กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       จินจูนอนอยู่บนเตียงในห้อง คธานั่งเฝ้าเอามือจินจูมากุมไว้ จินจูนอนน้ำตาไหลเสียงเครือ
       “คีรินทร์ยังไม่ได้ข่าวไข่มุกอีกเหรอคะ”
       คธาเอามือจินจูแนบแก้ม
       “ยังเลย”
       “ลูกคงโกรธ คงเกลียดชั้นมาก ชั้นผิดเองที่ไม่ยอมรับความจริงต่อหน้านักข่าว”
       “ผมเข้าใจคุณนะ ถ้ารับ เรื่องอื่นๆ คงโดนขุดคุ้ย ไข่มุกเองก็คงโดนด้วย บางทีสถานการณ์ก็ทำให้เรายอมรับไม่ได้”
       “ชั้นทำร้ายจิตใจลูกมาก คธาคะ ชั้นอยากเจอลูก”
       “คุณต้องพักผ่อนให้แข็งแรงก่อน ตอนนี้ที่ผมห่วงมากที่สุด คือสุขภาพของคุณ ส่วนเรื่องลูก พวกเราต้องหาไข่มุกเจอแน่”
       คธาจูบมือจินจูเบาๆ จินจูหลับตาลงแต่น้ำตายังคงไหลอยู่
      
       คธาปิดประตูห้องจินจู แล้วเดินมานั่งตรงห้องนั่งเล่นกลางภายในห้องจินจู แทยอนที่นั่งอยู่กับคีรินทร์มองมานิ่ง
       “เป็นยังไงบ้าง”
       คธาส่ายหน้า สีหน้าเป็นห่วง
       “เครียดมาก จนหมอต้องสั่งยาคลายเครียดไว้ให้ กินยาไปถึงหลับได้”
       “ผมให้นักสืบออกตามหาไข่มุกหลายคนแล้ว แต่ยังไม่ได้ข่าวเลย”
       “คราวนี้คงหายากกว่าเดิม เพราะเจ้าตัวจงใจหลบหน้าเรา”
       “ยังไง ไข่มุกคงไม่หนีไปตลอดชีวิต”
       “บอกคุณจินจูด้วยว่าไม่ต้องห่วง ยังไงผมต้องตามให้เจอจนได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน”
       คธานั่งหน้าเครียดสบตากับแทยอนและคีรินทร์อย่างไม่รู้จะทำยังไง
      
       ไข่มุกเดินออกมาจากมุมหนึ่งของโรงแรมคีรินทร์ ไข่มุกมองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีใครก็รีบแอบเข้าไปในห้องทำงานคีรินทร์ พอเข้ามาในห้องไข่มุกหยิบซองใส่เช็คห้าล้านออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะทำงาน ไข่มุกสะดุดกับรูปคีรินทร์ในกรอบที่วางไว้บนโต๊ะ ไข่มุกมองอย่างเศร้าๆ ปนตัดใจ ก่อนจะเม้มปากแน่นทำฮึดเป็นเข้มแข็งแล้วรีบออกไป ไข่มุกเดินออกมาแล้วเดินเลี้ยวหายไปในทางเดิน
       คีรินทร์เดินมากับเลขาจากอีกทาง เข้าไปในห้องทำงาน
       “ทางห้องจัดเลี้ยงเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคะ ส่วนชุดสูทแต่งงาน อยู่ที่ห้องพักแล้วคะ”
       คีรินทร์พยักหน้ารับรู้ สายตามองไปที่โต๊ะทำงาน เห็นซองที่ไข่มุกวางไว้
       “นี่ซองอะไร คุณเอามาไว้เหรอ”
       “เปล่าค่ะ”
       คีรินทร์ขมวดคิ้ว เปิดซองดู เห็นเป็นเช็คห้าล้าน ก็ชะงัก
       “ไข่มุก ไข่มุกเอามาวางตั้งแต่เมื่อไหร่”
       “ไม่ทราบค่ะ วันนี้ยังไม่เห็นคุณไข่มุกเลย”
       คีรินทร์นิ่งคิดแล้วเดินเร็วๆ ออกไปนอกห้อง สีหน้าร้อนใจ เจอกับเขมทัตที่กำลังเดินมาหา
       “รีบไปไหน”
       “พ่อ เห็นไข่มุกมั้ยครับ เขามาที่นี่” เขมทัตถอนใจ
       “ไม่เห็น รินทร์ วันนี้เป็นวันสำคัญของลูกกับหนูลูกไก่ ไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะลูก เรื่องอื่นไว้ที่หลังแล้ว”
       “แต่...”
       “งานแต่งงานคืนนี้ สำคัญที่สุดมากกว่าอย่างอื่นทั้งหมด ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี”
       เขมทัตมองคีรินทร์ คีรินทร์สบตาอย่างจำยอม แต่ไม่วายมองไปรอบตัวอย่างมีหวัง แล้วก็ต้องถอนใจผิดหวัง
      
       คธาเดินประคองจินจูมาที่ล็อบบี้ คธากับจินจูนั่งลงที่โซฟา
       “ค่อยๆ นั่งนะ” คธาประคองจินจูที่หน้าเศร้ามาก “มานั่งเล่นบ้าง ดีกว่านอนซมอยู่แต่ในห้อง คุณจะได้สดชื่นขึ้น” จินจูพยักหน้า มองรอบๆ อย่างอ่อนล้า คธาบีบมือให้กำลังใจ “อีกสักพักผมคงต้องไปเตรียมแต่งตัว คุณเขมทัตเขาขอให้เล่นเปียโนในงานแต่งคุณคีรินทร์ คุณจะไปด้วยรึเปล่า”
       “ที่จริงคืนนี้เจ้าสาวควรจะเป็นไข่มุก ชั้นทำใจไปร่วมงานไม่ไหวหรอกคะ” จินจูนิ่งไปนิดแล้วถอนใจ “ลูกเราก็ใจแข็งเกินไป ไม่ยอมบอกเรื่องลูกให้คีรินทร์รู้สักคำ ปิดปากเงียบ ทิ้งทุกอย่างให้ผู้หญิงอื่นเข้ามาแทน ชั้นไม่เข้าใจลูกเลย”
       คธาอึ้งอย่างตกใจ
       “ไข่มุก...ลูกเราท้องเหรอ ทำไมผมไม่รู้เลย”
      
       “ชั้นก็เพิ่งรู้ แถมยังเกิดเรื่องยุ่งๆ อีก เลยไม่ได้บอกคุณ”


  


        
       คธานิ่งไปอย่างสงสารไข่มุก จินจูมองคธาแล้วแตะที่หลังมือเขาๆ
        
       “เพราะอย่างงี้ชั้นถึงห่วงลูกเหลือเกิน นอกจากตัวแล้ว ยังมีหลานของเราอีก คนท้องอยู่คนเดียว ถ้าไม่สบาย ใครจะดูแล”
       จินจูพูดอย่างเศร้าและเป็นห่วงไข่มุกมาก ห่างออกไปเห็นเป็นไข่มุกมองมาที่ทั้งสองคน สีหน้าไข่มุกเศร้าหมอง ใจนึงก็อยากมาหาพ่อแม่ แต่อีกใจก็ยังน้อยใจ เสียใจ ไข่มุกหลับตาลงอย่างตัดใจ แล้วก็เดินเลี่ยงออกไป
      
