กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       เชิดลากอนุชมา เธอไม่ยอมไปกับเขากระทืบเท้าและศอกใส่เชิดอย่างแรง อนุชสะบัดออกได้ วิ่งหนี เชิดโกรธ จะยิงอนุช
      
       “ตายซะเถอะนังบ้า”
       กร้าวตามมาเห็น
       “นุช ระวัง”
       กร้าววิ่งเข้าไปกอดอนุช ใช้ตัวกำบัง ปกป้องอนุชไว้ หันหลังให้เชิด รับกระสุนแทน เชิดจะยิงกร้าวทันใดนั้นเสียงปืนดังปัง เชิดโดนยิงเฉียดมือ ปืนหลุดมือ
       “โอ๊ย”
       ตำรวจเป็นคนยิง เชิดเห็นตำรวจก็ตกใจ
       “ตำรวจ”
       เชิดรีบเผ่นหนีไปทันที ตำรวจบางนายตามไป กร้าวกอดอนุชไว้แน่นเป็นห่วงมาก
       “เป็นไรรึเปล่า”
       อนุชอึ้งที่กร้าวปกป้องเธอไว้
       “ฉันไม่เป็นไร”
       อนุชนึกได้
       “ชายธง”
       อนุชรีบวิ่งไปหาชายธง ปรารภและอรชาก็รีบไปดูอาการชายธง
       “เราไม่เป็นไร เราดีใจที่นุชปลอดภัย”
       อนุชจับมือชายธง ร้องไห้
       “อย่าเป็นอะไรไปนะชายธง”
       กร้าวเสียใจที่อนุชห่วงแต่ชายธง ตำรวจเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ คณิตตามตำรวจมาด้วย รีบไปหากร้าว ห่วงเพื่อน
      
       คนงานประคองกัน ดูแลคนที่บาดเจ็บ ตำรวจคุมตัวลูกน้องของเชิดไว้ได้บ้าง เจ้าหน้าที่พยาบาลพาคนเจ็บขึ้นรถไป ส่วนชายธงไม่ได้เป็นอะไรมาก เจ้าหน้าที่จึงทำแผลให้ก่อน อนุชจะไปดูชายธง กร้าวดึงไว้
       “มานี่”
       “ปล่อยฉันนะ”
       “ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้นะคุณกร้าว”
       “คุณตำรวจครับ สามคนนี้บุกรุกไร่ผมแล้วยังก่อความวุ่นวาย จับเลยครับ”
       ชายธงห่วงอนุช จะตามไป แต่เจ็บแผล ตามไปช่วยอนุชไม่ได้ อรชาและปรารภตกใจ อนุชห่วงอรชา คณิตพยายามห้ามเพื่อน
       “ไอ้กร้าว”
       กร้าวมองหน้าคณิต
       “แกไม่ใช่เจ้าของไร่ อย่ายุ่ง...มานี่”
       กร้าวลากอนุชออกไป อรชากับปรารภจะตามไป แต่ตำรวจขวางไว้
       “ขอเชิญไปให้ปากคำด้วยครับ”
       อรชาห่วงอนุช จะตามไปช่วย แต่ไปไม่ได้ คณิตเห็นท่าไม่ดี
      
       ชาติ กรวิก พร้อม ขำต่างก็รออย่างกระวนกระวาย ได้ยินเสียงรถดังขึ้นที่หน้าบ้าน ทุกคนต่างก็หน้าตื่นมองไปครู่หนึ่ง คณิตเข้ามา ชาติถามอย่างร้อนใจ
       “เป็นยังไงบ้างหมอ ไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม”
       “คนงานถูกยิงตายไปคนนึงครับ นอกนั้นก็ไม่มีใครเป็นอะไรมาก”
       ทุกคนตกใจที่มีคนตาย
       “ถึงขั้นยิงกันตายเลยเหรอ มันเรื่องอะไรกัน”
       “มีโจรบุกเข้ามาครับ ไม่รู้ว่าพวกมันต้องการอะไร ตำรวจจับได้บางคน แต่หัวหน้ามันหนีไปได้”
       ลลิตามาแอบฟังอยู่บ่นเบากับตัวเอง
       “ไอ้เชิด แกทำพลาดจนได้”
       ลลิตาไม่สบายใจ รีบผลุบออกไป...พร้อมหน้าตื่น
       “มีโจรเข้ามาในไร่เหรอคะ ทำไมมันช่างประจวบเหมาะอย่างนี้”
       “นั่นน่ะสิครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน”
       คณิตมองทางกรวิกอย่างจับพิรุธ กรวิกเห็นสายตาคณิตก็กระอักกระอ่วนใจ ลุกหนีออกไป ชาติโล่งใจ
       “แต่กร้าวกับหนูนุชปลอดภัยก็ดีแล้ว...ขอบคุณสวรรค์”
       “คุณลุงครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
       คณิตเดินตามกรวิกออกไป
      
       กรวิกเดินหนีออกมา ไม่สบายใจ คณิตตามออกมาเรียกไว้
       “คุณนก”
       กรวิกเห็นคณิตตามมาอย่างเอาเรื่องก็กลัวความผิด จะวิ่งหนี คณิตตามมาดึงมือไว้ได้
       “ปล่อยนะ มาจับฉันทำไม ฉันไม่ใช่ผู้ร้ายนะ”
       “แล้วคุณหนีผมทำไม”
       “ฉันไม่ได้หนี”
       คณิตปล่อยมือ
       “งั้นก็คุยกันให้รู้เรื่อง”
       กรวิกหวั่นใจ แต่ก็ไม่หนีอีก
       “มีอะไรก็พูดมาสิ”
       “คุณจะบอกผมได้รึยัง คุณรู้ได้ยังไงว่าจะมีคนมาทำร้ายคุณนุช พวกมันเป็นใคร จะทำร้ายคุณนุชเพื่ออะไร...ที่สำคัญ...ทำไมคุณถึงไม่พูดตั้งแต่แรก”
       “นี่คุณ ฉันไม่ใช่คนที่จ้างพวกนั้นไปฆ่านุชนะ”
       “ถ้าอย่างนั้นก็เล่ามาให้หมด ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องนี้กับกร้าว”
       กรวิกขอร้อง
       “คุณบอกอากร้าวไม่ได้นะ ฉันไม่เกี่ยวด้วยจริงๆ ฉันแค่เผอิญได้ยินเข้า...”
       “แล้วทำไมไม่คิดจะบอกตั้งแต่แรก หรือคุณก็ต้องการให้คุณนุชตายจะได้กำจัดเสี้ยนหนาม”
       กรวิกตบหน้าคณิตน้ำตาคลอ
       “ถ้าฉันอยากให้นุชตาย ฉันจะบอกให้คุณไปช่วยนุชเหรอ แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีก”
       กรวิกวิ่งร้องไห้ออกไป คณิตเป็นห่วง จะตาม แต่เสียงมือถือดังขึ้น เขากดรับสาย
       “คณิตพูดสายครับ...มีเคสด่วนเหรอ...ได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
       คณิตมองทางกรวิกแวบหนึ่ง แต่ต้องตัดสินใจรีบหันกลับไป
      
       กร้าวลากอนุชเดินกลับไร่ เธอพยายามยื้อไว้ ไม่ตามไปง่ายๆ
       “คุณกร้าว คุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย แจ้งความจับพวกพี่อรทำไม”
       “ถ้าผมไม่เอาจริง คุณคงไม่ได้รับบทเรียน”
       “ถอนแจ้งความ ไม่งั้นฉันจะไม่ไปกับคุณ”
       กร้าวกระชากอนุชเข้ามาใกล้ กอดเอวล็อคไว้
       “อย่าทำให้ผมโมโหไปมากกว่านี้”
       อนุชเจ็บใจ กระทืบเท้าใส่เท้าเขา
       “โอ๊ย”
       กร้าวเจ็บเผลอปล่อย อนุชรีบวิ่งหนีไป กร้าวเจ็บใจ
       “ยัยตัวแสบ”
       กร้าวรีบตามไป...เขาวิ่งตามมาทัน กระโดดตะครุบตัวไว้ อนุชเสียหลักล้มลง แต่ยังตะกายหนี กร้าวดึงขาไว้
       “ปล่อยนะ ไอ้คนบ้า ปล่อย”
       กร้าวพลิกตัวกดไหล่เธอลงกับพื้น
       “ฤทธิ์มากนักนะ หรือต้องให้หมดแรงก่อน ถึงจะยอมตามไปดีๆ จะได้สนองให้”
       กร้าวปล้ำจูบอนุช
       “อย่า ฉันยอมแล้ว ยอมแล้ว”
       กร้าวชะงัก หยุด
       “ฉันยอมแล้ว ยอมกลับดีๆแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลย”
       กร้าวยอมปล่อย ทั้งสองลุกขึ้นมา อนุชเห็นเขาเผลอ วิ่งหนีไปอีก กร้าวโมโห
       “ยัยบ้าเอ๊ย แสบนัก”
      
       กร้าววิ่งตามไปอีก


  


       กร้าววิ่งเข้ามามุมหนึ่ง กวาดตามองหาพลางตะโกนขู่
      
       “คิดว่าจะหนีพ้นเหรออนุช ออกมา ก่อนที่ผมจะโมโหมากกว่านี้”
       อนุชแอบอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง ท่าทางหวาดกลัว แต่ยังไงก็ไม่ยอมออกไป กร้าวมองหาไม่เจอ เดินออกไปทางหนึ่ง อนุชได้ยินเสียงเดิน หลบมาอีกด้านของต้นไม้ รอดพ้นสายตาเขาไปได้ กร้าวไม่เห็นอนุช เดินออกไป
      
       ชายธงนั่งอยู่กับอรชาและปรารภบนโรงพัก ชายธงเจ็บแผลที่โดนยิง
       “ไหวไหมชายธง” อรชาเป็นห่วง
       ชายธงเจ็บ แต่กัดฟันทน
       “ครับ...”
       ตำรวจคุมตัวลูกน้องเชิดเข้ามา ชายธงเห็นก็จำได้ เข้าไปเอาเรื่อง
       “แก...แกทำร้ายนุชทำไม พวกแกเป็นใคร”
       ตำรวจเข้ามาล็อคตัวชายธง โดนแผลที่แขน
       “อ๊าก...”
       ชายธงเจ็บแผล สิ้นฤทธิ์ อรชา ปรารภรีบเข้ามา
       “ชายธง”
       ปรารภขอร้องตำรวจ
       “คุณตำรวจครับ...ขอเถอะครับ เขาไม่ทำอะไรแล้ว”
       ตำรวจปล่อยชายธง อรชากับปรารภรีบช่วยกันเข้าประคอง อรชาห่วงๆ
       “ชายธง เป็นไงบ้าง”
       ชายธงส่ายหน้า
       “ไม่เป็นไรครับ...” ชายธงหันมาถามปรารภ “พี่รภรู้จักหัวหน้าพวกมันใช่ไหม มันเป็นใคร”
       ปรารภสลดลง
       “เชิด...สามีเก่าลิต้า”
       อรชาชะงัก
       “หมายความว่าพี่ลิต้ารู้เห็นด้วยใช่ไหม”
       “ผมไม่แน่ใจ เขาเลิกกันไปนานแล้ว”
       ชายธงมั่นใจ
       “ผมว่ามันไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก พี่ลิต้าต้องรู้เรื่องนี้ พี่รภต้องบอกตำรวจ”
       ปรารภพยักหน้ารับ
       “แต่ก็ไม่รู้ว่าตำรวจจะเชื่อเรามากน้อยแค่ไหน เพราะเชิดหนีไปได้ ส่วนพวกเราก็มีคดีติดตัวซะแล้ว”
       ทั้งสามหนักใจ
      
       ลลิตาเดินออกมา วิตกครุ่นคิดไป
       “ไอ้เชิด ไอ้กระจอก เรื่องแค่นี้ก็ทำพลาด...แต่ยังดีที่มันหนีไปได้ ไม่งั้นมันซัดทอดถึงเราแน่”
       กรวิกเพิ่งร้องไห้เสร็จ เช็ดน้ำตาเดินมา ทั้งสองบังเอิญมาเผชิญหน้ากัน
       “นังนกแร้ง ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับแก”
       “หลบไป ฉันไม่มีอารมณ์จะทะเลาะ”
       กรวิกเบี่ยงตัวหนี ลลิตากระชากแขนไว้
       “คิดว่าทำฉันแล้วจะหนีไปง่ายๆอย่างนี้เหรอ”
       “ทำไม จะทำไมฉัน หรือว่าจะจ้างคนมาฆ่าฉัน”
       ลลิตาชะงัก กรวิกพูดเหมือนรู้อะไรจ้องหน้าลลิตาอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินเลี่ยงไป
      
       อนุชวิ่งหนีออกมาจนเจอถนนยิ้มดีใจ ถึงแม้จะเหนื่อย เธอเห็นชาวบ้านคนหนึ่งปั่นจักรยานอยู่ไกลๆ อนุชตะโกนเรียก
       “ช่วยด้วยค่ะ กลับมาก่อน ช่วยฉันด้วย...”
       ไม่ทันขาดคำ มือข้างหนึ่งเข้ามาล็อดปิดปากอนุชไว้แล้วลากเธอกลับเข้าพงไป ชาวบ้านจอดจักรยาน หันกลับมา แต่ไม่เห็นใครแล้ว
      
       อนุชโดนลากกลับเข้ามา พอดิ้นหลุด หันไปมอง ปรากฏว่าเป็นกร้าวที่กำข้อมือเธอไว้แน่น
       “ผมสาบาน ถ้าคุณคิดหนีอีก ผมจะทำให้คุณเจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจไปชั่วชีวิต”
       อนุชเห็นสายตาดุดัน เอาจริงของเขาก็เริ่มกลัว แต่ทำใจสู้ ต่อว่าเขา
       “ก็เอาซี่ คุณมันพวกชอบใช้กำลังกับผู้หญิงอยู่แล้วนี่เอาเลย ลากฉันกลับไป ดึงให้แขนหลุดไปเลย”
       ไม่ทันขาดคำ กร้าวกระชากแขน ดึงกลับไปจริงๆ
       “โอ๊ย ไอ้คนบ้า ฉันเจ็บนะ ปล่อยฉันนะ ไอ้คนบ้า ไอ้คนเลว”
       กร้าวไม่แยแส ดึงกลับไป
      
       ทนายของปรารภเดินออกมาจากห้องด้านใน
       “คุณรภ เรียบร้อยแล้วครับ”
       ปรารภพยักหน้ารับ
       “คุณอร ชายธง ไปจากที่นี่กันเถอะครับ”
       อรชามองเขา
       “แต่เรื่องประกันตัว...”
       “ผมให้ทนายเอาโฉนดบ้านกับโรงงานค้ำประกันพวกเราเรียบร้อยแล้ว”
       อรชาซึ้งใจ
       “คุณรภ...ขอบคุณนะคะ”
       ชายธงก็ซึ้งใจเหมือนกัน
       “ขอบคุณมากพี่รภ”
       ปรารภยิ้มรับ
      
       อสิตพยายามฝึกเดิน แต่พอก้าวขาออกไปก็ทรงตัวไม่ได้และล้มลง เขาทุบพื้น เจ็บใจตัวเอง
       “โธ่เว้ย ไอ้อสิต ไอ้ห่วย”
       อสิตนอนหมดหวัง ท้อแท้อยู่กับพื้น หมดเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นสู้ เขามองไปเห็นโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่หล่นอยู่ ที่หน้าจอเป็นรูปภาพครอบครัวมีพ่อแม่ เขาและน้องสาวทั้งสอง ภาพในอดีตแว่บเข้ามาในหัว ตอนนั้น ประสิทธิ์โอบไหล่อสิตแล้วสอน
       “สิต...ลูกเป็นพี่ชายคนโต ต้องเข้มแข็ง วันหนึ่งถ้าพ่อไม่อยู่ สิตต้องดูแลน้องแทนพ่อ”
       อสิตยิ้มให้พ่อ
       “ครับพ่อ ผมสัญญาครับ ผมจะดูแลอรกับนุชเอง”
       ประสิทธิ์ตบไหล่ ภูมิใจในตัวลูกชาย
      
       อสิตนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อ เกิดแรงฮึด ยันตัวและเกาะราวลุกขึ้นยืนอย่างยากเย็น เขาก้าวขา ทรงตัวไม่ได้ และล้มอีก แต่คราวนี้คว้าบาร์ไว้ จึงไม่ล้มไปทั้งตัว...อสิตยันตัวลุกขึ้นมาอึก พยายามก้าว ก็ล้มอีก แต่เขาไม่ยอมแพ้
       “ผมจะเข้มแข็งครับพ่อ ผมต้องทำได้”
       อสิตตั้งใจและก้าวเดินไปอีก เซนิดนึง จะล้ม แต่พยายามทรงตัวไว้ คราวนี้ไม่ล้ม เขาดีใจมาก
      
       “เดินได้แล้ว ฉันทำได้แล้ว”


  


       กร้าวดึงอนุชกลับบ้าน เข้ามาในเขตไร่ เธอพยายามดิ้นหนี
      
       “ปล่อยนะ ฉันไม่ไปกับคุณ”
       “ยังก่อเรื่องไม่พออีกเหรอ”
       “คุณผิดคำพูดกับฉันก่อน ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
       “คิดว่าตัวเองมีสิทธิเลือกเหรออนุช ผมให้คุณอยู่ คุณก็ต้องอยู่”
       กร้าวดึงไป อนุชยื้อไม่ไป
       “ไม่...ปล่อย ปล่อยฉัน ฉันจะไปหาชายธง”
       กร้าวชะงัก
       “ห่วงมันมากเหรอ”
       “ก็ใช่น่ะสิ เขาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องฉัน”
       “ผมว่ามันแส่เองมากกว่า...ตกลงว่าไอ้มือปืนนั่นมันเป็นใคร”
       “ฉันจะไปรู้เหรอ”
       “แน่ใจนะว่าไม่รู้ ไม่ใช่พวกชายชู้ที่มาฆ่ากันเพื่อแย่งตัวคุณ”
       “ถ้าคิดได้แค่นี้ฉันก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วย”
       “ดี งั้นก็เดินไปเงียบๆ”
       “ฉันบอกว่าไม่ไป”
       อนุชสะบัดหลุด จะวิ่งหนี กร้าวรวบตัวไว้ได้ อุ้มพาดบ่า
       “เฮ้ย...ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ”
       คนงานเก็บทำความสะอาดไร่ที่โดนเผา เดินผ่านมา กร้าวสั่งคนงาน
       “ไปเอาเชือกมา”
      
       อนุชโดนมัดข้อมือผูกติดกันทั้งสองข้าง กร้าวดึงปลายเชือก ลากเธอเข้ามาในไร่
       “ปล่อยฉัน ไอ้คนบ้า ไอ้คนป่าเถื่อน ปล่อยฉัน”
       ลลิตากับกรวิกวิ่งออกมาดู ต่างก็หัวเราะเยาะเย้ยอนุช แต่พอทั้งสองเหลือบมามองหน้ากันก็ชะงัก ต่างแยกกันรีบเข้าไปทำคะแนนกับกร้าว
       “อากร้าวไม่เป็นไรใช่ไหมคะ นกเป็นห่วงอากร้าว”
       “คุณกร้าวไปจับควายป่ามาได้ด้วยเหรอคะ”
       กร้าวไม่สนใจฟัง ลากอนุชเข้ามา อนุชหมั่นไส้ลลิตา แกล้งเข้ามาเหยียบเท้า ลลิตาเซไปชนกรวิก
       “โอ๊ย นังนุช”
       กรวิกผลักลลิตา
       “ยัยบ้า ล้มมาโดนฉัน”
       ทั้งสองผลักกัน เหมือนจะมีเรื่องกันอีก กร้าวไม่สนใจ ลากอนุชเข้าบ้าน ลลิตากับกรวิกเห็นกร้าวไม่สนใจก็รีบตาม
       “คุณกร้าว...”
       กร้าวตวาด
       “อย่าตามมา”
       ลลิตากับกรวิกชะงักกึก กร้าวดึงอนุชเข้าบ้านไป กรวิกหันมาว่าลลิตา
       “รู้ตัวรึยังว่าน่ารำคาญ”
       ลลิตาย้อน
       “ใครกันแน่ไม่รู้ตัว”
       “อย่ามาทำปากดีนะนังลิ้นสองแฉก ฉันรู้นะว่าหล่อนทำอะไรไว้”
       ลลิตาชะงัก
       “แกรู้อะไร”
       กรวิกยิ้มอย่างเป็นต่อ
       “ก็รู้เรื่องชั่วๆของใครบางคน...แล้วถ้าอากร้าวรู้ต้องสนุกแน่”
       กรวิกเดินยิ้มออกไป ลลิตามองตามอย่างระแวง
      
       กร้าวลากอนุชเข้ามาในโถงบ้าน ชาติ พร้อม ขำต่างก็ออกมาดูด้วยความตกใจ
       “กร้าว นี่มันอะไรกัน” ชาติถาม
       “พาคนก่อเรื่องมารับโทษไงครับ”
       “โธ่ คุณกร้าว ทำไมต้องทำรุนแรงอย่างนี้ด้วย”
       พร้อมจะเข้ามาแก้เชือกให้อนุช กร้าวดุ
       “อย่านะป้าพร้อม ใครจะปล่อยอนุชไม่ได้ นอกจากผม”
       กร้าวทั้งดึงทั้งกระชากอนุชเข้าบ้าน
       “ไป”
       อนุชร้องเจ็บ ชาติไม่พอใจ
       “มันจะมากไปแล้วนะไอ้กร้าว ปล่อยอนุชเดี๋ยวนี้”
       กร้าวไม่ฟังเสียง ลากอนุชเข้าไปในบ้าน
      
       ประตูห้องเปิดออก กร้าวดึงอนุชเข้ามา
       “คุณกร้าว คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยนะ คุณทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้”
       “ไม่ได้เหรอ”
       กร้าวอุ้มอนุชมาโยนลงบนเตียง
       “โอ๊ย จะบ้าเหรอ จะทำอะไร”
       กร้าวรวบขาเธอแล้วมัดด้วยปลายเชือกอีกด้าน อนุชดิ้นไม่ยอม แต่สู้แรงเขาไม่ได้
       “ฉันไม่ใช่นักโทษคุณนะ ปล่อย”
       “อยู่อย่างนี้แหละ จะได้ไม่ไปก่อเรื่องอีก”
       กร้าวออกไป อนุชพยายามดิ้นรนแก้เชือก
      
       กร้าวออกมาจากห้อง ชาติเข็นรถเข้ามา
       “แกทำเกินไปแล้วนะกร้าว ปล่อยนุชซะ”
       “ผมเหรอทำเกินไป” เขาชี้ไปที่ห้อง “เขาต่างหากทำเกินไป เขาเผาไร่ของลุง ทั้งที่เป็นหนี้บุญคุณลุงทุกอย่าง”
       “ฉันนี่แหละเจ้ากร้าว ที่เป็นคนทำ”
       กร้าวอึ้งไป รู้สึกผิดหวัง
       “ลุงรู้เห็นเรื่องที่ไร่โดนเผา...”
       ชาติตัดสินใจยอมรับ
       “เป็นแผนของฉันที่จะให้หนูนุชหนีไปจากที่นี่”
       กร้าวผิดหวังน้ำตารื้น
       “ลุงให้คนเผาไร่ที่ผมตั้งใจฟื้นฟูเพื่อลุง แต่ลุงกลับไม่เห็นค่า ยังเผาทิ้งเพื่อศัตรูอย่างนี้เหรอครับ”
       “ชีวิตคนมีค่ากว่าทรัพย์สมบัตินะกร้าว ทำไมแกไม่เห็นหัวจิตหัวใจหนูนุชบ้าง”
       “ถ้าการเห็นใจ หมายถึงผมต้องลืมสิ่งที่พ่ออนุชทำกับพ่อแม่ผม ผมก็จะไม่เห็นใจใครทั้งนั้น”
       กร้าวโมโหออกไป รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ ชาติจะเปิดประตูเข้าไป แต่ประตูล็อคจากด้านใน เขาทุบประตู
      
       “หนูนุช เป็นอะไรรึเปล่า หนูนุช เปิดประตูให้ป๋า”


  


       อสิตนั่งรอหน้าเครียดอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงรถ เขาพยายามจะลุกไปด้วยความยากลำบาก สักครู่ปรารภก็ประคองอรชาเข้ามา อสิตรีบถามอย่างห่วงใย
      
       “อร...อรเป็นยังไงบ้าง”
       ปรารภพาอรชาเข้ามานั่ง สภาพบาดเจ็บฟกช้ำ อสิตสงสารน้อง
       “โธ่ อร...”
       “อรไม่เป็นไรค่ะ...แต่นุช...”
       ปรารภหันมาบอกอสิต
       “เราช่วยนุชออกมาไม่ได้ครับ”
       อสิตได้ยิน ก็เศร้าใจ ผิดหวัง
      
       ชายธงใส่แจ็คเก็ตเพื่อปิดบังแผลที่โดนยิง เขามีอาการเจ็บแผล แต่กัดฟันทนเดินเข้าไปในบ้านเห็นเธียรนั่งอยู่กับธารินก็ชะงักไป ธารินรีบลุกไปหา
       “พี่ชายธง”
       เธียรหันมองลูกชายหน้าตาไม่พอใจ
       “ไปไหนมา ชายธง”
       “ยังไงผมก็กลับมาแล้ว พ่อจะรู้ทำไมครับ ว่าผมไปไหนมา”
       เธียรบ่นอย่างหัวเสีย
       “เอ๊ะ ไอ้ลูกคนนี้”
       ชายธงรีบเส เดินกลับห้อง ธารินเดินตาม แต่เห็นอะไรบางอย่างที่พื้น เธอก้มลง เอานิ้วแตะขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นเลือด เธออึ้งไปด้วยความตกใจ เธียรหันมาเห็น
       “มีอะไรรึเปล่า หนูริน”
       “ป...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร รินขอไปดูพี่ชายธงหน่อยนะคะ”
       ธารินรีบตามชายธงไป
      
       ชายธงเข้ามาในห้อง จะถอดแจ็คเก็ต แต่เจ็บแผล ต้องกลั้นใจไม่ร้องออกมา ธารินตามเข้ามา
       “พี่ชายธง พี่เป็นอะไรรึเปล่า”
       ชายธงกลั่นใจส่ายหน้า
       “ป...เปล่า พี่ไม่เป็นอะไร”
       “หน้าซีดอย่างเนี้ย อย่ามาหลอกรินนะ”
       ธารินเข้ามาจับแขนของเขาคาดคั้น เลยโดนเอาแผล
       “โอ๊ย”
       ธารินตกใจ
       “พี่ชายธงเป็นอะไร”
       เธอรีบช่วยเขาถอดแจ็คเก็ตเห็นแผลที่โดนยิงที่มีผ้าพันไว้ เลือดไหลซึมมาก ธารินยิ่งตกใจ
       “พี่ชายธงเป็นอะไร ทำไมเลือดออกขนาดนี้”
       “อย่าเสียงดังสิริน เดี๋ยวคุณพ่อได้ยิน”
       ธารินทั้งห่วงทั้งโมโห
       “พี่ชายธง เล่ามาเดี๋ยวนี้”
       “พี่ถูกยิง”
       ธารินตาเบิกโพลง
       “ห๋า...พี่ชายธง มันเกิดอะไรขึ้น”
       “แล้วพี่จะเล่าให้ฟัง รินช่วยเอาผ้ามาพันแผลให้พี่ใหม่ที”
       “รินว่าพันไม่อยู่หรอก พี่ชายธงไปหาหมอเถอะ”
       “ไม่ได้นะริน คุณพ่อจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่”
       ธารินเป็นห่วงเขาได้แต่หนักใจ
      
       ขำวิ่งเข้ามาที่ชาติกับพร้อมรออยู่ พร้อมเร่ง
       “เร็วสินังขำ”
       ขำรีบนำกุญแจมาไขห้อง...อนุชพยายามแก้มัดอยู่ ชาติ พร้อม ขำเข้ามา เห็นสภาพก็ตกใจ พร้อมร้องออกมา
       “ตายแล้ว คุณนุช”
       ขำอึ้งไป
       “ทำไมคุณกร้าวทำกับคุณนุชอย่างนี้คะ”
       ชาติถอนใจเครียด
       “ไม่ต้องถาม รีบไปแก้เชือกให้หนูนุช”
       พร้อมกับขำไปช่วยกันแก้เชือก อนุชร้องเจ็บ
       “โอ๊ย...”
       “เบามือสินังขำ”
       พร้อมเห็นข้อมืออนุชแดงและมีรอยเชือกบาดก็มองอย่างสงสาร
       “โถ...คุณนุชของป้า คุณนุชโดนเชือกบาดแดงหมดเลยค่ะคุณท่าน เดี๋ยวพร้อมไปเอายาก่อนดีกว่า”
       ชาติเป็นห่วง
       “ไป รีบไป”
       พร้อมออกไป มืออนุชหลุดจากเชือก ช่วยกันกับขำแก้เชือกที่ข้อเท้า ขำบ่นๆ
       “ผูกซะแน่นเลยค่ะ”
       ทันใดนั้นไม่ กร้าวก็กลับเข้ามาพร้อมโซ่เส้นหนึ่ง อนุชเพิ่งแก้เชือกเสร็จ กร้าวเอาโซ่คล้องแทน อนุชดิ้นหนี กร้าวจับขาขวาอนุชไว้
       “อย่านะคุณกร้าว”
       ขำตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ชาติตวาด
       “ไอ้กร้าว พอที แกบ้าไปแล้วเหรอ”
       กร้าวไม่ฟังเสียงใคร คล้องกุญแจล่ามโซ่ อนุชร้องลั่น
       “โอ๊ย คุณกร้าว ปล่อยฉันนะ”
       ชาติพยายามเข็นรถเข้ามาดึงกร้าว
       “หยุดเดี๋ยวนี้ ไอ้กร้าว”
       กร้าวเอาโซ่อีกด้านไปคล้องกับเตียง อนุชตามมาทุบตี
       “ปล่อยนะคุณกร้าว อย่าทำกับฉันแบบนี้ ฉันไม่ใช่สัตว์นะ”
       ชาติเข้ามาช่วยดึงกร้าว
       “หยุดทำบ้าๆซะที”
       กร้าวไม่สะเทือน ไม่ฟังเสียงใคร ล็อคกุญแจเสร็จ อนุชโดนล่ามขากับเตียง กร้าวหันมาบอกชาติแบมือ เห็นกุญแจอยู่ในมือ
       “อยากปล่อยอนุชก็มาฆ่าผม แล้วเอากุญแจไป”
       กร้าวเดินออกไป ชาติโมโหมาก
       “ไอ้กร้าว กลับมานะ กลับมา”
       กร้าวไม่ฟังเสียง เดินออกจากห้องแล้วปิดประตู
      
       อนุชพยายามถอดโซ่ ขำเข้ามาช่วย

      
       กร้าวออกมา เจอพร้อมที่วิ่งนำขวดยาใส่แผลกับห่อสำลีเข้ามา พร้อมชะงักไป กร้าวเห็นยาใส่แผลก็ยึดไว้ พร้อมอึ้ง
      
       “คุณกร้าว”
       “อนุชทำตัวเอง ป้าพร้อมไม่จำเป็นต้องไปดูแลเขา”
       “แต่ที่ป้าเห็น คุณกร้าวเป็นคนทำคุณนุชนะคะ”
       “ถ้าเขายอมกลับมาดีๆก็ไม่ต้องเจ็บ”
       “ยอมกลับมาโดนทรมานอย่างนี้ใครจะยอมมาคะ อย่างน้อยทำเขาเจ็บแล้วก็น่าจะยอมให้ป้าใส่ยาเขา”
       กร้าวฉุน
       “ทุกคนทำดีกับอนุช เป็นห่วงแต่ศัตรู ลืมแล้วเหรอครับว่าพ่อเขาเคยทำอะไรกับพ่อแม่ผม”
       กร้าวน้ำตารื้น พร้อมพูดไม่ออก กร้าวขว้างขวดยาทิ้งแล้วเดินออกไป
      
       อนุชไม่สามารถถอดโซ่ออกได้ ขำเป็นห่วง
       “พอเถอะค่ะคุณนุช ข้อเท้าคุณนุชแดงหมดแล้ว”
       อนุชถอดใจ พร้อมเข้ามา
       “คุณกร้าวไม่ยอมให้เอายามาค่ะ”
       “ไม่เป็นไรจ้ะป้าพร้อม นุชไม่ได้เป็นอะไรมาก”
       ชาติโกรธมาก
       “ไอ้กร้าวมันไม่น่าทำขนาดนี้”
       “ช่างเถอะค่ะป๋า เราทำอะไรไม่ได้แล้ว”
       “พร้อม ขำ ไปหาอะไรร้อนๆมาให้คุณนุชทานไป”
       พร้อมกับขำรับคำแล้วออกไป อนุชเห็นสองคนออกไปแล้วก็หันมาถามชาติ
       “ป๋าคะ...พ่อนุช...โกงพ่อคุณกร้าวจริงๆเหรอคะ”
       ชาตินิ่งไป ก่อนจะพยักหน้ารับ ถอนใจเล่า
       “ตอนนั้นกร้าวยังไม่สิบขวบดี แต่ต้องมาเห็นสภาพของพ่อแม่ที่หัวใจบอบช้ำ แทบไม่เป็นผู้เป็นคน...หัวใจของเด็กสิบขวบที่ต้องมาเห็นแม่ฆ่าตัวตาย ทนอยู่กับพ่อที่มีสภาพเหมือนไร้วิญญาณ”
       อนุชฟังชาติเล่า อย่างคาดไม่ถึง
       “เขาอยากประคับประคองครอบครัว แต่ด้วยวัยที่ยังเด็กนักก็เลยทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่เห็นพ่อตัวเองตรอมใจกับความทุกข์สาหัส ก่อนที่จะตายตามแม่ไป หัวใจของเจ้ากร้าว มันอ่อนแอกว่าที่เห็นภายนอกมากนัก”
       อนุชได้ยินเรื่องวัยเด็กของกร้าว นึกสะท้อนใจ ชาติหันมองอนุช
       “เจ้ากร้าวมันรักหนูนะ”
       อนุชอึ้ง
       “อ...อะไรนะคะ”
       “ที่เขาทำร้ายหนู ก็เพราะเขารักหนู จนรู้สึกผิดต่อพ่อแม่”
       อนุชส่ายหน้าไม่เชื่อ
       “ไม่จริงค่ะป๋า ที่เขาทำ เพราะเขาเกลียดนุช”
       “หนูลองคิดดูสิ ทำไมเขาเลือกที่จะแต่งงานกับหนู เลือกที่จะจับตัวหนูมา แทนที่จะเป็นหนูอร”
       “เพราะเขาเกลียดนุชมากกว่าพี่อรน่ะสิคะ นุชไม่เชื่อหรอกค่ะว่าคุณกร้าวจะมีหัวใจไว้รักใคร เขาทำเพราะความแค้น นุชขอให้เขาระบายความโกรธ เกลียดลงที่นุชให้หมด เรื่องนี้จะได้จบเสียที”
       ชาติมองอนุชอย่างหนักใจ
      
       ธารินทำแผลให้ชายธงเสร็จแล้ว ประคองเขาลงนอน เขาจับมือเธอไว้
       “ริน เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมมือสั่น”
       ธารินเสียงสั่น
       “ริน...รินกลัวพี่ชายธงเจ็บ...ริน กลัวเลือด ริน...อยากอาเจียน”
       ชายธงพยุงตัวลุกขึ้น เอื้อมไปที่กล่องยา
       “พี่ชายธงจะเอาอะไร บอกรินสิ”
       ชายธงหยิบยาดมออกมาส่งให้
       “พยาบาลจะเป็นลมซะละ ดมยาดมก่อน”
       ธารินรับไปเปิดดม มองหน้าเขา แล้วทั้งสองก็หัวเราะกันเบาๆ
      
       เช้าวันใหม่...กร้าวออกมาจากในบ้าน ลลิตาวิ่งตามมา
       “คุณกร้าว จะไปไหนคะ ลิต้าไปด้วย”
       “ผมจะไปดูที่เกิดเหตุเมื่อวานหน่อย เผื่อเจอร่องรอยเบาะแสอะไรมากขึ้น”
       ลลิตาหน้าตื่น หาทางโยนความผิด
       “เหตุการณ์มันชัดออกอย่างนั้น ยังจะหาเบาะแสอะไรอีกล่ะคะ”
       กร้าวมองหน้า
       “หมายความว่าไง”
       “ก็ทั้งหมดมันเป็นฝีมืออนุช”
       กร้าวนิ่งอึ้งไป ลลิตารีบใส่ไฟ
       “อนุชคงหาทางทำทุกอย่างเพื่อหนีไปหาชายธง ถึงขนาดเผาไร่ แล้วยังจะพาพวกคนถืออาวุธเข้ามาทำร้ายใครต่อใคร”
       กร้าวส่ายหน้า
       “ไม่ใช่...คนพวกนั้นต้องการทำร้ายอนุชด้วยซ้ำ”
       “ก็คงขัดผลประโยชน์กันน่ะสิคะ”
       คณิตเข้ามา จงใจกัดลลิตา
       “เรื่องนี้ต้องมีคนได้ประโยชน์แน่ครับ...แต่คงไม่ใช่คุณนุช”
       กร้าวหันไปหา
       “แกหมายถึงใคร”
       คณิตหันมอง ลลิตาอย่างมีนัย เธออึกอัก ไม่รู้ว่าคณิตรู้อะไร
      
       กร้าว คณิต ลลิตานั่งรออยู่ในบ้าน ลลิตาร้อนใจ กรวิกเข้ามา
       “อากร้าวให้ตามนก มีอะไรเหรอคะ”
       “เมื่อวานนกเป็นคนบอกให้คณิตมันตามไปช่วยอาใช่ไหม”
       กรวิกหวั่นใจ กลัวความผิดที่รู้เรื่องแต่ปกปิดเสียนานกว่าจะบอกคณิต เธอจำใจรับ
       “ค่ะ”
       คณิตมองหน้า
       “คุณบอกอีกทีสิครับ ว่าคุณรู้ได้ยังไงว่าจะมีคนไปทำร้ายคุณนุช”
       ลลิตาหน้าเครียด
       “นกได้ยินคนสั่งการค่ะ”
       กร้าวถามเสียงเข้ม
       “ใคร”
       กรวิกเหลือบสายตามองที่ลลิตา
       “นี่ อย่ามาโยนให้ฉันนะ แกมีหลักฐานอะไร” ลลิตาโวยทันที
       กรวิกยิ้มหยัน
       “ใช่ ฉันไม่มีหลักฐาน ก็ใครจะเล่ห์เหลี่ยมทันเธอล่ะ”
       “ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหากันลอยๆ”
       กรวิกหันไปหากร้าว
       “งั้นนกขอเล่าอะไรลอยๆอีกหน่อยนะคะอากร้าว ที่นกได้ยินมานอกจากแม่นี่จะหาทางกำจัดนุช ยึดตำแหน่งเมียอากร้าวแทนนุชแล้ว มันยังจะหาทางฮุบสมบัติอากร้าวด้วย”
       “หุบปากเน่าๆของแกเดี๋ยวนี้นะ”
       ลลิตาจะเข้าไปทำร้ายกรวิก แต่กร้าวดึงไว้
       “ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมต้องร้อนตัวด้วย”
      
       กรวิกเยาะ


  


       ลลิตาหน้าเสียหนัก รีบเข้ามานั่งข้างกร้าว กอดแขนประจบ
      
       “ลิต้าไม่ได้ร้อนตัวนะคะคุณกร้าว แต่ลิต้าทนไม่ได้ที่จะให้ใครมากล่าวหาลิต้าแบบนี้ คุณกร้าวคิดดูสิคะ ลิต้าเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึง จะไปหามือปืนมาจากไหน”
       กรวิกสวนทันที
       “สามีเก่าหล่อนไง”
       ลลิตาโมโห
       “นี่...ฉันทนมามากแล้วนะ ถ้าเงียบเองไม่ได้ ฉันจะตบหมาออกจากปากแก”
       คณิตมองหน้าลลิตา
       “ผมว่าคุณเลิกข่มขู่คุณนกซะทีดีกว่า เพราะฟังแล้วเหมือนคุณกำลังหาทางปิดปากพยาน”
       “ลิต้าไม่แปลกใจหรอกนะ ที่หมอจะเข้าข้างยัยนี่ ก็เห็นหมอมองยัยนกแร้งนี่ตาเยิ้มขนาดนั้น”
       กร้าวขัดขึ้น
       “เลิกพาลคนอื่นซะทีลิต้า...ผมว่าคราวนี้คุณทำแรงไป”
       “นี่คุณกร้าวเชื่อมันมากกว่าลิต้าเหรอคะ”
       “ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะลิต้า ใครจริงใครหลอก ผมพอดูออก”
       “นี่คุณกำลังจะบอกว่าลิต้าหลอกคุณ หาทางกำจัดยัยนุชแล้วก็ฮุบสมบัติคุณจริงๆงั้นเหรอคะ”
       กร้าวจ้องหน้า
       “ถ้ามีโอกาส ทำไมคุณจะไม่ทำ”
       กรวิกยิ้มเย้ย ลลิตาหน้าเสียทำเป็นโกรธกลบเกลื่อน
       “คุณดูถูกลิต้าเกินไปแล้วนะ คุณกร้าว”
       “ใช่...ผมก็ว่าผมดูไม่ผิด คุณขายบ้านมโนรมย์ ขายกิจการของรัตนกิจจนเกลี้ยง คุณหลอกสามีเก่าอย่างอสิตได้ ทำไมจะหลอกผมไม่ได้”
       ลลิตายังเถียง
       “เพราะลิต้ารักคุณ ลิต้าไม่เคยรักสิต”
       กรวิกเบ้หน้า
       “ใครเชื่อยัยคนนี้ นกว่าคงมีเขางอกออกมานะคะอากร้าว”
       “ฉันหมดความอดทนกับแกแล้วนะ”
       ลลิตาโผเข้าตบ กรวิกไม่ทันตั้งตัวโดนตบ เธอโกรธมากตบกลับเอาคืน สองสาวตบกัน คณิตเข้าห้าม
       “อย่า คุณนก คุณลิต้า”
       สองสาวไม่ฟัง ตบกันนัว คณิตห้ามไม่อยู่ กร้าวตวาดเสียงดัง
       “พอซะที ทั้งสองคนนั่นแหละ”
       สองสาวชะงัก
       “ลิต้า ผมขอให้คุณออกไปจากที่นี่”
       กร้าวเดินออกไป ลลิตาอึ้งค้าง กรวิกยิ้มสะใจ คณิตมองอย่างตำหนิ แต่กรวิกไม่สน
      
       กร้าวเดินหนีมา ลลิตาตามง้อ
       “คุณกร้าว อย่าไล่ลิต้าเลยนะคะ ลิต้าไม่มีที่ไปแล้ว”
       กรวิกจะตามเข้ามา แต่คณิตดึงไว้ ให้ดูอยู่ห่างๆ
       “ผมไม่ใช่พวกอาชญากรนะลิต้า คุณเล่นจ้างมือปืนเข้ามาแบบนี้ ผมรับไม่ได้”
       “ทีพวกยามเฝ้าไร่คุณยังมีปืนเลย มันไม่สำคัญหรอกค่ะ แค่เรารู้ว่าเราควบคุมคนของเราได้”
       “คุณยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าคุณให้คนมาทำร้ายอนุชจริงๆ”
       “แต่ลิต้ามั่นใจว่าลิต้าคุมคนของลิต้าได้ ไม่ให้มันทำอะไรคุณ”
       “คำสารภาพของคุณมันเกินพอแล้ว ไปเถอะลิต้า อย่าให้ผมไล่ซ้ำเลย”
       ลลิตาเข้าไปยื้อ กอดแขนเขาไว้
       “คุณกร้าว อย่าไล่ลิต้าเลยนะคะ ลิต้าผิดไปแล้ว”
       กรวิกกับคณิตแอบมองอยู่ กรวิกหัวเสีย จะเข้าไปจัดการคณิตดึงไว้
       “อย่าให้เรื่องยิ่งบานปลายดีกว่า เขากำลังจะไปแล้ว”
       “แต่นังนั่น...”
       “กร้าวไม่ยอมให้เขาอยู่ที่นี่ต่อหรอก เชื่อผม”
       กร้าวดึงแขนออก แต่ลลิตามือเหนียวราวหนวดปลาหมึก เขาเริ่มรำคาญ
       “ลิต้า...”
       “อย่าไล่ลิต้าเลยนะคะคุณกร้าว”
       “ปล่อยผม”
       ลลิตาไม่ปล่อย
       “คุณกร้าว...”
       “ปล่อย”
       กร้าวสะบัดแขนออกอย่างแรง ทำให้ลลิตาเสียหลักล้มลง
       “คุณกร้าว”
       “คุณจะออกไปดีๆไหม”
       ลลิตาโมโห
       “อ๋อ...ใช่ซี่ ลิต้าหมดประโยชน์แล้ว คุณได้นังนุชมากกไว้ที่นี่ก็เลยจะเฉดหัวลิต้า”
       “ถ้าคุณไม่ก่อเรื่องคุณจะโดนไล่ไหม หัดดูตัวเองบ้าง ลิต้า”
       “ใช่ ลิต้ารู้สำนึกแล้วว่าดันไปแตะนังนุชของคุณ คุณเลยยกโทษให้ลิต้าได้ ที่แท้คุณก็ดันไปรักคนที่คุณจะล้างแค้น”
       กรวิกถลาเข้ามา คณิตห้ามไว้ไม่ทัน
       “จริงเหรอคะอากร้าว อากร้าวรักนุชจริงเหรอคะ”
       กร้าวจ้องลลิตา
       “เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปจากที่นี่ซะ”
       ลลิตายิ้มหยัน
       “เอ้า จะรีบไล่ทำไมคะ ตอบคำถามแม่นกน้อยของคุณก่อนซี่ ว่าคุณรักนังนุชใช่ไหม”
       “ผมไม่ได้รักเขา”
       “ไม่รักแล้วทำไมลิต้าแตะต้องไม่ได้ ลิต้าฆ่ามันก็เท่ากับกำจัดศัตรูของคุณ แล้วทำไมคุณต้องโกรธลิต้า”
       “เพราะอนุชเป็นหนี้แค้นผม ผมคนเดียวมีสิทธิแก้แค้น คนอื่นจะทำอะไรอนุชไม่ได้”
       “เหตุผลฟังขึ้นนะคะ แก้แค้นโดยการใช้หนี้ร้อยล้านให้พามาเลี้ยงดู ให้อยู่ใกล้ชิด...เมื่อไหร่คุณจะล้างแค้นลิต้าบ้างคะ”
       กรวิกหน้าเสีย
       “นี่หมายความว่าอากร้าวรักนุชจริงๆใช่ไหมคะ”
       กร้าวยิ่งรู้สึกเสียหน้า กรวิกมองอย่างใจเสีย คณิตเองก็สงสัย กร้าวทนไม่ได้
       “บอกว่าไม่ได้รักก็ไม่ได้รักสิ เลิกถามเซ้าซี้ซะที”
       ลลิตายิ้มเย้ย
       “ไงคะ โดนจี้ใจดำ ต้องถึงกับโมโหกลบเกลื่อนเลยเหรอคะ”
       กร้าวหมดความอดทน ดึงลลิตาออกไป
       “พอกันที”
       “โอ๊ย คุณกร้าว จะพาลิต้าไปไหม ลิต้าเจ็บนะ”
      
       กรวิกกับคณิตรีบตามออกไป


  


       กร้าวทั้งดึงทั้งลากลลิตาออกมาหน้าบ้าน แล้วจับเหวี่ยงออกไป จนลลิตาเซถลาล้มลงที่พื้น
      
       “ออกไปจากที่นี่”
       “ลิต้าไม่ไป”
       ลลิตาจะวิ่งกลับเข้ามา กร้าวรวบตัวไว้ ลลิตาดิ้น
       “ลิต้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ปล่อยลิต้านะ”
       กรวิกกับคณิตตามออกมาดู กรวิกด่าทอลลิตา
       “หน้าด้าน เขาไล่แล้วไม่ไป”
       “เออ ฉันหน้าด้าน ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”
       กร้าวตะโกนเรียก
       “ใครอยู่แถวนี้ มาเอาตัวแม่นี่ออกไป”
       พร้อมเข็นรถชาติออกมาดู
       “เอะอะโวยวายอะไรกัน”
       กรวิกสะใจ
       “อากร้าวกำลังไล่หมาบ้าออกจากบ้านน่ะค่ะ”
       พร้อมถากถาว
       “ก็ดีนะคะ หมาบางตัวเลี้ยงไว้ยังได้ใช้ประโยชน์ แต่หมาบ้ามันกัดไม่เลือก ไล่ออกไป บ้านจะได้สงบขึ้นบ้าง”
       พวกคนงานกับยามเข้ามา กร้าวสั่งเสียงเข้ม
       “เอาตัวออกไป”
       กร้าวส่งตัวลลิตาให้คนงานกับยาม ลลิตาดิ้น ไม่ยอม
       “ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกมือสกปรก ฉันบอกให้ปล่อย”
       ลลิตาเหลือบเห็นยามมีปืนพกอยู่ด้วย เธอยิ่งดิ้นแรง คนงานยื้อไม่ไหว เลยเหวี่ยงออกไป ลลิตากระเด็นออกมา ล้มฟุบนิ่งอยู่ที่พื้น ชาติเป็นห้วง
       “เป็นอะไรรึเปล่า”
       พวกคนงานเข้าไปพยุง ทันใดนั้นลลิตาลืมตาขึ้นมา เข้าแย่งปืนพกที่เอวยามแล้วเล็งปืนกราดไปทั่ว
       “อย่าเข้ามานะ”
       ทุกคนชะงักตกใจ คาดไม่ถึง ลลิตาวิ่งสวนกลับเข้ามาในบ้าน ผลักรถเข็นชาติล้ม พร้อมตกใจ
       “คุณท่าน”
       “คณิต ฝากดูลุงชาติด้วย”
       กร้าววิ่งตามลลิตาเข้าไป
       “ลิต้า จะทำอะไร”
       ลลิตายิงขู่ไปหนึ่งนัด
       “อย่าตามมานะ”
       อนุชได้ยินเสียปืนก็ตกใจ
       “เสียงอะไร”
       ไม่ทันขาดคำ ลลิตาก็ผลุบเข้ามาในห้อง กร้าวตามมาดันประตูไว้ ลลิตาจะดันปิด แต่สู้แรงเขาไม่ได้ อนุชเห็นปืนในมือลลิตาก็ตกใจ
       “พี่ลิต้า...”
       กร้าวกระแทกอย่างแรง ลลิตากระเด็นออกมา ปืนหลุดมือ ตกอยู่ที่พื้น อนุช กร้าว และลลิตามองปืนเป็นตาเดียวกัน อนุชได้สติก่อน โผเข้าแย่งปืน ลลิตาตามมายื้อไว้ได้ กร้าวจะเข้ามาช่วย ปืนลั่นหนึ่งนัด เขากระโดดหลบแล้วตั้งตัวได้ จะโผเข้าไปดึงแต่ช้าไป ลลิตาแย่งปืนจากอนุชมาได้ ล็อคคอไว้
       “อย่าเข้ามานะ”
       กร้าวชะงัก อนุชหน้าตื่น
       “พี่ลิต้าจะทำอะไร”
       ลลิตาตวาด
       “หุบปากนะนังนุช แกไม่มีสิทธิมาคุยกับฉัน”
       กร้าวพยายามห้าม
       “ลิต้า อย่าทำอะไรโง่ๆนะ”
       “คุณบีบให้ลิต้าจนตรอกเองนะคุณกร้าว”
       “นี่เป็นเรื่องระหว่างคุณกับผม อนุชไม่เกี่ยว”
       “ไม่เกี่ยวเหรอ นังนี่น่ะ ตัวดีเลย ถ้าลิต้าไม่จ้างคนมาทำร้ายมันมีเหรอคุณจะโกรธจนไล่ลิต้าออกจากบ้าน”
       อนุชได้ยินก็อึ้งไป หันมองสบตากับเขา กร้าวพูดไม่ออก ลลิตาแค้นใจ
       “คุณยิ่งห่วงมัน ลิต้ายิ่งอยากให้มันตาย”
       “ผมไม่ได้ห่วง ผมบอกคุณแล้ว แก้แค้นวิชเวทย์เป็นหน้าที่ผม คนอื่นไม่เกี่ยว”
       “คุณโกหกใครอยู่กันแน่ โกหกอนุช หรือโกหกตัวเอง”
       กร้าวนิ่งอึ้งไป อนุชสวนขึ้น
       “พี่ลิต้าจะหึงหวงคนอย่างเขาก็ตามสบาย ทำไมต้องดึงนุชเข้ามาเกี่ยวด้วย”
       “เพราะเขารักแกไงนังนุช ถ้าไม่มีแกสักคนทุกอย่างก็ต้องรวมทั้งตัวคุณกร้าวด้วย”
       “ผมขอบอกว่าคุณเข้าใจผิดอย่างแรง ผู้หญิงคนนี้ไม่มีผลกับความรู้สึกผมแม้แต่น้อย”
       อนุชได้ยิน อึ้งไป รู้สึกเสียใจลึกๆ กร้าวมองลลิตา
       “แต่ถ้าคุณอยากดับอนาคตตัวเองด้วยเรื่องโง่ๆ ผมก็ห้ามไม่ได้ จะทำอะไรก็เชิญตามสบาย”
       กร้าวแกล้งหันหนี ทำไม่สนใจ ลลิตางงว่าจริงหรือหลอก ทันใดนั้นกร้าวก็กระโจนเข้ามาแย่งปืนลลิตาปืนลั่นอีกหนึ่งนัด อนุชก้มหลบอย่างตกใจ ลลิตาสู้แรงเขาไม่ได้ โดนแย่งปืนไป
       “คุณกร้าว”
       กร้าวเงื้อมือจะตบลลิตา อนุชห้ามไว้
       “อย่า คุณกร้าว”
       กร้าวกับลลิตาหันมอง คิดว่าอนุชไม่ถือโทษ แต่แล้วอนุชกลับพูดขึ้นเสียงเข้ม
       “ฉันเอง”
       ทันใดนั้น อนุชตบหน้าลลิตาฉาดใหญ่ด้วยความโมโห
      
