กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15

ที่น้ำตก ในสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆได้พัดพาร่างของยงยุทธมาที่ริมตลิ่ง เขาพยายามตะเกียกตะกายขึ้นตลิ่งอย่างอ่อนแรง เขากุมท้องที่ถูกแทงพยายามลุกขึ้นเดิน แต่เข่าอ่อนทรุดลงไปอีก

ขณะนั้นเอง วีรบุรุษบาปก้าวเข้ามา ยงยุทธเงยหน้า มองอุทาน “แก!” แล้วยันตัวขึ้นมาตั้งการ์ดเตรียมสู้ทั้งที่ปากซีดหน้าซีดจนเขียว

“คุณไม่มีแรงเหลือแม้แต่จะเดินแล้วนะหมวด” วีรบุรุษบาปบอก ยงยุทธพูดอย่างอหังการว่า ถ้าจะหยุดไม่ให้ตนจับเขาก็มีแต่ต้องฆ่าตนก่อนเท่านั้น วีรบุรุษบาปพูดอย่างเยือกเย็นว่า “หยุดเถอะหมวด...เราไม่ควรจะมาเป็นศัตรูกัน”

“ฉันไม่ญาติดีกับโจร ฆ่าฉันเสียไอ้วีรบุรุษบาป เพราะถ้าแกปล่อยให้ฉันมีชีวิตรอด ฉันจะเป็นฝ่ายตามล่าแก...” วีรบุรุษบาปตัดสินใจชักดาบดำออกมา ยงยุทธมองประกายดาบที่ต้องแสง หัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง “ฮ่าๆๆ ฉันไม่กลัวความตาย เพราะฉันได้ทำดีจนวินาทีสุดท้ายแล้ว...ฮ่าๆๆ ฆ่าฉันเลย ไอ้วีรบุรุษบาป ถึงวันนี้ฉันต้องตายด้วยมือของแก แต่กฎหมายจะยังตามล่าแก แกจะต้องหนีไปตลอดชีวิต”

วีรบุรุษบาปชักดาบดำออกมา ปักฉึกลงใกล้ใบหน้ายงยุทธ บอกว่า

“ผมปล่อยให้คุณตายไม่ได้หรอกหมวดยงยุทธ เพราะคุณคือคนเดียวที่ผมจะยอมให้จับ”

พูดแล้ววีรบุรุษบาปค่อยๆถอดหมวก ปลดผ้าขาวม้าที่พันหน้าออก แต่...สายตาของยงยุทธที่จ้องหน้าวีรบุรุษบาปอยู่นั้น...ค่อยๆพร่ามัว เลือนราง จนในที่สุด ดับมืดลงพร้อมกับผ้าขาวม้าที่คาดหน้าขุนเดชถูกปลดออกทั้งผืน...

ooooooo

ที่ถ้ำศิลาในวันต่อมา...

ขณะหมอน้อยกำลังทำแผลให้ยงยุทธอยู่นั้น ขุนเดช ก็พาดารามาถึง เธอตกใจมากเมื่อเห็นยงยุทธนอนหมดสติอยู่บนแท่นหิน หมอน้อยบอกว่าคงต้องรออีกหลายชั่วโมงกว่าจะรู้สึกตัว ขุนเดชถามหมอน้อยว่าอาการไม่ดีเลยหรือ

“แผลที่โดนแทงลึกเอาเรื่องอยู่ แถมยังเสียเลือดไปมากด้วย อาหมอต้องรีบทำความสะอาดแล้วเย็บแผล ถ้าจะพาเขาลงไปตอนนี้ อาหมอไม่แนะนำ ควรจะให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อน”

ดารายินดีที่จะอยู่ดูแลยงยุทธที่นี่ ขุนเดชเกรงว่ายงยุทธจะรู้เรื่องของตน เธอรับปากว่าจะไม่ให้ยงยุทธรู้เรื่องของเขา

“ก็ได้...ดีเหมือนกัน ถ้ามันรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วเจอเธออยู่ด้วย มันคงดีใจ” ขุนเดชตอบหลังจากนิ่งไปนิดหนึ่ง แล้วจึงออกไปกับหมอน้อย แต่ดาราเรียกไว้ พอเขาหันมา เธอบอก “ขอบใจมากนะ” ขุนเดชยิ้มรับแล้วปล่อยให้ดาราอยู่ดูแลยงยุทธกันตามลำพัง

เมื่อออกมาถึงหน้าถ้ำ หมอน้อยพูดอย่างเข้าใจและชื่นชมขุนเดชว่า

“อารู้ว่าขุนเดชคงเจ็บใจที่รักษาสมบัติโบราณไว้ไม่ได้ แต่การที่ขุนเดชเลือกช่วยชีวิตเพื่อนไว้ ขุนเดชตัดสินใจถูกแล้ว”

“เป้าหมายของพวกมันน่ากลัวมากนะครับอาหมอ ถ้าผมหยุดสัตโลหะบุรุษเสียตั้งแต่วันนี้ไม่ได้...แผ่นดินที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้พวกเราคงถูกทำลายย่อยยับ”

“อารู้ว่ามันยาก แต่หนักหนาสาหัสกว่านี้ บรรพบุรุษเราก็เคยผ่านมาได้แล้ว ขุนเดชกับหมวดยงยุทธก็ต้องทำให้ได้ไม่น้อยหน้าบรรพชน”

“ขอบคุณครับอาหมอ ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมต้อง...” ขุนเดชยกมือไหว้ขอโทษ แม้ไม่ได้บอกว่าจะทำอะไร แต่ก็รู้กันโดยสัญชาตญาณ หมอน้อย บอกว่าตนเข้าใจ ให้ขุนเดชทำตามสบายเลย...

