะ เห็นแก่ย่าน้อยแล้วก็พวกเราเถอะ" นาตาชาห้าม

อิทธิพล ยิ้มพยักหน้าให้ดนุพันธ์เอาเอกสารให้รามิล เซ็น รามิลจับปากกามือไม้สั่น เขาจดปากกาเซ็นให้ อิทธิพลหัวเราะลั่น รามิลบอกให้ปล่อยมัดไหมกับนาตาชาไปได้แล้ว

"คนอื่นอัจปล่อยก็ได้ค่ะ แต่นังมัดไหม อัจขอไว้คนนึง เพราะถ้ายังมีมันอยู่ งานแต่งของเราคงจะไม่เกิดขึ้นใช่มั้ยคะ หรือพี่รามิลจะเถียง" เมื่อเห็นรามิลนิ่ง อัจฉราวดียิ่งโกรธ "ก็มาคอยดูกันว่าระหว่างอัจกับนังมัดไหมที่คราวนี้หน้าจะเละสมใจจริงๆพี่รา มิลจะเลือกใคร"

อัจฉราวดีหยิบขวดน้ำกรดขึ้นมาสาดใส่มัดไหม รามิล กระโดดเอาตัวมาบังจึงโดนน้ำกรดเข้าเต็มหน้า ลงไปนอนทุรนทุรายกับพื้น อัจฉราวดีกรีดร้องสุดเสียงว่าเธอไม่ได้ทำก่อนจะวิ่งไป อิทธิพลสั่งสมุนปล่อยทุกคนไปเพราะได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ก่อนจะหัวเราะสะใจออกไป

มัดไหม นาตาชารีบมาดูรามิล ดนุพันธ์จะช่วยพยุง นาตาชาผลักเขาออกและไล่ให้ออกห่าง ดนุพันธ์เสียใจก้มหน้าเดินออกไปจากห้อง...รามิลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มีผ้าพันหน้านอนอยู่ในห้องพักฟื้น มัดไหมนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง คร่ำครวญว่า

"พี่รามิลยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมัดไหมทำไม มันไม่คุ้มเลย มันต้องไม่จบแบบนี้สิ ต้องมีสักทาง ต้องมีทางที่มัดไหมจะช่วยพี่รามิลได้" พลันมัดไหมก็คิดออก เธอหยิบมือถือมากด....

มัดไหมนัดอิทธิพลมาพบ เพื่อเจรจาให้ครอบครัวรามิล ได้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัทอยู่บ้าง แล้วจะให้เธอทำอะไรเธอยอมทุกอย่าง อิทธิพลยอมรับข้อเสนอโดยให้มัดไหมไปให้ไกลที่สุดไม่ต้องกลับมาเจอรามิลอีก มัดไหมกลั้นใจตอบตกลง...เธอกลับมายืนมองรามิล กุมมือเขาเพื่อบอกลา แล้วกลับไร่มนตรา เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางด้วยน้ำตานองหน้า

ooooooo

วัน ต่อมา อิทธิพลจัดงานแถลงข่าวสื่อมวลชนและนักธุรกิจมากหน้าหลายตา ในโรงแรมหรู อัจฉราวดีให้ข่าวว่างานแต่งงานของเธอเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด นักข่าวถามเหตุผล เธอเมินหน้าพูดคนเดียว...จะให้เธอพูดหรือว่าเพราะรามิลหน้าเละไม่เหลือความ หล่ออีกแล้ว...

อิทธิพลก้าวขึ้นพูดบนเวที "จากที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลายฉบับนะครับ เรื่องการบริหารที่ล้มเหลวของคุณรามิล ทิพยคาถา ซึ่งวันนี้ผมได้เป็นตัวแทนมาชี้แจงให้กับทุกท่านได้เข้าใจตรงกัน ว่าผลประกอบการที่ออกมาในข่าวนั้นเป็นจริงทุกประการ แต่ก็ไม่อยากให้ลูกค้าทุกท่านตกใจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของบริษัทเรา..."

เสียง อิทธิพลถ่ายทอดสดทางวิทยุซึ่งมัดไหมกำลังนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน อิทธิพลกล่าวหาว่าจากการที่รามิลบริหารล้มเหลว ส่งผลให้เขากลายมาเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว

"โดยคุณรามิลได้ยอมรับ ผิดด้วยการเซ็นโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้เป็นสิทธิ์ขาดของผม   และผมมีหน้าที่ในการบริหารงานอย่างเต็มรูปแบบ   โดยคุณรามิลจะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยเท่านั้น แล้วก็อย่างที่ทราบกันว่าผมก็บริหารบริษัททั้งเมืองไทยและต่างประเทศ ผมจึงไม่อยากให้ลูกค้าทุกท่านตกใจกับข่าวที่ออกไป เพราะผมจะเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ"

ทุกคนฮือฮากับสิ่งที่ อิทธิพลพูด...มัดไหมทนฟังไม่ไหวขอให้โชเฟอร์ช่วยปิดวิทยุแล้วนั่งเหม่อ มองออกไปนอกหน้าต่างน้ำตาคลอ...ด้านการแถลงข่าว นักข่าวยังรุมสัมภาษณ์อิทธิพลขอดูหลักฐานที่รามิลเซ็นโอนหุ้นให้ เขาจึงหยิบแฟ้มเอกสารยื่นให้นักข่าวดูกัน มีลูกค้ารายหนึ่งพอเห็นลายเซ็นรามิลก็ท้วงขึ้น
"นี่มันไม่ใช่ลายเซ็นคุณ รามิลนี่ ผมจำลายเซ็นคุณรามิล ได้...นี่ผมเอาเอกสารที่ติดต่อกับคุณรามิลมาด้วย ลายเซ็นคุณรามิลเป็นแบบนี้ต่างหาก"

"แต่นี่เค้าเซ็นต่อหน้าผมเลยนะครับ...ไอ้รามิล แกหักหลังฉัน"

พอ นักข่าวเห็นต่างฮือฮาเอาเอกสารมาเปรียบเทียบกัน อิทธิพลหน้าซีด พลันจอโปรเจกเตอร์บนเวทีเปิดขึ้น ดนุพันธ์ เดินขึ้นเวทีมา ยืนยันว่านั่นไม่ใช่ลายเซ็นรามิล พร้อมฉายเอกสารที่มีลายเซ็นที่แท้จริงของรามิลขึ้นจอเทียบกับเอกสารของ อิทธิพลที่ให้ทุกคนดู และยังมีเอกสารผลประกอบการ "...แล้วดูตรงที่ผมชี้นะครับ นี่คือตัวเลขในไตรมาสล่าสุดของบริษัท ที่ได้กำไรถึงหนึ่งพันแปดร้อยล้านบาท ซึ่งมากที่สุดในรอบสามปี"

"แก...ไอ้ดนุพันธ์..."

"ดัง นั้นข่าวที่ลงไปเมื่อวันก่อนจึงไม่เป็นความจริงเลย ที่คุณรามิลบริหารธุรกิจขาดทุนมันเป็นแค่ข่าวลือที่ถูกปล่อยจากบริษัทคู่ แข่งเท่านั้น"

อิทธิพลแทบช็อก นักข่าวยิงคำถามว่าอิทธิพลโกหกทั้งหมดหรือ ดนุพันธ์ให้คิดกันเอาเอง ไม่ทันไร...นาตาชาเดินขึ้นมาเสริมอีกคน "ยังไม่เท่านั้นนะคะ ดิฉันยังมีหลักฐานสำคัญของคุณอิทธิพลและลูกสาว ซึ่งก็คือคุณอัจฉราวดีทำร่วมกันอีกด้วยค่ะ"

นาตาชาเอาภาพที่เธอ บันทึกตอนรามิลเข้าไปหาอิทธิพลที่บ้าน ตลอดไปจนถึงตอนถูกบังคับให้เซ็นเอกสาร แม้เมมโมรี่ในกล้องของเธอจะถูกอิทธิพลทำลายไปแล้ว แต่ภาพในมือถือของเธอที่แอบบันทึกไว้ยังมี และมีภาพอัจฉราวดีขู่จะสาดน้ำกรดมัดไหมด้วย...อัจฉราวดีพยายามแทรกตัวหนีนัก ข่าว นาตาชาประกาศว่านี่เป็นคดีอาญา

"เรื่องสำคัญแบบนี้ ทำไมคุณรามิลถึงไม่มาแถลงข่าวเองล่ะคะ" นักข่าวถาม

ดนุพันธ์กับนาตาชามองหน้ากัน พลันรามิลเดินออกมา "ทำไมจะไม่มาล่ะครับ"

อิทธิพล กับอัจฉราวดีตกตะลึง เพราะใบหน้ารามิลไม่มีแผลจากน้ำกรดแม้แต่น้อย...รามิลกับดนุพันธ์เล่าว่า  ตอนที่ดนุพันธ์ถูกบังคับให้ร่วมมือด้วย พอเขาได้ยินว่าอัจฉราวดีจะสาดน้ำกรดใส่มัดไหม  เขาจึงทำทีขอเข้าห้องน้ำ  แล้วโทร.หา

รามิล...จากนั้นก็แอบเข้าไปเทน้ำกรดทิ้ง กรอกน้ำลงไปแทน...

ooooooo
ตอนที่ 16

สองพ่อลูก อิทธิพลกับอัจฉราวดีมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หาทางหนี รามิลประกาศให้นักธุรกิจทุกคนรับรู้ว่า เขายังบริหารงานบริษัทต่อไป และไม่มีการ เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใดๆทั้งนั้น ตำรวจเดินเข้ามา รามิลเชื้อเชิญให้จัดการตามหน้าที่ได้เลย สองพ่อลูกตกใจพากันวิ่งหนี...

"น่ากลัวจริงๆเลยคนพวกนี้ สองคนนี้มีแผนอะไรไม่บอกหนูนาเลยนะ ทำให้หนูนาเข้าใจผิดพี่ตนุแทบแย่"

นาตาชาต่อว่ารามิลกับดนุพันธ์

"เราน่ะก็ร้ายไม่ใช่ย่อย แอบถ่ายคลิปไว้ไม่บอกใคร ซักคำ"

"ก็หนูนาซะอย่าง..." นาตาชาโอ่บ้าง

พลันรามิลคิดถึงมัดไหมขึ้นมา "เมื่อคืนเค้ามาลาอะไรพี่ซักอย่าง ไม่รู้ว่าจะไปไหน"

นา ตาชาสงสัยว่าคงกลับไร่ รามิลรีบรุดออกไป...เขาขับรถมุ่งไปไร่มนตรา ระหว่างทางโทร.หาติ๋ม ถามหามัดไหมจึงได้รู้ว่ามัดไหมกำลังเดินทางไปอเมริกา รามิลตกใจรีบวกรถเปลี่ยนเส้นทางไปสนามบินทันที เขาบึ่งรถแซงคันนั้นคันนี้ไปบนถนนพึมพำ "รอก่อนนะมัดไหม"

ในขณะที่มัดไหมกำลังมองดูตารางเที่ยวบิน แล้วมายื่นตั๋วให้พนักงาน ในใจเธอคิดแต่คำว่า...ลาก่อนพี่รามิล...

รา มิลวิ่งเข้ามาในสนามบิน ไม่ลืมที่จะถือผ้าก๊อซพันหน้าไปด้วย เพื่อให้มัดไหมเข้าใจว่าหน้าเขายังเละ รามิลรีบมองที่ตารางการบิน พบว่าไฟลท์ของมัดไหมออกไปแล้ว เขายืนเศร้าหมดอาลัยตายอยาก ปล่อยชายผ้าก๊อซลากยาวลงพื้น เดินคอตกไป มีเสียงดังตามหลังเขาว่า

"คุณคะ คุณ...ผ้าก๊อซคุณน่ะ..."

"ช่างมันเถอะ" รามิลพูดโดยไม่หันไปมอง

"แต่มันสร้างความลำบากให้คนอื่นด้วยนะ คุณควรจะพันให้เรียบร้อย..."

รา มิลคุ้นเสียงหันขวับมามองเห็นเป็นมัดไหมก็ดีใจ มัด ไหมเห็นหน้ารามิลเสี้ยวเดียวก็ตกใจรีบถามว่าเขาหายแล้วหรือ แล้วมาทำอะไรที่นี่ รามิลรีบร้องโอดโอยทำเป็นยังเจ็บอยู่ ไม่ทันไร ชายผ้าก๊อซก็เข้าไปติดล้อรถเข็นกระเป๋า ทำให้ดึงผ้าก๊อซที่หน้ารามิลหลุดออกมาหมด

"นี่มันอะไรกันคะเนี่ย" มัดไหมเห็นหน้ารามิลเต็มๆก็ตกใจ

"แหะๆเรื่องมันยาว มีเวลาฟังรึเปล่าล่ะ..."

สายตามัดไหมโกรธขึ้งขณะนั่งฟังรามิลเล่าเรื่องทั้งหมด "นี่หมายความว่าทั้งหมดเป็นแผน โดยที่ไม่มีใครบอกมัดไหมเลยงั้นเหรอคะ"

"ก็บอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้"

"ไม่มีใครบอกมัดไหมเลยยังพอเข้าใจได้ แต่เมื่อกี้ที่พี่เรทำว่าพันผ้าเหมือนกับโดนน้ำกรดสาดมาจริงๆ มันหมายความว่ายังไง"

"ก็กะว่าจะล้อเล่นขำๆ"

"ล้อเล่นขำๆบนความเป็นห่วงของคนอื่นอย่างนั้นน่ะเหรอ"

"เฮ้ย พูดแบบนี้ได้ไง เรายังมีคดีกันอยู่นะ ที่ตอน

มัดไหม..." รามิลลืมตัวโวยแล้วนึกได้ว่ามัดไหมยังไม่รู้ว่าเขาจำอะไรได้แล้ว "เปล่าไม่มีอะไร..."

"ตอนมัดไหมแกล้งหลอกพี่เรเหรอ ใช่มั้ยคะ พี่เรความจำกลับคืนมาแล้วหรอ"

"ความจำ...อะไร เธอเคยหลอกฉันด้วยเหรอ" รามิล ทำไม่รู้เรื่อง

มัดไหมเริ่มสงสัยแต่พยายามไม่คิดอะไร "เอาเถอะ ยังไงมัดไหมก็ขอบคุณพี่เรนะคะ ที่ช่วยมัดไหมไว้ตลอดเลย"

"เอากองไว้ตรงนั้นแหละ" รามิลแกล้งพูดเหวี่ยงๆให้มัดไหมเข้าใจว่าไม่พอใจ...

กลับมาบ้านทิพยคาถา มัดไหมซักไซ้เรื่องราวจาก

นาตาชาและดนุพันธ์ "แล้วพี่เรไปทำงานได้แบบนี้ แปลว่า ความจำเค้ากลับมาแล้วเหรอ"

นา ตาชามองหน้าดนุพันธ์ ไม่รู้จะตอบอย่างไร พอดีรา มิลเดินมาถามคุยอะไรกันอยู่ นาตาชารีบเตือน "หนูนาว่าช่วงนี้พี่เรระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะคะ เล่นไปมีเรื่องกับเจ้าพ่อแบบนั้น"

"โห...นี่แกเล่นมาเล่าซะหมดแบบนี้" รามิลมองหน้าดนุพันธ์

ดนุ พันธ์ทำหน้าแหยๆบอกว่าเขาเป็นห่วงเลยช่วยหาพยานไว้มากๆ แต่รามิลหาว่าแช่งเขามากกว่า รามิลชำเลืองมองมัดไหมที่มองเขาแต่ไม่พูดอะไร นาตาชารีบบอกว่ามัดไหมก็เป็นห่วง

"ไม่จริงหรอก ถ้าเขาห่วงพี่จริงๆเค้าก็คงบอกพี่เองแล้ว"

นา ตาชาเอือมระอาที่สองคนไม่ยอมเข้าใจกันเสียที... คืนนั้นเธอจึงวางแผน กดมือถือตัวเองออกไปหารามิล รามิลงง "นี่จะโทร.มาทำไมเนี่ย ห้องก็อยู่ใกล้กันแค่นี้"

"อยากรู้อะไรดีๆป่าวล่ะ เงียบๆไว้นะ อย่าเพิ่งวางสาย" นาตาชาบอกแล้วรีบเก็บมือถือตัวเองใส่กระเป๋าไว้

มัดไหมเดินเข้ามาพูดต่อว่านาตาชา "เมื่อกี้เธอไปพูดแบบนั้นได้ยังไง"

"พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

"ก็ที่ว่าฉันห่วงพี่เรน่ะ"

"ก็หรือไม่จริงล่ะ หน้าเธอห่วงกว่าใครเพื่อนเลย"

"ก็ห่วง แต่เค้ารู้ไปจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ตอนนี้พี่เรเค้าเกลียดฉันอย่างกับอะไร"

"นี่เธอสองคนยังไม่คุยกันดีๆอีกรึไง"

"ไปถามพี่เธอดีกว่าว่าจะคุยดีๆกับฉันได้เมื่อไหร่"

"นี่มัดไหม ฉันถามจริงเหอะ ถ้าพี่เรเฉยชากับเธอแบบนี้ ตลอดไป เธอจะยังรักเค้าอยู่มั้ย"

รา มิลตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ นาตาชารบเร้าให้มัดไหม ตอบอย่ามีความลับกับเพื่อน มัดไหมระบายความอัดอั้นทั้งน้ำตา "ถ้าความรักมันห้ามกันได้ก็คงดี แต่ไม่ว่าเค้าจะทำไม่ดีซักแค่ไหน ทำร้ายหัวใจเราซักแค่ไหน ต่อให้รู้ว่าอะไรก็จะไม่มี วันเหมือนเดิม แต่เมื่อมันรักไปแล้ว มันเปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆหรอกเธอก็น่าจะรู้ ทุกๆวันที่ฉันลืมตาขึ้นมา ฉันภาวนาให้ความจำของฉันหายไปบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่เค้าทำกับฉันอีก แต่มันก็ไม่เป็นแบบนั้น"

รา มิลได้ฟังเช่นนั้น ความรักที่เขาเคยให้มัดไหมทั้งหมดเริ่มกลับมา เขาวางโทรศัพท์อย่างตื้นตันใจกับสิ่งที่มัดไหมพูด ...กลางดึกคืนนั้น รามิลแอบเข้ามาในห้องนาตาชา เขามองมัดไหมซึ่งกำลังหลับอย่างซาบซึ้งใจ กระซิบข้างหูว่า...ขอบคุณนะที่รักเขา...ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน

ooooooo

เช้า วันใหม่ มัดไหมตื่นขึ้นมา ไม่เห็นนาตาชา ในห้องแล้ว พบแต่ดอกกุหลาบขาววางอยู่โต๊ะหัวเตียงพร้อมการ์ดขอบคุณจากรามิล มัดไหมงงปนดีใจ

และในวันนั้น อิทธิพลแอบมาจับตัวมัดไหมไปจากที่บ้านด้วยการโปะยาสลบ รามิลโทร.กลับมาหาไม่มีคนรับสายก็กระวนกระวายใจจึงกลับมาบ้าน พบว่ามือถือมัดไหมทิ้งอยู่ในห้องนาตาชา และดอกไม้ที่เขาให้ตกอยู่หน้าบ้าน รามิลเริ่มสังหรณ์ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัดไหม

ขณะที่รามิลกำลังร้อนใจ อิทธิพลโทร.เข้ามา รามิล ถามทันทีว่าเอาตัวมัดไหมไปใช่ไหม

"โอ๊ะโอ...รู้เร็วดีจังนะ"

"แกจับเธอไปทำไม เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย"

"เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าแกคือมารของฉัน นังนี่ก็คือมารของลูกสาวฉันด้วย"

รา มิลตะคอกถามว่าเอามัดไหมไปไหน อิทธิพลให้เดดไลน์สองทุ่มวันนี้ ให้รามิลหามัดไหมให้เจอ มิฉะนั้นเขาจะระเบิดเธอทิ้ง "แต่ถ้าแกแจ้งตำรวจละก็ คงไม่ต้องรอถึงสองทุ่ม ฉันเป่าหัวมันก่อนแน่ หวังว่ากติกาง่ายๆแค่นี้แกคงจะทำได้นะ"

อิทธิพลวางสายด้วยความสะใจ รามิลกลัดกลุ้มแล่นมาหาดนุพันธ์ที่ออฟฟิศ บอกเรื่องมัดไหมถูกจับตัวไป...รามิลให้ดนุพันธ์ช่วยคิดว่าอิทธิพลจะเอาตัว มัดไหมไปไว้ที่ไหน

"เดี๋ยว...แกจำได้มั้ย ที่แกเซ็นยกเลิกโครงการสร้างตึกพันล้านที่อิทธิพลเป็นคนเซ็นแล้วเค้าโกรธ มาก" ดนุพันธ์ สงสัยว่าจะเป็นตึกนั้นที่ขังมัดไหม

รามิลให้รีบเช็กว่าตึกนั้นอยู่ที่ไหน ดนุพันธ์ค้นแฟ้มเอกสารจนเจอ ทั้งสองรีบไป...ทุ่มตรงแล้ว รถรามิลยังติดอยู่บนถนน เขาทนต่อไปไม่ไหว เขาฝากดนุพันธ์ดูแลทุกคนในครอบครัวเขาถ้าเขาเป็นอะไรไป แล้วลงจากรถวิ่งต่อไปเอง...

