กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

โครงการที่ไม่น่าสนใจ





ไปเจอบทความดีๆมา แต่มันยาวมาก เลยขอเสนอให้อ่านโดยย่อสรุปความนะฮับ




โครงการที่ไม่น่าสนใจ
โดย ประภาส ชลศรานนท์







เคยได้ยินประโยคทำนองนี้กันบ้างไหม? บทสนทนาในละครฉากเล็กๆของชีวิตจริง

ลูกชาย : พ่อ เห็นตึก 4 ชั้นที่อยู่ตรงหน้าหมู่บ้านนั่นไหม เขาติดประกาศขายแล้ว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย มันกว้างดี จอดรถน่าจะได้ 2 คัน สบายๆเลยนะพ่อ
พ่อ : ไหน หลังไหน ร้านหนังสือเก่านั่นน่ะเหรอ ละเมอไปหรือเปล่า อย่างเราน่ะจะมีปัญญาซื้อได้อย่างไรไหว
ลูกชาย : ลองโทรไปถามหน่อยไม่ดีหรือ เผื่อเอาเข้าแบงค์แล้วขยับขยายร้านได้ใหญ่
พ่อ : เสียเวลา เสียค่าโทรศัพท์เปล่าๆ ก้มหน้าห้มตาทำงานไปเถอะ





สามี : ไปเที่ยวยุโรปกันไหม กลางๆปีเขาว่าไม่หนาวมาก อยากไปเห็นเมืองนอกบ้าง
ภรรยา : ไปต่างประเทศ คุณจะมีเวลาหรือ แล้วไหนจะเรื่องเงินอีก ไหนจะค่าตั๋ว ค่าที่พัก แล้วยังจะต้องซื้อของฝากคนอื่นอีก โอย... ยุ่งยากเปล่าๆ อย่าคิดอะไรเกินตัวนักสิ







น้อง : พินัยกรรมสรุปออกมาแล้ว คุณป้าท่านยกให้เราแสนนึงเเน่ะ
พี่ : แสนนึง ค่าทนาย ค่าธรรมเนียม แล้วก๋ต้องผ่อนรถที่เหลืออีก 3-4 เดือน จะไปเหลือสักเท่าไร ไม่เห็นน่าดีใจเลย








"บางทีผมก็แอบเรียกคนมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ว่า นักฆ่าความฝัน"

ผู้เขียนได้กล่าวถึงคนเหล่านี้ว่า เป็นผู้ฆ่าความฝัน ซึ่งมองอะไรๆก็เป็นไปไม่ได้หมด และผู้เขียนก็ยังผจญกับคนเหล่านี้อยู่ทุกวัน โดยใช้วิธีคิดว่า คนเหล่านี้คือ ฝ่ายค้างที่มาช่วยติติง ไม่ใช่ศัตรู ทำให้คนเหล่านั้นเห็นว่า สิ่งที่เขาพูดกับเราว่าเป็นไปได้นั้นเราสามารถทำได้สำเร็จบ่อยๆ แล้วพวกเขาจะไม่กล้าฆ่าความฝันใครๆแม้กระทั่งตัวเอง

นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้หลายๆคนกลายเป็นนักฆ่าความฝันอีกด้วย อย่างเช่น คนที่มีปมวัยเด็กกับประสบการณ์แย่ๆ คือ พ่อแม่ชอบสัญญาอะไรไว้ แต่ไม่เคยทำตามสักอย่าง เลยกลายเป็นว่า ฝันลมๆแล้งๆ โตขึ้นมาเลยคิดว่าความหวังทุกอย่างมันจะเป็นไปไม่ได้ไปซะหมด





และผู้เขียนก็ได้เล่าถึงโครงการที่ไม่น่าสนใจ 2 โครงการ ซึ่งทีนี้จะยกมา แค่ 1 เรื่องแล้วกันนะคะ

เรื่องที่ว่านั่นคือเรื่องของ อากิโอะ โมริตะ ประธานบริษัทโซนี่  มองเห็นเพื่อนร่วมงานเดินถือเครื่องเ่ลนเทปและฟังแนบติดหู เพื่อนร่วมงานคนนั้นเล่าว่า เขาชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่อยากเปิดเบาๆ และไม่อยากให้นหวกหูคนอื่น จึงต้องเอามาแนบติดหูเพื่อฟัง อากิโอะจึงได้ไอเดียคือ ต้องการทำเครื่องเล่นเทปที่เล็กลง และหูฟังที่เล็กลง แต่ฝ่ายการตลาดไม่เห็นด้วย พร้อมให้คำวิจารณ์ที่รุนแรงว่า "จะมีใครที่ไหน โง่มาซื้อเครื่องเล่นเทปที่ไม่มีส่วนของการบันทึกเสียง"

นี่แหละ คือจุดกำเนิดของซาวน์อะเบ้าท์

เพื่อไม่ให้ทะเลาะกับฝ่ายการตลาด เขาจึงขอเป้าการขายแค่ปีละ 1 แสนเครื่องเท่านั้น และแล้ว ปีแรกที่วางตลาด ซาวน์อะเบ้าท์ของอากิโอะ ทำยอดขายได้ถึง 4 ล้านเครื่อง






เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความฝันที่เป็นไปได้เสมอ ถ้าเราลงมือทำจริง
ติดตามอ่านเต็มๆได้ที่นี่นะคะ  >>คลิกที่ข้อความนี้ได้เลยนะคะ<<






3

จำนวน

ขอบใจจร้า
มันคือเรื่องจริง
กลับไปยังรายบอร์ด