กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 7] โรบอทยอดรัก



โรบอทยอดรัก

ออกอากาศ : ละครหลังข่าว ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 20.25 น.  ทางช่อง 7 สี
บทประพันธ์ : เล่าเต็ง
บทโทรทัศน์ : อภิวัฒน์ เล่าสกุล
กำกับการแสดง : ชวลิต พงศ์ไชยยง
ผู้ผลิต : กำกับการดี จำกัด

รายชื่อนักแสดง :
        คณิน บัดติยา  รับบท คิมมินโฮ, คิมหันต์
        ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์  รับบท        นิจชิตา
        นนทพันธ์ ใจกันทา         รับบท  ชุมพล
        ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร   รับบท        ยุนอา
        สุพจน์ จันทร์เจริญ         รับบท  ปลัดภูชิต
        อธิชนัน ศรีเสวก         รับบท  ปราง
        วิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล         รับบท  เฮียฮุย
        กล้วย เชิญยิ้ม         รับบท  ลุงปุ่น
        ธราภา กงทอง         รับบท  อีซึงมี
        กฤตย์ อัทธเสรี         รับบท  คิมยองมิน

เรื่องย่อ ละครโรบอทยอดรัก

“ เมื่อหุ่นยนต์ที่เป็นผลงานชิ้นโบแดงสัญชาติเกาหลีดันเครื่องรวนก่อนวันที่จะ มาเมืองไทยเพียงวันเดียว หนุ่มน้อยผู้เป็นรองประธานบริษัทจึงต้องปลอมตัวเป็นหุ่นยนต์ แต่ปัญหาไม่จบแค่นั้นเพราะพ่อหุ่นจำแลงของเราต้องมาอยู่กับครูสาวที่เกลียด เทคโนโลยียิ่งกว่าอะไร เรื่องวุ่นๆ ก็เลยเกิดเมื่อหัวใจของเธอดันไปรักกับหุ่นยนต์จำแลงเข้าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ”

-----------------------------------------------------------

นิจชิตา (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) ...ครูสาว จากโรงเรียนหัวหินวิทยาผู้มีอุดมการณ์และรักความเป็นไทยอย่างแรงกล้า จนได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยมาที่เกาหลี เพื่อดูงานและเทคโนโลยีจากการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัท LE ผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในเกาหลี ณ.ขณะนี้ นิจชิตาไม่เห็นด้วยเพราะเธอรู้สึกว่ามันคือการรุกคืบทางวัฒนธรรม และเป็นวิธีการล่าอาณานิคมแบบใหม่ของผู้ที่คิดว่าเจริญกว่าเท่านั้นเอง แม้ว่าเธอจะพยายามคัดค้านเท่าไหร่แต่สำหรับตำแหน่งครูเล็กๆ จากโรงเรียนต่างจังหวัดคงทำอะไรมากไม่ได้นอกจากแกล้งไม่สบายขอนอนเฉยๆ อยู่ที่โรงแรมเล็กๆ ในกรุงโซลแทนที่จะออกไปเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซลอย่างเช่นครูท่าน อื่นที่มาจากเมืองไทยด้วยเหมือนกัน

แต่ก็เกิดเรื่องจนได้เมื่อนิจชิตาเกิดหิวเลยคิดจะต้มบะหมี่ โดยไม่รู้เลยว่าควันที่เกิดจากการต้มน้ำดันไปทำให้สัญญาณเตือนอัคคีภัยภายใน ห้องดังขึ้น ทำให้ทั้งโรงแรมต้องตกอยู่ในสภาพเมืองบาดาลเพราะสายน้ำที่พวยพุ่งออกจาก สปริงเกอร์ นิจชิตารีบชิ่งออกจากโรงแรมทันทีเพราะกลัวว่าต้องติดคุกในข้อหาวางเพลิง แต่ระหว่างที่นิชจิตาวิ่งออกมาทางด้านหลังของโรงแรมเธอก็ได้พบกับชายหญิงชาว เกาหลีคู่หนึ่งกำลังขนกระเป๋าเสื้อผ้าใบเขื่องขึ้นท้ายรถ แต่ทันใดนั้นกระเป๋าเจ้ากรรมดันหลุดตกกระแทกกับพื้นจนเผยให้เห็นว่าสิ่งที่ อยู่ภายในกระเป๋าเสื้อผ้านั่นก็คือ หนังของมนุษย์ !!!

นิจชิตาถึงกับหน้าซีดเผือดนี่เธอต้องมาเจอกับเหตุการณ์วุ่นวายอะไรอย่างนี้ ทำไมเธอต้องมาเจอกับไอ้ฆาตกรหั่นศพในเกาหลีด้วย นิจชิตาพยายามค่อยๆ ย่องออกมาอย่างเงียบกริบแต่ทันใดนั้นชายหนุ่มก็หันมาเห็นนิจชิตาเข้าให้ เร็วเท่าความคิดนิจชิตารีบวิ่งหนีทันทีพร้อมร้องให้คนช่วยอย่างไม่คิดชีวิต การไล่ล่าระหว่างเธอกับเจ้าฆาตกรผัวเมียโรคจิต (ที่เธอคิดไปเอง) จึงเริ่มขึ้น แต่โชคยังดีที่ตำรวจและนักดับเพลิงที่มาดับ เพลิงเพราะเหตุไฟไหม้โรงแรมช่วยไว้ได้ทัน นิจชิตาจึงรอดพ้นจากเจ้าฆาตกรโรคจิตได้อย่างหวุดหวิด นิจชิตารีบบอกกับตำรวจว่าในกระเป๋าเสื้อผ้าใบนั้นมีหนังสดๆ ของมนุษย์อยู่ และนั้นทำให้ชายต้องสงสัยจึงถูกจับทันที

นิจชิตากำลังเล่าวีรกรรมให้กับพวกครูๆ ที่มาจากเมืองไทยด้วยกันอย่างภาคภูมิใจ โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องวุ่นๆ กำลังเกิดขึ้นเพราะชายต้องสงสัยที่เธอคิดว่าเป็นฆาตกรโรคจิตนั่น แท้ที่จริงเขาคือ คิมมินโฮ (คณิน บัดติยา) ...ลูกชายหัว แก้วหัวแหวน ของ คิมยองมิน (กฤตย์ อัธเสรี) ...ประธานบริษัท LE ซึ่งเป็นบริษัทขายเครื่องไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในเกาหลีนั่นเอง คิมมินโฮมีอีกชื่อว่าคิมหันต์ เพราะแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นลูกครึ่งไทย – เกาหลี นั่นเอง และหนังมนุษย์ที่อยู่ในกระเป๋านั่นก็คือ หนังเทียมที่หล่อขึ้นจากสารเคมีพิเศษที่ให้ความใกล้เคียงกับหนังของมนุษย์ มากที่สุด คิมมินโฮต้องการนำหนังมนุษย์นั่นมาใส่ให้กับ ME 1 (เอ็ม-อี วัน) ...หุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้เวลาในการค้นคว้าและประดิษฐ์ร่วม สิบปี คิมมินโฮเจ็บใจที่อยู่ๆ ตัวเองก็กลายเป็นฆาตกรโรคจิตไปซะงั้น ดีที่ ยุ นอา (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ...เลขาสาวสวยประจำตัวมาประกันตัวและบอกความจริงให้กับทางตำรวจฟัง แต่ยังไง๊ยังไงคิมมินโฮก็หมายแค้นนิจชิตาเอาไว้แล้วว่าชาตินี้อย่าได้เจอกับ ผู้หญิงสติไม่ดีคนนี้อีกเลย

แต่เขาว่าเกลียดอะไรก็เจออย่างนั้นเมื่อวันรุ่งขึ้นที่นิจชิตาต้องไปงาน สัมมนาที่บริษัท LE เพื่อไปดูหุ่นยนต์ที่ทางบริษัทนี้คุยนักคุยหนาว่าเป็นเทคโนโลยีที่โลกต้อง ตะลึง แต่แล้วนิจชิตาก็ต้องตะลึงจริงๆ เมื่อพบกับคิมมินโฮที่เธอคิดว่าเป็นฆาตกรโรคจิตภายในลิฟต์สองต่อสอง นิจชิตาต่อสู้อย่างสุดชีวิตโดยไม่รู้เลยว่าที่เธอกำลังเตะต่อยอยู่นั่นคือ เจ้าหุ่นต้นแบบ ME 1 ที่ถอดแบบทุกอย่างมาจากคิมมินโฮนั่นเอง แต่คนที่ต้องตะลึงที่สุดเห็นจะเป็นคิมมินโฮ เพราะทันทีที่เขาเห็นลิฟต์เปิดออกสิ่งที่เขาเห็นก็คือนิจชิตากำลังทำลายสิ่ง ประดิษฐ์ที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขา นิจชิตาเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าชายที่เธอคิดว่าเป็นฆาตกรโรคจิตนั้นแท้ จริงแล้วเป็นรองประธานบริษัทนั่นเอง นิจชิตากำลังจะขอโทษในสิ่งที่เธอทำ แต่คิมมินโฮที่กำลังโมโหกลับดูถูกเธอว่าเป็นพวกป่าเถื่อนไร้วัฒนธรรม ไม่รู้จักเทคโนโลยี นิจชิตากลับประเทศไทยพร้อมกับประกาศเลิกกินกิมจิ และทุกอย่างที่เป็นของเกาหลีตลอดชีวิต

แม้ว่านิจชิตาจะกลับประเทศไทยไปแล้ว แต่ปัญหาไม่ได้กลับไปกับเธอด้วย เพราะสิ่งที่เธอทิ้งไว้ก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าME 1จนต้องใช้เวลาในการแก้ไขอีกหลายเดือน แต่จะทำยังไงในเมื่อคิมมินโฮ มีสัญญาที่จะต้องมอบเจ้าหุ่น ME 1 ให้กับรัฐบาลไทยตามโครงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและสารสนเทศภายในอาทิตย์นี้ คิมมินโฮผู้ถือคติว่าเสียเงินไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้จึงต้องคิดหาวิธีแก้ไข สถานการณ์นี้ให้ได้ !!!

ทางด้านนิจชิตาก็กำลังระบายอารมณ์ใส่ ภูชิต (สุพจน์ จันทร์เจริญ) ...ปลัด หนุ่มอนาคตไกล ที่หมายปองนิจชิตาไว้ตั้งแต่เห็นเธอเพียงครั้งแรก และการที่นิจชิตาได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปเกาหลีก็เพราะภูชิตมีส่วนในการ ผลักดันนั่นเอง โดยมี ลุงปุ่น (กล้วย เชิญยิ้ม)...พ่อผู้ บังเกิดเกล้าของนิจชิตาคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะลุงปุ่นมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นคนในเครื่องแบบตั้งแต่เด็ก แต่ในเมื่อชีวิตมันเลือกไม่ได้ งั้นขอมีลูกเขยเป็นคนในเครื่องแบบแทนก็ยังดี ภูชิตชักชวนนิจชิตาไปทำเนียบเพื่อพบกับท่านนายกรัฐมนตรี แต่นิจชิตากลับไม่สนใจเพราะเวลาที่เสียไปเธอเอาไปสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ยังเป็นประโยชน์กว่า

วันรุ่งขึ้นนิจชิตาไปโรงเรียนตามปกติ แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจแทบตกมอเตอร์ไซค์เมื่อพบว่าคิมมินโฮมาปรากฏกายที่ โรงเรียนเธอได้อย่างไร ภูชิตรีบเข้ามาห้ามแล้วบอกว่าคิมมินโฮที่นิจชิตาเห็นนั่นก็คือ หุ่นต้นแบบ ME 1 นั่นเอง และที่เขาชวนนิจชิตาไปพบท่านนายกก็เพราะมีพิธีมอบหุ่นต้นแบบให้กับทาง โรงเรียนของเรามาดูแล นิจชิตาค้านหัวชนฝาที่จะเป็นคนดูแลหุ่นสัญชาติเกาหลีนี้เพราะสิ่งที่เกิด ขึ้นที่เกาหลีทำให้นิจชิตาไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า แม้จะรู้ว่าเป็นแค่หุ่นยนต์ก็ตาม แต่ภูชิตกลับบอกว่านิจชิตาปฏิเสธไม่ได้เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศเลยทีเดียว แล้วอีกอย่างเด็กๆ ก็เป็นปลื้มทันทีเมื่อรู้ว่าจะมีหุ่นยนต์เสมือนคนมาช่วยสอน

แต่คนที่ไม่ปลื้มและอยากจะกลับเกาหลีทันทีที่เห็นหน้านิจชิตาก็คือคิมมินโฮ นั่นเอง เพราะแท้ที่จริงแล้วเจ้าหุ่น ME 1 ที่ทุกคนเห็นอยู่นั่นก็คือ คิมมินโฮตัวจริงเสียงจริง !!! ที่ตกกระไดพลอยโจนปลอมตัวเป็นหุ่นยนต์ของตัวเอง เพราะยุนอาเลขาสาวสุดสวยให้คำแนะนำว่าระหว่างที่หุ่นต้นแบบ ME 1 ส่งซ่อมนั่นคิมมินโฮต้องปลอมตัวมาเมืองไทยเพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัทเอา ไว้ ตอนแรกที่คิมมินโฮรับปากก็เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องมาอยู่ในโรงเรียนของนิจ ชิตา แต่เมื่อเห็นเธอเข้าคิมมินโฮก็รู้ได้ทันทีว่านิจชิตาจะต้องหาทางแกล้งเขา อย่างแน่นอน

แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิมมินโฮกลัว เพราะนิจชิตานึกออกว่านี่เป็นทางเดียวที่เธอจะได้แก้แค้นคิมมินโฮให้รู้ว่า ที่จริงแล้วคนไทยก็มีดีเหมือนกัน ยุนอาเองก็กลัวว่านิจชิตาจะแกล้งคิมมินโฮจนความลับแตกจึงได้อ้างว่าเป็น ศาสตราจารย์ที่ตามมาดูแลที่เมืองไทยด้วย โดยดัดแปลงรถบ้านให้เป็นศูนย์บัญชาการเพื่อคอยช่วยเหลือคุณคิมอยู่ห่างๆ ก่อนที่เธอจะบอกเงื่อนไขกับนิจชิตาว่าหุ่น ME 1 ต้องส่งกลับมาที่ศูนย์เคลื่อนที่ทุกอาทิตย์เพื่อเช็คความผิดปกติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้นเมื่อคิมมินโฮต้องเล่นเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานใกล้เคียงกับมนุษย์ ที่สุด โห...ทำไมมันถึงได้ซับซ้อนเช่นนี้ แต่คนที่ดีใจไม่ใช่เฉพาะเด็กๆ ยังมี ชุมพล (นนทพันธ์ ใจกันหา)...อาจารย์พละบ้าพลัง เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันกับนิจชิตา เพราะทันทีที่ชุมพลเห็นยุนอาหรือตอนนี้ต้องเรียกว่าศาสตราจารย์ยุนอา ชุมพลก็ตกอยู่ในห้องภวังค์แห่งรักทันที แต่ก็ติดตรงที่ภาษาและเชื้อชาติที่เป็นอุปสรรครัก

ชีวิตในร่างหุ่นยนต์ของคิมมินโฮจึงเริ่มต้นขึ้น โดยเริ่มจากนิจชิตาเปลี่ยนชื่อจากคิมมินโฮให้เป็นนายคอห่าน คิมมินโฮฉุนกึกทันทีคิดว่าเขาไม่รู้ภาษาไทยหรือไง นิจชิตาถึงกับงงที่รู้ว่านายคอห่านพูดภาษาไทยได้ คิมมินโฮจึงรีบเฉไปเพราะกลัวความลับแตกว่า เขามีชื่อภาษาไทยว่า คิมหันต์ แล้วที่เขาพูดภาษาไทยได้ก็เพราะถูกใส่โปรแกรมภาษาไทยมาให้ พ่อหุ่นจำแลงนามคิมหันต์ของเราถูกนิจชิตาแกล้งต่างๆ นานา ไม่ว่าจะใช้ให้เขาเดินข้ามตำบลราวกับคนส่งเอกสาร หรือจะให้เขาทำงานภายในโรงเรียนแทนภารโรงทุกคน แม้คิมมินโฮจะไม่พอใจแต่เขาก็ต้องอดทนผ่านสถานการณ์นี้ให้ได้ คิมมินโฮหรือที่นิจชิตาตั้งชื่อให้ใหม่ว่านายคอห่านนั่นรู้สึกว่ากว่าชีวิต จะผ่านไปแต่ละวันช่างยาวนานเหลือเกิน ทุกวันเขาลุ้นให้ถึงเวลาเลิกเรียนให้เร็วที่สุดเพราะนิจชิตาจะปล่อยเขาไว้ ที่โรงเรียน และนั่นก็คือเวลาที่เขาจะได้เป็นอิสระซะที แต่แล้วก็เริ่มมีเสียงเล่าขานจากบรรดาเด็กๆว่าที่โรงเรียนแห่งนี้มักจะมี วิญญาณออกมาตอนกลางคืน นิจชิตาไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้เด็ดขาด จึงได้ชักชวนชุมพลเพื่อมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงจนกระทั่งทั้งสองได้รู้ความจริง ว่า เงาที่เด็กๆ เห็นเมื่อยามค่ำคืนนั่นก็คือคิมมินโฮที่แอบออกมากินข้าวที่ยุนอาเอามาส่งที่ โรงเรียนให้ทุกคืนนั่นเอง เอาละซิคิมมินโฮจะแก้ตัวจะสถานการณ์นี้ยังไงในเมื่อเป็นหุ่นยนต์แล้วจะกิน ข้าวได้ยังไง

โชคยังดีที่ยุนอาช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ทันโดยเธออ้างว่าหุ่นยนต์ ME 1 คือหุ่นที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ที่สุดแม้แต่อวัยวะภายในก็แทบจะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหุ่น ME 1 จึงต้องการพลังงานเหมือนคนทั่วไป คิมหันต์กับยุนอาถึงกับปาดเหงื่อที่เอาตัวรอดได้ทัน แต่ยังไงยุนอาก็คิดว่าขืนปล่อยให้เจ้านายของเธอต้องตากยุงในตอนกลางคืนอยู่ อย่างนี้ คิมหันต์อาจจะเป็นไข้เลือดออกตายเสียก่อน คิมหันต์กับยุนอาจึงช่วยกันคิดแผนที่จะทำให้คิมหันต์ได้ไปนอนบนเตียงนุ่มๆ ที่บ้านของนิจชิตาได้อย่างแนบเนียน แล้วแผนนั่นก็คือ...!

การจ้างคนไปปล้นบ้านของนิจชิตาเพื่อให้นิจชิตารู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน เพื่อที่ยุนอาจะได้บอกกับนิจชิตาว่าคิมหันต์มีระบบการป้องกันตัวจะได้นำ คิมหันต์กลับไปบ้านด้วย แต่เกิดผิดแผนเมื่อคิมหันต์ได้เจอกับผู้ร้ายตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะคิมหันต์เองก็เป็นนักกีฬาเทควันโดอยู่แล้ว ไอ้โจรจึงหมอบราบคาบด้วยฝีมือของคิมหันต์ทันที แต่คิมหันต์ก็ต้องอึ้งไปเมื่อนิจชิตากลับมาแล้วเปิดไฟจึงพบว่าผู้ชายที่ คิมหันต์คิดว่าเป็นโจรตัวจริง ที่แท้ก็คือปลัดภูชิตที่เข้าไปอยู่ในบ้านของนิจชิตาเพื่อต้องการเซอร์ไพรส์ เธอเนื่องในวันเกิดเธอนั่นเอง

ยุนอารีบแก้ตัวให้คิมหันต์ ว่าคิมหันต์มีระบบเซ็นเซอร์ที่รู้ว่ามีคนแอบอยู่ในบ้านของนิจชิตาจึงตามมา เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นก่อนที่ยุนอาจะบอกให้นิจชิตานำคิมหันต์ กลับมาที่บ้านเพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่ควรประมาท ลุงปุ่นหัวหมอพอรู้ว่าคิมหันต์เป็นหุ่นยนต์ก็เห็นด้วยทันที รวมถึงปลัดภูชิตที่จำต้องยอมเห็นด้วยอีกคนก็ดีครับ...เพราะถ้าได้หุ่นยนต์ ที่มีฝีมือทัดเทียมกับผมจะได้สบายใจ (ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายโดนอัดแท้ๆ) ตั้งแต่นั้นคิมหันต์จึงต้องเดินกลับบ้านพร้อมกับนิจชิตาเพื่อเป็นองครักษ์ ให้กับเธอที่บ้านด้วย

แต่ก็มีปัญหาขึ้นมาอีกเมื่อชาวบ้านละแวกบ้านของเธอโจษจันกันหนาหูว่านิจชิตา พาผู้ชายเข้าบ้าน แม้ว่าลุงปุ่นจะพยายามอธิบายให้ชาวบ้านฟังว่าไอ้คอห่านนั่นเป็นหุ่นยนต์ แต่จะมีใครเชื่อเล่าก็ในเมื่อหุ่นยนต์เหมือนคนจริงๆ ซะอย่างนั้น แล้วคนที่ไม่พอใจอีกคนก็คือ ภูชิตเพราะพูดกันอย่างนี้คนรักของเขาก็เสียหายหมดซิ แล้วไหนจะความแค้นส่วนตัวที่คิมหันต์เคยอัดภูชิตหมอบราบมาแล้ว ภูชิตจึงนึกแผนแก้เผ็ดไอ้หุ่นยนต์คอห่านขึ้นมาได้ว่าถ้าทุกคนไม่เชื่อเราก็ ให้นายคิมหันต์ของเราไปอยู่กับชาวบ้านคนละวัน ลุงปุ่นเห็นดีด้วยทันทีเพราะเขาจะได้คิดค่าเช่าจากการที่ชาวบ้านเอาคิมหันต์ ไปทำงาน

ตั้งแต่นั้นคิมหันต์ของเราก็กลายเป็นคนใช้ประจำหมู่บ้านไปโดยปริยาย คิมหันต์ทำทุกอย่างตั้งแต่ไถนาแทนควาย จับปลา ทำนา จนคิมหันต์ทนไม่ไหวจะหนีกลับเกาหลีให้ได้ แต่ยุนอาได้ยั้งสติของเจ้านายเธอเอาไว้ก่อนจะช่วยกันคิดว่าทำยังไงถึงจะให้ คิมหันต์ไม่ต้องทำงานพวกนั้นอีก แล้วทั้งคู่ก็นึกออกว่าที่ชาวบ้านทุกคนทำงานก็เพราะอยากมีรายได้มีเงินเพื่อ ใช้จ่าย ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องหาเงินให้พวกเขา

คิมหันต์จึงได้คลุกคิดค้นเครื่องประดิษฐ์ภายในรถตู้อเนกประสงค์ หรือที่เรียกว่าศูนย์บัญชาการของเขาเพื่อจะคิดเครื่องประมวลเลขเด็ดแจกจ่าย ชาวบ้าน แล้วก็ได้ผลเมื่อเลขเด็ดที่คิมหันต์ให้กับชาวบ้านถูกกันเกือบทุกคน จนสร้างความประหลาดใจให้กับนิจชิตาที่มาเห็นการฉลองใหญ่ภายในตำบลของเธอก่อน จะรู้ว่าที่ชาวบ้านฉลองกันอยู่เพราะถูกหวยที่คิมหันต์ใบ้ให้มา

นิจชิตาถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อเห็นหุ่นยนต์คิมหันต์แต่งตัวเป็นเจ้าพ่อนั่งใต้ต้นตะเคียนกำลังนั่งใบ้ หวยงวดต่อไปให้กับชาวบ้าน นิจชิตาถึงกับโมโหจนควันออกหูเข้าไปต่อว่าคิมหันต์ว่าการที่คิมหันต์ทำอย่าง นี้เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด นอกจากเป็นการผิดกฏหมายแล้วยังทำให้ชาวบ้านไม่รู้จักทำมาหากิน ถ้าเกิดวันนึงคิมหันต์ต้องกลับเกาหลีแล้วชาวบ้านจะทำยังไง ทุกคนไม่ต้องขวนขวายหาที่พึ่งงมงายอย่างนี้ไปจนตายหรือไง วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือการให้เกษตกรทำงานโดยไม่พึ่งกระดาษแผ่นบางๆ ที่เรียกว่าเงินต่างหาก

คิมหันต์ไม่เข้าใจในสิ่งที่นิจชิตาพูด จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อทุกวันนี้สิ่งที่ทุกคนต้องใช้ก็คือเงิน จนกระทั่งนิจชิตาได้พาคิมหันต์ลงพื้นที่ให้ความรู้กับชาวบ้านเรื่องเศรษฐกิจ พอเพียงกับการทำเกษตรยั้งยืนเสียใหม่ คิมหันต์ถึงกับอึ้งไปเพราะเข้าพึ่งเข้าใจในสิ่งที่นิจชิตาสอน และเริ่มมองนิจชิตาและคนไทยเสียใหม่

แม้ว่าคิมหันต์กับนิจชิตาจะเริ่มพูดจาดีๆ ต่อกัน แต่จากการที่คิมหันต์ทำให้ชาวบ้านทุกคนถูกหวย ทำให้ เสี่ยฉั่ว ...ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่ไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะคิมหันต์ เกือบทำให้เขาล่มจมภายในวันเดียว เสี่ยฉั่วคิดว่าถ้าขืนปล่อยให้คิมหันต์อยู่ต่อไปก็เท่ากับขัดขวางการทำมาหา กินของเขา เสี่ยฉั่วจึงได้ใช้ให้มือปืนในซุ้มไปจัดการทำลายไอ้หุ่นกระป๋องนั่นทิ้งซะ เสียฉั่วรู้ว่าอาทิตย์หน้าที่โรงเรียนของนิจชิตาจะมีการพานักเรียนไปตั้ง แค้มป์ทัศนศึกษาที่ปราณบุรี เขาจึงโอกาสนั่นคิดจะทำลายคิมหันต์ทิ้งทะเลซะ แต่เพราะความไฮเทคต่างๆ ภายในรถศูนย์บัญชาการของยุนอาทำให้เธอแอบดักคลื่นโทรศัพท์ของเสี่ยฉั่วก่อน จะได้ยินแผนที่จะปองร้ายคิมหันต์ ยุนอารีบขอให้ชุมพลพาเธอไปที่ปราณบุรีอย่างเร่งด่วน เพื่อไปเตือนว่าตอนนี้ชีวิตของคิมหันต์กับนิจชิตากำลังตกอยู่ในอันตราย

แต่ก็ไม่ทันการเมื่อกลุ่มมือของเสี่ยฉั่วเข้ามาลอบทำร้ายคิมหันต์ คิมหันต์ใช้เทควันโด้ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติเกาหลีผสมกับแม่ไม้มวยไทย จัดการกับพวกมันก่อนจะรีบพานิจชิตาหนีออกทะเลไปทันที ทั้งสองไปติดเกาะด้วยกันแห่งหนึ่ง ค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงา และลมทะเลที่หนาวเหน็บแต่นิจชิตากลับไม่รู้สึกหนาวเลยเมื่อเธอหลับไปไม่รู้ ตัวบนอกของคิมหันต์ ไม่รู้ว่าเพราะความเหนื่อยหรือว่าเธอคิดไปเองว่าอกของเจ้าหุ่นยนต์นี้ทำไม ถึงได้อุ่นใจอย่างประหลาด จนกระทั่งรุ่งเช้านิจชิตาสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่าคิมหันต์นั่นหนาวสั่นก่อน ที่เธอจะตกใจเมื่อรู้ว่าเจ้าหุ่นยนต์บาดเจ็บจากการไล่ล่าเมื่อคืน คิมหันต์ถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ นิจชิตาแปลกใจเมื่อเห็นเลือดออกจากตัวของคิมหันต์ ทันใดนั้นยุนอากับชุมพลที่ออกตามหาทั้งสองกันข้ามคืนก็เข้ามาพบพอดี ยังดีที่ยุนอาแก้ตัวได้ทันว่าเป็นน้ำมันเครื่องที่ใช้หล่อลื่นภายใน คิมหันต์รอดจากคมกระสุนมาได้และในช่วงเวลาที่พักฟื้นทำให้เขาและนิจชิตา เริ่มรู้สึกแปลกๆ ต่อกันตั้งแต่คืนนั้นที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพังที่เกาะร้าง นิจชิตาเองเริ่มรู้สึกว่าคิมหันต์ไม่ใช่หุ่นยนต์หรือว่านั่นคือความต้องการ ของเธอกันแน่

ปลัดภูชิตสั่งควานหาตัวคนที่ลอบทำร้ายคิมหันต์กับนิจชิตาให้ได้ จนกระทั่งเขาได้รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเสี่ยฉั่วนั่นเอง แต่แล้วกลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ภูชิตสังหรณ์ใจว่านิจชิตาอาจจะกำลังหลงรัก เจ้าหุ่นยนต์กระป๋องนั่นก็ได้ เพราะระยะหลังๆ นิจชิตาเริ่มมีอะไรที่แปลกๆ ออกไป และปลัดภูชิตจึงยอมไม่ได้ที่จะให้เรื่องบัดสีอย่างนี้เกิดขึ้น

ความลับไม่มีในโลก...เมื่อปลัดภูชิตได้ไปบังเอิญได้ยินที่ยุนอาคุยกับชุมพล ภายในรถบัญชาการว่าที่จริงแล้วคิมหันต์นั่นไม่ใช่หุ่นยนต์แต่เป็นรองประธาน บริษัทตัวจริงที่ปลอมตัวมาเป็นหุ่นยนต์ ปลัดภูชิตจึงต้องการกระชากหน้ากากไอ้เกาหลีคนนี้ออกมาจึงได้ร่วมมือกับเสี่ย ฉั่วเพื่อลักพาตัวนิจชิตา

คิมหันต์ตกใจเมื่อได้รู้ว่านิจชิตาถูกลักพาตัวไป เขารีบถอดสายน้ำเกลือทิ้งเพื่อไปช่วยเธอทันที โดยที่คิมหันต์ไม่รู้เลยว่าทั้งหมดเป็นแผนของปลัดภูชิตนั่นเอง นิจชิตาถูกพาขึ้นไปที่แก่งกระจานโดยที่นิจชิตาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่ จับเธอมาเป็นใคร จนกระทั่งคิมหันต์โผล่มาช่วย ปลัดภูชิตผู้อยู่ในเงามืดจึงได้ยื่นข้อเสนอเป็นเงินสิบหลักเพื่อแลกกับตัว ของนิจชิตา คิมหันต์หลงกลปลัดภูชิตและยอมรับว่าตัวเองมีเงินเพราะตัวเองเป็นรองประธาน บริษัท LE และพร้อมจะส่งเงินมาให้ แต่ขออย่างเดียวว่าอย่าทำอะไรนิจชิตาเลย นิจชิตาถึงกับอึ้งก่อนที่ปลัดภูชิตจะเผยตัวและบอกความจริงทั้งหมดที่เขาทำก็ เพื่อต้องการให้นิจชิตาตาสว่าง ว่าไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านิจชิตาคือคนที่หลอกลวงเธอ หลอกลวงชาวบ้านมาตลอด ทันใดนั้นตำรวจที่คิมหันต์ซ้อนแผนให้ยุนอาไปแจ้งตำรวจก็บุกเข้ามาในโรงนา ก่อนจะรวบตัวปลัดภูชิตเอาไว้ ปลัดภูชิตซัดทอดเสี่ยฉั่วเป็นผู้ร่วมขบวนการอีกคน ทำให้ทั้งสองต้องเข้าไปชดใช้กรรมในคุก

คิมหันต์พยายามจะอธิบายให้ฟัง แต่นิจชิตารับไม่ได้กับสิ่งที่คิมหันต์ทำไว้กับเธอเพราะเธอเคยบอกแล้วว่าเธอ เกลียดคนโกหกที่สุด ถ้าจะมีคำพูดสุดท้ายที่จะพูดกับคิมหันต์ เธอขอให้เขากลับเกาหลีไปซะ

คิมหันต์จากเมืองไทยไปด้วยความเจ็บปวดที่ทำให้คนที่ตัวเองรักต้องเสียใจ เช่นเดียวกับนิจชิตาที่แม้ว่าเธอจะบอกว่าเกลียดเขาและเป็นคนไล่เขาไปเอง แต่หัวใจเธอกลับไม่ได้บอกเช่นนั้น ชีวิตที่ไม่มีเจ้าหุ่นยนต์จอมยุ่งอย่างคิมหันต์ เธอรู้สึกเหมือนว่าสีสันที่อยู่รอบๆ ตัวเธอกลับซีดจางไร้ชีวิตชีวา ชุมพลเองก็ทิ้งเธอไปเกาหลีพร้อมกับยุนอา แม้ว่านิจชิตาจะพยายามห้ามเพราะยุนอาเองก็ดูเหมือนไม่ได้มีใจให้กับชุมพล ทำไมชุมพลถึงได้ยอมทิ้งทุกอย่างไปจากเมืองไทย ชุมพลจึงบอกนิจชิตาก่อนจะจากกันว่า ตอนนี้เขารู้ว่าหัวใจต้องการอะไร และถ้าเขาไม่พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อมันแล้วละก็ เขาจะเสียใจไปจนตาย

สามเดือนผ่านไป...นิจชิตายังเป็นครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ ที่หัวหินตามเดิม แล้วนิจชิตาก็ต้องแปลกใจเมื่อเธอได้รับการ์ดแต่งงานของชุมพลกับยุนอาที่ส่ง มาจากเกาหลี พร้อมกับตั๋วเครื่องบินให้นิจชิตาไปร่วมงานให้ได้ นิจชิตาสองจิตสองใจเพราะรู้ว่าถ้าเธอไปก็ต้องเจอกับคิมหันต์อีก แต่ถ้าเธอไม่ไปก็เท่ากับเธอจะวิ่งหนีความรู้สึกนี้ไปตลอดชีวิตอย่างนั้น หรือ..?

ในที่สุดนิจชิตาก็ปรากฏกายที่งานแต่งงานของชุมพลที่เข้าพิธีวิวาห์กับยุนอา แบบเกาหลีโบราณ แล้วหัวใจของนิจชิตาก็ต้องสั่นไหวอีกครั้งเมื่อได้พบกับคิมหันต์ เธอหวังในใจลึกๆ ว่าคิมหันต์จะมาง้อเธอ แต่นิจชิตาก็ต้องเสียใจเมื่อพบท่าทางเย็นชาของคิมหันต์ราวกับว่าเธอและเขา ไม่เคยพบกันมาก่อน นิจชิตาตัดสินใจที่จะกลับประเทศไทยทันที ชุมพลโมโหคิมหันต์แทนนิจชิตาเพราะนิจชิตาอุตส่าห์มาหานายถึงที่แต่คิมหันต์ กลับเย็นชาใส่นิจชิตา ชุมพลทนไม่ไหวจนมีเรื่องกับคิมหันต์ ยุนอารีบเข้ามาห้ามเพราะทุกคนกำลังเข้าใจผิด คิมหันต์ที่ทุกคนเห็นนั่นไม่ใช่คิมหันต์ แต่เป็น...?

นิจชิตาพาหัวใจที่บอบช้ำกลับมายังหัวหินบ้านเกิดตามเดิม แต่ทันใดนั้นเธอก็ต้องสับสนเมื่อเห็นคิมหันต์มาปรากฏกายต่อหน้าเธอ จะเป็นไปได้ยังไงก็ในเมื่อเขาอยู่เกาหลีตอนที่เธอมา ก่อนที่คิมหันต์จะเล่าความจริงทั้งหมดให้นิจชิตาฟังว่า ตลอดเวลาที่เขากลับเกาหลีไปไม่มีซักวันที่เขาไม่คิดถึงนิจชิตา และนั่นทำให้ทั้งวันทั้งคืนเขาคลุกอยู่แต่ในห้องทดลองเพื่อต้องการซ่อมเจ้า หุ่น ME 1 ให้เสร็จ คิมหันต์สารภาพกับนิจชิตาว่าเขาจะมาอยู่เมืองไทยกับเธอเพราะเขารู้แล้วว่า ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงใดเขาก็ไม่สามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีความ รักเหมือนมนุษย์ได้ นิจชิตาสงสัยว่าแล้วคิมหันต์ที่อยู่เกาหลีเป็นใคร คิมหันต์สารภาพกับเธอว่าคิมหันต์ที่อยู่ที่เกาหลีตอนนี้คือ ME 1 ที่ซ่อมเสร็จแล้ว และเขาก็พร้อมที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อนิจชิตาเพียงคนเดียว...


----------------------- จบบริบูรณ์ --------------------------

ที่มา :
เรื่องย่อแบบละเอียด ละครโรบอทยอดรัก

ที่มา :

ตอนที่ 1

คิมมินโฮ ลูกครึ่งไทยเกาหลีหนุ่มหล่อไฟแรงนั่งแท่นรองประธานบริษัท แอลอี บริษัทขายเครื่องใช้ ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในประเทศเกาหลี ลูกชายคนเดียวของคิมยองมินประธานบริษัท เขาเป็นคนที่มีความคิดก้าวล้ำ ชอบประดิษฐ์สิ่งของต่างๆจึงรับหน้าที่ประธานฝ่ายพัฒนาและวิจัยข้อมูล และในวันนี้เขากำลังแนะนำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่แก่หัวหน้าเผ่ามาไซซึ่งไม่ได้ เป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกแต่อย่างใด และไม่เข้าใจภาษาเกาหลีที่เขาพูด ทำให้ยุนอา เลขาฯสาวสวยคนเก่งของเขาต้องเป็นคนแปล

"และนี่...คือสิ่ง เล็กๆน้อยๆที่ทางแอลอีอยากมอบให้ กับคุณ สิ่งที่ทุกท่านเห็นอยู่นี่คือ...หุ่นยนต์ช่วยเลี้ยงสัตว์"

หุ่นยนต์ ร่างจิ๋วเดินออกมา หัวหน้าเผ่ามาไซและผู้บริหาร ทั้งหลายต่างอึ้งตะลึง คิมมินโฮจับเจ้าหุ่นมายืนบนโต๊ะและแนะนำสรรพคุณ "หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถพูดภาษาสัตว์ได้ ถ้าสมมติ ว่าคุณเลี้ยงม้า มันก็จะพูดภาษาม้า"

"โฮ่งๆๆ บ๊อก...บรู้วววว..." เจ้าหุ่นส่งเสียงเห่า...ทุกคนต่างสะดุ้งร้อง...เฮ้ย!

"เอ่อ...ต้องขอ อภัยครับ คือระบบเซ็นเซอร์เสียงของเจ้าหุ่นตัวนี้มีความไวมาก ถ้าหากพูดผิดสำเนียงนิดเดียว มันจะประมวลผลออกมาในสิ่งที่ใกล้เคียงกันทันที จากม้าจึงกลายเป็นหมา...ถ้างั้นเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะครับ ถ้าสมมติว่าคุณเลี้ยงม้า" คิมมินโฮออกเสียงม้าชัดเจน

เจ้าหุ่นทำ เสียงร้องของม้าออกมา ทำให้ทุกคนอึ้ง และมันสามารถทำอีกหลายเสียงที่คิมมินโฮสั่ง แต่พอเขาเผลอพูดว่าถ้าเลี้ยงกุ้ง เจ้าหุ่นนิ่งสักพักแล้วร้องเพลง "เกลียดเธอยิ่งนักที่หลอกฉัน เกลียดนักมาหลอกกัน..."

ทุกคนสะดุ้งทำ หน้างง คิมมินโฮเข้าไปกระซิบถามเจ้าหุ่นแล้วหันมาชี้แจงว่า "คือเจ้าหุ่นบอกว่ากุ้งเป็นสัตว์ที่อยู่ในน้ำเลยร้องไม่ได้ เขาเลยประมวลคำว่ากุ้งเป็นนักร้องของประเทศไทยแทนครับ"

หัวหน้าเผ่า มาไซพอใจมากส่งเสียงโหวกเหวกหยิบกระติกน้ำมาเทของเหลวสีขาวอมชมพูใส่ถ้วย ยื่นให้พูดลิ้นรัว คิมมินโฮไม่เข้าใจ ยุนอาแปลให้ว่า "เขาบอกว่านี่เป็นสิ่งตอบแทนจากเขาน่ะค่ะ เขาให้ท่านรองฯดื่มให้หมดด้วยค่ะ"

คิมมิ นโฮรับมาดื่ม ขณะเดียวกัน ยุนอาก็แปลตามคำพูดของหัวหน้าเผ่าไปด้วย "ที่ท่านรองฯกำลังดื่มคือนมวัวผสมเลือดสดๆที่บุคคลสำคัญของเผ่าเท่านั้นที่ มีสิทธิ์ดื่ม"

ทันทีที่ยุนอาแปลเสร็จ คิมมินโฮก็สำลักนมพุ่งพรวดออกมาใส่หน้าหัวหน้าเผ่าและผู้บริหารเต็มหน้า ยุนอาตกใจรีบแก้สถานการณ์ "เอ่อ...การพ่นน้ำใส่หน้าคือการผูกไมตรีของท่านรองฯค่ะ"

หัวหน้าเผ่า ยิ้มออก คิมมินโฮกับยุนอาโล่งอก ระหว่างนั้น หัวหน้าฯเผ่าก็พูดกับยุนอา คิมมินโฮถามพูดว่าอะไร ยุนอาแปลหน้าเจื่อนๆ "เอ่อ...เขาบอกว่า เขาเองก็อยากผูกมิตรกับท่านเหมือนกันค่ะ"

คิมมินโฮยิ้มนึกว่าอะไรแค่ อยากผูกมิตร แต่แล้วนึกได้หันมาเห็นหัวหน้าเผ่าอมน้ำนมแก้มตุ่ยแล้วพ่นใส่หน้าเขาโดยไม่ ทันตั้งตัว...

เสร็จการประชุม คิมมินโฮเดินตัวเปียกกลับจะเข้าห้องทำงาน พนักงานพากันหยุดทำความเคารพตลอดทาง เขาหยุดชะงักตรงพนักงานสาวคนหนึ่งซึ่งมัวพูดมือถือ เธอรีบเอามือถือลงแล้วทำความเคารพ คิมมินโฮมองด้วยสายตาดุแล้วดึงมือถือเธอมาหักทิ้ง ทุกคนตกใจ สักพักเขาก็หยิบมือถือตัวเองซึ่งดูไฮเทคสุดๆออกมายื่นให้

"เธอทำ งานอยู่ในบริษัทแอลอี ซึ่งเป็นบริษัทแห่งผู้นำด้านเทคโนโลยี มือถือของเธอเป็นหน้าตาของเรา"

พนักงานสาวยิ้มดีใจที่ได้มือถือใหม่ คิมมินโฮเดินต่อไปแต่แล้วต้องผงะ เพราะพนักงานทุกคนทำท่าคุยมือถือกันเป็นแถวเพราะอยากได้ใหม่บ้าง...สุดท้าย เขาต้องเปลี่ยนมือถือให้ พนักงานทุกคน ยุนอาหน้าเครียดเข้ามาถามว่าจะเอางบประมาณจากไหน คิมมินโฮตอบว่าเธอก็รู้

"แต่ ดิฉันว่าท่านประธานต้องไม่อนุมัติแน่นอนค่ะ แค่งบ ที่ท่านรองฯเบิกจ่ายมาใช้ในงานพัฒนาเอ็มอีวันก็เกือบร้อยล้านวอนแล้วนะคะ"

"ยุ นอา...รู้มั้ยว่าทำไมผมถึงเลือกคุณมาเป็นเลขาฯผม"

"เพราะดิฉันไม่เคย ทำให้คุณคิมผิดหวังค่ะ"

"ถูกต้อง..." คิมมินโฮยิ้มให้ก่อนจะเข้าห้องทำงานไป ปล่อยให้ยุนอาหนักใจต่อไป...

ใน ห้องทำงานของคิมมินโฮ เต็มไปด้วยสิ่งประดิษฐ์และของเล่นมากมาย คิมมินโฮได้สร้างเอ็มอีวันขึ้นมาด้วยความหวังที่จะให้เป็นมากกว่าหุ่นคาราโอ เกะ เขาจะทำให้มันเป็นเหมือนเพื่อนของทุกคน ยุนอาแย้งว่าถ้าทุกคนมีเพื่อนอยู่แล้ว คิมมินโฮไม่ยอมแพ้
"ถ้างั้นผมก็ เปลี่ยนให้เอ็มอีวันเป็นคู่รักแทน"

"แล้วถ้าเค้ามีแฟนแล้วล่ะคะ"

"ผม ก็จะทำให้เอ็มอีวันเป็นมือที่สามที่ทำให้พวกเขาเลิกกัน ฮึ่ยย์...ยุนอา คุณเลิกขวางกั้นจินตนาการผมได้แล้ว ไม่ว่ายังไงผมก็จะทำให้เอ็มอีวันกลายเป็นปัจจัยที่ห้าในศตวรรษต่อจากนี้ให้ ได้ แล้วคราวนี้การผลิตเอ็มอีวันก็จะกลายเป็นเส้นเลือดหลักของแอลอี"

นัยน์ ตาของคิมมินโฮเป็นประกายวาดฝันในอนาคต เขากระตือรือร้นที่จะพัฒนามัน...

ooooooo

ณ ประเทศไทย  นิจชิตา  ครูประถมโรงเรียนต่างจังหวัดซึ่งรักความเป็นไทยอย่างมาก เธอเป็นลูกสาวครูใหญ่ซึ่งใครๆเรียกว่า...ครูปุ่น ครูปุ่นหวังจะให้โรงเรียนของตัวเองมีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์การประดิษฐ์ ถึงขนาดกินเนสส์บุ๊กต้องลงบันทึก  โดยมีชุมพลเป็นครูวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์รถพลังงานบั้งไฟ  เขาได้เอามะลิ และเอกเป็นคนนั่งในรถ แต่เกิดความผิดพลาดขึ้น รถระเบิดทั้งคัน ลุงปุ่น ชุมพล มะลิ และเอกนั่งหน้าดำ หัวฟู ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

นิจชิตาต้อง ทำแผลถลอกให้กับทุกคนและตำหนิพ่อตัวเองที่ทำอะไรโดยพลการ  ภูชิตปลัดหนุ่มซึ่งหลงรักนิจชิตา เฝ้าตามจีบเธอมานานแต่เธอก็ไม่ไยดี...และในวันหนึ่ง ภูชิตก็เอาข่าวมาบอกนิจชิตาได้รับเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปดูงานนวัต กรรมหุ่นยนต์ที่เกาหลี ภูชิตโอ้อวดว่า "พอดีผมกับท่านอธิบดีเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันมาก่อน ก็เลยคุยกันง่าย"

นิจ ชิตาไม่พอใจและไม่อยากไป แต่ครูปุ่นอ้างว่าเธอต้องไปแทนชุมพลซึ่งยังบาดเจ็บจากการทดลอง ชุมพลนั่งรถเข็นมีผ้าพันแผลเต็มตัว นิจชิตาอ้างว่าเธอเก็บของไม่ทันและไม่มีพาสปอร์ต แต่แล้วต้องตะลึงเมื่อภูชิตเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม แถมต้องเดินทางเย็นนี้...

ooooooo

ในขณะที่คิมมินโฮกำลังแสดง ให้ทุกคนในที่ประชุมเห็นถึงความสำเร็จของเอ็มอีวัน   ซึ่งสามารถร้องเพลงและเต้นได้ เขาภูมิใจมากที่ทำให้ทุกคนสามารถมีคาราโอเกะเคลื่อนที่ไปได้ทุกหนทุกแห่ง ทันใด ยุนอารับโทรศัพท์แล้วกระซิบบอกเขาว่าซึนมีมา คิมมินโฮตกใจทิ้งทุกอย่าง

ยุนอาออกมารับหน้าซึนมี สาวเปรี้ยวแต่งตัวเก่ง มีไฝ ที่มุมปากเป็นเอกลักษณ์ ยุนอาพยายามกันซึนมีไว้เพื่อให้คิมมินโฮหลบออกไปแต่ไม่สำเร็จ เมื่อคิมมินโฮไปปะทะเข้ากับคิมยองมินผู้เป็นพ่อเข้าอย่างจัง จึงโดนเอาตัวมาเผชิญหน้ากับซึนมี...ซึนมีร้องไห้เสียใจที่คิมมินโฮไม่อยาก เจอเธอ คิมยองมิน ต้องแก้ตัวให้ว่า  เขาไม่รู้ว่าเธอจะมาจึงใช้คิมมินโฮไปทำธุระให้

ซึนมียิ้มออก "ซึนมีนึกแล้วว่าพี่มินโฮต้องไม่ทำร้ายจิตใจซึนมี ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราไปไหนกันดีคะ"

"กินข้าวแล้วก็ดูหนังสักเรื่องสองเรื่อง แต่ถ้าให้ดี มีลูกให้ พ่อเลยก็ได้" คิมยองมินตอบแทน

คิมมินโฮสะดุ้ง คิมยองมินให้ซึนมีไปล้างหน้าล้างตาแต่งหน้าใหม่เพื่อออกไปเที่ยว พอซึนมีออกไป คิมมินโฮทำท่าจะออกไปบ้าง คิมยองมินทุบโต๊ะเปรี้ยงสั่งให้นั่งลง และถามว่าเมื่อไหร่จะขอซึนมีแต่งงาน คิมมินโฮย้อนถามว่าจะให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้หรือ

"แกพูดอย่าง นี้หมายความว่ายังไง หนูซึนมีเขาก็ดีไร้ที่ติออกอย่างนั้น"

"ไร้ที่ ติหรือไร้สติกันแน่"

คิมยองมินเอาแฟ้มตีหัวลูกชายแล้วถามว่าไม่เหมาะ กันตรงไหน คิมมินโฮโอดโอย "ทำไมผมต้องแต่งงานเพราะคำสัญญาของพ่อกับคุณชอยด้วย นี่มันชีวิตของผมนะพ่อ"

"ก็ เพราะคุณชอยเขาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมยากกับฉันมาตั้งแต่เด็กๆไง"

"อ้าว...ไม่ ใช่เพราะว่าเขารวยเหรอพ่อ"

"รู้แล้วยังจะถามทำไม แกคิดดูสิว่าบริษัทของคุณชอยคือบริษัทที่ผูกขาดการขายกิมจิภายในเกาหลีนี้ แล้วถ้าแกแต่งกับหนูซึนมีไป แกจะเอาเงินไปพัฒนาไอ้หุ่นกระป๋องของแกเท่าไหร่ก็ได้"

"แต่เราก็มี เงินนี่พ่อ"

"อย่าเถียงฉันได้มั้ย ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งกับหนูซึนมี พรุ่งนี้แกไม่ต้องมาทำงาน ไปเที่ยวกับหนูซึนมีซะ"

คิมมินโฮถอนใจ แต่ไม่อยากเถียงกับพ่ออีกต่อไป...

วันต่อมา คิมมินโฮต้องไปเที่ยวกับซึนมีตามคำสั่ง...

เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติ การทางอากาศค้นพบอะไรบางอย่างรีบรายงานให้คิมยองมินมาดู

"แน่ใจนะว่า คราวนี้ไม่ผิดอีก"

"รอสักครู่ครับท่าน กำลังรอคอมพิวเตอร์ยืนยันสายแร่ ที่พบ...ยืนยันแล้วครับท่าน ยินดีด้วยครับ" เจ้าหน้าที่รายงานเมื่อเครื่องคอมฯยืนยันผลร้อยเปอร์เซ็นต์

คิมยอง มินตัวชาดีใจยิ่งกว่าเจอปาฏิหาริย์ครั้งใดในชีวิต ดาวเทียมซูมภาพไปที่ประเทศไทย คิมยองมินยิ้มกริ่มเกิดแผนขึ้นในสมองทันที

ขณะ ที่คิมมินโฮกำลังเบื่อมากกับการต้องทานอาหารกับซึนมี ยุนอาโทร.มาบอกเขาว่าโปรเฟสเซอร์บอกว่าเกิดปัญหากับเอ็มอีวัน คิมมินโฮตกใจลุกขึ้นทิ้งซึนมีจะวิ่งออกจากร้าน ซึนมีดึงรั้งเขาไว้ไม่ยอมให้ไป คิมมินโฮจึงบอกว่าแม่เขาเข้าโรงพยาบาล ซึนมีตกใจยอมปล่อยโดยดี แต่แล้วนึกได้ว่าแม่ ของคิมมินโฮเสียไปนานแล้วก็เจ็บใจที่โดนหลอก...

คิมมินโฮมาที่ห้อง แล็บพร้อมยุนอา "เอ็มอีวันมีปัญหาอะไรเหรอครับศาสตราจารย์"

เจ้า หน้าที่สองสามคนกำลังช่วยกันล้อมจับข้อมือกลที่กำลังหาทางหนีราวกับมี ชีวิต ศาสตราจารย์อธิบายปัญหาว่า "เอ่อ...คงเป็นเพราะโปรแกรมที่ท่านประธานต้องการเพิ่มเข้าไปทำให้ระบบการ อ่านข้อมูลรวนน่ะครับ"

คิมมินโฮตกใจหันไปมองคิมยองมินที่ทำหน้าไม่ รู้ ไม่ชี้...สองพ่อลูกมาคุยกันตามลำพัง คิมมินโฮตกใจเมื่อรู้ว่าพ่อจะให้เอ็มอีวันของเขาไปอยู่ประเทศไทย คิมยองมินถาม "จะตกใจไปทำไม นี่ฉันอุตส่าห์เอาของเล่นแกขึ้นมาเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาของบริษัทเรา แกน่าจะดีใจมากกว่า"

"แต่ถ้าส่งไปเมืองไทยก็ต้องใส่โปรแกรมเพลงไทย อีกตั้งเท่าไหร่"

"แล้วใครว่าฉันจะให้มันไปเป็นหุ่นคาราโอเกะกิ๊ก ก๊อกอย่างที่แกคิด" คิมยองมินจะเปลี่ยนเอ็มอีวันเป็นหุ่นเพื่อการศึกษาให้ดูดีขึ้น

คิมมิ นโฮไม่พอใจที่ไม่ปรึกษาเขาก่อน และทำไมต้องไปเมืองไทย คิมยองมินสบตาลูกชายก่อนจะตอบ "แกถามเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีแล้ว ที่ฉันอยากให้แกไปเมืองไทยเพราะดาวเทียมของเราเพิ่งสำรวจพบสายแร่ทองคำ"

"สาย แร่ทองคำ!" คิมมินโฮแปลกใจ

"ถูกต้อง แล้วเราก็เป็นเจ้าแรกที่พบสายแร่แห่งใหม่นี้ เราจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปไม่ได้ ที่ตรงนั้นมันอยู่ในไทย พ่ออยากให้แกซื้อที่ผืนนั้น"

"อ้าว...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะพ่อ"

"ก็ เพราะว่าแกเป็นคนเดียวที่สามารถซื้อได้ ตามกฎหมายของประเทศไทยผู้ที่จะซื้อที่ดินต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น แล้วแก...ก็มีทั้งสัญชาติไทยและเกาหลี"

คิมมินโฮรู้สึกว่าตัวเองเป็น ต่อจึงถามว่าถ้าเขาไม่ไป คิมยองมินโมโห    ถ้าไม่ไปจะยุบแผนกที่เขาคุมรวมทั้งหุ่นเอ็มอีวันด้วย คิมมินโฮอึ้งรู้ทันทีว่าพ่อของเขายังถือไพ่เหนือกว่า... ศาสตราจารย์รายงานคิมมินโฮว่าโปรแกรมที่ใส่เข้าไปใหม่ ทำให้ชิพรับคำสั่งที่ข้อมือ สัญญาณไม่ตรงกับส่วนกลางที่ส่งตรงจากเมนเบรนด์ ทำให้เกิดการรวนอย่างที่เห็น คิมมินโฮมองอาการพยศของข้อมือกลแล้วถามยุนอาว่าเขามีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ ก่อนการแถลงข่าว พอรู้ว่ามีประมาณ 12 ชั่วโมง เขาก็มุ่งมั่นที่จะแก้ไข ไม่ให้ใครดูถูกเอ็มอีวันของเขาเป็นแค่ของเล่น

ooooooo

และ แล้วนิจชิตาก็มาถึงเกาหลีในตอนค่ำ เธอลากกระเป๋าขึ้นแท็กซี่อย่างทุลักทุเลเพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมที่พัก แต่เกิดปัญหากับแท็กซี่ เธอโดนปล่อยทิ้งกลางทาง ต้องลากกระเป๋าขึ้นเนินเที่ยวถามชาวบ้านถึงทางไปโรงแรมที่เธอพัก แต่แล้วกระเป๋าเจ้ากรรมกลับไหลลงเนิน ทำให้เธอต้องวิ่งตามด้วยความเร็วสูง

ขณะ เดียวกัน คิมมินโฮออกมาจากประตูลับของบริษัท มาที่จอดรถพร้อมกล่องนิรภัยที่เขาใส่เจ้ามือกลไว้ เขาวางมันบนกระโปรงหลังเพื่อไขประตูรถ เจ้ามือกลดิ้นจนกล่องร่วงหล่นลงพื้น เจ้ามือกลวิ่งจู๊ดออกจากซอยเข้าไปในกองขยะ เขาตกใจกระโจนตามไปรื้อในกองขยะ

นิจ ชิตานั่งเหนื่อยหอบมองกระเป๋าที่แผ่กระจาย "ฮือๆฉันอยากกลับเมืองไทย ฮือๆ"

ทัน ใดเจ้ามือกลกระโดดมาเกาะไหล่เธอ นิจชิตาสะดุ้งเหลียวมองไม่เห็นใคร   แต่พอเห็นมือที่เกาะไหล่ก็ร้องลั่น

คิมมินโฮวิ่งมาด้วยสภาพเนื้อตัว มอมแมม นิจชิตาเห็นยิ่งร้องกรี๊ด...

"เอ่อ...เดี๋ยวก่อนคุณ" คิมมินโฮพูดภาษาเกาหลีแล้วพยายามจะเข้าไปแกะมือกล

นิจชิตาเข้าใจว่า คิมมินโฮเป็นคนร้ายจึงวิ่งหนี คิมมินโฮวิ่งตามร้องบอกให้หยุด แต่เธอฟังไม่ออกแล้วเกิดสะดุดขา ตัวเองล้ม เขาจึงดึงเจ้ามือกลออกมาได้แล้วทิ้งลงถังขยะเอาก้อนหินทับไว้ แต่นิจชิตายังร้องให้คนช่วยเป็นภาษาอังกฤษ คิมมินโฮจึงรู้ว่าเธอเป็นต่างชาติ แต่ไม่ทันจะอธิบายตำรวจสายตรวจก็เข้ามาใช้ปืนเล็งมาที่เขา นิจชิตาฉวยโอกาสกัดมือเขาแล้ววิ่งมาหาตำรวจแจ้งความว่าเขาเป็นฆาตกร...