มัดไหมรู้สึกตัวขึ้นมาพบอิทธิพลกับอัจฉราวดียิ้มเยาะอยู่ "ยังจำบรรยากาศแบบนี้ได้รึเปล่าล่ะ แต่ฉันรับรองว่าคราวนี้มันจะแตกต่างออกไป ถ้าเรมาช่วยแกไม่ได้ แกก็ไม่มีทางรอดไปไหนแล้วล่ะ"

"แต่สิ่งที่รามิลหน้าโง่มันไม่รู้ก็คือ ถ้ามันมาช่วยแกเมื่อไหร่ จากที่ต้องตายคนเดียวก็กลายเป็นสองคน" อิทธิพลหัวเราะหึๆ

อัจฉราวดีเสียงกร้าวหัวเราะใส่มัดไหมว่า ถ้าเธอไม่ได้ รามิล คนอื่นก็ไม่มีวันได้ สองพ่อลูกหัวเราะสะใจ...เวลาผ่านไปทุ่มกว่า ยังไม่ปรากฏวี่แววรามิล อัจฉราวดียิ้มเยาะแล้วชวน อิทธิพลกลับ ค่อยมาเก็บซากศพมัดไหมทีหลัง สองพ่อลูกหัวเราะร่าออกไป

มัดไหมดิ้นรนช่วยตัวเอง ในใจพร่ำเรียกให้รามิลช่วยด้วย รามิลมาถึงตึกร้างนี้ เขารีบวิ่งขึ้นมาเห็นมัดไหมดิ้นไปมา และที่ตัวมีระเบิดผูกติดอยู่ เขาปรี่เข้าไปแก้มัดให้เธอก่อน

"มัดไหมไม่ต้องกลัวนะ พี่มาช่วยแล้ว"

"พี่เรหนีไป มันไม่ทันแล้วล่ะ"

รามิลไม่ยอมไป เขามองหาอุปกรณ์ที่จะมาตัดสายไฟ เห็นเศษกระจกจึงรีบเก็บมา เวลานับถอยหลังไปเรื่อย มัดไหมถามรามิล "พี่เรจะทำอะไร..."

"ตัดสายระเบิด พี่เคยดูในหนัง"

"แล้วรู้เหรอว่าต้องตัดสายไหน" มัดไหมถามอย่างกังวล

รามิลส่ายหน้า แต่ยังให้กำลังใจว่า ถ้าจะเป็นอะไรก็เป็นด้วยกัน รามิลตัดสายไฟสีดำนาฬิกายังไม่หยุด เขาจึงตัดสายสีแดงอีกที นาฬิกาก็ยังเดิน ทั้งสองลุ้นแทบแย่ เหลือสีน้ำเงินกับเหลือง รามิลจึงถามมัดไหมว่าชอบสีอะไร มัดไหมตอบว่า "สีน้ำเงิน..."

"งั้นพี่จะเหลือน้ำเงินไว้   ถ้าเกิดอะไรขึ้นพี่อยากให้มัดไหมรู้ไว้ว่า พี่รักมัดไหมนะ"

รามิลตัดสินใจตัดสายสีเหลืองด้วยเวลาที่เหลือไม่กี่นาที นาฬิกาก็ไม่หยุดอยู่ดี มัดไหมผลักรามิลให้ออกห่าง "พี่เรหนีไป ไป..."

รามิลโผกอดมัดไหม "พี่ไม่ไป เราจะตายด้วยกัน"

สองคนกอดกัน พร่ำบอกรักกัน จนนาฬิกาหยุดติ๊กแล้วกลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุก อิทธิพลเดินปรบมือออกมา "เป็นฉากรักที่โรแมนติกมากๆ"

"แต่อัจว่า เลี่ยนจนจะอ้วกมากกว่า"

รามิลกับมัดไหมผละออกจากกัน ถามว่านี่มันอะไรกัน อิทธิพลหัวเราะเยาะ "เกมโง่ๆก็มีไว้หลอกคนโง่ๆเท่านั้นแหละ... คนอย่างพวกแก มันต้องตายคามือของฉันต่างหาก"

อิทธิพลกับอัจฉราวดีชักปืนออกมาคนละกระบอก จ่อหัวมัดไหมกับรามิล อัจฉราวดีหัวเราะสะใจ "ใช่...ต้องแบบนี้สิ ถึงจะสาแก่ใจ..."

ดนุพันธ์ขับรถมาจอดหน้าตึก เห็นว่าเลยเวลาสองทุ่มแล้วแต่ไม่เห็นระเบิดจึงสงสัยว่าคงโดนหลอก พลันเสียงปืนดังขึ้นสองนัด ดนุพันธ์สะดุ้งเฮือก...ข้างบน เลือดกระจายเต็มผนัง อิทธิพลยิงหนูตัวใหญ่ที่โผล่มาเพื่อข่มขวัญรามิลกับมัดไหม

"คุณพ่อนี่ยังแม่นเหมือนเดิมเลยนะคะ"

"ต่อไปเป็นคิวของแกสองคนล่ะ" อิทธิพลยกปืนเล็งไป พลันมีหนูวิ่งออกมาอีกตัวอัจฉราวดีตกใจกระโดดร้องกรี๊ด อิทธิพลเสียสมาธิยิงพลาดถากแขนรามิลไป

รามิลกับมัดไหมฉวยจังหวะนั้นเข้าแย่งปืนสองพ่อลูก รามิลต่อสู้กับอิทธิพลอย่างสูสี มัดไหมแย่งปืนกับอัจฉราวดี รามิลพลาดถูกถีบกระเด็น อิทธิพลคว้าปืนจะยิงใส่ พอดีมัดไหมแย่งปืนจากอัจฉราวดีได้แล้วผลักเธอถลาออกไปรับกระสุนที่พุ่งมาใส่ รามิลอย่างจัง อิทธิพลตกตะลึงโผเข้ากอดลูกที่ถามเขาว่ายิงเธอทำไมก่อนสิ้นลม เขาเสียใจแทบบ้า คว้าปืนมาจ่อรามิล มัดไหมเอาปืนในมือจ่อหัวอิทธิพลอีกที "ฉันลั่นไกได้ไวกว่าที่แกคิดแน่"

"แกไม่กล้ายิงหรอก" อิทธิพลเชื่อว่ามัดไหมไม่กล้า

มัดไหมท้าให้ลอง พอดีดนุพันธ์พาตำรวจบุกเข้ามารวบตัวอิทธิพลไว้ได้ มัดไหมรีบมาดูแขนรามิล เขาขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตเขาไว้

ooooooo

หลังจากรามิลออกจากห้องฉุกเฉิน แม่แก้ว พิสมัย อุมาพร และอรอุจิ รุมต่อว่าทำอะไรไม่ปรึกษากันบ้าง ทำไมไม่แจ้งตำรวจจัดการ นาตาชาเข้ามาต่อว่าอีกคน "พี่ตนุก็อีกคน ทำไมไม่บอกหนูนาเลยว่ามีเรื่องร้ายแรงแบบนี้ รู้มั้ยว่าเป็นห่วงเนี่ย"

ทุกคนพารามิลกลับมาพักที่บ้าน ดนุพันธ์กำลังเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามป้ากับแม่แก้วฟัง ทุกคนจึงรู้ว่าความจำรามิล

กลับมาแล้ว...มัดไหมปรนนิบัติรามิลบนห้อง รามิลขอบคุณเธออีกครั้ง จนมัดไหมต้องถามว่าขอบคุณเรื่องอะไรอีก รามิล ยิ้มให้ มัดไหมแปลกใจถามอีกครั้งว่า

"พี่เรจำเรื่องของเราได้แล้วใช่มั้ย"

รามิลทำเป็นเหลอหลายังจำอะไรไม่ได้ แล้วร้องว่าปวดหัว มัดไหมตกใจ "ไม่เป็นไรค่ะ พี่เรไม่ต้องคิด มัดไหมจะไม่สนใจอดีตอีกแล้วค่ะ ต่อไปนี้ทุกอย่างจะเริ่มต้นใหม่ อะไรที่มันร้ายๆก็ปล่อยให้มันอยู่แค่ในอดีตก็พอ"

รามิลยิ้มแหยๆพอได้ยินคำพูดมัดไหม...หลังอาหารเย็น มัดไหมบอกทุกคนว่าเธอต้องกลับไร่ไปเคลียร์งาน

รามิลจึงบอกว่าเขาจะไปด้วย สามป้าเป็นห่วงเพราะรามิลยังไม่หายดี

"ก็อยู่นี่มันไม่มีคนดูแลนี่ครับ"

"หืม...พูดออกมาได้ไม่มีคนดูแล แม่นั่งอยู่นี่ทั้งคน"

"ผมหมายถึงสาวๆสวยๆน่ะครับ"

นาตาชาโวยที่หาว่าเธอไม่สวย รามิลตอบว่าใช่ ร้อนถึงดนุพันธ์ "อ้าว พูดแบบนี้ก็มีเรื่องสิ"

ทุก คนบนโต๊ะอาหารหัวเราะกันครืน...คืนนั้นรามิล กำชับนาตาชาอย่าบอกมัดไหมเรื่องเขาจำอะไรได้แล้ว เพราะเขาอยากพิสูจน์ว่ามัดไหมจะรักเขาไหม ถ้าเขายังไม่ปกติ นาตาชาเอือมระอาความรักของคนทั้งสอง

เช้าวันรุ่งขึ้น รามิลตื่นมาพบดอกกุหลาบพร้อมการ์ดข้อความว่า...มัดไหมรักพี่เรนะ...รามิล ยิ้มปลื้ม พอถือกระเป๋ามาขึ้นรถ เขาขอบคุณมัดไหมสำหรับดอกไม้ เธอตอบว่าหายกัน แต่รามิลแกล้งถามว่าการ์ดเขียนว่าอะไรเขาอ่านไม่ออก ให้อ่านให้ฟังหน่อย มัดไหมเขิน

"อ่านไม่ออกก็ไม่ต้องรู้"

"น่านะ พูดให้ฟังหน่อย อยากรู้"

มัดไหมผัดไปก่อนว่าจะสอนให้อ่านหนังสือ รามิล ไม่ยอมให้บอกมา มัดไหมจึงกระซิบข้อความที่เขียน รามิล แกล้งทำไม่ได้ยิน "หา...อะไรนะ ฟังไม่ชัดเลย"

"มัดไหมรักพี่เร"...รามิลยังบอกว่าไม่ได้ยิน มัดไหมอายมาก "หูตึงด้วยรึไง ไม่ได้ยินก็ไม่ต้องฟังแล้ว" มัดไหมอายจนเดินหนี รามิลยิ้มที่แกล้งเธอได้...

พอมาถึงไร่มนตรา ติ๋มเห็นรามิลแล้วขยาดว่าเขาจะมาอารมณ์ไหนอีก จึงถามมัดไหมว่าเขาจำอะไรได้หรือยังเพราะเธอรู้สึกเขาท่าทางเหมือนคนเดิมที่ ยังไม่สูญเสียความทรงจำ แต่มัดไหมบอกว่ารามิลยังจำอะไรไม่ได้ ติ๋มจึงจับตามองรามิลตลอดเวลา จนวันหนึ่งเห็นเขานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ รามิลถามว่ามองอะไรนักหนา

"ก็ไหนคุณมัดไหมบอกว่าคุณรามิลอ่านหนังสือไม่ออก"

รามิลชะงักรีบแก้ตัว ว่าเขาดูรูปและพยายามจะหัดอ่าน ติ๋มจึงถามว่าดูข่าวอะไรอยู่ รามิลเผลอตอบว่าข่าวการชุมนุม ติ๋มยิ่งแปลกใจว่ารู้ได้อย่างไรว่าข่าวการชุมนุม

"ก็เอ่อ...แหมมันเดาไม่ยากหรอก คนมาเยอะขนาดนี้ ก็ต้องมาชุมนุมทำอะไรซักอย่างอยู่แล้ว มันคงไม่ใช่ข่าวสวัสดิภาพเด็กหรอก"

ติ๋มยิ่งแปลกใจเพราะในหน้านั้นมีข่าวสวัสดิภาพเด็กด้วย รามิลหน้าเจื่อนแก้ตัว "ไม่รู้ ฉันแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพเฉยๆ"

ติ๋มจ้องรามิลจับพิรุธ รามิลทำโวยไล่ให้ติ๋มไปทำงานแล้วถอนใจที่ความเกือบแตก...ขณะที่มัดไหมเองก็ เริ่มสงสัยในตัวรามิล เธอจึงวางแผนพิสูจน์ ชวนรามิลมาไหว้ศาลใต้ต้นโพธิ์

"ศาลที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะคะ คนแถวนี้เค้านับถือกันมากถึงไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่นะ"

"อ้อ...จ้ะ ไม่ลบหลู่"

"มัดไหมเห็นว่าไหนๆเราก็จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆด้วยกันแล้ว ก็มาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลหน่อยก็ดีเหมือนกันน่ะค่ะ"

มัดไหมให้รามิลกล่าวตาม เธอขอสาบานว่าจะซื่อสัตย์ ต่อกัน ไม่มีวันโกหกหลอกลวง ถ้าผิดคำสาบานขอให้ฟ้าผ่าตาย... รามิลกลืนน้ำลายเอื๊อก "เฮ้ย...ไม่แรงไปหน่อยเหรอ"

มัดไหมว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดจะกลัวทำไม รามิล จำต้องกล่าวตาม พลันฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา รามิลสะดุ้งสุดตัว ขวัญผวา มัดไหมแอบมองยิ้มๆ...กลับมา มัดไหมยังแกล้งขู่ว่าศาลนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ใครผิดคำสาบานมีอันเป็นไปทั้งนั้น รามิลสยองรีบกลับไปถอนคำสาบานที่ศาล

มัดไหมเล่าให้ติ๋มฟัง ทั้งสองหัวเราะกันคิก...คืนนั้นรามิลมาพูดเรื่องการให้อภัยกับมัดไหม มัดไหมถามว่าทำอะไรผิดไว้หรือ

"ไม่ใช่...พี่หมายความว่า การให้อภัยมันจะทำให้ความสัมพันธ์ยั่งยืนไง"

"แต่เราก็มีคำสาบานกับต้นโพธิ์แล้ว ว่าจะไม่โกหกกันอีก"

"คือ...ถ้ามันไม่ใช่เรื่องแค่นั้นล่ะ มันมีเรื่องอีกตั้งเยอะตั้งแยะในชีวิตคู่น่ะ ถ้าไม่รู้จักให้อภัยกัน มันจะราบรื่นได้ยังไง พี่น่ะรู้ดีกว่าใครเลยว่าความโกรธไม่ได้ช่วยอะไรเลย"

"นี่แก้กฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ใครรึเปล่าเนี่ย"

"ตามใจ...ก็แล้วแต่คิดแล้วกัน พี่พยายามทำให้มันดี แล้วนะ"

มัดไหมขำที่เห็นรามิลงอน จึงยอมตกลงว่าถ้าใครทำผิดจะให้อภัย รามิลโล่งใจ...มัดไหมเริ่มแผนทดสอบต่อไป ทำทีเดินหาหนังสือที่อ่านอยู่ รามิลถามว่าหนังสืออะไร

"มันชื่อ...ทำยังไงเมื่อโดนหักหลัง...น่ะค่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวมัดไหมหาเอง"

"นี่ไง ถ้าเป็นงูก็กัดไปแล้ว" รามิลเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะ ไม่ไกล

มัดไหมยิ้มๆแต่รามิลยังไม่รู้ตัว พอตอนสายมัดไหมแกล้งวานให้รามิลช่วยเอาของไปส่งในตัวเมืองให้หน่อยเพราะเธอติดธุระ

"ได้สิ พี่ก็อยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไร"

"เดี๋ยวพี่เรไปส่งตามแผนที่นี้เลยนะคะ"

"อ๋อ โอเค ไม่น่าจะยาก เดี๋ยวพี่จัดการให้" รามิลอ่านคร่าวๆแล้วถือแผนที่ออกไป...

ตกเย็น รามิลเดินผิวปากกลับมา "เรียบร้อยจ้ะ งานง่ายๆแค่นี้"

"เหรอคะ มัดไหมก็เป็นห่วงกลัวว่าพี่เรจะหลง"

"โอ๊ย ไม่หลงหรอก มัดไหมเขียนแผนที่อธิบายชัดเจนขนาดนั้น จะหลงได้ยังไง"

มัดไหมยิ้มอย่างรู้ทัน พอดีติ๋มมาบอกว่าวายซีมาหา มัดไหมวิ่งไปกระโดดกอดวายซี รามิลเห็นแล้วหึงขึ้นหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินหนี...

เย็นวันนั้น มัดไหมจัดปิ้งบาร์บีคิวกับวายซี เขาถามเธอว่าพูดดีกับรามิลแล้วหรือ

"เดี๋ยวคงจะไม่ดีกันเร็วๆนี้แหละ" มัดไหมตอบยิ้มๆเมื่อชำเลืองมองสายตารามิล

"เมื่อไหร่คุณจะเลิกใช้ผมเป็นเครื่องมือในการยั่วโมโหคุณรามิลซักที คราวที่แล้วเค้ายังโกรธผมอยู่เลยมั้ง"

"วายซี ฉันขอโทษนะ" มัดไหมเอาหัวพิงอ้อนวายซี รามิลเห็นแทบนั่งไม่ติด

มัดไหมบอกว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด วายซีบ่น "นี่คือ อกหักอย่างเป็นทางการแล้วสิเรา"

มัดไหมแซวว่าเขามีผู้หญิงรุมจีบออกมากมาย แต่วายซี กลับบอกว่าคนที่เขาชอบดันไม่ชอบเขา มัดไหมหน้าเจื่อน วายซียิ้มให้แล้วบอกว่าอย่างไรก็ยังดีที่เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา   รามิลทนไม่ไหวเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างวายซีกับ มัดไหมโวยว่าเขาหิวจะแย่แล้ว  วายซีแอบขำๆ มัดไหมส่งซิกขอบคุณ ทั้งสองยิ้มให้กัน

ooooooo
ตอนที่ 17

แกล้งยั่วให้รามิลหึงได้สำเร็จ แล้วมัดไหมทำเป็นมาอธิบายว่าวายซีเป็นแค่เพื่อนสนิท รามิลเมินไม่สนใจ จำอะไรไม่ได้ไม่เคยรู้จักวายซี มัดไหมทำเสียงสูง  "เหรอคะ...นี่ตอนนี้พี่เรยังจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ... แย่จังเลยนะ สงสัยชาตินี้พี่เรคงจำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ"

รามิลงอนอยู่ต้องหันขวับมามองมัดไหม เธอจึงทำทีเป็นเอาใจนวดให้เขาคลายความโกรธ รามิลเริ่มเคลิ้มสบาย "อือ...ตรงนั้นแหละ นวดหนักๆเลย วันนี้ขับรถมันเหนื่อยมาก"

มัดไหมได้ทีนวดแรงขึ้น จนรามิลร้องโวยวาย "บ้าเหรอ มันเจ็บนะแบบนี้"

"ก็พี่เรอุตส่าห์ตรากตรำไปส่งของให้มัดไหม ทั้งที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่ส่งของถูกต้องเป๊ะทุกประการ แผนที่ถนนหนทางก็ไปถูกไม่มีหลงเลย แบบนี้จะไม่ให้มัดไหมสำนึกบุญคุณได้ยังไงล่ะคะ ต้องนวดให้เต็มที่หน่อย...เสียดายนะคะ ที่มัดไหมยังอ่านหนังสือเล่มที่พี่เรอุตส่าห์หามาไม่จบ ไม่งั้นคงมีวิธีที่ดีกว่านี้" มัดไหมโยนหนังสือที่เขาช่วยหามาตรงหน้า

รามิลอ้ำอึ้งแก้ตัวไม่ออก มัดไหมจึงถามว่าจำความได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รามิลสารภาพว่าตั้งแต่วันที่เขาถอยรถชนต้นไม้ มัดไหมร้องไห้เสียใจที่เขาหลอกเธอมาตั้งนาน แถมแกล้งทรมานเธอสารพัด รามิลเองก็รู้ตัวว่าผิดแต่ที่ทำไปเพราะโกรธที่มัดไหมหลอกเขาก่อน ปลอมเป็นคนสามคนให้เขาลำบากใจอยู่ตั้งนาน ทั้งสองต่างสำนึกผิดและเสียใจกันทั้งคู่... คืนนั้นทั้งคืน ทั้งสองต่างคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่ต่างร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านสิ่ง ร้ายๆมาด้วยกัน

วันรุ่งขึ้นมัดไหมออกมาที่ไร่พบรามิลกำลังทำงานตัดองุ่นอยู่ ท่าทางทุลักทุเล จึงเข้าไปทักว่าไม่ได้ทำนานจนทำไม่เป็นแล้วหรือ รามิลจึงบอกว่าเขาจะลองใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ดูบ้าง  แต่มัดไหมดักคอว่าท่าทางไปไม่รอด  รามิลจะเถียงแต่กลับชะงัก แล้วทั้งสองก็พูดพร้อมกันว่า

"ขอโทษ..." ต่างขอโทษกันและกัน แล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กัน

มัดไหมรับปากว่าจะไม่โกหกเขาอีก รามิลก็รับปากเช่นกัน เขาส่งพวงองุ่นให้มัดไหมดูว่าเขาตัดออกมาใช้ได้ไหม พอมัดไหมรับมาพบว่ามีแหวนห้อยอยู่วงหนึ่ง เธอมองเขางงๆ

"ถ้าจะขอแต่งงานตอนนี้ไม่รู้ยังจะทันมั้ย" รามิลถาม

"ทำไมจะไม่ทันล่ะ" มัดไหมยิ้มกว้างด้วยความดีใจก่อนจะโผเข้ากอดรามิล...

