กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       จินจูนอนอยู่บนเตียงในห้อง คธานั่งเฝ้าเอามือจินจูมากุมไว้ จินจูนอนน้ำตาไหลเสียงเครือ
       “คีรินทร์ยังไม่ได้ข่าวไข่มุกอีกเหรอคะ”
       คธาเอามือจินจูแนบแก้ม
       “ยังเลย”
       “ลูกคงโกรธ คงเกลียดชั้นมาก ชั้นผิดเองที่ไม่ยอมรับความจริงต่อหน้านักข่าว”
       “ผมเข้าใจคุณนะ ถ้ารับ เรื่องอื่นๆ คงโดนขุดคุ้ย ไข่มุกเองก็คงโดนด้วย บางทีสถานการณ์ก็ทำให้เรายอมรับไม่ได้”
       “ชั้นทำร้ายจิตใจลูกมาก คธาคะ ชั้นอยากเจอลูก”
       “คุณต้องพักผ่อนให้แข็งแรงก่อน ตอนนี้ที่ผมห่วงมากที่สุด คือสุขภาพของคุณ ส่วนเรื่องลูก พวกเราต้องหาไข่มุกเจอแน่”
       คธาจูบมือจินจูเบาๆ จินจูหลับตาลงแต่น้ำตายังคงไหลอยู่
      
       คธาปิดประตูห้องจินจู แล้วเดินมานั่งตรงห้องนั่งเล่นกลางภายในห้องจินจู แทยอนที่นั่งอยู่กับคีรินทร์มองมานิ่ง
       “เป็นยังไงบ้าง”
       คธาส่ายหน้า สีหน้าเป็นห่วง
       “เครียดมาก จนหมอต้องสั่งยาคลายเครียดไว้ให้ กินยาไปถึงหลับได้”
       “ผมให้นักสืบออกตามหาไข่มุกหลายคนแล้ว แต่ยังไม่ได้ข่าวเลย”
       “คราวนี้คงหายากกว่าเดิม เพราะเจ้าตัวจงใจหลบหน้าเรา”
       “ยังไง ไข่มุกคงไม่หนีไปตลอดชีวิต”
       “บอกคุณจินจูด้วยว่าไม่ต้องห่วง ยังไงผมต้องตามให้เจอจนได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน”
       คธานั่งหน้าเครียดสบตากับแทยอนและคีรินทร์อย่างไม่รู้จะทำยังไง
      
       ไข่มุกเดินออกมาจากมุมหนึ่งของโรงแรมคีรินทร์ ไข่มุกมองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีใครก็รีบแอบเข้าไปในห้องทำงานคีรินทร์ พอเข้ามาในห้องไข่มุกหยิบซองใส่เช็คห้าล้านออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะทำงาน ไข่มุกสะดุดกับรูปคีรินทร์ในกรอบที่วางไว้บนโต๊ะ ไข่มุกมองอย่างเศร้าๆ ปนตัดใจ ก่อนจะเม้มปากแน่นทำฮึดเป็นเข้มแข็งแล้วรีบออกไป ไข่มุกเดินออกมาแล้วเดินเลี้ยวหายไปในทางเดิน
       คีรินทร์เดินมากับเลขาจากอีกทาง เข้าไปในห้องทำงาน
       “ทางห้องจัดเลี้ยงเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคะ ส่วนชุดสูทแต่งงาน อยู่ที่ห้องพักแล้วคะ”
       คีรินทร์พยักหน้ารับรู้ สายตามองไปที่โต๊ะทำงาน เห็นซองที่ไข่มุกวางไว้
       “นี่ซองอะไร คุณเอามาไว้เหรอ”
       “เปล่าค่ะ”
       คีรินทร์ขมวดคิ้ว เปิดซองดู เห็นเป็นเช็คห้าล้าน ก็ชะงัก
       “ไข่มุก ไข่มุกเอามาวางตั้งแต่เมื่อไหร่”
       “ไม่ทราบค่ะ วันนี้ยังไม่เห็นคุณไข่มุกเลย”
       คีรินทร์นิ่งคิดแล้วเดินเร็วๆ ออกไปนอกห้อง สีหน้าร้อนใจ เจอกับเขมทัตที่กำลังเดินมาหา
       “รีบไปไหน”
       “พ่อ เห็นไข่มุกมั้ยครับ เขามาที่นี่” เขมทัตถอนใจ
       “ไม่เห็น รินทร์ วันนี้เป็นวันสำคัญของลูกกับหนูลูกไก่ ไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะลูก เรื่องอื่นไว้ที่หลังแล้ว”
       “แต่...”
       “งานแต่งงานคืนนี้ สำคัญที่สุดมากกว่าอย่างอื่นทั้งหมด ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี”
       เขมทัตมองคีรินทร์ คีรินทร์สบตาอย่างจำยอม แต่ไม่วายมองไปรอบตัวอย่างมีหวัง แล้วก็ต้องถอนใจผิดหวัง
      
       คธาเดินประคองจินจูมาที่ล็อบบี้ คธากับจินจูนั่งลงที่โซฟา
       “ค่อยๆ นั่งนะ” คธาประคองจินจูที่หน้าเศร้ามาก “มานั่งเล่นบ้าง ดีกว่านอนซมอยู่แต่ในห้อง คุณจะได้สดชื่นขึ้น” จินจูพยักหน้า มองรอบๆ อย่างอ่อนล้า คธาบีบมือให้กำลังใจ “อีกสักพักผมคงต้องไปเตรียมแต่งตัว คุณเขมทัตเขาขอให้เล่นเปียโนในงานแต่งคุณคีรินทร์ คุณจะไปด้วยรึเปล่า”
       “ที่จริงคืนนี้เจ้าสาวควรจะเป็นไข่มุก ชั้นทำใจไปร่วมงานไม่ไหวหรอกคะ” จินจูนิ่งไปนิดแล้วถอนใจ “ลูกเราก็ใจแข็งเกินไป ไม่ยอมบอกเรื่องลูกให้คีรินทร์รู้สักคำ ปิดปากเงียบ ทิ้งทุกอย่างให้ผู้หญิงอื่นเข้ามาแทน ชั้นไม่เข้าใจลูกเลย”
       คธาอึ้งอย่างตกใจ
       “ไข่มุก...ลูกเราท้องเหรอ ทำไมผมไม่รู้เลย”
      
       “ชั้นก็เพิ่งรู้ แถมยังเกิดเรื่องยุ่งๆ อีก เลยไม่ได้บอกคุณ”


  


        
       คธานิ่งไปอย่างสงสารไข่มุก จินจูมองคธาแล้วแตะที่หลังมือเขาๆ
        
       “เพราะอย่างงี้ชั้นถึงห่วงลูกเหลือเกิน นอกจากตัวแล้ว ยังมีหลานของเราอีก คนท้องอยู่คนเดียว ถ้าไม่สบาย ใครจะดูแล”
       จินจูพูดอย่างเศร้าและเป็นห่วงไข่มุกมาก ห่างออกไปเห็นเป็นไข่มุกมองมาที่ทั้งสองคน สีหน้าไข่มุกเศร้าหมอง ใจนึงก็อยากมาหาพ่อแม่ แต่อีกใจก็ยังน้อยใจ เสียใจ ไข่มุกหลับตาลงอย่างตัดใจ แล้วก็เดินเลี่ยงออกไป
      
       ช้อยถือกระเป๋าใส่ของจุกจิกเดินตัวเอียงส่งให้คนขับ คนขับรับมา
       “ยกดีๆ อย่าให้แตกเชียว เดี๋ยวชั้นไปเอาชุดเจ้าสาวก่อน เอ้า ปัดโธ่ อันนี้ วางตรงนี้สิยะ ทำไมต้องให้บอกฮึ”
       ช้อยทำท่าวุ่นวายจัดของอยู่กับคนขับรถ ห่างออกไปนอกรั้ว รถตู้วัฒนาแล้วเข้ามาจอด ลูกน้องสองคนมองซ้ายขวาแล้วปีนเข้าบ้าน ย่องไปที่ช้อยกับคนขับรถ ช้อยหันมาแต่ถูกโปะยาสลบพร้อมกับคนขับรถ ทั้งคู่ดิ้นไม่นานก็สลบไป ลูกน้องพยักหน้าที่รั้ว ลูกน้องอีกคนวิ่งไปเปิดรั้วให้วัฒนากับนุชนารถที่ก้าวลงจากรถตู้ นุชนารถเดินเข้ามาแล้วยิ้มเหี้ยม
       “รอวันนี้มานานแล้ว”
       “ชั้นก็เหมือนกัน”
       นุชนารถยิ้มร้ายแล้วมองไปตรงหน้าอย่างสะใจ วัฒนายิ้มร้ายไม่แพ้กัน
      
       ขณะนั้นชลลดากับภัททิมากำลังเลือกเครื่องเพชรอย่างสนุกสนาน ภัททิมาเอาทาบคอโชว์ มณีมองอย่างเสียดาย
       “เส้นนี้สวยมั้ยคะ”
       “เยอะไป เอาเส้นบางๆ หน่อยมั้ย บุษราคัมเล็กๆ อันนั้นสิเหมาะ”
       ภัททิมาหยิบแล้วทำหน้าเบ้
       “อืม ลูกไก่ว่าเล็กไปค่ะ เอาทับทิมแผงนี้ดีกว่า สวยเจิด เหมาะกับชุดเจ้าสาว”
       ภัททิมาเดินเอาไปทาบกับชุดเจ้าสาวที่แขวนไว้ ชลลดาทำท่าหยิบสร้อยข้อมือทำจะสวม มณีรีบตีมือ ทำหน้าดุแล้วดึงคืน
       “ชั้นให้เจ้าสาวเลือกย่ะ แม่เจ้าสาวห้ามแตะ”
       ชลลดามองหน้าอย่างแค้นๆ แต่ปั้นยิ้ม
       “ขอยืมวันเดียวนะคะ ไปตัวเปล่าๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าแม่เจ้าสาวไม่มีตังค์”
       มณีอึ้ง ได้แต่จำใจพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ชลลดาตาวาวรีบเลือกอย่างดีใจมาก ฮัมเพลงอย่างมีความสุข ชี้ชวนเลือกกับภัททิมา มณีเดินไปหารัตนาที่รถเข็นแล้วสวมสร้อยให้
       “อู้หู สวยจังค่ะคุณแม่ ขอบคุณค่ะ”
       “ใส่แล้วอย่าทำหายนะ ไว้โตแล้วจะได้เก็บไว้เป็นของตัวเองเป็นของขวัญจากแม่” รัตนายิ้มแป้น
       “หนูนาจะเก็บให้ดีเลยค่ะ รักคุณแม่จัง”
       รัตนากอดมณี มณียิ้มเขินๆ นิดๆ กึ่งไว้ท่าแต่ก็กอดตอบ
       ประตูห้องนั่งเล่นเปิดออก นุชนารถกับวัฒนาเดินเข้ามาอย่างคุกคาม มณี ชลลดา ภัททิมา รัตนามองอย่างตกใจ
       “นังนุช วัฒนา”
       มณีหน้าซีด เห็นลูกน้องอีกสามสี่คนเข้ามาก็ปากคอสั่น
       “พวกเธอมาทำอะไร”
       “วันนี้ฤกษ์ดี เลยจะมาแสดงความยินดีกับเจ้าสาวคนใหม่ซะหน่อย”
       นุชนารถตวัดตามองภัททิมา ภัททิมาหลบตาแล้วซุกข้างหลังชลลดาอย่างกลัวมาก มณียืนเอาตัวบังรถเข็นรัตนาไว้
       “เธอต้องการอะไร วัฒนา”
      
       “ต้องการอะไรงั้นเหรอ ก็ทั้งหมดนั่น รวมทั้งชีวิตพวกแกด้วย จัดการ”


  


        
       ลูกน้องสองคนไปที่ภัททิมากับมณีเอายาสลบโปะ
        
       “อย่า อย่าทำชั้น กลัวแล้ว”
       มณีโดนโปะยา ตาเบิกกว้างแล้วหรี่ตาลง นอนสลบบนพื้นข้างๆ รถเข็นรัตนา
       “คุณแม่ คุณแม่ขา ฮือออ พี่นุชทำอะไรคุณแม่”
       นุชนารถเดินผ่านรัตนาไปที่ชลลดา
       “อย่าเข้ามานะ ชั้นจะโทรแจ้งตำรวจ อุ๊บ”
       นุชนารถเอายาสลบโปะชลลดาจนสลบแล้วปล่อยให้ร่วง ยิ้มเยาะใส่ชลลดาอย่างสะใจ นุชนารถผลักชลลดาออกแล้วเดินไปหารัตนาที่นั่งอยู่บนรถเข็นตัวสั่น
       “เอาเครื่องเพชรใส่ถุงให้หมด เร็ว”
       วัฒนาสั่งลูกน้อง นุชนารถเดินมาย่อตัวลงมองรัตนาแล้วยิ้มหวานให้ ยกมือขึ้นลูบหัว
       “พะ พี่นุช”
       “อย่าทำอะไรเด็กนะนุชนารถ”
       วัฒนาบอก นุชนารถหันขวับมองตาขวาง
       “ชั้นไม่เลวขนาดทำเด็กหรอกน่า”
       วัฒนาเดินเข้ามาลูบหัวรัตนา รัตนาสะอึกสะอื้น
       “พะ พี่วัฒ อย่าฆ่าหนูนานะคะ กลัวแล้ว”
       “ไม่หรอก เป็นเด็กดีนะ ไม่ต้องกลัว” วัฒนาปลดสร้อยที่คออย่างนุ่มนวลแล้วถือไว้ “สร้อยอันนี้สวยดี ขอพี่แล้วกัน คนเก่ง อย่าร้องนะ”
       วัฒนาลูบหัวรัตนาแล้วยิ้มร้าย มองสร้อยในมืออย่างสมใจ นุชนารถมองวัฒนาอย่างเหยียดนิดๆ ในความโลภ
       นุชนารถจับมือรัตนาแล้วยัดจดหมายใส่มือ
       “เก็บจดหมายนี่ไว้ให้พี่รินทร์ที่รักซะ แล้วก็บอกเขาด้วย ว่าเป็นเพราะเขา ที่ทำให้ชั้นต้องทำแบบนี้”
       รัตนาน้ำตาไหลอย่างกลัวมาก นุชนารถยิ้มมุมปากแล้วผละออก มองวัฒนา วัฒนาหันไปสั่งลูกน้อง
       “แบกสามคนนี้ขึ้นรถ ไปกันได้แล้ว”
       วัฒนาเดินนำไป ลูกน้องช่วยกันแบกมณี ชลลดา ภัททิมา รัตนาร้องไห้จะเข็นรถตามก็ไม่กล้า
       “จะพาไปไหน พี่วัฒ อย่าเอาคุณแม่ไปนะคะ ฮือออ พี่นุช พี่นุช อย่าทำอะไรคุณแม่”
      
       นุชนารถมองเมิน ทำท่าจะเดินออก แต่เหลือบเห็นชุดเจ้าสาวที่แขวนอยู่ นุชนารถมองอย่างอาฆาตปนอิจฉา ฉวยชุดแต่งงานของภัททิมาเอาออกไปด้วย
      
       ตำรวจยืนอยู่กับช้อยและคนขับที่มุมหนึ่งในห้องรีบแขกบ้านคีรินทร์
       “ผมกำลังเก็บของ แล้วอยู่ๆ ก็มืดเลย ตื่นมาอีกทีก็เจอคุณตำรวจแล้วเนี่ย”
       “ป้าเห็นคนเข้ามาโปะยาสลบไอ้คนนี้ ไม่ทันได้พูด มันก็โปะป้าแล้วก็วูบไปเหมือนกัน แต่เหมือนเห็นมีรถมาจอดหน้าบ้านแว้บๆ นะ”
      
       “รถตู้ รถเก๋งหรือรถกระบะ ยี่ห้อไหน สีอะไร พอจำได้มั้ย” ตำรวจถามรายละเอียด ช้อยนิ่งคิดแล้วยิ้มหวาน “ไม่รู้อะไรสักอย่าง ก็เหมือนเห็นแว้บๆ พอรู้ว่าเป็นรถแค่นั้นล่ะค่ะ”
      

      ตำรวจถอนใจที่ไม่ได้เรื่องอะไรเลย รัตนานั่งตัวสั่น สีหน้าหวาดกลัว คีรินทร์ คธา จินจู นั่งอยู่กับสารวัตร ดูจดหมายที่วางบนโต๊ะ ข้อความในจดหมายเขียนว่า “เตรียมค่าไถ่ไว้ห้าสิบล้าน”
       “ตกลงคนร้ายมากันห้าคน ใช่มั้ยหนู”
       สารวัตรถามรัตนา
       “ใจเย็นๆ ค่อยๆ ตอบลูก”
       เขมทัตปลอบ รัตนาสะอื้น พูดติดๆ ขัดๆ
       “มีพี่วัฒ พี่นุช แล้วก็ใครไม่รู้อีก สามคนมั้ง เขาเอาปืนจี้น้าชลด้วย พี่นุชดูน่ากลัวมาก เขาจะทำร้ายคุณแม่มั้ยคะ”
       เขมทัตดึงรัตนาเข้ามากอด
       “ไม่หรอกลูก แม่จะต้องปลอดภัย”
       ตำรวจเดินมาหาสารวัตร
       “เพื่อนบ้านแถวนี้บอกว่าเห็นรถตู้สีขาวแล่นมาจอดพักนึง แล้วก็ขับออกไป แต่จำยี่ห้อหรือทะเบียนรถ ไม่ได้เลยครับ”
       “ทำไมต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้นด้วย”
       คธาวางหูมือถือแล้วเดินมาบอก
       “ทางโรงแรมโทรศัพท์แจ้งแขกเรื่องเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อนแล้วครับ ให้ผมบอกคุณรินทร์ด้วยว่าไม่ต้องห่วงทางนั้น”
       “ขอบคุณครับคุณคธา”
       คีรินทร์ถอนใจ
       “คนเก่าแก่ทั้งคู่ หันมาแว้งกัดเราได้ยังไง”
       เขมทัตบ่นอย่างเจ็บปวด
       “ชั้นเชื่อว่าทุกคนจะปลอดภัยค่ะ” จินจูบอก
       “อีกไม่นานคนร้ายจะต้องติดต่อมานัดแลกตัวประกันกับเงินค่าไถ่แน่นอน รอฟังข่าวเถอะครับ”
      
       คีรินทร์นั่งนิ่ง เม้มปากแน่นสีหน้าครุ่นคิดแต่ไม่ได้รับคำ


  


       ขณะนั้นไข่มุกยืนปิ้งไก่อยู่หน้าเตา ลูกน้องวัฒนาเดินมาเกาะตู้กระจกยักคิ้วให้ไข่มุก
       “ส้มตำปลาร้าแซ่บๆ สองถุง กับน้ำตกหมู ข้าวเหนียวสามนะจ๊ะ น้องแม่ค้าคนสวย”
       “ได้จ้ะ รอแป๊บเดียวนะพี่ ตามคิว” ไข่มุกส่งไก่ย่างให้ลูกค้าหน้าร้าน “นี่จ้ะ ห้าสิบห้าบาท”
       ลูกค้าเดินไป ไข่มุกหันไปตำส้มตำ หน้ายังใส่หน้ากากปิดอยู่ ลูกน้องวัฒนามองยิ้มๆ
       “คนสวย ใส่หน้ากากทำไมจ๊ะ ไหนถอดให้พี่ดูหน่อย เอ๊ะ หรือว่าฟันหลอ ไม่กล้าถอด”
       ไข่มุกชะงัก ส่ายหน้า ตำส้มตำต่อ
       “เป็นหวัดค่ะ เดี๋ยวติดลูกค้า”
       “ไม่เป็นไร ไม่ถือ น่า ขอดูหน่อยเร็ว ตาซ้วยสวย”
       “ไม่ได้ค่ะ ไม่สะอาด เดี๋ยวขี้มูกหยดลงครกนะพี่”
       ลูกน้องวัฒนาทำท่าจะเอื้อมมือไปดึงหน้ากาก ไข่มุกกำสากในมือทำท่าจะยกตี ลูกน้องวัฒนาอีกคนเดินมาก่อน
       “ทำไรอยู่วะ เร็วดิ เดี๋ยวนายก็ด่าให้หรอก”
       ลูกน้องหดมือ
       “โหย ไอ้พวกนั้นยังไม่ตื่นหรอก นอนอืดเป็นหมูตายอยู่น่ะแหละ เมายาสลบไม่หาย”
       ลูกน้องวัฒนาคนที่เพิ่งเดินมาขยิบตาใส่ ลูกน้องทำท่านึกได้รีบเงียบ ไข่มุกฟังแล้วขมวดคิ้ว นึกว่าพูดเล่นกัน จัดของใส่ถุงส่งให้
       “แปดสิบห้าค่ะ”
       “เอาไปร้อยนึงไม่ต้องทอน เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มากินใหม่นะจ๊ะ”
       พวกลูกน้องวัฒนาเดินไป มีลูกค้าสองคนเดินมาด้วยกัน
       “เอาตำไทยหนึ่ง ปลาร้าหนึ่ง ไก่ย่างสามไม้ แล้วก็ข้าวเหนียวสอง”
       ลูกค้าอีกคนดูหนังสือพิมพ์
       “ต๊ายย ดูซิ ข่าวงานแต่งล่ม เจ้าบ่าวล้อหล่อ ชั้นแต่งแทนก็ได้”
       “ขอดูนำแหน่ ป้าดดด เจ้าบ่าวนี่ เจ้าของโรงแรมใช่บ่ ฮ่วย หล่อแท้”
       ไข่มุกชะงัก ยื่นหน้ามอง
       “ข่าวอะไรคะพี่ ขอดูหน่อย”
       “นี่ไง ขึ้นหน้าหนึ่ง รูปเบ้อเร่อเลย”
       ไข่มุกรับมาดู แววตาตกใจมากเมื่อเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง “วิวาห์ล่มกลางโรงแรมดัง เจ้าบ่าวทายาทเจ้าของโรงแรมปิดปากเงียบ สาเหตุยังเป็นปริศนา”
      
       พร้อมลงรูปคีรินทร์ ไข่มุกมองภาพคีรินทร์อย่างตกใจกับข่าว นึกเป็นห่วงและสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น
      

       เย็นวันนั้นที่บ้านเช่านุชนารถ ภัททิมาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาจึงเห็นนุชนารถนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้า มณีกับภัททิมามองอย่างงงๆ มณีมองสะลึมสะลือ
       “ที่นี่ที่ไหน” มณีขยับตัว “อ้าว นี่โซ่อะไร นุช เธอ...”
       “อ้าว อยู่ไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังอยู่บ้านเลย แล้ว...” ภัททิมาพูดแบบเบลอๆ แล้วสะดุ้งเฮือกสีหน้ากลัวๆ “นุชนารถ”
       ชลลดามองไปรอบๆ อย่างงงๆ
       “ชั้นมาอยู่นี่ได้ไง พาเรามาที่ไหนเนี่ย”
       “นรกไง” ทั้งสามคนชะงัก มองนุชนารถอย่างนึกได้ แล้วก็มองโซ่ที่ล่ามตัวเองไว้ นุชนารถหัวเราะลั่น “ตื่นได้ก็ดี นึกว่ายาจะแรงจนตายไปแล้วซะอีก”
       “แกจะทำอะไรพวกเรา ปล่อยเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นชั้นแจ้งตำรวจจับแกแน่ นังจิ้งจอก นัง นังลวงโลก ขี้อิจฉา นังบ้า นังโรคจิต”
       นุชนารถลุกขึ้นมาตบปากชลลดาจนหน้าหงาย ชลลดาอึ้งไปอย่างตกใจ พอนึกได้ก็ร้องกรี๊ดด้วยความโกรธ
       “แก กล้าตบชั้นเหรอ คอยดูนะ...”
       ชลลดาพูดไม่ทันจบนุชนารถตบอีกทีหน้าคว่ำลงไป ชลลดามองนุชนารถตาขวาง นุชนารถชี้หน้าสายตาดุดัน ชลลดาหุบปากเงียบแต่ทำตาถลึงอย่างไม่อยากจะยอมนัก
       “เป็นบ้าไปแล้วเหรอนังนุช คุณแม่ขา เจ็บมั้ยคะ”
       “ถามได้ ปากแทบเบี้ยว”
       นุชนารถหันมาทางภัททิมา มองตาขวางแล้วเดินเข้าหา ภัททิมาถอยกรูดอย่างกลัว
       “อย่าเข้ามานะ แกจะทำอะไร”
       “เนี่ยหรอ เจ้าสาวของคีรินทร์ แก...แย่งทุกอย่างไปจากชั้น แย่งผัวชั้น แย่งทุกอย่างที่ชั้นควรจะได้ นังตัวมาร อยากใส่ชุดนี้มากใช่มั้ย”
       นุชนารถหยิบชุดเจ้าสาวออกมาโยนใส่ภัททิมา แล้วควักมีดออกมาถือ
       “กะ...แกจะทำอะไร อย่านะ”
       นุชนารถปักมีดลงบนชุดเจ้าสาวในมือภัททิมาแล้วกรีดจนยับเยิน ภัททิมาร้องกรี๊ดอย่างกลัวมาก
        “ร้องทำไม ชุดสวยมั้ยล่ะ ฮ่ะๆๆๆ เจ้าสาวคนสวย ฮ่าๆๆๆ”
       ชลลดาเห็นนุชนารถเป็นบ้าก็ดึงขานุชนารถให้ล้มแล้วนั่งคร่อมหลัง
       “ทำลูกชั้นเหรอ นี่แน่ะๆ”
       ชลลดาจิกหัวนุชนารถแล้วเอาฟันงับหู นุชนารถพลิกตัวดิ้นจนหลุดแล้วถีบชลลดาออก นุชนารถตามไป ทั้งคู่สู้กันอุตลุด จนนุชนารถคว้ามีดมาถือไว้ มองตาขวาง ชลลดารีบถอยมากอดภัททิมาแน่นอย่างกลัว นุชนารถดึงภัททิมาที่ร้องไห้อยู่ออกมา
       “ยะ...อย่าทำอะไรชั้นเลย ชั้นกลัวแล้ว กลัวจริงๆ”
       “อย่าทำอะไรลูกชั้น”
       ชลลดาถลันจะเข้ามาช่วย นุชนารถถีบชลลดากระเด็นไปนั่งจุก นุชนารถเค้นคอภัททิมาอย่างสุดแค้น
       “อยากเป็นเมียรินทร์นักใช่มั้ย ได้ เป็นผีคอยเฝ้าผัวชั้นเถอะแก” นุชนารถทำท่าจ้วงจะแทง แต่มีมือมาจับเอาไว้ เจ้าของมือก็คือวัฒนา วัฒนามองนุชนารถเขม็ง “ห้ามทำไม ปล่อย”
       “อย่าลืมสิว่าพวกนี้มีค่าตัวเท่าไหร่”
      
       วัฒนามองทั้งสามคนที่มองมาอย่างสะใจ มณีมองวัฒนาอย่างเศร้าใจ นึกไม่ถึงว่าจะร่วมมือกับนุชนารถได้

       รถตำรวจแล่นมาจอดที่หน้าบ้านวัฒนา ตำรวจวิ่งลงจากรถกระแทกประตูเข้าไปในบ้าน คีรินทร์ตามลงมากับสารวัตรอย่างรีบร้อน เดินเข้าไปในบ้าน ภายในบ้านแทบจะว่างเปล่า คีรินทร์มองอย่างงงๆ ปนสงสัย ตำรวจกระจายกำลังกันค้นบ้าน เก็บลายนิ้วมือและค้นหาหลักฐานตามที่ต่างๆ
       “ไม่เหลืออะไรเลย ดูสภาพบ้านแล้วคงไม่คิดกลับมาอีก”
       คีรินทร์มองรอบๆ ห้องแล้วไม่ตอบอะไร สีหน้าเป็นกังวลมาก ตำรวจเดินมาหา
       “สารวัตรครับ ดูนี่ครับ”
       ตำรวจยื่นสมุดบัญชีให้สารวัตรเปิดดู
       “ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากจนหมดทุกเล่ม แล้วเจอหลักฐานอื่นอีกมั้ย”
       “ไม่มีครับ”
       “ลองทิ้งบ้าน ทิ้งทุกอย่างไปแบบนี้ ท่าทางนายวัฒนาจะเตรียมตัวเป็นโจรเต็มตัวแล้ว”
       สารวัตรพยักหน้า คีรินทร์มองสภาพห้องสีหน้าเคร่งเครียด
      
       ชลลดากับภัททิมามีสภาพสะบักสะบอม มองไปที่ตัวแล้วทำท่านึกได้
       “เครื่องเพชรล่ะ เพชรชั้นอยู่ไหน”
       นุชนารถหยิบกล่องออกมาแล้วหยิบโชว์
       “นี่น่ะเหรอ”
       “เอาคืนมานะ”
       นุชนารถยิ้มเยาะแล้วปิดกล่อง มองเบะปากอย่างดูหมิ่นชลลดากับภัททิมา
       “จะตายแล้วยังโลภ พวกแกไม่คู่ควรกับของพวกนี้หรอก”
       นุชนารถมองสองแม่ลูกอย่างกึ่งแค้นกึ่งหยามหน้า มณีมองวัฒนากับนุชนารถอย่างผิดหวัง สายตาตัดพ้อ
        “วัฒ เธอเป็นเพื่อนรินทร์มาตั้งแต่เด็ก แม่เห็นเธอเหมือนลูกคนนึง เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แล้วทำไมถึงทำแบบนี้” วัฒนาแค่นยิ้ม
       “ครอบครัวเดียวกัน แล้วที่ไอ้รินทร์ไล่ผมเหมือนหมาก็ครอบครัวงั้นสิ”
       “เรื่องนั้น แม่ต้องขอโทษแทนรินทร์ด้วย”
       “คุณไม่ต้องมาทำพูดดี ผมไม่ใช่ไอ้โง่ที่จะทำงานงกๆ เพื่อไอ้โรงแรมเฮงซวยนั่นแล้ว”
       มณีอึ้ง หันไปหานุชนารถ
       “ชนารถ เราเคยอยู่ด้วยกันมานาน ชั้นดีกับเธอตั้งเท่าไหร่ เธอต้องเตือนวัฒนานะ รู้ว่าเธอสองคนกำลังโกรธ แต่ขอให้นึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยทำให้กัน”
       นุชนารถท้าวเอว มองมณีหยันๆ
       “ดีกับนังสองคนแม่ลูก” นุชนารถจิ้มนิ้วที่หน้าผากชลลดากับภัททิมา “กับนังกีกี้น่ะสิ รู้ทั้งรู้ว่าชั้นเป็นเมียคีรินทร์อยู่ ยังหาผู้หญิงใหม่มาแต่งงานกับเขาอีก นี่น่ะเหรอดีของคุณ นังนุชนารถคนนี้มันเจ็บแล้วจำ ใครทำอะไรไว้ ตอนนี้จะเอาคืนเป็นสิบเท่า ให้รู้ไปว่าคนอย่างชั้น ไม่มีวันแพ้พวกแก”
      
       มณี ชลลดา ภัททิมามองนุชนารถสลับกับวัฒนาอย่างหวาดกลัว นุชนารถเดินเข้าใกล้ภัททิมาแล้วกระชากชุดเจ้าสวยจนขาดคามือ ภัททิมาตัวสั่นร้องไม่ออก นุชนารถยิ้มร้าย มองภัททิมาตาขวาง


  


       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น หน้าตาเคร่งเครียดรัตนาเลื่อนรถเข็นมาพร้อมๆ กับเขมทัต มานั่งข้างๆ คีรินทร์
       “ยังไม่นอนอีกเหรอรินทร์”
       “ผมนอนไม่หลับ เป็นห่วงแม่ ห่วงลูกไก่ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง”
       รัตนากอดคีรินทร์ เขมทัตตบบ่า
       “รินทร์ไม่ผิดหรอก เพียงแต่ อาจจะคิดถึงจิตใจคนอื่นน้อยไปนิด บางเรื่องที่เราทำลงไปโดยไม่ตั้งใจ ก็อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้”
       คีรินทร์นิ่ง พยักหน้าอย่างเข้าใจ
       “แต่ ผมนึกไม่ถึงเลย ทั้งนุชทั้งวัฒจะทำได้ขนาดนี้”
       “แล้วเราล่ะ เคยทำอะไรกับเขาไว้บ้าง จำเอาไว้เป็นบทเรียน เราต้องรู้จักเห็นใจและคิดถึงจิตใจคนอื่นให้มาก ยิ่งเป็นหัวหน้าเขา ยิ่งต้องมีทั้งเมตตาและกรุณา อย่าต้อนใครให้จนตรอก จนเขาลุกสู้ หันมาทำกับเราอย่างนี้”
       “ผมขอโทษครับพ่อ”
       เขมทัตกอดไหล่ปลอบ
       “ไม่เป็นไรลูก ใครมั่งไม่เคยทำผิด แต่ทำแล้วต้องรู้จักแก้ไข อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ซ้ำสองได้”
       คีรินทร์พยักหน้าแล้วหลับตาลง รัตนากอดกระแซะเอาแก้มแนบแขนอ้อน
        “พี่รินทร์สู้ๆ นะคะ พาคุณแม่กลับมาเร็วๆ นะ”
       คีรินทร์กอดรัตนา
       “พี่สัญญา แม่จะต้องปลอดภัย”
       เขมทัตมองพี่น้องแล้วยิ้มออกมานิดๆ สบตากับคีรินทร์อย่างเชื่อมั่นและเชื่อใจ
      
       ไข่มุกเข็นรถเข็น บีบแตรมาอยู่แถวหน้าบ้านเช่านุชนารถ
       “ส้มตำ ลาบ น้ำตกแซ่บเว่อร์ ไก่ย่างร้อนๆ จ้า ส้มตำมาแล้วจ้า ใครนอนอยู่ออกมาให้ว่อง ส้มตำฟ้าผ่ามาบริการถึงหน้าบ้านจ้า”
       มณีได้ยินเสียงก็ชะโงกดูผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ เห็นเป็นแม่ค้าจึงลุกยืนแล้วตะโกนเรียก
       “แม่ค้า แม่ค้า ช่วยด้วย” มณีหันไปทางชลลดา “ช่วยกันเรียกสิยะ ช่วยด้วย”
       “ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วย มีคนถูกขังอยู่ในนี้”
       “ยู้ฮู ได้ยินมั้ยยย ยู้ฮู ช่วยด้วย”
       ไข่มุกหยุดชะงัก ทำท่ามองหันซ้ายหันขวา เพราะเหมือนได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ มา แต่เบามาก ภายในบ้านพวกชลลดายกไม้ยกมือโบกกันใหญ่ ไข่มุกขยับเสื้อแล้วถอดหน้ากากออก หยิบผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตา สามคนประสานเสียงกันดังลั่น
       “ไข่มุก”
       ทั้งสามคนวิ่งหกล้มหกลุกแย่งกันเข้าไปที่ช่องหน้าต่างเล็กๆ แต่ติดโซ่ ได้แต่ยืดตัวโบกไม้โบกมือสุดแรงเกิด
       “นังมุก ช่วยชั้นด้วย ชั้นอยู่นี่ นังมุกกกก”
       “ช่วยด้วย ไข่มุก ช่วยชั้นที พาชั้นออกไป ไข่มุก”
      
       “ช่วยด้วย ยู้ฮู นังมุก พังบ้านมันเลย นังมุก”


  


       ไข่มุกขมวดคิ้วทำท่างงๆ แล้วส่ายหัวแบบมึนๆ คิดว่าไม่มีอะไรแล้วจึงใส่หน้ากาก เข็นรถเข็นเดินออกไป ชลลดา มณี ภัททิมาทำหน้าผิดหวังและท้อแท้ นั่งลงไปกองที่พื้นอย่างคนจะเป็นลม “นังมุก นังหูตึง เรียกแทบตาย มันเดินไปเฉยเลย”
       “กรรมจริงๆ ชั้นต้องมาตายที่นี่มั้ยเนี่ย ฮือออ”
       “ไม่เอานะ ลูกไก่ยังไม่ได้แต่งงาน ยังตายไม่ได้ คุณแม่ขา ฮือออ หนูไม่อยากตาย”
       ภัททิมาถลาเข้าไปกอดชลลดาแน่น ทั้งสามคนมองออกไปข้างนอกอย่างหมดหวัง
      
       คีรินทร์เดินมาที่ลานจอดรถของโรงแรม กำลังจะขึ้นรถแต่เห็นจดหมายเหน็บไว้ที่กระจก คีรินทร์ชะงักแล้วเปิดดูในกระดาษเขียนว่า “มาที่สวนสาธารณะตอนบ่ายสาม ห้ามบอกใคร ไม่งั้นคนของนายตาย” คีรินทร์สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นจนแทบจะขยำจดหมายคามือ
       คีรินทร์มาที่สวนสาธารณะ เมื่อมาถึงคีรินทร์ลงจากรถเดินไปหาวัฒนาที่ยืนอยู่ วัฒนาหันมามองคีรินทร์ แล้วยิ้มร้ายที่มุมปาก
       “เอาแม่กับลูกไก่ไปไว้ที่ไหน”
       “ใจเย็นๆ ชั้นมีอะไรให้นายดู”
       วัฒนายื่นมือถือที่เปิดคลิปให้คีรินทร์ดู คีรินทร์มองสีหน้าตกใจ
       ภาพจากมือถือวัฒนาเป็นภาพมณี ชลลดา ภัททิมาโดนมัดล่ามไว้
       “ช่วยน้าที รีบๆ เอาเงินให้พวกมันนะ มันขอเท่าไหร่ให้ไปเลย”
       “ช่วยด้วย ฮืออ ลูกไก่กลัว จะเป็นบ้าตายแล้ว รินทร์ขา ฮือออ”
       “รินทร์ แม่ถูกขังที่ โอ๊ย”
       มีมือตบมณีลงไปนั่งกอง กล้องเปลี่ยนมุมจับเป็นหน้านุชนารถยิ้มอย่างสะใจ
       “ดูหน้าซะให้พอนะรินทร์ เพราะถ้าไม่ได้ค่าไถ่ คุณจะได้เห็นแม่ เห็นเมีย เป็นครั้งสุดท้าย”
      
       วัฒนาดึงมือถือกลับแล้วมองหน้าคีรินทร์อย่างสะใจ คีรินทร์มีสีหน้าอึ้งอย่างคิดไม่ถึง
       “พวกแกทำอะไรแม่ชั้น”
       “ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ทั้งสามคนยังสุขสบายดี”
       “นายทำอย่างงี้ทำไม”
       “เพื่อเงิน แล้วก็ความสะใจไง”
       คีรินทร์อึ้ง จ้องวัฒนาอย่างแค้นมาก
       “แกทำได้ไงวะไอ้วัฒ แม่ชั้นทั้งรักทั้งดีกับแกสารพัด ช่วยเหลือทุกอย่าง เหมือนแกเป็นลูกคนนึง เป็นคนในครอบครัว ทำไมถึงทำได้ลงคอ”
       วัฒนาแค่นยิ้ม
       “หึ แม่ลูกพูดเหมือนกันไม่มีผิด จนป่านนี้ยังมีหน้ามาทวงบุญคุณอีกเหรอวะ เหมือนลูก เหมือนครอบครัวเดียวกัน เห็นชั้นเป็นขี้ข้ามากกว่ามั้ง”
      
       “ชั้นไม่เคย...”

      วัฒนาพูดแทรก
      
       “ไล่ชั้นเหมือนหมา ทำลายอนาคตเรื่องงานทั้งหมด อย่างงี้เหรอวะที่เรียกว่าเพื่อน” วัฒนาจ้องคีรินทร์ “บอกสิว่า ไม่ใช่เพราะชั้นที่ทุ่มเททั้งหมดให้งาน โรงแรมถึงได้ดีขึ้นมาถึงขนาดนี้ ในตอนที่นายไปควงสาว ไปกินเหล้า ใครที่นั่งทำงานจนเกือบถึงสว่าง ถ้าไม่ใช่ไอ้วัฒนาคนนี้ แต่ไม่เห็นมีใครสักคนจะเห็นใจ” คีรินทร์อึ้งไปอย่างนึกสะอึกใจ วัฒนามองหน้าคีรินทร์แล้วยิ้มอย่างขมขื่น “ชั้นทำเพื่อบริษัท เพื่อให้นายเสวยสุขตั้งเท่าไหร่ แต่กลับตอบแทนด้วยการไล่ออกยิ่งกว่าหมาข้างถนน เป็นนายจะไม่แค้นเหรอ”
       “แล้วทำไมไม่แก้แค้นที่ชั้น ไปทำคนอื่นทำไม”
       “ทำนาย...นายก็แค่เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่นายรัก นายจะได้จำและไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตไง” คีรินทร์กำหมัดแน่น วัฒนามองหน้ายิ้มร้ายอย่างเป็นต่อ “ชั้นให้เวลาสามวัน เตรียมห้าสิบล้านไว้ให้พร้อม ถ้าไม่ได้...ก็เตรียมจัดงานศพได้เลย”
       วัฒนาเดินจากไป คีรินทร์ได้แต่มองตามอย่างเจ็บปวดและขมขื่น
      
       ไข่มุกมาเยี่ยมวันดีที่เรือนจำ ไข่มุกนั่งมองวันดีผ่านกระจก มือจับหูโทรศัพท์
       “เป็นไงมั่งแม่”
       “จะยังไงวะ ก็คุกน่ะสิ” ไข่มุกพยักหน้าเศร้าๆ “โอ๊ย ทำหน้าหมาป่วยแบบนี้ทีหลังไม่ต้องมาเยี่ยม นังมุกเอ๊ย..
       ทำไมไม่ไปคืนดีกับผัวแกวะ ท่าทางเขาก็ยังรักแกอยู่นา”
       “เขาไม่ได้รักหนูหรอก”
       วันดีเท้าคางมองพิจารณา
       “ชะช้า แม่นางเอก เล่นตัวจริ๊งงง จะอะไรนักหนาวะ แกเองก็เป็นตั้งลูกดาราดัง ได้กะนายคีรินทร์ก็เหมาะสมกันแล้ว จะน้อยใจไปทำไม”
       “อย่าพูดถึงคุณจินจูเลย หนูเป็นลูกแม่คนเดียว”
       “วะ เอาใหญ่แล้ว โรคอะไรกำเริบวะ เป็นชั้นหน่อยไม่ได้ จะเอาทั้งผัวเก่า ทั้งแม่ดารา เดินโชว์ชาวบ้านให้ทั่ว เท่จะตาย นี่อย่าบอกนะ ว่าจะไปตำส้มตำ ปิ้งไก่ขาย โอย รีบกลับไปง้อผัวด่วน จะบ้าตาย ไม่ได้เลือดฉลาดจากนังวันดีเล้ย”
       “ตำส้มตำขายยังดีกว่า คุณรินทร์เอง ก็ไม่ได้ต้องการหนูแล้วจะกลับไปทำไม” วันดีส่ายหัว “ชีวิตแกนี่มันน้ำเน่าจริงๆ เอาเหอะ ไม่รักไม่ห่วงก็ไม่ต้องกลับไปหาเขา เฮ้อออ ถามใจตัวเองดีๆ แล้วกัน ว่าคิดยังไง”
       ไข่มุกนั่งอึ้ง สีหน้าทั้งกังวลและเป็นห่วงคีรินทร์
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องทำงานมีสารวัตรนั่งอยู่ด้วย
       “ในเมื่อคนร้ายยืนยันเรื่องเงินค่าไถ่ เราต้องยอมทำตามไปก่อน คุณต้องขอกำหนดสถานที่ส่งเงิน เอาให้ห่างจากชุมชน คนอื่นจะได้ไม่โดนลูกหลง”
       “ผมขอคิดก่อนเรื่องแผนย้อนรอยพวกมัน ไม่อยากให้แม่เสี่ยง”
       “การที่คุณเดินเอาเงินไปแลกเองก็เสี่ยงไม่แพ้กันครับ ถ้าคุณยอมให้ทางเราช่วยเหลือ น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า”
       คีรินทร์มีสีหน้ากังวล นิ่งไปพักนึง
       “ผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าถ้าร่วมมือกับตำรวจ แผนจะไม่ผิดพลาด”
      
       คีรินทร์มองสารวัตรนิ่งอย่างกังวล
      
       จินจูกับคธานั่งอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม คธายกถ้วยนมกับแซนวิชมาวางหน้าจินจู ห่างออกไปนอกกระจกไข่มุกแอบอยู่ตรงด้านหลังฉากบังตา มองเข้ามาที่ทั้งคู่ด้วยแววตาอาวรณ์
       “ทานหน่อยนะ จะได้มีแรง”
       “ชั้นไม่หิว ไม่อยากกิน คุณกินเถอะค่ะ”
       คธายกแก้วนมอุ่นให้
       “งั้นฝืนใจดื่มนมหน่อย”
       จินจูรับมาดื่มอย่างจำใจ จินจูยื่นกลับแล้วหน้ามืด ทำแก้วหล่นแตก คธารีบเข้าไปประคอง ไข่มุกมองเข้ามาอย่างตกใจปนเป็นห่วง
       “ไม่เป็นไร แค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ”
       “ไปพักผ่อนบนห้องก่อน เดี๋ยวผมจะสั่งข้าวต้มให้ ถึงไม่หิวก็ต้องทาน จะได้มีแรงตามหาลูก เชื่อผมนะ”
       จินจูพยักหน้าแล้วให้คธาเดินประคองออกไป ไข่มุกเดินออกมาหลังฉากบังตา มองตามอย่างเศร้านิดๆ พอหันไปอีกทางก็เห็นคีรินทร์เดินออกมากับสารวัตร ไข่มุกรีบหลบเข้าหลังที่บังตาเหมือนเดิม
       “ทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ทางเราจะวางแผนให้รัดกุมและแม่นยำที่สุดครับ”
       คีรินทร์พยักหน้านิดๆ
       “ผมทราบครับ แต่ขอไปปรึกษาที่บ้านก่อน ยังไงก็ขอบคุณสารวัตรนะครับ”
       ไข่มุกแอบมองอยู่จากด้านหลังกำแพง สีหน้าเป็นห่วงคีรินทร์มาก
       “เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่าทุกคนจะต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอน”
       คีรินทร์นิ่งไป ไข่มุกมองตามคีรินทร์อย่างสงสารและเป็นห่วง
      
       คีรินทร์เดินมา ถอดสูทไว้ข้างตัว แล้วลงนอนหลับตาอย่างเหนื่อยกายเหนื่อยใจ คีรินทร์ค่อยๆ หลับอย่างไม่รู้ตัว สูทหล่นลงพื้น มีมือหนึ่งเก็บขึ้นมาให้ เจ้าของมือนั่นก็คือไข่มุก ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างเป็นห่วง ทำท่าอยากเอามือเข้าไปจับแต่ก็ตัดใจ ไข่มุกเอาสูทคลุมที่ไหล่คีรินทร์ให้อย่างอ่อนโยนแล้วถอยออกมามองอย่างรักและคิดถึงมาก คีรินทร์สะดุ้งตื่น มองไปรอบๆ ไข่มุกรีบหลบหลังต้นไม้ คีรินทร์จับที่สูทอย่างงงๆ ปนแปลกใจ ไข่มุกที่แอบมองดูอยู่เม้มปากแน่นก่อนจะหลบไปอย่างตัดใจ
      
       มณี ภัททิมา ชลลดา ถูกล่ามโซ่ในห้อง มีนุชนารถนั่งคุมอยู่ ภัททิมาทำท่ายุกยิกๆ ค่อยๆ คลานไปเอาขวดน้ำ
       ภัททิมายกขึ้นทำท่าจะดื่ม นุชนารถใช้มือปัดกระเด็นเปียกหน้าภัททิมาไปหมด
        “นังนุช ทำบ้าอะไรของแก มาปัดขวดน้ำชั้นทำไม ดูสิ เลอะเทอะหมดแล้ว”
       นุชนารถยิ้มเยาะ
       “ทำไม ก็อยากทำ มีอะไรมั้ย”
       “ถ้าชั้นขาดน้ำตายขึ้นมาทำไง ดูสิ ผิวเหี่ยวแห้งหมดแล้ว เอาน้ำมาให้ชั้นเดี๋ยวนี้”
       “ได้” นุชนารถหยิบน้ำมาเทราดหัวภัททิมา “เอาไปเลย เอาไปเยอะๆ ฮะฮะฮะ”
       ภัททิมากรี๊ดลั่น ชลลดาทำท่าจะโวย แต่นุชนารถถลึงตาใส่เลยชะงักไป
        “พอได้แล้วนุชนารถ เห็นแก่หลานชั้นในท้องเถอะ”
       นุชนารถชะงักมือ
       “ว่าไงนะ” นุชนารถหันไปมองภัททิมาที่หน้าซีดไม่กล้าพูด ภัททิมาหันมองชลลดาที่ส่งสายตาห้ามแล้วส่ายหน้า นุชนารถกระชากภัททิมาออกมา “อย่าบอกนะว่าแกท้องกับรินทร์ ห๊า นังเมียน้อย แกท้องรึเปล่า พูด”
       ภัททิมาปากสั่น มณีเข้าไปผลักนุชนารถออก
       “หยุดซะที ถ้าหลานชั้นแท้งจะทำยังไง ใจคอเธอทำด้วยอะไรฮึ”
       “รักมันมากนักใช่มั้ย ดี จะส่งไปลงนรกกันทั้งบ้าน ได้เงินเมื่อไหร่พวกแกตายเป็นผีเฝ้าหลุมแน่”
       มณีอึ้ง แววตากลัวมาก
       “ได้เงินแล้วก็ต้องปล่อยตัวพวกเราสิ คิดจะฆ่าแกงกันได้ยังไง”
       “ปล่อยเหรอ ฝันไปเถอะ ทั้งพวกแก ทั้งไอ้เด็กในท้องนั่น ไม่ได้เกิดมาแน่ ทุกคนต้องชดใช้ที่ทำกับชั้น”
      
       นุชนารถทำท่าจะทุบท้องภัททิมา มณีผวาเอาตัวเข้าบังภัททิมา นุชนารถยั้งมือยืนนิ่ง แล้วหัวเราะอย่างเริ่มเสียสติและคลุ้มคลั่ง ทั้งสามคนมองนุชนารถอย่างหวาดๆ และช็อคมากที่รู้ว่านุชนารถจะไม่ยอมปล่อยตัว


  


       คีรินทร์ เขมทัตนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       “รินทร์ก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร ถึงให้เงินไปก็ไม่แน่ว่าวัฒนาจะปล่อยแม่เขาออกมา แต่ถ้าเราร่วมมือกับตำรวจ อย่างน้อยพวกเขาก็ชำนาญเรื่องนี้มากกว่าเรา”
       “แต่ผมกลัวว่าถ้าแผนพลาด ไอ้วัฒจะยิ่งโกรธ ผมเป็นห่วงแม่ครับ”
       “พ่อก็เป็นห่วงไม่แพ้แกหรอก ถึงตอนนี้ เราต้องยอมเสี่ยงแล้ว”
       คีรินทร์นิ่งอย่างคิดหนัก
      
       วันต่อมาไข่มุกยืนตำส้มตำอยู่ใส่หน้ากากบนหน้า มีลูกค้ายืนคุยด้วยสองคน ทำท่าซุบซิบๆ
       “เออ ไอ้บ้านเก่าท้ายซอยมีใครก็ไม่รู้มาเช่าแล้วนะ มากันเงี้ยบบบเงียบ มีแต่พวกคนงานสองสามคน หน้ายังกะโจร หูย พูดแล้วขนลุก ไม่รู้ว่าพวกค้ายารึเปล่า”
       “แปลกจริงๆ บ้านอยู่สุดซอยอย่างงั้น คนดีๆ ที่ไหนจะมาเช่า ทั้งเปลี่ยว ทั้งมืด”
       “เจ็ดสิบจ้ะพี่” ไข่มุกส่งถุงส้มตำให้ แล้วถามแบบไม่ใส่ใจ “แถวไหนเหรอพี่ ไกลป่ะ”
       ลูกค้ายื่นเงินให้
       “โอ๊ย ไม่ไกลหรอก ท้ายซอยนู่น จะไปขายของเหรอ อย่าไปเลย มันดูแปลกๆ อันตรายจะตาย”
       ไข่มุกมองตามอย่างงงๆ ว่าบ้านไหน จังหวะนั้นลูกน้องวัฒนาเดินมาที่รถเข็น ลูกค้าชะงัก ทำท่ากลัวๆ
       “นี่ไงแก พวกที่มาอยู่บ้านนั้น”
       “ไปเหอะ หน้าอย่างงี้โจรชัดๆ ระวังตัวด้วยนะน้อง”
       ลูกค้าเดินเลี่ยงออกไป ลูกน้องวัฒนาคนที่มาจีบไข่มุกเอามือเท้าตู้มองไข่มุกตาหวาน
       “วันนี้สวยเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ เป็นหวัดไม่หายให้พี่ไปพยาบาลมั้ยน้อง”
       ไข่มุกทำเฉย ถามยิ้มๆ
       “วันนี้กินอะไรดีพี่ ส้มตำปลาร้า ลาบหมู หรือเอาไก่ดี”
       “แหม ไม่รับมุกกันเลย เอาส้มตำปลาร้าสอง ไทยสอง ไอ้พวกผู้ดีนั่นจะกินเป็นป่าววะ”
       “สั่งๆ ไปเหอะ กินไม่ได้ก็ช่างหัวมัน เอาเป็นตำปลาร้าสี่นะ แล้วก็ไก่ย่างกับข้าวเหนียวอย่างล่ะห้า ของเราสอง พวกนั้นสาม ลาบหมูสอง”
       “เฮ้ย ลาบแค่นั้นพอเหรอวะ นังแก่นั่นกินจุจะตายชัก”
       “ไม่พอก็ช่างดิ่ จะกินอะไรนักหนา เดี๋ยวก็ตายๆ แล้ว วุ๊ย เรื่องมากจริง” หันหาไข่มุก “น้อง เอาให้ไว พี่รีบ”
       ไข่มุกฟังอย่างแปลกใจ แต่ก็พยักหน้ารับคำรีบหยิบมะละกอมาตำ
        “อย่าดุสิวะ เดี๋ยวคนสวยของข้าตกใจหมด ค่อยๆ ตำจ้ะ พี่ไม่รีบ “
       “บ้านพี่คนเยอะเหรอ สั่งส้มตำตั้งสี่ถุง”
       “ใช่ แต่เดี๋ยวก็กลับบ้านเก่าไปหมดแล้ว”
       ลูกน้องวัฒนาหัวเราะอย่างมีเลศนัยกัน ไข่มุกยิ่งแปลกใจ ลูกน้องทำตาเชื่อมหวาน ไข่มุกรีบจัดของใส่ถุง
       “ไว้พี่ได้เงินเมื่อไหร จะมาขอนะจ๊ะคนสวย บอกพ่อกับแม่ไว้เลย”
       “พี่ไปขอผัวกับลูกหนูดีกว่า สองคนกำลังซนยังกับลิง”
       ไข่มุกพูดแล้วแอบทำตาเจ้าเล่ห์
       “อูย มีผัวแล้วก็ไม่บอก แต่เช้งกะเด๊ะแช่แว้บแบบนี้พี่ไม่ถือ เลิกเมื่อไหร่บอกนะจ๊ะ พี่รอต่อคิว”
       ไข่มุกยื่นส้มตำให้ ลูกน้องวัฒนาควักให้สามร้อย ไข่มุกทำท่าจะหยิบทอน
       “ไม่ต้องทอน พี่ใกล้จะรวยแล้ว ไว้อีกสองสามวันจะถอยกระบะใหม่มารับน้องเที่ยวนะจ๊ะ ไปล่ะ”
      
       ลูกน้องวัฒนาเดินจากไป ไข่มุกมองไปตามอย่างสงสัยปนอยากรู้
ตอนที่ 16
      
       ชลลดาเดินหงุดหงิดไปมาในบ้าน มณีนอนหลับอยู่ข้างๆ ภัททิมา ชลลดาชะเง้อมองทางหน้าต่าง เห็นรถส้มตำของไข่มุกอยู่ไกลๆ
      
       “นังแก่ เอ๊ย คุณพี่มณี ลูกไก่ ตื่นเร็ว นังไข่มุกอยู่หน้าบ้าน”
       “มุกไหน ชั้นจะนอน”
       “โถ่ นังมุกไงคะ มาดูเร็ว”
       มณีกับภัททิมาพูดพร้อมกัน
       “ไข่มุก”
       ทั้งสองคนสะดุ้ง ผวาไปเกาะกระจก
       “จริงด้วย เอาไงดี ต้องหาทางบอกให้ได้ ว่าเราอยู่ที่นี่ จะได้ช่วยเราออกไป”
       “แล้วจะทำยังไงล่ะคะ”
       ทั้งสามคนมองหน้ากัน มณียิ้มมุมปากอย่างมีแผน
       ที่หน้าห้อง ลูกน้องวัฒนาสองคนนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ
       “พ่อหนุ่มๆ เข้ามานี่หน่อยเร้ววว เข้ามาข้างใน”
       มณีเรียก ลูกน้องวัฒนาทำหน้างง
       “อะไรอีกวะ ยายแก่”
       “เข้ามาหน่อย เร็วๆ”
       ทั้งสองคนเปิดเข้ามาในห้อง มณี ชลลดา ภัททิมาทำท่าบิดตัวปวดเมื่อย สีหน้าไม่สดชื่น
        “มีอะไร ปวดฉี่เหรอ หรือหิว พึ่งกินลาบข้าวเหนียวไปหยกๆ จะขออะไรอีกโว้ย กินลมไปก่อนไป”
       “เปล่า ชั้นแค่อยากออกไปยืดเส้นยืดสายข้างนอกสักนี้ดด อยู่ในห้องอึดอัดจะตายอยู่แล้ว”
       “ไม่ได้ ให้อาบน้ำก็บุญเท่าไหร่แล้ว เรื่องมากจริงๆ ไอ้พวกคนรวย”
       ภัททิมาทำท่าอ้อน
       “ขอแค่เดินเล่นสวนหน้าบ้านก็ได้นะพี่ขา ลูกไก่อยากไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง หนูไม่หนีไปไหนหรอกพี่”
       ลูกน้องวัฒนามองหน้ากันชักลังเล
       “ล่ามโซ่ซะขนาดนี้จะหนีไปไหนได้ นะ เปลี่ยนเอาโซ่ใส่มือแล้วพาไปเดินเล่นนิดเดียว ครึ่งชั่วโมงก็ยังดี นายพวกแกกลับมาไม่ทันหรอก น๊า”
       ลูกน้องวัฒนามองหน้าทั้งสามคนอย่างคิดหนัก แล้วถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
      
       ไข่มุกเข็นรถมาตามริมทาง มีแนวกอไม้บังบ้านเช่านุชนารถ ชลลดา ภัททิมา มณีถูกมัดไพล่หลังเดินเล่นกันอยู่ที่สนาม โดยมีลูกน้องวัฒนาคุมอยู่สองคน ภัททิมา ชลลดา มณีสบตากันอย่างมีแผน ภัททิมากับชลลดาแกล้งงอตัวล้มลงไปนอนกับพื้นหญ้า ร้องโอดโอย
       “โอ๊ย ตัวอะไรกัดขา โอ๊ยยย เจ็บบบ”
       “ลูกไก่ก็โดนค่ะ ตรงข้อเท้า โอ๊ยยย พี่ๆ มาดูให้หน่อยสิ”
       ลูกน้องทั้งสองคนเดินมา
       “ไหน ไม่เห็นมีอะไรเลย”
       ภัททิมายื่นปากบุ้ยไปที่เท้า
       “พี่ดูให้หน่อยสิ ไม่รู้งูหรือตะขาบ เจ้บเจ็บ แสบด้วย คันไปทั้งตัวแล้ว”
       ลูกน้องวัฒนาพลิกเท้าดูซ้ายขวา ชลลดาสบตามณี มณีพยักหน้าชะเง้อเห็นไข่มุกอยู่ไกลๆ มณีทำเป็นซอยเท้าเต้นออกกำลังกาย สะบัดขาไปมา ชลลดาเห็นลูกน้องวัฒนาอีกคนมองมณีตาเขม็งก็แกล้งร้องมั่ง “โอ๊ยๆๆๆ ดูให้หน่อย ตัวอะไรไต่เข้าในเสื้อไม่รู้”
       มณีมองเล็ง แล้วเตะรองเท้าไปที่ไข่มุก รองเท้าลอยแล้วตกลงมา ไข่มุกเข็นรถไปข้างหน้า รองเท้าเฉียดแต่ไม่โดนตัวร่วงลงพื้น มณีทำหน้าเจ็บใจ
      
       “หนอย อีกข้างก็ได้วะ”


  


