กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15
      
       เวลาเดียวกันนั้นธีรดนย์นั่งจมจ่อมร้องไห้เสียใจ ทุกข์ใจกับชะตากรรมชีวิตของตัวเอง นึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต ตอนสัญญากับแม่ว่าจะทำงานเก็บเงินแล้วไปออกอยู่ข้างนอกด้วยกัน
      
       เหตุการณ์ที่อุษาถูกชนิกานต์ขับรถชนต่อหน้า ธีรดนย์กอดศพแม่ร้องไห้ปานจะขาดใจ เหตุการณ์ที่ธีรดนย์ดีดกีต้าร์ร้องเพลงหน้าศพอุษา
      
       ฝ่ายชนิกานต์เดินไปที่มุมหนึ่งในห้องนอน เห็นรูปของอุษาที่เคยถ่ายคู่กับตน ชนิกานต์เข้าไปยกมือไหว้ภาพนั้น ด้วยความเสียใจที่ขับรถชนจนทำให้อุษาเสียชีวิต ชนิกานต์ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       ธีรดนย์ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งที่เคยทำร้ายชนิกานต์ จนถึงเหตุการณ์ตอนที่ธีรดนย์โกรธชนิกานต์เข้าไปด่าทอต่อว่า และลวนลาม จนนำพาไปสู่การได้เสียกันในที่สุด
       ชนิกานต์เองก็หวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เฝ้าบอกรักธีรดนย์ แต่ทุกครั้งต้องเสียใจที่ธีรดนย์ปฏิเสธไม่รับรักตนแม้แต่น้อย
       ธีรดนย์คิดถึงเหตุการณ์ที่ชนิกานต์ตามราวีไม่ยอมให้ไปไหน กระทั่งมารื้อกระเป๋า เททิ้งลงสระ
       ชนิกานต์หวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เธอบอกความจริงกับสุตาภัญและชนกชนม์ ว่าธีรดนย์ข่มขืนเธอ และถูกธีรดนย์ขับไล่ไสส่ง ด่าทอ ชนิกานต์ร้องไห้เสียใจ ที่ธีรดนย์เกลียดตน
       ขณะเดียวกันธีรดนย์นึกถึงเหตุการณ์ที่สุตาภัญบอกเลิก สั่งให้ธีรดนย์ไปดูแลชนิกานต์ ธีรดนย์ร้องไห้ออกมา ชีวิตนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว
      
       มือของใครคนหนึ่งเคาะประตูห้องตอนเช้าวันต่อมา สุตาภัญเดินไปเปิดประตู ชะโงกมองไปไม่เห็นใครชนกชนม์ซึ่งหลบอยู่พุ่งเข้ามาหาพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่
       “อรุณสวัสดิ์ครับ”
       “ตกใจหมดเลย”
       “ใครกันน้อเคยแกล้งฉัน กรรมนั้นคืนสนอง”
       “มาทำไม”
       “มารับเธอไปมหาวิทยาลัยไง”
       “เช้านี้ยังไม่มีเรียน...ฉันจะทำงานก่อน”
       “ทำอะไร”
       “ไม่บอก...ความลับ”
       สุตาภัญเดินออกไป ชนกชนม์ตาม สุรัมภายืนที่มุมหนึ่ง คิดอะไรบางอย่าง
      
       ด้านชยางกูรแต่งชุดนักศึกษา เข้าไปไหว้ลาชลนิภา
       “คุณแม่ครับ กูรไปมหาลัยก่อนนะครับ เช้านี้กูรต้องไปช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย”
       “งานวิจัยอะไรเหรอลูก”
       แป๋วยืนฟังอยู่ข้างๆ เข้ามาพูดแทรก
       “คงจะวิจัยฝุ่นน่ะค่ะ คุณชยางกุรกลับมาทีไร ฝุ่นติดเสื้อผ้าเต็มไปหมด”
       ชยางกูร โมโห “นังแป๋ว”
       แป๋วหน้าเสียถอยหลังไปทันที
       “เป็นงานวิจัยของคณะนะครับ อาจารย์เขาเลือกนักศึกษาหัวแถวไปช่วยงาน กูรไปก่อนนะครับ”
       ชยางกูรเข้าไปหอมแก้ม ชลนิภายิ้มให้ สงสัยในพฤติกรรมชยางกูร
      
       ชยางกูรขับรถออกไป ชลนิภาเดินออกมา เพื่อจะตามไปมหาวิทยาลัย แป๋วเข้ามาถาม
       “คุณผู้หญิงจะไปไหนคะ”
       “ฉันจะไปมหาวิทยาลัย”
       แป๋วแปลกใจ “คุณผู้หญิงจะเรียนต่อศึกษาผู้ใหญ่”
       ชลนิภามองดุ
       “รึว่าไปช่วยคุณชยางกูรวิจัยฝุ่น”
       “นังแป๋ว”
       แป๋วหุบปากทันที ชลนิภาออกไปที่มหาวิทยาลัย
       “คุณผู้หญิงปลอมตัวเป็นสายลับจับผิดลูก สนุกล่ะงานนี้.. วะฮะฮะฮะฮะฮ่า ๆ” แป๋วระเบิดหัวเราะออกมาราวกับนางร้ายในละคร 7 สี
      
       ขณะที่สุตาภัญหอบถุงใส่เสื้อผ้าเดินออกไป ชนกชนม์เดินตาม
       “เธอไปรับชุดอะไร จะทำงานอะไร”
       “ความลับเขาไม่บอกกันหรอก”
       “ไม่บอกฉันไม่ให้ไป”
       ชนกชนม์ยืนขวางไว้ สุตาภัญจะไปซ้าย ชนกชนม์กันซ้าย พอสุตาภัญจะไปขวา ชนกชนม์กันขวา สุตาภัญจะทำท่าเตะผ่าหมาก ชนกชนม์เอามือกุมเป้าไว้
       “แน่ะ..เขารู้ทันนะตะเอง”
       สุตาภัญยิ้มแล้วผลักชนกชนม์เต็มแรง ชนกชนม์ดันตัวขืนไว้ ทำให้ถุงเสื้อสุตาภัญตกพื้น
       สุตาภัญจะเข้าไปหยิบ ชนกชนม์แย่งมาได้ แล้วดึงชุดออกมา เห็นเป็นเสื้อผ้าชุดการ์ตูนญี่ปุ่นน่ารักๆ แล้วก็เห็นใบปลิวสำหรับประชาสัมพันธ์ร้านเค้กญี่ปุ่นก็หัวเราะ
       “เป็นพริตตี้แจกใบปลิว”
       สุตาภัญแย่งเสื้อผ้าและของคืนมา ชนกชนม์เป็นห่วง
       “เรื่องแค่นี้ทำไมต้องปิดบังกันด้วย”
       “ฉันไม่อยากให้ภารู้ กลัวภากังวลใจและคิดมาก ว่าฉันต้องลำบากเพราะน้อง”
       “ก็จริงของเธอ...ฉันจะช่วยปิดเรื่องนี้ให้มิดเลย”
       จู่ๆ สุรัมภาเดินเข้ามาหาสุตาภัญและชนกชนม์ เอ่ยขึ้น
       “ไม่ทันแล้วล่ะค่ะ”
      
       “ภา” สุตาภัญตกใจและคาดไม่ถึง


  


       ขณะเดียวกันเสาวนิตย์แต่งตัวจะออกจากบ้าน มองไปยังห้องทำงานสุทินกลัวสุทินเห็น พอเห็นทางโล่งปลอดภัย จะเดินออกไปจากบ้าน สุทินเรียกไว้
      
       “คุณจะไปไหน”
       เสาวนิตย์ไม่ตอบ ตัดสินใจเดินดุ่มออกไป สุทินไม่พอใจ
      
       สองพี่น้องอยู่ที่มุมหนึ่งในมหาวิทยาลัย สุตาภัญถามสุรัมภา
       “ภาตามพี่มาทำไม”
       “ภาจะมาช่วยพี่ตา”
       ชนกชนม์และสุตาภัญแปลกใจ
       “พี่ช่วยพี่ตาได้ ภาน่าจะพักอยู่บ้าน” ชนกชนม์ว่า
       “คนท้องไม่ใช่คนป่วยนะคะ ภาแข็งแรง ทำงานได้” หันมาทางสุตาภัญ “ภามาอาศัยอยู่กับพี่ตา ภาต้องช่วยงานสิ...คุณแม่เคยสอนไว้...พี่ตาจำได้ไหม”
       สุตาภัญ คิดถึงคำสอนของแม่ “อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย”
       สุตาภัญกับสุรัมภาประสานเสียง “ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น”
       โดยสุตาภัญพ่นคำว่าควาย ไปทางชนกชนม์
       “ควายกระเด็นใส่หน้าเต็มๆ เลย”
       สองสาวหัวเราะขำชนกชนม์
       “ดีใจจัง ได้ผู้ช่วยเป็นสาวน่ารัก อย่างนี้ต้องแจกหมดแน่”
       สุตาภัญจะออกไปกับสุรัมภา
       “เดี๋ยวก่อน....ขอหนุ่มหล่อไปช่วยด้วยคน”
       สุตาภัญ ทำท่าจะอ้วก “แหวะ”
       สุตาภัญลากสุรัมภาออกไป ชนกชนม์วิ่งตามไป
       “ฉันหล่อมากเลยนะ ใครๆ เรียกฉันว่าหล่อลากดิน”
      
       เสาวนิตย์จะเดินออกไปที่หน้าบ้าน สุทินเข้ามาคว้าแขนไว้
       “ผมถามว่าคุณจะไปไหน?”
       “ฉันจะไปหาลูก”
       เสาวนิตย์ตัดสินใจบอกความจริง สุทินอึ้ง..
       “คุณห้ามไม่ให้ฉันเถียง ไม่ให้ฉันคิดฉันพูดได้ แต่คุณห้ามไม่ให้ฉันรักลูกไม่ได้”
       เสาวนิตย์พูดจบก็เดินออกไป สุทินมองตาม แล้วตะโกนบอก
       “ผมไปส่ง”
       เสาวนิตย์หันกลับไปมองสุทินด้วยความแปลกใจ สุทินเดินเข้ามาหา
       “ผมเป็นห่วงคุณ สุขภาพไม่ค่อยดี เป็นลมเป็นแล้งไป ใครจะดูแล”
       สุทินเดินไปรอที่รถ เสาวนิตย์รู้สึกดีที่สุทินยอมไปที่มหาวิทยาลัย
      
       ส่วนชยางกูรเดินตามหาชนกชนม์
       “ไอ้หมาหัวเน่ามันไปไหน”
       ชยางกูรเดินตามหาชนกชนม์ต่อไป
       ส่วนที่มุมหนึ่ง ชลนิภาแปลกใจว่าชยางกูรจะไปไหน
      
       ชนกชนม์แต่งตัวเป็นชุดตัวการ์ตูนญี่ปุ่น ป่าวประกาศบอกนักศึกษา
       “เชิญครับ เชิญมาทางนี้...เรามีสิ่งดีๆจะนำเสนอให้กับทุกท่าน”
       ชนกชนม์พูดจบ ก็วิ่งกลับไปเปิดเพลง เป็นเพลงญี่ปุ่นจังหวะน่ารักๆ
       สุตาภัญและสุรัมภาแต่งชุดเป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่นน่ารัก ออกมาเต้นท่าญี่ปุ่น เพื่อดึงดูดคนเข้ามา
       นักศึกษาผ่านไปมา เริ่มวิ่งเข้าไปมุงดูมากขึ้นๆ
       ชนกชนม์ดีใจที่คนเข้ามามุงดูเยอะ หันไปมองเป็นกำลังใจให้สองสาว
       สุตาภัญและสุรัมภาเต้นไปมา ยิ้มแย้มมีความสุข พอเพลงจบ ชนกชนม์เข้าประกาศบอกนักศึกษา
       “เอ้าปรบมือ”
       “เราสองคนมีร้านเค้กแสนอร่อย” สุตาภัญพูดสลับกันสุรัมภา
       “สูตรพิเศษจากฮอกไกโด”
       “ด้วยคุณภาพที่เต็มคัพ”
       “ขอแนะนำร้านคัพเค้ก”
       สุตาภัญกับสุรัมภาประสานเสียง “คิขุเนะ”
       ชนกชนม์ถือถาดใส่คัพเค้กส่งให้สองสาวคนละถาด สุตาภัญและสุรัมภาเดินถือคักเค้กแจกให้นักศึกษาลองชิม
       “เชิญชิมได้เลยค่ะ”
       “ชิมคัพเค้กแสนอร่อยได้เลยค่ะ”
       “รับใบปลิวเป็นส่วนลดราคาพิเศษครับ”
       ชนกชนม์ก็เดินแจกใบปลิว ประชาสัมพันธ์ร้าน ส่วนสุตาภัญและสุรัมภาแจกคัพเค้ก
      
       ระหว่างนั้น มีรถคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงจุดห่างจากที่สุตาภัญแจกคัพเค้กไม่ไกลนัก กระจกข้างที่นั่งเลื่อนลง เผยให้เห็นว่าเป็นเฮียปรัชญา
       ปรัชญาตาเป็นประกาย มองสุตาภัญด้วยความพึงพอใจ อยากเชยชมสุตาภัญใจจะขาด
       เพทายเดินเข้าไปรายงานปรัชญาที่ด้านข้างรถ
       “ไอ้ชยางกูรมันเข้ามาแล้วครับเฮีย”
       “ลากตัวมันมาให้เฮียสั่งสอน” ปรัชญาบอกเสียงเหี้ยม
       “ครับเฮีย”
       ปรัชญาหันไปมองสุตาภัญอีกครั้ง แล้วเลื่อนกระจกปิดลง ก่อนที่รถจะวิ่งออกไป
      
       ขณะที่เพทายจะเดินออกไป หันไปเห็นสุรัมภาเดินแจกคัพเค้ก ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
       เพทายยิ้มกริ่ม คิดจะจัดการสุรัมภาให้ได้ แต่ตอนนี้ต้องออกไปตามล่าชยางกูรก่อน
      
       ฝ่ายสุตาภัญและสุรัมภาช่วยกันแจกคัพเค้ก สองสาวยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ที่ได้ผลตอบรับดีเกินคาด


  


       ครู่ต่อมาชนกชนม์แปะมือไฮไฟว์ดีใจกับสุตาภัญ ร้อง “เย๊!” พอสุรัมภาเดินเข้ามาหา ชนกชนม์ก็หันไปแปะมือกับสุรัมภา ร้อง “เย๊!” อีก
      
       สุตาภัญ แปะมือสุรัมภาร้อง “เย๊”
       “งานแรกผ่านไปได้ด้วยดี เพราะว่าพวกเรามีความสามัค...”
       ชนกชนม์ สุรัมภารับลูกพร้อมกัน “...คี”
       “เราจะเป็นดรีมทีมทำงาน เพื่อความสุขของพวก”
       สุตาภัญบอกยิ้มๆ ท่าทีฮึกเหิม ชนกชนม์สุรัมภารับลูก “เรา”
       ทุกคนยิ้มแย้มหัวเราะกันมีความสุข
       “ลูกค้าชอบงานของพวกเรามาก บอกจะให้งานต่อเนื่อง” สุตาภัญว่า
       สุรัมภาตัดพ้อ “คราวหน้าชวนภาด้วยนะ ห้ามแอบมาทำกันสองคนอีก”
       สุตาภัญ กับชนกชนม์ประสานเสียง “จ้า” / “คับ”
       สุตาภัญหันมาบอกชนกชนม์ “ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นายไปรับเงินค่าจ้างให้ด้วยนะ”
       ชนกชนม์ตะเบ๊รับแข็งขัน “ครับผม จะดูแลไม่ให้เงินหายแม้แต่บาทเดียวครับ”
       ชนกชนม์รีบวิ่งเริงร่าออกไป สุตาภัญพาสุรัมภาออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
       “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”
       สองพี่น้องไม่รู้ว่า จังหวะเดียวกันนั้นรถของสุทินวิ่งเข้ามาจอดที่มุมหนึ่งของมหา’ลัย
      
       สุทินและเสาวนิตย์ลงจากรถพร้อมๆ กัน
       “ไปตามหาลูกด้วยกันนะคะ”
       “ผมรอคุณอยู่ที่นี่”
       สุทินยังคงวางฟอร์ม เลือกรอที่รถ เสาวนิตย์รู้ทันสามี เลยไม่อยากตื๊อ ยิ้มให้ แล้วเดินไปที่คณะ
       สุทินคิดจะเดินตามเสาวนิตย์ แต่เกิดเปลี่ยนใจ รออยู่ที่รถ
      
       ขณะที่ชนกชนม์กำลังจะเดินไปรับเงินจากนายจ้าง แต่เจอกับชลนิภาที่เดินเข้ามา
       “คุณแม่”
       ชนกชนม์อึ้งตกใจ ชลนิภาก็ไม่คิดว่าจะเจอชนกชนม์
      
       สุตาภัญเปลี่ยนชุดเสร็จ หันไปถามน้องสาว
       “ภาเสร็จรึยัง”
       “เสร็จแล้วค่ะ....ขอเข้าห้องน้ำก่อน...”
       “พี่ไปรอที่คณะนะ”
       “ค่ะ”
       สุตาภัญเดินออกไปจากห้องน้ำ เจอเสาวนิตย์ที่กำลังเดินผ่านมา
       “ลูกภา”
       สุตาภัญอึ้งตะลึงที่เจอแม่ เสาวนิตย์เข้าไปโผกอดสุตาภัญด้วยความรักและคิดถึง
       “แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน”
       “ตาก็คิดถึงแม่ค่ะ”
       สุตาภัญกอดเสาวนิตย์เต็มรัก สองคนร้องไห้ด้วยความดีใจ
      
       ชนกชนม์ยืนมองแม่อย่างตื่นตะลึง คาดไม่ถึง ชลนิภาตัดสินใจจะเดินหนีไป เพื่อตามหาชยางกูร
       “คุณแม่ครับ”
       ชลนิภาเดินไป แล้วตัดสินใจหยุด หันกลับมามองชนกชนม์
       “คุณแม่มาทำธุระอะไรครับ? รึว่าคุณแม่มาหาน้อง”
       “ใช่...ฉันมาหาลูกกูร อย่าเข้าใจผิดคิดว่าฉันมาหาแก”
       “น้องกูรคงอยู่ที่คณะทางด้านโน้น.. ผมพาไปครับ”
       “ไม่ต้อง ฉันมีปัญญาไปเองได้”
       ชนกชนม์ยิ้มให้ อยากคุยอยากถามไถ่ชลนิภา เพราะห่วงใย
       “คุณแม่สบายดีนะครับ”
       “ฉันป่วยคงมาที่นี่ไม่ได้..
       ชลนิภารู้สึกเป็นห่วง แต่ไม่ได้ถามตรงๆ เห็นชุดที่ชนกชนม์แต่งตัวเป็นญี่ปุ่นก็แปลกใจ
       “แกแต่งชุดบ้าอะไร ไม่ไปเรียนหนังสือ”
       “วันนี้ผมไม่มีเรียน ผมมารับจ๊อบแจกใบปลิวครับ ผมทำงานเก็บเงินไว้เป็นค่าเทอม วันไหนมีตลาดนัดผมก็ทำเครื่องประดับมาขาย พอจะมีรายได้ไว้ใช้ครับ”
       ชนกชนม์เล่าด้วยความภาคภูมิใจ ชลนิภาฟังก็รู้สึกสงสารลูก ที่ต้องมาทำบาก แต่ก็ไม่แสดงออก
       “ทำอะไรก็ทำไป อย่าทำให้ฉันเดือดร้อน”
       ชลนิภาจะเดินออกไป ชนกชนม์เรียกไว้
       “คุณแม่ครับ”
       ชลนิภาหยุดเดิน แต่ไม่ยอมหันกลับหาชนกชนม์
       “ผมคิดถึงคุณแม่...คุณแม่รักษาสุขภาพด้วยนะครับ”
       ชลนิภาฟังแล้วเต็มตื้น น้ำตาไหลริน ชนกชนม์พูดจบก็เดินออกไป
      
       ชลนิภารู้ว่าชนกชนม์เดินออกไปแล้ว จึงหันกลับไปมองตามลูกชายไป น้ำตาไหลออกมาด้วยความตื้นตันใจ


  


       สุตาภัญกอดเสาวนิตย์แน่น เสาวนิตย์ดันตัวลูกออกเบาๆ ยืนมองสำรวจสุตาภัญด้วยความเป็นห่วง
      
       “ลูกเป็นยังไงบ้าง กินอยู่ยังไง พักที่ไหน แล้วน้องล่ะ น้องพักกับลูกรึเปล่า”
       สุรัมภาเดินออกจากห้องน้ำ เจอเสาวนิตย์ ก็ตกใจระคนดีใจ
       “คุณแม่คะ”
       “ลูกภา...กลับไปอยู่บ้านของเรานะลูก”
       “คุณแม่กลับไปเถอะค่ะ...อย่าทำให้ภารู้สึกแย่กว่านี้”
       “ทำไมลูกพูดอย่างนั้น” เสาวนิตย์ตกใจ
       “ภาอาย...ภารู้สึกผิดที่ทำให้คุณแม่เสียใจ...คุณแม่ต้องถูกคุณพ่อทำร้ายเพราะภา”
       สุตาภัญ พูดเสริมสุรัมภา “คุณพ่อไม่มีวันให้อภัยตากับน้อง...คุณแม่ลืมลูกไม่รักดีคนนี้เถอะค่ะ”
       เสาวนิตย์บอกสุตาภัญและสุรัมภา “จะให้แม่ลืมลูกได้ยังไง...ในเมื่อลูกเป็นลูกแม่...ไม่ว่าลูกจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน...ลูกก็คือลูกของแม่”
       สุตาภัญและสุรัมภาโผเข้ากอดแม่ ทั้งสามคนกอดกันกลมด้วยความรักและคิดถึง
      
       ด้านชนกชนม์เข้าไปรับเงินค่าจากนายจ้าง
       “เก่งนะเรา..รู้จักทำมาหากินตั้งแต่เรียนหนังสือ คุณพ่อคุณแม่สอนดี ท่านคงภูมิใจน่าดู”
       “ใช่ครับ..ท่านคอยเป็นกำลังใจให้ผม คุณแม่ภูมิใจในตัวผมมาก”
       ชนกชนม์ไหว้ลานายจ้าง แล้วเดินออกไป
       ชลนิภายืนแอบมองที่มุมหนึ่ง ภูมิใจในสิ่งที่ชนกชนม์ทำ และตื้นตันใจที่ชนกชนม์ยังรักเธอ เสียงโทรศัพท์ชลนิภาดังขึ้น ชลนิภารับสาย
       “คุณแม่ชยางกูรค่ะ จะให้ดิฉันไปพบอาจารย์ที่ตึกไหนคะ”
       ชลนิภารับสายจากอาจารย์ของชยางกูร แล้วเดินออกไป
      
       เสาวนิตย์บอกสุตาภัญและสุรัมภา
       “ลูกกลับบ้านกับแม่นะ”
       สุตาภัญกังวลใจ “คุณพ่อคงไม่ยอม”
       “ใครบอกล่ะ แม่รู้ว่าคุณพ่อก็ห่วงลูกมาก ไม่งั้นคงไม่พาแม่มาส่ง”
       สุตาภัญและสุรัมภากังวลใจ
       “คุณพ่อมาที่นี่”
       เสาวนิตย์พยักหน้า “คุณพ่อเป็นคนปากแข็งใจแข็ง แต่ยอมมากับแม่ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณพ่อรักและเป็นห่วงลูก...ไปหาคุณพ่อเถอะ”
       สุรัมภายังกลัวสุทินไม่หาย หันไปขอความเห็นจากสุตาภัญ
       “พี่ตาว่าไงคะ”
       “ไปหาคุณพ่อกัน” สุตาภัญตัดสินใจ
       สุรัมภากังวลใจไม่หาย “พี่ตา..ภากลัว”
       “เชื่อคุณแม่สิ....คุณพ่อคงให้อภัยพวกเราแล้ว...เราไปกราบขอโทษท่าน”
       สุตาภัญพูดให้กำลังใจน้อง สุรัมภาคลายกังวล ยอมไปด้วย
       “รีบไปกันเถอะ คุณพ่อเองก็ต้องดีใจที่ได้เจอหน้าลูก”
       เสาวนิตย์ดีใจรีบพาสุตาภัญและสุรัมภาไปหาสุทิน
      
       ฟากสุทินยืนอยู่ที่รถ รอนานแล้วแต่เสาวนิตย์ยังไม่กลับมา สุทินมองนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา ก็เริ่มคิดถึงสุตาภัญ ตัดสินใจออกเดินตามไปหาสุตาภัญ
      
       ฝ่ายชนิกานต์ชะเง้อคอรอคอยธีรดนย์ด้วยความเป็นห่วงมาก
       “นายธีหายไปไหนของเขานะ...ข้ามวันข้ามคืน”
       ชนิกานต์รอคอยธีรดนย์ด้วยความเป็นห่วง มองไปที่ถนนหน้าตึก เห็นรถวิ่งเข้ามาก็ดีใจ
       “ธี!”
       ชนิกานต์รีบวิ่งไปเพื่อรอรับธีรดนย์ กฤติยาเดินออกมาพอดี เห็นชนิกานต์วิ่งไป ก็แปลกใจ มองตาม
      
       ธีรดนย์ขับรถเข้ามา มองเห็นชนิกานต์ยืนรอห่างออกไปก็หยุดรถไม่พอใจ ชนิกานต์ยืนยิ้ม รอให้ธีรดนย์ออกจากรถ
       แต่ธีรดนย์เร่งเครื่อง แล้วเดินหน้า พุ่งเข้าไปหาชนิกานต์
       กฤติยายืนมอง เริ่มเอะใจที่เห็นธีรดนย์ขับรถพุ่งมาหาชนิกานต์เร็วและแรง
       ชนิกานต์มองรถที่พุ่งมา อย่างแปลกใจ ธีรดนย์ขับรถ พุ่งตรงเข้าหาชนิกานต์อย่างจงใจ ชนิกานต์ตกใจ แล้วธีรดนย์เบรครถดังเอี๊ยด ห่างจากชนิกานต์เพียงนิดเดียว
       ชนิกานต์ยืนตัวสั่นด้วยความกลัว กฤติยาโล่งใจที่ชนิกานต์ปลอดภัย
      
       ธีรดนย์ลงจากรถ มีอาการกึ่มๆ สภาพเหมือนคนเมาเหล้า ดื่มมาอย่างหนัก กลิ่นละมุดหึ่ง
       ชนิกานต์ตกใจน้ำตาไหล “ธี”
       “รู้รึยังว่าความกลัวเป็นยังไง ตอนที่เธอขับรถชนแม่ฉัน แม่ฉันรู้สึกยังไง”
       ชนิกานต์ร้องไห้โฮ ด้วยความเสียใจ
       “ฉันไม่น่าเบรกรถ ฉันน่าจะชนเธอให้ตาย เธอควรรับกรรมที่ทำไว้กับแม่ฉัน!”
       “ฉันขอโทษ จะให้ฉันกราบเท้านายฉันก็ยอม...ขอให้นายให้อภัยฉัน ดีกับฉันบ้าง”
       ธีรดนย์เหยียดยิ้มขณะมองชนิกานต์ หวนนึกไปถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่ชนิกานต์สั่งให้ตนก้มกราบขอโทษ
       “คุณหนูเอาแต่ใจที่เคยสั่งฉันให้กราบเธอ วันนี้ยอมก้มหน้ากราบเท้าขี้ข้า...เอาสิ กราบฉันจนกว่าฉันจะให้อภัยกับสิ่งที่เธอทำกับฉัน”
       ชนิกานต์ก้มลงกราบเท้าธีรดนย์ทั้งน้ำตา
       “กราบอีก! กราบอีก!” ธีรดนย์บอกอย่างบ้าคลั่ง
       กฤติยามองด้วยความแปลกใจ ที่ชนิกานต์ยอมทำตามสั่งของธีรดนย์
       ชนิกานต์ก้มลงกราบเท้าธีรดนย์ ถูกธีรดนย์เอาเท้ามาเหยียบมืออย่างแรง
       ชนิกานต์ร้องลั่น “โอ๊ย ฉันเจ็บ”
       “มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เธอเคยทำกับฉันและแม่ ฉันเกลียดเธอ! ฉันเกลียดเธอ”
       ธีรดนย์ผลักร่างชนิกานต์ออกไปอย่างไม่ใยดี ชนิกานต์ลุกขึ้นวิ่งเข้ามาโอบกอด
       “ฉันขอโทษ ฉันสัญญา ฉันจะไม่ทำร้ายความรู้สึกนายอีกแล้ว ฉันจะยอมนายทุกอย่าง อย่าโกรธอย่าเกลียดฉันนะ”
       ธีรดนย์มองหน้าชนิกานต์ ยิ้มเหมือนจะยอมให้อภัย แต่กลับผลักชนิกานต์ออกไปเต็มแรง ชนิกานต์ล้มลงหัวกระแทกกับรถ ธีรดนย์มองเย้ยไม่สนใจ เดินไปทางหลังบ้าน
       “นิกกี้ เธอเป็นยังไงบ้าง?"
      
       กฤติยาประคองชนิกานต์เข้าไปในคฤหาสน์อย่างเวทนา
      

      
       ส่วนชนกชนม์ยืนยิ้มนับเงินค่าแรงที่ได้รับจากนายจ้าง กำเงินในมือยิ้มออกมาอย่างสุขใจ
      
       “ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงได้ห้าพัน อยู่ได้อีกหลายวันเลย”
       แต่จู่ๆ ชยางกูรเข้ามาดึงเงินไป ชนกชนม์ตกใจ
       “กูร....เอาเงินฉันคืนมา!”
       “ฉันขอ!”
       “ฉันให้นายไม่ได้ มันเป็นเงินของตา” ชนกชนม์ไม่ยอม
       “เงินใครฉันไม่สน...แกมีเงินให้ฉันอีกไหม”
       “ไม่มี”
       “โกหก! แกขายของได้เงินตั้งเยอะ เอาบัตรเอทีเอ็มมา ฉันจะไปกด”
       ชนกชนม์ฉุน “นายได้ไปก็เอาไปเล่นการพนันหมด ฉันไม่ให้”
       ชยางกูรเข้าไปจะแย่งกระเป๋าเงินจากชนกชนม์
       จังหวะนั้นลูกน้องปรัชญาเดินเข้ามา ชยางกูรเห็นก็ตกใจ รีบวิ่งหนีไป สมุนปรัชญาวิ่งไล่ตาม
       ชนกชนม์ตกใจห่วงน้อง “กูร!”
      
       ชลนิภาออกจากห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษา หน้าตาไม่ดี
       “ผมฝากดูแลลูกชายคุณด้วย ไม่งั้นแกจะหมดสิทธิ์สอบ” อาจารย์บอก
       “ค่ะ”
       อาจารย์เดินกลับเข้าไปในห้อง ชลนิภาเครียดเรื่องชยางกูรที่ได้รับฟังมา
       “ลูกกูร”
      
       ฟากชยางกูรยังวิ่งหนีลูกน้องปรัชญาไม่คิดชีวิต แต่ชยางกูรแทบช็อกวิ่งมาเจอเฮียปรัชญายืนดักรออยู่กับเพทาย
       “เฮีย..ฉันไม่ได้ตั้งใจเบี้ยวเฮีย” ชยางกูรละล่ำละลัก
       “เฮียรู้....ใครดีเฮียก็ดีตอบ ใครชั่วเฮียก็จัดหนัก”
       ปรัชญาตบหน้าชยางกูรเต็มแรง
       ชยางกูรตกใจ “เฮีย”
       ปรัชญาสั่งลูกน้อง “สั่งสอนให้หลาบจำ”
       ชยางกูรหน้าซีด ตกใจ ลูกน้องปรัชญาเข้าไปเล่นงาน ชยางกูรจะสู้ แต่สู้ไม่ได้ เพทายยืนมองด้วยความสะใจ
       ลูกน้องปรัชญาเล่นงานชยางกูรหนัก จนชยางกูรเซล้มลงไปกองกับพื้น ชนกชนม์วิ่งเข้ามา ตะโกนห้าม
       “หยุดนะ!”
       “แกช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย!”
       ชยางกูรลนลานกลัวพวกปรัชญา ชนกชนม์ตกใจที่ชยางกูรถูกทำร้าย
      
       พอเสาวนิตย์พาสุตาภัญและสุรัมภามาที่รถจอด แต่กลับไม่เจอสุทิน
       “คุณพ่อล่ะคะ” สุตาภัญงง
       “นั่นสิ...บอกว่าจะรอที่รถ....รึว่าคุณพ่อออกไปตามหาลูก” เสานิตย์ว่า
       สุตาภัญยิ้ม รู้สึกดี “คุณแม่กับภารอที่นี่ดีกว่า ตาไปตามให้เองค่ะ”
       เสาวนิตย์และสุรัมภายิ้มให้ สุตาภัญเดินกลับไปที่คณะ ตามหาสุทิน
       สุรัมภาและเสาวนิตย์ยืนมองตามใบหน้ายิ้มแย้ม
      
       ชนกชนม์ต่อว่าปรัชญา
       “หยุดทำร้ายน้องฉัน! ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”
       ปรัชญาเย้ย “ไม่เคยได้ยินรึไง ตำรวจเป็นมิตรประชาชน และประชาชนอย่างเฮียก็กว้างขวางซะด้วย แกเป็นพี่ชายจะจ่ายหนี้แทนมันเฮียก็ยินดี”
       ชนกชนม์หันไปมองชยางกูร รู้ความจริงว่าปรัชญามาทวงหนี้
       “ฉันไม่มี”
       “ไม่มีก็ออกไป!”
       ปรัชญาหันไปมองลูกน้องเป็นเชิงสั่ง พวกลูกน้องเข้าไปดึงตัวชยางกูรมาเล่นงานต่อ
       “ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย”
       ชนกชนม์สงสารน้องแสบ เข้าไปช่วย สู้กับลูกน้องปรัชญา
       สุทินเดินตามหาสุรัมภามาเห็นเหตุการณ์ จึงยืนมองดูที่มุมหนึ่ง
      
       ส่วนชลนิภาเดินตามหาชยางกูร แต่มาเจอเสาวนิตย์กับสุรัมภา
       “คุณ!” เสาวนิตย์แปลกใจ
       ชลนิภาก็แปลกใจ “มาทำอะไรกัน? คงไม่พาลูกสาวมาเรียกค่าเสียหายจากลูกชายฉันถึงที่นี่!”
       สุรัมภารู้สึกกลัวชลนิภา ไม่กล้าสู้หน้าหลบหลังแม่ เสาวนิตย์ปกป้อง
       “เรื่องนั้นคุณไม่ต้องกังวล ดิฉันจะไม่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือหากิน และที่สำคัญ ดิฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวคุณ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า”
       “ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน..อ้อ..กรุณาเอาคำพูดนี้บอกสามีคุณด้วย”
      
       ชลนิภาเดินเชิดออกไป ตามหาชยางกูรต่อ เสาวนิตย์ไม่พอใจนักที่ถูกต่อว่า


  


       ชนกชนม์ยังคงต่อยตีสู้กับลูกน้องปรัชญา แต่ถูกลูกน้องปรัชญาเข้ามารุมเล่นงาน จนเสียท่า สุตาภัญเดินตามหาสุทิน เห็นชนกชนม์ถูกเล่นงานจึงวิ่งเข้ามาห้ามไว้
      
       “หยุดนะ”
       สุทินมองอยู่ รู้สึกแปลกใจที่สุตาภัญเข้ามาห้าม
       ปรัชญามองสุตาภัญ ยิ้มพอใจที่ได้เจอสุตาภัญอีกครั้ง
       สุตาภัญเข้าไปดูชนกชนม์ที่ล้มลงอยู่ที่พื้น
       “นายเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น”
       ลูกน้องปรัชญาจะเข้าไปเล่นงานชนกชนม์ต่อ ปรัชญาสั่งหยุด
       “พอแล้ว” ปรัชญาหันไปขู่ชยางกูร “อย่าเล่นอย่างนี้กับเฮียอีก...นี่แค่ใบเหลือง รีบหาเงินไปเคลียร์ ก่อนจะโดนใบแดง”
       ปรัชญาขู่เสร็จ ก็เดินหนีไป เพทายและลูกน้องตามไป พวกปรัชญาเดินผ่านสุทินที่ยืนมองอยู่
       สุทินหันกลับไปมองสุตาภัญ ไม่พอใจที่สุตาภัญยังเกี่ยวข้องกับชนกชนม์และชยางกูร
      
       ชนกชนม์เข้าไปดูชยางกูร
       “กูร...นายเป็นยังไงบ้าง”
       ชยางกูร ผลักออก “ไม่ต้องยุ่ง!”
       สุตาภัญ ไม่พอใจมาก “พี่ชายมาช่วยยังไม่สำนึกอีก ดีแต่สร้างปัญหาให้คนอื่น”
       “ไม่ต้องมาสอนฉัน”
       ชยางกูรพยายามยันตัวลุกขึ้น
       ระหว่างนั้นชลนิภาเดินเข้ามาเห็น ชะงัก ยืนฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
       ชนกชนม์เตือนสติชยางกูร “กูร ชีวิตนายจะพังเพราะการพนัน นายเลิกซะ”
       ชยางกูรยังมีหน้าโกหก “ฉันเลิกแล้ว...แต่ฉันต้องหาเงินไปใช้หนี้มัน ฉันขอยืมแกห้าล้าน”
       ชนกชนม์และสุตาภัญตกใจที่ชยางกูรติดหนี้เยอะขนาดนั้น ชลนิภาที่ฟังอยู่ ก็ตกใจ
       “มากขนาดนั้นฉันไม่มีหรอก เอางี้สิ...นายมาช่วยฉันทำงานแล้วค่อยผ่อนให้หนี้พวกมัน”
       ชลนิภาได้ฟังคำพูดของชนกชนม์ รู้สึกดีนิดๆ ที่ชนกชนม์มีความคิดที่ดี
       “ฉันไม่ยอมลำบากนั่งขายของแลกเงินเหมือนขอทาน! แล้วต้องทำงานกี่ปีกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด” ชยางกูรไม่ใส่ใจ
       “นายมีทางเลือกเดียว ไปขอเงินคุณแม่ แล้วบอกความจริงทั้งหมด”
       “ไม่ได้! ให้คุณแม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด!”
       ชลนิภาทนฟังไม่ไหวตัดสินใจเดินเข้าไปหาชยางกูรทันที
       “ลูกกูร”
       ชยางกูรหันไปเจอชลนิภาก็ตกใจ ชนกชนม์และสุตาภัญกังวลใจที่ชลนิภามาที่นี่ กลัวจะเกิดปัญหาใหญ่โตอีก
      
       ฝ่ายเสาวนิตย์กังวลใจที่สุตาภัญและสุทินยังไม่กลับมา หันไปบอกสุรัมภา
       “ลูกไปกับแม่”
       “ไปไหนคะ? คุณพ่อกับพี่ตายังไม่มาเลย”
       “แม่ไม่อยากให้คุณพ่อเจอกับคุณชลนิภา ไม่งั้นต้องมีเรื่องกันอีก”
       “ค่ะ”
       เสาวนิตย์พาสุรัมภาออกตามหาสุทิน
      
       ชนกชนม์และสุตาภัญกังวลใจ กลัวเกิดเรื่องอีก ชลนิภาแสร้งถามทำทีไม่รู้เรื่องอะไรเลย
       “ลูกกูร ทำไมเนื้อตัวเป็นแบบนี้”
       ชยางกูรไม่กล้าบอกความจริง
       “บอกความจริงกับแม่มา...มันเกิดอะไรขึ้น”
       “คุณน้าอยากรู้ความจริง ตาจะเป็นคนบอกให้ค่ะ”
       ชยางกูรลนลานกังวลใจ กลัวสุตาภัญบอกความจริง
       “ลูกชายคุณน้า...”
       ชนกชนม์ชิงตอบแทน “กูรมีเรื่องกับเพื่อนครับ”
       สุตาภัญแปลกใจที่ชนกชนม์แก้ตัวให้ชยางกูร จึงหยุดเล่า
       “เรื่องอะไรกัน”
       ชลนิภาแสร้งถาม อยากรู้ว่าชนกชนม์จะบอกเล่าอะไร
       “ตามประสาผู้ชายครับ ผมมาช่วยเคลียร์ ปรับความเข้าใจกันได้แล้วครับ”
       สุตาภัญแปลกใจที่ชนกชนม์โกหกให้ชยางกูร ขณะที่ชยางกูรยิ้มออกที่ชนกชนม์ไม่บอกความจริงแม่ รีบเสริม
       “เรื่องก็เป็นอย่างที่พี่ชนม์พูดครับ”
       ชลนิภาทำทีเป็นยิ้ม แต่จู่ๆ เปลี่ยนสีหน้าเป็นผิดหวัง “ทำไมต้องโกหกแม่”
       ชยางกูร ชนกชนม์และสุตาภัญแปลกใจในคำพูดชลนิภา
       “แม่ได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว...ลูกติดหนี้การพนัน”
       ชยางกูรตกใจ หน้าซีด “คุณแม่”
       ชลนิภาย้อนถามชนกชนม์ด้วยน้ำเสียงอ่อนลง และทีท่าอ่อนโยนแต่ยังไว้ตัว “เธอปกป้องน้อง เพื่ออะไร เธอต้องการอะไรจากฉัน”
       “ผมไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร ไม่เคยคิดให้คุณแม่รับผมกลับบ้าน แต่ผมเป็นห่วงน้อง ผมรักน้อง ไม่อยากให้น้องมีปัญหาครับ”
       ชลนิภาได้ฟัง ก็รู้สึกดีกับชนกชนม์มากขึ้น
       สุตาภัญเห็นท่าทีของชลนิภาดีใจกับชนกชนม์ แต่ชยางกูรไม่พอใจที่ชลนิภาเริ่มมองชนกชนม์ในแง่ดี
       ชลนิภาหันมาบอกชยางกูร “ลูกกูรกลับบ้าน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
       ชยางกูรรับคำอย่างกังวลใจ “ครับ”
       ชลนิภาบอกชนกชนม์ “เธอไปกับฉัน ฉันอยากรู้ความจริงทั้งหมด”
       ชนกชนม์รู้สึกดี ที่ชลนิภาเปิดใจยอมรับฟังตน
       สุตาภัญยิ้มรู้สึกดีใจด้วย หันไปบอกชนกชนม์
       “นายไปกับแม่นายเถอะ ฉันเองก็จะกลับบ้าน คุณพ่อมารับฉันกลับบ้าน
       ชนกชนม์รู้เรื่องนี้ก็ดีใจกับสุตาภัญ
       “ไปกันได้แล้ว” ชลนิภาบอก
       ชลนิภาบอกชนกชนม์ ชนกชนม์จะเดินไป แต่แล้วสุทินเดินเข้ามาขวางไว้
       “จะรีบไปไหนกัน”
       สุตาภัญตกใจ “คุณพ่อ”
      
       ชลนิภาตกใจและแปลกใจที่เจอสุทิน


  


       ฝ่ายเสาวนิตย์และสุรัมภา ต่างเร่งเดินหาสุทินและสุตาภัญ สุรัมภามองไปมุมหนึ่งเห็นสุทินก็ดีใจบอกเสาวนิตย์
      
       “คุณพ่อกับพี่ตาอยู่ด้านโน้นค่ะ”
       เสาวนิตย์หันไปมอง เดินเข้าไปอีกนิด เห็นชลนิภาและชยางกูรอยู่ด้วยก็กังวลใจ
       “คุณชลนิภา!!”
      
       ทุกคนรวมตัวกันอยู่ตรงมุมหนึ่งในมหาวิทยาลัย ชลนิภาถามสุทิน ด้วยความไม่พอใจ
       “วันก่อนบอกไม่อยากเจอหน้าฉัน แล้วมาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก”
       “ไอ้ผู้ชายหน้าตัวเมียคนนี้ใช่ไหมที่ข่มขืนลูกผม”
       สุทินจะเข้าไปทำร้ายชยางกูร
       ชยางกูรตกใจ “คุณแม่ครับช่วยกูรด้วย”
       ชลนิภาผลักสุทินออกไป “อย่ามาทำร้ายลูกฉัน”
       สุทินชี้หน้าชยางกูร “แกยอมรับมาซะว่าแกเป็นคนทำ”
       “ผมไม่ได้ทำ ผมถูกใส่ร้าย”
       สุทินหันมาถามสุตาภัญ “สุตาภัญ เธอบอกฉันมา ใครทำลายน้อง”
       สุรัมภายืนอยู่กับเสาวนิตย์ ตกใจกลัว เสาวนิตย์กอดปลอบใจ
       “ชยางกูร นายหมดทางแก้ตัวแล้ว ยอมรับเถอะว่านายทำร้ายภา”
       “ไม่จริง! เธอเป็นพี่น้องกัน เข้าข้างกันเอง แล้วก็โกรธที่ฉันไม่เล่นด้วย”
       สุตาภัญ ตกใจ “นายว่าอะไรนะ”
       ชยางกูร ใส่ไฟสุทิน “คุณอารู้ไว้ด้วย ลูกสาวคุณอาชอบผม ตามตื๊อจะเป็นแฟน ผมไม่เล่นด้วยก็ใส่ร้าย โยนบาปให้ผม”
       สุทินหันไปมองสุตาภัญด้วยความโกรธ สุตาภัญตกใจที่ถูกชยางกูรใส่ร้าย
       “กูร นายหยุดสร้างเรื่องโกหกได้แล้ว!” ชนกชนม์โมโห
       ชลนิภาตกใจ “ชนกชนม์ หมายความว่าไง”
       “อยู่กันพร้อมหน้าก็ดีแล้ว จะได้เลิกคิดว่ามีใครใส่ร้ายใคร...” สุทินชี้หน้าชนกชนม์ “ถ้านายเป็นลูกผู้ชาย พูดออกมา พูดความจริงทั้งหมด!”
       ชยางกูรเริ่มกังวลใจ ชลนิภามองชนกชนม์ ใจคอไม่ดีนัก กลัวชยางกูรจะเป็นคนทำ
       ชนกชนม์บอกสุทิน “ลูกสาวคุณอาพูดความจริงครับ ชยางกูรขืนใจภา”
       ชยางกูรตกใจแก้ตัวพัลวัน “ไม่จริงนะครับคุณแม่ มันใส่ร้ายกูร มันเกลียดกูร”
       ชยางกูรร้องไห้วิ่งหนีไป ชลนิภาไม่พอใจ พาลโกรธชนกชนม์
       “ลูกกูร...” ชลนิภาตกใจ หันมาต่อว่าชนกชนม์ “ปากบอกว่ารักน้อง แต่แกเข้าข้างพวกมันทำร้ายน้อง..แกมันดีแต่หาเรื่องให้น้อง เลิกยุ่งกับลูกฉันสักที”
       ชนกชนม์เสียใจมากที่ชลนิภายังคงเกลียดชังตน
       “ได้ครับคุณแม่”
       ชลนิภาอึ้งที่ชนกชนม์ตอบอย่างนี้
       “ต่อไปนี้...ไม่ว่าน้องจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น...ผมจะไม่สนใจน้องอีก”
       ชนกชนม์ยกมือไหว้ชลนิภา แล้วเดินออกไปด้วยความเสียใจ
       ชลนิภารู้สึกเสียหน้า “อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีกนะ”
       ชนกชนม์เดินมาหยุดที่มุมหนึ่ง...น้ำตาไหล เสียใจ น้อยใจที่ถูกชลนิภาต่อว่า
      
       สุตาภัญสงสารชนกชนม์ เข้าไปหาชลนิภายกมือไหว้ชลนิภา
       “คุณน้าคะ ตาขอเถอะค่ะ...อย่าทำร้ายจิตใจชนกชนม์อีกเลย”
       ชลนิภาแหวใส่ “เธอกล้าดียังไงมาสอนฉัน!”
       สุตาภัญ ยกมือไหว้อีก “ตาขอโทษจริงๆ ค่ะ ตาไม่อยากให้ชนกชนม์เสียใจและหมดกำลังใจ ลูกคุณน้าเป็นคนดี เขาเสียสละทุกอย่าง...เขารักน้อง...รักคุณน้ามากนะคะ”
       “ไม่ต้องพูดดีกับฉัน ฉันรู้ทันเธอ”
       สุตาภัญ อึ้ง
       “หวังให้ฉันรู้สึกดียอมรับเธอด้วยคนงั้นสิ เธอนี่เล่นละครได้สมบทบาทมาก” พลางหันไปมองพูดแขวะสุทิน “ที่บ้านคงจะสอนมาดี ลูกถึงได้แอ๊คติ้งดีเหมือนพ่อแม่!”
       “คุณกำลังสบประมาทผม! ผมไม่เคยสั่งสอนให้ลูก” สุทินมองไปยังสุตาภัญขณะพูดประโยคต่อมา “ทำตัวแย่ๆอย่างที่คุณกล่าวหา!”
       ชลนิภาย้อน “เหรอคะ แล้วที่ลูกสาวคุณออกแว้นกับลูกชายนอกคอกของฉัน หนีออกจากบ้านตะลอนอยู่กับผู้ชาย...”
       สุทินโกรธหันไปมองสุตาภัญ ไม่พอใจที่ถูกชลนิภาต่อว่าเสียหาย
       “ทำตัวอย่างนี้จะให้เรียกอะไร...ถ้าไม่เรียกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน!”
       “คุณไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาผม ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลูกผม”
       สุตาภัญได้ฟังก็ช็อก ที่สุทินยังเกลียดชังเธอ เสาวนิตย์พาสุรัมภาเข้ามา
       เสาวนิตย์เสียใจที่สุทินต่อว่าสุตาภัญ “คุณคะ”
       ชลนิภาหันไปมองเหยียดเย้ยสุรัมภา “แต่คุณคงปฎิเสธไม่ได้ว่าลูกสาวที่ริรักในวัยเรียน...ท้องไม่มีพ่อคนนั้น เป็นลูกคุณ!”
       สุทินหันไปมองสุรัมภา พูดไม่ออก สุรัมภาเสียใจ ไม่อยากทำให้สุทินต้องเสียหน้า วิ่งหนีออกไป
       สุตาภัญตกใจเป็นห่วงน้อง “ภา” แล้ววิ่งตามออกไป
       สุทินไม่พอใจที่ชลนิภาทำให้ลูกๆ หนีไป และรู้สึกเสียหน้า สองคนเถียงกันลั่น
       “คุณไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องในครอบครับผม”
       “คุณก็หยุดวิพากษ์ครอบครัวฉัน”
       “แต่ลูกคุณทำให้ลูกผมต้องเดือดร้อน!”
       “ลูกคุณต่างหากที่ทำให้ลูกฉันปัญหา”
       เสาวนิตย์สุดจะทน เข้ามาห้ามไว้
       “พอเถอะค่ะ อย่ามัวทะเลาะเอาแพ้เอาชนะกันเลย ต่อให้คุณหาเหตุผลมาหักล้างกัน เกมนี้คงไม่มีผู้ชนะ เราทั้งสองครอบครัวคือผู้แพ้”
       ชลนิภาและสุทินนิ่งงัน อึ้งไป คิดตามที่เสาวนิตย์พูด
       “ดิฉันว่า...เราน่าจะคิดหาวิธี ทำยังไงให้ลูกมีความสุข และกลับมาอยู่กับเรา”
       สุทินและชลนิภาฟังคำพูดของเสาวนิตย์ก็สะอึก
       ชลนิภาได้สติ คิดถึงชยางกูร “ลูกกูร” รีบเดินออกไป
      
       เสาวนิตย์หันไปมองสามี สุทินรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


  


       ฝ่ายสุรัมภาร้องไห้วิ่งออกมา หยุดยืนที่มุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย ซึ่งชนกชนม์ยืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
      
       ชนกชนม์หันไปมองสุรัมภาที่ยืนร้องไห้อยู่ จึงเข้าไปปลอบใจ
       “ไม่ต้องเสียใจนะ...”
       ชนกชนม์พูดไม่ทันจบ สุรัมภาโผเข้ากอดชนกชนม์เหมือนคนเสียขวัญ ชนกชนม์สงสารกอดปลอบขวัญ
       “นั่นไง..พูดไม่ทันขาดคำ ซัดมาโฮใหญ่เลย”
       ชนกชนม์จับตัวสุรัมภาออกห่าง
       “ร้องไห้ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก นอกจากเราต้องเข้มแข็ง...ฮึบๆ”
       ชนกชนม์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ สุรัมภาเอามาเช็ดหน้า แต่ยังคงร้องไม่หยุด
       “หยุดร้องได้แล้ว....พี่มีผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวนะ”
       สุรัมภายิ้มทั้งน้ำตา ชนกชนม์หัวเราะขำ สุรัมภารู้สึกอบอุ่นใจที่มีชนกชนม์คอยดูแล
       สุรัมภาโผเข้าไปซบอกชนกชนม์อีก
       “อะไรเนี่ย? เด็กขี้แย”
       “ผ้าผืนเล็กนิดเดียวซับไม่หมดหรอก ต้องใช้เสื้อพี่ชนม์”
       สองคนหัวเราะให้กัน สุตาภัญเข้ามาเห็นภาพชนกชนม์ยิ้มหัวเราะกับสุรัมภาก็ยืนมอง รู้ว่าน้องสาวมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชนกชนม์
       ชนกชนม์หันไปเจอสุตาภัญ เดินหน้าเศร้าก็รีบพูดดักคอ
       “หยุดเลยนะ ห้ามร้องอีกคนล่ะ ทั้งผ้าเช็ดหน้าทั้งเสื้อ เปียกโชกหมดแล้ว”
       สุตาภัญยิ้มให้ชนกชนม์ พยายามกลั้นน้ำตา
       ชนกชนม์บิ้วท์ “ฮึ๊บๆ”
       สามคนเลยผสมโรงหัวเราะด้วยกัน ทิ้งความทุกข์ขมในใจไปชั่วขณะ
      
       คืนนั้นกฤติยาทำแผลให้ชนิกานต์เสร็จ
       “เธอสองคนมีปัญหาเรื่องอะไรกันอีก ฉันจะไปช่วยพูดให้”
       ชนิกานต์เสียงแข็ง “ไม่ต้อง”
       กฤติยาหน้าเสีย ชนิกานต์รู้สึกตัว ที่เผลอตะคอกท่าทีอ่อนลง
       “ปัญหาของฉัน ฉันเคลียร์เอง” ชนิกานต์จะลุกไปจากเตียง
       “เธอไปตอนนี้มีแต่จะแย่ลง เธอก็เห็นว่าธีรดนย์เมามาก รอให้เขาสร่างเมา พรุ่งนี้เช้าค่อยปรับความเข้าใจกัน”
       กฤติยาพูดปลอบใจ และให้ข้อคิด ชนิกานต์คิดตาม ยอมทำตามข้อเสนอของกฤติยา
       ชนิกานต์ล้มตัวลงนอน กฤติยาชักผ้าห่มมาคลุมให้ จะเดินออกไปจากห้อง ชนิกานต์จับมือกฤติยาไว้อย่างซึ้งใจ
       “ขอบใจเธอมาก...เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน”
       กฤติยายิ้มให้ “จ้ะ”
       กฤติยาจับมือกับชนิกานต์ สัญญาจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
      
       ส่วนธีรดนย์เดินเมา เปิดประตูเข้ามาในห้อง ธีรดนย์ไม่ยอมเปิดไฟ มองผ่านแสงสลัวตรงไปยังภาพของอุษา ด้วยความรู้สึกผิด
      
       ส่วนกฤติยาออกมาแล้วปิดประตูห้องนอนชนิกานต์ นึกเป็นห่วงธีรดนย์ เพราะธีรดนย์เมามาก
      
       ธีรดนย์เดินตรงไปที่ภาพอุษายกมือไหว้
       “แม่ครับ ผมขอโทษ ผมไม่สามารถรักษาคำพูดได้ ผมต้องทนอยู่ที่นี่ รับใช้คุณท่าน คุณหนูชีวิตของผมพังหมดแล้ว”
       กฤติยายืนอยู่หน้าห้อง ฟังธีรดนย์ระบายก็สงสาร
       “คนที่ผมรักก็บอกเลิก...ผมไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ไม่มีพ่อแม่...ไม่มีแม้แต่คนที่ผมรักสักคนเดียว...ผมอยากตายครับ ผมอยากตายไปอยู่กับแม่”
       ธีรดนย์ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
       กฤติยาเปิดประตูเข้ามากอดธีรดนย์ไว้
       “นายคิดอย่างนั้นไม่ได้นะ อย่างน้อยนายก็มีฉัน”
       ธีรดนย์แปลกใจ “แอน”
       “ชีวิตฉันก็ไม่ต่างจากนาย...ฉันไม่มีใครเหมือนกัน แต่ฉันก็จะอยู่...เพราะชีวิตฉันเป็นของฉัน”
       ธีรดนย์อึ้ง
       “นายจำได้ไหม ในวันที่ฉันท้อใจ ฉันจะไปจากที่นี่...นายเป็นคนรั้งฉันไว้”
       ธีรดนย์จำเหตุการณ์ที่กฤติยาจะออกไปจากบ้านเพราถูกณวัตรลวนลามจะขืนใจ และแตนพูดให้กำลังใจได้
       “ทุกครั้งที่ฉันเสียใจ ฉันมีนายคอยให้กำลังใจ...นายจะพูดว่านายไม่มีใครไม่ได้ นายยังมีฉัน..คนที่รักและหวังดีกับนายเสมอ” กฤติยาน้ำตาไหลริน
       ธีรดนย์มองกฤติยา อย่างตื้นตันใจ เช็ดน้ำตาให้กฤติยา
       “ทำไมเธอถึงได้ดีกับฉัน” ธีรดนย์ร้องไห้อีก
       กฤติยาเช็ดน้ำตาให้ธีรดนย์ “เพราะฉันรักนาย...”
       ธีรดนย์จ้องหน้าเช็ดน้ำตาให้กฤติยา “ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันมีคนรักอยู่แล้ว”
       กฤติยาใช้นิ้วมือเช็ดน้ำตาให้ธีรดนย์ “ความรักสำหรับฉัน ไม่จำเป็นต้องได้รักตอบ ขอแค่ฉันได้รักใครสักคน คอยดูแลให้เขามีความสุข ฉันขอเพียงแค่นี้”
       ธีรดนย์รับรู้ความคิดของกฤติยาก็ยิ่งตื้นตันใจ เด็กหนุ่มจูบซับน้ำตาให้ แล้วโอบกอดประคองร่างกฤติยาล้มตัวลงบนเตียงนอน
      
       แรงเร้าภายในใจ นำพาสองเด็กหนุ่มสาววัยเจริญพันธุ์ ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งกามตัณหาโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ

      
       คืนเดียวกันชนกชนม์ยกมือไหว้ขอโทษสุตาภัญ
      
       “ไหว้ฉันทำไม ไม่อยากอายุสั้น”
       “ก็ขอโทษอะ เงินที่เธอกับภาช่วยกันหาวันนี้ ชยางกูรเอาไปหมดแล้ว”
       “ช่างมันเถอะ หาใหม่ได้ ว่าแต่..นายมั่นใจได้ไงว่าชยางกูรจะกลับใจ เลิกเล่นพนัน”
       “ไม่มั่นใจหรอก...แต่นี่จะเป็นการให้โอกาสครั้งสุดท้าย ที่พี่จะให้น้องได้”
       “นายหมายความว่าไง”
       “ที่ฉันพูดกับคุณแม่ว่าฉันจะไม่สนใจน้องอีก ฉันไม่ได้ประชด...ฉันพูดจริงๆ...ฉันช่วยเขา ให้โอกาสเขาแก้ตัวหลายครั้ง...ฉันทำดีที่สุดแล้ว หลังจากนี้...เขาต้องดูแลตัวเอง”
       “นายจะไม่เสียใจนะที่คิดอย่างนี้”
       ชนกชนม์ส่ายหน้า “ชีวิตของใครก็เป็นของคนนั้น...เราดูแลเขาไม่ได้ทั้งชีวิตหรอก”
       สุตาภัญแซว “ลอกเลียนคำพูดฉัน”
       “ไม่ได้ก๊อป แค่จำมาพูด”
       ชนกชนม์หัวเราะชอบอกชอบใจ สุตาภัญจ้องมองชนกชนม์ไม่วางตา จนชนกชนม์แปลกใจ
       “มองพี่มีไรจ๊ะน้องสาว”
       ชนกชนม์แปลกใจที่สุตาภัญเอาแต่จ้องหน้าตน
      
       ส่วนสุรัมภายืนบิดผ้าเช็ดหน้า ตากไว้ที่ราวตรงระเบียง สุรัมภายืนมองผ้าเช็ดหน้าด้วยความสุขใจที่มีชนกชนม์คอยดูแลเธอ
      
       ชนกชนม์จ้องมองสุตาภัญนิ่งนาน สุตาภัญจับมือชนกชนม์ไว้ แล้วเอามือมาจับปากชนกชนม์ฉีกยิ้ม
       ชนกชนม์แปลกใจ ฉีกยิ้มให้สุตาภัญกว้างกว่าเดิม พูดเรื่องน้องสาว
       “ทุกครั้งที่ภาใกล้นาย ภาดูมีความสุขขึ้นมากเลยนะ”
       ชนกชนม์สนใจแต่สุตาภัญ “แล้วเธอล่ะ”
       “ก็โอเค ฉันดีใจที่นายคอยดูแลภา...ทำให้ภามีชีวิตชีวาขึ้น”
       ชนกชนม์สนใจแต่สุตาภัญอยู่อย่างนั้น “แล้วเธอล่ะ”
       “ก็โอเค....ฉันว่าภา…”
       สุตาภัญจะพูดเรื่องสุรัมภาอีก ชนกชนม์รีบเปลี่ยนเรื่อง
       “หยุดสนใจคนอื่นเลย...สนใจตัวเองบ้าง”
       “ก็ฉันมีน้องต้องดูแลนี่”
       “น้องเธอมีเธอดูแล แล้วเธอล่ะ ก็ต้องหาคนดูแลด้วย เอางี้...ฉันเสียสละทั้งชีวิตดูแลเธอ” ชนกชนม์ยิ้มแฉ่งให้สุตาภัญ “ชอบไหม”
       “ชอบ”
       “ชอบฉัน”
       สุตาภัญ อึ้ง “ทะลึ่ง ชอบที่มีบอดี้การ์ดต่างหาก”
       สุตาภัญผลักหน้าชนกชนม์ออกจะเดินหนีขึ้นห้อง ชนกชนม์เดินตาม
       “จะไปไหน”
       “ขึ้นห้อง”
       “ทะลึ่งอีกแล้วนะ...”
       สุตาภัญจะเอานิ้วจิ้มตา ชนกชนม์ห้ามไว้ แล้วแสร้งเอานิ้วจิ้มตาตัวเองแทนร้อง
       “จ๊าก”
       สุตาภัญ หัวเราะชอบใจ “กลับไปได้แล้ว”
       “ฝันดีนะครับ” ชนกชนม์เดินออกไป
       “อืมม...”
       ชนกชนม์หันกลับมาตะโกน “ฝันถึงฉันบ้างนะ”
       สุตาภัญ พยักหน้ารับ “อืมม...”
       ชนกชนม์ยิ้มหันกลับไป ชนกับต้นไม้ ร้องลั่น
       “โอ๊ย”
       สุตาภัญขำ ชนกชนม์เขินรีบวิ่งออกไป สุตาภัญมองตาม มีความสุข
       “ขอบใจนะ..ที่ดูแลกัน”
      
       คืนนั้นชนิกานต์เปลี่ยนใจ ไม่นอน ลุกขึ้นจากเตียง
       “ธีรดนย์...ฉันต้องคุยกับนายให้รู้เรื่อง”
       ชนิกานต์เดินออกไปจากห้อง
      
       กัณฐิกาออกจากห้องกฤติยา
       “ยัยแอนหายไปไหน”
       ชนิกานต์ออกจากห้อง เดินออกไป เพื่อไปหาธีรดนย์ กัณฐิกาเห็นก็แปลกใจ
      
       ส่วนธีรดนย์กอดกฤติยาไว้ รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
       “แอน...ฉัน...”
       “ฉันต้องกลับห้องแล้ว”
       ธีรดนย์พยักหน้าเข้าใจ และยิ่งรู้สึกผิด
      
       เวลาเดียวกันชนิกานต์กำลังเดินมุ่งหน้าไปทางห้องธีรดนย์


  


       กฤติยาแต่งตัวเสร็จ หันมามองธีรดนย์ แล้วจะเดินออกไป ธีรดนย์เข้ามาจับมือไว้
      
       “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น”
       “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...ไม่ใช่ความผิดของนาย...นายไม่ผิด”
       ธีรดนย์แปลกใจ
       “ฉันต่างหากที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น...อย่าไปใส่ใจเลย...นายลืมมันเถอะ”
       ธีรดนย์คลายความกังวลใจ กฤติยาจะเดินออกไป
       ขณะที่ชนิกานต์เร่งเท้าเดินไปยังห้องธีรดนย์
       กฤติยาจะเดินออกไปแล้ว ธีรดนย์เรียกไว้
       “แอน...เธอลืมสร้อย”
       ธีรดนย์ส่งสร้อยให้ กฤติยารับไว้ จะเดินออกไป ธีรดนย์เข้ามาโอบกอด
       “ฉันขอบใจเธอมากนะที่เธอเข้าใจฉัน เราเป็นเพื่อนเหมือนเดิมได้ใช่ไหม”
       กฤติยายิ้มให้
       จู่ๆ ประตูห้องเปิดออก ชนิกานต์มองเข้าไปในห้อง เห็นภาพธีรดนย์ยืนกอดกฤติยาอยู่ ก็ตาลุกเป็นไฟ ธีรดนย์และกฤติยาตกใจ
       “นิกกี้”
       ชนิกานต์ปราดเข้ามากระชากตัวกฤติยาออกไปจากห้องทันที
       ธีรดนย์ร้องห้าม “นิกกี้! อย่า”
      
       ชนิกานต์ลากตัวกฤติยามาแล้วเหวี่ยงลงสระน้ำ ร่างกฤติยาตกลงไปในสระ ชนิกานต์กระโจนตามลงไปในสระน้ำ ประจันหน้ากับกฤติยา ขณะที่กฤติยาหวาดกลัวชนิกานต์
       “พูดมาว่าภาพที่ฉันเห็นไม่เป็นความจริง”
       กฤติยาเงียบ
       “พูดออกมาสิว่าฉันเข้าใจผิด!”
       กฤติยาร้องไห้ “ฉันขอโทษ”
       ชนิกานต์ทั้งผิดหวังและเสียใจ “ฉันเปิดใจรับเธอเป็นเพื่อน เธอทำกับฉันได้ยังไง” ยิ่งพูดยิ่งโกรธ “ที่เธอพยายามทำดีกับฉัน อาสาเป็นแม่สื่อ เธอหลอกให้ฉันตายใจ เธอต้องการใกล้ชิดธี ต้องการแย่งธีไปจากฉัน”
       “ไม่ใช่นะ ฉันไม่ตั้งใจ”
       “ไม่ต้องแก้ตัว ฉันไม่เชื่อเธออีกแล้ว”
       “ให้อภัยฉันเถอะ จะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก”
       “ฉันเคยบอกเธอ ฉันไม่ยอมให้ใครแย่งธีไปได้ จำได้ไหม จำได้ไหม”
       ชนิกานต์ทะยานเข้าไปตบตีกฤติยาพัลวัน กฤติยาได้แต่ปัดป้อง ไม่คิดต่อสู้หรือทำร้ายชนิกานต์
       ธีรดนย์วิ่งเข้ามา กระโดดลงไปปกป้องกฤติยา
       “หยุดได้แล้ว”
       ธีรดนย์เข้าไปดึงตัวกฤติยาออกห่าง กันตัวกฤติยาไว้
       ชนิกานต์โกรธจัด “นายออกไป”
       ชนิกานต์จะเข้าไปทำร้ายกฤติยา แต่ธีรดนย์ผลักออก
       “เธอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายแอน”
       “นายลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็น…” ชนิกานต์ขู่
       ธีรดนย์กลัวชนิกานต์บอกความจริง “อย่านะ!”
       กฤติยาแปลกใจว่าทั้งสองมีความลับอะไร?
       ธีรดนย์บอกกฤติยา “เธอกลับห้องซะ”
       กฤติยารีบเดินขึ้นจากสระ ธีรดนย์คอยดูแลไม่ห่าง พาเดินไปจากบริเวณสระ ชนิกานต์มองตาม คิดอะไรบางอย่าง
      
       กัณฐิกามองหาชนิกานต์ เจอกับณวัตรที่นั่งทำงานอยู่มุมหนึ่ง
       “คุณจะไปไหน”
       “เอ่อ..ฉันเห็นหนูนิกกี้จะออกไปข้างนอก จะไปดูแลแกว่าเป็นอะไรรึเปล่าช่วงนี้ดูแกเศร้าๆ”
       “ผมก็มัววุ่นกับงาน ผมฝากคุณช่วยดูแลแกด้วย”
       “ค่ะ”
       กัณฐิการีบออกไป เพื่อตามหาชนิกานต์ ณวัตรเป็นห่วงชนิกานต์ แต่ต้องรีบทำงานต่อให้เสร็จ
      
       ธีรดนย์พากฤติยาจะกลับเข้าไปยังคฤหาสน์ด้านใน ชนิกานต์วิ่งตามเข้ามา ยื้อตัวกฤติยาไว้
       “กลับมาก่อน ฉันมีเรื่องต้องบอกเธอ!”
       ธีรดนย์รีบตัดบทบอกกฤติยา “รีบเข้าห้องไปซะ”
       กฤติยาจะเดินเข้าไปด้านใน ชนิกานต์ตะโกนบอกกฤติยา
       “ฉันเป็นแฟนกับธี ฉันเป็นของเขาแล้ว”
      
       ธีรดนย์อึ้งที่ชนิกานต์บอกความจริง ส่วนกฤติยารู้เรื่องนี้ก็ตกใจ


  


       สามคนอยู่ตรงมุมหนึ่งที่คฤหาสน์ณวัตร กฤติยายืนนิ่งอึ้ง หลังรู้ว่าชนิกานต์ตกเป็นของธีรดนย์แล้ว
      
       “ได้ยินไหมว่าฉันเป็นของธี”
       กฤติยาหันมาถามธีรดนย์ “นิกกี้พูดจริงใช่ไหม”
       ธีรดนย์ไม่กล้าตอบรับ หลบหน้าวูบ กฤติยาจึงรู้ทันทีว่าจริง
       “นายใจร้ายมาก นายไม่น่าทำอย่างนี้” กฤติยาด่า
       ชนิกานต์เดินเข้ามาหากฤติยา “รู้ความจริงแล้วก็อย่าแย่งธีไปจากฉัน” จับตัวกฤติยาเขย่าๆ “ธีเป็นแฟนฉัน ฉันรักธี”
       กัณฐิกาเข้ามาเห็นปราดเข้ามาดึงตัวชนิกานต์ออก เข้าไปปกป้องกฤติยา
       “ปล่อยหลานฉันนะ แอน..มีเรื่องอะไรกัน”
       กัณฐิกาสงสัยถามกฤติยา แต่กฤติยาไม่กล้าตอบ
       ชนิกานต์พาลหันไปต่อว่ากัณฐิกา “เป็นแผนของแกใช่มั้ย”
       “เธอพูดอะไร”
       “แกจับธีไม่ได้ใช้หลานมาเป็นไม้สอง ถึงขั้นให้หลานบุกเข้าไปอ่อยปลุกปล้ำธี”
       กัณฐิกาฉุนกึก “ฉันไม่เคยสอนให้ยัยแอนทำอย่างนั้น แล้วแอนก็ไม่มีวันทำเรื่องบัดสีอย่างที่เธอกล่าวหา”
       ชนิกานต์ด่า “กล้าเถียงหน้าด้านๆ ถามหลานหน้าใสใจซื่อของเธอสิ ว่าทำงามหน้าอะไรไว้”
       กัณฐิกาหันถามกฤติยา “แอน บอกน้า...เกิดอะไรขึ้น”
       กฤติยาไม่กล้าพูดความจริง วิ่งหนีเตลิดไปที่คฤหาสน์ กัณฐิกานิ่งอึ้ง พอจะเดาเรื่องราวได้
       “ยัยแอน”
       ชนิกานต์เยาะเย้ยถากถาง “เป็นไง หลานสาวแสนดีวิ่งหนีความจริงไม่กล้าสู้หน้าฉัน แกยอมรับได้แล้วว่าเป็นแผนชั่วของแก เอาธีไปกินทั้งน้าหลาน”
       “เลิกพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ถึงฉันจะดูแย่ในสายตาเธอ ฉันก็ไม่เคยคิดใช้ยัยแอนเป็นเครื่องมือ และฉันไม่เคยมีความคิดสกปรกอย่างใจเธอ”
       กัณฐิกาวิ่งกลับไปหากฤติยา
       ชนิกานต์โกรธจัด “อย่ามาย้อนด่าฉัน...กลับมาก่อน ลากตัวหลานแกมาคุยให้รู้เรื่อง!”
       ชนิกานต์จะตามไป ธีรดนย์กันชนิกานต์ไว้
       “หยุดอาละวาดได้แล้ว!”
       ชนิกานต์เข้าสวมกอดธีรดนย์ไว้แน่น ร้องไห้ไม่ยอมปล่อย
      
       ด้านสุตาภัญเข้ามาขอโทษสุรัมภา
       “ภา...พี่ขอโทษนะ”
       “ขอโทษภาเรื่องอะไร”
       “พี่ทำให้คุณพ่อโกรธ ภาอดกลับบ้าน”
       “ภาสิต้องขอโทษพี่ตา คุณพ่อเสียหน้าเสียใจเรื่องของภา”
       สุตาภัญเข้าไปโอบกอดปลอบใจสุรัมภา
       “อย่างน้อยก็น่าดีใจนะ ที่คุณพ่อตั้งใจมารับเรากลับบ้าน พี่เชื่อว่าอีกไม่นาน คุณพ่อต้องให้อภัยพวกเรา”
       “ภาก็เชื่ออย่างนั้นค่ะ”
       ทั้งสองกอดให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
      
       กัณฐิกาเดินเข้ามาในห้องนอน กฤติยายืนหันหลังอยู่ หันกลับมามองกัณฐิกาทั้งสองมองหน้ากันสู้สายตากัน
       “นิกกี้พูดเป็นความจริงค่ะ ภายนอกลูกของแม่หน้าใสใจซื่อ แต่ภายในชั่วช้าทำเรื่องเลวทราม”
       กัณฐิกาเสียใจที่รู้ว่ากฤติยาได้เสียกับธีรดนย์
       “ยัยแอน! ฉันไม่เคยสอนให้แกทำตัวอย่างนั้น ทำไม...ทำไม”
       กัณฐิกาเข้ามาเขย่าตัวกฤติยา
       “แอนขอโทษค่ะ แอนไม่รักดี ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชาย ทำให้แม่ต้องโดนเขาด่า...แม่ตีแอนให้ตายไปเลย”
       กฤติยาจับมือกัณฐิกาขึ้นมาตบหน้าตัวเองไม่หยุด กัณฐิกามองแล้วจับมือกฤติยาไว้
       “พอเถอะลูก”
       กฤติยามองกัณฐิกาด้วยความแปลกใจกัณฐิการ้องไห้ออกมา
       กฤติยาแปลกใจ “แม่”
       “เพราะแม่ใช่ไหม? ลูกถึงประชด ทำตัวแบบนี้...แม่ขอโทษ”
      
       กัณฐิกาโผเข้าสวมกอดลูกสาว กฤติยาแปลกใจที่กัณฐิกาไม่ต่อว่าหรือลงโทษตน


  


       ส่วนชนิกานต์กอดธีรดนย์ไว้แน่น
      
       “นายสัญญากับฉันสิ...นายจะรักฉันคนเดียว”
       ธีรดนย์ ดันตัวชนิกานต์ออก “ฉันทำไม่ได้”
       “นายรักแอน”
       ธีรดนย์บอก “ฉันรักตา”
       ชนิกานต์ผิดหวังและเสียใจ
       “ฉันต้องทำยังไง เธอถึงหยุดพูดหยุดคิดเรื่องนี้” ธีรดนย์อึดอัด
       ชนิกานต์เงียบ
       “ลืมมันได้ไหม”
       “นายลืมฉันได้ แต่นายลืมสิ่งที่ทำกับฉันไม่ได้”
       ชนิกานต์วิ่งร้องไห้ออกไป ธีรดนย์ยืนมองตาม เครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
      
       กัณฐิกายื่นยาคุมกำเนิด และแก้วน้ำให้กฤติยา
       “กินยาคุม.... แล้วนอนซะ”
       กฤติยากินยา แล้วดื่มน้ำตาม รู้สึกผิด
       “แม่คะ แอน...”
       “ไม่ต้องพูด...แม่รู้ว่าลูกประชดแม่...มันพลาดไปแล้ว ก็อย่าให้เกิดขึ้นอีก...มันไม่ใช่เรื่องผิดบาปชั่วชีวิต เราแก้ไขแก้ตัวได้”
       “ค่ะ”
       “ลูกนอนได้แล้ว...ตื่นเช้ามาก็เป็นวันใหม่ ชีวิตใหม่”
       กฤติยาพยักหน้ารับฟังกัณฐิกาโดยดี กัณฐิกาจะเดินออกไปจากห้อง
       “แม่”
       กัณฐิกาหันกลับมามอง
       “แม่นอนกับแอนได้ไหม”
       กัณฐิกาน้ำตาไหลรินเดินกลับเข้ามาโอบกอดกฤติยา ทั้งสองแม่ลูกกอดกันร้องไห้
       กฤติยารู้สึกสุขใจที่ได้สวมกอดแม่สมใจกับที่รอคอย
      
