กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 7] เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง



เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

ออกอากาศ : ละครหลังข่าว ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 20.25 น. ทางช่อง 7
บทประพันธ์ : ไอริณ
บทโทรทัศน์ : พิง ลำพระเพลิง
กำกับการแสดง : อินทนนท์ รัตนากาญจน์, อรรณพ บุรีวชิระ
ผู้ผลิต : กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

รายชื่อนักแสดง

ธาวิน เยาวพลกุล           รับบทเป็น       รามิล
อุษามณี ไวทยานนท์         รับบทเป็น       มัดไหม, ภัครมัย
พูลภัทร อัตถปัญญาพล         รับบทเป็น       ดนุพันธ์
กัญญา รัตนเพชร์         รับบทเป็น       นาตาชา
เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์         รับบทเป็น       อัจฉราวดี
เจษยา เวียงเกตุ         รับบทเป็น       พลอยไพลิน
แมทธิว ดีน ฉันทวานิช         รับบทเป็น       วายซี
วิยะดา โกมารกุล ณ นคร         รับบทเป็น       แม่แก้ว
ตฤณ เศรษฐโชค         รับบทเป็น       อิทธิพล
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์         รับบทเป็น       พิศมัย
ศิรินุช เพชรอุไร         รับบทเป็น       อุมาพร
พุทธชาด พงษ์สุชาติ         รับบทเป็น       อรรุจิ
รุ้งลาวัณย์ โทนะหงษา         รับบทเป็น       ติ๋ม
โอลิเวอร์ บีเวอร์         รับบทเป็น       อภิชาต
เทวินทร์ คุณารัตนวัฒน์         รับบทเป็น       จ้อน
สุทธิพร เมธา         รับบทเป็น       อัคนี

เรื่องย่อ ละครเทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

รามิล (ธาวิน เยาวพลกุล) หนุ่ม หล่อมาก เนื้อหอมมาก ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเพราะมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ พ่อแม่ของรามิลเสียชีวิตหมดแล้ว เหลือแต่ แม่แก้ว หรือ คุณแก้วอังกาบ (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร)  แม่เลี้ยงสุดแสนดีผู้เป็นน้าแท้ๆ ของเขา รามิลใช้ชีวิตเพลย์บอยเต็มที่กับสาวสวยมีระดับทั้งสิ้น ข้อตกลงของเขากับสาวทุกคนคือ คบกันเท่าที่พอใจไม่ผูกพัน และไม่ล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ขาประจำล่าสุดของเขา คือ อัจฉราวดี (เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์) นางแบบและดาราสาวสวยเฉี่ยวเปรี้ยว ผู้หมายมาดจะจับเขาให้ได้

แล้ววันหนึ่งรามิลแทบเป็นบ้าเมื่อแม่แก้วบอกว่า ราเมศวร์ พ่อเขาตกลงหมั้นลูกสาวของภาคินัย เพื่อนรักไว้ให้เขาก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต และคู่หมั้นของเขาคือ ภัครมัย หรือ มัดไหม (อุษามณี ไวทยานนท์) เด็กหญิงที่รามิลเห็นแค่ตอนเด็กๆ และไม่เคยเห็นกันอีกเลย แต่เขาจำความซน เฮี้ยว และแสบสุดขั้นของเธอได้ไม่มีวันลืม เธอเคยแกล้งเขาสารพัดรูปแบบจนเขาขยาดและเกลียดขี้หน้าเธอมาก ตั้งฉายาเธอว่าเด็กนรก และที่เจ็บใจคือ รามิลชอบผู้หญิงสวย แต่เด็กหญิงมัดไหมหน้าตาไม่เอาไหน แถมยังสวมแว่นสายตาหนาเตอะ รูปร่างผอมเหมือนเสาโทรเลข อีกอย่างที่รามิลจำได้คือบ้านเธอมีไร่ชื่อมนตรา มีคอกม้าที่ไร่ และมัดไหมรักม้ามาก รามิลโวยกับแม่แก้วว่าเขาไม่มีวันแต่งงานกับมัดไหม แต่ถึงกับอึ้งเมื่อแม่แก้วบอกว่าพ่อของเขาและมัดไหมมีเงื่อนไขว่าเมื่อรับ รู้เรื่องหมั้นแล้วรามิลกับมัดไหมต้องแต่งงานกันภายในสามเดือน และถ้ารามิลไม่แต่งงานกับมัดไหมหรือแต่งแล้วอยู่กันไม่ถึงปีเขาต้องยกเงินสด ทั้งหมดที่มีให้มัดไหม ฝ่ายมัดไหมก็เช่นกัน และรามิลอยากตายลงไปเลยเมื่อแม่แก้วบอกว่าทางมัดไหมตอบตกลงจะแต่งงานกับเขา แล้ว รามิลตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับมัดไหม และก็จะไม่ยอมสูญเสียเงินทั้งหมดให้เธอด้วยเขาจะทำ ให้เธอเป็นฝ่ายปฏิเสธเขา

รามิลไปหามัดไหม ภาพแรกที่ทำให้เขาถึงตะลึงคือหญิงสาวร่างระหง สวยไม่มีที่ติ อยู่บนหลังม้าที่วิ่งอย่างสง่างาม เธอคือภัครมัยหรือมัดไหม แต่เธอมีแผนอยู่แล้วที่จะแกล้งปั่นหัวเขา เธอจึงบอกว่าเธอไม่ใช่มัดไหมคู่หมั้นของเขา แต่บังเอิญชื่อมัดไหมเหมือนกัน เพียงแต่เธอมีฐานะเป็นคนรับใช้ของมัดไหมคู่หมั้นเขา รามิล เห็นหน้าตาผิวพรรณและเสื้อผ้าราคาแพงของต่างประเทศที่เธอสวมอยู่แล้วไม่อยาก เชื่อเลยว่ามาดอย่างเธอจะเป็นคนรับใช้ แต่อะไรดลใจให้เขาเชื่อไปก็ไม่รู้ และมัดไหมคนนี้ก็ปากจัดใช่ย่อยไม่ยอมลงให้เขาด้วย เพียงแรกเจอกันเธอก็กัดเขาสะตั้งตัวไม่ติด เป็นสาวใช้บรรดาศักดิ์จริงๆ กล้ากัดกระทั่งคู่หมั้นของเจ้านาย รามิลแปลกใจว่าเธอรู้รายละเอียดของเขาและคู่หมั้นราวกับเธอคือภัครมัยซะเอง แต่มัดไหมก็เอาตัวรอดไปได้อย่างชาญฉลาด รามิลหัวเสียกลับไป มัดไหมขำกลิ้งกับ ติ๋ม (รุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา) สาวใช้ตัวจริง ติ๋มไม่อยากให้มัดไหมแกล้งรามิล แต่มัดไหมบอกว่าผู้ชายเจ้าชู้เสเพลอย่างรามิลต้องให้บทเรียนแสบๆ ซะบ้าง ไม่งั้นจะคิดว่าอะไรๆโดยเฉพาะผู้หญิง ง่ายไปซะหมด

รามิลไปปรับทุกข์กับ ดนุพันธ์ (พูลภัทร อัตถปัญญาพล) เพื่อนรักของเขา ดนุพันธ์ขำว่ารามิลถูกพ่อดัดหลัง แต่ดนุพันธ์เองก็ปวดเศียรกับความรักที่ยังไม่มีท่าจะสมหวังของตัวเอง เขาจีบ นาตาชา (กัญญา รัตนเพชร) น้องสาวของรามิลอยู่ และนาตาชายังไม่ยอมรับรักเขา แถมความรักของเขายังมีมารผจญอีกคือ พิมมาดา ที่ตามตื้อเขาจนนาตาชา ไม่ไว้วางใจเขา ว่าเขาเจ้าชู้เหมือนรามิล ส่วนนาตาชาก็มี อภิชาติ (โอลิเวอร์ บีเวอร์) เจ้าของนิตยสารชั้นนำ ที่เธอเป็นตากล้องให้อยู่ตามจีบ และดนุพันธ์หึงแทบหน้ามืดตาลาย นาตาชาเป็นเพื่อนรักของมัดไหม แสบพอๆ กับมัดไหม มัดไหมเพิ่งกลับจากฝรั่งเศส เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนาน และเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของปารีส เคยขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของโลกมาแล้ว เธอใช้ชื่อว่า แม็ตตี้ นาตาชาขอให้มัดไหมถ่ายแบบและเป็นปกให้นิตยสารของเธอ มัดไหมตกลง แต่ขอแต่งตัวแต่งหน้าแบบแฟนซีแปลกๆ

รามิลฮึดกลับไปหามัดไหมอีก เขาไปจ้างให้มัดไหมเป็นแฟนเป็นเวลาสามเดือน รามิลกะยิงนกสองตัวด้วยกระสุนนัดเดียว คือ ทั้งตัดคู่หมั้นที่เขาแสนเกลียด และตัดอัจฉราวดีที่เขารู้สึกว่าเริ่มรุกรานเขา และจะจับเขาจริงๆ จังๆ เขาจะจ่ายค่าจ้างมัดไหมหนึ่งหมื่นเพราะประเมินว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่มัดไหมเรียกหนึ่งล้าน รามิลต้องยอมจ่าย มัดไหมเรียกเงินล่วงหน้าห้าแสนบาท รามิลนัดกับมัดไหมกินอาหารมื้อค่ำเพื่อปล่อยข่าวเธอเป็นแฟนคนใหม่ของเขา เขาพาเธอไปที่ร้านของ พลอยไพลิน (เจษยา เวียงเกตุ) เพื่อนรักของ อัจฉราวดี กะให้พลอยไพลินเห็นเต็มๆ ว่าเขามีแฟนใหม่ และเพราะที่ร้านของพลอยไพลินมักมีนักข่าวไปนั่งหาข่าวเป็นประจำด้วย มัดไหมแต่งชุดราตรี สวยจนรามิลตะลึง และเมื่อไปถึงร้านก็โดนพลอยไพลินเสียดสีขบกัด มัดไหมบอกรามิลว่าพลอยไพลินชอบรามิล ที่เธอกัดนั่นเพราะความหึง รามิลไม่เชื่อ พลอยไพลินโทรฟ้องอัจฉราวดี รุ่งขึ้นอัจฉราวดีไปหารามิลถึงบริษัท รามิลเฉยๆ กับเธอ อัจฉราวดีอาฆาต บอกตัวเองว่าจะทำให้รามิลเจ็บจำไปจนตาย

รามิลนัดพามัดไหมไปงานกาลาดินเนอร์ วันที่ไปรับมัดไหม เขาเห็นหญิงสาวรูปร่างแบบเดียวกับมัดไหมยืนหันหลังสั่งงานอยู่ เขาเรียก แต่เธอคนนั้นไม่หันมา จนกระทั่ง อัคนี (สุทธิพร เมธา) หัว หน้าคนงานบอกเธอจึงหันหาเขารามิลตกใจ หน้าเธอเป็นแผลเป็นเละจนเหมือนหน้าผี เมื่อพูดกัน รามิลจึงรู้ว่าเธอคือภัครมัยคู่หมั้นของเขารามิลลืมความเกลียดชัง เขาสงสารเธอมาก ยิ่งภัครมัยมีทีท่าเจียมตัว และพูดทำนองว่าเขาโชคร้ายที่จะต้องเป็นคู่หมั้นหญิงหน้าตาอย่างเธอ รามิลยิ่งสงสารจนพูดแทบไม่ออก เขาพูดอ่อนโยนแสดงความเห็นใจเธอ แทนตัวเองว่าพี่ เรียกเธอว่าน้อง เหมือนที่เคยเป็นเมื่อตอนเด็กๆ มัดไหม หน้าผีเข้าบ้านไปหัวเราะกับติ๋มแทบตายว่ารามิลมีตาแต่หามีแววไม่ บอกอะไรก็เชื่อหมด ติ๋มเห็นใจรามิลมาก ให้มัดไหมเลิกเล่นตลกและบอกความจริงรามิล แต่มัดไหมบอกว่าเธอยังสนุกอยู่ มัดไหมแกะหน้าผีแล้วออกไปต้อนรับรามิลในฐานะมัดไหมสาวใช้

อัจฉราวดียังตามตื้อสม่ำเสมอ จนวันหนึ่งเจอกับมัดไหมและนาตาชา เมื่อเธอพารามิลไปที่ห้องเสื้อของยังโซน หรือ วายซี (แมทธิว ดีน) ดีไซเนอร์มือใหม่ของไทยที่ไปโด่งดังมากในต่างประเทศ และอัจฉราวดี อยากเป็นนางแบบให้วายซีมาก รามิลเห็นมัดไหมในร้านอาหารอิตาเลียน เขานึกว่าเธอมากับหนุ่ม ไม่รู้ตัวเลยว่าฤทธิ์หึงขึ้นหน้า เขาไปกระชากตัวเธอ มัดไหมเพิ่งเสร็จจากการถ่ายแบบ และยังไม่ได้ถอดคอนแทกเลนซ์สีฟ้าออก เธอเลยทำตัวเป็นแม็ตตี้ พูดไทยไม่ชัดกับเขา รามิลมีทีท่าไม่เชื่อ แต่นาตาชาออกมาช่วยมัดไหมไว้ทัน อัจฉราวดีมาที่กลุ่ม เมื่อเห็นมัดไหมเธอตื่นเต้นมากว่าได้สัมผัสตัวจริงของนางแบบโลก เธอทักมัดไหมว่าแม็ตตี้ รามิลจึงสงบได้ทั้งๆ ที่ยังไม่ค่อยเชื่อสนิทใจว่ามัดไหมกับแม็ตตี้เป็นคนละคนกัน อัจฉราวดีพูดจาไม่เข้าหูนาตาชาเลยโดนนาตาชาด่าไป มัดไหมรู้ว่ารามิลต้องตามเรื่องถึงที่สุดเลยรีบกลับบ้าน แล้วให้ติ๋มสวมหน้ากากหน้าเละเป็นภัครมัยป่วยแล้วเธอดูแล รามิลตามมาถึงบ้านจริงๆ และเมื่อเห็นภัครมัยปลอมอยู่กับมัดไหมเขาเลยเลิกสงสัย และสงสารภัครมัยหน้าผีขึ้นมาอีก เขาบอกมัดไหมให้บอกภัครมัยว่าคราวต่อๆ ไปที่เจอเขาไม่ต้องสวมฮู้ดปกปิดหน้าผี มัดไหมชื่นชมรามิลขึ้นมาหน่อย

รามิลพามัดไหมไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่ คือ แม่แก้ว คุณพิศมัย หรือ ย่าน้อย คุณอุมาพร (ศิรินุช เพ็ชรอุไร) กับ คุณอรรุจิ (พุทธชาด พงษ์สุชาติ) พี่น้องฝาแฝดผู้พูดกันคำทะเลาะกันสามคำ แต่รักกันมาก ทั้งสี่ท่านทราบความจริงแล้วว่ามัดไหมเป็นใครจึงพยายามร้ายเต็มที่ ถล่มใส่มัดไหมเต็มที่ แล้วต่างลุกไปโดยที่มัดไหมยังไม่ทันได้กราบ มัดไหมน้อยใจมาก เธอไม่รู้เลยว่านี่คือแผนซ้อนแผนของนาตาชากับแม่แก้ว เธอจำต้องค้างที่บ้านสวนตามคำสั่งของรามิล มัดไหมยังเผชิญแผนการดูถูกและกลั่นแกล้งของญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่ของรามิล อัจฉราวดีตามตื้อรามิลทุกวันและไม่รู้ตัวเลยว่าถูกผู้ใหญ่ทั้ง 4 ใช้เป็นเครื่องมือทดสอบความรักของรามิลกับมัดไหม มัดไหมไม่กล้ายอมรับว่าทุกคำพูดและทุกอาการที่เธอแสดงออกต่อรามิลนั้นเกิด จากความหึงหวง รามิลเองก็ไม่อยากยอมรับเหมือนกันว่าความฉุนเฉียวทุกวันของเขาเกิดจากความ รักมัดไหมสาวใช้คนนี้ ความที่รามิลรักมัดไหม และไม่อยากให้เธอจากไปทำให้เขาตัดสินใจพูดกับเธอว่าเขาคงต้องยอมแต่งงานกับ ผู้หญิงที่มีชาติตระกูลตามที่ญาติผู้ใหญ่เห็นสมควร แต่ถ้าเธอไม่รังเกียจเขาจะขอพาเธอหลบไปอยู่ด้วยกันเงียบๆ ณ ที่ห่างไกลผู้คน จะรักและทะนุถนอมเธอไม่ให้เธอลำบากไปชั่วชีวิต มัดไหมโกรธ นั่นหมายถึงว่าเธอต้องเป็นเมียน้อย เธอตบหน้ารามิล ขณะที่มัดไหมกำลังเก็บเสื้อผ้าจะหนีไปจากบ้านสวน อัจฉราวดีเข้ามาตอกย้ำความเจ็บปวดของเธออีกด้วยทีท่าสงบเสงี่ยมเป็นมิตร อัจฉราวดีบอกว่ารามิลเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วว่ามัดไหมรับจ้างเป็นแฟนของ รามิลด้วยค่าจ้างล้านบาท และเมื่อเธอเห็นว่ารามิลเป็นฝ่ายเลิกสัญญาก่อนกำหนดเธอจึงขอให้รามิลจ่าย เงินให้มัดไหมให้ครบเพื่อว่ามัดไหมจะได้มีเงินไปลงทุนทำอะไรของตัวเอง จะได้ไม่ต้องเป็นคนใช้เขาต่อไป คราวนี้มัดไหมโกรธรามิลจริงๆ ไม่ใช่โกรธแง่งอนชั่วแวบเหมือนครั้งก่อนๆ มัดไหมขอติดรถอัจฉราวดีเข้าเมือง อัจฉราวดีสมใจ

รามิลตัดสินใจไปหามัดไหมคนหน้าผี เพื่อจะทำความใกล้ชิดกับเธอให้มากขึ้น แต่อีกใจก็จะไปเพราะความหวังว่าจะได้พบมัดไหมสาวใช้เจ้าหัวใจของเขาด้วย ตลอดเวลาที่อยู่กับมัดไหมหน้าผี รามิลไม่มีสมาธิเลย เขาคอยมองหามัดไหมสาวใช้ตลอด มัดไหมหน้าผีถาม แต่รามิลไม่บอกว่าเขาไม่สบายใจเรื่องอะไร เขาเบนเรื่องไปที่จะให้มัดไหมคนนี้ไปปรึกษาแพทย์เรื่องใบหน้าเละ แต่มัดไหมบอกว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้วไม่ไปแล้ว แล้วในที่สุดรามิลก็พูดถึงมัดไหมสาวใช้จนได้ มัดไหมบอกว่าลาออกไปแล้วรามิลใจหาย เขาตัดสินใจถามมัดไหมว่าคนเราควรจะแต่งงานด้วยเหตุผลใด มัดไหมบอกว่าด้วยความรัก รามิลถามถึงความเหมาะสม มัดไหมยืนยันความรัก แต่ก็บอกว่าแล้วแต่ความจำเป็นเฉพาะตัวของแต่ละคนด้วย รามิลบอกว่าเขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว เพราะกระทั่งคนที่เขาคิดว่ารู้จักดีก็ยังไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เหมือนว่าคนเราทุกวันนี้ใส่หน้ากากใส่กัน เล่นเอามัดไหมสะดุ้งเพราะว่าเธอก็กำลังใส่หน้ากากอยู่จริงๆ ด้วย รามิลสับสนมากกระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่ามาจากบ้านมัดไหมตอนไหน

ดนุพันธ์สรุปว่ารามิลรักมัดไหมสาวใช้ ให้เขาตามหาเธอ แต่รามิลบอกว่ามัดไหมมีโอกาสพบผู้ชายดีๆ แต่ภัครมัยหน้าผีไม่มีใครนอกจากเขา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับภัครมัย ดนุพันธ์ไปเล่าทั้งที่รามิลบอกว่ารักมัดไหมสาวใช้ และที่บอกว่าจะแต่งงานกับภัครมัยให้นาตาชาฟัง โดยไม่รู้ว่ามัดไหมอยู่กับนาตาชาด้วย นาตาชาให้มัดไหมบอกความจริงกับรามิลก่อนที่นานไปเขารู้เอง มัดไหมเชื่อว่ารามิลจริงใจในกรณีมัดไหมหน้าผี แต่เธอยังอยากทดสอบความจริงใจของเขาต่อมัดไหมสาวใช้ต่ออีก ด้านรามิลก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมีความรู้สึกใกล้เคียงกันกับผู้หญิงถึง สามคน สำหรับแม็ตตี้ เขาพอจะรู้ว่าเพราะเธอหน้าเหมือนกับมัดไหมสาวใช้ เขาโทรนัดแม็ตตี้ทานอาหาร เธอพูดถึงมัดไหมสาวใช้อีก รามิลตัดสินใจถามมัดไหมหน้าผีว่ามัดไหมสาวใช้อยู่ที่ไหน รามิลพยายามตามหามัดไหม ใจลอย มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อรถเขามาถึงหน้าไร่มนตราของมัดไหม สถานที่แรกที่เขาได้พบกับเธอ สาวสวยคนหนึ่งควบม้าอยู่ รามิลดีใจที่สุด เขาตะโกนเรียกเธอสุดเสียง เธอไม่ได้ยิน รามิลกดแตรรัว เจ้าตะวันสาดแสงม้าที่มัดไหมควบอยู่ตกใจ สลัดมัดไหมตกจากหลัง รามิลประคองมัดไหม เธอไม่เป็นไรมาก งอนเขาที่ทำให้ตกม้า แล้วรามิลก็งอนมัดไหมบ้าง เมื่อหนุ่มหล่อผมยาวขี่ม้าอีกตัวมาหามัดไหม มัดไหมเรียกเขาว่าวายซี รามิลเหม็นขี้หน้านายวายซีนี่ทันที และยิ่งงอนหนัก เมื่อมัดไหมสะบัดจากเขาไปหาวายซี ท่าทางเธอไว้ใจนายนั่นมากกว่าเขา เขาพาลว่าเธอแกล้งตกม้าเพื่อเรียกความสนใจ มัดไหมต่อปากต่อคำกับรามิล แล้วเผลอตกเป็นเหยื่อเมื่อโดนเขายั่วว่าสำออย เธอเดินไปขึ้นรถเขา กว่าจะรู้ตัวว่าโดนรามิลเจ้าเล่ห์ใส่ เธอก็ออกมาจากไร่กับเขา เขาจงใจยั่วเธอเพื่อแยกเธอจากวายซี รามิลสารภาพรักกับมัดไหม มัดไหมจึงต้องสารภาพแผนการทั้งหมดของเธอ และสารภาพว่ารักเขาเช่นกัน รามิลมีความสุขที่สุดในชีวิต


................................................... อวสาน ...................................................

ที่มา :

เรื่องย่อแบบละเอียด ละครเทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

ที่มา :

ตอนที่ 1

ทุ่งกว้างสวยงามในไร่มนตราแถวปากช่อง  สาวสวยภัครมัยหรือมัดไหมเจ้าของไร่ ควบม้าตรวจงานในไร่ อย่างสวยสง่า พลัน...ติ๋มสาวใช้คนสนิทวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่ามีขโมยเข้ามาในไร่ มัด
ไหม รีบควบม้าไปที่เกิดเหตุ พบขโมยกำลังขนลังข้าวโพดของไร่ใส่รถ จึงยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ คนงานในไร่มาช่วยกันล้อมจับ แต่เกิดมีลูกและเมียขโมยเข้ามากอดขาร้องไห้ว่าที่ทำไปเพราะความจน มัด
ไหมสงสารจึงรับสองผัวเมียทำงานในไร่ แล้วสั่งการอัคนี

"ครับ...ผมให้ไอ้หมอนั่นไปทำงานในไร่ ส่วนเมียก็รับไว้ทำงานในโรงครัว" อัคนีรายงาน

"แล้วลูกล่ะ"

"ให้ไปเรียนหนังสือกับลูกพวกคนงานตามนโยบายของคุณไหมครับ"

"ดี...ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกใครพวกเขาควรได้รับการศึกษา ดีกว่าปล่อยให้วิ่งเล่นไปวันๆ"

"คุณไหมใจดีเหลือเกิน พวกคนงานที่นี่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตั้งแต่คุณไหมกลับมา"

"ฉันเพียงแต่ให้ในสิ่งที่ให้ได้ เกิดมาเป็นคน เราก็ควรมีน้ำใจต่อกัน โลกคงน่าอยู่มากขึ้น"

มัด ไหมเดินยิ้มเข้าบ้านอย่างมีความสุข อัคนีมองตามนายสาวอย่างชื่นชม...บนโต๊ะในบ้านมีหนังสือนิตยสารโว๊ควางอยู่ หน้าปกเป็นภาพนางแบบสาวเอเชียสวยสง่า คาดตัวหนังสือ "matty hot"
ซึ่งก็ คือตัวมัดไหมนั่นเอง เธอจบการศึกษาจากฝรั่งเศส สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์เอเชีย และมีอาชีพเป็นนางแบบในปารีส เธอเรียนและทำงานไปด้วยที่นั่นเกือบยี่สิบปี ที่กลับมาเมืองไทยเพราะ
อยากอยู่ใกล้พ่อและชอบชีวิตในไร่ ติ๋มเข้ามาถามเรื่องจะเข้ากรุงเทพฯ

"ไม่เหนื่อยแย่เหรอคะ  ทั้งงานไร่แล้วยังงานที่กรุงเทพฯอีก"

"ทำไงได้ล่ะติ๋ม งานนี้ฉันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ แล้วอีกอย่างนึง"

"อะไรเหรอคะ"

"ฉันจะได้เจอตัวพี่รามิลด้วย  ไม่ได้เห็นเขามาสิบห้าปีแล้ว"

ติ๋ม สงสัยว่ายังจำกันได้หรือ มัดไหมตอบว่ารามิลจำเธอไม่ได้ แต่เธอจำเขาได้เพราะภาพเขาลงข่าวหนังสือไม่เว้นแต่ละวัน นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ทั้งหล่อ เก่ง และเจ้าชู้ครบสูตร

ณ คฤหาสน์ทิพยคาถาซึ่งใหญ่โตโอ่อ่า รามิลในชุดสูทเนี้ยบแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนประณีต พิถีพิถันตั้งแต่หัวจดเท้า รามิลจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ชอบเที่ยวเตร่ รักชีวิตยามค่ำคืน
ในสายตาคนทั่วไปดูเขาเจ้าชู้ หยิ่ง และถือตัว แต่ความเป็นจริงเขาจิตใจดี ขี้เหงาเพราะสูญเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่เด็ก มีแม่แก้ว น้าแท้ๆเลี้ยงดูเขามาด้วยความรักและเข้าใจเขามากที่สุด รามิลจึง
ไม่เคย ปิดบังอะไรแม่แก้วเลย และวันนี้เขาต้องไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ เขาโทร.หาดนุพันธ์เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นอาจารย์สอนสถาปัตฯและกำลังทำปริญญาเอก

"ว่าไงไอ้นุ สาวๆที่ให้หามาควงไปงานคืนนี้น่ะ อ๋อ...เออดีมาก เดี๋ยวเจอกัน"...

ooooooo

บน เวทีแคตวอล์ก เหล่านางแบบเดินแฟชั่นโชว์ ตระการตา  หนึ่งในนั้นมี...อัจฉราวดีสาวเปรี้ยวลูกนายตำรวจใหญ่ เป็นคนเอาแต่ใจ หุนหัน ขี้วีน ไม่ค่อยเป็นที่ปลาบปลื้มของเหล่าสไตลิสต์เท่า
ไหร่นักเพราะความ เรื่องมาก เธอพยายามจะจับรามิลให้ได้ เพราะเหตุนี้ รามิลจึงควงสาวมาสองคนเพื่อกันเธอไว้ อัจฉราวดีมองสองสาวที่เกาะแจรามิลอย่างตาวาวเคียดแค้น

นาตาชาน้องสาว รามิลซึ่งเป็นลูกแม่แก้ว พ่อของรามิล รับเป็นบุตรบุญธรรม    ทั้งสองจึงโตมาด้วยกันและรักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ นาตาชาสะพายกล้องวิ่งเข้ามาในงาน สะดุดส้นสูงจะล้ม

"เหวอ แค่มาถ่ายรูปทำข่าว ทำไมต้องบังคับให้ใส่ส้นสูงเข้างานด้วยก็ไม่รู้" พลันมือถือดังขึ้น เธอรีบควานหามากดรับสาย "ว่าไงมัดไหม...จ้า...ฉันมาถึงแล้ว กำลังจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"

ขณะ วิ่งเข้างาน นาตาชาได้ยินพวกนักข่าวคุยกันว่ามีนางแบบดังจากอเมริกามาเดินด้วยคือแม๊ตตี้ นาตาชายิ้มปลื้มความฮอตของเพื่อนสาว...ดนุพันธ์แทรกตัวมานั่งข้างรามิล

"ขอโทษครับ ขอแทรกนิดนึงครับ...ไอ้คุณเร เมื่อกี้นายเห็นแววตาอำมหิตจากสายตาแฟนเก่านายรึเปล่า"

"คนไหนล่ะ"

"โอ๊ย...อย่า มาทำซื่อบื้อหน่อยเลยน่า นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงใคร ผ่าเถอะว่ะ ฉันไม่ยักรู้ว่ายัยอัจฉราวดีมาด้วย นี่นายกล้าบ้าบิ่นดีแท้ๆ"

"ถ้าฉันไม่กล้าบ้าบิ่นแบบนี้ นายคิดว่าฉันจะแกะเจ้าหล่อนหลุดมั้ยล่ะ"

"เอ้ย ถ้านายแกะยัยอัจหลุดล่ะก็ นายอาจจะมีลุ้นคนใหม่ ทั้งสาวทั้งสวย กำลังดังสุดขีดด้วยนะจะบอกให้" ดนุพันธ์ ยิ้มกริ่มมองไปบนเวที

รา มิลงงว่าใคร ดนุพันธ์พยักพเยิดให้มองแม๊ตตี้ในชุดฟิลนาเร่...มัดไหมในคราบนางแบบใส่คอน แทกเลนส์สีฟ้าแต่งหน้าโฉบเฉี่ยว รามิลถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ มัดไหมปรายตามองรามิลยิ้ม
อย่างมีแผน นาตาชาเข้ามาถ่ายรูปมัดไหมปะปนกับนักข่าว

ใน ขณะที่อัจฉราวดีนั่งมองกระจกในห้องแต่งตัวอย่างแค้นใจที่รามิลควงสาวมา เย้ยถึงสองคน พลอยไพลิน เพื่อนสาวที่ไม่ค่อยมีความจริงใจให้ เข้ามายุแหย่ให้อัจฉราวดีเอาเรื่องสองสาวนั่น
อัจฉราวดีจึงตามไปตบสอง สาวในห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่ามัดไหมอยู่ในห้องน้ำนั้นด้วย มัดไหมยิ่งไม่ชอบขี้หน้ารามิล มากขึ้น พอมาเจอกับนาตาชา มัดไหมกำชับนาตาชา

"เธอต้องเรียกฉันว่าแม๊ตตี้นะหนูนา"

"ก็ได้ๆ แม๊ตตี้ก็แม๊ตตี้ วันนี้พี่เรก็มาด้วยนะ"

"พี่ชายเธอน่ะเหรอ" มัดไหมทำหน้าเบ้เยาะๆ

"ฉันรู้เรื่องพินัยกรรมของคุณพ่อกับลุงภาคินัยแล้วนะ" นาตาชาหมายถึงการหมั้นหมายของมัดไหมกับรามิล

"คุณลุงราเมศกับคุณพ่อไม่น่าทำพินัยกรรมบ้าๆนั่นขึ้นมาเลย" มัดไหมหน้าเครียด

"แต่ยังไงเธอก็น่าจะไปเจอพี่เรเขาหน่อยนะ"

มัด ไหมไม่ชอบใจบอกนาตาชาให้เลิกพูดถึงรามิลเสียทีถ้าไม่อยากให้งานกร่อย สองสาวจึงเดินกลับเข้างาน แต่แล้วมัดไหมนึกอะไรได้ "เดี๋ยวหนูนา...ฉันจะไปเจอกับพี่รามิลก็ได้ แต่เธอห้ามบอก
เขานะว่าฉันคือใคร นะหนูนา...สัญญานะ"

นา ตาชายอมสัญญา พลันมัดไหมเดินชนเข้ากับอัจฉราวดี เธอรีบขอโทษแต่ยังโดนอัจฉราวดีโวยใส่ นาตาชาโมโหเถียงแทน พออัจฉราวดีรู้ว่ามัดไหมเป็นเพื่อนนาตาชาจึงยอมอ่อนให้เพราะเห็นว่า
เป็นน้อง รามิล...

ทั้งรามิลและดนุพันธ์แปลกใจที่สองสาวที่ควงมาขอกลับบ้านก่อนอ้างว่า ปวดท้อง อัจฉราวดีปรี่เข้ามาเกาะรามิล แต่สายตารามิลจับจ้องที่มัดไหมซึ่งเดินมากับนาตาชา ดนุพันธ์ กำลังจะเข้าไปกรุ้ม
กริ่มกับมัดไหม  แต่พอเห็นนาตาชาก็ชะงัก "เหวอ...หนูนามางานด้วยเหรอ"

ดนุพันธ์รีบเดินเข้าไปหานาตาชา  รามิลได้ทีสลัดอัจฉราวดีแล้วคว้าแก้วเครื่องดื่มเดินไปหามัดไหม "สำหรับคุณครับ..."

"เรารู้จักกันด้วยเหรอคะ" มัดไหมเชิดใส่

"คุณอาจจะไม่รู้จักผม แต่ผมรู้จักคุณครับ คุณแม๊ตตี้" รามิลเหลือบมองเห็นอัจฉราวดีสะบัดหน้าเดินไปก็โล่งใจ

"ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่ชอบดื่มไวน์" มัดไหมรับแก้วจากรามิลแล้วเทลงกระถางต้นไม้

นาตาชากับดนุพันธ์อึ้งที่มัดไหมทำแบบนั้น รามิลเองก็หน้าเสีย

ooooooo

ใน บริเวณบ้านทิพยคาถา มีบ้านสองหลังในรั้วเดียวกัน หลังหนึ่งแม่แก้วอยู่กับนาตาชา อีกหลังเป็นของรามิล วันนี้เป็นวันหยุด แม่แก้วทำอาหารกลางวันรอรามิล แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มา นาตาชา
ชินกับ พฤติกรรมนี้มานาน แม่แก้วให้จ้อนไปตามรามิล จ้อนรีบแล่นมาที่ห้องรับรองของรามิล เห็นสองสาวนอนเมาสลบไสลไม่น่าดู จากนั้นก็ไปที่ห้องรามิล รามิลยืนอยู่ที่ระเบียง เขายืนมองพวก
ปาปารัซซี่ที่อยู่ตรงรั้วบ้าน จ้อนรีบรายงาน

"อรุณสวัสดิ์ครับเจ้านาย อ๋อ...หมอนี่มาแต่เช้าเลยครับ ไล่ก็ไม่ไป แถมให้เงินผมถามว่าผู้หญิงสองคนที่มากับเจ้านายเมื่อคืนเป็นใคร"

"จัดการเหมือนเดิมนะ ส่วนพวกปาปารัซซี่อยากถ่ายรูปอะไรก็ปล่อยตามสบายเลย นายคอยอำนวยความสะดวกให้เขาด้วยละกัน"

"ได้เลยครับเจ้านาย จ้อนจัดให้" จ้อนรับเงินแล้วรีบออกไป

จ้อน กำลังจะไปส่งสองสาว สองสาวบ่นว่าเจ้านายจ้อนแปลกที่จ้างพวกเธอมานอนเล่นเฉยๆแล้วให้เงินกลับบ้าน จ้อนทำเสียงชู่ว์...อย่าเสียงดังและห้ามพูด นาตาชาเข้ามาเอ็ดจ้อนที่ไม่ตามรามิ
ลตามคำสั่งแม่แก้ว จ้อนรีบขอโทษที่ลืมแล้วขอตัวไปส่งสาวๆก่อน นาตาชากลับมาเล่าให้แม่แก้วฟัง แม่แก้วลมใส่อยากเป็นลมแต่นาตาชาห้ามไว้แล้วถามข้อข้องใจ

"พักนี้พี่เรเป็นอะไรของเขานะ ทำตัวจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ขนาดนี้"

"กำลังจะแต่งงานแท้ๆกลับทำตัวเหลวไหลซะได้" แม่แก้วถอนใจ

"ใครบอกว่าผมจะแต่งงานครับ" รามิลเดินเข้ามาแย้ง

"แต่ในพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจน ถ้าพี่เรไม่แต่งงานพี่จะไม่มีโอกาสได้แตะเงินสดสามพันล้านของคุณพ่ออีกเลยนะคะ" นาตาชาเตือนความจำ

รา มิลคิดย้อนถึงวันที่ทนายเปิดพินัยกรรม "คุณราเมศระบุไว้ในพินัยกรรมชัดเจน เมื่อคุณรามิลอายุครบสามสิบปีจะต้องแต่งงานกับนางสาวภัครมัย มนตรา ภายในสามเดือน เงินสดสามพันล้านก็จะเป็นสินสมรสของคุณรามิลและคุณภัครมัยครึ่งหนึ่ง"

"แล้วอีกครึ่งล่ะครับหายไปไหน?"

"อ๋อ...ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ อีกครึ่งหนึ่งคุณจะได้เมื่อมีลูกครับผม"

รา มิลไม่พอใจถ้าเขาไม่แต่ง   ทนายตอบว่า   เงินสดสามพันล้านจะถูกโอนเข้าบริษัท  RMT  ที่มีสามตระกูลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และรามิลจะหมดสิทธิ์ในเงินจำนวนนั้น นอกเสียจากภัครมัยจะเป็นผู้ปฏิเสธการแต่งงานเป็นลายลักษณ์อักษร รามิลถึงจะมีสิทธิ์ในเงินสามพันล้านนั่น...

นาตาชานึกเป็นห่วงจึงรีบ จะขับรถไปหามัดไหมที่ไร่ แต่ เผอิญรถสตาร์ตไม่ติด นาตาชาโมโหลงมาเตะล้อรถ ดนุพันธ์ มาหารามิลเห็นก็เข้ามาแหย่ "หงุดหงิดอะไรครับน้องนาตาชา"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ตนุล่ะ"

"เรียกดนุพันธ์หรือพันธ์ดีกว่ามั้ย    นุมันฟังเต่าๆไงไม่รู้"

นา ตาชายักไหล่   เธอพอใจจะเรียกแบบนี้   ดนุพันธ์จะช่วยดูรถให้แต่นาตาชาแขวะว่าให้เอาเวลาไปส่งสาวๆดีกว่า ดนุพันธ์ว่าอย่าเหมาว่าเขาเจ้าชู้เหมือนรามิล แต่นาตาชากลับย้อนว่ารามิลเจ้าชู้เพราะคบกับเขา พลันรถสตาร์ตติด นาตาชาดีใจรีบขับรถออกไปพร้อมทำหน้ายิ้มเย้ย  ดนุพันธ์รู้สึกแห้ว  เขาพยายามจีบนาตาชามานานแล้ว...ดนุพันธ์เข้ามาหารามิล ซึ่งนั่งคุยกับแม่

แก้ว อยู่ริมสระ แม่แก้วพยายามบอกรามิลว่ามัดไหมไม่ได้ขี้ริ้วเหมือนตอนเด็ก แต่พอรามิลย้อนถามว่าเคยเจอกันแล้วหรือ แม่แก้วส่ายหน้า ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์ รามิล ไม่เชื่อว่ามัดไหมจะดูดีขึ้น

"ฮึ เรฟังน้าดีๆนะ คุณพ่อของเรทำพินัยกรรมเอาไว้ แบบนั้นคงเพราะอยากให้เรได้พบกับผู้หญิงดีๆ"

"แค่นั้นเหรอครับ แต่ผมว่าคุณพ่อท่านเพี้ยนมากกว่าถึงได้เอาเงินสามพันล้านมาขู่"

แม่ แก้วไม่ทันพูดต่อ ดนุพันธ์เข้ามาทัก รามิลแซวว่ามาหาน้องสาวเขาหรือ ดนุพันธ์โวยว่ารามิลให้เขามารับไปตีกอล์ฟไง รามิลนึกได้รีบดึงดนุพันธ์ออกไป แม่แก้วมองอย่างหนักใจ

ooooooo

เห็นนาตาชา มัดไหมก็แปลกใจ นาตาชาถามถึงเรื่องแต่งงานว่าตัดสินใจอย่างไร มัดไหมเองก็กลุ้มใจ "ฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่งกับพี่ชายเธอนักหรอกนะหนูนา ถ้าไม่ติดว่าคุณพ่อทำพินัยกรรมไว้ว่าฉันต้องแต่งงานภายในหนึ่งปีถึงจะได้ไร่ มนตราครึ่งหนึ่งตามโฉนดที่แบ่งไว้"

"แล้วอีกครึ่งล่ะ!" นาตาชาถามงงๆ

"อีก ครึ่งจะได้ก็ต่อเมื่อ...ต้องมีลูกน่ะสิโอ๊ย...นี่ฉันจะต้องแต่งงานกับผู้ชาย เจ้าชู้อย่างพี่เธองั้นเหรอ" มัดไหมตะเบ็งเสียงด้วยความเจ็บใจ

"แต่ความจริงแล้วพี่เรไม่ได้..." นาตาชาจะบอกว่าพี่ชายเธอไม่ได้เจ้าชู้ แต่พอดีติ๋มเข้ามา

ทั้ง ติ๋มและมัดไหมช่วยกันพูดว่ารามิลเจ้าชู้ไม่เว้นวัน คืนงานแฟชั่นโชว์มัดไหมก็เห็นกับตา รวมทั้งแฟนเก่าที่บอกว่าเลิกกันแล้ว ลับหลังก็ไม่ปล่อยกัน นาตาชาจ๋อยเถียงไม่ออก...

ขณะตีกอล์ฟกันอยู่ ดนุพันธ์พยายามยุให้รามิลยอมแต่งงาน แต่รามิลกลับแค้นใจกับเรื่องในอดีตที่โดนมัดไหมแกล้งไว้สารพัด มีทั้งเอาหมามุ่ยโรยใส่ตัวเขา แล้วยังมีที่เอากระเป๋าเป้เรียนของเขาไปโยนน้ำ ทำให้ตำรับตำราเขาเปียกเสียหาย พอเขาจะเก็บยังถีบเขาตกน้ำไปอีก

"แกไม่รู้หรอกว่ายัยนั่นร้ายกาจขนาดไหน" รามิลเข่นเขี้ยว...

ในขณะที่อิทธิพลพ่อของอัจฉราวดี กำลังยุลูกสาวให้จับรามิลแต่งงานด้วยให้ได้

"แกมันพลาดเองที่ไปบอกเลิกนายรามิลก่อน"

"ก็ตอนนั้นรามิลทำตัวน่าเบื่อนี่คะ ใครจะคิดว่าเลิกกัน แล้วเขาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้"

"แต่ตอนนี้แกยังมีโอกาสนะยัยอัจ อีกสามเดือนที่นายรามิลจะต้องแต่งงาน"

อัจฉรา วดีทำหน้าตกใจ อิทธิพลย้ำว่า "ใช่ พินัยกรรมงี่เง่าที่นายราเมศกับนายภาคินัยทำเอาไว้ก่อนตาย ถ้าแกทำให้ สองตระกูลนั่นแต่งงานกันไม่ได้ เรานี่ล่ะจะได้ประโยชน์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RMT"

อัจฉราวดีจึงถือวิสาสะเข้ามาในห้องหอม แก้มชวนรามิล ไปทานข้าวกลางวัน รามิลสะบัดมือเธอออก "เลิกทำแบบนี้สักทีอัจ คุณไม่ได้อยู่ในฐานะจะมาทำอะไรแบบนี้กับผมได้อีกแล้ว"

"แต่ฉันยังรักคุณนะคะเร ไม่เคยเปลี่ยน"

"แต่ผมเปลี่ยนไปแล้ว อัจ..." รามิลตอบอย่างเย็นชา แล้วลุกหนี

เขา ออกมาเอ็ดเลขาฯหน้าห้องที่ปล่อยอัจฉราวดีเข้าไป เลขาฯหน้าเสียเพราะขัดอัจฉราวดีไม่ได้ อิทธิพลเดินเข้ามาทำทีเป็นชวนรามิลไปทานข้าว รามิลเกรงใจจึงเดินตามไป อัจฉราวดีได้ทีวิ่งตามไปเกาะแขนรามิลเพราะรู้ว่ารามิลไม่กล้าแสดงท่า รังเกียจเธอต่อหน้าอิทธิพล

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ระหว่างอาหารเช้า แม่แก้วขอให้รามิล เลิกเจ้าชู้และรับปากแต่งงานกับมัดไหม รามิลหงุดหงิดลุกพรวดพราดออกไป แม่แก้วตกใจรีบถามว่าจะไปไหน รามิลตอบว่าเขาจะไปเคลียร์กับมัดไหมไม่แต่งงานและไม่ยอมเสียสมบัติของพ่อ ด้วย แม่แก้วเป็นห่วงกลัวรามิลอาละวาดใส่มัดไหม นาตาชายิ้มปลอบ

"พี่ รามิลเค้าไม่เคยเจอมัดไหมมาสิบห้าปีแล้วค่ะแม่แก้ว หน้าตาหรือแม้แต่ทางไปไร่จะจำได้หรือเปล่า ทำเป็นเก่งจะไปเคลียร์ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะโดนใครเคลียร์กันแน่" นาตาชายิ้มมีเลศนัย

ภายใน โรงรถ มีรถหรูจอดอยู่เจ็ดคัน จ้อนทำความสะอาดไปบ่นไปว่ามีทำไมกันหลายคัน รามิลเดินหน้าเครียดเข้ามาบอกว่าเขาจะใช้รถโฟวีล นาตาชาวิ่งตามมาเรียก รามิลหันขวับมา

"อย่านะนาตาชา อย่ามาห้ามพี่เสียให้ยาก อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดกันละวันนี้"

นา ตาชายิ้มๆย้อนถามว่าแล้วรู้หรือว่ามัดไหมอยู่ที่ไหน รามิลหน้าเจื่อน จริงสิ...นาตาชาจึงยื่นกระดาษที่อยู่และทางไป ไร่มนตราให้ รามิลรับมาแล้วออกรถอย่างเดือดดาล

ขณะนั้น มัดไหมกำลังสอนหนังสือเด็กๆที่โรงเรียนกลางหุบเขา นาตาชาโทร.มาบอกว่ารามิลกำลังไปหา เธอฝากดูแลพี่ชายเธอด้วย  มัดไหมยิ้มเจ้าเล่ห์  "คิดจะจู่โจมเราแบบไม่ทันให้ ตั้งตัวเหรอ...หึ...คอยดูฝีมือยัยเด็กตัวแสบคนนี้บ้าง..."

รามิลขับ รถมาจนเห็นป้ายบอกทางไปปากช่อง เขากระหยิ่มใจ ทะนงตนว่าเมื่อมัดไหมเห็นเขาจะต้องเกิดความละอายและรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควร กับผู้ชายเพอร์เฟกต์หาตัวจับยากอย่างเขา พลันมีเด็กต้อนฝูงวัวข้ามถนน ทำให้ตกใจหักรถหลบ รถติดหล่ม เขาจึงลงจากรถดันเหยียบไปบนโคลนลื่นล้มร้องลั่น "เว้ย...นี่มันวันโลกาวินาศเหรอวะ โธ่เว้ย..."

สุดท้าย รามิลต้องนั่งหลังวัว ให้เด็กจูงเดินไปส่งที่ไร่ มนตราในสภาพมอมแมมไปด้วยโคลน แถมวัวหยุดเดินดื้อๆ ทำให้เขาลื่นไถลตกจากหลังวัวอีก เท่านั้นไม่พอ เขาต้องเดินเข้าไร่อีกเป็นกิโล ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยอยากพักแต่ก็นั่งพื้นดินสกปรกไม่ลง พลันเห็นคนขี่ม้ามาแต่ไกลดีใจร้องเรียก...มัดไหม ขี่ม้ามาแกล้งทำไม่ได้ยินที่รามิลเรียก ปล่อยให้เขาต้องวิ่งตามจนเป็นลมล้มพับ

เป็นหน้าที่ติ๋มต้องเช็ดหน้าเช็ดตาให้รามิล ติ๋มปลื้มในความหล่อของเขาแต่ก็อดขำไม่ได้

"ขำ คุณไหมน่ะสิคะ ดูสิแค่ยกแรกก็แกล้งคุณรามิลเสียจนเป็นลมเป็นแล้งไปเลย นี่ถ้าคุณรามิลรู้ว่าไอ้ฝูงวัวที่ตัดหน้าจนหนุ่มไฮโซอย่างเขาต้องนั่งวัวแทน รถมาที่ไร่ แถมแกล้งให้เดินตากแดดจนเป็นลมไปเนี่ยเป็นฝีมือคุณไหมทั้งหมดจะว่ายังไงน้า"

"ผู้ชายอาไร้ใจเสาะเป็นปลาซิว เดินแค่ไม่กี่โลเป็นลมซะได้" มัดไหมสะใจ

แต่ ติ๋มก็ยังเสียดายความหล่อของรามิล มัดไหมจึงว่า รามิลเป็นคนอย่างที่สุภาษิตว่า ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง คือดีแต่หน้าตา แต่นิสัยแย่มากๆ มัดไหมเน้นเพราะนึกถึงวัยเด็กที่เธอกำลังเล่นหม้อข้าวหม้อแกงอยู่ แล้วรามิลก็เข้ามาโยนหนังสือสมุดที่เปียกใส่ ให้เธอชดใช้ที่ทำเปียก พอเธอไม่สนใจก็เหยียบของเล่นเธอพังหมด มัดไหมยังแค้นฝังใจ...ขนาดวันแรกที่รามิลมา
บ้านไร่ของเธอ เขาไม่ยอมลงจากรถ เธออุตส่าห์ เก็บดอกไม้ไปมอบให้เป็นการต้อนรับ แต่เขากลับโยนทิ้งและเหยียบดอกไม้ต่อหน้าต่อตาเธอ...

ติ๋ มกระซิบบอกมัดไหมว่ารามิลรู้สึกตัวแล้ว มัดไหมให้ ติ๋มรีบหลบไปก่อน รามิลลืมตาขึ้นมาเห็นหน้ามัดไหมก็แปลกใจ จำได้ว่าคือนางแบบแม๊ตตี้ พอมัดไหมถามว่าจ้องพอหรือยัง

"อ๋อ...ฉันจ้องเพราะเอ้อ...หน้าเธอคล้ายใครคนหนึ่งมาก"

มัด ไหมได้ทีแกล้งพูดยั่วให้รามิลโกรธว่าใช้มุกเก่าๆเธอได้ยินมาจนเบื่อ รามิลเสียฟอร์มโกรธจริงโวย "นี่เธอ...อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องมาเล่นมุกเพื่อจีบผู้หญิงหรอกน่า...แต่มาคิดอีกที ฉันว่ามันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนที่ฉันรู้สึกว่าคล้ายกับเธอน่ะที่จริงมันแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เชียวล่ะ"

"หมายความว่ายังไง" มัดไหมชักฉุน

"อ้าวก็แม๊ตตี้น่ะเขาเป็นนางแบบอินเตอร์ แต่เธอ อย่าให้พูดเลย ลองคิดเอาเองก็แล้วกัน"

มัด ไหมคิดในใจ "หึ...พี่รามิลนะ ไม่ว่าจะผ่านกี่ปี นิสัยชอบดูถูกคนก็ไม่เคยเปลี่ยน เดี๋ยวจะรู้ฤทธิ์สาวบ้านไร่คนนี้ซะมั่ง" ก่อนจะข่มอารมณ์ถามเขาว่ามาสมัครเป็นคนเลี้ยงม้าหรือ

รามิลสะอึก "อะไรนะ...นี่เธอมองว่าฉันเป็นคนเลี้ยงม้าหรอ"

"ก็สารรูปคุณแบบนี้จะให้ฉันคิดว่าคุณมาทำอะไรล่ะ" มัดไหมมองรามิลหัวจดเท้า

รา มิลโกรธบอกว่าเขาประสบอุบัติเหตุถึงเป็นแบบนี้ แถมขู่ว่าถ้ารู้ว่าเขาเป็นใครแล้วจะหนาว มัดไหมยิ้มเยาะว่าจะหนาวจะร้อนเธอไม่สน แล้วถามว่ามาที่นี่ทำไม

"ฉันมาหาคุณมัดไหม"

มัด ไหมมองรามิลเยาะๆแล้วบอกให้ตามเธอมา รามิล เข้าใจว่าคงรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร...มัดไหมพารามิลมาล้างคอกม้า รามิลยิ่งโกรธ "ปั๊ดโธ่เอ๊ย...ก็บอกว่าไม่ได้มาสมัครเป็นคนเลี้ยงม้า"

"ถ้า คุณมาหามัดไหมก็ฉันนี่ล่ะ แล้วเหตุผลเดียวที่คุณมาพบฉันก็เพราะฉันประกาศรับสมัครคนเลี้ยงม้า เอ้า...ยืนเซ่ออยู่ได้ จะทำมั้ยงานน่ะ"

รามิลไม่อยากเชื่อว่ามัดไหมโตขึ้นจะสวยขนาดนี้

มัด ไหมลากสายยางฉีดน้ำใส่รามิลแล้วเกิดสะดุดลื่นถลาเข้าหารามิลเสียเอง เขาจึงรับเธอไว้ในอ้อมแขน ต่างคนต่างจ้องกัน มัดไหมได้สติรีบทรงตัวผลักเขาออกห่าง แล้วถามว่าจะทำงานไหม

"มัดไหม...จำพี่ไม่ได้เหรอ พี่รามิล รามิล ทิพยคาถาไง"

มัดไหมหัวเราะแล้วเดินไป รามิลแปลกใจเดินตามมาจนถึงบ้านพัก มัดไหมยื่นผ้าขนหนูให้เช็ดเนื้อตัว รามิลยังถามอีกว่าหัวเราะเขาทำไม

"ก็หัวเราะคนอย่างรามิล ทิพยคาถา ที่มีสายตาไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไปน่ะสิคะ"

รา มิลไม่เข้าใจ พอดีติ๋มเข้ามาเรียกมัดไหม "มาอยู่นี่เอง เห็นคุณอัคนีตามหาอยู่ บอกว่าคุณตะวันเจิดจ้าไม่สบาย ให้เธอไปดูหน่อย อ้าว...แล้วนี่ใครล่ะเนี่ย เพื่อนเธอเหรอ ระวังเถอะพาใครรุ่มร่ามเข้ามาเดี๋ยวคุณภัครมัยเธอรู้เข้าจะไม่พอใจนะ" ...รามิลมองติ๋มกับมัดไหมสลับไปมางงๆ...

ooooooo
ตอนที่ 2

ด้วยความแค้นที่พลอยไพลินมีต่ออัจฉราวดี ไม่อาจลบเลือนได้ ตั้งแต่สมัยเรียนเมืองนอก พลอย-ไพลินกลับมาที่ห้องพัก พบอัจฉราวดีนอนอยู่กับแฟนของเธอ แล้วอ้างว่าทะเลาะกับรามิลจึงดื่มจนเมา แล้วมาหาเธอ เลยโดนแฟนเธอปล้ำ แต่พลอยไพลินไม่เชื่อ

"นึกว่าฉันจะโง่ เชื่อบทบาทที่เธอแสดงเหรอ นังงูพิษ อย่าเผลอแล้วกัน ดาบนี้จะต้องคืนสนองเธอแน่ๆอัจฉราวดี" พลอยไพลินเก็บความแค้นนี้จนกลับมาอยู่เมืองไทย

พลอยไพลินจึงคอยยุให้ อัจฉราวดีทำอะไรผิดๆ ให้บุกไปบ้านรามิลเพื่อจับเขาให้อยู่หมัด อัจฉราวดีโทร.เรียกปาปารัซซี่ไปคอยถ่ายว่าใครคือแฟนตัวจริงของรามิล แต่พอเธอไปถึงกลับเข้าบ้านไม่ได้เพราะจ้อนไม่เปิดประตูให้ บอกแต่ว่ารามิลไม่อยู่ อัจฉราวดีผิดหวังและโกรธขึ้นรถกลับไป โดยลืมไปว่าปาปารัซซี่ได้ภาพเธอเกาะรั้วแต่เข้าไม่ได้ไปเต็มๆ...

รา มิลงงที่ติ๋มพูดถึงภัครมัย จึงถามว่ามัดไหมเป็นใคร มัดไหมยิ้มก่อนจะตอบว่า "ใช่ค่ะ ฉันคือคนรับใช้ของคุณมัดไหมหรือคุณภัครมัย เจ้าของไร่มนตรา"

รา มิลทำหน้าไม่อยากเชื่อ ติ๋มจึงพูดว่า บอกให้เปลี่ยนชื่อก็ไม่เปลี่ยน ทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดอยู่เรื่อย รามิลเริ่มโกรธที่หลงอยู่กับคนใช้มาครึ่งค่อนวัน จึงถามหาภัครมัยเขามีธุระต้องเคลียร์ ติ๋มทำเป็นตกใจแล้วบอกว่าภัครมัยไม่อยู่

"ไม่เป็นไรฉันจะรอ อ้อ...ให้คนงานไปลากรถฉันขึ้นจากหล่มให้ด้วย อยู่ห่างจากทางเข้าไร่สักสองกิโลได้มั้ง"

ติ๋ม ชำเลืองมองมัดไหมว่าจะเอาอย่างไร มัดไหมยิ้มมีเลศนัยแล้วรับคำเสียเอง...เวลาผ่านไปจนมืด มัดไหมเดินกลับมาเห็นรามิลยืนมองดวงจันทร์จึงแกล้งทักว่ายังไม่กลับอีกหรือ

รามิลตอบว่าเขาจะรอภัครมัย จู่ๆรามิลก็เปลี่ยนเรื่องถาม "เธอมีแฟนแล้วเหรอ..."

มัดไหมสำลัก "อะไรนะคะ..."

"ก็ นายตะวันเจิดจ้าอะไรน่ะ พอเห็นว่าเขาไม่สบายก็เห็นเธอรีบแล่นไปดูท่าทางเป็นห่วงเป็นใยมาก กลับมาจนมืดจนค่ำเชียว อาการหนักมากหรือไง"

"ฉันคงไม่สิ้นคิดขนาดมีแฟนเป็นม้าหรอกค่ะ" มัดไหมหัวเราะ

รา มิลหน้าเหวอ ทำไมต้องเรียกว่าคุณ มัดไหมย้อนถามว่ามีกฎข้อไหนให้ใช้คำว่าคุณกับคนเท่านั้น รามิลอึ้งเปลี่ยนเป็นขอให้หาอาหารให้เขากินเขาหิว มัดไหมยิ้มกริ่มรีบไปให้ติ๋มจัดสำรับมาให้ รามิลมองอาหารตรงหน้าถามอย่างขยะแขยงว่าคืออะไร

"ตรงหน้าคุณนั่นผัดเผ็ดตะกวดป่าค่ะ ถัดมาก็ยำแย้ตายท้องกลม ต้มยำปลาไหล ไข่มดผัดฉ่า ปลาร้าหลน..." ติ๋มอธิบายฉะฉาน

รา มิลรีบบอกให้หยุด มัดไหมรีบเสริมว่านี่เป็นอาหารพิเศษที่นานๆจะทำรับแขกอย่างเขา รามิลขอเป็นอาหารธรรมดาๆแบบเธอกิน มัดไหมจึงหายไปสักพักแล้วกลับมาพร้อมข้าวไข่เจียวไหม้ๆ รามิลโวยว่ากินไม่ได้ แต่พอมัดไหมบอกว่าไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว รามิลจำต้องกล้ำกลืน

คืนนั้น นาตาชากลับบ้านดึก พบแม่แก้วยังรอรามิล เพราะเป็นห่วงกลัวทำร้ายมัดไหม นาตาชาสงสารแม่จึงบอกว่า ไม่ต้องห่วง ป่านนี้คงถูกมัดไหมลบลายเสือกลายเป็นแมวแล้ว

แม่แก้วยิ่งใจหาย เข้าใจว่ามัดไหมทำรุนแรงกับรามิลจึงหันมาเป็นห่วงรามิลแทน

นา ตาชาหัวเราะก๊ากเมื่อมัดไหมโทร.มาเล่าว่าทำอะไรกับรามิลบ้าง จึงฝากขอแค่ดัดนิสัย แต่อย่าหนัก เอาพอหอมปากหอมคอ...พลันชื่นมารายงานว่ามีคนมาพบ  นาตาชาแปลกใจ

มาทำไมดึกป่านนี้ พอลงมาก็เจอดนุพันธ์ยืนรออยู่หน้าบ้าน จึงพามานั่งที่เก้าอี้สนาม

"นึกว่าหนูนาจะไม่ลงมาเจอพี่ซะแล้ว"

"ทำไมคิดงั้นล่ะคะ"

"ก็เพราะมันมืดแล้วนะ..." ดนุพันธ์อึกอักจะพูดสิ่งที่อยากพูดก็พูดไม่ออก

"รู้ว่ามืดแล้วมาทำไม อ๋อ...รู้แล้วล่ะวันนี้สาวๆที่เคยเดตไม่มีใครว่างล่ะสิ"

ดนุ พันธ์รีบแย้งว่าไม่ใช่ นาตาชายังแซวว่าที่ยืนมองจันทร์คงขอให้มีคนว่างสักคนให้ควง ดนุพันธ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ขออย่างนั้น นาตาชาจึงถามว่าแล้วขออะไร

"พี่ขอให้คนที่พี่รักจริงหวังแต่ง เขาเห็นความจริงใจของพี่สักทีน่ะสิ" ดนุพันธ์จ้องตาซึ้ง

นา ตาชาหน้าแดงเฉไฉวิ่งไปบอกว่าจะชงกาแฟมาให้ ดนุพันธ์ห้ามไม่ทันได้แต่บ่นว่า พอเขาจริงจังก็หนีทุกที แล้วพานโกรธรามิลไม่อยู่ช่วยเขา...