คิมมิ นโฮถูกพามาสถานีตำรวจ ยุนอาต้องมาประกันแล้วอธิบายกับตำรวจถึงสถานภาพของเขา ยุนอาเก็บเจ้ามือกลมาจากที่เกิดเหตุให้เขาเอาไปแก้ไข โดยหวั่นใจว่าเวลาที่เหลือจะพอไหม แต่คิมมินโฮไม่หวั่นบอกว่าเตรียมจัดแถลงข่าวตามเวลาเดิม...

ในคืน นั้นกว่านิจชิตาจะเข้าพักที่โรงแรมได้ก็ดึกมาก แถมหิวจนต้องออกมาหาของกินทั้งที่ไม่ชอบอาหารเกาหลีเอาเสียเลย แต่ด้วยความหิวทำให้เธอต้องกินทุกอย่างที่ขวางหน้าจนท้องเสียทั้งคืน หมดแรงสลบอยู่หน้าห้องน้ำ...จนเช้าเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาตกใจรีบแต่งตัวไป บริษัทแอลอี

ห้องแถลงข่าว คิมมินโฮยืนอยู่หน้าวีดิโอวอลล์ขนาดใหญ่ กล่าวต่อหน้าผู้บริหารและผู้สื่อข่าวจำนวนมากว่า "สิ่งที่ทุกท่านจะได้เห็นต่อไปนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงอนาคตของชาวเกาหลี แต่มันจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของโลกด้วย"

นักข่าวถามว่าหุ่นคาราโอเกะจะ เปลี่ยนแปลงโลกตรงไหน คิมมินโฮรีบชี้แจงว่าเขาได้เปลี่ยนแปลงเอ็มอีวันเป็นมากกว่าความบันเทิง เป็นทางรอดและอนาคตของมวลมนุษยชาติ นักข่าวถามว่าหุ่นตัวแรกตั้งใจออกแบบให้เหมือนใคร แทนที่คิมมินโฮจะตอบ เขาเรียกเอ็มอีวันของเขาออกมายืนบนเวที ทุกคนตกใจเพราะมันเหมือนคิมมินโฮทุกกระเบียดนิ้ว มันกล่าวสวัสดีให้ทุกคนต้องฮือฮา

นิจชิตาลงจากแท็กซี่วิ่งเข้ามาใน บริษัทในสภาพอิดโรยตาดำคล้ำ ปากขาวซีด หัวกระเซอะกระเซิง รปภ.กันไม่ให้เข้าเธอจึงแยกเขี้ยวใส่แล้วพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าเธอมาสัมมนา รปภ.ตกใจกลัวรีบปล่อยให้เข้าไป เธอเดินผ่านพนักงาน ต่างหลบหลีกด้วยความกลัว

เอ็ม อีวันได้รับการแนะนำว่าเป็นสิ่งที่แสดงศักยภาพเทคโนโลยีชั้นสูงและวิสัย ทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยี และต่อไปเขาจะสร้างหุ่นยนต์เพื่อส่งไปทำงานในอวกาศ นักข่าวถามถึงภารกิจแรกของเอ็มอีวัน

"ผมได้ตกลงทำสัญญามอบเอ็มอีวัน ให้ประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอนใน โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลนครู"

"เจ้า เอ็มอีวันสามารถทำอะไรได้บ้างครับ" นักข่าวถาม

คิมมินโฮจึงกระซิบกับ เอ็มอีวัน มันเดินลงจากเวทีแล้วออกไปจากห้อง ทุกคนเห็นการเดินไปตามทางของมันบนวีดิโอวอลล์ คิมมินโฮบอกทุกคนว่า เขาบอกมันว่าอยากดื่มกาแฟและให้ทุกคนเฝ้าดูการทำงานของมัน

นิจชิตา ออกจากลิฟต์มารู้สึกปวดท้องขึ้นอีก จึงคิดจะถามหาห้องน้ำ พอเห็นเอ็มอีวันด้านหลังจึงวิ่งไปดักหน้าจะถาม แต่พอเห็นหน้าก็ตกใจร้องลั่น "ไอ้ฆาตกร!"

ขณะที่คิมมินโฮอธิบายความสามารถของเอ็มอีวัน ยุนอาและเจ้าหน้าที่ควบคุมกล้องวงจรปิดรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ เอ็มอีวันหายไปจากจอ คิมมินโฮไม่ตื่นเต้นบอกทุกคนไม่ต้องห่วง

"นอก จากเราจะมีจีพีเอสภายในตัวของเอ็มอีวันแล้ว เรายังสามารถดูผ่านสายตาของเอ็มอีวันได้เพื่อจะทำให้รู้ว่ามันอยู่ไหน" คิมมินโฮกดปุ่มเปลี่ยนเป็นภาพแทนสายตา

ทุกคนต้องตะลึงเมื่อเห็นใบ หน้านิจชิตาเต็มจอ กำลังเขย่าทำให้ภาพสั่นไหว คิมมินโฮตกใจรีบวิ่งออกไป...เอ็มอีวันกำลังเปลี่ยนโปรแกรมตัวเองเป็นโหมด ป้องกันตัวตั้งท่าคาราเต้แล้วจับคอเสื้อนิจชิตายกขึ้นลอยจากพื้น เธอถีบเท้าไปมาร้องลั่น

"ไอ้บ้า...นี่แกตามมาปิดปากฉันใช่มั้ย ย้ากซซซ..." นิจชิตาเตะผ่าหมากเอ็มอีวันแล้วร้องลั่นเพราะเจ็บขา คิดว่ามันใส่กระจับเหล็ก เอ็มอีวันยกเธอสูงขึ้น เธอจึงรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายถีบเข้าเต็มหน้าเอ็มอีวันอย่างแรง

ทัน ทีที่คิมมินโฮและทุกคนวิ่งมาพ้นมุมตึก ก็ได้เห็นหัวของเอ็มอีวันกลิ้งไปตามทางมาชนแทบเท้าเขา คิมมินโฮร้องด้วยความตกใจ "เอ็มอีวัน!"

มองไปด้วยความโกรธ เห็นนิจชิตากองอยู่กับพื้นข้างเอ็มอีวันที่ไม่มีหัว นิจชิตาตกใจเมื่อเห็นคิมมินโฮยืนมองด้วยสายตาดุดัน เธอรีบคลานหนีแต่โดนคิมมินโฮดึงหูกางเกงไว้ จึงร้องให้คนช่วย คิมมินโฮได้ยินนิจชิตาร้องเป็นภาษาไทยจึงตะคอกเป็นภาษาไทยด้วยความโกรธ

"รู้ ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป ห๊า!"

"หือ...นายเป็นคนไทยเหรอ"

คิมมิ นโฮนิ่งไม่ตอบ ยุนอาเตือนให้ระวังภาพลักษณ์ นิจชิตาฉวยโอกาสสะบัดหนีแล้วร้องให้คนช่วยอีก คิมมินโฮโมโหเอาน้ำสาดใส่เธอเปียกโชก "เลิกบ้าได้หรือยัง ฉันไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต ฉันเป็นประธานบริหารแผนกพัฒนาและวิจัยข้อมูลของบริษัทแอลอี แล้วสิ่งที่เธอทำลายไปก็คือหุ่นต้นแบบเอ็มอีวัน ที่ทางแอลอีใช้เงินและเวลาอย่างมากในการสร้างมันขึ้นมา"

นิจชิตาตัว เปียกมองคิมมินโฮด้วยความโกรธจัด ยุนอาให้คิมมินโฮอธิบายกับนักข่าวก่อน ขณะที่เขากำลังพูด นิจชิตาก็สะกิดให้เขาหันมาแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง

"คน ไทยอย่างฉันถือเรื่องการให้เกียรติที่สุด"

คิมมินโฮตัวสั่นด้วยความ โกรธ ยุนอาปลอบให้ใจเย็น เขาจึงพูดทั้งที่ยังจ้องหน้านิจชิตา "เรียกประชุมทีมให้ผมด่วนที่สุด แล้วก็...ช่วยพาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบริษัทผมให้เร็วที่สุด"

คิมมิ นโฮเดินผ่านนิจชิตาไป เธอโวยวายให้เขากลับมาพูดกันให้รู้เรื่อง ยุนอาแนะว่าเขาไม่เอาเรื่องให้เธอกลับไปเสีย นิจชิตาไม่พอใจที่คิมมินโฮทำเธอก่อนและเรื่องหุ่นยนต์เธอจะชดใช้ให้ ยุนอาว่าเธอไม่มีเงินพอหรอก ควรรีบกลับเมืองไทยไปโดยเร็วจะดีกว่า นิจชิตาแค้นใจที่โดนดูถูก แถม รปภ.ยังมาหิ้วปีกเธอมาโยนที่หน้าบริษัท เท่านั้นไม่พอ ช่วงที่เธอโวยวายยังเหยียบอุจจาระสุนัขเข้าเต็มเปา...

จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิมมินโฮโดนคิมยองมินเล่นงาน ปาข้าวของใส่และสั่งให้ซ่อมเอ็มอีวันให้เสร็จทันส่งตามหมายกำหนดการ คิมมินโฮขอให้แจ้งทางประเทศไทยว่าเกิดเรื่องเพราะตัวแทนของทางนั้นเอง แต่คิมยองมินไม่ยอม กลัวว่าที่ดินที่พบสายแร่จะตกเป็นของคนอื่นก่อน สั่งเสียงเด็ดขาดให้ทำอย่างไรก็ได้ไม่อย่างนั้นจะยุบแผนกของเขา...คิมมินโฮ หนักใจมาเล่าให้ยุนอา ฟังเพื่อช่วยเขาแก้ปัญหา

ooooooo
ตอน ที่ 2

พอได้ฟังเรื่องสายแร่ทองคำยุนอาก็ตกใจที่คิมยองมินใช้เอ็ม อี วันเป็นฉากบังหน้าเพื่อความต้องการของตัวเอง แม้จะรู้สึกว่าคิมยองมินร้ายกาจแต่เธอก็ต้องช่วยคิมมินโฮหาทางออก ศาสตราจารย์ให้คิมมินโฮมาดูเอ็มอีวันด้วยตัวเองว่ายากแก่การซ่อมแซม...

เอ็ มอีวันเดินด๊อกแด๊กๆร้องเพลง เผลอๆถอดหัวตัวเองออกมาเดาะเป็นลูกบอลทั้งที่ยังมีรอยเท้าของนิจชิตาพาดอยู่ บนหน้า ศาสตราจารย์บอกวิธีแก้ไขซึ่งฟังดูแล้วเหมือนการสร้างใหม่ คิมมินโฮโกรธจนตัวชาโทษว่าเป็นเพราะนิจชิตาคนเดียว

นิจชิตากลับมาถึง บ้านที่เมืองไทยด้วยใจที่หงุดหงิด เห็นลุงปุ่น ชุมพล และภูชิตนั่งดื่มเหล้าร้องคาราโอเกะกันอย่างสนุกสนานก็ยิ่งโกรธ โวยทุกคนว่าเป็นครูบาอาจารย์แล้วทำตัวอย่างนี้ได้อย่างไร ภูชิตรีบเสริมว่าใช่ ใครมาเห็นเข้าแล้วใครจะนับถือ นิจชิตา
มองภูชิตก่อน จะพูดต่อ

"แทนที่พ่อจะเอาเวลาไปคิด..."

"ว่า จะพัฒนาการศึกษาของเด็กๆยังไง แต่คุณลุงกลับเอาเวลามาทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์อย่างนี้ ผมผิดหวังในตัวลุงมาก... ถูกมั้ยครับ" ภูชิตหันไปยิ้มกับนิจชิตา

"ใช่...แต่ ก็ยังดีกว่าคนบางคนที่ทำผิดด้วยกันแต่ไม่ยอมรับผิด เป็นข้าราชการก็ควรรับใช้ประชาชน" นิจชิตาพูดกระทบ

ภูชิตยังเคลิ้ม พูดต่อให้ว่า "ไม่ใช่ว่าเอาเวลาราชการไปจีบผู้หญิง แล้วก็โยนความผิดใส่คนอื่น อย่างนี้เค้าเรียกว่าเอาดีเข้าตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เอ่อ...ไอ้นี่มันใครครับนิจ ชั่วจริงๆเลยนะครับ"

ลุงปุ่นกับชุมพลพูด พร้อมกัน "ก็แกน่ะแหละ..."

ภูชิตสะดุ้ง นิจชิตาเซ็งเดินไป ภูชิตวิ่งตามมาถามว่าโกรธที่เขาไม่ตามไปเกาหลีด้วยหรือ นิจชิตายิ่งโมโหห้ามใครพูดถึงเกาหลีให้ได้ยินอีก ทุกคนแปลกใจว่านิจชิตาไปพบเจออะไรมา...

ในเมื่อเลื่อนกำหนดส่งมอบเอ็ มอีวันให้กับทางไทยไม่ได้ ยุนอาจึงเสนอวิธีแก้ไขให้ ซึ่งคิมมินโฮถึงกับตกใจ... คืนนั้นคิมยองมินนั่งมองรูปภรรยาด้วยความคิดถึงแล้วบอกลูกชายว่า

"ที่ พ่ออยากให้แกไปเมืองไทยไม่ใช่แค่เรื่องสายแร่เรื่องเดียว...ก่อนที่แม่แกตาย แม่แกฝากให้พ่อพาแกไปเมืองไทยให้ได้ ถึงฉันจะไม่ได้พาแกไปแต่แกก็กำลังจะกลับไปหาแผ่นดินที่แม่แกรัก"

"แล้ว ก็เป็นแผ่นดินที่พ่อกับแม่พบรักกัน...พ่อ บอกผมได้มั้ยว่าพ่อกับแม่พบรักกันที่ไหน ผมอยากไปที่ที่เป็นความทรงจำของแม่ซักครั้ง"

คิมยองมินพูดด้วยน้ำ เสียงของความสุข "พ่อเจอกับแม่แกที่วัดโพธิ์"

"วัดโพธิ์...พ่อคงเจอ กับแม่ตอนไปไหว้พระใช่มั้ยครับ"

"พ่อไปนวดเท้า..."

คิมมินโฮ ถึงกับเซ ฟังพ่อเล่าว่าแม่ของเขาเป็นหมอนวดอยู่ที่นั่น การนวดของแม่ทำให้พ่อจำจนทุกวันนี้ คิมยองมิน ตัวสั่นเทิ้ม  คิมมินโฮเข้าใจว่าพ่อของเขาคงเจ็บปวดกับการจากไปของแม่ แต่พอถาม คิมยองมินกลับอารมณ์เสียแล้วเดินกะเผลกออกไป คิมมิ
นโฮมองภาพแม่แล้วพูด ว่าเขากำลังจะไปเมืองไทย ขอให้แม่เป็นกำลังใจให้เขาด้วย

ooooooo

เช้า วันใหม่ท้องฟ้าสี ทองผ่องอำไพ พระสามรูปเดินบิณฑบาตรมา นิจชิตานิมนต์กำลังจะตักข้าวใส่บาตรที่ท่านเปิดฝาบาตรรอ ทันใด ลุงปุ่นส่งเสียงเรียกจนเธอชะงัก  ลุงปุ่นเรียกให้เธอเข้าบ้านมาดูข่าว  พระทั้งสามรูปปิดบาตรเสียงดังพั่บพร้อมกัน

นิจชิตาบ่น "ข่าวอะไรพ่อ รอให้หนูใส่บาตรเสร็จก่อนไม่ได้หรือไง"

พระทั้งสามรูปเปิดบาตรอีก ครั้ง แต่พอลุงปุ่นตะโกนมาว่าต้องมาดูเดี๋ยวนี้เดี๋ยวข่าวจบ ท่านก็ปิดบาตรพั่บพร้อมกันอีกครั้ง นิจชิตาสวนไปว่าเธอจะใส่บาตร ท่านจึงเปิดบาตรพร้อมกัน ลุงปุ่นออกมาบอกว่าข่าวนี้เกี่ยวกับเธอ คราวนี้พระท่านจึงแทรกขึ้นว่า

"ตกลงกันก่อนดีมั้ยโยม ไม่งั้นทำบุญจะกลายเป็นบาป"

"เอ่อ...ใส่ค่ะใส่" นิจชิตารีบตักข้าวใส่บาตร ลุงปุ่นช่วยใส่กับข้าวแล้วยกมือไหว้

พอ เสร็จก็ดึงนิจชิตาเข้าบ้านมาดูข่าวที่สื่อมวลชนและคณะต้อนรับกำลังรอรับผู้ บริหารบริษัทแอลอีจากเกาหลีอยู่ภายในล็อบบี้ของโรงแรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คิมมินโฮ ผู้บริหารระดับสูงเดินทางมาถึงแล้ว และโรงแรมนี้จะเป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว
เรื่องความร่วมมือระหว่างไทย กับ เกาหลีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ...ภาพคิมมินโฮเดินเข้ามา นิจชิตาโกรธจนลืมตัวยกทีวีขึ้นจะทุ่ม ลุงปุ่นร้องห้ามลั่นและพยายามยื้อเอาทีวีคืนมา

"ไอ้นิจ แกเป็นบ้าอะไร นั่นมันทีวีนะ...ทำไมแกถึงได้เกลียดอะไรที่เกี่ยวกับเกาหลีขนาดนี้ห๊ะ...ไอ้ นิจ"

"พ่อไม่โดนกับตัวพ่อไม่รู้หรอก ฮึ่ย...เซ็งเว้ย!" นิจชิตาหงุดหงิดเดินออกไป

ลุงปุ่นสีหน้าเครียดเพราะเกรงวันพรุ่งนี้ โรงเรียนคงจะแตก ว่าแล้วก็ค่อยๆวางทีวีลง พอปล่อยมือ ทีวีหล่นโครมกระแทกพื้นแตกกระจาย เขาแทบจะร้องไห้...

ผู้สื่อข่าวรุม ถามว่าทางแอลอีผลิตเอ็มอีวันเพื่อเป็นหุ่นคาราโอเกะ แต่กลับมีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในภายหลัง "ไม่ทราบว่าที่ทางแอลอีทำอย่างนี้เพื่อเป็นใบเบิกสำหรับโครงการสารสนเทศที่ กำลังจะมีการประมูลหรือเปล่าครับ"

คิมมินโฮนิ่งเฉยทำเหมือนฟังภาษา ไทยไม่ออก ยุนอาจึงตอบแทนว่า รายละเอียดทางรัฐบาลไทยกับเกาหลีจะแถลงให้ทราบร่วมกัน...มีนักข่าวคนหนึ่ง ถามขึ้นว่า เรื่องที่เกิดความเสียหายกับเอ็มอีวันเป็นความจริงหรือเปล่า คิมมินโฮหันมากระซิบกับยุนอา
ก่อนที่เธอจะตอบไปว่า เอ็มอีวันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด

กลางดึก ยุนอาย่องมาเคาะห้องคิมมินโฮเพื่อถามว่าวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปสาขาก่อนหรือ ไปไหน คิมมินโฮอยากไปโรงเรียนที่เอ็มอีวันต้องไปอยู่ก่อน "มีอะไรติดขัดหรือเปล่า?"

"ไม่มีค่ะ...ถ้าอย่างนั้นพร้อมแล้วใช่มั้ย ค่ะ" ยุนอาวางกระเป๋าที่ถือมาบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นเต้นท่าแปลกๆประกอบเพลงสั้นๆ

คิมมินโฮทั้งงงและอึ้ง พลันได้ยินเสียงกระเป๋าปลดล็อก ยุนอาทำท่าอายๆ "มันคือรหัสที่ทางแล็บของเราตั้งมาให้ค่ะ"

"ฮ้า!" คิมมินโฮกุมขมับอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเปิดกระเป๋าดู เป็นอุปกรณ์เครื่องมือไฮเทคสำหรับแต่งเป็นหุ่นยนต์...ยุนอาถามย้ำว่าจะทำแบบ นี้แน่หรือ คิมมินโฮสีหน้ามุ่งมั่น...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น นิจชิตาแปลกใจที่เช้านี้ลุงปุ่นมีเรื่องกล่าวหน้าเสาธง ว่าจะมีครูใหม่มาประจำที่นี่ ชุมพลถามลุงปุ่นว่ายังไม่บอกเรื่องนี้กับนิจชิตาอีกหรือ ลุงปุ่นทำหน้าหวั่นๆ ไม่ทันไร มีขบวนรถแล่นมา มีคันหนึ่งเป็นรถสิบล้อหุ้มเกราะ ข้างรถมีโลโก้บริษัทแอลอี
เด่นชัด นิจชิตากำลังนึกว่าเคยเห็นที่ไหน

ภูชิตลงจากรถมา นิจชิตาเข้าไปถามว่าเขาเป็นครูคนใหม่ หรือ พอดีคิมมินโฮและยุนอาเปิดประตูลงมา ต่างฝ่ายต่างตกใจ ยุนอาถาม "นี่คุณมาทำอะไรที่นี่!"

"ฉันต่างหากต้องเป็นฝ่ายถามพวกคุณ ฉันเป็นครูที่นี่ พวกคุณต่างหากมาทำอะไรในโรงเรียนฉัน"

"ดิฉันเป็น ตัวแทนของบริษัทแอลอีมาส่งมอบหุ่นยนต์ เอ็มอีวัน เพื่อทำหน้าที่ครูในโรงเรียนแห่งนี้ค่ะ"  ยุนอาพูดไปเหลือบมองหุ่นเอ็มอีวันที่ยืนนิ่ง

เสียงเด็กนักเรียนร้อง ดีใจกันใหญ่ นิจชิตาตวาดให้ทุกคน เงียบ ตาขวางหันไปมองลุงปุ่นกับภูชิตทำนองให้มาคุยกัน ทั้งสองจึงเดินตามนิจชิตาออกมา ยุนอาเห็นท่าไม่ดีจึงตามไปเคลียร์ว่าอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้ความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศมีปัญหา
ภูชิตเห็นด้วยเพราะท่านนายกฯก็ฝากฝังให้ เขาดูแลเรื่องนี้...พอยุนอาเดินกลับ มาต้องตกใจ   เมื่อเห็นเอ็มอีวันถูกพันด้วยสายสิญจน์และมีพระสงฆ์เจิมตามพิธี ชุมพลบอกไม่ต้องตกใจ นี่เป็นประเพณีแบบไทยๆเพื่อความเป็นสิริมงคล นิจชิตาเข้ามาบอกยุนอา
ให้เอาหุ่นยนต์กลับไป เพราะที่นี่ไม่ใช่ห้องทดลอง ยุนอาอธิบายว่านี่ไม่ใช่การทดลอง แต่เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา

"เปล่า ประโยชน์มั้งคะ นายคิมฮวยเจ้านายคุณเคยบอกไม่ใช่เหรอคะ ถึงฉันจะใช้สมองส่วนที่ฉลาดที่สุดก็ไม่รู้ว่าไอ้หุ่นกระป๋องนี่ราคาเท่า ไหร่" นิจชิตาเดินมาเคาะหัวเอ็มอีวันเหมือนที่คิมมินโฮเคยเอานิ้วจิ้มหัวเธอ "ช่วยไปบอกเจ้านายแกด้วยนะเจ้าหุ่น
กระป๋อง ว่าให้เค้าใช้ส่วนที่ฉลาดน้อยที่สุดคิดดูแล้วกันว่าฉันพูดอย่างนี้หมายความ ว่ายังไง...กลับไปซะ แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก"

ทุกคนตกใจ ภูชิตขอโทษยุนอาและให้รอก่อนเขาจะไปพูดกับนิจชิตาให้ ยุนอาถอนใจที่เจอศึกหนัก...หลบมาปรึกษากับคิมมินโฮที่ปลอมเป“นเอ็มอีวัน

"แล้วอย่าง นี้จะทำไงดีคะ ดิฉันว่าถ้าที่นี่ปัญหามาก เราเปลี่ยนโรงเรียนมั้ยคะ"

"คุณ ก็รู้นี่ว่าเราเปลี่ยนโรงเรียนไม่ได้"

"ขอโทษค่ะ ดิฉันก็ลืมไปว่าที่เราเลือกโรงเรียนนี้เพราะ สายแร่ทองคำ..."

ยุนอา หนักใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป คิมมินโฮฟังน้ำเสียงเหมือนอยากให้เขาขอโทษนิจชิตา ยุนอาพยักหน้า แต่คิมมินโฮส่ายหน้า...

นิจชิตาโดนทั้งลุงปุ่น ชุมพล และภูชิตรุมต่อว่าที่ไป ก่อเรื่องที่เกาหลีแล้วไม่เล่าให้ฟัง แต่เธอยังยืนกรานว่าเธอไม่ผิด ทันใด...คิมมินโฮในชุดสูทเนี้ยบเดินเข้ามากับยุนอา นิจชิตาตกตะลึกความโกรธพุ่งขึ้น คิมมินโฮพูดเรื่องที่เกิดขึ้นที่เกาหลีว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด
เขายินดี จะขอโทษ แต่นิจชิตายังไม่เชื่อว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ คิมมินโฮชักเคือง

"ถ้า คุณอยากรู้ความรู้สึกของคนอื่นจริงๆ อย่างแรกที่คุณควรทำคือเลิกตัดสินคนอื่นจากความรู้สึกของตัวเองก่อน"

"ฉัน ไม่ได้ตัดสินจากความรู้สึก ฉันตัดสินจากสิ่งที่ฉันเห็น ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าคนอย่างคุณเป็นประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ ต้องการ คุณไม่ได้รู้สึกผิดกับคำขอโทษจริงๆ"

บรรยากาศตึงเครียด ทุกคนยืนมอง คิมมินโฮจึงถามว่าต้องให้เขาทำอย่างไรถึงจะเชื่อ นิจชิตาได้ที หลอกพาคิมมินโฮไปโดดคลองตามลำพัง โดยอ้างว่านี่เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครโกหกจะไม่โผล่ขึ้นมาอีก คิมมินโฮชั่งใจสักพัก เพื่อผลประโยชน์

จึง ยอมโดดลงไป เพราะอ่านป้ายภาษาไทยไม่ออกว่านี่คือบริเวณให้อาหารปลา เมื่อโดดไปแล้วจึงโดนปลาสวายจำนวนมากตอดจนเนื้อตัว หน้าตาแดงเป็นจ้ำกว่าจะขึ้นจากน้ำได้

ด้วยความเป็นห่วง   ยุนอาทนรอไม่ไหวออกตามหาคิมมินโฮ นิจชิตาเดินยิ้มสะใจกลับมาสีหน้าทุกคนเป็นห่วงคิมมินโฮ ยุนอาถามหาคิมมินโฮ นิจชิตานิ่งเฉย ไม่ทันไร

คิมมินโฮเดินกลับมาในสภาพตัวเปียกปอนหน้า แดงเป็นจ้ำ แถมมีปลาสวายกัดมือและตัวติดมาด้วย

"เธอทำอย่างนี้ทำไม ฉันขอโทษเธอดีๆก็แล้ว พูดด้วยดีๆก็แล้ว ทำอย่างนี้มันสนุกมากหรือไง" คิมมินโฮเข้ามาประจันหน้านิจชิตา

"แล้วที่นายเอาน้ำราดหัวฉันมันสนุก หรือไง นายโดน

ยังงี้มันสมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้รู้หรือยังว่าคนอื่นเขารู้สึกยังไง ฉันไม่สนหรอกว่านายจะเป็นคนรวยล้นฟ้ามาจากไหน ถึงได้เที่ยวดูถูกคนอื่น แต่สำหรับฉัน คนเรามันก็เหมือนกันหมด ตายไปก็เน่าเหมือนกันหมด"

คิมมิ นโฮกำหมัดด้วยความโกรธ ถามว่าเธอจะเอาอย่างไรเรื่องเอ็มอีวัน นิจชิตาตอบหน้าตาเฉยว่า เรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เป็นนโยบายจากรัฐบาล เธอเป็นแค่ครูเล็กๆจะทำอะไรได้ คิมมินโฮหน้าชาพอรู้ว่าโดนหลอก นิจชิตายิ้มๆก่อนจะเดินจากไป...ยุนอา
พาคิมมินโฮมาอาบน้ำที่บ้านพักซึ่ง เธอเช่าไว้ใกล้โรงเรียน เพื่อให้เขาซ่อมเอ็มอีวันได้อย่างสะดวก

ooooooo

ทุก คนตกใจ ภูชิตขอโทษยุนอาและให้รอก่อนเขาจะไปพูดกับนิจชิตาให้ ยุนอาถอนใจที่เจอศึกหนัก...หลบมาปรึกษากับคิมมินโฮที่ปลอมเป“นเอ็มอีวัน

"แล้วอย่าง นี้จะทำไงดีคะ ดิฉันว่าถ้าที่นี่ปัญหามาก เราเปลี่ยนโรงเรียนมั้ยคะ"

"คุณ ก็รู้นี่ว่าเราเปลี่ยนโรงเรียนไม่ได้"

"ขอโทษค่ะ ดิฉันก็ลืมไปว่าที่เราเลือกโรงเรียนนี้เพราะ สายแร่ทองคำ..."

ยุนอา หนักใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป คิมมินโฮฟังน้ำเสียงเหมือนอยากให้เขาขอโทษนิจชิตา ยุนอาพยักหน้า แต่คิมมินโฮส่ายหน้า...

นิจชิตาโดนทั้งลุงปุ่น ชุมพล และภูชิตรุมต่อว่าที่ไป ก่อเรื่องที่เกาหลีแล้วไม่เล่าให้ฟัง แต่เธอยังยืนกรานว่าเธอไม่ผิด ทันใด...คิมมินโฮในชุดสูทเนี้ยบเดินเข้ามากับยุนอา นิจชิตาตกตะลึกความโกรธพุ่งขึ้น คิมมินโฮพูดเรื่องที่เกิดขึ้นที่เกาหลีว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด
เขายินดี จะขอโทษ แต่นิจชิตายังไม่เชื่อว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ คิมมินโฮชักเคือง

"ถ้า คุณอยากรู้ความรู้สึกของคนอื่นจริงๆ อย่างแรกที่คุณควรทำคือเลิกตัดสินคนอื่นจากความรู้สึกของตัวเองก่อน"

"ฉัน ไม่ได้ตัดสินจากความรู้สึก ฉันตัดสินจากสิ่งที่ฉันเห็น ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าคนอย่างคุณเป็นประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ ต้องการ คุณไม่ได้รู้สึกผิดกับคำขอโทษจริงๆ"

บรรยากาศตึงเครียด ทุกคนยืนมอง คิมมินโฮจึงถามว่าต้องให้เขาทำอย่างไรถึงจะเชื่อ นิจชิตาได้ที หลอกพาคิมมินโฮไปโดดคลองตามลำพัง โดยอ้างว่านี่เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครโกหกจะไม่โผล่ขึ้นมาอีก คิมมินโฮชั่งใจสักพัก เพื่อผลประโยชน์

จึง ยอมโดดลงไป เพราะอ่านป้ายภาษาไทยไม่ออกว่านี่คือบริเวณให้อาหารปลา เมื่อโดดไปแล้วจึงโดนปลาสวายจำนวนมากตอดจนเนื้อตัว หน้าตาแดงเป็นจ้ำกว่าจะขึ้นจากน้ำได้

ด้วยความเป็นห่วง   ยุนอาทนรอไม่ไหวออกตามหาคิมมินโฮ นิจชิตาเดินยิ้มสะใจกลับมาสีหน้าทุกคนเป็นห่วงคิมมินโฮ ยุนอาถามหาคิมมินโฮ นิจชิตานิ่งเฉย ไม่ทันไร

คิมมินโฮเดินกลับมาในสภาพตัวเปียกปอนหน้า แดงเป็นจ้ำ แถมมีปลาสวายกัดมือและตัวติดมาด้วย

"เธอทำอย่างนี้ทำไม ฉันขอโทษเธอดีๆก็แล้ว พูดด้วยดีๆก็แล้ว ทำอย่างนี้มันสนุกมากหรือไง" คิมมินโฮเข้ามาประจันหน้านิจชิตา

"แล้วที่นายเอาน้ำราดหัวฉันมันสนุก หรือไง นายโดน

ยังงี้มันสมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้รู้หรือยังว่าคนอื่นเขารู้สึกยังไง ฉันไม่สนหรอกว่านายจะเป็นคนรวยล้นฟ้ามาจากไหน ถึงได้เที่ยวดูถูกคนอื่น แต่สำหรับฉัน คนเรามันก็เหมือนกันหมด ตายไปก็เน่าเหมือนกันหมด"

คิมมิ นโฮกำหมัดด้วยความโกรธ ถามว่าเธอจะเอาอย่างไรเรื่องเอ็มอีวัน นิจชิตาตอบหน้าตาเฉยว่า เรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เป็นนโยบายจากรัฐบาล เธอเป็นแค่ครูเล็กๆจะทำอะไรได้ คิมมินโฮหน้าชาพอรู้ว่าโดนหลอก นิจชิตายิ้มๆก่อนจะเดินจากไป...ยุนอา
พาคิมมินโฮมาอาบน้ำที่บ้านพักซึ่ง เธอเช่าไว้ใกล้โรงเรียน เพื่อให้เขาซ่อมเอ็มอีวันได้อย่างสะดวก

ooooooo

บริษัท ฮุยเจริญอิเลคทริค มีเฮียฮุยเป็นเจ้าของ ผูกขาดขายเครื่องไฟฟ้าให้ชาวบ้านในราคาสูง   พอรู้ว่าบริษัทแอลอีจากเกาหลีมาที่จังหวัดก็เกรงว่าจะมาแย่งตลาด จึงคิดวางก้ามให้รู้ว่าถิ่นนี้ใครใหญ่

ขณะที่คิมมินโฮพยายามซ่อมหัว เอ็มอีวัน ส่วนของตัวมันก็จับยุนอาเต้นรำไม่ยอมหยุด จนยุนอาจะหมดแรงร้องโอดโอยให้คิมมินโฮช่วย คิมมินโฮหัวเราะจนพลาดทำชิ้นส่วนหล่นเข้าไปในปากเอ็มอีวัน จึงใช้มือล่วงเข้าไปหยิบ พลันโดนเอ็มอีวันงับมือจนร้อง
ลั่น ทำอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อย พอดีคิมยองมินโทร.มา เขาจึงบอกยุนอาให้บอกไปว่าเดี๋ยวเขาจะโทร.กลับไป

"ท่านรองก็รู้ว่า ไม่เคยมีใครวางสายใส่ท่านประธานนะคะ" ยุนอาไม่กล้า

คิมมินโฮจำต้องทน ความเจ็บคุยโทรศัพท์กับพ่อ คิมยองมินถามความคืบหน้า คิมมินโฮน้อยใจที่ไม่ถามไถ่ทุกข์สุขเขาบ้างเลยเอาแต่ห่วงผลประโยชน์ "พ่อ...ขอเวลาผมหน่อยสิ แค่เรื่องที่โรงเรียนผมก็วุ่นจะตายอยู่แล้ว เอาน่า...ยังไงผมไม่ลืมข้อตกลงของ
เราหรอกน่าพ่อ แค่นี้ก่อนนะพ่อ โอ๊ย..." คิมมินโฮทนเจ็บไม่ไหวแล้วจึงวางสาย ปล่อยให้คิมยองมิน โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
สุดท้าย  หัวของเอ็มอีวันก็ยับเยินมากขึ้น ทั้งหัวฟู หน้าบุบบี้กว่าคิมมินโฮจะเอามือออกมาได้ ยุนอาจึงบอกให้รอสร้างห้องแล็บให้เสร็จก่อนค่อยซ่อมต่อ คิมมินโฮยิ่งเจ็บใจโทษเป็นความผิดของนิจชิตา ยุนอาจึงเตือนให้เตรียมรับมือกับนิจชิตาจะดีกว่า คิมมิ
นโฮหนักใจที่ ต้องอยู่ในร่างเอ็มอีวันกับเธอเป็นเวลาถึงสามเดือน ยุนอาขำขึ้นมาเมื่อนึกถึงคำเปรียบเปรยของคนไทยที่ว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอ เกลียดอะไรมักต้องพบพานกับสิ่งนั้น...

วันรุ่งขึ้น ยุนอามาปลุกคิมมินโฮแต่เช้า เพราะเขาต้องแต่งตัวเป็นเอ็มอีวันไปช่วยสอนหนังสือที่โรงเรียน เขาจำต้องลุกขึ้นอาบน้ำแต่งชุดหุ่น ยืนมองตัวเองในกระจก นึกสนุกทำท่าแปลงกายแบบยอดมนุษย์ ยุนอาเปิดประตูเข้ามาคิมมินโฮค้างอยู่ในท่าแปลงกาย
ทำหน้าไม่ถูกที่ยุนอามาเห็นอารมณ์เด็กๆหลุดโลกของเขา

พอมาถึง โรงเรียน   เขายังต้องมาเป็นครูผู้ช่วยของ

นิจชิตาอีก วันแรกก็โดนเธอแกล้งให้อ่านภาษาไทยให้ชัดเจน ออกเสียงไม่ถูกก็โดนตีที่ก้น คิมมินโฮต้องทนความเจ็บสุดๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงประกาศเรียกนิจชิตาไปพบที่ห้องครูใหญ่ คิมมินโฮฉวยโอกาสวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เพื่อร้องโอ๊ย...ระบายความเจ็บปวด
"ยัย บ้าเอ๊ย...คอยดูนะ ถ้าฉันไม่เอาคืน ฉันไม่ขอชื่อคิมมินโฮอีกต่อไป...อูย..."

กลับ มาบ้านพัก คิมมินโฮต้องเปิดสะโพกพยายามทายาที่รอยถูกตี ยุนอาเข้ามาเจอ สะดุ้งที่เห็นเขากึ่งโป๊ คิมมินโฮบอกให้เธอสั่งกางเกงในเหล็กจากทางห้องแล็บมาให้เขา

"คงอีก สักระยะจะส่งมา เพราะทางแล็บต้องหล่อมันขึ้นมาใหม่"

"ฮ้า! พรุ่งนี้ผมไม่ต้องถูกยัยปีศาจนั่นตีตายก่อนรึไง อูย..."

ยุนอาขำ หาทางออกให้เขาด้วยการประชุมครูและผู้บริหารเสนอการสนับสนุนการศึกษาเพื่อ สร้างภาพลักษณ์ให้

กับเขา แต่คิมมินโฮยังกังวลว่าเขาจะต้องเป็นทั้งหุ่นยนต์และตัวเขาเองในวันเดียวกัน แต่ยุนอารับรองว่าเธอเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว

ooooooo

ปราง เพื่อนสนิทของนิจชิตา เป็นเจ้าของร้านค้าวัสดุและอุปกรณ์การเกษตร มีหลานชายชื่อเอกที่เรียนอยู่โรงเรียนลุงปุ่น และวันนี้เธอมาส่งหลานและจะเข้าประชุมเรื่องทุนการศึกษาที่โรงเรียนด้วย แต่เกิดปัญหาทะเลาะแย่งที่จอดรถกับภูชิต   พอเข้ามาเจอ
กันในห้องประชุม ปรางจึงแกล้งดึงเก้าอี้ที่ภูชิตจะนั่งซึ่งมัวแต่ฟ้องนิจชิตาเรื่องเธออยู่ ออก  ทำให้เขานั่งก้นจ้ำลงกับพื้นต่อ
หน้าผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ

คิมมิ นโฮลงจากรถมาด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าเพราะวันนี้ไม่ต้องแต่งชุดหุ่นยนต์ ปรางเคืองที่ต้องมารอนาน นิจชิตากลับไม่โกรธบอกว่า "เอาน่าปราง นี่มันยังไม่ถึงเวลานัดเลย พวกเรามาก่อนเวลาต่างหาก"

"แหม...พอ เรื่องหาเงินให้นักเรียนนี่ไม่ได้เลยนะ ใครทำอะไรก็ถูกหมด"

ลุงปุ่น แอบพนมมือขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆเถอะ ทันใด... ยุนอากับคิมมินโฮเดินเข้ามา นิจชิตาหันไปถมึงตาถามลุงปุ่นทันที "พ่อ...นายนี่น่ะเหรอที่จะมาสนับสนุนเรื่องทุน"

ลุงปุ่นพยักหน้า คิมมินโฮยิ้มๆ "ผมหวังว่าเรื่องดีๆอย่างนี้ คุณนิจชิตาคงไม่ขัดข้องอะไร"

"ฉัน ขัดข้องแน่นอน" นิจชิตาไม่พอใจและไม่เชื่อว่าคิมมินโฮจะหวังดีโดยไม่หวังผล

คิมมิ นโฮจึงขอให้ทุกคนโหวตว่าใครเห็นด้วยกับเขา ทุกคนพากันยกมือ คิมมินโฮยิ้มเย้ย นิจชิตาโมโห "ได้...ใครอยากประชุมก็ประชุมไป ใครอยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระก็เชิญ หนูจะกลับไปสอน"

คิมมินโฮ ดีใจที่ชนะ แต่ยุนอานึกได้ว่าถ้านิจชิตากลับไปสอนก็ต้องรู้ว่าเอ็มอีวันไม่อยู่ จึงกระซิบเตือนคิมมินโฮ เขาชะงัก "แล้ว...แล้วเราจะทำยังไง!!"

ยุนอา หาข้ออ้างให้คิมมินโฮกลับไปเอาเอกสารที่ลืมไว้ เธอคว้ากระเป๋านิรภัยที่เตรียมมาออกไปด้วย...มายืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้คิมมิ นโฮเข้าไปแปลงโฉม เกิดนึกได้ว่าน่าจะไปถ่วงเวลานิจชิตาไว้ก่อน ตามมาเจอนิจชิตาตรงทางเดิน ยุนอาพยายามคุยถ่วงเวลาแต่
ไม่เป็นผล นิจชิตาไม่รับฟัง ยุนอาตัดสินใจจับมือนิจชิตาขึ้นมา

"เอ่อ...ดิฉัน แค่อยากจะสัมผัสมือของคุณน่ะค่ะ มือนี้นี่เองที่ผลักดันให้เด็กๆก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า"

นิจ ชิตาตกใจท่าทีแปลกๆของยุนอาจึงสะบัดมือออกแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกไป รู้สึกว่าไม่น่าไว้ใจทั้งเจ้านายและลูกน้อง พอเดินเลี้ยวโค้งมาก็ชนกับเอ็มอีวันเข้าอย่างจัง

"เฮ้ย! ไอ้หุ่นกระป๋อง...ไปไหนมา" ตั้งหลักได้ นิจชิตา เหล่มองอย่างสงสัย

"เอ่อ...ผม ...ผมไปตามหาคุณน่ะครับ เด็กๆรอคุณนานแล้ว" คิมมินโฮพยายามทำหน้านิ่ง

นิจ ชิตาโกรธหาว่าคิมมินโฮว่าเธอมาช้า แต่นั่นเพราะเธอไปทำเรื่องไร้สาระของเจ้านายเขา คิมมินโฮรีบแก้ตัวว่า "คุณไม่ชอบเจ้านายผม คุณก็เลยคิดอย่างนั้น"

แทงใจดำเข้าอย่างจัง "คนที่ฉันไม่ชอบไม่ใช่เจ้านายแกคนเดียว"

"คุณไม่ชอบใครอีกเหรอครับ" คิมมินโฮทำหน้านิ่งเหมือนหุ่นถาม

นิจชิตาเอาแฟ้มฟาดโครมใส่หัวคิมมิ นโฮหลายทีก่อนจะตอบว่าเธอไม่ชอบหน้าเขาด้วยก่อนจะเดินจากไป  ปล่อยให้ คิมมินโฮยืนโอยๆข่มความเจ็บอยู่ตรงนั้น

พอนิจชิตาเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนทำความเคารพแล้วขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำกันเป็นแถวเพราะรออยู่นาน คิมมินโฮจึงขออนุญาตบ้าง นิจชิตาแปลกใจจะไปปัสสาวะหรือ

"เปล่าครับ ผมรู้สึกผิดปกติเพราะแรงกระแทกจากคุณเมื่อกี้" คิมมินโฮทำท่าเหมือนชำรุด

ออก จากห้องมาได้ คิมมินโฮรีบเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นผู้บริหารกลับไปเข้าห้องประชุม ขณะนั้นยุนอาพยายามถ่วงเวลาด้วยการแจกเอกสารให้ทุกคนได้อ่านก่อน แต่พอ

คิมมิ นโฮมาถึง เขากลับลืมเอกสารที่ว่าจะไปเอาไว้ในห้องน้ำ ทำให้ต้องรีบออกไปอีก จึงแปลงโฉมเป็นเอ็มอีวันกลับไปหานิจชิตา เห็นเธอเขียนโจทย์เลขให้เด็กๆทำ จึงเสนอว่า

"ผมว่าโจทย์ที่คุณให้มันง่ายไปนะครับ...ถ้าให้เด็กๆทำ โจทย์แบบนี้ ผมกลัวว่าสมองเด็กๆอาจจะลีบแบน เราควรจะให้โจทย์ที่ยากกว่านี้เพื่อให้สมองเด็กๆได้ทำงานครับ" คิมมินโฮเขียนโจทย์ให้ใหม่ที่ยากขึ้น

นิจชิตาอึ้ง "แกจะบ้าเหรอไง นี่มันยากเกินไป"

แต่เด็กๆกลับชอบและอยากลองทำ คิมมินโฮแกล้งท้าให้นิจชิตาทำด้วย แล้วฉวยเวลานั้นกลับไปเข้าห้องประชุม วันนั้นทั้งวัน เขาต้องวิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำเพื่อแปลงโฉมจน

บาง ครั้งเข้าผิดห้อง แม้กระทั่งบางครั้งลืมนุ่งกางเกงต้องวิ่งกลับเข้าไปใหม่...พอมาเข้าห้อง ประชุม คิมมินโฮถามทุกคนว่าที่ได้อ่านเอกสารไปแล้วมีอะไรสงสัย ทุกคนยกมือ

"มี ครับ...คือผมอ่านภาษาเกาหลีไม่ออกครับ"

คิมมินโฮกับยุนอาหน้าเจื่อน ขอโทษขอโพยแล้วแจกเอกสารให้ใหม่...หมดไปหนึ่งวัน คิมมินโฮแทบขาดใจตายเพราะเหนื่อยกับการแปลงโฉม ยุนอาสงสารเจ้านายแต่จำต้องบอกว่าเขายังมีนัดอีกแห่งเย็นนี้ คิมมินโฮโอดโอย "ทานข้าว! ใคร แล้วทำไมผมต้อง
ไปทานข้าวกับเขาด้วย"

"เอาเป็นว่า คนที่ท่านรองฯจะไปทานข้าวด้วยเย็นนี้สามารถอำนวยความสะดวก ระหว่างที่เราอยู่เมืองไทยได้โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน เพราะบุคคลนี้รู้จักข้าราชการผู้ใหญ่หลายคน"

คิมมินโฮเหนื่อยมากขอ ให้ยุนอาเลื่อนนัดออกไป ยุนอาเห็นใจแต่สะดุ้งเมื่อมือถือดังขึ้น...
ตอนที่ 3

คิมมินโฮต้องสะดุ้งเมื่อพ่อของเขาโทร.มา คิมยองมินโวยวายที่รับสายช้า คิมมินโฮเหนื่อยมาก รู้ว่าพ่อเขาต้องการรู้เรื่องที่ดิน "...ใจเย็นสิพ่อ ที่ดินนะพ่อไม่ใช่กิมจิจะได้ซื้อง่ายๆ"

"หึ...ได้ ถ้าแกเย็นได้ ฉันก็เย็นได้เหมือนกัน" คิมยองมิน โต้กลับเพราะรู้ว่าถือไพ่เหนือกว่า

คิมมิ นโฮถามหมายความว่าอย่างไร คิมยองมินแจงว่า "ฉันจะเอาเงินสนับสนุนของแผนกแกมาหารกับจำนวนวันที่อยู่ในเมืองไทย ฉันให้เวลาแกเท่าไหร่นะ อ๋อ...สามเดือนใช่มั้ย เฉลี่ยแล้วตกวันละสิบล้านวอน"

คิมมินโฮตกใจที่พ่อเล่นแบบนี้ เขายิ่งหนักใจ เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ...

ตกเย็น ภูชิตเอาคืนปรางด้วยการปล่อยลมยางรถจนแบน ทำให้เธอกลับบ้านไม่ได้ และยังแอบมาหยอกปิดตานิจชิตาทางด้านหลัง ทำให้เธอตกใจศอกเข้าที่ท้องและชกเข้าที่ตา

"อ้าว...ปลัด! ขอโทษค่ะ ปฏิกิริยาของนิจมันไปเองน่ะค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ...ผมไม่เจ็บอะไร..." แต่ภูชิตเอามือปิดตาที่ช้ำ แล้วหลอกชวนเธอว่าไปคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเรื่องทุนการศึกษาเด็กนักเรียน เพราะรู้ว่าเธอไม่ต้องการทุนของคิมมินโฮ

นิจชิตาดีใจจะรีบไป แต่ภูชิตขอให้เธอกลับบ้านไปแต่งตัวสวยๆก่อนเพื่อผู้ใหญ่จะได้ประทับใจ แล้วค่อยไปเจอกันที่ร้านที่นัดพบ...นิจชิตารู้สึกทะแม่งๆแต่ก็เห็นว่าไม่ เสียหลาย...

ร้านคาราโอเกะที่ดูดีมีระดับแห่งหนึ่ง คิมมินโฮกับยุนอากำลังนั่งอยู่กับเสี่ยนำชัย ซึ่งมีลูกน้องยืนขนาบซ้ายขวา ยุนอาแนะนำว่าเสี่ยนำชัยเป็นคนที่ชาวบ้านนับหน้าถือตา คิมมินโฮยกมือไหว้ด้วยความหวังว่าจะมีคนกว้างขวางคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ เรื่อง
ที่ดิน   แต่ยังไม่ทันคุยอะไรกัน   เสี่ยนำชัยก็ มีท่าทีเหมือนเมาขึ้นร้องเพลงไม่ยอมหยุด จนคิมมินโฮต้องถามลูกน้องเสี่ยว่ายังไม่ทันดื่มทำไมถึงเมา ลูกน้องเห็นอาหารบนโต๊ะเป็นทอดมันกุ้งก็ตกใจ

"แย่แล้ว! เสี่ยแกแพ้กุ้ง ถ้ากินกุ้งเมื่อไหร่ก็จะมีอาการเหมือนคนเมาเหล้าน่ะครับ"

คิมมิ นโฮหนักใจแต่เขาตัดสินใจทนรอเพื่อคุยธุระให้ ลุล่วง ยุนอาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ...คิมมินโฮชักเบื่อจึงเดินเข้าไปหาเสี่ยนำชัยตะโกน คุย "เสี่ยครับ...ผมมีเรื่องจะขอร้องท่านครับ"

"ขอร้อง...ฮ้า...มัน ต้องอย่างนี้" เสี่ยนำชัยยื่นไมค์ให้และดึงคิมมินโฮขึ้นมาร้องเพลง

เผอิญ ภูชิตนัดนิจชิตามาที่ร้านเดียวกัน เขาวางแผนจะขอความรักเธอ แต่พอมาถึงกลับรู้จากผู้จัดการว่าห้องที่เขาจองยังไม่ว่างก็โมโหจะเอาเรื่อง แต่พอรู้ว่าเป็นเสี่ยนำชัยอยู่ก็ตกใจ

"ฉิบ...ทำไงดี เกิดเสี่ยเห็นเราต้องทวงเงินที่ยืมมาแน่ๆ ใช่...ต้องรีบโทร.ไปบอกนิจก่อน" ภูชิตบ่นกับตัวเองแล้วรีบวิ่งออกมาหน้าร้านโทร.หานิจชิตา

"แหม ดีใจจังเลยที่นิจรับสาย เอ่อคือ...ผมว่าเราเปลี่ยนเป็นวันอื่นดีมั้ยครับ คือ...พอดีผมเพิ่งรู้เมื่อกี้น่ะครับว่าคนที่ผมอยากให้นิจเจอติดธุระสำคัญ ถึงสำคัญมากที่สุดน่ะครับ...นะครับ พรุ่งนี้ก็ได้"

"คงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะตอนนี้นิจถึงแล้ว"

ภูชิตหันมองหาแล้วตกใจเพราะนิจชิตายืนพูด อยู่ข้างหลังไม่ได้รับโทรศัพท์ นิจชิตาถามว่าเขาอยากให้เธอพบใคร ภูชิตหลุดปากไปว่าเสี่ยนำชัย เธอดีใจเพราะได้ยินชื่อเสียงมานานจึงอยากเข้าไปรอในร้าน ภูชิตเหงื่อแตกจำต้องเข้ามานั่งด้วย ภูชิตมองเมนู
อาหารอยู่นานไม่รู้จะ สั่งอะไร จนนิจชิตาประชดว่าเอาน้ำเปล่าก็ได้ ภูชิตสั่งพนักงานเอาน้ำเปล่าสองแก้ว พนักงานเซ็ง นิจชิตาลุกขึ้นจะไปเข้าห้องน้ำ ภูชิตตกใจเผลอถามออกไปว่า

"อ้าว...นิจ จะไปไหนครับ อย่าบอกนะ! นิจรู้แล้วว่าเสี่ยนำชัยอยู่ห้องข้างๆ"

"อ้าว...ไหน ปลัดบอกว่าเสี่ยเขาติดธุระไงคะ"

ภูชิตหน้าเจื่อนรีบแก้ตัวว่าเสี่ยนำ ชัยติดคุยงานกับคนอื่นไม่รู้อีกนานเท่า ไหร่ นิจชิตาว่าไม่เป็นไรเธอรอได้...นิจชิตาขอตัวไปเข้าห้องน้ำเจอยุนอาก็แปลกใจ ต่างไม่คิดว่าจะเจอกันสถานที่ แบบนี้ นิจชิตาแขวะว่าคิมมินโฮคงชอบมาแจกเงินเด็ก

"ถ้าคุณนิจชิตาคิดว่าท่าน รองฯกำลังทำอะไรที่เสื่อมเสียล่ะก็  มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด  ท่านรองฯกำลังคุยกับเสี่ยนำชัย" ยุนอาชะงักที่หลุดปากพูดออกไป

นิจชิ ตาสงสัยขึ้นมาทันที พอดีเสี่ยนำชัยเข้าห้องน้ำผิด มาเข้าห้องน้ำหญิงเจอสองสาวจึงชวนไปร่วมโต๊ะ นิจชิตารีบรับปาก ขณะนั้นภูชิตคิดแผนที่ไม่ต้องเจอกับเสี่ยนำชัย โดยให้ผู้จัดการช่วยกดสัญญาณไฟไหม้ ผู้จัดการตกใจร้องถามว่า

ไฟไหม้ ตรงไหน พอดีเสี่ยนำชัย ยุนอาและนิจชิตาเดินมา จึงถามภูชิต "ไฟไหม้เหรอคะปลัด ที่ไหนคะ"

ภูชิตหันมาเจอนิจชิตา "เฮ้ย! นิจเอ่อ...ไฟไหม้ที่...ที่...ที่บ้านเสี่ยน่ะครับ ตอนนี้ท่านกลับไปแล้ว ผมว่าเราเอาไว้คุยเรื่องทุนวันหลังนะครับ"

"อ้าว...ปลัด มากับเขาด้วยเหรอเนี่ย" เสี่ยนำชัยร้องทัก

ภูชิตอ้าปากค้างกลัวนิจชิ ตารู้ว่าเขาโกหก จึงยกมือไหว้ "สวัสดีครับเสี่ย...เอ่อ คือ...ผมเสียใจเรื่องบ้านของท่านนะครับ"

เสี่ยนำชัยหัวเราะร่วนร้อง เพลงบ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง...แล้วชวนทุกคน ไปสนุกด้วยกัน ยุนอาพยายามจะโทร. เรียกคิมมินโฮให้ออกมา แต่เขามัวหัดร้องเพลงลูกทุ่งกับลูกน้องเสี่ยอยู่ พอเสี่ยนำชัยนำทุกคนเข้ามา เขาก็ชะงักเมื่อเจอนิจชิตา เสี่ยนำชัยบอกว่า
เขาชวนทุกคนมาเอง คิมมินโฮพูดแขวะ

"เหรอครับ...แต่ผมว่าที่คุณนิจมานี่คงอยากสนุกกัน ตามลำพังกับปลัดมากกว่า"

ภูชิตรีบแก้ให้ว่าเขาไม่อยากขัดความสนุกของ ทุกคน ชวนนิจชิตากลับ นิจชิตารีบถามว่าไม่คุยเรื่องทุนแล้วหรือ ภูชิตหน้าซีด เสี่ยนำชัยเข้าใจว่าคุยเรื่องพระเครื่อง ภูชิตเออออทันที หันมาคุยเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เสี่ยนำชัยอวดพระที่พกไว้ติดตัวว่ามีเมตตา
มหา นิยม ใครเห็นใครรัก

"ศักดิ์สิทธิ์จริงครับ แค่ผมถือแค่นี้ ดูคุณนิจมองผมสิ เอ...คุณนิจรู้สึกอะไรกับผมรึเปล่า"

"ไม่หรอกค่ะ ฉันมันประเภทที่เกลียดแล้วเกลียดเลย

ต่อให้มีของดีแค่ไหน แต่ถ้าคนใส่แล้วทำไม่ดี ยังไงมันก็ช่วยไม่ได้หรอกค่ะ  แล้วอีกอย่างฉันว่าอย่างคุณคงต้องห้อยพวกมหาอุดอะไรพวกนั้นคงจะเหมาะกว่า เพราะจะได้อุดปากเน่าๆของคุณเอาไว้"

"ทำไมจะไม่มี นี่...ตะกรุดหลวงพ่อโต๊ะศักดิ์สิทธิ์มาก ทุกคนอาจไม่เชื่อ ใครมีท่านไว้บูชารับรองฟันแทงไม่เข้า" เสี่ยนำชัยหยิบพระอีกองค์ออกมา

นิจ ชิตาคิดเอาคืนบ้าง จึงขอให้คิมมินโฮลองกำไว้ในมือ แล้วเธอตบหน้าเขาจนหน้าหัน "อุ๊ย...ทำหน้าเหมือนเจ็บ เจ็บเหรอคะ คุณคิม"

คิมมิ นโฮรู้ว่าโดนแกล้งจึงบอกว่าไม่เจ็บ นิจชิตาจึงตบอีกหลายที คิมมินโฮก็พูดว่าไม่เจ็บจนมีเลือดไหลออกมุมปาก นิจชิตายิ้มๆ "แหม...ท่าทางตะกรุดจะขลังจริงๆค่ะ จริงมั้ยคะ คุณคิม"

เสี่ยนำชัย ทึ่ง ขอลองบ้างด้วยการเอามากำไว้แล้วให้ภูชิตเอาขวดเบียร์ตีหัวเขา ภูชิตกลัวๆกล้าๆฟาดลงบนหัว เสี่ยนำชัยยืนนิ่ง สักพักเลือดไหลออกมาแล้วหงายตึงลง ทุกคนตกใจเข้าไปมุงดู คิมมินโฮอาศัยจังหวะนี้ดึงนิจชิตาออกไป นิจชิตาร้อง "ทำบ้าอะไร
ของนาย ฉันเจ็บนะ"

"แล้วคิดว่าฉันไม่เจ็บหรือไง"

"ก็นายบอกเองว่าไม่ เจ็บ โทษฉันได้ไง"

"ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อตาใส ตกลงเธอมีอะไรกับฉันกันแน่ หรือว่าเป็นแค่พวกโรคจิตที่ชอบใช้กำลัง"

"ถ้า ฉันโรคจิตชอบใช้กำลัง นายก็พวกวิปริตชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่น"

"เธอ ยังไม่รู้จักฉันดีพอ อย่ามาตัดสินฉันดีกว่า นี่เหรอการกระทำของคนที่เรียกว่าครู ทำตัวยิ่งกว่าพวกไร้อารยธรรมซะอีก"

"อารยธรรม เขาย่อมใช้กับพวกที่มีอารยธรรมเหมือนกัน"

คิมมินโฮย่างสามขุมเข้าหา นิจชิตา เธอถอยกรูด "นายจะทำอะไร"

"ฉันเคยได้ยินว่าละครไทยชอบแนวตบ จูบ ฉันก็อยากรู้ว่าผู้หญิงไทยจะเหมือนกับในละครรึเปล่า  เมื่อกี้เธอตบฉันไปหลายทีแล้ว  คราวนี้ตาฉันบ้าง"

"อย่ามาบ้ากับฉัน นะ..." นิจชิตาเงื้อมือจะตบ

คิมมินโฮจับมือไว้ทัน นิจชิตาจึงกระทืบเท้าเขาแทนแล้วผลักซํ้า เขารีบคว้ามือเธอไว้ "ทำกับฉันยังงี้แล้วคิดจะไปง่ายๆหรือไง"

"ใช่ นี่มันสถานเบา  แต่ถ้านายยังไม่ปล่อย นายตายแน่" นิจชิตาสะบัดมือ

สร้อยข้อมือเธอติด กับสายนาฬิกา คิมมินโฮจึงพยายามจะดึงออก  คิมมินโฮจะช่วยแกะ  แต่นิจชิตากลับร้องว่าอย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องสร้อยเธอ คิมมินโฮโกรธจึงกระชากมือออกสร้อยเธอขาด เขาดึงสร้อยข้อมือออกโยนให้เธอ นิจชิตาโกรธมากตบหน้า
เขาเต็มแรง คิมมินโฮหันมาจะเอาเรื่อง แต่ต้องชะงักเมื่อนํ้าตาเธอคลอเบ้า นิจชิตาสะบัดหน้าเดินหนี

คิมมิ นโฮตามมาขวางตรงกลางบันได  "แค่สร้อยเส้นเดียวมันอะไรนักหนา เธอจะเอากี่เส้น  ฉันจะซื้อให้ใหม่"

นิจชิตามองคิมมินโฮด้วยแววตา สั่นระริก  ทั้งโกรธและเสียใจ  เดินเลี่ยงจะลงบันได คิมมินโฮดึงมือเธอไว้แล้วบ่นว่าเขาจะซื้อให้ใหม่ นิจชิตาหันมาจ้องหน้าเขาก่อนจะพูดว่า

"สร้อยเส้นนี้แม่ให้ฉันเอาไว้ ก่อนตาย"

คิมมินโฮอึ้ง นิจชิตาสะบัดมือออกแล้วเกิดลื่นหล่นบันไดมาขาแพลง  คิมมินโฮรู้สึกผิดลงมาช่วยประคอง  แต่กลับโดนเธอไล่  เขาตกใจที่ดูเธอจะเกลียดเขามาก นิจชิตาพยุงตัวเองกลับไป

ooooooo

แม้ จะรู้สึกผิดแต่คิมมินโฮพยายามกลบเกลื่อนว่าหายกันกับที่นิจชิตาทำกับ เขา...นิจชิตายิ่งเกลียดคิมมินโฮจับใจจนไม่ต้องการได้ยินใครพูดถึงเขา คิมมินโฮฝึกพูดขอโทษเพื่อจะมาบอกนิจชิตาในวันพรุ่งนี้ แต่พอมาถึงโรงเรียนกลับพบว่าเธอลาป่วย

พอภูชิตรู้ว่านิจชิตาขาแพลงก็ พาไปหาหมอเข้าเฝือกอ่อนแล้วพามาส่งบ้านก่อน กลับไปทำงาน  นิจชิตาใช้ไม้คํ้ายันเดินกะเผลกเข้าครัวเพื่อเจียวไข่ทานมื้อกลางวัน  พอดีมีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน คิดว่าภูชิตย้อนกลับมาจึงเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นคิมมินโฮ

"ผมมาที่นี่ก็เพื่อ..."