       ชนิกานต์เดินเข้ามาในห้องทำงานพ่อ ณวัตรแปลกใจ
       “คุณพ่อคะ”
       ชนิกานต์ร้องไห้ แล้ววิ่งเข้ากอดณวัตร
       “ลูกเป็นอะไร ไม่สบายใจเรื่องอะไร”
       “นิกกี้คิดถึงคุณแม่ค่ะ”
       “ไม่ต้องร้องนะ”
       ณวัตรกอดปลอบใจลูกสาวชนิกานต์ร้องไห้ออกมา
      
       ส่วนชนกชนม์โยนหลอดยากลิ้งลงพื้น หลังจากพี้เสร็จแล้ว
       ชนกชนม์หยิบสร้อย ขึ้นมาดูภาพครอบครัว ร้องไห้อย่างเจ็บปวดใจ
       “แม่ครับ...ผมคิดถึงแม่”
       ชนกชนม์นอนกองอยู่กับพื้น สภาพเมายา ร้องไห้คิดถึงชลนิภา
      
       ด้านธีรดนย์เข้ามากราบภาพถ่ายอุษา
       “แม่เคยสอนให้ผมรู้จักควบคุมอารมณ์ ผมทำพลาดอีกแล้ว...ผมอยากให้แม่อยู่กับผม”
       ธีรดนย์คิดถึงเหตุการณ์ในงานศพ ตอนดีดกีต้าร์ร้องหน้าโลงศพอุษา
       เสียงเพลง “อิ่มอุ่น” ดังก้องในหัวของเด็กหนุ่ม
      
       หลายชีวิตดำเนินไปตามบาทวิถีแห่งตนขับคลอกับบทเพลงอิ่มอุ่น
       ชนกชนม์นอนเคลิ้มเมายา ภายในห้องคลุ้งด้วยควันยา ในแสงสลัว ชนกชนม์ฝันไปด้วยฤทธิ์ยา
       เห็นชลนิภาเดินเข้ามาในห้อง แล้วนั่งลงข้างๆ ชนกชนม์ดีใจมาก ชลนิภานั่งลงเอาหัวชนกชนม์มานอนหนุนตัก ลูบหัวอย่างรักใคร่
       ส่วนในห้องนอนกฤติยา กัณฐิกานั่งลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก กฤติยาแบอุ่น รู้สึกดีใจคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น
       ตอนกฤติยาไม่สบาย กัณฐิกาเอาผ้ามาเช็ดตัวให้
       กฤติยารู้สึกอุ่นใจที่กัณฐิกาอยู่ข้างๆ ตน
       เวลาเดียวกัน ภายในห้องนอนชนิกานต์ เห็นชนิกานต์นอนอยู่บนเตียง ณวัตรลูบหัวลูกสาวอย่างอ่อนโยน ชนิกานต์มองพ่อ คิดถึงเหตุการณ์ที่ณวัตรเอาเค้กวันเกิดให้ตอนเด็ก ชนิกานต์เป่าเค้กมีความสุข
      
       ชนิกานต์ดึงตัวเองกลับมา รู้สึกอบอุ่นที่เวลานี้มีณวัตรอยู่เคียงข้าง

      
       ส่วนที่ห้องนอนสุตาภัญเวลานั้น สุตาภัญนอนอยู่บนเตียงกับสุรัมภา สองพี่น้องนอนจับมือกัน สุตาภัญคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่ตนดีดกีต้าร์ร้องเพลงกับสุรัมภาและเสาวนิตย์ โดยมีสุทินยืนปรบมือร่วมแจมอยู่ด้วย
      
       สุตาภัญยิ้มสุขใจ เมื่อหวนคิดถึงภาพความสุขในครอบครัว
       ส่วนในห้องนอนธีรดนย์ เด็กหนุ่มยังคงนั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลงอยู่ต่อหน้ารูปอุษาในกรอบ
       ขณะที่ชนกชนม์นอนหนุนตักชลนิภาที่ลูบหัวลูกชายอยู่อย่างมีความสุข
       สุตาภัญนอนจับมือสุรัมภา หันหน้ามายิ้มให้กัน..ทั้งน้ำตา
       ชนิกานต์นอนหลับแล้ว ณวัตรจูบที่หน้าผากด้วยความรัก อย่างอ่อนโยน
       “พ่อจะดูแลลูกให้ดีที่สุด” ณวัตรบอกลูกสาวที่หลับอย่างมีความสุข
       ฝ่ายกฤติยานอนหลับทั้งน้ำตา โดยมีกัณฐิกาเช็ดน้ำตาพร้อมกับให้คำมั่น
       “แม่จะไม่ทำให้ลูกต้องเสียใจอีก”
       ชนกชนม์ลืมตาตื่นไม่เห็นชลนิภา จึงรู้ว่าเมื่อสักครู่ตนฝันไป
       “คุณแม่ครับ ผมรักคุณแม่”
       ชนกชนม์นอนกอดสร้อย ร้องไห้ออกมาในสภาพเมามาย
       ส่วนธีรดนย์หยุดนิ่งมองภาพอุษาร้องไห้โฮ
       “ผมขอโทษครับแม่”
      
       เช้าวันต่อมาสุตาภัญออกจากห้องกำลังจะไปมหาวิทยาลัย ชนกชนม์โผล่มาโดยใส่หน้ากากฮีโร่กระโดดพรวดเข้าหาสุตาภัญตกใจร้อง “ว้าย”
       “ไม่ต้องกลัวจ้ะน้องสาว ฮีโร่คนนี้จะปกป้องน้องเอง”
       ชนกชนม์ยืนเก๊กหล่อ สุตาภัญดึงหน้ากากออก แล้วดีดใส่หน้าชนกชนม์อย่างแรง
       “โอ๊ย”
       “เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะ”
       “ฉันรอดสิ ฉันมีนางฟ้าเบอร์ห้าดูแล”
       ชนกชนม์จับมือสุตาภัญ แบออกสุตาภัญแปลกใจ
       “ฉันมีของจะให้”
       ชนกชนม์ทำเหมือนเอาของใส่มือ พอสุตาภัญเปิดดู แต่กลับไม่เห็นอะไร
       “เลิฟๆ”
       ชนกชนม์ทำนิ้วเป็นท่าไอเลิฟยูส่งให้สุตาภัญ
       “แหวะ”
       สุตาภัญทำท่าอ้วกใส่ แล้วเดินหนีออกไป ชนกชนม์วิ่งตาม
       “รอด้วย”
      
       สุตาภัญเดินหนีมาอีกมุมหนึ่ง ชนกชนม์วิ่งเข้ามาขวางไว้ สุตาภัญจะหนีไปซ้าย ชนกชนม์ก็ดักทางซ้าย สุตาภัญจะหนีไปขวา ชนกชนม์ก็ดักขวา สุตาภัญจะหนีไปอีกทาง ชนกชนม์ขวางไว้ สุตาภัญกำหมัดจะต่อย
       “หลบไปนะไม่งั้นโดน”
       ชนกชนม์หลับตา ไม่ยอมหนีไปไหน สุตาภัญชะงักหมัดค้างไว้ ไม่กล้าต่อย
       ชนกชนม์ยิ้มแฉ่งให้สุตาภัญ แล้วจับมือเอาของบางอย่างยัดใส่ในมือ
       “อะไรของนายเนี่ย”
       สุตาภัญแบมือออก จึงเห็นเป็นสร้อยล็อกเก็ตครอบครัวชนกชนม์
       “สร้อย”
       ชนกชนม์หยิบสร้อยบนมือสุตาภัญ แล้วเดินอ้อมไปข้างหลังสุตาภัญ
       “หัวใจเธอว่าง ไม่ต้องดูแลใครแล้ว”
       ชนกชนม์หยิบสร้อยไปคล้องคอให้สุตาภัญ
       “ดูแลครอบครัวฉัน ชีวิตฉันเป็นของเธอ..เป็นนางฟ้าของฉันคนเดียว”
       ชนกชนม์หันมองหน้าจับมือสุตาภัญ
       “วันไหนที่เธอไม่ต้องการฉัน เอาสร้อยคืนให้ฉัน”
       สุตาภัญยิ้มให้พลางบอก “ฉันจะดูแลมันให้ดีที่สุด”
       ชนกชนม์ยิ้มให้สุตาภัญรู้สึกดี จะเข้าไปหอม แต่สุตาภัญดันหน้าออก
       “ได้คืบจะเอาศอก”
       สุตาภัญศอกใส่ชนกชนม์ แล้วเดินออกไป ชนกชนม์จุก แต่รีบตามสุตาภัญไป
      
       ฝ่ายสุรัมภาอยู่ในห้องพัก รีดผ้าเช็ดหน้าของชนกชนม์ พับแล้วหยิบขึ้นมาหอม อย่างมีความสุข ได้ผ้าเช็ดหน้าเป็นตัวแทนของชนกชนม์
       “ขอบคุณพี่ชนม์มากนะคะ ที่เป็นกำลังใจให้ภา”
      
       เวลาเดียวกัน ชยางกูรแต่งชุดนักศึกษา เหมือนกำลังจะออกไปเรียนหนังสือ ชลนิภาเดินเข้ามาหา
       “วันนี้กูรมีเรียนแต่เช้า กูรไม่ทานข้าวนะครับ” ชยางกูรยกมือไหว้ แล้วจะเดินออกไปที่รถ
       ชลนิภาพูดเสียงเรียบ “ลูกก็รู้ว่าการโกหกมันบาป โดยเฉพาะการโกหกพ่อแม่”
       ชยางกูร หน้าเสีย ตกใจ “คุณแม่”
       “แม่ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาของลูก”
       ชลนิภาเล่าเรื่องให้ชยางกูรฟัง
      
       บ่ายวานนี้ สองคนอยู่ในห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษาที่คณะฯของมหา’ลัย อาจารย์รายงานเรื่องของชยางกูร
       “ชยางกูรไม่มาเรียนเกือบเดือนแล้วครับ”
       “เป็นไปได้ไงคะ...ลูกฉันออกมาเรียนทุกวัน” ชลนิภาตกใจ
       “แกบอกว่าคุณแม่ไม่สบาย ต้องเฝ้าไข้ ผมให้งานไปทำ แกก็ไม่เคยส่งงานสักชิ้น”
      
       ชลนิภาหน้าเสียและตกใจกับเรื่องราวของชยางกูร


  


       พอได้ฟังชยางกูรถึงกับหน้าเสีย ชลนิภาเดินเข้าไปถามดักคอ
      
       “ลูกคงไม่แก้ตัวว่าอาจารย์ใส่ร้ายลูก”
       “คุณแม่ครับ กูรขอโทษ”
       ชยางกูรร้องไห้ ยกมือไหว้ขอโทษชลนิภา
       “มันเกิดอะไรขึ้น ลูกถึงทำตัวเหลวไหล ไม่เรียนหนังสือ ติดการพนัน”
       ชยางกูรยังโกหกเช่นเคย “เพื่อนมันหลอกกูรครับ กูรพยายามเลิก แต่มันโกง หลอกกูรเซ็นสัญญากู้เงิน ถ้ากูรไม่ใช้หนี้ มันจะฆ่ากูร”
       ชลนิภาได้ฟังก็ตกใจ สงสารชยางกูร
       “ลูกติดหนี้เท่าไหร่”
       “ห้าล้านครับ”
       ชลนิภาตกใจกับจำนวนหนี้สินที่มากมาย ชยางกูรเครียดไม่มีทางออก ชลนิภามองชยางกูรแล้วตัดสินใจ
       “เอาเงินแม่ไปใช้มันให้หมด”
       “คุณแม่” ชยางกูรซึ้งน้ำใจก้มกราบเท้าแม่ ชลนิภาเข้ามาโอบกอด
       “กูรผิดไปแล้ว กูรขอโทษครับ”
       “กลับตัวกลับใจใหม่...กลับมาเป็นลูกที่ดีของแม่นะลูก”
       ชลนิภาโอบกอดให้กำลังใจลูกชาย ชยางกูรร้องไห้เสียใจ ซึ้งในความรักของแม่
      
       ฝ่ายชนิกานต์แต่งชุดนักศึกษา เดินลงมาเจอธีรดนย์ดักรออยู่
       “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”
       “ถ้าจะบอกลาฉัน ไปจากที่นี่ไม่ต้องเสียเวลา ฉันไม่ยอมให้นายไป”
       “ไม่อยากให้ฉันไป ก็ทำตามที่ฉันขอ”
       ชนิกานต์งวยงง แปลกใจว่าธีรดนย์จะยื่นข้อเสนออะไร
      
       ไม่นานต่อมา ธีรดนย์ก้มลงกราบณวัตร แล้วบอกณวัตร
       “คุณท่านครับ ผมขอรบกวนอาศัยอยู่ที่นี่ต่อสักพักครับ”
       “ทำไมนายเปลี่ยนใจ? เกี่ยวกับนิกกี้รึเปล่า”
       ชนิกานต์เดินเข้ามาบอกณวัตร
       “ใช่ค่ะคุณพ่อ”
       “มีเรื่องอะไรกัน”
       ณวัตรสงสัย หันไปมองธีรดนย์ ชนิกานต์ตอบแทน
       “นิกกี้มีงานกลุ่มที่ต้องทำร่วมกับนายธี นายธีย้ายไปแล้วใครจะช่วยนิกกี้ล่ะคะ”
       ณวัตรถามธีรดนย์ให้แน่ใจ “นายตกลงใจตามนี้”
       “ครับ”
       “งั้นเรียนจบก็ค่อยย้ายออกไป”
       ณวัตรบอก ชนิกานต์ยิ้มพอใจที่ธีรดนย์จะอยู่ที่นี่ต่อ
       “ครับ”
       “มาพร้อมหน้าก็ดีแล้ว...นิกกี้...ธีรดนย์ ฉันมีเรื่องจะให้ช่วย”
       ชนิกานต์และธีรดนย์แปลกใจว่าเป็นเรื่องอะไร?
      
       ที่โต๊ะหน้าคณะ สุตาภัญตกใจและตื่นเต้นกับสิ่งที่ชนิกานต์บอก
       “จัดงานเปิดหมู่บ้านโครงการใหม่”
       “ถูกต้องจ้ะ คุณพ่อบอกให้พวกเราช่วยกันคิดรูปแบบงาน มีค่าขนมให้ด้วยนะ ไหวไหม”
       “ไหวสิจ๊ะ งานสร้างสุข สุตาภัญถนัด” สุตาภัญยิ้ม
       “ฉันช่วยด้วยคน” ชนกชนม์ถามธีรดนย์ “ธี ว่าไง”
       “ฉันหมดสิทธิ์ปฎิเสธ...เหลี่ยมบังคับ” ธีรดนย์ว่า
       “นิกกี้ รูปแบบงานเป็นไง” สุตาภัญถาม
       “ไม่รู้”ชนิกานต์ว่า
       “เอ้า...ไม่รู้จะช่วยไงอ่ะ” สุตาภัญอึ้ง
       ธีรดนย์ไกด์ “คุณท่านอยากสร้างภาพลักษณ์บ้านแห่งความสุขความอบอุ่นในครอบครัว... ตาเก่ง..ธีเชื่อว่าตาคิดได้”
       “ขอเวลาคิดคอนเซ็ปท์ แล้วจะแจงงานว่าใครต้องทำอะไร..โอเค๊”
       ทุกคนประสานเสียง “เค”
       สุตาภัญและทุกคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข พร้อมช่วยกันทำงาน
       “บ้านแห่งความสุข” สุตาภัญพึมพำครุ่นคิดนึกถึงคอนเซ็ปท์งานตาเป็นประกาย
      
       ฝ่ายเสาวนิตย์เอากาแฟมาเสิร์ฟให้สุทิน
       “ฉันไม่ดื่ม”
       สุทินจะลุกหนีไป เพราะยังโกรธเสาวนิตย์
       “ฉันขอโทษที่พูดอย่างนั้นต่อหน้าคุณชลนิภา ฉันไม่ได้ตั้งใจหักหน้าคุณ แค่อยากให้คุณยอมรับความจริง”
       “ความจริงที่ว่าลูกสาวเราทำตัวเหลวแหลก คบนักเลง”
       เสาวนิตย์พูดไม่ออก
       “ฉันให้อภัยไม่ได้” สุทินเสียงแข็ง
       “คุณถามความจริงจากลูกรึยังคะ”
       “ไม่ต้องถาม ฉันเห็นกับตา”
       “บางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่จริงก็ได้ หลายครั้งที่คุณเข้าใจฉันผิด เพราะคุณคิดไปเอง เราต่างเข้าใจผิดกันได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ เราควรหันหน้ามาคุยกัน”
       เสาวนิตย์พูดให้ข้อคิดสามี สุทินไม่ค่อยพอใจนัก
       “ถ้าฉันเลือกได้ ฉันอยากให้เธอเป็นใบ้เหมือนที่เคยทำ ดีกว่าพูดเพ้อเจ้ออย่างนี้”
       สุทินเดินหนีขึ้นห้องเสาวนิตย์พูดตามไล่หลัง
       “ฉันดีใจนะคะ ที่คุณตั้งใจรับลูกกลับบ้าน”
       สุทินยังคงฟอร์มจัด เดินหนีขึ้นห้องไป เสาวนิตย์ยืนยิ้มดีใจ เพราะอย่างน้อยก็สุทินเริ่มใจอ่อนลง
      
       เวลาผ่านไปอีกหลายวัน
       ตรงมุมหนึ่งของโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งใหม่ของณวัตร วีรภัทรจูงมือนิธิและนัชชามายังโครงการ ณวัตรเข้าไปต้อนรับ
       “ขอบคุณคุณวีรภัทรกับคุณนัชชามากนะครับที่ให้เกียรติเป็นพรีเซนเตอร์โครงการบ้านของผม”
       “ด้วยความยินดีครับ”
       “ดิฉันกับครอบครัวต้องทำอะไรบ้างคะ” นัชชาถาม
       “ต้องถามโปรดิวเซอร์ใหญ่ของงาน หนูสุตาภัญ”
       ณวัตรหันไปทางมุมหนึ่ง เห็นสุตาภัญเดินเข้ามาไหว้วีรภัทรและนัชชา
       “สวัสดีค่ะคุณอา”
       วีรภัทรกับนัชชารับไหว้ นัชชาไม่ค่อยพอใจนักที่เจอสุตาภัญ
       “แฟนพี่ชนม์คนสวย” นิธิเข้าไปกอดสุตาภัญ
       วีรภัทรถาม “ชนกชนม์มาช่วยงานด้วยรึเปล่า”
       “มาค่ะ”
       นัชชาหน้าตึงไม่พอใจเล็กน้อย
       “เย๊ นิธิจะได้เจอพี่ชนม์” นิธิดีใจ
       “เชิญด้านในค่ะ ตาจะแจ้งคิวงานและรายละเอียดทั้งหมด” สุตาภัญบอก
       “เชิญครับ” ณวัตรเชื้อเชิญ
      
       วีรภัทรหันไปจูงมือนัชชา นัชชาเดินตามเข้าไป


  


       ด้านชนกชนม์แอบมองเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่ง เห็นสุตาภัญกำลังบอกคิวให้ครอบครัววีรภัทรก็กังวลใจ สุรัมภาเข้ามาหาพอดี
      
       “คุณพ่อพี่ชนม์มา ไม่ออกไปพบล่ะคะ”
       “พี่กลัวอ่ะ..คดีเก่ายังเคลียร์ไม่จบเลย”
       “ไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้าพี่ชนม์ถูกดุร้องไห้งอแง ภาซับน้ำตาให้”
       พลางสุรัมภาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาโชว์ชนกชนม์
       “ของพี่นี่ เอาคืนมาเลย”
       สุรัมภาดึงกลับ “ไม่ให้ค่ะ ของที่ระลึกแทนใจ”
       ชนกชนม์อึ้งเล็กน้อยที่สุรัมภายังพูดเรื่องนี้เหมือนยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ก่อนจะพูดอะไรอีก สุตาภัญเดินเข้ามาบอกชนกชนม์
       “เรียบร้อยแล้ว”
       “เรียบทั้งร้อยสิไม่ว่า เธอไม่น่าเชิญครอบครัวคุณพ่อฉันมาเลย” ชนกชนม์ว่า
       “เชื่อฉัน วันนี้จะเป็นวันดีของนาย ไปเปลี่ยนชุดกันได้แล้ว ใกล้ถึงเวลาเปิดงานแล้ว”
       “ค่ะ”
       สุรัมภารับคำแล้วเดินออกไป ชนกชนม์หันไปบอกสุตาภัญ
       “แต่ฉัน...”
       สุตาภัญ จ้องหน้า “อะไรอีก อย่าเยอะ!”
       “ตื่นเต้น...ขอกำลังใจหน่อย”
       ชนกชนม์อ้อล้อ อ้าแขนรอให้สุตาภัญมาให้กอด สุตาภัญเดินเข้ามาแต่ผลักอกชนกชนม์ออก
       “ไปได้แล้ว”
       ชนกชนม์รีบวิ่งออกไป สุตาภัญมองตามแล้วยิ้มฮึด พร้อมที่จะเริ่มงาน
      
       ส่วนชยางกูรยื่นเงินให้เฮียปรัชญา ที่ออฟฟิศในบ่อน
       “หนี้ทั้งหมด...จบเรื่องแล้ว...ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก”
       ชยางกูรจะเดินออกไป ลูกน้องปรัชญาขวางไว้
       “อะไรกัน” ชยางกูรงง
       “แกจ่ายหนี้ไม่ครบ” ปรัชญาว่า
       “ฉันคืนให้หมดแล้ว ห้าล้าน” ชยางกูรโวย
       ปรัชญาหันไปทางเพทายเป็นเชิงบอก เพทายยื่นใบสัญญาให้ชยางกูรดู
       “เจ็ดล้าน!”
       ชยางกูร โกรธมาก “แกโกงฉัน”
       ปรัชญาตบหน้าชยางกูร “อย่าใช้คำว่าโกงกับเฮีย...เฮียไม่ชอบ”
       “ฉันยืมแกแค่ห้าล้าน”
       ปรัชญาเยาะ “แกจ่ายช้า มันก็เลยออกดอกมาอีกสองล้าน”
       ชยางกูรฉีกสัญญาทิ้ง “พวกแกโกง ฉันไม่มีจ่ายให้แล้ว!”
       ชยางกูรจะเดินออกไป ลูกน้องปรัชญาชักปืนขึ้นมาขู่ ชยางกูรตกใจ
       “แกยังมีทางเลือก ฉันไม่อยากได้เงิน แต่อยากได้คน”
       ชยางกูรแปลกใจว่าปรัชญาต้องการใคร
       “ฉันต้องการแฟนพี่แก”
       เฮียปรัชญานึกถึงตอนที่ลดกระจกรถ มองดูสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย และตอนที่เห็นสุตาภัญเข้ามาช่วยชนกชนม์
       “สุตาภัญ” ชยางกูรนึกออก บอกปรัชญา “แกชอบใครก็จัดการเอาเอง ฉันไม่ยอมเป็นขี้ข้าแก”
       ชยางกูรจะเดินหนีไป ปรัชญาควักปืนออกมาจะยิง ชยางกูรตกใจ ปรัชญาเหนี่ยวไกปืนขู่ๆแล้วทำเสียงปืน
       “ปัง”
       ชยางกูรกลัวตาย ตกใจสุดขีด ทรุดตัวลง ร้องเสียงหลง “อย่า”
       ปืนปรัชญาไม่มีกระสุน ปรัชญาบอกชยางกูร
       “เอาผู้หญิงคนนั้นมาสังเวยฉัน แล้วแกจะหมดปลอดภัย”
       ปรัชญาหัวเราะชอบใจ ชยางกูรกลัวมาก รู้ว่าปรัชญาเอาจริง
      
       ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านจัดสรรของณวัตร ตอนสายวันนั้น แสนสดใส เห็นลูกโป่งและป้ายงาน เขียนข้อความเด่นหรา
       “บ้านในฝัน..ที่คุณฝันถึง”
       สุตาภัญแต่งชุดเป็นพิธีกรประจำงานเปิดหมู่บ้านโครงการใหม่ของณวัตร
       “ยินดีต้อนรับท่านผู้มีเกียรติเข้าสู่งานเปิดตัวโครงการใหม่ บ้านในฝันที่คุณฝันถึง....เราขอนำเสนอบ้านที่พร้อมสรรพไปด้วยพื้นที่สำหรับครอบครัว”
      
       ครู่ต่อมาณวัตรพาแขกเดินเยี่ยมชมห้องรับแขกที่กว้างขวาง โอ่อ่า ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนชั้นดี ดูทันสมัย
       เสียงสุตาภัญ บรรยายต่อ “ขยายห้องนั่งเล่นให้กว้างขวาง รองรับครอบครัวใหญ่”
       กัณฐิกานำแขกออกมาชมสวนหน้าบ้าน ซึ่งมีเตาปิ้งบาบีคิววางไว้มุมหนึ่ง
       “และพื้นที่สนามในตัวบ้าน สำหรับปาร์ตี้สังสรรค์”
       เสียงสุตาภัญบรรยายเสริม และสุตาภัญอยู่บนเวทีเล็กๆ ประกาศบอกแขกในงาน
       “นอกจากนั้น พื้นที่ส่วนกลาง ก็ออกแบบพิเศษสำหรับความสุขของทุกคนในครอบครัว”
      
       ภายในสปอร์ตคลับของหมู่บ้าน เห็นณวัตรกำลังออกกำลังกาย มีกัณฐิกาเดินถือแก้วน้ำส้มมาให้
       ณวัตรดื่มน้ำส้มเสร็จ กัณฐิกาเข้าไปซับเหงื่อให้ณวัตร ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
       ขณะเดียวกันธีรดนย์และชนกชนม์กระโดดลงว่ายน้ำแข่งกัน มีชนิกานต์และสุรัมภาถือพู่ปอมๆ วิ่งเชียร์ทั้งสองคนที่ขอบสระว่ายน้ำ
       ตามมาด้วยวีรภัทรและนัชชาจูงมือนิธิมาที่สระว่ายน้ำ นิธิกระโดดลงไปเล่นน้ำพร้อมกับกับวีรภัทรและนัชชา
       ส่วนณวัตรและกัณฐิกาโอบกอดกันอยู่ที่ริมสระน้ำ ขณะที่ธีรดนย์ ชนกชนม์ ชนิกานต์และสุรัมภาแย่งลูกบอลในน้ำอย่างสนุกสนาน
       สุตาภัญเดินมาที่สระน้ำ ประกาศบอกแขกที่ยืนดูที่มุมหนึ่ง
       “ภาพแห่งความสุข จะเกิดขึ้นที่นี่ ณที่แห่งนี้ เพราะนี่คือ...”
       สุตาภัญทอดเสียงค้างค่ำให้ ชนกชนม์ ธีรดนย์ ชนิกานต์ สุรัมภา วีรภัทร นัชชา นิธิ ณวัตรและกัณฐิกา หันไปพูดกับแขกในงานอย่างพร้อมกัน
       “บ้านในฝันที่คุณฝันถึง”
       แขกในงานปรบมือชื่นชมกับการนำเสนอที่น่าสนใจ
       นักข่าวต่างกรูเข้าไปถ่ายภาพณวัตร กัณฐิกา ชนิกานต์ วีรภัทร นัชชาและนิธิ โดยมีชนกชนม์ ธีรดนย์ สุรัมภาร่วมถ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
       สุตาภัญยืนมอง ดีใจที่งานประสบความสำเร็จอย่างดี ท่ามกลางเสียงชัตเตอร์ และแสงแฟลชวูบวาบจากกล้องที่ถ่ายภาพครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
      
       ด้านสุรเดชอยู่ในตึกร้างแหล่งมั่วสุมแก๊งลูกเทวดา กำลังหยิบอุปกรณ์จะเล่นยาเสพติด กฤติยาเข้ามาแย่งหลอดโยนทิ้ง
       สุรเดชไม่พอใจ “มาทำไม”
       “พี้ยาไม่มีวันหยุด...อยากตายนักรึไง” กฤติยาด่า
       “ฉันจะเป็นจะตายก็เรื่องของฉัน เธอมายุ่งอะไรด้วย ไม่รักฉันก็ไม่ต้องสนใจ”
       “แกตายแล้วฉันจะอยู่กับใคร...เลิกเถอะ...มันไม่ทำให้ชีวิตพี่ดีขึ้นหรอก...ฉันเป็นห่วงนะ”
       สุรเดชอึ้งไม่รู้กฤติยามาไม้ไหน “น้องแอน”
       “เลือกเอา...อยากตายบนกองยา” กฤติยาหันไปมองเพื่อนสุรเดชที่นอนเคลิ้มยาไม่ได้สติอยู่ “หรือ เป็นแฟนฉัน”
      
       พูดจบกฤติยาเดินออกไป สุรเดชมองตามอย่างแปลกใจและครุ่นคิดตัดสินใจ


  


       กฤติยาจะเดินออกไปนอกตึกร้างแล้ว สุรเดชเข้ามาคว้ามือให้หันมา พลางถาม
      
       “ทำไมถึงเลือกพี่”
       “ไม่มีเหตุผล”
       “อกหัก ประชดรัก หรือใช้พี่เป็นเครื่องมือเย้ยใคร”
       สุรเดชรอฟังคำตอบ กฤติยามองหน้านิ่งๆ
       “พี่ยังรักฉันรึเปล่า?”
       “รัก รักสุดๆ” หนุ่มกะล่อนบอก
       “ฉันเหนื่อยจะวิ่งไล่ตามคนอื่น....ฉันขอเลือกคนที่รักฉัน”
       สุรเดชดีใจโผเข้ากอดกฤติยา ตะโกนลั่น
       “พี่เดชดีใจที่สุดในโลก”
       “ไปกับฉัน”
       “ไปไหน” สุรเดชแปลกใจ
       ระหว่างนั้นเปี๊ยกยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง ไม่พอใจที่สุรเดชจะไปกับกฤติยา
      
       ส่วนสุตาภัญประกาศบอกแขกในงานเปิดโครงการต่อ
       “เชิญทุกคนเข้าชมโครงการได้เลยค่ะ อีกสักครู่เราจะมารวมตัวทำกิจกรรมครอบครัวค่ะ”
       แขกทุกคนต่างทยอยเดินเข้าไปดูแบบบ้านตัวอย่าง ให้ความสนใจโครงการมาก ณวัตรและกัณฐิกาเดินเข้ามาหาสุตาภัญ
       “ไอเดียหนูดีมาก ลูกค้าสนใจสั่งจองบ้านหลายราย หนูตาเก่งมาก” ณวัตรชม
       “ขอบคุณมากค่ะ”
       ชนิกานต์เดินยิ้มแป้นเข้ามาหาณวัตร
       “ชมแต่ยัยตา แล้วลูกสาวล่ะคะ”
       “คนนี้ไม่ต้องพูดถึง ลูกพ่อเก่งที่สุด”
       “น้าภูมิใจในตัวหนูนิกกี้นะจ๊ะ”
       ชนิกานต์ฝืนยิ้มให้กัณฐิกา แล้วบอกณวัตร
       “นิกกี้ขอตัวไปเตรียมงานด้านโน้นก่อนค่ะ”
       ชนิกานต์ลากตัวสุตาภัญออกไป ณวัตรเห็นชนิกานต์ยังไม่ยอมรับกัณฐิกา ก็ปลอบใจ
       “อย่าโกรธแกนะครับ”
       “กัณเข้าใจค่ะ”
       “หนูแอนล่ะ ยังไม่เห็นเลย” ณวัตรนึกขึ้นได้
       “แกไปหาเพื่อน บอกว่าจะตามมาค่ะ”
       ณวัตรยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปต้อนรับแขก กัณฐิกามองหากฤติยา แปลกใจที่กฤติยายังไม่มา “ยัยแอนไปไหนนะ”
      
       ตรงมุมหนึ่งในงาน ชนกชนม์กำลังเตรียมอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมผ้าบาติก จู่ๆ มีมือใครคนหนึ่งมาปิดตาชนกชนม์
       “ใครเอ่ย” นิธิถามยิ้มๆ
       “อุลตร้าแมน” ชนกชนม์เล่นด้วย
       “ไม่ใช่”
       “เองกี้เบิร์ด”
       นิธิยิ้มแป้น “ถูกต้องครับ”
       นิธิทำหน้าเหมือนนก วี๊ดเสียงใส่ชนกชนม์หันไปหานิธิ แล้วก็กอดอย่างรักใคร่
       “คิดถึงที่สุดเลย...” แล้วนึกได้ “รีบกลับไปหาคุณแม่เถอะ เดี๋ยวคุณแม่จะดุเอา”
       “คุณแม่สั่งให้มาหาพี่ชนม์ครับ”
       ชนกชนม์แปลกใจ
       ระหว่างนั้นวีรภัทรและนัชชาเดินตรงเข้ามาหาชนกชนม์ ท่าทีชนกชนม์ประหม่า และกังวลใจมาก
      
       ฟากสุรเดชบอกกฤติยา
       “ไปรอที่รถนะ พี่ไปเอากุญแจก่อน”
       กฤติยาพยักหน้า แล้วเดินออกไป สุรเดชจะเดินไปหาเปี๊ยก ที่เดินเข้ามา
       “ไอ้เปี๊ยก กุญแจรถ ฉันจะไปกับน้องแอน”
       “แกต้องเอาของไปส่งเฮีย ฉันเอายาใส่รถไว้แล้ว” เปี๊ยกบอก
       “ฉันส่งให้ตอนเย็น...ขอไปกับแฟนก่อน”
       เปี๊ยกกระชากตัวไว้ “ไม่ได้ แกก็รู้ว่าเฮียว่ารอของ ไม่งั้นแกโดนเล่นแน่”
       “ช่างมัน..แฟนสำคัญกว่าเฮียเว้ย”
       สุรเดชไม่สน กระชากกุญแจรถจากเปี๊ยก แล้ววิ่งไปหากฤติยา
       “หาเรื่องอีกแล้ว”
       เปี๊ยกส่ายหัว เสียงโทรศัพท์เปี๊ยกเข้า เปี๊ยกรับสายหน้าตาเป็นกังวล
       “ครับเฮีย! จะรีบส่งยาครับ”
       เปี๊ยกวางสายจะตะโกนเรียกสุรเดช แต่สุรเดชขับรถออกไปแล้ว
       “ซวยแล้วไอ้เดช!”
      
       ส่วนที่งานเปิดโครงการบ้านของณวัตร วีรภัทรและนัชชาเดินเข้ามาหาชนกชนม์
       ชนกชนม์ยกมือไหว้สองคน “คุณพ่อ...คุณน้า”
       วีรภัทรและนัชชารับไหว้
       “น้านัชชาเขามาเรื่องจะคุยกับลูก”
       วีรภัทรบอกพลางหันไปมองนัชชา...นัชชารู้สึกอายเล็กน้อย แล้วบอกชนกชนม์
       “ฉันขอโทษที่เข้าใจเธอผิดที่สวนสนุก...ลูกนิธิบอกว่าเธอช่วยนิธิไว้ฉัน...ขอบใจนะ”
       “ไม่เป็นไรครับ ขอแค่คุณน้าเข้าใจผม ผมก็ดีใจแล้วครับ”
       “ลูกนิธิ ไปกันได้แล้ว”
       นัชชาจูงมือนิธิออกไป ชนกชนม์รู้ดีว่านัชชายังไม่เปิดใจยอมรับตน วีรภัทรเข้ามาตบไหล่ปลอบ ให้แรงใจ
       “อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี”
       ชนกชนม์ยิ้มให้พ่อ
       “พ่อขอโทษลูกเหมือนกัน พ่อแย่มากที่ไม่เชื่อใจลูก”
       “ช่างมันเถอะครับ ผมจะจำวันนี้ วันที่พ่อกับน้านัชชารู้สึกดีกับผม”
       “พ่อไปดูแลคุณนัชชาก่อน แล้วเจอกัน”
       “ครับ”
       วีรภัทรเดินออกไป สุตาภัญเดินเข้ามาหา
       “มีความสุ๊ขความสุข...ยิ้มให้โลกแตกไปเลย”
       สุตาภัญเข้ามาแซว ชนกชนม์จึงแกล้งฉีกยิ้มใส่สุตาภัญ ทั้งสองหัวเราะกัน
      
       มุมหนึ่งของงาน กัณฐิกาชะเง้อมองหากฤติยา เห็นสุรเดชขี่รถเข้ามาจอด และกฤติยาลงจากรถ กัณฐิกาไม่พอใจ “ไอ้กุ๊ย”
       กัณฐิกาไม่พอใจที่เห็นกัณฐิกาพาสุรเดชมาร่วมงาน
      
       ขณะเดียวกันชนกชนม์ยิ้มให้สุตาภัญ
       “ขอบใจนะที่ทำให้คุณพ่อน้านัชชาเข้าใจฉัน”
       “ฉันไม่ได้ช่วยอะไรสักหน่อย”
       “ออกแบบกิจกรรมให้ครอบครัวคุณพ่อมาเป็นเซเลบ ไม่ได้ตั้งใจงั้นสิ”
       “ไม่ชอบรึไง”
       “ชอบสุดๆ” ชนกชนม์จ้องมองสุตาภัญซึ้งๆ “หมายถึง....คนนี้”
       สุตาภัญเขินอาย สุรัมภาวิ่งเข้ามาบอก
       “พี่ชนม์คะ คุณแม่พี่มาค่ะ”
       ชนกชนม์ตกใจหันไปถามสุตาภัญ “ฝีมือเธอ”
       “ฉันไม่รู้เรื่อง.. คุณอาณวัตรคงเชิญมา”
      
       สุตาภัญยืนยันว่าไม่ได้วางแผนให้ชลนิภามางานนี้ ชนกชนม์กังวลใจกลัวเกิดเรื่องอีก
ตอนที่ 16
      
       ขณะที่กฤติยาจะเดินเข้างานในงานโดยมีสุรเดชยิ้มแฉ่งตามมา เจอกับกัณฐิกาที่ขวางอยู่ สุรเดชไหว้ทักทายตามสไตล์
      
       “สวัสดีครับคุณแม่”
       “ที่นี่ไม่ต้อนรับกุ๊ย ออกไป”
       “อย่าไล่พี่เดชเลย ให้อภัยแฟนแอนนะคะแม่” กฤติยาบอก
       กัณฐิกาตกใจ “อะไรนะ”
       “แนะนำเป็นทางการอีกครั้ง...ผมสุรเดชแฟนลูกสาวคุณแม่”
       สุรเดชยื่นมือออกไปให้กฤติยาจับ กัณฐิกามองดูงงๆ กฤติยาจับมือสุรเดช
       สุรเดชยิ้มหน้าบานดีใจ “ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้ครับ”
       กัณฐิกาไม่พอใจมาก “นี่มันอะไรกัน”
       “แอนพาพี่เดชมาช่วยงาน...แอนขอตัวนะคะแม่”
       “จ๋าจ๊ะ แฟนจ๋า”
       สุรเดชเดินจับมือกฤติยาเข้าไปในงาน เดินผ่านใครก็ยิ้มบอกไปทั่วว่าเป็นแฟนกัน
       “แฟนผมครับ...แฟนผม”
       กัณฐิกามองตาม ไม่พอใจที่กฤติยาคบหากับสุรเดช
       “ยัยแอนคิดยังไงถึงกลับไปคบกุ๊ย”
      
       ส่วนชลนิภาเดินเข้ามาในงาน พอมองไปเห็นวีรภัทรและนัชชายืนที่มุมหนึ่งก็ไม่พอใจ นัชชาเองมองเห็นว่าชลนิภามางานนี้ก็ไม่พอใจเช่นกัน
       ชลนิภาคิดตัดสินใจ แล้วเลือกเดินเข้างานไปที่มุมหนึ่ง เลี่ยงเจอวีรภัทรและนัชชา
       นัชชาหงุดหงิด หันไปบอกวีรภัทร
       “งานกร่อย! กลับกันเถอะค่ะ”
       “เสียมารยาทน่ะคุณ กิจกรรมยังไม่เสร็จ”
       “ฉันไม่อยากเสียอารมณ์กับภรรยาเก่าคุณ” นัชชาจะกลับหันไปเรียกนิธิ “นิธิ” แต่ไม่เจอนิธิ ก็แปลกใจ “ลูกนิธิ”
      
       มุมหนึ่งของงาน นิธิวิ่งเล่นมาชนกับชลนิภาจังๆ เด็กน้อยนิธิล้มลง
       ชลนิภาร้อง “ว้าย”
       นิธิจำชลนิภาได้รีบไหว้ขอโทษ “นิธิขอโทษครับ”
       วีรภัทรและนัชชาเดินตามหา เข้ามาเห็น ก็ตกใจ ชลนิภามองนิธินิ่งๆ นิธิกลัว เบะปากจะร้องไห้
       “อย่าร้อง! ทำหน้ายังกะฉันเป็นยักษ์เป็นมาร”
       นิธิหยุดร้อง
       “ลุกขึ้นมาได้แล้ว”
       นิธิกลัว ชลนิภายื่นมือไป นิธิยิ้มแล้วจับมือชลนิภาลุกขึ้นมา
       “เจ็บตรงไหนรึเปล่า” ชลนิภาถาม
       นิธิยิ้มออก “ไม่เจ็บครับ คุณยายใจดีจัง”
       ชลนิภาไม่พอใจ “เรียกฉันยาย หน้าฉันอ่อนกว่าแม่เธออีก”
       นัชชาปราดเข้าไปดึงตัวนิธิออกมา
       “ลูกนิธิมาหาแม่!”
       วีรภัทรขอโทษชลนิภาแทนลูกชาย “ผมขอโทษแทนนิธิด้วย”
       “ไม่เป็นไร...” ชลนิภาหันไปมองนัชชา “ไม่คิดว่าจะเจอพวกคุณ”
       นัชชาเสียงแข็งใส่ “เราก็ไม่ทราบว่าคุณจะมางานนี้”
       ชลนิภาย้อนเป็นเชิงถาม “ถ้ารู้คงไม่มา?”
       “มาสิคะ งานครอบครัวก็ต้องมีครอบครัวที่สมบูรณ์ พร้อมหน้าทั้งพ่อแม่และลูก...” นัชชาจงใจเย้ยชลนิภา “คุณฉายเดี่ยวมาคนเดียว แล้วจะร่วมกิจกรรมครอบครัวได้ยังไงคะ”
       ชลนิภาเสียหน้า นัชชาแขวะต่อ
       “น่าสงสารนะคะ ทั้งสามีและลูกหนีไปเกือบหมด เหลือแต่ลูกชายคนเล็กที่ไม่เอาถ่าน”
       ชลนิภาโกรธจัด “เธอ”
       นัชชาพูดเย้ยแล้วจูงนิธิเข้าไปในงาน ไม่สนใจ ชลนิภาหันมาเล่นงานวีรภัทร
       “กรุณาสอนมารยาททางสังคมกับภรรยาคุณด้วย อย่าได้ระรานฉันอีก”
       “ชนกชนม์มางาน ลูกคงดีใจที่ได้เจอคุณ”
       วีรภัทรเดินตามนัชชาเข้าไปในงาน ชลนิภานิ่งคิดตัดสินใจ
      
       จู่ๆ ชนกชนม์เดินไปบอกสุตาภัญและสุรัมภา ด้วยท่าทีกังวลใจ
       “ตา...ฉันว่าฉันกลับไปดีกว่า”
       สุตาภัญงง “ทำไมล่ะ แม่นายมางานก็เท่ากับอยากเจอนาย”
       “ไม่รู้สิ มันกลัวๆ อ่ะ ไม่อยากให้งานล่มเพราะฉัน”
       “พี่ชนม์แน่ใจนะคะ”
       ชนกชนม์พยักหน้า จะเดินออกไป ชลนิภาเดินเข้ามาหา ชนกชนม์ตกใจ สุตาภัญและสุรัมภายกมือไหว้ทักทายพร้อมกัน
       “สวัสดีค่ะ”
       ชลนิภาไม่รับไหว้ สุตาภัญและสุรัมภารีบเดินเลี่ยงออกไป ชนกชนม์มองหน้าชลนิภา เกรงกลัว
      
       สุรัมภาเดินคุยมากับสุตาภัญ
       “พี่ตาคิดว่าคุณแม่พี่ชนม์ยังโกรธพี่ชนม์รึเปล่าคะ”
       “ไม่รู้สิ....พี่เอาใจช่วยให้ปรับความเข้าใจกันได้”
       สุรัมภาสะท้อนย้อนถามพี่สาว “แล้วเราล่ะ...เมื่อไหร่คุณพ่อจะเข้าใจเราบ้างนะ”
       สุตาภัญไม่ตอบ นิ่งอึ้งอยู่อย่างนั้น สุรัมภาแปลกใจหันไปมองตามสายตา แล้วต้องตกใจ
       “คุณแม่คุณพ่อ!”
       สุทินและเสาวนิตย์เดินเข้ามาในงาน ยืนมองมายังสองสาว
      
       ด้านชลนิภาต่อว่าชนกชนม์
       “เธอเกลียดฉันมากถึงกับไม่อยากเจอฉัน”
       “เปล่าครับ ผมเกรงจะทำให้คุณแม่ไม่พอใจ...ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก”
       “รู้ตัวก็ดี เมื่อกี้แม่เลี้ยงเธอเล่นงานฉันก็เพราะพฤติกรรมแย่ๆ ของเธอ”
       ชนกชนม์ยกมือไหว้ “ผมขอโทษครับ”
       “ฉันเบื่อฟังคำนี้เหลือเกิน...เมื่อไหร่จะบอกความจริงกับฉัน”
       ชนกชนม์แปลกใจ
       “อาจารย์ที่มหาลัยชมว่าเธอขยันเรียน ใช้เวลาว่างหารายได้เลี้ยงตัวเอง เขายังบอกอีกว่า เธอย้ายออกมาอยู่นอกบ้านเพื่อฝึกฝนตัวเอง ทำไมไม่บอกว่าฉันไล่เธอออกจากบ้าน รึว่าเธออาย”
       “ผมไม่อยากให้คนอื่นตำหนิคุณแม่ มองคุณแม่ไม่ดีครับ”
       ชลนิภาอึ้ง ลึกๆ ในใจรู้สึกดีที่ชนกชนม์คิดปกป้องเธอ
       “ไม่อยากให้ใครคิดว่าครอบครัวเราปัญหา...”
       “ก็ดี...”
       “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
       ชนกชนม์จะเดินออกไป ชลนิภาพูดไล่หลัง
       “ไม่อยากให้คนอื่นคิดอย่างนั้น เธอก็อยู่ร่วมทำกิจกรรมกับฉัน”
       ชนกชนม์ คาดไม่ถึง ดีใจมากรับปากทันที “ครับ...ได้ครับ”
       ชลนิภาเดินเข้าไปในงานเลย
      
       ชนกชนม์รู้สึกอบอุ่น และดีใจมากที่ชลนิภาเปิดใจยอมเขามากขึ้น


  


       ส่วนสุตาภัญและสุรัมภายกมือไหว้สุทินและเสาวนิตย์
      
       “สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่”
       “ฉันมาตามการ์ดเชิญคุณณวัตร ไม่คิดว่าพวกเธออยู่ที่นี่” สุทินวางฟอร์มอยู่ดี
       “ตากับน้องมาช่วยงานค่ะ พวกเรากำลังจะกลับค่ะ”
       สุตาภัญและสุรัมภาไหว้ลา แล้วเดินออกไป
       “ฉันไม่เคยสอนให้พวกเธอไร้ความรับผิดชอบ”
       สุตาภัญและสุรัมภาแปลกใจ หันกลับมาหา
       สุทินชูการ์ดเชิญที่มีตารางกิจกรรม “ในโปรแกรมยังมีกิจกรรมครอบครัว เธอกลับแล้วใครจะช่วยงานคุณณวัตร”
       สุตาภัญและสุรัมภารู้สึกผิด เพราะเป็นจริงอย่างที่สุทินพูด
       “ตาไม่อยากให้คุณพ่อไม่สบายใจค่ะ”
       “เขาเชิญฉันกับแม่เธอมาร่วมกิจกรรมครอบครัว...เคยคิดกันบ้างไหม ว่าฉันกับแม่เธอจะเข้าร่วมกิจกรรมได้ยังไง ถ้าขาดสมาชิกในครอบครัว”
       สุทินพูดจบก็เดินเข้าไปในงานเลย เสาวนิตย์รีบบอกสุตาภัญและสุรัมภา
       “คุณพ่ออยากให้ลูกๆเข้าร่วมกิจกรรม อยู่ด้วยกันนะลูก”
       “ค่ะคุณแม่”
       สุตาภัญและสุรัมภากอดเสาวนิตย์ ตื่นเต้นดีใจที่สุทินเปิดใจยอมให้อภัย
      
       เวลาเดียวกันที่มุมหนึ่งของตึกร้าง เปี๊ยกกำลังบอกกับเฮียปรัชญาที่มารับยาที่สั่ง
       “ไอ้เดชมันกำลังเอาของไปส่งครับเฮีย”
       ปรัชญาต่อยเปี๊ยกล้มลง
       “เฮียเกลียดพวกไม่รักษาเวลา”
       “ผมจะรีบตามตัวมัน เอายาไปส่งครับเฮีย” เปี๊ยกว่า
       ปรัชญาเตะเปี๊ยกซ้ำ “ไป๊”
       เปี๊ยกรีบวิ่งออกไป ปรัชญาหันไปสั่งลูกน้อง
       “ไปที่จุดรับของ!”
       “ครับเฮีย”
      
       ขณะที่ธีรดนย์จัดเตรียมของเพื่อทำกิจกรรม ชนิกานต์เดินเอาน้ำมาให้ ธีรดนย์รับไว้แล้ววาง ไม่สนใจ ชนิกานต์หยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้ ธีรดนย์ดึงมือชนิกานต์ออก
       “เราตกลงแล้วไง ฉันยอมอยู่บ้านเธอ เธอต้องวางตัวเหมือนเดิม เราเป็นแค่เพื่อนกัน”
       ชนิกานต์จะเถียง “ก็ฉัน...”
       “ไม่งั้นฉันจะย้ายออกไป”
       “ก็ได้ นายก็ห้ามยุ่งกับยัยแอน”
       ชนิกานต์พูดจบ กฤติยาเดินเข้ามา ธีรดนย์หันไปมอง ชนิกานต์ไม่พอใจ
       “มีอะไรให้ฉันช่วยบ้าง”
       สุรเดชเดินเข้ามาเก๊กหล่อใส่ธีรดนย์
       “ไฮ้...” ยืนชิดกฤติยา “แฟนฉัน...”
       “ฉันพาพี่เดชมาช่วยที่ซุ้มทำขนม” กฤติยาบอก
       ชนิกานต์ยิ้ม “ก็ดี..ไปสิ กิจกรรมจะเริ่มแล้ว”
       “แฟนจ๋า ไปจ้ะ”
       สุรเดชโอบกอดกฤติยาเดินผ่านธีรดนย์ไป สุรเดชบอกธีรดนย์
       “อย่ามอง หึงเว้ยเฮ้ย”
       สุรเดชเดินออกไปกับกฤติยา ธีรดนย์มองตาม แปลกใจที่กฤติยากกลับไปคบสุรเดช
       “หมดคู่แข่งไปหนึ่ง”
       ชนิกานต์ดึงหน้าธีรดนย์กลับมา
       “ห้ามมอง”
       “ห้ามยุ่ง”
       ชนิกานต์หงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้ จำต้องยอม
      
       ครู่ต่อมาสุตาภัญทำหน้าที่พิธีกร ประกาศบอกแขกในงาน
       “ถึงเวลาสนุกกับกิจกรรมพิเศษวันนี้ค่ะ เรามีสามซุ้ม ได้แก่…”
       ชนกชนม์ถือป้ายชื่อซุ้ม
       “บ้านในฝันบนผ้าบาติกครับ”
       ชนิกานต์ถือป้ายชื่อซุ้มกิจกรรม “เพ้นท์เสื้อครอบครัวของฉันค่ะ”
       กฤติยาถือป้ายชื่อถัดมา “ปั้นรักปั้นบัวลอยค่ะ”
       สุตาภัญ ประกาศต่อ “ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมครอบครัวหรรษาได้แล้วค่ะ”
       แขกในงานต่างปรบมือ เริ่มกิจกรรมด้วยกัน
      
       แต่ละครอบครัว ร่วมทำกิจกรรม ชนกชนม์หยิบกรอบผ้าบาติกส่งให้แม่ ชลนิภารับไว้ แล้ววาดรูป ชนกชนม์คอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ ส่วนสุทินกำลังวาดภาพในกรอบผ้าบาติก ด้วยดินสอ มีสุรัมภาคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ
       ที่ซุ้มเพ้นท์เสื้อ ณวัตรวาดภาพบนเสื้อ มีชนิกานต์เข้ามาช่วยวาดภาพให้ กัณฐิกาเข้ามาช่วยนั่งอยู่ใกล้ ชนิกานต์ยิ้มให้กัณฐิกาแล้วถอยห่างไปอยู่อีกด้าน ณวัตรดึงมือชนิกานต์ให้มาช่วยวาดรูปด้วยกัน ชนิกานต์จึงยอมอยู่ด้วย..
       ธีรดนย์นั่งเพ้นท์เสื้ออยู่คนเดียว
      
       ส่วนที่ซุ้มบัวลอย กฤติยาส่งถาดใส่แป้งหลากสี ให้วีรภัทร,นัชชาและนิธิ สามคนช่วยกันปั้นแป้งเป็นลูกบัวลอย กฤติยาคอยดูแลและสอนวิธีการปั้น ครอบครัวนิธิมีความสุขมาก
       ฝ่ายสุรเดชเข้ามาดึงมือกฤติยาออกไป ชวนไปช่วยทำแป้งเพิ่ม
       ที่ซุ้มผ้าบาติก ชลนิภาลงเทียนที่ผ้าบาติก ไม่ถนัด ชนกชนม์เข้ามาช่วยทำ ชลนิภายอมให้ชนกชนม์ช่วย ชนกชนม์วาดเส้นเทียนที่ผ้าบาติกอย่างคล่องแคล่ว ชลนิภามองดูด้วยความชื่นชม
       ขณะเดียวกันเสาวนิตย์ระบายสีผ้าบาติก สุรัมภาเข้ามาช่วย สุทินยืนมอง ไม่ชอบสีที่สุรัมภาเลือก จะเข้าไปเปลี่ยนสี แต่เปลี่ยนใจ ให้สุรัมภาเลือกใช้สีที่ต้องการ
       สุตาภัญยืนมองก็รู้สึกดีใจที่สุทินยอมปล่อยให้สุรัมภาได้ตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง
      
       ทางด้านซุ้มเพ้นท์เสื้อ ธีรดนย์ลงสีเสื้อ ชนิกานต์เข้ามาช่วยลงสี ธีรดนย์ไม่ชอบ ดึงเสื้อหลบ ชนิกานต์แย่งเสื้อมาลงสีเอง ธีรดนย์ยิ้ม แล้วไปหยิบเสื้อตัวใหม่มาทำใหม่ ชนิกานต์ไม่พอใจนัก
       ฟากซุ้มบัวลอย สุรเดชเทแป้งลงชามใบใหญ่ กฤติยารินน้ำกระเจี๊ยบลงไป สุรเดชช่วยนวดแป้ง แอบจับมือกฤติยาในชามแป้ง ถูกกฤติยาตีมือเอา สุรเดชมองกฤติยาเขินอาย หยิบสีใบเตยลงไป แล้วหยิบสีดอกอัญชัญลงไปเพิ่ม ทำให้สีแป้งเน่า สุรเดชยกมือไหว้ขอโทษ
       กฤติยามองดุ หยิบแป้งในชามยัดใส่ปากสุรเดช
       ส่วนที่ซุ้มบาติก ชนกชนม์ระบายสี ชลนิภาเข้ามาช่วย ชนกชนม์ยิ้มแย้มใบหน้าเปี่ยมสุข หันไปมองสุตาภัญที่อีกทางหนึ่ง สุตาภัญยิ้มให้ สุทินหันมองลูกสาวคนโต สุตาภัญหันไปช่วยระบายสีผ้าบาติก สุรัมภาจะลงสี แต่สีหมด จึงถือถาดสีเดินออกไปจากกลุ่ม
       สุรัมภาเดินไปเติมสี แต่ต้องตกใจเมื่อเจอชยางกูรที่ดักรออยู่เมื่อไหร่ไม่รู้
       “นาย”
      
       สุรัมภาตกใจทิ้งถาดใส่สี จะวิ่งหนีไป แต่ชยางกูรคว้าตัวสุรัมภาลากไปอย่างแรง


  


       ทางด้านสุทินรอสุรัมภานานมากแล้ว แต่ไม่เห็นมาสักที จึงหันไปถามเสาวนิตย์
      
       “ลูกภายังไม่มาอีกเหรอ”
       “ค่ะ ฉันไปตามให้ค่ะ”
       สุทินเป็นห่วง “ไม่ต้อง...ฉันจะไปเอง”
       สุตาภัญรู้สึกดีใจที่สุทินอ่อนลงมาก
       “ตาไปตามน้องให้เองค่ะคุณพ่อ”
       สุทินมอง ก่อนจะพยักหน้าให้สุตาภัญออกไป เสาวนิตย์ยิ้มที่สุทินเลิกเข้มงวด เป็นมิตรกับลูกๆ มากขึ้น
      
       ฝ่ายชยางกูรลากตัวสุรัมภามาที่มุมหนึ่ง
       “ปล่อยฉันนะ พ่อฉันรู้เรื่อง นายโดนเล่นงานแน่”
       “คิดว่าฉันกลัวรึไง ทำตามที่ฉันต้องการ”
       “นายจะให้ฉันทำอะไรอีก”
       “ตัวพี่สาวเธอ”
       “พี่ตาไม่เชื่อใจยอมไปกับฉันเหมือนคราวที่แล้วหรอก”
       “มันเป็นหน้าที่ที่เธอต้องพาไปให้ได้ รึอยากประจานตัวเอง”
       ชยางกูรเปิดคลิปอุบาทว์ขึ้นมาขู่อีก สุรัมภาตกใจกลัว น้ำตาไหลพราก
       “แล้วฉันจะโทรมานัดอีกที อย่าคิดหนีฉัน! เล่นตุกติกกับฉัน”
       ชยางกูรขู่สุรัมภาแล้วเดินออกไป สุรัมภารู้สึกกลัวจับใจ
       คล้อยหลังชยางกูรไม่เท่าไหร่ เพทายเดินเข้ามาหา สุรัมภารู้สึกกลัว
       “แก!”
      
       ชยางกูรกำลังจะเดินออกไป เห็นชลนิภาอยู่ในงาน
       “คุณแม่”
       ชยางกูรหยุดมอง เห็นชนกชนม์เข้าไปช่วยชลนิภาระบายสีผ้าบาติก ก็ไม่พอใจ
       “ไอ้ชนม์ ฉันไม่ยอมให้แกแย่งความรักคุณแม่ไปจากฉัน”
       ชยางกูรอาฆาตชนกชนม์ แล้วเดินออกไป
      
       ส่วนสุรัมภาถดตัวถอยหนีเพทายอย่างตื่นกลัว
       “อย่าเข้ามานะ”
       สุรัมภาจะวิ่งหนี เพทายเข้ามารวบตัวไว้
       “ไม่ต้องกลัว ฉันมาดี ฉันมาช่วยเธอ”
       สุรัมภาแปลกใจ
       “ฉันรู้ว่าเธออยากเป็นอิสระ ไม่อยากตกอยู่ใต้คำสั่งชยางกูร”
       “นายจะช่วยฉันจริงๆ เหรอ”
       “จะให้ฉันช่วยอะไร ฉันช่วยได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าชยางกูร”
       สุรัมภาบอก “ช่วยทำลายคลิปนั่น”
       เพทายเข้ามาลูบหน้าสุรัมภา “ไม่มีปัญหา…แล้วฉันจะได้อะไรเป็นรางวัลตอบแทน”
       “นายต้องการเงินเท่าไหร่?”
       เพทายยิ้มย่อง “ใจเย็นๆ ไว้รอให้งานเสร็จฉันจะมาเอารางวัลจากเธอ..ที่รัก”
       เสียงสุตาภัญดังขัดขึ้น “ภา..น้องภา”
       สุรัมภาตกใจที่สุตาภัญกำลังเดินใกล้เข้ามา เพทายรีบเดินชิ่งหนีออกไป สุรัมภายังรู้สึกตื่นกลัว
      
       ชลนิภาระบายสีเสร็จ ชนกชนม์ถือเฟรมบาติก
       “ผมเอาไปต้มให้เทียนละลาย เอาไปซักน้ำก็เสร็จแล้วครับ”
       “ขอบใจนะ”
       ชนกชนม์ยิ้มให้แม่ จะเดินออกไป
       “เสร็จกิจกรรมแล้ว กลับไปบ้านด้วยกันนะ...ลูก”
       ชนกชนม์หันกลับมามองชลนิภา คาดไม่ถึงตื่นเต้นดีใจมาก
       “ครับ...คุณแม่”
       ชลนิภายังรู้สึกเขิน หันกลับไปเช็ดมือที่เปื้อนสี
       ชนกชนม์ถือเฟรมผ้าบาติกเดินออกไป ยิ้มอย่างมีความสุข เจอกับสุรเดชก็ตกใจ
       “ไอ้เดช”
       ชนกชนม์ไม่อยากให้ชลนิภาเห็นสุรเดช กลัวจะเข้าใจผิดว่าเขาคบอันธพาล ลากตัวสุรเดชออกไป
       ชลนิภาหันไป เห็นด้านหลังชนกชนม์ไวๆ แต่ไม่เห็นสุรเดช
      
       ส่วนสุตาภัญเข้ามาหาสุรัมภา
       “ภา...สีบาติกล่ะ”
       “เอ่อ ภาวางไว้ด้านโน้นค่ะ ไปค่ะพี่ตา”
       สุรัมภาจะเดินออกไป สุตาภัญจับมือไว้
       “มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า? บอกพี่ได้นะ”
       สุรัมภายิ้มแย้ม “พี่ตาคิดมาก”
       สุตาภัญสังเกตเห็นรอยน้ำตา “ก็ภาร้องไห้”
       สุรัมภายิ้มร่า “ค่ะ ภาดีใจต่างหาก ภามีความสุข ที่เราจะได้กลับไปอยู่บ้าน พี่ตาไม่ดีใจเหรอ”
       “ดีใจสิ ภาจะได้ไม่ต้องลำบาก เราจะได้มีความสุขกันซะที”
       สุตาภัญกอดน้อง สุรัมภายิ้มแย้มสดใส แต่ภายในใจกังวลหนัก
       “เอาสีไปให้คุณพ่อได้แล้ว”
       ทั้งสองสาวเดินออกไปด้วยกัน
      
       ฟากสุรเดชแซวชนกชนม์ใหญ่
       “มีความสุขซะจริงนะเพื่อน”
       “จะสุขกว่านี้ถ้าแกไม่มากวนหรือทำเสียเรื่อง”
       “เฮ่ย เพื่อนมาดี มาด้วยความรัก แอนยอมรับรักฉันแล้วว่ะ”
       ชนกชนม์ล้อ “โธ่แอน...ไม่น่าเลย”
       สุรเดชเซ็ง “เฮ้ย! ไม่เข้าข้างกันเลย...” เอากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกมา “ฉันฝากเอารถไปคืนไอ้เปี๊ยกด้วย”
       ชนกชนม์ไม่รับ “เอามาก็เอาไปคืนเอง”
       “ไอ้เปี๊ยกมันรีบใช้รถ....ฉันต้องอยู่ดูแลน้องแอน”
       “ฉันไม่อยากยุ่งกับของของแกอีก มียาซ่อนอยู่เปล่าก็ไม่รู้ เข็ดแล้วว่ะ”
       “แกไม่ช่วย! ฉันจะไปบอกแฟนแกว่าแกเล่นยา”
       ชนกชนม์ตกใจ “อย่านะ”
       “ฉันรู้ว่าแฟนแกเกลียดเรื่องนี้มาก...” สุรเดชเดินออกไป เรียกหาสุตาภัญ “คุณสุตาภัญครับ”
       “ไอ้เดช อย่า...”
      
       ชนกชนม์ตกใจรีบวิ่งตามไปเพื่อห้าม


  


       ทางด้านสุตาภัญกำลังซักผ้าบาติกด้วยน้ำเปล่า หลังจากระบายสีและต้มเทียนเสร็จแล้วสุรเดชเดินเข้ามาหาสุตาภัญ
      
       “ตาครับ เดชมีเรื่องสำคัญจะบอก”
       ชนกชนม์วิ่งตามเข้ามา
       “เดช”
       สุตาภัญมองสุรเดช รอฟัง
       “มีอะไรเหรอ”
       “เดชเอาบัวลอยมาฝากครับ”
       สุรเดชยื่นถ้วยใส่บัวลอยให้สุตาภัญ ชนกชนม์โล่งใจ
       “ขอบใจนะ”
       ชนกชนม์ยิ้มให้สุตาภัญ “น่ากินจัง...กินคำหนึ่งสิ”
       สุตาภัญตักบัวลอยป้อนชนกชนม์...
       สุทินช่วยเสาวนิตย์และสุรัมภาเอาผ้าบาติกไปแขวนตากให้แห้ง สุทินเห็นสุตาภัญป้อนบัวลอยให้ชนกชนม์ ไม่ค่อยพอใจนัก
       “เป็นไง อร่อยไหม”
       ชนกชนม์กินเต็มปา “อร๊อยอร่อย”
       “ถ้วยนี้ให้ตา ไป...ฉันตักให้อีกถ้วย”
       สุรเดชลากชนกชนม์ออกไป ชนกชนม์ไม่อยากไป สุรเดชมองขู่ ชนกชนม์จำต้องไป
      
       สุตาภัญแปลกใจในท่าทีของชนกชนม์ ขณะที่สุทินมองสังเกตพฤติกรรมว่ามีอะไร
      
       ชนกชนม์เดินมากับสุรเดชที่มุมลับตา สุรเดชเอากุญแจยัดมือชนกชนม์
       “แกบังคับฉัน”
       “ไม่ได้บังคับ แค่กดดัน โชคดีนะเพื่อนรัก”
       สุรเดชยิ้มให้ แล้วเดินไปหากฤติยาที่ซุ้มบัวลอย
       ชนกชนม์มองกุญแจรถในมือ จะเดินไปที่ลานจอดรถ สุตาภัญเข้ามาคว้าแขนไว้
       ชนกชนม์ยิ้มแฉ่งแกล้งแหย่ “นั่นแน่ะ คิดถึงเค้าอ่ะดิ”
       สุตาภัญ สงสัย “นายจะไปไหน”
       “เอารถไปคืนเพื่อนเดชอ่ะ”
       “ ทำไมต้องเป็นนาย มีความลับปิดบังฉันรึเปล่า”
       “เปล่าครับ? ไม่เชื่อค้นตัวได้เลย เอางี้...ถอดให้ดูหมดเลย”
       ชนกชนม์แกล้งแหย่สุตาภัญ ทำทีจะถอดเสื้อ
       “ทะลึ่งอีกแล้วนะ...ฉันไม่ค่อยไว้ใจเพื่อนนายเลย ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเสพติดนะ”
       ชนกชนม์อึ้ง ประสาวัวสันหลังหวะ กลัวสุตาภัญจับได้เรื่องที่เขาเล่นยา
       “ถ้าฉันรู้ว่านายร่วมค้ายา หรือแม้แต่เสพยา...อย่ามาเรียกฉันว่านางฟ้า”
       ชนกชนม์ฝืนยิ้มให้ ทำตลกกลบ “ครับ นาง..มาร”
       สุตาภัญ ขำ “บ้า! ไปได้แล้ว”
       “ฉันฝากดูแลคุณแม่ฉันด้วยนะ”
       “รีบกลับมานะ นายจะได้กลับบ้านกับคุณแม่”
       “ฉันต้องรีบกลับมา จะได้ส่งเธอกลับบ้านกับพ่อแม่เธอด้วย”
       ทั้งสองยิ้มให้กัน มีความหวังและความสุขที่จะได้กลับบ้าน ชนกชนม์เดินออกไป สุตาภัญโบกมือให้
      
       ฝ่ายสุรเดชยืนมองที่มุมหนึ่ง ยิ้มย่องที่ชนกชนม์จะขี่รถไปให้เปี๊ยก กฤติยาสังเกตสีหน้าสุรเดช มองอย่างแปลกใจ
       “ยิ้มอะไร”
       “มีความสุขที่ได้อยู่กับน้องแอนไงจ๊ะ”
       กฤติยาไม่เชื่อใจนัก “ยิ้มเจ้าเล่ห์ สั่งให้พี่ชนม์ไปส่งยารึเปล่า”
       “โน” สุรเดชบอกขึงขัง
       กฤติยาจ้องมองท่าทีไม่เชื่อ
       “จริ๊งจริง สาบานให้ตายโหงตายห่าได้”
       กฤติยาตกใจรีบเอามือปิดปาก “เขาถือไม่ให้แช่งตัวเอง”
       “ก็พี่เดชพูดความจริงนี่จ๊ะ ปะ ไปปั้นบัวลอยปั้นรักกันต่อ”
       สุรเดชเปลี่ยนเรื่องจูงมือกฤติยาเข้าไปในงาน จู่ๆ เปี๊ยกโผล่พรวดเข้ามาหา สุรเดชตกใจ
       “ไอ้เปี๊ยกมาทำไมวะ”
       “เฮียรอเอาของ” เปี๊ยกบอกอย่างร้อนใจ
       สุรเดชบอกเปี๊ยก “เอ็งเอารถไปส่งเอง”
       “ส่งอะไร”
       กฤติยาซักด้วยความสงสัย สุรเดชอึ้งรีบลากเปี๊ยกออกไปที่ลานจอดรถ กฤติยาสงสัยอยู่อย่างนั้น
      
       ส่วนชนกชนม์เดินมาที่รถ ก่อนจะสตาร์ทรถออกไป ชนกชนม์ไขกุญแจเปิดเบาะออกดู
       หาสิ่งผิดปกติ ชนกชนม์เปิดดู เจอห่อยาซุกอยู่ใต้เบาะ
       “ยา”
       สุรเดชโผล่เข้ามาปิดเบาะ ทันทีชนกชนม์ไม่พอใจ
       “ไอ้เดช แกหลอกใช้ฉันอีกแล้ว”
       “ฉันไม่ได้ตั้งใจ สถานการณ์บังคับว่ะ”
       “ฉันบอกให้แกเลิกขายยา แกยังทำเอาฉันไปเกี่ยวข้อง แกไม่ใช่เพื่อนฉัน”
       สุรเดชรู้สึกผิด “ฉันขอโทษ ฉันจะเลิกแล้ว”
       สุรเดชดึงกุญแจรถจากชนกชนม์ ส่งให้เปี๊ยก
       “เอ็งไปส่ง งานนี้ข้าบาย ข้าวางมือเพื่อเพื่อน เพื่อคนที่ข้ารัก”
       ชนกชนม์รู้สึกดีขึ้นที่สุรเดชตัดสินจะเลิก สุรเดชยื่นกุญแจรถให้เปี๊ยก แต่ไม่ทันที่เปี๊ยกจะรับกุญแจ เสียงไซเรนรถตำรวจวิ่งเข้ามายังถนนในหมู่บ้าน ชนกชนม์ สุรเดชและเปี๊ยกหันไปมองก็ตกใจ
       “ตำรวจ!”
      