       “อย่าถือว่าชีวิตคนอื่นเป็นแค่ผักปลา จะทำอะไรกับใครก็ได้ ถ้าเห็นว่าชีวิตตัวเองมีค่า ชีวิตคนอื่นก็มีค่าเหมือนกัน”


  


       ลลิตาโดนโยนออกมาที่หน้าบ้านอีกครั้ง แต่พอตั้งหลักได้ ก็จะลุกขึ้นมา คนงานเข้ามาล็อคตัวไว้ กร้าวสั่งพวกคนงานที่มาออดูกันอยู่
      
       “ต่อไปนี้ห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาในเขตไร่ ใครเห็นให้ไล่ออกไปทันที จะใช้วิธีไหนก็ได้”
       ลลิตาอึ้งตะลึงคาที่
       “คุณกร้าว คุณทำอย่างนี้กับลิต้าไม่ได้นะ”
       “เสียใจลิต้า ผมทำไปแล้ว”
       ลลิตาแค้น
       “ได้...งั้นอย่าหวังเลยว่าจะอยู่ดีมีสุข ฉันจะเป็นพยานให้พวกสิต เอาคุณเข้าคุก”
       กร้าวหน้านิ่ง เดินเข้ามาหาลลิตา
       “รู้ไหมลิต้า...” เขาตวาดใส่หน้า “ผมไม่แคร์ อยากทำอะไรก็เชิญ” เขาหันไปสั่งคนงาน “เอาตัวออกไปได้แล้ว”
       กร้าวพูดจบก็หันกลับเข้าบ้าน คนงานลากลลิตาที่ดิ้น ไม่ยอมออกไป
       “คุณกร้าว กลับมาก่อน คุณจะทำแบบนี้กับลิต้าไม่ได้ คุณกร้าว กลับมา”
       ลลิตาดิ้นหลุดจากคนงาน จะวิ่งเข้ามาในบ้าน กรวิกออกมา พร้อมถังน้ำ สาดน้ำใส่ลลิตาเปียกไปทั้งตัว
       กรวิกยิ้มกวน
       “หายบ้าหน่อยไหม”
       ลลิตาโกรธ
       “แก อีนกแร้ง”
       “ช่วยไม่ได้ ก็อากร้าวบอกเองว่าจะใช้วิธีไหนไล่หมาบ้าอย่างเธอก็ได้”
       “แกอย่าอยู่เลย”
       ลลิตาจะเข้ามาทำร้ายกรวิก คนงานดาหน้าเข้ามาขวาง หน้าเหี้ยม ลลิตาชะงัก
       “พวกเรา ได้ยินใช่ไหม อากร้าวบอกว่าใช้วิธีไหนไล่นังนี่ก็ได้”
       ลลิตามองคนงานอย่างกลัวๆ คนงานก้าวเข้าหาลลิตาอย่างข่มขู่ ลลิตาตื่นกลัว
       “อย่าเข้ามานะ” เธอถมน้ำลายใส่ “ถุย อย่าเข้ามานะ”
       พวกคนงานก้าวเข้าหา ลลิตาจนแต้ม วิ่งหนีออกไป กรวิกยืนหัวเราะอย่างสะใจ
      
       คณิตออกมามุมหนึ่งในบ้านพักของชาติ กร้าวหันมาถาม
       “ลุงชาติเป็นไงมั่ง”
       “แค่ฟกช้ำนิดหน่อย ไม่เป็นไรมาก”
       กร้าวโล่งใจ
       “ค่อยยังชั่วหน่อย”
       “กร้าว ลุงแกอายุมากแล้วนะ แกน่าจะหาเรื่องเครียดๆมาให้ท่านน้อยกว่านี้”
       “เรื่องวันนี้มันสุดวิสัยจริงๆ แต่ยังไงฉันก็ไล่ลลิตาออกไปแล้ว”
       “มันไม่ใช่แค่เรื่องวันนี้นะกร้าว แต่การล้างแค้นของแก มันทำให้ลุงชาติไม่สบายใจ เมื่อไหร่แกจะจบเรื่องนี้ซักทีวะ”
       กร้าวเครียดไป ไม่มีคำตอบ
      
       กร้าวเข้ามาที่หน้าห้องอนุชอย่างลังเลเห็นประตูแง้มอยู่ เขาผลักเบาๆ แอบมองเข้าไปเห็นอนุชอยู่กับขำที่ตื่นตกใจ
       “คุณลิต้าจะเข้ามายิงคุณนุชเหรอคะ”
       อนุชพยักหน้าอย่างเหนื่อยๆ
       “โถคุณนุช จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ โดนล่ามโซ่อย่างนี้ดีนะคะ คุณกร้าวมาช่วยคุณนุชไว้ทัน”
       “ดีเหรอขำ อย่าลืมสิ คนที่ล่ามนุชไว้นี่ก็คือคุณกร้าวนะถ้านุชตาย ก็ฝีมือเขานั่นล่ะ”
       กร้าวที่แอบมองอยู่ รู้สึกผิด
      
       ชายธงนอนอยู่ที่เตียง ค่อยๆรู้สึกตัวพยุงตัวลุกขึ้นมองเห็นธารินนอนฟุบหน้าอยู่ข้างเตียงก็ชะงัก
       “ริน...”
       ธารินสะดุ้งตื่น
       “พี่ชายธงเป็นอะไร ลุกขึ้นมาทำไม จะเอาอะไรบอกรินสิ”
       ชายธงมองเห็นอ่างน้ำ ผ้าขนหนู
       “เช็ดตัวให้พี่จนผล็อยหลับอยู่นี่เลยเหรอ”
       “ก็รินทำอะไรไม่ถูก พี่ชายธงตัวร้อนมากเลย รินกลัวพี่จะช็อคไป”
       ชายธงยิ้ม
       “ขอบใจนะ”
       “พี่ชายธงหิวรึเปล่า ไม่ได้กินอะไรเลย”
       ชายธงยิ้มๆ
      
       ธารินยกชามข้าวต้มมาป้อนชายธงอย่างเป็นห่วง
       “ระวังร้อนนะคะ ค่อยๆเคี้ยวนะ”
       ชายธงหัวเราะ
       “พี่โตแล้วนะริน ไม่ต้องห่วงพี่ขนาดนั้น”
       “คนป่วยก็เหมือนเด็กนั่นแหละ พี่ชายธงไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าพี่ชายธงไม่ยอมให้รินดูแล รินจะไปฟ้องคุณลุง”
       ชายธงยิ้มๆ พยักหน้ารับ ธารินตักข้าวต้มอีก แต่ท้องร้องเสียเอง ชายธงชะงัก
       “ท้องร้องเหรอ”
       ธารินยิ้มแหยๆ
       “มัวแต่กังวลเรื่องอาการพี่ชายธง รินเลยลืมกินข้าว”
       ชายธงมองธารินอย่างซึ้งในน้ำใจ เธอจะป้อนต่อ แต่เขารับช้อนมาด้วยมือข้างที่ไม่โดนยิง แล้วยื่นช้อนให้ ธารินมองงง
       “กินสิ พี่จะป้อนให้รินบ้าง”
       ธารินยังอึ้งๆ
       “เดี๋ยวไม่มีแรงไปฟ้องพ่อพี่นะ”
      
       ธารินยิ้ม ยอมกิน ทั้งสองยิ้มให้กัน

      
       ทางด้านอสิตอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในบ้าน เขานั่งดูรูปถ่ายพ่อแม่ พูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
      
       “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ก็คงเหลือทางเดียวที่ผมจะช่วยน้องได้”
       เขามองปืนกระบอกหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ
       “ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ”
      
       ขณะที่กร้าวกำลังนั่งตอบอีเมล์เรื่องงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทันใดนั้น มือถือของเขาดังขึ้น อสิตพูดสาย
       “ผมเอง อสิต ผมอยากเจรจากับคุณเรื่องอนุช”
       “คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองงั้นเหรอ”
       “ผมรู้ว่าสิทธิ์ผมหมดไปนานแล้ว แต่ผมอยากเจรจากับคุณตัวต่อตัว แบบลูกผู้ชาย”
       “ไม่จำเป็น”
       “ทำไม หรือว่าพวกศุภกาญจน์ดีแต่รังแกผู้หญิง”
       กร้าวไม่พอใจ
       “อย่าคิดว่าคนอื่นจะสันดานเหมือนพ่อคุณ”
       “งั้นกลัวอะไร”
       “ก็ดี ผมอยากรู้เหมือนกันว่าจะมาไม้ไหนอีก”
       กร้าวยิ้มเยาะ
      
       ด้านอรชากำลังจัดบ้านอยู่ ทันใดนั้น มือก็เผลอไปโดนกรอบรูปตกลงพื้น เธอหยิบรูปขึ้นมาดู เห็นรูปอสิตแตกเป็นเสี่ยงๆ อรชาตกใจ
       “พี่สิต”
       อรชารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ได้ จึงเดินตามหาอสิต แหวนเดินสวนมาพอดี
       “เห็นคุณสิตมั้ยแหวน”
       “คุณสิต เพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เองค่ะคุณอร”
       “ไปไหน”
       “คุณสิตไม่ได้บอกค่ะ”
       อรชาเป็นห่วงอสิตมาก ตัดสินใจโทร.หาพี่ชาย จังหวะเดียวกันนั้นปรารภก็เดินเข้ามาพอดีถามด้วยความสงสัย
       “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณอร”
       อสิตไม่ยอมรับสาย อรชาบอกปรารภ
       “พี่สิตออกไปไหนก็ไม่รู้ โทร.ไปก็ไม่ยอมรับสาย อรสังหรณ์ใจไม่ดีเลยค่ะ”
       “คุณสิตเอามือถือไปหรือเปล่า”
       “คิดว่านะคะ”
       “ลองใช้โปรแกรมติดตามเครื่องดูสิครับ”
       อรชาทำตามคำแนะนำของเขาแล้วหันมาตอบด้วยความดีใจ
       “เจอแล้วค่ะคุณรภ”
       หน้าจอมือถือเห็นสัญญาณติดตามเครื่องแสดงผลว่าอสิตไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ
       “พี่สิตไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ไปไหน”
       ปรารภจำได้
       “นั่นมันทางไปไร่ทานตะวันนี่ครับ”
       อรชาตกใจ
       “พี่สิตไปทำไม”
       อรชาถามปรารถด้วยความสงสัยและหวั่นวิตก
      
       ปากทางเข้าไร่ทานตะวัน...กร้าวเดินมาหาอสิตที่นั่งรถเข็นรออยู่ข้างรถเก๋งคันงามของบ้านวิชเวทย์
       “มีอะไรว่ามา”
       “ปล่อยน้องสาวผมเถอะ ผมขอร้อง ผมยินดีชดใช้ทุกอย่างด้วยชีวิต”
       กร้าวหันมา เห็นอสิตหยิบปืนที่เตรียมมาวางบนกระโปรงหน้ารถก็ยิ้มเยาะ
       “พี่น้องวิชเวทย์เหมือนกันทั้งตระกูล ชอบเอาตัวเข้าแลก”
       “หมายความว่ายังไง”
       กร้าวกวนๆ
       “อนุชยอมแต่งงานกับผม คุณอรก็ยอมมีอะไรกับผม แล้วผมจะเอาตัวคุณไปทำไม”
       อสิตโกรธเจ็บใจ
       “ในเมื่อคุณได้ทุกอย่างแล้ว ยังต้องการอะไรอีก”
       “ความสะใจ”
       “งั้นผมจะให้คุณเดี๋ยวนี้”
       อสิตหยิบปืนจะยิงตัวเอง กร้าวเห็นอย่างนั้นก็ตกใจรีบเข้าไปแย่งปืน
       “จะทำบ้าอะไร หยุดเดี๋ยวนี้”
       อสิตตกลงจากรถเข็น นอนอยู่ข้างเท้ากร้าว
       “โอ๊ย” อสิตร้องไห้ออกมา “ผมหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว ปล่อยน้องสาวผมไปเถอะครับ
       ผมขอร้อง”
       ภาพชื่นพนมมือ อ้อนวอนแว่บเข้ามาในหัวกร้าว
       “ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำอะไรฉันกับลูกเลย”
       กร้าวถามอสิต ที่คลานอยู่บนพื้น
       “รู้มั้ยผมเคยได้ยินอะไรคล้าย ๆนี้จากปากผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อ 20 กว่าปีก่อน รู้มั้ยผลเป็นยังไง...”
       อสิตส่ายหน้าไม่รู้ กร้าวโมโหตะคอกใส่
       “ผลก็ยืนอยู่ตรงหน้านี่ไง ถ้าศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่วิชเวทย์ภูมิใจนักภูมิใจหนา งั้นก็กราบขอขมาผมสิ ไม่แน่ ผมอาจจะใจอ่อน ไม่เหมือนพ่อคุณก็ได้”
       อสิตลังเลนิดหนึ่ง
       “ก็ได้ ถ้าคุณอยากได้อย่างนั้นจริงๆ”
       อสิตคลานศอกเข้าไปหากร้าวที่ยืนอยู่ จะกราบเท้า กร้าวแววตาหวั่นไหววูบหนึ่ง ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ทันใดนั้น อรชาปรารภก็เข้ามาห้าม
       “อย่าไปเชื่อคุณกร้าวนะพี่สิต” อรชาจ้องหน้ากร้าว “คุณมันสารเลว”
       อรชาจะเข้าไปตบ แต่กร้าวจับข้อมือไว้ได้แล้วเหวี่ยงตัวเธอออกไป ปรารภรีบเข้าไปประคองตัวอรชาไว้
       “คุณอร” ปรารภโกรธมาก “แกไอ้ชาติชั่ว”
       กร้าวยกปืนอสิตที่ตัวเองแย่งได้ขึ้นมาจ่อ
       “ก็เอาสิ ถ้าคิดว่ากะโหลกหนากว่าลูกปืน”
       อสิตตกใจ
       “อย่าทำอะไรทุกคน ผมบอกแล้วไง ผมยินดีทำตามที่คุณขอทุกอย่าง”
       อสิตคลานศอกไปที่กร้าว อรชาเห็นจะเข้าไปห้ามแต่ปรารภดึงตัวไว้
       “อย่านะคะพี่สิต อย่า...อย่า”
       อสิตกราบเท้ากร้าว อรชาร้องไห้ออกมาสุดเสียงหมดสิ้นแล้วศักดิ์ศรีวิชเวทย์
       “ปล่อยน้องสาวผมเถอะครับคุณกร้าว”
       “นี่เหรอศักดิ์ศรีของพวกวิชเวทย์...”
       กร้าวยิ้มเยาะ อสิตอ้อนวอน
       “ปล่อยนุชได้หรือยัง”
       “แต่แกทำรองเท้าฉันเปื้อน ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”
       อสิตอึ้ง
       “คุณกร้าว”
       “หักหลัง...เหมือนที่พ่อแกชอบทำไง”
       กร้าวพูดจบเดินหัวเราะไป อสิตโกรธจะคลานไปทำร้ายกร้าว อรชากับปรารภต้องดึงตัวพี่ชายไว้
       “อย่าค่ะพี่สิต...อย่าค่ะ”
       อสิตโกรธโวยวาย
       “แกมันไอ้ชาติชั่ว ไอ้สารเลว”
      
       สองคนพี่น้องกอดกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา เหมือนคนที่หมดสิ้นแล้วทุกอย่าง


  


       เมื่อกลับมาถึงบ้าน อรชากับปรารภ ช่วยกันประคองอสิตลงนอนบนเตียง อสิตร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
      
       “พี่ผิดเองอร พี่ไม่น่าไปให้มันดูถูกถึงที่เลย”
       “ไม่ใช่ความผิดของพี่สิตหรอกค่ะ อรรู้พี่สิตทำดีที่สุดแล้ว”
       “พี่สัญญาต่อไปนี้พี่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกเราได้อีกเป็นอันขาด...วันนึงแกต้องชดใช้ ไอ้กร้าว”
       อสิตเจ็บใจ
      
       กร้าวคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หน้าเครียด คำพูดของอนุชเมื่อครู่ยังดังก้องในหัว
       “อย่าลืมสิ คนที่ล่ามนุชไว้นี่ก็คือคุณกร้าวนะถ้านุชตาย ก็ฝีมือเขานั่นล่ะ”
       กร้าวไม่สบายใจ กรวิกถือจานใส่ขนมเค้กเข้ามา ท่าทางร่าเริง
       “อากร้าวคะ...มาฉลองกันเถอะค่ะ นกไล่นังหมาบ้านั่นออกไปได้แล้ว มันนะคะ
       จนตรอกมากเลย เล่นถมน้ำลายใส่พวกคนงาน กะให้คนงานติดพิษสุนัขบ้ามั้งคะ”
       กร้าวไม่มีอารมณ์สนุกด้วย เพราะเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น
       “นกกินเถอะ อายังไม่อยากกิน”
       กรวิกชะงัก พอดีพร้อมนำกาแฟมาเสิร์ฟให้กร้าว
       “กาแฟค่ะคุณกร้าว”
       “ขอบคุณครับ”
       กร้าวรับกาแฟไปดื่ม กรวิกไม่พอใจ
       “อะไรคะอากร้าว ทีเค้กของนกอากร้าวไม่กินแต่กินกาแฟของป้าพร้อม อากร้าวโกรธอะไรนกรึเปล่าคะ”
       กร้าวเหนื่อยใจ
       “อาแค่ไม่อยากกินเค้กน่ะนก พร้อมหันมาหากรวิก
       “อย่างอนอากร้าวเลยนะคะคุณนก ยัยคุณลิต้านั่นเกือบจะฆ่าคุณนุชตาย อากร้าวทานอะไรไม่ลงหรอกค่ะ”
       กรวิกฉุน
       “อ๋อ ที่แท้ก็ห่วงนุช”
       กร้าวปากแข็ง
       “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนก”
       “ปากบอกไม่รัก ไม่ห่วง แต่นุชกลับทำให้อากร้าวกินไม่ได้นอนไม่หลับ”
       กร้าว โมโหกลบเกลื่อน
       “มันไม่เกี่ยวกับอนุชหรอกนก แต่เกิดเรื่องขนาดเนี้ย อาก็มีเรื่องให้คิดตั้งเยอะแยะ เด็กอย่างนกไม่เข้าใจหรอก”
       กร้าวออกไปอย่างหัวเสีย กรวิกจ๋อย พร้อมปลอบ
       “ไม่เป็นไรนะคะคุณนก...ป้าพร้อมยังมีขนมอีกเยอะเลย เราไปกินขนมกันดีกว่านะคะ”
       กรวิกยิ่งฉุน
       “นกไม่ใช่เด็กนะ ไม่ต้องเอาขนมมาล่อ”
       กรวิกฉุนเฉียวออกไป พร้อมมองตามงงๆ
      
       ค่ำนั้น กรวิกอยู่ในชุดคลุม นั่งแต่งหน้าทาปากอยู่หน้ากระจก มองตัวเองแล้วยิ้มพอใจ เธอยืนขึ้น ถอดชุดคลุมออก เผยให้เห็นชุดนอนเซ็กซี่ กรวิกฉีดน้ำหอมฟุ้งยิ้มกับตัวเองในกระจก
       “แบบนี้อากร้าวยังจะบอกว่านกเด็กอีกไหม”
      
       กรวิกเปิดประตูเข้ามาในห้องกร้าว
       “อากร้าวคะ...”
       ไม่เห็นใคร เธอเดินเข้ามาในห้อง
       “อากร้าว”
       ขณะเดียวกันนั้นได้ยินเสียงพร้อมดังเข้ามา
       “แกเอาผ้าเช็ดตัว ของใช้ไปไว้ในห้องน้ำ เดี๋ยวฉันจัดที่นอนเอง”
       กรวิกได้ยินเสียงก็หน้าตื่น หาที่ซ่อน ไม่รู้จะซ่อนที่ไหนเลยไปแอบใต้เตียง สักครู่เท้าพร้อมกับขำเข้ามา พร้อมเข้ามาจัดเตียง เอาหมอนมาไว้อีกใบ ขำวางผ้าเช็ดตัวไว้ที่เตียง แล้วนำของใช้ในห้องน้ำไป พร้อมจัดเตียง ได้กลิ่นน้ำหอม ทำจมูกฟุดฟิด ขำออกมาจากห้องน้ำ
       “ช้าจริงป้า ยังไม่เสร็จอักเหรอ”
       “ขำ แกได้กลิ่นอะไรไหม”
       “ป้าตดเหรอ”
       “นังบ้า กลิ่นหอมๆน่ะ”
       ขำทำจมูกฟุดฟิดดม
       “อือ...กลิ่นอะไรหอมๆ”
       กรวิกหน้าเครียดกลัวโดนจับได้ ขำดมๆแล้วพูดขึ้น
       “หรือว่า...”
       กรวิกร้อนใจนึกว่าขำรู้ตัว ขำพูดต่อ
       “หรือว่าวันนี้คุณลิต้ายิงโดนใครเข้าแล้ววิญญาณ...”
       พร้อมพาลกลัวไปด้วย
       “นังบ้า หยุดพูดเดี๋ยวนี้”
       “หยุดก็ได้ แต่ขำไม่อยู่แล้ว”
       ขำวิ่งออกไป พร้อมหน้าตื่น
       “เดี๋ยว นังขำ รอด้วย”
       พร้อมรีบปิดไฟวิ่งตามออกไป กรวิกเป่าปากโล่ง จะคลานออกมาจากใต้เตียงแต่เห็นเท้าผู้ชายเดินเข้ามา แล้วหยุด หันหลังให้เตียง กรวิกออกมาจากใต้เตียง โผเข้ากอดด้านหลังชายหนุ่ม
       “อากร้าว”
       คณิตตกใจ
       “เฮ้ย”
       กรวิกได้ยินเสียงก็ตกใจ
       “ไม่ใช่อากร้าวนี่”
       คณิตเปิดไฟ เห็นกรวิกก็แปลกใจ
       “คุณ”
       “คุณเข้ามาทำอะไรที่นี่”
       “ผมต่างหากต้องถามคุณ”
       กร้าวเข้ามา
       “โวยวายอะไรวะไอ้หมอ” กร้าวเห็นกรวิกก็ชะงักไป “นก มีอะไรรึเปล่า”
       กรวิกอาย
       “ก็นก...นกมาหาอากร้าว แล้วนายนี่เข้ามาทำไมก็ไม่รู้”
       “คณิตจะมานอนค้าง แต่ป้าพร้อมเคลียร์ห้องให้ไม่ทันอาเลยให้มานอนห้องอา นกมีอะไรรึเปล่า”
       คณิตมองหน้ากรวิก
       “อย่าบอกนะว่าคุณจะมา...เมื่อกี๊คุณ...”
       กรวิกร้อนตัว
       “อย่าพูดนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”
       กร้าวสงสัย
       “นกทำอะไร”
       “นกไม่ได้ทำอะไรนะคะ”
       กร้าวเซ็ง
       “นก เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”
       กรวิกไม่ชอบใจ
       “คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก นกไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ หรืออากร้าวไม่เห็น”
       กร้าว มองกรวิกอย่างอ่อนใจทำใจแข็งดุไป
       “ใช่...อาไม่เคยเห็นนกเป็นผู้ใหญ่ อาเห็นนกเป็นนกน้อยคนเดิม ไม่คิดจะเปลี่ยนไปจากนั้น”
       กรวิกทั้งอายทั้งเสียใจ วิ่งร้องไห้ออกไป คณิตอึ้ง
       “ไม่แรงไปเหรอ”
       “ไม่พูดแรงๆ นกก็ไม่เลิกคิดแบบนั้นซะที”
      
       กร้าวมองทางกรวิกแล้วได้แต่ทอดถอนใจ


       กรวิกหลบมานั่ง ก้มหน้าร้องไห้ ครู่หนึ่ง คณิตเข้ามานั่งข้างๆ
      
       “อยากให้คนเห็นค่าก็ต้องทำตัวเองให้มีค่า แล้วถ้าคนอื่นไม่เห็นคุณค่า อย่างน้อยเราก็เห็นคุณค่าของตัวเอง”
       กรวิกหันมาต่อว่าตาเธอเลอะเป็นแพนด้า
       “ถ้าจะตามมาเยาะเย้ยก็กลับไปเลย”
       คณิตเห็นหน้ากรวิกก็หัวเราะขำ
       “หัวเราะอะไร”
       คณิตขำกลิ้ง กรวิกชักฉุน
       “นี่...หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะ” เธอทุบเขาอั่ก “ตาบ้า หยุดหัวเราะนะ”
       คณิตรวบมือเธอไว้
       “หยุดก็ได้”
       เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดตาที่เลอะให้
       “ทำตัวให้มีค่า ดีกว่าทำหน้าให้ดูดีนะคุณ”
       กรวิกนิ่งคิดไป แล้วปล่อยให้เขาเช็ดหน้าให้
      
       กร้าวคุยกับชาติ ชาติพูดด้วยความไม่พอใจ
       “เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว พอเถอะกร้าว”
       กร้าวโต้กลับอย่างไม่พอใจเช่นกัน
       “ลุงก็รู้ว่าผมทำอย่างนี้ทำไม”
       “ถึงมันจะเป็นรอยแผลเป็นในใจแก แต่การแก้แค้นมันเหมือนการเอามีดกรีดลงบนแผลเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่แกควรทำ คือวางมีดลงซะ แล้วรักษารอยแผลนั้น ไม่ใช่คอยกรีดตัวเอง”
       กร้าวจะร้องไห้
       “ผมก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ลุงไม่รู้หรอกว่าผมต้องเจอกับอะไร”
       “อย่าลืมว่าลุงผ่านมันมาก่อน วันนี้ลุงถึงมีสภาพแบบนี้ ลุงไม่อยากให้แกเป็นเหมือนลุงนะกร้าว”
       “แต่ผมหยุดไม่ได้”
       “ถึงวันนี้อาจจะหยุดไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ก็อาจจะหยุดได้ ถึงพรุ่งนี้หยุดไม่ได้ มะรื้นนี้ก็อาจจะทำได้ อยู่ที่ว่าแกจะหยุดเมื่อไหร่เท่านั้น หรือจะต้องรอจนกว่าจะสูญเสียมากกว่านี้”
       กร้าวครุ่นคิดตามคำลุง
       “จำคำลุงไว้ การแค้นไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่สิ่งที่แกควรกระทำคือให้อภัย แล้วก็ให้อภัยซะก่อนที่แกจะไม่เหลือใคร โดยเฉพาะคนที่แกรัก”
       ชาติพูดจบก็เข็นรถออกไป ทิ้งกร้าวให้ยืนอยู่กับความสับสน อีกมุมหนึ่งกรวิกยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิด
      
       กร้าวเดินมา กรวิกที่ยืนอยู่ ถามอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
       “นี่อากร้าวชอบนุชจริง ๆ เหรอ”
       กร้าวรำคาญไม่อยากตอบ
       “อาไม่ได้ชอบ”
       “แล้วทำไมอากร้าวต้องคอยปกป้องนุช”
       กร้าวโกรธ
       “อาไม่ได้ปกป้องนุชนะนก”
       “แต่สิ่งที่อากร้าวกระทำมันตรงกันข้ามกับที่อากร้าวพูด นกชักไม่แน่ใจแล้วว่าอากร้าวพูดจริง หรือยัยลิต้าอะไรนั่นพูดจริงกันแน่”
       กร้าวชะงัก
       “หมายความว่ายังไง”
       “อากร้าวทำลายทุกอย่างของพวกวิชเวทย์อย่างที่อากร้าวต้องการแล้ว แล้วทำไมอากร้าวถึงยังไม่ปล่อยนุชไป”
       กร้าวโกรธ
       “เพราะพวกวิชเวทย์ยังไม่ได้ชดใช้สิ่งที่ควรชดใช้นะสิ”
       “แล้วมันคืออะไร”
       กร้าวอึ้งไป เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร
       “แม้แต่ตัวอากร้าวเองก็ไม่รู้ว่าอะไร...แล้วจะทำไปทำไม”
       กร้าวโมโห
       “อย่ามาสอนอานะนก”
       “นกไม่ได้สอน แต่นกพูดความจริง งั้นอากร้าวก็ทำอย่างที่ลุงชาติบอกสิคะ ปล่อยนุชกลับบ้าน ยุติเรื่องทั้งหมดซะ ก่อนที่อะไร ๆ จะแย่ไปกว่านี้”
       กร้าวผิดหวัง
       “นี่นกเข้าข้างพวกวิชเวทย์อีกคนเหรอ”
       “นกไม่ได้เข้าข้าง แต่นกไม่แน่ใจต่างหาก ว่าตอนนี้อากร้าวกำลังโกหกทุกคนหรืออากร้าวกำลังโกหกตัวเองกันแน่”
       กร้าวโกรธเสียงดัง
       “นก”
       กรวิกสวนแรงเขย่าตัวกร้าวคาดคั้นความจริง
       “งั้นอากร้าวก็ตอบนกมาสิคะ ว่าอากร้าวไม่ได้คิดอะไรกับยัยนุช อากร้าวไม่ได้คิดอะไรกับยัยนุช”
       กร้าวโมโหสุดขีดเสียงดัง
       “อาบอกแล้วอาไม่ได้คิดอะไร อาไม่ได้คิดอะไร”
       “งั้นก็ปล่อยนุชไปสิ”
       “อยากให้ปล่อยนุชมากใช่มั้ยได้”
       กร้าวพูดจบรีบเดินออกไปอย่างฉุดเฉียว กรวิกตกใจ ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร รีบวิ่งตามไป
       “อากร้าว อากร้าว”
      
       คณิตกำลังดูรอยฟกช้ำดำเขียวตามเนื้อตัวอนุชอยู่
       “ทำอย่างนี้มันเกินไปจริง ๆ”
       “แต่นุชไม่เป็นไร”
       “ไม่เป็นไร ไม่ได้ จะทนให้มันแก้แค้นไปอีกนานแค่ไหน”
       อนุชน้ำตาคลอ
       “นุชไม่รู้...บางทีอาจจะจนกว่าคุณกร้าวจะอภัยให้พวกเรา”
       คณิตถอนหายใจ
       “แต่ยังไงมันก็ไม่ถูกต้อง กับคนที่ตัวเองรักแท้ ๆ”
       อนุชแปลกใจ
       “ว่ายังไงนะคะหมอ”
       “กร้าวมันรักนุชมากรู้มั้ย...รักขนาดที่ตัวมันเองก็ไม่รู้”
       อนุชไม่เชื่อ
       “ไม่จริงหรอกค่ะ เค้าเกลียดนุชยังกะอะไรดี”
       “งั้นทำไมเค้าไม่ปล่อยตัวนุชไป จับนุชมาขังไว้ทำไม ทั้ง ๆ ที่ตัวเองได้ไปหมดทุกอย่างแล้ว”
       “บางทีเค้าอาจจะอยากให้นุชชดใช้ อย่างที่พ่อนุชทำไว้กับแม่คุณกร้าวก็ได้”
       คณิตอึ้งไปเมื่อคิดว่ากร้าวกำลังจะทำอะไร ทันใดนั้น กร้าวก็โผล่เข้ามาในห้อง
       “มากับฉันเดี๋ยวนี้”
       กร้าวไขกุญแจโซ่ที่รัดข้อเท้านุชออก คณิตตกใจ
       “จะพานุชไปไหน...”
      
       กร้าวไม่ตอบกระชากตัวอนุชออกไป


  


       กร้าวกระชากตัวอนุชมาหน้าบ้าน เธอร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ มุมหนึ่งไม่ไกลนัก พร้อม ขำ ชาติยืนคุยหน้าเครียดกันอยู่เรื่องอนุช ขณะเดียวกันนั้น คณิตกับกรวิกรีบวิ่งตามกร้าวมา คณิตพยายามห้าม
      
       “อย่าทำอะไรบ้าๆ นะกร้าว”
       กรวิกขอร้อง
       “ปล่อยนุชไปเถอะค่ะอากร้าว”
       กร้าวยิ่งโกรธ
       “เธอมันพวกมารยาสาไถย์ เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อตัวเองไม่ได้มีผิด”
       อนุชสวน
       “งั้นคุณก็คงใจจืดใจดำ อภัยให้คนอื่นไม่เป็น เหมือนแม่ตัวเองใช่มั้ย”
       กร้าวตวาด
       “หยุดก้าวร้าวถึงแม่ผมซะที”
       “พ่อแม่ใครใครก็รัก ฉันก็มีสิทธิ์ปกป้องท่านเหมือนที่คุณทำเหมือนกัน”
       “ไม่ต้องมาทำเป็นปากดี พวกวิชเวทย์ไม่เคยยอมรับความผิดตัวเองซักคน”
       “แล้วพวกที่ไม่รู้จักให้อภัยคนอื่นเรียกว่ายังไง”
       “เรียกว่าผู้ชนะยังไงล่ะ...ส่วนเธอมันพวกขี้แพ้ ไสหัวออกไปจากไร่นี้ได้แล้ว”
       อนุชงงคิดไม่ถึง
       “คุณกร้าว”
       “ฉันบอกให้ไสหัวออกไปไม่ได้ยินหรือไง”
       พร้อมกับขำที่ยืนฟังอยู่ตั้งแต่แรกรีบเข้าไปฉุดตัวอนุชออกมา
       “รีบออกไปเถอะค่ะคุณนุช”
       อนุชเดินตามพร้อมไปอย่างงง ๆ แต่พอเห็นกร้าวกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น ก็แกะมือพร้อมออก
       “ฉันไม่ไป”
       พร้อมชะงัก
       “คุณนุช”
       กร้าว ชาติ คณิต กรวิก ทุกคนหันมามองอนุชเป็นตาเดียว อนุชเดินเข้ามาพูดอย่างไม่กลัว
       “ตราบใดที่เค้ายังไม่ให้อภัยพวกเราวิชเวทย์”
       กร้าวโกรธ
       “นี่เธอตั้งใจจะยั่วประสาทฉันใช่มั้ย”
       อนุชสวนแรง
       “ยั่วคนบ้าแล้วจะมีประโยชน์อะไร”
       ชาติพยามห้าม
       “ใจเย็น ๆ หนูนุช”
       “หนูเย็นมามากพอแล้วค่ะป๋า...วันนี้คุณบ่ล่อยฉัน แต่วันหน้าคุณอาจจะทำร้ายคนอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นจะฆ่าจะแกงจะทำอะไรฉันก็เชิญ เอาให้สาแก่ใจคุณเลย...”
       อนุชเข้าไปผลักอกเขาท้าทาย
       “ทำกับฉันเหมือนที่พ่อฉันทำกับแม่คุณ จะได้หมดเวรหมดกรรมกันซะที”
       กร้าวโกรธ
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะอนุช”
       “ฉันไม่หยุด ถ้าการแก้แค้นทำให้คุณมีชีวิตอยู่ได้ การให้อภัยคงทำให้คุณตายไปจากโลกนี้ เอาสิคะ” หญิงสาวอัดอั้นจนร้องไห้ออกมา “ฆ่าฉันให้ตายไปเลย เอาให้สาแก่ใจคุณเลย ทำกับฉันเหมือนที่พ่อฉันทำกับแม่คุณ คุณจะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกเราวิชเวทย์ซะที”
       “อย่ามาท้าผมนะ”
       “ฉันไม่ได้ท้า นอกจากคุณไม่กล้าจริง”
       “จะเอาอย่างนั้นก็ได้”
       กร้าวฉุดลากตัวอนุชเข้าบ้านไป ทุกคนตกใจ ชาติส่งเสียงห้าม
       “จะทำอะไรหนูนุช...กร้าว”
       พร้อมห้ามอีกคน
       “อย่าทำอะไรคุณนุชนะคะ”
       ทุกคนตามไปในบ้าน...กร้าวลากอนุชมาที่โถงบ้าน เขาปล้ำจูบ เธอปกป้องตัวเองทุบตีไปมาเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
       “ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อย”
       “ทำไมกลัวเหรอ...เมื่อกี๊ทำเป็นปากเก่ง”
       “แต่คุณกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า”
       “ทำไม มีอะไรกับผมมันเสียเกียรติมากหรือไง”
       “ใช่”
       “งั้นมีอะไรกับชายธงคงเหมือนจุดพลุฉลองนะสิ”
       กร้าวพูดจบก็ปล้ำจูบ อนุชร้องไห้เหมือนกำลังถูกเขาดูถูกอย่างแรง
       “เลิกเอาชายธงมาเกี่ยวข้องซะที ปล่อยฉันนะคุณกร้าว ฉันบอกให้ปล่อย ช่วย
       ด้วย ช่วยด้วย”
       ชาติ พร้อม ขำ คณิต และกรวิกเข้ามา อย่างร้อนใจ ชาติห้ามเสียงดัง
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะกร้าว”
       คณิตเข้าไปห้าม
       “พอเถอะไอ้กร้าว”
       กรวิกเข้าไปห้ามอีกคน
       “หยุดเถอะค่ะอากร้าว นกขอร้อง”
       กร้าวผลักอกคณิตออกไป
       “ไม่ใช่เรื่องของทุกคนถอยไป”
       กร้าวจะฉุดตัวอนุชขึ้นไปข้างบนห้อง ชาติเข็นรถเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากแขนกร้าวไว้ ชาติโกรธจนหน้าแดง
       “หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้หยุด หยุด...”
       ทันใดนั้นนั้นชาติก็หน้ามืดไป อนุชเห็นก็ตกใจ
       “ป๋า”
       “คุณลุง”
       คณิตรีบเข้าไปช่วยประคองชาติด้วยสัญชาตญาณความเป็นหมอ
      
       กร้าวยืนตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าชาติเป็นอะไร

      
       ไม่นานต่อมาชาตินอนอยู่บนเตียง...คณิตใช้เครื่องวัดความดัน วัดให้ คนอื่น ๆ มองด้วยความเป็นห่วงโดยเฉพาะกร้าวที่รู้สึกผิด
      
       “เป็นยังไงบ้างหมอ”
       “ความดันขึ้น...ถ้าสูงไปมากกว่านี้เส้นเลือดในสมองอาจแตกได้”
       ชาติอ่อนแรง
       “ฉันยอมให้เป็นแบบนี้อีกไม่ได้ ยุติเรื่องทั้งหมดเถอะกร้าว”
       กร้าวอ้ำอึ้ง
       “หรือแกจะต้องให้ฉันตายไปก่อน แกถึงจะให้อภัยเป็น”
       กร้าวหันมองหน้าอนุชที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะฮึดฮัดเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ ทุกคนมองตามอย่างระอา
      
       อสิตใช้วอกเกอร์ช่วยเดิน ค่อย ๆ สลับเปลี่ยนมาใช้ไม้เท้า อรชากับปรารภคอยยืนให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ อสิตเดินได้ อรชากับปรารภดีใจ
       “พี่สิตเดินได้แล้ว”
       อสิตดีใจ
       “พี่ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ พี่ขอบใจอรกับรภมากนะ ที่อยู่ดูแลกัน”
       “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะพี่สิต เราเป็นพี่น้องกันนะคะ”
       อสิตซาบซึ้งน้ำตาคลอ
       “พี่ปล่อยให้อรให้ยัยนุชลำบากมากแล้ว ถึงเวลาที่พี่จะกลับมากอบกู้วิชเวทย์ซะที”
       “ถ้ายัยนุชอยู่คงดีใจไม่น้อย”
       แล้วอรชาก็เศร้าเป็นห่วงน้อง
       “ไม่รู้ป่านนี้ยัยนุชจะเป็นยังไงบ้าง...คงถูกคุณกร้าว...”
       อรชาร้องไห้ออกมากลัวน้องจะโดนเหมือนที่ตัวเองโดน ปรารภปลอบ
       “คุณนุชเป็นคนดีพระท่านจะคุ้มครอง”
       ทันใดนั้นแหวนก็เข้ามา
       “คุณอรคะ โทรศัพท์ค่ะ”
       อรชารับโทรศัพท์มางง ...อรชาคุยโทรศัพท์กับพร้อมด้วยความดีใจ
       “ว่าไงนะคะ จะให้อรไปรับนุชกลับบ้าน”
       อสิตกับปรารภที่ฟังอยู่ด้วยดีใจ
       “ใช่ค่ะ คุณได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ”
       อรชากังวลเสียงอ่อนด้วยความกลัว
       “แล้วคุณกร้าวล่ะคะ”
       “เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง คุณชาติให้มาบอกว่าสบายใจได้ ระหว่างนี้คุณชาติจะเป็นคนดูแลคุณนุชเอง”
       “ฝากขอบคุณคุณลุงชาติด้วยนะคะ...สวัสดีค่ะ”
       อรชาวางสายหันมาบอกอสิตกับปรารภที่ยืนรอฟังข่าวอยู่ ด้วยความตื่นเต้น
       “คุณลุงชาติบอกให้เราไปรับยัยนุชพรุ่งนี้”
       ปรารภยิ้มดีใจ อสิตสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
       “ไม่รู้มันจะไม้ไหนอีก”
       อรชาแปลกใจ
       “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะพี่สิต”
       “มันทำพวกเราเจ็บแสบมาก เจอกันก็ดี จะได้คิดบัญชีกัน”
       อรชากับปรารภมองหน้าอสิตที่พูดถึงกร้าวด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ก็หันมองหน้ากันรู้สึกกังวลใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
      
       ธารินกำลังช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ชายธง เธอกังวล
       “ไม่รู้ว่ารินจะช่วยปิดคุณลุงได้นานแค่ไหน “
       “ถึงตอนนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดพี่ไม่โทษรินหรอก”
       ทันใดนั้นเสียงมือถือชายธงก็ดังขึ้น
       “เดี๋ยวรินไปรับให้นะคะ”
       ชายธงพยักหน้ารับ ธารินเดินไปรับสายเห็นชื่อ อรชา โชว์หน้าจอ ก็หน้าเสียเหลือบมองชายธงที่กำลังแต่งตัวอยู่ เพราะรู้ว่าต้องโทรมาเพราะเรื่องอนุชแน่ ๆ ธารินกดรับสาย
       “สวัสดีค่ะ”
       อรชางง
       “เบอร์ชายธงหรือเปล่าคะ”
       “ใช่ค่ะ...” ธารินโกหก “เป็นแม่บ้าน มีอะไรฝากไว้ได้นะคะ”
       อรชาฟังผิด
       “อ๋อ คุณแม่ของชายธงเหรอคะ”
       ธารินหน้าเจื่อนไป จะปฏิเสธแต่ไม่ทัน เพราะอรชาพูดต่อเลย
       “ฝากบอกชายธงด้วยนะคะว่าพรุ่งนี้คุณลุงชาตินัดให้ไปรับตัวยัยนุชที่ไร่ ไม่ต้องเป็นห่วงยัยนุชนะคะ”
       ธารินอึ้ง ๆ
       “ค่ะ”
       ทันใดนั้นชายธงก็ตะโกนถามมา
       “ใครโทรมาเหรอริน”
       ธารินตกใจ จะบอกเรื่องกับชายธงดีหรือไม่ดี
      
       เย็นนั้น อนุชกำลังเก็บเสื้อผ้า มีพร้อมและขำคอยช่วยอยู่ด้วย
       “นุชขอโทษนะคะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง”
       พร้อมยิ้มแย้ม
       “ไม่ใช่ความผิดของคุณนุชหรอกค่ะ...”
       “งั้นก็ขอบคุณนะคะที่ช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องทั้งหมดให้”
       พร้อมกอดปลอบ
       “ไม่ต้องเกรงใจป้าหรอกค่ะ คนที่คุณควรจะต้องขอบคุณ คุณชาติต่างหาก”
      
       อนุชยิ้มอ่อนโยนเมื่อนึกถึงชาติ


  


       อนุชจะเดินเข้ามาหาชาติที่ห้อง แต่ต้องชะงักไปเมื่อเห็นกร้าวอยู่ด้วย กร้าวประคองชาตินั่งรถเข็น ก่อนจะคุกเข่าลงประคองเท้าชาติวางลงบนแท่นวางเท้าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอาผ้ามาคลุมตักให้
      
       ชาติพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเอ็นดู
       “ทีอย่างนี้ทำมาเป็นประจบ”
       กร้าวรู้สึกผิดแต่ท่าทางทางยังแข็งขืนอยู่
       “ผมไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้”
       “อยากให้คนอื่นยกโทษให้ แล้วทำไมไม่หัดให้อภัยคนอื่นก่อน”
       กร้าวเจ็บปวด
       “ผมก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่หลับตามันก็ตามมาหลอกหลอนผม...จนผมแยกไม่ออกแล้วอันไหนเรื่องจริงอันไหนฝันร้าย...ผมไม่ไหวแล้วครับลุง”
       กร้าวจะร้องไห้ อนุชที่แอบยืนดูอยู่ คิดไม่ถึงว่าเขาก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน...ชาติลูบหัวปลอบหลานชายอย่างเอ็นดู
       “ถ้าไม่ไหว แล้วแบกมันไว้ทำไมล่ะ”
       กร้าวร้องไห้ออกมาเหมือนเด็ก ๆ ด้วยความเจ็บปวด อนุชที่ยืนมองอยู่ รับรู้ได้ว่าเขาเองก็เจ็บปวดไม่ต่างจากเธอ อนุชขยับตัวจะเดินไปปล่อยให้ลุงหลานอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ชาติเห็นเสียก่อน
       “หนูนุช”
       พอกร้าวได้ยินชื่ออนุช รีบเช็ดน้ำตา ทำเหมือนไม่มีอะไร หันหน้ากลับมาตะคอกถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา โหดร้าย อย่างที่เป็นมา
       “จะมาเป่าหูอะไรลุงฉันอีก”
       อนุชเซ็ง
       “หัดมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง”
       “ถ้ามีดีก็เอาออกมาโชว์สิ”
       อนุชโกรธ
       “อย่ามากวนประสาทได้มั้ย หรือจะต้องให้ถูกด่าถึงจะมีความสุข”
       กร้าวจะเข้าไปเอาเรื่อง ชาติปรามทั้งคู่
       “เอาเถอะ ๆ” ชาติบอกกร้าว “ออกไปก่อน”
       กร้าวเดินออกไปอย่างไม่พอใจ
      
       อนุชเข็นรถชาติเข้ามาหยุดหน้าบ้าน
       “หนูจะมาขอบคุณป๋า...ขอบคุณนะคะที่คอยช่วยเหลือหนูทุกอย่าง”
       อนุชก้มกราบที่ตัก ชายชราลูบหัวหญิงสาวอย่างเอ็นดู
       “ป๋าไม่ดีเอง ตอนแรกป๋าอยากจะให้กร้าวเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ไม่คิดว่า เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตขนาดนี้ ป๋าขอโทษ”
       “ไม่ใช่ความผิดของป๋าหรอกค่ะ เพราะแค่นี้ป๋าก็กรุณาหนูมามากพอแล้ว ถ้าไม่ได้ป๋าชีวิตหนูก็ไม่จะเป็นยังไง”
       “มันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป...แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ป๋าอยากรู้”
       “เรื่องอะไรเหรอคะ”
       “หนูคิดยังไงกับกร้าว”
       อนุชอึ้งไป บอกไม่ถูกทั้งรักทั้งเกลียดไม่รู้จะพูดยังไง
       “หนู...หนู...”
       “รักเค้าบ้างหรือเปล่า”
       อนุชรู้สึกว่าตัวเองถูกจี้รีบกลบเกลื่อน
       “หนูเกลียดเค้า...เกลียดทุกอย่างที่เค้าทำไว้กับวิชเวทย์”
       กร้าวที่แอบยืนฟังอยู่อีกมุม ได้ยินอย่างนั้นก็เดินจากไปด้วยความน้อยใจ ชาติถามต่อ
       “แล้วสิ่งที่เค้าทำไว้กับหนูล่ะ”
       อนุชเสียงอ่อยลง
       “หนูสมควรให้อภัยเค้างั้นเหรอคะป๋า”
       ชาติพยักหน้ารับรู้
       “งั้นกลับไปก็หย่ากันซะให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
       อนุชตกใจ
       “แล้วคุณกร้าวล่ะคะ”
       “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ป๋าจัดการเอง” ชาติถอนหายใจเหนื่อยใจ “คนบางคนอาจจะทำบุญร่วมกัน แต่กับอีกคนอาจจะเกิดมาใช้เวรกัน อโหสิกรรมต่อกันนะ จะได้หมดเวรหมดกรรมกัน”
       “ค่ะป๋า”
       “เสียดาย ถ้าไม่มีเรื่องในอดีต ป๋าคงจะดีใจมากที่ได้หนูเป็นหลานสะใภ้”
      
       อนุชรู้สึกเศร้าเสียใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


  


       ด้านชายธงกำลังแต่งตัวอย่างเศร้าๆ ธารินช่วยดึงแขนเสื้อมาปิดผ้าพันแผลที่ถูกยิงไว้ไม่ให้เธียรเห็น ชายธงเห็นธารินสีหน้าท่าทางไม่สบายใจเหมือนมีอะไรอยู่ในใจก็ถามอย่างสงสัย
      
       “เป็นอะไรหรือเปล่าริน”
       “ปละเปล่าค่ะ...รินแค่กลัวคุณลุงสงสัยที่รินมาขลุกอยู่กับพี่ทั้งวัน”
       “เวลารินอ่อนโยนก็ดูน่ารักเหมือนกันนะ”
       ชายธงพูดเสร็จขยี้หัวอย่างเอ็นดูแล้วเดินไป ธารินยิ่งรู้สึกผิด
       “พี่ชายธงคะ”
       ชายธงหันมา
       “มีอะไรเหรอ”
       ธารินลังเล
       “เรื่องโทรศัพท์เมื่อกี๊...ที่รินบอกว่าเค้าต่อผิด...ความจริงเค้าโทรมาเรื่องนุช...”
       ชายธงตกใจ
       “นุชทำไม “
       “คุณลุงชาตินักให้ไปรับนุชพรุ่งนี้ค่ะ บอกเคลียร์กับคุณกร้าวแล้ว”
       ชายธงดีใจ
       “จริงเหรอริน...พี่ขอบใจมากนะ... เดี่ยวพี่โทรไปนัดกับพี่อรก่อน”
       ชายธงเดินออกไปอย่างลิงโลด ธารินรู้สึกเศร้าขึ้นมา
      
       ชายธงรีบร้อนจะออกจากบ้าน เจอเธียรยืนอยู่
       “จะไปไหน”
       ชายธงตกใจอึกอัก
       “ผมนัดเพื่อน ไปก่อนนะครับ”
       ชายธงจะเดินหนี เธียรคว้าแขนลูกชายหมั่บ โดนตรงที่มีแผลพอดี
       “เดี๋ยว”
       ชายธงเจ็บร้องลั่น
       “โอ๊ย”
       เธียรสงสัย
       “แกเป็นอะไร”
       ชายธงมีพิรุธ
       “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไรครับ”
       เธียรไม่เชื่อ กระชากเสื้อชายธงเปิดออก เห็นแผลที่แขนก็ตกใจ
       “นี่แกไปโดนอะไรมา”
       ชายธงหน้าเครียดที่ความแตก...เธียรโกรธมาก
       “แกเจ็บตัวเพราะไอ้พวกวิชเวทย์ใช่มั้ย”
       ชายธงพูดไม่ออก
       “แล้วที่ว่าไปหาเพื่อน จะไปหายายอนุชอีกใช่มั้ย”
       ชายธงไม่ตอบ เธียรโกรธมากเพราะห่วงลูกมาก คว้าคอเสื้อ
       “แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอไง หลงยายอนุชหัวปักหัวปำ ถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก”
       “พ่อคิดมากเกินไป ผมไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้น”
       “นี่แกยังว่าเล็กน้อยอีกเหรอ แกต้องอยู่บ้าน ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”
       “ผมจะไป”
       ชายธงจะออกไป เธียรตะโกน
       “ใครอยู่แถวนี้ จับชายธงไว้”
       คนงานชาย 2 คนของบ้านเข้ามาจับตัวไว้ ชายธงดิ้นรน
       “ปล่อย”
       เธียรค้นตัวลูกชายริบรีโมทรถกับกระเป๋าสตางค์ไป
       “พ่อจะทำอะไร”
       “ดูซิว่า ไม่มีรถ ไม่มีเงิน แกจะทำอะไรได้”
       ชายธงโวยวาย
       “เอาคืนมานะพ่อ”
       เธียรสั่งคนงาน
       “เฝ้าไว้ อย่าให้ออกไปไหนเด็ดขาด”
       เธียรเดินหนีไป
       “พ่อ”
       ชายธงสะบัดจากคนงาน 2 คน ธารินมองอยู่มุมหนึ่ง สงสารเขามาก
      