ขณะเดียว กัน รามิลยังโดนมัดไหมแกล้งชงกาแฟใส่เกลือให้กิน พอเขารู้ว่าภัครมัยอาจไม่กลับคืนนี้จึงบ่นว่าเขาไม่รอแล้ว แต่พอจะกลับ รถกลับสตาร์ตไม่ติดเพราะน้ำมันหมด ก็แปลกใจเป็นไปได้อย่างไร หันกลับมาขอให้มัดไหมให้คนงานไปซื้อน้ำมันมาให้ แต่มัดไหมตอบว่ารถในไร่ไม่อยู่และปั๊มน้ำมันก็อยู่ในตัว เมืองโน่น เขาคงต้องค้างคืนที่นี่ และต้องรีบๆหน่อยเพราะไฟจะปิดตอนสี่ทุ่ม รามิลตกใจ "อะไรนะ มีการดับไฟกันด้วยเหรอ!"

"ค่ะ...เราต้องช่วยชาติประหยัดไงคะ นี่ก็สามทุ่มครึ่งแล้วนะคะ เร็วๆเถอะค่ะ" มัดไหมลากรามิลไปบ้านพักแทบหัวทิ่ม...

นาตาชาพยายามเข็นให้ดนุพันธ์กลับ แต่ดนุพันธ์ตั้งใจจะพูดความในใจให้ได้คืนนี้

"ไม่ได้ต้องพูดวันนี้...เอ้อ...คือ...คือ...คือว่า...คือ..."

"ถ้าพี่ยังนึกไม่ออกก็ไว้ก่อนเถอะค่ะ"

"พี่ชอบหนูนา" ดนุพันธ์พูดโพล่งออกมา แล้วโล่งอก รอคำตอบของนาตาชา

แต่นาตาชาทำเฉยเมย ดนุพันธ์ผิดหวัง "อ้าว...หนูนาไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ"

"ไม่รู้สึก รู้สึกทำไม หนูว่าพี่สนุกกับชีวิตโสดต่อไปเถอะ อย่ามาเสียเวลาชอบหนูเลย"

"นี่หนูนามีแฟน หรือมีคนอื่นแล้วงั้นหรอ" ดนุพันธ์ หน้าเสีย

นา ตาชาทำท่ารำคาญไล่ให้ดนุพันธ์กลับไป แล้วเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย ดนุพันธ์อ่อนใจที่นาตาชาใจแข็ง แต่ที่จริงแล้วนาตาชามายืนหน้าแดงมือบิดผ้าม่านอยู่ในบ้านอย่างว้าวุ่นใจ

แม่แก้วออกมาเจอ เรียกจนเธอสะดุ้ง แก้ตัวว่าลองบิดผ้าม่านดูว่าถ้าบิดเป็นเกลียวจะสวยกว่ามั้ย

"อย่าบอกนะว่าแม่แก้วนอนไม่หลับเพราะห่วงพี่เรน่ะ"

"ไม่ได้ห่วงตาเร แต่แม่แก้วห่วงว่าหนูมัดไหมจะเอาไม่อยู่ ป่านนี้ไม่รู้ไปฟาดหัวฟาดหางใส่หนูมัดไหมซะขนาดไหน..."

ใน คืนนั้น รามิลโดนมัดไหมแกล้งทำผีหลอกจนต้องวิ่งหน้าตั้งไปนอนในรถทั้งคืน...เช้าวัน รุ่งขึ้น มัดไหมให้ติ๋มปลุกรามิล เขาตื่นขึ้นมาแล้วยังวางฟอร์มอ้างว่านอนในบ้านมันอุดอู้

"อ๋อ...เพิ่งรู้ว่านอนคุดคู้อยู่ในรถนี่มันสบายกว่านอนบนเตียง" มัดไหมพยักหน้ายิ้มๆ

รา มิลเปลี่ยนมาถามว่าภัครมัยกลับมาหรือยัง มัดไหมตอบว่าวันนี้อาจไม่กลับ รามิลตกใจแล้วเมื่อไหร่เขาจะเจอ มัดไหมยิ้มยั่วว่าให้ค้างรออีกคืน รามิลส่ายหน้าทันทีอ้างว่ามีงานต้องทำ

ooooooo

ขณะที่อิทธิพล กำลังจะขึ้นรถไปทำงาน เสียงกรี๊ดของอัจฉราวดีดังขึ้น เขาหันมองไปในบ้านแล้วเดินขึ้นรถเหมือนเป็นเรื่องปกติ ในบ้าน อัจฉราวดีขยำหนังสือพิมพ์ปาทิ้งเมื่อเห็นข่าวตัวเองเกาะรั้วบ้านรามิล แสดงว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่ถูกรามิลทิ้ง

นาตาชาเห็นข่าวแล้วสะใจ กำลังคุยกับแม่แก้ว รามิล กลับมาด้วยสภาพอิดโรย แม่แก้วถามว่าโดนอะไรมา รามิล รีบขอตัวไปอาบน้ำแล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง...พอมาทำงาน รามิล เล่าให้ดนุพันธ์ฟังอย่างหัวเสียว่าโดนผีที่ไร่มนตราหลอก ดนุพันธ์ ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ

"แกเคยบอกฉันว่ายัยมัดไหมอะไรน่ะแสบไม่ใช่เล่นเลยไม่ใช่เหรอ เจ้าหล่อนอาจจะหมั่นไส้แกเลยทำผีหลอกก็ได้นา"

"ฉันไม่เจอมัดไหมหรอก เจอแต่คนใช้ของเขา"

"ถ้าอย่างนั้นแกก็ไม่ได้พูดเรื่องแต่งงานน่ะสิ"

รา มิลเครียดขึ้นมาอีก เขาบอกดนุพันธ์ว่าเขาจะไม่ยอมแต่งงานตามพินัยกรรม แต่ไม่ทันไรดนุพันธ์เห็นอัจฉราวดีเข้ามาจึงบอกว่าน่าจะแต่ง... "งานเข้าแล้วแก...ฉันเผ่นก่อนล่ะนะ"

รามิลคว้าคอเสื้อดนุพันธ์จะไป ด้วย แต่โดนอัจฉราวดีฉุดไว้ชวนไปทานข้าว รามิลจึงอ้างว่ามีประชุม อัจฉราวดีจึงบอกว่าเธอจะรอ รามิลถอนใจก่อนจะเดินออกไป

ooooooo

โรง พิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอภิชาต ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศ เจ้าของเฟี้ยวแมกกาซีนเรียกนาตาชาและ บก.เข้าประชุม เพราะมีวายซี ดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก เพิ่งได้รับรางวัลดีไซเนอร์หน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากโวคแมกกาซีนมาร่วมประชุม

"ทางโวคเขาอยากได้คอลเลกชั่นใหม่ของผมครับ" วายซีเปิดประเด็น

"คอ ลเลกชั่นใหม่ของคุณวายซีจะมีลงเฉพาะที่โวคกับหนังสือเราเท่านั้น เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆนะครับ ซึ่งเซตนี้เราจะถ่ายกันอาทิตย์หน้า ผมอยากให้กองแฟชั่นกับคุณวายซีได้ร่วมกันสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมา ขอให้ฮือฮาไปทั่วเอเชียเลยนะครับ" อภิชาตอธิบาย

บก.ถามไอเดียวายซี เขาจึงแจ้งว่า "แฟชั่นชุดนี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากทะเล ผมใช้ชื่อว่า deep dark sea ส่วนจะนำเสนออย่างไรนั้น ผมว่าเราช่วยกันเบรนสตอร์มได้ครับ ผมมีเงื่อนไขเดียวเท่านั้น"

"เงื่อนไขอะไรคะ?" นาตาชาสงสัย

"นางแบบของผมต้องเป็น..." วายซีพูดทิ้งท้ายไว้ อภิชาตเสริมต่อว่า...แม็ตตี้

นา ตาชากระตุกวูบ พยายามเก็บอาการแล้วบอกว่า เธอได้ยินว่าแม็ตตี้ขอพักร้อน แต่วายซีย้ำว่าเขาต้องการนางแบบคนนี้คนเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ใช่ไม่ทำ ทีมงานมองหน้ากันอย่างหนักใจ...นาตาชาเดินเครียดออกจากห้องประชุม ชนเข้ากับดนุพันธ์ เขามารับเธอไปทานอาหารอิตาเลียน ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ พิมมาดาเพื่อนนักเรียนเก่าซึ่งหลงรักดนุพันธ์มานานก็เข้ามาคล้องแขน

"นึกว่าจะขับตามรถพี่นุไม่ทันซะแล้ว ขับซะเร็ว ที่แท้ก็จะมาหายัยหนูท้องนาเอ๊ย หนูนานะเอง"

นาตาชาหมั่นไส้จึงบอกไปว่าเธอไม่ชอบอาหารเลี่ยนๆ ดนุพันธ์จะอธิบายว่าเขาไม่มีอะไรกับพิมมาดา แต่นาตาชาวิ่งหนีไปเสียก่อน พิมมาดาดึงรั้งดนุพันธ์ออกไปจนได้

ด้านอัจฉราวดียังคงรอรามิลจนหงุดหงิด เลขาฯเอาแฟ้มเข้ามาวางบนโต๊ะแล้วบอกว่ารามิลออกจากห้องประชุมและกลับไปแล้ว อัจฉราวดีโกรธมากแล่นมาที่ห้องทำงานอิทธิพลแล้วร้องกรี๊ดๆระบายอารมณ์ อิทธิพลเอ็ดว่าให้รีบทำอะไรดีกว่ามาร้องอยู่แบบนี้ อัจฉราวดีจึงให้พลอยไพลินหาตากล้องนิตยสารซุบซิบดารามาคอยถ่ายภาพเธอกับรา มิลไปลงข่าว...

และในคืนนั้น ขณะที่รามิลนั่งมองพระจันทร์คิดถึงอดีตวัยเด็กที่เขากับนาตาชาไปเที่ยวไร่มน ตราและได้เจอฤทธิ์เดชของมัดไหม แล้วคิดว่าที่เขาโดนผีหลอกคืนนั้นจะเป็นฝีมือมัดไหมอีกหรือเปล่า พลันอัจฉราวดีโผล่มาเกาะไหล่เขา รามิล ตกใจถามว่ามาทำไม

"แหม ก็ใครอยากทิ้งอัจไว้คนเดียวล่ะคะ รู้มั้ยอัจน่ะขายหน้าพนักงานคุณแค่ไหน"

"คุณไม่ต้องพูดเรื่องอื่นเลยอัจ ผมว่าคุณน่าจะจำได้ นะที่ผมเคยบอกไว้เมื่อเรารู้จักกันใหม่ๆน่ะ"

"แหม จำได้สิคะ คุณน่ะห้ามใครก็ตามมาที่บ้านถ้าคุณ ไม่ได้เป็นคนพามา ฉันรู้ว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้าม เป็นที่ส่วนตัวของเพลย์บอยหนุ่มรูปหล่อ"

"ก็ดีที่คุณยังจำได้นะ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญ..." รามิลลุกเดินนำอัจฉราวดีออกไปที่โรงรถ

อัจฉรา วดีเดินตามแต่ก็พยายามมองไปหน้าบ้านว่าตากล้องที่จ้างไว้มาหรือยัง เธอแอบกดมือถือส่งสัญญาณให้ รู้ว่าเธอกำลังจะออกจากบ้าน ตากล้องนั่งรอในรถเพราะไม่คิดว่าจะเข้าไปประเดี๋ยวเดียวแบบนี้...อัจฉราวดี ยึกยักไม่ขึ้นรถจนรามิลไม่พอใจถามว่าจะขึ้นรถหรือจะเดินไป

"อะไรกัน นี่ฉันจะกลับแล้วเหรอ ฉันต้องกลับแล้ว กลับเดี๋ยวนี้เลยเนี่ยนะ"

"ก็ใช่น่ะสิ คุณจะพูดอะไรซ้ำๆทำไม"

อัจฉรา วดีพยายามพูดให้ตากล้องได้ยินและเตรียมตัวถ่ายภาพเธอนั่งรถออกจากบ้าน แต่กลัวพลาดจึงยื้อขอรามิล ทานน้ำ รามิลบอกให้ไปซื้อที่ร้านข้างนอก อัจฉราวดีจำต้องขึ้นนั่งรถคู่ไปกับรามิล แล้วพยายามหันหน้ายิ้มใกล้ชิดรามิลให้ตากล้องจับภาพ

ooooooo

วัน ต่อมา มัดไหมให้ติ๋มช่วยเก็บแมกกาซีนทุกฉบับที่เธอถ่ายแบบลงลัง เพราะเธอคงไม่กลับไป เป็นนางแบบอีกแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่านั่นไม่ใช่ตัวตนของเธอ ติ๋มข้องใจถามแล้วตอนนั้นทำทำไม มัดไหมตอบว่า "แค่อยากรู้ว่าเราไปถึงจุดที่หลายคนอยากไปได้ หรือเปล่า เท่านั้นเอง"

ในขณะที่แตง บก.เฟี้ยวแมกกาซีนโดนอภิชาตเล่นงานที่ยังติดต่อแม็ตตี้ไม่ได้ ถึงขนาดจะให้ลาออกไปถ้าทำไม่สำเร็จ นาตาชาสงสารแตงจึงออกหน้ากับอภิชาตว่า เธอขอรับหน้าที่ตามตัวแม็ตตี้เอง ถ้าทำไม่ได้เธอจะลาออก อภิชาตตกใจรีบกระซิบ กระซาบจับมือนาตาชา

"พูดอะไรอย่างนั้น นี่นาตาชารู้มั้ยผมน่ะจะให้คุณขึ้นเป็น บก.แทนเขานะ"

นา ตาชาค่อยๆดึงมือออกอย่างสุภาพแล้วบอกว่าเธอไม่ได้ อยากเป็น เพราะแตงเหมาะสมที่สุดแล้ว พูดจบก็เดินออกไป อภิชาตได้แต่ดมมือตัวเองตาละห้อยมองตามหลังนาตาชาไป...

ยังไม่ท้อที่ จะพบภัครมัยให้ได้เพื่อพูดเรื่องแต่งงาน รามิลจึงเตรียมมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับบลิวคันเป็นล้าน เพื่อขี่ไปไร่มนตราจะได้ไม่มีอะไรพลาดอีก พอขี่ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มุ่งหน้าสู่ปากช่อง เข้าเขตไร่มนตรา รามิล ก็เห็นมัดไหมควบม้าอยู่บนเนิน จึงบิดรถตามขึ้นไปบนเนิน มัดไหมแกล้งควบม้าหนีผ่านลำธาร รามิลไม่ยอมแพ้ขี่รถตามลุยลำธารจนมาถึงบนยอดเนินเขาจึงหยุด รามิลถอดหมวกกันน็อกออกโวยมัดไหมที่หนีเขา ยังไม่ทันจะเถียงก็มีเสียงเด็กร้องเอะอะว่ามีเพื่อนจมน้ำ รามิลยังงงๆแต่มัดไหมไม่รอช้าวิ่งไปที่ริมน้ำแล้วโดดลงไปทันที รามิลวิ่งตามมาตกใจตะโกนเรียกมัดไหมเพราะเห็นหายลงไปนาน

จึงตั้งท่า จะโดดตามลงไป มัดไหมก็โผล่ขึ้นมาผิวน้ำพร้อมอุ้มเด็กชายคนหนึ่งขึ้นมาด้วย  รามิลรีบเข้าไปช่วยรับเด็กมาวางริมตลิ่ง มัดไหมบอกให้รามิลช่วยผายปอดเด็ก รามิล เหลอหลา

"ฉัน...เอ้อ...ฉันทำไม่เป็น..."

มัดไหมไม่รอ ช้ากดปั๊มหัวใจเด็กสลับกับเป่าปาก  จนเด็กสำลักน้ำฟื้นขึ้นมา  รามิลทึ่งกับภาพที่เห็น...พอเดินกลับมาที่ม้า รามิลถามมัดไหมว่าทำได้อย่างไร มัดไหมหันมาสะบัดเสียงใส่ว่าก็เรียนมาสิ  อยู่แบบนี้ต้องเรียนรู้เรื่องชีวิตให้มาก  แล้วย้อนถามว่าเขาอยู่ได้ไหม  รามิลไม่ตอบแต่กลับมองเรือนร่างมัดไหมที่เปียกปอนจนเสื้อผ้าแนบเนื้อ มัดไหมไม่พอใจถามห้วนๆ

"จ้องพอรึยัง"

รามิลสะดุ้ง "นี่เธอ...คนอย่างฉันน่ะ ไม่ต้องมาแอบมองรูปร่างผู้หญิงหรอก หุ่นดีกว่าเธอเป็นสิบๆเท่าฉันยังไม่แล"

"อ๋อ...แล้วเมื่อครู่ที่จ้องตาไม่กะพริบเขาเรียกว่าอะไรคะ"

"ฉันจ้องเพราะสงสัยต่างหาก"

มัด ไหมชะงักถามว่าสงสัยอะไร รามิลตอบยิ้มๆว่าสงสัยว่าเธอไปทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า มัดไหมกลับยิ้มและขอบคุณ รามิลงงว่าขอบคุณทำไมน่าจะโกรธ มัดไหมตอบว่าทำไมต้องโกรธในเมื่อเป็นคำชมเพราะเธอสวยขนาดที่เขาไม่เชื่อ คิดว่าทำศัลยกรรมมา รามิลอึ้งรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าภัครมัยกลับมาหรือยัง มัดไหมตอบว่าอยากรู้ให้ไปดูที่ไร่เอง ว่าแล้วก็ขึ้นม้าควบไป รามิลหงุดหงิดที่เป็นแค่คนใช้มายอกย้อน

มาถึงบ้าน มัดไหมรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและให้ติ๋มคอยรับหน้ารามิล ติ๋มจึงบอกรามิลว่าภัครมัยกลับมาแล้วและกลับขึ้นไปหมู่บ้านอีกแล้ว รามิลหน้าบูดบึ้งนั่งรอ

ooooooo

ในขณะที่พิสมัย อุมาพร และอรอุจิ ป้าๆและน้าของรามิล ญาติแม่แก้วที่คอยห่วงใยหลานชาย หน้าตาตื่นมาหาแม่แก้วเพื่อเอาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มาให้ดูว่ารามิลคบหา อยู่กับอัจฉราวดีจริงหรือ พวกเธอไม่ชอบ แม่แก้วเห็นภาพแล้วก็ขำที่พวกนักข่าวนี่เก่งนะที่อดหลับอดนอนรอถ่ายภาพจนได้ สามสาวแปลกใจที่แม่แก้วดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวบ้างเลย แม่แก้วตอบว่าเธอเชื่อว่ารามิล ต้องรู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร

ระหว่าง รออยู่ที่ไร่ รามิลก็โดนมัดไหมแกล้งชงกาแฟหวานเจี๊ยบมาให้ดื่ม รามิลโวย มัดไหมตอบกวนๆ "โธ่...ฉันเป็นแค่คนรับใช้จะไปแกล้งว่าที่เจ้านายคนใหม่ได้ยังไงกันคะ ฉันก็แค่คิดว่าคนที่กำลังอินเลิฟก็น่าจะชอบอะไรที่หวานๆนะคะ"

"ใคร กันอินเลิฟ ถ้าเธอคิดว่าที่ฉันมารอเจ้านายเธอเพราะอยากแต่งงานด้วยตามสัญญาบ้าบอใน พินัยกรรมนั่นละก็เธอคิดผิด ฉันต้องการจะเคลียร์กับภัครมัย ให้เขาไม่ยอมรับข้อตกลงนั้นต่างหากล่ะ"

"แล้วคุณจะมาบอกฉันทำไม คะ..." พอเห็นหน้ารามิล หงุดหงิด มัดไหมจึงพูดอีกว่า "คำว่าอินเลิฟของฉัน ไม่ได้หมายถึงคุณกับคุณภัครมัย แต่ฉันหมายถึงคุณกับแฟนคุณต่างหากค่ะ"

มัด ไหมเอาหนังสือพิมพ์วางให้ พอรามิลเห็นภาพข่าวที่อัจฉราวดีนั่งรถออกจากบ้านคู่ไปกับเขาก็ตกใจแล้ว เปลี่ยนเป็นโมโห พอเงยหน้ามามัดไหมก็หายไปแล้ว รามิลเดินตามหามาเจอติ๋มจึงถามหามัดไหม ติ๋มบอกว่ามัดไหมคงอยู่ที่คอกม้า รามิลจึงตามไป เจอกับอัคนี พอรู้ว่าอัคนีเป็นคนซื้อน้ำมันมาเติมรถให้เขาจึงทักทายขอบอกขอบใจ รามิลรู้สึกว่าอัคนีเป็นคนไว้ใจได้จึงเลียบเคียงถามเรื่องของมัดไหม อัคนียิ้มๆแล้วตอบว่า

"หลายๆคนที่มาที่นี่ก็มักจะเข้าใจผิดเสมอว่า มัดไหมไม่น่าเป็นคนใช้ มัดไหมเขาเป็นคนเก่งโดยเฉพาะเรื่องม้าเธอชำนาญมาก ขนาดคุณภัครมัยให้ตัดสินใจทุกอย่างแทนได้เลย"

รามิลพยักหน้าฟัง อัคนีแอบอมยิ้มพูดอีกว่าภัครมัยเคี่ยวมัดไหมมาอย่างดีขนาดจะให้เป็นตัวแทน ได้เลย เพราะภัครมัยชอบชีวิตสันโดษ อยู่หมู่บ้านหลังเขา สอนหนังสือเด็กๆ รามิลทึ่งกับความมีน้ำใจของภัครมัย...พลันมัดไหมเหยาะม้าเข้ามา  พูดกับอัคนีว่าให้พาคุณตะวันเจิดจ้าออกกำลังกายเบาๆ ทุกเย็นแบบนี้  อัคนีเผลอรับคำว่าครับ...แล้วนึกได้รีบเปลี่ยนเป็น "เออ...ได้สิ"

รา มิลบอกมัดไหมว่าเขามีเรื่องอยากคุยด้วย มัดไหมจึงบอกให้ขี่ม้าตามมาเพราะเธอต้องพาคุณตะวันเจิดจ้าออกกำลัง รามิลหน้าเหวอเพราะขี่ม้าไม่เป็นแต่ไม่กล้าพูดกลัวเสียฟอร์ม อัคนีเอาสีหมอกมาให้รามิล เขาพยายามจะขึ้นขี่ก็หล่นลงมาจนมัดไหมขำ รามิลเสียหน้าพยายามจนสำเร็จ เจ้าสีหมอกกระตุกแล้วควบตามมัดไหม รามิลร้องลั่นกอดคอม้าแน่น

จนมาถึงริมลำธาร มัดไหมนั่งยองๆวักน้ำเล่น รามิล กอดคอม้าแน่นผมเผ้ายุ่งเหยิงเข้ามาใกล้ มัดไหมหัวเราะ "นี่เป็นท่าขี่ม้าท่าใหม่ที่ฉันไม่เคยเห็นใครขี่มาก่อนเลย"

"เธอแกล้งฉันอีกแล้วใช่มั้ยมัดไหม"

"ฉันจะแกล้งคุณทำไมกันคะ อย่าชักช้าอยู่เลย คุณว่ามีอะไรจะคุยกับฉันก็รีบคุยเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันก็ต้องรีบเอาคุณตะวันเจิดจ้าไปเข้าคอก"

รา มิลค่อยๆลงจากหลังม้าแต่ไม่วายลื่นหล่นลงมาอีก มัดไหมตกใจเข้าไปช่วยประคองแต่พอนึกได้ว่าลืมตัวก็ขยับออก รามิลร้องให้ช่วยเขาก่อนเขาเจ็บข้อเท้า มัดไหมยิ่งเป็นห่วง ช่วยประคองเขาไปนั่งบนโขดหิน "คุณรออยู่นี่นะ ฉันจะไปตามให้อัคนีเอารถมารับ"

รามิลดึงแขนมัดไหมไว้ "ไม่ต้อง...ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ ถามจริงๆเถอะ ทำไมเธอถึงมาหมกตัวทำงานในไร่แบบนี้"

"ทำไมล่ะคะ ทำงานในไร่มันไม่ดียังไง"

"ไม่ใช่มันไม่ดี...แต่หน้าตาท่าทางอย่างเธอน่าจะหางานที่ดีกว่านี้ได้สบายๆ"

"งานแบบไหนล่ะคะที่คุณว่า   เป็นเมียน้อย   เมียเก็บหรือว่าเมียชั่วครั้งชั่วคราว"

พอ ได้ ยินน้ำเสียงห้วนๆของมัดไหม รามิลรีบบอก "ฉันไม่ได้หมายความถึงงานพวกนั้น ฉันพูดจริงๆเธอน่าจะได้งานที่ดีกว่าเป็นคนใช้ของภัครมัย"

มัดไหมแกล้งถามว่าเขาจะจ้างเธอหรือ รามิลตอบว่าใช่ทันที "ฉันพูดจริงๆนะ ฉันจะจ้างเธอให้มาเป็นแฟนฉัน งานสบายเงินดีสนใจมั้ยล่ะ"

มัดไหมเสียงเขียว "ขอโทษนะคะคุณรามิล ฉันชอบนั่งทำงานไม่ชอบนอนทำ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของคุณฉันไม่สนค่ะ"

มัด ไหมเดินหนี รามิลลุกตามไปรั้งแขนไว้ มัดไหมจึงรู้ว่าเขาแกล้งขาแพลงจึงเตะรวบขาเขาล้มลง "ขาคุณหายแพลง แล้วเหรอ! คนเจ้าเล่ห์ต้องโดนแบบนี้"...

ooooooo

แม้จะผิดแผนในการคุย กับมัดไหม รามิลก็ยังมานั่งรอภัครมัยที่ห้องรับแขก เผอิญเห็นข่าวในทีวี นักข่าวรุมสัมภาษณ์อัจฉราวดีถึงภาพข่าว อัจฉราวดีตอบเอียงอายให้ไปถามฝ่ายชายเอาเองว่าแบบนี้เรียกว่าแฟนกันหรือ เปล่า

รามิลเห็นแล้วยิ่งเครียด "เธอรุกหนักไปแล้วนะอัจฉรา คนอย่างนายรามิลไม่ยอมเป็นหมูให้ใครต้อนเข้าอวยง่ายๆหรอก"....

รามิลมองหามัดไหม ถามติ๋มที่เดินมา เธอบอกว่า

มัด ไหมทานข้าวอยู่ในครัว รามิลจึงบอกติ๋มให้มัดไหมชงกาแฟไปให้เขาที่ระเบียง ติ๋มย้อนถามว่ามีเรื่องอะไรอยากถามเธอตอบแทนได้ รามิลเคืองจึงแกล้งถามว่าเขาอยากรู้เรื่องม้า

ติ๋มจ๋อยเพราะเรื่อง นี้เธอไม่รู้เลย....ขณะนั้น นาตาชาซึ่งหงุดหงิดกับที่อภิชาตและดนุพันธ์แย่งกันจีบเธอจนเธอรำคาญหนีมา นั่งในรถ พอดีมัดไหมโทร.เข้ามา นาตาชาดีใจเพราะพยายามติดต่ออยู่นานแล้ว นาตาชาจึงบอกธุระของเธอ

"ถ่ายปกเหรอ...ที่จริงตอนนี้ฉันไม่อยากเป็น แม็ตตี้เท่าไหร่เลย แต่เอาเถอะ สำหรับเพื่อนจะปฏิเสธได้ยังไง ไว้เจอกันแล้วคุยรายละเอียดอีกทีนะ...อะไรนะ...พี่ชายตัวดีของเธอน่ะ

เหรอ จ้า ยังอยู่ที่นี่...ไม่รู้สิ คงอยากรอเจอภัครมัยให้ได้ล่ะมั้ง ฮึๆไม่ต้องมาฝากหรอก ฉันจะฝังแถมให้ด้วยเลยจ้ะ...บาย..."

พอ ติ๋มมาบอกเรื่องรามิล มัดไหมโกรธที่มาใช้เธอจึงแกล้งชงกาแฟพิเศษให้อีก...มัดไหมยกกาแฟมาตั้งโต๊ะ ให้รามิล เขาสะดุ้งเพราะเธอมาเงียบๆ รามิลพูดประชด

"เค็มไปก็แล้ว หวานไปก็แล้ว คงไม่มีอะไรจะแกล้งฉันแล้วสินะ" รามิลยกถ้วยกาแฟดื่ม

ไม่ทันไรก็บ้วนทิ้งแลบลิ้นออกมา มัดไหมหัวเราะ "ยังเหลือเผ็ดอีกอย่างไงคะ และรสนี้ฉันว่ามันเหมาะกับคนแสบๆอย่างคุณที่สุด"

รา มิลโกรธถามว่าเขาแสบอย่างไร มัดไหมโต้ "คุณเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเจ้านายฉัน แต่คุณยังกล้ามาจ้างให้ฉันไปเป็น... เป็นเมียคุณแบบนี้ไม่เรียกว่าแสบแล้วจะให้เรียกว่าอะไร"

พูดจบมัดไหม ก็เดินลงระเบียงไป รามิลเผ็ดจนต้องหาน้ำมาดื่ม แล้วบ่นว่ามัดไหมแสบไม่แพ้เจ้านายเลย...รามิลเดินตามหามัดไหมมาเจอนั่ง ชิงช้าอยู่ในไร่ จึงเข้าไปเคลียร์ มัดไหม

พูดสวนว่าเธอจะไม่ทำอะไร ที่เป็นการทำร้ายจิตใจเจ้านายของเธอ และถ้าใครทำเป็นเจอดีแน่ รามิลยิ่งชอบใจบอกว่าแบบนี้ยิ่งน่ารับงานที่เขาเสนอ มัดไหมยิ่งโกรธหาว่ารามิลพูดไม่เข้าใจ

"เธอน่ะสิที่ไม่เข้าใจ...ฟัง ให้ดีนะมัดไหม งานที่ฉันจะจ้างให้เธอทำเนี่ย นอกจากจะได้เงินพิเศษสักก้อนที่เธอจะเอาไปทำอะไรก็ได้แล้วเธอยังจะช่วยกำจัด คนที่จะมาทำให้เจ้านายเธอต้องเสียใจไม่สบายใจอีกด้วยนะ"

มัดไหมฟัง แล้วไม่เข้าใจว่าใครจะมาทำให้ภัครมัยไม่ สบายใจ  รามิลจึงบอกเรื่องที่เขาอยากกันอัจฉราวดีออกจากชีวิตเขา มัดไหมยิ่งงง "คุณอัจฉราวดีเขาเป็นแฟนคุณไม่ใช่เหรอ!"

"เธอรู้ได้ยังไง อ๋อ...คงอ่านจากข่าวละสิ ไม่ยักรู้ว่าเธอ ก็สนใจข่าวคราวของฉันด้วย"

"นี่คุณ ฉันไม่เคยสนใจคุณนอกเหนือไปจากที่รู้ว่าคุณคือว่าที่เจ้าบ่าวของคุณภัครมัย"

"ไม่ต้องอายหรอก ฉันน่ะชินแล้วกับการที่มีผู้หญิงมาชื่นชมฉันทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันน่ะ"

มัด ไหมเอือมความหลงตัวเองของรามิล จึงบอกไปว่า ที่รู้เพราะเธอเป็นแฟนคลับของอัจฉราวดี รามิลเซ็งเพราะมัดไหม คงไม่รับงาน มัดไหมทำเป็นคิดสักพักแล้วพูดออกมาว่า

"ถึงฉันจะชอบเธอ  แต่ถ้าเธอมาทำให้คุณภัครมัยต้องเสียใจ ฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน"

รา มิลยิ้มดีใจ มัดไหมให้ตกลงค่าจ้างกันก่อน รามิล จะจ้างเธอเป็นแฟนปลอมๆของเขา ด้วยเงินสามหมื่นบาท แต่ มัดไหมไม่ยอม เธอจะเอาหนึ่งล้านบาท รามิลแทบช็อก...

กลับมาบ้านครุ่นคิดถึงที่มัดไหมพูดอย่างรู้ทันว่า "ถ้าค่าตัวจริงๆของฉันล่ะก็  มันประมาณค่าไม่ได้หรอกค่ะ  แต่ถ้า
ค่าจ้างสำหรับการเป็นแฟนหลอกๆของคุณเพื่อกำจัดนางเอกเบอร์หนึ่งอย่างคุณอัจฉราวดี ฉันคิดว่าหนึ่งล้านบาทน่ะไม่มากเลยนะคะ"

"แต่ฉันว่ามันมากไป ลดหน่อยสิ"

"อัน ที่จริงคนอย่างคุณจะจ้างผู้หญิงที่ไหนก็ได้ แต่คุณมาเลือกจ้างฉัน ก็แสดงว่าเจ้าของรางวัลนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปีคงต้องคิดไตร่ตรองผลได้ผล เสียอย่างรอบคอบแล้ว

เพราะ ฉะนั้น ฉันก็ควรจะเรียกราคาให้สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย"

"อะไรที่เธอว่าฉันคิดถึงผลได้ผลเสีย..."

"เช่น คุณเลือกฉันแทนที่จะเลือกคนอื่นเพราะเมื่อกำจัดคุณอัจฉราวดีได้แล้ว มันจะไม่กลายเป็นเขวี้ยงงูไม่พ้นคอ เพราะฉันเป็นคนของคุณภัครมัยไงคะ"

รามิลทึ่งในความคิดของมัดไหม...เขาตัดสินใจโทร.นัดมัดไหม

วัน รุ่งขึ้น  มัดไหมกำลังแต่งตัวเป็นแม็ตตี้เพื่อไปเข้าประชุมกับนาตาชา  เธอแต่งไปพูดโทรศัพท์กับนาตาชาไปว่าไม่ต้องห่วงเธอไปแน่  ไม่ทันไรรามิลโทร.เข้ามานัดมัดไหม  เขาจะมารับที่ไร่  มัดไหมรีบบอกว่าไม่ต้อง  พอรามิลนัดไปพบที่ พารากอนบ่ายโมง  มัดไหมคิดแล้วว่าตึกเฟี้ยวแมกกาซีนอยู่ ไม่ห่างจากพารากอนเท่าไหร่จึงรับปาก รามิลไม่ลืมที่จะ
ขอเบอร์มือถือเธอ...

ในห้องประชุมเฟี้ยว แมกกาซีน วายซีกระวนกระวายรอแม็ตตี้ "ผมว่าคงเหลวละมั้ง เท่าที่ผมรู้จักแม็ตตี้เป็นคนตรงต่อเวลา ไม่เลตแม้แต่นาทีเดียว"

"ใช่ค่ะ แล้วฉันก็คิดว่าครั้งนี้ฉันก็ไม่ได้เลตใช่มั้ยคะ" แม็ตตี้เปิดประตูเข้ามา

ทุก คนในห้องประชุมหันไปมอง และมองนาฬิกาสิบเอ็ดโมงตรงเป๊ะ วายซีรีบเข้าไปอ้าแขนจะกอดทักทายตามธรรมเนียมฝรั่ง แม็ตตี้รีบยกมือไหว้อย่างสวยงาม วายซีชะงักทิ้งแขนลง อภิชาตเข้ามาต้อนรับแล้วหันมาก้มกระซิบข้างแก้มนาตาชาอย่างถือโอกาสชมว่า เยี่ยมจริงๆ นาตาชารีบลุกขึ้นสบตาแม็ตตี้อย่างระอา แม็ตตี้แอบยิ้มขำ

ooooooo

รา มิลเร่งมือทำงานเพื่อไปตามนัดมัดไหม อัจฉราวดีถือวิสาสะเข้ามาหาในห้องทำงานทั้งที่เลขาฯกันไว้แล้ว รามิลจึงต่อว่าเรื่องที่อัจฉราวดีเอาช่างภาพมาสร้างข่าว อัจฉราวดีตกใจแต่ปฏิเสธพัลวัน รามิล ว่าทำแบบนี้มันไม่แฟร์กับคนของเขา

"คน ของคุณ อ๋อ...ถ้าคุณหมายถึงว่าที่คู่หมั้นของคุณก็ดีน่ะสิคะ ไม่เห็นต้องแคร์เลยเพราะคุณเองก็ไม่ได้รักใคร่ไยดีเธอสักหน่อย อัจรู้นะว่าคุณต้องจำใจทำตามคำสั่งคุณพ่อคุณ"

"คุณเข้าใจผิดแล้วอัจฉรา ผมหมายถึงคนที่ผมแคร์จริงๆต่างหาก ผมไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด" รามิลยิ้มเยาะ
อัจฉรา วดีตาเหลือกหาว่ารามิลหลอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว ท้าให้ควงมาอวด รามิลรับปากเสียงแข็งว่าคนนี้ตัวจริงเสียงจริง อัจฉราวดีหนาวขึ้นมากับน้ำเสียงจริงจังของรามิล...

การประชุมผ่านไป อย่างราบรื่น แม็ตตี้ลากลับ แต่วายซี ยื้อให้ทานอาหารต่อ นาตาชากระซิบบอกว่าไปด้วยกันก่อนแล้ว เธอจะหาทางให้หลบไป แต่กลับแย่หนักเข้าไปอีก เมื่อสถานที่ ที่อภิชาตพามาเป็นที่เดียวกับที่นัดรามิล จึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำโดยให้นาตาชาพาไป

"มีอะไรเหรอมัดไหม..."

"โธ่...ก็ฉันนัดพี่ชายเธอที่นี่นะหนูนา..."

นา ตาชาร้อนใจไปด้วยแต่ปลอบอย่ากังวลไป "เอางี้... เธอก็รีบไปร่วมโต๊ะกับบอสฉันแล้วก็วายซีเร็วๆเข้าจะได้รีบขอตัว แล้วก็รีบไปแปลงโฉมก่อนที่จะถึงเวลานัดกับพี่เร โอเคมั้ย"

"ก็ไม่รู้จะทำวิธีไหนแล้วนี่...งั้นก็รีบไปกันเถอะ"

สอง สาวรีบออกจากห้องน้ำไปสมทบกับวายซีและอภิชาต ซึ่งกำลังแย่งกันสั่งอาหาร แม็ตตี้จึงเลือกทานอาหารไทย วายซีเสียดายที่แม็ตตี้ตัดสินใจไม่กลับไปทำงานที่นิวยอร์กอีก

"คือตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจอะไรค่ะ อยากพักผ่อนที่เมืองไทยสักพัก"

"งั้นหนังสือเราขอตามไปทำสกู๊ปได้ไหมครับ ต้องเป็นเรื่องท็อปออฟเดอะทาวน์แน่ๆ"

"อย่าเพิ่งเลยค่ะ ตอนนี้ขอแค่ถ่ายแฟชั่นอย่างเดียว ฉันยังไม่อยากออกสื่อ หรือให้สัมภาษณ์อะไรเลย"

อภิชาต รับปากเพราะแค่ถ่ายปกก็สุดยอดสำหรับหนังสือเขาแล้ว ไม่ทันไร รามมิลโทร.เข้ามือถือ แม็ตตี้รับสายพูดอึกอัก รามิลบอกว่าเขารออยู่ที่ร้านกาแฟชั้นสอง แม็ตตี้เริ่มกระวน กระวายขอตัวไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ชวนนาตาชาไปด้วย พอไปถึงในห้องน้ำก็บอกว่ารามิลมาถึงแล้ว

"เอางี้ เธอก็ไปพบพี่ชายฉันก่อนก็ได้ ทางนี้เดี๋ยวฉันถ่วงเวลาไว้ให้เอง" นาตาชาคว้าเสื้อผ้าในกระเป๋ามัดไหมมาให้เธอรีบไปแปลงโฉม

พอ ออกมาเป็นมัดไหม เธอก็รีบล้างเครื่องสำอาง ถอดวิกผมและคอนแทกต์เลนส์ออก นาตาชากลับมาบอกอภิชาตกับวายซีว่าแม็ตตี้ท้องเสียขอเวลาหน่อย วายซีเข้าใจดีเพราะตอนเขามาเมืองไทยใหม่ๆก็เป็นแบบนี้

มัดไหมรีบเดิน ไปที่ร้านที่นัดรามิล พอดีอัจฉราวดีซึ่งแอบตามรามิลมา กำลังเดินหารามิลเกิดเดินชนกับมัดไหมเข้า มัดไหมรีบขอโทษแต่อัจฉราวดีกลับต่อว่ายกใหญ่ มัดไหมฉุนใส่เป็นชุดใหญ่จนอัจฉราวดีเถียงไม่ทัน พูดจบมัดไหมเดินไป อัจฉราวดีอยากร้องกรี๊ดก็ไม่กล้าเพราะเป็นเป้าสายตาอยู่ ได้แต่บ่นพึมพำว่าอย่าให้เจออีก

มัดไหมเดินเข้ามา รามิลโวยที่มาช้า แต่พอมัดไหมบอกว่ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย เขาก็ตกใจรีบถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า มัดไหมยิ้มๆตอบว่าไม่เป็นอะไร ให้เขารีบพูดธุระมา รามิลต่อรองราคาค่าจ้าง มัดไหมไม่ยอม นาตาชาส่งข้อความมาเร่ง มัดไหมมีท่าทีลุกลี้ลุกลน รามิลถามว่าแฟนโทร.ตามหรือ มัดไหมแว้ดทันทีว่าเธอยังไม่มีแฟน รามิลดีใจถามเรื่องลดราคาอีก มัดไหมขอไปคิดดูก่อน รามิลถามว่าจะไปคิดที่ไหน มัดไหมตอบหน้าตาเฉยว่าในห้องน้ำ

มัดไหมรีบแปลงโฉมเป็นแม็ตตี้กลับไป ที่ร้านอาหาร นาตาชาตาเหลือกส่งสัญญาณว่าแม็ตตี้ลืม ใส่คอนแทกต์เลนส์ ข้างเดียว แม็ตตี้รีบเอามือปิดตาแล้วควานหาแว่นในกระเป๋ามาใส่

"จู่ๆก็เกิดเคืองตาน่ะค่ะ รู้สึกสู้แสงไม่ไหว แต่ไม่มีปัญหาค่ะ  เรามาพูดเรื่องคอนเซปต์การถ่ายปกครั้งนี้เลยดีมั้ยคะ...
ตอนที่ 3

วายซีจึงอธิบายเนื้อหาต่างๆ มัดไหมมองนาฬิกาอย่างหงุดหงิดและมีข้อความส่งมาเร่งจากรามิลว่าถ้าไม่มา ภายในสิบนาที เขาจะบุกมาห้องน้ำ...แม็ตตี้รีบโอเคงานไม่ขัดสักเรื่องเพื่อจะรีบไป เสียงเมสเสจมาอีก แม็ตตี้สบตานาตาชาให้ช่วยตัดบท

"ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็เรียบร้อย เอ้อ...เรากลับกันสักทีดีมั้ยคะ คุณแม็ตตี้คงอยากจะพักผ่อน" นาตาชารีบสรุป

"ดีค่ะ ฉันรู้สึกเพลียๆ คงไม่ว่ากันนะคะถ้าฉันจะขอแยกตัวตรงนี้เลย" แม็ตตี้ลาทุกคน

วายซียังอาลัยอาวรณ์ชวนให้อยู่คุยต่อ แม็ตตี้รีบเดินออกไป นาตาชามองตามขำๆ...

ooooooo

ในร้านกาแฟ รามิลหงุดหงิดงุ่นง่านจะลุกไปตามมัดไหม พอดีได้ยินเสียงส้นสูงเดินเข้ามาจึงหันไปโวย "มาได้แล้วเหรอ..."

"รอใครอยู่คะ..." อัจฉราวดียืนยิ้มแล้วลงนั่งตรงหน้ารามิล

รามิลไม่พอใจ "นี่อัจ...คุณตามผมมาใช่มั้ย"

"ใช่ ค่ะ อัจอยากรู้ว่าคุณมีใครจริงๆหรือเปล่า หรือแค่หลอกให้อัจเสียใจเล่น" อัจฉราวดีออดอ้อนขอคืนดีและยอมรับผิดทุกอย่างที่บอกเลิกเขาไปครั้งก่อน

"มันสายไปแล้วอัจฉรา ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมมีคนที่ใช่แล้ว"

"อัจไม่เชื่อจนกว่าอัจจะได้เห็นว่าแม่คนนั้นน่ะดีกว่า วิเศษกว่าอัจยังไง"

รามิลเกือบจนมุม พอดีมองไปเห็นมัดไหมเดินเข้ามาก็ดีใจ "นั่นไง เธอมาแล้วผมขอตัว"

รามิลลุกไปโอบไหล่มัดไหมแล้วกระซิบ "อัจฉราอยู่ในร้าน คุณอย่าทำเสียแผนนะ เดินไปกับผมดีๆ ผมพูดไปแล้วว่าคุณเป็นแฟนผม"

"ไม่ค่ะ เรายังไม่ได้ตกลงเรื่องว่าจ้างกัน ฉันไม่ยอมทำงานให้คุณฟรีๆหรอก ปล่อยนะ...ไม่ปล่อยฉันร้อง" มัดไหมผลักดันรามิลออก

"เฮ้ย! อย่านะ ตกลงๆผมจ้างคุณแล้ว"

มัด ไหมถามทันทีว่าเท่าไหร่ รามิลเห็นสายตาเอาเรื่องของมัดไหมรีบบอกว่าล้านหนึ่ง มัดไหมจึงยอมโอนอ่อนตาม "โอเค..ถ้างั้นฉันเริ่มงานล่ะนะ" มัดไหมซบไหล่เขาทันที "ที่รักคะ...เราไปช็อปของแพงๆกันดีมั้ยคะ จะได้สมกับเป็นคู่รักของคาสโนว่ารามิลหน่อย"

มัดไหมหัวเราะเหมือนแม่มด รามิลทำท่าอยากบีบคอแต่ฉีกยิ้มไว้ "ได้ทีขี่แพะไล่เลยนะ"

สาย ตา อัจฉราวดีที่มองรามิลแค้นใจสุดๆ ตามไปกระชากไหล่มัดไหมให้หันมาขอดูหน้า พอเห็นก็จำได้ว่าเป็นคนที่เดินชนกับเธอ "โอ๊ะ...นึกไม่ถึงเลยว่าคนอย่างรามิล จะได้ ผู้หญิงปากตลาดมาเป็นแฟน ต๊ายตาย โลว์ม้ากมาก เรคิดผิดคิดใหม่ได้นะคะ"

"ปากตลาดก็ยังดีกว่า หน้าด้านหน้าทน เห็นก็เห็นว่าเขามีแฟนใหม่แล้วยังตามยื้อตามแย่งเหมือนพวกตายอดตายอยาก ขอโทษนะคะ คุณน่ะมันเก่าไปแล้ว ดูสิสนิมเงียะเกรอะกรังไปหมด สู้ของใหม่ทั้งใสทั้งสดอย่างฉันไม่ได้หรอก" มัดไหมกระชากรามิลออกจากอัจฉราวดี

พอเจอคนที่แรงกว่า อัจฉราวดีถึงกับร้องกรี๊ด... "เรนะเร... อัจไม่ยอมนะ นังนี่มันมาว่าอัจ เรเห็นรึยังว่าปากมันร้ายแค่ไหน"

รา มิลยังตะลึง คิดไม่ถึงว่ามัดไหมจะแสบได้ขนาดนี้ มัดไหมเกาะแขนรามิลแล้วยื่นหน้าไปว่าอัจฉราวดีอีกว่า "ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เรน่ะ เขาจะไม่ได้เห็นแค่ปากหรอก แต่เค้าจะเห็นถึงตับไตไส้พุงฉันเชียวละ...ไปกันเถอะค่ะเรขา คุณคงอยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในตัวฉันใจจะขาดแล้วใช่มั้ยคะ..."

มัด ไหมควงรามิลเดินไป อัจฉราวดียืนอึ้งสักพักก็ร้องกรี๊ดๆออกมาจนคนมามุงดู เผอิญพลอยไพลินผ่านมาเห็น ตกใจรีบไปลากอัจฉราวดีออกมาและบอกให้ควบคุมสติไว้...

รามิลกับมัดไหมมาถึงที่จอดรถ เขายังมองมัดไหมไม่วางตา มัดไหมจึงถามว่ามองอะไร

"ก็สงสัยว่าเธอน่ะแสบเหมือนใคร อ๋อ...รู้แล้ว จริงๆด้วย เธอกับภัครมัยเนี่ยแสบยังกะเป็นคู่แฝดกันเลย"

"นี่...คุณอย่ามาว่าเจ้านายฉันนะ ถ้าคุณลามปามถึงคุณภัครมัย ฉันยกเลิกสัญญาจริงๆด้วย"

"อย่า นะ...ตกลงฉันจะไม่ว่าอะไรพาดพิงถึงเจ้านายสุดที่รักของเธอ แต่ขอบอกเลยนะว่าเธอน่ะสุดยอดจริงๆ ต้องแบบนี้ สิถึงจะเอาอัจฉราวดีอยู่ เราไปฉลองกันหน่อย ฉันหิวจะแย่แล้ว"

มัดไหมขอเป็นคนเลือกร้าน รามิลให้เอาหรูแค่ไหนก็ได้...

ขณะ เดียวกัน เมื่อแยกกับมัดไหม นาตาชาก็เดินเล่นในห้าง...ดนุพันธ์ถูกพิมมาดาหลอกให้มาทานอาหารกับพ่อของเธอ แต่พอมาถึงพ่อของเธอก็ติดงาน ดนุพันธ์จ่ายค่าอาหารและทิปบ๋อยหนัก จากนั้นพิมมาดาก็อ้อนขอให้ดูหนังกับเธออีกสักเรื่อง ดนุพันธ์ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรจึงเออออไปด้วย แต่พอเดินไปก็เหลือบเห็นนาตาชาเดินอยู่ ดนุพันธ์รีบพาพิมมาดาหลบ

"น้องพิมครับพะ...พี่ขอตัวก่อนนะ"

"อ้าวทำไมล่ะคะ ไหนว่าจะดูหนังเป็นเพื่อนพิมไงคะ"

"อ๋อ...คือ เอ้อ...พี่เอ้อ...ปวดท้องจี๊ดเลย สงสัยปลาดิบจะไม่สดน่ะจ้ะ นะน้องพิมดูคนเดียวได้มั้ยครับ พะ...พี่ไม่ไหวแล้ว" ดนุพันธ์วิ่งจู๊ดไปเลย

พิมมาดามองตามขำๆแล้วเดินเลี้ยวไปทางโรงหนัง...

ดนุพันธ์หลบมาได้ก็ถอนใจ ตามแอบดูนาตาชา พอสบโอกาสก็ปรี่เข้าไปหาทำเนียนว่าบังเอิญเจอ

"อ้าว...หนูนา...แหม วันก่อนทิ้งพี่เฉยเลยนะ หนูนามาทำอะไรจ๊ะ"

"เมื่อครู่นี้มาประชุมกับหัวหน้าค่ะ แต่ตอนนี้รู้สึกหิวๆก็เลยว่าจะหาอะไรกินหน่อย..."

ดนุ พันธ์ได้ทีตำหนิอภิชาตว่าเป็นหัวหน้าที่แย่ไม่ให้ ลูกน้องทานข้าวเอาแต่ใช้งาน นาตาชารีบแก้ตัวแทนว่า "อย่าไปว่าคุณอภิชาตเลยค่ะ ที่จริงเราก็ประชุมไปกินไป แต่เผอิญหนูนายุ่งๆเองก็เลยแทบไม่ได้แตะ ว่าแต่พี่นุมาทำอะไรที่นี่คะ อ๋อ...คงนัดสาวที่ไหนมากินกลางวันละสิท่า"

"เปล๊านะเปล่า พี่เพิ่งมาถึง เนี่ยหิวข้าวจนตาลายไปหมดแล้วล่ะ เจอหนูนาก็ดีเลยไปทานข้าวกับพี่นะ พี่เลี้ยง แน่ะๆห้ามปฏิเสธไม่งั้นพี่จะถือว่าหนูนารังเกียจพี่"

นาตาชาตกลง ดนุพันธ์ให้เธอเป็นคนเลือกร้าน นาตาชามองไปรอบๆแล้วดึงดนุพันธ์ไปที่ร้านๆหนึ่ง ดนุพันธ์ตาเหลือกเพราะเป็นร้านที่เขาเพิ่งออกมากับพิมมาดา บ๋อยเข้ามาต้อนรับแล้วชะงัก "อ้าว...คุณ..."

ดนุพันธ์รีบขยิบตา บ๋อยพยักหน้าเข้าใจอมยิ้ม นาตาชาเห็นพิรุธแต่ทำเฉย พอนั่งโต๊ะ ดนุพันธ์ให้เธอเป็นคนสั่งอาหาร นาตาชาทำเป็นค้นกระเป๋าหายาดมไม่เจอจึงขอให้ดนุพันธ์ไปซื้อที่ร้านหัวมุมให้ แล้วหันมาซักความจริงจากบ๋อยโดยทิปให้ ไปอีกสองร้อย บ๋อยทำตาปริบๆ...

ooooooo

ร้าน ลาบในปั๊มน้ำมัน เป็นร้านที่มัดไหมเลือกให้ รามิลมาทาน รามิลมองอาหารบนโต๊ะพวกส้มตำปลาร้า น้ำตกเลือดโชก ซุปหน่อไม้และข้าวเหนียว มัดไหมยิ้มๆถามเยาะๆว่าทานไม่ได้หรือ ถ้าอย่างนั้นเธอจะเปลี่ยนไปร้านในโรงแรมห้าดาว รามิลดึงมัดไหมไว้

"ไม่ต้อง...ฉันจะกินนี่ล่ะ"

"อย่าฝืนใจเลยค่ะ กินไม่ได้ก็กินไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าฉันแกล้งอีก"

"เธอกินได้ฉันก็ต้องกินได้สิ..." รามิลคว้าช้อนมาตักกิน

มัดไหมมองยิ้มๆเห็นรามิลปากคอแดง สีหน้าเผ็ดแทบแย่ ก็ขำๆถามว่าอร่อยไหม รามิลได้แต่พยักหน้า...

พอซื้อยาดมกลับมาให้นาตาชาที่ร้าน ดนุพันธ์มองอาหารบนโต๊ะด้วยความแปลกใจที่อาหารทุกอย่างเหมือนที่เขากินกับพิมมาดา

"แปลกใจอะไรเหรอคะ หรือว่าอาหารที่หนูสั่งมาไม่ถูกปาก"

"ถูกจ้ะ ถูกปากพี่ทุกอย่างเลย...ทำไมมันคุ้นๆวะ" ประโยคสุดท้ายดนุพันธ์พึมพำ

นา ตาชายิ้มๆแล้วบอกว่าให้ทานเยอะๆเธอจะตักให้ ดนุพันธ์จะตักให้นาตาชาบ้างแต่เธอกลับบอกว่า เธอไม่ค่อยสบายทานไม่ลง แต่จะนั่งเป็นเพื่อน ว่าแล้วก็ตักอาหารเร่งให้ ดนุพันธ์ทานเยอะๆ พลันมือถือเขาดังขึ้น พอหยิบมาดูก็สะดุ้งแล้วกดตัดสายทิ้งอ้างว่าแบตหมด นาตาชารู้ทันหมั่นไส้ แกล้งบอก "คนสำคัญโทร.มารึเปล่าคะ ใช้โทรศัพท์หนูก่อนก็ได้"

"โอ๊ะ...ไม่ต้องจ้ะ เบอร์ก็ไม่คุ้นอาจจะโทร.ผิดก็ได้" ว่าแล้วดนุพันธ์ก็ก้มหน้าฝืนกิน...

ด้านรามิล กลับมาขึ้นรถด้วยท่าทีทุรนทุราย มัดไหมถามว่าเป็นอะไร รามิลหน้าเหยเกขับรถ "ฉันปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ"

"อ้าวแล้วจะทำยังไงล่ะคะ นั่นไงคะปั๊มน้ำมัน" มัดไหมชี้ไปที่ปั๊มข้างหน้า

รามิลโวยว่าเขาไม่เข้าหรอกที่ปั๊ม มัดไหมถามขำๆว่าจะลุยทุ่งเอาหรือ รามิลตาเขียว "นี่เธออย่ามากวนฉันนะ โอ๊ย... เออนี่แหละ พอได้"

รามิลเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูด มัดไหมร้องลั่น "คุณ... ทำอะไรเนี่ย..."

"ก็เข้าโรงแรมไง ยังไงๆโรงแรมมันก็ต้องมีห้องน้ำ"

"จะบ้าเหรอ จอดๆๆเดี๋ยวนี้!" มัดไหมโวยวายลั่น

"ไม่ จอด นี่ฉันไม่คิดทำมิดีมิร้ายกับเธอในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ หรอก...โอ๊ย...จะไม่ไหวอยู่แล้ว" สีหน้ารามิล ซีดมาก...จนมัดไหมต้องเงียบ...

ทานเสร็จ ดนุพันธ์เดินออกจากร้านแทบไม่ไหว นาตาชามองด้วยความสะใจ

"โอย...ท้องพี่จะแตกอยู่แล้วหนูนา"

"มันก็น่าจะแตกล่ะค่ะ..."

"ก็หนูนาน่ะสิเล่นไม่กินเลยให้พี่เหมาหมด พี่ขับรถไม่ไหวแล้วหนูนาต้องขับไปส่งพี่นะ"

"หนูไม่ว่างคะ ทีหลังพี่นุจะได้จำไว้ว่าการที่ตะกละกินอาหารติดๆกัน ทั้งๆที่มื้อแรกมันยังไม่ย่อยน่ะ มันจะต้องได้รับผลแบบนี้"

"นะ...หนูนาหมายความว่ายังไง" ดนุพันธ์หน้าซีดเผือด

"คงไม่ต้องให้หนูสาธยายอีกมั้งคะ พี่นุทำอะไรก็รู้อยู่ แก่ใจ จำไว้ว่าทีหลังอย่ามากะล่อนกับหนูอีก" นาตาชาเดินหนี

ดนุพันธ์ตามมาดึงแขนไว้ให้ฟังเขาอธิบายก่อน พลันพิมมาดาเข้ามาถามเสียงขุ่น "เหรอคะ...งั้นก็ช่วยอธิบายให้ ละเอียดหน่อยสิคะ ไหนบอกพิมว่าปวดท้องจนดูหนังกับพิมไม่ได้แล้วทำไมพี่นุถึงมาอยู่กับยัยหนูนา นี่ พิมโทร.มาก็ตัดสายทิ้ง..."

หน้าดนุพันธ์ถอดสีซีดเหมือนคนใกล้ ตาย มองสองคนสลับไปมา พิมมาดาย้ำถาม ดนุพันธ์ไม่ไหวแล้ว กุมท้องร้องโอยๆขอตัววิ่งหนีไปก่อน สองสาวเผชิญหน้ากัน นาตาชาสีหน้าเรียบเฉยผิดกับพิมมาดาที่เคียดแค้นแทบจะกินเลือดกินเนื้อ... นาตาชาเดินเลี่ยงไปไม่อยากมีเรื่อง แต่พิมมาดาไม่ยอมตามมากระชากแขนให้หยุด นาตาชาพูดกวนจนพิมมาดาชี้หน้าแทบร้องกรี๊ด

"สงบจิตสงบใจให้ได้ก่อนแล้วค่อยคุยกันวันหลังแล้วกันนะ บ๊ายบาย..." นาตาชาโบกมือ

"นังหนูนา...ไม่มีวันหลังแล้ว ยังไงวันนี้ฉันต้องสะสางกับแกให้ได้..." พิมมาดาเคียดแค้น

ooooooo

หมด แรงเดินอ่อนระโหยออกจากห้องน้ำมาล้มตัวนอนหมดแรง มัดไหมเห็นแล้วขำ หาว่ารามิลอยากอวดเก่งเอง ทานไม่ได้ก็ยังฝืนทานเข้าไป ว่าแล้วก็ชวนกลับออกไปคุยเรื่องงาน

"ก็คุยมันซะที่นี่เลยแล้วกัน" รามิลไม่ไหวแล้ว

มัด ไหมพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบเอกสารสัญญาจากในกระเป๋ามาให้รามิลเซ็น รามิลว่ามันน่าจะเป็นเขาที่ร่างสัญญา มัดไหมว่าอย่างนั้นเธอก็เสียเปรียบแน่ รามิลอ่านสัญญาเสียงดัง

"ค่าจ้างล้านนึง จ่ายก่อนเริ่มงานครึ่งหนึ่ง นี่ฉันไม่ถูกเอาเปรียบเลยมั้งเนี่ย...ข้อหนึ่ง ห้ามล่วงละเมิดทางเพศกับผู้ถูกว่าจ้างเป็นอันขาด นี่เธอ...ไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยเหรอ"

"ไม่หรอก ฉันก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้"

"ความจริงเธอควรจะเติมว่า หากอีกฝ่ายไม่สมยอมต่อท้ายด้วยนะ"

"ไม่มีทางเสียหรอก" มัดไหมเสียงขุ่น

รามิลยักไหล่ไม่แน่จริง แล้วอ่านต่อ "ข้อสอง การถูกเนื้อต้องตัวจะเป็นไปตามกาลเทศะ เมื่ออยู่ในงานเท่านั้น หือ... หวงตัวซะด้วย"

"แน่นอนอยู่แล้ว ฉันไม่ใช่ดอกไม้ริมทางนะ"

"เรื่อง มาก...ข้อสาม หากผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ถือว่าสัญญาทั้งหมดเป็นอันยกเลิก และต้องจ่ายค่าเสียหาย เสียเวลาเป็นสามเท่าของค่าจ้าง เฮ้ย...สามเท่าเลยเหรอ โหดไปหน่อยมั้ง"

"พูดแบบนี้ก็แปลว่าคิดจะผิดสัญญาตั้งแต่ยังไม่ได้จ้างเลยสิ"

"ไม่ใช่...ก็เผื่อว่าสถานการณ์มันบังคับล่ะ"

แบบ ไหนมัดไหมก็ไม่ยอม รามิลบ่นว่ากะจะเอาตั้งตัวกันเลย รามิลขอเพิ่มข้อสัญญา "งั้นฉันขอเพิ่มบ้าง ข้อสี่ ห้ามบอกใครให้รู้เป็นอันขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ...ข้อห้า หากผู้ถูกว่าจ้างผิดสัญญาจะต้องชดใช้ต่อผู้จ้างตามแต่ผู้จ้างเห็นสมควร"

มัดไหมรับปากทันที รามิลมองส่ายหน้าก่อนจะเซ็นชื่อลงไป มัดไหมเซ็นชื่ออย่างบรรจงแล้วยื่นสัญญาให้เขาเก็บ
หนึ่งใบ ของเธอหนึ่งใบ แล้วทวงเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่ง

"เค็มเหมือนกันนะเธอนี่"

"ก็ฉันไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเหมือนใครบางคนนี่นา"

รามิลบอกว่าไม่ได้พกเงินสดมากมายต้องไปถอนที่ธนาคาร มัดไหมจึงบอกให้รีบไป รามิลทำปากขมุบขมิบว่ามัดไหมเค็มขนาดน้ำทะเลเรียกพี่...