รุ่งขึ้นที่สถานีตำรวจจึงมีเรื่องตื่นเต้น เมื่อบัวทองมาบอกจ่าแท่นว่าดารากับหมอน้อยถูกวีรบุรุษบาปลักพาตัวไป แล้วเอาจดหมายฉบับหนึ่งที่วีรบุรุษบาปทิ้งไว้ให้จ่าดู ใจความว่าหมวดได้รับบาดเจ็บ วีรบุรุษบาปจึงลักพาตัวหมอน้อยกับดาราไปช่วยดูแล

“ถ้าอย่างนั้นก็หายห่วงได้สิคะอาจ่า แสดงว่าเขาไม่ใช่ศัตรู” บัวทองเบาใจ แต่คำปันเสียงแข็งว่า ยังไงวีรบุรุษบาปก็เป็นคนนอกกฎหมายจะให้ตำรวจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง

“คำปัน...ความจริง...พี่...พี่นี่แหละที่เป็นคนปล่อยวีรบุรุษบาปไป”

คำปันตกใจแต่บัวทองร้องอย่างดีใจว่า “แบบนี้สิลูกผู้ชายตัวจริง” คำปันตีแขนลูกสาวอย่างขัดใจ

“เอาน่าคำปัน พี่รู้ว่าทำผิดกฎระเบียบ สัญญาเลยว่าครั้งต่อไปพี่จะไม่ทำแบบนี้อีก”

“ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของวีรบุรุษบาปซะทีเดียวหรอกนะพี่จ่า ฉันไม่อยากให้มีคนเลียนแบบพฤติกรรมที่มันไม่ถูกต้อง...โดยเฉพาะ...

ลูกสาวตัวดีของฉันนี่แหละ”

ระหว่างนั้นเอง มีตำรวจเข้ามารายงานว่าพบตัวหมอน้อยแล้ว เมื่อออกไปดูเห็นหมอน้อยถูกมัดและมีผ้าปิดตาเอามาทิ้งไว้ข้างทาง จ่าแท่นถามว่ามันทำอะไรหมอรึเปล่า หมอน้อยบอกว่าเขาแค่ลักพาตัวหมอไปช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของหมวดยงยุทธแล้วก็พาออกมา

จ่าถามอย่างเป็นห่วงว่าแล้วตอนนี้ยงยุทธกับดาราอยู่ที่ไหน หมอน้อยบอกว่าอาการของยงยุทธยังไม่ดีดาราเลยต้องอยู่ดูแลก่อน

“แต่จะไว้ใจได้เหรอครับคุณหมอ” จ่ายังเป็นห่วง

“จ่า...ถ้าวีรบุรุษบาปคิดจะปล่อยให้หมวดยงยุทธตาย เขาคงไม่มาลักพาตัวผมไปรักษาหมวดหรอก”

“เห็นไหมแม่ บอกแล้วว่าเขาไม่ใช่คนเลว” บัวทองแทรกขึ้นอย่างภูมิใจ เลยถูกแม่ค้อนให้ขวับหนึ่ง

“เอาล่ะ ถ้าคุณหมอยืนยันว่าหมวดยงยุทธปลอดภัย ผมก็จะได้เบาใจ เพราะยังมีเรื่องสำคัญที่ผมต้องจัดการอีก” จ่าแท่นพูดอย่างสบายใจขึ้น

ooooooo

ทันทีที่กลับมาเจอผกาที่บ้านกำนัน ประดับตบหน้าเธอฉาดใหญ่ ผกาขอโทษทั้งที่เลือดกบปาก ประดับด่าว่า เธอเกือบทำให้วีรบุรุษบาปได้รูปปั้นทองคำไป ทำให้ตนเสียเวลา ทำให้ตนถูกท่านต่อว่า ตบแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

กำนันมาขอให้พอเถอะเพราะผกาเองก็สำนึกผิดแล้ว ถูกประดับหาว่ากำนันหลงมารยาผกาเลยออกรับแทน ผกาเจ็บใจหันไปคว้าดาบของกำนันที่แขวนบนผนังมากำแน่น ประดับสะอึกเข้าไปถามว่าจะสู้ตนหรือ ผกาไม่สู้แต่จะให้เขาฆ่าตนเสียเลย ประดับคว้าดาบเหวี่ยงใส่ผกาทันที แต่ถูกกำนันสะอึกออกมาขวาง ดาบจึงอยู่ห่างคอกำนันแค่ฝ่ามือ!