       ช้อยถือกระเป๋าใส่ของจุกจิกเดินตัวเอียงส่งให้คนขับ คนขับรับมา
       “ยกดีๆ อย่าให้แตกเชียว เดี๋ยวชั้นไปเอาชุดเจ้าสาวก่อน เอ้า ปัดโธ่ อันนี้ วางตรงนี้สิยะ ทำไมต้องให้บอกฮึ”
       ช้อยทำท่าวุ่นวายจัดของอยู่กับคนขับรถ ห่างออกไปนอกรั้ว รถตู้วัฒนาแล้วเข้ามาจอด ลูกน้องสองคนมองซ้ายขวาแล้วปีนเข้าบ้าน ย่องไปที่ช้อยกับคนขับรถ ช้อยหันมาแต่ถูกโปะยาสลบพร้อมกับคนขับรถ ทั้งคู่ดิ้นไม่นานก็สลบไป ลูกน้องพยักหน้าที่รั้ว ลูกน้องอีกคนวิ่งไปเปิดรั้วให้วัฒนากับนุชนารถที่ก้าวลงจากรถตู้ นุชนารถเดินเข้ามาแล้วยิ้มเหี้ยม
       “รอวันนี้มานานแล้ว”
       “ชั้นก็เหมือนกัน”
       นุชนารถยิ้มร้ายแล้วมองไปตรงหน้าอย่างสะใจ วัฒนายิ้มร้ายไม่แพ้กัน
      
       ขณะนั้นชลลดากับภัททิมากำลังเลือกเครื่องเพชรอย่างสนุกสนาน ภัททิมาเอาทาบคอโชว์ มณีมองอย่างเสียดาย
       “เส้นนี้สวยมั้ยคะ”
       “เยอะไป เอาเส้นบางๆ หน่อยมั้ย บุษราคัมเล็กๆ อันนั้นสิเหมาะ”
       ภัททิมาหยิบแล้วทำหน้าเบ้
       “อืม ลูกไก่ว่าเล็กไปค่ะ เอาทับทิมแผงนี้ดีกว่า สวยเจิด เหมาะกับชุดเจ้าสาว”
       ภัททิมาเดินเอาไปทาบกับชุดเจ้าสาวที่แขวนไว้ ชลลดาทำท่าหยิบสร้อยข้อมือทำจะสวม มณีรีบตีมือ ทำหน้าดุแล้วดึงคืน
       “ชั้นให้เจ้าสาวเลือกย่ะ แม่เจ้าสาวห้ามแตะ”
       ชลลดามองหน้าอย่างแค้นๆ แต่ปั้นยิ้ม
       “ขอยืมวันเดียวนะคะ ไปตัวเปล่าๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าแม่เจ้าสาวไม่มีตังค์”
       มณีอึ้ง ได้แต่จำใจพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ชลลดาตาวาวรีบเลือกอย่างดีใจมาก ฮัมเพลงอย่างมีความสุข ชี้ชวนเลือกกับภัททิมา มณีเดินไปหารัตนาที่รถเข็นแล้วสวมสร้อยให้
       “อู้หู สวยจังค่ะคุณแม่ ขอบคุณค่ะ”
       “ใส่แล้วอย่าทำหายนะ ไว้โตแล้วจะได้เก็บไว้เป็นของตัวเองเป็นของขวัญจากแม่” รัตนายิ้มแป้น
       “หนูนาจะเก็บให้ดีเลยค่ะ รักคุณแม่จัง”
       รัตนากอดมณี มณียิ้มเขินๆ นิดๆ กึ่งไว้ท่าแต่ก็กอดตอบ
       ประตูห้องนั่งเล่นเปิดออก นุชนารถกับวัฒนาเดินเข้ามาอย่างคุกคาม มณี ชลลดา ภัททิมา รัตนามองอย่างตกใจ
       “นังนุช วัฒนา”
       มณีหน้าซีด เห็นลูกน้องอีกสามสี่คนเข้ามาก็ปากคอสั่น
       “พวกเธอมาทำอะไร”
       “วันนี้ฤกษ์ดี เลยจะมาแสดงความยินดีกับเจ้าสาวคนใหม่ซะหน่อย”
       นุชนารถตวัดตามองภัททิมา ภัททิมาหลบตาแล้วซุกข้างหลังชลลดาอย่างกลัวมาก มณียืนเอาตัวบังรถเข็นรัตนาไว้
       “เธอต้องการอะไร วัฒนา”
      
       “ต้องการอะไรงั้นเหรอ ก็ทั้งหมดนั่น รวมทั้งชีวิตพวกแกด้วย จัดการ”


  


        
       ลูกน้องสองคนไปที่ภัททิมากับมณีเอายาสลบโปะ
        
       “อย่า อย่าทำชั้น กลัวแล้ว”
       มณีโดนโปะยา ตาเบิกกว้างแล้วหรี่ตาลง นอนสลบบนพื้นข้างๆ รถเข็นรัตนา
       “คุณแม่ คุณแม่ขา ฮือออ พี่นุชทำอะไรคุณแม่”
       นุชนารถเดินผ่านรัตนาไปที่ชลลดา
       “อย่าเข้ามานะ ชั้นจะโทรแจ้งตำรวจ อุ๊บ”
       นุชนารถเอายาสลบโปะชลลดาจนสลบแล้วปล่อยให้ร่วง ยิ้มเยาะใส่ชลลดาอย่างสะใจ นุชนารถผลักชลลดาออกแล้วเดินไปหารัตนาที่นั่งอยู่บนรถเข็นตัวสั่น
       “เอาเครื่องเพชรใส่ถุงให้หมด เร็ว”
       วัฒนาสั่งลูกน้อง นุชนารถเดินมาย่อตัวลงมองรัตนาแล้วยิ้มหวานให้ ยกมือขึ้นลูบหัว
       “พะ พี่นุช”
       “อย่าทำอะไรเด็กนะนุชนารถ”
       วัฒนาบอก นุชนารถหันขวับมองตาขวาง
       “ชั้นไม่เลวขนาดทำเด็กหรอกน่า”
       วัฒนาเดินเข้ามาลูบหัวรัตนา รัตนาสะอึกสะอื้น
       “พะ พี่วัฒ อย่าฆ่าหนูนานะคะ กลัวแล้ว”
       “ไม่หรอก เป็นเด็กดีนะ ไม่ต้องกลัว” วัฒนาปลดสร้อยที่คออย่างนุ่มนวลแล้วถือไว้ “สร้อยอันนี้สวยดี ขอพี่แล้วกัน คนเก่ง อย่าร้องนะ”
       วัฒนาลูบหัวรัตนาแล้วยิ้มร้าย มองสร้อยในมืออย่างสมใจ นุชนารถมองวัฒนาอย่างเหยียดนิดๆ ในความโลภ
       นุชนารถจับมือรัตนาแล้วยัดจดหมายใส่มือ
       “เก็บจดหมายนี่ไว้ให้พี่รินทร์ที่รักซะ แล้วก็บอกเขาด้วย ว่าเป็นเพราะเขา ที่ทำให้ชั้นต้องทำแบบนี้”
       รัตนาน้ำตาไหลอย่างกลัวมาก นุชนารถยิ้มมุมปากแล้วผละออก มองวัฒนา วัฒนาหันไปสั่งลูกน้อง
       “แบกสามคนนี้ขึ้นรถ ไปกันได้แล้ว”
       วัฒนาเดินนำไป ลูกน้องช่วยกันแบกมณี ชลลดา ภัททิมา รัตนาร้องไห้จะเข็นรถตามก็ไม่กล้า
       “จะพาไปไหน พี่วัฒ อย่าเอาคุณแม่ไปนะคะ ฮือออ พี่นุช พี่นุช อย่าทำอะไรคุณแม่”
      