ขณะ นั้น พลอยไพลินกำลังขับรถพาอัจฉราวดีนั่งรถสงบสติอารมณ์ แต่ไม่วายโดนอัจฉราวดีโวยวายใส่ พลันพลอยไพลินเห็นรถรามิลขับพามัดไหมออกจากโรงแรมม่านรูด

"...เธอดูนั่นสิอัจ...นั่นมันรถคุณมิลไม่ใช่เหรอ"

อัจฉรา วดีหันขวับมองตามเห็นเต็มตาร้องกรี๊ดสั่งพลอยไพลินขับตามอย่างรวดเร็ว จนมาเบรกอย่างแรงที่หน้าธนาคาร หัวอัจฉราวดีโขกกระจกร้องลั่น พลอยไพลินอ้างว่ามอเตอร์ไซค์ตัดหน้า แล้วบุ้ยใบ้ "คุณรามิลเขาพาแฟนใหม่มาทำไมที่ธนาคาร หรือว่าจะมาเบิกเงินให้เป็นรางวัลที่...ว้าวถึงขั้นตบรางวัลง้ามงามอย่างนี้ แสดงว่าคงถูกใจคุณรามิลแน่ๆ อ้าวอัจจะไปไหนน่ะ"

"ฉันจะรีบเข้าไปดักก่อนเดี๋ยวจะคลาดกันอีก เธอหาที่จอดรถได้แล้วตามมาเร็วๆนะ"

พลอย ไพลินมองตามหลังอัจฉราวดียิ้มๆ "ดีเหมือนกัน ให้ไปวีนเป็นนางร้ายเสียให้พอแล้วเราค่อยเข้าไปแสดงเป็นนางเอกต่อหน้าคุณรา มิล แบบนี้เราก็จะดูดีในสายตาคุณรามิล หึ...นี่ละที่เขาเรียกว่ายืมมือคนอื่นให้เป็นประโยชน์ ดีไม่ดีงานนี้อาจถึงขั้นขึ้นโรงพักก็ได้..."

นาตาชาขับรถกลับบ้าน ถูกรถหลังป้ายแดงบีบแตรไล่ จนเธอรำคาญเลี้ยวหนีเข้าซอย รถยังตามมาแซงปาดหน้าแล้วขับช้าๆขวางไม่ให้เธอแซง นาตาชาเริ่มโกรธพอดีมือถือดังจึงกดรับเป็นพิมมาดา โทร.มายั่ว "ไงล่ะ นังหนูนา ไม่มีปัญญาหนีฉันแล้วละสิ"

"อ๋อ...ที่แท้คนที่ขับรถโง่ๆเนี่ยเธอเองเหรอพิมมาดา"

"นังหนูท้องนา ปากร้ายนักนะ เก่งนักก็ขับผ่านไปให้ได้สิ"

"แสดงว่าเธอจะแกล้งฉันใช่มั้ย"

"ไม่ได้แกล้ง ฉันก็แค่ขวางเธอเล่น ก็ฉันเรียกให้คุยด้วยดีๆ เธออยากหนีฉันทำไม"

นา ตาชาบอกให้หลบรถไปไม่อย่างนั้นเธอจะชน พิมมาดาไม่หลบท้าให้ชน ขาดคำรถก็พุ่งชนท้ายโครม พิมมาดาร้องลั่น...เรื่องมาถึงโรงพัก พิมมาดาแจ้งจับนาตาชาข้อหาพยายามฆ่า...

ooooooo
ตอนที่ 4

บนโรงพัก พิมมาดาแจ้งเหตุการณ์กับร้อยเวรปากคอสั่นว่านาตาชาพยายามฆ่าเธอ ตำรวจทำหน้างงว่าแค่ขับรถชนท้ายทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน พิมมาดา
แว้ด

"ใครบอกล่ะคะว่าไม่ รู้จักกัน ฉันน่ะรู้จักแม่คนนี้ดีเลยล่ะค่ะ  เธอชื่อนาตาชา  เธอไม่พอใจฉันเพราะเรื่องผู้ชายน่ะค่ะ เธอขับไล่ตามดิฉันมาตั้งไกล พอได้จังหวะก็พุ่งเข้าชนเต็ม
แรงหวังจะฆ่าฉันให้ตาย แล้วก็ทำเหมือนเป็นอุบัติเหตุนะคะคุณตำรวจ..."

"อ้าว...ตกลงนี่คุณสองคนรู้จักกันเหรอครับ" ตำรวจหันมาถามนาตาชา

นาตาชาพยักหน้าตอบนิ่งๆ พิมมาดาได้ที "เห็นมั้ยคะ ยอมรับออกมาแล้วจับเลยค่ะ"

ตำรวจ มองสองคนไปมา นาตาชายิ้มเยือกเย็น "งานนี้ต้องมีคนโดนจับแน่ แต่ก่อนอื่นคุณตำรวจช่วยฟังอะไรหน่อยนะคะ เผื่อจะได้เป็นหลักฐานให้คุณตำรวจจับไม่ผิดตัว"

นาตาชาเปิดเสียงพูดของพิมมาดาที่โทร.มาหาเรื่องเธอตอนขับรถขวางหน้าเธอให้ตำรวจฟังแล้วถามว่า ข้อหาให้
การเท็จติดคุกหัวโตไหม ตำรวจหันมาทำหน้าดุใส่พิมมาดา...

พออัจฉราวดีวิ่งลงจากรถมาที่รถรามิล ก็กระชากมัดไหมหันมาตบ "นังตัวดี คิดมาแย่งเรเหรอ ต้องเจอแบบนี้ เป็นไงล่ะ..."

มัดไหมหันกลับมา "ตอบไม่ถูกหรอกค่ะ ถ้าคุณอยากรู้ละก็ ต้องโดนด้วยตัวเอง" มัดไหมตบอัจฉราวดีสุดแรง แล้วถามกลับว่าเป็นอย่างไร

รามิลวิ่งมาขวาง อัจฉราวดีลุกขึ้นเกาะแขนรามิลฟูมฟายว่าเขาหยามเธอเกินไป รามิลกลับต่อว่าอัจฉราวดี "ผมทำอะไร เราเลิกกันแล้ว"

"อัจยังไม่ได้เลิกกับคุณนี่คะ คุณพูดเองเออเองฝ่ายเดียวแล้วดูสิจู่ๆคุณก็พานังนี่มาควง พามันเข้าโรงแรม"

"นี่คุณสะกดรอยตามผมเหรอ...บ้าที่สุด" รามิลหันมาดึงมัดไหมชวนกลับ

"ไม่ กลับค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่จะมีใครมาชี้หน้าว่าฉันแย่งผู้ชายของเขา...พูดมาเลย ค่ะรามิลว่าคุณจะเลือกใคร" มัดไหมเกาะ
แขนรามิล

รามิลมองมัดไหมงงๆ เธอขยิบตาว่ากำลังเล่นละคร รามิล ถึงบางอ้อตอบเสียงนุ่มนวล "โธ่...ไม่น่าถามเลย ผมก็ต้องเลือกคุณอยู่แล้วทูนหัว"

"ได้ยินชัดเต็มสองรูหูหรือยังคะ คุณนางเอก..." มัดไหมพูดยิ้มเยาะ

"เรคุณพูดแบบนี้ได้ยังไงอัจไม่ยอมๆๆ...นังบ้าฉันจะฉีกอกแก" อัจฉราวดีบ้าเลือดผลักรามิลกระเด็นแล้วเข้าตบตี มัดไหม แต่มัดไหมสู้ยิบตา

มี ปาปารัซซี่ถ่ายภาพอย่างเมามัน พลอยไพลินวิ่งหน้าตื่นมาประคองรามิล รามิลให้ไปห้ามอัจฉราวดีดีกว่า พลอยไพลินรีบพูดให้ตัวเองดูดีว่าเธอจะกันอัจฉราวดีไว้  แล้วให้เขาพา
มัดไหมหนีไป รามิลขอบใจแล้วรีบแยกย้ายกันจัดการ อัจฉราวดี กรี๊ดๆฟูมฟาย พลอยไพลินยิ้มสะใจ

รามิลขับรถมาจอดข้างทาง หันมาถามมัดไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง มัดไหมกลับย้อนให้เขาลองโดนดูบ้างจะได้รู้ว่าแฟนตัวเองมือหนักขนาดไหน

"เขาไม่ใช่แฟนผมแล้ว"

"ก็เจ้าหล่อนยังประกาศปาวๆอยู่นั่นไง"

"ก็เพราะอย่างนี้นะสิผมถึงต้องจ้างคุณไง"   รามิลอดหัวเราะไม่ได้

"ฉันโดนตบเนี่ยคุณสะใจมากเหรอ"

"ไม่ใช่ แต่นึกถึงเมื่อกี้แล้วผมว่าผมคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกคุณมารับบทนี้น่ะ"

"เหรอคะ...ถ้ายังงั้นฉันขอขึ้นค่าตัวเป็นสองล้านดีมั้ย..."

รา มิลร้องเฮ้ย...มัดไหมนึกได้ทวงเงินล่วงหน้าของเธอ รามิลบ่นว่าเค็มก่อนจะพาเธอไปถอนเงินที่ธนาคาร...เมื่อเสร็จเรียบร้อย รามิลเป็นห่วงที่มัดไหมถือเงินจำนวนมากจึงอาสา
ไปส่งที่ไร่ เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องกลับรถทัวร์ มัดไหมจะไม่ยอมแต่พอรามิลพูดว่า

"ที่ไปส่งเนี่ยไม่ใช่อะไรนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ผมก็เสียเงินฟรีๆน่ะสิ"

"โอโห...ขอบคุณนะคะที่พูดความจริง ฉันล่ะซาบซึ้งจนพูดอะไรไม่ออกแล้วล่ะค่ะ..."

รามิลหัวเราะหึๆก่อนจะออกรถไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ใน ขณะที่อัจฉราวดียังฟูมฟาย และว่าพลอยไพลินไม่เข้าข้างเธอ แถมปล่อยให้รามิลพามัดไหมหนีไป พลอยไพลินเข้ามาโอบปลอบว่าให้ใจเย็น การกระทำแบบนี้ไม่ช่วยให้ได้รามิ
ลคืนมา ยิ่งฉีกหน้าเขา เขาก็ยิ่งไม่ไว้หน้าต้องเปลี่ยนแผนใหม่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง

เอกสาร ปึกใหญ่ที่อิทธิพลให้ลูกน้องทำขึ้นมา เพราะรู้ว่ารามิลต้องเรียกเอกสารบริษัทคู่ค้ามาดูแน่ ลูกน้องยังหวั่นใจถ้ามีการตรวจสอบ แต่อิทธิพลไม่หวั่น

"ไม่ต้องห่วง ก็ถ้าคนที่ตรวจสอบเป็นคนของเรามันจะไปมีปัญหาอะไร"

"เจ้านายจะเริ่มแผนการเมื่อไหร่ครับ"

อิทธิพล ตอบว่าเร็วที่สุด ไม่ทันพูดต่อ อัจฉราวดีกลับมาบ้าน  เขาจึงให้ลูกน้องกลับไปก่อน  หันมาซักถามลูกสาวที่สภาพเหมือนไปตบกับใครมา อัจฉราวดีตอบว่าใช่ อิทธิพลเอือม
ระอาเตือนว่าทำแบบนี้จะยิ่งเสียรามิลไป อัจฉราวดีร้องกรี๊ด...ไม่ต้องมาย้ำ

"ฉัน นึกอยู่แล้วว่าคงหวังพึ่งแกไม่ได้ยัยอัจเอ๊ย...วันๆเอาแต่กรี๊ดๆๆแบ บนี้น่ะสิ ไอ้รามิลมันถึงวิ่งหนีน่ะ" อิทธิพลส่ายหน้ามองลูกสาวเดินตึงๆขึ้นชั้นบน...

ระหว่างทางที่รามิ ลขับรถไปส่งมัดไหม เขาเห็นเธอหลับเอียงมาซบไหล่เขา จึงจอดรถข้างทางแล้วปรับเบาะให้เอนลง ให้เธอนอนให้สบาย แต่แล้วเขาต้องเคลิ้มเมื่อเห็นใบหน้า
ใกล้ชิดจึงลืมตัวก้มหน้าจะหอมแก้ม มัดไหมละเมอวาดมือมาปะทะหน้าเขาอย่างแรง "ตบเหรอ...นี่ไง..."

รามิลผงะออกฉุนๆ "ทำไมต้องมาละเมอตอนนี้ด้วยนะ เสียมู้ดหมดเลย"

มัด ไหมแอบอมยิ้มสะใจ...พอถึงไร่ รามิลก็ปลุกเธอ มัดไหมทำเป็นตกใจที่หลับมาตลอดทาง แต่ก็ยังห่วงเขาจึงชวนไปดื่มกาแฟบนบ้านก่อนจะได้ไม่ง่วงเวลาขับกลับ รามิล ขอบ
ใจที่ห่วง

"ไม่ห่วงได้ไง...เงินค่าจ้างฉันยังอยู่กับคุณอีกครึ่งนึงนะ ถ้าคุณเป็นไรไปใครจะจ่ายฉันล่ะ"

"นึก อยู่แล้ว เกลือจะกลายเป็นน้ำตาลได้ยังไง" รามิลลากลับแต่ยังเตือนให้เธอทายาที่แก้มจะได้ไม่ระบมตอนเช้า มัดไหมอมยิ้มเดินเข้าบ้าน...

คืนนั้น ดนุพันธ์มานั่งรอนาตาชาที่บ้าน แม่แก้วแปลกใจที่นาตาชากลับค่ำแถมไม่โทร.บอก พอดีนาตาชากลับมา ดนุพันธ์ รีบเข้ามาหา นาตาชารู้ทันพูดดักคอ

"ถ้าจะมาให้ถอนแจ้งความละก็ไม่ ต้องหรอก เพราะหนูนาไม่ได้เอาเรื่องเอาราวอะไร ถ้าจะเคลียร์ก็ต้องไปเคลียร์กับร้อยเวรเอาเอง เพราะน้องพิมของพี่นุอยากแจ้งความเท็จช่วย
ไม่ได้"

"เรื่องนั้นน่ะ พี่ไปเคลียร์มาเรียบร้อยแล้ว"

"ก็นึกอยู่แล้วว่าพี่นุคงเป็นอัศวินขี่ม้าขาวไปช่วยเหมือนเดิม"

"โธ่...พี่ไม่ได้อยากเป็นอัศวินอะไรเลย แต่คุณแม่ของน้องพิมเค้าติดธุระเลยโทร.มาให้พี่ไปช่วย"

นา ตาชาหมั่นไส้ไม่อยากฟัง ดนุพันธ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ มาบอกเรื่องพิมมาดา เขาอยากมาเคลียร์กับเธอ นาตาชาจึงให้เวลาห้านาที ดนุพันธ์โอดโอย "โห...ทำไมให้เวลาน้อยจัง"

"จะพูดหรือไม่พูด งั้นหนูนาไปนอนล่ะ..."

ดนุ พันธ์รวบตัวนาตาชาไว้ "พูดก็พูด ฟังนะ...เรื่องวันนี้พี่ไม่ได้ตั้งใจหลอกหนูนา เหตุการณ์มันพาไป พี่ไม่ได้มีอะไรกับน้องพิมเกินเลยไปกว่าเอ็นดูเหมือนน้อง เพราะพี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้วคือหนูนา..."

นาตาชาอึ้งมองดนุพันธ์ นิ่ง เขามองเธอซึ้งๆหมายจะจูบ แต่กลับโดนนาตาชากระแทกเข่าเข้าหว่างขาจนหน้าเขียวทรุดลงไปกอง นาตาชาพูดก่อนจะวิ่งเข้าบ้าน "หนูไม่เคลิ้มไปกับพี่หรอก จำไว้เลยนี่แค่เบาะๆ ถ้ามีคราวหน้าอีก รับรองพี่สูญพันธุ์แน่"

"ไม่รักไม่ว่า ไม่น่ามาทำร้ายน้องชายพี่นุเลย อ๋อย..."

หลัง จากนาตาชาอาบน้ำเสร็จ มัดไหมโทร.เข้ามาถามว่ารามิลกลับถึงบ้านหรือยัง นาตาชาแซวว่าเป็นห่วงหรือ มัดไหมรีบบอก "บ้าน่า...ไม่ได้ห่วง แค่ไม่อยากรู้สึกผิดถ้าเค้าเป็นอะไรไปกลางทางต่างหาก"

"จ้า...แล้วเป็นไงบ้าง สัญญาเป็นแฟนกำมะลอเรียบร้อยดีมั้ย"

"ก็อย่างที่คิดไว้นั่นแหละ เดี๋ยวก็เตรียมแผนต่อไปได้เลย"

"มันจะเป็นไปตามแผนเธอหมดเลยเหรอมัดไหม

อย่าลืมสิแผนที่เธอคิดไว้มันเป็นแค่การร่างระบบ ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่เรื่องจริงมันมีตัวแปรอีกมากมายเลยนะ"

"ฉันไม่กลัวหรอก แผนก็แค่ตั้งไว้หลวมๆ ยืดหยุ่นให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว"

"ให้ มันจริงเถอะฉันละเป็นห่วง กลัวว่าสุดท้ายจะต้องลำบากใจกับความรู้สึกตัวเองทั้งสองฝ่ายนะสิ"...ฟังนาตา ชาเตือน มัดไหมนิ่งคิดอย่างหนัก

ooooooo

เสียงกรี๊ดของ อัจฉรา วดีดังขึ้นแต่เช้า เมื่อเห็นข่าวหนังสือพิมพ์ "อัจฉราวดีตกกระป๋องตามวีนแหลก ตบสนั่นสาวหน้าใสหวานใจคนใหม่ของรามิลกลางลานจอดรถของแบงก์ดังย่านหัวหมาก" พร้อมมีภาพตบตีประกอบสองสามภาพ ทำให้อัจฉราวดีผลุนผลันออกจากบ้าน

รา มิลเดินมาที่โต๊ะอาหาร แปลกใจกับสีหน้าแม่แก้วและนาตาชาที่มองมา เขารีบอ้อนแม่แก้วว่าเขาสัญญาจะมาทานอาหารเช้าด้วยทุกวัน แม่แก้วพยักหน้า นาตาชายื่นหนังสือพิมพ์ มาวางให้อ่าน รามิลตกใจ "ข่าวมันไวชะมัด สดๆร้อนๆเลย"

แม่แก้วขอให้เพลาลงบ้าง นาตาชาแกล้งถามว่าถ้าคู่หมั้นเห็นข่าวจะว่าอย่างไร รามิลดีใจจะได้ถอนหมั้นไปเลย นาตาชาเตือนว่านั่นหมายถึงสูญมรดกสามพันล้าน รามิลอึ้งจริงด้วย รามิลคิดจะไปเคลียร์กับภัครมัย จ้อนเข้ามาขวางยังไปไม่ได้เพราะอัจฉราวดีรออยู่หน้าบ้าน ไม่ทันไรเสียงเธอตะโกนให้เปิดประตู รามิลจะไปพูดให้รู้เรื่องแต่แม่แก้วเตือนว่าเดี๋ยวจะบานปลาย

"แม่ว่าเรหลบไปก่อนดีกว่า"

"หลบ...คนอย่างนายรามิลต้องหลบผู้หญิงเหรอครับแม่แก้ว เฮอะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"

"ไม่เห็นต้องอายใคร เชื่อแม่แก้วสักครั้งนึงเถอะ แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้ว เวลานี้ไม่ควรที่เรจะเผชิญหน้ากับแม่ดารานั่น"

รา มิลนิ่งฟัง พอดีจ้อนร้องบอกว่าอัจฉราวดีกำลังปีนรั้วบ้าน รามิล แม่แก้ว และนาตาชารีบมาแหวกม่านดู พลันแสงแฟลชวูบวาบนักข่าวกรูเข้ามาถ่าย อัจฉราวดีรีบลงจากรั้วปรับอารมณ์ตัวเองให้นักข่าวเข้าใจว่าเธอมาหารามิล นักข่าวถามข่าวที่ตบตีกันกลางลานจอดรถ

"ฉันไปเจอเรโดยบังเอิญค่ะ แต่เรื่องตบตีไม่มี้ไม่มีค่ะ..."

"งั้นพอจะบอกได้มั้ยคะว่าผู้หญิงที่มากับคุณรามิล

เป็นใคร" นักข่าวถาม

อัจฉรา วดีตอบว่าเป็นเพื่อนๆของรามิล นักข่าวถามถึงความสัมพันธ์ของเธอกับรามิลว่าคลอนแคลนหรือยัง อัจฉราวดีตอบว่า "ก็ดูเอาเองแล้วกันค่ะ ถ้าคลอนแคลนจริงคงไม่เห็นอัจมายืนอยู่หน้าบ้านเรอย่างนี้หรอกค่ะ"

นัก ข่าวถามว่ามาเคลียร์กันหรือ อัจฉราวดีทำเป็นตกใจแก้ตัวว่าเธอนัดทานข้าวกับรามิลและมาทักทายแม่แก้ว อัจฉราวดีโพสท่าเกาะประตูเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน...นาตาชาเห็นแล้วเกรงว่า เรื่องจะไม่จบเพราะอัจฉราวดีสร้างข่าวเอง แม่แก้วจึงขอให้รามิลหลบไปอยู่ที่อื่นก่อน

"จะให้ผมหลบไปไหนได้ล่ะครับ แค่ออกจากที่นี่ยังทำไม่ได้เลย"

"เอาน่ะ...รีบไปเก็บเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวแม่แก้วจะบอก" แม่แก้วยิ้มๆสบตากับนาตาชา

พอ รามิลกลับมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า แม่แก้วก็กระซิบให้เขาไปอยู่ไร่มนตรา รามิลร้องลั่นไม่ยอมไป นาตาชารีบยุ "ดีออกนะพี่เร อย่างน้อยพี่ก็ได้เจอคุณมัดไหมเค้า เพราะตอนนี้เค้าอาจจะอ่านข่าวแล้วก็ยกเลิกการหมั้น แล้วพี่ก็จะอดมรดก พี่จะได้ใช้โอกาสนี้เกลี้ยกล่อมเค้าอย่างที่พี่อยากทำก็ได้นะ"

รามิลคิด แม่แก้วตามใจรามิล เขามองออกไปหน้าบ้านที่มีนักข่าวจึงตัดสินใจ...ประตูบ้านเปิดออก รถคันหรูของรามิล

แล่นออกจากบ้าน อัจฉราวดีดีใจวิ่งเข้ามาขวาง นักข่าวตามมา

ถ่าย ภาพ แต่พอกระจกเลื่อนลง คนขับรถกลายเป็นจ้อนยิ้มหวานอยู่ อัจฉราวดีชะโงกหน้ามองถามหารามิล จ้อนตอบว่าออกไปธุระตั้งแต่เช้า ส่วนตัวเขาจะเอารถเข้าศูนย์เช็กช่วงล่าง แล้วชวนอัจฉราวดีไปเช็กช่วงล่างตัวเองดูบ้าง อัจฉราวดีโวยไล่เปิง "ไอ้บ้า...ไอ้ขี้ข้า ไปให้พ้น"

อัจฉราวดีวิ่งกลับไปขึ้นรถตัวเองขับ ออกไป นักข่าวกระจายกันกลับ จ้อนขับรถออกจากบ้านไปจอดเติมน้ำมันที่ปั๊ม เสียงเคาะกระโปรงหลังดังกุกกัก จ้อนนึกได้รีบมาเปิด

"แกมัวทำอะไรอยู่ไอ้จ้อน ฉันจะขาดใจตายคารถตัวเองอยู่แล้ว" รามิลเรียกหายาดม

จ้อนรีบไปซื้อมาให้แล้วเป็นห่วงว่ารามิลจะขับรถไปถึงไร่มนตราไหวหรือ...

ขณะ ที่ติ๋มกำลังเป็นห่วงที่มัดไหมไปตบตีกับอัจฉราวดีจนเป็นข่าว มัดไหมบอกไม่ต้องเป็นห่วง พลันนาตาชาโทร.เข้ามาบอกว่ารามิลจะมาลี้ภัยอยู่ที่ไร่มนตรา ติ๋มแปลกใจสงสัย

มัดไหมบอกเหตุผลสองข้อ "ข้อหนึ่ง ต้องการลี้ภัยจากแฟนเก่าชั่วคราว ข้อสอง อาจจะตั้งใจมาเพราะสงสัยอะไรบางอย่างถึงไม่โทร.มาบอก..."

"สงสัยอะไรคะ" ติ๋มยังงง"

"เขาอาจจะสงสัยเรื่องมัดไหมกับภัครมัยก็ได้เพราะมากี่ทีก็ไม่เคยเจอภัครมัย เพราะฉะนั้นคราวนี้ ฉันคงต้องให้เขาเจอภัครมัยบ้างซะแล้ว"

"ฮ้า...แล้วคุณไหมจะทำยังไงล่ะคะ"...ติ๋มสงสัยแต่มัดไหมยิ้มอย่างมีแผน

รถ รามิลแล่นเข้ามาในไร่ เขาเห็นอัคนียืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางนอบน้อม   จึงเข้าใจว่านั่นต้องใช่ภัครมัยแน่ "การมาอย่างไม่บอกกล่าวมันได้ผลอย่างที่คิดจริงๆแหะ นั่นต้องยัยตัวแสบแน่ๆ ดีเหมือนกันจะได้พูดให้รู้เรื่องไปเลย"

รามิลจอดรถลงเดินจ้ำๆไปหา อัคนี อัคนีทำหน้าตกใจที่รามิลมาเงียบๆ รามิลหัวเราะหึๆ เหลือบมองผู้หญิงที่ยังยืนหันหลังให้เขา "ถ้าไม่มาเงียบๆก็คงไม่ได้เจอเจ้าของไร่ซะที...ภัครมัยใช่มั้ย แหม...กว่าจะได้เจอตัวเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเชียวนะ"

"สวัสดีค่ะพี่เร...ตามสบายนะคะ เอ้อ...น้องขอตัวก่อนค่ะ" เสียงมัดไหมเหมือนอมอะไรไว้

"อะไร กัน ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยจะขอตัวแล้ว ไม่เสีย มารยาทเจ้าของบ้านไปหน่อยเหรอ นี่เธอ...หันมาคุยกันหน่อย เรามีเรื่องสำคัญต้องเคลียร์กัน" รามิลคว้าแขนจะให้หันมา

อัคนีห้าม แต่รามิลยื้อดึงอย่างแรงให้หันหน้ามา แล้วเขาถึงกับผงะถอยไปสองสามก้าวอย่างตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าภัครมัยมี แผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว...ทั้งสามมานั่งคุยตรงระเบียงไร่ ติ๋มยกน้ำมาเสิร์ฟแล้วนั่งก้มหน้าดูเหมือนสำรวมแต่ที่จริงกำลังกลั้นหัวเราะ ภัครมัยเองก็ขยับหมวกปีกกว้างบัง หน้าตัวเองพูดเสียงต่ำๆเบาๆ

"เชิญพี่เรทานน้ำสิคะ...หรือตกใจจนช็อกเลยดื่มไม่ลงเสียแล้ว"

สี หน้า รามิลทำให้ภัครมัยหลุดขำจนเธอต้องทำเป็น กระแอม รามิลรีบขอโทษแล้วขอถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ภัครมัยทำเป็นจับหน้าเสียใจ "ที่น้องหน้าเหมือนผีดิบแบบนี้ใช่มั้ยคะ...เพราะเหตุนี้น้องถึงไม่อยากให้ ใครพบเจอน้อง..."

"รวมทั้งพี่ด้วยหรือเปล่า"

"ค่ะ...ทีนี้พี่คงไม่ถือโทษโกรธน้องที่น้องไม่เคยอยู่ต้อนรับ"

"ไม่ หรอก และพี่ก็อยากจะบอกน้องว่าไม่ต้องหลบพี่เพียงเพราะเรื่องหน้าตา พี่ไม่กลัวและไม่ได้รังเกียจ...พี่พูดจริงๆนะ" รามิลย้ำหนักแน่นเมื่อเห็นสายตาไม่เชื่อของภัครมัย

"พี่เปลี่ยนไปมากนะคะ น้องคิดว่าพี่จะหัวเราะเยาะหรือแสดงท่ารังเกียจน้องเสียอีก"

"พี่ดูแย่ในสายตาของเธอมากขนาดนั้นเชียวเหรอ..."

"อ้อ เมื่อกี้พี่เรบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องเคลียร์กับน้องเชิญเริ่มได้เลยค่ะ" ภัครมัยเปลี่ยนเรื่อง

รา มิลพูดไม่ออก ภัครมัยไอออกมา รามิลได้ทีถามอาการ ติ๋มเห็นผิดสังเกตรีบเข้ามาถามว่าไม่สบายอีกแล้วหรือ ภัครมัยกระซิบให้พาเธอเข้าข้างในด่วน ติ๋มจึงบอกรามิลว่าขอพาภัครมัยเข้าไปก่อนเพราะเธอไม่สบายอีกแล้ว รามิลมองภัครมัยที่ไอไม่หยุดด้วยความเป็นห่วง

พอเข้ามาในห้อง มัดไหมคายก้อนสำลีออกมาอย่าง

โล่งใจ "เกือบติดคอตายซะแล้ว"

"คุณไหมนะคุณไหม เล่นแผลงๆ" ติ๋มส่ายหน้า

แต่มัดไหมกลับพอใจที่ได้เห็นสีหน้าตกใจของรามิล

ooooooo

ใน สตูดิโอ นาตาชากำลังถ่ายภาพนางแบบอย่างชำนาญ อภิชาตยืนคุมงานแล้วลืมตัวบอกนางแบบ "ดีๆ เซ็กซี่ขึ้นอีก อ่ะดี...ดึงชายเสื้อขึ้นอีกนิด น่านอย่างนั้นแหละ อีกๆๆ ซี้ด...อีก"

นาตาชาหยุดถ่ายร้องบอก "ก็ให้ถอดเสื้อออกเสียเลยดีมั้ย..."

อภิชาต สะดุ้ง นาตาชาถ่ายต่ออีกสักพักก็พยักหน้าบอกนางแบบว่าเสร็จแล้ว ถามผู้ช่วยว่าเซตสุดท้ายแล้วใช่ไหม ผู้ช่วยพยักหน้า เธอจึงเก็บกล้อง อภิชาตเข้ามาชวนทานอาหาร นาตาชาปฏิเสธ พอดีทีมงานมาบอกว่ามีคนมาหา อภิชาตกับนาตาชาหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นดนุพันธ์

อภิชาตแขวะทันที "มันก็ต้องคนน่ะสิถึงจะมาหา ควายมันจะเข้ามาในนี้ได้ไง"

ดนุ พันธ์สะดุ้งโหยงมองแค้นๆแต่หันมาชวนนาตาชาไปทานข้าว มีเรื่องอยากคุยด้วย อภิชาตโวยทันที เขากำลังชวนอยู่ ดนุพันธ์จึงให้นาตาชาเป็นคนเลือกว่าจะไปกับใคร   นาตาชา

ถอนใจบอกให้ไปด้วยกันทั้งสองคน...

พอ มาถึงร้านหรู นาตาชาแกล้งถามดนุพันธ์ว่าน้องชายหายดีแล้วหรือ ดนุพันธ์สำลักน้ำ อภิชาตสงสัยถามว่ามีพี่น้องด้วยหรือ นึกว่าเป็นลูกคนเดียว เห็นเที่ยวหัวหกก้นขวิด เป็นข่าวซุบซิบเรื่องสาวๆไม่เว้นแต่ละวัน นาตาชากลั้นยิ้มแล้วบอกให้หนุ่มๆช่วยสั่งอาหารให้

"ลองอะไรที่มันมีก้างเยอะๆมั้ยครับ จะได้รู้ว่าเวลาก้างมันไปขวางในคอมันเป็นยังไง"

พอ ได้ยินอภิชาตสั่งแบบนั้น ดนุพันธ์ไม่รอช้ากัดตอบ "ไม่เอาหรอกครับ ผมไม่ค่อยชอบทานปลา ผมอยากทานอะไรที่มันแก่ๆ หนังเนียวๆ เคี้ยวมันดี"

สอง หนุ่มจ้องหน้ากันเขม็ง นาตาชาจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับมาขอให้มีอาหารพร้อม ทั้งสองแย่งกันสั่ง นาตาชาหลบมาโทร.ถามข่าวคราวรามิลจากมัดไหมและได้คำตอบสยองแทน

"...รับรองว่าคืนนี้พี่ชายหนูนาจะได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนแน่ๆ..." มัดไหมยืนลูบคอคุณตะวันเจิดจ้าขำๆ...

และ เป็นไปตามแผน รามิลรู้จากอัคนีว่ามัดไหมไปที่หมู่บ้านหลังเขาแทนภัครมัยก็เป็นห่วง พออัคนีบอกว่าถ้าขี่ม้าไปตามทางก็จะเจอมัดไหมขากลับ และให้ขี่สีหมอกไป...

ทาน อาหารเสร็จ นาตาชาขอตัวจะไปดูงานนิทรรศการภาพวาด อภิชาตรีบบอกว่าถ้าชอบงานศิลป์ไปดูที่บ้านเขาก็ได้ ดนุพันธ์แขวะ "เพิ่งรู้นะครับเนี่ยว่าคุณอาศัยอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟ"

อภิชาตทำท่าอยากชก นาตาชาจึงบอกว่าไม่รบกวนดีกว่า อภิชาตยังยื้อว่าไม่รบกวน

"เค้าบอกปฏิเสธ ยังไม่เข้าใจอีก" ดนุพันธ์ยิ้มเยาะ แล้วอาสาจะพานาตาชาไป

"หนูเอารถมาไม่ต้องหรอกค่ะ" นาตาชาบอกดนุพันธ์

"เอารถไปสองคันมันเปลืองน้ำมันนะ เดี๋ยวพี่ให้คนเอารถหนูนาไปไว้ที่บ้าน"

"เค้าบอกปฏิเสธ ยังไม่เข้าใจอีก" อภิชาตยิ้มเยาะบ้าง

นา ตาชารีบขอตัวแล้วเดินไป ดนุพันธ์วิ่งตามไป อภิชาตโวยว่าทำเนียนกินฟรี...ดนุพันธ์ตามมาถึงที่รถ เหนื่อยหอบ นาตาชาแซวว่าวิ่งแค่นี้เหนื่อยแสดงว่าแก่แล้ว ยังไม่มีความคิดอีก

"โอเค...หนูนาจะด่าจะว่าพี่ยังไงพี่ก็ยอม แต่ขอเวลาคุยกันหน่อยได้มั้ย"

นา ตาชาตอบว่าไม่มีอะไรจะคุย ดนุพันธ์ดึงมือเธอไว้ นาตาชามองตาขวางขู่จะให้น้องชายป่วยอีกหรือ เขารีบปล่อยมือเธอ นาตาชาขับรถออกไป ดนุพันธ์มองตามตาละห้อย...

กลับมาถึงบ้าน แม่แก้วเข้ามาถามข่าวคราวรามิลด้วยความห่วง นาตาชาบอกว่าไม่ต้องห่วงเธอโทร.เช็กกับมัดไหมเมื่อตอนบ่ายก็โอเคดี ท่าทางแม่แก้วโล่งใจจะไปนอน นาตาชาแกล้งค่อนขอด "แหม...พอหมดเรื่องพี่เรก็ไปเลย...รำไม่สวยเลยนะคะแม่แก้ว"

"ย่ะ...แม่แก้วมันคนลำเอียง" แม่แก้วเดินงอนๆออกไป

ooooooo

ระหว่าง ทางกลางป่า รามิลขี่สีหมอกมาหยุดที่ต้นไม้ใหญ่ท่าทางเหน็ดเหนื่อย  บ่นกับสีหมอก "ทำไมไม่เห็นเจอยัยมัดไหมสักที แล้วนี่เรามาถูกทางหรือเปล่านี่ เฮ้...สีหมอกนายพาฉันมาถูกทางหรือเปล่า..."

ห่างออก มาไม่ไกล มัดไหมเหยาะเจ้าตะวันเจิดจ้าหยุดมองรามิลอย่างหมั่นไส้ที่อวดดี ไม่รู้ทางแล้วยังจะออกมาจึงแกล้งปล่อยให้หลงป่าสักพัก จนมืด รามิลเริ่มกลัวเดินจูงม้าบ่นพึมพำแล้วเผลอตบก้นสีหมอกที่พาหลงป่า สีหมอกตกใจควบหนีเข้าป่าไป รามิลวิ่งตามยิ่งหลงลึกเข้าไปใหญ่พอรู้ตัวก็คิดจะโทร.ตามคนมาช่วย พอล้วงหามือถือไม่เจอ จึงนึกได้ว่าทิ้งไว้ในรถ...

หนีนักข่าวจาก บ้านรามิลมาได้ อัจฉราวดีไม่กล้ากลับบ้าน มาพักกับพิมมาดาทำให้ไม่ได้ไปร้าน แถมต้องหาของประเคนให้ทานทุกมื้อ อัจฉราวดียังบ่นไม่หยุด พิมมาดาจึงแนะ

"...จริงสิ...เธอจะมานั่งอยู่แบบนี้ทำไม ก็ตามไปพูดกับคุณรามิลให้รู้เรื่องไปเลยดีมั้ย แต่เธอต้องใช้ไม้อ่อนอย่างที่ฉันบอกนะ"

"คิดว่าฉันไม่อยากคุยเหรอ แต่ตอนนี้เขาหายหัวไปไหนก็ไม่รู้"

"ทำไมเธอไม่ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์ล่ะ" พลอยไพลินมองไปที่มือถือบีบี

อัจฉราวดีนึกได้ว่าใช้บีบีเช็กดูได้ว่ารามิลอยู่ที่ไหน แล้วก็เช็กเจอว่าอยู่ปากช่อง...

ฟ้า มืดปกคลุม รามิลยังคงเดินในป่าจนล้านั่งพิงขอนไม้ กอดอกด้วยความหนาว พลันได้ยินเสียงม้าเหยาะใกล้เข้ามา ก็ดีใจคิดว่าสีหมอกกลับมา จึงลุกขึ้นเพ่งมอง เห็นภาพรางเลือนว่ามัดไหมอยู่บนหลังม้า เขาร้องเรียกมัดไหมด้วยความดีใจ...

จัดหาที่พักได้ รามิลทึ่งเมื่อเห็นมัดไหมก่อกองไฟ ซึ่งเขาทำไม่ได้ มัดไหมถามว่าไม่เคยเรียนลูกเสือหรือ รามิลตอบหน้าตาเฉยว่าเรียนแต่ไม่ทำ มัดไหมสบถ...น่าเผาโรงเรียนที่รามิลจบมา มัดไหมดึงเต็นท์ออกมา รามิลร้องอย่าบอกนะว่าจะนอนกลางป่า

"ค่ะ...แล้วมาช่วยฉันกางด้วย"

"ก็ทำไมเราไม่ขี่เจ้าตะวันเจิดจ้ากลับบ้านล่ะ"

มัด ไหมถามว่ารู้ไหมว่าจากนี่ห่างจากไร่แค่ไหน ถ้าเธอไม่เจอสีหมอกวิ่งออกมาเธอคงตามหาเขาไม่เจอ แล้วบ่นว่ารามิลหาเรื่องจริงๆ รามิลเผลอบอกออกไปว่าเขาเป็นห่วงเธอเลยขี่สีหมอกมารอขากลับ เขาน้อยใจที่ทำคุณบูชาโทษ มัดไหมรู้สึกใจอ่อนกับสิ่งที่ได้ยิน รามิลเดินงอนๆเข้ามาดึงเต็นท์มากางเห็นมัดไหมทำไม่รู้ไม่ชี้ จู่ๆรามิลก็กระชากมัดไหมมากอดไว้แน่น มัดไหมตกใจพอได้สติสะบัดตัวสุดแรงออกแล้วตบรามิล หน้าหัน

"อย่ามาดูถูกฉันนะคุณรามิล ถึงฉันจะเป็นแค่คนใช้ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี ขอให้คุณจำใส่ใจไว้ด้วย" มัดไหมสะบัดหน้าจะเดินหนี

รามิลสีหน้าโกรธแต่กระชากมัดไหมเข้ามากอดไว้อีกตวาดข้างหู "อยู่นิ่งๆ..."

"นี่คุณ ถึงตอนนี้คุณจะเป็นนายจ้างฉัน แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้...ปล่อย..."

"เอาซี้...ดิ้นเลยถ้าเธออยากโดนงูกัดตาย"

"งู...งูเหรอ!"

"ก็ใช่น่ะสิ งูเห่าซะด้วย ถ้าอยากอวดเก่งก็เอาเลย นั่นมันชูแม่เบี้ยอยู่ข้างหลังเธอนั่นไง ดิ้นสิดิ้นเลย"

มัดไหมยืนแข็งทื่อหลับตาปี๋ เผลอซุกอกรามิลตัวสั่น "ทำไงดีละคะคุณรามิล"

"ที งี้ล่ะทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ทีเมื่อกี้ตบฉันซะหน้าชา อยู่เฉยๆนิ่งๆห้ามขยับเขยื้อนเข้าใจมั้ย" รามิลกอดมัดไหมที่ยังซุกอกเขา ระวังจนงูเลื้อยผ่านไปแล้วเปลี่ยนเป็นขำพูดให้มัดไหมกลัวต่อไปว่างูไม่ยอมไป ไหน ไล่ยังไงก็ไม่ไป...

ooooooo

บนดาดฟ้าบริษัท RMT อิทธิพลให้ลูกน้องไปจับสมุห์บัญชีมา ข่มขู่ให้ร่วมมือกับเขาเพราะสมุห์ ไม่ยอมร่วมมือยังจงรักภักดีต่อราเมศและรามิล เขาจึงขู่ว่าจะโยนตัวสมุห์ลงไปแล้วไปจัดการกับลูกเมียเขาทีหลัง สมุห์เป็นห่วงลูกเมียจำต้องยอมทำทุกอย่าง

พออิทธิพลกลับมาบ้าน พบลูกสาวหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้านจะไปหารามิลที่ปากช่อง    อิทธิพลจึงนึกได้

"ปากช่อง...หรือว่ารามิลไปไร่มนตรา"

"ไร่ของยัยภัครมัยที่เรจะต้องแต่งงานด้วยนะเหรอคะ ดีเลย ถ้างั้นก็เข้าแผนเราเลยสิคะ"

"ถ้าแกทำได้   ทุกอย่างก็จะยิ่งง่ายเข้า   แต่พ่อว่าแกไปตอนเช้าจะดีกว่านะ"

อัจฉราวดีเห็นด้วย เพราะเมื่อรู้ว่าคู่แข่งเป็นใครต้อง

เตรียม ตัวให้ดีกว่านี้...ในขณะที่รามิลยังคงหลอกกอดมัดไหมอยู่จนเธอรู้สึกว่าต้อง ยืนเมื่อยอีกนานแค่ไหนกว่างูจะไป รามิล มองหน้ามัดไหมขำๆแล้วเคลิ้มเผลอพูดความในใจออกมา

"เธอสวยมากนะมัดไหม สวยจนฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ของภัครมัย"

รา มิลโน้มหน้าจะจูบ มัดไหมกระทืบลงบนเท้าเขาร้องลั่นกระโดดโหยงแล้วสะดุดล้มลงโวยวายมาทำเขาทำไม มัดไหมเสียงดังใส่ว่าเขาหลอกเธอ เพราะงูที่จริงอยู่บนหัวเขา มัดไหมวิ่งเข้าไปนอนในเต็นท์ไม่ให้เขาเข้าไป รามิลจึงแกล้งร้องเพลงลูกทุ่งเสียงดังก่อกวน มัดไหมโวยให้เงียบเธอจะนอน รามิล จึงบอกว่าเขาหิว มัดไหมนึกได้ว่ารามิลยังไม่ได้ทานอะไรเลย...

ooooooo
ตอนที่ 5

รู้สึกทึ่งมาก เมื่อรามิลเห็นมัดไหมใช้ไม้แทงปลาในทะเล เขาลองทำบ้างแต่ไม่สำเร็จกลับล้ม มัดไหมหัวเราะเยาะ รามิลจึงแกล้งทำจมน้ำให้มัดไหมลงไปช่วย ทั้งสองจึงเปียกปอนกันทั้งคู่...มัดไหมมีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนแต่ให้รามิลนุ่ง ผ้าขาวม้าผืนเดียว

"นี่เธอ...ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ให้ฉันใส่เลยเหรอ" รามิล หงุดหงิดไม่มั่นใจ

"โอโห...คุณนี่เซ็กซี่ไม่เบาเลยนะ มิน่าสาวๆถึงรุมตอมอย่างกับแมลงวันตอม..."

"นี่เปรียบเทียบให้มันดีๆหน่อย อื้อหือ...หอมจัง กินได้ยัง" รามิลเห็นปลาที่ปิ้งบนกองไฟ

แต่ แล้วแปลกใจที่มัดไหมมีเสื้อผ้าเปลี่ยนแต่เขาต้องนุ่งผ้าขาวม้า มัดไหมบอกว่าเธอเตรียมพร้อมกับการเข้าป่าเสมอ ส่วนผ้าขาวม้านั่นเป็นของม้า รามิลโกรธ มัดไหมรีบเอาใจด้วยการแกะเนื้อปลาป้อนเข้าปากด้วยความหิวทำให้รามิลกินจนลืม ไปเลยว่ามัดไหมป้อนเขาจนตัวเองไม่ได้กิน...ทานเสร็จมัดไหมมายืนชมจันทร์ รามิลเดินเข้ามาเงียบๆทำให้มัดไหมตกใจ

"นี่เธอ...อย่าทำยังกะเห็นผีอย่างนั้น ฉันไม่ชอบ" รามิล ยังแขยงที่โดนผีหลอกคราวก่อน

"อย่างคุณไม่ใช่ผีหรอก นี่ถ้าเอาขี้เถ้ามาทาหน้า ฉันต้องนึกว่าเป็นพวกคนป่าแน่ๆ"

รา มิลเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงภัครมัย มัดไหมทำตกใจว่าเจอกันแล้วหรือ พอรามิลจะถามสาเหตุที่ทำให้หน้าตาภัครมัยเป็นแบบนั้น มัดไหมก็ทำเศร้าไม่อยากพูดถึง รามิล หมั่นไส้จึงเดินเข้าเต็นท์ไปนอน มัดไหมตกใจ รามิลเรียกให้เธอไปนอนด้วยกัน มัดไหมโกรธดึงมีดสนามมาถือไว้ เดินเข้าไปนอน รามิลเห็นแล้วหนาวรีบคลุมโปง...

เช้าขึ้น รามิลสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกเต็นท์โยกคลอนผ้าใบหล่นมาห่อตัวจึงร้องแผ่นดิน ไหว เสียงมัดไหมสั่งว่าให้ลุกขึ้นเก็บเต็นท์ รามิลถามหาเสื้อผ้าของเขา มัดไหมบอกว่ายังไม่แห้งคงต้องกลับแบบนี้...ขณะเดียวกัน อัจฉราวดีขับรถมาถึงทางเข้าไร่มนตรา เห็นติ๋มเดินอยู่จึงร้องเรียก

"นี่แก...แก...หยุดก่อนสิ" อัจฉราวดีมั่นใจว่าติ๋มต้องตื่นเต้นที่เห็นดาราดังอย่างเธอ

"เรียกฉันเหรอ..." ติ๋มไม่พอใจที่จิกเรียก เธอรู้ว่านี่ใครแต่ไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย

พอ อัจฉราวดีถามว่านี่ใช่ทางเข้าไร่มนตราไหม ติ๋มตอบว่าใช่ อัจฉราวดียิ้มเหยียดหาว่าบ้านนอกมีแต่ทุ่งหญ้า แสดงว่าเจ้าของไร่ก็ไม่ต่างกับสถานที่ ติ๋มหน้าตึงไม่พอใจ แกล้งหลอกว่าเอารถเข้าไม่ได้ต้องเดิน ไม่วายอัจฉราวดีใช้ให้ติ๋มเอากระเป๋าลงจากท้ายรถ ติ๋งแกล้งโยนลงพื้น อัจฉราวดีร้องลั่นว่าของเธอแพงนะ ติ๋มจึงเดินไปหน้าตาเฉย อัจฉราวดี ต้องลากกระเป๋าวิ่งตาม

ติ๋มแกล้งให้อัจฉราวดีเหยียบโคลนจนล้มลุกคลุก คลาน ส้นรองเท้าหัก อัจฉราวดีวี้ดว้ายจะเดินอย่างไร ติ๋มรำคาญไปถอดรองเท้าอีกข้างมาหักส้นทิ้งส่งคืนให้ อัจฉราวดีเต้นผาง

"นังบ้า...นังโง่ แกมาหักส้นรองเท้าฉันทำไม รู้มั้ยว่ามันคู่ละเท่าไหร่ บ้าๆๆๆ"

"ฉัน ไม่รู้หรอกว่าเท่าไร แต่รู้ว่าเมื่อวานมีหมีหลงมาแถวนี้ ถ้าไม่อยากโดนหมีตบเอ๊ย! ตะปบละก็ คุณรีบตามมาเร็วๆดีกว่า" ติ๋มเดินลิ่วไป อัจฉราวดีกลัวรีบลากกระเป๋าวิ่งตาม

มาถึงริมลำธารให้อัจฉราวดีล้าง เนื้อล้างตัว ในขณะที่ มัดไหมพารามิลกลับมาถึงไร่ อัคนีเห็นสภาพรามิลหัวเราะก๊ากที่มัดไหมแกล้งรามิลขนาดนี้ แต่รีบเก็บอารมณ์แล้วพารามิล ไปห้องพัก ติ๋มโทร.มารายงานเรื่องอัจฉราวดี มัดไหมชมว่าทำได้ดีมาก เสียงอัจฉราวดีตะโกนเรียกติ๋ม ติ๋มจึงวางสายกลับมาดู อัจฉราวดีให้ช่วยดึงเธอขึ้นจากน้ำ ติ๋มหมั่นไส้แกล้งดึงแล้วปล่อยให้ตกน้ำไปอีก อัจฉราวดีร้องกรี๊ดๆด่า ติ๋มโกรธจึงทิ้งเธอไว้แบบนั้นแล้วเดินกลับไร่ไป เพราะตรงนั้นไม่ห่างจากไร่เท่าไหร่

ooooooo

ในวันที่พิสมัย อุมาพร อรอุจิมารวมตัวอยู่บ้านแม่แก้ว ดนุพันธ์กระมิดกระเมี้ยนมาไหว้แม่แก้วถามว่ามาหารามิลหรือนาตาชา ดนุพันธ์ตอบอย่างสำรวมว่ามาหานาตาชา พิสมัยมองพิจารณาแล้วถาม "นี่พ่อหนุ่ม ถามจริงๆเถอะ ชอบยัยหนูนาแน่เหรอ"

แม่แก้วตกใจที่พี่สาวถามตรงๆ พิสมัยว่า "ที่ถามเนี่ยไม่ใช่อะไรหรอกนะ เห็นเทียวไล้เทียวขื่อมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่ไม่เห็นคืบหน้าอะไรเล้ย คนแก่ชักรำคาญ"

"ไม่ใช่แค่ชอบครับ แต่ผมรักหนูนาหมดหัวใจเลย แต่ทำยังไงหนูนาก็เฉยเมยมาก จนบางทีผมชักท้อ" ดนุพันธ์ ตัดสินใจสารภาพ

อุ มาพรกับอรอุจิรีบบอกว่าจะช่วยสอนวิธีจีบหญิงให้ ดนุพันธ์แปลกใจ พิสมัยจึงบอกว่าพวกเธออยากอุ้มหลานไวๆ อีกอย่างหวังจากรามิลคงยาก แม่แก้วส่ายหัวแต่ก็เห็นด้วยเช่นกัน...

วันรุ่งขึ้นที่ออฟฟิศ นาตาชาพูดโทรศัพท์กับมัดไหมได้รู้เรื่องที่อัจฉราวดีตามไป แต่มัดไหมบอกว่ารับมือไหวไม่ต้องห่วง อภิชาตมาชวนไปทานข้าว ระหว่างทางดนุพันธ์เดินมาทัก

"หวัดดีจ้ะหนูนา อ้อ...สวัสดีด้วยครับคุณอภิชาต"

"นี่ คุณ แถวที่ทำงานคุณไม่มีข้าวกินเหรอ หรืออีกอย่างก็ไม่มีใครคบถึงไม่มีใครยอมกินข้าวด้วย ต้องมากินกับนาตาชาอยู่ได้ทุกวัน" อภิชาตแขวะ

"ใครบอกว่าผมมากินข้าว กับหนูนา ผมมีธุระแถวนี้เดินมาก็เห็นคุณกับหนูนา ก็เข้ามาทักก็แค่นั้น เอาล่ะ...เห็นที ต้องขอตัวก่อน ไปนะหนูนา..." ดนุพันธ์เดินจากไป

นา ตาชามองตามด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ดนุพันธ์ ไม่สนใจเธอ พานรำคาญอภิชาตที่เร่งให้ไปทานข้าวด้วยกัน จึงพูดโพล่งไปว่าเธอไม่หิว แล้วเดินกลับออฟฟิศไป ดนุพันธ์แอบมองเห็นท่าทางนาตาชาก็ลิงโลดที่วิธีคุณป้าๆของรามิลได้ผล...

ใน ขณะที่รามิลอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมานั่งโต๊ะอาหาร แต่กลับจัดไว้สำหรับเขาคนเดียว ติ๋มรายงานว่าภัครมัยไม่อยากให้รามิลทานไม่ลงเพราะหน้าตาเธอ จึงขอไปทานคนเดียว รามิลไม่พอใจให้ติ๋มไปตามภัครมัยมาทานด้วยกัน ติ๋มเข้ามาหามัดไหมในห้องนอน  เธอกำลังแต่งหน้าให้เป็นแผลเป็นเพื่อเป็นภัครมัย ติ๋มรายงานเรื่องที่แกล้งอัจฉราวดีให้ฟังจนเกือบลืมบอกว่ารามิลให้มาตาม มัดไหมถาม "ท่าทางเขาเป็นไง ทำตามมารยาทรึเปล่า"

"เปล่านะคะ ดูท่าทางเธอเป็นห่วงคุณภัครมัยจริงๆค่ะ"

"ก็ได้ อยากดูเหมือนกันว่าจะฝืนใจแสดงบทบาทชายผู้แสนดีได้เนียนขนาดไหน" มัดไหมอมก้อนสำลีไว้ในปากแล้วเอาผ้ามาคลุมหน้า

ท่า ทางรามิลปรนนิบัติภัครมัยเหมือนสุภาพสตรีคนหนึ่ง จนเธอทึ่งเหมือนกันจึงชม "พี่เปลี่ยนไปจริงๆ พี่ใจดีกับน้องมากทั้งๆที่พี่น่าจะโกรธน้อง"

"พี่จะโกรธน้องเรื่องอะไร"

"ก็ที่น้องตกปากรับคำจะแต่งงานกับพี่"

รา มิลอึ้งเพราะตอนแรกเขาโกรธจริง แต่ตอนนี้เขาสงสาร ภัครมัยถามตรงจุดว่าที่มานี่อยากพูดอะไรกับเธอ ไม่ทันที่รามิลจะตอบเสียงอัจฉราวดีร้องเรียกรามิลแสบแก้วหูดังเข้ามาภัครมัย รีบขอตัวหลบเพราะไม่พร้อมรับแขก รามิลออกมาหน้าบ้าน อัจฉราวดีโผจะกอด รามิลยกมือห้าม เธอนึกได้ว่าตัวเองเลอะเทอะ จึงรีบฟ้องว่าภัครมัยสั่งคนงานในไร่แกล้งเธอ

"น้องภัครมัยเธอเป็นผู้ดีพอ ไม่มีทางจะทำอะไรแบบนั้นหรอก อัจฉรา ถ้าผมได้ยินคุณพูดถึงเธอแบบนี้อีกละก็..." ท่าทางรามิลเอาเรื่อง

อัจฉรา วดีแกล้งบีบน้ำตา "โธ่...อัจอุตส่าห์ตามมาเพราะอยากขอโทษเรเรื่องข่าว แต่กลับทำเหมือนไม่ไยดีอัจเลย งั้นอัจกลับก็ได้" อัจฉราวดีหมุนตัวกลับช้าๆหวังให้รามิลรั้งเธอไว้

เมื่อรามิลไม่รั้ง ไว้ อัจฉราวดีจึงใช้แผนเป็นลม รามิลตกใจรีบเข้าไปอุ้มเข้าบ้าน ภัครมัยยืนมองด้วยความหมั่นไส้สุดๆ รามิลให้ติ๋มช่วยดูแลเอายาดมให้ดมแต่ก็ไม่ฟื้น ติ๋มจึงบอกว่า

"สงสัย ยาดมนี่แรงไม่พอมั้งคะ รอเดี๋ยวค่ะ...ต้องยาดมขนานเอกของที่นี่ค่ะ ใครดมรับรองต้องฟื้นทุกราย" ติ๋มวิ่งไปแล้ววิ่งกลับมาพร้อมสำลีก้อนโต

รามิลถามว่าคืออะไร ติ๋มจ่อเข้าที่จมูกอัจฉราวดีพร้อมกับตอบว่า "ฉี่ม้าค่ะ..."

"ว้าย...นังบ้า เรื่องอะไรเอาฉี่ม้ามาให้ฉันดม แหวะ...แก แกนี่นังตัวดี" อัจฉราวดีลืมตัวลุกขึ้นจะตบ ติ๋มวิ่งไปหลบหลังรามิล พออัจฉราวดีเห็นสายตารามิลที่มองก็นึกได้ทำซวนเซเป็นลม

รามิลเดินหนีอย่าง โกรธๆ อัจฉราวดีวิ่งตามกอดด้านหลังร้องไห้สะอึกสะอื้นขอปรับความเข้าใจ รามิลจึงบอกว่าเขาจะให้โอกาสแต่ต้องกลับไปคุยที่กรุงเทพฯ   ให้เธอกลับไปก่อนอัจฉราวดีหน้าเศร้าขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกลับ  รามิลจึงให้ไปใช้ห้องน้ำที่ห้องพักของเขา

"แล้วเรจะไม่ไปเป็นเพื่อนอัจเหรอคะ"

"ไม่ล่ะ ผมจะเดินเล่นอยู่แถวนี้สักครู่รีบหน่อยก็ดีนะอัจเพราะใกล้ค่ำแล้ว ขับรถจะได้ไม่ลำบาก"

"ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วง" อัจฉราวดีจุ๊บแก้มรามิลก่อนจะเดินไป

พอ เดินมาตามทาง มัดไหมซึ่งแต่งเป็นภัครมัยแกล้งนั่งเล่นที่ชิงช้า พออัจฉราวดีเห็นการแต่งตัวก็รู้ว่าต้องเป็นภัครมัยจึงจะเข้ามาหาเรื่อง แต่พอเห็นหน้าก็ร้องกรี๊ดๆว่าผีหลอก รามิล ได้ยินเสียงตกใจนึกเป็นห่วงภัครมัยรีบวิ่งมา ชนกับอัจฉราวดี ที่ปิดตาร้องลั่น รามิลจับตัวเขย่า

"เร...เรขา ผี...อัจโดนผีหลอก ที่ไร่นี่มีผีด้วย โอ๊ย...น่ากลัวสุดๆเลยอี๊..."

รามิลพยายามปลอบว่าไม่มี  อัจฉราวดียังโวยวายว่ามีผี    รามิลโกรธเพราะรู้ว่าเป็นภัครมัย    อัจฉราวดีชักสงสัย

"ทำไมคุณต้องโกรธด้วยคะ...เอ๊ะ   อย่าบอกนะว่าที่อัจเห็นน่ะเป็นคน"

รา มิลนิ่ง อัจฉราวดีเค้นถามว่าที่เธอเห็นเป็นคนใช่ไหม ถ้าไม่บอกเธอจะไปแจ้งตำรวจ   รามิลไม่อยากให้ภัครมัยเดือดร้อนจำต้องมาขออนุญาตภัครมัยให้อัจฉราวดีค้าง ที่ไร่ คืนหนึ่งเพราะเห็นว่ามืดแล้วมันอันตรายถ้าจะขับรถกลับ ภัครมัยประชดว่า   ตามสบายจะให้ใครมาพักที่นี่ก็ได้คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเองไม่ต้องเกรงใจ   รามิลจะอ้าปากพูดแต่เปลี่ยนใจนั่งเครียดคนเดียว

ภัครมัยกลับเข้าห้อง อย่างหงุดหงิดมองตัวเองในกระจกแล้วพูดเตือนตัวเอง "เกือบไปแล้ว ฉันเกือบหลงว่าคุณรู้สึกดีๆ กับภัครมัยเสียอีกที่แท้คุณก็แสดงละครน่ะเอง   ที่ทำดีกับภัครมัยก็คงเพราะกลัวตัวเองจะสูญเงินสามพันล้านนั่นต่างหาก ดูคนต้องดูให้นานๆนะภัครมัย...โดยเฉพาะคนอย่างรามิล  ทิพยคาถา ถ้าเธอพลาดใจอ่อนอีกละก็ฉันเล่นงานเธอแน่..."