ทันใดนั้นเอง ไอ้เบิ้มก็เข้ามารายงานว่าจ่าแท่นกำลังพาตำรวจมาที่นี่ กำนันบอกว่าจ่าคงมาเรื่องลูกชายตน อย่าเสียเวลาเลยให้ประดับรีบนำรูปปั้นนางรำทองคำไปให้ท่านทำพิธีเถิด ประดับยังปรามให้กำนันจัดการกับสัมฤทธิ์อย่าให้ก่อเรื่องอีก

“ผมมีวิธีแก้ปัญหาแล้ว คุณไม่ต้องห่วง ไอ้สัมฤทธิ์จะไม่ทำให้งานของเราต้องวุ่นวายอีก” กำนันรับปาก พอประดับไป ผกาก็รีบมากุมมือกำนันขอบใจที่ช่วยตน กำนันสะบัดมือออกพูดอย่างไม่พอใจว่า “อย่าให้มีแบบนี้อีกเด็ดขาดนะผกา”

กำนันออกไปรับหน้าจ่าแท่น ปฏิเสธว่าตนไม่รู้ว่าเวลานี้สัมฤทธิ์อยู่ที่ไหน แต่งานนี้จ่าคงต้องเหนื่อยหน่อยเพราะคนอย่างสัมฤทธิ์ไม่ยอมให้จับง่ายๆแน่ จ่าดักคอว่าที่ไม่ยอมน่ะไอ้สัมฤทธิ์หรือพ่อมัน

“จ่าพูดแบบนี้กับผม ผมเอาเรื่องจ่าได้นะ”

“ก็ลองดูสิกำนัน อย่าให้ผมรู้ก็แล้วกันว่า กำนันเอาลูกไปซ่อนไว้ที่ไหน จะเล่นทั้งพ่อทั้งลูกเลย...” จ่าสำทับแล้วนำกำลังกลับ กำนันมองตามจ่าไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ดาราดูแลยงยุทธจนเขารู้สึกตัวขึ้นมา เขาลุกขึ้นทันที ถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง พอรู้ว่าวีรบุรุษ-บาปช่วยชีวิตไว้ ยงยุทธก็พูดอย่างอาฆาตว่า คิดว่าช่วยชีวิตตนไว้แล้วต้องติดหนี้บุญคุณกันก็คิดผิด แล้วเดินกุมท้องออกไป

แต่พอไปถึงปากถ้ำก็เจอวีรบุรุษบาปมายืนขวางอยู่ บอกว่าขืนออกไปตอนนี้ก็มีหวังตายอยู่กลางป่าแน่ ยงยุทธตั้งท่าจะสู้กับวีรบุรุษบาป พูดอย่างอาฆาตแค้นว่า

“ต่อให้ฉันเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฉันก็จะไม่หยุดสู้กับแก”

เมื่อพูดอย่างไรก็ไม่อาจหยุดยงยุทธได้ วีรบุรุษบาปจึงใช้ดารามาต่อรอง บอกว่าถ้าเขาไม่เลิกหาเรื่องกับตน ตนก็อาจจะต้องทำร้ายดาราให้เขาหยุด ในที่สุดยงยุทธก็ยอมเพราะเป็นห่วงดารา แต่ก็ยังพูดอย่างพยาบาทว่า ถ้าวีรบุรุษบาปเผลอเมื่อไหร่โดนตนกระชากหน้ากากแน่

ดาราหมั่นไส้ยงยุทธเลยทำแผลให้อย่างกระแทก กระทั้น จนยงยุทธเจื่อนไปเหมือนกัน

ขุนเดชยังยืนรอดาราอยู่ เธอออกมาบ่นกับเขาว่า “คนอะไรไม่รู้ ดื้อ! รั้น!! มันน่าให้บาดทะยักกินตายไปเลย” ขุนเดชบอกว่าเขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ขนาดหลวงลุงยังเอาไม่อยู่เลย ดาราคาดหวังว่า วีรบุรุษบาปช่วยเขาไว้ครั้งนี้น่าจะทำให้อะไรๆดีขึ้น

“เป็นไปไม่ได้หรอกดารา ถ้ายังจับผมไม่ได้ ผมกับมันก็ต้องเป็นศัตรูกันไปตลอดชีวิต ความเป็นเพื่อนก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหน้าที่ส่วนหน้าที่ เพื่อนก็ส่วนเพื่อน”

ดาราฟังแล้วเศร้าใจ กลัวว่าถ้าเราพลาดท่าเหมือนคราวที่มันได้รูปปั้นทองคำไปทำพิธี ตนก็คงต้องสูญเสียทุกอย่างไปเพราะไม่สามารถหยุดพวกมันได้ ขุนเดชบอกว่าตนก็เคยกังวลเหมือนเธอ แต่อาหมอพูดถูก อาหมอบอกว่า...

“บรรพบุรุษของเราเคยผ่านเรื่องที่ยากกว่านี้มามาก ซากปรักหักพังก็มีให้เห็น ผมคนนึงล่ะที่ไม่ยอมแพ้ให้แพ้ให้อายบรรพบุรุษ”

“ฉันเข้าใจแล้วขุนเดช ฉันจะไม่ยอมแพ้ เราจะสู้ไปด้วยกัน แต่ก่อนอื่น ฉันต้องรับมือกับตาบ้าหัวดื้อในนั้นเสียก่อนน่ะสิ หึๆคนใจแคบ!!”