หลายวันผ่านไป...นาตาชากับดนุพันธ์มาเยี่ยม มัดไหมต่อว่านาตาชาที่หลอกเธอว่ารามิลความจำเสื่อม นาตาชาหน้าเหยอ้างว่ารามิลขู่บังคับ รามิลจึงย้อนว่านาตาชาก็ไม่เคยบอกเขาเรื่องมัดไหมปลอมตัวเหมือนกัน "อ้าว...นี่หนูนาโดนทั้งขึ้น ทั้งล่องเลยใช่มั้ยเนี่ย"

"ก็ควรล่ะ แถมชอบลากเราเข้าไปเอี่ยวได้ทุกที" ดนุพันธ์ช่วยซ้ำเติม

"เอ๊ะ...พี่ตะนุนี่ มีสิทธิ์บ่นด้วยเหรอ"

มัดไหมกับรามิลขำ นาตาชาส่งรูปที่แม่แก้วกับสามป้าส่งมาให้ เป็นภาพถ่ายการท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆของสี่สาว "ช่วงนี้แกเดินสายทัวร์ 76 จังหวัด บอกว่าต้องรีบเที่ยวก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ เดี๋ยวตายก่อนเที่ยวครบทุกจังหวัดซะก่อน"

"แล้วเธอสองคนล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงานซะที ได้ข่าวว่า เจ้านายเธอกับพลอยไพลินเค้าก็ชิงแต่งก่อนคู่เธอไปแล้วนี่" มัดไหมถามบ้าง

นาตาชาโทษดนุพันธ์ที่เลือกมากทั้งการ์ดและของชำร่วย  ติ๋มซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยส่ายหน้าว่าผิดกับคู่รามิลและมัดไหมที่แข่งกัน ทำทุกเรื่อง  ไม่ว่าของชำร่วยและการ์ดแต่งงาน...

ไม่มีใครรู้ว่า กลุ่มสามป้า พิศมัย อุมาพร อรอุจิและแม่แก้วกำลังคุยกันเรื่องที่รามิลและมัดไหมต่างหลอกกันไปมาโดยไม่ สนใจหัวหงอกหัวดำอย่างพวกเธอ จึงวางแผนกันกลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะเอาคืนบ้าง

รามิลเกิดขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ขณะอยู่คอกม้า กับมัดไหม "พี่เรเป็นอะไรคะ"

"ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา"

มัดไหมหาว่าไปเที่ยวหลอกใครไว้แล้วเขาจะเอาคืนหรือเปล่า รามิลเอ็ด "ไม่เอาละ พูดเรื่องไม่เป็นมงคลเลย นี่เรากำลังจะแต่งงานกันนะ"

"มัดไหมก็หวังว่าไม่ว่าเรื่องอะไรที่พี่รามิลเคยทำไว้ คงจะไม่มาขัดขวางงานแต่งงานเราอีกนะ"

ไม่ทันไร ติ๋มวิ่งโร่มาบอกว่ามีคนมาหารามิล ทั้งสองมองไปเห็นพลอยไพลินยืนอยู่ มัดไหมค้อนขวับใส่รามิล...ท่าทางพลอยไพลินดูเศร้ามาก เธอมาปรับทุกข์กับรามิลเรื่องที่อัจฉราวดีต้องตาย "ที่ฉันหักหลังเธอ ฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เธอตาย"

"ไม่ใช่หรอกครับ ถ้าคุณพูดแบบนั้นผมว่าผมน่าจะเป็น ต้นเหตุซะมากกว่า ดังนั้นอย่าคิดมากเลยครับ อัจเค้าไปสบายแล้ว มีแต่เราที่ยังทุกข์กันอยู่ ผมว่าเรามาคุยเรื่องที่มันไม่เครียดดีกว่า"

พลอยไพลินหันมาถามเรื่องรามิลกำลังจะแต่งงาน รามิล ตอบว่าใช่ เขากำลังเตรียมงานแล้วเลยแสดงความยินดีที่เธอแต่งงานไปกับอภิชาต ท่าทีเธอดูเศร้าลง

"คงไม่ต้องยินดีอะไรแล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะหย่า" พลอยไพลินน้ำตาพรั่งพรู

รามิลทำอะไรไม่ถูก ยิ่งพอพลอยไพลินเอนมาซบอก เขาจึงได้แต่ลูบหัวปลอบ มัดไหมยืนมองไม่พอใจ ติ๋มเดินผ่านมาเห็นมัดไหมยืนแอบมองอยู่มุมห้อง พอเห็นภาพรามิล กับพลอยไพลินก็ร้อง "โอวแม่เจ้า...ทำอะไรไม่อายผีสางเทวดากันเลย คุณมัดไหมยอมได้ไงคะแบบนี้"

มัดไหมสีหน้าโกรธ ติ๋มถามว่าหึงหรือ มัดไหมแก้ตัวว่าเปล่า แต่พอติ๋มถาม "จะมัวมายืนหึงอย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะคุณมัดไหม แบบนี้ต้องลุยเข้าไปเลย...อ้าว! ไปโน่นละ แล้วยังบอกว่าไม่หึงอีก" ติ๋มหันมาเห็นมัดไหมเดินนำโด่งไปแล้ว

มัดไหมเดินอาดๆเข้ามา รามิลตกใจรีบผละออกจากพลอยไพลิน มัดไหมทำเป็นพูดว่า

"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ พอดีเอาน้ำมาให้"

"ไหนล่ะน้ำ?" พลอยไพลินมองที่มัดไหม

"อ้าว...ลืมหยิบมาได้ไงเนี่ย ว่าหยิบมาแล้วเชียว เดี๋ยวออกไปเอามาให้อีกทีก็ได้ค่ะ"

รามิลกับพลอยไพลินมองหน้ากันงงๆ มัดไหมเดินไปสักประเดี๋ยวก็กลับมาพร้อมการ์ดแต่งงานในมือแทนที่จะเป็นน้ำ มาส่งให้พลอยไพลินขอเชิญเธอมาร่วมเป็นเกียรติ

"นั่นเป็นแค่การ์ดตัวอย่างไม่ใช่เหรอ การ์ดเรายังไม่ได้ พิมพ์เลยนี่มัดไหม" รามิลถาม

"นั่นไงที่มัดไหมตั้งใจเลย แม้การ์ดเราจะยังไม่เสร็จ แต่มัดไหมก็อยากจะชวนให้คุณพลอยมางานเราอย่างเป็นทางการ"

พลอยไพลินรับปากว่าจะไปงาน มัดไหมดึงการ์ดคืนมาทำเป็นถามว่าแบบนี้สวยไหม ติ๋มยืนมองพฤติกรรมมัดไหมแล้วส่ายหน้า นี่หรือคนไม่หึงเขาทำ...

คืนนั้น รามิลเก็บเสื้อผ้าจะเข้ากรุงเทพฯตอนเช้า มัดไหมเห็นแล้วไม่พอใจหาว่าจะตามสาวกลับ รามิลบอกว่าเขาต้องไปเคลียร์งานที่บริษัท มัดไหมไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่จึงโทร.ปรึกษานาตาชา ก็ได้รับแนะนำว่า

"ไม่ใช่แค่ต้องสงสัยนะมัดไหม เธอน่ะต้องตามไปดูให้มันรู้เรื่องกันไปเลย ผู้ชายน่ะ ถ้าออกจากบ้านเค้าก็ไม่ใช่ของเราแล้ว ละครเมียหลวงเค้าบอกไว้"

"แล้วแบบนี้ต้องทำยังไงล่ะหนูนา"

นาตาชาให้ตามไปด้วย แสดงความเป็นเจ้าของ มัดไหมเกรงรามิลจะรำคาญ นาตาชาจึงแนะ "ถ้าตัวไปไม่ได้ก็ใช้สิ่งของแทนสิ"

มัดไหมทำหน้างงๆนาตาชายกตัวอย่าง "เช่น...รูปไง เอารูปเราใส่ไว้กับของพี่รามิลทุกอย่าง เขาจะหยิบอะไรขึ้นมาใช้ ใครเห็นก็จะได้รู้ว่าพี่เรมีเจ้าของแล้ว"

วันรุ่งขึ้น มัดไหมถือกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองเข้ามาในห้องรามิล เห็นมือถือเขาวางอยู่จึงหยิบมาแอ็กท่าถ่ายภาพตัวเองแล้วเซตให้เป็นภาพหน้าจอ แล้ววางไว้ที่เดิม รามิลกลับเข้ามาแปลกใจที่เห็นมัดไหมมีกระเป๋าเสื้อผ้า เธออ้างว่าจะไปทำธุระที่กรุงเทพฯเช่นกัน...แต่พอจะไปถึงกรุงเทพฯ มัดไหมก็ให้รามิลแวะห้างสรรพสินค้า เธอเดินหาของที่ต้องการ รามิล เดินตามด้วยความสงสัยจนมาเจอตู้ถ่ายสติกเกอร์ มัดไหมดึงรามิลเข้าไปถ่ายคู่กันหลายภาพ

พอมานั่งทานอาหารในร้าน รามิลมัวคุยโทรศัพท์เรื่องงาน มัดไหมจึงเอาสติกเกอร์ติดที่ของใช้เขาทุกชิ้น ไม่ว่ากระเป๋า สตางค์หรือกุญแจรถ...พอแยกกัน รามิลเข้าออฟฟิศเคลียร์งาน ดนุพันธ์แซว "ติดหญิงจนไม่สนใจเพื่อนสนใจงานเลยนะ"

"แกก็พูดไปเรื่อย นี่พอแกโทร.ไปตามงาน ฉันก็รีบเข้ามาเลยนี่ไง"

ดนุพันธ์หัวเราะหึๆแล้วขอยืมมือถือรามิลมาใช้เพราะของเขาแบตฯหมด พอเห็นรูปมัดไหมก็แซวอีก รามิลมองมือถือตัวเองงงๆ...มัดไหมมาคุยกับนาตาชาที่บ้าน เธอบอกว่าทำทุกอย่างที่แนะนำแล้ว นาตาชากลับบอกว่านั่นเป็นแค่เริ่มต้นยังมีขั้นต่อไปอีก ไม่ทันที่จะอธิบาย แม่แก้วกับสามป้ากลับมา นาตาชากับมัดไหมเข้าไปทักถามว่าเที่ยวครบทุกจังหวัดไหม แม่แก้วตั้งท่าจะเล่า พิศมัยสะกิด "ให้พวกฉันได้พักผ่อนกันก่อนแล้วค่อยมาชวนคุยเรื่องไร้สาระ"

พิศมัยนำทีมน้องๆเข้าบ้าน นาตาชากับมัดไหมมองหน้ากันงงๆ...เข้ามาในห้อง อุมาพรกับอรอุจิก็รุมถามพิศมัย ทำไมต้องทำเข้มขนาดนั้น พิศมัยหัวเราะออกมา

"การที่เรากลับมาครั้งนี้ก็เพื่อจะมาแก้เผ็ดเด็กพวกนี้ ยังไงล่ะ...ฉันมีแผนที่แยบยล"

ooooooo

พลอยไพลินนัดรามิลมาพบที่ร้านอาหารของเธอ อ้างว่าอยากมีใครซักคนคุยด้วย เธอถือผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำมูกน้ำตา เผอิญเด็กเสิร์ฟทำน้ำหกราดกางเกงรามิล พลอยไพลินใช้ผ้าเช็ดหน้าในมือช่วยเช็ดน้ำให้ แล้วพาเขาไปเปลี่ยนกางเกงของสามีเธอ รามิลล้วงของในกระเป๋ากางเกงออกมาวาง พลอยไพลินเห็นแล้วถาม "ท่าทางคุณกับมัดไหมคงกำลังหวานชื่นกันน่าดูสินะคะ"

"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ"

"ก็ทั้งกุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ ก็แปะรูปไว้หมด เหมือนจะประกาศความหวานให้โลกรู้"

รามิลเพิ่งจะมองว่ามีรูปแปะอยู่จริงด้วย เขาไม่เข้าใจว่ามัดไหมทำแบบนี้ทำไม...

เย็นมากแล้ว มัดไหมกับนาตาชานั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก มัดไหมแปลกใจที่รามิลยังไม่กลับมาอีก นาตาชาให้โทร.ถามแต่มัดไหมเกรงเป็นการเซ้าซี้มากไป

"ทำไม เธอจะรอให้พี่รามิลใส่เสื้อผ้าออกไปชุดนึง กลับเข้ามาอีกชุดแบบนี้น่ะเหรอ ถึงค่อยระแวงว่าเขามีบ้านเล็กบ้านน้อยน่ะ เธออย่าลืมสิว่า พี่เรน่ะเค้าเป็นคาสโนว่านะ"

พอดีรามิลกลับมาทักทายสองสาว แล้วเห็นมัดไหมมองเขาอึ้งๆจึงต่อว่า "เป็นอะไรไปอีกล่ะ วันนี้ทำอะไรไว้ยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ...ทำอะไรเนี่ยฮึ?"

รามิลวางกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถและมือถือให้ดู นาตาชาช่วยตอบว่าน่ารักดีออก รามิลขอไปอาบน้ำก่อนแล้วจะมาเคลียร์ นาตาชาไม่ลืมที่จะบอกว่าแม่แก้วกับสามป้ากลับมาแล้วรามิลจึงแวะไป ทักทาย...รามิลเดินไป มัดไหมหันมาบอกนาตาชาว่าเมื่อเช้ารามิลไม่ได้ใส่กางเกงตัวนี้ นาตาชากับมัดไหมจึงย่องมาที่ห้องรามิล ขณะที่เขากำลังอาบน้ำอยู่ เพื่อดูยี่ห้อกางเกง

"ไม่ใช่ของพี่เรแน่ๆ เพราะพี่เรไม่เคยใส่เสื้อผ้ายี่ห้อนี้" นาตาชามั่นใจ แล้วพอล้วงกระเป๋ากางเกงก็พบผ้าเช็ดหน้าลายดอก

"อาจจะเป็นของเพื่อนผู้ชายก็ได้" มัดไหมแก้ต่าง แต่พอคลี่ผ้าเช็ดหน้าเห็นรอยลิปสติก

"ไง คราวนี้จะบอกว่าเป็นผู้ชายอีกรึเปล่าล่ะ"

มัดไหมมองไปทางห้องน้ำอย่างโกรธแค้น "ไอ้พี่รามิล คนเลว..."

สองสาวเดินออกจากห้องรามิล มัดไหมฉุนเฉียวบอก นาตาชาว่าเธอจะไม่แต่งงานจนกว่าเรื่องนี้จะกระจาง นาตาชา เตือนว่ารามิลคงไม่ยอม มัดไหมอ้างว่ารามิลสัญญาแล้วว่าจะไม่โกหกอีก

"เธอเชื่อว่าการพูดความจริงทุกอย่างมันจะทำให้อะไรดีขึ้นจริงๆน่ะเหรอ ไม่มีใครพูดอะไรจริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกัน มันก็ต้องรู้จักถนอมน้ำใจกันบ้าง พูดในสิ่งทีอีกฝ่ายอยากได้ยินบ้าง" นาตาชาให้ข้อคิด

"แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง"

นาตาชาให้ดำเนินตามแผนการแสดงความเป็นเจ้าของต่อไป...ขณะเดียวกัน สามป้ากับแม่แก้วได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น พิศมัยยิ้มเยาะที่แผนของพวกเธอจะได้เข้มข้นมากขึ้น

ooooooo

การทำตามแผนแสดงความเป็นเจ้าของของ นาตาชา ทำให้มัดไหมต้องตามรามิลมาที่ออฟฟิศ เฝ้าดูเขาทำงานทั้งวันจนเบื่อ แต่แล้วก็เป็นผลดี เพราะพลอยไพลินแวะมาหารามิล เอากางเกงที่ซักแล้วมาคืนให้ มัดไหมเจ็บใจเข้ามาทักทาย "สวัสดีค่ะ คุณพลอยไพลิน"

"อ้าวคุณมัดไหม อยู่ด้วยเหรอคะ ไม่ยักกะเห็นเลย"

"คุณพลอยอาจไม่ตั้งใจมองคนอื่นด้วยมั้งคะ เลยทำให้ มองไม่เห็น" มัดไหมเดินมายืนข้างรามิล พยายามอวดแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้พลอยไพลินเห็น

"แหวนสวยดีนะคะ"

"อ๋อ นี่คือแหวนที่พี่เรขอมัดไหมแต่งงานน่ะค่ะ ใช่มั้ยคะ พี่เร...เอ พี่เรขอมัดไหมแต่งงานที่ไหนนะคะ"

รามิลแปลกใจว่าถามทำไม แต่ก็ตอบไปว่าที่ไร่องุ่น มัดไหมเสริมว่าโรแมนติกสุดๆ ในใจก็คิดว่าคราวนี้พลอยไพลินคงเลิกวุ่นวายกับรามิลเสียที ขณะตกอยู่ในภวังค์คิด รามิล ก็เรียกเธอเพื่อบอกว่าเขาจะไปส่งพลอยไพลิน เพราะเธอไม่ได้ เอารถมา

"ฮ้า ทำไมต้องไปส่งด้วยล่ะคะ ทีมาเค้ายังมาเองได้เลย"

รามิลขอให้มัดไหมรออยู่ที่ออฟฟิศเดี๋ยวเขากลับมา มัดไหมเคืองโทร.ต่อว่านาตาชาที่แผนเธอไม่ได้ผล "แล้วคราวนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ ฉันอยากจะพูดกับพี่เรให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย"

"ใจเย็นๆก่อน ฉันว่าต้องลองพิสูจน์ใจเค้าดูก่อน"

"พิสูจน์ใจอะไรอีกล่ะ"

"ก็พิสูจน์ใจว่าเขากล้าทำสิ่งที่เธอขอมั้ย แล้วสิ่งที่เธอขอเนี่ยมันก็ต้องแสดงความเป็นเจ้าของด้วย เราจะได้สองต่อไง" นาตาชาพยายามคิดแผนพิสูจน์ในขณะที่มัดไหมท้อใจแล้ว...

ขณะเดียวกัน แผนของพิศมัยที่วางไว้คือ...ให้แม่แก้วทำเอกสารขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นเอกสารยกเลิกสัญญาตามพินัยกรรมกำหนด...

กลับมารับมัดไหมที่ออฟฟิศแล้วแวะทานอาหารเย็น รามิลถามมัดไหมว่าทำไมทำตัวแปลกๆ มัดไหมจึงตัดพ้อที่เขาทำเหมือนเธอเป็นของตาย รามิลรีบบอกว่าไม่จริง เขายอมให้เธอติดรูปที่ของใช้ส่วนตัวทุกชิ้นยังไม่พออีกหรือ แล้วอยากให้เขาทำอะไรอีกถึงจะเชื่อว่าเขารักเธอ เข้าทางตามแผนของนาตาชา มัดไหมจึงให้เขาทำอีกอย่างเป็นการพิสูจน์ว่ารักเธอจริง...มัดไหมพารามิลมา ที่ร้านสัก ให้เลือกรูปที่ชอบและสักชื่อเธอไว้ด้วย รามิลกลืนน้ำลายเอื๊อก เลือกรูปแล้วแต่พอจะสักก็เกิดกลัวเจ็บ ขอลดรูปแบบลงจนเหลือแค่ชื่อมัดไหม พอจะลงมือสักก็ทนไม่ได้...