       สุตาภัญหันไปมองรถตำรวจที่วิ่งมายังถนน ในหมู่บ้านครอบครัวสุทินหันไปมองด้วยความแปลกใจ กฤติยารู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดี รีบวิ่งออกไปหาสุรเดช
       “พี่เดช พี่เดช”
       ธีรดนย์เห็นท่าทีกฤติยาก็สงสัย วิ่งตามไป
       “แอน...มีอะไร”
       ชนิกานต์เห็นธีรดนย์วิ่งตามไป ก็ไม่พอใจ วิ่งตามธีรดนย์
       “นายจะไปไหน”
       สุตาภัญ สุรัมภา สุทินและเสาวนิตย์มองไป แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       เช่นเดียวกับชลนิภา ณวัตร กัณฐิกา วีรภัทร นัชชาและนิธิ หันไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น

      
       ส่วนที่ลานจอดรถชนกชนม์หันไปบอกสุรเดชให้มอบตัว
      
       “ไอ้เดช แกมอบตัวเถอะ อย่าหนีอีกเลย”
       “ไม่...ฉันไม่ยอมติดคุก”
       สุรเดชขึ้นขี่รถมอเตอร์ไซค์ สตาร์ทเครื่อง สารวัตรและตำรวจวิ่งมาตะโกนสั่ง
       “อย่าหนี มอบตัวซะ”
       สุรเดชหันไป เห็นตำรวจกำลังจะวิ่งเข้ามาล้อม
       “เอาไงวะ ตำรวจล้อมปิดทางไว้” สุรเดชเครียด คิดหาทางไป
       กฤติยาวิ่งมาที่มุมหนึ่ง ตะโกนบอกสุรเดช ธีรดนย์และชนิกานต์วิ่งตามมา
       “พี่เดช มอบตัวเถอะ”
       สุรเดชมองกฤติยาก็ใจอ่อน ชักลังเล
       “ไอ้เปี๊ยก เราไม่มีทางหนีแล้ว...มอบตัว”
       จู่ๆ เปี๊ยกชักปืน ออกมาขู่ชนกชนม์ บอกเสียงเหี้ยม
       “เรายังมีทางรอด!”
       ชนกชนม์ตกใจ “แก”
       สุตาภัญ สุรัมภา สุทินและเสาวนิตย์วิ่งเข้ามามอง
       สุตาภัญตกใจ “ชนกชนม์”
       ชลนิภาวิ่งเข้ามาเห็นปืนจ่อมาทางลูก แทบช็อก
       “ลูกแม่”
       วีรภัทร นัชชาและนิธิวิ่งเข้ามาเห็น ต่างตกใจที่ชนกชนม์ถูกจี้เป็นตัวประกัน ด้านกำลังตำรวจกระจายกำลังเข้ามาล้อมไว้
       สารวัตร ตะโกนบอก “วางปืน แล้วมอบตัวซะดีๆ”
       “ออกไป ไม่งั้นไอ้นี่ตาย”
       เปี๊ยกถือปืนเล็งขู่ชนกชนม์
       ชลนิภาตะโกนบอกตำรวจ “ทำตามที่มันบอก อย่าให้มันทำร้ายลูกฉัน”
       ตำรวจหันไปถามสารวัตร
       “เอาไงครับสารวัตร”
       สารวัตรตัดสินใจ “ทุกคนเปิดทาง”
       ชลนิภาโล่งใจที่ตำรวจยอมทำตาม สุตาภัญเป็นห่วงชนกชนม์มาก
       เปี๊ยกขู่ชนกชนม์ “ขึ้นรถ”
       ชนกชนม์ขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายสุรเดช เปี๊ยกนั่งหลังสุด ถือปืนจ่อขู่ชนกชนม์ไว้
       สุตาภัญเป็นห่วงชนกชนม์ สุรเดชหันไปมองกฤติยา แล้วขี่รถออกไป
       ตำรวจเปิดทางให้ สุรเดชขี่รถผ่านออกไปได้
       สารวัตรสั่งลูกน้อง “วอร์สกัดทุกเส้นทาง”
       “ครับ”
       ตำรวจลูกน้อง รีบวอร์แจ้ง ตำรวจกลุ่มหนึ่งขับรถตามไป ชลนิภาเป็นห่วงชนกชนม์มาก
      
       กฤติยาห่วงสุรเดช จะวิ่งออกไป ธีรดนย์วิ่งมาจับตัวไว้
       “เธอจะไปไหน?”
       “ฉันจะขอให้พี่เดชปล่อยตัวพี่ชนม์”
       “เธอไปได้ไง มันอันตราย” ธีรดนย์ตัดสินใจ “ฉันไปเอง”
       “พี่เดชเขาฟังฉัน ฉันไปด้วย”
       ธีรดนย์ยอมตกลง ชนิกานต์รีบบอกธีรดนย์
       “ฉันไม่ไปนะ ฉันกลัว”
       ธีรดนย์กับกฤติยารีบวิ่งไปที่รถ ธีรดนย์ขับรถออกไป ตามไปทางที่สุรเดชขับไป ชนิกานต์มองตามด้วยความเป็นห่วง
      
       สุรเดชขี่รถหนีตำรวจมาตามถนน ชนกชนม์นั่งนิ่งด้วยความกลัว รถตำรวจวิ่งตาม สุรเดชบิดรถหนีไปตามซอยตรงหน้า ตำรวจหยุดรถ ตามไปไม่ได้ เพราะเป็นซอกเล็กๆ วอร์เรียกทีมเสริมสกัดไว้
      
       ส่วนที่หมู่บ้านจัดสรร ณวัตรถามสารวัตรอย่างร้อนใจ โดยมีกัณฐิกาอยู่ข้างๆ
       “ผมเป็นเจ้าของที่นี่ เกิดอะไรขึ้น”
       สารวัตรบอกทุกคน
       “ผมขอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกับนายสุรเดช ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด”
       ทุกคนตกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
       “ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ปกครองนายชนกชนม์ครับ”
       ชลนิภาตกใจ ไม่ทันแสดงตัว วีรภัทรจะแสดงตัว แต่นัชชาดึงตัวไว้ แต่วีรภัทรไม่อาจทนได้
       “ผมเป็นพ่อชนกชนม์ครับ”
       ชลนิภารู้สึกแปลกใจที่วีรภัทรแสดงตัวปกป้อง ชลนิภารีบบอกสารวัตร
       “ชนกชนม์เป็นลูกฉัน มีอะไรคุยกับดิฉัน”
       “ลูกของคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการค้ายาด้วย ผมขอรบกวนทุกคนที่เกี่ยวข้องไปให้ปากคำครับ”
       ชลนิภาไม่เชื่อ “ลูกฉันไม่ได้ค้ายา คุณก็เห็นว่าลูกฉันถูกจับเป็นตัวประกัน”
       “ลูกคุณเป็นเพื่อนสนิทกับพวกผู้ต้องหา ลูกคุณอาจร่วมมือในการหนี” สารวัตรบอก
       “ไม่จริง ลูกฉันไม่ได้ค้ายา”
       ชลนิภาตกใจ แล้วก็เป็นลม
       “คุณชลนิภา!”
       วีรภัทรเข้าไปดูชลนิภา คนอื่นๆ เข้าไปช่วยดูแล นัชชาไม่พอใจที่วีรภัทรเข้าไปดูแลชลนิภา สุตาภัญและสุรัมภาเป็นห่วงชนกชนม์มาก
       “พี่ชนม์”
       สุตาภัญคิดจะทำอะไรบางอย่าง สุทินจับสังเกตสุตาภัญ
      
       สุรเดชวิ่งมาจอดรถในซอยเปลี่ยว เปี๊ยกและชนกชนม์ลงจากรถ
       เปี๊ยกบอกชนกชนม์ “หมดประโยชน์แล้ว แกจะไปไหนก็ไปซะ”
       สุรเดชลงจากรถ รีบบอกชนกชนม์
       “รีบหนีไปซะเพื่อน”
       ชนกชนม์โกรธจัด ต่อยสุรเดชเต็มหมัด “ฉันไม่ใช่เพื่อนแก!”
       “ฉันขอโทษ”
       “แกก็ไม่เชื่อฉัน แกอยากตายรึไงวะ”
       “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันจะหนีไปกับแอน ไปอยู่ที่ไม่มีใครตามจับได้ แกให้อภัยฉันนะเพื่อน”
       สุรเดชร้องขอจากชนกชนม์ ชนกชนม์ไม่ตอบ
       ระหว่างนั้นเฮียปรัชญาและลูกน้องเข้ามา
       “ของอยู่ไหน?”
       ชนกชนม์มองปรัชญา ก็จำได้ว่าเป็นเจ้าของผับ และบ่อนก็ตกใจ
       “เฮีย”
       ปรัชญามองหน้าชนกชนม์ ไม่พอใจนัก
       “ใครวะ มันเป็นสายตำรวจรึเปล่า”
       ลูกน้องปรัชญาชักปืนออกมาจะยิงชนกชนม์ สุรเดชเข้ามากันไว้
       “เพื่อนผมเอง มันช่วยพาเราหนีตำรวจ”
       ปรัชญาตกใจ “ตำรวจ”
       “ตำรวจไม่ตามมาแล้ว...เฮียจ่ายเงินมาก็จบ”
       “ของมาเงินไป!”
       ปรัชญาต่อรองจะเอายาก่อน สุรเดชลังเล หันไปมองเปี๊ยกซึ่งถือห่อยาอยู่
       เสียงไซเรนดังจากรถตำรวจที่วิ่งเข้ามา ลูกน้องปรัชญาวิ่งเข้ามารายงาน
       “เฮีย ตำรวจมา”
       “พวกเอ็งหาเรื่องให้ข้า! เอายามา”
       เปี๊ยกไม่ยอมส่งยาให้ วิ่งหนีไป ปรัชญาจะชักปืนเล่นงาน สุรเดชคว้ามือชนกชนม์ที่ยืนอึ้งอยู่วิ่งหนีไป
       “ไปเร็ว”
       ปรัชญาสั่งลูกน้อง “เอายามาให้ได้...แล้วตัดตอนพวกมัน อย่าให้สาวมาถึงเฮีย”
      
       ปรัชญารีบออกไปอีกทางพร้อมบอดี้การ์ด ส่วนลูกน้องอีกสองคน ตามพวกสุรเดชไป


  


       ขณะที่สุตาภัญจะเดินออกไปตามเรื่องชนกชนม์ สุทินเดินเข้ามาถาม
      
       “สุตาภัญ เธอจะไปไหน”
       “ตาจะไปช่วยเป็นพยานให้ชนกชนม์ที่สถานีตำรวจค่ะ”
       สุทินไม่พอใจ สั่งเสียงดัง “กลับบ้าน”
       “คุณพ่อคะ ชนม์เป็นคนดี เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ายา” สุตาภัญบอก
       “ตำรวจรายงานว่านายนั่นถูกจับไปสองครั้งแล้ว ต้องร่วมอยู่ในขบวนการ”
       “ตำรวจก็ต้องปล่อยตัว เพราะไม่มีหลักฐาน ชนกชนม์เป็นคนดี ตาเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของเขา ตาต้องเป็นพยานให้เขาได้กลับบ้าน”
       สุทินโกรธ “สุตาภัญ...เธอวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง เลิกเอาตัวไปเสี่ยงกับวัยรุ่นสร้างปัญหาได้แล้ว”
       สุทินสั่ง พูดด้วยเหตุผล สุตาภัญพูดไม่ออก
      
       เปี๊ยกวิ่งนำมาที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง สุรเดชและชนกชนม์วิ่งตาม เปี๊ยกบอกสุรเดช
       “แยกกัน แล้วไปเจอที่เก่า”
       สุรเดชเข้ามาคว้าตัวเปี๊ยกไว้
       “เอายามาไว้ที่ข้า”
       “แกไม่ไว้ใจข้า” เปี๊ยกฉุน
       ระหว่างนั้นลูกน้องปรัชญาเข้ามาหาทั้งสอง
       “เอามาไว้ที่ข้านี่แหละ!”
       ลูกน้องปรัชญาคนนั้น เล็งปืนขู่สุรเดชและเปี๊ยกอย่างเอาจริง เปี๊ยกจำต้องส่งห่อยาให้ แต่ฉวยจังหวะทีเผลอ ต่อยสู้ ลูกน้องอีกคนจะเข้าไปเล่นงาน สุรเดชต่อยสู้ ชนกชนม์เข้ามาช่วยสุรเดชส่วนเปี๊ยกต่อยตีกับลูกน้องปรัชญาอีกคนหนึ่ง
       ลูกน้องปรัชญาที่สู้กับสุรเดชและชนกชนม์ ได้เปรียบคว้าปืนจะยิงชนกชนม์ ธีรดนย์ตามมาเอาไม้ฟาด ปืนกระเด็นตกพื้น
       “ธี” ชนกชนม์ดีใจ
       ธีรดนย์และชนกชนม์เข้ามาช่วยกัน ต่อยกับลูกน้องปรัชญา จนมันสลบไป
       ลูกน้องปรัชญาที่เหลือแค้นจัด จะยิงสุรเดช กฤติยาตะโกนสุดเสียง
       “พี่เดชระวัง”
       สุรเดชหันไป กระโดดหลบทัน ชนกชนม์หยิบไม้ปาใส่ลูกน้องปรัชญา เปี๊ยกและธีรดนย์เข้าไปเล่นงาน จนลูกน้องปรัชญาสลบ
       เปี๊ยกหยิบห่อยาวิ่งหนีไปทันที
       “ไอ้เปี๊ยก”
       กฤติยาตะโกนบอก “พี่เดช ...ปล่อยมันไป”
       “พี่ต้องเอายาไปขาย เอาเงินหนีไปอยู่ด้วยกัน แอนรอพี่นะ”
       สุรเดชวิ่งตามเปี๊ยกไป
       กฤติยาร้อนใจบอกชนกชนม์ “พี่ชนม์ไปช่วยพี่เดชด้วย”
       แต่ธีรดนย์ห้าม “ปล่อยมันไป มันเลือกทางเดินของมันเอง”
       ชนกชนม์ลังเล แล้วตัดสินใจวิ่งตามสุรเดชไป กฤติยาวิ่งตามไปอีกคน ธีรดนย์เป็นห่วง
       “แอน”
       ธีรดนย์นิ่งคิดตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
      
       ส่วนสุตาภัญยังคงขอร้องสุทิน
       “ให้ตาไปช่วยเพื่อนนะคะ”
       “คนเลวมันจะพาเราชีวิตเราตกต่ำ...อย่าไปยุ่งกับพวกมันอีก”
       สุตาภัญพูดไม่ออก สุรัมภาและเสาวนิตย์ตามเข้ามา ช่วยพูด
       “คุณพ่อคะ พี่ชนม์เป็นคนดีจริงๆ นะคะ”
       “คนดีต้องไม่มีมลทิน....ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”
       สุตาภัญและสุรัมภาไม่กล้าเถียงอีก
       สุทินบอกจริงจัง “อยากกลับบ้านไปอยู่ด้วยกันก็ทำตามที่ฉันบอก”
       สุตาภัญและสุรัมภาอึ้ง นิ่งคิดตัดสินใจ
       สุตาภัญยกมือไหว้ขอโทษ “คุณพ่อคะ ตาทิ้งเพื่อนไม่ได้ค่ะ”
       สุทินผิดหวังและเสียใจ “ฉันให้อภัยเธอ ให้โอกาสเธอแล้ว แต่เธอทำลายโอกาสนั้นด้วยตัวเธอเอง”
       สุทินเดินออกไป เสาวนิตย์เข้าไปขอร้องสุตาภัญและสุรัมภา
       “กลับบ้านนะลูก กลับไปกับแม่”
       “คุณแม่คะ ตาอยากกลับบ้าน ตาอยากไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ แต่ตาปล่อยให้เพื่อนที่ดี คอยช่วยดูแลตายามลำบาก ติดคุกไม่ได้ค่ะ”
       เสาวนิตย์เข้าใจความรู้สึกสุตาภัญ และสงสารชนกชนม์
       “พาเพื่อนกลับบ้านให้ได้นะลูก”
       สุตาภัญและสุรัมภาดีใจที่เสาวนิตย์เห็นด้วย ทั้งสองโผเข้ากอดเสาวนิตย์อย่างซาบซึ้ง
       เสาวนิตย์เดินออกไป สุตาภัญหันไปถามสุรัมภา
       “ภากลับไปกับคุณแม่เถอะ”
       “ไม่ค่ะ....เราต้องกลับไปด้วยกัน”
      
       สุรัมภายืนยันที่จะอยู่เคียงข้างพี่สาว สุตาภัญซึ้งใจ


  


       ส่วนเปี๊ยกถือห่อยาทำท่าจะวิ่งหนี สุรเดชเข้ามากระชากยื้อแย่งไป พร้อมกับด่า
      
       “เอ็งคิดโกงข้า”
       “ข้าไม่ได้โกง แกไม่เชื่อใจก็เอาไปถือเอง”
       เปี๊ยกทำทีเป็นส่งห่อยาให้ พอสุรเดชรับไว้เปี๊ยกต่อยแล้วเตะซ้ำ สุรเดชกอดห่อยาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
       “เอายามา” เปี๊ยกเข้าไปแย่ง
       “ไม่ให้ ข้าไม่ให้”
       ชนกชนม์วิ่งเข้ามา ร้องห้าม
       “หยุดได้แล้ว”
       เปี๊ยกเล็งปืนหันไปขู่ชนกชนม์
       “ไม่อยากตายก็ออกไป”
       ชนกชนม์ไม่กล้าเข้าไป เปี๊ยกกระทืบสุรเดชซ้ำ แต่สุรเดชไม่ยอมปล่อยห่อยา จังหวะนั้นสารวัตรและกำลังตำรวจส่วนหนึ่งวิ่งเข้ามา
       “มอบตัวซะ” สารวัตรตะโกนขึ้น
       เปี๊ยกและสุรเดชตกใจ กำลังตำรวจเข้ามามากขึ้น
       “วางปืน แล้วมอบตัว!”
       ชนกชนม์ยืนยกมืออยู่ที่มุมหนึ่ง ธีรดนย์และกฤติยาเข้ามา ยืนมองห่างออกไป เปี๊ยกจะวางปืนที่พื้น แต่แล้วกลับยิงใส่ตำรวจ
       สุรเดชตกใจ “ไอ้เปี๊ยก”
       เปี๊ยกยิงต่อสู้ สารวัตรจึงยิงสวนโดนเปี๊ยกล้มลงตายต่อหน้าสุรเดช
       สุรเดชมองมองอย่างตื่นตกใจ ชนกชนม์ยืนมองที่มุมหนึ่ง พูดกับตัวเอง
       “เดช...มอบตัวเถอะ”
       สุรเดชตัดสินใจหยิบปืนของเปี๊ยกที่ตกพื้นแล้วยิงใส่ตำรวจ เห็นตำรวจนายหนึ่งถูกยิงที่ขาล้มลง ชนกชนม์ตกใจที่สุรเดชยิงตำรวจ
       “ไอ้เดช!”
       ตำรวจระดมยิงใส่สุรเดชไม่ยั้ง สุรเดชวิ่งหนีไป ชนกชนม์มองเห็นก็เป็นห่วง วิ่งตามสุรเดชไป
       กฤติยาเห็นสุรเดชหนีก็ตกใจ วิ่งตามไป ธีรดนย์ตามไปด้วย สารวัตรหันไปสั่งลูกน้อง
       “ตามไป”
      
       สุรเดชวิ่งหนีมาอีกมุมในโกดังร้าง ชนกชนม์วิ่งเข้ามาห้าม
       “ไอ้เดช มอบตัวเถอะ ไม่งั้นแกต้องตายเหมือนเพื่อนแก”
       สุรเดชไม่ยอม “ฉันไม่มีทางเลือก ฉันต้องสู้”
       “มอบตัวแกก็ยังมีชีวิตรอด”
       “คนอย่างฉันไม่ยอมตายในคุก”:
       กฤติยาเข้ามาต่อว่าสุรเดช ธีรดนย์ตามเข้ามาด้วย
       “หรือพี่อยากตายเหมือนหมาข้างถนน”
       สุรเดชตกใจ “น้องแอน”
       “วางปืนแล้วมอบตัว...ฉันขอร้อง” กฤติยาพูดซีเรียส เข้ามาจับมือสุรเดช
       “ฉันจะดูแลพี่ พี่ยังมีฉัน”
       สุรเดชตื้นตัน สับสน ร้องไห้ออกมา “พี่รักแอน พี่ไม่ยอมให้แอนต้องลำบากเพราะพี่อีกแล้ว”
       สุรเดชผลักกฤติยาออกไป
       “กลับไป อย่ามายุ่งกับพี่”
       กฤติยาร้องไห้ “พี่เดช”
       สุรเดชหันไปฝากฝังกับธีรดนย์ “ฉันฝากดูแลแอนด้วย”
       ธีรดนย์แปลกใจที่สุรเดชหันมาสั่งตน
       สุรเดชชี้ปืนไปที่ธีรดนย์ “รับปากสิว่าจะดูแลแอน”
       ธีรดนย์รับคำ “ได้...ฉันสัญญา”
       สุรเดชหันมาถามชนกชนม์ “ชนม์ แกให้อภัยฉันได้ไหม”
       สุรเดชร้องไห้ ถามชนกชนม์ทั้งน้ำตา ชนกชนม์จะตอบ แต่สารวัตรและกำลังตำรวจวิ่งเข้ามา สุรเดชเห็นก็ตกใจ รีบไล่ทุกคน
       “หนีไป อย่ามายุ่งกับฉัน”
       สุรเดชรีบวิ่งหนีไปอีกทาง เพื่อเบี่ยงความสนใจของตำรวจ
       “พี่เดช”
       กฤติยาเป็นห่วงจะวิ่งไป ธีรดนย์จับตัวกฤติยาไว้ สุรเดชยิงใส่ตำรวจก่อน ตำรวจยิงสวน
       สุรเดชยิงสู้ สารวัตรยิงสวน กระสุนปืนถูกห่อยาในมือสุรเดช เม็ดยาบ้าร่วงกระจายเต็มพื้นพร้อมๆ กับร่างสุรเดชร่วงลงไปกองสิ้นใจตายที่พื้น
       ชนกชนม์ช็อก
       “ไอ้เดช!”
       ชนกชนม์ร้องไห้ กฤติยาตกใจร้องไห้เสียใจ จะวิ่งไป ธีรดนย์ดึงตัวไว้
       “อย่าไป...ไม่งั้นเธอต้องเดือดร้อนไปด้วย”
       “ฉันจะไปหาพี่เดช”
       ชนกชนม์รั้งกฤติยาไว้ แล้วร้องไห้ไปพูดไป “ทำตามที่เดชสั่ง ให้มันได้ตายอย่างสงบ”
       ร่างสุรเดชนอนตายคากองยาบ้าที่หล่นเกลื่อนพื้น กฤติยาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ทรุดตัวลงที่พื้นตรงนั้น ธีรดนย์เข้าไปประคองด้วยความเป็นห่วง
       ชนกชนม์ยืนร้องไห้เสียใจ มองไปร่างของสุรเดช
      
       เห็นร่างสุรเดชนอนนอนตายอย่างเดียวดาย กลางกองยาบ้านั้น


  


       ตกตอนกลางคืน ชลนิภาเริ่มรู้สึกตัวหลังจากสลบไป พบว่าตัวเองอยู่ที่ห้องโถงในคฤหาสน์ มองไปเห็นวีรภัทรคอยดูแลอยู่
      
       “คุณเป็นยังไงบ้าง”
       ชลนิภาแปลกใจที่พบว่าวีรภัทรคอยดูแลตน
       “คุณ....ชนกชนม์ล่ะ”
       “ผมเพิ่งกลับจากสถานีตำรวจ ตำรวจแจ้งว่าวิสามัญฆาตกรรมสองศพ”
       ชลนิภาใจหล่นวูบ “ลูก”
       วีรภัทรบอก “ไม่ใช่ชนม์ ชนม์หายไป...ตำรวจกำลังตามจับตัวไปสอบสวน”
       “ชนกชนม์ค้ายาจริงเหรอ”
       “ผมคิดว่าชนม์ติดร่างแหเพราะอยู่ร่วมเหตุการณ์กับเพื่อน...ลูกไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายอย่างนั้น ผมอยากให้คุณเชื่อใจลูกบ้าง”
       ชลนิภารู้สึกสับสน ไม่มั่นใจว่าชนกชนม์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่
       “คุณกลับไปได้แล้ว...ฉันไม่อยากให้ภรรยาคุณมาแหกอกฉันอีก”
       นัชชาเดินเข้ามาในห้องพอดี
       วีรภัทรกังวลใจ “คุณนัชชา”
      
       ที่ใต้อพาร์ตเม้นต์ สุตาภัญบอกสุรัมภา
       “ภากลับเข้าห้องก่อน”
       “พี่ตาจะไปไหน”
       “พี่จะแวะไปดูพี่ชนม์ที่บ้านพัก เผื่อเขากลับไปที่นั่น”
       “ภาไปด้วยค่ะ”
       “อย่าเลย ภาต้องพักผ่อนมากๆ ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดี แล้วพี่จะกลับมา”
       “ระวังด้วยนะคะพี่ตา”
       สุตาภัญยิ้ม แล้วเดินออกไป สุรัมภามองตามด้วยความเป็นห่วง
      
       ส่วนชลนิภามองนัชชา กลัวจะมีปัญหาตามมา
       “เธอหายดีก็ปล่อยสามีฉันกลับได้แล้ว คงไม่สำออยเรียกคะแนนสงสารให้ต้องนอนเฝ้ากันทั้งคืน”
       วีรภัทรหน้าตึง “คุณนัชชา คุณพูดอะไร”
       “ฉันก็พูดตามสิ่งที่ภรรยาเก่าคุณคิด”
       “ฉันไม่เคยมีความคิดอย่างนั้น” ชลนิภาบอก
       “แล้วสิ่งที่ทำเกิดจากอะไร ถ้าไม่ใช่สมองคิด รึว่าเธอไม่ได้ใช้สมอง ถึงคิดสร้างเรื่องให้สามีฉันต้องคอยพะเน้าพะนอตลอดเวลา”
       ชลนิภาชักโกรธ “เธอดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว”
       “ฉันพูดน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น...ไม่ว่าจะแผนไล่ลูกออกจากบ้าน ให้ลูกคอยมาหาสามีฉัน ไหนจะปล่อยให้ลูกชายสร้างปัญหา สามีฉันต้องไปประกันตัว”
       วีรภัทรห้าม “คุณนัชชาพอเถอะ”
       นัชชาแหวใส่ “คุณนั่นแหล่ะพอได้แล้ว...เลิกยุ่งกับชนกชนม์ ถ้าคุณไม่เลิกยุ่งกับลูกคนนี้ ชีวิตคุณก็คงต้องเข้าออกสถานีตำรวจ 24 ชั่วโมง”
       ชลนิภาทนไม่ไหว “กรุณาไปทะเลาะกันที่บ้าน ฉันไม่อยากฟังปัญหาในครอบครัวของพวกเธอ”
       นัชชาหันมาทางวชลนิภา “ปัญหาในบ้านฉันมันเกิดจากเธอ”
       “อย่ามาโยนความผิดให้ฉัน เธอทำหน้าที่ภรรยาบกพร่องปกครองสามีไม่ได้ ก็อย่ามาโทษฉัน”
       “ยังมีหน้ามาด่าฉันอีก เธอมันไร้ยางอาย”
       “คุณนัชชา กลับไปได้แล้ว”
       วีรภัทรตัดสินใจพานัชชาออกไปจากห้อง ชลนิภามองตามไม่พอใจจึงเดินตามไป
      
       ชนกชนม์นั่งเศร้าเสียใจกับการตายของสุรเดช ธีรดนย์เข้ามาปลอบใจ
       “แกโอเคไหม กลับเถอะ ทุกคนเป็นห่วงแก”
       “ฉันไม่เป็นไร แกกลับไปส่งแอน”
       ชนกชนม์หันไปยิ้มให้กฤติยา ธีรดนย์เดินออกไปพร้อมกฤติยา
       ชนกชนม์ยืนเศร้าร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด
      
       วีรภัทรลากนัชชาออกไป นัชชาสะบัดมือออกสุดแรง
       “ปล่อยฉัน!”
       “คุณก็พูดแรงเกินไป”
       “คุณมียังมีใจให้มันใช่ไหม คุณถึงปกป้องมัน คุณผิดสัญญาที่ให้กับฉัน”
       วีรภัทรรู้สึกผิด “ผมขอโทษที่ผิดคำสัญญากับคุณ แต่ผมห่วงลูก”
       “ฉันไม่เข้าใจจริงๆ คุณเลิกกันแล้ว ทำไมต้องดูแลกันอีก!”
       ชลนิภาเดินเข้ามาจะโวยวายใส่นัชชา...แต่หยุดฟังเหตุผลของวีรภัทร
       “คุณจะให้ผมปฎิเสธความรักความห่วงใยที่ผมมีต่อลูกไม่ได้...ทำไมคุณตั้งแง่รังเกียจชนกชนม์นัก”
       “ฉันไม่ได้รังเกียจแก แต่ฉันกลัว...” นัชชา
       วีรภัทรแปลกใจ
       “คุณรู้ไหม...ทุกครั้งที่คุณช่วยลูก ช่วยภรรยาคุณ ฉันกลัวเสียคุณไป...”
       วีรภัทรอึ้ง ชลนิภาอยากรู้เหตุผลของนัชชา
       “ภรรยาเก่าคุณดีกว่าฉันทุกอย่าง ทั้งฐานะ ชื่อเสียง เป็นคนเก่ง ฉันสู้เธอไม่ได้เลย...เวลาคุณมาที่นี่ หรือยุ่งเกี่ยวกับคนที่นี่ ฉันอดระแวงไม่ได้”
       นัชชาระบายความในใจออกมา แล้วเดินหนีไป นัชชาเดินไปแล้ว วีรภัทรยืนนิ่งอึ้ง ชลนิภาเดินเข้ามาหาวีรภัทร
       “กลับไปเถอะค่ะ อย่าทำให้เธอเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้ ฉันขอบคุณที่คุณคอยห่วงใยพวกเรา ต่อไปนี้ ฉันจะต้องดูแลตัวเอง ไม่เป็นภาระให้ใครต้องเดือดร้อนอีก”
      
       วีรภัทรพยักหน้า แล้วเดินออกไป ชลนิภามองตาม นึกเป็นห่วงชนกชนม์

      
       ชนกชนม์เดินเข้ามาหยุดยืน กวาดตามองในตึกร้างที่สุรเดชเคยอยู่ คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
      
       ทั้งตอนที่สุรเดชเคยแกล้งชนกชนม์ต่างๆ นาๆ สุรเดชร้องเพลงประจำแก๊ง...ลูกเทวดา สุรเดชมีเรื่องแล้วตนไปช่วย และตอนที่สุรเดชวางแผนลักพาตัวนิธิ เพื่อให้ชนกชนม์เป็นฮีโร่
       กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด ที่ชนกชนม์ต่อยสุรเดชที่โกหกเรื่องยา แล้วสุรเดชขอให้ชนกชนม์ให้อภัย แต่ชนกชนม์ไม่ตอบ สุดท้ายเป็นภาพตอนสุรเดชไล่ให้ทุกคนออกไป แล้ววิ่งหนีตำรวจ จนถูกตำรวจวิสามัญล้มลงสิ้นใจคาที่
       คิดขึ้นมาแล้วชนกชนม์ร้องไห้ออกมาด้วยความ พร้อมกับตะโกนก้องไปทั้งตึกร้าง เหมือนอยากให้สุรเดชรับรู้
       “ฉันให้อภัยแก...ฉันให้อภัยแกได้เสมอ เพื่อนรักของฉัน”
      
       ส่วนชนิกานต์กำลังต่อว่ากัณฐิกา อย่างเอาเรื่อง
       “ยัยแม่มด เธอต้องรับผิดชอบ”
       “จะให้ฉันรับผิดชอบอะไร ฉันไม่ได้ทำผิด”
       “กล้าพูดแน่ะ งานคุณพ่อฉันพังเพราะหลานเธอ หลานเธอคบโจร”
       กัณฐิกาเถียงไม่ออก
       “น้าเป็นยังไงหลานก็เป็นอย่างนั้น นี่ถ้าฉันไม่รู้ว่าเธอสองคนเป็นญาติกัน คงคิดว่าเป็นแม่ลูก เชื้อไม่ทิ้งแถว”
       กัณฐิกาอึ้ง นิ่งงัน กลัวชนิกานต์รู้ความจริง
       ชนิกานต์สงสัย “รึเธอสองคนเป็นแม่ลูกกัน”
       “ไม่ใช่...แอนเป็นหลานเป็นลูกบุญธรรมฉัน”
       “หัดสอนหลานให้ใฝ่ดีบ้าง ไม่ใช่เอาเรื่องวุ่นวายเข้าบ้าน ไม่งั้นฉันจะให้คุณพ่อไล่ออกไปทั้งน้าหลาน”
       ชนิกานต์เดินออกไป กัณฐิกาเจ็บใจที่ถูกด่า แต่เถียงกลับไม่ได้ เลยยิ่งโกรธกฤติยา
       “ยัยแอน”
      
       ชนิกานต์รอคอยธีรดนย์อยู่ในคฤหาสน์ ธีรดนย์เดินเข้ามาพร้อมกับกฤติยา ชนิกานต์รีบวิ่งเข้าไปหา
       ธีรดนย์หันไปปลอบใจกฤติยา
       “ทำใจเถอะ ยังไงเขาก็จากไปแล้ว นี่อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด ที่เขาไม่ต้องทุกข์ทรมานอีก”
       กฤติยายังคงเสียใจเรื่องสุรเดช
       “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงกลับไปคบสุรเดช ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่ดี”
       “อย่าพูดจาดูถูกแฟนฉัน เขาจะแย่จะเลวยังไง..เขาได้ชื่อว่าเป็นแฟนฉัน” กฤติยาร้องไห้โฮ
       ธีรดนย์อึ้ง
       “แล้วที่สำคัญ...เขาเป็นคนที่รักฉันมากที่สุด”
       “จริงอย่างที่เธอพูด...เขาเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ในความรัก และรักเธอมากที่สุด ฉันขอโทษ”
       ธีรดนย์เข้าไปกอดปลอบใจกฤติยา ชนิกานต์เห็นวิ่งเข้ามากระชากตัวกฤติยาออกห่างธีรดนย์
       “ฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับธี”
       ธีรดนย์กันชนิกานต์ออกไป “นิกกี้!”
       “นายเข้าข้างมัน นายปกป้องมัน”
       “ฉันไม่แย่งธีไปจากเธอหรอก ฉันมีแฟนแล้ว”
       ชนิกานต์ไม่เชื่อ ด่าซ้ำ “ไม่ต้องเอาสุรเดชมาบังหน้า ป่านนี้มันหนีตำรวจไม่กลับมาแล้วเธอก็ต้องกลับมาหาธี”
       “ฉันไม่เคยใช้เขาบังหน้า ฉันแค่คิดว่าฉันควรจะเลือกคนที่รักฉัน...แล้วมันจะทำให้เธอเลิกระแวงในตัวฉัน”
       ชนิกานต์รู้ความจริงก็รู้สึกผิดที่ต่อว่ากฤติยา
       “ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าเธอจะยังรักมัน มันไม่อยู่แล้ว”
       กฤติยาร้องไห้โฮ “ใช่...เขาไม่อยู่แล้ว...ต่อให้เขาจากฉันไปไกลแค่ไหน...ฉันก็จะรักเขา...ฉันจะซื่อสัตย์ต่อเขา ฉันไม่มีวันรักใครได้อีก...” กฤติยามองหน้าธีรดนย์ขณะบอก “ไม่มีวันรักใครได้อีก”
       กฤติยาร้องไห้แล้วเดินออกไป
       ชนิกานต์แปลกใจ “เธอพูดอะไร ทำไมต้องร้องไห้”
       ธีรดนย์บอก “สุรเดชตายแล้ว”
       ชนิกานต์รู้ความจริงก็ตกใจ รู้สึกผิดที่ต่อว่ากฤติยาและสุรเดช
      
       ชยางกูรเดินเข้าไปหาเพทายที่มุมหนึ่งของบ้าน
       “แกไม่ควรมาที่นี่ กลับไปซะ”
       “ฉันแค่มาบอกข่าว ว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งแกตายแล้ว”
       “ไอ้เดช” ชยางกูรรู้สึกใจหายและกลัว
       “ถ้าตำรวจไม่ซัดมันจนพรุน เฮียก็ไม่มีวันปล่อย ใครที่หักหลังเฮียไม่เคยรอด!” เพทายขู่ชยางกูรอยู่ในที
       “หมดเรื่องก็กลับไปได้แล้ว”
       “ฉันจะมาชวนแกไปดื่มฉลองชีวิตใหม่ ไม่มีหนี้ ไม่มีศัตรู”
       “ฉันไม่ไป ฉันเลิกหมดแล้ว เสร็จเรื่องจัดสุตาภัญให้เฮียแก ฉันจะไม่ยุ่งกับพวกแกอีก”
       “ฉันดีใจด้วยกูร ถึงฉันทำงานให้เฮีย ฉันก็ไม่ชอบขี้หน้ามัน สักวันฉันต้องดัดหลังเอาคืนมันให้ได้”
       ชยางกูรมองเพทาย ไม่ค่อยเชื่อใจนัก
       “ขอยืมมือถือหน่อย” เพทายบอก
       ชยางกูรไม่ยอม “แกก็มี”
       “แบตหมด ฉันจะโทรยกเลิกสาวๆ ว่าแกไม่ไปแล้ว”
       ชยางกูรไม่อยากให้ยืมโทรศัพท์ แต่เพทายดึงไป แล้วทำทีหันหลังออกไปกดโทร.ออก...
       ส่งสัญญาณบางอย่าง
       ลูกน้องปรัชญาเข้ามาหา ชยางกูรตกใจ จะเดินหนีเข้าไปในบ้าน
       “ไม่ต้องกลัว แค่มาเตือนว่าอย่าลืมคำสั่งเฮีย”
       “รู้แล้วน่า”
       เพทายกำลังถือมือถือในมือ ชยางกูรเข้ามาดึงมือถือไป
       “เดี๋ยวแม่ฉันมาเห็น...พวกแกกลับไปได้แล้ว!”
       เพทายพยักหน้า แล้วออกไปพร้อมกับลูกน้องปรัชญา ชยางกูรมองดูมือถือ จะเปิดดูข้อมูลในเครื่อง
       เสียงกริ่งดังขัดขึ้นก่อน ชยางกูรแปลกใจ
      
       ด้านสุตาภัญเดินเข้าไปด้านในบริเวณชุมชน ตรงไปยังบ้านพักของชนกชนม์
      
       แมนเพื่อนสุรเดชนั่งอยู่ที่วินมอ'ไซค์ เห็นสุตาภัญก็จำได้ว่าเป็นแฟนชนกชนม์ มองตามอย่างสนใจ


  


       เป็นชนกชนม์ที่มากดกริ่งหน้าบ้านเพื่อมาพบชลนิภา แต่กลับเห็นชยางกูรเดินออกมาหา
      
       ชนกชนม์แปลกใจ “กูร”
       “แกสร้างเรื่องยังไม่พอ ยังมีหน้ามาอีก...คิดจะทำให้คุณแม่ช็อกตายรึไง”
       “ฉันหนีตำรวจ ฉันจะไปมอบตัวสู้คดี ฉันไม่ได้ขายยา...ฉันจะให้คุณแม่หาทนายความสู้คดี”
       “คุณแม่ไม่อยากเห็นหน้าแก คุณแม่สั่งทุกคนในบ้านห้ามติดต่อไม่ให้แกเหยียบบ้านหลังนี้ เพราะแกไม่ใช่ลูกคนแม่”
       ชนกชนม์หน้าเศร้า รู้สึกเสียใจ
       ชยางกูรตะเพิดส่ง “ไปได้แล้วไอ้หมาหัวเน่า”
       “ขอฉันพบคุณแม่ครั้งสุดท้าย…อย่างน้อยให้ฉันได้กราบขอโทษคุณแม่”
       “รักคุณแม่ก็อย่าทำเสนอหน้าให้คุณแม่ตรอมใจ...กลับไปซะ!”
       ชนกชนม์ผิดหวังที่ไม่ได้เจอชลนิภา เดินออกไปด้วยความเสียใจ ชยางกูรมองตามด้วยความสะใจ
       “ไม่มีใครแย่งชิงความรักของฉันไปได้”
      
       ชยางกูรเดินเข้ามาในบ้านเจอชลนิภารออยู่
       “ใครมาลูกกูร”
       “แรงงานต่างด้าวนะครับคุณแม่ มาสมัครงานแต่ไม่มีใบอนุญาตผมไล่ไปแล้ว เกรงจะสร้างปัญหาให้คุณแม่”
       ชลนิภาพยักหน้ารับรู้ แล้วถามเรื่องหนี้บ่อน
       “ลูกเอาเงินไปเคลียร์หนี้รึยัง”
       “เรียบร้อยแล้วครับคุณแม่ กูรจะไม่เข้าบ่อน ไม่ยุ่งกับพวกมันอีก...กูรจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจครับ”
       ชยางกูรเข้าสวมกอดแม่ ชลนิภายิ้ม แต่ภายในใจยังคงกังวลเรื่องชนกชนม์
      
       สุตาภัญเดินเข้าไปในบ้าน เรียกหาชนกชนม์
       “ชนกชนม์ นายกลับมารึยัง”
       สุตาภัญเดินเข้าไป สอดสายตาไม่เจอชนกชนม์
      
       ขณะที่ธีรดนย์เดินเข้ามาในห้องนอน เจอชนิกานต์ก็แปลกใจ
       “เธอมาทำอะไร”
       “ฉันรู้สึกผิดที่ต่อว่านายกับแอน ฉันจะมาขอไถ่โทษ”
       ธีรดนย์มองเห็นชนิกานต์กำลังจัดผ้าปูเตียงนอน
       “ไม่ต้องจัดให้ฉัน ฉันทำเองได้”
       “ให้ฉันช่วยเถอะ ถ้าไม่ให้ฉันช่วย แสดงว่านายไม่ให้อภัยฉัน...ฉันสำนึกผิดจริงๆ นะ”
       ชนิกานต์เอาเรื่องนี้มาต่อรอง ธีรดนย์ไม่มีทางปฎิเสธได้
      
       สุตาภัญเข้ามาในห้องนอนชนกชนม์ มองเห็นกองเสื้อผ้า ก็คิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในบ้านหลังนี้ ตอนที่ตนช่วยซักเสื้อผ้าให้ชนกชนม์ แต่ชนกชนม์ตกใจ
       “ไม่ต้องซัก ฉันซักเอง”
       “ขืนปล่อยให้นายซักเอง เสื้อผ้าขึ้นราแน่”
       ชนกชนม์แกล้งทำเป็นเขินอาย “เกรงใจจัง ยังมีอีกตัวนึง”
       ว่าแล้วชนกชนม์โยนเสื้อที่ถือไว้ในมือ ใส่ในกาละมัง จนทำให้ฟองกระเด็นใส่หน้าสุตาภัญ
       “ว้าย”
       ชนกชนม์หัวเราะร่ายืนขำ สุตาภัญร้องโวยวาย
       “แสบตาอ่ะ”
       ชนกชนม์ตกใจ ตัดสินใจถอดเสื้อตัวเอง เอาผ้าไปเช็ดหน้าให้สุตาภัญ
       “หายเจ็บรึยัง”
       ชนกชนม์เช็ดคราบฟองออกหมด ทั้งสองคนมองหน้ากันเหมือนจะซึ้ง สุตาภัญแลบลิ้น แล้ววักเอาฟองผงซักฟอกใส่
       ชนกชนม์โวย “แกล้งฉันอีกแล้วนะ”
       “ไม่ได้แกล้ง...ก็เห็นตัวนายสกปรก ต้องซักให้สะอาด”
       “อยากซักใช่ไหม?”
       สุตาภัญ ยักคิ้วใส่
       ชนกชนม์ถอดกางเกงออกเหลือแต่บ๊อกเซอร์
       สุตาภัญ ร้อง “ว้าย....นายทำอะไร”
       “กางเกงสกปรกมาก ซักให้ด้วยนะจ๊ะคนใช้” ชนกชนม์โยนกางเกงใส่กาละมัง
       สุตาภัญ หมั่นไส้..คิดเอาคืน “ได้ค่ะ เจ้านาย” ถือแปรงลุกขึ้นยืน
       “ทำอะไร?”
       “ตัวนายก็สกปรก...ต้องขัดให้สะอาด”
       “อย่า”
       สุตาภัญวิ่งถือแปรงไล่ขัดตัว ชนกชนม์วิ่งหนีรอบกาละมัง แล้วหาจังหวะวักน้ำใส่ สุตาภัญแกล้งเอาผงซักฟอกโรยตัวชนกชนม์ วิ่งไล่ขัด อย่างสนุกสนาน
       สุตาภัญเห็นเสื้อผ้าที่ซัก วางกองไว้ จึงเดินเข้าไปนั่งลงพับผ้า
      
       ส่วนธีรดนย์ยืนนิ่ง ปล่อยให้ชนิกานต์จัดผ้าปูเตียง
       “มาช่วยฉันขึงผ้าปูเตียงสิ”
       ธีรดนย์จำต้องเข้าไปช่วยชนิกานต์ ทั้งสองขึงผ้าปูเตียงด้วยกัน ช่วยกันถอดปลอกหมอนเปลี่ยน
       “ฉันมีของเซอร์ไพร้ส์นาย”
       ชนิกานต์หยิบปลอกหมอนที่เพ้นท์ลายดอกไม้ ด้วยสีบาติก
       “ซื้อมาจากไหน”
       “ใครบอก ฉันทำเองต่างหาก”
       ชนิกานต์เล่าที่ตนแอบทำผ้าบาติก วาดลายดอกไม้ เพื่อทำปลอกหมอน
       และโชว์ปลอกหมอนที่เสร็จเรียบร้อย
       “ฉันทำด้วยใจเลยนะ มอบให้คนพิเศษ”
       ธีรดนย์จ้องหน้า มองดุ
       “เพื่อนสนิท” ชนิกานต์ยิ้มๆ
      
       ธีรดนย์โล่งอก


  


       ชนิกานต์หยิบปลอกหมอนมายัด แต่ยัดไม่เข้า ธีรดนย์ช่วยทำชนิกานต์ยิ้มหน้าบาน
      
       “เสร็จแล้ว ออกไปได้แล้ว”
       ชนิกานต์ยิ้มเหมือนจะออกไป แต่แล้วกลับล้มตัวลงนอนที่เตียง
       “เฮ่ย..ทำอะไร”
       “ปูเตียงก็ต้องทดสอบ ว่าขึงตึงไหม”
       “ลุกไปได้แล้ว”
       “ลุกไม่ขึ้นอะ ดึงขึ้นหน่อย”
       ชนิกานต์ยื่นมือให้ ธีรดนย์จำต้องดึงมือ แต่ชนิกานต์แกล้งดึงกลับ ร่างธีรดนย์ล้มทับตัวชนิกานต์ ชนิกานต์มองหน้าซึ้งๆ ธีรดนย์เคลิ้มจะจูบ ชนิกานต์หลบหน้าแล้วผุดลุกขึ้น
       “เพื่อนกัน ไม่ทำอย่างนี้”
       ธีรดนย์รู้สึกตัว “ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน”
       พลางดันตัวชนิกานต์ออกจากห้อง แล้วปิดประตู ธีรดนย์โล่งใจที่มีสติ ไม่ทำอะไรมากกว่านั้น
       “กู๊ดไนท์นะเพื่อนสนิท”
       ชนิกานต์ยืนยิ้มอยู่หน้าห้องอย่างมีความสุข
      
       ฝ่ายสุตาภัญนั่งพับเสื้อผ้าให้ชนกชนม์ พับด้วยความรักและความสุขที่ทำให้ชนกชนม์
      
       ที่หน้าชุมชน ชนกชนม์คอยมองซ้ายมองขวา กลัวตำรวจดักจับ ชนกชนม์เดินไป เจอรุ่นพี่เรียกไว้
       “ชนม์ เมื่อกี้แฟนเอ็งไปหาเอ็งที่บ้าน”
       “ตา”
       แมนบอกแล้วเดินไปเลย ชนกชนม์คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
      
       วันนั้นสุตาภัญถือไม้กวาดจะเปิดเข้าไปห้องนอน ชนกชนม์วิ่งมาขวางไว้
       “หลบไป ฉันจะเข้าไปทำความสะอาดให้”
       “ไม่เป็นไร ห้องนี้สะอาดแล้ว”
       “เชื่อตายล่ะ ข้างนอกสกปรกมาก ข้างในก็ต้องมากถึงมากที่สุด”
       สุตาภัญจะเข้าไปให้ได้ ชนกชนม์ขวางไว้
       “มีอะไรปิดบังฉัน” สุตาภัญจ้องหน้า
       “มี”
       “อย่าบอกนะว่านาย...เล่นยา”
       “ใช่..ฉันติดยา” ชนกชนม์ยอมรับ
       สุตาภัญ ตกใจ
       ชนกชนม์หยิบหยอดยาสีฟันขึ้นมา “ยาสีฟัน ต้องใช้ทุกวันวันละสองครั้ง มามะ มาติดยาด้วยกัน”
       ชนกชนม์จะบีบยาสีฟันใส่ปากสุตาภัญ จนสุตาภัญต้องวิ่งหนีไป
       “ทะลึ่ง”
       ชนกชนม์ดีใจที่สุตาภัญวิ่งหนีไป หันไปมองในห้อง
       ชนกชนม์รีบเข้าไปหยิบยา และอุปกรณ์เสพยาเสพติด ยัดใส่กล่อง ซ่อนไว้ใต้เตียง ชนกชนม์ยิ้มให้ตัวเอง
      
       ชนกชนม์ดึงตัวเองกลับมา สีหน้าเป็นกัวลใจ กลัวสุตาภัญจะเจอยาเสพติด รีบวิ่งไปที่บ้าน
       “ตา”
      
       สุตาภัญหอบผ้าที่พับไว้ ไปวางไว้ที่มุมหนึ่ง นึกเป็นห่วงชนกชนม์
       “นายจะกลับมาไหม”
       สุตาภัญนั่งคิดกังวลอยู่อย่างนั้น จู่ๆ มีแมวตัวหนึ่งกระโดดเข้ามาตรงหน้า สุตาภัญตกใจ
       “ว้าย” เห็นแมวก็โล่งใจ “น้องเหมียวนี่เอง”
       สุตาภัญจะเข้าไปจับ แต่แมววิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนชนกชนม์
       “น้องเหมียวออกมา”
      
       ชนกชนม์รีบวิ่งไปยังบ้านพัก กลัวสุตาภัญจะเจอยาเสพติด หวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ริมน้ำ ตอนนั้นสุตาภัญคุยอยู่กับชนกชนม์
       “ตาอยากให้ชนม์กลับไปอยู่บ้านเร็วๆ ไม่อยากให้พักที่นี่เลย”
       “ทำไมล่ะ”
       “ตากลัวเพื่อนชนม์ชวนไปขายยาอีก”
       “ฉันไม่ขายแน่นอน”
       “แล้วเคยเสพยาไหม”
       “ถามทำไม?”
       “ถ้าเคยจะได้เลิกคบ”
       “เฮ่ย...ถึงกับเลิกคบเลยเหรอ”
       “ตารับไม่ได้...ตาถือว่าคนติดยา คบไม่ได้...เขาจะรักเราได้ยังไงในเมื่อเขาไม่รักตัวเอง”
       ชนกชนม์คิดถึงคำพูดของสุตาภัญ ดึงตัวเองกลับมาสีหน้ากังวลใจ รีบวิ่งไปให้เร็วที่สุด
      
       สุตาภัญเข้าไปในห้องชนกชนม์ มองหาแมว
       “เหมียวจ๋า อยู่ไหนจ๊ะ”
       สุตาภัญมองหา เห็นแมววิ่งเข้าไปใต้เตียง สุตาภัญนั่งข้างเตียง ใช้มือคว้าตัวออกมา
       “มานี่เร็วคนเก่ง”
       มือสุตาภัญคว้าเอากล่องออกมา สุตาภัญไม่สนใจ หยิบกล่องนั้นวางไว้ข้างนอก ก้มคว้าตัวแมวต่อไป
       ด้านชนกชนม์วิ่งมาถึงหน้าบ้าน เห็นประตูเปิดอยู่ รีบวิ่งเข้าไปด้านในบ้าน
      
       สุตาภัญควานหาตัวแมว แมววิ่งหนีออกมา ประตูห้องเปิดออก ชนกชนม์เดินเข้ามา
       “ชนม์”
       สุตาภัญลุกขึ้นจะไปหาชนกชนม์ แล้วสะดุดกล่องบางอย่าง กล่องกระเด็น หลอดและอุปกรณ์เสพยาเสพติดกระจายที่พื้น ชนกชนม์ตกใจ สุตาภัญก้มลงเก็บหลอดขึ้นมามองชนกชนม์เป็นเชิงถาม
       “นาย”
       ชนกชนม์อึกอัก “ตา...ฉัน”
       สุตาภัญตกใจ เสียใจ และโกรธเมื่อรู้ว่าชนกชนม์เสพยา วิ่งเตลิดออกไปจากห้องทันที
      
       “ตา” ชนกชนม์ใจหล่นวูบ


  


       สุตาภัญวิ่งมาหยุดยืนอยู่ ที่ริมน้ำแห่งหนึ่งในละแวกชุมชน ทั้งโกรธและเสียใจ ชนกชนม์วิ่งเข้ามาหา
      
       “ผมขอโทษ”
       สุตาภัญตบหน้าชนกชนม์ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
       “ขอโทษ ขอโทษ ฉันต้องฟังคำขอโทษนายอีกกี่ร้อยครั้ง นายก็ยังทำผิดตลอดเวลา”
       “ฉันรู้ว่าฉันผิด..ฉันจะเลิกเล่นยา ไม่ยุ่งกับมันอีก...เธอช่วยฉันนะ”
       ชนกชนม์เข้ามาจับมือสุตาภัญ แต่สุตาภัญปัดมือเดินหนี
       “ฉันจะมอบตัว ฉันอยากให้เธอเป็นพยานให้ฉัน เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้ขายยา”
       “คุณพ่อฉันเตือนให้เลิกยุ่งกับนาย คุณพ่อจะรับฉันกลับบ้าน แต่ฉันเลือกที่จะไปสถานีตำรวจให้ปากคำเพื่อปกป้องนาย นายกลับหักหลังฉัน ฉันไม่เหลือความเชื่อใจศรัทธาในตัวนายอีกแล้ว”
       “ตา...ฉันไม่มีใคร...ฉันมีเธอคนเดียว เธอเป็นนางฟ้าของฉัน”
       “หมดเวลาของนายแล้ว...นางฟ้ามีหน้าที่ปกป้องคนดี ไม่ใช่นาย”
       สุตาภัญถอดสร้อยล็อกเก็ตรูปครอบของชนกชนม์ โยนใส่แล้ววิ่งออกไป
       ชนกชนม์เสียใจมาก “ตา”
      
       สุตาภัญวิ่งมาแล้วหยุดร้องไห้ที่มุมหนึ่งของถนน ทั้งเสียใจ น้อยใจ และโกรธ ที่รู้ว่าชนกชนม์โกหกเรื่องเสพยา
      
       ส่วนชนกชนม์ก้มเก็บสร้อยขึ้นมา นึกถึงเหตุการณ์ที่ตนบอกสุตาภัญเองว่าวันใดที่สุตาภัญไม่ต้องการเขา ให้คืนสร้อย
       ชนกชนม์มองสร้อย ทรุดตัวร้องไห้เสียใจ
      
       เช้าวันต่อมากัณฐิกาเข้ามาในห้องกฤติยา
       “ลูกแอน ตื่นรึยัง”
       กฤติยานั่งซึมที่มุมหนึ่งของห้อง หน้าเซียวซีดเหมือนคนไม่ได้หลับได้นอน
       “แอน..ลูกยังไม่ได้นอน”
       “แอนนอนไม่หลับค่ะ”
       กฤติยาร้องไห้ออกมาอีก เสียใจเรื่องสุรเดชตาย กัณฐิกาเข้าไปกอดปลอบใจ
       “สุรเดชไปดีแล้ว หมดเวรหมดกรรมกัน จำคำยายสอนได้ไหม ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า อย่ายึดติดกับอดีต ทำวันนี้ให้ดีที่สุด”
       “แอนจำทุกคำสอนของยายได้ แต่แอนทำใจไม่ได้ค่ะแม่”
       กัณฐิกากอดปลอบใจสงสารลูกสาวจับใจ
      
       ขณะเดียวกันชนิกานต์พาธีรดนย์มายังห้องครัว
       “อะไรของเธออีก”
       ชนิกานต์ผายมือไปที่โต๊ะเตรียมอาหาร เห็นเครื่องปรุงทำข้าวต้มทรงเครื่องวางอยู่
       ธีรดนย์สงสัย “ทำอะไร”
       “ข้าวต้มทรงเครื่อง” ชนิกานต์บอก
       “ทำเองสิ ฉันเคยสอนแล้ว”
       ธีรดนย์จะเดินออกไปเลย แต่ชนิกานต์ลากตัวไว้
       “ก็คนสวยลืมอ่ะ” ชนิกานต์ออดอ้อน “นะนะ”
       ธีรดนย์บ่นอุบ “สอนหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่รู้จักจำ”
       ชนิกานต์ชี้ที่ธีรดนย์ “มีตัวช่วย ไม่ต้องจำ”
       จากนั้นชนิกานต์เดินไปเตรียมทำอาหาร พลางหันไปถามธีรดนย์
       “ทำไง”
       ธีรดนย์จำต้องเดินเข้ามาบอกสูตรการทำให้ ชนิกานต์ยิ้มพอใจ ทำตามธีรดนย์บอกทุกขั้นตอน
       แต่ชนิกานต์ทำผิด ธีรดนย์ต้องเข้ามาช่วยทำ ชนิกานต์ยิ้มพอใจ
      
       ด้านสุตาภัญแต่งตัวเสร็จเตรียมจะไปมหาวิทยาลัยสุรัมภาเข้าไปถาม
       “พี่ตาเจอพี่ชนม์รึเปล่า? พี่ชนม์เป็นไงบ้างคะ”
       “พี่ไม่เจอ ไม่รู้เขาหนีไปไหน? เขาอาจร่วมขายยากับเพื่อน กลัวความผิดหนีไปไม่กลับ”
       สุรัมภางงกับท่าทีและคำพูดพี่สาว “ทำไมพี่ตาพูดงั้นล่ะ พี่ตาเป็นคนที่เชื่อใจพี่ชนม์มากที่สุด”
       “เวลานี้พี่ขอเชื่อใจตัวเอง พี่ไม่เชื่อคนอื่นอีกแล้ว...พี่ไปมหาลัยก่อนนะ”
       สุตาภัญตัดบท แล้วรีบออกไปจากห้อง สุรัมภามองตาม แปลกใจในความคิดของสุตาภัญที่ปลี่ยนไป
       เสียงโทรศัพท์มือถือดังขัดขึ้น สุรัมภาหยิบมองดู เห็นชื่อชยางกูรก็ตกใจ
       “ชยางกูร”
       ชยางกูรอยู่ในสวนสาธารณะหมู่บ้าน คุยโทรศัพท์กับสุรัมภา
       “ไม่อยากดังกระฉ่อนเน็ท....พาพี่สาวเธอมาหาฉันที่นี่ !”
       ชยางกูรเหยียดยิ้มอย่างสะใจ
       สุรัมภาอยู่ฟังคำสั่งชยางกูร น้ำตาไหล กดวางสาย สีหน้าผิดหวัง
       “คลิปยังอยู่กับมัน”
       สุรัมภาเครียดที่ต้องหลอกลวงสุตาภัญอีก
      
       อีกฟาก เสียงเคาะประตูห้องกฤติยาดังขึ้น กัณฐิกาเปิดประตูห้อง มองไปตรงหน้าก็แปลกใจ เห็นชนิกานต์ยืนเชิดอยู่หน้าประตูห้อง
       “ทำหน้ายังกะไม่เคยเห็นนางฟ้า”
       ชนิกานต์พูดพลางจะเข้าไป แต่กัณฐิกากันไว้ไม่ให้เข้าห้อง
       “มาทำไม”
       “คางคกขึ้นวอ อาศัยอยู่นานจนลืมตัวว่าฉันเป็นเจ้าของบ้าน ฉันจะเข้าออกห้องไหนก็ได้ มันเป็นบ้านฉัน หลบไป”
       ชนิกานต์จะเข้าไป แต่กัณฐิกากันไว้ไม่ให้เข้า
       “ฉันไม่ยอมให้เธอเข้าไปแกล้งยัยแอน”
       ชนิกานต์ชักฉุน “เคยมองฉันในมุมบวก คิดดีกับฉันบ้างไหม”
       “ไม่! ต่อให้เธอแต่งชุดชีมายืนอยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่ไว้ใจเธอ”
       ชนิกานต์ไม่พอใจที่กัณฐิกาต่อว่า จังหวะนั้นธีรดนย์ถือถาดใส่ข้าวต้มเดินเข้ามา ชนิกานต์หันไปบอกธีรดนย์
       “นายธี ทำคุณบูชาโทษ เอาไปทิ้งให้หมามันกินซะ!”
       ธีรดนย์อธิบายยืนยัน “คุณกัณครับ นิกกี้ทำข้าวต้มมาให้แอนครับ”
       “ฉันไม่เชื่อ เธอคิดจะเอาข้าวต้มราดหน้าหลานฉัน”
       ชนิกานต์โกรธ “อย่าเอาความคิดร้ายๆ ของตัวเองมาคิดแทนฉัน”
       สองคนเริ่มทะเลาะกันแรงขึ้น ธีรดนย์ต้องเคลียร์
       “คุณกัณเข้าใจผิดครับ นิกกี้ตั้งใจเอามาฝากแอนจริงๆครับ...ผมรับรองได้”
      
       กัณฐิกามองชนิกานต์อย่างไม่ค่อยไว้ใจ แต่อ่อนลง เชื่อคำพูดธีรดนย์

      
       ครู่ต่อมากฤติยานั่งเหม่ออยู่ในห้องนอน เห็นชนิกานต์เดินเข้ามา มีธีรดนย์ถือถาดใส่ข้าวต้มวางไว้
      
       “เธอเป็นไงบ้าง? ทานข้าวต้มนะ จะได้รู้สึกดีขึ้น”
       กัณฐิกายืนมองห่างๆไม่ไว้ใจชนิกานต์
       ชนิกานต์จะตักข้าวต้มป้อนกฤติยา
       “ฉันป้อน”
       กฤติยาบอก “ฉันไม่หิว”
       “ไม่หิวก็ต้องทาน จะมาตายในบ้านฉันไม่ได้!”
       ธีรดนย์มองดุชนิกานต์ที่พูดจาไม่ดี ชนิกานต์รีบเปลี่ยนคำพูด
       “ฉันเป็นห่วงเธอ ฉันอุตส่าห์ทำมาให้ด้วยใจนะ”
       กฤติยายังคงเศร้าใจ ธีรดนย์ช่วยพูดกล่อมกฤติยา
       “สุรเดชเสียสละชีวิตเพื่อให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อ เธอต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเขา เธอทำตัวอย่างนี้ เขาจะเสียใจ”
       ชนิกานต์เสริม “เพื่อคนที่เธอรัก”
       ชนิกานต์ตักข้าวป้อนให้ กฤติยายอมกิน
       “เก่งค่ะ....ทานอีกคำนะคะ”
       ชนิกานต์ป้อนข้าวกฤติยาต่อ อย่างใส่ใจ กัณฐิกามองด้วยความแปลกใจ เข้ามาหาชนิกานต์
       “ใส่ยาพิษรึเปล่า”
       ชนิกานต์มองดุ ไม่พอใจกัณฐิกา
       “ไม่ช่วยก็อย่าทำเสียเรื่อง ไปเอาน้ำมาให้หลานสิ!”
       “ฉันไปเอาเอง” ธีรดนย์อาสา
       “นายไม่ต้อง...” ชนิกานต์บอกกัณฐิกาเสียงหวาน “น้าเขารักหลานจะตาย ไปสิคะคุณน้าที่รัก”
       กัณฐิกาจำต้องเดินออกไป ชนิกานต์ยิ้มพอใจ
       “เธอมีอะไรกับฉันรึเปล่า?”
       กฤติยาคิดว่าชนิกานต์ต้องมีเรื่องจะคุยกับตนแน่
      
       ขณะที่สุตาภัญเดินมายังมหาวิทยาลัย เจอกับชนกชนม์ที่ดักรอ
       “ตา…”
       สุตาภัญหยุดมอง แล้วเดินไปที่ชนกชนม์ยืนอยู่ แต่เดินผ่านไปเลย ทำทีไม่เห็นชนกชนม์อยู่ตรงนั้น ชนกชนม์จับแขนไว้
       “คุยกับชนม์ก่อน”
       “ชนกชนม์เพื่อนของฉันตายไปแล้ว”
       สุตาภัญเดินหนีไป ชนกชนม์มองตามด้วยความเสียใจ
      
       ด้านชนิกานต์วางช้อนลงในถ้วย มองกฤติยา
       “ฉันมีเรื่องขอร้องเธอ”
       กฤติยารอฟัง อยากรู้ว่าเรื่องอะไร
       “เรื่องของฉันกับธี”
       ธีรดนย์แปลกใจที่ชนิกานต์พูดเรื่องนี้
       “ไม่เอาน่านิกกี้ ให้แอนหายดีค่อยคุยกัน”
       “เขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ยังมีสติสัมปะชัญญะรับฟังและพูดได้”
       “ไม่ใช่เวลานี้ เธอไปได้แล้ว”
       ธีรดนย์จะลากชนิกานต์ออกไป แต่ชนิกานต์ปัดมือธีรดนย์ออก
       “เวลานี้แหละเหมาะสมที่สุด เป็นเรื่องของเราสามคน ที่ไม่ควรให้ใครรับรู้”
       ระหว่างนั้นกัณฐิกากำลังถือแก้วน้ำ เดินมาถึงหน้าห้องนอน
       ส่วนภายในห้องชนิกานต์บอกกฤติยา
       “ฉันไม่อยากให้คุณพ่อ คุณน้าเธอรู้เรื่องนี้ รับปากฉันสิ”
       กฤติยานิ่งคิดตัดสินใจ ชนิกานต์คาดคั้น
       “ว่าไง...พูดออกมาสิ”
       กัณฐิกาเดินเข้ามาในห้อง...แปลกใจ
       “ขู่เข็ญอะไรหลานฉัน”
       ชนิกานต์รีบแก้ตัว “เปล่า” หันไปบอกกฤติยา “ทานอิ่มแล้ว ฉันเอาไปเก็บนะ”
       ชนิกานต์รีบชิ่งออกไป ธีรดนย์เก็บถาดข้าวต้มเดินตามไป กัณฐิกาสงสัยถามกฤติยา
       “มันขู่อะไรลูก”
       กฤติยาหน้าเสีย ไม่กล้าเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
      
       ฝ่ายสุตาภัญตั้งใจจะเดินหนี ชนกชนม์เดินเข้าไปจับมือไว้
       “ตา ทำยังไงเธอถึงหายโกรธฉัน”
       “ฉันไม่ได้โกรธนาย ไม่เคยเกลียดนาย? ฉันจะไม่แสดงอารมณ์อย่างนั้นกับคนที่ฉันไม่รู้จัก”
       ชนกชนม์เสียใจหนัก “ฉันขาดเธอไม่ได้...”
       “อย่าพูดอย่างนั้น ฉันไม่ใช่ลมหายใจของนาย ชีวิตเป็นของนาย ปล่อยมือฉัน อย่าทำให้ชีวิตฉันมีมลทินเพราะนาย”
       ชนกชนม์เสียใจ ยอมปล่อยมือจากสุตาภัญ
       “จริงสิ ชีวิตเป็นของฉัน ฉันทำอะไรก็ได้ ชีวิตเป็นของฉัน เป็นตายร้ายดียังไงไม่ต้องมาสนใจ!!”
       ชนกชนม์ร้องไห้ วิ่งเตลิดออกไป เหมือนจะประชดชีวิต
       สุตาภัญมองตามไป เห็นรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามา ชนกชนม์วิ่งไป รถคันนั้นหยุดเบรกกะทันหัน
       สุตาภัญมอง โล่งใจที่ชนกชนม์ปลอดภัย
       “ไม่ชนให้ตายไปเลยวะ!”
       ชนกชนม์โวยใส่คนขับ หันไปมองสุตาภัญแล้วก็วิ่งไปต่อ
       สุตาภัญเสียใจที่ชนกชนม์เลือกประชดชีวิต ทำตัวแย่ลง ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ของสุตาภัญดังขึ้น
      
       “ภา” สุตาภัญเห็นชื่อสุรัมภาก็แปลกใจ


  


       ทางฝ่ายกัณฐิกาถามคาดคั้นกฤติยา
      
       “ยัยนิกกี้ทำดีกับลูก มันต้องการอะไร”
       “เขาห่วงแอน มีน้ำใจกับแอนค่ะ”
       “ไม่จริง ยัยมารร้ายไม่มีวันเห็นใจใคร วันก่อนมันยังเล่นงานแม่ หาเรื่องจะไล่แม่กับแอนออกจากบ้านนี้ มันประกาศจะตามรังควาญแม่ คอยดูเถอะ...วันไหนที่มันพลาด มันทำผิด แม่จะเล่นงานให้หนัก ให้สาสมกับที่มันเคยทำกับแม่!”
       กฤติยาฟังความคิดของกัณฐิกาก็ยิ่งไม่กล้าเล่า
       “ว่าไง เมื่อกี้ลูกรับปากอะไรมัน”
       “แอนรับปากจะดูแลตัวเอง จะเข้มแข็งค่ะแม่”
       “แน่ใจน่ะ”
       “ค่ะ”
       กฤติยาเลือกที่จะโกหกช่วยปกปิดเรื่องชนิกานต์ กัณฐิกาไม่ค่อยเชื่อใจนัก
      
       ด้านสุรัมภารอคอยสุตาภัญที่สวนสาธารณะ ท่าทีกังวลใจ ครู่ต่อมาสุตาภัญเดินเข้ามาหา
       “ภามีอะไร ถึงนัดพี่ออกมา”
       “ภาไม่ค่อยสบายใจ”
       สุรัมภามองไปที่มุมหนึ่งในสวน ชยางกูรเทยาสลบใส่ผ้าเช็ดหน้า แล้วทิ้งขวดยาลงพื้น
       สุรัมภาบอกสุตาภัญ
       “เรื่องพี่ชนม์ค่ะ”
       “อย่าไปสนใจเขาเลย เลิกพูดถึงเขาได้แล้ว”
       “แต่ภา...” สุรัมภาพูดถ่วงเวลา
       จังหวะนั้นชยางกูรเดินเข้าไปทางด้านหลังสุตาภัญ
       “ภาเป็นห่วงพี่ชนม์ พี่ชนม์กำลังลำบาก เราต้องช่วย...”
       ชยางกูรเข้ามาระยะใกล้ จะเอาผ้าโป๊ะยาสลบสุตาภัญ นาทีนั้นสุรัมภาตัดสินใจดึงตัวสุตาภัญหลบออก ชยางกูรจึงโปะยาพลาด
       สุตาภัญหันมาเจอชยางกูร “นาย!”
       ชยางกูร ตวาดสุรัมภา “เธอกล้าขัดคำสั่งฉัน!”
       สุรัมภายกมือไหว้อ้อนวอนชยางกูร “ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำพี่ตาเลย”
       สุตาภัญ แปลกใจ “ภา...มันเรื่องอะไรกัน”
       ชยางกูรเยาะ “ยังเดาไม่ถูกอีกเหรอ ก็น้องเธอหลอกเธอมาให้ฉัน”
       “พี่ตา ภาขอโทษ”
       “ทำไมภาทำแบบนี้”
       “พี่ตารีบหนีไปเถอะ”
       สุรัมภาจะพาสุตาภัญวิ่งหนีออกไป ชยางกูรขู่
       “เธอกล้าหนีฉันเหรอ” ชยางกูรหยิบมือถือมาเปิดคลิป “คลิปนี้จะเฉลยให้รู้ว่าทำไมน้องเธอถึงกลัวฉัน”
       ชยางกูรค้นหาคลิปอุบาทว์ แต่ไม่มีคลิปในมือถือ ชยางกูรแปลกใจ
       “มันหายไปไหน?”
       จังหวะนั้นเพทายเดินเข้ามาบอกชยางกูร
       “มันถูกลบไปหมดแล้ว”
       ที่แท้เพทายลบคลิปทิ้ง ในวันที่วะไปหาชยางกูรที่บ้าน พร้อมกับลูกน้องปรัชญา ซี่งเพทายแกล้งยืมมือถือ ทำทีเป็นกดโทร.ออก แต่แอบเปิดคลิปของสุรัมภา แล้วกดลบทิ้ง
      
       เพทายเล่าจบก็พูดใส่หน้าชยางกูร
       “เป็นผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง อย่าถ่ายคลิป”
       “แกหักหลังฉัน แกเป็นพวกใครกันแน่” ชยางกูรด่า
       “ฉันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ใครให้ประโยชน์สูงสุด คนนั้นคือเพื่อน”
       ชยางกูรนึกออก “แกชวนฉันเข้าบ่อน ก็เป็นแผนของแก”
       “ถูกต้องครับ”
       “แล้วแกวางแผนช่วยยัยนี่” ชยางกูรชี้ไปที่สุรัมภา
       “ใช้คำให้สุภาพ พูดจาดีกับผู้หญิงของฉัน”
       เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นในหัวเพทาย เป็นตอนที่เพทายเจอสุรัมภาในผับ ซึ่งเพทายสนใจสุรัมภา และดักฉุดสุรัมภาขึ้นรถไปเปิดห้องที่โรงแรม เพทายจะขืนใจ แต่ชยางกูรโผล่มาแย่งสุรัมภาไป
       พอเล่าจบเพทายบอกชยางกูร
       “แกมันเห็นแก่ตัว แย่งของของเพื่อนไปกิน มันต้องได้รับโทษ”
       เพทายหัวเราะเยาะอย่างชอบใจ ชยางกูรโกรธ พุ่งเขาต่อยเพทาย แต่เพทายตั้งรับ สองคนต่อยตีสู้กันอุตลุด
       สุตาภัญรีบบอกสุรัมภา
       “รีบหนีไปเร็วภา”
       สองสาววิ่งหนีออกไป
       ชยางกูรต่อสู้ แต่เสียท่า เพทายเล่นงานชยางกูรจนนอนหมอบกับพื้น
       “ฉันไม่เล่นแกถึงตาย แกต้องอยู่ทำงานให้เฮีย”
       “ฉันช่วยจับตาให้เฮีย แกมาขวางทำไม”
       “มันคนละส่วนกัน...แกต้องใช้ฝีมือแกเองในการจับผู้หญิงคนนั้น” เพทายตบหน้าชยางกูรฉาดใหญ่ “แกมันหน้าตัวเมีย...ใช้ผู้หญิงของฉันเป็นเครื่องมือ แมนๆหน่อย คิดจะเดินทางนี้ก็ต้องมีฝืมือ”
       เพทายถีบชยางกูรส่งท้าย ชยางกูรแค้นจัด มองตามอย่างอาฆาตมาดร้ายเพทาย
      
       สุตาภัญพาสุรัมภาหนีออกมาไกลแล้วจึงหันไปต่อว่าสุรัมภา
       “ภาน่าจะบอกพี่ว่ามันมีคลิปขู่ภา”
       “ภากลัว มันขู่จะฆ่าภา”
       “พี่ขอโทษที่เข้าใจภาผิด หมดเรื่องแล้ว...ชยางกูรมันทำอะไรภาไม่ได้ ภาเป็นอิสระแล้ว”
       สุรัมภาร้องไห้โฮด้วยความดีใจที่รอดจากการเป็นทาสของชยางกูร สุตาภัญกอดปลอบใจ
       “นายเพทาย...ทำไมถึงยอมช่วยภา”
       “มันคงหักหลังกันเอง”
       “ภาอย่าไปยุ่งกับมันอีก มีอะไรต้องบอกพี่”
       “ค่ะ”
       “รีบไปจากที่นี่เถอะ”
       สองสาวรีบออกไป
      
       สวนเพทายยืนมองหา คิดจะตามมาทวงเอารางวัลจากสุรัมภา


  


       ขณะเดียวกันชลนิภากำลังวีนแตก โวยใส่พนักงานออกแบบอยู่ที่บริษัท
      
       “งานที่ฉันสั่ง ทำไมยังไม่วางบนโต๊ะฉัน!”
       พนักงานลืมตัว ตอบทันควัน “แบบยังไม่มาส่งค่ะ”
       ชลนิภาสะกิดหูแปลกใจ “ไม่มาส่ง เธอหมายถึงอะไร”
       พนักงานไม่กล้าบอกว่ารอชนกชนม์เอาแบบมาส่ง จำต้องโกหก
       “เอ่อ...หมายถึงดิฉันทำไม่ทันส่งน่ะค่ะ”
       ชลนิภาจิกด่า “ประสิทธิภาพต่ำ ทำไม่ได้ก็ลาออกไปซะ ฉันให้เวลาภายในพรุ่งนี้ ไม่มีงานก็เอาใบลาออกมายื่นให้ฉัน”
       ชลนิภาโวยแล้วเดินกลับไปที่ห้องทำงาน
       เพื่อนพนักงานอีกคน เข้ามาหาพนักงานที่ถูกเล่นงาน
       “คุณชนกชนม์ไม่ส่งแบบมาเลย โทร.ไปก็ติดต่อไม่ได้”
       “ไม่มีงานส่งฉันตายแน่ ที่ผ่านมาคุณชนกชนม์ช่วยออกแบบให้ตลอด คุณชนกชนม์ช่วยด้วยค่ะ”
       พนักงานคนนั้น ยกมือภาวนาให้ชนกชนม์ช่วยเอางานมาส่งทันเวลา
      
       ชลนิภาเดินเข้ามานั่งในห้องทำงาน เหนื่อยกับปัญหารอบด้าน ชลนิภาเปิดลิ้นชัก หยิบภาพชนกชนม์ขึ้นมาดู
       “ป่านนี้เธอไปอยู่ที่ไหน....ฉันเป็นห่วงเธอนะ”
       ชลนิภารู้สึกเศร้าเพราะเป็นห่วงและคิดถึงชนกชนม์
      
       คืนนั้นชนกชนม์นั่งเมายา พิงกำแพง มือกำลังสเก็ตช์แบบเครื่องเพชร
       “ฉันทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อแม่ก็ไม่เคยรัก ไม่เคยสนใจ ทำดีไม่ได้ดีแล้วจะทำเพื่ออะไร”
       ชนกชนม์หยิบไฟแช็คขึ้นมาเผาแบบ แล้วหันไปมองแบบสเก็ตอีกหลายภาพที่วางอยู่
       หยิบภาพขึ้น แล้วก็โยนทิ้ง ภาพสเก็ตช์ปลิวว่อน..
       ชนกชนม์เซล้มลง ด้วยอาการเมายา
       “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันที”
       ชนกชนม์นอนร้องไห้อยู่กับพื้น
       เหมือนมีเท้าใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ชนกชนม์เงยหน้ามอง เห็นสุรเดชยืนยิ้มมาให้
       “เดช”
       ชนกชนม์ดีใจ สุรเดชยิ้มให้ แล้วเดินออกไป ชนกชนม์เรียกไว้
       “เดช กลับมาก่อน ฉันคิดถึงแก”
      
       สุรเดชเดินมาหยุดที่มุมหนึ่งชนกชนม์เดินโซเซเข้ามาหา
       “ไอ้เดช!”
       สุรเดชหันกลับไปหาชนกชนม์
       “ฉันรู้ว่าแกเหนื่อยเพื่อน ไปกับฉัน..ไปอยู่บนสวรรค์ ได้เวลาลูกเทวดากลับสวรรค์แล้ว”
       ชนกชนม์ยืนมองสุรเดช พึมพำ
       “ลูกเทวดา”
       “พ่อแม่แกรออยู่ ความรักที่แกโหยหามาทั้งชีวิต อยู่ที่นั่น” สุรเดชบอก
       ชนกชนม์ยิ้มให้ แล้วเดินตรงไปหาสุรเดช แต่หยุดตรงหน้าสุรเดช
       “มาสิเพื่อน...ไปกับฉัน ฉันจะพาแกบินไป”
       สุรเดชยื่นมือออกมาหา ชนกชนม์มอง แล้วยื่นมือจะไปจับสุรเดช แต่เปลี่ยนใจ
       “ฉันไปไม่ได้ ฉันไม่ใช่ลูกเทวดา ฉันเป็นมนุษย์ ฉันไม่ใช่ลูกเทวดา”
       “บินไปกับฉัน บินไปกับฉัน”
       สุ้มเสียงสุรเดชหลอนสุดขีด หน้าลอยเข้ามาใกล้ ชนกชนม์ผลักสุรเดชออกไป
       “ฉันไม่ไป”
       ชนกชนม์ผลักสุรเดช แต่ร่างสุรเดชหายไป ชนกชนม์ได้สติ รู้ตัวอีกครั้งว่ายืนอยู่บนขอบตึกดาดฟ้า ชนกชนม์ตกใจผงะถอยหลัง ทรุดตัวลงร้องไห้โฮ
       “ช่วยด้วย.....”
      