"สมน้ำหน้าฉัน ใช่มั้ย ไงสะใจละสิที่เห็นฉันเป็นแบบนี้" นิจชิตาสวน

คิมมินโฮได้ กลิ่นไหม้จึงถามว่าเธอทำอะไรไว้ นิจชิตา นึกได้รีบกะเผลกไปในครัว คิมมินโฮปรี่เข้าไปดับไฟในกระทะ แล้วคิดว่าเธอจะมองเขาในแง่ดีบ้าง แต่เธอกลับโทษว่าบ้านเธอเกือบไฟไหม้เพราะเขามา คิมมินโฮไม่อยากทะเลาะด้วย

"ที่ ฉันมานี่ก็เพราะอยากจะชดใช้เรื่องสร้อยของแม่เธอ"

นิจชิตายิ่งโกรธหา ว่าเอาเงินมาฟาดหัว จึงเรียกไปร้อยล้าน  คิมมินโฮตกใจ  นิจชิตาจึงบอกว่าราคาสร้อยไม่เท่าไหร่  แต่คุณค่าทางใจมันมากเกินราคา  คิมมินโฮอึ้งก่อนจะหันหลังกลับไป...

นั่งครุ่นคิดอยู่ในรถซักพัก คิมมินโฮกลับมาอีกครั้งในรูปแบบเอ็มอีวันและบอกนิจชิตาว่าคิมมินโฮส่งเขามา ดูแลเธอ นิจชิตาคิดได้จึงแกล้งใช้ให้เอ็มอีวันทำงานบ้านทุกอย่างแทนเธอ ทั้งล้างส้วม ถูบ้าน ซักผ้า เพื่อหวังให้คิมมินโฮเสียใจที่หุ่นราคาร้อยล้านของ
เขามาทำงานแบบนี้ ลุงปุ่นแวะกลับบ้านมาด้วยความห่วงลูกสาว เห็นเอ็มอีวันทำงานบ้านก็แปลกใจที่คิมมินโฮส่งหุ่นยนต์มาดูแลลูกสาว สงสัยว่าคิมมินโฮคิดจะจีบ ทั้งนิจชิตาและเอ็มอีวันร้องเฮ้ย!...พร้อมกัน

"อะไร แค่นี้ทำไมต้องตกใจกันด้วย แกก็ด้วยตกใจอะไรเอ็มอีวัน"

"พ่อ...คิด ได้ไงเนี่ย พ่อรู้ว่าหนูเกลียดตานั่นอย่างกับอะไรดี"

"ใช่ครับ...ที่ เจ้านายส่งผมมาดูแลคุณนิจก็เพราะเป็นน้ำใจจากท่านครับ"

นิจชิตายังคง ใช้เอ็มอีวันทำงานต่อ ทั้งล้างรถแถมด้วยตัดหญ้าสนามหน้าบ้าน...พอดีเรื่องที่คิมมินโฮไปคุยกับ เสี่ยนำชัยมีคนไปรายงานเฮียฮุย "ใช่ครับเฮีย...สายของเรายังบอกอีกว่ายังมีคุณสุชัยกรมที่ดินจังหวัดอีกคน"

เฮีย ฮุยอยากรู้ว่าคุยเรื่องอะไร แต่ลูกน้องไม่รู้ รู้แต่ว่าเสี่ยนำชัยโดนตีหัวแตกด้วย แล้ววิเคราะห์กันไปว่า "พวกมันอาจบังคับท่านผู้ว่าฯให้มันเป็นตัวแทนขายเครื่องไฟฟ้ารายเดียว ในจังหวัดนี้ก็ได้นะครับเฮีย"

"ถ้ามันคิดอย่างนั้นจริงๆก็ต้องเจอกัน หน่อยไอ้แอลอี" เฮียฮุยเข่นเขี้ยว

เฮียฮุยกับลูกน้องบุกไปที่บ้านพัก ของคิมมินโฮ พบยุนอาซึ่งงงว่ามีเรื่องอะไร เฮียฮุยสั่งให้ตามคิมมินโฮกลับมา ยุนอา จำต้องโทร.ไปตาม...คิมมินโฮกำลังตัดหญ้าต้องครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี เผอิญหันไปเห็นเด็กๆวิ่งเล่นเป็นยอดมนุษย์กันอยู่ จึงเรียกมาถาม
ว่าอยาก เป็นหุ่นยนต์อย่างเขาไหม เด็กๆพยักหน้ากันหงึกๆ เขาจึงบอกให้ทุกคนเบาเสียง

"ชู่ ว์...เบาๆเดี๋ยวนางปีศาจได้ยิน เอางี้...ถ้าพวกเราอยาก เป็นยอดมนุษย์เหมือนพี่ก็ต้องผ่านการทดสอบก่อน โอเคมั้ย" คิมมินโฮยิ้มที่หาทางออกเรื่องตัดหญ้าได้

เขารีบกลับมาที่บ้านพบเฮีย ฮุยกำลังพูดขู่ยุนอา พอ ถามไถ่ก็โดนขู่ให้เขากลับเกาหลีไป อย่ามาเป็นคู่แข่งทางการค้าเครื่องไฟฟ้า คิมมินโฮไม่หวั่นยังย้อนไปว่าเขามีสิทธิ์อยู่เมืองไทยมากกว่าเฮียฮุย เพราะเขามีเชื้อสายคนไทยซึ่งเฮียฮุย ไม่มีด้วยซ้ำ เฮียฮุยโกรธ
ขู่ว่า เตือนกันดีๆไม่ฟัง เกิดอะไรขึ้น อย่ามาว่ากัน คิมมินโฮไม่ยี่หระทำท่าเชื้อเชิญให้กลับไป เฮียฮุย โกรธมาก สั่งลูกน้องให้กำจัดเอ็มอีวัน คิมมินโฮจะได้ไม่มีหุ่น มาโปรโมตสินค้า

ยุ นอาหวั่นกลัว ถามคิมมินโฮทำไมไม่บอกเฮียฮุยว่าเราไม่ได้มาค้าขายแข่งกับเขา คิมมินโฮบอกว่าถ้าพูดไปก็จะเกิดสงสัยตามมาว่าแล้วมาทำอะไร ยุนอาจึงเข้าใจ คิมมินโฮรีบกินๆๆเพื่อจะกลับไปทำงานที่บ้านนิจชิตาต่อ...เขาขับรถมาจอดหลบ ห่างจากบ้าน
นิจชิตาแล้วแปลงโฉมเป็นเอ็มอีวันเข้ามา เห็นสนามหญ้าโล่งเตียนจึงจะให้เงินตอบแทนกับเด็กๆแต่เด็กๆไม่รับ พวกเขาอยากเป็นยอดมนุษย์จริงๆ  คิมมินโฮ นึกจะทำอย่างไร

"เอ่อ...ถ้า งั้นทุกคนหลับตา ฉันจะมอบพลังวิเศษให้กับพวกเจ้า"

เด็กๆหลับตา ตื่นเต้น คิมมินโฮจับไหล่เด็กๆเหมือนส่งพลังให้แถมให้เงินเด็กทุกคนจะได้ไม่รู้สึกผิด ว่าใช้แรงงานเด็ก แล้วบอกให้ทุกคนกลับบ้านไปเป็นเด็กดีของพ่อแม่...

นิจ ชิตาออกมาเห็นถามว่าเด็กๆมาทำอะไร คิมมินโฮสะดุ้งรีบแก้ตัวว่า เขาเห็นเย็นมากแล้วจึงบอกให้เด็กๆกลับบ้าน นิจชิตาไม่ติดใจ มองไปเห็นสนามหญ้าโล่งเตียนก็ชมว่าทำได้ดี คิมมินโฮ ขอตัวกลับบ้าน แต่นิจชิตายังมีอีกงานให้ทำ...

เวลาผ่านไปใกล้ค่ำ ลุงปุ่นกลับมากับภูชิตได้ยินเสียงนิจชิตาคราง...ซี้ด...ก็ตกใจรีบวิ่งเข้ามา ในบ้าน เห็นเอ็มอีวันใช้ตะเกียบ แยงเข้าไปเกาในเฝือกให้นิจชิตาก็โล่งอก  คิมมินโฮเห็นลุงปุ่นกลับมาแล้วจึงขอลากลับบ้าง ลุงปุ่นขอให้อยู่เป็นเพื่อนนิจชิตาอีกเพราะ
เขาจะต้องไปงานเลี้ยงกับภู ชิต นิจชิตารีบบอกว่าไม่ต้อง แต่ภูชิตเห็นด้วยว่าเอ็มอีวันควรอยู่ดูแลนิจชิตาต่อ

คืนนั้นนิจชิตา นั่งกอดไม้เบสบอลดูทีวีอยู่ที่โซฟา เพราะกลัวเอ็มอีวันคิดไม่ดีกับเธอ คิมมินโฮถามว่ามองอะไรเขา นิจชิตาบอก "ถ้าแกคิดจะฉวยโอกาสตอนฉันหลับล่ะก็ฝันไปซะเถอะ"

"ฉวยโอกาส...หุ่น อย่างผมไม่มีความรู้สึกอะไรหรอกครับ"   คิมมินโฮยี้ปากพึมพำอีกว่าต่อให้เป็นคนเขาก็ไม่มีความรู้สึกกับเธอเหมือนกัน

นิจ ชิตาหันมามองอย่างสงสัยว่าบ่นอะไร คิมมินโฮทำหน้านิ่งอย่างหุ่น

ooooooo

เฮีย ฮุยสั่งกวงลูกน้องให้มาทำลายเอ็มอีวัน กวงกับลูกน้องจึงมาซุ่มรอที่หน้าบ้านนิจชิตา หวังว่าเอ็มอีวัน ออกมาเมื่อไหร่จะได้จัดการ   แต่รอจนดึกดื่นยังไม่ ออกมา...นิจชิตาผล็อยหลับกอดไม้เบสบอลอยู่ข้างล่าง คิมมินโฮเข้ามาจ้องหน้าเธอใกล้ๆ คิดจะแกล้ง
เอาเมจิก มาเขียนหน้า

เผอิญ นิจชิตาละเมอเรียกหาแม่ คิมมินโฮจึงชะงัก "วันนี้ฉันยอมเธอวันนึงแล้วกัน"

คิมมิ นโฮอุ้มนิจชิตาขึ้นไปนอนบนห้อง เขาพูดเบาๆ ขอโทษเธอที่ทำให้เธอเจ็บ พลันเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือที่ขาดวางอยู่จึงเก็บเอาไป...

กวงกับลูก น้องเห็นว่ามีการดับไฟเข้าใจว่าคงเข้านอน จึงย่องเข้ามาในบ้าน คิมมินโฮเดินลงบันไดมา พอดีลุงปุ่นโทร.เข้ามือถือนิจชิตา เธอจึงตื่นมารับสาย กำลังพูดกันอยู่ ได้ยินเสียงโครมครามข้างล่างก็ตกใจ "แค่นี้ก่อนนะพ่อ หนูได้ยินเสียงอะไรไม่รู้"

คิมมินโฮโดนรุมตี เขาต่อสู้ในความมืดและได้ยินว่าพวกนั้นเข้าใจว่าเขาเป็นหุ่น นิจชิตาลงบันไดมาเปิดไฟ เห็นเอ็มอีวันกำลังโดนรุมจึงเอาไม้คํ้าฟาดใส่พวกกวง กวงโมโหแย่งไม้มา ผลักนิจชิตาล้มลงแล้วเงื้อไม้จะฟาด คิมมินโฮเห็นรีบเอาตัวมารับแทน เขา
โดนฟาดเต็มเปาร้องลั่น พวกกวงลากเขาออกไป นิจชิตาพยายามจะลุกไปช่วยแต่ไม่สามารถทำได้... กวงเอาตัวเอ็มอีวันกลับมาให้เฮียฮุยที่บ้าน เฮียฮุยโวยวายเอามาทำไมให้กำจัดเสีย คิมมินโฮสะลึมสะลือเห็นว่ากวงกับพวกกำลังจับเขาจะถ่วงนํ้า โดยเอาก้อน
หิน ผูกติดกับขาเขาจึงพยายามดิ้น

"เดี๋ยวก่อนพี่ชาย...ผมไม่ใช่หุ่น..." คิมมินโฮพูดไม่ทันจบ มีรถมอเตอร์ไซค์แล่นมา

กวงกับลูกน้องตกใจรีบแบก เขาไปวางหน้ารถ แล้วเดินมารับหน้ามอเตอร์ไซค์ชาวบ้านที่แล่นมาถามว่ารถเสียหรือ กวงรีบบอกว่าเปล่า ชาวบ้านจึงเข้าใจว่ากวงกับลูกน้องเป็นคู่เกย์กัน จึงผละจากไป พอกวงกลับมาที่หน้ารถคิมมินโฮหายไปแล้ว...

นิจชิตา พยายามกะเผลกจะออกไปตามเอ็มอีวัน พอดีลุงปุ่นกับภูชิตกลับมา จึงรีบบอกว่าเอ็มอีวันถูกจับตัวไป ภูชิตให้เธอรอที่บ้านแล้วรีบออกไปตามหากับลุงปุ่น

หนีมาได้ คิมมินโฮแอบซ่อนตัวข้างพงหญ้า เขาถอดชุดหุ่นออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงบอกเซอร์ ลูกน้องกวงตามมาเจอชุดหุ่นกองอยู่ก็ร้องเรียกกวง คิมมินโฮรีบเอาไม้ฟาดจนสลบ กวงตามมาเขาจึงซัดเข้าอีกคน พลันมีเสียงไซเรนตำรวจดังเข้ามา เขา
จึงรีบ ชูไม้โบกขอความช่วยเหลือ รถตำรวจจอด แต่พอเห็นไม้ในมือคิมมินโฮกับสองคนที่นอนสลบก็รีบชักปืนออกมาเข้าใจว่าเป็น คนร้ายฆ่าชิงรถ "ทิ้งอาวุธแล้วยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้"

คิมมินโฮตกใจยก มือขึ้น "เดี๋ยวครับคุณตำรวจ ผมไม่ได้เป็นคนทำร้ายพวกเขานะครับ"

"หลัก ฐานคามืออย่างนี้ถ้าแกไม่ทำแล้วใครทำ" จ่าถาม

คิมมินโฮชี้ผ่านหมู่ไป ที่กวง จ่าเข้าใจผิด "หมู่นี่เองคนร้าย ยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้นะ"

หมู่ ตกใจร้อง เฮ้ย!...มาด้วยกันแล้วเขาจะเป็นคนร้ายได้อย่างไร จ่านึกได้หันกลับมาทางคิมมินโฮ แต่เขาวิ่งหนีไปแล้ว... ภูชิตขอความช่วยเหลือจากตำรวจ จึงรู้ว่าพบตัวคนร้ายแล้ว ตำรวจทั้งสองพยายามตามจับคิมมินโฮแล้วเห็นว่าวิ่งหายไปทางวัด กวงกับ
ลูก น้องฟื้นขึ้นมารีบหนีเอาตัวรอด

นิจชิตานึกขึ้นได้ "จริงซิ...เทคโนโลยีขนาดนั้นต้องมีระบบติดตามตัวแน่ๆ"

ยุนอาอยาก โทร.ตามคิมมินโฮแต่ไม่กล้าเกรงว่ายัง ทำงานอยู่ พลันนิจชิตาโทร.บอกเรื่องเอ็มอีวันถูกเอาตัวไปก็ตกใจ วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชุมพล...ชุมพลเอามอเตอร์ไซค์ ออกมาให้เธอซ้อนท้ายเพื่อออกตามหา แต่รถเก่ามากและวิ่งได้ช้าไม่ทันใจยุนอาเอา
เสียเลย

คิมมินโฮวิ่ง หลบเข้ามาในวัด รถตำรวจยังตามเข้ามาเขาจึงหลบไปบนศาลาที่เงียบวังเวงน่ากลัว...หมู่กับจ่า เดินหา พบหลวงพ่อจึงใช้ปืนขู่ให้ยกมือขึ้นเพราะเกรงว่าคนร้ายจะปลอมตัวเป็นพระ พอจ่าเห็นหน้าหลวงพ่อ "จะบ้าเหรอไงหมู่ หลวงพ่อนี่ฉันรู้จักดี
ต้องขอ โทษด้วยน่ะครับหลวงพ่อ คือพวกผมกำลังตามจับคนร้ายอยู่น่ะครับ ถ้ายังไงผมขออนุญาตตรวจภายในวัดดูซักหน่อยนะครับ"

"ตามสบายเถอะ โยม...โยม แล้วอาตมาเอามือลงได้หรือยัง" หลวงพ่อถามตามหลังจ่ากับหมู่ที่เดินไป...

ไม่ทันไร รถมอเตอร์ไซค์ของชุมพลก็ทำพิษชักกระตุกแล้วดับไปกลางทาง ชุมพลต้องเข็นโดยให้ยุนอาเป็นคนคอย สตาร์ตทั้งที่เธอขี่ไม่เป็น "สตาร์ตแล้วบิดคันเร่งเลยครับ"

ยุนอาพยายามทำตามที่ชุมพลบอก ทันใดเครื่องก็ติด รถพุ่งไปข้างหน้าทันที ยุนอาร้องลั่นถามว่าเบรกอยู่ไหน แต่เธอ กับรถหายไปในความมืด ชุมพลได้แต่ร้องเรียก...

คิมมินโฮนั่ง ห่อตัวบนศาลา มัคนายกเข้าจับไหล่ คิมมินโฮสะดุ้งคิดว่าเป็นตำรวจ แต่พอมัคนายกพูดว่า "มาซะดึกเชียวนะ เอ้า เดี๋ยวคุณเฝ้าให้ลุงแป๊บนึงนะ ลุงจะไปอาบนํ้า"

"เฝ้า...เฝ้าอะไรครับ!"

"เอ้า...ก็ศพพ่อคุณ ไง" มัคนายกพูดจบก็เดินไป

คิมมินโฮหันไปมองเห็นโลงศพวางอยู่ก็สยองยก มือไหว้ ไม่ทันไรเสียงตำรวจตามมา...

ooooooo
ตอนที่ 4

คิมมินโฮพยายามซ่อนตัวไม่ให้ตำรวจที่ตามมาเห็น แต่เผอิญเตะเอาขวดที่วางอยู่ล้มเกิดเสียงดัง เขาไม่รู้จะทำอย่างไรหันรีหันขวางเห็นเพียงโลงศพที่ตั้งอยู่ จึงตัดสินใจลงไปซ่อนในนั้น

ตำรวจที่ตามมาได้ยินเสียงบนศาลา ก็กระชับปืนในมือค่อยๆย่องขึ้นมา เห็นเงาคนนั่งพิงกำแพงร่างห่อหุ้มด้วยผ้าดิบ จ่ากับหมู่เข้าใจว่าเป็นคนเมาจึงมาเขย่าตัวเพื่อจะถาม แต่ร่างนั้นล้มตึงลง หมู่กลัวผีขึ้นสมองสะกิดจ่า "ไปเถอะจ่า คนร้ายมันไม่ได้ขึ้นมาที่นี่หรอก"

จ่า กับหมู่กำลังจะกลับ เผอิญแมลงสาบเจ้ากรรม ไต่มือคิมมินโฮซึ่งนอนอยู่ในโลง เขาตกใจสะบัดมือเกิดเสียงดังขึ้น จ่าหันกลับมามอง สั่งหมู่ให้เปิดโลงดู หมู่กลัวลานแต่ขัดคำสั่งไม่ได้ เขาย่องเข้ามาเปิดฝาโลงออกแล้วเมินหน้าไปบอกจ่าว่าไม่มีอะไร คิมมินโฮตกใจหลับตาปี๋แต่พอได้ยินหมู่พูดว่าไม่มีอะไรจึงลืมตามอง เห็นหมู่หลับตาเพราะความกลัว...

สองตำรวจกลับไป คิมมินโฮถอนใจค่อยๆออกจากโลงแล้วอุ้มศพกลับลงไปไว้อย่างเดิมยกมือไหว้ขอโทษ ที่ล่วงเกิน... คิมมินโฮเดินหนาวมาหน้าวัด  ทันใดมีแสงจากรถมอเตอร์ไซค์แล่นมา เขารีบโบกมือขอความช่วยเหลือ ปรากฏว่าเป็นยุนอา เธอร้องให้ช่วยหยุดรถด้วย...

กลับถึงบ้าน คิมมินโฮอาบน้ำล้างตัว แล้วดื่มนมร้อนที่ยุนอาเอามาให้ เขาขอบคุณเธอ "ถ้าผมไม่พบคุณก็คงต้องเดินจนขาหลุด หรือไม่ก็ต้องเข้าไปนอนห้องขังแล้ว"

"ถ้า ท่านรองจะขอบคุณยุนอาว่าท่านรองคงจะต้องขอบคุณคุณนิจมากกว่าค่ะ"

คิมมิ นโฮแปลกใจ ยุนอาจึงเล่าที่นิจชิตาโทร.บอกเรื่องที่เขาโดนจับไป ดูนิจชิตาเป็นห่วงเขามากอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน คิมมินโฮไม่อยากเชื่อ แต่ถ้าจะให้เชื่อ นิจชิตาคงเป็นห่วงเอ็มอีวันมากกว่าเพราะกลัวจะต้องชดใช้...แม้จะพูดไปอย่าง นั้นแต่ในใจเขารู้สึกดี

"ท่านรองพอจะรู้มั้ยคะ ว่าพวกนั้นต้องการลักพาตัวท่านรองไปเพื่ออะไร"

"มันไม่ได้ต้องการตัว ผม...แต่มันต้องการทำลายเอ็มอีวัน"

ยุนอาตกใจ ทั้งสองคิดไม่ออกว่าเป็นฝีมือใครและทำเพื่ออะไร...

เช้าวันรุ่งขึ้น จ่ากับหมู่มาขอสอบปากคำนิจชิตา ภูชิตนั่งอยู่ข้างๆ เขาฟังตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นเรื่องชู้สาว ภูชิตสรุปเอาเองว่าคงเป็นผู้หญิงที่มาแอบชอบเขา แล้วไม่พอใจที่นิจชิตาเป็นแฟนเขา นิจชิตาเซ็ง ถามจ่าว่าได้ข่าวเอ็มอีวันบ้างหรือยัง หมู่รายงานว่าเขากระจายคนค้นหาทั้งในและนอกพื้นที่แล้ว รวมทั้งร้านรับซื้อของเก่า นิจชิตายิ่งใจหาย แต่อย่างไรจ่าก็บอกว่าได้รอย
นิ้ว มือแฝงจากที่เกิดเหตุบ้างแล้ว อีกไม่นานคงรู้ว่าเป็นใคร

ยิ่งฟัง ตำรวจพูดแล้วนิจชิตายิ่งกังวลใจ จึงหลบมาจะ โทร.หายุนอาถามข่าวคราว แต่ภูชิตตามมาขัดจังหวะเสียก่อน นิจชิตาจึงถือโอกาสต่อว่าที่เขาพูดไปว่าเธอเป็นแฟนเขา ภูชิตจึงจะสารภาพรัก พอดีมีเสียงกริ่งดังขึ้น ภูชิตขัดใจว่าใครมา นิจชิตาดีใจคิดว่าเป็นเอ็มอีวัน จึงรีบมาเปิดประตู แต่กลายเป็นปราง ภูชิตขัดใจเดินมาไล่ปรางให้กลับไป ทั้งสองเถียงกันจนนิจชิตารำคาญไล่
ทั้ง สองคนให้กลับไป

นิจชิตาหลบมาโทร.หายุนอาในห้องนอน ถามข่าวเอ็มอีวัน ยุนอาลำบากใจหนักมองคิมมินโฮ เขาให้เธอเปิดสปีกเกอร์โฟน แล้วบุ้ยใบ้ว่าไม่เจอ

"แล้วที่คุณยุนอาบอกว่าเอ็มอีวันมีระบบติดตาม ตัวล่ะ มันใช้ไม่ได้เหรอไง"

ยุนอามองคิมมินโฮที่ทำท่าเชือดคอ ลิ้นห้อย "เอ่อ... อ๋อ...ระบบนั้นจะใช้ได้ตอนที่เอ็มอีวันถูกเชือดคอน่ะค่ะ"

"ฮ่า!" นิจชิตาตกใจ

คิมมินโฮรีบแก้ให้พูดใหม่ ยุนอาเพ่งมองแล้วพูดใหม่ว่า "คือ...ดิฉันหมายถึง ถ้าเอ็มอีวันเกิดชำรุดขึ้นมา ระบบติดตามตัวก็ไม่สามารถใช้การได้เช่นกัน"

"ชำรุด...คุณยุนอากำลัง จะบอกว่า ตอนนี้เอ็มอีวันพังเหรอคะ" นิจชิตาใจหายวูบ

ยุนอามองหน้า คิมมินโฮที่พยักหน้า เธอจึงตอบไปว่า...ใช่...นิจชิตาหมดเรี่ยวแรงวางสายไป ยุนอาหันมาถาม

คิมมินโฮทำไมถึงให้เอ็มอีวันพัง

"รู้มั้ยว่าผม รอเวลานี้มานานแค่ไหนแล้ว วันนี้ผมจะได้เป็นนายคิมมินโฮเต็มๆ ไม่ใช่ไอ้เอ็มอีวัน"

"แต่ถ้าคุณนิจรู้ว่าท่านรองโกหก เธอต้องโกรธท่านรองมากแน่ๆค่ะ"

"ยังไงการปลอมเป็นเอ็มอีวันก็คือการ โกหกอยู่แล้ว แล้วมันจะต่างอะไร"

คิมมินโฮรู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่ มีทางเลือก แต่ก็ขอเขาหนึ่งวันเป็นคน จะได้ซ่อมแซมเอ็มอีวันด้วย พลัน ชุมพลแวะมาที่บ้านในสภาพสุดโทรม ขาแข้งมีแต่ดินเกรอะกรัง ยุนอาแปลกใจ

"ไป ไหนมาแต่เช้าคะ"

"คือผมกำลังจะเดินกลับบ้านน่ะครับ พอดีผ่านมาแถวนี้ ก็เลยแวะมาดูว่าคุณยุนอาปลอดภัยหรือเปล่า"

ยุนอาตกใจ นึกได้ว่าเธอไม่ได้กลับไปรับเขาเมื่อคืน คิมมินโฮเข้ามาขอบคุณชุมพลที่ให้ยุนอายืมมอเตอร์ไซค์ไปรับเขา ชุมพลทำหน้าฉงน คิมมินโฮนึกได้ว่าหลุดปากจึงพูดใหม่ว่าไปรับเอ็มอีวันของเขา...คิมมินโฮจึง ให้ยุนอาพาชุมพลไปเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณ แต่เขาขอตัวอ้างว่าไม่สบาย ชุมพลบอกว่านิจชิตาก็ไม่สบายเหมือนกัน แต่โชคดีที่มีภูชิตดูแล คิมมินโฮรู้สึกแปล๊บในใจ
อย่างไม่เข้าใจตัวเอง

ooooooo

ปราง ยังคงอยู่เป็นเพื่อนนิจชิตา ภูชิตไปซื้อโจ๊กมาแล้วแกล้งใช้ให้ปรางเป็นคนไปเทใส่ชาม ปรางไม่พอใจจึงเอาอาหารปลาเม็ดโตเทลงในชามโจ๊กด้วย แต่พอยกมาให้ ภูชิตกลับให้นิจชิตากิน ปรางรีบห้ามดึงไว้ นิจชิตาบอกว่าเธอยังไม่หิว ภูชิตกลัวปรางแย่งกินจึงเอามาซดฮวบๆหมดชามแล้วทำหน้าเย้ยว่าอร่อยมาก ปรางยิ้มๆ

"แต่ฉันว่าที่มันอร่อยเพราะอาหารปลามากกว่า"

"อาหาร ปลาอะไรปราง ฉันไม่ได้เลี้ยงปลาซะหน่อย" นิจชิตาแปลกใจ

"อ้าว...แล้ว ไอ้ขวดที่วางบนชั้น มันอะไรน่ะ"

"เฮ้ย! นั่นมันยากันยุงแบบเม็ด"

ปราง ตกใจหันมาทางภูชิตแต่เขาล้มลงน้ำลายฟูมปากไปแล้ว สองสาวตกใจ นิจชิตาให้ปรางรีบพาภูชิตส่งโรงพยาบาลล้างท้อง...

คิมมินโฮกำลังซ่อม เอ็มอีวันที่ยุนอาย้อนไปเก็บซากมาให้ ขณะซ่อมเขาเห็นสร้อยข้อมือของนิจชิตาที่เขาหยิบมาติดอยู่ในหุ่นด้วย จึงเอามาซ่อมตรงที่ขาด เขาชักสงสัยว่านิจชิตาคิดอย่างไรกับเอ็มอีวัน...คิมมินโฮจึงลองมากดกริ่งที่ หน้าบ้านนิจชิตา พอเธอมาเปิดประตู นิจชิตาตะลึงโผกอดเข้าด้วยความดีใจเพราะคิดว่าเป็นเอ็มอีวัน คิมมินโฮยืนนิ่งใจสั่นระรัว

"หายไปไหนมาทั้งคืน ไม่เป็นไรใช่มั้ย" นิจชิตาดันตัวออกจะสำรวจร่างกายเอ็มอีวัน แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเต็มตาว่าเป็นคิมมินโฮ

"ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมไม่ถือ" คิมมินโฮขำที่เห็นนิจชิตาหน้าแดง

"แต่ฉันถือ เมื่อกี้ฉันเข้าใจผิดคิดว่านายเป็นเอ็มอีวัน...ลืมเรื่องเมื่อกี้ซะ"

"ถ้า สมองผมเป็นหน่วยความจำแบบเอ็มอีวันก็คงลบได้ แต่โทษทีที่ผมเป็นคน...แล้วก็เป็นคนที่ไม่ค่อยลืมอะไรง่ายๆซะด้วย"

นิจ ชิตาทำหน้าไม่ถูก เปลี่ยนเรื่องเป็นถาม "นายมาทำไม หรือว่า...เจอเอ็มอีวันแล้ว"

"เพิ่งรู้ว่าคุณห่วงเอ็มอีวันมากขนาด นี้ น่าอิจฉาจริงๆที่มันได้รับความเป็นห่วงจากคุณ"

"แล้วทำไมถ้าฉัน จะเป็นห่วง นายซะอีกที่ฉันไม่เห็นจะมีความรู้สึกอะไร ทั้งๆที่นายเป็นคนสร้างเอ็มอีวันขึ้นมา ถ้านายมาที่นี่เพื่อต้องการให้ฉันชดใช้ที่ทำให้เกิดเรื่องกับเอ็มอีวันละ ก็...ฉันยินดี ถ้ามันพอจะทำให้นายมีความรู้สึกขึ้นมาบ้าง"

นิจชิตา หงุดหงิดกลับเข้าบ้านเข้าไปในครัวหาน้ำหวานทานดับอารมณ์แต่ด้วยความที่ขายัง เจ็บจึงเขย่งหยิบขวดน้ำหวานไม่ถนัด ล้มลงปัดถ้วยชามหล่นมาแตก...คิมมินโฮก็หงุดหงิดกลับออกมาเตะล้อรถระบาย อารมณ์ พอดีเหลือบไปเห็นกล่องชุดเอ็มอีวัน จึงคิดอะไรได้ พลันได้ยินเสียงของหล่นแตกและเสียงร้องของนิจชิตา

ในครัว นิจชิตาพยายามจะลุกขึ้น พอเท้าแขนลงไปก็โดนเศษแก้วบาดร้องโอ๊ย...ทันใดนั้น ร่างเธอก็ถูกช้อนตัวยกสูงขึ้น เธอตกใจหันมอง "เอ็มอีวัน!"

"ผมกลับมา แล้วครับ" คิมมินโฮในร่างเอ็มอีวันทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึก

นิจชิตา หันมากอดเขาด้วยความดีใจ คิมมินโฮใจเต้นตึกตักแต่พยายามทำหน้าเฉย...มานั่งทำแผล คิมมินโฮเขี่ยเศษแก้วที่มือให้นิจชิตา ขณะที่เธอซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำไมพวกนั้นต้องจับเขาไปปล่อยไว้ในป่าแล้วเขากลับมาได้อย่างไร

"ผม ไม่ทราบ...ผมมีระบบนำทาง แต่เมื่อคืนท้องฟ้าปิดทำให้ผมรับสัญญาณจากดาวเทียมไม่ชัดเจน ผมต้องรอถึงตอนเช้าจึงกลับมาได้ครับ"

"มิน่าล่ะ คุณยุนอาถึงได้บอกว่าจับสัญญาณของนายไม่ได้" นิจชิตาหันมาปะทะสายตาเอ็มอีวันที่จ้องเธออยู่จึงถามว่ามีอะไร

"ทำไม คุณไม่เรียกผมว่าแกเหมือนเดิมครับ"

"เอ่อ...ก็ไม่รู้สิ ที่ผ่านมาฉันอาจเอานายไปรวมกับเจ้านายใจหินของนายจนทำให้พลอยเกลียดนายไป ด้วย แต่เรื่องเมื่อคืนนี้ทำให้ฉันรู้ว่านายดีกว่าเจ้านายของนายเยอะ  ขอบใจนะ"

นิจชิตาลุกขึ้นจะไปโทร.บอกยุนอาให้หมดห่วง คิมมินโฮในร่างเอ็มอีวันถอนใจรู้สึกสับสนว่าเขาควรดีใจหรือเสียใจกันแน่...

ระหว่าง นั้น ชุมพลกับยุนอากำลังเดินอยู่บนถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ทั้งสองเดินคุยกันเพลินจนท่าทางชุมพลเดินหลับ ยุนอาเริ่มเป็นห่วงคิมมินโฮจึงคิดจะกลับแต่ยืนรอรถอยู่นาน เผอิญมีรถยนต์ผ่านมาคันหนึ่ง ชุมพลจึงโบกรถเห็นคนขับท่าทางดีจึงขออาศัยไปด้วย ขณะนั่งรถไปจึงถามว่ากำลังจะไปไหน คนขับเริ่มแสดงอาการของคนสติไม่ดีออกมาตอบว่า

"ตาย...ฉันจะไปตาย อยู่ไปก็ไม่มีค่า พวกเรามาตายด้วยกันนะ"

สองคนตกตะลึง พยายามพูดให้คนขับจอดรถ สุดท้ายชุมพลจึงบอกว่าเขามีที่ที่จะพาไปตาย ยุนอาแปลกใจ...ชุมพลพาคนขับรถมาที่วัดพบหลวงพ่อให้เทศนาให้ฟัง แต่คนขับรถยังยืนกรานที่จะตายให้ได้ หลวงพ่อจึงให้บวช เพราะการบวชเป็นการตายจากกิเลสและโลกภายนอก

เสร็จจากเรื่องวุ่นๆ ชุมพลพายุนอามาชมความวิจิตรสวยงามในโบสถ์ "ตั้งแต่คุณยุนอามาเมืองไทยยังไม่เคยมาไหว้พระเลยไม่ใช่เหรอครับ การไหว้พระของคนไทยถือว่าเป็นสิริมงคล"

ยุนอากราบพระตามชุมพล ครั้งที่หนึ่ง...ครั้งที่สอง...พอ กราบครั้งที่สาม ชุมพลก็ฟุบอยู่อย่างนั้นจนเธอแปลกใจต้องลุกมาเขย่าตัวเขา แล้วเขาก็พลิกหงายไปกับพื้นพร้อมกับเสียงกรน...

ooooooo

บ่ายกว่า แล้ว คิมมินโฮในร่างเอ็มอีวันกำลังเก็บกวาดเศษแก้วที่แตกให้ แล้วรู้สึกหิวจึงคิดจะชิ่งกลับ นิจชิตาโผล่มาพอดีถามว่าเขาจะไปไหน คิมมินโฮจึงอ้างว่าจะกลับไปหาเจ้านายเกรงว่าจะเป็นห่วง นิจ- ชิตาจึงบอกว่าเมื่อเช้าคิมมินโฮก็มาที่นี่ ท่าทางเขาไม่ได้ ห่วงใยเอ็มอีวันเลย แต่ถ้าอยากกลับเธอก็ไม่ว่าอะไร คิมมินโฮจึงย้อนถามว่าภูชิตไม่มาดูแลหรือ นิจชิตาจึงนึกได้รีบโทร.ไป
ถาม ปรางถึงอาการของภูชิต

ทางโรงพยาบาลให้ปรางเซ็นชื่อรับรองการล้างท้อง ภูชิต เธอบอกนิจชิตาทางโทรศัพท์ว่าภูชิตยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน คิมมินโฮแอบหลบมาโทร.หายุนอาแต่ติดต่อไม่ได้ นิจชิตาเดินมาเขาจึงต้องรีบซ่อนมือถือ นิจชิตามาหายาแก้ท้องอืดอาหารไม่ย่อยแต่ปรากฏว่ายาหมด   คิมมินโฮจึงให้ลองวิธีของชาวเกาหลี...วิธีนั้นคือการเอาเข็มจิ้มปลายนิ้ว โป้ง นิจชิตาหลับตาปี๋กลัวเข็มทำให้มือสั่น
จึงจิ้มเข็มไม่ได้     คิมมินโฮจึงหลอกชี้ให้ดูมนุษย์ต่างดาว พอเธอหันไปมองเขาก็จิ้มจึ้กทันทีแล้วเอานิ้วเธอไปดูดเลือด นิจชิตาหันกลับมามองตะลึง... เขิน สักพักอาการก็หายจริงๆ

"หายหรือ ยังครับ"

"เอ่อ...มั้ง..." นิจชิตาดึงมือกลับแล้วลุกเดินหนีไป

คิมมิ นโฮคิดว่าเธอกลัวเข็มจนช็อกไป...นิจชิตามาหลบทำใจ   "นี่เราเป็นอะไรเนี่ย...หรือว่า...เราคิดอะไรกับเอ็มอีวัน"

เอ็มอี วันตามออกมาดู นิจชิตาสะดุ้งแต่กลบเกลื่อนใช้ให้เขาทำงาน เธอเอาการบ้านกองโตมาให้เขาตรวจ "นี่ใช่มั้ยถึงจะเหมาะกับนาย...หุ่นเพื่อการศึกษา"

คิมมินโฮเซ็งหา ทางเอาตัวรอดด้วยการบอกเธอว่า "ที่จริงแล้ว ผมไม่ได้ถูกผลิตให้เป็นหุ่นทางการศึกษาหรอกครับ"

นิจชิตามองอย่าง สงสัย คิมมินโฮจึงบอกว่าเขาถูกผลิตมาเพื่อความบันเทิง ว่าแล้วเขาก็ร้องเพลง...ฉันอยู่ตรงนี้...ขึ้น นิจชิตาตะลึงกับน้ำเสียงที่ไพเราะของเขา พอเขาส่งไมค์ให้เธอร้องท่อนของผู้หญิง เธอจึงร้องเคลิ้มไปกับเนื้อเพลงของความรัก แต่พอคิมมินโฮยื่นหน้ามาใกล้เธอก็สะดุ้งหยุดร้อง เขาจึงถามว่าเป็นอะไร

"นายอย่า เอาหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากได้มั้ย เห็นหน้านายมากๆแล้วฉันหงุดหงิด"

"แล้วจะ ให้ผมทำยังไงครับ ในเมื่อเจ้านายผมเขาทำให้ผมหน้าเป็นแบบนี้"

นิจชิ ตามีไอเดียขึ้นมา เธอจับเขาแต่งหน้าเหมือนงิ้ว เพื่อให้หน้าตาต่างจากคิมมินโฮ แล้วเปิดเพลงครึกครื้นร้องและเต้นด้วยกันอย่างสนุกสนานจนเขาเองก็ลืมที่จะดู หน้าตาตัวเองในกระจก...เวลาผ่านไปพักใหญ่ เสียงนิจชิตาก็เงียบไปขณะที่คิมมินโฮกำลังเลือกเพลงใหม่ พอเขาหันมามองก็เห็นว่าเธอหลับไปแล้วค่อยๆเอนมาพิงหัวที่ไหล่เขา   คิมมินโฮรู้สึกสุขใจ พอจะขยับให้เธอลง
นอนเธอก็ละเมอออกมา "เอ็มอีวัน...นายอย่าเป็นอะไรนะ"

เขาจึงชะงักนึกอะไรได้ หยิบสร้อยที่ซ่อมเสร็จออกมาใส่ที่ข้อมือเธอ...จากนั้นเขาก็ย่องจะออกทางหลัง บ้าน พลันสะดุดเข้ากับผ้ากองโตล้มลง "อูย...อะไรวะ หือ...ซกมกจริงๆ ยัยนี่ เป็นผู้หญิงทำงานบ้านไม่เป็นหรือไง...แต่เอ...ก็ขาเจ็บขนาดนั้นจะไปทำได้ยัง ไง"

คิมมินโฮจึงลงมือซักผ้าให้ เขาถอดรองเท้าแล้วลงไปย่ำในอ่างแบบการซักผ้าของคนเกาหลี แต่สายตาก็คอยชำเลืองเข้าไปในบ้านเกรงนิจชิตาจะตื่น...ขณะที่กำลังตากผ้าก็ เจอเสื้อยกทรง ความซนจึงเอามาทาบที่ตัว พลันเสียงลุงปุ่นดังขึ้น "ทำอะไรของแก..."

ยิ่งพอเห็นหน้าคิมมินโฮแต่งหน้าจัดเป็นงิ้วก็ตกใจ "ไอ้หุ่นโรคจิต...อย่าหนีนะเว้ย"

ลุงปุ่นไล่ฟาดเขาด้วยไม้ นิจชิตาได้ยินเสียงเอะอะก็ตกใจตื่น พยายามลุกขึ้นควานหาไม้ค้ำยัน เห็นสร้อยที่ข้อมือก็แปลกใจ...ลุกมาได้ก็รีบออกมาห้ามลุงปุ่น เห็นเอ็มอีวันโดนจับกดลงกับพื้นและจะหวดด้วยไม้จึงร้องให้หยุด...กลับเข้ามา นั่งในบ้าน ลุงปุ่นจึงถามว่าทำไมไปแต่งหน้าเอ็มอีวันแบบนั้น นิจชิตาแก้ตัวว่ากลัวเครื่องสำอางจะเสียหมด ลุงปุ่นรู้สึกแปลกใจแล้วถามว่าภูชิตหายไป
ไหน นิจชิตาจึงเล่าเรื่องที่ภูชิตเข้าโรงพยาบาล

หน้าห้องฉุกเฉิน ปรางนั่งสัปหงกจนเสียหลักตกจากเก้าอี้ ตื่นมามองไปในห้องฉุกเฉินไม่มีภูชิตแล้วจึงถามพยาบาล รู้ว่าเขาย้ายเข้าห้องพิเศษแล้วจึงตามขึ้นไป ภูชิตคิดว่าคงเป็น นิจชิตาจึงแกล้งหลับแล้วละเมอเรียกหาเธอ คว้ามือมากอด ปรางร้องลั่น เขาจึงลืมตาขึ้นร้อง...เฮ้ย...ทั้งสองทะเลาะ

เถียงกัน ภูชิตจะจับปรางส่งตำรวจข้อหาพยายามฆ่าเขา ปรางโมโหคว้ากระบอกปัสสาวะข้างเตียงมาครอบปากเขาแล้ววิ่งออกมา

"เกิด อะไรขึ้นคะ" พยาบาลวิ่งมาพร้อมบุรุษพยาบาล

"เอ่อ...ปลัดเค้าเป็นอะไร ไม่รู้ค่ะ เห็นบอกว่ามีคนจะฆ่าเขาตลอดเวลา สงสัยจะเกิดภาพหลอน" ปรางตกใจจึงพูดแก้ตัวไป

พยาบาลจึงรีบเอายานอนหลับไปฉีดให้ภูชิตจะได้ หลับอย่างสบาย ปรางยิ้มเยาะ ยังไม่สะใจพอจึงแกล้งเอาเตียงเข็น มาเข็นร่างเขาออกจากห้องเอาผ้าคลุม เจอบุรุษพยาบาลก็ทำร้องไห้ ถามว่าเธอจะเอาศพสามีไปไว้ที่ไหน บุรุษพยาบาลตกใจรีบช่วยเข็นต่อไปไว้ห้องดับจิต

ooooooo

ฟ้า มืดแล้ว คิมมินโฮก็ยังไม่ได้กลับบ้าน นิจชิตากำลังพยายามจะค้ำยันตัวเองขึ้นบันได จึงหันมาถามเอ็มอีวันว่าไม่คิดจะช่วยบ้างหรือ เขาจึงเข้ามาพยุง นิจชิตาบอกให้เขาหันหลังแล้วย่อตัวลง เธอกระโดดขี่หลังเขา ลุงปุ่นเห็นแล้วตกใจโวยวาย "เฮ้ย! ทำอะไรยัยนิจ"

นิจชิตาตอบว่าเธอจะ ขึ้นนอน ลุงปุ่นถามจะขึ้นนอนกับเอ็มอีวันหรือ นิจชิตาพยักหน้า

"อือ...ทำไม ...พ่อคิดว่าเอ็มอีวันจะทำอะไรหนูหรือไง"

"ยังไงมันก็เป็นหุ่นผู้ชาย นะยัยนิจ"

คิมมินโฮจึงพูดว่าไม่ต้องห่วง เขาขึ้นไปส่งแล้วก็จะกลับ แต่นิจชิตาไม่ยอมจะให้เขาอยู่กับเธอทั้งคืน ลุงปุ่นตกใจ คิมมินโฮก็สะดุ้ง นิจชิตาจึงบอกว่า

"ก็เดี๋ยวพ่อไปเยี่ยมปลัด แล้วเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อคืนนี้อีก ใครจะช่วยหนูล่ะ"

ลุงปุ่นเห็น ด้วยจึงยอม คิมมินโฮอุ้มนิจชิตามาส่งบนห้อง เธอขอบใจเขาเรื่องสร้อยข้อมือ เขาเผลอบอกไปว่าให้ขอบคุณเจ้านายเขา นิจชิตาหาว่าล้อเล่นไหนบอกว่ายังไม่ได้กลับบ้านเลย คิมมินโฮนึกได้กำลังจะหาคำแก้ตัว นิจชิตาก็พูดขึ้นว่า

"ฉันรู้แล้ว นายนั่นต้องส่งสัญญาณมาให้นายพูดใช่มั้ย ไหน...ตัวส่งสัญญาณอยู่ไหน" นิจชิตาพยายามค้นรอบตัวคิมมินโฮแล้วมาหยุดที่หู เธอดึงหูเขาเข้ามาตะโกนใส่ "เลิกยุ่งกับฉันซะทีนายทุเรศ ได้ยินมั้ย..."

คิมมินโฮตัวชาแต่ต้อง ทำนิ่งตอบว่าได้ยิน นิจชิตาหัวเราะสบายใจแล้วบอกเขาว่าเธอจะไปอาบน้ำ เธอเดินกะเผลกเข้าห้องน้ำไป คิมมินโฮเอามือแคะหูที่ชาจนอื้อ...ขณะที่นิจชิตาอาบน้ำ คิมมินโฮถือโอกาสนอนบนเตียงเธออย่างสบาย ใจอยากกลับไปนอนบ้านเหลือเกิน พลันได้ยินเสียงนิจชิตาร้องโอ๊ย...ตามด้วยเสียงโครมคราม คิมมินโฮตกใจวิ่งมาเคาะประตู

"คุณ...คุณ...เป็นอะไรมั้ย ผมจะพังเข้าไปแล้วนะ"

"ไม่...ไม่ต้องเข้า..." ไม่ทันเสียแล้ว คิมมินโฮกระแทกประตูเข้ามา ต่างตาโตตกใจกันทั้งคู่

"อ๊าก!..." นิจชิตาตกใจปาขันใส่หน้าคิมมินโฮอย่างจัง "ใครให้เข้ามา"

"ผมได้ยิน คุณร้อง ก็กลัวว่าคุณจะเป็นอะไรรึเปล่า"

"ฉันตกใจแมลงสาบต่างหาก"

คิมมิ นโฮมองแมลงสาบแล้วละสายตามามองนิจชิตาในชุดกระโจมอก นิจชิตาแปลกใจก้มมองตัวเองแล้วรีบกอดอกปิดไหล่ขาวเนียนของเธอ   คิมมินโฮพยายามเก๊กหน้าเป็น

หุ่นหลบสายตาจะเดินออกไป นิจชิตานึกได้ว่าเขาเป็นหุ่นยนต์จึงเลิกอายแล้วใช้ให้ช่วย เธอให้เขานั่งลงหันหลังให้เธอพาดขาข้างที่เข้าเฝือกและคอยส่งขันส่งสบู่ให้ คิมมินโฮเซ็งสุดๆ

เสร็จจากอาบน้ำ ยังต้องนวดมือให้นิจชิตาอีก เธอบอกให้เขานอนที่นี่เพราะเธอจะปกป้องเขาจากคนปองร้ายเอง แต่ไม่ทันไร เธอก็หลับกอดไม้เบสบอลกรนครอก...คิมมินโฮถือโอกาสย่องออกจากห้องหวังจะกลับ บ้านเสียที แต่เดินลงบันไดไม่ทันไร ลุงปุ่นมาจับไหล่ เขาตกใจร้องลั่น พอเห็นว่าเป็นลุงปุ่นก็หยุดร้อง

"ก็ฉันซิ แกตกใจอะไรของแกหา...เอ็มอีวัน"

"เอ่อ...ผม...ผมนึกว่าพวกที่มาลักพา ตัวผมเมื่อคืนน่ะครับ"

"โถ...ไอ้หุ่นขวัญอ่อน แล้วยัยนิจหลับไปแล้วเหรอไง"

"ครับ...ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" พอจะเดินไป ลุงปุ่นเรียกไว้ เขาดีใจคิดว่าจะไปส่ง

แต่กลายเป็นว่าลุง ปุ่นให้เขาช่วยเหยียบขาให้ "ฉันก็อยากไปส่งน่ะนะ แต่คงไม่ไหวเพราะวันนี้เดินเยอะเหลือเกิน... ตรงนั้นแหละ ย้ำๆหน่อย"

คิมมิ นโฮเซ็ง...ลุงปุ่นถามเขาว่ารู้ไหมว่าภูชิตอยู่ โรงพยาบาลไหนเพราะไปเยี่ยมแล้วไม่พบ หรือจะกลับบ้านไปแล้ว คิมมินโฮไม่ทราบ ลุงปุ่นรู้สึกสบายจากการนวดจึงกระซิบอย่าให้นิจชิตารู้ว่าเขาใช้ให้ทำอย่าง นี้ คิมมินโฮรู้สึกว่าพ่อลูกคู่นี้ช่างเหมือนกัน...

เช้าวันรุ่งขึ้น นิจชิตาให้เอ็มอีวันพาเธอไปโรงเรียน เพราะเธอมีประชุมโครงการห่มหนาวด้วยใยรัก...ขณะขี่หลังขึ้นบันไดโรงเรียน เกิดพลาดจะล้ม ตกใจคว้าเอ็มอีวันมากอดแน่น ชุมพลมาเห็นร้องทัก ทำอย่างนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวเด็กเห็นจะไม่ดี สองคนตกใจผละออกจากกัน นิจชิตารีบแก้ตัวว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ชุมพลโต้ "ไม่ใช่อะไรก็เห็นๆกันอยู่ว่าพวกแกเล่นขี่ม้าส่งเมืองกัน"

ทั้งสอง โล่งอกที่ชุมพลคิดอย่างนั้น แต่แล้วต้องไม่พอใจขึ้นอีกเมื่อรู้ว่ามีครูมาสอนแทน

ooooooo
ตอนที่ 5

เฮียฮุยยังไม่เลิกคิดที่จะทำลายเอ็มอีวัน จึงจ้างนักฆ่าโย่งกับจิ๋วมาจัดการ...เมื่อนิจชิตารู้จากชุมพลว่าทางจังหวัด ส่งคนมาสอนแทนเธอเพราะเห็นว่าบาดเจ็บอยู่ ก็ไม่พอใจรีบเข้ามาที่ห้องครูใหญ่ พบนักฆ่าโย่งกำลังรายงานตัวพร้อมหนังสือรับรอง พอนักฆ่าโย่งเห็นเอ็มอีวันมากับนิจชิตาก็ตาวาวที่พบเป้าหมาย

ส่วนนัก ฆ่าจิ๋วเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ คอยจับตามองหาเอ็มอีวัน...คิมมินโฮเดินออกมาเมื่อเห็นว่านิจชิตากำลังประชุม อยู่ คิดจะหนีกลับเพราะเหนื่อยและเมื่อยมากที่ต้องแบกนิจชิตาไปไหนมาไหน โดยไม่รู้ว่าถูกนักฆ่าโย่งสะกดรอยตาม   พอสบโอกาส   นักฆ่าโย่งจะเข้าจับตัวคิมมินโฮ   เสียงนิจชิตาก็ร้องเรียกเอ็มอีวันดังมา ทำให้เขาต้องรีบหลบ

นิจชิตาถามเอ็มอีวันว่าจะไปไหน

"เอ่อ...ผม จะไปชาร์จแบตน่ะครับ ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ"

"ใช่ พาฉันไปห้องพักครูหน่อยสิ ฉันมีเรื่องปรึกษา"

คิมมินโฮประคองนิจชิตา มาห้องพักครู เธอปรึกษาเขาเพราะเห็นว่าเป็นหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิงว่าอยากได้กิจกรรม สร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆที่ทางโรงเรียนจะนำทุนและสิ่งของไปแจกให้ คิมมินโฮเสนอความคิดหลายแบบแต่ละอย่างไม่ถูกใจนิจชิตาเลย เธอจึงเกิดความคิด

"เข้า เมือง...เขาเรียกว่าไปหาแรงบันดาลใจ ไหนๆก็มีครูมาสอนแทนฉันแล้ว"

คิมมิ นโฮตาโต เขาต้องเหนื่อยอีกแล้วจึงอ้าง "ผมต้องแจ้งเจ้านายผมก่อนครับ"

"ไม่ ต้อง เดี๋ยวฉันบอกเขาเอง ไปเร็ว"

ขณะที่นักฆ่าโย่งกำลังสอนเด็กๆอยู่ หน้าชั้น นักฆ่าจิ๋วซึ่งนั่งเรียนอยู่มองไปเห็นเอ็มอีวันกำลังพยุงนิจชิตาเดินผ่าน สนามบอลไปก็รีบโดดลงจากเก้าอี้จะวิ่งออกไป นักฆ่าโย่งเห็นถามจะไปไหน นักฆ่าจิ๋วซึ่งดูจะเป็นหัวหน้าทำตาขวางกวักมือให้นักฆ่าโย่งก้มหน้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกจะตามไปจับเอ็มอีวัน นักฆ่าโย่งทำท่าตกใจว่าเขาจะทำอย่างไรดี

"ทำ ยังไง...ก็ตามสิวะ" นักฆ่าจิ๋วตบบ้องหูเข้าให้

นักเรียนในห้องเห็นก็ ตกใจที่นักเรียนตบครู นักฆ่าจิ๋วโวยเบาๆใส่ว่า "โธ่เว้ย...ไอ้นี่ เรามาที่นี่เพื่อทำลายไอ้หุ่นนั่น ไม่ใช่มาสอนหนังสือ"

นักฆ่าโย่ง นึกได้ว่าจริง จึงหันมาหลอกเด็กๆให้มองไปทางหลังห้องแล้วตัวเองก็วิ่งหนีออกจากห้อง นักเรียนหันกลับมาตกใจที่ครูหายไป เอกกับมะลิคิดว่านักเรียนใหม่จับตัวครูไป

ขณะ ที่คิมมินโฮรอนิจชิตาไปเซ็นชื่อออกจากโรงเรียน จึงแอบมาโทร.หายุนอาให้หาทางช่วยเขากลับที นักฆ่าจิ๋วกับนักฆ่าโย่งลอบเข้ามาเอาที่ช็อตไฟฟ้าช็อตตัวเขาจนกระตุกหมดสติ ไป มือถือหล่นอยู่

นิจชิตากะเผลกออกมาไม่เจอเอ็มอีวันก็แปลกใจ พอดีเอกกับมะลิวิ่งมาบอกว่านักเรียนใหม่จับตัวครูไป นิจชิตายิ่งแปลกใจไม่เชื่อจึงเข้าไปสอนแทนจนหมดชั่วโมง เอ็มอีวันก็ยังไม่มา เธอเริ่มโกรธที่เขาหายไปไม่บอกกล่าว ขณะที่เธอหันมาลบกระดาน พยายามเอื้อมลบบนสุดจนเซจะล้ม มีคนมาประคองไว้ เธอคิดว่าเป็นเอ็มอีวันจึงหันมาต่อว่า

"หายไปไหนมา...เอ็ม...ปลัด!" นิจชิตาตกใจเมื่อกลายเป็นภูชิต

นิจชิตาจำต้องคุยอยู่กับภูชิตไม่ให้ เสียมารยาท ท่าทางภูชิตจะสารภาพรักกับเธอ เขาขอไปเอาของในรถ ระหว่างนั้น...