       ชายธงเดินกลับไปกลับมา กระวนกระวายอยู่มุมหนึ่งของบ้าน คนงานชาย 2 คนยังนั่งเฝ้าเขาไม่ให้คลาดสายตา ชายธงคิดหาทางออกไป แล้วนึกได้ เดินจะออกไป คนงาน 2 คนรีบตาม
       “จะเข้าห้องน้ำ จะตามไปด้วยมั้ย”
      
       คนงาน 2 คนเลยไม่กล้าตามไป ชายธงเข้าห้องน้ำไปแล้วเปิดหน้าต่างในห้องน้ำ ปีนหนีไป


  


       ชายธงย่องเข้าในโรงรถไปที่มุมที่คนขับรถเก็บรีโมทรถคันอื่นๆ ในบ้านไว้ เขาหยิบรีโมทรถคันหนึ่ง แต่พอหันมาก็เจอเธียรกับคนงาน 2 คน ชายธงตกใจ
      
       “พ่อ”
       เธียรหน้าเข้ม เอาเรื่อง
      
       คนงานจับตัวชายธงเข้ามาในห้องนอน เขาดิ้นรนขัดขืน
       “พ่อไม่มีสิทธิ์ห้ามผม ผมจะไป”
       “ฉันเป็นพ่อแก ให้รู้กันไปว่าฉันห้ามแกไม่ได้อยู่ในห้องนี้ไป จนกว่าแกจะหายบ้า”
       เธียรออกจากห้องไป ชายธงหงุดหงิด...เธียรออกมาจากห้อง สั่งคนงาน 2 คนที่เฝ้าอยู่
       “เฝ้าไว้ดีๆ ถ้าชายธงหนีไป ฉันจะไล่แกสองคนออก”
       คนงานรับคำ ธารินมองอยู่ ไม่สบายใจ คิดหาทางช่วยชายธง
      
       ค่ำนั้น กร้าวเคลียร์เอกสารกำลังจะเข้านอนกรวิกถือนมอุ่น ๆ เข้ามาในห้อง
       “นกดีใจจังเลยที่อากร้าวจะหย่ากับนุช”
       กร้าวเงยหน้าขึ้นมามองงงๆ
       “เอาอะไรมาพูด”
       กรวิกแกล้ง
       “หูมั้งคะอากร้าว”
       กร้าวจริงจัง
       “ไม่ตลก”
       “แหม อากร้าว นกล้อเล่นนิดเดียวเอง ก็นกได้ยินคุณลุงกับป้าพร้อมคุยกันว่าจะตามอากร้าวกับนุชกลับกรุงเทพไปด้วย จะไปจัดการเรื่องหย่ายัยนุชให้เรียบร้อย”
       กร้าวเครียด
       “นกได้ยินไม่ผิดแน่นะ”
       “ไม่ผิดค่ะ เห็นป้าพร้อมสั่งขำเก็บของไว้แล้ว”
       กร้าวครุ่นคิดหน้าเครียด กรวิกพล่ามต่อ
       “นกดีใจนะคะที่อากร้าวตาสว่างซะที...ส่วนยัยนุชคงจะเกลียดขี้หน้าอากร้าวไปตลอดชีวิตแน่ ๆ สุดท้ายก็คงแต่งงานกับชายธงแหง ๆ”
       กร้าวฟังกรวิกพูดด้วยความไม่พอใจ
      
       อนุชอยู่ในห้อง เธอเก็บของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จจะยกไปวางรอไว้หน้าประตู กร้าวเดินเข้ามาพอดีพูดจาประชดประชัน
       “คงจะดีใจมากสินะ ถึงได้รีบเก็บกระเป๋าตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่”
       อนุชงอน
       “มาถึงก็เหวี่ยงใส่ เรื่องอะไรอีก”
       กร้าวเข้าไปกระชากแขน
       “เธอไปพูดกับลุงชาติเรื่องหย่าใช่มั้ย”
       อนุชปัดแขนออก
       “นี่ อยู่ ๆ ก็มีหาเรื่องกัน จะอะไรกันอีก”
       “คงจะดีใจมากสินะที่จะได้กลับไปอยู่กับชายธง”
       “แล้วจะให้ฉันดีใจที่ได้อยู่กับคุณหรือไง”
       กร้าวโกรธ
       “งั้นก็ไปเลย ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก”
       “งั้นคุณก็ช่วยจำและรักษาคำพูดตัวเองไว้ด้วย”
       “ผมเสียเงินค่าตัวคุณไปตั้ง 100 ล้าน คุณก็ควรรักษาคำพูดเหมือนกัน”
       กร้าวเข้าไปรวบตัว อนุชดิ้นสู้
       “จะทำอะไร ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อย ปล่อย”
       กร้าวปล้ำจูบ จนอนุชตัวติดผนัง เธอดิ้นสู้ ก่อนผลักเขาออกจะตบหน้า แต่เขาจับมือไว้ได้ทัน อนุชเจ็บใจ ใช้อีกมือตบแต่เขาก็จับไว้ทัน กร้าวถามด้วยความโกรธ
       “ทำไม รังเกียจผมมากใช่มั้ย”
       “ใช่ ฉันเกลียดผู้ชายชั่วช้าเลวทรามอย่างคุณที่สุด”
       “ผมก็เกลียดผู้หญิงปากดีอวดเก่งอย่างคุณเหมือนกัน”
       “คุณมันก็ดีแต่ใช้กำลัง ฉันเกลียดคุณ”
       “คุณมันก็ดีแต่ใช้อารมณ์ เอะอะอะไรนิดอะไรหน่อยก็เอาแต่ร้องไห้ ผมเกลียดคุณ”
       “ฉันก็เกลียดคุณ คุณมันเจ้าเล่ห์เพทุบาย”
       “ผมก็เกลียดคุณ ที่ชอบรู้ทันผม”
       คำพูดของกร้าวค่อย ๆ อ่อนโยนลง อนุชก็เช่นกัน
       “ฉันเกลียดคุณ คุณมันพวกเอาชนะ”
       “แต่ผมก็ไม่เคยชนะคุณซะที ผมเกลียดคุณ”
       “ฉันเกลียดคุณ เกลียดที่คุณชอบมาแกล้งทำดีกับฉัน”
       “ผมก็เกลียดคุณ เกลียดเวลาที่คุณเห็นความสำคัญของคนอื่นมากกว่า”
       “ฉันเกลียดคุณที่คุณไม่เคยรักษาคำพูดกับฉัน”
       “ผมก็เกลียดคุณ ที่คุณชอบทวงสัญญาที่ผมให้ไม่ได้”
       ความรักที่มีในใจคนทั้งสองท่วมท้นออกมาจนไม่อาจปฏิเสธ
       “ฉันเกลียดคุณ เกลียดท่าทางถือดี เกลียดรอยยิ้ม เกลียดเวลาที่คุณกอดฉัน เกลียดทุกครั้งที่คุณอ้อนฉัน เกลียดเวลาที่ทำให้ฉันใจอ่อน”
       “ผมก็เกลียดคุณ เกลียดตั้งแต่แรกเห็น เกลียดหน้าคุณ ตาคุณ จมูกคุณ ปากคุณ เกลียดแก้มคุณ เกลียดเวลาที่ถูกคุณผลักไส เกลียดทุกครั้งเวลาที่คิดว่าจะเสียคุณไป เกลียดที่ทำยังไง ผมก็เกลียดคุณไม่ลงซักที”
       “ฉันก็เกลียดคุณ”
       ทั้งสองพูดคำว่า เกลียด ได้หวานที่สุด ยิ่งกว่าคำว่ารักใดๆ เพราะมันออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ ที่ไม่ว่าไฟแค้น จะโหมกะพือแค่ไหน ก็มิอาจเผาผลาญมันได้ กร้าวโน้นตัวลงจูบอนุช ที่ยืนตัวสั่นน้ำตาคลออยู่ในอ้อมกอดของเขา มือไม้แข็งขืนในตอนแรกของอนุช ค่อยๆ โอนอ่อนผ่อนตาม จนกลายเป็นกอดตอบเขาในที่สุด
        
       พระจันทร์ส่องกระจ่างอยู่นอกหน้าต่างเป็นพยานรักของคนทั้งสอง
ตอนที่ 16
      
       เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเห็นธารินเปิดเข้ามา ชายธงกำลังอารมณ์ไม่ดี
      
       “พี่อยากอยู่คนเดียว ออกไปซะ”
       “พี่ชายธง...”
       ชายธงไม่ฟัง ดันไหล่ธารินให้ออกไปจากห้อง
       “พี่บอกว่าอยากอยู่คนเดียว พูดไม่รู้เรื่องเหรอไง”
       “ฟังรินก่อนสิคะ รินจะช่วยพี่ชายธงเอง”
       “รินจะช่วยยังไง ในเมื่อพ่อไม่ยอมให้พี่ออกจากบ้าน”
       “ปล่อยเป็นหน้าที่รินเองค่ะ”
       ธารินยิ้ม ชายธงแปลกใจ
      
       ธารินหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธียรซึ่งใส่ชุดนอนแล้ว คนงาน 2 คนประคองชายธงที่ร้องโอดโอยเข้ามา
       “คุณลุงคะ แย่แล้วค่ะ พี่ชายธงแผลฉีก”
       เธียรตกใจ
       “รินจะพาพี่ชายธงไปโรงพยาบาลเองค่ะ”
       เธียรไม่สบายใจ
       “แต่ว่า...”
       “คุณลุงไม่ต้องห่วงนะคะรับรองว่ารินจะเฝ้าพี่ชายธงไว้ไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ”
       เธียรพยักหน้าตามใจธาริน
       “รินไปก่อนนะคะ”
       ธารินรีบร้อนออกไป คนงาน 2 คนประคองชายธงตามไป เธียรเป็นห่วงชายธง
      
       ธารินพาชายธงมาที่หน้าบ้านวิชเวทย์
       “รินช่วยได้เท่านี้แหละค่ะ”
       ชายธงเป็นห่วง
       “แล้วรินจะไปบอกพ่อพี่ยังไง คุณพ่อต้องว่ารินแน่”
       “ไม่ต้องห่วงรินหรอกค่ะ รินเอาตัวรอดได้ ยังไงคุณลุงก็คงไม่ใจร้ายกับรินหรอก”
       ชายธงไม่เข้าใจ
       “ทำไมรินถึงช่วยให้พี่ไปหานุช ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนรินไม่ชอบนุช คอยขัดขวางพี่กับนุชตลอดเวลา”
       ธารินเศร้า
       “รินรู้แล้วว่าความสุขของพี่ชายธงคืออะไร รินอยากให้พี่มีความสุขค่ะ”
       ชายธงอึ้ง ซึ้งใจ ธารินเปิดกระเป๋าหยิบเงินใส่มือเขา
       “ติดตัวไว้เผื่อต้องใช้นะคะ รินกลับก่อนนะ”
       ธารินจะเดินหนี ชายธงห้ามไว้ เธอแปลกใจ ชายธงกอดไว้ ธารินอึ้ง ตะลึง ไม่คิดว่าจะโดนกอด
       “ขอบใจนะ ขอบใจที่ช่วยพี่”
       ชายธงกอดสักพัก จึงปล่อย
       “พี่ชายธงระวังตัวด้วยนะคะ”
       “พี่จะระวังตัว”
       ชายธงออกไป ธารินมองตาม เจ็บปวดที่เขาไปหาอนุชแต่ต้องยอมเพื่อความสุขของคนที่เธอรัก
      
       ธารินเข้ามาในห้องรับแขกบ้านเธียร แกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “รินขอโทษนะคะคุณลุง รินไม่ดีเองที่ปล่อยให้พี่ชายธงคลาดสายตา”
       เธียรปลอบ
       “หนูรินไม่ผิดหรอก เจ้าชายธงนี่มันดื้อจริงๆ”
       ธารินแอบมองเธียร รู้สึกผิดที่ต้องโกหก เธียรโมโหลูกชาย
      
       อรชานอนไม่หลับ ออกมาเดินเล่นในสวนเจอปรารภ
       “คุณรภ นอนไม่หลับรึคะ พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้านะ”
       “คงเพราะแปลกที่ครับ แล้วคุณอรล่ะครับ”
       “อรไม่สบายใจค่ะ กลัวว่าพรุ่งนี้คุณกร้าวจะเปลี่ยนใจ ไม่ยอมปล่อยนุช”
       ปรารภกุมมือ
       “เรื่องของพรุ่งนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้เถอะครับอย่ากังวลไปก่อน จะไม่สบายใจเปล่าๆ”
       “ค่ะ”
       “มานี่สิครับ”
       ปรารภชวนออกไป อรชาแปลกใจ
      
       ในห้องอาหาร...ปรารภใส่ผ้ากันเปื้อนน่ารัก ยกถ้วยนมอุ่นๆ สองถ้วยวางบนโต๊ะ
       “ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอน จะได้หลับสบายนะครับ”
       เขายกถ้วยนมมาชนกับถ้วยของเธอ อรชาดื่มนมอุ่นๆ ปรารภมองแล้วยิ้มมีความสุข อรชาสังเกตเห็น
       “ยิ้มอะไรเหรอคะ หน้าอรมีอะไรติดรึเปล่า”
       “เปล่าครับ ผมไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ดูแลคุณอรอย่างนี้ครับ”
       “คุณรภรำคาญที่อรอ่อนแอรึเปล่าคะ”
       “ไม่เลยครับ ผมมีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆ ได้ดูแลคุณอรครับ”
       อรชาสบตาเขารู้สึกดีที่เขาดีกับเธอ ปรารภเขินอาย ไม่กล้าสบตาอรชาเลยหันไปหยิบถ้วยใส่นมแก้เก้อ แต่กลับทำนมหกลวกมือ
       “โอ๊ย”
       อรชาตกใจ
       “คุณรภ”
       ทั้งสองมาในห้องรับแขก อรชาทายาให้ปรารภ
       “แทนที่ผมจะดูแลคุณอร กลายเป็นภาระคุณอรซะอีก”
       “คุณรภดูแลอรมาตลอด ถือว่าอรตอบแทนคุณรภนะคะ”
       อรชายิ้มให้ปรารภ ทั้งสองสบตากันหวานๆเหมือนมีแรงดึงดูดทั้งสองเข้าใกล้กัน ปรารภค่อยๆ
       ก้มหน้าเข้ามาใกล้ อรชาก็นิ่ง แต่เธอกลับนึกถึงตอนที่ กร้าวจูบเธอ อรชาตกใจ รีบผลัก ปรารภชะงัก
       “อรขอโทษค่ะ”
       ปรารภเศร้า
       “ผมต่างหากครับ ที่ต้องขอโทษคุณอร ผมน่าจะรู้ตัวว่าสำหรับคุณอรแล้ว ผมเป็นได้แค่เพื่อน”
      
       ปรารภเศร้า เดินหนีไป อรชาเสียใจ ตามไป


  


       ปรารภเดินหนีมาในสวน อรชาตามมาจับแขนไว้
      
       “คุณรภคะ อรขอโทษ อรก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงยังไม่ลืมคุณกร้าวทั้งๆ ที่เขาทำร้ายครอบครัวอร”
       “คงเพราะคุณอรรักคุณกร้าวมาก”
       “อรก็ไม่รู้คะ อรรู้แค่ว่า คุณกร้าวเป็นเหมือนไฟ เวลาที่อยู่ใกล้ๆ เขาอรรู้สึกเหมือนจะละลาย แต่คุณรภเป็นเหมือนน้ำ อรรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่มีคุณรภอยู่ข้างๆ” อรชาถอนใจ “อรรู้ว่าอรไม่ควรรักคุณกร้าว
       แต่อรคงต้องใช้เวลาที่จะลืมเขา”
       ปรารภกุมมือ
       “ผมจะรอครับ ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะรอ”
       ทั้งสองยิ้มให้กัน ต่างรู้สึกดีต่อกัน ท้องฟ้ายามค่ำคืนสวยงาม
      
       พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าสวยงาม...อนุชนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม ในอ้อมกอดของกร้าว ด้วยสีหน้าแววตาครุ่นคิดสงสัยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันคืออะไร รักจริงหรือแค่หลอกให้หลงเสน่ห์ กร้าวขยับตัวจะกอดอนุชให้แน่นขึ้น แต่กลับถูกเธอผลักไส เขาแปลกใจ
       “มีอะไรหรือเปล่า”
       “ทำอย่างนี้ทำไม”
       อนุชอยากได้ยินคำว่ารัก แต่กร้าวบื้อ ไม่เข้าใจ
       “ก็คุณเป็นเมียผม”
       “แค่นั้น”
       “อือ”
       อนุชงอนน้อยใจ
       “จริงสินะ คุณเสียเงินตั้งร้อยล้าน ขอบคุณนะคะที่ตีค่าตัวฉันสูงขนาดนั้น”
       อนุชหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินออกไปด้วยความน้อยใจ กร้าวมองตามด้วยความงง ๆ
      
       พร้อมกับขำเดินถือตะกร้าผ้ามาตามทางเดินจะเก็บไปซัก พร้อมกำชับขำ
       “อย่าลืมไปเก็บผ้าที่ห้องคุณกร้าวด้วย”
       ทันใดนั้นก็เห็นอนุชที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เดินหน้าบึ้งออกมาจากห้อง กร้าวที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเช่นกันตามมาติด ๆ
       “เป็นอะไรไปคุณ”
       อนุชงอน
       “อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉัน”
       “ก็เมื่อคืน...”
       อนุชสวนแรง
       “ถ้าคิดจะแบ็คเมล์ฉันก็เอาเลย” เธอร้องไห้ออกมา “ฉันไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว”
       อนุชวิ่งออกไปทั้งน้ำตา ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ กร้าวจะรั้งไว้
       “เดี๋ยวก่อนสิคุณ...คุณ...เป็นอะไรของเค้า หรือว่าเราทำอะไรผิด”
       พร้อมยืนมองดูอยู่อีกมุมหนึ่ง หันไปถามขำ
       “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นนังขำ”
       “ฉันจะไปรู้เหรอป้า ไม่ได้นอนใต้เตียงเค้า”
       “นังนี่วอนซะแล้ว”
       “ขอโทษ” ขำคิดได้ “หรือว่า คุณกร้าวจะกินตับคุณนุช”
       “อาจเป็นได้...เฮ้ย จะบ้าเหรอ คุณกร้าวเป็นคนไม่ได้เป็นปอบ แกนี่พูดไปเรื่อย ไป ๆ ไปทำงาน”
       ขำเดินไป พร้อมอดมองกร้าวที่ยืนงงอยู่ด้วยความสงสัยไม่ได้
      
       ที่โต๊ะอาหารเช้า...พร้อมกับขำ ช่วยกันเสิร์ฟอาหาร ชาติกับอนุชนั่งอยู่ด้วยกัน
       “ว่าไงคราวนี้บอกป๋าได้หรือยัง ไอ้เจ้ากร้าวมันรังแกอะไรหนูอีก”
       อนุชรู้สึกอาย ไม่รู้จะพูดยังไงดี
       “คือ...คือว่าคุณกร้าว...คุณกร้าว...”
       ชาติมองหน้า
       “หรือว่ามันบังคับไม่ให้หนูพูด”
       “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะป๋า”
       “งั้นมันเรื่องอะไรล่ะ”
       “คือว่า...”
       “คงถูกมันขู่อีกล่ะสิ” ชาติโกรธ “ไม่ไหวเลย แสดงว่าไอ้สิ่งที่ป๋าพร่ำสอนไม่เคยเข้าหูมันเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวป๋าจัดการเอง”
       อนุชรีบรั้งไว้
       “อย่าค่ะป๋า ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะค่ะ นุชขอร้อง”
       ชาติถอนหายใจ
       “ถ้าเจ้ากร้าวรู้จักให้อภัยคนอื่นได้แบบหนู ป๋าจะดีใจมาก แต่ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง ก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”
      
       ชาติพูดจบรีบเข็นรถออกไป อนุชจะห้ามแต่ไม่ทัน ทั้งอายทั้งขัดใจ


  


       กร้าวเดินกลับไปกลับมาด้วยความกังวลว่าไปทำอะไรให้อนุชไม่พอใจ พอหันมาก็เห็นชาติเข็นรถเข้ามาพอดี
      
       “อยู่นี่เองเหรอเจ้ากร้าว”
       “มีอะไรเหรอครับ”
       “เมื่อคืนแกไปทำอะไรหนูนุช”
       “ผมเปล่านะครับ”
       “แล้วทำไมเค้าถึงได้กลัวแกขนาดนั้น”
       “ผมไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะครับ”
       “ไม่ต้องมาโกหก นุชเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว”
       กร้าวเหวี่ยงทันที
       “งั้นมาถามผมอีกทำไมล่ะครับ”
       “เพราะฉันอยากได้ยินจากปากแกยังไงล่ะ แกทำอะไรหนูนุช”
       กร้าวอึกอักลังเลไม่แน่ใจว่าควรเล่าดีหรือเปล่า
       “ผม...ผม...”
       ทันใดนั้นอนุชก็เข้ามา
       “พอเถอะค่ะป๋า อย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลย”
       ชาติไม่พอใจ
       “ไม่ได้ เพราะป๋าสัญญากับพี่สาวหนูแล้วว่าจะดูแลหนูให้ดีจนกว่าหนูจะกลับบ้าน ...บอกมาแกทำอะไรหนูนุช”
       กร้าวอึกอัก
       “ผม...”
       “เห็นมั้ยหนูนุชหน้าซีดหมดแล้ว”
       “ผม...”
       อนุชทนอับอายไม่ไหววิ่งหนีไป ชาติหันมาตำหนิหลานชาย
       “ยิ่งทำอย่างนี้ลุงก็ยิ่งอยากรู้ว่าแกทำอะไรเค้า เค้าถึงได้เสียใจขนาดนี้”
       “ผม...ปล้ำอนุชครับ”
       ชาติตะลึง
       “ว่าไงนะ”
       กร้าวรู้สึกผิด
       “ผมปล้ำอนุช...”
       ชาติบันดาลโทสะตบหน้ากร้าวอย่างแรง
       “บัดซบที่สุด แกมันเลว ประณามคนอื่น แต่สุดท้ายก็เป็นซะเอง”
       กร้าวอึ้งไปรู้สึกสำนึกผิด
       “แกเคยคิดถึงความรู้สึกหนูนุชมั้ย ถ้าหนูนุชคิดสั้นเหมือนแม่แกจะทำยังไง”
       คำพูดของชาติทำให้กร้าวใจหาย
       “อนุช”
       กร้าวรีบวิ่งออกไป ชาติโกรธหลานชายมาก
      
       กร้าววิ่งเข้ามาในห้อง เห็นอนุชถือเชือกขนาดยาวอยู่ก็ตกใจ
       “อย่านะนุช”
       กร้าวรีบเข้าไปรวบตัวเธอแย่งเชือกจากมือมาถือ อนุชงงๆ
       “คุณจะทำบ้าอะไรขึ้นมาอีกคุณกร้าว”
       “ยังไงผมไม่ยอมให้คุณทำอย่างนี้แน่ ๆ”
       “แล้วฉันทำอะไร”
       “ก็เชือกนี่ไง”
       “ก็เชือกแล้วไง”
       “คุณไม่ได้จะผูกคอตายเหรอ”
       “ฉันจะเอามัดของฝากพี่อร...”
       กร้าวงง
       “เรื่องเมื่อคืน...”
       อนุชทั้งโกรธ ทั้งอาย
       “ถ้าจะพูดเรื่องนี้อีกไปพูดที่อื่นเลย”
       เธอจะเดินหนี เขารีบสวนไป
       “ผมขอโทษ”
       อนุชหันมาคิดไม่ถึง
       “ขอโทษงั้นเหรอ...คุณพูดยังกับว่าเดินเหยียบเท้าฉันบนรถเมล์”
       “แล้วจะให้ผมทำยังไง”
       “เรื่องแค่นี้ต้องถามด้วยเหรอ ฉันเกลียดคุณ คุณมันพวกฉวยโอกาส เอาแต่ได้”
       อนุชพูดเสร็จเดินออกไปทั้งน้ำตา กร้าวงงว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       ชายธง อรชา ปรารภเดินเข้ามาในโถงบ้านชาติ อนุชเดินถือกระเป๋ามาพอดีเห็นทั้งสามคนก็ดีใจ
       “พี่อร”
       อรชารีบเข้ามาดูน้อง
       “เป็นยังไงบ้างนุช”
       “นุชไม่เป็นไรค่ะพี่อร”
       อรชาเห็นรอยถลอดแดงตามแขนขาก็ถามน้องด้วยความเป็นห่วง
       “แล้วรอยตามแขนขานี่ล่ะ”
       ชายธงโกรธ
       “ไอ้กร้าวมันทำอะไรนุช บอกเรา”
       อนุชห้าม
       “อย่าชายธง เรื่องมันแล้วไปแล้วให้มันจบไป อย่ามีเรื่องกันอีกเลย”
       ชายธงฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ก็ยอมอ่อนลงตามคำขอของอนุช อรชาโล่งใจ
       “นุชไม่เป็นไรพี่ก็โล่งอก”
       “แล้วพี่อรคิดว่าคุณกร้าวจะทำอะไรนุชเหรอคะ”
       อรชาคิดถึงตอนที่กร้าวหลอกตนไปปล้ำ เธอกระดากไม่กล้าพูด
       “คือว่าพี่คิดว่าคุณกร้าวจะ...จะ...”
       ชายธงโพล่งออกมา
       “จะทำมิดีมิร้ายกับนุช”
       อนุชหน้าสลด
       “แล้วทำไมทุกคนถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ”
       “ก็เพราะว่าพ่อเรา...” อรชาอึกอัก “ไปข่มขืนแม่เค้า”
       อนุชตกใจ
       “ข่มขืน”
       ปรารภหันมาบอก
       “คุณลุงเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้พวกเราฟังเอง”
       กร้าวตามมาถึงพอดี อนุชมองเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ คิดว่าเขาทำทั้งหมดเพราะต้องการแก้แค้นเธอ อนุชเสียงสั่นน้ำตาคลอ
       “ที่แท้เรื่องเมื่อคืนก็...”
       ชายธงถามทันที
       “ก็อะไรนุช”
       กร้าวเห็นชายธงเข้ามาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยอนุชก็ฮึดฮัดไม่พอใจ อนุชตัดใจกลัวจะมีเรื่องขึ้นมาอีก
       “ไม่มีอะไรชายธง...กลับกันเถอะค่ะ นุชจะไม่อยากจะเหยียบที่นี่อีก”
      
       อนุชมองกร้าวอย่างน้อยใจก่อนจะเดินไป กร้าวหน้าตึงขึ้นมาเพราะหึงอนุช


  


       ขณะที่เชิดนอนกอดผู้หญิงอยู่บนเตียงในโรงแรม เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกทั้งสอง เชิดงัวเงียอารมณ์เสีย
      
       “ใครวะมาเคาะแต่เช้าอย่างนี้”
       ผู้หญิงเดินไปเปิดประตู ทันใด พวกตำรวจก็บุกเข้ามารวบตัวเชิด
       “เฮ้ย ปล่อยกู ปล่อย”
      
       ลลิตาเดินออกมาจากโรงแรมเล็กๆ อยู่ๆตำรวจก็เข้ามาประกบ
       “คุณลลิตา ผมต้องขอเชิญคุณไปให้ปากคำที่โรงพัก”
       ลลิตาหน้าตื่นตกใจ
       “เรื่องอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”
       “คนร้ายคดีวางแผนฆ่าคุณอนุช ศุภกาญจน์ซัดทอดว่าคุณเป็นคนจ้างวาน”
       ลลิตาอึ้ง ตกใจ
      
       กร้าวเดินโมโหเข้ามาในโรงพัก ไหนครับคุณตำรวจ ไอ้คนร้ายที่มันจะฆ่าเมียผม”
       เชิดที่นั่งหันหลังอยู่ หันมายิ้มให้อย่างกวนๆ กร้าวเข้าไปกระชากเชิดขึ้นมาต่อยกองไปที่พื้นทันที ตำรวจเข้ามาห้าม
       “คุณ ควบคุมอารมณ์หน่อย”
       “ทำร้ายร่างกายโดนปรับเท่าไหร่ครับ”
       กร้าวเปิดกระเป๋าหยิบเงินให้ปึกหนึ่ง
       “นี่ครับคุณตำรวจ”
       เชิดเพิ่งลุกขึ้นมาได้ โดนกร้าวต่อยล้มโครมลงไปอีก
       “พอแล้ว แกจะทำก็ไปทำนังตามันซี่ มันเป็นคนสั่งให้ฉันทำ”
       “เขาสั่งให้แกไปตายแกจะไปไหม อย่าเอาคำนี้มาอ้าง แกมันเห็นแก่เงิน แกเกือบจะฆ่าคนดีๆไปคนนึงแล้ว”
       ตำรวจพยายามห้าม
       “คุณกร้าวครับ เรารู้ครับว่าคุณรักภรรยา”
       กร้าวชะงักไป มีอีกคนที่ทักว่าเขารักอนุช
       “แต่เราขอให้คุณควบคุมอารมณ์หน่อย อย่ามีเรื่องชกต่อยที่นี่”
       ตำรวจอีกชุดคุมตัวลลิตาเข้ามา พอเห็นกร้าวเธอก็โผเข้าหา
       “คุณกร้าว ลิต้าไม่ได้ทำนะคะ มันปรักปรำลิต้า ลิต้าไม่ได้บอกให้มันฆ่านุช แค่จะให้มันขู่นุช”
       เชิดโมโห
       “ถ้าแกไม่สั่งแล้วฉันจะทำได้ไง เรื่องอะไรฉันถึงอยากฆ่าคนสวยๆอย่างนั้น...คุณตำรวจครับ นังนี่แหละ
       มันหลอกให้ผมทำ”
       ลลิตาโกรธ
       “แก ไอ้ชั่ว แกปรักปรำฉัน”
       ลลิตากระโดดเข้าตะปบหน้าเชิด ทั้งสองยื้อ จะทำร้ายกัน ตำรวจคอยห้าม กร้าวเห็นแล้วเอือม เดินหนีออกไป ลลิตาหันมาเห็น
       “อ้าว คุณกร้าว อย่าเพิ่งไปสิคะ คุณกร้าว...คุณตำรวจคะ อย่าเพิ่งจับฉันนะคะ ฉันขอตกลงกับคุณกร้าวก่อน”
      
       กร้าว ชาติ กรวิกอยู่ด้วยกันที่บ้าน ตำรวจพาลลิตาเข้ามา กร้าวถามอย่างสงสัย
       “คุณตำรวจจะพาเขามาที่นี่ทำไมครับ”
       ลลิตาเข้ามากอดแข้งกอดขา เสแสร้งขอร้องไห้
       “คุณกร้าวคะ เชื่อลิต้าเถอะนะคะ ลิต้าไม่คิดว่าเรื่องจะเลวร้ายขนาดนั้นจริงๆ”
       กรวิกเบ้หน้า
       “จ้างวานฆ่าอย่างนั้นเนี่ยนะ”
       ลลิตาแอบทำหน้าเจ็บใจ หันไปอ้อนกร้าวต่อ
       “เรื่องราวมันไปไกลกว่าที่ลิต้าคิดจริงๆนะคะคุณกร้าว ลิต้าไม่เคยคิดจะให้นุชตาย”
       กร้าวมองหน้า
       “แล้วที่จะเอาปืนไปยิงนุชล่ะ”
       ลลิตาสะอึก
       “เอ่อ...ลิต้าทำไมด้วยอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่ไล่ลิต้าไป มีเหรอคะ ลิต้าจะอาละวาดขนาดนั้น”
       ชาติส่ายหน้าระอา
       “ขาดสติถึงกับจะฆ่าจะแกงกันอย่างนั้นก็ไม่ไหวนะ”
       ลลิตาแสร้งเข้ามาไหว้ชาติ
       “ลิต้าผิดไปแล้วค่ะ ลิต้าเผลอทำร้ายคุณลุงด้วย ยกโทษให้ลิต้านะคะ”
       ลลิตากอดขาชาติอ้อนวอน
       “ลิต้าจะไม่ทำอย่างนั้นแล้ว ให้โอกาสลิต้าแก้ตัวนะคะ”
       ชาติมองหน้ากร้าวว่าจะเอายังไง กร้าวถอนใจ
       “ผมยกโทษให้คุณได้ แต่เรื่องนี้เป็นคดีอาญา ยังไงก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ”
       ลลิตาโผเข้ากอดขากร้าว
       “คุณกร้าวจะให้ลิต้านอนคุกจริงๆเหรอคะ ช่วยประกันตัวลิต้าเถอะนะคะ”
       กรวิกรีบห้าม
       “อย่านะคะอากร้าว เขาสมควรไปนอนคิดในคุก ว่าสิ่งที่ทำมันผิด”
       ลลิตาแอบทำหน้าเจ็บใจ แล้วแกล้งสำออยต่อ
       “คุณกร้าวอย่าใจร้ายกับลิต้าเลยนะคะ ลิต้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ”
      
       กร้าวระอาใจ มองหน้ากับชาติอย่างตัดสินใจ
      

      
       พออรชากับปรารภพาอนุชกลับมาถึงที่บ้าน อรชายิ้มแย้มบอกน้องสาว
      
       “ขอต้อนรับกลับบ้านอีกครั้งจ้ะ น้องพี่...”
       อนุชกอดอรชา
       “ขอบคุณค่ะพี่อร...” อนุชหันไปหาปรารภ “ขอบคุณมากพี่รภที่ช่วยให้นุชได้กลับบ้านอีกครั้ง”
       ทั้งหมดกำลังจะเดินเข้าบ้าน อสิตที่พยายามเดินออกมาโดย ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง อนุชเห็นพี่เดินได้อีกครั้งก็ตื้นตัน
       “พี่สิต...”
       อนุชโผเข้ากอดพี่ชาย อสิตลูบหัวน้องอย่างรัก เอ็นดู
       “นุช...ได้กลับบ้านซะทีนะ น้องพี่...”
       “นุชคิดถึงพี่สิต คิดถึงพี่อร...คิดถึงบ้านของเรา”
       อรชาเข้ามาใกล้
       “ตอนนี้ก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งแล้วไงจ๊ะ”
       อนุชดึงอรชามากอดด้วย สามพี่น้องกอดกันอย่างยินดี ปรารภพลอยยินดีไปด้วย ชายธงเข้ามาเข้าไปกุมมืออนุช
       “นุช...นุชกลับมาแล้วจริงๆ”
       อนุชดีใจ
       “จ้ะ...นุชได้กลับมาบ้านแล้วจริงๆ”
       ปรารภยิ้มแย้มบอก
       “ผมว่า งานนี้ต้องฉลองกันหน่อยนะครับ”
       พวกสามพี่น้องยิ้มอย่างเห็นด้วย
      
       กร้าวขับรถกลับกรุงเทพ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขากับอนุชบอกรักด้วยคำว่าเกลียดกัน
       “ฉันเกลียดคุณ เกลียดท่าทางถือดี เกลียดรอยยิ้ม เกลียดเวลาที่คุณกอดฉัน เกลียดทุกครั้งที่คุณอ้อนฉัน เกลียดเวลาที่ทำให้ฉันใจอ่อน”
       “ผมก็เกลียดคุณ เกลียดตั้งแต่แรกเห็น เกลียดหน้าคุณ ตาคุณ จมูกคุณ ปากคุณ เกลียดแก้มคุณ เกลียดเวลาที่ถูกคุณผลักไส เกลียดทุกครั้งเวลาที่คิดว่าจะเสียคุณไป เกลียดที่ทำยังไง ผมก็เกลียดคุณไม่ลงซักที”
       “ฉันก็เกลียดคุณ”
       เขาโน้มตัวลงจูบเธอ...กร้าวคิดถึงแล้วก็ไม่เข้าใจอนุช แล้วเขาก็นึกถึงตอนที่อนุชถามหาชายธง กร้าวทุบพวงมาลัย โกรธ ไม่พอใจ
      
       เย็นนั้นสามพี่น้องกับสองหนุ่มจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน บรรยากาศสนุกสนาน ปรารภปิ้งบาร์บีคิว แล้วใส่จานที่อรชาส่งให้
       “คุณอรเอาไปให้พี่สิตก่อนเลยครับ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       อนุชเตรียมเครื่องดื่มสำหรับทุกคน อรชานำบาร์บีคิวมาให้อสิต
       “พี่สิตคะ ทานเยอะๆนะคะ”
       ปรารภยกจานบาร์บีคิวมาเพิ่มให้ที่โต๊ะ
       “นุช มากินได้แล้วจ้ะ”
       อนุชนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ เห็นรอยยิ้มทุกคนแล้วก็สะท้อนใจ
       “นุชอยากให้เราอยู่ด้วยกันที่นี่ แบบนี้ตลอดไป”
       อสิตกับอรชาได้ยินก็สะท้อนใจเพราะบ้านโดนขายไปแล้ว ปรารภเห็นสีหน้าทุกคนก็เป็นห่วง
       “ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้ผมปรึกษากับทนายอยู่ เรามีโอกาสร้องต่อศาลให้การขายบ้านของลิต้าเป็นโมฆะ”
       อนุชเศร้าๆ
       “ถ้าเราสามคนกลับมาเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงอีกครั้ง จะเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดเลยค่ะ”
       อรชาหันไปหาปรารภ
       “ขอบคุณคุณรภมากจริงๆค่ะ”
       อสิตซึ้งใจ
       “นั่นสิ ไม่ได้รภ พวกเราสามพี่น้องคงลำบาก”
       “อย่าคิดมากเลยครับ ผมอยากช่วยเท่าที่ทำได้”
       เสียงเพลงสนุกๆดังขึ้น ทั้งสี่หันไปมอง ชายธงนำเครื่องเสียงออกมา
       “ปาร์ตี้ทั้งที ไม่มีดนตรีได้ไงครับ”
       ชายธงเดินตามจังหวะเพลงเข้ามา
       “ชายธง นั่งก่อน เดี๋ยวนุชเอาเครื่องดื่มให้”
       อนุชลุกไปเตรียม ยืนหันหลังให้ชายธง แต่พอหันมาก็เห็นชายธงยืนอยู่ข้างหลัง จับมือเธอเต้นตามจังหวะเพลง
       “อะไร ชายธงนี่” อนุชหัวเราะ
       “เร็วสินุช โชว์สเต็ปหน่อย…เร็ว”
      
       ชายธงดึงอนุชมาเต้น จนอนุชยอมเต้นด้วย ทั้งที่ในมือยังถือแก้วเครื่องดื่ม


  


       กร้าวขับรถเข้ามาที่หน้ารั้วบ้าน ลงมาดู ได้ยินเสียงเพลงดังออกมา นึกฉุน เปิดประตูรั้วเข้าไป...อสิตดันปรารภกับอรชาออกไปเต้นด้วย
      
       “สองคนนี้จะดูอยู่เฉยๆทำไมเนี่ย ออกไปเต้นกับเขาสิ”
       อรชามองหน้ากับปรารภแล้วยิ้มขำ ปรารภนึกสนุก ลุกมาโค้งให้อรชา ยื่นมือให้ อรชาแตะมือ เขาจับมือเธอออกไปเต้นบ้าง กร้าวเข้ามา หยุดมองอยู่มุมหนึ่งไกลๆ เห็นพวกสามพี่น้องกับสองหนุ่มสนุกสนานรื่นเริง...อนุชเต้นรำกับชายธงด้วยรอยยิ้ม กร้าวนึกฉุน ทั้งสี่คนสองคู่เต้นรำกันไป อรชาที่หันหลังให้อนุช ชนหลังอนุช เครื่องดื่มในมืออนุชหกใส่ชายธง
       “อุ๊ย ชายธง นุชขอโทษ”
       “อยากให้ถอดเสื้อเต้นก็ไม่บอก”
       “แหวะ ใครจะอยากเห็น มานี่ นุชพาไปล้าง” อนุชหันไปบอกกับพวกพี่ๆ “เดี๋ยวนุชมานะคะ”
       อนุชวางแก้วแล้วพาชายธงออกไป กร้าวเดินอ้อมตัวบ้านตามไป
      
       อนุชกับชายธงเข้ามาในบ้าน
       “ชายธงไปล้างในห้องน้ำ เดี๋ยวนุชจะไปเอาเครื่องดื่ม แล้วเดี๋ยวไปเจอกันข้างนอก”
       “โอเคคร้าบ...”
       ชายธงเดินแยกไปทางหนึ่ง อนุชมองตามยิ้มๆ แล้วหันกลับมา กร้าวเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของบ้าน อนุชเห็นเขาก็ชะงัก
       “คุณกร้าว...คุณมาที่นี่ได้ยังไง”
       “เมียผมอยู่นี่ ทำไมผมจะมาไม่ได้”
       “อย่าใช้คำนั้นกับฉัน จะหย่าเมื่อไหร่ นัดมาได้เลย”
       “หย่าเพื่อให้คุณไปเสวยสุขกับชายธงน่ะเหรอ...เห็นผมเป็นคนใจดีอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
       “แล้วคุณยังต้องการอะไรอีก”
       “ผมยังอยากเก็บคุณไว้ดูเล่นอีกสักพัก...กลับบ้านกับผม”
       กร้าวดึง อนุชสะบัด
       “จะมากไปแล้วนะ ฉันไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวที่คุณจะใช้เงินซื้อ”
       “ผมก็ไม่ได้เห็นคุณเป็นลูกหมาลูกแมวซะหน่อย...ผมเห็นคุณเป็นภรรยา...หรือว่าหลังจากคืนนั้นแล้ว คุณไม่เห็นผมเป็นสามีบ้างเลย”
       อนุชทั้งโกรธทั้งอาย
       “อย่าพูดถึงคืนนั้นอีก ฉันไม่อยากได้ยิน”
       “ทำไม คุณกลัวชายธงจะมาได้ยินเข้าเหรอ...หึ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้ามันรู้ว่าผมกับคุณเป็นสามีภรรยากันแล้วทั้งนิตินัยและพฤตินัยมันจะว่ายังไง”
       “นี่คุณคิดจะเอาเรื่องนี้มาขู่ฉันงั้นเหรอ”
       “แล้วได้ผลไหมล่ะ”
       อนุชพูดไม่ออก ได้แต่กัดฟัน เจ็บใจ
       “ผมมีสิทธิในตัวคุณทุกอย่าง จะไปกับผมดีๆ หรืออยากให้มีเรื่องก่อน”
      
       ชายธงล้างเสื้อเสร็จออกมา เอากระดาษเช็ดเสื้อไปพลาง
       “นุช...เสร็จรึยัง...ให้ช่วยยกอะไรไหม”
       ไม่มีเสียงตอบ ชายธงเดินไปดู แต่ไม่เห็นอนุช
      
       อรชากับปรารภที่เต้นเสร็จก็เดินมานั่งกับอสิต กร้าวออกมาด้วยท่าทางกวนๆ
       “สวัสดีครับ ทุกคน”
       อสิตเห็นกร้าวก็ปรี๊ด จะลุกขึ้นไปต่อย
       “ไอ้กร้าว ใครอนุญาตให้แกเข้ามา”
       อรชากับปรารภต้องรีบห้ามอสิต
       “พี่สิต ใจเย็นก่อนครับ”
       อรชามองหน้ากร้าว
       “คุณกร้าว คุณมาที่นี่อีกทำไม ต้องการอะไรอีก”
      
       “ก็ไม่มีอะไรมาก...แค่มาพาเมียกลับบ้าน...”


  


       เห็นอนุชหิ้วกระเป๋าใบเล็กๆ ออกมา อรชาถึงกับอึ้ง
      
       “นุช...”
       ชายธงตามออกมา
       “ไม่ได้ แกจะพานุชไปไหนอีกไม่ได้”
       “ไม่ยักรู้ว่าแกก็มีสิทธิออกคำสั่ง”
       อรชาไม่พอใจพูดเสียงกร้าว
       “พวกเราที่นี่ไม่มีใครยอมให้คุณพานุชไป”
       “ได้...งั้นก็คืนสินสอดร้อยล้าน ค่าตัวอนุชมา”
       อสิตโกรธ
       “แกกล้าเรียกว่าค่าสินสอดเหรอ ในเมื่อแกให้ลิต้าหลอกให้ฉันเซ็นสัญญากู้ยืม”
       “กับคนอย่างพวกคุณ ผมก็ต้องมีหลักประกันบ้าง”
       ชายธงจ้องหน้า
       “หมายความว่าถ้าใช้หนี้ร้อยล้านเป็นอันจบใช่ไหม...ได้ งั้นฉันจะใช้หนี้แกเอง”
       กร้าวมองหยัน
       “แกจะเอาอะไรมาใช้หนี้ฉัน เงินพ่อแกงั้นเหรอ”
       ชายธงโกรธจี๊ด
       “ไอ้กร้าว”
       ปรารภห้ามไว้
       “ชายธง อย่า”
       “หึ...ก็คนอย่างแกมันจะมีปัญญาอะไร เป็นแค่ไอ้กระจอกที่วันๆเอาแต่ตามเมียชาวบ้าน”
       “แก...”
       ชายธงสะบัดปรารภออก จะเข้าไปต่อยกร้าว แต่อนุชขวางไว้ ไม่อยากให้มีเรื่อง
       “อย่า ชายธง อย่ามีเรื่องกันอีกเลย พี่สิต พี่อร...นุชจะไปกับเขาค่ะ”
       อสิตอึ้ง
       “นุช”
       “ไม่ต้องห่วงนุชหรอกค่ะ...ถึงยังไงตอนนี้นุชก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว” อนุชหันไปหากร้าวถามเสียงแข็ง “จะไปได้รึยัง เลิกกวนประสาทคนอื่นซะที”
       กร้าวยิ้มท้าทายทุกคน ก่อนจะเดินนำอนุชออกไป พวกที่เหลือต่างก็ใจหายที่อนุชต้องไปอีก อรชากับอสิตเรียกพร้อมกัน
       “นุช...นุช...”
       อนุชหันมองพวกพี่อย่างตัดใจ ก่อนจะหันตามกร้าวออกไป...กร้าวพาอนุชออกมาที่รถ อนุชมองกลับไปทางตัวบ้านอย่างเสียใจ อุตส่าห์คิดว่าจะอยู่กันครบสามพี่น้องแล้ว กร้าวเห็นอนุชอาลัยอาวรณ์คิดว่าอยากอยู่กับชายธง
       “ขึ้นรถสิ ยังจะอาลัยอาวรณ์ไอ้ชายธงอยู่อีกรึไง”
       อนุชประชด
       “ใช่...ฉันอยากให้ชายธงใช้หนี้แทนฉัน ฉันกับคุณจะได้จบกันซะที”
       “งั้นก็เสียใจด้วยที่คุณกับผมยังไม่จบง่ายๆ”
       “ฉันไม่เข้าใจ คุณได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว ยังต้องการอะไรอีก”
       อนุชจ้องตากร้าวอย่างค้นหา กร้าวปากแข็ง ไม่ยอมบอกว่ารัก
       “ผมไม่ชอบเห็นใครมีความสุข โดยเฉพาะพวกวิชเวทย์”
       “คุณกร้าว...”
       “เลิกทำตัวมีปัญหา แล้วก็ไปซะที” เขาดึงเธอไป “ขึ้นรถ”
       อนุชมองกร้าวอย่างตัดพ้อ แต่ก็จำต้องขึ้นรถไป
      
       งานจบลงอย่างกร่อยๆ อสิตทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ท่าทางหมดหวัง ชายธงหน้าเสีย
       “ผมขอโทษ ที่ปกป้องนุชไม่ได้”
       “ชายธงไม่เกี่ยวหรอก พี่ต่างหาก ที่ปกป้องน้องสาวตัวเองไม่ได้”
       อรชาเข้ามาบีบไหล่อสิตปลอบโยน หน้าตาทุกคนสิ้นหวัง
      
       กร้าวขับรถพาอนุชเข้ามาในรั้วบ้านของเขา พอรถจอด อนุชลงจากรถ ไม่พูดไม่จา เดินเข้าบ้านไป กร้าวลงจากรถ มองตามไปอย่างห่วงๆ
       อนุชเดินเข้ามา มองรอบๆ รู้สึกเบื่อหน่าย สิ้นหวัง กร้าวตามเข้ามา เห็นเธอเย็นชา พยายามเอาใจ
       “เหนื่อยรึเปล่า”
       อนุชใจแข็ง ทำเป็นไม่ตอบ
       “หิวไหม อยากได้อะไรรึเปล่า”
      
       อนุชเหลือบมองเขา แล้วเดินหนีขึ้นห้อง กร้าวมองตามอย่างหนักใจ


  


       ค่ำนั้น ธารินรอชายธงกลับมาอย่างร้อนใจ พอได้ยินเสียงรถก็ดีใจ ครู่หนึ่งชายธงเข้ามา หน้าตาดูไม่ดี ธารินเป็นห่วง
      
       “พี่ชายธง...เป็นไงบ้างคะ ได้เจออนุชรึเปล่า”
       ชายธงหนักใจ
       “นายกร้าวพาอนุชกลับไปอีกแล้ว”
       ชายธงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งอย่างหัวเสีย เขานึกถึงเรื่องราวเมื่อครู่ที่กร้าวดูถูกเขา
       “แกจะเอาอะไรมาใช้หนี้ฉัน เงินพ่อแกงั้นเหรอ”
       ชายธงโกรธมาก
       “ไอ้กร้าว”
       ปรารภห้ามไว้
       “ชายธง อย่า”
       “หึ...ก็คนอย่างแกมันจะมีปัญญาอะไร เป็นแค่ไอ้กระจอกที่วันๆเอาแต่ตามเมียชาวบ้าน”
      
       ธารินเห็นสีหน้าชายธงขึ้งเครียดก็เป็นห่วง
       “พี่ชายธง...ไม่เป็นไรนะคะ”
       “พี่เป็นคนไม่เอาไหนใช่ไหมริน”
       “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ”
       “พี่มันไม่ได้เรื่อง พี่ช่วยนุชไม่ได้ พี่ไม่เคยเอาชนะไอ้กร้าวได้เลย”
       “ไม่จริง พี่ชายธงของรินไม่ใช่คนไม่เอาไหน...อย่างน้อยพี่ชายธงก็ยอมทำทุกอย่างเพื่ออนุช...” ธารินสลดลง “เพื่อผู้หญิงที่พี่ชายธงรัก”
       ชายธงเห็นใจธาริน
       “ริน...”
       “คนที่พยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จมีอยู่เยอะแยะไป มันไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เอาไหน แต่มันยังไม่ใช่โอกาสของเขาต่างหาก”
       ชายธงยิ้มออก
       “หัดพูดจาเป็นผู้ใหญ่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
       เขาลูบหัวเธอ ธารินยิ้ม
       “ถ้าพี่ชายธงต้องการกำลังใจ มาหารินได้ทุกเมื่อ”
       “ขอบใจนะ”
       ทั้งสองยิ้มให้กัน
      
       อนุชมาเตรียมเสื้อผ้า จะอาบน้ำ กร้าวตามมา มองอนุชอยู่ที่ด้านหลัง ตัดสินใจจะง้อ กร้าวเดินเข้ามาหา แล้วกอดทางด้านหลังอนุชตกใจ ดิ้นหนี
       “อะไรกันคุณกร้าว ปล่อย”
       “ทำไมล่ะ ขอกอดหน่อยไม่ได้เหรอ”
       “ปล่อย ฉันจะไปอาบน้ำ”
       “งั้นอาบด้วยกันนะ”
       อนุชสะบัดหลุด
       “เลิกทำเป็นล้อเล่นกับฉันซะที”
       “ก็ไม่ได้ล้อเล่น จะทำจริงๆ”
       “ฟังนะคุณกร้าว ฉันอาจจะผิดที่ยอมคุณ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นซ้ำสองอีก”
       กร้าวชะงัก
       “มีอะไรกับผมมันผิด แล้วที่ถูกต้องเป็นใคร ชายธงเหรอ”
       อนุชประชด
       “ก็อาจจะใช่”
       กร้าวโมโห
       “อย่าลืมว่าคุณเป็นเมียผม”
       “ไม่ลืมหรอก ไม่ต้องมาตอกย้ำ”
      
       อนุชเดินหนีไป กร้าวมองตามอย่างหัวเสีย
      

      
       เสียงโทรศัพท์ในบ้านมโนรมย์ดังขึ้น อสิตใช้ไม้เท้าเดินมาดู
      
       “แหวน อยู่ไหน ทำไมไม่รับสาย”
       เงียบ อสิตต้องเดินมารับสายเอง
       “สวัสดีครับ บ้านวิชเวทย์”
       ลลิตาคุยโทรศัพท์อยู่ที่โรงพัก
       “สิคะ ลิต้าเอง...”
       อสิตอึ้งไป
       “สิต ได้ยินลิต้ารึเปล่า”
       “ต้องการอะไร”
       “ลิต้าอยู่ที่โรงพัก ลิต้าโดนคุณกร้าวใส่ร้าย สิตช่วยมาประกันตัวลิต้าหน่อยได้ไหม”
       “หน้าเธอทำด้วยอะไร มันถึงได้หนาพอจะมาขอความช่วยเหลือจากฉัน”
       “สิตอย่าพูดอย่างนั้นสิคะ หรือสิตไม่เคยคิดถึงความสัมพันธ์ครั้งก่อนของเราบ้างเลย”
       “ไม่ต้องมาตอแหลลิต้า...ถ้าฉันช่วยเธอก็คือฉันจะประกันตัวเธอมาฆ่าด้วยมือฉันเอง”
       อสิตกระแทกหูโทรศัพท์ นึกเจ็บใจ ลลิตาขัดใจ วางสายแล้วด่าใส่โทรศัพท์
       “ไอ้บ้า ไอ้ขาเป๋...ฉันไม่น่าโทรไปให้แกด่าเลย...แล้วจะทำไงดี...”
      