กลับบ้านมัดไหมงอน รามิลวิ่งตามง้อ "โกรธพี่ที่ไม่ยอมสักเนี่ยนะ มันไร้สาระมากเลย"

"พี่เรเรียกสิ่งที่มัดไหมทำว่าไร้สาระเหรอคะ"

"ไม่ได้หมายความว่ายังงั้น คือพี่รักมัดไหม มัดไหมก็รู้นี่ ทำไมต้องพิสูจน์อะไรกันอีกล่ะ เราผ่านเรื่องอะไรตั้งมากมายมาด้วยกันแล้ว"

"พี่เร มัดไหมขอถามอะไรอย่างนึงนะคะ ว่าถ้าไม่มี สัญญาแต่งงานของเรา พี่เรจะแต่งงานกับมัดไหมรึเปล่า" มัดไหมเห็นรามิลต้องคิดก็น้อยใจ ไหนบอกว่ารักเธอ

"ก็มัดไหมถามในสิ่งที่มันไม่เกิดขึ้น พี่ไม่เคยคิด ชีวิตมันถูกกำหนดให้เดินทางนี้ เราจะต้องไปถามหาทางอื่นทำไมล่ะ นี่เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ"

มัดไหมพานน้อยใจ "เรายังไม่ได้แต่งกันซักหน่อย ยกเลิกไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร"

รามิลน้อยใจขึ้นมาบ้างย้อนถามว่าเธอต้องการแบบนั้นหรือ พอเห็นว่าคงพูดกันไม่รู้เรื่องจึงบอกให้เธออารมณ์ดีก่อนค่อยมาคุยกันใหม่ รามิลเดินแยกไป มัดไหมน้ำตาไหลพรูคิดว่าถ้าไม่มีสัญญา เธอคงไม่อยู่ในสายตาของรามิล...ทั้งสองหารู้ไม่ว่าที่เถียงกันพิศมัยได้ยิน ทั้งหมดจึงคิดจะจัดการอย่างที่ทั้งสองต้องการ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น รามิลลงมาเห็นทุกคนพร้อมหน้าที่ห้องรับแขกรวมทั้งมัดไหมด้วย พิศมัยยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้เขาอ่าน เป็นเอกสารล้มเลิกพินัยกรรม รามิลกับมัดไหมไม่จำเป็นต้องแต่งงานกัน เพราะพิสูจน์แล้วว่า พินัยกรรมนั้นทำตอนที่ราเมศวร์กับภาคินัยเมา ถือว่าขาดสติสัมปชัญญะถือเป็นโมฆะ แม่แก้วบอกว่าที่พยายามพิสูจน์เพราะเห็นว่ายุคสมัยนี้ไม่ควรมีการคลุมถุงชน อีก พวกเธอเห็นใจที่รามิลกับมัดไหมต้องมาอยู่ในสภาพนี้

สองคนมองหน้ากันอึ้งๆ อรอุจิย้ำว่า "เว้นซะแต่ว่าเธอสองคนอยากจะแต่งงานกันเอง"

อรอุจิถามแต่ละคนว่าอยากแต่งงานกันหรือเปล่า ต่างคนต่างเงียบให้อีกฝ่ายตอบก่อน

"เอาเป็นว่าไม่มีใครอยากแต่ง" พิศมัยสรุป

สองคนร้องพร้อมกัน "เอ๊ย...เดี๋ยว"

"มัดไหมจะบอกว่าไม่แต่งก็ดีเหมือนกันค่ะ" มัดไหมน้อยใจที่รามิลไม่พูด

รามิลหันขวับมามองหน้ามัดไหม พิศมัยบอกมัดไหมว่าตกลงไม่มีพันธะต่อกัน รามิลร้อง "อ้าว...แล้วผมล่ะครับ ย่าน้อยไม่เห็นถามความเห็นผมเลย"

"เรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้ามีคนหนึ่งไม่เต็มใจมันก็น่าจะพอแล้ว และอีกอย่างย่าก็ได้เตรียมการให้รามิลไปบริหารโรงแรมที่อเมริกาแล้วด้วย"

ทั้งมัดไหมและรามิลตกใจ...รามิลมาปรับทุกข์กับดนุพันธ์ "ฉันไม่รู้จะทำไงว่ะ"

"แล้วทำไมมัดไหมเค้าถึงบอกว่าไม่อยากแต่งกับแกล่ะ"

พอรามิลบอกว่ามัดไหมโกรธที่เขาไม่ยอมสัก ดนุพันธ์ หัวเราะก๊ากว่าเป็นความคิดของใคร...นาตาชาจามหลายครั้งติดๆกัน บ่นกับมัดไหม "ใครนินทาฉันเนี่ย"

ท่าทางมัดไหมเหนื่อยใจอย่างมากกับเรื่องแต่งงาน นาตาชารู้สึกผิดที่คิดแผนทำให้สองคนทะเลาะกัน แต่มัดไหมกลับพูดว่า "ใจคนมันเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดใครหรอก ไม่ใช่เพราะฉัน เธอ หรือย่าน้อยเลย ไม่ใช่เพราะพี่รามิลด้วย"

"แต่พูดถึงย่าน้อยก็แปลก ก็เห็นชอบเธอจะตาย ทำไมถึงไปสืบเรื่องสัญญาโมฆะอะไรนี่ได้นะ มันไม่ใช่นิสัยของแกเลย"

แต่มัดไหมไม่ติดใจอะไร...ในขณะที่แม่แก้วกับสามป้าหัวเราะชอบใจที่เห็นหลาน ทั้งสองหน้าซีด อยากจะดูว่าทั้งสอง จะปากแข็งกันต่อไปอีกนานแค่ไหน...รามิลเร่งให้ดนุพันธ์คิดให้ทีว่าเขาควรทำ อย่างไรต่อไป เพราะอีกอาทิตย์เดียวเขาต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว ดนุพันธ์จึงให้รามิลรีบง้อมัดไหม แต่ รามิลกลับบอกว่าเขาง้อผู้หญิงไม่เป็น "ฉันควรเริ่มต้นยังไงวะ"

"หึๆ เรื่องนี้ไม่ยากเว้ย แกต้องรู้จุดอ่อนของผู้หญิงก่อน"

รามิลยิ่งงง ดนุพันธ์จึงขยายความว่า "ก็คือความสงสารไง...แกน่ะจะต้องทำตัวว่าเศร้ากับชีวิตที่เป็นอยู่มากเหลือ เกิน หรือจะพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้ดูน่าสงสารก็ได้ ยิ่งเศร้าเท่าไหร่มัดไหมก็จะใจอ่อนง่ายมากขึ้นเท่านั้น"

เพราะดนุพันธ์ย้ำว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ รามิลจึงเริ่มทำตามคำแนะนำตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้น เขานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน มัดไหมเดินออกมาเห็นถามเป็นอะไร

"อย่า...อย่าเก็บของตอนที่พี่ยังอยู่ พี่ไม่อยากเห็นภาพนั้น"

"มัดไหมเก็บของเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่คะ"

รามิลเหลือบมองเห็นกระเป๋ามัดไหมวางอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนเป็นร้องว่า "อย่า...อย่าไปตอนที่พี่ยังอยู่ พี่ไม่อยากจำภาพการจากลา"

มัดไหมเริ่มสงสารรามิล เขายิ่งแกล้งทำเสียใจมากขึ้น รำพันถึงชีวิตเศร้าที่ผ่านมา "ก่อนที่พี่จะมารักกับมัดไหม พี่เคยมีคนรักคนหนึ่ง แต่เขาก็จากพี่ไป บ้านเราอยู่ติดกัน เราชอบมุดรั้วไปมาหาสู่กันบ่อยๆ เราคบกันจนเกือบจะได้แต่งงาน เหมือนพี่กับมัดไหมตอนนี้"

"แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะคะ"

"เขาตาย...ตายในหลุมหลบภัยอย่างเดียวดาย ตอนพี่ไปพบศพเค้า น้ำตาเค้ายังไม่แห้งเลยด้วยซ้ำ พี่ไปช้าแค่ห้านาที ...แค่ห้านาทีทำไมสวรรค์ให้พี่ไม่ได้" รามิลเศร้าเสียใจจนน่าสงสาร

แต่มัดไหมเริ่มเอะใจจึงฟังเรื่องราวต่อไป พอรามิล เล่าว่าคนรักกลับมาเกิดใหม่ด้วยความเกลียดชังเพราะคิดว่าเขาเป็นคนขังเธอ มัดไหมดักคอ "เค้ามีพลังจิตแรงกล้าด้วยใช่มั้ยคะ..."

"ใช่...มัดไหมรู้ได้ไง"

"เธอชื่อนัทมน เป็นเพื่อนสนิทมัดไหมเองแหละค่ะ เธอเล่าให้มัดไหมฟังว่าชาติก่อนเธอคือวรดา"

"ใช่ มันเป็นเรื่องเศร้ามาก" รามิลยังไม่รู้ตัว

"ยังมีหน้ามาแถไปอีกนะ ละครเรื่องนี้ดังจะตาย อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย"

"อ้าว...ดูด้วยเหรอ แต่ชีวิตพี่มันเศร้าจริงๆนะ เพื่อนสนิทพี่ก็เพิ่งมาตาย"

"ใครคะ?"

"มันเป็นทหารเพิ่งโดนระเบิด"

มัดไหมย้อนถามว่าโดนที่สามจังหวัดภาคใต้หรือ แต่พอรามิลตอบว่าไม่ใช่โดนที่บางกอกน้อย มัดไหมรู้ทันทีว่ารามิลหลอกอีกแล้ว จึงดักคอว่าชื่อโกโบริหรือ รามิลหัวเราะแหะๆที่เธอรู้อีก มัดไหมโกรธเดินหนีไม่คุยกับเขาแล้ว รามิลเซ็งที่แผนไม่สำเร็จ

พอมาเล่าให้ดนุพันธ์ฟัง เขาก็หัวเราะเยาะ "แกนั่นแหละทำเสียแผนเอง คิดได้ไงวะเอาเรื่องคู่กรรมกับด้วยแรงอธิษฐาน มายำใหม่เป็นชีวิตตัวเอง ก็สมควรโดนด่าแล้วล่ะ"

รามิลบ่นว่ามันจวนตัวเขาคิดไม่ทัน แล้วถามว่ามีแผน ใหม่อีกไหม ดนุพันธ์จึงเปลี่ยนวิธีพูดมาเป็นให้เขียนไดอารี่เอา "ก็ง่ายๆ แกก็บันทึกไปว่าแกเสียใจยังไงที่ทำให้เค้าเสียใจ ก็ว่าไปยาวๆให้ดูน่าเห็นใจเข้าไว้ แล้วก็ไปทำลืมไว้ให้เค้าอ่าน พอเค้าได้รู้ความในใจของแก ก็โป๊ะเชะ"

"แต่ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยเขียนไดอารี่เลยน่ะสิ"

"แกก็เขียนไปเถอะ ไดอารี่จ๋าฉันรักมัดไหมจังเลย อะไรแบบนี้"

"แหวะ ทำไม่ลงว่ะ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว แกพอจะมีใครเขียนให้ได้มั้ยวะ"

ดนุพันธ์คิดสักพักก็แนะนำว่า เขาจะให้นาตาชาเขียนให้ รามิลย้ำอย่าให้รู้ว่าเป็นของเขา...ดนุพันธ์แวะมาหานาตาชาที่บ้าน หลอกว่าเพื่อนอยากเขียนเรื่องราวตัวเองบอกแฟน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร นาตาชาจึงยอมเขียนให้ แต่เพราะตัวเองไม่ใช่คนหวานจึงเขียนไม่ถูก มัดไหมเห็นเพื่อนทำหน้าเซ็งจึงถามว่ามีปัญหาอะไร นาตาชาเล่าให้ฟังแล้วขอให้มัดไหมเขียนแทน

"เขียนดีไม่ดี ถ้าจะให้แฟนก็ควรจะเขียนเอง มันเป็นความจริงใจ ถ้าแฟนฉันมาให้คนอื่นเขียนให้ ฉันเคืองตายเลย" มัดไหมบ่นๆ

นาตาชาอ้อนให้ช่วยหน่อยเพราะเห็นว่ามัดไหมชอบอ่านนิยายรักหวานๆอยู่แล้ว

ooooooo

วันต่อมา ดนุพันธ์เอาไดอารี่ที่เขียนเสร็จมาให้รามิล เพื่อลอกใหม่ให้เป็นลายมือตัวเองแล้วเอาไปทำตามแผนคือวางลืมไว้ให้มัดไหมเก็บได้

รามิลลอกไปชมว่านาตาชาเขียนได้ดีทีเดียว...กลับมาบ้าน รามิลทำเป็นเขียนอะไรยุกยิกพอเห็นมัดไหมเดินมาก็ทักถามว่าไปไหนมา พอเธอตอบและจะเดินไป เขาก็ท้วงว่าไม่ถามเขาบ้างหรือ มัดไหมจึงถาม "พี่เรไปไหนมาหรือคะ"

"วันนี้ที่ออฟฟิศไม่มีอะไร พี่เลยกลับมาพักผ่อนเขียนไดอารี่ที่บ้านน่ะจ้ะ"

มัดไหมแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเขาเขียนมาก่อน รามิล ทำเป็นบ่นว่าเขาอึดอัดใจไม่รู้จะอธิบายให้ใครเข้าใจได้ ความรู้สึกมันมากมายจนพูดไม่หมดต้องเขียนบรรยายเอา รามิลทำทีเป็นดันสมุดจะให้มัดไหมอ่าน แล้วบอกเธอว่าเขาจะไปหาน้ำมาให้ดื่ม มัดไหมแปลกใจท่าทีของเขา

ในเวลานั้น นาตาชากำลังทานข้าวกลางวันกับดนุพันธ์ ทั้งสองคุยกันเรื่องไดอารี่ที่เขียน ดนุพันธ์ขอบคุณเธอ แต่เธอกลับบอกให้ไปขอบคุณมัดไหม ดนุพันธ์หน้าเจื่อนพอรู้ว่าไดอารี่นั้นมัดไหมเป็นคนเขียน เขาพยายามโทร.บอกรามิล "เฮ้ย! รามิล แกอย่าเพิ่ง..."

"หยุดก่อน ตอนนี้ฉันกำลังลุ้นอย่างเข้าด้ายเข้าเข็มเลยว่ะ ฉันรู้แกก็อยากรู้ผล แต่เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันโทร.ไปรายงานเอง เข้าใจ๊"

"ไม่ใช่เว้ย..." ดนุพันธ์ตะโกนยั้ง แต่รามิลตัดสายไปเสียก่อน

รามิลเห็นมัดไหมอ่านไดอารี่ของเขา ก็รีบถือแก้วน้ำออกมาทำเป็นไม่รู้เรื่องชวนคุย "ปกติมัดไหมเป็นคนเขียนไดอารี่รึเปล่า พี่น่ะชอบเขียนไดอารี่มากเลยนะ พี่ว่าตัวอักษรมันบรรยายสิ่งที่เราคิดได้ดีกว่าคำพูดว่ามั้ย"

"เหรอคะ พี่รามิลเขียนไดอารี่มานานรึยังคะ"

"ก็นานแล้วจ้ะ แต่เขียนไม่ค่อยบ่อยหรอก ต้องรู้สึกอัดอั้นจริงๆถึงเขียน อย่างถ้าพี่รักใครมากๆพี่จะไม่ค่อยบอกหรอก แต่จะเขียนคุยกับตัวเองตลอด"

"อ๋อเหรอ...โรแมนติกจังเลยนะคะ"

"แล้วมัดไหมเคยเขียนอะไรไว้แบบนี้มั้ย"

"มีค่ะ เดี๋ยวมัดไหมเอาให้ดูนะคะ" มัดไหมหยิบสมุดที่เธอเขียนร่างข้อความมาให้อ่าน

รามิลอ่านปาวๆไปจนจบแล้วรู้สึกคุ้นๆยังไงชอบกล มัดไหมถามว่าซึ้งไหมกับข้อความที่ลอกคนอื่นมา รามิลยังยันว่าเขาเขียนเอง มัดไหมโกรธเอากระเป๋ากระหน่ำตีที่เขาไม่ยอมรับ...

ooooooo
ตอนที่ 18

หลังจากเอากระเป๋ากระหน่ำตีรามิลแล้วมัดไหมก็งอนเดินหนีเข้า บ้านไป ดนุพันธ์โทร.เข้ามาอีกครั้ง รามิลรับสาย ดนุพันธ์รีบพูดกลัวรามิลวางสายไปอีกว่าอย่าเอาไดอารี่ให้มัดไหมอ่าน

"ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันรู้แล้ว"

"แล้วแกรู้ได้ไงวะ"

"หึหึ รู้...เพราะมันมีกระเป๋ามาตบฉันน่วมไปทั้งตัวน่ะสิ"

"หมายความว่าไม่ทันแล้ว!"

"จะเหลือเหรอ นี่ยังมีทางให้ฉันเดินอยู่มั้ยเนี่ยชีวิตนี้ หมดล่ะ มาดชายกลาง" รามิลสุดเซ็ง

พอถึงมื้อเย็น ทุกคนมาพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร มัดไหมเห็นรามิลก็เมินหน้าหนี เขาพยายามเอาใจตักอาหารให้ เธอก็ตักไปใส่จานนาตาชาอีกต่อ พิศมัยเห็นแล้วทำหน้าเข้มถาม

"มัดไหม เธอจะอยู่ที่นี่ถึงเมื่อไหร่"

"ทำไมย่าน้อยถามแบบนั้นล่ะคะ" นาตาชาไม่พอใจ

"ก็ในเมื่อตกลงว่าไม่แต่งงานแล้ว ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีธุระอะไรที่นี่อีก"

มัดไหมรีบขอโทษที่รบกวน และเธอจะกลับไร่วันพรุ่งนี้ แม่แก้วยิ้มขอบใจที่ไม่ทำให้ลำบากใจ นาตาชายิ่งไม่พอใจที่ทุกคนทำเหมือนไล่มัดไหม มัดไหมปรามนาตาชาไม่เป็นไร

"เราก็ไม่ได้ไล่หรอกนะจ๊ะ แต่เรื่องมันชุลมุนกันไปหมดจนนักข่าวเอาไปเขียนซุบซิบกันแล้วว่ารามิลเอาผู้ หญิงเข้ามาอยู่ในบ้านทิพยคาถา" อรอุจิช่วยเสริม

"ผมเคยมีข่าวยิ่งกว่านี้อีกนะครับ ไม่เห็นต้องแคร์อะไรเลย ในเมื่อมันไม่ได้มีอะไรเสียหาย" รามิลช่วยพูดให้ผ่อนคลายลง

มัดไหมเสียใจรีบบอกทุกคนว่าพรุ่งนี้เธอจะกลับไร่ แต่เช้า รามิลขอไปส่ง มัดไหมงอนไม่ให้ไป พิศมัยจึงบอกว่าพรุ่งนี้รามิลต้องไปทำวีซ่าเดินทาง รามิลเครียด มัดไหมใจหายวาบ เข้ามาเก็บเสื้อผ้าในห้อง นาตาชาตามมาคุยกับมัดไหมว่าจะยอมจบแบบนี้จริงหรือ มัดไหมว่ารามิลทำตัวไม่ดี นาตาชาช่วยแก้ "เค้าก็พยายามจะง้อเธอน่ะ"

"วิธีง้อยังไม่จริงใจเลย แล้วฉันจะมั่นใจได้ไงว่าฉันจะอยู่กับเค้ามีความสุขได้"

"มัดไหมคิดดีๆนะ ถ้าพี่เรไม่รักเค้าไม่ทำขนาดนี้หรอก... อเมริกามันไม่ใช่ใกล้ๆนะ ยิ่งห่างกัน สิ่งที่เธอสร้างมาด้วยกันทั้งหมดก็ยิ่งจืดจาง ฉันเสียดาย"

มัดไหมถอนใจยาว...ขณะเดียวกัน รามิลก็ครุ่นคิดถึงแต่ความสุขกับมัดไหมที่ผ่านมา...จนเช้าวันรุ่งขึ้น รามิลลงมาที่โต๊ะอาหารมองไปทั่ว นาตาชารู้แกวรีบพูดว่า "ไม่ต้องคอยืดคอยาวเลย มัดไหมเค้าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว"

"อ้าว! แล้วไปยังไง"

แม่แก้วจึงบอกว่าให้คนรถที่บ้านไปส่ง รามิลใจแป้วที่มัดไหมไปแล้ว เขามานั่งถอนใจอยู่คนเดียวที่ออฟฟิศ ดนุพันธ์เข้ามาปลอบใจ "แกก็บอกย่าน้อยไปสิวะ ว่าแกจะแต่งงานกับมัดไหม"

"ทำแบบนั้นได้ก็ดี มัดไหมใจแข็งจะตาย ขนาดกลับไปยังไม่ลาฉันซักคำ รู้ทั้งรู้ว่าอาจไม่ได้เจอกันแล้ว"

ดนุพันธ์ให้ตามไปง้อ แต่รามิลไม่รู้จะง้อด้วยวิธีไหน ดนุพันธ์ช่วยวางแผนอีกครั้ง "คราวนี้แกก็ไปแบบพระเอกขี่ม้าขาวเลย"

"พระเอกขี่ม้าขาวอะไรของแกวะ"

"แกลองคิดดูนะ ผู้หญิงถ้าต้องเจอสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นไง"

รามิลรู้ว่าต้องกลัว นั่นแหละที่ดนุพันธ์จะบอกว่าผู้หญิงจะอ่อนแอลงและเห็นใจง่ายขึ้น หมายความว่าเขาจะสร้างสถานการณ์มีผู้ร้ายมาทำร้ายนางเอก แล้วพระเอกเข้าไปช่วย รามิลหาว่าน้ำเน่า แต่ดนุพันธ์ว่าไม่น้ำเน่าเพราะจะกลับกัน

"ต้องให้คนเข้ามารุมทำร้ายแกแล้วให้มัดไหมเข้าไปช่วย"

"เฮ้ย มันใช่เหรอ?"