       รุ่งเช้า ชนิกานต์เดินเข้ามาในห้องนอนกฤติยาพร้อมถาดอาหาร
       “วันนี้มีเมนูใหม่ สปาเก็ตตี้จ้ะ”
       ชนิกานต์มองไป ไม่เจอกฤติยาก็แปลกใจ รีบวางถาด แล้วหากฤติยา ดึงผ้าห่มออก
       “หายไปไหน รึว่าฆ่าตัวตาย”
      
       ชนิกานต์ถือถาดอาหาร วิ่งตามหากฤติยา
       “แอน แอน”
       ชนิกานต์ตามหากฤติยา เจอกับกัณฐิกาซึ่งออกตามหากฤติยาเช่นเดียวกัน
       “ยัยแอน ยัยแอน”
       “เธอ” ชนิกานต์ชะงัก
       “เธอเอาหลานฉันไปไหน”
       “จะบ้าเหรอ ทำยังกะฉันเป็นโจร”
       “ไม่ต้องทำไขสือ เธอคิดจะแกล้งหลานฉัน น้ำหน้าอย่างเธอไม่มีวันคิดดีทำดีได้”
       “ชีวิตฉันคงเป็นมงคลชีวิต ตื่นมาก็เจอเธอให้ศีลให้พร พูดงี้น่าเอาสปาเก็ตตี้ราดหน้า”
       พลางชนิกานต์ถือถาดสปาเก็ตตี้ทำทีขู่จะราดใส่ กัณฐิกาตกใจ รีบถดตัวถอยห่าง
       “ว้าย อย่านะ!”
       ชนิกานต์นึกได้ “เห็นธีรดนย์ไหม”
       กัณฐิกาตอบเหมือนไม่อยากตอบ “ไม่รู้”
       ชนิกานต์ถือจานอาหารขู่จะราดใส่หน้า “เห็นไหม”
       “ไม่เห็น!”
       “รึว่าไปกับธี”
       ชนิกานต์เริ่มสงสัย ส่งถาดอาหารยัดใส่มือกัณฐิกา แล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอก
       “ให้ฉันถือทำไม ยัยเด็กบ้า! ฉันไม่กินเส้นแกหรอก”
      
       กัณฐิกาหงุดหงิด ร้องโวยวายไล่หลังชนิกานต์ไป


  


       ขณะที่ธีรดนย์เดินเข้ามาบริเวณสวน มือถือถาดอาหารใส่ข้าวที่เพิ่งตักบาตรเสร็จ เห็นกฤติยาเดินไปนั่งกรวดน้ำที่ใต้ต้นไม้
      
       “กรวดน้ำให้เขา เขาจะได้รับส่วนบุญ ไปเกิดภพภูมิใหม่ที่ดี”
       กฤติยาเอาน้ำราดต้นไม้เสร็จ ลุกขึ้นหันมาขอบคุณธีรดนย์
       “ขอบใจนายมากนะ”
       “เพื่อนกันก็ต้องช่วยกัน!”
       “นายไม่ต้องใส่ใจฉันนักหรอก ฉันดูแลตัวเองได้”
       “ไม่ได้ ฉันรับปากสุรเดชจะช่วยดูแลเธอ”
       กฤติยาสะท้อนใจ รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ธีรดนย์ไม่ได้ทำด้วยใจรัก แต่เป็นหน้าที่ที่รับปากสุรเดชไว้ ชนิกานต์วิ่งเข้ามาโวยวาย
       “มาทำอะไรกันสองต่อสอง”
       “เป็นไรมากเปล่าเนี่ย? แค่ใส่บาตรทำบุญก็ต้องโวยด้วย”
       “ก็พวกเธอไม่ชวนฉันนี่ ฉันก็อยากทำบุญให้สุรเดช ฉันเคยวีนไปหลายครั้ง กลัวมันมาหลอก”
       “พี่เดชไม่หลอกเธอหรอก น่าจะเข้าสิง!”
       กฤติยาแกล้งอำ ชนิกานต์หน้าเสีย ธีรดนย์แอบขำ
       ชนิกานต์บอกกฤติยา “ไปกับฉัน” ดึงแขนกฤติยาจะพาไป
       ธีรดนย์ไม่ไว้ใจมาขวาง “ไปไหน? ฉันไปด้วย!”
       “นายไม่เกี่ยว”
       ชนิกานต์ผลักธีรดนย์ออก แล้วจูงมือกฤติยาเดินเข้าไปที่คฤหาสน์ กฤติยาแปลกใจ
       ธีรดนย์มองตามสงสัยว่าชนิกานต์จะพากฤติยาไปไหน
      
       ชนิกานต์เปิดประตูรถให้ กฤติยาก้าวขึ้นนั่ง ชนิกานต์ขับรถออกไป ธีรดนย์ยืนมองด้วยความแปลกใจ กัณฐิกาวิ่งออกมาจากคฤหาสน์
       “ยัยแอน อย่าไป มันอาจลวงไปฆ่า!”
       ธีรดนย์แอบขำความคิดนั้น บอกกัณฐิกา
       “นิกกี้ไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ”
       “ฉันเป็นห่วงหลานฉัน...หนูนิกกี้ไม่ค่อยชอบยัยแอน!”
       “เขาเปลี่ยนไปแล้วล่ะครับ เขาเปิดใจยอมรับเป็นเพื่อนกันแล้ว”
       “ไม่อยากจะเชื่อเลย หนูนิกกี้กินอะไรผิดสำแดงถึงเป็นอย่างนี้”
       “คุณกัณยังไม่ชินอีกเหรอครับ สามวันดีสี่วันร้าย”
       กัณฐิกายังคงแปลกใจและสงสัย
       “ทำดีกับหลานฉันเพื่ออะไร มีความลับอะไรกันรึเปล่า”
       ธีรดนย์อึ้ง ไม่กล้าบอกความจริง “อย่าคิดมากเลยครับ นิกกี้อยากให้แอนหายซึมเศร้า คิดฟุ้งซ่านเรื่องสุรเดชน่ะครับ ช่วงเวลานี้ เราทุกคนต้องช่วยเป็นกำลังใจให้แอน”
       “ขอบใจเธอมากนะ”
       กัณฐิกาเข้าไปจับมือถือแขน ธีรดนย์มองที่มือ กัณฐิการู้สึกว่าไม่เหมาะสม รีบเอามือออก
       “ขอบใจเธอจริงๆ”
       ธีรดนย์ยิ้มขอบคุณเช่นกัน ที่กัณฐิกามีเมตตาต่อเขา
      
       ทางด้านชลนิภาเดินไปทวงงานพนักงานออกแบบ พนักงานคนอื่นๆ รีบหลบหน้าด้วยความกลัว
       “ถึงเวลาที่เธอต้องส่งงานให้ฉันแล้ว ถ้าไม่มีก็ยื่นใบลาออก”
       พนักงานรีบส่งแบบดีไซน์เครื่องเพชรให้ชลนิภาดู
       “เสร็จแล้วค่ะ”
       ชลนิภาดูงานออกแบบ ซึ่งเป็นแบบธรรมดามาก จึงโยนใส่หน้า
       “ออกแบบห่วยแตก! ใช้สมองคิดรึเปล่า งานถึงได้ออกมาชุ่ย!”
       “ท่านประธานไล่หัวหน้าฝ่ายออกแบบออกไป ดิฉันไม่ถนัดงานดีไซน์ค่ะ”
       “ไม่ต้องเถียง เป็นหน้าที่ที่พวกเธอต้องศึกษางาน แล้วงานชิ้นก่อนๆ ที่เธอส่งฉัน มันดีกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า... ผลงานใคร”
       พนักงานมองหน้ากัน ไม่กล้าบอกความจริงว่าชนกชนม์ช่วยออกแบบ เพราะรับปากกับชนกชนม์ไว้
       ซี่งในช่วงกลางวันของวันนั้น ชนกชนม์มาส่งแบบเครื่องเพชรให้พนักงาน ตรงมุมหนึ่งที่บริษัท และกำชับหนักแน่น
       “พี่ต้องสัญญากับผมนะครับ ห้ามบอกคุณแม่เด็ดขาดว่าผมเป็นคนออกแบบ”
       “ค่ะ”
       ชลนิภาตะคอกถามพนักงานอีก
       “ฉันถามว่างานที่ผ่านมาใครออกแบบ อย่าบอกนะว่าเธอไปซื้อแบบของคนอื่นมาส่งฉัน”
       “ค่ะ” พนักงานรับอ่อยๆ
       ชลนิภาโกรธ “เธอมันแย่มาก ลูกค้ารู้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่ต้องเขียนใบลาออก ฉันไล่เธอออก!”
       พนักงานตกใจ “ท่านประธานคะ!”
       ชลนิภาเดินกลับเข้าไปห้องทำงาน
       เพื่อนพนักงานรีบเข้าไปถามพนักงาน
       “ไม่บอกความจริงล่ะว่าคุณชนกชนม์ช่วย”
       “ฉันรับปากคุณชนกชนม์ไว้แล้ว”
       “แต่เธอต้องตกงาน” เพื่อนท้วง
       “คุณธนกรเคยสั่งว่าถ้าเกิดปัญหาให้บอก..คุณธนกรคงช่วยหางานใหม่ให้ฉันได้”
       เพื่อนพนักงานไม่เห็นด้วย “ฉันจะช่วยพูดกับท่านประธานอีกครั้ง”
      
       ชลนิภาเดินเข้ามานั่งในห้อง พนักงาน อีกคนตามเข้ามาในห้อง
       “ท่านประธานค่ะ ดิฉันขอความกรุณาอย่าไล่นิตยาออกนะคะ ไม่งั้นจะทำให้พนักงานคนอื่นๆเสียขวัญ หมดกำลังใจในการทำงาน”
       ชลนิภาไม่สน “ฉันเปิดบริษัท ไม่ได้เปิดโรงทาน ไม่มีนโยบายอุ้มชูคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ใครไม่มีใจไม่มีฝืมือก็ออกไป ฉันไม่ง้อ!ออกไปได้แล้ว”
       “ค่ะ”
       พนักงานผิดหวัง และไม่พอใจที่ชลนิภาไม่รับฟังเหตุผล จึงเดินออกไปจากห้อง
       ชลนิภายิ่งเครียดหนักกว่าเดิม ทรุดตัวลงมองภาพชนกชนม์ที่วางอยู่บนโต๊ะ คิดอะไรบางอย่าง
       “ถ้าเธออยู่...เธอคงช่วยงานฉันได้”
      
       วันต่อมา ชนกชนม์เดินเข้ามาในมหาวิทยาลัย ด้วยอาการตาขวาง เพราะเมายาค้าง ท่าทางเหมือนคนขาดสติ
       ชนกชนม์มองหาสุตาภัญ นักศึกษาที่เดินผ่านเห็นท่าทางชนกชนม์ก็ไม่ไว้ใจ เดินหนีออกห่าง
       ชนกชนม์ตะโกนถาม”เห็นสุตาภัญมั้ย” ตะคอก “ฉันถามว่าเห็นไหม”
       ทุกคนตกใจ วิ่งหนีไป ชนกชนม์มองหาสุตาภัญต่อ
       สุตาภัญเดินเข้ามหาวิทยาลัย ชนกชนม์ดีใจ รีบเดินไปหาสุตาภัญ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกล
      
       สุตาภัญจะเดินไปที่คณะ แต่ต้องหยุดเดิน มองไปตรงหน้า อย่างไม่เชื่อสายตาชลนิภายืนมองอยู่ สุตาภัญแปลกใจ
       “สวัสดีค่ะคุณน้า”
       “ฉันมีธุระจะคุยกับเธอ”
       ชลนิภาเดินออกไป สุตาภัญตามไป
       ชนกชนม์เข้ามาอีกด้าน ไม่เห็นสุตาภัญและชลนิภา ชนกชนม์แปลกใจที่ไม่เจอสุตาภัญ
      
       สุตาภัญถามชลนิภาด้วยความเกรงใจ
       “คุณน้ามีอะไรให้ตาช่วยคะ”
       “เธอได้ข่าวชนกชนม์รึเปล่า”
       “หลังเกิดเหตุ ตาไปหาชนม์ที่บ้านพักค่ะ”
       ชลนิภาสงสัยอยากรู้ “เจอลูกฉันไหม”
       ชลนิภารอฟังคำตอบจาก สุตาภัญจำต้องบอกความจริง
       “เจอค่ะ”
       “เขาเป็นยังไงบ้าง”
       “เขากลัวจะถูกจับ เขาจะหนีไปค่ะ”
       “ไม่ได้ทำผิดทำไมต้องหนี รึว่าลูกฉันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด”
       สุตาภัญนึกถึงเหตุการณ์ที่ชนกชนม์เคยบอกตน ว่าไม่อยากทำให้แม่เสียใจ ไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง จึงไม่กล้าเล่าเรื่องยาเสพติดให้ชลนิภารู้
       “เปล่าค่ะ ชนกชนม์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยา...แต่เขากลัวไม่มีใครช่วย เขากลัวติดร่างแกกับคดีของสุรเดช”
       ชลนิภาสีหน้าเศร้า เป็นห่วงชนกชนม์
       “คิดอะไรไม่ออกก็น่าไปหาฉัน ไม่ใช่หนีปัญหา แล้วตอนนี้ลูกฉันอยู่ที่ไหน”
       “ตาไม่ทราบค่ะ”
       ชลนิภาไม่เชื่อ “โกหก! เขาสนิทกับเธอ เขาต้องติดต่อเธอ เธอปิดบังฉันเพราะอยากแก้แค้นฉัน”
       สุตาภัญรีบอธิบาย “เปล่านะคะ ตารู้สึกดีมากที่คุณน้าเป็นห่วงชนม์ ตาอยากให้คุณน้าได้เจอ ได้ช่วยชนม์...ตาไม่ทราบจริงๆ ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
       “ถ้าเธอเจอเขา...ฝากบอกเขาด้วย...ฉันจะหาทนายสู้คดี” ชลนิภาเลิกใจแข็งตัดสินใจบอกความในใจ “ฉันเป็นห่วงเขา”
       สุตาภัญดีใจที่รู้ว่าชลนิภารักและห่วงใยชนกชนม์มากขึ้น ชลนิภาเดินออกไปลับตัวแล้ว
      
       ในใจสุตาภัญเองก็เป็นห่วง แต่ก็ยังโกรธและไม่ให้อภัยที่ชนกชนม์ติดยา
ตอนที่ 17
      
       ทางด้านชนิกานต์พากฤติยามาช้อปปิ้งที่ห้างหรู และกำลังหยิบเสื้อผ้าเก๋ไก๋ชุดหนึ่งส่งให้กฤติยา
      
       “ชุดนี้สวย เหมาะกับเธอ”
       “ไม่เอา ฉันมีเยอะแล้ว” กฤติยาบอกเนือยๆ
       “อย่าปฎิเสธฉันสิ วันนี้ฉันอารมณ์ดี ฉันเป็นสปอนเซอร์ ไปลอง”
       ชนิกานต์ผลักกฤติยาให้เข้าไปลองเสื้อ กฤติยาจำต้องเข้าไปลอง ชนิกานต์ยิ้มพอใจ ธีรดนย์เข้ามาหาชนิกานต์
       “คิดทำอะไร”
       “คิดดีทำดี”
       ธีรดนย์ยิ้มหยัน “เรื่องดีๆ คิดเป็นทำเป็นด้วยเหรอ”
       ชนิกานต์ปรี๊ด ไม่พอใจ “เอ๊ะ...จะเอาไง วีนเหวี่ยงก็ว่าฉัน พอทำดีก็มาเย้ยกันอีก ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วนะ”
       “ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องความเดือดร้อนให้คนอื่น”
       กฤติยาเดินออกจากห้องลองเสื้อ ชนิกานต์ปราดเข้าไปหา ยิ้มชม
       “สวย” ชนิกานต์หยิบอีกชุดส่งให้ “เอาตัวนี้ไปลองอีก”
       “พอแล้ว” กฤติยาบอก
       “คนนี้ก็อีกคน อย่าทำให้คนสวยโกรธนะ”
       กฤติยาจำต้องรับเสื้อผ้าไปลองอีก ชนิกานต์หยิบชุดเดินไปยังห้องลองเสื้อผ้า ธีรดนย์ตาม
       “ถามจริง คิดอะไรอยู่”
       “ถามจริง..คิดอะไรกับฉันเนี่ย”
       ธีรดนย์แปลกใจ หันไปมองอีกที เพิ่งรู้ตัวว่าอยู่ในห้องลองเสื้อผ้า ชนิกานต์ผลักธีรดนย์ออกไป แล้วปิดประตู ธีรดนย์รู้สึกเขินอาย รีบเดินออกไป
      
       ไม่นานต่อมา 3 คน อยู่ในร้านอาหาร พนักงานเอาอาหารมาวางเสิร์ฟให้ จนอาหารวางเต็มโต๊ะ
       “สั่งมาเต็มโต๊ะ กินไม่หมดหรอก” กฤติยา
       ชนิกานต์บอก “หมดสิ นี่เป็นการบำบัด ช่วยแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง”
       “ช่วยได้จริงเหรอ”
       “ฉันใช้วิธีนี้ประจำ เวลาเครียด ฉันก็จะกิน กิน กิน กินให้อิ่มท้อง ทำให้อิ่มใจ นอนหลับไม่ต้องคิดมาก เขาเรียกว่ากินบำบัด”
       “เพิ่งเคยได้ยินก็คราวนี้ล่ะ”
       “ทฤษฏีนี้ฉันคิดขึ้นเอง”
       กฤติยาหัวเราะไปกับชนิกานต์ ท่าทีมีความสุขมากขึ้น
       “ถ้ากินแล้วไม่หายเครียด ฉันจะพาเธอไปเที่ยว ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ได้ คุณพ่อไปคุยงานอยู่อีกหลายวัน เราตามไปสมทบ ฉันออกค่าใช้จ่ายให้เอง”
       “ไม่ต้องดีกับฉันมากก็ได้ ยังไงฉันก็ช่วยปิดบังเรื่องเธอกับธี”
       ชนิกานต์นิ่งอึ้ง รู้สึกดีใจที่กฤติยาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
       “ฉันจะไม่บอกคุณน้า ไม่บอกคุณอาณวัตร มันจะเป็นความลับของเราแค่สามคน”
       ชนิกานต์ดีใจที่กฤติยายอมช่วย
       “ขอบใจนะ พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”
       “เธอคงกลัวคุณณวัตรมาก”
       “คุณพ่อรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด! ท่านต้องโกรธธีเล่นงานธี อาจจับส่งตำรวจได้ ฉันห่วงเขา”
       ธีรดนย์นั่งอยู่มุมหนึ่งในร้าน ได้ยินที่สองสาวคุยกัน ก็รู้สึกดีที่ชนิกานต์เป็นห่วงตน กฤติยาจับมือชนิกานต์
       “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันอยู่ข้างเธอ เราเป็นเพื่อนกัน”
       ชนิกานต์ยิ้มแย้ม จับมือกฤติยา “เพื่อน”
       ธีรดนย์ดีใจที่ชนิกานต์ยอมญาติดี และเป็นเพื่อนที่ดีกับกฤติยา คิดว่าคงไม่เกิดปัญหาอะไรอีกแล้ว
      
       ส่วนสุรัมภานั่งอ่านหนังสือ การดูแลครรภ์อยู่ในสวนสาธารณะ
       “ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพเด็กในครรภ์”
       สุรัมภาเอามือจับท้องตัวเอง รู้สึกตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ที่จะเกิดขึ้น สุรัมภาพร้อมจะใช้ชีวิต เพื่อดูแลลูกของตนแล้ว
       ระหว่างนั้นเพทายเดินเข้ามานั่งคู่ สุรัมภาตกใจ จะลุกขึ้น เพทายดึงมือไว้
       “จะไปไหนล่ะที่รัก ฉันมาทวงรางวัล”
       “นายต้องการเงินเท่าไหร่”
       “เงินนะฉันหาได้ ฉันอยากได้อย่างอื่น”
       “นายต้องการอะไร”
       “ที่รัก”
       เพทายแสยะยิ้มส่งจูบให้ด้วยท่าที่คิดว่าหล่อสุดๆ สุรัมภาผวากลัว รีบลุกเดินหนีไป แต่เพทายลุกขึ้นคว้าแขนไว้
       “ไปสนุกด้วยกัน ฉันจะดูแลเธอ รับเธอเป็นแฟนออกนอกหน้า”
       “ปล่อยนะ”
       “ไม่เอา อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวช้ำหมด”
       เพทายจูงมือสุรัมภาจะพาออกไป สุรัมภาดิ้น แล้วร้องให้คนช่วย
       “ช่วยด้วยค่ะ”
       สุรัมภาผลักเพทายวิ่งหนีไป หาคนที่แถวนั้น
       “ช่วยด้วยค่ะ!”
       มีผู้ชายคนหนึ่งช่วยกันไว้ เพทายเข้ามา
       “เรื่องของแฟน อย่ายุ่ง!”
       “ไม่ใช่นะคะ มันจะข่มขืนฉัน”
       สุรัมภาโวยวายเสียงดังเอาตัวรอด คนแถวนั้นหันมาดู เพทายจึงวิ่งหนีไป
      
       สุรัมภาโล่งใจที่รอดมาได้ แต่กลัวเพทายจะกลับมาแก้แค้น


  


       ขณะที่สุตาภัญกำลังถือถุงใส่เครื่องประดับเตรียมไปเปิดแผงขายของ เจอชนกชนม์เดินเข้ามาหา
      
       “ชนกชนม์”
       ชนกชนม์ยืนยิ้มเดินเข้ามามีอาการเซเล็กน้อยเนื่องจากเมายาอยู่
       “ไปขายของที่ตลาดนัดกัน ฉันช่วย”
       “ไม่ต้อง ฉันขายเองได้”
       สุตาภัญปัดมือชนกชนม์ ชนกชนม์ยิ้มแล้วแย่งกระชากถุงมาถือ แล้วตะคอกใส่สุตาภัญ
       “ฉันบอกว่าฉันช่วย!! ฉันมันน่ารังเกียจนักรึไง!”
       สุตาภัญ ตกใจและโกรธ “นายเล่นยาอีกแล้ว”
       “ไม่ต้องสนใจฉันจะทำอะไร! มันเรื่องของฉัน!”
       สุตาภัญ พูดดีด้วย “นายกลับไปหาแม่นายเถอะ แม่นายมาหานาย”
       ชนกชนม์แปลกใจ “ว่าอะไรนะ”
       “แม่นายเป็นห่วงนายมาก เขาพร้อมจะช่วยนาย นายรีบกลับไปหาเขาเขาจะช่วยนายทุกอย่าง”
       ชนกชนม์ได้ฟังเหมือนจะซึ้งใจ แล้วระเบิดหัวเราะใส่สุตาภัญ
       “เธอมันสร้างเรื่องเก่งจริงๆ สมแล้วที่เป็นเด็กนิเทศฯ แต่งนิทานเล่นละครหลอกเด็กได้ แต่หลอกฉันไม่ได้!”
       “ฉันพูดความจริงนะ”
       ชนกชนม์ไม่เชื่อ แถมโวยวายใส่สุตาภัญ
       “ฉันไม่เชื่อ! คุณแม่เกลียดฉัน เกลียดตัวซวยอย่างฉัน เขาไม่มีวันมาหาหรือห่วงใยฉัน เธอแค่สร้างเรื่องปลอบใจหาเรื่องผลักไสไล่ส่งฉันไปจากเธอต่างหาก ฉันรู้ทันเธอ ไม่มีใครรักฉันอีกแล้ว รวมทั้งเธอด้วย”
       ชนกชนม์โวยวายระบดระบายใส่ พร้อมกับเข้าไปเขย่าตัวสุตาภัญอย่างขาดสติ
       สุตาภัญไม่พอใจ หมดความอดทน
       “เมายา! ทำตัวแย่! เป็นแบบนี้ไงใครๆ ถึงเกลียดนาย ไม่รักตัวเองแล้วจะเรียกร้องให้คนอื่นมารัก! มันน่าสมเพช!”
       “ถ้าเธอรักฉัน ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเธอ!”
       ชนกชนม์ยื่นข้อเสนอ สุตาภัญนิ่ง...
       “กลับมารักฉัน คนดีของฉัน”
       ชนกชนม์เข้าสวมกอด สุตาภัญตกใจ
       “นาย…”
       ชนกชนม์กอดสุตาภัญ เริ่มลูบไล้ ทำท่าจะจูบสุตาภัญ
       “นายจะทำอะไร”
       “เป็นของฉัน เธอจะได้รักฉัน”
       ชนกชนม์จะกอดจูบ สุตาภัญโกรธจัดผลักชนกชนม์ออก
       “ชนม์นายเมาหนักแล้ว ออกไป อย่าทำอย่างนี้!”
       ชนกชนม์ดึงดันกอดจูบสุตาภัญ “เป็นแฟนกัน...เธอจะรักฉัน ไม่ทิ้งฉัน”
       ธีรดนย์เข้ามากระชากชนกชนม์ออกไป
       “ไอ้ชนม์!”
       ธีรดนย์ต่อยชนกชนม์เต็มหมัด ชนกชนม์ไม่ทันตั้งตัวจึงสู้ไม่ได้ ธีรดนย์จะเข้าไปซ้ำ สุตาภัญห้ามไว้
       “พอแล้วธี”
       ธีรดนย์มองชนกชนม์อย่างไม่พอใจ ชนกชนม์นอนกองอยู่ที่พื้น จ้องมองธีรดนย์ไม่วางตา
       ขณะเดียวกันชนิกานต์เข้ามาในมหาวิทยาลัย สอดสายตามองหาธีรดนย์ตรงจุดที่คิดว่าจะอยู่
       “ธี...”
       ชนิกานต์เข้าไปในมหาวิทยาลัย ตามหาธีรดนย์
      
       ชนกชนม์ลุกขึ้นมาจ้องมองสุตาภัญ บอกธีรดนย์
       “ธี...ฉันมีเรื่องส่วนตัวต้องคุยกับตา”
       “แกเมาหนัก กลับไป ถ้าแกต้องการมอบตัว ฉันพาแกไป...ฉันจะช่วยแก”
       ธีรดนย์จะเข้ามาดูแล ถูกชนกชนม์ผลักออก
       “ฉันบอกว่าฉันต้องการคุยกับตา!”
       “ไอ้ชนม์ ฉันไม่ยอมให้แกทำร้ายตา”
       “ฉันต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง!” ชนกชนม์เสียงดัง
       ชนกชนม์จะเดินตรงไปหาสุตาภัญ ธีรดนย์จับตัวไว้
       ชนกชนม์โวยวายเสียงดัง “ปล่อยฉันเว้ย ฉันต้องการรู้ความจริง”
       สุตาภัญ บอกธีรดนย์ “ปล่อยเขา”
       ธีรดนย์หันไปมองสุตาภัญ แล้วปล่อยชนกชนม์ พอเป็นอิสระชนกชนม์เดินตรงมาหาสุตาภัญ
       “เธอยังรักฉันไหม”
       สุตาภัญอึ้ง ธีรดนย์ยืนมอง รอฟังคำตอบ
       “เธอยังมีใจให้ฉันไหม”
       “ฉันจะมีใจให้นายได้ยังไง ฉันไม่เคยรักนาย…”
       ชนกชนม์ผิดหวังและเสียใจ “โกหก...เธอเคยรักฉัน...เธอเคยต้องการฉัน”
       สุตาภัญบอกต่อ “นายทำตัวนายเอง ฉันไม่อยากเสียอนาคตเพราะคนไม่มีอนาคต ฉันใช้ชีวิตทุกวันนี้ก็ลำบากพอแล้ว อย่าให้ฉันต้องแบกรับภาระเป็นแฟนขี้ยาอีก ฉันขอเลือกคนที่เขารักและดูแลฉันได้”
       สุตาภัญมองไปยังธีรดนย์
       “ฉันจะกลับไปคบกับธี”
       ชนกชนม์ไม่เชื่อ “ไม่จริง เธอกำลังสร้างเรื่องเล่นละครหลอกฉัน”
       สุตาภัญยื่นหน้าไปหอมแก้มธีรดนย์...ธีรดนย์ยิ้มย่องดีใจ ส่วนชนกชนม์ผิดหวังอย่างแรง
       “ธีเป็นผู้ชายที่ฉันจะฝากชีวิตไว้ได้...ไม่ใช่นาย”
       สุตาภัญเดินเข้าไปหาธีรดนย์ ทำเอาธีรดนย์ดีใจมาก
       ชนกชนม์จ้องหน้าถามธีรดนย์ “แล้วนิกกี้ล่ะ นายต้องดูแลนิกกี้”
       “ฉันปรับความเข้าใจกับนิกกี้ได้แล้ว เราเป็นเพื่อนกันเท่านั้น ฉันรักตาคนเดียว”
       สุตาภัญแปลกใจที่ธีรดนย์บอกอย่างนั้น ชนกชนม์หันมายิ้มให้ธีรดนย์...ทั้งน้ำตา
       “ดีใจด้วยเพื่อน” แล้วหันมาบอกสุตาภัญ “เธอทำถูกแล้ว คนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิต...ต่อให้ฉันเลวฉันชั่วยังไง ขอให้รู้ว่า คนเลวคนนี้รักเธอตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และจะรักเธอตลอดไป”
       สุตาภัญอึ้งและซึ้งใจ แต่พยายามเก็บอารมณ์ ไม่แสดงออก
       ชนกชนม์มองสุตาภัญแล้วเดินออกไป ธีรดนย์เข้าไปกอดปลอบใจ สุตาภัญมองตามชนกชนม์ด้วยความเสียใจและเป็นห่วง
      
       ชนิกานต์เดินตามหาชนกชนม์ จนเห็นชนกชนม์เดินออกมา ร้องไห้
       “ชนม์ นายเป็นยังไงบ้าง”
       ชนกชนม์มองมาบอกชนิกานต์
       “ตากลับไปคบกับธีแล้ว”
       ชนิกานต์อึ้ง แต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้
       “เธออย่าโกรธ อย่าเกลียดตานะ ตาไม่ผิดหรอก ธียังรักตามาก”
       ชนิกานต์เสียใจ
       “ฉันรู้ว่าเธอเสียใจไม่ต่างจากฉัน คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี สักวันคงเป็นวันของเธอ”
       ชนิกานต์น้ำตาไหล
       “ฝากดูแลตาด้วยนะ”
       ชนกชนม์ร้องไห้แล้วเดินออกไป ชนิกานต์มองตาม สงสารชนกชนม์และรู้สึกเสียใจกับเรื่องของธีรดนย์กับสุตาภัญ
      
       สุตาภัญร้องไห้เสียใจและสงสารชนกชนม์ ธีรดนย์เช็ดน้ำตาให้ แล้วกอดปลอบใจ
       “ชนม์ไม่น่าทำตัวเหลวไหลอย่างนี้เลย”
       สุตาภัญได้สติ ถดตัวถอยออกห่างธีรดนย์
       “ธี..ตาขอโทษนะที่ต้องอ้างว่าธีเป็นแฟนตา ตาไม่อยากให้ชนม์มากวนใจตาอีก”
       “ผมกับนิกกี้เคลียร์กันแล้ว...เราเป็นเพื่อนกันเท่านั้น...เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิมนะ”
       สุตาภัญแปลกใจ เพราะสงสารชนิกานต์
       “แล้วนิกกี้ล่ะ”
       ชนิกานต์เดินเข้ามา บอกสุตาภัญ
       “ฉันก็เป็นเพื่อนที่ดีกับเธอ” มองธีรดนย์ “เพื่อนธีไง”
       สุตาภัญแปลกใจ สงสารชนิกานต์
       “ตาอย่าโกรธธีเลยนะ ธีเขารักตา ฉันไม่อยากฝืนใจใครอีกแล้ว สู้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คบหากันได้นานดีกว่า อย่าให้ความรักมาทำลายความเป็นเพื่อนของเรา”
       ชนิกานต์ยิ้มให้ สุตาภัญแปลกใจ ธีรดนย์พอใจที่ชนิกานต์บอกแบบนี้กับสุตาภัญ
      
       แต่ชนิกานต์กลับรู้สึกเศร้าใจที่ต้องโกหกความรู้สึกของตัวเอง


  


       ตอนค่ำวันนั้น กฤติยาหิ้วถุงเสื้อผ้าเข้ามาในบ้าน กัณฐิกาเข้าไปถามกฤติยาด้วยความเป็นห่วง
      
       “มันพาลูกไปไหน ทำร้ายลูกตรงไหนบ้าง”
       กฤติยาขำ ยิ้มให้ “เปล่าค่ะแม่”
       กัณฐิกาไม่เชื่อใจ “มันขู่ลูก ลูกไม่ต้องกลัวมัน คุณณวัตรไม่อยู่แม่จะเล่นงานมันให้หนัก!”
       กฤติยายิ้มท่าทีแม่ขณะบอก “นิกกี้ซื้อเสื้อผ้าให้แอนค่ะ” พลางโชว์ถุงเสื้อผ้า “แล้วก็พาไปเลี้ยงข้าว แอนซื้อมาเผื่อคุณแม่ด้วยนะคะ”
       กฤติยาส่งถุงใส่อาหารให้กัณฐิกา
       “แม่ไม่กิน มันต้องใส่ยาพิษหวังฆ่าแม่!”
       “แม่เลิกอคติได้แล้ว นิกกี้ปากร้ายแต่ใจดีนะคะ”
       “แม่ไม่เชื่อ...มันทำดีกับลูกต้องหวังอะไรตอบแทน บอกแม่มา...มันต้องการอะไร”
       กัณฐิกาไม่เชื่อใจชนิกานต์อยู่ดี
       กฤติยาไม่กล้าเล่าเรื่องที่ชนิกานต์วิ่งตาม เพื่อขอร้องไม่ให้พูดเรื่องธีรดนย์กับชนิกานต์
       “กลับมานะ มาคุยให้รู้เรื่อง!”
       กัณฐิกาและกฤติยาแปลกใจว่า ชนิกานต์ทะเลาะกับธีรดนย์เรื่องอะไร
      
       ด้านชนิกานต์เดินตามธีรดนย์ โวยวายลั่นบ้าน
       “นายพูดว่าเราเป็นแค่เพื่อนไม่ได้”
       “เราเคลียร์เรื่องนี้จบแล้วไง”
       “เราตกลงกันสองคน นายไม่ควรบอกตา”
       “ฉันจำเป็นต้องบอก ตาต้องเชื่อใจว่าฉันกับเธอไม่มีพันธะต่อกัน...ที่สำคัญ ฉันจะกลับไปคบกับตา”
       ชนิกานต์เอาเรื่องชนกชนม์มาอ้าง “นายกำลังทำลายความรู้สึกชนม์”
       “เขาเลิกกันแล้ว ตาบอกรักฉันต่อหน้าชนม์ด้วยซ้ำ”
       ชนิกานต์ไม่เชื่อ “ตาประชดชนม์!”
       “ฉันไม่สน! ฉันจะใช้ช่วงเวลานี้ดูแลตา ตาต้องเปลี่ยนใจมารักฉัน” ธีรดนย์หันมาขู่ชนิกานต์ “เลิกตอแยฉัน ไม่งั้นฉันจะไปจากบ้านนี้”
      
       ขณะที่กัณฐิการีบเดินไป เพื่อไปหาชนิกานต์และธีรดนย์ กฤติยาเข้ามาขวาง
       “แม่จะไปไหน”
       “สองคนนั่นทะเลาะกัน แม่อยากรู้ว่าเรื่องอะไร”
       “ปล่อยเขาไปเถอะ อย่าไปยุ่งเรื่องเขาเลย”
       กัณฐิกาแปลกใจที่กฤติยากันไว้ “รึลูกรู้ ว่าเขามีปัญหาอะไรกัน”
       กฤติยานิ่งงันไป กัณฐิกาไม่ไว้ใจ ดันตัวกฤติยาออก แล้วรีบวิ่งลงไปดู
      
       ฟากชนิกานต์กำลังอ้อนวอนธีรดนย์
       “นายอยู่ที่นี่นะ ฉันยอมแล้ว ฉันจะไม่ตื๊อไม่บ่น แต่ฉันขอ..อย่าเป็นแฟนกับตา ฉันเป็นของนาย”
       ธีรดนย์ตกใจที่ชนิกานต์พูดเรื่องนี้อีก กลัวกัณฐิกามาได้ยิน
       “หยุดพูดได้แล้ว”
       “ก็มันเป็นความจริงนี่ เราเป็นของกันและกันแล้ว!”
       ชนิกานต์วิ่งเข้าไปกอดธีรดนย์อย่างรักล้นใจ
       กัณฐิกาเดินเข้ามาได้ยิน และเห็นภาพชนิกานต์กอดธีรดนย์ก็ตกใจ
       “นิกกี้”
       กฤติยาตามเข้ามาเห็นภาพเหตุการณ์ก็ตกใจ
       ชนิกานต์รีบผละออกจากธีรดนย์ ทั้งสองตกใจมาก..
       “แก!” ชนิกานต์เตรียมเอาเรื่อง
       “เธอทำดีกับหลานฉัน ต้องการปิดปากเรื่องนี้ ใช่มั้ยยัยแอน?”
       กัณฐิกาหันมาถามกฤติยา กฤติยามองชนิกานต์ไม่กล้าพูด หลบหน้า กัณฐิกาจึงมั่นใจว่าตนคิดถูก
       “น่าสมเพช ด่าว่าหลานฉันอ่อยผู้ชาย บุกเข้าหาผู้ชายถึงห้อง แต่เธอมันนังยั่วตัวแม่ อดอยากปากแห้งนักใช่มั้ยถึงกินเด็กในบ้าน!”
       ชนิกานต์โกรธแต่เถียงไม่ออก
       “คุณณวัตรต้องรู้เรื่องแพศยาของลูกสาว!”
       กัณฐิกาพูดจบก็เดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ เพื่อโทรศัพท์บอกณวัตร
       ชนิกานต์ตกใจร้องห้าม “อย่านะ”
       ชนิกานต์และธีรดนย์ตกใจ กฤติยากังวล รีบตามกัณฐิกาไป
      
       ส่วนชนกชนม์อยู่ที่ตึกร้าง นั่งทรุดตัวลงร้องไห้ เงยหน้ามองดวงจันทร์
       ขณะที่สุตาภัญยืนมองดวงจันทร์ดวงเดียวกัน เสียใจเรื่องชนกชนม์
      
       ชนกชนม์หยิบสร้อยครอบครัวออกมาดู แล้วแกว่งไปมาตรงหน้า นึกถึงเหตุการณ์ตอนชยางกูรกระชากสร้อยโยนทิ้งในวันแข่งรถ โดยไม่รู้ว่าที่แท้สุตาภัญเก็บไว้ได้
       สร้อยแกว่งไปมา พร้อมกับเหตุการณ์ ที่สุตาภัญคืนสร้อยให้ ตามด้วยเหตุการณ์ที่ชนกชนม์ใส่สร้อยให้สุตาภัญ และภาพเหตุการณ์สุดท้ายตอนสุตาภัญกระชากสร้อยจากคอ ปาคืนชนกชนม์
       ชนกชนม์มองสร้อยตรงหน้า ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
       ขณะเดียวกันสุตาภัญยืนมองดวงจันทร์ แล้วร้องไห้ เสียใจไม่ต่างกัน แต่ต้องตัดใจ
       “ฉันทำดีที่สุดแล้ว”
      
       สุตาภัญร้องไห้ปลอบใจตัวเอง ที่ต้องตัดชนกชนม์ออกจากชีวิต


  


       ฝ่ายกัณฐิกายกโทรศัพท์จะโทร.หาณวัตร กฤติยาเข้ามาแย่งโทรศัพท์ไป
      
       “คืนมาให้ฉัน”
       กฤติยาขอร้องแม่ “แอนขอเถอะค่ะแม่ เราต้องช่วยปิดเรื่องนี้”
       “แกยังมีหน้าไปเข้าข้างมันอีก ฉันจะโทร.บอกให้คุณณวัตรรีบกลับมา เร่งจัดการเฉดหัวลูกไม่รักดีออกไปจากบ้าน มันต้องได้รับกรรมที่ทำไว้กับฉัน”
       กัณฐิกาด่าว่าแล้วแย่งโทรศัพท์จากกฤติยามาได้ และจะโทร.อีกครั้ง ชนิกานต์เข้ามาขอร้อง
       “อย่าบอกคุณพ่อนะ ฉันขอร้อง”
       “หนังหน้าอย่างเธอรู้จักอายรู้จักกลัวด้วยเหรอ” กัณฐิกาเหยียดยิ้ม
       ชนิกานต์วิงวอน “แกต้องการอะไร? ฉันยอมแกทุกอย่าง อย่าบอกคุณพ่อ”
       กัณฐิกาบอกเสียงกร้าว “กราบเท้าฉัน”
       ชนิกานต์ตกใจ กฤติยาเองก็ตกใจ
       กัณฐิกาย้อนถาม “ว่าไง...ไหนบอกว่ายอมได้ทุกอย่าง...ทำสิ...ก้มลงกราบที่เท้าฉัน...เท้าของผู้หญิงที่เธอกร่นด่าว่าเป็นโสเภณี!”
       ชนิกานต์ไม่พอใจ แต่ไม่มีทางเลือก ชนิกานต์ทรุดนั่งลง แล้วก้มกราบเท้ากัณฐิกา
       “จำไว้ เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าอวดเก่งทำโอหัง ถึงฉันไม่ใช่แม่ที่ให้กำเนิด ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงเธอ”
       ชนิกานต์กราบเสร็จ คิดว่าจะจบเรื่อง ทว่ากัณฐิกายังกดเบอร์โทรศัพท์ต่อ ชนิกานต์โกรธจัด
       “แกทำอะไร? ฉันยอมกราบแกแล้วไง”
       “ฉันให้เธอกราบเท้า เป็นการขอขมาในสิ่งที่เคยแผลงฤทธิ์กับฉัน มันคนละเรื่องกับคาวโลกีย์ของเธอ”
       ชนิกานต์โกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าด่า “แกหลอกฉัน!”
       “อย่ามาชี้หน้าด่าฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาวางอำนาจใส่ฉันอีกแล้ว”
       กัณฐิกาขู่แรง ชนิกานต์หน้าเสีย กัณฐิกาถือโทรศัพท์แกล้งขู่
       “เอ..เอาไงดีนะ จะโทรรึไม่โทร.”
       ธีรดนย์ตัดสินใจตามเข้ามา ไหว้ขอร้องกัณฐิกา
       “คุณกัณครับ ผมขอร้องครับ ช่วยปิดเรื่องนี้ด้วยนะครับ”
       “เธอไม่ต้องกลัว...ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ ยัยนิกกี้คงเข้าไปอ่อยให้ท่าเธอ”
       “คุณท่านไม่ฟังหรอกครับ..คนที่เดือดร้อนไม่ใช่แค่นิกกี้ แต่รวมถึงผมด้วย”
       ธีรดนย์อ้อนวอนขอร้อง กัณฐิกาสงสารธีรดนย์ขึ้นมาทันที
       “ได้...ฉันเห็นแก่ธีรดนย์ ไม่ใช่เธอ!”
       “ขอบคุณครับ” ธีรดนย์ไหว้แล้วบอกชนิกานต์ “รีบไหว้ขอบคุณคุณกัณสิ”
       ชนิกานต์ไม่อยากไหว้ แต่จำใจ จะยกมือไหว้
       “ไม่ต้อง...เรายังเคลียร์กันไม่จบ...ตามฉันมา”
       กัณฐิกาเดินนำออกไป ชนิกานต์ตกใจว่ากัณฐิกาต้องการอะไร รีบเดินตามไป
       กฤติยาและธีรดนย์ก็แปลกใจว่ากัณฐิกาจะทำอย่างไร
      
       ชนิกานต์เดินเข้ามา เห็นกัณฐิกานั่งเก้าอี้ วางมาดเป็นนางพญา
       “อย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่”
       ชนิกานต์จำต้องก้มแล้วนั่งลงหน้ากัณฐิกา
       “ฉันยอมช่วย เห็นแก่ยัยแอนที่ขอร้อง และธีรดนย์ที่มีน้ำใจช่วยฉัน เธอเห็นไหม คนที่ทำดีมักได้ดีตอบแทน ส่วนคนที่ทำชั่วไว้ ต้องได้รับกรรม”
       ชนิกานต์ฉุนที่ถูกโขกสับ “ไม่ต้องพูดให้เปลืองน้ำลาย แกต้องการอะไร”
       “พูดกับผู้ใหญ่ พูดให้เพราะ”
       ชนิกานต์จำต้องพูดดี “คุณต้องการเงินเท่าไหร่?”
       “ไม่จำเป็น..พ่อเธอพร้อมเซ็นเช็คตามคำขอของฉัน”
       “แล้วแก...” ชนิกานต์ต้องรีบเปลี่ยนคำพูด “คุณต้องการอะไร”
       “อย่ามาระรานรังควาญฉันอีก...ต่างคนต่างอยู่”
       “ค่ะ” ชนิกานต์รับคำ
       กัณฐิกา เล่นแง่ “อ้อ..ไม่สิ..ตอนนี้ฉันมีอำนาจเหนือกว่า..เอาเป็นว่า ฉันต้องการอะไร อยากได้อะไร เธอต้องเสนอสนองให้ฉัน เป็นขี้ข้ารับใช้ฉัน”
       ชนิกานต์ไม่พอใจมาก เก็บอารมณ์ไม่ไหว “มันจะมากไปแล้วนะ!”
       กัณฐิกาลุกขึ้นเดินเข้ามาหาชนิกานต์
       “สอนไม่จำ...อย่าค้ำหัวผู้ใหญ่”
       กัณฐิกากดตัว ให้ชนิกานต์จำต้องทรุดนั่งลง กัณฐิกายิ้มเย้ยเดินออกไป
       ชนิกานต์ไม่พอใจมาก ที่ตกอยู่ใต้อำนาจกัณฐิกา
      
       จวบจนรุ่งเช้าชนกชนม์ยังคงนั่งแกว่งสร้อยไปมาไม่ได้หลับได้นอน
       “เธอไม่ต้องการมัน...ฉันก็อยากให้...เป็นตัวแทนฉัน”
       ชนกชนม์ตัดสินใจจะเอาสร้อยไปให้สุตาภัญอีก ลุกขึ้นเดินออกไป
      
       ส่วนสุตาภัญเดินมาที่กรอบรูปสุทินและเสาวนิตย์ ยกมือไหว้เตรียมจะออกไปขายของที่ตลาดนัด
       “พี่ตาจะไปไหนคะ”
       “วันนี้มีตลาดนัด พี่จะไปเปิดแผงขายของ”
       “ภาไปช่วยค่ะ”
       “ไม่ต้องจ้ะ..วันนี้พี่ขายทั้งวัน ภาต้องดูแลตัวเองดูแลลูกให้มาก”
       “ภาไม่ไปก็ได้ ภาจะอยู่บ้าน เก็บกวาดบ้านให้พี่ตา”
       “พี่ไปก่อนนะ”
       “ขายดีเทน้ำเทท่านะคะ”
       “ได้จ้ะ..พี่จะเทให้หมดท่าเลย”
       สุตาภัญและสุรัมภาหัวเราะให้กัน สุตาภัญหิ้วของใส่เครื่องประดับออกไป สุรัมภาจะเข้าไปเก็บกวาดห้อง เห็นกล่องใส่เครื่องประดับวางอีกกล่อง
       “พี่ตาโก๊ะอีกแล้ว”
       สุรัมภาหยิบกล่อง จะเอาไปให้สุตาภัญ
      
       เวลาเดียวกัน ขณะที่ชยางกูรจะเดินออกไป ชลนิภาเดินเข้ามาบอกชยางกูร
       “ลูกกูร...ไปช่วยงานแม่ที่บริษัทนะ แม่ดูแลคนเดียวไม่ไหว”
       “กูรอยากช่วยคุณแม่ครับ แต่กูรต้องเข้าเรียนให้ครบชั่วโมง แล้วต้องเร่งส่งงานที่ค้างด้วยครับ”
       ชลนิภามีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย “งั้นลูกไปเรียนเถอะ แม่ไม่อยากให้ลูกหมดสิทธิ์สอบ แม่ไปทำงานก่อนนะ”
       ชยางกูรเข้าไปกอดหอมแก้มชลนิภา
       “กูรเป็นกำลังใจให้ครับ สู้ๆ”
       ชลนิภายิ้มรับแล้วออกไป ชยางกูรดีใจที่ไม่ต้องไปทำงาน
       เสียงโทรศัพท์ชยางกูรดังขึ้น ชยางกูรมองชื่อหน้าจอก็ใจคอไม่ดี แต่ต้องรับสาย
       “วันนี้ผมจัดการให้เฮียได้แน่!”
      
       ชยางกูรวางสาย คิดวางแผนจัดการนำตัวสุตาภัญ ไปให้ปรัชญา

      
       ส่วนธีรดนย์ซึ่งกำลังจะออกไปข้างนอก ชนิกานต์เข้ามาขวาง
      
       “ไปไหน”
       “ไปมหาวิทยาลัย”
       “นายไม่มีเรียน นายจะช่วยตาขายของ”
       “รู้แล้วถามทำไม”
       “ก็แค่ถามให้แน่ใจ”
       “ไม่ต้องห้าม”
       “ไม่ได้ห้าม”
       “ไม่ต้องตาม”
       “ทำไมล่ะ ก็ฉันเป็นเพื่อนยัยตา ยัยตาลำบาก ฉันจะไปช่วยยัยตาขายของ ฉันมีจิตอาสานะ”
       “เธอไม่ชอบตากแดด ไม่ชอบขายของ ไม่ชอบให้ลูกค้าต่อราคา”
       ชนิกานต์จะหาเหตุผลไป “แต่ฉัน....”
       “ฉันบอกไม่ต้องก็ไม่ต้องสิ!”
       “ก็ได้ รีบไปรีบกลับนะ”
       ธีรดนย์เดินออกไป...ชนิกานต์ไม่พอใจที่ธีรดนย์ห้าม
       “ไม่ให้ไป...ก็แอบไปสิเรา”
       ชนิกานต์คิดจะแอบตามไปเอง เจอกัณฐิกาขวางไว้
       “ไปช่วยฉัน”
       ชนิกานต์เซ็งที่ถูกกัณฐิกาบังคับให้ไปช่วยงาน
      
       ชนิกานต์เดินตามเข้ามาในห้องครัว
       “จะให้ฉันช่วยอะไร”
       กัณฐิกามองดุ
       ชนิกานต์ฝืนใจเติมคำ “คะ”
       “ฉันอยากทานซุปผัก”
       “ฉันทำไม่เป็น”
       “แล้วใครกันที่เคยทำซุปประจบสอพลอคุณพ่อ ฉันไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์นะยะ”
       ชนิกานต์ประชด “ได้ค่ะ คุณผู้หญิงดิฉันจะทำให้กิน”
       กัณฐิกามองขู่อีก
       “รับประทานค่ะ”
       ชนิกานต์เดินไปหยิบเครื่องครัวเพื่อทำซุป ด้วยความไม่พอใจ
       กัณฐิกามองเย้ย คิดจะแกล้งชนิกานต์ให้สะใจ
      
       ฝ่ายสุตาภัญถือถุงลงมาที่ใต้ถุนคอนโด จะออกไปขายของ หยุดนิ่ง เห็นชยางกูรออกจากเสา ยืนยิ้มเย้ยอยู่
       สุตาภัญตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.เรียกตำรวจทันที
       “คุณตำรวจคะ มีผู้ร้าย”
       สุตาภัญพูดไม่ทันจบ ชยางกูรเข้ามากระชากโทรศัพท์โยนทิ้ง ลากสุตาภัญไป
       “ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย”
       ชยางกูรเข้าไปปิดปาก แล้วลากสุตาภัญออกไป
       ชนกชนม์เดินเข้ามาอีกทาง ไม่เห็นสุตาภัญและชยางกูร
      
       ขณะที่สุรัมภาถือกล่องใส่เครื่องประดับที่สุตาภัญลืมไว้เจอกับชนกชนม์ก็ดีใจมาก
       “พี่ชนม์ พี่เป็นยังไงบ้างคะ”
       “พี่โอเค....ตาอยู่ไหม พี่เอาของมาฝากให้ตา”
       “พี่ตาเพิ่งออกไปขายของเมื่อกี้เองค่ะ พี่ชนม์ไปกับภา เอาของไปให้พี่ตา”
       สุรัมภาจูงมือชนกชนม์จะพาไปหาสุตาภัญ ชนกชนม์จับมือสุรัมภาออก
       “ไม่เป็นไร ตาเขาไม่อยากเจอพี่แล้ว”
      
       ชยางกูรจับตัวสุตาภัญจะไปที่รถ
       “ปล่อยฉันนะ”
       สุตาภัญดิ้นรนทำร้ายชยางกูร แล้วจะวิ่งหนีไป ชยางกูรเข้าไปกระชากตัวสุตาภัญแล้วต่อยท้อง จนสุตาภัญจุก ทรุดตัวลง ชยางกูรยิ้มร้ายพอใจ
      
       ชนกชนม์ยื่นสร้อยให้สุรัมภา ฝากไปให้สุตาภัญ
       “พี่ฝากภาให้เขาด้วยนะ”
       สุรัมภาจะรับสร้อยไว้ แล้วกุมมือชนกชนม์ไว้
       “ภายังห่วงพี่ชนม์นะคะ”
       ชนกชนม์ยิ้มรับ แล้วเดินออกไป สุรัมภานึกได้ รีบเดินออกไปเอาของให้สุตาภัญ
      
       ฝ่ายชยางกูรเปิดประตูรถ แล้วผลักสุตาภัญเข้าไปในรถ สุรัมภามองหาสุตาภัญ เห็นภาพสุตาภัญอยู่ในรถ ชยางกูรปิดประตูรถก็ตกใจ “พี่ภา”
       ชยางกูรเห็นสุรัมภา รีบวิ่งไปด้านคนขับ ขับรถออกไป สุรัมภาวิ่งไล่ตาม
       “พี่ตา...ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!”
       ชนกชนม์กำลังจะเดินออกไป ได้ยินเสียงร้องก็วิ่งเข้ามา
       “ภา มีอะไร”
       “ชยางกูรจับตัวพี่ตาไปค่ะ”
      
       ชนกชนม์ตกใจ ตัดสินใจวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ เพื่อไปช่วยสุตาภัญ


  


       ขณะที่ชลนิภาเดินเข้ามาในบริษัท เห็นพนักงานจับกลุ่มคุยกันอยู่มุมหนึ่ง ไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน ก็ของขึ้น
      
       “พวกเธอทำอะไรกัน ฉันจ้างมาทำงาน ไม่ได้จ่ายเงินให้สุมหัวนินทาเจ้านาย!”
       พนักงานหันมามองชลนิภา แต่ยังคงอยู่ที่เดิม
       ชลนิภาไม่พอใจ “พูดแล้วยังไม่ทำงาน คิดลองดีกับฉันเหรอ? ฉันจะไล่ออกให้หมด”
       พนักงานออกแบบ เดินตรงมาหาชลนิภา
       “ดิฉันลาออกค่ะ”
       “ฉันไม่เคยง้อใคร! เก็บของออกไป!”
       ชลนิภาตะเพิดส่ง พนักงานคนอื่นๆ เดินเข้ามาหา แล้วยื่นซองลาออกต่อหน้าชลนิภา
       “พวกเราขอลาออก!”
       ชลนิภาตกใจ “พวกเธอรวมหัวจะเรียกร้องขึ้นเงินเดือน”
       “ไม่ใช่ค่ะ พวกเราไม่ต้องการเงินเพิ่ม แต่ต้องการเจ้านายที่ให้เกียรติ พวกเราไม่อยากเป็นทาสที่ทำงานตามสั่ง”
       พนักงานทุกคนเดินสวนชลนิภาออกไป ชลนิภาตกใจที่ทุกคนลาออกกันไปหมด
       ชลนิภามองไปยังห้องทำงานที่ว่างเปล่า เสียใจ
       “บริษัทของฉัน!”
      
       แป๋วทำความสะอาดบ้านอยู่ เห็นชลนิภาเดินเข้ามาก็เข้าไปทักทาย
       “คุณชลนิภากลับมาเร็วจัง งานคงราบรื่นลูกน้องดูแลกิจการแทนได้ ปีนี้รายได้คงทะลุเป้านะคะ”
       ชลนิภาตวาด “หยุดพูด! พวกมันลาออกหมดแล้ว...มันแข็งข้อกับฉัน บริษัทฉันกำลังเจ๊ง!”
       “ใจเย็นๆนะคะคุณผู้หญิง”
       “แกไม่ชอบขี้หน้าฉันก็ลาออกไป”
       “แป๋วลาออกไม่ได้ค่ะ คุณชนกชนม์ขอร้องให้ช่วยดูแลคุณผู้หญิงค่ะ”
       ชลนิภารู้ความจริงเรื่องนี้ก็ตกใจ ท่าทีนิ่งลง แต่ยังเป็นทุกข์เรื่องบริษัท มองไปยังภาพถ่ายครอบครัวที่มีชนกชนม์ ธนกรและชยางกูร
       “ไม่มีใครอยู่ช่วยฉัน แล้วฉันจะทำงานยังไง”
      
       ชนกชนม์เข้ามาที่ลานจอดรถ เห็นรถชยางกูรจอดอยู่ รีบเข้าไปด้านใน
      
       ธีรดนย์ตกใจเมื่อรู้ว่า ชยางกูรจับตัวสุตาภัญไป
       “ชยางกูรจับตาไป”
       “ค่ะ พี่ชนม์กำลังไปช่วย”
       “พี่จะไปช่วยตา”
       “ภาไปด้วยค่ะ”
       “ภาอยู่ที่นี่ดีกว่า พี่ต้องช่วยตาให้ได้”
       ธีรดนย์หยิบโทรศัพท์โทร.หาชนกชนม์
       “ชนม์ ตอนนี้แกอยู่ไหน?”
       ธีรดนย์คุยโทรศัพท์หาชนกชนม์ เพื่อจะตามไปช่วยสุตาภัญอีกแรง
      
       ชยางกูรจับตัวสุตาภัญ วางไว้บนเตียงนอน ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง
       สุตาภัญค่อยๆ รู้สึกตัว แต่ไม่มีแรงขยับตัวสู้
       “แกจับฉันมาทำไม”
       “เธอมันเสน่ห์แรง เสี่ยแก่ๆ มันต้องการตัวเธอ”
       สุตาภัญ ตกใจกลัว มองหาว่าเป็นใคร
       “ไม่ต้องกลัว ยังไม่ใช่ตอนนี้ ก่อนจะส่งเธอเข้าหอลงโลงกับมันฉันขอตัดริบบิ้น ไอ้ปรัชญามันต้องกินของเหลือจากฉัน”
       ชยางกูรถอดเสื้อขยับเข้าไปหาสุตาภัญ
       “อย่านะ...อย่า”
       “แหกปากให้ตายก็ไม่มีใครช่วยเธอได้”
       ชยางกูรเข้าไปปล้ำอย่างหท่นกระหาย สุตาภัญตัดสินใจกัดคอชยางกูรเต็มเขี้ยว ชยางกูรเจ็บปวด
       “โอ๊ยยย ฤทธิ์มากนัก”
       ชยางกูรตบฉาดใหญ่ สุตาภัญสลบไป ชยางกูรยิ้มย่อง
       “ครั้งก่อนเธอรอดเพราะโชคช่วย แต่วันนี้ เป็นวันของฉัน”
       ชยางกูรเข้าปลุกปล้ำสุตาภัญ แต่ประตูถูกกระแทกออก
       ชยางกูรหันไปมอง ชนกชนม์วิ่งเข้ามากระชากตัวต่อยชยางกูร...
       “ไอ้ชนม์”
       ชนกชนม์เข้ามาต่อย ชยางกูรคิดสู้ แต่ชนกชนม์โกรธมาก ต่อยไม่ยั้ง ชยางกูรนอนหมอบคาพื้น ชนกชนม์หยุดต่อย เข้าไปหาสุตาภัญที่นอนสลบ
       “ตา”
      
       ชนกชนม์อุ้มสุตาภัญออกจากโรงแรม เจอธีรดนย์วิ่งเข้ามา
       “ตา ตาเป็นอะไร”
       “ตาสลบไป...ตาปลอดภัยแล้ว”
       “เอามาให้ฉัน ฉันพาตากลับเอง”
       ชนกชนม์ส่งสุตาภัญให้ ธีรดนย์อุ้มสุตาภัญออกไปด้วยความเป็นห่วง ชนกชนม์มองตาม แล้วนึกโกรธชยางกูร หันตัวเดินกลับไปที่ห้องพัก
      
       ชยางกูรพยายามจะลุกขึ้น แต่แล้วชนกชนม์เข้าไปต่อยซ้ำ
       “ฉันเตือนนายแล้วอย่ายุ่งกับตา อย่าทำชั่วอีก”
       ชนกชนม์จับชยางกูรขึ้นมาต่อยไม่ยั้ง จนชยางกูรทรุดตัว ชนกชนม์ก็ดึงตัวขึ้นมา
       “แกไม่เคยหลาบจำ แกมันชั่วไม่เคยเปลี่ยน”
       “ฉันไม่อยากทำ...มันบังคับฉัน”
       “ใครบังคับแก?”
       “เสี่ยที่บ่อน ฉันเอาเงินไปใช้หนี้มัน แต่มันโกงเพิ่มหนี้แล้วบังคับให้ฉันจับตัวตาไปให้มัน ไม่งั้นมันจะฆ่าฉัน”
       ชนกชนม์นิ่งอึ้ง แล้วก็ต่อยชยางกูรล้มลง
       “ฉันไม่เชื่อ เลิกโกหกเอาตัวรอดสักที”
       “ฉันพูดความจริง” ชนกชนม์เข้าไปขอร้องพูดดีด้วย “พี่ชนม์ เชื่อฉัน ฉันเป็นน้องพี่”
       “ทุกครั้งที่นายมีปัญหา ฉันพร้อมช่วยนายเสมอ เพราะฉันเชื่อและหวังว่านายจะกลับตัวกลับใจ แต่นายแสดงให้ฉันเห็นแล้วว่า...เป็นไปไม่ได้”
       “ปล่อยฉันไป..ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”
       “ฉันพยายามทำดีกับนาย นายไม่เห็นค่า ถ้าฉันทำชั่วกับนาย นายคงจะสำนึกและคิดได้”
       ชยางกูร ตกใจ “แกจะทำอะไร”
       “ฉันจะแจ้งตำรวจให้จับนาย กฎหมายเท่านั้นที่จะลงโทษให้นายสำนึก”
      
       ชยางกูรหน้าซีด ตกใจและหวาดกลัว


  


       ครู่ต่อมา ชนกชนม์เดินออกมาคุยโทรศัพท์กับตำรวจ
      
       “ผู้ร้ายจับผู้หญิงมาข่มขืน อยู่ที่ห้อง...” ชนกชนม์ระบุหมายเลขห้องพัก
       ชนกชนม์วางสายแล้ว แล้วหันกลับเข้าไปมองยังห้องพักของโรงแรม น้ำตาไหลพราก เสียใจที่ต้องลงโทษชยางกูร แต่จำเป็นต้องทำ ก่อนจะเดินออกไปจากโรงแรม
      
       ส่วนชยางกูรถูกจับมือมือมัดเท้าด้วยผ้า อยู่บนเตียง
       “ไอ้ชนม์ ปล่อยฉัน ปล่อยฉัน!”
       ชยางกูรตะโกนลั่นห้อง คิดหาทางเอาตัวรอด
      
       ฝ่ายชนิกานต์ทำซุปเสร็จ ส่งให้กัณฐิกา
       “ซุปผักของเธอ....รับประทานซะ”
       ชนิกานต์จะถอดผ้ากันเปื้อนเพื่อเดินออกไป
       “ฉันเปลี่ยนใจล่ะ ฉันอยากทานข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ”
       “ฉันตำน้ำพริกไม่เป็น...ฉันทำไม่ได้”
       “จริงสิ...เมนูนี้ยากไป..งั้นเอาง่ายๆแล้วกัน ขอโรตีมัสมั่นแซลมอน”
       “เธอแกล้งฉัน!”
       “ทำตามที่ฉันสั่ง! ฉันให้เวลาครึ่งชั่วโมง”
       ชนิกานต์ตกใจ “ครึ่งชั่วโมง”
       “ไม่เสร็จเป็นเรื่อง!”
       กัณฐิกาขู่พร้อมกับยิ้มหยันแล้วเดินออกไป ชนิกานต์โกรธอยากจะเอาตะหลิวในมือปาใส่ กัณฐิกาหันมา ชนิกานต์เปลี่ยนเป็นไหว้ทันที กัณฐิกายิ้มเย้ยแล้วเดินออกไป
       “ยัยแม่มดบ้า! ฉันทำไม่เป็น!”
      
       กฤติย้าเดินเข้าไปขอร้องกัณฐิกา
       “แม่เลิกแกล้งนิกกี้เถอะ”
       “ใครดีฉันก็ดีชอบ ใครร้ายก็ต้องร้ายหนัก!”
       “ถ้านิกกี้ทำอาหารไม่ได้จริงๆล่ะ แม่จะทำไง?”
       “ฉันก็จะเพิ่มบทลงโทษให้มันสำนึกว่าการถูกโขกสับเป็นยังไง?”
       กัณฐิกามองนาฬิกาแล้วยิ้มเย้ย
       “หมดเวลาแล้ว มันยังไม่ทำมา แม่ต้องไปเล่นงานมัน”
       ชนิกานต์ถือถาดใส่อาหาร มีฝาครอบมา
       “อาหารที่สั่งมาแล้วค่ะ”
       กัณฐิกาแปลกใจไม่คิดว่าชนิกานต์จะทำได้ทัน กฤติยาดีใจที่ชนิกานต์ทำสำเร็จ
       “เธอเก่งจัง ดูสิ...น่าทานรึเปล่า”
       กฤติยาจะเปิดฝาครอบ กัณฐิกาห้ามไว้
       “อย่าเปิด! มันอาจใส่กบคางคกมาแกล้งฉัน!”
       ชนิกานต์พูดเสียงหวาน “กรุณาเอาความคิดตัวเองมาคิดแทนนิกกี้สิคะ นี่ค่ะ”
       ชนิกานต์เปิดฝาครอบ กัณฐิการะวังตัวแจ
       อาหารในถาด คือโรตี มัสมั่นแซลมอน
       “เป็นไปได้ไง”
       “คนสวยทำอะไรก็ได้ค่ะ โอเคนะคะ”
       “ฉันไม่เชื่อ เธอไม่ได้ทำเอง”
       “ค่ะ นิกกี้ไม่ได้ทำ นิกกี้ไปซื้ออาหารแช่แข็งหน้าหมู่บ้านมาเวฟ จบไหมคะ”
       กัณฐิกา ไม่พอใจ “เธอผิดคำสั่ง ฉันต้องลงโทษ”
       ชนิกานต์โวยกลับ “อยากกินฉันก็หาให้กิน อย่าเรื่องมาก”
       “เธอกล้าด่าฉัน!”
       ชนิกานต์นึกได้ก็ตกใจ “ฉันขอโทษ”
       “ไม่อยากให้ฉันเอาเรื่อง ก็ทำงานไถ่โทษ!”
       ชนิกานต์เซ็งที่ถูกทำโทษ กฤติยาแปลกใจว่ากัณฐิกาจะให้ทำอะไร
      
       ส่วนสุตาภัญนอนอยู่บนเตียงในห้องพักที่อพาร์ทเม้นต์ ค่อยๆ รู้สึกตัว ลืมตาตื่น
       “ตา”
       สุตาภัญเห็นธีรดนย์ก็ดีใจ
       “ตาปลอดภัยแล้วนะครับ”
       “ธี”
       สุตาภัญโผเข้ากอดธีรดนย์ทันที ร้องไห้ดีใจที่รอดมาได้
       “ไม่ต้องร้องนะครับ ผมอยู่กับตา ตาไม่ต้องกลัว”
       ชนกชนม์ยืนอยู่หน้าห้อง เห็นภาพเหตุการณ์ ก็ไม่อยากเข้าไป ตัดสินใจเดินออกไป สุรัมภาเห็นชนกชนม์ แปลกใจที่ชนกชนม์เข้ามาในห้อง
      
       ขณะที่ชนกชนม์จะเดินออกไป สุรัมภามาเรียกไว้
       “พี่ชนม์ขึ้นไปหาพี่ตาสิคะ พี่ตาคงดีใจที่รู้ว่าพี่ชนม์ไปช่วยไว้”
       “อย่าเลย ตาไม่อยากเห็นหน้าพี่หรอก แล้วอีกอย่าง มีธีคอยดูแล ตาคงมีความสุข” ชนกชนม์จะเดินออกไป
       “แล้วพี่ชนม์จะไปไหน”
       “ไปในที่ที่เหมาะกับคนไม่รักดี คนเลวอย่างพี่”
       สุรัมภาจับมือชนกชนม์ “ภาเป็นห่วงพี่นะคะ”
       “ขอบใจมากภา...พี่จะจดจำไว้ ในวันที่พี่ไม่มีใคร” ชนกชนม์ลูบหัวสุรัมภาเบาๆ “ยังมีผู้หญิงคนนี้รักและเป็นห่วงพี่”
       สุรัมภาฟังแล้วรู้สึกดี
       “พี่ฝากดูแลตาด้วยนะ...รักพี่สาวคนนี้ให้มากๆ”
       ชนกชนม์ยังคงฝากความห่วงใยถึงสุตาภัญ สุรัมภารู้สึกเศร้าใจ ที่ชนกชนม์รักสุตาภัญมาก
      
       สุรัมภาฝืนยิ้มให้ ชนกชนม์เดินออกไป สุรัมภามองด้วยความเศร้าใจ


  


       ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนหน้าห้องมองเลขที่ห้องพัก ตรงตามที่ชนกชนม์แจ้งไว้
      
       “ห้องนี้ที่พลเมืองดีแจ้งไว้!”
       ตำรวจมองหน้ากันแล้วผลักประตูเข้าไป แต่ภายในห้อง ไม่มีใคร นอกจากเศษผ้าที่กองอยู่และเศษแจกันแตก ตำรวจแปลกใจ
      
       ที่แท้ชยางกูรเดินก้มหน้า เพื่อหลบหนีออกจากโรงแรม นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ชยางกูรดิ้นหนี มองเห็นแจกันบนโต๊ะ จึงดิ้นปัดมือที่ถูกมัด แจกันตกพื้นแตกกระจายชยางกูรดิ้นลงมาที่พื้น คลานเข้าไปหยิบเศษแจกันตัดผ้าที่มืดมือ ชยางกูรเอาเศษแจกันมาตัดผ้าที่เท้า
      
       ชยางกูรเดินมาหน้าโรงแรม เงยหน้าขึ้นด้วยความแค้นชนกชนม์
       “ไอ้ชนม์! แกประกาศตัวเป็นศัตรูกับฉัน!”
       ชยางกูรคิดแก้แค้นชนกชนม์อย่างสามสม
      
       ชนิกานต์เดินมาถือสายน้ำ รดต้นไม้
       “ฉันไม่น่าพลาดเลย ต้องมาทำงานตามยัยแม่มดสั่ง”
       กัณฐิกาเข้ามาต่อว่า
       “นินทาอะไร!”
       “เปล่า”
       “เป็นไง พอจะสำนึกรึยังว่าการถูกกดขี่ห่มเหงมันรู้สึกยังไง”
       “ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย สนุกจะตาย มีความสุ๊ขความสุข!”
       ชนิกานต์แสร้งตีหน้าสุข ทั้งๆ ที่ใจทุกข์มาก
       “เหรอจ๊ะ งั้นรดน้ำเสร็จไปปัดกวาดเช็ดถูห้องนอนฉัน!”
       ชนิกานต์ตกใจ “ไม่นะ”
       “น้อยไป? งั้นไปล้างรถ ขัดห้องน้ำ ซักผ้าม่านด้วย!”
       กัณฐิกาเย้ยชนิกานต์ จะเดินออกไป ชนิกานต์เจ็บใจ เหลืออด ฉีดน้ำใส่กัณฐิกา
       “ว้าย...แกแกล้งฉัน!”
       “ขอโทษค่ะ นึกว่าต้นไม้!”
       กัณฐิกา มองเสื้อผ้าตัวเองด้วยความโมโห “ต้นไม้บ้านแกสิสีแดง!”
       “ต้นไม้ที่ออกดอกไงคะ ดอกเต็มต้น”
       กัณฐิกาโกรธจนตัวสั่น “แก”
       “ดอกกำลังเหี่ยว....ต้องรดน้ำให้มากๆ”
       ชนิกานต์ฉีดน้ำใส่อีก กัณฐิกาตกใจถลันเข้าไปปัดแย่ง
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
       กฤติยาเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ รีบวิ่งเข้าไปห้าม
       “นิกกี้ หยุดเถอะ”
       ชนิกานต์นึกสนุกฉีดน้ำใส่อีก กัณฐิกาเข้าไปปัดสายฉีด ดันตัวชนิกานต์ออก ชนิกานต์หัวเราะชอบใจ กัณฐิกาผลักชนิกานต์ออกไป ชนิกานต์ล้มลง หัวไปกระแทกกระถางต้นไม้เต็มๆ
       “โอ๊ย”
       กัณฐิกาตกใจไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจะเข้าไปดูแล
       “เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
       กฤติยาเข้าไปประคองชนิกานต์ลุกขึ้น ชนิกานต์เอามือจับที่หัว มีเลือดติดมือมา
       “เลือด!”
       “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เข้าบ้านฉันทำแผลให้”
       ชนิกานต์ไม่พอใจ “ไม่ต้องยุ่ง! คุณพ่อกลับมาฉันจะฟ้องว่าแกจะฆ่าฉัน”
       ชนิกานต์โกรธกัณฐิกามาก กฤติยาเป็นห่วง รีบตามไปดูแล
      
       คืนนั้นชนกชนม์นอนเมายา ข้างตัวมีหลอดยาวางอยู่ ชนกชนม์นอนร้องไห้...เสียใจ
      
       ฝ่ายธีรดนย์บอกสุตาภัญ
       “ตาอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัย....ตากับอยู่ที่อื่นเถอะ”
       “ตาย้ายไปไม่ได้หรอก ค่าเช่าที่อื่นแพงมาก ตาต้องประหยัด”
       “ธีมีเงินก้อนที่ได้จากคุณท่าน ธีจะเช่าบ้านให้ตากับน้องอยู่”
       “เก็บเงินธีไว้เถอะ ตาพอขายของหาเงินได้”
       “งั้นธีจะมาหาตาดูแลตาทุกวัน...ธีเป็นห่วงตามากนะ”
       สุตาภัญยิ้มดีใจที่ธีรดนย์คอยดูแล สุรัมภาเดินเข้ามาบอกสุตาภัญ
       “พี่ชนม์ก็ห่วงพี่ตานะคะ”
       “พี่บอกแล้วไงภา เลิกพูดถึงเขา”
       “ภาไม่พูดไม่ได้ค่ะ พี่ตาต้องรู้ว่าพี่ชนม์เป็นคนไปช่วยพี่ตา”
       สุตาภัญ แปลกใจ “อะไรกัน ก็ธีช่วยพี่ออกมา”
       “พี่ธีบอกความจริงสิคะ ใครช่วยพี่ตา”
       สุตาภัญมองธีรดนย์รอฟัง ธีรดนย์จึงบอกความจริง
       “ผมตามไป....ชนม์ช่วยตาไว้ได้แล้ว”
       สุตาภัญแปลกใจที่รู้ว่าชนกชนม์ไปช่วยเธอ
       “พี่ชนม์ห่วงพี่ตามาก แล้วก็มาบอกลา พี่ตาควรไปหาพี่ชนม์นะคะ”
       สุตาภัญเริ่มกังวลใจ แต่ธีรดนย์เป็นห่วงสุตาภัญ
       “ดึกแล้ว ตาควรพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยไปขอบใจชนม์...ธีพาไปเอง”
       สุตาภัญมองธีรดนย์ พยักหน้ารับ สุรัมภาผิดหวังที่สุตาภัญไม่ไปดูแลชนกชนม์
      
       ส่วนที่ตึกร้างชนกชนม์นอนเมายา
       “ไอ้เดช แกอยู่ไหน..ฉันคิดถึงแก แกมารับฉันไปอยู่กับแกด้วย”
       ชนกชนม์นอนร้องไห้คร่ำครวญเรียกหาสุรเดช
      
       สุตาภัญนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงชนกชนม์ ในที่สุดสุตาภัญตัดสินใจลุกขึ้น มองสุรัมภาที่นอนหลับพลิกตัวไปอีกด้าน สุตาภัญตัดสินใจเดินออกไปจากห้อง
      
       สุรัมภาพลิกตัวหันกลับมา ยิ้มดีใจที่สุตาภัญไปหาชนกชนม์

      
       กฤติยาทำแผลให้ชนิกานต์เสร็จ เป็นแผลไม่แตกจึงไม่ได้ตกอกตกใจมาก
      
       “ไม่ถึงกับแตก แค่เป็นแผลนิดหน่อย..ไม่ต้องเย็บ”
       “ฉันจะแจ้งตำรวจให้จับมันข้อหาทำร้ายฉัน!” ชนิกานต์ฮึดฮัด
       “นิกกี้...ฉันขอนะ เลิกแก้แค้นเอาคืนน้าฉันเถอะ น้ากัณไม่ได้ตั้งใจ”
       “ทำหัวฉันแตก เนี่ยนะไม่ได้ตั้งใจ ฉันต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
       “อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย พ่อเธอรู้เรื่องนี้ ก็ต้องรู้เรื่องนั้น” กฤติยาเตือนสติ
       ชนิกานต์เจ็บใจตัวเอง “ฉันไม่น่าพลาดเลย”
       “ฉันจะพูดให้น้าเลิกแกล้งเธอ ไม่ขู่เธออีก!”
       กฤติยาเดินออกไปจากห้องชนิกานต์ยังคงโกรธกัณฐิกา
       “ยังไงมันก็ต้องไหว้ขอโทษฉัน”
       ชนิกานต์แค้นจัด ตัดสินใจจะไปเอาเรื่องกัณฐิกา
      
       กัณฐิกายืนรอด้วยความเป็นห่วงอาการชนิกานต์ กฤติยาเดินเข้ามา
       “ยัยคุณหนูเป็นไงบ้าง”
       “มีแผลนิดหน่อยค่ะ” กฤติยาบอก
       “แค่เนี๊ย! ทำสำออยโวยวายยังกะต้องเย็บเป็นร้อยเข็ม”
       “แม่..แอนขอล่ะ เลิกแกล้งนิกกี้ได้แล้ว”
       “ฉันก็ไม่อยากยุ่งนักหรอก แค่ลงโทษให้สำนึกบ้าง”
       “นิกกี้สำนึกผิดแล้ว ต่อไปนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่กวนใจกันนะแม่”
       ชนิกานต์ที่เดินตามเข้ามาจะเอาเรื่องหยุดที่มุมหนึ่ง ได้ยินก็นิ่งอึ้ง แอบฟังต่อ
       “แม่เคยสัญญากับแอน ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตามประสาแม่ลูกไงจ้ะ...แม่จำได้ไหม”
       ชนิกานต์ยืนฟังก็ยิ่งตกใจ
       “แม่ไม่ลืมสัญญาหรอก...แม่ทำเพื่อลูกได้เสมอ”
       กัณฐิกาเข้าไปสวมกอดกฤติยา
       ชนิกานต์เดินเข้ามาหา 2 คน
       “แกหลอกฉัน”
       กัณฐิกาและกฤติยาตกใจมาก
       “นิกกี้”
       ชนิกานต์รีบเดินออกไป กัณฐิกาวิ่งตามไปทันที กฤติยาเป็นห่วง
      
       ชนกชนม์เดินโซเซด้วยอาการเมายา ตรงไปยังขอบตึกร้าง ชนกชนม์เดินไปยืนที่ขอบตึก สุตาภัญวิ่งเข้ามาหา
       “หยุดนะ”
       ชนกชนม์หันกลับไปมองสุตาภัญ แปลกใจ
       “นายจะทำอะไร”
       “ฉันเป็นลูกเทวดา ฉันจะบินกลับสวรรค์!”
       ชนกชนม์หันกลับไป สุตาภัญตกใจ วิ่งเข้าไปกระชากตัวชนกชนม์ออกมา ทั้งสองคนล้มลง
       ชนกชนม์ลุกขึ้น สุตาภัญต่อว่าชนกชนม์
       “นายเป็นบ้าอะไร”
       “เธอนั่นแหละที่บ้า!”
       “ก็นายคิดสั้น”
       ชนกชนม์หัวเราะเยาะใส่ “ฉันไม่ฆ่าตัวตายหรอก ฉันแค่แกล้งเธอ ในเมื่อไม่มีใครรักฉัน ฉันก็ต้องรักตัวเอง ฉันทำถูกแล้วใช่ไหมครับคุณสุตาภัญ”
       ชนกชนม์เดินตรงออกไป สุตาภัญมองตาม
      
       ชนกชนม์เดินมาหยิบหยอดแก้วและไฟแช็ค สุตาภัญเข้ามาจะแย่ง แต่ชนกชนม์ผลักออก
       “รักตัวเองด้วยการเสพยาทำลายตัวเอง”
       “แล้วจะให้ฉันทำไง ฉันไม่มีใคร ฉันอยู่ได้เพราะมัน มันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน”
       สุตาภัญไม่พอใจ เข้าไปกระชากของมาถือไว้
       “มันดีที่สุดงั้นเหรอ”
       “เธอทำอะไร”
       “นายบอกว่ามันดี ทำให้นายมีความสุข ฉันก็อยากมีความสุขบ้าง”
       สุตาภัญจุดไฟแช็ค เอาไฟจะจ่อที่หลอด ชนกชนม์เข้าไปแย่ง แล้วโยนหลอดทิ้งตกพื้นแตก
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
       สุตาภัญ ร้องไห้ไปพูดไป “นายมาขัดความสุขฉันทำไม ฉันเองก็มีความทุกข์ ทุกข์ที่ต้องเห็นนายเป็นแบบนี้ ฉันไม่เคยมีความสุขเลยที่เห็นนายติดยา เลิกเถอะ ฉันขอร้อง ไม่ต้องเลิกเพื่อฉัน แต่เลิกเพื่อคนที่รักนาย พ่อแม่นาย แล้วก็ตัวนายเอง”
       ชนกชนม์ทรุดตัวร้องไห้ “ฉันพยายามแล้วนะ ฉันเลิกไม่ได้ ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้!”
       สุตาภัญนั่งลง บอกชนกชนม์
       “ฉันจะช่วยนาย ฉันจะเป็นกำลังใจให้นาย ฉันจะอยู่เคียงข้างนาย จนถึงวันที่นายหยุดยาได้”
      
       ชนกชนม์มองสุตาภัญร้องไห้โฮออกมาอย่างตื้นตัน เช่นเดียวกับสุตาภัญโผเข้ากอดให้กำลังใจ สองคนกอดกันกลมร้องไห้โฮอยู่ตรงตึกร้างนั้น


  


       ชนิกานต์เดินหนีเร็วรี่ มีกัณฐิกาวิ่งตามเข้ามาแก้ตัว
      
       “เธอกำลังเข้าใจฉันผิด!”
       ชนิกานต์พูดใส่หน้า “เลิกสตรอเบอรี่!! หยุดโกหกว่าเป็นแม่ลูกบุญธรรมได้แล้ว! ฉันได้ยินเต็มสองหูว่าเธอเป็นแม่ลูกกัน!”
       กัณฐิกาตะแบง “มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด ไม่เชื่อถามยัยแอนสิ จริงไหมหลาน”
       กฤติยาบอกชัดๆ “เราสองคนเป็นแม่ลูกกัน!”
       กัณฐิกาตกใจ “ยัยแอน”
       กฤติยาหันมาทางแม่ “พอเถอะค่ะแม่ แอนเหนื่อยที่ต้องโกหกแล้ว”
       “แม่บอกแล้วไงว่าให้คุณณวัตรรู้เรื่องนี้ไม่ได้!”
       “สายไปแล้วล่ะ ฉันจะโทรศัพท์บอกคุณพ่อ! ให้คุณพ่อมาหย่าแล้วเฉดหัวพวกแกออกไปจากบ้านฉัน!”
       ว่าแล้วชนิกานต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดหาณวัตร
       กัณฐิการีบแก้ปัญหา “โทร.เลย...ฉันจะได้บอกว่าเธอได้เสียกับคนใช้ในบ้าน”
       ชนิกานต์ฉุนขาด “อย่ามาขู่ฉันนะ!”
       “ฉันไม่ได้ขู่ ฉันพูดจริง อย่างมากฉันกับลูกก็หาที่อยู่ใหม่ แต่เธอคงโดนหนัก และที่สำคัญ...ธีรดนย์ชายคนรักต้องถูกจับเข้าคุก หรือไม่ก็ถูกไล่ออกจากบ้านนี้ เธอไม่มีวันได้เห็นหน้าธีรดนย์อีก!”
       ชนิกานต์หน้าเสีย ตกใจ และกลัวขึ้นมาทันที
       “คนฉลาดรู้ดีว่าต้องทำยังไง แลกกันหมัดต่อหมัด แกเสียฉันเสีย แกได้ฉันได้!”
       “แกเอาไง”
       “เอาเรื่องของฉันกับเธอใส่โลงฝังกลบดินซะ ทุกอย่างจบ”
       กัณฐิกายื่นข้อเสนอชนิกานต์...ชนิกานต์ไม่มีทางเลือกอื่น
       “ยัยแม่มด!”
       ชนิกานต์หัวเสียเดินออกไป
       กัณฐิกาโล่งใจที่หาทางเอาตัวรอดได้ หันไปโวยวายใส่กฤติยา
       “แกก็ต้องหยุดพูดเรื่องนี้...ห้ามพูดเรื่องนี้อีกเข้าใจไหม”
       “ค่ะ”
       กัณฐิกาน้ำตาไหล แทบหมดแรงยืน โล่งอกเมื่อสามารถต่อรองกับชนิกานต์ได้สำเร็จ
      
       เวลาผ่านไป เช้าวันหนึ่ง ตรงมุมหนึ่งของอพาร์ตเม้นท์ ชนกชนม์ยืนรออยู่ สุตาภัญเข้ามาบอกชนกชนม์ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
       “หมดห่วงเรื่องคดียาเสพติดแล้วนะ”
       “ขอบใจเธอมาก ที่บอกคุณพ่อฉันให้มาเป็นธุระจัดการเรื่องคดี...รวมทั้งเป็นพยานให้ฉัน”
       “ก็นายบริสุทธิ์นี่นา ตำรวจเองก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดได้”
       สุตาภัญยิ้มให้ชนกชนม์
       “บอกฉันได้ยังเนี่ย...จะพาฉันไปไหน”
       “ไปในที่ที่ดีสำหรับนาย”
       ชนกชนม์มีสีหน้ากังวลใจ
       “ฉันไม่พานายไปขึ้นเขียงหรอกน่า...ไปได้แล้ว”
      
       ชนกชนม์ก้มหยิบเป้ขึ้นมาสะพาย แล้วเดินไปกับสุตาภัญ โดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน?
      