       นุชนารถมองเมิน ทำท่าจะเดินออก แต่เหลือบเห็นชุดเจ้าสาวที่แขวนอยู่ นุชนารถมองอย่างอาฆาตปนอิจฉา ฉวยชุดแต่งงานของภัททิมาเอาออกไปด้วย
      
       ตำรวจยืนอยู่กับช้อยและคนขับที่มุมหนึ่งในห้องรีบแขกบ้านคีรินทร์
       “ผมกำลังเก็บของ แล้วอยู่ๆ ก็มืดเลย ตื่นมาอีกทีก็เจอคุณตำรวจแล้วเนี่ย”
       “ป้าเห็นคนเข้ามาโปะยาสลบไอ้คนนี้ ไม่ทันได้พูด มันก็โปะป้าแล้วก็วูบไปเหมือนกัน แต่เหมือนเห็นมีรถมาจอดหน้าบ้านแว้บๆ นะ”
      
       “รถตู้ รถเก๋งหรือรถกระบะ ยี่ห้อไหน สีอะไร พอจำได้มั้ย” ตำรวจถามรายละเอียด ช้อยนิ่งคิดแล้วยิ้มหวาน “ไม่รู้อะไรสักอย่าง ก็เหมือนเห็นแว้บๆ พอรู้ว่าเป็นรถแค่นั้นล่ะค่ะ”
      

      ตำรวจถอนใจที่ไม่ได้เรื่องอะไรเลย รัตนานั่งตัวสั่น สีหน้าหวาดกลัว คีรินทร์ คธา จินจู นั่งอยู่กับสารวัตร ดูจดหมายที่วางบนโต๊ะ ข้อความในจดหมายเขียนว่า “เตรียมค่าไถ่ไว้ห้าสิบล้าน”
       “ตกลงคนร้ายมากันห้าคน ใช่มั้ยหนู”
       สารวัตรถามรัตนา
       “ใจเย็นๆ ค่อยๆ ตอบลูก”
       เขมทัตปลอบ รัตนาสะอื้น พูดติดๆ ขัดๆ
       “มีพี่วัฒ พี่นุช แล้วก็ใครไม่รู้อีก สามคนมั้ง เขาเอาปืนจี้น้าชลด้วย พี่นุชดูน่ากลัวมาก เขาจะทำร้ายคุณแม่มั้ยคะ”
       เขมทัตดึงรัตนาเข้ามากอด
       “ไม่หรอกลูก แม่จะต้องปลอดภัย”
       ตำรวจเดินมาหาสารวัตร
       “เพื่อนบ้านแถวนี้บอกว่าเห็นรถตู้สีขาวแล่นมาจอดพักนึง แล้วก็ขับออกไป แต่จำยี่ห้อหรือทะเบียนรถ ไม่ได้เลยครับ”
       “ทำไมต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้นด้วย”
       คธาวางหูมือถือแล้วเดินมาบอก
       “ทางโรงแรมโทรศัพท์แจ้งแขกเรื่องเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อนแล้วครับ ให้ผมบอกคุณรินทร์ด้วยว่าไม่ต้องห่วงทางนั้น”
       “ขอบคุณครับคุณคธา”
       คีรินทร์ถอนใจ
       “คนเก่าแก่ทั้งคู่ หันมาแว้งกัดเราได้ยังไง”
       เขมทัตบ่นอย่างเจ็บปวด
       “ชั้นเชื่อว่าทุกคนจะปลอดภัยค่ะ” จินจูบอก
       “อีกไม่นานคนร้ายจะต้องติดต่อมานัดแลกตัวประกันกับเงินค่าไถ่แน่นอน รอฟังข่าวเถอะครับ”
      
       คีรินทร์นั่งนิ่ง เม้มปากแน่นสีหน้าครุ่นคิดแต่ไม่ได้รับคำ


  


       ขณะนั้นไข่มุกยืนปิ้งไก่อยู่หน้าเตา ลูกน้องวัฒนาเดินมาเกาะตู้กระจกยักคิ้วให้ไข่มุก
       “ส้มตำปลาร้าแซ่บๆ สองถุง กับน้ำตกหมู ข้าวเหนียวสามนะจ๊ะ น้องแม่ค้าคนสวย”
       “ได้จ้ะ รอแป๊บเดียวนะพี่ ตามคิว” ไข่มุกส่งไก่ย่างให้ลูกค้าหน้าร้าน “นี่จ้ะ ห้าสิบห้าบาท”
       ลูกค้าเดินไป ไข่มุกหันไปตำส้มตำ หน้ายังใส่หน้ากากปิดอยู่ ลูกน้องวัฒนามองยิ้มๆ
       “คนสวย ใส่หน้ากากทำไมจ๊ะ ไหนถอดให้พี่ดูหน่อย เอ๊ะ หรือว่าฟันหลอ ไม่กล้าถอด”
       ไข่มุกชะงัก ส่ายหน้า ตำส้มตำต่อ
       “เป็นหวัดค่ะ เดี๋ยวติดลูกค้า”
       “ไม่เป็นไร ไม่ถือ น่า ขอดูหน่อยเร็ว ตาซ้วยสวย”
       “ไม่ได้ค่ะ ไม่สะอาด เดี๋ยวขี้มูกหยดลงครกนะพี่”
       ลูกน้องวัฒนาทำท่าจะเอื้อมมือไปดึงหน้ากาก ไข่มุกกำสากในมือทำท่าจะยกตี ลูกน้องวัฒนาอีกคนเดินมาก่อน
       “ทำไรอยู่วะ เร็วดิ เดี๋ยวนายก็ด่าให้หรอก”
       ลูกน้องหดมือ
       “โหย ไอ้พวกนั้นยังไม่ตื่นหรอก นอนอืดเป็นหมูตายอยู่น่ะแหละ เมายาสลบไม่หาย”
       ลูกน้องวัฒนาคนที่เพิ่งเดินมาขยิบตาใส่ ลูกน้องทำท่านึกได้รีบเงียบ ไข่มุกฟังแล้วขมวดคิ้ว นึกว่าพูดเล่นกัน จัดของใส่ถุงส่งให้
       “แปดสิบห้าค่ะ”
       “เอาไปร้อยนึงไม่ต้องทอน เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มากินใหม่นะจ๊ะ”
       พวกลูกน้องวัฒนาเดินไป มีลูกค้าสองคนเดินมาด้วยกัน
       “เอาตำไทยหนึ่ง ปลาร้าหนึ่ง ไก่ย่างสามไม้ แล้วก็ข้าวเหนียวสอง”
       ลูกค้าอีกคนดูหนังสือพิมพ์
       “ต๊ายย ดูซิ ข่าวงานแต่งล่ม เจ้าบ่าวล้อหล่อ ชั้นแต่งแทนก็ได้”
       “ขอดูนำแหน่ ป้าดดด เจ้าบ่าวนี่ เจ้าของโรงแรมใช่บ่ ฮ่วย หล่อแท้”
       ไข่มุกชะงัก ยื่นหน้ามอง
       “ข่าวอะไรคะพี่ ขอดูหน่อย”
       “นี่ไง ขึ้นหน้าหนึ่ง รูปเบ้อเร่อเลย”
       ไข่มุกรับมาดู แววตาตกใจมากเมื่อเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง “วิวาห์ล่มกลางโรงแรมดัง เจ้าบ่าวทายาทเจ้าของโรงแรมปิดปากเงียบ สาเหตุยังเป็นปริศนา”
      