สังหรณ์ใจอยู่ก่อน รามิลจึงวานติ๋มให้ไปเอาเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวในห้องของเขาออกมา ให้...อัจฉราวดีอาบน้ำเสร็จแต่งชุดนอนบางเฉียบเตรียมยั่วรามิล พอดีพลอยไพลินโทร.มา อัจฉราวดีโอ้อวดทันทีว่าตอนนี้อยู่ในห้องนอนรามิล พลันมีเสียงเคาะประตูจึงรีบวางสายเพราะคิดว่ารามิลมา อัจฉราวดีปรี่ไปเปิดประตูแล้วโผกอดพรมจูบไปทั่วหน้า ติ๋มร้องลั่น อัจฉราตกใจผละออกโวยวาย "แก...นังบ้านังขี้ข้า ยี้...แกเข้ามาทำไม"

ติ๋ม ไม่ตอบเดินมาหยิบชุดและของใช้ส่วนตัวของรามิล อัจฉราวดีโกรธกระชากแขนติ๋มถามว่าจะเอาของรามิลไปไหน ติ๋มไม่ตอบอีก อัจฉราวดีจึงจะไปถามรามิลเอง ติ๋มแกล้งขู่ว่า

"คุณรู้มั้ยบ้านไร่ บ้านนาแบบนี้ กลางคืนมันน่ากลัวขนาดไหน ถ้าฉันเป็นคุณฉันจะรีบเข้านอน" ติ๋มทำเสียงป๊อกครืดๆ หลอกว่าถ้าได้ยินเสียงนี้อย่าออกจากห้อง อัจฉราวดีกลัวลาน

ติ๋มเอาของให้รามิลแล้วมาเล่าให้มัดไหมฟังพร้อมบอกว่ารามิลนอนห้องหนังสือ มัดไหมทำไม่สนใจปิดไฟเข้านอน

ooooooo

คืน นั้น รามิลคิดถึงมัดไหมจนเก็บไปฝันว่ามาเคาะประตูเอาหมอนผ้าห่มมาให้เขาที่ห้อง หนังสือ และพูดประชดว่ามันเป็นหน้าที่ของคนรับใช้อย่างเธอ รามิลรวบตัวมัดไหมแล้วบอกว่าเขาไม่อยากได้ยินเธอพูดแบบนี้ เขาอยากได้ยินว่าเธอเป็นห่วงเขา มัดไหมรับว่าใช่แล้วโอนอ่อนให้รามิลจูบ...รามิลตกใจตื่นเพราะกลิ้งตกจาก เก้าอี้

"บ้าเอ๊ย...ไปฝันถึงยัยตัวแสบได้ไงเนี่ย..." รามิลฉุนตัวเองแล้วมองนาฬิกาเห็นเวลาตีห้าครึ่ง แล้วได้ยินเสียงกุกกักอยู่ข้างนอกจึงลุกขึ้นล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า

รามิลถือถ้วยกาแฟมายืนจิบดูบรรยากาศยามเช้าของไร่ พลันเห็นมัดไหมเหยาะคุณตะวันเจิดจ้าเข้ามา จึงทัก "หายหน้าไปทั้งวันเลยนะยัยตัวแสบ"

มัดไหมกระโดดลงจากหลังม้าลอยหน้าพูด "ไม่ทราบว่าคุณอยากเจอหน้าฉันนี่คะ จะได้มาลอยให้เห็นทั้งวันทั้งคืน"

รา มิลจะโต้แต่นึกถึงหน้ามัดไหมในความฝันแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม มัดไหมถามว่ายิ้มแบบนี้คิดอะไรอยู่ รามิลสะดุ้งทำเก๊กแล้วดึงแขนเธอมาใกล้ "คิดอะไรอย่ามาเดาส่ง...มานี่เลยฉันกำลังอยากเจอตัวเธออยู่พอดี"

"นี่ คุณไม่ต้องมาถึงเนื้อถึงตัวฉันก็ได้ เชอะทำยังกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย ลูกไม้ตื้นๆอย่างงี้ไม่ได้กินนังมัดไหมหรอก" มัดไหมสะบัดแขนออก

รามิลฉุน "อัจฉราวดีมาถึงที่ไร่นี่แล้ว ยังว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอีกเหรอ"

มัด ไหมทำเป็นตกใจสุดๆ...ขณะเดียวกัน อัจฉราวดีตื่นมาเดินหารามิล เห็นติ๋มถือถาดใส่ถ้วยกาแฟดำมา จึงร้องเรียก...แกๆ...ติ๋มเคืองบอกว่าเธอชื่อติ๋ม อัจฉราวดียอมเรียกชื่อติ๋มเพื่อถามว่ารามิลอยู่ไหน ติ๋มตอบกวนๆว่าไม่ได้เฝ้าจึงไม่รู้ว่าอยู่ไหน อัจฉราวดีหมั่นไส้ เห็นถ้วยกาแฟจึงคว้ามาดื่ม "โอ...ฉันกำลังอยากดื่มอยู่พอดีแก้วนี้ฉันขอแล้วกัน"

ติ๋มจะห้ามแต่ไม่ทัน อัจฉราวดีดื่มแล้วสำลักพรวดออกมา "อ๊าย...นังบ้า แกแกล้งฉัน"

"ใคร แกล้งคุณกัน ฉันจะเอายาหม้อไปให้คุณภัครมัย จู่ๆคุณก็มาคว้าไปกินเอง   นี่ละหนาให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้น ถึงตัว" ติ๋มหัวเราะวิ่งหนีไป ปล่อยอัจฉราวดีพะอืดพะอมจะขย้อน...

มัดไหมทำตกใจเมื่อรู้ว่าอัจฉรา วดีเห็นภัครมัยแต่ไม่รู้ว่าเป็นเธอ รามิลให้เหตุผลว่าเขาไม่อยากให้อัจฉราวดีเจอภัครมัยเพราะนิสัยเธอต้องพูด ทำร้ายจิตใจภัครมัยให้เสียใจแน่

"ฟังดูเหมือนคุณพยายามจะรักษาน้ำใจ เจ้านายฉันนะ ทั้งๆที่จริง สิ่งที่คุณกำลังทำลงไปน่ะมันทำร้ายจิตใจเธอมากเสียยิ่งกว่าที่จะให้แฟนคุณ รู้ว่าเธอคือใคร"

"หมายความว่าอะไร ฉันทำร้ายน้องภัครมัยตรงไหน"

"อ้าว...ก็ที่คุณขอให้แฟนเก่าคุณค้างที่นี่น่ะสิคะ"

รา มิลแก้ตัวว่าเขาต้องเบนความสนใจของอัจฉราวดี เพราะเธอจะไปแจ้งความว่ามีการฆาตกรรมที่ไร่จึงมีผีผู้หญิง มัดไหมเผลอประชด "อ๋อ ก็เลยต้องแลกด้วยการค้างคืนกับคุณแทน"

"นี่อย่ามาทำเสียงแบบนี้หน่อยเลย เมื่อคืนฉันก็ไปนอนที่ห้องหนังสือ"

มัด ไหมทำเสียง...อ๋อ...แต่ฟังดูเยาะๆ รามิลเอ็ด "นี่เธอ... รู้ไว้ด้วยนะถ้าฉันอยากจะกลับไปมีอะไรๆกับอัจฉรา ฉันคงไม่ต้องจ้างเธอตั้งล้านให้มาเป็นแฟนปลอมๆหรอก แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอควรจะต้องทำงานให้ฉันเสียที"

"คุณจะบ้าเห รอ จะให้ฉันแสดงตัวเป็นแฟนคุณที่ไร่นี่นะ ครั้งนี้คุณต้องแก้ปัญหาเอาเองก่อน ฉันไปล่ะมีงานต้องทำเยอะแยะ" มัดไหมโดดขึ้นม้าควบออกไป

รามิลร้องเรียก...มัดไหมกลับมาแต่งหน้า เป็นภัครมัย ติ๋มแปลกใจทำไมไม่ให้อัจฉราวดีเจอกับมัดไหมแทนภัครมัยจะได้สมน้ำสมเนื้อ แต่มัดไหมกลับบอกว่า อยู่ที่ไร่ อัจฉราวดีต้องเจอแต่ภัครมัยเท่านั้น...

ได้ เวลาที่ควรกลับ รามิล เคาะเรียกอัจฉราวดี เธอโผเข้ากอดเขาออดอ้อนว่าทิ้งเธอนอนเหงาทั้งคืน เธอนอนไม่หลับเลย รามิลบอกให้กลับได้ อัจฉราวดีขอทานอาหารเช้าก่อนพอดีติ๋มมาบอกว่าภัครมัยให้มาเชิญทั้งสองคนไป ทานอาหารเช้า

"ไปเรียนคุณภัครมัยเถอะ ว่าคุณอัจฉราวดีกำลังจะกลับเดี๋ยวนี้แล้ว"

"ต๊าย...พูด อย่างนั้นได้ไงคะเรเสียมารยาทแย่ เจ้าของบ้านอุตส่าห์เชิญทั้งทีจะปฏิเสธได้ยังไง...ฉันกับเรจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ห้องอาหารอยู่ที่ไหนล่ะ" อัจฉราวดีคล้องแขนรามิลเดินไป

พอมาถึงโต๊ะ อาหารเห็นจัดไว้สองที่ รามิลโล่งใจแต่อัจฉราวดีว่าภัครมัยเสียมารยาทไม่มาร่วมโต๊ะ รามิลแก้ตัวแทนว่าภัครมัยไม่ค่อยสบาย...ติ๋มตักข้าวต้มให้ทั้งสองคน อัจฉราวดีโวยไม่ทานหาว่าอาหารบ้านๆทานไม่เป็น จะเอาไข่ดาวเบคอนขนมปังปิ้งทาแยมและน้ำส้มคั้น รามิลเอือมระอาทานข้าวต้มตัวเองเสร็จลุกออกจากโต๊ะ อัจฉราวดีหน้าเสียที่เขาไม่รอเธอ

"ก็ถ้าคุณไม่เรื่องมากป่านนี้ก็ทาน เสร็จแล้ว เผอิญผมเป็นคนไม่รออะไรนานๆเสียด้วยเรื่องนี้คุณก็คงรู้ดี เอาเป็นว่าถ้าคุณทานอาหารเช้าเสร็จ อยากจะกลับก็เชิญเลยไม่ต้องรอ บอกลาผมก็ได้" พูดจบรามิลเดินออกไป

อัจฉราวดีอยากจะกรี๊ดแต่อดกลั้น เพราะเห็นว่าไม่ใช่ บ้านตัวจึงปลอบตัวเองให้เย็นไว้ เธอเป็นนางเอกไม่ใช่นางร้าย แล้วตั้งใจจะทำให้รามิลมาสยบแทบเท้าให้ได้...

มา ที่คอกม้ารามิลถามหามัดไหม อัคนีจึงบอกว่ามัดไหมพาคุณตะวันเจิดจ้าไปเดินออกกำลังกาย รามิลจึงขอขี่ สีหมอกออกไปหามัดไหม อัคนีกุลีกุจอจัดให้แถมบอกว่าสีหมอกคงดีใจถ้ารามิลพามันเดินออกกำลังทุกวัน

ภัค รมัยเห็นรามิลออกไปแล้ว จึงร่วมมือกับติ๋มเล่นงานอัจฉราวดี ใช้หน้าผีของภัครมัยหลอกจนอัจฉราวดีหนีตกน้ำตกท่า ลุยโคลนเละไปหมด ขับรถกลับแทบไม่ทัน

ooooooo

อิทธิพลจัดทำเอกสารขึ้นมาให้ สมุห์บัญชีเอาไว้เป็นหลักฐานเวลาที่รามิลขอดู และคอยพูดกรอกหู รามิลให้เชื่อมั่นบริษัทที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมา สมุห์หน้าซีดไม่อยากทำแต่เพราะอิทธิพลเอาลูกเมียเขามาขู่   จำ

ต้องยอม

เดิน คุยโทรศัพท์ฟังมัดไหมเล่าเรื่องที่แกล้งอัจฉราวดีให้ฟัง นาตาชาสะใจสุดๆแต่ไม่ลืมฝากมัดไหมดูแลพี่ชายเธอให้ดีด้วย อภิชาตเห็นนาตาชาเดินอยู่จึงรีบมาชวนไปทานข้าวอีก ก่อนที่ใครจะมาตัดหน้า นาตาชาเหลียวมองหาใครบางคน เมื่อไม่เห็นจึงยอมไปกับอภิชาต

คนที่นาตา ชามองหาคือดนุพันธ์ เขามาหาพิสมัย อุมาพรและอรอุจิที่บ้านแม่แก้วเพื่อฟังคำแนะนำเพิ่มเติมว่าควรทำอย่างไรต่อ ไป สามป้าขอให้พาเขาไปนวดคลายเมื่อยก่อนแล้วจะบอกเคล็ดลับต่อไปให้...ระหว่าง นวด อรอุจิบอกดนุพันธ์เป็นนัยว่าคนที่รู้จุดอ่อน จี้โดนจุดเป็นยอม

"อย่างยัยหนูนาเนี่ย เค้ามีจุดอ่อน" พิสมัยเปิดประเด็นคุย ต่างคนต่างไม่เห็นกัน

"จริงเหรอครับ จุดอ่อนหนูนาอยู่ตรงไหนครับ อยากได้แบบโดนปุ๊บอ่อนปั๊บเลยน่ะครับ"

พอดีพนักงานถามอุมาพรว่าเน้นตรงไหนเป็นพิเศษ อุมาพรตอบเสียงดังว่า "หลัง กลางหลังเลย"

พนักงาน ที่นวดให้อรอุจิถามบ้างว่าเน้นหลังไหม อร–อุจิตอบว่าใช่ ตรงหลัง จิ้มให้โดน พิสมัยก็เช่นกันให้พนักงานนวดเน้นกลางหลัง   โดยหารู้ไม่ว่าดนุพันธ์ได้ข้อมูลผิดๆไปเสียแล้ว

ooooooo

เที่ยว ขี่สีหมอกตามหามัดไหมไม่เจอ รามิลจึงกลับมาที่คอกม้า พบมัดไหมกำลังแปรงขนคุณตะวันเจิดจ้าก็รีบเข้ามาหา บ่นว่าเขาไปตามหาถึงริมลำธารโน่น มัดไหมถามกวนๆว่าเธอไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะไปที่ลำธาร


"นี่เธอ ฉันพูดด้วยดีๆ อย่ามายวนกันได้มั้ย"

"ฉันไม่ได้ยวนสักหน่อย ฉันก็พูดของฉันแบบคนซื่อๆแท้ๆ"

"ฉัน ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธอแล้ว เอาเป็นว่าเธอต้องมาช่วยฉันคิดว่าจะทำยังไงถึงจะให้อัจฉรากลับไปเสียที... เธอยิ้มอะไร อย่าบอกนะว่าอัจฉรากลับไปแล้ว..." รามิลเห็นมัดไหมยิ้ม

มัด ไหมพยักหน้า แล้วจูงตะวันเจิดจ้าไปเข้าคอก รามิล ดีใจแต่สงสัยทำไมกลับไปง่ายอย่างนั้น มัดไหมหันมาพูด "คุณเองก็ควรจะกลับไปได้แล้วนะคะ ปัญหาเขามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้หนี..."

รามิลมองมัดไหมเดินไปอย่างหมั่นไส้ แต่ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างพอใจ...

ส่วน อัจฉราวดีโผล่มาที่ร้านอาหารของพลอยไพลิน เล่นเอาตกใจในสภาพมอมแมมของเธอ พลอยไพลินถามว่าทำไมไม่กลับไปอาบน้ำที่บ้าน อัจฉราวดีตอบอย่างเห็นแก่ตัวว่าอาบที่บ้านห้องน้ำก็เลอะหมด พลอยไพลินเหวอ "เหรอ...แล้วห้องน้ำฉันไม่เลอะหรือไง..."

"ทำไม แค่นี้หวงเหรอ"

"เอาเถอะเชิญเธอตามสบายแล้วกันไม่ต้องเกรงอกเกรงใจฉันหรอก" พลอยไพลินประชด

อัจฉรา วดียังไม่รู้สึกตัว สั่งให้หาชุดให้เธอเปลี่ยนด้วย... หลังจากเล่าให้เพื่อนฟังแล้วอัจฉราวดีก็กลับมาบ้านด้วยอารมณ์ หงุดหงิด อิทธิพลเห็นแล้วเข้าใจทันทีว่าไม่เจอรามิล

"เจอน่ะเจอค่ะ...อัจอุตส่าห์ใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนอย่างที่พ่อสอนจนอยู่ค้างที่ไร่นั้นได้ แต่...มาโดนผีหลอก"

อิทธิพล แปลกใจที่สาวสมัยใหม่เชื่อเรื่องผีสาง และว่าอาจมีคนแกล้งก็ได้ อัจฉราวดีย้อนคิดอาจจะจริงแต่แปลกใจว่าผู้หญิงหน้าผีเป็นใคร จึงถามว่าพ่อเคยเห็นหน้าภัครมัยบ้างไหม

"ตอนพ่อรู้จักกับพ่อของมัน มันก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอกแล้วไม่เคยเห็นหน้ามันด้วยซ้ำ"

อัจฉรา วดีอยากรู้จัก อิทธิพลจึงแนะว่าให้ออกบัตรเชิญทั้งรามิลและคู่หมั้นมางานเปิดตัวน้ำหอมที่ บริษัทเป็นสปอนเซอร์อยู่ อัจฉราวดีกระโดดกอดพ่อด้วยความดีใจ...

ooooooo

กำ ลังเช็กงานถ่ายแบบในคอมพิวเตอร์ อภิชาตเข้ามาชมว่าเขาชอบงานนี้ของนาตาชา แล้วจะชวนไปทานอาหาร แต่นาตาชารู้แกวบอกว่าเธอมีนัดดูหนังกับเพื่อนแล้ว อภิชาตผิดหวังแต่ยังพูดเรื่องงานต่อ "เอ่อ... ผมเพิ่งคุยกับวายซี เค้าอยากจะแถลงข่าวเรื่องคุณแม็ตตี้ จะมาถ่ายแบบให้หนังสือเรา ซึ่งผมก็เห็นด้วย"


นาตาชาตกใจรีบบอกว่าแม็ตตี้อาจไม่ยอม อภิชาตยังพูดอีกเรื่อง "แต่เดี๋ยวมันจะมีงานใหญ่เปิดตัวน้ำหอมจากปารีส ก็อยากให้คุณแม็ตตี้ไปร่วมงานหน่อย"

"ฉันจะลองคุยกับแม็ตตี้ให้ละกันนะคะ" นาตาชาหนักใจ...

ทั้ง มัดไหมและนาตาชาต้องแอบคุยโทรศัพท์กัน มัดไหมแอบคุยในห้องนอนกลัวรามิลมาได้ยิน เธอตกใจเมื่อรู้ว่าต้องออกงาน นาตาชาขอร้องให้ทำเพื่อเพื่อนสักครั้ง

"มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันมีทางเลือกด้วยเหรอ"

"เอาน่าเพื่อน ฉันเชื่อว่าคนอย่างมัดไหมซะอย่าง ต้องเอาตัวรอดได้แน่ๆ"

มัด ไหมขอแค่นาตาชาคอยช่วยเธอด้วยแล้วกัน นาตาชารับปากแล้วถามถึงรามิล  มัดไหมโอดครวญ  "นี่พูดเรื่องน่า ปวดหัวสองเรื่องติดกันเลยเหรอ"

นา ตาชาหัวเราะออกมาว่าขนาดนั้นเชียว มัดไหมยอมรับว่าเหนื่อยมาก นาตาชาจึงบอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยโทร.มาได้ตลอดเวลา มัดไหมวางสายสีหน้ากลุ้มใจ...พอเดินออกมาเจอรามิลที่ห้องรับแขกจึงถามว่ายัง ไม่กลับไปอีกหรือ รามิล บอกให้เธอเก็บเสื้อผ้าเข้ากรุงเทพฯกับเขา


"ถึง เวลาแล้วที่ฉันจะแถลงข่าวว่าเธอคือแฟนของฉัน เพื่อให้อัจเค้าตัดใจเลิกยุ่งกับฉันเสียที"   รามิลย้ำว่าอยู่ในสัญญา   และพอดีมีงานเปิดตัวน้ำหอมจากปารีสที่เขาต้องพา เธอออกงานด้วย

มัด ไหมอ้าปากค้าง รามิลรีบบอก "ไม่ต้องกลัวหรอกน่า วางมาดผู้ดีไม่ยากหรอก เดี๋ยวไปกรุงเทพฯกับฉัน ไปดูเสื้อผ้าที่จะไปงานกัน แล้วฉันจะสอนเรื่องการวางตัว"

มัดไหมเครียดหนักกว่าเดิมบ่นพึมพำ "ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น ห่วงอย่างอื่น..."

มาถึงกรุงเทพฯ   รามิลให้มัดไหมพักห้องโรงแรม

ห้าดาวเป็นการไถ่โทษที่ทำให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งหน้าโรงแรมม่านรูดกับเขาครั้งก่อน   มัดไหมแซวว่ากลัวเสียภาพลักษณ์ นั่นเอง...

"ไอ้ เรื่องลบๆน่ะคิดได้คิดดีเลยนะ ไม่ต้องห่วงหรอก โรงแรมนี้ไว้ใจได้รับรองไม่มีข่าวรั่วไหล เขาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับพ่อฉันเอง" รามิลออกปากรับรอง

"ใช้บริการบ่อยล่ะสิ" ไม่วายที่มัดไหมจะแขวะ

รา มิลเริ่มโกรธ ขู่ว่าที่นี่มันเป็นป่าของเขาถ้าพูดอะไรไม่ดีระวังเสือจะขย้ำ มัดไหมท้าว่าไม่กลัวแล้วบอกให้รามิลกลับไปได้ รามิลกรุ้มกริ่มว่านอนคนเดียวจะเหงาเดียวดาย มัดไหมเคืองดันรามิลออกไป รามิลยืนคาประตูหันมาลา "งั้นกู๊ดไนต์ สวีตฮาร์ต หลับฝันดีนะที่รัก"
"แหวะ ไปได้แล้ว" มัดไหมดันให้รามิลออกไปแล้วรีบ ปิดประตู แต่ยืนอมยิ้มพิงประตูสักพักนึกได้ตำหนิตัวเอง "นี่ไม่ใช่เวลามายิ้มนะ นี่ฉันต้องทำยังไงเนี่ยถึงจะเป็นสามคนในงานเดียวกันได้...โอ๊ย ตายแน่ๆยัยมัดไหมเอ๊ย..."

ในขณะที่นาตาชามาดูหนังกับดนุพันธ์ เขานึกถึงคำ

บอก เล่าของพิสมัย  อุมาพร และอรอุจิที่ว่าจุดอ่อนของนาตาชาอยู่ที่กลางหลัง เขาก็พยายามหาโอกาสจิ้มกลางหลังนาตาชาเต็มแรง เธอหันมาโวยเสียงเข้ม "พี่ตนุเล่นบ้าอะไรเนี่ย!"

"ก็กลางหลังแล้วนี่หว่า ลองอีกที..." ดนุพันธ์วิ่งไล่จิ้มที่กลางหลังนาตาชาอีก คราวนี้นาตาชาเอากระเป๋าฟาดเขา ดนุพันธ์ถามว่าไม่เป็นอะไรเลยหรือ เธอจึงถามว่าจะให้เป็นอะไร

"หมดแรง เข่าอ่อน อะไรแบบนี้"

"ใครเค้าจะเป็นอะไรแบบนั้นล่ะ"

"ก็ป้าๆบอกพี่ว่า จุดอ่อนหนูนาอยู่ตรงหลัง ให้กดลงไปแรงๆแล้วหนูนาจะยอมพลีกายพลีใจให้"

นา ตาชาฟาดด้วยกระเป๋าอีกเต็มแรง "นี่...โทษฐานที่จงใจทำร้ายร่างกาย...และนี่โทษฐานคิดไม่ซื่อกับหนู" นาตาชาฟาดอีกครั้งเป็นการแถมจนดนุพันธ์เห็นดาววิ้งๆ เธอโกรธมากกลับขึ้นรถขับออกไป ปล่อยให้ดนุพันธ์มองตามตาละห้อย...

วัน รุ่งขึ้น ดนุพันธ์รีบเอากุหลาบช่อโตไปหานาตาชาที่บ้านแต่เช้า นาตาชายังโกรธพอเห็นหน้าดนุพันธ์ก็ปรี๊ดแตกให้เขากองไว้ตรงนั้นแล้วหนีขึ้น ห้อง แม่แก้วจึงถามดนุพันธ์ ว่าเกิดเรื่องอะไรกัน ดนุพันธ์เล่าเรื่องจุดอ่อนที่แก๊งสามป้าบอกเขา แม่แก้วหัวเราะเสียงดัง

"เรา นี่มันเพี้ยนเอาซะมากๆเลยนะ เล่นเออออเองแล้วไปคิดเป็นตุเป็นตะ แม่ไม่เคยฟังเรื่องอะไรตลกขนาดนี้มาก่อนเลย" แม่แก้วยังคงหัวเราจนดนุพันธ์จ๋อยสนิท...
ตอนที่ 6

หลังจากแม่แก้วแนะนำดนุพันธ์อย่าหมกมุ่นเรื่องนาตาชาให้มากนัก ให้ห่างบ้างบางทีอะไรๆจะดีขึ้น เพราะนาตาชาเป็นคนใจแข็ง ดนุพันธ์จึงกลับไป...

นาตาชาลงมาตอนกลางวัน มองหาดนุพันธ์แต่ปากแข็งว่าเปล่า แม่แก้วจึงพูดว่าดนุพันธ์กลับไปแล้ว ฝากดอกไม้ไว้ให้เธอ จึงเอาไปใส่แจกันไว้ นาตาชาย้อนถามว่าฝากไว้แค่นั้นหรือ

"ก็แค่นี้น่ะจ้ะ ทำไมเหรอ หนูนาอยากได้อะไรจากพี่เค้ารึเปล่า"

"เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่าวันนี้พี่ตนุแปลกๆ ปกติจะไม่ถอยไปง่ายๆแบบนี้นี่"

แม่แก้วได้ยินถึงกับหัวเราะในคอกับพฤติกรรมลูกสาว ที่ยังปากแข็ง...

คืน แรกที่ต้องนอนโรงแรมทำให้มัดไหมนอนไม่หลับมาหลับตอนใกล้สว่าง เช้าขึ้นรามิลมาเคาะเรียก มัดไหมสะดุ้งตื่น หัวยังกระเซิงมาเปิดประตู รามิลเห็นสภาพก็แขวะว่าปรับตัวเป็นสาวกรุงเทพฯได้เร็วเหลือเกิน ไม่ฟังเหตุผลของเธอ ไล่ให้ไปอาบน้ำแต่งตัวออกไปหาซื้อเสื้อผ้าที่จะออกงานกับเขา มัดไหม ขอผัดเป็นบ่าย รามิลทำท่าจะดึงไปอาบน้ำให้ มัดไหมตกใจรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที รามิลมองขำๆ

มาถึงร้านเสื้อหรู รามิลให้มัดไหมลองชุดมากมายกว่าจะได้ถูกใจเขาในชุดสุดท้าย เล่นเอารามิลตะลึง มัดไหมเขินเดินสะดุดขาตัวเองจะล้ม รามิลประคองเธอไว้ในอ้อมแขน ทั้งสองสบตากันปิ๊งปั๊ง พอมัดไหมได้สติรีบผลักเขาออก รามิลแซว

"ซุ่มซ่ามแบบนี้ไม่ผ่านนะ พาไปงานขายหน้าเค้าแย่"

"คนเรามันก็ต้องมีพลาดกันบ้าง"

รา มิลตกลงใจเอาชุดล่าสุดนี้ แล้วพามัดไหมไปซื้อของอื่นอีก ปาปารัซซี่แอบถ่ายทั้งคู่ พอรามิลเห็นรีบโอบมัดไหม และทำเป็นเช็ดแก้มให้ มัดไหมงงว่าทำอะไร เท่านั้นไม่พอ รามิลพามัดไหมไปทานข้าวที่ร้านของพลอยไพลิน แนะนำให้รู้จักว่ามัดไหมคือแฟนของเขา

"แฟน!...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณไหม แหม...ไม่รู้คุณไหมจะเรียกโชคดีหรือโชคร้ายนะคะ ที่ได้แฟนเป็นคาสโนว่าอย่างคุณรามิล"

"ฉัน ถือว่าเป็นเกียรติมากกว่าค่ะ ที่ได้เป็นแฟนกับพี่รามิล เพราะไม่เคยเห็นว่าพี่รามิลเนี่ยจะยอมรับผู้หญิงคนไหนเป็นแฟนซักที ใช่มั้ยคะพี่รามิล"

"ไหมพูดแบบนี้ ดูเหมือนผมเป็นคนไม่ดีเลยนะครับเนี่ย" รามิลร้อนตัว

มัด ไหมรีบบอกว่าเธอชม รามิลทำสวีตหวานกับมัดไหมจนพลอยไพลินตาลุกวาว พยายามเก็บอาการแต่ยังแนะนำอาหารกระทบ "ข้าวผัดน้ำพริกนรกค่ะ คุณไหมทานเป็นรึเปล่า"

"โห ท่าจะหนักไป ไหมขอเป็นน้ำสตอเบอแหล อุ๊ย สตรอเบอร์รี่ปั่นละกันนะคะ เพราะดูแล้วที่ร้านนี้น่าจะสดดี"

ท่าทางพลอยไพลินเจ็บใจเดินกลับไป รามิลเห็นคนในร้านมองกันใหญ่จึงดึงมือมัดไหมมากุม เธอตกใจจะดึงมือกลับ "เฮ้ย! ทำอะไร"

"นี่ เธอ ในร้านนี้นักข่าวเต็มไปหมด ไม่ดีรึไงจะได้เป็นข่าวแล้วงานจะได้เสร็จเร็วๆน่ะ ยิ้มให้มันเหมือนคนที่เป็นคู่รักกันหน่อย" พอมัดไหมโอนอ่อน รามิลเผลอเอ่ยชมว่าเธอสวย

มัดไหมรีบบอก "ไม่ต้องพูดหรอก นักข่าวเค้าไม่ได้ยิน"

"ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดให้นักข่าวได้ยินซักหน่อย"

มัดไหมทำหน้าเลี่ยนๆแล้วลุกขอตัวไปห้องน้ำ พลอยไพลินเห็นรีบตามไปพูดจาหาเรื่อง

"นี่เธอคิดว่าเธอเป็นใคร จะลองดีกับฉันเหรอ"

มัดไหมทำเป็นไม่เข้าใจ พลอยไพลินโกรธ "เธอคิดว่าคนอย่างเธอจะจับรามิลได้งั้นสิ"

"จับเจิบอะไรคะ อย่าคิดว่าคนอื่นจะคิดเหมือนตัวเองหมดสิ"

"เธอจะปากดีได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ เดี๋ยวพอโดนทิ้งแล้วจะรู้สึก"

"ขอบ คุณนะคะที่เป็นห่วง แต่ฉันว่าคุณห่วงตัวเองก่อนเถอะ ทำตัวหวงก้างแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพจิตเลยนะ คุณเป็นอะไรกับพี่รามิลเหรอ เพราะเท่าที่รู้พี่รามิลก็ไม่เคยแม้แต่จะควงกับคุณ"

"แล้วแกจะรู้ว่าแกคิดผิด ที่แกประกาศตัวเป็นศัตรูกับฉัน"

"ฉัน ไม่เคยประกาศตัวอะไรเลยค่ะ เรื่องของคุณ ฉันไม่ได้ใส่ใจเลย แค่ก้าวจากห้องน้ำนี่ก็ลืมหมดแล้ว ขอตัวนะคะเดี๋ยวแฟนรอนาน" พูดจบมัดไหมเดินออกไป

พลอยไพลินโกรธมากจึงโทร.ไปตามอัจฉราวดีมา จัดการแทน...มัดไหมมาถามรามิลไปโปรยเสน่ห์อะไรกับพลอยไพลิน รามิลทำหน้างงเพราะไม่เคยสนิทสนมด้วยคงหวงแทนเพื่อน

"แค่หวงแทนเพื่อน มันไม่ต้องมากมายขนาดนี้หรอก แบบนี้หวงไว้เองชัดๆ"

รา มิลยืดตัวโอ่ทันทีว่าช่วยไม่ได้ แล้วหยิกแก้มมัดไหม ให้นักข่าวเห็นเพื่อถ่ายภาพกัน....เมื่ออัจฉราวดีรู้เรื่องจากพลอยไพลินก็ แปลกใจ เพราะเธอว่าเธอเพิ่งเห็นรามิลควงสาวอยู่ในห้างที่เธอเดินอยู่ จึงรีบไปที่ร้านพลอยไพลิน แต่ช้าไปเพราะรามิลกับมัดไหมกลับไปแล้ว พลอยไพลินพูดให้อัจฉราวดีเจ็บใจว่าพรุ่งนี้ต้องมีข่าวว่าอัจฉราวดีตกกระป๋อง

ooooooo

กลับ ถึงโรงแรมก็มืด รามิลทำท่าไม่กลับจะนอนที่นี่ โดยอ้างว่าเขาเป็นคนจ่ายค่าห้องและอีกอย่างพรุ่งนี้นักข่าวต้องไปออเต็มหน้า บ้านเขาแน่ สู้เขาเก็บตัวอยู่ ที่นี่จะดีกว่า   มัดไหมให้เขานอนโซฟาแต่รามิลไม่ยอมเดินไปนอนบนเตียงพร้อมกองหมอนกั้นกลาง เป็นภูเขา

"แหม...ทำอย่างกับเราไม่เคยนอนด้วยกันไปได้ เต็นท์ยังเล็กกว่าเตียงนี้อีก เรายังนอนด้วยกันมาแล้วเลย"

"ตลกล่ะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ ถ้าจะนอนที่นี่มีเงื่อนไขเดียวเท่านั้น คือคุณไปนอนบนโซฟา"

"ไม่ ฉันเป็นคนจ้างเธอมาเป็นแฟนนะ ไม่ได้ให้มาออกคำสั่ง ห้องนี่ก็เงินฉัน ฉันไม่ยอม"

พูดอย่างแข็งขัน สุดท้ายรามิลก็ต้องนอนโซฟาแถมยังถูกใช้ให้ดับไฟให้ด้วย...

จริงอย่างที่คาด เช้าขึ้น นักข่าวมาออเต็มหน้าบ้าน ทำให้นาตาชาออกไปทำงานลำบาก แม่แก้วแปลกใจ นาตาชา เอาข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ให้ดู พอแม่แก้วเห็นว่าเป็นข่าวกับมัดไหมก็ดีใจ แต่นาตาชาหน้างอที่เธอออกไปทำงานไม่ได้ แม่แก้วจึงบอกให้รออัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ไม่ทันไรดนุพันธ์ ขับรถมาจอดหน้าบ้านและบอกพวกนักข่าวว่ารามิลให้เขามาเป็นตัวแทนประกาศว่าจะ ตอบคำถามทุกอย่างที่เป็นข่าวในวันงานเปิดตัวน้ำหอมที่จะมาถึง นักข่าวจึงยอมกลับ

แม่แก้วบอกนาตาชาว่าอัศวินขี่ม้าขาวมาแล้ว นาตาชายังโกรธ "นี่มันพวกภูตรับใช้ชัดๆ"

"หนูนาพูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะลูก" แม่แก้วเอ็ด

ดนุ พันธ์รีบออกรับแทนว่าเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ แม่แก้วขอโทษแทนลูกสาว ดนุพันธ์รีบตามนาตาชาไปที่รถหน้าบ้าน เห็นเธอกำลังสตาร์ตรถไม่ติดจึงอาสาไปส่ง ขณะอยู่ ในรถ มือถือทั้งสองคนดังขึ้น ทั้งรามิลและมัดไหมต่างโทร.หาเพื่อนตัวเอง ทั้งสองต้องแอบพูดเบาๆว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน...มัดไหมกับรามิลทำหน้าหงุดหงิด พอเจอกันทำเป็นไม่มีอะไร

พออัจฉราวดีเห็นข่าวก็หงุดหงิดมาระบายใส่ พลอยไพลินอีกตามเคย แถมนักข่าวยังพูดกันถึงข่าวที่รามิลจะเปิดเผยในวันเปิดตัวน้ำหอม อัจฉราวดียิ่งโมโห...

วันงานมาถึง มัดไหมเก็บเสื้อผ้าที่ต้องใช้แปลงโฉมเป็นสามคนใส่กระเป๋า แล้วปลอบใจตัวเอง "สู้ตายมัดไหม เธอทำได้อยู่แล้ว"

บรรยากาศ ในงานดูหรูหรา มีพรมแดงปูรอรับเซเล็บ ทั้งหลาย รามิลยืนรอมัดไหมอย่างกระวนกระวายเพราะโทร.หาก็ไม่รับ...รถลีมูซีนคันยาว แล่นมาเทียบพรมแดง แสงแฟลชวูบวาบขึ้น วายซีนำอภิชาต แม็ตตี้และนาตาชาลงมาจากรถ แม็ตตี้อยู่ในชุดราตรีสั้นงามระหงสมกับเป็นนางแบบอินเตอร์ แม็ตตี้กระซิบกับนาตาชา

"เธอดูพี่ชายเธอด้วยนะว่าอยู่ตรงไหน ฉันจะได้ไม่เดินไปแถวนั้น"

นา ตาชาบอกว่ากำลังมองอยู่...อิทธิพลควงอัจฉราวดีมา แล้วต้องคอยพะวงว่าเธอจะก่อเรื่องหึงหวงรามิล และจะทำให้เสียหน้ากันหมด ขณะนั้น วายซี แม็ตตี้และอภิชาตทักทายแขกในงาน แม็ตตี้พยายามแยกตัวมาคุยกับนาตาชาว่าเธอต้องไปเป็นมัดไหมแล้ว ฝากตรงนี้ด้วย...แม็ตตี้รีบไปแปลงโฉมเป็นมัดไหมในห้องน้ำ รามิลโทร.เข้ามาพอดี เธอจึงบอกว่ากำลังเดินทางอยู่ นักข่าวกรูมาสัมภาษณ์รามิล
"คุณรามิลพร้อมที่จะตอบคำถามทั้งหมดรึยังคะ"

"เอ่อ...มากันเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับเนี่ย"

อัจฉราวดีมองมาเห็นรามิลอยู่ในวงนักข่าว กำลังถูกถามถึงสาวนิรนามที่ควงอยู่เป็นใคร

"เข้าประเด็นกันเร็วดีจริงๆนะครับ เอ่อ...เธอคือแฟนของผมเอง"

นักข่าวฮือฮา "ปกติคุณรามิลไม่เคยยอมรับใครเป็นแฟน คนนี้คือตัวจริงรึเปล่าคะ"

"จะว่างั้นก็ได้ครับ"

"แล้วคุณอัจฉราวดีที่เคยมีข่าวกันก่อนหน้านี้ล่ะคะ"

"ไม่จริงครับ ผมกับอัจเป็นแค่คนรู้จักกันธรรมดาครับ"

"ต๊าย...ทำไมพูดล้อเล่นกับนักข่าวอย่างนั้นล่ะคะเร..." อัจฉราวดีเข้ามาคล้องแขนรามิล

นัก ข่าวกดชัตเตอร์กันพรึ่บพรั่บ และถามตกลงเป็นอย่างไรกันแน่ รามิลพยายามดึงแขนออก อัจฉราวดีให้สัมภาษณ์ ว่าเธอแค่ทะเลาะกับรามิลนิดหน่อย รามิลแย้งว่าไม่จริง นักข่าวงง

พลัน มัดไหมปรากฏตัวขึ้น  ทุกคนต้องตะลึงเพราะเธออยู่ในชุดเหมือนหางเครื่อง   สีสันจัดจ้าน   แต่งหน้าเข้ม จนดูเหมือนเลอะมาเกาะแขนรามิล  "คิดถึงพี่รามิลจังเลยค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ"

"ไงคะเร คุณกล้าบอกใครๆมั้ยล่ะ ว่ายัยบ้านนอกนี่เป็นแฟนใหม่คุณ" อัจฉราวดีกระซิบ

นักข่าวหัวเราะกันครืน รามิลยอมรับ "เขาเป็นคนแบบนี้ ละครับชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ"

"แหม พี่รามิลพูดแบบนี้ น้องก็เขินแย่สิคะ" พอดีมือถือมัดไหมสั่นจึงขอตัวไปรับสาย

มัด ไหมแยกตัวออกมาพูดโทรศัพท์ นาตาชาโทร.มาเร่ง อัจฉราวดีมองตาม รามิลแปลกใจที่มัดไหมหายไปอีก...มัดไหม เปลี่ยนสภาพกลับเป็นแม็ตตี้ออกจากห้องน้ำ ยิ้มให้อัจฉราวดีที่เดินสวนมาท่าทางตามหามัดไหม ไม่ทันไรนักข่าวมารุม สัมภาษณ์ แม็ตตี้ตกใจเล็กน้อย นาตาชามาช่วยตอบ แม็ตตี้กระซิบนาตาชาว่าได้เวลาที่เธอจะต้องเป็นภัครมัยแล้ว

นาตาชายิ้มท่าทางเจ้าเล่ห์แล้วปลีกตัวไปโทรศัพท์หารามิล ขณะนั้นรามิลกำลังหงุดหงิดเดินตามหามัดไหม "นี่ยัยหนูนามีอะไรรีบๆว่ามา บอกตรงๆกำลังหงุดหงิดอยู่นะเนี่ย"

นาตาชาถามว่ามาบอกเธอทำไม รามิลโวยมีอะไรรีบพูดมา นาตาชาจึงบอกให้เขามาเทกแคร์ว่าที่คู่หมั้น รามิลตกใจ "ฮ้า! อะไรนะ งานนี้น้องภัครมัยก็มาด้วยเหรอ"

"เจ้าค่ะ สับรางให้ดีๆล่ะ" เสียงนาตาชาหัวเราะเยาะดังลอดมา

รามิลงงทำอะไรไม่ถูก...นาตาชาพยักหน้าให้มัดไหม ไปเปลี่ยนเป็นภัครมัยได้ มัดไหมรีบเข้าไปแปลงโฉมในห้องน้ำเป็นชุดราตรียาวดูเรียบเก๋ ยังไม่ทันจะแต่งหน้าให้มีแผล พนักงานเข้ามาบอกว่าห้องน้ำจะปิดทำความสะอาด ขอให้ไปใช้ห้องน้ำอีกด้านหนึ่ง มัดไหมถอนใจเก็บข้าวของเดินออกมา ให้เผอิญเห็นรามิลเดินสวนมา เธอตกใจมองหาทางหนีทีไล่ พอดีมีพนักงานเข็นรถเค้กงานแต่งงานผ่านมา มัดไหมไม่รอช้า ผลักรถเข็นไปชนรามิลหน้าจิ้มเค้กเต็มๆ พนักงานหันมาต่อว่ามัดไหม เธอรีบขอโทษและยินดีชดใช้ค่าเสียหายก่อนจะวิ่งหนีไป พนักงานหันมาดูแลรามิลแล้วพาไปล้างเนื้อตัว

ooooooo

อัจฉราวดีเดินมองหามัดไหมจนมาเจออิทธิพล แต่ไม่ทันไรก็มองไปเห็นวายซีเดินทักทายพูดคุยกับคนรู้จักอยู่ก็ตาลุกวาวปรี่ เข้าไปแนะนำตัวเองว่าเธอเป็นนางเอกและนางแบบแนวหน้าของเมืองไทย ได้ข่าวว่าวายซีมาทำโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่จึงขอเสนอตัวร่วมงานทั้งที่ไม่ค่อยมี เวลาเท่าไหร่ แต่เพราะว่าชื่นชมเขา วายซีมองด้วยสายตาสมเพช

"อ๋อ...ครับขอบคุณมากที่ให้เกียรติแต่ตอนนี้ผมมีนางแบบของผมแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ"

อัจฉราวดีเหวอมองวายซีเดินจากไปไม่สนใจเธอ อิทธิพลเข้ามาบอกลูกสาวว่าไม่เห็นจำเป็นต้องเสนอตัวอย่างนั้น อัจฉราวดีกลับบอกว่าอยู่วงการนี้ต้องด้านได้อายอด...

พอรู้ว่าภัครมัยมา รามิลก็แยกตัวออกมาเดินหา เห็นหญิงคนหนึ่งมีผ้าคลุมหน้ายืนตัวลีบท่ามกลางสายตาคนที่ดูรังเกียจเธอ รามิลรีบเข้าไปหา "น้องภัครมัย...ไม่เป็นไรใช่มั้ย"

"พี่ไม่ต้องทำท่าเวทนาน้องหรอกค่ะ บอกไว้เลยนะว่าน้องน่ะเกลียดความสงสารที่สุด"

รามิลพยายามปลอบว่าเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น ภัครมัยกลับหาว่าคงสมน้ำหน้าเธอเพราะเธอเคยแกล้งเขาเมื่อตอนเด็กๆ รามิลยิ่งเหนื่อยใจว่าควรพูดอย่างไรให้ถูกใจเธอ

"น้องรู้ว่าพี่รามิลคงกำลังคิดว่าน้องไม่น่ามางานนี้เลย น่าจะให้เก็บตัวอยู่แต่บ้านไร่ ไม่ออกมาเจอผู้คนเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว"

รามิลเห็นว่าไปกันใหญ่แล้ว เขามีเรื่องที่อายมากกว่านี้อีก ภัครมัยยิ่งเข้าใจว่าคือเธอ รามิลปลอบ "พี่ว่าน้องอาจจะแค่กังวล เพราะไม่ได้เข้าสังคมมานาน จริงๆมันไม่มีอะไรเลยจ้ะ"

มีกลุ่มไฮโซเดินมามองแล้วซุบซิบกัน รามิลเห็นเข้าไปต่อว่า เป็นผู้ดีทำตัวให้มีมารยาทหน่อย ไฮโซทั้งสองกลับบอกว่า "ก็ฉันสงสัยว่างานใหญ่อย่างนี้มีคนปล่อยคนแบบนี้ให้เข้ามาได้ยังไง"

"ผมก็สงสัยเหมือนกันว่ามีคนปล่อยคนกิริยาแบบคุณให้เข้ามาได้ยังไง ไร้มารยาท"

ไฮโซทั้งสองจ๋อยพากันเดินหนีไป ภัครมัยแอบยิ้มกับสิ่งที่รามิลทำ แล้วรีบกลับมาตีหน้าเศร้าอย่างเดิม ตัดสินใจถามเขาตรงๆว่าที่มาหาเธอที่ไร่เพื่อยกเลิกสัญญาแต่งงานใช่ไหม รามิลไม่อยากให้ภัครมัยเสียใจจึงบอกว่าไม่ใช่ ภัครมัยแอบหัวเราะเมื่อเห็นรามิลเครียด

เสร็จงาน นาตาชาอาสาไปส่งภัครมัยเอง พอร่ำลากับรามิลแล้ว นาตาชาพาภัครมัยออกมา ทั้งสองหัวเราะกันคิกคัก ภัครมัยรีบไปแปลงโฉมกลับเป็นมัดไหมที่แต่งชุดธรรมดา...พอเดินมาหน้าโรงแรม รามิลปรี่เข้ามาคว้าแขนดึงตัวมาบอกว่าภัครมัยมางานนี้ด้วย

"แย่แล้ว งั้นฉันเผ่นก่อนดีกว่า" มัดไหมทำตกใจจะหนี

"ไม่ต้อง ภัครมัยกลับไปแล้ว ทีนี้มาพูดเรื่องที่เธอทำดีกว่า"

มัดไหมทำเป็นงง รามิลโวย "นี่เลิกกวนประสาทได้แล้ว เธอทำฉันเสียหน้าแค่ไหนรู้มั้ย"

รามิลลากมัดไหมไปขึ้นรถขับออกไป อัจฉราวดีเห็นวิ่งตามร้องเรียกแต่รามิลไม่เห็น ระหว่างอยู่ในรถ รามิลต่อว่ามัดไหมที่แกล้งแต่งตัวน่าเกลียดมาทำให้เขาเสียหน้า มัดไหมทำเป็นเสียใจขอยกเลิกสัญญาและจะหาเงินมัดจำมาคืน รามิลใจอ่อนถามว่าทำไมไม่ใส่ชุดที่ซื้อให้

"ฉันทำกาแฟหกใส่ ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยหาชุดมาใส่แทน แต่ฉันก็ทำได้ดีที่สุดแค่นี้ ฉันผิดเอง...เงินที่ฉันให้พ่อแม่ไปไถ่ที่นาคืน ฉันจะหามาใช้คืนให้ไม่ต้องห่วง"

รามิลเปลี่ยนมาเป็นสงสารย้อนถามว่าทำไมไม่บอกเขา มัดไหมหาว่าเขาไม่เปิดโอกาสให้เธอพูด มัดไหมขอให้รามิล จอดรถ "ตอนนี้ฉันมองหน้าคุณไม่ติด ขอเวลาฉันทำใจหน่อย"

มัดไหมลงจากรถวิ่งไป รามิลร้องเรียกแล้ววิ่งตามไป เธอแกล้งเข้าไปในผับเพื่อชีวิตแล้วสั่งเหล้ามาดื่ม รามิลตามเข้ามาต่อว่าที่เข้ามาสถานที่แบบนี้ แล้วแย่งเหล้าไปดื่มแทน มัดไหมสั่งใหม่รามิลก็แย่งไปดื่มอีก สักสามสี่แก้ว รามิลก็เมาลุกขึ้นเต้นและร้องเพลงเหมือนลุงขี้เมา

มัดไหมต้องแบกรามิลมาที่รถ "โอ๊ย...นี่ตกลงคุณแกล้งฉันหรือฉันแกล้งคุณกันแน่"

"บอกว่าอย่าไง ดื้อจริงๆ" รามิลยังคงละเมอ แล้วชะโงกหน้าไปอาเจียน

จำต้องขับรถพารามิลกลับมาที่โรงแรม มัดไหมต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขา ปากก็บ่นไปว่ากรรมมันติดจรวดจริงๆเธอจึงต้องมาชดใช้ให้เขาอย่างนี้ มัดไหมเช็ดตัวให้รามิลจน เหนื่อยผล็อยหลับไปบนเตียง...จนเช้า รามิลตื่นขึ้นมาเห็นเท้ามัดไหมเต็มหน้า เขาตกใจลุกขึ้น เห็นมัดไหมหลับในมือยังมีผ้าขนหนูอยู่ จึงรู้ว่าเธอดูแลเขาจนเช้า เดินมาที่โต๊ะมีโจ๊กวางอยู่ พร้อมโน้ต

"ตื่นมาคงแฮงก์น่าดู อุ่นโจ๊กกินแล้วกินยาซะ...ไหม" ข้างชามโจ๊กมียาแก้แฮงก์

รามิลยิ้มเดินกลับมามองมัดไหมที่หลับอย่างหมดสภาพ "เวลาหมดฤทธิ์ก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะ ยัยตัวแสบ"

เวลาผ่านไป มัดไหมตื่นขึ้นมาตกใจว่าตัวเองเผลอหลับไปเมื่อไหร่ มองไปไม่เห็นรามิลก็ยิ่งตกใจว่าเขาทำอะไรเธอบ้างหรือเปล่า สำรวจตัวเองไม่มีอะไรผิดปกติ ลุกเดินมาที่โต๊ะ เห็นอาหารเช้าวางอยู่พร้อมโน้ต "เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ เห็นนอนหลับสบายเลยไม่อยากปลุก ขอบคุณนะครับ...รามิล"... มัดไหมยิ้มปลื้ม...

ในขณะที่รามิลมาทำงานทั้งที่ยังแฮงก์อยู่ เขาต้องอ่านเอกสารและเซ็นงานกองโต อัจฉราวดีมาหาแล้วต่อว่าเขาเรื่องงานเมื่อคืน รามิลต้องขอให้พูดตรงๆ "อัจ เรื่องระหว่างเรา ผมก็เคยตกลงกับอัจตั้งแต่แรกแล้ว ว่ามันเป็นเรื่องของคนรักสนุก ไม่ผูกพันสองคน"

"ได้ ถ้าเรจะพูดแบบไม่รับผิดชอบอัจแบบนี้ก็ได้ แต่ บอกไว้ก่อนว่าอัจไม่ยอมรามือง่ายๆแน่ เพราะอัจน่ะ ถ้าอยากได้ อะไรก็ต้องได้" อัจฉราวดีพูดจบกระแทกเท้าเดินออกไป...

มัดไหมมานอนทำสปากับนาตาชาให้หายเครียด นาตาชาบ่นกับมัดไหมว่าพักนี้รามิลแปลกไป ปกติจะติดหญิงแค่ไหนก็ต้องกลับมานอนบ้าน แต่เดี๋ยวนี้หายไปทั้งคืน มัดไหมแทบสำลัก บอกว่าอาจมีเหตุผลอื่นก็ได้ นาตาชายิ่งแปลกใจ มัดไหมถาม

"พี่เธอแปลกยังไงอีก"

"เปล่า เธอนั่นแหละแปลก เพราะปกติถ้าฉันเปิดช่องให้ขนาดนี้ เธอจะต้องยำพี่ฉันจนเละว่าต้องไปทำไม่ดียังโง้นยังงี้ แต่นี่เธอเข้าข้างเค้า หรือว่า..."

"บ้า อย่าคิดอะไรแบบนั้นเด็ดขาดนะ ฉันก็แค่เสนอทางเลือกเยอะๆเป็นสมมติฐานเท่านั้นแหละ ไม่ได้เข้าข้างพี่เธอซักหน่อย" มัดไหมทำเป็นสงสัยอย่างอื่น นาตาชามองอย่างสงสัย

ระหว่างที่พนักงานพอกหน้ามัดไหมกับนาตาชาเสร็จก็ออกไป อีกด้านของพาติชั่นที่กั้นห้อง รามิลกับดนุพันธ์มานอนคว่ำหน้ารอนวดตัว ทั้งสองคุยกันโดยไม่รู้ว่าสองสาวอยู่ข้างๆ

ooooooo
ตอนที่ 7

สองสาว นาตาชากับมัดไหมได้ยินคนคุยกัน ก็เอะใจเพราะคุ้นน้ำเสียง ดนุพันธ์ถามรามิลว่าพักนี้ทำไมไม่ค่อยไปงานปาร์ตี้ รามิลตอบว่ามีธุระไม่ว่างเที่ยวมันแปลกตรงไหน

"ถ้าคนอื่นน่ะไม่แปลกหรอก แต่เพลย์บอยอย่างแกน่ะแปลก เพราะอย่างวันนี้แกก็เข้าออฟฟิศ ทำตัวเอาการเอางาน เลิกเที่ยวเนี่ยมันเป็นหนทางสู่การมีครอบครัวชัดๆ"

"ไอ้นี่พูดอะไรบ้าๆ คนอย่างฉันเนี่ยนะจะคิดเรื่องมีครอบครัว แค่แม่แก้วกับยัยหนูนา ฉันก็ฟังคำบ่นแทบไม่ไหวอยู่แล้ว จะสร้างภาระอีกทำไม"

สองสาวเริ่มเงี่ยหูฟัง ดนุพันธ์ถามรามิลกำลังสนใจใครแบบจริงๆจังๆ รามิลตอบว่าไม่มี

"แล้วผู้หญิงคนที่เป็นข่าวด้วยนี่ใครวะ เห็นเคยเห็นตามงานปาร์ตี้"

รามิลทำหงุดหงิดจะถามทำไม ดนุพันธ์ถามอีกว่าคนนี้เป็นอย่างไร รามิลร้อง "โอ้ยไม่ได้เรื่อง วุ่นวาย เรื่องมาก งี่เง่าไปตามเรื่อง เหมือนผู้หญิงทั่วไปนั่นแหละ...แล้วแกเหอะ จีบยัยหนูนาไปถึงไหนแล้วเนี่ย ไม่เห็นคืบหน้าซักที"

"รายนั้นน่ะเหรอ เล่นตัวจะตาย ไม่รู้จะเล่นตัวไปถึงไหน ฉันก็ชักเบื่อแล้วว่ะ ไม่ไหวว่ะ จะกั๊กฉันไว้ใช้งานรึเปล่าก็ไม่รู้"

สองสาว มัดไหมกับนาตาชามองหน้ากันด้วยความโมโห พยักหน้าแล้วเดินอ้อมพาติชั่นมาทำเป็นพนักงานนวดให้ทั้งสองคน แกล้งเอาน้ำมันก๊าดในตะเกียงมาเทแทนน้ำมันนวดแล้ว กระแทกนวดอย่างหนักจนทั้งสองคนแปลกใจ พอพนักงานตัวจริงกลับเข้ามา สองสาวก็หลบกลับไป พนักงานได้กลิ่นน้ำมันก๊าด

"ตายแล้ว...คุณสองคนเอาน้ำมันก๊าดมาเล่นกันทำไมคะเนี่ย"

"น้ำมันก๊าดเหรอ สบายแล้วเราเอาไฟมาจุดก็สว่างเลย เฮ้ย! เมื่อกี๊คุณบอกว่าน้ำมันก๊าดเหรอ" สองหนุ่มลุกพรวดขึ้นนั่ง

รามิลถามว่าเอามาราดพวกเขาทำไม พนักงานทั้งสองบอกว่าพวกเธอเพิ่งเข้ามา ทั้งรามิลและดนุพันธ์ต่างมองหน้ากันงงๆ ในขณะที่มัดไหมกับนาตาชาแอบหัวเราะกันคิกคัก...

อาบน้ำล้างตัวแล้วแต่กลิ่นน้ำมันก๊าดยังติดผม รามิล กลับมาหามัดไหมที่โรงแรมเห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าจะกลับปากช่อง จึงโวยว่า "เธอก่อเรื่องไว้แล้วจะให้ฉันคอยสะสางคนเดียวเนี่ยนะ ไม่มีทาง แล้วที่สำคัญ การที่ฉันจ้างเธอเป็นแฟนมันไม่ใช่ไปออกงานด้วยกันซะเมื่อไหร่ มันก็ต้องเดินควงกันไปไหนมาไหนด้วยถึงจะเนียน"

"ให้ควงคุณสภาพนี้เนี่ยนะ...เพลย์บอยที่ไหนเค้าให้ผู้หญิงคุยกับตัวเองในสภาพนี้เนี่ย"

"ก็คุยกับคุณคนเดียวนั่นแหละ" รามิลยื่นหน้ามาทำเจ้าชู้

"เข้ามาตอนนี้สิ จะจุดไฟเผาให้"

รามิลคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ มัดไหมยืนอมยิ้ม ไม่นานมือถือรามิลดังขึ้น มัดไหมมองหน้าจอเห็นเป็นชื่อประทีป จึงถือไปเคาะประตูบอก รามิลให้เปิดเข้ามาเพราะเขาฟองเต็มหัว

"บ้าเหรอ จะเข้าไปได้ไงล่ะ"

"เข้าได้ ฉันไม่ได้ล็อกประตูหรอก...เร็วเข้า งานสำคัญเดี๋ยวฉันเสียลูกค้า"

เข้ามาเห็นเสื้อผ้ารามิลเกลื่อนพื้น มัดไหมยิ่งขยาด รามิลเปิดบานเลื่อนยื่นมือมารับทั้งฟองยังเต็มหัว จึงบอกมัดไหมให้ยืนรอเอาโทรศัพท์ออกไปด้วย...มัดไหมรอจนระอา

"เสร็จแล้วก็เอาโทรศัพท์มา จะได้อาบน้ำต่อให้มัน เสร็จๆไป ฉันไม่ไหวจะนั่งตรงนี้แล้ว"

"นี่เธอ ไปทานข้าวที่บ้านกับฉันมั้ย ป่านนี้เค้าคงสงสัยว่าทำไมฉันไม่ค่อยกลับบ้าน"

มัดไหมรีบปฏิเสธ กลัวความลับแตก รามิลอยากให้ที่บ้านรู้ด้วยว่าเขามีแฟนแล้ว มัดไหมแกล้งถามว่าจะเคลียร์กับภัครมัยอย่างไร เล่นเอารามิลอึ้งและเครียดขึ้นมาทันที...

