กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

แนะนำ โปรแกรม Webster’s Talking Dictionary

Webster’s Talking Dictionary
คุณสมบัติของ Webster’s Talking Dictionary ที่เหนือ WordWeb Dictionary ก็คือสามารถคลิกเพื่อให้ออกเสียงได้ทุกคำ ไม่ใช่เพียงคำศัพท์หลักเท่านั้นแต่สามารถออกเสียงคำอธิบายคำศัพท์ และ ทุกคำที่เรา highlight พูดง่ายๆก็คือ สามารถออกเสียงคำทุกคำที่มีอยู่ใน Webster Dictionary ทั้งเล่ม

วิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง
1. ดาวน์โหลดโปรแกรมดิก คือ Webster’s Talking Dictionary (โดย คลิกขวา, คลิกซ้าย Save Target As… และ Save ไว้ที่เครื่องคอมฯ  ดาวน์โหลด
(ท่านต้องดูให้ดีนิดนึงนะครับ เพราะโปรแกรมนี้มีขนาด 14.1 MB, บางทีมันดาวน์โหลดได้เพียง 5 MB และก็บอกเราว่า complete ผลก็คือใช้งานไม่ได้ ถ้าท่านเจอแบบนี้ ให้ delete ไฟล์ที่ดาวน์โหลดไม่ครบทิ้งเสีย และดาวน์โหลดใหม่ให้ครบ)

2. ติดตั้งโปรแกรมตามขั้นตอนปกติ โดยในขั้นตอนที่ติดตั้ง ให้ท่านคลิกเลือก Install to my hard drive (13 MB disk space required)
สำหรับท่านที่ไม่คล่องในการติดตั้ง เชิญอ่านคำแนะนำที่นี่ครับ [url=http://english-for-thais.[URL REMOVE].com/2008/08/310.html]วิธีดาวน์โหลดและติดตั้งไฟล์โปรแกรม[/url]

วิธีใช้งานหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว
1
. ไปที่ Start, All Programs, Parsons Technology, Webster’s Talking Dictionary

2. เมื่อหน้าต่างดิกปรากฎแล้ว ท่านจะสังเกตเห็นว่า ที่แถบไอคอนใต้ Menu Bar มีตัว D, ตัว Tสีแดง, ตัว A (คลิกเพื่อขยาย font), และไอคอนรูปลำโพง 3 – 4 ไอคอน
- ตัว D คือ Dictionary ซึ่งโปรแกรมจะตั้งค่าเริ่มต้น (default) ไว้เป็นตัว D
- ตัว Tคือ Thesaurus คือดิกแสดงคำเหมือน + คำตรงกันข้าม อย่างเช่นถ้าเราพิมพ์คำว่า fat ลงไป และคลิกที่ตัว T โปรแกรมจะแสดงให้เราทราบว่าคำว่า fat นี้ มี synonyms(ศัพท์ที่มีความหมายเหมือนหรือคล้ายกัน) และมีantonyms(ศัพท์ที่มีคามหมายตรงกันข้าม) อะไรบ้าง โดย synonymsจะอยู่ข้างบน และ antonyms จะอยู่ข้างล่าง

- ผมขอให้ท่านสังเกตสักนิดหนึ่ง คือ ถ้าเราพิมพ์คำว่า fat และคลิกไอคอนตัว D (คือ เราจะหาความหมายจาก Dictionary) เราจะพบว่า คำว่า fat มีถึง 21 ความหมาย คือ
= ความหมายที่ 1 ถึง 5 เป็นคำนาม หรือ noun (n.)
= ความหมายที่ 6 ถึง 18 เป็นคำคุณศัพท์ หรือ adjective (adj.)
=ความหมายที่ 19 เป็นคำกริยา หรือ verb, ท่านจะเห็นคำย่อ คือ vt.= verbtransitive คือ verb ที่ต้องมีกรรม, และ vi.=verb intransitive คือ verbที่ไม่ต้องมีกรรม)
= ความหมายที่ 20 – 21 เป็น idiom หรือสำนวนที่มักใช้ร่วมกับคำอื่น
=และสุดท้าย คือการเอาคำศัพท์ ซึ่งในที่นี้ คือ fat มาเติม prefix ข้างหน้าหรือต่อท้ายด้วย suffix ข้างหลัง ซึ่งในที่นี้เขาต่อท้าย fat ด้วย lessและ like กลายเป็นคำ adjective fatless และ fatlike และต่อท้ายด้วย nessกลายเป็นคำนาม fatness

- คราวนี้เมื่อท่านพิมพ์คำว่า fat และคลิกที่ไปคอนตัว T สีแดง ท่านก็จะพบว่า
= มี synonyms(ศัพท์ที่มีความหมายเหมือนหรือคล้ายกัน) ใน 5 ความหมายเท่านั้น และทุกความหมายเขาจะมีประโยคตัวอย่างให้ท่านดูเป็นตัวเอน เพื่อให้รู้ว่าในความหมายนี้หมายถึงอะไร แล้วจึงแสดง synonym หลังเครื่องหมาย:
ในที่นี่
· ความหมายที่ 1 เป็นคำนาม noun (n.)
· ความหมายที่ 2 – 5 เป็น adjective (adj.)