       ส่วนที่คฤหาสน์ณวัตร ขณะที่ธีรดนย์กำลังจะออกจากบ้าน..ชนิกานต์เข้ามา
       “ฉันไปด้วย!”
       ธีรดนย์อ้าปากจะห้าม
       ชนิกานต์สวนขึ้น “ไม่ต้องห้าม ฉันเป็นเพื่อนชนม์ ฉันอยากไปหาเขา”
       “ไม่ได้ว่าไรสักหน่อย ไปก็ไปสิ!”
       ชนิกานต์ยิ้มพอใจที่ธีรดนย์ยอมให้ไปด้วย กฤติยาเข้ามา บอกชนิกานต์
       “นิกกี้ ฉันไปด้วยคนนะ”
       “ฉันไม่ร่วมเดินทางกับพวกสิบแปดมงกุฎ”
       ชนิกานต์เดินนำออกไปที่ด้านหน้าคฤหาสน์ ธีรดนย์หันไปบอกกฤติยา
       “ไปสิ..อย่าไปสนใจยัยนิกกี้เลย”
       “อย่าดีกว่า ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ ฝากบอกพี่ชนม์ด้วยนะ ฉันเป็นกำลังใจให้”
       ธีรดนย์ยิ้มรับ ชนิกานต์เดินกลับเข้ามาโวย
       “คุยกับเด็กเลี้ยงแกะเดี๋ยวก็ติดเชื้อหรอก”
       ธีรดนย์เดินออกไป ชนิกานต์มองดุกฤติยา ยังโกรธที่กฤติยาโกหกเรื่องแม่ลูก
       กฤติยามองตาม รู้สึกผิดที่ทำให้ชนิกานต์ไม่พอใจ
      
       ที่แท้สุตาภัญเดินนำชนกชนม์เข้ามาบริเวณศูนย์บำบัด ผู้เสพยาเสพติด
       “เข้ามาสิ”
       ชนกชนม์เดินเข้ามา มองไปด้านหน้า เห็นเป็น ศูนย์บำบัดยาเสพติดบ้านพิชิตใจ
       “ที่นี่เป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด บ้านพิชิตใจ จะช่วยทำให้นายเลิกยาเสพติดได้ นายพร้อมจะรับการบำบัดรึยัง”
       “พร้อมสิ ฉันอยากกลับไปเป็นชนกชนม์คนเดิม”
      
       สุตาภัญยื่นมือให้ ชนกชนม์จับมือสุตาภัญ แล้วเดินเคียงกันเข้าไปที่ศูนย์บำบัดอย่างมุ่งมั่น


  


       ธีรดนย์กับชนิกานต์รู้เรื่องจากสุรัมภาก็แปลกใจที่สุตาภัญพาชนกชนม์ไปศูนย์บำบัด 3 คนคุยกันอยู่ตรงใต้ถุนอพาร์ตเม้นท์
      
       “ชนม์ไปที่ศูนย์บำบัด? แล้วคดีความที่ตำรวจตามจับตัวล่ะ” ธีรดนย์ถาม
       “พี่ชนม์เข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจปิดคดีว่าพี่ชนม์ไม่มีความผิดค่ะ” สุรัมภาบอก
       “แต่ชนม์ติดยา ไม่ต้องติดคุกเหรอ” ชนิกานต์สงสัย
       “ผู้เสพถือเป็นผู้ป่วย ไม่ใช่นักโทษ ต้องได้รับการบำบัดรักษาค่ะ” สุรัมภาว่า
       “ตาก็เลยพาชนม์ไปบำบัด” ธีรดนย์ถาม
       “ค่ะ” สุรัมภาพยักหน้า
       ธีรดนย์บอกชนิกานต์ “เรารีบตามไปเยี่ยมชนม์เถอะ”
       จู่ๆ ชนิกานต์ทำสีหน้าแปลกๆ รู้สึกวิงเวียนคลื่นไส้ แล้ววิ่งออกไปอาเจียนที่มุมหนึ่ง
       สุรัมภาตกใจ “พี่นิกกี้!”
       ธีรดนย์แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       ชนกชนม์เดินเข้ามาหาสุตาภัญตรงมุมหนึ่งในศูนย์บำบัด ภายหลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
       สุตาภัญ ยิ้มให้กำลังใจ “นายต้องอดทนนะ ไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่ที่นี่มีเพื่อนเยอะ เจ้าหน้าที่ก็ใจดี มีกิจกรรมกลุ่มให้นายได้ร่วมแลกเปลี่ยน รวมทั้งกิจกรรมฝึกอาชีพ สันทนาการ มันจะช่วยให้นายมีจิตใจที่เข้มแข้ง และเลิกยาได้”
       ชนกชนม์กังวลใจ “ถ้าฉันท้อ...แล้วเลิกกลางครันล่ะ”
       สุตาภัญ ยิ้ม พูดให้กำลังใจอีก “ฉันเชื่อว่านายทำได้”
       ชนกชนม์มองไปยังศูนย์ ภายในใจยังไม่เชื่อมั่นนัก ยังมีความกังวลใจ
       “เธออย่าทิ้งฉันนะ”
       “ทิ้งกันได้ไง... มันเป็นหน้าที่ของนางฟ้า”
       สุตาภัญยิ้มให้แรงใจชนกชนม์
       “ฉันกลับแล้วนะ”
       ชนกชนม์ยิ้มให้ สุตาภัญโบกมือลา แล้วเดินไป ชนกชนม์หันกลับไปมองยังศูนย์ นึกหวั่นใจ ไม่รู้ว่าตนจะทำสำเร็จหรือไม่
      
       ชนิกานต์ออกจากห้องน้ำในห้องพักของสุตาภัญ สุรัมภาส่งผ้าขนหนูให้เช็ด
       “พี่นิกกี้ปวดหัวรึเปล่าคะ” สุรัมภาถามอาการ
       “ไม่อ่ะ...จู่ๆมันก็คลื่นไส้” ชนิกานต์ว่า
       “คงจะเครียด คนที่เครียดมากๆ โรคเครียดลงกระเพาะ ทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้”
       ชนิกานต์เห็นด้วย “น่าจะใช่ ช่วงนี้พี่นอนไม่ค่อยหลับ”
       ธีรดนย์เข้ามาเรียกชนิกานต์
       “ไปได้ยัง เดี๋ยวก็หมดเวลาเยี่ยมหรอก”
       ชนิกานต์ขอร้อง “ธี...ฉันไม่ไหว”
       ธีรดนย์ไม่พอใจ “อะไรกัน! ฉันตั้งใจจะไปรับตากลับด้วย”
       ชนิกานต์โวยใส่ “ก็ฉันไม่ไหวจะให้ทำไงล่ะ”
       สุรัมภาออกความเห็น “พี่ธีคะ พาพี่นิกกี้ไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวอาการจะหนักกว่าเดิมนะคะ”
       ธีรดนย์เซ็ง แต่ไม่มีทางเลือก จำต้องพาชนิกานต์กลับไปบ้าน..
       “ฝากบอกตาด้วยนะ พี่มาหา”
       “ค่ะ” สุรัมภายิ้มลา
       ชนิกานต์หึงไม่พอใจนักที่ธีรดนย์ออกอาการห่วงใย และอยากเจอสุตาภัญเอามากๆ
       ธีรดนย์เดินนำออกไปไม่สนใจ ชนิกานต์รีบตามไป สุรัมภาเข้าใจ และสงสารชนิกานต์
      
       ชลนิภารู้สึกตัว แป๋วเข้าไปดูแลใกล้ๆ
       “คุณผู้หญิงไม่ต้องเครียดนะคะ ค่อยๆ คิดค่อยๆ แก้...นี่ถ้าคุณธนกรกับคุณชนกชนม์อยู่ ช่วยคุณหญิงได้มากเลยค่ะ”
       แป๋วพูดถึงธนกรและชนกชนม์ ชลนิภามองดุ แป๋วรีบหยุดพูดทันที
       “ลูกกูรกลับมารึยัง”
       “กลับมาแล้วค่ะ”
       ชลนิภาดีใจ
       แป๋วบอกต่อ “กำลังจะออกไปอีก”
       ชลนิภาแปลกใจว่าชยางกูรจะออกไปไหน รีบออกจากห้องไปทันที
      
       ชยางกูรถือกระเป๋าเดินทาง รีบร้อนจะออกไปจากบ้าน ชลนิภาเข้ามาหา
       “ลูกกูร ลูกจะไปไหน”
       ชยางกูรหันมาเจอชลนิภาก็ตกใจเล็กน้อย รีบเข้าไปโกหก
       “กูรต้องไปออกค่ายที่ต่างจังหวัดครับ”
       ชลนิภา แปลกใจ “ออกค่าย! ไหนลูกบอกว่าใกล้สอบ”
       ชยางกูรทำเป็นน้อยใจ “คุณแม่ไม่เชื่อใจกูรเหรอครับ”
       “แม่แค่แปลกใจ...ลูกไม่ไปได้ไหม แม่อยากให้ลูกอยู่เป็นเพื่อนแม่”
       “ไม่ได้ครับ...คุณแม่ครับ...กูรขอเงินห้าแสน”
       “เอาไปทำอะไรตั้งห้าแสน”
       ชยางกูรปะเหลาะ “กูรรับปากกับอาจารย์ว่าคุณแม่จะเป็นสปอนเซอร์ให้ค่าย”
       “จ้ะ”
      
       ชยางกูรออกไปจากบ้าน ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
       ชลนิภาเดินออกมามอง แปลกใจ ตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา
       “อาจารย์คะ ที่คณะจัดค่ายอาสารึเปล่าคะ?” ชลนิภาฟังแล้วตกใจ “อะไรนะ ไม่มีการจัดค่าย! แค่นี้นะคะ”
       ชลนิภารีบวางสายทันที ตกใจ เสียใจที่ชยางกูรโกหก
       “ลูกกูรไปไหน ทำไมต้องโกหกแม่?”
       แป๋ววิ่งเข้ามา อาการตื่นกลัว “คุณผู้หญิงคะ ตำรวจมาค่ะ”
      
       ชลนิภาตกใจและสังหรณ์ใจที่ตำรวจมาที่บ้าน


  


       ฝ่ายธีรดนย์ต่อว่าชนิกานต์ขณะเดินกลับเข้ามาในคฤหาสน์
      
       “เธอมันตัวปัญหา ทำให้ฉันอดไปเยี่ยมชนม์!
       “ไม่ต้องเอาชนม์มาอ้าง นายตั้งใจไปหายัยตา!”
       “ฉันจะไปหาใครมันก็เรื่องของฉัน!”
       ชนิกานต์ไม่พอใจ จะโวยวายต่อ กฤติยาเดินเข้ามา เห็นทั้งสองกลับมาเร็วก็แปลกใจ
       “ทำไมกลับมาเร็วจัง”
       “นิกกี้ป่วย ฉันเลยต้องพากลับมา” ธีรดนย์ว่า
       กฤติยาเดินเข้าหาชนิกานต์ “นิกกี้เธอเป็นอะไรมากไหม ไข้ขึ้นรึเปล่าฉันจะหายาให้”
       “ไม่ต้องยุ่งกับฉัน เอามือสกปรกของเธอออกไป!”
       กฤติยารีบชักมือออก ชนิกานต์เดินขึ้นบันได เพื่อหนีขึ้นห้อง แต่เดินไปได้เล็กน้อย..รู้สึกวิงเวียน จะเป็นลม
       กฤติยามองอยู่ ตกใจ “นิกกี้”
       ชนิกานต์จะเป็นลมล้มลง ธีรดนย์วิ่งเข้าไปประคองไว้ได้
       “รีบพาขึ้นห้องเถอะ”
      
       ชนิกานต์นอนหลับอยู่บนเตียง ธีรดนย์ยืนมอง จะเดินออกไป กฤติยาหันไปบอกธีรดนย์
       “ช่วยห่มผ้าให้นิกกี้หน่อยสิ”
       ธีรดนย์จำใจต้องทำตามกฤติยาบอก ห่มผ้าให้ชนิกานต์
       “นิกกี้ตื่นมา นายน่าจะพาไปให้คุณหมอตรวจว่าเป็นโรคอะไร”
       “จะโรคอะไรก็คงสำออย ขวางทางไม่ให้ฉันเจอตา..ฉันไปก่อนนะ”
       ธีรดนย์จะเดินออกไปจากห้อง กฤติยาเข้าไปขอร้อง
       “นายน่าจะอยู่ดูแลนิกกี้ นิกกี้ต้องการนาย”
       “ฉันจำคำพูดของเธอได้...ถ้าไม่รักอย่าให้ความหวัง มันจะทำให้เจ็บยิ่งกว่าเดิม ฉันกลับไปคบกับตาแล้ว”
       กฤติยารู้สึกเจ็บแปลบในใจ แต่ไม่แสดงออก
       “นายไปเถอะ ฉันดูแลนิกกี้เอง”
       ธีรดนย์ยิ้มให้กฤติยา แล้วเดินออกไปจากห้อง
       กฤติยาหันไปจับมือชนิกานต์ เข้าใจความรู้สึกของชนิกานต์และตัวเธอเอง
       “รักเขาข้างเดียว มันก็ต้องเจ็บอย่างนี้ละ”
      
       ชลนิภาถามตำรวจท่าทีตกใจ
       “คุณตำรวจมีเรื่องอะไรคะ”
       “มีคนแจ้งความว่าลูกชายคุณก่อคดีข่มขืน!” ตำรวจบอก
       ชลนิภาตกใจ แต่คิดว่าเป็นชนกชนม์ “ชนกชนม์”
       “ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึงนายชยางกูร”
       ชลนิภาตกใจ “ลูกกูร”
       “นางสาวสุตาภัญเป็นผู้เสียหาย นายชนกชนม์ให้การเป็นพยาน ผมต้องการตัวนายชยางกูรไปสอบสวน หากมีความผิดจริง ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามข่มขืนชำเรา มีโทษจำคุก 4 - 20 ปี” ตำรวจแจ้งข้อหา
       ชลนิภาตกใจเมื่อรู้ว่าตำรวจตามจับชยางกูร
      
       ส่วนสุรัมภานั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง หยิบสร้อยของชนกชนม์ขึ้นมา มองภาพครอบครัวชนกชนม์...
       “พี่ชนม์ต้องสู้ ผ่านมันไปให้ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่พี่ รอลูกชายแสนดีกลับบ้าน”
       สุรัมภายิ้มให้กับภาพครอบครัวของชนกชนม์
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงสุตาภัญ
       “ภา...พี่กลับมาแล้วจ้ะ”
       สุรัมภาตกใจ รีบเก็บสร้อยซ่อนไว้ทันที
       “แป๊บนึงค่ะ”
       ประตูห้องเปิดออกสุตาภัญเดินเข้ามาในห้อง..
       “ทำอะไรอยู่จ๊ะ”
       “นั่งอ่านหนังสือรอพี่ตานะสิ พี่ตา...พี่ชนม์เป็นยังไงบ้างคะ”
       สุตาภัญแกล้งทำสีหน้าเศร้าขึ้นมาทันทีเดินเลี่ยงไป
       “ภาต้องเข้มแข็งนะ คือว่าพี่ชนม์”
       สุรัมภาน้ำตาไหล กลัวเกิดเรื่องไม่ดี
       สุตาภัญ ยิ้มเผล่ “พี่ชนม์สบายดีจ้า” แล้วหัวเราะร่า สุรัมภาเซ็งที่โดนอำ
       “พี่ตาอ่ะ”
       “น้องสาวใครน้อหน้าไม่อาย ร้องไห้โยเยยังกะเด็ก”
       “ก็ภารักและเป็นห่วงพี่ชนม์นี่”
       สุตาภัญได้ยินสุรัมภาพูด ก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา
       “พี่ขอโทษนะ ...เล่นแรงไปหน่อย”
       สุรัมภายิ้มแย้ม “พี่ชนม์โอเค ภาก็ดีใจแล้ว...พี่ตาคิดว่าพี่ชนม์จะเลิกยาได้ไหมคะ”
       “ต้องได้สิ ได้กำลังใจที่ดีจากทุกคน...และน้องสาวคนสวยคนนี้”
       สุตาภัญโอบกอดสุรัมภา มั่นใจว่าชนกชนม์จะต้องเลิกยาเสพติดได้
      
       เช้าวันต่อมาภายในห้องนอนที่ศูนย์บำบัดใหม่ เสียงกริ่งดังขึ้น เพื่อนในห้องลุกขึ้น ปลุกชนกชนม์
       “ตื่นได้แล้วเพื่อน”
       “ฉันยังง่วงอยู่เลย” ชนกชนม์ว่า
       ชนกชนม์พลิกตัวนอนต่อ เพื่อนดึงผ้าห่มออก
       “ถึงเวลาเก็บกวาดห้อง ไปทำกิจกรรมแล้ว”
       ชนกชนม์จำต้องลุกขึ้นมา สีหน้าไม่พอใจนัก ที่ต้องตื่นเช้า
      
       ชนกชนม์นั่งอยู่คุยเป็นวงกลมกับเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ ที่ติดยา ทุกคนแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องติดยา เล่าเรื่องของตัวเอง พอถึงช่วงที่ชนกชนม์เล่า ชนกชนม์เล่าสั้นๆ
       ชนกชนม์นั่งกินข้าว เพื่อนนั่งกินอย่างอร่อย แต่ชนกชนม์รู้สึกเบื่ออาหาร กินไม่ลง
       เพื่อนๆ เตะฟุตบอลกันอย่างสนุก ชนกชนม์นั่งมองด้วยความเซ็ง เกิดอาการเสี้ยนยาขึ้นมาวิ่งเข้ามาในห้องน้าเหงื่อแตกเต็มหน้า
      
       ชนกชนม์เข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวราดน้ำรดใส่ตัว แล้วร้องไห้ด้วยความทรมาน

      
       ทางด้านชนิกานต์เดินลงบันได เข้ามาที่ห้องโถง กฤติยาเข้าไปถามไถ่อาการอย่างห่วงใย
      
       “เช้านี้เป็นไงบ้าง ปวดหัว คลื่นไส้อีกรึเปล่า”
       ชนิกานต์ไม่พูดกับกฤติยา เดินหนีไป
       “ฉันต้องทำยังไง เธอถึงหายโกรธฉัน”
       “ฉันไม่มีวันให้อภัยเพื่อนทรยศ โกหกหลอกลวง”
       “ฉันอยากให้เธอเข้าใจฉัน...สวมบทบาทเป็นฉันบ้าง”
       ชนิกานต์ด่า “เพ้อเจ้อ” แล้วจะเดินออกไป
       กฤติยาพูดต่อ “วันหนึ่งนิกกี้เป็นลูกที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ ใช้ชีวิตในสลัม...”
       ชนิกานต์หันกลับมาโวยวายใส่กฤติยา
       “ฉันไม่ใช่ตัวละครในนิทานของเธอ!”
       กฤติยาพูดต่อ “แม่ของเธอทิ้งเธอให้อยู่กับยาย หวังจะหาผู้ชายดีๆสักคนทำให้ครอบครัวเธอสุขสบาย แล้วแม่ของนิกกี้ก็พบกับเศรษฐีใหญ่ใจดี”
       ชนิกานต์โวยหนัก “ฉันบอกให้หยุดพูด!”
       กฤติยาพูดต่อ “แต่เขาไม่ยอมแต่งงานกับหญิงหม้ายลูกติด แม่ของนิกกี้จึงบังคับให้นิกกี้เล่นละครเป็นหลาน”
       ชนิกานต์โกรธจัดเขย่าตัวกฤติยา “หยุดได้แล้ว...ฉันไม่อยากฟังเรื่องเน่าๆ”
       “ใช่...เรื่องเน่าๆ ไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอ แต่เกิดกับฉัน”
       ชนิกานต์รู้สึกอ่อนลง ลึกๆ แล้วสงสารกฤติยา
       “ถ้าเธอเป็นฉัน...เธอจะทำยังไง”
       กฤติยาถาม ชนิกานต์หันมาบอก
       “ทำอย่างที่เธอทำนั่นแหละ”
       กฤติยารู้สึกดีขึ้นที่ชนิกานต์เข้าใจ และให้อภัยเธอแล้ว สองสาวยิ้มให้กัน
      
       ขณะที่ชนกชนม์นั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหาร จู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด เป็นลมหมดสติหน้าฟุบโต๊ะทำให้จานอาหารตกพื้น
       เพื่อนเห็นก็ตกใจ “ชนม์”
       เจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามาดูแล
       “ชนกชนม์เป็นอะไร”
       “เป็นลมครับ ไม่กินข้าวหลายมื้อแล้ว”
       “พากลับห้องไปพัก พี่จะเอายาไปให้”
       “ครับ”
       เพื่อนๆ เข้าไปช่วยประคองพาชนกชนม์ไปส่งห้องพัก
      
       ด้านสุตาภัญเดินเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ตรงโถงของสำนักงาน
       “สวัสดีค่ะ ตามาเยี่ยมชนกชนม์ค่ะ”
       “นายชนกชนม์ นอนพักที่ห้อง”
       สุตาภัญนึกเป็นห่วง “ชนม์เป็นอะไรคะ”
       “เป็นลม... ไม่ยอมทานอาหาร คงยังปรับตัวไม่ได้ น้องมาก็ดีแล้ว ช่วยเป็นกำลังใจให้เขาด้วย”
       “ค่ะ”
       “รอสักครู่นะ พี่จะไปตามให้”
       เจ้าหน้าที่เดินเข้าไป สุตาภัญกังวลใจเป็นห่วงชนกชนม์
       เจ้าหน้าที่คนนั้นเดินมาที่ห้องนอนผู้บำบัดบอกชนกชนม์
       “ชนกชนม์ เพื่อนมาเยี่ยม”
       ปรากฏว่าเตียงนอนว่างเปล่า เจ้าหน้าที่ตกใจมาก
       ที่แท้ชนกชนม์กำลังลอบหนีออกจากตัวอาคารของศูนย์บำบัด
      
       สุตาภัญเข้าไปถามเจ้าหน้าที่อย่างร้อนใจ
       “ชนม์ล่ะคะ”
       “ชนกชนม์หนีไปแล้ว!”
       สุตาภัญตกใจมาก เจ้าหน้าที่หันไปบอกผู้บำบัด
       “รีบช่วยกันตามหาเพื่อนเร็ว”
       “ครับๆ”
       เจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ วิ่งกันออกตามหาชนกชนม์ สุตาภัญเป็นห่วงชนกชนม์
      
       ชนกชนม์วิ่งหนีออกมา กำลังจะวิ่งออกไปจากตัวตึก แต่มองไปเห็นเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ วิ่งผ่านมา ชนกชนม์รีบฉากหลบ
       ชนกชนม์รอให้เจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ ออกไปหาที่อื่น มองซ้ายแลขวาจึงรีบวิ่งหนีไป
      
       ชนกชนม์ออกจากที่ซ่อน มองไปยังกำแพงเบื้องหน้า เตรียมวิ่งจะปีนกำแพงออกไป
      
       เสียงสุตาภัญดังขึ้น “ชนม์”
       ชนกชนม์หันกลับมาเจอสุตาภัญ ก็ตกใจ ละอายใจ
       “ตา”
       สุตาภัญผิดหวังและเสียใจที่ชนกชนม์คิดหนี ชนกชนม์รู้สึกผิดมาก
       “นายยอมแพ้ไม่ได้นะ”
       “ฉันไม่ไหว”
       “ฉันรู้ว่ามันไม่ง่าย แต่นายต้องสู้”
       “ฉันพยายามแล้ว...มันทรมานเหลือเกิน”
       “นายต้องเอาชนะมันให้ได้ แม่นายรออยู่ แม่นายต้องการนาย”
       ชนกชนม์ใจหาย คิดถึงและเป็นห่วงชลนิภาขึ้นมา “คุณแม่”
      
       “ตอนนี้แม่นายทุกข์ใจมาก พนักงานในบริษัทลาออกหมดแล้ว”


  


       จริงอย่างที่สุตาภัญบอก เพราะในเวลาเดียวกันนั้นชลนิภายืนมอง ห้องทำงานภายในบริษัทที่เงียบเหงาว่างเปล่า ไม่มีพนักงานทำงานสักคน
      
       ชนกชนม์ตกใจเมื่อรู้เรื่องนี้
       “ตำรวจก็ตามจับชยางกูร” สุตาภัญบอกต่อ
      
       ฟากชยางกูรเดินซื้อของกินอยู่ในสวนสาธารณะ ตำรวจเห็นชยางกูรก็จำได้จะเข้าไปจับชยางกูรวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ตำรวจวิ่งไล่กวดตามไป
      
       ชนกชนม์รู้สึกสงสารชยางกูร
       สุตาภัญบอกต่อ “แม่นายไม่มีใคร เขากำลังรอนาย รอนายกลับไปดูแลเขา นายเคยบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ? นายไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ นายต้องสู้ สู้เพื่อแม่นาย”
       ชนกชนม์รู้สึกผิดมาก ร้องไห้โฮ
       “ฉันขอโทษ”
       สุตาภัญเดินเข้าไปหาโอบกอดปลอบใจ ให้กำลังใจชนกชนม์
       “ฉันจะสู้....สู้เพื่อคนที่รักฉัน..และคนที่ฉันรัก”
       ชนกชนม์ให้สัญญา สุตาภัญยิ้มดีใจที่ชนกชนม์ยอมรับการบำบัดเหมือนเดิม
       ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆ ผู้บำบัดยืนมองด้วยความซึ้งใจ เดินเข้ามาห้อมล้อมชนกชนม์
       “สู้ๆเว้ยเพื่อน”
       ชนกชนม์ยิ้มทั้งน้ำตา พร้อมจะสู้อีกครั้งสุตาภัญดีใจ
      
       ชยางกูรวิ่งหนีตำรวจ กลับมายังโรงแรมที่กบดาน ซึ่งเป็นที่ซ่อนตัว แต่โชคร้ายเจอลูกน้องปรัชญาดักอยู่ โดยมีชยางกูรเป็นหัวหน้า
       ชยางกูรรู้ว่าหนีไม่รอด หันไปขอร้องเพทาย
       “เพทาย แกต้องช่วยฉัน”
       เพทายถลันเข้ามาต่อยเข้าเต็มหน้าชยางกูร
      
       ครู่ต่อมาเพทายกระชากตัวชยางกูรลงไปนั่งที่พื้น ปรัชญาเดินเข้ามายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าชยางกูร
       ปรัชญาเตะหน้าเสย ชยางกูรหงายหลัง ลูกน้องจับชยางกูรขึ้นมานั่ง
       “ผู้หญิงของเฮียอยู่ไหน” ปรัชญาถาม
       “ฉันจับมันได้แล้ว แต่เพื่อนมันช่วยไปได้”
       “แกคิดจะสอยผู้หญิงของเฮีย” ปรัชญามองจ้องหน้า
       ชยางกูรตกใจที่ปรัชญารู้ว่าตนคิดขืนใจสุตาภัญ ปรัชญาเตะชยางกูรล้มลง ลูกน้องปรัชญาดึงตัวขึ้นมานั่ง
       “ตำรวจตามจับฉัน ฉันไม่ทำให้แกแล้ว” ชยางกูรว่า
       “ไม่ทำ...ก็รีบหาเงินมาใช้หนี้ 10 ล้าน!” ปรัชญาบอกเสียงเหี้ยม
       ชยางกูร ตกใจ “แกโกงฉัน”
       “เตือนแล้วไม่จำ อย่าพูดคำนี้กับเฮีย!”
       ปรัชญาโกรธจัดเตะเสยอีกครั้ง ชยางกูรฟุบหน้าลงกับพื้น ปรัชญาแสยะยิ้มแล้วเดินออกไปลูกน้องตาม
       ชยางกูรฝืนลุกขึ้น คลานเข้าไปหาเพทาย
       “เพทาย ฉันหาเงินไม่ได้ แกต้องช่วยฉัน...ช่วยพูดให้เฮียปล่อยฉัน”
       “ได้...ฉันจะช่วย...ช่วยซ้ำให้สะใจ!”
       เพทายต่อยชยางกูรเต็มหมัด ชยางกูรนอนฟุบลงหมดสติไป
      
       เช้าวันใหม่ สุตาภัญ ชนิกานต์ สุรัมภา ธีรดนย์ และกฤติยา รวมตัวกันอยู่ที่มุมกิจกรรมของคณะในมหา’ลัย สุตาภัญบอกทุกคน
       “ฉันเรียกทุกคนมาประชุมโดยพร้อมหน้า...เพื่อจะแจ้งข่าวดี”
       ชนิกานต์ตื่นเต้น “ข่าวอะไรอ่ะ”
       “เราจะไปเป็นจิตอาสาช่วยจัดกิจกรรมให้ชนกชนม์และผู้ติดยาที่ศูนย์บำบัด”
       ธีรดนย์ สุรัมภาและกฤติยายิ้มเห็นด้วย และพร้อมจะช่วยเหลือ
       ชนิกานต์บ่นอุบ “ข่าวร้ายอ่ะ ฉันกลัว”
       “คนติดยาถือเป็นผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้ร้าย” ธีรดนย์เหน็บอย่างหมั่นไส้
       “ถ้าทุกคนในสังคมมองว่าเขาน่ากลัว แล้วเขาจะมีกำลังใจกลับมาเป็นคนดีได้ยังไง” กฤติยาเสริม
       สุรัมภาแกล้งแซว แหย่ชนิกานต์เล่น “ใช่ค่ะ...ภาว่าพี่นิกกี้น่ากลัวกว่าอีก”
       ชนิกานต์หน้าคว่ำ “ยัยภา”
       “ภาล้อเล่นค่ะ”
       ทุกคนหัวเราะขำ
       “ว่าไงคะคุณหนู จะร่วมด้วยช่วยกันไหม”
       “เพื่อเพื่อนเพื่อนสังคม...ขอเป็นนางฟ้าเบอร์ห้าสักครั้ง” ชนิกานต์ฮึด
       “โอเค เราจะจัดกิจกรรมแข่งกีฬามหาสนุก แล้วทำอาหารเลี้ยง ทุกคนมีหน้าที่ดังนี้”
       จากนั้นสุตาภัญก็หยิบแผนงานแจกให้ทุกคนดู ทุกคนก้มหน้าอ่านแผนงาน
       สุตาภัญยิ้มพอใจที่ทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจช่วยชนกชนม์
       ชนิกานต์เห็นธีรดนย์คอยอยู่ใกล้ชิดสุตาภัญ เอาน้ำบริการสุตาภัญ ก็ขัดใจ
      
       กฤติยาสังเกตเห็นอาการของชนิกานต์ก็ยิ่งสงสาร


  


       เช้าวันเดียวกัน ขณะที่ชลนิภาเข้ามาในบริษัท ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นข้าวของเกลื่อนกระจายเต็มห้อง ชลนิภาตกใจ รีบรุดเดินไปยังห้องทำงาน
      
       พอชลนิภาเปิดประตูเข้ามาในห้อง เจอปรัชญานั่งเหยียดขาไขว้กันอยู่บนโต๊ะทำงาน
       “พวกแกเป็นใคร? ฉันจะเรียกตำรวจ”
       ลูกน้องปรัชญาชักปืนออกมาขู่ ชลนิภาชะงัก อึ้ง ปรัชญามองปราม ลูกน้องเก็บปืน
       “ขอโทษที่มาโดยไม่ได้รับบัตรเชิญ ไม่ต้องสนใจว่าฉันเป็นใคร รู้เพียงว่าลูกชายเธอติดหนี้ฉัน10 ล้าน”
       ชลนิภาตกใจ “ฉันให้เงินลูกไปให้หนี้พวกแกหมดแล้ว พวกแกโกงลูกฉัน”
       “อย่าเรียกว่าโกง มันเป็นธุรกิจ”
       ปรัชญาเดินกร่างเข้าหา ชลนิภาผวากลัว
       “ไม่ต้องกลัว...ฉันไม่ได้มาปล้น...แค่มาแจ้งข่าว”
       ปรัชญาเดินไปหยิบกรอบรูปชยางกูรกับชลนิภาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
       “รักลูกอยากอยู่กับลูกนานๆ หาเงินมาใช้หนี้ ไม่งั้นลูกเธอ...”
       ขาดคำปรัชญาปากรอบรูปลงพื้น กรอบแตกกระจาย พวกปรัชญาเดินไปจากห้อง ชลนิภาตกใจกลัว ทรุดหยิบภาพชยางกูรขึ้นมามอง ร้องไห้ด้วยความเสียใจ
       “ลูกกูร...ทำไมทำกับแม่อย่างนี้”
      
       ตกตอนกลางคืนชนิกานต์เดินพล่านทั่วบ้านตามหาธีรดนย์ทั่วบ้าน แต่มาเจอกฤติยา
      
       “เธอเห็นธีไหม”
       “เลิกตามตื๊อเถอะ มันยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ” กฤติยาเตือน
       “ฉันห้ามใจไม่ได้นี่ ไม่เห็นหน้าแล้วนอนไม่หลับ”
       “ความรักมันก็เหมือนผีเสื้อ ยิ่งไล่ตามจับ มันก็บินหนี”
       “ธีไม่ใช่ผีเสื้อนะ”
       กฤติยายิ้มขำในความคิดของชนิกานต์
       “ธีเป็นคนทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะ ผู้ชายอย่างธีอยากได้อะไร เขาต้องหามาด้วยตัวเอง”
       “ว่าแล้วเชียว ธีถึงชอบตา ทั้งๆที่รู้ว่าตามีใจให้ชนม์” ชนิกานต์คิดตาม
       “เธอก็ต้องทำตัวใหม่ เป็นนิกกี้ที่มั่นใจ....ไม่ตื๊อไม่วิ่งเข้าหา ไม่โวยวายไม่บ่น ไม่เอาแต่ใจ”
       ชนิกานต์ฟังแล้วท้อใจ “ยากจัง”
       “รึจะยอมแพ้”
       “ถอยได้ไง ก็คนมันรักไปแล้วนี่”
       กฤติยายิ้มให้ เห็นว่าชนิกานต์รักธีรดนย์มากก็อยากช่วย ชนิกานต์ยิ้มตอบ พร้อมจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ธีรดนย์สนใจ
      
       ทุกคนเดินทางมาที่ศูนย์บำบัดแต่เช้า สุตาภัญประกาศบอกทุกคนที่ยืนฟังอยู่ในสนามศูนย์บำบัด มีกฤติยายืนอยู่ด้านข้างสุตาภัญ
       “วันนี้ตาและเพื่อนๆ จากชมรมคนรักเด็ก เราจะมาจัดกิจกรรมกีฬาหรรษาให้ทุกคนค่ะ เริ่มจากแข่งวิ่งสามขา..พร้อมมั้ยครับ”
       เพื่อนผู้บำบัดร้องรับ “พร้อมครับ”
       สุตาภัญบิ้วท์ ราวกับนักร้อง “ขอดังๆ หน่อย”
       ผู้บำบัดเสียงดัง “พร้อมครับ!”
       “เตรียมตัวได้เลยค่ะ!”
       เพื่อนๆไปเตรียมตัวที่จุดสตาร์ท ชนกชนม์เดินเข้ามาหา
       “วันนี้ต้องสนุกสุดยอด” พร้อมยกนิ้วหัวแม่โป้งให้สุตาภัญ
       ธีรดนย์รีบเข้ามายืนแทรก ประกบสุตาภัญแจ
       “แน่นอนอยู่แล้ว แฟนฉันเจ๋งที่สุด”
       ธีรดนย์จุ๊บหัวแม่โป้งตัวเองแล้วยกให้ สุตาภัญด่าขำๆ
       “ทะลึ่ง”
      
       ชนกชนม์มองแล้วฝืนยิ้มให้ รีบชิ่งเดินออกไป สุตาภัญสังเกตเห็นสีหน้าก็สงสาร


  


       กฤติยาจูงมือชนิกานต์มาที่จุดสตาร์ท
      
       “อย่าลืมเคล็ดลับที่ฉันสอน”
       “ไม่โวยไม่บ่นไม่ด่าไม่ว่าไม่ตื๊อ....แล้วก็ไม่หึงไม่หวง”
       “ถูกต้องค่ะ...ไปทำงานได้แล้ว”
       กฤติยาดันตัวชนิกานต์ให้ไปดูแลผู้บำบัด ชนิกานต์เข้าไปแจกเชือกกับผู้บำบัด
       สุตาภัญถือเชือกเข้าไปหาชนกชนม์
       “ยังไม่มีคู่เหรอ”
       “ครับ โสดสนิท” ชนกชนม์แกล้งถาม “เธอล่ะมีคู่รึยัง”
       สุตาภัญ เย้า “คิดว่าไง”
       “หน้าแบบนี้ไม่มีใครเอาหรอก” ชนกชนม์อำ
       สุตาภัญ ชักสีหน้าไม่พอใจ
       “คู่ฉันล่ะกัน ฉันเสียสละเพื่อเธอ”
       ชนกชนม์จับมือสุตาภัญ ให้มาแข่งวิ่งสามขาด้วยกัน แต่ธีรดนย์เดินเข้ามา ยื่นเชือกให้สุตาภัญ
       “ตาคู่ชนม์ได้ไง ชนม์เขามีคู่แล้ว....” ธีรดนย์ตะโกนเรียกชนิกานต์ “นิกกี้”
       ชนิกานต์กำลังแจกผ้าให้ผู้บำบัด เห็นธีรดนย์เรียกก็แอบดีใจ แต่เก็บอาการไว้ ก่อนจะวิ่งเข้ามาด้วยความแปลกใจ
       “เรียกฉันทำไม”
       “เธอคู่ชนม์”
       “แล้วนายล่ะ”
       “ฉันคู่ตา”
       ชนิกานต์ลืมตัว มองธีรดนย์ ไม่พอใจ กฤติยาส่งสายตาเตือนสติ ชนิกานต์เชิดใส่
       “ดีใจจังได้คู่ชนม์...คู่ของฉันต้องชนะคู่ของนาย!”
       ชนิกานต์ไม่แสดงอาการหึงหวงใดๆ เข้าไปผูกเชือกกับชนกชนม์ ขณะที่ธีรดนย์เข้าไปผูกเชือกกับสุตาภัญ ชนกชนม์แอบมองสุตาภัญเป็นระยะ
       ส่วนกฤติยาเข้าไปผูกเชือกวิ่งกับผู้บำบัด
      
       ทุกคนเข้าไปยืนที่จุดสตาร์ท สุรัมภาถือนกหวีด เดินมาบอกทุกคน
       “ทุกคนพร้อมนะคะ”
       แต่ละคู่พร้อมจะวิ่งแข่งไปยังเส้นชัย
       “ปรี๊ด” สุรัมภาเป่านกหวีด
       ทุกคู่วิ่งสามขาไปยังเส้นชัย ธีรดนย์ประคองสุตาภัญไป ชนกชนม์วิ่งคู่ชนิกานต์ กฤติยาวิ่งกับผู้บำบัด บางคู่หกล้ม บรรกาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
       คู่ของธีรดนย์เบียดกับคู่ของชนิกานต์ แต่แล้วก็ล้มลงกองกับพื้นทั้งสองคู่
       เป็นคู่ของกฤติยากับผู้บำบัดเข้าเส้นชัย
      
       โปรแกรมต่อมาเป็นการแข่งชักคะเย่อ ชนกชนม์จับเชือก พร้อมแข่งชักเย่อ โดยมีชนิกานต์และผู้บำบัดจำนวนหนึ่งเป็นลูกทีม
       ธีรดนย์จับเชือก โดยมีกฤติยาและผู้บำบัดอยู่ในทีม ชนกชนม์ประจันหน้าธีรดนย์ พร้อมสู้เต็มที่
       สุตาภัญยืนอยู่ตรงกลาง เหยียบเชือกไว้ แล้วเป่านกหวีด
       “ปรี๊ด”
       สุตาภัญปล่อยเชือก...ธีรดนย์และชนกชนม์แข่งกันชักกะเย่อ มีลูกทีมช่วยดึง.....ชนกชนม์ออกแรงเต็มที่ แต่ธีรดนย์เหนือกว่าเป็นฝ่ายชนะ
       สุตาภัญวิ่งเข้าไปจับมือธีรดนย์เป็นผู้ชนะ ชนกชนม์ยืนมอง ใจแป้วรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
      
       ด้านชยางกูรนอนซมอยู่บนเตียงในห้องพักของโรงแรม แผลเต็มตัวและเป็นไข้ นอนเพ้อด้วยความทรมาน
      
       “คุณแม่ครับ...ช่วยกูรด้วย ช่วยกูรด้วย”
       ชยางกูรน้ำตาไหลริน ร้องไห้ออกมา
       ฟากชลนิภานั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะอาหารในคฤหาสน์ใหญ่โต แต่กินไม่ลง รวบช้อนวาง น้ำตาไหล เสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
      
       สุตาภัญประกาศบอกทุกคน พร้อมถือถ้วยรางวัลในมือ
       “และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนลอยคอ!”
       ทุกคนรับมุก “รอคอย”
       “ทีมผู้ชนะเลิศการแข่งขันกีฬามหาสนุกได้แก่....”
       ทุกคนรอลุ้นระทึก
       สุตาภัญ หักมุม “เพื่อความรักและสามัคคี ทุกทีมคือผู้ชนะค่ะ”
       ทุกคนร้อง “เย๊!”
       จากนั้นทุกคนวิ่งกรูเข้าไปแย่งถ้วยรางวัล อย่างสนุกสนาน
       สุตาภัญเห็นทุกคนมีความสุขก็ดีใจ ชนกชนม์ทอดยิ้มส่งมาให้สุตาภัญ
      
       ขณะนั้นเองนิธิวิ่งเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสนาม
       นัชชาเรียกไว้ไม่ทัน “ลูกนิธิ ระวังนะลูก”
       วีรภัทรเดินเข้ามายืนข้างๆ นัชชา
       “ปล่อยลูกเถอะ”
       “คุณชวนฉันกับลูกมาบริจาคของเหรอคะ”
       “เราจะมาเลี้ยงอาหารผู้บำบัด...ชนกชนม์อยู่ที่นี่” วีรภัทรบอก
       นัชชาหน้าตึงไม่พอใจนัก “คุณน่าจะบอกฉันก่อน”
       “ไม่เอาน่า คุณยอมรับแล้วว่าไม่ได้รังเกียจชนกชนม์”
       “ฉันไม่อยากให้ลูกนิธิเห็นตัวอย่างไม่ดี โตขึ้นลูกจะเป็นเด็กติดยา”
       วีรภัทรท้วง พูดให้แง่คิด “ผมกลับคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ดีด้วยซ้ำ แทนที่เราจะสอนว่าโทษของยาเสพติดคืออะไร เราให้ลูกเห็นตัวอย่างชีวิตจริง และลูกก็ควรให้โอกาสคนที่หลงผิดกลับตัว โดยเฉพาะคนนั้นคือพี่ชายของแก”
       “ชนกชนม์ไม่ใช่พี่ชายนิธินะคะ”
       วีรภัทรถาม “คุณรักผมไหม”
       นัชชานิ่งงันไป
       “ชนกชนม์เป็นลูกผม คุณควรจะรักแกด้วย ชนกชนม์ไม่ได้เกิดจากคุณ แต่คุณก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่คนหนึ่งของชนกชนม์”
       วีรภัทรพูดให้ข้อคิด นัชชาเรียกนิธิกลับมาหา
       “ลูกนิธิ มาหาคุณแม่”
       นิธิวิ่งกลับมาหานัชชา
       วีรภัทรคิดว่านัชชาคงกลับบ้าน วีรภัทรจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปในศูนย์บำบัดคนเดียว นัชชายืนมอง ครุ่นคิดตัดสินใจ
      
       กฤติยาประกาศบอกทุกคน ซึ่งนั่งรอทานอาหาร
       “หลังจากแข่งกีฬาหมดแรงแล้ว ได้เวลาเติมพลังด้วยอาหาร...รอสักครู่นะคะ”
       ผู้บำบัดร้องรับพร้อมเพรียง “ครับ”
       กฤติยาเข้าไปช่วยเตรียมอาหาร โดยมีสุรัมภาคอยตักอาหารใส่ถ้วย ชนิกานต์หยิบใส่ถาด จะเอาไปเสิร์ฟ ธีรดนย์เข้ามาหาชนิกานต์
       “ฉันช่วย”
       “ไม่ต้อง ฉันสวยฉันแข็งแรง...ฉันทำได้”
       ชนิกานต์ถือถาดเชิดใส่ธีรดนย์ เดินออกไปเสิร์ฟ ธีรดนย์มองตามด้วยความแปลกใจ
       “ท่าจะกินยาไม่ได้เขย่าขวด”
       กฤติยาชม “นิกกี้เก่งนะ”
       “อวดเก่งมากกว่า ทำดีเอาหน้ายัยนี่ไม่เคยพลาด”
       กฤติยาตีแขนธีรดนย์ “ปากนะปาก ช่วยตักอาหารด้วย”
       ธีรดนย์ช่วยกฤติยาตักอาหาร
      
       ส่วนสุตาภัญกำลังรินน้ำหวานใส่แก้ว เพื่อไปแจกทุกคน ชนกชนม์เดินเข้ามาหา
       “ฉันช่วย”
       “ไม่ต้อง ฉันเป็นเจ้าภาพ นายเป็นผู้รับบริการ”
       “ฉันขอบใจแทนเพื่อนๆ ที่พวกเธอมีน้ำใจมาช่วยกัน”
       “เชื่อรึยังล่ะ ว่านางฟ้าเบอร์ห้านอกจากสวยแล้วต้องใจดีด้วย”
       “ฉันยกระดับให้อีกสี่ขั้น...เป็นนางฟ้าเบอร์เก้า”
       สุตาภัญ ตื่นเต้น “เพิ่มความดีอะไรให้ฉัน”
       “ขี้โม้! ขี้คุย! ขี้โว! ขี้โอ่!”
       “นาย”
       สุตาภัญเข้าไปตี ชนกชนม์จับมือไว้ ทั้งสองมองหน้ากันซึ้งๆ จู่ๆ ธีรดนย์ก็เดินเข้ามาแทรก
       “ตาเสร็จยัง”
       “พร้อมเสิร์ฟแล้ว”
       “ผมถือถาดให้ ตาช่วยเสิร์ฟ โอเค๊”
       สุตาภัญยิ้มรับ แล้วเดินออกไปกับธีรดนย์ ชนกชนม์หันไปมองตามเห็นธีรดนย์ถือถาดใส่น้ำ สุตาภัญยกน้ำเสิร์ฟ ทั้งสองช่วยเหลือกันท่าทีมีความสุข
      
       ชนกชนม์บาดตามองความสัมพันธ์ทั้งสองด้วยความเจ็บปวด แต่ต้องพยายามทำใจ และตัดใจ
ตอนที่ 18
      
       ฟากชนิกานต์เดินเสิร์ฟอาหาร เหลียวมองไปที่มุมหนึ่งนิ่งนาน กฤติยาเห็นก็แปลกใจ มองตามสายตาชนิกานต์ เห็นธีรดนย์ถือถาดแก้วน้ำ สุตาภัญช่วยเสิร์ฟ ธีรดนย์หยิบผ้าเช็ดหน้า คอยซับเหงื่อให้สุตาภัญ
      
       “เคล็ดลับเธอล้มเหลวแล้วล่ะ...ไม่เห็นธีจะสนใจฉันเลย”
       “เรื่องของใจต้องใช้เวลา ให้เขาค่อยๆ ซึมซับความดีของเธอ”
       “อีกนานไหม”
       “ไม่รู้...สู้ๆ นะ”
       กฤติยาให้กำลังใจ ชนิกานต์ฝืนยิ้ม เดินเสิร์ฟอาหารต่อไป
      
       ขณะที่ชนกชนม์นั่งกินข้าว นิธิก็เดินเข้ามาตรงหน้า ยักคิ้วให้ชนกชนม์
       ชนกชนม์แปลกใจ “นิธิ มาได้ไงครับ”
       “นิธิมีขานี่ครับ”
       “ไม่ขำนะ มากับใคร? มาทำอะไร”
       “มากับคุณพ่อคุณแม่ครับ”
       ชนกชนม์มีสีหน้าเครียด กังวลขึ้นมาทันที กลัวนัชชาไม่พอใจ
       นิธิส่งผลไม้ให้ชนกชนม์ “คุณแม่ให้นิธิเอาผลไม้มาให้พี่ชนม์ครับ”
       ชนกชนม์แปลกใจ หันไปมองที่มุมหนึ่ง เห็นนัชชาเดินแจกผลไม้ให้กับผู้บำบัด นัชชาเห็นชนกชนม์มองมา
       “คุณแม่บอกว่าเป็นพี่น้องกันต้องช่วยเหลือกันครับ”
       ชนกชนม์ยกมือไหว้นัชชา นัชชายิ้มรับบางๆ แล้วหันไปแจกผลไม้คนอื่นต่อ
       ชนกชนม์บอกนิธิ “ขอบใจน้องรักมากนะครับ”
       นิธิเดินเข้ามากอดไหล่ชนกชนม์ “ไม่เป็นไรครับพี่ชาย”
       ชนกชนม์หัวเราะขำ
       “นิธิไปช่วยคุณแม่ทำความดีก่อนนะครับ”
       นิธิวิ่งออกไปชนกชนม์รู้สึกดีที่นัชชามาให้กำลังใจตน จังหวะนั้นวีรภัทรเข้ามาหา
       “ทุกคนรักและเป็นกำลังใจให้ลูก ลูกต้องไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง”
       “ครับคุณพ่อ”
       วีรภัทรโอบไหล่ให้กำลังใจชนกชนม์ ชนกชนม์กินข้าวอย่างมีความสุข และเปี่ยมแรงใจ
      
       ไม่นานต่อมา สุรัมภาจูงมือชนกชนม์มาคุยที่มุมหนึ่ง
       “มีอะไร? ทำยังกะมีความลับแน่ะ”
       “ลับสุดยอดค่ะ!”
       สุรัมภาเอาของบางอย่างใส่มือ ชนกชนม์แบมือดู เห็นเป็นสร้อยของตนก็แปลกใจ
       “สร้อยของพี่!”
       “ภายังไม่ได้ให้พี่ตา พี่ชนม์ควรมอบให้พี่ตาด้วยตัวเอง”
       ชนกชนม์เปลี่ยนใจ “พี่ว่าไม่ต้องให้แล้วล่ะ”
       “ทำไมล่ะคะ พี่ตาหายโกรธพี่ชนม์แล้ว ภารู้ว่าพี่ชนม์ยังรักพี่ตา...พี่ชนม์มอบให้พี่ตาเถอะค่ะ”
       สุรัมภาเข้าใจความรู้สึกสองคน และอยากให้ชนกชนม์ได้สมหวังกับสุตาภัญ
       “ตามีธีคอยดูแลแล้ว สร้อยเส้นนี้ไม่จำเป็นสำหรับตาอีก”
       ชนกชนม์ยอมที่จะหลีกทางให้ธีรดนย์ ระหว่างนั้นธีรดนย์จูงมือสุตาภัญเข้ามา
       “แอบมาอยู่นี่เอง ฉันมาขวางคออะไรรึเปล่า”
       “เปล่าค่ะ เรากำลังคุยเรื่องพี่ตา”
       สุรัมภาเปิดทาง หวังให้ชนกชนม์คุยกับสุตาภัญ
       “นินทาอะไรพี่จ๊ะ”
       “พี่ชนม์ต่างหาก พี่ชนม์มีอะไรจะบอกพี่ตาคะ”
       สุรัมภาชงเรื่องให้อีก ชนกชนม์อึกอัก ธีรดนย์ชิงพูดก่อน
       “ผมก็มีเรื่องสำคัญจะบอกตานะ”
       ทุกคนแปลกใจว่าเป็นเรื่องอะไร
       ฝ่ายชนิกานต์เดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง อยากรู้ว่าธีรดนย์จะบอกอะไรสุตาภัญ กฤติยาเดินเข้ามายืนข้างชนิกานต์
       “ผมไม่อยากให้ตาพักอยู่อพาร์ทเม้นท์ มันไม่ปลอดภัย...ผมไปเช่าบ้านไว้แล้ว ผมจะให้ตากับน้องย้ายไปอยู่ที่นั่น”
       สุตาภัญ ฉุน “ธีไม่ปรึกษาตาเลย”
       “ก็ผมอยากเซอร์ไพร้ส์ตา ยังมีเรื่องเซอร์ไพร้ส์อีกนะ ตาเรียนจบ ผมจะหมั้นตาทันที!”
       ชนิกานต์ตกใจ เสียใจ กฤติยาเข้าไปยืนจับมือ ปลอบใจ
       สุตาภัญแปลกใจ หันไปมองชนกชนม์ เห็นชนกชนม์เศร้าใจแต่ฝืนยิ้มให้สองคน
       “ข่าวดีสุดๆเลย ยินดีด้วยนะตา”
       “ยินดีอะไรกัน... ธีพูดเล่นนะ” สุตาภัญบอก
       “ผมพูดจริง เราเป็นแฟนกันนานแล้ว...ผมไม่ลังเลที่จะใช้ชีวิตกับตา ผมอยากดูแลตา”
       ว่าพลางธีรดนย์เข้ามาโอบกอดสุตาภัญแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สุตาภัญพูดไม่ออกฝืนยิ้มให้
       ชนกชนม์บอกทุกคน
       “ฉันเองก็มีข่าวดีจะบอก”
       ทุกคนแปลกใจอยากฟังว่าเป็นเรื่องอะไร?
       “สร้อยเส้นนี้เป็นของครอบครัวฉัน...ฉันขอมอบสร้อยเส้นนี้ให้กับ...”
       สุตาภัญมอง รอฟังว่าชนกชนม์จะมอบให้ใคร
       ชนกชนม์บอกต่อ “ภา…”
       สุรัมภาแปลกใจชนกชนม์เข้าไปสวมสร้อยให้สุรัมภา
       สุรัมภาขืนตัวรั้งมือชนกชนม์ไว้ “พี่ชนม์ทำอะไร”
       “พี่ตามีคนดูแลแล้ว ภาก็ต้องมีใครสักคนคอยช่วยเหลือนะ”
       ชนกชนม์สวมสร้อยให้แล้วบอกสุรัมภา
       “หลังจากพี่ออกจากที่นี่....พี่จะดูแลภา พี่จะเป็นพ่อของลูกภา”
       สุรัมภาตกใจ คาดไม่ถึง และตื้นตันใจ
       “พี่ชนม์”
       สุรัมภาร้องไห้โผเข้าสวมกอดชนกชนม์ สุตาภัญได้ฟังก็เศร้าใจ แต่ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา
       “ฉันขอบใจนายมาก...ที่รักและห่วงภา”
       ธีรดนย์โอบกอดสุตาภัญ “ร้องทำไม นี่เป็นข่าวดีนะ ข่าวดีของทุกคน”
       ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่ชนกชนม์เลือกสุรัมภา ทำให้หมดคู่แข่งเรื่องความรักอีกต่อไป
       ชนิกานต์เสียใจจะเข้าไปโวย แต่ถูกกฤติยารั้งไว้ ชนิกานต์หงุดหงิดทำอะไรไม่ได้ วิ่งเตลิดออกไป กฤติยาเป็นห่วงรีบตามไป
       ชนกชนม์โอบกอดสุรัมภา ตามองไปยังสุตาภัญซึ่งอยู่ในอ้อมกอดธีรดนย์ และมองมาพอดี
      
       ทั้งสองคนมองหน้าฝืนยิ้มให้กัน ภายในใจแสนเจ็บปวดและเต็มไปด้วยความขมขื่น ที่แสดงออกมาไม่ได้


  


       ชนิกานต์เดินออกมาตรงมุมหนึ่งในศูนย์บำบัด แล้วหันมาโวยใส่กฤติยาที่ตามมาอย่างฉุนเฉียว
      
       “ข่าวดีของทุกคน แต่เป็นข่าวร้ายของฉัน เธอบอกให้ฉันไม่สนใจเขาก็ไม่สนใจฉัน ธีเลือกตาแล้ว”
       กฤติยาพยายามพูดปลอบให้เย็นลง “ใจเย็นๆ ก่อนนะ ธีบอกรักตาก็ไม่ได้หมายความว่าธีจะแต่งงานกับตาวันนี้พรุ่งนี้...เธอยังมีเวลาให้โอกาสตัวเอง”
       “ฉันรอไม่ได้อีกแล้ว! ฉันต้องเคลียร์กับตา”
       ชนิกานต์ประกาศกร้าว คิดจะไปเคลียร์กับสุตาภัญ กฤติยาหนักใจ และกังวลใจ
      
       ธีรดนย์เดินเข้าไปถามชนกชนม์ที่มุมหนึ่ง
       “นายตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ย”
       “มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด” ชนกชนม์บอก
       “นายทำเพื่อภา”
       ชนกชนม์ยบอก “เพื่อตา...เพื่อนายด้วย”
       ธีรดนย์ซึ้งใจ
       “นายก็รู้ว่าฉันรักตามาก ไม่น้อยกว่านาย ฉันมอบตาให้นายดูแล...นายต้องดูแลตาให้ดีที่สุด....อย่าทำให้ตาเสียใจ อย่าทำให้ตาผิดหวัง”
       ชนกชนม์ขอร้อง ธีรดนย์พยักหน้ารับ ยื่นมือไปจับชนกชนม์จับมือกับธีรดนย์แบบแมนๆ
       “ขอบใจมากเพื่อน”
       ชนกชนม์ยิ้มให้กำลังใจธีรดนย์
      
       คืนนั้นสองพี่น้องกลับมาที่อพาร์ทเมนท์ สุตาภัญและสุรัมภาเดินเข้ามาในห้องพักแล้ว สุรัมภาหันไปบอกสุตาภัญ
       “พี่ตาไม่โกรธภานะคะ”
       “พี่จะโกรธภาเรื่องอะไร”
       “ภาไม่ได้คิดแย่งพี่ชนม์”
       สุตาภัญยิ้มให้น้อง “พี่รู้ ชนม์เป็นคนเลือกภา”
       “แล้วพี่ตาล่ะ? พี่ตาไม่ได้รักพี่ธี พี่ตารักพี่ชนม์”
       สุตาภัญตกใจที่สุรัมภาพูดเรื่องนี้ “พี่คงต้องให้โอกาสธีได้พิสูจน์ตัวเอง” แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ต่อไปนี้ภาต้องรักตัวเองรักลูกให้มาก ชนม์เขาจะเป็นผู้ชายที่ปกป้องภาได้”
       สุตาภัญยิ้มให้กำลังใจว่าที่คุณแม่วัยทีน
       “ดึกแล้ว เข้านอนได้แล้ว”
       “ค่ะ”
       สุรัมภาเข้าน้อง เตรียมอาบน้ำนอน สุตาภัญคิดอะไรบางอย่าง
       สุรัมภาหลับไปแล้ว สุตาภัญเดินลงมาที่ใต้ถุนอพาร์ทเม้นท์ เศร้าใจเรื่องที่ชนกชนม์บอกจะดูแลสุรัมภา โดยมอบสร้อยให้สุรัมภาแทนใจ
       “สร้อยเส้นนี้เป็นของครอบครัวฉัน...ฉันขอมอบสร้อยเส้นนี้ให้กับ...”
       สุตาภัญมอง...รอฟังว่าชนกชนม์จะมอบให้ใคร
       ชนกชนม์บอกต่อ “ภา…”
       สุรัมภาแปลกใจ คาดไม่ถึง ชนกชนม์เข้าไปสวมสร้อยให้สุรัมภา แล้วบอก
       “หลังจากพี่ออกจากที่นี่....พี่จะดูแลภา พี่จะเป็นพ่อของลูกภา”
       สุรัมภาทั้งตกใจและตื้นตันใจ “พี่ชนม์!” ร้องไห้โผเข้าสวมกอดชนกชนม์
       สุตาภัญดึงตัวเองกลับมา ร้องไห้ด้วยความเสียใจ แต่ต้องตัดใจยอมรับความเป็นจริง
       “เราคงเป็นได้แค่เพื่อนกัน”
       สุตาภัญปาดน้ำตาจะกลับขึ้นห้อง แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สุตาภัญมองเบอร์ แปลกใจ
       “นิกกี้!”
       สุตาภัญเดินเข้ามาในสวนสาธารณะละแวกอพาร์ทเม้นท์ ชนิกานต์ปราดเข้ามาร้องไห้ขอร้องสุตาภัญ
       “ตา! คืนธีให้ฉัน”
       กฤติยาตามเข้ามา พยายามห้ามปรามชนิกานต์
       “พอเถอะนิกกี้”
       ชนิกานต์ปัดแขนกฤติยาออก ขอร้องสุตาภัญต่อ “ตา..อย่าแย่งธีไปจากฉัน”
       “ฉันไม่คิดแย่งเธอ เธอกับธีเลิกกันแล้ว”
       “เขาบอกให้ฉันเลิก! แต่ฉันรักธี ฉันตัดใจจากธีไม่ได้”
       สุตาภัญแปลกใจ “แล้วทำไมไม่บอกฉัน”
       ชนิกานต์ตัดสินใจบอกความจริง “ธีขู่ฉัน ถ้าฉันบอกเธอ เขาจะย้ายออกไปจากบ้าน ฉันไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขาอีก ฉันไม่มีทางเลือก เธอต้องช่วยฉันนะ...ตา..ฉันต้องทำยังไง บอกสิฉันต้องทำไง”
       ชนิกานต์ร้องไห้ฟูมฟายแล้วจู่ๆ ก็เป็นลมพับไป
       สุตาภัญ ตกใจ “นิกกี้”
       กฤติยากังวลใจ “นิกกี้เป็นลมบ่อยมาก พาไปคลินิกเถอะ จะได้รู้ว่าป่วยเป็นอะไร”
       สุตาภัญเห็นด้วยกับความคิดกฤติยา ช่วยกันประคองชนิกานต์ออกไป
      
       ทางด้านธีรดนย์นอนอยู่บนเตียง มองภาพที่เคยถ่ายคู่กับสุตาภัญ นึถึงเหตุการณ์ที่ธีรดนย์บอกสุตาภัญ ว่าเช่าบ้านให้สุตาภัญอยู่ด้วยกัน แล้วหลังเรียนจบจะหมั้นกับสุตาภัญ
       “ผมเช่าบ้านไว้แล้ว ผมจะให้ตากับน้องย้ายไปอยู่ที่นั่น”
       “ธีไม่ปรึกษาตาเลย” สุตาภัญไม่พอใจ
       “ก็ผมอยากเซอร์ไพร้ส์ตา ยังมีเรื่องเซอร์ไพร้ส์อีกนะ....ตาเรียนจบ....ผมจะหมั้นตาทันที!”
       ฉละอีกเหตุการณ์ที่ชนกชนม์บอกให้ธีรดนย์ดูแลสุตาภัญให้ดีที่สุด
       “นายก็รู้ว่าฉันรักตามากไม่น้อยกว่านาย...ฉันมอบตาให้นายดูแล...นายต้องดูแลตาให้ดีที่สุด.....อย่าทำให้ตาเสียใจ อย่าทำให้ตาผิดหวัง”
       ธีรดนย์คิดแล้วมองภาพสุตาภัญ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
       “ตา...รอหน่อยนะ อีกไม่นาน...เราจะได้อยู่ด้วยกัน...ผมจะดูแลตาให้มีความสุขที่สุด”
       ธีรดนย์จูบรูปสุตาภัญด้วยความสุข ฝันเพ้อไปถึงวันที่จะได้อยู่กับสุตาภัญ
      
       ฟากสุตาภัญประคองชนิกานต์มา โดยมีกฤติยาคอยช่วยดูแล
       “ตา แอน...ไม่เป็นความจริงใช่ไหม”
       ชนิกานต์ซักสุตาภัญ และกฤติยา กฤติยาหลบหน้าไม่กล้าพูด
       “คุณหมอบอกว่าเธอตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว”
       ชนิกานต์ยิ่งฟังก็เสียใจ
       “ไม่จริง! หมอตรวจผิดพลาด ฉันปกติดีที่ฉันคลื่นไส้หน้ามืด ฉันนอนไม่หลับ! ฉันเครียด”
       ชนิกานต์พยายามปฎิเสธความจริง กฤติยาหยิบเครื่องตรวจการตั้งครรภ์ขึ้นมา
       “เธอตรวจเช็คแล้ว มันก็ได้ผลตรงกัน”
       ชนิกานต์โมโหปัดที่ตรวจครรภ์โยนทิ้ง “เครื่องมันห่วย เชื่อถือไม่ได้!”
       ชนิกานต์ร้องไห้เสียใจที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง และเริ่มอ่อนลง
       “ฉันจะทำยังไง ฉันจะอยู่ยังไง”
       “เธอต้องเข้มแข็ง รักตัวเองให้มากขึ้น..แล้วไม่ทำร้ายตัวเอง”
       “เขาเกิดจากความรักและความตั้งใจของเธอนะ”
      
       สุตาภัญและกฤติยาให้กำลังใจ


  


       ชนิกานต์หน้าเศร้า นึกถึงเหตุการณ์ที่ธีรดนย์พยายามให้กินยาคุมกำเนิด และใจเสีย เพราะวันนั้นตนมองแผงยาคุมกำเนิด กำไว้ในมือ แล้วยกดื่มน้ำอย่างเดียว แล้วเอายาคุมทิ้งลงถังขยะ ไม่ยอมกินยา
      
       ชนิกานต์ได้สติ รู้ว่าเด็กเกิดจากความตั้งใจของเธอ
       “ใช่...เขาเกิดจากความรักและความตั้งใจ ฉันจะดูแลเขา”
       “เธอต้องบอกธี ให้ธีรับผิดชอบ” สุตาภัญบอก
       ชนิกานต์ร้องลั่น “ไม่ พวกเธอห้ามบอกธี!”
       กฤติยาแปลกใจ “ทำไมล่ะนิกกี้ เธอเองก็อยากให้ธีอยู่กับเธอ”
       “ฉันจะไม่เอาลูกเป็นเครื่องมือต่อรองขอความรัก ฉันไม่อยากให้เขารักฉันเพราะสงสารฉัน ฉันอยากให้เขารักฉันด้วยใจ”
       สุตาภัญและกฤติยาแปลกใจที่ชนิกานต์เลือกหนทางนี้
       “ห้ามบอกธีเรื่องฉันท้อง สัญญากับฉันสิ”
       ชนิกานต์ขอร้องสองสาว กฤติยาจำต้องพยักหน้ารับคำ
       ชนิกานต์หันมาถามสุตาภัญ “ตา”
       “ฉันสัญญา”
       ชนิกานต์โล่งใจที่ทุกคนยอมปิดบังเรื่องนี้ ชนิกานต์คิดจะเก็บความลับนี้ไว้ ส่วนสุตาภัญกังวลใจกับปัญหาที่จะตามมาอีกมากมาย
      
       วันเวลา ผ่านไปอีกสักระยะ เหล่าลูกไม้หลากสีสัน ดำเนินชีวิตกันตามครรลองของใครมัน
       เช่นเดียวกับชนกชนม์ที่เข้ารับการบำบัด และหายขาดจากการติดยาบ้า เช้านี้เขากำลังถือกระเป๋ายืนรอ สักครู่หนึ่งสุตาภัญเดินเข้ามาหา
       “นึกว่าเธอไม่มารับฉันกลับซะแล้ว”
       “มาส่งก็ต้องมารับสิ กลัวคนบางคนหมดกำลังใจ หันไปเสพยาอีก แน่ใจนะว่าใจเข้มแข็งพอ”
       “ต่อให้เอายาเสพติดมากองตรงหน้า ฉันก็จะพุ่งเข้า...”
       สุตาภัญ ตกใจ ชนกชนม์บอกต่อ
       “พุ่งเข้าไปทำลายด้วยมือฉันเอง รู้ซึ้งแล้วว่ามันทำลายชีวิตฉัน”
       สุตาภัญ ยิ้มย่อง ชื่นชม “สอบผ่าน....คุณได้ไปต่อ”
       พลางสุตาภัญผายมือ เชื้อเชิญชนกชนม์เดินออกไปจากศูนย์
      
       ขณะเดียวกันเพทายนั่งดื่มน้ำรออยู่ใต้ถุนอพาร์ทเม้นท์ที่สุตาภัญกับสุรัมภาพักอยู่ ปอนเข้ามาถามเพทาย
       “แกรออะไรวะ”
       เพทายยิ้มกริ่ม “รอรับรางวัลจากที่รักของฉัน”
       “ยัยเด็กนั่นออกไปข้างนอก กลับเหอะ นั่งรอเสียเวลา”
       “อยากกินของดีของอร่อย....มันต้องใจเย็นๆ”
       เพทายนั่งดูดน้ำรอจัดการสุรัมภา อย่างใจเย็น
      
       สุตาภัญเดินนำมาที่บ้านเช่าหลังเก่าพลางหันไปถามชนกชนม์
       “ไม่คิดจะเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่”
       “ฉันเคยบอกแล้วไง สิ่งแวดล้อมเลวร้ายแค่ไหนไม่สำคัญ มันอยู่ที่ใจ คิดดีทำดี มันจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้เรา”
       สุตาภัญ เย้า “แหม....เดี๋ยวนี้คมคายนะ เชิญค่ะ ชีวิตใหม่...นายชนกชนม์”
       สุตาภัญผายมือ เชื้อเชิญให้ชนกชนม์เดินเข้าไปในบ้าน พอชนกชนม์เปิดประตูบ้านเข้าไป
       ด้านใน ก็อึ้ง ทึ่ง เพราะเห็นสภาพภายในบ้านสะอาด สดใส สวยงาม ตกแต่งประดับด้วยดอกไม้ ตามมุมบ้าน
       สุรัมภาเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาหาชนกชนม์
       “ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ” สุรัมภามอบช่อดอกไม้ต้อนรับชนกชนม์
       ชนกชนม์รับดอกไม้ มองไปบริเวณห้อง มองอย่างทึ่งสุดๆ “ผลงานภาใช่ไหมเนี่ย”
       “พี่ชนม์อาสาจะดูแลภา ภาก็ต้องดูแลพี่ชนม์สิคะ”
       ชนกชนม์ยิ้มดีใจ สุตาภัญมองเห็นความสัมพันธ์สองคน ก็เศร้าใจเล็กน้อย
       “เอากระเป๋าเสื้อผ้ามาค่ะ ภาจัดเสื้อผ้าให้”
       “อย่าเลย พี่เกรงใจ”
       พูดจบชนกชนม์ส่งกระเป๋าให้ สุรัมภาหัวเราะขำ รับเข้าไปจัดใส่ตู้เสื้อผ้าในห้องนอนให้
       สุตาภัญเห็นสุรัมภาดูแลชนกชนม์อย่างดี ก็เลี่ยงเดินออกไป ชนกชนม์หันมองตาม สังเกตเห็นความผิดปกติของสุตาภัญ
      