       มณีแกล้งเตะเท้าอีกครั้ง รองเท้าลอยละลิ่วแล้วร่วงลงใกล้หน้าไข่มุก ไข่มุกก้มลงนั่งยองๆ หาของในรถเข็น รองเท้าวืดหล่นไปด้านหลัง ไข่มุกเข็นต่ออย่างไม่สนใจ มณีมองอย่างขัดใจมาก ทำท่าจะเตะแล้วเอะใจว่าไม่มีรองเท้าแล้ว
       มณีหันซ้ายขวาอย่างหงุดหงิด เหลือบมองชลลดาที่แกล้งสะบัดเท้า โยนรองเท้ามาให้
       “ทำอะไร”
       “เปล๊า เมื่อยเท้าไง อุ๊ยๆๆๆ มันไต่มาที่คอแล้ว เอาออกให้หน่อย”
       “โอกาสสุดท้าย ขอให้ได้ขอให้โดนด้วยเถอะ”
       มณีเขยิบตัวไปหารองเท้าชลลดาแล้วเตะออกไป รองเท้าลอยไปโดนไหล่ไข่มุก ไข่มุกสะดุ้ง หยิบขึ้นมาดูอย่างแปลกใจแล้วมองไปทางบ้านเช่านุชนารถแต่ต้นไม้บังไว้ ไข่มุกถือรองเท้าเดินมา ลูกน้องวัฒนาดึงชลลดากับภัททิมาให้ลุก แล้วผลักเข้าบ้าน
       “ไปๆๆๆ เข้าบ้านเลย เดินพอแล้ว ยัยป้านี่ก็เต้นอะไรพิกล ไปๆ ให้ไว เดี๋ยวนายกลับมาข้าจะซวย”
       ไข่มุกถือรองเท้าโผล่มาหน้าบ้าน เห็นหลังชลลดากับมณีที่ดิ้นๆ ไม่ยอมเข้าบ้านแว้บๆ ก่อนที่ลูกน้องวัฒนาสองคนจะดันเข้าไปแล้วปิดประตู ไข่มุกมองอย่างอึ้งและตกใจมาก นึกแปลกใจนิดๆ
       “ทำไมมาอยู่นี่ได้ล่ะ”
       ไข่มุกเดินถือรองเท้าเข้าไปกดกริ่ง ลูกน้องวัฒนาคนหนึ่งเปิดออกมาหน้าตาหงุดหงิดนิดๆ ข้างหลังเป็นลูกน้องวัฒนาอีกคนยืนคุมเชิง
        “ใครวะ อ้าว น้องแม่ค้าคนสวย มีอะไรจ๊ะ”
       ไข่มุกทำท่ายื่นรองเท้าให้
       “เมื่อกี้มันลอยไปน่ะพี่” ลูกน้องวัฒนาหน้าเสียรีบชักรองเท้ามณีเข้ามา ไข่มุกยื้อไว้พยายามมองเข้าไปข้างใน
       “รองเท้าของใครเหรอพี่ ใช่ของคุณมณีรึเปล่า เขามาทำอะไรแถวนี้อ่ะ มาเที่ยวกันเหรอ หนูนามาด้วยป่ะคะ”
       ลูกน้องวัฒนาทั้งสองคนหน้าเสีย สบตากัน
       “มณีไหน ไม่เห็นรู้จัก มีแค่พี่สองคนนี่แหละ”
       “ก็เห็นแว้บๆ เข้าบ้านไปเมื่อกี้ไง อยู่ข้างในรึเปล่า ชั้นตาไม่ฝาดนะ”
       “ยุ่งจริงเว้ย บอกว่าไม่มีก็ไม่มีไง กลับไปได้แล้ว”
       ลูกน้องวัฒนาทั้งสองคนทำท่าหลุกหลิกๆ ไข่มุกชักเอะใจสีหน้าไม่ค่อยดี ค่อยๆ เดินถอยออกมากะจะชิ่ง
       ลูกน้องวัฒนามองไข่มุกแล้วหันมาสบตากัน พยักหน้า วิ่งพุ่งเข้ามาหาไข่มุก ไข่มุกตั้งท่าพร้อมสู้
       ลูกน้องวัฒนาต่อย ไข่มุกก้มหลบแล้วเตะตัดขาจนล้ม ลูกน้องวัฒนาอีกคนพุ่งเข้าหาไข่มุกออกหมัดต่อยท้องแล้วถอยหลังหลบฉากไปอีกด้านแต่ลูกน้องวัฒนาคนที่ล้มลงลุกมาใช้แขนรัดคอไข่มุกไว้
       “เก่งนักนะเอ็ง ไหนขอดูหน้าหน่อยสิวะ”
       ลูกน้องวัฒนากระชากหน้ากากปิดปากออก ไข่มุกได้ทีกัดแขน ลูกน้องวัฒนาร้องลั่น ไข่มุกจะหนีแต่ลูกน้องวัฒนาอีกคนจับตัวไว้ ลูกน้องวัฒนาจะต่อยท้องไข่มุกแต่ไข่มุกกุมท้องงอตัวไว้ได้ทัน
       นักเลงวัฒนาตามมาจับยึดแขนไข่มุกไว้ได้คนละข้าง ไข่มุกดิ้นรนอย่างไม่ยอม “ปล่อย ปล่อยสิ จะทำอะไร ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย ใครอยู่แถวนี้...”
       ลูกน้องวัฒนาเอามือปิดปากไข่มุก
       “วอนตายถึงที่ ปล่อยก็โง่สิโว๊ย”
       ไข่มุกร้องให้ช่วยเสียงอู้อี้ พยายามดิ้นแต่ถูกลากเข้าไปในบ้าน


  


       ลูกน้องวัฒนาผลักไข่มุกลงไปกองกับพวกมณี แล้วยืนมองอย่างสะใจ ไข่มุกมองมณี ชลลดา ภัททิมาที่ถูกมัดไว้อย่างอึ้งๆ
       “พวกคุณ โดนจับตัวมาเหรอคะ”
       ภัททิมามองไข่มุกอย่างหมั่นไส้
       “แล้วคิดว่าอะไรล่ะยะ โดนมัดซะขนาดนี้ ฮึ่ม แกนะแก ทีงี้ไม่รู้จักฉลาด จะบ้าตาย”
       “นึกว่าจะมาช่วย ดั๊นนนโดนจับซะเอง”
       “มาแย่งอากาศชั้นหายใจอีก มันน่านัก ไม่ช่วยแล้วยังเสร่อให้ถูกจับ เซ็งจริงๆ”
       นุชนารถเดินเข้ามาสวนกับลูกน้องวัฒนาที่เดินออกไป นุชนารถมองไข่มุกแล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจ
       “หึ รนหาที่ตายจังนะแก โดนเขี่ยทิ้งแล้วยังอุตส่าห์อยากเป็นคนดีมากช่วยแม่ผัว หึ นังพวกนี้มันเห็นหัวแกบ้างมั้ย นังโง่เอ๊ย”
       ไข่มุกมองนุชนารถอย่างช็อคปนอึ้งๆ
       “คุณลักพาตัวพวกคุณมณีมาทำไม”
       “ไม่ใช่เรื่องของแก ไม่ต้องสะเออะถาม สอดรู้สอดเห็นดีนัก อยู่ด้วยกันนี่แหละดี จะได้เก็บศพทีเดียว”
       ไข่มุกมองหน้านุชนารถ
       “เฮ่ย จะจับชั้นทำไม ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย”
       ไข่มุกทำเนียนจะเดินออกไป นุชนารถเข้าไปจิกผมไข่มุกให้หงายหน้าขึ้นสบตา แววตาแค้นและอิจฉา ไข่มุกหน้าเบ้ด้วยความเจ็บ
       “เพราะรินทร์รักแกไง หึ ฆ่าแกด้วยก็ดี เขาจะได้รู้ว่าความเสียใจเป็นยังไง จะได้รู้ว่าชั้นเป็นบ้าแค่ไหน ตอนที่โดนเขาทิ้ง”
       “นี่ยังไม่บ้าอีกเหรอยะ” ภัททิมากระซิบ
       “ปล่อยชั้น”
       ไข่มุกจับมือนุชนารถบิดมือเหวี่ยงนุชนารถล้มลง นุชนารถล้มลงแต่คว้าไม้หยิบจะฟาดไข่มุก ไข่มุกกระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว พวกมณีเชียร์ไข่มุกอย่างออกรส
       “เออ เอามันเลยไข่มุก”
       “เตะมันเลย ต่อยด้วย สู้ให้ได้นะ”
       นุชนารถจะฟาดที่ท้องไข่มุก ไข่มุกรีบงอตัวเอาแขนปกป้องท้อง เลยโดนฟาดที่แขนล้มลง นุชนารถตามจะไปซ้ำที่หัว แต่ไข่มุกดึงข้อเท้านุชนารถล้มลง ไข่มุกขึ้นคร่อมอย่างเป็นต่อ กำลังจะชกนุชนารถ
       “ว้าย ข้างหลัง”
       ภัททิมาร้องบอก ไข่มุกจะหันไปดู ลูกน้องวัฒนาสองคนวิ่งเข้ามาจับไข่มุกหิ้วปีกตัวลอยไปล็อคไว้
       “แสบมากนะน้อง เอ็งโดนแน่”
       นุชนารถตะเกียกตะกายขึ้นมาเช็ดเลือดมุมปาด เดินเข้าหาไข่มุกอย่างแค้นมาก
        “จับมันไว้แน่นๆ”
       ลูกน้องล็อคตัวไข่มุกแน่นขึ้น ไข่มุกสีหน้าตื่นตระหนก นุชนารถมองไข่มุกอย่างอาฆาตยกมือเงื้อจะฟาดลงเต็มแรง ไข่มุกหลับตาปี๋ วัฒนาเดินมาจากข้างหลังจับมือนุชนารถที่ฟาดลงจะถึงหน้าไข่มุกไว้
       “ปล่อย ชั้นบอกให้ปล่อยไง”
       “ใจเย็น นุชนารถ”
       “ขอตบสักที ไม่ได้รึไง”
       “รอให้ได้เงินก่อน แล้วคุณจะทำอะไร ผมจะไม่ห้ามเลย”
       ไข่มุกและมณีฟังอย่างใจหายวาบ นุชนารถแสยะยิ้มมองมาทางไข่มุกอย่างฝากไว้ก่อน
      
       ซองจดหมายถูกเปิดออก คีรินทร์หน้าซีดและเป็นกังวล คีรินทร์คลี่ดูรูป เป็นรูปพวกมณีถูกมัด เขมทัตดูอีกกองแล้วชะงัก
       “รินทร์ ดูนี่”
       เขมทัตยื่นให้คีรินทร์ดูเป็นรูปไข่มุกถูกมัดรวมอยู่ด้วย
       “นี่มันไข่มุกนี่ ทำไมถึงไปอยู่ที่นั่นได้”
       “ถูกจับไปด้วยได้ยังไง”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คีรินทร์ชะงัก เห็นเป็นวัฒนาก็รีบกดรับ
        “ได้ของที่ชั้นส่งไปให้แล้วใช่มั้ย เตรียมเงินค่าไถ่ไว้พร้อมรึยัง ไอ้เพื่อนรัก”
       “นายจับไข่มุกไปทำไม”
       “ใครใช้ให้นังนี่มันแส่หาเรื่อง อยากมาช่วยอดีตแม่ผัว ชั้นเลยจัดให้อยู่ด้วยกันซะเลย อ้อ แล้วจะนัดวันรับเงินอีกที คอยรับโทรศัพท์ดีๆ ล่ะ”
       “ปล่อยไข่มุกก่อน ไอ้วัฒ ไอ้วัฒ...โธ่เอ๊ย” คีรินทร์กำมือทุบโต๊ะอย่างเจ็บใจ “ทำยังไงดีครับพ่อ”
       เขมทัตถอนใจเฮือก
       “เรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้ว”

      ที่ห้องพักจินจู จินจูนั่งลงอย่างหมดแรง น้ำตาไหลพราก ในมือถือรูปมือสั่น คธาโอบไหล่ปลอบสีหน้ากังวล
      
       “ไข่มุก ไข่มุก โธ่”
       “พวกมันส่งรูปมาตอนไหน” แทยอนถามคีรินทร์
       “ผมได้มาวันนี้ครับ”
       “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ไข่มุกไปอยู่กับแม่คุณได้ยังไง”
       “ไอ้วัฒบอกว่าไข่มุกจะไปช่วยแม่ผม แต่โชคร้ายโดนจับซะเอง”
       “โชคร้ายก็เพราะคุณนั่นแหละ ไข่มุกไม่น่ารู้จักคุณเลย” คีรินทร์อึ้ง
       “คุณจะว่ายังไงก็เอาเถอะแต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงผมก็ไม่ทิ้งเขาแน่”
       จินจูมองคีรินทร์ แววตาโกรธ
       “จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง ไม่ใช่แค่เพราะเป็นไข่มุก แต่ที่ชั้นห่วงเพราะเขาเป็นลูกชั้น”
       จินจูระเบิดอารมณ์แล้วร้องไห้ คธากอดเอาไว้แน่น เขมทัตพูดเรียบๆ
       “ผมทราบว่าคุณเป็นห่วง...ลูก... เหมือนผมที่ห่วงภรรยา แต่ยังไงก็ใจเย็นๆ ก่อน เรื่องมาถึงป่านนี้แล้ว อย่าโทษใครเลยครับ”
       จินจูเม้มปากแน่นจ้องเขมทัตแล้วพยักหน้าเบาๆ หันไปมองทางคีรินทร์
        “คุณต้องช่วยไข่มุกให้ได้ เข้าใจมั้ยคีรินทร์”
       “ถึงผมจะเลิกกับเขาไปแล้ว แต่ผมก็ยัง...เป็นห่วง ผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่าง ให้ไข่มุกกลับมาให้ได้”
       จินจูปาดน้ำตา เชิดหน้ามองคีรินทร์
       “ดี ขอให้เขากลับมาแบบปลอดภัยได้เหมือนที่พูดเถอะ ไม่งั้นคุณเองแหละ ที่จะต้องเป็นคนที่เสียใจที่สุด”
       คีรินทร์มองจินจูอย่างอึ้งๆ ปนงงๆ จินจูเมินคีรินทร์ไม่พูดอะไรต่อ
      
       คืนนั้นไข่มุกนั่งกอดเข่ามองไปรอบๆ อย่าเศร้าๆ มณีนั่งบิดตัวเอามือทุบขาตัวเอง ชลลดากับภัททิมานั่งหมดอาลัยตายอยากถอนใจเฮือก
       “ลูกไก่ บีบขาให้หน่อย โอย ปวดไปหมด ตะคริวรึเปล่าก็ไม่รู้”
       ภัททิมาถอนหายใจพูดกระชากๆ
       “ลูกไก่เป็นคนท้องนะคะ เอาตัวเองยังไม่รอดเลย ปวดเอวปวดหลัง นวดไม่ไหวหรอก”
       มณีหน้าเสียอย่างปวดมาก มองไปทางชลลดา ชลลดารีบจับไหล่ตัวเองบีบ
       “โอยย ปวดหลัง จะต้องนั่งไปอีกนานมั้ยเนี่ย ห้องยังกับรูหนู คอก็ปวด เอวก็เจ็บ โอยย”
       มณีมองแล้วถอนใจ กัดฟันนวดตัวเอง ทุบขาไปบ่นไป
        “ทำไมมันเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวแปลกๆ โอยย”
       ไข่มุกมองอย่างสงสาร
       “ยืดขามาทางหนูสิคะ”
       มณีมองงงๆ ไข่มุกจับขามณียืดออกมาแล้วบีบนวดอย่างตั้งใจ มณีมองอึ้งๆ จะหดขากลับแต่ไข่มุกจับไว้แล้วออกแรงนวดให้ต่อ มณีมองพิจารณา
       “ชั้นทั้งด่าทั้งว่าเธอสารพัด ทำไมยังจะช่วยนวดให้อีก”
       “ก็ท่าทางคุณไม่ค่อยสบาย ตัวก็อุ่นๆ ด้วย”
      
       “นั่นสิ ไม่รู้เป็นอะไร ปวดไปทั้งตัวเหมือนมีไข้”


  


       มณีมองไข่มุกที่นั่งนวดให้ ไข่มุกนวดไปพลางหน้าซีดไปด้วย ท่าทางเพลียแต่ก็ยังนวดต่อให้ ชลลดามองอย่างหมั่นไส้ อดปากไม่ไหว
       “ไม่ต้องมาเอาใจแม่ผัวคนอื่นหรอกย่ะ แหม แค่นวดนิดหน่อยทำหน้าเขียวหน้าเหลือง สำออย ขี้เกียจนวดก็บอกมาเหอะ” ไข่มุกหยุดมือแล้วมองหน้าทำท่าผะอืดผะอม ชลลดาเบ้หน้า “อย่าอ้วกแถวนี้เชียวนะยะ แค่นี้ก็เหม็นห้องเน่าจะแย่อยู่แล้ว”
       “ถ้าไม่มีอะไรทำก็อยู่เฉยๆ พูดมากชั้นหนวกหู”
       มณีมองหน้าชลลดา ชลลดาอ้าปากค้าง ทำเหมือนอยากด่าเต็มแก่แต่ก็ทำได้แค่ขมุบขมิบด่าปากเปล่าแล้วสะบัดหน้าหนีไปทางภัททิมา มณีจับมือไข่มุกออก ไข่มุกรีบนวดต่อ
       “ไม่เป็นไรค่ะ หนูนวดได้”
       มณีมองอย่างอ่อนโยนแต่ไว้ฟอร์ม
       “ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบใจมาก เฮ้อ ทำไมชั้นไม่เคยเฉลียวใจนะว่าหน้าตาท่าทางอย่างเธอน่ะเหรอจะเป็นลูกขอทาน
       นี่ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ว่าเป็นลูกปาร์คจินจูก็ดีสิ”
       มณีบอกเสียงเบา ไข่มุกอึ้งกระซิบตอบ
       “คุณรู้”
       มณีพยักหน้า
       “ใช่ แล้วก็รู้ด้วยว่าลูกชายชั้นยังรักเธออยู่”
       ไข่มุกน้ำตาคลอแต่ฝืนไว้ไม่ให้ไหล
       “ไม่หรอกค่ะ คนที่เขารักคือคุณลูกไก่”
       มณีกลอกตาอย่างเซ็งจัด มองไปทางภัททิมาที่ทำตาฝันหวานแล้วถอนใจอีกครั้ง
        “ย่ะ รักตายล่ะ ไข่มุกนะไข่มุก ทำไมซื่อขนาดนี้ ไม่รู้รึไงว่าที่แต่งคราวนี้ เพราะความรับผิดชอบต่างหากล่ะ”
       ไข่มุกมองหน้ามณีอย่างสงสัย มณีลอบมองภัททิมาทางหางตา ทำท่าอยากอธิบายเต็มแก่
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องทำงานคนเดียว ในมือมีรูปไข่มุก คีรินทร์มองอย่างอาลัยรักและเป็นห่วงไข่มุกมาก เสียงเคาะประตูดังขึ้น คีรินทร์หลุดจากภวังค์ คธาเดินเข้ามาที่โต๊ะ
       “ผมเห็นไฟเปิดอยู่ ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ”
       “กลับไปก็นอนไม่หลับครับ ห่วงแม่ ห่วงไข่มุกด้วย”
       คธาพยักหน้าเข้าใจ
       “คุณกับคุณเขมทัตดูไม่แปลกใจเลยนะครับ ที่รู้ว่าไข่มุกเป็นลูกผมกับจินจู”
       “พอดี ผมทราบมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาเคยคุยกับผมตอนรู้เรื่องพวกคุณใหม่ๆ”
       คธานั่งลงตรงข้าม สีหน้าเศร้า
       “เขาคงนึกเกลียดเราสองคนมาก”
       “น้อยใจมากกว่าครับ ผมเองก็ไม่ดี แทนที่จะเป็นที่พึ่ง กลับทำให้ผิดหวังก็หวังว่านายพิพัฒน์จะดูแลเขาได้ดี อย่าทำให้เสียใจเหมือนที่ผมทำ”
       คธาขมวดคิ้ว สีหน้างงๆ
       “คุณพิพัฒน์เกี่ยวอะไรด้วยครับ”
       “คุณคธายังไม่รู้เหรอครับ อืม กลับมาเขาคงบอกคุณเองเรื่องของเขากับนายนั่นน่ะ”
       คธาส่ายหัว นึกรู้ว่าคีรินทร์เข้าใจผิดแน่
        “บางอย่างที่รู้มา อาจจะไม่ใช่ความจริงอย่างที่คุณคิด คุณต่างหากที่ยังไม่รู้เองว่า...”
       คธาชะงักมองคีรินทร์อย่างลังเลว่าจะพูดว่าไข่มุกท้องหรือไม่พูดดี คีรินทร์มองคธาอย่างสงสัย
       “ว่าอะไรครับ”
       “เอาเถอะ ต่อไปคุณก็จะรู้เอง แล้วก็จะได้รู้ทุกๆ เรื่องด้วย”
      
       คธาลุกขึ้น เดินออกไป คีรินทร์มองอย่างสงสัย


  


       ที่บ้านเช่านุชนารถ มณีเหลือบมองภัททิมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
       “ที่ให้แต่ง เพราะเห็นแก่เด็กที่กำลังจะเกิดมา เขาไม่ผิดอะไร ไม่ควรต้องรับรู้การกระทำของผู้ใหญ่” ไข่มุกเผลอจับท้อง แล้วพยักหน้า น้ำตาคลอ แววตาขมขื่น “รินทร์เป็นลูกชั้น ไม่มีแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ ถ้าเธอมีลูกเมื่อไหร่ ก็คงเข้าใจ”
       “หนูเข้าใจค่ะ”
       ไข่มุกพูดเสียงสั่น มณีมองอย่างสงสารปนเห็นใจ ไข่มุกทำท่าจะอาเจียน มณีรีบประคองไว้
        “เป็นอะไร ไข่มุก ไข่มุก”
       นุชนารถเดินเข้ามาในห้อง
       “โถ เหม็นหน้ายายแก่นี่ จนจะอ้วกเลยเหรอ น่าสงสารจริงๆ” มณีมองไข่มุกอย่างชักเอะใจ ชลลดากับภัททิมามองหน้ากันแล้วมองไข่มุกที่กุมท้องเอาไว้อย่างสงสัย “แกเจอแป๊บเดียวยังขนาดนี้ แล้วคิดดูสิ ว่าชั้นต้องทนให้มันจิกหัว
       ใช้มานานแค่ไหน ต้องทนปรนนิบัติเท่าไหร่ ทั้งแม่ ทั้งลูก ชั้นทั้งรักทั้งทุ่มเทเพื่อมันทุกอย่าง แต่พอเจอ จะแต่งงานกับลูกไก่ กลับเฉดหัวชั้นทิ้ง นี่ไงล่ะ ธาตุแท้ผัวคนดีของแกสองคน”
       “เธอทำตัวเองต่างหาก ใครกันที่ฉีดยาลักพาตัวรินทร์ไปขัง เขาไม่แจ้งความจับก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้ามาว่าลูกชั้นอีก”
       นุชนารถตวัดตาขวับมองมณี
       “หุบปาก อย่าทำให้โมโหนะ ไม่งั้นได้ลงโลงแน่”
       มณีหุบปากด้วยความกลัว กระถดหนีไปทางภัททิมากับชลลดา ภัททิมากับชลลดาดันหลังมณีไว้ไม่ให้เข้าใกล้
       “อย่าเถิบมา เดี๋ยวชั้นโดนลูกหลง ไปไกลๆ ไป๊ ไปตายใกล้ๆ นังไข่มุกนู่น”
       มณีมองชลลดาอย่างอึ้งๆ
       “ชลลดา ทำไมทำกับชั้นอย่างนี้”
       ชลลดามองทางนุชนารถ ดันตัวมณีเข้าไปหานุชนารถที่เดินเข้ามาเรื่อยๆ
        “ช่วยไม่ได้ เป็นใครก็ต้องเอาตัวรอด เอาไปทำปุ๋ยเลย ชั้นเป็นพวกเดียวกับเธอนะนุชนารถ นังคุณนายนี่ร้ายมาก พวกเราแม่ลูกก็โดนโขกสับสารพัด ชั้นน่ะหมั่นไส้มันมานานแล้ว”
       มณีอึ้ง หันไปมองภัททิมา
       “ลูกไก่ต้องปกป้องลูกในท้องนะคะ อย่าเข้ามาใกล้ เดี๋ยวหลานคุณแม่จะซวยไปด้วย”
       ภัททิมาพูดไปก็ช่วยกันดันมณีไปหานุชนารถ มณีได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก มองชลลดากับภัททิมาอย่างผิดหวัง
       “เธอสองคน...”
       “ขนาดลูกสะใภ้ยังไม่เอา น่าสมเพชจริงๆ”
       นุชนารถเงื้อมือจะตบมณี ไข่มุกรีบห้าม
       “อย่านะ”
       นุชนารถหันขวับไปทางไข่มุก
       “แส่อีกแล้วนะนังไข่มุก อยากเจ็บตัวอีกใช่มั้ย”
       ไข่มุกมองมณีแล้วมองตานุชนารถ
       “คุณท่านไม่เคยมีบุญคุณกับเธอเลยหรือไง อยู่กันมาตั้งหลายปี ให้เงินเดือน ให้เธอมีชีวิตสุขสบาย”
       “อย่าไปฟัง นังนี่มันจะช่วยยายมณี”
       นุชนารถนิ่งไป ไข่มุกพูดต่อ
       “ยังจำความดีที่เคยทำให้ได้มั้ย ยังไงท่านก็เป็นผู้ใหญ่ ไม่นับถือก็อย่าทำร้ายกันเลย”
      
       นุชนารถนิ่งแล้วลดมือลง มองไปทางมณีอย่างตัดพ้อ แววตาทั้งเคารพทั้งเกลียด ชลลดามองทั้งคู่อย่างเสียดาย มณีแอบมองไข่มุกอย่างขอบคุณ

       จินจูกับคธานอนอยู่บนเตียง จินจูเอาหัวซบไหล่คธา สีหน้าเป็นกังวลและห่วงไข่มุก
      
       “เราน่าจะบอกคุณคีรินทร์ เรื่องที่ไข่มุกกำลังจะมีเด็กนะ”
       จินจูผละออก มองคธาแล้วส่ายหน้า
       “อย่าเลย ในเมื่อลูกไม่อยากให้บอก ชั้นก็จะเชื่อลูก”
       “จนป่านนี้แล้วจะปิดอีกเหรอ คุณไม่สงสารหลาน สงสารคุณคีรินทร์ที่เข้าใจผิดบ้างหรือไง”
       “หลานน่ะสงสาร แต่นายนั่นน่ะไม่ ถ้าลูกอยากบอก เขาคงบอกเอง ถ้าเราพูดไป เกิดไข่มุกโกรธขึ้นมาอีกจะทำยังไง แค่นี้ก็งอนเราจนถูกพวกนั้นจับตัวไปแล้ว อย่าให้ลูกเสียใจอีกเลย”
       คธานิ่ง แล้วดึงจินจูเข้ามากอดปลอบ จินจูกอดคธาอย่างให้กำลังใจกันและกัน
        “ได้ ผมไม่บอกก็ได้ แค่ขอพูดว่าคุณกับลูกตัดสินใจผิดที่ทำแบบนี้”
      
       วันต่อมาข้าวกล่องถูกโยนลงบนพื้น ลูกน้องวัฒนาแสยะยิ้มแล้วเดินออกไป ภัททิมากับชลลดาดึงห่อข้าวมาเปิดดูเลือกเอาไว้สองห่อ ที่เหลือดันให้มณี
       “อี๋ หน้าตายังกับข้าวหมา”
       มณีกับไข่มุกหยิบมานั่งกินเงียบๆ
       “รสชาติก็ห่วย โอ้ย ข้าวหรือทรายเนี่ย แข็งมาก”
       ภัททิมาบ่น ชลลดาทำท่าเขี่ยแบบแขยงๆ
       “ข้าวกระจอกๆ ถูกๆแบบนี้ใครจะกินลง ชั้นอยากกินเป็ดย่าง หมูหัน กุ้งมังกร...”
       ลูกน้องวัฒนาเดินเข้ามา
       “บ่นอะไรฮะป้า เสียงดังไปถึงด้านนอก แล้วยังไม่เสร็จอีกเหรอ รีบๆ กระเดือกเข้าไปเหอะ”
       ชลลดายิ้มแหยๆ ทำท่าตักข้าวกิน
       “เปล่า ไม่มีอะไร...อย่าให้รอดนะ จะเอาข้าวนี่ยัดปากพวกแกแน่”
       ชลลดาบ่นเบาๆ ลูกน้องวัฒนามองงงๆ ส่ายหัวแล้วเดินออกไป ชลลดากินไปทำหน้าแขยง ภัททิมาทำท่าเลือกหยิบออกสีหน้ารังเกียจมาก มณีกินเงียบๆ ลอบมองไข่มุก ไข่มุกตักข้าวเข้าปากสลับกับอาการขย้อนเหมือนจะอ้วก สีหน้าซีดมาก
       “เป็นอะไร ท่าทางเพลียๆ ไม่สบายหรือเปล่า” มณีถามอย่างเป็นห่วง
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       ไข่มุกตักกินแล้วทำท่าคลื่นไส้จะอาเจียน ภัททิมาเห็นแล้วทำท่าจะอาเจียนตาม จึงชี้สั่งไข่มุก
       “ไปกินไกลๆ ไป๊ ชั้นจะอ้วกตามแกแล้ว อุ”
       ภัททิมาทำปิดปากหันไปอีกทาง มณีมองไข่มุกอย่างพิจารณา แตะที่แขนก้มลงกระซิบถาม
        “เธอท้องใช่มั้ย”
       ภัททิมากับชลลดาที่หันหลังให้หันขวับกลับมา ฟังอย่างหูผึ่ง สีหน้าตะลึง
      
       วัฒนากับนุชนารถนั่งอยู่ด้านนอกบ้าน
        “พอพรุ่งนี้ได้เงิน แบ่งให้ลูกน้องแล้ว ผมจะให้คุณสิบล้าน แล้วต่างคนก็ต่างไป ตกลงมั้ย”
       “ไม่ต้อง ชั้นไม่ได้อยากได้เงิน ขอแค่นังพวกนั้นกับตัวคีรินทร์ก็พอ”
       วัฒนาขมวดคิ้ว มองนุชนารถเขม็ง
       “คุณจะทำอะไรนุชนารถ ฆ่าคนตายน่ะเรื่องใหญ่มากนะ ได้เงินแล้วก็จบเรื่องเถอะ แค่นี้พวกนั้นก็กลัวคุณตายแล้ว ส่งตัวกลับไปอย่าทำให้ยุ่งยากกว่านี้เลย”
       “ชั้นไม่สน แล้วไอ้ที่ทำอยู่นี่เรื่องเล็กนักรึไง” นุชนารถมองวัฒนาตาขวาง “คุณเอาเงินไป แต่คนเป็นของชั้น”
       วัฒนาฟังแล้วมองนุชนารถอย่างหวั่นใจ กลัวความบ้าของนุชนารถ
      
       มณีก้มหน้ากระซิบใกล้ๆ ไข่มุก ภัททิมากับชลลดาทำเป็นไม่สนใจแต่เงี่ยหูฟังเหลือบมองอย่างอยากรู้สุดๆ
       “ว่ายังไง ท้องใช่มั้ย อาการแบบนี้ชั้นรู้นะ” ไข่มุกนิ่ง ส่ายหน้า “อย่าหลอกชั้น ไหนจะเพลีย ไหนจะทำท่าเหมือนแพ้ท้อง ลูกไก่ยังอาการไม่เท่าเธอเลย บอกมาตามตรงเถอะ”
      
       ไข่มุกมีสีหน้าลำบากใจ แต่สุดท้ายก็พยักหน้า มณีถอนใจเฮือก มองอย่างสงสาร “แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก ว่าเธอกำลังจะมีลูกกับรินทร์”


  


       ชลลดากับภัททิมาได้ยินก็ตาโต ภัททิมากระซิบกับชลลดา
       “ทำไงดีคะคุณแม่ นังมุกท้อง ถ้าคุณรินทร์รู้เราตกกระป๋องแน่”
       ชลลดานิ่งมองไปทางไข่มุกหน้าเครียด
       “ต้องหาทาง เล่นงานมันก่อนที่คีรินทร์จะรู้”
      
       คธาพาจินจูเดินเข้ามาในห้อง คีรินทร์ สารวัตร เขมทัต ตำรวจนายหนึ่งนั่งประชุมอยู่ที่โต๊ะ
       “นั่งก่อนครับ สารวัตรจะให้นายรินทร์เป็นคนส่งเงินเหรอครับ”
       จินจูกับคธานั่งลง
       “ครับ พอส่งเงินเสร็จ จะมีทีมแรกเข้าไปช่วยคุ้มกัน ให้คุณคีรินทร์รีบพาตัวประกันทุกคนหลบมาอีกทาง ส่วนนายวัฒนา เราจะปล่อยให้ออกมาอีกทาง ซึ่งจะเจอกับอีกทีมหนึ่งที่รอล้อมจับอยู่”
       “จะไม่เสี่ยงไปเหรอ”
       คีรินทร์มองแผนสายตามุ่งมั่น
       “ผมทำได้ครับ ให้ผมเป็นคนส่งดีแล้ว วัฒนาจะได้ไม่สงสัย”
       ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย จินจูมองคีรินทร์แววตากังวลนิดๆ
        “คุณแน่ใจนะ ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าเกิดอะไรขึ้น หมายถึงชีวิตของคุณและลูกสาวชั้นเลยนะ”
       คีรินทร์จับมือจินจู สบตานิ่ง
       “ผมทราบ แต่ไม่ว่ายังไง ผมต้องพาไข่มุกกลับมาให้ได้ครับ”
       จินจูมองคีรินทร์อย่างซึ้งใจ มีความหวัง
      
       หน้าบ้านเช่านุชนารถมีรถตู้จอดอยู่ วัฒนามองมณี ภัททิมา ชลลดา ไข่มุกนิ่ง สีหน้าครุ่นคิด นุชนารถยืนคุมมองทุกคนสายตาเหี้ยม
       “ชั้นเสียสละ ยอมไปกับพวกแกก็ได้ ยายคุณพี่มณีเขาขี้งก คนแบบนี้ยอมตายดีกว่าต้องเสียเงิน”
       มณีมองชลลดาอย่างเห็นธาตุแท้นึกแค้น
       “เธอ”
        “หรือไม่จริง ไม่ต้องมาทำตาถลึงใส่ ชั้นไม่กลัวหรอก จะตายอยู่แล้วยังทำเก่ง”
       มณีถลึงตาใส่ ชลลดาทำหน้าบุ้ยใส่ตอบ อย่างไม่มีใครยอมใคร
       “ชั้นไปด้วย ชั้นเป็นเมียรินทร์นะ”
       นุชนารถมองภัททิมาตาเขม็ง ชลลดารีบพูดต่อ
       “เอาชั้นสองคนไปสิ ไม่หนี ไม่ทำแผนล่มแน่ ขอแค่ให้เรารอดก็พอไม่ซักทอดด้วยเอ้า”
       “เป็นแค่แม่ยาย ไอ้รินทร์ไม่สนหรอก ดีไม่ดี มันอยากให้ช่วยฆ่าทิ้งแทนด้วยซ้ำ” วัฒนาบอก
       ชลลดาทำปากมุมมิบแอบด่าวัฒนา มณีแอบยิ้มเยาะอย่างสะใจ ไข่มุกจับมืออย่างกลัวๆ แต่แววตาพยายามให้กำลังใจ วัฒนามองไข่มุกสลับภัททิมา วัฒนาหันบอกนุชนารถ
       “เอาลูกไก่ไป ยังไงก็เมีย พอจะมีค่าบ้าง ส่วนคุณมณี อยู่ที่นี่ก่อนเผื่อมีไรผิดพลาด เราจะได้ใช้ต่อรองได้”
       “แล้วเอาใครไปรับเงิน”
       วัฒนามองไข่มุก ยิ้มเจ้าเล่ห์
       “ไข่มุก ผู้หญิงที่ไอ้รินทร์ทิ้งแล้ว ไม่มีค่าอะไร”
       นุชนารถมองไข่มุกที่หน้าซีดอย่างสะใจ
       “ดี ถ้าตุกติกก็จัดการเลย”
       “อ้าว ชั้นล่ะชั้น ทำไมไม่เอาไปด้วย” ชลลดาถาม
       “เอาชลลดาไป ก็ต้องเอาชั้นไปด้วย” มณีบอก
       “ไม่ต้องไปทั้งคู่ อย่าเยอะ” มณีกับชลลดาจะอ้าปากพูด “ เงียบ ไปกันได้แล้ว”
       นุชนารถดึงภัททิมาขึ้นยืน วัฒนาดึงไข่มุก มณีจับแขนกระซิบไข่มุก
        “ดูแลตัวเองด้วย อย่าขัดขืนพวกมันนะ เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่า”
       ไข่มุกพยักหน้าเข้าใจ
      
       “ค่ะ”


  


       มณีมองตามอย่างเป็นห่วง ชลลดาจับแขนภัททิมาคว้าไว้
        “ลูกไก่ ต้องกลับมารับแม่นะ ต้องกลับมานะลูก” ภัททิมาพยักหน้า
       “ไม่ต้องห่วง ลูกสาวแกได้กลับมาที่นี่แน่”
       ภัททิมากับชลลดามองนุชนารถอย่างกลัวปนงง นุชนารถมองภัททิมาตาขวางอย่างอาฆาตแค้น มือที่จับภัททิมาเกร็งหยิกแน่น ภัททิมาหน้าเบ้อย่างกลัวมาก
      
       วัฒนาหน้าเครียดแอบหลังสังกะสีเก่าๆ ที่ตั้งกั้นไว้เป็นแผงในห้องร้าง ลูกน้องสองคนคุมตัวไข่มุกและภัททิมา
       คีรินทร์มีสีหน้านิ่ง ขณะถือกระเป๋าเจมส์บอนด์เดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง มองไปรอบๆ วัฒนาได้ยินเสียงฝีเท้าก็แง้มสังกะสีดู แค่นยิ้ม แล้วเดินออกมาประจันหน้ากับคีรินทร์โดยทิ้งระยะห่างพอควร ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
       “เงินน่ะ”
       คีรินทร์ยกกระเป๋าให้ดู
       “แม่กับเมียชั้นอยู่ไหน”
       วัฒนาส่งสัญญาณให้ลูกน้องเอาตัวไข่มุกและภัททิมาออกมา ภัททิมาดีใจมาก ไข่มุกก็ดีใจที่เห็นคีรินทร์มาช่วย ภัททิมาแกล้งปล่อยโฮ
       “รินทร์ขา ช่วยลูกไก่เร็ว จะตายอยู่แล้ว ช่วยด้วยค่ะ”
       คีรินทร์เห็นไข่มุกก็ดีใจกว่าเจอภัททิมา แต่ก็หันไปถามภัททิมา
       “คุณเป็นไงบ้าง ลูกปลอดภัยดีนะ”
       ภัททิมาพยักหน้า
       “ลูกกลัวมาก อย่าให้ลูกไก่กลับไปอีกนะ”
       ไข่มุกมองอย่างอดน้อยใจไม่ได้
       “แม่ชั้นล่ะ”
        “กลับไปนับเงินก่อน ถ้าครบ ส่งคืนให้แน่” คีรินทร์ชะงักนิดนึง
       “ไหนตอนแรกบอกจะพาทุกคนมาตอนรับเงินไง ตัวประกันมาเงินถึงไป”
       “แผนมันเปลี่ยนกันได้ เกิดพามาหมด แล้วนายตุกติกเอาตำรวจมา ชั้นก็ซวยดิ ไม่โง่อีกแล้วเว้ย”
       คีรินทร์คิดหนัก เพราะผิดแผน พยายามต่อรอง
        “งั้นยังไม่มีการแลกตัวประกัน จนกว่าแม่ชั้นกับน้าชลลดาจะมาด้วย”
       “คิดว่านายมีทางเลือก อย่ามาต่อรอง ชีวิตทุกคนอยู่ในมือชั้น” วัฒนาบุ้ยหน้าให้ไข่มุก “ไปเอาเงินมา อย่าตุกติก ชั้นยิงเธอแน่”
       ไข่มุกเดินช้าเข้าไปหาคีรินทร์ คีรินทร์มองไข่มุกอย่างร้อนใจ ไข่มุกสบตา นึกรู้ว่าคีรินทร์ต้องมีแผนอะไรสักอย่าง
       คีรินทร์ยื่นกระเป๋าเงินให้ มือโดนมืออย่างไม่ตั้งใจ ทั้งคู่สบตากัน คีรินทร์มองไข่มุกอย่างห่วงใย อาวรณ์
       “ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ภรรยากับลูกคุณจะต้องปลอดภัย” ไข่มุกบอก
       คีรินทร์จะพูดแต่ก็นิ่ง พูดไม่ออก ไข่มุกเดินกลับมาหาวัฒนา ภัททิมาสะบัดมือหลุดจากลูกน้องวัฒนา วิ่งไปหาคีรินทร์ชนกับไข่มุก กระเป๋าเงินหล่น ฝาเปิดเห็นข้างในมีแต่กระดาษปลิวว่อน วัฒนาอึ้งมองหน้าคีรินทร์ที่หน้าเสีย ลูกน้องวัฒนาวิ่งไปจับตัวภัททิมาไว้ทัน ภัททิมากรี๊ด โวยวายลั่น บอกวัฒนา
       “อ้าย ปล่อยชั้น. ชั้นไม่อยากตาย ถึงแกได้เงินไป กลับไปนังโรคจิตก็ฆ่าทุกคนอยู่ดี ปล่อยนะ”
       ลูกน้องวัฒนาชักปืนออกมาขู่
       “เอ้ย เงียบๆ แหกปากอยู่ได้ เดี๋ยวปั๊ด”
       ภัททิมาหน้าเสียรีบหุบปาก วัฒนามองคีรินทร์อย่างแค้นมาก
      
        “อุตส่าห์ไว้ใจ แต่กลับหักหลังกันแบบนี้ อย่าอยู่เลยไอ้รินทร์”

       วัฒนาแย่งปืนมาจากมือลูกน้อง เล็งไปที่คีรินทร์ ไข่มุกอึ้ง ภัททิมากรี๊ดลั่น คีรินทร์ทำอะไรไม่ถูก วัฒนาลั่นไก ไข่มุกสะบัดมือจากลูกน้อง กระโดดมาปัดมือวัฒนาไว้ทัน
       “อย่า”
       กระสุนลั่นลงพื้น วัฒนาเล็งปืนมาที่ไข่มุก
       “เป็นห่วงมากใช่ไหม งั้นตายไปพร้อมกันเลย”
       “อย่า”
       ทุกคนหยุดนิ่ง เสียงไซเรนตำรวจมาแต่ไกล วัฒนาได้ยินแล้วอึ้ง มองสบตากับลูกน้อง หันซ้ายหันขวา เริ่มรน
       “แห่กันมาแล้ว ถอย...ถอยก่อน พาผู้หญิงไปขึ้นรถ” วัฒนาและลูกน้องลากไข่มุกและภัททิมาออกจากห้อง คีรินทร์จะตาม วัฒนาเล็งปืนขู่ “อยากตายก็เข้ามา...มาเลย”
       คีรินทร์จดๆจ้องๆ อย่างระวังตัว คอยมองอย่างเป็นห่วงหาจังหวะเข้าช่วย
      
       วัฒนาและพวกเดินมาที่รถยนต์ ที่เตรียมไว้ เสียงไซเรนรถตำรวจดังเข้ามาใกล้ วัฒนาร้อนรนมองหาตำรวจไปทั่ว ภัททิมาฝืนตัว พยายามสะบัดให้หลุด
       “ปล่อยชั้นนะ ปล่อย ไม่กลับไปเจอนังบ้านั่นแล้ว ปล่อย”
       ลูกน้องวัฒนาฉุดกระฉาก ไม่ฟังเสียง
       “ไป เร็ว”
       ลูกน้องวัฒนาจับไข่มุกและภัททิมาเข้าไปนั่งในรถ วัฒนาขึ้นนั่งที่คนขับ ลูกน้องคนหนึ่งนั่งข้างคนขับ อีกคนนั่งริมหน้าต่างด้านหลังกับไข่มุกและภัททิมา ถือปืนคอยคุมไว้ คีรินทร์วิ่งตามออกมา ลูกน้องวัฒนาเปิดกระจกลง ยิงปืนใส่ คีรินทร์รีบหลบที่กองเศษสิ่งก่อสร้าง วัฒนาถอยรถ แล้วรีบขับรถหนีไปอย่างเร็ว
      
       ไซเรนรถตำรวจวิ่งใกล้เข้ามา สวนกับรถวัฒนาที่แล่นไปอย่างเร็ว รถตำรวจเบรกแล้วยูเทิร์น ขับตามรถวัฒนา
       ภายในรถรถตำรวจ สารวัตรพูดวิทยุสื่อสาร
       “กลุ่มคนร้ายหลบหนี มุ่งหน้าทิศเหนือออกถนนใหญ่ สกัดตามจุดที่นัดหมายไว้ วอสองเปลี่ยน”
       วัฒนาจับพวกมาลัยมือสั่น รนทำอะไรไม่ค่อยถูก มองกระจกหลัง เช็ดเหงื่อที่ออกเต็มหน้าผากอย่างกลัว ใจเสีย รถวัฒนาขับมาถึงจุดที่รถตำรวจอีกคันที่จอดซุ่มอยู่ รถตำรวจพุ่งออกมาจากข้างถนนขวางรถวัฒนาไว้ วัฒนาหักหลบ รถปัดซ้ายขวา ทุกคนในรถแทบหัวทิ่ม ภัททิมาหลับตาปี๋ ส่ายหน้าอย่างกลัว ไข่มุกหน้าเสียตกใจ
       “อ๊าย ตายแบบนี่ชั้นไม่เอา แม่ขาช่วยลูกด้วย”
       วัฒนาฉุนเฉียว หัวเสีย
       “โธ่โว๊ย”
       วัฒนาออกรถเอี๊ยดหนีไปอย่างเร็ว ตำรวจยิงปืนใส่ล้อแต่พลาด ขับรถตามไปติดๆ ลูกน้องวัฒนาที่นั่งหลัง ลดกระจกลงหันกระบอกปืนไปยิงรถตำรวจที่ขับตามมา รถตำรวจหักหลบ จนเสียหลักถลาไปข้างทาง พวกวัฒนาหัวเราะลั่นดีใจ
       “เดี้ยงไปคันแล้วลูกพี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
       ไข่มุกที่นั่งข้างเห็นลูกน้องวัฒนาเผลอ ฉวยจังหวะเอาศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องอย่างแรงจนจุก กระแทกมือที่ถือปืนกับขอบหน้าต่างรถที่เปิดกระจกอยู่ ปืนหล่นนอกรถ ลูกน้องวัฒนาโมโห ถมึงตาใส่ หันมาบีบคอไข่มุก
       “นังนี่รนหาที่ตาย”
       ไข่มุกร้องกระแอมไอ
       “โอย หายใจไม่ออก ปล่อย”
       วัฒนามองไข่มุกโดนบีบคอจากกระจกมองหลัง จึงไม่ทันระวัง รถอีกคันซึ่งติดฟิล์มดำพุ่งออกมาจากแยกเกือบจะชนรถวัฒนา วัฒนาหักพวกมาลัยหลบอย่างเร็ว
       “เฮ้ย ออกมาไม่ดูเล้ย”
       ทุกคนในรถเสียหลักเซกันไปหมด ลูกน้องวัฒนาที่บีบคอไข่มุก หัวไปโขกกระจกอย่างแรงร้องโอย ไข่มุกหลุดจากมือ วัฒนาเร่งเครื่อง มองไข่มุกในกระจกมองหลัง พูดขู่อย่างแค้น เสียงดัง
        “พวกเธอเดือดร้อนแน่ แล้วไอ้รินทร์จะรู้ว่าผลที่ได้รับเป็นยังไง”
       ไข่มุกหน้าเสีย ภัททิมากลัวตัวสั่น รถคันติดฟิล์มดำ เร่งเครื่องตามมาชิดท้ายรถวัฒนาพยายามจะแซงขึ้นมา วัฒนามองกระจกข้าง แล้วเบียดรถเอาไว้ไม่ให้แซง
       “มันจะเอาไงเนี่ย ตามมาอยู่ได้”
       ลูกน้องวัฒนา หันมองร้อนรน
       “หรือว่าเป็นตำรวจ บี้มันเลยลูกพี่”
       วัฒนานึกกลัวลังเลใจ ขับไปอย่างไม่มีสมาธิ ไข่มุกสังเกตเห็น คิดอย่างลังเลใจแล้วพุ่งไปล็อคคอวัฒนาไว้จากด้านหลัง วัฒนาตาเหลือก
        
       “กลับก็ตาย ไม่กลับก็ตาย งั้นแกตายก่อนแล้วกัน”
      
       “เฮ้ย ปล่อย”


  


       รถเซไปมา วัฒนารั้งมือไข่มุกแต่ไข่มุกบีบแน่น วัฒนาหายใจไม่ออก ลูกน้องทั้งสองคนที่นั่งหน้าและหลังรีบเข้ามายื้อมือไข่มุกออก ไข่มุกร้องขู่แบบกลัวๆ
       “อย่านะ อยากตายกันหมดนี่รึไง บีบคอให้ตายเลย คุณลูกไก่ทำไรอยู่ ช่วยหน่อยซิ”
       ไข่มุกชกเข้าเป้าตาลูกน้องคนนั่งหน้า
       “โอ้ย”
       ไข่มุกบีบคอวัฒนาต่อ วัฒนาเสียงแหบ
       “โอย หายใจไม่ออก บอกให้ปล่อย”
       รถส่ายไปมา ไข่มุกหันมองลูกไก่ที่หลับตาปี๋ เอาแต่กรี๊ดเสียงดัง ให้ช่วยดึงมือลูกน้องที่ยื้อกันไปมาออก
       “ร้องแล้วมันช่วยอะไรได้คุณลูกไก่ ช่วยกันหน่อยสิ เร็ว”
       ภัททิมาลืมตา มองหน้าเสีย แล้วหลับตาปี๋ มือปิดหู ส่ายหน้าเอาแต่ร้องกรี๊ดๆ
       “ไม่เอา แกอยากบีบก็บีบไปคนเดียวซิ”
       รถติดฟิล์มดำพุ่งแซงหน้ารถวัฒนาไป แล้วหักรถขวางไว้อย่างเร็ว วัฒนามองตามแล้วเบรกเอี๊ยด ทุกคนในรถถลาพุ่งไปข้างหน้า เซไม่เป็นท่ากันทั้งคัน วัฒนามองอึ้งอย่างตกใจมากหน้าเสีย ไข่มุกและภัททิมาเงยหน้าขึ้นมา แล้วยิ้มดีใจนึกว่ารอด ลูกน้องวัฒนาหน้าเสียกันหมด
       “ทำไงดี ลูกพี่”
       ภัททิมายิ้มสะใจ ไข่มุกดีใจ
       “เสร็จ เสร็จแน่ๆ เย้ๆ รินทร์ขามาช่วยแล้ว”
       กระจกรถคันที่ขวางไว้ ด้านคนนั่งข้างหลัง ค่อยๆ เลื่อนลงจึงเห็นนุชนารถใส่แว่นดำ นิ่งขรึม หันมามองรถวัฒนา ภัททิมาและไข่มุกที่กำลังดีใจก็อึ้ง หุบยิ้มแทบไม่ทัน วัฒนายิ้มออก ปาดเหงื่อ ถอนหายใจอย่างโล่ง
       รถตำรวจขับตามมาเจอรถวัฒนาจอดทิ้งไว้ คีรินทร์ลงมาจากรถตำรวจ วิ่งตามมาดูรถที่ว่างเปล่า มองหาพวกวัฒนา แต่ไม่เห็นใคร คีรินทร์ทุบรถอย่างเจ็บใจที่พวกวัฒนาหนีไปได้
      
       ไข่มุกกับภัททิมาถูกผลักลงที่พื้น มณีผวาเข้าไปจับท้องไข่มุก ไข่มุกสบตา ส่ายหน้าเงียบๆ ว่าไม่เป็นไร วัฒนาอาละวาดพังข้าวของในห้อง กวาดลงพื้นเลอะเทอะไปหมด
       “สมน้ำหน้า คิดชั่วทำชั่ว มันก็ต้องเจอแบบนี้”
       วัฒนาหันมามองชลลดาตาขวาง
       “หยุดพูด”
       “แล้วเราจะเอาไง ไม่รู้พวกตำรวจจะตามมาได้หรือเปล่า จะย้ายหนีมั้ย หรือว่าจะจัดการทิ้ง”
       นุชนารถพูดรัวอย่างสับสนและกลัว วัฒนายกมือขยี้หัวตัวเอง
        “ไม่หนี ไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะเอาเงินไอ้รินทร์ให้ได้”
       “แต่ชั้นไม่อยากได้อะไรแล้ว ชั้นอยากกลับบ้าน ไม่อยากเป็นเมียเศรษฐีแล้ว” ภัททิมาบอก นุชนารถชะงัก
      
       “ช้าไปแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอมันต้องเจอแบบนี้”


  


       นุชนารถเดินเข้ามาใกล้ แววตาแบบคนประสาทเสีย ภัททิมาถอยกรูดไปชิดชลลดา พยายามจะแอบหลังชลลดา
      
        “ยะ...อย่าทำชั้น อย่าเข้ามานะ ออกป๊าย”
       “หยุดนะนุชนารถ เขากำลังท้องลูกคุณรินทร์อยู่นะ”
       นุชนารถมองที่ท้องภัททิมา แววตาแค้น
       “จะปกป้องมันทำไมฮึ ท้องสิยิ่งดี งั้นเอาลูกแกมาเป็นลูกชั้นแล้วกัน”
       “จะบ้าเหรอ อย่าเข้ามานะ คุณแม่ ช่วยลูกไก่ด้วย ฮือๆ”
       ชลลดาถูกภัททิมายึดเอาไว้ ชลลดาพยายามยิ้มปลอบนุชนารถอย่างกลัวๆ แต่นุชนารถคว้าดึงภัททิมามา ชลลดากรี๊ดลั่น
       “อย่านะ ถ้าจะทำ ไปทำนังไข่มุกนู่น ลูกชั้นไม่ได้ท้อง”
       “อย่ามาโกหก คิดว่าชั้นโง่เหรอ”
       มณีมองอย่างไม่อยากเชื่อ ภัททิมาไอโขลกน้ำหูน้ำตาเล็ด พยายามอธิบายอย่างกลัวๆ
       “ชั้นไม่ได้ท้อง จริงๆ นะ สาบานเลย เชื่อชั้นนะนุชนารถ พาไปตรวจเลยก็ได้ ชั้นเอาฉี่คนอื่นใส่ไปแทน”
       มณีกับไข่มุกอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง
       “ที่แท้...”
       นุชนารถคว้าคอภัททิมา
       “ที่แท้แกก็วางแผนแย่งผัวชั้นตั้งแต่แรกใช่มั้ย เก่งนักนะ หลอกได้สนิททั้งแม่ทั้งลูก”
       นุชนารถจับภัททิมาแน่นขึ้น ชลลดาวิ่งเข้าใส่จับนุชนารถเขย่าให้ปล่อยแต่ถูกผลัก ชลลดามองภัททิมาสลับกับไข่มุก แววตาสับสน วัฒนามองนุชนารถที่บีบคอภัททิมาแววตาหวาดกลัวปนแขยง ไม่กล้าเข้าห้าม
       “ยะ อย่าทำ ชั้น นะ...นังมุก...นังมุก...”
       “ทำไม นังมุกทำไมฮะ”
       ชลลดามองไข่มุก ไข่มุกสบตา พยายามจะส่ายหน้าส่งสายตาไม่ให้บอก ชลลดามองแล้วสะบัดหน้าเมิน พูดโพล่งขึ้น
       “นังไข่มุกต่างหากที่ท้องลูกคีรินทร์”
       นุชนารถชะงักค้างอย่างอึ้งจัด ปล่อยมือจากภัททิมาแล้วเดินมาหยุดยืนหน้าไข่มุก มองไข่มุกด้วยแววตาปวดร้าว เสียใจ แค้นและขมขื่นปะปนกัน วัฒนามองไข่มุกอย่างอึ้งๆ ไข่มุกหลบตานุชนารถที่มองมา
       “ไม่จริง ทำไมต้องเป็นแก แกอีกแล้ว ทำไมไม่ใช่ชั้น ทำไมถึงได้ทุกอย่างไป”
       วัฒนาเดินย่างสามขุมเข้าหาไข่มุก ไข่มุกถอยหนีอย่างกลัวๆ
       “ถ้างั้น จะโทษก็โทษไอ้รินทร์เหอะ ขอหลักฐานสดๆ ไปฝากให้มันดูหน่อยแล้วกัน”
      
       วัฒนาผลักไข่มุกกระแทกข้างฝา ทุกคนจ้องวัฒนาเป็นตาเดียว วัฒนาดึงมีดในมือตวัดฉับ เสียงไข่มุกกรี๊ดลั่นแล้วภาพก็มืดลง
ตอนที่ 17
      
       คีรินทร์นั่งทำงานอยู่ในห้อง เลขาเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาหน้าซีดๆ
       “คุณรินทร์คะ มีกล่องพัสดุมาวางทิ้งไว้ตรงป้อมรปภ. จ่าหน้าถึงคุณรินทร์ค่ะ”
       คีรินทร์รีบรับมาดู เลขาเดินออกไป คีรินทร์เปิดกล่องเจอปอยผมไข่มุกและรูปถ่ายไข่มุกที่ถูกมัดกำลังร้องไห้ โทรศัพท์ดังขึ้น คีรินทร์กดรับ
       “ไอ้วัฒ แกทำอย่างงี้ทำไม”
       วัฒนากับนุชนารถจอดรถอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม วัฒนานั่งอยู่ในรถแล้วคุย สีหน้าเย้ยหยัน
       “นี่แสดงว่าของถึงมือแล้วสินะ ไง ของฝากจากเมียกับลูกนาย ถูกใจหรือเปล่า”
       “ลูกอะไร แกอย่าเอาไข่มุกมาเกี่ยวสิ เขาเป็นแฟนนายพิพัฒน์ ปล่อยเขาซะ”
       วัฒนาหัวเราะลั่น
       “ฮ่าๆ โง่โดนนังสองแสบหลอกแล้ว แกมันโง่จริงๆ ว่ะไอ้รินทร์ ไข่มุกน่ะเหรอแฟนไอ้พิพัฒน์ นังลูกไก่จะหลอกจับแกน่ะสิ ไม่รู้รึไงว่าแม่นั่นไม่ได้ท้องจริงหรอก”
       “ว่าไงนะ”
       นุชนารถแย่งโทรศัพท์มาคุยเอง
       “เอามานี่ ฮัลโหลรินทร์ เห็นรูปนังนั่นรึยัง ชั้นถ่ายเองกับมือเลยนะ”
       “นุชนารถ”
       นุชนารถตาวาวด้วยความแค้น
       “ยังจำชื่อชั้นได้อีกเหรอ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณ จะโง่ถูกหลอกซ้ำๆซากๆ นังลูกแร้งมันสะตอเรื่องท้องก็เชื่อ ชั้นจะบอกให้เอาบุญ เมียกับลูกตัวจริงอยู่ในรูปไงล่ะ นังไข่มุกมันท้องลูกของคุณอยู่”
       คีรินทร์ถึงกับช็อค
       “ว่าไงนะนุช ฮัลโหล นุช นุช โธ่เว้ย” คีรินทร์ตัดสายอย่างโมโหปนสงสัย “ไข่มุกท้องเหรอ”
      
       คีรินทร์ยืนอยู่ตรงโถงกลางในห้องพักจินจู จินจูนั่งนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยติดเย็นชา
       “ไข่มุกท้องใช่มั้ยครับ”
       จินจุกับคธาสบตากัน จินจูถอนใจ
       “ป่านนี้แล้วเพิ่งจะรู้หรือไง ไม่คิดเอะใจบ้างเหรอคุณเป็นพ่อประสาอะไร”
       “เดี๋ยวนะ ผมงงไปหมดแล้ว สรุปว่าท้องกับใครกันแน่”
       จินจูผลักอกคีรินทร์อย่างเหลืออด
       “งงเหรอ งงใช่มั้ย กล้ามากที่ถามว่าลูกสาวชั้นท้องกับใคร ไข่มุกไม่มีทางนอกใจใคร มีแต่คุณน่ะแหละที่เห็นแก่ตัว แล้วก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย”
       คธารวบตัวจินจูกอดเอาไว้
       “ไม่เอาน่า พอเถอะจินจู คุณยิ่งไม่สบายอยู่”
       “ชั้นไม่สนใจแล้วคะ จะเป็นอะไรก็ให้เป็นไปเลย แต่ลูกกับหลานชั้นต้องปลอดภัย”
       คีรินทร์ปัดป้องมือจินจู
       “ก็ไหนไข่มุกบอกเองว่าเป็นแฟนนายพิพัฒน์” คีรินทร์นิ่งไปแล้วทำหน้านึกได้ “ไอ้หน้าจืด”
      
       คีรินทร์วิ่งออกไปทันที จินจูมองตามอย่างโมโหไม่หาย


  


       ที่โรงแรม พิพัฒน์กำลังพาคู่แต่งงานมาดูห้องจัดเลี้ยง วางท่าอย่างเท่อธิบายโปรแกรมการจัดงาน
       “ส่วนนี้เป็นโถงจัดเลี้ยงของโรงแรมนะครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นแถมเค้กแต่งงานกับน้ำแข็งแกะสลักให้ แล้วก็สามารถเลือกได้นะครับ ว่าอาหารจัดเลี้ยงจะเป็น โต๊ะจีน คอกเทล เน้นสไตล์ไหนบอกได้หมด ตามความต้องการของคุณลูกค้าเลยครับ”
       คีรินทร์หน้าตาขมึงทึงเดินเข้ามา
       “ขอตัวสักครู่นะครับ”
       คีรินทร์ดึงพิพัฒน์ไปที่มุมห้อง พิพัฒน์ทำหน้างงๆ ไม่รู้เรื่องแต่ก็กลัวๆ คีรินทร์
       “คุณคีรินทร์ มีอะไรเหรอครับ”
       “ไข่มุกกับนายเป็นอะไรกัน บอกมาตามตรง”
       “ปะ...เป็นแฟนครับ ร้ากกกกัน คบกันอยู่ครับ นี่จะถึงวันครบรอบแล้ว” คีรินทร์เดินเข้าไปใกล้ พิพัฒน์ผงะตกใจถอยหลัง “มี...มีอะไรครับบอส” คีรินทร์ล็อคคอพิพัฒน์ พิพัฒน์ดิ้นพล่าน “บอส ทำอะไรครับ โอ๊ย บอส อย่า อย่าครับ”
       คีรินทร์ล็อคแน่นขึ้น
       “บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ ไข่มุกท้องกับใครกันแน่”
       “ท้อง” พิพัฒน์ตกใจมาก “เอ่อ โอ๊ย”
       “บอกมา ก่อนที่ชั้นจะเผลอรัดคอนายแรงกว่านี้”
       “บอกแล้วครับ บอกแล้ว ผมกับไข่มุกไม่เคยมีอะไรกัน เด็กในท้องไม่ใช่ลูกผม”
       คีรินทร์ชะงัก พิพัฒน์ได้ทีดึงมือออก ไปยืนไอสำลักอยู่ใกล้ๆ แววตาคีรินทร์รู้สึกผิดมาก
      