"แกคิดดู มัดไหมเป็นสาวบ้านไร่ อาจจะฝึกวิชาเตะต่อยมาจนคล่องก็ได้ แล้วอีกอย่างแถวนั้นก็เป็นถิ่นเค้า อาจจะมีคนมาช่วยเยอะแยะ ขืนทำแบบในละครแกไม่ได้เป็นฮีโร่พอดี"

"แล้วการปล่อยให้ตัวเองโดนยำเละนี่มันเป็นฮีโร่ยังไงวะ"

"งั้นเราตัดเรื่องฮีโร่ทิ้งไป  อย่างน้อยแกก็ได้ความเห็นใจชัวร์" ดนุพันธ์จะจัดการหาคนมายำให้เอง แค่รามิลทำเป็นหาเรื่องก็พอ...ดนุพันธ์โน้มน้าวรามิลจนสำเร็จ

ooooooo

จากนั้น ดนุพันธ์ก็มาว่าจ้างวินมอเตอร์ไซค์ให้ทำงานให้...มัดไหมกลับมาที่ไร่ด้วยท่า ทางซึมๆ ในตอนเช้า ติ๋มแปลกใจ ไม่ทันไรตอนบ่ายก็มาเจอรามิลจอดรถอยู่หน้าไร่ ติ๋มเข้าไปถามว่ารออะไรตรงนี้ รามิลสะดุ้ง รีบบอกติ๋มไปตามมัดไหมมาพบเขาหน่อยเพราะรถเขาเสีย ติ๋มจะตามช่างให้ก็ไม่เอา เธอจึงต้องไปตามมัดไหมซึ่งกำลังดูแลม้าอยู่ที่คอกม้า

ทำทีไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็อดห่วงไม่ได้ มัดไหมเดินมาทางหน้าไร่...รามิลชะเง้อมองแล้วหันมองอีกทางว่าคนของ ดนุพันธ์ยังไม่มาจึงโทร.ถาม

"ใจเย็นๆเว้ยเพื่อน นี่พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ก็ออกไปได้ซักพักแล้ว อีกแป๊บก็คงถึง"

"เออ ฉันไม่อยากพลาดอีกแล้วนะ"

ดนุพันธ์รับรองว่าไม่พลาดแน่...ไม่ทันไร แก๊งฮาเล่ย์ 4-5 คันแล่นมา คนขี่มีรอยสักเต็มตัว ร่างกายบึกบึนทุกคน รามิลอุทาน "โห เพื่อนเรา เห็นบอกว่าแก๊งมอเตอร์ไซค์ ไม่คิดเลยว่าจะลงทุนเป็นแก๊งฮาเล่ย์ขนาดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆไอ้นุ"

หันไปเห็นมัดไหมมาแต่ไกล รามิลรีบโดดไปขวางหน้าแก๊งฮาเล่ย์ ทำกวนประสาทตามแผน แก๊งฮาเล่ย์โมโหเข้ารุมเตะต่อย รามิลตกใจที่เอาจริง พยายามปัดป้องตัวเองแต่ก็เล่นเอาน่วม มัดไหมเห็นแต่ไกลรีบวิ่งเข้ามาช่วยพร้อมกับร้องตะโกนให้คนมาช่วยด้วย แก๊งฮาเล่ย์เห็นท่าไม่ดีรีบพากันขี่รถหนีออกไป

มัดไหมเข้ามาประคองรามิลที่สะบักสะบอม เขาพึมพำ "พี่คิดถึงมัดไหม เลยขับรถมาหา"

"เพราะพี่เรมาหามัดไหมเลยต้องเจออะไรแบบนี้ มัดไหมขอโทษนะคะที่มาโดยไม่ได้ลา"

"อย่ายกเลิกงานแต่งนะมัดไหม"

"พี่เร...ห่วงตัวเองเถอะค่ะ"

รามิลพร่ำขอให้มัดไหมรับปากว่าจะไม่ยกเลิกงานแต่งงาน เธอกำลังจะรับปาก แก๊งวินมอเตอร์ไซค์ที่ดนุพันธ์จ้างมาถึง ตัวหัวหน้าถือรูปมาเทียบกับหน้ารามิล แล้วถามมัดไหม

"พี่นี่คือคนในรูปรึเปล่าเนี่ย"...มัดไหมพยักหน้างงๆ

"แล้วนี่พี่โดนใครซ้อมแล้วเนี่ย พี่เป็นคนจ้างให้พวกผมมาซ้อมพี่ไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มีคนมาตัดหน้าแบบนี้ ผมจะรับเงินจากใคร" ตัวหัวหน้าบ่น

อีกคนเสริมว่าขี่รถมาตั้งไกล แล้วจะเอาค่าน้ำมันจากใคร มัดไหมจับความได้ โกรธลุกพรวดทิ้งรามิลกระแทกพื้น "พี่เรอีกแล้วนะ มาถึงนี่เพื่อหลอกมัดไหมอีกแล้วนะ"

รามิลจะลุกตามมัดไหม แต่พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ ขวาง "จะไปไหน ตังค์อ่ะ จ่ายไม่จ่าย"

แก๊งมอเตอร์ไซค์ทำท่าจะอัด รามิลรีบควักเงินให้ พร้อมบ่นด้วยความเซ็ง "แผนก็แตก  เงินก็เสีย  แถมเจ็บตัวอีก โอ๊ย...อะไรกันวะเนี่ย..."

มัดไหมเดินหงุดหงิดเข้าบ้าน ติ๋มเข้ามาทักแซวๆ แต่พอไม่เห็นรามิลก็แปลกใจ มัดไหมยิ่งโกรธบอกว่าถ้าเข้ามาจะเอาปืนยิง ติ๋มร้อง "อูย....แรง แบบนี้ทะเลาะกันมาอีกละสิคะ"

"เปล่า คุยกันดี หวานชื่นสุดๆเลย" มัดไหมประชด

"แล้วจะมาประชดติ๋มทำไมล่ะคะ ไปประชดคุณรามิลโน่น"

มัด ไหมหน้างอนั่งบ่นว่ารามิลไม่เลิก จนติ๋มต้องเลี่ยงออกมา เดินมาทางหน้าบ้านต้องตกใจคิดว่ามีโจรเข้ามาอยู่แถวใต้ต้นไม้จึงร้องให้คน ช่วย รามิลรีบบอกว่าเขาเอง สภาพรามิล สะบักสะบอม ขากะเผลกน่าเวทนา "อย่าบอกนะว่านี่ทะเลาะกับคุณมัดไหมถึงขั้นลงไม้ลงมือ"

"นี่หยุดถามแล้วไปเอายามาให้ก่อนได้มั้ย ปวดจะตายอยู่แล้วเนี่ย"

ติ๋มลังเลเกรงมัดไหมเล่นงาน รามิลให้แอบๆแล้วถาม "นี่มัดไหมเค้าโกรธมากเลยเหรอ"

"จะ เหลือเหรอคะ กลับมาถึงก็อาละวาดเลย หลอกกันไปหลอกกันมา งอนกันไปงอนกันมา เมื่อไหร่จะได้ลงเอยกันซักทีล่ะคะแบบนี้" ติ๋มสงสารรามิลแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

ติ๋มแอบเข้ามาเอายาใส่ถุง แต่ไม่วายถูกมัดไหมจับได้ มัดไหมคลายความโกรธลงเริ่มเป็นห่วง จึงเอายามาใส่ให้รามิล เอง แต่ยังงอนๆอยู่จึงแกล้งใส่ยาเหลืองเสียทั่วตัว แล้วหัวเราะเยาะว่าตัวส้มเหมือนหมีพูห์ รามิลทั้งเจ็บทั้งขำตัวเอง "ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก คนเจ็บจะตายอยู่แล้ว"

มัดไหมหัวเราะ รามิลเห็นแล้วถามว่าหายโกรธเขาแล้วใช่ไหม มัดไหมยิ้มๆอย่างมีเลศนัย เธอพารามิลมาอาบน้ำล้างตัวที่คอกม้า รามิลถามอีกว่าหายโกรธเขาหรือยัง

"ยังมีหน้ามาถามอีก ทำเรื่องไว้ขนาดนั้น ไม่ใช่ครั้งเดียวนะ สามครั้งติดกันขนาดนี้ ยังหวังจะให้อภัยอีกเหรอ"

"ถ้าอาบน้ำตรงนี้จะให้ค้างที่นี่ใช่มั้ย...พี่ขับรถไม่ไหวหรอกสภาพแบบนี้"

"อยากนอนเหรอ...ได้..." มัดไหมจัดแจงเอาหมอนผ้าห่ม มาให้รามิลนอนที่คอกม้า

รา มิลหน้าเหวอขอให้ติ๋มช่วยพูดกับมัดไหมก็ไม่สำเร็จ... กลับเข้าบ้าน ติ๋มถามมัดไหมว่าไม่ทำเกินไปหรือ มัดไหมบอกต้องดัดนิสัยบ้างไม่อย่างนั้นจะได้ใจ

"แล้วถ้าพรุ่งนี้คุณรามิลตื่นมาแล้วเป็นอะไรไป คุณมัดไหมนั่นแหละที่เสียใจที่สุด"

"บ้า...เจ็บแค่นั้นไม่เป็นไรหรอกมั้ง"

แต่ พอติ๋มบอกว่าดูท่าฝนจะตกด้วยคืนนี้ มัดไหมก็ชักกังวลใจ...รามิลจัดแจงที่นอนเท่าไหร่ไม่เข้าที่ซักที พอดีดนุพันธ์ โทร.เข้ามา เพราะกะว่าแผนตัวเองสำเร็จด้วยดี

"อ๊ะๆ อย่าเพิ่งพูดอะไร ให้ฉันทายก่อน ตอนนี้แกอยู่ที่ไร่มนตราใช่มั้ย"

"ใช่..."

"แกนอนที่นั่นแน่ๆ"

รามิลตอบว่าใช่ ดนุพันธ์ทายว่าคงกำลังนอนบนที่นอนนุ่มๆภายใต้บรรยากาศโรแมนติกเพราะแผนของ เขาแยบยล รามิลโวย "แยบยลกับผีแกสิ ฉันได้นอนเฝ้าม้าอยู่ในคอกเนี่ย"

"เฮ้ย...ได้ไง แผนนี้นี่สุดยอดแล้วนะ"

รา มิลสุดเซ็งไม่อยากเชื่อแผนของดนุพันธ์อีกแล้ว เพราะกลัวครั้งต่อไปจะโดนดูดส้วม รามิลวางสายไป ดนุพันธ์งงว่าทำไมไม่ได้ผล...ฝนเริ่มเทลงมา สาดใส่รามิลเป็นละออง เขามองไปที่บ้านมัดไหมเซ็งๆ นี่เขาต้องนอนแบบนี้จริงหรือ มัดไหม เป็นห่วงรามิลไม่น้อย กางร่มเดินมาดูพร้อมหอบผ้าห่มผืนใหญ่ มาด้วย เห็นรามิลนอนหลับกระสับกระส่ายไปมา จู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมา เธอจึงรีบหลบและทิ้งผ้าห่มไว้ให้ รามิลได้ยินเสียงออกมา ดูเห็นผ้าห่มวางอยู่ก็ยิ้มปลื้ม

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ติ๋มวิ่งมาบอกมัดไหมว่ารามิลไข้ขึ้นตัวร้อนจี๋เลย มัดไหมตกใจรีบวิ่งไปดู เห็นรามิลหน้าตา ปูดบวม  นอนตัวสั่นภายใต้ผ้าห่ม  จึงสั่งติ๋มไปตามหมอมา

รา มิลถูกพามานอนในห้อง มีหมอมาฉีดยาให้และบอกว่าแค่ไข้หวัดธรรมดา ติ๋มรีบฟ้องว่าเธอเตือนมัดไหมแล้วว่าอย่าทำแบบนี้แต่ก็ไม่เชื่อ ไม่เห็นใจกันบ้าง หมอจึงว่า "นี่ดีนะครับว่าไม่เป็นอะไรมาก ไม่ได้มีอาการของปอดบวมด้วย ไม่งั้นล่ะแย่เลย"

"ถ้าปอดบวมนี่มีสิทธิ์ตายเลยนะเนี่ย ติ๋มก็ย้ำแล้วย้ำอีก" ติ๋มตอกย้ำซ้ำเติม

มัดไหมเคืองถาม "ติ๋ม...นี่อยากจะลาออกไปทำงานกับหมอแล้วใช่มั้ย ไปเลยฉันอนุญาต"

"คุณรามิลทำตัวแบบนี้ก็สมแล้วต้องโดนลงโทษซะมั่ง ใช่มั้ยคะคุณหมอ" ติ๋มกลับคำทันที

มัดไหมเฝ้าดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้รามิล เขาเพ้ออย่างน่าสงสารว่า "มัดไหม...มัดไหมใจร้าย มัดไหมอย่าทิ้งพี่ไปนะ อย่าทิ้งพี่ไป..."

มัดไหมหยุดมองเขาพึมพำขอโทษ รามิลดึงเธอเข้าไปกอด เธอปล่อยให้เขากอดด้วยความสงสาร หารู้ไม่ว่า...รามิลกำลังอมยิ้มอยู่

วัน ต่อมา มัดไหมทำข้าวต้มมาวางให้รามิลและบอกเขาว่าเธอกับติ๋มจะไปทำงานในไร่ รามิลทำท่าขยับตัวให้รู้ว่าเขาได้ยินแล้ว พอมัดไหมออกไป รามิลลืมตาขึ้นรู้สึกว่าตัวเองหายดีแล้ว

"หมอฉีดยาอะไรให้เนี่ย หายเร็วจริงๆ" รามิลลุกไป ทานข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย

ทานเสร็จก็ลุกมานั่งดูทีวี ทานขนมจนเกลื่อนห้องรับแขก รู้สึกว่าเป็นคนป่วยนี่สบายไม่ต้องทำงาน   พลันต้องสะดุ้ง

เมื่อ ได้ยินเสียงมัดไหมกลับมา เขารีบกลับห้องไปนอนซมตามเดิม...มัดไหมเข้าบ้านมาแปลกใจที่บ้านเลอะเทอะ เดินสำรวจดูเห็นเศษขนมร่วงมาถึงหน้าห้องรามิล เธอเข้าไปหาเขาลองจับตัวดูก็ไม่ร้อนแล้ว   มองชามข้าวต้มเห็นเกลี้ยงชาม จึงปลุกให้เขาลุกขึ้น รามิลทำเป็นหนาวสั่น อ้าแขนขอให้ มัดไหมกอดให้ความอบอุ่น

"ขาดความอบอุ่นเหรอ สงสัยไข้จะขึ้นสูงนะเนี่ย ต้องให้หมอมาดูอาการละมั้ง" มัดไหมให้ติ๋มจัดการพาหมอมา

ไม่ ทันไรติ๋มพาหมอเข้ามาดูอาการรามิล หมอบอกว่าต้องฉีดยาอีกเข็ม รามิลชำเลืองมองเห็นเข็มฉีดยาในมือหมอกระบอกใหญ่ก็ตกใจลุกพรวดขึ้น  มัดไหมยิ้มๆถามหายแล้วหรือ ให้หมอฉีดยาสักหน่อยจะได้หายขาด ติ๋มช่วยเสริมว่านี่เป็นหมอประจำที่ไร่ รามิลแปลกใจทำไมที่ไร่ต้องมีหมอประจำด้วย มัดไหมตอบยิ้มๆ

"ก็เรามีม้าตั้งหลายตัว ถ้าม้าเป็นอะไรขึ้นมาก็แย่สิคะ"

"ม้า...เฮ้ย! นี่เอาสัตวแพทย์มารักษาพี่เหรอเนี่ย"

"ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นพี่เรอาการหนัก ถ้าไปตามหมอข้างนอกจะไปทันอะไร ไร่เราก็ตั้งไกล"

หมอทำท่าจะฉีดยา รามิลร้องลั่นลุกหนี ติ๋มรีบพาหมอ กลับออกไป ปล่อยให้มัดไหมไล่ตีรามิล "พี่เรอย่าหนีนะ หลอกว่าป่วยอีกแล้วใช่มั้ย"

จนกระทั่งรามิลมาจนมุม มัดไหมจ้อง "หลายวันมานี้ พี่เรโกหกมัดไหมมากี่ครั้งแล้วเนี่ย"

"พี่แค่อยากเอ็นเตอร์เทนให้มัดไหมหายงอน"

มัด ไหมทวงสัญญาที่ให้ไว้กับเธอว่าจะไม่โกหกอีก รามิลหัวเราะแหะๆเฉไฉไปว่าคนรักกันเขาทำกันแบบนี้แหละ มัดไหมยิ่งโกรธทุบตีเขายกใหญ่พูดใส่หน้าเขาก่อนจะงอนเข้าบ้านว่า

"ถ้าพี่เรอยากให้มัดไหมแต่งกับพี่ด้วยวิธีนี้จริงๆพี่เรก็โง่มาก..."

จน ค่ำ รามิลนั่งทอดถอนใจอยู่ที่ระเบียง ติ๋มยกน้ำมาเสิร์ฟให้และพูดให้แง่คิดว่า อย่าเพิ่งท้อเพราะใจผู้หญิงไม่ใช่ เหล็กกล้าที่จะงอได้ในวันเดียว รามิลได้คิดและหวังว่าอย่ามีเรื่องอื่นมาแทรกอีกก็แล้วกัน

ในขณะที่ พิศมัย อุมาพร อรอุจิ และแม่แก้วกำลังปรึกษากันจะตามมาดูรามิลที่ไร่มนตรา ทั้งสี่คนตัดชุดซาฟารีสวยเริ่ดเพื่อเดินทาง...พอมาถึงก็พบว่ารามิลต้องทำงาน ในไร่สารพัดจนเหงื่อโทรมตัว พิศมัยจะพาตัวรามิลกลับ รามิลอึกอัก แม่แก้วจึงพูดว่า

"ลูกทิ้งบริษัทมาเพื่อจะมาทำความสะอาดเนี่ยเหรอ รู้ทั้งรู้ว่ากำลังจะย้ายไปอเมริกา ก็น่าจะรีบเคลียร์งานให้มันเรียบร้อย"

"ใน เมื่องานแต่งมันยกเลิกไปแล้ว จะมาทำไมที่นี่อีกฮะ กลับบ้านเลย" พิศมัยเอ็ด ยิ่งเห็นรามิลมองหน้ามัดไหมที่นิ่งเฉยจึงว่า "นั่นไง ฝ่ายหญิงเค้าไม่ได้รับปากซักหน่อย เรายังจะมามัวเสียศักดิ์ศรีอยู่ได้ กลับไปด้วยกันเดี๋ยวนี้"

ติ๋มเห็นสถานการณ์ตึงเครียดรีบเข้ามาชักชวน สามป้าไปเที่ยวชมไร่ ไหนๆก็แต่งตัวมาเต็มที่ สามป้าเริ่มสนใจ...ติ๋มพาเที่ยวชมไร่และจัดสถานที่ให้นั่งชมวิว สามป้ากับแม่แก้วได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติจนเกือบลืมแผนที่ตั้งใจมา ติ๋มเห็นแล้วแปลกใจที่ไม่เห็นคุยกันเรื่องรามิลเลย...

รามิลพยายาม คุยกับมัดไหมอีกครั้งเรื่องแต่งงาน เขาขอโทษและยอมรับผิดที่โกหกทุกเรื่อง แต่มัดไหมยังนิ่งเฉยยืนยันแต่ว่าเขาโกหกเธอถึงเป็นแบบนี้ รามิลเริ่มท้อจึงพูดออกไป

"ตกลงว่ามัดไหมจะไม่ให้อภัยพี่แล้วใช่มั้ย ได้...ถ้าอย่างนั้นพี่ก็จะไปหาทุกคนที่รอพี่อยู่"

รา มิลเดินมาหาสามป้ากับแม่แก้ว เพื่อบอกว่าเขาตกลงจะไปอเมริกา แม่แก้วอุทานทำไมง่ายแบบนี้ มัดไหมยืนมองเศร้าๆอยู่ห่างๆที่รามิลยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ ติ๋มเข้ามาตอกย้ำให้เจ็บใจว่าคงเสียดายล่ะสิเพราะเล่นตัวมากไป มัดไหมครุ่นคิดตำหนิตัวเอง "เธอจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้เหรอมัดไหม ทำอะไรซักอย่างสิ"

ขณะที่มัดไหมยืนครุ่นคิดอยู่ที่ระเบียง ได้ยินเสียงรถตู้ แล่นออกไปก็ตกใจรีบวิ่งออกมาดูเห็นท้ายรถแล่นไป  เธอทรุดลง ร้องไห้ พึมพำ "พี่เร อย่าไปเลย..."