ขณะเดียวกัน แม่แก้วกับสามป้า พิสมัย อุมาพร อรอุจิอยากรู้ว่าทำไมรามิลไม่ค่อยกลับบ้าน จึงโทร.เรียกดนุพันธ์มาถาม นาตาชาแอบขำที่ดนุพันธ์ยังมีกลิ่นน้ำมันก๊าดอยู่ แม่แก้วและสามป้าซักถามดนุพันธ์ซึ่งหัวมันพร้อมทำจมูกฟุดฟิด

"ผมรู้แค่ว่าพักนี้มันไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆก็แค่นั้นละครับ...แต่ผมไม่ ทราบจริงๆว่านายเรมีใครเป็นตัวเป็นตนรึเปล่า เพราะถามทีไรมันก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่นทุกที"

แม่แก้วกับสามป้าแปลกใจที่เพื่อนสนิทอย่างดนุพันธ์ ไม่รู้ น้องสาวอย่างนาตาชาก็ไม่รู้ นาตาชายุให้แม่แก้วโทร.ตาม แม่แก้วถอนใจ...

ooooooo

ยิ่ง เห็นรามิลเครียดเรื่องภัครมัยแล้ว มัดไหมยิ่งแกล้งถามว่าเจ้านายเธอน่าเกลียดมากใช่ไหม รามิล รีบตอบว่าไม่ใช่ แล้วบอกไม่ต้องมายุ่งเรื่องของเขา ให้ทำงานที่รับจ้างมาดีกว่า เขาไม่ให้เธอกลับไร่ รามิล ท้าให้มัดไหมเล่นเกม มัดไหมขอเป็นคนคิดเอง แล้วเธอก็แกล้งสั่งอาหารเผ็ดๆพวกส้มตำ น้ำตก ลาบ และซุบหน่อไม้ รามิลถึงกับร้องว่าอีกแล้วหรือ

"เกมสิ ถ้าคุณกินหมดนี่ ฉันจะยังไม่กลับปากช่องตามที่คุณขอไง แต่ถ้าไม่ก็ไม่ต้องมาขออะไรอีก"

"นี่เค้าเรียกว่าเกมที่ไหน เค้าเรียกว่าข้อต่อรองต่างหาก เกมมันต้องกินแข่งกันถึงจะถูก"

"มันก็ดีไม่ใช่เหรอ เกมนะมันเล่นให้ตัวเองชนะ แต่เนี่ย...คุณจะทำเพื่อให้ฉันอยู่ แต่ก็เข้าใจนะว่าคุณไม่เคยเสียสละเพื่อใครอยู่แล้ว"

รามิลเถียงไม่ออกหยิบช้อนส้อมมาลงมือกิน มัดไหมมองด้วยความทึ่ง...

ตัดสิน ใจแน่วแน่จะถอยห่าง ดนุพันธ์จึงเดินตามนาตาชาต้อยๆ พอเธอหยุดเขาไม่ทันมอง จึงชนเธอเสียหลักจะล้ม นาตาชาประคองเขาเอาไว้ เขามองตาเธออย่างซาบซึ้ง นาตาชาเซ็งเพราะรู้สึกหนัก "จะซึ้งอะไรกันนักหนา รีบยืนขึ้นมาซักที มันหนักนะรู้มั้ยเนี่ย"

"หนูนาแม้นแมนเนอะ  ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่พี่รู้จักเลย"

"พี่ตนุก็เหมือนกัน ไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปที่หนูนารู้จักเลย"

ดนุพันธ์ยืดตัวอย่างภูมิใจ "ข้อนั้นพี่รู้ ใครๆก็มักจะชมว่าพี่แสนดี ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น"

"หนูหมายถึงงี่เง่า น่ารำคาญ ตามตื๊อเหมือนผู้หญิงไม่มีผิด"

ดนุ พันธ์จ๋อย นี่เขาไม่มีอะไรน่าภูมิใจบ้างเลยหรือ เขาน้อยใจ เสียใจจึงบอกนาตาชาว่าเขาจะไม่มาทำให้เธอลำบากใจอีก นาตาชาไม่คิดว่าดนุพันธ์จะเสียใจมากเพราะเธอเคยว่าเขาแรงๆหลายหน เขาก็ยังตามตื๊อเธอไม่หายไป แต่คราวนี้ดูเขาเศร้ามากแถมบอกเธอว่าเขายอมแพ้

ใน คืนนั้น นาตาชาว้าวุ่นใจมาขอนอนกับแม่แก้วด้วย เธอเลียบเคียงถาม "แม่แก้วคะ ถ้าสมมติว่าแม่แก้วไปชอบคนคนหนึ่ง แล้วคนคนนั้นมาพูดกับแม่แก้วแรงๆ แม่แก้วจะเลิกชอบคนคนนั้นมั้ยคะ"

แม่แก้วรู้ว่าลูกสาวกลุ้มเรื่อง อะไร จึงพูดเชิงสอนว่า "ความรู้สึกมันเปลี่ยนกันชั่วข้ามคืนไม่ได้หรอกหนูนา สิ่งสำคัญมันอยู่ที่เราจะจัดการกับความรู้สึกระหว่างนั้นยังไงต่างหาก การที่คนคนนึงห่างเราออกไป   อาจไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่ได้

รักเราแล้วนะลูก เพียงแต่เค้าอาจจะไม่อยากให้มีคนลำบากใจ ต่างหาก"

"แล้วเราจะทำยังไงล่ะคะ ถ้าอยากเจอเขาแทบตาย แต่ทำอะไรไม่ได้เลย"

"นั่น แหละความรัก" แม่แก้วบอกนาตาชา ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีเลย แม่แก้วปลอบว่าแค่ไม่รู้ใจตัวเองไม่ใช่ คนไม่ดี...นาตาชาอมยิ้มเหมือนรู้แล้วว่าควรทำอย่างไรต่อไป...

ooooooo

สภาพ รามิลขณะพยายามกินอาหารที่มัดไหมจัดมา ทั้งปากเจ่อ หน้าแดง น้ำตาไหลพราก กระดกน้ำดื่ม แถมกินน้ำตาลทรายช่วยลดความเผ็ด มัดไหมบอกให้ยอมแพ้ เขาไม่ยอม กินต่อจนน็อกฟุบหน้าหมดสติคาโต๊ะอาหาร พอฟื้นขึ้นมา  มัดไหมให้เขาแพ้  เขาไม่ยอมขอร้องให้เธออย่ากลับปากช่อง พลันเกิดท้องเสียอย่างหนักจนแทบคลานออกจากห้องน้ำ มัดไหมตกใจรีบออกไปซื้อยามาให้ทานและดูแลเขาทั้งคืนจนเช้ายังทำโจ๊กให้ ทาน...

วันต่อมา ดนุพันธ์เดินเหงาหงอยเข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เผอิญเจอกับพิมมาดา เธอรีบเข้ามานั่งเป็นเพื่อนชวนคุย ดนุพันธ์เซ็งๆถามคำตอบคำแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ลืมมือถือไว้บนโต๊ะ พอดีนาตาชาถูกแม่แก้วกับจ้อนยุให้โทร. หาดนุพันธ์เพื่อขอโทษ พิมมาดารู้ว่าเป็นนาตาชาจึงแกล้งพูดให้เข้าใจผิด

"...เอาเป็นว่าพี่ดนุน่ะ กำลังอยู่ในห้องน้ำ ตอนนี้อาจจะกำลังล้างแล้วก็ทำความสะอาด..."

นา ตาชาทนฟังไม่ได้วางสายไปทันที พิมมาดาหัวเราะสะใจแล้ววางมือถือไว้ที่เดิม นาตาชาพานโกรธแม่แก้วกับจ้อนที่ยุให้เธอโทร.จนได้ยินเรื่องบัดสี...

มัด ไหมออกไปโทรศัพท์ รามิลรีบลุกมารื้อเสื้อผ้าจัดเก็บเข้าตู้ตามเดิม พอมัดไหมกลับมาเขาก็ถามว่าไปไหนมา เธอบอกว่าไปโทร.ลางาน ทำให้รามิลรู้สึกว่าภัครมัยช่างใจดีเหลือเกิน มัดไหมถามเขาคิดว่าภัครมัยร้ายกาจงั้นหรือ รามิล รีบปฏิเสธ พลันมือถือดังขึ้นเขารับสายแล้วพูดเสียงหวาน "ฮัลโหล... ครับ...เรื่องอะไรล่ะ...เปล่าจ้ะอยู่คนเดียวคุยได้..."

มัดไหมมอง เคืองๆ รามิลนัดพบกับทางนั้นแล้ววางสายหันมาบอกมัดไหมว่าเขาต้องไปธุระ มัดไหมเผลอพูดด้วยความหึง "ธุระกับผู้หญิงที่ไหนอีกล่ะ"

รามิลถามว่า หึงเขาหรือ มัดไหมรีบโวย "บ้า ฉันจะหึงคุณทำไม คนอย่างคุณน่ะไม่คู่ควรกับความรู้สึกดีๆหรอก อยู่กับคุณก็มีแต่เสียเวลาเท่านั้นแหละ ที่คุณบอกให้ฉันอยู่ คุณก็ไม่ได้อยากให้ฉันอยู่จริงๆหรอก มันก็แค่ข้ออ้างของคนที่หนีการอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ"

รามิลเสียใจดูเขาสลดลงจนมัดไหมรู้สึกผิด รามิล

บอกอย่า ลืมว่าเขาก็มีหัวใจแล้วเดินออกไป มัดไหมยืนอึ้งนี่มันอารมณ์ไหนของเขา ดูเหมือนโกรธจริง...มัดไหมกลุ้มใจจนวันนี้ที่เธอต้องเป็นแม็ตตี้มาทำงาน เธอยังนั่งซึมอยู่กับนาตาชาในร้านกาแฟ ต่างคนต่างครุ่นคิดถึงเรื่องของตัวเอง จนแม็ตตี้หลุดจากภวังค์บ่นว่าตัวเองเป็นบ้าอะไร นาตาชารู้สึกตัวเช่นกัน

"มันอาจแค่เราอยู่ใกล้กันเกินไป จนเคยชินก็ได้" แม็ตตี้ปลอบใจตัวเองและเพื่อน

นา ตาชาเห็นด้วย มันคงแค่ความผูกพันไม่ใช่ความรัก วายซีเข้ามาทักว่าสองสาวเหมือนคนอกหัก นาตาชาตอบว่าเป็นเพียงเรื่องของคนที่ไม่เข้าใจตัวเอง นาตาชาเห็นวายซีส่งตาหวานให้แม็ตตี้จึงถอยห่างออกมา วายซีเริ่มพูดคุยกับแม็ตตี้อย่างกรุ้มกริ่ม รามิลเดินเข้ามาในร้านเห็นวายซีกับแม็ตตี้ก็เกิดหึงขึ้นมา ปรี่เข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของมัดไหม

"มัดไหม เธอทำอะไรของเธอน่ะ นึกว่าแต่งตัวแบบนี้ แล้วฉันจะจำไม่ได้เหรอ"

แม็ต ตี้ตกใจจนเกือบลืมไปว่าวันนี้เธอเป็นแม็ตตี้  ตั้งสติ ได้ย้อนถามว่าเขาเป็นใคร นาตาชาเดินกลับมาเห็นรีบเข้ามาเคลียร์ "พี่เรคะ  วายซีเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังที่ปารีส  ส่วนแม็ตตี้ก็เป็นนางแบบอยู่ที่โน่นเหมือนกัน...ต้องขอโทษแทนพี่ชายหนูนา ด้วยนะคะ เค้าทักคนผิดน่ะค่ะ"

แม็ตตี้แกล้งถามรามิลว่ามีผู้หญิงหลาย คนหรือ เธอคงเหมือนหนึ่งในนั้น รามิลตอบว่าเขาเป็นคนอาภัพรัก โดนผู้หญิงทิ้งตลอด พลันมีสาวเข้ามากอดแขนรามิลและมองคนในโต๊ะ "พี่รามิลรอนานมั้ยคะ...ไหนบอกว่าเราจะมาเดทกันสองคนไง"

แม็ตตี้มองอย่างเคืองๆนี่หรือคนอาภัพรักจึงลองถาม "คนที่ฉันเหมือนน่ะ คงเป็นคนสำคัญของคุณใช่มั้ยคะ เพราะดูเหมือนว่าคุณจะโกรธ"

"จริงๆเค้าไม่สำคัญเลยครับ เป็นแค่คนใช้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก" รามิลเก๊กวางฟอร์ม

แม็ต ตี้สะดุดหูไม่พอใจ สาวดึงรามิลให้ลุกไปกับเธอ พอรามิลออกไปแล้ว แม็ตตี้นึกได้ว่าเขาอาจกลับไปเช็กที่โรงแรม ก็เป็นได้ จึงรีบมาบอกนาตาชาว่าเธอต้องไปแล้ว วายซีแปลกใจ เมื่อเห็นแม็ตตี้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกไป

จริงอย่างที่คิด มัดไหมมาถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดเครื่อง สำอางบนหน้าหมดจด ซ่อนเสื้อผ้า ก็พอดีมีเสียงคนไขกุญแจห้องเข้ามาเธอรีบทำเป็นยังนอนหลับ รามิลเข้ามายืนมองเธอแล้วถอนใจ ใช้มือเสยผมที่ปรกแก้มมัดไหมอย่างเอ็นดูก่อนจะกลับออกไป มัดไหมลุกขึ้นนั่งถอนใจ แต่ยังนึกแค้นใจที่รามิล เห็นเธอเป็นแค่คนใช้จึงคิดจะหนีกลับไร่   แต่พอลุกมาเปิดตู้เสื้อผ้าก็พบว่าเสื้อผ้าของเธอถูกนำมาแขวนตามเดิมเรียบ ร้อย จึงรู้สึกผิดที่คิดไม่ดีกับรามิล

ooooooo

กลับมาบ้าน รามิลถูกแม่แก้ว และพิสมัย อุมาพร อรอุจิซักถามเรื่องผู้หญิงที่เป็นข่าวและการไม่กลับบ้านของเขา ถึงกับบีบให้เขาพาผู้หญิงคนนั้นมาทานข้าวที่บ้านให้พวกเธอๆได้รู้จัก

เพราะ ความเซ็งปนเหงา ดนุพันธ์จึงนัดพิมมาดาออกมาเดินเที่ยว เธอดีใจทั้งที่รู้ว่าท่าทางเขาเหมือนคนอกหัก จึงบอกว่าเธอดีใจที่มีเพื่อนอกหักเพิ่มอีกคน ดนุพันธ์ชวนเธอไปทำอะไรสนุกๆแก้เซ็ง เขาพาเธอมาเล่นสเกตน้ำแข็งทั้งที่ตัวเอง เล่นไม่เป็น แต่พิมมาดาคล่องปรื๋อ พอดีวายซีชวนนาตาชามาเช่นกัน เพราะอยู่เมืองไทยอากาศร้อนมากอยากได้อากาศเย็นๆบ้าง นาตาชากำลังใส่รองเท้าเห็นภาพดนุพันธ์กับพิมมาดาใกล้ชิดกันก็รู้สึกหึง ดนุพันธ์หันมาเห็นนาตาชาก็เกาะราวมาทัก "หวัดดีหนูนา ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกันที่นี่"

"ก็ไม่คิดเหมือนกัน เล่นเป็นกับเค้าด้วยรึไง" นาตาชาย้อนถามแต่ดูท่าทางแล้วจะเล่นไม่เป็น จึงพูดประชด "แต่ก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรนี่นะ ยังไงก็มีคนมาคอยสอนอยู่แล้ว"

นา ตาชาสไลด์ตัวเองไปตามลาน ดนุพันธ์เกาะราวตามถามว่าหมายถึงใคร นาตาชาตะโกนตอบว่าก็คนที่มาด้วย ดนุพันธ์ตามจะบอกว่าเขาไม่มีอะไรกับพิมมาดา แต่นาตาชาไม่รอฟัง พอดีเขาโดนคนตัดหน้าล้มไม่เป็นท่า นาตาชาวกกลับมาพูด "มีอะไรจะแก้ตัวอีก ที่แท้ที่บอกว่าจะถอนตัวจากหนูนาก็เพราะมาตามจีบแม่พิมมาดานี่เอง"

"ไม่ ใช่นะหนูนา พี่ไม่ได้มีใครนะ นี่หนูนาโกรธพี่เรื่องอะไรเนี่ย พี่ตามหนูนาไม่ทันหรอกนะ" ดนุพันธ์ตามนาตาชาแต่ถูกคนชนล้มอีก เขารำพันสุดท้ายเขาก็เป็นคนเจ็บอีก

นาตาชาเห็นดนุพันธ์ล้มจะกลับมาช่วย พอดีพิมมาดามาช่วยพยุง เธอจึงชะงักแล้วสไลด์ตัวออกไป ดนุพันธ์มองตามอย่างเศร้าใจ...

เห็น รามิลไม่อยู่ มัดไหมจะออกไปข้างนอก รามิลกลับมาขวางไว้พอดีถามว่าจะไปไหนทำไมไม่บอก มัดไหมแอบอมยิ้ม แต่ทำเสียงโกรธๆว่า "สนใจด้วยเหรอว่าจะไปไหน กับใคร"

ใจจริงรามิ ลอยากขอโทษที่ทิ้งเธอไว้คนเดียวเมื่อวาน และเขาก็กังวลว่าเธอจะหนีกลับ มัดไหมบอกว่าเธอตั้งใจจะกลับตอนที่เขามานี่แหละ รามิลขอให้เธอช่วยเขาอีกเรื่อง

"คืองี้นะ คือผู้ใหญ่ที่บ้านฉันอยากพบเธอน่ะ"

"ฮ้า! เรื่องอะไร ระหว่างเรามันแค่การเซ็นสัญญาปลอมๆ ว่าเป็นแฟนกันแค่นั้นนะ ทำไมต้องพบผู้ใหญ่อะไรด้วยล่ะ"

"ฉันรู้ แต่เรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ทางบ้านฉันเค้าไม่ยอม จะเจอเธอให้ได้"

มัด ไหมกลัวความแตกแต่อ้างกับรามิลว่าเธอไม่อยากโกหกกับผู้ใหญ่ และไม่อยากถูกมองว่าเป็นผู้หญิงใจแตก ต่ำต้อยไม่คู่ควรกับเขา รามิลต้องอ้อนวอนขอร้องแล้วชักหงุดหงิด

"นี่ฉันจ้างเธอมา ทำไมต้องมานั่งอ้อนวอนอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย....งั้นมาเล่นเกมกัน"

มัด ไหมโดนรามิลเอาคืนบ้าง รามิลพาเธอไปเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวที่สวนสนุก ถ้าเธอเล่นได้ทุกอย่างที่เขากำหนดถือว่าผ่าน....สุดท้าย มัดไหมอาเจียน โซซัดโซเซ ดมยาดมหมดสภาพ

"ถ้าฉันยอมแพ้ ฉันขออะไรอย่างนึงสิ" มัดไหมยังไม่ยอมเสียทีเดียว

มัด ไหมลากรามิลเข้าบ้านผีสิง เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนกลัวผี รามิลร้องเสียงหลงซุกหน้ากับหลังมัดไหมตลอดทางที่เดิน เด็กๆนักเรียนเห็นต่างหัวเราะขำผู้ใหญ่อย่างรามิล...

คืนนั้น...ดนุพันธ์โทร.เรียกรามิลไปหาที่ผับแห่งหนึ่ง รามิลเห็นสภาพเพื่อนก็พอเดาได้ว่าเรื่องอะไร "มีปัญหาเรื่องหนูนาใช่มั้ย?"

ดนุ พันธ์ถอนใจเฮือก รามิลขำแนะนำอย่าไปสนใจมาก พอดีมีสาวๆเข้ามาทัก เขาจึงชวนนั่งแก้เซ็งให้ดนุพันธ์ ขณะเดียวกัน นาตาชาปรับทุกข์อยู่กับมัดไหมในร้านอาหารแห่งหนึ่ง มัดไหมเสนอให้โทร.ไปเคลียร์กันเลย นาตาชาตัดสินใจโทร.หาดนุพันธ์ แต่ในผับเสียงดังทำให้นาตาชาได้ยินเสียงรามิลเรียกดนุพันธ์ "เฮ้ย แกจะมัวคุยโทรศัพท์ ปล่อยให้น้องเค้านั่งเหงาได้ไงวะ"

ดนุพันธ์บอกนา ตาชาว่าเขาเข้าประชุมแต่คุยกับเธอได้ แต่นาตาชาได้ยินเสียงรามิลจึงรู้ว่ากำลังเที่ยวกันอยู่ก็ยิ่งโกรธ "ไม่เป็นไรค่ะ หนูนาเปลี่ยนใจแล้ว"

"หนูนา...หนูนา...โธ่เว้ย..." ดนุพันธ์เสียดายที่นาตาชาวางสาย เขาพยายามโทร.กลับ...


มัด ไหมได้ยินว่ารามิลเที่ยวผู้หญิงก็พาลโกรธไปด้วย นาตาชาบอกมัดไหมว่าเธอตาสว่างแล้ว แต่มัดไหมกลับบอกว่าเธอยัง นาตาชาแยกกลับและเตือนมัดไหมว่าผู้ชายเหมือนกันหมด มัดไหมรู้สึกว่านาตาชาชอบดนุพันธ์ จึงคิดจะไปจัดการให้... เธอตามไปที่ผับ เห็นรามิลกำลังป้อสาวส่วนดนุพันธ์นั่งเซ็ง พอดี ดนุพันธ์ลุกมาเข้าห้องน้ำ  มัดไหมจึงดักรอลากเขามาคุย

ดนุพันธ์คิดว่ามัดไหมเป็นลูกเจ้าพ่อ หรือมีคนจ้างมาเก็บเขา มัดไหมส่ายหน้า "นายนี่ซื่อบื้อเหมือนที่คิดไว้จริงๆ...ใครใช้ให้นายมาเที่ยวที่แบบนี้เนี่ย ไม่กลัวคนที่เค้าแคร์นายต้องเสียใจบ้างรึไง"

ดนุพันธ์คิดว่ามัดไหมแคร์เขา แต่พอมัดไหมบอกว่าเปล่า เขาก็ทำท่าเซ็งไม่มีใครแคร์เขา

"เลยทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ประชดชีวิตอย่างนี้น่ะ" มัดไหมประชด

ดนุ พันธ์ย้อนว่านี่ชีวิตของเขา มัดไหมบ่นว่าคนแบบนี้นาตาชาชอบเข้าไปได้อย่างไร ดนุพันธ์ถามว่านาตาชาให้มาหาเขาหรือ มัดไหมร้อง "เปล๊า...ไม่มีใครให้ฉันมาทั้งนั้นแหละ ที่ฉันมา ฉันแค่อยากจะมาดูหน้าคนที่หนูนามันแคร์นักแคร์หนาแค่นั้นเอง"

"ดู แล้วเป็นไง ใช้ได้มั้ย"...มัดไหมตอบว่าแย่ ดนุพันธ์ จะโวยแล้วนึกได้ "อ้าว...เฮ้ย เดี๋ยว! เมื่อกี้คุณว่าหนูนาแคร์ผมเหรอ? จริงเหรอ?"

มัด ไหมหมั่นไส้เอามือตบหน้าผากดนุพันธ์แล้วว่าเขาบื้อ "ก็ดูทำตัวเข้าสิ มันน่ามั้ยล่ะ ไปคิดเรื่องที่ฉันพูดดีๆนะ แล้วก็ตัดสินใจเองว่าจะทำยังไงกับเพื่อนฉันต่อไป ฉันไปล่ะ"

มัดไหม เดินไปแล้วกลับมาตบหน้าผากเขาอีกครั้ง บอกฝากไปให้รามิลคนทุเรศ ดนุพันธ์งง ไม่ทันไรมัดไหมกลับมาตบอีกครั้งบอกว่าอันนี้แถมให้ใครก็ได้ ก่อนจะเดินออกไป

ooooooo
ตอนที่ 8

มัวครุ่นคิดเรื่องนาตาชา ดนุพันธ์เดินงงๆกลับมาหารามิลที่โต๊ะในผับ รามิลยังคลอเคลียกับสาวๆ ดนุพันธ์เข้ามาตบหัวรามิล "มีคนฝากมาว่ะ แล้วเค้าก็ฝากบอกด้วยว่า ไอ้ทุเรศ"

รามิลร้องเฮ้ย...แล้วถามว่าใคร ดนุพันธ์ตอบว่าไม่รู้ แต่เป็นผู้หญิง แล้วตบหัวรามิลอีกครั้ง

"เฮ้ย...ไอ้บ้า อายคนอื่นเค้านะเว้ย"

"อันนี้เค้าแถมว่ะ แต่ฉันไม่รู้แถมให้ใคร ฉันเลยยกให้แก"

"ซึ้งว่ะเพื่อน ขอบใจนะ" รามิลเซ็ง แถมเห็นสาวๆหัวเราะกันคิกคัก...

วันรุ่งขึ้น รามิลกลับมาที่โรงแรมเพื่อปลุกมัดไหมไปซื้อเสื้อผ้าเตรียมไปบ้านเขา แต่พบว่ามัดไหมหนีไปแล้ว รามิล เครียดขึ้นมาทันที...

รู้ ทั้งรู้ว่าหนีกลับมาบ้านไร่ รามิลจะต้องตามมา มัดไหมจึงวางแผนให้ติ๋มแต่งหน้าแต่งตัวเป็นภัครมัยนอนป่วย แล้วเธอคอยปรนนิบัติ รามิลตามมาจะโวยมัดไหม แต่พอเห็นว่า

เธอกลับมาดูแลภัครมัยซึ่งป่วยก็เปลี่ยนท่าทีทันที

"เอ่อ...พอดีผ่านมาทางนี้น่ะ เลยแวะมาหา น้องภัครมัยไม่สบายเหรอ ทำไมไม่บอกพี่"

ติ๋ มดัดเสียงให้เป็นภัครมัย พูดไปไอไปกลบเกลื่อนเพราะรามิลสงสัยที่เสียงเปลี่ยนไป รามิลมองหน้ามัดไหมที่ทำเฉยเมยไม่มอง เขาจึงบอกจะป้อนโจ๊กให้แล้วเข้าไปดึงชามโจ๊กจากมือมัดไหมแล้วกระซิบ "เธอผิดข้อตกลง อย่าคิดว่าจะรอดไปง่ายๆนะ"

มัดไหมมองเคืองๆ รามิลตักโจ๊กจะป้อน มัดไหมพูดกระแนะกระแหน "เรื่องดูแลผู้หญิงนี่ถนัดใช่มั้ยคะ"

รา มิลชะงัก ติ๋มอ้าปากค้าง รามิลตำหนิมัดไหมว่าพูดจาไม่ให้เกียรติกันบ้างแล้วหันมาจะป้อน มัดไหมเถียงว่า "ไม่ต้องมาสร้างภาพหรอกน่า ใครก็รู้ว่าคุณเป็นไง"

"นี่ฉันเป็นคู่หมั้นเจ้านายเธอนะ" รามิลหันมาโวย ทำให้ ติ๋มอ้าปากค้างอีก

"ค่ะ ฉันเป็นแค่คนใช้ มันถึงไม่มีใครให้เกียรติเลย" มัดไหมประชดแล้วลุกเดินออกไป

"อยากกินก็กินเองแล้วกันนะ...นี่เธออย่ามาชิ่งนะ" รามิลบอกติ๋มแล้ววิ่งตามมัดไหมไป

ติ๋มบ่นว่าพอกันทั้งคู่ คนหนึ่งก็หึงกระทั่งตัวเอง อีกคน ก็กะล่อน ว่าแล้วก็ลุกขึ้นหยิบชามโจ๊กมากินเองอย่างระอา...

รามิลตามมัดไหมมาในสวน มัดไหมหันมาถาม "มีอะไรไม่เคลียร์ตรงไหนเหรอ"

"แน่ะกล้าพูด เธอทั้งผิดคำพูดที่หนีกลับมา แถมยังพูดไม่ดีต่อหน้าเจ้านายเธออีก"

มัด ไหมถามว่าเรื่องแค่นี้หรือ รามิลหาว่าเธอไม่มีเหตุผล มัดไหมจึงถามว่าเมื่อคืนไปไหน รามิลตอบว่าไปประชุม มัดไหมโกรธ "นั่นไง เหตุผลของฉัน"

รามิลแปลกใจแค่เขาไปประชุมต้องโกรธ มัดไหมว่าเหตุผลที่เขาโกหกต่างหาก รามิลพยายามทำให้เป็นเรื่องตลก มัดไหมถามจริงจัง   "นี่   ถามจริงเหอะ   คุณมีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกฉันด้วย เราไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆซักหน่อย คุณจะไปไหนกลับเมื่อไหร่   กับใคร   คุณคิดว่าฉันแคร์เหรอ   มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องโกหกเลย"

"เธอไม่แคร์แต่ฉันแคร์นี่...เออ ฉันขอโทษที่ฉันไม่ดี ฉันโกหก พอใจยังล่ะ"

มัด ไหมนิ่ง รามิลสัญญาว่าจะไม่โกหกอีก มัดไหมเตือนอย่าสัญญาพร่ำเพรื่อ "จริงๆคุณก็แค่อยากให้ฉันกลับไปเจอญาติๆคุณเท่านั้น ไม่งั้นคุณคงไม่ทำแบบนี้หรอกใช่มั้ย"

"ก็ใช่ แต่มันเป็นแค่เหตุผลหนึ่งในหลายๆเหตุผล"

มัดไหมแอบน้อยใจถามเหตุผลอีกอย่างของเขา รามิลอึ้งเรียบเรียงคำพูดอย่างลำบาก

"ก็แค่...อยากให้กลับไป กลับมาแล้วไม่เจอเธอมันรู้สึกแปลกๆ"

มัดไหมรู้สึกดีขึ้น แต่ยังเคือง "คุณก็แค่อยากมีเพื่อนใช่มั้ย"

"ไม่รู้เหมือนกัน..." รามิลยอมรับว่าไม่เข้าใจตัวเอง

"วันหลังถ้าไม่แน่ใจ ก็อย่าเที่ยวไปพูดแบบนี้ใครกับอีก"

"ทีนี้กลับไปกับฉันได้รึยังล่ะ"

มัด ไหมตอบว่าไม่...สุดท้าย เธอมานั่งสงบเสงี่ยมต่อหน้าแม่แก้ว พิศมัย อุมาพร อรอุจิ และนาตาชา รามิลพยายามชวนทุกคนคุย แต่ทุกคนจ้องมัดไหม แม้แต่นาตาชาเอง

"เซอร์ไพรส์มากเลยนะคะ นี่คือคนที่พี่รามิลหายไปอยู่ด้วยมาตลอดเวลาเหรอเนี่ย นึกว่าใครที่ไหน" นาตาชาพูดกระทบ

รา มิลฟังดูแปร่งๆถามนาตาชารู้จักกันหรือ   นาตาชารีบปฏิเสธ พิสมัยถามมัดไหมทำงานอะไร มัดไหมตอบตามตรงว่าเป็นคนใช้ สามป้าร้องฮ้า...พร้อมกัน รามิลรีบแก้ให้ว่ามัดไหมหมายถึงรับจ้างทั่วไป  แม่แก้วถามว่ารับจ้างทำอะไรบ้าง  มัดไหมตอบละเอียดว่ากวาดบ้าน  ถูบ้าน  ขัดส้วม  เลี้ยงหมา  รดน้ำต้นไม้ ทำได้หมด รามิลเซ็ง แม่แก้วจึงให้รามิลพามัดไหมออกไปก่อน

รามิลดึงมัดไหมออกมาต่อว่า "เฮ้อ...เรื่องอื่นนะทำฉลาด ง่ายๆแบบนี้ทำไม่รู้ เรื่องยาวแน่"

สาม ป้ากับแม่แก้ววิเคราะห์ลักษณะท่าทางของมัดไหม ว่าไม่น่าเป็นแค่คนใช้ นาตาชาเจ็บใจที่มัดไหมไม่เคยบอกเธอว่าอยู่กับรามิล จึงบอกแม่แก้วกับสามป้าว่ามัดไหมคือภัครมัย แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ทุกคนลงมติว่ามัดไหมเอารามิล อยู่จริงก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะทั้งคู่เป็นคู่หมั้นกันอยู่แล้ว แต่ ต้องดัดหลังมัดไหมบ้างที่มาหลอกกัน...รามิลหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ข้างนอก มัดไหมถามจะกลุ้มไปทำไมในเมื่อทุกอย่างเป็นเรื่องปลอมๆ รามิลนึกได้ "เออ ก็ใช่...ลืมไป"

"ลืมบ่อยไม่ดีนะ...เดี๋ยวคุณเผลอรักฉันจริงๆขึ้นมาน่ะสิ"

"แล้วทำไม รักไม่ได้เหรอ" รามิลทำหน้าเจ้าชู้

"ซื่อสัตย์กับเจ้านายฉันหน่อย คุณเป็นคู่หมั้นเค้านะ แล้วก็ยังไม่ได้ยกเลิกการหมั้นด้วย"

"ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองดีกว่า" รามิลส่งยิ้มหวาน แต่มัดไหมเบ้หน้าใส่...

พอก ลับมานั่งร่วมโต๊ะ มัดไหมแกล้งทำเป็นเปิ่นๆ กินอะไรมูมมามจนสามป้าลุกหนี แม่แก้วบอกรามิลให้พามัดไหม กลับไป รามิลบอกแม่แก้วว่ามัดไหมเป็นแฟนเขาที่ทุกคนอยากเจอ แต่กลับไล่กันง่ายๆแบบนี้ มัดไหมซึ้งใจที่รามิล ปกป้องเธอ "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันว่าฉันกลับดีกว่า"

มัดไหมลาทุกคนกลับแล้วลุกออกไป รามิลลุกตาม พอดีอัจฉราวดีเดินเข้ามา สามป้าพร้อมใจกันชวนเธอทานอาหารด้วยกันแล้วแกล้งใช้มัดไหมให้ตักข้าวให้ อัจฉราวดี รามิล ไม่ยอมโอบเอวมัดไหมออกไป อัจฉราวดีฉุนกึกที่รามิลประกาศว่ามัดไหมเป็นแฟน อยากกรี๊ดแต่ทำไม่ได้

ooooooo

อัจฉรา วดีโทร.ฟ้องอิทธิพล แต่เขาต้องผัดไปคุยที่บ้านเพราะทำธุระสำคัญอยู่ อิทธิพลต้อนรับมิสเตอร์จาง ชาวสิงคโปร์ และเอาเอกสารให้อ่าน มิสเตอร์ จางอ่านแล้วตกใจเพราะเป็นการโกงบริษัทตัวเองไปให้บริษัทที่จะเปิดใหม่ อิทธิพลให้ค่าตอบแทนสูง แต่มิสเตอร์จางกลับต้องการหุ้นในบริษัทที่จะตั้งใหม่ ทั้งสองหัวเราะอย่างรู้ทันกัน แล้วจับมือโอเค...

ออกจากบ้านมาไม่ได้ ทานข้าว รามิลพามัดไหมเดินกินไอศกรีมแท่ง เขาขอโทษเธอแทนคนในครอบครัวเขา "ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ จริงๆฉันไม่เคยเห็นพวกเขาเป็นแบบนี้มาก่อนเลย"

"ก็คุณไม่เคยมีแฟนเป็นคนใช้นี่ บางทีฉันอาจจะน่ารังเกียจจริงๆก็ได้"

"เฮ้ย ไม่พูดแบบนี้สิ จะยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ได้ไง"

"อินมากไปอีกแล้ว แพ้ชนะอะไรล่ะ เราไม่ได้แต่งงานกันจริงๆซักหน่อย"

"ทำไมต้องพูดแบบนี้ตลอดเลย เราไม่ได้จะแต่งงานกันจริงๆบ้างล่ะ เราแค่ทำสัญญาหลอกๆบ้างล่ะ ไม่ต้องย้ำหรอก"

"ก็มันจริงนี่ ฉันย้ำคุณแล้วก็ย้ำกับตัวเองด้วย จะได้ ไม่ต้องไปเอาชนะอะไรที่มันไม่มีอยู่จริง"

รา มิลเริ่มโกรธไม่อยากฟังอีก มัดไหมยิ้มชมว่าเขาเป็นคนดีเหมือนกัน รามิลขอฟังคำชมอีกที แต่มัดไหมกลับถามว่าทำไมเขาถึงเจ้าชู้ รามิลตอบว่าเขาไม่ได้เจ้าชู้ แค่อยากมีคนรักเยอะๆ

"ขาดความรัก ว่างั้น?"

"คน เรามันรักกันได้เต็มร้อยเท่านั้นแหละ ถ้ามันเต็มแล้วก็ไม่ต้องไปหาจากใครอีก ที่ผ่านมามันแค่ยังไม่เต็ม...ฮั่นแน่...เคลิ้มละสิ" รามิลเห็นมัดไหมตั้งใจฟัง

มัดไหมสะดุ้งหาว่าที่เขาพูดเพื่อให้ตัวเอง ดูดีขึ้นเท่านั้น แต่หัวใจมันรั่วไม่มีทางเต็ม รามิลเหวอ พอดีเห็นมุมปากมัดไหมเลอะจึงถามว่าไอศกรีมเธออร่อยไหม ขอเขาชิมหน่อย แล้วเขาก็ยื่นหน้าไปใกล้เหมือนจะจูบ มัดไหมกำลังจะยื่นไอศกรีมให้ ตกใจ ตาค้าง รามิลจับแก้มมัดไหมสุดท้ายก็เอานิ้วปาดไอศกรีมที่เลอะแล้วเอาเข้าปาก

"อร่อย จริงๆด้วย หวานเชียว ของฉันก็อร่อยนะชิมมั้ย" รามิลเอาไอศกรีมของเขาป้ายแก้มตัวเอง แล้วยื่นหน้าไปหามัดไหม เล่นเอามัดไหมเขิน รู้ว่ารามิลกวนประสาทจึงเอาไอศกรีมในมือละเลงหน้ารามิล รามิลจึงวิ่งไล่จะทำกลับ ทั้งสองดูใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ooooooo

วัน นี้มัดไหมต้องเป็นแม็ตตี้ไปพบวายซี ขณะแต่งตัวเธอคุยโทรศัพท์กับนาตาชาไปด้วย  โดนต่อว่าที่ไม่บอกเรื่องอยู่กับรามิล แม็ตตี้ขอโทษแก้ตัวว่าไม่มีโอกาสบอก พลันนาตาชาเห็นดนุพันธ์เดินมาจึงวางสายจากแม็ตตี้

ดนุพันธ์มาขอโทษ ที่คืนก่อนคุยโทรศัพท์ด้วยไม่สะดวก นาตาชาโกรธที่เขาโกหกว่าประชุมทั้งที่เที่ยวผับกับผู้หญิง ดนุพันธ์ถามว่าหึงหรือ นาตาชาโวยจะหึงทำไม ดนุพันธ์นึกถึงคำพูดของมัดไหมว่านาตาชาแคร์เขา พอเห็นนาตาชาจะเดินจากไปแต่เขาอยากรู้ว่าเธอแคร์เขาจริงไหม ไม่รู้จะทำอย่างไร "พี่ขอทดสอบได้มั้ย ว่าหนูนาโกหกรึเปล่า"

นาตาชา ไม่ทันตั้งตัว ดนุพันธ์ดึงเธอมาจูบ นาตาชาช็อกผลักเขาออกแล้วตบหน้าฉาดใหญ่วิ่งหนีไปชนรามิลที่เดินมาพอดี รามิลงงที่นาตาชาไม่พูดวิ่งหนีไปจึงหันมาถามดนุพันธ์ว่าทะเลาะอะไรกัน ดนุพันธ์คอตกไม่พูดไม่จา เผอิญอัจฉราวดีมาเจอจึงลากรามิลไปเดินช็อปปิ้ง

ให้ พอดีวายซีชวนแม็ตตี้มาเลือกซื้อของแต่งบ้าน แม็ตตี้ได้ยินเสียงอัจฉราวดีคุยกับรามิลผ่านเธอไปก็รู้สึกหึง วายซีจำรามิลได้จึงเข้าไปทัก พออัจฉราวดีเห็นวายซีก็กรี๊ดกร๊าด ดึงวายซีไปคุยเรื่องที่เธออยากเป็นนางแบบของเขา ปล่อยให้รามิลกับแม็ตตี้ต้องอยู่กันลำพัง แม็ตตี้คุยกับรามิลแบบในใจขุ่นมัว ด่าว่าเขาในใจสารพัด แต่คำพูดที่ออกมาต้องสุขุมแบบแม็ตตี้ รามิลรู้สึกตาขยิบเหมือนโดนใครด่าเป็นชุด แถมรู้สึกมีรังสีอำมหิตบางอย่างมากระทบ ทั้งที่น่าจะมีความสุขที่ได้คุยกับคนสวยระดับนางแบบอินเตอร์...

วัน รุ่งขึ้น รามิลเห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์แล้วต้องเรียกดนุพันธ์มาต่อว่า  เพราะภาพข่าวที่ลงคือภาพดนุพันธ์จูบนาตาชากลางลานจอดรถ รามิลต่อว่าเพื่อนที่ไม่ให้เกียรติน้องสาวเขา แต่ก็รู้ว่าเพื่อนไม่ใช่คนแบบนี้ จึงถามว่าเป็นอะไร

"ไม่รู้ว่ะ มันสับสน อยากรู้ว่าหนูนาคิดยังไงกับฉัน จนจะบ้าตายอยู่แล้ว"

"ฉัน ว่าแกมาเตรียมรับมือกับปัญหานี้ดีกว่าว่ะ เพราะถ้าหนูนาเห็นข่าวต้องเป็นเรื่องแน่ๆ...นายต้องรับผิดชอบ แต่จะวิธีไหนแกต้องไปคิดเอาเองแล้วว่ะ"

ระหว่างที่รามิลคุยเครียดกับ ดนุพันธ์ สมุห์บัญชีเข้ามาขอคุยเรื่องสินค้าที่จะส่งบริษัทคู่ค้าใหม่ที่สิงคโปร์ รามิลจึงปัดให้ไปคุยกับอิทธิพล เข้าทางพอดี สมุห์ไปรายงานอิทธิพล เขาจัดการให้ทนายร่างสัญญาตามที่เขาต้องการทันที เพราะถือว่ารามิลเปิดไฟเขียวให้แล้ว

พอเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ นาตาชาอายถึงกับต้องกลับจากที่ทำงานมานั่งร้องไห้ที่บ้าน รามิลเข้ามาปลอบไม่ให้ คิดมาก "พรุ่งนี้มีข่าวใหม่ ข่าวเก่าก็ไม่มีใครเค้าสนใจกันแล้ว"

"แต่หนูนาต้องอยู่กับมันไปชั่วชีวิตอยู่ดี" นาตาชาร้องไห้ กอดรามิล

รา มิลให้ทำลืมๆไปบ้างก็ได้ และบอกว่าที่ดนุพันธ์ทำไป เพราะรักเธอ แต่นาตาชายิ่งร้องไห้ว่ารักต้องทำแบบนี้ด้วยหรือ รามิลปลอบ "คนเรามันมีวิธีแสดงออกไม่เหมือนกันหรอกนะ ไอ้นุมันซื่อบื้อจะตาย หนูนาก็รู้ มันก็คิดได้แค่นี้แหละ อย่าไปโกรธมันเลย"

"ทำอะไรไม่รู้จักคิด"

"ไอ้นุน่ะ  พี่ไม่สงสัยหรอก  พี่สงสัยเรามากกว่าว่าไปทำอะไรไอ้นุมันถึงทำแบบนั้น"

นา ตาชาโกรธโวยวายใส่รามิล พอดีแม่แก้วออกมา นาตาชาจึงฟ้องว่ารามิลหาเรื่องแกล้งเธอ รามิลยังเคืองเรื่องที่แม่แก้วไม่ต้อนรับมัดไหม จึงเดินออกไปไม่พูดจาด้วย...เขากลับมาหามัดไหมที่โรงแรม เธอเพิ่งทำอาหารเย็นเสร็จ รามิล

รู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวจึงเรียก มัดไหมว่าที่รัก มัดไหมถลึงตาใส่ รามิลจึงเล่นเกมจ้องตา ถ้ามัดไหมกะพริบแพ้ เขาได้กินข้าว แต่รามิลขี้โกงยื่นหน้าไปใกล้ทำเหมือนจะจูบจนเธอต้องหลับตาหลบ รามิลได้ใจบอกมัดไหมให้ไปทานข้าวบ้านเขาอีกครั้ง มัดไหมแย้งว่าทำเกินสัญญา รามิลขู่ "ถ้าพูดเรื่องสัญญาอีก ฉันจะจูบเธอจริงๆนะ..."

คืนนั้นรามิ ลนอนที่โรงแรม มัดไหมจึงแกล้งเอาเมจิกมาเขียนหน้าเขาเหมือนหมีแพนด้า เช้าขึ้น รามิลรีบตื่นจะไปทำงาน พอเห็นหน้าตัวเองก็ตกใจ จึงแกล้งกลับบ้างด้วยการเอาลิปสติกทาปากแล้วจูบไปทั่วหน้ามัดไหม แถมเขียนที่แขนเธอไว้ว่า...

หลินปิงรักแม่หลินฮุ่ยจังเลย...มัดไหมตื่นมาเห็นหน้าตัวเองและข้อความ ถึงกับร้องลั่น...คนบ้า...แต่ในใจลึกๆกลับมีความสุข

ooooooo

ดนุ พันธ์ซื้อแหวนไปขอหมั้นนาตาชา แต่กลับโดนเธอต่อว่าและโยนแหวนทิ้งกลางสนามหน้าบ้าน ดนุพันธ์เสียใจมาก "ถ้าเกลียดพี่มากบอกพี่ตรงๆก็ได้ ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย"

นาตาชา ได้แต่ยืนมองดนุพันธ์จากไป รู้ตัวว่าทำรุนแรงเกินไป...เย็นนั้นนาตาชาต้องออกไปธุระ แต่รถเกิดสตาร์ตไม่ติดอีกทำให้เธอยิ่งคิดถึงดนุพันธ์ เพราะเขามักจะโผล่มา

ช่วย เธอยามลำบากเสมอ คิดแล้วจึงวิ่งไปหาแหวนที่กลางสนาม รามิลเข้ามาถามว่าหาอะไร เธอไม่กล้าบอกจึงรีบหอบของไปขึ้นแท็กซี่ที่เรียกมารับ รามิลเดินเหยียบแหวนจึงเก็บมามองดู ถามจ้อนว่าของใคร จ้อนคิดว่าเป็นของปลอมของพวกสามป้าที่มาออกกำลังกายเมื่อเช้านี้ รามิลยิ้ม

"แหวนปลอมๆก็น่าจะเหมาะกับแฟนปลอมๆหึๆ...

เกมนี้น่าสนุกแหะ..."

รา มิลพามัดไหมมาบ้าน พร้อมทำอาหารที่สามป้าและแม่แก้วชอบมาด้วย แต่ทุกคนทำปั้นปึ่งไม่สนใจ รามิลไม่พอใจจึงประกาศว่าเขาจะแต่งงานกับมัดไหม และดึงมือเธอมาสวมแหวนต่อหน้าทุกคน บอกทุกคนว่า "ผมผิดหวังในตัวทุกคนมาก ไม่คิดเลยว่าทุกคนจะเป็นคนแบบนี้ รวมถึงแม่แก้วด้วย...

ไปมัดไหม" รามิลดึงมัดไหมออกไป

พอ สองคนออกไป อุมาพรกับอรอุจิก็เปิดดูอาหารที่มัดไหมทำมาแล้วน้ำลายสอสั่งตั้งโต๊ะอาหาร ทันที...รามิลเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปด้วย เขาบอกมัดไหมว่าเขาหนีตามเธอแล้ว มัดไหมหาว่าเขาเล่นเป็นเด็กและจะถอดแหวนคืนให้ แต่รามิลห้ามไม่ให้ถอด เธอถามจะเล่นไปถึงไหน

"จริงๆฉันก็ชักไม่แน่ใจแล้วล่ะ ว่าฉันกำลังหลอกคนอื่นหรือหลอกตัวเองอยู่กันแน่"

มัด ไหมมองรามิลอย่างกลุ้มใจ เพราะเธอเองก็สับสนในใจเหมือนกัน ต่างคนต่างว้าวุ่นใจ สุดท้ายมัดไหมก็พารามิล กลับมาที่ไร่ ให้ติ๋มจัดห้องพักให้ และทำเป็นว่าภัครมัยออกไปหมู่บ้านบนดอย...มัดไหมเข้ามาอยู่ในห้องตัวเอง รามิลโผล่

เข้ามาถามเธอว่าทำอะไรอยู่ มัดไหมรีบแก้ตัวว่าทำความสะอาดห้องให้ภัครมัย รามิลชวนไปหาอะไรสนุกๆทำ มัดไหมได้ทีแกล้งให้รามิลทำงานในไร่มากมายจนหมดแรง โดยบอกว่า "ก็คุณหนีตามฉันมา คิดว่าจะอยู่สบายๆรึไง ฉันเป็นคนใช้ คุณก็ต้องอยู่แบบคนใช้เหมือนกัน"

"โห...ต้องทำทุกวันเลยเหรอ" รามิลโอดโอย

เสร็จ งาน รามิลกินข้าวมากมายเพราะความเหนื่อย มัดไหมบอกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานในไร่อีกห้ามบ่น รามิลขอรางวัลโดยอ้าแขนขอกอด มัดไหมผลักเขาออกแล้วต่อว่าเรื่องที่แกล้งเธอ รามิลยื่นแก้มให้เธอหอมคืน มัดไหมตบแก้มเขาเบาๆ "คนลามก..."

รามิ ลแกล้งสูดหายใจว่าหอม มัดไหมเขินรีบปิดประตูใส่หน้าเขาแล้วอมยิ้มหน้าแดง...ต่างคนต่างเริ่มรู้สึก ว่ามีใจให้กัน...เช่นเดียวกับนาตาชาและดนุพันธ์ ต่างคิดถึงกัน นาตาชาอยากโทร.หาแต่ไม่กล้า ดนุพันธ์เองก็นั่งมองโทรศัพท์รอว่าเธอจะโทร.หาเขาไหม

เช้าขึ้น มัดไหมมาทุบประตูห้องเรียกรามิลเท่าไหร่ก็ไม่เปิด จึงเข้ามาปลุกถึงเตียง เธอพยายามดึงเขาลุกขึ้นจนพลาดล้มไปปากประกบปากเขาพอดี รามิลลืมตาโพลงขึ้นทันที

"เจ้าชายนิทราตื่นแล้ว ปลุกแบบนี้ทุกวันนะ รับรองตื่นชัวร์"

มัดไหมหน้าแดงอายเดินออกไปรอนอกห้อง...งาน

ใน ไร่ที่รามิลต้องทำคือตัดองุ่น รามิลตัดจนเพลินพอหันมามัดไหมหายไปแล้ว เขาเดินหาเธอจนมาเห็นยืนหันหลังอยู่ จึงเข้าไปปิดตาทางด้านหลัง "จ๊ะเอ๋ ทายสิใครเอ่ย"

"คนไม่มีมารยาทไง" เสียงแหบต่ำ ทำให้รามิลแปลกใจแต่ไม่เอะใจ เขายังร้องเพลงจีบ แต่พอปล่อยมือ คนที่หันมากลายเป็นภัครมัย รามิลผงะร้อง เฮ้ย...

ทั้งสองมานั่งดื่ม กาแฟ รามิลถามถึงมัดไหม ภัครมัยตอบว่าให้ไปทำงานแทนเธอ ถ้าเขาอยากได้อะไรบอกเธอก็ได้ รามิลกลับบอกให้เธอพักผ่อน ภัครมัยทำเป็นน้อยใจที่เห็นเธอเป็นคนพิการทำอะไรไม่ได้ รามิลตกใจรีบกอดปลอบใจเธอ "ไม่เอานะ ไม่เสียใจนะ พี่ไม่ได้ว่าอะไรน้องเลยสักคำ แค่คิดยังไม่เคยเลย"

ภัครมัยอยากรู้ว่านี่เป็นนิสัยเจ้าชู้ของเขา หรือเขาดีกับผู้หญิงแบบนี้ทุกคน...

รา มิลเก็บเอาไปฝันกลางวันว่าเขากำลังเล่นกับมัดไหมแล้วจู่ๆมัดไหมก็กลายเป็น ภัครมัย พอตื่นขึ้นมา เขาออกมาเดินหามัดไหม เห็นเธอควบม้าอย่างสง่างามเข้ามา มัดไหมถามเขาว่าทำงานเสร็จแล้วหรือ รามิลถอนใจจะทักทายอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ได้ไหม  มัดไหมจึงถามว่าทานข้าวหรือยัง รามิลตอบ

ว่ายัง หิวมากด้วย มัดไหมจึงทำอาหารง่ายมานั่งกินที่ริมน้ำตก

รา มิลนึกสนุกดึงมัดไหมลงเล่นน้ำ   ทั้งคู่เปียกปอนอยู่ในน้ำ ใกล้ชิดกันจนรามิลเผลอจะจูบ  มัดไหมปล่อยใจไม่ขัดขืน  แต่แล้วรามิลเปลี่ยนใจเป็นจูบหน้าผากเธอแทน   มัดไหมคิดว่ารามิล

จะบอกรัก แต่เขากลับชวนเธอกลับ เพราะกลัวภัครมัยเป็นห่วง

กลับมาอยู่คนเดียวในห้อง มัดไหมตำหนิตัวเองที่เผลอปล่อยใจเคลิ้มไปกับรามิล เธอแต่งหน้าเป็นภัครมัย รามิล

มาเคาะเรียกเพราะติ๋มบอกว่าเธอป่วยจึงทานอาหารบนห้อง...
ตอนที่ 9

รู้สึกตัวว่าไม่สบายจึงต้องโกหกรามิลว่าเล่นน้ำกับเด็กบนดอยมากไปหน่อย   ภัครมัยขอนอนพัก   รามิล

เป็นห่วงเข้ามาดูแลและชวนคุยถามว่าเคยคิดจะทำศัลยกรรมหน้าบ้างไหม   ภัครมัยเริ่มร้องไห้หาว่ารามิล

รังเกียจที่เธอหน้าเละ   รามิลเข้าไปกอดขอโทษและจูบ

ที่ หน้าผากเธอเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้รังเกียจเธอ ทำให้ภัครมัยมั่นใจว่ารามิลเทกแคร์ผู้หญิงแบบนี้ทุกคนไม่ใช่แค่มัดไหมที่ พิเศษกว่าใคร

เมื่อติ๋มบอกว่ามัดไหมออกไปซื้อยาให้ภัครมัย รามิล จึงนั่งรอหน้าบ้านจนหลับไปยันเช้า มัดไหมออกมาพบยืนมองด้วยความหนักใจ แล้วปลุก "นี่คุณ ตื่นได้แล้ว มานอนทำอะไรตรงนี้"

"ก็รอเธอน่ะสิ ทำไมกลับมาเช้าป่านนี้ล่ะ ไปไหนมา"

มัดไหมตอบว่าเธอกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ไม่เห็นเขา และวันนี้เธอมีธุระต้องไปทำที่กรุงเทพฯ เขาจะไปกับเธอไหม

รา มิลยังไม่อยากกลับบ้านจึงบอกว่าเขาจะรอเธอที่นี่...ส่งมัดไหมแล้ว รามิลเดินมาเจอติ๋มจึงถามถึงภัครมัย ติ๋มงงว่าคนไหน พอนึกได้จึงบอกว่าไปโรงพยาบาลในตัวจังหวัดตั้งแต่เช้ามืด รามิล

แปลกใจทำไมไม่บอกกันบ้าง

ติ๋ม ถอนใจ แล้วตัดสินใจถามรามิลว่าชอบมัดไหมหรือภัครมัย รามิลชะงักไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะตัวเองยังจัดการตัวเองไม่ได้ จึงทำเป็นเอ็ดติ๋มอย่ายุ่งเรื่องเจ้านาย...

ดนุพันธ์ยังเศร้าเพราะอก หัก จึงนั่งดื่มคนเดียวจนเมา พิมมาดามาเจอดีใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดเขา เผอิญนาตาชาโทร.หาเพราะเธอไปหาซื้อแหวนแบบที่โยนทิ้งไปไม่ได้จึงจะขอโทษเขา แต่พิมมาดาแกล้งกดสายทิ้งทำให้นาตาชาเข้าใจว่าดนุพันธ์โกรธเธอจนไม่รับ สาย...

ครุ่นคิดเรื่องดนุพันธ์จนทำให้นาตาชาเหม่อลอย แม็ตตี้ขับรถมาจอดข้างๆยังไม่รู้สึกตัว   ระหว่างที่แม็ตตี้ถ่ายแบบ

นาตาชายืนมองแบบเหม่อลอยจึงไม่ทันเห็นแหวนที่นิ้วแม็ตตี้

จน วายซีขอว่าเซตใหม่ให้ช่วยถอดแหวน แม็ตตี้จึงฝากแหวนกับนาตาชา พอเธอเห็นแหวนก็ตะลึง รอที่จะถามแม็ตตี้หลังถ่ายแบบเสร็จ...พอเสร็จงาน อภิชาตชวนแม็ตตี้และทีมงานปาร์ตี้ต่อ แต่ แม็ตตี้ขอตัวเพราะรู้ว่ารามิลรออยู่ที่ไร่ นาตาชารอแม็ตตี้อย่างใจจดใจจ่อ พอแม็ตตี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จมาขอแหวนจากเธอ ก็ถามทันที "แหวนนี้เธอได้มายังไง"

"ตอบก็ได้ แต่ขอแหวนก่อนได้มั้ยล่ะ"

นาตาชาไม่ยอมให้จนกว่าจะบอกก่อน   แม็ตตี้แปลกใจว่านาตาชาเป็นอะไรดูเครียดและจริงจังมาก "หนูนา ทำไมทำแบบนี้ล่ะ นี่มันแหวนฉันนะ"

"ตอบมาก่อน พี่เรให้ใช่มั้ย"

แม็ตตี้ไม่อยากบอก นาตาชาจึงว่า "ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมต้องหวงขนาดนี้ด้วย นึกว่าฉันไม่รู้จักเธอรึไงมัดไหม"

"แล้วทำไมเธอต้องอยากได้แหวนของฉันด้วยล่ะ เอาคืนมา" แม็ตตี้แย่งแหวน

แต่นาตาชาไม่คืน ให้ตอบมาก่อนว่ารามิลให้ใช่ไหม แม็ตตี้โกรธ "เออใช่ แล้วจะทำไม"

"ถ้าพี่เรให้ก็แปลว่ามันเป็นแหวนของฉันน่ะสิ"

แม็ตตี้ตกตะลึง นาตาชาเล่าเรื่องแหวนดนุพันธ์ที่เธอปาทิ้ง แม็ตตี้ไม่อยากเชื่อ นาตาชาจึงให้ไปถามรามิลดู...

ไฟ ในห้องรับแขกบ้านไร่เปิดขึ้นอย่างสวยงาม เมื่อรามิล เห็นมัดไหมกลับมา เขาตกแต่งโต๊ะอาหารและประดับประดาดอกไม้สวยงามไว้รอเธอ และไวน์แดงรินพร้อมเสิร์ฟ แต่พอ

มัดไหมเดินเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธ เธอปาแหวนใส่เขา รามิลงง มองแหวนที่หล่นแล้วเอ็ด

"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าถอด"

มัด ไหมถามว่าเอาแหวนนี้มาจากไหน รามิลตอบว่าเตรียมไว้ให้เธอ มัดไหมยิ่งโกรธถามเสียงดังอีกครั้ง รามิลจึงยอมบอกว่าเก็บได้ที่บ้าน มัดไหมเสียใจผิดหวังอย่างมาก

"เอามันกลับไปคืนน้องสาวคุณซะ แล้วไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก"

"ไหม ฉันขอโทษ อย่าโกรธเลยนะ นะ ตอนนั้นฉันก็แค่นึกสนุกอยากเล่นเกมกับเธอ ไม่คิดว่ามันจะทำร้ายจิตใจเธอขนาดนี้"

"คุณดูถูกความรู้สึกของฉันมาก ไปซะ...อย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าคุณอีกเลย" มัดไหมเดินออกไป ปล่อยให้รามิล

รู้สึกผิดอยู่คนเดียวจนต้องเก็บของกลับกรุงเทพฯ...

คืน นั้น...นาตาชาอยู่ร่วมปาร์ตี้กับทีมงาน แต่ยังเศร้าไม่หาย เผอิญพิมมาดาประคองดนุพันธ์เข้ามาในร้านเดียวกัน ท่าทางสนิทสนมกันมาก นาตาชาทนต่อไปไม่ไหว เข้าไปดึง

ดนุพันธ์จากพิมมาดาแล้วลากออกไปบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกัน

ออกมาหน้าร้าน นาตาชาถามดนุพันธ์ว่าทำไมต้องควงพิมมาดาประชดเธอด้วย

"ประชดเหรอ คนอย่างพี่ไม่มีหน้าจะไปประชดใครหรอก พี่มันคนไร้ค่า...พี่แค่เปิดใจมากขึ้นเท่านั้นเอง"

นาตาชาโวยว่าจะเปิดใจกับใครเธอไม่ว่า แต่ต้องไม่ใช่

พิม มาดา เพราะไม่เหมาะกับเขา ดนุพันธ์บอกว่าเขารู้จักพิมมาดามากกว่าเธอ นาตาชาโกรธและน้อยใจ ให้เขาเลือกระหว่างเธอกับพิมมาดา ดนุพันธ์ถามว่าทำเขาเจ็บแค่นี้ยังไม่พออีกหรือ

"ถ้าพี่เลือกหนูนาพี่ จะต้องกลับไปเจออะไร ความเฉยชา ความเจ็บปวดแบบเดิมที่หนูนาทำกับพี่มาตลอดสิบกว่าปีน่ะเหรอ หนูนาจะทำแบบนี้ทำไม จะให้พี่กลับไปทำไม"

นาตาชาร้องไห้ถามเขาอีก ครั้งว่าจะเลือกใคร ดนุพันธ์ บอกเธอว่าเขาจะไม่อยู่ในเงื่อนไขอะไรของเธออีกแล้วเดินกลับเข้าร้านไป ปล่อยเธอร้องไห้โฮรำพัน "หนูนาขอโทษๆ..."