       ไข่มุกนั่งกอดเข่า ผมแหว่งอยู่บนพื้น นุชนารถนั่งไขว่ห้างมองเยาะเย้ยไข่มุก
       “แกกับรินทร์ก็โง่สมกันดีนะ คนนึงโดนนังลูกแร้งหลอก อีกคนนึงท้องอยู่ก็ทำเป็นนางเอกผู้เสียสละ ยอมท้องไม่มีพ่อให้ ลูกแร้งคาบไปกิน คู่โง่”
       “โง่ก็ยังดีกว่าเลว ถึงชั้นจะเป็นยังไงก็ไม่เคยทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างคุณ”
       “ฮ่ะๆๆ มีปากก็พูดไปเหอะ เลวแล้วไง ชั้นไม่แคร์ คนเลวๆ อย่างชั้นกุมชีวิตพวกแกไว้ได้แล้วกัน”
       ภัททิมามองอย่างหงุดหงิด
       “คำก็แร้ง สองคำก็แร้ง เดี๋ยวก็จิกให้หนังยุ่ยเลย”
       นุชนารถหันขวับไปหาภัททิมา
       “พูดอะไร”
       ภัททิมากับชลลดายิ้มหวานปะเหลาะ
       “เปล่า นี่ นุชนารถ เธอปล่อยชั้นกับแม่ไปเหอะนะ”
       “ใช่ ไหนๆ ก็รู้ความจริงว่าไม่ได้ท้อง ก็ถือว่าไม่มีความแค้นต่อกันปล่อยเราไปเถอะนะ เธอจับนังแม่กับเมียคีรินทร์ไว้ก็พอ”
       มณีมองหน้าชลลดา
       “คิดจะหนีเอาตัวรอดเหรอชลลดา”
       ชลลดาลอยหน้าไม่สนใจ ภัททิมาพูดกับนุชนารถต่อ
       “น่า นะ นุชนารถ แค่ผู้ชายงี่เง่าคนเดียว ชั้นไม่เอาก็ได้ ปล่อยชั้นนะรับรองว่าไม่เอาความ ไม่ฟ้องใครสักนี้ด สาบานต่อหน้ายัยป้ามณีแร้งทึ้งเลยก็ได้อะ”
       มณีมองหน้าภัททิมาอย่างนึกไม่ถึง
       “นี่กล้าว่าชั้นขนาดนี้เลยหรอ ยายลูกแร้งตัวจริง”
       นุชนารถยิ้มให้ชลลดากับภัททิมา ชลลดากับภัททิมาใจชื้นทำดี๊ด๊า นุชนารถเดินเข้ามาใกล้แล้วตบภัททิมาหน้าคว่ำ
        “แกสองคนนี่แหละ น่าจะตายก่อนด้วยซ้ำ ชั้นไม่ลืมหรอกนะว่าพวกแกทำชั้นไว้เจ็บแสบแค่ไหน”
       “นัง...นังโง่ แกก็โง่เหมือนกับไอ้คีรินทร์แหละ คิดเหรอว่าไอ้เจ้าชู้นั่นจะรักแก ว้าย โอ๊ย”
       นุชนารถดึงจิกผมชลลดาจนหน้าหงาย ภัททิมาตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้าใส่ ทั้งสามคนสู้กันอุตลุต
      
       มณีเห็นก็รีบสะกิดไข่มุก ไข่มุกทำท่าจะพูดมณีก็ทำท่าเอานิ้วชี้ปิดปาก ชี้ไปที่ทางออก มณีจูงมือไข่มุกย่องไปถึงประตูแล้วเดินออกไป


  


       ทั้งสามคนยังสู้กันไม่สนใจใคร ภัททิมาโน้มคอนุชนารถตีเข่า มีชลลดาเกาะอยู่ข้างหลังนุชนารถพยายามจะทุบ
       นุชนารถสะบัดลงแล้วจับภัททิมาเหวี่ยงไปกระแทกล้มไปทั้งคู่ ชลลดาลุกขึ้นมาแล้วเข้าไปผลักนั่งคร่อม สลับกันอยู่บนล่างกลิ้งไปมาทั่วห้อง นุชนารถมองไปทางมณีแต่ไม่เห็นก็ชะงัก นุชนารถถีบชลลดาออก แล้วลุกจะวิ่งไปข้างนอกชลลดาลุกตามเข้าไปรัดตัวนุชนารถไว้
       “ปล่อย นังแก่บ้า”
       “เอาเลยลูกไก่”
       ภัททิมาทำท่าจะตบแบบเงอะๆ งะๆ นุชนารถได้ทีศอกใส่ชลลดา จนชลลดาจุกตัวงอ ภัททิมากรี๊ดลั่น
       “อ๊ายยย แกทำแม่ชั้น นังโรคจิต ย้ากกก”
       ภัททิมาโถมผลักนุชนารถเต็มแรง นุชนารถเซล้มลงพื้น ทำท่ามึนๆ อย่างลุกไม่ขึ้น พยุงตัวแล้วล้มลงไป ภัททิมาปากคอสั่นมองนุชนารถ
       “ชั้น ชั้นไม่ได้ตั้งใจ ยะ อย่าตายนะ”
       ชลลดาได้โอกาสรีบคว้ามือ
       “อย่างนังนี่ไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่ถ้าเราไม่หนี ได้ตายแน่ ไป”
       ชลลดาคว้ามือภัททิมาจับให้วิ่งออกมาด้วยกัน นุชนารถนอนบนพื้นกุมหัวมองตามแววตาแค้นเคือง
      
       ชลลดากับภัททิมาวิ่งกระเซอะกระเซิงมาตามทางเปลี่ยวที่เริ่มมืด ชลลดาเห็นเงาคนแว้บๆรีบโบกมือเรียก
       “ช่วยด้วย ชั้นโดนจับตัวมา พาชั้นไปหาตำรวจที”
       ภัททิมามองไปที่เงา
       “ใครอะคะคุณแม่”
       “ใครก็ช่าง แค่ช่วยเราได้ก็พอ ทางนี้ค่า ทางนี้”
       เงาคนชัดขึ้น เป็นวัฒนากับลูกน้องหนี่งคนที่เดินมาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยม ชลลดากับภัททิมาตาค้างอย่างช็อคและผิดหวังมาก
       “วัฒนานี่นา หนีเร็ว”
       ชลลดากับภัททิมาหันกลับหลังวิ่งกลับมาอีกทาง เจอกับนุชนารถที่เดินตามมาดักเอาไว้ นุชนารถมองหน้าแล้วยิ้มเหี้ยม ซัดมือตบภัททิมาเต็มแรง ชลลดาทำท่าจะพูด โดนนุชนารถซัดด้วยหลังมือให้
       “เอาตัวพวกมันไปขังไว้ที่เดิม”
       ลูกน้องวัฒนาเข้าไปยึดตัวภัททิมากับชลลดา
       “ปล่อย ปล่อยนะ”
       ภัททิมากับชลลดาโดนลูกน้องวัฒนาลากไป นุชนารถกับวัฒนามองสบตากันแล้วมองเพ่งสายตาไปอีกทาง
      
       มณีกับไข่มุกวิ่งหนีมาอีกทาง ไข่มุกมองไปข้างหลังเห็นลูกน้องวัฒนาตามมาไวๆ
        “หยุดนะโว้ย”
       “พวกมันมาแล้ว คุณมณีวิ่งไหวมั้ยคะ”
       “ไม่ไหวก็ต้องไหว ไป โอ๊ย”
       มณีสะดุดรากต้นไม้ ไข่มุกมือหลุดล้มกลิ้งลงไปที่พงหญ้า ไข่มุกลุกขึ้นจะวิ่งออกมา แต่ลูกน้องวัฒนาเข้ามาจับมณีไว้ได้ก่อน ไข่มุกหมอบลงกับพื้นอย่างดูเชิง
       “แสบนักนะยาย เผลอแว้บเดียว เผ่นมาได้ถึงนี่”
       “ปล่อยชั้นนะ ใครยายแกยะ ไอ้หน้ามหาโจร ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” มณีศอกเข้าแล้วเตะหว่างขา ลูกน้องลงไปนอนกุมเป้าหน้าเขียว มณียิ้มเยาะแล้วจะวิ่งหนีแต่ถูกลูกน้องอีกคนที่ตามมาจับไว้ “ปล่อยชั้น ไอ้พวกบ้าห้าร้อย ปล่อย”
       ไข่มุกขยับลุกจะช่วยแต่เห็นวัฒนากับนุชนารถตามมา นุชนารถจับมณีบิดแขน มณีร้องโอดโอย ไข่มุกมองมณีอย่างลังเล อยากจะหาทางช่วย
       “โอ้ยๆๆ เจ็บ ชั้นเจ็บ”
       “ไข่มุกอยู่ไหน”
       มณีเหลือบมองไปทางพงหญ้า สบตากับไข่มุก นุชนารถบิดแขนแรงขึ้น
        “โอ้ยย ไม่รู้ แยกกันหนี ป่านนี้ไปไกลแล้วมั้ง”
       “อย่ามาโกหก” นุชนารถหันมองหา “จะออกไม่ออก ถ้าไม่ออกมา แม่ผัวแกแขนหลุดแน่”
      
       ไข่มุกมองมณีอย่างลังเลมองไปทางข้างล่างก็เห็นทางหนีได้ แต่มองไปทางมณีก็อยากช่วย ไข่มุกหมอบซุกในพงหญ้าอย่างละล้าละลัง ตัดสินใจไม่ถูก

      ภาพแบบเบลอๆ ไข่มุกต่อสู้กับคนร้ายอย่างคล่องแคล่ว คีรินทร์วิ่งออกมาเห็นไข่มุกกำลังพลาดท่าจะถูกคนร้ายตีหัว
       “ไข่มุก ระวัง”
       คีรินทร์กระโดดเข้าไปถีบคนร้ายล้มลง ไข่มุกเตะต่อยคนร้ายซ้ำ คีรินทร์ก็ชกอีกคนที่วิ่งเข้ามาจนหน้าหงาย
       คนร้ายนอนกองกับพื้นร้องโอดโอย คีรินทร์หันเข้าหาไข่มุก
        “เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย”
       ไข่มุกส่ายหน้า ทั้งคู่สบตากันอย่างซึ้ง ไข่มุกโผเข้ากอดคีรินทร์ คีรินทร์กอดเอาไว้อย่างทะนุถนอม ไข่มุกเงยหน้าหลับตาพริ้ม คีรินทร์ค่อยๆ ก้มลงจะจูบ
       คีรินทร์นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งเฮือก ลุกขึ้นนั่งมองรอบห้องอย่างงงๆ
       “ไข่มุก”
       คีรินทร์นิ่งอย่างเป็นห่วงและเป็นกังวล
      
       มณีมีท่าทางอิดโรยโดนนุชนารถจับไว้ วัฒนาหงุดหงิดตะโกนก้อง
       “ชั้นขี้เกียจจะเล่นเกมบ้าๆ นี่แล้ว ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคุณมณีได้เป็นหมูถูกเชือดตรงนี้นี่แหละ”
       ไข่มุกที่แอบในพงหญ้ายังหมอบนิ่ง
       “ไม่ต้องออกมา หนีไปซะ ไปพาตำรวจมาลากคอพวกนี้เข้าคุกด้วย ไปสิไข่มุก ไม่ต้องห่วงชั้น”
       นุชนารถบิดแขนจนมณีร้องโอย แล้วเหวี่ยงเข้าไปให้ลูกน้องรับ นุชนารถจับคางมณีเชยขึ้น
        “เอาสิ กว่ามันจะถึงตำรวจ คุณก็กลายเป็นผีเฝ้าป่าแล้ว” นุชนารถหันอีกทาง ตะโกนเสียงดัง “ออกมาซะ ไม่งั้นชั้นจะหักคอตรงนี้แหละ” นุชนารถจับที่คอมณี วัฒนาขยับจะห้ามแต่นุชนารถใช้สายตาสั่งห้ามไว้ “หนึ่ง...”
       มณีน้ำตาไหลอย่างกลัวมาก
       “อย่าออกมา หนีไป อย่าเชื่อพวกมันนะ”
       ไข่มุกมองอย่างลังเล ใจนึงอยากช่วย ใจนึงก็อยากหนี นุชนารถยิ้มเหี้ยม จับคอมณีบิด
       “สอง...ชั้นจะนับถึงสาม แกรู้ใช่มั้ยว่าชั้นกล้าทำจริง”
       “ชั้นยอมตาย แต่พวกแกก็ไม่รอดเหมือนกัน ไปซะ ไข่มุก ไม่ต้องเป็นห่วงชั้น”
       นุชนารถยิ้มเหี้ยม
       “ดี สาม” นุชนารถทำท่าจับคอมณีหัน
       “หยุดนะนุชนารถ ชั้นยอมแล้ว”
       ไข่มุกยืนขึ้นจากพงหญ้าแล้วเดินเข้ามาอย่างยอมแพ้ นุชนารถปล่อยมณี มณีร้องไห้โฮ โผเข้ากอดไข่มุก
        “เธอออกมาทำไม ฮือออ ทำไมไมไปหาตำรวจ จะกลับมาทำไม หนีไปสิไข่มุก”
       ไข่มุกกอดมณี
       “หนูทิ้งคุณไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ หนูไม่รู้จะบอกคุณรินทร์ยังไง”
       มณีมองไข่มุกอย่างนึกรู้ว่ารักคีรินทร์มาก มณีกอดไข่มุกแน่น
       “โธ่เอ๊ย ไข่มุก”
       “เราต้องรอดค่ะ คุณรินทร์ต้องมาช่วยเราแน่”
      
       ไช่มุกกระซิบบอกแล้วกอดมณีแน่น มองเลยไปสบตานุชนารถกับวัฒนาที่มองมาอย่างสะใจ


  


       ชลลดากับภัททิมานั่งซุกอยู่ด้วยกันห่างออกไปมีนุชนารถกับวัฒนาอยู่ ชลลดาซุบซิบป้องปาก
       “เซ็ง เกือบรอดแล้วแท้ๆ นังนุชยังกะซอมบี้ หัวฟาดพื้นยังตามมาลากเรากลับได้”
       “ลูกไก่เบื่อ เบื่อๆๆ อยากกลับบ้านจะตายแล้ว”
       นุชนารถเหลือบตามอง ชลลดากับภัททิมารีบหุบปากอย่างกลัวๆ ไข่มุกนั่งนิ่งอย่างดูเศร้าและเหนื่อยล้า มณีมองไข่มุกแล้วทำท่านึกคิดหาแผนการ มณีทำท่าคิดได้แล้วแกล้งนอนลงไปกับพื้นกุมท้องสีหน้าซีด ร้องโอดโอย
       “โอยย ปวดท้อง ไข่มุก ช่วยชั้นด้วย ปวดหัวจะระเบิดแล้ว แค่กๆๆ ชั้นจะอ้วก”
       ไข่มุกประคองมณี
       “คุณมณีเป็นอะไรคะ นุชนารถ คุณมณีเป็นอะไรไม่รู้ พาไปหาหมอหน่อย”
       นุชนารถกับวัฒมองอย่างไม่ไว้ใจ
       “เป็นอะไร เจ็บตรงไหน”
       นุชนารถเดินเข้ามาจับตัว มณีทำไอโขลก ปิดตาอย่างอ่อนแรง พูดเบาๆ
        “ไม่รู้ เจ็บ เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย ปวดท้องด้วย ขอร้องล่ะ พาไปโรงพยาบาลหน่อย ชั้นจะตายอยู่แล้ว ให้ชลลดาอยู่ที่นี่ก็ได้ นะนุช ช่วยด้วย” ชลลดาสะดุ้ง
       “จะทิ้งชั้นเหรอคะคุณพี่มณี” วัฒนาโวยขึ้น
       “ไม่ให้ไป ขืนไปก็หนีหมดน่ะสิ นุชนารถ เธอเป็นพยาบาลไม่ใช่เหรอ ทำอะไรเข้าสิ”
       “ไม่ต้องมาสั่งชั้น ไหน หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกว่าเจ็บตรงไหน”
       นุชนารถประคองมณี มองอย่างลังเลปนสังเกต มณีทำท่าอ่อนระทวยไม่มีแรงแต่มือจับไข่มุกแน่น ชลลดาเห็นก็นึกรู้ มณีทำท่าสำออยเลยแกล้งเป็นลมไปอีกคน
       “คุณแม่ เป็นอะไรคะ”
       “แม่ปวดท้อง เจ็บข้างใน โอ้ยย สงสัยโรคกระเพราะกำเริบ พาชั้นไปโรงพยาบาลด้วยคนนะนุช”
       วัฒนามองแล้วยิ่งหงุดหงิด
       “นี่มันอะไรกัน เดี๋ยวคนนู้นก็ป่วย คนนี้ก็เดี้ยง เธอดูแลไปแล้วกัน ชั้นปวดหัว”
       วัฒนาเดินออกไปแล้วปิดประตูปัง มณีกับชลลดายังคนทำสำออยไม่มีแรงกันอยู่ นุชนารถแตะตัวชลลดาสองสามที ชลลดาแกล้งทำเป็นปวดจนร้องไม่ออก นุชนารถเดินออกไปข้างนอก ชลลดากับมณีทำท่าลืมตาผึงจนไข่มุกตกใจ
       “คุณมณี ไม่ได้ป่วยเหรอคะ”
       “ไม่ใช่เวลาป่วยนะ ชั้นทำสำออยไปงั้นแหละ เผื่อพวกมันหลงกลแต่บางคนนี่ เอาตุ๊กตาเสียกบาลทองคำไปเลย ตีบทแตกจริงๆ”
       มณีปรายตามองชลลดา ชลลดาค้อนใส่
       “ก็มีคุณพี่มณีเป็นไอดอลล่ะค่ะ มองแว้บแรกนึกว่าป่วยจริง หนังหน้างี้เหี่ยวย่นน่ากลั๊วน่ากลัว”
       “คุณแม่นี่สะตอเก๊งเก่ง ลูกไก่ใจหายหมด”
       นุชนารถเปิดประตูเข้ามา มณีกับชลลดาแกล้งลงไปนอนตัวอ่อนเหมือนป่วยมากแบบเดิม นุชนารถเอาเครื่องหูฟังแนบที่หัวใจมณี มณีหัวใจเต้นแรงดังตุ้บๆ
       “หัวใจเต้นผิดปกติ”
       “ใช่ ใจมันหวิวๆ พาชั้นไปหาหมอประจำตัวหน่อยนะ เดี๋ยวความดัน เบาหวาน หัวใจกำเริบ”
       นุชนารถมองนิ่งแล้วเดินไปทางชลลดา เอาหูฟังแนบๆ แล้วเอาออก สีหน้าเครียด เปิดกระเป๋าพยาบาล
       “ท่าจะอาการหนัก เดี๋ยวชั้นฉีดยาให้”
       นุชนารถยกไซริงส์ขึ้น ที่เข็มมีน้ำหยดนิดๆ ชลลดามองอย่างกลัวๆ
       “ยาอะไร เดี๋ยว อย่าเอาเข้ามา ชั้นกลัวเข็ม”
       ชลลดาผงะ จะหนี แต่มณีแอบใช้ตัวดันล็อคเอาไว้ ชลลดาจะถอยก็ถอยไม่ได้ นุชนารถยิ้มเหี้ยม “ยาแก้บ้าไง มาสิ ไหนว่าป่วยนัก มาให้ฉีดซะดีๆ”
       “หายแล้ว ชั้นหายแล้ว อย่าเอามันมาใกล้ชั้นนะ”
       “ฉีดเลยๆ จะได้หายซ่า เอ๊ย หายป่วยไวๆ”
       นุชนารถทำท่าจ่อเข็มเข้าที่แขน ชลลดากรี๊ดลั่นแล้วเป็นลมพับไปในอกภัททิมา มณียิ้มลอยหน้าอย่างสะใจ นุชนารถถือเข็มหันไปทางมณี มณีหน้าเหวออย่างรู้ว่าจะโดนมั่งแน่ ค่อยๆ กระเถิบหนีทีละนิด นุชนารถยิ้มหวานจับแขนมณี
       “หนีไปไหนล่ะ ยาแค่นี้ไม่ตายหรอก”
       “ชะ ชั้นก็หายแล้ว สบายดี สบายม๊ากมาก ไม่เป็นอะไร แข็งแรงที่ซู้ดด”
       นุชนารถมองมณีสลับกับชลลดาแล้วโยนไซริงส์ลงพื้น ไซริงส์แตกกระจาย พวกมณีหดขาอย่างหวาดกลัว
       นุชนารถมองทุกคนแล้วพูดเสียงเหี้ยม
      
       “อย่าคิดว่าจะหลอกชั้นได้ง่ายๆ ต่อให้ตาย พวกแกก็ไม่มีวันหนีไปจากที่นี่ได้”


  


       วัฒนานั่งอยู่แล้วกดเบอร์โทรหาคีรินทร์ แล้วก็ปิดเครื่องอย่างฉุนเฉียว นุชนารถเดินออกมาหยุดยืน
        “เป็นอะไร หมู่นี้ขี้หงุดหงิดนะ”
       “จะไม่ให้ประสาทกินบ้าได้ไง พวกนี้คิดแผนหนีรายวัน ลูกเล่นสารพัด ผมว่าเรารีบๆ นัดคีรินทร์แลกตัวประกันดีกว่า ขืนรอนานไป แล้วหนีไปได้ พวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย”
       นุชนารถยิ้มร้าย มองวัฒนา
       “ไม่ต้องห่วง ชั้นจัดการพวกนี้เอง เงินเป็นของคุณ ส่วนคนเป็นของชั้น”
      
       คีรินทร์เดินเล่นเหม่อๆอยู่ที่ในสวนของโรงแรม สีหน้าเคร่งเครียด ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้มือข้างนึงจับมือคีรินทร์ คีรินทร์สะดุ้งหันกลับไปมอง นุชนารถถอดแว่นกันแดดออก
       “นุช”
       “ไม่ได้เจอหลายวัน คิดถึงรึเปล่าคะ”
       นุชนารถจับมือคีรินทร์แน่น ยิ้มหวาน
       “นุชปล่อยแม่กับไข่มุกออกมาได้มั้ย ผมสัญญาว่าจะไม่ให้ตำรวจเอาเรื่อง”
       “ชั้นไม่กลัวตำรวจ อย่างดี ก็แค่โดนจับ”
       นุชนารถเปลี่ยนเป็นยิ้มเย็น คีรินทร์ชะงัก นุชนารถเอามือสองข้างมากุมมือคีรินทร์
       “อย่าทำผิดไปมากกว่านี้เลย เชื่อผมนะนุช”
       “สายไปแล้ว ทีนี้รู้รึยัง ว่าเวลาเสียของรักไปเป็นยังไง แต่คุณยังเจ็บ ไม่เท่าที่นุชเจ็บหรอก”
       คีรินทร์สบตานุชนารถที่ฉายแววอาฆาต
       “คุณจะทำอะไรพวกเขานะ อย่านะ”
       “กลัวเหรอคะรินทร์”
       “ผมขอโทษ นุช ขอร้องล่ะ อย่าทำร้ายพวกเขา”
       นุชนารถยิ้มไม่ตอบอะไรแล้วปล่อยมือออก คีรินทร์แบมือเห็นเป็นจดหมาย
        “อ่านแล้วฉีกทิ้งซะ อย่าให้ใครเห็น ถ้าเป็นแบบคราวที่แล้วอีกก็เตรียมจองวัดได้เลย”
       คีรินทร์ยืนอึ้ง นุชนารถยิ้มหวานเข้าไปตบแก้มอย่างจงใจหยอกคีรินทร์แล้วสวมแว่นดำเดินออกไป
      
       ภายในห้องทำงานคีรินทร์ คีรินทร์นั่งนิ่งอย่างเงียบขรึม จินจูมองเอกสารบนโต๊ะแล้วถอนใจ
       “ทำไมพวกนั้นถึงเงียบหายไปเลย ไม่มีส่งข่าวมาบ้างเหรอ”
       เขมทัตเดินเข้ามาในห้องทำท่าเหมือนเพิ่งวางสายโทรศัพท์ไป
       “ไม่มีเลยครับ” คีรินทร์บอก
       “หรือพวกนั้นแกล้งถ่วงเวลา กดดันเรา”
       สารวัตรเปิดแฟ้ม ชี้ให้ดูข้างใน
       “แปลก ปกติพวกคนร้ายจะไม่ทิ้งช่วงให้ห่างแบบนี้ครับ”
       “หรือจะวางแผนเล่นแง่อะไรกันอีก”
       จินจูลุกขึ้น มองไปที่คีรินทร์สลับกับสารวัตร
        “ถ้าทางโน้นติดต่อมา คราวนี้ชั้นจะจ่ายแลกกับตัวไข่มุกตำรวจอย่ามายุ่ง”
       เขมทัตส่ายหน้า
       “ผมว่าไม่ดี เกิดเอาไปแต่เงิน แล้วไม่ปล่อยคนมาจะทำยังไง รินทร์ล่ะ ว่าไง รินทร์”
       คีรินทร์ที่นั่งเหม่อหน้าเครียดสะดุ้ง
       “คะ...ครับ”
       “จะเอายังไง ถ้าวัฒนาส่งจดหมายมาอีก”
       คีรินทร์กำมือแน่น ท่าทางเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คธามองคีรินทร์อย่างนึกแปลกใจแล้วหันไปสบตากับสารวัตร
        “รอให้ติดต่อมาก่อน แล้วค่อยคิดดีกว่าครับ”
      
       คีรินทร์ตอบปัดๆ เลี่ยงไป คธาจ้องคีรินทร์อย่างรู้สึกผิดสังเกต คธาเขม้นมองอย่างสงสัย

  


       คีรินทร์เดินออกมาจากห้องทำงาน คธาเดินตามออกมาแล้วรีบเดินมาดักหน้าไว้
       “พวกนั้นติดต่อมาแล้วใช่มั้ย”
       “เปล่าครับ”
       คธามองสบตา คีรินทร์อึ้ง
       “อย่ามาหลอกผมเลยคุณคีรินทร์ คิดจะไปคนเดียว”
       “ผมไม่อยากให้ตำรวจเข้ามา ถ้าพลาดอีก พวกมันเอาแม่กับไข่มุกตายแน่ ผมจะเอาเงินไปให้มันเอง” คีรินทร์ทำท่าจะเดินไป คธารั้งแขนไว้ คีรินทร์หันกลับมามอง “อย่าห้ามผม”
       “เปล่า ผมไม่ได้จะห้าม แต่ถ้าคุณคิดอย่างนั้น ผมก็มีสิทธิ์ไปช่วยลูกของผมเหมือนกัน”
       “แต่...”
       “สองหัวดีกว่าหัวเดียว เชื่อผมเถอะ”
       คธามองคีรินทร์แล้วพยักหน้า คีรินทร์นิ่งไปอย่างคิดหนัก
      
       คีรินทร์ขับรถออกจากบ้าน รถเลี้ยวไปในซอย มีรถอีกคันแล่นตามข้างในมีตำรวจนอกเครื่องแบบสองนาย รถตำรวจเลี้ยวตามคีรินทร์ไปในซอย
       คีรินทร์เลี้ยวรถเข้าจอดในห้างแล้วเดินลงจากรถเข้าไปข้างใน รถของตำรวจจอดใกล้ๆ ตำรวจสองนายรีบตามเข้าไป
       คีรินทร์เดินตัดผ่านเข้าไปในห้างอย่างรวดเร็ว มีตำรวจตามห่างๆ คีรินทร์เดินลัดเลาะตามบูธแล้วเหลือบตามองเป็นระยะ ตำรวจเดินมามองหาคีรินทร์แล้วเดินไป คีรินทร์โผล่ออกมาจากหลังบูธแล้วรีบเดินไปอีกทาง
        คีรินทร์เดินทะลุออกไปทางประตูอีกทาง ซึ่งมีรถจอดอยู่โดยมีคธาเป็นคนขับรถ คีรินทร์ปิดประตู รถเลื่อนออกไป ตำรวจสองนายเดินกึ่งวิ่งออกมาที่ทางออก มองหาคีรินทร์ก็ไม่เห็นแล้ว
      
       คธาขับรถมาตามถนน คีรินทร์เหลือบมองเบาะหลัง
       “ทุกอย่างเรียบร้อยนะ ส่วนเงินที่คุณฝากไว้อยู่ที่เบาะหลัง”
       “ขอบคุณครับ ก็เหลือแค่เอาเงินไปให้ตามนัด” คธาพยักหน้าแล้วแอบจับกระเป๋าเสื้อ คีรินทร์หันมา คธารีบเอามือไปจับพวงมาลัยเหมือนเดิม “หวังว่าพวกมันคงยังไม่ทำอะไร”
       “วัฒนาไม่ทำแน่ เพราะต้องการแค่เงิน แต่ที่ผมกลัวคือนุชนารถ...”
       คธาเงียบเสียง สีหน้าเคร่งเครียด คีรินทร์หน้าเครียดอย่างเป็นกังวล คธาลอบมองคีรินทร์ แล้วแอบกดส่งสัญญาณติดตามให้ตำรวจ
      
       จินจูกับเขมทัตนั่งอยู่ในห้องพักจินจู สารวัตรเปิดประตูเดินเข้ามา ยกเครื่องส่งให้ดู
        “คุณคธาส่งสัญญาณมาแล้ว จ่าให้กองกำลังตามไปเลยนะ แยกเป็นสองทีมเตรียมจู่โจมเผื่อฉุกเฉิน” ตำรวจตะเบ๊ะ แล้วเดินออกไป “พวกคุณรออยู่ที่นี่นะครับ มีอะไรคืบหน้าผมจะติดต่อมา”
       จินจูยืนขึ้น
       “ชั้นจะไปด้วย”
       “แต่มันอันตรายนะครับ”
       “ผมคงนั่งรออยู่เฉยๆ ทั้งที่ภรรยาผมอยู่ในอันตรายไม่ได้ ขอเราไปด้วยนะครับ” เขมทัตบอก
      
       สารวัตรมองทั้งคู่อย่างลังเล จินจูกับเขมทัตสบตาสารวัตรอย่างเอาจริง


  


       นุชนารถนั่งดูนาฬิกาอยู่ในห้องคุมไข่มุก มณี ชลลดา ภัททิมาที่มีท่าทางอ่อนเพลียไว้ ไข่มุกนั่งมองนุชนารถด้วยท่าทางสงบ
       “ทำไมยังไม่มาอีก”
       ไข่มุกมองสบตานุชนารถอย่างจริงจัง
       “นุชนารถ ปล่อยพวกเราไปเถอะ”
       นุชนารถตวัดตามองอย่างแค้น
       “ไม่มีทาง”
       ชลลดากับภัททิมาที่อยู่อีกมุมเบ้หน้า
       “เฮี้ยนอะไรขึ้นมาอีกแล้ว นังไข่เน่า”
       “เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอไม่ได้อยากได้เงินเหมือนวัฒนา ชั้นดูออกนะ”
       “ไม่ต้องมาทำเป็นฉลาด ที่ชั้นทำ ก็เพื่อความสะใจไง ได้เห็นรินทร์คลั่งจนจะเป็นบ้า เจ็บปวดจะเป็นจะตาย ให้เขารู้สึกเหมือนที่เขาทำกับชั้น”
       นุชนารถกำมือแน่นอย่างเจ็บปวดเอง ไข่มุกมองอย่างสงสารเห็นใจนิดๆ มณีกระตุกเสื้อไข่มุกให้หยุดพูด
       ไข่มุกมองแล้วส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร แล้วพูดต่อ
       “ถามจริงๆ เถอะ ทำแบบนี้แล้วเธอมีความสุขเหรอ”
       นุชชะงักไป ท่าทางอึ้งพูดไม่ออก
       “ไม่ต้องมาพูด จะทำอะไร จะรู้สึกยังไงก็เรื่องของชั้น”
       “รักของเธอคืออะไร ความรักคือการเสียสละ ให้คนรักมีความสุขแต่ที่เธอทำ เป็นการทำร้ายคนที่เธอรัก พอเถอะนุชนารถ ถ้าเธอรักคุณรินทร์จริงๆ ก็หยุดทำร้ายเขาเสียที”
       นุชนารถฟังนิ่ง แววตาสับสน
       “จะหลอกอะไรชั้นอีก พวกแกก็ดีแต่พูด ถ้าลองมาเป็นชั้น จะทำยังไง จะไม่โกรธไม่แค้นเลยรึไง” ไข่มุกมองนิ่ง
       “ไม่ว่าจะยังไง ชั้นก็จะไม่ทำแบบเดียวกับที่เธอทำอยู่แน่นอน”
       นุชนารถกับไข่มุกประสานสายตากัน วัฒนาเปิดประตูห้องเข้ามา
        “ไอ้รินทร์มาแล้ว”
       พวกชลลดาได้ยินก็ตาโตด้วยความดีใจ มณีแววตาชื้นอย่างมีความหวัง ภัททิมาทำท่ากระดี๊กระด๊า
       “คุณรินทร์มารับลูกไก่แล้ว คุณแม่ขา เรารอดแล้ว”
       นุชนารถมองออกไปทางประตูด้วยรอยยิ้มร้ายเจ้าแผนการ
      
       รถของคธาจอดอยู่หน้าบ้านเช่า คีรินทร์เดินลงมามีลูกน้องวัฒนามายืนคุมเชิง วัฒนากับนุชนารถเดินออกมามองคีรินทร์อย่างไว้เชิง
       “คนอยู่ไหน”
       “ใจเย็นๆ สิวะ เพิ่งมาถึง อย่ารีบร้อน”
       คธาเดินลงมาจากรถตามมาที่คีรินทร์ วัฒนาชะงัก สายตาเปลี่ยนเป็นแข็งเกร็ง
        “พามาทำไมวะ คิดจะเล่นไม่ซื่อซ้ำสองเหรอ”
       “ผมตามมาเอง”
       นุชนารถแค่นยิ้ม
       “อยากรนหาที่ตาย”
       คีรินทร์เดินเข้าไปหาวัฒนา
       “แม่ชั้นกับไข่มุกอยู่ที่ไหน”
       “แล้วเงินล่ะ อยู่ไหน”
       คีรินทร์เปิดโชว์ คธาหยิบออกมาคลี่ให้ดูว่าเป็นแบงก์จริง วัฒนายิ้มสมใจ
        “ห้าสิบล้าน ตามที่นายขอ”
       “ฉลาดมากที่คราวนี้ไม่เล่นลูกไม้ กลิ่นเงินนี่มันหอมจริงๆ” วัฒนายื่นจะรับเงิน คีรินทร์ปิดกระเป๋าแล้วชักออก วัฒนาขมวดคิ้ว “อะไรอีก”
       “ชั้นจะให้ ต่อเมื่อคนเป็นอิสระ พวกเขาอยู่ที่ไหน”
      
       วัฒนายักไหล่ แล้วมองเข้าไปในบ้าน คีรินทร์มองตามอย่างไม่วางตา


  


       คีรินทร์เดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสี่คนที่อยู่ข้างในมองอย่างดีใจ ภัททิมารีบกระโดดเข้าใส่กอดคีรินทร์ไว้แน่น มณีกับชลลดาก็เดินเข้ามาห
       “ฮือออ รินทร์ขา ลูกไก่กลัว ฮืออออ พาออกไปไวๆ นะ ฮือออ รินทร์น่ารักที่สุดเลย กลับบ้านได้ยัง ลูกไก่ เหนื่อย หิว ง่วง เพลียไปหมดแล้ว”
       “รินทร์ พวกมันทำอะไรลูกหรือเปล่า มายังไง มากับใคร” มณีถามอย่างเป็นห่วง
       “ผมมากับคุณคธา”
       ชลลดากระแทกมณี ยึดคีรินทร์ไว้
       “น้าว่าแล้วว่ารินทร์ต้องมาช่วย สมแล้วที่เป็นลูกเขยของน้า”
       คีรินทร์ยืนนิ่งให้ภัททิมากอดทำซบร้องไห้ สายตามองเลยไปมองสบตาไข่มุกที่มีประกายแววตาดีใจ คีรินทร์ปลดมือภัททิมาออกจากแขนแล้วเดินไปหาไข่มุก
       “คุณรินทร์”
       “เธอท้องลูกของใคร เป็นลูกของชั้นจริงๆ ใช่มั้ย”
       ไข่มุกอึ้งอย่างช็อคมากที่คีรินทร์ถามอย่างนี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นผิดหวังปนน้อยใจ มือที่จะยกกอดคีรินทร์ก็ถอยกลับ คธาเดินเข้ามาพร้อมนุชนารถ วัฒนา และพวกลูกน้อง
       “ได้เจอคนแล้ว จะเอาเงินมาได้รึยัง”
       คีรินทร์ยื่นกระเป๋าเงินให้ วัฒนารับมาอย่างดีใจ
        “แล้วคุณเอาไงนุชนารถ จะหนีไปกับผมก่อนหรือจะแยกย้ายกันเลย”
       นุชนารถมองคีรินทร์สลับวัฒนา
       “ชั้นไม่เอาอะไรทั้งนั้น เงินนั่นเอาไปเหอะ แล้วจะไปไหนก็ไปชั้นไม่ต้องการ”
       คีรินทร์ชะงัก มองตานุชนารถ
       “แล้วคุณต้องการอะไร”
       นุชนารถยิ้ม ดึงมีดออกมาจากด้านหลัง เลื่อนไปจ่อหน้าไข่มุก ภัททิมา ชลลดา มณี แล้วมาหยุดที่คีรินทร์ นุชนารถทำท่าจะแทง ภัททิมาหลับตาปี๋ซุกหลังคีรินทร์หลบ นุชนารถหัวเราะคลั่งแล้วถอยออกมา
       “ชีวิตของคนที่คุณรักไง”
       พวกคีรินทร์มองนุชนารถอย่างหวาดกลัว นุชนารถหัวเราะคลั่งแล้วแกล้งตวัดมีดซ้ายขวาให้หลบ
       “อย่าทำ นุช ถ้าจะทำก็ทำผมสิ”
       “ทำไมไม่รักชั้น ทั้งที่ชั้นรักคุณขนาดนี้ ทั้งที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้คุณ ทำไมล่ะรินทร์ ตอบชั้นมา ตอบสิ”
       วัฒนามองนุชนารถ แล้วพยักหน้ากับลูกน้องหยิบกระเป๋า วิ่งไปเปิดประตูบ้าน
       ด้านนอกขณะนั้นมีรถตำรวจและกองกำลังยืนล้อม วัฒนาปิดประตูล็อคขังไว้ข้างนอก แล้ววิ่งกลับมาหาคีรินทร์
       “นุช วางมีดลง”
       นุชนารถหัวเราะคลั่ง วัฒนาเข้ามาแทรก ผลักมือนุชนารถออก มีดกระเด็นลงพื้น
       “แกมันไอ้โกหก ไหนว่ามาคนเดียว แล้วข้างนอกมันอะไร”
       คีรินทร์ทำหน้างง
       “ชั้นไม่รู้ ไม่ได้บอกตำรวจจริงๆ”
       “ไม่ได้บอกแล้วจะแห่มาได้ไง ไอ้บ้าเอ๊ย”
       วัฒนาพุ่งเข้าหาคีรินทร์ แล้วต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร พวกลูกน้องวัฒนาทำท่าจะเข้าช่วยแต่ถูกชลลดา ภัททิมา มณี ไข่มุก คธากันเอาไว้ไม่ให้ทำอะไรคีรินทร์ พวกมณีใช้อาวุธรอบตัวบ้าง กัดทึ้ง รัดตัวดึงขาสู้กับลูกน้องวัฒนาอย่างไม่ยอมแพ้
       คีรินทร์กับวัฒนาทั้งสองคนสู้กันกลิ้งไปมาบนพื้น วัฒนาเสียเปรียบถูกคีรินทร์ชก วัฒนาขยับมือ เห็นมีดนุชนารถตกอยู่ที่พื้นก็หยิบขึ้นมา
       “คีรินทร์”
      
       วัฒนาเงื้อมือจะแทงกลางหลังคีรินทร์

       วัฒนาเงื้อมีดจะแทงคีรินทร์ นุชนารถที่อยู่ใกล้ๆ ผลักไข่มุกออก แล้วเข้าไปผลักคีรินทร์จากวัฒนา มีดเฉี่ยวที่ไหล่นุชนารถจนล้มลงไป คีรินทร์เข้าไปประคอง
       “โอ๊ย”
       “นุช นุช เป็นไงมั่ง”
       นุชนารถสบตาคีรินทร์อย่างน้อยใจ ทั้งรักทั้งแค้น
       “ห่วงด้วยเหรอ”
       ทุกคนหยุดต่อสู้ มองวัฒนาอย่างคาดไม่ถึง
       “ไม่...ไม่ได้ทำ”
       วัฒนามองมีดในมือที่เปื้อนเลือด สายตาบ้าคลั่ง คีรินทร์ผละจากนุชนารถ เดินเข้ามาหาวัฒนา
       “หยุดได้แล้ววัฒ”
       วัฒนาส่ายหน้าอย่างกลัวๆ ปนไม่อยากเชื่อ วัฒนามองมีดแล้วโยนมีดทิ้ง ทำท่าจะเดินเข้าไปหาคีรินทร์แต่คธาเข้ามาล็อคตัวไว้
       “ปล่อย ปล่อยสิวะ ไม่ปล่อยใช่มั้ย”
       วัฒนาศอกใส่คธาจนคธาตัวงอ
       “พ่อ”
       ไข่มุกตะโกนลั่น เข้ามาขวางแล้วสู้กับวัฒนา แต่ก็สู้ไม่ค่อยได้ ถูกวัฒนาผลักออก วัฒนาหันไปจะซ้ำคีรินทร์อีก
       แต่มีเสียงประตูพังเข้ามา กองตำรวจบุกเข้ามาต่อสู้กับพวกลูกน้องวัฒนา วัฒนายิงต่อสู้กับตำรวจ นุชนารถอาศัยจังหวะชุลมุนพาตัวเองที่บาดเจ็บหนีออกไปนอกบ้าน
       วัฒนายิงจนกระสุนหมด ตำรวจยิงตอบโต้วัฒนาล้มลงไปจมกองเลือด ภัททิมา มณี ชลลดา กรี๊ดลั่น
       ภัททิมากอดคีรินทร์กรี๊ดอย่างไม่คิดชีวิต
       “อ๊ายๆ รินทร์ ลูกไก่กลัว ฮือ ช่วยด้วย ฮือๆๆ”
       ภัททิมากอดคีรินทร์แน่นไม่ยอมปล่อย ไข่มุกมองทุกคนที่ต่อสู้กันอยู่แล้วมองคีรินทร์ที่ปล่อยให้ภัททิมากอดอย่างเสียใจปนตัดพ้อ ไข่มุกมองไปที่ประตูที่พังแล้ววิ่งออกไป
      
       ไข่มุกเดินกระเซอะกระเซิงมาตามซอยร้างที่มีหญ้าขึ้นรก ไข่มุกมองไปรอบข้างอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดี
       “ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วย”
       ไข่มุกหันมองรอบๆ เห็นนุชนารถนอนเจ็บอยู่ในพงหญ้า เลือดออกเต็มแขน นุชนารถมองไข่มุกพูดเสียงแหบๆเหมือนใกล้หมดสติ
       “ไข่มุก ช่วยชั้นด้วย พาชั้นหนีตำรวจที”
       “ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ เลือด...” ไข่มุกจับแขนนุชนารถดู
       “พาชั้นหนี อย่าส่งชั้นให้ตำรวจนะ ไข่มุก ชั้นขอร้อง”
       นุชนารถมีสีหน้าเจ็บปวด กดบาดแผลไว้ ไข่มุกประคองนุชนารถอย่างลังเล
       “แต่คุณต้องไปโรงพยาบาล”
       “ไม่ต้อง ชั้นไม่เป็นไร”
       นุชนารถเอามือเปื้อนเลือดขึ้นจับไข่มุก แววตาขอร้อง
        “ช่วยชั้น เหมือนที่ชั้นช่วยรินทร์ ไข่มุก...ช่วยชั้นที”
      
       ไข่มุกมองสบตานุชอย่างลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ แววตาทั้งสงสารทั้งกลัว


  


       จินจูกับเขมทัตเดินตามหลังสารวัตรเข้ามาในบ้านเช่านุชนารถ ข้างในเป็นลูกน้องวัฒนาถูกยิงนอนอยู่คนนึง
       ที่เหลือถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ สารวัตรวิทยุติดต่อ
       “วอหนึ่งเรียกกองกำลังเสริม ตอนนี้คุมสถานการณ์ข้างในเรียบร้อยแล้ว”
       พวกชลลดากับภัททิมายังเกาะคีรินทร์ร้องไห้ไม่ยอมปล่อย มณีเห็นเขมทัตก็จะโผเข้ากอด ชลลดาที่ยืนอยู่กับคีรินทร์เห็นเขมทัตก็ถลาเข้าหาจะตัดหน้าแต่มณีวิ่งชนเอาสะโพกดีดออกจนชลลดาเซถลา แล้วมณีก็เข้าไปกอดเขมทัต
       “ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร”
       “ฮือออ คุณเขม ชั้นนึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้ากันแล้ว ฮือออ”
       มณีร้องสะอื้นแต่พอเหลือบมองชลที่โดนดีดกระเด็นก็แอบทำหน้าสะใจ จินจูมองคธาที่เดินเข้ามาหาแล้วมองไปรอบๆ ห้อง ตกใจมากที่ไม่เห็นไข่มุก
        “ไข่มุกหายไปไหน” คีรินทร์อึ้งแล้วหันไปรอบๆ ห้องแต่ไม่เห็น คีรินทร์มองหน้าจินจู จินจูหน้าซีดเผือด “ลูกชั้นอยู่ที่ไหน อยู่ไหน”
       ทุกคนกวาดตามองรอบห้อง คธามองไปรอบๆ ห้องเห็นหยดเลือดแล้วนึกเอะใจ
       “ศพวัฒนาล่ะ”
       คีรินทร์หันมามองทางกองเลือดอย่างแปลกใจ แล้วมองไปรอบตัวอย่างสงสัยว่าศพวัฒนาหายไปไหน
      
       วันต่อมา รูปในมือคีรินทร์เป็นรูปไข่มุกประคองนุชนารถที่มีเลือดออกเดินผ่านหน้าร้านค้า คีรินทร์เปิดรูปดูก็เป็นรูปในมุมต่างๆ กันแต่ก็เห็นชัดว่าไข่มุกช่วยประคองไป
        “ดูจากภาพแล้ว คุณไข่มุกไม่ได้ถูกบังคับ แต่เต็มใจพาคุณนุชนารถหนีมากกว่าครับ”
       “เป็นไปได้ไง”
       จินจูมีสีหน้าตกใจไม่อยากเชื่อ
       “ทำไมไข่มุกถึงหนีไปกับคนร้าย ลูกคิดอะไรกันแน่คะคธา”
       “ผมว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะไข่มุกยังไม่ต้องการเจอพวกเรา”
       จินจูหน้าเสียอย่างพูดไม่ออก
       “หนีไปไหนกัน”
       คีรินทรพึมพำแล้วมองรูปอย่างพูดไม่ออก อึ้งและเหวอไปเลย
      
       บ้านเก่านุชนารถ เป็นบ้านริมคลองหลังเล็กๆ นุชนารถนั่งเอนอยู่นอกชายที่แขนมีบาดแผลที่ไม่ใหญ่มาก นุชนารถเอาสำลีเช็ดรอบบาดแผลอย่างชำนาญ
       “เอาสำลีชุบยาฆ่าเชื้อให้หน่อย”
       ไข่มุกหยิบขวดยาอย่างเงอะงะ มองว่าใช่ก็รีบเทหกใส่สำลีจนชุ่ม นุชนารถมองส่ายหน้าแต่ก็รับมาเช็ดแล้วเอาผ้าก็อซปิด ยื่นแขนไปให้
       “เอาเทปแปะดีๆ อย่าให้โดนแผล”
       ไข่มุกแปะให้อย่างช้าๆ
       “เสร็จแล้ว”
       นุชนารถดึงแขนกลับ มองไข่มุกนิ่ง
       “ทำไมเธอถึงไม่กลับไปกับพวกนั้นล่ะ ช่วยชั้นแล้วจะไปไหนก็ไปสิ” นุชนารถมองสบตาไข่มุก “หรือว่าเธอหนีใคร คีรินทร์ใช่มั้ย”
       “ไม่รู้จะกลับไปทำไม คุณรินทร์เขามีคุณลูกไก่แล้ว”
       นุชนารถนิ่ง แต่ก็ทำไม่สนใจ
       “นังลูกแร้งต่างหาก ทำเป็นไฮโซ ที่จริงก็เน่าไปทั้งตัว ไม่ได้คู่ควรกับรินทร์สักนิด”
       ไข่มุกนิ่ง แววตาเศร้า
       “แต่เขา จะแต่งงานกันแล้ว”
       นุชนารถมองไข่มุกอย่างรู้ทัน
       “ที่หนี เพราะเธอยังรักรินทร์ใช่มั้ย”
      
       ไข่มุกนิ่งไม่ตอบ ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตนเอง


  


       เย็นวันนั้นขณะที่คีรินทร์อยู่ในห้อง ภัททิมาทำท่าเมียงมองแล้วเดินยิ้มหวานเข้ามากอดคีรินทร์จากด้านหลัง
        “แฟนใครหล่อจัง ลูกไก่ดีใจม้ากมากที่ได้กลับบ้าน กลัวก็กลัว คิดถึงรินแทบแย่ ว่าแต่เราจะจัดงานแต่งอีกทีเมื่อไหร่ดีคะ”
       คีรินทร์ดึงแขนออก หันมามอง
       “บอกผมมาดีกว่า ว่าคุณโกหกเรื่องท้องมาตั้งแต่แรกใช่มั้ย”
       ภัททิมาสะดุ้ง แต่ทำเศร้ากลบเกลื่อน
       “เปล่าค่ะ ท้องจริงๆ แต่ตอนเตรียมงานวุ่นๆ คงเครียดมาก ลูกเลยหลุดโพล๊ะออกมา ลูกไก่เสียใจมาก ร้องจนไม่รู้จะร้องยังไง ขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอก กลัวคุณเสียใจไปด้วย”
       ภัททิมาทำท่าเช็ดน้ำตาคีรินทร์มองภัททิมาที่ทำมารยาแล้วส่ายหน้า
       “ไม่ต้องมาแกล้งร้อง ถ้าแท้งจริงป่านนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว”
       ภัททิมาเข้าไปกอดแขนคีรินทร์
       “จริงๆ นะคะ คุณรินทร์ขา อย่าใจร้ายกับลูกไก่เลยนะ ลูกคนนี้แท้ง เราก็มาทำคนใหม่ไวๆ คุณแม่มณีจะได้มีหลานให้อุ้ม มามะ ทำกันเลยดีกว่า”
       ภัททิมายื่นหน้าไปจะจูบ
       “พอเลย หยุด คิดว่าผมเป็นตัวอะไร ถึงได้จะเชื่อเรื่องโกหกบ้าๆ ของคุณ”
       คีรินทร์เอามือดันหน้าภัททิมาออก
       “ว้าย รินทร์ขา อุ๊บ”
       “ไม่ต้องเถียง ขี้เกียจฟัง”
       คีรินทร์ดันหน้าภัททิมา ภัททิมาทำเสียงอู้อี้ๆ คีรินทร์ผละออกแล้วเดินออกจากห้องไป ภัททิมามองตามแล้วยิ้มเยาะ ลอยหน้าลอยตาอย่างไม่มีสลด
       “คิดว่าผมเป็นตัวอะไร ฮะฮะฮะ ก็ตัวโง่ไงยะ โง่แต่รวยอย่างเงี้ยแหละ ช้อบชอบ”
       ภัททิมามองตามไล่หลัง ยิ้มคนเดียวอย่างมาดหมาย
        
       ขณะนั้นมณีนั่งดูเพชรกับรัตนาอย่างมีความสุข เขมทัตกับคีรินทร์นั่งอยู่ด้วย
       “แหม ยังดีที่ได้คืนมาครบ ของสวยๆ ดีๆ ทั้งนั้น”
       “เรื่องไข่มุกว่ายังไง พอนึกออกมั้ยว่าจะไปไหนกัน” คีรินทร์ส่ายหน้า
       “ยังไม่รู้เลยครับ ตอนนี้ผมยังงงๆ ไม่รู้จะเริ่มตามหาเขาจากตรงไหน”
       มณียกสร้อยเพชรส่อง พูดลอยๆ
       “เฮ้อ ไม่เข้าใจเล้ยยย ว่าช่วยนังยักษ์นั่นไปได้ไง ตอนโดนจับ นุชนารถร้ายใส่สารพัด พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย”
       คีรินทร์กับเขมทัตนิ่งคิด ชลลดากับภัททิมาเดินเข้ามาในห้อง ฉีกยิ้มประจบ ชลลดาเห็นทองที่ตักมณีก็ตาโต มณีทำไม่สนใจ
       “สวยมั้ยหนูนา กล่องนี้ไว้หนูโตแม่จะให้นะ ส่วนอีกกล่องกะว่าจะให้แฟนพี่รินทร์เขา”
       “แฟนพี่รินทร์ อ๋อ พี่ไข่มุกใช่มั้ยคะ”
       มณีพยักหน้า เหลือบตามองชลลดา
       “ใช่สิจ๊ะ ส่วนนังคนอื่นอย่าคิดมาแหยม”
       ชลลดาปราดเข้ามาที่ทอง ทำท่าจะหยิบของในหีบ มณีปิดหีบจนเกือบหนีบมือชลลดา ชลลดาชักมือหนีแทบไม่ทัน
       “อุ๊ย หวงจัง จะหวงไปไหนคะ ยังไงแต่งแล้วก็เป็นของลูกไก่ จับนิดจับหน่อยไม่เสียหายหรอกค่า”
       “หยุด คดีล่าสุดชั้นยังไม่ได้คิดนะยะ ใครให้ลูกชายแต่งกับยายลูกแร้งของหล่อนก็บ้าแล้ว ร้ายทั้งแม่ทั้งลูก ไม่รู้อะไรส่งมาเกิด รอให้ชั้นหายเหนื่อยก่อน แล้วชั้นจะแฉความร้ายให้หมดไส้หมดพุง ถึงชั้นจะแก่แต่ความจำดี ใครทำอะไรไว้ไม่มีลืม”
       ภัททิมาหน้าเสีย แต่ก็ผละออกไปเกาะแขนคีรินทร์
        “รินทร์ขา”
       มณีพูดแทรกเสียงดัง
       “รินทร์ จำเอาไว้ ผู้หญิงสะตอมาทั้งต้น อย่าเอาทำเมียเด็ดขาด”
       “อุ๊ย ลูกไก่ไม่กินสะตอ รอดตัวไป” ภัททิมายิ้มลอยหน้า “คุณแม่หงุดหงิดแล้วมาลงกับหนูอะ รินทร์ขา เราไปกันเหอะ”
       ภัททิมากอดคีรินทร์ คีรินทร์เบี่ยงออกอย่างหงุดหงิด ภัททิมาเข้าไปจะกอดอีก คีรินทร์เบี่ยงตัวหลบ กลายเป็นภัททิมาเซไปกอดเขมทัตแทน
       “ว้าย รินทร์อ้ะ หลบทำไม” ภัททิมาผละออกจากเขมทัต
       “เรื่องไข่มุกแม่ไม่ต้องห่วง ยังไงผมก็จะตามเมียกับลูกกลับมาให้ได้”
      
       คีรินทร์เดินออกไปนอกห้องนั่งเล่น มณียิ้มเยาะชลลดา ชลลดากับภัททิมามองหน้ากันอย่างคิดหนัก
ตอนที่ 18
      
       นุชนารถนั่งอ่านหนังสืออยู่นอกชาน เสียงแตรถูกบีบดังขึ้น นุชนารถลุกขึ้นอย่างขัดใจมองตรงไปข้างหน้า แววตาแปลกใจเมื่อเห็นไข่มุกเข็นรถส้มตำพร้อมของสดเต็มรถ ยืนบีบแตรอยู่หน้าบ้าน ไข่มุกยิ้มให้นุชนารถแล้วบีบแตรล้อ
      
       “หยุด หยุดบีบนะ เอารถขายส้มตำมาทำไม”
       “ก็จะมาขายส้มตำไงคะ มาช่วยขนของเร็ว จะได้หมักไก่ เตรียมของหาเงินกัน”
       นุชนารถยืนนิ่ง ไข่มุกยักไหล่ ขนของรถลงจากรถเข็น เตรียมจะลงมือทำ นุชนารถเข้ามายืนเมียงมองใกล้ๆ
       “นี่เธอโง่หรือเซ่อ ตัวเองก็ท้องลูกของรินทร์ ทำไมต้องมาลำบากขายของแบบนี้”
       ไข่มุกวางมือ ถอนใจ
       “ระหว่างชั้นกับคุณคีรินทร์ จบแล้วค่ะ”
       ไข่มุกพูดแล้วก็รู้สึกใจหาย เสทำโน่นทำนี่ พยายามจะไม่ร้องไห้ออกมา นุชนารถมองหน้าเฉยอย่างไม่อยากเชื่อ
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องทำงาน สีหน้าใช้ความคิดเอามือเท้าคางอยู่ที่โต๊ะ คีรินทร์ถอนหายใจหนัก ลุกขึ้นไปยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง
       “ไปอยู่ที่ไหนกัน”
       คีรินทร์มองลงไปที่ข้างล่างตึก สีหน้าครุ่นคิดถึงอดีต
       ภาพในความทรงจำคีรินทร์ นุชนารถเดินจับมือกับคีรินทร์ในบ้าน เป็นบ้านแบบเก่ามีนอกชาน มองไปเห็นแม่น้ำ นุชนารถบอกอย่างอวดๆ
       “บ้านนี้ เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่นุชมี”
      
       คีรินทร์ในชุดสูท สวมแว่นกันแดดอย่างเท่ เดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านนุชนารถแล้วถอดแว่นออก คีรินทร์มองเข้าไปในบ้านแต่ไม่เห็นใครก็ชะเง้อชะแง้มอง เพื่อนบ้านหลังถัดมาเปิดประตูบ้านออกมา คีรินทร์เดินเข้าไปถาม
       “โทษนะครับ คนบ้านนี้ไปไหนกันหมด”
       “อ๋อ เค้าออกไปขายของกันตั้งแต่เช้ามืดแล้วคู้น”
       คีรินทร์ทำหน้างง
       “ขายของ ขายอะไร”
      
       ไข่มุกควงสากตำส้มตำรถเข็น ทำท่าโยนรับอย่างคล่องแคล่ว ลูกค้ายืนอออยู่เต็ม มีนุชนารถยืนอยู่ใกล้ๆ รถเข็น สวมผ้ากันเปื้อนทำหน้าบึ้ง
       “เข้าคิวจ้า ใครมาก่อนได้ก่อน ได้แซ่บทุกคนจ้า เอ้าพี่ อยากได้อะไรจดใส่กระดาษให้คนนู้นเลย” ชาวบ้านหยิบกระดาษมาจดจะส่งให้นุชนารถ นุชนารถถลึงตาใส่ ชาวบ้านหดมือหนีแทบไม่ทัน “ไก่ปิ้งสาม ตำปูสุดแซ่บได้แล้วจ้า ห้าสิบจ้ะ” ไข่มุกส่งถุงให้ลูกค้าแล้วรับเงินมาใส่ผ้ากันเปื้อน ไข่มุกหันหานุชนารถ พยักหน้าไปหน้าเตาไก่ “ดูเตาด้วยดิ เดี๋ยวไหม้หมด”
       “ดูแล้วย่ะ”
       นุชนารถถอนหายใจอย่างไม่พอใจแล้วไปยืนปิ้งไก่อย่างกระแทกกระทั้น ไข่มุกมองอย่างนึกขำแล้วหันมาตำต่อ
       ไข่มุกหยิบมะละกอใส่ครกตำอย่างคล่องแคล่วสลับกับโยกสากขึ้นฟ้าแล้วรับมาตำต่อ ชาวบ้านมองอย่างทึ่งจนเผลอตบมือ คีรินทร์เดินมาเห็นก็ร้องเรียกดีใจ
       “ไข่มุก” ไข่มุกกับนุชนารถชะงัก นุชนารถวิ่งออกไปหาคีรินทร์อย่างคิดถึงมาก คีรินทร์เบี่ยงตัวหลบ “อ่ะหือ กลิ่นไก่มาเป็นเล้า”
       นุชนารถชะงักอย่างเสียความมั่นใจ ก้มลงดมกลิ่นที่เสื้อ คีรินทร์เดินมาหาไข่มุกที่ยืนอึ้ง สบสายตากันแล้วคว้ามา กอดอย่างทั้งรักทั้งโกรธ
       “ปล่อย”
       “ไม่ปล่อย เดี๋ยวเธอหายไปอีก ทำไมต้องหนีชั้น ไม่รู้รึไงว่าทุกคนเขาเป็นห่วงแทบตาย ยัยตัวแสบเอ๊ย”
       ไข่มุกนิ่ง ยืนตัวแข็งให้คีรินทร์กอด นุชนารถหันมามองทั้งคู่ ตาขวางอย่างอิจฉาและหมั่นไส้มาก
      