ยุ นอาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามหาเอ็มอีวัน

"....หายไปตั้งแต่ตอนกลางวัน แล้ว ฉันว่าจะโทร.หาคุณอยู่พอดี มีอะไรรึเปล่าคะ"

"คือเมื่อตอนกลาง วันท่านรองฯ...คือ...ท่านรองฯพบว่าอยู่ๆตัวส่งสัญญาณของเอ็ มอีวันก็หายไปน่ะค่ะ"

"ว่าไงนะคะ ถ้างั้นเรารีบตาหาเอ็มอีวันเถอะค่ะ" นิจชิตา รีบไปกับยุนอา

ภูชิต หอบดอกไม้ช่อโตกลับมาไม่พบนิจชิตาเสียแล้ว ก็หงุดหงิดเดินกลับไปที่รถ พอดีรถปรางแล่นมาอย่างเร็ว ภูชิตตกใจกระโดดหลบ ปรางตกใจลงมาดู ภูชิตโมโหหาว่าแกล้ง แล้วยิ่งโมโหเมื่อเห็นช่อดอกไม้ของเขาอยู่ใต้ล้อรถของปราง เขาโผเข้าไปหาดอกไม้ด้วยความเสียดาย

"โถ...แม่กุหลาบ รู้มั้ยว่าดอกไม้ช่อนี้มันราคาเท่าไหร่" ภูชิตหันมาตะคอกปราง

"โห...ไม่ โง่จริง...ไม่ถามอย่างนี้นะเนี่ย"

"โง่...ฉันโง่ตรงไหน"

"เอ้า...ก็ ดอกไม้ของไทยตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องเสียเงินซื้อด้วย"

"ดอกไม้ไทย หึ...ดอกหน้าวัวอย่างเธอน่ะเหรอ"

"อ้าว...พูดยังงี้เดี๋ยวได้ดอกไม้ จันทน์หรอกปลัด เอ...หรือว่าไม่กลัว เพราะเมื่อคืนคงนอนซ้อมอยู่ในห้องดับจิตทั้งคืนแล้วนี่"

"ใช่...ฉัน ยังไม่ได้เฉ่งเธอเรื่องที่เอายากันยุงให้ฉันกิน แล้วยังแกล้งให้ฉันไปนอนกับศพทั้งคืน" ภูชิตปรี่เข้าหาปราง

ปรางผงะ หนีแล้วชกเข้าให้หมัดหนึ่ง แต่ภูชิตรู้ทันจับหมัดเธอไว้ได้แล้วรวบมือทั้งสองข้างดึงลากไปที่รถเขา ปรางดิ้นรนร้องให้ปล่อย พอดีทีมนักข่าวกรูเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วย

"พวก คุณเป็นใคร!" ภูชิตแปลกใจ

"พวกเราเป็นทีมงานข่าวช่องเจ็ด มาทำสกู๊ปการออกค่ายของโรงเรียนนี้"

ปรางรีบขอให้ช่วยเธอด้วย ภูชิตตกใจรีบปล่อยมือที่จับปรางไว้ แล้วแนะนำตัวเองว่าเขาเป็นปลัดที่ไม่ถือตัว ชอบลงมาช่วยประชาชนทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ปรางอ้าปากค้าง ภูชิตดึงปรางห่างออกมาแล้วกระซิบขอโทษ อย่าให้นักข่าวรู้ว่าเขาทำอะไรเธอจะเสียหน้าที่การงานของเขา ปรางได้ทีคิดแกล้ง ประกาศกับนักข่าวว่าวันพรุ่งนี้ภูชิตจะไปช่วยทำงานที่ไร่ของเธอแทนคนงานที่ ลากลับบ้านหมด ภูชิต หน้าเหวอ

"จริงสิ พวกพี่อยากไปทำสกู๊ปชีวิตของข้าราชการตัวน้อยๆที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านเหรอ คะ...นี่เลยค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกพี่ไปที่ไร่ฉัน แล้วพวกพี่จะเห็นว่าปลัดเขาเป็นคนดีมีน้ำใจแค่ไหน"

ภูชิตจะแก้ไขแต่ ไม่ทันเพราะพวกนักข่าวรับปากจะไปกัน เขาจึงหน้าเจื่อน

ooooooo

ตาม ทางเดินในโรงเรียน ยุนอาลองโทร.เข้ามือถือคิมมินโฮ พลันได้ยินเสียงดังอยู่ไกลๆจึงรีบตามหาจนเจอมือถือ ต้องเกิดอะไรกับคิมมินโฮ พอดีนิจชิตากะเผลกตามมา ยุนอาจึงรีบซ่อนมือถือคิมมินโฮแล้วบอกว่ามีคนจับตัวเอ็มอีวันไปแน่

ลุง ปุ่นกับชุมพลเดินมา บ่นนิจชิตาที่ไม่อยู่รับหน้า นักข่าว นิจชิตาไม่สนใจเป็นห่วงแต่เอ็มอีวัน ชุมพลจึงถามยุนอาว่ามีอะไร เธอจึงบอกว่าเอ็มอีวันหายไป

"เออ...ทำไมวันนี้มีแต่คนหายไป ครูคนใหม่ที่มาสอนแทนแกก็หายไปเหมือนกัน"

คำพูดของลุงปุ่นทำให้นิจชิ ตาเอะใจอะไรบางอย่าง จึงขอดูจดหมายส่งตัวของทางการ พอลุงปุ่นเอาให้ดู เธอก็รู้ว่านี่เป็นจดหมายปลอม ชุมพลข้องใจ

"นิจ...แกกำลังบอกว่าครู กับนักเรียนใหม่นั่นปลอมตัวมาเพื่อจับเอ็มอีวันงั้นเหรอ"

"ฉันไม่ อยากคิดอย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันบังเอิญเกินไป"

"ถ้าอย่างนั้นพวกที่ เข้าไปบ้านคุณนิจเมื่อคืนก่อนก็ไม่ใช่พวกหัวขโมยธรรมดา พวกมันต้องการเอ็มอีวัน" ยุนอาตั้งข้อสันนิษฐาน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำเพื่ออะไร...

นักฆ่าโย่งกับนักฆ่าจิ๋วเอาตัวเอ็ม อีวันมาที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง แล้วโทร.รายงานเฮียฮุย...เฮียฮุยสั่งให้ทำลายเอ็มอีวันแล้วถ่ายรูปมาให้เขา ดูเป็นหลักฐาน ทั้งสองเสียดายที่ต้องทำลายเอ็มอีวันแต่ก็ต้องทำตามคำสั่ง...

ชุม พลจะพายุนอาไปแจ้งความ นิจชิตารู้สึกผิดขอไปด้วย ยุนอาเข้าใจความรู้สึกของเธอจึงบอกว่าขาเธอยังเจ็บไม่ต้องไปหรอก ได้ข่าวอย่างไรจะส่งข่าวให้รู้ทันที...นิจชิตากลับมาบ้านสวดมนต์อ้อนวอนขอ ให้วิญญาณแม่ของเธอช่วยคุ้มครองเอ็มอีวัน

เมื่อทำลายเอ็มอีวันเรียบ ร้อย นักฆ่าจิ๋วก็ให้รถบรรทุก

เอาซากเอ็มอีวันไปโยนคืนที่บ้านแล้วมา เบิกเงินกับเฮียฮุย พอ

เอาหลักฐานภาพถ่ายให้กับเฮียฮุย เฮียฮุยถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที

"ลื้อล้ออั๊วเล่นใช่มั้ย อั๊วสั่งให้ลื้อไปทำลายมันไง"

"ก็ใช่ไงเฮีย ผมก็ทำแบบที่เฮียบอกแล้วไง ทำไมครับ หรือว่าเฮียไม่ชอบลายไทย แต่เฮียโทษผมไม่ได้นะ เพราะเฮียให้ผมทำลายแต่ไม่ได้บอกว่าทำลายอะไรนี่"

เฮีย ฮุยยิ่งฉุน "ไอ้เก๋าหมาเอ๊ย...อั๊วสั่งให้ลื้อทำลายไม่ใช่ทำลาย"

"ตกลง เฮียจะให้ผมทำลายหรือไม่ให้ทำลายกันแน่" นักฆ่าจิ๋วชักงง

เฮียฮุย โมโหสุดๆ "อยากรู้ใช่มั้ยว่าอั๊วให้ทำลายยังไง" ว่าแล้วก็ชักปืนออกมาไล่ยิง...

อดทนรอที่บ้านไม่ไหว นิจชิตาใช้ไม้ค้ำยันพาตัวเองมาหายุนอาเพราะอยากรู้ข่าวเอ็มอีวัน ไม่ทันไรก็มีเสียงโยนเหล็กที่หน้าบ้าน สองสาวรีบออกมาดู พบเอ็มอีวันกองอยู่ใน สภาพน่าตกตะลึงจนนิจชิตาต้องอุทาน "เอ็มอีวัน...พวกมันทำไมทำกับนายแบบนี้"

ในห้องแล็บที่สร้างขึ้นใน บ้าน ยุนอาเข็นคิมมินโฮที่ยังนอนสลบเข้ามา ขณะที่ทีมงานกำลังล้อมจับเอ็มอีวันซึ่งยังไม่มีหัวใส่หน้ากากยอดมนุษย์ไว้ แทน พอเห็นสภาพคิมมินโฮจึงหันมาดู ยุนอาบอกว่าเขาหายไปทั้งคืนแล้วกลับมาสภาพนี้ ระหว่างนั้นเอ็มอีวันแอบเดินหนีออกจากห้องแล็บ ยุนอาตกใจเพราะนิจชิตายังนั่งอยู่ในห้องรับแขก รีบวิ่งตามออกไป เอ็มอีวันเดินชนประตูโครม เสียงดังทำให้นิจชิตาต้องลุกมาดู ยุนอารีบโผล่มารับหน้า

"คุณยุนอานี่เอง...นึกว่าใคร"

"เอ่อ...ค่ะ คุณนิจมาทำอะไรตรงนี้คะ"

นิจชิตาบอกว่าเธอได้ยินเสียงแปลกๆ เสียงเอ็มอีวันเดินชนตึงตังยังดังอยู่ ยุนอารีบบอกว่านั่นเป็นเสียงก๊าซธรรมชาติ ที่ปะทุขึ้นมา เธอได้ยินอยู่ทุกวัน นิจชิตาจึงไม่ติดใจแต่ยังห่วงเอ็มอีวันอยากรู้ว่าเสียหายมากไหม ยุนอาบอกให้เธอกลับไปก่อน ทีมงานตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วจะโทร.ไปบอก ยุนอาพยุงนิจชิตาออกไปส่ง

พอนิจชิตากลับไปแล้ว   ยุนอาพาเอ็มอีวันกลับเข้าห้องแล็บ คิมมินโฮค่อยๆฟื้น ทุกคนรีบดูแล ยุนอาถามอาการอย่างห่วงใย คิมมินโฮแปลกใจว่าเขากลับมาได้อย่างไร

"ยุ นอาก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เมื่อเช้ามีคนมากดกริ่งที่หน้าบ้าน พอออกไปดูก็พบท่านรองนอนสลบอยู่ ท่านรองพอจะจำอะไรได้บ้างมั้ยคะ"

คิมมิ นโฮพยายามคิด จำได้ว่าตัวเขาอยู่ที่โรงเรียน จากนั้นจำอะไรไม่ได้ ยุนอาไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายถึงทำกับชุดเอ็มอีวันแบบนั้น พอคิมมินโฮเห็นชุดเอ็มอีวันที่ถูกเขียนลายเป็นลายไทยเต็มตัวก็ถึงกับอึ้ง

ooooooo

นั่ง เป็นห่วงเอ็มอีวันอยู่ แต่พอลุงปุ่นกับชุมพลปรึกษากันเรื่องกิจกรรม ชุมพลเสนอการออกกำลังกาย นิจชิตาได้ยินนึกได้ว่างานนี้เธอเป็นคนรับผิดชอบนี่ จึงค้านไม่เอาออกกำลังกาย

"เอ้า...ก็ลูกขาเจ็บยังงี้จะไปได้ยังไง ลูกก็รู้ว่าที่นั่นมันลำบากนะ"

"ใช่...แกอยู่นี่แหละ นานๆจะได้มีโอกาสอยู่กับปลัดเขาสองต่อสอง ถ้าขืนแกไป...ครูใหญ่ก็ไม่ได้อุ้มหลานซะทีซิ" ชุมพลเผลอพูดออกไป

ลุง ปุ่นเอ็ดชุมพล นิจชิตายืนถมึงทึงเตรียมเอาเรื่อง ลุงปุ่นกับชุมพลรีบหนีตัวใครตัวมัน นิจชิตาลืมตัวก้าวตามสองคน ฉับๆ ทั้งสองหันมามองอย่างตกตะลึง "นิจ...ขา...ขาแกหายแล้ว"

"พ่อไม่ต้อง มาเปลี่ยนเรื่องเลย หนูเคยบอกพ่อแล้วใช่มั้ยว่าหนูกับปลัด...ขา!...ไม่เจ็บ ไม่เจ็บแล้ว ขาหนูหายแล้ว" นิจชิตาลองย่ำเท้าดู พอรู้ว่าหายเจ็บก็ลองวิ่งดูอีก

"เกือบไปแล้ว ครูนี่...พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยนะ ฉันกะว่าให้ไอ้นิจมันได้อยู่กับปลัดนั่นสองต่อสองแล้วเชียว นี่ถ้าปลัดเขารู้จะว่าไงเนี่ย" ลุงปุ่นบ่นชุมพลในขณะที่นิจชิตาวิ่งหายไป...

ด้าน ภูชิตหาทางออกไม่ต้องทำงานที่ไร่ของปรางด้วยการเอาเฝือกมาใส่ที่คอ แต่พอปรางพาทีมนักข่าวมาที่ไร่ เห็นภูชิตสภาพนั้น ปรางรู้ทันว่าเขาหลอก จึงตลบหลังบอกนักข่าวต่อหน้าเขาว่า "พวกพี่ๆดูปลัดภูชิตสิคะ แม้ว่าตัวเองจะบาดเจ็บ แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ ถ้าเขายอมแพ้ตั้งแต่แรก เขาคงไม่มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพวกพี่ๆแล้วล่ะค่ะ"

ภูชิตเหวอ ดึงปรางมากระซิบว่าจะทำอะไร ปรางย้อนถามว่าจะให้เธอบอกพวกนักข่าวว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรแค่ใจเสาะหรือ ภูชิตหน้าเจื่อนที่ปรางรู้ทัน รีบหันมาพูดกับพวกนักข่าวเองว่าถึงเขาจะบาดเจ็บอย่างไรก็ไม่เป็นตัวถ่วงทำ ให้ประชาชนไม่ได้เห็นสิ่งที่มีคุณค่า นักข่าวพากันชื่นชม...ปรางให้เขาเริ่มงานแรกคือให้อาหารไก่ในเล้า ภูชิตทำหน้าขยะแขยง ปรางยัดถุงอาหารใส่มือเขาแล้วดันเข้าไป นักข่าวยืนถ่ายภาพ ภูชิต ให้อาหารไก่เก้ๆกังๆแล้วลื่นล้ม อาหารไก่หกราดบนตัว ไก่รุมจิกกินตามตัว ปรางหันมาบอกพวกนักข่าว

"ไม่ มีอะไรหรอกค่ะ ปลัดเขาชอบให้อาหารไก่ด้วยวิธีนี้ เขาว่ามันจะทำให้เขากับไก่ใกล้ชิดกันมากขึ้น"

นักข่าวรีบเก็บภาพ ขณะที่ภูชิตร้องเสียงหลง...

ooooooo

การลงโทษชุมพลของนิจชิตา คือให้มาเป็นเพื่อนเธอเดินตลาด ซื้อของตามรายการที่จดให้ ตัวเธอเดินดูของอีกทางหนึ่ง...พอดีวันนี้คิมมินโฮออกมาตลาดเช่นกันเพื่อคุย กับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อขอซื้อที่ ติดอยู่ที่เดียวคือของป้าม่อมที่ไม่ยอมขาย ยุนอาบอกเหตุผล

"ป้าแกบอกว่าสามีแกไปทำงานเมืองนอก แกกลัวว่าถ้าย้ายไปแล้วสามีแกกลับมาจะไม่เจอน่ะค่ะ"

"แล้วถ้าเรา ติดต่อสามีแกได้ ก็ไม่มีปัญหาใช่มั้ย"

"ค่ะ...ดิฉันดำเนินการเรียบ ร้อยแล้วค่ะ"

คิมมินโฮชมเชยความเก่งของยุนอาที่รู้ใจเขามาตลอด ยุนอาขอกลับไปเอาเอกสารในรถ คิมมินโฮจึงให้ไปเจอกันที่ร้านป้าม่อม...คิมมินโฮเดินมาชนกับนิจชิตาที่ เพิ่งออกจากร้านขายของแห้ง ทั้งสองตกใจเมื่อเห็นหน้ากันต่างสะบัดแขนที่ประคองกันออก

"โห...คิด ว่าผมอยากโดนตัวคุณมากหรือไง"

"นี่...การที่นายเดินชนคนอื่น คำแรกที่ควรพูดก็คือคำว่า...ขอโทษ"

"ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เจ็บอะไร"

"ฉัน หมายความว่านายต้องขอโทษฉัน" นิจชิตาปรี๊ดสุดๆ

"ทำไมผมต้องขอโทษคุณ ด้วย คุณไม่คิดว่าคุณผิดบ้างรึไงที่อยู่ๆก็พรวดพราดออกมาจากร้านน่ะ" คิมมินโฮนึกได้ว่านิจชิตาเดินได้แล้ว จึงถามว่าหายแล้วหรือ

นิจชิ ตากลับย้อนถามว่าจะให้ลองเตะไหม คิมมินโฮโมโหที่เธอคอยแต่จะหาเรื่อง นิจชิตาสะบัดหน้าเดินหนีไปทาง คิมมินโฮจะเดินไปอีกทางแต่แล้วด้วยความเป็นห่วงจึงหันกลับมาเดินตามเธอ...

ยุ นอาหยิบเอกสารในรถแล้วเดินไปร้านป้าม่อมไม่ถูก ยืนมองอยู่นาน ชุมพลเดินมาทักด้วยความดีใจ พอรู้ว่าเธอกำลังหาร้านป้าม่อม แต่ที่ตลาดนี้มีสองม่อม ม่อมขายเนื้อวัวกับม่อมขายเนื้อหมูอยู่คนละทิศกัน ยุนอาจำไม่ได้ ชุมพลจึงจะพาไปทั้งสองร้าน...

เดินผ่านร้านเสื้อชั้น ในสตรี นิจชิตาจึงแวะเข้าไปดู คิมมินโฮยืนบ่นอยู่ห่างๆ "ฉันไม่ได้ห่วงเธอหรอกนะ ฉันกลัวต้องรับเลี้ยงผู้หญิงขาเป๋อย่างเธอตลอดชีวิตต่างหาก"

คิมมิ นโฮบ่นกับตัวเอง แต่แล้วรอจนเบื่อจึงเดินเข้าไปในร้านพูดแขวะนิจชิตาว่าขาเจ็บอย่างนี้ยังไม่ กลับบ้านอีก นิจชิตาตกใจเมื่อมีผู้ชายมาดูเธอเลือกชุดชั้นในจึงว่าเขาไอ้โรคจิต

"นี่...เลิก ว่าฉันแล้วก็กลับบ้านได้แล้ว"

"ฉันจะกลับตอนไหนมันก็เรื่องของฉัน" นิจชิตาทำเป็นเลือกต่อไปทั้งที่เขิน

คิมมินโฮเบื่อสุดๆจึงเลือกเสื้อ ชั้นในมาตัว "ของเธอมันประมาณนี้แหละ ไอ้พวกนั้นมันใหญ่ไปสำหรับเธอ"

"ว่า ไงนะ!"

"หนู...ป้าว่าเชื่อคนจับเถอะ" แม่ค้าเห็นด้วย

"ฮ้า!" นิจชิตาอายปากคอสั่นปฏิเสธว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน

แต่คิมมินโฮส่ง ตัวที่เขาเลือกให้แม่ค้าใส่ถุงจ่ายเงินแล้วดึงมือนิจชิตาออกจากร้าน...พ้นมา ได้นิจชิตาก็สะบัดมือออกโวยใส่ที่ไปพูดให้คนเข้าใจผิดว่าเธอเป็นอะไรกับเขา

"ทำไม อายเหรอ...คนอื่นที่ว่าน่ะหมายถึงปลัดคนเก่งของคุณหรือเปล่า"

"ฉัน จะหมายถึงใครมันก็เรื่องของฉัน...เลิกยุ่งกับฉันซะที" นิจชิตาเดินโมโหออกไป

ไม่ ว่านิจชิตาจะเดินหนีอย่างไร คิมมินโฮก็เดินตามด้วยความเป็นห่วง เธอจึงแกล้งเดินหนีเข้าซอกซอยจนเขาตามไม่ทัน   ระหว่างที่เธอเดินพะวงหน้าพะวงหลังก็ชนเข้ากับ

คิมมินโฮที่มาดักหน้า คิมมินโฮว่าเธอเล่นเป็นเด็กๆไปได้ แล้วดึงเธอเดินไปกับเขา นิจชิตาร้องไม่ไป

"ฉันหิวแล้ว กินข้าวเสร็จแล้วฉันจะไปส่งที่บ้าน..."

ขณะเดียวกัน ชุมพลพายุนอาเดินหาร้านป้าม่อม เจอร้านขายเสื้อผ้ากีฬา เขาหยุดมองเสื้อบอลทีมโปรด เขาบอกเธอว่ามันเป็นความฝันตอนเด็กที่เขาอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ตอนนี้เป็นครูพละก็ได้เตะบอลเหมือนกัน ยุนอามองเสื้อตัวนั้นอย่างมีความคิดบางอย่าง...พอหาร้านป้าม่อมจนเหนื่อย ชุมพลจึงชวนยุนอาแวะทานเป็ดพะโล้เจ้าอร่อย แล้วทั้งสองก็แปลกใจเมื่อพบคิมมินโฮนั่งอยู่ในร้านกับนิจชิตา แถมคิมมินโฮ กำลังคาบตูดเป็ดเต็มปาก

ชุมพลกับยุนอาเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ ทำหน้าเหม็นๆขณะที่คิมมินโฮสะอิดสะเอียนกับรสชาติตูดเป็ดที่โดนหลอกให้กิน นิจชิตานั่งขำสะใจ

"คุณทำอย่างนี้ต้องการจะแกล้งผมชัดๆ" คิมมินโฮต่อว่าเมื่อรู้ว่านิจชิตาหลอกให้กิน

"ก็ใครจะไปคิดว่านายจะ ซื่อบื้อเชื่อว่าคนเขาจะกิน

ตูดเป็ดจริงๆ ไม่มีไหวพริบแล้วยังจะว่าคนอื่น"

"ที่ฉันยอมเชื่อเธอก็เพราะฉันคิด ว่าคนที่คิดดีย่อมได้สิ่งดีตอบแทน ไม่คิดว่าฉันจะทำดีกับงูเห่า"

นิจ ชิตาทำท่าจะเถียง ยุนอารีบห้าม ชุมพลช่วยตัดบทชวนให้ช่วยกันคิดกิจกรรมที่จะออกค่ายดีกว่า ยุนอาจึงถามว่าค่ายอะไร คิมมินโฮเผลอตอบแทนว่ากิจกรรมสร้างรอยยิ้ม

นิจ ชิตามองแปลกใจที่เขารู้ คิมมินโฮนึกได้รีบแก้ตัวว่าเอ็มอีวันรายงานเขา นิจชิตาจึงพูดขึ้นว่า

"ฉันจะให้เอ็มอีวันไปด้วย เด็กๆที่นั่นต้องชอบเอ็มอีวันแน่ๆ"

ทั้งคิมมินโฮและยุนอาตกใจร้อง ฮ้า!...

ขณะเดียวกัน   ภูชิตโดนปรางใช้ให้ปีนเก็บมะม่วงจนตกลงมา เธอยังบอกนักข่าวว่านั่นเป็นวิธีลงของเขา ทำให้พวกนักข่าวยิ่งประทับใจ จากนั้นยังต้องล้างเล้าไก่อีก แถมมื้อกลางวันยังไม่มีข้าวให้กิน เธอทำให้นักข่าวกินกันหมด อ้างว่าเขาไม่กินมื้อกลางวัน...ภูชิตเหนื่อยใจแทบขาด   หลบมามุมหนึ่งเห็นแท็งก์น้ำตั้งอยู่รีบเข้าไปดื่มกิน

"ต้องเป็นน้ำ ยัยนั่นแน่ๆ หึ...เสร็จฉัน...." ภูชิตดื่มเอื้อกๆพอได้ยินเสียงปรางก็รีบหลบ

เสียง ปรางอธิบายให้ทีมนักข่าวฟัง "พี่ๆได้ทานอาหารฝีมือปรางกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูอาหารของต้นไม้ภายในไร่ ดีกว่าค่ะ"

ปรางพาทีมนักข่าว ชมหัวเชื้อปุ๋ย   เคล็ดลับที่ทำให้ ต้นไม้ในไร่เธอสมบูรณ์ แค่เอาเศษผักเศษอาหารมาหมักไว้ ประมาณสามวัน ภูชิตได้ยินก็สำลักพรวดออกมา เพราะที่เขาดื่มเข้าไปคือหัวเชื้อปุ๋ย...งานสุดท้ายที่เขาต้องทำคือดำนา ภูชิตแกล้งขอให้ปรางลงมากางร่มให้เขา แล้วกระซิบ "วันนี้ฉันยอมให้เธอหนึ่งวัน คอยดูเถอะ ฉันจะบอกโรงสีทุกโรง โรงรับจำนำพืชผลทุกที่ว่าห้ามรับของที่มาจากไร่ของเธอ ปรางโกรธแกล้งกระแทกภูชิตจนหน้าทิ่มลงไปในโคลน ภูชิตโมโหควักโคลนขึ้นมาโปะหน้าปราง เกิดการตะลุมบอนกันจนเลอะเทอะทั้งสองฝ่าย...

คิมมินโฮเช็กกับทีมงาน ว่าชุดเอ็มอีวันจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ ทีมงานตอบว่าประมาณอาทิตย์หนึ่ง เพราะต้องรอสีจากทางเกาหลี คิมมินโฮรู้ว่าไม่ทันแน่ พอแจ้งให้นิจชิตารู้ ดูเธอผิดหวังมาก ยุนอาจึงถามว่ามีความจำเป็นอะไรต้องให้ เอ็มอีวันไปค่ายด้วย นิจชิตาจึงบอกว่าเธอสงสารเด็กๆ "รู้มั้ยค่ะว่าที่นั่นน่ะ...เด็กๆได้ฟังวิทยุเครื่องเล็กๆประจำหมู่บ้านก็ ดีใจกันแล้ว...และถ้าพวกแกได้เห็นหุ่นยนต์จริงๆ คิดดูสิคะว่าพวกแกจะดีใจแค่ไหน"

คิมมินโฮได้ฟังเข้าใจและเห็นใจนิจชิ ตา เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา...

ooooooo
ตอนที่ 6

กลับมาบ้าน คิมมินโฮลงมือประดิษฐ์ชุดหุ่นยนต์ ด้วยกระดาษแข็ง ยุนอาเห็นเจ้านายเอาจริงเอาจังเพื่อเด็กๆจึงลงมือตัดเย็บชุดด้วยตัวเอง บ้าง...

วันต่อมาระหว่างขนของที่จะไปแจกใส่รถ นิจชิตายังหวังว่าเอ็มอีวันจะไปกับเธอได้ ครูที่ไม่ได้ไปด้วยมายืนส่ง บางคนร้องไห้เหมือนจะไปหลายวัน เทิดซึ่งเป็นภารโรงกล่าว

"เพื่อเป็น การอวยพรให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย ผมได้นำคำอวยพรจากหลวงพ่อสุขมาฝากทุกคนครับ...ขอให้ทุกคนพนมมือนะครับ"

ทุก คนที่เดินทางพนมมือรับพร เทิดท่องขึ้นว่า "ไปไม่กลับ...หลับไม่ตื่น...ฟื้นไม่มี"

"หนีไม่พ้น...สาธุ...เฮ้ย!.. ไอ้เทิด นี่แกแช่งพวกฉันเหรอ" ลุงปุ่นโวยหลังจากที่กล่าวตาม

"อุ๊ย...ขอ โทษครับครูใหญ่ พอดีเอากระดาษที่ระลึกจากงานศพมาจดครับ" เทิดรีบพลิกกระดาษอีกด้านแล้วอ่านคำอวยพรให้ทุกคนเดินทางด้วยความปลอดภัยตาม คำพระที่จดมา

ทุกคนรับ...สาธุ...นิจชิตายังหันมองหน้าประตู ชุมพลคิดว่ามองหาภูชิตจึงบอกให้โทร.ตาม นิจชิตาจึงโทร.ไปแต่ไม่มีใครรับสาย ลุงปุ่นจึงให้ออกเดินทาง...มาถึงหมู่บ้านในชนบท ผู้ใหญ่สิงห์ยืนรอให้การต้อนรับพร้อมลูก
บ้านจำนวนหนึ่ง พอลุงปุ่นและทุกคนลงจากรถ ผู้ใหญ่สิงห์ก็โผทำท่าจะกอดลุงปุ่นแต่เลยมากอดนิจชิตา ลุงปุ่นรีบดึงออก

"เฮ้ยๆ ทำอะไรของแกไอ้สิงห์"

"เอ้า...ก็ฉันคิดถึงหลาน ทำไมผิดหรือไง" ผู้ใหญ่สิงห์บ่น ลุงปุ่นว่าหลานโตเป็นสาวแล้ว

"เออๆ...ไม่เจอกันปี นึง   ไม่เปลี่ยนเลยนะไอ้ปุ่น" ผู้ใหญ่สิงห์หันมองพิจารณาลุงปุ่น

"ยัง หนุ่มเหมือนเดิมใช่มั้ย" ลุงปุ่นหัวเราะชอบใจ

"หื่อ...ไอ้ที่บอกว่า ไม่เปลี่ยนเนี่ยหมายถึงตำแหน่งครูใหญ่ของเอ็ง ไม่มีใครมาเปลี่ยนหรือไง...ข้าละเบื่อหน้าเอ็งเต็มทีแล้ว"

ลุงปุ่น หน้าตึง เต้นฟุตเวิร์กท้าผู้ใหญ่สิงห์ชกรำลึกความหลัง แต่พอผู้ใหญ่สิงห์เอาปืนลูกซองออกมา ลุงปุ่นก็ชะงักเปลี่ยนเรื่องทันที "แหม...อากาศดีน่าออกกำลังกายเนอะครูชุมพล"

"โด่...นึกว่าแน่ นี่...แล้วทีหลังจะส่งใครมาก่อนก็หัดเห็นหัวกันบ้าง หมู่บ้านข้าไม่ใช่โรงเรียนเอ็งนะเว้ย นึกอยากจะมาก็มา"

"พวกเราไม่ ได้ส่งใครมานะคะ...เรามากันสามคนแค่นี้" นิจชิตาสงสัย

"อ้าว...แล้ว ไอ้สองคนที่อยู่ท้ายหมู่บ้านนั่นใคร"

นิจชิตากับชุมพลวิ่งไปท้ายหมู่ บ้าน เห็นคิมมินโฮในชุดหุ่นยนต์ทำด้วยกระดาษ กำลังต่อสู้กับยุนอาซึ่งใส่หน้ากากปีศาจและมีผ้าคลุมดูเป็นเหล่าร้าย เด็กๆชอบใจสนุกสนานกันใหญ่

"นาย! นี่นายบ้าไปแล้วหรือไง" นิจชิตาโวย

"เอ้า คุณ...พูดดีๆก็ได้ คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่า เด็กๆต้องดีใจที่ได้เห็นหุ่นยนต์"

"หุ่นปัญญาอ่อนน่ะสิ"

"อ้าว...คุณ รู้มั้ยว่าผมต้องอดนอนทั้งคืนเพื่อทำไอ้นี่ แล้วไหนจะต้องขับรถมาที่นี่อีก"

"แล้ว ใครให้นายมา"

"ฉันก็ไม่ได้อยากมา ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กๆล่ะก็ ฉันก็ ไม่ทำอะไรพวกนี้หรอก"

นิจชิตาสะท้อนใจ ยุนอารีบเข้ามาแยกไม่ให้ทะเลาะกัน เด็กเห็นจะไม่ดี ชุมพลรีบชักชวนให้ไปร่วมทำบุญกันดีกว่า หันไปเห็นสายตาเด็กๆที่มองอยู่  ชุมพลจึงทำท่าเหาะ  แล้วบอกยุนอาให้ทำตาม ยุนอาเขินแต่ก็ตัดสินใจทำท่า
เหาะ ตามไป คิมมินโฮเห็นอย่างนั้นก็เหาะตามไปด้วย  นิจชิตาเบ้ปากหาว่าไม่มีอะไรจะทำกันแล้วหรือ แต่พอเห็นสายตาเด็กๆที่จ้องมองลุ้นให้เธอทำ เธออึกอักๆตัดสินใจทำท่าเหาะตามทุกคนไป ตะโกนบอก "รอเอ็มอีเกิร์ลด้วยสิ"

เด็กๆ เฮทำท่าเหาะตามกันออกไปเพื่อรับของที่เอามาแจก  จากนั้นทุกคนก็ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก  คิมมินโฮเข้ามายืนชิดนิจชิตา ทั้งสองกระแทกกระทั้นเข่นเขี้ยวใส่กัน

ooooooo

หลังจากทำงาน ที่ไร่ให้ปราง  ภูชิตก็ท้องเสียอย่างหนักเพราะกินน้ำหัวเชื้อปุ๋ยเข้าไป  ทำให้ตื่นไม่ทัน  จึงต้องขับรถตามไป  แต่ก็ต้องแวะข้างทางเป็นระยะๆ เขายิ่งโกรธแค้นปราง

"ฉันต้องมาทำเรื่องน่าอายอย่างนี้เพราะยัยนั่น แท้ๆ ฮึ่ย..."

พอกลับมาขึ้นรถ สตาร์ตเครื่องเสียงดังตูมในห้องเครื่อง ควันพวยพุ่งออกมาจนต้องวิ่งออกจากรถ...

มื้อกลางวันที่ผู้ใหญ่สิงห์ และชาวบ้านทำเลี้ยงพวกนิจชิตา ทุกคนนั่งมองอาหารแต่ละอย่างที่ดูหน้าตาดีจนลุงปุ่นบ่นว่า สมบูรณ์อย่างนี้น่าเอาของบริจาคกลับ ว่าแล้วลุงปุ่นก็คว้าเนื้อย่างมาเคี้ยวอย่างอร่อย "เออ...แกนี่ทำหมู
ย่างอร่อย ดีเว้ย"

"หมูอะไร...นั่นมันหนูนาอบฟาง"

คิมมินโฮกำลัง เคี้ยวอย่างอร่อยเช่นกันก็พ่นพรวดออกมาใส่หน้าผู้ใหญ่สิงห์ ทันที ลุงปุ่นหัวเราะก๊าก...นิจชิตาถาม "ทำไม กินหนูไม่เป็นหรือไง พลาดของดีไปซะแล้ว"

"ทำไมจะกินไม่เป็น แต่ฉันไม่อยากกินต่างหาก ฉัน อยากกินอะไรร้อนๆมากกว่า"

"ร้อนๆ ได้เลย...ลองนี่ดู" ผู้ใหญ่สิงห์ตักซุปใส่ถ้วยให้ คิมมินโฮ

คิมมินโฮรับมาซดให้นิจชิตาดู ทันทีว่าเขาทานได้ แล้ว ถามว่าซุปอะไร ผู้ใหญ่สิงห์ตอบว่า ต้มแซ่บแม่ไก่...ยุนอาทำหน้าสงสารลูกเจี๊ยบที่แม่ไก่โดนเอามาต้มซุป ผู้ใหญ่สิงห์รีบบอกว่า

"ลูกเจี๊ยบอะไร นี่มันไม่ใช่แม่ไก่กุ๊กๆ...ชื่อเต็มคือต้มแซ่บค้างคาวแม่ไก่น่ะ"

คิมมิ นโฮกำลังซดอีกคำถึงกับพ่นพรวดใส่หน้าผู้ใหญ่สิงห์ อีกครั้ง ลุงปุ่นหัวเราะก๊ากอีก คราวนี้ผู้ใหญ่สิงห์ขึ้นลำปืนลูกซอง ที่วางอยู่ข้างๆ ลุงปุ่นสงบปากทันที คิมมินโฮรวบช้อนขออิ่ม นิจชิตารีบแขวะว่าเธอบอกแล้วว่าเขาอยู่ที่
นี่ไม่ได้หรอก พูดจบเธอก็ตักน้ำแกงซดและเคี้ยวเนื้อในแกง ผู้ใหญ่สิงห์หันมาชมว่าเธอเก่งกล้ากว่าทุกคน นิจชิตาจึงถามว่าที่เธอกินคืออะไร

"ต้มเปรตคางคก"

นิจชิตา เคี้ยวค้าง ตกใจตาเหลือก...ชุมพลต้องมาส่องกล้อง เพื่อคีบเอาเส้นพิษออกจากปากของนิจชิตาแล้วสอนว่า "ในหนัง คางคกมันมีเส้นพิษอยู่ เวลาทานต้องเอาเส้นพิษออกก่อน"

"แล้วถ้าไม่ ได้เอาออกมันจะเป็นยังไง" คิมมินโฮถาม

ระหว่างนั้น นิจชิตาหันหน้ามาพอดี ทุกคนเห็นลิ้นเธอบวมจนคับปากก็พากันตกใจ นิจชิตาพยายามพูดถามว่าเธอเป็นอะไร ทำไมรู้สึกแปลกๆ คิมมินโฮหัวเราะเสียงดังขึ้นมา

"ตลกมากมั้ย" นิจชิตาโกรธพูดลิ้นคับปาก

"ไม่ตลกแล้วฉันจะหัวเราะเหรอ อย่างนี้เขาเรียกว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า" คิมมินโฮทำลิ้นคับปากล้อ

ยุ นอาตกใจนึกว่าคิมมินโฮเป็นไปด้วย เขารีบบอก "เปล่า หรอก...ฉันทำเป็นเพื่อนคุณนิจไง ให้เป็นอย่างนั้นอยู่คนเดียวคงอายแย่ ดีมั้ยคุณ"

นิจชิตาน้ำตารื้น  สะบัดหน้าเดินหนีไป คิมมินโฮเห็น อย่างนั้นก็อึ้ง   ชุมพลกังวลใจเป็นห่วงนิจชิตา   ยุนอาตำหนิ

คิมมิ นโฮ "ท่านรองน่าจะไปขอโทษคุณนิจนะคะ"

"แต่ฉันไม่ผิดนี่ ทำไมยัยนั่นแกล้งฉันไม่เห็นมีใครว่า อะไร...ฉันแค่หัวเราะแค่นี้ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย"

"ก็เพราะว่าคุณ เป็นผู้ชายไง" ชุมพลพูดจบก็เดินไป

ยุนอาทึ่งท่าทางแมนๆของชุมพล ทำให้คิมมินโฮรู้สึกผิด ขึ้นมา...เขาจึงเดินตามหานิจชิตาเพื่อเอายาแก้แพ้มาให้ทาน นิจชิตาหาว่าจะมาหัวเราะเยาะเธออีก

"ยาแก้แพ้หรือยาพิษ ฉันเป็นอย่างนี้ยังไม่สะใจนายอีกใช่มั้ย"

คิมมินโฮพูดขอโทษสวนขึ้นมา นิจชิตาอึ้งถามว่าต้มแซ่บแม่ไก่ทำพิษหรือ คิมมินโฮย้ำ

"ผมบอกว่าผม ขอโทษไง"

"เมื่อกี้นายทำให้ฉันเป็นตัวตลกต่อหน้าทุกคน ตอนนี้ นายก็ยังเห็นฉันเป็นตัวตลกอีก...ถอยไป ฉันอยากอยู่คนเดียว"

"แต่ผม รู้สึกผิดจริงๆ" คิมมินโฮย้ำ และบอกให้เธอด่าว่าอะไรเขาก็ได้

นิจชิ ตามองด้วยความแปลกใจ เขาพยักหน้าให้มั่นใจ เธอจึงบอกเขาว่าเธออยากไปที่แห่งหนึ่ง...นิจชิตาพาคิมมินโฮมาที่ต้นไม้ใหญ่ บนเนินสวย อาการลิ้นคับปากเธอดีขึ้นหลังจากทานยาของคิมมินโฮ เธอพูดเศร้าๆว่า "แม่ฉัน...
ท่านเสียไปตั้งแต่ฉันเด็กๆ ฉันมาที่นี่ปีละครั้ง นอกจากจะเอาของมาบริจาคแล้ว ฉันมาที่นี่ก็เพราะฉันคิดถึงแม่..."

นิจชิตาเล่าว่าเวลาที่พ่อเธอมา สอนหนังสือ เธอจะร้องไห้ตาม แม่จึงพาเธอมาที่นี่ ตรงนี้เป็นที่ที่เธอกับแม่อยู่ด้วยกันเสมอ "ถ้าใครถามว่าสถานที่ที่ไหนสวยที่สุดในโลก ฉันจะตอบว่าตรงนี้"

คิมมิ นโฮรู้สึกเศร้าไปด้วย เดินมายืนข้างเธอและพูดว่า ที่ไหนๆก็สวยมากขึ้นถ้าได้ยืนเคียงข้างคนที่รัก นิจชิตาถามว่ารู้ไหมก่อนที่แม่จะจากไป แม่บอกว่าถ้าคิดถึงให้บอกกับต้นไม้ เพราะแม่จะอยู่ใต้ดิน แล้วต้นไม้จะบอกต่อแม่เอง
นิจชิตาถามเขาว่าอยาก ได้ยินเสียงต้นไม้ไหม

"นายต้องกอดต้นไม้เอาไว้ เอาหูแนบกับลำต้น หลับตาตั้งสมาธิ เคล็ดลับคือห้ามลืมตา"

คิมมินโฮหวั่นใจเล็กๆกลัวโดน หลอก   แต่เห็นท่าที

นิจชิตาเศร้าๆจึงไม่อยากขัด ยอมทำตาม นิจชิตาโอบกอดต้นไม้ อีกด้าน คิมมินโฮพูดขึ้นว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นิจชิตาเอ็ด

"ห้ามพูด...ถ้านายพูดแล้วนายจะได้ยินต้นไม้พูดได้ยังไง"

คิมมิ นโฮถามอีกว่าเขาต้องหลับตาและห้ามพูดนานแค่ไหน นิจชิตาบอกว่าจนกว่าจะได้ยินเสียง เขาจึงหลับตาอยู่อย่างนั้น...จนกระทั่งมีเสียงป้าแก่ๆถาม "ทำอะไรน่ะพ่อหนุ่ม"

"ได้ยินแล้ว...ผมได้ยินเสียงแม่คุณจากต้นไม้ แล้ว" คิมมินโฮหลงดีใจ

ป้าจึงถามว่ามาขอหวยหรือ คิมมินโฮลืมตาขึ้นมาตกใจ มองไปรอบๆไม่มีนิจชิตาอยู่ จึงรู้ว่าโดนหลอกอีกแล้ว เขาถามป้าว่าต้นไม้นี้ต้นอะไร ป้าตอบว่าต้นตะเคียน เขาทำหน้างงแต่พอป้าบอกว่าต้นไม้ที่มีผีสิง เขาสะดุ้งมองไป
เห็นธูป เทียนที่คนเอามาไหว้ปักอยู่เต็มก็รีบวิ่งออกไป

ooooooo

ยืน ระโหยโรยแรงโบกรถอยู่ข้างถนน แต่ไม่มีคันไหนจอด ทำให้ภูชิตโมโห พอได้ยินเสียงรถแล่นมาอีกคันก็ตัดสินใจโดดไปขวางหน้ารถ เสียงเบรกรถดังสนั่นลั่นทุ่ง คนขับลงมาโวยวายแล้วต่างต้องตกใจเมื่อภูชิตเห็นคนขับคือ
ปราง ทั้งสองทะเลาะกันอีก ภูชิตโกรธที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะปราง แต่เพราะรีบไปหานิจชิตาจึงขออาศัยไปด้วย

"นี่...ทีหลังเวลาขอความ ช่วยเหลือใคร ช่วยพูดให้มันหวานๆหน่อย"

ตอนแรกภูชิตไม่ยอม แต่พอปรางจะทิ้งเขาก็รีบตะโกนพูดเพราะๆจนเธอพอใจถึงได้นั่งรถไปด้วย แต่ไม่วายปรางยังแกล้งให้เขานั่งท้ายกระบะรถที่เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์พืช...

คิมมิ นโฮเดินกลับมาที่หมู่บ้านด้วยความโกรธที่นิจชิตาหลอกให้เขากอดต้นไม้ผี สิง พอมาถึงก็เอ็ดตะโรใส่เธอ แต่พอเห็นสายตาเด็กๆที่นั่งฟังเธอกำลังเล่านิทานก็อึ้งไป นิจชิตาจึงบอกให้เขาช่วย เธอส่งใบไม้ให้เขาถือพร้อม
นิทานที่เธอเขียนใส่ กระดาษ ตัวเธอถือดอกไม้

"ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย เอ้า...นายเล่นเป็นใบไม้ ส่วนฉันจะเล่นเป็นดอกไม้"

นิจชิตาไม่ฟัง เสียงทักท้วงของคิมมินโฮ เธอเล่านิทานไปเรื่อย คิมมินโฮอึ้งฟังเธอเล่าจนเคลิ้ม จนเธอต้องสะกิดเมื่อถึงคราวเขาต้องอ่าน นิทานเป็นเรื่องของน้ำแข็งกับนาฬิกาทรายที่เคยเป็นเพื่อนรักกัน แต่เกิดผิดใจกันจนนาฬิกา
ทรายหนีไปอยู่อีกซีกโลก วันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจนโลกแยกออกเป็นสองส่วน นาฬิกาทรายจึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกเพื่อยึดโลกไว้ พอน้ำแข็งรู้ข่าวก็รีบตามหานาฬิกาทรายจนมาพบนาฬิกาทรายกำลังจะตาย
ทราย กำลังจะหมดจากตัว ก่อนตาย นาฬิกาทรายพยายามพูดคำสุดท้ายว่าเขารักน้ำแข็ง ทันทีที่น้ำแข็งได้ยินความเย็นชาที่มีก็ละลายออกมาเป็นน้ำทะเลคอยโอบอุ้มผืน ทรายจนอยู่คู่กันมาทุกวันนี้

คิมมินโฮมองนิจชิตา รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด เด็กๆตบมือชอบใจ...ขณะที่คิมมินโฮกำลังคุยกับเด็กๆเรื่องหุ่นยนต์ มีจริง เด็กคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าไอ้แดงชัก นิจชิตากับคิมมินโฮตกใจรีบวิ่งไปดู เห็นอาการ
ของแดงที่กำลังชักอยู่ที่ พื้น

"สงสัยจะเป็นลมชักน่ะคุณ ต้องหาอะไรมากดลิ้นเอาไว้ หาไม้เล็กๆหรือช้อนให้ผมหน่อย" ทันใดแดงมีอาการปากเบี้ยว ตากลับ ลิ้นจุกปาก คิมมินโฮรู้ว่าไม่ทันแล้ว จึงใช้นิ้วตัวเองใส่ปากแดง แดงกัดนิ้วเขาจนร้องลั่นแต่ก็ยังบอก
ไม่เป็นไร จนแดงสงบลง

นิจชิ ตาตกตะลึงมองคิมมินโฮด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น...

ในขณะเดียวกัน ปรางขับรถหาทางเข้าหมู่บ้านผู้ใหญ่ สิงห์ไม่เจอ จนฟ้าเริ่มมืด มีชาวบ้านแก่ๆมาช่วยนำทางให้... นิจชิตากำลังทำแผลที่นิ้วให้คิมมินโฮ เธอถามเขาว่าทำไมถึงช่วยเด็ก

"เพราะนิทานของคุณมั้ง..." นิจชิตางง คิมมินโฮจึงขยายความว่า "นิทานของคุณทำให้ผมรู้ว่าที่ดอกไม้ทุกข์ก็เพราะมัวแต่คิดถึงตัวเอง ส่วนที่ใบไม้มีความสุขเพราะเขาคิดถึงแต่คนอื่น...นิทานเรื่องนี้คงจะสอนว่า เมื่อไหร่ที่
เราใส่ใจคนอื่น เราก็จะเลิกคิดถึงเรื่องของตัวเอง"

"แล้ว รู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงให้นายเล่นเป็นใบไม้ เพราะฉันรู้ว่านายเริ่มคิดถึงคนอื่นตั้งแต่ตอนที่ฉันเห็นนายที่นี่แล้วล่ะ" นิจชิตามองคิมมินโฮด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

คิมมินโฮตัดสินใจเอ่ย ปากบอกเธอขอให้มาเริ่มต้นกันใหม่ แต่พอดีเสียงรถปรางแล่นมาและบีบแตรดังกลบคำพูดของเขา นิจชิตาจึงไม่ได้ยินแถมหันไปสนใจรถนั่น พอเห็นว่าเป็นปราง เธอก็รีบเข้าไปหา ภูชิตลงจากรถมาจับมือ
นิจชิตาด้วยความดีใจ คิมมินโฮรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจจึงเลี่ยงหลบไป นิจชิตาหันมามองไม่เห็นเขาแล้วก็ใจแป้ว
ตอนที่ 7

แม้จะเคืองเล็กๆแต่เพราะรัก ภูชิตจึงไม่ใส่ใจคำพูดดักคอของนิจชิตา แล้วชวนออกไปทานข้าวนอกบ้าน ลุงปุ่นตื่นเต้นพร้อมจะไป แต่นิจชิตากลับขอตัวแล้วคว้ากระเป๋าเดินขึ้นห้องไป ภูชิตงง ลุงปุ่นยังเห็นแก่กินถามว่าจะไปกันหรือยัง ภูชิตโมโห

"ไม่ไป แล้ว...ครูใหญ่นี่มันยังไง   ผมชักจะทนไม่ได้ แล้วนะตกลงนิจเขาชอบผมจริงรึเปล่า"

"เอ่อ...อย่าคิดมากน่าปลัด นั่งรถมาทั้งวันอย่างนี้ยัยนิจมันก็คงเหนื่อยของมันน่ะแหละ"

"ให้มัน จริงเหอะ ไม่อย่างนั้นคงต้องมีการเตือนความจำกันบ้าง" ภูชิตหน้าเครียดเอาจริง

ลุงปุ่นแล่นตามขึ้นมาบนห้องนิจชิตา แต่เธอรู้ทันดักคอถามว่า "เรื่องปลัดใช่มั้ยคะ"

"ใครบอก...พ่อจะขึ้น มาดู เห็นว่าเหนื่อยๆ แต่ในเมื่อพูดเรื่องปลัดขึ้นมาก็พูดซะหน่อยก็ดี" ลุงปุ่นทำเป็นได้จังหวะ

"อย่าเลยค่ะ หนูรู้ว่าพ่อตั้งใจขึ้นมาพูดเรื่องปลัดอยู่แล้ว ก็ดีค่ะ...หนูเองก็อยากจะพูดกับพ่อเรื่องนี้เหมือนกัน"

ลุงปุ่นหน้า บานคิดว่านิจชิตาจะพูดว่าชอบภูชิต แต่เปล่าเลย "พ่อ...ถึงปลัดเค้าจะเคยช่วยพ่อไม่ให้ถูกสอบเรื่องที่ทำเงินโรงเรียนหาย แต่เรื่องหนูกับปลัดมันคนละเรื่องกันนะพ่อ"

"ทำไมล่ะ พ่อก็ไม่เห็นว่าปลัดเค้าจะมีอะไรเสียหาย หน้าตาก็ดี การศึกษาก็สูง อนาคตรุ่งแน่ๆ"

"ดีขนาดนี้ทำไมพ่อไม่แต่งเองเลยล่ะ"...ลุงปุ่นตกใจ แต่นิจชิตายืนยันว่าไม่ได้ชอบปลัด

พลัน...ลุงปุ่นได้กลิ่นหอมของครีม ทาหน้าที่วางบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก็เข้าใจไปว่าลูกสาวเริ่มรักสวยรักงามแบบนี้ ต้องมีความรักแน่ และชายคนนั้นคงเป็นภูชิต นิจชิตาอายดันหลังพ่อให้ออกไปจากห้อง แล้วบ่น "พ่อนี่ยังไง ลูกทาครีมหน่อยก็ไม่ได้หรือไง...หนูเป็นผู้หญิงนะ"

ภาพ คิมมินโฮขอ เริ่มต้นใหม่ผุดขึ้นในสมอง นิจชิตาสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป...

วัน รุ่งขึ้น   เด็กนักเรียนที่มาโรงเรียนเห็นครูเวรของพวกเขาแล้วต้องแปลกใจมองกันเหลียว หลัง พอชุมพลมาถึงเห็น นิจชิตาก็ตะลึง "โห...ไอ้นิจ ไปทำอะไรของแกมาเนี่ย"

"ทำไม มีอะไรหรือไง"

"ฉันว่าวันนี้แกดูแปลกๆนะ"

"แปลกยังไง ไม่เห็นมีอะไรนี่ ฉันก็แต่งของฉันอย่างนี้ทุกวัน"

ชุมพลชมว่าสวยขึ้น นิจชิตาเขิน ชุมพลวิเคราะห์ว่าผู้หญิงสวยขึ้นถ้าไม่เพราะเครื่องสำอางใหม่ก็เพราะ...มี ความรัก นิจชิตาร้อนตัว "อะไร ความรักอะไรของแก มั่วแล้ว ไปเลยไป"

พอ ชุมพลขี่รถเข้าโรงเรียนไป นิจชิตาทำหน้าหงุดหงิดระหว่างนั้นมีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งถามหาคิมมินโฮ นิจชิตาหันมามองด้วยความงง...

ตอนที่ 7      (ต่อจากวานนี้)

ตอน สาย คิมมินโฮในชุดเอ็มอีวันเดินเข้ามาในห้องพักครู เขาทักทายนิจชิตาแล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นซึงมีนั่งอยู่ตรงโต๊ะด้วย นิจชิตาบอกซึงมีว่านี่คือคนที่เธออยากพบ

"ฉันจะหาพี่มินโฮ ไม่ใช่ไอ้หุ่นนี่"

"ฉันไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน แต่เอ็มอีวันคงรู้" พอดีมีเสียงประกาศเรียกนิจชิตาไปห้องครูใหญ่ เธอจึงบอกซึงมีว่าให้เอ็มอีวันพาไปหาคิมมินโฮ

คิมมินโฮหน้าเจื่อน พยายามหลบหน้าซึงมี แล้วหาทางให้ยุนอามาช่วยเขา

ooooooo

ใน ห้องครูใหญ่ ลุงปุ่นกำลังบอกข่าวดีภูชิตเรื่องที่นิจชิตาหันมาดูแลความสวยความงามของตัว เอง ต้องเป็นเพราะเริ่มสนใจเขา ภูชิตไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นนิจชิตาเดินเข้ามา ก็เห็นว่าเธอสวยขึ้นจริงๆ ก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย

คิมมิ นโฮให้ซึงมีนั่งรออยู่กับกระเป๋าเสื้อผ้ากองโตของเธอ ซึงมีจับสังเกต "เดี๋ยว ฉันว่าแกเปลี่ยนไปนะ ตอนที่เกาหลีหน้าตาและผิวของแกไม่ใช่อย่างนี้นี่"

คิมมินโฮเริ่ม เหงื่อแตก ยิ่งซึงมียื่นหน้ามาสำรวจ "ตอนนี้แกเหมือนคนมากรู้มั้ย...นี่แกมีขนจมูกด้วย!"