       เวลาเดกดียวกัน แป๋วบอกชลนิภา ด้วยอาการตื่นเต้น
       “คุณผู้หญิงคะ มาอีกแล้วค่ะ”
       ชลนิภาตกใจ ขวัญผวา “ตำรวจรึพวกมาเฟีย”
       “ไม่ใช่ค่ะ!”
       ชลนิภาแปลกใจ “ใคร”
       ระหว่างนั้น ชยางกูรเดินเข้ามาในสภาพบักโกรก ทรุดโทรมดูไม่จืด
       “คุณแม่ครับ”
       “ลูกกูร”
       ชลนิภายืนมองไม่ยอมเข้าไปหา ชยางกูรรู้ตัวว่าทำผิด ค่อยๆ เข้ามาหาชลนิภา....
       “กูรขอโทษ กูรผิดไปแล้ว คุณแม่จะด่าจะว่ากูรลงโทษกูรได้เลยขอให้คุณแม่ให้อภัยกูร รักกูรนะครับ”
       ชยางกูรทรุดตัวก้มลงกราบเท้าแม่ ชลนิภามองชยางกูรร้องไห้ นั่งลงบอกลูกชาย
       “แม่ลงโทษลูกไม่ได้ ขอแค่เห็นลูกกลับมาปลอดภัย แม่ก็ดีใจแล้ว”
       ชยางกูรตื้นตันเข้าสวมกอดชลนิภา
       “ลูกไปอาบน้ำ แล้วเราจะไปสถานีตำรวจด้วยกัน”
       ชยางกูร ตกใจ “ไม่ครับ! กูรไม่ไป”
       “ตำรวจกำลังตามจับลูก ลูกต้องไปมอบตัว แม่จะหาทนายเก่งๆ ไปสู้คดี”
       ชยางกูร โวยวาย “กูรไม่ไป! กูรไม่อยากติดคุก”
       “แล้วลูกจะทำยังไง”
       “กูรจะหนีไปต่างประเทศ กูรจะหนีไปให้ไกล ไม่กลับมาที่นี่อีก คุณแม่ต้องช่วยกูร! คุณแม่รักกูรไหมครับ คุณแม่ต้องช่วยกูรด้วยนะครับ”
       ชยางกูรร้องไห้ฟูมฟายขอร้อง จนชลนิภาต้องยอม
       “จ้ะ...ลูกขึ้นไปอาบน้ำ แม่จะเตรียมเงิน จัดเสื้อผ้าให้”
       ชยางกูร ดีใจ “ขอบคุณครับคุณแม่”
       “รีบไปอาบน้ำเถอะ”
       “ครับ”
      
       ชยางกูรรีบขึ้นห้อง เพื่ออาบน้ำเตรียมตัวหนีไป ส่วนชลนิภาคิดอะไรบางอย่าง

      
       ฝ่ายสุตาภัญยืนคิดอะไรบางอย่างอยู่หน้าบ้านเช่า ชนกชนม์เดินเข้ามาถาม
      
       “เธอไม่สบายใจเรื่องอะไร”
       สุตาภัญ ปฏิเสธ “เปล่า”
       ชนกชนม์จ้องตา “ตาเธอมันฟ้อง ว่าโคตะระกลุ้มใจเลย”
       สุตาภัญ อดขำไม่ได้ “ศูนย์บำบัดเขาฝึกวิชาชีพดูหมอด้วยรึไง”
       “ฉันเป็นหมอเดา เดาถูกไหมล่ะ”
       “เป็นคำตอบที่..ผิด.....ค่ะ”
       “แย่จัง”
       ชนกชนม์ไม่อยากคาดคั้น นึกถึงเพื่อนๆ
       “ช่วงที่ฉันไม่อยู่ มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเนี่ย อัพเดทหน่อย เพื่อนๆ เป็นไง นิกกี้ทำใจเรื่องธีได้ยัง”
       สุตาภัญ อึ้ง ไม่กล้าบอกว่าชนิกานต์ท้อง “นิกกี้เข้มแข็งขึ้น ไม่มีอะไรน่าห่วง”
       ชนกชนม์วกกลับมาถาม “แล้วกลุ้มใจเรื่องอะไรคะ”
       สุตาภัญ แปลกใจ “ยังไม่เลิกถามอีก”
       “ก็คนมันรู้จักกัน...เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ ว่านางฟ้าซีเรียส”
       ชนกชนม์เป็นห่วง สุตาภัญไม่อยากบอกเรื่องชนิกานต์ เล่าเรื่องสุรัมภาแทน
       “ฉันเป็นห่วงภา ไม่อยากให้ภาลำบาก อีกไม่นานก็ต้องคลอดลูก”
       “ฉันรับปากแล้วไงว่าจะดูแลภาให้ดีที่สุด”
       “นายต้องรักภาให้มากนะ”
       สุตาภัญขอร้อง ชนกชนม์ยิ้มรับอย่างมั่งมั่น
       สุรัมภาตามออกมา ยืนยิ้ม ดีใจที่รู้ว่าชนกชนม์พร้อมจะดูแลตนและลูกน้อย
      
       ส่วนชลนิภาหยิบเสื้อผ้าชยางกูร ออกมาพับ เตรียมจัดกระเป๋าเดินทางให้ ชลนิภาพับเสื้อผ้าแล้วคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
       ทั้งเหตุการณ์ที่ชยางกูรขโมยของ ธนกรต่อว่า แต่ชลนิภาเข้าข้างชยางกูร และเหตุการณ์ที่ธนกรต่อว่าชยางกูรเรื่องเข้าบ่อนเล่นการพนัน ชยางกูรร้องไห้ ชลนิภาต่อว่าธนกร
       กระทั่งเหตุการณ์ที่ธนกรเตือนสติชลนิภา ที่เข้าข้างลูก และว่าชยางกูรจะเสียคน
       ชลนิภาครุ่นคิดวางเสื้อลง คิดตัดสินใจบางอย่าง มองไปยังห้องน้ำที่ชยางกูรอาบน้ำอยู่ แล้วเดินออกจากห้องไป
      
       สุตาภัญเดินเข้ามากับสุรัมภา หลังไปส่งชนกชนม์กลับบ้าน
       สองสาวหยุดที่ชั้นล่างอพาร์ทเม้นท์ สุรัมภาคว้ามือสุตาภัญไว้
       “พี่ตา...พี่ตาว่าพี่ชนม์รักภาจริงๆ รึแค่สงสารภา”
       “ทำไมคิดงั้นล่ะ”
       “ก็ภารู้ว่าพี่ชนม์รักพี่ตามาก แล้วก็รักพี่ธี...พี่ชนม์อาจเปิดทางให้พี่ธีสมหวังในรัก”
       “ไม่เอา..หยุดคิดหยุดพูดได้แล้ว...” สุตาภัญจับสร้อยที่คอสุรัมภา “ชีวิตของชนม์อยู่กับภา...ใจชนม์ก็อยู่กับภา...ภาต้องดูแลมันให้ดี”
       สุรัมภาใจชื้น “ค่ะ...” พลางจับสร้อย “ภาจะรักมันสุดหัวใจ”
       “กลับห้องได้แล้ว”
       สุตาภัญพาสุรัมภาเดินไปจะขึ้นห้อง เจอธีดนย์ยืนรออยู่
       “กลับมาแล้วเหรอ? ผมรอตาตั้งนานแน่ะ”
       “ภาขึ้นห้องไปก่อนนะ”
       สุรัมภาพยักหน้า แล้วเดินออกไป เพทายซึ่งหลบอยู่ มองตามสุรัมภา แล้วสะกดรอยสุรัมภา
       สุตาภัญตัดสินใจที่จะคุยกับธีรดนย์ให้รู้เรื่อง
      
       ชยางกูรใส่เสื้อผ้าเสร็จ เดินออกมาบอกชลนิภา
       “คุณแม่เตรียมเงินให้กูรล้านนึงด้วยครับ”
       ชยางกูรพูดจบเหลียวมองไป แต่ไม่เจอชลนิภา เห็นเพียงกระเป๋าเสื้อผ้าที่จัดไม่เสร็จ
       ฟากชลนิภาเดินมายังมุมหนึ่งของบ้าน หันกลับไปมอง ชยางกูรจะเห็น ชลนิภาคิดตัดสินใจบางอย่าง
      
       สุตาภัญคุยกับธีรดนย์ซึ่งตัดพ้อตามประสา
       “ตาไปรับชนม์กลับ ทำไมไม่บอกผม ผมจะขับรถไปให้”
       “ตานั่งแท็กซี่ไปก็ง่ายดี”
       “ผมไม่อยากให้ตาไปคนเดียว คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าตาเป็นแฟนชนม์”
       สุตาภัญอึ้ง ธีรดนย์ออดอ้อนสุตาภัญ
       “แฟนหึงนะครับ”
       สุตาภัญ บอกนิ่งๆ “อย่าใช้คำนี้อีกเลย”
       ธีรดนย์อ้อนต่อ “ไม่อยากให้ผมเรียกแฟน งั้นเรียกเพื่อนสนิทนะ”
       สุตาภัญบอกด้วยท่าทีจริงจัง “ธี... เราเป็นได้แค่เพื่อน เพื่อนเท่านั้น”
       พอพูดแล้วสุตาภัญก็ร้องไห้ออกมา ธีรดนย์แปลกใจ
       “ตาเป็นอะไร”
       “ตาพูดจริงนะ เราเป็นแฟนกันไม่ได้ เราหมั้นกันไม่ได้ เราแต่งงานกันไม่ได้”
       ธีรดนย์อึ้งตกใจ คาดไม่ถึง
       สุตาภัญร้องไห้ เดินหนีไป ธีรดนย์ตกใจ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       ฝ่ายชนิกานต์ ตื่นมาก็เดินเข้าไปถามกฤติยา
       “ธีไปหาตาใช่ไหม”
       กฤติยาพยักหน้า ชนิกานต์รับฟัง ไม่โวยวาย จนกฤติยาแปลกใจ
       “ฉันดีใจนะที่เธอทำใจได้”
       “ฉันไม่ได้ทำใจ ฉันแค่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่างหาก”
       กฤติยาไม่เข้าใจความคิดชนิกานต์
      
       สุตาภัญเดินหนี ธีรดนย์เดินตามจนทัน คว้าแขนสุตาภัญไว้
       “ใครพูดอะไร? ใครใส่ร้ายผม”
       สุตาภัญ นิ่ง ไม่ยอมตอบ
       “นิกกี้ใช่มั้ย นิกกี้ยุให้ตาเลิกกับผม”
       “ไม่ใช่!”
       “รึว่าชนม์ ชนม์มันตื๊อตาอีก ธีจะไปคุยกับชนม์ให้รู้เรื่อง”
       ธีรดนย์วึดวือ จะออกไป สุตาภัญตะโกนบอก
       “พอเถอะธี การตัดสินใจของตาไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น มันเกิดจากตัวธีเอง”
       ธีรดนย์หันกลับมาหา มองอย่างแปลกใจ “ตาบอกผมมา...ผมทำอะไรผิด”
       สุตาภัญ ยังไม่กล้าบอกเรื่องชนิกานต์ท้อง
       “ตาไม่ชอบอะไรในตัวผม ผมจะปรับปรุงตัว ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อตา”
       “ตาไม่อยากหลอกตัวเอง ตาไม่ได้รักธี ต่อให้ธีเป็นซุปเปอร์แมน เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สุดในโลก ตาก็ไม่ได้รักธี”
       “ผมไม่เข้าใจ ทำตัวดีๆ ไม่ชอบ ตาคงชอบแบบกุ๊ย ไอ้ขี้ยาอย่างชนม์”
       ธีรดนย์พาลพาโล โวยวายใส่ สุตาภัญทนไม่ได้ ตบหน้าให้สติธีรดนย์
       “พอเถอะ แล้วสักวันธีจะเข้าใจ ว่าเรารักกันไม่ได้”
      
       สุตาภัญเดินหนีขึ้นห้องพักไป ธีรดนย์ไม่เข้าใจ และพาลโกรธชนกชนม์อยู่อย่างนั้น


  


       ฝ่ายสุรัมภานั่งมองสร้อยคอล็อกเก็ตภาพครอบครัวของชนกชนม์อย่างเป็นปลื้ม
      
       “อีกไม่นาน...เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะคะพี่ชนม์”
       สุรัมภามองสร้อยด้วยความสุขใจ โดยไม่รู้ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา
       เพทายจะเดินไปยังห้องพักสุตาภัญ แต่มีผู้เช่าห้องอื่นเดินผ่านมา เพทายหลบมุม รอจังหวะที่จะเข้าไปหาสุรัมภา
      
       ไม่นานนัก ชนกชนม์เดินเข้าไปหาธีรดนย์
       “ตาเพิ่งกลับไปสักพัก”
       ชนกชนม์พูดไม่ทันจบ ธีรดนย์ถลันเข้าต่อยหน้าทันที ชนกชนม์ตกใจ
       “แกทำอะไรวะ”
       ธีรดนย์พุ่งเข้าต่อย ชนกชนม์เลยต่อยกลับ ธีรดนย์เซ ล้มลงที่พื้น
       “ฉันไม่ยอมให้แกต่อยฟรีหรอก แกโกรธฉันเรื่องอะไร”
       ธีรดนย์ร้องไห้โฮออกมา ชนกชนม์แปลกใจและสงสาร
       “ไอ้ธี!”
      
       สุรัมภาถอดสร้อยวางไว้ เตรียมตัวไปอาบน้ำ ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
       “พี่ตา”
       สุรัมภาเดินไปเปิดประตู ถามโดยยังไม่ได้มองหน้า
       “พี่ตาคุยกับพี่ธี” แต่แล้วต้องตกใจ “แก!”
       สุรัมภาจะปิดประตูห้อง แต่เพทายแรงเยอะกว่า ผลักเข้ามาในห้องได้
       ขณะเดียวกันสุตาภัญจะเดินไปที่ห้อง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สุตาภัญรับสาย
       “ว่าไงชนม์”
      
       ด้านสุรัมภาจะหนีออกไป แต่เพทายดันตัวไว้
       “ปล่อยฉันนะ”
       “ไม่เอาน่า...ฉันจะทำให้เธอมีความสุข”
       เพทายเข้าไปกอดรัดสุรัมภา
      
       ชนกชนม์คุยโทรศัพท์บอกสุตาภัญ สายตามองไปยังธีรดนย์ที่นั่งร้องไห้ที่มุมหนึ่ง
       “ธีเสียใจมาก ฉันอยากให้เธอมาคุยกับธีให้รู้เรื่อง รีบมานะตา”
       สุตาภัญวางสายคิดหนัก ว่าจะไปหาธีรดนย์ หรือทำอย่างไร
      
       ฝ่ายเพทายผลักสุรัมภาล้มลงบนเตียงนอน
       “ช่วยด้วย ปล่อยฉันนะ!”
       “ฉันมารับรางวัลที่เธอติดค้างฉัน”
       “เอาเงินไปเถอะ ฉันให้นายหมดเลย”
       “ตัวเธอมีค่ามากกว่าเงินเป็นร้อยเท่า”
       เพทายเข้ามาหาสุรัมภา สุรัมภาแสร้งยอมนิ่ง แล้วฉวยโอกาสทีเผลอ ถีบเข้าหว่างขาเพทายจังเบอร์
       “โอ๊ย”
       สุรัมภารีบวิ่งไปที่ประตูห้อง จะเปิดออก แต่เพทายเข้ามากระชากตัวแล้วจับสุรัมภานอนลงที่พื้น
       “วันนี้ไม่มีใครช่วยเธอได้!” เพทายรุกปล้ำสุรัมภาอย่างหื่นกระหาย
       สุรัมภาร้องลั่น “ช่วยด้วย”
       ประตูเปิดผลัวะออก สุตาภัญเห็นภาพก็ตกใจ คว้ามีดที่โต๊ะในห้อง ขึ้นมาจ่อขู่
       “หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
       เพทายตกใจ คาดไม่ถึง
       สุตาภัญ คว้านกหวีดที่แขวนไว้เตือนภัย เป่าปรี๊ด ร้องขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วยค่ะ” แล้วเป่านกหวีดอีก “ช่วยด้วยค่ะ”
       ผู้เช่าห้องติดกันได้ยิน เปิดประตูห้องออกมา แล้วเดินมาที่ห้องสุตาภัญที่เปิดอยู่
       เพทายตกใจ ปล่อยสุรัมภา
       “ฉันไม่ยอมให้เธอหลอกใช้ฟรี เธอต้องตอบแทนฉัน!”
       เพทายเหฌนท่าไม่ดีพูดขู่ แล้วรีบออกจากห้องไป เจอผู้เช่าห้องอื่นที่เดินเข้ามา เพทายรีบวิ่งหนีไปที่บันไดหนีไฟ..
       สุตาภัญรีบเข้าไปดูสุรัมภา “ภา”
       สุรัมภาตกใจมาก “พี่ตา”
       สุรัมภากอดสุตาภัญไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว
      
       ฟากชนกชนม์รู้ความจริงจากปากธีรดนย์ก็แปลกใจ
       “ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตาจะบอกเลิกนาย ตาไม่มีใคร”
       “ใช่ ตาไม่มีใครนอกจากนาย นายรักตา”
       ชนกชนม์ยืนยัน “ฉันเลือกที่จะดูแลภาแล้ว ฉันไม่เคยหักหลังนาย”
       “แล้วมันเป็นเพราะอะไรกัน? มันเกิดอะไรขึ้น”
       “ฉันตอบไม่ได้ ตาเองก็ไม่เคยเล่าฉัน...ในฐานะเพื่อน ฉันแนะนำได้แค่ว่า...นายกลับไปดูแลนิกกี้เถอะ นิกกี้รักนายมาก มันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด” ชนกชนม์แนะนำ
       ธีรดนย์ไม่ยอม “ไม่...ความฝันความหวังของฉันคือตา ฉันฝันที่จะใช้ชีวิตกับตา ฉันไม่ยอมให้ใครมาทำลายฝันของฉัน”
       ธีรดนย์ปาดน้ำตา ฮึดสู้ให้สุตาภัญกลับมารัก แล้วเดินออกไป ชนกชนม์หวั่นใจกลัวจะเกิดปัญหาตามมา
      
       สุตาภัญแปลกใจที่เพทายมาหาสุรัมภา แถมพูดข่มขู่ไว้
       “เพทายมันบอกว่าภาต้องตอบแทนมัน ภาสัญญาอะไรกับมันไว้”
       สุรัมภาตัดสินใจเล่าความจริง “ภาขอให้มันทำลายคลิปที่ชยางกูรขืนใจภา...ภาคิดว่ามันจะเอาเงิน แต่มันต้องการภา”
       สุรัมภาร้องไห้ สุตาภัญกอดน้องไว้สีหน้าเป็นกังวล
       “ภาไม่น่าเลย”
       “ภาจะทำยังไงดี มันไม่ปล่อยภาแน่”
       “เราต้องระวังตัวกันมากขึ้น พี่จะบอกให้ชนม์ดูแลภามากกว่านี้ แล้วพี่จะทำงานหาเงิน ย้ายไปอยู่ที่อื่น”
       สุรัมภาเสียใจ “ภาทำให้พี่ตาเดือดร้อนอีกแล้ว”
       “อย่าพูดอย่างนั้น เราเป็นพี่น้อง มีอะไรเราต้องช่วยเหลือกัน”
      
       สุตาภัญกอดปลอบใจน้อง คิดหางานหาเงินให้ได้มากๆ


  


       ในที่สุดชลนิภาเดินมาหยิบโทรศัพท์ จะโทร.แจ้งตำรวจ แป๋วเข้ามาถามชลนิภาด้วยความเป็นห่วง
      
       “คุณผู้หญิงตัดสินใจดีแล้วเหรอคะ”
       ชลนิภาคิดตัดสินใจอีกครั้ง แล้วกดโทร.หาตำรวจ
       “คุณตำรวจคะ ชยางกูรกลับมาบ้านแล้วค่ะ ดิฉันจะพาลูกไปมอบตัว”
       พลันมือของชยางกูรเข้ามาแย่งโทรศัพท์วางลงทันที
       ชลนิภาตกใจ “ลูกกูร”
       “คุณแม่โกหก! คุณแม่ไม่รักกูร กูรเกลียดคุณแม่”
       ชยางกูรรีบวิ่งหนีออกไป ชลนิภาตกใจ วิ่งไล่ตาม
       แป๋วกังวลใจมาก
      
       ชยางกูรจะออกไปที่รถ ชลนิภาตามเข้ามาขอร้อง
       “ลูกกูรกลับมาก่อน แม่รักลูกนะ”
       “ไม่จริง คุณแม่จะจับกูรส่งตำรวจ คุณแม่เกลียดกูร!”
       “แม่อยากให้ลูกสู้คดี ถึงแม้ต้องโดนติดคุก แม่ก็รู้ว่าลูกปลอดภัย แม่ดูแลลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้ลูกหนีไปทั้งชีวิต แม่ทำไปเพราะรักลูก”
       ชยางกูร ตัดพ้อต่อว่า “กูรไม่เชื่อ! คุณแม่ใจร้ายใจดำ คุณแม่รักแต่ตัวเองไม่เคยรักใคร คุณแม่ไม่ยอมให้กูรหนีไป เพราะคุณแม่กลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียง”
       ชยางกูรต่อว่าชุดใหญ่ ชลนิภาเสียใจตบหน้าชยางกูร
       “ทำไมลูกพูดกับแม่อย่างนี้ ลูกไม่เคยสำนึกเลยใช่ไหม ว่าลูกทำอะไรลงไป แม่ไม่เคยสอนให้ลูกทำชั่วเป็นคนเลว”
       ชยางกูรย้อนกลับ “คุณแม่เคยสอนกูรด้วยเหรอครับ”
       ชลนิภาอึ้ง พูดไม่ออก
       “ที่ผ่านมาคุณแม่มัวแต่ทำงาน ปากก็บอกว่าทำเพื่อลูก แต่คุณแม่ไม่เคยสนใจ ไม่เคยให้เวลากูร นอกจากใช้เงินเลี้ยง”
       ชลนิภายอมรับผิด “ใช่...มันเป็นความผิดของแม่เอง...ลูกกูร...เราจะเริ่มต้นกันใหม่ แม่จะดูแลลูกให้ดี เรามีกันสองคน อย่าทิ้งแม่ไป”
       “สายไปแล้วครับ...ในเมื่อคุณแม่ไม่เคยให้ความรัก ให้ความผูกพัน ก็อย่ามาเรียกร้องความรักเลย”
       ชยางกูรเดินออกไป ชลนิภาเข้ามาจับตัวไว้
       “อย่าทิ้งแม่ไป....ลูกกูร”
       ชยางกูรรำคาญ ผลักชลนิภาออก ชลนิภาล้มลงตัวกระแทกตู้โชว์
       “คุณผู้หญิง!” แป๋วตกใจ รีบเข้าไปดูชลนิภา บอกชยางกูร “คุณกูรคะช่วยคุณผู้หญิงด้วยค่ะ”
       ชยางกูรเหลียวมามองชลนิภา แล้วเดินออกไปจากบ้านไม่แยแส ชลนิภาเห็นชยางกูรออกไป ก็เสียใจ
       “ลูกกูร”
       ชลนิภาเป็นลมไป แป๋วตกใจ
       “คุณผู้หญิง!”
      
       ชยางกูรจะเดินออกไปจากบ้าน เจอกับชนกชนม์
       “แก!”
       “นายไปมอบตัวเถอะ”
       “ฉันโดนตำรวจจับเพราะแก แกคิดทำร้ายฉัน ไอ้สารเลว!”
       “เมื่อไหร่นายจะเลิกโทษคนอื่น ความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะตัวนายเอง”
       “ไม่ต้องมาสอน สะใจแกแล้วสิ แกจะได้กลับไปเป็นลูกรักของแม่ แต่จำไว้ฉันไม่ยอมจนตรอกให้แกหัวเราะเยาะ ฉันจะต้องชนะแก”
       ชยางกูรจะออกไปอีก ชนกชนม์ขวางไว้
       “ไปโรงพักกับฉัน”
       ชนกชนม์จะพาชยางกูรไป ชยางกูรควักปืนออกมาขู่
       “อยากตายรึไง”
       ชยางกูรเล็งปืนใส่ ทำท่าจะยิงชนกชนม์ตกใจมาก
       “แกยังเคยมีความดีที่ช่วยฉัน...ฉันปล่อยแกไป แต่หลังจากนี้แกกับฉันเป็นศัตรูกัน”
       ชยางกูรผลักชนกชนม์ แล้วเดินออกไป ชนกชนม์มองตามด้วยความเป็นห่วง
       ขณะเดียวกันแป๋วดูแลชลนิภา ท่าทีลนลาน
       “คุณผู้หญิงคะ”
       ชนกชนม์เข้ามาในบ้าน เห็นภาพชลนิภาเป็นลมก็ตกใจ
       “คุณแม่”
       ชนกชนม์รีบเข้าไปดูอาการแม่ทันที
      
       ธีรดนย์เดินเข้ามาในคฤหาสน์ โวยใส่ชนิกานต์
       “เธอสั่งให้ตาเลิกกับฉัน”
       “ฉันไม่ได้พูด!”
       ธีรดนย์เข้าจับตัวชนิกานต์ “ยอมรับความจริงมา”
       “ตาฉลาดพอที่จะตัดสินใจเองได้ ว่าใครเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับตา”
       ธีรดนย์ฉุน “พูดงี้หมายความว่าไง ฉันเลวนักรึไง?”
       “มักง่าย! เห็นแก่ตัว! ไม่มีความรับผิดชอบ”
       “ฉันเลวฉันแย่มาก ก็เลิกยุ่งกับฉัน มารักฉันทำไม”
       ธีรดนย์ผลักชนิกานต์ออกอย่างฉุนฌแยว ชนิกานต์มองจ้องหน้าธีรดนย์
       “ถ้าย้อนเวลาไปได้ ฉันก็อยากเกลียดนาย แต่ฉันทำไม่ได้...ฉันรักนายไปแล้ว! นายเป็นยังไงฉันก็รัก!”
       “เลิกพูดเถอะ ฟังแล้วจะอ๊วก”
       ธีรดนย์จะเดินออกไป จู่ๆ ชนิกานต์รู้สึกคลื่นไส้ พะอืดพะอม วิ่งจู๊ดไปที่ห้องน้ำ ธีรดนย์หันมามองด้วยความเป็นห่วง กลัวจะป่วยหนัก
      
       กฤติยากำลังหั่นแตงกวา เป็นเครื่องเคียงข้าวคลุกกะปิ กัณฐิกาถาม
       “ฝากเตือนเพื่อนเธอด้วย อย่าเสียมารยาทกับฉันให้มากนัก”
       “นิกกี้ทำอะไรแม่คะ”
       “เห็นหน้าฉันก็ทำเสียงโอ๊กอ๊าก วิ่งไปอ๊วก”
       กฤติยาตกใจ กลัวกัณฐิกาจับได้ และรู้ว่าชนิกานต์ท้อง
       “นิกกี้ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”
       กัณฐิกาแขวะ “โรคสำออยอีกสิ พ่อไม่อยู่ เรียกร้องความสนใจไปทั่ว”
       “อาหารเสร็จแล้ว แอนไปตามนิกกี้มาทานนะคะ”
       กฤติยาตัดบท รีบออกไป กัณฐิกาหันไปทำอาหารต่อ
      
       ชนิกานต์เดินเข้ามา มีอาการอ่อนเพลีย ธีรดนย์ส่งแก้วน้ำให้
       “ยังไม่หายอีก ไปหาหมอ”
       ชนิกานต์สะดุ้ง ตกใจ “ไม่ไป”
       “จะตายยังดื้ออีก ให้หมอตรวจว่าเป็นโรคอะไร”
       “ฉันหายแล้ว ไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตัวเองได้”
       “เธอพูดเองนะว่าดูแลตัวเองได้..คุณท่านกลับมา ฉันจะย้ายออกไป”
       ชนิกานต์ตกใจ “นายสัญญาว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าเรียนจบ!”
       “ฉันเบื่อที่จะทะเลาะรายวันกับเธอ ฉันไม่อยากประสาทเสียเป็นโรคจิต!”
       ธีรดนย์เดินออกไป ชนิกานต์เศร้าใจ กฤติยาเดินเข้ามาหา
       “เธอจะปิดเรื่องท้องได้นานแค่ไหน บอกเขาไปเถอะ เขาจะได้รักและห่วงใยเธอ”
       ชนิกานต์ฟังคำแนะนำกฤติยา แล้วคิดตัดสินใจ
      
       ชลนิภานอนอยู่บนเตียง ชนกชนม์เอาผ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ มองแม่ด้วยความรักและคิดถึง
       “คุณแม่ครับ ผมกลับมาเป็นชนกชนม์คนดีของคุณแม่แล้ว ผมจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจ ผมจะดูแลคุณแม่ ผมรักคุณแม่ครับ”
       ชนกชนม์ลุกขึ้น ไปทรุดตัวกราบที่เท้าชลนิภา มองแม่ด้วยความรักและเทิดทูน
      
       แป๋วกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ชนกชนม์เดินออกมาหา
       “คุณชนกชนม์หิวรึยังคะ แป๋วจะทำอาหารมื้อพิเศษ ฉลองชัยในวันกลับบ้านค่ะ” แป๋วยิ้มย่อง
       “ไม่ต้องหรอก ฉันจะกลับแล้ว”
       แป๋วขอร้อง “กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะค่ะ คุณผู้หญิงใจอ่อนลงเยอะ คิดถึงคุณชนกชนม์มากนะคะ”
       “เอาไว้ให้คุณแม่อยากให้ฉันกลับมาจริงๆ ค่อยว่ากัน...พี่แป๋ว”
       “ขา.....”
       “พี่แป๋วอย่าบอกนะว่าฉันมาที่นี่”
       “แป๋วต้องบอกค่ะ คุณผู้หญิงจะได้รู้ความจริงสักทีว่าคุณชนกชนม์เป็นลูกประเสริฐ”
       “อย่าเลย...คุณแม่อาจไม่พอใจที่ฉันมาวุ่นวายที่นี่...เครียดหนักกว่าเดิม....ฉันขอ...”
       “ค่ะ”
       ชนกชนม์เดินออกไป แป๋วมองตามตาเยิ้มสงสารและเป็นปลื้ม
      
        “โถ...พ่อทองเนื้อแท้...อภิชาตบุตร”

      
       ฝ่ายกัณฐิกาจัดอาหารวางไว้ที่โต๊ะ กฤติยาพาชนิกานต์เข้ามา พลางเอ่ยขึ้น
      
       “น้ากัณทำข้าวคลุกกะปิให้ทาน สูตรน้ากัณอร่อยมากนะ”
       กัณฐิกาเสริม “ไม่สบายก็กินเยอะๆ อย่ามาตายตอนพ่อเธอไม่อยู่ ฉันไม่อยากตกเป็นจำเลยฆ่าลูกเลี้ยง”
       กัณฐิกายังคงปากร้าย แต่แฝงด้วยความเป็นห่วงใย ชนิกานต์นั่งลง กฤติยาเอาจานข้าวคลุกกะปิที่จัดไว้พร้อม มาวางตรงหน้า
       ชนิกานต์ไม่เก็บอาการ “เหม็นอ่ะ”
       กัณฐิกาฉุน “เหม็นได้ไง ฉันใช้กะปิชั้นดีของระนอง กลิ่นหอมที่สุดแล้ว”
       ชนิกานต์จะตัก แต่รีบวางช้อน เพราะฉุนกะปิ
       “เหม็นยังกะปลาเน่า!”
       กัณฐิกาฉุนขาด ไม่พอใจอย่างแรง “นี่เธอ ฉันพยายามทำดีด้วยแล้วนะ ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน อย่ามาบ่นว่าฉันใช้ของเน่า!”
       “ก็มันเหม็นจริงๆ นี่ จมูกเธอเน่าสิถึงไม่ได้กลิ่น”
       กัณฐิกาชักโกรธ “ทำให้กินยังมาร้ายใส่ฉันอีก!! ยัยเนรคุณ!”
       ชนิกานต์ทนไม่ไหว รีบวิ่งออกไปอาเจียนกฤติยาเป็นห่วง วิ่งตามไป
       “นิกกี้”
       กัณฐิกาแปลกใจ หอมบอกว่าเหม็น หยิบจานข้าวคลุกกะปิมาดมกลิ่น
       “หอมที่สุดในสามโลก...ยัยเด็กบ้า” กัณฐิกาฉุกคิดว่านิกานต์ท้อง “รึว่ายัยนั่น...”
      
       กฤติยาพาชนิกานต์มานอนพักที่เตียง ชนิกานต์กำชับ
       “อย่าให้แม่เธอรู้นะว่าฉันท้อง..แม่เธอต้องฟ้องคุณพ่อ คุณพ่อเล่นงานฉันตายแน่!”
       “ฉันไม่บอกหรอก”
       ชนิกานต์กังวลใจ “ฉันจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม เมื่อไหร่จะหายแพ้ท้อง...ฉันกลัวพวกเขารู้!”
       “คิดมาก... เครียดมากก็คลื่นไส้อีก นอนพักเยอะๆ”
       กฤติยาห่มผ้าให้ชนิกานต์นอนพัก แล้วเดินออกไป ชนิกานต์ยังกังวลใจไม่หาย
      
       กฤติยาเดินออกมาเจอแม่ที่หน้าห้อง กันฐิกาพูดลอยๆ
       “ยัยนิกกี้ท้อง”
       กฤติยาตกใจ “แม่!”
       “บอกฉันมา...ยัยคุณหนูท้องใช่มั้ย”
       “นิกกี้จะท้องกับใครล่ะคะ” กฤติยาเฉไฉ
       “ธีรดนย์ไง สองคนนั่นเคยนอนด้วยกัน”
       “แม่คิดไปเองอีกแล้ว...”
       กัณฐิกาย้อน “ฉันไม่ได้โง่นะ อ๊วกโอ๊กอ๊าก เหม็นโน่นเหม็นนี่ มันอาการคนแพ้ท้อง”
       “นิกกี้เป็นโรคกระเพาะค่ะ” กฤติยาบอก
       กัณฐิกาไม่เชื่อ “โรคกระเพาะ”
       “ค่ะ...แอนเป็นคนพาไปหมอ แม่ไม่เชื่อ เดี๋ยวแอนเอาใบรับรองแพทย์ให้ดู”
       กฤติยาทำท่าจะกลับไป แต่กัณฐิการั้งไว้
       “ไม่ต้อง จะเป็นไรก็ช่าง ช่วยๆ ดูแล้วกัน....คิดว่าทำบุญ”
       “ค่ะแม่”
       กัณฐิกาเดินออกไป กฤติยาโล่งใจที่เห็นแม่ไม่ติดใจเรื่องชนิกานต์
      
       คืนนั้นธีรดนย์ว่ายน้ำ ด้วยความเร็ว จ้วงว่ายแรงๆ และว่ายไม่หยุด ธีรดนย์ว่ายน้ำด้วยความเสียใจความโกรธ และว่ายน้ำมาเกาะที่ขอบสระ ธีรดนย์ว่ายน้ำมาแล้วหยุด คิดถึงเหตุการณ์ที่สุตาภัญบอกเลิก
       ซึ่งเวลานั้นสุตาภัญบอกอย่างจริงจัง “ธี... เราเป็นได้แค่เพื่อน เพื่อนเท่านั้น!”
       สุตาภัญพูดแล้วร้องไห้ ธีรดนย์แปลกใจ
       “ตาเป็นอะไร?”
       “ตาพูดจริงนะ เราเป็นแฟนกันไม่ได้ เราหมั้นกันไม่ได้ เราแต่งงานกันไม่ได้”
       ธีรดนย์ตีน้ำอย่างแรง โวยวายไม่พอใจ และไม่ยอมเลิกกับสุตาภัญ
       “ผมไม่ยอม ผมไม่ยอมให้ตาทิ้งผมไป”
      
       เช้าวันใหม่มาถึง สุตาภัญกำลังบรี๊ฟ เตรียมงานอยู่กับทีมกล้องวิดีโอ และเพื่อนๆ อยู่ตรงมุมหนึ่งที่มหาวิทยาลัย ชนกชนม์เดินเข้าไปถามสุตาภัญ
       “ตา! เมื่อวานเธอน่าไปปรับความเข้าใจกับธี”
       “ฉันคุยจบแล้ว ไม่อยากพูดถึงมันอีก”
       “แต่ธีเสียใจมาก”
       “เลิกสนใจคนอื่น หันมาสนใจภาบ้าง เมื่อวานเพทายมันคิดจะขืนใจภา”
       ชนกชนม์ตกใจ “ไอ้เพทาย”
       “หลังจากนี้ฉันอยากให้นายคอยดูแลภา อย่าปล่อยภาไว้ลำพัง”
       “โทร.ตามฉันมาเรื่องนี้เหรอ” ชนกชนม์สงสัย
       “จะช่วยให้ทำงานด้วย”
       “แจกใบปลิวร้านอาหารอิตาเลี่ยน เวียดนาม เกาหลี” ชนกชนม์เดาไปเรื่อย
       “โน...งานนี้สนุกกว่าเยอะ ใช้ศักยภาพนายได้เต็มที่ เราจะทำโฆษณาลงยูทูป”
       “ฉันเล่นละครไม่เป็น แอ๊คติ้งไม่เป็น”
       “ไม่ต้องพูดไม่ต้องแสดง เต้นอย่างเดียว เราจะเต้น Harlem Shake” สุตาภัญบอก
       “Harlem Shake เต้นไงอ่ะ? ฉันเต้นไม่เป็น ฉันทำไม่ได้ ฉันเป็นคนขี้อาย”
       ระหว่างที่ชนกชนม์พูดไป ก็เต้นท่าแปลกประหลาดสารพัดไปด้วย จนสุตาภัญหัวเราะขำ
       “เพี้ยนหนักแล้วนะเรา”
       “มีฉันคนเดียวเหรอ? ฮาเล็มเช็คต้องเต้นหลายคน”
       “ฉันมีอีกเยอะ”
       สุตาภัญผายมือไปที่มุมหนึ่งที่บริเวณกองถ่าย เห็นสุรัมภา ชนิกานต์ กฤติยา และเพื่อนๆ ในคณะ โบกไม้โบกมือให้ชนกชนม์
       “ไม่ชวนธีมาด้วยล่ะ”
       สุตาภัญนิ่งไปทันที ไม่อยากพูดถึง
       ธีรดนย์เดินเข้ามาหาสุตาภัญ
       “ตา...ผมขอคุยด้วย”
       “ตาไม่สะดวก...ตากำลังทำงาน”
      
       สุตาภัญบอก แล้วลากชนกชนม์ออกไปที่บริเวณกองถ่าย ธีรดนย์มองด้วยความผิดหวัง


  


       สุตาภัญสวมมาดผู้กำกับ หันไปสั่งทีมงานกล้อง อย่างจริงจัง
      
       “กล้องพร้อม 5 4 3 2 แอ๊คชั่น!”
       ช่างกล้องเคลื่อนดอลลี่เข้าไปที่มุมหนึ่ง จับภาพทุกคนแต่งชุดนักศึกษา กำลังติวหนังสือโดยมีชนกชนม์ยืนหันหลัง
       เสียงเพลงดังขึ้น ชนกชนม์หันหน้ามา ใส่ปิ๊ปคลุมหัว โยกย้ายเต้น Harlem Shake ท่าประหลาดหลุดโลกอยู่คนเดียว ในขณะที่ทุกคนนั่งติวหนังสือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
       ช่างกล้องเก็บภาพอีกครั้ง ทุกคนที่เคยนั่งอยู่เฉยๆ ใส่หน้ากาก บ้างถืออุปกรณ์ประกอบการเต้น ท่าเพี้ยนๆ จนพอจบเพลง แล้วชูป้าย ชื่อร้านอาหารที่จะโฆษณา
       อีกฉากสุตาภัญเน้นไอเดียไทยๆ ชนกชนม์เปิดตัวด้วยชุดหนุมาณ สวมหัวหนุมาน และเต้นท่าลิงหนุมานอยู่คนเดียว...และอีกช่วง ทันทีที่เพลงเล่นไปได้ 15 วินาที ทุกคนเปลี่ยนชุดเป็น นางนากอุ้มลูก ผู้หญิงไทยโบราณนุ่งโจง ใส่ผ้าแถบ บางคนใส่ชุดตะเบงมาน ผู้ชายบางคนแต่งเป็นนายจันหนวดเขี้ยว
      
       ไม่นานต่อมาตรงมุมหนึ่งในมหาวิทยาลัย สุตาภัญยิ้มแป้นบอกทุกคน
       “ผลงานออกมาได้เยี่ยมมาก ปิดจ๊อบ”
       ทุกคนร้อง “เย๊!” พร้อมกัน
       จากนั้นทุกคนเริ่มถอดชุด แต่ชนกชนม์ยังคงเต้นต่อเนื่อง เข้ามาบอกสุตาภัญ
       “เมื่อกี้ฉันยังเต้นไม่ดีเลย มันอาย ขอเต้นใหม่อีกรอบนะ”
       สุตาภัญบอก “พอแล้ว!”
       ทุกคนขำชนกชนม์ หัวเราะให้กัน
       “เอาล่ะ...ทุกคนรีบเปลี่ยนชุด ฉันพาไปเลี้ยงข้าว”
       “รอฟังคำนี้นานแล้ว ฉันไม่กินข้าวคลุกกะปินะ เหม็น!” ชนิกานต์ว่า
       จังหวะนั้นธีรดนย์เดินเข้ามาหาสุตาภัญ
       “ผมขอคุยกับตาส่วนตัว”
       ชนกชนม์มองหน้าเพื่อนๆ ตัดสินใจจะเดินออกไป กฤติยาจับมือจะพาชนิกานต์เดินออกไปเช่นกัน
       สุตาภัญบอกทุกคนให้อยู่ฟังด้วย
       “พวกเราเป็นเพื่อนกัน ไม่มีความลับต่อกัน ธีมีอะไรพูดได้เลย!”
      
       กัณฐิกาเดินเข้ามาในห้องชนิกานต์ เดินไปที่โต๊ะ มองหายา
       “ไม่เห็นมียาโรคกระเพาะ”
       กัณฐิกามองหายา ดันเจอแผงยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
       “แก้คลื่นไส้ อาเจียน...” กัณฐิกานึกสงสัย “ยัยนิกกี้เป็นอะไรกันแน่”
      
       ทุกคนอยู่พร้อมหน้าตรงมุมหนึ่งในมหาวิทยาลัย ทั้งชนกชนม์ สุตาภัญ สุรัมภา ธีรดนย์ ชนิกานต์ และกฤติยา
       จังหวะหนึ่งสุตาภัญบอกธีรดนย์
       “ถ้าธีไม่มีอะไรจะพูด ตาขอตัวก่อน”
       สุตาภัญจะเดินออกไป ธีรดนย์เดินเข้ามาหา ชนกชนม์มองด้วยความแปลกใจว่าธีรดนย์จะทำอะไร พลันธีรดนย์คุกเข่าลงตรงหน้าสุตาภัญ แล้วหยิบแหวนเพชรออกมา อย่างโรแมนติก
       “แต่งงานกับผม”
       สุตาภัญตกใจ ชนกชนม์ไม่คิดว่าธีรดนย์จะมาไม้นี้
       “ตาเป็นผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด ผมจะดูแลตาและรักตาคนเดียว”
       ชนิกานต์มองภาพตรงหน้าด้วยความเสียใจ กฤติยาเข้าใจความรู้สึก บีบมือให้กำลังใจ
       ธีรดนย์จับมือสุตาภัญ แล้วทำท่าจะสวมแหวนให้ สุตาภัญชักมือกลับ พลางบอก
       “ธี...อย่าทำอย่างนี้...”
       “ทำไมล่ะตา ตามีใคร ผมทำอะไรผิด ตาถึงไม่รักผม บอกผมสิตา”
       สุตาภัญไม่กล้าบอกความจริง ชนิกานต์ตัดสินใจบอกธีรดนย์
       “หยุดคาดคั้นตาได้แล้ว ตาทำเพื่อฉัน”
       สุตาภัญ ตกใจ “นิกกี้”
       ธีรดนย์หันมาต่อว่าชนิกานต์ “ฉันนึกแล้วเชียว เธอมันตัวปัญหา หยุดรังควาญฉันได้แล้ว ยังไงฉันก็ไม่รักเธอ”
       “นายไม่รักก็ต้องรักลูกของเรา!” ชนิกานต์บอก
       ธีรดนย์ ชะงักกึก ตกใจ “อะไรนะ”
       ชนิกานต์ย้ำ จริงจัง “ฉันตั้งท้อง”
       “ไม่จริง...เธอเอายาคุมให้เธอกินแล้ว” ธีรดนย์ไม่เชื่อ
       “ฉันไม่ได้กิน”
       ธีรดนย์ตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง
       “ธี...นายต้องดูแลนิกกี้...ดูแลลูกของนาย” สุตาภัญบอก ชนกชนม์พูดด้วยดีๆ เป็นคนต่อมา
       “นายจะปล่อยให้นิกกี้ท้องไม่มีพ่อไม่ได้”
       “อย่าให้พี่นิกกี้เสียใจเหมือนภานะคะ” สุรัมภาว่า
       กฤติยาก็เห็นด้วย “นายต้องรับยอมรับความจริง มันเป็นความผิดพลาดของนาย”
       “ฉันไม่เชื่อ ทุกคนสร้างเรื่องโกหกฉัน” ธีรดนย์ยังคงเห็นแก่ตัวเช่นเคย ชี้หน้าด่าชนกชนม์ “นายตั้งใจแย่งตา” แล้วหันมาชี้หน้าทุกคน “ทุกคนใจร้าย ไม่มีใครอยู่ข้างฉัน พวกเธอไม่ใช่เพื่อนฉัน”
       ธีรดนย์โวยวายแล้ววิ่งหนีออกไป ชนิกานต์ร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงเสียใจที่ธีรดนย์ไม่ยอมรับความจริง
      
       สุตาภัญ สุรัมภา และกฤติยาเข้าไปดูแลชนิกานต์ ส่วนชนกชนม์หันไปมองธีรดนย์ด้วยความเป็นห่วง


  


       ชนิกานต์เดินเข้ามาในคฤหาสน์ สีหน้าเครียดเคร่งเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด พอเจอกัณฐิกา รีบก็เดินเลี่ยงออกไป กฤติยาจะตามชนิกานต์ไป กัณฐิกาคว้าข้อมือไว้จ้องหน้าถาม
      
       “ฉันเจอแต่ยาแก้อาเจียน ไม่มียารักษาโรคกระเพาะสักเม็ด!”
       กฤติยาตกใจ “แม่เข้าไปค้นห้องนิกกี้”
       “ก็ฉันเป็นห่วง ไหนล่ะยาที่แกบอกว่าไปหาหมอ”
       “นิกกี้เอาติดตัวไปทานด้วยค่ะแม่”
       กฤติยาจะเดินออกไป กัณฐิกาพูดไล่หลัง
       “อย่าให้ฉันรู้ว่ายัยนิกกี้ท้อง ฉันไม่ปล่อยไว้แน่ คุณณวัตรเองก็เกลียดเรื่องนี้มาก”
       กฤติยาฟังแล้วกังวลใจ รีบเดินออกไปเร็วรี่
      
       ชนิกานต์เข้ามาในห้อง นั่งมองไปยังรูปณวัตร สีหน้าหมองหม่น ท่าทีกังวลใจ คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
       ตอนนั้นณวัตรอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แล้วโยนหนังสือพิมพ์ลงตรงหน้าชนิกานต์ ปากด่า
       “ไม่ไหว เด็กสมัยนี้รักสนุกปล่อยเนื้อปล่อยตัว ท้องตั้งแต่ยังเรียน”
       ชนิกานต์รับหนังสือมาดูข่าว
       ณวัตรว่าต่อ “สถิติท้องปีนึง 150,000 คน เฉลี่ยเดือนละ 10,000 กว่า ประเทศไทยครองแชมป์วัยรุ่นตั้งท้องอันดับหนึ่งของเอเชีย มันจะภูมิใจไหมล่ะ ทำตัวแย่มาก ไม่คิดถึงหัวอกพ่อแม่!”
       ชนิกานต์ลองหยั่งเชิง “แล้วถ้านิกกี้ท้องล่ะคะ”
       “หยุดนะ! อย่าแม้แต่คิด พ่อไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริงล่ะก็ พ่อจะไม่ไว้ชีวิตไอ้ผู้ชายคนนั้น ลูกก็ไม่ต้องมาเรียกพ่อว่าพ่อ”
      
       ชนิกานต์นึกถึงคำประกาศกร้าว รู้ว่าพ่อเอาจริงก็ร้องไห้ด้วยความกลัว กฤติยาเข้ามาในห้อง เห็นชนิกานต์ร้องไห้ ก็เข้าไปกอดปลอบ
       “ฉันทำยังไงดี ช่วยฉันด้วย”
       กฤติยากอดปลอบขวัญ เป็นห่วงชนิกานต์มาก
      
       ตกกลางคืนชยางกูรโผล่มาที่บ่อน เดินตรงไปยังห้องปรัชญา ปรัชญาหันมามองชยางกูร แปลกใจ
       “วันนี้เฮงเฮงเฮงว่ะ น้องชยางกูรมาหาเฮีย โดยที่เฮียไม่ต้องไล่ฟัด แม่น้องคงกลัวน้องตาย รีบเขียนเช็คมาให้เฮีย”
       ปรัชญาแบมือรับเช็ค ชยางกูรส่งเช็คให้ ปรัชญารับมา แต่เป็นเช็คเปล่าๆ
       “แกเล่นตลกอะไรวะ”
       ลูกน้องปรัญชาไม่พอใจ ชักปืนออกมาขู่ชยางกูร ชยางกูรพูดกับปรัชญา
       “ฉันติดหนี้เฮีย ฉันชดใช้เอง เฮียอย่าไปรังแกแม่ฉัน”
       “สายไปแล้วที่จะเล่นบทลูกกตัญญู เฮียต้องการเงิน เฮียจะทำทุกทางเพื่อเอาเงินของเฮีย”ปรัชญาพูดใส่หน้า
       ชยางกูร บอก “พรุ่งนี้ฉันจะเอาเงินมาใช้เฮีย ขอให้เฮียรอฉันอยู่ที่นี่”
       “เฮียจะเชื่อใจได้ยังไง”
       “ถ้าฉันไม่มา...เฮียเอาชีวิตฉันไปได้เลย” ชยางกูรพูดจริงจัง
       “ได้...ทำธุรกิจกันก็ต้องเชื่อใจกัน”
       ชยางกูรเดินออกไป ปรัชญามองตาม แล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องสะกดรอยชยางกูร
       ชยางกูรเดินออกจากบ่อน รู้ว่าปรัชญาส่งคนตาม ก็ยิ้มร้ายสาสมใจ
      
       เพทายกำลังจะเดินเข้าไปในบ่อน เจอกับชยางกูร
       “อยากรู้ไหมว่าฉันไปไหนมา ฉันจะไปกินตับเด็กเก่าแก แต่เสียดาย พี่สาวกันท่าไว้ เอาไว้วันหน้าฉันจะซัดทั้งพี่ทั้งน้องแล้วถ่ายคลิปไปอวดแก”
       เพทายหัวเราะเยาะใส่หน้า ชยางกูรพูดสวนออกมา
       “ไปดื่มกับฉัน”
       เพทายแปลกใจ เข้าไปลูบหัวชยางกูร “โอกาสอะไรวะ? ไอ้ลูกหมา”
       “ฉันกำลังเป็นอิสระ ใช้หนี้เฮียหมด...แล้วก็ฉลองที่แกกำลังจะมีความสุขกับผู้หญิงของแก”
       เพทายยิ้มย่อง สนใจ ชยางกูรเดินนำออกไป เพทายเดินตามไป ลูกน้องปรัชญายืนมอง แปลกใจที่เห็นเพทายออกไปกับชยางกูร
      
       ธนกรนัดเจอกับชนกชนม์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนกลางคืน และกำลังเดินมาหาชนกชนม์ที่รออยู่แล้ว ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
       “อาดีใจด้วยนะที่เราผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้”
       “ผมได้กำลังใจที่ดีจากทุกคนและคุณอาด้วยครับ”
       “มาหาอามีธุระอะไรให้อาช่วย บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”
       “ผมมาบอกข่าวคุณแม่ครับ”
       ธนกรแปลกใจ
       “คุณแม่ป่วยหนัก คุณแม่เครียดเรื่องน้องกูร กูรโดนข้อหาพยายามข่มขืน และถูกมาเฟียทวงหนี้พนัน กูรหนีออกจากบ้านไปแล้วครับ”
       ธนกรหน้าหม่นลง “อาคิดแล้วว่าต้องมีวันนี้ จะโทษกูร โทษแม่เราก็ไม่ได้ เป็นความผิดของฉันด้วยที่ละเลยในการสอนลูก”
       “ผมอยากให้คุณอากลับบ้าน กลับไปดูแลคุณแม่ครับ คุณแม่ต้องการใครสักคนครับ”
       ชนกชนม์ขอร้อง ธนกรครุ่นคิดตัดสินใจ
      
       เวลาเดียวกันขณะที่กัณฐิกานั่งอ่านนิตรสารอยู่ตรงห้องโถง ณวัตรเดินเข้ามา กัณฐิกามองไปเห็นทั้งตื่นเต้นและดีใจ
       “คุณณวัตร ทำไมกลับมาเร็วก่อนกำหนด ไม่บอกกัณสักคำ”
       “ผมเคลียร์งานเสร็จแล้ว ผมคิดถึงคุณ อยากให้คุณตื่นเต้นด้วย”
       “กัณก็คิดถึงคุณค่ะ”
       กัณฐิกาหอมแก้มต้อนรับณวัตร
       “นิกกี้อยู่ไหน? ผมอยากเจอลูก”
       “คุณมาก็ดีแล้ว หนูนิกกี้ไม่ค่อยสบายค่ะ กัณเป็นห่วงแกมากคอยดูแลใกล้ชิด นี่ก็เพิ่งให้ยัยแอนอยู่เพื่อนในห้องค่ะ”
       “ไปหานิกกี้เถอะ”
       ณวัตรร้อนใจชวนกัณฐิกาไปหาชนิกานต์ที่ห้อง
      
       ชนิกานต์นอนคิด กังวลใจ
       “เธอคิดดีแล้วใช่ไหม? ที่ยอมบอกความจริงกับเขา”
       “ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีก ฉันมาคิดอีกที ถ้าเขารู้ เขาอาจจะรักและเป็นห่วงฉัน แต่คำตอบที่ได้มันแย่เหลือเกิน เขาไม่แคร์ฉัน! ทั้งๆที่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขา”
       ชนิกานต์ครวญคร่ำร้องไห้เสียใจเรื่องธีรดนย์
       ณวัตรเปิดประตูเข้ามาในห้อง ได้ยินคำพูดเต็มหู โกรธชนิกานต์มาก
       “ลูกท้องกับใคร”
       ชนิกานต์เห็นณวัตรเข้ามาก็ตกใจมาก
       “คุณพ่อ”
       กัณฐิกาก็ตกใจ รีบดึงตัวกฤติยาเข้ามาอยู่ใกล้ ณวัตรปราดเข้าไปดึงตัวชนิกานต์ทันที
       “บอกพ่อมา ใครเป็นพ่อเด็ก”
      
       เสียงของณวัตรดังลั่นบ้าน

      
       ทางด้านธีรดนย์จมอยู่กับความทุกข์ เสียใจที่สุตาภัญบอกเลิก ธีรดนย์ยืนมองคฤหาสน์ แล้วเดินไปยังห้องพัก
      
       ส่วนณวัตรเข้าไปดึงตัวชนิกานต์ลุกออกจากเตียง
       “คุณพ่อคะ คุณพ่อเข้าใจผิด”
       “ยังมีหน้ามาแก้ตัว พ่อได้ยินที่ลูกพูดหมดแล้ว”
       ชนิกานต์ตกใจ กฤติยาสงสารรีบแก้ตัวแทน
       “คุณอาเข้าใจผิดจริงๆค่ะ นิกกี้ไม่ได้ตั้งท้อง เราคุยเรื่องเพื่อนที่มหาลัยค่ะ”
       กัณฐิกาดุปราม “ยัยแอน เลิกแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ได้แล้ว หนูบอกน้าว่านิกกี้เป็นโรคกระเพาะ ไปหาหมอ แต่ทำไมไม่มียาไม่มีใบรับรองแพทย์”
       ชนิกานต์แก้ตัว “คุณพ่อค่ะ นิกกี้ไม่สบายจริงๆ นะคะ”
       “ไม่สบาย งั้นก็ไปหาหมอ! ไปตรวจให้รู้ผลตอนนี้เลย ว่าเป็นโรคกระเพาะหรือท้อง”
       ณวัตรลากตัวชนิกานต์ออกไปจากห้องทันที
       “คุณพ่อคะ” ชนิกานต์ร้องไห้หันไปทางกฤติยา “แอนช่วยฉันด้วย”
       ณวัตรลากตัวชนิกานต์ออกไปจากห้อง ผ่านหน้ากฤติยาที่ยืนตกใจอยู่ กฤติยาเป็นห่วงชนิกานต์ กัณฐิกาไม่พอใจกฤติยาที่ปกปิดความลับ
      
       ขณะเดียวกันธีรดนย์เก็บเสื้อผ้าเสร็จ เดินไปหยิบภาพของอุษา
       “คุณแม่ครับ ผมทำพลาดอีกแล้ว ผมเป็นลูกที่แย่มาก คุณแม่อย่าโกรธผมนะครับ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ผมไม่พร้อมจะรับผิดชอบใคร ผมกลัว...ผมกลัวครับคุณแม่”
       ธีรดนย์ร้องไห้กับภาพแม่
       ณวัตรลากตัวชนิกานต์จะออกไปจากคฤหาสน์
       “คุณพ่อคะ นิกกี้เจ็บ สงสารนิกกี้เถอะค่ะ”
       “ฉันต้องรู้ให้ได้ ว่าเธอไม่สบายรึท้อง!”
       ณวัตรโมโหมาก จะลากชนิกานต์ออกไป ชนิกานต์ตัดสินใจบอกความจริง
       “คุณพ่อไม่ต้องเสียเวลาหรอก...นิกกี้ยอมรับแล้ว..นิกกี้ท้อง”
       ณวัตรตกใจ กฤติยาและกัณฐิกาก็ตกใจ
       กฤติยาตกตะลึงที่ชนิกานต์ยอมรับ “นิกกี้” หันไปบอกณวัตร “คุณอาคะ ไม่จริงค่ะ นิกกี้พูดประชดคุณอา”
       ชนิกานต์สวนออกมา “พอเถอะแอน ความลับไม่มีในโลก ยังไงคุณพ่อก็ต้องรู้ความจริง”
       “ลูกท้องกับใคร? ผู้ชายสารเลวเป็นใคร”
       ชนิกานต์ไม่กล้าตอบ กัณฐิกาหันไปซักกฤติยา
       “ยัยแอน หนูสมรู้ร่วมคิดปิดบัง หนูต้องรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร บอกคุณอาเดี๋ยวนี้”
       “แอนไม่ทราบค่ะ”
       “หนูไม่รู้ได้ไง หนูไปไหนมาไหนกับนิกกี้? บอกความจริงมา”
       กัณฐิกาพยายามซักกฤติยา แต่กฤติยาไม่ตอบ ณวัตรจึงหันไปคาดคั้นชนิกานต์
       “บอกฉันมา..ว่ามันเป็นใคร ฉันจะไปฆ่ามัน”
       ชนิกานต์ตกใจ ยิ่งไม่กล้าบอกความจริง
       ณวัตรจ้องหน้าถาม “ธีรดนย์ใช่ไหม”
       ชนิกานต์ตกใจ อึ้ง พูดไม่ออก
       “ไม่ตอบก็ได้...ผู้ชายที่ใกล้ชิดลูกมากที่สุดคือนายธี”
       ณวัตรพุ่งตรงไปยังห้องพักธีรดนย์ทันที ทุกคนตกใจ
      
       ด้านชยางกูรชนแก้วกับเพทาย อยู่ในผับ
       “ดื่มให้กับความสุขของแก”
       เพทายเริ่มเมา “ดื่มให้กับความโง่ของแก”
       เพทายหัวเราะเยาะ ชนแก้วกับชยางกูรยกดื่ม
       ชยางกูรมองเพทาย ยิ้มร้ายมีแผนจะทำลายเพทาย
      
       ธีรดนย์ถือกระเป๋าออกจากห้องจะเดินไปยังรถที่ประตูคฤหาสน์
       “ฉันทำอะไรผิด อโหสิกรรมให้ฉันด้วย ลาก่อน...”
       ธีรดนย์จะเดินออกไป เจอกับณวัตรลากตัวชนิกานต์เข้ามา กัณฐิกาและกฤติยาเดินตามหลัง
       ธีรดนย์ตกใจ “คุณท่าน” รีบยกมือไหว้
       “แกจะไปไหน?” ณวัตรถามอย่างเอาเรื่อง
       “ผมจะไปค้างบ้านเพื่อน ติวหนังสือสอบครับ”
       ณวัตรดักคอ “ติวหนังสือหรือหนีความผิด!”
       ธีรดนย์ตกใจประสาวัวสันหลังหวะ หันมองไปยังชนิกานต์ เจอชนิกานต์ส่ายหน้าไม่ให้พูด
       “แกทำลูกสาวฉันท้อง!”
       ณวัตรพุ่งเข้ามาต่อยธีรดนย์ด้วยแรงโทสะ ธีรดนย์ล้มลง
       ชนิกานต์ตกใจ ร้องห้ามดังลั่น “คุณพ่อคะ อย่าค่ะ”
       ณวัตรไม่ฟังเข้าไปต่อยตี ธีรดนย์ได้แค่ปัดป้องตัวเอง
       “ใครที่มันกล้าแตะต้องลูกสาวฉัน มันต้องตาย”
       ณวัตรคำราม โกรธจัด ต่อยตีธีรดนย์ไม่ยั้ง ชนิกานต์เข้าไปขอร้องกัณฐิกา
       “เธอช่วยไปห้ามคุณพ่อให้หยุดทำร้ายธี”
       “เธอก็บอกความจริงสิว่าเธอท้องกับใคร”
       กัณฐิกาไม่ยอมเข้าไปห้าม ชนิกานต์มองเห็นณวัตรต่อยตีทำร้ายธีรดนย์ไม่หยุด ชนิกานต์เข้าไปห้าม กันธีรดนย์ไว้
       “คุณพ่อเข้าใจผิด ไม่ใช่ธี”
       “ไม่ใช่ธีแล้วเป็นใคร มันเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ใกล้ลูกมากที่สุด”
       ชนิกานต์โพล่งขึ้น “นิกกี้ท้องกับชนม์ค่ะ”
       ณวัตรตกใจ ธีรดนย์ กฤติยาและกัณฐิกา ต่างตกใจ
      
       ชนกชนม์กลับเข้าหลังคุยธุระกับธนกรเสร็จ อาบน้ำอาบท่าเดินมาในห้องนอน ยกมือไหว้พระ
       “ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปได้ด้วยดี...ผมเชื่อแล้วครับ ทำดีย่อมได้ดี...ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นนายชนกชนม์คนใหม่”
       ชนกชนม์ยิ้มมีความสุขที่จะได้เริ่มต้นชีวิตดีๆ โดยไม่รู้ว่าปัญหาใหม่กำลังเดินเข้ามาท้าทายเขาจากคำพูดปกป้องธีรดนย์ของชนิกานต์
      
       ชนิกานต์ยืนยันกับณวัตรหนักแน่น
       “นิกกี้ท้องกับชนม์จริงๆ ค่ะ”
       “ฉันไม่เชื่อ เธอคิดจะปกป้องมัน”
       “คุณพ่อก็รู้ว่านิกกี้เคยเป็นแฟนกับชนม์”
       “หนูแอนเคยเล่าให้ฉันฟัง ว่าเธอสองคนเลิกกันแล้ว” กัณฐิกาสอดขึ้น
       “แอนคงลืมเล่าว่าเรากลับมาคบกันใหม่ ลูกในท้องเป็นลูกของชนม์ คุณพ่อถามได้ค่ะ”
       ณวัตรหันไปมองกฤติยา
       “บอกความจริงคุณอา ห้ามโกหก!”
       กฤติยามองชนิกานต์ นิ่งคิดตัดสินใจโกหกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
       “เป็นความจริงค่ะ แอนเป็นคนแนะนำให้นิกกี้ปิดเรื่องนี้ไว้ กลัวคุณอาจับได้ค่ะ”
       ณวัตรยังไม่ปักใจเชื่อ หันไปถามธีรดนย์
       “แกสนิทสนมกับลูกสาวฉัน..แกก็ต้องรู้...บอกฉันมา..พ่อของเด็กเป็นใคร”
       ชนิกานต์รอฟังคำตอบจากธีรดนย์
       “ใช่ครับ...เด็กในท้องเป็นของลูกชนม์”
       ชนิกานต์ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ กับความเห็นแก่ตัวของธีรดนย์ที่ไม่กล้ายอมรับ พูดเหน็บธีรดนย์ไป
       “นิกกี้ขอโทษค่ะพ่อ นิกกี้พลาดไปแล้ว แต่เด็กในท้อง เป็นลูกที่เกิดจากความตั้งใจ เกิดจากความรัก”
       ณวัตรผิดหวังในตัวลูกสาว เข้าไปตบตีชนิกานต์ด้วยความแค้นใจ
       “เด็กไม่ได้เกิดจากความรัก แต่เกิดจากความผิดพลาด รักสนุก! สิ้นคิด”
       ณวัตรตบชนิกานต์ฉาดใหญ่ ชนิกานต์เป็นลม เพราะเสียใจ อีกทั้งร่างกายอ่อนแอ กัณฐิกาเป็นห่วงเข้าไปกันไว้
       “พอเถอะค่ะคุณ แกกำลังตั้งท้อง...” หันไปบอกกฤติยา “แอน ธีรดนย์ ช่วยพาหนูนิกกี้เข้าห้อง”
       ธีรดนย์กับกฤติยา รีบช่วยกันประคองชนิกานต์เข้าบ้านไป
       กัณฐิกาปลอบ “เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ค่อยๆ คิดหาทางแก้ไขนะคะ”
      
       ณวัตรยังคงโกรธขึ้งชนิกานต์เอามากๆ


  


       พอรุ่งเช้า ขณะที่สุตาภัญเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นสุรัมภากำลังวาดภาพทำการ์ดอะไรอยู่จึงถาม
      
       “ทำอะไรจ๊ะ? คนสวย”
       “ภากำลังเขียนการ์ดวันพ่อค่ะ”
       “จริงสิ...อีกไม่กี่วันก็ถึงวันพ่อแล้ว...นี่คงเป็นปีแรกที่เราไม่ได้กราบเท้าคุณพ่อ ไม่ได้ทานข้าวด้วยกัน”
       สุตาภัญรู้สึกเศร้าใจนิดๆ สุรัมภาให้กำลังใจ
       “แต่เราก็ส่งความรู้สึกถึงกันได้”
       สุตาภัญยิ้มให้ สุตาภัญเห็นการ์ดอีกใบ
       “แล้วนั่นการ์ดของใครเอ่ย”
       “ของคุณพ่อชนม์”
       สุตาภัญฉงน
       สุรัมภาหยิบการ์ดขึ้นมา เป็นภาพสุรัมภาจับมือกับชนกชนม์และมีลูกอยู่ในภาพ
       “คุณพ่อของลูกภา ภาต้องทำการ์ดขอบคุณพี่ชนม์ที่รักภาและเป็นพ่อที่ดีของลูก”
       สุรัมภายิ้มย่อง เสียงเคาะห้องดังขึ้น สุตาภัญเดินไปดูตรงตาแมวที่ประตู เห็นชนกชนม์ยืนหล่ออยู่ สุตาภัญเปิดประตูให้
       “ถึงเวลาทำงานแล้วครับ” ชนกชนม์ยิ้ม
       สุตาภัญและสุรัมภาแปลกใจ
      
       ขณะเดียวกันชลนิภารู้สึกตัว หันไปเรียกหาแป๋ว
       “แป๋ว...ฉันขอน้ำหน่อย”
       มีมือใครคนหนึ่งส่งแก้วน้ำให้ ชลนิภารับมา หันไปมองแล้วต้องแปลกใจ
       “คุณธนกร”
       ธนกรยิ้มทัก
      
       ชนกชนม์พาสุตาภัญและสุรัมภาเข้ามาในบริษัทแม่
       “วันนี้สาวๆ ต้องช่วยงานผมบ้างนะ”
       สุตาภัญเห็นเอกสารเกลื่อนห้องก็แซว “บริษัทแม่นายโดนเฮอร์ริเคนถล่ม”
       “เปล่า..แค่ทอร์นาโด” ชนกชนม์ยิงมุก
       สุรัมภาแปลกใจ “พนักงานหายไปไหนหมดคะ”
       ชนกชนม์บอกหน้าตาเฉย “ถูกพายุกวาดไปเรียบ”
       สุตาภัญเข้ามาตีชนกชนม์
       “ไม่ขำนะ”
       “งั้นฟังเรื่องขำดีกว่า มาเฟียมาพังบริษัทคุณแม่ ต้องการเงินที่ชยางกูรติดหนี้ แล้วพนักงานก็รวมตัวลาออก ไม่พอใจการบริหารงานของคุณแม่ เป็นไง..ขำไหมล่ะ”
       สุตาภัญ หยิกชนกชนม์คิดว่าพูดเล่น “ยังมีหน้ามาเล่นอีก”
       “บริษัทจะปิดตัวแล้ว..ให้เราทำความสะอาดทำไมคะ” สุรัมภายิ่งง
       “พี่จะทำให้มันกลับมาอีกครั้ง อยากเป็นฮีโร่กู้โลกไหมล่ะ”
       สุตาภัญและสุรัมภายิ้มรับ สองสาวประสานเสียง
       “นางฟ้าเบอร์ห้าพร้อม”
       ชนกชนม์บิ้วท์ “Let Go!”
      
       ส่วนชลนิภาหน้าตึง ขยับตัวหนีธนกร
       “แป๋ว ส่งแขก”
       “คุณธนกรเป็นไทยแท้นะคะ” แป๋วพูดหน้าเป็น
       “นังแป๋ว พาคนแปลกหน้าออกไปจากห้องฉัน” ชลนิภาเสียงดัง
       “ผมเป็นสามีคุณ” ธนกรบอก
       ชลนิภาไม่พอใจ สั่งแป๋ว “แป๋ว”
       แป๋วจะเข้ามาเชิญธนกร ธนกรมองหน้าแป๋วดุ
       “แป๋ว”
       แป๋วปวดตับ สับสน “แป๋วปวดหัว ขอตัวไปกินยาก่อนนะคะ”
       แป๋วรีบเผ่นออกไปจากห้องทันที ชลนิภาไม่พอใจหันมาต่อว่าธนกร
       “เสียมารยาทเข้ามาโดยที่เจ้าของบ้านไม่เชิญ..คุณออกไปได้แล้ว”
       “เลิกทิฐิได้แล้ว บ้านนี้ก็เป็นบ้านของผม”
       “คุณหย่าจากฉันแล้ว ไม่สิ ฉันหย่าจากคุณต่างหาก”
       “ก็แค่คำพูด เรายังไม่ได้ลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ถือเป็นเอกสารทางกฎหมาย”
       ชลนิภาหน้าตึง ไม่พอใจที่ธนกรไม่ยอมออกไป
       ธนกรเอ่ยขึ้นขอร้องอยู่ในที “ไปหาหมอเถอะ”
       “ฉันไม่ไป...ฉันสบายดี”
       “จริงสิ หมอที่ไหนก็คงรักษาไม่หาย นอกจากนิสัยดื้อแล้วยังดื้อยา แล้วอีกอย่างคุณไม่ได้ป่วยกาย ป่วยใจก็ต้องรักษาที่ใจ”
       “ไม่ต้องมาอวดดี! ถ้าคุณอยากให้ฉันหายล่ะก็ ออกไปซะ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า”
       ธนกรรู้สึกแย่ ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไป สวนกับแป๋วที่เดินเข้ามา
       “คุณผู้หญิงไม่น่าไล่เลย คุณธนกรอุตส่าห์มาเยี่ยม หายากนะคะผู้ชายที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีกลับมาง้อเมีย”
       ชลนิภานอนคิดตาม รู้สึกไม่ดีที่ไล่ธนกร แต่ก็ไม่อยากเสียหน้า ไปง้อ
      
       ส่วนที่บริษัท ชนกชนม์ สุตาภัญ และสุรัมภาช่วยกันเก็บเอกสารที่กระจายเกลื่อนห้อง ชนกชนม์หอบเอกสารจะเอาไปจัดเรียงบนตู้ แฟ้มเอกสารจะตก สุตาภัญเข้ามาช่วยจับไว้ให้ ชนกชนม์และสุตาภัญช่วยกันแย่งหยิบแฟ้มจัดใส่ตู้ ว่าใครใส่ได้มากกว่า
       ฝ่ายสุรัมภาช่วยเช็ดโต๊ะทำงาน จัดวางเรียงของให้เรียบร้อย
       ฟากสุตาภัญเดินเข้ามาในห้องทำงานชลนิภา เห็นภาพชลนิภา สุตาภัญยกมือไหว้ ชนกชนม์เดินเข้ามาเห็นก็ขำ สุตาภัญอาย เอาไม้ปัดฝุ่น เข้ามาปัดตัวชนกชนม์
       ชนกชนม์จั๊กกะเดียมวิ่งหนี สุตาภัญได้ที แกล้งวิ่งไล่ปัด ชนกชนม์วิ่งหนีไปจนมุม สุตาภัญเข้ามาปัด ชนกชนม์ยื้อแย่งไม้ปัดฝุ่น จนทำให้ทั้งสองตัวชิดติดกัน
       พอดีสุรัมภาถือผ้าเช็ดโต๊ะเข้ามาในห้อง สุตาภัญรีบผละออก สุรัมภาเดินเข้ามา แล้วเอาผ้าขี้ริ้วเช็ดหน้าเช็ดตัวชนกชนม์ แต่ชนกชนม์วิ่งหนี สุตาภัญยิ้มดีใจที่เห็นสุรัมภามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชนกชนม์
       สุตาภัญคิดอะไรบางอย่าง เดินออกจากห้องไป
      
       เวลาเดียวกันชนิกานต์เดินเข้ามาหาณวัตรที่นั่งหน้าบึ้งอยู่
       “คุณพ่อคะ...นิกกี้ขอโทษค่ะ”
       “ไปกับฉัน!”
       “คุณพ่อจะพานิกกี้ไปไหนคะ”
       “คุณชลนิภาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้”
       ชนิกานต์ตกใจที่ณวัตรจะพาไปบ้านชนกชนม์ ณวัตรเดินนำออกไป ชนิกานต์กังวลใจ หันไปมองกฤติยาที่ตามมา กฤติยาช่วยอะไรไม่ได้
       ชนิกานต์เดินตามพ่อไป กฤติยาเป็นห่วงชนิกานต์มาก หันไปเห็นธีรดนย์ ก็ไม่พอใจ
       ธีรดนย์ยืนมองที่มุมหนึ่ง รู้สึกผิด แต่ไม่กล้าสารภาพความจริง
      
       รถของณวัตรพาชนิกานต์ออกไปแล้ว ธีรดนย์ยืนมอง กฤติยาเข้ามาต่อว่าธีรดนย์
       “พอใจแล้วใช่ไหม นายเป็นคนสร้างปัญหา แต่ปล่อยให้คนอื่นรับปัญหา”
       “ฉันเองก็รู้สึกผิด”
       “ผิดก็รับผิดสิ...ทำไมไม่กล้ารับความจริง”
       ธีรดนย์อึ้ง
       “ฉันผิดหวังในตัวนายมาก”
       “เธอก็เห็นว่าคุณท่านโกรธมาก คุณท่านจะฆ่าฉัน ฉันกลัว”
       “นายกลัวตาย แต่ไม่เห็นใจนิกกี้ ไม่เห็นใจชนม์ที่เป็นแพะรับบาป นายมันขี้ขลาด เห็นแก่ตัว”
       ธีรดนย์คิดอะไรบางอย่างจะออกไป
       “ฉันจะไปหาชนม์”
      
       ธีรดนย์เดินลิ่วไป กฤติยาแปลกใจว่าธีรดนย์จะทำอย่างไร


  


       ในที่สุดชนกชนม์ก็ทำความสะอาดเสร็จ หันไปบอกสุรัมภา
      
       “ทำงานเสร็จแล้ว ขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติไปร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน”
       สุรัมภาเดินเข้ามาหา ชนกชนม์เหลียวมองหาสุตาภัญ
       “พี่สาวเราไปไหน”
       “พี่ตาบอกว่าไปธุระค่ะ”
       “ที่ไหน”
       “ไม่ทราบค่ะ”
       ชนกชนม์แปลกใจ
      
       ที่แท้สุตาภัญเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้าน ครุ่นคิดตัดสินใจ เสาวนิตย์เดินออกมาหาสุตาภัญ
       “ลูกตา”
       “คุณแม่!”
       “อย่าหนีแม่ไปอีกนะ”
       “ตามาหาคุณแม่ มาหาคุณพ่อค่ะ”
       เสาวนิตย์ดีใจที่สุตาภัญมาหา แต่แปลกใจว่าลูกสาวจะคุยอะไรกับสุทิน
      
       ชนกชนม์วางมาด คิดแผนลงโทษสุตาภัญ
       “พนักงานสุตาภัญหนีงาน ไม่แจ้งลาบอส...คราวหน้าต้องโดนลงโทษ”
       สุรัมภาขำ “ส่วนคนนี้เป็นพนักงานดีเด่น ต้องได้รางวัลนะคะบอส”
       “ครับ...ให้โบนัสด้วยการเลี้ยงข้าวเที่ยงสองต่อสอง”
       สุรัมภายิ้มแฉ่งเดินเข้ามาควงแขนชนกชนม์
       “ใครบอกล่ะ สามคนต่างหาก”
       ชนกชนม์ฉงน
       “พ่อแม่ลูก”
       ชนกชนม์นึกได้ หันไปยิ้มให้สุรัมภา
       “พี่ชนม์คิดรึยังคะ จะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดี?”
       “นั่นสิ ยังไม่ได้คิดเลยอะ”
       “ต้องตั้งสองชื่อนะ ผู้ชายชื่อนึง ผู้หญิงชื่อนึง”
       “จ้ะ ไปทานข้าวได้แล้ว คุณลูกหิวแล้วนะ”
       ชนกชนม์จะพาสุรัมภาออกไปทานมื้อเที่ยง เห็นธีรดนย์เข้ามาหาก็แปลกใจ
       “ธี!”
      