       คีรินทร์ ไข่มุก นุชนารถนั่งอยู่กับพื้นนอกชานบ้าน คีรินทร์นั่งขัดสมาธิมองหน้าไข่มุกอย่างเอาเรื่องเต็มที่
       “คิดอะไรอยู่ คนเขาไปช่วยดีๆ ทำไมต้องหนี แล้วไหนจะเรื่องท้องลูกชั้น ทำไมไม่บอกกันสักคำ แล้วนี่เป็นไงมั่ง แพ้อยู่รึเปล่า”
       คีรินทร์จะจับท้อง ไข่มุกปัดออก
       “ไม่ค่อยแพ้แล้ว แต่ที่พูดมาน่ะ แน่ใจเหรอว่าลูกคุณจริง อาจจะเป็นลูกคนอื่นก็ได้”
       คีรินทร์มองตาขวาง
       “ลูกใคร” ไข่มุกนิ่งลุกขึ้นยืน คีรินทร์ลุกพรวด “บอกมาเลย พูดเดี๋ยวนี้ว่าเป็นลูกใคร ใช่ลูกผมใช่มั้ย”
       คีรินทร์จับแขนไข่มุก
       “ทำไมต้องถามคำนี้ ถ้าไม่เชื่อใจ ไม่ไว้ใจ ชั้นตอบอะไรไปคุณก็ไม่เชื่อหรอก” ไข่มุกสะบัดแขนออก
      
       “ก็บอกมาก่อนสิ แล้วจะคิดว่าเชื่อดีมั้ย สรุปว่าลูกใคร” ไข่มุกนิ่งไม่ตอบ “อย่ามากวน ลูกใคร ลูกผมใช่มั้ย”


  


       นุชนารถที่นั่งอยู่กับพื้นมองซ้ายขวาอย่างหมั่นไส้ที่ไม่มีใครสนใจเธอเลย ไข่มุกยักไหล่
      
       “ก็ไม่แน่ รอดูหน้าแล้วกัน”
       “นี่เธอ”
       คีรินทร์โมโหจี๊ด ทำท่าจะเข้าไปจับไข่มุกมาเขย่าตัว ไข่มุกทำหลบ มองคีรินทร์อย่างจงใจกวน
        “จะทำอะไร ชั้นต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวนะ บอกไว้ก่อน”
       “เปล่า ชั้นไม่เคยทำร้ายผู้หญิง แต่จะจับจูบให้รู้สำนึก” คีรินทร์ทำท่าจะเข้าไปหาไข่มุก นุชนารถลุกขึ้นแล้วกระโจนขึ้นหลังคีรินทร์ ออกแรงทุบหลังกรี๊ดลั่น “โอ๊ยๆๆ นุช หยุดนะ”
       “ไอ้ผู้ชายเฮงซวย กะล่อน เจ้าชู้ หลายใจ มักมาก สำส่อน ไอ้เลว ชั่ว หลอกผู้หญิง”
       “เฮ้ย เยอะเกิน พอทีนุช โอ๊ย”
       นุชนารถใช้แขนรัดคอคีรินทร์จนตาเหลือก คีรินทร์มองไปทางไข่มุกทำท่าคว้ามือจะให้ช่วย ไข่มุกมองนิ่งแล้วเมิน กระเถิบตัวหนี
       “โดนซะมั่งก็ดี”
       “แกหลอกชั้น ไอ้ผู้ชายบ้ากาม หื่นแตกไปทั่ว ไม่รู้จักพอ”
       คีรินทร์เหวี่ยงนุชนารถไปมา นุชนารถไม่ยอมแพ้เกาะหลังแน่น คีรินทร์เซล้มไปกองทั้งคู่ มือนุชนารถหลุดออก คีรินทร์กระเถิบหนีแล้วชี้หน้านุชนารถ
       “หยุดบ้าเลยนะ จะฆ่าผมรึไง”
       นุชนารถมองคีรินทร์แล้วร้องไห้โฮ คลานเข้าไปกอดขาคีรินทร์ สะอึกสะอื้น
        “ที่เป็นบ้าก็เพราะคุณ ชั้นรักคุณนะคะริน ทำไมถึงทิ้งกัน นุชมีแค่คุณ ไม่เหลืออะไรแล้ว ฮือออ นุชไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณถึงไม่รักเลย ตอบสิคะ ตอบสิ ฮือออ เจ็บรึเปล่า นุชขอโทษ”
       คีรินทร์อึ้ง มองนุชนารถอย่างรู้สึกผิด ค่อยๆ นั่งลงโอบนุชนารถไว้ นุชนารถกอดคีรินทร์แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น
       ไข่มุกมองอย่างขมขื่นและเจ็บปวด ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านอย่างเข้าใจความขมขื่นของนุชนารถ
      
       ไข่มุกหยิบเงินที่ได้จากการขายส้มตำขึ้นมานับ
       “ร้อย สองร้อย สาม สี่ ...เจ็ดร้อยห้าสิบ สอง สาม “
       คีรินทร์เดินมามอง
       “ขายทั้งวันได้ไม่ถึงพัน คงรวยตายแหละ นี่ได้กำไรกี่บาทกันเชียว”
       ไข่มุกยัดเงินเก็บ หันมาค้อน
       “ก็พออยู่ได้ ไม่ขาดทุนแล้วกัน หลบหน่อย”
       ไข่มุกแกล้งเอาศอกกระแทก หยิบพริก ติดไฟเอาลงไปคั่ว
        “ทำไมไม่ซื้อเขาล่ะ คั่วเองทำไมให้เหนื่อย ร้อนเปล่าๆ”
       “คั่วใหม่ๆ ดีกว่า หอมกว่า ประหยัดกว่าด้วย”
       ไข่มุกแกล้งเคาะตะหลิวให้ควันขึ้น คีรินทร์จามเสียงดัง ไข่มุกแอบยิ้มสะใจ คีรินทร์ทนไม่ไหวจึงปิดแก๊สเข้าให้
       “พอเลย ฟุ้งทั่วบ้าน ฮัดเช้ย แกล้งชั้นเหรอ” คีรินทร์มองสบตาไข่มุก “เธอไม่คิดจะกลับไปหาคุณจินจูเหรอ เขาเป็นห่วงเธอมากรู้มั้ย”
       ไข่มุกนิ่งอึ้งไป แล้วหันหลังไปเปิดแก๊สคั่วพริกต่อ ทำท่าไม่สนใจ คีรินทร์ชักฉุน ดึงมือไข่มุกที่ถือกระทะแล้วปิดแก๊สอีกรอบ
       “หูหนวกเหรอ ไม่ได้ยินหรือไง”
       ไข่มุกทำหน้านิ่ง
       “ได้ยิน แต่ไม่ว่างฟัง”
       “ไม่ว่างก็ต้องฟัง กลับไปวันนี้เลย ไม่ต้องทำแล้วไอ้งานบ้าบอแบบนี้”
       ไข่มุกชะงัก เอาตะหลิวเคาะพริกในกระทะให้ฟุ้ง คีรินทร์จามฮัดเช้ยๆ ผสมไอ จนต้องปล่อยมือ ไข่มุกวางกระทะ เท้าเอวมองคีรินทร์
       “งานบ้าบอของคุณนี่แหละ ที่เลี้ยงชั้นมาจนโตป่านนี้ อย่ามาดูถูก” คีรินทร์จามไปชี้หน้าไข่มุกไปเพราะพูดไม่ออก ได้แต่จามติดๆ กัน “คุณเองก็เถอะ ที่คุณนุชเป็นแบบนี้ก็เพราะเขารักคุณ รักมากเกินไปจนทำร้ายตัวเอง”
       “รู้แล้วน่า ไม่ต้องย้ำให้มาก เออ ชั้นมันเลว พอใจยัง ฮัดเช้ยๆ”
      
       ไข่มุกมองคีรินทร์แล้วส่ายหน้าแบบปลงๆ คีรินทร์ไอพลางมองไข่มุกพลางอย่างเคืองๆ

      ชลลดากับภัททิมานั่งกินข้าวสบายอารมณ์ บนโต๊ะมีไก่ย่าง ปลาทอด แกงหลายอย่าง ทั้งสองคนตักกันชิมอย่างสนุกสนาน มณีเดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมช้อย ในมือมีถาดคนละใบ ช้อยเป็นถาดเปล่า มณีเป็นถาดมีจานฝาครอบ มองสองแม่ลูก ชลลดาเอื้อมมือจะตักไก่ย่าง มณีดึงจานมาถือ
       “อ้าว คุณพี่มณี ทานด้วยกันนะคะ”
       มณีมองเมิน หันไปสั่งช้อย
       “ช้อย จัดการ”
       “รับทราบค่ะ”
       ช้อยยกจานกับข้าวใส่ถาด เก็บของบนโต๊ะ ภัททิมาที่ทำท่าจะตักแกงก็ถูกดึงถ้วยออก ถือช้อนค้าง
       “หนูยังกินอยู่นะ จะเอาไปไหน”
       “ทำอะไรกัน ช้อย วางลงเดี๋ยวนี้ ชั้นยังทานไม่เสร็จ”
       มณีวางถาดในมือกระแทกโต๊ะ
       “ของพวกหล่อน กินนี่ไปแทนแล้วกัน”
       ชลลดาเปิดฝาครอบออก เห็นปลาเค็มแห้งๆ หนึ่งตัว มณีมองเยาะเย้ย
       “ถ้าไม่ไป ก็ห้ามล้างผลาญ ตัวเดียวแบ่งกันกินสองคน ค่าข้าวไม่คิด ถือว่าทำทานให้แร้งให้กา”
       “คุณพี่จะใจร้ายกับเรามากไปแล้วนะคะ”
       “ไม่ต้องมาคุณพี่ ตอนโดนจับเรียกทั้งนังแก่ นังเหี่ยว ชั้นจำได้นะยะ ฮึ แหลทั้งแม่ทั้งลูก ถ้าชั้นไล่หล่อนสองคนออกจากบ้านไม่ได้ ไม่ต้องมาเรียกว่าคุณมณี”
       มณีกับช้อยมองชลลดากับภัททิมาอย่างเป็นต่อ สองแม่ลูกมองมณีอย่างเจ็บใจมาก
      
       คืนนั้นที่บ้านนุชนารถ คีรินทร์ ไข่มุก นุชนารถนั่งล้อมวงกินข้าวกัน นุชนารถตักกับข้าวให้คีรินทร์อย่างเอาใจ สีหน้ามีความสุขมาก
       “ทานเยอะๆ นะคะ”
       คีรินทร์วางช้อน มองทั้งสองคน
       “แล้วจะเอาไงต่อ”
       “ยังไม่รู้เลยค่ะ แต่นุชไม่อยากติดคุก”
       คีรินทร์พยักหน้าเข้าใจ
       “ผมจะลองพูดกับทางตำรวจ ให้กันตัวคุณเป็นพยาน บอกว่าวัฒหลอกคุณ จะได้เล่นงานไอ้วัฒได้เต็มที่” ไข่มุกชะงัก
       “แล้ววัฒนาเป็นไงบ้าง เห็นตอนเขาโดนยิง”
       “ใช่ โดนยิงตาย แต่ศพหายไป ไม่รู้ใครมันมาแอบเอาไป”
       นุชนารถชะงัก
       “ใครจะเอาศพไป ไม่ใช่ชั้นนะ ชั้นไม่เกี่ยว”
       คีรินทร์ถอนใจยาว
       “เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ คืออยากให้คุณทั้งสองคน กลับบ้านด้วยกัน ได้ไหม”
       คีรินทร์ส่งสายตาไปหานุชนารถ นุชนารถมองตอบอย่างลังเลอยากจะกลับ คีรินทร์มองไปทางไข่มุก ไข่มุกเม้มปากแน่น
       “คุณนุชจะกลับก็ไปเถอะ ชั้นไม่กลับ เดี๋ยวชั้นจะไปเช่าบ้านใกล้ๆ ตลาดอยู่”
       “จะอยู่คนเดียวได้ไง ติงต๊องเหรอ ท้องจะโตด้วย”
       “โตก็อยู่ได้ คุณสิติงต๊อง”
      
       “ไม่ได้ เธอต้องกลับไปกับชั้น”
       ไข่มุกจ้องหน้าคีรินทร์
      
       “ดูปากนะ ชั้น-ไม่-กลับ”
       คีรินทร์เริ่มโมโห
       “ชั้นบอกให้กลับก็กลับสิ อย่านึกว่าท้องแล้วชั้นจะใจอ่อนนะ”
       “ชั้นบอกว่าไม่กลับก็คือไม่ ไม่ต้องมาขู่ด้วย”
       นุชนารถนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างงงๆ แววตาอ่อนใจปนอิจฉา กำช้อนในมือแน่น
        “จะไม่กลับแน่ๆ ใช่มั้ย”
       ไข่มุกเชิดหน้า
       “ใช่”
       “ถ้าเธอไม่กลับ ชั้นจะมาอยู่ที่นี่ด้วย”
       ไข่มุกเหวอ อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง
       “จริงเหรอคะรินทร์ นุชดีใจที่สุดเลย”
       นุชนารถกอดแขนคีรินทร์ซบอย่างดีใจ คีรินทร์สบตาไข่มุกอย่างท้าทาย
      
       กลุ่มชาวบ้านรุมล้อมส่งเสียงฮือฮา ขณะที่คีรินทร์ใส่ผ้ากันเปื้อนยืนคู่ไข่มุก มีครกคนละอัน นุชนารถยืนหน้านิ่งปิ้งไก่อยู่ ไข่มุกหยิบกระเทียมพริกใส่ คีรินทร์หยิบตาม ไข่มุกหั่นมะเขือเทศบนปากครก หักถั่วใส่ คีรินทร์หยิบมะเขือเทศทั้งลูกลงครก หักถั่วใส่ มองไปทำไปเก้ๆ กังๆ ไข่มุกหยิบมะละกอ ปรุงรส ใส่ปลาร้า คีรินทร์ทำตามหยิบอย่างลุกลี้ลุกลนไม่ค่อยถนัด ไข่มุกหยิบสากขึ้นมาควงอย่างมืออาชีพแล้วหันไปหาคีรินทร์ยักคิ้วใส่ คีรินทร์ควงบ้างแต่ทำสากหลุดมือหล่นที่พื้น คีรินทร์รีบเอาจุ่มน้ำล้างแล้วเอามาตำต่ออย่างไว้ฟอร์ม นุชนารถยื่นถุงให้ลูกค้า รับเงินมา แต่สายตามองทั้งสองคนไม่วางตา
       “แหมม ล้อหล่อ คนอะไร ตำส้มตำยังหล่อ”
       คีรินทร์ยิ้มโปรยเสน่ห์
       “หล่อก็ซื้อเยอะๆ สิ เอาอะไรดี สั่งได้เดี๋ยวจัดให้”
       “เอาตำปลาร้าแซ่บๆ กับลาบไก่ แล้วเอาพ่อค้าใส่ถุงด้วยได้มั้ยจ๊ะ”
       “อย่างหลังแพงนะ แต่รับประกันว่าแซ่บเว่อร์”
       สาวๆ ที่มารุมมองคีรินทร์กรี๊ดกร๊าดอย่างถูกใจ ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างขำๆ ปนหมั่นไส้ นุชนารถถลึงตาใส่ลูกค้าจนถอยกรูด เสียงนกหวีดดังขึ้นหลายๆ ครั้ง ไข่มุกตาโตอย่างตกใจ
       “มุงอะไรกัน บอกแล้วไงว่าทางเท้าห้ามขาย”
       ไข่มุกรีบเก็บของใส่ นุชนารถทำท่างงๆ ไม่ได้ช่วยอะไร คีรินทร์ก็ถือครกกับสากทำหน้างงใหญ่
       “เก็บทำไม กำลังขายดี”
       ไข่มุกฉวยครกคีรินทร์มาเก็บ
       “รีบเข้าเหอะ มาโน่นแล้ว ไปก่อนนะพ่อแม่พี่น้อง ไว้มาอุดหนุนใหม่นะจ๊ะ”
       “เดี๋ยว เดี๋ยวสิ”
       ไข่มุกไม่ฟัง เข็นรถเข็นวิ่งไป คีรินทร์ถือสากค้างมองอย่างงงมาก เทศกิจวิ่งเข้ามาใกล้คีรินทร์
        “จับเลย โน่นไงคนขาย”
       “เฮ้ย”
       คีรินทร์โยนสากในมือทิ้ง แล้ววิ่งแน่บตามรถไข่มุกไป
      
       คีรินทร์วิ่งตามหลังไข่มุกที่วิ่งเข็นรถเข็น คีรินทร์วิ่งไปก็ทำหน้านึกได้ ดึงไข่มุกให้หยุด
        “อะไรล่ะ วิ่งสิ”
       “วิ่งได้ไง ลูกชั้นในพุงเธอหัวสั่นหัวคลอนหมดแล้ว หยุดเลย เอามานี่ เข็นเอง”
       “นี่ไง หลบอยู่นี่”
       คีรินทร์กับไข่มุกหันไปเห็นเทศกิจอยู่ไกลๆ คีรินทร์จับรถเข็นวิ่ง ไข่มุกวิ่งตามเข้าไปในซอยหลังตลาดที่มีของสุมอยู่
        “บอกว่าห้ามวิ่งไง”
       “ไม่วิ่งก็โดนจับสิ”
       “หาที่หลบไป เดี๋ยวที่เหลือจัดการเอง” ไข่มุกมองอย่างไม่เชื่อ “ไปดิ”
       ไข่มุกพยักหน้าแล้ววิ่งเข้าซอกตึก เห็นเข่งผักใหญ่อยู่ก็เอามาครอบตัว แต่ก็ตะโกนสั่งทิ้งท้ายไว้
       “เลี้ยวซ้ายสุดซอย แล้วก็อีกสองขวาออกถนนใหญ่นะ”
       คีรินทร์ยักคิ้ว ทำท่าเลี้ยวขวา
       “นั่นมันขวา โอ๊ย เวรกรรม จะรอดมั้ยเนี่ย”
      
       ไข่มุกแอบอยู่ในเข่งมองเห็นคีรินทร์เข็นรถเข็นเก้ๆ กังๆ ตีวงกว้างแทบจะหมุน เลี้ยวไปในอีกซอย มีเทศกิจสองสามคนวิ่งตามไป ไข่มุกเปิดเข่งออก มองตามอย่างไม่แน่ใจว่าคีรินทร์จะรอดมั้ย
      
      คีรินทร์วิ่งแน่บของตกหล่นเป็นทาง หักเลี้ยวซ้ายขวา เข้าออกซอยอย่างไม่ถนัด
       “เฮ้ย หยุด บอกให้หยุดไง”
       คีรินทร์หันหลังไปมองหน้าเหวอรีบเข็นจนเตาไก่ย่างไฟลุก คีรินทร์มองอย่างตกใจมาก หันซ้ายหันขวาจอด คีรินทร์หลับหูหลับตาเป่าไฟให้ดับ ไฟก็ยิ่งลุก เทศกิจวิ่งมาจะถึงตัว คีรินทร์หน้าเหวอ เข็นรถเข็นไปวิ่งไปเป่าเตาไก่ย่างไป คีรินทร์วิ่งเข้าซอยมีสองทางแยก คีรินทร์เลี้ยวอีกทาง เทศกิจเลี้ยวอีกทาง คีรินทร์ย้อนกลับมามองตามอย่างคิดว่ารอดแล้ว ทำท่าทะเล้นๆ​
       “อ่ะโด่ ก็แค่เนี้ย จิ๊บๆ”
       คีรินทร์เป่าไฟดับแล้วเดินเข็นออกมา ผิวปาก ออกมาหน้าซอยเจอเทศกิจยืนกอดอกยิ้มยิงฟัน คีรินทร์สะดุ้งเฮือกหน้าเหวออย่างทำอะไรไม่ถูก
        
       ไข่มุกกับคีรินทร์นั่งอยู่หน้าเทศกิจ ไข่มุกนับเงินจ่ายให้ มีแม่ค้าคนอื่นๆ เข้าแถวต่อ คีรินทร์ทำหน้าสลด
       “แล้วทีหลังอย่าตั้งเกะกะอีกล่ะ มือใหม่หัดหนี จะสู้เทศกิจมือเก๋าได้ไง เอ้า คนถัดไป”
       คีรินทร์ทำท่าจะบ่นเทศกิจ ไข่มุกดึงเสื้อให้ออกมา
       ​“ไงล่ะ มาขายวันแรกก็โดนจับเลย ชั้นทำตั้งนาน หนีรอดมาตั้งหลายครั้ง เฮ้อ เสียชื่อหมด เตาไก่ก็ไหม้ ทุนหายกำไรหด”
       “อย่าบ่นนักเลยน่า อืม แต่ก็สนุกดี ชั้นมีแววเป็นพ่อค้ามั่งมั้ย”
       “แววดับน่ะสิ คุณไม่เหมาะหรอก กลับไปทำโรงแรมเหมือนเดิมแหละดีแล้ว”
       คีรินทร์กอดอก ทำปากยื่น
       “ไม่ คนอย่างนายคีรินทร์ จะทำอะไรต้องทำให้ได้ คอยดูแล้วกันว่าชั้นต้องตำส้มตำเก่งกว่าเธอแน่”
       ไข่มุกเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อ​
       “อ๋อเหรอ”
       “อย่ามากวน ไม่เชื่อ”
       “สภาพนี้ใครจะเชื่อลง สงสัยต้องเก็บตังค์ เตรียมซื้อทั้งรถ ทั้งเตา ทั้งครก ใหม่หมดยกเซต เจ๊งก่อนรวยแหง”
       ไข่มุกพูดแล้วเข็นรถเดินนำไป คีรินทร์มองตามอย่างสุดแสนรักและหมั่นไส้
        
       ไข่มุกเดินออกมาเอาผ้าเช็ดตัวเช็ดผมใส่ชุดเตรียมนอน นุชนารถในชุดนอนเซ็กซี่มายืนดักขวางทาง
       ​“คืนนี้ชั้นจะนอนในห้องกับรินทร์”
       ไข่มุกมองอย่างเห็นใจ ตาเศร้า​
       “แล้วจะให้ชั้นไปนอนไหนคะ”
       นุชนารถบุ้ยใบ้ไปข้างนอก​
       “เธอนอนนอกชานแล้วกัน มียุงนิดหน่อย ทนๆ เอานะ”
       ไข่มุกมองแล้วพยักหน้า​
       “ตามใจแล้วกัน”
       “ขอบใจมากนะที่ยอมเข้าใจ ชั้นสัญญาว่าจะดูแลสามีของชั้น เอ้อ ของเรา ให้ดีเลยล่ะ”
       นุชนารถยิ้มแล้วมองไข่มุกอย่างสมใจ เดินออกไปอีกด้าน ไข่มุกมองตามอย่างเศร้านิดๆ
        
       นุชนารถเดินออกมานอกชาน มีไข่มุกเดินตามหลังมา นุชนารถยิ้มกระหยิ่ม
       “รินทร์ขา เราไป รินทร์”
       นุชนารถชะงักเมื่อเห็นคีรินทร์นอนแผ่กรนอย่างหมดท่า หลับสนิทด้วยความเหนื่อย ไข่มุกมองคีรินทร์ส่ายหน้ายิ้มนิดๆ แววตาสงสารหน่อยๆ  นุชนารถถลาเข้าไปเขย่า
       ​“รินทร์ ตื่นสิ มานอนนี่ได้ไง ไปนอนในห้องนะ”
       คีรินทร์ปัดมือออก ท่าทางงัวเงีย นุชนารถจับไหล่เขย่า
       ​“ตื่นได้แล้ว จะเหนื่อยอะไรนักหนา รินทร์ อย่าทำหลับนะ” คีรินทร์พลิกตัวหนี หันหลังให้ “นี่ จะหันหนีชั้นทำไม จะนอนให้ยุงหามเหรอ ตื่นสิ ตื่น ชั้นบอกให้ตื่นไง” นุชนารถเขย่าอีกสองสามครั้งก็ผลักคีรินทร์ออกอย่างหมดความอดทน ตวัดตามองไข่มุก “คนอะไร ขี้เซาชะมัด เธอดูแลไปแล้วกัน หงุดหงิด ฮึ่ม”
       นุชนารถเดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูดังปัง คีรินทร์นอนตะแคงหลับกรนดัง ไข่มุกมองอย่างสงสารปนทึ่งๆ ไข่มุกคลุมผ้าห่มให้แล้วค่อยๆ นอนลงข้างๆ คีรินทร์พลิกตัวกลับมากอดทันที ไข่มุกตีเพี้ยะ
       “แกล้งหลับเหรอ นี่ ปล่อยนะ”
       “ไม่ได้แกล้ง แต่หลับจริงๆ เหนื่อยมาก ขอกอดเอาแรงหน่อยนะ” คีรินทร์บอกเสียงงัวเงีย ไข่มุกดิ้น คีรินทร์ก่ายขาทับ “นิดเดียวเอง อย่าทำงกดิ” ไข่มุกนอนนิ่งให้กอด คีรินทร์กอดนิ่งแล้วลืมตามอง “ชั้นถามเธอตรงๆ นะ  ในพุงเธอน่ะ ลูกชั้นใช่มั้ย”
       ไข่มุกตัวแข็ง ลุกขึ้นนั่งมองคีรินทร์อย่างเย็นชา
       ​“ทำไมยังถามอีก”
       ​“ก็รู้อยู่แล้วล่ะ แต่อยากได้ยินจากเธอตรงๆ” ไข่มุกมองตาเขียว คีรินทร์ตบปากตัวเอง “ขอโทษคร้าบ ปากเสีย ปากไม่รักดี ถามทำไมก็ไม่รู้ ปากหมา ปากแมว นี่แน่ะ ตีซะให้เข็ด”


  


       คีรินทร์ตบปากตัวเองเบาๆ​
       “เบาไปมั้ง มา ชั้นช่วย”
       ไข่มุกทำท่าจะฟาดปากคีรินทร์ คีรินทร์ฉวยมือดึงลงมากอด ไข่มุกทำท่าจะถอง คีรินทร์ยิ่งกอดแน่นหอมแก้มไข่มุกซ้ายขวา​
       “เอาปากตบก็ได้นะ ของชอบ”
       ไข่มุกถลึงตาใส่ คีรินทร์ยิ้มหวานอย่างเจ้าเล่ห์ปนทะเล้น แล้วหอมแก้มไข่มุกซ้ำอีก
        
       คืนเดียวกันั้นที่ล็อบบี้โรงแรม จินจูนั่งอยู่กับคธา ใบหน้าเศร้าสร้อย แทยอนเดินเข้ามาจากด้านหลัง จินจูหันไปเห็น
       “ทำไมมาก่อนกำหนดคะ นึกว่าจะอยู่ที่เกาหลีจนสิ้นเดือน”
       “เป็นห่วง ไข่มุกเป็นยังไงบ้าง”
       “ยังตามไม่เจอเลย”
       จินจูหน้าเศร้า
       “ลูกหนีชั้นอีกแล้ว ต้องทำยังไง ลูกถึงจะยกโทษให้ชั้น พี่แทยอนชั้นไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว”
       แทยอนวางมือบนไหล่จินจู
       “เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะชั้น ชั้นจะเป็นคนจัดการแก้ไขเอง เธอไม่ต้องห่วง ไข่มุกจะต้องกลับมาแน่”
       แทยอนมองจินจูอย่างมั่นคงและอยากให้เชื่อมั่น คธากับจินจูมองอย่างนึกสงสัยว่าแทยอนจะทำอะไร
        
       วันต่อมา คีรินทร์นั่งฮัมเพลงอยู่ในห้องทำงาน หมุนปากกา ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ คธาเปิดประตูเข้ามา คีรินทร์ยกขาลงแต่ยังนั่งสบายๆ เหมือนเดิม​
       “คุณรินทร์ได้ข่าวไข่มุกบ้างยังครับ”
       “ก็ไม่มีนะครับ”
       “วัฒนาไม่ติดต่อมาบ้างเหรอ”
       คีรินทร์ควงปากกาเล่น
       “ไม่มีเหมือนกัน ไอ้วัฒคงตายไปแล้วมั้งครับ”
       คธานิ่งมองอย่างสงสัย เขม้นมองสังเกตคีรินทร์ที่ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนใจ คีรินทร์ทำท่านึกได้ กระแอม ทำเสียงพูดเป็นการเป็นงาน​
       “ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะรีบบอกครับ”
       เขมทัตเปิดประตู เดินมาหาคีรินทร์  ก้มหัวทักทายคธาแล้วตบบ่าคีรินทร์
       “หายหน้าหายตาไปเลยนะ พ่อว่าเหมือนไม่ค่อยเห็นเราที่โรงแรม บ้านช่องก็ไม่กลับ” คีรินทร์อึกอัก​
       “ก็ ไปคุยกับลูกค้า บางทีก็ไปเลี้ยงเลิกดึก นอนคอนโดดีกว่าขี้เกียจขับรถ”
       “ให้มันแน่นา ไม่ใช่ว่าไปติดสาวที่ไหน อย่าลืมว่ามีเมียมีลูกแล้ว”
       “โหย ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปติดคร้าบ”
       “ประวัติเยอะอย่างเรา ใครเขาจะเชื่อ”
       “เชื่อเหอะครับ คราวนี้ผมกลับตัวแล้วแน่นอน คอนเฟิร์ม”
       คีรินทร์ยักคิ้วใส่ เขมทัตมองแบบไม่ค่อยเชื่อ คธาลอบมองคีรินทร์อย่างสังเกตปนสงสัย
        
       มณียืนอยู่ในห้องนอนชลลดา ชี้นิ้วสั่งช้อยให้เก็บของ
       ​“ทีวี ตู้เย็นเล็ก โคมไฟ โทรศัพท์ เอาออกไปให้หมด” มณี หันไปสั่งสาวรับใช้อีกคน “เครื่องอำนวยความสะดวก
       ทั้งหลาย อย่าให้เหลือสักชิ้นนะ”
       ชลลดากับภัททิมาเห็นสาวใช้ถือของเดินออกไปก็แทบกรี๊ด มองไปรอบห้องที่แทบไม่เหลืออะไรแล้วก็หน้าเหวอ
       “คุณแม่มณี จะจัดห้องใหม่เหรอคะ แล้วเอาของไปไหนหมดคะ”
       มณีทำเชิ่ด  ช้อยเดินหอบของใช้ในห้องน้ำออกมา
       ​“สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน โลชั่น ทิชชู เอามาหมดแล้วฮ่ะ”
       “จะเอาของชั้นไปไหน”
       ชลลดาปราดเข้าไปจะแย่ง มณีเข้าขวาง
       “กล้าพูดว่าของเธอนะยะ ของทั้งหมดน่ะเงินชั้น ชั้นใหญ่สุดในบ้าน มีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้”
       “คุณพี่เล่นขนไปทั้งหมดแบบนี้ ชลกับลูกจะนอนยังไงล่ะคะ” มณียิ้มเยาะ
       “เรื่องของเธอ ชั้นไม่เกี่ยว ไปช้อย พวกครีมนี่ชั้นให้เอาไปแจกเด็กๆ”
       “ค่า ฮุ้ย ของดี น่าใช้ทั้งน้าน”
       “ครีมของลูกไก่เพิ่งซื้อมานะคะ เอามานะป้า ของดีๆ แพงๆ อย่างงี้ใช้กันไม่เป็นหรอก”
       ภัททิมาแย่งของกับช้อย สุดท้ายภัททิมาเอาไปได้ รีบเอาไปกอดอย่างหวง มณีหันมองภัททิมา​

      มณีเดินออกถึงหน้าห้องแล้วคว้ารีโมทแอร์ไปด้วย มณีมองกลับมาที่สองแม่ลูกอย่างเยาะเย้ยสุดฤทธิ์ ชลลดาโกรธจนแทบเต้น​
      
       “หนอย นังแก่ปลาร้าค้างปี ได้ทีเอาใหญ่ ทีนี้จะเอาไงดีลูกไก่ คีรินทร์ก็เหลวเป๋ว ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว โอ้ยยย ชั้นแค้นจนไมเกรนจะกิน”
       ภัททิมาทำหน้างงๆ มองเลยไปในห้องที่มีกรอบรูปเขมทัตกับมณีตั้งอยู่ แล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าแผนการ
       “หนูชวดคุณรินทร์ แต่เรายังมีลุงเขมไงคะ คุณแม่ต้องเอาคืนแทนลูกไก่ด้วยนะ”
       ชลลดายิ้มร้าย พยักหน้าหมายมั่น
       “ฉลาดเริ่ดค่ะลูก หึ คราวนี้ยัยไดโนเสาร์หนังเหี่ยวได้เต้นแน่”
        
       คีรินทร์เดินควงกุญแจรถผิวปากมาไขกุญแจแล้วขับออกไป คธากับจินจูนั่งอยู่ในรถ มองไปทางคีรินทร์ แล้วขับรถตามไปห่างๆ
       คีรินทร์ขับรถมาจอดหน้าบ้านนุชนารถแล้วเดินออกจากรถ มีรถอีกคันตามมาจอดนอกรั้วซึ่งก็คือรถของคธากับจินจู จินจูกับคธาเดินลงมาจากรถ จินจูมองเข้าไปในบ้าน ท่าทางมาดมั่นแกมตั้งความหวัง
       “ไข่มุกต้องอยู่ที่นี่แน่”
       คธามองตามเข้าในบ้าน สีหน้ากังวลนิดๆ
        
       ไข่มุกกำลังล้างผักอยู่ในกะละมัง คีรินทร์เดินมานั่งลงที่ม้านั่งเล็กใกล้ๆ คีรินทร์พับแขนเสื้อทำท่าจะช่วยล้าง แต่นุชนารถปราดเข้ามาหา​
       “ทานน้ำก่อนนะคะ นุชทำน้ำลำไยของโปรดไว้ให้”
       “ผมช่วยไข่มุกล้างผักก่อน”
       นุชนารถตีหน้ายักษ์
       “ผักแค่นี้ แป๊บเดียวก็เสร็จ ไม่ต้องทำหรอก”
       คีรินทร์มองไข่มุก ไข่มุกทำท่าสะบัดมือไล่ คีรินทร์ถลึงตาใส่ ทำปากมุบมิบ ไข่มุกทำเบะปากยักไหล่ ถือผักสะบัดไล่ คีรินทร์ทำท่าจะเดินตามนุชนารถ ไข่มุกลุกยืนแล้วก้มยกกะละมังจะเอาไปเทน้ำ คีรินทร์ผละออกจากนุชนารถเข้าไปแย่งยกแทน​
       “ไม่รู้เหรอว่าคนท้องห้ามยกของหนัก”
       “ท้องไม่ใช่ง่อย แค่นี้ไม่หนักหรอก มานี่ เดี๋ยวยกให้ดู”
       ไข่มุกจะแย่ง คีรินทร์เดินตึงๆ เอากะละมังไปสาดน้ำโครม หันมาทำหน้าบึ้งใส่ไข่มุก นุชนารถมองคีรินทร์สลับไข่มุกอย่างโกรธที่คีรินทร์ไม่สนใจตัวเอง มือสองข้างกำแน่น
       “เกิดถือๆ แล้วลื่น ทำกะละมังกระแทกท้องขึ้นมาจะทำไง ลืมไปเหรอว่าท้อง”
       “นี่ ชั้นท้องชั้นต้องระวังอยู่แล้ว คนนะไม่ใช่ปลาทอง จะได้ความจำสั้นขนาดนั้น”
       คีรินทร์ชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง
       “เถียง ยังจะเถียงอีก”
       คีรินทำท่าจะเข้าไปขย้ำไข่มุกแล้วก็ชะงัก นุชนารถมองตามเห็นจินจูกับคธาก็ชะงักแล้วรีบวิ่งหลบเข้าไปในห้อง
       ไข่มุกมองคีรินทร์ชะงักแล้วทำท่างงมองซ้ายมองขวา​
       “เป็นอะไร”
       ไข่มุกหันหลับกลับไปดู เห็นเป็นจินจูกับคธาก็ตกใจ จินจูเดินเข้ามาใกล้แล้วสวมกอดไข่มุกอย่างคิดถึงมาก
       “หนูอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย” ไข่มุกอึ้งอย่างทำตัวไม่ถูก ท่าทางช็อคจนตัวแข็ง จินจูพูดแล้วน้ำตาหยด “แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน อย่าหนีแม่ไปอีกนะ”


  


       จินจู คธา คีรินทร์ ไข่มุกนั่งอยู่ด้านในบ้าน นุชนารถแอบอยู่หลังประตูมองดูคธากับจินจูอย่างระแวง จินจูเอื้อมมือจับมือไข่มุกที่วางอยู่ ไข่มุกสะดุ้งแล้วชักออก จินจูหน้าเศร้า
       “กลับบ้านเถอะนะลูก”
       นุชนารถมองอย่างตะลึง​
       “ลูก”
       ไข่มุกนิ่ง แววตาแข็งอย่างไม่ยอมแพ้ ส่ายหน้าเบาๆ
       ​“กลับกันเถอะ อย่าอยู่ที่นี่ต่อไปเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
       “แย่กว่านี้ ลำบากกว่านี้หนูยังโตมาได้ คุณไม่ต้องห่วง คิดซะว่าเราเป็นแค่คนรู้จัก เหมือนเมื่อก่อนก็ได้”
       จินจูมองน้ำตาจะหยด​
       “ไข่มุก”
       “ทำไมถึงพูดแบบนี้ พ่อกับแม่ห่วงลูกมากนะ”
       “ขอบคุณค่ะ แต่หนูไม่เป็นไรจริงๆ”
       คีรินทร์ที่ฟังอยู่อดปากไม่ไหว​
       “ให้มันน้อยๆหน่อยเหอะแม่คุณ นี่แม่ยายชั้นอุตส่าห์มาง้อ พ่อตาชั้นก็มาตามกลับ จะงอนไปถึงไหน” คีรทร์นิ่งไปแล้วพูดเสียงอ่อนลง “เธอไม่รัก ไม่สงสารลูกเหรอ เธอมีสิทธิ์โกรธชั้น โกรธคุณจินจู แต่เธอไม่มีสิทธิ์เอาลูกมาอยู่ลำบากอย่างนี้  เห็นแก่ลูกสักครั้งได้มั้ย”
       ไข่มุกจับท้อง แววตาอ่อนลง
       ​
       ​ที่ห้องนั่งเล่นบ้านคีรินทร์​นุชนารถคลานเข่าเอาพานดอกไม้ธูปเทียนมาวางตรงหน้าเขมทัตกับมณี แล้วก้มลงกราบ นุชนารถเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอ ส่งพานให้มณี มณีทำท่ากลัวๆ สะกิดเขมทัตให้รับแทน ชลลดากับภัททิมามองอย่างหมั่นไส้ปนกลัว​
       “หนูกราบขอขมา ที่ทำผิด หลงผิดไป หนูรู้ว่าสิ่งที่ทำกับคุณมณีร้ายแรงมาก จนไม่น่าให้อภัย แต่ขอให้ยกโทษให้หนูได้มั้ยคะ”
       มณีทำท่ากระอักกระอ่วน​
       “เอ่อ เอาเหอะ ถือว่าชั้นยกโทษให้ ไม่ติดใจเอาความแล้วกัน ต่างคนต่างไปนะ ไม่ต้องมาขอขมาลาโทษอะไรหรอก”
       ชลลดาเห็นก็อดปากไม่ได้
       “ดราม่าสุดๆ”
       นุชนารถนิ่ง น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา ไข่มุกมองนิ่งเม้มปากแน่น นุชนารถหันไปหารัตนา คลานเข้าไปจับมือไว้
       “หนูนาขา พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ พี่ผิดไปแล้ว”
       รัตนากอดนุชนารถ นุชนารถร้องสะอื้น
       “ไม่เป็นไรนะพี่นุช หนูนาไม่โกรธหรอก แต่คิดถึงมากเลย ต่อไปพี่นุชอย่าดุ อย่าใจร้ายอีกนะ หนูนากลัว”
       นุชนารถกอดรัตนาแน่น
       “จ้ะ พี่สัญญาว่าจะเป็นคนใหม่” นุชนารถหันมองทุกคน “นุชรู้ว่าทำผิดต่อทุกคน แต่ขอโอกาสอีกครั้งเดียว ขอให้นุชได้ปรับปรุงตัวเองอีกครั้งนะคะ”
       “ยี้ แกอย่ามาตีหน้าเศร้าหน่อยเลย ทีตอนนั้นทำชั้นตั้งเท่าไหร่ จับโขกเอาๆ ตบซะหน้าไหล ทำเป็นลืมเหรอยะ”
       “ใครจะยกโทษให้ก็ยกไปเหอะ ชั้นไม่ยอมคนนึง”
       ภัททิมากับชลลดาบอก นุชนารถมองสองแม่ลูกแล้วสะอื้นเงียบๆ จนมณีกับเขมทัตชักสงสาร มณีมองหน้าคีรินทร์อย่างลำบากใจ
       “ถ้าสำนึกผิดก็ดีแล้ว จากนี้ไปก็เป็นคนใหม่ ลืมเรื่องเก่าๆ ไปซะนะ”
       คีรินทร์สบตาไข่มุกนิ่งแล้วหันไปพูด​
       “ผมมีอีกเรื่องต้องบอก นุชเขาจะขอกลับมาอยู่ที่บ้านนี้ด้วยนะครับ”
      
       ทุกคนอึ้ง ไข่มุกหันมองหน้าคีรินทร์อย่างคาดไม่ถึง


  


       มณีลากคีรินทร์มาคุยอีกมุมหนึ่ง มณีมองคีรินทร์ด้วยสายตาคาดคั้น
       “ยังไงก็ไม่ได้ นุชนารถน่ากลัวจะตาย ตอนที่จับแม่ไปก็ใกล้จะเป็นบ้าเต็มที แม่ไม่ยอมนะรินทร์”
       คีรินทร์จับไหล่มณี
       “แต่ตอนนี้นุชเขากลับใจแล้วนะแม่ เราน่าจะให้โอกาสเขา ยังไงนุชก็เคยเป็น...” คีรินทร์เหลือบมองไข่มุกที่มองมา “เป็นคนบ้านนี้”
       เขมทัตนิ่งคิด
       “แล้วแน่ใจเหรอ ว่าเขาจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก”
       “แน่ใจครับ ตอนนี้นุชไม่มีใคร ไม่มีที่ไป ถ้าผมไม่ช่วย เขาก็คงไม่รู้จะทำยังไง”
       ไข่มุกมองคีรินทร์ด้วยสายตาน้อยใจ
       “งั้นให้เงินไปตั้งตัวสักก้อนก็ได้ บอกตรงๆ ว่าแม่กลัวใจเหลือเกิน”
       คีรินทร์ส่ายหน้า
       “ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ผมห่วงว่าเขาจะอยู่ยังไง อยู่คนเดียวจะยิ่งเครียด ยิ่งคิดมาก เดี๋ยวเลยกลายเป็นโรคประสาทไปจริงๆ ให้นุชกลับมาอยู่เถอะนะครับ” มณีลังเล “ผมขอร้อง นุชเคยช่วยผมไว้ ยังไงผมก็ทิ้งเขาไม่ได้”
       เขมทัตกับมณีอ้ำอึ้ง พูดไม่ออกแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ไข่มุกชำเลืองมองคีรินทร์ แววตาตัดพ้อและน้อยใจที่คีรินทร์ไม่ยอมตัดนุชนารถให้ขาด
      
       นุชนารถเดินคุยกับคีรินทร์ นุชนารถหยุดแล้วกราบที่อกขอบคุณ
        “ขอบคุณคุณมากนะคะ” นุชนารถมองหน้าคีรินทร์อย่างซาบซึ้ง “บุญคุณของคุณ นุชจะไม่มีวันลืม ขอฝากชีวิตทั้งหมดไว้ที่คุณนะคะ นุชรักรินทร์นะ”
       คีรินทร์มองนิ่ง ไม่ผลักออก
       “คุณก็ทำตัวดีๆ อย่าให้เป็นเหมือนเมื่อก่อนอีก เป็นนุชคนใหม่นะ”
       “ค่ะ”
       นุชนารถโผเข้ากอดคีรินทร์ ไข่มุกที่กำลังจะเดินมาหาชะงักมอง แววตาเปลี่ยนเป็นเสียใจ ไข่มุกหันหลังกลับ ไปเจอชลลดากับภัททิมายืนดักอยู่
       “ไงยะ เห็นภาพบาดตาบาดใจมาล่ะสิ ตาแดงยังกะนกกระปูด”
       “หลบหน่อยค่ะ ชั้นจะเข้าบ้าน”
       “นี่ละน้า วาสนาแกนี่น้อยนิดจริงๆ อุตส่าห์ให้แต่งหลอกๆ ดั๊นนน ปล่อยให้ท้องโต คิดจะจับเศรษฐี แล้วไง นี่ขนาดป่องอยู่ทนโท่ คีรินทร์ยังเอานังโรคจิตเข้าบ้าน ฮึ สมน้ำหน้า”
       ไข่มุกเลี่ยงไปอีกทาง ชลลดากับภัททิมาตามไปขวาง จ้องหน้าอย่างสะใจเต็มแก่
        “อุ๊ย ทนฟังไม่ได้ บอกไว้เลย ผัวแกน่ะไม่ได้แคร์ ไม่เห็นหัวแกสักนิด จะกลับมาอยู่ด้วยก็ทำใจไว้เลยย่ะ”
       “หนูตัดสินใจเองได้ ไม่รบกวนให้ออกความเห็น “
       ภัททิมาเท้าเอวมองเขม็ง
       “ว่าชั้นสาระแนเหรอยะ เอาสิ ชั้นก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนสิ้นคิดอย่างแก จะใช้วิธีไหนแย่งรินทร์ไปจากชั้นได้ หรือว่าจะแค่ฝันลมๆ แล้งๆ ฮ่ะๆๆ”
      
       ภัททิมากับชลลดาหัวเราะอย่างสะใจ ไข่มุกนิ่งอย่างขมขื่นเสียใจมาก

      คีรินทร์เปิดห้องให้ไข่มุกเข้ามา ไข่มุกทำหน้านิ่ง คีรินทร์ดูหัวเสีย
        “ไม่เข้าใจเลย คุณจะมาอยู่โรงแรมทำไม บ้านเราก็มี”
       “บ้านคุณ ไม่ใช่บ้านเรา”
       “อย่าบอกนะว่าหึงนุช” ไข่มุกเงียบ คีรินทร์ถอนใจ “เฮ้อ ก็จะให้ทำยังไง ชั้นต้องรับผิดชอบเขาเหมือนกัน จะให้ทิ้งไม่สนใจใยดีเขาเหรอ ชั้นทำไม่ได้หรอก มันใจดำเกินไป”
       “เรื่องของคุณ จะทำอะไรก็ทำเถอะ ไม่เกี่ยวกับชั้น”
       “งั้น คืนนี้มาค้างด้วยนะ”
       “ไม่...”คีรินทร์จะพูด ไข่มุกบอกเสียงหนัก “เด็ดขาด”
       คีรินทร์หน้าตึง พูดงอนๆ
       “ผู้หญิงใจยักษ์”
       จินจูกับคธาเดินตามเข้ามา จินจูจับมือมุก
       “ทำไมไม่ไปอยู่ด้วยกัน มีห้องนอนอีกห้องว่างในห้องแม่ ไปอยู่ด้วยกันนะ”
       ไข่มุกดึงมือออก
       “หนูอยากอยู่ห้องนี้มากกว่าค่ะ ห้องคุณหรูเกินไป ไม่ชินค่ะ”
       จินจูหน้าเศร้า คธาแอบกระซิบ
       “ไม่เป็นไรน่ะคุณ ให้เวลาลูกหน่อย” คธาหันไปพูดกับไข่มุก “ไว้หนูหายเหนื่อย อารมณ์ดีๆ แล้วเราค่อยคุยกัน พ่อกับแม่แค่อยากบอกให้รู้ ว่าเรารักลูกมากนะ”
       ไข่มุกอึ้ง จินจูมองไข่มุกอย่างอาลัย คธากระตุกแขนให้เดินออกไปด้วยกัน ไข่มุกยืนนิ่ง หน้าเศร้านิดๆ คีรินทร์จับมือไข่มุกสบตาอย่างปลอบใจ ไข่มุกปลดมือออก เดินเลี่ยงไป คีรินทร์ถอนใจ ชักน้อยใจไข่มุก
      
       มณีอยู่ในห้องแม่บ้านของโรงแรม มีแม่บ้านยืนอยู่สองสามคน มณีหยิบไม้กวาดโยนใส่ชลลดา ชลลดารับแบบเหวอๆ งงๆ
       “ว๊ายๆๆ เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว อะไรกัน ว๊าย อย่าโยนสิคะ”
       มณีโยนไม้ถู ไม้ม็อบ ไม้รีดน้ำใส่ชลลดา ชลลดารับทุกอันอย่างเก้ๆ กังๆ
       “ถังน้ำอยู่นู่น เอาไปด้วย ชั้นให้ยืมรถเข็น ทำไล่ลงมาทุกชั้น ไม่สะอาด ทำใหม่ย่ะ”
       “ชลไม่ใช่คนใช้นะคะ ยี้ สกปรก”
       “แต่หล่อนต้องเป็นแม่บ้านของโรงแรม แลกกับค่ากินค่าอยู่ย่ะ”
       ชลลดาโยนของลงพื้นอย่างเหลืออด
       “ไม่มากไปหน่อยเหรอ ชั้นเป็นคนมีหน้ามีตานะคะ จะให้มาทำงานแบบนี้ คนรู้จักมาเห็นได้ดูถูกตาย”
       “เรื่องของหล่อน ชั้นไม่แคร์”
       มณีลอยหน้า เขมทัตเดินเข้ามา พวกแม่บ้านรีบเดินออกไป มณีหันมอง
        “คุณมาได้ไงคะ”
       เขมทัตพยักเพยิดไปทางชลลดา
       “เขาโทรตามมา จะให้เป็นแม่บ้านเลยก็ยังไงอยู่...” มณีชี้นิ้วห้าม
       “หยุด อย่าเข้าข้าง”
        “เอาน่า อย่าให้ถึงขั้นต้องไปทำงานแบบนี้เลย สงสารเขาหน่อยสิคุณ ยังไงก็ถือว่าคนรู้จัก อย่าให้เสียหน้าเลย”
       “หึ คนอย่างงี้ไม่อยากรู้จักให้เสียเวลาหายใจหรอก”
       ชลลดาเข้าไปกอดแขนอ้อนเขมทัต
       “ชลไม่เป็นแม่บ้านนะคะพี่เขมขา ขอทำอย่างอื่นนะคะ”
       “จะทำอะไรยะ”
       ชลลดาสบตาเขมทัตยิ้มหวาน
       “ก็...” ชลลดาหันมองมณีแววตาไม่ยอมแพ้ “เลขาท่านประธานใหญ่ไง”
      
       มณีหน้าเหวอ ชลลดาทำเชิดหน้าไม่สน หันไปยิ้มประจบเขมทัตที่ยิ้มตอบกรุ้มกริ่ม


  


       ที่ห้องฟิตเนส ไข่มุกในชุดออกกำลังกาย ทำท่าวาดแขนช้าๆ แบบออกกำลังกายเบาๆ แล้วยืดตัวเปลี่ยนเป็นท่าต่างๆ ผู้จัดการฟิตเนสมองอย่างทึ่ง
       “เยี่ยมเลยครับ ผมว่าน่าจะเรียกพวกคุณแม่ๆ มาเป็นสมาชิกได้อีกเพียบแน่”
       “ใช่ค่ะ ชั้นตั้งใจเจาะกลุ่มคุณแม่ท้องอ่อนๆ ไปจนถึงสักห้าเดือน แล้วก็หลังคลอดด้วย ท่าไม่ยาก เน้นกล้ามเนื้อบางส่วน”
       คีรินทร์เดินเข้ามา
       “คิดจะกลับมาสอน” ไข่มุกไม่ตอบ ตั้งท่าวาดแขนต่อเฉียดหน้าคีรินทร์ ไม่สนใจคีรินทร์ คีรินทร์หันไปหาผู้จัดการ “นี่ ถ้าคิดจะเปิดคอร์ส เรามีปัญหากันแน่”
       ผู้จัดการทำหน้าหงอรีบหลบฉากทันที ไข่มุกมองตาแข็ง คีรินทร์มองอย่างท้าทายในที แองจี้ น้องแพรว กีกี้ที่เดินอยู่ด้านนอกเห็นคีรินทร์หน้าเครียดก็แอบฟังอย่างอยากรู้อยากเห็นมาก
       “ถ้าที่นี่ไม่ให้ทำ ชั้นไปทำที่อื่นก็ได้”
       “แล้วจะทำทำไม เธอท้องลูกของชั้นอยู่นะ”
       สามสาวหันมองหน้ากัน
       “ลูก”
       ไข่มุกมองตาคีรินทร์แววตาน้อยใจ
       “ถ้าไม่ทำงาน จะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงลูก”
       “หมายความว่าไง นี่คิดจะเอาลูกไปคนเดียวงั้นเหรอ แล้วชั้นล่ะ ชั้นเป็นพ่อนะ”
       ไข่มุกนิ่งไม่ตอบ สามสาวมองคีรินทร์สลับไข่มุกอย่างงงๆ ไม่อยากเชื่อ ภัททิมาที่อยู่ด้านในฟิตเนสวิ่งออกมาเกาะแขนคีรินทร์จะฟ้อง
       “รินทร์ขา ดูสิ ลูกค้าหนีคลาสลูกไก่หมดเลย” ภัททิมาหันมองไข่มุก “เธอคิดจะแย่งงานชั้นล่ะสิ ใจร้าย รินทร์ขา รินทร์ช่วยลูกไก่น้า”
       คีรินทร์มองไข่มุกที่แววตาเฉยเมยแล้วก็ถอนใจ ไข่มุกนิ่งมองภัททิมาที่กอดคีรินทร์แล้วได้แต่รู้สึกเจ็บปวด แต่ไม่แสดงออก
       “ตามใจ เธออยากทำก็ทำไปเลย”
       “งั้นให้ลูกไก่ไปทำอะไรล่ะ อ๋อ รู้แล้ว ไปเป็นเลขาเหมือนเดิมได้มั้ยคะ รินทร์ขา”
       ภัททิมาทำกระเง้ากระงอด คีรินทร์มองไข่มุกที่ตีหน้าเฉยก็ยิ่งงอน เดินออกไปทันที ภัททิมาหันมามองยิ้มเบะปากอย่างสะใจมาก
       “ลงทุนมีลูก สุดท้ายก็ปิ๋ว ฮ่าๆๆ แกนี่มันซวยไม่รู้จะซวยยังไง สะใจคนสวยจริงๆ”
      
       ภัททิมาหัวเราะร่าเยาะเย้ย ไข่มุกไม่ตอบโต้ ทำเมินเฉย ทั้งๆที่เสียใจมาก แองจี้ น้องแพรว กีกี้มองภัททิมาอย่างหมั่นไส้มาก


  


       พวกกีกี้จับกลุ่มทำท่าซุบซิบ มณีเดินผ่าน กีกี้รีบไปดักหน้า
        “คุณแม่ขา หยุดก่อนค่ะ เรื่องรินทร์มีลูกกับไข่มุก อะไรยังไงกันแน่ หนูงงไปหมดแล้ว”
       มณีพยักหน้านิ่งอย่างไว้เชิง
       “ไม่ต้องงงหรอก ข่าวจริง คอนเฟิร์ม” สาวสาวทำท่าจะกรี๊ดมณียกมือห้าม “หยุด ไม่ต้องกรี๊ด ถึงตอนนี้แล้วพวกหนูน่าจะเข้าใจ แล้วก็ทำใจเรื่องรินทร์ได้ซะที พวกหนูไม่ใช่คนโง่ ก็คงจะรู้ว่าตอนนี้ รินทร์เขามีคนที่รักจริงๆ แล้ว”
       สามสาวอึ้ง กีกี้ทำหน้าไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอม
        “ก็รู้หรอกค่ะ แต่อดโมโหไม่ได้ นี่ถ้าไข่มุกร้ายกว่านี้อีกนิด หนูคงทำใจแกล้งๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องท้อง ตีสองคนนั้นให้แตกได้อยู่หรอก”
       “ก็นั่นสิคะ แม่ไข่มุกนั่น แค่เห็นหน้าก็ทำอะไรไม่ลง”
       น้องแพรวทำตาแบ๊ว
       “ถึงจะไม่อยาก แต่ถ้าเป็นคนที่รินทร์รัก น้องแพรวก็จะพยายามทำใจ”
       มณีมองสามสาว พยักหน้าพอใจ
       “ขอบใจหนูๆ มากนะที่เข้าใจ แต่ว่าก็มีบางคน...”
       ภัททิมาเดินผ่านทั้งสี่คน มองมาแล้วยิ้มเยาะ ทำเชิดว่าฉันสวยมากแล้วก็เดินไป สามสาวทำท่าอยากตบ
       มณียิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเศร้า
       “มีแต่สองแม่ลูกหน้าปลวก พูดก็แล้ว ไล่ก็แล้ว ยังไม่ยอมรับ อู๊ย แม่จะช้ำใจอกแทบแตก ยัยลูกไก่เขาหลอกว่าท้อง หวังเขี่ยพวกหนูจากรินทร์ บอกว่าพวกหนูไม่คู่ควร เป็นแค่ดารากิ๊กก๊อก ไฮโซจอมปลอม แล้วก็...แอ๊บแบ๊วไม่เข้ากับหน้า” มณีพูดไปเหล่สามสาวไป เห็นทั้งสามทำท่าอารมณ์ขึ้นก็อมยิ้มอย่างสะใจ “แม่ไม่รู้จะทำไง จะตามแก้ข่าวให้ ลูกไก่ก็เล่าซะทั่วแล้ว”
       กีกี้กระทืบเท้า มองตามแค้นๆ
       “ไม่ต้องค่ะคุณแม่ เดี๋ยวกีกี้จะช่วยจัดเต็มให้เอง”
       “กำลังหงุดหงิดเรื่องรินทร์ อยากหาที่ระบายพอดี”
       “จัดหนัก จัดให้สุด เอาให้สำนึก ไม่งั้นไม่ต้องมาเรียกว่าน้องแพรว”
       สามสาวมองตามไปทางภัททิมาอย่างอาฆาต มณีทำหน้าเห็นใจแล้วก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นเต้นปนสะใจแทน
      
       ไข่มุกนั่งอยู่กับพื้น เปิดหนังสือโยคะสำหรับคุณแม่แล้วทำตาม จินจูเดินเข้ามาหา ไข่มุกชะงักแล้วลุกขึ้นยืน
       “อยู่นี่เอง เป็นยังไงบ้างลูก ยังแพ้ท้องอยู่มั้ย”
       ไข่มุกนิ่ง พูดเบาๆ
       “ไม่ค่อยแพ้แล้วค่ะ ลูกคงสงสารหนู”
       จินจูหน้าเจื่อนแต่พยายามฝืนยิ้ม
       “แม่กำลังจะไปซื้อของ ไปดูชุดคลุมท้องกันนะ อีกไม่กี่เดือน คงได้ใช้แล้ว”
       “คุณไปเถอะค่ะ หนูมีธุระ”
       “ไข่มุก ให้แม่ทำหน้าที่ของแม่บ้างไม่ได้เหรอลูก”
       ไข่มุกหันมองนิ่ง สบตาจินจู จินจูมองตาไข่มุกอย่างอ้อนวอนนิด
       “ขอบคุณนะคะ แต่ไม่เป็นไร หนูอยู่มาได้ตลอดชีวิตโดยไม่มีคุณ ถึงตอนนี้คุณจะแสดงว่ารักหนูแค่ไหน แต่มันสายไปแล้ว”
      
       ไข่มุกหยิบหนังสือแล้วเดินออกไป จินจูทำท่าทางหมดแรง อยากจะตามก็ตามไม่ไหว ร้องไห้น้ำตาหยดอย่างเสียใจมาก
ตอนที่ 19
      
       จินจูยืนหน้าเศร้า ร้องไห้อยู่ในสวนของโรงแรม แทยอนเดินเข้ามาใกล้
      
       “ทำไมไม่บอกเขาไป ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะชั้น”
       “พี่มีบุญคุณกับชั้นมาก สิ่งที่ทำอาจจะผิด แต่พี่ก็ทำเพื่อชั้น”
       “ชั้นเห็นแก่ตัว ทำเพื่อตัวเองจนทำร้ายเธอกับลูก”
       จินจูยิ้มปลอบใจแกมขมขื่น
       “ปาร์คจินจูมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพี่ ไม่งั้นอาจจะเป็นได้แค่ผู้หญิงในสลัม พี่เป็นคนพาชั้นขึ้นมาถึงจุดนี้ แล้วจะให้ชั้นเนรคุณได้ยังไง”
       จินจูพูดไปร้องไป แทยอนมองนิ่งอย่างแสนจะสงสาร แล้วดึงจินจูมากอด คิดหาทางออก
      
       ไข่มุกยืนร้องไห้อย่างน้อยใจและรู้สึกผิด ไข่มุกร้องไห้สะอื้น คีรินทร์เดินมาจากด้านหลังแล้วแตะไหล่เบาๆ ไข่มุกสะดุ้ง เห็นเป็นคีรินทร์ก็วางหน้าเฉย
       “ ร้องอีกแล้ว ทำไมต้องร้องไห้ประจำเลย ระวังจะติดลูกนะ”
       ไข่มุกหันมาทั้งน้ำตา แล้วพูดเสียงแข็ง
       “ของอย่างงี้ติดกันได้ด้วยเหรอคะ”
       คีรินทร์ชะงัก ทำงอนใส่
       “จะดุไปไหนเนี่ย ชั้นเคยอ่านเจอวิจัยจากต่างประเทศนะ ว่าถ้าแม่เอาแต่ร้องไห้ โตไปลูกก็มีโอกาสจะขี้แย ขี้มูกโป่งสูงมาก”
       ไข่มุกรีบเช็ดน้ำตา
       “งั้นไม่ร้องก็ได้ ยังทันมั้ย”
       คีรินทร์แอบอมยิ้มขำ
       “ทันๆ อ้ะ เช็ดหน้าเช็ดตาหน่อย”
       คีรินทร์เอามือเช็ดน้ำตาให้ไข่มุก คีรินทร์มองไข่มุกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก แล้วค่อยๆ ก้มลงจูบหน้าผาก ไข่มุกเบี่ยงตัวหลบอย่างงอนไม่หาย คีรินทร์ทำหน้าเซ็ง
       “หยุดร้องแล้ว เราไปเที่ยวกันดีกว่า”
       “จะไปไหนคะ ชั้นต้องซ้อมโยคะ จะได้เปิดคอร์สได้ไวๆ”
       “เปิดช้าไปวันสองวัน ฟิตเนสไม่เจ๊งหรอกน่า ไป ไปกัน”
      