ซึงมีกำลังจะดึง ขนจมูกคิมมินโฮ เขาหลับตาปี๋กลัวความลับแตก ยุนอามาขัดจังหวะพอดี ซึงมีหันมาโวยว่าเธอจะหาคิมมินโฮ ยุนอาบอกว่ากำลังเดินทางมา แล้วส่งซิกบอก คิมมินโฮว่ากระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ที่เดิม คิมมินโฮพยายามหาทางเลี่ยงออกไปโดยมียุนอาคอยกันซึงมีไว้...พอหลบมาถึงจุด ที่ไว้กระเป๋า เขาก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปบ่นไปที่พ่อส่งซึงมีมาทำไม

ขณะ ที่ภูชิตยังสนใจที่นิจชิตาทาครีมบำรุงหน้า จนเธอต้องบอกว่าเมื่อคืนเธอทาครีมที่ส้นเท้าไม่ได้ทาที่หน้า ไม่เชื่อให้เอาไปลองดู ภูชิตหาว่าล้อเล่น

"เอ้าไม่เชื่อเหรอคะ นี่ขนาดนิจทาที่ส้นเท้ายังดูดีขนาดนี้ ถ้าปลัดเอาไปทาที่หน้า รับรองพี่เวียร์ก็พี่เวียร์เถอะ ...แพ้ปลัดแน่" พูดจบนิจชิตาขอตัวจะเดินไป

ภู ชิตรั้งไว้และบอกว่าเย็นนี้จะมีคนจากกระทรวงศึกษามาจากกรุงเทพฯ เขาอยากให้เธอไปต้อนรับเพราะถ้าให้ลุงปุ่นไปก็คงต้องดื่มกันแน่ เขาเป็นห่วงสุขภาพ ทำให้นิจชิตาต้องรับปาก

ทั้งร้อนทั้งเบื่อ ซึงมีโวยวายจะโทร.ไปฟ้องคิมยองมิน จนคิมมินโฮมาถึง ซึงมีโผกอดเขาร้องกรี๊ดๆด้วยความดีใจ นิจชิตาเดินผ่านมาได้ยินเสียงจึงเข้ามาดู เห็นภาพบาดตาบาดใจจนไม่อาจยืนมองต่อไปได้...คิมมินโฮดันซึงมีออก

"พอ เถอะครับ...พี่ว่าซึงมีกลับไปรอที่บ้านพี่ก่อนดีมั้ย"

ซึงมีจะโวยวาย ว่าเขาไล่เธอทั้งที่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิมมินโฮแก้ตัวว่าเขาเกรงจะเหนื่อยที่เดินทางมาไกล เสร็จงานแล้วเขาจะรีบกลับ คราวนี้เธออยากให้เขาทำอะไรเขายอมทุกอย่าง... ซึงมียื่นนิ้วก้อยออกมาให้เขาเกี่ยวสัญญา แล้วเต้นท่าสัญญาน่ารักๆที่คิมมินโฮต้องทำตามทั้งที่อาย เขากระซิบขอให้ยุนอาถ่วงเวลาซึงมีไว้ให้นานที่สุด ยุนอาเครียดต้องลำบากอีกแล้ว

ooooooo

เดินหน้าเครียดมาที่ ห้องพักครู ชุมพลเห็นนิจชิตา แล้วตกใจ  เพราะเมื่อเช้ายังเห็นสวยอยู่เลย  นิจชิตาตาขวางถามหาเอ็มอีวัน ชุมพลส่ายหน้า เธอจึงประกาศเรียกเอ็มอีวันให้มาพบเธอที่สนามบอล คิมมินโฮได้ยินเสียงรู้สึกถึงรังสีอำมหิต  ต้องรีบเร่งแต่งเป็นเอ็มอีวันไปหาเธอ

พอมาถึง เขาก็รีบถามว่ามีอะไรให้เขาทำ นิจชิตาจึงถาม "ก็ฉันเห็นนายหายไปกับผู้หญิงคนนั้นตั้งนาน"

"คุณเรียกผมทำไมเหรอ ครับ" คิมมินโฮพยายามทำหน้านิ่ง

"ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อย คือ...ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนที่มาหาเจ้านายเราน่ะเป็นใคร"

คิมมินโฮ มองนิจชิตาด้วยความแปลกใจ นิจชิตาพูดใหม่ว่า เธอแค่อยากรู้ว่าผู้หญิงมารยาทแย่คนนั้นเป็นใคร คิมมินโฮจึงบอกไปว่า...ซึงมีเป็นคู่หมั้นเจ้านายเขา นิจชิตาถึงกับอึ้ง...

ขณะ ที่ยุนอาให้คนขับรถขับวนไปมาจนซึงมีจับได้ว่าผ่านตรงนี้สามรอบแล้ว ยุนอาไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรจึงแถไปว่า "เอาอย่างงี้ไหมคะ เดี๋ยวดิฉันจะปล่อยคุณซึงมียืนรอข้างทางแล้วถ้าคุณซึงมีเห็นรถคันนี้วิ่ง ผ่านไป แสดงว่าดิฉันหลงทางจริงๆ"

"ฮื่อ...แล้วทำไมเพิ่งมาคิดได้ จอดสิ...เอะ!...นี่คิดว่าฉันโง่รึไง แล้วถ้าเธอไม่หลง ฉันไม่ต้องยืนรอตรงนี้จนตายหรือไง" ซึงมีสั่งคนรถให้เลี้ยวไปอีกทาง ยุนอาคิดวิธีรั้งเธอไว้...

แม้จะแปลกใจที่วันนี้นิจชิตาปล่อยให้กลับ บ้านได้ คิมมินโฮรีบเปลี่ยนชุดเป็นคนรีบกลับไปรับหน้าซึงมี ระหว่างทางที่วิ่งกลับ เขาจึงโทร.ไปหาคิมยองมิน

"ทำไมพ่อไม่บอกผม ก่อนว่าซึงมีจะมา"

"เอ้าไอ้นี่...แล้วหมาตัวไหนที่มันไม่รับสายฉัน เมื่อวาน"

"ประเด็นมันไม่อยู่ตรงนั้นพ่อ นี่งานผมกำลังราบรื่น พ่ออยากให้ทุกอย่างพังเพราะซึงมีหรือไง" คิมมินโฮจะบอกให้ซึงมีกลับเกาหลี

"แก จะทำอะไรก็เรื่องของแก แล้วอีกอย่าง ฉันอยากให้แกหยุดเรื่องซื้อที่เอาไว้ก่อน"

"หยุด? หมายความว่ายังไงพ่อ"

"ตอนนี้ฉันกำลังรอการยืนยันข้อมูลบางอย่าง ระหว่างนี้แกก็อยู่นิ่งๆ อย่าเพิ่งทำอะไรก็แล้วกัน" คิมมินโฮงงแต่คิมยองมินบอกว่าเขายังบอกอะไรไม่ได้

วางสาย คิมมินโฮก็รีบโบกรถกลับบ้าน ขณะที่ยุนอาพาซึงมีไปไหว้พระที่วัด ซึงมีโวยวายจะกลับไปหาคิมมินโฮที่บ้าน ยุนอาพยายามเอาน้ำมนต์มาพรมให้ซึงมี ทำให้เครื่องสำอางบนหน้าเธอเลอะ ยุนอาหวังดีจะเอาน้ำมนต์ล้างให้ แต่ซึงมีปัดแล้วลื่นล้ม ทำให้ยุนอาคะมำไปด้วย น้ำมนต์ในขันจึงราดหัวซึงมีเต็มเปา

คิมมินโฮกลับถึงบ้านไม่ทันไร รถก็เข้ามาจอด ซึงมีลงมาในสภาพหน้าตาเลอะเทอะ

"ซึงมี...เกิดอะไรขึ้น ครับ" คิมมินโฮตกใจ

"ถามเลขาฯแอ๊บแบ๊วของพี่มินโฮดูสิคะ"

"เอ่อ...คือ ดิฉันเห็นว่าคุณซึงมีเพิ่งมาถึงเมืองไทยก็เลยพาไปไหว้พระให้เป็นสิริมงคล แต่พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ"

คิมมินโฮรู้ว่ายุนอาช่วยถ่วงเวลา ให้เขา ซึงมีโวยวายไม่ยอมจะให้เขาไล่ยุนอาออก คิมมินโฮอึ้งไปสักพัก พอซึงมีขู่ว่าจะฟ้องพ่อ ให้พ่อโทร.บอกคิมยองมิน เขาจึงพูดขึ้นว่าตกลงเขาไล่ยุนอาออก ยุนอาหน้าเจื่อนตกใจ

"แค่นี้มัน ยังน้อยไปที่เธอทำกับซึงมี ตามฉันมานี่"

คิมมินโฮให้ยุนอาตามเขาเข้า ไปในห้องทำงานเพื่ออบรมก่อนที่จะออกไปทำงานที่อื่น ซึงมียิ้มสะใจ พอหลบมาคุยกันสองคน คิมมินโฮก็บอกยุนอาว่าเขาแกล้งพูด ขอให้เธอทำตามแผนของเขาเพราะเขาไม่อยากมีปัญหากับพ่อ คิมมินโฮคิดว่าจะให้เธอไปพักที่ไหนก่อน แต่ยุนอากลับบอกว่าเธอมีที่พักแล้ว...

เย็นวันนั้น ซึงมีชวนคิมมินโฮออกมาทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง เผอิญเป็นร้านเดียวกับที่ภูชิตพานิจชิตามาต้อนรับผู้ตรวจราชการ พอผู้ตรวจราชการอ่านเอกสารแล้วพยักหน้าอย่างพอใจก็ลากลับทันที นิจชิตาเห็นอย่างนั้นก็จะยกเลิกอาหารที่สั่ง ภูชิตห้ามไว้เพราะเป็นโอกาสของเขา ทันใด คิมมินโฮกับซึงมีเดินควงกันเข้ามาในร้าน

"อ้าว...คุณคนเมื่อเช้านี่ เจอกันอีกแล้วนะคะ" ซึงมีทักนิจชิตา

ภูชิตกับคิมมินโฮทักทายกัน นิจชิตาขวางหูขวางตา จึงแกล้งจับแขนภูชิตแนะนำให้ซึงมีรู้จัก คิมมินโฮไม่พอใจ พอดีบริกรเข้ามาพูดอย่างนอบน้อมว่าโต๊ะเต็มต้องรอสักครู่ คิมมินโฮจึงบอกว่าไม่เป็นไร เขาจะนั่งกับเพื่อน แล้วมองนิจชิตาอย่างท้าทาย...อาหารถูกสั่งมาวางเต็มโต๊ะ ภูชิตแปลกใจที่นิจชิตาพูดจาหวานกับเขา แต่มักจะพูดจิกกัดกับคิมมินโฮ ต่างแกล้งตักอาหารให้คู่ของตนยั่ว

"ทานนี่สิครับ แสร้งว่ากุ้ง เอ...ปลัดพอจะรู้มั้ยครับว่าทำไมเค้าถึงตั้งชื่อแบบนี้ หรือว่ากุ้งมันชอบเสแสร้งครับ"

"คงไม่ใช่หรอกค่ะ กุ้งมันคงเสแสร้งไม่เป็น แต่ถ้าคนก็ไม่แน่นะคะ คุณคิมเคยเจอคนที่เสแสร้งมั้ยคะ อยู่กับเราก็พูดอย่าง อยู่กับคนอื่นก็พูดอีกอย่าง"

"มีคนอย่างนั้นด้วยเหรอครับ เอ...ลองทานนี่ดูนะครับ อาหารจานโปรดของคุณนิจเขาเลยนะครับ...ผัดสะตอ" คิมมินโฮตักให้ซึงมี

นิจชิตาเหลืออดลุกพรวดขึ้นขอตัวไปห้องน้ำ คิมมินโฮเป็นห่วงแต่ทำยิ้มเหมือนไม่รู้สึกอะไร...นิจชิตาเข้ามาในห้องน้ำก็ ระบายอารมณ์ด้วยการเปิดน้ำล้างมือแรงๆ โมโหความรู้สึกตัวเอง ในขณะที่โต๊ะ ซึงมีถามว่าท่าทางคิมมินโฮกับนิจชิตาจะสนิทกัน ภูชิตก็รู้สึกจึงถาม

"แต่ ผมว่ามันแปลกๆนะครับ คุณคิมกับนิจมีอะไรกันรึเปล่าครับ"

"จะมีอะไร ครับ ที่ผมพูดไปก็แค่อธิบายเรื่องอาหารให้ ซึงมีเขาฟังเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอกครับ เฮ้อ...อิ่มจังเลย อืม...ผมขอตัวแป๊บนึงนะ"

"ไป ไหนคะ"

"คือ...คือ...ไปห้องน้ำน่ะครับ สงสัยจะทานเยอะเกินไป" คิมมินโฮรีบปรี่ไปห้องน้ำ

ยืนลังเลหน้าห้องน้ำหญิงสักพักจนแน่ใจว่า คนออกหมดจึงเข้าไปดู ไม่เห็นนิจชิตา เขาแปลกใจว่าไปไหน แต่พอเข้ามาในห้องน้ำชายก็เจอเธอถูมือหงุดหงิดอยู่ คิมมินโฮร้อง เฮ้ย...

"นาย! เข้ามาได้ยังไง นี่มันห้องน้ำหญิงนะ"

"ห้องน้ำหญิงอะไร ดูดีๆสิ"

นิจ ชิตาชะงักมองไปรอบๆเห็นโถปัสสาวะชายก็หน้าแตก "เออ...แล้วทำไมก็แค่เข้าผิด"

เธอ จะเดินออก แต่คิมมินโฮคว้าแขนเธอไว้ "เธอเป็นอะไรของเธอ หา...โกรธอะไรฉัน"

"จะ สนใจทำไม นายสนคนของนายเถอะ...ปล่อย"

"ไม่...ผมอยากคุยให้รู้เรื่อง"

"จะ บ้าเหรอไง นี่มันห้องน้ำชายนะ เกิดใครเข้ามาเห็นจะว่าไง"

ไม่ทันไร เสียงเฮฮาของผู้ชายเดินตรงมา คิมมินโฮดึงเธอหลบเข้าห้องน้ำเล็กแล้วกอดเธอไว้ ทำปากให้เธอเงียบเสียง... พอเสียงคนออกไปหมด นิจชิตาก็ผลักคิมมินโฮออก แล้วเดินจะออกจากห้องน้ำ คิมมินโฮรีบโผล่หน้าออกไปดูก่อน พลันต้องตกใจเมื่อเห็นภูชิตเดินมา เขาต้องดึงเธอกลับเข้าห้องน้ำเล็กอีกครั้ง

ภูชิตเข้ามาเห็นห้องน้ำ เล็กปิดอยู่ห้องเดียวจึงร้องเรียกคิมมินโฮ คิมมินโฮตอบรับ นิจชิตากระซิบว่าพูดทำไม คิมมินโฮกระซิบตอบว่า "ผมบอกพวกเขาว่า ผมมาเข้าห้องน้ำ ถ้าปลัดเขาไม่เห็นผมอยู่ในนี้ ไม่แย่กว่าเหรอคุณ"

ภู ชิตเรียกคิมมินโฮอีกครั้ง เขาจึงตอบไปว่าอาหารไทยออกฤทธิ์ช่วยบอกซึงมีด้วยว่าไม่ต้องห่วง ภูชิตกำลังจะกลับออกไปแต่อดมองความหล่อในกระจกไม่ได้ จึงหันมาส่องดู พลันเห็นเงาใต้ประตูห้องน้ำมีขาผู้หญิงอยู่กับคิมมินโฮ "นั่นขาใครครับ!"

คิม มินโฮตกใจอุ้มนิจชิตาขึ้นขณะที่ภูชิตกำลังก้มมอง จึงไม่เห็นอีกแต่ยังสงสัย จึงถามอีกครั้งว่าขาใคร คิมมินโฮทำเป็นอารมณ์เสีย "ปลัดภูชิต...ผมไม่รู้ว่ามารยาทของคนที่นี่เป็นยังไง แต่ตอนนี้ผมกำลังทำธุระส่วนตัว ปลัดเข้าใจคำว่าธุระส่วนตัวมั้ยครับ"

ภู ชิตหน้าเจื่อนรีบกลับออกไป นิจชิตาจ้องหน้าคิมมินโฮ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกันมากจนรู้สึกวาบหวิว คิมมินโฮรีบปล่อยเธอแล้วทำเป็นถอนใจโล่งอก นิจชิตาเคือง

"เกือบไป อะไร...ที่จริงไม่เห็นต้องหลบเลย"

คิมมินโฮบ่นว่าที่เขาทำแบบนี้ เพราะกลัวภูชิตเข้าใจผิด นิจชิตาย้อนว่ากลัวคู่หมั้นตัวเองมากกว่า นิจชิตาจะเดินออกไป เขาคว้ามือเธอไว้ "เดี๋ยวก่อน...คุณเป็นอะไรของคุณ ที่ผมทำอย่างนี้ เพราะผมเป็นห่วงคุณนะ"

นิจชิตาชะงักสบตาคิมมินโฮ "เอ่อ...คือ...ผมหมายความว่า..."

พอดีมีคนเดินมาเข้าห้องน้ำ นิจชิตาจึงรีบเดินออกไป คิมมินโฮเจ็บใจตัวเองที่พูดออกไป พอต่างแยกย้ายกลับ ซึงมีคุยจ้อชอบใจอาหารไทยถึงขนาดอยากไปเปิดร้อนที่เกาหลี แล้วจ้างพ่อครัวคนไทย ผู้จัดการคนไทย "...หรือบางทีเราน่าจะจ้าง ครูนิจก็ได้นะคะ"

คิมมินโฮไม่ได้ตั้งใจฟังใจลอยคิดถึงแต่นิจชิตา แต่ พอได้ยินซึงมีพูดว่า "ยัยครูนั่นจะได้เงินเดือนซักเท่าไหร่กันเชียว เราก็ให้มากกว่านิดหน่อย ขี้คร้านจะรีบรับข้อเสนอทันที"

คิมมินโฮ ลืมตัวตวาดด้วยความโกรธ "ซึงมี! ครูนิจเขาไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น"

"พี่ มินโฮเป็นอะไรคะ ทำไมต้องดุซึงมีด้วย"

คิมมินโฮชะงักรีบขอโทษแล้ว ถาม เธอพักที่ไหนเขาจะไปส่ง ซึงมีโวยทันทีว่าเธอเป็นคู่หมั้น คิมมินโฮอยู่ที่ไหนเธอจะอยู่ที่นั่น คิมมินโฮถึงกับอ้าปากหวอแย่แล้ว

ooooooo

มา ส่งนิจชิตาถึงบ้าน ภูชิตทำหน้าสงสัยไม่หายที่ทำไมรองเท้าและลักษณะขาของผู้หญิงที่อยู่กับคิม มินโฮในห้องน้ำช่างเหมือนของนิจชิตามาก

นิจชิตาสะดุ้ง "ทำไมคะ...ปลัดคิดว่านิจเป็นผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ"

"อุ๊ย...ไม่ใช่ อย่างนั้นครับ ผมรู้ว่านิจไม่ทำอย่างนั้นหรอกเพราะนิจน่ะมีผมอยู่ทั้งคน แต่ผมอยากรู้ว่าผู้หญิง

คนนั้นเป็นใคร ช่างไม่มียางอาย เข้าไปทำอะไรกันในนั้นได้"

นิจชิตาเคืองแก้ตัวว่า ผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่อยากทำแบบนั้น ทำไมไม่ว่าผู้ชายบ้าง ภูชิตจึงว่าคิมมินโฮที่ทำตัวน่าเกลียดทั้งที่มีซึงมีอยู่แล้วทั้งคน ทั้งสวยทั้งรวย นิจชิตาฟังแล้วเจ็บจี๊ด

"ใช่...ผู้หญิงคนนั้นมันไม่ ดี พอใจหรือยังคะ" นิจชิตาประชดแล้วปึงปังเดินไป ภูชิตคิดไปว่านิจชิตาคงหึงที่เขาชมซึงมี...

พยายามที่จะไม่ให้ซึงมี ไปพักที่บ้าน คิมมินโฮจึงทำเป็นชวนเธอ "เอ่อ...คือ พี่อยากมีคืนพิเศษสำหรับคืนแรกของเราที่เมืองไทย"

"บ้า พี่มินโฮเนี่ยอะไรก็ไม่รู้ เนี่ยดีนะที่ซึงมีเป็นคนที่พกชุดนอนติดตัวเอาไว้ตอลดเวลา"

"หือ...ชุด นอน อะไรครับ"

ซึงมีหยิบหมวกออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะสวมแล้วทำหน้าเซ็กซี่ให้ ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อ คิมมินโฮเห็นแบบนั้นก็ตกใจ "เฮ้ย! ทำอะไรน่ะครับ"

"เอ้า...ก็ซึงมี ใส่ชุดนอนแล้ว ก็จะถอดชุดอื่นออกไงคะ"

"ฮ้า! หมวกใบเดียวเนี่ยนะ"

ซึง มีส่งตาหวานเป็นนัยๆ คิมมินโฮรีบอธิบายว่าเขาหมายถึงจะพาเธอมานั่งดูดาวริมทุ่ง ซึงมีร้องอ้าว...คิมมินโฮไม่รอช้าดึงเธอมานั่งทันที แต่ตลอดเวลาที่นั่งดูดาว คิมมินโฮคิดถึงแต่นิจชิตา ขณะที่นิจชิตาก็ครุ่นคิดถึงคำพูดของเขาที่ว่า... เขาเป็นห่วงเธอ...หมายความว่าอย่างไร

จนเช้า ซึงมีหลับอยู่ใบหน้าและตามตัวมีจุดแดงเต็มไปหมด พอพลิกตัวก็กลิ้งหลุนๆลงจากเนินหล่นโครมไปในโคลน เธอทะลึ่งพรวดขึ้นมาร้องเรียกคิมมินโฮ แต่พอมองขึ้นไปไม่พบรถของเขาจอดอยู่ จึงร้องกรี๊ดลั่นทุ่ง...

หน้าบ้านชุมพล เขานั่งห่มผ้าอยู่จนเช้า ไม่ได้หลับได้นอนเพราะเมื่อคืน ยุนอามาขออยู่ด้วย เธอไม่รู้ว่าธรรมเนียมคนไทยถือเรื่องหญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ไม่อยากให้เธอเสียหายจึงออกมานั่งหน้าบ้าน ตอนแรกยุนอาเข้าใจว่าเขาไม่พอใจจึงจะย้ายออกไป แต่พอรู้เหตุผลก็ยิ่งประทับใจในตัวเขามากขึ้น... พลัน คิมมินโฮโทร.เรียกแต่เช้าให้ไปช่วยซึงมี เขาพาเธอไปโรงพยาบาลเพราะหน้าตาเนื้อตัวลายจากโดนยุงกัด ซึงมีร้องห่ม ร้องไห้หาว่าคิมมินโฮทิ้งเธอ

"พี่ไม่ได้ทิ้ง คือพี่เห็นว่าซึงมีกำลังหลับสบายพี่เลยไม่อยากปลุก...ไม่เคยได้ยินเหรอครับ ว่า ถ้าเรานอนไม่ครบแปดชั่วโมงจะทำให้ผิวพรรณของเราไม่สดใส ไม่เปล่งปลั่ง พี่กลัวว่าซึงมีของพี่จะไม่สวย ก็เลยไม่กล้าปลุกน่ะครับ"

ซึงมีอ่อน ลงทันที ยุนอาโผล่เข้ามา ซึงมีโมโหที่ยังเห็นยุนอาอยู่ คิมมินโฮรีบแก้ตัวว่า "ใจเย็นๆนะซึงมี คือพี่เห็นยุนอาเขาเป็นผู้หญิงเหมือนกัน น่าจะช่วยซึงมีเรื่องผื่นแดงพวกนี้ได้"

ยุนอารีบบอกว่าเธอได้ติดต่อ หมอศัลยกรรมที่ดีที่สุดของจังหวัดไว้ คิมมินโฮจึงขอตัวไปทำงาน ซึงมีจะไม่ยอม ยุนอาต้องกันซึงมีไว้และปลอบว่าหมอรออยู่...

นิจชิตา มาโรงเรียนแต่เช้า หวังจะเจอเอ็มอีวัน แต่กลับต้องเจอภูชิตที่มาขอโทษเธอ โดยพาหลวงพ่อมาด้วยองค์หนึ่ง "ผมคิดแล้วว่านิจต้องไม่หายโกรธผมแน่ๆ ผมจึงต้องทำให้นิจเชื่อ"

"เฮ้ย! นมัสการค่ะ ปลัดนิมนต์ท่านมาทำไม" นิจชิตายกมือไหว้พระ

"เพื่อให้ท่านเป็นสักขีพยานในคำสัญญาของผม...ผม ปลัดภูชิตขอสาบานต่อหน้าองค์พระปฏิมา" ภูชิตนั่งพนมมือ

"อาตมา ไม่ใช่พระประธานนะโยม" หลวงพ่อแย้ง

"เอ่อ...ขอโทษครับ ผมขอสาบานต่อหน้าหลวงพ่อว่าต่อแต่นี้ ผมจะไม่ทำให้นิจหึงผมอีกเป็นอันขาด"

นิจ ชิตาหันขวับมาถามว่าเธอไปหึงเขาตอนไหน ภูชิต บอกว่าเมื่อคืนที่เขาพูดถึงซึงมี นิจชิตากุมขมับยกมือไหว้

หลวงพ่อ แล้วเดินไป ภูชิตยังนั่งพนมมือสาบานต่อ หลวงพ่อจึงบอกให้เขาพูดยาวไปเรื่อยๆเอาให้จุใจ "ยาวไปเลยโยม...ยาวไปเลย..."

นิจ ชิตาเดินหงุดหงิดกังวลว่าคิมมินโฮคงไม่คิดว่าเธอหึงเหมือนภูชิต คิมมินโฮเดินสวนมาได้ยินจึงถามคิดอะไรเหรอ... นิจชิตาตกใจเมื่อเห็นเอ็มอีวันชะโงกหน้าเข้ามาถาม

ooooooo
ตอนที่ 8

พอเห็นว่าเป็นเอ็มอีวันไม่ใช่คิมมินโฮ นิจชิตาก็โล่งอก แต่ก็อดมองหาไม่ได้ เธอถามว่าเจ้านายไม่มาด้วยหรือ เอ็มอีวันตอบว่าเจ้านายกลับไปแล้วมีอะไรหรือเปล่า นิจชิตาส่ายหน้าไม่มีอะไร คิมมินโฮในชุดเอ็มอีวันทนไม่ไหวตัดสินใจถามเอง

"คุณนิจครับ...คือ เจ้านายผมท่านอยากรู้ว่าคุณคิดอะไรกับคำพูดของท่านเมื่อคืนหรือเปล่าครับ"

"อะไร นะ...นี่นายนั่นเล่าเรื่องเมื่อวานให้นายฟังด้วยเหรอ"

"ใช่ ครับ...ท่านเป็นกังวลมาจึงให้ผมมาถามความรู้สึกคุณครับ"

นิจชิตา เคืองจึงบอกไปว่าอยากรู้ให้เขามาถามเอง แล้วรีบเดินหนีเพราะกลัวเอ็มอีวันจับความรู้สึกเธอได้ คิมมินโฮบ่นคนเดียวว่าเธอเรื่องมาก

ชั่วโมงเรียนนี้เป็นการนั่งสมาธิ มีหลวงพ่อมาสอนเด็กๆ นิจชิตาร่วมปฏิบัติด้วย เอ็มอีวันนั่งอยู่ด้วย แต่เขาคอยกระซิบถามนิจชิตาให้ตอบ แต่เธอทำเสียงจุ๊ๆให้เงียบ หลวงพ่อได้ยินเข้ามาถามว่ามีอะไร นิจชิตาไม่ได้ลืมตามองจึงทำเสียงจุ๊ๆอีก แต่พอนึกได้ลืมตาขึ้นมาต้องสะดุ้ง

"อุ๊ย...หลวงพ่อ ไม่มีอะไรค่ะ" นิจชิตาหันไปมอง เอ็มอีวันเห็นหลับตานิ่งก็ทำปากยี้ใส่

ไม่ว่านิจชิ ตาจะทำอะไร หรือกำลังสอนลูกเสืออยู่ เอ็มอีวันก็พยายามถามให้เธอตอบ เธอจึงเอาเชือกผูกคอเขาหายใจแทบไม่ออก...หมดชั่วโมง นิจชิตาให้นักเรียนเข้าแถว

"เอาล่ะ ก่อนที่ครูจะปล่อยให้กลับบ้านวันนี้ ทุกคนลืมหรือยังว่าพรุ่งนี้เราต้องไปทำอะไรกัน"

นักเรียนตอบพร้อมกัน ว่า...เข้าค่าย... "ไหน มีใครไม่อยากไปยกมือขึ้น"

เอ็มอีวันยกมือ เพียงคนเดียว นิจชิตาจึงบอกว่าถ้าไม่ไปเธอไม่ให้ผ่านเกณฑ์ทดสอบ ไม่ต้องมาอ้างว่าเป็นหุ่นยนต์ เอ็มอีวันจึงเอามือลง เด็กๆกลับไปหมด เขาจึงถามเธออีกครั้ง

"แล้วคำตอบเรื่องที่เจ้านายผมอยากรู้ คุณจะว่ายังไงครับ"

"ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเจ้านายเธออยากรู้ก็ให้มาถาม ฉันเอง" นิจชิตาพูดจบ เดินไป

"อยากให้ฉันถามเองใช่มั้ย" คิมมินโฮเข่นเขี้ยว...

พอนิจชิตากำลังติดเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ของเธอ จะกลับ คิมมินโฮตัวตนจริงเดินเข้ามาดึงกุญแจรถเธอ "จะรีบกลับไปไหนละคุณ"

นิจ ชิตาใจหายวาบเมื่อเห็นคิมมินโฮ เสียงสั่นถามว่ามาทำไม "ก็คุณบอกเอ็มอีวันไม่ไช่เหรอว่าถ้าผมอยากได้ คำตอบจากคุณก็ให้มาถามคุณเอง"

"ฮ้า! หน็อย...หุ่นสองหัวจริงๆเลย"

คิมมินโฮพูดขึ้นว่าเขาแค่อยากอธิบายคำ พูดของเขาเมื่อคืน นิจชิตาใจเต้นตึกตักเหมือนกำลังถูกขอแต่งงาน แต่แล้วต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขาพูดว่า "หวังว่าคุณคงไม่คิดอะไร"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า...นายคิดว่าฉันคิดอะไร อย่าบอกนะว่านายคิดว่าฉันหึงนายกับคู่หมั้นของนาย"

"หึง?...ผมยังไม่ ได้พูดเลยว่าคุณหึงผม"

นิจชิตาหน้าเสียที่หลุดปากออกไป เฉไฉว่าไม่มีอะไรแล้วเธอจะกลับ คิมมินโฮดึงกุญแจรถไว้ "เฮ้ย...ทำอะไรของนาย"

"หมายความว่าไงที่คุณหึงผม"

นิจชิตา ไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงแย่งกุญแจคืน คิมมินโฮ ชูไว้ทำให้เธอต้องเข้าประชิดเขย่งคว้า...ระหว่างนั้น ซึงมีแอบหนีออกจากโรงพยาบาล ก้มหน้าก้มตาสวมหมวกไอ้โม่งปิดผื่นแดงบนหน้ามาที่โรงเรียนเพื่อหาคิมมินโฮ เทิดถืออุปกรณ์ทำความสะอาดมาเห็นเธอทำลับๆล่อๆก็เข้าใจว่าเป็นขโมยจึงไปหา ไม้มาจับขโมย...ซึ่งมีเดินมาเห็นคิมมินโฮเหมือนกอดนิจชิตาอยู่

"พี่ มินโฮ! แล้วนี่มาทำอะไรกับยัยครูนั่น" ซึงมีพยายาม เพ่งมอง ไม่อยากเชื่อ

นิจ ชิตารู้สึกตัวว่าใกล้ชิดคิมมินโฮเกินไปก็ชะงัก ทั้งสองสบตากันนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พอดีได้ยินเสียงร้องกรี๊ดของซึงมีเพราะถูกเทิดตีด้วยไม้ ก็ผงะออกจากกันวิ่งมาดู

"โด่เอ้ย...คิดจะปล้นก็ต้องโดนอย่างนี้แหละ" เทิดปัดไม้ปัดมือมองซึงมีซึ่งสลบอยู่

นิจชิตากับคิมมินโฮเข้ามาถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้เรื่องจากเทิดมองไปก็ต้องตกใจ คิมมินโฮปรี่เข้าอุ้มซึงมีวิ่งออกไป นิจชิตาเห็นภาพคิมมินโฮห่วงใยซึงมีขนาดนั้นก็เจ็บจี๊ดในใจ

"มีอะไร ครับครู...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครครับ" เทิดงงถาม

นิจชิตาบอกเทิดด้วย น้ำเสียงสั่นว่า คู่หมั้นของคิมมินโฮ

ooooooo

ฟื้นขึ้นมาที่ โรงพยาบาล   ซึงมีก็โวยวายที่

คิมมินโฮจูบนิจชิตา ยุนอาตาโตหันมองคิมมินโฮ เขาสะดุ้งรีบแก้ตัว "ไม่ใช่นะครับ พี่ไม่ได้จูบ คือ...คือ..."

ยุนอาเห็นคิมมินโฮหันมามองแบบขอความช่วยเหลือจึงหาย ตะลึง "เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ หรืออาจจะเป็นเพราะมุมที่คุณซึงมียืนอยู่เลยเห็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ...แบบ นี้ไงคะ"

ยุนอาทำท่ายืนซ้อนคิมมินโฮให้ซึงมีดูว่าอาจจะอยู่มุมแบบ นี้ ซึงมียอมเชื่อ "งั้นก็แล้วไปค่ะ แต่ถ้าจะให้ซึงมีหายโกรธจริงๆ พี่มินโฮจะต้องอยู่ที่โรงพยาบาลกับซึงมีด้วย"

คิมมินโฮสะดุ้งโหยง รีบบอกซึงมีว่าไม่ได้เพราะเขาต้องไปธุระที่กรุงเทพฯสองสามวัน เป็นธุระสำคัญมาก แต่เขาจะให้ยุนอามาคอยดูแลเธอ ซึงมียอมเชื่อแต่ขอให้เขามีอะไรให้เธอไว้ดูต่างหน้า คิมมินโฮชะงักกลัวเธอขอเอ็มอีวัน... แต่แล้วก็โล่งใจ เมื่อสิ่งที่ซึงมีขอคือถุงเท้า

เดินทางมาถึงค่าย ลุงปุ่นและนิจชิตาพูดถึงกฎระเบียบต่างๆที่นักเรียนพึงกระทำ คิมมินโฮอยู่ในชุดเอ็มอีวัน ยืนชำเลืองมองนิจชิตาที่ดูท่าทางหงุดหงิด ระหว่างวันเด็กๆทำกิจกรรมเข้าค่ายทุกอย่าง...ตกเย็นเมื่อนิจชิตาอยู่คนเดียว ความคิดถึงคิมมินโฮก็แวบเข้ามา ภาพที่เธอแย่งกุญแจรถกับเขาจนใกล้ชิดแทบจะหน้าชนกัน ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมา แต่ไม่ทันไรภาพคิมมินโฮอุ้มซึงมีที่โดนเทิดตีจนสลบ ดูเขาห่วงใยซึงมีมากก็เข้ามาแทรก ทำให้เธอเรียกสติคืนมา บ่นกับตัวเอง

ทำไม ต้องไปคิดถึงเขา...ทันใด มีเสียงคนคุยกันดังเข้ามา เธอจึงหันมองตามเสียง

ข้างๆ ค่ายลูกเสือ ซึงมีกำลังโวยวายคิมมินโฮที่หลอกเธอว่าไปกรุงเทพฯ แต่ทำไมมาอยู่ที่ค่ายลูกเสือ คิมมินโฮแก้ตัวว่าเขาแค่มาดูการปฏิบัติการของเอ็มอีวันก่อนจะไปกรุงเทพฯ นิจชิตาเดินถือไฟฉายส่องมา พอเห็นว่าเป็นคิมมินโฮก็ตกใจ "นาย! นายมาทำอะไรที่นี่"

คิมมินโฮตกใจอ้าปากค้าง ซึงมียิ่งสงสัย "ไหนพี่มินโฮบอกว่าอยู่นี่ตั้งแต่เช้าแล้ว  แล้วทำไมยัยครูนี่พูดเหมือนพี่

มิ น โฮเพิ่งมาอย่างนั้นล่ะคะ"

ถึงกับนะจังงัง เพราะจุดไต้ตำตอเข้ากับนิจชิตา คิมมินโฮ พูดไม่ออก พอดีชุมพลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกนิจชิตาว่า นักเรียนมะลิกับเอกหายไป...นิจชิตากับคิมมินโฮรีบกลับมาที่ฐานพบครูต้อย กำลังร้องไห้เล่าเหตุการณ์ที่เธอทำโทษมะลิที่ไม่ยอมนอน ให้ยืนแค่สิบนาทีแต่กลับหายกันไป ซึงมีเริ่มรำคาญชวนคิมมินโฮกลับที่พัก นิจชิตาหมั่นไส้ให้คิมมินโฮพาคู่หมั้นกลับไปเสีย

"ไม่...ผมจะอยู่รอ จนกว่าจะเจอเอกกับมะลิ" คิมมินโฮบอกซึงมีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

ทุก คนรู้สึกชื่นชมคิมมินโฮโดยเฉพาะนิจชิตา...แต่ละคนแยกย้ายกันออกตามหา นิจชิตาไปกับต้อย ซึงมียังยื้อคิมมินโฮไว้ พอดีลุงปุ่นมาขอให้คิมมินโฮคอยประสานงานอยู่ ที่ฐาน ตัวแกจะออกไปตามหาเด็กๆ คิมมินโฮจึงอาสาไปเองและให้ยุนอาพาซึงมีกลับไป

สาเหตุที่มะลิกับเอก หายไปเพราะมะลิอยากเข้า

ห้องน้ำ แต่กลับโดนต้อยทำโทษเพราะคิดว่าไม่ยอมนอน แต่มะลิปวดปัสสาวะมาก  พอเห็นเอกจึงชวนไปเป็นเพื่อนหาห้องน้ำ แล้วพากันหลงทาง โชคดีที่ชุมพลตามมาเจอ พาเด็กทั้งสองกลับมา ทุกคนพากันกลับมาที่ฐานยกเว้นนิจชิตา ต้อยบอกว่านิจชิตาแยกไปอีกทาง คิมมินโฮอาสาไปตาม...นิจชิตายังคงเดินร้องเรียกมะลิกับเอก พอเห็นคิมมินโฮก็มึนตึงใส่ทันที "นาย...มาทำอะไร"

คิมมินโฮเห็นท่าที นิจชิตาจึงคิดแกล้งไม่บอกเรื่องเจอเด็กๆแล้ว และเดินตามตอแยเธอไปตลอด นิจชิตาหันมาถามว่าเขาจะตามหาทำไมไม่ใช่เอ็มอีวันที่หายไป

"เมื่อ ไหร่คุณจะเลิกมองผมในแง่ร้ายซะที"

"ก็เพราะว่านายมีเพียงแง่เดียวน่ะ สิ"

"งั้นที่คุณไม่ตอบคำถามเรื่องที่ผมขอเริ่มต้นใหม่กับคุณบน เขา...เพราะคุณคิดอย่างนี้ใช่มั้ย"

นิจชิตาชะงักไม่ตอบ เดินหนี คิมมินโฮจึงตามติด จนเธอทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นว่า ถ้าเขาคิดจะช่วยตามหาเพื่ออยากได้ยินคำสรรเสริญจากเธอก็อย่าหวัง คิมมินโฮจะบอกเรื่องเด็กๆจึงเปลี่ยนใจ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงเดินตามเธอต่อไป พลันเห็นธงแดงที่พื้นซึ่งหมายถึงที่ตรงนั้นอันตราย จึงร้องบอกให้เธอระวัง นิจชิตาคิดว่ามีงูจึงกระโดดกอดเขา คิมมินโฮแอบหัวเราะ พอเธอได้ยินยิ่งโกรธ "นายแกล้งฉันเหรอ..."

"ก็คุณไม่ยอมฟังผมนี่ ผมกำลังจะบอกให้คุณรู้ว่าถนนเส้นนี้เราเดินผ่านมาแล้ว"

นิจชิตาเกิด ทิฐิขึ้นมา "ฉันจะเดินของฉันทางนี้...ใครจะทำไม"

คิมมินโฮฉุนความ ดื้อดึงของนิจชิตาจึงคว้ามือเธอ "นี่คุณ...ทางมันมืดขนาดนี้ มะลิกับเอกคงไม่อยู่แถวนี้หรอก"

"นายรู้ได้ยังไง ปล่อยฉัน...ฉันไม่อยากเดือดร้อน

เกิดคู่หมั้นนายมาเห็น เดี๋ยวจะหาว่าฉันพิศวาสนาย"

เริ่มเหนื่อย คิมมินโฮคิดจะบอกความจริงว่าพบเด็กๆแล้ว แต่เผอิญเห็นแมงป่องที่ข้างเท้า คิมมินโฮจึงบอกอย่าขยับ แต่เธอไม่เชื่อเขาอีกแล้วทำท่าจะเดินต่อ คิมมินโฮจึงพุ่งเข้าดันตัวเธอออก แต่กลายเป็นว่าทั้งสองกลิ้งตกหุบเขาลงไป ทั้งสองนอนสลบอยู่เบื้องล่าง

ooooooo

ทุกคนเริ่มเป็นห่วงคิม มินโฮกับนิจชิตาที่หายไป ลุงปุ่นพยายามโทร.หาภูชิตเพื่อขอเจ้าหน้าที่มาช่วยหาแต่ติดต่อไม่ได้  จึงโทร.บอกปรางให้ไปดูภูชิตที่บ้าน ปรางจึงต้องมาปลุกภูชิต ทั้งสองทะเลาะกันตามเคยกว่าจะรู้เรื่องว่านิจชิตาหลงป่า

เวลาผ่านไป ภูชิตกับปรางมาถึงบริเวณที่นิจชิตาหายไป พบเจ้าหน้าที่อุทยานมาถึงแล้ว ภูชิตโอ้อวดปรางทันทีว่า แค่เขายกหูนิดเดียว เจ้าหน้าที่ก็พร้อมทำตามทำสั่ง ปรางหมั่นไส้

"เหรอ...ไม่ใช่เพราะคุณยุนอาเขาไปบอกว่าคุณคิม

คือ รองประธานบริษัทแอลอีที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยหรอกเหรอ"

ภูชิต หน้าแตก เจ้าหน้าที่เข้ามารายงานว่าพบไฟฉายของนิจชิตาตกอยู่ สงสัยจะตกลงไปบริเวณนี้ "ไม่ต้องห่วงนะครับ จากความสูงบริเวณนี้ถึงข้างล่างก็แค่สองสามร้อยเมตร"

"ความสูงขนาด นั้นไม่น่าจะเป็นอะไรใช่มั้ยคะ" ยุนอาถาม

"อาจถึงตายได้ครับ..." คำตอบเจ้าหน้าที่ทำให้ทุกคนหน้าเครียด แต่แล้วก็พูดอีกว่า สองคนอาจโชคดีรอดจากความสูงระดับนี้ได้ ทุกคนโล่งอก เจ้าหน้าที่คงลงไปช่วยได้ง่ายขึ้น

"ก็จะเจอพวกหมีควายเพราะข้างล่าง เป็นเขตพื้นที่หากินของมัน...แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ สองคนนั้นอาจไม่เจอกับหมีควาย"

"แล้วพวกเราก็ไปช่วยพวกเขาได้ทันใช่ มั้ย" ชุมพลถามบ้าง

"ก็เจอกับพวกงูพิษต่างๆ...แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ"

ลุง ปุ่นทนไม่ไหวแล้ว ปรี่จะเข้าชกเจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องดึงไว้ ยุนอาจึงขอให้เจ้าหน้าที่คอยแจ้งข่าวให้พวกเธอทุกระยะ เจ้าหน้าที่พากันเดินไป...

จนเช้า...นิจชิตารู้สึกตัวมองไปรอบๆ ว่าที่ไหน แล้วบ่นว่าคิมมินโฮหายไปไหน เสียงครางของคิมมินโฮดังขึ้น "โอย...ลงไปจากตัวผมได้หรือยังคุณ"

นิจชิตาตกใจเมื่อเห็นว่าเธออยู่ บนตัวคิมมินโฮ รีบลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัว คิมมินโฮลุกขึ้นมองไปรอบๆแล้วถามว่าที่ไหน นิจชิตาตอบว่า...เขาใหญ่...คิมมินโฮขอให้ตอบแคบลงมาหน่อย

"ป่า...อยู่ ใต้ต้นไม้...แคบพอหรือยัง"

"เมื่อไหร่คุณจะเลิกกวนผมซะที...แค่นี้ ยังแย่ไม่พอใช่มั้ย"

นิจชิตาแหวใส่ทันทีว่าเพราะเขาที่ทำให้เป็นแบบ นี้

คิมมินโฮเหนื่อยที่จะทะเลาะด้วย เขาค้นตามตัวหามือถือแต่ไม่เจอ สงสัยจะหล่นหายไปแล้ว...นิจชิตาไม่ยอมอยู่เฉยทำท่าจะออกตามหาเด็กๆต่อ คิมมินโฮจึงบอกความจริงว่าชุมพลเจอเด็กๆแล้ว

"ว่าไงนะ...นายล้อฉัน เล่นใช่มั้ย"

"ผมพูดจริงๆ...ผมกำลังจะบอกคุณ...แต่..."

"แต่ นายก็ไม่บอก...สนุกมากใช่มั้ย" นิจชิตาโกรธเดินโมโหไป

คิมมินโฮรีบ วิ่งตามขอโทษ นิจชิตาเดินจ้ำหนีจนเหยียบท่อนไม้ล้มลงขาแพลง คิมมินโฮรีบเข้าประคองแต่เธอขัดขืน เขาจึงอุ้มเธอขึ้น "ผมรู้ว่าคุณโกรธ ผมขอโทษ...แต่ที่มันเป็นอย่างนี้ เพราะคุณไม่ฟังผมเอง ผมกำลังจะบอกแต่คุณเอาแต่เดินหนี"

อึ้งไป นิจชิตายอมขี่หลังคิมมินโฮ แต่อดแขวะไม่ได้ว่าเดินดีๆไม่เป็นหรือ คิมมินโฮเคือง "ป่านะไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า ทางจะได้ราบเรียบโรยด้วยกลีบกุหลาบ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าผมจะคิดอะไรกับคุณ...ในป่าอย่างนี้ถ้าผมคิดจะทำอะไร จริงๆ คุณคิดว่าจะรอดไปได้หรือไง"

นิจชิตาโกรธทั้งถองทั้งทุบหลังเขา จนเขาต้องปล่อยเธอลง แถมเธอยังท้าให้ลองดู คิมมินโฮจึงย่างสามขุมเข้าหาทำหน้าตาหื่นสุดๆ นิจชิตากลัวถอยหนี "นี่...นายบ้าไปแล้วเหรอไง!"

คิมมินโฮเห็นเธอกลัวยิ่งแกล้ง "ใช่...ผมบ้า...บ้ากามซะด้วย ฮ่าๆๆ"

นิจชิตายิ่งตกใจเตะผ่าหมากคิมมิ นโฮจนหน้าเขียวล้มลง แล้วคว้าไม้หวดเสยคางจนเขาสลบเหมือดก่อนจะกะเผลกหนี...กว่าคิมมินโฮจะฟื้น นิจชิตาก็เริ่มรู้สึกเป็นห่วงว่าทำรุนแรงไปหรือเปล่า ลังเลว่าจะกลับไปดูเขาดีหรือไม่ พอดีคิมมินโฮฟื้นและเดินตามหาเธอ มาจ๊ะเอ๋กันเข้าต่างตกใจ "ตามฉันมาทำไม...ถ้านายยังไม่ลบความคิดชั่วๆออกจากหัวละก็ คราวนี้นายไม่ฟื้นแน่"

"สงสัยผมคงจะลบไม่ได้"

นิจชิตาคว้าไม้ จะหวดอีก คิมมินโฮรีบจับมือไว้ "ฟังผมก่อนสิคุณ ที่ผมบอกว่าลบไม่ได้เพราะผมไม่เคยมีความคิดที่จะทำอะไรคุณเลย แล้วผมจะลบออกไปได้ยังไง"

นิจชิตาเสียหลักจะล้ม คิมมินโฮจึงเข้าประคองให้นั่งแล้วดูข้อเท้าเธอ "ขาเจ็บอย่างนี้คิดจะเดินออกจากป่าคนเดียวหรือไง"

"ก็ยังดีกว่าอยู่ กับนาย"

"ไม่มีทางเลือกนี่...คุณอยากอยู่หรือไม่อยากอยู่ ยังไงตอนนี้คุณก็ต้องอยู่กับผมอยู่ดี ไป..." คิมมินโฮอุ้มนิจชิตาไปหาที่พัก เธอทั้งดิ้นทั้งทุบให้เขาปล่อยโวยวายลั่นป่า

ooooooo

กลับมา พักใต้ต้นไม้ใกล้ที่กลิ้งตกลงมา คิมมินโฮให้นิจชิตารอตรงนี้เขาจะไปหาของกิน เผื่อมีผลไม้ป่า นิจชิตาถามว่ารู้หรือว่าผลไม้ไหนกินได้ กินไม่ได้ คิมมินโฮตอบว่าไม่รู้ แต่เธอเป็นครูสอนลูกเสือก็น่าจะรู้ว่าอันไหนกินได้อันไหนกินไม่ได้...นิจชิ ตารู้สึกดีขึ้นที่คิมมินโฮเชื่อใจเธอ พอดีคิมมินโฮเห็นนกหวีดที่ห้อยคอเธอ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นหมดห่วง

"คุณมีนกหวีดก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรให้คุณเป่าดังๆ ไม่ว่าผมจะอยู่ไหนผมจะรีบกลับมาทันที"

บรรยากาศ เริ่มดีขึ้น...แต่พอเวลาผ่านไปนาน นิจชิตาเริ่มวังเวงนึกกลัวกับความเงียบสงัดจึงเป่านกหวีดขึ้นหลายที

คิมมิ นโฮถือผลไม้วิ่งหน้าตื่นออกมาจากราวป่า "เป็นอะไรคุณ!"

"เป็นไร...ไม่ ได้เป็นไรซะหน่อย" นิจชิตาทำหน้าตาย

"อ้าว...แล้วคุณเป่านกหวีดทำไม  ผมก็นึกว่าคุณเป็นอะไรซะอีก"

"ก็นายบอกว่าไปแป๊บเดียวนี่...แป๊บ เดียวของนายเหรอเนี่ย ไม่กลับมาชาติหน้าเลยล่ะ"

คิมมินโฮแอบขำแต่ก็ ดีใจที่เป็นห่วงเขา นิจชิตาเงื้อมือจะฟาด  คิมมินโฮขู่ถ้าตีเขาจะไม่ให้กินผลไม้   เธอจึงชะงัก...

ทั้งสองกินผล ไม้จนอิ่มแปล้ ต่างรู้สึกไว้ใจกันและกันมากขึ้น จากนั้นนิจชิตาก็จัดที่นอนแต่ไม่วายขีดเส้นแบ่งอาณาเขต

"นี่คุณยัง ไม่ไว้ใจผมอีกหรือไง...ผมบอกแล้วว่าถ้าผมจะทำอะไรคุณ ผมทำไปนานแล้ว"

"ถ้า นายทำอย่างนั้น นายก็ได้ตายไปนานแล้วเหมือนกัน" นิจชิตาตัดบทไม่ให้พูดอะไรแล้ววิ่งไปนอนที่ของเธอทั้งที่ใจเต้นตูมตามเพราะ ไม่เคยค้างคืนกับผู้ชาย

คิมมินโฮแอบขำ...กลางดึก  นิจชิตานอนไม่หลับ คิมมินโฮจึงชวนมาดูพระจันทร์ นิจชิตาถามว่าที่นี่กับเกาหลีไม่ เหมือนกันหรือ

"ที่ไม่เหมือนคงเป็นความรู้สึกมากกว่า คุณจะว่าผมมั้ยถ้าผมบอกว่า ตอนนี้ผมไม่อยากให้ใครมาช่วยเรา"

"ทำไม นายถึงคิดอย่างนั้น"

"ไม่รู้สิ  ผมอยู่ตอนนี้ผมไม่ต้องเป็นรองประธาน ไม่ต้องมีใครมาชี้นิ้วสั่ง ไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายให้คิด"

"ฉันคิด ว่านายอยากรีบกลับไปหากองเงินกองทองของนายซะอีก" นิจชิตาประหลาดใจ

คิมมิ นโฮว่านั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ นิจชิตาอึ้งไปสักพักก่อนจะเอ่ยปากขอโทษที่มองเขาผิดมาตลอด...คำพูดของนิจชิ ตาทำให้กำแพงความรู้สึกของทั้งสองพังทลายลง  คิมมินโฮยิ้มอย่างจริงใจและบอกให้เธอนอนเสีย เขาจะนั่งเฝ้าทั้งคืน ใจนิจชิตาเต้นไม่เป็นจังหวะยากจะข่มตานอน ผิดกับคิมมินโฮรู้สึกสบายใจที่พูดความรู้สึกออกไป...เวลาผ่านไป... นิจชิตาหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย  คิมมินโฮสัปหงกทำให้

ตื่นขึ้นมามอง ใบหน้านิจชิตาที่สะท้อนแสงจันทร์รู้สึกหลงใหลไม่รู้ตัว  พอเห็นเธอสั่นหนาวจึงถอดเสื้อเอาไปห่มให้  จู่ๆเธอก็ละเมอคว้ามือเขาไปแนบแก้มเพื่อความอบอุ่น  เขามองเธอด้วยสายตาเอ็นดู  เห็นเธอยังรู้สึกหนาว  ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงตัดสินใจกอดเธอ เธอกระเถิบเข้ากอดเขาอย่างโหยหาความอบอุ่น คิมมินโฮเองก็รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดที่กอดเธอจนเผลอหลับไป...

ooooooo
ตอนที่ 9

ฟ้าสว่างแสงส่องตาทำให้นิจชิตาลืมตาขึ้น รู้สึกว่าตัวเองมีใครมากอด พอตั้งสติมองเห็นคิมมินโฮนอนกอดเธออยู่ก็ตกใจผละตัวเองออกร้องลั่น "เฮ้ย! ไอ้คนชั่ว ไอ้บ้ากาม"

คิมมินโฮสะดุ้งเห็นนิจชิตากำลังเงื้อไม้จะฟาด เขา ก็พยายามปัดป้องวิ่งหนี แล้วอธิบายให้เธอเข้าใจว่าเธอเป็นคนกอดเขาเอง นิจชิตาชะงักไม่อยากเชื่อ แต่เผอิญได้กลิ่นควันไฟจึงถามเขาว่าได้กลิ่นไหม คิมมินโฮไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก แต่นิจชิตาว่าที่ไหนมีควันที่นั่นมีไฟ แสดงว่าต้องมีบ้านคนแถวนั้น

"แล้วคุณไม่คิดว่ามันเป็นไฟป่าหรือไง" คิมมินโฮไม่เห็นด้วย

"ถ้าเป็นไฟป่า ป่านนี้นายได้เห็นสัตว์แตกตื่นแล้ว ไปกันเถอะ"

คิมมินโฮแนะว่าให้รอ คนมาช่วยอยู่บริเวณนี้ เพราะมือถือของเขามีจีพีเอส ถ้าหล่นแถวนี้ต้องมีคนตามเขาเจอ แต่นิจชิตาดื้อดึงไม่ยอมนั่งรอนอนรอ คิมมินโฮเบื่อความรั้นของเธอ...นิจชิตาเดินมาได้สักระยะ หันกลับไปมองไม่เห็นคิมมินโฮตามมาก็น้อยใจ...ขณะที่คิมมินโฮนั่งชั่งใจว่าจะ ตามดีหรือไม่ แต่ด้วยความเป็นห่วงเขาจึงต้องตามเธอไป

ย้อยเก็บมือ ถือได้เอามาอวดลูกน้องที่กระท่อม นิจชิตาเดินมาถึงเห็นมีกระท่อมก็ดีใจเข้าไปขอความช่วยเหลือ...คิมมินโฮตามมา อีกทาง เผอิญสะดุดลังไม้ที่วางอยู่ จึงได้เห็นว่าในนั้นเป็นกัญชาอัดแท่งก็ตกใจมองไปที่กระท่อมว่าต้องเป็นพวก ค้ายาแน่ ในขณะที่นิจชิตาเผชิญหน้ากับพวกย้อยกำลังขอความช่วยเหลือ "ฉันหลงป่ามา พวกคุณช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่หรือช่วยไปแจ้งตำรวจบอกว่าฉันอยู่ที่นี่ได้ มั้ยคะ"

"คงจะไม่ได้...พี่ไม่ค่อยถูกกับตำรวจเท่าไหร่แล้วอีกอย่าง พี่ก็ไม่อยากให้ น้องออกไปด้วย"

นิจชิตาชะงัก ยิ่งเห็นสีหน้าหื่นของย้อยที่เดินเข้ามาใกล้ก็เริ่มเอะใจ...คิมมินโฮย่อง เข้ามาแอบมองในกระท่อม ต้องตกใจเมื่อนิจชิตาถูกปืนจ่อ เขาคิดหาวิธีช่วย มองไปเห็นกองไฟ...

ย้อยเชื่อว่านิจชิตาเป็นตำรวจปลอมตัวมา พยายามคาดคั้นให้ยอมรับ พลันได้กลิ่นไฟไหม้หันไปมองก็เห็นไฟไหม้ที่เก็บสินค้า ก็รีบลากตัวนิจชิตาออกมาด้วย "เฮ้ย...ไหม้ได้ไงวะ ตาย...พี่ฝ้ายเอากูตายแน่ แกมีพวกอยู่แถวนี้ใช่มั้ย"

นิจชิตานึกได้ว่าอาจเป็นฝีมือคิมมินโฮ แต่รีบปฏิเสธว่าเธอหลงป่ามาคนเดียว ย้อยกลัวฝ้ายซึ่งเป็นลูกพี่เล่นงานเรื่องสินค้าที่ไฟไหม้จึงคิดเอาตัวนิจชิ ตาไปรับผิด คินมินโฮได้ยินไม่รู้ว่าพวกมันจะพานิจชิตาไปไหนจึงตามไปหาทางช่วย...