       พร้อมลงรูปคีรินทร์ ไข่มุกมองภาพคีรินทร์อย่างตกใจกับข่าว นึกเป็นห่วงและสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น
      

       เย็นวันนั้นที่บ้านเช่านุชนารถ ภัททิมาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาจึงเห็นนุชนารถนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้า มณีกับภัททิมามองอย่างงงๆ มณีมองสะลึมสะลือ
       “ที่นี่ที่ไหน” มณีขยับตัว “อ้าว นี่โซ่อะไร นุช เธอ...”
       “อ้าว อยู่ไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังอยู่บ้านเลย แล้ว...” ภัททิมาพูดแบบเบลอๆ แล้วสะดุ้งเฮือกสีหน้ากลัวๆ “นุชนารถ”
       ชลลดามองไปรอบๆ อย่างงงๆ
       “ชั้นมาอยู่นี่ได้ไง พาเรามาที่ไหนเนี่ย”
       “นรกไง” ทั้งสามคนชะงัก มองนุชนารถอย่างนึกได้ แล้วก็มองโซ่ที่ล่ามตัวเองไว้ นุชนารถหัวเราะลั่น “ตื่นได้ก็ดี นึกว่ายาจะแรงจนตายไปแล้วซะอีก”
       “แกจะทำอะไรพวกเรา ปล่อยเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นชั้นแจ้งตำรวจจับแกแน่ นังจิ้งจอก นัง นังลวงโลก ขี้อิจฉา นังบ้า นังโรคจิต”
       นุชนารถลุกขึ้นมาตบปากชลลดาจนหน้าหงาย ชลลดาอึ้งไปอย่างตกใจ พอนึกได้ก็ร้องกรี๊ดด้วยความโกรธ
       “แก กล้าตบชั้นเหรอ คอยดูนะ...”
       ชลลดาพูดไม่ทันจบนุชนารถตบอีกทีหน้าคว่ำลงไป ชลลดามองนุชนารถตาขวาง นุชนารถชี้หน้าสายตาดุดัน ชลลดาหุบปากเงียบแต่ทำตาถลึงอย่างไม่อยากจะยอมนัก
       “เป็นบ้าไปแล้วเหรอนังนุช คุณแม่ขา เจ็บมั้ยคะ”
       “ถามได้ ปากแทบเบี้ยว”
       นุชนารถหันมาทางภัททิมา มองตาขวางแล้วเดินเข้าหา ภัททิมาถอยกรูดอย่างกลัว
       “อย่าเข้ามานะ แกจะทำอะไร”
       “เนี่ยหรอ เจ้าสาวของคีรินทร์ แก...แย่งทุกอย่างไปจากชั้น แย่งผัวชั้น แย่งทุกอย่างที่ชั้นควรจะได้ นังตัวมาร อยากใส่ชุดนี้มากใช่มั้ย”
       นุชนารถหยิบชุดเจ้าสาวออกมาโยนใส่ภัททิมา แล้วควักมีดออกมาถือ
       “กะ...แกจะทำอะไร อย่านะ”
       นุชนารถปักมีดลงบนชุดเจ้าสาวในมือภัททิมาแล้วกรีดจนยับเยิน ภัททิมาร้องกรี๊ดอย่างกลัวมาก
        “ร้องทำไม ชุดสวยมั้ยล่ะ ฮ่ะๆๆๆ เจ้าสาวคนสวย ฮ่าๆๆๆ”
       ชลลดาเห็นนุชนารถเป็นบ้าก็ดึงขานุชนารถให้ล้มแล้วนั่งคร่อมหลัง
       “ทำลูกชั้นเหรอ นี่แน่ะๆ”
       ชลลดาจิกหัวนุชนารถแล้วเอาฟันงับหู นุชนารถพลิกตัวดิ้นจนหลุดแล้วถีบชลลดาออก นุชนารถตามไป ทั้งคู่สู้กันอุตลุด จนนุชนารถคว้ามีดมาถือไว้ มองตาขวาง ชลลดารีบถอยมากอดภัททิมาแน่นอย่างกลัว นุชนารถดึงภัททิมาที่ร้องไห้อยู่ออกมา
       “ยะ...อย่าทำอะไรชั้นเลย ชั้นกลัวแล้ว กลัวจริงๆ”
       “อย่าทำอะไรลูกชั้น”
       ชลลดาถลันจะเข้ามาช่วย นุชนารถถีบชลลดากระเด็นไปนั่งจุก นุชนารถเค้นคอภัททิมาอย่างสุดแค้น
       “อยากเป็นเมียรินทร์นักใช่มั้ย ได้ เป็นผีคอยเฝ้าผัวชั้นเถอะแก” นุชนารถทำท่าจ้วงจะแทง แต่มีมือมาจับเอาไว้ เจ้าของมือก็คือวัฒนา วัฒนามองนุชนารถเขม็ง “ห้ามทำไม ปล่อย”
       “อย่าลืมสิว่าพวกนี้มีค่าตัวเท่าไหร่”
      
       วัฒนามองทั้งสามคนที่มองมาอย่างสะใจ มณีมองวัฒนาอย่างเศร้าใจ นึกไม่ถึงว่าจะร่วมมือกับนุชนารถได้

       รถตำรวจแล่นมาจอดที่หน้าบ้านวัฒนา ตำรวจวิ่งลงจากรถกระแทกประตูเข้าไปในบ้าน คีรินทร์ตามลงมากับสารวัตรอย่างรีบร้อน เดินเข้าไปในบ้าน ภายในบ้านแทบจะว่างเปล่า คีรินทร์มองอย่างงงๆ ปนสงสัย ตำรวจกระจายกำลังกันค้นบ้าน เก็บลายนิ้วมือและค้นหาหลักฐานตามที่ต่างๆ
       “ไม่เหลืออะไรเลย ดูสภาพบ้านแล้วคงไม่คิดกลับมาอีก”
       คีรินทร์มองรอบๆ ห้องแล้วไม่ตอบอะไร สีหน้าเป็นกังวลมาก ตำรวจเดินมาหา
       “สารวัตรครับ ดูนี่ครับ”
       ตำรวจยื่นสมุดบัญชีให้สารวัตรเปิดดู
       “ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากจนหมดทุกเล่ม แล้วเจอหลักฐานอื่นอีกมั้ย”
       “ไม่มีครับ”
       “ลองทิ้งบ้าน ทิ้งทุกอย่างไปแบบนี้ ท่าทางนายวัฒนาจะเตรียมตัวเป็นโจรเต็มตัวแล้ว”
       สารวัตรพยักหน้า คีรินทร์มองสภาพห้องสีหน้าเคร่งเครียด
      