       อนุชมาพบอรชากับปรารภที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า
       “พี่อร...พี่รภ”
       “นุช เป็นไงบ้าง พี่ดีใจนะที่อย่างน้อยคุณกร้าวไม่ได้ขังนุชอีก”
       “เขาคอยย้ำเรื่องเงินร้อยล้าน ใช้เรื่องนี้เป็นหลักประกันว่านุชจะไม่หนี”
       ปรารภออกความเห็น
       “ถ้าเราหาทางใช้หนี้เขาได้ นายกร้าวคงไม่มีข้ออ้างมากักนุชไว้ได้อีก แต่ปัญหาคือ เราจะไปหาเงินร้อยล้านจากที่ไหน”
       อรชาคิดๆ
       “หรือเราควรจะกู้รายอื่นมาจ่ายหนี้คุณกร้าวคะ...เจ้าหนี้รายใหม่อาจจะไม่ใจร้ายเท่าคุณกร้าว”
       อนุชแย้ง
       “ไม่ดีหรอกค่ะพี่อร มันเป็นการเอาหนี้มาโปะหนี้”
       “แต่อย่างน้อย นุชจะได้เป็นอิสระจากคุณกร้าวซะทีนะ”
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่อร นุชทนได้”
       “แต่พี่กลัวว่าคุณกร้าวจะ...จะทำมิดีมิร้ายนุช...นุชอยู่กับเขาสองต่อสองอย่างนั้น นุชไม่กลัวบ้างเหรอ”
       “เขา...เขาไม่ได้ทำอะไรนุชหรอกค่ะ”
       “แน่ใจนะ”
       อนุชอึกอัก พอดีมือถือดัง อนุชรีบรับสายเพื่อหนีคำถามอรชา
       “สวัสดีค่ะ...” อนุชอึ้งไป “พี่ลิต้า...”
       อรชากับปรารภได้ยินว่าเป็นลิต้าก็ประหลาดใจ
      
       อนุช อรชา ปรารภเดินเข้ามาในโรงพัก ลลิตาหันไปเห็น รีบลุกมาหา
       “นุช...ขอบใจนะที่มา นุชยอมช่วยพี่แล้วใช่ไหม”
       “พี่ลิต้าแน่ใจเหรอ ว่าสำนึกผิดแล้วจริงๆ”
       “พี่รู้ว่าพี่ทำผิดต่อนุชไว้มาก... แต่มันเป็นเพราะคุณกร้าวบีบคั้นพี่...ส่วนไอ้เชิดก็ทำเกินคำสั่ง พี่แค่จะให้มันไปขู่นุช ไม่คิดจะให้มันทำร้ายนุชจริงๆเลย”
       “แล้วที่พี่ลิต้าจะเอาปืนมายิงนุชล่ะ”
       อรชากับปรารภได้ยินก็ตกใจ ปรารภจ้องหน้าลลิตา
       “อะไรนะ ลิต้า เธอทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”
       ลลิตาสะอึก
       “เอ่อ...ฉันทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบน่ะ คุณกร้าวไล่ฉัน ฉันเลยขาดสติ อาละวาด...”
       อรชาไม่พอใจ
       “ขาดสติถึงกับจะฆ่าจะแกงกันอย่างนั้นก็ไม่ไหวนะคะ”
       ลลิตาแกล้งบีบน้ำตา เข้ามาไหว้อนุช
       “นุช...พี่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้พี่เถอะนะ...จะให้พี่กราบนุชก็ได้”
       ลลิตาจะลงไปกราบ อนุชดึงไว้
       “ไม่ต้องหรอกค่ะ นุชไม่อยากถือโทษโกรธเคืองอะไรใคร...นุชยกโทษให้พี่ลิต้าก็ได้ แต่เรื่องนี้เป็นคดีอาญา นุชช่วยพี่ลิต้าไม่ได้ ยังไงก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ”
       อนุชพยักหน้ากับอรชาปรารภ ชวนกันออกไป ลลิตาโผเข้ากอดขาอนุช
       “นุช...นุชจะให้พี่นอนคุกจริงๆเหรอ ช่วยประกันตัวพี่เถอะนะ อย่าใจร้ายกับพี่เลย พี่สำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลลิตาหันไปหาปรารภ “รภ แกต้องช่วยฉันนะ ฉันเป็นญาติแก” เธอหันไปกอดอนุชอีก “นุชช่วยพี่นะ...”
       ลลิตาแกล้งร้องไห้ อนุชมองหน้าอรชากับปรารภอย่างหนักใจ ลลิตาแอบยิ้มร้าย รู้ว่ามารยาได้ผล
      
       ไม่นานต่อมา ลลิตาเดินนวยนาดเข้ามาที่หน้าห้องขังเชิด ยิ้มเย้ย
       “ต้องผิดหวังแล้วนะไอ้เชิด คืนนี้แกต้องนอนที่นี่คนเดียว...ฉันไม่ได้อยู่เป็นเพื่อน”
       “ถ้าฉันมีมารยาร้อยเล่มเกวียนอย่างแกก็คงสบายไปแล้ว”
       “เสียดาย ของแบบนี้เป็นพรสวรรค์ ลอกเลียนแบบกันไม่ได้...ฉันต้องไปละนะ”
       ลลิตาโบกมือให้
       “เดี๋ยวก่อนนังตา...แกคิดเหรอว่าจะทำงานใหญ่ด้วยตัวคนเดียว”
       ลลิตาชะงัก
       “ยังไงแกก็ต้องพึ่งฉัน ทางที่ดีหาทางช่วยฉันออกไปด้วยจะดีกว่า”
      
       ลลิตาคิดตามก็เห็นจริงอย่างเชิดว่า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

       ด้านกรวิกเดินเข้ามาในบ้านกร้าว มือหอบหิ้วเอกสารงานมาด้วย
      
       “อากร้าวคะ...อากร้าว”
       กร้าวเดินออกมา กรวิกเห็นกร้าวก็แย้มยิ้มดีใจ
       “อ้าวนก...มีอะไร”
       “นกเข้าไปที่บริษัทมาค่ะ มีเอกสารที่อากร้าวจะต้องเซ็น นกเลยเอามาให้”
       “ขอบใจนะ วางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวอาจะดูเอง”
       กรวิกวางเอกสาร แต่ไม่ยอมกลับยังรั้งอยู่ต่อ
       “อากร้าวคะ...เรื่องหย่าอากร้าวเรียบร้อยรึยังคะ”
       กร้าวหน้าเครียด หันมามองกรวิกอย่างไม่พอใจ
       กรวิกอึกอักแก้ตัว “ลุงชาติโทร.มาถามนกน่ะค่ะ”
       กร้าวรู้ทันว่าไม่จริง แต่ถามย้ำ “ลุงชาติโทร.มาถามนกเหรอ”
       กรวิกอึกอัก “ค่ะ”
       กร้าวส่ายหน้าระอา “นกกลับไปเถอะ เดี๋ยวเอกสารงาน อาจะจัดการเอง”
       กรวิกจ๋อย “ค่ะ”
       กรวิกจะหันกลับออกไป พอดีเห็นอนุชเข้ามา กรวิกถึงกับสะอึก
       “นุช”
       อนุชรู้ว่ากรวิกยังเกลียดเธอ ก็จะเดินเลี่ยงหนี แต่กรวิกเข้ามาขวางไว้
       “หยุดนะนุช เธอมาทำอะไรที่นี่อีก อย่าบอกนะว่าจะมาตามตื้ออากร้าว”
       อนุชหันมาทางกร้าว “คุณน่าจะอธิบายกับนกได้นะคะ ว่าทำไมฉันต้องกลับมาที่นี่อีก” ว่าแล้วทำท่าจะไป
       กรวิกขวางไว้อีก “จะไปไหน เธอไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่ต่อไปแล้วนะ”
       “อาเป็นคนพานุชมาที่นี่เอง เขามีสิทธิ์เต็มร้อยที่จะอยู่ที่นี่”
       กรวิกอึ้ง “อากร้าว”
       อนุชเหนื่อยใจ เดินเลี่ยงเข้าไปด้านใน
      
       กรวิกตามคาดคั้นกับกร้าว ขณะที่กร้าวเดินหนี
       “อากร้าวช่วยอธิบายกับนกหน่อยได้ไหมคะ ว่าทำไมต้องให้นุชมาอยู่ที่นี่อีก ในเมื่อจะหย่ากันอยู่แล้ว”
       “เพราะว่าอาไม่ได้คิดจะหย่ากับอนุช”
       “ทำไมคะ คนไม่ได้รักกันจะทนอยู่กันไปเพื่ออะไร”
       “เหตุผลของอา นกไม่จำเป็นต้องรู้”
       อนุชเดินย้อนมาหยุดฟังอยู่มุมหนึ่ง
       “หรือว่าอากร้าวรักนุช ถึงไม่ยอมปล่อยนุชไป” กรวิกพูดแทงใจดำ
       อนุชลุ้นกับคำตอบของกร้าวเช่นกัน กร้าวนิ่งอึ้งไป สับสนหนัก
       กรวิกคาดคั้น “ว่าไงคะอากร้าว อากร้าวรักนุชเหรอคะ”
       กร้าวยังหลอกตัวเองอีก “อาไม่ได้รักอนุช”
       อนุชสะเทือนใจ ได้ยินคำว่าไม่รักจากปากกร้าว น้ำตาคลอๆ เดินเลี่ยงหลบออกไป
       กร้าวฉุนไล่กรวิกกลับ
       “ทีนี้ได้ยินชัดหรือยังนก กลับได้หรือยัง”
       กร้าวเดินหนีอย่างเอือมระอา กรวิกมองตาม ยังคาใจไม่หาย
      
       ส่วนเธียรประหลาดใจที่ชายธงมาขอทำงาน
       “ว่าไงนะ แกจะขอไปทำงานที่บริษัท”
       ชายธงงอน “อะไรอีกล่ะครับ พ่อจะเอายังไงกันแน่ ผมไม่ทำงานก็บ่น พอมาขอทำงานก็มองอย่างกับผมเป็นตัวประหลาด”
       “ก็มันไม่ประหลาดเหรอ ที่อยู่ๆ แกมาเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมืออย่างนี้อย่าบอกนะว่าผีเข้า”
       “ผมแค่ไม่อยากให้ใครมาดูถูกว่าเป็นคนไม่เอาไหน ใช้แต่เงินพ่อ...ตกลงพ่อจะให้ผมทำงานที่บริษัทรึเปล่า ไม่ให้จะได้ไปสมัครที่อื่น”
       เธียรเข้ามาตบไหล่ชายธง ยิ้มด้วยความยินดี “ให้สิวะ อีกหน่อยบริษัทนี้ก็ต้องเป็นของแกแกยิ่งมาเรียนรู้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเบาใจมากขึ้นเท่านั้น”
       ธารินเดินเข้ามาพอ พนมมือไหว้ทักทายเธียร
       “สวัสดีค่ะคุณลุง...คุณลุงกับพี่ชายธงคุยอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะ”
       “คุยเสร็จแล้ว...ขอบใจหนูรินมากนะที่ทำให้เจ้าชายธงเปลี่ยนไปในทางที่ดียอมมาฝึกงานที่บริษัทซะที”
       เธียรหันมายิ้มให้ชายธงอีกครั้ง ก่อนเดินออกไป
      
       ธารินนิ่งงันไป นึกสะท้อนใจเพราะรู้ดีว่าชายธงไม่ได้ทำเพื่อเธอ


  


       ธารินออกมานั่งจ๋อยอยู่อีกมุมของบ้าน ชายธงตามออกมามองเห็นอาการธารินก็แปลกใจ
      
       “เป็นอะไรริน ไม่ดีใจเหรอ ที่พี่จะเริ่มทำงานเป็นชิ้นเป็นอันซะที”
       ธารินฝืนยิ้ม “รินดีใจค่ะ... แต่ไม่สบายใจที่คุณลุงเข้าใจผิด”
       ชายธงแปลกใจ “เข้าใจผิด..”
       ธารินพนักหน้า “คุณลุงเข้าใจว่ารินเป็นคนทำให้พี่ชายธงเปลี่ยนใจมาทำงาน แต่จริงๆแล้วเป็นเพราะอนุชต่างหาก... ไม่ใช่ริน”
       “ใครบอกล่ะ ว่าเป็นเพราะนุชคนเดียว”
       ธารินชะงัก มองหน้าชายธงงงๆ
       “ส่วนนึง พี่อยากเป็นคนดีเพื่อนุช...แต่อีกส่วน พี่ทำเพื่อริน...เพราะรินไม่เคยหมดหวังในตัวพี่” ชายธงกุมมือธารินไว้ “ขอบใจนะริน ที่เชื่อมั่นในตัวพี่”
       ธารินยิ้ม ซาบซึ้งใจ
      
       ชาติอยู่ที่บ้านทานตะวันรู้เรื่องอนุชจากกรวิกก็ไม่สบายใจ
       “ว่าไงนะ เจ้ากร้าวมันไม่ยอมหย่ากับนุชเหรอ”
       “ใช่ค่ะ อากร้าวจับนุชมาทรมานที่บ้านอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อากร้าวจะยอมปล่อยนุช”
       ชาติโมโหขึ้นมา “เจ้ากร้าว ทำไมไม่แล้วเลิกกันซะทีนะ” ตะโกนเรียก “ขำ... ขำ...”
       ขำวิ่งพรวดเข้ามา
       “ขา... คุณชาติ”
       “ไปเก็บกระเป๋า เตรียมเข้ากรุงเทพฯ ไปดูซิว่าเจ้ากร้าวมันทำอะไรกับหนูนุชบ้าง แล้วกลับมารายงานฉัน” ชาติสั่ง
       “ค่ะคุณชาติ” ขำรีบออกไป
       กรวิกลอบยิ้มที่เป่าหูชาติได้สำเร็จ
      
       ตกตอนกลางคืน อนุชจัดโต๊ะอาหารมื้อค่ำให้ พอกร้าวเดินเข้ามา อนุชก็จะเดินหนี
       กร้าวขวางไว้ “จะไปไหนล่ะ”
       “ฉันจัดโต๊ะให้คุณแล้ว กินเสร็จฉันจะมาเก็บล้าง”
       “ทำไมเห็นหน้าผมเป็นต้องเดินหนี”
       “ก็ฉันทำหน้าที่เสร็จแล้ว”
       “หน้าที่ภรรยาที่ต้องปรนนิบัติสามีน่ะเหรอ”
       “ภรรยา คนรับใช้ นางบำเรอ อยากเรียกอะไรก็เชิญ...กินซะเดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อย แล้วจะมาโทษว่าฉันไม่ตั้งใจทำ”
       อนุชผละหนี แต่กร้าวรวบตัวมากอดไว้ไม่ยอมปล่อย
       “คุณกร้าว จะทำอะไร”
       กร้าวอ้อน “ถ้าผมอยากกินอย่างอื่นล่ะ”
       อนุชฉุน แข็งขืน ผลักไส “อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
       “นี่ก็หน้าที่ภรรยาเหมือนกัน” กร้าวกอดจูบอนุชด้วยความรัก “ผมคิดถึงคืนนั้นของเรานะ”
       ขำดันหิ้วกระเป๋าเข้ามาพอดี เห็นสองคนกอดกันก็ตกใจ
       “ว้าย ตาเถรยายชี!” ขำปิดตา “ขำไม่เห็นอะไรนะคะ”
       กร้าวขัดใจที่ถูกขัดคอ “ขำ มาที่นี่ทำไม!”
      
       พอกร้าวรู้เรื่องที่กรวิกไปฟ้องชาติก็ไม่พอใจ
       “คุณชาติกลัวคุณกร้าวทำร้ายคุณนุชอีกนะค่ะ เลยให้ขำมาดู” ขำบอก
       “ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ ยัยนก”
       “มันก็ช่วยไม่ได้นี่คะ คุณไปทำให้เขารัก เขาก็แค่ต้องการได้คุณคืน” อนุชแดกดัน
       “ผมไม่เคยคิดอะไรกับยัยนกเลย”
       “ถ้าคุณไม่ไปบริหารเสน่ห์กับยัยนก เขาจะหลงคุณหัวปักหัวปำอย่างนี้เหรอ”
       กร้าวเถียงลั่น “ผมไม่เคยทำอย่างนั้น”
       “ไม่ต้องมาแก้ตัวกับฉันหรอก เรื่องของคุณกับยัยนก ฉันไม่เกี่ยว” อนุชลุกเดินออกไป
       กร้าวรีบตามไปง้อ “เดี๋ยวอนุช คุณเข้าใจผิดนะ”
       ขำมองตาม ถอนใจเฮือก เพราะเหมือนจะเป็นหนังคนละม้วน
       “คุณชาติ ขำจะกลับไปเล่ายังไงดี”
      
       เช้าวันต่อมาขณะที่ขำจะออกมาทิ้งขยะ แต่เห็นลลิตาอยู่ที่หน้ารั้วก็ชะงัก
       “คุณ...”
       “คุณกร้าวอยู่ใช่ไหม เปิดประตูซิ ฉันจะไปหาคุณกร้าว”
       “ตอนอยู่ที่ไร่คุณกร้าวไล่คุณอย่างกับหมูกับหมา ขำไม่กล้าให้คุณเข้ามาหรอกค่ะ” ขำบอก
       “นี่แก! จะเปิดไม่เปิด”
       กร้าวยินเสียงเอะอะ จึงเดินออกมาดู
       “มีอะไรเหรอขำ” พอเห็นลลิตาก็ชะงัก “ลิต้า”
       ลลิตาเปลี่ยนเป็นอีกคน ใช้มารยา ทำตัวให้น่าสงสาร
       “คุณกร้าว... ลิต้าดีใจจังค่ะ ที่ได้เห็นหน้าคุณอีก”
       “มาทำไม”
       “ลิต้าอยากมาขอบคุณนุชค่ะ ที่ช่วยเรื่องประกันตัวลิต้า...นุชอยู่ใช่ไหมคะ”
       กร้าวอึ้งไป “นุชประกันตัวคุณออกมาเหรอ”
      
       ลลิตาพยักหน้ารับ ตาละห้อย


  


       กร้าวยอมให้ลลิตาเข้ามาหาอนุช แต่ก็ยังคาใจ จนต้องถาม
      
       “นุช คุณช่วยประกันตัวลิต้าออกมาจริงๆ เหรอ”
       “จริงๆ แล้วพี่รภเป็นคนประกันตัวพี่ลิต้า” อนุชบอก
       ลลิตาตอแหล เข้ามาจับมืออนุช เหมือนซาบซึ้งใจเต็มประดา
       “แต่ถ้านุชไม่ช่วยพูด รภก็คงไม่ช่วยประกันตัวพี่”
       “ทำแบบนั้นทำไม หรือว่าผู้หญิงคนนี้ทำร้ายคุณยังไม่พอ” กร้าวโกรธแทนเมีย
       ลลิตาแกล้งจ๋อย บีบน้ำตา
       “ยังไงพี่ลิต้าก็เคยเป็นคนรักของพี่สิต อีกอย่าง ฉันกับพี่อรก็เห็นแก่พี่รภ”
       กร้าวฮึดฮัดโกรธแทนอนุช “เห็นแก่คนอื่น แล้วไม่เห็นแก่ที่เขาจะเอาปืนไปยิงคุณบ้างหรือไง”
       “คุณกร้าวยกโทษให้ลิต้าไม่ได้เชียวเหรอคะ นุชก็อโหสิกรรมให้ลิต้าแล้ว”
       “ไม่ต้องเล่นละครกับผมหรอกลิต้า...จะมาขอบคุณนุชใช่ไหม รีบขอบคุณเขาซะ แล้วก็ออกไป”
       “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ แค่ต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่ นุชก็ขอบคุณพี่ลิต้ามากแล้ว”
       อนุชเดินหนีไป กร้าวองตามอย่างหัวเสียเพราะโกรธแทนอนุชไม่หาย รีบตามอนุชไป ลลิตาเลิกสำออย มองตามอย่างเจ็บแค้น
      
       กร้าวตามออกมาคุยกับอนุชอีกมุมหนึ่ง โดยคิดว่าลลิตากลับไปแล้ว
       “ลิต้าพยายามทำร้ายคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แต่คุณกลับยกโทษให้เขาง่ายๆ อย่างเนี้ยเหรอ”
       “แล้วจะให้ฉันเจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนคุณหรือไง”
       “หัดแค้นไว้บ้างก็ดีนะ คนอย่างนั้น มีโอกาสเขาก็ทำร้ายคุณอีก” กร้าวโมโหไม่เลิกรา
       “คุณจะแค้นเคืองอาฆาตใครต่อใครก็เป็นไปคนเดียว ฉันโดนจากคุณมาเยอะแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องรู้สึกเหมือนฉัน”
       “นี่เลิกแขวะผมซะทีได้ไหม ผมเตือนเพราะเป็นห่วงคุณนะไม่อยากให้คุณต้องตกหลุมพรางลิต้าอีก”
       “ที่เป็นห่วงน่ะ เพราะจะเก็บฉันไว้ระบายความแค้นคนเดียวใช่ไหมคุณมันทำตัวเหมือนเด็กหวงของเล่น อย่ามาพูดว่าห่วงเลยคุณก็แค่ต้องการให้ฉันตายกับมือคุณ ไม่ใช่มือคนอื่น”
       “จะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่คุณเป็นเมียผมแล้ว ผมจะไม่ยอมให้คนอื่นมาทำร้ายคุณ”
       ลลิตาที่ตามมาแอบฟังได้ยินก็ยิ่งแค้นอนุช ที่ได้ไปทั้งตัวทั้งหัวใจกร้าว
       “คุณจะแคร์อะไร ในเมื่อเรื่องคืนนั้น คุณก็ทำไปเพื่อล้างแค้นเท่านั้น” อนุชพูดโกหก “แล้วฉันก็ไม่ได้เต็มใจเป็นของคุณ!”
       อนุชสะบัดหน้าหนี แต่กลับหันมาเจอลลิตา
       “นี่คุณยังไม่ไปอีกเหรอลิต้า!”
       “ลิต้าแค่จะมาลาน่ะค่ะ...” รีบตีหน้าเศร้าบอกลาอนุช “ขอบใจนะนุช ที่ยกโทษให้พี่”
       อนุชไม่ตอบอะไรเดินหนีไป กร้าวเดินตามไปด้วย
       ลลิตาหันไปมองตาม สีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น
      
       ลลิตาแวะมาเยี่ยมคุยกับเชิดที่ห้องขัง
       “ฉันเกลียดนังนุช เกลียดมันเหมือนขี้ มันได้ทุกอย่างไปหมดเลย ทั้งตัวทั้งหัวใจคุณกร้าว”
       “เกลียดแล้วจะเอามันไว้ทำไม”
       “ฉันก็อยากให้มันตายๆ ไปเหมือนกัน แช่งมันอยู่ทุกวี่ทุกวันเนี่ย”
       “แค่นั้นมันคงจะตายไปเองหรอกนะ...อยากให้มันตาย ทำไมไม่ลงมือ”
       ลลิตาชะงัก “แต่ว่าฉันต้องทำยังไง”
       เชิดยิ้มร้าย “ฉันมีคนรู้จัก พอจะหาเครื่องอำนวยความสะดวกให้เธอได้”
       ลลิตานิ่งคิดไป
      
       คืนนั้นลลิตาเดินลับๆ ล่อๆ เข้ามาในซอยเปลี่ยว อยู่ๆ มีผู้ชายออกมาจากมุมมืด ลลิตาตกใจ
       “เงินครบรึเปล่า”
       ลลิตาท่าทางหวั่นๆ ส่งเงินปึกหนึ่งให้ ชายหนุ่มรับไปดู แล้วล้วงหยิบห่อกระดาษส่งให้ลลิตา
       ก่อนจะรีบหลบหายไปในความมืด
       ลลิตามองซ้ายมองขวา ค่อยๆ หยิบของในห่อกระดาษออกมา
       ที่แท้สิ่งที่มือลลิตาหยิบออกมาเป็นปืนกระบอกหนึ่ง
      
       วันต่อมา ขำหิ้วเป้ออกมา หาอนุชที่นั่งอยู่
       “คุณนุชคะ ขำทำความสะอาดแล้วก็ซักรีดทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วนะคะ”
       “ขอบใจมากนะขำ แล้วจะกลับเลยเหรอ”
       “ค่ะ อีกวันสองวันขำจะมาใหม่ คุณนุชจะฝากอะไรถึงคุณชาติไหมคะ”
       อนุชถอนใจ “บอกว่านุชคิดถึงแล้วกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสไปเยี่ยมท่านอีก”
      
       ขำออกมาหน้ารั้วบ้านแล้ว ลลิตาแอบซุ่มดูอยู่
      

      
       ขณะที่อนุชกำลังจะลุกเดินออกไป แต่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา คิดว่าขำลืมอะไร
      
       “ลืมอะไรเหรอขำ”
       กลายเป็นลลิตาปรากฏตัวขึ้น อนุชแปลกใจ
       “พี่ลิต้ามาที่นี่อีกทำไม”
       ลลิตาบอกหน้านิ่ง “ฉันอยากตอบแทน...”
       “นุชบอกแล้วว่าต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่ ไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไรทั้งนั้น”
       “จำเป็นสิ ถ้าฉันไม่ตอบแทนให้สาสมกับความเกลียดที่ฉันมาต่อแก ฉันคงข่มตาหลับในแต่ละคืนไม่ลง”
       “พี่ลิต้าหมายความว่าไง!”
       ลลิตาสวมถุงมือ หยิบปืนออกมา
       “ทุกคืน ฉันภาวนาให้แกรีบตายๆไปซะที แต่แกก็ไม่ยอมตายเองฉันเลยหาทางสงเคราะห์ให้”
       “คุณกร้าวพูดถูก คนอย่างพี่ลิต้าไม่เคยสำนึกบุญคุณใคร มีโอกาสก็คิดจะทำร้ายคนอื่น... เอาสิ พยามยามมาหลายครั้งแล้วนี่ จะฆ่าก็ฆ่าเลย แต่อย่าคิดนะว่าจะหนีกฎหมายพ้น”
       “ที่นี่มีแกกับฉันแค่สองคน ใครจะเป็นพยานได้ว่าฉันฆ่าแก... เห็นถุงมือนี่ไหม จะไม่มีใครเจอรอยนิ้วมือฉันที่ปืน พอแกตายฉันก็จะยัดปืนใส่มือแก เป็นแกที่ฆ่าตัวตายเองเพราะโดนคุณกร้าวข่มขืนไง”
       อนุชหลงคารม “พี่ลิต้ารู้เรื่องนี้”
       ลลิตาหัวเราะเยาะ โกหกตอแหลสุดชีวิต “จะไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อคุณกร้าวบอกกับฉันมาตลอดว่าจะทำอะไรกับแก เขาวางแผนให้แกรัก ให้แกยอมเป็นของเขา”
       อนุชอึ้งไป
       “แกมันโง่เองนะนังนุช... เพราะฉะนั้น อย่าดีใจที่ได้ตัวคุณกร้าวแล้ว เพราะฉันก็เคยนอนกับคุณกร้าวเหมือนกัน แค่มีอะไรกันคืนเดียว ผูกมัดคุณกร้าวไม่ได้หรอก”
       อนุชเสียใจ ลลิตายิ้มร้าย ยกปืนขึ้นมาจะยิงอนุช
       อนุชรีบคว้าของใกล้มือ ขว้างใส่ จนลลิตาเสียจังหวะ อนุชเข้ามาแย่งปืน
       อนุชกระแทกมือลลิตากับพนักโซฟาหรือขอบโต๊ะจนปืนในมือลลิตากระเด็นหลุดมือ จากนั้นอนุชวิ่งหนีขึ้นชั้นสอง
      
       อนุชหนีเข้ามาในห้องนอน แต่ลลิตาดันประตูไว้
       “แกหนีไม่รอดหรอกนังนุช ยอมตายง่ายๆ ดีกว่า”
       อนุชดันประตูไม่ไหว ลลิตากระแทกประตูเปิด เข้ามาในห้องจนได้ อนุชเข้ายื้อแย่งปืนอีกครั้ง ทั้งสองดันตัวกันจนเข้ามาใกล้หน้าต่าง แล้วยื้อกันจนปืนหลุดมือตกออกไปนอกหน้าต่าง
       ลลิตาผลักอนุชล้ม หัวกระแทกพื้น
       “โอ๊ย”
       อนุชมึน ตาลาย ลลิตาขึ้นคร่อมบีบคอ อนุชหายใจไม่ออก ใกล้หมดแรง
       “พี่ลิต้า...!”
       “จะร้องขอชีวิตเหรอ ฉันไม่ใจอ่อนหรอกนะ”
       ลลิตาเหลือบเห็นตู้ยาชะงัก อนุชได้อากาศหายใจอีกครั้ง หอบหายใจ สำลัก แต่ยังไม่มีแรงต่อสู้
       ลลิตาย่างสามขุมมาที่ตู้ยา หยิบขวดยาล้างแผลออกมา ที่ข้างขวดเห็นรูปกะโหลกไขว้เด่นหรา อนุชนอนหอบหายใจที่พื้น พยายามตะกายหนี ลลิตากลับมาที่อนุชพร้อมขวดยา
       อนุชแทบจะหมดแรง “พี่ลิต้า อย่า”
       “แกแย่งของรักฉันไปก่อน แกทำฉันก่อน โทษฉันไม่ได้!” ลลิตาบีบปากอนุช จะกรอกยา
       อนุชพยายามปิดปาก แต่โดนกรอกยาจนสำลัก ในที่สุดต้องกลืนกินยาเข้าไป
      
       กร้าวขับรถกลับเข้ามา ลลิตาได้ยินเสียงรถ ชะงักกึก แต่อนุชไม่ไหวแล้ว กำลังหมดสติ ลลิตาลากอนุชขึ้นมานั่ง
      
       กร้าวเดินเข้ามาในบ้าน เห็นสภาพเหมือนมีการต่อสู้ก็นึกหวั่นใจ
       “นุช... คุณอยู่ไหน นุช”
       เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบ กร้าวร้อนใจ วิ่งขึ้นชั้นสองพลางตะโกนเรียกอนุช
       “นุช... คุณอยู่ไหน”
       ลลิตารีบออกมาจากที่ซ่อน วิ่งหนีออกไป
      
       กร้าวเข้ามาในห้องนอน เห็นอนุชนั่งหันหลัง โล่งใจว่านุชไม่เป็นไร
       “นุช...ทำไมไม่ขานรับ ผมตกใจหมด นึกว่าโจรเข้าบ้าน ทำไมข้างล่างมันเหมือนกับมีคนต่อสู้กันอย่างนั้นล่ะ”
       อนุชยังนิ่งเฉย กร้าวชักเอะใจ
       “นุช... เป็นอะไรรึเปล่า”
       กร้าวหวั่นใจ เดินเข้าไปที่ด้านหลัง เข้าไปแตะไหล่อนุชเรียก
       “นุช...”
       นุชคอพับล้มลง เห็นขวดยาตกลงมา
       กร้าวตกใจ ร้องเรียกอนุชที่หมดสติไปแล้วดังลั่น
       “นุช... นุช”
      
       กร้าวประคอง ร้องเรียกชื่ออนุช แต่อนุชไม่มีวี่แววจะฟื้นขึ้นมา


  


       ไม่นานหลังจากนั้น บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่อนุชนอนไร้สติเข้ามาหน้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน โดยมีกร้าววิ่งตาม
      
       “นุช อย่าเป็นอะไรนะ นุช”
       บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเข้าห้องฉุกเฉินไป กร้าวกระวนกระวายใจ ห่วงอนุชมาก
      
       ส่วนขำกลับถึงบ้านไร่ เข้ามาไหว้บอกชาติ ที่ถามอย่างร้อนใจ
       “เป็นไงขำ นุชเป็นไงบ้าง”
       “สบายดีนะคะ คุณกร้าวไม่จับคุณนุชขังห้อง แถมยังไม่ใช้งานคุณนุชหนักเหมือนที่ผ่านมาด้วยค่ะ”
       ชาติโล่งอก
       “ได้ยินอย่างนั้นฉันค่อยสบายใจ หวังว่าเจ้ากร้าวมันคงคิดได้แล้ว”
       “คุณนุชยังฝากความคิดถึงมาถึงคุณชาติด้วยค่ะ”
       ชาติยิ้มดีใจ
       “ฉันก็คิดถึงนุชเหมือนกัน”
       ชาติโทรศัพท์หาอนุช โทรติด แต่ดังอยู่นานก็ไม่มีคนรับ ชาติแปลกใจ
       “นุชไม่รับสาย”
       ชาติโทรหากร้าวแทน
      
       กร้าวอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน รับโทรศัพท์เสียงเครียด
       “ครับ คุณลุง”
       “อยู่กับนุชรึเปล่า ขอลุงคุยกับนุชหน่อยสิ ลุงคิดถึง”
       กร้าวได้ยินชื่ออนุช ยิ่งเสียใจ น้ำตาคลอ เขาตอบลุงอย่างยากเย็น
       “นุชกินยาฆ่าตัวตาย ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินครับ”
      
       ชาติฟังแล้วตกใจมาก มือไม้อ่อนโทรศัพท์หลุดมือหล่นพื้น พร้อมและขำตกใจ พร้อมร้องลั่น
       “คุณชาติ เป็นอะไรคะ”
       ชาติช็อก ทำอะไรไม่ถูก ห่วงอนุช
      
       กร้าวรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน กระวนกระวาย...เขารอในหลายอิริยาบถ เดี๋ยวยืน เดี๋ยวนั่ง ประสานมือภาวนาขอให้อนุชปลอดภัย ใจคอไม่ดี กลัวอนุชจะเป็นอะไร กร้าวยืนรอหน้าห้องฉุกเฉิน นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนนั้นเขาเห็นแม่น้ำลายฟูมปาก หมอออกมาส่ายหน้าแทนคำตอบว่าแม่ไม่รอด...กร้าวใจคอไม่ดี กลัวมากว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน กร้าวลืมตัว ไปเขย่าตัวหมอ
       “หมอครับ ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับ หมอ”
       “ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องรอดูอาการก่อนครับ”
       กร้าวมือไม้อ่อน ปล่อยมือจากหมอ ใจคอไม่ดี หมอออกไป กร้าวพิงผนังห้องฉุกเฉินอย่างหมดเรี่ยวแรง
      
       ลลิตามาเยี่ยมเชิดที่โรงพัก เชิดตื่นเต้น
       “เป็นไง ได้เรื่องมั้ย”
       ลลิตายิ้มร้าย
       “ก็เกือบไปเหมือนกัน นังนุชมันร้ายไม่ใช่เล่น”
       ลลิตายิ้มสะใจก่อนจะพูดเบาๆ
       “ฉันจับมันกรอกยา ทำให้เหมือนฆ่าตัวตาย”
       “แกนี่เก่งจริงๆ ได้ดีแล้วอย่าลืมส่งเงินมาให้ใช้บ้างละกันนังตา”
       “แกเรียกผิด เรียกใหม่”
       เชิดงง
       “ต่อไปนี้แกต้องเรียกฉันว่า ลลิตา ศุภกาญจน์”
       ลลิตายิ้มพอใจ ที่กำจัดอนุชไปได้
      
       ลลิตาออกมาจากสถานีตำรวจ มองกลับเข้าไปแล้วเบ้หน้าใส่
      
       “แก่ตายในคุกไปเถอะไอ้เชิด”


  


       ชาติรีบร้อนมาที่โรงพยาบาล พร้อมและขำมาด้วย กร้าวรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอเห็นชาติมาก็มานั่งคุยกับชาติที่ใจคอไม่ดี
      
       “นุชเป็นไงบ้าง”
       “หมอบอกว่ายังไม่พ้นขีดอันตราย รอดูอาการอยู่ครับ”
       ชาติโกรธมาก ตบหน้ากร้าวอย่างแรงจนหน้าหัน พร้อมตกใจ
       “ว้าย คุณชาติ”
       “ที่นุชต้องทำแบบนี้เป็นเพราะแก ทำร้ายเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำร้ายเขาทั้งกาย ทั้งใจ จนเขาทนไม่ไหว”
       ชาติตบหน้ากร้าวอีก
       “ขนาดเขากลับไปอยู่กับครอบครัวของเขาแล้ว แกก็ยังไปบังคับขู่เข็ญให้เขามาอยู่กับแกอีก ทางเดียวที่จะหนีคนอย่างแกได้ ก็มีแต่ตายเท่านั้น”
       กร้าวเสียใจสับสน
       “นุชฆ่าตัวตายเพราะผม ไม่จริงใช่มั้ยครับ”
       “ถ้านุชเป็นอะไรไป ก็เพราะแก แกเป็นฆาตกร แกบีบให้เขาต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้”
       ชาติน้ำตาคลอ เสียใจ กร้าวรู้สึกผิด เสียใจมาก บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่อนุชนอนไม่ได้สติเข้ามา
       “นุช”
       ชาติ กร้าว พร้อม ขำรีบเข้าไปดูอนุช ชาติเสียใจ
       “นุช อย่าเป็นอะไรไปนะลูก ป๋าอยู่นี่แล้วนะนุช”
       พร้อมเป็นห่วง
       “คุณนุช”
       หมอหันมาบอก
       “พ้นขีดอันตรายแล้วครับ จะย้ายคนไข้ไปที่ห้อง”
       กร้าว ชาติ พร้อม ขำยิ้มออก ต่างดีใจที่อนุชปลอดภัย
      
       ค่ำนั้น กร้าวคุยกับชาติที่หน้าห้องพัก
       “ผมอยู่เฝ้านุชเองครับ ลุงไปพักเถอะ”
       ชาติพยักหน้า...ชาติ พร้อมและขำต่างไม่สบายใจ ออกไป
      
       กร้าวนั่งข้างเตียง มองอนุชที่นอนนิ่งไม่ได้สติด้วยความรู้สึกผิด เขากุมมือเธอมาจูบ
       “ถ้าผมทำให้คุณเสียใจ ถ้าคุณโกรธ เกลียดผม ทำไมคุณไม่ทำร้ายผม ทำร้ายตัวเองทำไม”
       กร้าวมองอนุชที่นอนหลับตานิ่ง
       “ตื่นสินุช ตื่นมาทุบผม ตีผม คุณจะตบผม จะด่าว่าผมยังไง ผมยอมทุกอย่าง ขอแค่คุณอยู่กับผม อย่าทิ้งผมไปนะนุช”
       กร้าวจับมืออนุชมาแนบแก้ม ร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เธอฆ่าตัวตาย
      
       วันใหม่...กร้าวนำดอกไม้ใส่แจกันมาวางไว้ข้างเตียงอนุช
       “กุหลาบขาวที่คุณชอบไงนุช ตื่นขึ้นมาคุยกับผมสิ ว่าผมสักคำก็ได้ อย่าเอาแต่นอนนิ่งแบบนี้”
       กร้าวลูบผมอนุชอย่างอ่อนโยน จูบหน้าผากด้วยความรัก อนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้น ตายังปรือๆ เพลียๆ ไม่มีแรง กร้าวดีใจมาก
       “คุณฟื้นแล้ว”
      
       หมอมาดูอาการอนุช
       “ร่างกายคนไข้ยังอ่อนเพลียมาก ยังต้องพักฟื้นอีกสักพักใหญ่ๆ ช่วงนี้ให้พักผ่อนเยอะๆ นะครับ”
       กร้าวยิ้มแย้ม ดีใจ
       “ครับ ขอบคุณครับ”
       หมอออกไป กร้าวห่วงใย
       “เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า ถ้าคุณอยากได้อะไร บอกผม ผมจะหามาให้คุณทุกอย่าง”
       อนุชมอง กร้าวกุมมือ
       “รู้มั้ยว่าผมกลัวแค่ไหน ผมนึกว่าคุณจะทิ้งผมไปซะแล้ว ทีหลังอย่าทำแบบนี้นะนุช คุณทำร้ายผม
       ผมยังไม่เจ็บเท่ากับเห็นคุณทำร้ายตัวเอง”
       อนุชมองกร้าว เธอนึกถึงคำพูดของลลิตา
       “เขาวางแผนให้แกรัก ให้แกยอมเป็นของเขา…ฉันก็เคยนอนกับคุณกร้าวเหมือนกัน แค่มีอะไรกันคืนเดียว ผูกมัดคุณกร้าวไม่ได้หรอก”
       อนุชน้ำตาไหล เสียใจ เธอขยับมือหนีเขาไม่ให้จับ
       “คุณโกรธผมเหรอ”
       อนุชเบือนหน้าหนี ไม่อยากฟัง กร้าวเสียใจ
       “ผมขอโทษในทุกสิ่งที่เคยทำไม่ดีกับคุณ ผมขอโทษ”
      
       อนุชไม่ยอมสบตาเขา กร้าวเสียใจที่ทำไม่ดีกับเธอไว้มากมาย ทำให้เธอโกรธ


  


       ชาติบอกกับพร้อมอย่างไม่สบายใจ
      
       “น้องสาวเขาเป็นขนาดนี้ จะไม่บอกให้รู้เลยก็คงไม่ดีแน่”
       ชาติโทรศัพท์หาอรชา
      
       อรชารับสาย
       “สวัสดีค่ะลุงชาติ อรว่าจะแวะไปหานุชที่บ้านคุณกร้าวอยู่พอดีค่ะ” เธอฟังแล้วตกใจมาก “ว่าไงนะคะ”
       อรชามองปรารภ หน้าเสีย
       “อรจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
      
       ในห้องทำงานบริษัทเธียร ชายธงทำงานอยู่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
       “เชิญครับ”
       ธารินเข้ามา
       “พี่ชายธง”
       ชายธงยิ้ม
       “คุณลุงบอกรินว่าพี่ชายธงไม่ยอมไปทานข้าวเที่ยง รินก็เลยซื้อมาให้ค่ะ ทานก่อนสิคะ เดี๋ยวค่อยทำต่อก็ได้”
       “รินทานก่อนเถอะ พี่ขอทำงานอีกนิดหนึ่ง”
       “รินรอทานพร้อมพี่ชายธงดีกว่า พี่ชายธงทำงานเถอะค่ะ รินรอได้”
       ธารินนั่งรอ โทรศัพท์มือถือชายธงดังขึ้น เขารับสาย
       “ครับพี่อร ว่าไงนะครับ นุชอยู่โรงพยาบาล”
       ชายธงตกใจมาก ธารินได้ยินก็ตกใจไปด้วย
      
       อรชารีบร้อนเข้ามาในห้องพักไข้กับปรารภ
       “นุช”
       อนุชมองอรชาและปรารภ ยิ้มบางๆ ดีใจที่เจอพี่สาว อรชาเห็นกร้าวก็โกรธมาก ผลักเขาออกห่างจากน้องสาว
       “ออกไปห่างๆ จากน้องฉันเลยนะ คุณทำอะไรนุชอีก คุณทำร้ายนุชใช่มั้ย”
       อนุชไม่สบายใจ แต่ยังไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับตัว อรชาทุบตีกร้าว
       “คุณทำร้ายนุชจนนุชทนอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ ออกไปให้พ้น อย่ามายุ่งกับน้องสาวฉันอีก”
       กร้าวเสียใจ
       “ผมรู้ว่าคุณเกลียดผม แต่อย่าไล่ผมเลย ขอให้ผมอยู่กับนุช ผมอยากดูแลนุช”
       อรชาไม่พอใจ
       “ดูแลเหรอ คุณจะดูให้แน่ใจรึไงว่านุชตายสมใจคุณแล้วรึยัง”
       อรชาผลักกร้าว
       “ไปให้พ้นเลยนะ ห้ามเข้าใกล้นุชอีก ไม่งั้นฉันนี่แหละจะฆ่าคุณด้วยมือของฉันเอง”
       อรชาใช้กระเป๋าสะพายฟาดกร้าว ปรารภห้าม
       “พอเถอะครับคุณอร” ปรารภหันมาบอกกร้าวเสียงห้วน “คุณกลับไปก่อนเถอะ”
      
       กร้าวไม่อยากห่างจากอนุชแม้วินาทีเดียว แต่ต้องออกไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง อรชาร้องไห้ ในอ้อมกอดของปรารภ ขณะที่อนุชไม่สบายใจมาก
ตอนที่ 17
      
       กร้าวออกมาจากห้องพักฟื้นของอนุชอย่างอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากอยู่ห่างอนุช หันมาอีกทีเจอชายธงกับธาริน พอชายธงเห็นหน้ากร้าวก็บันดาลโทสะ ไม่พูดพล่ามทำเพลง ชกกร้าวจนเซไป
      
       “ไอ้เลว! เก่งแต่รังแกผู้หญิง! แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
       กร้าวไม่สู้ กำลังรู้สึกผิดอย่างหนัก
       ชายธงกระชากเสื้อกร้าวมาชกอีก
       ธารินตกใจมาก “อย่าค่ะพี่ชายธง”       
       ธารินพยายามดึงแขนชายธงไว้ ชายธงชกไม่ได้ แต่ยังถีบกร้าวจนได้
       “แกไปให้พ้นเลยนะ อย่ามายุ่งกับนุชอีก ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่”
       ธารินดึงชายธงเข้าห้องไป กร้าวเศร้า
      
       ด้านลลิตาลอบเข้ามาในบ้านกร้าว มองหาปืนทุกจุดที่คิดว่าจะหล่น รื้อค้นหาหลายๆ มุม
       “ปืนอยู่ไหนนะ”
       ลลิตากุมขมับ หาปืนไม่เจอ ร้อนใจมาก
       “น่าจะอยู่แถวนี้นี่นา”
       เสียงกร้าวเข้ามาในบ้าน ลลิตาสะดุ้งตกใจสุดขีด
      
       กร้าวเข้ามาในห้องโถงของบ้าน มองไปที่มุมหนึ่ง เห็นภาพอนุชขณะที่อนุชวิ่งหนีเขา แล้วกร้าววิ่งไล่จับ สวีทหวานกัน
       กร้าวเศร้า คิดถึงและเป็นห่วงอนุชจับใจ
      
       กร้าวนั่งเศร้าอยู่อย่างเดียวดายและอ้างว้าง
       เสียงลลิตาดังเข้ามา “คุณกร้าว”
       กร้าวชะงัก หันไปมอง แต่พอเห็นเป็นลลิตาก็ผิดหวัง
       “ลิต้า”
       กร้าวไม่สนใจ
       “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นคะ ท่าทางคุณเครียดจังเลย”
       ลลิตามาด้านหลัง นวดไหล่ให้ แล้วก้มลงมาใกล้ๆ อย่างยั่วยวน กร้าวรำคาญ ลุกหนี
       ลลิตาหน้าเกือบคะมำ
       ลลิตาโกรธ “คุณกร้าว” แล้วรีบตามกร้าวไป
      
       กร้าวเดินหนี ลลิตาตามไม่ลดละ
       “คุณกร้าวจะไปไหน รอลิต้าด้วยสิคะ”
       ลลิตาตามทันเกาะแขนกร้าวไว้
       กรวิกโผล่เข้ามา ลลิตาชะงัก
       “มาทำอะไรยะ”
       กรวิกไม่สนใจลลิตา หันไปพูดกับกร้าว
       “นกเห็นว่าวันนี้อากร้าวไม่ได้เข้าบริษัทก็เลยเอาเอกสารมาให้เซ็นค่ะ”
       กร้าวบอกกับนก “ขอบใจนะนก” แล้วหันมาบอกลลิตา “คุณกลับไปได้แล้ว ผมไม่ว่าง”
       ลลิตาไม่พอใจที่ถูกกร้าวไล่ กร้าวเดินหนีไป กรวิกเหยียดยิ้มพูดเย้ย
       “เขาไล่แล้วก็รีบไปสิ”
       “แก”
       ลลิตาจะตบกรวิก
       กรวิกหยิบคัตเตอร์ออกมาจากกระเป๋า ขู่ลลิตา
       “อย่าดีกว่า วันนี้ฉันไม่ได้มามือเปล่า ขืนทะเล่อทะล่าเข้ามา ระวังจะเสียโฉม”
       ลลิตากลัวเสียโฉม ไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไร กรวิกยิ้มหยันลลิตา แล้วตามกร้าวไป
      
       “อ๊าย” ลลิตาเจ็บใจกรี๊ดลั่น เต้นเร่าๆ



       กร้าวรีบเซ็นเอกสาร หน้าตาท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ไม่ร่าเริง เซ็นเสร็จก็ยื่นแฟ้มคืนให้ กรวิกสังเกตเห็นก็มองอย่างเป็นห่วง
      
       “อากร้าวเป็นอะไรคะ มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่า แล้วนี่นุชไปไหนคะ”
       กร้าวเสียใจ
       “นุช...เขา...”
       กร้าวเล่าเรื่องอนุชให้กรวิกฟัง ลลิตาแอบฟังอยู่...
       “นุชฆ่าตัวตาย จริงเหรอคะเนี่ย อากร้าวไม่ได้ล้อนกเล่นใช่มั้ย” กรวิกตกใจมาก
       กร้าวพยักหน้าเศร้าๆ แทนคำตอบ กรวิกไม่สบายใจ
       “แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ”
       “โชคดีที่หมอล้างท้องทัน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”
       กรวิกเห็นใจกุมมือกร้าว
       “นกเสียใจด้วยนะคะ ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น บอกตามตรงถ้าไม่ได้ยินจากปากอากร้าว นกคงไม่เชื่อว่าคนอย่างนุชจะคิดสั้น”
       ลลิตาตกใจมากเมื่อรู้ว่าอนุชไม่ตาย เธอร้อนใจ กลัวความผิด พึมพำกับตัวเองเบาๆ
       “นังนุชมันไม่ตายเหรอเนี่ย”
       ลลิตาหวาดกลัว เครียดมาก
      
       วันใหม่...อนุชนอนบนเตียง อรชาห่มผ้าให้
       “พักผ่อนเยอะๆ นะนุช จะได้หายเร็วๆ”
       อนุชนอนหลับ ปรารภหันมาถามอรชา
       “คุณอรแน่ใจเหรอครับที่ไม่บอกพี่สิตเรื่องนุช”
       “ถ้าพี่สิตรู้ว่าคุณกร้าวทำร้ายนุชขนาดนี้ คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่ อรกลัวว่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่ค่ะ”
       “ผมว่าช้าเร็วยังไงพี่สิตก็ต้องรู้ เราปิดได้ไม่นานหรอกครับ”
       อรชามองอนุชแล้วก็เศร้าใจ สงสารน้อง ปรารภจับมืออรชา ยิ้มให้ให้กำลังใจ อรชารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น
      
       กรวิกถือช่อดอกไม้เข้ามา แต่ลังเลไม่กล้าเอาไปให้อนุชด้วยตัวเอง เธอบอกกับพยาบาล
       “ฝากดอกไม้ให้คนไข้ห้อง...ด้วยนะคะ”
       คณิตพูดขึ้นด้านหลัง
       “เอาไปให้ด้วยตัวเองไม่ดีกว่าเหรอครับ”
       กรวิกหันไปเห็นคณิต
      