ขณะ เดียวกัน ยุนอานึกได้ว่ามือถือของคิมมินโฮมีจีพีเอส จึงโทร.กลับไปหาคิมยองมินขอให้ช่วยใช้ดาวเทียมหาพิกัดของคิมมินโฮโดยยังไม่ บอกเหตุผลว่าทำไมคิมมินโฮถึงหลงป่า

พอย้อยพาตัวนิจชิตามาให้ฝ้ายที่ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นฐาน ผลิตยา และสร้างเรื่องว่าตำรวจบุกมาโจมตีพวกเขา เขาจับเธอมาเป็นตัวประกันจึงหนีมาได้ ฝ้ายเห็นหน้านิจชิตาก็ตกหลุมรักทันที

นิจ ชิตารีบแก้ตัวว่า "พี่อย่าไปฟังมัน ฉันไม่ใช่ตำรวจ ฉันหลงป่ามาขอให้พวกเขาช่วย แล้วของพี่ก็โดนพวกมันน่ะแหละเผาเองแล้วโยนความผิดให้กับฉัน"

ย้อย โมโหจะเล่นงาน แต่ฝ้ายกันไว้และท่าทางจะเชื่อ นิจชิตา "ถ้าพวกแกถูกตำรวจซุ่มโจมตีจริง แล้วทำไมไม่บาดเจ็บอะไรเลย"

ย้อย อึ้งแก้ตัวไม่ถูก ฝ้ายไล่ให้ทุกคนออกไป เขาจะอยู่ กับนิจชิตาสองต่อสอง พอย้อยกับลูกน้องออกไป คิมมินโฮย่องมาตีหัวย้อยแล้วลากไป เอาเสื้อผ้าย้อยมาสวม วิ่งเข้าไปขัดจังหวะในที่พักของฝ้ายร้องว่า "พวกตำรวจบุกเข้ามาพี่"

ฝ้ายตกใจกำลังจะวิ่งออกไปดู ย้อยวิ่งในสภาพกึ่งเปลือยเข้ามา "พี่ฝ้าย...ฉันถูกทำร้าย"

ย้อยชี้ไป ที่คิมมินโฮ ฝ้ายหันมาเล่นงานทันที...คิมมินโฮ ถูกซ้อมจนน่วมเพื่อให้ยอมรับว่าเป็นตำรวจ นิจชิตาร้องห้าม "อย่าทำเขา  ฉันบอกแล้วไงว่าพวกเราหลงป่ามาทำไมไม่เชื่อกันบ้าง"

ฝ้ายจึงหันมา สนใจนิจชิตาอีกครั้ง  เอามือลูบไล้ใบหน้าเธอ คิมมินโฮทนไม่ได้ร้องออกไป

"ทำ กับเมียชาวบ้านอย่างนี้ไม่อายบ้างหรือไง"

ฝ้ายชะงัก ถามว่าสองคนเป็นผัวเมียกันหรือ คิมมินโฮ รับว่าใช่  ขณะที่ใช้สายตาวอนนิจชิตาให้เออออไปด้วย  "คือฉันสองคนทะเลาะกันตอนมาเที่ยวค่ายลูกเสือ ฉันพยายามตามง้อเธอจนเราทั้งสองพลัดตกลงมาแล้วก็หลงป่า"

ฝ้ายเจ็บใจ คิมมินโฮพูดให้ฝ้ายละอายใจถ้ามายุ่งกับเมียคนอื่น ทั้งที่เป็นหัวหน้าต้องปกครองลูกน้องมากมาย จะทำให้ ขาดความนับถือ ฝ้ายอึ้ง สั่งจับสองคนไปขังไว้ก่อน...

สองคนถูกมัดมือผลักเข้ามาในห้อง นิจชิตาร้องให้ปล่อย คิมมินโฮเตือนให้เก็บแรงไว้ เธอจึงรีบเข้ามาดูเขาอย่างห่วงใย "นายเป็นไงบ้าง เจ็บหรือเปล่า..."

คิมมิ นโฮขอโทษเธอที่พูดไปว่าเธอเป็นเมีย นิจชิตาเข้าใจและขอโทษเขาเช่นกันที่ไม่เชื่อเขาตั้งแต่แรก คิมมินโฮรู้ว่าเธอใจเสียจึงปลอบใจว่าเขาจะต้องช่วยเธอออกไปจนได้ คำพูดของคิมมินโฮทำให้นิจชิตารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด

ooooooo

ฝ้าย เสียดายนิจชิตา จึงดื่มเหล้าดับอารมณ์ ย้อยมาพูดให้คิดว่าสองคนนั่นอาจจะหลอกว่าเป็นผัวเมียกัน จึงให้ทั้งคิมมินโฮและนิจชิตาออกมาแสดงให้เห็นว่าทั้งสองเป็นผัวเมียกันจริง คิมมินโฮเห็นท่าไม่ดีจึงมองหน้านิจชิตาว่าเขาต้องทำบางอย่าง เขายื่นหน้าไปใกล้เธอเพื่อจะจูบ แต่ยึกยักไม่กล้า ฝ้ายกับพวกมองอย่างลุ้นระทึก นิจชิตาเห็นท่าไม่ดีกลัวพวกมันสงสัยจึงโน้มคอคิมมินโฮมาจูบเสียเอง คิมมินโฮตาโตรู้สึกมีความสุขขึ้นมา นิจชิตาก็เช่นกัน

ทั้งสองจูบกัน อยู่นานจนฝ้ายทนไม่ไหว "พอๆ...ไอ้ย้อยเอาพวกมันไป"

ย้อยเอาปืนจี้ให้ ทั้งสองกลับไปที่คุมขัง...พออยู่ ตามลำพัง นิจชิตาก็หลบตาด้วยความอาย คิมมินโฮเอ่ยปากขอโทษ แต่นิจชิตากลับพูดว่า "ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่บังคับฝืนใจนาย"

"เปล่าเลย...ผมไม่ได้ฝืน ใจอะไรทั้งนั้น"...ทั้งสองสบตากันนิ่งเหมือนเผยความ ในใจ

ย้อยเดิน บ่นมาตามทางว่าถ้าไม่ติดลูกพี่เสร็จเขาแน่ ฝ้ายได้ยินตบหัวป้าบ เขาอยากมาดูว่าสองคนนั้นเป็นผัวเมียกัน จริงไหม...พอดีคิมมินโฮได้ยินเสียงคุยกันจึงแอบมอง รู้ว่าพวกฝ้ายคงไม่เชื่อ นิจชิตาตกใจจะทำอย่างไร คิมมินโฮจึงให้เธอทำตามที่เขาบอก

ขณะที่ ฝ้ายกับย้อยหาช่องแอบมองได้ยินสองคนส่งเสียงเร่าร้อนออกมา "โอ้ว...มันยอดมากเลย นั่น...อย่างนั้นแหละ"

"ดีมากค่ะที่รัก...คุณ ทำให้ฉันเร่าร้อนจนทนไม่ไหวแล้ว"

สองโจรอ้าปากค้าง แล้วยิ่งตกใจเมื่อได้ยินเสียงตึงตังออกมาจากกระท่อม...คิมมินโฮกับนิจชิตา ช่วยกันส่งเสียงและตบพื้นกระท่อมให้ดูสมจริง นิจชิตาเกิดความอายจนหยุดทำแต่คิมมินโฮขอให้ทำต่อไปจนฝ้ายทนไม่ไหว คิดได้ว่าถ้าอยากได้ตัวนิจชิตาโดยไม่ต้องแย่งคนอื่นมา ต้องฆ่าตัวสามีทิ้งเสีย ย้อยทึ่ง  "โห...เลวสุดยอด  ยิ่งกว่าแย่งเมียชาวบ้านอีกนะพี่ แต่ฉันชอบ"

ฝ้ายหัวเราะสะใจที่ พรุ่งนี้เขาจะได้มีเมียเสียที...และในคืนเดียวกัน ที่ค่ายลูกเสือ ซึงมีเดินฉายไฟมาเข้าห้องน้ำ เผอิญมีตุ๊กแกตกใส่จึงตกใจร้องกรี๊ดวิ่งออกมาสะดุดกระเป๋าของคิมมินโฮที่วาง หลบอยู่ ทุกคนออกมาเพราะเสียงร้องของซึงมี เธออยากรู้ว่าในกระเป๋ามีอะไร ยุนอาหน้าซีด

"ดิฉันไม่รู้จริงๆค่ะ ว่าข้างในกระเป๋าเป็นอะไร"

ซึง มีแว้ดใส่ยุนอาที่เป็นเลขาฯทำไมจะไม่รู้   ชุมพลกับปรางช่วยพูดว่าเลขาฯไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของเจ้านาย ซึงมียื้อจะเปิดให้ได้ ยุนอาห้ามว่าเปิดไม่ได้ ทั้งสองยื้อกระเป๋ากันไปมา พอดีมือถือยุนอาดังขึ้น เธอจึงปล่อยมือจากกระเป๋า ทำให้ซึงมีหงายหลังก้นจ้ำเบ้า

"ค่ะท่านประธาน  พบพิกัดมือถือของท่านรองแล้วเหรอคะ"

ทุกคนหันมาสนใจแล้วแจ้งเจ้า หน้าที่ แต่แล้วต้องทั้งดีใจและตกใจเพราะพิกัดที่ว่า "ข่าวดีก็คือ จากจุดตรงนี้กับที่ค่ายห่างกันหลายสิบกิโล...ถ้าพิกัดที่แจ้งมาถูกจริงก็ แสดงว่า ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่จึงสามารถเดินไปถึงจุดนี้ได้"

"แล้ว ข่าวร้ายละครับ" ภูชิตถาม

"บริเวณที่พิกัดนี่บอก คือฐานที่มั่นของขุนฝ้าย...พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่" ทุกคนตกใจ...

ขณะ เดียวกัน มือถือที่ย้อยก็มีแผนที่ปรากฏขึ้นมา ย้อยนั่งดื่มเหล้ากับลูกน้องอยู่เห็นตกใจ แต่คิดไปว่าเป็นเกมในมือถือ...นิจชิตากับคิมมินโฮยังไม่หลับ นิจชิตาใจเสียที่อีกไม่นานจะสว่างแล้วคงตายด้วยกัน จึงถามเขาว่า "ถ้านายรู้ว่านายจะต้องตาย...นายอยากทำอะไรก่อนตาย"

"ผมบอกแล้วไงว่า อย่าเพิ่งคิดอะไร  ตอนนี้ผมว่าคุณนอนก่อนเถอะ เก็บแรงเอาไว้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเจออะไรบ้าง" คิมมินโฮจะเฝ้ายามให้เธอนอน

"แต่ นายไม่ใช่เหล็กใช่หินนะ นายจะไม่นอนเลยเหรอไง"

คิมมินโฮชะงัก "ถ้าเผื่อพรุ่งนี้เราไม่โชคดีเหมือนวันนี้ อีก ผมมีบางอย่างที่อยากจะบอก"

"ไม่...นาย เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเราจะไม่เป็นอะไร แล้วทำไมถึงมาพูดอย่างนี้"

คิมมิ นโฮขอให้เขาได้พูด และกำลังจะสารภาพเรื่องเอ็มอีวัน พอดีย้อยโผล่พรวดเข้ามาท่าทางเมา เพื่อถามว่าเกมในมือถือนี้เล่นอย่างไร คิมมินโฮเห็นมือถือก็ดีใจรีบดึงมากดบางอย่างอย่างรวดเร็ว ย้อยถามว่าทำอะไร

"ก็...หา เกมให้พี่ไง พี่เข้าไปในนี้แล้วก็เลือกมาที่นี่ นี่ไง อยากจะเล่นอะไรก็แค่กดเลือก"

ย้อยรับมือถือเดินกลับไปเหมือนเด็กดีใจ ที่ได้ของเล่น คิมมินโฮหันมาบอกว่าพระเจ้าเข้าข้างเราแล้ว "ก็มือถือนั่นน่ะมันเป็นของผม เมื่อกี้ผมลองเช็กสัญญาณจีพีเอสดู มันยังทำงานอยู่"

"ถ้างั้นก็ต้องมีคนตามหาเราจากจีพีเอสใช่มั้ย" นิจชิตาดีใจ

"แต่เราต้องอยู่ให้ถึงจนกว่าจะมีคนมาช่วย" คิมมินโฮพยักหน้าให้ความหวังแก่เธอ...

กลางดึก...นิจชิตาแกล้งร้อง เรียกย้อยให้เข้ามาหาเธอ พยายามพูดว่าเธอชอบย้อย และโกหกว่าเป็นผัวเมียกับคิมมินโฮเพื่อหลอกฝ้าย เธออยากหนีไปอยู่กับย้อย ย้อยตาโตหลงดีใจรีบไขกุญแจประตูจะเข้าไปหานิจชิตา แต่แล้วกลับโดนคิมมินโฮหวดด้วยไม้ล้มตึงสลบเหมือด

คิมมินโฮจับมือนิจ ชิตาวิ่งมาตามทางในป่า เธอเหนื่อยหยุดหอบ ให้เขาปล่อยมือเธอแล้วหนีไปก่อน แต่เขาก็ให้กำลังใจและไม่ยอมทิ้งเธอ นิจชิตามองมือที่กุมมือเธอ ยิ้มอย่างรู้สึกดีที่กำลังก่อตัวเป็นความรักอย่างแน่ชัดแล้ว

เช้า มืด...ฝ้ายกับลูกน้องกลับมาเจอย้อยนอนสลบอยู่ก็ตกใจ สั่งทุกคนออกตามหา คิมมินโฮจับมือนิจชิตาวิ่งลงจากเขา ด้วยความเหนื่อยล้า นิจชิตาสะดุดล้ม คิมมินโฮรับร่างเธอไว้แล้วพากันกลิ้งลงมาเพราะความชัน เสียงร้องของนิจชิตาทำให้ฝ้าย กับพวกตามถูกทาง ไล่ยิงทั้งสองคนด้วยความโกรธ คิมมินโฮดึงนิจชิตาวิ่งหนีไม่คิดชีวิต...นิจชิตาหมดแรงล้มลง ฝ้ายกับพวกวิ่งมา

"คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ" ฝ้ายเล็งปืนมาที่ทั้งสองคน

คิมมินโฮเอาตัวบังนิจชิตา  และขอให้ฝ้ายปล่อยผู้หญิงไป นิจชิตาร้องลั่น "ไม่!!!..."

เสียงปืน ดังปังขึ้นหลายนัด  นิจชิตาลืมตาขึ้นมองคิมมินโฮด้วยความตกใจ  ทันใดร่างของฝ้ายกับลูกน้องก็ล้มลง ทุกคนโดนตำรวจยิงแค่บาดเจ็บและจับตัวไป คิมมินโฮบอกนิจชิตาว่า

"เรารอดแล้ว..."

นิจชิตาโผกอดคิมมินโฮ น้ำตาไหลพราก "บ้า...คนบ้า...ฉันนึกว่านายตายไปแล้ว"

คิมมินโฮอึ้ง ค่อยๆกอดเธอและลูบผมเธอปลอบประโลมให้หายตกใจ

ooooooo

ทุกคน ที่ค่ายกระวนกระวายเป็นห่วงคิมมินโฮกับนิจชิตา พอเจ้าหน้าที่พาทั้งสองคนกลับมา ซึงมีโผกอดคิมมินโฮ ภูชิตโผเข้าหานิจชิตาอย่างห่วงใย เจ้าหน้าที่แนะให้ทั้งสองไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาล ภูชิตรีบประคองนิจชิตาออกไป คิมมินโฮมองอย่างขัดใจ

ในห้องพักฟื้น คิมมินโฮนอนให้น้ำเกลือเพราะร่างกายอ่อนเพลีย ยุนอาจะรายงานข่าวสารที่ผ่านมา ซึงมีกลัวไม่ได้หน้ารีบบอกว่าเธอโทร.ขอให้คิมยองมินหาพิกัดของเขา และไม่ให้

ยุ นอาบอกสาเหตุที่เขาหลงป่า แล้วซึงมีก็ให้ยุนอาออกไปก่อนเธอจะคุยเรื่องสำคัญกับคิมมินโฮ

"เรื่อง สำคัญอะไรเหรอซึงมี"

"เราแต่งงานกันเถอะค่ะ" ซึงมีพูดโพล่งออกมาเพราะรู้ว่าเธอขาดเขาไม่ได้...

เวลาเดียวกัน ภูชิตก็ขอนิจชิตาแต่งงานเช่นกัน นิจชิตาตกใจรีบปฏิเสธ และขอตัวพักผ่อน ลุงปุ่นจึงให้ทุกคนกลับออกไป นิจชิตานอนพักในโรงพยาบาล แต่ใจเธอคิดถึงแต่คิมมินโฮ... ยุนอากลับมาที่ห้องพักคิมมินโฮ เพื่อบอกว่าเธอส่งซึงมีกลับโรงแรมแล้ว ท่าทางโกรธมากที่ถูกปฏิเสธการแต่งงาน เธอเกรงว่าจะมีปัญหากับท่านประธาน คิมมินโฮหันมาถามว่าอยากให้เขาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักหรือ...คิมมินโฮ คิดถึงตอนที่นิจชิตาโน้มคอเขามาจูบต่อหน้าโจร

กลางดึก นิจชิตาออกมายืนที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล เธอลองเอานกหวีดออกมาเป่าเบาๆแล้วหัวเราะ "ต่อให้เป่ายังไง นายก็คงไม่มาหรอก"

พูดจบนิจชิตาก็หันหลังจะเดินกลับห้อง พลันต้องชะงักเมื่อเจอคิมมินโฮยืนอยู่ เขาถามว่านอนไม่หลับเหมือนกันหรือ นิจชิตาหลบสายตาอึกอักกว่าจะตอบว่าใช่...คิมมินโฮชวนเธอดูพระจันทร์ว่าไม่ เหมือนตอนอยู่ในป่า

"ไม่น่าเชื่อว่าเราสองคนจะรอดมาได้" นิจชิตาเปรยขึ้นมา

"ตอนนั้นถ้าผมถูกยิงจริงๆคุณจะรู้สึกยังไง"

"เอ่อ...ดี ใจมั้ง" นิจชิตาตอบเฉไป

"ผมก็ดีใจเหมือนกัน ถ้าชีวิตผมสามารถปกป้องคุณเอาไว้ได้"

นิจชิตาอึ้งสบตาคิมมินโฮ เธอพยายามห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ให้ถลำไปไกลกว่านี้ จึงขอตัวไปนอน คิมมินโฮไม่กล้าพูดความรู้สึกตัวเองแต่ในใจเบ่งบาน ทั้งสองรู้สึกดีต่อกันมากขึ้น...

วันรุ่งขึ้น นิจชิตาเก็บของจะกลับบ้าน ภูชิตชวนให้อยู่ เที่ยวต่อ แต่นิจชิตาขอกลับ ภูชิตนึกได้ว่าเอ็มอีวันหายไปตั้งแต่ วันที่นิจชิตาหลงป่า หรือว่า "คนที่หลงป่ากับนิจจะเป็นเอ็มอีวัน"

นิจชิตาหัวเราะเพราะเรื่องที่ เกิดขึ้นในป่า หุ่นยนต์คงทำไม่ได้อย่างนั้น...คิมมินโฮกับยุนอากลับมาถึงบ้านพัก จึงรู้ว่ากระเป๋าชุดเอ็มอีวันของเขาหายไป ยุนอาสงสัยซึงมีจะเอาไป จริงอย่างที่คิด ซึงมีพยายามจะเปิดกระเป๋าว่าในนั้นมีอะไร แต่ทำอย่างไรก็เปิดไม่ได้

คิมมินโฮจึงต้องมาโรงเรียนในสภาพคิมมินโฮ นิจชิตา

ถาม "นายเป็นบ้าอะไรของนาย!"

"เอ้า...ก็วันนี้เอ็มอี วันมาไม่ได้ ผมก็เลยต้องมาเป็นผู้ช่วยคุณแทนมันไง"

นิจชิตาตกใจว่า เอ็มอีวันเป็นอะไรไป คิมมินโฮบอกว่าเอ็มอีวันต้องตรวจสภาพทุกสามเดือน นิจชิตาโวยว่าทำไมต้องพูดให้ดูน่ากลัว คิมมินโฮว่าเห็นเธอทำหน้าอย่างนั้นก่อน... คิมมินโฮแกล้งตำหนิยุนอาที่ไม่บอกเรื่องนี้กับทุกคน นิจชิตาให้คิมมินโฮกลับไปได้

"ได้ยังไงคุณ ถ้าเกิดคุณไม่ให้เอ็มอีวันผ่านการประเมินขึ้นมา ผมก็แย่น่ะสิ"

"ถ้า เอ็มอีวันจะไม่ผ่านการประเมินก็เพราะนายมาทำหน้าที่แทนนี่แหละ"

"ทำไม...คุณ คิดว่าผมสู้เอ็มอีวันไม่ได้รึไง จะบอกอะไรให้นะ อะไรที่เอ็มอีวันทำได้ผมก็ทำได้" คิมมินโฮเห็นนิจชิตาแอบยิ้ม

ห่างออก มา ยุนอากับชุมพลยืนมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจที่ไม่ทะเลาะกันเหมือนก่อน ชุมพลถามยุนอาว่าได้กลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิมแล้วหรือ แต่เขาใช้คำพูดไม่ถูกทำให้ยุนอาฟังแล้วเหมือนเธอจะได้ไม่มาเบียดเบียนเขาอีก ชุมพลจะแก้คำพูดใหม่แต่ยุนอางอนเดินหนีไปแล้ว

ooooooo

ภูชิต ทนรอไม่ไหว บีบลุงปุ่นรวบรัดให้เขาได้หมั้นกับนิจชิตา โดยให้ลุงปุ่นหลอกพาเธอไปงานหมั้นให้ได้... คิมมินโฮต้องช่วยนิจชิตาสอนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ต้องพยายามสนเข็ม เขาทำอยู่นานไม่สำเร็จ นิจชิตาแนะให้เอาด้ายเข้าปากเพื่อให้ปลายชุ่มก่อน คิมมินโฮบอกว่าอันนั้นเขาอมแล้ว นิจชิตาโกรธที่ไม่บอกก่อน ทำท่าจะตีเขาแต่เผอิญโดนเข็มตำที่นิ้วเลือดออก คิม-มินโฮตกใจคว้านิ้วเธอมาดูดเลือด พอเงยหน้ามาก็เห็นนักเรียนมองเป็นตาเดียว จึงแก้ตัวว่า

"เอ่อ...อัน นี้เขาเรียกว่าวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เราต้องดูดเชื้อโรคออกจากบาดแผลก่อน"

นิจ ชิตาเออออไปด้วย พอดีภูชิตถือวิสาสะเดินเข้ามา พอเห็นนิจชิตาบาดเจ็บจึงประคองพาไปห้องพยาบาลทันที ปล่อยให้คิมมินโฮยืนมองอย่างหงุดหงิด...

วันรุ่งขึ้น ลุงปุ่นหลอกชวนนิจชิตาไปงานหมั้นลูกเสี่ยเม้ง นิจชิตาแต่งชุดไทยสวยงามเดินคู่มากับลุงปุ่นที่ใส่ ราชปะแตน ภูชิตตาค้างดีใจ นิจชิตาแปลกใจเมื่อเห็นภูชิตมางานนี้ด้วย...ให้เผอิญที่โรงแรมนี้เป็นที่ที่ ซึงมีพัก คิมมินโฮวางแผนจะเข้าไปค้นห้องซึงมีหากระเป๋าชุดเอ็มอีวัน โดยให้ ยุนอาหลอกล่อซึงมีไว้ที่ล็อบบี้ ยุนอาหลอกว่า

"ท่านรองกำลังเตรียม ของสุดพิเศษให้กับคุณซึงมี จึงมาช้าหน่อย ระหว่างรอเรานั่งทานกาแฟกันก่อนดีมั้ยคะ" ยุนอา พยายามหาเรื่องให้ซึงมีสนใจ เห็นนิตยสารตรงหน้าจึงยื่นให้ "คือ...วันนี้ท่านรองกะว่าจะพาคุณซึงมีไปซื้อแหวนค่ะ ดิฉันเลยคิดว่าคุณน่าจะมีแบบเอาไว้ในใจก่อน"

ซึงมีตื่นเต้นจนต้องขอ ตัวไปร้องกรี๊ดในห้องน้ำ เผอิญนิจชิตาอยู่ในห้องน้ำเล็ก ได้ยินที่ซึงมีพูดด้วยความตื่นเต้นเรื่องแหวนหมั้น...คิมมินโฮหลอกพนักงาน ที่เคาน์เตอร์ว่าเขาเป็นคู่หมั้นซึงมี ขอกุญแจห้องขึ้นไปทำเซอร์ไพรส์ให้เธอ ขณะยืนรอลิฟต์ นิจชิตาเดินมาเห็นก็จะเอาเรื่องสะกดรอยตามคิมมินโฮขึ้นไป

ขณะ ที่คิมมินโฮกำลังค้นหากระเป๋าในห้องซึงมี นิจชิตามาเคาะประตูเรียก ตอนแรกคิมมินโฮตกใจนึกว่าซึงมีมา แต่พอนึกได้ว่าซึงมีจะเคาะประตูทำไม จึงมองช่องตาแมวที่ประตู เห็นเป็นนิจชิตาก็แปลกใจ แต่รีบเปิดประตูแล้วดึงเธอเข้ามา นิจชิตาคาดคั้นถามว่าเข้ามาทำไมในนี้ หรือจะขโมยของ คิมมินโฮสะดุ้งเผลอพูดออกไป "ใครบอก...นี่ห้องซึงมี แล้วผมเป็นคู่หมั้นเขา คู่หมั้นเข้าออกห้องมันผิดตรงไหนกันคุณ"

"นาย คงตั้งใจเอาแหวนมาเซอร์ไพรส์คุณซึงมีละสิ" นิจชิตาเจ็บแปลบที่ใจ

คิมมิ นโฮงงแต่รู้สึกถึงน้ำเสียงเสียใจของนิจชิตา พอดียุนอาโทร.เข้ามา เขาฟังแล้วตกใจ...

ooooooo
ตอนที่ 10

ด้วยความเสียใจที่คิมมินโฮพูดเต็มปากว่าเป็นคู่หมั้นของซึงมี นิจชิตาจะเดินออกจากห้อง คิมมินโฮรีบดึงเธอกลับเข้ามาเพราะยุนอาโทร.บอกว่าซึงมีกำลังขึ้นมาเปลี่ยน เสื้อผ้าที่กาแฟหกใส่

"อะไร...เรื่องอะไรมาจับฉันไว้...ปล่อยเดี๋ยว นี้นะ"

"ผมไม่มีเวลาอธิบาย...โทษนะคุณ"

"นี่...เบาๆสิฉันเจ็บ นะ เรื่องอะไรลากฉันเข้ามาอีก"

"เมื่อกี้ยุนอาโทร.มาบอกผมว่าซึงมี กำลังขึ้นมา"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน"

"ทำไมไม่เกี่ยว ถ้าเกิดเธอเห็นผมกับคุณอยู่ด้วยกัน คุณคิดว่าเธอจะคิดยังไง"

"ก็ไม่ ต้องคิดอะไร เพราะฉันจะเป็นคนบอกเธอเองว่า...ฉันกับนายไม่ได้ชอบกัน"

คิมมิ นโฮอึ้ง พอดีเสียงซึงมีไขประตู เขาจึงดึงนิจชิตาเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า...ซึงมีบ่นว่ายุนอาที่ทำให้กาแฟหก เลอะเธอ แต่พอจะเปิดตู้เสื้อผ้ากลับเปิดไม่ออกก็แปลกใจ คิมมินโฮดึงด้านในไว้ อีกมือต้องกันนิจชิตาไม่ให้ส่งเสียงจึงคว้าผ้า มาอุดปากเธอไว้
โดยไม่ทันมองว่าผ้านั่นเป็นจีสตริง นิจชิตายิ่งโกรธ โชคดีที่ยุนอามาเคาะประตูเรียก

"คุณซึงมีคะ...ยุนอาเองค่ะ คือดิฉันจะมาบอกว่าท่านรองมาถึงแล้ว"

ซึงมีเปิดประตูให้ยุนอาเข้ามา ก่อนจะเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ และให้ยุนอาช่วยเปิดตู้เลือกเสื้อผ้าให้ พอซึงมีเข้าห้องน้ำไปแล้ว ยุนอาเปิดตู้ก็ตกใจเมื่อเห็นคิมมินโฮกับนิจชิตา คิมมินโฮรีบบอกจะอธิบายทีหลังแล้วรีบดึงมือนิจชิตาออกไป

นิจชิตาเดิน งอน คิมมินโฮตามพูดให้ฟังเขาก่อน เธอจึงหันมา "ฟัง...ต้องฟังอะไรอีก ถ้านายจะมาพรรณนาความรักของนายกับคู่หมั้นละก็ ไม่ต้อง...เอาของคู่หมั้นนายคืนไป"

นิจชิตาปาจีสตริงใส่ "นายเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าไม่อยากให้คุณซึงมีเข้าใจผิด"

"คุณ ต่างหากที่กำลังเข้าใจผิด"

"ใช่...ฉันเข้าใจผิดที่คิดว่าคนที่ยืน อยู่ตรงนี้ "กับคนที่หลงป่ากับฉันเป็นคนคนเดียวกัน" นิจชิตาพูดจบเดินจากไปปล่อยให้คิมมินโฮกุมขมับปวดหัว...

ภูชิตกำลัง ร้อนรนที่นิจชิตาหายไป ลุงปุ่นก็ตามหาจนทั่วไม่เจอ พอดีนิจชิตาเดินหน้างอเข้ามาบอกลุงปุ่นให้เข้าไปในงานจะได้รีบกลับ ภูชิตดีใจรีบพาเธอเข้าด้านหลังม่าน

"ทำไมเรามาเข้าทางนี้ล่ะ ปลัด...แล้วพ่อล่ะ"

"นิจไม่ต้องกลัวอะไรนะครับ ผมเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว..."

ขณะเดียวกัน ซึงมีลงมาพบคิมมินโฮที่ล็อบบี้ "พี่มินโฮไปทำอะไรมาคะ ทำไมดูเหนื่อยๆ"

"เอ่อ...ก็ พี่รีบมานี่ไง กลัวว่าซึงมีจะรอนาน"  คิมมินโฮแก้ตัว

ซึงมีพยายามมอง หาแหวน คิมมินโฮงง พอดีซึงมีเห็นสายจีสตริงในกระเป๋ากางเกงของคิมมินโฮก็เข้าใจว่าเป็นโบที่ผูก กล่องจึงดึงออกมา แล้วต้องตกใจ "จีสตริง!"

คิมมินโฮหน้าเจื่อนพูดไม่ ถูก ซึงมีว่าทำไมมันเหมือนของเธอ ยุนอาแก้สถานการณ์ว่าคงใจตรงกัน คิมมินโฮถึงซื้อมาให้เหมือนกัน คิมมินโฮยิ้มแหะๆ พลันมองไปเห็น

ป้าย หน้าห้องจัดเลี้ยงว่าเป็นงานหมั้นของนิจชิตากับภูชิตก็ตกใจรีบเดินรี่เข้าไป ยุนอากับซึงมีตามไป

ในขณะที่ภูชิตดึงผ้าม่านออกให้นิจชิตาเห็นแขก เหรื่อมากมายนั่งอยู่ นิจชิตาถามภูชิตด้วยความสงสัย "นี่มันอะไรกันปลัด!"

"ชอบ ใช่มั้ยครับ...ผมคิดแล้วว่านิจต้องชอบที่ผมทำให้"

นิจชิตาถามว่าทำ อะไร ภูชิตจึงดึงเธอมากลางเวที แล้วประกาศขอบคุณแขกในงานที่มางานหมั้นของเขากับเธอ

คิมมินโฮเข้ามา ยืนหน้าเวทีแทบช็อกไม่ต่างจากนิจชิตา

"หมั้น! ปลัด...ปลัดทำอย่างนี้ได้ยังไง"

"ก็ไม่ยากครับ ก่อนอื่นผมก็ติดต่อทางโรงแรม...แล้วก็เชิญแขก"

"ไม่ตลกค่ะ พ่อ...พ่อก็รู้เรื่องนี้ด้วยใช่มั้ย"

ลุงปุ่นชูนิ้วว่าเกี่ยวนิด เดียว นิจชิตาโวยที่ทำกับเธอ แบบนี้ ภูชิตออกตัวรับว่าเป็นความคิดของเขาคนเดียว แขกเริ่มแปลกใจ ภูชิตรีบพูดว่าเจ้าสาวในอนาคตของเขายังไม่หายตกใจ ภูชิตดึงนิจชิตามาทำพิธี แต่เธอสะบัดมือออกแล้วเดินลงจากเวที ประกาศ
ชัดเจนว่าเธอไม่ได้รักเขา

"เอ่อ...เจ้า สาวผมเป็นคนขี้เล่นอย่างนี้แหละครับ" ภูชิต หันไปบอกแขกในงาน

"นิจ ไม่ได้ล้อเล่น ที่ผ่านมานิจยอมทุกอย่างเพราะเห็นว่าพ่อติดหนี้บุญคุณปลัดอยู่   แต่ถ้าจะให้นิจหมั้นกับคนที่นิจไม่ได้รัก นิจทำไม่ได้" นิจชิตาเดินลงจากเวที

ภูชิตร้องบอกให้จับเธอไว้ แต่ไม่มีใครกล้า ซึงมีบ่นอุบว่าเสียเวลาแล้วจะชวนคิมมินโฮไปที่อื่น แต่พอหันมาเขาหายไปแล้ว "อ้าว...พี่มินโฮไปไหน!..."

ด้านหน้าโรงแรม...นิจชิตาเดินหน้าบึ้ง ออกมา คิมมินโฮวิ่งตามถามจะไปไหนเขาไปส่ง

"ไม่ต้อง...ฉันอยากอยู่คน เดียว" นิจชิตาเดินจ้ำๆดูทุลักทุเลเพราะรองเท้าส้นสูงกับชุดที่ใส่ เป็นที่สนใจของคนที่พบเห็น จนกระทั่งส้นรองเท้าเธอติดกับร่องถนน ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออก

คิมมินโฮเข้าไปช่วยดึงแล้วเอารองเท้ามาหักส้น ทิ้งทั้งสองข้าง "บางอย่างถ้ามันไม่ใช่ตัวเรา...เราก็ควรตัดมันทิ้งซะ... ให้ผมไปส่งนะ"

เดินมาส่งถึงหน้าบ้าน คิมมินโฮมองนิจชิตาเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่พูดไม่ออก จนนิจชิตาถามขึ้นว่าอยากถามอะไรก็ถามมา เขาจึงถามว่าทำไมไม่หมั้นกับภูชิต

"ก็ เหมือนที่นายบอกไง ความรักก็เหมือนกับรองเท้า ฉันว่าฉันไม่เหมาะกับรองเท้าอย่างปลัด"

"แต่คุณยังไม่ลองใส่"

"ถึง ฉันจะไม่ได้ใส่...ฉันก็รู้ว่ามันไม่เหมาะกับฉัน" นิจชิตาพูดจบจะเดินเข้าบ้าน

"แต่ผมมีรองเท้าที่ชอบอยู่แล้ว" คิมมินโฮโพล่งออกมา

นิจชิตาหันมาสบตาแล้วรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ ถูก ถามเขาว่ามาบอกเธอทำไม คิมมินโฮอึกอัก ผม...ผม...นิจชิตาใจเต้นไม่เป็นระส่ำรอฟัง เขากลับพูดว่า "ผมขอรองเท้าผมคืนได้ไหม"

แป่ว...นิจชิตาก้มมองรองเท้าที่เธอใส่เป็น รองเท้าของคิมมินโฮ เธอจึงถอดกระแทกคืนให้เขาพร้อมกับบอกว่าส่วนรองเท้าเธอฝากทิ้งด้วย ก่อนจะเดินปึ่งๆเข้าบ้านไป คิมมินโฮเจ็บใจตัวเองที่ไม่กล้าพูดความในใจออกไป

ooooooo

ใน ห้องจัดงานหมั้น ภูชิตเสียใจนั่งทานอาหารและเหล้าเบียร์อย่างหนักด้วยความเสียดายของ และจะให้ลุงปุ่นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ลุงปุ่นหน้าเสียพยายามพูดให้เชื่อว่าผู้หญิงพูดว่าไม่รักนั่นหมายถึงยังมี โอกาส เพราะผู้หญิงปากกับใจไม่ตรงกัน
ภูชิต จึงมีความหวังขึ้นมาอีก

วัน ต่อมา นิจชิตามาโรงเรียน เจอชุมพลขอให้ช่วยฟังกลอนของเขาที่แต่งเพื่อขอโทษยุนอา แต่นิจชิตาฟังแล้วเข้าใจว่าเป็นของภูชิตใช้ให้ชุมพลอ่านให้เธอฟัง จึงโกรธปึงปังออกไป พอเข้ามาในห้องเรียน นักเรียนพากันยิงสายรุ้งใส่เธอ พร้อมกับคลี่ป้าย
คำว่า...ขอโทษ

"คุณปลัดฝากของขวัญให้ครูด้วย ค่ะ" มะลิชี้ไปที่กล่องของขวัญใบโตที่มุมห้อง

นิจชิตาถามมะลิว่าภู ชิตอยู่ไหน ไม่ทันไรภูชิตโผล่พรวดออกมาจากกล่องของขวัญ นิจชิตายิ่งโกรธมาก เกิดแรงมหาศาลยกกล่องที่ภูชิตอยู่เอาออกไปทุ่มลงจากระเบียงท่ามกลางความตก ตะลึงของนักเรียน...แล้วนิจชิตาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับ
เข้า ห้องสอนตามปกติ

เวลาผ่านไปไม่นาน...มีเสียงแตรวงดังขึ้น นิจชิตามาชะโงกดูเห็นภูชิตเอาแตรวงมาเล่นและร้องเพลงเนื้อหาขอโทษเธอ นิจชิตาทนไม่ไหวเดินลงมาตะโกนให้หยุดร้อง ภูชิตจึงเปลี่ยนเป็นเต้นตามจังหวะเพลง นิจชิตาหัวเสียสุดๆเดินหนีมาที่รถมอเตอร์ไซ
ค์ของเธอ แต่สตาร์ตไม่ติด พอดีคิมมินโฮขับรถมาจอดเห็นนิจชิตาจึงลงมาถามด้วยความสงสัย นิจชิตายังโกรธไม่สนใจ แต่พอได้ยินเสียงแตรวงตามมา จึงวิ่งไปที่รถคิมมินโฮขึ้นนั่งด้านคนขับ คิมมินโฮตกใจตามไปขึ้นนั่งข้าง นิจชิตาขับรถหนีภูชิตออก
ไปอย่างรวดเร็ว

ให้เผอิญเฮียฮุยกับลูก น้องกำลังประกาศขายสินค้าอยู่ข้างตลาด เป็นสินค้าซิลิโคนโทรศัพท์รุ่นใหม่ เฮียฮุยลงทุนใช้ มือถือตัวเองสาธิตว่าซิลิโคนนี้กันกระแทกอย่างมากด้วยการโยนลงพื้นให้เห็น ว่าไม่แตกไม่พัง  แล้วโยนให้ดูอีกที  คราวนี้ โยนไปกลางถนน
รถคิมมินโฮ แล่นมาทับอย่างจังแตกละเอียด เฮียฮุยโกรธมากจำได้ว่านั่นเป็นรถบริษัทแอลอี...

รถคิมมินโฮจอดอยู่ ใกล้ริมน้ำแห่งหนึ่ง นิจชิตานั่งหอบด้วยความโมโหอยู่ริมน้ำ คิมมินโฮอยากให้เธอระบายความอัดอั้นออกมาจึงมายืนด้านหน้าเธอแล้วจับตัวเธอ เข้ามาทำท่าจะจูบ นิจชิตาตกใจตบหน้าเขา "ทำบ้าอะไรของนาย ไอ้บ้า...ไอ้คนฉวยโอกาส"
คิมมินโฮหันไปมองสายน้ำแล้วตะโกนร้อง   โอ๊ย... เสียงดังออกมา นิจชิตาแปลกใจ

"คุณเคยได้ยินมั้ยว่าการตะโกนดังๆทำ ให้ความเจ็บลดน้อยลง...ถ้าคุณเจ็บก็แสดงออกมาว่าเจ็บ การที่คุณเก็บทุกอย่างเอาไว้มันไม่ได้ช่วยทำให้ดีขึ้น"

นิจชิตาจึง เดินมายืนข้างเขาแล้วร้องตะโกนระบายอารมณ์ออกไปบ้าง ทั้งสองต่างตะโกนร้องออกไปจนรู้สึกสบายใจขึ้น...นิจชิตาเริ่มระบายความอัด อั้นออกมาให้คิมมินโฮฟังว่าเธอเกลียดการหลอกลวงมาก จึงเสียใจที่พ่อของเธอหลอกให้ไปหมั้นกับภูชิต
คิมมินโฮชะงักเพราะเขาก็ เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในข่ายหลอกเธอเรื่องเอ็มอีวัน

และแล้วหุ่นยนต์ เอ็มอีวันได้รับการซ่อมแซมจนสำเร็จ หัวหน้าทีมเอาออกมาโชว์ยุนอา เอ็มอีวันกลับไปเป็นหุ่นยนต์ คาราโอเกะ แต่มีความสามารถเพิ่มขึ้นคือจับความรู้สึกของคนที่อยู่ใกล้ได้ แล้วร้องเพลงที่ตรงกับความรู้สึกนั้นๆออกมา พอเอ็มอีวันอยู่
ใกล้ยุนอา จึงร้องเพลงของคนอกหักออกมา...ยุนอาพยายามติดต่อคิมมินโฮ แต่เขากลับทิ้งมือถือไว้ในรถจึงติดต่อไม่ได้

ยุนอามาตามคิมมินโฮที่ โรงเรียนไม่พบ กลับพบชุมพล โดยบังเอิญ เธอไม่ยอมพูดกับเขา และไม่ฟังคำขอโทษของเขา... กลับมาบ้านก็มืดพอดี พอเปิดไฟก็พบว่ากวงกับพวกกำลังอุ้ม

เอ็มอีวันจะเอาตัวไป ยุนอาร้องให้คนช่วย ชุมพลตามมาพอดีเข้าช่วยเหลือแต่สู้พวกกวงที่มีหลายคนไม่ได้ โดนซ้อมกองอยู่กับพื้น พวกกวงเอาตัวเอ็มอีวันไปได้ ยุนอาต้องช่วยทำแผลให้ชุมพล...

บรรยากาศริมน้ำมืดสลัว นิจชิตายังนั่งอยู่กับคิมมินโฮ เขาถามเธออีกครั้งว่าทำไมไม่หมั้นกับภูชิต นิจชิตาตอบว่าเธอเคยบอกไปแล้ว  คิมมินโฮจึงถามอีกว่าไม่รักภูชิตเพราะมีคนที่แอบรักอยู่หรือ   นิจชิตาอึ้งตั้งกำแพงความรู้สึกของตนเองทันที

"แล้วนายล่ะ เคยแอบรักใครหรือเปล่า....อ้อ...ลืมไปว่านายกับคุณซึงมี"

"ผมไม่ได้ รักซึงมี"

คำพูดของคิมมินโฮทำให้หัวใจนิจชิตาชุ่มชื่นขึ้น คิมมินโฮ ย้อนถาม "คุณเคยหลงรักคนที่คุณไม่เคยเห็นหน้ามั้ย....ผมไม่รู้ว่าผมชอบผู้หญิงแบบไหน หน้าตายังไง จนกระทั่งวันนึง...ผมได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มาทำให้ภาพมัวๆในความฝันของ ผม
ชัดเจนขึ้น"

คิมมินโฮสูดหายใจรอฟังคำตอบของนิจชิตา แต่เธอนิ่งจึงพูดต่อว่าผู้หญิงคนนั้นคือ...เขาหันมามองนิจชิตาที่นั่งกอด เข่า จึงเห็นว่าเธอหลับไปแล้ว "อ้าว...ให้พูดคนเดียวตั้งนาน"

คิมมิ นโฮจับให้นิจชิตานอนอย่างสบายแล้วอดไม่ได้ที่จะจ้องมองหน้าสวยๆของเธอ ก่อนจะเอนตัวนอนข้างๆ...

ในขณะที่กวงกับพวกเอาตัวเอ็มอีวันมาให้เฮีย ฮุย เอ็มอีวันหันซ้ายหันขวาอย่างพินิจพิจารณาแล้วกล่าวทักทายเฮียฮุย "จากความรู้สึกของคุณที่ผมได้รับ ตอนนี้เพลงที่คุณต้องการคือ...ไปไป ไปลงนรกซะเถอะที่รัก ฉันจะลงโทษเธอ..."

"เฮีย...ไอ้หุ่นบ้านี่มัน ร้องเพลงด่าเฮียด้วย" กวงร้องบอก

เฮียฮุยโกรธต่อยหน้าเอ็มอีวันเต็ม แรง   แต่มันไม่สะทกสะท้าน แถมสวนกลับเฮียฮุยจนหน้าบวมตุ่ย เฮียฮุยยิ่งโกรธคว้าปืนมาจะยิงให้เอ็มอีวันเป็นเศษเหล็กให้ได้....แต่สุด ท้ายกลับกลายเป็นเฮียฮุย กวง และลูกน้องต้องเต้นตามจังหวะเพลงที่เอ็มอีวันร้อง
ถ้าหยุดก็โดนยิง เต้นกันหย็องแหย็งจนทุกคนทำหน้าเหมือนคนร้องไห้

ooooooo

เช้า วันใหม่...นิจชิตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในรถของคิมมินโฮก็ตกใจลุก พรวดขึ้น มองไปเห็นคิมมินโฮเดินถือแก้วกาแฟเข้ามา เขาบอกว่าไปซื้อมาจากตลาดใกล้ๆ นิจชิตาโวยว่าทำไมไม่ปลุกเธอ คิมมินโฮย้อนว่าเขาไม่ทิ้งให้เธอนอนตากยุงทั้งคืนก็
ดีถมไปแล้ว นิจชิตาจะกลับสั่งคิมมินโฮมาขับรถ คิมมินโฮงงว่าเขาเป็นคนขับรถของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่....

ความยุ่งยาก กำลังจะเกิดขึ้น   เมื่อซึงมีรู้ว่าคิมมินโฮหายไปทั้งคืนจึงโทร.ไปหาพ่อที่เกาหลีเพื่อบอกว่า วันนี้เธอจะทำให้คิมมินโฮแต่งงานกับเธอให้ได้...ซึงมีมาที่โรงเรียน พอดีกับคิมมินโฮมาส่งนิจชิตา เขาเรียกเธอไว้เพื่อที่จะบอกบางอย่าง แต่ซึงมีโผล่
เข้ามาตบหน้านิจชิตา

"อะไรซึงมี...คุณบ้าไปแล้วเหรอ ไง" คิมมินโฮตกใจ

"ถ้าคนรักของเราหายไปทั้งคืนกับผู้หญิงคนอื่น ซึงมีสมควรจะบ้ามั้ยคะ"

นิจชิตาอึ้ง รู้ซึ้งถึงความจริง ซึงมียังเคืองแค้นเข้าตบตีนิจชิตาที่นิ่งเฉยไม่ตอบโต้ คิมมินโฮต้องดึงซึงมีไปขึ้นรถขับออกไป ปล่อยให้นิจชิตาเสียใจอยู่ตรงนั้น...

กลับ ถึงโรงแรม ซึงมียังโวยวายใส่คิมมินโฮที่หายไปกับนิจชิตาทั้งคืน คิมมินโฮขอให้ซึงมีเชื่อใจเขาว่าเขาไม่มีอะไรกับนิจชิตา ซึงมีคุกรุ่นไปด้วยความหึงจึงแอบมาหาภูชิต

"อยากรู้เหตุผลที่ครูนิจ ไม่หมั้นกับคุณมั้ยปลัด" ซึงมียิ้มแฝงด้วยความแค้น

ภูชิตไม่เชื่อ เรื่องที่ซึงมีบอกย้อนถาม "แล้วคุณมาบอกทำไม"

"เผื่อฉันทำอะไรรุนแรง ลงไป...ปลัดจะได้เข้าใจ"

ภูชิตขู่ว่าเอาตายแน่ถ้าซึงมีทำอะไรนิจชิ ตา   ซึงมีว่า ภูชิตโง่ที่ไม่เชื่อเธอก่อนจะเดินหัวเสียออกไป ภูชิตเข่าอ่อนไม่อยากเชื่อว่านิจชิตาจะทำตัวเสื่อมเสีย...ซึงมีกลับมาถึง โรงแรมก็ระบายอารมณ์ปัดข้าวของในห้อง เห็นกระเป๋าของคิมมินโฮจึงปาทิ้งอย่าง
แรง กระเป๋ามีเสียงดังกริ๊กแล้วค่อยๆเปิดออก ซึงมีตกใจเมื่อเห็นว่าในนั้นเป็นชุดเอ็มอีวัน จึงพอจะเดาเรื่องออกรีบโทร.ไปบอกภูชิต...ภูชิตมาหานิจชิตาที่บ้านเพื่อบอก เรื่องนี้

ในขณะที่ยุนอากับชุมพลเข้าแจ้งความที่เอ็มอีวันถูกลักพา ตัว แต่พอตำรวจได้ยินว่าเอ็มอีวันเป็นหุ่นยนต์ก็หาว่าเป็นเรื่องล้อเล่น ประจวบกับมียายแก่คนหนึ่งเข้ามาแจ้งความว่าโดนข่มขืน และบอกรูปพรรณสัณฐานคนร้ายซึ่งเหมือนชุมพล แถมมีนกต่อหน้า
ตาเหมือนยุนอา ทำให้ตำรวจรวบตัวทั้งสองคนเข้าห้องขังไว้ก่อน เรื่องไปกันใหญ่...

พอ คิมมินโฮกลับมาบ้านพักก็ได้รู้จากทีมงานว่าเอ็มอีวันถูกลักพาตัวไป และทีมงานลืมใส่จีพีเอสให้เอ็มอีวันจึงติดตามตัวไม่ได้ ทันใด...ยุนอาโทร.เข้ามือถือคิมมินโฮ

"ยุนอา...คุณอยู่ไหน รีบกลับมาที่...หา...โรงพัก คุณไปทำอะไรที่นั่น ได้...เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้" คิมมินโฮฝากทีมงานดูแลทางนี้ เขาจะไปช่วยยุนอา

เปิดประตูจะออก คิมมินโฮต้องชะงักเมื่อเจอนิจชิตาและภูชิตยืนอยู่...ภูชิตเดินมองภายในบ้าน คิมมินโฮอย่างทึ่ง "ทันสมัยสมกับเป็นบริษัทชั้นนำของโลกจริงๆนะคุณคิม"

"ปลัด ต้องการจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะครับ"

"แหม...เรื่องสำคัญอย่างนี้รีบพูด ไปมันก็ไม่สนุกซิครับ หรือว่ายังไงครับนิจ"

คิมมินโฮหันมาถามนิจชิตา ว่ามีอะไร นิจชิตาทวงถามคำพูดที่เคยบอกว่าไม่มีอะไรปิดบังแล้วถามหาเอ็มอีวัน คิมมินโฮชะงักเล็กน้อยแล้วบอกว่าเอ็มอีวันโดนขโมยไปเมื่อคืน ซึงมีเดินเข้ามาในชุดเอ็มอีวัน "ถูกขโมยไปหรือว่าเอ็มอีวันไม่มีจริงคะพี่มินโฮ"

"ซึงมี!" คิมมินโฮตะลึง

"หลังจากที่กลับจากค่ายลูกเสือ พวกเราก็ไม่เคยเห็นเอ็มอีวันอีกเลย   นั่นก็เพราะชุดที่คุณคิมไว้ใส่ปลอมตัวเป็นเอ็มอีวันอยู่กับคุณซึงมี จริงมั้ยคุณคิม" ภูชิตถามเสียงเยาะ

"จริงหรือเปล่า นายกับเอ็มอีวันคือคนคนเดียวกันใช่มั้ย" นิจชิตามองด้วยความเสียใจ

"เอ่อ...คือ ...คุณจำสิ่งที่ผมจะบอกคุณตอนที่เราอยู่ในกระท่อมกลางป่าได้มั้ย..." คิมมินโฮถามนิจชิตาแล้วสารภาพ "ผม...ผมกับเอ็มอีวัน...คือ..."

พลัน มีเสียงประตูปึงปังขัดจังหวะ ภูชิตโมโหเดินมาเปิดประตู ทุกคนต้องตะลึงเมื่อเห็นเอ็มอีวันยืนอยู่ "สวัสดีครับ ผมเอ็มอีวัน...หุ่นยนต์เพื่อความบันเทิงแห่งอนาคตครับ"

กวงกับพวกเอา เอ็มอีวันมาคืนแล้วรีบวิ่งหนีไปขึ้นรถเฮียฮุยที่จอดรออยู่หน้าบ้าน แต่ละคนหน้าตาปูดบวม เฮียฮุยบอกกวงว่าให้ไปโรงพยาบาลต่อเพราะตัวเขาก็สะบักสะบอม...

คิมมิ นโฮถามทุกคนว่ามีอะไรสงสัยอีกมั้ย ชุดที่มีเอาไว้ให้เอ็มอีวันเปลี่ยน ซึงมีร้องกรี๊ดๆไม่เชื่อ นิจชิตาขอโทษ คิมมินโฮแล้วรีบกลับออกไป ภูชิตวิ่งตาม ซึงมีจะตามไปแต่ คิมมินโฮขอให้ถอดชุดคืนไว้ก่อน

อยู่ หน้าบ้าน ภูชิตรีบบอกนิจชิตาว่าทั้งหมดเป็นแผนของซึงมี นิจชิตาเอือม "แมนมากค่ะปลัด...รู้มั้ยตอนแรกปลัดหลอกให้นิจหมั้น ตอนนั้นนิจแค่โกรธ แต่สิ่งที่ปลัดทำในวันนี้ มันทำให้เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเกลียด"

ภู ชิตยืนหน้าชาเหมือนโดนสิบล้อเหยียบหน้า...

ด้านโรงพัก ชุมพลกับยุนอาได้รับการปล่อยตัวเพราะลูกชายของยายมาบอกตำรวจว่าแม่ของเขาชอบ สร้างเรื่องเพื่อเรียกร้องความสนใจจากลูก ตำรวจจึงปล่อยตัวทั้งสองคน... ยุนอากลับมา ได้ฟังเรื่องราวจากคิมมินโฮก็ตกใจที่ซึงมีทำถึงขนาดนั้น หัว
หน้า ทีมงานมารายงานคิมมินโฮว่าเอ็มอีวันชำรุดหลายจุด คนที่เอาเอ็มอีวันไปคงคิดทำลาย

"มองในแง่ดีซิคะท่านรอง อย่างน้อยความลับที่ท่านรองเป็นเอ็มอีวันก็ไม่ถูกเปิดเผย"

คิมมินโฮ พยักหน้ารู้ว่ายุนอาให้กำลังใจ แต่ยุนอาถามว่าถ้าคนอื่นรู้ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องลวงโลกจะคิดอย่างไร คิมมินโฮไม่กังวล ห่วงแต่ความคิดของนิจชิตาเพียงคนเดียว

ooooooo
ตอนที่ 11

ในคืนนั้น...คิมมินโฮปาก้อนหินเล็กๆใส่หน้าต่างห้องนิจชิตา พอเธอมองลงมาเห็นเขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ จึงลงมาหา คิมมินโฮบอกว่าเขาอยากพบเธอ นิจชิตามองเขาด้วยความแปลกใจ ถามเขาว่าเขาเป็นอะไร เขากลับพูดว่า "ขอบคุณนะครับ"

นิจชิตางง...เขาบอกว่า "เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้ผมรู้ว่า คุณเป็นคนเดียวที่เชื่อใจผม"

"เพราะ นายทำให้ฉันเชื่อใจต่างหาก...แล้วถ้าเกิดนายเป็นคนคนเดียวกับเอ็มอีวัน ฉันนึกไม่ออกเหมือนกันว่าฉันจะรู้สึกยังไง"

คิมมินโฮอึ้ง คิดอยากสารภาพความจริงแต่หัวใจของเขากลัวเสียเธอไป จึงพูดออกไปว่า เขามาเพื่อบอกเธอแค่นี้ คิม มินโฮหันหลังเดินกลับไป นิจชิตารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง

ในคืนนั้น ปรางขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทางเห็นรถภูชิตจอดเปิดไฟหน้ารถอยู่ ก็แปลกใจลงมาดู เห็นภูชิตยืนอยู่บนหลังคารถเพื่อจะผูกคอตายกับต้นไม้ก็ตกใจเข้าไปช่วยลงมา พามานั่งทานอาหารริมทางซึ่งแม่ค้าท้องแก่ทำให้...ภูชิตระบายความเสียใจที่ นิจชิตาเกลียดเขา ปรางพูดปลอบใจเท่าที่จะพูดได้ พอดีแม่ค้าเกิดเจ็บท้อง ทั้งสองรีบพาไปโรงพยาบาล โดยปรางเป็นคนขับรถของภูชิต ส่วนเขานั่งเหม่ออยู่ข้างๆ แล้วจู่ๆภูชิตก็อยากฆ่าตัวตายขึ้นมาอีก โดยเปิดประตูรถจะกระโดด รถปัดไปมา ปรางเหยียบเบรกรถอย่างแรงแล้วโวย

"ทำ บ้าอะไรฮ้า!...ปลัด เกือบตายกันทั้งรถแล้วเห็นมั้ย"

"ดี...ให้มันตาย ไปเลย"

"ตายน่ะมันง่าย ถ้านายคิดว่าตายแล้วจะแก้ปัญหาได้ ทุกอย่างก็เชิญเลย ไอ้คนขี้แพ้"

คำพูดของปรางทำให้ภูชิตได้สติ พอดีแม่ค้าร้องออกมาว่าไม่ไหวแล้ว เธอจะคลอดแล้ว ปรางรีบมาดูเห็นน้ำเดินและหัวเด็กโผล่รำไร จึงคิดว่าต้องทำคลอดเองแล้ว ปรางให้ภูชิตหาน้ำสะอาดมา เธอพยายามบีบนวดและช่วยเบ่ง ภูชิตเห็นขั้นตอนการคลอดว่ากว่าจะได้ชีวิตมาชีวิตหนึ่งมันยากลำบากแค่ไหน จนได้ยินเสียงเด็กร้อง ทุกคนดีใจรีบพาไปโรงพยาบาล ภูชิตมองปรางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ปรางหันมาเจอถามว่ามองอะไร

"เอ่อ...ทำ คลอดเป็นด้วยเหรอ"

"คนน่ะยังไม่เคย เคยแต่ทำวัวควายที่ฟาร์ม ตัวล่าสุดที่ทำคลอดก็หน้าเหมือนนายนี่แหละ"

"อ๊าย...หนอย...แต่ก็ขอบ ใจ...ที่เธอช่วยเรียกสติฉันไง ทำให้ฉันรู้ว่าตายน่ะมันง่าย แต่การมีชีวิตอยู่ซิยากกว่า"

ปรางรู้สึกแปลกๆจึงรีบหลบสายตาแล้วเดิน จ้ำอ้าวเข้าไปดูสองแม่ลูกในห้องพักฟื้น...