       คีรินทร์จูงมือไข่มุก ไข่มุกทำท่าจะดึงกลับ คีรินทร์รีบยึดไว้แน่นแล้วลากไข่มุกเดินไปด้วยกัน


  


        
       ภัททิมาถูกผลักตกน้ำ ภัททิมากรี๊ดลั่น บนขอบสระเป็นแองจี้ น้องแกรว กีกี้ยืนหัวเราะมองอย่างสมน้ำหน้า
        
      
       ภัททิมาตีน้ำกระจายอย่างโมโห
       “พวกแกทำกับชั้นแบบนี้ ชั้นจะฟ้องคุณรินทร์”
       “เชิญเลย เขาคงจะช่วยหรอก สะตอใส่เขาขนาดนั้นน่ะ”
       “ใช่ บอกว่าคนอื่นขี้โกหก หลอกลวง แต่ตัวเองก็สะตอเรื่องท้อง คุณแม่บอกชั้นหมดแล้วย่ะ”
       ภัททิมาลอยหน้าไม่สำนึก
       “แล้วไง ทำไม่ได้แบบชั้นก็อิจฉาล่ะสิ บอกไว้ก่อนเลยว่ายังไง รินทร์ก็เป็นของชั้น ได้แต่งแน่นอน” ภัททิมาว่ายน้ำมาเกาะบันได เหนี่ยวตัวขึ้น แต่ถูกน้องแพรวผลักตกน้ำ “อ๊ายยย นังน้องแพรว นัง...นังพวกหมาหมู่”
       มณีทำเป็นเดินเข้ามาหน้าตื่น
       “เป็นอะไรกัน แล้วลงไปในน้ำทำไมเนี่ย ทำสระชั้นสกปรกหมด”
       ภัททิมาทำบีบน้ำตา
       “คุณแม่ขา ช่วยลูกไก่ด้วย สามคนนี้ตบเอาๆ แล้วก็ผลักหนูลงน้ำ”
       “โถ มานี่มา น่าสงสารจริง”
       ภัททิมาแอบยิ้มเยาะสามสาว แล้วว่ายไปขึ้นบันได จับมือมณีที่ยื่นมา สามสาวลอบมองแล้วยิ้มร้าย
       “ฮือ คุณแม่ ลูกไก่โดนรังแก”
       “โอ๋ๆๆ มานี่มา นิ่งนะ ยืนนิ่งๆ”
       มณีจับมือภัททิมาที่ยื่นให้อย่างสำออยทั้งสองข้าง มองอย่างแค้นๆ แล้วใช้เท้าถีบภัททิมาหล่นลงในน้ำ ภัททิมากรี๊ดลั่น มณีกับสามสาวมองสะใจ
       “อย่างหล่อนต้องช่วยซ้ำย่ะ นังสะตอตัวลูก”
      
       ภัททิมาหน้าเหวอแล้วกรี๊ดลั่น มณีหัวเราะอย่างสะใจ


  


        
       ห้องเยี่ยมในเรือนจำ ไข่มุกถือหูโทรศัพท์คุยกับวันดี วันดีมีสีหน้าสดชื่นขึ้น
        
      
       “โอ้ย ไม่ต้องห่วงหรอก นายลูกเขยเขาให้คนมาเยี่ยมบ่อยๆ แหละ แต่ส่วนใหญ่ก็มาเอง คอยมาถามสารทุกข์สุขดิบประจำ”
       “ทำไมหนูไม่เห็นรู้เลย แอบมาตอนไหน”
       “ก็มัวเอาแต่งอน จะรู้อะไร เฮ้อ แกก็อย่าเล่นแง่นักเลยนังมุก ชีวิตก็แค่เนี้ย แม่อยู่ในนี้คิดอะไรได้ตั้งเยอะ ตอนนี้ก็ชินแล้ว ทำตัวดีๆ คงได้ลดโทษบ้าง ไม่แน่นา อาจจะได้ออกไปอยู่กับแกเร็วขึ้นก็ได้”
       ไข่มุกมองวันดียิ้มๆ
       “คิดถึงแม่จัง”
       วันดีสบตา ยิ้มอ่อนโยน
       “แม่ก็คิดถึง แกก็ดูแลตัวเอง ดูลูกในท้องให้ดีๆ อย่างอนผัวให้มาก คีรินทร์เป็นคนดีกว่าที่เห็น แล้วก็รักแกมากกว่าที่คิดนะ”
       ไข่มุกนิ่งคิด สีหน้าอ่อนโยนลง วันดีแอบอมยิ้ม
      
       คีรินทร์ยืนรออยู่ข้างรถ ไข่มุกเดินเข้ามาใกล้แล้วก็โผเข้ากอด คีรินทร์ทำหน้างงๆ แต่ก็เนียนกอดไปด้วย
       ไข่มุกผละออก คีรินทร์ทำท่าเสียดาย
       “โห กอดแป๊บเดียว ไม่ทันชื่นใจเลย”
       ไข่มุกมอง แล้วก้มลงไหว้ที่อกอย่างซาบซึ้งและขอบคุณมาก
       “ขอบคุณนะคะ ที่มาดูแล ช่วยเหลือแม่วันดีตลอด”
       “ไม่ต้องขอบคุณหรอก อะไรที่ทำให้เธอมีความสุข ชั้นจะทำทุกอย่าง”
       “คุณรินทร์”
       ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างซาบซึ้ง แล้วกอดคีรินทร์เบาๆ คีรินทร์กอด ลูบหัว แววตาอ่อนโยน
      
       คีรินทร์กำลังขับรถ มีไข่มุกนั่งข้างๆ คีรินทร์มองเหล่แล้วอมยิ้ม
       “หายงอนเรื่องนุชรึยัง”
       “แล้วคุณคิดว่าไงล่ะ”
       คีรินทร์ยิ้มกริ่ม ยื่นแก้มให้ไข่มุก
       “ไม่รู้สิ แต่ชั้นหายงอนเธอแล้ว มามะ จุ๊บคืนดีกันนะ”
       ไข่มุกตีแขนอย่างหมั่นไส้
       “ไม่ต้องเลย ขับรถไป” คีรินทร์ชะโงกหน้า “เอ๊ะ คุณรินทร์”
      
       “ไม่จุ๊บ ชั้นจุ๊บเองก็ได้”

       คีรินทร์ยื่นหน้าเข้าไปจะหอม ไข่มุกหลบอย่างเอียงอาย ท่าทางอ่อนลง จังหวะนั้นมีไข่ผสมกาวปามาแตกติดกระจกรถ คีรินทร์ชะงักมอง มีไข่อีกสองสามลูกปาใส่
       “เฮ้ย อะไรวะเนี่ย เลอะเต็มเลย”
       คีรินทร์ขับรถหลบ ไข่มุกมีสีหน้าตกใจ
       “จอดรถข้างทางก่อน เดี๋ยวชั้นลงไปเช็ดให้”
       คีรินทร์ทำท่าจะเบรก แต่ก็นึกขึ้นได้ รีบขับไปต่อ
        “ไม่ต้อง เดี๋ยวเจอปั๊มแล้วค่อยจอดเช็ด ชั้นขับได้”
       “ทำไมละคะ”
       “เชื่อชั้นเหอะน่า”
       ไข่มุกมีสีหน้างงๆ อย่างเป็นกังวล คีรินทร์หน้าเครียดพยายามประคองรถไป
      
       ห้องนั่งเล่นบ้านคีรินทร์ มณี ไข่มุก คีรินทร์ รัตนา นุชนารถนั่งอยู่ด้วยกัน
       “สมัยนี้มันทำเป็นแก็งค์ คนนึงปา คนนึงดักปล้น ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ก็บ่อย ดีนะลูกแม่ฉลาด ไม่หลงกลพวกมัน”
       “น่ากลัวจัง”
       “จำไว้นะไข่มุก พวกกวนเมืองพวกเนี้ย ถ้าเจออีก อย่าฉีดน้ำล้างเป็นอันขาด ไข่ผสมกาวมันจะแข็งติด มองไม่เห็นกว่าเดิม เราต้องขับไปจอดที่คนเยอะๆ พวกนั้นจะได้ไม่กล้าทำอะไร”
       นุชนารถจับมือคีรินทร์
       “ดีนะคะ ที่คุณไม่เป็นอะไร นุชเป็นห่วงคุณนะ”
       ไข่มุกมองหน้าคีรินทร์สลับกับนุชนารถ แล้วได้แต่นิ่งอย่างขมขื่น เขมทัต ชลลดา ภัททิมาเดินเข้ามา ภัททิมามองค้อนมณีตาคว่ำ มณีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แอบยิ้ม ชลลดาถือเอกสารวางท่าเป็นเลขาเต็มตัว
       “อ้าว แล้วแม่นี่มาทำไม”
       “ทำไมจะมาไม่ได้ นี่บ้านชั้น ไม่ใช่บ้านหล่อน ให้ใครไปใครมาก็เรื่องของชั้น”
       ชลลดาเหวอไป ไข่มุกพูดเรียบๆ
       “หนูแวะมาเยี่ยมคุณมณีค่ะ เดี๋ยวจะกลับโรงแรมแล้ว”
       ภัททิมาเบะปาก แล้วเข้าหาคีรินทร์ ทำท่าจะกอด คีรินทร์หลบวูบ เอาไข่มุกกั้นกลางไว้ ภัททิมาจิ๊ปากอย่างขัดใจ
       “หลบไปสิยะ เกะกะ”
       ชลลดาทำท่าอ่อนใจ มองเขมทัต
       “พามาถึงบ้าน น้าอดน้อยใจแทนลูกไก่ไม่ได้จริงๆ ดูสิ เป็นถึงเมียหลวง ต้องมาคอยเกรงใจเมียน้อย”
      
       “ลูกเธอสิเมียน้อย เห็นแล้วขวางหูขวางตาทั้งแม่ทั้งลูก อยากจะไล่ไปพ้นๆ ติดแต่บุญคุณค้ำคอ”


  


       มณีปรายตามองเขมทัต เขมทัตทำไม่รู้ไม่ชี้ ไข่มุกอึ้งไป มองสบตาคีรินทร์
        “แต่ยังไงก็เมีย ชลเสียใจนะคะที่คุณพี่คิดอย่างนี้” ชลลดาทำหน้าเศร้า “ถ้าคุณรินทร์ไม่เห็นหัวลูกไก่ ไม่เห็นหัวน้า ไม่เห็นความสำคัญของเรา ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม อีกไม่นาน ชลคงต้องขอรบกวนครั้งสุดท้าย”
       ชลลดาทำนิ่ง หน้าเศร้ามองทุกคน
       “ช่วยทำศพชลกับลูกด้วยนะคะ”
       มณีมองชลลดาอย่างอึ้งๆ ชักไม่แน่ใจว่าชลลดาเอาจริงแค่ไหน ไข่มุกอึ้งที่ชลลดาพูด มองชลลดาที่ทำหน้าเศร้าอย่างเอาจริงก็ชักหวั่นใจ
      
       คีรินทร์เดินมาส่งไข่มุกที่หน้าห้องพักในโรงแรม ไข่มุกทำท่าหากุญแจ คีรินทร์กอดจากด้านหลัง หอมไล่ที่ไหล่
       “คุณรินทร์ จักกะจี้”
       “คืนนี้ขอค้างด้วยคนได้มั้ย ไข่มุกจ๋า นะๆ”
       ไข่มุกเบี่ยงตัวออก หันมอง
       “เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่คุณชลลดาพูดเหรอคะ คุณกลับไปนอนบ้านเถอะ”
       “เขาก็ตีหน้าเศร้าไปงั้นแหละ ที่จริงคงจงใจขู่ กะจะแบล็คเมล์ชั้นมากกว่า อย่าบอกนะว่าเชื่อ” ไข่มุกไม่ตอบ เสหลบตา คีรินทร์ถอนใจ “หยุด อย่าเชื่อเลย ถึงจะแกล้งแอ๊บเศร้าแค่ไหนก็ไม่ต้องสน พวกนั้นหลอกผมไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปสนใจ”
       “ไม่สนได้ไงคะ”
       คีรินทร์ทำหน้าเซ็ง
       “โธ่ ก็บอกแล้วไงว่าแค่ขู่ ให้ชั้นนอนด้วยคนนะ”
      
       “แต่ถ้าเกิดเขาทำจริงล่ะ ชีวิตคนสองคนเชียวนะ เราจะมีความสุขได้เหรอคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น”
       ไข่มุกหันไปไขกุญแจเปิด คีรินทร์อึ้ง


  


       มณีนั่งอ่านนิตยสารอยู่ในห้องนั่งเล่น ชลลดาเดินหน้านิ่งถือเชือกเดินไปเดินมา ทำท่าวัดตามขื่อต่างๆ
       มณีปิดหนังสือจ้องมองอย่างประหลาดใจปนสงสัยมาก ชลลดาหันมองมณีแล้วทำหน้าเศร้า ทำท่าโยนเชือกโยงกับราวม่าน มณีตกใจ
       “จะทำอะไรยะ”
       ชลลดาหันขวับ ทำหน้าเหม่อลอย
       “ก็คุณพี่อยากให้ชลตายนี่คะ”
       “หล่อนประชดชั้นเหรอ”
       ชลลดาถือเชือกเดินมาใกล้ มณีถอยกรูด ภัททิมาเดินเข้ามาในห้อง มองชลลดาสีหน้าตกใจ
        “คุณแม่”
       ชลลดาเดินประชิดมณี เอาเชือกโชว์ให้ดู มณีตาเหลือกอย่างกลัวมาก
        “อยากให้ตายใช่มั้ย อยากให้ชั้นตายใช่มั้ย”
       “ยายบ้า โรคจิตไปแล้วหรือไง ใครอยู่บ้าง มาช่วยชั้นที”
       มณีกรี๊ดลั่น วิ่งหนีออกไป ภัททิมาทำหน้าเศร้าจะร้อง
        “ฮืออ เราต้องตายจริงๆ เหรอคุณแม่ ลูกไก่กลัวเจ็บ”
       ชลลดาหันมามอง ยิ้มอย่างสะใจ
       “จะบ้าเหรอ ใครจะไปยอมตายคะคุณลูก แม่ก็ขู่นังแก่ไปงั้นแหละ คนอย่างแม่ไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก แกล้งกดดันพวกมันเล่น”
       ชลลดาหัวเราะร่าอย่างสะใจ ภัททิมาเหวอไปนิดแต่ก็หัวเราะไปด้วยอย่างสะใจ
      
       แทยอนนั่งอยู่กับไข่มุกที่จิบชาอยู่ แทยอนมองพิจารณา ไข่มุกวางแก้วลงแล้วสบตา
       “หนังของเธอ กำลังดังมากที่เกาหลี แฟนคลับเขาอยากพบเธอ สนใจไปโชว์ตัวที่เกาหลีมั้ย”
       “อย่าดีกว่าค่ะ หนูไม่อยากไป
       “ทำไมล่ะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้มีโอกาสแบบนี้” ไข่มุกนิ่ง ส่ายหน้าเบาๆ
       “แต่ถ้าทุกคนรู้ความจริงเรื่องหนู คุณจินจูของคุณจะเดือดร้อน เขาเป็นซุปตาร์นะคะ ไม่ควรจะมีเรื่องเสื่อมเสีย” ไข่มุกพูดเสียงน้อยใจนิดๆ แทยอนถอนใจ
       “อย่าโกรธเขาเลย จินจูไม่ได้เป็นคนผิด เขารักเธอมาก”
       ไข่มุกแววตากร้าวขึ้น
       “แล้วใครผิดคะ หนูงั้นเหรอ”
       “ไม่ใช่ ไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่...”
      
       แทยอนอ้าปากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด ไข่มุกมองสบตานิ่งอย่างเคืองปนนึกน้อยใจตัวเอง

       คีรินทร์ให้นุชนารถมาทำงานที่ห้องพยาบาลของโรงแรม หลังจากตรวจคนป่วยรายหนึ่งเสร็จนุชนารถยิ้มให้คนป่วย
       “ทานยาให้หมดนะคะ แล้วก็จิบน้ำเกลือแร่ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอาการท้องเสียไม่ดีขึ้น ชั้นจะแจ้งประสานไปกับทางโรงพยาบาลให้นะคะ”
       คนป่วยลุกขึ้นเดินออกไป สวนกับคีรินทร์ที่เดินเข้ามา
        “เป็นไง แขกป่วยเยอะมั้ยวันนี้”
       “ไม่เยอะหรอกค่ะ ขอบคุณคุณมากนะคะ ที่ให้นุชมาทำงานที่โรงแรม”
       คีรินทร์มองนุชนารถอย่างเห็นใจ
       “อยากให้คุณได้เปิดหูเปิดตา เจออะไรใหม่ๆ ในชีวิตบ้าง ไม่แน่นะเดี๋ยวอาจมีหนุ่มมาจีบตรึมก็ได้”
       นุชนารถนิ่ง มองคีรินทร์อย่างตัดพ้อ
       “พูดอย่างนี้ แสดงว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วใช่มั้ยคะ คุณจะทิ้งนุช ไม่ดูแลนุชแล้วใช่มั้ย”
       คีรินทร์จับแขนนุชนารถ
       “ผมดูแลคุณในฐานะเพื่อนได้ เพราะยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าในฐานะอื่น...” นุชนารถพูดแทรก
       “ไม่ต้องพูดค่ะ นุชเข้าใจ” นุชนารถจับมือคีรินทร์แล้วหลบตา ซ่อนแววตาร้ายกาจและอิจฉาเอาไว้ “แล้วระหว่างไข่มุก กับลูกไก่ ตัวจริงของคุณคือใครคะ”
       นุชนารถถามเสียงสั่น คีรินทร์นิ่งไม่ตอบ สีหน้าครุ่นคิด
      
       ไข่มุกนั่งอยู่ตรงเปียโนในห้องซ้อม มือวางบนคีย์ กดเล่นเบาๆ ไข่มุกมองเหม่อ กดผิดๆ ถูกๆ
       “ไม่ใช่สิ อย่างนี้รึเปล่านะ”
       ไข่มุกทำท่าจะกดคีย์ แต่มีอีกมือมากดคีย์ให้ ไข่มุกเงยหน้าขึ้นมอง คธายิ้มอ่อนโยนแล้วนั่งลง คธากดโน้ตตรงท่อนฮุคแล้วมองหน้าไข่มุก พยักหน้าเบาๆ ไข่มุกกดต่อจนครบท่อน คธาเอามือวางบนคีย์แล้วเริ่มเล่นเพลงและร้องไปด้วย
      
       ไข่มุกกับคธาสลับกันร้องคนละท่อน คธาเล่นเปียโนให้พร้อมๆ กับไข่มุกที่กดคีย์ไปบ้างบางตัว คีรินทร์กับจินจูเดินออกมาแอบฟัง ทั้งสองคนอมยิ้มดูไข่มุกที่เล่นอย่างร่าเริงขึ้น ไข่มุกเล่นไปยิ้มไปอย่างมีความสุข ทั้งสองคนเล่นจนจบอย่างเข้าขากัน ไข่มุกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี แต่พอเห็นคธาก็รีบหุบยิ้ม ทำหน้านิ่ง
      
       คธามองไข่มุกแล้วอมยิ้มอย่างรู้ทันว่าไข่มุกอ่อนลงมาก จินจูกับคีรินทร์มองทั้งสองอย่างมีความสุข แววตาอ่อนโยน


  


       คืนนั้นที่ห้องพัก ไข่มุกนอนเอนๆ พิงหัวเตียง ฮัมเพลงเบาๆ คีรินทร์ขึ้นมานั่งด้วยโอบเอวมุกเบาๆ
       “ วันนี้คุณแม่อารมณ์ดีจัง ไม่ขี้แง ร้องไห้ขี้มูกโป่ง” คีรินทร์แตะที่ท้อง ไข่มุกหยิก “ โอ้ยๆๆ เจ็บนะ”
       “เนียนมากเลยค่ะ คุณกลับบ้านไปได้แล้ว”
       คีรินทร์ส่ายหน้าดึงไข่มุกเข้ามากอด
       “เรื่องอะไร ห้ามไล่นะ เออใช่ มีอะไรให้ดู” คีรินทร์หยิบหนังสือนิทานออกมาสองสามเล่ม แล้วยิ้มกว้าง “เธอนอนเลย หลับตานะ”
       คีรินทร์ประคองให้นอน
       “ยังไม่ง่วง”
       “เธอไม่ง่วงแต่ลูกง่วง” คีรินทร์เอาหูแนบท้อง “อ๋อ อยากนอนแล้วเหรอครับ พ่ออ่านนิทานให้ฟังนะ”
       “เดี๋ยวสิ บอกว่ายังไม่ง่วงไง”
       “อย่าหงุดหงิดนะ เดี๋ยวลูกออกมาหน้ายู่เป็นลิง ชั้นโทษเธอจริงๆ ด้วย”
       ไข่มุกทำท่าจะไม่ยอม คีรินทร์จ้องหน้า ไข่มุกขยับตัวนอนเอนๆ คีรินทร์นอนตักแล้วจูบท้องไข่มุกเบาๆ เอามือไข่มุกมาวางไว้แนบแก้ม สบตาหวานซึ้ง
       “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสาวน้อยผิวขาวราวกับหิมะ อาศัยอยู่ในปราสาท...”
       ไข่มุกมองคีรินทร์อ่านนิทานแล้วอมยิ้มนิดๆ ไข่มุกกำลังเคลิ้ม เสียงเล่าเงียบลง ไข่มุกขมวดคิ้ว สะกิดเรียก คีรินทร์สะดุ้ง สะลึมสะลืออ่านต่อ
       “ถึงไหนแล้ว อ๋อ...สโนว์ไวท์อาศัยอยู่กับคนแคระทั้งเจ็ด จนวันนึง มีหญิงชรามาเคาะประตู...”
      
       คีรินทร์เงียบเสียงลง ไข่มุกลืมตาขึ้นมองจะสะกิด คีรินทร์กรนออกมาเบาๆ ไข่มุกเปลี่ยนเป็นลูบผมคีรินทร์ แล้วมองอย่างอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความรัก


  


       ไข่มุกเดินเล่นออกกำลังกายในสนาม มีคีรินทร์เดินอยู่ข้างๆ คอยประคองบ้างจูงบ้างอย่างเว่อร์ออกนอกหน้า
       ไข่มุกทำท่าวาดแขนออกกำลังกายเบาๆ คีรินทร์ทำตามเก้ๆกังๆ ไข่มุกเซนิดๆ คีรินทร์รีบเข้าไปประคองทันที ไข่มุกดันออก ส่ายหัว มองอย่างคิดว่าคีรินทร์เว่อร์สุดๆ
       ที่ร้านข้าวต้มข้างทาง คีรินทร์คีบกับข้าวใส่ให้ในจานไข่มุก
       “กินเยอะๆ อย่างงี้สิดี ต้องกินเผื่อลูกด้วย ทีอยู่โรงแรมกินนิดเดียว ทำไมที่นี่ดูเธอกินได้เยอะกว่าปกติ”
       “ก็ชั้นชอบกินแบบนี้นี่คะ อาหารโรงแรมคุณ ทำซะหรู เหมือนของให้ดูมากกว่าให้กิน”
       “ก็ของดีสมราคาไง เอ้า เอาเต้าหู้นะ ดีต่อสุขภาพ”
       คีรินทร์คีบมาจ่อปากไข่มุก ไข่มุกส่ายหน้า
        “คุณรินทร์ อายคนอื่น”
       “อายทำไม สามีบริการเมียน่ารักจะตาย นะ อ้าปากเร็ว”
       ไข่มุกมองรอบๆ แล้วอ้าปากงับ คีรินทร์ยิ้มกว้างดีใจ ระหว่างนั้นมีคนร้าย มองคีรินทร์กับไข่มุกผลัดกันคีบกับข้าวให้กัน คนร้ายเดินไปที่รถที่จอดไม่ไกลแล้วนั่งทำงัดแงะตรงเบรกรถ มีเสียงคนเดินมา คนร้ายหันไปมองก็รีบเอาเครื่องมือหลบออกไป คีรินทร์เปิดประตูให้ไข่มุกแล้วก็ขึ้นรถขับออกไป คนร้ายออกจากที่ซ่อน มองตามยิ้มร้าย
      
       คีรินทร์ขับรถอยู่บนถนน แล้วเหยียบเบรก คีรินทร์เหยียบย้ำๆ รถส่ายไปมา
        “เฮ้ย เป็นอะไร” คีรินทร์พยายามเหยียบเบรก “ ไข่มุก จับไว้แน่นๆ นะ”
       คีรินทร์พยายามประคองรถ
       “รถเป็นอะไรคะ”
       “ไม่รู้ เบรกไม่ได้เลย”
       รถเซลงข้างทาง คีรินทร์เห็นต้นไม้ก็หักทางตัวเองเข้าหาใช้รถครูดต้นไม้หยุดรถ ไข่มุกฟุบหน้าลงกับคอนโซล คีรินทร์จอดรถได้ก็รีบเรียก
       “ไข่มุก เป็นอะไร เจ็บตรงไหน”
       ไข่มุกเงยหน้าขึ้น
       “ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร”
       “ลูกล่ะ”
       ไข่มุกจับท้อง ยิ้มปลอบคีรินทร์
       “ไม่เป็นไรเหมือนกันค่ะ “
      
       คีรินทร์คว้าไข่มุกที่นั่งเบาะข้างๆ เข้ามากอด คีรินทร์กอดอย่างรักและหวงแหนมาก

       เขมทัตนั่งเซ็นต์เอกสารอยู่ในห้องทำงาน ชลลดาเปิดประตูเข้ามาพร้อมถาดกาแฟและผลไม้ ชลลดาเดินบิดก้นเข้ามาหาเขมทัต
       “พักทานกาแฟหน่อยนะคะ”
       ชลลดาเดินมานั่งที่แขนเก้าอี้ ไขว่ห้าง เขมทัตมองขาชลลดากลืนน้ำลายเอี๊อก ยิ้มหวาน ชลลดายิ้มหวานสบตา ยกกาแฟขึ้นเป่า
       “ชลเป่าให้ค่ะ กำลังอุ่นๆ จิบนิดนึงนะคะ”
       ชลลดายกกาแฟป้อน เขมทัตจิบไปยิ้มไป ชลลดาเอานิ้วปาดกาแฟที่เปื้อนปากให้ แล้วจิ้มผลไม้รอป้อน เขมทัตก็อ้าปากรับ มองชลลดาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ชลลดาแกล้งยิ้มหวานเขินอาย หัวเราะคิกคัก
       “จิบกาแฟล้างปากอีกนิดนะคะ”
       ชลลดาป้อนกาแฟ เขมทัตกำลังจะดื่ม ประตูเปิดผางเห็นมณียืนจังก้าเท้าเอว ชลลดาหน้าเหวอ มืออ่อนเทกาแฟราดใส่เขมทัต
       “โอ๊ย ร้อนๆๆๆ”
       มณีชี้หน้าชลลดา
       “คิดจะแย่งผัวชั้นเหรอ แกตาย อ๊ายย”
       มณีกระโจนเข้าใส่ ชลลดากรี๊ดลั่น
      
       คีรินทร์กับไข่มุกเดินมาที่ห้องทำงานเขมทัต คีรินทร์ทำสีหน้าครุ่นคิดปนโมโหนิดๆ
       “เบรกเสียได้ไงไม่รู้ พึ่งเข้าศูนย์ไปเร็วๆ นี้เอง”
       คีรินทร์ดึงไข่มุกหลบชลลดาที่วิ่งตัดหน้าร้องโวยวาย มีมณีวิ่งไล่ตาม
        “หยุด หยุดนะยะ นังชลลดา ชั้นบอกให้หยุด”
       คีรินทร์กับไข่มุกมองอย่างงงๆ เขมทัตเดินตัวเลอะกาแฟออกมา
        “มีอะไรอ่ะพ่อ ทำไมเลอะขนาดนี้ แล้วแม่กับคุณชลเขาเป็นอะไร”
       เขมทัตหัวเราะนิดๆ
       “คนแก่อยากออกกำลังกายน่ะ”
       ชลลดาวิ่งกลับมา ดึงคีรินทร์มาบังตัวเอง มณีตามมายื้อยุดแขนชลลดา
        “ออกมาเลย เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกันชั้น รินทร์หลบไปสิ หนอย ทำขู่ฆ่าตัวตาย วันนี้หล่อนได้ตายสมใจแน่ ออกมา ไปหลบหลังลูกชั้นทำไม บอกให้ออกมาไง”
       ชลลดาร้องวี้ดว้ายหลบซ้ายขวา มณีทำท่าเอาจริงจะจับให้ได้ ไข่มุกกับเขมทัตมองอย่างขำมากๆ
        “ออกไปก็ตายสิ ผีบ้าเข้าสิงรึไงคะคุณพี่”
       “เดี๋ยวครับแม่ โอ๊ยๆๆ นั่นแขนผม อย่าหยิก”
       มณีเห็นเป็นแขนคีรินทร์ก็ปล่อยออก เขมทัตที่ยืนขำอยู่กระแอม
        “ขอทีเหอะคุณ วิ่งซะไขมันย้อยแล้ว ไม่เหนื่อยเหรอ”
       มณีหันไปหาเขมทัต มองอย่างหมั่นไส้ เขมทัตยิ้มประเหลาะ
        “ขอทีใช่มั้ย ได้” มณีต่อยเขมทัต “เอาอีกทีมั้ย ทำตาหวานดีนัก”
       คีรินทร์รีบเข้ามาประคองเขมทัตที่เซจนเห็นดาว ชลลดายืนอึ้ง มณีหันไปหาชลลดา กระโจนเข้าใส่ วิ่งไล่กันออกไป เขมทัตกุมแก้ม
       “อูย แม่แกนี่ สุดยอดมวยเอกไทยไฟท์จริงๆ”
       “เป็นไรมากมั้ยครับพ่อ ยังมองเห็นรึเปล่า”
       “เห็น เห็นดาว”
      
       ไข่มุกขำเขมทัต แล้วเหลือบตาไปเห็นนุชนารถที่แอบมองมา นุชนารถมองหน้านิ่ง แต่แววตาอิจฉามาก


  


       ชลลดาที่มีแผลช้ำ รอยข่วนเต็มตัว เปิดประตูเข้าไปในห้องพยาบาล มองเห็นนุชนารถนั่งอยู่ก็ช็อคมาก
       “นะ...นุชนารถ มาทำที่นี่ได้ยังไง”
       “คุณรินให้มาทำ” นุชนารถมองชลลดาแล้วแค่นยิ้ม “โดนฟัดซะเละ เข้ามาสิ จะได้ทำแผล”
       ชลลดาส่ายหน้า
       “ไม่ทำแล้ว เดี๋ยวแกฆ่าชั้นคามือแน่”
       นุชนารถถอนหายใจเบื่อๆ
       “นี่ จะทำหรือไม่ทำ ชั้นจะได้เตรียมยาล้างแผล”
       นุชนารถลุกขึ้นไปหยิบยา ชลลดาส่ายหน้าไม่ยอมให้ทำเด็ดขาด
        “ใครจะยอมทำกับคนโรคจิต ชั้นไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า” นุชนารถชะงัก แววตาวาวขึ้นอย่างฟิวส์ขาด นุชนารถหันกลับมา ชลลดาเห็นแววตานุชนารถก็นึกกลัว” อยะ อย่า ไม่ทำแล้ว”
       ชลลดาลุกจากเก้าอี้ตั้งท่าวิ่ง นุชนารถดึงคอเสื้อลากกลับมาเหวี่ยงลงเก้าอี้ นุชนารถยิ้มร้าย หยิบคีมคีบปากแหลมจ่อหน้าชลลดา
       “แต่เธอต้องทำ”
       “อย่านะ เอาออกไป ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยชั้นที ตายแน่แล้วชั้น”
       นุชนารถจ่อคีมปากแหลมเข้าไปใกล้คอ
       “กลัวอะไร แค่นี้ไม่ตายหรอก”
       ชลลดาผลักนุชนารถกระเด็นไปโดนรถเข็นใส่ยา นุชนารถควานมือหยิบได้กรรไกร ชลลดากรี๊ดลั่นวิ่งหลบจะออกนอกห้อง นุชนารถคว้าข้อมือกลับมา ยิ้มให้ชลลดาอย่างโรคจิต นุชนารถยื่นกรรไกรมาตรงหน้า ชลลดาตาเหลือกอย่างกลัวมาก
      
       คีรินทร์เดินตามทางเดินมาเรื่อยๆ มองเข้าไปที่ประตูห้องพยาบาลแล้วจับลูกบิดบิดจะเข้าห้อง เสียงลูกบิด ทำให้นุชนารถชะงัก คีรินทร์เดินเข้ามาในห้องจึงเห็นนุชนารถนั่งบังชลลดา คีรินทร์เดินเข้ามาใกล้ นุชนารถหันมายิ้มให้ คีรินทร์ชะโงกมองชลลดา ชลลดาหรี่ตาอย่างใกล้จะเป็นลมเต็มที
       “คุณรินทร์”
      
       ชลลดานั่งคอพับเป็นลมไป คีรินทร์มองอย่างงงๆ นุชนารถยิ้มให้คีรินทร์ด้วยใบหน้าอ่อนหวาน แต่อีกมือด้านหลังกลับถือกรรไกรจ่อหลังชลลดาซ่อนเอาไว้ไม่ให้เห็น


  


       คีรินทร์กับนุชนารถเดินเล่นในสวนของโรงแรม
       “ผมดีใจที่คุณสนุกกับงานที่นี่นะ แล้วตอนนี้มีหนุ่มๆ มาปิ๊งบ้างหรือยังครับ คุณพยาบาลเจ้าเสน่ห์”
       นุชนารถยิ้มเศร้าๆ
       “คุณก็รู้..นุชไม่เคยมองใคร นอกจากคุณ”
       คีรินทร์หยุดยืน จับมือนุชนารถ มองสบตาอย่างอ่อนโยนแต่จริงจัง
        “นุช ชีวิตเราต้องรู้จักให้โอกาสตัวเอง ผมกำลังเป็นพ่อคน มีครอบครัวของตัวเองที่ต้องดูแล คุณเองก็ต้องเปิดใจ เปิดรับคนใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต ผมจะดีใจมากถ้าคุณได้เจอคนที่ดีและรักคุณจริงๆ”
       นุชนารถรั้งมือคีรินทร์ ยึดไว้แน่น
       “แต่นุชรักคุณคนเดียว”
       คีรินทร์บีบมือ ยิ้มนิดๆ
       “เชื่อผมนะ ยังมีผู้ชายคนอื่นที่ดีกว่าผมเยอะแยะ คุณเป็นคนน่ารัก ต้องได้เจอคนที่ดีแน่”
       คีรินทร์ปล่อยมือนุชนารถแล้วเดินหันหลังไป นุชนารถมองตามอย่างเจ็บปวด
      
       ภายในห้องตรวจของโรงพยาบาลคีรินทร์นั่งโอบไข่มุกที่กำลังคุยกับหมอ
       “เด็กสุขภาพแข็งแรงดีค่ะ แต่ช่วงนี้ยังเป็นช่วงเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย ขอให้คุณพ่อดูแลคุณแม่ดีๆ นะคะ”
       คีรินทร์จ้องหน้าไข่มุกยิ้มอย่างปลื้มใจ จับท้องไข่มุกเบาๆ
        “แล้วผมจับอย่างงี้ ลูกจะรู้รึเปล่าครับ”
       “เด็กๆ จะรับรู้ความรู้สึกได้ตั้งแต่ในท้อง ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีความสุขเขาก็จะมีความสุขตามไปด้วย”
       คีรินทร์ลูบท้องไข่มุกอย่างรักและปลาบปลื้มมาก สายตาอ่อนโยน ไข่มุกลอบมองอย่างดีใจและปลาบปลื้มที่คีรินทร์รักลูก
      
       คีรินทร์ประคองไข่มุกเดินเล่นในสวนของโรงพยาบาล ไข่มุกเดินช้าๆ พลางลูบท้องไปด้วย แววตามองท้องอย่างอ่อนโยน
       “ชั้นไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเลย ลูกของเรา ขอบคุณเธอมากนะ ที่อดทนกับคนอย่างชั้น” ไข่มุกยิ้ม
       “ ชั้นก็ตื่นเต้นค่ะ ชั้นรู้สึกเหมือนข้างในมันพองฟูไปหมด มีความสุขมากๆ”
       คีรินทร์จับมือไข่มุกนิ่ง
       “ชั้นสัญญา ว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เสียใจ”
       ไข่มุกนิ่ง ทำเหมือนจะยิ้ม แต่แววตาเศร้าลง
       “แต่คุณยังมีอีกหลายคนที่ต้องดูแล ไม่มีผู้หญิงคนไหน อยากให้สามียังยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น ถ้าคุณอยากดูแลชั้นกับลูก ก็ต้องเคลียร์ให้ได้ก่อน”ง
       “ก็จะพยายามแล้วกัน”
       ไข่มุกมองหน้าคีรินทร์
       “ต้องถึงกับพยายาม ก็อย่าเหนื่อยเลยค่ะ”
       ไข่มุกพูดจบก็เดินไปอย่างงอนมาก คีรินทร์มองตามแล้วถอนใจอย่างเหนื่อยใจมาก
      
        “อีกแระ อะไรก็ผิด เหวี่ยงตลอด เฮ้อ คนท้องเอาใจยากจริง”
ตอนที่ 20
      
       ชลลดากับภัททิมานั่งข้างเขมทัต ตีหน้าเศร้า มณีที่นั่งอยู่ใกล้รัตนาก็มองอย่างหมั่นไส้มาก
      
       “เรื่องลูกไก่ ตกลงว่าจะเอายังไงคะ”
       “ก็ไม่ทำไม ชั้นยังให้อยู่ในบ้านก็บุญโขแล้วย่ะ อยากจะเขี่ยทิ้งเต็มที”
       ชลลดาร้องไห้โฮอย่างบีบน้ำตา
       “แต่ว่าใครๆ ก็รู้ว่าลูกเราจะแต่งงานกัน ขืนไม่จัดงานซะที ได้โดนนินทาแน่ๆ”
       “ตอนนี้ใครจะนินทาอะไรก็เชิญ ชั้นชินแล้ว เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาก็หมดเรื่อง”
       ชลลดากับภัททิมาลอบสบตากันอย่างรู้ว่าเล่นกับมณีด้วยยากแล้ว คีรินทร์กับไข่มุกเดินเข้ามาในบ้าน มณีรีบลุกเข้าไปประคองไข่มุกอย่างเอาใจออกหน้าออกตา ชลลดากับภัททิมามองอย่างแค้นใจ
       “อุ๊ย ค่อยๆ นั่งนะไข่มุก” มณีหันไปมองชลลดากับภัททิมา “ตัวจริงเสียงจริงมาแล้ว ลูกแร้งลูกกาหลบไป เพราะว่าวันนี้ ชั้นจะจัดปาร์ตี้ต้อนรับไข่มุกในฐานะสะใภ้คนเดียวของบ้านนี้”
       มณีประกาศอย่างหักหน้าชลลดากับภัททิมา ไข่มุกหน้าเหวอ หันไปมองคีรินทร์ คีรินทร์ส่ายหัวอย่างไม่รู้เรื่องพอกัน มณีลอยหน้าส่งสายตาเยาะเย้ยสองแม่ลูกที่ตีหน้าเศร้า แต่แววตาเคืองมณีมาก ชลลดากับภัททิมาเดินกระแทกเท้าออกนอกห้อง ชลลดาแกล้งเดินเฉียดไข่มุก บังให้ภัททิมากระซิบข้างหูไข่มุก
       “อย่าคิดว่าแกจะมีความสุขไปได้ตลอดนะ”
       สองแม่ลูกเดินหน้าเชิด สะบัดออกไป ไข่มุกมองตามทั้งคู่อย่างหนักใจ
      
       เย็นวันนั้นไข่มุกโชว์ตำส้มตำอยู่ในสวน คีรินทร์ช่วยปิ้งไก่บนเตา ไข่มุกออกลีลา มณี ช้อย รัตนาตบมือยิ้มปลื้มอย่างออกหน้าออกตา ชลลดากับภัททิมาได้แต่เบ้ปากอย่างหมั่นไส้ ไข่มุกถือจานส้มตำมาเสิร์ฟมณี
       “มาแล้วค่ะ”
       “โอ้โห น่าทานจัง”
       คีรินทร์ถือจานไก่มาวาง ขยี้หัวรัตนาอย่างเอ็นดู มณีทำท่าปลื้มตักขึ้นมาชิม แอ็คท่าปิดปากอย่างตกใจเวอร์ๆ
       “อะหือ แซ่บเว่อร์ หนูนี่ทำอะไรก็อร่อย น่ารัก แม่บ้านแม่เรือน”
       คีรินทร์แอบทำหน้าทะเล้นใส่ไข่มุก บุ้ยใบ้ว่ามณีเว่อร์มาก ไข่มุกหัวเราะเบาๆ ภัททิมามองค้อน
       “แค่ตำส้มตำเนี่ยนะ แม่บ้านแม่เรือน ชิ”
       ชลลดายื่นส้อมไปตักชิม
       “จะแค่ไหนกันเชียว แค่ส้มตำ หลับหูหลับตาทำก็กินได้” ชลลดาตักเข้าปาก ทำหน้าอร่อยมาก แต่รู้ตัวก็เก๊กทำวางท่าใส่ “ก็...งั้นๆ อ่ะ พอกินได้กันตาย”
       มณีดึงจานมา
       “งั้นก็ไม่ต้องกิน ปากไม่ถึงก็ไปตำกินเอง”
       ชลลดาถือส้อมค้างอย่างขัดใจ มองมณีกับเขมทัตกินกันแล้วน้ำลายสอ คีรินทร์ป้อนส้มตำไข่มุก ภัททิมารีบสะกิดหลับตาพริ้มอ้าปากรอ ช้อยเอาไก่ย่างยัดเข้าเต็มปาก ภัททิมาจะพูดก็พูดไม่ออก ได้แต่ถลึงตาใส่ คีรินทร์แอบหัวเราะจังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์คีรินทร์ดังขึ้น คีรินทร์กดรับ
       “ ครับ” สีหน้าคีรินทร์เปลี่ยนเป็นกังวล “อย่างงั้นเหรอครับ ครับ ขอบคุณมาก”
       ไข่มุกมองอย่างเป็นห่วง
       “มีอะไรเหรอคะ”
       “ช่างที่ศูนย์โทรมา บอกว่าสายเบรกรถมีรอยถูกตัด”
      
       คีรินทร์บอกหน้าเครียด ไข่มุกฟังอย่างตกใจ นึกไม่ถึง ขณะนั้นมีรถแล่นผ่านมาช้าๆ กระจกเลื่อนลงเห็นเป็นวัฒนาที่ขับรถมา ใส่แว่นดำ วัฒนาถอดแว่นออก มองเข้าไปในสนามหน้าบ้านคีรินทร์ แววตาเคียดแค้นมาก


  


        
       เช้าวันรุ่งขึ้น คีรินทร์ขับรถเข้ามาจอดที่โงแรมแล้วเดินลงจากรถ คนร้ายสามคนโผล่มาล้อม คีรินทร์ถอยอย่างระวังตัว
        
       “จะทำอะไร”
       คนร้ายส่งสายตากันแล้วเข้ารุมคีรินทร์ คีรินทร์ใช้กระเป๋ากันหมัดที่ต่อยมาแล้วหลบฉากเตะ พยายามต่อสู้กลับ คนร้ายเข้ารุม คีรินทร์พยายามจะต่อสู้บ้าง หลบหลีกบ้างแต่ยังเป็นรอง
       วัฒนาที่ยืนหลบมุมอยู่ไกลๆ มองคนร้ายกำลังรุมคีรินทร์อย่างสะใจ คนร้ายต่อยเข้าที่ท้องคีรินทร์ คีรินทร์ทรุด จุกมาก คนร้านเงื้อมือจะฟาดต้นคอให้สลบ เดชกับลูกน้องวิ่งเข้ามาจับแขนคนร้ายบิด เดชเข้าต่อสู้กับคนร้าย คีรินทร์ค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมองอย่างงงๆ
       “พวกแกเป็นใคร” คนร้ายไม่ตอบ เดชบิดแขนหนักขึ้น “ตอบ”
       คนร้ายไม่ตอบแต่ใช้กำลังสู้ต่อ พวกเดชต่อสู้กลับ คนร้ายเสียท่าแล้ววิ่งหนีไป คีรินทร์ยืนมองอย่างตะลึงแล้วมองหน้าเดชงงๆ
       “คุณคีรินทร์ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”
       คีรินทร์ส่ายหน้า แววตาครุ่นคิด วัฒนาที่แอบดูอยู่ ทุบกำแพงด้วยความแค้นอย่างขัดใจ
      
       คีรินทร์มาหาเขมทัตที่ห้องทำงาน เขมทัตบอกอย่างห่วงใย
       “พ่อเป็นคนให้เดชไปคุ้มกันเราเอง”
       คีรินทร์ยกมือไหว้
       “ขอบคุณพ่อมากครับ ถ้าไม่ได้เดชช่วย คงแย่เหมือนกัน ใครส่งพวกมันมา” เขมทัตจ้องคีรินทร์ “รินทร์ เราทำธุรกิจ ไม่รู้หรอกว่าจะไปขวางทางคนอื่นเข้าตอนไหน แล้วเรื่องที่รถโดนตัดสายเบรก พอรู้ตัวคนทำรึยัง”
       “ยังครับ”
       เขมทัตมองสบตาคีรินทร์
       “ระวังตัวเองให้มากๆ ศัตรูที่มองไม่เห็น น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร ทั้งหมด”
       คีรินทร์ฟังแล้วก็ต้องถอนใจอย่างเคร่งเครียด
      
       นุชนารถเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าในห้าง กำลังเลือกเสื้อผ้า พอจับเสื้อออกจากราวมองไปตรงหน้าก็เห็นวัฒนายืนมองมา สีหน้าเรียบเฉย นุชนารถตกใจมาก
       “คุณ คุณยังไม่ตาย” วัฒนายิ้มร้ายนิดๆ ที่มุมปาก มองนุชนารถแววตาเจ้าเล่ห์ นุชนารถมีสีหน้าระแวงมาก
       “กลับมาทำไม จะเอาอะไรอีก”
      
       วัฒนาไม่ตอบแต่สายตาวาวขึ้น นุชนารถมองสบตาอย่างกลัวนิดๆ


  


        
       นุชนารถยืนกอดอกอยู่มุมหนึ่งของลานจอดรถ แล้วส่ายหน้า
        
       “ชั้นไม่ยุ่งด้วยแล้ว รินทร์มีบุญคุณมาก ชีวิตชั้นดีขึ้นได้ก็เพราะเขา กลับไปซะยังไงชั้นก็ไม่มีวันทำร้ายรินทร์”
       “แล้วถ้าไม่ใช่คีรินทร์”
       นุชนารถอึ้ง สบตาวัฒนา
       “ใคร” วัฒนายิ้มร้าย “คุณจะทำร้ายไข่มุกกับเด็กในท้องเหรอ” วัฒนายิ้มร้าย นุชนารถฟังแล้วร้อนใจแทนคีรินทร์ รีบบอก “ไม่ ชั้นไม่ทำใครทั้งนั้น”
       วัฒนายิ้มเยาะ
       “ช่วยผมกำจัดไข่มุก คุณก็ได้ไอ้รินไป หรืออยากเป็นเมียน้อยไปตลอดชาติก็ตามใจ เลือกเอาแล้วกัน”
       วัฒนาสบตานุชนารถอย่างท้าทาย นุชนารถมองตอบ กำมือแน่นอย่างตัดสินใจไม่ถูก
      
       ที่ห้องสอนโยคะ ไข่มุกนำสอนโยคะแบบง่ายๆ มีลูกค้าสามสี่คน ผู้หญิงคนหนึ่งทำตามแล้วหันมองไข่มุก “น้องคะ ช่วยพี่หน่อย บิดตัวไม่ค่อยไปเลย”
       ไข่มุกมองยิ้มอ่อนโยนแล้วเข้ามาช่วยจับที่ตัวกับไหล่ให้ค่อยๆ บิด ผู้หญิงบิดตัวตาม ไข่มุกบิดมาอีกด้าน
       “แรกๆ ร่างกายอาจจะยังไม่ยืดหยุ่นเท่าไหร่นะคะ ให้ค่อยๆ บิดช้าๆ ฝึกไปเรื่อยๆ ก็จะบิดได้มากขึ้น” มือของผู้หญิงจับตัวไข่มุก แล้วดึงรั้งไข่มุกอย่างแรงจนไข่มุกนิ่วหน้า “เดี๋ยวค่ะ ปล่อยก่อน ชั้นเจ็บ” ผู้หญิงยังคงรั้งแขนไข่มุกแล้วแกล้งบิดมากขึ้น “ปล่อย”
       ผู้จัดการเดินเข้ามาหน้าตาตื่น จับตัวไข่มุก ผู้หญิงรีบหดมือออกอย่างทันที
       “มีอะไรกันครับ”
       “เปล่า ไม่ได้ทำอะไร”
       ผู้หญิงบอก ไข่มุกจับแขนอย่างเจ็บมาก มองผู้หญิงที่นั่งทำเฉยทำท่าโยคะต่อ ผู้จัดการ จับไหล่มุกดันเบาๆ
       “คุณไข่มุกออกไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน”
       ไข่มุกถอนหายใจ พยักหน้าแล้วเดินออกไป
      
       ไข่มุกเดินเช็ดเหงื่อออกมาหน้าฟิตเนส มีผู้หญิงอีกคนวิ่งเข้ามา ไข่มุกเบี่ยงตัวหลบ แต่ผู้หญิงยังวิ่งชนอย่างแรง ไข่มุกเซหงายหลังจะล้ม โชคดีที่คีรินทร์เข้ามารับไว้ทัน ผู้หญิงชะงัก สีหน้าตกใจอย่างสำนึกผิด
       “ขอโทษนะคะ ชั้นไม่เห็น พอดีว่ารีบไปเข้าห้องน้ำ”
       ไข่มุกตกใจ แต่ตั้งหลักได้ก็ยิ้มให้
       “ไม่เป็นไรค่ะ”
       “ระวังหน่อยนะครับ พื้นแถวนี้ลื่นด้วย ค่อยๆ เดินดีกว่า”
       “ค่ะ ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ”
       คีรินทร์ประคองไข่มุกเดินไป
       “ไม่เป็นไรแน่นะ”
      
       ไข่มุกพยักหน้ายิ้มๆ ลับหลังไข่มุก ผู้หญิงคนที่สองหันมองเข้าไปในห้องสอนโยคะ สบตากับผู้หญิงคนแรกที่คุยกับผู้จัดการ แล้วยิ้มร้ายออกมาพร้อมกัน

       มุมหนึ่งที่ลับตาคน วัฒนามองผู้หญิงทั้งสองคนที่ แววตาผิดหวังเล็กๆ สองสาวพูดอย่างขัดใจที่ผิดแผน
      
       “ชั้นอุตส่าห์จับนังนั่นบิด กะจะรัดคอ ผู้จัดการดันมาขวางซะได้”
       “เหมือนกัน ชนเข้าเต็มๆ ยังโชคดีมีคนมารับทันอีก”
       วัฒนามองนิ่ง
       “ไม่เป็นไร ผมมีแผนสอง”
       สายตาวัฒนาดูร้ายสีหน้ามีแผนการในใจ
      
       เช้าวันรุ่งขึ้น มณีเดินอยู่ในตลาดสดกับไข่มุกที่ถือถุงส้ม มณีชะโงกดูป้ายราคาแล้วยกมือทาบอกอย่างตกใจ
       “อุ๊ย ตรงนู้นถูกกว่าตั้งสองบาท รอนี่แป๊บนะ”
       มณีเดินหายไปอีกทาง ไข่มุกยืนอยู่ตรงหน้าถนน มองดูรอบตัวอย่างเหม่อ คนร้ายโผล่ออกมาจากด้านข้าง เข้ามากระชากกระเป๋า
       “ว้าย”
       ไข่มุกได้สติรั้งเอาไว้ ตั้งท่าจะสู้ คนร้ายเตะเข้ามาเฉี่ยวไข่มุก พลาดไปโดนถุงส้มในมือไข่มุกหล่นลงพื้น ไข่มุกหลบแล้วรู้สึกแปลบที่ท้อง มองท้องสลับกับกระเป๋า ไข่มุกปล่อยมือ
       “จะเอาก็เอาไปเลย” คนร้ายยิ้มมองกระเป๋าในมือแล้วเหวี่ยงกระเป๋าลงพื้น ก้าวเข้าหาไข่มุก ไข่มุกมีสีหน้าหวาดกลัว ถอยหนีเรื่อยๆ “จะทำอะไร กระเป๋าอยู่โน่นไง”
       คนร้ายไม่ฟัง เดินเข้ามาเกือบถึงตัวไข่มุก มณีเดินกลับมาเห็นคนร้าย กรี๊ดลั่นตลาด
       “อ้ายยย ช่วยด้วยๆ มีโจรฉกกระเป๋าตรงนี้จ้า ตำรวจ ช่วยด้วยๆ”
       คนร้ายชะงัก มองไข่มุกสลับกับมณี ไข่มุกได้ทีหยิบส้มปาใส่ มณีช่วยหยิบปาอย่างเก้ๆ กัง ดีแต่เสียงดังเข้าใส่
       “โอ๊ยๆๆๆ ยัยป้า”
       “ป้างั้นเหรอ เอาไปกินอีกลูก นี่แหนะ” มณีเขวี้ยงใส่หัวใส่ตัวคนร้ายไป ตะโกนไป “ช่วยด้วย มาเร้วววว โจรอยู่นี่” คนร้ายหลบส้มที่มณีกับไข่มุกปามา พอเห็นคนทำท่าจะเข้ามาช่วยก็วิ่งหนีหายไป มณีรีบเข้ามาประคองไข่มุก“เป็นไงมั่ง มันได้อะไรไปมั่งมั้ย กระเป๋าล่ะ”
       ไข่มุกมองกระเป๋าที่พื้น
       “ไม่ใช่ค่ะ มันไม่ได้จะเอาเงิน แต่จะเอาชีวิตหนู”
       แววตาไข่มุกดูตื่นตระหนก รู้สึกกลัวมาก มณีมีสีหน้างง
      
       คีรินทร์ยืนต่อหน้าภัททิมากับชลลดา ภัททิมากับชลเงยหน้ามองหน้าเหวอๆ
       “ฝีมือคุณสองคนใช่มั้ย”
       “จะบ้าเหรอ ไหนล่ะหลักฐาน อย่ามากล่าวหาลอยๆ ชั้นไม่รู้เรื่อง”
       ภัททิมายกมือปฎิเสธ
       “ใช่ ไม่รู้ไม่เห็นนะคะ”
       คีรินทร์จ้องหน้าภัททิมา ภัททิมาส่ายหน้าว่าไม่ใช่ ชลลดาเหลือบมองนุชนารถ
       “ฝีมือนังพยาบาลโรคจิตหรือเปล่า คนเคยมีประวัติ”
       นุชนารถสวนทันควัน
      
       “อย่ามาใส่ความ ชั้นไม่เกี่ยว” ทุกคนหันมามอง มณีมองนุชนารถอย่างลังเลปนไม่แน่ใจ นุชนารถทำหน้าเศร้าอย่างน่าสงสาร “นุชไม่ได้ทำนะคะ รินทร์ เชื่อนุชนะ”


  


        
       ชลลดากับภัททิมาหน้าเหวอที่เห็นนุชนารถเปลี่ยนสีหน้าได้ไวมาก คีรินทร์มองนุชนารถครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างเชื่อใจ
        
       “ผมเชื่อว่านุชไม่ได้ทำ”
       ชลลดาทำอ้าปากจะพูด แต่สบตากับนุชนารถที่แอบส่งสายตาร้ายและโรคจิตมาให้ ก็ปากค้างอย่างพูดไม่ออก
       “อ้าว ไหงงั้นล่ะคะรินทร์ แบบนี้ก็หาว่าเป็นฝีมือลูกไก่ดิ”
       ไข่มุกเม้มปากแน่นอย่างกังวลใจ
       “ถ้าไม่ใช่หล่อนสองคนแล้วจะใคร”
       “คุณมณี ช่างเถอะค่ะ ยังไงหนูก็ไม่ได้เป็นอะไร”
       มณีหันมาจับแขนไข่มุก
       “โถหนู ใจดีเหลือเกิน” มณีตวัดสายตามองชลลดา “แต่กับคนแบบนี้ไม่ต้องใจดีด้วยหรอก นิสัยลูกแร้งลูกกา เลี้ยงไม่เชื่อง”
       “อุ๊ย คุณแม่ขา คุณแม่มณีว่าลูกไก่เป็นลูกแร้งอีกแล้ว งั้นคุณแม่ก็ต้องเป็นอีแร้งตัวแม่สิคะ”
       ชลลดาปรี๊ดแตก
       “ดีแต่ด่าๆๆ คนอย่างชั้น ถ้าทำก็เชิดหน้ารับความจริงย่ะ ไม่ใช่พวกหมาลอบกัด”
       ชลลดากับมณีลุกขึ้นประจันหน้ากัน เขมทัตเดินเข้ามากั้นกลาง
       “เอาล่ะๆ แยกกัน ทะเลาะอะไรอายเด็กบ้าง อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะคุณ”
       ชลลดารีบเข้าไปจะออเซาะเขมทัต แต่มณีสกัดขาไว้จนเกือบหน้าทิ่ม ชลลดาตั้งหลักได้ก็ยืนมองมณีอย่างแค้นๆ มณีสะบัดหน้าใส่ ชลลดาก็เชิดไม่แพ้กัน คีรินทร์มองไข่มุกที่ยืนนิ่ง ทำหน้าไม่บอกอารมณ์
       “เธอกลับมาอยู่บ้านดีกว่า เกิดอะไรขึ้นมา จะได้มีคนคอยช่วย”
       ไข่มุกมองภัททิมา แล้วนิ่งเฉย
       “ไม่เป็นไร ชั้นคงไม่ซวยซ้ำสองหรอกมั้งคะ”
       “จะดื้อไปถึงไหนฮึ”
       “มาอยู่บ้านเถอะ หนูเองก็ท้อง ทำอะไรไม่ค่อยสะดวก เชื่อลุงนะ”
       เขมทัตบอก ไข่มุกอึกอัก ลำบากใจ มณีพูดต่อ
       “กลับมาที่นี่ใกล้หูใกล้ตา พวกชั่วๆ จะได้ไม่กล้าทำอะไร”
      
       นุชนารถมองไข่มุกอย่างอิจฉาที่ทุกคนให้ความสำคัญ ไข่มุกคิดหนักแต่ยังไม่อยากรับปาก


  


        
       ไข่มุกเดินเล่นในสวนบ้านคีรินทร์ คีรินทร์ตามมากอดจากด้านหลัง นุชนารถกำลังจะเดินออกมาจากมุมบ้าน เห็นทั้งคู่ก็ชะงักแอบดู
        
       “เรื่องที่มีคนมาทำร้ายชั้น อย่าบอกคุณจินจูนะคะ ไม่อยากให้เขาเป็นห่วง”
       คีรินทร์ทำเนียนโอบ หอมผม
       “ไหนว่าไม่แคร์แม่ไง”
       “ใครว่าแคร์”
       คีรินทร์ทำหน้าล้อ
       “ถ้าไม่แคร์ ทำไมต้องกลัวเขาเป็นห่วง” ไข่มุกมองค้อน
       “ก็ แค่ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”
       คีรินทร์กอดแล้วหอม ทำพูดแหย่
       “เฮ้อ คนปากแข็งหน้าตาเป็นอย่างงี้นี่เอง เหมือนกับเรา รักเราแท้ๆ แต่ไม่เคยพูดว่ารักสักคำ ใจร้าย” นุชนารถได้ยินก็มองทั้งคู่อย่างเจ็บปวด ไข่มุกขืนตัวหนีแต่คีรินทร์ยังกอดไว้แน่น “พูดบ้างก็ได้ อ่ะ เบาๆ กระซิบข้างหู” คีรินทร์ทำเอียงหูเข้าใกล้ ไข่มุกมองหมั่นไส้ งับหูคีรินทร์ คีรินทร์ร้องโอดโอย” โอ๊ยๆๆ หูชั้นๆ ฟันคมนักเหรอ อย่างงี้ต้องทำโทษ โทษฐานทำให้สามีเจ็บตัว”
       คีรินทร์ปล้ำกอดหอม ไข่มุกดิ้นรนไปมาทุบอกบ้างผลักบ้าง นุชนารถมองอย่างทนไม่ได้แล้วก็เดินออกมา ไข่มุกมองเห็นก็ชะงัก รีบผลักคีรินทร์ออก
       “คุณมณีให้มาตาม หนูนาเป็นไข้ค่ะ”
       “เดี๋ยวผมรีบไปดู”
       คีรินทร์ผละออกจากไข่มุกแล้วเดินไป นุชนารถทำท่าจะเดินตามแต่หันกลับมามองสบตาไข่มุกแววตาอิจฉาและหมั่นไส้มาก ไข่มุกถึงกับอึ้ง
      