       สุทินได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในบ้าน หันไปถาม
       “กลับมาแล้วเหรอ”
       “ค่ะ ตากลับมาแล้วค่ะ”
       สุทินแปลกใจหันไปมอง เห็นสุตาภัญก็หน้าตึง
       “เธอ”
       สุตาภัญเดินเข้ามา ยกมือไหว้สุทิน
       “สวัสดีค่ะคุณพ่อ!”
       สุทินตำหนิเสาวนิตย์ “อย่าให้คนแปลกหน้าเข้ามาวุ่นวายในบ้าน”
       จากนั้นสุทินเดินหนีออกไป เสานิตย์ร้องเรียก
       “คุณคะ!”
       สุตาภัญผิดหวังที่สุทินยังโกรธตนไม่หาย
      
       ฟากชนกชนม์รู้เรื่องจากธีรดนย์ก็ตกใจ
       “นิกกี้บอกว่าฉันเป็นพ่อของเด็ก”
       “ใช่”
       “แล้วทำไมนายไม่บอกความจริง ว่าเป็นนาย”
       ธีรดนย์ก้มหน้า “ฉันไม่กล้า”
       “ก่อนทำแล้วไม่คิด นายไม่กล้า ฉันบอกเอง”
       ธีรดนย์ตกใจ “ไม่ได้นะ! ฉันมาหานาย ฉันมาขอร้องให้นายสมยอมรับเป็นแฟนนิกกี้”
       สุรัมภาซึ่งตามเข้ามา ฟังธีรดนย์บอกชนกชนม์ก็ไม่พอใจ
       “นายคิดอะไรของนาย นายมันเห็นแก่ตัว!” ชนกชนม์ด่า
       “ฉันไม่อยากตาย” ธีรดนย์สารภาพอย่างคนขี้ขลาด
       “แล้วฉันล่ะ” ชนกชนม์จ้องหน้า
       “อย่างน้อยนายก็เป็นลูกเจ้าของบริษัทเพชร เป็นลูกเพื่อนของคุณท่าน คุณท่านไม่ทำร้ายนาย ฉันขอล่ะ ช่วยฉัน ถือว่าช่วยนิกกี้ด้วย”
       “ไม่...ฉันช่วยนายไม่ได้...ฉันต้องดูแลภา”
       สุรัมภาเดินเข้ามา หลังจากได้ยินเรื่องราวทั้งหมด
       “พี่ชนม์ไปช่วยพี่นิกกี้เถอะค่ะ”
       ชนกชนม์แปลกใจ “ภา”
      
       ฝ่ายสุทินเดินหนี สุตาภัญเดินตาม
       “คุณพ่อคะ ฟังตาก่อนนะคะ ตามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
       “ฉันเปิดโอกาสให้พวกเธอ แต่เธอกลับทิ้งมัน แล้วคราวนี้จะมาเรียกร้องหาสวรรค์วิมานอะไร”
       “ตารู้ค่ะว่าตาผิด คุณพ่อโกรธเกลียดตา ตาไม่เสียใจ....ตามาวันนี้ไม่ได้มาขอให้คุณพ่อรักตา ยอมให้อภัยตา...แต่ตาขอร้อง...คุณพ่อรับน้องกลับนะคะ”
       สุทินแปลกใจที่สุตาภัญมาขอร้องเรื่องสุรัมภา
       เสาวนิตย์นิ่งฟังสงสารและเป็นห่วงสุรัมภามาก
       “น้องเองก็อยากกลับบ้าน แต่น้องสงสารตา ยอมอยู่เป็นเพื่อนตา ตาอยากให้คุณพ่อรับน้องกลับบ้าน น้องรักคุณพ่อ รักคุณแม่ คุณพ่อจะปล่อยให้หลานคุณพ่อเกิดมาด้วยความลำบากเหรอคะ”
       “เด็กในท้องยัยภาไม่ใช่หลานฉัน!” สุทินเสียงแข็ง
       “ลูกของภาก็คือสายเลือดคุณพ่อนะคะ คุณพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องเสียหน้า ชนกชนม์อาสาจะดูแลภา เป็นพ่อของลูกภา”
       สุทินและเสาวนิตย์แปลกใจที่ชนกชนม์อาสาเป็นพ่อของสุรัมภา
      
       ด้านชนกชนม์ปฎิเสธสุรัมภาเสียงแข็ง
       “พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้ พี่จะเป็นพ่อของลูกภา!”
       “ภาขอบคุณพี่ชนม์มากนะคะ แต่ภาสงสารพี่นิกกี้...ภาเข้าใจความรู้สึกพี่นิกกี้ว่าแย่ขนาดไหน การที่ถูกคนรักปฎิเสธ”
       ธีรดนย์เหมือนโดนด่า รู้สึกแย่มาก
       “พี่นิกกี้กำลังโดดเดี่ยว และเหตุผลเดียวที่พี่นิกกี้โกหกคุณพ่อว่าพี่ชนม์เป็นพ่อของเด็ก พี่นิกกี้เห็นว่าพี่ชนม์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด พี่ชนม์เป็นที่พึ่งสุดท้าย อย่าทำลายความหวังพี่นิกกี้นะคะ”
       ชนกชนม์ถาม “แล้วภาล่ะ”
       “ภายังมีพี่ตา ภาดูแลได้ ช่วยพี่นิกกี้ด้วยนะคะ”
       สุรัมภาขอร้องชนกชนม์อีกแรง
      
       ธีรดนย์มองจ้องหน้า รอฟังการตัดสินใจของชนกชนม์อย่างจดจ่อ
ตอนที่ 19
      
       ทางฝ่ายสุทินเยาะเย้ย ถากถางสุตาภัญเรื่องชนกชนม์เป็นการใหญ่
      
       “ฉันไม่มีวันยอมรับขี้ยามาเป็นลูกเขย! ฉันเตือนพวกเธอแล้วอย่าไปยุ่งกับมัน เธอก็ไม่ฟังฉัน แล้วเป็นไง มันติดยา ต้องไปรับการบำบัด”
       “ใช่ค่ะ..ชนม์ติดยา ชนม์ไม่ดี แต่คนไม่ดีก็มีโอกาสแก้ตัวไม่ใช่เหรอคะ คนเราผิดพลาดกันได้ ตาก็ผิดพลาดที่ไม่เชื่อฟังคำเตือนคุณพ่อ”
       เสาวนิตย์ตัดสินใจเข้ามาพูดเสริมสุตาภัญ
       “ฉันก็ผิดพลาด ที่ดูแลลูกไม่ดี ไม่สามารถให้คำปรึกษาลูกได้ และความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ ฉันอ่อนแอเกินไป ไม่กล้าคัดค้านในเวลาที่ฉันไม่เห็นด้วยกับคุณ”
       สุทินโมโห ที่เสาวนิตย์กล้าพูดขัดตน หันมาต่อว่าและไล่ตะเพิดสุตาภัญ
       “ฉันก็ผิดพลาด ที่ปล่อยให้เธอพูดเพ้อเจ้อ หลอกด่าฉัน กลับไปได้แล้ว!”
       “คุณพ่อรับน้องกลับบ้านนะคะ” สุตาภัญขอร้อง
       “ไม่มีใครมาสั่งฉัน! ฉันคิดตัดสินใจเองได้”
       สุตาภัญจนหนทางจึงไหว้ลาพ่อและแม่ เสาวนิตย์จะเดินตามสุตาภัญไป สุทินสั่ง
       “เธอไม่ต้องไปส่ง”
       เสาวนิตย์ผิดหวังและไม่พอใจที่สุทินยังคงใจแข็งดื้อด้าน จึงเดินตามสุตาภัญออกไป สุทินฉุนจัด ที่เสาวนิตย์ขัดคำสั่ง
      
       สุตาภัญจะกลับ เดินออกไป เสาวนิตย์เข้ามาบอก
       “ตารอแม่ด้วย แม่จะไปเก็บเสื้อผ้า แม่จะไปอยู่กับลูก”
       “คุณแม่...”
       “ลูกคงลำบากมาก แม่จะไปช่วยดูแลลูกดูแลน้อง น้องท้องหลายเดือนแล้ว ต้องมีคนช่วยดูแล”
       สุตาภัญ ตื้นตัน ซาบซึ้งใจ “อย่าเลยค่ะแม่...แม่ไปแล้วใครจะดูแลคุณพ่อ”
       “ลูกไม่โกรธคุณพ่อ”
       “ตายอมรับที่ผ่านมาตาไม่พอใจ แต่พอตาได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ต้องดูแลน้อง ตาเข้าใจแล้วว่าคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นแบกภาระหนักแค่ไหน...ตาเข้าใจคุณพ่อค่ะ”
       เสาวนิตย์ดีใจที่สุตาภัญเข้าใจสุทิน
       “แม่เป็นห่วงลูก”
       “ตายังพอดูแลน้องได้ มีชนม์คอยช่วยอีกคน”
       “แม่จะอยู่ที่นี่ คอยช่วยพูดให้คุณพ่อใจอ่อน...รับลูกกลับบ้าน...เราจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน”
       เสาวนิตย์กอดให้กำลังใจสุตาภัญ
      
       ชลนิภานอนลืมตาอยู่บนเตียง ธนกรถือถาดอาหารเดินเข้ามา
       ชลนิภาแปลกใจคุณยังไม่กลับไปอีก!
       “จะให้ผมไปไหน ที่นี่เป็นบ้านผม ทานอาหารเถอะ จะได้ทานยา”
       ชลนิภาอึ้ง งวยงง “คุณหายโกรธฉันแล้ว”
       “ผมจะโกรธคุณได้ไง เราไม่ใช่คนแปลกหน้า เราเป็นคู่ชีวิต เรามีสิทธิ์ที่คิดเห็นต่าง แต่เรายังรักกัน”
       ชลนิภาเต็มตื้นที่ธนกรยังรักตนอยู่
       “ชวนผมคุย...เดี๋ยวเลยเวลาทานยานะ”
       ธนกรตักอาหารป้อน ชลนิภามองหน้าด้วยความซึ้งใจ ตั้งใจทานอาหาร ธนกรตักอาหารให้อีก ชลนิภาซึ้งใจน้ำตาไหล
       “ขอบคุณมากนะคะที่ให้อภัยฉัน”
       ธนกรยิ้ม แล้วตักอาหารให้ แป๋วเข้ามาบอกชลนิภา
       “คุณผู้หญิงคะ มีแขกมาหาค่ะ”
       ธนกรและชลนิภาแปลกใจ
       “ผมไปดูเอง คุณทานอาหารเถอะ”
       ธนกรส่งอาหารให้ชลนิภาแล้วออกไป ชลนิภาสงสัยว่าใครมา
      
       ธนกรเดินลงมา เจอณวัตรนั่งรออยู่ตรงโถง
       “สวัสดีครับคุณณวัตร”
       “ผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณชลนิภา”
       “ภรรยาผมป่วยนอนพักรักษาตัว มีอะไรคุยกับผมได้เลย”
       “ผมเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ชนกชนม์ ลูกชายคุณทำลูกสาวผมท้อง”
       ธนกรตกใจ หันไปมองชนิกานต์เป็นเชิงถาม
       “มีเรื่องเข้าใจผิดรึเปล่าครับ ผมไม่ได้เข้าข้างชนกชนม์ แต่ผมรู้จักนิสัยแกดี ชนกชนม์ไม่เคยทำพฤติกรรมเสียหาย” ธนกรว่า
       “คุณจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ลูกสาวผมเป็นคนบอกเอง” ณวัตรฉุน พูดอย่างเอาเรื่อง
       ธนกรหันไปถามชนิกานต์
       “เป็นความจริงเหรอหนูนิกกี้?”
       ชนิกานต์กลัวณวัตร จำต้องโกหก “ค่ะ”
       “ผมคิดว่าควรให้ความเป็นธรรมกับชนกชนม์ ผมจะเรียกชนกชนม์มาคุยเรื่องนี้”
       ชนกชนม์เดินเข้ามาหาทุกคนพอดี
       “ผมขอรับผิดชอบนิกกี้เองครับ!”
       ทุกคนหันไปมองชนกชนม์ ชนิกานต์รู้สึกผิดที่ต้องให้ชนกชนม์รับบาป
      
       สองสาวอยู่ที่ห้องพัก สุตาภัญรู้ความจริงจากสุรัมภาก็ตกใจ
       “ภาคิดดีแล้วใช่ไหม”
       “ค่ะ...อย่างน้อยพี่นิกกี้มีคำตอบให้คุณพ่อได้”
       “แล้วภาล่ะ”
       “ช่างมันเถอะพี่ตา...ภาดูแลตัวเองได้ แล้วที่สำคัญ..ภามีพี่สาวที่รักภา ขอมีใครสักคนรักเราแค่คนเดียว ภาก็มีความสุขแล้ว”
       “พี่ขอให้ความดี ความเสียสละของภา ส่งผลดีให้ภาพบเจอสิ่งที่ดี นับจากนี้ต่อไป”
      
       สุตาภัญกอดสุรัมภา ซึ้งใจที่น้องสาวเข้มแข็งขึ้นมาก และยังรู้จักการเสียสละ


  


       ขณะเดียวกันทั้ง 4 คน อยู่ในห้องโถง ณวัตรถามชนกชนม์
      
       “นายยอมรับก็ดีแล้ว...ฉันต้องการให้นายแต่งงานกับลูกสาวฉันให้เร็วที่สุด”
       “นิกกี้ยังเรียนอยู่นะคะ นิกกี้แต่งงานไม่ได้” ชนิกานต์ท้วง
       “ไม่ต้องเรียนแล้ว...พ่อไม่ยอมให้ลูกอุ้มท้องไปเรียน ให้คนนินทาว่าพ่อเลี้ยงลูกไม่ดี...ยังไงก็ต้องแต่ง!”
       “ผมขอเวลาสักระยะหนึ่งครับ รอให้คุณแม่หายดีก่อน ผมไม่อยากให้คุณแม่ทุกข์ใจ เครียดมากไปกว่านี้”
       ณวัตรจ้องหน้าชนกชนม์ “ฉันจะเชื่อใจเธอได้ไง ว่าเธอไม่ต่อรองหนีปัญหา”
       “ขอให้เชื่อใจผม...ผมรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
       ณวัตรเห็นว่าธนกรรับปากก็คลายความกังวลใจ ชนิกานต์มองชนกชนม์ รู้สึกผิดที่โยนความผิดให้ชนกชนม์
      
       ชลนิภาอยู่บนเตียงในห้องนอน ถามคาดคั้นแป๋ว
       “บอกฉันได้รึยังว่าใครมาหาฉัน”
       แป๋วอึกอัก “คือ...”
       ชลนิภาขึ้นเสียง “นังแป๋ว”
       “คุณณวัตรกับคุณหนูนิกกี้ค่ะ”
       “มาหาฉันเรื่องอะไร”
       “คือว่า…”
       “อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหล่ะ ฉันไปดูเอง”
       ชลนิภาอารมณ์เสีย ตัดสินใจลุกออกจากเตียง จะลงไปดูเอง ธนกรเดินเข้ามาในห้อง
       “คุณนอนพักเถอะ เขากลับไปแล้ว”
       “มีเรื่องอะไรคะ” ชลนิภาสงสัยหนัก
       “คุณณวัตรทราบข่าวว่าคุณป่วย พาลูกสาวมาเยี่ยม ผมบอกว่าคุณยังไม่แข็งแรง.. ขาก็ฝากกระเช้าเยี่ยม อยู่ด้านล่าง”
       ชลนิภาต่อว่าแป๋ว “เรื่องแค่นี้ต้องปิดฉัน มันน่านักนังแป๋ว”
       “แป๋วขอโทษค่ะ อยากทำให้คุณผู้หญิงตื่นเต้น จะได้หายไวไว” แป๋วจ๋อย
       ธนกรเข้าไปห่มผ้าให้ชลนิภา ภายในใจกังวลใจเรื่องชนกชนม์
      
       ชนกชนม์เดินออกมาส่งณวัตรและชนิกานต์ที่หน้าคฤหาสน์ชลนิภา
       ชนกชนม์ยกมือไหว้ณวัตร
       ณวัตรไม่รับไหว้แล้วเดินไปที่รถ ชนิกานต์หันมาบอกชนกชนม์
       “ชนม์ฉันขอโทษ ฉันไม่มีทางออกจริงๆ”
       “ฉันเข้าใจ...แต่ฉันคงช่วยเธอได้เฉพาะหน้า เธอต้องคุยกับธีให้ได้ ยังไงเธอก็ปิดเรื่องนี้ไม่ได้แน่ เขาเป็นสายเลือดของธี”
       ชนิกานต์เข้าใจคำแนะนำชนกชนม์
       “ฉันขอบใจนายมากนะ”
       ชนิกานต์ขอบใจชนกชนม์ แล้วเดินไปขึ้นรถออกไป ชนกชนม์รู้สึกเครียดกับปัญหาที่ต้องแบกรับ
      
       ชยางกูรพาเพทายซึ่งเมาปลิ้น ออกจากผับ มาหยุดอยู่มุมหนึ่งในลานจอดรถ
       “ฉันเลวเชี๊ยกับแก แกยังมีน้ำใจเลี้ยงเหล้า..แกได้ใจฉันมากว่ะ”
       “แกทำให้ฉันได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี ฉันแกร่งขึ้นมาก...แกจำได้ไหม แกเคยด่าว่าฉันยังไง”
       “จำได้สิวะ ไอ้หน้าตัวเมีย มีปัญหาก็ให้คนอื่นช่วย ไม่เคยทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ไอ้หน้าตัวเมีย!”
       เพทายยิ้มชี้หน้าชยางกูรขำๆ ชยางกูรต่อยหน้าเพทายเต็มหมัด
       เพทายตกใจ “แก!”
       “มันเป็นอดีตแล้วเพื่อน วันนี้ฉันจะซัดแกตัวต่อตัว แล้วแกจะรู้ว่าฉันแกร่งแค่ไหน”
       ชยางกูรต่อยเพทายเป็นชุด เพทายจะสู้แต่สู้ไม่ไหวเพราะเมาแทบยืนไม่อยู่
       “ไอ้เชี๊ย... หลอกมอมเหล้ากู”
       “มันยังน้อยไป ที่แกหลอกฉันเข้าบ่อน ทำลายชีวิตฉัน ไอ้สารเลว”
       ด้วยแรงแค้นชยางกูรต่อยเพทายไม่ให้ตั้งตัว ซัดอย่างจัดหนัก จนเพทายล้มกองกับพื้น
       “ถึงเวลาเคลียร์บัญชีแล้ว”
       ชยางกูรล้วงเอาโทรศัพท์ของเพทายออกมา แล้วกดโทร.หาตำรวจ
       “คุณตำรวจ ผมชื่อเพทาย มีการเปิดบ่อน มันใช้ผับบังหน้า...”
       ชยางกูรโทร.แจ้งตำรวจ บอกรายละเอียดเรื่องบ่อนปรัชญา
      
       ปรัชญาอยู่ในออฟฟิศที่บ่อน ถามลูกน้อง
       “ชยางกูรมันไปไหน”
       “มันพาเพทายออกไปกินเหล้าครับเฮีย”
       ปรัชญาสงสัย “มันกัดกัน แล้วทำไมถึงยังดีกับเพทาย”
       ลูกน้องอีกคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกปรัชญา
       “เฮียครับ ตำรวจมา”
       ปรัชญาตกใจ...สั่งลูกน้อง
       “รีบขวางไว้”
       ปรัชญาวิ่งหนีไปที่ห้องทางลับอย่างว่องไว ลูกน้องตามประกบปรัชญา
      
       ตำรวจบุกเข้าไปในบ่อน ลูกน้องปรัชญาเข้าต่อสู้ ตำรวจเตะต่อย แล้วล๊อคจับตัวไว้ทุกคน
       นักพนันวิ่งหนี ตำรวจสกัดจับไว้ได้ ตำรวจบุกเข้ามาทลายบ่อน ขาพนันวิ่งหนีตำรวจอลหม่าน ตำรวจดักไว้ทุกทาง ทุกคนนอนหมอบ มอบตัว
      
       ส่วนปรัชญาและลูกน้องอีกคนจะวิ่งหนีออกไปจากบ่อน ตำรวจเข้ามาสกัดจับไว้ได้ ปรัชญาถูกตำรวจเข้าล็อคตัว ชยางกูรยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง
       “ฉันบอกแล้วไง ฉันจะใช้หนี้แก”
      
       ชยางกูรเหยียดยิ้มสะใจที่ได้แก้แค้นปรัชญา


  


       เช้าวันนี้ บรรยากาศสดชื่นแจ่มใส สุตาภัญเดินเข้ามาในวัด ก้าวมายืนเคียงข้างกับชนกชนม์ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว สุตาภัญเอ่ยแซวขึ้นก่อน
      
       “ใครกันเอ่ย? บอกว่าวัดเป็นที่ของคนแก่”
       ชนกชนม์ยิ้มรับหน้าเป็น ยกมือขึ้นถามคืน
       “ใครกันเอ่ย? สอนว่าวัยรุ่นวัยมีปัญหาควรเข้าวัด”
       สุตาภัญยิ้ม ยกมือขึ้น
       “ใครกันเอ่ย? เชื่อคนง่าย”
       ชนกชนม์ยิ้มแฉ่ง ยกมือขึ้น
       “ใครกันเอ่ย? ชวนมาง่ายจัง”
       สุตาภัญยิ้ม ยกมือขึ้นจะพูดอีก ชนกชนม์รีบเบรค
       “พอแล้ว”
       สุตาภัญและชนกชนม์มองหน้าหัวเราะให้กัน
       “เธอว่าหน้าฉันมืดไหม”
       “มืดทั้งตัวเลยล่ะ”
       “ตลกล่ะ...ช่วงนี้เหมือนมีเคราะห์ เจอแต่ปัญหา...อยากไหว้พระทำบุญ”
       “ก็ดี...ฉันก็อยากทำบุญให้ใจสงบบ้าง”
      
       สองคนนั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าพระประธานในโบสถ์ ชนกชนม์ก้มกราบพระ สุตาภัญกราบอยู่ข้าง ทั้งสองคนกราบพระเสร็จ นั่งมองพระประธาน ด้วยใจอิ่มสุข
      
       ด้านชนิกานต์กำลังเดินตรงไปยังห้องณวัตร กฤติยาเดินเข้ามาถาม
       “นิกกี้ เธอจะไปไหน”
       “ฉันจะไปบอกความจริงกับคุณพ่อ”
       ชนิกานต์เดินออกไป กฤติยานึกได้ รีบเดินตาม เข้าไปห้าม
       “เธอเปลี่ยนใจแล้ว”
       “ฉันละอายใจที่โยนบาปให้ชนม์ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้อง เขาเป็นเพื่อนที่ดี แต่ฉันกลับทำร้ายเขา”
       “ฉันเห็นด้วยกับเธอ”
       ชนิกานต์จะเดินไปยังห้องณวัตร แต่กฤติยารั้งไว้
       “คนที่ต้องบอกเรื่องนี้ไม่ใช่เธอ” กฤติยาว่า
       ชนิกานต์แปลกใจ
       “ธีรดนย์เป็นผู้ชาย ควรแสดงความรับผิดชอบ! ฉันจะไปเกลี้ยกล่อมให้เขายอมรับ พูดความจริง”
       ชนิกานต์รู้สึกดีใจที่กฤติยาจะช่วยพูด
       “ขอบใจมากนะ”
       “เพื่อนต้องช่วยเพื่อน”
       ทั้งสองจับมือกัน ชนิกานต์รู้สึกดีมากที่กฤติยาคอยช่วยเหลือยามมีปัญหา จังหวะนั้นกัณฐิกาเดินมาที่มุมหนึ่ง แปลกใจว่าสองคนคุยอะไรกัน
      
       ชนกชนม์เดินออกมาจากโบสถ์ สุตาภัญเดินเข้ามา แล้วใช้ดอกกุหลาบจุ่มลงในขันน้ำมนต์ ประพรมน้ำมนต์ให้ชนกชนม์ ชนกชนม์ยิ้มกริ่ม ยืนให้สุตาภัญประพรมอีก
       สุตาภัญประพรมน้ำมนต์ให้ชนกชนม์ โดยเดินประพรมไปรอบๆ ตัวชนกชนม์ ชนกชนม์ยิ้มอย่างมีความสุข
       “ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่ามันช่วยให้ชีวิตนายดีขึ้นรึเปล่า”
       “ต้องได้สิ...อย่างน้อยฉันมีกำลังใจมากขึ้น และฉันก็ได้รับน้ำใจจากเธอ เอาอีก”
       ชนกชนม์ยิ้มรอให้สุตาภัญประพรมอีก สุตาภัญแกล้งเอาน้ำมนต์รด ชนกชนม์ไม่หนี
       “ชื่นใจ...เอาอีก”
       “เดี๋ยวพาไปสุขให้สุดๆ”
       สุตาภัญพาชนกชนม์ออกไปที่มุมหนึ่งของวัด
      
       ส่วนธีรดนย์นั่งขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งในห้อง ทุกข์ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ธีรดนย์ผวา แปลกใจ
       “เปิดประตู ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างใน”
       ธีรดนย์นั่ง ไม่กล้าเปิดประตูออกไป
       “ฉันบอกให้เปิดประตู! เลิกหดหัวอยู่ในกระดอง ถ้านายยังเป็นลูกผู้ชาย นายต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง!”
       กฤติยาเคาะประตูอีก ประตูเปิดออก
       ธีรดนย์มองหน้ากฤติยา ทำตัวไม่ถูก กฤติยาดึงมือธีรดนย์ออกไป
       ธีรดนย์งง “เธอจะพาฉันไปไหน”
      
       ฝ่ายสุตาภัญส่งถ้วยใส่เหรียญจำนวนมากให้ชนกชนม์ จากนั้นสุตาภัญเดินหยอดเหรียญทำบุญในบาตรพระ ชนกชนม์เดินตาม แล้วหยอดเหรียญ ชนกชนม์และสุตาภัญสุขใจที่ได้ร่วมทำบุญ
       ชนกชนม์และสุตาภัญช่วยกันทำความสะอาด บริเวณจุดธูปเทียนบูชาพระ ช่วยกันขูดครอบน้ำตาเทียน เช็ดปัดกวาดเศษธูป
       จากนั้นชนกชนม์ช่วยกวาดลาดวัด สุตาภัญเข้ามาเอาน้ำมาให้ ชนกชนม์ดูดน้ำจากขันเดียวกับสุตาภัญ ยิ้มแฉ่งความสุข
      
       กฤติยาลากตัวธีรดนย์จะพาเข้าไปในบ้าน ธีรดนย์สะบัดตัวออก
       “นายต้องไปบอกความจริงกับคุณอาณวัตร”
       “ไม่ ฉันบอกไม่ได้”
       “นิกกี้ยอมปกป้องนาย ชนม์เสียสละเพื่อนาย แล้วนายล่ะ นายทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง”
       ธีรดนย์เสียใจ ร้องไห้ออกมา กฤติยาต่อว่าธีรดนย์อีก
       “นายเคยเรียกร้องศักดิ์ศรีความเป็นคน น้อยเนื้อต่ำใจเกิดมาเป็นคนใช้ ถูกโขกสับไม่ได้รับเกียรติ มันไม่ใช่แค่ฐานะที่นายเป็น แต่สิ่งที่นายทำต่างหาก เรียกว่าไร้ศักดิ์ศรี! นายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก!”
       ธีรดนย์สะเทือนใจ ร้องไห้ เถียงไม่ออก
       “ในเมื่อนายไม่กล้า ฉันจะพูดเอง”
       กฤติยาจะออกไป ธีรดนย์เข้ามากอดไว้
       “ไม่นะ เธอรักฉัน เธอต้องช่วยฉัน”
       กฤติยาตกใจที่ธีรดนย์พูดเรื่องนี้ขึ้นมา
      
       ฝ่ายกัณฐิกาออกตามหากฤติยา ชนิกานต์มาขวางไว้
       “ออกไป ฉันจะไปหายัยแอน เธอใช้ให้หลานฉันไปทำอะไร”
       “ไม่ต้องยุ่งเรื่องของฉัน! เราตกลงไม่ยุ่งเกี่ยวกันแล้วเรา ต่างคนต่างอยู่”
       “ฉันอยู่ของฉัน ถ้าเธอไม่บังคับหลานฉัน”
       กัณฐิกาจะเดินตามหากฤติยา ชนิกานต์ผลักไม่ให้ไป
       “ฉันบอกแล้วไงอย่ายุ่ง!”
       “มีชนักติดหลังยังกล้าทำร้ายฉัน! ท้องไส้ก็เจียมตัวซะ!”
       กัณฐิกาตบหน้าชนิกานต์ฉาดใหญ่ ชนิกานต์ไม่พอใจตบกลับ
       “ฉันท้อง แต่ไม่ได้ง่อย ฉันเคยบอกแล้วไม่จำ ความแรงมันต่างกัน”
       “ฉันมันก็พวกแรงดีไม่มีตก!”
      
       กัณฐิกาพุ่งเข้าไปตบทันควัน ชนิกานต์ตอบโต้ ทั้งสองล้มลงไปด้วยกัน

      
       ฟากธีรดนย์กำลังออดอ้อนขอร้องกฤติยา
      
       “มีเธอเพียงคนเดียว....ที่รักฉัน”
       “ปล่อยฉัน...อย่าทำอย่างนี้”
       “แอน..เธอเป็นเพื่อนที่ดี เธอเข้าใจฉันมากที่สุด ฉันเองก็รักเธอ”
       กฤติยาอึ้ง
       “เธอต้องช่วยฉัน ช่วยฉันนะ”
       ธีรดนย์สวมกอดกฤติยาแน่น กฤติยาเริ่มใจอ่อน ธีรดนย์ลูบไล้ตัวกฤติยา
      
       ด้านชนิกานต์ตบตีกัณฐิกาพัลวัน กัณฐิกาพลิกมาเหนือกว่าจะตบ แต่นึกได้ว่าชนิกานต์ท้อง จึงหยุดทันที รีบลุกขึ้น
       “รักษาชีวิตดูแลลูกให้ดี อย่ามาแรงใส่ฉันอีก!”
       ชนิกานต์ไม่พอใจ “ฉันบอกคุณพ่อว่าแอนเป็นลูกสาวแท้ๆ ของแก”
       กัณฐิกาตกใจ “อย่านะ เราตกลงกันแล้ว เธอปิดเรื่องฉัน ฉันปิดเรื่องเธอ!”
       ชนิกานต์เยาะ “เรื่องของฉันมันไม่เป็นความลับอีกต่อไป แต่เรื่องของแก! ทำให้พ่อฉันเดือดดาลไล่แกออกจากบ้าน!”
       กัณฐิกาเหยียดยิ้ม “คิดเหรอว่าคุณณวัตรจะฟังเธอ...เธอทำให้เขาหมดหวัง ผิดหวังและเลิกไว้ใจเธอแล้ว คำพูดของเธอเป็นเพียงคำโกหก”
       ชนิกานต์กังวลใจ กลัวณวัตรจะไม่ฟังเธอกัณฐิกาเดินตรงไปเพื่อตามหากฤติยา
       “ยัยแอน”
       ชนิกานต์ตกใจ กลัวกัณฐิกาวุ่นวาย ทำให้เรื่องยุ่งเหยิงจึงรีบตามไป
      
       ฟากธีรดนย์กอดกฤติยาลูบไล้พูดขอร้องอย่างอ่อนโยน
       “ทำเพื่อฉัน...ทำเพื่อคนที่เธอรัก”
       ธีรดนย์หว่านล้อม แล้วจะจูบ กฤติยาเคลิ้ม แต่แล้วผลักธีรดนย์ออก
       “อย่าทำอย่างนี้กับฉัน”
       “ฉันรักเธอนะ”
       กฤติยาตบหน้าธีรดนย์ “คนรักกันไม่ทำอย่างนี้...เธอใช้ความรักมาต่อรองเรียกร้องผลประโยชน์ มันไม่ใช่ความรัก มันเป็นความเห็นแก่ตัว!”
       ระหว่างนั้นกัณฐิกาเข้ามา ยืนฟังที่มุมหนึ่ง
       “ถึงฉันจะรักนายมาก ฉันก็ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของนายทำร้ายคนอื่น! ฉันจะบอกคุณท่านว่านายเป็นคนทำนิกกี้ท้อง”
       กฤติยาประกาศกร้าว ธีรดนย์ตกใจ
       กัณฐิการู้ความจริง ว่าธีรดนย์ทำชนิกานต์ท้องก็ตกใจ
       “ธีรดนย์”
       ธีรดนย์ตกใจที่กัณฐิการู้ความจริง ชนิกานต์เข้ามากัณฐิกาหันไปถามใส่หน้าชนิกานต์
       “เธอจะปฎิเสธอะไรอีก”
       “ไปบอกคุณพ่อฉัน ไปบอกทุกอย่างที่เธอได้ยิน ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าคุณพ่อรู้ว่าฉันท้องกับธี คุณพ่อจะทำยังไง”
       “ไม่ต้องมาท้าทายฉัน ฉันบอกคุณณวัตรแน่!”
       ธีรดนย์หน้าเสีย “ไม่ได้นะครับ คุณกัณครับ ผมขอร้อง...อย่าบอกเรื่องนี้กับคุณท่าน”
       “ที่ผ่านมา เธอเคยขอให้ฉันช่วยหลายต่อหลายครั้ง ฉันยอมเธอเพราะความดีที่เธอ แต่ครั้งนี้ ฉันให้เธอไม่ได้ ฉันต้องทำเพื่อความถูกต้อง”
       กัณฐิกาเดินไปธีรดนย์ตกใจ เข้าไปขอร้องชนิกานต์
       “นิกกี้ เธอรักฉัน เธอไปห้ามคุณกัณ”
       ชนิกานต์ไม่ยอมทำตาม กฤติยาเห็นธีรดนย์ก็เศร้าใจ ที่เขาไม่กล้ารับความจริง เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
       ธีรดนย์ใจเสีย กลัวณวัตรโกรธและทำร้ายถึงชีวิต
      
       ที่โรงแรมร้างแหล่งกบดานของปรัชญา ลูกน้องปรัชญากระชากตัวผลักเพทาย ล้มลงหน้าปรัชญา
       “เฮีย...ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำกับฉันได้ไง”
       “บ่อนของเฮียถูกตำรวจบุกทลาย”
       “ฉันเองก็เพิ่งรู้...ใครกันกล้าลูบคมเฮีย”
       “คนที่บอกทางเข้าออกบ่อนได้ มันต้องเป็นคนในเท่านั้น”
       ปรัชญาพูดจบก็ต่อยเพทายเต็มหมัด เพทายตกใจ
       “ฉันไม่ได้เป็นสายให้ตำรวจ!”
       ปรัชญาชักปืนออกมาขู่
       “แกรวมหัวกับไอ้ชยางกูรเล่นงานฉัน”
       “ไม่จริงนะเฮีย ฉันถูกมันหลอกไปทำร้าย เฮียก็เห็นรอยแผล”
       ปรัชญาตบหน้าเพทายด้วยปืน
       “คิดว่าแผลแค่นี้จะทำให้เฮียเชื่อ? คนอย่างแกมันนกสองหัวหมาสองราง ใครให้ผลประโยชน์ แกก็เลียขาเป็นพวก”
       “ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้หักหลังเฮีย”
       ปรัชญาเล็งปืนไปที่เพทาย
       “คนอย่างแกมันเลี้ยงไม่เชื่อง”
       ปรัชญาจะเหนี่ยวไกปืนยิง เพทายตัวสั่น
       “ฉันสาบานได้เฮีย ฉันจะลากคอมันมาให้เฮีย”
       ปรัชญายิงปืนปัง เพทายตกใจ ปรัชญาแค่ยิงขู่ บอกเพทาย
       “ฉันให้โอกาสแกแก้ตัว....เอามันมาให้เฮีย!”
      
       เพทายรับปากจะไปจับตัวชยางกูรมาให้ปรัชญา


  


       ขณะเดียวกันสองคนยังอยู่ที่วัด สุตาภัญเข้ามาถามชนกชนม์
      
       “แม่นายรู้เรื่องที่นายแต่งงานกับนิกกี้รึยัง”
       ชนกชนม์ส่ายหน้า “ฉันขอไม่ให้คุณอาธนกรบอก...คุณแม่ยังเครียดเรื่องชยางกูร ต้องเจอเรื่องนี้ จะทรุดหนักกว่าเดิม”
       “ใช่...นายคงกลายเป็นลูกนอกคอกไม่รักดีตลอดชีวิต”
       “ฉันคงเกิดมาเป็นตัวซวยจริงๆ เกิดมาทำให้บริษัทแม่ทรุด พ่อกับแม่เลิกกัน ชะตาชีวิตฉันเลวร้ายเหมือนที่หมอดูเคยทำนายไว้”
       “หมอดูไม่ใช่เจ้าชีวิตเราสักหน่อย เราต่างหากที่กำหนดชีวิตตัวเราเอง” สุตาภัญพูดให้กำลังใจ “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะแห่งตน”
       ชนกชนม์ยิ้มชื่นชม “คมคายมาก”
       “เอามาจากนั่นอ่ะ”
       สุตาภัญชี้ไปที่ป้ายที่ติดไว้ต้นไม้ในวัด
       “มันก็จริง” ชนกชนม์พูดตามคำคม “จะดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ” พลางชี้ไปที่อีกป้าย
       “จงศรัทธาในความดี” สุตาภัญอ่าน
       “ความดีไม่มีวันตาย!”
       ชนกชนม์และสุตาภัญประสานเสียง ชี้ไปที่ป้ายที่ติดต้นไม้ แล้วหัวเราะให้กัน
       สุตาภัญ นึกได้ “ว้าย ฉันนัดยัยภาไว้”
       “ไปไหน ฉันไปด้วย”
       “ไม่ได้..เรื่องภายในครอบครัว ฉันไปก่อนนะ”
       สุตาภัญโบกมือลาชนกชนม์ แล้ววิ่งออกไป ชนกชนม์คิดถึงชลนิภา
       “ครอบครัวเขา แล้วครอบครัวเราล่ะ”
      
       ชลนิภาเดินออกมานอกห้อง ธนกรนั่งอยู่มุมหนึ่ง เห็นชลนิภาก็เป็นห่วง
       “คุณน่าจะนอนพัก ไม่น่าออกมาเลย” ธนกรบอก
       “ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
       แป๋วเข้ามาเสริม
       “ใช่ค่ะ ที่ผ่านมาแสร้งเป็นลมเรียกร้องความสนใจ ขี้อ้อนเหมือนคุณชยางกูรน่ะค่ะ”
       ชลนิภาและธนกรหน้าเสีย เมื่อแป๋วพูดเรื่องชยางกูร แป๋วสำนึกได้
       “ไม่ต้องดุค่ะ แป๋วผิดไปแล้ว ตบปากสามครั้ง”
       แป๋วตบปากตัวเองแล้วรีบชิ่งออกไป
       “คุณคงทราบเรื่องลูกกูร”
       ธนกรพยักหน้า “เราทำดีที่สุดแล้ว เราสอนได้แต่บังคับจิตใจเขาไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้กฎหมายควบคุมเขา”
       “คุณไม่ห่วงไม่สงสารลูก”
       “ตามใจจนเสียคน กับใจแข็งแล้วลูกเป็นคนดี ผมขอเลือกอย่างหลัง”
       ชลนิภายังคงเศร้าใจ เพราะเป็นห่วงชยางกูร
       “ผมยังหวังนะ ว่าสักวัน...ลูกกูรจะกลับมาหาเรา”
       “ขอให้ฉันได้เห็นหน้าลูกอีกสักครั้งก็ยังดี”
       ธนกรกอดให้กำลังใจชลนิภา
      
       ชยางกูรถือกระเป๋า หยิบแว่นตาดำเดินออกจากโรงแรม ตั้งใจจะหนี ชยางกูรเดินออกมาเจอเพทายเข้ามาดักรออยู่
       ชยางกูร ตกใจ “เพทาย”
       “ไปไหนวะ หอบเสื้อผ้าคิดหนี หนีไม่รอดหรอกเพื่อน”
       เพทายพูดจบจะเข้ามาต่อย ชยางกูรโยนกระเป๋าใส่เพทายตกใจรับกระเป๋าไว้ไม่ทันตั้งตัว ชยางกูรถีบเพทายแล้ววิ่งหนีไป เพทายตะโกนสั่งลูกน้องปรัชญาที่คุมเชิง วิ่งไล่ตาม
       “จับมันให้ได้!”
       ชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์ ผ่านมาเห็นชยางกูรวิ่งหนีพอดี จึงหยุดรถ
       “กูร”
       เพทายและลูกน้องปรัชญาไล่ล่าชยางกูร ชนกชนม์คิดตัดสินใจ จะไปช่วยหรือทำอย่างไร?
      
       ชยางกูรวิ่งหนี เพทายและลูกน้องปรัชญามาขวางไว้
       “ไปกับฉัน เฮียต้องการสะสางคดีกับแก!”
       “ไปก็ตาย ไม่ไปก็ตาย แต่คนที่ตายไม่ใช่ฉัน”
       ชยางกูรเข้าต่อสู้ต่อยกับเพทาย ลูกน้องปรัชญาเข้ามาต่อยชยางกูร
       จู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์ชนกชนม์พุ่งเข้ามา ชนกชนม์กระโดดลงไปต่อยช่วยชยางกูร เพทายและลูกน้องปรัชญาเข้ามาต่อย ทั้งสองคู่ต่อสู้กัน
       เพทายต่อสู้กับชนกชนม์ ชยางกูรต่อสู้กับลูกน้องปรัชญา
       ชนกชนม์เหนือกว่า เพทายเสียท่าจะชักปืนขึ้นมายิง ชนกชนม์เอาไม้ฟาด ปืนตกลงที่พื้น แล้ววิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ตะโกนเรียกชยางกูร
       “กูรขึ้นรถ”
       ชยางกูรต่อยลูกน้องปรัชญากระเด็นออกไป แล้ววิ่งไปที่รถชนกชนม์ เพทายจะวิ่งไปหยิบปืนที่กระเด็นห่างออกไปเพื่อยิงชยางกูร
       ชนกชนม์เลี้ยวรถใช้ล้อกวาดหน้าเพทายหลบไป ชยางกูรกระโดดขึ้นรถ เพทายวิ่งไปหยิบปืน ยิงปืนไล่หลัง
       ชนกชนม์ขี่รถพาชยางกูรหนีไปได้ เพทายมองด้วยความเจ็บใจ
      
       ณวัตรเดินมาที่ห้องโถง แปลกใจที่ทุกคนมากันพร้อมหน้า
       “มีเรื่องอะไรกันอีก ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น”
       “เรื่องนี้สำคัญมากค่ะ มันเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธีรดนย์” กัณฐิกาเอ่ยขึ้น
       ธีรดนย์กังวลใจมาก
       “นายธีทำอะไร”
       “ธีรดนย์ต้องรับผิดชอบ...”
       ธีรดนย์กังวลใจมาก
       “แต่งงานกับหนูแอน!”
       ชนิกานต์ตกใจมากที่กัณฐิกาพูดเรื่องนี้ แทนที่จะพูดเรื่องของตน กฤติยาตกใจ ธีรดนย์แปลกใจมาก
       “มันเกิดอะไรขึ้น” ณวัตรถาม
       “ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้ แต่ฉันปล่อยให้มันผ่านไปไม่ได้ ก่อนหน้านี้ธีรดนย์ลวนลามหนูแอน หนูแอนตกเป็นของธีรดนย์ ฉันในฐานะน้า ฉันต้องปกป้องศักดิ์ศรีเรียกร้องความเป็นธรรมให้หลานฉัน”
       ชนิกานต์เข้ามาผลักกัณฐิกา “ยัยแม่มด แกต้องการอะไร”
       ณวัตรฉุน ไม่พอใจ “นิกกี้ หยุดก้าวร้าวคุณกัณ”
       “มันคิดจะยัดเยียดหลานมันให้ธี!” ชนิกานต์โพล่งขึ้นอย่างโกรธแค้น
       “หยุดพูดได้แล้ว” ณวัตรหันมาถามธีรดนย์ “ธี มันเป็นจริงอย่างที่คุณกัณพูดรึเปล่า”
       กัณฐิกามองธีรดนย์ ชนิกานต์หันไปมองธีรดนย์ กฤติยามองแล้วส่ายหน้า ไม่อยากให้
       ธีรดนย์ยอมรับ
       “ใช่ครับ! ผมเคยล่วงเกินแอน”
       ชนิกานต์ตกใจและไม่พอใจมาก กฤติยาน้ำตาไหล เสียใจที่ธีรดนย์ยอมรับ
       “ถึงจะใช่ แต่นายไม่รักแอน มันเป็นความใคร่ไม่ใช่ความรัก นายบอกคุณพ่อสิ นายรักฉัน...ฉันท้องกับนาย!”
       ณวัตรฟังเรื่องนี้ก็ตกใจ และไม่พอใจ
       “นิกกี้ หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว!”
       “นิกกี้ไม่อยากโกหกอีกแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงเวลาที่ทุกคนต้องพูดความจริง”
       กัณฐิกาตัดบท “กัณไม่ทราบเรื่องนี้ค่ะ!”
       ชนิกานต์โกรธจัด “แกโกหก ตอแหล!”
       พูดจบชนิกานต์ตบหน้ากัณฐิกา แต่กัณฐิกาไม่สู้
       “หนูนิกกี้”
       ณวัตรเข้ามาผลักชนิกานต์ออก
       “พ่อบอกให้หยุด!”
       ชนิกานต์หันไปบอกธีรดนย์
       “นายบอกคุณพ่อ บอกว่านายเป็นพ่อของลูก”
       “ไม่ใช่ครับ ผมกับนิกกี้ไม่เคยมีอะไรกัน”
       ชนิกานต์ผิดหวังและเสียใจมาก หันไปขอร้องกฤติยา
       “แอน เธอเป็นเพื่อนฉัน เธอสัญญาจะช่วยฉัน”
       “คุณอาคะ...ที่นิกกี้พูดมาทั้งหมด”
       กฤติยาจะบอกความจริง แต่ณวัตรสวนขึ้น
       “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันจะจัดงานแต่งให้หนูกับนายธีรดนย์!”
       ชนิกานต์ตกใจและเสียใจมาก
       “คุณพ่อ!”
       ณวัตรเดินหนี ชนิกานต์วิ่งตามออกไป
       กัณฐิกายิ้มสะใจ ธีรดนย์ก้มหน้าจำยอมรับสภาพ กฤติยาทรุดตัวร้องไห้...ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
       กัณฐิกาเข้ามาหากฤติยา “หลานไม่ต้องร้องไห้...น้าทำทุกอย่างเพื่อหนู เพื่อความถูกต้อง”
       กฤติยาโกรธ วิ่งหนีเข้าไปห้อง
       “หนูแอน”
       กัณฐิกาบอกธีรดนย์ “เธอต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทำ”
      
       จากนั้นกัณฐิกาเดินตามกฤติยาไป ธีรดนย์เครียดไม่รู้จะทำยังไง


  


       ฟากณวัตรเดินหนีจะเข้าไปห้อง ชนิกานต์ตามมา
      
       “คุณพ่อ คุณพ่อต้องเชื่อนิกกี้ นิกกี้ท้องกับธี”
       ณวัตรเดินหนี ชนิกานต์เข้ามาตื๊อขอร้อง
       “คุณพ่อให้ธีแต่งงานกับแอนไม่ได้ นิกกี้รักธี ธีเป็นพ่อของลูก”
       ณวัตรโกรธ ตบหน้าชนิกานต์!
       “พ่อจะไม่ฟังเรื่องไร้สาระอีกแล้ว พ่อของเด็กในท้องคือชนกชนม์ ไม่ใช่คนใช้อย่างธีรดนย์!”
       ณวัตรเข้าห้อง ปิดประตูใส่ชนิกานต์
       พอเข้าห้องมา ณวัตรเดินตรงมาที่มุมหนึ่ง ร้องไห้ด้วยความเสียใจ เพราะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ชนิกานต์ทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้อง ส่วนภายในห้อง ณวัตรเองก็ร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
      
       ชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์ พาชยางกูรหนีมาได้ จอดรถที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง ชยางกูรลงจากรถจะเดินหนีไป ชนกชนม์เรียกไว้
       “กูร”
       ชยางกูรหันหน้ามาชนกชนม์ต่อยหน้าเต็มหมัด ชยางกูรตกใจ
       “แก!”
       ชนกชนม์ต่อยชยางกูร พร้อมกับต่อว่าชยางกูร
       “สำหรับความชั่วที่นายโยนความผิดให้ฉัน” ต่อยอีกที “สำหรับความเลวร้ายที่นายทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ” ต่อยอีกหมัด “และสำหรับตราบาปที่นายทำไว้กับภา”
       ชยางกูรทรุดตัวลง ไม่พอใจชนกชนม์
       “ฉันรู้ว่าความรุนแรงไม่ช่วยแก้ปัญหา ฉันต้องการเตือนสตินาย กลับตัวกลับใจ ไปมอบตัวซะ”
       ชยางกูรลุกขึ้น ชี้หน้าชนกชนม์
       “ไม่ต้องมาสอน...ชีวิตเป็นของฉัน”
       “ใช่..ชีวิตนายเป็นของนาย...ฉันทำได้เพียงแค่ให้สติในฐานะพี่ แต่นายเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวนายเอง”
       ชนกชนม์มองชยางกูร รอการตัดสินใจ
       “อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่..ไปกับพี่”
       ชยางกูรมองชนกชนม์ แล้วหันหลังเดินออกไป ชนกชนม์จำต้องปล่อยชยางกูร พูดตามหลัง
       “ฉันอยากให้นายไปขอโทษภา ขอโทษคุณพ่อคุณแม่”
       ชยางกูรหยุดฟังแล้วเดินออกไป ชนกชนม์จำยอมรับสภาพ ต้องตัดใจปล่อยวางเรื่องของชยางกูร
      
       ขณะเดียวกันสุตาภัญเดินเข้ามาหาสุรัมภา ซึ่งอยู่ตรงหน้าบ้านพ่อกับแม่
       “พร้อมแล้วใช่ไหม”
       “พร้อมแล้วค่ะ” สุรัมภาชูการ์ดพร้อมพวงมาลัยที่เตรียมมา
       สุตาภัญจะกดกริ่งบ้าน สุรัมภาตกใจ
       “พี่ตาทำอะไร”
       “กดกริ่งให้คุณแม่มารับเราเข้าไปพบคุณพ่อ”
       “ไม่นะ ภายังไม่กล้าสู้หน้าคุณพ่อ”
       “แล้วการ์ดวันพ่อกับมาลัยล่ะ”
       “เสียบไว้ที่ประตูก็ได้”
       สุรัมภาเอาการ์ดและมาลัยวางไว้ที่ประตู สุตาภัญตัดสินใจกดกริ่ง สุรัมภาตกใจ สุทินเดินออกมาที่หน้าบ้าน
       สุรัมภากลัวสุทินเห็นรีบลากสุตาภัญหลบไป
      
       สุทินเดินมาที่หน้าบ้านมองหา แปลกใจว่าใครมากดกริ่ง สุตาภัญและสุรัมภาหลบอยู่มุมหนึ่ง สุทินไม่เห็นใครจะเดินกลับ แต่เห็นการ์ดและมาลัยเสียบไว้ แปลกใจรับมาดู
       สุทินนิ่งอึ้ง สุทินเปิดการ์ดออกดู สุตาภัญและสุรัมภาจับมือกัน มองลุ้นว่าสุทินรู้สึกอย่างไร
       สุทินเปิดดูสมุดภาพวาดในการ์ด นึกถึงความสัมพันธ์กับลูกทั้งสอง
       สุทินมองภาพ ตั้งแต่ภาพแต่งงาน ที่มีรูปหัวใจด้านบนภาพ ภาพที่สอง ภาพพ่อกับแม่อุ้มลูก เขียนชื่อกำกับว่า.ลูกตา ภาพที่สาม เป็นภาพพ่อแม่และสุตาภัญอุ้มน้อง เขียนชื่อกำกับว่า ลูกภา ภาพที่สี่ เป็นภาพพ่อแม่ สุตาภัญ และสุรัมภา เขียนกำกับว่า ครอบครัวของเรา
       ส่วนภาพที่ห้า ภาพพ่อแม่ สุตาภัญและสุรัมภา ในภาพนั้น สุทินอุ้มเด็กน้อย เขียนกำกับว่าหลานคุณตา
       พร้อมกับมีข้อความอวยพร “ขอให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรง...อยู่เป็นกำลังใจให้พวกเราตลอดไปนะคะ...จากลูกรัก......ตา...ภา..”
       สุทินนิ่งอึ้ง แล้วเดินเข้าไปในบ้าน สุตาภัญและสุรัมภา มองลุ้นว่าสุทินรู้สึกอย่างไร?
      
       ครู่ต่อมาสุทินถือการ์ดและมาลัยเข้ามาในบ้าน
       “ใครมาคะ”
       สุทินไม่ตอบยืนนิ่ง น้ำตาไหล เสาวนิตย์แปลกใจ
       “คุณ”
       เสาวนิตย์รับการ์ดมาจากสุทินซึ่งถือมือสั่นอยู่ เสาวนิตย์เปิดการ์ดดู เห็นภาพก็รู้ว่าสุตาภัญและสุรัมภาวาดภาพมาให้
      
       สุรัมภาเดินมายังหน้าบ้านอีกครั้ง สุตาภัญบอก
       “เข้าไปกราบคุณพ่อ...ถึงแม้คุณพ่อไม่ให้อภัย อย่างน้อยเราก็ได้มาแสดงออกว่าเรารักและเคารพท่าน”
       “ภายังไม่กล้า...ขอแค่ได้มาส่งการ์ดอวยพร ได้เห็นหน้าคุณพ่อ ภาก็ดีใจแล้วค่ะพี่ตา”
       สุตาภัญเข้าใจความรู้สึกสุรัมภา กอดปลอบใจน้องมองเข้าไปในบ้าน
      
       เสาวนิตย์มองการ์ด ร้องไห้ออกมา
       “ลูกเอาการ์ดมาอวยพรผม ลูกไม่โกรธ ไม่เกลียดผม”
       สุทินยืนร้องไห้ เสาวนิตย์เข้ามาจับมือ
       “ลูกยังรักคุณเสมอค่ะ รับลูกกลับบ้านนะคะ”
       เสาวนิตย์บอกสุทินยืนร้องไห้ เสาวนิตย์จะเข้ามากอดปลอบใจ แต่ชะงัก กลัวสุทินไม่ชอบ แต่สุทินกลับคว้าเสาวนิตย์เข้ามาโอบกอดแทน เสาวนิตย์ดีใจที่สุทินมีท่าทีเปลี่ยนไป
      
       คืนนั้นกฤติยาต่อว่ากัณฐิกา
       “แม่รู้ไหมแม่ทำอะไรลงไป แม่ต้องการแก้แค้นนิกกี้ แม่ใจร้ายมาก”
       “ไม่ใช่...ฉันทำเพื่อแก”
       กัณฐิกาบอกกฤติยาแล้วร้องไห้
       “ลูกเสียสละเพื่อคนอื่นมามากพอแล้ว ลูกควรทำเพื่อตัวเองบ้าง ลูกรักธี ฉันก็อยากให้ลูกมีความสุข สมหวังกับคนที่ลูกรักที่ผ่านมาชีวิตลูกขาดแม่ ยายก็มาจากไป แม่ไม่อยากให้ลูกต้องสูญเสียคนที่รักอีก แม่ทำเพื่อลูกนะ”
       กฤติยาอึ้ง ซึ้งใจ ไม่คิดว่ากัณฐิกาคิดอย่างนี้ แต่ก็สงสารชนิกานต์
       “แล้วนิกกี้ล่ะแม่? แม่ไม่คิดถึงความรู้สึกนิกกี้บ้าง”
       “นิกกี้ต้องแต่งงานกับชนม์ เขาทั้งสองเหมาะสมที่สุด ทั้งฐานะและชื่อเสียงตระกูล”
       “แม่...แอนทำร้ายความรู้สึกนิกกี้ไม่ได้...แอนจะไปบอกคุณณวัตรให้ยกเลิกการแต่งงาน”
       กฤติยาจะออกไปกัณฐิกากอดไว้
       “เชื่อแม่ คิดถึงตัวเองบ้าง แล้วที่สำคัญ...คุณณวัตรก็ต้องการให้มันเป็นแบบนี้”
       “แอนไม่เข้าใจ” นึกเป็นห่วงชนิกานต์ “นิกกี้”
      
       กฤติยาเดินออกไปจากห้อง กัณฐิการ้องไห้ รู้ดีว่าณวัตรคิดอะไรอยู่

      
       กฤติยาเปิดประตูออกมาจากห้องเจอกับชนิกานต์รออยู่
      
       “นิกกี้ ฉัน...”
       ชนิกานต์เข้ามาตบกฤติยา
       “เธอหักหลังฉัน”
       “นิกกี้ฉัน..ไม่ได้ตั้งใจ ฉันจะไปบอกคุณพ่อเธอให้รู้ความจริง”
       “พอที! เลิกตีสองหน้าได้แล้ว...ฉันเบื่อฟังคำแก้ตัวของเพื่อนทรยศ! สุดท้ายเธอก็แสดงธาตุแท้ แย่งผู้ชายเหมือนแม่เธอ แสร้งทำดีเข้าอกเข้าใจฉัน แต่แย่งคนรักฉัน!”
       “นิกกี้ฟังฉันก่อน ฉันเป็นเพื่อนเธอนะ”
       กฤติยาพยายามจะอธิบาย ชนิกานต์สะบัดมือหนี
       “เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป”
       ชนิกานต์เดินออกไป กฤติยาเสียใจที่ทำให้ชนิกานต์เข้าใจผิด
      
       ฝ่ายธีรดนย์นั่งเครียดอยู่บนเตียง กังวลใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น นึกถึงเหตุการณ์ที่ตนได้เสียกับชนิกานต์
       ส่วนชนิกานต์ทรุดตัวร้องไห้อยู่ในห้องนอน เสียใจที่ธีรดนย์ต้องแต่งงานกับกฤติยา
       ธีรดนย์รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตน ทำร้ายชนิกานต์ ธีรดนย์คิดถึงเรื่องของกฤติยาขึ้นมาอีกเหตุการณ์ตอนได้เสียกับกฤติยาผุดขึ้นในหัว
       ทางด้านกฤติยานั่งร้องไห้เสียใจ ที่เธอต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทำร้ายจิตใจชนิกานต์
       ธีรดนย์สงสารกฤติยาที่ตกมาเป็นเหยื่อ และคิดถึงเรื่องที่ณวัตรบังคับให้แต่งงาน ธีรดนย์เครียดมาก ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง น้ำตาไหลริน กับสิ่งที่ตัวเองเป็นคนก่อ
      
       เช้าวันต่อมาสุตาภัญเดินออกมา แปลกใจที่เห็นชนกชนม์เข็นรถใส่กระถางต้นกุหลาบ ที่ยังเป็นดอกตูมเข้ามาหา สุตาภัญาสงสัย
       “อะไรอะ”
       ชนกชนม์ร้องขายดอกกุหลาบ “มาแล้วครับ ต้นกุหลาบพันธุ์ดีให้ดอกหลากสีสวยงามตา เชิญมาซื้อหาได้เลยครับ”
       สุตาภัญตกใจ กลัวคนอื่นมาต่อว่า รีบเข้ามาปิดปากชนกชนม์
       “หยุดเห่าได้แล้ว”
       ชนกชนม์เลยทำเสียงหมาหอนแทน “โบร๋ว”
       สุตาภัญ ปิดปากสนิท “เป็นบ้าอะไรเนี่ย เอามาทำอะไร”
       ชนกชนม์จะพูดก็พูดไม่ได้ เพราะมือสุตาภัญปิดไว้ สุตาภัญนึกบางอย่างได้ รีบปล่อยมือ ชนกชนม์ยิ้ม
       “เอามาให้เธอ มาให้ฉัน”
       สุตาภัญงง ชนกชนม์ดึงมือมาจับที่เข็นรถแล้วตัวเองก็ลงไปนั่งในรถเข็น ให้สุตาภัญเข็นรถออกไป สุตาภัญจำต้องเข็น ชกนชนม์แกล้ง ตะโกนไปที่อพาร์ทเม้นท์
       “มาแล้วจ้า ต้นกุหลาบขายถูกๆ คนขายหล่อต่อรองได้จ้ะ”
       สุตาภัญหมั่นไส้ เข็นรถเข็นอย่างเร็ว ชนกชนม์ตกใจร้องเสียงหลง
       “เฮ้ย”
      
       สุตาภัญเข็นรถมาจอด ชนกชนม์ยิ้มให้ เดินมาหาสุตาภัญ แล้วจะเข้ามาหอมแก้ม
       สุตาภัญตกใจ ถอยหนี
       “ทำอะไร”
       “ฉันไม่มีเงินจ่ายค่าเข็นรถ...จะจ่ายเป็นจูบ”
       ชนกชนม์จะยื่นหน้าไปจูบ สุตาภัญเอานิ้วจะจิ้มตา ชนกชนม์แสร้งร้องเสียงหลง
       “ช่วยด้วย ตาบอด” พลางยิ้มให้สุตาภัญ “ความรักทำให้ตาบอด”
       สุตาภัญมองชนกชนม์ แล้วแหวะใส่
       “บอกได้ยัง เอาต้นกุหลาบมาทำอะไร”
       “อยากปลูกต้นกุหลาบ เป็นตัวแทนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฉัน ฉันจะคอยรดน้ำพรวดดิน ดูการเจริญเติบโตของมัน พร้อมกับชีวิตของฉัน”
       “ก็เอาไปปลูกสิ”
       สุตาภัญจะเดินหนี ชนกชนม์เข้ามาจับมือไว้
       “ฉันอยากให้เธอปลูกชีวิตฉัน ช่วยรดน้ำและดูแลมัน” ชนกชนม์ร่ายกวี “เธอดั่งดวงตะวันที่สาดแสงทอฝันในวันฟ้าหมอง”
       สุตาภัญ บอก “เยอะ”
       ชนกชนม์ร่ายกลอนต่อ “เธอคือน้ำคลองที่เน่าเหม็น”
       “ไม่ใช่ล่ะ” สุตาภัญทุบตีชนกชนม์
       “ไป...ช่วยฉันปลูกต้นรัก”
       “ต้นกุหลาบ ไม่ใช่ต้นรัก”
      
       สุตาภัญเดินหยิบกระถางหนึ่งเดินนำออกไป ชนกชนม์รีบขนอีกหลายกระถางตามไป


  


       ทางด้านชลนิภาเดินออกมามองหาธนกร แป๋วเดินมาจากหน้าบ้านเข้ามาถามชลนิภา
      
       “คุณผู้หญิงมองหาใครคะ รึจะเรียกใช้แป๋ว”
       “คุณธนกรไปไหน”
       “ทำครัวค่ะ บอกว่าอยากทำอาหารให้คุณผู้หญิงทาน”
       ชลนิภายิ้มบางๆ จะเดินไปหาธนกร แป๋วนึกได้รีบบอก
       “ว้าย...ลืมค่ะ....มีแขกมาหาคุณผู้หญิงค่ะ”
       ชลนิภาแปลกใจว่าเป็นใคร
      
       วีรภัทรและนัชชาถือกระเช้าเข้ามาหาชลนิภา
       “ผมกับคุณนัชชา ทราบว่าคุณไม่สบาย เราสองคนตั้งใจมาเยี่ยม”
       “มาเยี่ยมรึมาสมน้ำหน้าฉัน? ฉันไม่ตายง่ายๆ”
       “ดิฉันทราบค่ะ คนเก่งอย่างคุณชลนิภา ต้องอยู่อีกนาน”
       นัชชาถือกระเช้าส่งให้ ชลนิภามอง แล้วตัดสินใจรับไว้
       “ขอบใจนะ”
       วีรภัทรยิ้มพอใจที่ชลนิภามีท่าทีดีขึ้น ชลนิภาส่งกระเช้าให้แป๋ว
       “ผมดีใจด้วยนะที่คุณธนกรกลับมา”
       “เขาไม่ได้หายไปไหน สามีภรรยากันก็ต้องอยู่ด้วยกัน”
       วีรภัทรและนัชชายิ้มขำ ที่ชลนิภายังคงฟอร์มจัด
       “แล้วชนกชนม์ล่ะ”
       “ถามถึงลูกฉันทำไม”
       “เราทราบข่าวจากคุณณวัตร ว่าหนูนิกกี้ท้องกับชนกชนม์”
       “คุณพูดอะไร? ชนกชนม์ไปก่อเรื่องอะไรอีก?” ชลนิภาสงสัย
       ธนกรเดินเข้ามาบอกชลนิภา
       “ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ”
       ชลนิภาตกใจที่เหมือนชนกชนม์จะก่อเรื่องอีก
      
       บริเวณสวนสวนข้างอพาร์ทเม้นท์ ชนกชนม์เอาต้นกุหลาบต้นสุดท้ายลงหลุมที่ขุดไว้แล้ว หลังจากปลูกไปแล้วหลายต้น ชนกชนม์และสุตาภัญช่วยกันเอาดินมากลบหลุม ทั้งสองมองหน้ากัน สุตาภัญเดินไปหยิบฝักบัวมารดน้ำ
       “ฝากดูแลด้วยนะ”
       “ไม่รับฝาก นี่มันของฉัน”
       “เฮ้ย...ขโมยกันซึ่งๆ หน้าเลย...ฉันซื้อมา ฉันขุดหลุม”
       “ใครกลบดิน ใครรดน้ำ”
       “เธอ...”
       “นายจะมาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของคนเดียวไม่ได้”
       “ครับนางฟ้ามหาโหด”
       สุตาภัญหมั่นไส้ เอาฝักบัวรดน้ำ สะบัดน้ำใส่ ชนกชนม์หลบได้
       “เมื่อวานไปหาคุณพ่อคุณแม่ ท่านว่าไงบ้าง”
       “เอาการ์ดกับมาลัยไปวางไว้ ภาไม่กล้าเข้าไปพบท่าน”
       “พ่อกับแม่ตัดลูกไม่ขาดหรอก...ยังไงท่านต้องใจอ่อน รับพวกเธอกลับบ้าน”
       “นายล่ะ เจอชยางกูรไม่ใช่เหรอ”
       “อาจเป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย..เขาเลือกที่จะหนี”
       “คงเป็นบาปกรรมที่เขาทำกับยัยภา”
       ชนกชนม์นึกขึ้นได้ รีบถาม
       “ภาอยู่บนห้องเหรอ”
       “ออกไปซื้อของข้างอพาร์ทเม้นท์ เดี๋ยวคงกลับ”
       “ไปล้างมือได้แล้ว เธอมีเรียน ฉันไปส่ง...” ชนกชนม์ชี้ไปที่รถเข็น
       “ไปคนเดียวเหอะ”
       สุตาภัญเบ้หน้าใส่แล้วเดินหนีไป ชนกชนม์หัวเราะชอบใจ
      
       สุรัมภาถือของกำลังจะเดินเข้าไปอพาร์ทเม้นท์ แต่เจอชยางกูรดักอยู่ สุรัมภาตกใจ
       “นาย”
       สุรัมภาถดตัว แล้วรีบเดินหนีไปด้วยความกลัว
      
       ชลนิภาเดินมาที่มุมหนึ่ง...คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนตนเข้าไปถามธนกรอย่างฉุนเฉียว
       “คุณธนกร ทำไมคุณไม่บอกฉัน”
       “ผมไม่อยากให้คุณเครียดอีก ผมห่วงคุณ”
       “คุณเป็นห่วงฉัน รึอยากช่วยปิดบังเรื่องเลวร้ายของชนกชนม์”
       “คุณควรให้อภัยชนกชนม์ได้แล้ว...ผมเชื่อว่าชนม์ไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น”
       ชลนิภาคิดถึงชนกชนม์ ค้างคาใจ อยู่ตรงมุมหนึ่งในคฤหาสน์ณวัตร
       “ไม่ทำแล้วหนูนิกกี้จะท้องได้ยังไง”
       นัชชาเดินเข้ามาหา ชลนิภาไม่ค่อยพอใจนัก
       “ฉันคิดว่าคุณกลับไปแล้ว”
       “ฉันยังกลับไม่ได้ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”
       “อยากเยอะเย้ยฉันก็เชิญ ฉันพร้อมยอมรับสภาพ..ลูกคนเล็กหนีคดี ลูกคนโตทำผู้หญิงท้อง”
       “ฉันไม่คิดว่าชนกชนม์ก่อเรื่อง”
       น้ำเสียงนัชชาจริงจัง จนชลนิภาแปลกใจ
       “คุณเป็นแม่..คุณเลี้ยงแกมาตั้งแต่เกิด...คุณน่าจะรู้จักลูกคุณดี”
       “เธอไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน”
       ธนกรและวีรภัทรเดินเข้ามา ได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน ธนกรเป็นห่วงกลัวมีเรื่อง จะเข้าไป..แต่วีรภัทรรั้งไว้ ปล่อยให้นัชชาได้พูดต่อ
       “ฉันไม่ยอมให้คุณทำร้ายจิตใจชนกชนม์อีก ชนกชนม์เป็นลูกคุณวีรภัทร ก็เท่ากับเป็นลูกของฉัน”
       ชลนิภาแปลกใจที่นัชชาเปิดใจยอมรับชนกชนม์ วีรภัทรและธนกรยิ้มพอใจที่นัชชาเปลี่ยนความคิด
       “ฉันให้เวลาคุณคิดไตร่ตรองให้ดี ถ้าคุณไม่ยอมรับชนกชนม์ ฉันจะใช้สิทธิ์ความเป็นแม่เลี้ยงที่รักลูก รับชนกชนม์ไปอยู่บ้านฉัน”
       นัชชาบอกชลนิภา แล้วเดินออกไป วีรภัทรมีความสุขมากที่นัชชายอมรับชนกชนม์หมดใจ
       ชลนิภาตกใจไม่คิดว่านัชชาจะรักชนกชนม์ แล้วกลับมานั่งคิดทบทวนตัวเอง
      
       สุรัมภาเดินหนีมาที่มุมหนึ่งของอพาร์ทเม้นท์ ชยางกูรเข้ามาจับตัว
       “เจอทีไรเป็นต้องหนี ฉันน่ากลัวนักรึไง”
       “นายเป็นมากกว่านั้น นายมันน่าขยะแขยงที่สุด”
       ชยางกูร ไม่พอใจ จะตบหน้า แต่นึกได้ ยั้งมือไว้ “เธอเป็นไงบ้าง”
       สุรัมภาเงียบกริบ แปลกใจที่ชยางกูรถามด้วยความเป็นห่วง
       ชยางกูร ตะคอกถาม “ฉันถามว่าเป็นไงบ้าง? ลูก...”
       “ไม่ต้องสนใจฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ ลูกคนนี้เป็นลูกของฉัน ไม่ใช่ของนาย”
       ชยางกูรมองสุรัมภา รู้สึกผิด แต่ไม่พร้อมรับผิดชอบ ชยางกูรยื่นเงินให้สุรัมภา
       “เอาเงินไว้ซื้อของให้ลูก”
       สุรัมภาร้องไห้สะอึกสะอื้น “เอาเงินสกปรกนายคืนไป ฉันมีปัญหาเลี้ยงลูกของฉันได้ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก! ฉันจะดีใจมากถ้าไม่เห็นหน้านายอีก”
       สุรัมภาไล่ ชยางกูรเก็บเงิน
       “ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน...”
       สุรัมภาแปลกใจที่ชยางกูรอ่อนลงมาก สุรัมภาจะเดินหนีไป ชยางกูรบอกเสียงเรียบๆ
       “ฉันขอโทษ”
       สุรัมภาอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอโทษจากชายชั่วคนนี้ ชยางกูรหันหลังเดินออกไป ร้องไห้ เสียใจกับสิ่งที่ทำ สุรัมภายืนมอง อย่างน้อยก็คลายความโกรธและเกลียดลงไปได้บ้าง
      
       ส่วนที่โรงแรมร้างแหล่งกบดานของปรัชญา เพทายเข้าไปรายงานปรัชญา
       “ผมจะจับมันมาให้เฮีย แต่พี่ชายมันมาช่วยไว้”
       “พี่ชายไอ้ชยางกูร!”
       ปรัชญาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนปรัชญาเล่นงานชยางกูรที่มหาลัย แล้วชนกชนม์มาช่วย สุตาภัญออกอาการเป็นห่วงชนกชนม์
       “มันแส่หาเรื่อง! คิดจะแย่งผู้หญิงของฉัน! เล่นงานน้องไม่ได้เล่นงานพี่มัน!”
       เพทายอาสา “ผมจะจับไอ้ชนกชนม์มาให้เฮีย”
       “ไม่ต้อง...เอาผู้หญิงของมันมา..ฉันจะทำให้มันกระอักเลือดตาย”
       “ได้ครับเฮีย....ผมจะจับสุตาภัญ แล้วก็สุรัมภา ผู้หญิงของผม”
       “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!”
      