       คณิตคุยกับกรวิกที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล        คณิตท่าทางกวนๆ
       “ถามจริงๆ ที่มาเนี่ย จะมาดูว่าคุณนุชตายรึยังเหรอ”
       กรวิกโมโห
       “ตาบ้า ปากเสีย ฉันไม่ได้ใจยักษ์ใจมารขนาดนั้น”
       “ก็เห็นปกติไม่ญาติดีกัน”
       กรวิกซึมลง
       “ฉันก็แค่อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่ฉันเจ็บ แต่ไม่ได้อยากให้เป็นอะไรร้ายแรงขนาดนี้ ตอนที่รู้ข่าว ฉันใจหายหมดเลย”
       คณิตยิ้มพอใจ
       “ยิ้มอะไร”
       “คุณนี่ถึงจะปากร้าย แต่ก็ใจดีเหมือนกันนะ”
       “ว่าหรือชมกันแน่”
       “ชมสิคุณ”
       กรวิกไม่สบายใจเรื่องอนุช
      
       ลลิตากระวนกระวายใจ มาปรึกษาเชิดที่ห้องขัง
       “จะทำยังไงดี นังนุชมันยังไม่ตาย แล้วถ้ามันบอกตำรวจว่ามันไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่เป็นฝีมือฉันล่ะ
       โอ๊ย ฉันไม่อยากติดคุก”
       “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว แกถอยไม่ได้ ต้องเดินหน้าอย่างเดียว”
       “จะทำยังไงล่ะ”
       “ปิดปากอนุชซะ ก่อนที่จะบอกคนอื่นว่าเกิดอะไรขึ้นวันนั้น”
       “จะทำยังไงล่ะ นังอรกับนายชายธงผลัดกันไปเฝ้าไม่ยอมห่างเลย แค่จะเข้าห้องยังไม่ได้”
       “ก็ต้องหาทางเข้าถึงตัวอนุชก่อน”
      
       ลลิตานึกถึงอสิต



       ลลิตาร้องห่มร้องไห้เกาะขาอสิตที่ยืนโดยใช้ไม้ค้ำยัน อสิตหน้าตาเย็นชา
      
       “สิตขา ลิต้าขอโทษ ลิต้าผิดไปแล้ว ตอนนี้ลิต้าสำนึกผิดแล้ว คุณจะให้ลิต้ากราบขอโทษกี่ร้อยครั้งก็ได้”
       ลลิตาทำท่าจะก้มกราบเท้าแต่อสิตชักเท้าหนีออย่างเย็นชา
       “ไม่จำเป็น”
       อสิตเดินหนี ลลิตาตามไปกอดอสิตจากด้านหลังอ้อนวอน
       “ใจคอคุณจะใจดำกับลิต้าได้ลงคอเหรอคะ เราเป็นสามีภรรยากันนะคะ ยกโทษให้ลิต้าเถอะนะคะ
       ลิต้ารู้ว่าคุณไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ”
       อสิตผลักออก
       “ที่ผ่านมาผมใจดีกับคุณมากเกินไป จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด สิ่งที่คุณทำกับผม กับน้องๆ ของผม มันไม่ใช่เรื่องที่จะยกโทษให้กันง่ายๆ”
       ลลิตาตามเกาะแกะ อสิตผลักลลิตาล้มลง
       “ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้ ไปให้พ้นหน้าผม ไม่งั้นอย่าหาว่าผมใจร้าย”
       “สิต”
       อสิตจะเดินหนี ไม่ไยดี ลลิตาตะโกนไล่หลัง
       “ที่ลิต้าทำไปทั้งหมดเพราะโดนคุณกร้าวบังคับให้ทำลิต้าไม่มีทางเลือก สิตก็รู้ว่าคุณกร้าวเป็นคนร้ายกาจขนาดไหน แม้แต่นุชที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา ยังทนอยู่ไม่ได้ ต้องฆ่าตัวตายเลย”
       อสิตชะงัก ตกใจมาก หันมา
       “ว่าอะไรนะ”
       อสิตมาเขย่าตัวลลิตา
       “นุชเป็นอะไร ไอ้กร้าวมันทำอะไรนุชอีก บอกมา ไอ้กร้าวมันทำอะไรนุช”
       ลลิตางง
       “นี่สิตไม่รู้เรื่องจริงๆ เหรอ”
       อสิตหน้าเครียด ห่วงอนุช
      
       อสิตรีบร้อนเข้ามาในโรงพยาบาล ลลิตาไม่กล้าเจออนุช
       “สิตขา ลิต้าว่าลิต้ารออยู่ข้างนอกดีกว่า”
       “ทำไมล่ะ”
       “ลิต้าไม่รู้ว่ายายอรหายโกรธลิต้ารึยังสิคะ ลิต้าไม่อยากมีเรื่องกับยายอรตอนนี้”
       “ตามใจ”
       อสิตไม่สนใจใยดีลลิตามากนัก เดินออกไป ลลิตาแอบโล่งอก
      
       อสิตเข้ามาในห้อง อรชาและปรารภเฝ้าอยู่ เห็นอสิตก็ต่างตกใจ
       “พี่สิต มาได้ยังไงคะเนี่ย”
       อสิตไม่ได้ตอบอรชา รีบเข้าไปหาอนุช ห่วงมากจับมือน้องสาว
       “นุช เป็นไงบ้าง”
       อสิตมองดูใบหน้าอนุชที่ยังซีดเซียว สภาพที่ยังอ่อนแรงแล้วยิ่งแค้นใจ
       “ฝีมือไอ้กร้าวใช่มั้ย มันทำร้ายนุช พี่จะไปฆ่ามัน”
       อสิตใจร้อน ออกจากห้องไป อนุชตกใจ ยกมือตามอสิตพูดเบา
       “พี่สิต อย่าค่ะ”
       อรชาและปรารภรีบตามอสิตออกจากห้องไป
       “พี่สิตคะ”
       อสิตรีบร้อนออกมาจากห้อง อรชาและปรารภตามมา ดึงไว้
       “อย่าครับพี่สิต”
       “ปล่อยพี่ พี่จะไปสั่งสอนไอ้กร้าว มันทำเกินไปแล้ว”
       “อรขอร้อง อย่าไปยุ่งกับคนพรรค์นั้นเลยนะคะ ไม่คุ้มกันหรอก อย่าลืมว่าเราเป็นหนี้เขาอยู่ ถ้าเขาเรียกร้องจากเรา จะยิ่งไปกันใหญ่นะคะ ตอนนี้ก็มีเรื่องมากพออยู่แล้ว”
       อสิตทำอะไรไม่ได้ ชกกำแพง เจ็บใจ
       “พี่มันไม่เอาไหน ปกป้องน้องไม่ได้ ถ้าวันนั้นพี่ไม่ปล่อยให้นุชกลับไปกับไอ้กร้าว ก็คงไม่เกิดเรื่อง”
       อรชาและปรารภต่างเสียใจ
       “อรก็รู้สึกผิดไม่น้อยไปกว่าพี่สิตหรอกค่ะ แต่ยังไงตอนนี้นุชก็ปลอดภัยแล้ว”
       “แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ใครช่วยบอกพี่ที”
       “อรก็ไม่ทราบค่ะ นุชยังไม่แข็งแรงพอที่จะตอบอะไรมาก หมอให้พักผ่อน อีกอย่างอรกลัวสะเทือนใจเลยไม่กล้าถาม”
       ปรารภออกความเห็น
       “ผมก็ว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งคาดคั้นนุชมากนักเลยครับ รอให้หายดีก่อน ค่อยว่ากัน ถ้านุชอยากพูด ก็คงจะบอกเราเอง”
       “แล้วพี่สิตรู้ได้ยังไงคะว่านุชเข้าโรงพยาบาล”
       อสิตอึกอัก
       “ลิต้าบอกพี่”
       อรชาตกใจ
       “พี่ลิต้า พี่สิตยังติดต่อผู้หญิงคนนั้นอีกเหรอคะ”
       “เขาไปที่บ้าน แต่ไม่ต้องห่วงนะอร พี่ไม่ใจอ่อนกับลิต้าอีกแล้ว สิ่งที่เขาทำกับพวกเรามันมากเกินกว่าจะให้อภัย”
       อรชาโล่งอก
      
       อสิต อรชาและปรารภกลับเข้ามาในห้อง อนุชยื่นมือไปหา อสิตจับมือน้องสาวไว้ ยิ้มให้ เขาลูบผมของน้อง
       “พักผ่อนให้เต็มที่ ทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดอะไรมากนะ เอาไว้หายดีแล้วพี่จะพานุชกลับไปอยู่บ้านเรา พี่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายนุชได้อีก พี่สัญญา”
       อสิตกุมมือนุช สงสารน้อง อรชาก็มาจับมืออสิตและอนุชด้วย
       “พี่ด้วย”
       อรชานั่งลงข้างอสิต อสิตโอบอรชาไว้ ทั้งสามพี่น้องยิ้มให้กัน รักกัน ปรารภซาบซึ้งใจกับความรักความผูกพันของสามพี่น้อง
      
       ลลิตาแอบแง้มประตูมองอยู่ ปิดประตูเบาๆ ยิ้มโล่งอกที่ไม่มีใครรู้ความจริงว่าเป็นฝีมือเธอ



       ค่ำคืนนั้น กร้าวอยู่ในชุดนอน ล้มตัวนอนลงบนเตียงอย่างเศร้าสร้อย เขาหันไปมองข้างกาย ตรงที่ที่ควรจะมีอนุชนอนอยู่ลูบเตียงที่ว่างเปล่าอย่างใจหาย คิดถึงอนุช
      
       นึกถึงตอนที่เขาและเธอกอดจูบกันยิ่งเจ็บปวดใจ เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข
      
       อนุชนอนบนเตียง เหม่อมองออกไปนอกประตูกระจก นึกถึงกร้าวเช่นกัน แต่แล้วก็นึกถึงคำพูดของลลิตา
       “เขาวางแผนให้แกรัก ให้แกยอมเป็นของเขา”
       อนุชนอนน้ำตาไหล สะอื้นเบาๆ เจ็บปวดใจ
      
       วันใหม่...ชายธงดีดกีตาร์ร้องเพลงกลายเป็นรักให้อนุชฟัง อนุชยิ้ม มีความสุข ชายธงร้องเพลงจบ
       “นุชอยากฟังเพลงอะไรอีก”
       ชายธงคิดๆ แล้วนึกออกดีดกีตาร์ร้องเพลงต่อ ธารินมองชายธงร้องเพลงให้อนุชฟังเพลินๆ
       “พี่ชายธงคะ ริน...”
       ชายธงมัวแต่ร้องเพลง มองแต่อนุช ไม่สนใจธาริน เสียงเพลงดังกลบเสียงธาริน จึงไม่ได้ยินที่เธอพูด ธารินเศร้า รู้สึกเป็นส่วนเกิน จึงออกจากห้องไปเงียบๆ ชายธงมัวแต่สนใจอนุช ไม่ทันสังเกตว่าธารินออกจากห้องไป
      
       ธารินปิดประตูเบาๆ ยืนนิ่ง เศร้า น้ำตาคลอ แล้วจึงออกไป...ลลิตาแอบมองอยู่มุมหนึ่ง หงุดหงิดที่ไม่มีจังหวะเล่นงานอนุชเพราะมีคนเฝ้าอยู่ตลอด ลลิตาคิดแผน
       ชายธงดีดกีตาร์จนจบเพลง อนุชหลับชายธงวางกีตาร์เบาๆ กลัวอนุชตื่น โทรศัพท์มือถือของชายธงดังขึ้น ชายธงมองอนุชที่หลับอยู่ แล้วไม่อยากรบกวน เลยรีบออกจากห้องไป
      
       ชายธงออกมาจากห้อง รับโทรศัพท์
       “ครับ”
       ไม่มีเสียงตอบ ชายธงคิดว่าไม่มีสัญญาณเลยเดินไป
       “ฮัลโหล ฮัลโหล”
       ลลิตาใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรหาชายธงยกหูวางอยู่
      
       ลลิตาเข้ามาในห้อง เห็นอนุชนอนหลับอยู่บนเตียง ไม่รู้ตัว เธอมองอนุชด้วยสายตาชิงชัง
       “แกเป็นมารขัดขวางความสุขฉัน อย่าอยู่เลยนังนุช”
       ลลิตาใส่ถุงมือยาง เดินเข้าไปใกล้ ทำท่าจะดึงสายออกซิเจนออก อนุชยังนอนหลับไม่รู้ตัว มือลลิตาจับสายออกซิเจน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น ลลิตาตกใจ พยาบาลเข้ามา
       “เปลี่ยนน้ำเกลือค่ะ”
       ลลิตาซ่อนมือที่มีถุงมือไว้ข้างหลัง พยาบาลยิ้มให้ ลลิตาก็ยิ้มตอบ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยาบาลเช็คโน่นนี่ไป ลลิตาจึงออกจากห้องไป
      
       วันใหม่... กร้าวคิดถึงความทรงจำเกี่ยวกับอนุช ภาพในอดีตแว่บเข้ามาในห้วงคำนึง...กร้าวช่วยอนุชจากพวกนักเลงทวงหนี้ แล้ววิ่งหลบคนร้ายจนหน้าเกือบชนกัน...อนุชกับกร้าววิ่งไล่กันอย่างมีความสุขตอนไปเที่ยวน้ำตกท้ายไร่...กร้าวกับอนุชจูบกัน ก่อนที่จะมีอะไรกันในคืนนั้น...กร้าวมาพบอนุชหมดสติ ขวดยาตกลงมา...เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาของเขากับเธอ กร้าวสะเทือนใจ น้ำตาไหล
      
       อสิตนั่งข้างเตียง เฝ้าอาการอนุช ครู่หนึ่ง อนุชค่อยๆรู้สึกตัวตื่น ยังสะลึมสะลือ ไม่ค่อยมีแรง อสิตคว้ามือน้องสาวมาบีบเบาๆ
       “นุช...เป็นยังไงบ้าง...”
       อนุชหันมองอสิต พยามยามจะพูด แต่ไม่มีเสียงได้แต่ขยับปาก
       “พี่สิต...”
       “นุช ไม่ต้องกังวลอะไรนะ พักผ่อนให้มากๆ”
       พยาบาลเข้ามาวัดความดัน
       “ขอวัดความดันคนไข้หน่อยนะคะ”
       อสิตขยับให้ พยาบาลเข้ามาใส่เครื่องวัดความดันที่แขน อนุชเหมือนมีอะไรจะบอกอสิต
       “คุณพยาบาลครับ...ทำไมป่านนี้น้องสาวผมยังพูดไม่ได้”
       “คิดว่าคอคนไข้คงบาดเจ็บจากการใส่ท่อล้างท้องนะคะ แล้วก็สายออกซิเจนทำให้พูดไม่สะดวกน่ะค่ะ”
       พยาบาลจดบันทึกความดัน แล้วเก็บเครื่องมือออกจากห้องไป อสิตเข้ามาบีบมืออนุชอย่างสงสารเห็นใจ
       “ทนหน่อยนะนุช”
      
       อนุชยังอ่อนเพลีย หลับตาลงอีก

      
       ลลิตาแอบมาชะเง้อมอง พอดีพยาบาลออกมาจากห้อง ลลิตาแกล้งยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไร แล้วเดินเลยห้องอนุชไป พอเดินมาพ้นหน้าห้อง ลลิตาก็หันกลับไปมองอย่างกังวลใจ
      
       “ไม่มีโอกาสลงมือซะที ปล่อยไว้อย่างนี้นังนุชคงมีโอกาส ฟ้องใครต่อใครแน่...จะทำไงดี”
       ลลิตาหันกลับมาแล้วต้องตกใจ เห็นกร้าวเดินเข้ามา กร้าวเห็นลลิตาก็แปลกใจ
       “ลิต้า...”
       ลลิตาแกล้งยิ้มให้
       “คุณกร้าว มาเยี่ยมนุชเหรอคะ”
       “แล้วคุณมาทำอะไร อย่าบอกว่ามาเยี่ยมนุชเหมือนกัน”
       กร้าวมองไม่เชื่อ
       “ลิต้ามากับสิตค่ะ ตอนนี้สิตทำใจได้แล้ว เราเลยกลับมาเป็นเพื่อนกัน”
       กร้าวมองทางห้องอนุช
       “นุชเป็นไงบ้าง”
       ลลิตาคิดแผน
       “คุณคงเป็นห่วงนุชมากเลยนะคะ ลิต้าก็อยากให้คุณเข้าไปเยี่ยมนุช แต่สิตต้องไม่ยอมแน่...เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ลิต้าจะลองไปคุยกับสิต ให้สิตยอมมาเจรจากับคุณ”
       กร้าวไม่เชื่อใจ
       “คุณช่วยผมทำไม”
       “ลิต้าแค่อยากให้คุณให้โอกาสลิต้าอีกครั้ง... ลิต้าทำได้แค่ให้สิตยอมไปเจอคุณ ที่เหลือต้องแล้วแต่คุณน่ะค่ะ ว่าจะพูดให้สิตยอมให้คุณเยี่ยมนุชไหม”
       กร้าวไม่รู้จุดประสงค์ของลลิตา แต่คิดว่าไม่เสียหายถ้าลลิตาสามารถให้เขาเจรจากับอสิตได้ กร้าวพยักหน้ารับ ลลิตาทำหน้าเห็นใจ แต่พอหันมาก็แอบยิ้มร้าย
      
       ในห้อง อสิตนั่งกุมมืออนุชที่หลับไม่ได้สติ ครู่หนึ่งมือถือสั่น มีสายเข้า อสิตหยิบมาดูแปลกใจ
       “ลิต้า...” เขาตัดสินใจรับสาย “มีอะไรลิต้า”
       “สิตคะ ลิต้ามีเรื่องจะเตือน เกี่ยวกับคุณกร้าวน่ะค่ะ”
       “ไอ้กร้าวมันทำไม”
       “ลิต้าหลอกถามคุณกร้าวเรื่องนุช...เขาหลุดปากว่าจะหาทางไปหานุช จะไปทำร้ายจิตใจนุชอีก”
       อสิตรำพึงแค้น
       “ไอ้กร้าว”
       “เขาจะไปดักอยู่ที่ลานจอดรถค่ะ ถ้าเห็นสิตกับอรกลับไปเมื่อไหร่เขาก็จะแอบเข้าไปหานุช จะทำไงดีคะสิต ให้ลิต้าโทรแจ้งที่โรงพยาบาลไหมคะ”
       “ไม่ต้อง ผมจะจัดการเอง”
       อสิตวางสาย มองอนุชที่ยังหลับอยู่ เจ็บใจที่กร้าวทำกับน้องตน ลุกออกไป
      
       อสิตหุนหันออกมา ใช้ไม้เท้าเดินยังไม่คล่องแคล่วนัก มุมหนึ่งลลิตาแอบซุ่มดูอยู่ เห็นอสิตเดินออกมาจากห้อง แล้วเดินไปทางหนึ่งยิ้มสะใจ
       “หน้าโง่”
       ลลิตาหลบมุม สวมแว่นดำ หยิบผ้ามาคลุมผม แล้วหันมองทางห้องอนุช
      
       กร้าวรออยู่ที่ลานจอดรถ คิดว่าจะได้เจรจากับอสิต...อสิตออกมาเห็นกร้าวก็เชื่อตามคำใส่ร้ายของลลิตา เดินปรี่เข้ามาหา ถึงแม้ขาจะไม่แข็งแรงนัก กร้าวหันมาเห็นอสิตก็จะเดินเข้าไปเจรจา
       “คุณอสิต...”
       อสิตไม่พูดพร่ำทำเพลง เงื้อไม้เท้าในมือ หวดใส่กร้าวทันที กร้าวหลบทัน แต่เซไป
       “คุณอสิต นี่มันอะไรกัน”
       อสิตไม่ตอบ ได้แต่หวดไม้เท้าใส่กร้าว
      
       อนุชหลับอยู่ ค่อยๆลืมตารู้สึกตัวเห็นภาพเบลอๆของใครบางคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง อนุชเขม้นมอง
       ภาพชัดขึ้น เป็นผู้หญิงสวมแว่นดำ คลุมผ้าคลุมผม เดินมาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามาที่เตียง ลลิตาดึงผ้าคลุมผมลง ถอดแว่นออก อนุชเห็นชัดว่าเป็นลลิตาก็ตกใจ ลลิตายิ้มแย้ม
       “ว่าไงจ๊ะ...น้องนุช”
       อนุชขยับปากแต่ไม่มีเสียง
       “พี่ลิต้า...”
      
       อรชา ปรารภ ชายธง ธาริน ทั้งหมดกำลังจะเดินไปเยี่ยมอนุช อยู่ๆรปภ.กับพยาบาลก็วิ่งหน้าตื่นสวนมา
       “เร็วเข้า เดี๋ยวญาติคนไข้ตีกันตาย”
       รปภ.วิ่งมา เกือบจะชนกลุ่มของอรชา
       “ขอโทษครับ”
       อรชาหันไปถาม
       “ไม่เป็นไรค่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”
       “ญาติคนไข้ทะเลาะกันค่ะ ขนาดเดินไม่ไหวยังใช้ไม้เท้าไล่ตีคนขาดีๆ”
      
       รปภ.กับพยาบาลวิ่งออกไป พวกอรชามองหน้ากันอย่างหวั่นใจ



       อสิตไล่ตีกร้าวอย่างทุลักทุเล โดนบ้างไม่โดนบ้าง กร้าวไม่ต่อสู้ พยายามอธิบาย
      
       “คุณอสิต ฟังผมก่อน”
       “แกจะทำอะไรน้องฉันอีก ไอ้ชาติชั่ว”
       “ผมขอแค่ได้เยี่ยมนุช...”
       “ฝันไปเถอะ ไอ้สารเลว”
      
       ลลิตาสวมถุงมือยางอย่างย่ามใจ อนุชกลัว ป่ายมือแปะปะ จะคว้าที่กดเรียกพยาบาล ลลิตายิ้มเย็นใจ หยิบที่กดเรียกพยาบาลออกก่อนที่อนุชจะหยิบได้
       “จะเรียกพยาบาลเหรอ...เอาอะไรบอกพี่ได้นะ”
       อนุชทั้งไม่มีแรง ไม่มีเสียง มองลลิตาอย่างหวาดหวั่น
      
       อสิตไล่ตี กร้าวรับไม้เท้าไว้ได้
       “คุณอสิต ฟังผมก่อน”
       อสิตพยายามยื้อไม้เท้าคืน
       “ไอ้กร้าว แกปล่อยมือเดี๋ยวนี้”
       “คุณต้องฟังผมก่อน ผมแค่เป็นห่วง อยากเยี่ยมนุชเท่านั้น”
       “ฉันไม่เชื่อแก”
       อสิตดึงไม้เท้าคืน แต่หลุดมือและล้มลง
       “คุณอสิต”
       กลุ่มอรชาวิ่งตามพวกพยาบาลมาเห็นกร้าวถือไม้เท้าอยู่ในมือ และอสิตล้มอยู่ที่พื้น อรชาตกใจ
       “พี่สิต”
       ชายธงโกรธ
       “ไอ้กร้าว”
       กร้าวเห็นพวกอรชาก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ อรชารีบเข้ามาประคองอสิต พวกพยาบาลได้แต่ยืนดูสถานการณ์อยู่ข้างๆ อรชาต่อว่ากร้าว
       “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้”
       “ผมไม่ได้ทำอะไร”
       ปรารภไม่พอใจมาก
       “รังแกแม้กระทั่งคนพิการ ยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า”
       ชายธงเข้าไปแย่งไม้เท้าของอสิตคืนจากกร้าว แล้วใช้ไม้เท้านั้นหวดใส่ กร้าวไม่ทันตั้งตัว โดนฟาดใส่หลายครั้งจนล้มลง ธารินเข้ามาห้ามชายธง
       “พี่ชายธง อย่า พอแล้ว”
       รปภ.เข้ามาห้ามชายธงด้วย
       “อย่าคิดว่าแข็งแรงกว่าแล้วจะทำอะไรใครก็ได้”
       “คุณอสิต ช่วยบอกน้องคุณด้วยว่าผมแค่ขอเยี่ยมนุช”
       “แกอย่าฝันไปเลย แกจะไม่มีวันได้เห็นหน้านุชอีก”
      
       ลลิตาลูบหน้าอนุช แล้วเลื่อนมาที่สายออกซิเจน อนุชได้แต่มองอย่างหวาดกลัว หนีไปไหนไม่ได้ ลลิตายิ้มเหี้ยม
       “กลัวเหรอ...นี่แกกลัวตายเป็นด้วยเหรอ”
       ลลิตากำสายออกซิเจน บิดให้สายหักงอจนอากาศไม่ไหลผ่าน อนุชขาดอากาศหายใจ จะผลักลลิตาออกก็ไม่มีแรง ลลิตาหัวเราะ ปล่อยมือจากสายออกซิเจน อนุชหายใจได้อีกครั้ง ขยับปาก แต่ไม่มีเสียง
       “พี่ลิต้า...อย่าทำแบบนี้...”
       “อะไรนะ...จะพูดอะไร...โถ หน้าซีดเชียว...ความจริงถ้าฉันทิ้งแกไว้แบบนี้ ให้คุณกร้าวมาเห็นสภาพแก เห็นหน้าเหมือนผีของแก คุณกร้าวเขาอาจจะตัดใจจากแกได้เอง...แต่ถ้าแกหายล่ะ ฉันคงปล่อยแกไม่ได้สินะ”
       ลิตากำสายออกซิเจนแล้วบิดลงอีกครั้ง สายงอหักปิดทางเดินอากาศ อนุชหายใจไม่ออก แต่ไม่มีแรงสู้ทรมานจนน้ำตาไหลออกมา
      
       ทั้งหมดเดินเข้ามา อรชาประคองอสิตเห็นว่ามีแผลที่ศอกจากการล้มเมื่อครู่
       “พี่สิตได้แผลด้วย เดี๋ยวให้หมอล้างแผลหน่อยนะคะ”
       “ไม่เป็นไร พี่ทิ้งนุชออกมานานแล้ว รีบกลับไปดูนุชดีกว่า”
       “พี่อรกับคุณรภพาพี่สิตไปทำแผลก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมกับรินไปเฝ้านุชเอง”
       อรชาบอกอสิต
       “นะคะพี่สิต ไปล้างแผลแป๊บนึง”
       อสิตจำใจพยักหน้ารับ กร้าวตัดใจไม่ลง เดินตามมามองดูอยู่ห่างๆ ชายธงกับธารินเดินแยกไปทางหนึ่ง อรชา ปรารภพาอสิตแยกไปทางหนึ่ง กร้าวเดินไปทางชายธง
      
       กรวิกเดินมาที่เคาน์เตอร์พยาบาล
       “ขอโทษนะคะ อยากถามอาการคนไข้หน่อย ชื่ออนุช วิช...เอ่อ...อนุช ศุภกาญจน์”
       ทันใดนั้นเสียงชายธงดังขึ้น
       “นก...”
       กรวิกสะดุ้ง หันมอง เห็นชายธงมากับธาริน กรวิกอึกอัก
       “ชายธง...”
       ชายธงไม่ไว้ใจ
       “มาทำอะไรนก”
       “มาโรงพยาบาล ไม่ป่วยเองก็มาเยี่ยมคนป่วย เห็นนกป่วยรึเปล่าล่ะ”
       “แล้วมาเยี่ยมใคร นุชเหรอ”
       กรวิกไม่กล้าบอก
       “จะเยี่ยมใครก็ช่างนกเถอะ”
       “ถ้าเกี่ยวกับนุชเราช่างไม่ได้ นุชอ่อนแอมาก จิตใจก็บอบช้ำมาก เราให้นกเข้าไปทำร้ายจิตใจนุชอีกไม่ได้”
       “แต่พาคู่หมั้นมาเย้ยนุชได้งั้นสิ”
       ธารินไม่พอใจ
       “เห็นอยู่ว่าฉันมากับพี่ชายธง ไม่ได้แอบมาทำร้ายใคร”
       “หมายความว่าไง ฉันก็ไม่ได้แอบมาทำร้ายนุชนะ”
      
       กร้าวที่แอบตามมาเห็นกรวิกกับพกชายธงทะเลาะกัน ฉวยโอกาสเดินไปทางห้องอนุช



       ลลิตาปล่อยมือจากสายออกซิเจน อนุชหายใจได้อีกครั้ง
      
       “แกรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างรึยัง ที่แกแย่งคุณกร้าวไปจากฉัน...ที่ผ่านมา...ฉันต้องการผู้ชายคนไหน คนนั้นต้องตกอยู่ในกำมือฉัน มีแต่คุณกร้าว ที่ฉันเอาชนะไม่ได้ มันเป็นเพราะแกนั่นแหละนังนุช”
       ลลิตากำสายออกซิเจนแล้วบิดลงอีกครั้ง สายงอหักปิดทางเดินอากาศ อนุชหายใจไม่ออก แต่ไม่มีแรงสู้ทรมานพยายามตะกายขึ้นมา แต่ไม่มีแรง ทรุดลงอีก ลลิตาหน้าเหี้ยม อย่างไม่ปรารณี มือลลิตาที่กำสายออกซิเจน บีบแน่น อนุชหน้าคว่ำลง นิ่งไป ลลิตาผละออกมา รู้สึกตกใจอยู่บ้างเพราะฆ่าคนตายเป็นครั้งแรก ลลิตาจะออกไป แต่ได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา กร้าวเปิดเข้ามามองเข้ามาในห้อง ลลิตาไม่อยู่แล้ว เห็นแต่อนุชนอนฟุบ กร้าวเห็นก็รีบเข้าไปช่วยอนุชพลางร้องตะโกน
       “คุณหมอ ใครก็ได้...” กร้าวเห็นที่กดเรียกพยาบาลก็เข้าไปคว้ามากด “ใครก็ได้ มาช่วยที คนไข้หยุดหายใจ”
       กร้าวพยายามช่วยอนุชด้วยการปั๊มหัวใจ ลลิตาแง้มประตูห้องน้ำ ออกมามอง สีหน้าแตกตื่น หวั่นใจ
      
       พยาบาลสองคนวิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์
       “ไปเร็ว คนไข้หยุดหายใจ”
       ชายธงกับกรวิก ธารินหันมองอย่างตกใจ รีบวิ่งตามไป กร้าวปั๊มหัวใจให้อนุช ลลิตาที่หลบอยู่ในห้องน้ำใจเสีย พวกพยาบาลและพวกชายธงเข้ามา ทุกคนตกใจ ชายธงเห็นกร้าวอยู่กับอนุช
       “ไอ้กร้าว”
       ชายธงไปกระชากกร้าวออกมา กรวิกรีบบอก
       “ชายธง ให้พยาบาลช่วยนุชก่อน”
       กร้าวมองร่างอนุชทีแน่นิ่งอย่างใจหาย
      
       พยาบาลเข็นเตียงที่อนุชนอนแน่นิ่งออกมาจากห้อง อสิต อรชา ปรารภ เดินกลับมาพอดี ต่างตกใจว่าอนุชเป็นอะไร กร้าวออกมาจากห้อง ตามอนุชไปด้วยความเป็นห่วง ชายธงตามออกมากระชากกร้าว จนเสียหลักล้มไป
       “แกจะตามไปฆ่านุชให้ตายคามือแกหรือไง”
       กรวิกเข้ามาขวาง
       “พูดกันดีๆก่อนชายธง”
       “อย่ามาปกป้องมันนะนก เธอก็เห็นว่ามันเข้ามาฆ่านุช”
       อสิตโมโหมาก เข้ามาฟาดไม้ใส่หน้ากร้าวจนหัวแตก
       “แก ฉันจะฆ่าแก”
       อสิตเข้าไปซ้ำ อรชา ปรารภรีบเข้าไปห้ามอสิต อรชาเข้าไปดึงอสิต
       “พี่สิต อย่า”
       กร้าวลุกขึ้นมา ไม่เห็นแก่ความเจ็บของตัวเอง พยายามอธิบาย
       “คุณอร ผม...”
       อรชาตบหน้ากร้าวทันที
       “ไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
       กร้าวอึ้ง
       “แต่...”
       ชายธงเข้ามาผลักกร้าว
       “ถ้าฉันเห็นแกอีก ฉันเอาแกถึงตายแน่”
       ปรารภรีบบอก
       “รีบไปดูนุชเถอะครับ”
       พวกอรชาตามพยาบาลไป กร้าวไม่ยอมแพ้ จะตามไปด้วย แต่กรวิกมาดึงไว้
       “อากร้าว อย่าไปค่ะ เดี๋ยวมีเรื่องอีก”
       “แต่นุช...”
       “พวกนั้นไม่ยอมหรอกค่ะ แล้วอธิบายตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่ฟังอากร้าวหรอก นะคะอากร้าว กลับไปก่อน เดี๋ยวนกไปดูนุชแล้วจะส่งข่าวอากร้าวเอง”
      
       กร้าวได้แต่ยืนมองตามไป ห่วงอนุชใจจะขาด



       ลลิตาแง้มประตูออกมามอง เห็นว่าปลอดคนก็ดึงผ้าขึ้นมาคลุมผม สวมแว่น แล้วเดินออกไป พวกอสิต อรชารออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน กรวิกตามมาสมทบ
        
       อรชาร้องไห้ ปรารภนั่งใกล้ๆ ชายธงบีบคั้นหัวใจ เดินหลบออกไป ธารินมองตาม เดินตามไป อสิตเห็นลลิตาไกลๆ เขม้นมอง
       “ลิต้า...”
       อสิตลุกออกไป อรชาหันมาถาม
       “พี่สิตจะไปไหนคะ”
       “เดี๋ยวพี่มา อรรอนี่แหละ เผื่อหมอออกมา”
       อสิตเดินออกไป อรชามองตาม แต่ก็ห่วงอนุช หันมองทางห้องฉุกเฉิน
      
       ลลิตาเดินหนีออกมา รู้สึกตื่นเต้นหันมองด้านหลัง
       “นังนุช หวังว่าคราวนี้แกคงไม่ดวงแข็งอีกนะ”
       ลลิตาหันกลับมา คาดไม่ถึงว่าอสิตจะมาดักอยู่ข้างหน้า ลลิตาชะงักไป
       “สิต”
       “ลิต้า มาทำอะไร”
       “ลิต้าจะมาเยี่ยมนุชค่ะ แต่ทำไมไม่เห็นนุชในห้องเลย นุชอยู่ไหนคะ”
       “นุชหัวใจหยุดเต้น หมอย้ายไปห้องฉุกเฉิน”
       ลลิตาแกล้งตกใจ
       “ตายจริง แล้วนุชเป็นยังไงบ้างคะ หมอช่วยได้รึยัง”
       “หมอยังไม่ออกมา”
       ลลิตาบีบน้ำตา
       “นุช... อย่าเป็นอะไรนะ...พี่ยังไม่ได้ขอบใจนุชเลยที่ยกโทษให้พี่ในสิ่งที่พี่ทำผิดกับนุช”
       อสิตมองท่าทีของลลิตาอย่างชั่งใจ ลลิตาอึดอัดแกล้งนึกอะไรได้
       “จริงด้วยสิต หน้าโรงพยาบาลมีศาล ลิต้าจะไปวิงวอนให้นุชหาย สิตจะไปกับลิต้าไหม”
       อสิตส่ายหน้า
       “เดี๋ยวผมจะกลับไปเฝ้าน้อง”
       “งั้นลิต้าไปเอง สิตไม่ต้องห่วง พระต้องคุ้มครองนุช ลิต้าไปไหว้ศาลก่อนนะ”
       ลลิตาหันกลับมา ถอนหายใจ กลัวอสิตจับได้ อสิตมองตามลลิตาไปอย่างไม่ไว้ใจ
      
       ชายธงเดินมาหลบมุม หัวเสีย โทษตัวเอง เอามือทุบกำแพง ธารินตามเข้ามา
       “พี่ชายธง...”
       “พี่ไม่เป็นไร แค่อยากอยู่คนเดียว”
       “แต่พี่ชายธงกำลังโทษตัวเอง”
       “ใช่ ถ้าพี่มาเร็วกว่านี้ ไอ้กร้าวก็ไม่มีโอกาสทำอะไรนุช”
       “แต่มันสุดวิสัย เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น มันไม่ใช่ความผิดพี่ชายธง”
       “ทำไมจะไม่ใช่ พี่ผิดที่ปกป้องนุชไม่ได้”
       “แต่พี่ชายธง...”
       “พอเถอะริน ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”
       ธารินอึ้งไป
       “พี่ชายธง...”
       “พี่บอกว่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่อยากอยู่คนเดียว”
      
       ชายธงหันกลับไป ไม่มองหน้าธารินอีกเลย ธารินเสียใจ วิ่งร้องไห้ออกไป

      
       อสิตเดินกลับมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน ชายธงก็เดินกลับมาแล้วสมทบกับอรชา และปรารภรอหมออยู่
      
       “หมอยังไม่ออกมาอีกเหรออร”
       อรชาส่ายหน้า “ยังเลยค่ะพี่สิต ไม่รู้ว่านุชเป็นไงบ้าง”
       หมอออกมา ทุกคนกรูกันเข้าไปหา
       “หมอครับ น้องผมเป็นไงบ้าง”
       “ปลอดภัยแล้วครับ”
       ทุกคนต่างโล่งใจ กรวิกที่มองอยู่ห่างๆ พลอยถอนหายใจโล่งอกไปด้วย
      
       ฝ่ายลลิตาหนีออกมาที่ลานจอดรถเจอกร้าวยืนอยู่ แต่กร้าวยังไม่เห็นลลิตา ลลิตาแอบหลบอยู่ตามมุมเสา กรวิกวิ่งเข้ามาอีกทาง
       “อากร้าวคะ อากร้าว”
       กร้าวหน้าตื่น “นก นุชเป็นไงบ้าง”
       “ปลอดภัยแล้วค่ะ”
       กร้าวถอนหายใจโล่งอก
       ลลิตาหน้าตื่นคิดแค้นในใจ อีนี่ฆ่าไม่ตาย ทำไงดี
      
       ตกตอนกลางคืน ธารินอยู่ที่บ้าน บอกแม่ว่าตนจะถอนหมั้นกับชายธง
       “ว่ายังไงนะ จะขอถอนหมั้นกับชายธง” ผู้เป็นแม่ตกใจ
       ธารินพยักหน้าเศร้า
       “ทำไมล่ะลูก เกิดอะไรขึ้น”
       ธารินไม่ตอบ หันหน้าไปมองทางอื่น
      
       ทางด้านอรชา ปรารภ และอสิต ตัดสินใจไปแจ้งความกับตำรวจ
       “คุณตำรวจ น้องสาวผมโดนนายกร้าวทำร้ายแน่นอน ไม่มีทางที่จะเป็นอุบัติเหตุ”
       “ถึงไงก็ต้องมีหลักฐานนะครับ เราคงปรักปรำเขาลอยๆไม่ได้”
       สามคนคิดไปคิดมา
      
       ไม่นานต่อมาตำรวจมาตรวจดูที่เกิดเหตุ อสิต และอรชามองอยู่ที่หน้าห้อง อสิตเอะใจอะไรบางอย่าง เดินเข้ามาดู
       “คุณตำรวจครับ ที่สายออกซิเจนมีรอยพับ”
       กร้าวกลับมาบ้าน นั่งเศร้าเปิดกระเป๋าตังค์ที่มีรูปแต่งงาน นึกถึงเหตุการณ์ตอนทะเลาะกับอนุช
       “ไม่มีอะไรครับ เธอเป็นภรรยาผมเอง”
       “เขาไม่ใช่สามีฉันค่ะ”
       “ภรรยาผมไม่ค่อยสบายครับ ผมกำลังจะพาเธอไปแผนกจิตเวทย์”
       “ฉันไม่ได้บ้านะคะ เขาไม่ใช่สามีฉัน...”
       กร้าวจับอนุชด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างล้วงกระเป๋าเงินออกมาเปิดให้ดู ที่กระเป๋าเงิน เห็นรูปแต่งงานของสองคน อนุชอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง
       “แล้วคุณจะบ้าเหรอ พกรูปแต่งงานทำไม!”
       “คนจะได้รู้ไง ว่าผมแต่งงานแล้ว...”
       กร้าวดึงตัวเองกลับมา นึกสะท้อนใจ ว่าจะมีโอกาสได้เจออนุชอีกไหม
      
       รุ่งเช้าพร้อมพาตำรวจมาหากร้าว และชาติ ที่อยู่ด้วยกันในห้องโถง
       “คุณกร้าวคะ... มีตำรวจมาขอพบค่ะ”
       กร้าวกับชาติประปลาดใจ
       “หมายเรียกสำหรับคุณกร้าว ศุภกาญจน์ครับ” ตำรวจยื่นเอกสารให้
       พร้อมหน้าตื่น รีบเข้าไปรับ แล้วนำเอกสารไปให้กร้าวดู
       “มันเรื่องอะไรกันกร้าว” ชาติสงสัยหนัก
       กร้าวอ่านเอกสาร “เชิญให้ผมไปสอบปากคำกรณีทำร้ายคุณอนุช ศุภกาญจน์ที่โรงพยาบาล”
       “เราพบรอยพับที่สายออกซิเจน คาดว่าเป็นคนร้ายที่หักสายเพื่อให้คุณอนุชไม่มีอากาศหายใจ”
       ชาติตะลึง “อะไรนะ”
       ทุกคนต่างก็ตกใจ
      
       กร้าวเดินมาหยุดยืนอยู่อีกมุมในบ้าน หน้าเครียดจัด ชาติเข็นรถเข้ามา
       “นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้เจ้ากร้าว”
       “ลุงก็รู้ว่าผมไม่มีทางทำอย่างนั้น”
       “แกไม่ได้ทำแล้วใครทำ” ชาติฉงน
       “ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าใคร” กร้าวเสียงเข้ม
       ระหว่างนั้นขำเดินเข้ามาหา
       “มีคนมาหาคุณกร้าวอีกคนแล้วค่ะ”
       “ใคร”
      
       ที่แท้เป็นลลิตา กร้าวเดินเข้าไปหา
       “คุณมาที่นี่อีกทำไม”
       ลลิตาอยากมาลองหยั่งกร้าวว่ารู้เรื่องอนุชมากน้อยแค่ไหน แต่แกล้งเล่นละคร
       “คุณกร้าว...ลิต้าเป็นห่วงคุณน่ะค่ะ เห็นสิตบอกว่าจะไม่ยอมให้คุณเจอยัยนุชอีก”
       “แค่นี้ใช่ไหม” กร้าวถามเย็นชา
       “ไม่รู้ว่าทำไมยัยนุชถึงต้องฆ่าตัวตายด้วย ยัยนุชโกรธเกลียดคุณมากเหรอคะ”
       กร้าวเจ็บถูกแทงใจดำ แต่กลบเกลื่อน
       “ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องคุณ กลับไปได้แล้ว”
       ลลิตาเข้ามากุมมือกร้าว “คุณยังไม่ยกโทษให้ลิต้าเหรอคะ ลิต้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ นะคะ... ลิต้าจะกลับไปคืนดีกับสิต”
       กร้าวรู้ทันมารยาสาวแสบ “จะไปคืนดีกับอสิตก็ไม่เห็นต้องแคร์ว่าผมจะยกโทษให้คุณรึเปล่า ผมเองยังไม่แคร์คุณเลย”
       ลลิตอึ้ง “คุณกร้าว”
       “ผมไม่มีอะไรจะคุยแล้ว คุณต้องให้ผมไล่ซ้ำไหม”
       ลลิตาขบกรามแน่นกัดฟันด้วยความโกรธ พูดไม่ออก กร้าวไม่แคร์ เดินกลับเข้าบ้านไป
      
       ลลิตาจะไปได้ยินเสียงขำร้อง "ว้าย" จึงชะงักหันมองทางต้นเสียง



       ขำเจอปืน ที่ลลิตาทำตกไว้วันก่อน
      
       “ป้าพร้อม..!”
       พร้อมวิ่งเข้ามาดู
       “มีอะไร นังขำ”
       ขำชี้ไป “น...นั่น..!”
       ปืนตกอยู่ในพุ่มไม้ พร้อมเห็นก็ตกใจ
       “ป .. ปืนใครน่ะ”
       “จะรู้ไหมล่ะป้า...” ขำนึกหวั่นๆ “เอาไปให้คุณกร้าวดูดีไหมป้า”
       พร้อมพยักหน้า ขำเอื้อมมือไปจะหยิบ พร้อมนึกได้ ดึงมือขำไว้
       “เดี๋ยว นังขำ!”
       “อะไรล่ะป้า ตกใจหมด”
       “แกไปจับมือเปล่า เดี๋ยวก็มีรอยนิ้วแก มันเป็นการทำลายหลักฐาน เผื่อปืนนี่ติดคดีอะไรแกจะพลอยซวยไปด้วย รีบไปตามคุณกร้าวมาดูดีกว่า”
       พร้อมกับขำชักชวนกันออกไป
      
       ลลิตาแอบดูอยู่ ตกใจหน้าซีดเพราะรู้ว่าปืนนั้นเป็นของตน พร้อมกับขำเดินผ่านไป ลลิตาหลบอยู่ แล้วแอบย่องออกมา
       ลลิตาตรงไปยังพุ่มไม้หยิบปืนขึ้นมา ลลิตามองซ้ายมองขวา รีบเอาปืนใส่กระเป๋า หลบออกไป
      
       พร้อม ขำพากร้าวออกมา
       “ขำเห็นแล้วขนลุกไปหมดเลยค่ะ”
       “ทางนี้ค่ะคุณกร้าว”
       ลลิตาที่กำลังจะหนีออกมา เจอกร้าวก็ตกใจ แกล้งมารยา เอาตัวรอด
       “มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ ทำไมหน้าเครียดๆ”
       “ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
       “งั้นลิต้ากลับก่อนนะคะ”
       ลลิตาตาเดินสวนออกไป กร้าวชะงัก เอะใจ
       “เดี๋ยว”
       ลลิตาชะงักหยุด หน้าซีด กร้าวเดินกลับมาหาลลิตา
       “ปืนอยู่ไหน” กร้าวถาม
       ลลิตาตกใจ “ป .. ปืนอะไรคะ”
       “ปืนที่คุณหยิบไป”
       “ค .. คุณกร้าวพูดเรื่องอะไรคะ ลิต้าไม่รู้เรื่อง”
       พร้อมกัดลลิตา “มีโจรบางพวก ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็ไม่ยอมรับนะคะคุณกร้าว”
       กร้าวสั่งพร้อมกับขำเสียงเข้ม “ค้น”
       พร้อมกับขำเข้าไปค้นตัวลลิตา แต่ลลิตารีบโวยวาย
       “นี่ จะทำอะไร อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ”
       พร้อมกระชากกระเป๋าลลิตามาได้ เปิดดู
       “คุณกร้าวคะ!” พร้อมยื่นกระเป๋าให้กร้าวดู เห็นในกระเป๋ามีปืนอยู่
       กร้าวเงยหน้ามองลลิตาเขม็ง ลลิตาหลบสายตา หน้าเครียด
      
       ไม่นานต่อมากร้าวใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบปืนออกมาจากกระเป๋าลลิตา
       “คุณกำลังจะทำอะไร”
       “ลิต้า... ลิต้าแค่อยากจะเอาไปให้คุณด้วยตัวเองน่ะค่ะ”
       “แต่เท่าที่เห็นเมื่อครู่ คุณดูเหมือนจะเก็บไว้เองนะคะ” พร้อมเหน็บ
       “เปล่านะคะคุณกร้าว ลิต้าอยากเก็บไปให้คุณจริงๆ ลิต้าอยากมอบให้คุณด้วยมือลิต้าเอง ลิต้าอยากให้คุณรู้สึกดีดีกับลิต้าบ้าง”
       พร้อมแกล้งพูดลอยๆ “ยิ่งแก้ตัวยิ่งออกทะเลนะคะ”
       ลลิตาดุพร้อม “นี่!” แต่พอเห็นหน้ากร้าวก็จ๋อยไป
       “ผมก็เห็นเหมือนที่ป้าพร้อมเห็น...คุณจะเอาปืนนี่ไปทำอะไร”
       ลลิตาแกล้งบีบน้ำตาสุดชีวิต “ลิต้าเปล่านะคะ”
       “หรือว่าจะเอาไปทำร้ายใคร คุณจะทำอะไรอีก!?”
       “คุณกร้าวไม่เชื่อลิต้า คุณตัดสินไปแล้วว่าลิต้าเลว...ลิต้าไม่ขอแก้ตัวอะไรอีกแล้ว” แล้วลลิตารีบวิ่งร้องไห้ออกไป
       พร้อมมองตามอย่างงวยงง “อ้าว... ชิ่งไปซะอย่างนั้น”
       กร้าวมองตามอย่างสงสัยท่าทีลลิตา แต่คิดไปไม่ถึงว่าปืนในมือเป็นปืนที่ลลิตาเอามาขู่อนุช
      
       ลลิตาออกจากบ้านมา ท่าทางร้อนรน
       “ซวยแล้ว ทำไงดี ความแตกแน่”
       ลลิตาหันมองทางตัวบ้าน แล้วตัดสินใจออกไป
      
       เช้านั้นหมอตรวจร่างกายอนุชที่ยังไม่ฟื้น เปิดตา ส่องไฟฉาย ตรวจหาอาการทั่วๆ ไป
       “คุณหมอคะ...นุชยังไม่ฟื้นอีกคะ” อรชาถาม มีปรารภอยู่ข้างๆ
       “ร่างกายคนไข้อ่อนแอมาก แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว”
       หมอยิ้มให้ อรชาไหว้ขอบคุณ หมอรับไหว้แล้วเดินออกไป
       อรชามองอนุชที่หลับอยู่ “อรอยากรู้ว่าทำไมคุณกร้าวต้องทำร้ายนุชขนาดนี้ บีบจนนุชฆ่าตัวตายยังไม่พอ ยังมาทำร้ายกันเกือบตายแบบนี้อีก”
       “ผมว่าถึงนุชฟื้นก็อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับแกเลยครับ เดี๋ยวจะสะเทือนใจอีก”
      
       พอชาติที่รู้เรื่องปืนก็แปลกใจ ว่าปืนจะเป็นของใคร ระหว่างนั้นกรวิกมาบอกว่านุชย้ายจากห้องฉุกเฉินมาห้องพักแล้ว และเท่าที่ตนสอบถามมา อนุชพ้นขีดอันตรายแล้ว กร้าวโล่งใจมาก
       ชาติพูดกับกร้าว “ถ้าไม่ใช่ปืนของแก แล้วจะเป็นปืนของใคร”
       “คุณกร้าวเคยจ้างคนมาเฝ้าคุณนุชนี่คะ หรือว่าจะเป็นปืนของพวกนั้น” ขำออกความเห็น
       “ไม่น่าจะใช่ ฉันไม่ได้ให้คนพวกนั้นพกปืนในบ้านนี้” กร้าวมั่นใจ
       พร้อมอึกอัก ท่าทีเกรงใจ “อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะคุณกร้าว...สมมุตินะคะ เอ่อ... สมมุติว่า...”
       ชาติหงุดหงิด “สมมุติ สมมุติ อยู่นั่นแหละ มีอะไรก็พูดมาสิ แม่พร้อม”
       “คือ... สมมุติคุณนุชพกไว้ป้องกันตัวล่ะคะ”
       “ป้องกันตัวจากผมเนี่ยนะ!” พร้อมพยักหน้า “ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้”
       “งั้นก็เป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้วล่ะคะ นอกจากโจรขึ้นบ้านคุณกร้าว แต่เกิดเปลี่ยนใจ ไม่เอาอะไรไป”
       กร้าวได้ยินที่พร้อมว่าโจรขึ้นบ้าน ก็นึกถึงเหตุการณ์วันที่อนุชกินยาพิษ
       เมื่อกร้าวเข้ามาในบ้าน เห็นสภาพเหมือนมีการต่อสู้ก็นึกหวั่นใจ และพอกร้าวเข้ามา เห็นอนุชนั่งหันหลัง โล่งใจว่านุชไม่เป็นไร
       “นุช... ทำไมไม่ขานรับ ผมตกใจหมด นึกว่าโจรเข้าบ้าน ทำไมข้างล่างมันเหมือนกับมีคนต่อสู้กันอย่างนั้นล่ะ”
       กร้าวคิดแล้วหน้าเครียด นึกสงสัย
       “หรือว่าปืนนี่จะเกี่ยวกับที่นุชกินยาฆ่าตัวตาย” กร้าวเอ่ยขึ้น
       ชาติฉงน “มันจะเกี่ยวกันได้ยังไง”
      