       คีรินทร์อุ้มรัตนาที่นอนซมขึ้นบนเตียง มณีกับไข่มุกมองอย่างเป็นห่วง รัตนาอ้อนอย่างไม่สบาย
       “พี่มุก หนูนาปวดหัว เจ็บคอด้วย”
       “ไม่สบายทีไร ต้องอ้อนอย่างนี้ทุกที ชั้นล่ะปวดหัว”
       ไข่มุกเข้าไปจับมือรัตนาอย่างอ่อนโยน
       “ ไม่เป็นไรนะคะ ทานยาเดี๋ยวก็หาย”
       ไข่มุกพูดไม่ทันจบ นุชนารถก็กระแทกจนเซไป แล้วทำพูดเหมือนหวังดี
       “อยู่ไกลๆ ดีกว่า เดี๋ยวหวัดจะติดถึงเด็กในท้อง”
       คีรินทร์จับแขนไข่มุกเอาไว้
       “จริงด้วย ลูกติดขึ้นมา เรื่องใหญ่นะคุณ ถอยมาๆ ให้นุชจัดการเถอะ เขาเก่ง”
       มณีมองรัตนาอย่างเหนื่อยใจ
       “ตั้งแต่เกิดก็สามวันดีสี่วันไข้ เป็นโน่นเป็นนี่ตลอด” มณีแตะมือนุชนารถ “นี่ถ้าไม่มีเธอ ชั้นจะทำยังไง ต่อไปก็อย่าคิดมากจนโกรธแค้นอะไรอีกเลยนะ ชั้นรับรองว่าจะดูแลเธอให้อยู่อย่างสบายที่สุด”
       นุชนารถสบตาไข่มุกอย่างเป็นต่อ ยิ้มหวาน
       “ค่ะ”
       “ขอบใจมากนะนุช”
       นุชนารถยิ้มอ่อนหวาน
       “นุชทำได้ทุกอย่าง เพื่อรินทร์”
      
       คีรินทร์ยิ้มอย่างอดปลื้มไม่ได้ นุชนารถยิ้ม ทำท่ามีความสำคัญมาก ไข่มุกนิ่งอึ้ง รู้สึกว้าเหว่ เหมือนเธอไม่มีความหมาย

       คีรินทร์กับไข่มุกเดินกำลังจะถึงหน้าห้องนอน คีรินทร์มองไข่มุกที่ดูเงียบไปด้วยแววตากังวลและเป็นห่วง
        
       “เธอเป็นอะไร ดูไม่ค่อยร่าเริงเลย หึงนุชใช่มั้ย” ไข่มุกค้อนให้ คีรินทร์หัวเราะชอบใจที่ไข่มุกหึง “รักชั้นมากล่ะสิ”
       “ใครบอก เพียงแต่รู้สึกว่า คุณนุชนารถจะกลับตัวได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ”
       คีรินทร์หัวเราะ เห็นเป็นเรื่องขำ
       “โธ่ ขนาดองคุลีมาลยังกลับใจได้เลย นุชคงไม่ถึงขั้นแย่ขนาดนั้นหรอก แต่ชั้นว่า เธอหาเรื่องหึงชั้นมากกว่า ใช่มั้ยล่ะ” ไข่มุกไม่ตอบ มองอย่างงอนๆ คีรินทร์รีบกอดจากด้านหลังเอาคางวางเกยไหล่ง้อเต็มที่ “หึงนะ หึงเยอะๆ ชั้นชอบ แต่จำไว้ว่ายังไงเธอกับลูกก็เป็นที่หนึ่งมาก่อนคนอื่นเสมอนะ”
       “บอกว่าไม่ได้หึง”
       “อาการฟ้องขนาดนี้ เชื่อตายแหละ”
       ไข่มุกมองค้อน คีรินทร์หัวเราะทำท่าจะจุ๊บ ไข่มุกเบี่ยงตัวออก คีรินทร์ยิ้มกริ่มทำท่าจะคว้ามากอดอีก ไข่มุกวิ่งลอดใต้แขนขึ้นบันไดไป
       “จะหนีไปไหน ชิ่งกันเหรอ”
       คีรินทร์ยิ้มแล้ววิ่งไล่ตามขึ้นไป
      
       คีรินทร์วิ่งไล่ตามจับไข่มุกไว้ทันที่หน้าห้องนอน คีรินทร์กอดไข่มุกแน่น ก้มหน้าลงทำท่าจะจูบ ภัททิมาเดินออกมา กระแอมเสียงดัง ไข่มุกผละออก ภัททิมาเดินเข้ามาหาคีรินทร์แทรกกลางเบียดไข่มุกออกเอาสะโพกกระทุ้งให้เด้งออกไปแล้วเบียดตัวเข้าหาคีรินทร์อย่างออดอ้อน
       “รินทร์ขา แล้วทีนี้จะจัดคิวกันยังไง มีตั้งสามคน ไหนจะกิ๊กเก่าคุณอีกถ้าลำเอียง ลูกไก่ไม่ยอมนะ”
       ไข่มุกถอนหายใจ
       “ชั้นขอตัวไปนอนก่อน เชิญจัดคิวกันตามสบาย”
       “คิวเคิวอะไร เดี๋ยว ไข่มุก ลูกไก่ออกไปก่อน”
       ภัททิมาทำกอดแขนอ้อน
       “ไม่รู้แหละ ลูกไก่เอาสี่วัน ที่เหลือจะให้ใครก็เอาไป คนเป็นเมียต้องรู้จักใจกว้าง ใช่มั้ยคะรินทร์ วันนี้คิวไข่มุกนอนห้องรินทร์ คืนพรุ่งนี้มะรืนนี้ ลูกไก่มานอนนะคะ”
       คีรินทร์ทำท่าจะพูด แต่ภัททิมาเขย่งตัวหอมแก้มดังฟอดยิ้มหวานให้ คีรินทร์อึ้งไปอย่างเคลิ้มๆ นิดๆ ไข่มุกมองคีรินทร์แล้วส่ายหัว ปิดประตูใส่หน้าทั้งคู่จนคีรินทร์กับภัททิมาสะดุ้ง
      
       ข่มุกนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สีหน้างอนไม่หาย คีรินทร์เดินเข้ามาใกล้ กอดจากด้านหลังแล้วหอมแก้มซ้ายขวาอย่างชื่นใจ ไข่มุกทำท่าจะเบี่ยงออกผลักคีรินทร์ คีริทร์ทำเซชนโต๊ะ
       “โอ๊ย”
       ไข่มุกเผลอหันมามองอย่างเป็นห่วง คีรินทร์รีบกอดเอาไว้แล้วจะจุ๊บ ไข่มุกเอามือสองมือปิดปากตัวเอง คีรินทร์เห็นแล้วก็ขำ
       “เล่นงี้เลย” ไข่มุกค้อนให้ คีรินทร์หอมอีก “ดีใจจัง ที่เธอกลับมาอยู่ห้องนี้อีก”
       “ไม่ต้องมาพูดเลย”
       คีรินทร์ทำตาหวานอ้อนใส่
       “จริงๆ นะ ไม่มีเธอ ชั้นเหงามาก”
       ไข่มุกยังทำงอนแต่แอบอมยิ้ม
       “เหงาอะไร ชั้นไม่อยู่ คงมีคนอื่นมาอยู่เป็นเพื่อนคุณเยอะแยะ”
       “ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดนะคร้าบ ห้องเนี้ย ให้คนขี้งอนคนเดียว”
       “ว่าใครขี้งอน”
       “ใครก็ไม่รู้ ทั้งขี้งอน ขี้หึง เป็นคุณแม่แล้ว งอนบ่อยๆ เดี๋ยวลูกออกมาหน้างอนะ” คีรินทร์บอกแล้วหอมไข่มุกอีก “เมื่อกี้พูดแรงไป ขอโทษนะครับคุณแม่” คีรินทร์ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ อมพะนำยิ้มกริ่ม ไข่มุกฟาดเพี้ยะที่แขน คีรินทร์ยิ่งกอดแน่นขึ้น “นะ ยกโทษให้ชั้นนะ ไข่มุกจ๋า” คีรินทร์พูดอ้อน ไข่มุกชักกลั้นยิ้มไม่อยู่ คีรินทร์มองเห็นในกระจกก็ยิ้มกระหยิ่มใจ “ไปอาบน้ำนอนกันนะ อาบพร้อมกันพ่อแม่ลูก”
      
       “คนบ้า”


  


       ไข่มุกมองอย่างงอน แต่แววตาอ่อนลง คีรินทร์ยิ้มหวานใส่ ไข่มุกเผลอยิ้มตามออกมาอย่างห้ามไม่ไหว คีรินทร์มองไข่มุกสายตาอ่อนโยนแล้วจูบหน้าผากเบาๆ
      
       ชลลดาเดินไปเดินมาในห้องอย่างหงุดหงิดแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนเตียง
       “ใครกันที่ทำร้ายนังมุก แล้วโยนมาให้เรารับกรรม เฮ้ย ลูกไก่ ดูหน้าแม่หน่อยสิ”
       ภัททิมามองงงๆ เอียงคอดู
       “ทำไมอะคะคุณแม่ ก็ย่นเท่าเดิม อุ๊ย ตีนกาเพิ่ม”
       ชลลดาตวัดค้อนแล้วตีเพี๊ยะ
       “หึ อยากรู้ว่าหน้าแม่ร้ายนักเหรอ ถึงคิดว่าเป็นเราทำอยู่ได้ เซ็งจิต เซ็งๆๆ”
       “ก็เราทำเค้าไว้เยอะนี่คะ “
       “งั้นเราต้องสืบหาให้ได้ ว่าใครมันทำ แม่ไม่ยอมเป็นแพะรับบาปเด็ดขาด”
       “แล้วคุณแม่สงสัยใครคะ”
       ชลลดานิ่ง สีหน้าครุ่นคิด
      
       ไข่มุก จินจู คธานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านคีรินทร์คธากับจินจูเอาหนังสือแม่ลูกและเสื้อผ้าเด็กมาให้
       “พ่อกับแม่ไปซื้อมาเตรียมให้หลาน เวลามีอะไรจะได้ไม่ฉุกละหุก หนังสือเล่มนี้ดีนะ หนูเอาไว้อ่านนะลูก”
       จินจูยิ้มแล้ววางมือแตะท้องไข่มุก “หลานดิ้นบ้างรึยัง ถ้าขาดเหลืออะไรบอกแม่นะ หนูอยากได้อะไรเพิ่มมั้ย”
       ไข่มุกนิ่ง มองของบนโต๊ะสลับกันจินจู ไข่มุกจับมือจินจูบนท้องแล้วมองสบตากัน แววตาห่วงหาอาวรณ์
       “หนูไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น เงินทอง ของ หรืออะไรก็ไม่เอา” ไข่มุกจับมือแรงขึ้น จินจูโผเข้ากอด ไข่มุกนิ่งยอมให้กอดแต่ไม่กอดตอบ พยายามพูดกลั้นสะอื้น “หนูแค่อยากได้แม่กลับคืนมา”
       จินจูน้ำตาร่วง กอดไข่มุกแน่น
       “แม่อยู่นี่แล้ว ไข่มุก”
       ไข่มุกกำมือแน่นอย่างอยากจะกอดแต่ไม่กล้ากอด จินจูกอดแน่นอย่างแสนรัก ไข่มุกสูดหายใจแล้วดันตัวจินจูออก
       “ไม่ใช่ค่ะ คุณคือปาร์คจินจู ไม่ใช่แม่หนู”
       “ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะลูก”
       “ปาร์คจินจูไม่ต้องการลูก แต่หนูต้องการแม่ ถ้าคุณรักชื่อเสียง รักความเป็นดาราดังของคุณ ก็ไม่ต้องสนใจหนู” ไข่มุกมองสบตาจินจูสลับกับคธา พยายามกลั้นสะอื้น พูดนิ่งๆ “ขอให้คุณอยู่กับชื่อเสียงของคุณต่อไปนะคะ คุณปาร์ค”
       ไข่มุกลุกขึ้นเดินหนีออกไป จินจูนิ่งอึ้งร้องไห้เงียบๆก่ อนจะเปลี่ยนเป็นสะอื้นแรงขึ้นอย่างเจ็บปวด คธาโอบกอดปลอบใจ จูบหน้าผากปลอบประโลม สีหน้าเป็นกังวล
      
       จินจูกับคธาเดินกันมาที่หน้าบ้าน กำลังจะเปิดรถ จินจูเช็ดน้ำตาเงียบๆ คธาหันกลับมาแตะที่มือให้กำลังใจ จินจูหลับตาน้ำตาไหล
       “จินจู”
       “ปาร์คจินจูเกิดมาในสลัม ไม่มีอะไรสักอย่าง แต่คิมแทยอนเป็นคนหยิบขึ้นมา ปั้นให้เป็นดาราจนทุกวันนี้ ชั้นยอมรับว่าชั้นรักตัวตนของปาร์คจินจูมาก” จินจูสะอื้นหนัก คธาดึงเข้ามากอดลูบหัวเบาๆ สีหน้าเจ็บปวดแทน “แต่ถ้าชื่อเสียงของชั้น จะทำให้เสียลูกไป คราวนี้...ชั้นจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่มีแลกกับลูกของชั้น” คธาอึ้ง
       “คุณจะทำอะไร”
      
       จินจูสูดลมหายใจลึก สีหน้าแน่วแน่ ปาดน้ำตาทิ้งแล้วเม้มปากแน่น


  


        
       ชลลดากับภัททิมาเดินเล่นอยู่ที่สวนหน้าบ้าน ระหว่างนั้นนุชนารถเดินหันซ้ายขวาแล้วรีบเดินอย่างรีบร้อน ภัททิมาเห็นรีบสะกิดชลลดา
        
       “นังโรคจิตมันจะรีบไปไหนไม่รู้ค่ะคุณแม่”
       “อยากรู้ ก็ตามไปดูสิ”
       ชลลดากับภัททิมาเดินตามด้อมๆ มองๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น นุชนารถเดินออกนอกรั้ว มีรถแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า สองแม่ลูกมองนุชนารถมองรถจากระยะไกล ชลลดามองอย่างสงสัยว่าจะเป็นใครแต่แล้วชลลดากับภัททิมาถึงกับช็อกตาโต ปากคอสั่นเมื่อเห็นคนที่อยู่ในรถคือวัฒนา
       “ผะๆๆ ผี”
       ภัททิมาทำท่าจะกรี๊ด ชลลดารีบเอามืออุดปากไว้ มองนุชนารถกับวัฒนาอย่างสนใจ
      
       ชลลดากับภัททิมานั่งคุยกันในห้องนอน ชลลดาสีหน้าคิดหนักว่าจะเอายังไงดี
       “วัฒนากลับมาทำไม จะทำอะไรอีก หรือว่าที่นังไข่เน่าโดนทำร้ายเป็นฝีมือมัน”
       “เอาไงดีคะคุณแม่ แจ้งตำรวจจับเลยดีมั้ย” ชลลดาตวัดตามอง
       “อย่าโง่สิคะลูก แจ้งไปใครจะเชื่อ หลักฐานไม่มีสักอย่าง”
       ภัททิมากัดปาก ทำท่าคิด
       “งั้นเราบอกรินทร์แทนแล้วกัน”
       ชลลดามองอย่างเอือมมาก
       “โอ๊ย โง่ซ้ำโง่ซ้อนจริงจิ๊ง ไม่ได้ความฉลาดแม่มาสักนี้ดด”
       ภัททิมาเบะปากจะร้อง
       “คุณแม่อ้ะ ด่าลูกไก่ทำไม”
       “คิดนะคะลูก ใช้สมองน้อยๆ ของหนูคิด ถ้าเราปล่อยให้วัฒนากับนังนุชวางแผนจัดการไข่มุกกับลูก เสร็จแล้วเราก็ตลบหลังแจ้งความจับให้ได้คาหนังคาเขา ทีนี้นังมุกก็ไปเกิดใหม่ นังนุชก็ปิ๋วเข้าคุก คุณรินทร์ก็จะกลายเป็นของหนูคนเดียว เริ่ดมั้ยล่ะแผนแม่”
       ภัททิมาอ้าปากค้างอย่างทึ่งมาก ชลลดายิ้มกริ่มเจ้าแผนการอย่างภูมิใจในแผนตัวเองมาก
       “คุณแม่สุดยอดเลยค่ะ เรื่องชั่วๆ ฉลาดที่สุด”
      
       ภัททิมาทำท่าปลื้มหัวเราะอย่างชอบใจ ชลลดาสะดุดเหมือนถูกหลอกด่า แต่ก็หัวเราะไปด้วย

      ห้องแถลงข่าวภายในโรงแรมของคีรินทร์ จินจูกับคธานั่งที่โต๊ะแถลงข่าว มีกล้องของนักข่าวจำนวนมากกำลังถ่ายอยู่
      
       “ที่เรียนเชิญนักข่าวทุกท่านมาวันนี้ ดิชั้นมีสองเรื่องที่จะพูด เรื่องแรก...ตอนนี้ดิชั้นกำลังคบอยู่กับคุณคธา เรามีแผนจะแต่งงานกันในปีนี้” นักข่าวฮือฮาถ่ายรูปคู่กันใหญ่ จินจูมองสบตาคธา คธายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กำลังใจ “ส่วนอีกเรื่อง....เราสองคนมีลูกสาวที่อยู่ที่ประเทศไทย ดิชั้นคลอดเขาที่นี่ แต่มีเหตุให้เราเพิ่งได้พบกันเมื่อไม่นานมานี้”
       นักข่าวอึ้ง รีบยิงคำถาม
       “คุณปาร์คแอบมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
       “ทำไมต้องปิดเป็นความลับด้วยคะ แล้วตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน”
       “ลูกอายุเท่าไหร่แล้วคะ แล้วทำไมต้องทิ้งไว้ที่ไทยคะ”
       จินจูอึ้ง พยายามฝืนยิ้ม
       “ดิชั้นมีลูกตั้งแต่ตอนมาร่วมงานกับคุณคธาที่ไทย ตอนนี้ลูกโตแล้วค่ะ และขอปฏิเสธว่าไม่ได้ทิ้งลูก แต่เข้าใจผิดว่าเขาตาย ดิชั้นเลยกลับไปเกาหลี”
       “เรื่องนี้ผมเอง...”
       “งั้นแสดงว่าเรื่องคลิปตอนฉายหนังก็เป็นเรื่องจริงใช่มั้ยคะ”
       “คิดว่าแฟนๆ จะผิดหวังมั้ยคะ ที่คุณหลอกลวงและปิดบังมาตลอด”
       จินจูมองสบตาคธา สีหน้ากังวลมาก จินจูจับไมค์จะพูดแต่พูดไม่ออก อึกอักมองหน้านักข่าวที่จ่อไมค์ถาม
       แทยอนเดินออกมาจากด้านข้างเวที จินจูมองอย่างงงๆ แทยอนยิ้มให้แล้วหยิบไมค์ขึ้นพูด
       “เรื่องนี้ผมเป็นคนทำเอง” นักข่าวทำหน้างง แล้วเบนกล้องไปหาแทยอน แสงแฟลชรัว” ผมเป็นคนสั่งให้ปาร์คจินจูปิดเรื่องคธากับลูก พอเธอคลอดลูกสาวผมเองที่สร้างเรื่องว่าเด็กตาย แล้วสั่งให้เดินทางกลับประเทศเกาหลีทันที”
       นักข่าวนิ่งอย่างอึ้งมาก จินจูดึงชายเสื้อแทยอน น้ำตาคลอ สบตาส่ายหน้าห้ามไม่ให้พูดต่อ แทยอนยิ้มอ่อนโยนแล้วพยักหน้าเบาๆ หันหน้าไปมองสู้หน้านักข่าว
       “ผมหลอกคุณปาร์คว่าลูกตาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงของเธอ ที่กำลังประสบความสำเร็จและสั่งให้คนที่รู้เรื่องราวทั้งหมดเก็บทุกอย่างเป็นความลับ ถ้าจะต้องมีใครที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ คนคนนั้นก็คือผม”
       นักข่าวอึ้ง จินจูมองแทยอนแววตารู้สึกผิด แทยอนมองตอบ ยิ้มจางๆ คธาจับมือจินจู จินจูยิ้มนิดๆ อย่างเข้มแข็งแล้วหันไปตอบนักข่าว
       “ดิชั้นขอให้ความเป็นปาร์คจินจูรับผิดชอบต่อความรู้สึกของแฟนคลับและทุกๆ คน ปาร์คจินจูขอลาออกจากวงการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” จินจูโค้งคำนับ ก้มหัวขอโทษ นักข่าวทุกคนอึ้ง แสงแฟลชถ่ายรัว จินจูเงยหน้าขึ้น “สิ่งสำคัญที่สุดของดิชั้นตอนนี้ ไม่ใช่ชื่อเสียง เงินทอง หรืออะไรทั้งนั้น แต่เป็นลูกสาวคนเดียว ดิชั้นจะยอมทำทุกอย่าง ขอแค่ให้ได้ลูกกลับคืนมา”
      
       จินจูมองกล้องด้วยแววตามั่นคง ยิ้มออกมานิดๆ อย่างสง่างาม นักข่าวถ่ายรูปแฟลชวูบวาบ
      
       ทุกคนในบ้านคีรินทร์นั่งดูจอทีวีที่ฉายหน้าจินจู มณีกอดรัตนาทำท่าซึ้งมาก เขมทัตดูอย่างสงบ
       “โธ่ คุณจินจู ถึงขั้นต้องลาออกจากวงการเลยเหรอ”
        ช้อยทำท่าปลาบปลื้มเช็ดน้ำตา ชลลดามองมณีเบะปากอย่างหมั่นไส้  กระซิบกับลูกไก่
                   “เว่อร์จริงๆ ยัยแก่ไดโนเสาร์หนังยาน”
       ไข่มุกนั่งดูเงียบๆ น้ำตาไหลออกมา คีรินทร์เห็นเข้าก็โอบเข้ามากอด นุชนารถเห็นคีรินทร์กอดไข่มุกก็มองด้วยสายตาอิจฉามาก
        
       จินจูเดินออกจากห้องแถลงข่าวพร้อมแทยอนกับคธาประกบข้าง ฝ่าวงล้อมนักข่าว
                   “คุณปาร์คครับ ลูกสาวเป็นใครครับ”
       “ใช่นางเอกหน้าใหม่ที่ร่วมแสดงรึเปล่าคะ”
       “คุณไข่มุกใช่มั้ยคะ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ”
       นักข่าวแย่งถามเสียงเซ็งแซ่ ให้จินจูตอบให้ได้
                   “ขอตัวให้คุณปาร์คพักผ่อนก่อนครับ”
       จินจูเดินไปแล้วชะงัก จินจูมองออกไปไกลๆ เห็นไข่มุกเดินมากับคีรินทร์ ไข่มุกมองจินจูน้ำตาคลอ ยิ้มให้อย่างซาบซึ้ง จินจูยิ้มตอบแล้วหันไปหานักข่าว
       “ใช่ค่ะ ไข่มุกเป็นลูกชั้น ลูกสาวคนเดียวของชั้น”
       จินจูเดินไปหาไข่มุกแล้วกอดแนบแน่น น้ำตาคลออย่างมีความสุขทั้งคู่ นักข่าวถ่ายรูปกระหน่ำ แสงแฟลชวูบวาบ แทยอน คธา คีรินทร์ มองทั้งคู่อย่างมีความสุข
        
       ภายในห้องพักจินจู ไข่มุกก้มลงกราบจินจูที่อก
       “หนูขอโทษที่ทำให้เป็นแบบนี้ แล้วก็ขอบคุณแม่มาก ที่ยอมรับว่าหนูเป็นลูกต่อหน้านักข่าว หนูดีใจมากนะคะ”
       จินจูกอดไข่มุก น้ำตาคลอ
       “แม่ก็ขอบใจ ที่หนูยอมรับแม่ ยอมเรียกแม่....ว่าแม่”
       “สองคนแม่ลูกกอดกันอยู่นั่นแหละ ขอพ่อกอดมั่ง”
       คธาเดินเข้าไปกอดทั้งจินจูและไข่มุกเอาไว้ คีรินทร์มองครอบครัวสุขสัต์เงียบๆ ยิ้มคนเดียวอย่างซาบซึ้งแทยอนเปิดประตูเดินเข้ามา จินจูเห็นก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน คธาปล่อยทั้งคู่ออกแล้วกลับมานั่งกับคีรินทร์
       “ขอบคุณพี่มากนะคะ”
        แทยอนมีสีหน้าเศร้านิดๆ
       “ชั้นต้องขอโทษเธอต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะชั้น เธอสองคนแม่ลูกคงได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้ว” แทยอนพูดเศร้าๆ จินจูกับไข่มุกลุกขึ้นเดินเข้าไปหา แทยอนมองไข่มุกแววตาขอโทษ “ลุงต้องขอโทษหนูด้วย ที่ทำให้ต้องลำบาก”
       “แต่หนูต้องขอบคุณ ที่คุณช่วยดูแลแม่มาตลอด”
       ไข่มุกไหว้กราบแทยอนที่อก แทยอนอึ้งอย่างคาดไม่ถึง สบตามองจินจู แววตาแทยอนฉายแววดีใจเจือละอายต่อความผิด


  


       เช้าวันรุ่งขึ้นจินจูเดินออกมาหาไข่มุกที่ระเบียงห้องพัก จินจูเดินเข้าไปกอดไข่มุกอย่างมีความสุข
       “แม่รอวันนี้มานานมาก ที่จะได้กอดหนูอย่างนี้” ไข่มุกกอดตอบ
       “หนูก็เหมือนกันค่ะ หนูอยากให้แม่กอดหนูแน่นๆ อย่างนี้”
       จินจูกับไข่มุกกอดกันแล้วยิ้มให้กันอย่างมีความสุข คธาเดินเข้ามามองสองแม่ลูกแววตาอบอุ่น
                   “แอบมากอดกันสองคนอีกแล้ว มา พ่อกอดมั่ง” ไข่มุกยิ้มแล้วโผเข้ากอดคธา คธากอดรวบทั้งสองคนเอาไว้ยิ้มให้กันหวานชื่น เสียงเคาะประตูดังขึ้น คธามีสีหน้างงๆ “ใครมาแต่เช้า”
       คธาเดินไปเปิด จึงเห็นคีรินทร์ยืนอยู่แล้วยกมือไหว้จินจูกับคธา
       “อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพ่อตา คุณแม่ยาย”
       คีรินทร์เดินเข้ามาถึงตัวไข่มุก ทำเป็นเนียนโอบเอว ไข่มุกหยิกมือแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้คีรินทร์สูดปาก มองไข่มุกยิ้มๆ อย่างขำในความแสบ                     
       “มาทำไมแต่เช้าคะ”
       “ก็มารับคุณภรรยาน่ะสิครับ ฝากตัวไว้คืนนึง คิดถึงจะตาย ขออนุญาตพาตัวกลับบ้านนะครับ คุณพ่อ คุณแม่”
       จินจูมองคีรินทร์อย่างพิจารณา
       “ชั้นยังอยู่กับแม่ไม่หนำใจเลย”
       “อย่างงี้ชั้นก็แย่สิ ถูกเมียทิ้ง”
       คีรินทร์ทำเสียงอ้อน ไข่มุกถลึงตา ซัดเพี๊ยะที่ไหล่คีรินทร์ คีรินทร์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี จินจูมองคีรินทร์                      “จะพากลับก็ได้ ชั้นไม่ห้าม แต่เธอสองคนจะเอายังไงต่อ เด็กในท้องโตขึ้นทุกวัน”
       “พ่อเห็นด้วย”
       ไข่มุกนิ่งไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจ คีรินทร์ยิ้มกว้าง
                   “ไม่มีปัญหาครับ ผมจะแต่งงานกับไข่มุก”
       คีรินทร์ยิ้มให้ไข่มุกแล้วโอบเอาไว้ ไข่มุกยิ้มนิดๆ แต่ไม่เต็มที่เพราะยังไม่แน่ใจ จินจูกับคธามองหน้าไข่มุกแล้วสบตากันเองอย่างครุ่นคิด
        
       มณียิ้มหน้าแป้นทำท่าหอมไข่มุกซ้ายขวาอย่างจี๋จ๋าอวดจินจู
       “ไม่ต้องห่วงนะคะ ลูกสาวดาราดังทั้งที ดิชั้นจะจัดงานให้อย่างใหญ่โตสมหน้าสมตา เดี๋ยวได้ฤกษ์เมื่อไหร่จะบอกให้รู้นะคะ แหม ไข่มุกเขาน่ารัก ต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดแน่”
       ภัททิมาทำท่าจะโวย ชลลดาปิดปากแล้วกระซิบ
       “อย่าเพิ่งโวย ฟังต่อก่อน”
       “ขอบคุณคุณมณีมากนะครับ ที่เอ็นดูไข่มุก”
       นุชนารถมองคีรินทร์อย่างตัดพ้อ คีรินทร์ทำนิ่งแต่ก็กระอักกระอ่วน ไข่มุกแอบมองเงียบๆ มณีทำท่าเขินมีจริตจะก้าน
       “ลูกรักใคร เราก็ต้องรักด้วยสิคะ  ส่วนสินสอดไม่ต้องห่วงนะคะ เครื่องเพชรเครื่องทองกี่หีบๆ ดิชั้นยกให้แทบทั้งหมด ลูกสะใภ้โรงแรมใหญ่ทั้งที น้อยกว่านี้ได้ไง”
       ชลลดาได้ยินจากที่อุดปากภัททิมาอยู่ก็ตาลุกวาว ยืนขึ้นวีนลั่น
                   “แล้วลูกไก่ล่ะคะ จะเอาไปทิ้งไว้ไหน เคยจะแต่งมาก่อน สมบัติเครื่องเพชรไม่เคยกระเด็นสักชิ้น ชลไม่ยอมนะ”
       มณีหันไปหาช้อย
       “ช้อย ไปเอาไม้กวาดมาไล่สัมภเวสีแถวนี้หน่อยซิ ตัวอะไรน้า ชอบร้องกรี๊ดๆ ขอส่วนบุญ” ชลลดาทำท่ากรี๊ดลั่น มองมณีตาขวางแล้วมองภัททิมา ภัททิมาทำร้องไห้โฮ จินจูกับคธามองงงๆ มณีชะงัก มองว่าเป็นอะไร “เป็นอะไรยะ ผีเข้าเหรอ”
       ชลลดาดึงมีดออกมาถือ ทุกคนตกใจตะลึง นุชนารถกอดรัตนาไว้ คีรินทร์ดันไข่มุกแอบด้านหลัง                        
         “ฮือออ คุณแม่ไม่รักลูกไก่ เราสองคนจะตายให้ดูวันนี้เลย”
       “เอาเลยย่ะ ขู่สองรอบแล้ว ชั้นไม่เชื่อหรอก” ภัททิมากับชลลดามองสบตากัน จับมีดจ่อที่แขนทำท่าจะกรีด มณีมองแล้วกรี๊ดลั่น
        “เอาจริงเหรอ อย่านะ”
ตอนที่ 21
      
        
       ภาพเป็นในอดีต ชลลดานั่งอยู่ในห้องกับภัททิมา
      
      
       “กรีดข้อมือ ลูกไก่กลัวเจ็บ เลือดออกหมดตัว ซี้แหงแก๋”
       “ซี้เซ้อที่ไหน ก็แค่ขู่ๆ พวกมั่นไปก่อนแหละ พอแม่กรี๊ดนะ ลูกก็รีบร้องไห้แล้วก็ควักมีดมาขู่ ทำจะกรีดจริง เอาให้เนียน ให้เป๊ะนะ แต่อย่าให้โดนมีดเข้าจริงๆ ล่ะ”
       ชลลดายิ้มย่องในแผนการ ภัททิมาทำท่าแหยงๆ เบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้
       ชลลดาทำท่าจะกรีด มณีร้องกรี๊ด ชลลดายั้งมือไว้ทำเป็นร้องไห้
       “คุณชลลดา ใจเย็นๆ”
       “คุณพี่ไม่เข้าใจหรอก ชลกับลูกเจ็บมามาก โดนทิ้งแบบนี้จะมองหน้าใครเขาได้อีก ให้ทนอยู่อย่างนี้สู้ตายดีกว่า”
       ชลลดาพลิกด้านไม่คม ทำท่าจะเชือด คีรินทร์พุ่งเข้าหาจับมีดในมือรั้งไว้ ชลลดากรี๊ดแล้วพยายามจะดิ้น ภัททิมาหน้าเหวอว่าชลลดาแสดงสมจริงมาก
       “คุณน้า ปล่อยมีดสิครับ”
       “ฮือออ อย่าห้ามน้าเลย ฮือออ”
       ไข่มุกมองอย่างเป็นห่วง ขยับจะเข้าช่วยแต่จินจูดึงมือเอาไว้ นุชนารถพุ่งเข้าหาคีรินทร์แล้วจับข้อมือชลลดา
       “คุณรินทร์ถอยค่ะ นุชคุยเอง”
       คีรินทร์สบตานุชนารถ ส่ายหน้า นุชนารถพยักหน้า ชลลดายังคนดิ้นจนมือหลุดจากมือคีรินทร์ นุชนารถรีบคว้าไว้ อีกมือนึงจับข้อมืออีกข้าง นุชนารถมองสบตาชลลดาแล้วยิ้มร้าย แกล้งทำเป็นโดนชลลดาสะบัดแต่อาศัยจังหวะจับมีดกรีดแขนชลลดาเป็นเลือดออกซิบๆ ชลลดาเห็นเลือดก็ร้องลั่น โยนมีดทิ้งลงพื้น
       “อ๊ายย เลือดดด แขนชั้น ฮือๆๆ”
       นุชนารถทำท่าตกใจ ถอยห่าง
       “คุณชล ห้ามเลือดก่อนนะคะ”
       นุชนารถเข้าไปจับแขนที่เลือดออกแล้วบีบแรงขึ้น ชลลดากรี๊ดลั่น
       “ปล่อย ปล่อยชั้น ฮือๆๆๆ ชั้นไม่อยากตาย ฮื้อออ”
       ภัททิมาเห็นก็กรี๊ดลั่น
       “คุณแม่ ฮือออ คุณแม่อย่าตายนะ”
       นุชนารถทำท่าเหมือนถูกชลลดาสะบัดออก ทำเป็นล้มลงไปที่พื้น คีรินทร์เข้าไปประคองกอดให้ถอยมา
       “นังนุช แกจะฆ่าชั้น แกเอามีดเชือดแขนชั้น ฮื้อออ รถพยาบาลอยู่ไหน โอยยย ลูกไก่ แม่จะเป็นลม”
       ชลลดาทำท่าเวียนหัวเป็นลม ภัททิมารีบรับเอาไว้ มณีมองอย่างรังเกียจแกมแขยง
       “นี่ อย่ามาตายในบ้านชั้นนะ แผลแค่เลือดซิบร้องจะเป็นจะตาย แล้วยังมีหน้ามาโทษคนอื่นอีก ลูกไก่ พาแม่ติงต๊องเธอไปจูนสมองหน่อยไป๊”
       นุชนารถลอบมองอย่างสะใจ จินจูกับคธามองสบตากันอย่างเอือมกับความวุ่นวายในบ้านคีรินทร์
      
       คีรินทร์กับๆไข่มุกเดินเล่นในสวน คีรินทร์หน้าเครียดๆ ไข่มุกลอบมองอย่างหนักใจ
       “ไม่นึกเลยว่าคุณชลจะบ้าได้ขนาดนี้”
       “ชั้นว่าเรื่องแต่งงานของเรา...”
       คีรินทร์จับมือไข่มุก สบตา
       “ชั้นจะแต่งกับเธอ จะเป็นพ่อและสามีที่ดีที่สุด และจะเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่ขอเวลาให้นุชกับสองแม่ลูก เขาเตรียมตัวเตรียมใจหน่อย อีกสักพักคงตั้งหลักได้ แล้วชั้นจะพูดให้เขาเข้าใจ คิดว่าคงอีกไม่นาน นะ” ไข่มุกอึ้งไปอย่างเซ็งปนน้อยใจ ไม่ยอมตอบอะไร คีรินทร์ก็อึ้ง ปล่อยมือออก ถอนหายใจหนัก “งอนอีกแล้ว ตั้งแต่ท้องนี่งอนบ่อยขึ้นเยอะเลย รู้ตัวมั้ย”
      
       คีรินทร์ยิ้มอย่างตั้งใจแหย่ แต่ไข่มุกยิ่งงอนหนักเข้าไปอีก คีรินทร์มองไข่มุกอย่างเอือมนิดๆ ขณะนั้นจินจูยืนมองทั้งคู่อย่างสงสารและเป็นห่วงไข่มุกมาก


  


        
       จินจู ไข่มุก คธานั่งกินของว่างกันอยู่ ไข่มุกจิ้มขนมในจานอย่างใจลอยๆ แววตาเศร้า จินจูมองอย่างสงสาร
        
      
       “กลับไปอยู่ที่โรงแรมด้วยกันมั้ย ทำไมต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย”
       ไข่มุกลังเล คิดหนัก
       “หนูยังไม่รู้เลยค่ะ ว่าจะเอายังไงต่อดี”
       “ถ้างั้นกลับเกาหลีกันมั้ย แม่กำลังขอให้พ่อเขาไปทำงานที่นั่น นะลูก เราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา”
       ไข่มุกนิ่งไป แล้วลูบท้องเบาๆ
       “แต่หนูอยากให้ลูกเกิดเมืองไทย อยากให้เขาได้รู้จักที่นี่ว่าเป็นบ้านเกิดเขา”
       คธาลูบหัวไข่มุกเบาๆ
       “ตามใจลูกเถอะคุณ”
       “แต่ว่าเรื่องคีรินทร์...”
       คธาส่งสายตาปรามจินจู
       “ผมเชื่อ ว่าอีกไม่นานคีรินทร์จะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ผมแน่ใจว่าเขารักลูกสาวเราจริง”
       คธาพูดอย่างเชื่อมั่นในตัวคีรินทร์ ไข่มุกนิ่งไป ไม่ตอบอะไร คธาโอบไข่มุกเข้ามากอดอย่างเข้าใจและปลอบใจไปด้วย
      
       คีรินทร์คลี่ม้วนแปลนก่อสร้างเทียบกับสถานที่เดินดูแล้วแล้วพับเก็บ หันไปพยักหน้ากับวิศวกรคุมงาน
       “จะเสร็จทันกำหนดมั้ยครับ”
       “อีกสามเดือนน่าจะเรียบร้อยครับ”
       “ดี”
       วิศวะกรเดินออกไป คีรินทร์เดินเล่นสำรวจตึกที่กำลังสร้าง มองพื้นที่ก่อสร้างอย่างสนใจ ระหว่างนั้นกลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวเป็นคนงานก่อสร้างมองสบตากัน คีรินทร์เดินมองไปรอบๆ ตึกชั้นบน คนร้ายวิ่งเข้ามาล้อม คีรินทร์
       ชะงัก
       “มีอะไร เฮ้ย”
       คนร้ายพุ่งตัวเข้าหาคีรินทร์ คีรินทร์หลบ คนร้ายกลิ้งตัวกับพื้น คนร้ายอีกคนเข้ามาจะต่อย คีรินทร์หลบหมัดแล้วเตะเข้าข้อพับจนล้มไป
       “พวกแกต้องการอะไร ใครส่งแกมา”
      
       กลุ่มคนร้ายพุ่งเข้าใส่คีรินทร์ คีรินทร์ก้มตัวหลบล้มกลิ้งออกมา แล้วต่อยคนที่วิ่งตาม คีรินทร์มองคนร้ายที่ไล่ตามมาอย่างตกใจแล้วรีบวิ่งลงบันไดไป


  


        
       คีรินทร์วิ่งวนลงบันไดพลางแหงนหน้ามอง
        
      
       “เฮ้ย อย่าหนีสิวะ หยุด”
       คีรินทร์วิ่งลงเรื่อยๆ แล้วหยุดหอบที่ชั้นพัก เสียงคนร้ายวิ่งตามลงมา คีรินทร์รีบวิ่งลงมาต่อพอเห็นคนก็ทำท่าจะเรียกให้ช่วย แต่คนนั้นหันกลับมาก่อนเป็นวัฒนาที่มองคีรินทร์ ยิ้มเหี้ยม
       “วัฒนา”
       คีรินทร์อึ้ง วัฒนาเข้ามาชกท้อง คีรินทร์ตัวงอกุมท้องแน่น วัฒนาลากคีรินทร์กับพื้นมาเหวี่ยงไว้ คีรินทร์ทำท่าจะลุก วัฒนาตามมาเหยียบมือไว้
       “โอ้ยย ไอ้วัฒ” วัฒนาแค่นยิ้ม
       “แค่นี้ยังไม่เจ็บเท่าที่ชั้นโดนพวกแกทำหรอก”
       วัฒนากระชากเสื้อ โชว์รอยแผลเป็นจากกระสุนสามสี่รอย คนร้ายวิ่งตามมาสมทบ ยืนล้อมคีรินทร์ที่ถูกเหยียบมืออยู่
       “แกทำตัวเองต่างหาก มอบตัวตอนนี้แกยังมีทางรอด”
       วัฒนาขยี้เท้าจนคีรินทร์ร้องลั่น วัฒนายิ้มเหี้ยม
       “ชั้นรอดแน่ แต่คนที่ต้องตาย คือแก”
       วัฒนามองลูกน้อง พวกคนร้ายรุมล้อม คีรินทร์มองอย่างกลัวๆ วัฒนาขยี้เท้าอีก คีรินทร์ร้องอย่างเจ็บปวด ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้าคน เห็นเป็นวิศวกรกับคนงานวิ่งลงบันไดมาไกลๆ วัฒนาชะงัก
       “ทำอะไรกัน”
       “หนีก่อน”
       วัฒนากับพวกวิ่งเข้าไปในลิฟท์ก่อสร้างแล้วดึงประตูเหล็กมาปิด พวกวิศวกรวิ่งมาถึงคีรินทร์ คีรินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้น จ้องมองวัฒนาผ่านซี่ลิฟท์ วัฒนากดลิฟท์ลงยิ้มเหี้ยมเกรียม
       “เราได้เจอกันอีกแน่”
       ลิฟท์เลื่อนลงพาตัววัฒนากับลูกน้องไป คีรินทร์มองตามอย่างเจ็บใจและรู้สึกหวั่นใจ
       ภายในห้องนั่งเล่นบ้านคีรินทร์ คีรินทร์นั่งอยู่กลางวง สีหน้าเคร่งเครียด มณีตกใจมากเมื่อรู้ว่าวัฒนายังไม่ตาย
       “อะไรนะ วัฒนายังไม่ตาย”
       ทุกคนมีสีหน้าตกใจ ยกเว้นชลลดากับภัททิมาที่ยิ้มนิดๆ อย่างอมภูมิว่ารู้อยู่แล้ว นุชนารถยืนนิ่งหน้าเครียด
       “ครับ”
       เขมทัตเดินเข้ามาพลางทำท่ากดวางโทรศัพท์ สีหน้าเครียดไม่แพ้กัน
       “พ่อให้เพื่อนที่เป็นผู้บัญชาการช่วยสืบให้แล้ว และก็ขอให้เขาส่งสายตรวจมาช่วยๆ ดูแถวบ้านเราให้บ่อยขึ้น ยังไงก็ต้องระวังไว้ก่อน”
       คีรินทร์หันหาไข่มุก
       “ตอนนี้วัฒคงกะเล่นงานไม่ชั้นก็เธอ ระวังตัวให้มากๆ อย่าออกไปไหน เข้าใจมั้ย”
       “แต่ชั้นอยากไปเยี่ยมแม่วันดี”
       คีรินทร์มองอย่างโมโห
       “หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างงี้ อย่าเพิ่งทำอะไรได้มั้ย ชั้นไม่ให้ไป”
       “ทำไมต้องโมโหใส่ด้วย”
      
       “ก็ชั้นเป็นห่วง ไม่รู้ล่ะ ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”
        

ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างอึ้งๆ ปนโมโหนิดๆ เขมทัตตบบ่าคีรินทร์ให้ใจเย็นๆ คีรินทร์ถอนใจอย่างพยายามระงับอารมณ์โมโห
       “น่ากลัวจริงๆ แม่ก็นึกว่าตายไปแล้ว ดั๊นฟื้นคืนชีพอย่างกับซอมบี้ โอ้ยย ตายๆๆ ทำยังไงดี” มณีเหลือบมองชลลดากับภัททิมาที่ทำนิ่ง “นี่ แล้วหล่อนสองคนไม่ตกใจเหรอยะ เอ๊ะ หรือว่ารู้อยู่แล้ว”
       ชลลดานึกได้ ทำท่าตกใจเว่อร์
       “อุ๊ย ชลกับลูกกลัวจนพูดไม่ออกต่างหากค่ะ คราวที่แล้วยังจำได้ หลอนไม่หาย กลั๊วกลัว”
       “แต่ว่าวัฒนากลับมาแบบนี้ ไม่รู้มีใครรู้เห็นรึเปล่า แบบว่าคนที่เคยร่วมมือกัน อุ๊บ...” ชลลดารีบเอามือปิดปากภัททิมา ชลลดาถลึงตาใส่แล้วกระซิบลอดไรฟัน
       “เงียบ อย่าโง่ซ้ำซาก”
       มณีหันไปมองนุชนารถอย่างเหวอๆ ปนหวาดกลัว นุชนารถทำหน้าเคร่งขรึม กัดริมฝีปากแน่น คีรินทร์มองนุชนารถ ​
       “นุช คุณทำรึเปล่า”
       นุชนารถเงยหน้าสบตาคีรินทร์นิ่ง ไข่มุกแอบมองอย่างน้อยใจนิดๆ
        
       คีรินทร์กับนุชนารถเดินอยู่ด้วยกันในสวนหน้าบ้าน นุชนารถจับมือคีรินทร์เบาๆ แววตาเศร้า
       “นุชอยากให้รู้ ว่านุชไม่มีทางทำร้ายคุณกับครอบครัวแค่ที่เคยทำไปก็ผิดมากพอแล้ว”
       คีรินทร์จับมือนุชนารถ บีบเบาๆ
       “ผมเชื่อว่าคุณไม่เกี่ยว”
       “คุณเชื่อ แต่คนอื่น...คุณชลลดาคงปักใจว่านุชเป็นคนทำแน่ๆ”
       คีรินทร์บีบมือให้กำลังใจ
       “คุณชลจะว่ายังไงก็อย่าไปใส่ใจเลย เราทำอะไรรู้อยู่แก่ใจตัวเองก็พอ”
       นุชนารถอึ้งไปนิด แต่รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มเศร้าๆ
       ​“ทุกคนดีกับนุชมาก ขอให้เชื่อนะคะ ว่านุชไม่มีวันทำให้พวกคุณผิดหวัง”
       นุชนารถน้ำตาคลอนิดๆ คีรินทร์อดเห็นใจไม่ได้ดึงตัวเข้ามากอด ไข่มุกที่กำลังจะมาตามเห็นเข้าพอดี ไข่มุกหยุดชะงักยืนมองอย่างน้อยใจและขมขื่น
        
       ชลลดาลากตัวภัททิมามาตามทางเดิน ภัททิมาร้องโอดโอย
       ​“โอ๊ย คุณแม่อย่าลากสิคะ ลูกไก่เจ็บ มือจะหักหมดแล้ว”
       ชลลดาปล่อยมือ มองอย่างโมโห
       “เจ็บก็ดี จะได้ฉลาดๆ มั่ง ไปพูดเรื่องนังนุชทำไมฮะ”
       ภัททิมาหน้าเหวอ อย่างงงๆ
       “อ้าว ทำไมพูดไม่ได้ล่ะคะ เราเห็นนังนั่นดักเจอวัฒนาก็บอกทุกคนไปสิคะ จะได้ไม่ต้องหาว่าเราทำนังไข่เน่า”
       ชลลดากุมขมับ ปวดหัวจี๊ด
       “ตายๆๆๆ ทำไมชั้นมีลูกโง่ขนาดนี้ จำไม่ได้เหรอ ที่เคยคุยกันไง ปล่อยให้ตีกันเอง พอจบปุ๊บ ตลบหลังแจ้งตำรวจ แล้วไง เราก็ฟินนาเล่ ครองทุกอย่างคนเดียว” ชลลดาจิ้มหน้าผากภัททิมา “ ฉลาดขึ้นบ้าง ฉลาดไวๆ ไม่ได้ครึ่งของแม่เลย”
       ภัททำวี้ดว้ายหลบ พูดต่อหน้างอๆ
       “ไม่ต้องย้ำค่ะ รู้แล้วว่าโง่ คุณแม่ขา แล้วนังพยาบาลรู้ว่าเราสงสัยอย่างงี้ จะกล้าทำไข่มุกเหรอ เห็นมั้ยคราวนี้ลูกไก่ฉลาดแระ”
       ชลลดากอดอกยิ้มร้าย แววตาฉายประกายเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ
       ​“มันไม่กล้า เราก็จัดให้แทนสิ”


  


       คืนนั้นคีรินทร์นอนก่ายหน้าผากคิดหนักเรื่องวัฒนาอย่างกังวล ไข่มุกเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้านิ่ง นั่งลงปลายเตียง คีรินทร์ลุกขึ้นเอาผ้าในมือช่วยเช็ดให้แล้วกอดแน่น
       “เกือบจะไม่ได้กลับมากอดเมียแล้ว ขอชื่นใจทีนึงนะ” คีรินทร์จะหอม ไข่มุกนิ่งให้หอมแต่สีหน้าเฉยเมย คีรินทร์หอมค้าง แล้วมองสงสัย “อ้าว งอนอะไรอีกล่ะ” ไข่มุกนิ่งเฉยไม่ตอบ “คุณคร้าบบ คุณภรรยา ไม่พูดอย่างงี้จะรู้ได้ไง หันมาเร็ว ให้จุ๊บทีนึงแก้งอน” ไข่มุกไม่ตอบ หันมามองหน้าแล้วเมิน คีรินทร์มองอย่างฉุนๆ “อะไรอีกเนี่ย น่า หันมาเร็วๆ”
       คีรินทร์แกล้งเอามือลูบไหล่ไข่มุก ไข่มุกปัดมือออกทันที คีรินทร์ทำหน้าบึ้ง “เออ งอนไปเลย ชั้นจะถูกฆ่าอยู่แล้ว เครียดจะตาย ยังงอนอยู่ได้ เบื่อ ปวดหัว เซ็ง ทำไมไม่เข้าใจบ้าง”
       คีรินทร์ถอนใจหงุดหงิด ไข่มุกหันกลับมามองตาเขียว
       ​“จบยัง จบแล้วใช่มั้ย งั้นตาชั้นบ้าง” ไข่มุกเอาผ้าในมือฟาดไปพูดไป “ชั้นก็เบื่อ เซ็ง เครียดจะตายเหมือนกัน ผู้หญิงคุณมีเป็นร้อย ตามราวีกวนชั้นกับลูกไม่ได้หยุด ไหนว่าจะจัดการ ไม่เห็นทำอะไรสักอย่าง เดี๋ยวก็กอดคนนู้น ซบคนนี้”
       คีรินทร์ปัดป้องผ้าที่ฟาดมา
       “เฮ้ย อย่า เจ็บ ไข่มุก เจ็บ บอกว่าเจ็บ”
       “เจ็บสิดี ชั้นสุดจะทนแล้ว ชั้นเหนื่อย เบื่อมากๆ เบื่อ”
       คีรินทร์แย่งผ้าเช็ดตัวมาได้ก็โยนทิ้ง ไข่มุกมองตาเขียวแล้วล้มตัวนอนหันหลังให้คีรินทร์ คีรินทร์มองอย่างโมโห ทำท่าอยากขย้ำ แต่ห้ามใจไว้​
       “ได้ เอาแบบนี้ใช่มั้ย ไม่ต้องพูดกันแล้ว งอนไปเลย”
       คีรินทร์นอนหันหลังให้เหมือนกัน สีหน้าโมโหไม่หาย พอจะดึงผ้ามาห่มก็ถูกไข่มุกดึงไปห่อตัว คีรินทร์หันมองแล้วฟึดฟัดหันกลับ นอนหลับตาทั้งๆ ที่ไม่มีผ้าห่ม
        
       วันต่อมานุชนารถนัดเจอกับวัฒนาที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง วัฒนายืนรออยู่ใต้ต้นไม้ในสวนสาธารณะ  นุชนารถเดินมาจากข้างหลัง ท่าทางโมโห พอถึงตัววัฒนาก็ทุบไม่ยั้ง วัฒนาตกใจ จับข้อมือไว้ให้หยุด
       “เป็นบ้าอะไร”
       นุชนารถสะบัดมือออก
       “ไหนว่าจะทำนังมุก ไม่ยุ่งกับรินทร์ไง แล้วเมื่อวานน่ะอะไร” วัฒนานิ่งไม่ตอบ นุชนารถมองอย่างโมโหจัด “ชั้นจะไม่ช่วยคุณแล้ว ไม่ต้องติดต่อมาด้วย อย่ามายุ่งกับชั้นอีก”
       “ก็ได้ๆ โอเค ผมสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับไอ้รินทร์แล้ว พอใจยัง” วัฒนามองหน้าไข่มุก “แต่คุณช่วยผมเรื่องสุดท้ายได้มั้ย ถ้าสำเร็จ ผมไปแน่”
       นุชนารถมองอย่างระมัดระวัง
       “อะไร”
       “ผมอยากได้ในสิ่งที่ควรจะได้”
       วัฒนาพูดแล้วยิ้มร้าย นุชนารถมองอย่างไม่ไว้ใจ


  


       ไข่มุกเดินขึ้นบันไดในบ้านไปถึงกลางบันไดเจอกับภัททิมาเดินสวนลงมา ไข่มุกจะหลบแต่ภัททิมากลับปิดทาง ไข่มุกขยับไปอีกด้านก็ตามไปปิดอีก
       “หลบหน่อยค่ะ คุณลูกไก่”
       “ไม่หลบ จะทำไมยะ”
       ไข่มุกถอนใจจะเดินสวนขึ้น ภัททิมารีบเบียดไหล่อย่างแรง
       ​“ว้าย”
       ไข่มุกเซเกือบจะตกบันได แต่มือเหนี่ยวราวบันไดไว้ได้ทัน ภัททิมาเบียดอีกแต่เหยียบพื้นลื่นหล่นลงไปสองสามขั้นกองอยู่ตรงชั้นพัก​
       “ว้ายย โอ้ยย เจ็บ”
       ไข่มุกกำลังจะเหนี่ยวตัว นุชนารถเดินลงมาจากบันไดชั้นบนมองไข่มุกอย่างเย็นชาแล้วเดินเลยไปถึงภัททิมาที่นอนกองเจ็บขาอยู่ นุชนารถมองอย่างสมน้ำหน้าทั้งคู่แล้วเดินลงไป ภัททิมากรี๊ดลั่น
       “อ๊ายยย นังบ้า ไม่ช่วยยังเยาะเย้ยอีก”
       ชลลดาโผล่มาจากชั้นบนหน้าตาตื่น วิ่งลงมาประคองภัททิมา
       ​“ลูกไก่ โธ่ เจ็บตรงไหนลูกขา” ชลลดามองหน้าไข่มุก “เดินอีท่าไหนยะ ทำลูกชั้นกลิ้งขนาดนี้  ดีนะไม่ตกลงไปคอหัก”
       “แผนคุณแม่ทำลูกไก่เกือบตาย ดีนะมือเหนียว” ภัททิมากระซิบบอกแล้วพูดเสียงดังปนร้องโอดโอย “หัดระวังมั่งสิยะ ฮือออ เจ็บไปทั้งตัวกระดูกร้าวมั้ยเนี่ย”
       ภัททิมาทำร้องสะอื้นสำออย
       “ลูกคุณต่างหากที่ชนชั้นแล้วตกลงไปเอง” ไข่มุกบอก
       “นี่แกว่าลูกชั้นซุ่มซ่ามเหรอ” ไข่มุกมองแล้วหันหลังเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างไม่สนใจปนเบื่อหน่าย ชลลดามองตามอย่างนึกแค้น “หนอย หนังเหนียวนักนะ คราวหน้าแม่จะเล่นให้เดี้ยงเลย”
       “ก่อนมันจะเดี้ยง ลูกไก่ได้ตายก่อนแหง โอยย”
       ภัททิมาพูดไปร้องไห้ไป
        
       วันเดียวกันนั้นที่หน้าโกดังร้าง นุชนารถยื่นคีย์การ์ดให้วัฒนา วัฒนายื่นมือรับด้วยใบหน้ายิ้มๆ อย่างมีแผนการ
       “ขอบใจนะ”
       นุชนารถมองอย่างระแวง
       “คุณเอาคีย์การ์ดชั้นห้องผู้บริหารไปทำไม”
       วัฒนานิ่ง ยิ้มนิดๆ
       “อาทิตย์หน้าจะมีประชุมกรรมการผู้ถือหุ้นใช่มั้ย”
       นุชนารถยิ่งงงเข้าไปใหญ่ วัฒนายิ้มร้าย
        

คืนนั้นเขมทัตยังอยู่ที่ห้องทำงานกำลังเซ็นเอกสารปึกใหญ่ เสียงวัฒนาที่บอกนุชนารถถึงแผนการดังแทรกเข้ามา
       “ก่อนการประชุมกรรมการผู้ถือหุ้น คุณเขมทัตมักจะอยู่อ่านรายงาน และเคลียร์เอกสารจนดึก”
       เลขาเคาะประตู เดินเอาแฟ้มงานมาวางบนโต๊ะ
       “แต่เลขาของเขาจะกลับบ้านตอนสี่ทุ่ม เวลานั้นแหละที่ผมต้องการ”
       นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มนิดๆ
       “ท่านประธานคะ ดิชั้นขอตัวกลับก่อนนะคะ”
       “อ้าว สี่ทุ่มแล้วเหรอ โทษทีๆ กลับก่อนได้เลย เดี๋ยวผมดูเอกสารนี่อีกแป๊บนึง”
       เลขาไหว้ขอบคุณ เขมทัตพยักหน้าแล้วก้มลงอ่านเอกสารต่อ
        
       เลขาเดินหิ้วของออกมานอกห้องแล้วกดลิฟต์ เข้าไปในลิฟต์ ประตูลิฟต์ปิดลง วัฒนาที่ซุ่มอยู่เดินออกมา หยิบคีย์การ์ดแล้วยิ้มร้าย รูดคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าห้อง
       เขมทัตนั่งทำงานอยู่ในห้อง เสียงเปิดประตูกับฝีเท้าเดินเข้ามา เขมทัตถามทั้งๆ ก้มหน้าอ่านเอกสาร
       “ลืมอะไรเหรอ ทำไมยังไม่กลับอีก” วัฒนาเงียบ เขมทัตเซ็นเอกสารอยู่ก็ชักเอะใจเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นวัฒนาก็ตกใจ พยายามคุมสติ “วัฒนา”
       วัฒนาหยิบปืนออกมาขู่ เล็งที่เขมทัต​
       “ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งครับ ท่านประธาน”
       “มาทำไม จะเอาอะไรอีก”
       เขมทัตพูดนิ่งๆ เลื่อนมือจะกดปุ่มเรียกรปภ. วัฒนาเห็นก่อนปัดมือเขมทัตแล้วเลื่อนปืนเข้าไปใกล้ เขมทัตรีบยกสองมือ
       “อย่าดีกว่า ไม่งั้นผมอาจจะทำปืนลั่นขึ้นมาก็ได้”
       วัฒนาหยิบโทรศัพท์ของเขมทัต
       “ตามมันออกมา”
       เขมทัตนิ่ง ไม่ยอมรับโทรศัพท์มา
       “ชั้นไม่โทร”
       วัฒนาแค่นยิ้มร้าย ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้ามองสบตาเขมทัต
       “จะโทรหรือจะเป็นศพตอนนี้ เลือกเอาแล้วกัน”
       วัฒนามองสบตาเขมทัตอย่างเป็นต่อ เขมทัตมองโทรศัพท์สลับกับวัฒนาอย่างตัดสินใจไม่ถูก


  


       ไข่มุกเดินอยู่ในห้องโถงกำลังจะเดินไปห้องครัว โทรศัพท์ดังขึ้น ไข่มุกกดรับ
       “ค่ะคุณพ่อ ให้ไปคนเดียวห้ามบอกใครเหรอค่ะ ค่ะ หนูจะรีบไป”
       ไข่มุกกดปิด สีหน้ากังวลใจปนสงสัยนิดๆ แล้วรีบร้อนเดินผ่านห้องโถงออกไปด้านนอกสวนกับชลลดาและภัททิมาที่เข้ามาด้านใน
       “จะไปไหนยะ ดึกๆดื่นๆ รีบหูตั้งเชียว” ไข่มุกไม่ตอบ เดินเลยออกไป​“เอ๊ะ เดี๋ยวนี้ทำหยิ่งเหรอ”
       “สงสัยแอบไปหากิ๊กแน่ๆ เลยค่ะ คุณแม่ขา”
       ชลลดามองภัททิมาอย่างอ่อนใจ
       “กิ๊กแก๊กอะไร ท้องอย่างงี้กิ๊กกระเจิงหมดแล้วแหละ แม่ว่าท่าทางอย่างงี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ”
       ชลลดามองตามอย่างสงสัย สีหน้าอยากรู้อยากเห็นมาก
        
       รถของคีรินทร์แล่นมาเกือบถึงหน้าบ้าน ไข่มุกโบกแท็กซี่ที่กำลังจะจอด คีรินทร์ลดกระจกจะเรียก​​“ไข่มุก ไข่มุก จะไปไหน” ไข่มุกไม่ได้ยิน ขึ้นแท็กซี่แล้วออกรถไป คีรินทร์มองตามอย่างสงสัย “ดึกป่านนี้จะไปไหนอีกหรือว่าไปหาผู้ชาย”
       คีรินทร์มองตาม แล้วขับรถตามไปอย่างใจร้อนปนสงสัย
        
       เขมทัตยืนอยู่หน้าเซฟในห้องทำงาน เขมทัตยืนนิ่ง ทำท่าคิด วัฒนามองอย่างหงุดหงิด
       “เร็วๆ สิ”
       เขมทัตถอนใจ หันกลับมามอง
       “เดี๋ยวก่อน ขอเวลานึกแป๊บ” เขมทัตทำยืนงงๆ จับตู้เซฟทำท่าจะหมุนอย่างนึกไม่ออก “เอ...อันไหนหว่า หมุนก่อนใส่รหัส หรือใส่รหัสก่อนหมุนสองรอบ”
       “อย่ามาลูกเล่น เปิดไวๆ ผมไม่มีเวลาแล้ว”
       “ใจเย็นๆ สิ คนแก่ จำอะไรไม่ค่อยได้ ตาก็ไม่ดี ยิ่งเร่งยิ่งทำผิด” วัฒนาเอาปืนจี้เอว
       “จำได้หรือยัง เปิดซะ จะยอมเสียแค่ของหรือจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่”
       เขมทัตชะงัก มองตู้เซฟแล้วกดรหัส
       “ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ชั้นเสียดายเธอจริงๆ”
       เขมทัตพึมพำแต่วัฒนาไม่ฟัง เซฟส่งสัญญาณรหัสถูกต้อง ประตูเซฟเปิดออก เห็นเงินเป็นฟ่อนและทองคำเต็มตู้ เครื่องเพชรอีกมากมาย วัฒนามองของในเซฟตาโตอย่างโลภมาก เขมทัตมองวัฒนาอย่างเสียดายในความสามารถและความโลภของวัฒนา