กลับเข้ามาในร้าน ดนุพันธ์เห็นอภิชาตกำลังก้อร่อก้อติก พิมมาดาอยู่ เขาเข้ามาชวนเธอกลับ อภิชาตเคืองที่เป็นดนุพันธ์

มาแย่งผู้หญิงของเขาอีกแล้ว

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น มัดไหมยืนมองดอกไม้และคราบเทียนที่ละลายบนโต๊ะอาหารอย่างสะเทือนใจ ติ๋มเข้ามาบอกว่ารามิลตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อเธอ ออกไปหาซื้อดอกไม้

มา จัดด้วยตัวเอง มัดไหมเสียใจ ประจวบกับอาการป่วยจึงรู้สึกหน้ามืด ติ๋มตกใจเข้าประคองจึงรู้ว่าเธอตัวร้อนจี๋รีบพาไปนอนแล้วตามหมอมาดูอาการ

รา มิลเอาแหวนมาคืนให้นาตาชา แล้วถามว่าเจอกับมัดไหมได้อย่างไร นาตาชารีบแก้ตัวว่าบังเอิญเจอกัน ท่าทางนาตาชาอิดโรยตาบวมจนรามิลต้องถามว่าเป็นอะไร เธอตอบว่าอกหัก รามิลมองน้องสาวแล้วบอกว่า เขาก็เหมือนกัน...การที่รามิลเสียใจเรื่องมัดไหมจนไม่มีใจทำงานยิ่งเปิด โอกาสให้อิทธิพลทำงานของตัวเองได้ง่ายขึ้น

"โชคเข้าข้างฉันเสียจริงๆไอ้รามิลเอ๊ย...อีกไม่นานแกจะต้องกระอักออกมาเป็นเลือดแน่"

รามิลมาคุยกับดนุพันธ์เพื่อถามว่ามีปัญหาอะไรกับนาตาชา แต่กลับกลายเป็นปรับทุกข์เรื่องผู้หญิงเข้าใจยากจริงๆ...เป็นโอกาสของอัจฉรา วดีที่ได้ดึงรามิลมาสานต่อความสัมพันธ์ จนรามิลเกือบหลวมตัวติดเบ็ดของอัจฉราวดี โชคดีที่ติ๋มโทร.มาขัดจังหวะ บอกรามิลว่ามัดไหมไม่สบายเขาจึงได้สติ "อัจ...เรื่องระหว่างเรามันไม่มีวันเป็นไปได้หรอก  ผมขอให้อัจโชคดีละกันนะ"

รา มิลขับรถอย่างเร็วมาที่ไร่มนตรา พบหมอที่มาดูอาการพอดี มัดไหมยังไม่ได้สติ หมอบอกว่าเธอเป็นไข้หวัดใหญ่ ฉีดยาให้แล้ว ต้องนอนพักและดื่มน้ำมากๆ ทานยาตามที่กำหนดและให้ป้องกันการติดต่อด้วย รามิลแปลกใจที่มัดไหมทำไมมานอนห้องภัครมัย ติ๋มรีบแก้ตัวว่ามัดไหมมาเป็นลมที่ห้องนี้ และภัครมัยก็ไม่ว่าอะไร

รา มิลมองมัดไหมที่หลับเหมือนเด็กๆ เขาดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เธออย่างห่วงใย มัดไหมเพ้อต่อว่าเขาเป็นคนใจร้ายตลอดทั้งคืน รามิลถอนใจที่หลับยังคิดเรื่องเขาอีก...

เช้าวันรุ่งขึ้น  มัดไหมตื่นมารู้สึกว่ามีมือหนึ่งจับมือเธอไว้ พอมองไปก็เห็นรามิลฟุบหลับอยู่ข้างๆจึงค่อยๆดึงมือออก รามิลรู้สึกตัวลุกขึ้นถามอาการด้วยความเป็นห่วง มัดไหมเมินหน้าไม่อยากคุยด้วย รามิลแขวะทำเป็นไม่คุย ทีเมื่อคืนเรียกหาเขาทั้งคืน มัดไหมไม่อยากเชื่อ รามิลเอาผ้าปิดปากอนามัยปิดปากมัดไหม แล้วบอกว่าหมอสั่งไม่ให้แพร่เชื้อ...รามิลพยุงมัดไหมมานั่งสูดอากาศที่ ระเบียง มัดไหมยังโกรธเรื่องแหวน

"ฉันขอโทษแล้วไง เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่ เธออยากได้กี่วงว่ามา"

"หยุดพูดถึงแหวนงี่เง่าซักที ฉันไม่ได้อยากได้แหวน คุณน่ะไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

รา มิลขอโทษแต่มัดไหมว่าความรู้สึกมันเสียไปแล้ว เรียกคืนไม่ได้ รามิลขอให้สร้างขึ้นมาใหม่ มัดไหมไม่ต้องการ รามิลจึงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มัดไหมไม่สนใจจะเดินหนีแต่เกิดหน้ามืด รามิลรีบลุกขึ้นประคองเธอไว้ในอ้อมแขน เขามองหน้าเธอซึ้งๆแล้วอดใจไม่ไหว เขาจูบเธอผ่านผ้าปิดปาก แต่มัดไหมก็รับรู้ถึงอารมณ์วาบหวิวนั้นได้

"ฉันขอโทษจริงๆ  ฉันไม่ได้ดูถูกความรู้สึกของเธอ ตอนนี้เธอรู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันรู้สึกอะไร"

"อย่า ทำแบบนี้กับฉัน ทั้งๆที่คุณก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว" มัดไหมเห็นรามิลอึกอักก็เสียใจ "คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนใช่มั้ย ถ้าคุณจะซื้อใจใคร คุณจะทำแบบนี้กับเธอใช่รึเปล่า"

"เปล่า...มันไม่เหมือนกัน"

มัด ไหมให้เขาพิสูจน์ด้วยการไปถอนหมั้น รามิลลำบากใจ มัดไหมยิ่งว่ารามิลเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว รามิลไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับชีวิตและความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน...รามิ ลนั่งกลุ้มใจอยู่ที่เดิม มัดไหมแต่งเป็นภัครมัยมาคุยด้วย เขาจึงถามเธอว่าคนเราควรแต่งงานกันเพราะความรับผิดชอบหรือความรัก เธอย้อนถามว่าเขาเห็นอันไหนสำคัญกว่ากัน...นั่นแหละปัญหาของเขา

"พี่กำลังจะบอกน้องทางอ้อมว่าพี่จะแต่งงานเพราะความรับผิดชอบเหรอคะ"

รา มิลอึกอักอ้อมแอ้มตอบว่าเราควรจะรู้จักกันให้ดีพอก่อน ไม่ควรรีบร้อนแต่ง ภัครมัยทำเป็นร้องไห้เสียใจคิดว่าเขาอยากยกเลิกการแต่งงาน รามิลรีบปลอบว่าไม่ใช่อย่างนั้น...

กลับเข้าห้อง มัดไหมหงุดหงิดที่รามิลไม่บอกยกเลิกการแต่งงานกับภัครมัย ติ๋มแปลกใจถามว่าทำไมต้องโกรธ จะหึงตัวเองไปทำไม มัดไหมชะงัก มันก็จริงแต่เธออยากให้เขาตัดสินใจไปเลยไม่ใช่ทำตัวเจ้าชู้แบบนี้

ooooooo

ขณะ ที่ดนุพันธ์กำลังทำงานกับเอกสารกองโตบนโต๊ะอย่างไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ นาตาชาบุกมาถึงห้องทำงาน เพื่อขอโทษที่ทำกิริยาไม่ดีกับเขาเมื่อวานนี้ ดนุ-พันธ์ไม่ใส่ใจ เขามีงานยุ่งมากพอแล้ว นาตาชายิ่งน้อยใจ ขอเวลาเพียงสองสามนาที

"หนูนา...เวลาของพี่ทั้งชีวิตพี่ยกให้หนูนาไป หมดแล้ว หนูนายังจะเอาอะไรอีก หัวใจทั้งหมดพี่ก็ให้หนูนาไปหมดแล้ว หนูนายังต้องการอะไรจากพี่อีก  พี่ไม่รู้จะเอาจากไหนมาให้หนูนาแล้วนะ"

"ก็หนูนาขอโทษไง  หนูนาก็ไม่รู้จะขอโทษพี่ตนุยังไงแล้วเหมือนกัน  หนูนาก็ทำได้แค่นี้"

ดนุ พันธ์บอกนาตาชาไม่ผิดอะไร แค่ไม่รักเขาเท่านั้นเอง นาตาชาขอให้เขากลับมาเหมือนคนเดิมอย่าเฉยชา เธอทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต ดนุพันธ์ขอเวลาเขาทำใจ เขาไม่สามารถฝืนยิ้มได้ เธอจึงถามว่าเขามีคนใหม่แล้วใช่ไหม

"หนูนาอย่าเอ่ยถึงบุคคลที่สาม โดยไม่รู้ความจริงอะไรเลย"

"แล้วพี่ตนุไปปกป้องเค้าทำไมล่ะ คนที่พี่ตนุต้องปกป้องต้องเป็นหนูนาสิ"

"ทำไมหนูนาถึงเห็นแก่ตัวแบบนี้นะ พี่ไม่อยากคุยกับหนูนาแล้วล่ะ" ดนุพันธ์จะเดินไป

นา ตาชาโผกอดดนุพันธ์จากด้านหลังร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ "หนูนาขอโทษ พี่ตนุอย่าเฉยชากับหนูนาแบบนี้ได้มั้ย หนูนากลัว กลัวว่าต่อไปนี้ในชีวิตหนูนาจะไม่มีพี่ตนุอีกแล้ว"

ดนุพันธ์น้ำตาไหล เขาจับมือนาตาชาที่โอบเอวเขาจึงสัมผัสกับแหวนที่นิ้วนางเธอ เขาหันมาหาเธอด้วยน้ำตานองหน้า "คนที่ทนไม่ได้คือพี่ต่างหาก...เมื่อไหร่จะเลิกขี้แยเนี่ยเรา"

นาตา ชายิ้มทั้งน้ำตา  ดนุพันธ์ถามตกลงเราจะเป็นอะไรกัน นาตาชาตอบว่าคนที่ดูใจกัน  ดนุพันธ์ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างเข้าใจกัน...

คืนนั้น รามิลแวะมาดูภัครมัยที่ห้อง มัดไหมยังไม่ทันแต่งหน้าเป็นภัครมัยจึงนอนเอาผ้าปิดหน้าไว้ทำเป็นหลับ รามิลมองดับไฟให้แล้วเดินออกไป...มัดไหมนึกได้ว่าเขาอาจไปที่ห้องเธออีกก็ ได้  จึงรีบแอบย่องออกจากห้อง  คลานผ่านหลังรามิลไปที่อีกห้อง ทำเป็นนอนหลับเช่นกัน รามิลเปิดประตูเข้ามายืนมองมัดไหม แล้วเอามืออังที่หน้าผากดูว่าไข้ลดหรือยัง แล้วอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ใบหน้า  ดวงตา  และริมฝีปากเธออย่างอ่อนโยน ถอนใจแล้วกลับออกไป มัดไหมลุกขึ้นนั่งไม่พอใจ "ฉันจะเอายังไงกับคุณดีเนี่ย เที่ยวเดินหว่านเสน่ห์ไปทุกห้อง ดีนะที่ปลอมตัวแค่สอง"

วันรุ่งขึ้น มัดไหมจัดกระเป๋าเสื้อผ้าจะเข้ากรุงเทพฯ รามิลเป็นห่วงขอตามไปด้วย มัดไหมไม่สนใจ เขาจึงชวนเล่นเกม "ระหว่างเรา ใครงอนครบสามครั้งก่อนแพ้ คนที่ชนะจะสามารถขออะไรก็ได้"

"ตั้งกติกาให้ตัวเองชนะอย่างเดียวเลยนี่"

"นั่นไง...แปลว่างอนจริงๆด้วย นับเป็นครั้งที่หนึ่ง"

มัด ไหมโวยว่าเธอไม่ได้เล่นด้วย รามิลท้าว่ากลัวแพ้ มัดไหมโกรธจึงบอกว่าเธอกลัวว่าชนะแล้วจะขออะไรจากเขาดี... ระหว่างที่รามิลขับรถไป เขาถามมัดไหมว่างอนเขาเรื่องอะไรมัดไหมฮึดฮัดไม่ได้งอน รามิลบ่น "ทำไมผู้หญิงเวลางอนต้องบอกว่าไม่ได้งอนทุกทีเลย"

"จ้า พ่อคาสโนว่า รู้จักหญิงดีไปหมด"

รามิลว่าเขาเลิกหมดแล้ว และแนะนำว่าผู้ชายเจ้าชู้ดูง่ายจะตาย สังเกตจากโทรศัพท์ "วันๆฉันอยู่กับเธอมีคนโทร.มาหาที่ไหน มีแต่เรื่องงานทั้งนั้น เปิดสปีกเกอร์โฟนคุยยังได้"

ไม่ทันไร มือถือเขาดังขึ้น รามิลหยิบมาดูเห็นว่าเป็นอัจฉราวดีก็มองหน้ามัดไหมเจื่อนๆแล้วบอกว่าเขาลืม เอาบลูทูธมา ไม่ควรคุยโทรศัพท์เวลาขับรถ มัดไหมรู้ทันเสียงเขียวบอกให้เปิดสปีกเกอร์โฟนคุย...เสียงอัจฉราวดีเจื้อย แจ้วมาทันที "ว่าไงคะที่รัก...มีเวลาคุยกับอัจรึเปล่า"

รามิลรีบ บอกว่าไม่สะดวกคุยขับรถอยู่  อัจฉราวดีสวนมาทันที "...แค่จะโทร.ถามว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่คะ คืนก่อนที่โรงแรมยังไม่ถึงใจเลยนะ"

รามิลเห็นมัดไหมมองตาเขียว รีบตอบไปว่า "เอ้อ...อัจจ๊ะ ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องระหว่างเราน่ะ"

อัจฉรา วดีแทรกขึ้นมาไม่ให้รามิลพูดต่อ เธอพูดยั่วยวนให้มาต่อความสัมพันธ์กันให้จบ  แถมส่งจูบเสียงดังก่อนวางสาย รามิลกลืนน้ำลายเอื๊อกรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา...รถจอดริมถนน รามิลพยายามง้อมัดไหมให้หายโกรธ "โอเค ฉันขอโทษส่วนที่ฉันทำผิด ผู้ชายน่ะมันก็ต้องมีพลั้งเผลอไปบ้าง แต่ฉันกับอัจ เราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆนะ"

มัดไหมเผลอวีน "ไม่มีประสาอะไร เค้าถึงได้ติดใจโทร.มาตามอีกน่ะ ฉันฟังคำโกหกของคุณมามากพอแล้ว"

รา มิลขอโทษและยืนยันว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับอัจฉราวดีจริงๆ แต่มัดไหมไม่ยอมฟังจะเรียกรถแยกตัวไปเอง เธอโกรธจนไม่ทันมองว่ามีรถแล่นมาเร็ว รามิลเข้ารวบตัวเธอหลบล้มกลิ้งไปข้างทาง หญ้าติดหัวหู หน้าตามอมแมม พอลุกขึ้นมาเห็นหน้ากันก็หัวเราะกันครืน...ทั้งสองมาแวะร้านอาหาร ล้างเนื้อตัวแล้วนั่งทานข้าว รามิลท้วงว่ามัดไหมงอนเขาสองครั้งแล้ว เธอแย้งว่าไม่ได้งอน รามิลจึงบอกว่าไม่งอนแสดงว่าหึง มัดไหมโกรธ

"เรา ไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันไม่หึงคุณหรอกอย่ามาหลงตัวเองน่า...ฉันขอโทษก็ได้ ที่ฉันหงุดหงิดจนพาลทั้งที่คุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เราอาจจะอยู่ใกล้กันเกินไป"

"แล้วแบบนี้มันไม่ดีรึไง"

"ไม่ดี หรอก มันจะทำให้เรายิ่งลำบาก ฉันไม่อยากทำงานนี้แล้ว ฉันว่าเรามายกเลิกสัญญาปลอมๆนี่ดีมั้ย เรื่องเงินที่ฉันเอามาก่อน ฉันจะหามาคืนให้"

"ทำไมเธอต้องตอกย้ำเรื่องสัญญานี่ตลอดเวลาเลยด้วย ฉันไม่สนสัญญาบ้าๆนี่หรอก ฉันสนความรู้สึกที่มันกำลังเป็นอยู่มากกว่า...เธอคิดว่ามันแค่สัญญาเหรอ มันไม่ใช่ตั้งนานแล้ว"

ดูท่ารามิลโกรธจริง มัดไหมรู้สึกลำบากใจมากขึ้น ขอตัวแยกไปเอง รามิลจึงบอกว่าเขาจะรอรับกลับ...รามิลเรียกดนุพันธ์มาคุยที่ร้านกาแฟ เห็นหน้าตาเพื่อนสดใสขึ้นจึงถามว่า ทำอย่างไรให้นาตาชาใจอ่อนได้   ดนุพันธ์ตอบว่าเขาเองก็ยังงงๆอยู่

"แล้วแกล่ะ กับผู้หญิงคนใหม่เนี่ย เห็นติดแจไม่พามาแนะนำกันบ้าง"

"ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลยว่ะ" รามิลทำหน้าเซ็ง

"เฮ้ย...มีคำพูดแบบนี้หลุดมาจากปากรามิลได้ไงวะ อย่างแกนี่นะจะไม่คืบหน้าไปไหน ปกติไวปานจรวด"

"เคย มั้ยวะ ที่เจอผู้หญิงแบบที่...เราไม่อยากจะแตะต้องเขา   ไม่อยากให้เขาต้องมาแปดเปื้อนกับอะไรไม่รู้ที่มันอยู่ในใจเรา ไม่อยากให้เป็นความสัมพันธ์แค่ประเดี๋ยวประด๋าว อยากจะดูแลเค้าไปนานๆอะไรแบบนี้ ฉันไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลยว่ะ"

"แกรักเค้าแล้วว่ะเพื่อน"

"โคตรน่ากลัวเลยเนอะความรักเนี่ย ฉันว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย"

"ก็แกเคยรักใครซะที่ไหน ไม่ต้องกลัวหรอกเว้ย ปัญหามีไว้ให้แก้ ค่อยๆแก้ไป"

รามิลยิ่งเซ็งเพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา แต่มันอยู่ที่มัดไหมต่างหาก...

ooooooo

วัน นี้มัดไหมต้องเป็นแม็ตตี้ มาเลือกภาพที่จะใช้ขึ้นปก เธอเหม่อลอยจนนาตาชาต้องคอยสะกิด เสร็จงานนาตาชาจึงพาเธอมานั่งคุยในร้านกาแฟ แต่แล้วแม็ตตี้กลับต้องปวดหัวมากขึ้นเมื่อพบรามิลกับดนุพันธ์ ในร้าน นาตาชาจึงดึงดนุพันธ์ออกไปปล่อยให้แม็ตตี้กับรามิลคุยกัน

รามิลเห็น ท่าทางหนื่อยๆของแม็ตตี้จึงลองแตะหน้าผากดู เห็นตัวรุมๆจึงเตือนให้ทานยา แม็ตตี้ยิ่งหงุดหงิดใจที่เขาช่างดูแลผู้หญิงทุกคน เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พูดเตือนสติตัวเอง

"ใจเย็นนะมัดไหม อย่าอินอะไรให้มันเกินเหตุ เราตั้งใจมาปั่นหัวเขาไม่ใช่ให้เขามาปั่นหัวเราเล่นแบบนี้...ทำไมคุณเป็นคน แบบนี้นะ ฉันต้องทำอะไรกับคุณซักอย่างแล้ว..."

กลับมาแต่งเป็นมัดไหม แล้วเดินควงวายซีผ่านร้านให้รามิลเห็น รามิลแทบคลั่งเห็นมัดไหมกอดแถมหอมแก้มกันกับวายซี เขาปรี่ไปกระชากมัดไหมจากวายซี มัดไหม ทำเป็นตกใจแล้วบอกว่าวายซีชวนเธอไปเป็นดารา เธอเห็นว่าดีจะได้หาเงินมาคืนเขาเร็วๆ

"แค่เค้าบอกจะพาไปเป็นดาราก็ ใจง่ายยอมทุกอย่างเลยรึไง ทำไมเป็นคนแบบนี้ เค้าอาจจะหลอกเธอก็ได้" รามิลลากมัดไหมมากระซิบและไม่อนุญาตให้เธอไปเป็นดารา "...ฉันไม่ให้เธอไปทำงานให้ใครทั้งนั้น เธอต้องทำงานให้ฉันคนเดียวเท่านั้น"

มัด ไหมว่าเธอบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่รามิลไม่ยอมและลากเธอกลับบ้าน มัดไหมหันมาแอบยิ้มให้วายซี วายซีโบกมือให้แล้วทำหน้าเศร้าที่ต้องยอมรับว่าตัวเองอกหัก....รามิล พามัดไหมกลับมาที่ห้องโรงแรมที่เคยพัก บอกเธอว่าต้องนอนที่นี่ เพราะพรุ่งนี้เขาจะพาเธอไปบ้านเขา

"ฉันจะต้องให้ที่บ้านยอมรับเธอให้ได้ เพราะฉันไม่ยอมให้เธอไปทำแบบนั้นกับผู้ชายคนไหนอีก" รามิลยังโกรธที่มัดไหมไปกอดกับวายซี

"อย่ามาทำหวงก้างน่า ระหว่างเรามันเป็นก็แค่สัญญาปลอมๆ..." มัดไหมพูดไม่ทันจบ

รา มิลดึงเธอมาจูบทันที มัดไหมตกตะลึงผลักเขาออกแล้วถามว่าทำอะไร รามิลว่าทำไมต้องหวงตัวทีกับวายซียังหอมกันได้ มัดไหมเถียงว่ามันไม่เหมือนกันนั่นมันธรรมเนียมฝรั่ง

"ไม่รู้ล่ะ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนี้กับเธออีก แล้วฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดเรื่องสัญญานั่น ไม่งั้นฉันจะทำแบบที่ทำเมื่อกี๊ แล้วต่อไปจะมากกว่านี้ด้วย"

"ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนเห็นแก่ตัว ทีคุณเที่ยวไปหว่านเสน่ห์กับใครไปทั่ว ฉันยังไม่ว่าอะไรคุณซักคำเลย"

"ก็ว่ามาสิ ว่ามาเลย แค่เธอบอกคำเดียวให้ฉันหยุด ฉันจะหยุด"

มัด ไหมอึ้งกับคำพูดของรามิล "ฉันว่า...ฉันไปอาบน้ำก่อนดีกว่า"...มัดไหมวิ่งเข้าห้องน้ำล้างหน้า  พูดกับตัวเองในกระจก...แค่เขาบอกให้เธอหยุดเธอก็จะหยุด...มัดไหมเริ่มกลัวใจ ตัวเอง

ออกจากห้องน้ำ มัดไหมเห็นรามิลยังนั่งโกรธจึงชวนต้มมาม่ากินเพราะเธอหิว รามิลนิ่งไม่ตอบแต่ท้องกลับร้องเสียงดัง...สุดท้ายทั้งสองก็ทานมาม่าร่วม กัน...

ooooooo
ตอนที่ 10

วันนี้ รามิลได้พบกับแม็ตตี้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ทั้งสองนั่งคุยกันในร้านอาหาร รามิลเปรยๆความทุกข์ของเขาให้เธอฟังเพราะเห็นว่าเธอหน้าตาเหมือนมัดไหม แม็ตตี้เผลอพูดจากระทบกระเทียบเพราะมันทรมานใจที่ต้องมาเป็นที่ปรึกษาให้เขา เรื่องของตัวเอง

พอแยกกัน แม็ตตี้ถือของมาที่ลานจอดรถคนเดียว ถูกคนร้ายกระชากกระเป๋า เธอต่อสู้จนวิกผมหลุดและโดนตุ๊ยท้อง จุกลงไปกอง รามิลวิ่งมาช่วยยังไม่เห็นว่าเป็นใคร ชกต่อยกับคนร้ายจนแย่งกระเป๋าคืนมาได้ แต่คนร้ายหนีขึ้นรถที่วิ่งมารับแล้วชนเขากระเด็นไป แม็ตตี้ตกใจเข้ามาประคอง รามิลปรือตามองเห็นหน้ามัดไหมก่อนจะสลบไป

มัด ไหมร้องไห้เกาะเตียงที่เข็นรามิลเข้าห้องฉุกเฉิน เธอรอหน้าห้องอย่างกระวนกระวายอยู่นาน กว่าหมอจะออกมาบอกว่ารามิลปลอดภัยแล้วแต่สมองได้รับความกระทบกระเทือน ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ มัดไหมเผลอต่อว่าหมอทันที "หมอก็พูดได้ ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่คนใกล้ตัวหมอนี่ หมอก็พูดได้สิ ลองมาเป็นฉันบ้างมั้ยล่ะ"

หมอ ยืนงงที่โดนต่อว่า...พยาบาลย้ายรามิลไปห้องพัก มัดไหมเฝ้าดูอาการเขา เธอรำพึง "เพื่อผู้หญิงทุกคน คุณต้องยอมเจ็บตัวขนาดนี้เลยเหรอ แล้วอะไรมันคือความพิเศษที่ฉันได้ อะไรที่บอกว่ามัดไหมไม่ใช่แค่ผู้หญิงอีกคนที่คุณปั่นหัวเล่น อะไร..."

รามิลรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นหน้ามัดไหมเบลอๆ เขาจับมือเธอพึมพำก่อนจะหลับไปอีกเพราะฤทธิ์ยา "มัดไหม...เธอกลับมาแล้ว อย่าไปไหนอีกนะ"

มัด ไหมมองรามิลยิ่งหนักใจ...เธอออกมาเซ็นเอกสารเรื่องค่ารักษาพยาบาล เผอิญอัจฉราวดีถูกสุนัขกัดมารักษาที่ โรงพยาบาลนี้ เดินกะเผลกมาเห็นมัดไหมจึงตามดูว่ามาทำอะไรที่นี่ เธอเห็นมัดไหมกดเอทีเอ็มแล้วขยำสลิปโยนทิ้ง จึงรีบไปเก็บมาดูแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นยอดเงินคงเหลือเป็นหลักล้าน "นี่แกปอกลอกเรได้ขนาดนี้เลยเหรอ คอยดูเถอะฉันจะแฉให้หมด"

อัจฉราวดี เชื่อเช่นนั้น รีบมาเล่าให้พลอยไพลินฟัง พลอยไพลินมีใจกับรามิลเช่นกัน จึงนัดดนุพันธ์มาหวังเลียบเคียงถามเรื่องของมัดไหม "ฉันรู้นะคะว่ามัดไหมคือคนที่รามิลจ้างมาเป็นแฟน แล้วก็เป็นคนใช้จนๆอยู่ต่างจังหวัด"

ดนุพันธ์ตกใจเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน พลอยไพลินเตือนว่า   ถ้าไม่บอกเรื่องนี้กับเธอก็ให้ระวังอัจฉราวดีเพราะคงกัดไม่ปล่อย...

รา มิลรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นพยาบาลกำลังจัดยาอยู่ จึงลำดับเหตุการณ์แล้วถามว่าใครพาเขามาที่นี่ พยาบาลตอบว่าแฟนเขาและยังเฝ้าเขาทั้งคืน รามิลดีใจคิดว่าเป็นมัดไหม แต่แล้วคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นแม็ตตี้ พยาบาลบอกว่าคนนี้เป็นคนพาเขามา รามิลทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย แม็ตตี้เห็นสีหน้าจึงถามเขาว่าอยากให้เธอโทร.บอกที่บ้านไหม รามิลส่ายหน้า...

ขณะที่แม็ตตี้เดินอยู่ในโรงพยาบาล รามิลโทร.เข้ามือถือ เธอรีบตัดสายทิ้งเพราะขณะนี้เธอเป็นแม็ตตี้ไม่ใช่มัดไหม รามิล เสียใจเข้าใจว่ามัดไหมยังโกรธไม่ยอมรับสายเขา

ดนุพันธ์รีบมาบอก เรื่องที่รู้จากพลอยไพลินให้นาตาชา ฟัง เธอจึงต้องเล่าความจริงทั้งหมด และหนักใจเพราะรู้ฤทธิ์อัจฉราวดีดี ทั้งสองกลับมาปรึกษาแม่แก้ว

ooooooo

ยัง คงแต่งเป็นแม็ตตี้ดูแลรามิลที่โรงพยาบาล รามิลดูท่าทางเศร้าๆ แม็ตตี้เข้ามาในห้องน้ำเพื่อเตือนสติตัวเองว่าอย่าใจอ่อนเพราะรู้ว่ารามิลอย ากเจอมัดไหม รามิลเห็นแม็ตตี้อยู่ในห้องน้ำจึงโทร.หามัดไหมอีกครั้ง มือถือแม็ตตี้ที่วางอยู่ดังขึ้น เขาตะโกนบอกเธอแล้วพยายามจะลงจากเตียงมารับสายให้ทั้งที่มือถือตัวเองยัง โทร.ค้างอยู่ แม็ตตี้ออกมาแย่งรับได้ทัน เธอใจหายวาบเพราะหน้าจอขึ้นชื่อรามิลก็รีบตัดสายทิ้ง แล้วย้อนถามว่าเขาโทร.หาใครไม่พูดก่อนหรือ

รามิลเข้าใจว่ามัดไหมไม่ ยอมรับสายเขาจึงขอร้องแม็ตตี้ให้ไปส่งที่ไร่มนตรา  แม็ตตี้ขับรถมาถึงไร่  รามิลหลับมาตลอดทาง เธอมองหน้าเขาสลับกับมิสคอลที่หน้าจอมือถือของเธอ เมื่อจัดการให้รามิลเข้าที่พักเรียบร้อย แม็ตตี้กลับมาเป็นมัดไหมอยู่ในห้องของตัวเอง ติ๋มเข้ามาถามถึงแผนว่าจะทำอย่างไรต่อไป ท่าทางมัดไหมเหนื่อยๆ

"ไม่รู้เหมือนกัน มันวุ่นวายจนฉันลืมไปแล้วว่าฉันคิดแผนนี้มาเพื่ออะไรกันแน่"

ติ๋ม ถามว่าทำไมไม่บอกความจริงเสียที มัดไหมไม่รู้ เหมือนกัน เธอรู้แต่ว่ากลัวความผิด และที่สำคัญเธอกลัวใจตัวเอง แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอถอยไม่ได้ ติ๋มหนักใจแทนเจ้านาย...

พอ ปรึกษากับสามป้า พิสมัย อุมาพร และอรอุจิ ก็สรุปว่าจะต้องเช็กดูว่าอัจฉราวดีรู้จริงแค่ไหน จึงโทร.เรียกเธอมาที่บ้าน ทำทีเป็นชวนออกงานเต้นรำ ให้เธอซ้อมเต้นกับจ้อนแทนรามิลไปก่อน เพราะทั้งบ้านยังไม่มีใครรู้ว่ารามิลหายตัวไปไหน อัจฉราวดีหวังเป็นที่ยอมรับของทุกคนในบ้านจึงยอมทำทุกอย่าง สามป้าขู่และเลียบเคียงถามเรื่องที่เธอรู้มา

"ตกลงเธอก็รู้แค่เค้าเซ็นสัญญาแกล้งเป็นแฟนกัน" พิสมัยถาม

"แล้วก็สงสัยว่ารามิลจะถูกปอกลอกจากแม่คนนั้น แค่นี้ใช่มั้ย" อรอุจิถามย้ำ

อัจฉรา วดีถามว่าแค่นั้นยังไม่พอหรือ สามป้าบอกว่าไม่พอ ถ้าเธอรู้อะไรเพิ่มให้มารายงานพวกเธอ ห้ามบอกนักข่าว หรือคนอื่นเด็ดขาด พอดีมีคนโทร.มาบอกข่าวบางอย่างกับอัจฉราวดี เธอตาวาวด้วยความดีใจ...

ใน ขณะเดียวกัน ระหว่างที่รามิลหายไป อิทธิพลจัดการโอนถ่ายสินค้าไปบริษัทของตัวเอง สมุห์บัญชีหนักใจ แต่อิทธิพลสะใจ "ไอ้รามิล...ไอ้ไก่อ่อนสอนขันเอ๊ย คราวนี้แกหมดตัวแน่ๆ แล้วคนที่จะเข้าไปครอบครองหุ้นทั้งหมดจะเป็นใครล่ะ...ฮ่ะๆยัยอัจ ทีนี้แกก็ไม่ต้องไปคอยตามง้อมันอีกแล้ว แต่จะเป็นมันต่างหากที่ต้องมาคอยตามตื๊อแก..."

วันต่อมา รามิลตื่นเช้าประคองตัวเองมาที่คอกม้าเพราะอยากเจอมัดไหม แต่กลับกลายเป็นเจอภัครมัย เธอถามเขาว่าเรียกหาใครหรือ รามิลรีบปฏิเสธ ภัครมัยเห็นสภาพรามิลแผลเต็มตัวจึงแกล้งบอกว่าจะเรียกคนมาช่วยประคอง รามิลดีใจคิดว่า จะเรียกมัดไหม แต่แล้วกลับเป็นติ๋ม...พอเข้ามานั่งในบ้าน รามิล ถามหามัดไหม

"ไม่รู้ค่ะ ทำไมคุณรามิลไม่ถามคุณภัครมัยล่ะคะ" ติ๋ม ตอบปัดๆไม่อยากยุ่งเรื่องนี้แล้ว

ภัค รมัยตามเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล เธอทำแผลให้รามิลใหม่ บางทีก็เผลอกระแทกทำแรงเพราะหมั่นไส้ รามิล แปลกใจในอารมณ์ภัครมัย ติ๋มได้ยินเสียงรามิลร้องเจ็บๆแล้วเหนื่อยใจว่าคราวนี้เขาไปทำอะไรให้มัดไหม โกรธอีก...ภัครมัยทำแผลไปถามเขาว่า

"แล้วตกลงพี่เรมาที่นี่ทำไมคะ"

"ทำไมถามแบบนี้ล่ะ พูดเหมือนไม่อยากให้พี่มา"

"ปะเปล่าค่ะ แค่อยากรู้เหตุผล"

รา มิลจึงบอกว่าเขามาหาเธอ ภัครมัยยิ่งโกรธที่เขาไม่พูดความจริง เอาแต่ป้อยอ จึงบอกเขาว่าเธอต้องไปทำงานหมู่บ้านบนดอยแล้ว เขาคงอยู่เองได้ รามิลดีใจจะได้เจอมัดไหม สะดวกขึ้น...ภัครมัยกลับเข้าห้องตัวเอง มองตัวเองในกระจกอย่างเจ็บใจว่าต้องทำอะไรสักอย่างเสียที

จึงแต่ง เป็นมัดไหม แกล้งทำเป็นถูบ้านเสียงดังหน้าห้องรามิล พอเขาออกมาเห็นเธอก็ดีใจรีบเข้ามาช่วยงาน "เห็นสภาพแบบนี้  ไหวนะ  นี่ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ  นี่ฉันสภาพนี้ยังมาหาเธอถึงที่นี่เลยนะ ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่าไปโดนอะไรมา...นี่งอนครบสามครั้งแล้วนะ แปลว่าแพ้แล้ว ฉันจะขออะไรเธอดี"

"จะครบได้ไง ฉันเพิ่งงอนไปสองครั้ง อย่ามามั่ว"

"พอเรื่องแพ้น่ะ ไม่ยอมเลยนะ" รามิลทำเสียงล้อ

มัด ไหมกระฟัดกระเฟียดว่าเขาก็งอนเหมือนกัน รามิล จึงนับเป็นสามครั้งรวมตอนนี้ด้วย เพราะหายไปและไม่ยอมรับสายเขาเลย มัดไหมยิ่งโกรธว่าเธอไม่ใช่เมียเขาที่ต้องคอย รายงานว่าไปไหน พลันอัจฉราวดีส่งเสียงเข้ามา "กำลังพูดถึงอัจอยู่ใช่มั้ยคะ อุ๊ย...เรอยู่นี่จริงๆด้วย"

รามิลตกใจ   อัจฉราวดียังเดินกะเผลกอยู่เพราะถูกหมากัด  โผเข้าจะกอดเขา  รามิลเบี่ยงหลบทำให้เธอคะมำ  รามิล บอกอัจฉราวดีว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้

"อะไรคือความเป็นไปไม่ได้คะเร"

"อัจ...อย่าทำเป็นไม่เข้าใจหน่อยเลยน่า เป็นไปไม่ได้ ก็คือ พยายามเท่าไหร่ก็ไม่มีทาง"

อัจฉรา วดีจะแย้ง รามิลรีบบอกให้เธอกลับไป แต่อัจฉราวดีบอกว่ามีคนโทร.บอกให้เธอมา มัดไหมเห็นท่าไม่ดีรีบแทรก "คุณสองคนไปทะเลาะกันที่อื่นดีมั้ย ฉันไม่อยากได้ยิน"

อัจฉราวดีพานโกรธ "อัจทนไม่ไหวแล้วนะ เรเอาแต่บอกว่าเราไปกันไม่ได้ แล้วเรจะบอกว่าเรกับนังคนใช้นี่มันไปกันได้รึไง เรลองคิดดูดีๆนะว่าใครที่เป็นห่วงเร ใครที่มันพอได้ยินว่าเรอยู่ที่ไหน ไม่ว่ามันจะเจ็บตัวหรือเป็นอะไรก็จะต้องพยายามไปหาให้ได้ ใครที่คอยถามไถ่เวลาเห็นเรเป็นอะไรแค่นิดหน่อย เรไม่เคยหันดูอะไรเลย ได้แต่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ๆ"

"เอ่อ...อัจ เอาเป็นว่าผมขอโทษ แต่อย่าดึงไหมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย อัจจะแฉหรือจะทำอะไรขอให้มันเป็นเฉพาะเรื่องของผมกับอัจ"

มัดไหมงงว่าเกี่ยวอะไรกับเธอ อัจฉราวดีโกรธโผนเข้าตบ "ขืนไม่หุบปากจะโดนอีกนังคนใช้ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้แผนชั่วๆของแก"

มัด ไหมไม่นิ่งให้ตบและด่า เธอพุ่งเข้าตบอัจฉราวดี ทั้งรามิลและติ๋มต้องเข้าห้าม ติ๋มดึงมัดไหมกลับเข้าห้อง "คุณไหมไปตบกับเค้าทำไมคะ เสียเบอร์หมด"

"ก็ฟังมันพูดจาเข้าน่าหมั่นไส้จะตาย"

"เค้าพูดจาไม่ดีหรือว่าหึงกันแน่คะ" ติ๋มพูดแทงใจ

มัดไหมพูดไม่ออก ติ๋มถามว่าให้เธอโทร.เรียกอัจฉราวดีมาทำไม มัดไหมตอบว่าเธอต้องการให้รามิลเลือกจะกั๊กผู้หญิงไว้ทั้งโลกไม่ได้

"คุณมัดไหมรู้ตัวมั้ยคะ ว่าตอนนี้คุณมัดไหมน่ะเป็นฝ่ายที่ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว แบบนี้จะทำให้แผนคุณมัดไหม ล่มได้ง่ายๆนะคะ"

"อืม...ฉันรู้ ฉันเองก็ต้องตัดสินใจทำอะไรซักอย่างแล้ว" มัดไหมถอนใจหนักหน่วง...

รา มิลพยายามดันให้อัจฉราวดีกลับ ไม่ว่าเธอจะโอดครวญว่าเธอเหนื่อยและบาดเจ็บขับรถไม่ไหว   แต่รามิลขอให้กลับเพราะเขายังไม่พร้อมจะคุยด้วย...ส่งอัจฉราวดีเสร็จ รามิลมาที่ห้องมัดไหมพร้อมอุปกรณ์ทำแผล ให้ติ๋มออกไปก่อน ติ๋มหน่ายใจเพราะสภาพรามิลก็ไม่ต่างจากมัดไหม จึงบ่นว่า นี่มันบ้านหรือสถานีอนามัยแน่ มีแต่คนพิการ

รามิลทำแผลให้มัดไหมและ บ่นว่าเธอร้ายเอาเรื่องเหมือนกัน รามิลขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ มัดไหมประชดว่า เรื่องไร้สาระ รามิลขออย่าเพิ่งหมดหวังในตัวเขา

"อย่างคุณน่ะ ยังเหลืออะไรให้หวังด้วยเหรอ"

รา มิลรู้ตัวว่าทำให้มัดไหมวุ่นวายและยังต้องเจ็บตัวอีก เขาสัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องอีก มัดไหมเตือนอย่าสัญญาพร่ำเพรื่อ แต่รามิลย้ำว่าเขาสัญญา เธอจึงบอกให้รักษาสัญญาคำพูด...

อัจฉราวดีมา ปรับทุกข์กับพลอยไพลินอีก และเชื่อว่ามัดไหมต้องถูกว่าจ้าง พลอยไพลินจึงแนะให้หาสัญญามาเป็นหลักฐาน...พอดีกับมัดไหมถามรามิลว่าเก็บ สัญญาไว้ดีหรือเปล่า เพราะสังหรณ์ใจว่าอัจฉราวดีไม่รามือง่ายๆ รามิลขอดูสัญญาที่มัดไหมถือไว้ พอเธอเอามาให้เขาก็ฉีกมันทิ้ง มัดไหม ตกใจ รามิลบอกว่าเราไม่เคยทำสัญญากัน เราพบกันเพราะโชคชะตา มัดไหมทวงเงินค่าจ้างที่เหลือ รามิลรับประกันว่าเขาจ่ายให้แน่ เพราะนั่นเป็นเงื่อนไขเดียวที่ดึงเธอไว้กับเขาได้ แต่ตอนนี้เขาทวงเกมที่เล่นกันไว้ เธองอนเขาครบสามครั้ง เขาจะขออะไรจากเธอดี

ooooooo

อัจฉรา วดีพยายามค้นหาเอกสารสัญญาของรามิลกับมัดไหม เธอลงทุนมาค้นที่รถรามิลที่จอดอยู่ในบ้าน จ้อนแปลกใจเพราะอัจฉราวดีอ้างว่าลืมของไว้ในรถรามิลจึงไปฟ้องนาตาชา พออัจฉราวดีเห็นนาตาชาเดินมาจึงรีบวิ่งออกไปขึ้นรถตัวเองขับออกไป

คืนนั้น รามิลเห็นมัดไหมนั่งดูดาวอยู่จึงเข้ามาร่วมด้วย มัดไหมจึงถามเรื่องที่อึดอัดใจ

"ฉัน ถามอะไรหน่อยสิ จริงๆแล้วคุณชอบผู้หญิงแบบไหน" รามิลบอกว่าชอบแบบเธอ มัดไหมส่ายหน้า "เอาใหม่ ฉันเปลี่ยนคำถาม ถ้าคุณต้องเลือกที่จะแต่งงานกับใครซักคน ผู้หญิงแบบไหนที่คุณจะแต่งด้วย หนึ่ง ผู้หญิงน่าสงสารไม่มีทางเลือก สอง สาวอินเตอร์ ไฮโซ สาม คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น"

รามิลอิดออดเพราะที่อยากเลือกไม่มีใน ช้อยส์ จึงบอกว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ มัดไหมให้เลือกๆมา รามิลจึงบอกว่า ขนาดดาวบนฟ้าเขายังมองได้ทุกดวง ไม่ว่าสว่างมาก สว่างน้อยมองได้พร้อมๆกัน มัดไหมโกรธบอกว่าดาวมันไม่มีหัวใจ รามิลยิ้มๆอย่างเอ็นดูแล้วบอกเธอว่า เขาจะเข้ากรุงเทพฯพรุ่งนี้ เธอจะไปกับเขาไหม...

สุดท้ายมัดไหมก็มาเดินห้างสรรพสินค้าอยู่กับรา มิล ทะเลาะกันไปหยอกล้อกันไป...รามิลโอบไหล่มัดไหมเหมือนเป็นแฟนกัน เธอเหล่มองมือเขาคิดในใจ เมื่อไหร่เขาจะตัดสินใจเสียทีว่าจะเลือกใคร ทันใด รามิลหยิบซีดีหนังให้เธอบอกว่าเรื่องนี้นางเอกสามบุคลิกแต่เป็นคนเดียวกัน หมด ทำเอามัดไหมสะดุ้ง นึกว่าเขารู้เรื่องหมดแล้ว

ให้พอดี อัจฉราวดีถือของที่ช็อปปิ้งกลับมาที่รถ เธอเห็นรถรามิลจอดอยู่ก็ดีใจ แต่พอหันไปเห็นรามิลเดินมากับมัดไหมก็โกรธลมออกหู มองซ้ายขวา ตัดสินใจเข้าไปหลบท้ายกระโปรงรถ ขณะที่รามิลปลดสัญญาณล็อก ปิดฝากระโปรงรถพร้อมกับที่สองคนปิดประตูรถ...พอรามิลจะออกรถ มัดไหมสับสนในใจ เธอดึงเบรกมือให้รถกระตุกหยุด อัจฉราวดีกลิ้งหัวกระแทก

รา มิลถามมัดไหมทำอะไรมันอันตรายนะ มัดไหมขอคุยให้เคลียร์ก่อน รามิลให้ขับรถไปคุยไป พอออกรถ มัดไหมก็ดึงเกียร์อีก รถกระชาก อัจฉราวดีหัวกระแทกอีก รามิลโวย

"เรื่องอะไรเนี่ย ทำไมจริงจังขนาดนี้"

"คุณคิดยังไงกับฉัน" มัดไหมยืนกรานถาม

"ถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าฉันทำขนาดนี้เพื่ออะไร"

"แล้วคุณจะเอายังไงกับฉัน"

รามิลอึดอัดใจอย่างยิ่ง "ไหม เธอต้องเข้าใจว่าเธอคือคนที่พิเศษกว่าใครทั้งหมด"

"แล้ว..."

"ฉัน อยากให้เธออยู่ข้างๆฉันตลอดไป ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ แต่ฉันก็ต้องรับผิดชอบกับชีวิตคนอื่นด้วย ภัครมัยเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด"

มี รถมารอจอดต่อ แต่พอเห็นท่ารถรามิลยังไม่ออกจึงร้องถามว่าจะออกรถไหม รามิลต้องชะโงกหน้าออกไปบอกว่าไม่ออกครับ...มัดไหมจึงพูดต่อว่าเขาไม่ออก เธอออกเอง ว่าแล้วก็เดินลงจากรถ รามิลวิ่งตามลงไป เสียงอัจฉราวดีทุบรถว่าอย่า ทิ้งเธอ เธอไปด้วย

รามิลตามมาถาม "เดี๋ยวสิ นี่เธอโกรธอะไรฉันอีกเนี่ย"

"สิ่งที่คุณตอบมา จะให้ฉันก้มหน้ายอมรับรึไง"

รามิลจึงถามว่าจะให้ตอบว่าอย่างไรถึงจะพอใจ มัดไหมน้อยใจเห็นเธอเป็นอะไรกันแน่

"จะ ให้ฉันทำยังไง ภัครมัยเค้าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเค้าก็หน้าตาเป็นแบบนั้น ไม่มีทางเลือกอะไรเลยนอกจากฉัน เธอจะให้ฉันทำร้ายเขาได้ลงคอเหรอ"

มัด ไหมพูดไม่ออก รามิลจึงย้อนถามว่าที่ผ่านมา ยังไม่รู้อีกหรือว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ แต่เขามีหน้าที่ที่ต้องทำ มัดไหมรู้สึกดีขึ้นแต่ยังอยากให้เขาเลือกจึงถาม "จะให้ฉันต้องเป็นเมียน้อยเมียเก็บคุณเนี่ยนะ มันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ ยังไงคุณก็ยังมีคุณภัครมัยอยู่ดี"

"จะว่าแบบนั้นก็ได้ ฉันแค่ไม่อยากเสียเธอไป"

"ไหนจะแม่แม็ตตี้นั่นอีก คนเรามันไม่ได้ทุกอย่างหรอก ต้องเลือกสิ"

รา มิลขอร้องมัดไหมอย่าเพิ่งกดดันเขา ขอเวลาจัดการหน่อยแล้วจะให้คำตอบเพราะมันไม่ได้ขึ้นกับเขาคนเดียวที่จะ ตัดสินใจ มัดไหมจำต้องยอมรับอย่างเซ็งๆ...

อัจฉราวดีเคาะรถให้คนช่วย จนกระทั่งยามมาได้ยินจึงเปิดกระโปรงรถให้แล้วตื่นเต้นที่เห็นดารา คิดว่ามีรายการแอบถ่าย เธอจะบ้าตายโวยให้ดึงเธอออกไป ขณะปีนออก กระโปรงเกี่ยวฝายางอะไหล่เปิดขึ้น อัจฉราวดีเห็นเอกสารสัญญาว่าจ้างของรามิลก็ดีใจ ไม่เสียแรงเปล่า

ooooooo

พอ รามิลรู้ว่าเอกสารหายไปก็มาถามจ้อนว่าเอารถไปล้างมาหรือเปล่า ให้ไปถามที่ศูนย์ว่าเห็นเอกสารของเขาไหม...อัจฉราวดีเอาเอกสารมาโชว์พลอย ไพลินแล้วบอกอย่างสะใจว่าเธอมีแผนเด็ดไว้แล้ว ท่าทางพลอยไพลินดูเป็นห่วงรามิลให้หงุดหงิดกับการรอ ติ๋มแปลกใจถามมัดไหมทำไมต้องกังวล  ไม่ว่ารามิลจะเลือกใครผลก็เป็นมัดไหมอยู่ดี  แต่ มัดไหมโกรธที่เธอกลายเป็นตัวถูกเลือก และเธอต้องการให้รามิล เลือกมัดไหมคนที่เป็นคนใช้ ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งงงเอง พานทำให้ติ๋มงงไปด้วย...

คืน นี้รามิลนอนบ้าน นาตาชาเห็นพี่ชายนั่งเหม่อดูดาวจึงเข้ามาทักทาย รามิลถามถึงความสัมพันธ์เธอกับดนุพันธ์ นาตาชาว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ เธอสนใจเรื่องเขามากกว่าเพราะปกติไม่เคยเห็นนั่งโรแมนติกแบบนี้ มีแต่เที่ยวไปวันๆ

"คือตอนนี้ พี่บังเอิญได้รู้จักคนสามคนที่คล้ายกันมาก ทั้งที่อาชีพการงานหรือฐานะพวกเค้าแตกต่างกันสิ้นเชิง มันแปลกนะที่เห็นคนนึงก็อดที่จะคิดถึงคนอีกสองคนไม่ได้"

"แล้วพี่เรชอบคนไหนมากกว่ากันล่ะคะ" นาตาชาลองถาม

รา มิลตอบว่าเขาชอบแบบที่ธรรมดาและเข้าใจง่ายที่สุด นาตาชาลองถามถึงเรื่องที่ต้องแต่งงาน รามิลถอนใจบอกว่านั่นแหละปัญหาที่ทำให้เขาคิดไม่ออก นาตาชาแอบเป็นห่วงในใจ เธอแอบมาโทร.บอกมัดไหมว่าเธอสงสารรามิล "เมื่อไหร่ เธอจะบอกความจริงกับพี่เรซักที"

"เมื่อเขาเลือก...อยากจะบอกว่า   ฉันก็ลำบากใจไม่แพ้ พี่ชายเธอหรอก"

"ถ้ารู้สึกว่ามันยากนัก ก็ทำให้มันง่ายๆบ้างก็ได้ ฉันเป็นห่วง" นาตาชาขอให้ผลที่ออกมาดี

มัด ไหมเองก็อยากให้เป็นเช่นนั้น เธอถอนใจยาวอย่างหนักใจ...แต่แล้วก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นจนได้ เมื่ออัจฉราวดีเอาเอกสารสัญญาระหว่างรามิลกับมัดไหมไปลงข่าวหนังสือพิมพ์ พร้อมภาพและข้อความพาดหัวข่าว "รามิลจ้างสาวใช้มาเป็นคุณนายกำมะลอเพื่อกลบข่าวคาสโนว่า"

พอแม่แก้ว เห็นข่าวก็ตกตะลึง จ้อนรีบเอาหนังสือพิมพ์ ไปให้รามิล เขาถึงกับช็อก ด้านมัดไหมเห็นข่าวหนังสือพิมพ์ และภาพข่าวในทีวีที่นักข่าวรุมสัมภาษณ์รามิลที่หน้าบ้าน เขานิ่ง ไม่ตอบคำถาม ดวงตาที่มองกล้องเหมือนเอ่ยคำขอโทษต่อมัดไหม...พอรามิลนั่งรถโดยจ้อนขับไป ทำงาน จ้อนถามรามิลว่าหาเอกสารเจอหรือยัง  รามิลตอบว่าเจอแล้วในหน้าหนังสือพิมพ์ นี่แหละ

จ้อนหน้าจ๋อย จู่ๆรามิลก็สั่งจ้อนกลับรถมุ่งหน้าไปไร่มนตรา...มัดไหมกำลังกลุ้มใจที่มี เรื่องวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น อัจฉราวดีโผล่เข้ามาพูด "มันกำลังจะหมดไปตั้งแต่วันนี้แล้วล่ะ"

มัดไหมตกใจ อัจฉราวดีโยนซองใส่เงินให้และบอกว่า รามิลให้เอามาให้เป็นค่าจ้างที่เหลือ มัดไหมแปลกใจจะโทร.ถามรามิลแต่อัจฉราวดีแย่งมือถือ มัดไหมดึงคืนมากดหารามิลแต่เขาปิดเครื่อง อัจฉราวดีหัวเราะเยาะ "บอกแล้วว่าอย่าโทร. ฉันไม่อยากให้แกต้องเสียใจซ้ำซ้อนเพราะเค้าฝากมาบอกว่า ตั้งแต่นี้ไปอย่าไปยุ่งกับเขาอีก"

มัดไหมอึ้งพูดไม่ออกนึกถึงแต่คำ พูดสุดท้ายของรามิล ที่บอกว่าเงินก้อนสุดท้ายเป็นเงื่อนไขเดียวที่เขากับเธอจะผูกพันกันไว้ และที่รามิลขอเวลากลับไปคิดว่าจะเลือกใคร อัจฉราวดีพูดให้เจ็บใจอีกว่า เธอเป็นเพียงคนใช้ไม่มีใครเอาไปทำเมีย มัดไหมน้ำตาคลอ พออัจฉราวดีกลับไป เธอก็ร้องไห้โฮออกมา...

ไม่นาน รถรามิลมาจอด เขาวิ่งเข้ามา ติ๋มตกใจรีบมากันไล่เขากลับไป แต่รามิลยืนกรานจะหามัดไหม ติ๋มต่อว่ารามิล ตบหัวแล้วจะมาลูบหลัง

"ข่าวพวกนั้นฉันไม่ได้ทำนะติ๋ม แล้วก็ไม่รู้ว่าใครทำด้วย"

ติ๋ม ไม่เชื่อไม่ยอมให้เขาเข้าไป รามิลจึงให้จ้อนจัดการดึงติ๋มไว้ ตัวเขาวิ่งเข้าไปตะโกนเรียกมัดไหมในบ้าน เมื่อไม่เจอก็วิ่งไปที่คอกม้า เห็นมัดไหมกำลังจะขึ้นหลังม้า เขาวิ่งมาดึงไว้

"ไหม ฉันมาขอโทษที่ทำให้เธอต้องวุ่นวายอีกแล้ว"

"นี่มันอะไร คุณกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ อยากจะไล่ก็ไล่ อยากจะให้กลับก็ต้องกลับเหรอ"

รา มิลงงว่าหมายความว่าอะไร มัดไหมโกรธตบหน้าเขา ที่ต้องมาฟังเขาปฏิเสธไม่รู้เรื่อง มัดไหมทวงถามสัญญาที่เขาให้ไว้ว่า ถ้าทำให้ต้องวุ่นวายอีกไม่จำเป็นต้องอภัยให้เขา รามิล จำได้แต่ขอให้ฟังเขาอธิบายก่อน มัดไหมไม่ฟังโดดขึ้นม้าควบออกไปน้ำตาไหลพราก...

oooooo
ตอนที่ 11

ทั้งมัดไหมและรามิลต่างก็เศร้าซึมจนคนรอบข้างเป็นห่วง นาตาชาปรึกษาแม่แก้วและสามป้าว่าควรบอกความจริงรามิลไหม   แต่แล้วสรุปว่ามัดไหมผูกเองก็ควรแก้เอง เพราะรามิลควรรู้ความจริงจากปากมัดไหม... ด้วยความเสียใจประกอบกับน้อยใจ รามิลจึงบอกแม่แก้วให้หาฤกษ์แต่งงานให้เขากับภัครมัย ยิ่งเร็วยิ่งดี

"แล้วลูกได้บอกน้องรึยังว่าลูกจะแต่งงานกับเค้า" แม่แก้วถาม

"ฝากบอกด้วยก็แล้วกันครับ...ขอตัวนะครับ"

แม่ แก้วเครียดปรึกษาสามป้าว่าจะทำอย่างไรกันดี... ไม่วายอัจฉราวดียังให้ข่าวอย่างยิ้มแย้มว่าเธอกับรามิลคบหากันมานานไม่มี ปัญหากับข่าวที่ออกมา พลอยไพลินทนการกระทำของเพื่อนไม่ไหวจึงโทร.นัดรามิลมาพบหวังจะบอกว่าใครให้ ข่าว

รามิลไม่อยากเป็นข่าวกับพลอยไพลินอีกคน จึงนัดนาตาชากับดนุพันธ์มาด้วย ทั้งสามมาสวนสนุก รามิลพาพลอยไพลินขึ้นเล่นไวกิ้ง พลอยไพลินร้องกรี๊ดๆด้วยความเสียว รามิลถือโอกาสซักถาม จนเธอบอกว่าอัจฉราวดีเป็นคนให้ข่าว พอลงจากเครื่องเล่น พลอยไพลินอาเจียนมีรามิลคอยลูบหลัง นาตาชากับดนุพันธ์กลับมาเจอ แปลกใจกับสภาพของเธอ รามิลยังเค้นถามว่าอัจฉราวดีทำอะไรอีก พลอยไพลินพูดไปอาเจียนไป

"เค้าเอาเงินค่าจ้างที่คุณค้างแฟนคุณอีกครึ่งไปให้เธอ เพื่อเป็นการยกเลิกสัญญา"

"แล้วคุณมาบอกผมทำไม" รามิลถามอย่างเหนื่อยใจ

พลอย ไพลินสารภาพว่าเพราะเธอเคยชอบเขา แต่ตอนนี้มีคนอื่นที่ชอบมากกว่าแล้ว อภิชาตเดินเข้ามา นาตาชาแปลกใจอภิชาตประกาศว่าเขาจะแต่งงานกับพลอยไพลินเร็วๆนี้ รามิล ไม่รอช้ารีบวิ่งไปขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

"เธอจะทิ้งฉันไปแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย" รามิลบ่นขณะขับรถ

มา ถึงไร่มนตรา รามิลวิ่งเข้าไปร้องเรียกมัดไหม ติ๋มตกใจรีบไปบอกมัดไหมให้แปลงโฉมเป็นภัครมัยด่วน แล้วรีบไปกันรามิลไว้ก่อน รามิลเสียใจที่ไม่เจอมัดไหม เขามานั่งเศร้าที่คอกม้า ภัครมัยควบม้าเข้ามาทักทายด้วยเสียงต่ำๆให้ต่างจากมัดไหม ทักทายรามิล แล้วบอกว่าเธอกำลังจะไปสอนหนังสือเด็กในหมู่บ้านหลังเขา เธอทำเป็นชวนเขาเพราะรู้ว่าคนอย่างเขาคงไม่ไป แต่ผิดคาดเพราะรามิลกำลังเซ็งจึงขอไปด้วย

พักก่อกองไฟกลางคืน ภัครมัยมองรามิลผ่านเปลวไฟ รามิลจึงถามว่าคิดอะไรอยู่ ภัครมัยจึงพูดว่า "น้องกำลังคิดว่าผู้ชายน่ะ เห็นแก่ตัวเหมือนกันทุกคน"

รามิลหาวิธี อธิบาย "บางทีน้องก็ต้องแยกให้ออกระหว่างสัญชาตญาณกับความเห็นแก่ตัวนะ" รามิลโยนฟืนใส่ภัครมัย เธอตกใจกระโดดหลบเผลอร้องเสียงสูง

รามิลแซว ว่าตกใจร้องเสียงสูงเชียวแต่ไม่เอะใจอะไร ภัครมัยโวยว่าถ้าโดนเธอขึ้นมาจะทำอย่างไร   รามิลจึงบอกว่านี่คือสัญชาตญาณการป้องกันตัวของทุกคน "...ลองพี่เอาถ่านใส่มือน้องกับมือพี่พร้อมกัน น้องก็ต้องปัดในมือน้องก่อน ถึงจะช่วยคนอื่น"

"แบบนี้คนเห็นแก่ตัวทุกคนก็อ้างสัญชาตญาณกันหมด"

"แต่มันก็ต่างกันอยู่ดี เพราะถ้ามีเวลาคิดแล้วยังทำเพื่อตัวเองก่อนไม่คิดถึงคนอื่นเลย มันก็คงไม่ใช่สัญชาตญาณ"

"แล้วคนที่รักตัวเอง  ห่วงแต่ความรู้สึกตัวเอง  ไม่เคยสนใจความรู้สึกคนอื่นเลยล่ะ"

"สนใจ หรือไม่สนใจคนอื่น ใครตัดสิน เราจะไปรู้ใจคนทุกคนได้ยังไง เราจะไปบอกได้ยังไงว่าเขาไม่เคยรักคนอื่นเลย มันอาจจะมีเหตุผลแวดล้อมอีกมากมายที่เราไม่รู้ก็ได้...จริงมั้ย"

ภัค รมัยมองหน้ารามิลนิ่งๆเพราะเธอก็ไม่รู้ใจใครจริงๆ...คืนนี้ทั้งสองต้องนอนใน ป่าต่างคนต่างมีเต็นท์ของตัวเอง กลางดึกก่อนรามิลจะเข้านอน เขามาดูภัครมัยซึ่งนอนหลับอยู่ เห็นน้ำตาเธอไหลออกมา รามิลเช็ดน้ำตาให้พร้อมกับรำพึงว่า น่าแปลกที่เธอทำให้เขาคิดถึงมัดไหมตลอดเวลา พอรามิล ออกไป ภัครมัยก็ลืมตาและน้ำตาไหลมากขึ้น...