       ชลลดากับภัททิมามีสภาพสะบักสะบอม มองไปที่ตัวแล้วทำท่านึกได้
       “เครื่องเพชรล่ะ เพชรชั้นอยู่ไหน”
       นุชนารถหยิบกล่องออกมาแล้วหยิบโชว์
       “นี่น่ะเหรอ”
       “เอาคืนมานะ”
       นุชนารถยิ้มเยาะแล้วปิดกล่อง มองเบะปากอย่างดูหมิ่นชลลดากับภัททิมา
       “จะตายแล้วยังโลภ พวกแกไม่คู่ควรกับของพวกนี้หรอก”
       นุชนารถมองสองแม่ลูกอย่างกึ่งแค้นกึ่งหยามหน้า มณีมองวัฒนากับนุชนารถอย่างผิดหวัง สายตาตัดพ้อ
        “วัฒ เธอเป็นเพื่อนรินทร์มาตั้งแต่เด็ก แม่เห็นเธอเหมือนลูกคนนึง เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แล้วทำไมถึงทำแบบนี้” วัฒนาแค่นยิ้ม
       “ครอบครัวเดียวกัน แล้วที่ไอ้รินทร์ไล่ผมเหมือนหมาก็ครอบครัวงั้นสิ”
       “เรื่องนั้น แม่ต้องขอโทษแทนรินทร์ด้วย”
       “คุณไม่ต้องมาทำพูดดี ผมไม่ใช่ไอ้โง่ที่จะทำงานงกๆ เพื่อไอ้โรงแรมเฮงซวยนั่นแล้ว”
       มณีอึ้ง หันไปหานุชนารถ
       “ชนารถ เราเคยอยู่ด้วยกันมานาน ชั้นดีกับเธอตั้งเท่าไหร่ เธอต้องเตือนวัฒนานะ รู้ว่าเธอสองคนกำลังโกรธ แต่ขอให้นึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยทำให้กัน”
       นุชนารถท้าวเอว มองมณีหยันๆ
       “ดีกับนังสองคนแม่ลูก” นุชนารถจิ้มนิ้วที่หน้าผากชลลดากับภัททิมา “กับนังกีกี้น่ะสิ รู้ทั้งรู้ว่าชั้นเป็นเมียคีรินทร์อยู่ ยังหาผู้หญิงใหม่มาแต่งงานกับเขาอีก นี่น่ะเหรอดีของคุณ นังนุชนารถคนนี้มันเจ็บแล้วจำ ใครทำอะไรไว้ ตอนนี้จะเอาคืนเป็นสิบเท่า ให้รู้ไปว่าคนอย่างชั้น ไม่มีวันแพ้พวกแก”
      
       มณี ชลลดา ภัททิมามองนุชนารถสลับกับวัฒนาอย่างหวาดกลัว นุชนารถเดินเข้าใกล้ภัททิมาแล้วกระชากชุดเจ้าสวยจนขาดคามือ ภัททิมาตัวสั่นร้องไม่ออก นุชนารถยิ้มร้าย มองภัททิมาตาขวาง


  


       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น หน้าตาเคร่งเครียดรัตนาเลื่อนรถเข็นมาพร้อมๆ กับเขมทัต มานั่งข้างๆ คีรินทร์
       “ยังไม่นอนอีกเหรอรินทร์”
       “ผมนอนไม่หลับ เป็นห่วงแม่ ห่วงลูกไก่ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง”
       รัตนากอดคีรินทร์ เขมทัตตบบ่า
       “รินทร์ไม่ผิดหรอก เพียงแต่ อาจจะคิดถึงจิตใจคนอื่นน้อยไปนิด บางเรื่องที่เราทำลงไปโดยไม่ตั้งใจ ก็อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้”
       คีรินทร์นิ่ง พยักหน้าอย่างเข้าใจ
       “แต่ ผมนึกไม่ถึงเลย ทั้งนุชทั้งวัฒจะทำได้ขนาดนี้”
       “แล้วเราล่ะ เคยทำอะไรกับเขาไว้บ้าง จำเอาไว้เป็นบทเรียน เราต้องรู้จักเห็นใจและคิดถึงจิตใจคนอื่นให้มาก ยิ่งเป็นหัวหน้าเขา ยิ่งต้องมีทั้งเมตตาและกรุณา อย่าต้อนใครให้จนตรอก จนเขาลุกสู้ หันมาทำกับเราอย่างนี้”
       “ผมขอโทษครับพ่อ”
       เขมทัตกอดไหล่ปลอบ
       “ไม่เป็นไรลูก ใครมั่งไม่เคยทำผิด แต่ทำแล้วต้องรู้จักแก้ไข อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ซ้ำสองได้”
       คีรินทร์พยักหน้าแล้วหลับตาลง รัตนากอดกระแซะเอาแก้มแนบแขนอ้อน
        “พี่รินทร์สู้ๆ นะคะ พาคุณแม่กลับมาเร็วๆ นะ”
       คีรินทร์กอดรัตนา
       “พี่สัญญา แม่จะต้องปลอดภัย”
       เขมทัตมองพี่น้องแล้วยิ้มออกมานิดๆ สบตากับคีรินทร์อย่างเชื่อมั่นและเชื่อใจ
      
       ไข่มุกเข็นรถเข็น บีบแตรมาอยู่แถวหน้าบ้านเช่านุชนารถ
       “ส้มตำ ลาบ น้ำตกแซ่บเว่อร์ ไก่ย่างร้อนๆ จ้า ส้มตำมาแล้วจ้า ใครนอนอยู่ออกมาให้ว่อง ส้มตำฟ้าผ่ามาบริการถึงหน้าบ้านจ้า”
       มณีได้ยินเสียงก็ชะโงกดูผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ เห็นเป็นแม่ค้าจึงลุกยืนแล้วตะโกนเรียก
       “แม่ค้า แม่ค้า ช่วยด้วย” มณีหันไปทางชลลดา “ช่วยกันเรียกสิยะ ช่วยด้วย”
       “ช่วยด้วย ช่วยชั้นด้วย มีคนถูกขังอยู่ในนี้”
       “ยู้ฮู ได้ยินมั้ยยย ยู้ฮู ช่วยด้วย”
       ไข่มุกหยุดชะงัก ทำท่ามองหันซ้ายหันขวา เพราะเหมือนได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ มา แต่เบามาก ภายในบ้านพวกชลลดายกไม้ยกมือโบกกันใหญ่ ไข่มุกขยับเสื้อแล้วถอดหน้ากากออก หยิบผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตา สามคนประสานเสียงกันดังลั่น
       “ไข่มุก”
       ทั้งสามคนวิ่งหกล้มหกลุกแย่งกันเข้าไปที่ช่องหน้าต่างเล็กๆ แต่ติดโซ่ ได้แต่ยืดตัวโบกไม้โบกมือสุดแรงเกิด
       “นังมุก ช่วยชั้นด้วย ชั้นอยู่นี่ นังมุกกกก”
       “ช่วยด้วย ไข่มุก ช่วยชั้นที พาชั้นออกไป ไข่มุก”
      