       ปรัชญาหัวเราะชอบใจ เพทายยิ้มร้ายคิดจะจัดการสุรัมภาด้วย


  


       เวลานั้นธีรดนย์เดินเข้ามาตรงมุมหนึ่งในมหาวิทยาลัย สุตาภัญก็เดินเข้าไปหา
      
       “ตา”
       ธีรดนย์ไม่กล้าสู้หน้า จะเดินเลี่ยงไป
       “ตาขอเถอะ เห็นแก่ความรัก เห็นแก่ความดีที่นิกกี้มีให้ธี”
       ธีรดนย์รู้สึกผิด หันกลับมาหาสุตาภัญ
       “เพียงแค่ธีไม่กล้ายอมรับความจริง เรื่องราวมันบานปลาย ไปทำร้ายคนอีกหลายคน ทั้งแอน นิกกี้ แล้วก็ชนม์”
       ชนกชนม์เดินตรงเข้ามา จริงจัง
       “นายกลับไปบอกคุณณวัตร นายเป็นคนเดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้”
       “ฉันไม่กล้า”
       ธีรดนย์จะเดินหนีไป ชนกชนม์เข้ามาต่อยธีรดนย์
       “นายไม่ใช่ลูกผู้ชาย! นายไม่ใช่เพื่อนฉัน! เพื่อนกันไม่ทำอย่างนี้”
       ชนกชนม์เข้าต่อยธีรดนย์ไม่ยั้ง ธีรดนย์ล้มลงที่พื้น ชนกชนม์จะเข้าไปซ้ำ ชนิกานต์วิ่งเข้ามาห้ามชนกชนม์ ปกป้องธีรดนย์
       “หยุดนะ หยุดทำร้ายเขาได้แล้ว”
       ชนกชนม์และสุตาภัญแปลกใจที่ชนิกานต์เข้ามาห้าม ธีรดนย์เองก็ฉงนที่ชนิกานต์มาช่วยตน
      
       ด้านณวัตรนั่งเครียดเรื่องชนิกานต์ กัณฐิกาถือโบว์ชัวร์โรงแรมเข้ามา
       “คุณคะ กัณได้ร้านชุดบ่าวสาวแล้วค่ะ ส่วนนี่เป็นโบว์ชัวร์โรงแรม เราทำพิธีหมั้นเช้า จัดเลี้ยงมงคลสมรสตอนค่ำ เชิญแขกมาสัก 100 โต๊ะ นะคะ”
       “ไม่ต้อง”
       “ทำไมล่ะคะ? งานแต่งของหลานกัณ กัณอยากให้สมเกียรติ สมหน้าตาคุณ”
       “คุณอยากเอาเรื่องงามหน้าในบ้านไปประจานบอกชาวบ้านรึไง! ทำพิธีสวมแหวนในบ้าน เชิญแขกคนสนิทเท่านั้น”
       ณวัตรไม่เห็นดีเห็นงามกับการจัดแต่งงานใหญ่ กัณฐิกาไม่กล้าขัด
       “ค่ะ คุณว่าไงกัณก็ว่าตามนั้น”
      
       ชนิกานต์เข้าไปดูแลธีรดนย์อย่างห่วงใย
       “ธีเป็นยังไงบ้าง? เจ็บตรงไหน ฉันจะหายามาทาให้นะ”
       สุตาภัญฉุนกึกไม่พอใจ เข้ามาดึงตัวชนิกานต์ออก
       “พอเถอะนิกกี้ อย่าเสียศักดิ์ศรีมากกว่านี้เลย เขาไม่รักเธอ ไม่รับผิดชอบ เธอยังปกป้องเขาอีก”
       ชนิกานต์หันมาบอก “ฉันไม่รู้ว่าศักดิ์ศรีหน้าตามันเป็นไง ฉันไม่สนใจ ฉันรู้แค่ฉันรักเขา เขาเป็นพ่อของลูกฉันนะตา”
       ชนกชนม์หันไปบอกธีรดนย์ “ธี ฟังคนที่รักแก...คนที่ดีกับแก ทำไมแกไม่เห็นใจนิกกี้บ้าง”
       ธีรดนย์หันไปมองชนิกานต์ ลุกขึ้นจะเดินออกไป ชนิกานต์น้อยใจ
       “ธี...”
       “นายหนีความจริงได้แค่วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ แต่นายไม่มีทางหนีความจริงได้ชั่วชีวิต” สุตาภัญบอก
       “ที่ผ่านมา นายทำพลาดมาหลายครั้ง ยังพอแก้ไขได้ แต่ครั้งนี้ หากนายตัดสินใจพลาด นายจะผิดบาปชั่วชีวิต”
       ธีรดนย์เหมือนได้สติ หันกลับไปมองชนิกานต์ คิดอะไรบางอย่าง แล้วเดินออกไป
       ชนิกานต์ สุตาภัญ และชนกชนม์ คาใจว่าธีรดนย์จะตัดสินใจอย่างไร
      
       ไม่นานต่อมา ขณะที่ณวัตรนั่งมองภาพชนิกานต์วัยเด็ก เสียใจที่ชนิกานต์ท้อง ธีรดนย์เข้ามาในห้อง
       “คุณท่านครับ”
       ณวัตรตะเพิด “ออกไป”
       “ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณท่าน”
       ณวัตรไม่อยากฟัง “ฉันบอกให้ออกไป!”
       ธีรดนย์ตัดสินใจบอก “ผมทำนิกกี้ท้องครับ”
       ชนิกานต์ซึ่งตามเข้ามาหยุดยืนฟังที่มุมหนึ่ง รู้สึกดีใจที่ธีรดนย์ยอมรับความจริง
       ณวัตรอึ้ง
       “ลูกในท้องเป็นลูกของผม ผมขอยกเลิกการแต่งงานกับแอน”
       ณวัตรตบหน้าธีรดนย์ทันที
       “ไม่ได้”
       ชนิกานต์ตกใจที่ณวัตรไม่ยอมรับ
       ธีรดนย์ผิดหวังและแปลกใจ “ผมเป็นพ่อของหลานคุณท่านนะครับ”
       “เพราะฉันรู้ว่าแกเป็นพ่อเด็ก ฉันถึงต้องทำอย่างนี้”
       ธีรดนย์ตกใจที่ณวัตรรู้เรื่องนี้
       ชนิกานต์ยืนร้องไห้เสียใจ
       “มันเป็นสิ่งที่ฉันกลัวมาตลอดเวลา แล้วมันก็เป็นจริง ฉันน่าจะไล่แกออกไปจากบ้านนี้ตั้งแต่วันที่พ่อแกตาย” ณวัตรพรั่งพรูความรู้สึกออกมา
       “ผมรู้ตัวว่าผมทำผิด ผมย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้ ขอให้ผมได้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
       ชนิกานต์ฟังรู้สึกดีที่ธีรดนย์ยอมดูแลเธอ
       “ฉันไม่ยอมให้ลูกสาวฉันอยู่กินกับคนใช้ในบ้าน แล้วฉันก็ไม่เก็บสายเลือดชั่วไว้ ฉันจะให้นิกกี้เอาเด็กออก”
       ชนิกานต์ได้ยินก็ตกใจ เข้ามาต่อว่าณวัตร
       “คุณพ่อ นิกกี้รักลูก! นิกกี้ไม่ยอมทำแท้ง!”
       ชนิกานต์วิ่งเตลิดไป ณวัตรตามชนิกานต์อย่างห่วงใย ธีรดนย์เสียใจที่ณวัตรไม่ยอมรับตน
      
       ชนิกานต์วิ่งมาหยุดร้องไห้ที่มุมหนึ่งณวัตรเดินเข้ามาหา
       “นิกกี้ไม่ยอมให้คุณพ่อทำร้ายลูกนิกกี้”
       ณวัตรสารภาพความในใจ “พ่อทำร้ายเด็กไม่ได้”
       ชนิกานต์คลายความกังวล “คุณพ่อ...ให้ธีแต่งงานกับนิกกี้นะคะ”
       ณวัตรหน้าตึง ยังโกรธธีรดนย์ “ทำไม ทำไมต้องเป็นมัน”
       “มันคงเป็นกรรม กรรมที่คุณพ่อเคยทำไว้กับครอบครัวธี เวรกรรมที่คุณพ่อเคยทำกับผู้หญิงคนที่ผ่านมา บาปกรรมถึงตกมาอยู่ที่ลูก”
       ณวัตรรู้สึกผิดแต่ไม่ยอมรับ “ไม่ต้องโทษเวรโทษกรรม ต้องโทษสิ่งที่เธอทำ ฉันจะส่งเธอไปอยู่กับญาติที่ออสเตรเลีย”
       ชนิกานต์ตกใจ
       “ไปคลอดที่นั่น ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น...ไม่ต้องกลับมาเมืองไทยอีก”
       “คุณพ่อ”
      
       ณวัตรเดินออกไป ชนิกานต์เสียใจที่ถูกพ่อกีดกัน ทั้งๆ ที่ธีรดนย์ยอมรับผิดแล้ว

      
       เหตการณ์ภายในบ้านสุทิน ขณะที่สุทินเดินลงมาจากชั้นบนเข้ามาในห้องรับแขก เสาวนิตย์เดินเข้าไปหา
      
       “คุณคะ ไปรับลูกกลับบ้านนะคะ”
       สุทินเดินเลี่ยงหนีไป
       “สิ่งที่ลูกทำผิดพลาด เราจะโทษลูกฝ่ายเดียวไม่ได้ คนเป็นพ่อเป็นแม่ ต้องร่วมรับผิด เราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และอาจเป็นตัวการใหญ่ของปัญหาด้วยซ้ำ” เสาวนิตย์ว่า
       สุทินเสียงดังใส่ “หยุดพูดได้แล้ว”
       “ฉันอยากให้คุณรับฟังความคิดเห็นฉันบ้าง”
       “เสียเวลาฟังเธอบ่นเพ้อเจ้อ...แล้วฉันจะได้ออกไปรับลูกเมื่อไหร่”
       เสาวนิตย์ชะงัก คาดไม่ถึง “คุณ!”
       “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เราจะออกไปรับลูก...”
       “ค่ะ...ค่ะ” เสาวนิตย์ตื่นเต้นดีใจมาก แทบทำตัวไม่ถูก รีบกลับไปที่ห้องเร็วรี่
       สุทินยืนมองภาพครอบครัว สุขใจที่จะได้พร้อมหน้าครอบครัวอีกครั้ง
      
       สุตาภัญอยู่ที่ห้องพัก คุยโทรศัพท์กับเสาวนิตย์น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
       “อะไรนะคะคุณแม่...”
       สุรัมภาอยู่ในห้อง ได้ฟังก็แปลกใจ
       “ค่ะ ภาจะรอที่ห้องค่ะ ค่ะ”
       สุรัมภาพลอยตื่นเต้นอยากรู้
       “พี่ตา คุณแม่โทรมาว่าไงคะ”
       “คุณพ่อจะมารับเรากลับบ้าน”
       สุรัมภาฟังแล้วร้องไห้ออกมา วิตกไม่หาย
       “คุณพ่อจะตีภา ดุภาอีกรึเปล่า”
       “ไม่สิ...คุณพ่อให้อภัยเราแล้ว...การ์ดวิเศษกับมาลัยพวงนั้น ทำให้คุณพ่อรู้ว่าเรารักท่าน”
       “ภาไม่ได้ฝันไปใช่ไหมคะพี่ตา”
       สุตาภัญช่วยเช็ดน้ำตาให้น้อง สุรัมภายิ้มเต็มตื้นดีใจ เช็ดน้ำตาให้พี่สาวเช่นกัน
       “ช่วยกันเก็บของ เราจะกลับบ้านด้วยกัน”
       สุรัมภายิ้มทั้งน้ำตา “ค่ะ”
      
       ส่วนที่บริษัทชลนิภา พนักงานชาย หญิง สองคนที่ลาออกไปแล้ว มาพบชนกชนม์ที่โทร.ไปตามตัว
       พนักงานเดินเข้ามาในบริษัทเจอกับชนกชนม์ ยกมือไหว้
       “ผมขอร้องล่ะครับ พวกพี่กลับมาทำงานที่นี่นะครับ”
       “ท่านประธานโกรธพวกพี่มาก ท่านไม่รับพวกเรากลับมาทำงานหรอก” พนักงานชายบอก
       พนักงานหญิงเสริม “พวกพี่ก็ไม่อยากทำงานรองรับอารมณ์ท่านอีก”
       ชนกชนม์ยืนยันให้ความมั่นใจ “มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ คุณแม่ให้คุณอาธนกรมาบริหารงานแทน”
       บรรดาพนักงานแปลกใจที่รู้ว่าธนกรกลับมาทำงาน
       “คุณธนกรหย่าไปแล้ว” พนักชายว่า
       จู่ๆ ธนกรเดินเข้ามาหาพนักงาน
       “ผมแค่ลาพักร้อนเท่านั้น”
       พนักงานดีใจ รีบพากันยกมือไหว้ “คุณธนกร”
       “ถ้าทุกคนยังรักและไว้ใจฉัน ขอให้กลับมาทำงานร่วมกัน”
       “แต่หัวหน้าฝ่ายออกแบบไปทำงานให้บริษัทคู่แข่งแล้ว” พนักงานคนหนึ่งบอก
       “ผมจะเป็นคนคุมงานออกแบบเองครับ ไว้ใจผมเถอะครับ” ชนกชนม์บอก
       “ถ้าคุณธนกรคุณชนกชนม์ลุย พวกเราก็พร้อมลุย” พนักงานชายบอก
       “ฉันจะตามเพื่อนๆ กลับมาทำงานค่ะ”
       ธนกรและชนกชนม์ดีใจมากที่พนักงานจะกลับมาทำงานอีกครั้ง
      
       ฝ่ายสุตาภัญเก็บกระเป๋าเสร็จหันไปถามสุรัมภา
       “เสร็จรึยังจ๊ะภา”
       “ภากำลังเขียนการ์ดให้คุณพ่อคุณแม่ค่ะ”
       “ได้กลับบ้านแล้วยังเขียนอีก” สุตาภัญขำ
       “เป็นของขวัญแทนคำขอโทษค่ะ”
       สุรัมภานั่งวาดรูประบายสี
       “พี่ลงไปแจ้งย้ายออกก่อน เร็วๆ นะ.. ขืนช้า คุณพ่อมา พี่ทิ้งให้อยู่คนเดียว”
      
       สุตาภัญแหย่สุรัมภาแล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้สุรัมภานั่งวาดรูปเขียนการ์ดขอโทษให้พ่อและแม่ต่อไป


  


       ทางด้านชนกชนม์หารืออยู่กับธนกรที่บริษัท
      
       “คุณแม่รู้ว่าผมต้องแต่งงานกับนิกกี้ คุณแม่ว่าไงบ้างครับ”
       “ตกใจและไม่พอใจตามระเบียบ แต่ไม่โวยวายเหมือนก่อน ได้คุณวีรภัทรและคุณนัชชาพูดให้สติ”
       ชนกชนม์อึ้งไม่อยากเชื่อ “คุณพ่อกับน้านัชชาไปหาคุณแม่เหรอครับ”
       “ทั้งสองท่านห่วงชนม์มาก...คุณนัชชาเองก็มีท่าทีเปิดใจรับชนม์แล้วนะ”
       ชนกชนม์รู้สึกดีที่ทุกคนเริ่มเข้าใจตน
       “อาว่าถึงเวลาที่เราไปพบคุณแม่ได้แล้ว”
       “อย่าเลยครับ ให้ผมช่วยงานได้มากกว่านี้ ทำให้บริษัทกลับมาเหมือนเดิม ผมอยากพิสูจน์ว่าผมไม่ใช่ตัวซวย ผมสามารถทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองได้”
       ธนกรยิ้มรับความคิดของชนกชนม์ เสียงโทรศัพท์ชนกชนม์ดังขึ้น
       “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
       ชนกชนม์เดินเลี่ยงออกไปรับโทรศัพท์ ธนกรมองตาม ภูมิใจในตัวชนกชนม์
      
       สุตาภัญนั่นเองโทร.มาหา และคุยโทรศัพท์กับชนกชนม์ขณะอยู่ที่ใต้ถุนอพาร์ทเม้นท์
       “ชนม์ คุณพ่อจะมารับฉันกลับบ้าน!”
       ชนกชนม์ดีใจด้วย ตะโกนลั่น
       “สุดยอดดด”
       สุตาภัญรีบดึงโทรศัพท์ออกห่าง เพราะแสบแก้วหู
       “พอแล้ว แก้วหูแทบแตก”
       “ก็คนมันดีใจนี่ เป็นข่าวดีที่สุด...เอางี้..ฉันจะไปช่วยขนของ ฉันมีเรื่องจะบอกภาด้วย”
       “มีอะไรเหรอ?”
       “เหอะน่า..ไปถึงแล้วจะบอก...”
       “รีบมาแล้วกัน มาช้าฉันไม่รอนะ”
       “คร๊าบ...”
       ชนกชนม์วางสายยิ้มกว้าง จะรีบไปหาสุตาภัญ
      
       สุตาภัญวางสายจากชนกชนม์ ยิ้มย่องดีใจที่ทุกอย่างกำลังลงตัวด้วยดี สุตาภัญเดินไปยังห้องเจ้าหน้าที่ เพื่อทำเรื่องย้ายออกด่วน โดยไม่รู้ว่าเพทายออมาจากมุมหนึ่ง ยิ้มร้ายเตรียมจะจัดการกับทั้งสุรัมภาและสุตาภัญ
      
       ขณะเดียวกันณวัตรเคาะประตูห้องชนิกานต์
       “นิกกี้...นิกกี้ พ่อเอาเอกสารมาให้กรอกข้อมูลไปออสเตรเลีย”
       ณวัตรแปลกใจที่ชนิกานต์ไม่เปิดประตู ณวัตรล้วงกุญแจสำรอง ออกมาไขเข้าไปในห้อง
       -ณวัตรและกัณฐิกาเข้าไปในห้อง
       “นิกกี้”
       แต่ไม่มีใครอยู่ในห้อง
       “หนูนิกกี้หนีไปเหรอค่ะ...ฉันกลัวว่าแกจะคิดสั้น!”
       “นิกกี้รักตัวกลัวตาย ไม่กล้าทำร้ายตัวเอง”
       กัณฐิกา แสร้งเป็นห่วง “คุณไปตามแกเถอะค่ะ”
       “อยากไปก็ปล่อยไป”
       “คุณไม่รักไม่สงสารแก”
       “เพราะรักฉันถึงต้องใจแข็ง ตามใจจนเสียคนมามากพอแล้ว หวังว่าหนีไปตั้งสติจะคิดได้จะเป็นแม่คนอยู่แล้วต้องคิดให้เป็น”
       กัณฐิกาแอบสะใจที่ชนิกานต์หนีไป
      
       ธีรดนย์และกฤติยารู้ข่าวชนิกานต์หนีไปจากกัณฐิกา
       “ป่านนี้นิกกี้จะเป็นยังไงบ้าง” กฤติยาเป็นห่วง
       “ไม่เป็นไรหรอก...คงไปสงบสติอารมณ์ที่ไหนสักแห่ง” กัณฐิกาว่า
       ธีรดนย์เป็นห่วง จะออกไปกัณฐิกาถามเสียงขุ่น
       “เธอจะไปไหน”
       “ผมจะไปตามนิกกี้ครับ”
       “เธอไปไม่ได้ ฉันนัดช่างเอาชุดแต่งงานมาให้เธอลอง เธอต้องอยู่ที่นี่”
       ธีรดนย์ไม่สนใจเดินออกไป กัณฐิกาโกรธที่ธีรดนย์ออกอาการเป็นห่วงชนิกานต์
       “ธีรดนย์! กลับมา”
       กฤติยาบอกธีรดนย์ “นายไปเถอะ ตามตัวนิกกี้กลับมาให้ได้”
       ธีรดนย์พยักหน้ารับ แล้วเดินออกไป กัณฐิกาไม่พอใจต่อว่ากฤติยา
       “ยัยแอน มันจะเป็นตายก็ปล่อยมันไป”
       “แม่อย่าทำบาปมากกว่านี้เลย...เวรกรรมมันจะเล่นงานแม่”
       กฤติยาเตือนสติแม่ แล้วเดินออกไปกัณฐิกาไม่พอใจ
       “กรรมมันตามฉันไม่ทันหรอก แกก็เห็นว่าชีวิตฉันมีความสุขแกได้แต่งงานมีครอบครัว คุณณวัตรยังรักฉัน...ยัยนิกกี้ก็ถูกเฉดหัวออกจากบ้าน!”
      
       กัณฐิกายิ้มย่องลำพองที่ชีวิตกำลังเป็นไปด้วยดี กฤติยาเป็นห่วงความคิดของกัณฐิกา


  


       ส่วนสุรัมภาเขียนการ์ดเสร็จ มองภาการ์ดแล้วยิ้มออย่างมีความสุข
      
       “การ์ดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ...ครอบครัวของเรา”
       เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสุรัมภาคิดว่าเป็นสุตาภัญเดินไปเปิดทันที
       “ภาเสร็จแล้วค่ะพี่ตา” แต่แล้วต้องตกใจ “แก”
       เพทายยิ้มเผล่ให้สุรัมภา
       “ที่รักของพี่!”
       สุรัมภาตกใจ จะรีบปิดประตู แต่เพทายแรงเยอะกว่าผลักประตูแล้วเข้ามาในห้อง
      
       สุตาภัญจัดการเรื่องย้ายออกเสร็จแล้ว ยืนรอชนกชนม์อยู่ใต้ถุนอพารฺทเม้นท์ ชนกชนม์โผล่มาด้านหลัง
       “ต๊ะเอ๋”
       สุตาภัญตกใจ หันไปจะต่อยชนกชนม์
       “ฉันเอง”
       “ตกใจหมดเลย นึกว่าเป็นพวกเพทาย”
       “ไป...กรรมกรหน้าหล่อพร้อมช่วยยกของแล้ว”
       สุตาภัญเดินนำไปที่ห้อง ชนกชนม์ตามไป
      
       ฝ่ายสุรัมภาถูกเพทายจับตัวพยายามดิ้นหนี เพทายวิ่งตามเข้ามาสุรัมภากระทืบเท้าเพทาย
       “โอ๊ย”
       สุรัมภาวิ่งหนีไปที่ระเบียงห้อง มองไปสูงมาก ไม่กล้ากระโดด เพทายเข้ามาหาสุรัมภา
       “อยากตายก็กระโดดลงไปสิ”
       สุรัมภาตะโกนให้คนช่วย “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
       เพทายปิดปากสุรัมภา แล้วล็อกตัวไว้
      
       สุตาภัญเดินนำมาใกล้ห้อง แปลกใจเห็นประตูเปิดทิ้งไว้
       “ภา”
       สุตาภัญและชนกชนม์รีบวิ่งเข้าไปในห้อง เห็นข้าวของเกลื่อนกระจาย
       “ภา…”
       “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
       ชนกชนม์และสุตาภัญได้ยินเสียงร้องจากบันไดหนีไฟ
      
       สุรัมภาพยายามดิ้นรน ร้องขอความช่วยเหลือ
       “ช่วยด้วย”
       เพทายเข้ามาเอามือปิดปาก สุรัมภาดิ้นกัดมือ
       “โอ๊ย”
       สุรัมภาเป็นอิสระจะวิ่งหนีไป
       ชนกชนม์รีบวิ่งนำไป สุตาภัญวิ่งตามหลัง
       “ภา...”
      
       ขณะที่สุรัมภากำลังวิ่งหนี แต่แล้วเพทายวิ่งตามมาจับตัวไว้ได้
       “อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังกับเธอ!”
       เพทายล็อกตัวสุรัมภาไว้ ชนกชนม์วิ่งเข้ามาเห็น
       “ไอ้เพทาย ปล่อยภา!”
       เพทายไม่สนใจล็อกตัวสุรัมภาออกไป ชนกชนม์จะวิ่งตามไปแต่แล้วกลับโดนใครคนหนึ่งทุบที่ท้ายทอย
       ชนกชนม์ทรุดตัวล้มลง สุตาภัญวิ่งตามเข้ามาเห็นชนกชนม์ล้มอยู่กับพื้นก็ตกใจ
       “ชนม์”
       เพทายหันไปสั่งลูกน้อง “จับตัวมันไปให้เฮีย”
       ลูกน้องปรัชญาเข้าจับตัวสุตาภัญ ชนกชนม์พยายามฝืนลุกขึ้น
       “ ภา...ตา”
       ชนกชนม์ลุกตามไม่ไหว ทรุดลงไปอีกอย่างอ่อนแรง
      
       เพทายและลูกน้อง จับตัวสุรัมภาและสุตาภัญเข้าไปในรถ ปิดประตู รถของเพทายวิ่งออกไป สวนทางกับรถของสุทินที่ขับเข้ามาจอดหน้าอพาร์ทเม้นท์พอดี
       สุทินและเสาวนิตย์ลงจากรถ
       “ลูกพักที่นี่ค่ะ”
       สุทินและเสาวนิตย์ดีใจ รีบขึ้นไปหาสองสาว
      
       เสาวนิตย์เดินนำสุทินมาที่ห้องพักสุตาภัญ
       “ลูกตา”
       “ลูกภา พ่อมารับแล้วลูก”
       สุทินและเสาวนิตย์เดินเข้าห้อง เห็นข้าวของเกลื่อนกระจาย สองคนตื่นตกใจ
       เสาวนิตย์ใจหาย “ลูกตา ลูกภา”
       ชนกชนม์เดินเซมาที่ห้อง
       “คุณอาครับ”
       สุทินเข้าชาร์ตชนกชนม์ถามรัวเร็ว “มันเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวฉันอยู่ไหน?”
       “พวกเพทายมันจับตัวไปครับ”
       สุทินตกใจ ปล่อยตัวชนกชนม์...เสาวนิตย์ทรุดตัวร้องไห้โฮ
       “ลูกแม่”
      
       ชนกชนม์เป็นห่วงสุตาภัญและสุรัมภามาก
ตอนที่ 20 อวสาน
      
       ขณะเดียวกันชลนิภาเดินเข้ามาในห้องโถง ถามถึงธนกรกับแป๋ว
      
       “แป๋ว คุณธนกรไปไหน”
       “ไปบริษัทแต่เช้าค่ะ”
       “แกไปเตรียมกระเป๋าให้ฉัน ฉันจะเข้าบริษัท”
       “ไม่ได้ค่ะ คุณธนกรห้ามคุณผู้หญิงขยับไปไหน? ไปก็มีแต่เรื่อง”
       ชลนิภามองดุ แป๋วยิ้มสารภาพ
       “อันหลังแป๋วเติมเองค่ะ คุณธนกรสั่งให้คุณผู้หญิงพักผ่อน ทำจิตใจให้สบาย”
       “ฉันจะรู้สึกดีมาก ถ้าแกหลบหน้าไป”
       “ค่ะ”
       แป๋วรีบหลบออกไป ชลนิภายิ้มกับตัวเอง รู้สึกชีวิตมีความสุขขึ้นที่มีธนกรคอยมาดูแล ชลนิภามองไปหน้าคฤหาสน์รู้ว่ามีคนเข้ามา
      
       ชลนิภาเดินเข้ามา คิดว่าธนกรกลับมาแล้ว
       “กลับจากบริษัทแล้วเหรอคะ”
       กลับเป็นชยางกูรที่เดินเข้ามาหา
       “คุณแม่ครับ”
       ชลนิภา ตกใจและแปลกใจ “มาทำไม”
       “กูรมาลาคุณแม่ครับ”
       ชยางกูรทรุดตัวก้มลงตรงหน้าชลนิภา ยกมือพนมไหว้
       “กูรคงไม่ได้พบหน้าคุณแม่อีกแล้ว...กูรไม่รู้ว่าหลังจากนี้ ชีวิตกูรจะเป็นยังไง...คุณแม่ให้พรกูรด้วยครับ”
       “แม่ให้พรไม่ได้หรอก ลูกไม่เคยฟังและรักแม่” ชลนิภาสะเทือนใจ
       ชยางกูร ผิดหวังและเสียใจ
       “ถ้าเธอยังรักแม่...ทำตามที่แม่บอก เข้ามอบตัวสู้คดี”
       “กูรให้ไม่ได้ครับ”
       ชลนิภาผิดหวังและเสียใจ แต่ทำใจแข็ง “งั้นเธอก็ไม่ใช่ลูกฉัน”
       ชยางกูรอึ้งคาดไม่ถึง
       “ออกไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับคนชั่ว”
       ชยางกูรผิดหวังและเสียใจ ก้มลงกราบเท้าแม่ ชลนิภามองด้วยความสงสาร แต่ใจแข็ง
       ชยางกูรลุกขึ้น มองมายังชลนิภาแล้วหันกลับเดินออกไป ชลนิภามองตามชยางกูร หัวใจสลาย น้ำตาตก
      
       ขณะที่ชยางกูรเดินร้องไห้ออกมาเจอกับธนกรที่เพิ่งกลับจากบริษัท
       “ลูกกูร”
       “กูรฝากดูแลคุณแม่ด้วยครับ” ชยางกูรยกมือไหว้ “กูรขอโทษที่ทำให้คุณพ่อเสียใจ”
       ชยางกูรจะเดินออกไป ธนกรบอกชยางกูร
       “ลูกเปลี่ยนใจก็กลับมาหาพ่อ พ่อจะช่วยลูก”
       ชยางกูรหยุดฟัง แล้วเลือกที่จะเดินออกไป
       ชลนิภาเดินเข้ามาหาธนกร มองตามชยางกูรตาละห้อยรู้สึกผิด
       “ฉันใจร้ายกับลูก”
       “คุณทำดีที่สุดแล้ว ปล่อยลูกไปเถอะ...เขาเลือกชีวิตของเขาเอง”
       ธนกรกอดปลอบใจชลนิภา
      
       สุตาภัญและสุรัมภาถูกจับตัวมาที่ห้องในโรงแรมร้าง และพยายามดิ้นหนี
       “แกจับฉันมาทำไม? แกต้องการอะไร”
       เพทายมองสุรัมภา “น้องสาวเธอติดค้างฉัน”
       “ปล่อยพี่ตาไป พี่ตาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”
       ระหว่างนั้นเฮียปรัชญาและลูกน้องเดินเข้ามาสมทบ
       “เกี่ยวสิ หนูคือสุดที่รักของเฮีย เฮียรักหนู”
       ปรัชญาเข้ามาจับใบหน้าสุตาภัญอย่างรักใคร่
       “ปล่อยฉันนะ ไอ้แก่หื่นกาม”
       ปรัชญาหัวเราะลั่น หันไปสั่งลูกน้อง
       “พาเด็กฉันไปส่งห้อง ฉันจะจัดพิธีแต่งงานสองต่อสอง”
       ลูกน้องปรัชญาพาสุตาภัญแยกออกจากสุรัมภา เพื่อพาไปห้องปรัชญา
       สุรัมภาตื่นตกใจ “พี่ตา...พี่ตา”
       “รางวัลสำหรับคนทำดี ขอให้สนุก”
       ปรัชญาตบไหล่เพทาย แล้วเดินออกไป เพทายหันมาทางสุรัมภา
       “ได้เวลาสนุกกันแล้ว”
       “ปล่อยฉันนะ”
      
       เพทายจับตัวสุรัมภา แยกไปยังอีกห้อง


  


       ทางด้านชนกชนม์ยังอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ พยายามโทรศัพท์หาชยางกูร ลุ้นให้รับสาย
      
       “ชยางกูร รับสิ”
       ชยางกูรเดินออกมาที่ถนนหยิบแว่นดำใส่จะออกไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชยางกูรมองดูชื่อ
       ชนกชนม์รอลุ้นให้ชยางกูรรับสาย
       ชยางกูรทำท่าเหมือนจะกดรับ แต่ตัดสายทิ้ง
       ชนกชนม์ผิดหวัง สุทินเข้ามาเร่งถาม
       “ได้ที่อยู่มันรึยัง”
       “น้องผมยังไม่รับสายครับ” ชนกชนม์บอก
       “น้องนายร่วมกับพวกมัน”
       “ไม่ใช่ครับ พวกมันก็ตามเล่นงานน้องผม ผมจะส่งข้อความไปถาม”
       “จะทำอะไรก็เร่งทำเข้า”
       เสาวนิตย์เข้ามาถามสุทินด้วยความเป็นห่วง
       “คุณคะ ลูกของเรา”
       สุทินเครียด กอดปลอบใจเสาวนิตย์
       ชนกชนม์รีบพิมพ์ข้อความ ส่งข่าวชยางกูร
       ด้านเพทายผลักสุรัมภาเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตู
       ส่วนลูกน้องปรัชญาผลักสุตาภัญเข้าไปในห้องหนึ่ง ปรัชญาเดินคุยโทรศัพท์มาถึงหน้าห้อง
       “แกเจอตัวมัน...ไม่ต้องเสียเวลาเอามาให้ฉัน เช็คบิลซะ!”
       ปรัชญาวางสาย ยิ้มพอใจ แล้วเดินเข้าห้องไป
      
       ชยางกูรมองดูข้อความที่ส่งมา
       “ภากับตาถูกจับไป พวกมันอยู่ที่ไหน”
       ชยางกูรกดลบข้อความ
       “มันไม่เกี่ยวกับฉัน”
       ชยางกูรจะเดินออกไป ลูกน้องปรัชญาเดินเข้ามาด้านหลัง
       “ชยางกูร!”
       ชยางกูรหันกลับไปมอง เจอลูกน้องปรัชญาเล็งปืนมา
       “เฮียให้มาส่งแกขึ้นสวรรค์”
       ลูกน้องจะยิงปืนใส่ชยางกูรกระโดดหลบแล้ววิ่งหนีลูกน้องปรัชญาวิ่งไล่ล่าชยางกูร
      
       ฟากสุทินร้อนใจเข้าไปถามชนกชนม์
       “น้องนายติดต่อมารึยัง”
       “กูรไม่ตอบครับ”
       “ฉันว่าน้องนายสมรู้ร่วมคิดกับมัน ลูกสาวฉันเป็นอะไร พวกนายต้องรับผิดชอบ”
       สุทินบันดาลโทสะต่อยชนกชนม์ เสาวนิตย์เข้ามาห้าม
       “พอเถอะค่ะ เรารีบแจ้งตำรวจให้ไปช่วยลูกเถอะค่ะ”
       “ผมกลัวลูกจะเป็นอันตราย มันอาจจับไปเรียกค่าไถ่”
       สุทินและเสาวนิตย์เป็นห่วงลูกมาก ชนกชนม์เครียดจัด
      
       ลูกน้องปรัชญาวิ่งไล่ตามหาชยางกูรในสวนสาธารณะ ลูกน้องมองหาชยางกูร ชยางกูรตรงเข้ามาล็อกคอ แล้วลากตัวลูกน้องปรัชญาเข้าหลังพุ่มไม้ ทั้งสองต่อสู้ เสียงปืนดังลั่น
       ครู่หนึ่ง เห็นชยางกูรออกจากพุ่มไม้ ท่าทางโกรธแค้นปรัชญามากๆ
       “ไอ้เฮีย เล่นฉันถึงตาย แกก็ต้องตาย!”
       ชยางกูรคิดจัดการปรัชญา
      
       จู่ๆ มีเสียงข้อความเข้ามือถือชนกชนม์ ชนกชนม์กดเปิดอ่าน
       “กูรบอกที่อยู่พวกมันแล้วครับ ผมจะไปช่วยภากับตาครับ”
       ชนกชนม์รีบออกไปจากห้อง สุทินไม่ยอม
       “อย่าทำอวดเก่ง ฉันไปด้วย” สุทินบอกเสาวนิตย์ “คุณรอผมอยู่ที่นี่”
       “คุณระวังตัวด้วยนะคะ” เสาวนิตย์อวยพรชนกชนม์ “ขอให้เธอปลอดภัย”
       “ครับ”
       ชนกชนม์และสุทินรีบออกไปจากห้อง เสาวนิตย์เป็นห่วงลูกมาก
      
       ด้านสุตาภัญเดินถอยหลัง ปรัชญาเดินเข้ามา
       “ปล่อยฉันไปเถอะ!”
       “เฮียชอบหนูจริงๆ แค่เห็นก็ตอบได้เลยว่าใช่...สวย ใจเด็ด..นี่แหละผู้หญิงของเฮีย”
       สุตาภัญสะบัดหนี ปรัชญารุกเข้ามาหา พูดจาหว่านล้อม
       “เฮียไม่ได้คิดว่าหนูเป็นของเล่น เฮียจะเลี้ยงดูหนูให้ดีที่สุด”
       ปรัชญาเข้ามากอดรัด สุตาภัญคิดหาทางเอาตัวรอด
       “เฮียคะ”
       ปรัชญาขานเสียงหวาน “ขา...”
       “ตามอมแมมไปหมดแล้ว ตาขอเข้าห้องน้ำ อาบน้ำก่อนนะคะ”
       “ได้จ้ะ...เฮียชอบกลิ่นหอมๆ เนื้อตัวสะอาดๆ”
       สุตาภัญสะพายกระเป๋าใบเล็กจะเข้าไป ปรัชญาดึงตัวไว้ ล้วปลดกระเป๋าสะพาย หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า
       “อาบน้ำคงไม่ต้องใช้โทรศัพท์”
       สุตาภัญหน้าเสียที่ปรัชญารู้ทัน ยิ้มแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ
       พอเข้าห้องน้ำ สุตาภัญล็อคประตู กังวลใจหนัก หมดหนทางหนีไปได้
      
       ฝ่ายชนิกานต์เดินเข้ามานั่งร้องไห้ที่มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ เสียใจที่ณวัตรไม่ยอมรับธีรดนย์ รู้ว่าธีรดนย์เป็นคนทำตนท้อง จึงต้องบังคับให้แต่งงานกับกฤติยา
       ชนิกานต์หยิบขวดยาออกจากกระเป๋าคิดตัดสินใจ นึกถึงเหตุการณ์ที่ณวัตรบังคับให้ชนิกานต์ไปอยู่ออสเตรเลีย และไม่ต้องกลับมาเมืองไทยอีก
       ชนิกานต์เปิดฝาขวด เทยาใส่มือกำใหญ่ แล้วนึกถึงลูกในท้องขึ้นมา
      
       ชนิกานต์ปายาในมือทิ้ง ร้องไห้โฮ


  


       ฝ่ายธีรดนย์เดินกลับเข้ามาในคฤหาสน์ กฤติยาที่รออยู่รีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงชนิกานต์
      
       “เจอนิกกี้ไหม นิกกี้อยู่ไหน”
       ธีรดนย์ส่ายหน้า
       “นายหาทั่วรึยัง ไปกับฉัน ฉันจะไปช่วยตามหา”
       กฤติยาจะลากธีรดนย์ออกไปตามหาชนิกานต์ กัณฐิกาเรียกไว้
       “ไม่ต้องไป... เธอสองคนไปลองชุดแต่งงานได้แล้ว”
       “ยังมีเวลาอีกหลายวัน ไว้ค่อยลองก็ได้ครับ”
       “คุณณวัตรเปลี่ยนใจแล้ว...เราจะเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น แต่งกันพรุ่งนี้”
       ธีรดนย์และกฤติยาเครียด ที่ถูกกดดันและบังคับ
      
       ทางด้านสุตาภัญหลบอยู่ในห้องนาน จนปรัชญามาเคาะประตู
       “เปิดประตูได้แล้ว”
       สุตาภัญตกใจกลัว
       “ฉันยังไม่เสร็จ”
       “แผนถ่วงเวลาของหนู ทำเอาเฮียหัวใจเต้นแรง..ชักสนุกแล้วสิ”
       ปรัชญาเคาะประตูห้อง สุตาภัญหวาดกลัว ปรัชญาใช้กุญแจ ประตูเปิดออก สุตาภัญตกใจ วิ่งจะหนีออกไป ปรัชญาคว้าตัวไว้
       “ปล่อยฉันนะ!”
      
       เพทายกำลังปลดกระดุมถอดเสื้อ
       “หนีรอดได้ครั้งสองครั้ง เพราะโชคช่วย แต่มันจะไม่มีครั้งที่สาม”
       สุรัมภาตกใจกลัว
      
       ขณะเดียวกันชนกชนม์เดินนำมาบริเวณทางเดินในโรงแรม
       “พวกมันอยู่ที่นี่ครับ”
       “ฉันโทร.แจ้งตำรวจแล้ว ตำรวจกำลังตามมา รีบไปช่วยลูกฉัน”
       สุทินและชนกชนม์ออกตามหาสุตาภัญและสุรัภมา เจอ ลูกน้องปรัชญาเข้ามาขวาง ชนกชนม์และสุทินต่อสู้กับลูกน้องปรัชญา...
      
       เพทายถอดเสื้อออก โยนทิ้ง สุรัมภาผวา หวากลัว เพทายเข้าหาอย่างหื่น
       “เป็นเมียของฉัน แล้วเธอจะมีความสุข”
       เพทายโถมตัวเข้าหาหมายจะขืนใจสุรัมภา....
       จู่ๆ ประตูถูกยิง ตามด้วยแรงถีบออก เพทายตกใจเหลียวกลับไปมอง ต้องตกใจ
       “ไอ้กูร”
       ชยางกูรเล็งปืนใส่เพทาย สุรัมภารีบลุกขึ้นหลบไปที่มุมหนึ่ง
       “ใจเย็นเพื่อน มีอะไรคุยกันได้ แกอยากได้เด็กแก ฉันคืนให้”
       เพทายเข้าไปจับสุรัมภาผลักเข้าหาชยางกูร สุรัมภารีบหลบ..
       “ฉันไม่ได้มาเอาของ แต่มาเอาชีวิตแก”
       “กูร..อย่า....เราเป็นเพื่อนกัน”
       เพทายพูดถ่วงเวลาแอบล้วงไปหยิบปืนจะยิง ชยางกูรไวกว่ายิงใส่เพทายที่แขนและลำตัวสองนัด เพทายล้มลง
       สุรัมภาตกใจที่เพทายถูกยิง
       “ฉันช่วยเธอ เป็นการปลดหนี้ที่ฉันทำร้ายเธอ”
       ชยางกูรเดินออกไปจากห้อง สุรัมภาได้สติ แล้วเดินออกไปจากห้อง
      
       ชนกชนม์และสุทินต่อยลูกน้องปรัชญา จนน่วมนอนหมอบ
       “แยกย้ายกันตามหา”
       “ครับ”
       สุทินและชนกชนม์แยกกันตามหาสุตาภัญและสุรัมภา
       ชนกชนม์วิ่งมาที่ห้องเพทาย มองเข้าไปเห็นเพทายนอนอยู่ ไม่เจอสุตาภัญและสุรัมภา
      
       ลูกน้องปรัชญายืนเฝ้าหน้าห้องให้ปรัชญาอยู่ ชยางกูรเดินเข้ามาบอกลูกน้องปรัชญา
       “ฉันมาเจรจากับเฮีย!”
       “แกมาผิดเวลา แล้วก็ผิดที่”
       ลูกน้องจะยิง แต่ชยางกูรไวกว่ายิงลูกน้อง ล้มลงตายคาที่
       ชนกชนม์ได้ยินเสียงปืนอีกด้านหนึ่งของโรงแรมจึงรีบออกไปตามเสียง
      
       เพทายลืมตา คิดจะแก้แค้นเอาคืนชยางกูร


  


       ชยางกูรเปิดประตูเข้าไป ปรัชญาจับตัวสุตาภัญไว้เป็นประกัน
      
       “ทิ้งปืนซะ ไม่งั้นผู้หญิงคนนี้ตาย”
       “ฉันไม่ได้มาช่วยใคร ฉันมาชำระแค้นกับแก”
       ปรัชญาโกรธ สุตาภัญฉวยจังหวะเผลอ ผลักปรัชญาออก แล้ววิ่งไปหลบที่มุมหนึ่ง
       ปรัชญาจะยิงสุตาภัญ ชยางกูรยิงปืนขู่ทันที
       “ทิ้งปืน”
       ชยางกูรเล็งปืนจะยิงปรัชญา ปรัชญารู้ว่าเสียเปรียบ ยอมโยนปืนทิ้ง
       “แกไล่จับตัวฉัน ต้องการหนี้จากฉัน ฉันมาแล้ว ฉันเอากระสุนปืนมาใช้หนี้แก”
       ปรัชญาต่อรอง “แกอยากหนี แกต้องการเงิน ฉันจะให้เงินแกเป็นสิบเท่าที่แกติดฉัน แกใช้ได้สบายไปทั้งชาติ!”
       “ฉันไม่ไว้ใจลิ้นสองแฉกอย่างแก!”
       ทันใดนั้น ลูกน้องปรัชญาคนหนึ่งเข้ามาด้านหลัง ต่อยชยางกูรทีเผลอ จนปืนตกพื้น ปรัชญาเดินมาหยิบปืนของตัวเองที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมา
       “แกประเมินฉันต่ำเกินไป...” ปรัชญาเดินย่างสามขุมเข้ามาหาชยางกูร “คิดหนีฉัน”
       ปรัชญาแค้นจัด ยิงปืนเปรี้ยง ใส่ขาชยางกูรหนึ่งข้าง
       “คิดฆ่าฉัน”
       ปรัชญายิงปืนใส่มือชยางกูรอีกข้าง
       “สมองแก เกลียดฉัน!”
       ปรัชญาจะยิงที่หัว ชยางกูรดึงขาปรัชญาจนปรัชญาเสียหลักล้มลง ชยางกูรคว้าปืนของตัวเองยิงปรัชญา ปรัชญาล้มลงเสียชีวิตทันที
       ชนกชนม์วิ่งเข้ามาสุตาภัญวิ่งเข้ามาหาชนกชนม์
       “ชนม์”
       ชนกชนม์ดีใจที่สุตาภัญปลอดภัย ชนกชนม์หันไปถามชยางกูร
       “นายเป็นไง ฉันจะพานายส่งโรงพยาบาล”
       ชนกชนม์เข้าไปดูอาการชยางกูร ถูกชยางกูรผลักออกแล้วเอาปืนจี้ไล่
       “ไม่ต้องยุ่งกับฉัน หนี้บุญคุณเราจบกัน”
       ชยางกูรเดินออกไปจากห้อง สุตาภัญหันไปบอกชยางกูร
       “ขอบใจนายมาก”
       ชยางกูรหันมายิ้มรับ แล้วเดินออกไป ชนกชนม์เข้าไปสวมกอดสุตาภัญ
      
       สุทินวิ่งตามหาสุตาภัญ ชนกชนม์พาสุตาภัญออกจากห้อง สุตาภัญเห็นพ่อ
       “คุณพ่อคะ”
       สุตาภัญวิ่งเข้ากอดพ่อ สุทินกอดดีใจที่ลูกสาวปลอดภัย
       “ปลอดภัยแล้วลูก น้องล่ะ น้องอยู่ไหน”
       สุตาภัญ สุทิน และชนกชนม์ต่างเป็นห่วงสุรัมภา
       ทางด้านสุรัมภาพยายามหนีออกจากโรงแรม
      
       ส่วนเพทายโซเซออกจากมุมหนึ่งฝืนสังขาร...จะตามไปทำร้ายสุรัมภาให้ได้

        
       ภายในคฤหาสน์ณวัตร ช่วงตอนกลางวัน กฤติยาแต่งชุดไทยเจ้าสาว สำหรับใส่พิธีรดน้ำสังข์ กัณฐิกายิ้มปลื้ม เข้ามาดูความเรียบร้อย
      
       “แอน...ลูกของแม่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด”
       ธีรดนย์แต่งชุดเจ้าบ่าวไทยออกมา
       “เธอก็หล่อมาก ยังกะเป็นเทวดาคู่กับนางฟ้า นี่ถ้าคุณแม่เธออยู่ คงปลื้มใจมาก”
       ธีรดนย์หน้าเสียเล็กน้อย กัณฐิการู้ว่าเผลอพูดทำให้ธีรดนย์สะเทือนใจ รีบเปลี่ยนเรื่อง
       “เดี๋ยวฉันเอากล้องมาถ่ายรูป จะส่งให้ช่างดู ว่าต้องเพิ่มเติมอะไรรึเปล่า”
       กัณฐิกาเดินออกไป ธีรดนย์มองกฤติยา รู้สึกเศร้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
       “เพราะฉันคนเดียว ทุกอย่างถึงแย่”
       “มันยังไม่สายเกินไป ที่เราจะแก้ตัว เราต้องทำอะไรสักอย่าง”
       ชนิกานต์เดินเข้ามาในบ้านพอดี ทั้งสองคนดีใจมาก
       “นิกกี้ เธอเป็นยังไงบ้าง เธอหายไปไหนมา ทุกคนเป็นห่วงเธอมาก”
       ชนิกานต์มองธีรดนย์และกฤติยาแล้วยิ้ม ทำตัวเหมือนเป็นปกติ ไม่วีน ไม่วี้ด
       “ชุดเจ้าบ่าวชุดเจ้าสาวสวยมาก....เธอสองคนแต่งแล้วเข้ากัน”
       กฤติยาและธีรดนย์ยิ่งรู้สึกผิด
       “นิกกี้พวกเรา”
       กฤติยาจะบอกยกเลิกแต่งงาน แต่ชนิกานต์ขัดขึ้น
       “ฉันอยากถ่ายรูปกับธี”
       กฤติยายิ้มตอบ รับมือถือมา ชนิกานต์บอกธีรดนย์
       “ให้โอกาสฉันได้เป็นเจ้าสาวของนายสักนาที”
       “หนึ่ง..สอง...สาม”
       กฤติยานับแล้วกดถ่าย ภาพบันทึกในจังหวะที่ชนิกานต์ร้องไห้พอกฤติยาถ่ายเสร็จก็ร้องไห้ธีรดนย์ยิ่งรู้สึกแย่มาก
       “พอแล้วล่ะ ไว้ถ่ายวันจริงดีกว่า”
       ชนิกานต์รับกล้องคืนจากกฤติยา “ฉันคงไม่อยู่...ฉันต้องไปออสเตรเลีย”
       ชนิกานต์รู้สึกเสียใจ วิ่งหนีขึ้นไปที่ห้อง
       ธีรดนย์ยิ่งรู้สึกผิด “ฉันปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้”
       ธีรดนย์ฮึด คิดทำอะไรบางอย่างเดินดุ่มออกไป
       กัณฐิกาถือกล้องถ่ายรูปเข้ามา
       “ธีรดนย์ไปไหน? ยัยนิกกี้มาป่วนอะไรอีก”
       กัณฐิกาเข้ามาซัก กฤติยาไม่อยากบอกว่าธีรดนย์จะทำอะไร
       “เปล่าค่ะ”
       กัณฐิกาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       ที่แท้ธีรดนย์เข้ามาหาณวัตรอีก
       “คุณท่านครับ ผมจะแต่งงานกับชนิกานต์”
       ถูกณวัตรยื่นคำขาด “เลิกยุ่งกับลูกสาวฉัน เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง”
       “คุณท่านไม่มีสิทธิ์มาบงการผมอีก ผมไม่ได้อยู่ในฐานะคนรับใช้ หน้าที่นั้นมันหมดไปตั้งแต่วันที่แม่ผมตายไปแล้ว”
       “ฉันใช้สิทธิ์ความเป็นพ่อของนิกกี้ ถ้าแกยังคิดยุ่งลูกสาวฉัน ฉันจะเอาเด็กออก”
      
       ณวัตรยกลูกมาขู่ ธีรดนย์จนตรอก ไม่สามารถต่อรองอะไรได้อีก เพราะสงสารลูก


  


       ด้านชนิกานต์เข้ามาในห้อง เปิดดูภาพที่ถ่ายคู่ธีรดนย์ แล้วยิ้มทั้งน้ำตา แต่ต่พอนึกถึงกฤติยาก็โกรธที่ต้องเสียธีรดนย์ให้ไป
      
       ชนิกานต์แอบเดินเข้ามาในห้องณวัตรตอนณวัตรไม่อยู่ แล้วเดินไปเปิดลิ้นชัก หยิบปืนที่วางอยู่ในลิ้นชักออกมา
      
       ส่วนเหตุการณ์ที่โรงแรมสุตาภัญ สุทิน และชนกชนม์ ออกตามหาสุรัมภา ทุกคนช่วยกันตะโกนเรียก
       “ภา”
       “ลูกภา”
       ชนกชนม์และทุกคนมองหาตามหาสุรัมภาต่อไป
      
       สุรัมภาเดินหนีมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งในโรงแรม ด้วยความหวาดกลัว พยายามจะหนีออกจากโรงแรมให้ได้
       จู่ๆ เพทายเดินเข้ามาตะโกนเรียกสุรัมภา
       “กลับมาหาฉัน”
       สุรัมภาตกใจกลัว รีบวิ่งหนีไปอีก
       เพทายไม่พอใจ “ฉันบอกให้กลับมา”
       เพทายยิงปืนใส่ สุรัมภาตกใจมาก รีบวิ่งหนีไปทันที เพทายกระเสือกกระสนวิ่งไล่ตามไม่ลดละ
      
       ชนกชนม์ สุตาภัญและสุทินได้ยินเสียงปืนก็ตกใจ
       สุตาภัญใจหล่นวูบ “ภา”
       ทุกคนรีบวิ่งตามไปจุดที่ได้ยินเสียงปืน
      
       ฝ่ายสุรัมภาวิ่งหนี เพทายวิ่งไล่ตาม
       “หยุดเดี๋ยวนี้”
       สุรัมภาไม่ฟัง วิ่งหนีไป
       “เพราะเธอ ทำให้ฉันต้องซวย”
       เพทายโกรธ เล็งปืนใส่สุรัมภา
       ชนกชนม์ สุตาภัญและสุทินวิ่งมาที่มุมหนึ่ง เห็นภาพเพทายกำลังจะยิงสุรัมภา สุตาภัญร้องเสียงหลง
       “ภาระวัง”
       เพทายยิงปืนใส่ สุรัมภาตกใจ หลบไปอีกทาง
       สุรัมภาเซหลบไปทางบันได แต่เกิดเสียหลักกลิ้งตกบันได ชนกชนม์ สุตาภัญและสุทินตกใจมาก
       “ลูกภา”
       สุรัมภากลิ้งตกบันได นอนนิ่งจมกองเลือดด้านล่าง แต่เป็นบันไดไม่สูงมากนัก
       เพทายหันไปหาชนกชนม์,สุตาภัญและสุทิน
       “พวกแกก็ตายตามมันไป”
       เพทายยิงปืนใส่มาทางสุตาภัญ ชนกชนม์เข้ามากันตัวสุตาภัญไว้
       เสียงปืนดังปัง สุทินตกใจ
       ร่างเพทายร่วงลง โดยฝีมือเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงจากด้านหลังเพทาย ตำรวจเข้ามาช่วยไว้ได้สุตาภัญดีใจที่ชนกชนม์ปลอดภัย สุทินเป็นห่วงสุรัมภา
       “ลูกภา”
       สามคนรีบวิ่งไปหาสุรัมภา
       สุทินเข้ามาถึงก่อนกอดร่างสุรัมภาแน่น
      
       “ลูกภา..ลูกต้องไม่เป็นอะไร”


  


       ตกตอนกลางคืนกฤติยายังคงอยู่ในชุดเจ้าสาว ยืนรอธีรดนย์ ครู่ต่อมาธีรดนย์ยังอยู่ในชุดเจ้าบ่าว เดินคอตกออกมาจากห้องณวัตร
      
       “คุณอาว่าไงบ้าง”
       ธีรดนย์หน้าเศร้าส่ายหัว “คุณท่านยืนยันคำเดิม”
       กฤติยาถามคำเห็นธีรดนย์ “ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันผิด มันไม่ใช่ เรายังจะเลือกเดินไปเส้นทางนั้นอีกเหรอ”
       “ฉันพยายามแล้ว จะให้ฉันทำยังไง”
       ธีรดนย์สุดกลั้นร้องไห้ออกมา กฤติยาเดินเข้ามาเช็ดน้ำตาให้
       “เราสองคนเท่านั้นที่หยุดมัน ยกเลิกงานแต่ง ไม่มีใครบังคับเราได้”
       “คุณท่านขู่จะเอาเด็กออก”
       “คุณอาไม่กล้าพอจะทำร้ายหลานตัวเองได้หรอก”
       ธีรดนย์ตัดสินใจแน่วแน่ “เราจะยุติเรื่องนี้ด้วยกัน...เพื่อความสุขของทุกคน”
       ส่วนชนิกานต์ยืนมองปืนในลิ้นชัก ร้องไห้ แล้วหยิบปืนขึ้นมาคิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อยุติปัญหา
      
       ธีรดนย์บอกกฤติยา
       “ไปหาคุณท่านด้วยกัน!”
       กฤติยายิ้มรับ จะเดินออกไป กัณฐิกาเข้ามาขวางไว้
       “ไม่ได้ แม่ไม่ยอมให้ลูกยกเลิกงานแต่ง”
       “พอเถอะแม่...อย่าให้มันเลวร้ายไปกว่านี้เลย...ถึงเวลาที่ทุกคนต้องพูดความจริง...รวมทั้งแม่ด้วย”
       กัณฐิกาฉงน “ลูกจะทำอะไร”
       “แอนจะบอกคุณณวัตร ว่าเราเป็นแม่ลูกกัน!” กฤติยาบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
       “ไม่ได้นะยัยแอน!”
       “แม่ก็เห็นว่าผลของการปิดบัง โกหก มันเป็นยังไง”
       “เชื่อแอนเถอะครับ...ถ้าคุณณวัตรรักคุณกัณ ท่านต้องยอมรับมันได้”
       “ฉันไม่ยอมให้เธอสองคนทำลายชีวิตฉัน ไม่รักก็ไม่ต้องแต่ง นายก็ออกไปจากบ้านนี้”
       กัณฐิกาเลือกที่จะไล่ธีรดนย์ออกไปจากชีวิตกฤติยา
       “แม่ก็ไล่แอนด้วยสิ แอนไม่อยากเล่นละครเป็นตัวประกอบฉากของแม่อีกแล้ว”
       กฤติยามองกัณฐิกา ลุ้นว่ากัณฐิกาจะตัดสินใจอย่างไร
       “แกก็ไปซะ”
       กฤติยาอึ้ง
       แต่แล้วจู่ๆ ณวัตรซึ่งฟังอยู่นาน ก็เดินเข้ามาโวยวายกัณฐิกา
       “คนที่ต้องไปคือเธอ!”
       กัณฐิกาช็อก! “คุณณวัตร!”
      
       ขณะเดียวกันบุรุษพยาบาลเข็นร่างสุรัมภาพาไปยังห้องฉุกเฉิน เสาวนิตย์เป็นห่วงลูกสาวมาก
       “ลูกภา ลูกต้องปลอดภัยนะลูก”
       เสาวนิตย์และสุทินเป็นห่วงสุรัมภา เช่นเดียวชนกชนม์และสุตาภัญที่ตามเข้ามา
       บุรุษพยาบาลกำลังเข็นสุรัมภามายังหน้าห้องฉุกเฉิน เสาวนิตย์เข้าไปบอกหมอ
       “ช่วยลูกสาวฉัน ช่วยเด็กในท้องด้วยนะคะ”
       “ครับ ผมจะรักษาให้ดีที่สุด”
       บุรุษพยาบาลเข็นสุรัมภาเข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้ว สุทินเข้าไปกอดปลอบใจเสาวนิตย์
       สุตาภัญเป็นห่วงน้องสาวและหลานในท้องมาก ชนกชนม์ยืนเคียงข้าง
      
       ฝ่ายกัณฐิกาเดินเข้าไปหาณวัตร
       “คุณพูดอะไรคะ กัณไม่เข้าใจ”
       “ฉันได้ยินที่เธอคุยกันหมดแล้ว”
       “ไม่จริงนะคะ หนูแอนโกรธที่ฉันบังคับแก ก็พาลสร้างเรื่อง”
       “ละครชีวิตของเธอมันจบแล้ว ฉันไม่อยากเป็นตัวละครโง่ๆ ในฉากชีวิตเธอ!”
       กัณฐิกาตกใจที่ณวัตรโกรธมาก
       “ฉันน่าจะเชื่อสุรเดช”
       ณวัตรเอ่ยขึ้น พร้อมๆ กับคิดถึงเหตุการณ์ที่สุรเดชเข้ามาแฉความจริง ว่ากัณฐิกาเป็นแม่ของแอน
       “แล้วฉันก็ควรเชื่อลูกสาวฉัน”
       ณวัตรนึกถึงเหตุการณ์ที่นิกกี้ลากตัวกฤติยาขึ้นมาแฉบนเวทีในงานแต่งว่ากฤติยาเป็นลูกของกัณฐิกา
       “ฉันไม่น่าเชื่อเธอเลย” ณวัตรย้ำ
       “คุณคะ เรื่องนี้กัณอธิบายได้นะคะ”
       กัณฐิกาเข้ามาพูดดี ณวัตรตบหน้ากัณฐิกาฉาดใหญ่
       “ยัยแอน บอกคุณณวัตรว่าเธอเป็นลูกบุญธรรม เธอไม่ใช่ลูกฉัน”
       กฤติยาเสียใจที่กัณฐิกายังไม่ยอมรับความจริงเสียที จึงไม่ยอมพูดอะไร
       “ธีรดนย์ ฉันช่วยเธอมาหลายครั้ง เธอต้องช่วยฉัน” กัณฐิกาลนลาน
       ณวัตรรู้สึกสมเพชกับสิ่งที่กัณฐิกากำลังดิ้นรนเอาตัวรอด
       “ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”
       กันฐิกาเสียใจที่ณวัตรไล่เธอออกจากบ้าน เข้ามากอดขาณวัตร
       “คุณคะ อย่าทิ้งกัณ กัณรักคุณ รักคุณนะคะ”
       กัณฐิกากอดขาณวัตรร่ำไห้อย่างน่าสงสาร ชนิกานต์เดินเข้ามา พูดเสียงดัง
       “ออกไปได้แล้วนังแม่มด!”
      
       ทุกคนตกใจ


  


       ด้านเสาวนิตย์นั่งร้องไห้ รอฟังผลอย่างกระวนกระวาย สุทินเข้ามากุมมือพูดปลอบใจ
      
       “ลูกเขียนการ์ดให้เรา...ลูกตั้งใจขอโทษเรา”
       เสาวนิตย์ส่งการ์ดให้สามี สุทินรับการ์ดมาเปิดดู เป็นภาพวาดการ์ตูน ที่อยู่พร้อมหน้าครอบครัวพร้อมข้อความในการ์ด
       “ขอบคุณนะคะ ที่ให้อภัยลูกสาวที่ผิดพลาดคนนี้...ภาสัญญาค่ะ ภาจะเป็นลูกที่ดีของคุณพ่อคุณแม่”
       สุทินอ่านข้อความก็ร้องไห้โฮ กอดกับเสาวนิตย์แน่น
       สุตาภัญนั่งเศร้า น้ำตาร่วงอยู่อีกมุม ชนกชนม์เข้ามานั่งแล้วกุมมือปลอบใจ
       “ภาขอให้ผมตั้งชื่อให้ลูก...ผมคิดชื่อออกแล้วนะ ไม่ว่าเขาจะเกิดมาเป็นชายหรือหญิง ผมจะตั้งชื่อว่า....“เติมใจ”...เขาจะมาเติมใจ..เติมความสุขให้ชีวิตภา คุณว่าชื่อนี้เพราะไหม”
       สุตาภัญพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ร้องไห้เป็นห่วงสุรัมภามาก
      
       บรรยากาศที่คฤหาสน์ณวัตรมาคุสุดๆ ชนิกานต์เข้ามาเย้ยกัณฐิกา
       “ขอแสดงความเสียใจ ที่ฝันของแกพังลงแล้ว..สุดท้ายแกก็ไม่เหลืออะไร มันเป็นผลกรรมที่แกทำร้ายฉัน”
       “ยัยนิกกี้!”
       กัณฐิกาโกรธจะเข้ามาตบชนิกานต์ ณวัตรปราดเข้ามาดันตัวไว้ แล้วตบหน้ากัณฐิกา
       “หยุดทำร้ายลูกสาวฉัน ออกไปซะ!”
       “อย่าเพิ่งไป...อยู่ดูของขวัญที่ฉันจะมอบให้ลูกสาวเธอ”
       ชนิกานต์หยิบกล่องของขวัญ เปิดฝาออก แล้วยกปืนขึ้นมา
       ธีรดนย์ตกใจ “นิกกี้ เธอจะทำอะไร”
       ชนิกานต์เล็งปืนไปที่ธีรดนย์ แล้วเบี่ยงไปหากฤติยา
       “ฉันไม่ยอมให้ใครแย่งธี”
       “นิกกี้ฟังฉันก่อน...เราสองคนตัดสินใจจะยกเลิกการแต่งงาน” กฤติยาอธิบาย
       ชนิกานต์ไม่เชื่อ “ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อ!”
       กัณฐิกาเป็นห่วงกฤติยา รีบบอกชนิกานต์
       “ลูกฉันพูดความจริง”
       “ฉันไม่เชื่อพวกแกอีกแล้ว! พวกแกสุมหัวโกหกมาตลอด!”
       “นิกกี้เอาปืนมาให้พ่อ”
       “คุณพ่อออกไป...มันเป็นเรื่องระหว่างนิกกี้กับมัน!”
       ชนิกานต์เล็งปืนไปที่กฤติยาเขม็ง กฤติยาตกใจ ธีรดนย์คุมสติเข้ามาเกลี้ยกล่อมชนิกานต์
       “นิกกี้...เธอต้องเชื่อฉัน จะไม่มีงานแต่งเกิดขึ้น”
       “นายโกหกฉันเพื่อปกป้องมัน”
       “นิกกี้เอาปืนให้ฉัน..เธอรักฉัน เธอต้องเชื่อใจฉัน”
       “ฉันรักเธอ แล้วฉันต้องสูญเสียเธอย่างนั้นเหรอ”
       “ฉันจะรับผิดชอบลูกของเรา...ฉันจะดูแลเธอ”
       ธีรดนย์เดินเข้ามาหาชนิกานต์ช้าๆ ชนิกานต์สับสน ลังเล ว้าวุ่นใจหนัก
       “ไม่จริง นายอยากช่วยมัน นายรักมัน”
       ที่สุดชนิกานต์ไม่เชื่อใจ จะยิงกฤติยา ธีรดนย์พุ่งเข้ามาแย่งปืน
       “เอาปืนมาให้ฉัน”
       ชนิกานต์ยื้อแย่งปืนไว้
       “ฉันเกลียดมัน ฉันจะฆ่ามัน!”
       ธีรดนย์เข้าไปแย่งปืนกับชนิกานต์ จังหวะหนึ่งเสียงปืนดังปัง!
       กฤติยา กัณฐิกา และณวัตรตกตะลึง ชนิกานต์ถอยห่างจากธีรดนย์ แล้วทรุดตัวลง
       ณวัตรตกใจคิดว่าชนิกานต์ถูกยิง
       จังหวะนั้นเองร่างธีรดนย์ล้มลงกับพื้น
       “ธี”
       กฤติยา กัณฐิกา และณวัตรตกใจเมื่อกลายเป็นธีรดนย์ที่ถูกยิง ชนิกานต์ได้สติรีบวิ่งเข้าไปกอดร่างธีรดนย์ไว้
       “ธี...”
      
       กัณฐิกาเดินเข้ามาจับมือกฤติยา มองไปยังร่างธีรดนย์ในอ้อมกอดชนิกานต์ อย่างหดหู่ใจ

      
       ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก หมอเดินออกมา สุทินและเสาวนิตย์ถลาเข้าไปถาม ชนกชนม์และสุตาภัญตามเข้าไปฟังผล
      
       “ลูกสาวผมเป็นยังไงครับ?”
       “เธอกับเด็กในท้อง...ปลอดภัยครับ” หมอบอก
       ชนกชนม์และสุตาภัญโล่งอก ดีใจมาก
       สุทินและเสาวนิตย์ดีใจมาก เสาวนิตย์ยกมือไหว้หมอ
       “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณนะคะ”
       สุตาภัญร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ชนกชนม์เข้ามายืนกุมมือสุตาภัญ
       ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ของชนกชนม์ดังขึ้น ชนกชนม์รับสาย นิ่งฟังอย่างตกใจ
       “อะไรนะ? ธี”
       สุตาภัญแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
      
       ชนิกานต์กอดร่างธีรดนย์ที่เลือดโทรมกาย ร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “ธี ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนาย..ยกโทษให้ฉันด้วย”
       ธีรดนย์มองหน้าบอกชนิกานต์ “ฉันไม่โกรธเธอ ฉันเองทำผิดกับเธอไว้มาก...เธอให้อภัยฉันได้ไหม”
       “ฉันให้อภัยนายได้เสมอ เพราะฉันรักนาย...ธี..บอกฉันได้ไหม...ทำไมนายถึงไม่รักฉันบ้าง”
       ธีรดนย์ตัดสินใจสารภาพความในใจ
       “ฉันเก็บความแค้นที่เธอเคยกดขี่ทำร้ายความรู้สึกฉัน ทำร้ายแม่ฉัน ฉันเกลียดเธอจนไม่อาจยอมรับความรักของเธอได้ ฉันมันโง่...ก่อกำแพงความเกลียดชังด้วยใจของฉันเอง...จนไม่เห็นความรักของเธอ ในวันที่รู้ความจริง...มันก็สายไปแล้ว”
       ชนิกานต์จับมือธีรดนย์ร้องไห้โฮ
       ชนกชนม์และสุตาภัญเข้ามาเห็นธีรดนย์ ก็ตกใจ
       “ธี...”
       สุตาภัญและชนกชนม์เข้ามา ธีรดนย์ยิ้มให้ทั้งสองคน
       “ตา....ชนม์”
       “นายไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พวกเราจะช่วยพานายส่งโรงพยาบาล”
       ธีรดนย์หันไปบอกสุตาภัญ “อโหสิกรรมให้เพื่อนที่เห็นแก่ตัวคนนี้ อย่าโกรธอย่าเกลียดผมนะ”
       “ตาไม่เคยเกลียดธี ธีเป็นเพื่อนของตา ไม่ว่าเราจะทะเลาะผิดใจกันแค่ไหน ไม่มีอะไรมาทำลายความเป็นเพื่อนรักของเราได้”
       ธีรดนย์ยิ้มให้ แล้วหันไปบอกชนกชนม์
       “ชนม์...เหลือนายเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มของเรา...ฉันฝากนายเป็นองครักษ์พิทักษ์ตา ดูแลแอน และช่วยเหลือนิกกี้ด้วย...นิกกี้คือแฟนของฉัน”
       ชนิกานต์ได้ฟังน้ำตาไหลพราก
       “นายต้องดูแลนิกกี้ให้ดีที่สุด สัญญากับฉันเพื่อนรัก”
       “ฉันไม่สัญญา...ฉันจะไม่ดูแลไม่สนใจนิกกี้.....มันเป็นหน้าที่ของนาย นายเป็นแฟนก็ต้องดูแลแฟนสิเพื่อน”
       ธีรดนย์ยิ้มให้ รู้ดีว่าชนกชนม์พูดให้กำลังใจตน ธีรดนย์หันไปบอกชนิกานต์
       “นิกกี้...เธอรักฉันมากแค่ไหน เธอต้องรักลูกมากเท่านั้น เขาเป็นตัวแทนฉัน เป็นสายเลือดของเรา แล้วที่สำคัญ เธอต้องสอนให้เขารู้จักความรัก...รักตัวเอง รักคนอื่นให้มาก อย่าให้เขาทำผิดพลาดเหมือนฉัน”
       ชนิกานต์ฟังไปร้องไห้ไป ธีรดนย์ยิ้มให้ชนิกานต์ แล้วเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ชนิกานต์
       “หยุดร้องไห้ได้แล้ว...โตเป็นคุณแม่ต้องเข้มแข็ง...ฉันไม่อยู่เช็ดน้ำตาให้เธออีกแล้วนะ”
       ชนิกานต์จับมือธีรดนย์แน่น “นายไง นายจะเช็ดน้ำตาให้ฉัน...ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้”
       ชนิกานต์พูดไม่ทันจบ ธีรดนย์ยิ้มแล้วค่อยๆ หลับตาลง ชนิกานต์ตกใจ เห็นมือธีรดนย์ตกลง
       “ธี...”
       ชนิกานต์ตะโกนสุดเสียงฟุบกอดธีรดนย์ร้องไห้โฮ สุตาภัญเสียใจ ชนกชนม์กอดปลอบใจสุตาภัญ กฤติยาร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ กัณฐิกาปลอบใจ
      
       ณวัตรเสียใจที่เป็นส่วนหนึ่งของความผิดพลาดในครั้งนี้ และทำให้ธีรดนย์ต้องตาย


  


       ไม่นานต่อมา รถตำรวจหนึ่งคันเปิดไซเรนวิ่งเข้ามาในบริเวณบ้าน ประตูรถเปิดออก ตำรวจก้าวลงจากรถ เดินเข้าไปในคฤหาสน์
      
       ชนิกานต์กอดร่างธีรดนย์ ร้องไห้ฟูมฟาย และตกใจที่ได้ยินเสียงไซเรนตำรวจ ณวัตรเดินเข้ามาหาชนิกานต์
       “ส่งปืนมาให้พ่อ”
       ชนิกานต์ตกใจที่ณวัตรเลือกจะยอมรับผิดแทนตน
       “ทุกอย่างเกิดจากน้ำมือพ่อ พ่อทำลายความสุขของลูก ทำร้ายความรู้สึกธีรดนย์มาตลอด...ถึงเวลาที่พ่อต้องชดใช้...คนที่ฆ่าธีรดนย์คือพ่อ”
       ณวัตรเข้ามาโอบกอดชนิกานต์ ยอมรับผิดแทนว่าเป็นคนฆ่าธีรดนย์
       “คุณพ่อ”
       ณวัตรกอดชนิกานต์ ร้องไห้ด้วยกัน
       ตำรวจเข้ามายืนมองที่มุมหนึ่ง ชนกชนม์และสุตาภัญสะเทือนใจ และตื้นตันกับความรักที่พ่อเสียสละเพื่อลูก กัณฐิกาและกฤติยา เศร้าและเสียใจมากเช่นกัน
      
       เช้าวันหนึ่ง สองคนมาทำบุญให้ธีรดนย์ที่วัดแห่งหนึ่ง พระกำลังสวดมนต์ สุตาภัญและชนกชนม์นั่งกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้ธีรดนย์
      
       ส่วนที่คฤหาสน์ณวัตร บรรยากาศหดหู่เศร้าหมอง ชนิกานต์แต่งชุดดำนั่งมองภาพธีรดนย์
       กัณฐิกาเดินออกมาชนิกานต์หันไปมอง
       “ไม่ต้องยิ้มเย้ยฉัน ฉันไม่ได้แพ้เธอ ที่นี่มันไม่เหมาะกับฉัน ฉันจะไปอยู่กับคนที่รักฉัน รักฉันจริงๆ”
       ณวัตรเดินเข้ามา...กัณฐิกาหันไปบอกณวัตร
       “กัณขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่คุณมอบให้กัณ...คุณดูแลตัวเองด้วย”
       ชนิกานต์ลุกขึ้นเดินเข้ามาหา กัณฐิกาแปลกใจ
       “ไปแล้วก็ไปให้ดี...ดีกว่าที่นี่”
       ชนิกานต์พูดทิ้งท้าย กัณฐิการู้สึกดี ยิ้มให้เล็กน้อย
       กัณฐิกาเดินออกไป ชนิกานต์หันไปมองณวัตร ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
       “ไม่เอา...” เช็ดน้ำตาให้ “หยุดร้องได้แล้ว...พ่อไม่อยู่ ลูกต้องเข้มแข็งเป็นเสาหลักของครอบครัว ลูกต้องดูแลตัวเองและลูก”
       ชนิกานต์โผเข้ากอดณวัตรน้ำตายนองหน้า ระหว่างนั้นตำรวจเดินเข้ามา
       “ขอเชิญคุณณวัตรครับ”
       ชนิกานต์ตกใจ “คุณพ่อ”
       ณวัตรยิ้มให้ชนิกานต์ “พ่อรักลูก”
       ตำรวจเข้ามาคุมตัวณวัตรเดินออกไป ชนิกานต์โผเข้ากอดณวัตรอีกครั้ง
       “นิกกี้รักคุณพ่อค่ะ”
      
       ณวัตรยิ้มอำลาชนิกานต์ ตำรวจควบคุมตัวณวัตรออกไป
      

       ขณะเดียวกันชลนิภาหายป่วยกลับบมาทำงาน กำลังเดินเข้ามาในบริษัท และต้องแปลกใจมากที่เจอพนักงานที่ลาออก กลับมานั่งทำงานกันพร้อมหน้า
      
       พนักงานไหว้ พร้อมกับทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
       “สวัสดีค่ะคุณชลนิภา” / “สวัสดีครับ คุณชลนิภา”
      
       ชลนิภาหน้าตึงนิดๆ “พวกเธอกลับมาทำไม ฉันไล่พวกเธอไปหมดแล้ว”
       พนักงานชายบอกแทนคนอื่น “เราไม่ได้มาทำงานให้คุณครับ เรามาทำงานให้ประธานคนใหม่”
       ชลนิภาแปลกใจ แต่คิดว่าเป็นสามี “คุณธนกร”
       พนักงานหญิงบอก “ไม่ใช่ค่ะ เราหมายถึงคุณชนกชนม์”
       ชลนิภายิ่งประหลาดใจ เดินฉับๆ ไปที่ห้องทำงานทันที
      
       ชลนิภาผลักประตูห้องเข้ามาเจอกับธนกร ชลนิภามองหาชนกชนม์
       “ฉันไม่เข้าใจที่พนักงานพูดถึงชนกชนม์”
       “ผมแต่งตั้งให้ชนกชนม์เป็นประธานกรรมการบริษัท”
       ชลนิภาหน้าตึง ไม่พอใจนัก “คุณ”
       ธนกรบอกด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยน “ถึงเวลาที่คุณควรจะรู้สักทีว่าลูกที่คนเกลียดชัง....ช่วยอะไรคุณไว้บ้าง”
       ชลนิภาฉงน และอยากรู้มาก ธนกรตัดสินใจเล่าความจริงให้ชลนิภารู้
       “ตั้งแต่คุณป่วยไม่สบาย ชนกชนม์นี่แหละที่คอยดูแลคุณ”
       ภาพเหตุการณ์ที่ชนกชนม์คอยเข้ามาดูแลชลนิภาผุดขึ้นมาประกอบเสียงเล่าของธนกร
       “บริษัทมีปัญหา...ชนม์ก็ช่วยเหลือ”
       ภาพเหตุการณ์ที่ชนกชนม์สาละวน เอาแบบมาส่งให้พนักงานผุดขึ้นมาอีก
       “แล้วที่สำคัญ ชนม์เป็นคนขอร้องผม ให้ผมกลับมาอยู่ดูแลคุณ”
       ชลนิภายิ่งแปลกใจ
       “ทุกลมหายใจของเขา ห่วงใยคุณ...แทบจะไม่คิดถึงตัวเองเลย คุณยังจะเกลียดเขาลงอีกเหรอ”
       ชลนิภารู้ความจริงทั้งหมดก็สะท้อนใจ รู้สึกผิด และเสียใจกับสิ่งต่างๆ ที่ทำร้ายชนกชนม์
       “เขาอยู่ไหน..ฉันอยากเจอเขา”
       ชลนิภาขอบตาร้อนผ่าว พูดออกมาเสียงสั่น อย่างเต็มตื้น
      
       ด้านชนกชนม์เดินเข้ามาที่ในคฤหาสน์ หยุดยืนที่กรอบรูปชลนิภา ตรงชั้นวาง ชนกชนม์หยิบภาพขึ้นมา
       “คุณชนม์กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะค่ะ” แป๋วยืนอ้อนอยู่ข้างๆ
       “ไม่ล่ะ..ฉันแค่แวะมาเอารูปคุณแม่...ไปเป็นกำลังใจ”
       ชนกชนม์ เห็นชลนิภาเดินเข้ามา ก็ชะงัก
       “คุณแม่”
       แป๋วกลัวระเบิดลง รีบชิ่งหลบไปที่ดูเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่ง
       “ฉันไม่อนุญาตให้เธอเอารูปฉันไป.....วางรูปไว้ที่เดิม” ชลนิภาบอกเสียงแข็ง
       ชนกชนม์ใจหล่นวูบ “คุณแม่คงจะเกลียดผมมาก แม้แต่รูป ก็ไม่อยากให้ผม”
       ชนกชนม์วางกรอบรูปลง แล้วจะเดินออกไป
       “เธอจะไปไหน? ว่านิดว่าหน่อยก็จะหนีฉัน...แล้วก็เลิกทำตัวเป็นคนดี ปิดทองหลังพระ ทำโน่นทำนี่ไม่บอกฉัน...ทำอย่างนั้นฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอทำอะไรให้ฉันบ้าง”
       ชนกชนม์ตกใจที่ชลนิภารู้ความจริง “คุณแม่”
       “ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ให้อภัยฉัน....รักฉันก็กลับมาอยู่กับฉัน”
       ชนกชนม์ตื้นตัน
       “กลับมาอยู่กับแม่”
       ชนกชนม์ อึ้ง ดีใจมาก แต่ยังยืนแข็งทื่อ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากชลนิภา
       “หรือต้องให้ฉันคุกเข่าขอร้อง... เธอถึงจะยอม”
       ชลนิภาทำท่าคุกเข่าลง ชนกชนม์ตกใจรีบก้มลงประกอด
       “อย่าครับ ขอแค่คุณแม่บอกให้ผมกลับมา ผมก็พร้อมจะอยู่กับคุณแม่”
       ชลนิภามองหน้าชนกชนม์ พูดบอกลูกชายด้วยสุ้มเสียงอันอ่อนโยน “กลับมาอยู่บ้านของเรานะลูก”
       ชนกชนม์ตื้นตันใจ “ผมรอฟังคำนี้มานานแล้วครับ ผมจะกลับมาอยู่บ้าน อยู่กับคุณแม่”
       ชลนิภาอ้าแขนโผเข้ากอดลูกชายอย่างเต็มรัก ชนกชนม์กอดชลนิภาร้องไห้โฮอย่างตื่นตันใจ ความน้อยใจ เสียใจ มลายไปจนหมดสิ้น
      
       ธนกรยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง พาลน้ำตาไหลรินออกมาด้วยความปลาบปลื้ม ซาบซึ้งใจตาม ที