ไม่นานมีมือมาประคองให้เธอลุกขึ้น "มัดไหมเป็นอะไร รึเปล่า ร้องไห้ทำไม"

"พี่เรมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?" มัดไหมเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ

"เอ๊าถามแปลก ก็พี่มาอยู่ตั้งแต่เมื่อวันก่อนไง เบลอรึเปล่าเนี่ย"

"อันนั้นมัดไหมรู้ แต่มัดไหมคิดว่าพี่เรจะกลับไปกับ..."

"อ๋อ..." รามิลเล่าให้ฟังว่าเขาตกลงกับแม่แก้วและสามป้าว่า เวลาที่เหลือก่อนการเดินทางเขาขออยู่กับมัดไหม ถ้าเขาทำให้เธอยอมแต่งงานได้ การเดินทางก็ยกเลิก "มันก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วมัดไหมเข้าใจว่าอะไรล่ะ"

"เปล๊า..." มัดไหมกลัวเสียฟอร์ม

"แนะๆหรือคิดว่าพี่กลับกรุงเทพฯแล้วจะบินไปอเมริกาเลย ก็เลยร้องไห้ขี้มูกโป่ง"

"ใครว่า ไม่ใช่ซะหน่อย ตามันแพ้แสงต่างหาก แสงจ้าๆ พอมองนานๆน้ำตามันก็ไหลเป็นธรรมดา อย่ามาหลงตัวเองเลย"

"จริงเหรอ อย่ามาโกหกนะ" รามิลรู้ทัน

มัดไหมทำงอนย้อนว่าเธอไม่ใช่คนขี้โกหกอย่างเขา แล้วเดินงอนเข้าบ้านไป...

คืน นั้น รามิลยืนมองดูดาวอยู่ที่ระเบียง มัดไหมเดิน ออกมาเห็นก็จะกลับเข้าไป รามิลเรียกไว้ มัดไหมบอกว่าเธอหมดอารมณ์จะดูดาวแล้ว รามิลจึงชวนเล่นเกม ถ้าเขาชนะเธอต้องเลิกโกรธเขา  เกมนั่นก็คือ  ให้มัดไหม  ทายว่าดาวดวงไหน ที่เขาตั้งชื่อว่ามัดไหม

"บ้าสิ ดาวมีเป็นล้านดวงจะไปถูกได้ไง ถึงถูกพี่เรก็อ้างไปเรื่อยว่าไม่ใช่ มัดไหมไม่เล่นด้วยหรอก"

"แล้วมัดไหมอยากให้พี่ทำอะไร"

"ถ้าพี่เรอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไว้ใจได้ แล้วอยากแต่งงานกับมัดไหมจริงก็..."

"ก็อะไรล่ะ" รามิลตั้งใจฟัง

"ก็ไปตายให้ดูสิ  ทำได้ป่าวล่ะ"  พูดจบมัดไหมก็เดินไป ปล่อยรามิลยืนอึ้งถอนใจ...

วัน รุ่งขึ้น ติ๋มทำงานเหงื่อโทรม ถือถังอุปกรณ์ทำความ สะอาดผ่านห้องรับแขก เห็นรามิลนั่งเครียดจึงทักถาม รามิล ยอมรับว่าเซ็งมากที่ง้อมัดไหมไม่สำเร็จเสียที จนเขาจนปัญญาแล้ว

"นี่ขนาดคุณรามิลยอมเจ็บตัว แถมยังรับใช้สารพัด คุณมัดไหมยังไม่สน ติ๋มก็จนปัญญาแล้วล่ะค่ะ แล้วคุณมัดไหมเค้าว่ายังไงล่ะคะ"

"เค้าบอกให้ฉันไปตายซะ"

"แรง..."

"หรือฉันควรจะไปตายให้มันรู้แล้วรู้รอดดีล่ะติ๋ม"

ติ๋ม รีบปลอบให้ใจเย็น "ต้องคิดให้ไกลๆว่าเราควรใช้ วิธีไหน เชือกมั้ยคะ ทุรนทุรายแป๊บเดียว หรือจะเอานี่ดีคะ น้ำยาขัดพื้นกรอกปาก สะอาดไปถึงลำไส้ หรือนี่มั้ยคะ มีดค่อยๆแล่เนื้อ ตัวเองเป็นชิ้นๆ  หรือจะใช้พลั่วขุดหลุมฝังตัวเองทั้งเป็น"

"บ้าไปแล้วติ๋ม แทนที่เธอจะห้ามฉัน"

"อ้าว คุณรามิลไม่เคยได้ยินเหรอคะ ว่าความตายก็ทำให้ ความรักยิ่งใหญ่ขึ้น"

"ไม่เอาหรอก ใครจะไปทำ"

"ตามใจ  ไอ้เราก็อุตส่าห์ช่วย"  ติ๋มเดินไปลืมทิ้งถังอุปกรณ์ไว้

รามิลมองอุปกรณ์ในถังแล้วสยอง  พลันคิดอะไรขึ้นมาได้  เขาหยิบเชือกขึ้นมาสีหน้าจริงจัง  "อยากให้พี่ตายนักใช่ไหมมัดไหม..."

ooooooo

กลับกรุงเทพฯด้วยอารมณ์รื่นเริง จนนาตาชาแปลกใจที่พิศมัย  อุมาพร  อรอุจิ  และแม่แก้วไม่ทุกข์ร้อน แล้ว แถมหัวเราะคิกคักคุยว่าไม่นานจะมีงานแต่งงานรามิลกับมัดไหม

"ใครจะแต่งงานกันคะ" นาตาชาเดินเข้ามาถาม

ทั้งสี่คนสะดุ้งถาม "ทำไมอยู่บ้านได้ล่ะเนี่ย"

"อ้าว ก็หนูนาอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วนี่คะ"

"ไม่ใช่ ย่าน้อยเค้าหมายถึงว่าเราไม่ไปทำงานเหรอ" แม่แก้วช่วยแก้สถานการณ์

นา ตาชาจึงตอบว่าเธอไปทำงานแต่กลับเร็ว แล้วถามทุกคนว่าไปไหนกันมาถึงแต่งซาฟารีขนาดนี้ สามป้าทำขรึมเข้มเอ็ดนาตาชาที่เห็นพวกเธอเป็นเพื่อนเล่น

"เอาเถอะค่ะ ไม่บอกก็ไม่บอก แต่ไม่ใช่ว่ากำลังวางแผนอะไรกันอยู่หรอกนะคะ"

"เปล๊า...แผนอะไรล่ะลูก คิดมากไปได้" แม่แก้วทำใจเย็น

"ก็ท่าทางแบบนี้ มันเหมือนตอนเราวางแผนแกล้งพี่เรกับมัดไหมด้วยกัน หรือวางแผนอะไรแล้วกันหนูนาออกมาใช่มั้ยคะเนี่ย"

"คิดมากน่ะหนูนา พวกเราจะทำอะไรแบบนั้นล่ะ"

นาตาชามองสามป้ากับแม่แก้วอย่างสงสัย ขณะที่สามป้า ทำไม่รู้ไม่ชี้...

วัน ต่อมา รามิลเปิดดูสมุดรายการส่งของในวันนี้ ไม่มีต้องไปไหน เขาจึงเขียนจดหมายทิ้งไว้บนโต๊ะในห้องรับแขกจ่าหน้าซองถึงมัดไหม...มัดไหมไป หารามิลที่ห้องไม่พบ รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเพราะเมื่อวานพูดรุนแรงกับรามิลเกินไป

ติ๋มสั่ง คนงานเอารถมัดไหมไปถ่ายน้ำมันเครื่อง แล้วหันมาหาเชือกในถังอุปกรณ์ว่ามันหายไปไหน มัดไหมมาถามหารามิล ติ๋มสงสัยว่ากลับกรุงเทพฯไปแล้ว แต่มัดไหมบอกว่ารถเขายังจอดอยู่ ติ๋มจึงไปเดินหาให้

รามิลกำลังเอาเชือกมุดไปผูกใต้ท้องรถของมัดไหม "อยากให้พี่ตายนักใช่ไหมมัดไหม คราวนี้พี่จะตายให้ดู จะได้ สมใจมัดไหมซักที นี่ขนาดแค่ซ้อมนะยังเหมือนขนาดนี้"

ขณะที่รามิลกำลังง่วนกับการผูก เชือก คนงานมาขึ้นรถเพื่อจะเอาไปถ่ายน้ำมันเครื่อง รามิลได้ยินเสียงกุกกักก็แปลกใจ คลานออกมาอยู่ท้ายรถ คนงานเสียบหูฟังเพลงเสียงดัง...ติ๋มเจอจดหมายรามิลรีบเอามาให้มัดไหม เธอเปิดอ่านอย่างร้อนใจ

"ในเมื่อมัดไหมอยากให้พี่ตาย พี่ก็จะตายอย่างทรมานที่สุดให้มัดไหมดู"

มัด ไหมอ่านแล้วตกใจรีบวิ่งไปตามหารามิล ติ๋มวิ่งตามไปอย่างยังไม่รู้อะไร มัดไหมวิ่งร้องเรียกรามิล "พี่เรอยู่ไหน... อย่าทำอะไรบ้าๆนะ พี่เร..."

รามิลได้ยินเสียงมัดไหมร้องเรียกก็ดีใจ "เป็นไปตามที่คิดเป๊ะ คราวนี้เสร็จเราล่ะ"

มัด ไหมกับติ๋มวิ่งออกมาเห็นรามิลมีเชือกผูกคอติดกับรถ ยืนอยู่ท้ายรถ ก็ร้องบอกเขาอย่าทำอะไรบ้าๆ รามิลหันมาพูดกับเธอว่า "มัดไหมอย่าห้ามพี่เลย"

พลัน มีเสียงสตาร์ตรถ รามิลตกใจร้องเฮ้ย...รถกระชากตัวออก รามิลวิ่งตามรถ มัดไหมกับติ๋มตกใจวิ่งไปจะช่วยรามิล พยายามร้องบอกให้จอดรถ กว่าคนขับจะเห็นทางกระจกมองหลังรามิลก็กลิ้งคลุกฝุ่นตัวถลอกปอกเปิกไปหมด คนขับจอดรถลงมาดูด้วยความแปลกใจ

"เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย!"

"มัวยืนทำอะไรล่ะ รีบพาคุณรามิลไปโรงพยาบาลสิ" ติ๋มรีบบอกคนงาน

มัด ไหมประคองรามิลซึ่งกำลังใกล้หมดสติ เขามองหน้ามัดไหมภาพเบลอจนสลบไป...มารู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาล สภาพของเขาใส่ปลอกคอ เขาถามมัดไหมว่าเขาเป็นอะไร

"กระดูกที่คอเคลื่อนนิดหน่อยจากแรงกระชากน่ะค่ะ แต่ไม่นานก็หาย"

"ตกลงจะแต่งกับพี่แล้วใช่มั้ย" รามิลเห็นภาพมัดไหมยังเบลอๆอยู่

เสียงตอบว่าตกลง รามิลดีใจ พลันมัดไหมเปิดประตูเข้ามาถาม "ทำอะไรกันอยู่น่ะ"

ติ๋มซึ่งนั่งข้างรามิลยังเคลิ้มพูดกับรามิลว่าเธอยอมแต่ง มัดไหมเรียก "ติ๋มเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย เคลิ้มเชียว"

ติ๋มหลุดจากภวังค์รวมทั้งรามิลด้วย "อ้าว! นี่ติ๋มเหรอ"

"ก็ติ๋มน่ะสิ แล้วพี่เรเห็นติ๋มเป็นใคร" มัดไหมชักเคืองๆ

"แล้วนี่มัดไหมอยู่ตรงไหนเนี่ย" รามิลไขว่คว้ามือเปะปะหามัดไหม

"พี่เรเป็นอะไร"

"พี่ก็ไม่รู้ เห็นอะไรเบลอๆไปหมดเลย"

"อย่ามาอำ มัดไหมไม่เชื่อพี่เรแล้ว" มัดไหมเอามือ โบกไปมาตรงหน้ารามิล

รา มิลร้องว่าเห็นแต่แสงวูบวาบ มัดไหมหาว่าเขาแกล้งรามิลคว้าได้มือติ๋ม ยืนยันว่าเขาเห็นเบลอๆจริง ติ๋มหันมาบอกมัดไหมว่ารามิลคงไม่ได้แกล้ง มัดไหมใจแป้วที่เจอปัญหาใหม่อีก ทั้งมัดไหมและติ๋มเฝ้ารอฟังผลตรวจจากหมออย่างใจจดใจจ่อ รามิลรำพันกับมัดไหม

"ถ้าพี่ตาบอด มัดไหมทิ้งพี่ไปได้เลยนะ พี่ไม่อยากให้ มัดไหมเห็นพี่ในสภาพนี้"

"พี่เรไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ"

หมอเดินเข้ามา ทุกคนตั้งใจฟังคำพูดของหมอแต่หมอ

กลับ พูดเรื่องอื่น ถามอาการต่างๆ รามิลก็ตอบทั้งที่อยากรู้ผลมากกว่า ติ๋มทนไม่ไหวร้อง "โอ๊ย...บอกผลมาซักทีเถอะ ไม่ไหวจะลุ้นแล้ว ซักประวัติอยู่ได้ เป็นหมอหรือเจ้าหน้าที่สำมะโนประชากร"

หมอยิ้มรีบ ไปอ่านแผ่นเอกซเรย์ "โทษที ผลก็คือ...แรงกระชากอาจมีผลกระทบกระเทือนไปถึงประสาทตา ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับระยะการมองเห็น ส่วนใหญ่ที่เป็นคือถ้าไกลกว่าหนึ่งฝ่ามือจะมองไม่ชัดเลย"

รามิลได้ ยินลุกเดินมาหาโดยมองไม่ชัดว่าใครเป็นใคร เข้าไปยืนตรงหน้าหมอแล้วเรียกมัดไหม หมอต้องบอกว่านี่หมอ รามิลหันไปอีกทาง เรียกมัดไหม แต่กลับเป็น "ติ๋มเองค่ะ..."

"ไม่มีใครแล้วใช่มั้ย คราวนี้คงถูกคนซักที" รามิลหันมาอีกทางอย่างมั่นใจ

"พี่เรต้องไม่เป็นอะไรนะคะ" มัดไหมปลอบโยน

"อาการ แบบนี้น้อยรายมากที่จะเป็นถาวร คงต้องค่อยๆ ดูอาการไปกว่าจะกลับมาเป็นปกติ"...รามิลถามว่านานแค่ไหน หมอประเมินว่าประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์

ooooooo

ทุกวันที่ ผ่านมา นาตาชาแอบมองพฤติกรรมสามป้ากับแม่แก้วที่ดูไม่ทุกข์ร้อนเรื่องรามิลเลยก็ แปลกใจ "นี่มันอะไรกันแน่ จะไม่มีใครเดือดร้อนใจเรื่องพี่เรกับมัดไหมกันเลยรึไง หรือว่ามันจะเป็นแค่แผนจริงๆ"

ตัดสินใจเดินเข้าไปถามทั้งสี่คนว่าไม่มีใครสนใจเรื่องรามิลกับมัดไหมบ้างหรือ

"ต้องสนอะไรเรื่องรามิล?" พิศมัยถาม

"ก็ ทุกคนอยู่ๆก็ยกเลิกงานแต่ง แล้วนี่ยังจะให้พี่เรไปอเมริกาอีก นี่พี่เรก็ไม่กลับบ้าน งานที่ออฟฟิศก็ไม่มาเคลียร์ ไหนจะเรื่องที่ต้องเตรียมตัวไปอเมริกา ถ้ามันเป็นเรื่องจริงตอนนี้ทุกคนต้องยุ่งมากๆ ไม่ว่างมานั่งเม้าท์แบบนี้หรอกจริงมั้ยล่ะคะ บอกหนูนามาเลยดีกว่าว่าแผนคืออะไร"

"แผนอะไร ไม่มี้ นี่ฉันจริงจังนะหนูนา เครียดกันมากเลย" พิศมัยทำขึงขัง

อุ มาพรกับอรอุจิช่วยกันพูดว่าทุกคนเครียดกับเรื่องนี้ นี่เพิ่งจะได้พักสมองก็มาว่ากันแล้ว นาตาชาขมวดคิ้วมองอย่างจับผิดว่าคราวนี้รอดไป อย่าให้เธอจับได้ก็แล้วกัน แม่แก้วถอนใจเฮือก

มัดไหมเอาใจปรนนิบัติรามิล แต่เขากลับขอให้โทร. บอกนาตาชามารับเขากลับ ไม่อยากเป็นภาระให้มัดไหมอีก มัดไหมน้ำตาคลอรู้สึกผิด ขอดูแลเขาไปตลอดชีวิต รามิลซึ้งใจถลาจะไปกอดแต่ไปผิดทาง มัดไหมจึงไปกอดเขาเอง...

นาตาชา โทร.หามัดไหมเพื่อถามไถ่และบอกว่าอีกสองวันรามิลต้องไปอเมริกา มัดไหมตัดสินใจบอกว่ามีเรื่องนิดหน่อยกับรามิล นาตาชาตกใจขอให้มัดไหมพาเข้ากรุงเทพฯหาเธอด่วน

พอนาตาชากับดนุพันธ์ เจอกับมัดไหมและรามิลที่ร้านอาหาร ก็ตกใจกับอาการมองไม่ค่อยเห็นของเขา รามิล บอกทุกคนว่าเขาตกม้าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมัดไหม แต่มัดไหมกลับบอกกับนาตาชาว่าเธอจะแต่งงานกับรามิล นาตาชากังวลใจ "ถ้าเธอสองคนจะแต่งกันทางบ้านฉันจะยอมรึเปล่า ก็เล่นหายไปอยู่ไร่มาด้วยกัน แล้วก็กลับมาสภาพนี้ ขนาดฉันยังแทบจะทำใจไม่ได้เลย"

ดนุพันธ์จึงเสนอ ว่าอย่าให้ที่บ้านรู้ ด้วยวิธีติดหูฟังให้รามิลเพื่อบอกทางและหันมองทุกคนได้ถูก...นาตาชาพารามิ ลกับมัดไหมมาที่บ้าน  ดนุพันธ์แอบมองอยู่มุมหนึ่งเพื่อคอยบอกทาง กับรามิล เขาบอกจุดสำคัญของแต่ละคนเพื่อให้รามิลทักทายได้ถูกต้อง ก่อนจะพูดเข้าเรื่อง

"ไม่ต้องทำปากหวานหรอกรามิล วันนี้มีอะไรว่ามา" พิศมัยทำเสียงเข้ม

"คือผมจะบอกว่า ผมกับมัดไหมจะแต่งงานกันครับ"

ทุก คนดีใจแต่เก็บอาการไว้ ต่างถามขู่ๆมัดไหมว่าแน่ใจแล้วหรือ รามิลชักไม่พอใจถามว่าจะขู่เธอทำไม พิศมัยตำหนิว่าทำอะไรเหมือนเด็กเล่นขายของ มัดไหมกราบขอโทษ

"เอาเถอะ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เอาเป็นว่าฉันจะขอพิจารณาพฤติกรรมของเธอทั้งสองคนก่อน ให้มัดไหมมาอยู่ที่นี่แล้วฉันจะบอกว่าเอายังไงกับเธอทั้งคู่ดี" พิศมัยสรุป

รา มิลจะท้วง แม่แก้วให้เชื่อฟังอย่าเถียง...ดนุพันธ์ เห็นไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแล้วจึงเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ  ทิ้งวอ ที่ใช้สื่อสารกับรามิลเอาไว้ เผอิญพิศมัยเห็นรอยฟกช้ำที่หน้ารามิลจึงบอกให้เข้ามาใกล้ๆ รามิลไม่ได้ยินเสียงดนุพันธ์จึงบอกให้พิศมัยเข้ามาหาเขาเอง แม่แก้วเอ็ดว่าต้องลุกไปหาผู้ใหญ่ถึงจะถูก รามิลให้มัดไหมเข้าไปด้วย

"ไม่ต้อง ฉันอยากดูแค่หลานฉันคนเดียว"

"แล้วย่าน้อยไม่อยากเห็นหน้าหนูนาบ้างเหรอคะ" นาตาชาเห็นสีหน้ารามิลจึงช่วย

อุ มาพรกับอรอุจิเอ็ด เร่งให้รามิลเข้ามาใกล้ๆ เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นเพ่งมองว่าพิศมัยนั่งตรงไหน พอจะก้าวเดินก็สะดุดขาโต๊ะถลาไปตรงหน้าพิศมัยพอดี

"เดินยังไง ไม่รู้จักระวัง...นี่ไปทำอะไรมาน่ะ มีแต่แผล" พิศมัยเห็นหน้ารามิลแล้วตกใจ

"พักนี้เล่นมุกบ่อยน่ะครับ หัวทิ่มหัวคะมำตลอด"

"อย่าให้รู้นะว่าเธอทำอะไรให้รามิลต้องเจ็บตัว เจ็บใจ ฉันไม่ให้อภัยเธอแน่"

อุ มาพรกับอรอุจิช่วยสำทับว่าพวกเธอก็ไม่ให้อภัย มัดไหม หน้าเจื่อน...จากนั้นสามป้าก็แอบมาหัวเราะสะใจที่เห็นสีหน้าหลานๆ แม่แก้วถอนใจช่างไม่มีใครห้ามใครกันบ้างเลย...

ooooooo
ตอนที่ 19

เมื่อโดนคำสั่งให้ต้องอยู่บ้านทิพยคาถา มัดไหม กับนาตาชาต้องหาทางปกปิดไม่ให้ใครรู้เรื่องตามองไม่เห็นของรามิล แถมมัดไหมยังต้องแสดงให้รามิล เห็นว่าเธอไม่ท้อและลำบากใจเลย ระหว่างที่นั่งมองดูดาวด้วยกัน มัดไหมจึงชวนเขาเล่นเกมทายใจ

"ง่ายๆเลย ให้พี่เรทายว่ามัดไหมคิดอะไรอยู่"

"อืม...คิดว่าควรจะหอมพี่เรซักฟอด" รามิลไม่วายพูดเล่น

"บ้า...ไม่ใช่"

"หรือมัดไหมคิดอะไรมากกว่านั้นเหรอ ผู้หญิงอะไรลามก"

"พี่เรนั่นแหละ มัดไหมไม่ได้คิดซักหน่อย"

รามิลจึงยอมแพ้ มัดไหมเยาะว่า "คิดแล้วว่าพี่เรไม่มีทางเล่นเกมนี้ชนะ"

"พูดแบบนี้ก็ดูถูกกันเกินไป มัดไหมทายใจพี่บ้างดีกว่า"

"พี่เรน่ะเหรอ ก็คงไม่พ้นเรื่องลามก พวกคิดว่าควรจะลวนลามมัดไหมยังไงดีใช่มั้ย"

"ถูก...แบบนี้ต้องให้รางวัล" รามิลโผเข้ากอดมัดไหม เธอรู้ทันเบี่ยงหลบเขาจึงวืดไป...