       “ช่วยด้วย ยู้ฮู นังมุก พังบ้านมันเลย นังมุก”


  


       ไข่มุกขมวดคิ้วทำท่างงๆ แล้วส่ายหัวแบบมึนๆ คิดว่าไม่มีอะไรแล้วจึงใส่หน้ากาก เข็นรถเข็นเดินออกไป ชลลดา มณี ภัททิมาทำหน้าผิดหวังและท้อแท้ นั่งลงไปกองที่พื้นอย่างคนจะเป็นลม “นังมุก นังหูตึง เรียกแทบตาย มันเดินไปเฉยเลย”
       “กรรมจริงๆ ชั้นต้องมาตายที่นี่มั้ยเนี่ย ฮือออ”
       “ไม่เอานะ ลูกไก่ยังไม่ได้แต่งงาน ยังตายไม่ได้ คุณแม่ขา ฮือออ หนูไม่อยากตาย”
       ภัททิมาถลาเข้าไปกอดชลลดาแน่น ทั้งสามคนมองออกไปข้างนอกอย่างหมดหวัง
      
       คีรินทร์เดินมาที่ลานจอดรถของโรงแรม กำลังจะขึ้นรถแต่เห็นจดหมายเหน็บไว้ที่กระจก คีรินทร์ชะงักแล้วเปิดดูในกระดาษเขียนว่า “มาที่สวนสาธารณะตอนบ่ายสาม ห้ามบอกใคร ไม่งั้นคนของนายตาย” คีรินทร์สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นจนแทบจะขยำจดหมายคามือ
       คีรินทร์มาที่สวนสาธารณะ เมื่อมาถึงคีรินทร์ลงจากรถเดินไปหาวัฒนาที่ยืนอยู่ วัฒนาหันมามองคีรินทร์ แล้วยิ้มร้ายที่มุมปาก
       “เอาแม่กับลูกไก่ไปไว้ที่ไหน”
       “ใจเย็นๆ ชั้นมีอะไรให้นายดู”
       วัฒนายื่นมือถือที่เปิดคลิปให้คีรินทร์ดู คีรินทร์มองสีหน้าตกใจ
       ภาพจากมือถือวัฒนาเป็นภาพมณี ชลลดา ภัททิมาโดนมัดล่ามไว้
       “ช่วยน้าที รีบๆ เอาเงินให้พวกมันนะ มันขอเท่าไหร่ให้ไปเลย”
       “ช่วยด้วย ฮืออ ลูกไก่กลัว จะเป็นบ้าตายแล้ว รินทร์ขา ฮือออ”
       “รินทร์ แม่ถูกขังที่ โอ๊ย”
       มีมือตบมณีลงไปนั่งกอง กล้องเปลี่ยนมุมจับเป็นหน้านุชนารถยิ้มอย่างสะใจ
       “ดูหน้าซะให้พอนะรินทร์ เพราะถ้าไม่ได้ค่าไถ่ คุณจะได้เห็นแม่ เห็นเมีย เป็นครั้งสุดท้าย”
      
       วัฒนาดึงมือถือกลับแล้วมองหน้าคีรินทร์อย่างสะใจ คีรินทร์มีสีหน้าอึ้งอย่างคิดไม่ถึง
       “พวกแกทำอะไรแม่ชั้น”
       “ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ทั้งสามคนยังสุขสบายดี”
       “นายทำอย่างงี้ทำไม”
       “เพื่อเงิน แล้วก็ความสะใจไง”
       คีรินทร์อึ้ง จ้องวัฒนาอย่างแค้นมาก
       “แกทำได้ไงวะไอ้วัฒ แม่ชั้นทั้งรักทั้งดีกับแกสารพัด ช่วยเหลือทุกอย่าง เหมือนแกเป็นลูกคนนึง เป็นคนในครอบครัว ทำไมถึงทำได้ลงคอ”
       วัฒนาแค่นยิ้ม
       “หึ แม่ลูกพูดเหมือนกันไม่มีผิด จนป่านนี้ยังมีหน้ามาทวงบุญคุณอีกเหรอวะ เหมือนลูก เหมือนครอบครัวเดียวกัน เห็นชั้นเป็นขี้ข้ามากกว่ามั้ง”
      
       “ชั้นไม่เคย...”

      วัฒนาพูดแทรก
      
       “ไล่ชั้นเหมือนหมา ทำลายอนาคตเรื่องงานทั้งหมด อย่างงี้เหรอวะที่เรียกว่าเพื่อน” วัฒนาจ้องคีรินทร์ “บอกสิว่า ไม่ใช่เพราะชั้นที่ทุ่มเททั้งหมดให้งาน โรงแรมถึงได้ดีขึ้นมาถึงขนาดนี้ ในตอนที่นายไปควงสาว ไปกินเหล้า ใครที่นั่งทำงานจนเกือบถึงสว่าง ถ้าไม่ใช่ไอ้วัฒนาคนนี้ แต่ไม่เห็นมีใครสักคนจะเห็นใจ” คีรินทร์อึ้งไปอย่างนึกสะอึกใจ วัฒนามองหน้าคีรินทร์แล้วยิ้มอย่างขมขื่น “ชั้นทำเพื่อบริษัท เพื่อให้นายเสวยสุขตั้งเท่าไหร่ แต่กลับตอบแทนด้วยการไล่ออกยิ่งกว่าหมาข้างถนน เป็นนายจะไม่แค้นเหรอ”
       “แล้วทำไมไม่แก้แค้นที่ชั้น ไปทำคนอื่นทำไม”
       “ทำนาย...นายก็แค่เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่นายรัก นายจะได้จำและไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตไง” คีรินทร์กำหมัดแน่น วัฒนามองหน้ายิ้มร้ายอย่างเป็นต่อ “ชั้นให้เวลาสามวัน เตรียมห้าสิบล้านไว้ให้พร้อม ถ้าไม่ได้...ก็เตรียมจัดงานศพได้เลย”
       วัฒนาเดินจากไป คีรินทร์ได้แต่มองตามอย่างเจ็บปวดและขมขื่น
      