       “ผมก็ไม่รู้ แต่จะต้องสืบให้รู้ให้ได้” สีหน้าของกร้าวมุ่งมั่นมาดหมายสุดๆ



       ขณะเดียวกันธาริน กับแม่มาขอถอนหมั้นชายธงกับเธียร พอได้ฟังเธียรตกใจมาก
      
       “ถอนหมั้น!” เธียรเหลือบมองตำหนิชายธงที่นั่งนิ่งอยู่ แล้วหันมาทางแม่ธาริน “ผมว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่านะครับ” พลางหันมาที่ธาริน “หนูริน ลุงว่าค่อยพูดคอยจากันก่อนไม่ดีกว่าเหรอ ชายธงมันทำอะไรให้หนูรินไม่พอใจ”
       “พี่ชายธงไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ” ธารินบอก
       “ลุงรู้ว่าลูกชายลุงมันไม่เอาไหน แต่หนูน่าจะให้โอกาสมันอีกซักครั้ง” เธียรหันมาทางชายธง “ รับปากหนูรินสิ ว่าแกจะทำตัวให้ดีขึ้น”
       ชายธงไม่ยอมพูด ทำหน้าขัดใจ
       เธียรดุ “ชายธง”
       “คุณลุงคะ...อย่าว่าพี่ชายธงเลยค่ะ”
       แม่ธารินแทรกขึ้น “อันที่จริงมันเป็นเรื่องของเด็กๆ น่ะค่ะ ถ้าเขาไม่รักกัน เราก็อย่าไปบังคับดีกว่า”
       เธียรมองชายธงอย่างไม่พอใจ
      
       ครู่ต่อมาชายธงเดินหนีออกมา เธียรตามมาต่อว่า
       “เห็นผลงานของแกรึยัง ผู้หญิงดีๆ เขาหนีหมด”
       “พ่อจะเอาอะไรกับผม เรื่องหมั้นพ่อก็จัดการเองหมด ไม่เคยถามผมซักคำ”
       “แล้วแกมีปัญญาหาผู้หญิงที่ดีเท่าหนูรินได้รึเปล่า”
       “แต่ผมไม่ได้รักริน ผมเห็นรินเป็นแค่น้องสาว”
       ธารินแอบตามมามอง ได้ยินก็สะเทือนใจ
       แต่เธียรกับชายธงไม่เห็นธาริน ชายธงเดินฮึดฮัดจะไป
       “แล้วนั่นแกจะไปไหน”
       ชายธงกวนโมโหพ่อ “ผมจะไปหานุช” แล้วหุนหันออกไป
       “เฮ้ย ไอ้ชายธง กลับมา ฉันไม่ให้แกไป กลับมานะ ไอ้ชายธง”
       ชายธงไม่หันกลับมา เธียรรีบตามไป ธารินรีบหลบออกไปอีกทาง
      
       ธารินมาถึงที่จอดรถในบ้านก่อน แอบหลบเข้ามาแล้วปล่อยลมล้อรถคันหนึ่ง
      
       ชายธงเดินหนีออกมาอีกด้านหนึ่ง เธียรตามมาต่อว่าชายธงเสียงกร้าวโมโหเต็มที่
       “ไอ้ชายธง ได้ยินไหม ฉันไม่ให้แกไป”
       “พ่อห้ามผมไม่ได้หรอก”
       ธารินรีบหลบ ไปยืนแอบอยู่ที่หนึ่ง ชายธงเดินมาที่รถ ขึ้นรถขับออกไปทันที
       “ไอ้ชายธง แกกล้าหนีไปดื้อๆอย่างนี้เหรอ...ได้ วันนี้ฉันจะไม่ปล่อยแกแล้ว”
       เธียรมาขึ้นรถอีกคัน จะขับตามไป ปรากฏว่ารถยางแบน เธียรออกมาดูก็ตกใจ
       “เฮ้ย ทำไมมันเป็นอย่างนี้วะ” เธียรตะโกนเรียก “ใครอยู่แถวนี้ มาดูซิทำไมปล่อยให้รถฉันยางแบนแบบนี้!”
       ธารินแอบดูอยู่ ขอโทษเธียรเบาๆ
       “ขอโทษนะคะคุณลุง”
      
       อนุชค่อยๆ ลืมตา ฟื้นขึ้นมา อรชากับปรารภเห็นก็ดีใจ
       “นุช... นุชฟื้นแล้ว... นุชเป็นไงบ้าง...” อรชากุมมืออนุชไว้ “นุชไม่ต้องกลัว ไม่ต้องคิดอะไรมาก พี่อยู่นี่ พี่จะไม่ให้ใครทำร้ายนุชอีก”
       อนุชฝืนยิ้ม น้ำตาซึม แต่ยังใส่เครื่องช่วยหายใจ พูดอะไรไม่ได้
      
       อรชากับปรารภออกมาจากห้องเจอชายธงที่เพิ่งมา อรชาห่วงอนุช สภาพจิตใจย่ำแย่ กลัวฆ่าตัวตายอีก
       “อ้าว ชายธง”
       “นุชเป็นไงบ้างครับ” ชายธงร้อนใจ
       “นุชฟื้นแล้ว แต่ดูไม่สดชื่นเลย สภาพจิตใจคงยังแย่อยู่” อรชาบอก
       “ของแบบนี้คงต้องใช้เวลาครับคุณอร”
       “ความจริงใช้เวลาเท่าไหร่ อรก็รอได้ อยากให้น้องกลับมาเหมือนเดิมกลัวแต่นุชจะคิดสั้น ทำร้ายตัวเองอีก”
       “พี่อรไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะช่วยดูนุชอีกแรง”
       “ขอบใจมากนะชายธง”
      
       ชายธงเดินเข้ามาข้างเตียง อนุชลืมตามอง เห็นเป็นชายธงก็พยายามยิ้มให้ ชายธงเดินมาปลอบอนุช อนุชจับมือชายธงเป็นเชิงขอบคุณ ชายธงให้ไอแพดอนุชไว้เล่นเวลาเบื่อหรือไว้ติดต่อกับเขาหรือพี่ๆ
       “เป็นไงบ้างนุช... ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วนะ”
       อนุชยังพูดไม่ได้ แต่พยักน้ารับ
       “นุชต้องเข้มแข็งไว้ให้มากๆนะ แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร” ชายธงจับมืออนุชกอบกุมไว้ “เราจะอยู่ข้างๆ นุช จะไม่ให้นุชต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ อีกแล้ว”
       อนุชซึ้งน้ำใจชายธง ยกมืออีกข้างมากุมมือชายธงไว้ ธารินแอบดูอยู่หน้าช่องมองสีหน้าเศร้า
      
       ธารินที่แอบดูอยู่ผละออกมา ยืนพิงกำแพง สะท้อนใจ
       “พี่ชายธงเป็นเหมือนแสงสว่าง รินคงเป็นได้แค่เงา ไม่มีวันตามทันหัวใจพี่ชายธง...แต่รินก็ดีใจ ที่เห็นพี่ชายธงมีความสุข”
      
       ธารินยิ้มทั้งน้ำตา



       วันต่อมา ลลิตาเครียดจัด มานั่งคุยกับเชิดผ่านซี่ลูกกรงข้องขังแต่เช้า
      
       “แกต้องช่วยฉันนะเชิด ถ้าตำรวจจับได้ ฉันตายแน่”
       เชิดพูดกับลลิตาอย่างไม่พอใจ
       “แล้วเรื่องประกันตัวล่ะ”
       ลลิตาไม่พอใจ “ขนาดตัวเองยังเอาไม่รอด แล้วจะมีปัญญาอะไรไปช่วยแก”
       เชิดฉุน “นี่จะหักหลังฉันเหรอ”
       ลลิตาไม่พอใจ “ก็ถ้าแกไม่ช่วย แล้วจะเอาเงินที่ไหนล่ะ”
       เชิดไม่ฟัง เขย่าลูกกรง “ฉันบอกให้ประกันตัวฉันออกไปเดี๋ยวนี้”
       ลลิตาโกรธจัด เสียงดังใส่ “ก็ฉันบอกแล้วไง ไม่มีไม่มี ถ้าแกไม่ช่วยฉัน แกก็หมดประโยชน์ เชิญเป็นหมาเห่าอยู่ในกรงเถอะ”
       “นังสารเลว”
       เชิดเอื้อมมือผ่านลูกกรง กระชากผมลลิตาอย่างแรง ลลิตาไม่ทันตั้งตัวตกใจร้องกรี๊ด
       “ปล่อยฉันไอ้เชิด ฉันบอกให้ปล่อย”
      
       อสิตแอบสะกดรอยตามลลิตามา และแอบดูอยู่ ตกใจจะเข้าไปช่วยลลิตา แต่ร้อยเวรผ่านมาเสียก่อน อสิตจึงชะงัก กลับไปแอบดู อย่างเดิม
      
       เชิดบีบคอลลิตา พลางขู่ตะคอก ลลิตาหายใจไม่ออก
       “แกก็รู้ ฉันไม่ชอบให้ใครมาล้อเล่น”
       ลลิตาร้องไห้ด้วยความกลัวจริง ๆ “ฉันกลัวแล้ว ฉันหายใจไม่ออก ช...ช่วยด้วย”
       ร้อยเวรเดินมาเอากระบองเคาะลูกกรงเสียงดัง ปรามเชิด
       “เฮ้ย ๆ ทำอะไร ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้”
       เชิดกลัวตำรวจรีบปล่อยมือ ลลิตาหันไปด่าเชิด
       “ไอ้เชิด ไอ้ชาติชั่ว ฉันขอให้แกตายกลายเป็นผีอยู่ในนี้”
       เชิดแค้นจัดขู่กลับ “นังสารเลว อย่าให้ฉันออกไปได้ แกตายแน่”
       ลลิตารีบเดินร้องไห้ออกไปด้วยความกลัว
      
       อสิตที่กำลังแอบถ่ายรูปเชิด เห็นลลิตาเดินมาทางตน รีบหลบเข้าที่กำบัง ลลิตาเดินมาหยุดตรงที่อสิตแอบอยู่ หยิบผ้ามาคลุมหัว ผืนเดียวกับตอนที่คลุมตอนลอบฆ่าอนุชที่โรงพยาบาล พร้อมกับสวมแว่นดำ เดินตัวสั่นออกไปด้วยความกลัว โดยไม่ทันสังเกตเห็นอสิตที่แอบอยู่ด้านหลัง
       อสิตโล่งอก มองรูปในกล้องมือถือที่ตนถ่ายไว้
      
       ไม่นานต่อมาสามคนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านมโนรมย์ อสิตเปิดรูปถ่ายเชิดในมือถือที่ตนแอบถ่ายไว้ได้ ปรารภบอกอสิตด้วยความลำบากใจ
       “มันชื่อเชิด เป็นสามีเก่าลิต้า”
       อสิตแปลกใจ “ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องนี้”
       “เค้าไม่ได้จดทะเบียนกัน แล้วก็เลิกกันตั้งนานก่อนมาเจอคุณ” ปรารภแปลกใจ “ผมไม่คิดว่าลิต้าจะยังติดต่อมันอยู่”
       อรชาพูดบอกเสียงเบาไม่อยากให้อสิตสงสัย “ใช่คนเดียวกับคนที่เราเจอที่ไร่หรือเปล่า”
       “ใช่ครับ”
       “อรเคยเจอมันด้วยเหรอ” อสิตแปลกใจ
       อรชาอึกอักไม่กล้าตอบ กลัวอสิตเป็นห่วงอนุชและเกรงใจปรารภ ปรารภพยักหน้าให้อรชาบอกอสิต
       อรชาบอกเสียงอ่อย กลัวความผิด “ค่ะพี่สิต นายคนนี้พยายามฆ่ายัยนุชตอนอยู่ที่ไร่ แต่โชคดียัยนุชไม่เป็นไร”
       อสิตไม่พอใจ “เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมถึงไม่บอกพี่”
       “ตอนนั้นอรกลัวพี่สิตเป็นห่วงนี่คะ”
       อสิตเอามือกุมขมับ พูดไม่ออก ทันใดนั้นเสียงมือถือดังขึ้น
      
       อสิตรับสายคุยโทรศัพท์อย่างตื่นเต้น
       “ว่าไงนะครับ ได้เบาะแสคนร้ายที่ทำร้ายนุชแล้ว”
       อรชา ปรารภที่ยืนฟังอยู่ด้วย ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
       อสิตอสิตกดตัดสาย “คราวนี้แกดิ้นไม่หลุดแน่ไอ้กร้าว”
       อสิตพูดด้วยความเคียดแค้น ชิงชังกร้าว
      
       ทางด้านกร้าวกับกรวิกยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ในร้านขายปืน คนขายดูปืนที่กร้าวเจอที่บ้าน
       “ปืนไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน” แล้วส่งปืนคืนกร้าว “คงตามหาเจ้าของยาก”
       “คุณพอจะรู้จักไหม ใครที่ทำปืนแบบนี้บ้าง”
      
       สามคนเดินทางมาที่โรงพักในเวลาต่อมา กำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องสอบสวน เป็น ช่วงเวลาที่อนุชถูกทำร้าย แต่เป็นภาพมุมสูงระยะไกล ทางเลี้ยวไปห้องอนุช (ไม่ได้เห็นคนเข้า และเห็นหน้าคนในวีดีโอไม่ค่อยชัด
       ดูเสร็จตำรวจถามอสิต อรชา ปรารภ ที่นั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดนั้นอยู่
       “เป็นไงครับ เห็นใครผิดสังเกตหรือเปล่า”
       อรชาและปรารภเห็นหมอพยาบาลเดินผ่านไปมา ก่อนจะเห็นอสิตเดินออกมา ทุกอย่างดูปกติ
       “นั่นพี่สิตใช่มั้ยคะ”
       อสิตเห็นภาพตอนตัวเองเดินออกมา ก็จำได้
       “ใช่ ตอนนั้นลิต้าโทร.บอกพี่ว่ามันมา” อสิตหมายถึงกร้าว ก่อนจะบอกกับตำรวจ “ฟอร์เวิร์ดไปตอนที่มันเข้ามาเลยครับคุณตำรวจ”
       ตำรวจกดฟอร์เวิร์ดไปตอนที่กร้าวเข้ามา
       “นั่นไง หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ยังจะปากแข็งอีก”
       หลังจากนั้นไม่นาน ก็เห็นพยาบาลพาตัวอนุชออกจากห้องมา กร้าว ชายธง กรวิกตามหลังมาด้วยความเป็นห่วง
       ปรารภ        สงสัย “แล้วผู้หญิงคนนั้นใครครับ”
       ทุกคนดูภาพในกล้อง เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งทุกคนไม่รู้ว่าที่แท้เป็นลลิตา เดินออกมาจากห้องอนุช แต่เห็นหน้าไม่ชัด
       “เข้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
       ตำรวจกดฟอร์เวิร์ดกลับไปหลังจากอสิตออกไปไม่นาน เห็นลลิตาเดินมาหยุดมองซ้ายมองขวา ก่อนจะหยิบผ้ามาคลุมผม เดินเลี้ยวไปทางห้องอนุช
       อรชาตกใจ “ก่อนคุณกร้าวจะมา”
       “ไม่มีภาพชัดกว่านี้เหรอครับคุณตำรวจ” ปรารภถามตำรวจ
       “กล้องตัวนี้ใกล้ทางเดินที่สุดแล้วครับ”
       อสิตสะดุดใจนึกสงสัย “ช่วยย้อนภาพกลับไปหน่อยได้มั้ยครับ”
       ตำรวจกดย้อนภาพกลับไปที่ผู้หญิงคนนั้นหยุดมองซ้ายมองขวา ก่อนจะหยิบผ้ามาคุลมผม แล้วเดินเลี้ยวไป
       ภาพลลิตาเดินมาหยุดตรงอสิตซ่อนตัวอยู่ เอาผ้ามาคุลมผม แล้วเดินออกไป ผุดขึ้นมาในหัว อสิตเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ
       “ผมรู้แล้วว่าใคร”

       ฝ่ายกร้าวยังเดินเข้าออกร้านขายปืนเถื่อนกับกรวิก คนขายอีกร้านหนึ่งมองปืนที่กร้าวนำมา เงยหน้ามองกร้าวอย่างชั่งใจ กร้าวรู้ทันรีบพูดสำทับ
      
       “ผมแค่อยากได้ข้อมูล ไม่คิดจะทำให้คุณเดือดร้อน”
       คนขายตัดสินใจบอก “ครับ ปืนนี่ผมทำเอง”
       “คุณขายให้ใคร” กร้าวตื่นเต้น
       คนขายอึกอัก กร้าวหยิบเงินห้าพันออกมาถือไว้ คนขายเห็นเงินก็ตาโต
       “เป็นผู้หญิง สวยๆ”
       กรวิกบอกกับกร้าวทันที “นังหมาบ้าลิต้าแน่!
       กร้าวมองหน้ากับกรวิก แล้วหยิบเงินออกมาอีก
       “ขายไปเมื่อไหร่” กร้าวถาม
       คนขายมองเงิน “สองสามวันก่อน”
       กร้าวส่งเงินให้แล้วรับปืนกลับคืนมา
       “เป็นช่วงเดียวกับที่นุชกินยาฆ่าตัวตายพอดีนะคะอากร้าว”
       “หรือนุชโดนบังคับให้กิน” กร้าวตั้งข้อสังเกต
      
       เหตุการณ์ที่โรงพยาบาล หมอถอดเครื่องช่วยหายใจให้อนุช ชายธงดีใจมาก ถามหมอ
       “นุชไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้วเหรอครับ”
       “ร่างกายคนไข้ฟื้นตัวเร็ว ไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะครับ”
       ชายธงไหว้ “ขอบคุณครับหมอ”
       หมอรับไหว้แล้วเดินออกไปกับพยาบาล ชายธงตรงเข้ามาหาอนุช
       “จะได้กลับบ้านแล้วนะนุช”
       อนุชพยายามพูด “ขอบใจมากนะชายธง”
       “นุชไม่ต้องกลัวว่าไอ้กร้าวมันจะมาทำร้ายนุชอีกแล้วนะตอนนี้พี่สิตกับพี่อรแจ้งจับไอ้กร้าว ข้อหาพยายามฆ่าแล้ว”
       อนุชตกใจ “อะไรนะ!”
       “ก็ไอ้กร้าวมันพยายามฆ่านุชครั้งแล้วครั้งเล่า” ชายธงพูดอย่างแค้นใจ
       “คุณกร้าวอาจจะทำร้ายนุช แต่เขาไม่เคยคิดจะฆ่านุชคนที่จะฆ่านุชคือพี่ลิต้า” อนุชบอก
       “สองคนนั้นคงร่วมมือกัน” ชายธงไม่วายคิดร้ายกับกร้าว
       “ไม่จริงชายธง! คุณกร้าวไม่มีทางทำอย่างนั้น ชายธงช่วยโทร.บอกพี่สิตกับพี่อรหน่อย นุชกลัวว่าพี่ลิต้าจะย้อนมาทำร้ายทุกคน”
       ชายธงพยักหน้ารับ “ได้...เดี๋ยวเรามานะ” ชายธงเดินออกไปเอาที่ชาร์จแบตในรถ
      
       ตรงมุมหน้าห้องพักอนุชในโรงพยาบาล แหวนเปิดประตูห้องเดินออกไปอย่างรีบเร่ง ลลิตาที่ซุ่มแอบดูอยู่อย่างสิ้นหวังด้วยความกลัว พึมพำออกมาด้วยความเจ็บใจ
       “คราวนี้แกไม่รอดแน่”
       ลลิตาเดินตรงไปที่หน้าห้องอนุช
      
       อนุชนึกขึ้นได้ว่าชายธงให้ไอแพดตนไว้ จึงพยายามเอื้อมมือหยิบไอแพดที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน มาเปิดวิดีโอคอลหาอสิต อรชา
      
       สามคนอยู่ในรถที่กำลังขับมาตามทาง สักครู่หนึ่งจึงเห็นวิดีโอคอลรูปหน้าอนุชในมือถืออรชา อรชาร้องบอกอสิต อย่างดีใจ ปรารภ ซึ่งขับรถอยู่ ดีใจด้วย
       “ยัยนุชโทรมา...” อรชารีบพูดกับอนุช “หมออนุญาตให้ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วเหรอจ๊ะ”
       อนุชยิ้มตอบ “ค่ะพี่อร...แต่นุชมีเรื่องสำคัญกว่านั้นจะบอก”
       อรชาแปลกใจ “เรื่องอะไรเหรอ”
       “พี่ลิต้า” อนุชไอแค่กๆ
       “พี่ลิต้าทำไมนุช”
       อรชาถามด้วยความแปลกใจ
      
       ขณะที่อนุชกำลังจะตอบอรชา แต่ได้ยินเสียงลลิตาดังมาเสียก่อน
       “แหม หายใจได้แล้วเหรอจ๊ะนุช”
       อนุชตกใจหันขวับไปเห็นลลิตายืนยิ้มอยู่หน้าประตูห้อง หน้าตาท่าทางไม่เป็นมิตร
       “พี่ลิต้า”
       อนุชค่อย ๆ วางไอแพดลงบนโต๊ะหัวเตียงโดยยังไม่ได้ปิดโปรแกรม
      
       อรชาเห็นภาพลลิตาเดินเข้ามาข้างเตียง ก็ร้องบอกอสิตด้วยความตกใจ
       พูดเสียงเบา กลัวเสียงเข้าเครื่อง “พี่ลิต้ามา”
       อสิตตกใจรีบหันมาดูภาพในมือถืออรชา
      
       ฝ่ายลลิตาเดินนวดนายเข้ามาหาอนุช
       “ใช่ !!! พี่เอง คิดว่าสมองขาดออกซิเจนจนจำอะไรไม่ได้ซะอีก”
       “ทำอย่างนี้ ต้องการอะไร”
       ลลิตายิ้มร้ายหน้าตาน่ากลัว “ชีวิตแกไง”
       อนุชถอยหนี กลัวจริงๆ “อย่าเข้ามานะคะ”
       “แหม พี่ล้อเล่นนิดเดียวเอง”
      
       ลลิตายิ้มหวาน ขณะเดินเข้าไปกระชากตัวอนุชกลับมาเต็มแรง



       อสิตอยู่ในรถเห็นภาพเหตุการณ์ในมือถืออรชา ลลิตากำลังจับตัวอนุชให้นอนลง
      
       “อย่าทำอะไรนุชนะพี่ลิต้า”
       ทันใดนั้นภาพหน้าจออรชาก็ค้าง สัญญาณไม่ดี
       อรชาใจเสียเอามือถือเคาะกับสันมือ “พี่ลิต้า พี่ลิต้า”
       อสิตใจเสียร้องบอกปรารภ
       “ขับเร็ว ๆ สิรภ”
       รถที่ปรารภขับเลี้ยวขึ้นลานจอดรถของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
      
       ฝ่ายอนุชพยายามแข็งขืน แต่สู้แรงลลิตาไม่ได้เพราะร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่
       “ปล่อยนุช”
       “จะดิ้นทำไม เดี๋ยวไม่มีแรงหายใจหรอก”
       อนุชหยุดดิ้น กลัวจนร้องไห้ออกมา “พี่ต้องการอะไร จากนุชกันแน่”
       ลลิตาประคองอนุชนอนลงบนเตียง แล้วค่อย ๆบรรจงห่มผ้าให้ หน้าตาท่าทางเหมือนพวกโรคจิต
       “ต้องการอะไรเหรอ พี่แค่สำนึกผิดที่ทำไม่ดีกับนุช อยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี กลับมาอยู่กับพี่ชายของเธอ”
       “แล้วคุณกร้าวล่ะ”
       “พี่มันก็แค่เครื่องมืออำนวยความสะดวก ไม่ต่างอะไรกับหม้อหุงข้าว หรือว่าเครื่องดูดฝุ่นของเค้า ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะจ๊ะ”
       อนุชใจดีสู้เสือ “นุชไม่เชื่อ พี่มันงูพิษ ไม่รู้จะแว้งกัดอีกเมื่อไหร่”
       ลลิตาหันขวับมาหน้าตาดุดัน อนุชตกใจ ลลิตายิ้มหวาน
       “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ หรือว่าไม่อยากหายใจแล้ว งั้นพี่สงเคราะห์ให้”
       อย่างไม่ทันตั้งตัว ลลิตากระชากหมอน กดหน้าอนุชตั้งใจให้ขาดอากาศหายใจ อนุชพยายามดิ้นสู้ แต่สู้แรงลลิตาไม่ได้
      
       สามคนลงจากรถ จู่ๆ ภาพที่วีดิโอคอลในมืออรชาที่ค้างอยู่ติดขึ้นมาอีก เห็นลลิตาเอาหมอนกดหน้าอนุช อรชาร้องด้วยความตกใจ
       “อย่าค่ะพี่ลิต้า อย่าทำนุช”
       ทันใดนั้น ภาพหน้าจอมือถืออรชาก็ค้างอีก สัญญาณไม่ดี อรชาเอามือถือเคาะกับสันมือ
       อสิตทนดูไม่ได้ร้องบอกปรารภ
       “โทรเรียกรปภ. รภ โทรเรียกรปภ.”
       ปรารภรีบกดมือถือเรียกรปภ. ก่อนทั้งสามจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งที่ห้องอนุช
      
       ลลิตาตะคอกอนุช ที่ถูกหมอนกดหน้าอยู่
       “ฉันมาขอโอกาสแกดี ๆ แต่แกกลับผลักไสฉัน อยากให้ฉันถูกจับมากใช่มั้ย ได้ ! ฉันอยากจะรู้นัก ถ้าแกเหลือแต่ร่างไม่มีลมหายใจ ใครหน้าไหนจะสนใจแก”
       ลลิตากดหมอนกับหน้าอนุชแรงขึ้นอีก อนุชพยายามดิ้นสู้ แต่สู้แรงลลิตาไม่ได้ ก่อนที่มือไม้จะค่อยๆ อ่อนลง แล้วแน่นิ่งไป
       อสิต อรชา และปรารภ เดินกึ่งวิ่งมาตามทางเดินในโรงพยาบาล       
       ปรารภที่โทร.มือถืออยู่ หันมาบอกอสิต
       “สายไม่ว่างเลยครับ”
       อสิตเจ็บใจ รีบวิ่งไปช่วยน้องไม่คิดชีวิต
      
       ลลิตาเห็นอนุชแน่นิ่งไป รีบเปิดหมอนออก เอามืออังดูลมหายใจ
       “ยังไม่ตาย” ลลิตาเริ่มลนลาน หวาดกลัว “ทำยังไงดี”
       ลลิตาวิ่งไปที่หน้าต่าง เห็นว่าเปิดออกไปข้างนอกได้ เมื่อได้ความคิดจึงรีบกลับมาที่ร่างอนุชที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
       “ถ้าฉันจับแกโยนไป ก็ไม่มีใครรู้ว่าฝีมือฉัน เค้าคงคิดว่าแกฆ่าตัวตายแน่ๆ”
      
       บนหน้าจอมือถืออรชาที่ค้างอยู่ เกิดติดขึ้นมาอีก อรชาเห็นลลิตากำลังจะลากตัวอนุชโยนหน้าต่าง
       อรชาที่วิ่งตามหลังอสิตปรารภมากรีดเสียงดัง
       “อย่าทำอะไรนุช พี่ลิต้า”
       อรชาเข่าอ่อนทรุดลง อสิตชะงักหันไปมอง ปรารภตกใจรีบวิ่งเข้าไปดู
       “คุณอร”
       แหวนพยายามโทร.หาอสิต แต่โทร.ไม่ติด เดินเข้ามาพอดี แหวนดีใจ
       “แหวนกำลงจะโทรหาคุณพอดี” พอเห็นอรชาร้องไห้ก็งง “มีอะไรกันเหรอค่ะ”
      
       อสิตไม่สนใจรีบวิ่งไปดูอนุช แหวนมองตามงง ๆ



       ขณะที่ลลิตาที่กำลังจะลากอนุชไปโยนหน้าต่าง ได้ยินเสียงอรชากรีดร้องหันขวับมาตามเสียง หันมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะเห็นไอแพดวางอยู่ จึงวางตัวอนุชลง หยิบไอแพดขึ้นมาดู
      
       อรชาร้องบอกลลิตา
       “อย่าทำอะไรนุชนะคะพี่ลิต้า อยากได้อะไรอรให้ทุกอย่าง”
      
       ลลิตาเห็นภาพอรชาในไอแพดก็รู้ว่าทุกคนเห็นภาพทั้งหมดแล้วก็รับไม่ได้
       “ไม่จริง”
       และเห็นภาพอสิตบนหน้าจอไอแพด
       “ปล่อยตัวนุช เดี๋ยวนี้ลลิต้าไม่อย่างนั้น เจอดีแน่”
      
       อสิตรีบวิ่งไปที่ห้องอนุช
      
       “เป็นไปไม่ได้”
       ลลิตาร้องลั่น ตกใจรีบทิ้งไอแพดลง ลลิตาหันรีหันขวางจะหนีไปทางไหน แต่ไม่มีทาง ตัดสินใจวิ่งออกไปที่ประตู แต่พอเปิดประตูเป็นจังหวะเดียวกับที่อสิตพุ่งเข้ามาพอดี ลลิตากรีดร้องเสียงดัง ด้วยความรู้สึกตกใจกลัวสุดขีด
       “อย่าทำอะไรลิต้า ลิต้ากลัวแล้ว ลิต้ากลัวแล้ว”
       ปรารภ อรชาเห็นอนุชที่นอนแน่นิ่งอยู่ก็ตกใจ รีบเข้าไปช่วย
       “นุช!!”
       ปรารภ อรชา รีบวิ่งเข้าไปดูอนุชที่นอนไม่ได้สติอยู่
      
       อสิตลากตัวลลิตาออกมา ลลิตาร้องไห้ด้วยความกลัว
       “คุณกร้าวเป็นคนใช้ลิต้ามา หลอกให้ลิต้าแก้แค้นแทน ปั่นหัวเราสองคนให้ทะเลาะกัน แต่ตอนนี้ลิต้าสำนึกผิดแล้ว ให้โอกาสลิต้าอีกครั้งนะคะสิต”
       “พูดแต่เรื่องเดิมๆ จะโกหกผมไปถึงไหน”
       “ลิต้าไม่ได้โกหก แต่เราสองคนกำลังจะตกเป็นเหยื่อนะคะ”
       เสียงกร้าวดังแทรกเข้ามา “เหยื่ออะไร”
       ลลิตาหันไปเห็นกร้าวเดินเข้ามาก็ตกใจ
       “คุณกร้าว”
       “ผมถามว่าเหยื่ออะไร”
       ลลิตาแกล้งทำเป็นสำนึก “ก็เรื่องที่คุณปั่นหัวลิต้าให้เกลียดสิต ทำร้ายนุชนี่ไงคะ”
       “คุณพูดอะไรออกมาลิต้า” กร้าวเดือดดาล
       “ความจริงยังไงคะคุณต้องการให้สิตเกลียดลิต้า ทำร้ายลิต้า เพราะอยากให้สิตตรอมใจตายเหมือนพ่อคุณ”
       “ถ้าผมจะทำผมทำเอง ไม่จำเป็นต้องใช้นกสองหัวอย่างคุณ” กร้าวพูดใส่หน้า
       ลลิตาเยาะ “พอหมดประโยชน์ก็เฉดหัวทิ้ง”
       กร้าวรู้ทันกวนกลับ “ช่วยไม่ได้โง่เอง”
       ลลิตากรี๊ดแตก “เห็นมั้ยค่ะสิต มันยุพวกเราให้แตกกัน” ลลิตาหันมาฉอเลาะกับอสิต “อย่าหลงกลมันนะคะ ลิต้ารักสิตค่ะ ลิต้ารักสิต”
       ลลิตาเข้าไปกอดจูบอสิต อสิตปัดป้องด้วยความรำคาญ
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะลิต้า”       
       “ทำไมล่ะคะ ลิต้ารักสิตคนเดียว”
       อสิตพยายามแก้ออกอย่ารำคาญ “ผมบอกให้หยุด”
       ลลิตาพูดรัวเร็ว เริ่มสติแตก “เราจะมีลูก สร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกันฟื้นฟูวิชเวทย์ให้กลับมายิ่งใหญ่”
       อสิตหมดความอดทน ตะคอกเสียงดัง “พอได้แล้ว”
       ลลิตาหยุดกึก ทันใดนั้นก็เห็นตำรวจสองนายเดินเข้ามา
       “เชิญไปโรงพักครับ”
       ลลิตากรี๊ดสติแตก “แอร๊ย... ฉันไม่ไป ฉันไม่ไป”
       ลลิตาพยายามดิ้นสู้ แต่สู้แรงตำรวจไม่ได้
      
       ครู่ต่อมาตำรวจหิ้วปีกลลิตาที่ร้องไห้สติแตกด้วยความกลัว
       “ฉันก็วิชเวทย์คนนึงเหมือนกัน สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียริติ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันบอกให้ปล่อย ปล่อย”
       ลลิตาใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดตำรวจออก ก่อนจะวิ่งออกไปกลางถนน ทันใดนั้นก็ถูกรถคันหนึ่งที่แล่นมาเฉี่ยวชนอย่างรุนแรง ร่างลลิตากระเด็นไป
       อรชา ปรารภที่ตามมาออกมาเห็นอย่างนั้นก็ตกใจรีบเข้าไปดู
       “ลิต้า”
       ลลิตาที่นอนฟุบหน้าอยู่ริมถนน ค่อยๆ ขยับตัว ลุกขึ้นมา พอเห็นว่าเลือดเต็มตัวก็เอามือจับหน้า และเห็นว่าใบหน้าข้างหนึ่งเป็นแผลเหวอะหวะดูน่ากลัว ลลิตากรีดร้องราวกับคนเสียสติ
      
       อรชา ปรารภมองจุดจบของลลิตาด้วยความสังเวชใจ
ตอนที่ 18 อวสาน
        
       ค่ำนั้น อรชา กับปรารภยืนคุยกับตำรวจอยู่ที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล ชายธงเดินเข้ามาเห็นก็ตกใจ
      
       “พี่อร คุณรภ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
       อรชาบอกกับตำรวจ
       “ขอบคุณนะคะคุณตำรวจ”
       ตำรวจทำความเคารพแล้วเดินออกไป อรชาหันมาบอกชายธง
       “นุชโดนลอบทำร้ายอีกแล้ว” อรชานึกแล้วหวั่นกลัวจนเกือบจะร้องไห้ “นุชเกือบจะโดนจับโยนลงมาจากตึกแล้ว ชายธง”
       ปรารภเห็นอรชาท่าทางหวาดกลัวก็ปลอบ
       “ตอนนี้นุชปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะครับคุณอร”
       ชายธงแค้น
       “ไอ้กร้าว”
       “ไม่ใช่คุณกร้าวหรอก แต่เป็นพี่ลิต้า...แล้วโทษทัณฑ์ก็ตามเขาทันแล้วด้วย”
       “เกิดอะไรขึ้นครับ”
       ปรารภหันมาบอก
       “ลิต้าหนีตรวจออกไปแล้วโดนรถชน...ไม่ได้บาดเจ็บมากเท่าไหร่ แต่หน้าครูดกับถนนเป็นแผลเหวอะเลย...หน้าสวยๆ ที่เขาเคยใช้เพื่อหลอกล่อใครๆ ให้หลงเสน่ห์ ตอนนี้คงไม่เหลือแล้ว”
       “แล้วตอนนี้นุชเป็นไงบ้าง”
       “หมอตรวจอาการอยู่ในห้องฉุกเฉิน”
      
       ในห้องฉุกเฉิน...อนุชค่อยๆ ลืมตาตื่น หมอดูอาการอยู่
       “รู้สึกยังไงบ้างครับ”
       “ยังมึนหัวนิดหน่อยค่ะ”
       กร้าวผลักประตูเข้ามา
       “คุณหมอ ภรรยาผมเป็นไงมั่ง”
       พยาบาลเข้ามากันไว้
       “ญาติคนไข้รอข้างนอกนะคะ”
       หมอหันไปบอก
       “ไม่เป็นไร...ภรรยาคุณปลอดภัยแล้วครับ”
       อนุชเหลือบมองกร้าว แล้วเบือนหน้าหนี กร้าวเข้ามากุมมือไว้ หมอกับพยาบาลออกไปจากห้อง
       “นุช ไม่เป็นอะไรแล้วนะ”
       อนุชน้อยใจ น้ำตารื้น
       “คุณห่วงด้วยเหรอ”
       “คุณไม่รู้หรอกว่าผมห่วงคุณมากแค่ไหน ตอนที่ผมเห็นคุณกับไอ้ขวดยานั่น ผมคิดว่าคุณโกรธเกลียดผมจนถึงกับฆ่าตัวตาย ไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นฝีมือลิต้า...แต่ตอนนี้คุณไม่ต้องกลัวแล้วนะลิต้าโดนตำรวจจับไปแล้ว”
       “พี่ลิต้าโดนตำรวจจับไป แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าคุณยังมีใครอีกกี่คนที่อยากจะกำจัดฉัน...ทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไป หรือการให้ผู้หญิงของคุณมาทำร้ายฉันก็อยู่ในแผนของคุณด้วย” อนุชตัดพ้อต่อว่า
       “ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ...ผมไม่ได้มีใคร...ผม...”
       กร้าวอยากบอกว่ารัก แต่ก็ปากแข็งพูดไม่ออก อนุชดึงมือออกจากมือเขา
       “คุณออกไปเถอะ ต่อไปนี้ คุณกับฉันอย่าเจอหน้ากันอีกเลย”
       อนุชเบือนหน้าหนีอีกครั้ง กร้าวอึ้งไป
       “นุช...”
       ชายธง อรชา และปรารภเข้ามา เห็นกร้าวอยู่กับอนุชก็โมโห
       “ไอ้กร้าว”
       ชายธงกระชากกร้าวมาต่อยอย่างแรง กร้าวเซไปทุกคนตกใจ อนุชเป็นห่วงกร้าว
       “คุณกร้าว”
       ชายธงจะเข้าไปซ้ำ ปรารภดึงไว้
       “อย่า ชายธง”
       กร้าวหันมา เห็นเลือดซิบๆ ที่มุมปาก อนุชมองอย่างเป็นห่วง อรชาบอกกับกร้าว
       “คุณไปซะเถอะค่ะ อย่าทำร้ายนุชไปมากกว่านี้อีกเลย ถือว่าฉันขอร้อง”
       กร้าวมองอนุช เธอทำใจแข็ง เบือนหน้าหนี กร้าวสะท้อนใจ จำต้องออกจากห้องไป พวกอรชารุมเข้าหาอนุชอย่างเป็นห่วง ชายธงถามอย่างยังโกรธไม่หาย
       “มันไม่ได้ทำอะไรนุชใช่ไหม”
       อนุชส่ายหน้า อรชาถาม
       “นุช...ไม่เป็นไรแล้วนะ”
       อนุชฝืนยิ้มให้พี่สาว แต่ก็อดเหลือบมองทางกร้าวไม่ได้
      
       กร้าวอยู่ในบ้าน กรวิกจะทายาใส่แผลให้ แต่เขาเบือนหน้าหนี
       “ไม่เป็นไรนก อาไม่ได้เป็นอะไร”
       กรวิกขัดใจ
       “ทำไมอากร้าวต้องยอมให้ชายธงต่อยด้วย อากร้าวตัวใหญ่กว่า นกรู้ว่าเอาเข้าจริงชายธงก็สู้อากร้าวไม่ได้”
       “นุชนอนป่วยอยู่ตรงนั้น จะให้อาไปมีเรื่องชกต่อยต่อหน้าเขาได้ยังไง”
       “อ๋อ...ที่แท้ก็ห่วงนุช”
       “อาเกือบเสียเขาไปตั้งหลายครั้ง มันทำให้อารู้ใจตัวเอง”
       กรวิกตกใจ
       “อากร้าวรักนุชเหรอคะ”
       กร้าวรู้ตัวกลบเกลื่อน
       “รู้ว่าอาไม่ได้แค้นพวกวิชเวทย์ขนาดจะให้ตาย แค่นั้น เข้าใจไหมนก”
       กร้าวโมโหกลบเกลื่อน หน้าเครียดออกไป กรวิกมองตาม
      
       กรวิกปรึกษาชาติที่มุมหนึ่งของบ้าน โดยมีพร้อมอยู่ด้วย
       “จนถึงตอนนี้อากร้าวก็ยังโกหกตัวเองว่าไม่ได้รักนุช...นกอ่อนใจจริงๆค่ะ ไม่รู้จะช่วยอากร้าวยังไง คุณลุงช่วยพูดกับอากร้าวหน่อยสิคะ”
       “ในเมื่อมันไม่ฟังเสียงหัวใจตัวเอง แล้วมันจะฟังลุงเหรอ”
       พร้อมขัดขึ้น
       “แต่จะปล่อยคุณกร้าวไว้อย่างนี้เหรอคะ”
       ชาติถอนใจ
       “ใครเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง เจ้ากร้าวเองก็ต้องได้รับบทเรียนบ้าง”
       พร้อมกับกรวิกมองหน้ากันอย่างหนักใจ ไม่รู้จะช่วยกร้าวยังไง
      
       เช้าวันใหม่...กรวิกกับคณิตเดินคุยกันมา
       “ผมรู้มานานแล้วครับว่าไอ้กร้าวมันรักคุณนุช ถึงได้พยายามบอกให้คุณตัดใจ”
       “ก็ฉันไม่รู้นี่ คิดว่าอากร้าวแค่หลงยัยนุช เพราะโดนยัยนุชปั่นหัว ไม่รู้ว่าอากร้าวจะรักนุชจริงๆ”
       คณิตแซว
       “แล้วตกลงจะยอมตัดใจ ลองมองคนอื่นบ้างได้รึยังครับ”
       คณิตยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างล้อเล่น กรวิกตีแขนคณิต
       “นี่คุณ ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ คนกำลังเครียดๆอยู่”
       “จะเครียดทำไมละครับ เดี๋ยวหน้าแก่ไม่รู้ด้วย”
       กรวิกค้อน
       “คุณ”
       “ล้อเล่น...เอ้า ไม่เล่นแล้วก็ได้ คุณอยากทำอะไร”
       “ฉันอยากให้อากร้าวได้เจอนุช อยากให้กร้าวเปิดใจกับนุชซักที”
       “ถ้าแค่นี้...ผมพอจะช่วยได้”
       “จริงนะ”
      
       คณิตพยักหน้ายิ้มๆ



       กร้าวนั่งหน้าเครียด มีกองเอกสารวางตรงหน้า แต่เขาเหม่อมองออกไปที่อื่น คณิตเข้ามา เห็นท่าทางเพื่อนแล้วแกล้งแหย่
      
       “หน้าตาเครียดๆ มีปัญหาอะไรรึเปล่า มีเพื่อนเป็นหมอ ปรึกษาได้นะ”
       กร้าวแกล้งทำเป็นขึงขังกับงาน
       “ไม่มี แล้วก็ไม่มีเวลาคุยกับแกด้วย งานยุ่ง”
       คณิตไม่เชื่อ
       “จริงอ่ะ”
       กร้าวหันมองหน้า
       “นี่ไง ไม่เห็นเหรอ”
       คณิตกวน
       “แต่เท่าที่รู้จากเลขาแก เขาว่าแกงดประชุม ไม่เข้าบริษัทหลายวัน เอาเอกสารมาให้ที่บ้านก็ดองไว้ ไม่ยอมเซ็น”
       “แกจะหาเรื่องอะไรเนี่ย ถ้าไม่มีอะไรฉันไปล่ะ”
       กร้าวลุกออกไป คณิตรีบพูดขึ้น
       “ฉันมีวิธีให้แกเจอคุณนุช”
       กร้าวชะงัก หันมอง คณิตยิ้มๆ แล้วอธิบาย
       “ช่วงสายๆของทุกวัน หมอเจ้าของไข้จะเข้ามาตรวจคุณนุช ช่วงนั้นคุณอรกับคุณรภจะออกไปกินข้าว แกจะมีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่คุณอรจะกลับมา ใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์ เคลียร์กับคุณนุชซะ”
      
       ในห้องพักโรงพยาบาล...อนุชนอนเอนหลังอยู่ที่เตียง มองออกไปที่ระเบียง ได้ยินเสียงประตู เธอหันไปมอง
       “ลืมอะไรเหรอคะคุณหมอ”
       กร้าวเข้ามา อนุชเห็นกร้าวก็อึ้งไป ปั้นหน้าเย็นชา
       “คุณมาที่นี่อีกทำไม”
       “ผมเป็นห่วง อยากรู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้าง”
       “เห็นแล้วนี่ว่าฉันยังไม่ตาย กลับไปได้แล้ว”
       กร้าวเข้ามาจับมืออนุช
       “เราคุยกันดีๆไม่ได้เหรอนุช”
       อนุชดึงมือออก
       “ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ อยากคุยดีๆ ทำไมไม่ไปคุยกับพี่ลิต้าล่ะ”
       “ทำไมต้องไปพูดถึงเขา...หรือว่า คุณหึงลิต้า”
       “อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย”
       “ผมไม่ได้หลงตัวเอง แต่คำพูดคุณมันฟ้อง ผมอยู่กับภรรยาคนสวยของผม ทำไมต้องไล่ผมไปคุยกับคนอื่น”
       เขาจับมือเธอมากุมไว้อีก
       “หึ ถ้าพี่ลิต้าเป็นคนอื่นสำหรับคุณ ฉันคงยิ่งห่างไกลคำว่าภรรยาของคุณ”
       อนุชดึงมือออกสะบัดหน้าหนี กร้าวมองอย่างหนักใจ ไม่รู้จะง้อยังไง
      
       คณิตกับกรวิกคอยดูต้นทางให้กร้าว กรวิกหันไปเห็นอรชากับปรารภเดินกลับมา
       “ตายแล้วคุณ พี่อรกลับมาแล้ว อากร้าวยังไม่ออกมาเลย เอาไงดี”
       คณิตคิดหนัก
       “ไปถ่วงเวลาไว้ก่อน”
       คณิตกับกรวิกรีบออกไปดักทางอรชากับปรารภ
       “สวัสดีครับคุณอรชา คุณปรารภ...บังเอิญจังนะครับ”
       กรวิกเสริม
       “ค่ะ บังเอิ๊นบังเอิญ”
       อรชากับปรารภแปลกใจท่าทางคณิตกับกรวิก
       “มาเยี่ยมนุชเหรอคะ”
       คณิตกับกรวิกมองหน้ากันอึกอัก ก่อนจะหันไปตอบพรอมกัน
       “เปล่าค่ะ บังเอิญนก...”
       “ครับ มาเยี่ยม...”
       ทั้งสองดันตอบไม่ตรงกัน หันมองตำหนิกันเอง คณิตรีบบอก
       “บังเอิญคุณนกมาหาผม บังเอิญผมมาเยี่ยมคุณนุช ก็เลยบังเอิญมาเจอคุณอรกับคุณรภน่ะครับ”
       กรวิกรีบเสริม
       “เห็นไหมคะ บังเอิ้นบังเอิญ”
       คณิตกับกรวิกแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน อรชากับปรารภมองหน้ากันงงๆ
      
       กร้าวยังง้ออนุชอยู่ในห้อง
       “ทำไมคุณพูดอย่างนั้นล่ะนุช คุณเป็นภรรยาผมนะ”
       “ฉันต่างจากพี่ลิต้าตรงแค่มีทะเบียนเท่านั้น”
       “หมายความว่าไง...คุณคิดว่าผมกับลิต้า...”
       อนุชเบือนหน้าหนี
       “ไม่จริงเลยนะนุช ผมกับลิต้าไม่เคยมีอะไรกัน”
       อนุชแกล้งประชด
       “ฉันไม่แคร์หรอกนะว่าคุณจะมีอไรกับเขารึเปล่า”
       “คุณแคร์ ถ้าไม่แคร์คุณจะโกรธผมเหรอ...นุช ลิต้าหลอกคุณ เขาแค่ต้องการทำร้ายคุณ”
       “แต่สิ่งที่เขาทำไม่เจ็บเท่าที่คุณทำกับฉัน คุณออกไปได้แล้ว”
       “ไม่...ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง”
       “ได้...คุณไม่ไป ฉันไปเอง”
       อนุชลุกออกไป กร้าวเข้ามารวบตัวกอดไว้
       “ผมไม่ให้คุณไป”
       อนุชดิ้น
       “ปล่อยฉันนะ”
       กร้าวกลับยิ่งกอดแน่น
       “นุช...เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนก่อนได้ไหม...นะ”
      
       อรชา ปรารภ คณิต กรวิก ทั้งสี่ยังคุยกันอยู่ ปรารภมองคณิตกับกรวิก
       “ตกลงว่าคุณสองคนมาเยี่ยมนุชเหมือนกัน”
       “ค่ะ...ใช่ค่ะ” กรวิกหันไปหาคณิต “ใช่ไหมคุณ”
       “ครับๆ”
       “งั้นจะเสียเวลายืนคุยกันทำไมล่ะครับ เข้าไปเยี่ยมนุชสิ ไปครับคุณอร”
       อรชากับปรารภชักชวนกันไป กรวิกกับคณิตหน้าตื่น กรวิกรีบขวาง
       “ไม่ได้นะคะ ยังไปไม่ได้”
       อรชาแปลกใจ
       “ทำไม”
       กรวิกอึกอัก
       “เอ่อ...คือว่านกอยากให้เราอยู่คุยกันก่อน”
       อรชามองหน้า
       “จะคุยอะไรงั้นก็คุยสิคะ”
       “เอ่อคือว่า...”
       ปรารภชักสงสัย
       “มีอะไรหรือเปล่าครับ เห็นท่าทางแปลก ๆ ตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว”
       คณิตอึกอัก
       “ผม...เอ่อ...”
       อรชาเอะใจ
       “อย่าบอกนะคะ ว่ากำลังเล่นตลกอะไร” อรชาหันไปหาปรารภ “คุณรภ รีบกลับไปดูยัยนุชเถอะค่ะ”
      
       อรชากับปรารภผละออกไป คณิตกับกรวิกหน้าเครียดกลัวแผนแตก



       เวลานั้นกร้าวกอดอนุชแน่นไม่ยอมให้ไปไหน อนุชชะงักอยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่ครู่หนึ่งก็ดิ้นขึ้นมาอีก
      
       “ไม่ ฉันจะไม่กลบไปอีกแล้ว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
       “ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะกลับไปอยู่กับผม...นะครับ ผมขอร้อง ผมไม่อยากตื่นขึ้นขึ้นมาโดยไม่มีคุณ” กร้าวอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวานกระซิบข้างหู “นะครับ นะ นะครับนุช นะ”
       อนุชได้ยินน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาของเขา อยู่ข้างหู หัวใจก็เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ แต่จะหันหน้าหนีก็เห็นสายตาวิงวอนร้องขอของเขา ไฟปรารถนาในตัวก็ลุกโชนขึ้นมา แขนขามือไม้อ่อน ยากจะปฏิเสธ ปล่อยให้เขากระซิบอยู่ข้างหูอย่างแผ่วเบา แต่พอนึกได้ว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้น น้ำตาแห่งความน้อยใจ เสียใจ ก็เอ่อท้นขึ้นมาเต็มสองตา เธอพยายามทำเสียงแข็ง
       “คุณทำให้ฉันใจอ่อน คงเป็นการแก้แค้นอีกสินะ”
       อนุชน้ำตาไหลออกมาด้วยความพ่ายแพ้ กร้าวเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา
       “ถ้านี่เป็นการเอาคืน คุณก็ทำสำเร็จเหมือนกัน”
       “คุณได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว ต้องการอะไรอีก”
       “ไม่มี...ขอแค่...อยู่กับผม”
       อนุชส่ายหน้าปฏิเสธอย่างถือดี
       “ฉันจะแก้แค้น”
       “ผมจะยอม”
       “ฉันจะขังคุณ”
       “ด้วยอ้อมแขน”
       “ฉันจะทรมานคุณ”
       “ด้วยสายตา”
       “ฉันจะย่ำยีคุณ”
       “ด้วยริมฝีปากของผม”
       กร้าวประทับรอยจูบบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา อนุชรู้สึกล่องลอยราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ อยากจะหยุดเวลานี้ให้ยาวนาน เพื่อลืมความโกรธแค้นที่ผ่านมา...แต่ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย รักนิรันดร์จึงเป็นได้แค่ตัวหนังสือ เมื่ออรชากับปรารภเข้ามาในห้อง และเห็นภาพนั้นโดยบังเอิญ
       “นุช” อรชาเข้าไปผลักกร้าวออก แล้วตบเปรี้ยง “คนเลว”
       กร้าวเสียหลักไป ปรารภเข้ามาผลักซ้ำ
       “อย่าค่ะพี่อร พี่รภ”
      