  


       แท็กซี่จอดลงที่ริมถนนใหญ่ ไข่มุกลงจากรถมายืนรอ คีรินทร์แล่นรถตามมาห่างๆแล้วจอดไกลออกไปแอบซุ่มดู
       ไข่มุกยืนหันซ้ายขวา รถของเขมทัตแล่นมาจอดเทียบ ไข่มุกเปิดประตู
       “คุณพ่อ...วัฒนา”
       ไข่มุกชะงักอย่างตกใจ วัฒนาถือปืนเล็งมาที่ไข่มุก
       ​“ขึ้นมา”
       ไข่มุกส่ายหน้า ทำท่าจะถอย
       “ไม่ แกทำอะไรคุณพ่อ เขาอยู่ที่ไหน”
       คีรินทร์ที่จอดรถซุ่มดูอยู่ไกลๆ มองอย่างสงสัย เห็นไข่มุกทำท่าละล้าละลัง
       “พ่อนัดไข่มุกออกมาทำไม”
       วัฒนาดึงมือไข่มุก
       “ขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
       “ไม่ ตอบมาก่อน คุณพ่ออยู่ไหน ปลอดภัยมั้ย”
       วัฒนาเอามือฉุดไข่มุกดึงขึ้นรถทันที ไข่มุกทำท่าจะร้องแต่ประตูรถปิดลงก่อน คีรินทร์มองอย่างตกใจปนงงมาก
       “เฮ้ย มีฉุดขึ้นรถด้วย เล่นอะไรของเขาเนี่ย”
       คีรินทร์มองรถเขมทัตที่แล่นห่างออกไป แล้วรีบขับตามไปอย่างงงๆ
        
       มณีถือถุงช็อปปิ้งเดินบ่นๆ จิ้มโทรศัพท์อยู่ตรงทางเดินหน้าห้องทำงานเขมทัต
       “ฮึ่ม  โทรไม่รับ จะทำงานอะไรดึกดื่นนักหนา” มณีเดินมาถึงหน้าห้องทำงานที่เปิดไฟก็เปิดเข้าไปทั้งที่ไม่ได้มอง
       “ทำไมไม่รับโทรศัพท์คะคุณ ชั้นช็อปจนห้างปิดแล้ว” มณีมองเขมทัตแล้วร้องออกมาอย่างตกใจ “ว้ายยย”
       เขมทัตโดนมัดกับเก้าอี้ล้อเลื่อน โดนปิดปากแววตาพยายามขอความช่วยเหลือ มณีกรี๊ดลั่น มือไม้อ่อน ถุงช็อปปิ้งหล่นกระจาย​
       “คุณคะ ใครทำคุณ” มณีเขย่าเขมทัตให้ตอบ เหลือบไปมองตู้เซฟที่ว่างเปล่าก็กรี๊ดลั่น “ว้ายยย ทองชั้นหายไปไหนหมด คุณเขม ใครเอาไป ตอบเร็วๆ สิ”
       มณีเขย่าให้ตอบ เขมทัตตาเหลือกเพราะแรงเขย่า ส่งเสียงอู้อี้ๆ ส่ายหน้า
       “แอ้อั๊ดอ่อน (แก้มัดก่อน)”
       “พูดอะไรไม่รู้เรื่อง เอาดีๆ สิ”
       เขมทัตส่ายหน้า ยื่นหน้าให้มณี มณีทำท่านึกได้ รีบดึงเทปที่ปิดปากออกอย่างแรง เขมทัตร้องโอ๊ย
       ​“อูย เบาๆ เดี๋ยวปากหลุดติดเทปหรอก เขย่าซะหัวแทบหลุด ช่วยแก้มัดที่มือด้วยสิคุณ”
       มณีรีบแก้มัดให้ พร้อมถามสงสัย
       “ใครมันทำแบบนี้ ใครเอาทองเอาเงินเราไปหมด”
       “ไม่ใช่แค่ของ  แต่วัฒนาเอาตัวไข่มุกไปด้วย”
       มณีหน้าซีดอย่างตกใจมาก ทำท่าจะเป็นลม
        
       คีรินทร์ขับรถตามหลังรถเขมทัตอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คีรินทร์มองเห็นเป็นเบอร์เขมทัตเรียกเข้าก็กดรับ
       “ฮัลโหล รินทร์อยู่ที่ไหน ยังปลอดภัยดีมั้ย”
       คีรินทร์หัวเราะขำ
       “เล่นอะไรอีกแล้วครับ ผมก็ขับตามรถพ่ออยู่นี่ไง แล้วนัดลูกสะใภ้ไปไหนทำไมต้องฉุดขึ้นรถด้วย” เขมทัตเงียบไป คีรินทร์นึกสงสัย “พ่อ มีอะไรรึเปล่า”
       “รินทร์ ฟังดีๆ คนในรถไม่ใช่พ่อ แต่เป็นวัฒนา”
       “หา ไอ้วัฒ”
       คีรินทร์ถือโทรศัพท์ค้าง มองไปข้างหน้ารถเขมทัตที่ตามอยู่ห่างๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและกังวลมาก


รถเขมทัตเลี้ยวเข้าซอย คีรินทร์ขับตามไปห่างๆ จนกระทั่งรถจอดลงที่หน้าโกดังร้าง ลูกน้องวัฒนาที่เป็นคนขับลงจากรถ เดินหายเข้าไปในโกดังร้าง วัฒนาลงจากรถพร้อมกับดึงไข่มุกลงมาด้วย ไข่มุกดิ้นรนเต็มที่
       “ปล่อย ปล่อยชั้น”
       “อย่าดิ้น ตามมาดีๆ”
       ไข่มุกขัดขืนสะบัดมือวัฒนาออก
       “ปล่อยชั้นไปเถอะ ขอร้องล่ะ ชั้นจะไม่แจ้งความ ไม่บอกใครทั้งนั้น”
       วัฒนามองหน้าไข่มุก
       “ไป”
       วัฒนาฉุดไข่มุกหายเข้าไปในโกดัง ลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าโกดังมองไปรอบๆ แล้วปิดประตูโกดัง คีรินทร์เลื่อนรถออกมาจากที่ซ่อน จอดเลยโกดังไป มองเข้าไปข้างในอย่างเป็นห่วงไข่มุกมากในมือถือโทรศัพท์คุยกับสารวัตร​​“ผมเจอตัวไอ้วัฒแล้วครับสารวัตร”
        
       วัฒนาลากไข่มุกเข้ามาในโกดัง ​
       “ได้ตัวมาแล้ว”
       ไข่มุกมองเห็นเป็นข้างหลังผู้หญิง ผู้หญิงหันมาเป็นนุชนารถที่ยิ้มมองไข่มุกอย่างสาแก่ใจ
       ​“คุณนุช” นุชนารถมองเยาะ
       “ตกใจมาก”
       “ทำไมคุณทำแบบนี้ ไหนคุณบอกว่าจะกลับตัว จะไม่ทำร้ายคุณรินทร์”
       วัฒนาผลักไข่มุกลงกับพื้น นุชนารถเดินเข้ามาใกล้ก้มตัวลงมองอย่างสมเพช ตวัดมือตบหน้าไข่มุก
       “ชั้นบอกว่าไม่ทำรินทร์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำแก นังตัวมารคอยขัดขวางความสุขทุกอย่าง รินทร์เปลี่ยนไปก็เพราะแก รินทร์ทิ้งชั้นเพราะแก”
       ไข่มุกยืนขึ้นสบตานิ่ง แล้วตบกลับ​
       “ถ้าเขาจะเปลี่ยนก็เพราะตัวคุณ ไม่ใช่ชั้น ถามตัวเองสิ ว่าทำอะไรลงไปบ้าง ทำไมเขาถึงไม่รักคุณเหมือนเดิม”
       นุชนารถเงื้อมือขึ้นจะตบ แต่ไข่มุกจ้องตาสู้อย่างไม่ยอมแพ้ นุชนารถลดมือลง​
       ​“อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ เพราะแกอาจจะไม่ได้เห็นหน้าชั้นไปอีกตลอดชีวิต” นุชนารถจิกผมไข่มุก “ชั้นจะส่งแกไปชายแดน ถ้าโชคดีอาจจะมีเศรษฐีซื้อไปสักคน แต่ถ้าโชคร้าย...” นุชนารถยิ้มร้าย “แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องรินทร์นะ เพราะชั้นจะดูแลเอง”
       นุชนารถกระชากตัวไข่มุก วัฒนามองอย่างไม่คิดจะห้าม เสียงเอะอะดังด้านนอก วัฒนา นุชนารถ ไข่มุกชะงักหันไปมองจึงเห็นคีรินทร์เดินเข้ามานิ่งๆ​
       “นุช ปล่อยไข่มุกซะ”
       “ไม่”


  


       วัฒนาถือปืนในมือเล็งคีรินทร์
       “มารนหาที่ตายถึงที่ ดี วันนี้จะได้จบๆ ไปซะที”
       “นายนั่นแหละที่ควรจบซะที ชั้นให้โอกาสนายนะวัฒ เอาปืนลงตอนนี้ยังทัน”
       วัฒนาสับไก เตรียมยิง
       “สายไปแล้ว ไอ้เพื่อนรัก”
       วัฒนาเหนี่ยวไก นุชนารถผละออกจากไข่มุก ดึงปืนวัฒนา ยื้อแย่งกัน คีรินทร์รีบโผเข้าหาไข่มุก ทั้งคู่กอดกันอย่างซาบซึ้ง
       “ห้ามทำรินทร์ ชั้นบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ปล่อย ปล่อยนะ”
       วัฒนาผลักนุชนารถกระเด็นล้มลงพื้นแล้วเดินเข้าหาคีรินทร์ คีรินทร์กอดไข่มุกไว้แน่น แต่วัฒนาดึงออกแล้วผลักไข่มุก ไข่มุกเซล้มลงท้องกระแทกกับลังที่วางรกๆ ไข่มุกล้มลงกับพื้นตัวงออย่างปวดท้องมาก
       “ไข่มุก”
       คีรินทร์โผเข้ากอดไข่มุกที่กุมท้องอยู่อย่างเจ็บมาก
       ​“คุณริน...ชั้นเจ็บ ลูก...ลูก...”
       “ชั้นจะพาเธอไปหาหมอ”
       นุชนารถมองคีรินทร์อย่างทั้งรักทั้งแค้น น้อยใจที่คีรินทร์ห่วงแต่ไข่มุก คีรินทร์จะประคองไข่มุกให้ลุก วัฒนาเดินเข้าจากข้างหลังถีบคีรินทร์ล้มกลิ้ง ไข่มุกล้มกระแทกพื้นอีกครั้ง เจ็บจนลุกไม่ขึ้น คีรินทร์มองไข่มุกแล้วหันไปมองวัฒนาอย่างโกรธมาก โผเข้าสู้ทันที
       “ไอ้วัฒ”
       คีรินทร์เข้าสู้กับวัฒนาตัวต่อตัว คีรินทร์เตะปืนในมือวัฒนากระเด็นแล้วสู้กันมือเปล่า วัฒนาเตะสูง คีรินทร์ก้มตัวลอดแล้วเตะกลับ วัฒนาพุงเข้าชกคีรินทร์ คีรินทร์สวนกลับ ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ
       ขณะที่ไข่มุกนอนงอตัวอยู่บนพื้น นุชนารถหันซ้ายขวาพยายามจะหาทางช่วยคีรินทร์ นุชนารถมองไปเห็นท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ  คีรินทร์เตะข้อพับวัฒนาล้มกลิ้ง วัฒนาเหลือบเห็นปืนรีบคลานไปหยิบขึ้น คีรินทร์จะแย่งแต่วัฒนาใช้สันปืนกระแทกหัวจนล้ม วัฒนาขึ้นคร่อม จ่อปืนเตรียมยิง
       “เจอกันชาติหน้า”
       นุชนารถฟาดท่อนไม้ใส่วัฒนา วัฒนาร้องลั่นปืนกระเด็น คีรินทร์รีบไปหยิบมาถือไว้ นุชนารถตีวัฒนารัว
       ​“อย่าทำคุณรินทร์ของชั้น”
       เสียงเอะอะดังเข้ามา ตำรวจ 5-6 นายพังประตูโกดังเข้ามา นุชนารถเห็นก็โยนไม้ในมือทิ้งแล้วทรุดนั่งอย่างรู้ชะตากรรมตัวเอง วัฒนามองตำรวจสลับคีรินทร์อย่างแค้นใจมาก
       “ยกมือขึ้น”
       วัฒนายกมืออย่างหมดหนทาง สีหน้าพ่ายแพ้ คีรินทร์โยนปืนทิ้ง วิ่งเข้าไปประคองไข่มุกที่นอนหลับตาหน้าซีด กุมท้องอย่างพูดไม่ออก
       “ไข่มุก ไข่มุก เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ”
       คีรินทร์กอดไข่มุกอย่างแนบแน่น แสนจะเป็นห่วงและกลัวไข่มุกเป็นอันตราย


  


       ไข่มุกนอนนิ่งกุมท้องอยู่บนเปลหาม คีรินทร์ยืนจับมือมองสบสายตาอย่างเป็นห่วงมาก บุรุษพยาบาลแบกเปลไข่มุกเข้ารถไปแล้วปิดประตู คีรินทร์มองตาม
       วัฒนาแววตากร้าวมองไปที่คีรินทร์ ตำรวจคุมตัว วัฒนาดิ้นสะบัด​
       “ไม่ต้องมาแตะ ผมเดินเองได้” วัฒนามองไปทางคีรินทร์อย่างแค้นมาก คีรินทร์มองตอบสายตาว่างเปล่าแล้วหันหลังให้ วัฒนาโกรธจัด “เพราะแก ไอ้รินทร์ แกทำให้ชั้นเป็นแบบนี้”  
       วัฒนาทำท่าจะพูดต่อแต่ถูกตำรวจลากเข้าไปขึ้นรถ คีรินทร์หันมองอีกทางเป็นนุชนารถถูกจับใส่กุญแจมือ กำลังจะถูกพาขึ้นรถ
       “รินทร์ รินทร์” นุชนารถสะบัดตัวจากตำรวจวิ่งเข้าหาคีรินทร์แต่สะดุดล้ม  นุชนารถร้องไห้เงยหน้ามองคีรินทร์ทั้งน้ำตา “ช่วยนุชด้วย นุชรักรินทร์นะคะ รินทร์ ช่วยด้วย”
       คีรินทร์ย่อตัวลงแตะไหล่นุชนารถ
       “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เคยทำให้ผม ผมจะพยายามช่วยให้คุณรับโทษน้อยที่สุด แต่เรื่องของเรา...” คีรินยทร์นิ่งไป นุชนารถอึ้งไปอย่างช็อคมาก
       “ไม่ นุชไม่ยอม นุชรักคุณนะ”
       “มันจบแล้วนุช ผมขอโทษที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ ผมเสียใจจริงๆ”
       นุชนารถมืออ่อน นั่งร้องไห้อย่างหมดอาลัย คีรินทร์มองนุชนารถอย่างสงสารมากแต่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป
       นุชนารถมองคีรินทร์ทั้งน้ำตา
       “ไม่...ไม่เอา อย่าไปนะริน อย่าทิ้งนุช...ไม่”
        
       คีรินทร์ในสภาพอิดโรย เสื้อผ้ามอมแมมนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน จินจูกับคธาเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ จินจูเห็นคีรินทร์ก็โมโหทันที
       “คุณพ่อ คุณแม่”
       “เพราะเธอคนเดียว จะให้ต้องเจ็บอีกกี่ครั้ง จะให้ลูกชั้นตายให้ได้เลยใช่มั้ย”
       คธาโอบจินจู ปลอบใจ
       “ใจเย็นๆ น่าคุณ อย่าเพิ่งโมโหเลย ตอนนี้ลูกต้องการกำลังใจ”
       จินจูกำมือแน่นพยายามระงับอารมณ์ คีรินทร์นิ่งอย่างสำนึกผิด มณี เขมทัต ชลลดา ภัททิมาเดินตามกันเข้ามาอีกทาง
       “ไข่มุกเป็นไงมั่งรินทร์” มณีรีบถามคีรินทร์
       “อยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอยังไม่ออกมาเลยครับ”
       มณีสีหน้ากังวล เขมทัตมองนิ่ง
       “หนูไข่มุกเป็นคนดี พระท่านต้องคุ้มครองแน่”
       ชลลดาเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ กระซิบป้องปากกันสองคนกับภัททิมา
       “ไปคุ้มคนอื่นนะคะท่าน สาธุ”
       หมอเปิดประตูออกมา ทุกคนรีบกรูไปที่หน้าหมอ คีรินทร์รีบถาม
       ​“เป็นยังไงบ้างครับหมอ”
       “แท้งแล้วใช่มั้ยคะ”
       มณีมองหน้าชลลดา
       “แช่งหลานชั้นเหรอ ปากเสีย นี่...” มณีหันไปทางภัททิมา “สั่งสอนแม่เธอให้หุบปากบ้าง  ไม่พูดก็ไม่มีใครว่านะยะ”
       ชลลดามองหน้าอย่างหมั่นไส้มณีมาก หมอมีสีหน้านิ่งขรึม จินจูรีบถาม
       ​“ว่าไงคะหมอ ลูกกับหลานชั้นเป็นอะไรรึเปล่า”
       “คนไข้รู้สึกตัวแล้วครับ เดี๋ยวเชิญญาติๆ เข้าเยี่ยมได้”
       หมอเดินนำ ทุกคนเดินตามเข้าไป มณีเบียดไหล่ชลลดามองหน้า
       ​“หล่อนไม่ใช่ญาติ ไม่ต้องเข้า”
       “จะเข้า มีอะไรมั้ย”
       ชลลดาทำเชิด เดินผ่านมณีเบียดไหล่กลับหน้าตาเฉย มณีมองอย่างหมั่นไส้มาก
ตอนที่ 22
      
       ทุกคนยืนมองไข่มุกที่นอนหน้าตาซีดเซียวอยู่บนเตียงพยาบาล คีรินทร์จับมือไข่มุกมากุมไว้เบาๆ
      
       “เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน”
       ไข่มุกยังคงนิ่งไม่ตอบ จินจูดึงมือคีรินทร์แล้วผลักออก มองหน้าคีรินทร์อย่างยังไม่หายแค้น
       “ยังจะกล้าถามอีก เพราะเธอกับผู้หญิงของเธอนั่นแหละ ไม่ต้องมาจับลูกชั้น”
       จินจูปราดเข้าไปจับมือไข่มุกมาแนบแก้ม ไข่มุกน้ำตาไหล สะอื้นเบาๆ
       “แม่ขา ลูก...จะไม่อยู่กับหนูแล้วใช่มั้ย”
       จินจูน้ำตาคลอ หมอพูดเบาๆ
       “ตอนนี้เด็กยังอยู่ครับ แต่ได้รับความกระทบกระเทือนมากคงต้องรอดูอาการสักพัก”
       ไข่มุกแตะที่ท้องเบาๆ คีรินทร์มองอย่างเป็นห่วงมาก
       “แล้วเราต้องทำยังไงบ้างครับหมอ”
       “ตอนนี้ให้คุณแม่นอนพักนิ่งๆ ห้ามขยับตัว แล้วหมอจะเข้ามาเช็คอาการเรื่อยๆ นะครับ ขอตัวก่อนครับ”
       หมอเดินออกไป จินจูลูบหัวไข่มุกอย่างสงสาร มณีเดินมาจับมือให้กำลังใจ
       “เสียดายจริงจิ๊งงงง” ชลลดาพูดชึ้นลอยๆ มณีหันขวับ ชลลดาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
       “อย่าไปฟังเสียงแร้งเสียงกา ตอนนี้เด็กยังอยู่ เธอต้องรักษาตัวดีๆ นะ”
       “หนูต้องเข้มแข็งนะลูก”
       คธาลูบหัวไข่มุกอย่างอ่อนโยน
       “ทำใจให้สบาย พักเยอะๆ นะ”
       คีรินทร์เข้าไปจับมือไข่มุก
       “ชั้นขอโทษ”
       ไข่มุกมองหน้าคีรินทร์ แล้วดึงมือออก หลับตาลงนอนนิ่ง น้ำตาค่อยๆ ไหล ร้องไห้อย่างขมขื่น คีรินทร์มองไข่มุกด้วยความสงสารและรู้สึกผิดมาก ชลลดากับภัททิมามองทุกคนอย่างหมั่นไส้
      
       คีรินทร์นั่งสีหน้าอ่อนล้าอยู่ใสนห้องนั่งเล่น
       “ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนมั้ยลูก”
       มณีบอก คีรินทร์พยักหน้าแต่ยังนั่งนิ่ง รัตนากอดคีรินทร์แน่นด้วยความเป็นห่วง คีรินทร์กอดตอบ สีหน้าเหม่อลอย
       “เห็นมั้ยคะ ชลว่าแล้วว่าต้องเป็นนังนุช คนเราจะเปลี่ยนนิสัยได้ยังไง”
       มณีปรายตามองชลลดา
       “ก็เหมือนหล่อนแหละย่ะ แถมยังหน้าหนาอีกต่างหาก ใช่มั้ยช้อย”
       “หนาพิเศษค่ะ อย่างงี้ต้องเรียกหน้าคอนกรีตเสริมใยเหล็ก”
       ชลลดาทำท่าอยากจะด่า แต่มณีทำไม่สนใจ หันไปหาเขมทัต
       “คุณคะ แล้วอย่างนี้วัฒนากับนุช จะรับโทษยังไงบ้าง ออกมาได้เร็วรึเปล่าก็ไม่รู้”
       “อย่างต่ำคงหลายปี ถึงจะไม่ได้ฆ่า แต่ข้อหาลักพาตัว กักขัง ทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่า โทษก็ไม่เบาเหมือนกัน”
       “ดี สมน้ำหน้า ลูกไก่ล่ะสะใจ๊สะใจ”
       คีรินทร์นั่งนิ่ง มณีมองอย่างเป็นห่วง
       “รินทร์ ไม่เป็นไรใช่มั้ย ลูกดูเหนื่อยๆ”
       “เพราะผมคนเดียว ไข่มุกกับลูกถึงเป็นแบบนี้”
       ภัททิมารีบเข้าไปกระแซะกอด
       “โอ๋ๆ อย่าเศร้านะคะ ถึงไข่มุกจะแท้งก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวลูกไก่ท้องให้ใหม่ เอาแบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ แฝดสามเลย”
      
       คีรินทร์แกะมือออก แล้วเดินออกไปเลย ภัททิมาทำท่าจะถลาตาม “คุณรินทร์ โอ๊ย”


  


        
       ช้อยดึงแขนภัททิมาไว้ ภัททิมาหันมองตาเขียว มณียืนเท้าเอวมองสองแม่ลูก
        
       “ช้อย จับเอาไว้ ชั้นขอสั่งพวกหล่อนเลยนะ ว่าห้ามยุ่ง ห้ามกวนใจ ลูกชายชั้นเด็ดขาด ไม่งั้นชั้นจะจับไปขังในห้องทั้งคู่”
       ภัททิมาฮึดฮัด แต่ชลลดาพยักหน้าให้ยอมๆ ไป ภัททิมาสะบัดแขน กระแทกเท้าเดินไปหาชลลดา
       “ยอมๆ ไปก่อน รอเวลาเหมาะๆ แม่จะจัดการเขี่ยนังกาปากร้ายนี่เอง” ชลลดากระซิบบอก
       มณีปรายตามองสองแม่ลูกแล้วสะบัดเมินไปอย่างไม่อยากสนใจ
      
       คีรินทร์เปิดประตูห้องนอนเข้ามาในสภาพอิดโรย คีรินทร์มองไปรอบๆ ห้อง สีหน้าใจหายเพราะคิดถึงไข่มุก
       คีรินทร์เดินมาถึงเตียง ลูบเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผาก ถอนหายใจแรงอย่างเหนื่อยทั้งตัวทั้งใจ
       อีกด้านหนึ่งที่โรงพยาบาล ไข่มุกนอนนิ่ง จับท้องตัวเองลูบเบาๆ พยาบาลเดินเข้ามาทำท่าพูดคุย ไข่มุกพยักหน้า ยิ้มอย่างขมขื่น พยาบาลวัดความดัน ไข่มุกนอนนิ่งมองเพดานแต่แววตาเข้มแข็ง ไข่มุกมองท้องตัวเองอย่างเป็นห่วงเด็กในท้อง
      
       วันต่อมาคีรินทร์เดินถือดอกไม้มาถึงหน้าห้องพิเศษ ที่ติดป้ายห้ามเยี่ยม คีรินทร์มองแต่ไม่สนใจจะเปิดประตู การ์ดสองคนเดินมาขวาง ดึงตัวคีรินทร์ออก คีรินทร์ชะงัก
       “เฮ้ย ทำแบบนี้ได้ไง รู้มัยว่าผมเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับคนไข้”
       “คุณจินจูสั่งห้ามทุกคนเข้าเยี่ยม”
       “ผมไม่สน ถอยไป”
       คีรินทร์ทำท่าจะบุกเข้าไป การ์ดจับตัวไว้ ประตูเปิดออก เป็นคธากับจินจูออกมา
       “ปล่อยเขา”
       การ์ดปล่อย แล้วหลบออกไป
       “คุณคธา ไข่มุกเป็นยังไงครับ ดีขึ้นรึยัง ผมเอาดอกไม้มาเยี่ยม”
       “เขาอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่อยากเจอใครตอนนี้ เดี๋ยวดอกไม้ผมเอาเข้าไปให้”
       “แต่ผมไม่ใช่คนอื่น เป็นสามีของเขานะครับ”
       จินจูฉวยดอกไม้จากในมือคีรินทร์มา มองอย่างยังแค้นไม่หาย
       “สามีที่ดีแต่หาเรื่องล่ะสิ มีอย่างงี้ไม่ต้องมีดีกว่า”
       “คุณแม่ ฟังผมก่อน”
       “ใครให้เรียกว่าแม่ ตอนนี้ลูกสาวชั้นต้องการพักผ่อนมากๆ ห้ามมีเรื่องมากระทบกระเทือนจิตใจ ถ้าคุณไม่อยากให้เขาแท้งก็อยู่ห่างไข่มุกสักพัก ถือว่าชั้นขอร้องก็ได้”
       “แต่ผมอยากเข้าไปเยี่ยมเมียกับลูก”
       “พูดไม่รู้เรื่อง” จินจูหันไปหาการ์ด “ห้ามผู้ชายคนนี้เข้ามาในห้องเด็ดขาด”
      
       จินจูพูดจบก็จับมือคธาเดินเข้าห้องไป คีรินทร์จะตามก็ถูกปิดประตูใส่ คีรินทร์ถอยออกมาอย่างผิดหวัง ปนเสียใจ มองประตูที่ปิดอยู่สีหน้าเศร้า


  


        
       จินจูถือดอกไม้ของคีรินทร์เข้ามาในห้อง ไข่มุกที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้น
        
       “เขากลับไปแล้วเหรอคะ”
       “จ้ะ แต่มีดอกไม้มาด้วย”
       ไข่มุกมองดอกไม้นิ่ง คธาลูบผม
       “เดี๋ยวก็คงมาอีก หนูอยากเจอเขามั้ย”
       ไข่มุกนิ่งไปอย่างสองจิตสองใจ จ้องมองดอกไม้ในอ้อมแขนจินจูอย่างลังเล จินจูมองอย่างสงสาร
       “ผู้ชายแบบนี้อยู่ด้วยมีแต่เสียใจ หนูรีบรักษาตัวนะลูก หนุ่มเกาหลีรักเดียวใจเดียวมีเยอะ กลับไปที่นั่น หนูอาจจะได้เจอคนดีๆ สักคน” คธายิ้มหยอก
       “พูดอย่างนี้หนุ่มไทยน้อยใจแย่ คนดีๆ ก็มีน่า ไม่งั้นคุณจะรักผมเหรอ”
       จินจูมองคธา ยิ้มเขิน
       “พูดอะไรต่อหน้าลูก” คธาโอบจินจู จินจูดิ้นอย่างเขินๆ “คุณคธา อย่าสิคะ”
       “ไม่ต้องเขินหรอก ลูกดีใจมากกว่าที่เห็นเรารักกันดี” ไข่มุกมองยิ้มๆ
       “ใช่ค่ะ ไว้แม่จัดงานแต่งเมื่อไหร่ หนูจะคอยถือชายผ้าคลุมให้นะคะ”
       จินจูยิ้มเขิน คธามองไข่มุกอย่างอ่อนโยน
       “แน่นอน แต่ตอนนี้ลูกต้องทำใจให้สบายที่สุด อย่าพึ่งคิดเรื่องอะไรทั้งนั้น เพื่อหลานของพ่อกับตัวหนูเองนะลูก”
       ไข่มุกยิ้มรับ สีหน้าดีขึ้นนิดๆ จินจูมองไข่มุกอย่างทั้งรักและสงสารลูก
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในสวนของโรงพยาบาล มองคนที่เดินผ่านไปมาอย่างเหม่อลอย คีรินทร์มองไปเห็นพ่อแม่กำลังวิ่งไล่จับเด็กเล็กวัย 2-3 ขวบอย่างสนุกสนาน สีหน้าร่าเริง คีรินทร์มองด้วยแววตาเศร้า รีบหันไปอีกทางก็เห็นแม่กำลังอุ้มทารกพาดบ่า มีพ่อนั่งหยอกอยู่ใกล้ๆ สีหน้ามีความสุขและรักกันมาก คีรินทร์หันกลับ ถอนหายใจเฮือก หลับตาลงอย่างรู้สึกผิดและเสียใจมาก
       หมอเอาหูฟังแตะที่อกไข่มุก แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ ไข่มุก จินจู คธา มองหมออย่างลุ้นมาก
       “เด็กปลอดภัยแล้วครับ คุณแม่เองก็แข็งแรงขึ้น แต่ยังต้องกผ่อนมากๆ ไม่ให้ร่างกายกระทบกระเทือนรุนแรง”
       ไข่มุกน้ำตาซึม ลูบท้องเบาๆ อย่างดีใจ จินจูเองก็น้ำตาซึม รีบก้มหัวขอบคุณหมอ
       “ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ขอบคุณจริงๆ”
       “ระยะนี้ให้คุณแม่ออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ได้นะครับ ถ้าเบื่อๆ พรุ่งนี้ก็ออกไปเดินเล่นได้ จิตใจจะได้แจ่มใส”
       ไข่มุกพยักหน้า ยกมือไหว้
       “ขอบคุณหมอมากนะคะ ที่ช่วยหนูกับลูก”
       หมอยิ้มให้อย่างใจดี ไข่มุกยิ้มให้กับลูกในท้องทั้งน้ำตา
      
       คธาเข็นไข่มุกเดินเล่นในสวนกับจินจู ทำท่าพูดคุยกันอย่างมีความสุข คธาเข็นไข่มุกไปใต้ต้นไม้ ลูบหัวอย่างเอ็นดู
       “เหนื่อยรึยัง หิวน้ำมั้ย เดี๋ยวพ่อไปซื้อให้”
       “ขอบคุณค่ะ”
       “งั้นหนูนั่งรอตรงนี้นะลูก เดี๋ยวแม่ไปช่วยพ่อถือน้ำ”
       ไข่มุกยิ้มรับ คธากับจินจูเดินออกไป ไข่มุกเข็นรถเล่นช้าๆ สีหน้าเศร้าเพราะคิดถึงคีรินทร์ แต่แล้วจู่ๆ มีมือมาจับตรงมือจับรถเข็น ไข่มุกสะดุ้งแล้วยิ้มเพราะคิดว่าเป็นจินจู
       “ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ หนูอยู่คนเดียวได้ ไปช่วยพ่อถือของเถอะ”
       ไข่มุกพูดแล้วรู้สึกแปลกๆ จะเอี้ยวตัวมาดู แต่ชลลดาเดินออกมาดักหน้า ยิ้มร้ายใส่ไข่มุก ไข่มุกชะงักอย่างตกใจ
      
       “คิดถึงชั้นมั้ยยะ นังไข่มุก”

      จินจูนั่งอยู่บนโซฟาในร้านกาแฟเล็กๆ มีแก้วกาแฟเย็นพลาสติกวางอยู่ คธารับแก้วอีกสองแก้วจากคนขายแล้วจ่ายเงิน จินจูมองเหม่อไปข้างนอก เห็นคีรินทร์เดินถือของเยี่ยม ทำท่าเมียงมองอยู่หน้าตึกคนไข้ จินจูมองอย่างนึกโกรธ หยิบแก้วลุกขึ้น
        
       “คุณ จะไปไหน”
       จินจูไม่ตอบเดินออกไปที่คีรินทร์ คีรินทร์เห็นจินจูก็ชะงัก ยกมือไหว้
       “ผมมาเยี่ยม...”
       “ยังไม่เข็ดอีก บอกว่าห้ามเยี่ยมจะมาทำไม”
       “ผมก็มาดูลูกดูเมียผมสิครับ ใครก็ห้ามผมไม่ได้ แล้วไข่มุกอยู่ไหน มาครับ เดี๋ยวผมช่วยถือแก้วให้”
       จินจูดึงมือถอยห่าง ส่งสายตาดุ
       “ไม่ต้อง กลับไปดีกว่า ก่อนที่การ์ดของชั้นจะลากตัวคุณไป”
       คธาเดินตามมาสมทบ
       “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอคุณ ไม่เอาน่า อีกหน่อยเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ค่อยๆ พูดกันสิ”
       คีรินทร์พยักหน้า
       “ขอบคุณครับคุณพ่อ”
       “ชั้นไม่นับญาติกับคุณ จนกว่าคุณจะเลิกกับผู้หญิงทุกคน แล้วห้ามทำให้ลูกชั้นเสียใจอีก แต่อย่างคุณให้เวลาเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่งกับเราดีกว่า”
       “เดี๋ยวสิครับคุณแม่ เอ่อ คุณจินจู ผมขอแค่ไปดูไข่มุกก็ได้ รับรองว่าจะไม่ทำอะไรกระทบกระเทือน ไม่พูดมาก อย่าไล่ผมเลย ผมคิดถึงเขาจริงๆ”
       จินจูมองอย่างไม่ค่อยเชื่อ แต่คธามองจินจูแล้วพยักหน้าให้ยอม
      
       รถเข็นไข่มุกกระแทกกับผนังตึก ไข่มุกงอตัวปกป้องท้อง ชลลดากับภัททิมายืนจังก้า
       “ไม่ต้องมาสำออย เก่งนักนะยะ ปล่อยท้องจับผัวลูกชั้น”
       “ทำตีหน้าซื่อ ให้คนสงสาร ชั้นไม่ยอมให้แย่งรินทร์ไปหรอก”
       ไข่มุกมองสองแม่ลูกอย่างโมโห
       “ชั้นไม่เคยแย่ง ถ้าคุณรินทร์ไม่รักคุณลูกไก่ก็เพราะนิสัยคุณเองต่างหาก”
       ภัททิมากรี๊ดลั่น
       “แก แกว่าชั้นนิสัยไม่ดีเหรอ สวยเริ่ดเพอร์เฟคอย่างชั้นเนี่ยนะ ตักน้ำใส่กะลาดูตัวเองก่อนเหอะ”
       “ชั้นไม่ได้พูดอะไร คุณยอมรับเอง” ภัททิมากรี๊ดหนัก
       “ชั้นสวย จบป่ะ แต่แกนั่นแหละ ทำไมไม่แท้งๆ ไปซะ รินทร์จะได้กลับมาหาชั้น”
       ไข่มุกมองชลลดาสลับภัททิมา
       “ถึงจะยังไม่ได้เกิดมา แต่เขาก็เป็นลูกชั้น มีชีวิต มีจิตใจ เป็นคนเหมือนคุณ ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้”
       ไข่มุกพยายามจะเข็นรถหนี แต่ชลลดาจับไว้แน่น ชลลดาโน้มตัวลงมาพูดกับไข่มุก
       “ใจร้ายแล้วไง ใจดีแล้วโดนรังแก อยู่อดๆ อยากๆ ชั้นไม่เอาหรอกย่ะ บอกไว้ก่อน คนอย่างชลลดา ต้องได้ทุกอย่างที่อยากได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม”
       ไข่มุกชะงัก สีหน้าหวาดกลัว ชลลดาดึงรถเข็นอย่างแรง แล้วเข็นไปตามทางเดิน
       “คุณจะพาชั้นไปไหน ปล่อยนะ คุณชลลดา คุณลูกไก่”
      
       ชลลดาเข็นรถเข็นเร็วๆ ภัททิมามองตามอย่างสะใจแล้วรีบเดินตาม


  


        
       คีรินทร์ จินจู คธา เดินมาถึงสวน จินจูกับคธาหน้าเปลี่ยนสี ตกใจมากที่ไม่เห็นไข่มุก
        
       “ลูกหายไปไหน” จินจูหันมองคีรินทร์ “ใครเอาตัวลูกชั้นไป”
       คีรินทร์ส่ายหน้า แววตาเป็นกังวล
       “ผมเปล่า ไม่รู้เรื่อง”
       “ไม่ใช่คุณแล้วใคร เอาลูกชั้นไปไว้ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้”
       จินจูส่งแก้วกาแฟให้คธา แล้วไปยืนดักหน้าคีรินทร์แววตาหาเรื่อง เอาจริงไม่ยอมใคร คีรินทร์ส่ายหน้าส่งสายตาไม่รู้จริงๆ
      
       ชลลดาเข็นไข่มุกมาตามทางเดินอย่างรวดเร็ว ไข่มุกจับรถเข็นแน่น
       “คุณชล หยุด หยุดเดี๋ยวนี้”
       “สั่งชั้นเหรอ สั่งใช่มั๊ย”
       ชลลดาเข็นเร็วขึ้น ไข่มุกจะร้องก็ร้องไม่ออก ชลลดาเข็นมาหยุดที่ทางลาด ไข่มุกมองทางลาดที่ค่อนข้างชัน ด้านล่างมีรถแล่นสวนไปมา ไข่มุกถึงกับช็อคหันมองชลลดาที่ยิ้มเหี้ยม
       “จะทำอะไร”
       “คุณแม่ขา ปล่อยมันลงไป มันจะตายมั้ยคะ” ภัททิมาถามอย่างกลัวๆ
       ชลลดายิ้มจับรถเข็นทำขยับไปข้างหน้า ไข่มุกเกาะแน่น พยายามจะลง แต่ชลลดาจิกไหล่ไว้ให้นั่ง
       “คุณชล อย่าทำหนูเลยนะคะ ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ ใครอยู่แถวนี้ ช่วยชั้นด้วย”
       ชลลดาเอามืออุดปากไข่มุก ไข่มุกเบิกตากว้างอย่างกลัวมาก
       “แกทำทุกอย่างเพื่อลูกของแก ชั้นก็ทำทุกอย่างเพื่อลูกชั้นเหมือนกัน” ชลลดาดันรถเข็นไปข้างหน้าตรงทางลาด แล้วทำจะปล่อยมือ “อโหสิให้กันนะ”
       ชลลดาปล่อยจากรถเข็น ไข่มุกกรี๊ดเสียงดังลั่น
      
       จินจูจ้องหน้าคีรินทร์อย่างไม่เชื่อ
       “ไม่ต้องมาโกหก คุณให้คนแอบมาพาลูกชั้นไปใช่มั้ย” จินจูระดมทุบคีรินทร์ คีรินทร์ปัดป้องไปร้องเจ็บไป คธามองอย่างไม่รู้จะช่วยยังไง “เอาลูกชั้นไปไหน พาไปไว้ไหน บอกมานะ”
       “โอ๊ยๆๆ ผมไม่รู้ คุณจินจู เจ็บครับ โอ๊ยๆๆ”
       คีรินทร์ปัดป้องอย่างกลัวจินจู สียงไข่มุกร้องดังมาจากที่ไกลๆ
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ ใครอยู่แถวนี้ ช่วยชั้นด้วย”
       จินจูกับคีรินทร์ชะงัก คีรินทร์มองหน้าจินจู เสียงกรี๊ดดังขึ้น คีรินทร์รีบผละออกวิ่งไปตามเสียง จินจูยืนอย่างงงๆ
       “เมื่อกี้ เสียงลูกใช่มั้ยคะ”
       “ตามไป”
      
       จินจูกับคธามองตามคีรินทร์แล้วรีบตามไป


  


        
       ทางลาดหน้าตัวตึก ไข่มุกกรี๊ดลั่นเมื่อรถเข็นกำลังแล่นลงมาอย่างรวดเร็ว ด้านล่างมีรถยนต์วิ่งมาอย่างเร็ว
        
       ไข่มุกมองรถแล้วกรี๊ดสุดเสียงหลับตาปี๋ ชลลดากับภัททิมาตกใจมาก กรี๊ดดังลั่น
       “ว้าย”
       รถเข็นไข่มุกวิ่งลงมาเกือบถึงรถที่แล่นมา คีรินทร์กระโดดมาจากด้านข้างคว้าตัวไข่มุกกลิ้งบนพื้น รถเข็นล้มไปอีกทาง รถแล่นเลยไป ภัททิมาปิดตาแน่น ถามกลัวๆ
       “คุ...คุณแม่ นังมุกตายแล้วเหรอคะ ฮือออ มีรถวิ่งมาพอดีเลย”
       ชลลดาทำแล้วก็อดตกใจไม่ได้ จินจูกับคธาวิ่งมาถึง ร้องเรียกไข่มุกอย่างตกใจ
       “ไข่มุก”
       คีรินทร์ลุกขึ้นประคองไข่มุก
       “ไข่มุก เป็นอะไรมั้ย เจ็บตรงไหน ท้องล่ะ เจ็บท้องรึเปล่า ไปหาหมอ”
       ไข่มุกอึ้งไปไม่ตอบ ยื่นมือสั่นๆ แตะหน้าผากคีรินทร์มีเลือดติดปลายนิ้ว คีรินทร์หัวแตกเลือดไหล
       “คุณ...เลือดออก”
       คีรินทร์ปาดเลือดทิ้งอย่างไม่สนใจ
       “ช่างเหอะ เธอสำคัญกว่า เป็นอะไร เจ็บตรงไหนมั้ย บอกชั้นมานะ”
       จินจูจะวิ่งเข้าไปหาไข่มุก คธาเอาตัวบังเอาไว้แล้วยื่นแก้วกาแฟให้ถือ ส่ายหน้าห้าม จินจูทำท่าขัดใจนิดๆ แต่ก็ยอม
       ไข่มุกสบตามองคีรินทร์อย่างซาบซึ้ง ยกมือขึ้นจับแขนคีรินทร์แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น คีรินทร์มองอย่างทั้งรักและสงสาร ไข่มุกร้องไห้ไปพลางสบตา คีรินทร์ดึงไข่มุกเข้ามากอดลูบผมเบาๆ
       “ขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ อย่าร้องนะ ชั้นขอโทษ”
       คีรินทร์โอบกอดไข่มุกอย่างหวงแหนและทะนุถนอม
      
       คีรินทร์ทำแผลแล้วมีผ้าพันหัว เข็นรถเข็นไข่มุกเดินนำมีจินจูกับคธาเดินตาม ชลลดารีบเดินมาดักข้างหน้า เท้าเอวมองไข่มุกอย่างเอาเรื่อง
       “เพราะเธอคนเดียว คุณรินทร์ถึงหัวแตก เป็นคนป่วยดันไม่เจียมอยากเข็นรถเอง ดีนะไม่ไหลลงไปโดนรถชนตาย”
       ไข่มุกมองหน้าชลลดา
       “ก็คุณ...”
       “คุณอะไร อ๋อ นี่จะใส่ความชั้นอีกแล้วล่ะสิ อย่าถือว่าเป็นลูกดาราแล้วจะมารังแกกันได้นะยะ”
       จินจูเดินเข้ามาใกล้ชลลดา แล้วตวัดมือตบอย่างแรง ชลลดาช็อค
       “รังแกลูกชั้นเหรอ”
       “รังแกอะไร ชั้นไม่ได้แกล้ง ว๊าย” จินจูตบอีก มองจ้องหน้า ชลลดาจ้องกลับอย่างเริ่มโมโห “เออ ชั้นแกล้ง มีอะไรมั้ย อย่านึกว่าจะยอม วันนี้ขอตบนางเอกสักทีเถอะ”
       ภัททิมาเดินเข้ามาใกล้แล้วรีบล็อคข้อมือจินจูจากข้างหลังไว้ ชลลดาเดินเข้ามาทำท่าจะตบ คธาจะเข้ามาขวาง จินจูส่ายหน้าห้าม
       “ไม่ต้อง ชั้นจัดการเอง”
       “เอาเลยค่ะคุณแม่ ตบให้หน้าไหลเลย”
       ชลลดาเข้ามาใกล้ จินจูกระทืบเท้าลงบนเท้าภัททิมาแล้วหมุนตัวสาดกาแฟใส่หน้าภัททิมา ภัททิมาร้องกรี๊ดลั่น จินจูไปหยิบกาแฟอีกสองแก้วที่คธาถือมาสาดใส่ชลลดา ชลลดากรี๊ดลั่น สองคนพุ่งตัวเข้าใส่จินจูถอยหลบฉาก สองแม่ลูกชนกันเอง
       “อ๊ายๆ คุณแม่”
       ชลลดาหันมาใส่จินจูอยากโกรธจัด วิ่งเข้ามาจะตบ จินจูหมุนตัวหลบแล้วถีบชลลดาหน้าคว่ำ ภัททิมาวิ่งเข้าประคองชลลดา
       “ไม่ต้องมาประคอง ไปสู้มันสิ”
       ภัททิมาลุกขึ้นสู้ๆ กล้าๆ กลัวๆ จินจูจับข้อมือภัททิมาบิด ภัททิมากรี๊ดลั่น คธามองอย่างอึ้งๆ แตะตัวคีรินทร์กับไข่มุกพยักเพยิดให้เข็นหลบไปอีกทาง จินจูจับแล้วถีบภัททิมาลงไปกองกับชลลดา ชลลดาฮึดสู้ลุกขึ้นโถมเข้าใส่ จินจูจับแขนบิดไปด้านหลัง อีกมือนึงรัดคอ พูดขู่ชลลดา
       “จำไว้ให้ดี อย่าคิดทำร้ายลูกชั้นอีก คราวหน้าเจอหนักกว่านี้แน่”
      
       จินจูบิดแขน ชลลดาร้องโอดโอยอย่างหมดท่า
        

       คีรินทร์ค่อยๆ ประคองไข่มุกนั่งลงบนเตียง จินจูยืนมองสีหน้าไม่พอใจ คีรินทร์ลูบผมไข่มุกเบาๆ อย่างรักและเป็นห่วง ไข่มุกนิ่ง เม้มปากแน่นอย่างพยายามจะเข้มแข็ง
      
       “ชั้นจะกลับเกาหลี แล้วก็จะพาลูกไปด้วย อยู่ที่นี่มีแต่อันตราย” จินจูบอก
       “แต่ไข่มุกเป็นเมียผมนะครับ ผมไม่ยอม”
       จินจูเดินเข้ามา มองสบตาคีรินทร์
       “แน่ใจเหรอ เมียหรือตัวอะไรกันแน่ ทำไมถึงปล่อยให้คนอื่นมารังควานไม่หยุดไม่หย่อน”
       “ผมเสียใจ ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”
       “คราวนี้รอดมาได้ แต่ถ้าคราวหน้าช่วยไม่ทัน ลูกชั้นไม่ตายเหรอ ไม่เอาแล้ว ยังไงชั้นก็ไม่ให้อยู่กับเธอ” คธาลุกขึ้นจับข้อศอกจินจู ดึงให้เดินออกนอกห้อง จินจูดิ้น “คุณคะ ปล่อยนะ ชั้นยังพูดไม่จบ”
       “ค่อยพูดกันดีกว่า ไปๆ ไปข้างนอกกับผม ให้ใจเย็นก่อน”
       จินจูจะหันกลับมา แต่คธากอดโอบเอวให้เดินออก ปิดประตูลง คีรินทร์เดินเข้าไปใกล้มุก จับมือไข่มุกขึ้นมาจูบเบาๆ แล้วโอบไว้ ไข่มุกเอนหัวซบนิ่ง
       “ผมจะเคลียร์กับทุกคนเอง จะไม่ให้มีใครมากวนใจคุณอีก กลับไปอยู่กับผมได้มั้ย” คีรินทร์จับมือไข่มุก มองสบตา “ขอโอกาสอีกครั้งนะ กลับไปอยู่กับผม” ไข่มุกมองสบตานิ่งไม่พูดอะไร แต่น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา คีรินทร์มองอย่างขมขื่นและเสียใจมาก “นะ...ไข่มุก”
       คีรินทร์ค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้เบาๆ แต่ไข่มุกกลับหลับตานิ่ง
      
       ห้องนั่งเล่นบ้านคีรินทร์ ชลลดากับภัททิมานั่งอยู่กลางวง ตัวเปียกกาแฟ ดมแล้วทำหน้ายี้ มณียืนจังก้าเท้าเอวมีช้อยประกบ
       “ชั้นไม่ได้ทำ” ชลลดาบอก
       “เมื่อเย็นคุณเพิ่งยอมรับเองว่าทำ”
       ชลลดาลอยหน้าลอยตา
       “มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งใจแค่จะเข็น แต่นัง...เอ่อ ไข่มุกดิ้นจนลื่นไปเอง”
       “กล้าพูด นี่หล่อนแม่ลูกเกาะลูกชายชั้นหนึบเป็นตุ๊กแกไม่พอ ยังจะกล้าทำลูกสะใภ้ชั้น ไม่รู้จะเรียกว่ายังไงดีแล้ว”
       ช้อยรีบเสนอหน้า
       “ก็เรียกว่า กินบนเรียน ขี้รดบนหลังคาสิคะ”
       ชลลดาตบโต๊ะ มองหน้ามณีกับช้อย
      
       “จะมากไปแล้วนะยะ ไม่ได้โดนผลักเองซะหน่อย จะโวยทำไม ทีนังแม่มันสาดกาแฟใส่ชั้น ไม่เห็นมีใครโวยแทน”


  


        
       คีรินทร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เขมทัตมองชลลดากับภัททิมาแล้วส่ายหน้าหันมาสบตากับคีรินทร์ มณีเห็นชลลดาตบโต๊ะก็ยิ่งหมั่นไส้
      
       “กล้าขึ้นเสียงใส่ชั้นเหรอ รู้มั้ยว่าที่นี่ ชั้นใหญ่สุด”
       มณีเน้นเสียง เขมทัตสะดุ้ง
       “แต่คุณแม่ไม่ยุติธรรม รักแต่นังไข่มุก ลำเอียง” ภัททิมาต่อว่ามณี
       “ใช่ ลำเอียง ขี้งก ใจดำ อำมหิต” มณีเต้นผาง
       “แก เกินไปแล้วนะยะ ช้อย จัดเต็ม”
       ช้อยหักข้อมือหักนิ้วกร็อบๆ
       “จัดให้ค่ะ คันไม้คันมือมานานแล้ว”
       รัตนาหัวเราะ ตบมือเชียร์อย่างชอบใจ
       “คุณแม่สู้ๆ ป้าช้อยสู้ตาย”
       มณีจิกผมชลลดา ช้อยจิกผมภัททิมา แล้วเอามาโขกกัน เขมทัตกับคีรินทร์มองอย่างหวาดเสียว เขมทัตเข็นรัตนาออก สะกิดคีรินทร์
       “ไปเหอะ ปล่อยแม่เราจัดหนักไป”
       เขมทัตกับคีรินทร์พารัตนาออกไป มณี ช้อย ชลลดา ภัททิมา ตบตีกันอย่างอลหม่าน
      
       จินจูประคองไข่มุกเข้ามาในห้องพักแล้วให้นั่งที่โซฟา
       “ค่อยๆ นั่งนะลูก ได้ออกจากโรงพยาบาลซะทีนะ” จินจูลูบหัวไข่มุก ไข่มุกมองรอบห้องสีหน้าเศร้าๆ จินจูลูบหัวไข่มุกอย่างสงสาร “อีกสองสามวัน พอหนูแข็งแรง เราไปเกาหลี ไปเริ่มต้นใหม่กันที่นั่น” ไข่มุกนั่งนิ่ง ไม่พูดอะไร แต่แววตาเศร้า จินจูนั่งลงข้างๆ แล้วโอบไข่มุกให้ซบที่ไหล่ “แม่รู้ ว่าหนูรักเขามาก แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้ายังเป็นแบบนี้ ถ้าคีรินทร์รักหนู เขาก็ต้องแสดงให้เห็นว่ารักเราจริงแค่ไหน”
       “หนูไม่รู้ค่ะแม่ หนูสับสน แต่หนูไม่อยากอดทนกับเรื่องผู้หญิงของเขาแล้ว”
       ไข่มุกน้ำตาร่วง สะอื้นเงียบๆ จินจูกอดแน่นขึ้น
       “ไม่เป็นไรลูก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น จะไม่มีใครมารังแกลูกแม่ได้อีกแล้ว”
       จินจูกอดลูบหัวไข่มุกอย่างสงสารมาก ไข่มุกกอดจินจูอย่างเป็นที่พึ่งทางใจ
      
       คีรินทร์มาเยี่ยมนุชนารถที่เรือนจำ คีรินทร์ถือหูโทรศัพท์คุยกับนุชนารถในห้องเยี่ยมนักโทษที่มีกระจกกั้น
      
       “ผมให้ทนายดูแลคดีคุณแล้ว ไม่ต้องห่วง” นุชนารถมองคีรินทร์น้ำตาคลอ คีรินทร์เม้มปาก ทั้งสงสารและเห็นใจผมขอโทษที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ แต่อยากขอให้คุณอโหสิกรรมให้”


  


        
       นุชนารถหลับตา พูดเสียงสั่น
      
       “ค่ะ”
       คีรินทร์ยิ้มนิดๆ
       “ทุกๆ อย่างที่ผมทำลงไป ผมจะพยายามชดใช้ให้คุณเต็มที่ คุณออกมาจากคุกก็ขอให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมจะช่วยคุณทุกอย่าง แต่ในฐานะเพื่อนเท่านั้น”
       นุชนารถลืมตา น้ำตาไหล
       “แต่นุชรักคุณ นุชขาดคุณไม่ได้ ขอร้องนะคะรินทร์”
       “ผมขอโทษ”
       คีรินทร์วางหูคืน ค่อยๆ ลุกขึ้นเดินออกมาอย่างขมขื่นและเจ็บปวดแทน นุชนารถลุกขึ้นยืน ตะโกนใส่คีรินทร์แล้วร้องไห้ทุบกระจกที่กั้นอย่างบ้าคลั่ง
       “นุชรักคุณ รินทร์คะ นุชรักคุณ ฮืออออ นุชรักคุณ ได้ยินมั้ย นุชรักคุณ”
       นุชนารถร้องไห้สะอึกสะอื้น ทุบกระจกอย่างไม่ยอมรับเรื่องที่คีรินทร์พูด มองข้างหลังคีรินทร์ด้วยแววตาปวดร้าว
      
       ไข่มุกนั่งพับเสื้อมีกระเป๋าเดินทางวางอยู่ใกล้ๆ จินจูเดินถือเสื้อใส่ไม้แขวนมากับคธา แล้ววางให้บนเตียง
       “แม่ช่วยพับนะ”
       ไข่มุกยิ้ม ส่ายหัว
       “ไม่เป็นไรค่ะ แม่ไปเตรียมตัวเถอะค่ะ ของหนูมีนิดเดียว”
       คธาถอนหายใจ
       “เฮ้อ เสียดายที่พ่อติดสัญญากับโรงแรม ต้องเล่นเปียโนให้งานแต่งลูกท่านรัฐมนตรี ไม่งั้นจะได้ไปพร้อมกัน”ไข่มุกยิ้มร่าเริง
       “แค่สองอาทิตย์เองค่ะ แม่เขารอได้อยู่แล้ว”
       คธายิ้มหยอก จินจูตีแขนเบาๆ อย่างเขินๆ ไข่มุกมองพ่อกับแม่แล้วอมยิ้ม
       “อะไรไม่รู้ทั้งพ่อทั้งลูก ไปค่ะ ไปช่วยชั้นจัดของต่อ เดี๋ยวจัดเสร็จแล้วไปห้องแม่นะ”
       ไข่มุกพยักหน้ายิ้มร่าเริง จินจูกับคธาเดินออกไป สีหน้าไข่มุกเปลี่ยนเป็นแววตาเศร้าเปิดกระเป๋าเดินทางออก ข้างในมีรูปคู่ไข่มุกกับคีรินทร์ที่เกาหลี หลงอยู่ในกระเป๋าใบนึง ไข่มุกหยิบขึ้นมาดูอย่างเศร้าๆ และอาลัยมาก ปลายนิ้วไล้ที่รูปอยากจะเก็บความทรงจำเอาไว้
      
       ไข่มุกหลับตาลงแล้วถอนหายใจ วางรูปไว้ที่หัวเตียงแล้วมองอย่างเศร้าๆ

       คีรินทร์นั่งอยู่ในสวน สีหน้าเคร่งเครียด ชลลดากับภัททิมาแอบย่องมาดู ภัททิมาทำท่าเดินสวยถือแก้วน้ำมาให้คีรินทร์แล้วยิ้มหวาน
       “คุณรินทร์ ทานน้ำก่อนนะคะ”
       คีรินทร์ไม่รับ จ้องมองภัททิมานิ่ง
       “คุณลูกไก่ คุณชลลดา ผมมีเรื่องอยากบอกให้คุณทั้งคู่เข้าใจ”
       ภัททิมากับชลลดาฟังอย่างลุ้นๆ
       “เรื่องอะไรคะ ข่าวดีรึเปล่าเอ่ย”
       “เรื่องไข่มุก ต่อให้เขาจะไม่กลับมาอยู่บ้านนี้ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ยังไงเขาก็เป็นคนที่ผมรัก ส่วนเรื่องคุณลูกไก่ผมอยากจะหยุดเรื่องทุกเรื่องของเราไว้แค่นี้” ภัททิมาอึ้งไป
       “แต่ แต่..ลูกไก่เป็นเมียคุณนะคะ คุณจะทิ้งขว้างเรา เฉดหัวออกจากบ้าน ไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
       “ผมไม่ได้ไล่ ถ้าคุณอยู่ต่อก็ให้ถือว่าเป็นแขกของพ่อกับแม่ แต่ระหว่างเราให้จบเถอะนะ”
       ชลลดาตั้งท่าวีนแตก
       “พูดอย่างนี้ก็เห็นแก่ตัวน่ะสิ น้าเลี้ยงลูกมา ไม่ได้ให้ใครเอาไปเป็นเมียฟรีๆ นี่ถ้าพี่ยงยุทธยังอยู่ คงจะเสียใจมากที่เราต้องโดนรังแกแบบนี้ ไม่เห็นแก่บุญคุณที่เคยทำให้เลย”
       คีรินทร์ถอนใจหนัก
       “ผมไม่เคยลืมบุญคุณอายงยุทธ ที่คุณน้ากับลูกไก่ได้อยู่บ้านนี้มาหลายเดือนก็เพราะเราเห็นแก่คุณอา แต่สิ่งที่ครอบครัวผมให้คุณก็น่าจะพอทดแทนทุกอย่างได้แล้ว บุญคุณ.ยังไงก็มีวันหมด ผมคงทำให้ได้แค่นี้”
       ชลลดาอึ้งที่คีรินทร์เอาจริง สบตามองภัททิมา ภัททิมาทำแกล้งร้องไห้กอดแขนคีรินทร์เอาไว้
       “แต่ลูกไก่รักคุณนะ คุณไม่รักก็ไม่เป็นไร ลูกไก่จะรักคุณไปจนตาย ฮื้อออ ยอมตายเพื่อคุณก็ได้เอ้า อย่าทิ้งกันนะคะ”
       ภัททิมาทำท่ากอดร้องไห้กระซิก เสียงโทรศัพท์ดัง คีรินทร์กดรับ
       “ฮัลโหล อะไรนะ ไข่มุกกำลังจะไปไหนกัน เดี๋ยวผมจะรีบไปที่โรมแรมเดี๋ยวนี้”
       คีรินทร์กดตัดสายแล้วปัดมือภัททิมาออก ภัททิมาร้องว้าย คีรินทร์ผลุนผลันออกไปอย่างรวดเร็ว ชลลดาจิ๊ปากขัดใจ ภัททิมาหยุดร้องทันที เช็ดน้ำตาเซ็งๆ
       “อุตส่าห์บีบน้ำตาแทบตาย ชิ คุณแม่ขา นังมุกจะไปไหนของมัน แต่ถ้ามันไปแล้วเราก็ยังมีหวังสิ”
       ชลลดาตาโต ยิ้มกว้าง
      
       “ยังไงก็ต้องมีอยู่แล้ว แม่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก โอย เมื่อยหน้า เมื่อกี้ตีหน้าเศร้าซะเหนื่อย”
       ชลลดายิ้มร้ายอย่างไม่ยอมเลิกราง่ายๆ มองไล่หลังคีรินทร์ไป
        


  


       คีรินทร์เปิดเข้ามาในห้องพักจินจูอย่างนิ่งเฉย ทอดสายตามองรอบห้องอย่างอาลัยอาวรณ์ คีรินทร์เดินสำรวจทุกมุมห้อง แววตาเศร้า คีรินทร์มองไปเห็นรูปบนหัวเตียงก็หยิบขึ้นมาดู แววตาหม่นลง
      