ฟังดาราแล้วขุนเดชฉุกคิดอะไรได้ เขาไปที่กระท่อมของจำเริญ เอายาไปให้แม่ของจำเริญ ถามว่าจำเริญยังไม่กลับหรือ นางบอกว่าหายหัวไปหลายวันแล้ว กลัวว่าจะไปมีเรื่อง พูดแล้วเห็นขุนเดชนิ่ง นางยิ่งระแวงถามว่าจำเริญไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรใช่ไหม เพราะกำลังจะบวชให้ตนอยู่

“ใจเย็นเถอะน้า...เอาเป็นว่า ถ้าจำเริญกลับมา บอกให้มันไปหาฉันด้วย”

แต่พอจำเริญกลับมา เขาบอกแม่ว่าตนไม่ไปหาขุนเดช อ้างว่าต้องเตรียมงานบวช นางเตือนสติลูกชายว่า

“ขุนเดชเป็นคนดี ถ้าเอ็งเดือดร้อน ก็มีแต่เขาเท่านั้นที่ช่วยเอ็งได้”

จำเริญฟังแล้วเครียด เพราะตัวเองถูกสัมฤทธิ์ขู่จะฆ่าหาว่าเอาเรื่องของมันไปบอกตำรวจ จำเริญอ้อนวอนอย่าฆ่าตนเลย แม่ตนแก่แล้วไม่มีใครดูแล จะให้ตนทำอะไรตนยอมทุกอย่าง

สัมฤทธิ์จึงให้จำเริญไปลักพาตัวบัวทองมาให้ ไม่ อย่างนั้นแม่เขาจะไม่มีวันได้เห็นชายผ้าเหลืองแน่ ทำให้จำเริญกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครุ่นคิดหนักใจอยู่คนเดียว

วันนี้ บัวทองทนร้อนใจไม่ได้ ไปหาขุนเดชที่กระท่อมถามว่าทำไมไม่ทุกข์ร้อนเรื่องดาราถูกวีรบุรุษบาปลักพาตัวไปเลย ไม่เห็นออกตามหา ขุนเดชย้อนถามว่า วีรบุรุษบาปไม่ได้พาพวกเขาไปทำร้ายไม่ใช่หรือ บัวทองเองก็เคยเจอมาแล้วไง

ขุนเดชพูดจนบัวทองเขิน บ่นเขาว่า “วีรบุรุษบาปเขาเป็นสุภาพบุรุษ เขาให้เกียรติบัวทอง เขาไม่เคยพูดจาทำร้ายความรู้สึกของบัวทองแม้แต่นิดเดียว” สะบัดจากขุนเดชบอกว่า “ฉันเกลียดพี่ขุนเดช เกลียด...เกลียดที่สุด”

ขุนเดชรั้งบัวทองเข้าไปจนชิด ขอร้องว่า “ถึงพี่จะเป็นคนดีอย่างวีรบุรุษบาปในสายตาของบัวทองไม่ได้ แต่พี่ก็ไม่อยากให้บัวทองเกลียดพี่ เรายังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมได้ไหม”

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงมารักพี่ ทั้งๆที่หมวดยงยุทธดีกว่าพี่ตั้งเยอะ” บัวทองพูดใส่หน้าแล้วผละไป ขุนเดชได้แต่มองตามหน้าสลด...

ระหว่างบัวทองเดินอยู่หลังวัดนั่นเอง ถูกจำเริญมาดักจับ บัวทองต่อสู้ขัดขืนถูกจำเริญใช้ด้ามดาบกระแทกท้องน้อยจนจุก แล้วบอกบัวทองว่า “ยกโทษให้ฉันด้วยนะบัวทอง ถ้าฉันไม่ทำ...ฉันก็ต้องถูกมันฆ่า”

ขุนเดชได้ยินเสียงบัวทองร้องขอความช่วยเหลือเขาคว้าดาบดำวิ่งไป เจอจำเริญกำลังจะอุ้มบัวทองไป เขาสั่งให้หยุด จำเริญตกใจทิ้งบัวทองแล้ววิ่งหนี ขุนเดชบอกให้บัวทองรอตรงนี้แล้ววิ่งไล่ตามจำเริญไป

จำเริญสู้แบบจนตรอกและไร้ฝีมือ ถูกขุนเดชกระชากหมวกไหมพรมออกจึงรู้ว่าเป็นจำเริญ บัวทองตามมาพอดีขุนเดชหันไปมอง จำเริญฉวยโอกาสนั้นหนีไป

ขุนเดชไม่บอกว่ามันเป็นใคร เขาคาดว่าคงต้องมีคนจ้างมันมาลักพาบัวทองแน่ๆ บัวทองเชื่อว่าต้องเป็นสัมฤทธิ์ เพราะตอนนี้กำลังถูกตำรวจล่าตัวอยู่ มันคงอยากได้ตนไปด้วย ขุนเดชเตือนให้เธอระวังตัวด้วย เพราะสัมฤทธิ์กำลังจนตรอก พูดเปรยๆว่า “เงินมันทำได้ทุกอย่าง แม้แต่จ้างคนดีให้กลายเป็นคนบาปมันก็ทำได้”

จำเริญกลับถึงกระท่อมก็เก็บเสื้อผ้าของแม่บอกว่าจะให้ไปอยู่กับลุง เพราะตนต้องเตรียมบวชจะไม่มีใครดูแลแม่

จากนั้น จำเริญก็ไปหัดสวดมนต์อยู่กับพระลูกวัดที่โบสถ์วัดเกาะน้อย แต่พอขุนเดชมายืนดู มันก็ตื่นตกใจจนสวดมนต์ตะกุกตะกัก ซ้ำยังกระซิบหลวงพี่ที่สวดมนต์ด้วยกัน ขอไปนอนที่กุฏิด้วยอ้างว่าเพื่อจะได้หัดท่องบทสวดมนต์
ขุนเดชไปยืนจ้องจำเริญอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินกลับไป

ความดีที่วีรบุรุษบาปช่วยบัวทองไว้ ทำให้ความรู้สึกต่อวีรบุรุษบาปของคำปันเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อยังไม่มีใครจับตัวสัมฤทธิ์มาลงโทษได้ คำปันก็ฝากความหวังไว้กับวีรบุรุษบาปว่า จะจัดการกับสัมฤทธิ์ให้ได้มันจะได้เลิกยุ่งกับบัวทองเสียที

ooooooo

ประดับนำรูปปั้นนางรำทองคำกลับไปที่คฤหาสน์ ของปราชญ์ เจอคุณหญิงกำลังจะออกข้างนอกพอดี คุณหญิงดีใจมากชวนออกไปด้วยกัน บอกว่าอยากไปค้างข้างนอกสักคืน ประดับอ้างว่าตนต้องรีบเอาของที่ท่านสั่งไว้ไปให้ท่านก่อน

คุณหญิงอารมณ์เสียทันทีบ่นว่าเบื่อบ้านนี้เต็มทนแล้ว ปารมีก็ไม่รู้เป็นอะไร เมื่อกี้ก็อ้วกใส่ตนจนเลอะเทอะไปหมด บอกว่าจะเอากลับไปอยู่โรงพยาบาลดีกว่า ประดับรีบขู่ว่าขืนไปไว้ที่โรงพยาบาล ข่าวเรื่องปารมีไปทำแท้งก็กระฉ่อนแน่ บอกคุณหญิงว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวตนจะไปดูแลเอง

ประดับเข้าไปคุยกับปารมี เธอจะไม่ยอมกินยาที่เขาจัดให้ เพราะกินแล้วยิ่งแย่ ประดับอ้างว่าที่แย่เพราะเธอไม่ยอมพักผ่อน บอกให้กินยาแล้วนอนพักให้มากๆ เขาทั้งขู่ทั้งปลอบว่า

“ถ้าคุณปายังรักผมก็อย่าทำให้ผมต้องลำบากใจไปมากกว่านี้” เพียงเท่านี้ ปารมีก็ยอมกินยาต่อไป พอคุณหญิงรู้ว่าประดับกล่อมปารมีสำเร็จ ก็นึกระแวงว่า ทำไมปารมีจึงเชื่อฟังประดับง่ายนัก

คืนนี้เอง ขุนเดชก็มาหาจำเริญที่นอนอยู่ที่ระเบียงกุฏิหลวงพี่ เขาขู่ว่าถ้าส่งเสียงจะไม่ได้เห็นหน้าแม่อีก จำเริญกราบอ้อนวอนขุนเดชอย่าทำอะไรตนเลย ตนกำลังจะบวชให้แม่ได้เห็นผ้าเหลืองอยู่แล้ว

“เอ็งมันคนใจบาป ทำชั่วแล้วคิดจะใช้ผ้าเหลืองปกป้องความชั่วของตัวเอง”

จำเริญสารภาพผิด บอกขุนเดชว่าความผิดครั้งนี้ถ้าเขาตัดสินลงโทษ ตนก็พร้อมจะรับโทษ แต่ขอให้ตนได้ทำความดีเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม พอขุนเดชนิ่ง จำเริญบอกว่า

“ฉันจะบอกพี่ว่า ไอ้สัมฤทธิ์มันกบดานอยู่ที่ไหน และขอให้ฉันได้บวชเพื่อให้แม่ได้เห็นชายผ้าเหลือง ให้ฉันได้ทดแทนคุณแม่ก่อนตาย เพียงเท่านี้ที่ฉันอยากขอ” พูดแล้วกราบแทบเท้าขุนเดชอย่างอ้อนวอน

ขุนเดชเงื้อดาบดำขึ้นสุดแขน หน้าตาดุดัน จนจำเริญผงะตกใจ

ooooooo

วันต่อมา ขุนเดชไปที่ถ้ำศิลา ยงยุทธยังอาฆาต พอรู้ว่าวีรบุรุษบาปมาก็จะออกไปฟาดฟัน ท้าวีรบุรุษบาปว่าเป็นโอกาสของเขาแล้วจะฆ่าตนก็ฆ่าเสีย ตนยอมตายเสียดีกว่าต้องเสียศักดิ์ศรีให้โจร

“ครั้งนี้ไม่ได้มีเรื่องของศักดิ์ศรีหรือบุญคุณมาเกี่ยวข้อง ผมช่วยหมวดก็เพราะหมวดคือคนเดียวที่ผมจะยอมให้จับ ผมถึงไม่ยอมให้หมวดตาย” ยงยุทธถามว่าทำไมต้องเป็นตน “ก็เพราะผมเชื่อว่า ถ้าถึงวันที่วีรบุรุษบาปต้องปิดฉากไป หน้าที่ของทหารพระร่วง ผู้ปกปักรักษาสมบัติของชาติ จัดการพวกใจบาปด้วยหัวใจบริสุทธิ์ ก็มีแต่หมวดเท่านั้น”

ระหว่างนั้นแว่วเสียงดาราร้องเรียกยงยุทธ วีรบุรุษบาปบอกยงยุทธว่าเขาดีขึ้นมากแล้วให้พาดารากลับไปเถอะ ย้ำว่า