       ไข่มุกมาเยี่ยมวันดีที่เรือนจำ ไข่มุกนั่งมองวันดีผ่านกระจก มือจับหูโทรศัพท์
       “เป็นไงมั่งแม่”
       “จะยังไงวะ ก็คุกน่ะสิ” ไข่มุกพยักหน้าเศร้าๆ “โอ๊ย ทำหน้าหมาป่วยแบบนี้ทีหลังไม่ต้องมาเยี่ยม นังมุกเอ๊ย..
       ทำไมไม่ไปคืนดีกับผัวแกวะ ท่าทางเขาก็ยังรักแกอยู่นา”
       “เขาไม่ได้รักหนูหรอก”
       วันดีเท้าคางมองพิจารณา
       “ชะช้า แม่นางเอก เล่นตัวจริ๊งงง จะอะไรนักหนาวะ แกเองก็เป็นตั้งลูกดาราดัง ได้กะนายคีรินทร์ก็เหมาะสมกันแล้ว จะน้อยใจไปทำไม”
       “อย่าพูดถึงคุณจินจูเลย หนูเป็นลูกแม่คนเดียว”
       “วะ เอาใหญ่แล้ว โรคอะไรกำเริบวะ เป็นชั้นหน่อยไม่ได้ จะเอาทั้งผัวเก่า ทั้งแม่ดารา เดินโชว์ชาวบ้านให้ทั่ว เท่จะตาย นี่อย่าบอกนะ ว่าจะไปตำส้มตำ ปิ้งไก่ขาย โอย รีบกลับไปง้อผัวด่วน จะบ้าตาย ไม่ได้เลือดฉลาดจากนังวันดีเล้ย”
       “ตำส้มตำขายยังดีกว่า คุณรินทร์เอง ก็ไม่ได้ต้องการหนูแล้วจะกลับไปทำไม” วันดีส่ายหัว “ชีวิตแกนี่มันน้ำเน่าจริงๆ เอาเหอะ ไม่รักไม่ห่วงก็ไม่ต้องกลับไปหาเขา เฮ้อออ ถามใจตัวเองดีๆ แล้วกัน ว่าคิดยังไง”
       ไข่มุกนั่งอึ้ง สีหน้าทั้งกังวลและเป็นห่วงคีรินทร์
      
       คีรินทร์นั่งอยู่ในห้องทำงานมีสารวัตรนั่งอยู่ด้วย
       “ในเมื่อคนร้ายยืนยันเรื่องเงินค่าไถ่ เราต้องยอมทำตามไปก่อน คุณต้องขอกำหนดสถานที่ส่งเงิน เอาให้ห่างจากชุมชน คนอื่นจะได้ไม่โดนลูกหลง”
       “ผมขอคิดก่อนเรื่องแผนย้อนรอยพวกมัน ไม่อยากให้แม่เสี่ยง”
       “การที่คุณเดินเอาเงินไปแลกเองก็เสี่ยงไม่แพ้กันครับ ถ้าคุณยอมให้ทางเราช่วยเหลือ น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า”
       คีรินทร์มีสีหน้ากังวล นิ่งไปพักนึง
       “ผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าถ้าร่วมมือกับตำรวจ แผนจะไม่ผิดพลาด”
      
       คีรินทร์มองสารวัตรนิ่งอย่างกังวล
      
       จินจูกับคธานั่งอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม คธายกถ้วยนมกับแซนวิชมาวางหน้าจินจู ห่างออกไปนอกกระจกไข่มุกแอบอยู่ตรงด้านหลังฉากบังตา มองเข้ามาที่ทั้งคู่ด้วยแววตาอาวรณ์
       “ทานหน่อยนะ จะได้มีแรง”
       “ชั้นไม่หิว ไม่อยากกิน คุณกินเถอะค่ะ”
       คธายกแก้วนมอุ่นให้
       “งั้นฝืนใจดื่มนมหน่อย”
       จินจูรับมาดื่มอย่างจำใจ จินจูยื่นกลับแล้วหน้ามืด ทำแก้วหล่นแตก คธารีบเข้าไปประคอง ไข่มุกมองเข้ามาอย่างตกใจปนเป็นห่วง
       “ไม่เป็นไร แค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ”
       “ไปพักผ่อนบนห้องก่อน เดี๋ยวผมจะสั่งข้าวต้มให้ ถึงไม่หิวก็ต้องทาน จะได้มีแรงตามหาลูก เชื่อผมนะ”
       จินจูพยักหน้าแล้วให้คธาเดินประคองออกไป ไข่มุกเดินออกมาหลังฉากบังตา มองตามอย่างเศร้านิดๆ พอหันไปอีกทางก็เห็นคีรินทร์เดินออกมากับสารวัตร ไข่มุกรีบหลบเข้าหลังที่บังตาเหมือนเดิม
       “ทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ทางเราจะวางแผนให้รัดกุมและแม่นยำที่สุดครับ”
       คีรินทร์พยักหน้านิดๆ
       “ผมทราบครับ แต่ขอไปปรึกษาที่บ้านก่อน ยังไงก็ขอบคุณสารวัตรนะครับ”
       ไข่มุกแอบมองอยู่จากด้านหลังกำแพง สีหน้าเป็นห่วงคีรินทร์มาก
       “เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่าทุกคนจะต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอน”
       คีรินทร์นิ่งไป ไข่มุกมองตามคีรินทร์อย่างสงสารและเป็นห่วง
      
       คีรินทร์เดินมา ถอดสูทไว้ข้างตัว แล้วลงนอนหลับตาอย่างเหนื่อยกายเหนื่อยใจ คีรินทร์ค่อยๆ หลับอย่างไม่รู้ตัว สูทหล่นลงพื้น มีมือหนึ่งเก็บขึ้นมาให้ เจ้าของมือนั่นก็คือไข่มุก ไข่มุกมองคีรินทร์อย่างเป็นห่วง ทำท่าอยากเอามือเข้าไปจับแต่ก็ตัดใจ ไข่มุกเอาสูทคลุมที่ไหล่คีรินทร์ให้อย่างอ่อนโยนแล้วถอยออกมามองอย่างรักและคิดถึงมาก คีรินทร์สะดุ้งตื่น มองไปรอบๆ ไข่มุกรีบหลบหลังต้นไม้ คีรินทร์จับที่สูทอย่างงงๆ ปนแปลกใจ ไข่มุกที่แอบมองดูอยู่เม้มปากแน่นก่อนจะหลบไปอย่างตัดใจ
      
       มณี ภัททิมา ชลลดา ถูกล่ามโซ่ในห้อง มีนุชนารถนั่งคุมอยู่ ภัททิมาทำท่ายุกยิกๆ ค่อยๆ คลานไปเอาขวดน้ำ
       ภัททิมายกขึ้นทำท่าจะดื่ม นุชนารถใช้มือปัดกระเด็นเปียกหน้าภัททิมาไปหมด
        “นังนุช ทำบ้าอะไรของแก มาปัดขวดน้ำชั้นทำไม ดูสิ เลอะเทอะหมดแล้ว”
       นุชนารถยิ้มเยาะ
       “ทำไม ก็อยากทำ มีอะไรมั้ย”
       “ถ้าชั้นขาดน้ำตายขึ้นมาทำไง ดูสิ ผิวเหี่ยวแห้งหมดแล้ว เอาน้ำมาให้ชั้นเดี๋ยวนี้”
       “ได้” นุชนารถหยิบน้ำมาเทราดหัวภัททิมา “เอาไปเลย เอาไปเยอะๆ ฮะฮะฮะ”
       ภัททิมากรี๊ดลั่น ชลลดาทำท่าจะโวย แต่นุชนารถถลึงตาใส่เลยชะงักไป
        “พอได้แล้วนุชนารถ เห็นแก่หลานชั้นในท้องเถอะ”
       นุชนารถชะงักมือ
       “ว่าไงนะ” นุชนารถหันไปมองภัททิมาที่หน้าซีดไม่กล้าพูด ภัททิมาหันมองชลลดาที่ส่งสายตาห้ามแล้วส่ายหน้า นุชนารถกระชากภัททิมาออกมา “อย่าบอกนะว่าแกท้องกับรินทร์ ห๊า นังเมียน้อย แกท้องรึเปล่า พูด”
       ภัททิมาปากสั่น มณีเข้าไปผลักนุชนารถออก
       “หยุดซะที ถ้าหลานชั้นแท้งจะทำยังไง ใจคอเธอทำด้วยอะไรฮึ”
       “รักมันมากนักใช่มั้ย ดี จะส่งไปลงนรกกันทั้งบ้าน ได้เงินเมื่อไหร่พวกแกตายเป็นผีเฝ้าหลุมแน่”
       มณีอึ้ง แววตากลัวมาก
       “ได้เงินแล้วก็ต้องปล่อยตัวพวกเราสิ คิดจะฆ่าแกงกันได้ยังไง”
       “ปล่อยเหรอ ฝันไปเถอะ ทั้งพวกแก ทั้งไอ้เด็กในท้องนั่น ไม่ได้เกิดมาแน่ ทุกคนต้องชดใช้ที่ทำกับชั้น”
      