วัน รุ่งขึ้น พิศมัยจะให้รามิลเข้าบริษัทไปทำงานเสียบ้าง โดยอ้างว่าอยากให้ขับรถให้  ทั้งมัดไหมและนาตาชาตกใจพูดพร้อมกันว่าไม่ได้นะ  และต่างอาสาขับรถให้แทน

"ใครจะขับก็ช่าง แต่รามิลต้องไปบริษัทกับย่า" พิศมัย ประกาศอย่างไม่ค่อยพอใจ

มัดไหมจำต้องจูงรามิลไปที่รถ เขาเดินเตะโน่นนี่ไปตลอดทาง สร้างความแปลกใจให้กับสามป้าและแม่แก้ว รามิล โบ้ยว่าบ้านรก

มา ถึงที่ออฟฟิศ  พิศมัยให้เลขาฯเอาเอกสารมาให้รามิล เซ็นมากมาย  และบ่นว่าปล่อยให้งานค้างแบบนี้ได้อย่างไร รามิลค่อยๆเอาหน้าจ่อเอกสารแล้วเซ็นทีละแฟ้มๆ

"ทำไมต้องดูใกล้ขนาดนั้นด้วยตาเร"

"ผมอยากดูเนื้อกระดาษน่ะครับว่ามันทำจากเยื่ออะไร นี่น่าจะมาจากไม้ยูคาลิปตัสนะ"

พิศ มัยส่ายหน้าแล้วสั่งเลขาฯมาเอาแฟ้มไปดำเนินการต่อ รามิลเลื่อนแฟ้มให้เลขาฯแต่ผิดทาง พิศมัยแปลกใจ ดนุพันธ์ กับมัดไหมยืนลุ้นว่าพิศมัยจะจับผิดได้หรือไม่...มานั่งคุยร้านอาหารต่อ พิศมัยขอให้ดนุพันธ์ช่วยดูแลบริษัทให้ดี เพราะรามิลยังไม่ค่อยสนใจงานเท่าไหร่

รามิลโอดครวญว่าเขาแค่ขอพัก พิศมัยโวย "เดี๋ยวพัก เดี๋ยวพัก ไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี"

"เดี๋ยวพอผมแต่งงานเสร็จปั๊บ คราวนี้จะขยันทำงาน ไม่เถลไถลเลยครับย่าน้อย"

"ทำมาเป็นวางเงื่อนไขนะ ยังไงฉันก็ต้องพิจารณาก่อนว่าเธอทั้งคู่น่ะยังไง พากันดีหรือพากันเสียกันแน่"

รา มิลรับรองว่าเขากับมัดไหมพากันดี พิศมัยดักคออย่าพูดเพียงลมปาก...รามิลเอาใจตักอาหารป้อนพิศมัย แต่ยื่นไปชนจมูกจนอาหารหกเลอะเสื้อผ้า มัดไหมตกใจรีบทำความสะอาดให้

พิศ มัยเก็บความข้องใจมาคุยให้น้องๆที่บ้านฟัง อุมาพร ว่าอาจเพราะรามิลเครียดที่ถูกกดดันเรื่องแต่งงาน อรอุจิเห็นด้วยแล้วพานกลัวรามิลแก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายเหมือนในละครจึงตาม แอบมองพฤติกรรมรามิล...คืนนั้นตรงสระว่ายน้ำ มัดไหมเอายามาให้รามิลกิน

รา มิลเบื่อหน่าย มัดไหมจึงทำท่าจะกินแทน สามป้าตกใจคิดว่าสองคนแย่งกันว่าใครจะตายก่อนกันดี ทั้งสี่หลบกลับเข้ามาปรึกษากันในบ้าน พอดีรามิล อ้อนมัดไหมว่า

"ถ้าพี่กินยาครบแล้วให้รางวัลอะไรหน่อยสิ"

มัด ไหมทำหน้าสงสัย รามิลชวนลงว่ายน้ำเป็นเพื่อนเพราะเขามองไม่ค่อยเห็น มัดไหมใจอ่อนจึงจับมือรามิลกระโดดลงไปในสระพร้อมกัน สามป้ากับแม่แก้วได้ยินเสียงตกใจ แม่แก้วร้อง "ฉันทนไม่ได้แล้ว ฉันจะไปช่วยลูกแล้วบอกความจริงทั้งคู่ ให้หมด ว่าเรื่องที่ไม่ยอมให้แต่งงานบ้าๆนี่เป็นแผนของเรา"

แม่แก้ววิ่งออก ไปไม่ฟังเสียงทัดทานของใคร...รามิล กับมัดไหมกำลังสนุกกันอยู่ในสระ ทั้งสองลืมความทุกข์ เคลิบเคลิ้มกับความสุขที่ได้ใกล้ชิดกัน เขาจับแก้มเธอยื่นหน้าเข้าไปจะจูบ มัดไหมหลับตาพริ้ม พลันแม่แก้วตื่นตระหนกวิ่งเข้ามา "ตาเรอย่าลูก อย่าทำอะไรแบบนั้น"

"ใจเย็นๆนะ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน" พิศมัยตามออกมาสมทบ

รา มิลกับมัดไหมผละออกจากกัน อุมาพรกับอรอุจิปรี่เข้ามาดึงทั้งสองขึ้นจากสระและบอกว่าพวกเธอให้อภัยแล้ว รามิลกับมัดไหมมองหน้ากันงงๆ...เข้ามาในบ้านเช็ดเนื้อเช็ดตัว

"ทีนี้บอกผมได้รึยังครับว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนต้องโวยวายเข้ามาด้วย" รามิลถาม

"ก็พวกเรารู้เรื่องหมดแล้วน่ะสิ" แม่แก้วรีบบอกว่าทุกคนรู้เรื่องที่เขาฆ่าตัวตาย

รามิลคิดว่าทุกคนรู้เรื่องที่เขาผูกคอติดกับรถ "ผมขอโทษ ผมไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมา"

"ก็เข้าใจนะ สถานการณ์มันก็กดดัน" อรอุจิเห็นใจ

"เอาล่ะ ถ้าทั้งสองคนรักกันมากขนาดนั้นล่ะก็ ฉันก็จะยอมให้แต่งงานกัน" พิศมัยยอม

"งั้นผมก็ไม่ต้องไปอเมริกาแล้วใช่มั้ยครับ"

แม่แก้วขอให้รามิลสัญญาจะไม่คิดสั้นอีก พิศมัยจะไปหาฤกษ์แต่งงานให้ทันที รามิลดีใจ

"พรุ่งนี้เลยเหรอครับ ดีจังเลยที่ย่าน้อยไม่มองว่าเป็นปัญหาอะไรที่ผมตามองไม่เห็น"

"เรื่องแค่นี้...เรื่องเล็ก เอ๊ะ! เมื่อกี้รามิลว่าอะไรนะ" พิศมัยนึกได้

"ก็ไม่มีใครติดปัญหาเรื่องตาของผมที่มองไม่เห็นตอนนี้ก็ดีครับ"

"มองไม่เห็น!" ทุกคนร้องพร้อมกัน รามิลมองหน้ามัดไหมงงๆ

จาก นั้นรามิลก็โดนซักฟอกอย่างหนัก ทั้งนาตาชาและดนุพันธ์โดนต่อว่าที่ช่วยกันปิดบัง รามิลยืนกรานไม่ว่ายังไงเขาก็จะแต่งงานกับมัดไหม ดนุพันธ์ลืมตัว "ผมก็เหมือนกัน

ยังไงผมก็จะแต่งกับหนูนา ไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้"

สาม ป้ามองหน้าดนุพันธ์ อรอุจิเอ่ยปากจะไม่ขัดขวางอีกแล้ว พิศมัยเอ็ดว่าหลานๆยังเด็กกันอยู่จะรีบแต่งงานทำไม อุมาพรบ่นพึมพำ "แหม...ว่าแต่เขา ทางเรานิสัยโตกันนักล่ะ"

พิศมัยกระแอมปราม ทุกคนจึงนิ่งวางตัวเฉย

ooooooo

วัน ต่อมาสามป้ากับแม่แก้วไปวัดที่อยุธยาเพื่อหาฤกษ์แต่งงานให้หลานๆ รามิล มัดไหม ดนุพันธ์และนาตาชาต่างโล่งสบายใจที่เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี นาตาชาหยิบหนังสือเฟี้ยวแมกกาซีนมาอ่านดวงของแต่ละคนให้ฟัง เริ่มด้วยดวงของมัดไหมที่ว่ามีเกณฑ์ ได้แต่งงาน แต่ต้องก้าวผ่านอุปสรรคให้ได้ก่อน ซึ่งนาตาชาเข้าใจว่าคือพวกผู้ใหญ่

"ส่วน ของพี่เร ราศีพฤษภเค้าบอกว่าจะเกิดเรื่องดีมากในชีวิตและเรื่องร้ายแรงในชีวิตในเวลา ไล่เลี่ยกัน แต่ถ้าผ่านเรื่องร้ายไปไม่ได้ เรื่องดีที่พูดถึงอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้"

"โห...คนเขียนกลัวคนอ่านจะมีความสุขรึไงเนี่ย เขียนแบบนี้" รามิลแขวะ

แต่ดนุพันธ์กังวลใจ เตือนให้รามิลระวังตัวไว้บ้าง...

และ แล้วอิทธิพลก็ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดีเพราะอำนาจเงิน  เขาหมายมาดที่จะแก้แค้นรามิลและครอบครัว วันนั้น ดนุพันธ์พานาตาชาและมัดไหมไปดูโรงแรมที่จะใช้จัดงาน โดยให้รามิลอยู่บ้านตามลำพัง

สามป้ากับแม่แก้วมาถึงวัดที่อยุธยาหวัง ขอฤกษ์แต่งงาน แต่กลับได้รับตะกรุดมากันทุกคน รวมทั้งเผื่อมาให้คนที่บ้านด้วย ทุกคนสงสัยคงกำลังมีเคราะห์กัน จึงใส่ตะกรุดไว้ที่ข้อมือกัน พลันพิศมัยรู้สึกหางตากระตุก จึงชักสังหรณ์ใจรีบกลับบ้าน...

ขณะที่ดนุพันธ์ขับรถพานาตาชาและมัด ไหมไปโรงแรม วิทยุออกข่าวว่าอิทธิพลได้ประกันตัวออกมาสู้คดีแล้ว ทั้งสามคนตกใจ มัดไหมรีบกดโทร.หารามิล เผอิญรามิลมือถือหล่นกำลังควานหาจึงรับไม่ได้ ดนุพันธ์รีบวกรถกลับบ้านทิพยคาถา ทันทีเกรงรามิลเป็นอันตราย

รามิลกำลังบ่นที่ไม่มีใครมาช่วยเขาหามือถือเลย ตาเขาก็ยังพร่ามัว เสียงอิทธิพลดังเข้ามา

"ต้องการผู้ช่วยเหรอ ฉันจัดการให้มั้ยล่ะ"

รามิลตกใจหันไปมองเห็นหน้าอิทธิพลเบลอๆ จึงถามออกไปว่าใคร อิทธิพลตอบว่าเขามาคิดค่าเสียหายกับสิ่งที่

รามิลทำไว้ รามิลรู้ทันทีว่าคืออิทธิพลจริงๆ

"ยังจำหุ้นส่วนเก่าได้อยู่นี่ นึกว่าพอได้มรดกพันล้านจากพินัยกรรมงี่เง่าของพ่อแกแล้วจะลืมฉันกับอัจฉราวดีไปแล้วซะอีก"

"คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง คุณควรจะอยู่ใน..."

"คุกน่ะเหรอ แกกับนังมัดไหมน่ะสิสมควรจะไปอยู่ในคุก พวกแกฆ่าลูกสาวฉัน"

"คุณต่างหากที่ทำตัวเองทั้งหมด"...อิทธิพลตบหน้ารามิล ทำให้มองเห็นชัดขึ้นมา "คุณต้องการอะไรกันแน่"

"นี่ ฉันพูดขนาดนี้แล้วมันยังไม่ชัดอีกเหรอว่าต้องการอะไร จะบอกให้อีกทีก็ได้ ฉันต้องการจะทำลายทุกคนในครอบครัวทิพยคาถาให้ล่มจมไปน่ะสิ"

"คนอื่นไม่เกี่ยว มันเรื่องระหว่างคุณกับผมเท่านั้น" รามิลเห็นปืนที่เหน็บเอวอิทธิพล

อิทธิพล หัวเราะเยาะ รามิลเห็นแจกันดอกไม้จึงคิดจะคว้ามาไว้ป้องกันตัวแต่พลาด ถูกอิทธิพลเตะอัดท้องจนจุก "คิดจะตุกติกกับฉันเหรอ...ฮ้า ฉันแค่มาคุยด้วยดีๆเท่านั้น..."

มัดไหมกลุ้มใจที่โทร.หารามิลไม่ได้ นาตาชาจึงให้มือถือของเธอโทร.หาแทน เพราะใช้ซิม 3G เหมือนกับของรามิล ซึ่งสามารถคุยเห็นหน้ากันได้ ดนุพันธ์แย้งว่าเมืองไทยยังไม่มี

"คนส่วนใหญ่ก็คิดแบบนั้น แต่ 3G บ้านเรามีมาซักพักนึงแล้วของ TOT ไง"

"โห เทคโนโลยีก้าวล้ำจริงๆ" ดนุพันธ์ทึ่ง

"ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวพี่นุก็ต้องเปลี่ยนมาใช้เหมือนกัน เวลาหนูนาโทร.ไปเช็กว่าอยู่ไหนจะได้โกหกไม่ได้"

มัด ไหมรีบกดหารามิลอีกครั้ง...รามิลถูกมัดติดเก้าอี้มองไปทางไหนยังเบลอๆอยู่ จึงยั่วอิทธิพลให้ตบเขาอีกเผื่อจะมองชัดเจนขึ้น "การที่ลูกสาวคุณตายมันไม่ได้มาจากผม คุณก็รู้ว่าคุณเป็นคนลากลูกของคุณมาเกี่ยวกับเรื่องนี้เอง"

"จะเกี่ยวได้ยังไง นี่มันโยนความผิดให้กันหน้าด้านๆ เลยนี่" อิทธิพลตบรามิลเต็มแรง

แรง ตบทำให้รามิลมองชัดเจนขึ้นจริงๆ เขาเห็นมือถือของเขาที่หล่นอยู่จึงเอาเท้าเขี่ยมาหวังโทร.แจ้งตำรวจ แต่มันกลับดังขึ้น เขารีบเหยียบมันไว้ อิทธิพลได้ยินเสียง กระชากมือถือไป ดูเห็นหน้าจอชื่อนาตาชา สั่งให้รามิลพูดบอกให้มาที่นี่ เขาจะคิดบัญชีทีเดียว รามิลได้ยินเสียงห่วงใยของมัดไหม เขาพูดเสียงปกติว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พยายามหันมือถือไปให้ทางมัดไหมได้เห็นอิทธิพล มัดไหมตกใจ รามิลทำเป็นพูดว่า "ช่าย ตัวจริงเสียงจริงเลยรีบมาเร็วๆนะ คิดถึง"

พอ วางสาย มัดไหมกับพวกเป็นห่วงรามิลมาก...ให้พอดี แม่แก้วกับสามป้ากลับมาถึงบ้าน จึงโดนคนของอิทธิพลจับตัวเข้ามารวมกับรามิล พิศมัยโกรธถามอิทธิพลต้องการอะไร เขาหัวเราะร่าเพราะสิ่งที่เขาต้องการคือบริษัท...ดนุพันธ์ขับรถมาจอดใกล้ บ้าน นาตาชาให้แอบเข้าไปเพราะดูไม่ชอบมาพากล พอย่องเข้ามาก็ได้กลิ่นน้ำมันที่ราดใส่ตัวบ้านและแกลลอนที่วางอยู่

ทั้ง มัดไหม นาตาชา และดนุพันธ์ย่องมาแอบมองเห็นรามิล แม่แก้วและสามป้าถูกจับมัดอยู่ด้วยกัน และได้ยินอิทธิพลพูดว่าจะเผาทุกคนเมื่อมัดไหมมาถึง...ได้ยินเช่นนั้น มัดไหมจึงบอกนาตาชา "เอางี้มั้ยให้ฉันเข้าไปเป็นตัวล่อ แล้วพวกเธอก็จัดการกับสมุนที่เหลือของมัน เราหลายคนกับนายอิทธิพลคนเดียวน่าจะง่ายกว่า"

พอดีสมุนอิทธิพลมาเจอ ทั้งสามจึงจัดการซัดซะหมอบ มัดไหมเดินเข้าไปในบ้าน ทำทีเป็นตกใจที่เห็นทุกคนถูกมัด อิทธิพลเข้ามาดักหน้ามัดไหม "รอตั้งนาน มาครบองค์ประชุมซะที"

อิทธิพลสั่งสมุนเอาไฟแช็กมาจุดเผา แต่โชคช่วยที่จุดเท่าไหร่ก็ดับ สามป้าเข้าใจว่าเป็นเพราะตะกรุดที่ได้มา สมุนออกไปตามพรรคพวก จึงโดนดนุพันธ์กับนาตาชาฟาดด้วยท่อนไม้จนสลบแล้วลากไปมัดรวมไว้ด้วยกัน อิทธิพลเห็นสมุนหายไปนานจึงตะโกนเรียก พอหันไปก็เจอดนุพันธ์ยืนจังก้าอยู่ อิทธิพลชักปืนจะยิง แต่ดนุพันธ์ไวกว่าชกอิทธิพลล้มกลิ้ง นาตาชากับมัดไหมเข้าไปช่วยแก้มัดให้ทุกคน เสียงหวอตำรวจดังมา อิทธิพลตกใจจะหนีแต่ถูกทุกคนล้อมไว้

"ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่มายุ่งกับครอบครัวแกอีก" อิทธิพลขอร้อง

"ฉันจำได้ว่าแกพูดแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้วนะอิทธิพล" พิศมัยตวาด

ระหว่าง นั้น อิทธิพลเห็นอัจฉราวดีอยู่ในกลุ่มของรามิล กับมัดไหม เขาตกตะลึงพร่ำพูดขอโทษลูกสาว เสียงอัจฉราวดีต่อว่า "พ่อไม่ช่วยอัจ พ่อปล่อยให้อัจตาย พ่อไม่ล้างแค้นให้อัจ"

ทุกคนเห็นเพียงอิทธิพล เหมือนคนบ้าพร่ำพูดถึงอัจฉราวดีอย่างน่าเวทนา  ตำรวจเข้ามารวบตัวไป  ทุกคนโล่งใจแล้วได้เห็นว่ารามิลมองเห็นแล้ว  "แล้วนี่ตาแกหายแล้วเหรอวะ"

"เออว่ะ...ก็โดนคุณอิทธิพลตบกะโหลกไปสามทีติด ชัดเจนเลยว่ะ"

มัดไหมจึงล้อว่าต้องขอบคุณอิทธิพล รามิลงอนที่ไม่ห่วงว่าเขาฟกช้ำแค่ไหน

ooooooo

หมด เรื่องร้ายๆนาตาชากับดนุพันธ์ยืนคุยกันริมสระน้ำ เธอพยายามทำโรแมนติกให้กับเขาโดยมอบแหวนให้เขาวงหนึ่งพร้อมขอสัญญาเขาต้อง ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเธอ ดนุพันธ์ย้อนถามว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมาเขาเคยเปลี่ยนหรือ นาตาชาขอให้เขาจำคำพูดนี้ไว้แล้วชวนเขาเต้นรำ แต่ดนุพันธ์ทำหมด อารมณ์ เพราะเต้นรำไม่เป็น เขาได้แต่ยิ้มแหะๆ...