“ผู้หญิงคนนั้นเขารักหมวดมาก รักมากยิ่งกว่าชีวิตตัวเองด้วยซ้ำ”

ยงยุทธแย้งว่าเธอรักคนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเขาต่างหาก พอดีดาราออกมา เธอมองยงยุทธที่ยืนอยู่ถามงงๆว่า ออกมาทำอะไร ดีขึ้นแล้วหรือ

“ผมดีขึ้นมากแล้วดารา...ไอ้วีรบุรุษบาปมันไปแล้ว มันบอกให้ผมพาคุณกลับ”

พูดแล้วก็มองหาวีรบุรุษบาปไปรอบๆอย่างไม่หายแปลกใจและสงสัยกับคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้...

ooooooo

เมื่อไอ้นะกลับไปหาสัมฤทธิ์โดยไม่มีบัวทองมาด้วย มันโมโหว่าถูกจำเริญหักหลัง ชักปืนออกมาจะไปสั่งสอนจำเริญ

ไอ้เนกำลังไปกรอกน้ำที่ริมลำธาร ถูกวีรบุรุษบาปเล่นงานจนหน้าอาบเลือดหนีกลับไป สัมฤทธิ์ตกใจว่าวีรบุรุษบาปรู้ได้อย่างไรว่าตนซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่ทันไร วีรบุรุษบาปก็มายืนจังก้าข้างหน้ามันแล้ว สัมฤทธิ์กระชากคอเสื้อไอ้นะแล้วผลักไปทางวีรบุรุษบาปส่วนตัวมันเองหนีเอาตัวรอด

ไอ้นะชักดาบออกมาประกาศสู้ตาย วีรบุรุษบาปเห็นฝีไม้ลายมือมันแล้วจึงเก็บดาบดำ ใช้มือเปล่าคอยปัดป้องดาบของไอ้นะ แค่นั้นมันก็สะบักสะบอมแล้ว วีรบุรุษบาปทิ้งมันไว้ตรงนั้นแล้วไล่ตามสัมฤทธิ์ไป

ไล่ไปทันสัมฤทธิ์ที่ป่าหิน ต่างชักดาบออกมาปะทะกัน แต่คราวนี้เห็นได้ชัดว่าฝีมือสัมฤทธิ์พัฒนาขึ้นมากเพราะมันไปฝึกปรือมาหมายจะพิฆาตวีรบุรุษบาปให้ได้

แม้สัมฤทธิ์จะเก่งขึ้นมาก แต่สำหรับวีรบุรุษบาปแล้วมันยังอ่อนหัดนัก จึงปักดาบลงพื้นใช้มือเปล่ารับมือกับความบ้าระห่ำของสัมฤทธิ์ จนจับมันหักแขนดังกร๊อบ มันร้องลั่น เล่นลูกไม้อ้อนวอน ขอให้วีรบุรุษบาปอโหสิกรรมให้ตนด้วยเถิด

ไอ้นะหนีกลับไปหากำนันในสภาพหน้าเกรอะกรังไปด้วยเลือด กำนันจึงให้เสือเพิกสหายเก่าไปช่วยลูกชาย

เสือเพิกเก่งกล้าทางอาคม ยืนพนมมือบริกรรมคาถาแล้วเป่าพรวดใส่หุ่นปั้นด้วยดินเหนียวขนาดฝ่ามือ พริบตานั้นเกิดลมกระโชกแรง ครู่เดียวโหงพรายที่ปรากฏตัวในรูปของเมฆหมอกสีดำก็พวยพุ่งเข้าหาวีรบุรุษบาปจนต้องใช้ดาบดำฟาดฟัน จังหวะนั้น เสือเพิกตะโกนให้สัมฤทธิ์รีบหนีไป

วีรบุรุษบาปใช้ดาบดำต่อสู้จนโหงพรายจางหายไป มองไปอีกทีทั้งสัมฤทธิ์และเสือเพิกก็หายไปหมดแล้ว วีรบุรุษบาปได้แต่กำดาบดำแน่นอย่างเจ็บใจ

กำนันขอบใจเสือเพิกที่ช่วยลูกชายไว้ ถามว่าได้จัดการกับวีรบุรุษบาปไปแล้วใช่ไหม

“ยัง...ดาบดำในมือมันไม่ธรรมดา ขนาดโหงพราย ของข้ายังเอาไม่อยู่ แต่ถ้าเจออีกทีละก็ไม่แน่”

ooooooo

ยงยุทธพาดารากลับมาส่งที่บ้านคำปันอย่างปลอดภัย ทุกคนดีใจมาก บัวทองได้ทีชมวีรบุรุษบาปว่า หมอน้อยบอกอยู่แล้วว่าวีรบุรุษบาปไม่ทำอะไรหมวดกับดารา คำปันบ่นว่า อยู่ๆก็มาลักพาตัวกันแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน

“เขาจำเป็นต้องทำจ้ะน้า...ถ้าไม่มีใครช่วย ยงยุทธ ก็อาจจะไม่รอดกลับมา” ดาราชี้แจง

“แต่การที่มันปล่อยให้ผมรอดกลับมาได้ มันคิดผิด!” ยงยุทธยังอาฆาตแค้น จนดาราหนักใจ

ยงยุทธหุนหันออกไป ดาราตามมาถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่า สัมฤทธิ์ยังลอยนวลอยู่ วีรบุรุษบาปต้องไล่ล่ามันแน่ๆ ตนจะไม่ยอมให้วีรบุรุษบาปชิงตัดหน้าไปจัดการสัมฤทธิ์ ดาราบอกให้เขาพักผ่อนเพราะสุขภาพยังไม่แข็งแรง