เช้าขึ้น รามิลตื่นมาเห็นภัครมัยกำลังเก็บเต็นท์ของเธอ เขาจึงเข้ามาช่วย หน้าเขาใกล้ชิดกับหน้าเธอ เขาทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นกาว ภัครมัยรีบผละออกห่างเอามือจับแผลที่หน้า...พอเข้าไปในหมู่บ้าน เด็กเห็นหน้าภัครมัยก็แปลกใจจะถาม เธอพยายามเปลี่ยนเรื่อง รามิลเป็นห่วงความรู้สึกเธอ จึงบอกเด็กๆว่ามันไม่น่ากลัวเขาเองกำลังจะแต่งงานกับเธอ

เสร็จงานเข้ามาพักในกระท่อม  ภัครมัยบอกรามิล ไม่จำเป็นต้องโกหกเด็กๆ  รามิลตอบว่าเขาไม่ได้โกหกเพราะเขาทำตามสัญญาของพ่อ

"พี่เรไม่ต้องทำตามสัญญาของพ่อเราก็ได้ น้องไม่ยึดเงินพี่เรหรอกค่ะ"

"น้องไม่อยากแต่งงานกับพี่เหรอ"

"เอ่อ...เราแทบไม่ค่อยมีโอกาสคุยกัน ไม่ค่อยได้เจอกัน แทบไม่รู้จักกัน"

รา มิลบอกว่านั่นไม่สำคัญ แต่ภัครมัยว่าสำคัญเพราะนั่นแสดงว่าเขาไม่ได้รักเธอ แค่สงสารเธอ รามิลสลดลง "ถ้าเพราะเรื่องนั้น น้องน่าจะเป็นคนสงสารพี่มากกว่านะ จริงๆแล้วพี่ก็ไม่ใช่คนมีทางเลือกอะไร"

"ถ้าพี่เรคิดว่าสิ่งที่พี่ทำมันดี น้องก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แค่อย่าต้องมาเสียใจทีหลังก็พอ"

คืน นั้น รามิลเก็บไปฝันว่าแผลที่หน้าภัครมัยหลุดเผยอ ออก แล้วเธอก็ดึงมันออกมา ทำให้เขาเห็นว่าหน้าเธอคือมัดไหม เขาสะดุ้งตื่น สังหรณ์ใจย่องไปเปิดมุ้งภัครมัย พยายามมองที่แผลแล้วอยากจะจับว่ามันลอกได้ไหม แต่แล้วก็ไม่กล้า "อย่าฟุ้งซ่าน...นอนเว้ยนอน..."

เขากลับเข้ามุ้งตัวเองพยายามข่มตา ให้หลับ พลันรู้สึกมีอะไรตรงหน้าจึงลืมตาขึ้น แล้วต้องสะดุ้งร้องเฮ้ย...เมื่อเห็นหน้าภัครมัย เธอบอกว่าเธอไม่ใช่ผี เธอมาปลุกเขาให้ไปอาบน้ำ วันนี้จะช่วยชาวบ้านทำสวน รามิลทำหน้าแหยๆ ต้องลุยขนาดนั้นเลยหรือ...แต่แล้ววันนี้ทั้งวันรามิลก็ทำได้ดีมากจนภัครมัย ทึ่ง ช่วงพัก รามิลเผลอชวนภัครมัยเล่นเกม เธอคิดในใจว่าเขาเอาเกมของเขากับเธอมาชวนคนอื่นเล่นได้อย่างไร จึงตอบไปว่าไม่เล่น รามิลไม่สงสัยอะไรเปลี่ยนเป็นยื่นดอกไม้ ให้เธอดอกหนึ่งในฐานะที่เหมือนคนหนึ่งที่เขารู้จัก

กลับกลายเป็นภัครมัยที่สะดุ้งกับคำพูดของรามิล "พี่เรรู้แล้วเหรอคะ!"

รา มิลถามว่าอะไร ภัครมัยค่อยโล่งอก แต่เธอก็เผลอมองหน้าเขาตลอดเวลาที่ขี่ม้ากลับไร่ พอถึงคอกม้า รามิลช่วยให้ภัครมัยลงจากหลังม้า ทำให้เธอไม่ถนัดจึงเซปากประกบกับปากรามิล ทั้งสองตะลึง รามิลรู้สึกถึงสัมผัสที่เหมือนกับตอนเขาจูบมัดไหม รามิลยิ่งสับสนรีบขอตัว

ooooooo

ด้วยความสงสัย รามิลแอบโทร.หาดนุพันธ์ ขณะนั้นดนุพันธ์กำลังคุยกับนาตาชาเรื่องเขาพอดี ดนุพันธ์จึงต้องกระซิบกระซาบ รามิลโทร.มาขอให้ ดนุพันธ์ช่วยสืบผู้หญิงสองคนให้เขา ดนุพันธ์จะบอกว่าอย่าเลยไม่มีประโยชน์ แต่รามิลไม่ฟังเสียง กลับวางสายไปก่อน ดนุพันธ์ถอนใจจะบอกนาตาชาก็ไม่ได้ เพราะรามิลห้ามไว้

รามิลพยายามมองหาทั่วบ้านว่ามีภาพถ่ายภัครมัยบ้างไหม แต่ก็ไม่มีเลย จึงถามติ๋ม ติ๋มแก้ตัวว่าภัครมัยไม่ชอบถ่ายรูป รามิลจึงถามว่าภัครมัยหน้าเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และโดนอะไร ติ๋มอึกอักเพราะไม่ได้เตรียมมาก่อน จึงบอกไปว่าตอนเธอมาทำงานที่นี่ ภัครมัยก็เป็นแบบนี้แล้ว

ภัครมัยเองก็เห็นรามิลค้นหาอะไรในห้องรับ แขก และติ๋มบอกเธอเรื่องที่รามิลถาม ภัครมัยเริ่มหวั่นใจ...รามิลถามถึงมัดไหม ภัครมัยจึงโกหกไปว่าลาออกกลับไปช่วยงานที่บ้าน ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน รามิลยิ่งแปลกใจว่าคนอยู่ด้วยกันมานานจะไม่ถามไถ่กันบ้างหรือ พอดีแม่แก้วโทร.มาบอกว่าหาฤกษ์แต่งงานให้แล้ว เดือนหน้า รามิลใจหาย เขาบอกภัครมัย เธอยิ่งตกใจทำอะไรไม่ถูก "ให้เวลาสารภาพความจริงแค่เดือนเดียวนี่นะ ไม่น้อยไปหน่อยรึไง ไหนจะเรื่องมัดไหมที่ยังไม่เข้าใจกันอีก...เฮ้อ..." มัดไหมรำพึงกับตัวเองเมื่ออยู่ตามลำพัง

พอดีนาตาชาโทร.มาหา มัดไหมรีบบอกว่ามีเรื่องให้ช่วย นาตาชาให้ฟังเรื่องของเธอก่อน คือพรุ่งนี้มีงานเดินแบบการกุศลช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ทางคนจัดงานอยากให้แม็ตตี้เดินฟินาเล่ มัดไหมตกใจเพราะพรุ่งนี้ต้องไปลองชุดแต่งงานกับรามิล นาตาชาตกใจเช่นกันเพราะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน มัดไหมจึงขอให้นาตาชาช่วยไปเลื่อนกับแม่แก้วให้ที...

วันรุ่งขึ้น รามิลกับภัครมัยมาลองชุดแต่งงานที่ร้านหรูแห่งหนึ่ง รามิลแต่งสูทขาวดูสง่า วายซีเข้ามาทักเพราะเผอิญร้านนี้เป็นของเขา ภัครมัยลองชุดไปคุยมือถือกับนาตาชาไปด้วย

"รีบๆมาเลยนะ ฉันมาถึงงานแล้วเนี่ย เจ้าของงานบอกว่าคนอื่นเค้าซ้อมเดินกันแล้ว"

"เออๆ เดี๋ยวรีบไปน่า ไม่ต้องมาเร่งหรอก" ภัครมัยบอกไปแต่ก็หนักใจจะไปช่วงไหนดี

พอ เดินออกมาเห็นวายซีก็ตกใจ วายซีเห็นภัครมัยถึงกับผงะเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกคุ้นหน้า พอดีได้ยินเสียงพนักงานในร้านคุยกันว่า เสียดายที่เจ้าบ่าวออกจะเพอร์เฟกต์ ไม่น่าเลือกเจ้าสาวอย่างนี้ วายซีหันไปเอ็ดลูกน้อง ภัครมัยฉวยโอกาสนี้ทำเป็นเสียใจ รับไม่ได้วิ่งออกจากร้านทั้งชุดแต่งงาน โบกแท็กซี่ขึ้นไปทันที รามิลตามออกมาจะกลับไปเอารถแต่วายซีห้ามไว้ให้ปล่อยภัครมัยไปสงบจิตใจเดี๋ยว คงกลับมา...

หลังเวทีเดินแบบ นางแบบแต่งหน้าทำผมกันมากมาย อัจฉราวดีเดินเชิดเข้ามาถึงก็บ่นว่าทำไมมีช่างแต่งหน้าทำผมอยู่แค่นี้ "โธ่เอ๊ย พอเป็นงานการกุศลล่ะก็ไม่ลงทุน"

พวกช่างได้ยินแล้วหมั่นไส้ บอกให้อัจฉราวดีรีบมาต่อคิว แต่เธอเห็นช่างสองคนว่างอยู่จึงจะไปให้สองคนนั่นแต่งให้ "อย่าเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองเดินฟินาเล่สิจ๊ะ นั่นช่างพิเศษของแม็ตตี้เค้า"

"แม็ต ตี้เหรอ...ชิ ก็แค่นางแบบอินเตอร์ คอยดูเถอะ ถ้าฉันโกอินเตอร์เมื่อไหร่ ฉันจะไม่มางานกระจอกๆแบบนี้หรอก" อัจฉราวดีค้อนพวกช่าง แล้วมานั่งเปิดนิตยสารเวดดิ้งดู

เห็นชุดแต่งงานสวยตื่นตา ช่างผมมองมาเห็นก็คุยกันว่านั่นเป็นคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดของวายซี อัจฉราวดีรีบโอ่ว่าเธอจะให้วายซีออกแบบชุดแต่งงานให้ ช่างหัวเราะหึๆ "เค้าคงออกแบบให้เธอหรอก เค้าก็ต้องออกแบบให้แม็ตตี้ นางแบบคู่ใจเค้าคนเดียวน่ะแหละ"

พวกช่างตื่นเต้นจะได้เห็นตัวจริงของ แม็ตตี้ "ฉันได้ข่าวว่าแม็ตตี้น่ะ เค้าย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วนะ มาทำไร่ชื่อไร่มนๆอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ แถวๆปากช่อง"

"ไร่มนตรารึเปล่า" อัจฉราวดีเปรยขึ้น

พวก ช่างร้องว่าใช่ อัจฉราวดีแปลกใจเป็นไปได้อย่างไรหรือว่า...มัดไหมกับแม็ตตี้...อัจฉราวดี เริ่มสงสัย พอดีแม็ตตี้เข้ามาแถมอยู่ในชุดแต่งงานชุดเดียวกับปกนิตยสารในมือเธอและไม่ ได้สวมวิกผมทองแบบแม็ตตี้ แต่ทุกคนในนี้รู้จักแม็ตตี้ในสภาพนี้ดี อัจฉราวดีรีบเอาหนังสือปิดหน้าเพราะเห็นแล้วว่าแม็ตตี้คือมัดไหมจริงๆ "นี่มันอะไรกันเนี่ย!...."

ooooooo

คอยอยู่ที่ร้านตามที่วาย ซีบอก แต่รามิลก็กระวนกระวายใจ วายซีจึงชวนไปงานการกุศลด้วยกันเผื่อจะสบายใจขึ้น รามิลขอโทร.หาภัครมัยแต่เธอไม่รับสาย

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่แม็ตตี้แต่งหน้า ช่างบอกเธอว่าโทรศัพท์ดัง แม็ตตี้บอกให้ปล่อยไว้อย่างนั้น ช่างจึงเห็นหน้าจอเป็นชื่อรามิล พวกหล่อนเอามาเมาท์กันใหญ่ว่าทั้งสองเหมาะสมกัน อัจฉราวดีได้ยินยิ่งสงสัยจะต้องสืบเรื่องนี้ให้ได้...

วายซีเดินนำรา มิลเข้ามาในงาน ทักทายแขกเหรื่อในงาน รามิลเจอคนรู้จักจึงหยุดคุย วายซีเข้ามาหลังเวที เห็นแม็ตตี้ ในชุดแต่งงานก็รู้ทันทีว่าคนหน้าปุที่ร้านคือเธอ

"นี่คุณกำลังทำอะไร อยู่กันแน่ รามิลกับคุณเป็นอะไรกัน เค้าเรียกชื่อคุณไม่ซ้ำกันเลย เดี๋ยวภัครมัย เดี๋ยวแม็ตตี้ เดี๋ยวไหม ไองงไปหมดแล้ว ทำไมต้องทำตัวแฟนซีแบบนี้ด้วย"

แม็ตตี้ตอบว่าเรื่องมันยาว เสร็จงานก่อนแล้วเธอจะเล่าให้ฟัง แต่ขอร้องอย่าบอกรามิลเด็ดขาด วายซีจะบอกว่ารามิล อยู่ในงาน แต่พอดีช่างมาดึงตัวแม็ตตี้ไปแต่งตัวเสียก่อน ทุกอย่างที่วายซีคุยกับแม็ตตี้ อัจฉราวดีได้ยินทั้งหมด

ขณะที่ อัจฉราวดีเดินอยู่บนเวที เธอเห็นรามิลอยู่ในงานก็หมายมาดจะบอกเรื่องนี้กับเขา   แต่พอดีวายซีกลัวรามิลเห็นแม็ตตี้เดินฟินาเล่ จึงเข้ามาดึงตัวรามิลออกจากงาน

"พอดีว่าผมมีธุระด่วนจะกลับแล้ว เลยจะมาบอกคุณน่ะ"

"บอกข้างในก็ได้ ทำไมต้องพามาไกลขนาดนี้ด้วย"

วาย ซีอ้างว่าเสียงมันดัง รามิลจึงเห็นว่ากลับก็ดีเผื่อภัครมัยกลับมาที่ร้าน ทันใด อัจฉราวดีเข้ามาเกาะแขนรามิล "ตามหาตั้งนานแน่ะ ไม่ยักรู้ว่าเรมางานนี้ด้วย..."

แต่พอเห็นวายซี อัจฉราวดีก็กระดี๊กระด๊า ขอโทษเขาที่ วันนี้ ไม่ว่างคุยด้วยเพราะเธอมีธุระกับรามิล วายซีถอนใจงงๆ รีบชิ่งหนีไปทันที รามิลมองตาม แล้วหันมาพูดกับอัจฉราวดีว่ามีอะไรให้พูดมาเลย "คืองี้ค่ะ อัจรู้ความจริงหมดทุกเรื่องแล้ว... เรื่องนังคนใช้ของเรไงคะ"

"นี่ ยังไม่จบอีกเหรออัจ อัจต้องการอะไรจากผมอีกหึ แค่อัจเอาเงินไปฟาดหัวเค้า แล้วเค้าหายไปจากชีวิตผมได้ อัจยังไม่พอใจอีกรึไง อัจจะเอาอะไรอีก"

อัจฉราวดีผงะที่รามิลรู้เรื่อง แต่ยังพยายามจะบอกเรื่องใหม่ที่รู้มา แต่รามิลไม่ยอมฟัง เขาเดินหนีจากเธอไปอย่างโกรธๆ...

วาย ซีกลับมาหาแม็ตตี้ซึ่งเดินเสร็จแล้ว เอาช่อดอกไม้มามอบให้ แม็ตตี้ต่อว่าที่ไม่อยู่ดูเธอเดิน แล้วเธอก็นึกได้ต้องรีบเปลี่ยนชุดกลับบ้านเดี๋ยวรามิลเป็นห่วง วายซีสะท้อนใจเขาต้องอกหักแน่แล้วใช่ไหม...รามิลยังไม่ได้กลับ เขาเดินเข้ามาหลังเวที เห็นวายซีคุยกับผู้หญิงแต่ไม่เห็นว่าเป็นใครเพราะวายซียืนบังอยู่ก็จะเข้าไป หา พอดีนาตาชาเดินมาทัก

"อ้าว...พี่เรมาได้ไงกันคะ แล้วมาแบบนี้มีใครรู้หรือเปล่า" นาตาชาหมายถึงภัครมัย

รามิลตอบว่าไม่รู้เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจมา นาตาชาใจหายวาบเหลียวมองหาแม็ตตี้แต่ไม่เห็นแล้วจึงโล่งใจ...

แต่ง เป็นภัครมัยกลับมาไร่มนตรา รีบถามติ๋มว่ารามิล มาหรือยัง ติ๋มไม่ต้องตอบปรายตามองไปให้เห็นว่ารามิลยืนพิง ประตูรออยู่...รามิลเค้นให้ภัครมัยสารภาพมาว่าหายไปไหนมา

"ก็...พี่เรไม่เห็นเหรอว่าคนงานที่ร้านเค้าว่าน้อง"

"เค้า ก็พูดไปยังงั้นแหละ น้องก็ไม่น่าจริงจังขนาดหนีออกมา ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจะว่าไง...เอาเถอะ ผ่านไปแล้วพี่จะไม่ว่าอะไร แต่อย่าทำตัวเป็นเด็ก เล่นซ่อนหาหรือเล่นเป็นคนโน้นคนนี้น่ะ มันไม่ได้แล้ว"

ภัค รมัยสะดุ้งโหยง นี่เขารู้อะไรมาหรือเปล่า...ในขณะเดียวกัน อัจฉราวดีมาเล่าเรื่องที่เห็นมาให้แม่แก้วและพิสมัย อุมาพร อรอุจิฟัง แต่ทั้งสี่คนกลับแกล้งจนเธอเลอะเทอะกลับไปแล้วทั้งสี่ก็มานั่งกลุ้มใจว่าจะ แก้ปัญหานี้อย่างไรดี

ooooooo

คอกม้าที่ไร่มนตรา มัดไหมเห็นว่ายังเช้าอยู่ รามิล คงไม่มาแถวคอกม้า เธอจึงไม่ได้แต่งเป็นภัครมัยมาดูแลม้าตามปกติ ติ๋มถามเธอว่าเมื่อไหร่จะบอกความจริงรามิล มัดไหมบอกว่าอีกไม่นาน ขอเธอพิสูจน์ว่ารามิล รักมัดไหมจริงแค่ไหนก่อน พลันรามิลโผล่มา เขาดีใจที่เห็นมัดไหม แต่มัดไหมกลับขึ้นม้าควบหนี เขาวิ่งตามจนเหนื่อยหอบ

กลับ มาซักไซ้ติ๋ม ติ๋มอ้างว่ามัดไหมแวะมาเก็บของที่เหลืออยู่ รามิลเสียใจสั่งติ๋มว่า ถ้ามัดไหมมาอีกให้บอกเขา... รามิลเข้ามาในห้องมัดไหม เห็นห้องว่างเปล่า ข้าวของเก็บไปหมดแล้ว พลันเห็นโบรชัวร์สวนสนุกตกอยู่ที่พื้น รามิลเอามาถามติ๋มทำไมมาตกในห้องมัดไหม ติ๋มบอกไปมัดไหมเคยชวนเธอไปทำงานที่สวนสนุก...รามิลจึงลองมาที่สวนสนุกซึ่ง คนพลุกพล่าน เผื่อมัดไหมมาทำงานที่นี่ เขาเดินดูไปทุกเครื่องเล่น จนเห็นผู้หญิง
ลักษณะคล้ายมัดไหม นั่งบนม้าหมุนเขารีบเข้ามาดูใกล้ๆ แต่เห็นหลังเธอไวๆจึงเดินตาม จนมาถึงบ้านผีสิง ทั้งที่กลัวแต่เขาก็ตัดใจเข้าไปดูว่ามัดไหมอยู่ในนั้นหรือเปล่า รามิลเป็นคนกลัวผีมาก เขาตกใจวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว

เดินมาหน่อย เจอแม่มดมอบแอปเปิ้ลให้ รามิลส่ายหน้า "ผมกลัว เดี๋ยวถ้ากินไปแล้วกลายเป็นเจ้าชายนิทรานี่แย่เลย ไม่รู้ จะหาเจ้าหญิงที่ไหนมาจุมพิตให้ฟื้น...ผมขอพรแทนได้รึเปล่า"

"ใครเค้าขอพรแม่มดกันล่ะ" แม่มดพูดด้วยน้ำเสียงแก่

"แม่มดเสกได้ทุกอย่างไม่ใช่เหรอ"

"ถ้าขอพรกับฉัน ต้องแลกด้วยสัญญานะ"

"ได้สิ ผมขอให้ผมได้เจอกับคนที่ผมคิดถึงอีกครั้ง"

แม่ มดทวงสัญญา รามิลจึงบอกว่า เขาสัญญาจะไม่ทำให้ เธอคนนั้นเสียใจอีก แม่มดถามว่าถ้าให้แล้วเธอจะได้อะไร รามิล พูดขำๆว่าจะพาไปทำจมูกแล้วเดินไป แม่มดพูดตามหลังว่า หญิงแก่น่าเกลียดอาจถูกสาปให้กลายเป็นคนอัปลักษณ์เพื่อรอเจ้าชายมาถอนคำสาป รามิลหันมายิ้มๆที่แม่มดอินจนนาทีสุดท้าย แต่แม่มดกลับพึมพำคนเดียว "พี่จะถอนคำสาปให้ฉันได้มั้ยเนี่ย..."

รามิลเดินยิ้มๆกับคำพูดของแม่ มด แล้วฉุกคิด...หรือแม่มดจะเป็นมัดไหม เขารีบวิ่งกลับไปที่เก่า ไม่เจอแม่มดอีกแล้ว รามิล รู้สึกเสียดาย...

มีการถ่ายแฟชั่นแถวร้าน เวดดิ้ง อัจฉราวดีกำลังบ่นว่าทีมงานที่ให้เธอมาถ่ายนอกสถานที่ พลันมองไปเห็นแม่แก้วกับนาตาชาเดินออกมาจากร้านเวดดิ้ง ก็ปรี่เข้ามาถามว่าบอกรามิลเรื่องสิบแปดมงกุฎที่ปลอมเป็นมัดไหม ภัครมัย และแม็ตตี้มาหลอกหรือยัง แม่แก้วทำหน้าเจื่อนๆ รับปากจะบอกให้ อัจฉราวดีเห็นสองคนดูท่าไม่เดือดเนื้อร้อนใจ จึงเข้าไปถามในร้านว่า สองแม่ลูกมาสั่งทำอะไร ในร้านบอกว่ามาสั่งพิมพ์ การ์ดแต่งงานระหว่าง
รามิลกับภัครมัยก็ร้องกรี๊ดลั่น

ยัง คงเดินเศร้าไปทั่วสวนสนุก จนมาเจอซุ้มเล่นเกม พิธีกรเชิญรามิลมาเลือก "คุณแค่เลือกกล่องใบไหนใบหนึ่ง มีแจ็กพอตอยู่หนึ่งกล่อง คำถามง่ายๆก็คือ ถ้าผู้หญิงในนี้คนหนึ่งเดือดร้อนคุณจะเลือกช่วยใคร ระหว่าง หนึ่ง ผู้หญิงน่าสงสารขาดความมั่นใจ สอง ผู้หญิงเปรี้ยวความมั่นใจสูง และสาม ผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง หนึ่งในสามที่คุณเลือกช่วยมีคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้คุณได้รางวัลใหญ่"

รา มิลตัดสินใจเลือกใบที่สามเพราะคิดถึงมัดไหม พิธีกรให้รามิลเปิดกล่องที่เลือก เป็นเด็กหญิงโผล่ขึ้นมาแล้วยื่นการ์ดให้เขาเอาไปแลกของรางวัลที่ประตูทาง เข้า รามิลรับมางงๆ เขาเดินออกมาที่ประตู แล้วเขาก็ต้องดีใจเมื่อเห็นมัดไหมยืนอยู่ เขายิ้มกว้างเข้าไปยื่นการ์ดให้...

เมื่อมัดไหมยอมกลับมาเจอรามิล ทำให้เขาดีใจมาก เขาชวนให้เธอเล่นเกมกับเขาอีก ด้วยการให้หลับตาแล้วกางแขนออก มัดไหมทำตามที่บอก พอเขาให้ลืมตา รามิลก็บอกว่าเขาชนะ เพราะใครกางแขนกว้างกว่ากัน หมายถึงคิดถึงมากกว่ากัน มัดไหมโวยทั้งที่ยังกางแขนอยู่

"ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าคุณจะให้ทำอะไร แล้วต้องทำไงต่อล่ะ"

รา มิลบอกว่าเขาต้องได้รางวัล มัดไหมงงๆ รามิลก็โผกอดเธอแน่น สูดหายใจเข้าเต็มปอดรู้สึกถึงกลิ่นผมและตัวเธอ มัดไหมตกใจมือที่กางอยู่โอบกอดเขาโดยอัตโนมัติ รามิลทั้งลูบหลังลูบผมเธอให้สมกับที่คิดถึง "ฉันคิดถึงเธอมากเลย..."

คืน นั้น รามิลนอนค้างในโรงแรม เขาตื่นขึ้นมารีบเดินไปดูที่นอนมัดไหม เห็นเก็บเรียบร้อย บนโต๊ะมีโจ๊กพร้อมโน้ตข้อความว่า "ไม่ต้องตามหาฉัน ฉันจะมาหาคุณเอง ถ้าคุณจัดการเรื่องทุกอย่างของคุณเรียบร้อย ตามที่คุณได้สัญญาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก...มัดไหม..."

รามิลหันไปเห็นของชำร่วยแต่งงานวางอยู่ เขารำพึง... จัดการทุกเรื่องนั่นแหละ เรื่องใหญ่

อัจฉรา วดียังไม่ยอมรามือ มาบ่นกับพลอยไพลินว่าเธอจะกำจัดมัดไหมให้พ้นทางให้จงได้ พลอยไพลินเอือมระอา เตือนเพื่อนว่ารามิลเป็นคนเลือกว่าจะแต่งงานกับใครไม่ใช่มัดไหม... แม่แก้วกับสามป้าก็เป็นห่วงมัดไหมเพราะรู้ถึงอิทธิพลของพ่ออัจฉราวดีดี จึงให้นาตาชาไปเตือนมัดไหมให้ระวังตัวไว้ มากๆ...อิทธิพลยังอยู่ที่สิงคโปร์ เขาได้รับโทรศัพท์จากสมุห์บัญชีว่าจัดการโอนเงินและส่งสินค้าให้เรียบร้อย แล้ว อิทธิพลหัวเราะชอบใจ ตอบไปว่าจะสมนาคุณให้ก้อนใหญ่ แต่พอวางสาย กลับหันมาพูดกับหุ้นส่วนชาวสิงคโปร์ว่าเขาจะจัดการกับคนที่หมดผลประโยชน์ แล้วอย่างไรดี ทั้งสองหัวเราะให้กัน

กลับถึงบ้านไร่ มัดไหมพบกระดาษแปะหน้าประตูบ้าน... เลิกยุ่งกับรามิลซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว...มัดไหมถามติ๋มว่ามีใครแปลกหน้ามาบ้าง ติ๋มท่าทางงัวเงียไม่รู้เรื่อง...ในขณะที่รามิล กำลังขับรถมุ่งหน้ามาที่ไร่ เขาซ้อมคำพูดที่จะขอภัครมัยยกเลิก

การแต่งงาน มัดไหมแต่งหน้าเป็นภัครมัยรอท่าอยู่แล้ว แต่พอรามิลมาถึงเขาก็อึกอักพูดไม่ออก กลับเฉไฉพูดเรื่องอื่น ทำให้เธอลุ้นระทึกรอฟังคำพูดของเขา สีหน้าเธอผิดหวังลุกจะเดินไป แต่แล้วรามิลก็พูดโพล่งขึ้นมา

"พี่คงแต่งงานกับน้องไม่ได้แล้วล่ะ"  ...ภัครมัยหันกลับมาด้วยสีหน้าดีใจผิดกับรามิล
ตอนที่ 12

สองคนยังคุยกันที่ระเบียงบ้านจนมืด รามิล สีหน้ารู้สึก   ภัครมัยแอบอมยิ้มถามเสียงต่ำๆว่าเขามีคนรักอยู่แล้วหรือ รามิลพยักหน้า ภัครมัยลองถาม "เธอเป็นยังไงคะ?"

"เธอเก่ง น่ารัก เป็นตัวของตัวเอง เวลาอยู่ใกล้ๆเธอแล้วมีความสุข"

ภัค รมัยแอบยิ้มปลื้ม รามิลขอโทษขอโพยภัครมัยที่เขาเพิ่งมาบอก ภัครมัยยิ้ม "ไม่เป็นไรค่ะ น้องเข้าใจว่าพี่เห็นคุณค่าของความรักมากกว่าทรัพย์สมบัติตามพินัยกรรมของ พ่อเรา"

"แต่น้องไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ เพราะพินัยกรรมกำหนดให้ ทรัพย์สินของเราตกไปเป็นของบริษัทของพวกเรา  ถึงเวลานั้น พี่จะให้ทนายความจัดการหาทางคืนทรัพย์สินส่วนของน้องให้น้องเองนะจ๊ะ"

ภัค รมัยตอบว่าเธอเชื่อใจเขา รามิลดีใจโผกอดภัครมัย แต่แล้วเขาต้องชะงักที่ความรู้สึกที่สัมผัส ช่างเหมือนที่เขากอดมัดไหมไม่ผิดเพี้ยนทั้งกลิ่นผมและตัว เขาผละออกจากเธอทันทีอย่างรู้สึกแปลกๆ...รามิลครุ่นคิดคาใจ เขานัดดนุพันธ์มาดื่มที่ร้านของพลอยไพลิน บอกให้รู้ว่าเขายกเลิกงานแต่งงานแล้ว ดนุพันธ์ถามว่าเกิดหวงชีวิตโสดขึ้นมาหรือ

"เปล่า แค่ไม่อยากฝืนใจว่ะ ฉันว่าฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว"

"เลยจะเปลี่ยนเจ้าสาวเลยว่างั้น"

"นั่นล่ะปัญหา...เออ...แกเคยกอดผู้หญิงสองคนแต่รู้สึกเหมือนคนคนเดียวกันป่าววะ"

"แกมันคาสโนว่า กอดผู้หญิงมาตั้งเยอะตั้งแยะ มาถามอะไรฉันวะ"

"ก็เพราะฉันไม่เคยเป็นมาก่อนไง ฉันเลยถามแก"

ดนุพันธ์บอกรามิลว่าถามผิดคนแล้ว ว่าแล้วก็ลุกไปคุยกับพลอยไพลิน รามิลครุ่นคิด พลันมีเสียงทักทายเขาดังขึ้น "นั่งด้วยคนได้มั้ยคะ"

รามิลเงยหน้ามองแล้วต้องดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นแม็ตตี้... อัจฉราวดีแอบมองแม็ตตี้กับรามิลอย่างเคียดแค้น แล้วกด

มือถือสั่งการ "จัดการตามที่สั่งได้เลย..."

คน ของอัจฉราวดีได้รับคำสั่งให้มาทำร้ายคนในบ้านมัดไหมและรื้อข้าวของกระจุย กระจาย...ในขณะที่มัดไหมแต่งเป็นแม็ตตี้นั่งคุยอยู่กับรามิลที่ร้านของพลอย ไพลิน แม็ตตี้มาเพื่อบอกลาเขา รามิลตกใจ "อ้าว! ทำไมล่ะครับ คุณจะกลับไปอยู่ต่างประเทศแล้วเหรอ"

"ฉันหมดหน้าที่บางอย่างแล้วน่ะค่ะ"

"คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันครับเนี่ย"

"เพื่อพิสูจน์ใจคนน่ะค่ะ...แล้วคุณรามิลล่ะคะ ไม่เคยอยากพิสูจน์ใจใครบ้างเหรอ"

"ไม่หรอกครับ ผมเชื่อใจในตัวเค้า"

แม็ตตี้สะอึกกับคำพูดของรามิล เธอลุกขึ้นขอตัวกลับแล้วเดินเข้ามากอดเขาตามธรรมเนียมฝรั่ง รามิลประหลาดใจ

เขา กอดเธอตอบด้วยความรู้สึกเหมือนกอดมัดไหมและภัครมัย พอผละออกจากกัน เขามองเธออย่างสับสนในใจและสงสัยในตัวเองว่าหรือเขาเป็นอะไรไป กลับมาบ้าน เขาเจอนาตาชาจึงลองเข้าไปกอด แต่กลับไม่มีความรู้สึกใดๆ เขายิ่งเครียด...

วัน รุ่งขึ้น มัดไหมกลับมาที่ไร่ แปลกใจที่บ้านเงียบและมีข้าวของเกลื่อนกระจาย พอเข้ามาในห้องนอน พบติ๋มถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ เครื่องของปลอมตัวและวิกผมถูกรื้อออกมาเกลื่อน มีรูปมัดไหม แม็ตตี้ และภัครมัยแปะอยู่ที่กระจกพร้อมข้อความว่า...ถ้าแกขืนยุ่งกับรามิลอีก ต่อไปจะไม่ใช่แค่นังคนใช้แน่...มัดไหมรีบช่วยแก้มัดติ๋ม และใส่ยาบาดแผลฟกช้ำให้ ติ๋มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังและชวนมัดไหมไปแจ้งความ

"ไม่ได้ หรอก ตอนนี้คนร้ายมันรู้ว่าฉันปลอมตัวเป็นมัดไหม ภัครมัย แม็ตตี้ ถ้าฉันแจ้งความ มันอาจจะแฉฉันก็ได้ เพราะดูจากรูปการณ์ มันคงมีข้อมูลฉันไม่น้อย"

ติ๋มจึงให้บอกรามิล แต่มัดไหมไม่ทำอีกเพราะเธอยังต้องการพิสูจน์อีกอย่าง แม้รามิลจะยอมเลือกมัดไหมแล้วก็ตาม แต่เธอยังต้องการคำบอกรักอีกอย่างเดียวจากปากเขา ติ๋มอ่อนใจ...ขณะที่มัดไหมกำลังเก็บข้าวของเข้าที่ นาตาชาโทร.มาเตือนให้ระวังตัวเพราะอัจฉราวดีรู้เรื่องหมดแล้ว มัดไหมไม่อยากเล่าให้ตกใจจึงบอกไปว่าเธอยังปลอดภัยดีอยู่

และแล้ว มัดไหมก็นัดกับรามิลที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ชายร่างใหญ่คนของอัจฉราวดีที่คอยสะกดรอยตามมัดไหม โทร.แจ้งให้อัจฉราวดีรู้ว่ามัดไหมนัดพบกับรามิล เธอโกรธมาก ที่ยังกล้ามาพบกันอีก...มัดไหมถามรามิลว่าที่ผ่านมาไปทำอะไรมาบ้าง รามิลบอกว่าเขาไปจัดการทำตามที่สัญญา  มัดไหม แกล้งถามว่าไปทำอะไรไม่ดีมาบ้างอย่างเช่น นอกใจหรือไปกอดใครมา รามิลถึงกับสำลัก "ทำไมถามแบบนี้ล่ะ!"

"ก็อยากรู้ว่านอกใจมั้ย แล้วตกลงได้ไปกอดกับคนอื่นรึเปล่า"

รา มิลอึกอักไม่พูดแต่ชูสองนิ้ว มัดไหมแกล้งโวยวาย รามิลรีบบอกว่าไม่ได้กอดแบบนั้น มัดไหมว่ากอดก็คือกอดงั้นเธอจะไปกอดกับผู้ชายคนอื่นบ้าง มัดไหมทำงอนออกจากร้านไป รามิลควักเงินมาวางบนโต๊ะแล้ววิ่งตามเธอไป...มัดไหม เอากระดาษแผ่นใหญ่มาเขียนว่า...กอดฟรีแล้วเดินชูป้าย มีคนเข้ามากอดสองสามคน พอดีมีผู้ชายยิ้มร่าเข้ามา รามิลรีบไปขวางไว้ ทั้งสองเถียงกันไปมา รามิลโวย "ก็ฉันหวงของฉันนี่ จะให้กอดใครไปทั่วแบบนี้ได้ยังไงล่ะ"

มัด ไหมหวังให้รามิลพูดคำว่ารักออกมา แต่เขาก็เฉไฉไปว่าเขาเลิกเจ้าชู้แล้วนะ มัดไหมผิดหวังเดินหนี พลันมีคนเดินชนรามิลจะล้มลง จังหวะนั้นมีชายร่างใหญ่มาฉุดมัดไหมเข้าซอยเปลี่ยว เธอต่อสู้ร้องให้คนช่วย รามิลลุกขึ้นมาไม่เห็น

มัดไหมก็เดินหาให้ควั่ก มาเห็นแผ่นป้ายกอดฟรีของเธอตกอยู่ปากซอยเปลี่ยวจึงรีบตามเข้าไป

มัด ไหมต่อสู้สุดชีวิต และถามว่าใครใช้ให้มาทำร้ายเธอ ชายร่างใหญ่ตะคอกว่าไม่ต้องมาถามเพราะเขาจะทำให้เธอสมองเสื่อม "เจ้านายฉันเคยเตือนแกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับผู้ชายชื่อรามิลแต่แกก็ทำไม่สนใจ แกคิดว่าเป็นคำขู่ลอยๆแค่นั้นเหรอ"

มัดไหมสงสัยว่าเจ้านายมันคือ อัจฉราวดี ชายร่างใหญ่ตบมัดไหมกระเด็น พอก้าวตามจะตบซ้ำ รามิลก็เข้ามาช่วย ชายร่างใหญ่ชักมีดมาปาดถูกแขนรามิล มัดไหมฉวยไม้ได้ฟาดหัวชายร่างใหญ่แล้วฉุดรามิลวิ่งหนี...ทั้งสองมาซ่อนตัวใน รถบรรทุกของคันหนึ่งที่มีผ้าใบคลุมอยู่...

ooooooo

รถบรรทุก พามัดไหมและรามิลมาจอดถนนริมทะเล ทั้งสองแอบโดดออกมา มัดไหมทำแผลให้รามิล แล้วเธอก็มาตื่นเต้นกับทะเลเพราะไม่ค่อยได้มาเที่ยว รามิลมองด้วยความเอ็นดู คืนนั้นทั้งสองได้ห้องพักที่เหลือเพียงห้องเดียวเป็นบังกะโลแถวนั้น รามิลยิ้มกริ่มที่ได้ใกล้ชิดกับมัดไหมอีกครั้ง

พอชายร่างใหญ่มารายงานอัจฉราวดี เธอโกรธมากที่รามิลได้รับบาดเจ็บแทนที่จะเป็นมัดไหม จึงสั่งให้ไปเฝ้าตามบ้านของทั้งสองคนไว้ ถ้าสองคนกลับมาให้รายงานเธอ อัจฉราวดีโทร.จะปรึกษาอิทธิพล แต่เขากลับยุ่งกับงานที่สิงคโปร์จนไม่รับฟังเรื่องของเธอ...

รามิลกับมัดไหมสนุกสนานกันริมทะเลจนลืมเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น เขามองมัดไหมไม่วางตา

"ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้อีก อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปได้มั้ย"

"ลมทะเลทำเพี้ยนไปรึไง" มัดไหมเขิน

"นี่ ต้องขอบคุณโจรคนนั้นนะที่ทำให้เราได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอคงไม่รู้ว่าฉันชอบทะเล แต่เธอคงชอบอยู่บนภูเขาสินะ ฉันเลยไม่คิดว่าฉันจะได้มีโอกาสมานั่งกับเธอกลางเสียงคลื่นแบบนี้" รามิลจับมือมัดไหมด้วยความดีใจที่มาอยู่ กับเขาที่นี่

มัดไหมรู้สึกผิดหยั่งเชิงถามรามิล "ถ้ามีคนโกหกคุณไว้ คุณจะทำยังไงกับคนคนนั้น"

"อืม ก็ต้องดูก่อนว่าเขาทำด้วยเหตุผลอะไร"

มัด ไหมถามอีกว่าถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่ รามิล ตอบว่าต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นก่อนถึงจะรู้แล้วย้อนถามว่าเธอไปโกหก ใครไว้ มัดไหมรีบส่ายหน้า รามิลเอาดอกไม้ เสียบที่หูเธอแล้วจูบหน้าผากเธอเบาๆ....มัดไหมถอนใจรำพึงในใจว่าเธอขอโทษ จนแล้วจนรอด รามิลก็พูดคำว่ารักกับมัดไหม ไม่สำเร็จ เขาฮึดฮัดเจ็บใจตัวเอง มัดไหมเองก็ลุ้นจนเซ็ง

รามิลโทร.เรียกจ้อนขับรถมารับเขากับมัดไหมที่ทะเล แล้วพามาส่งที่ห้างสรรพสินค้าที่มัดไหมจอดรถทิ้งไว้ เผอิญอัจฉราวดีนัดพลอยไพลินออกมาที่ร้านในห้างฯนั้น เพื่อบ่นเรื่องที่คิดกำจัดมัดไหม พลอยไพลินชักกลัวความคิดของเพื่อน พลันคนของอัจฉราวดีโทร.แจ้ง

"ว่าไง...มันกลับมาแล้วเหรอ...ถ้างั้นฉันจัดการเอง... วันนี้โชคดีมีหมูมาให้เชือดถึงถ้ำ"

พลอยไพลินได้ยินแล้วหวั่นใจ รีบตามอัจฉราวดีไปที่ลานจอดรถ เห็นมัดไหมกำลังเดินไปที่รถ อัจฉราวดีไม่รอช้าเข้าไปฟาดมัดไหมด้วยกระเป๋าแล้วตบตีเธอไม่ยั้ง

"ฉันบอกให้แกไปไกลๆจากเรไง อีผู้หญิงหลอกลวง คิดว่าที่แกทำกับเรฉันไม่รู้เหรอฮ้า...แกอยากตายนักใช่มั้ย แกคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรแกใช่มั้ย"

มัดไหมพยายามป้องกันตัวแต่สู้อัจฉราวดีไม่ได้ พลอยไพลินทนไม่ไหว เอามือถือถ่ายคลิปไว้ก่อนที่จะเข้าไปช่วยดึงอัจฉราวดีออกมา มัดไหมตะโกนตามมาว่า "ต่อให้แกทำร้ายฉันมากกว่านี้ คุณรามิลเค้าก็ยังเลือกฉันอยู่ดี"

อัจฉราวดีร้องกรี๊ด ตะโกนกลับไปว่าเธอไม่หยุดแค่นี้แน่... อัจฉราวดีบุกมาบ้านรามิลเห็นจ้อนล้างรถอยู่ก็รู้ว่ารามิลอยู่บ้าน จ้อนรีบไปรายงานรามิลว่าอัจฉราวดีมา

"อีกแล้วเหรอ ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าเค้ามาให้บอกว่าฉันไม่อยู่หรือหลับ"

"ไม่ยอมเชื่อหรอกครับ ผมบอกไปแล้ว เค้าบอกว่ามีธุระสำคัญเกี่ยวกับคนชื่อ...อะไรซักอย่างนี่แหละครับ"

"จนป่านนี้แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าธุระของอัจฉราวดีคือเรื่องไร้สาระ ฉันไม่รู้ล่ะ แกจะไปทำยังไงก็ได้ไม่ให้เค้ามาเจอฉัน"

"ให้ไล่ไปเลยดีมั้ยครับ"

"ไล่ไปเลยก็ดี...ฉันไม่ไหวกับผู้หญิงคนนี้แล้ว คราวก่อนก็ทำไหมกับฉันเข้าใจผิดกันมารอบนึงแล้ว คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้เค้ามาทำให้เสียไหมไปอีกแน่"

ระหว่างที่รามิลโวยวายกับจ้อน อัจฉราวดีบุกขึ้นมาจึงได้ยินทุกคำพูดของรามิล เธอเสียใจมาก น้ำตาไหลพรากแต่ ไม่สามารถล้างความคับแค้นในใจเธอได้ เธอยิ่งแค้นมัดไหมมากขึ้น จ้อนวิ่งออกมาเห็นอัจฉราวดีขับรถออกไปแล้วก็แปลกใจ

ooooooo

กลับมาให้ติ๋มทำแผลให้ที่ไร่ มัดไหมยังไม่เกรงกลัว เธอไม่บอกรามิลอีกเช่นเคย...พลอยไพลินทนการกระทำอัจฉราวดีไม่ไหวอีกแล้ว เธอเอาคลิปที่อัจฉราวดี ตบตีมัดไหมโพสต์ลงเน็ต

วันรุ่งขึ้น มีคนส่งกล่องใส่แผ่นยางซิลิโคนมาให้รามิลที่บ้าน เขาเห็นแล้วรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ไม่ติดใจอะไร พอหยิบหนังสือพิมพ์มาดูเห็นภาพจากคลิปพร้อมพาดหัวข่าว... อัจฉราวดี นางร้ายตกกระป๋องจนต้องตบแย่งผู้ชาย...รามิลโทร.หา ดนุพันธ์บอกว่าจะเข้าไปหาที่ออฟฟิศ เขาเอาแผ่นยางซิลิโคนที่ได้รับมาให้ดูเพราะไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร ดนุพันธ์จึงบอกว่าจะเอาไปสอบถามให้ รามิลให้ดนุพันธ์หาคลิปอัจฉราวดีที่ลงในข่าวให้เขาหน่อย เพราะเขาอยากดูว่าตบใคร

แต่พอติ๋มเห็นข่าวก็สมน้ำหน้าอัจฉราวดี มัดไหมจึงบอกว่าอย่างนั้นก็สมน้ำหน้าเธอด้วย เพราะภาพข่าวนั้นมีเธออยู่ด้วยแล้วคิดว่ารามิลจะไม่สงสัยหรือ ติ๋มตกใจแนะให้รีบไปสารภาพ มัดไหมก็คิดเช่นนั้น...

คืนนั้น ที่ร้านของพลอยไพลินมีงานปาร์ตี้ อัจฉราวดีเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าเอาเรื่องมาถึงก็ตบพลอยไพลินฉาดใหญ่ คนในร้านแตกฮือ เธอชี้หน้าว่า "แกหักหลังฉัน..."

"จะเรียกว่าหักหลังมันก็ไม่ถูกหรอกอัจ เพราะฉันไม่เคยอยู่ข้างเธอเลยซักครั้ง"

"นังงูพิษ" อัจฉราวดีกราดเกรี้ยวใส่

"นั่นน่าจะให้ฉันเรียกเธอมากกว่านะอัจฉราวดี นังงูพิษ ทั้งหมดที่ฉันทำวันนี้ถือเป็นการแก้แค้นที่เธอแย่งสามีฉันไปไง จำไม่ได้แล้วเหรอว่าเธอเคยทำกับฉันไว้ยังไงบ้าง...ครั้งนี้ก็ถือว่าเรา หายกันละกันนะ ถ้าเธอจะไปแย่งของของใครอีกก็ระวังว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแล้วกัน"

คนในร้านต่างซุบซิบมองอัจฉราวดีเป็นตาเดียว เธอเห็นปฏิกิริยาของคนในร้านก็ร้องกรี๊ดออกมาเพราะทำอะไรพลอยไพลินไม่ได้จึง รีบวิ่งออกไป พลอยไพลินถอนใจที่จบกันเสียที...

อัจฉราวดีเดินร้องไห้ไปตามถนน นึกถึงสายตาที่ถูกมองเหมือนเป็นตัวตลก และนึกไปถึงคำพูดของรามิลที่พูดกับจ้อนให้มาไล่เธอ รวมถึงคำพูดของมัดไหมที่ว่า ต่อให้ทำร้ายเธอมากกว่านี้ รามิลก็ยังเลือกเธออยู่ดี อัจฉราวดีทั้งเสียใจและเจ็บแค้น "ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแก นังมัดไหม...ถ้าเรรู้เรื่องโกหกของแก แกยังจะมาเสนอหน้าได้อีกมั้ย เรยังจะเลือกแกรึเปล่า"

ขณะเดียวกัน ดนุพันธ์ค้นเน็ตจนเจอคลิปของอัจฉราวดี แล้วส่งเข้ามือถือรามิล รามิลเปิดดูและได้ยินเสียงอัจฉราวดีที่ว่า... ฉันบอกให้แกไปไกลๆจากเรไงอีผู้หญิงหลอกลวง...รามิลข้องใจประโยคนี้มาก เขาดูภาพตบตีจนเห็นหน้าคนที่โดนตบแล้วล็อกไว้ ขยายใหญ่จนเห็นว่าเป็นมัดไหม "โอ๊ย...นี่มันอะไรกันวะเนี่ย"

รามิลเครียดเดินไปเดินมาจนไปพิงตู้อย่างแรง อัลบั้มรูปหล่นลงมา เป็นภาพตอนเด็กของเขากับนาตาชาและมีมัดไหมด้วย เขานึกถึงอดีตตอนเล่นตำรวจจับโจรกัน มัดไหมจะต้องเล่นเป็นสองฝ่าย แล้วเธอจะโกงเวลาโดนยิงว่าเธอเป็นฝ่ายเดียวกันมายิงทำไมอยู่เรื่อย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ลงข่าว...ไม่ได้ฉาวแค่ในคลิป อัจฉราวดีจิกหัวตบเพื่อนกลางกรุง พิสูจน์ข่าวมือตบ มือฉก...พร้อมภาพอัจฉราวดีตบพลอยไพลิน อัจฉราวดีเห็นแล้วโกรธมาก ไม่ทันไร คนโทร.มายกเลิกงานในวันนั้นทั้งหมดและให้แม็ตตี้แทน สร้างความเคียดแค้นให้เธอมาก

"แกอีกแล้ว แกแย่งฉันทุกอย่าง แกจะเอาไปจากฉันทุกอย่างเลยรึไง ฉันไม่ยอม..."

นาตาชาเอากล่องพัสดุที่ส่งมาให้รามิลพร้อมข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ รามิลเปิดดูเป็นวิกผมทอง นาตาชาเห็นแล้วคุ้นๆพยายามนึก รามิลจึงบอกให้นาตาชานึกไป พลันมัดไหมโทร.มา รามิลดีใจ "ฉันนึกว่า กว่าเธอจะโทร.มา ฉันคงเฉาตายไปซะแล้ว"

มัดไหมนัดรามิลไปพบที่ห้างสรรพสินค้า รามิลดีใจรับปากแล้วรีบออกไป มัดไหมตั้งใจจะสารภาพความจริงทุกอย่างกับเขา...ดนุพันธ์มาหารามิล แต่รามิลกลับวิ่งสวนออกไป ดนุพันธ์จึงเอาซิลิโคนโยนบนโต๊ะ นาตาชาเห็นถามเอามาทำไม ดนุพันธ์ตอบว่ารามิลให้ไปสอบถามว่าคืออะไร นาตาชาว่าทำไมไม่มาถามเธอ คนในวงการรู้จักดี

มัดไหมนัดรามิลกลาง ห้างฯ เธอเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำก่อน เผอิญลืมวางมือถือทิ้งไว้ อัจฉราวดีแอบเก็บไปอย่างสะใจ...รามิลกับมัดไหมเดินหากัน มัดไหมนึกได้ว่าลืมมือถือไว้ จึงกลับไปหาในห้องน้ำทำให้คลาดกัน รามิลโทร.เข้ามา อัจฉราวดีเห็นหน้าจอก็กดปิดเครื่องแล้วโยนมือถือมัดไหมทิ้งขยะ

พอดีมีงานอีเวนต์กลางลาน  พิธีกรเห็นรามิลจึงดึงเข้ามาร่วมสนุก "ได้อาสาสมัครสำหรับแต่งหน้ามาแล้วคนนึงนะคะ รูปหล่อซะด้วย"

คน มุงดูกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ พิธีกรจึงบอกว่าจะแต่งหน้าเอฟเฟกต์ให้หน้าหล่อๆของรามิลกลายเป็นผี รามิลมองหามัดไหมเกรงจะคลาดกัน พิธีกรรีบบอกว่าไม่นาน...พอช่างหยิบอุปกรณ์สำหรับแต่งหน้าออกมา  มีแผ่นซิลิโคน  กาว  พอเริ่มลงมือรามิลเห็นซิลิโคนและรู้สึกถึงกลิ่นกาวก็นึกถึงภัครมัยทันที เขาแทบช็อกเมื่อลำดับเรื่องราวต่างๆ เขารีบลงจากเวทีออกไปที่จอดรถ...

ขณะ ที่มัดไหมไปหามือถือในห้องน้ำไม่เจอจึงออกไปที่รถ อัจฉราวดีเห็นรีบโทร.สั่งคนของเธอทันที รถรามิลขับผ่านมัดไหมไปอย่างเร็วโดยไม่เห็นกัน ชายร่างใหญ่คนของอัจฉราวดีเข้ามากระชากมัดไหม ตุ๊ยท้องและฟาดแขนลงที่ท้ายทอยเธอจนทรุด กำลังจะหมดสติ เธอเห็นอัจฉราวดีรางๆสั่งคนให้เอาตัวเธอขึ้นรถกระบะสีดำ...

รามิลขับ รถมาถึงไร่มนตราอย่างรวดเร็ว ติ๋มเห็นหน้ารามิลที่แต่งเละข้างหนึ่งก็ตกใจ รามิลไม่สนใจบุกไปที่ห้องภัครมัยแล้วรื้อค้นจนพบกล่องใส่แผ่นซิลิโคนและขวด กาว พร้อมวิกผม ติ๋มหน้าซีดจำต้องสารภาพว่ามัดไหมเพียงอยากพิสูจน์ใจเขา รามิลโกรธ พลันมีข้อความส่งเข้ามือถือมาพร้อมคลิป เป็นภาพมัดไหมถูกจับมัดห้อยจากคานเหล็ก เสียงเธอพูดเบาๆเรียกให้เขาช่วยด้วย...รามิลตกใจรีบขับรถออกไปทันที

อัจฉราวดีเข้ามาจับมัดไหมเงยขึ้น "ไง เจอแบบนี้ไม่ปากดีแล้วเหรอ"

สาย ตามัดไหมมองตอบอย่างโกรธเกรี้ยว อัจฉราวดีเอามือถือถ่ายคลิปอีกหวังจะให้สารภาพที่หลอกรามิล มัดไหมนิ่งเงียบจึงโดนบีบคอจนหน้าแดง พออัจฉราวดีปล่อย

"เธอทำแบบนี้ พี่เรก็ไม่หันมารักเธอหรอก" มัดไหมยังยืนกรานจึงโดนตบหน้าหัน

"ยังมีแรงปากดีอีกนะ แกรู้มั้ยชีวิตฉันถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม"

มัด ไหมยังพูดซ้ำประโยคเดิม อัจฉราวดีกราดเกรี้ยวใส่ ขู่ว่าจะให้คนของเธอจัดการเอาเป็นเมีย มัดไหมมองชายร่างใหญ่อย่างหวาดๆ...รามิลขับรถไปโทร.หาอัจฉราวดีไปด้วย เธอกดรับด้วยความแค้น "โทร.หาฉันได้แล้วเหรอ...ว่าไงคะเร คิดถึงอัจรึเปล่า"

"อัจ...อย่าทำอะไรมัดไหมนะ"

อัจฉรา วดียิ่งแค้น ทุบตีมัดไหมจนร้องให้รามิลได้ยินเสียง รามิลแทบคลั่งร้องบอกให้หยุด เป็นบ้าไปแล้วหรือ อัจฉราวดีตอบว่า เธอบ้าไปแล้วก็เพราะมัดไหม รามิลถามว่าเอามัดไหมไปไว้ไหน อัจฉราวดีตอบว่า "ใกล้กับบ้านเรนิดเดียวเองค่ะ ยังไงก็รีบตามมานะคะ เพราะว่านังผู้หญิงคนนี้มันรอจะสารภาพความจริงอยู่"

พอกดวางสาย อัจฉราวดีหันมาจ้องมัดไหมและพูดว่า ยังไม่ทำอะไรเธอหรอกจนกว่ารามิลจะมาได้ยินว่าเธอหลอกลวงเขาไว้ยังไง บ้าง...มัดไหมสะบักสะบอมแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะยืน

ไม่นานรามิลขับรถมา จอดเงียบๆแถวโกดังร้าง เขาเห็นรถของอัจฉราวดีจอดอยู่จึงมั่นใจว่าเป็นที่นี่แน่ เขาย่องเข้ามาได้ยินคนของอัจฉราวดีสองคนคุยกัน รามิลคว้าไม้ย่องมาฟาดหัวคนหนึ่งสลบ เกิดการต่อสู้กับอีกคนจนเขาสามารถฟาดหัวมันสลบไปได้ เขารีบวิ่งเข้าไปในโกดังเห็นมัดไหมถูกมัดอยู่จะเข้าไปช่วย แต่อัจฉราวดีออกมาขวาง พอเห็นแผลที่หน้ารามิลก็ค่อยๆดึงออก

"ของปลอมนี่ ทำไมคะอยู่กับยัยนี่เยอะ เลยอยากจะใส่หน้ากากหลอกคนอื่นบ้างงั้นเหรอ"

"อัจ...อัจเป็นบ้าอะไร จะทำแบบนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา"

"อัจไม่ยอมหรอกนะที่จะให้เรไปแต่งงานกับคนหลอกลวงแบบนี้...บอกเรไปสิว่าแกหลอกลวงเค้ายังไง พูดไปสิ" อัจฉราวดีหันมาสั่งมัดไหม

รา มิลบอกให้อัจฉราวดีหยุดได้แล้ว และเข้าไปช่วยแก้มัดให้มัดไหมซึ่งก้มหน้ารู้สึกผิด อัจฉราวดีโกรธชักปืนออกมาจ่อไปที่รามิลกับมัดไหม ถ้าช่วยเธอจะยิงมัดไหม รามิลหันมาปลอบให้อัจฉราวดีใจเย็น ทำแบบนี้มันไม่ดี

"ดีไม่ดีมีใครสนด้วยล่ะ ทีนังนี่มันหลอกลวงเรยังไม่สนเลย...บอกเรไปสิว่าแกทำอะไร"

มัด ไหมมองหน้ารามิลน้ำตาไหลพราก เธอกล่าวขอโทษเขา อัจฉราวดีไม่พอใจ "ฉันให้พูดความจริง ไม่ใช่ให้แกขอโทษ บอกไปสิว่า ทั้งแม็ตตี้ มัดไหม ภัครมัย เป็นคนคนเดียวกันหมด ซึ่งก็คือแก ที่ทำไปเพราะตั้งใจจะจับเร พูดไปเลยเรเค้าจะได้เชื่อฉัน เลิกหาว่าฉันโกหกซักที เค้าจะได้รู้ว่าไอ้คนแสนดีของเค้าต่างหากที่มันเลว"

"อัจ พอได้แล้ว ผมขอโทษทุกอย่างที่เคยทำไม่ดีกับอัจไว้ อัจเลิกทำแบบนี้เถอะ" รามิลตะล่อมอัจฉราวดีที่แกว่งปืนไปมาให้วางปืนลงก่อน

"มีเงื่อนไขเดียวที่อัจจะหยุด คือเรต้องแต่งงานกับอัจ แทนที่จะเป็นนังมัดไหมนี่"

มัด ไหมตะลึง รามิลพยายามกล่อมให้อัจฉราวดีไปคุยกันที่บ้าน และปล่อยมัดไหมไปก่อน แต่อัจฉราวดีไม่ยอม ต้องการให้เขารับปากและให้มัดไหมเป็นพยาน รามิลหาโอกาสเข้าไปแย่งปืนจากมืออัจฉราวดี ปืนลั่นไปโดนเชือกที่มัดมือของมัดไหมขาดข้างหนึ่ง เธอจึงรีบแก้มัดอีกข้างแล้วมาช่วยรามิล เห็นปืนตกที่พื้นจะเข้าไปคว้า แต่อัจฉราวดีวิ่งมาคว้าไว้ก่อน ยกปืนจะยิง

"เรหักหลังอัจเพื่อมัน นังคนหลอกลวงคนนี้ อัจอยากจะรู้เหลือเกินว่ามันดีกว่าอัจตรงไหน ถ้าไม่มีแกสักคน เรื่องมันก็คงจบแบบง่ายๆไปตั้งนานแล้ว" อัจฉราวดียิงใส่มัดไหม

รามิลเอาตัวเข้าขวาง กระสุนเฉี่ยวขมับซ้ายของรามิลล้มลงแน่นิ่งไป มัดไหมตกใจโผกอด อัจฉราวดียิ่งแค้น "กะอีแค่ผู้หญิงเลวๆคนนี้ เรยอมตายเพื่อมันเลยเหรอ ดี...ถ้ารักกันมากนักก็ไปลงนรกด้วยกันเลยไป๊"...อัจฉราวดียิงเปรี้ยงไปที่ ทั้งสองคน...

ooooooo
ตอนที่ 13

กระสุนที่ลั่นออกจากปืนของอัจฉราวดีเจาะเข้า ที่แขนของมัดไหม เธอล้มพับไปกับรามิล อัจฉราวดีบ้าคลั่งจะยิงซ้ำ แต่พอดีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้นจึงเริ่มกลัววิ่งหนีไป

มัดไหมซึ่ง ยังมีสติกับรามิลที่หมดสติถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน มัดไหมมองไปที่เตียงรามิลด้วยความเป็นห่วงตลอดเวลา ทีมแพทย์วุ่นวายให้การช่วยเหลือกันใหญ่...เวลาผ่านไป... มัดไหมเห็นรามิลพร้อมสัมภาระกำลังจะขึ้นม้า เธอเข้ามาถามว่าเขาจะไปไหน แต่รามิลกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วพูดว่า "จำไว้...มัดไหมเป็นคนไล่พี่ออกไปจากชีวิตเอง"

มัดไหมตกใจร้องเรียก รามิลอย่าไป...เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นนาตาชากับแม่แก้วยืนคุยกันอยู่เรื่องจะต้องจัดการเลื่อนการแต่งงานออกไป พอเห็นมัดไหมฟื้น ทั้งสองก็ปรี่เข้ามาดูแล

"ฉันหลับไปนานแค่ไหน" มัดไหมถาม

"วันนึงเต็มๆ...โชคดีนะกระสุนแค่ถากแขนไป ไม่เป็นอะไรมาก"

"พี่เรล่ะ พี่เรเป็นไงบ้าง" มัดไหมนึกได้ถามหารามิล

ทั้ง สองทำหน้าไม่สู้ดีก่อนจะตอบว่ายังอยู่ห้องไอซียู ยังไม่พ้นขีดอันตราย มัดไหมเป็นห่วงจับใจขอให้นาตาชาพาเธอไปหา...มัดไหมนั่งรถเข็นมาเกาะเตียงรา มิลซึ่งนอนไม่ได้สติ มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด เธอฟุบหน้าร้องไห้ข้างเตียงรามิล ดูน่าเวทนา

พอหมอมาตรวจดูอาการมัด ไหมที่ห้องพัก มัดไหมเอาแต่ซักถามอาการของรามิลจนไม่เป็นอันฟังอาการของตัวเอง จนหมอต้องบอกว่ารอให้รามิลฟื้นขึ้นมาก่อนถึงจะบอกว่าอาการจะเป็นอย่างไรอีก "หมอให้ความหวังไม่ได้หรอก ถ้าอยากได้คุณต้องสร้างมันขึ้นเอง..."