       นุชนารถทำท่าจะทุบท้องภัททิมา มณีผวาเอาตัวเข้าบังภัททิมา นุชนารถยั้งมือยืนนิ่ง แล้วหัวเราะอย่างเริ่มเสียสติและคลุ้มคลั่ง ทั้งสามคนมองนุชนารถอย่างหวาดๆ และช็อคมากที่รู้ว่านุชนารถจะไม่ยอมปล่อยตัว


  


       คีรินทร์ เขมทัตนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       “รินทร์ก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร ถึงให้เงินไปก็ไม่แน่ว่าวัฒนาจะปล่อยแม่เขาออกมา แต่ถ้าเราร่วมมือกับตำรวจ อย่างน้อยพวกเขาก็ชำนาญเรื่องนี้มากกว่าเรา”
       “แต่ผมกลัวว่าถ้าแผนพลาด ไอ้วัฒจะยิ่งโกรธ ผมเป็นห่วงแม่ครับ”
       “พ่อก็เป็นห่วงไม่แพ้แกหรอก ถึงตอนนี้ เราต้องยอมเสี่ยงแล้ว”
       คีรินทร์นิ่งอย่างคิดหนัก
      
       วันต่อมาไข่มุกยืนตำส้มตำอยู่ใส่หน้ากากบนหน้า มีลูกค้ายืนคุยด้วยสองคน ทำท่าซุบซิบๆ
       “เออ ไอ้บ้านเก่าท้ายซอยมีใครก็ไม่รู้มาเช่าแล้วนะ มากันเงี้ยบบบเงียบ มีแต่พวกคนงานสองสามคน หน้ายังกะโจร หูย พูดแล้วขนลุก ไม่รู้ว่าพวกค้ายารึเปล่า”
       “แปลกจริงๆ บ้านอยู่สุดซอยอย่างงั้น คนดีๆ ที่ไหนจะมาเช่า ทั้งเปลี่ยว ทั้งมืด”
       “เจ็ดสิบจ้ะพี่” ไข่มุกส่งถุงส้มตำให้ แล้วถามแบบไม่ใส่ใจ “แถวไหนเหรอพี่ ไกลป่ะ”
       ลูกค้ายื่นเงินให้
       “โอ๊ย ไม่ไกลหรอก ท้ายซอยนู่น จะไปขายของเหรอ อย่าไปเลย มันดูแปลกๆ อันตรายจะตาย”
       ไข่มุกมองตามอย่างงงๆ ว่าบ้านไหน จังหวะนั้นลูกน้องวัฒนาเดินมาที่รถเข็น ลูกค้าชะงัก ทำท่ากลัวๆ
       “นี่ไงแก พวกที่มาอยู่บ้านนั้น”
       “ไปเหอะ หน้าอย่างงี้โจรชัดๆ ระวังตัวด้วยนะน้อง”
       ลูกค้าเดินเลี่ยงออกไป ลูกน้องวัฒนาคนที่มาจีบไข่มุกเอามือเท้าตู้มองไข่มุกตาหวาน
       “วันนี้สวยเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ เป็นหวัดไม่หายให้พี่ไปพยาบาลมั้ยน้อง”
       ไข่มุกทำเฉย ถามยิ้มๆ
       “วันนี้กินอะไรดีพี่ ส้มตำปลาร้า ลาบหมู หรือเอาไก่ดี”
       “แหม ไม่รับมุกกันเลย เอาส้มตำปลาร้าสอง ไทยสอง ไอ้พวกผู้ดีนั่นจะกินเป็นป่าววะ”
       “สั่งๆ ไปเหอะ กินไม่ได้ก็ช่างหัวมัน เอาเป็นตำปลาร้าสี่นะ แล้วก็ไก่ย่างกับข้าวเหนียวอย่างล่ะห้า ของเราสอง พวกนั้นสาม ลาบหมูสอง”
       “เฮ้ย ลาบแค่นั้นพอเหรอวะ นังแก่นั่นกินจุจะตายชัก”
       “ไม่พอก็ช่างดิ่ จะกินอะไรนักหนา เดี๋ยวก็ตายๆ แล้ว วุ๊ย เรื่องมากจริง” หันหาไข่มุก “น้อง เอาให้ไว พี่รีบ”
       ไข่มุกฟังอย่างแปลกใจ แต่ก็พยักหน้ารับคำรีบหยิบมะละกอมาตำ
        “อย่าดุสิวะ เดี๋ยวคนสวยของข้าตกใจหมด ค่อยๆ ตำจ้ะ พี่ไม่รีบ “
       “บ้านพี่คนเยอะเหรอ สั่งส้มตำตั้งสี่ถุง”
       “ใช่ แต่เดี๋ยวก็กลับบ้านเก่าไปหมดแล้ว”
       ลูกน้องวัฒนาหัวเราะอย่างมีเลศนัยกัน ไข่มุกยิ่งแปลกใจ ลูกน้องทำตาเชื่อมหวาน ไข่มุกรีบจัดของใส่ถุง
       “ไว้พี่ได้เงินเมื่อไหร จะมาขอนะจ๊ะคนสวย บอกพ่อกับแม่ไว้เลย”
       “พี่ไปขอผัวกับลูกหนูดีกว่า สองคนกำลังซนยังกับลิง”
       ไข่มุกพูดแล้วแอบทำตาเจ้าเล่ห์
       “อูย มีผัวแล้วก็ไม่บอก แต่เช้งกะเด๊ะแช่แว้บแบบนี้พี่ไม่ถือ เลิกเมื่อไหร่บอกนะจ๊ะ พี่รอต่อคิว”
       ไข่มุกยื่นส้มตำให้ ลูกน้องวัฒนาควักให้สามร้อย ไข่มุกทำท่าจะหยิบทอน
       “ไม่ต้องทอน พี่ใกล้จะรวยแล้ว ไว้อีกสองสามวันจะถอยกระบะใหม่มารับน้องเที่ยวนะจ๊ะ ไปล่ะ”
      
       ลูกน้องวัฒนาเดินจากไป ไข่มุกมองไปตามอย่างสงสัยปนอยากรู้