       ภาพในความทรงจำ คีรินทร์กับไข่มุกนอนคว่ำอยู่บนเตียงเรียงรูปดูด้วยกันอย่างมีความสุข
       “เก็บไว้ดีๆ อย่าทำหายนะ ห้ามทิ้งด้วย”
       ไข่มุกยิ้มทะเล้น
       “ไม่รู้สิ หมั่นไส้คนแถวนี้อาจจะแกล้งทำหายก็ได้”
       คีรินทร์ทำเสียงอ้อน เอาหัวซบไหล่ไข่มุก
       “ใจร้ายจังคนอะไร รูปเนี่ยให้เก็บไว้แทนใจ”
       ไข่มุกอมยิ้ม แกล้งทำเสียงดุ
       “เลี่ยนแล้วคุณ”
       “จริงๆ นะ ถ้าไม่รักเมื่อไหร่ ค่อยทิ้งแล้วกัน”
      
       คีรินทร์ถือรูปดูอยู่ แววตาเศร้าเมื่อนึกถึงคำพูดไข่มุก
       “ถ้าชั้นทิ้งรูปนี้ก็แสดงว่าไม่เหลือเยื่อใย ไม่รักอีกแล้ว”
       คีรินทร์เม้มปากแน่น มองรูปอย่างใจหายและเศร้าใจมาก
      
       ที่เกาหลี จินจูกับไข่มุกเดินลากกระเป๋าเข้ามาในบ้าน ไข่มุกมองอย่างทึ่งที่บ้านใหญ่มาก ยูรีปราดเข้ามาจับแขนมองไข่มุกอย่างแปลกตา นิ่ง พิจารณา แล้วหันไปสบตาจินจูที่ยิ้มดีใจน้ำตาคลอ จินจูพยักหน้ารับ ยูรียิ้มตอบน้ำตาคลอดึงไข่มุกมากอด
       “คุณหนูยองแอ ไม่นึกเลยว่าจะมีวันนี้”
       ไข่มุกทำหน้างง
       “ยองแอ เป็นชื่อเกาหลีของหนู” จินจูบอก
       “น่ารัก สวยที่สุด มีอะไรคล้ายคุณมาก”
       ยูรีกอดไข่มุก ไข่มุกกอดอย่างตื้นตัน
       “ป้ายูรี เป็นแม่บ้าน คอยดูแลแม่มาตลอด ชอบบ้านนี้มั้ย”
       “ค่ะแม่ บ้านสวยมากเลย”
       “ต่อไปนี้ ที่นี่คือบ้านของหนู ทุกๆ อย่างของแม่ก็จะเป็นของหนูกับลูก”
       ไข่มุกกราบจินจูที่อก
       “แม่คะ ขอบคุณมากค่ะ”
       ไข่มุกยิ้มฝืนๆ จินจูกอดเบาๆ
       “ลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาให้หมด ต่อไปนี้จะไม่มีผู้หญิงชื่อไข่มุกอีกแล้ว จะมีแต่ปาร์คยองแอ ลูกสาวของแม่ เริ่มต้นใหม่นะ ยองแอ”
      
       ไข่มุกสบตาแล้วกอดจินจู พยักหน้าน้ำตาคลอ จินจูกอดตอบอย่างสงสารลูกมาก


  


        
       คีรินทร์นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงาน เขมทัตเดินเข้ามาตบบ่าเบาๆ
        
      
       “เป็นไงบ้าง ทำหน้าเบื่อโลกดีนี่หว่า”
       “ใครว่าเบื่อ สบายดีหรอกครับพ่อ ไม่มีปัญหาอะไร สบ๊ายสบาย”
       “ยังจะปากแข็ง ฟอร์มเยอะนะ รักเขาแล้วทำไมไม่ตามไป” คีรินทร์ถอนใจ
       “ตามไปให้หน้าแตกเหรอพ่อ เขารักผมที่ไหน”
       “เรามันดันทำดีไว้เยอะนี่” คีรินทร์แค่นเสียงประชด
       “เขาเกลียดผมทั้งแม่ทั้งลูก หน้าผมเขายังไม่อยากมองเลย”
       “คุณจินจูน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่ สำคัญที่ว่าเรารักไข่มุกกับลูกหรือเปล่า คิดให้ดี”
       “เรื่องลูก พ่อไม่น่าถาม หมายังรักลูกมันเลย แล้วนี่ผมเป็นคน จะไม่รักลูกตัวเองได้ไง”
       “แล้วแม่ของลูกล่ะ”
       คีรินทร์นิ่ง แล้วพูดหนักแน่น
       “ผมรักเขา”
       “พูดตรงนี้เขาไม่ได้ยินหรอก รักแล้วรออะไร อย่าเสียลายเสือสิเจ้ารินทร์”
       เขมทัตตบบ่า บีบให้กำลังใจ คีรินทร์มองเขมทัต ยิ้มออกมานิดๆ อย่างรู้กัน
      
       มณียืนอยู่หน้าชลลดากับภัททิมาที่นั่งเอนอยู่บนโซฟา มณีเท้าเอวพูดหน้าถมึงทึง
       “ต๊าย ไล่ไม่ไป อย่างหนาทั้งแม่ทั้งลูก”
       ชลลดาเชิดหน้าใส่
       “ไม่ไป จะทำไม อยู่นี่สบายจะตาย เรื่องไรจะไปให้ลำบาก โง่สิ”
       “ลูกไก่เป็นเมียคุณรินทร์ ทำไมจะไม่มีสิทธิ์อยู่บ้านนี้” มณีแค่นหัวเราะ
       “เมียเหรอ คู่นอนซะมากกว่ามั้ง แถมโดนเขี่ยทิ้งแล้ว ยังทำไม่รู้ไม่ชี้ ฮึ กล้ามากที่ยังเสนอหน้า ทำชั้นไว้ซะแสบยังไม่ได้คิดบัญชีเลย”
       คีรินทร์เดินเข้ามา ภัททิมารีบลุกถลาเข้าไปกอดแขนคีรินทร์
       “กลับมาแล้วเหรอคะ ลูกไก่คิดถึงม้ากมาก”
       คีรินทร์สะบัดแขนออก ถอนใจ
       “พอเหอะ เมื่อไหร่จะเหนื่อยสักที เฟคตลอด ทำอ้อนว่ารักผมทุกวันเนี่ย ไม่เบื่อรึไง บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยแทน”
       ภัทชะงัก แต่ไม่ยอมแพ้
       “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ไม่เฟคด้วย ลูกไก่รักคุณนะ เรามาเริ่มกันใหม่ นะคะ นะคะดาร์ลิ่ง”
       “เราไม่เคยเริ่ม และไม่มีวันทำด้วย ผมมีเมียมีลูกแล้ว เมื่อไหร่คุณจะยอมเข้าใจสักที ผมมีครอบครัวแล้ว ได้ยินมั้ย”
       ภัททิมาอึ้งอย่างช็อdมาก
       “เชอะ ครอบครัวเหรอ ใช่ซี้ ตอนนี้มังมุกมันเป็นลูกดาราใหญ่ ไม่ใช่แม่ค้าส้มตำแล้วนี่ ทำเป็นจะยกเชิดชู” ชลลดาบอกอย่างไม่พอใจ
       “เปล่าเลย ผมรักเขาตั้งแต่ยังเป็นลูกแม่ค้าส้มตำเป็นครูสอนฟิตเนส เป็นสตั๊นท์ จะเป็นอะไรก็รัก”
       ภัททิมาหน้าแหย
       “อ๋าย พูดงี้ได้ไง”
       “นี่คิดจะแอ้มลูกสาวชั้นแล้วทิ้งหรือไง ลูกไก่รักคุณมากนะ”
       “พวกคุณรักใครไม่เป็นหรอก ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองทั้งนั้น ลูกไก่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับผมหรอก อ้อ ไม่สิ รักเงินกับทุกอย่างที่ผมมีต่างหาก แต่ไม่ใช่ตัวผม”
       “ไม่จริง ลูกไก่รักคุณนะคะ”
       “ตกลงจะทิ้งเราสองคนแม่ลูกใช่มั้ย ชั้นไม่ยอม คอยดูแล้วกันว่าพี่เขมจะจัดการยังไง”
       “ไม่ต้องรอพี่เขมหรอกย่ะ เดี๋ยวพี่มณีคนนี้จะจัดการยันออกจากบ้านทั้งแม่ทั้งลูกให้ดู”
       “เอ๊ะ บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปไง”
       คีรินทร์มองสบตาชลลดา
       “ขอร้องนะคุณชลลดา คุณกับลูก ออกไปจากชีวิตผมสักที”
       คีรินทร์เดินไป มณีอึ้งมองตามคีรินทร์ ภัททิมาหันไปร้องงอแงกับชลลดา
       “ฮือ คุณแม่ขา ทำไงดี ลูกไก่ไม่ยอมนะ”
      
       ชลลดาอึ้งอย่างไม่รู้จะทำยังไง
ตอนที่ 23
      
      
       คีรินทร์นั่งเหม่ออยู่ในห้องนอน มณีเดินเข้ามามองสักพักแล้วถอนใจอย่างตัดใจ
      
       “เรื่องเมียกับลูกเรา ตกลงจะเอาไงแน่” คีรินทร์หันมอง
       “แม่พูดอย่างงี้ แสดงว่ายอมรับเรื่องไข่มุกกับหลานแล้วใช่มั้ยครับ”
       “เมื่อกี้ตัวประกาศปาวๆ อยู่เอง ขนาดนี้แล้วไม่รับได้ไง เดี๋ยวคนจะหาว่าชั้นเป็นแม่ผัวตัวร้ายหมด จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ ทางนี้แม่จัดการเอง คันไม้คันมือหมั่นไส้มานานแล้ว”
       “ผมรักแม่ครับ”
       มณีฟังดีใจ ยิ้มออกมา
       “พูดแล้วจำไว้ด้วย ต่อไปถึงมีเมียมีลูกก็ห้ามลืมแม่ล่ะ จำไว้ด้วยว่าคนนี้ใหญ่สุดในบ้าน”
       คีรินทร์ยิ้มนิดๆ สายตามองเหม่อไปไกล ใจไปถึงไข่มุกแล้ว
      
       จินจูกับไข่มุกเดินอยู่ที่วัดวาวูจองซา จินจูสังเกตเห็นไข่มุกดูเศร้าๆ แต่ไม่พูดอะไร คีรินทร์โผล่ออกมา ไข่มุกอึ้ง จินจูเดินมายืนแทรกกลางปกป้องไข่มุกเต็มที่
       “มาทำไม”
       คีรินทร์มองสบตาไข่มุก
       “ผมมารับเมียกับลูกกลับบ้าน” คีรินทร์พูดไม่ทันขาดคำ จินจูตบหน้าดังเพี๊ยะ ไข่มุกตกใจ คีรินทร์ก็อึ้งๆ แต่ก็นิ่งอย่างสำนึกผิด “คุณแม่จะตบอีกก็ได้ครับ”
       จินจูซัดเข้าอีกเพี๊ยะ คีรินทร์หน้าเหวอ ไข่มุกก็หน้าเหวออย่างตกใจไม่แพ้กัน
       “แม่คะ”
       “เอาจริงเหรอเนี่ย”
       “ไปให้พ้น ที่นี่ไม่มีใครอยากเห็นหน้าคุณ”
       “ผมบอกแล้ว ว่ามารับลูกรับเมีย”
       จินจูแค่นหัวเราะ
       “ถ้าเธอเห็นยองแอเป็นเมีย คงไม่ทำร้ายเขาขนาดนี้หรอก กลับไปซะ อย่ามาให้เราเห็นหน้าอีก”
      
       คีรินทร์มองสบตาไข่มุก ไข่มุกเมินหนีอย่างจงใจคีรินทร์ทำท่ากระอักกระอ่วนจะพูดก็ไม่พูด จินจูโอบไหล่ไข่มุกเดินหนีไปอีกทาง


  


        
       จินจูพาไข่มุกเดินชมรอบๆ บริเวณวัด คีรินทร์เดินตามแต่จินจูกับไข่มุกทำไม่สนใจ
        
       “นั่งพักหน่อยมั้ย”
       คีรินทร์เสนอหน้า
       “พักหน่อยนะไข่มุก เดี๋ยวชั้นไปหาน้ำให้”
       “ไม่ต้องค่ะ ชั้นดูแลตัวเองได้”
       “ชั้น...เอ่อ ยังโกรธชั้นอยู่เหรอ”
       “กลับบ้านเถอะ อย่าไปยุ่งกับพวกพูดไม่รู้เรื่อง ถอยไป”
       จินจูพาไข่มุกเดินหนี คีรินทร์ตาม
       “เดี๋ยวสิ ไข่มุก ไข่มุก”
       จินจูหันกลับมามองสายตาโกรธมาก คีรินทร์ถึงกับผงะไป
      
       รถลีมูซีนของจินจูจอดลงหน้าบ้าน จินจูประคองไข่มุกลงจากรถ แท็กซี่ของคีรินทร์จอดใกล้ๆ คีรินทร์ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปหา
       “เดี๋ยวก่อนสิ” การ์ดสูงใหญ่สามสี่คนเข้ามาคุ้มกัน กั้นคีรินทร์ไม่ให้เข้าใกล้ คีรินทร์ทั้งดันทั้งผลักการ์ด ตะโกนเรียกไข่มุก “ไข่มุก ฟังชั้นก่อน ไข่มุก เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ”
       “ไม่มีค่ะ เราไม่ต้องคุยกันอีกแล้ว”
       ไข่มุกเดินไป คีรินทร์ทำท่าจะฉวยข้อมือ แต่จินจูขวางไว้ ปรายตามองหัวจรดเท้า พูดเสียงเย็นชา
       “กลับไปเถอะ บ้านนี้ไม่ต้อนรับ”
       จินจูเดินเข้าไปในบ้าน คีรินทร์ที่ถูกการ์ดกันอยู่อึ้ง ได้แต่มองตามไป
      
       พอเข้ามาในบ้านไข่มุกยืนอยู่ข้างหน้าต่างเปิดม่านแอบมองคีรินทร์ ไข่มุกเห็นคีรินทร์ยืนมองเข้ามาจากที่ไกลๆ ไข่มุกทำหน้าเศร้า
       “เป็นห่วงเขาเหรอลูก”
       ไข่มุกรีบปิดม่าน หันกลับมา
       “หนู หนูเปล่า”
       จินจูโอบไข่มุกไว้กับตัว
       “ลืมไข่มุกคนเก่าไปเถอะ ที่นี่จะมีแต่ยองแอ ลูกสาวจินจู หนูจะมีอนาคตดีๆ กับคนที่ดีกว่า ลืมผู้ชายคนนั้นซะ เขาไม่มีค่าพอให้เป็นห่วงหรอกนะ”
       ไข่มุกนิ่ง คิดหนัก
       “จะยองแอหรือไข่มุก ก็จะพยายามลืมเขาให้ได้ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูไม่ยอมเจ็บเป็นครั้งที่สอง”
       จินจูจับมือ มองไข่มุกที่พยายามฝืนยิ้ม จินจูลูบใบหน้าไข่มุก
       “แม่ดีใจ ที่ได้ยินลูกพูดแบบนี้ ก่อนจะรักใคร เราต้องหัดรักตัวเองก่อน”
      
       ไข่มุกยิ้มรับฝืดๆ สายตายังคงมองม่านที่ปิดอยู่อย่างกังวล เป็นห่วงคีรินทร์


  


        
       คีรินทร์นั่งอยู่ข้างนอกบรรยากาศทั้งมืดทั้งหนาว คีรินทร์นั่งอยู่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงท้องร้อง คีรินทร์ลูบท้องตัวเอง ชะเง้อคอมอง เห็นเงาคนเดินมา คีรินทร์ทำหน้าดีใจรีบลุกยืน
        
       “ไข่มุก...อ้าว คุณจินจู” จินจูเดินมาหยุดยืนหน้าคีรินทร์ “เมื่อกี้ได้กลิ่นหอมๆ ลอยมา ทำอะไรทานกันครับ ขอเข้าไปกินด้วยคนได้มั้ย”
       “ไม่ได้ กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับลูกชั้น”
       “แต่เขาเป็นเมียกับลูกผมนะ ให้ผมเข้าไปหน่อย คิดจะกีดกันเหรอ แม่ยายใจร้าย”
       จินจูชักสีหน้าไม่พอใจ
       “ชั้นไม่มีลูกเขย คนข้างในเป็นลูกกับหลานชั้น แล้วก็ไม่ต้องการสามีหรือพ่อแย่ๆ อะไรทั้งนั้น กลับไปได้แล้ว”
       “ไม่กลับ ยังไงผมก็ไม่ไปแน่นอน ขอผมเข้าบ้านหน่อย ผมอยากเจอไข่มุก”
       คีรินทร์ทำท่าจะบุกเข้าไป จินจูเอาตัวขวาง ยกโทรศัพท์ขึ้นขู่
       “เอาสิ เข้ามาอีกก้าว ชั้นเรียกตำรวจแน่” คีรินทร์ผงะ
       “เอางี้เลยเหรอ”
       “ใช่ ที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ที่คุณจะเอาอำนาจใหญ่โตมากดดันชั้นได้ ที่นี่มีกฎหมาย” คีรินทร์ทำท่าจะเดินเข้าไป “หยุด ห้ามเข้ามาเด็ดขาด ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”
       คีรินทร์ชะงัก ทำหน้าเซ็ง จินจูมองแล้วเดินเข้าบ้าน คีรินทร์มองตาม ทำชะโงกมองแล้วหันซ้ายขวา ย่องจะแอบเข้าตามแบบเนียนๆ การ์ดสองคนโผล่มาหิ้วปีกสองข้าง ออกมาโยนทิ้งหน้าบ้าน ไม่สนใจเสียงโวยวายของคีรินทร์
      
       ชลลดานั่งเจ๊าะแจ๊ะกับเขมทัต มณีมองหน้าบึ้ง
       “พี่เขมคะ ชลว่าเราจัดงานแต่งอีกรอบล้างอาถรรพ์กันดีกว่า รอคุณรินทร์กลับจากเกาหลีแล้วรีบจัดเลยเนอะ”
       “ยังไม่สำนึกอีก คนเรา เฮ้อ ไม่รู้จะพูดยังไง”
       เขมทัตลุกขึ้นยืน
       “จะไม่มีงานแต่งของลูกไก่อีกแล้ว รินทร์เขาไปรับเมียกับลูกกลับมา ผมว่า บางทีเราต้องคุยกันใหม่นะคุณชล”
       “แต่ลูกไก่เป็นเมียคุณรินทร์ จะมาคบซ้อนได้ยังไง”
       “ชลไม่ยอม พี่เขมจะเอายังไงกันแน่ ลืมเรื่องเมื่อก่อนที่คุณยุทธเคยทำไว้แล้วใช่มั้ยคะ”
       “ผมไม่ลืม เพราะอย่างนั้น เอาไปคนละสามล้าน แล้วออกไปอยู่บ้านคุณเหมือนเดิม เพราะถึงกลับมา รินทร์ก็ไม่แต่งอยู่ดี”
       ชลลดากับภัททิมาอึ้ง มณียิ้มเยาะ
       “นี่ยังใจดีนะยะ เป็นชั้นให้สามหมื่น ไม่ออกก็โยนทิ้งนอกบ้านจะเอาไง”
       เขมทัตมองชลลดา
       “ผมทำได้แค่นี้ ถ้าไม่ออกไปคงต้องใช้วิธีอื่น ถือว่าขอร้องแล้วกัน”
      
       ชลลดากับภัททิมามองหน้ากันอย่างอึ้งๆ ทำอิดออดเล่นตัว เหมือนไม่ตัดสินใจ สองแม่ลูกสบตากันแต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างไว้เชิง
      

      จินจูกับไข่มุกกำลังเลือกเสื้อผ้าเด็ก จินจูหยิบมาพลิกดู ไข่มุกส่ายหน้า หยิบสีชมพูขึ้นมาชูพลิกมองอย่างพอใจ
      
       “สีชมพูดีมั้ยคะแม่ สวย น่ารักดี”
       คิรินทร์โผล่มาจากด้านหลัง
       “ขอร้องเลย ไม่เอาสีชมพู แหววมาก ลูกเป็นผู้ชายสีฟ้าดีกว่า”
       ไข่มุกทำเสื้อหลุดมือ มองคีรินทร์อย่างทั้งอึ้งทั้งตกใจ จินจูจับมือไข่มุกเดินหนีไปตรงราวเสื้อเด็กอีกที่
       คีรินทร์เดินตาม จินจูหันไปแหวใส่
       “ตามมาทำไม บอกว่าอย่ามายุ่ง ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง”
       คีรินทร์ทำไม่รู้ไม่ชี้ หยิบเสื้อดู
       “นี่ไงสีฟ้า น่ารักกว่า ผ้านิ่มดีด้วย เหมาะกับเด็กผู้ชาย”
       “รู้ได้ไงว่าจะเป็นลูกชาย” ไข่มุกหลุดปากพูดออกมา
       “อ้าว ลูกชั้น ไม่รู้ได้ไง”
       ไข่มุกเดินห่างออกมา
       “จะไปไหนก็ไป ไม่งั้นจะเรียกการ์ดแน่ เมื่อวานยังไม่เข็ดหรือไง”
       “ผมไม่กลัว ถึงที่นี่คุณจะเป็นดาราใหญ่คับประเทศ แต่ความจริงเด็กในท้องไข่มุก คือลูกผม จะเอาใครมาขู่ก็ห้ามผมไม่ได้หรอก...ขอร้องล่ะ ขอให้ผมดูแลเมียกับลูกเถอะครับ”
       จินจูอึ้ง มองคีรินทรด์ด้วยสายตาอ่อนลงนิดๆ ไข่มุกเดินไปดูเสื้อเด็กอีกที่ ทำเป็นไม่สนใจ เลือกเสื้อเด็กมาพาดบนแขนไว้ คีรินทร์ดึงมาถือเอง ไข่มุกมองหน้า
       “คนกำลังท้องกำลังไส้ ห้ามถือของหนัก”
       “เสื้อผ้าเด็กเนี่ยนะหนัก”
       “เอาน่า อยากถือให้ นี่ไง เอาสีเหลืองไปด้วย ใส่ได้ทั้งชายทั้งหญิง แต่ขอเลยยกเว้นชมพู” คีรินทร์มองเสื้อแล้วยิ้ม “ลูกเราใส่แล้วต้องน่ารักที่สุดในโลกแน่เลย”
       คีรินทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูเสื้อเด็ก ไข่มุกหลุดยิ้มตามแต่รู้ตัวก็ทำเนียนหน้าบึ้ง จินจูมองอยู่ไกลๆ อย่างจับสังเกต
      
       จินจูกับไข่มุกเดินเลือกของใช้เด็กอ่อน คีรินทร์เดินตามมีถุงพะรุงพะรัง ไข่มุกหยิบอะไรคีรินทร์ก็ฉวยไปจ่ายเงิน คอยวุ่นวายถือให้ ทำชวนคุย ไข่มุกไม่ตอบ จินจูมองส่ายหัว ไข่มุกก้มลงดูรถเข็นเด็ก คนขายเดินเข้ามาช่วยจับดู คีรินทร์มองยิ้มๆ
       “เอาแข็งแรงๆ แบบสวยๆ นะครับ อีกไม่กี่เดือนจะได้เห็นหน้าลูกแล้ว ผมกำลังจะเป็นพ่อคน เชื่อมั้ยว่าลูกต้องหล่อเหมือนพ่อแน่นอน”
      
       คนขายยืนยิ้มทำหน้างงใส่ ไข่มุกมองกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง จินจูทำหน้านิ่ง ฉวยแขนไข่มุกแล้วเดินไป คีรินทร์ยืนอึ้งมองตามอย่างสำนึกผิด แววตาเสียใจ


  


        
       จินจูเดินมาที่ประตูรั้ว หน้านิ่ง ค่อยๆ เปิดประตูออก สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจคาดไม่ถึงเมื่อเห็นคีรินทร์คุกเข่าอยู่ที่พื้นแล้วหมอบคำนับจินจู จินจูอึ้ง คีรินทร์ยังคุกเข่าเงยหน้ามองจินจู
      
       “ทำแบบนี้ทำไม คิดว่าจะใจอ่อนเหรอ”
       “ผมอยากขอโทษคุณแม่ ในทุกๆ เรื่องที่ทำลงไป”
       “คนที่คุณต้องขอโทษไม่ใช่ชั้น แต่เป็นไข่มุก”
       “ไข่มุกก็ด้วย แต่อยากขอโทษ อยากให้คุณให้อภัยก่อน ผมรู้ว่าทำผิดมามาก แต่ขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ได้มั้ยครับ ขอร้องล่ะ”
       คีรินทร์ก้มตัวคำนับนิ่ง จินจูนิ่งมองสักพักแล้วถอนหายใจ สายตาอ่อนลงอย่างรู้ว่าคีรินทร์ไม่ได้เลวร้ายอะไร
       “ยืนขึ้นเถอะ”
       คีรินทร์เงยหน้ามอง
       “ผมขอร้อง ขอโอกาสอีกแค่ครั้งเดียว ครั้งสุดท้ายก็ได้”
       “เรื่องนั้นต้องแล้วแต่ไข่มุก ชั้นบอกได้แค่นี้แหละ”
       จินจูมองสบตาคีรินทร์ คีรินทร์ยิ้มนิดๆ อย่างดีใจที่จินจูยอมเข้าใจ คีรินทร์ยิ้มได้นิดๆ ก็ทำท่าจะอ้วก ผะอืดผะอมสุดๆ จินจูมองอย่างงงๆ
      
       ไข่มุกนั่งโอ้กอ้าก ทำท่าผะอืดผะอมดมยาดมอยู่ในบ้านหน้าซีดเพราะแพ้ท้อง จินจูเดินเข้ามาก็ยิ้มจางๆ “แพ้ท้องเหรอ มิน่าล่ะแพ้แทนนี่เอง” ไข่มุกมองจินจูงงๆ จินจูนั่งลงใกล้ “คีรินทร์ยังอยู่หน้าบ้านอยู่เลย ยองแอ แม่ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เลวร้ายมากหรอกนะลูก ตอนนี้เขาก็สำนึกได้แล้ว หนูจะ...”
       “ไม่ค่ะ แม่บอกเองว่าจะไม่มีไข่มุกอีกต่อไปแล้ว ยองแอเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง ไม่สนใจอดีต เป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า ไม่ต้องมีผู้ชายก็อยู่ได้ ไม่ใช่เหรอคะ” จินจูอึ้ง
       “แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อของลูก เขามาขอโทษ ทนรออยู่หน้าบ้านตั้งหลายวัน คนอย่างคีรินทร์ไม่เคยง้อใคร ไม่เคยขอร้องใครขนาดนี้ แต่วันนี้เขาถึงกับยอมคุกเข่าให้แม่เพื่อหนู จะไม่ลองให้โอกาสเขาอีกครั้งเหรอลูก”
       “แม่พูดอย่างนี้ อยากไล่หนูกลับเมืองไทยใช่มั้ยคะ”
       จินจูดึงไข่มุกมากอด
       “ไม่ใช่ แต่แม่อยากให้หนูคิดให้ดีอีกครั้ง คนเรามีชีวิตเดียว ไม่อยากให้เสียใจทีหลังหรือต้องทรมานเหมือนพ่อกับแม่”
       “หนูตัดสินใจแล้ว และจะไม่มีวันเสียใจค่ะ”
       ไข่มุกนิ่ง เก็บความรู้สึก มือลูบท้องตัวเอง จินจูมองอย่างสงสารเห็นใจ
      
       ไข่มุกเดินเล่นอยู่ที่เกาะนามิ แต่สีหน้าไข่มุกดูเศร้า ไข่มุกเหม่อมองออกไปไกลๆ มือลูบท้องนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่คีรินทร์ประกาศต่อหน้าทุกคนเรื่องภัททิมา
       “เปล่า ผมตั้งใจ แล้วก็รู้ตัวดีด้วย”
       กีกี้ช็อค ทุกคนอึ้งไป ภัททิมายิ้มเยาะใส่กีกี้กับไข่มุก ไข่มุกมองหน้าคีรินทร์อย่างเศร้าใจมาก คีรินทร์มองตอบไข่มุกอย่างเย็นชา
       จากนั้นก็เป็นภาพงานหมั้นภัททิมาซึ่งมีแขกมาร่วมงานมากมาย ภัททิมาเดินออกมาในชุดไทยอย่างหรู มองไข่มุกเยาะเย้ยกะข่มเต็มที่
       ภาพเหตุการณ์ที่บ้านร้าง คีรินทร์เอาตำรวจเข้าไปช่วยพวกมณี ภัททิมาร้องไห้วิ่งเข้าไปซบคีรินทร์อย่างออดอ้อน คีรินทร์โอบปลอบใจ ไข่มุกมองอย่างเศร้าๆ
       อีกเหตุการณ์ตอนที่คีรินทร์ยืนอยู่กับไข่มุก คีรินทร์มีสีหน้าโกรธมากทั้งผิดหวังและเจ็บใจ
      
       “จำเอาไว้ ชั้นจะไม่มีวันรักผู้หญิงหลอกลวงอย่างเธอ”


  


        
       ที่หน้าบ้านจินจู คีรินทร์สภาพโทรมๆ นอนหลับสัปหงกพิงรั้วบ้าน มีมือมาเขย่า คีรินทร์สะดุ้งเฮือก
      
       “ไข่...คุณแม่นี่เอง”
       “ไม่ได้ตามไปด้วยเหรอ”
       คีรินทร์ทำหน้างง
       “ไปไหน ไข่มุกอยู่ที่ไหนเหรอครับ”
       “ที่เกาะนามิน่ะสิ”
       คีรินทร์รีบลุกพรวด จินจูมองคีรินทร์แล้วอดยิ้มอย่างใจอ่อนไม่ได้
      
       ไข่มุกเดินเศร้าๆ อยู่ที่เกาะนามิ หยุดยืนมองรูปปั้นพระเอกนางเอกวินเทอร์เลิฟซองแล้วเอามือลูบท้องเบาๆ คีรินทร์โผล่เข้ามาหา
       “อยู่นี่เอง ตามหาซะทั่วเกาะเลย” ไข่มุกอึ้ง แล้วรีบเดินหนี คีรินทร์ฉวยข้อมือไว้แล้วทำท่าประคองอย่างทะนุถนอม “อย่าเดินไวสิ เดี๋ยวลูกกระฉอก”
       “ลูกของชั้น คุณไม่เกี่ยว”
       “ลูกของผมด้วย ไม่เกี่ยวได้ไง”
       “แค่ลูกคนเดียว ชั้นเลี้ยงได้ ไม่ต้องการพ่อหรอก”
       “แต่ผมรักคุณ”
       คีรินทร์กับไข่มุกสบตากัน คีรินทร์ส่งสายตาว่ารักไข่มุกอย่างจริงใจ ไข่มุกมองกลับอย่างเจ็บช้ำ น้ำตาคลอ
       “คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าจะไม่มีวันรักผู้หญิงหลอกลวงอย่างชั้น”
       “เรื่องนั้นมันเก่าแล้ว แต่ตอนนี้ชั้นรักเธอ รักลูก ไข่มุก เราคืนดีกันเถอะนะ”
       ไข่มุกเม้มปากนิ่ง
       “คุณเห็นชั้นเป็นตัวอะไร อยากทิ้งก็ทิ้ง จู่ๆ ก็บอกว่ารัก ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ” ไข่มุกเดินหนี “เดี๋ยวสิ ไข่มุก เดี๋ยว โธ่เว้ย ไอ้โง่รินทร์เอ๊ย”
       คีรินทร์พึมพำอย่างโกรธตัวเอง แล้วรีบตามไข่มุกไป
      
       ไข่มุกยืนอยู่บริเวณสนามที่โพรว้องซ์ ไข่มุกเดินทำหน้าไม่สบอารมณ์ คีรินทร์เดินล้อมหน้าล้อมหลังทำท่าเหมือนประคอง ไข่มุกปัดมือคีรินทร์ที่อยู่ใกล้ตัวออก คีรินทร์ฉวยโอกาสจับมือไว้ ไข่มุกมองหน้าอย่างโมโหแล้วสะบัดมือออก เดินค้อนคีรินทร์ออกไป คีรินทร์มองตามตาละห้อยแล้วฮึดเดินตามต่อไป
       ไข่มุกนั่งอยู่ในร้านกาแฟ บริกรมาเสิร์ฟชา ไข่มุกยกแก้วชาขึ้นจิบ สักพักสังเกตเห็นที่รองแก้วเขียนคำว่าขอโทษเอาไว้ ไข่มุกหันซ้ายขวา คีรินทร์โผล่ออกมานั่งตรงข้ามมองไข่มุกยิ้มๆ อย่างลุ้นปนหวัง ไข่มุกถอนใจแล้วแกล้งทำไม่เห็น จิบชาต่อทำเหมือนคีรินทร์ไม่มีตัวตน คีรินทร์มองหน้าเศร้าหนัก สายตาขอความเห็นใจ ไข่มุกมองเมิน ไม่ยอมสบตา
      
       คีรินทร์ยืนเศร้าอยู่หน้าบ้านจินจูที่ปิดประตูเงียบ คธาเดินมาจากด้านหลังตบไหล่
       “ไงครับ จองตั๋วกลับไทยได้หรือยัง”
       “ใครจะกลับครับคุณพ่อ ผมยังไม่ยอมกลับหรอก”
       “เห็นนั่งหน้าเศร้า นึกว่าคุณจะยอมแพ้ฤทธิ์ลูกสาวผม ตีตั๋วกลับไทยแล้วเสียอีก”
       “ไม่ได้หรอก นั่นเมียกับลูกผมเชียวนะ ยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด ยังไงๆ ก็จะพากลับไปด้วยให้ได้”
       คธามองอย่างพอใจ
       “ดี ลูกเขยผมต้องให้ได้อย่างงี้”
      
       คธาตบบ่าให้กำลังใจ คีรินทร์ยิ้มนิดๆ อย่างมีกำลังใจเพิ่มมาหน่อย

       คธาเดินเข้ามาในบ้าน ไข่มุกนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเห็นก็ลุกเข้าไปกอดอย่างดีใจ
      
       “คิดถึงพ่อจังค่ะ เดินทางเหนื่อยมั้ย” คีรินทร์เดินตามเข้ามา ไข่มุกอึ้ง คลายกอดออกมองหน้าคธา “พ่อพาเขามาทำไม”
       “หนุ่มไทยด้วยกัน ต้องเห็นใจกันหน่อย จะมารักสาวเกาหลีหรือสาวลูกครึ่งก็ต้องช่วยๆ กัน จริงมั้ย” จินจูเดินออกมาเห็นคีรินทร์ก็อึ้งไปนิด คธาเดินเข้าไปหาจินจูแล้วกอด จูบหน้าผากเบาๆ “คิดถึงคุณจัง”
       “คุณ ทำไมถึงมาด้วยกันล่ะคะ”
       “เก็บได้ที่หน้าบ้านน่ะ คืนนี้พอจะมีห้องว่างให้หนุ่มไทยคนนั้นบ้างมั้ย”
       คธาหันมองคีรินทร์ ไข่มุกมองจินจูขอความเห็นใจ จินจูอึ้งๆ ไปสักพักแต่ก็พยักหน้า คีรินทร์ยิ้มกว้าง
       “ถ้าไม่ว่าง นอนห้องลูกสาวคุณแม่ก็ได้ครับ คิดถึงจะแย่แล้ว”
       คีรินทร์ทำเนียนกอดเอวไข่มุก ไข่มุกสะบัด
       “ไม่ ออกไปจากบ้านนี้เดี๋ยวนี้”
       “ไม่เอาน่าลูก ใจเย็นหน่อย”
       ไข่มุกมองคธากับจินจูด้วยแววตาตัดพ้อ
       “ทำไมมีแต่คนเข้าข้างเขา เขาทำร้ายหนูตั้งเท่าไหร่ ทั้งดูถูก เหยียดหยาม มีผู้หญิงอื่นประชด ทำร้ายน้ำใจ ทำให้เสียใจตลอด ยังจะให้ยกโทษให้เขาง่ายๆ อีกเหรอ”
       ทั้งสามคนอึ้ง
       “ฟังพ่อกับแม่ก่อน”
       “ทำไมคะ ทำไมต้องให้เขามาทำให้เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะให้เสียใจไปถึงไหน หนูไม่เอาแล้ว”
       ไข่มุกพูดไปน้ำตาไหลไป คธาเดินเข้าไปกอดจับหัวไข่มุกซุกอกโอบเอาไว้อย่างสงสารมาก
       “ไข่มุก คนเราทำผิดพลาดกันได้ แต่คนรักกันก็ต้องให้อภัยกันนะ ยิ่งมีลูกด้วยก็อย่าให้อารมณ์เหนือเหตุผล คุณรินทร์เขาเคยไม่ดีก็จริง แต่ตอนนี้เขามาขอโทษ มาขอให้หนูอภัย คนบางคนรักกันแทบตายยัง ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็มี อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยนะลูก อย่าให้ทิฐิทำให้หนูต้องหมดความสุขไปตลอดชีวิต”
       ไข่มุกร้องสะอึกสะอื้นสักพัก คีรินทร์มองอย่างเจ็บปวด ไข่มุกกลั้นสะอื้น พูดเสียงสั่น
       “พอเถอะค่ะหนูไม่ได้รักผู้ชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว”
       ไข่มุกมองสบตาคีรินทร์อย่างคนตัดใจแล้วเดินเข้าห้องไป คีรินทร์มองตามอย่างสำนึกผิด
      
       ไข่มุกเดินเล่นอยู่ในเอเวอร์แลนด์ ไข่มุกเดินไปหยุดหน้ารถไฟเหาะที่เคยมาเล่น คีรินทร์ตามมายืนด้านหลัง เอาผ้าคลุมไหล่มาคลุมให้
       “อย่าให้ตัวเย็นสิ แล้วก็ไม่ต้องคิดอยากขึ้นเลย กำลังท้องนะคุณแม่”
       ไข่มุกมองคีรินทร์
       “ชั้นอยากเล่น ขึ้นแทนให้หน่อยได้หรือเปล่าล่ะ”
       คีรินทร์หน้าเหวอ
       “เฮ้ย ไม่เกี่ยวกันนะ”
       “อยากขัดใจคนท้องหรือไม่กล้าขึ้นกันแน่ เอาเถอะ ถ้าไม่ขึ้นก็กลับบ้านไป ชั้นเดินเล่นคนเดียวได้”
       “ถ้าขึ้นแล้วจะให้เดินด้วยเปล่าล่ะ”
       ไข่มุกยิ้มมุมปาก ไม่ตอบแต่เบนสายตาไปทางรถไฟเหาะ คีรินทร์มองตามกลืนน้ำลายเอื๊อก
       “กล้าทำเพื่อชั้นมั้ยล่ะ”
       คีรินทร์ทำหน้าฮึด
       “ได้ ไม่มีปัญหา ถึงจะกลัวความสูง แต่คราวนี้ สู้ตายเพื่อเมีย”
      
        คีรินทร์เดินไปต่อแถว คีรินทร์อยู่บนรถไฟ หน้าซีด พอรถไฟวิ่งลงมาก็แหกปากร้องลั่น


  


       ไข่มุกนั่งกระเช้าลอยฟ้าคนเดียวมองเหม่อไปที่วิวสวยๆ รอบสวนสนุก กระเช้าถัดไปเป็นคีรินทร์ที่นั่งมองไข่มุกอยู่ ในมือถือกระดาษที่พับไว้ ไข่มุกมองวิวรอบข้างอย่างไม่รู้ตัวว่าคีรินทร์ตามมา กระเช้ากำลังจะถึงจุดถ่ายรูป คีรินทร์ยกป้ายขึ้นชู
       “ผมขอโทษคร้าบบบ” ตัวใหญ่ กล้องลั่นชัตเตอร์
       ไข่มุกรับภาพที่มีมือยื่นมาให้ ไข่มุกหยิบขึ้นดู
       “หือ”
       ไข่มุกมองรูปเห็นคีรินทร์ยกป้ายขอโทษถ่ายติดจากด้านหลัง ไข่มุกนึกขำหลุดยิ้มออกมาหันกลับไปดูคีรินทร์ก็ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ ไข่มุกทำหน้าบึ้งใส่
       “มุกเก่า เชยมาก”
       “จะเฉิ่ม จะเชย ขอให้เธอหายโกรธชั้นก็จะทำ”
       ไข่มุกตีหน้านิ่งไม่ตอบ เดินเลยไป คีรินทร์มองตามตาละห้อย แล้วรีบเดินตามไป
      
       จินจูกับไข่มุกเดินเล่นที่ลานกว้างตรงโซลทาวเวอร์ ไข่มุกมองหนุ่มสาวที่มาล็อคกุญแจด้วยกันก็ถอนหายใจ ทำหน้าเศร้า
       “เป็นอะไรเหรอ”
       ไข่มุกส่ายหน้า ฝืนยิ้ม
       “เปล่าค่ะ”
       ขณะนั้นคีรินทร์กำลังพลิกหาแม่กุญแจ จินจูกับไข่มุกเดินมาเห็น จินจูร้องเรียก
       “คีรินทร์ หาอะไรอยู่น่ะ”
       “ผมหากุญแจที่เคยมาล็อคไว้กับไข่มุก อันที่เขียนเป็นชื่อยัยลูกไก่”
       “จะหาไปทำไม เสียเวลาเปล่าๆ”
       “ไม่เสียหรอก ชั้นจะเอามาเปลี่ยนเป็นชื่อเธอแทนไง”
       คีรินทร์พลิกหาต่อ
       “ตั้งเป็นร้อยเป็นพันอัน คงหาไม่เจอหรอก อย่าพยายามเลย”
       “ไม่ต้องหาหรอก เรื่องของเราไม่มีทางเหมือนเดิมได้ คุณอย่าทำอะไรแบบนี้เลย”
       คีรินทร์ชะงัก มองหน้าไข่มุก
       “ไม่ มันต้องเหมือนเดิม เพราะชั้นจะไม่เป็นคนเดิมอีกแล้ว แต่จะดีกว่าเดิมให้เธอดู ถ้าหาเจอจะยอมยกโทษให้ชั้นมั้ย” ไข่มุกมองนิ่ง ไม่ตอบแต่เดินเลยไป คีรินทร์มองตามแล้วหันกลับไปหาต่อ “จะกี่อันกันเชียว ยังไงก็ต้องเจอ”
       จินจูมองทั้งสองคนที่อยู่คนละทางแล้วได้แต่ถอนใจด้วยความเป็นห่วง
       “จะปล่อยให้เขาทำแบบนี้”
       ไข่มุกพูดเหมือนไม่แคร์
       “ถ้าเขาอยากทำ ก็ช่างปะไรคะ”
       จินจูถอนใจ ในความงอนของลูกสาว
      
       ไข่มุกนั่งหน้าซีดๆ ลูบท้องอยู่ตรงม้านั่งไม่ไกลจากที่คล้องกุญแจนัก จินจูนั่งอยู่ด้วย
       “เหนื่อยแล้วใช่มั้ย กลับบ้านกันนะ”
       ไข่มุกเผลอมองไปทางคีรินทร์ เห็นคีรินทร์กำลังปีนดูชื่อกุญแจในรั้วที่สูงขึ้นไป จินจูกุมมือไข่มุกมองไปทางคีรินทร์ ยิ้มนิดๆ อย่างนึกรู้
       “หรือว่าเป็นห่วงใครแถวนี้”
       “เปล่าค่ะ กลับก็ได้”
       ไข่มุกทำหน้าเฉย ลุกจากม้านั่ง
       “ไป เราไปกันเถอะ ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เดี๋ยวเบื่อก็กลับไทยไปเอง”
       ไข่มุกรีรอ ทำท่ามองไปทางคีรินทร์ จินจูจับมือเดิน
       “ยองแอ หนูมึนหัวเหรอลูก ยืนนิ่งเชียว”
      
       ไข่มุกส่ายหน้า หันหลังให้คีรินทร์ที่กำลังหากุญแจอย่างมุ่งมั่น


  


        
       ไข่มุก จินจู คธานั่งอยู่ในร้านอาหาร จินจูนั่งติดคธา สบตามองกันอย่างหวานซึ้ง ไข่มุกนั่งเหม่อๆ
        
       “ยองแอ ยองแอ เหม่ออีกแล้ว”
       ไข่มุกสะดุ้งนิดๆ ยิ้มให้จินจู
       “แม่ว่าอะไรนะคะ”
       “แม่เขาบอกว่า พ่อกับแม่จะแต่งงานกัน จองโบสถ์เอาไว้แล้วต้นเดือนหน้า คราวนี้เราจะได้อยู่กันเป็นครอบครัวสักที”
       ไข่มุกมองทั้งสองคนแววตาเป็นประกาย จินจูสบตาคธา แอบยิ้มเขิน
       “ชุดเจ้าสาวก็เรียบร้อยแล้ว แต่งงานตอนแก่ก็แอบเขินเหมือนกัน”
       “ไม่ต้องเขินหรอก คุณต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดแน่ๆ”
       “หนูดีใจกับพ่อกับแม่ด้วยนะคะ ดีจังที่ครอบครัวเราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน รอมาตั้งยี่สิบกว่าปี”
       “เป็นยี่สิบกว่าปี ที่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมาย แม่ก็ดีใจจ้ะ ดีใจมากที่สุดในชีวิตเลย”
       คธาสบตาจินจูอย่างรู้กัน
       “แต่กว่าจะรู้ตัว รู้ใจกันไม่ง่ายเลยนะ อันที่จริงเรื่องคุณรินทร์ ไม่ลองคิดใหม่อีกทีเหรอลูก มันไม่ง่ายเลยนะ กับการที่คนที่เจ้าชู้ รักศักดิ์ศรี แถมยังเอาแต่ใจตัวเองอย่างเขาจะยอมได้ขนาดนี้”
       จินจูแสร้งถอนใจ
       “ถ้าเขาไม่มีความหมายแล้ว ก็ช่างประไร ปล่อยให้หนาวตายไปบนนั้นยิ่งดี จะสนใจทำไม ใช่มั้ยยองแอ”
       ไข่มุกอึ้ง อึกอัก
       “หนู...ค่ะ แม่”
       “แต่ถ้าเป็นอะไรไป หลานเราจะทำไงล่ะ”
       “แหม หลานคนเดียวชั้นเลี้ยงได้ค่ะ ไม่เห็นต้องแคร์”
       “ใจร้ายจังนะคุณ”
       “ดีเท่าไหร่แล้วที่ชั้นไม่หาหนุ่มเกาหลีคนใหม่ให้ด้วย เดี๋ยวนี้เขาไม่ถือกันแล้วนะคะ ยิ่งลูกเราทั้งสวยทั้งเก่ง อีกหน่อยคงต่อคิวกันยาว”
       โถ น่าสงสารหนุ่มไทยจริงๆ”
      
       จินจูกับคธาสบตากันอย่างรู้กัน ไข่มุกนั่งนิ่งเขี่ยกับข้าวไปมาหน้าตาครุ่นคิด

       ที่ราวกุญแจโซลทาวเวอร์ คีรินทร์กำลังปีนเหยียดสุดมือจะพลิกกุญแจที่เขียนว่า “ริ...”ดู คีรินทร์ปีนขึ้นไปแล้วพลิกกลับมาปรากฏว่าเขียนเป็นชื่อ “ริน่า..” คีรินทร์ถอนใจเฮือก ทำท่าจะปีนลงมา แต่ตัวเอียงหล่นลงมากองกับพื้นก่อน
      
       “โธ่เว้ย” คีรินทร์ถอนหายใจเฮือก ทิ้งตัวแผ่ลงนอนกลางพื้นมองท้องฟ้า แล้วทำหน้าฮึดลุกขึ้นยืน “สู้เว้ย ไอ้รินทร์”
       คีรินทร์ลุกไปที่ราวกุญแจอีกครั้ง คีรินทร์จับพวงกุญแจพลิกหาทีละอันอย่างตั้งใจแต่สีหน้าเหนื่อยอ่อน คนเริ่มบางตาลงจนแทบไม่เหลือ
      
       ไข่มุกนั่งนิ่งอยู่ภายในบ้านมองออกไปนอกหน้าต่าง คธากับจินจูเดินมาหยุดยืนดูด้วยกัน
       “เข้าไปด้วยกันมั้ย”
       “ไม่ดีกว่าค่ะ เมื่อกี้เพิ่งเล่นบทแม่ยายตัวร้ายไป เดี๋ยวลูกจับได้”
       คธายิ้มให้จินจูแล้วเดินไปหาไข่มุก
       “เขากลับมาหรือยัง
       “ยังค่ะ หนูไม่เห็นเลย”
       ไข่มุกเม้มปากแน่น คธาลูบหัว
       “เหนื่อยมั้ย”
       “เหนื่อยอะไรคะ”
       “ก็เหนื่อย...ที่ต้องแกล้งฝืนใจตัวเอง ทรมานทั้งเขาทั้งเรา”
       “หนูไม่ได้แกล้งฝืน แต่เป็นสิ่งที่น่าจะทำมาตั้งนานแล้วต่างหาก” คธายิ้ม
       “ชีวิตคนมันไม่แน่นอนหรอกลูก บางทีอาจจะสั้นกว่าที่เราคิด จนพลาดบางอย่างที่สำคัญในชีวิตไป พ่อขอพูดอีกครั้ง อย่าเอาแต่ทิฐิจนลืมคิดถึงหัวใจของตัวเองเลย”
       จินจูเดินมากอดไข่มุก
       “แม่ไม่อยากให้หนูต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ที่วันนี้ไม่ได้คืนดีกับคีรินทร์”
       ไข่มุกถอยตัวออก สบตาจินจู
       “พ่อกับแม่จะให้หนูยกโทษให้ง่ายๆ เหรอคะ เขาร้ายขนาดนั้นน่ะ”
       “ร้ายขนาดไหนไม่รู้ แต่พ่อรู้ว่าเขารักหนูมาก แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ”
       ไข่มุกทำท่าคิดหนัก จินจูลูบหัวเบาๆ
       “ถามใจตัวเองนะ ว่าจะเอายังไง จะปล่อยเขาไปแล้วอยู่คนเดียวหรืออยากอยู่ด้วยกัน ขึ้นอยู่กับหนูคนเดียวนะ
       ไข่มุก”
      
       จินจูพูดเบาๆ มองไข่มุกอย่างรักใคร่ คธากอดทั้งมุกทั้งจินจูไว้ด้วยกัน


  


        
       ขณะนั้นคีรินทร์ถือไฟฉายส่องกุญแจทีละอัน คีรินทร์พลิกหาทีละอันอย่างไม่ลดละแต่ก็ช้าลงเรื่อยๆ เพราะเหนื่อยเต็มที คีรินทร์ฉายไปที่กุญแจไฟฉายดับลง
        
       “เฮ้ย ได้ไงอ่ะ ถ่านหมดเหรอเนี่ย”
       คีรินทร์เคาะไฟฉาย คิ้วขมวดแน่น มีแสงไฟจากไฟฉายอีกลำ คีรินทร์หันไปมองจึงเห็นไข่มุกถือไฟฉายถือของกินอยู่
       “ไข่มุก”
       คีรินทร์ก้าวเข้าไปจะกอดอย่างดีใจมาก ไข่มุกถอยหลังแล้วยกถุงใส่ข้าวกั้นกลาง
       “ชั้นเอาข้าวมาให้ กลัวมีคนหิวตายแถวนี้ สงสารคนอื่นเดี๋ยวจะต้องมากลัวผี”
       “จะเหตุผลอะไรก็ช่าง แค่เธอมา ชั้นก็ดีใจแล้ว”
       ไข่มุกก้มหน้า เขินนิดๆ แบบไว้ฟอร์ม
       “รีบทานก่อนเถอะคะ”
       คีรินทร์นั่งกินข้าวข้างไข่มุก ไข่มุกนั่งมองคีรินทร์ที่กินอยู่แล้วชักจะสงสาร คีรินทร์ทำท่าเหมือนเพิ่งรู้ตัว รีบถอดเสื้อมาคลุมให้มุก
       “เดี๋ยวตัวเย็น ไม่ดีต่อสุขภาพนะ เธอกลับไปก่อนดีกว่า”
       “ไม่เป็นไร แต่ก็ขอบคุณนะ” คีรินทร์ยิ้มให้แล้วกินต่อ ไข่มุกมองแล้วเม้มปาก เงยหน้ามองท้องฟ้า “คุณกลับไทยไปเถอะ ชั้นอยู่ได้ อย่ามาทิ้งงานเพื่อชั้นเลย”
       “เรื่องงานพ่อดูแลให้อยู่ ส่วนเรื่องกลับไทย ไม่มีทาง”
       “ชั้นไม่เข้าใจ คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร”
       “เพื่อเธอไง” ไข่มุกอึ้ง “แล้วก็เพื่อลูกของเราด้วย ชั้นเห็นพวกเธอสามคน พ่อแม่ลูก ได้อยู่ด้วยกัน มีความสุขด้วยกัน หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มา เลยคิดว่าถ้าทำดีกับเธอมากๆ รักเธอมากๆ ไม่ทำให้เสียน้ำตาอีก เราสามคน พ่อแม่ลูกก็คงมีความสุขแบบนั้นได้”
       ไข่มุกนิ่ง คีรินทร์เอื้อมจับมือ
       “แต่ชั้น...”
       “เธอไม่อยากเป็นแบบนั้นเหรอ”
       ไข่มุกนิ่งไป คีรินทร์สบตาไข่มุก จ้องมองอย่างลึกซึ้ง ไข่มุกสบตากลับอย่างเริ่มเปิดหัวใจ
       “แต่จะให้ชั้นลืม คงทำไม่ได้”
       “ไม่ต้องตอนนี้ก็ได้ ชั้นจะอยู่กับเธอและลูก ให้มั่นใจว่าจะไม่มีวันทำให้เสียใจอีกแล้ว ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำนะ ไข่มุก”
       คีรินทร์สบตาไข่มุกอย่างจริงใจ ไข่มุกสบตากลับอย่างใจอ่อนลง
      
       คีรินทร์ยังคงไล่หากุญแจส่องไฟฉายไปเรื่อยๆ ไข่มุกนั่งอยู่ใกล้ๆ มีเสื้อคีรินทร์คลุมทับ ไข่มุกมองคีรินทร์
       “ทำไมคุณต้องยึดติดเรื่องกุญแจขนาดนั้นด้วย พอเถอะค่ะ ชั้นยกโทษให้ก็ได้ กลับบ้านกันเถอะ”
       คีรินทร์ชะงัก วิ่งเข้ามากอดไข่มุก
       “หูฝาดไปหรือเปล่า เธอพูดจริงๆ เหรอ”
       “ค่ะ แล้วก็หยุดหาได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย”
       “เธอยกโทษให้แล้ว แต่ชั้นยังไม่ยกโทษให้ตัวเอง ขออีกนิดเดียวชั้นว่าอยู่แถวนี้แหละ”
       คีรินทร์เดินกลับไปหาต่อ ไข่มุกเดินตามไป
       “กุญแจนั่นสำคัญกับคุณขนาดนั้นเชียวเหรอ กับแค่กุญแจที่เขียนชื่อคนอื่นไว้”
       “สำคัญสิ เพราะคนที่ชั้นอยากผูกติดไปตลอดชีวิตชื่อไข่มุก ไม่ใช่ลูกไก่อะไรทั้งนั้น” ไข่มุกชะงัก
       “ก็แค่สัญลักษณ์ คุณบอกชั้นเองไม่ใช่เหรอ”
       “ก็ใช่น่ะสิ แต่เป็นสัญลักษณ์แทนตัวชั้นกับเธอ ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ด้วยความรักและความเข้าใจไง มันเป็นตัวแทน ที่บอกว่าจะดูแลเธอ จะรักและให้อภัยกันและกัน จำไม่ได้หรือไง”
       คีรินทร์พูดจบก็หันไปหาต่อ ไข่มุกมองนิ่งสักพัก คีรินทร์ก้มตัวลงหา มีมือไข่มุกยื่นมาช่วยหาด้วย คีรินทร์ชะงัก มองหน้าไข่มุก
       “ถ้าเป็นของสำคัญสำหรับเรา ก็ต้องช่วยกันหาไม่ใช่เหรอคะ” ไข่มุกยิ้มให้คีรินทร์ คีรินทร์รวบมากอดเบาๆ ไข่มุกกอดตอบแล้วร้องไห้ ทุบไหล่คีรินทร์อย่างยังไม่หายแค้นดี “คนบ้า”
       “เอาเลย ทุบให้ตายก็ยังรักนะ”
       ไข่มุกมองหน้า คีรินทร์ดึงเธอมากอดอย่างมีความสุข ยิ้มออก
       ไข่มุกกับคีรินทร์ช่วยหันพลิกหากุญแจ มือทั้งสองคนเลื่อนเข้าหากัน มือจับที่กุญแจอันเดียวกัน ช่วยกันพลิกดู ปรากฎว่าเป็นกุญแจที่เคยล็อคเอาไว้
      
       “เจอแล้ว เยส ทำได้แล้วไข่มุก” คีรินทร์อุ้มไข่มุกตัวลอย ไข่มุกกอดคอคีรินทร์ยิ้มอย่างดีใจ คีรินทร์วางไข่มุกลงก้มลงเอาหน้าแนบท้องไข่มุก “ลูกครับ พ่อหาเจอแล้วนะ ดีใจหรือเปล่า”


  


        
       ไข่มุกยิ้ม น้ำตาคลอ คีรินทร์ยืนตัวขึ้นจูบซับน้ำตาไข่มุกแล้วกอดแน่นอีกครั้ง
        
       “เจอแล้ว ทำไงต่อคะ”
       คีรินทร์ยิ้ม จับมือไข่มุกช่วยไขล็อคกุญแจ แล้วหยิบปากกากันน้ำสีดำขึ้นมาขีดฆ่าชื่อลูกไก่เป็นสีดำ คีรินทร์พลิกอีกด้าน จับมือไข่มุกช่วยกับเขียนชื่อ “คีรินทร์&ไข่มุก”
       “เรามาเริ่มต้นสร้างความทรงจำดีๆ กันใหม่ ชั้นรักเธอนะไข่มุก”
       คีรินทร์จูบกุญแจ แล้วยื่นไปหาไข่มุก ไข่มุกยื่นหน้ามาจูบ ยิ้มให้คีรินทร์
       “ค่ะ เราสามคน พ่อ แม่ ลูก มาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ”
       คีรินทร์จับมือไข่มุกช่วยกันล็อคกุญแจที่รั้ว คีรินทร์จูบไข่มุกเบาๆ ไข่มุกถอยออกช้าๆ แล้วเขย่งตัวขึ้นกระซิบข้างหูคีรินทร์
       “ชั้นก็รักคุณค่ะ”
       คีรินทร์กอดไข่มุก ทั้งสองคนยิ้มอย่างมีความสุข มองแสงไฟสวยๆ ที่โซลทาวเวอร์ด้วยกัน
      
       วันต่อมาคีรินทร์กับไข่มุกอยู่ในชุดฮันบกเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป ทั้งคู่แอคท่าในแบบต่าง ทั้งกอด แนบแก้ม จับมือ ยิ้มหัวเราะ แกล้งกันไปมาผลัดกันแกล้งบ้าง จบด้วยภาพคีรินทร์จุ๊บแก้มไข่มุก ทั้งสองคนยิ้มอย่างมีความสุข
       ที่เกาะนามิ คีรินทร์ยื่นมือออกมารอรับแล้วมีมือไข่มุกวางลงไป คีรินทร์มองไข่มุกแววตาหวานซึ้ง
       “ให้จับมือแบบนี้แล้ว ชั้นจะไม่ปล่อยเธอไปตลอดชีวิตนะ”
       “แน่ใจเหรอคะ”
       ไข่มุกสบตาหวาน ยิ้มนิดๆ
       “แน่ที่สุด แต่ขอเรื่องเดียว ต่อไปเธออย่าหลอกกันอีกนะ ระหว่างคนสองคน ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญสุด”
       “งั้น...ต่อไปคุณก็ต้องเชื่อใจชั้น อย่าโกรธแบบไม่มีเหตุผลอีก ทำให้ได้มั้ยคะ”
       คีรินทร์แตะที่ท้องไข่มุกเบาๆ
       “ไม่มีปัญหา ต่อไปชั้นก็มีผู้ช่วยตัวเล็กๆ ออกมาจากตรงนี้แล้ว รับรองด้วยเกียรติของว่าที่คุณพ่อ ว่าจะไม่ทำให้ว่าที่คุณแม่เสียใจ” ไข่มุกวางมือบนมือคีรินทร์ที่อยู่บนท้อง แล้วเอนตัวซบ คีรินทร์จูบหน้าผากเบาๆ “ชั้นรักเธอนะ”
       ไข่มุกยิ้มหวานรับ
       “ขอบคุณคะ”
       “ขอบคุณอย่างเดียว บอกรักตอบด้วยสิ” ไข่มุกแกล้งทำเฉย คีรินทร์มองหน้านิ่ว ทำกระแซะ พยักเพยิดให้พูด ไข่มุกแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ “พูดหน่อยน่า นะ...ทีชั้นยังบอกแล้วเลย อย่าเอาเปรียบกันดิ รักชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ บอกมาเลย”
       ไข่มุกทำหน้าทะเล้น ส่ายหน้าไม่ยอมบอก คีรินทร์รวบตัวเข้ามากอดกระซิบข้างหู
       “บอกหน่อยนะ นะครับ คุณแม่คนดี” ไข่มุกยิ้มเขินอาย ดันคีรินทร์ออกแล้วเขย่งขึ้นไปทำท่ากระซิบข้างหู คีรินทร์ได้ฟังก็ยิ้มกว้าง “พึ่งรู้ว่าเราก็เจ้าเสน่ห์ มีสาวรักตั้งแต่แรกเห็นเหมือนกัน”
      
       คีรินทร์ยิ้มชอบใจ ยกไข่มุกตัวลอยแล้วจูบเบาๆ ที่หน้าผาก ใต้ร่มแนวต้นไม้บนเกาะนามิ
        
++++++จบบริบูรณ์ ++++++
กลับไปยังรายบอร์ด