มัดไหมอึ้งไป...ตอนกลางวันตำรวจมาสอบปากคำถึงรูปพรรณคนร้าย แต่มัดไหมกลับบอกว่าจำไม่ได้ นาตาชาแปลกใจที่ทำไมไม่บอกไปว่าเป็นอัจฉราวดี

"ฉันไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้ว"

"ไอ้ ที่เธอทำอยู่นี่มันไม่ต่อยังไง เธอคิดว่าเค้าจะหยุดรังควานเธอ ซาบซึ้งในบุญคุณที่เธอไม่บอกตำรวจงั้นเหรอ...ถ้าอัจฉราวดีจะหยุด เค้าคงหยุดไปตั้งนานแล้ว คงไม่ปล่อยให้เรื่องบานปลายแบบนี้หรอก"

"แล้วจะ ให้ฉันทำไง จับเค้ามาเข้าคุกให้ได้งั้นเหรอ เค้าไม่มีความสำคัญกับฉันขนาดนั้นหรอกนะ เค้าจะเป็นจะตายยังไงฉันไม่สนใจ ฉันสนแค่พี่เรคนเดียว เพราะเรื่องทั้งหมดมันเกิด จากฉันที่ทำให้พี่เรต้องเป็นแบบนี้" มัดไหมร้องไห้โฮ

ข่าวในทีวีทำให้อัจฉราวดีรู้ว่ามัดไหมยังรอดปลอดภัยดีก็เจ็บใจ ยังไม่ยอมรามือ เธอโทร.ไปตามอิทธิพลให้กลับมาช่วย

มัด ไหมมาคอยดูแลรามิลทุกวัน ตั้งแต่ตัวเองยังนั่งรถเข็นจนใช้ไม้ค้ำไปจนเดินได้คล่อง เธอมาอ่านหนังสือ พูดคุยกับเขาทุกวัน จนรามิลย้ายออกจากห้องไอซียูมาอยู่ห้องธรรมดาแสดงว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่ฟื้น มัดไหม แม่แก้ว และนาตาชาซักถามหมอ

"แล้วทำไมพี่เรถึงไม่ฟื้นซักทีละคะ" นาตาชาถาม

"อันนี้ทางเรายังไม่แน่ใจนะครับ เพราะเท่าที่ตรวจก็ปกติดี"

"ไม่ได้มีแพ้ยาสลบตอนผ่าตัดใช่มั้ยคะ"

"ไม่มีนะครับลองเทสต์ดูหมดแล้ว ตอนนี้ก็รอเช็กผลทางสมองอีกนิดหน่อย"

"แปลว่าอาจจะมีปัญหาทางสมองเหรอคะ"

หมอ ตอบให้รอดูอาการตอนรามิลฟื้น หมอรีบเดินออกเพราะไม่ไหวตอบ ดนุพันธ์สะกิดรามิลให้ฟื้นมาทำงานต่อได้แล้ว นาตาชาหวั่นใจกลัวรามิลเป็นเจ้าชายนิทรา มัดไหมสะดุ้ง นึกถึงคำพูดรามิลที่พูดกับแม่มดตอนให้แอปเปิ้ลเขา รามิล ไม่เอาเพราะกลัวเป็นเจ้าชายนิทราแล้วไม่มีเจ้าหญิงมาจุมพิต...

คืนนั้น มัดไหมและนาตาชานอนเฝ้าไข้รามิล มัดไหม เห็นนาตาชาหลับไปแล้ว เธอยืนมองรามิลซึ่งหลับนิ่งไม่ไหวติง เธอหันไปดูนาตาชาให้แน่ใจว่าหลับอยู่ แล้วตัดสินใจก้มลงจุมพิตรามิล แต่แล้วรามิลก็ยังนิ่งเฉย มัดไหมเสียใจหันกลับจะไปนอน เสียงรามิลพึมพำขอน้ำ...มัดไหมหันกลับมามองด้วยความดีใจ "น้ำเหรอ...พี่เร พี่เรเป็นไงบ้าง หนูนา...พี่เรฟื้นแล้ว"

นาตาชาลุกขึ้นวิ่งไปเกาะเตียงรามิล เขามองหน้ามัดไหมกับนาตาชาสลับไปมา...วันรุ่งขึ้น ทุกคนมาแสดงความดีใจกับรามิล หมอกำลังเช็กอาการรามิล เขาถามหมอว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา และเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หมอบอกทุกคนว่า การพูดจาโต้ตอบอยู่ในเกณฑ์ดี แต่แล้วรามิลก็ถามว่า "แล้วพวกคุณเป็นใคร..."

ทุกคนตกใจ ต่างแนะนำตัว แต่รามิลก็ส่ายหน้าไม่รู้จักใครเลย จนมองมาถึงมัดไหม

"แล้วคนนี้ใครเหรอครับ"

"มัดไหมไง มัดไหมคู่หมั้นของลูกไง" แม่แก้วบอก

"นี่ผมมีคู่หมั้นด้วยเหรอ" รามิลทำหน้างงๆ

มัดไหมเสียใจมากเดินออกจากห้อง นาตาชาตามมาปลอบว่ามันคงไม่ร้ายแรงแบบที่เห็น

"แต่เธอเห็นสายตาที่เค้ามองมาที่ฉันเมื่อกี้มั้ย มันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย"

"ฉันว่าพี่เรเค้าเพิ่งฟื้นมา เค้าอาจกำลังมึนยา สมองอาจกระทบกระเทือนด้วย อีกหน่อยเค้าก็คงจำได้เอง"

"ขอให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆเถอะ ฉันทนไม่ได้หรอกนะที่ความทรงจำเป็นสิบๆปีที่ฉันมีกับพี่เรมันจะหายไป ถ้าเป็นแบบนั้นจะมีค่าอะไร ก็เหมือนแค่เดินผ่านมาผ่านไปคนนึงเท่านั้น"

นาตาชาตบไหล่เบาๆปลอบใจมัดไหมเพราะรู้ว่าคงทรมานใจมาก...แม่แก้ว มัดไหม และนาตาชามาคุยกับหมอถึงอาการรามิลว่าทำไมถึงจำอะไรไม่ได้ ทั้งที่กระสุนแค่ถาก หมอให้ใจเย็นรอดูอาการ

มัดไหมเฝ้าดูแลรามิล เธอจัดหาข้าวต้มมาให้ กำลังจะป้อน รามิลปัดมือเธอออก "คุณไม่ต้องมาดูแลผมเหมือนผมเป็นเด็กๆหรอก"

"พี่เรไม่ต้องเกรงใจมัดไหมหรอกค่ะ"

"ผมไม่ได้เกรงใจ แต่ผมรำคาญ"

มัดไหมเจ็บปวดในใจ น้ำตาคลอเดินออกจากห้องไป แล้วหยุดยืนร้องไห้อยู่หน้าประตู พลันรู้สึกว่ามีคนลอบมองอยู่ จึงหันไปมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งทำตัวลับๆล่อๆ สวมหมวกใส่แว่นตาดำ เธอเดินเข้าไปดู หญิงคนนั้นเดินหนีไปทางห้องน้ำ มัดไหมจึงตามเข้าไป เปิดประตูห้องน้ำหาทุกห้องจนเจอห้องสุดท้าย มีกล่องพัสดุวางอยู่บนชักโครกจึงเปิดดู เป็นมือถือของเธอเอง พอเปิดเครื่องก็มีคลิปที่อัจฉราวดีบังคับให้เธอพูดในโกดังเด้งขึ้นมา จากนั้นก็เป็นเสียงพูด

"โทรศัพท์นี่ฉันคืนให้ เราจะได้ติดต่อกันง่ายขึ้น แกคิดว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆงั้นสิ ฝันไปเถอะ เรื่องนี้มันยังไม่ถึงตอนจบ" เสียงของอัจฉราวดีทำให้มัดไหมผวารีบเดินออกมา

สีหน้ามัดไหมยังหวาดระแวง กลับเข้ามาในห้องเห็นรามิลหลับไปแล้ว เธอเดินมาดูเขาเศร้าๆก่อนจะห่มผ้าให้ พอดีหมอเข้ามาถามไถ่ว่ารามิลจำอะไรได้บ้างหรือยัง มัดไหมส่ายหน้า หมอจึงบอกว่า ได้วินิจฉัยแล้วว่าถ้าคนไข้ได้กลับไปอยู่ในที่เดิมๆบรรยากาศเดิมๆ ความจำอาจจะกลับคืนมา มัดไหมรับทราบแล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ปรึกษากันแล้ว ทั้งแม่แก้วและทุกคนเห็นด้วยที่จะให้มัดไหมเป็นคนดูแลฟื้นฟูความทรงจำให้รา มิล มัดไหมจึงพารามิลมาพักผ่อนชายทะเลที่ที่เขาเคยพาเธอมา

ooooooo

ตอนที่อยู่โรงพยาบาล อิทธิพลโทร.มานัดพิศมัยไปพบ เธอไม่กล้าบอกใคร ออกไปพบเขาตามลำพังเพื่อหยั่งเชิงว่ามีอะไร และอิทธิพลก็แสดงท่าทีที่จะฮุบบริษัทไว้คนเดียว ท่าทางเขาน่ากลัวจนพิศมัยต้องหลบตา และเขาก็พูดถึงงานแต่งงานของรามิล

"...ลูกสาวผมโทร.ไปบอกว่าเธอโดนหลานชายคุณทำร้ายจิตใจสารพัด"

"เรื่องของเด็ก ฉันไม่ได้เข้าไปยุ่งหรอก เขาจะรักใครชอบใคร สุดท้ายฉันก็ทำได้แค่จัดการในส่วนที่ผู้ใหญ่ต้องทำเท่านั้น"

"ที่ผมมาวันนี้ ผมก็มาจัดการส่วนที่พ่อต้องทำเหมือนกัน...งานแต่งงานที่ว่า มันจะมีได้ต้องเป็นรามิลกับอัจฉราวดีเท่านั้น ไม่งั้น...บริษัทของรามิลโดนยึดแน่"

พิศมัยตกตะลึง พูดไม่ออก...

เห็นรามิลนั่งมองไปในทะเล มัดไหมจึงเข้ามานั่งข้างๆ รามิลถามเธอว่าพาเขามาที่นี่ทำไม มัดไหมตอบว่าเธอกับเขาเคยมาที่นี่ด้วยกัน

"แล้วทำไมคุณอยากจะรื้อฟื้นเรื่องระหว่างเรา ทั้งที่ผมจำอะไรไม่ได้เนี่ยนะ"

"เปล่าค่ะ แต่สัญญากันไว้ว่าจะมาที่นี่ด้วยกันอีก..."

"งั้นแปลว่าตอนนี้ผมก็ทำตามสัญญาแล้ว เราคงไม่มีอะไรติดค้างกันอีก"

"ทำไมพี่เรต้องทำท่าทีรังเกียจมัดไหมด้วยละคะ"

"ผมไม่รู้ ผมแค่รู้สึกว่าผมไว้ใจคุณไม่ได้"

มัดไหมอึ้ง อะไรทำให้รามิลรู้สึกเช่นนั้น รามิลส่ายหน้า มัดไหมจึงถามว่าเขาจำได้ไหม...เขาเคยถามเธอว่า "เราจะอยู่ ด้วยกันตลอดไปได้มั้ย"

"หึ...ผมทำอะไรโง่ๆแบบนั้นด้วยเหรอ"

"ถ้าตอนนั้นมัดไหมเป็นคนถามประโยคเดียวกัน พี่เร จะตอบมัดไหมว่าไงคะ"

รามิลตอบว่ามัดไหมคงไม่อยากฟัง มัดไหมเศร้าใจกับท่าทีแข็งกร้าวและเฉยเมยของเขา...ตกกลางคืน รามิลแปลกใจที่ต้องนอนบังกะโลห้องเดียวกัน มัดไหมแต่งหน้าเป็นภัครมัย ออกจากห้องน้ำมา รามิลเห็นแล้วสะดุ้งเจ็บจี๊ดขึ้นสมองทันที

มัดไหมพูดด้วยน้ำเสียงภัครมัยว่าจำได้ไหม รามิลท่าทางรังเกียจ "คุณเล่นอะไรของคุณน่ะ"

"จำไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะ ถ้างั้นพี่เรรอมัดไหมแป๊บนะคะ" มัดไหมวิ่งเข้าห้องน้ำไปแต่งตัวเป็นแม็ตตี้ออกมา ถามเขาว่าแบบนี้จำได้ไหม

รามิลปวดหัวจี๊ดร้อง  "พอแล้ว  คุณเลิกทำอะไรบ้าๆแบบนี้ซักที โอ๊ย..." เขาล้มลงไปบนเตียงร้องโอดครวญ "คุณจะทรมานผมไปถึงไหน โอ๊ย..."

มัดไหมตกใจรีบไปหายาและน้ำมาป้อน กว่ารามิลจะสงบและหลับไป มัดไหมถึงมานอนที่โซฟาแทนเขา...จนเช้า รามิลตื่นขึ้นมา เห็นมัดไหมหลับอยู่ที่โซฟา เขารู้สึกหงุดหงิดจึงลุกออกไปข้างนอก เห็นบนโต๊ะมีอาหารวางไว้พร้อม และมีการ์ดสีชมพูวางอยู่ ข้อความว่า...ไม่ว่าพี่เรจะเป็นยังไง มัดไหมก็จะรัก...มัดไหมเดินออกมาขณะที่รามิลมองดูการ์ด รามิลหันมาถามเธอว่านี่อะไร มัดไหมยิ้มเขินๆตอบว่าการ์ดอวยพร

"คุณทำเองเหรอ..." มัดไหมพยักหน้า "ปัญญาอ่อนจริง" รามิลพูดโพล่งออกมา

มัดไหมช็อกกับคำพูดของเขา รามิลบอกว่าเขาอ่านไม่ออก มันเขียนว่าอะไร มัดไหมตกใจระคนเสียใจ จึงบอกว่ามันเขียนว่า...ขอให้ทานข้าวให้อร่อย...

"มีอะไรก็พูดได้ จะเขียนการ์ดให้ยุ่งยากทำไม หรือพูดไม่ออกรึไงว่าทำอะไรไว้ รู้สึกยังไง" รามิลพูดเหมือนรู้อะไรบางอย่าง มัดไหมทั้งเจ็บปวดและเสียใจกับคำพูดของเขา...

เดินปล่อยใจคิดถึงความหลัง มัดไหมปล่อยน้ำตาไหล คิดถึงครั้งที่เธอมาที่นี่กับรามิล พลันเห็นรามิลถือดอกลีลาวดี เดินเล่นอยู่ไกลๆ เธอดีใจคิดว่าเขาจำได้รีบวิ่งเข้าไปถามว่าเขาจำดอกไม้นี่ได้ใช่ไหม รามิลส่ายหน้าและถามว่าดอกอะไรหอมดี มัดไหมผิดหวังเพราะครั้งก่อนรามิลเอาดอกไม้นี่มาเสียบหูเธอแล้วจูบหน้าผาก เธอ...มัดไหมจึงดึงดอกไม้ในมือรามิลมาเสียบหูแล้วหอมแก้มรามิล "ทำแบบนี้จำอะไรได้มั้ยคะ"

รามิลดูซีเรียสขึ้นมาทันที "อย่ามาใกล้ผมแบบนี้อีก เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน"

มัดไหมเจ็บปวดกับสิ่งที่รามิลทำ เธอเสียใจอยู่พักใหญ่ กว่าจะเข้าไปจัดที่นอนบนโซฟา จู่ๆรามิลก็เรียก "มานอนด้วยกันบนเตียงสิ"

มัดไหมขอโทษที่ทำให้ตื่น รามิลเสียงเข้มขึ้นบอกให้เธอมานอนบนเตียง มัดไหมไม่ไปเพราะไม่อยากให้เขาต้องอึดอัด แต่รามิลกลับตวาด "อย่าลีลาได้มั้ย บอกให้มานอนตรงนี้"

มัดไหมผวารีบเดินมานอน พอล้มตัวลงนอน รามิล ก็เริ่มลวนลามเธอ มัดไหมตกใจลุกขึ้นปัดป้อง รามิลกลับพูดว่าเธอ "อย่าทำเป็นเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่า เมื่อก่อนเราสนิทกันมาก"

"แต่พี่เรไม่เคยทำกับมัดไหมแบบนี้"

"เราไม่เคยใกล้ชิดกันเป็นพิเศษเลยรึไง อย่ามาโกหกดีกว่า" รามิลปล้ำมัดไหม

มัดไหมผลักเขาออกแล้วลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากห้อง เธอมาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ริมทะเล

ooooooo

ดนุพันธ์มาทำงานแทนรามิลตามปกติ แต่วันนี้กลับเจอกับอิทธิพลเข้ามาแสดงตัวเป็นผู้บริหารแทนรามิลเอง ดนุพันธ์พูดไม่ออก...แม่แก้วเองก็เห็นพิศมัยเครียดผิดปกติจึงถามว่ามีปัญหา อะไร พิศมัยตัดสินใจเล่าเรื่องอิทธิพลให้ฟัง ทั้งสองคิดวิธีแก้ไข ในขณะที่อัจฉราวดีดีใจที่อิทธิพลกลับมา เธอเอารูปมัดไหมให้พ่อดูเพื่อจะได้จัดการให้ไปจากรามิลให้ได้

ในตอนสาย มัดไหมกลับเข้ามาในบังกะโล รามิลตั้งท่าต่อว่าอย่างโกรธๆ "ทำไมคุณไม่อยู่คอยดูแลผม ไหนบอกว่าจะคอยอยู่ดูแลผมตลอดไง"

รามิลโกรธดันตัวมัดไหมไปชิดกำแพง จับแขนเธอไว้

ทั้งสองข้าง ถามว่ากลัวเขาหรือ มัดไหมเบี่ยงหน้าหลบตอบว่าเธอไปทำธุระ รามิลต่อว่าว่าเขาปวดหัวแทบตายแต่เธอไม่อยู่ มัดไหมตกใจรีบถามว่าเขาปวดมากไหม หายหรือยัง

"รอให้ผมตายไปก่อนสิแล้วค่อยถาม ต่อไปนี้คุณห้ามหายไปไหนโดยที่ไม่บอกผมเด็ดขาด...ไม่งั้นผมจะไม่แค่ขู่แบบ นี้หรอก" รามิลไซ้ซอกคอมัดไหมแล้วจึงปล่อย

มัดไหมหวาดผวากับการกระทำ ของเขา รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว รามิลสั่งให้เธอไปหาข้าวให้เขากิน มัดไหมรีบวิ่งออกไป...ตลอดทั้งวัน มัดไหมพยายามหลบหน้ารามิล กลางคืน เธอออกมาเดินริมทะเลด้วยความกลุ้มใจ พอดีนาตาชาโทร.มาถามอาการรามิลว่าจำได้บ้างหรือยัง มัดไหมตอบว่า "ไม่ใช่แค่จำไม่ได้ แต่เค้าไม่ใช่คนคนเดิมเลย"

"มัดไหม...ถ้าทำไมไหวก็ไม่ต้องทำนะ ให้พี่เรกลับมาอยู่บ้านก็ได้"

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากทำอะไรเพื่อไถ่โทษให้ตัวเองบ้าง"

ระหว่างคุยกันอยู่ ชายร่างใหญ่คนของอัจฉราวดีและลูกน้องก็เข้ามาฉุดมัดไหม เธอร้องและมือถือหล่นบนทราย นาตาชาได้ยินเสียงตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงมัดไหมร้องให้ช่วยด้วย...มัดไหมนอนสลบอยู่เบาะหลัง ชายสองคนขับรถคุยกันว่า "คราวนี้ถ้าปล่อยมันรอดไปได้อีก นายใหญ่เอาเราตายแน่"

มัดไหมได้ยินลืมตาขึ้นมองหาทางหนีทีไล่ เห็นขวดลิโพตกอยู่ในรถ จึงหยิบขึ้นมาปาใส่กระจกรถแตก คนขับตกใจจอดรถทันที มัดไหมฉวยโอกาสเปิดประตูรถวิ่งหนีเข้าข้างทางซึ่งเป็นป่าละเมาะเตี้ยๆ เธอวิ่งไปซ่อนตัวเงียบ ชายสองคนวิ่งผ่านเลยเธอไป เธอจึงวิ่งกลับมาที่ถนนวิ่งไปโบกขอความช่วยเหลือจากรถที่ผ่านมา แต่เพราะความมืดจึงไม่มีใครกล้าจอดรับเธอ

นาตาชาขับรถมากลางดึกเพื่อมาช่วยมัดไหม และแล้วก็มีคนวิ่งมาหน้ารถเธอเบรกอย่างแรง รถกระตุกดับนาตาชาตกใจ ลงมาดูกลายเป็นมัดไหมนั่งตัวสั่น นาตาชาพามัดไหมขึ้นรถแต่แล้วรถสตาร์ตไม่ติด พลันเห็นชายสองคนเดินมาจึงรีบให้

มัดไหมซ่อนตัว ชายสองคนเข้ามาถามว่าเห็นผู้หญิงลักษณะอย่างมัดไหมผ่านมาไหม นาตาชาส่ายหน้า "มีอะไรรึเปล่าคะ?"

"ไม่มีอะไรหรอก แล้วคุณล่ะมาจอดรถทำอะไรมืดๆแถวนี้" พอรู้ว่ารถเสียก็ช่วยดูให้

นาตาชารีบบอกว่าไม่เป็นไร เธอเรียกช่างแล้ว ชายสองคนนั่นจึงรีบไปตามหามัดไหมต่อ นาตาชาโล่งอกเพราะเอาผ้าคลุมตัวมัดไหมไว้ที่ด้านหลังรถ เธอพยายามสตาร์ตรถจนติดรีบขับหนีออกไป...จนเช้า มัดไหมกับนาตาชานั่งคุยกันอยู่ริมทะเล นาตาชาอยากให้แจ้งความ แต่มัดไหมเกรงเรื่องจะบานปลายแล้วเดือดร้อนคนอื่นอีก และเธอก็ได้ยินว่าคนร้ายพูดถึงนายใหญ่ไม่ใช่อัจฉราวดี นาตาชายิ่งกังวลเป็นห่วงมัดไหม

"ป่านนี้พี่เรคงโมโหแย่แล้วมั้งที่ฉันหายไป"

"เดี๋ยวฉันไปช่วยเคลียร์ให้ดีกว่า"

มัดไหมไม่ไห้ไปเพราะช่วงนี้รามิลไม่ใช่คนเดิม ไม่ฟังใครทั้งนั้น...มัดไหมกลับมาหารามิลคนเดียว พอมาถึงรามิลก็กระชากเธอผลักลงบนเตียง "คุณหายไปไหนมา"

"พี่เรอย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้มั้ย มัดไหมเหนื่อย"

รามิลยิ่งโกรธบอกว่าเธอมีหน้าที่ดูแลเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มัดไหมเถียงว่าเธอเป็นคู่หมั้นไม่ใช่คนดูแล รามิลยิ่งกราดเกรี้ยวใส่ "คู่หมั้นที่หายไปทั้งคืน แล้วอธิบายไม่ได้ว่าไปไหนมาเนี่ยนะ คุณเห็นผมเป็นอย่างนี้แล้วจะทิ้งผมไปหาคนอื่นล่ะสิ"

"พี่เร...พี่เรเป็นอะไรเนี่ย ทำไมต้องพูดจาหาเรื่องมัดไหมตลอดเวลา มัดไหมไปทำอะไรให้พี่เรนักหนา"

"ทำอะไรเหรอ ผมว่าคุณน่าจะตอบได้ดีกว่าผมนะว่าคุณทำอะไรผมไว้ ถึงผมจำอะไรไม่ได้ ผมยังรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้คุณขนาดนี้"

มัดไหมสะอึกกับคำพูดของรามิล เธอจึงขอโทษเขา แต่เขายังไม่พอใจ "ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าคุณหายไป มันจะไม่ใช่แค่ขู่"

รามิลผลักมัดไหมลงบนเตียงแล้วโถมเข้าปลุกปล้ำเธอ มัดไหมขัดขืนเต็มแรง ทุบที่แผลเขาจนเขายอมปล่อย แล้วลุกขึ้นตบหน้าเขา "อย่าเอาความรักที่คนอื่นมีให้มาเป็นเครื่องมือที่จะทำร้ายเค้ายังไงก็ได้ มัดไหมไม่ใช่ของเล่นของใคร"

มัดไหมเดินออกไปด้วยความผิดหวังในตัวรามิล เขาเองก็รู้สึกผิดที่ทำลงไป...มัดไหมเก็บของไปนั่งรอในรถ รามิลตามมานั่งข้างคนขับแล้วบอกให้ไปส่งเขาที่บ้าน มัดไหมนิ่งไม่ตอบ

"อย่ามาทำสำออยหน่อยเลยน่า ยังไม่ได้เสียอะไรไปซักหน่อย" รามิลยังปากเสีย

มัดไหมหันขวับมามองเขา รามิลลอยหน้าไม่สะทกสะท้าน เธอจึงขับรถออกไป...เธอพาเขามาที่บ้านไร่มนตรา รามิลไม่พอใจอยากจะกลับบ้านทิพยคาถา มัดไหมไม่สนใจสั่งติ๋มให้เอากระเป๋ารามิลไปไว้ที่ห้อง แล้วเดินไปไม่ฟังเสียงเขา รามิล โกรธวิ่งไปขึ้นรถมัดไหมขับออกไป ติ๋มรีบมาบอกมัดไหม เธอวิ่งออกไป เห็นรามิลถอยรถอย่างแรงชนต้นไม้เสียงดังสนั่น ศีรษะเขากระแทกพวงมาลัยท่าทางงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

มัดไหมกับติ๋มเข้ามาช่วยรามิลซึ่งค่อยๆหมดสติ...รามิล รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในความมืดหาทางออกกไม่ได้ เขาปวดหัวมาก ภาพต่างๆในอดีตของเขากับภัครมัย แม็ตตี้ และมัดไหมย้อนเข้ามา จนทำให้เขายิ่งปวดหัวทรุดลง พลันได้ยินเสียงมัดไหมเรียกชื่อเขาเบาๆดังก้องขึ้น แล้วสัมผัสถึงผ้าเย็นที่ประคบตามตัวจึงสะดุ้งลืมตาขึ้น เห็นหน้ามัดไหม สลับเป็นแม็ตตี้แล้วภัครมัยจนเห็นชัดเจนเป็นมัดไหม เขาปัดมือเธอผ้ากระเด็น "ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้"

มัดไหมตกตะลึง เจ็บปวดจนต้องออกไป รามิลเครียด "เธอหลอกฉันมาตลอดเลยมัดไหม เธอทำได้ยังไง ฉันไม่ควรไว้ใจเธอเลย   ต่อไปนี้ฉันจะทำให้เธอเจ็บปวดอย่างที่ฉันเคยรู้สึก..."

เริ่มด้วยบนโต๊ะอาหาร มัดไหมยกชามโจ๊กมาวาง รามิลปัดออกจนโจ๊กลวกมือมัดไหมแถมบอกว่าเขาเกลียดโจ๊กแล้วลุกออกไปโดยไม่ สนใจมือที่แดงพองของเธอ ติ๋มโกรธแทนรีบหายามาทาให้พร้อมกับบ่นว่ารามิลร้ายขึ้นทุกวัน...พอดีมีพัสดุ มาส่งที่ไร่สองกล่องใหญ่ เธอเปิดออกดูเป็นของชำร่วยกับการ์ดแต่งงาน รามิลเข้ามาเห็น มัดไหมรีบบอกว่าของส่งมาผิด รามิลเปิดดูแล้วโกรธมาก "เรื่องแค่นี้ยังต้องหลอกกันด้วยเหรอ เห็นฉันโง่นักรึไง"

"เอ่อ...มัดไหมแค่เห็นว่ามันไม่สำคัญอะไร"

รามิลโมโหสั่งให้เอาไปทิ้ง พอเห็นมัดไหมนิ่งจึงลากออกมานอกบ้านแล้วจัดการราดน้ำมันเผา มัดไหมตกใจ ทนไม่ไหวกับการกระทำของเขาอีกต่อไป ปรี่เข้าทุบตีเขา

"มัดไหมไปทำอะไรให้พี่เรนักหนา ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย แค่หลักฐานทางความทรงจำแค่นี้ก็เก็บไว้ไม่ได้เลยเหรอ"

รามิลรวบแขนมัดไหมไว้ ตวาดใส่ "เธอควรจะถามตัวเองมากกว่านะว่าเคยทำอะไรไว้"

มัดไหมแปลกใจรีบถามว่าเขาจำได้แล้วหรือ รามิล ตอบว่ายังจำไม่ได้ไม่ต้องมารื้อฟื้น ให้มันตายไปตรงนั้น เขาปล่อยมือเธออย่างไม่ไยดี มัดไหมน้ำตาร่วงเผาะหัวใจสลายไปกับกองไฟ

ooooooo
ตอนที่ 14

ยอมไม่ได้ที่จะเสียบริษัทให้อิทธิพล พิศมัยจึงคิดกลับมาบริหารงานเอง เช้านี้เธอเข้าบริษัทมาพร้อมแม่แก้ว มีดนุพันธ์เดินตาม แต่พอเข้ามาในห้องทำงานรามิล กลับพบอิทธิพลนั่งวางก้ามอยู่ เขาประกาศว่าเขามาบริหารงานแทนรามิล

"ขอบคุณนะคะคุณอิทธิพล   แต่ยังไงซะทางเราก็ถือหุ้น 51% ซึ่งมากกว่าคุณอยู่ดี ให้เราตัดสินใจกันเองดีกว่าว่าจะให้ใครมาเป็นคนบริหารแทน   ในระหว่างที่ตาเรยังป่วยอยู่"

"ให้คนแก่ขี้หลงขี้ลืมมาบริหาร มันจะรอดเหรอ ผมว่าขายหุ้นให้ผมดีกว่ามั้ย"

"เรื่องขายหุ้น คงต้องข้ามศพกันไปก่อนล่ะค่ะ เพราะเท่าที่ผ่านมาครอบครัวของเราก็บริหารได้ดีมาตลอด ซึ่งคุณก็พึงพอใจในผลงานของเรา"

"ใช่ เมื่อก่อนผมพอใจ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว และถ้าจะต้องข้ามศพใครซักคน คนนั้นควรเป็นใครดีล่ะ"

ดนุพันธ์ได้ยินแล้วทนฟังไม่ได้ "ผมว่าแบบนี้มันจะเกินไปแล้วนะ นี่มันขู่กันชัดๆ"

อิทธิพลว่าเขาแค่สนองตอบไม่ได้ขู่อะไร พิศมัยดึงแม่แก้วให้กลับไปตั้งหลักก่อน...อิทธิพลได้ใจกลับมาบอกอัจฉราวดี ว่า ต่อไปรามิลจะเป็นคนเดินตาม เธอควรใช้เวลานี้ ที่รามิลความจำเสื่อม ผูกสัมพันธ์กันใหม่ อัจฉราวดีได้คิดยิ้มกระหยิ่มใจ...

คิดได้ก็รีบบึ่งรถมาที่ไร่มนตรา มัดไหมกับติ๋มกัน อัจฉราวดีไม่ให้เข้าไปหารามิล แต่พอรามิลออกมาเห็นกลับคิดจะทำให้มัดไหมเจ็บปวดบ้าง จึงหันไปเอาอกเอาใจอัจฉราวดี

"เร...ขา จำอัจได้มั้ย อัจเป็นเพื่อนสนิทของมัดไหมไงคะ ความหลังของเรามีมากมายเลย"

"ผมยังจำใครไม่ได้หรอกครับ แต่ผมก็รู้สึกดีที่คุณมานะ ผมรู้สึกถูกชะตากับคุณอย่างบอกไม่ถูกเลย"

อัจฉราวดียิ้มร่า รีบบอกว่าพอเธอได้ข่าวว่าเขาป่วยเลยมาเยี่ยม "ไปโดนอะไรมาคะเนี่ย"

"โดนอะไรมามีหน้ามาถามอีก" มัดไหมหมั่นไส้

รามิลหันมาเอ็ดมัดไหมว่าไม่มีมารยาทกับแขกของเขา มัดไหมจะบอกว่าอัจฉราวดีเป็นคนยิงเขา แต่รามิลไล่เธอออกไปเสียก่อน มัดไหมเจ็บใจเดินออกไปกับติ๋ม...รามิลแกล้งเอาอกเอาใจอัจฉราวดีทุกอย่าง เพื่อให้มัดไหมรู้สึกเจ็บปวดบ้าง ถึงขนาดเอาแหวนแต่งงานของเขากับมัดไหมมาสวมให้อัจฉราวดีต่อหน้าต่อตามัดไหม สร้างความเจ็บปวดให้มัดไหมเป็นอย่างยิ่งทนไม่ไหวจนต้องหลบมาทำใจ อัจฉราวดียังตามมาพูดจาเยาะเย้ยว่าเธอจะทวงรามิลคืน

"ไม่ได้นะ..."

"ก็คอยดูละกันว่าเรจะเลือกอยู่กับใคร คนที่ทำให้เค้าเจ็บตัวอย่างฉัน กับคนที่ทำให้เค้าเจ็บใจอย่างเธอ...บอกลาเรไว้ได้เลยนะ"

"ฉันยอมให้พี่เรไปอยู่กับคนเลวๆอย่างเธอไม่ได้ หรอก" มัดไหมกระชากไหล่อัจฉราวดี

รามิลเดินมาเห็นพอดี อัจฉราวดีรีบทำเป็นกลัวมาหลบหลังเขา รามิลจึงบอกมัดไหมว่าเขาจะไปกับอัจฉราวดี มัดไหมผิดหวัง ส่วนอัจฉราวดีกระดี๊กระด๊า...มัดไหมเสียใจและเป็นห่วงรามิลอย่างมาก เธอยอมไม่ได้ต้องหาทางห้ามเขา พอดีวายซีโทร.มาถามไถ่ทุกข์สุข พอได้ยินน้ำเสียงมัดไหมก็รู้ว่ามีความทุกข์ จึงบอกว่าเขาจะไปหา

เก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับไปกับอัจฉราวดี มัดไหมเข้ามาพูดอีกครั้ง "นี่พี่เรจะไปกับเค้าจริงๆเหรอคะ พี่เรจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ"

"ถึงฉันจำอะไรไม่ได้ ฉันก็ไม่มีความสุขที่จะอยู่ที่นี่อยู่ดี สู้ไปให้ไกลซะดีกว่า"

"พี่เรจะไปกับใครก็ได้ แต่มัดไหมไม่ให้พี่เรไปกับผู้หญิงคนนี้" มัดไหมยื้อกระเป๋าเขาไว้

อัจฉราวดีเข้ามาผลักมัดไหมล้มลงขาแพลง รามิล ไม่สนใจคว้ากระเป๋าเดินไป อัจฉราวดีพูดเยาะใส่หน้า "ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ย ว่ากระสุนที่ฉันยิงเรวันนั้น จะสลัดเธอออกไปจากเรได้"

อัจฉราวดีแอบโทร.รายงานอิทธิพลว่าเธอพารามิลออก จากไร่ได้แล้ว อิทธิพลจึงส่งลูกน้องไปจัดการมัดไหม...เย็นวันนั้น คนของอิทธิพลบุกมาที่ไร่ ก็แปลกใจที่บ้านไร่เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ จึงโทร.ไปถามอัจฉราวดีให้แน่ใจ ขณะนั้นรามิลนอนหลับ อัจฉราวดีจึงโวยใส่ลูกน้องพ่อว่า "ไม่รู้ล่ะ แกต้องจัดการนังมัดไหมให้เสร็จคืนนี้ ไม่งั้นฉันให้พ่อฆ่าพวกแกแน่"

รามิลได้ยินทุกคำพูด เขาเริ่มเป็นห่วงมัดไหม จึงหาวิธีให้อัจฉราวดีวกรถกลับไปที่ไร่โดยอ้างว่าลืมของสำคัญเกี่ยวกับการ แต่งงาน อัจฉราวดีจึงยอมวกรถแต่อิดออดให้ช้าๆ กลัวเจอกับพวกตัวเอง...มัดไหมเห็นคนร้ายที่เข้ามาในบ้าน จึงซุ่มดู แล้วบอกติ๋มให้หนีไปก่อน มัดไหมหาไม้มาฟาดคนร้ายสลบ ไปได้คนหนึ่ง แต่กลับถูกอีกคนจับได้ ตุ๊ยท้องจนหมดแรง ติ๋มกลับมาช่วยตีหัวคนร้ายอีกคนแล้วประคองมัดไหมหนีไปขึ้นรถตู้ของคนร้ายที่ จอดอยู่ แต่กลับไปไม่รอดเพราะคนร้ายทั้งสองฟื้นมาเอาปืนจ่อเธอกับติ๋มไว้เสียก่อน

ชายคนร้ายจับติ๋มมัดไว้ อีกคนเอาตัวมัดไหมขึ้นมาในห้องนอน หวังจะทำอนาจารแล้วถ่ายคลิปไว้ มัดไหมต่อสู้จนเหนื่อยหอบ ส่งเสียงร้องอย่างแหบพร่า วายซีโผล่เข้ามา ด้วยความที่เขาเป็นฝรั่งร่างใหญ่และมีวิชาการต่อสู้ จึงไม่ยากที่จะล้มคนร้ายทั้งสองได้และจับมัดไว้ เขามาช่วยประคองมัดไหมลุกขึ้น สภาพมัดไหมยับเยิน บอบช้ำไปทั้งตัว วายซีกอดปลอบใจและจูบที่หน้าผากเธอ รามิลเข้ามาเห็นพอดี เขาเข้าใจผิดคิดว่ามัดไหมมีอะไรกับวายซี

"ขอโทษด้วยนะครับที่มาขัดจังหวะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอหน่อย"

"คุยตอนนี้จะดีเหรอครับแม็ตตี้เพิ่งผ่าน..."

"ผมรู้ครับ...สภาพแบบนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผ่านอะไรมา"

อัจฉราวดีเห็นรถตู้คนของเธอยังจอดอยู่ก็รู้ว่าพลาดอีก จึงทำเป็นตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัดไหม รามิลไม่สนใจใครทั้งนั้น ลากมัดไหมออกไปทันที วายซีกันอัจฉราวดีไว้ ไม่ให้ตาม...รามิลลากมัดไหมมาที่ห้องของเขาแล้วผลักเธอล้มลงบนเตียง

"เธอนี่มันชอบสวมเขาให้คนอื่นนักใช่มั้ย"

"พี่เรพูดอะไร?"

"ต่อหน้าฉันก็ทำเป็นคนดี ฉันออกจากบ้านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็พาผู้ชายคนอื่นมาพลอดรักกันถึงในห้อง ทำเป็นว่า ใสบริสุทธิ์ แต่จริงๆก็แค่มารยาที่หลอกให้เค้าตกหลุมใช่มั้ย"

มัดไหมไม่เข้าใจที่รามิลพูด รามิลยิ่งโมโหปลุกปล้ำมัดไหมโดยไม่สนใจว่าเธอบอบช้ำแค่ไหน มัดไหมไม่มีแรงจะต่อสู้นอนนิ่งปล่อยน้ำตาไหลริน รามิลรู้สึกตัวพูดทำร้ายจิตใจ

"หึ...เผยธาตุแท้ออกมาแล้วล่ะสิ ทำเป็นแอ๊บอยู่ตั้งนาน"

"ถ้าพี่เรไม่รักมัดไหมแล้ว ก็ปล่อยมัดไหมไปเถอะค่ะ อย่าให้มัดไหมต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย" มัดไหมวิงวอนทั้งน้ำตา

รามิลชะงัก เสียงติ๋มมาเคาะประตูเรียก รามิลตื่นจากภวังค์ความโกรธ ปล่อยมัดไหมแล้วลุกไปเปิดประตู ติ๋มเห็นสภาพมัดไหม "คุณรามิลทำอะไรคุณมัดไหมคะเนี่ย"

ทั้งสองคนเงียบ ติ๋มจึงต่อว่ารามิล "แค่คุณปล่อยไอ้โจรสองคนนั่นบุกขึ้นมาทำร้ายเราถึงบนบ้าน ยังไม่พออีกใช่มั้ย คุณจะทำร้ายอะไรคุณมัดไหมอีก...ไปกันเถอะค่ะคุณมัดไหม คุณวายซีโทร.แจ้งตำรวจแล้วเดี๋ยวก็คงมากัน"

ติ๋มประคองมัดไหมออกไป รามิลยืนอึ้งมองตามด้วยความเป็นห่วง...อัจฉราวดีแอบมาปล่อยคนของตัวเองหนีไป ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง แล้วกลับมารวมตัวที่ห้องรับแขกทำเป็นตื่นกลัว ติ๋มประคองมัดไหมออกมา วายซีถามด้วยความเป็นห่วงจะให้ไปโรงพยาบาล รามิลหมั่นไส้

อัจฉราวดีเข้าไปออเซาะรามิลทำทีว่ากลัวคนร้ายกลับมาทำร้ายเอา ติ๋มแกล้งเปรยว่า

"คงไม่หรอกค่ะ คุณอัจอยู่คงปลอดภัย"

"แกพูดแบบนี้หมายความว่าไง" อัจฉราวดีถลึงตาใส่ติ๋ม

"เปล่าค่ะ เดี๋ยวตำรวจมาสอบปากคำไอ้โจรสองคนนั่นก็รู้เองแหละค่ะ"

อัจฉราวดีอยากจะตบปากติ๋มแต่ทำไม่ได้ จึงชวนรามิล กลับเพราะเธอกลัว ติ๋มแกล้งถามว่ากลัวตำรวจหรือ รามิลเอ็ดติ๋มให้หยุดได้แล้ว อัจฉราวดีสะใจ พูดยั่วมัดไหมอีก

"ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเรต้องไปคุยเรื่องแต่งงานของเรากับคุณพ่ออัจอีก เดี๋ยวจะเสียเวลา"

มัดไหมตกใจเมื่อได้ยินเรื่องแต่งงาน อัจฉราวดียิ้มเยาะแล้วควงแขนรามิลออกไป...วายซีมองมัดไหมด้วยรู้ว่าเธอ เสียใจ ไม่ต่างกับเขาที่เสียใจเช่นกัน มัดไหมมองไปแล้วตกใจ

"รถตู้หายไป!"

ติ๋มวิ่งมาบอกว่าโจรสองคนที่มัดไว้หนีไปแล้ว ทั้งสามมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมืออัจฉราวดี...

ooooooo

ทำงานพลาดอีกจึงโดนอิทธิพลเล่นงานและไล่ไปกบดาน อัจฉราวดีเข้ามาบอกว่ารามิลตกลงแต่งงานกับเธอแล้ว อิทธิพลค่อยสบายใจขึ้นทั้งที่ไม่ค่อยเชื่อใจรามิลเท่าไหร่   แต่ก็หัวเราะสะใจที่ธุรกิจจะไปได้สวย รามิลรู้สึกว่าอิทธิพลมีแผนการอะไรไม่ดีอยู่

ในขณะที่พิศมัยตรวจเอกสารต่างๆที่อิทธิพลเซ็นอนุมัติไป แล้วบ่นกับแม่แก้ว

"อนุมัติงบก่อสร้างออฟฟิศใหม่ไปได้ยังไงเนี่ย เราไม่ได้มีโครงการจะสร้างออฟฟิศหรือสาขาซักหน่อย"

"แบบนี้มันเอาผลประโยชน์เข้าตัวชัดๆ" แม่แก้วสงสัย

พิศมัยบ่นว่าถ้ารามิลยังไม่หาย เหตุการณ์ต้องเลวร้ายลงเรื่อยๆ อุมาพรกับอรอุจิรารับรองว่ารามิลต้องหายเพราะเธอทั้งสองมียาบำรุงสมองอย่าง ดีให้กิน...ไม่ทันไร อัจฉราวดีควงรามิลเข้ามาไหว้สามป้ากับแม่แก้ว ทุกคนตกใจถามหามัดไหม

"ยัยนั่นจะต้องมาทำอะไรอีกล่ะคะ เพราะตอนนี้เค้าไม่ได้เป็นอะไรกับเรแล้ว"

"หมายความว่าไง" สามป้าถาม

"อัจกับเรหมั้นกันแล้ว แล้วเราก็จะมาบอกให้ทุกคนรู้พร้อมๆกันว่า เราจะรีบแต่งงานกันให้เร็วที่สุด"

สามป้าถึงกับเซจะเป็นลม พออัจฉราวดีกลับไปแล้ว รามิลก็ถูกพิศมัยเรียกไปคุยส่วนตัว  เธอถามเขาว่าจะแต่งงานทั้งที่ความจำยังไม่กลับมา  แล้วรู้หรือว่าเค้าเคยทำอะไรกับเราไว้ พิศมัยเตือนสติ  "หลานจะทำอะไรย่าไม่ว่า  แต่ขอให้คิดให้ดีๆ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง เพราะมันไม่ใช่แค่ชีวิตเราคนเดียวหรอกนะ   มันส่งผลไปถึงธุรกิจของครอบครัวเราด้วย   ถ้าล้มคนเดียวก็ต้องล้มกันหมด   อย่าเที่ยวเอาอารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินอะไร จำไว้
นะรามิล"

รามิลครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา ที่มัดไหมมาบังกระสุนให้เขาจึงโดนยิงที่แขนและภาพวายซีกับมัดไหมที่ใกล้ชิด กัน ทั้งหมดทำให้รามิลหงุดหงิดจนทำอะไรไม่ถูก...

เห็นมัดไหมเป็นทุกข์ วายซีจึงชวนมาทำงานที่ร้านเวดดิ้งของเขา   แต่แล้วอัจฉราวดีก็ควงรามิลมาลองชุดที่ร้านนี้ อัจฉราวดีกระดี๊กระด๊าอยากได้ชุดคอลเลกชั่นใหม่ของวายซีที่มัดไหมเคยใส่ มัดไหมเศร้าๆเดินมายืนหลบตรงราวแขวนชุด รามิลตามมาพูดกระทบ

"พอฉันไม่อยู่ก็ระริกระรี้มาหาผู้ชายถึงกรุงเทพฯเลยนะ"

มัดไหมมองรามิลเซ็งๆจะเดินหนี รามิลคว้าแขนเธอไว้ "จะไปไหน พูดความจริงแค่นี้ถึงกับทนไม่ได้เลยรึไง"

"พี่เรยังต้องการอะไรอีก พี่เรก็มีผู้หญิงของพี่แล้ว มายุ่งกับมัดไหมทำไม"

"ทำไม ฉันแตะต้องตัวเธอไม่ได้แล้วรึไง ก็ไหนว่ารักนักรักหนา" รามิลยื่นหน้ามาใกล้ทำเหมือนจะหอมแก้ม มัดไหมผลักเขาออก แล้วตบฉาด

"พี่เรอยากจะทำลายชีวิตของตัวเองยังไงก็ทำไป แต่อย่าเอาความรู้สึกมัดไหมมาล้อเล่นแบบนี้" มัดไหมพูดจบผละจากรามิลไป

อัจฉราวดีลองชุดเดินมาหารามิลเพื่อถามว่าสวยไหม รามิลแกล้งพูดให้มัดไหมได้ยินว่าสวยอย่างที่เขาไม่เคยเห็นใครใส่ชุดนี้แล้ว สวยขนาดนี้ อัจฉราวดีได้ใจสั่งมัดไหมให้หาเครื่องประดับที่เข้าชุดมาให้ มัดไหมเดินไป วายซีสงสารมัดไหมจึงลูบหัวให้กำลังใจแล้วถามว่าไหวไหม รามิลมองมาทนไม่ไหว เข้ามาหลอกวายซีว่าเจ้าสาวอยากคุยเรื่องชุด วายซีเดินไป มัดไหมจะเลี่ยงหนี รามิลรีบมาขวางหน้าถาม

"ทำไม ฉันมันน่ารังเกียจนักรึไง...ถามทำไมไม่ตอบ หรือเก็บปากไว้คุยกับไอ้ฝรั่งเท่านั้น"

มัดไหมหันหนี รามิลโกรธที่มัดไหมเพิกเฉยจึงกระชากไหล่ให้หันมา ทั้งสองเสียหลักล้มลง รามิลดึงมัดไหมมาบนตัวเขา ปากเธอประกบปากรามิลอย่างจัง อัจฉราวดีกับวายซีหันมาเห็นพอดี อัจฉราวดีกรี๊ดลั่น ไปกระชากมัดไหมออก "แกคิดจะทำอะไรเรของฉัน เผลอปุ๊บก็จะงาบเลยนะ...เกิดอะไรขึ้นคะเร"

รามิลบอกว่าเป็น อุบัติเหตุ วายซีประคองมัดไหมในอ้อมกอด รามิลยิ่งโมโหหาว่ามัดไหมมารยา ที่จริงแล้วมัดไหมข้อเท้าแพลงเพราะรองเท้าส้นสูงหัก วายซีจึงบอกให้ขึ้นไปพักบนห้อง

"อะไรนะ วันนี้มัดไหมจะค้างที่นี่ด้วยเหรอ" รามิลหึงหวงไม่พอใจ

"ก็ช่างมันสิคะเร จะไปสนใจอะไร เราไปกันเถอะค่ะ" อัจฉราวดีดึงรามิลออกไป

ทั้งสองมาเลือกการ์ดและของชำร่วยอีกร้านหนึ่ง   อัจฉราวดีท่าทางมีความสุขมาก ผิดกับรามิลที่นิ่งเฉยครุ่นคิดถึงแต่มัดไหม จนทนไม่ไหวรีบบอกอัจฉราวดีว่าเขามีธุระต้องรีบไป แล้วทิ้งเธอไปดื้อๆ อัจฉราวดีฟึดฟัดไม่พอใจ

วายซีกำลังดูแลมัดไหมและพูดหยอกล้อ "พอดีไอไม่ใช่หมอ รักษาข้อเท้าให้ไม่ได้ แต่ไอช่วยรักษาใจได้นะ"

"นี่ไปหัดพูดแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

"พูดจริงๆ ไอเห็นยูต้องเสียน้ำตามาตลอด ถ้าสัญญาว่าจะหันมามองกันบ้าง จะไม่ทำให้ยูต้องเสียใจเลย" วายซีกุมมือมัดไหม

รามิลกลับเข้ามา "ขอโทษนะที่มาขัดจังหวะ ผมมาพาคนของผมกลับไป"

วายซีลุกขึ้นประจันหน้ารามิล "คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นเธอเลือกที่จะอยู่ที่นี่"

"ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์" ว่าแล้วรามิลก็อุ้มมัดไหม มองหน้าวายซีก่อนจะเดินออกไป

ooooooo

ขณะ ที่นาตาชา แม่แก้ว และสามป้ากำลังปรึกษากันเรื่องรามิลกับอัจฉราวดี รามิลก็ขับรถพรวดมาจอดในบ้าน แล้วอุ้มมัดไหมเข้ามาให้ทุกคนตกใจ เขาไม่ทักทายใครเดินผ่านขึ้นห้องไป

รามิลโยนมัดไหมลงบนเตียง แล้วปลดกระดุมเสื้อตัวเอง มัดไหมตกใจร้องถามว่าเขาจะทำอะไร รามิลหัวเราะ "คิดว่าฉันจะทำอะไร ปล้ำเธอรึไง ฉันไม่ได้พิศวาสเธอขนาดนั้น"

"แล้วพี่เรพามัดไหมมาที่นี่ทำไม"

"ฉันจะยอมให้เธอมีความสุขง่ายๆได้ยังไง"

มัด ไหมถามว่าเธอไปทำอะไรให้ถึงจงเกลียดจงชังเธอนัก เธอจะได้อธิบาย รามิลว่าเขาไม่อยากฟังคำโกหกของเธออีกแล้ว มัดไหมชะงัก "โกหก! พี่เรจำได้แล้วเหรอ"

"ไม่ได้ ฉันจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น แล้วฉันก็อยากจะลืมมันไปตลอดชีวิตเลยด้วย"

พอ ดีนาตาชาเคาะประตูแล้วเข้ามา ทั้งรามิลและมัดไหมต่างนิ่งเงียบ...นาตาชาพามัดไหมมาที่ห้องเธอ หายามานวดข้อเท้าให้ แล้วบ่นว่ารามิลชักจะบ้าใหญ่แล้ว เธอจะทนดูต่อไปไม่ไหว นาตาชาคิดจะพูดกับรามิล...

รามิลเข้าบริษัท เขาต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเลขาฯของเขาเปลี่ยนคนใหม่ เธอรายงานตัวว่าเป็นเลขาฯของอิทธิพล คนเก่าลาออกไปแล้ว รามิลแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ได้ยินอิทธิพลกำลังคุยโทรศัพท์

"เทขายไปหมดเลยจะเก็บไว้ทำไม คนเราก็ต้องรู้จักเสี่ยงบ้างสิใช่มั้ย...ตอนนี้ก็กำลังจะขึ้นโครงการใหม่ คุณสนใจจะร่วมลงทุนมั้ยล่ะ...โอ๊ย เดี๋ยวกิจการก็กลายเป็นของผมคนเดียวหมดแล้ว จะไปสนใจทำไมพวกโง่ๆแบบนั้น"

รามิลช็อก อิทธิพลหันมาเห็นตกใจรีบวางสาย แล้วทำเป็นหันมาทักทายรามิล

"คุณกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่" รามิลถาม

"ถามแปลกๆ ก็ในเมื่อผมก็เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่ง เมื่อหุ้นส่วนใหญ่ไม่สามารถมาดูแลธุรกิจได้ ผมก็ต้องมาดูแลแทน"

"แต่อย่างน้อย การตัดสินใจอนุมัติอะไร ผมก็ควรจะได้รู้ไม่ใช่เหรอ" รามิลโยนแฟ้มให้

อิทธิพลยิ้มๆเข้ามาตบไหล่รามิลว่าซีเรียสไปได้ อีกหน่อยก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว รามิลมองอิทธิพลอย่างไม่ไว้ใจ...

จู่ๆ อัจฉราวดีก็มาที่บ้านทิพยคาถา พบมัดไหมนั่งอยู่ก็โวยใส่ มัดไหมใช้ไม้ค้ำลุกหนี อัจฉราวดีถามหารามิล มัดไหมอดกลั้นตอบว่า "เธอเป็นแฟนเค้าไม่ใช่เหรอ มาถามอะไรฉัน"

"อุ๊ยๆๆ เสียงคนขี้อิจฉา"

"ฉันไม่อิจฉาคนเลวๆแบบเธอหรอก ฉันรู้เดี๋ยวพี่เรก็ต้องตาสว่าง เธอไม่มีวันได้แต่งงานกับเค้าหรอก"

อัจฉรา วดีโกรธเงื้อมือจะตบ มัดไหมยกไม้ค้ำสู้ อัจฉราวดีกลัวจึงบอกว่าไม่อยากต่อล้อต่อเถียง "เพราะในที่สุดงานแต่งงานระหว่างฉันกับเรก็ต้องมี ถ้าไม่...ก็ต้องมีใครซักคนตาย"

"คนคนนั้นคงไม่ใช่ผมใช่มั้ย" รามิลกลับมาพอดีจึงถามอัจฉราวดี

"อุ๊ย เรมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย อัจกำลังพูดเล่นกับมัดไหมอยู่เลย" อัจฉราวดีเข้าไปหอมแก้มรามิลยั่วมัดไหม รามิลยังเคืองๆมัดไหมจึงเล่นด้วยเออออไปกับอัจฉราวดี

รามิลชวนอัจฉรา วดีทานข้าวที่บ้าน มัดไหมรีบบอกว่าไม่มีใครอยู่ ไปวัดกันหมด รามิลแกล้งสั่ง "ก็เธอไง แค่ขาเจ็บ มือจะทำอาหารไม่ได้เลยเหรอ"

มัดไหมทำอาหารไม่ ถนัด แถมอัจฉราวดียังเร่งตลอดเวลา จึงทำลวกๆออกมาให้ ทั้งสองกินไม่ได้ อัจฉราวดีไม่พอใจยกชามแกงสาดใส่มัดไหม แขนและคอพองไปหมด มัดไหมโกรธผลักอัจฉราวดีล้มลงแล้วตบซ้ำ รามิลผลักมัดไหมออกโทษว่าเธอผิด มัดไหมเสียใจมาก

"ใช่ ฉันมันบ้าไปเอง ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาสนใจกันอีก ในเมื่อทำอะไรก็ผิด" มัดไหมกะเผลกตัวเองออกไป อัจฉราวดีสะใจ รามิลแอบสงสารมัดไหมอยู่เหมือนกัน

มัดไหมมาล้างตัวและ ร้องไห้ในห้องน้ำอยู่นาน พร่ำบอกตัวเองว่ารามิลไม่ใช่คนเดิมของเธออีกต่อไปแล้ว...รามิล มาเคาะเรียก ในมือมียาทาแก้น้ำร้อนลวกมาด้วย ทั้งที่เป็นห่วงแต่ยังวางฟอร์มพูดให้เจ็บใจว่าใช้ห้องน้ำนานเกินไปคิดว่า เป็นห้องตัวเองหรืออย่างไร มัดไหมน้อยใจเปิดออกมา รามิล จึงเห็นตามแขนและคอเธอพองแดง มัดไหมเดินกะเผลกไป

รามิลนั่งเครียด อยู่ที่ห้องรับแขก จนนาตาชากลับมามองเขาอย่างเหนื่อยๆ รามิลจึงพูดขึ้นว่า "พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายธุรกิจที่พ่อแม่เป็นคนสร้างขึ้นมาหรอกนะ พี่ขอโทษที่คิดถึงแต่เรื่องตัวเอง"

"ขอบคุณนะพี่เร ถ้าทุกคนได้ยินคงดีใจ ถ้ามัดไหมรู้คงดีใจเหมือนกัน"

รา มิลห้ามบอกมัดไหม เพราะมัดไหมยังไม่ควรได้รับการอภัยจากใคร นาตาชาบอกรามิลว่ามัดไหมรักเขามากถึงทำแบบนี้ แต่รามิลยังโกรธ "ทำอะไร พี่ไม่เห็นเค้าจะทำอะไร"

"ก็ทนอยู่กับพฤติกรรมที่พี่ทำอยู่ไง ถ้าพี่เรโกรธเกลียดเค้ามากขนาดนั้นที่เค้าหลอกพี่ ตอนนี้พี่ก็แก้แค้นได้แล้ว สิ่งที่มัดไหมเป็นอยู่ตอนนี้ยิ่งกว่าทรมานอีก...พี่เร สิ่งที่พี่กำลังทำอยู่มันไม่ได้ทำร้ายมัดไหมคนเดียวนะ แต่มันทำร้ายพี่ด้วยไม่แพ้กัน ถ้าไม่เชื่อ พี่ลองถามใจตัวเองดูสิว่าตอนนี้มีความสุขอยู่มั้ย...คิดดูดีๆละกัน"

นา ตาชาจะเดินไป รามิลเอายาใส่มือเธอ แล้วบอกให้ติดตัวไว้ ถึงบนห้องอาจต้องใช้ นาตาชารับมางงๆคิดว่าพี่ชายเพี้ยน...แต่พอเข้ามาในห้อง ก็เห็นมัดไหมนอนหลับแขนและคอเธอพองแดง พอจับตัวร้อนจี๋น่าตกใจรีบไปต่อว่ารามิล "พี่ทำอะไรมัดไหม แล้วยานี่หมายความว่าไง พี่เรรู้ ได้ไงว่ามัดไหมโดนน้ำร้อนลวก"

"มันเป็นอุบัติเหตุ พี่ไม่ได้ทำจริงๆ"

นา ตาชารู้ทันทีว่าต้องเป็นอัจฉราวดี รามิลถามว่าทำไมต้องโวยวายขนาดนี้ นาตาชาจึงบอกว่า มัดไหมตัวร้อนจี๋ไม่ได้สติเลย รามิลตกใจรีบไปดูแลเช็ดตัวและทายาให้ นาตาชายังประชดประชันไม่เลิกว่าสะใจหรือยังที่ทำมัดไหมขาเจ็บ ตัวเจ็บ แถมป่วยอีก รามิลรู้สึกผิด นาตาชาบอกว่า เพราะมัดไหมไม่เคยพูดเธอจึงต้องพูดแทน รามิลให้นาตาชาไปนอนห้องเขา รามิลเฝ้าดูแลมัดไหมทั้งคืน มัดไหมเพ้อขอโทษรามิล เขายิ่งรู้สึกผิดขอโทษเธอเช่นกัน

ooooooo
กลับไปยังรายบอร์ด