เช้าวันใหม่ คิมมินโฮเอาชุดเอ็มอีวันมาใส่ ยุนอาเข้ามาถามว่ายังไม่ได้บอกความจริงนิจชิตาอีกหรือ  หรือว่ากลัว

นิจ ชิตาโกรธ คิมมินโฮหลบตาก่อนจะตอบ

"เอ่อ...ทำไมฉันต้องกลัวเขาโกรธ ด้วย ยัยนั่นไม่สำคัญกับฉันขนาดนั้นหรอก"

สีหน้าคิมมินโฮดูร้อนรนจน ยุนอาแปลกใจ เขาทำเป็นบ่นว่าชุดเอ็มอีวันคับขึ้น แล้วถอดเก็บใส่กระเป๋าถือเดินออกไปใส่รถ  พอหันมาก็ตกใจเจอซึงมี  เธอมาชวนเขาไปทานอาหารเช้าคิมมินโฮตัดสินใจพูดกับซึงมีว่าการหมั้นของเรา เป็นเพราะผู้ใหญ่  เขาขอถอนหมั้น  ซึงมีร้องกรี๊ดไม่ยอม  แต่คิมมินโฮไม่สนใจ ขึ้นรถขับออกไป...เขาแต่งเป็นเอ็มอีวันมาบ้านนิจชิตา เธอกำลังปล้ำติดเครื่องรถต้องตกใจเมื่อเขามายืนข้างๆ  ที่ตัวเอ็มอีวันมีกระดาษโน้ตแปะอยู่จึงดึงมาอ่าน

"วันนี้ผมติด ธุระ...ฝากเอ็มอีวันไปโรงเรียนคุณด้วย... เฮ้ย!" นิจชิตาร้องออกมา

แล้ว ระหว่างทาง มอเตอร์ไซค์ของนิจชิตาก็จอดยางแบนอยู่เพราะน้ำหนักตัวของเอ็มอีวัน นิจชิตาบ่นอุบ เอ็มอีวันขอโทษ นิจชิตาพานโกรธคิมมินโฮ "เธอไม่ต้องขอโทษ คนที่ผิดคือเจ้านายเธอ นายนั่นเป็นเจ้านายประเภทไหนเนี่ย รู้มั้ยว่าการไหว้วานคนอื่นมันต้องให้คนอื่นเขาเต็มใจช่วย ทำอย่างนี้ เขาเรียกว่าบังคับ"

"เจ้านายผมคงเป็นผู้ชายประเภทที่รู้ว่าคุณเต็มใจ ที่จะช่วย"

นิจชิตา เหนื่อยใจนั่งลงบ่น "เอ็มอีวัน...ทำยังไงฉันถึงจะไปไกลๆจากเจ้านายเธอได้"

"ทำไม ครับ ทำไมคุณถึงต้องการไปไกลๆจากเจ้านายผม"

นิจชิตานิ่งสำรวจความ รู้สึกตัวเองก่อนจะหันไปพูดกับเอ็มอีวันด้วยความไว้วางใจ  "ฉันไม่อยากหลงรักเจ้านายเธอมากไปกว่านี้"

คิมมินโฮในชุดเอ็มอีวันตก ตะลึง ไม่คิดว่านิจชิตาจะพูดความในใจออกมา...เมื่อเปลี่ยนยางรถเสร็จซ้อนท้ายมาถึง โรงเรียน ก่อนจะลงจากรถเอ็มอีวันตัดสินใจพูดก่อนที่จะเสียโอกาส

"เจ้า นายผมเพิ่งส่งสัญญาณข้อความมาบอกว่าคืนนี้ไปพบเจ้านายผมที่ริมน้ำได้มั้ย ครับ"

"เจ้านายเรามีอะไร"

เอ็มอีวันตอบว่าเจ้านายเขาจะเป็นคน บอกเอง นิจชิตามองเอ็มอีวันด้วยความสงสัย...ตกกลางคืน คิมมินโฮแต่งชุดสุดหล่อ เขาหยิบรูปแม่มา พูดกับแม่ว่า...เขารู้แล้วทำไมพ่อถึงรักผู้หญิงไทย...เขาขอกำลังใจจากแม่ ก่อนจะออกไปพบนิจชิตา แต่ยังไม่ทันออกจากบ้าน ซึงมีพาคิมยองมินเข้ามา เขารู้ทันทีว่าต้องมีปัญหาใหญ่กับเขาแน่...

และที่ริมน้ำ นิจชิตารอคิมมินโฮอยู่นานจนเริ่มโกรธกำลังจะกลับ คิมมินโฮเดินหน้าเครียดเข้ามา นิจชิตาต่อว่าทันทีที่นัดเธอแล้วมาช้า คิมมินโฮนิ่งเพราะกำลังจะต้องพูดในสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกของเขา "ผมอยากมาคุยเรื่องของเราให้ตรงกัน"

"เรื่องอะไร..." นิจชิตาใจเต้นไม่เป็นระส่ำ

"ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องบอกกับ คุณว่า...ผม...ผมอยากให้เราเป็นแค่คนรู้จักกัน"

"อะไรนะ..." เสียงนิจชิตาผิดหวัง

"ผมรู้ว่าคุณกับผมผ่านช่วงเวลาลำบากมาด้วยกัน คุณอาจจะรู้สึกกับผม..."

"พอแล้ว! นายคิดว่าฉันรู้สึกอะไรกับนาย...นายคิดว่าฉันชอบนายหรอ...นายคิดว่าฉันรัก นายเหรอ...ถ้าคิดว่าเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน แล้วมันจะทำให้ฉันรักนาย นายคิดผิด"

คิมมินโฮรู้ว่านิจชิตาระบายทุก อย่างออกมาด้วยความโกรธ เธอหันหลังให้เขาแล้วพูดว่าเธอพร้อมจะเป็นคนอื่นสำหรับเขา เธอไล่ให้เขากลับไป เขาโกรธตัวเองที่ทำร้ายจิตใจเธอ อยากเอื้อมมือไปกอดเธอแต่ก็ยั้งไว้ หันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ...นิจชิตาสุดจะกลั้นน้ำตาต่อไป เธอปล่อยให้มันไหลออกมาเต็มที่ ในขณะที่คิมมินโฮกลับมาที่รถ  ซึงมีนั่งยิ้มรออยู่  เขาพูดใส่หน้าเธอว่า... แค่นี้ใช่ไหมที่เธอต้องการ

ooooooo

ใน บ้านพักของคิมมินโฮ คิมยองมินเดินดูเครื่องไม้เครื่องมือที่คิมมินโฮเนรมิตเป็นห้องปฏิบัติการ คิมมินโฮกลับมาซักถามเหตุผลที่บังคับให้เขาไปทำตามใจซึงมี ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เกาหลี คิมยองมินบ่ายเบี่ยงไว้บอกตอนอยู่กันลำพัง

เช้า ขึ้น คิมมินโฮมีท่าทีเหมือนหุ่นยนต์จริงๆ เขาบอกยุนอาว่า "เมื่อคืนฉันได้ทำลายหัวใจตัวเองไปแล้ว...ตอนนี้ฉันคงไม่ต่างอะไรจากเอ็มอี วัน"

"เมื่อคืนคุณซึงมีให้ท่านรองไปทำอะไรเหรอคะ"

คิมมินโฮ ไม่อยากพูดถึงเรื่องเมื่อคืนอีก เขาถือกระเป๋าชุดเอ็มอีวันจะออกไปแล้วบอกยุนอาว่าไม่ต้องห่วงเขาอีกแล้ว จากนี้ไปเขาเป็นเอ็มอีวันได้แนบเนียนขึ้น...

เมื่อได้มาเมืองไทย คิมยองมินคิดถึงภรรยาจึงมาระลึกความหลังที่วัด เดินดูไปรอบๆ พระรูปหนึ่งเข้ามาถาม "มาหาใครหรือโยม"

"เจริญพรครับหลวงพ่อ" คิมยองมินยกมือไหว้

"ไม่ใช่แล้วโยม...เจริญพรต้องอาตมาพูด โยมต้องพูดนมัสการ"

"อ๋อเหรอครับ...ขอโทษด้วยครับ พอดีผมเป็นคนเกาหลีเลยไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรบ้าง"

หลวงพ่อยิ้มแล้วถาม ว่ามีธุระอะไร คิมยองมินกำลังจะอ้าปากพูด เสียงลุงปุ่นนมัสการหลวงพ่อดังขึ้น ทำให้หลวงพ่อหันไปคุยด้วย คิมยองมินไม่พอใจบอกลุงปุ่นให้รู้จักต่อคิว

"อ๋อ...ไอ้ตัวคิวที่เป็น โอมีหางใช่มะ" ลุงปุ่นกวน

"ตอบอย่างนี้แสดงว่าไอคิวต่ำ"

ลุง ปุ่นโกรธที่โดนด่าจนจะวางมวย หลวงพ่อต้องปรามแล้วชี้ให้ดูเครื่องหมายที่ติดไว้ใต้ต้นไม้ เป็นรูปคนต่อยมวยและมีเส้นกากบาท ทั้งสองจึงหยุด...

ขณะที่ยุนอาดู ทีมงานซ่อมเอ็มอีวันอยู่ เสียงคิมยองมิน เคาะประตูบ้านอย่างอารมณ์เสีย ยุนอาตกใจรีบให้ทีมงานเอาเอ็มอีวันไปซ่อน แต่ไม่ทันกาล คิมยองมินเข้ามาเห็นก็แปลกใจทำไมเอ็มอีวันไม่ไปช่วยงานที่โรงเรียน ยุนอาอึกอักหาข้อแก้ตัว

"เอ่อ...คือ...คือวันนี้เอ็มอีวันหยุดตรวจ สภาพน่ะค่ะ"

แต่พอถูกถามหาคิมมินโฮ ยุนอาก็อึกอักเป็นคำรบสอง และก็จนปัญญาจะปิดบัง...คิมมินโฮแต่งเป็นเอ็มอีวันมาช่วยนิจชิตาสอน เขาเฝ้ามองเธอด้วยความรู้สึกผิด เห็นเธอท่าทางเหม่อลอย นิจชิตาให้เด็กนักเรียนออกมาร้องเพลงไทยเก่าๆ หน้าชั้นเรียน เพลงที่เด็กๆหามาเนื้อหาแทงใจเธอทั้งนั้นจนเธอไม่สามารถทนฟังต่อไปได้ หันมาเจอหน้าเอ็มอีวันอีก ยิ่งทำให้ เธอหัวเสียออกจากห้องเรียนไป  คิมมินโฮตามออกไปด้วยความเป็นห่วง...

เมื่อแก้ตัวไม่ได้ ยุนอาจำต้องพาคิมยองมินมาที่โรงเรียน ระหว่างที่คิมยองมินเดินดูสภาพโรงเรียนก็มีลูกบอลพุ่งมากระแทกเป้าเข้าพอดี คิมยองมินโวยวายใส่เด็กนักเรียน ลุงปุ่นรีบมาห้าม พอเห็นหน้าคิมยองมินก็วางมวยกันอีก

ขณะนั้น...คิมมินโฮในชุดเอ็มอี วันตามมาถามนิจชิตาว่าเป็นอะไรด้วยความเป็นห่วง

"ห่วงฉันเหรอ? หึ...น่าแปลกเนอะที่หุ่นยนต์ยังมีความ รู้สึกมากกว่าคนบางคนซะอีก"

"เอ่อ...คุณ โกรธเจ้านายผมเหรอครับ" ท่าทางเอ็มอีวันเป็นกังวล

"ทำไม? เจ้านายเธอเล่าอะไรให้ฟัง" นิจชิตามองเอ็มอีวัน อย่างสงสัย

คิมมินโฮ รีบเปลี่ยนท่าทีบอกว่าเขาเดาจากอาการของเธอ แล้วกุมมือเธอปลอบใจ เขาขอให้เธอทำอะไรเขาก็ได้เพื่อให้สาสมกับที่เจ้านายเขาทำกับเธอ นิจชิตามองเอ็มอีวันอย่างซาบซึ้ง ทันใด...ได้ยินเสียงทะเลาะกันของคิมยองมินกับลุงปุ่นจึงรีบวิ่งไปห้าม พอคิมยองมินเห็นเอ็มอีวัน เขาก็ร้องเรียก "ไอ้มินโฮ..."

ทุกคนหันมอง เอ็มอีวัน เขารีบแก้ตัวว่าคิมมินโฮเป็นชื่อเจ้านายเขา นิจชิตาแปลกใจว่าคิมยองมินเป็นใคร คิมยองมินจึงประกาศว่าเขาคือประธานบริษัทแอลอีและเป็นพ่อของคิมมินโฮ นิจชิตากับลุงปุ่นชะงักหันมองเอ็มอีวัน คิมยองมินโวยลูกชายต่อ "นี่แกทำบ้าอะไรของแก"

"ตอนนี้ความดันของท่านประธานกำลังสูงขึ้น ควรนำตัวออกจากสถานที่นี้โดยด่วน" คิมมินโฮรีบเอามือปิดปากคิมยองมินแล้วอุ้มออกไปทันที คิมยองมินร้องโวยวายอู้อี้

ยุนอารีบขอโทษทุกคนก่อนจะวิ่งตามไป...ออก มาพ้นโรงเรียน คิมมินโฮปล่อยคิมยองมินลง เขาโวยวายใส่และล้วงดึงอุปกรณ์ในปากคิมมินโฮออก "แกคิดว่าไอ้อุปกรณ์หลอกเด็กนี่จะทำให้ฉันเชื่อว่าแกเป็นหุ่นยนต์หรือไง"

คิม มินโฮอึ้งยอมจำนน คิมยองมินกุมขมับก่อนจะพูดต่อ "นี่แกไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าบริษัทเราเป็นยังไง...สินค้าถูกส่งกลับจากอเมริกา กว่าสามแสนชิ้น แถมผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ไม่มีคนซื้อ หุ้นก็ตก แล้วที่สำคัญ...ไอ้เรื่องสายแร่ทองคำก็ไม่รู้จะออกหัวหรือออกก้อย แกรู้มั้ยว่าแอลอีเกือบจะล้มอยู่แล้ว"

"เป็นไปได้ยังไงพ่อ"

"แก ควรถามว่าต่อจากนี้จะทำยังไงมากกว่า นี่ถ้าพ่อของหนูซึงมีไม่ช่วยซื้อหุ้นของแอลอี  ป่านนี้แกกับฉันคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้ว"

คิมมินโฮตกใจรีบถามว่าพ่อ ซึงมีซื้อหุ้นไว้เท่าไหร่ คิมยองมินชูมือห้านิ้ว คิมมินโฮโล่งอกที่ซื้อแค่ห้าเปอร์เซ็นต์ แต่คิมยองมินโพล่งออกมาว่า "ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต่างหาก"

คิมมินโฮตกตะลึง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องแต่งงานกับซึงมี...ส่วนซึงมีสะใจที่เอาชนะ คิมมินโฮได้ เธอถามซอ "พ่อคิดดีแล้วเหรอคะที่เอาบริษัทใกล้เจ๊งอย่างนั้นมาทำต่อ"

"แล้วแก จะให้พ่อเข้าไปนอนในคุกเหรอไง ลูกก็รู้ว่าไอ้บริษัทกิมจิมันก็แค่ฉากหน้า ถ้าเกิดพ่อขายกิจการในตลาดมืดให้หมดแล้วไปชุบตัวใหม่เป็นประธานแอลอี มันประหยัดเวลากว่าเยอะไม่ใช่เหรอไง" ซอยิ้มกับแผนการร้ายของเขา

ooooooo

ใน ระหว่างทำงาน ภูชิตเคลิ้มหลับแล้วฝันไปว่านิจชิตามาขอเขาแต่งงาน   แต่ใจเขาหันเหไปทางปรางแล้ว ปรางเดินท้องโตเข้ามาทำให้นิจชิตารู้ว่าสายไปเสียแล้ว...ภูชิตสะดุ้งตื่น เหงื่อแตก ขณะเดียวกัน ปรางซึ่งนอนเล่นอยู่ในเปลญวนที่บ้านก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันแบบเดียวกับภูชิต

หลัง โรงเรียนเลิก   คิมมินโฮค่อยๆเก็บของอย่างอาลัยอาวรณ์เพราะรู้ว่าเขาคงไม่ได้มาที่นี่อีก เพราะต้องกลับเกาหลี เขาจึงอยากแก้ไขบางอย่างให้ถูกต้องเสียก่อน ยุนอาเองก็อาลัยอาวรณ์ไม่อยากกลับเกาหลี เธอเดินมาเจอชุมพลด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ชุมพลอยากพูดให้เธอรู้ว่ามีเขาคอยตามห่วงใย แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอเข้าใจว่ามีวิญญาณคอยตามอยู่ทำให้ชีวิตไม่เจริญ ยุนอายิ่งเชื่อว่าเพราะเธอทำให้แอลอีจะล่ม จึงขอวิธีแก้ ชุมพลจึงชวนไปไหว้พระสะเดาะเคราะห์

นิจชิตาลบกระดานอยู่บนห้องเรียน พอหันมาเจอคิมมินโฮ ด้วยความโกรธจึงพูดกับเขาว่าที่นี่ห้ามบุคคลภายนอกเข้า คิมมินโฮรู้ว่าเธอยังโกรธจึงเข้าจับแขน "ผมอยากคุยกับคุณ"

"แต่ฉัน ไม่มีอะไรจะคุย" นิจชิตาสะบัดแขนออก

"คุณไม่เข้าใจผม..."

"ใช่...ฉัน ไม่เข้าใจนาย ฉันไม่เข้าใจว่านายมาทำอะไรที่นี่ ทั้งๆที่นายเป็นคนบอกฉันเองว่าให้ฉันเลิกรู้สึกอะไรกับนาย แต่วันนี้นายกลับมาหาฉันเหมือนเมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น"

"แต่ผมมี เหตุผลที่ผมต้องทำอย่างนั้น"

"เก็บเหตุผลของนายไว้เถอะ ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น" พูดจบนิจชิตาเดินออกไป

คิมมินโฮถอนใจ ด้วยความเหนื่อยใจ นิจชิตาเดินหนีมาเจอภูชิตที่กำลังจะกลับไปขึ้นรถจึงร้องเรียก ภูชิตตกใจคิดว่าเธอคงมาเอาเรื่องเขาแน่จึงยกมือบังหน้าไว้ก่อน  ปรากฏว่าเธอ เข้ามาคล้องแขนเขาแล้วพูดว่า...ทำไมมารับช้า ภูชิตทำหน้างง คิมมินโฮตามมาดึงแขนนิจชิตาออกแล้วให้ฟังเหตุผลของเขาก่อน แต่นิจชิตาไม่ฟังดึงลากภูชิตไปขึ้นรถขับออกไป

ออกมาพ้นโรงเรียนไม่ เท่าไหร่ นิจชิตาก็ให้ภูชิตจอดรถแล้วลงไปดื้อๆ ภูชิตทั้งงงและโล่งใจที่นิจชิตาไม่ได้คิดกลับมาหาเขา เพราะใจเขาตอนนี้เอนไปทางปรางเสียแล้ว...

ในขณะที่เอกกำลังเล่าให้ ปรางฟังว่าวันนี้ภูชิตมา

ญาติดีด้วยจะรับเขากลับบ้าน ไม่ทันไรภูชิตถือถุงไก่ย่างเข้ามาในบ้าน "แหม...กำลังทานข้าวกันอยู่พอดี"

ปราง และเอกแปลกใจที่ภูชิตดูเปลี่ยนไปจริงๆ ภูชิตชูตูดไก่ให้ปรางบอกว่าของอร่อย ปรางทำท่าแหวะอย่างรังเกียจ ภูชิตตกใจนึกถึงที่เขาฝัน "นี่เราเป็นพ่อคนแล้วเหรอเนี่ย"

ปรางได้ยินโมโหถีบภูชิตกลิ้งหลุนๆไป ภูชิตร้องลั่น "เดี๋ยวก่อน ก็ฉันฝันว่าเธอท้อง ฉันก็เลยกลัวว่าเธอจะท้องจริงๆ"

"บ้าหรือเปล่าปลัด จะเอาอะไรกับความฝัน ฉันก็ฝันเหมือนปลัด ฉันยังไม่คิดอะไรเลย"

ภูชิต สะดุดหู ปรางนึกได้ว่าหลุดปากออกไป  รีบไล่ ให้เขากลับ พลันเห็นนิจชิตามายืนจึงร้องเรียก ภูชิตหาว่าหลอก แต่พอหันไปเจอไม่อยากให้รู้ว่าเขามีใจให้ปราง จึงรีบแก้ตัวว่าเขามาเช็กสำมะโนครัวก่อนจะวิ่งจู๊ดออกไป ปรางก็รีบแก้ตัวพัลวัน แต่นิจชิตาไม่สนใจกลับบอกว่าขอเธออยู่ด้วยคืนนี้ ปรางชะงักหันมามองท่าทีซึมเศร้าของนิจชิตา...ตลอดทั้งคืน นิจชิตาปรึกษาปัญหาหัวใจแต่อ้างว่าเป็นเรื่องในหนังเกาหลี ปรางให้คำปรึกษาว่าอาจเป็นเพราะพระเอกมีแฟนอยู่แล้ว นิจชิตา สรุปได้ว่าจริงเพราะคิมมินโฮมีซึงมีอยู่แล้ว

ooooooo

เช้าวัน ใหม่ คิมยองมินกับซุนอามารับคิมมินโฮที่บ้านแต่เช้า ซึงมีบอกว่าจะไปเที่ยวกัน คิมมินโฮขอตัว ซึงมีเคืองที่เขายังเล่นตัวอยู่อีก คิมยองมินพยายามพูดเอาใจซึงมีแล้วดึงตัวคิมมินโฮไปจนได้  แต่ปรากฏว่าที่

ที่ ซึงมีกับคิมยองมินพาไปคือไปดูที่ดินผืนหนึ่งที่ซึงมี ต้องการซื้อไว้สร้างบ้านพักตากอากาศ

พอดีที่ผืนนี้เป็นของแม่มะลิ มะลิกับแม่จึงขอร้องให้นิจชิตามาช่วยดูแลการซื้อขาย เพราะกลัวว่าจะถูกโกงเรื่องสัญญาซื้อขาย พอมาถึง คิมมินโฮกับนิจชิตาต้องตกตะลึงเมื่อเจอกัน

"คนที่จะมาซื้อที่คือพวก นายเหรอ"

"นั่นมันลูกสาวของไอ้ครูหน้ายับนี่ แล้วยัยนั่นมาทำอะไร หรือว่ามันเป็นเจ้าของที่ดิน" คิมยองมินแปลกใจ

แม่มะลิรีบแนะนำตัว ว่าเธอเป็นเจ้าของที่ แต่อ่านหนังสือไม่ออกจึงให้นิจชิตามาช่วยดูให้ ซึงมีหัวเราะเยาะว่าน้ำหน้าอย่างนิจชิตาหรือจะมีที่ดิน

"ถึงฉันจะไม่ ได้มีเงินทองมากมาย แต่ฉันก็ยังมีสมบัติที่เธอไม่มีวันมี" นิจชิตาย้อน

ซึง มียิ่งหัวเราะเยาะ คิมยองมินพูดตลกว่าสงสัยจะมีสมบัติ  เมทะนี  นิจชิตาตอบว่า...สมบัติผู้ดีที่เธอมี...ซึงมีกับคิมยองมินสะอึก ซึงมีโกรธมีปากเสียงกับนิจชิตา พอสู้ไม่ได้ก็ให้คิมมินโฮช่วย "ดูซิคะป่าเถื่อนจริงๆ ใช้กำลังตัดสินปัญหา ไร้อารยธรรม ไร้การศึกษาจริงๆ"

"ซึง มี...คุณกำลังว่าตัวเองอยู่นะ" คิมมินโฮสะกิดเตือน

คิมยองมินเอ็ดลูก ชาย คิมมินโฮว่า "ทำไมครับ...ผมว่าที่คุณนิจพูดมาก็ถูกต้องทุกอย่าง ถ้าพ่อกับซึงมีอยากจะได้ที่ผืนนี้ก็ตัดสินใจกันเอาเอง ผมขอตัว"

คิมมิ นโฮเดินไป นิจชิตาหันมาขอโทษแม่มะลิที่อด ขายที่   แม่มะลิบอกว่าไม่เป็นไร   เพราะเธอก็ไม่อยากขายที่ ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษเท่าไหร่...หลังจากนั้น คิมยองมินรู้จากซึงมีว่านิจชิตากับคิมมินโฮชอบพอกัน  ก็แอบยิ้มที่ลูกชายมีเลือดพ่อแรง ชอบผู้หญิงไทยเหมือนกัน...

ooooooo
ตอนที่ 12

ซึงมีเล่าด้วยความโกรธ ตั้งแต่คิมมินโฮออกมาจากหลงป่ากับนิจชิตาทั้งสองก็มีท่าทีแปลกๆ เธอไม่ยอมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน คิมยองมินนึกได้ว่าการที่ได้ ซึงมีเป็นสะใภ้จะช่วยกอบกู้บริษัทได้   จึงแนะให้ซึงมี รวบรัดคิมมินโฮ

ระ หว่างที่คิมมินโฮกำลังเก็บของในห้องเตรียมกลับ

เกาหลี ซึงมีก็โผล่เข้ามาพยายามยั่วยวนเขา ทั้งดึง ทั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยง โชคดีที่ยุนอาโผล่เข้ามา "ท่านรองคะ ยุนอากลับมาแล้ว"

พอเห็นซึงมี ปล้ำคิมมินโฮอยู่ก็ตกใจร้องว้าย...คิมมินโฮฉวยโอกาสผลักซึงมีออก ลุกมาหายุนอา  แล้วทำเป็นถามไถ่เรื่องงานที่ให้ไปทำ เขาหันมาบอกซึงมีถ้าง่วงก็ให้นอนเสีย เขาจะไปคุยงานกับยุนอา คิมมินโฮดึงยุนอาออกไป ซึงมีร้องกรี๊ดๆไปฟ้องคิมยองมิน...

คิมมินโฮ กับยุนอานั่งปรึกษากันริมน้ำ ยุนอาตั้งข้อสงสัย "ตอนแรกยุนอาคิดว่าท่านประธานต้องการให้ท่านรองแต่งกับคุณซึงมีเพื่อช่วย พยุงสถานะทางการเงินของแอลอี...แต่เท่าที่ยุนอาเห็น เหมือนคนที่ต้องการให้เกิดงานแต่งงานเร็วที่สุดกลับเป็นคุณซึงมี"

"ผม ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก"

"ยกเว้นเรื่องเดียวก็คือ...บริษัทของคุณซอ กำลังมีปัญหา"

คิมมินโฮอึ้ง ยุนอาถามว่าเคยได้ยินไหมว่าธุรกิจของซอ นอกจากขายกิมจิแล้วมีอะไรอีก  คิมมินโฮคิดตาม  แต่ไม่รู้ว่าจะทำให้งานแต่งของเขายกเลิกได้อย่างไร...ยุนอาถามตรงๆว่าจะทิ้ง นิจชิตาได้หรือ คิมมินโฮตกใจที่ยุนอารู้...

"ทำไมจะไม่รู้ล่ะคะ ท่านรองไม่เคยอยากไปโรงเรียนในร่างของเอ็มอีวัน...จนกระทั่งหลังจากที่ท่าน รองออกมาจากป่า พร้อมกับคุณนิจ"

คิมมินโฮทึ่งที่ยุนอารู้ใจเขา แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องกลับ จึงอยากให้จากกันแบบนี้แหละดีแล้ว คิมมินโฮเล่าถึงที่เขาพูดทำร้ายจิตใจนิจชิตาไปแล้ว เขาเสียใจมาก

"ยุ นอา...คุณรู้มั้ยว่า นิจน่ะไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ผมเคยเจอ เธอไม่เคยมองผมว่าเป็นรองประธานแอลอีที่มีเงินทองมากมายก่ายกอง เธอมองผมเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง"

คิมมินโฮพูดทิ้งท้ายว่า ถ้าเขาเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง  เขาคงบอกรักนิจชิตาไปแล้ว...ยุนอาสงสารคิมมินโฮ เธอเอาคำพูดของเขามาบอกนิจชิตาและขอร้องให้ไปพบคิมมินโฮ

"ขอร้องล่ะ ค่ะ ถ้าคุณนิจไม่ไป จะไม่มีโอกาสเจอท่านรองอีกแล้วนะคะ ท่านรองกำลังจะกลับเกาหลี..."

คิมมินโฮย่องกลับเข้าบ้านกลางดึก พอไม่เห็นซึงมีก็โล่งอก แต่ต้องมาตกใจเมื่อเจอคิมยองมินนั่งเศร้าอยู่ คิมยองมิน

ทำเป็นคิดถึงภรรยาแล้วชวนนั่งดื่ม แต่แล้วก็แอบใส่ยานอนหลับให้กิน...คิมมินโฮสะลึมสะลือ รู้สึกว่าซึงมีพาเขาไปนอน แล้วจะปลดกระดุมเสื้อเขา เขาพยายามปัดป้องแต่ไม่มีแรง

ยุนอาพานิจชิตามา    คิมยองมินตกใจร้องห้าม    แต่ นิจชิตาไม่ฟังเสียงจะต้องพูดกับคิมมินโฮให้ได้ ยุนอาชี้ให้ว่าคงอยู่ในห้องนอน   นิจชิตาเปิดผลัวะเข้าไป   ตกตะลึงร้องลั่น "คนเลว!..."

ซึงมีสะดุ้งลุกขึ้นโวยวาย "ใครใช้ให้ขึ้นมา ไม่เห็นหรือไง ว่าฉันกำลังมีความสุข"

คิมมินโฮได้ยินเสียงนิจชิตา ก็พยายามจะลุกขึ้นแต่ ไม่มีแรง ยุนอาโผล่เข้ามาเห็นสภาพคิมมินโฮกับซึงมีก็ตกใจเช่นกัน นิจชิตาหันหลังกลับออกมา เจอคิมยองมินพูดเยาะๆ

"เธอคงไม่คิดว่ามินโฮ มันจะชอบเธอจริงใช่มั้ย ถ้าเธอคิดอย่างนั้น ฉันอยากให้เธอตัดใจซะ เพราะมินโฮกำลังจะกลับเกาหลีเพื่อแต่งงานกับหนูซึงมี"

นิจชิตาใจแทบ สลาย รีบเดินออกจากบ้านมาสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์ ยุนอาวิ่งตามมาแก้ต่างให้เจ้านาย แต่นิจชิตาไม่ฟัง ขี่รถออกไปแทบเฉี่ยวยุนอา

ooooooo

เช้าวันใหม่   คิมมินโฮตื่นขึ้นมาอย่างปวดหัว เห็นยุนอานั่งหน้าบึ้งก็แปลกใจถามว่ามีอะไร   ยุนอาย้อนถามว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม คิมมินโฮพยายามนึก พอจะจำได้ลางๆว่าซึงมีทำอะไร แต่ไม่เชื่อว่า ตัวเองจะทำอะไรซึงมี...ซึงมีเดินเข้ามาโวย
"อย่าบอกนะคะว่าพี่มินโฮจะไม่ รับผิดชอบสิ่งที่พี่มินโฮทำกับซึงมี"

"อะไรนะ! ยุนอา...บอกฉันสิว่าเมื่อคืนมันไม่ได้มีอะไร ฉันฝันไปใช่มั้ย"

ยุนอา นิ่ง คิมยองมินเข้ามาพูดว่ามันเลยจุดนั้นไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือเตรียมงานแต่งกับซึงมี คิมมินโฮรู้สึกเหมือนโลกถล่ม...

ในขณะเดียวกัน    นิจชิตาก็หงุดหงิดจนใครเข้าหน้าไม่ติด...ยุนอาลองให้คิมมินโฮไปสำรวจตัวเอง ในห้องน้ำ  คิมมินโฮ รู้สึกแปลกใจที่เขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือถ้ามีความสัมพันธ์ กับใคร

"ท่าน รองเคยได้ยินเรื่องยาที่เอาไว้มอม ผู้หญิงมั้ยคะ"

ยุนอาตั้งข้อสงสัย

ยา ที่ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ ได้ ตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ คิมมินโฮคิดตาม แต่แปลกใจที่ใครเป็นคนวางยาเขา แล้วคิมมินโฮก็นึกได้จึงให้ยุนอาไปลองสืบดูให้หน่อย...

ยุนอามาแอบ ฟังคิมยองมินคุยกับซึงมีที่ล็อบบี้โรงแรม ซึงมีกำลังคุยโทรศัพท์กับซอที่เกาหลีให้เตรียมงานแต่งใหญ่โตรอไว้ได้เลย คิมยองมินทำท่าให้บอกไปด้วยว่าเขาเป็นคนช่วยทำให้สำเร็จ   แต่หารู้ไม่ว่าซอพูดกับซึงมีถึงเขาว่า   "ไม่รู้ว่าระหว่างพ่อกับลูกใครมันโง่กว่ากัน ฮ่าๆ รีบกลับเกาหลีมาให้เร็วที่สุด แล้วแอลอีจะได้เป็นของเราซะที"

ยุนอา พอจะลำดับเรื่องราวได้ และได้ยินว่าซึงมีจะไปกรุงเทพฯเพื่อเข้าคอร์สเตรียมเป็นเจ้าสาว จึงฝากคิมยองมินดูแลคิมมินโฮอย่าให้ไปยุ่งเกี่ยวกับนิจชิตาอีก

ภูชิต แวะเวียนมาหาปรางและซื้อของมาฝากบ่อยๆ แต่ไม่กล้าพูดตรงถึงความรู้สึกของตัวเอง ได้แต่วิ่งหนีกลับทุกครั้งที่จะเผลอบอกความในใจ...ปรางชักงงกับท่าทีแปลกๆ ของเขา

พอดีนิจชิตาแวะมาหา มาปรึกษาว่าเธอจะเรียนต่อ และจะไปทำเรื่องที่กรุงเทพฯ ปรางสงสัยว่านิจชิตามีปัญหาอะไรหรือเปล่าจึงถามว่า  "แล้วอย่างนี้คุณคิมจะทำยังไงล่ะ"

นิจชิตาตกใจที่ปรางรู้  "ฉันเป็นเพื่อนแกตั้งแต่เด็ก ทำไมฉันจะไม่รู้ แค่ฉันเห็นแววตาที่แกมองคุณคิมกับตาปลัดนั่นก็ไม่เหมือนกันแล้ว"

นิจ ชิตานิ่งเงียบ ปรางจึงเตือนสติว่า ไม่ว่าจะไปกรุงเทพฯด้วยเหตุผลใด ก็อยากให้จำไว้ว่าเธอพร้อมจะช่วยและอยู่เคียงข้างเสมอ นิจชิตาสวมกอดปรางน้ำตาคลอ...

ยุนอาเอาเรื่องที่ได้ยินมาบอกคิมมินโฮ แต่เขาไม่ปักใจเชื่อว่าพ่อจะทำกับเขาเอง

"แล้วท่านรองจะทำยังไงต่อ คะ"

"กลับเกาหลี ที่เรื่องมันวุ่นวายอย่างนี้เพราะฉันมาที่นี่ ถ้าฉันกลับเกาหลีซะคน เรื่องทุกอย่างคงจะจบลง"

ยุนอาใจหายขึ้นมา ทันที จึงแวะไปหาชุมพลกลางดึก พบเขากำลังหอบผ้ากองใหญ่ลงมาซัก ยุนอาเห็นการซักผ้าของคนไทยที่ซักด้วยมือทีละตัว จึงสอนให้ทำแบบคนเกาหลี คือลงไปย่ำในอ่าง...ทั้งสองช่วยกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างนั้นทั้งสองก็สบตากันอึ้งๆ

"เอ่อ...แล้วคุณยุนอามาหาผมทำไมเห รอครับ" ชุมพลนึกได้

"คือ...คือฉันจะมาบอกครูว่า ฉันคงไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว"

ชุมพลตกใจนึกว่าคิมมินโฮไล่เธอออกอีก ยุนอารีบบอกว่าไม่ใช่ เธอจะกลับเกาหลี ชุมพลใจโหวงชอบกลแต่ยินดีด้วยที่เธอจะได้กลับบ้าน ยุนอาน้อยใจที่ชุมพลไม่คิดถึงเธอบ้างหรือ กลับยินดีที่เธอกลับบ้าน จึงเสียใจวิ่งกลับออกไป ชุมพลตกใจจะวิ่งตามแต่ลื่นล้มเสียก่อน

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น ยุนอาเขียนคำขอโทษตามแบบฉบับของพระเอกเกาหลีไว้แก้ตัวกับนางเอกให้คิมมินโฮ ใช้พูดกับนิจชิตามากมายหลายประโยค แต่คิมมินโฮ กลับไม่ต้องการ เขาตั้งใจจะพูดความจริงกับนิจชิตาให้หมด

แต่พอมาถึงโรงเรียน เขามาในชุดเอ็มอีวัน กลับไม่พบนิจชิตา เห็นแต่เด็กๆเล่นกันอยู่ในห้องไม่มีครูสอนจึงมาที่หน้าห้องครูใหญ่ แล้วโทร.เข้าไปถามลุงปุ่นว่านิจชิตาไปไหน ลุงปุ่นกำลังดูหนังเศร้า เสียงจึงสะอึกสะอื้นเหมือนคนร้องไห้ "ไม่มีอะไรหรอกครับ...เมื่อเช้าทุกคนไปหายัยนิจ ยัยนิจ...ไม่น่าเลยโฮๆๆๆ" ในหนังถึงฉากนางเอกตายพอดี ลุงปุ่นจึงร้องไห้ ออกมา

คิมมินโฮตกใจ เปิดประตูพรวดเข้ามาในห้อง ลุงปุ่นเห็นเป็นเอ็มอีวันก็แปลกใจทักว่ามีอะไร คิมมินโฮรู้สึกตัวว่าอยู่ในชุดเอ็มอีวันจึงรีบทำท่าหุ่นยนต์ถามว่านิจชิตาไป ไหน

"โว้ย...คนจะดูละคร แกอยากรู้ไปทำไมหา...เอ็มอีวัน ว่ายัยนิจไปไหน"

"เพราะผมเป็นผู้ช่วยเธอครับ"

"แต่หลังจากนี้ อาทิตย์นึง แกจะต้องสอนแทนครูนิจ เพราะยัยนิจเข้ากรุงเทพฯไปทำเรื่องศึกษาต่อ"

คิมมินโฮได้ยินอย่าง นั้นก็ตกใจ...เขากลับมาเก็บเสื้อผ้าจะเข้ากรุงเทพฯ  ยุนอาพยายามห้ามเพราะกลัวจะหลงทาง กรุงเทพฯออกกว้างใหญ่จะหานิจชิตาพบได้อย่างไร พลันคิมยองมินโผล่ มาห้ามไม่ให้เขาไปไหน ถ้าจะไปไม่ต้องมาเรียกเขาว่าพ่ออีก คิมมินโฮชะงักก่อนจะหันมาก้มหัวให้แล้วหันกลับไปขึ้นรถขับออกไป ยุนอารีบขอให้คิมยองมินอย่าโกรธคิมมินโฮ

ในวันนั้น ลุงปุ่นโทร.ถามทุกข์สุขนิจชิตา แล้วหันมาบ่นกับชุมพล เขารู้สึกว่านิจชิตาดูเศร้าๆขัดกับท่าทีที่ดูร่าเริง ชุมพลไม่เข้าใจ ลุงปุ่นจึงอธิบายว่า

"จำไว้นะครู ผู้หญิงน่ะ เมื่อไหร่บอกว่าดีก็คือไม่ดี เมื่อไหร่บอกว่าก็งั้นๆ แสดงว่าให้รีบหยุดสิ่งที่ทำทันที"

"โห...ทำไมผู้หญิงถึงได้เข้าใจยาก อย่างนี้ล่ะครู"

ลุงปุ่นบอกว่าเป็นธรรมดา ผู้หญิงมักจะพูดจะทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกตลอด...ชุมพลได้ฟังอย่าง นั้นก็คิดถึงยุนอาทันที...

ขณะที่คิมมินโฮขับรถมาตามทางที่บอกว่าไป กรุงเทพฯ จู่ๆรถก็ดับเพราะน้ำมันหมด เขาจำต้องโบกรถขอโดยสารเข้ากรุงเทพฯ แต่ไม่มีรถยอมจอด มีกระบะคันหนึ่งจอดถามเขาว่าจะซื้อเงาะหรือ พอเขาขอโดยสารเข้ากรุงเทพฯรถก็แล่นออกไปเลย เขาต้องเดินไปตามทางจนมาเจอรถกระบะขายเงาะคันนั้นจอดอยู่ คนขับลงไปยิงกระต่ายข้างทาง เขาจึงแอบซ่อนตัวในกองเงาะ ระหว่างนั้นก็โทร.ติดต่อยุนอาให้รู้ว่ารถน้ำมันหมดจอดทิ้งอยู่ ให้ยุนอาช่วยสอบถามชุมพลว่านิจชิตาพักที่ไหนในกรุงเทพฯ...ยุนอาย่องจะออกจาก บ้าน เจอเข้ากับคิมยองมิน เขาถามเธอว่าคิมมินโฮติดต่อมาบ้างไหม   ยุนอาอึกอักตอบว่าไม่  คิมยองมินจึงสั่งว่าถ้าติดต่อมาให้บอกเขาด้วย  คิมยองมิน กลับไป ยุนอาโล่งอก พลันมีเสียงเคาะประตูขึ้นอีก เธอรีบเปิดประตูคิดว่าเป็นคิมยองมินกลับมา แต่แล้วต้องตกใจเพราะเป็นชุมพลยืนหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ "ครูมาทำไมคะ..."

"คือ...ผม อยากรู้ว่า คุณยุนอาโกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ"

"แล้วครูจะสนใจไปทำไม คะ เพราะอีกหน่อยฉันก็กลับเกาหลีแล้ว ฉันจะโกรธหรือไม่โกรธมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับครู"


"นั่นซิ ครับ...ถ้าอย่างนั้น ผมไปก่อนนะครับ" ชุมพลหน้าเจื่อนทำอะไรไม่ถูก

ยุ นอาน้อยใจกับความซื่อบื้อของชุมพล เธอปิดประตูบ้านอย่างแรง ทันใดมีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง เธอรีบเก๊กหน้าบึ้งแล้วเปิดประตูพูดกระโชก "มีอะไรอีกคะ...ท่านประธาน!"

"เดี๋ยว นี้เธอกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ" คิมยองมินเอ็ด

ยุนอาหน้าซีดรีบ แก้ตัวว่าเธอนึกว่าเป็นพวกเซลส์ขายเครื่องกรองน้ำ คิมยองมินกลับมาเพื่อบอกว่า "ถ้ามินโฮโทร.มา บอกมันด้วยว่า ตอนนี้ฉันระงับบัตรเครดิตของมันทุกใบ เอทีเอ็ม ทุกธนาคารแล้ว...ถ้ามันอยากมีชีวิตที่สุขสบายเหมือนเดิม ให้มันรีบกลับมา"

คิม ยองมินกลับไป ยุนอาเริ่มเป็นห่วงคิมมินโฮมากขึ้น...จึงต้องยอมไปขอความช่วยเหลือจากชุมพล ถามที่อยู่ของนิจชิตาเพื่อส่งไปให้คิมมินโฮ

ooooooo

พอรู้ ทั้งข่าวร้ายและข่าวดีจากยุนอา คิมมินโฮจึงต้องประหยัดเงิน เขานั่งแท็กซี่พอเห็นราคาสูงขึ้นก็ลงต่อรถไฟฟ้าบ้าง รถเมล์บ้างจนมาถึงที่พักของนิจชิตาในเช้าวันรุ่งขึ้น

นิจชิตาแต่งตัว กำลังจะออกจากห้องพักไปติดต่อเรื่องเรียนต่อ พอเดินมาหน้าโรงแรมก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นคิมมินโฮในสภาพทรุดโทรม เขาพูดกับเธอ "คิดหรือว่าหนีผมมานี่แล้วผมจะหาคุณไม่เจองั้นเหรอ"

คิม มินโฮดึงเอกสารในมือนิจชิตามา แล้วถามเธอว่าทำไมต้องหนีเขามา นิจชิตาโกรธ

"ใคร หนี...ฉันไม่จำเป็นต้องหนีนาย"

"แต่คุณกำลังหนีความจริง...ความจริง ที่คุณเองก็ชอบผม... คุณเสียใจที่เห็นผมกับซึงมีคืนนั้น คุณก็เลยตัดสินใจมาที่นี่โดยที่ผมไม่ได้มีโอกาสอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น"

นิจ ชิตาชะงักถามเขาว่าพูดจบแล้วใช่ไหม แล้วหันหลังเดินหนี ทันใดได้ยินเสียงดังตุ้บขึ้นจึงหันกลับไปดู ต้องตกใจเมื่อเห็นคิมมินโฮล้มลงไปนอนกับพื้น เธอรีบเข้าไปเขย่าตัว

"เฮ้ย! ทำบ้าอะไร ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้...ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ล่ะ"...

นิจชิตา ต้องพาตัวคิมมินโฮกลับขึ้นมานอนบนห้องพักของเธอ และปฐมพยาบาลเช็ดตัวเอายาให้กิน คิมมินโฮเพ้อมือปัดป่ายมากุมมือเธอไว้แล้วดึงเธอเข้าไปกอดพร่ำพูดขอโทษ นิจชิตาโวยคิดว่าเขาแกล้งหลับ แต่พอนิจชิตาดูหน้าเขาใกล้ๆจึงรู้ว่าเขาเพ้อเพราะพิษไข้...นิจชิตาต้องปล่อย ให้คิมมินโฮกุมมือและกอดจนเธอเริ่มง่วงแล้วผล็อยหลับไปเคียงข้างเขาบนโซฟา

เช้า วันใหม่ ยุนอาได้รับโทรศัพท์ปลุกตื่นแต่เช้า พอรู้ว่าเป็นคิมมินโฮก็ตาสว่างทันที คิมมินโฮโทร.มาบอกว่าเขาเจอนิจชิตาแล้ว เขาขอเวลาที่เหลืออยู่กับเธอสักพัก...ยุนอาเอง ก็อยากใช้เวลาที่เหลืออยู่กับชุมพลเช่นกัน

จนบ่าย นิจชิตาตื่นขึ้นมาต้องตกใจเมื่อเห็นคิมมินโฮกำลังนั่งจ้องหน้าเธออยู่ "เฮ้ย! มานั่งจ้องหน้าฉันทำไม"

คิมมินโฮยิ้มอย่างรู้สึกดี ขอบคุณเธอ นิจชิตาแปลกใจว่าเรื่องอะไร พอเขาชี้ให้ดูที่อ่างเช็ดตัว ยาและแก้วน้ำที่วางอยู่ "คุณหายโกรธผมแล้วใช่มั้ย"

"ฉันไม่ได้โกรธ" นิจชิตายังปั้นปึ่ง

"เหรอ...มิน่าล่ะ คุณถึงได้ยอมดูแลผมจนดีขึ้นอย่างนี้" คิมมินโฮยิ้มกวนๆ

นิจชิตาเขิน บอกไปว่าทั้งหมดนั่นเธอทำให้ตัวเอง เธอต้องกินยาแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว และเช็ดตัวให้ตัวเอง คิมมินโฮยิ้มกับความปากแข็งของเธอ จึงทำเป็นบิดขี้เกียจแล้วชวนเธอไปเที่ยว เขาไล่ให้เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นิจชิตาไม่ไป "เรื่องไร... ฉันมีธุระต้องทำ"

"อย่าให้ผมพูดเป็นครั้ง ที่สองนะ...เมื่อคืนคุณดูแลผมแล้ว งั้นผมเริ่มต้นการตอบแทนคุณด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณดีมั้ย"

"เฮ้ย! ไม่ต้อง" นิจชิตารีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที

คิมมินโฮอมยิ้ม แล้วรู้สึกวิงเวียนจนเซ ยังไม่หายดีแต่เขาอยากพาเธอไปที่แห่งหนึ่ง...เขาพาเธอมาที่วัดโพธิ์ "ที่นี่เป็นที่ที่พ่อกับแม่ผมเจอกัน...แม่อยากให้ผมกลับมาในที่ที่แม่เคย อยู่ซักครั้ง ไม่คิดว่าในที่สุดผมก็ได้มายืนอยู่ตรงนี้จริงๆ"

ระ หว่างที่คิมมินโฮพานิจชิตาเดินชมวัด มีป้าคนหนึ่งเข้ามาทักว่าเขาเป็นลูก แล้วต่อว่าทำไมเพิ่งกลับมา แถมทึกทักว่านิจชิตาเป็นแฟนลูกชายที่จะพามาให้ดูตัว นิจชิตาอ้าปากค้าง คิดว่าเขาพาเธอมาให้แม่ดูตัวจริงๆ พลันลูกสาวของป้าวิ่งมาขอโทษขอโพยเพราะแม่ของเธอเป็นโรคหลงๆลืมๆ นิจชิตาหน้าเหวอ

"อ้าว...ไม่ใช่แม่นายหรอกเหรอ"

"แม่ฉันเสีย ไปนานแล้ว"

"แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน...ถ้าฉันพูดอะไรออกไปจะว่าไง"

"พูด อะไร...แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วย เอ๊ะ...อย่าบอกว่าเธอคิดเรื่องที่คุณป้าบอกจริงๆ"

"คิดอะไร เล่า...ฉันร้อนแดด" นิจชิตาหน้าแตกรีบเดินหนี

คิมมินโฮเดินตามยิ้มๆ เขาเล่าให้เธอฟังว่าแม่ของเขาเป็นหมอนวดที่นี่ นิจชิตาดักคอ อย่าบอกนะว่าพ่อมาพบรัก คิมมินโฮพยักหน้า นิจชิตายิ้มขำที่เรื่องเหมือนในหนัง คิมมินโฮเคือง พอดีมีหมอนวดเข้ามาถามว่าจะนวดแผนไทยไหม คิมมินโฮรีบบอกว่านวดทั้งสองคน

ขณะ ที่นิจชิตากำลังเคลิ้มกับการนวด คิมมินโฮนึกหมั่นไส้อยากเอาคืน จึงเข้ามานวดแทนหมอนวด นิจชิตาบ่น "ทำไมมันดีอย่างนี้...นั่นแหละคะ แรงอีกก็ได้ค่ะ"

"หือ...ทำเป็นปากดี" คิมมินโฮแกล้งนวดลงมาที่ขาเพราะเห็นเธออยากหัวเราะมากนัก

นิจชิตา รู้สึกจั๊กจี้จนทนไม่ไหว ดีดเปรี้ยงเข้าที่หน้าคิมมินโฮ ผล...คิมมินโฮเดินตาเขียวออกมากับนิจชิตา "ช่วยไม่ได้นะ นายดันไปจับเส้นผิด เท้าฉันมันก็เลยกระตุกไปเอง"

คิมมินโฮถามอย่างจริงจัง "เธอไม่รู้หรือไงว่าฉันพาเธอมาที่นี่ทำไม"

"ก็นายอยากมาหาแม่ไม่ใช่ เหรอไง"

"คุณอาจจะเห็นผมเป็นรองประธานบริษัทเครื่องไฟฟ้าที่ใหญ่ ที่สุดในเกาหลี ผมแค่อยากให้คุณเห็นผมอีกมุม ผมเองก็เป็นแค่ลูกหมอนวดแผนโบราณคนนึงเหมือนกัน"

รู้สึกอึ้งเมื่อนิจ ชิตารับรู้ความจริงจังของคิมมินโฮ เธอเฉชวนเขาไปไหว้พระ คิมมินโฮรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาอีก แต่ฝืนไว้ เดินตามเธอไป...ระหว่างนั่งไหว้พระ นิจชิตาแกล้งเอาน้ำมนต์ มาพรมให้คิมมินโฮ เขาสะดุ้งแล้วยื้อแย่งจะพรมให้เธอบ้าง จนน้ำมนต์หก นิจชิตารีบปล่อยมือแล้วชี้ว่าเขาเป็นคนทำ หลวงพ่อเดินเข้ามาเอ็ดเบาๆ...คิมมินโฮหันมาตำหนินิจชิตาที่เล่นดีนัก นิจชิตาว่าเธอไม่ได้เล่น เธอหวังดี คิมมินโฮเตือนอยู่ในวัดห้ามพูดโกหก พลันรู้สึกวิงเวียนจนเซ นิจชิตาเข้าประคอง "ฉันบอกแล้วว่านายยังไม่หายดีก็ไม่เชื่อ"

คิมมินโฮว่าเขาไม่เป็นอะไร คงจะร้อนเกินไป จึงพาเธอมาเล่นเมืองหิมะในดรีมเวิลด์...

ooooooo
ตอนที่ 13

เมื่อเจอร้อนๆเย็นๆทำให้คิมมินโฮเริ่มวิงเวียนมากขึ้น แต่เขายังฝืนสนุกสนานทำให้นิจชิตามีความสุข เขาชวนเธอไปดูหิมะจริงๆที่เกาหลี นิจชิตาชะงักใจเต้นรัว เขาหมายความว่าอย่างไร เธอทำหน้าไม่ถูก บอกให้เขารอตรงนี้เดี๋ยวเธอมา...นิจชิตารีบ
เดินหลบมามุมหนึ่ง

"ว้า...เป็นไร ของเราเนี่ย อย่าลืมสิว่าตานั่นทำอะไรไว้" นิจชิตาตีหัวตัวเองเตือนสติ

คิม มินโฮเดินเข้ามาถามว่าทำอะไร นิจชิตาสะดุ้งโวย "เฮ้ย! ฉันบอกให้นายรอตรงนั้นไง"

"จะทิ้งฉันน่ะไม่ง่ายหรอก ไปเถอะ...ฉันอยากเล่นอย่างอื่นแล้ว" คิมมินโฮดึงนิจชิตาไป

อีกมุม หนึ่งในดรีมเวิลด์ ซึงมีแต่งตัวเป็นสโนว์ไวท์ มาถ่ายภาพกับทีมงาน เธอต้องโพสท่าให้ดูสดใส โยนช่อดอกไม้อย่างมีความสุข แต่ซึงมีกลับโยนมันลอยละลิ่วไปไกล... ช่อดอกไม้มาตกโดนหัวนิจชิตาอย่างจัง ทีมงานรีบวิ่งมาขอโทษ คิมมินโฮต่อว่า
เล็กน้อยก่อนจะพานิจชิตาเดินผ่าน ฝูงชนออกไป ซึงมีมองไปเห็นคิมมินโฮอยู่กับนิจชิตาก็ตกใจรีบตามไปใกล้ๆแต่ไม่ทัน ทั้งสองขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว ซึงมีรีบขับรถตามจนรู้ว่าทั้งสองพักที่ไหน...ซึงมีโทร.หาคิมยองมินทันที  แต่เขาตกใจกลัว ซึงมีรู้ว่าคิมมิ
นโฮไม่อยู่ จึงแกล้งดัดเสียงเป็นลูกชายคุยกับซึงมี

"คิดว่าฉันโง่หรือไงไอ้ แก่...พี่มินโฮอยู่กับยัยนั่นจริงๆ" ซึงมีโกรธจัด เข่นเขี้ยวเมื่อวางสาย

ซึง มีโทร.ฟ้องซอที่เกาหลี ซอส่งสมุนมือขวากับลูกน้องมาช่วย...

เมื่อจำ ต้องให้คิมมินโฮพักในห้องเดียวกัน นิจชิตาก็ระวังตัวกลัวเขาคิดไม่ซื่อ พอออกจากห้องน้ำเห็นคิมมินโฮฟุบหลับที่โซฟาก็คิดว่าแกล้ง เข้าไปปลุก ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าเขาตัวร้อนจี๋จึงเรียกรถพยาบาลมารับ หมอตรวจอาการแล้วบอกว่า

"น่าจะมีการติดเชื้อที่ปอดน่ะครับ คงต้องรอให้ไข้ลดแล้วรอดูอาการอีกที"

นิจชิตาใจหายวาบรีบโทร.บอกยุ นอา และว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่เป็นอะไรมากเธอจะพาเขากลับบ้าน ยุนอารีบห้าม "อย่านะคะ...คือ ฉันว่าให้ท่านรองอยู่ที่นั่นแหละค่ะ เพราะเครื่องไม้ เครื่องมือโรงพยาบาลในกรุงเทพฯน่าจะดีกว่าที่นี่ ยังไงฝากคุณนิจช่วยดูแล
ท่าน รองด้วยนะคะ"

ขณะนั้น ยุนอานั่งทานข้าวอยู่กับชุมพล เขาได้ยินจึงถามว่าคิมมินโฮไม่สบายหรือ ยุนอาต้องปกปิดไม่ให้ชุมพลรู้ว่าคิมมินโฮอยู่กับนิจชิตา จึงบอกไปว่าคิมมินโฮโทร.มาบอกว่าจะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯต่อเลยแกล้งไม่สบาย ที่จริงแล้วเขาอยากใช้เวลาอยู่กับนิจ
ชิตา และเธอเองก็อยากให้เวลาอยู่กับชุมพลเช่นกัน

นิจชิตากลับเข้ามาดูคิม มินโฮที่นอนในห้องพักฟื้น เธอมองเขาด้วยความห่วงใย จับมือเขามากุม "อย่าเป็นอะไรนะ"

ทันใด...มือถือของคิมมินโฮดังขึ้น เธอจึงรับสายแทน เสียงคิมยองมินแปลกใจ "นั่นมือถือของมินโฮรึเปล่า...แล้วเธอเป็นใครมารับสายแทนลูกฉันได้ยังไง"

"ฉัน ครูนิจชิตาค่ะ ลูกชายคุณหลับอยู่ ถ้ามีอะไรคุณค่อยโทร.มาใหม่พรุ่งนี้แล้วกัน" นิจชิตาวางสายด้วยความหงุดหงิดที่ทางนั้นพูดไม่ดี

คิมยองมินถึงกับ อึ้งเมื่อรู้ว่าคิมมินโฮอยู่กับนิจชิตาที่กรุงเทพฯ เขาแล่นมาหาลุงปุ่นกลางดึกเอาเงินฟาดหัวลุงปุ่นให้บอกว่านิจชิตาพาคิมมินโฮ ไปอยู่ที่ไหน ลุงปุ่นโกรธมากด่าเปิง คิมยองมินจึงไปแจ้งความที่โรงพักว่าลูกสาวลุงปุ่นพาลูกชายเขาหนี
ตำรวจ ตกใจมีแต่ลูกชายพาลูกสาวหนี คิมยองมิน โวย "อ้าว...คุณตำรวจพูดอย่างนี้ได้ไง อ๋อ...เป็นคนไทยล่ะสิ ถึงได้เข้าข้างกัน"

เกิด การวางมวยกันต่อหน้าตำรวจ ทั้งคิมยองมินและลุงปุ่นจึงโดนจับเข้ากรงทั้งคู่ แต่ไม่วายยังทะเลาะกันไม่เลิก

ooooooo

หน้าห้องคนไข้ ซึงมียืนมองผ่านช่องกระจกประตูดูนิจชิตาที่นอนฟุบหน้าหลับกุมมือคิมมินโฮ อยู่ข้างเตียงด้วยความเคียดแค้น มีคนของซอที่ส่งมายืนอยู่ข้างหลัง

เวลา ผ่านไป พยาบาลเข้ามาปลุกนิจชิตาเพื่อเอายาให้คนไข้ คิมมินโฮพลอยสะดุ้งตื่นไปด้วย นิจชิตาดีใจที่เขารู้สึกตัว แต่คิมมินโฮยังจำไม่ได้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และเป็นอะไร

"เห็น คุณหมอบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่น่ะค่ะ"

"ไม่ได้ปอดติดเชื้ออะไรนั่น เหรอ คะ" นิจชิตาสงสัย

พยาบาลจึงบอกว่าเดี๋ยวหมอจะแจ้งอีกที แล้วนึกได้ถามว่าเจอเพื่อนหรือยัง "เมื่อกี้ดิฉันเห็นผู้หญิงกับผู้ชายกลุ่มนึงมายืนอยู่หน้าห้อง...พวกคุณยัง ไม่ได้เจอเหรอคะ"

ทั้งนิจชิตาและคิมมินโฮแปลกใจ ยิ่งพอคิมมินโฮรู้ว่าเขาสลบไปแล้วนิจชิตาพาส่งโรงพยาบาลก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม "จริงเหรอ... คุณกลัวว่าผมจะเป็นอะไรละสิ"

"ใช่ ฉันกลัวว่านายจะมาตายในมือฉัน แล้วพาฉันซวยไปด้วย"

คิมมินโฮหน้า เศร้าลง นิจชิตารู้สึกผิดจึงพูดใหม่ว่าเขาไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เธอจะได้กลับ คิมมินโฮรีบถามว่าจะทิ้งเขาอยู่คนเดียวหรือ นิจชิตาจึงบอกว่ายุนอากำลังมา คิมมินโฮแปลกใจ

"ใช่...ก็ตอนที่นายสลบไป ฉันโทร.บอกคุณยุนอาแล้ว"

คิม มินโฮโล่งใจเพราะก่อนหน้านี้เขาโทร.บอกยุนอาว่าเขาจะอยู่กรุงเทพฯต่อ จึงขอให้นิจชิตาอยู่เป็นเพื่อนจนกว่ายุนอาจะมา...