และเมื่อมองลงไปข้างล่าง จะพบว่า antonyms(ศัพท์ที่มีคามหมายตรงกันข้าม) จะมีเพียงในความหมายที่ 2, 3,4, และ 5 เท่านั้น (ความหมายที่ 1 ไม่มี antonym)

คราวนี้มาดูเรื่องการอออกเสียง
1.
ให้ท่านพิมพ์คำว่า fat ลงไป และคลิกที่ไอคอนตัว D (Dictionary) ให้ท่านสังเกตที่ไอคอนรูปลำโพงใต้ Menu Bar
ไอคอนแรกเป็นรูปลำโพงและตัว W(=Word) เมื่อคลิกที่ไอคอนนี้ จะได้ยินเสียงคำศัพท์ คือ คำว่า fat เพียงคำเดียว
2. คราวนี้ท่านลอง highlight คำหรือกลุ่มคำใดก็ได้ ในหน้านี้ ท่านจะเห็นว่าที่ไอคอนรูปลำโพงตัวที่ 2 จะมีตัว H(=highlight)ปรากฎ เมื่อคลิกที่ไอคอนตัวนี้ ก็จะได้ยินเสียงอ่านคำหรือกลุ่มคำที่ท่าน highlight
3. ให้ท่านคลิกที่ไอคอนลำโพงตัวที่ 3 ที่มีตัว D(=definition=คำนิยามศัพท์) ท่านจะได้ยินเสียงอ่านคำทุกคำในหน้านี้ที่เป็นคำนิยามของคำว่า fat ตั้งแต่ความหมายแรกจนถึงความหมายสุดท้าย

ส่วนการฟังการออกเสียง ของ Thesaurus (synonym + antonym) ก็คล้าย ๆ กัน ต่างกันตรงที่มีไอคอนลำโพงอยู่ 4 ตัว คือ
(ตอนนี้ให้ท่านพิมพ์คำว่า fat และคลิกไอคอน T สีแดงนะครับ)
-ไอคอนลำโพงตัวที่ 1 (W=word) คลิกเพื่อฟังเสียงศัพท์หลัก คือ คำว่า fat คำเดียว
-ไอคอนลำโพงตัวที่ 2 (H) ให้ท่าน highlight คำหรือกลุ่มคำ และคลิกฟังเสียงอ่าน
-ไอคอนลำโพงตัวที่ 3 (S= synonym) เมื่อคลิกแล้วจะได้ฟังเสียงอ่าน synonym ทั้งหมด
-ไอคอนลำโพงตัวที่ 4 (A= antonym) เมื่อคลิกแล้วจะได้ฟังเสียงอ่าน antonym ทั้งหมด

สำหรับผม ผมชอบที่จะ highlight และฟังทีละความหมายมากกว่า เพราะฟังยาวเกินไปรู้สึกมึน

การฝึกฟังแบบนี้ทำได้สะดวกครับ เพราะจะฟังกี่เที่ยวก็ได้, ฟังตรงไหนก็ได้,ฟังจบแล้วจะฝึกออกเสียงตามก็ได้,หรือจะทดสอบเขียนตามแล้วตรวจดูว่าเราเขียนได้ถูกต้องหรือไม่ก็ได้,หรือจะอ่านสัก 1 เที่ยวก่อนฟัง, อ่านพร้อมฟัง, หรือฟังจบแล้วค่อยมาอ่าน -- - ท่านจะฝึกแบบไหนก็ได้ตามใจชอบ

บางท่านอาจจะรู้สึกว่า เสียงไม่เพราะ , เป็นเสียงหุ่นยนต์ ไม่เป็นธรรมขาติ

ท่านพูดถูกครับ แต่ผมอยากจะเรียนท่านว่า ทุกอย่างมีได้ก็มีเสีย มีเสียก็มีได้ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมดิกชันนารีถ้าหากเขาทำมาให้เสียงทุกคำที่อ่านเป็นเสียงธรรมชาติ (humanvoice)คุณภาพดี มันจะเปลืองเนื้อที่มากอย่างมาก เช่น อาจจะต้องใช้ CD ถึง3 – 4 แผ่น ถึงจะพอใส่ไฟล์เสียง และถ้าเอาไฟล์ทั้งหมดลง hard diskก็อาจจะทำให้เครื่องคอมฯอืดมาก และภายหลังท่านอาจจะรำคาญจนถึงขั้นuninstall โปรแกรมที่ท่านเห็นว่าสมบูรณ์นี้ทิ้ง เพราะฉะนั้นการใช้โปรแกรมเล็ก ๆ ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน คือดาวน์โหลดง่าย ติดตั้งง่าย และใช้งานง่ายไม่ทำให้เครื่องอืด