       ปรารภผลักกร้าวออกมาจากห้อง อรชาตามมาตบตีไม่ยั้ง กร้าวได้แต่ปัดป้องไม่สู้
       “คุณทำแบบนี้ทำไมคุณกร้าว เห็นหัวใจคนอื่นเป็นของเล่นหรือไง”
       “ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นคุณอร”
       “แล้วทำแบบนี้กับนุชทำไม”
       “ผม...ผม...”
       กรวิกกับคณิตที่ยืนลุ้นอยู่ห่าง ๆ กรวิกพูดแบบไม่มีเสียง
       “บอกไปสิว่ารัก”
       อรชาระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
       “คุณรู้มั้ย คุณทำให้นุชเสียใจแค่ไหน จะแก้แค้นพวกเราไปถึงไหน”
       “ผมบอกแล้วไม่มีเจตนาอย่างนั้น”
       “งั้นก็บอกมาสิ ทำทำไม”
       กร้าวไม่กล้าเอ่ยคำว่ารักออกมา เพราะรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ ที่หลงรักลูกของศัตรู ทันใดนั้นอนุชก็ออกมา
       “ไม่ต้องไปพูดกับเขาแล้วค่ะพี่อร”
       ปรารภหันมาพูดกับกร้าวเสียงเข้ม
       “คุณไปซะดีกกว่า อย่าให้เราเรียกตำรวจเลย”
       กรวิกกับคณิตที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาห้าม
       “ผมว่าใจเย็น ๆ ก่อนดีกว่าครับ”
       อรชาจ้องหน้าคณิต
       “คุณก็เหมือนกัน รู้เห็นกันใช่มั้ย เสียแรงที่ฉันไว้ใจ...พี่จะพานุชกลับไปพักฟื้นที่บ้าน จะได้ไม่ต้องทนอยู่ที่นี่ให้ใครมาย่ำยีอีก”
       อรชาจูงมืออนุชกลับเข้าห้องไป กร้าวมองตามอย่างใจหาย
      
       กร้าวเดินผิดหวังออกมา แล้วมาหยุดยืนถอนใจ คณิตกับกรวิตามเข้ามา
       “อากร้าว...นกขอโทษนะคะ นกแค่อยากจะช่วย แต่ไม่คิดว่าเรื่องจะไปกันใหญ่อย่างนี้”
       กร้าวหันมาฝืนยิ้มให้คณิตกับกรวิก
       “ไม่เป็นไร อารู้ว่านกหวังดี”
       คณิตถอนใจเครียด
       “ทำกับเขาไว้มาก คงต้องให้เวลาเขาทำใจบ้าง แกเองก็อย่าเพิ่งหมดหวังล่ะ”
       กร้าวหนักใจ
       “ฉันเข้าใจ ขอบใจ เพื่อน”
      
       อรชากับปรารภช่วยกันประคองอนุชเข้ามาในบ้าน
       “นั่งก่อนนุช...”
       ปรารภปลอบ
       “ได้กลับบ้านอีกครั้งนะ นุช”
       อรชาหน้าตาจริงจัง
       “คราวนี้เป็นตายร้ายดียังไง พี่ก็จะไม่ยอมให้นุชไปไหนอีกแล้ว”
       อนุชพยักหน้ารับ
       “ค่ะ เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ นุชจะไปไหนอีกแล้ว”
      
       อรชากอดปลอบน้อง ปรารภพลอยยิ้มไปด้วย



       นายหน้าขายบ้านยืนรออยู่หน้ารั้ว อสิตเดินออกมาเจอ
      
       “ว่าไงคุณ ผมมาทวงสัญญา”
       อสิตเสียงแข็ง
       “ผมไม่เคยสัญญาอะไรกับคุณ”
       “แต่คุณสัญญากับเจ้าของใหม่บ้านนี้”
       ผู้ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน เห็นว่าเป็นเสี่ยยศนั่นเอง อสิตอึ้ง
       “เสี่ยยศ...เสี่ยเองเหรอ ที่ซื้อบ้านผม”
       “ดูท่าเราสองคนนี่ คงไม่หมดเวรหมดกรรมกันง่ายๆนะ ตกลงยังไง จะย้ายออกเมื่อไหร่”
       “ผมขอเวลาอีกหน่อยได้ไหม”
       “เฮ้ย ขายทิ้งแล้วมาขออยู่ฟรี แบบนี้ไม่แฟร์นี่หว่า ไม่มีปัญญาอยู่คฤหาสน์ก็ตัดใจไปอยู่รังหนูสิวะ”
       อสิตฉุน
       “นี่บ้านพ่อแม่ผม ถึงอดตายผมก็ไม่คิดจะขาย แต่เป็นเพราะผมโดนคนโกงต่างหาก”
       เสี่ยยศยกมือห้าม
       “ไม่ต้องอธิบาย อั๊วะมันคนทำธุรกิจ ไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์”
       “ได้ งั้นผมขอซื้อบ้านคืน”
       เสี่ยยศยิ้มเหยียด
       “ลื้อแน่ใจเหรอ ว่าจะมีปัญญาซื้อ”
      
       อสิตกลับเข้ามาในบ้าน บอกอรชาว่าเสี่ยยศซื้อบ้านไปและจะขายคืนในราคาเพิ่มอีกเท่าตัว อรชาตกใจ
       “อะไรนะคะ เสี่ยยศเพิ่มราคาอีกเท่าตัว”
       “ไอ้นี่มันเขี้ยวลากดิน มันเห็นเราอยากได้บ้านคืน มันเลยขูดรีดกันขนาดนี้”
       อรชาน้ำตาคลอ
       “แล้วเราจะเอาเงินมาจากที่ไหน”
       อสิตครุ่นคิดไป
       “ถ้ามีงานก็มีเงิน...บางที พี่จะลองกอบกู้รัตนกิจขึ้นมาอีกครั้ง”
       อนุชเดินออกมา เห็นอาการพวกพี่ๆก็แปลกใจ
       “พี่สิต พี่อร มีอะไรกันเหรอคะ”
       อสิตรีบส่งสายตาให้ อรชาก้มหน้าก้มตา แอบเช็ดน้ำตา อสิตฝืนยิ้ม
       “ไม่มีอะไรจ้ะ”
       อนุชมองอรชา
       “แน่ใจเหรอคะ”
       อรชาฝืนยิ้ม
       “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะนุช ฝุ่นเข้าตาพี่น่ะ พี่สิตเลยว่าพี่ไม่ระวัง”
       อนุชยิ้ม
       “ฝุ่นเข้าตา จะให้ระวังยังไงล่ะคะ มาค่ะ นุชดูให้”
       “ไม่เป็นไรจ้ะ ออกแล้ว”
       อนุชยังงงๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัย เดินเลยไป อสิตรีบกำชับอรชา
       “จะให้นุชรู้ไม่ได้นะอร น้องร่างกายยังไม่แข็งแรง เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีก”
       อรชาพยักหน้ารับเศร้าๆ
       “ค่ะ พี่สิต”
      
       วันใหม่...อรชากับปรารภเดินคุยกันเข้ามาในบ้าน
       “ตอนนี้พี่สิตกำลังติดต่อพวกผู้ถือหุ้นเดิมของรัตนกิจให้ช่วยกันซื้อหุ้นกลับมาน่ะค่ะ...อย่างน้อย น่าจะมีใครเห็นแก่คุณพ่อบ้าง”
       ปรารภอึกอักหนักใจ
       “คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะครับ”
       “หมายความว่าไง”
       “ผมได้ยินมาว่ารัตนกิจถูกขายทอดตลาดไปแล้ว ตัวอาคารก็กำลังโดนทุบทิ้งเพื่อสร้างเป็นคอนโด”
       อรชาหน้าถอดสี หมดหวัง
      
       ขณะเดียวกัน กรวิกรายงานกร้าวเรื่องการซื้อคืนอาคารรัตนกิจ ว่าโดนทุบสร้างคอนโดไปแล้ว ซื้อคืนไม่ทัน กร้าวเครียดขึ้นมา
       “ตึกรัตนกิจโดนทุบสร้างคอนโดไปแล้ว!?” กร้าวย้อนถาม
       “ค่ะอากร้าว เราซื้อคืนไม่ทัน”
       กร้าวผละเดินออกมา หน้าตาเครียดเคร่ง กรวิกมองตามอย่างเป็นห่วง
       กร้าวรำพึงกับตัวเอง “ถ้าผมไม่ทำอะไรซักอย่าง...คุณคงไม่ให้อภัยผมไปตลอดชีวิต”
      
      
       ค่ำนั้น อรชารู้เรื่องจากอสิตก็น้ำตารื้น
       “หมายความว่าเราหมดหวังแล้วใช่ไหมคะ”
       “พี่บอกแล้วไงอร อย่าร้องไห้ เดี๋ยวน้องมาเห็นเข้า”
       “อรไม่ได้อยากร้องค่ะ แต่อรบังคับมันไม่ได้”
       อนุชเข้ามา อสิตเห็นก็รีบตำหนิอรชา
       “ยัยอร”
       อรชารีบเช็ดน้ำตา อนุชสงสัย
       “พี่สิตกับพี่อรมีอะไรปิดบังนุชกันแน่คะ”
       อรชาฝืนยิ้ม
       “ม...ไม่มีอะไรจ้ะ...พี่...”
       อนุชถอนใจ
       “พี่อรผงเข้าตาอีกแล้วเหรอคะ”
       อรชาเหลือบมองหน้าอสิต รู้สึกผิด
       “พี่สิตกับพี่อรมีอะไรปิดบังนุชกันแน่คะ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เหลือกันแค่สามคน พี่สิตกับพี่อรจะแบกทุกอย่างไว้ตามลำพังไม่ได้นะคะ นุชก็วิชเวทย์คนนึงเหมือนกัน”
       อสิตมองหน้ากับอรชา อรชาพยักหน้าว่าให้บอกอนุช อสิตตัดสินใจบอก
       “เราต้องย้ายออกจากบ้านนี้แล้วนุช เราไม่เหลืออะไรแล้ว”
       อนุชตกใจ
       “อ...อะไรนะคะ”
       อรชาน้ำตาไหล
       “เสี่ยยศที่เคยเป็นเจ้าหนี้พี่สิตซื้อบ้านหลังนี้ไว้ เขาโก่งราคาเป็นอีกเท่าตัว...เราไม่มีทางจะซื้อบ้านคืนได้เลยนุช”
       อนุชอึ้ง เศร้าใจ ผิดหวัง...แต่แล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมา
      
       “มันต้องมีทางที่เราจะทำอะไรได้บ้าง นุชจะไม่ยอมแพ้แค่นี้”

      
       เช้าวันใหม่...อนุชเตรียมจะออกจากบ้าน อสิตกับอรชาตามออกมา
      
       “นุช...นุชจะไปไหน”
       “นุชจะไปเจรจากับเสี่ยยศ”
       อสิตตกใจ
       “ไม่ได้นะนุช นุชลืมแล้วเหรอ ครั้งก่อนที่นุชไปต่อรองกับมัน เกิดอะไรขึ้น”
       อนุชนิ่งอึ้งไป นึกถึงภาพในอดีต...เสี่ยยศยิ้มร้าย ลูบแก้มอนุช
       “คุณหนูวิชเวทย์ ทั้งสาว ทั้งสวย คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม”
       อนุชยกมือไหว้ ร้องไห้ ร้องขอชีวิต”
       อนุชหวาดกลัว
       “อย่าทำอะไรฉันเลย”
       เสี่ยยศซุกไซ้ อนุชกรี๊ดลั่น...กร้าวเข้ามาในห้อง อนุชดีใจ
       “คุณกร้าว”
       อนุชนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นสีหน้าหนักใจ อรชาสะท้อนใจ
       “ตอนนั้นถ้าไม่ได้คุณกร้าว...”
       อสิตตวาด
       “อย่าพูดถึงมัน”
       อนุชพูดขึ้น
       “ตอนนั้นเขาช่วยเราเพราะต้องการให้เราตายคามือเขา แต่ตอนนี้เราต้องสู้เพื่อตัวเราเอง...พี่สิต พี่อรไม่ต้องห่วง เราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยังไงนุชก็ต้องไปต่อรองกับเสี่ยยศ”
       อนุชจะไป อสิตกับอรชารีบตาม อรชาเรียกไว้
       “เดี๋ยวก่อนนุช”
       อสิตตัดสินใจ
       “ถ้าจะไป เราก็ไปด้วยกันทั้งหมดเนี่ย”
       อนุชยิ้มกับพี่ๆ ฮึดสู้กันขึ้นมา แหวนเข้ามา
       “คุณอสิตคะ มีคนมาหาค่ะ”
       สามพี่น้องหันมอง เห็นเสี่ยยศเดินเข้ามา
      
       เสี่ยยศยื่นโฉนดบ้านคืนให้
       “นี่โฉนดของพวกลื้อ”
       อสิตงงๆ
       “นี่หมายความว่าไง เสี่ยจะเล่นลูกไม้อะไรอีก”
       “อั๊วมันแค่คนค้าขายตรงไปตรงมา ไม่คิดจะลูกไม้ลูกแมวลูกหมาอะไร แต่ไอ้การซื้อขายน่ะ ศาลสั่งให้เป็นโมฆะไปแล้ว เพราะไอ้ลายเซ็นเจ้าของบ้านมันเป็นลายเซ็นปลอม”
       อนุชกับอรชาดีใจ อรชาตาลุกวาว
       “หมายความว่า...”
       อนุชดีใจสุดๆ
       “บ้านยังเป็นของพวกเรา”
       อรชาพยักหน้ารับ สองพี่น้องยิ้มยินดี เสี่ยยศมองอนุชอย่างกรุ้มกริ่ม
       “คิดถูกที่มาส่งข่าวด้วยตัวเอง ได้เห็นรอยยิ้มคุณอนุชแบบนี้ นับว่ามาแล้วคุ้มจริงๆ”
       อสิตไม่พอใจ
       “หมดธุระแล้ว เสี่ยกลับไปเถอะ” อสิตตะโกนเรียกแหวน “แหวน มาพาเสี่ยออกไป เดี๋ยวแกจะหาทางกลับไม่ถูก”
       แหวนมาเชิญเสี่ยยศออกไป เสี่ยยศทำหน้ากวนๆ ลุกออกไป อสิตยังหน้านิ่ว นึกคิดอะไรอยู่ อนุชตัดบท
       “พี่สิตคะ...ช่างเขาเถอะ ยังไงตอนนี้บ้านก็กลับมาเป็นของพวกเราแล้ว”
       อสิตสงสัย
       “อยู่ๆศาลก็สั่งให้การซื้อขายเป็นโมฆะ...พี่กำลังคิดว่ามันง่ายไปรึเปล่า”
       อนุชกับอรชามองหน้ากัน พลันรู้สึกแปลกๆไปด้วย
      
       เวลาผ่านไปอีก เสี่ยยศพาตัวเองมาอยู่ที่ห้องรับแขกในบ้านของกร้าว มีลูกน้องเสี่ย 2-3 คนยืนคุมเชิงอยู่ด้วยห่างออกไปหน่อย
      
       “ผมยังแปลกใจไม่หาย คุณซื้อบ้านกลับคืนให้พวกวิชเวทย์ในราคาสูงกว่าเดิมตั้งเท่าตัว แต่กลับไม่ให้บอกพวกนั้น จะปิดทองหลังพระไปทำไม”
       “ผมซื้อเป็นของขวัญคืนให้อนุช แต่กลัวว่าเขาจะไม่รับ”
       “ชักอยากรู้ว่านอกจากยิ้มสวยๆ น้องสาวคนเล็กของวิชเวทย์มีอะไรดี นักธุรกิจอย่างคุณถึงยอมทุ่มเงินขนาดนี้...ใช้เสร็จส่งต่อบ้างนะ” เสี่ยยศปากเปราะ
       กร้าวโมโหลุกขึ้นมากระชากคอเสื้อเสี่ยยศ ลูกน้องเสี่ยดาหน้าเข้ามาทันที
       กร้าวระงับอารมณ์
       “ที่พูดถึงนั่นเมียผม ให้เกียรติกันบ้าง” กร้าวสะบัดเสี่ยยศออกหยิบเช็คปาให้ “เอาไป แล้วอย่ามายุ่งกับครอบครัวนั้นอีก”
       เสี่ยยศยิ้มอย่างไม่แคร์ จัดคอเสื้อตัวเองแล้วหยิบเช็คเดินกร่างออกไป ลูกน้องตามติด กร้าวมองตาม หัวเสียสุดๆ ที่เสี่ยปากเปราะพูดไม่ให้เกียรติอนุช
      
       ปรารภรู้เรื่องจากอรชาก็แปลกใจ
       “เสี่ยยศบอกว่าการซื้อขายเป็นโมฆะไปแล้วเหรอครับ”
       “ค่ะ...ทำไมเหรอคะคุณรภ”
       “ทนายผมเพิ่งโทร.มาบอกว่าเอกสารมีปัญหา เลยยังไม่ส่งฟ้อง...แล้วทำไมเสี่ยยศบอกว่าศาลตัดสินเป็นโมฆะไปแล้ว”
       อนุชแปลกใจ
       “คดียังไม่ส่งฟ้อง”
       ปรารภพยักหน้ารับ อรชาครุ่นคิด
       “หรือว่าจะมีใครเล่นตลกอะไรอีก”
       อนุชคิดไปถึงกร้าวรำพึงกับตัวเอง
       “คุณกร้าวงั้นเหรอ...”
      
      
       ขณะเดียวกัน 2 พ่อลูก อยู่ที่คฤหาสน์ เธียรวางแฟ้มงานกองใหญ่ตรงหน้าชายธงโครมใหญ่ พูดสำทับ
       “อ่านซะ พรุ่งนี้แกต้องเข้าประชุมที่บริษัท”
       ชายธงหน้าตื่น “อ่านทั้งหมดเนี่ยนะครับ”
       “ก็ใช่น่ะสิวะ ไม่งั้นแกจะรู้รายละเอียดโครงการได้ยังไง หรือจะนั่งทางใน”
       “ให้ผมเตรียมตัวก่อนไม่ได้เหรอ ผมเลื่อนไปเข้าประชุมคราวหน้าได้ไหม” ชายธงต่อรอง
       เธียรเสียงแข็ง “ไม่ได้! อย่างแกให้เวลาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ เอาเวลาไปหาแม่อนุชนั่นหมด”
       ชายธงส่งเสียงระอาผู้เป็นพ่อสุดๆ “พ่อ...”
       “อ่านไป! แล้วเข้าประชุมพรุ่งนี้ด้วย”
       เธียรออกไป ชายธงส่ายหน้า หงุดหงิดมาก แต่ก็จำต้องเปิดแฟ้มเอกสารอ่าน โดยไม่รู้ว่าธารินแวะมาหา และมาแอบดูอยู่อย่างเป็นห่วง
      
       ตกตอนกลางคืน ชายธงยังนั่งอ่านเอกสารมาทมั้งวัน ท่าทางอ่อนล้าและง่วงนอน
       ชายธงดูกองเอกสารแล้วทอดถอนใจ “ยังเหลืออีกตั้งเยอะ”
       ระหว่างนั้นสาวใช้นำกาแฟและขนมมาเสิร์ฟให้
       “คุณชายธงคะ กาแฟค่ะ”
       “รู้ใจมากเลย กำลังอยากได้กาแฟ”
       ชายธงดื่มกาแฟ ขณะที่สาวใช้วางจานขนมบนโต๊ะ ธารินแอบมองเข้ามา ยิ้มชื่นใจ
       “หือ อร่อยด้วยนะเนี่ย ไปหัดชงได้อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
       สาวใช้อึกอัก “ซื้อ ซื้อมาค่ะ”
       “ไปซื้อร้านไหนมา”
       “เอ่อ... ร้านเดียวกับขนมเนี่ยค่ะ”
       “ก็ร้านไหนล่ะ” ชายธงคาดคั้น
       “ไม่ทราบค่ะ มีคนให้มา” สาวใช้บอก
       ธารินหน้าตื่นกลัวความแตก
       “ใครให้มา”
       สาวใช้อึกอัก เหลือบไปมองทางที่ธารินแอบอยู่ ธารินรีบส่ายหน้า โบกไม้โบกมือ
       “คุณเธียรซื้อมาค่ะ ให้หนูเอามาให้คุณชายธง”
       ชายธงอึ้งๆ “พ่อมีแอบใจดีเหมือนกันเหรอเนี่ย”
       ชายธงไม่ติดใจสงสัย ดื่มกาแฟกินขนมไป ธารินที่แอบอยู่ถอนหายใจโล่งอก
      
       ไม่นานต่อมาชายธงเดินมาเจอเธียร
       “ชายธง อ่านรายละเอียดโครงการหมดรึยัง”
       “เกือบแล้วครับ...” ชายธงนึกถึงกาแฟกับขนม “เออ พ่อ... ขอบคุณนะครับ”
       “ขอบคุณอะไรของแก” ผู้เป็นพ่องวยงง
       “ก็...”
       ชายธงไม่ทันได้บอก เธียรขัดขึ้นก่อน “เออ แกเจอหนูรินไหม เขาเข้าไปทักแกมั่งรึเปล่า”
       “รินมาเหรอครับ ผมไม่เจอเลย” ชายธงแปลกใจ
       “นั่นไง เขายังโกรธแกอยู่...ไอ้ชายธงเอ๊ย ผู้หญิงดีๆ ปล่อยให้หลุดมือแต่กลับไปหลงผู้หญิงที่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอย่างอนุช”
       ชายธงฉุนกึก “พ่อจะใส่ร้ายอะไรนุชอีก”
       “ฉันใส่ร้ายที่ไหน เขาพูดกันในแวดวงนักธุรกิจว่านายกร้าว ศุภกาญจน์ถูกพวกวิชเวทย์จับจนอยู่หมัด ถึงกับขายบ้านแล้วให้นายกร้าวซื้อคืนให้แล้วอัพราคาเป็นสองเท่าของที่ขายไปเลยนะ แกคิดดู”
       ชายธงฟังแล้วครุ่นคิดหน้าเครียดไป
      
       อนุชรู้เรื่องจากชายธงที่แวะมาหาที่บ้านมโนรมย์แต่เช้า
       “แน่ใจนะชายธง ว่าเป็นคุณกร้าว”
       ชายธงพยักหน้ารับ “มันไม่ได้เอาเรื่องนี้มาต่อรองกับนุชเหรอ”
       อนุชส่ายหน้า “เขาให้คนที่ซื้อบ้านโกหกพวกเราด้วยซ้ำว่าการซื้อขายเป็นโมฆะตั้งแต่แรก” อนุชคาใจนัก คิดไปมา “คุณกร้าวกำลังจะทำอะไร”
       “ไม่ว่ามันจะทำอะไร เจตนามันไม่บริสุทธิ์แน่ นุชระวังตัวไว้ด้วย”
      
       อนุชพยักหน้ารับ แล้วครุ่นคิดต่อไป
      



       ตอนสาย กรวิกยกแก้วน้ำมาให้ เห็นกร้าวใจลอย
      
       “อากร้าวยังไม่ได้ดูเอกสารเสนอโปรเจ็คท์ใหม่เลยเหรอคะ”
       กร้าวรู้สึกตัว
       “กำลังจะดู... มีอะไรด่วนรึเปล่า”
       “ตอนนี้ไม่ด่วนหรอกค่ะ แต่ถ้าทิ้งไว้นานเป็นดินพอกหางหมูเดี๋ยวจะทำอะไรไม่ทัน... เหมือนคนเรา เวลามีอะไรในใจไม่ยอมบอกออกมา ปล่อยให้พอกไว้ก็หนักใจเปล่าๆ”
       กร้าวฉงน “นกจะพูดอะไร”
       กรวิกยังไม่ทันตอบ จู่ๆ อนุชก้าวพรวดเข้ามา พูดเสียงแข็ง
       “คุณกร้าว ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
       กร้าวดีใจ แต่เห็นกรวิกอยู่เลยเก็บอาการ “นก ออกไปก่อน”
       “ค่ะ อากร้าว... มีอะไรก็พูดกันดีๆ นะคะ”
       กรวิกออกไป อนุชมองหน้ากร้าวอย่างเย็นชา
      
       ครั้นพอกร้าวเห็นกรวิกออกไปแล้วก็เข้ามาจับแขนอนุชอย่างเป็นห่วง อนุชเฉยชา คุยได้ไม่กี่คำก็ทะเลาะกัน จนได้
       “นุช คุณหายดีแล้วใช่ไหม ไม่เป็นอะไรแล้วนะ”
       อนุชสะบัดออก “คุณทำแบบนี้ทำไม... คุณซื้อบ้านคืนให้พวกเราทำไม”
       “มันเป็นของคุณ คุณควรได้รับกลับคืน”
       “ใช่ แต่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ ของของพวกฉัน ฉันหาวิธีอาคืนมาเองได้”
       “คุณจะเอาคืนมาได้ยังไง เงินก็ไม่มี ไอ้เสี่ยยศก็โก่งราคาเป็นสองเท่าหรือจะเอาตัวเข้าแลก”
       อนุชตบกร้าว “คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว!”
       “แต่ผมก็ดูไม่ผิดไม่ใช่เหรอ พวกคุณไม่มีปัญญาจะซื้อบ้านคืน ทำไมต้องทำเป็นหยิ่งด้วย”
       “เพราะฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนอย่างคุณ คุณต้องการอะไรคุณกร้าว สร้างบุญคุณความแค้นไม่รู้จักจบจักสิ้น หรือจะเหยียบกันให้จมดินถึงจะสาแก่ใจคุณ”
      
       กรวิกแอบมามองอยู่มุมหนึ่ง ลุ้นให้กร้าวบอกรักอนุช
       “พูดสิคะอากร้าว...บอกนุชไปสิคะ”
      
       อนุชผลักอกกร้าวทุบกร้าวพัลวัน “คุณบอกมาสิว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ จะเอายังไงกับพวกฉันอีก พูดมาสิ”
       กร้าวไม่พูด ไม่ตอบโต้ กรวิกทนไม่ไหว เข้ามาขวาง
       “พอแล้วนุช!” กรวิกบอกกับกร้าว “อากร้าวบอกนุชไปสิคะ ว่าอากร้าวรู้สึกยังไง”
       ต่อหน้าอนุชแค่สองคนกร้าวยังพูดไม่ออก ยิ่งกรวิกเข้ามา กร้าวยิ่งไม่พูดใหญ่
       อนุชหันมาจ้องหน้ากร้าวตาแข็งกร้าว
       “ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง ฉันอยากรู้ว่าคุณต้องการอะไรจากพวกฉันอีก เมื่อไหร่เรื่องนี้มันจะจบ
       กรวิกบอกอนุช “มันจะไม่จบหรอกนุช เพราะอากร้าว ร...” กรวิกจะบอกเองว่ากร้าวรักอนุช
       แต่กร้าวสวนขึ้นก่อนเสียงเข้ม “เกลียดพวกวิชเวทย์...ถ้าผมญาติดีกับพวกคุณ พ่อกับแม่ผมคงไม่ให้อภัย”
       อนุชเข้าใจผิดไปใหญ่ และรู้สึกผิดหวัง “ฉันว่าไม่แน่หรอก บางทีพ่อกับแม่คุณอาจจะให้อภัยคนอื่นได้ดีกว่าคนอย่างคุณ!
       อนุชเดินออกไป กร้าวเป็นห่วงจิตใจอนุช อยากจะตามไป แต่สุดท้ายก็ชะงักไว้ กรวิกขัดใจนัก
      
       กร้าวเดินหัวเสียออกมา กรวิกตามมาต่อว่า
       “อากร้าวไปพูดอย่างนั้นทำไมคะ รักแล้วทำไมถึงบอกว่าเกลียด”
       “นก อย่าบีบคั้นอาได้ไหม”
       “นกไม่อยากเห็นอากร้าวเป็นแบบนี้นี่คะ...” กรวิกทอดถอนใจ “นุชยิ่งโกรธอากร้าวเรื่องรัตนกิจโดนทุบเป็นคอนโดอยู่แล้วด้วย อากร้าวจะให้นุชเกลียดอากร้าวไปตลอดชีวิตเหรอคะ”
       กร้าวคิดถึงเรื่องนี้ก็เครียดขึ้นมาอีก
      
       ค่ำนั้น อสิตกับอรชารู้เรื่องจากอนุช อสิตแค้นๆ
       “ไอ้กร้าวมันอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จริงๆ”
       อรชาหันมาถามอนุช
       “เขาต้องอะไรกันแน่”
       “นุชก็ไม่รู้ค่ะ...ก็คงเรื่องบุญคุณความแค้นที่ไม่รู้จักจบสิ้นของเขา”
       “ถ้ามันจะเอาให้ได้...จะจองล้างจองผลาญกันทั้งชาติพี่ก็จะจัดให้มัน”
       อนุชกับอรชาเห็นท่าทีของอสิตก็หวั่นใจ
      
       กรวิกนำเช็คห้าร้อยล้านใส่แฟ้มเอกสารมาให้กร้าวเซ็น
       “เช็คที่อากร้าวสั่งให้นกทำค่ะ
       กร้าวรับแฟ้มไปเปิดดู
       กรวิกหนักใจ “ห้าร้อยล้านมันไม่มากเกินไปเหรอคะอากร้าว เงินจำนวนนี้เราต้องใช้หมุนในบริษัท บริษัทเราจะมีปัญหาสภาพคล่องได้นะคะ”
       “ไม่เป็นไรนก... ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ ค่อยหาทางแก้กัน”
       กร้าวเซ็นเช็ค กรวิกมีสีหน้าหนักใจ
      
       ทางด้านอรชาเดินออกมาจากในบ้าน แหวนพากร้าวเข้ามา
       “คุณอรคะ...คุณกร้าวมาค่ะ”
       อรชาเห็นกร้าวก็ชะงักไป
       “คุณกร้าว...คุณมาที่นี่ทำไม คุณต้องการอะไร”
       กร้าวมองหน้าอรชา อย่างหนักใจ
      
       กร้าวนั่งคุยกับอรชาในห้องรับแขก
       “ผมไม่ได้ต้องการอะไร” เขาหยิบเช็คออกมาวาง เลื่อนไปตรงหน้าอรชา “แค่อยากให้คุณรับนี่ไว้”
       อรชาหยิบเช็คมาดูก็ตกใจ
       “นี่ หมายความว่าไงคะคุณกร้าว”
       อสิตกับอนุชออกมาพอดี อนุชตกใจ
       “คุณกร้าว...”
       กร้าวหันมาเห็นอนุช ทั้งสองสบตากัน ต่างก็รักและคิดถึงกัน แต่ก็ไม่มีใครยอมรับ อสิตเห็นหน้ากร้าวก็โมโห ตรงรี่เข้าหา
       “ไอ้กร้าว แกต้องการอะไร”
       อรชารีบลุกขึ้น นำเช็คไปให้อสิตดู
       “พี่สิตคะ...คุณกร้าวให้เช็คนี่กับอร”
       อสิตกับอนุชเห็นตัวเลขในเช็คก็ตกใจ
       “ห้าร้อยล้าน...แกต้องการอะไร”
       กร้าวพยายามใจเย็น
       “ผมอยากแสดงความเสียใจ เรื่องรัตนกิจ”
       “แกจะเสียใจทำไม สมใจแกแล้วไม่ใช่เหรอ ที่บริษัทของฉันมันพังทลายไม่เป็นท่าอย่างนั้น”
       “ผมคิดว่าเช็คนั่นชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดได้”
       “ชดเชยงั้นเหรอ มันไม่มีอะไรชดเชยสิ่งที่แกทำกับพวกฉันได้หรอก”
       อสิตเอาเช็คมาฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กร้าวอึ้งไป คาดไม่ถึง
       “ตอนนี้มันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวของฉันแล้ว”
       “คุณอสิต เช็คใบนั้นเพียงพอให้คุณเริ่มต้นใหม่ ทำไมต้องทำลายโอกาสตัวเอง”
       อนุชสวนทันที
       “คุณจะแคร์ทำไม อย่าบอกนะว่าคุณจะมาสำนึกผิดเอาตอนนี้”
       กร้าวนิ่งไป พูดไม่ออก อสิตมองหน้ากร้าว
       “สำนึกผิดเหรอ...ถ้าสำนึกจริงก็กราบขอขมาฉันสิ”
       กร้าวหมดความอดทน
       “จะให้ขอขมา แล้วพวกคุณเคยคิดจะขอขมาครอบครัวผมรึเปล่า”
       “มันเป็นเรื่องของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ฉันกับน้องไม่เกี่ยว ไม่ขอรับรู้อะไรทั้งนั้น”
       “ทีทำกับคนอื่นบอกว่าไม่ขอรับรู้ พอคนอื่นเอาคืน จะให้ขอขมา”
       “อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ขอร้องให้แกมาชดใช้”
       “ไม่มีปัญญารักษาสมบัติของตัวเองแล้วยังทำเป็นหยิ่งแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้”
       อสิตโกรธ
       “ไอ้กร้าว”
       อสิตพุ่งเข้าต่อยจนกร้าวเสียหลักล้มไป อรชารีบห้าม
       “พี่สิต อย่า”
       อนุชโผเข้าประคองกร้าวอย่างเป็นห่วง
       “คุณกร้าว...”
       ทั้งสองสบตากัน ก่อนที่อนุชจะรู้สึกตัว ผละออกมา อสิตชี้นิ้วไล่
       “แกออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ออกไป”
       กร้าวมองอนุช เธอเบือนหน้าหนี เขาจำต้องออกไป อนุชหันกลับมา มองตามเขาไปอย่างเป็นห่วง
      
       คืนนั้น กร้าวมาหาชาติที่บ้านทานตะวัน พอเจอหน้ากร้าวโผเข้ากอดชาติเหมือนคนขวัญเสีย ชาติตกใจมาก
       กร้าวพูดด้วยความเสียใจ “ลุงครับ...”
       “กร้าว เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
       “ผมพยายามแล้ว แต่ผมทำไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่าการเป็นคนดี เป็นคนใจเย็น ทำไมมันถึงยากอย่างนี้ ทำไมการให้อภัยคนอื่นมันถึงยากอย่างนี้”
       ชาติลูบหัวพูดปลอบเสียงอ่อนโยน “อย่าเพิ่งหมดหวังสิกร้าว กร้าวทำอะไรตั้งหลายอย่างที่แสดงว่ากร้าวยกโทษให้วิชเวทย์แล้ว ทั้งซื้อบ้านคืน หรือค่าเสียหายห้าร้อยล้านนั่น”
       “แต่เขาก็ไม่รับ” กร้าวสะท้อนใจ
       “นั่นเป็นส่วนของเขาที่เราไปบังคับไม่ได้ แต่ในส่วนของเรา เราค่อยๆลดความโกรธความเกลียดเขา เท่านี้ใจเราก็จะสบายขึ้น” ชาติว่า
       “ผมไม่รู้ว่าความพยายามของผมจะมีแค่ไหน ผมทำแล้วตั้งหลายอย่าง แต่นุชก็ไม่เข้าใจซะที”
       ชาติถอนใจ พยายามชี้ทางออก “เรื่องนี้ลุงก็ไม่รู้จะช่วยกร้าวยังไง...บางทีอะไรที่ง่ายๆ อย่างพูดคำว่ารัก มันก็แก้ปัญหาได้ทั้งหมดโดยที่กร้าวไม่ต้องไปทุ่มเทเงินทองอะไรเลย”
       กร้าวหนักใจ พูดคำว่ารักไม่ได้จริงๆ
      
       ส่วนอนุชอยู่ที่บ้านมโนรมย์ เดินเข้ามาในห้องนอน ทอดถอนใจ
      
       “คุณกร้าว...คุณทำอย่างนี้ทำไม คุณต้องการอะไรกันแน่”
      
      
       อนุชเองก็คิดหนัก ด้วยไม่เข้าใจการกระทำของกร้าวเอาเลย ไม่รู้ซาตานร้ายจะมาไม้ไหน?



       อสิตนึกถึงคำของกร้าวที่พูดจี้ใจดำว่าไม่มีปัญญารักษาสมบัติแล้วยังหยิ่งที่ไม่รับความช่วยเหลือจากเขา อสิตคิดแล้วแค้น ทุบโต๊ะ
      
       “ไอ้กร้าว เป็นเพราะแกฉันถึงต้องอยู่ในสภาพนี้”
       อสิตคิดหาทางเล่นงานกร้าวแล้วนึกแผนได้ โทรหาทนาย
       “ผมจะฟ้องไอ้กร้าว ศุภกาญจน์ คุณช่วยจัดเตรียมเอกสารไว้ด้วย”
       อสิตแค้น
      
       ค่ำนั้น กร้าวเดินออกจากบริษัท นักข่าวกลุ่มหนึ่งที่ดักรออยู่กรูกันเข้าไปสัมภาษณ์และถ่ายรูปรัวทั้งแฟลชและคำถาม กร้าวตกใจ ไม่ทันตั้งตัว
       “คุณกร้าวคะ มีข่าวว่าคุณร่ำรวยเพราะโกงเงินคนอื่นจนโดนฟ้อง ตอนนี้คดีมีความคืบหน้ายังไงบ้างคะ”
       “ข่าวที่ว่าคุณแม่ของคุณมีปัญหาเรื่องชู้สาวจนต้องฆ่าตัวตายล่ะครับ มันยังไงกันแน่ครับ”
       กร้าวโกรธ
       “หยุดก้าวร้าวแม่ของผม พวกคุณไม่มีสิทธิ์”
       “ผมถามตามข้อมูลที่ได้รับมา”
       กร้าวตวาด
       “หุบปาก”
       กร้าวโกรธมาก กระชากเสื้อนักข่าวชายแล้วชกล้มลง พวกนักข่าวต่างฮือฮาถ่ายรูปเขาตอนชกนักข่าวไว้
      
       วันใหม่มีภาพและข่าวกร้าวตอนชกนักข่าวในรายการข่าว ชาติ พร้อมและขำที่นั่งดูทีวีอยู่เห็นข่าวก็ตกใจ พร้อมหน้าตื่น
       “ตาเถร นั่นคุณกร้าวนี่คะ”
      
       อรชาและปรารภอ่านข่าวในไอแพด อนุชเข้ามาเห็นพอดี
       “ดูอะไรกันอยู่รึคะ”
       อรชากับปรารภอึกอัก อนุชสงสัย อรชาเลยยื่นไอแพดให้อ่านข่าว
       “นักธุรกิจหนุ่มเลือดร้อน...คุณกร้าว”
       อนุชอ่านแล้วตกใจ
      
       อนุช อรชาและอสิต อยู่ในห้องรับแขก มีหนังสือพิมพ์อยู่บนโต๊ะหลายฉบับ อนุชหันมาถามพี่ชาย
       “ฝีมือพี่สิตใช่มั้ยคะ”
       อสิตไม่ยอมรับ
       “นุชกับอรพูดถึงเรื่องอะไร”
       “ทั้งเรื่องที่ยื่นฟ้องคุณกร้าว ทั้งให้ข่าวเรื่องอดีตของครอบครัวเขา นอกจากพวกเราแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”
       “ใช่ พี่ทำเอง แล้วจะทำไม”
       “หยุดเถอะค่ะพี่สิต ถอนฟ้อง แล้วก็เลิกให้ข่าวซะ”
       “ไม่...มันทำร้ายพี่ ทำร้ายน้องพี่ไว้มาก พี่จะเอาคืนให้สาสม พี่จะเล่นมันให้ถึงที่สุด ให้มันอยู่ในสังคมไม่ได้ ไม่มีหน้าไปเจอใครได้อีกเลย คอยดู”
       อรชาแย้ง
       “คุณกร้าวทำร้ายเราเพราะแค้นที่คุณพ่อไปทำร้ายคุณแม่ของเขา ตอนนี้เราก็ไม่ต่างจากคุณกร้าว ทำร้ายเขาเพราะความแค้น”
       อนุชเสริม
       “ใช่ค่ะ แก้แค้นกันไปมาอย่างนี้ มีแต่เสียกับเสีย แล้วเมื่อไรความแค้นระหว่างวิชเวทย์กับศุภกาญจน์ถึงจะจบสิ้นลงซะที”
       อสิตโวย
       “แล้วจะให้ทำยังไง ให้พี่กราบขอบพระคุณมันที่ทำให้เราหมดสิ้นทุกอย่างเหรอ มันทำให้พี่เกือบจะต้องพิการเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต แทนที่จะบอกให้พี่ถอนฟ้อง พี่ว่านุชควรจะฟ้องมันเพิ่มอีกคดี ข้อหากระทำชำเรา ให้มันติดคุกหัวโตเลย”
       อนุชเสียงแข็ง
       “ไม่ค่ะ”
       “ทำไมล่ะนุช พี่ไม่เข้าใจ หรือนุชกลัวมัน ไม่ต้องกลัวเลย ยังไงมันก็อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้”
       “นุชไม่ได้กลัวเขาค่ะ”
       อสิตหงุดหงิด ไม่เข้าใจ ลืมตัวเขย่าตัวน้องสาวคาดคั้นเหตุผล
       “งั้นทำไมไม่ฟ้อง ทำไมล่ะนุช ทำไม”
       อนุชร้องไห้เพราะรักกร้าว อรชารีบห้าม
       “หยุดนะพี่สิต”
       อนุชร้องไห้ หนีออกไป อรชาไม่พอใจ
       “ทำอย่างนั้นคนที่เสียชื่อเสียงก็คือนุชนะคะ”
       อสิตหงุดหงิด
       “ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ พี่ไม่เข้าใจเลยว่าอรกับนุชจะปกป้องคนผิดอย่างไอ้กร้าวทำไม”
       อสิตเดินหนีออกไปอีกคน อรชาเสียใจที่กลายเป็นแบบนี้
      
       อนุชร้องไห้อยู่ในห้อง อรชาสงสารเข้ามาหา
       “นุชร้องไห้เพราะห่วงคุณกร้าวเหรอ”
       อนุชอึกอัก
       “นุชก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่อร”
       “นุชคิดยังไงกับคุณกร้าวกันแน่”
       อนุชไม่กล้าพูด
       “พี่อรถามทำไมคะ พี่อรก็รู้ว่านุชกับแต่งงานกับเขาเพื่อใช้หนี้เท่านั้น ไม่ได้รักกัน”
       “แต่คนเราอยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันทุกวันถึงไม่รักก็น่าจะผูกพันกันบ้าง”
       อนุชรู้สึกเสียเชิงที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้กร้าวเชยชมแต่เขากับคิดกับแค่แก้แค้น จึงเลี่ยงตอบไปว่ากร้าวเป็นศัตรู อรชาสงสัย
       “แล้วถ้าเขาไม่ใช่ศัตรูล่ะ”
      
       อนุชบ่ายเบี่ยงจะรักคนที่รักคนอื่นไม่เป็นได้ยังไง อรชาเข้าใจไม่ถามน้องสาวต่อ



       การประชุมเสร็จสิ้นลง ชายธงจับมือกับพนักงานอื่นๆ พนักงานออกจากห้องไป ชายธงยิ้มดีใจที่การประชุมวันนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี เขามองแฟ้มเอกสารตัวปัญหาแล้วสงสัย
      
       “ใครเอามาให้”
       ชายธงคิด แล้วนึกถึงคำพูดของอนุช
       “ชายธงดูแลนุชทุกอย่าง นุชอยากทำอะไรให้ชายธงบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี”
       ชายธงดีใจ คิดว่าอนุชคอยดูแล
       “นุช”
      
       ชายธงมาหาอนุชที่บ้าน เขากุมมือของเธอ
       “ขอบใจนุชมากที่ให้คนเอาเอกสารไปให้ผมที่บริษัท นุชช่วยชีวิตผมไว้ทันเวลาพอดี”
       อนุชงง
       “เอกสารอะไรเหรอ”
       “แฟ้มที่ผมลืมไว้บ้านนุชเมื่อวานไง”
       อนุชไม่เข้าใจ
       “นุชไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายธงลืมไว้”
       ชายธงแปลกใจ
       “ไม่ใช่นุชแล้วใคร...หรือว่าจะเป็นพี่อร”
       “ไม่รู้สิ เอาไว้นุชจะถามพี่อรให้นะ”
       ชายธงไม่ได้ติดใจอะไร
       “เราหางานให้นุชได้แล้วนะ”
       ชายธงเปิดไอแพดให้ดู ข้อมูลตำแหน่งงานที่เขาหาให้ ชายธงกับอนุชยืนสุมหัวกันดูไอแพด ใกล้ชิดกัน กร้าวเข้ามาเห็นอนุชกับชายธงดูใกล้ชิดกันก็ไม่พอใจ เขากระแอม อนุชเห็นกร้าวก็ตกใจ
       “คุณกร้าว”
       ชายธงไม่พอใจ
       “แกมาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้”
       ชายธงทำท่าจะไปไล่กร้าว อนุชห้ามไว้
       “อย่าชายธง”
       “ผมมีเรื่องจะคุยกับนุช”
       อนุชใจแข็ง
       “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”
       กร้าวจริงจัง
       “มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่ผมต้องบอกคุณ”
       อนุชใจอ่อน คิดว่าเขาจะมาบอกรัก...ชายธงแอบมองกร้าวกับอนุชคุยกัน ฮึดฮัด ห่วงอนุชไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวกับกร้าวอีก...อนุชทำใจแข็ง
       “คุณมีอะไรจะพูดกับฉันเหรอคะ”
       กร้าวกุมมือ
       “กลับไปอยู่กับผมนะครับ ไม่ใช่นางบำเรออย่างที่ผมเคยบอกคุณ แต่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
       อนุชมองตาเขาค้นหาว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอกันแน่
       “ทำไมถึงอยากให้ฉันกลับไปอยู่กับคุณ คุณคิดยังไงกับฉันกันแน่”
       อนุชรอฟังคำว่ารักจากปากของเขา กร้าวอึกอัก
       “ผม...”
       กร้าวพูดไม่ออก อนุชเสียใจ คิดว่าเขาไม่รัก
       “คุณแค่อยากแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันขอบอกเลยว่าไม่จำเป็น”
       “ไม่ใช่นะนุช ผม...”
       กร้าวพูดไม่ได้เพราะความรู้สึกผิดต่อแม่
       “ถ้าคุณพูดธุระจบแล้ว เชิญคุณกลับไปได้และไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
       อนุชจะหนี กร้าวกอดไว้
       “อย่าไปไหนนะ อยู่กับผม”
       อนุชดิ้นรน
       “เพื่ออะไรล่ะ ในเมื่อเราไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก”
       “ไม่ใช่อย่างนั้น ผม...”
       ชายธงเข้ามา
       “ไอ้กร้าว ไอ้เลว ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้”
       ชายธงชกกร้าวล้มลง เขาปกป้องอนุช
       “นุชไม่ใช่ผู้หญิงที่แกจะทำอะไรก็ได้”
       ชายธงจะไปเล่นงานกร้าวอีก อนุชห้ามไว้
       “อย่า”
       ชายธงชะงัก
       “นุชห้ามเราทำไม คนอย่างมันสมควรโดนซะบ้าง”
       “เรื่องของนุช นุชจัดการเอง”
       อนุชหันไปว่ากร้าวเอง แต่ฝืนใจพูดทั้งน้ำตา
       “คุณไปซะ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน
       ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”
       กร้าวมองอนุชกับชายธงแล้วเสียใจ เข้าใจผิดคิดว่าอนุชรักกับชายธง
       “ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตคุณอีก ขอให้มีความสุข”
       กร้าวเสียใจ ออกไป อนุชเสียใจ ร้องไห้ ชายธงเห็นเธอร้องไห้ก็โกรธที่กร้าวทำร้ายอนุชครั้งแล้วครั้งเล่า ชายธงกำหมัดแน่น คิดแผนสั่งสอนกร้าว
      
       ชายธงจ้างแก๊งอันธพาลให้จัดการกับกร้าว เขาส่งรูปกร้าวไปที่มือถือของหัวหน้าแก๊ง หัวหน้าแก๊งดูรูปในมือถือแล้วยกมือถือมาพูดสาย
       “ได้รับแล้ว”
       ชายธงที่ยืนคุยมือถืออยู่มุมหนึ่งที่บ้านอนุช
       “มันชื่อกร้าว ศุภกาญจน์ เจ้าของศุภกาญจน์กรุ๊ป”
       หัวหน้าแก๊งตอบชายธง โดยมีลูกน้องอีก 3 คนอยู่บริเวณนั้นด้วย ท่าทางโหดเหี้ยมไม่แพ้กัน
       “ขืนทำอย่างที่คุณบอก มันเอาตำรวจมาลากคอพวกผมเข้าคุกแน่”
       “คิดว่ามันจะกล้าประจานตัวเองเหรอ...”
       หัวหน้าแก๊งอึ้งไป ชายธงพูดต่อ
       “...แต่ถ้ามันทำจริง ก็ซัดทอดมาที่ผมได้เลย”
       หัวหน้าแก๊งคร่นุคิดก่อนตัดสินใจ
       “จะเอาอย่างนั้นก็ได้”
       ชายธงปิดมือถือหันมา เห็นอนุชเดินเข้ามาพอดี
       “คุยอะไร หน้าเครียดเชียว”
       “ปละเปล่า...”
      