ด้านคิมยองมิน พยายามจะโทร.ให้ใครมาช่วยเขาออกจากคุก แต่ติดต่อใครไม่ได้ และก็ต้องทะเลาะกับลุงปุ่นไปด้วย...ไม่นานภูชิตมาประกันตัวลุงปุ่น เขาถามลุงปุ่นว่าจะไม่ประกันตัวพ่อของคิมมินโฮหรือ ลุงปุ่นแสร้งทำหน้าเศร้า "คิดดูสิปลัด แค่ปลัด
ใช้ตำแหน่งมาเบ่งเพื่อประกันผมมันก็แย่พอแล้ว แล้วถ้าปลัดยังเบ่งอีก คนอื่นเขาจะมองปลัดยังไง"

"จริงด้วย นี่ผมเกือบจะมองครูใหญ่ผิดไป แล้วนี่พวกตำรวจเขาจะคิดว่าผมเบ่งหรือเปล่าเนี่ยครู"

"ไม่เป็นไรหรอก ปลัด พวกตำรวจเขาคงชินแล้วล่ะ" ลุงปุ่นพูดจบขอตัวเข้าบ้าน

"ดีนะที่ เขาชินกันอยู่แล้ว เอ...ตกลงครูเขาชมหรือด่าเราวะ" ภูชิตเริ่มงง...

พัก หลังมานี่ ภูชิตแวะเวียนเอาของฝากที่บ้านปรางเป็นประจำ แต่มีข้ออ้างว่าผ่านมาบ้าง เผอิญบ้าง ไม่กล้าบอกตามตรงว่าเขามีใจให้ปราง  วันนี้เขาแวะมาเจอเอกนั่งกอดลูกบอลร้องไห้ ถามไถ่ได้ความว่าโดนเด็กโตกว่ารังแกแย่งสนามบอล จึงพาเอกไป
ต่อว่าเด็ก กลุ่มนั้น เด็กไปฟ้องพ่อซึ่งเป็นนักกล้ามตัวใหญ่มาดึงคอเสื้อภูชิตตัวลอย พอเห็นหน้าภูชิตก็ตกใจ

"โอ๊ย...นึกว่าใครต้องขอโทษแทนไอ้เก่งมันด้วย นะครับ...มานี่ มาขอโทษปลัดกับหนูคนนั้นซะ" พ่อรีบวางภูชิตลงแล้วจัดปกเสื้อให้เข้ารูป

ภูชิตเห็นสายตาเอกที่ กำลังมองอยู่ จึงอยากให้เห็นวิถีแห่งลูกผู้ชาย "ไม่ต้อง...เรามาตัดสินกันด้วยวิธีของลูกผู้ชาย ถ้าใครชนะ ก็ได้สนามนี้ไป"

ผล อ อกมา...เอกประคองภูชิตที่หน้าเขียวช้ำกลับมาบ้าน ให้ปรางทำแผล ปรางโกรธที่ภูชิตมาสอนหลานเธอให้เป็นนักเลงใช้กำลัง เอกออกปกป้องภูชิต "น้าปรางอย่าว่าปลัดเลยครับ ปลัดทำให้ผมรู้ว่าการที่จะชนะ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตัวเล็กหรือใหญ่ แต่
มันอยู่ที่ใจใช่มั้ยครับปลัด"

ภู ชิตพยักหน้าว่าถูกต้อง ปรางมองความสัมพันธ์ของสองคนนี้ด้วยความแปลกใจ

ooooooo

กว่า ยุนอาจะมาประชิดตัวคิมยองมินได้ก็ผ่านไปวันหนึ่ง คิมยองมินโทษเป็นเพราะมือถือที่ติดต่อไม่ได้จึงขว้างทิ้งแล้วกระทืบซ้ำ เขายังโกรธเรื่องคิมมินโฮ ถามยุนอาว่าติดต่อมาบ้างหรือยัง ยุนอาส่ายหน้าไม่รู้ คิมยองมินยิ่งโกรธ

"ในเมื่อมันไม่อยากกลับ เกาหลี...ฉันจะทำให้มันอยู่ ที่นี่ไม่ได้เหมือนกัน"

"ท่านประธานจะไป ไหนค่ะ" ยุนอาเห็นคิมยองมินจะเดินออกไป

"ฉันก็จะไปป่าวประกาศให้คน ในจังหวัดนี้รู้ไงว่าไอ้หุ่นที่ทุกคนเห็นอยู่นั่นน่ะ มันคือคิมมินโฮ"...เล่นเอายุนอาอ้าปากค้าง

ในโรงพยาบาล  คิมมินโฮหลอกให้นิจชิตาเล่นเกม   ถ้าแพ้ต้องให้เขากินขนม  ด้วยการให้พูดคำว่า...มันต้องเป็น

อย่างนั้นอยู่แล้ว...ไม่ว่าเขาจะ ถามอะไร นิจชิตายิ้มว่าง่ายๆ

"งั้นผมเริ่มก่อนคุณจะได้เข้าใจ...คุณ ว่าผมหล่อมั้ย"

"เอ่อ...มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว...ไอ้พวกที่ ชอบชมตัวเองมักจะเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ จึงต้องพยายามบอกตัวเองในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความจริงใช่มั้ย"

"ฮื่อ...มัน ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว...แต่ผมว่าไม่จริงหรอก เพราะถ้าผมไม่หล่อจริง คุณคงไม่เป็นฝ่ายจูบผมเองตอนอยู่ในป่า"

นิจชิตาชะงักแต่ต้องตอบ ว่า...มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว...แต่พอจะพูดเหตุผล คิมมินโฮก็ถามขึ้นอีกว่า "คุณชอบผมใช่มั้ย?"

"มันต้องเป็นอย่างนั้น อยู่แล้ว...เฮ้ย! ขี้โกง ไม่เล่นแล้ว" นิจชิตาจะออกจากห้อง

คิมมินโฮ รีบถามว่าจะไปไหน นิจชิตาพูดไม่มองหน้าว่าจะไปหาอะไรกินแล้วเดินออกไปทันที คิมมินโฮยิ้มพอใจ พลันยุนอาโทร.มาบอกข่าว...นิจชิตาเกิดลืมกระเป๋าเงินต้องวกกลับมาเอา  มาถึงหน้าห้องได้ยินคิมมินโฮพูดโทรศัพท์

แต่ฟังไม่ค่อยถนัด

"ว่า ไงนะ...ไม่ได้...เอาอย่างนี้ เธอไปบอกพ่อฉันว่า..." คิมมินโฮบอกแผนการ

ยุ นอารับคำแล้ววางสาย นิจชิตาเปิดประตูเข้ามาหน้าเครียด "ไม่จริงใช่มั้ย"

"คุณ...คุณ ได้ยินที่ผมพูดเมื่อกี้เหรอ"

"ใช่...ทำไมนายบอกไม่ให้คุณยุนอามา"

คิมมิ นโฮตกใจที่นิจชิตาได้ยิน แต่พอรู้ว่าสิ่งที่เธอได้ยิน

มันคนละเรื่อง ก็ดีใจ ถามย้ำว่าได้ยินอะไร   นิจชิตาบอกว่า "เอ่อ...ฉันก็ได้ยินไม่ชัดหรอก แต่ฉันรู้ว่านายต้องให้คุณยุนอา

ไปไหนแน่นอน"

ยิ้มออกมาได้ คิมมินโฮรีบสมอ้างว่ายุนอาโทร.มาบอกว่าเอ็มอีวันมีปัญหา เขาจึงบอกไม่ต้องมา นิจชิตาไม่เชื่อ เพราะทายาทพันล้านป่วยมีหรือจะไม่มีใครห่วง เธอจะโทร.กลับไปถามยุนอา คิมมินโฮรีบห้าม "อย่านะ...เอ่อ...ผมบอกความจริงก็ได้ คือ...ผม
บอกยุนอาไม่ให้มาเองแหละ"

"อ้าว...ทำไม ล่ะ"

"คือ...ผมอยากมีเวลาอยู่กับคุณ" คิมมินโฮตัดสินใจพูดความจริงออกไป

ได้ยินอย่างนั้น นิจชิตาหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย รีบคว้ากระเป๋าเดินออกไป คิมมินโฮโล่งอกที่ความลับยังไม่ถูกเปิดเผย

ooooooo

ตั้งหน้า ขับรถมุ่งไปเปิดเผยความจริงที่โรงเรียน ยุนอานั่งสามล้อตามรถคิมยองมิน พอดีชุมพลขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทาง เกือบชนกับรถคิมยองมินที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง คิมยองมินลงมาต่อว่าชุมพล ยุนอา

วิ่งหน้าตื่นมา "ครูชุมพล...เป็นอะไรมั้ยคะ"

พอคิมยอง มินรู้ว่าชุมพลเป็นครูจึงคิดจะบอกเป็นคนแรก ยุนอารีบดึงคิมยองมินออกมากระซิบบอก "ท่านประธานลองคิดดีๆซิคะ ถ้าท่านบอกความจริงเรื่องท่านรองคือเอ็มอีวัน คนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือแอลอีนะคะ ทุกคนจะหาว่าเราเป็น
บริษัท ที่หลอกลวง  ผู้บริโภคที่เคยนับถือเราจะหมด

ความนับถือไปทันที  แล้วนั่นหมายถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นกับแอลอี"

คิมยองมินคิดตาม "จริงด้วย นี่ฉันโกรธจนลืมไปได้ยังไง"

ยุนอาเห็นคิมยองมินคล้อยตาม จึงย้ำไปอีกว่าตัวเขาจะกลับเกาหลีไม่ได้เช่นกัน เพราะประชาชนเกาหลีจะประณามว่าลวงโลก  และอาจจะเนรเทศออกจากเกาหลีเพราะสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศนั่น เอง...คิมยองมินหน้าเจื่อน รีบเดินไปบอกชุมพล
ว่าไม่มีอะไร แถมย้ำให้ชุมพลลืมเสียว่าเคยเจอกับเขาวันนี้  คิมยองมินกลับไปขึ้นรถขับกลับไป ยุนอาลืมตัวกระโดดกอดชุมพลด้วยความดีใจ ชุมพลตกใจกอดตอบ ยุนอารู้สึกตัวรีบผละออกเขินๆ...

หลบมาพูดโทรศัพท์ กับยุนอาที่ระเบียง คิมมินโฮโล่งอกและให้ยุนอาคอยจับตาดูพ่อของเขาไว้ให้ดี นิจชิตาเข้ามาในห้องเห็นคิมมินโฮอยู่นอกระเบียงก็ออกมาถามว่าทำอะไรตรงนี้

"เอ่อ...ผม หายใจไม่ค่อยออกน่ะ ก็เลยออกมาสูดอากาศข้างนอก" คิมมินโฮหาข้ออ้าง

นิจ ชิตาตกใจรีบประคองคิมมินโฮมานอนที่เตียง  เกรงจะเป็นอะไรมาก เธอจะออกไปตามหมอ คิมมินโฮดึงมือเธอไว้ "ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่รู้สึกว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น"

นิจชิตายิ่งเครียด คิมมินโฮขอให้เธอฟังเสียงหัวใจเขาว่าเต้นช้าลงหรือเปล่า นิจชิตารีบเอาหูแนบหน้าอกเขา พยาบาลเดินเข้ามาพอดีคิดว่าสองคนกุ๊กกิ๊กกันอยู่รีบขอโทษแล้ววางยาไว้ให้

"คือ...ไม่ ใช่นะคะ เราไม่ได้ทำอะไรกันค่ะ ใช่มั้ย" นิจชิตาเด้งขึ้นมารีบแก้ตัวแล้วเห็นคิมมินโฮยิ้มๆก็ต่อว่าเขาแกล้งเธอ แล้วยิ่งตกใจเมื่อได้ยินพยาบาลพูดว่า

"เพิ่งแต่งงานกันหรือเปล่าคะ คือ...คุณสองคนท่าทางรักกันดี แหม ไม่น่าเลยนะคะ เพิ่งแต่งงานกันอย่างนี้ก็ต้องมาป่วยซะแล้ว  แต่เห็นคุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว...ไม่เกินสองวันก็คง กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ"
พยาบาลอมยิ้มเดินออกไป

"ไง ล่ะเป็นเรื่องเลยเห็นมั้ย หัวใจหยุดเต้นเหรอ นี่เลยนี่ๆ" นิจชิตาหน้าแดงทุบตีคิมมินโฮ

"โอ๊ย...ฉันไม่ได้โกหกนะ ก็เธอไม่อยู่นี่ หัวใจฉันก็เลยเหมือนจะหยุดเต้น งั้นต่อไปนี้เธอห้ามไปไหนอีกนะ"

"เรื่องอะไรฉันต้องเชื่อนาย" นิจชิตาทั้งเขินทั้งอายรีบหลบเข้าห้องน้ำ...คิมมินโฮอมยิ้ม

ด้านคิม ยองมิน เขาจ้างนักสืบสืบหาคิมมินโฮที่กรุงเทพฯ โดยใช้สัญญาณจีพีเอสตามตัว

ooooooo

เช้า วันใหม่ นิจชิตาเดินบ่นที่ต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้คิมมินโฮ เพราะเขาถูกอายัดบัตรทุกอย่าง ระหว่างเดินมาตามทางรู้สึกว่ามีคนตาม ตอนแรกนิจชิตาจะให้เขาขึ้นไปรอบนห้อง แต่แล้วเปลี่ยนใจ นิจชิตาถามคิมมินโฮว่าไปมีเรื่องอะไรกับใครมา
หรือเปล่า

"ไม่มี นะ...เราทำตัวตามปกติเหมือนไม่เห็นมัน เดินไปเรื่อยๆ เอางี้นะ เดี๋ยวฉันจะหาทางล่อให้มันตามฉันไปเอง ส่วนเธอพอได้จังหวะ หนีมันไปรอที่ห้องเลย โอเคมั้ย"

"แต่นายยังไม่หายดี"

คิมมิ นโฮขอให้เชื่อใจเขา นิจชิตาจึงให้สัญญาว่าต้องเจอกันให้ได้ คิมมินโฮสัญญา ดังนั้นทั้งสองทำเป็นเดินจูงมือกันไป ผ่านตรอกซอกซอย แล้วพอได้จังหวะ คิมมินโฮก็ดันนิจชิตาไปซอยหนึ่งแล้วเขาเลี้ยวอีกซอย ทำให้คนที่สะกดรอยตามหาไม่เจอ
กลับมาเจอกันบนห้อง คิมมินโฮให้นิจชิตาเก็บของต้องย้ายออก ทันใดมีคนมาเคาะประตูบอกว่าเป็นรูมเซอร์วิส ทั้งสองคนแปลกใจเพราะไม่ได้สั่งอะไร พอเปิดประตูเห็นชายคนหนึ่งยืนหน้าเครียด สักพักมือขวาของซอก็ถือปืนเดินเข้ามา ทั้งสองเย็นวาบ
ขึ้นมาทั้งตัว

มือ ขวากับลูกน้องใช้ปืนจี้ให้คิมมินโฮกับนิจชิตาเดินออกมาทางบันไดหนีไฟ คิมมินโฮถามว่าใครสั่งให้ทำ ลูกน้องตบคิมมินโฮด้วยด้ามปืน มือขวาตะคอกใส่ลูกน้อง

"เฮ้ย...จำไม่ได้หรือไงว่าห้ามทำอะไรผู้ชาย"

นิจ ชิตาประคองคิมมินโฮลุกเดิน พยายามต่อรอง

ว่าจะเอาเงินหรืออะไร มือขวาโวยว่าเขาไม่ใช่โจรกระจอก ทั้งสองถูกผลักออกมาที่ดาดฟ้าและสั่งให้เดินต่อไป  นิจชิตารู้สึกไม่ดี

"นี่...ฉัน ว่าเราคงมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ พวกเราไม่เคยไปทำอะไรให้พวกคุณเลยนะ"

"ใช่...กับ ฉันน่ะไม่เคย แต่กับเจ้านายฉันแกมันคือแมลงตัวเล็กๆที่ทำให้เจ้านายฉันรำคาญ"

คิมมิ นโฮได้ยินอย่างนั้นจึงขอคุยกับเจ้านาย มือขวาตวาดให้หยุดถามแล้วให้นั่งตรงแท็งก์น้ำ  พวกมันจะเอาน้ำกรดราดหน้านิจชิตาต่อหน้าคิมมินโฮ เขาร้องห้าม

"ใคร ให้แกออกคำสั่ง  ตอนนี้ฉันจะจัดการนังนี่ก่อน  

ส่วนแกเจ้านายฉันจะ เป็นคนจัดการเอง  เฮ้ย...จับมันไว้ ให้มันดูเต็มสองตาซิว่าน้ำกรดนี่โดนหน้านังนี่ มันจะเป็นยังไง"

"ไม่ นะ...ปล่อย...ปล่อย ห้ามทำอะไรเธอนะ"  คิมมินโฮร้องลั่นพลันเหลือบเห็นท่อนเหล็ก  จึงร้องขอให้เขาได้ทำอะไรอย่างหนึ่งก่อน

พวกโจรงง คิมมินโฮขยับเข้ามาจ้องหน้านิจชิตา  สบตาเธอซึ้งๆ  "ไม่ต้องห่วงนะ...ถึงหน้าจะเสียโฉมไปแค่ไหน ฉันจะพาเธอไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีเอง"

นิจชิตานึกว่าเขาจะสารภาพรัก จึงโวย "บ้า ไปเลย ถึงฉันจะน่าเกลียด  ฉันก็ไม่ไปกับนาย"

"ทำไมไม่ ยอมเชื่อบ้าง...วิ่ง...ฉันบอกให้วิ่งก็วิ่งนะ...วิ่ง"

คิมมินโฮขยิบ ตาแล้วหันมาเตะขวดน้ำกรดในมือโจรกระเด็นหล่น

นิจชิตาจึงเตะปืนในมือ ลูกน้อง คิมมินโฮบอกให้นิจชิตาวิ่ง  แต่เธอไม่ไปเพราะเป็นห่วงเขา คิมมินโฮต้องตะคอกซ้ำเธอจึงวิ่ง  เขาหันมาสู้กับคนร้าย  มือขวาสั่งลูกน้องให้ตามนิจชิตา เธอจึงวิ่งหนีลงบันได  ไม่ทันไรได้ยินเสียงปืนดังปัง  นิจชิตาสะดุ้งเป็น
ห่วงคิมมินโฮจึงหันมา สู้  โดยคว้าถังดับเพลิงฟาดหน้าลูกน้อง แล้วกลับขึ้นมาช่วยคิมมินโฮ  เธอเอาท่อนเหล็กหวดมือขวาเต็มๆจนมันนิ่งไปต่อหน้า  เธอถึงกับช็อกกับสิ่งที่เธอทำ  คิมมินโฮ

ประคองเธอวิ่งลงมาตามบันได หนีไฟ  เขาปลอบเธอ  "ฟังนะ... ไม่ต้องห่วง  ไอ้หมอนั่นมันไม่ตายหรอก"


นิจ ชิตาถามว่าจริงนะ คิมมินโฮพยักหน้าแล้วถามว่าเธอกลับมาทำไม ทำไมไม่หนีไป

"จะ ให้ฉันทิ้งนายหรือไง"  นิจชิตาสบตาคิมมินโฮเหมือนเผยความในใจ

เสียง ปืนดังเฉียดทั้งสองคน  มือขวาฟื้นขึ้นมา  เอาปืนไล่ยิง  สองคนจับมือกันวิ่งแล้วหลบซ่อนตัว คิมมินโฮเอามือถือถ่ายหน้ามือขวาเอาไว้ได้...ทั้งสองกลับเข้ามาในห้องพัก ด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นความตายมาได้  คิมมินโฮรีบสำรวจว่านิจชิตาบาด
เจ็บ บ้างหรือเปล่า นิจชิตาส่ายหน้า  ทั้งสองอยากรู้ว่าใครส่งคนมาทำร้ายพวกเขา

มือ ขวาหนีกลับไปหาซึงมีได้ โดนซึงมีตบหน้าที่ทำงานพลาด  เธอคงต้องหาแผนใหม่...เธอโทร.หาคิมยองมินอีกครั้ง ทำทีเป็นขอคุยกับคิมมินโฮ ทำให้คิมยองมินต้องดัดเสียงเป็นคิมมินโฮอีกครั้งต่อหน้ายุนอาที่ทึ่งว่าทำไป ได้  ซึงมีรู้ทันยิ่งโกรธแต่ไม่
โวยวายออกไป คิมยองมินเกรงซึงมีจะฟ้องซอแล้วจะโดนถอนหุ้น เขาต้องทำให้ลุงปุ่นบอกให้ได้ว่านิจชิตาอยู่ไหน...

ooooooo
ตอนที่ 14

ขณะที่ลุงปุ่นกำลังสอนหนังสือเด็กนักเรียน คิมยองมินมาตะโกนผ่านโทรโข่งเรียกครูหน้ายับให้ ออกมา  ลุงปุ่นรู้สึกว่าเสียงคุ้นๆจึงออกมาดูเห็นยุนอาพยายามห้ามคิมยองมิน ชุมพลวิ่งกระหืดกระหอบตาม ออกมาพอได้ยินคำปรักปรำของคิมยองมินว่านิจชิตาพาลูกชายเขาหนีไปกรุงเทพฯก็ หัวเราะออกมา ทุกคน หันมาถามว่าขำอะไร

"คือ...มันเป็นเรื่องน่าขำที่ สุดน่ะครับ ผมว่าครูนิจต้องไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน" ชุมพลตอบ

"แล้ว อีกอย่าง ถึงยัยนิจจะอยู่กับคุณคิมจริงก็คงไม่มีอะไร" ลุงปุ่นมั่นใจในตัวลูกสาว

"แกรู้ได้ยังไง แล้วถ้าลูกสาวแกเกิดไปให้ท่าลูกฉันล่ะ ผู้หญิงสมัยนี้น่ะแค่เห็นผู้ชายหรูหล่อรวยหน่อยก็เห็นหนทางรวยทางลัดแล้ว" คิมยองมินยังปรักปรำ

ยุนอาพยายามห้าม ลุงปุ่นโกรธควันออกหูกระโจนเข้าตะลุมบอนกับคิมยองมิน ชุมพลกับยุนอาช่วยกันแยกทั้งสองออก ยุนอาประกาศว่าอยากต่อยกันมากเธอจะจัดให้ แล้ว ให้ชุมพลจัดทำเวทีมวยให้ทั้งสองชกกัน แต่มีกติกาต้องปิดตา ทั้งคู่ เพราะทั้งสองอายุมากแล้วขืนปล่อยให้ชกกันตรงๆคงต้องหามส่งโรงพยาบาล...ทั้ง สองชกกันไปด่าว่ากันไป จนโมโห ดึงผ้าผูกตาออกแล้วตะลุมบอนกันอีก ทันใด...เสียงนิจชิตาดังขึ้น "มีเรื่องอะไรกัน!"

ทุกคนตกใจหันมามอง เห็นนิจชิตายืนคู่กับคิมมินโฮ... คิมยองมินเข้ามาดูลูกชายอย่างละเอียดหาว่าโดนนิจชิตาทำไสยศาสตร์ให้ลุ่มหลง นิจชิตาไม่พอใจปรี่เข้าใส่ คิมยองมิน ถอยกรูด

"โทษนะคุณ แทนที่จะด่าคนอื่นทำไมไม่ถามคนของตัวเองก่อน"


"ทำไมต้องถามให้ เสียเวลา เพราะฉันรู้ว่าคนอย่างเธอคิดอะไรอยู่ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถึงเธอจะมีอะไรๆกับมินโฮ แต่ ไอ้วิธีจับผู้ชายด้วยวิธีโบราณอย่างนี้มันไม่ได้ผล"

คิมมินโฮตกใจที่ พ่อพูดออกมาอย่างนั้น นิจชิตากำหมัด แน่นแล้วฮึดขึ้นมาจึงตอบกวนๆออกไป "ฉันกับลูกชายของคุณมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันแล้ว แล้วคราวนี้แหละ บริษัทแอลอี ของคุณก็จะตกอยู่ในมือฉัน"

"หนอย...เห็นมั้ย...เห็น มั้ย" คิมยองมินเต้นเหยงๆ

"รู้มั้ยทำไม ก็เพราะว่าฉันเล่นมนตร์ดำอย่างที่คุณว่าไง แล้วถ้าคุณยังไม่ไปจากที่นี่ คุณก็จะเจออย่างที่ลูกชายคุณเจอ"

"เฮ้ย! แกขู่ฉันเหรอ" คิมยองมินตกใจ ยิ่งเห็นนิจชิตา ทำท่าพนมมือจึงรีบดึงคิมมินโฮกลับ

คิมมิ นโฮหันมองนิจชิตาจนเหลียวหลัง นิจชิตาถอนใจ ชุมพลรีบถามว่านิจชิตาเป็นหมอผีกับเขาด้วยหรือ แต่ลุงปุ่นตกใจอยากรู้มากกว่าว่านิจชิตามีอะไรอย่างที่พูดจริงหรือ

"พ่อ...พ่อ ไม่เชื่อใจลูกสาวพ่อหรือไง"

"อ้าว...แล้วทำไมแกต้องพูดอย่างนั้น"

"ก็ ในเมื่อเขาเชื่ออย่างนั้น ต่อให้เราพูดจนตายก็เปลี่ยนความเชื่อเขาไม่ได้หรอก" นิจชิตาพูดด้วยความรู้สึกโมโหสุดๆ...

กลับถึงบ้าน คิมมินโฮก็โดนคิมยองมินซักฟอกอย่างหนัก เขายืนยันว่านิจชิตาเป็นผู้หญิงที่ดีไม่มีอะไรเสียหาย  คิม ยองมินหาว่าโกหกเพื่อปกป้องนิจชิตา

"แล้วพ่อจะให้ผมพูดยังไงพ่อถึงจะ เชื่อ  นิจไม่ได้เป็นแบบ ที่พ่อคิด  เหรียญยังมีสองด้าน คนก็เหมือนกัน  ผมได้เห็นนิจในอีกด้านที่ทุกคนไม่เคยเห็น มันทำให้ผมรู้ว่านิจเป็นผู้หญิงที่ดี"

ยุนอาได้ยินก็อมยิ้มและช่วย พูดว่านิจชิตาเป็นถึงครูมีการศึกษาที่ดี แต่คิมยองมินยังไม่พอใจเพราะฐานะของนิจชิตา ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ เขาจึงทวงสัญญาที่จะแต่งงานกับซึงมี คิมมินโฮเครียดขึ้นมาทันที...เขามายืนทอดอารมณ์หน้าบ้าน ยุนอาเข้ามาคุยถามว่าเขาจะยอมแต่งงานกับซึงมีแน่หรือ

"ผมพูดเอาไว้ แล้วนี่...เออ ตอนที่ผมไม่อยู่มีเรื่องอะไร หรือเปล่า"

"ดีที่คุณซึง มีไม่อยู่   ไม่อย่างนั้นคุณซึงมีต้องโกรธท่านรองมากแน่ๆที่ท่านรองทำอย่างนี้"

คิมมิ นโฮสงสัยทันทีว่าซึงมีไปไหน พอยุนอาบอกว่าไปกรุงเทพฯ ไปจัดการเรื่องการแต่งงาน คิมมินโฮยิ่งสงสัยบางอย่าง จึงให้ยุนอาช่วยสืบอะไรให้เขาที...

ในคืนนั้น  นิจชิตายังหัวเสียที่ถูกหาว่ามีอะไรกับคิมมินโฮ ชุมพลเห็นว่าเป็นใครก็ต้องคิดเพราะไปกรุงเทพฯด้วยกันแถมอยู่ด้วยกันสองต่อ สอง นิจชิตาฉุนย้อนถาม

"แล้วทีครูอยู่กับไอ้มอเตอร์ไซค์ของครู เห็นนั่งคร่อมกันทุกวันฉันไม่เห็นคิดเลย"

ชุมพลเบ้หน้า...คิดไปได้ แต่ก็ถามนิจชิตาว่าที่ไปทำอย่างนั้นกับคิมยองมินไม่กลัวมีปัญหาต่อการ สนับสนุนโรงเรียนหรือ นิจชิตาว่าเมื่อก่อนยังอยู่กันมาได้

"แหม...ครู ก็พูดได้นี่ ก็ครูเล่นจะทิ้งพวกเราไปเรียนต่อแล้วนี่" ชุมพลบ่น

ลุง ปุ่นนึกได้จึงถามถึงเรื่องเรียนต่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง นิจชิตาอึกอักลำบากใจทันทีไม่รู้จะตอบอย่างไร...เดินหนีเข้าห้อง คิมมินโฮก็โทร.มาพอดี "ผมโทร.มาขอโทษแทนพ่อผม"

"เหรอ...แล้วนี่พ่อ นายอยู่ด้วยหรือเปล่า เดี๋ยวก็หาว่าฉันร่ายมนตร์คาถาอะไรดลใจให้นายโทร.มาหาฉันอีกหรอก" นิจชิตายังโกรธจึงตอบกวนๆ

"นั่นสินะ...ตกลงคุณใช้เวทมนตร์อะไร ทำไมผมถึงได้คิดถึงคุณตลอดเวลา"

"นี่...ฉัน เป็นเพื่อนเล่นนายเหรอ" นิจชิตาเขินหน้าแดง

"ก็ดี เพราะผมเองก็ไม่อยากให้คุณเป็นเพื่อน"

นิจ ชิตายิ่งรู้สึกหน้าร้อน ผ่าว เอ็ดให้หยุดพูด คิมมินโฮจึงพูดอย่างซีเรียสขึ้นว่าเธอจำเรื่องที่ถูกตามฆ่าที่กรุงเทพฯได้ ไหม นิจชิตาย้อนว่าเรื่องเกือบตายอย่างนั้นจำไม่ได้ก็บ้าแล้ว

"ผมว่า มันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดหรอก"

"ทำไม...นายรู้อะไรมาหรือไง"

"ตอน นี้ยังไม่แน่ใจ แต่ระหว่างนี้ผมอยากให้คุณระวังตัวเอาไว้ ผมเป็นห่วงคุณนะ"

"ไม่ มี อะไรแล้วใช่มั้ย"  นิจชิตายิ่งเขินพูดไม่ถูกจะวางสาย

คิมมินโฮ อยาก พูดหวานๆแต่ไม่กล้าจึงรีบบอกไปว่า... ฝันดี...นิจชิตายิ่งเขินพูดออกไป "บ้า...แค่นี้นะ" แล้วรีบวางสายด้วยความร้อนผ่าวที่หน้า...

พอ เช้า...นิจชิตายืนหลบมุมด้อมๆมองๆไปที่ประตูโรงเรียน  เอ็มอีวันเข้ามาใกล้ได้ยินเธอบ่น  "ทำไมยังไม่มาอีกเนี่ย"

"ใครเหรอ ครับ?" เอ็มอีวันถาม

นิจชิตาสะดุ้งที่เอ็มอีวันมาเมื่อไหร่ เขาตอบว่ามาตั้งแต่เช้า นิจชิตาถามถึงเจ้านาย เอ็มอีวันบอกว่ากลับไปแล้ว เธอรู้สึกเสียใจนิดๆ แต่พอเอ็มอีวันถาม "หรือว่าคุณรอเจ้านายผมครับ"

"เอ่อ...บ้า ฉันจะมารอเขาทำไม ไปได้แล้ว...อึ๊บ ไม่ได้สอนหลายวัน อยากสอนใจจะขาดแล้ว" นิจชิตาทำยืดเส้นยืดสายกระตือรือร้น

คิมมินโฮในชุดเอ็มอีวันยิ้ม อย่างรู้ทัน ก่อนจะเดินตามนิจชิตาไป

ooooooo

นับวันความชื่น ชอบในตัวปรางมากขึ้น ภูชิตมาดักถามเอกที่โรงเรียนว่าปรางชอบกินอะไร เอกถามตรงๆว่าชอบน้าของเขาหรือเปล่า ถ้าชอบเขาถึงจะบอก และเขาก็อยากให้ภูชิตเป็นแฟนกับน้าของเขา ภูชิตจึงยอมรับกับเอก เอกดีใจให้ความร่วมมือเต็มที่

ภูชิตมาซื้อของที่ตลาดมากมาย เผอิญเห็นปรางกำลังซื้อของอยู่จึงแอบเดินตาม ปรางรู้สึกว่ามีคนเดินตามก็คิดว่าเป็นโจรจึงเอาไม้หวดเข้าไปที พอเห็นว่าเป็นภูชิตก็ตกใจ ต้องพากลับมาทำแผลที่บ้านแล้วคาดคั้นถามว่าตามเธอมาทำไม ภูชิตอึกอัก "เอ่อ...มันไม่มีอะไรจริงๆ"

"แต่ฉันพอจะเดาออก คงเป็นเรื่องเดียวกับที่เอกบอกเมื่อเช้า"

ภูชิตตกใจนึกว่าเอกบอกปราง เรื่องเขาชอบปรางจึงพูดว่าไม่จริง แต่พอปรางพูดว่า "ไม่จริงอะไรเล่า...ปลัดก็รู้ว่ายัยนิจน่ะเกลียดใครแล้วก็เกลียดเลย"

"ไม่...นิจ ...นิจมาเกี่ยวอะไรด้วย" ภูชิตชักงงๆ

"อ้าว...ก็ปลัดพักหลังๆคอยตาม ฉันตลอดนี่ไม่ใช่เพราะอยากหาวิธีง้อนิจมันเหรอ"

ภูชิตอ้าปากเหวอ ปรางจึงปัดว่าใช่ และว่าเธอจะช่วย ภูชิตทำหน้างงๆว่าจะช่วยอะไร ปรางบอกว่าช่วยง้อนิจชิตา ภูชิตเหวอเพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ...

ไม่ ว่านิจชิตาจะเดินไปไหน เอ็มอีวันจะเดินตามไปตลอดจนเธอหันมาบ่นว่าจะตามทำไม

"เจ้า นานผมให้ผมมาคุ้มกันคุณ"

"คุ้มกัน!..."

"ครับ...เจ้านายผม เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯให้ผมฟังแล้ว เจ้านายสั่งให้ดูแลคุณให้ดี"

"ไม่ ต้อง...ฉันดูแลตัวเองได้" นิจชิตาไล่เอ็มอีวันไปรอที่ห้องเรียน...

ใน ห้องทำงานที่บ้านคิมมินโฮ ยุนอานั่งหาข้อมูลในโน้ตบุ๊กพร้อมกับพูดโทรศัพท์ "คะคุณวอน เจอข้อมูลอะไรบ้างมั้ยคะ...แน่ใจนะ ได้ ขอบคุณมากนะคะ"

ยุ นอาจดข้อมูลลงบนกระดาษแล้วพิมพ์ลงคอมฯ  ไม่ทันไรคอมฯก็แจ้งผลบางอย่างที่ทำให้เธอต้องอึ้งอยู่หน้าจอ...

ด้วย ความเป็นห่วงนิจชิตา คิมมินโฮในชุดเอ็มอีวันจึงคอยตามไปตรวจตราทุกที่ที่นิจชิตาจะเดินเข้าไป แม้แต่ในห้องน้ำ นิจชิตาโมโห "นี่มันเกินไปแล้วนะ"

นิจชิตาเข้ามาใน ห้องน้ำแล้วกดมือถือหาคิมมินโฮ... เอ็มอีวันยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ มือถือเขาดังขึ้นก็ตกใจรีบกดรับโดยไม่ได้ดูว่าใคร "ว่าไงครับ..."

"ว่า ไงอะไร...นายไปบอกอะไรเอ็มอีวันถึงตามฉันแจอย่างนี้"

"ก็ผมเป็นห่วง คุณ กลัวว่าไอ้พวกนั้นมันจะทำอะไรอีก"

"นี่มันโรงเรียนนะ"

"เอ่อ...แต่ ผมโปรแกรมมันไว้แล้วนี่"

"ไม่รู้...นายต้องมาจัดการให้ฉันเดี๋ยวนี้ " นิจชิตาพูดจบวางสายไปเลย

คิมมินโฮงงที่เขาอุตส่าห์เป็นห่วงทำไม ต้อง โกรธ ทันใด...มือถือดังขึ้นอีกครั้ง เขาคิดว่าเป็นนิจชิตาจึงรีบพูดว่าเขารู้แล้ว แต่ปรากฏว่าเป็นยุนอาเรียกเขาไปพบ...คิมมินโฮในชุดเอ็มอีวันจึงเดินมาที่มุม ลับตาซึ่งยุนอายืนรออยู่ เธอรีบบอกข้อมูลที่ได้รับ

"คนที่ท่านรอง ให้ สืบเป็นลูกน้องของคุณซอค่ะ"

"อะไรนะ...แน่ใจเหรอยุนอา!"

"ค่ะ...ยุ นอาเช็กจากตารางการบินแล้ว เขาเดินทางมาที่ กรุงเทพฯในวันที่ท่านรองกับคุณนิจอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนกัน"

คิมมิน โฮอึ้งคิดทบทวน ไม่น่าเป็นไปได้...เขาตรงรี่ไปหาซึงมีที่โรงแรม พอซึงมีเปิดประตูรับก็ชะงัก "พี่มินโฮ!

พี่มินโฮมาหาซึงมีทำไมเหรอคะ หรือว่าไม่เจอซึงมีนานๆ ก็เลยคิดถึง"

"พี่ว่าซึงมีน่าจะรู้ว่าพี่ มา ทำไม"

ซึงมีปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทำเป็นไม่เข้าใจ คิมมินโฮจึงบอกว่า "ก็เรื่องที่ซึงมีส่งคนไปทำร้ายคุณนิจไง"

"ฮ้า! มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอคะ ไม่นะคะ...ซึงมีไม่ได้ทำ"

"วัน นี้พี่อาจจะไม่มีหลักฐาน แต่พี่แค่จะมาบอกว่า อย่ายุ่งกับคุณนิจอีก  ถ้าเธอเป็นอะไรไป  อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน" คิมมินโฮพูดจบจะเดินกลับ

ซึง มีดึงแขนไว้ "พี่มินโฮ ทำไมถึงได้คิดว่าซึงมีทำ ซึงมีไม่รู้เรื่องจริงๆนะคะ

คิม มินโฮสะบัดแขนออกทำให้ซึงมีล้มลง เขาชะงักที่ทำผู้หญิง แต่ตัดใจเดินกลับออกไป ปล่อยให้ซึงมีเคืองแค้นมากยิ่งขึ้น

ooooooo

ขณะ ที่คิมยองมินไปใช้บริการนวดเท้ากำลังเพลินๆ ซอโทร.มาต่อว่ายกใหญ่ หาว่าคิมมินโฮทำร้ายซึงมีเพราะไปมีผู้หญิงใหม่ คิมยองมินตกใจที่ซอรู้เรื่อง เกรงกระเทือนถึงหุ้นบริษัทจึงตัดสินใจไปหานิจชิตาที่โรงเรียน

คิม ยอ งมินส่งเช็คเปล่าให้นิจชิตา "ฉันจะจ้างเธอไม่ให้ยุ่งกับลูกชายฉัน"

"เมื่อ ไหร่คุณถึงจะเลิกดูถูกคนซะที"

คิมยองมินหาว่าเธอจะโก่งราคา จึงให้กรอกจำนวนเงินในเช็คเอาเอง นิจชิตาโกรธมาก

"ฉันไม่รู้จะกรอก เท่าไหร่ คุณช่วยบอกหน่อยสิว่าลูกชายคุณมีค่าเท่าไหร่"

คิมยองมิ นอึ้ง นิจชิตาจึงย้อนว่าเพราะความเป็นมนุษย์ มันตีค่าเป็นเงินไม่ได้  คิมยองมินโกรธตัวสั่นที่โดนเด็กย้อนหาว่านิจชิตากวนประสาทเหมือนพ่อ

"ไอ้ ศักดิ์ศรีที่คาอยู่ตรงคอมันกลืนลงไปไม่ได้เหรอไง... เงินมันสำคัญนะ  ถ้าไม่มีเงินแล้วเธอจะเอาอะไรกิน  กับแค่ เงินเดือนครูบ้านนอกอย่างนี้คงไม่เท่าไหร่"

"ฉันอาจจะจนเงินทอง แต่ฉันไม่ได้จนศักดิ์ศรี" นิจชิตาพูดจบจะเดินไป

คิมยองมินจนปัญญา เอาชนะจึงหันมาพูดดี "ถ้าเธอรักลูกชายฉันจริง  ก็ปล่อยมันไปซะ...ตอนนี้แอลอีที่เกาหลีอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดี ฉันอยากให้มันกลับไปดูแล"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน"

"ก็ เพราะว่าถ้ามันรักเธออยู่  มันก็จะไม่ยอมไปจากที่นี่... ฉันขอร้อง  ปล่อยลูกชายฉันไปเถอะ"  คิมยองมินตัดสินใจก้มหัวขอร้องนิจชิตา ทำให้เธอนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก...

นิจชิตาครุ่นคิดเรื่องนี้ทั้งคืน พอคิมมินโฮโทร.มาจึงไม่รับสาย

ooooooo

ตั้งใจที่จะช่วยภูชิต ง้อนิจชิตาเต็มที่ ปรางอธิบายแผนการให้ภูชิตฟัง ภูชิตเซ็งที่ปรางเข้าใจผิดแต่ต้องนั่งฟังเออออไปด้วย ปรางสาธิตให้ดูว่าถ้ามีผู้หญิงมาทำเป็นแฟน นั่งคลอเคลียใกล้ๆ ภูชิตตาโตไม่คิดว่าจะได้ ใกล้ชิดปรางขนาดนี้ เขาคล้อยตามมองเธอตาหยาดเยิ้ม...

เช้าวันใหม่ นิจชิตาพยายามหลบไม่พบปะพูดจากับคิมมินโฮ พอดีปรางเห็นนิจชิตาเดินมาจึงรีบถามภูชิตว่าไหนคนที่จ้างมาเป็นแฟน ภูชิตว่าเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปหา เมื่อคืนก็อยู่กับเธอจนดึก ปรางหงุดหงิด ต้องให้เธอจัดการทุกอย่างเลยหรือ

"แต่ฉันว่าไม่จำเป็นหรอก...เพราะ ฉันไม่ได้ชอบนิจ" ภูชิตตัดสินใจพูดออกไป

แต่ปรางไม่ทันฟังเพราะมัว แต่มองนิจชิตา เธอหันรีหันขวางก่อนจะบอกภูชิตให้ทำเหมือนที่ซ้อมมาภูชิตงงว่าทำกับใคร  ปรางจึงบอกว่ากับเธอไง  ภูชิตยิ้มทำตาซึ้งเดินควงกับปรางผ่านหน้านิจชิตา โดยไม่สังเกตว่านิจชิตาไม่สนใจเลย จนปรางต้องเตือนว่านิจชิตาเดินไปแล้ว เขาถึงได้สติ ปรางแปลกใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ เธอไม่เคยคิดอะไรผิด สงสัยต้องใช้มาตรการเด็ดขาด

ช่วงทานกลางวัน ชุมพลเห็นนิจชิตานั่งถอนใจเขี่ยข้าวไปมาไม่ทาน แต่พอคิมมินโฮเดินมาจะทักทาย นิจชิตาก็รีบพุ้ยข้าวเข้าปากจนเต็มปาก ชุมพลตกใจที่เธอโบกไม้โบกมือทำนองข้าวเต็มปากพูดไม่ได้ แล้วลุกเดินหนีไป คิมมินโฮเริ่มมั่นใจว่านิจชิตาหลบหน้าเขา จึงตามาเจอเธอกำลังดื่มน้ำและบ่น

"ฮ้า...เอิ้ก ...ตาบ้าเอ๊ย ทีเวลาอยากให้มาก็ไม่มา ทีไม่อยากให้มาก็ไม่รู้จะมาทำไม"

พอ ดื่มน้ำต่อหันมาเห็นคิมมินโฮก็สำลักน้ำพรวด เห็นเด็กนักเรียนเล่นโดดยางอยู่จึงรี่ไปขอเล่นด้วย ก่อนจะหันมายิ้มๆกับคิมมินโฮ "ฉันเล่นกับนักเรียนอยู่ ยังไม่ว่างคุยนะ"

แต่ แล้วรู้สึกจุก คิมมินโฮทนไม่ไหวดึงตัวเธอออกมาทันที นิจชิตาร้องให้ปล่อยและกุมท้องไปด้วยเพราะจุก หลบ มามุมหนึ่งคิมมินโฮจึงถามว่าหลบหน้าเขาทำไม

"ทะ ทำไมฉันต้องหลบหน้านายด้วย"

"ผมจะไปรู้เหรอ...ผมทำอะไรให้คุณโกรธ หรือไง"

นิจชิตาพูดไม่ถูกจึงปัดว่าเธอต้องไปสอนแล้ว คิมมินโฮ จึงโพล่งออกมาว่าเขาขอโทษ นิจชิตาชะงัก คิมมินโฮบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอ นิจชิตาพยายามฝืนความรู้สึกตัดสินใจหันกลับมาพูดว่า "นายเป็นห่วงฉันใช่ไหม...ถ้าอย่างนั้นเลิกยุ่งกับฉันซะ"

คิมมินโฮ อึ้ง วิ่งตามมาดักหน้า "คุณเป็นอะไรของคุณ"

"ฉันก็เป็นครูที่ โรงเรียนนี้ ส่วนนายก็เป็นรองประธานของแอลอี"

"คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ" คิมมินโฮจับตัวนิจชิตาเขย่า

นิจชิตาสะบัดตัวออกพร้อม กับตะโกนว่าให้เลิกยุ่งกับเธอเสียที เธอวิ่งหนีมาหลบพิงกำแพงร้องไห้รำพึงว่า อีกไม่นานเขาจะเข้าใจเอง เธอพยายามกล้ำกลืนความเสียใจ...

เผอิญในเย็นวันนั้น ชุมพลทำอาหารทานที่บ้านกับยุนอาเพื่อเอาใจเธอ และบอกเธอว่าเขาจะไปหาเธอที่เกาหลี ยุนอาดีใจมากจัดเวลาเพื่อสอนภาษาเกาหลีให้เขา ชุมพลนึกได้ถามยุนอาว่าวันก่อนเขาเห็นคิมยองมินไปหานิจชิตาที่โรงเรียน มีเรื่องอะไรรู้ไหม ยุนอาแปลกใจแต่คิดว่าเป็นเรื่องดี จึงรีบกลับมาบอกคิมมินโฮ

"ก็ท่านประธานไปหาคุณนิจน่ะสิคะ ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าท่านประธานจะยอมไปคุยกับคุณนิจ ยุนอาว่าท่านประธานคงจะเริ่มเห็นความดีในตัวคุณนิจอย่างที่ท่านรองเห็น"

"ว่า ไงนะ พ่อไปหานิจงั้นเหรอ" คิมมินโฮตกใจลุกพรวดขึ้น สงสัยนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นิจชิตาเปลี่ยนไป

คิมมินโฮไปหานิจชิตาที่ บ้านทันที...ขณะนั้น ภูชิตกับ ปรางมาทานข้าวเย็นที่บ้านลุงปุ่นเพื่อทำหวานใส่กันให้นิจชิตา หึงตามแผน แต่นิจชิตาไม่สนใจ กลับขอตัวไปเดินเล่นหน้าบ้าน แล้วเธอต้องสะดุ้งเมื่อคิมมินโฮโผล่มายืนประจันหน้า แล้วถามเธอว่าพ่อเขามาทำไม นิจชิตาหลบตาส่ายหน้าไม่มีอะไร แล้วจะเดินหนี คิมมินโฮคว้าตัวเธอมาจ้อง

"เราต่างก็ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย คุณโกหกผมไม่ได้หรอก"

นิจชิตาแค่นยิ้มเงยหน้าสบตา "หึ...นายคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ ฉันกับนายไม่ได้ลึกซึ้งกันขนาดนั้นซะหน่อย แต่ฉันเข้าใจนายนะ เพราะลูกคนเดียวของบริษัทที่รวยล้นฟ้าอย่างนายคงไม่เคยเจอกับเรื่องลำบาก พอเจอเหตุการณ์อย่างนั้น อารมณ์มันก็เลยพาไป"

"ไม่จริง..."

"จริง สิ นี่แหละความจริง โลกของฉันกับโลกของนายมันต่างกัน"

คิมมินโฮตัว ชา ไม่อยากเชื่อสิ่งที่นิจชิตาพูด พอดีลุงปุ่น

ออกมาตามนิจชิตาให้ไป ดู ภูชิตซึ่งก้างปลาติดคอ นิจชิตาจึงฉวยโอกาสรีบเข้าบ้าน ปล่อยให้คิมมินโฮยืนเศร้าเสียใจ...

คิมมินโฮกลับมาบ้าน ได้ยินคิมยองมินกำลังซักไซ้

ยุนอาว่าเขาไปหานิจชิตาใช่ไหม

"หึ...หน้า อย่างมันคงไม่ไปไหน อยากรู้จริงๆว่าผู้หญิงต่ำๆอย่างนั้นมันมีอะไรดี ฉันอุตส่าห์ไปบอกนังนั่นแล้ว แต่คนของเรากลับไปหามันเอง ฮึ่ย..."

คิม มินโฮได้ยินอย่างนั้นก็เสียงดังขึ้น "พ่อไปหานิจ

มาจริงๆ ทำไมพ่อทำอย่างนี้"

"แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง ปล่อยให้แอลอีต้องล้มละลายเพราะลูกชายคนเดียวของฉันมัวแต่ไปเกลือกกลั้วกับ สิ่งโสมมอยู่ที่นี่งั้นเหรอ...แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ยังไงแกก็ต้องแต่งงาน"

"พ่อ...ผม ไม่ใช่ลูกน้องที่พ่อจะสั่งให้ทำโน่นทำนี่ได้ ผมเป็นลูกพ่อ"

"แล้วแก อยากเห็นฉันมีปัญหากับคุณซอหรือไง"

"พ่อก็เลยเอาปัญหาของพ่อมาให้ ผม"

คิม ยองมินโมโหตบหน้าคิมมินโฮและบอกว่าเขาตัดสินใจแล้ว อย่างไรก็ต้องแต่งงานกับซึงมี...ยุนอาตกใจมองคิมมินโฮด้วยความสงสาร

ooooooo

คิม ยองมินมาบอกซึงมีที่โรงแรมว่าคิมมินโฮพร้อมจะแต่งงานกับเธอ ให้เธอแจ้งซอด้วย พอดีมือถือเขาดังขึ้นจึงเลี่ยงหลบไปพูด ซึงมีเห็นผิดสังเกตตามไปแอบฟัง และก็ได้ยินคิมยองมินพูดเรื่องสายแร่ทองคำและจะรีบกลับเกาหลี เธอจึงโทร.ไปเล่าให้ซอฟัง

ยุนอาช่วยหาวิธีง้อนิจชิตาให้คิมมินโฮ ด้วยการให้เขาแต่งเป็นเอ็มอีวันเอาจดหมายขอโทษไปให้นิจชิตา แต่คิมมินโฮรู้ว่าเธอต้องขยำทิ้งจึงเตรียมไปเป็นปึก ไม่ว่านิจชิตาจะขยำทิ้งกี่แผ่น เขาก็มีให้ใหม่จนเธอยอมอ่าน คิมมินโฮเผลอพูดออกมา
"นึกแล้วว่าคุณต้องยอมอ่านมัน"

"ใช่...ก็ นายเล่นใช้วิธีนี้ไง" นิจชิตาตอบไปโดยไม่ฉุกใจ

"แต่ถ้าผมไม่ใช้วิธี นี้ คุณก็จะไม่รู้ความในใจของผม"

เอะใจขึ้นมา...นิจชิตาเงยหน้ามอง เอ็มอีวันกำลังพูดไปเรื่อยว่าเขาอยากให้เธอฟังเขา นิจชิตาขยำกระดาษอุดปากเอ็มอีวันทันที เงื้อหมัดสั่งห้ามพูดถึงเจ้านายอีก...คิมมินโฮเหนื่อยใจ...

กลับมา ถึงเกาหลี คิมยองมินก็ได้รับรายงานว่า คราวนี้ยืนยันตำแหน่งสายแร่ทองคำ   ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของแกนโลกอีก ฉะนั้น...ต้องรีบลงมือ คิมยองมินครุ่นคิด ทันใด...ซอมาพบ ต่อว่าเรื่องคิมมินโฮมีผู้หญิงอื่น ให้จัดการเสีย มิฉะนั้นเขาจะจัดการเอง ซอหยิบมีดออกมาขู่...

เย็นวัน นั้น  นิจชิตากลับมาถึงบ้าน  พบลุงปุ่นเดินงุ่นง่านอยู่หน้าบ้านก็แปลกใจ ถามว่าทำกับข้าวเสร็จแล้วหรือ...พลัน เสียงคิมมินโฮเดินออกมาบอกว่ากับข้าวทำเสร็จแล้ว นิจชิตาตกใจหันมองพ่อ ลุงปุ่นรีบแก้ตัว

"คือ...พ่อไม่รู้เหมือนกัน เห็นคุณคิมบอกว่าอยากทานข้าวเย็นด้วย"

คิมมินโฮรีบบอกนิจชิตาว่าเขา อยากคุยกับเธอ   แต่

นิจชิตาเดินหนีไม่คุย เขาจึงพูดไปว่าเขารู้ว่าพ่อเขาทำไม่ถูก นิจชิตาชะงักแต่ก็ยังไล่ให้เขากลับไป เมื่อเขาไม่ยอมไป เธอจึงจะเดินออกไปเอง ลุงปุ่นดึงไว้แล้วถาม ทำไมทำอย่างนี้

"พ่อ...ถ้า พ่อไม่อยากให้ทุกอย่างวุ่นวายก็ให้เขากลับไปซะ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมจะไปให้คุณสบายใจ" คิมมินโฮก้มหน้าเดินออกไป

นิจชิตาเดินตามไปปิด ประตู ลุงปุ่นเอ็ดที่ไปไล่คิมมินโฮแบบนั้น นิจชิตาหันมาน้ำตาไหลพราก สะอื้นตัวสั่น ลุงปุ่นต้องเงียบพูดไม่ออก...ลุงปุ่นเริ่มเห็นใจลูกสาว พยายามตะล่อมถามเรื่องราว จนนิจชิตายอมพูดเรื่องที่คิมยองมินมาขอร้อง ลุงปุ่นหนักใจจึงบอกให้ไปนอนพัก เขาจะปิดบ้านให้เอง พอเดินมาปิดหน้าต่าง จึงเห็นว่าคิมมินโฮยังยืนอยู่หน้าบ้าน

นิจชิตาจำต้องออกมาหาคิมมินโฮ ที่หน้าบ้านเพื่อบอกให้เขากลับไปเสีย แต่เขายืนยันไม่กลับจนกว่าเธอจะฟังเขาพูด นิจชิตาจึงบอกว่าพรุ่งนี้เธอจะฟัง คิมมินโฮไม่อยากคาดคั้นจึงยอมกลับไป แต่บอกเธอว่าเขาจะรอเธอ...แต่แล้วพอกลับมาถึงบ้าน ยุนอาหน้าตาตื่นรายงานว่า แชยองโทร.มาบอกว่าคิมยองมินประสบอุบัติเหตุ คิมมินโฮแทบช็อก...

ตลอด จนเช้า นิจชิตากว่าจะข่มตาหลับจึงตื่นสาย ตื่นมาเห็นลุงปุ่นเช็ดทำความสะอาดโกศของแม่ และพูดเปรยๆว่า "ถ้าพ่อรู้ว่าแม่แกจะจากไปเร็วอย่างนี้ พ่อคงจะมองหน้าแม่ แกแล้วบอกรักทุกวัน นิจ...ชีวิตคนเรามันสั้นนะลูก ถึงเราจะปล่อยคุณคิมไปเพราะว่ารักก็ตาม แต่ถ้าคนรักกันแล้วไม่ได้ อยู่ด้วยกันมันจะมีประโยชน์อะไร"

ได้ฟังอย่างนั้น นิจชิตาตัดสินใจวิ่งไปหาคิมมินโฮที่บ้านพัก เธอตะโกนเรียกเขาให้ออกมา ทีมงานออกมาบอกว่า คิมมินโฮกลับเกาหลีไปตั้งแต่เมื่อคืน นิจชิตาตกตะลึง...

ooooooo
กลับไปยังรายบอร์ด