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้ไปที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยผมเห็นเจ้าหน้าที่คอมฯท่านหนึ่งใช้คอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่วเขามองไม่เห็นตัวหนังสือบนจอ แต่เขาทำงานได้เพราะมีโปรแกรมที่อ่านออกเสียงเสียงนั้นเป็นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ คล้าย ๆ กับโปรแกรม Webster’s TalkingDictionary ที่ผมเอามาแนะนำในวันนี้แหละครับ ผมสังเกตได้อย่างหนึ่งว่าเขาฟังเสียงภาษาอังกฤษที่โปรแกรมอ่านให้ฟังได้อย่างสบายผมถามเขาว่าทำไมไม่เอาโปรแกรมที่ออกเสียงชัดกว่านี้มาลง เขาบอกว่าโปรแกรมแบบนั้นมันใหญ่และทำให้เครื่องคอทฯทำงานช้า ผมถามอีกว่าคุณคุ้นเคยกับเสียงอิเล็กทรอนิกส์อย่างนี้ เมื่อไปฟังข่าวทีวี เช่น CNN,BBC รู้เรื่องไหม เขาบอกว่าสบายมาก ขนาดเสียงไม่ค่อยชัดอย่างนี้ยังฟังได้ถ้าเป็นเสียงคนชัด ๆ จากทีวียิ่งฟังได้ง่ายใหญ่เลย

ผมจึงขอสรุปว่าแม้เสียงจาก Webster’s Talking Dictionary จะไม่เป็นเสียงธรรมชาติ แต่การได้ฝึกฟังก็ยังมีประโยชน์อยู่นั่นเอง

ขอแนะนำการใช้ Webster’s Talking Dictionary อีกสักนิดครับ
1.
เมื่อท่านพิมพ์งาน หรืออ่านงานภาษาอังกฤษจากเอกสาร Word
และท่านเปิดโปรแกรม Webster’s Talking Dictionary ไว้,หากท่านต้องการทราบความหมายของศัพท์ภาษาอังกฤษใน word ก็ให้ท่าน highlightศัพท์คำนั้น และกด control+shift และกดตัว D ที่ keyboard,ความหมายของศัพท์ก็จะปรากฎในหน้าต่างของ dictionaryแต่บางทีมันก็ขึ้นกับจังหวะการกดเหมือนกันครับท่านลองเล่นดูสักพักแล้วกันครับ น่าจะไม่ยากเกินไป

2.อีกอย่างหนึ่งที่ขอแนะนำก็คือถ้าท่านอ่านคำนิยามศัพท์แล้วไปเจอศัพท์ที่ไม่รู้จักให้ท่านดับเบิ้ลคลิกที่ศัพท์คำนั้นก็จะเป็นลิงค์ที่โชว์ความหมายของคำที่ถูกคลิก การฝึกคลิก, ฝึกอ่าน. ฝึกตีความ อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากศัพท์ง่าย ๆ ที่เรารู้ความหมายอยู่แล้ว เช่น dog, cat จะช่วยให้เราค่อย ๆ อ่านเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าจะย้อนกลับก็คลิกที่ Previous Words ที่คอลัมน์ซ้ายมือด้านล่าง

3. ท่านสามารถใช้เมาส์ลากหน้าต่างของดิกให้กว้างยาวได้ตามต้องการ

เอาละครับ พูดมามากแล้ว เดี๋ยวท่านจะเบื่อซะก่อน ลองเอาไปเล่นดูนะครับอาจจะยากสักนิดนึง แต่ก็ท้าทายความสามารถดี อย่าลืมว่า Webster ไม่ใช่learner’s dictionary สำหรับนักศึกษาแต่เป็นดิกชันนารีสำหรับผู้ใหญ่ของประเทศอเมริกา มันก็อาจจะยากนิดหน่อยแต่อะไร ๆ ก็ไม่พ้นความพยายามหรอกครับ

จำได้หลายปีที่แล้วเคยได้อ่านคำคมของโกวเล้งในนิยายจีนของเขา โดยมือกระบี่ในเรื่องพูดว่า คนที่จะฝึกกระบี่ได้สำเร็จต้องเป็นคนที่ “หลงใหล” ในเพลงกระบี่ หากไม่มีใจถึงขั้นหลงใหลจะไม่มีทางฝึกเพลงกระบี่ได้สำเร็จพวกเราที่สนใจฝึกฝนเพื่อพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษของตัวเองผมว่าไม่ต้องหลงใหลเหมือนที่โกวเล้งพูดหรอกครับ เพียงแค่ “ใฝ่ใจ”ผมก็ยังเชื่อเหมือนที่ผมเคยเชื่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า “ฟ้าไม่รานน้ำใจคนพยายาม

เครดิตท่านพิพัฒน์
แล้วถ้าเป็น web master ที่จัดการด้วย directadmin ล่ะ
หรือว่าจะเป็นการบริหารเว็บโฮสติ้งดี
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
กลับไปยังรายบอร์ด