คู่มัดไหมกับรามิลมานั่งกินเค้กด้วยกันอยู่บนระเบียง รามิลเพิ่งรู้ว่าเธอชอบกินเค้ก

"พี่รามิลเคยรู้อะไรเกี่ยวกับมัดไหมบ้างล่ะ ไม่เห็นจะเคยใส่ใจอะไรเลย"

"ว่าไปเถอะ เดี๋ยวเจออะไรซึ้งๆอย่ามาร้องไห้ก็แล้วกัน"

มัด ไหมชักไม่แน่ใจว่าเธอจะไว้ใจรามิลได้ไหมเพราะเขาชอบโกหกไหลไปเรื่อย รามิลแย้งว่าเขาไม่ได้โกหก เขาเอาตัวรอดต่างหาก มัดไหมว่ายังมีหน้ามาภูมิใจอีก

"อ้าวเหรอ นี่เป็นสิ่งที่สองในชีวิตที่พี่ภูมิใจเลยนะ"

"แล้วสิ่งแรกล่ะ" มัดไหมสงสัย

"ก็...มัดไหมไง" รามิลตอบซึ้งๆ...

วัน รุ่งขึ้น รามิล มัดไหม นาตาชา และดนุพันธ์ไปลองชุดแต่งงานที่ร้านของวายซี ขณะที่รามิลแต่งชุดเจ้าบ่าวเดินออกมา พบพลอยไพลินเข้าพอดี เธอบอกเขาว่าเธอมาดูแลร้านแทนวายซี

"พอดีคุณวายซีเค้าอกหักเลยกลับไป เป็นดีไซเนอร์ที่ต่างประเทศ ฉันก็เลยรับมาดูแลกิจการต่อน่ะค่ะ ชุดบางชุดคุณวายซีก็ดีไซน์จากฝรั่งเศสส่งมานะคะถ้าคุณรามิลสนใจ"

"โอ๊ย...ผมยังไงก็ได้เลยครับ ลองมาหลายครั้งแล้วไม่รู้ครั้งนี้จะได้แต่งจริงสักทีรึเปล่า"

"ไม่พูดแบบนี้สิคะ เดี๋ยวจะเป็นลางไม่ดี" พลอยไพลินเห็นหูกระต่ายของรามิลเบี้ยวจึงช่วยขยับให้

มัด ไหมสวมชุดเจ้าสาวเดินออกมาเห็นพอดี เข้าใจว่าทั้งสองใกล้ชิดกันก็ไม่พอใจ รามิลหันมาเห็นรีบบอกเรื่องที่พลอยไพลินรับดูแลร้านต่อจากวายซี มัดไหมทำไม่สนใจแล้วให้รามิลดูว่าชุดที่เธอใส่ดีหรือยัง พลอยไพลินแนะนำ "แต่ฉันว่านะคะ ตรงช่วงไหล่มันตกไปหน่อย ต้องแก้ รูปร่างอย่างคุณมัดไหมน่าจะใส่แบบเปิดไหล่ดีกว่ามั้ยคะ เพราะช่วงไหล่ คุณสวยอยู่แล้ว"

รามิลเออออไปด้วย ยิ่งทำให้มัดไหมโกรธเดินงอนๆกลับเข้าไป เจอกับนาตาชาที่แต่งชุดเจ้าสาวเหมือนกันออกมาจากห้องแต่งตัว นาตาชาถามมัดไหมบ่นอะไรหน้างอเชียว

"ก็ลองออกไปข้างนอกเองสิ เดี๋ยวก็รู้"

นา ตาชาจึงถามว่าชุดนี้ดีหรือยัง  มัดไหมชมว่าสวยแต่ควรไปถามดนุพันธ์อีกคน   นาตาชาจึงเดินออกไป   พอดี พลอยไพลินกำลังดูแลชุดให้ดนุพันธ์  และเสนออีกตัวให้ จึงช่วยถอดเสื้อนอกออกแล้วสวมอีกตัวให้ นาตาชาออกมาเห็นเหมือนทั้งสองกอดกันก็ถามเสียงแข็ง

"พี่นุทำอะไรอยู่คะ"

"คุณพลอยเค้าอยากให้ลองสูทตัวใหม่น่ะหนูนา"

"แล้วตัวเก่ามันเป็นยังไง ไม่เห็นใส่ให้หนูนาดูเลย"

ดนุพันธ์เริ่มแปลกใจท่าทีของนาตาชา พลอยไพลินทักทายและแนะนำชุดที่นาตาชาใส่

"คุณ หนูนาเป็นคนตัวเล็ก ฉันว่าถ้าเป็นชุดแบบสั้นก็จะดูน่ารักเหมาะกับคาแรกเตอร์ดีนะคะ เพราะบางทีชุดยาวๆมันก็ทำให้เรายิ่งดูเตี้ยน่ะค่ะ"

"ขอบคุณมากเลยค่ะ  คุณพลอยนี่ท่าจะแต่งงานมาหลายครั้งจนเชี่ยวชาญนะคะ"

"ไม่เชี่ยวชาญหรอกค่ะ ก็แค่สองครั้งเอง"

"เรื่องแต่งงาน สองครั้งไม่ต้องใช้คำว่าเองแล้วมั้งคะ" นาตาชาเดินปึ่งๆกลับเข้าไป

เจอ กับมัดไหมจึงบอกว่าเธอเข้าใจแล้วว่ามัดไหมบ่นอะไร และคิดว่าที่พลอยไพลินมาทำร้านแต่งงานเพราะหวังฉกเจ้าบ่าวนี่เอง...สองสาว เปลี่ยนชุดใหม่เดินออกไป เห็นพลอยไพลินอยู่ในชุดแต่งงานมีช่อดอกไม้ถ่ายรูปคู่กับทั้งรามิล และดนุพันธ์ สองสาวยิ่งโกรธ พอออก

จากร้านมานั่งทานอาหารที่ร้านร้าน หนึ่ง สองหนุ่มชวนคุยว่าชุดที่สองสาวลองสวยทุกชุดเลย สองสาวพูดพร้อมกันว่าไม่เห็นสวยซักชุด แต่ที่สั่งตัดไปเพราะเหนื่อยไม่อยากไปร้านใหม่อีก

ให้เผอิญพลอยไพลินมาทานอาหารร้านเดียวกัน เธอถือโอกาสนั่งร่วมโต๊ะด้วยโดยไม่ได้มองว่านาตาชากับมัดไหม ไม่พอใจ...สองสาวถกกันเรื่องพลอยไพลิน สรุปว่าควรตัดไฟแต่ต้นลม

วัน ต่อมา พลอยไพลินโทร.หาดนุพันธ์ขอให้มาวัดตัวใหม่เพราะเด็กที่ร้านทำไซส์ที่จดไว้ หาย ดนุพันธ์ถือโอกาสมาที่ร้านและขอให้พลอยไพลินช่วยสอนเต้นรำ เขาอยากทำเซอร์ไพรส์นาตาชาในวันแต่งงาน แต่แล้วเขากลับทำแหวนที่นาตาชาให้หล่นไว้ที่ร้าน...ให้เผอิญนาตาชาแวะมา หาดนุพันธ์ ที่บริษัท เลขาฯและรามิลไม่รู้ว่าดนุพันธ์ออกไปไหน จนเย็น ดนุพันธ์มาหานาตาชาที่บ้าน เขาเพิ่งรู้ตัวว่าทำแหวนหล่นหาย พยายามค้นในรถก็ไม่มีพอมองในมือถือยิ่งตกใจ

"แย่แน่ๆ โดนบ่นชุดใหญ่แน่ๆ มิสคอลตั้งยี่สิบครั้ง ซวยแล้ว..."

นา ตาชาโทร.เข้ามาพอดี เขากดรับรีบบอกว่าเขาอยู่ หน้าบ้านแล้ว ดนุพันธ์แก้ปัญหาด้วยการเอามือซุกกระเป๋ากางเกงไว้ตลอดเวลา "เป็นไงเป็นกันวะ"

พอเข้าบ้าน นาตาชาก็ถามทันทีว่าไปไหนมา ดนุพันธ์ ตอบเหนื่อยๆว่ามีประชุมเครียดทั้งวันจนรับโทรศัพท์ไม่ได้เลย นาตาชาดักคอ "เหรอ...แน่ใจนะว่าไม่ได้แอบออกไปไหนเวลางาน"

ดนุพันธ์ตอบหนักแน่นว่าเปล่าเลย พลันรามิลเดินมาทักถาม "อ้าวไอ้นุ วันนี้ไปไหนมาวะ หนูนาไปนั่งรอที่ออฟฟิศตั้งนาน"

ดนุ พันธ์หน้าถอดสี นาตาชาถามทำไมต้องโกหก เขาโอดโอยว่าไม่ได้โกหกแค่พูดให้เข้าใจง่ายๆเขาไปธุระมาจริงๆส่วนโทรศัพท์ ลืมไว้ในรถ เขายืนยันว่าไม่มีใครอื่นแน่นอน

ooooooo

วันรุ่ง ขึ้น เธอไปเดินซื้อของพะรุงพะรัง เจอกับรามิลเข้าโดยบังเอิญ รามิลจึงช่วยถือและไปส่งที่ร้าน พลอยไพลินรวบของโดยไม่สังเกตว่ามีถุงหล่นอยู่ที่พื้นหลังรถหนึ่งใบ รามิลเห็นของที่เธอซื้อเป็นอุปกรณ์ ทำเค้กจึงรู้แล้วว่าอยากขอร้องให้เธอช่วยอะไร

จากนั้นรามิลก็มาแวะ รับมัดไหมซึ่งมาเอาตัวอย่างการ์ดและของชำร่วย พอวางของที่เบาะหลังก็เห็นถุงที่หล่นอยู่ เปิดดูเป็นชุดชั้นใน "นี่อะไร! ของใคร?"

รามิลแถไปเรื่อยเพราะไม่รู้เหมือนกัน มัดไหมแหวใส่ รามิลจึงยอมรับว่าคงเป็นของพลอยไพลินทำหล่นไว้ และเล่าเรื่องให้ฟัง มัดไหมงอนจะเดินหนี รามิลตามง้อ

"พี่เคยสัญญากับมัดไหมแล้วไงว่าจะ ไม่ทำให้เสียใจอีก พี่พยายามทำทุกอย่างดีแล้วนะ เห็นใจพี่หน่อยสิ กว่ามัดไหมจะยอมแต่งงานกับพี่ได้ มัดไหมคิดว่าพี่จะโง่ทำลายไปง่ายๆเหรอ"

มัด ไหมดูสงบลงแต่ยังนิ่งเฉย รามิลเริ่มท้อลงนั่งกับพื้นร้องไห้เหมือนเด็กๆ มัดไหมอายคนที่เดินผ่านไปมา รามิล งอแง "ไม่เอาแล้วนะ ตามง้อไม่ไหวแล้วนะ คราวนี้ไม่ได้ผิดอะไรจริงๆด้วย...บอกมาก่อนว่าจะไม่โกรธแล้วหนีไปไหน"

"เออๆ ก็เดี๋ยวไปคุยต่อที่บ้าน นะพี่เร คนมองกันใหญ่ แล้ว" มัดไหมดึงรามิลให้ลุกขึ้น

รามิลหยุดร้องไห้ ถือว่ามัดไหมสัญญาแล้ว แต่มัดไหมยังคิดว่าพลอยไพลินตั้งใจจะทำให้เธอกับรามิลทะเลาะกัน...

ใน วันเดียวกัน ขณะที่นาตาชาทานข้าวที่ร้านกับดนุพันธ์ พอดีเขาไปห้องน้ำ มือถือที่วางอยู่ดังขึ้น นาตาชาเห็นหน้าจอเป็นชื่อพลอยไพลินจึงกดรับ เสียงพลอยไพลินเจื้อยแจ้ว มาว่า

"อย่าลืมที่นัดกันไว้นะคะคุณนุ คราวที่แล้วจังหวะ ก็เกือบดีแล้วนะ วันนี้ต้องมาแก้ตัวเอาให้คล่องไปเลย"

นา ตาชาโกรธทนฟังไม่ได้กดตัดสายทิ้ง พอดนุพันธ์ กลับมาเห็นท่าทีนาตาชาแปลกไปจึงถามว่าเป็นอะไร นาตาชา ตอบว่ากำลังใช้สมาธิควบคุมอะไรบางอย่าง

"ทำไมพี่รู้สึกร้อนวูบๆยังไงก็ไม่รู้"

"ร้อนตัวละมังคะ" นาตาชาว่าแล้วก็หยิบแก้วน้ำสาดเต็มหน้าดนุพันธ์

ดนุ พันธ์ตกใจร้องลั่นว่าเธอทำอะไร นาตาชาบอกว่าทำให้เย็นลงแล้วยื่นมือถือให้ "พี่นุโทร.กลับไปสิคะ บอกเธอว่ากำลังจะไปบรรเลงเพลงรักให้สนุกกันไปเลย"

พูด จบนาตาชาก็ออกไปจากร้าน ทิ้งดนุพันธ์ยืนมองมือถือด้วยความเครียด...เขาตามมาง้อนาตาชาที่บ้าน แต่เธอไม่ยอมออกมาพบ...มัดไหมเตือนนาตาชาให้ให้อภัยดนุพันธ์ "ถ้าไม่หนักหนาอะไร คนมันจะแต่งงานกันอยู่แล้ว หนักนิดเบาหน่อยก็มองข้ามๆไปบ้างเถอะ"

"โทร.ชวนไปปรับปรุงลีลาท่าทางรักใหม่ หนักหนามั้ยล่ะ"

"อย่ายอมหนูนา แบบนี้ต้องโกรธให้ลืมไปเลย" มัดไหมกลับคำทันที...

สิ่ง ที่รามิลขอให้พลอยไพลินช่วย คือสอนเขาทำเค้ก เพราะมัดไหมชอบทาน ระหว่างที่ทำ มือรามิลไปโดนมือถือในกระเป๋ากางเกง มันโทร.ไปหามัดไหม เธอรับสายได้ยินเสียงก๊อกแก๊กและเสียงสนทนาของรามิลกับพลอยไพลิน "เนื้อเนียนจังเลยคุณพลอย"

"อยากลองจับดูมั้ยล่ะคะ"

"ผมจับได้ด้วยเหรอครับ" รามิลจับแล้วพูดอีกว่าทั้งเนียนทั้งนุ่ม แถมมีเสียงดูดนิ้ว

มัด ไหมโกรธเข้าใจผิดไปยกใหญ่ ทนฟังไม่ได้ตัดสายทิ้งนั่งหน้างอจนนาตาชามาเจอ...ดนุพันธ์มาที่ร้านพบรามิล อยู่กับพลอยไพลิน ทั้งสองจึงรู้ว่าต่างมาขอความช่วยเหลือจากพลอยไพลินเพื่อทำเซอร์ไพรส์ให้คน รัก วันนี้พลอยไพลินจะพาดนุพันธ์ออกไปเต้นรำที่ผับจริงๆเป็นการสอบ รามิลจึงไปเป็นเพื่อน ระหว่างที่เต้นรำกัน พลอยไพลินนึกได้ว่าเจอแหวนของ ดนุพันธ์ จึงบอกว่าก่อนกลับให้ไปเอาที่รถเธอ

บังเอิญนาตาชาพามัดไหม มาเที่ยวผับเดียวกัน นาตาชาเห็นดนุพันธ์เต้นรำอยู่กับพลอยไพลินก็คุกรุ่นทันที  มัดไหมให้ใจเย็นรอดูท่าทีก่อน แต่พอมองไปเห็นรามิล เธอกลับลุกพรวดออกไปทันที นาตาชาบ่น "แหม ให้อยู่เฉย ทีงี้นำแถวหน้าเลยนะ"

มัดไหมจะไปเฉ่งรามิล พอดีพลอยไพลินมาคุยด้วยจึงเปลี่ยนเป็นแอบฟัง รามิลถาม

"คุณพลอยมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมมั้ยครับ พวกเคล็ดลับอะไรแบบนี้"

พลอยไพลินกระซิบข้างหู รามิลยิ้มแล้วพูดว่า "ไม่ต้อง ห่วงครับ เรื่องฝีมือไม่เท่าไหร่แต่ลีลานี่ได้อยู่...ขอบคุณนะครับที่ช่วยสอนให้"

"ยินดีให้บริการเสมอค่ะ" พลอยไพลินพูดจบก็แยกไป

รา มิลเดินออกมาที่รถ มัดไหมมาดักหน้า เธอโวยวายใส่ไม่ฟังเสียงรามิลแถมตบหน้าเขาฉาดใหญ่ให้เขาพูดความจริงออกมา รามิลงง "ความจริงคืออะไร ที่มัดไหมอยากได้ยิน"

"ก็อยากได้ยินพี่เรยอมรับว่าพี่กับพลอยไพลินมีอะไรกันน่ะสิ แค่พี่เรไม่โกหก"

รา มิลไม่อาจตอบได้เพราะไม่มีอะไรจริงๆ เขาผิดหวังที่มัดไหมไม่มีเหตุผลจึงบอกเธอให้อารมณ์ดีค่อยมาคุยกันใหม่ รามิลขึ้นรถขับออกไปปล่อยมัดไหมยืนร้องไห้อยู่ลำพัง...ดนุพันธ์ตามมาเอาแหวน ที่รถพลอยไพลิน นาตาชาตามมาแอบดู เขาขอให้เธอวิจารณ์ผลการเรียน

"ลีลา ก็ใช้ได้แล้วนะแต่ยังไม่ค่อยพลิ้วโดยเฉพาะช่วงเอวเนี่ยแข็งเชียว ต้องอาศัยฝึกเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ถ้าอยากได้คนช่วยก็โทร.มาได้นะคะ"

นา ตาชาสะอิดสะเอียนกับสิ่งที่ได้ยิน พอพลอยไพลินขับรถออกไป นาตาชาก็ออกมาเอาเรื่องดนุพันธ์ ไม่ฟังเหตุผลและถอดแหวนปาคืนให้เขาไป...พอเช้าขึ้น รามิลจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดมัดไหมจึงลงมือทำเค้กด้วยตัวเอง ส่วนมัดไหม เธอออกไปใส่บาตรตามลำพังอย่างเศร้าๆ

ดนุพันธ์ยังคงเมานอนหลับอยู่ที่ ลานจอดรถ ยามปลุกให้กลับบ้านก็ไม่ไปพร่ำพูดแต่ให้นาตาชามากลับด้วยกัน ยามจึงใช้มือถือดนุพันธ์กดหานาตาชา แต่เธอไม่ยอมมาเพราะคิดว่าดนุพันธ์หลอก ยามจึงโทร.เบอร์ถัดไป...นาตาชาอดเป็นห่วงดนุพันธ์ไม่ได้จึงมาดู แล้วต้องเสียใจเมื่อเห็นพลอยไพลินกำลังประคองดนุพันธ์ขึ้นรถกลับไป

วัน ต่อมา มัดไหมกับนาตาชามาเจอกันหน้าร้านของพลอยไพลิน เพราะทั้งสองได้รับการโทร.ไปบอกว่าชุดแต่งงานมีปัญหา พอเข้าไปในร้านก็เจอกับพลอยไพลิน เธอพูดความจริงให้ทั้งสองสาวฟังและย้ำว่า "คุณรามิลกับคุณดนุพันธ์เป็นผู้ชายที่ดีมาก เขารักพวกคุณมาก เขายอมทำทุกอย่างเพื่อพวกคุณได้ แม้ว่าจะต้องแลกมากับความเข้าใจผิด"

พอ สองสาวรู้เรื่องทั้งหมดก็รีบกลับบ้าน นาตาชาไปที่สระน้ำ และก็ได้พบเซอร์ไพรส์ที่ดนุพันธ์ทำให้ เขาเปิดเพลงและขอเธอเต้นรำ "พี่ทำได้ดีสุดแค่นี้แหละ มากกว่านี้พี่ก็ ไม่มีแล้ว"

"แค่นี้ก็พอ" นาตาชาโอบกอดดนุพันธ์อย่างรักและหวงแหน...

มัด ไหมเข้าไปในบ้าน พบบ้านเลอะเทอะ รามิลฟุบหลับอยู่ข้างเค้กที่มีเทียนปักอยู่ บนหน้าเค้กมีข้อความว่า ...รามิลรักมัดไหม...เธอน้ำตาคลอเอาไฟจุดที่เทียนแล้วปลุกรามิลและร้องเพลง อวยพร เขางัวเงียตื่นมาเป่าเทียนเสียเอง มัดไหมตื้นตันกับสิ่งที่รามิลทำให้ ถึงกับยื่นหน้าไปหอมแก้มเขา รามิลดีใจที่เธอหายโกรธเขา โผกอดเธอ สองคนรักและเข้าใจกันด้วยดี


ooooooo

อวสาน
กลับไปยังรายบอร์ด