       ชายธงหลบสาบตา พยายามซ่อนพิรุธไม่ให้เธอรู้ว่าตัวเองสั่งให้คนไปทำร้ายกร้าว อนุชมองชายธง อย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร

      
       ค่ำนั้น กร้าวอยู่ที่ริมรั้วบ้านอนุช เขาเดินกลับไปกลับมาครุ่นคิดอยู่ข้างรถตนที่จอดแอบอยู่ กร้าวบ่นตัวเอง
      
       “ทำไมถึงพูดแบบนั้น...ทำไมไม่พูดออกไปตรงๆ”
       กร้าวขัดใจตัวเอง ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นอนุชกับชายธงเดินออกมาพอดี เธอเดินออกมาส่งชายธงที่รถ
       “ขอบใจมากนะที่อยู่เป็นเพื่อน”
       ชายธงตอบด้วยความเป็นห่วง
       “แน่ใจนะว่านุชอยู่คนเดียวได้”
       “เดี๋ยวพี่สิตพี่อรก็กลับมาแล้ว”
       ชายธงพยักหน้ารับรู้ เดินออกมา...กร้าวที่แอบมองอยู่พูดกับตัวเองออกมาด้วยความไม่พอใจ
       “กลับไปได้ก็ดี”
       กร้าวครุ่นคิดตัดสินใจ
       “เอาก็เอา...ลองอีกครั้ง”
       กร้าวขยับตัวทำท่าจะเดินไปหาอนุช ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งแล่นมาดักหน้าเขาก่อนประตูรถจะเปิดออก หัวหน้าหน้าแก๊งที่ชายธงติดต่อมาเดินลงมาจากรถ พร้อมลูกน้อง เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังกร้าว
       “จะไปไหน”
       กร้าวระวังตัว
       “ไม่ใช่เรื่องของแก”
       ขาดคำ ลูกน้องก็กรูกันเข้ามาชกต่อย กร้าวตอบโต้อย่างไม่กลัว อนุชที่ออกมาส่งชายธงขึ้นรถ ได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาดูเห็นกร้าวถูกรุมทำร้ายก็ตกใจ
       “คุณกร้าว”
       อนุชจะออกไปช่วย ชายธงเห็นอย่างนั้นรีบลงจากรถมายื้อตัวอนุชไว้
       “อย่าออกไปนุช อันตราย...”
       ชายธงเข้าไปรวบตัวอนุชไว้ไม่ให้ออกไป กร้าวชกต่อยกับพวกคนร้าย ตอนแรกดูเหมือนว่าจะสู้ได้
       แต่พอถูกรุมก็เสียท่า อนุชเห็นกร้าวกำลังจะเสียท่าร้องไห้ บอกให้ชายธงออกไปช่วย
       “ช่วยคุณกร้าวด้วยชายธง...ชายธงช่วยคุณกร้าวด้วย”
       ชายธงอึกอัก...กร้าวถูกจับล็อกแขนขา หัวหน้าแก๊ง เข้ามารุม อนุชเห็นชายธงอึกอัก ก็ร้องวิงวอนขอให้ชายธงช่วย
       “โทรเรียกตำรวจสิชายธง โทรเรียกตำรวจ”
       “เราคงทำแบบนั้นไม่ได้”
       อนุชอึ้งไม่เข้าใจ
       “หมายความว่ายังไง”
       ชายธงไม่พอใจ
       “ก็หมายความว่าเราจะไม่มีวันช่วยมันเด็ดขาด แล้วเราก็ไม่ยอมให้นุชออกไปช่วยมันด้วย”
       ชายธงพูดเสร็จก็ฉุดตัวอนุชเข้าไปในบ้าน อนุชดิ้นสู้ร้องเรียกกร้าวด้วยความเป็นห่วง
       “ปล่อยนุชเดี๋ยวนี้ชายธง...”
       ชายธงไม่สนใจ ฉุดตัวอนุชกลับบ้านไป อนุชร้องเรียกกร้าวอย่างใจเสีย
       “คุณกร้าว คุณกร้าว”
       ทันใดนั้นกร้าวที่ถูกรุมซ้อมสะบักสะบอมก็ได้ยินเสียงอนุชร้องดังมา เขาหันไปมองตามเสียงเห็นชายธงฉุดตัวอนุชเข้าบ้านไป
       “อนุช”
       กร้าวฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง สะบัดตัวคนร้ายที่ล็อกแขนขาเขาอยู่ก่อนจะชกสวนพวกมันคนละหมัดสองหมัดจนพวกมันล้มกลิ้งไม่เป็นท่า กร้าวรีบวิ่งมาหน้าบ้าน อนุชเห็นอย่างนั้นก็สะบัดชายธง ที่ล็อกตัวอยู่ออกก่อนจะวิ่งไปหากร้าวที่หน้าประตู
       “คุณกร้าว”
       “อย่านุช”
       ชายธงรีบตามอนุชออกไป กร้าววิ่งมาถึงหน้าประตูรั้วบ้านเป็นจังหวะเดียวกับที่อนุชมาถึงพอดี ทั้งสองจะจับมือกันแต่ถูกหัวหน้าแก๊งกระชากตัวกร้าวออกไป
       “เก่งนักเหรอ”
       หัวหน้าแก๊งต่อยกร้าว ก่อนลูกน้องจะเข้ามารุมกระทืบ อนุชกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ
       ชายธงเข้ามารวบตัวอนุชออกไป
       “ไปกับเราเดี๋ยวนี้นุช”
       “เราไม่ไป ปล่อยนุชชายธง”
       “เราไม่ปล่อย”
       ชายธงกอดอนุชไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กร้าวถูกซ้อมทรุดลง ก่อนจะถูกพวกมันลากตัวขึ้นรถไป อนุชเห็นกร้าวถูกซ้อม ร้องห้ามคนเหล่านั้น
       “อย่าทำอะไรคุณกร้าว ปล่อยเค้า ปล่อย”
       อนุชร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ ชายธงที่กอดอนุชอยู่เห็นอย่างนั้นรู้สึกไม่ดีเริ่มแน่ใจว่าตัวเองว่าทำถูกหรือเปล่า
      
       อนุชเดินเข้าไปถามชายธงทั้งน้ำตา
       “ทั้งหมดเป็นฝีมือชายธงใช่มั้ย”
       ชายธงรู้สึกเสียใจ เบือนหน้าหนีไม่ยอมตอบ อนุชไม่เข้าใจเข้าไปทุบตีชายธงทั้งน้ำตา
       อนุช
       “ชายธงทำอย่างนี้ทำไม ทำร้ายคุณกร้าวทำไม ทำไม”
       ชายธงไม่สู้ พยายามรวบมืออนุชที่ทุบตีตนอยู่ อธิบายทั้งน้ำตา
       “เราทำแบบนี้ทำไมเหรอ เราทำทุกอย่างก็เพื่อนุช”
       อนุชอึ้ง หยุดทุบตีชายธง ถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
       “ทำเพื่อเรา”
       “ใช่ มันทำร้ายนุชก็เหมือนทำร้ายเรา เราจะมอบบทเรียนอย่างสาสมให้มัน”
       อนุชอึ้ง
       “บทเรียนอะไร”
       ชายธงน้ำตาไหล
       “มันชอบใช้กำลังข่มเหงนุช ทำร้ายคนไม่มีทางสู้...เราจะทำให้มันรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน”
       อนุชอึ้ง
       “ชายธง”
      
       อนุชอึ้ง คิดไม่ถึงว่าชายธงจะทำแบบนี้



       รถแก๊งอันธพาลขับมาจอดในป่าข้างทาง ลูกน้องเหวี่ยงกร้าวที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมล้มลงไป หัวหน้าแก๊งหันไปสะบัดหน้าให้สัญญาณลูกน้อง
      
       “ถ่ายคลิป”
       ลูกน้องที่รอท่าอยู่ใช้โทรศัพท์มือถือที่เตรียมไว้ถ่ายคลิป กร้าวเห็นอย่างนั้นก็ถามอย่างกลัว ๆ
       “จะทำอะไร”
       “ได้ข่าวว่าชอบทำร้ายผู้หญิงใช่มั้ย”
       หัวหน้าแก๊งปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกง กร้าวตกใจจะถอยหนี แต่ลูกน้องเข้ามาล็อกตัวเอาไว้ กร้าวที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมร้องโวยวายอย่างคนไม่มีทางสู้
       “แกมันบ้าไปแล้ว ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อย”
       “จะให้ปล่อยก็ได้ แต่ต้องหลังจากนี้”
       หัวหน้าแก๊งลูบริมฝีปากหน้าหื่น แล้วต่อยท้อง กร้าวจุกตัวงอ ก่อนลูกน้องอีกคนจะกระโดดทุบไปที่คอ กร้าวทรุดลง หัวหน้าแก๊งเข้าไปกระชากเสื้อกร้าวจนกระดุมขาดหมด เขาสลบไป หัวหน้าแก๊งหันไปสั่งลูกน้อง
       “จัดฉากให้มันเหมือนโดนจริง ๆแล้วอย่าลืมถ่ายไว้ด้วย”
       ลูกน้องแยกย้ายกัน จัดท่าทางกร้าวที่สลบอยู่
      
       ในห้องนั่งเล่น...อนุชเข้าไปทุบตีชายธงด้วยความโกรธ
       “ชายธงทำแบบนี้ได้ไง ชายธงบ้าไปแล้ว...ชายธงบ้าไปแล้ว”
       ชายธงสวน
       “ใช่เราบ้า บ้าเพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีนุช”
       “แต่นุชไม่ต้องการ”
       “แล้วที่มันข่มเหงนุชล่ะ”
       อนุชลุกขึ้นมาสวนแรง
       “คุณกร้าวไม่ได้ข่มเหงนุช”
       “แล้วที่นุชเสียใจล่ะ ทำไม”
       “นุช...นุช...”
       อนุชสับสนใจตัวเอง ทั้งรักทั้งเกลียดและรู้สึกอับอายที่ตัวเองเผลอตัวเผลอใจให้เขา ทั้ง ๆ
       ที่เขาคิดกับตนเพียงเพราะต้องการแก้แค้น...อรชาหิ้วถุงพะรุงพะรัง เพิ่งกลับมาจากซื้อของ เดินผ่านมาพอดี
       หยุดฟังด้วยความสนใจ...ชายธงเห็นอนุชสับสนยิ่งไม่เข้าใจว่า เธอรู้สึกยังไงแน่
       “นุชทำไม”
       อนุชตัดสินใจพูดออกมา
       “นุชใจง่ายเองชายธง...นุชใจง่ายเอง”
       อนุชปล่อยโฮออกมาอย่างสิ้นหวัง อรชาที่แอบฟังอยู่ตกใจ ชายธงตะลึง
       “นุช”
       ชายธงเข่าอ่อนแทบยืนไม่อยู่ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวตัดพ้อถามอนุชด้วยไม่เข้าใจ
       “นุชจะบอกว่ายอมให้มันย่ำยีงั้นเหรอ”
       “อย่าถามอะไรนุชอีก นุชไม่อยากฟัง นุชไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว”
       ชายธงผิดหวัง
       “หรือว่า...นุชรักมัน”
       อนุชชะงักไปตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
       “อย่าถามเรื่องนี้นุชอีกชายธง นุชขอร้อง”
       ชายธงเจ็บปวดใจ
       “เราเข้าใจแล้ว เราเข้าใจแล้ว”
       ชายธงเดินออกไป อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง อนุชร้องไห้อย่างสิ้นหวัง อรชาที่มองอยู่รู้สึกสงสารน้องจับใจ
      
       ชาติชะเง้อมองดูกร้าวตรงประตูทางเข้าบ้านด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันไปเห็นขำวิ่งถือโทรศัพท์ไร้สายออกมา ชาติรีบถาม
       “เป็นไงได้เรื่องมั้ย”
       “โทรหาทั้งคุณคณิตคุณนกแล้วก็เพื่อนคนอื่น ๆไม่มีใครรู้เลยค่ะว่าคุณกร้าวไปไหน”
       ชาติขัดใจ
       “ไปไหนทำไมไม่บอก ต้องให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย”
       “จะให้ขำโทรแจ้งตำรวจหรือเปล่าคะ”
       “ไม่ต้อง”
       ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงพร้อม ร้องเสียงดัง
       “คุณกร้าว...ใครก็ได้ช่วยคุณก้าวด้วย”
       ชาติกับขำ หันไปตามเสียง ทางประตูหน้าบ้าน
      
       ขำเข็นรถชาติเข้ามาที่หน้าบ้าน ชาติถามพร้อมอย่างร้อนใจ
       “กร้าวเป็นอะไรพร้อม”
       ขำที่กำลังเปิดประตูรั้ว ท่าทางตกใจ พร้อมละล่ำละลักบอก
       “คุณกร้าวค่ะคุณกร้าว...”
       ประตูรั้วค่อย ๆ เปิดออก กร้าวที่ถูกซ้อมสภาพสะบักสะบอมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเดินเข้ามา 3 -
       4 กร้าว ก่อนจะทรุดลงกับพื้น ชาติเห็นอย่างนั้นร้องเรียกด้วยความตกใจ
       “กร้าว”
       พร้อมกับขำ ช่วยกันประคองกร้าวที่ล้มอยู่ ให้ลุกขึ้น
      
       อรชาวางหูโทรศัพท์หันมาบอกอนุชที่รอฟังข่าวอยู่
       “ตำรวจบอกว่าเจอตัวคุณกร้าวแล้ว ตอนนี้อยู่บ้าน”
       อนุชดีใจจะรีบวิ่งออกไปหากร้าวแต่อรชารั้งไว้
       “จะไปไหนนุช มืดแล้ว”
       “อย่าห้ามนุชอีกเลยนะคะพี่อร นุชเป็นห่วงคุณกร้าว”
       อรชาชั่งใจแต่พอเห็นสีหน้าแววตาเป็นห่วงของน้องสาวก็เข้าใจ พยักหน้ารับ
       “เดี๋ยวพี่คุยกับพี่สิตเอง รีบไปรีบกลับแล้วกัน”
       อนุชดีใจ
       “ขอบคุณพี่อรมากนะคะ”
      
       อนุชพูดจบรีบวิ่งออกไป อรชามองตามด้วยความสงสาร



       อนุชเดินเข้ามาในบ้าน เห็นรถพยาบาลจอดอยู่ก็ใจคอไม่ดี ก่อนจะเห็นคณิตเดินมากับชาติ ก็ดีใจ รีบเดินเข้าไปหา เธอไหว้ชาติ
      
       “สวัสดีค่ะป๋า คุณกร้าวเป็นยังไงบ้างคะ”
       ชาติกับคณิตหันมองหน้ากันด้วยความหนักใจ
      
       กร้าวนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องนอน ใบหน้าลำตัวมีรอยบาดแผลถูกซ้อม อย่างหนัก ชาติ อนุช คณิต พร้อม ขำ ยืนมองอยู่อย่างเป็นห่วง คณิตหันมาบอกอนุช
       “คุณนุชไม่ต้องห่วงนะครับ ผมเช็คร่างกายเจ้ากร้าวละเอียดแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ว่าแผลทางใจนี่สิครับ หนัก”
       อนุชมองกร้าวด้วยความเป็นห่วงจะร้องไห้
       “คุณกร้าว...”
       ชาติหนักใจ
       “ลุงพูดเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล”
       “งั้นเดี๋ยวนุชดูแลคุณกร้าวเองค่ะ”
       “อย่าลำบากเลย ป๋าว่าจะจ้างพยาบาลพิเศษ”
       “แต่คุณกร้าวเจ็บตัวเพราะนุช ให้นุชดูแลคุณกร้าวนะคะ”
       ชาติสงสัย
       “หนูรู้เหรอว่าเจ้ากร้าวไปมีเรื่องกับใครมา”
       อนุชนึกถึงคำพูดชายธง...
       “มันชอบใช้กำลังข่มเหงนุช ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ เราจะทำให้มันรู้สึก อย่างนั้นเหมือนกัน”
       คำพูดของชายธงทำให้อนุชรู้สึกไม่ดี ร้องไห้ออกมา
       “นุชไม่ดีเองค่ะป๋า”
       ชาติปลอบ
       “เอาเถอะ ๆ ไม่ต้องร้องไห้ ป๋าไม่ถามแล้ว”
       พร้อมหันมาบอก
       “มีอะไรเรียกป้ากับขำมันได้นะคะคุณนุช”
       “ขอบคุณค่ะ”
       คณิต ชาติ พร้อม ขำเดินออกไป อนุชเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เตียงจับมือกร้าวที่หลับอยู่
       ขึ้นมากุม
       “คุณต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันแท้ ๆ”
       อนุชร้องไห้ออกมาด้วยความเป็นห่วง
      
       ขณะเดียวกันธารินอยู่ที่บ้านชายธง เธอกระสับกระส่ายเดินกลับไปกลับมารอชายธงด้วยความเป็นห่วง เธอดูนาฬิกาข้อมือเห็นว่าเที่ยงคืนกว่าแล้ว
       “ป่านนี้ทำไมยังไม่กลับมา”
       ธารินชะเง้อมองหา ทันใดนั้นก็เห็นชายธงเดินเมาเข้ามาก็ตกใจ
       “พี่ชายธง”
       ธารินรีบเข้าไปประคอง
       “เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมเป็นแบบนี้”
       พอชายธงเห็นธารินก็คิดว่าเป็นอนุช เขาจับแขนธารินคาดคั้นถามด้วยความเสียใจ
       “ทำไม ทำกับเราแบบนี้ ทำไม ทำไม”
       ธารินตกใจคิดว่าชายธงรู้แล้วว่าตนแอบทำสิ่งต่าง ๆ ให้เขา
       “พี่ชายธงรู้แล้วเหรอคะว่ารินทำ รินขอโทษค่ะ รินไม่ได้ตั้งใจ”
       ชายธงไม่รู้เรื่อง
       “ทำไมทำกับเราแบบนี้ นุช นุช”
       ธารินได้ยินชื่ออนุชก็น้ำตารื้นขึ้นมา ด้วยความน้อยใจ
      
       ชายธงนอนเมาอยู่บนโซฟา ธารินเดินถืออ่างใส่น้ำและผ้าขนหนูมาเช็ดน้ำตา มองเขาที่นอนอยู่ด้วยความน้อยใจ ก่อนจะรวบรวมสตินั่งลงข้าง ๆ เช็ดเนื้อตัวให้เขา ชายธงเพ้อออกมา
       “นุช เรารักนุช เรารักนุช”
       ชายธงกอดธาริน
       “รินก็รักพี่ชายธงนะคะ”
       ธารินกอดตอบเขาน้ำตาไหลออกมา
      
       กร้าวนอนร้องไห้เพ้อถึงตอนประสิทธิ์ข่มขืนแม่
       “อย่า...อย่า... อย่า...”
       อนุชที่ฟุบหน้านอนหลับอยู่ข้างๆ จับมือเขามากุมไว้
       “ไม่เป็นไรแล้วนะคะคุณกร้าว ไม่เป็นไรแล้ว”
       กร้าวอาการสงบลง
       “ผมขอโทษ ผมขอโทษ”
       กร้าวนอนฝันร้าย ร้องไห้ออกมาเพราะถูกย้ำปมในอดีต อนุชสงสาร
       “โธ่ คุณกร้าว”
       อนุชกอดปลอบด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ
       เช้าวันใหม่...อสิตหาอนุชไม่เจอ เข้ามาเจออรชา
       “อร นุชไปไหนตั้งแต่เมื่อคืน โทรหาก็ไม่รับ”
       อรชาอึกอัก ลำบากใจ ไม่รู้จะตอบยังไง
       “นุช...เอ่อ”
       อสิตสงสัย
       “อรรู้ใช่มั้ยว่านุชไปไหน”
       อรชาพูดไม่ออก
       “อร...”
       อสิตจับไหล่น้องสาวคาดคั้น
       “อรมีอะไรปิดบังพี่กันแน่ บอกพี่มาเดี๋ยวนี้”
       อรชาลำบากใจ
       “อรบอกไม่ได้ อย่าบังคับอรเลยนะคะ”
       อสิตโมโห
       “ทำไมบอกไม่ได้”
       ปรารภเข้ามาห้าม
       “พอเถอะครับพี่สิต อย่าฝืนใจคุณอรเลย”
       อสิตผลักปรารภออกไป
       “รภไม่ต้องยุ่ง นี่มันเรื่องในครอบครัว” เขาหันมาคาดคั้นอรชาต่อ “ว่าไงอร”
       ปรารภห้าม
       “พอเถอะครับ”
       อสิตมองหน้าอรชาและปรารภแล้วนึกรู้
       “อย่าบอกนะว่านุชอยู่กับไอ้กร้าว”
       อรชาและปรารภต่างตกใจ อสิตนึกรู้ โกรธมาก รีบออกจากบ้านไป
       “พี่สิต แย่แล้วค่ะคุณรภ พี่สิตต้องไปบ้านคุณกร้าวแน่”
      
       อรชาและปรารภรีบตามอสิตออกไป



       กร้าวลืมตาตื่นขึ้น เจออนุชนอนกอดอยู่ เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
      
       “นุช”
       อนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้น เห็นเขาฟื้นแล้วก็ดีใจ
       “คุณกร้าว คุณฟื้นแล้ว”
       อนุชผละจากเขา กร้าวใจหาย ดึงเธอไว้
       “คุณจะไปไหน อย่าไปนะนุช” เขาขยับแล้วเจ็บ “โอ๊ย”
       อนุชตกใจ รีบประคอง
       “อย่าเพิ่งลุกสิคะ ฉันแค่จะไปบอกป๋าว่าคุณฟื้นแล้ว ทุกคนเป็นห่วงคุณมากนะคะ”
       “ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น”
       กร้าวกอดอนุชไว้แน่น ดีใจที่เธอกลับมา อนุชอึ้ง นิ่งให้เขากอด
       “ตอนที่ถูกทำร้าย ผมคิดว่าผมคงต้องตายโดยที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณอีกแล้ว”
       อนุชและกร้าวกอดกันด้วยความรักและโหยหา
      
       อสิตเข้ามาที่สนามหน้าบ้านกร้าว โวยวายลั่น
       “ไอ้กร้าว ปล่อยน้องสาวฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะฆ่าแกด้วยมือฉันเอง”
       อรชากับปรารภตามมา อรชาเข้าไปดึงพี่ชาย
       “กลับบ้านเราเถอะค่ะพี่สิต อย่าก่อความวุ่นวายเลย”
       อสิตสะบัด
       “ปล่อยพี่”
       ชาติ พร้อม ขำ ออกมาดู อนุชประคองกร้าวออกมา อสิตดีใจ
       “นุช”
       อนุชตกใจ
       “พี่สิต”
       อสิตคว้าแขนอนุช
       “มันจับตัวนุชมาใช่มั้ย ไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้”
       อนุชขืนตัว ไม่ยอมไปกับอสิต
       “ไม่มีใครจับตัวนุชมาทั้งนั้น นุชมาเองค่ะ”
       อสิตตกใจ
       “นุชไปยุ่งกับมันอีกทำไม ทั้งๆ ที่มันทำร้ายนุชสารพัด”
       “คุณกร้าวไม่สบายเพราะนุชเป็นต้นเหตุ นุชอยากอยู่ดูแลเขา”
       อสิตชะงัก
       “ดูแลมันทำไม มันทำร้ายคนอื่นไว้เยอะ สมควรโดนหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ”
       “นุชทิ้งเขาไปไม่ได้ค่ะ”
       อสิตโมโห
       “พี่ไม่เข้าใจ มันทำกับนุช ทำกับครอบครัวเราขนาดนี้ ทำไมยังทำดีกับมัน คนอย่างมัน ไม่สมควรได้รับความเห็นใจจากใครทั้งนั้น”
       “ผมขอร้อง ให้นุชอยู่ที่นี่เถอะ อย่าพานุชไป”
       กร้าวจับมืออนุชไว้ อสิตโกรธ
       “เอามือสกปรกของแกออกไป อย่ามาแตะต้องตัวนุช”
       อสิตชกกร้าว อนุชกรี๊ดลั่น
       “คุณกร้าว”
       อสิตตามไปซ้ำ อรชาตกใจ
       “พี่สิต อย่าค่ะ”
       ปรารภจับตัวไว้ อสิตโดนจับตัวไว้ ชกไม่ได้ ก็เอาไม้ฟาดกร้าวไม่หยุด ปรารภก็จับไม่อยู่
      
       มุมหนึ่งหน้าบ้าน ชาติหน้าเครียด พร้อมกับขำห่วงกร้าว พร้อมหันมาถาม
       “ทำไงดีคะคุณชาติ เรียกตำรวจมั้ยคะ”
       “ไม่ต้อง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เจ้ากร้าวทำกับเขาไว้เยอะ มันกำลังรับกรรมของมัน”
       พร้อมชะงัก
       “คุณชาติไม่ห่วงคุณกร้าวเหรอคะ”
       “คิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง ฉันเจ็บยิ่งกว่ามัน แต่คนเราหนีเวรกรรมไม่พ้น ต่อให้ปกป้องมันวันนี้ วันหน้ามันก็ต้องโดน”
       พร้อมและขำพูดไม่ออก ชาติห่วงหลาน แต่ต้องใจแข็ง
      
       ปรารภจับตัวอสิตที่อาละวาดอยู่ อนุชเข้าไปกอดกร้าวไว้ ปกป้องเขา อสิตตวาด
       “นุชหลบไป”
       อนุชพยายามห้าม
       “อย่า พี่สิต อย่าทำเขา”
       กร้าวพยายามผลักอนุชออก เพื่อปกป้องแต่เธอไม่ยอมไป
       “นุชออกไป มันอันตราย”
       “ไม่ นุชไม่ไปไหนทั้งนั้น”
       อสิตยั้งมือ กลัวโดนน้อง
       “นุชหลีกไป”
       “ไม่ค่ะ อย่าทำอะไรเขา เขาไม่สบายอยู่”
       อสิตเสียใจ
       “นุชจะปกป้องมันทำไม ทั้งๆ ที่มันทำร้ายนุชสารพัด”
       อนุชพนมมือไหว้ขอร้องพี่ชาย
       “นุชขอร้องนะคะพี่สิต อย่าทำอะไรคุณกร้าว”
       อสิตเจ็บใจที่อนุชดันปกป้องกร้าว
       “ได้ ถ้าไม่อยากให้มันตาย นุชต้องกลับไปกับพี่เดี๋ยวนี้”
       กร้าวใจเสีย
       “อย่าไปนะนุช ผมยอมตาย อย่าไป”
       กร้าวดึงมืออนุชไว้ อสิตพยายามถีบกร้าว
       “ถ้าแกอยากตาย ฉันจะสงเคราะห์ให้”
       “อย่าพี่สิต นุชยอมแล้ว นุชจะกลับ”
       กร้าวดึงอนุชไว้ อสิตดึงอนุชอีกทาง อนุชจำต้องปล่อยมือจากกร้าว เพื่อความปลอดภัยของเขา อสิตดึงอนุชออกจากบ้านไป กร้าวล้มลุกคลุกคลาน เจ็บตัวอยู่ตามไม่ไหว อรชารี่เข้าไปประคอง
       “คุณกร้าว”
      
       ปรารภมองอรชาที่ดูแลกร้าวอย่างห่วงใยก็เจ็บปวดใจ กร้าวเสียใจที่อสิตพาอนุชไปจากเขาจนได้

      
       อสิตดึงมืออนุชเข้ามาในบ้าน อนุชร้องไห้อยู่อย่างนั้น อสิตตวาดลั่น
      
       “จะร้องทำไม อย่าเสียน้ำตาให้คนอย่างไอ้กร้าว มันไม่มีค่าพอ”
       อรชาและปรารภตามมา อรชาต่อว่าอสิต
       “พี่สิตไปทำร้ายคุณกร้าวทำไม ทำแล้วมันได้อะไรขึ้นมา”
       อสิตเสียใจ
       “อรว่าพี่เหรอ ทั้งๆ ที่พี่ทำเพื่อปกป้องนุช”
       “แต่ถึงยังไงก็ไม่ควรไปทำร้ายเขาอย่างนั้น มันไม่ถูกต้อง”
       “พี่ทำไม่ถูกแล้วที่ไอ้กร้าวทำกับเรามันถูกแล้วเหรอ พี่ไม่เข้าใจทั้งนุชทั้งอรเป็นอะไรกันไปหมด เข้าข้างคนเลวอย่างไอ้กร้าวทำไม”
       อรชาเถียง
       “คุณกร้าวไม่ใช่คนเลว เขาทำไปเพราะแค้นเรา”
      
       “มันหาข้ออ้าง พี่ก็แค้นมันเหมือนกัน งั้นพี่ก็ทำอะไรก็ได้สิ”
       อรชาอึ้ง
       “พี่สิต”
       “มันทำอะไรกับเราไว้ ลืมหมดแล้วเหรอ ดูพี่สิ ที่พี่ต้องเป็นแบบนี้เพราะใครเพราะมันคนเดียว ทำไมอรกับนุชไม่เห็นใจพี่บ้าง แต่กลับไปเห็นใจศัตรูหรือว่าอรก็รักมันอีกคน”
       อรชาโกรธ
       “พี่สิตอย่าหาเรื่องอรนะคะ อรเตือนพี่สิตดีๆ นะคะ”
       “ไม่ต้องมาเตือนพี่ พี่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร”
       อนุชร้องไห้เสียใจที่พี่ๆ ทะเลาะกัน
       “พอเถอะค่ะ พี่อร พี่สิต อย่าทะเลาะกันเลย” เธอชี้รูปพ่อ “ถ้าคุณพ่อรับรู้ได้ท่านจะรู้สึกยังไงที่เราสามคนพี่น้องมีปัญหากันอย่างนี้”
       ปรารภรีบเสริม
       “นุชพูดถูกนะครับ อย่าทะเลาะกันเลยครับ”
       อสิตและอรชาพูดไม่ออก อนุชพูดต่อ
       “เรื่องที่เกิดขึ้น นุชผิดเองทั้งหมดค่ะ คุณกร้าวไม่ได้บังคับให้นุชไปที่บ้านเขา แต่นุชไปเอง ถ้าจะโทษ ก็โทษนุชเถอะค่ะ”
       อนุชร้องไห้ เดินหนีออกไป อสิตไม่เข้าใจทั้งอนุชและอรชา อรชาและปรารภไม่สบายใจ
      
       ปรารภเข้ามาปลอบอย่างมีระยะห่าง และตัดพ้ออรชาอยู่กลาย ๆ
      
       ค่ำนั้น...อรชาเข้ามาหาพี่ชายในห้อง อสิตไม่สบายใจเรื่องอนุช
       “นุชเป็นไงบ้าง”
       “เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง แล้วก็ร้องไห้ค่ะ”
       อสิตร้อนใจ ห่วงน้อง
       “พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมนุชต้องอยากกลับไปอยู่กับไอ้กร้าว ทั้งๆ ที่นุชก็รู้ว่ามันทำร้ายครอบครัวเรา”
       อรชาเข้าใจอนุช เพราะเธอก็เคยรักกร้าวแม้ว่าเขาจะร้าย
       “อรรู้ค่ะ ว่าทำไม”
       อสิตสงสัย อรชาเสียงจริงจัง
       “เพราะนุชรักคุณกร้าวค่ะ”
       อสิตตกใจ
       “รักไอ้คนชั่วนั่นน่ะนะ ไม่จริง พี่ไม่เชื่อ”
       “มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้วค่ะ”
       “ทำไม ทำไมนุชต้องไปรักคนอย่างนั้น มันมีอะไรดี”
       “ความรักเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายค่ะ แต่พี่สิตน่าจะเข้าใจนะคะ เพราะพี่สิตก็เคยมีความรัก พี่สิตตอบได้มั้ยคะ ว่าทำไมพี่สิตถึงรักพี่ลิต้าล่ะคะ ไม่ว่าพี่ลิต้าจะทำร้ายพี่สิตขนาดไหน พี่สิตก็เกลียดพี่ลิต้าไม่ลง และพร้อมที่จะอภัยให้เขาเสมอ”
       อสิตอึ้ง พูดไม่ออก
       “พี่...”
       “ความรู้สึกของนุชในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากความรู้สึกของพี่สิตหรอกค่ะ และที่นุชเสียใจ เพราะนุชรู้อยู่เต็มอกว่ารักคนที่ไม่ควรรักเข้าแล้ว”
       อสิตทรุดลงนั่ง สงสารอนุช
       “พี่ควรจะทำยังไงดีอร พี่เกลียดไอ้กร้าว พี่เกลียดมัน พี่ยอมรับมันเข้ามาอยู่ในครอบครัวเราไม่ได้”
       อรชากุมมือพี่ชาย
       “อรก็อดโกรธเกลียดคุณกร้าวไม่ลงในสิ่งที่เขาทำกับเรา แต่พี่สิตลองชั่งใจดูว่าระหว่างความสุขของนุชกับความโกรธเกลียด ความแค้นที่พี่มีต่อคุณกร้าว สิ่งไหนมีค่ามากกว่ากัน”
       อสิตสับสน คิดไม่ออก
       “พี่ต้องเลือกเก็บสิ่งหนึ่งไว้ และทิ้งอีกสิ่งหนึ่งไปค่ะ อรพูดได้เท่านี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่สิตค่ะ”
      
       อรชาออกไป อสิตคิดหนัก ยากที่จะตัดสินใจ



       อนุชยืนเหม่ออยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น อสิตเปิดเข้ามา อนุชเห็นหน้าอสิตก็รู้สึกผิดต่อพี่ชาย
      
       “นานแล้วนะที่เราสองพี่น้องไม่ได้คุยกันอย่างเปิดอก”
       “พี่สิตมีอะไรรึคะ”
       “พี่มีเรื่องอยากถามนุช พี่อยากฟังจากปากของนุชเอง”
       อนุชสงสัย
       “นุชรู้สึกยังไงกับไอ้...เอ่อ...นายกร้าว นุชรักเขารึเปล่า”
       อนุชตั้งตัวไม่ทันปากแข็ง
       “ไม่ค่ะ นุชไม่ได้รักเขา นุชเกลียดเขา”
       อสิตมองอย่างจับผิด
       “แน่ใจนะ”
       “แน่ใจสิคะ นุชจะรักเขาได้ยังไง ในเมื่อเขาทำร้ายพี่สิต หลอกลวงพี่อร นุชรักเขาไม่ลงหรอกค่ะ นุชเกลียดเขาด้วยซ้ำ”
       อนุชพูดไปร้องไห้ไป พรั่งพรูความอัดอั้นตันใจออกมา
       “นุชเกลียดที่เขาป่าเถื่อน ชอบใช้กำลัง เจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่เคยเชื่อใจใคร เกลียดที่เขารักใครไม่เป็น นุชเกลียดเขา นุชเกลียด”
       อนุชพูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้โฮ อสิตมองอนุช น้ำตาคลอ มองออกว่าอนุชรักกร้าวอย่างที่อรชาพูด เขากอดน้องสาวไว้
       “พี่อยากให้นุชรู้ไว้อย่างหนึ่ง พี่มีน้องสาวแค่สองคน พี่ยอมได้ทุกอย่าง เพื่อความสุขของน้องพี่”
       อสิตเช็ดน้ำตาให้ยิ้มให้ อนุชไม่เข้าใจพี่ชาย
      
       วันใหม่...อสิตพาอรชา อนุชและปรารภมาที่บ้านกร้าว ชาติ พร้อมและขำ ออกมารับหน้า
       “พี่สิตมาที่นี่ทำไมคะ” อนุชถามอย่างกังวล
       อสิตตะโกน
       “ไอ้กร้าว แกอยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้”
       กร้าวออกมา เห็นหน้าอนุชก็ดีใจ
       “นุช”
       อนุชก็ดีใจไม่ต่างกัน
       “คุณกร้าว”
       กร้าวและอนุชสบตากัน ต่างรักกัน อสิตเข้าไปใกล้ จ้องหน้ากร้าวดุๆ อนุชรีบเข้าไปหาพี่ชาย อรชาและปรารภไม่สบายใจ รีบห้าม
       “พี่สิตคะ”
       “พี่สิตอย่าทำร้ายคุณกร้าวอีกเลยนะคะ นุชสัญญาว่านุชจะไม่ยุ่งกับคุณกร้าวอีกค่ะ”
       อสิตมองหน้ากร้าว
       “สิ่งที่แกทำกับครอบครัวฉันมันเกินที่ฉันจะยกโทษให้แก แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าความรู้สึกของฉัน นั่นก็คือความสุขของนุช”
       ชาติ พร้อม กร้าว อรชาและอนุชต่างแปลกใจ อสิตพูดขึ้นน้ำเสียงจริงจัง
       “ผมจะยกโทษให้ ในทุกสิ่งที่ทำกับผม กับครอบครัวผมและอยากขอโทษแทนคุณพ่อที่ท่านได้ล่วงเกินคุณแม่ของคุณ”
       ชาติ พร้อม อรชา อนุชต่างอึ้ง
       “ถือว่าเราหายกัน สิ่งที่ผ่านไปแล้วให้มันแล้วไป ตกลงมั้ย”
       กร้าวไม่เข้าใจ
       “ทำไมคุณถึงยกโทษให้ผมง่ายๆ”
       “ผมทำไปทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก”
       ชาติยิ้ม ดีใจ อรชา ปรารภและอนุชดีใจที่อสิตยอมยกโทษให้กร้าว
      
       ในสนามหญ้ามีการจัดโต๊ะเก้าอี้อย่างง่ายๆ แต่สวยงามที่พื้นปูพรมผืนใหญ่ มีโต๊ะเล็กและมีโกศใส่เถ้ากระดูกของพ่อและแม่กร้าววางอยู่สองโกศคู่กัน
      
       ชาตินั่งเป็นประธานและเป็นพยาน อสิต อรชาและอนุชคุกเข่าต่อหน้าโกศกระดูก
      
       “ผม อสิต วิชเวทย์ และน้องๆ ขอเป็นตัวแทนของคุณพ่อกราบขอโทษในทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อของพวกเราเคยล่วงเกินท่านทั้งสอง และขอให้อโหสิกรรมต่อกัน”
       อสิต อรชาและอนุชกราบพร้อมกัน ชาติ พร้อมและขำ ดีใจ ปรารภยิ้มดีใจกับทุกคน กร้าวมองภาพตรงหน้า น้ำตาคลอ
      
       ทั้งหมดคุยกันที่มุมหนึ่ง ชาติบอกกับทุกคน
       “เอาล่ะ ต่อไปนี้ก็ขอให้อภัยให้กันในทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผ่านมาก็ขอให้เลิกแล้วต่อกัน ขอให้ทุกคนเริ่มต้นชีวิตใหม่ ต่อไปนี้ขอให้หมดทุกข์หมดโศก”
       กร้าวและอนุชยิ้มให้กัน อรชายิ้มกว้าง
       “อรดีใจที่สุดที่วิชเวทย์กับศุภกาญจน์เข้าใจกันซะที”
       ชาติพูดขึ้น
       “ยังมีอีกเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย”
       อสิตหันมาถาม
       “อะไรอีกเหรอครับ”
       “พรุ่งนี้กร้าวกับนุชไปจัดการเรื่องหย่ากันให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกต่อไป”
       กร้าวและอนุชต่างตกใจ อสิตและอรชาก็เครียด อรชาพยายามแย้ง
       “แต่ว่าคุณกร้าวกับนุช...”
       ชาติไม่ฟังอรชา
       “ในเมื่อการแต่งงานระหว่างกร้าวกับนุช เกิดขึ้นจากความแค้น ไม่ใช่ความรัก ก็ถึงเวลาแล้วที่จะแก้ไข้ให้ถูกต้อง ว่าไงล่ะ ลุงพูดถูกมั้ย”
       กร้าวและอนุชมองหน้ากัน กร้าวกระวนกระวายใจ พูดไม่ออก อนุชรอฟังคำว่ารักจากปากเขา กร้าวเครียด แต่ในที่สุดก็ตอบออกไป
       “ครับคุณลุง พรุ่งนี้ผมกับนุชจะไปหย่ากันให้เรียบร้อย”
       อรชาและปรารภมองหน้ากัน ตกใจ ปรารภพยายามท้วงติง
       “แน่ใจเหรอครับคุณกร้าว”
       อนุชน้อยใจ ไม่รอให้กร้าวตอบ รีบพูดต่อ
       “ก็ดีเหมือนกันค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันควรจะจบไปซะที”
       กร้าวเสียใจกับคำพูดของเธอ เขาและเธอมองตากัน ต่างคนต่างเจ็บปวด อสิต อรชา และปรารภไม่สบายใจ ชาตินิ่ง
      
       วันใหม่...ที่วัดแห่งหนึ่ง อสิตกับอรชาแต่งชุดขาวทั้งสองคน อรชาร้องไห้
       “อย่าร้องสิอร เราต้องเข้มแข็ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบไปแล้ว ต่อไปนี้เราควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับสิ่งที่เหลืออยู่ อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่สูญเปล่า ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ความแค้นไม่เคยสร้างประโยชน์กับใคร มีแต่เผาทำลายชีวิตเราเอง” อสิตปลอบ
       “ค่ะ พี่สิต”
      
       อรชากลั้นน้ำตา อสิตโอบไหล่น้อง ทั้งสองดูปลงชีวิต หน้านิ่ง แต่ไม่ได้เศร้า



       100 วันผ่านไป...ที่วัดแห่งหนึ่ง อนุชซึ่งใบหน้าซีดขาว นอนนิ่งอยู่ในโลงศพ เหมือนคนที่ตายแล้ว
      
       เด็กวัดนำผ้าขาวมาคลุมหน้าอนุช พระสวดทำพิธีบังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย อรชา ปรารภ และกรวิก นั่งพนมมือร่วมในพิธี ฟังพระสวด ทุกคนที่มาร่วมงานอยู่ในชุดขาว       
       หลังเสร็จพิธี อรชาเก็บข้าวของ ดูความเรียบร้อย ปรารภเข้ามาช่วย
       “ผมช่วยนะครับ”
       อรชายิ้มรับ ปรารภแอบมองอรชาลองหยั่ง
       “ความจริง ถ้าไม่นับเรื่องความเจ้าคิดเจ้าแค้น นายกร้าวก็มีส่วนดีอยู่เหมือนกันนะครับ”
       “อรว่าไม่มีใครดี แล้วก็ไม่มีใครเลวไปทั้งหมดหรอกค่ะ สำคัญที่ว่า เราจะให้อภัยกันได้มากน้อยแค่ไหน”
       “คุณอรคงอภัยให้นายกร้าวหมดแล้วใช่ไหมครับ” ปรารภถาม
       “ค่ะ อรอภัยให้คุณกร้าวหมดแล้ว อรเหนื่อยกับการแก้แค้นเอาคืนกันเต็มทนแล้ว”
       ปรารภแอบตัดพ้อ
       “มันคงง่ายนะครับ ถ้าเราจะอภัยให้คนที่เรารัก”
       อรชาชะงัก
       “คุณรภหมายความว่ายังไงคะ”
       “คุณอรรักนายกร้าวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”
       อรชาประชด
       “ใช่ค่ะ อรรักคุณกร้าว ได้ยินอย่างนี้พอใจรึยังคะ”
       อรชาจะเดินหนี ปรารภจับแขนอรชาไว้
       “เดี๋ยวสิครับคุณอร ผมไม่ได้ว่าถ้าคุณอรจะรักใคร ผมแค่เป็นห่วง...”
       “ค่ะ อรน่าเป็นห่วงจริงๆเพราะดันไปรักคนที่ไม่สนว่าอรจะรักใคร คุณกร้าวเขายังคิดจะต่อสู้แย่งชิงเพื่อคนที่เขารัก ผิดกับบางคนที่ยอมยกคนรักให้คนอื่นง่ายๆ”
       อรชาเดินหนีไป ปรารภยังอึ้งๆ ทบทวนสิ่งที่อรชาพูด
       “หมายความว่า...”
       ปรารภดีใจ รีบตามไป
       “คุณอร...เดี๋ยวครับ...คุณอร....”
       อรชาเดินหนี ไม่ยอมหันกลับมามอง ปรารภคิดแผน แกล้งทำเป็นล้มลงไป
       “โอ๊ย”
       อรชาหันมามอง ตกใจ เห็นปรารภล้มอยู่ก็รีบเข้ามาช่วย
       “คุณรภเป็นอะไรคะ”
       ปรารภยิ้ม
       “ไม่ได้เป็นอะไรครับ”
       อรชารู้ว่าโดนหลอก
       “คุณรภ”
       เธอจะผละไป ปรารภดึงไว้
       “เดี๋ยวสิครับคุณอร...ผมรู้แล้วนะ ว่าคุณอรห่วงผม”
       “เอาความห่วงใยของคนอื่นมาล้อเล่น ต้องให้เจ็บจริงๆซะบ้าง”
       อรชาแกล้งทุบตี ปรารภยิ้มรับ รวบมือเธอไว้
       “คุณอรรักผมเหรอครับ ถึงได้มือเบากับผมขนาดนี้”
       อรชาแกล้งงอน
       “เรื่องอะไรอรจะรักคนที่ไม่คิดจะต่อสู้เพื่ออร”
       อรชาผละออกมา ปรารภรีบลุกตาม
       “ผมสู้เพื่อคุณอรมาตลอดนะครับ แต่การต่อสู้ของผมอาจจะไม่เหมือนคนอื่น...”
       อรชาชะงัก
       “ที่ผ่านมา ผมรู้ตัวว่าไม่คู่ควรกับคุณอร...ไม่ว่าคุณอรจะรักตอบหรือไม่รัก ผมก็ไม่มีสิทธิจะเรียกร้อง”
       “สิทธิที่จะรักไม่ได้อยู่ที่สมบัติภายนอกนี่คะ...แต่ใครมีความรักที่ยิ่งใหญ่ เขาก็สมควรได้รับความรักตอบ”
       “ถ้าคุณอรรักตอบผม ผมก็โชคดีมากกว่าใคร โชคดีกว่าถูกล็อตเตอรี่อีกนะครับ”
       อรชาหัวเราะขำๆ รู้สึกมีความสุขในสิ่งที่ได้ฟัง ทั้งสองคนเดินจับมือกันเดินเล่นไปตามเส้นทางที่สวยงาม
       “เมื่อไหร่ครับ ที่คุณอรรู้ตัวว่ารักผม”
       อรชาส่ายหน้า
       “อรก็ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทุกครั้งที่อรมีปัญหา คุณจะอยู่ข้างๆอรเสมอ มันทำให้อรเคยชินกับการที่ต้องมีคุณ”
       “แสดงว่าแผนของผมก็ได้ผลน่ะสิครับ หมั่นมาให้คุณอรเห็นหน้าบ่อยๆพอผมไม่อยู่ คุณอรจะได้คิดถึง”
       “อ๋อ นี่คุณก็จอมวางแผนเหมือนกันเหรอคะ”
       “ล้อเล่นน่ะครับ...”
       ปรารภหันมากุมมืออรชาไว้ทั้งสองมือ
       “มันแค่เป็นความสุขใจของผม ที่ได้อยู่เคียงข้างคุณอร...ผมสัญญา จากนี้ผมจะไม่ไปไหน จะอยู่ข้างคุณอรแบบนี้ตลอดไป ต่อให้ไล่ก็ไม่ไปครับ”
       “ดีแล้วค่ะ ต่อให้ไล่ก็อย่าไปนะคะ”
       ปรารภหัวเราะ
       “ครับ”
      
       ทั้งสองหัวเราะให้กัน แล้วสบตากันซึ้งๆ ปรารภดึงอรชามาโอบกอดไว้ด้วยความรัก อรชาอยู่ในอ้อมกอดของปรารภอย่างอบอุ่นและสุขใจ



       เมื่อธารินเดินเข้ามาที่บ้าน เธียรรีบเข้ามาหาอย่างร้อนใจ
      
       “หนูริน แย่แล้ว ไอ้ชายธงมันหายตัวไป ลุงติดต่อมันไม่ได้เลย”
       “คุณลุงใจเย็นๆก่อนนะคะ มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่าคะ”
       เธียรส่ายหน้า
       “ไม่มี แต่ชายธงมันอกหัก ลุงกลัวมันจะคิดสั้น”
       ธารินตกใจ
       “พี่ชายธง..คุณลุงดูในห้องรึยังคะ พี่ชายธงทิ้งจดหมายหรืออะไรไว้รึเปล่า”
       “ยังเลย”
       “งั้นรินขึ้นไปดูให้ค่ะ”
       ธารินรีบวิ่งไป เธียรมองตาม แล้วยิ้มออกมา
      
       ธารินวิ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ มองหาร่องรอยที่ชายธงอาจจะทิ้งไว้ ธารินมองไปที่โต๊ะแล้วชะงัก
       ที่โต๊ะมีบลูเบอรี่ชีสพายที่เธอทำให้เขาวางอยู่ จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นโน้ตของชายธงอยู่บนโต๊ะ ขนมทับไว้บางส่วน ธารินหยิบขึ้นมาอ่าน
       “ขอทำใจที่ใต้ต้นไม้...”
       ธารินตกใจ
       “พี่ชายธงจะผูกคอตาย”
       หญิงสาวรีบวิ่งออกไปที่บริเวณสวน ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ พลางร้องไปด้วย....
       “พี่ชายธง อย่าทำอะไรโง่ๆนะ”
       ธารินมองหา แต่ไม่เจอชายธง
       “พี่ชายธงไม่อยู่...พี่ชายธง..”
       แมวขาวเดินเข้ามา ธารินมองแปลกใจ เดินเข้าไปหา เห็นกระดาษโน้ตพับอยู่ที่สายรัดคอแมว เดินไปแกะดู แล้วอ่าน
       “กลับเข้าบ้านเถอะคนดี จะไม่มีเงาของพี่อีกแล้ว...นี่มันอะไรกัน พี่ชายธงอยู่ไหนกันแน่”
       ธารินวิ่งกลับเข้าไปในบ้านอย่างร้อนใจ
       “คุณลุงคะ...”
       เสียงดนตรีดังขึ้น ธารินชะงัก หันมองทางต้นเสียง แล้วเดินไปดูอย่างแปลกใจ พบว่าชายธงกำลังเล่นดนตรีเพลงรักเพื่อบอกรักเธอ ธารินมองชายธง น้ำตารื้น เมื่อเขาเล่นดนตรีจบลง จึงลุกมาหา แล้วเช็ดน้ำตาให้เธอ
       “ร้องไห้ทำไมล่ะครับ”
       “ก็คุณลุงบอกว่าพี่ชายธงจะคิดสั้น แถมรินเจอจดหมายลาตายของพี่ชายธง รินตกใจหมด...”
       ชายธงหัวเราะ
       “จดหมายลาตายที่ไหน”
       ธารินหยิบขึ้นมาให้ดู
       “นี่ไง พี่ชายธงเขียนว่าจะมีเงาของพี่ชายธงแล้ว”
       “ก็ถูกแล้วไง... รินเคยบอกว่ารินจะขอเป็นแค่เงาของพี่ แต่ตอนนี้พี่ไม่ให้รินเป็นแล้ว”
       ธารินอึ้งไป
       “พี่ชายธง...”
       “เราจะเป็นแสงสว่างให้กัน รินไม่ได้เป็นเงา แต่จะเป็นตัวตนของพี่”
       ชายธงหยิบแหวนออกมา คุกเข่าตรงหน้าธาริน
       “กลับมาเป็นคู่หมั้นของพี่อีกครั้งได้ไหม”
       ธารินน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน พยักหน้ารับ ชายธงลุกขึ้น สวมแหวนหมั้นให้ ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข เธียรโผล่หน้ามามอง ยิ้มอย่างชื่นใจ
      
       กร้าวยืนเหม่ออยู่ในบ้าน ชาติเดินเข้ามาหา....
       “คิดอะไรอยู่”
       “ผมกำลังคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาครับลุง ผมไม่คิดเลยว่าความแค้นในใจผม มันจะเผาทำลายทั้งคนรอบข้างและตัวผมได้มากขนาดนี้ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมที่ผ่านมาลุงถึงคอยห้ามไม่ให้ผมแก้แค้น”
       “ลุงดีใจที่กร้าวคิดได้ไม่ใช่ปล่อยให้ความแค้นเผาผลาญตัวเอง จนตายทั้งเป็นเหมือนกับลิต้า”
       กร้าวคิดถึงลิต้าที่หน้าเสียโฉมและติดคุกแล้วทอดถอนใจ และเมื่อคิดถึงอนุชก็เศร้ายิ่งกว่า
       “แต่กว่าจะคิดได้ มันก็สายเกินไปแล้ว”
       “ไม่มีคำว่าสายเกินไป ถ้ากร้าวรู้สึกว่ายังมีอะไรที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำก็ทำซะ อะไรที่ติดค้างอยู่ในใจ จงกล้าที่จะพูดออกไป”
       กร้าวพยักหน้ารับคำ
      
       อรชาเดินกลับเข้ามาในบ้านวิชเวทย์ แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
       “กลับบ้านเราซะทีนะนุช”
       อนุชตามเข้ามา
       “ค่ะ พี่อร อยู่โรงพยาบาลตั้งนาน คิดถึงบ้านจะแย่แล้ว”
       “ทำพิธีบังสุกุลเป็นบังสุกุลตายแล้ว ถือว่าอนุชคนเก่าที่มีแต่เรื่องร้ายๆ ได้ตายไปแล้ว ต่อไปนี้พี่ขอให้เป็นอนุชคนใหม่ ที่มีแต่ความสุขและมีแต่สิ่งที่ดีในชีวิตนะจ๊ะ”
       อนุชไหว้ รับพรจากอรชา
       “ขอบคุณค่ะพี่อร ขอบคุณที่ดูแลนุชมาตลอด”
       อนุชกอดอรชาอ้อนๆ สองพี่น้องหัวเราะคิกคักสดใส กร้าวเข้ามา ทั้งคู่เห็นกร้าวก็อึ้ง
       “คุณกร้าว”
       “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
       “มีอะไรก็บอกมาสิคะ”
       กร้าวอึกอัก พูดไม่ออกอีก
       “ถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปซะ”
       อนุชเดินหนี กร้าวไม่สบายใจ
       “รีบตามไปสิคะ อรเอาใจช่วยนะคะ”
       กร้าวยิ้มกับอรชาแล้วตามอนุชออกไป อรชามองตามลุ้นๆ
      
       อนุชเดินไปที่สวน กร้าวตามมาติดๆ
       “นุช”
       อนุชชะงัก กร้าวตัดสินใจพูด
       “ผมขอโทษที่ทำร้ายคุณและครอบครัวคุณมาตลอด เพียงเพื่อต้องการแก้แค้น จนทำให้เกิดเรื่องร้ายๆ มากมาย จนผมเกือบจะต้องเสียคุณไป”
       อนุชรอฟัง
       “แค่นี้เหรอคะที่จะพูด”
       กร้าวพูดไม่ออก
       “เรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไปเถอะค่ะ ฉันไม่ติดใจอะไร คุณสบายใจได้ ต่อไปนี้เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก”
       อนุชจะเดินหนี กร้าวตัดสินใจพูดออกไป
       “ผมรักคุณ”
       อนุชอึ้ง ชะงัก ไม่คิดว่ากร้าวจะพูด
       “ไหนคุณเคยบอกว่าเกลียดฉัน”
       “เมื่อก่อนผมเคยเกลียดคุณ เกลียดความปากดีอวดเก่งของคุณ เกลียดน้ำตาคุณเวลาที่คุณร้องไห้ เกลียดทุกอย่างที่เป็นคุณเพราะมันทำให้ผมอ่อนแอ จนเกือบจะล้มเลิกการแก้แค้นหลายครั้ง”
       กร้าวยิ้ม
       “แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้วว่าผมรักคุณ และจะรักคุณทุกวัน ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหน วันนี้ พรุ่งนี้ หรือเมื่อไร ผมก็จะรักคุณ”
       “แล้วถ้าอีกหน่อยฉันแก่ ฉันอ้วน คุณยังจะรักฉันมั้ย”
       “ไม่ว่าจะอ้วนขึ้น จะแก่ จะหูตึง หรือวันหนึ่งคุณจะจำผมไม่ได้ ผมก็จะรักคุณ ผมรักคุณเพราะคุณสอนผมให้รู้จักการให้อภัยและสอนให้ผมรู้จักคำว่ารัก”
       กร้าวกุมมืออนุช
       “ผมรักคุณ นางฟ้าของผม”
       อนุชแอบยิ้มเขิน แล้วนึกได้ แกล้งงอนใส่
       “ฉันรอให้คุณพูดคำนี้มาตั้งนาน นานจนเลิกรอแล้ว...คุณมาบอกตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว ตอนนี้ฉันเกลียดคุณ ฉันจะแก้แค้นคุณที่ปล่อยให้ฉันรอนาน”
       “ได้เลย ผมจะไม่หนีไปไหน ผมยอมให้คุณแก้แค้นตลอดชีวิต”
       กร้าวกอดและหอมแก้มอนุช ท่ามกลางสายตาของ อรชากับปรารภที่ยืนคู่กันอย่างแนบชิด รวมทั้ง คู่ของชายธง กับธาริน คณิตและกรวิกที่เริ่มคบหาดูใจกัน และพากันมาร่วมเป็นสักขีพยานกับความรักของทั้งคู่
      
        ชาติ พร้อมและขำได้พากันมาร่วมยินดีด้วยเช่นกัน ต่างปลาบปลื้มไปกับหนุ่มสาวทุกคู่ ที่ถูกเล่ห์ร้ายแห่งเสน่หาเล่นงาน แต่สุดท้ายก็ลงเอยกันได้ อย่างมีความสุข
      
       จบบริบูรณ์
กลับไปยังรายบอร์ด