“ให้ผมกลับไปนอนพักผ่อนแล้วรอดูมันเที่ยวถือดาบไล่ฆ่าคนน่ะเหรอ ไม่หรอกดารา ตราบใดที่มันไม่หยุด ผมก็ไม่หยุด” ดาราถามว่าวีรบุรุษบาปช่วยเขา ถึงขนาดนี้ทำไมไม่เลิกเกลียดเขาเสียที “ผมไม่มีทางญาติดีกับฆาตกรปากเสียแส่ไม่เข้าเรื่องอย่างมันหรอก”
ดาราเอะใจว่าวีรบุรุษบาปพูดอะไรกับยงยุทธถึงได้ถูกเขาด่าว่าปากเสีย

เมื่อได้คุยกับขุนเดชจึงรู้ว่า เขาเอาเรื่องความรักมาให้ความหวังกับยงยุทธ ขุนเดชบอกเธอว่า

“ขอโทษด้วยนะดารา ลูกผู้ชายทุกคนต้องสู้เพื่อความรักกันทั้งนั้น ผมเลยไม่อยากให้มันหมดไฟเพราะเรื่องที่เราไปโกหกมัน” ดาราติงว่าทำแบบนี้ยงยุทธก็จะยิ่งโกรธแค้นวีรบุรุษบาปมากกว่าเดิม “ปล่อยให้มันแค้นผมไปเถอะ เพราะความโกรธก็คือพลังที่ทำให้สู้ได้ไม่ถอยด้วย”

ดาราฟังแล้วเข้าใจได้ทันทีว่า นี่คือแผนของขุนเดชที่ยั่วให้ยงยุทธโมโหเพื่อให้เขามาทำหน้าที่วีรบุรุษบาปแทนต่อไป ขุนเดชยอมรับว่า “ใช่...ผมเคยบอกคุณว่าผมจะวางมือ แต่กรรมที่ผมทำไว้ สุดท้ายก็ต้องชดใช้กรรมในนรกไม่ต่างจากไอ้โจรบาปที่ถูกผมฆ่า”
“ขุนเดช...เธอคิดว่าเธอจะต้องตาย...” ดาราพึมพำอึ้ง

ooooooo

ปราชญ์เสียหน้ามากที่ถูกนักการเมืองรุ่นลูกมาพูดดูถูกกลางสภา เขาคิดถึงอาจารย์ก้องเกียรติขึ้นมาทันที เมื่อรู้จากประดับว่าเพิ่งเสร็จธุระที่เพชรบูรณ์และกำลังเดินทางมา ก็สั่งประดับให้เอารถไปรับกลับมาอย่างเร่งด่วน

ประดับคิดมักใหญ่ใฝ่สูงหมายทาบรัศมีบารมีของปราชญ์มานานแล้ว ยิ่งเมื่อได้รับแรงยุจากคุณหญิงว่าที่จริงปราชญ์ไม่ได้มีความสามารถอะไรเลย ทุกเรื่องมีแต่รอการตัดสินใจจากประดับทั้งสิ้น ยุแหย่ว่า ถ้าปราชญ์ยอมผลักดันเขา เชื่อว่าประดับต้องยิ่งใหญ่กว่าปราชญ์แน่นอน

ประดับตัดสินใจทำในสิ่งที่แอบคิดมานานทันที สั่งการเบิ้มลับๆ เบิ้มท้วงติงว่าถ้าท่านรู้เรื่องไม่ไว้ชีวิตเขาแน่

“ฉันรู้น่า...งานนี้ฉันต้องเดิมพันครั้งใหญ่ ถ้าไม่เล่นหมดหน้าตักแล้วฉันจะยิ่งใหญ่ได้ยังไง” ประดับตัดสินใจแน่วแน่

ooooooo

สัมฤทธิ์แค้นใจที่ถูกวีรบุรุษบาปกรีดหน้าทำให้ตนกลายเป็นไอ้หน้าบาก เสือเพิกบอกว่า เป็นเสือเป็นโจรอยู่ในป่ามันต้องมีแผลเป็นให้ดูน่าเกรงขาม แต่ไม่ว่าใครจะหว่านล้อมอย่างไร สัมฤทธิ์ก็มุ่งมั่นที่จะต้องแก้แค้นวีรบุรุษบาป กระทั่งเอ่ยปากขอยืมโหงพรายของเสือเพิก เชื่อว่าโหงพรายจะป้องกันตนจากตำรวจได้

“ไม่ได้โว้ย โหงพรายเป็นของข้า ถ้าข้าไม่ตายมันก็ไม่ทำตามคำสั่งใครทั้งนั้น”

สัมฤทธิ์ยังพยายามจะตื๊อ ถูกกำนันสั่งให้หยุด และระหว่างนี้ก็ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด

กำนันวางแผนให้เสือสัมฤทธิ์ไปอยู่กับเสือเพิกหวังให้เสือเพิกช่วยฝึกฝีมือให้

“ได้...พรุ่งนี้เช้าข้าจะพามันไปจากที่นี่ เอ็งคงจะไม่ได้เจอหน้ามันอีกนาน แต่เมื่อไหร่ที่มันกลับมาหาเอ็งอีกครั้ง มันอาจจะเก่งกว่าเอ็งแล้วก็ได้” เสือเพิกพูดอย่างมั่นใจ ทำให้กำนันดีใจตบบ่าขอบใจสหายรักแล้วเดินออกจากกระท่อมไป

สัมฤทธิ์แอบฟังอยู่ มันพึมพำอาฆาตว่า

“จะให้ฉันไปโดยไม่ได้แก้แค้นฉันทำไม่ได้หรอกพ่อ อย่างฉันถนัดแต่ล่า ไม่ถนัดหนี”

รุ่งขึ้น เมื่อเสือเพิกมาหาสัมฤทธิ์ที่กระท่อม แต่ไม่เจอตัว ร้องเรียกก็ไม่ตอบรับ เลยสงสัยรีบเดินไปดูในย่ามตัวเองที่แขวนอยู่ ปรากฏว่าหุ่นโหงพรายหายไปแล้ว เสือเพิกสบถอย่างหัวเสีย

“ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!”

สัมฤทธิ์ถือหุ่นโหงพรายดินเหนียวมาที่วัด เขม้นมองเข้าไปพึมพำลอดไรฟัน

“ไอ้จำเริญ คิดว่าหนีกูมาบวชแล้วกูจะอโหสิให้มึงเหรอ...ถุย!”

ooooooo

จำเริญบวชให้แม่ได้เห็นชายผ้าเหลือง พร้อมกันนั้นก็เตรียมที่จะรับกรรมที่ก่อไว้ ถือพานพุ่มขอขมาเข้าไปกราบขุนเดช เขารับพานพุ่มมองจำเริญอย่างหนักใจ

“ฉันพร้อมแล้วจ้ะพี่...มันผู้ใดก่อกรรม มันผู้นั้นต้องรับกรรม อย่าให้มีใครหนีกรรมพ้น”

แม่ของจำเริญปลื้มปีติที่ลูกบวชให้ บอกลูกว่าแม่ภูมิใจที่สุดในชีวิต บวชเป็นพระแล้วให้ตั้งใจศึกษาพระธรรม ช่วยสืบสานพุทธศาสนาต่อไป

ระหว่างนั้น ยงยุทธเข้ามาหมายสอบปากคำจำเริญเรื่องช่วยสัมฤทธิ์ลักพาตัวดารากับนักศึกษา ถูกขุนเดชกันไว้ขอให้จำเริญบวชเป็นพระเสร็จก่อน

เมื่อจำเริญบวชเป็นพระแล้ว ยงยุทธเข้าไปสอบถาม ขุนเดชบอกยงยุทธว่า จำเริญไม่ใช่คนที่เขาสงสัย ตนเป็นพยานได้ เพราะตนเป็นคนจัดการเรื่องบวชให้จำเริญ และคนที่กำลังจะบวชไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก

การรับรองของขุนเดช ทำให้ยงยุทธต้องกราบขอโทษพระแล้วกลับไป แต่เมื่อยงยุทธไปแล้ว พระจำเริญขอบใจขุนเดชที่ช่วย  เขาตอบด้วยความเต็มใจว่า

“ท่านยังห่มผ้าเหลืองอยู่ เรื่องโกหกให้เป็นหน้าที่ผมจะดีกว่า”

“แต่ฉันไม่ใช่พระตั้งแต่ตอนที่ฉันก้าวออกมาจากโบสถ์แล้ว ผิดศีลด้วยการโกหกแม่ ตอนนี้ฉันก็คือคนบาปที่ใช้ผ้าเหลืองปกป้องตัวเอง...ตามที่ฉันสัญญากับพี่ไว้ พี่จะตัดสินลงโทษฉันเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันไม่หนีไปไหนแน่นอน”

ooooooo

เบิ้มเป็นคนไปรับอาจารย์ก้องเกียรติ แต่พาไปที่โกดังร้าง อาจารย์ก้องเกียรติถามว่า พามาที่นี่ทำไม ตนมีนัดกับปราชญ์ ให้พากลับไปหาท่านเดี๋ยวนี้ เบิ้มชักปืนออกมาสั่งให้ลงจากรถ อาจารย์ก้องเกียรติตกใจ ประดับเดินมาปรามเบิ้มว่า บอกแล้วว่าอย่าทำให้อาจารย์ตกใจ

อาจารย์ก้องเกียรติถามประดับว่า นี่มันเรื่องอะไรกัน ประดับเปิดฉากเจรจาเรื่องธุรกิจกันทันที ปรากฏว่าอาจารย์ก้องเกียรติปฏิเสธยืนยันว่า “ฉันไม่ร่วมมือกับแกหักหลังท่านเด็ดขาด”

โฉมหน้าประดับเปลี่ยนไปทันที ชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า อาจารย์ก้องเกียรติชะงักหน้าเสีย ประดับเสียงเข้มว่า

“ผมสุภาพกับอาจารย์มากที่สุดแล้วนะครับ แต่ถ้าอาจารย์ยังทำหยิ่งใส่ผมอีกละก็...พรุ่งนี้เช้าก็เตรียมอ่านข่าวลูกเมียของอาจารย์ประสบอุบัติเหตุตายสยองทั้งคู่แน่!” พูดแล้วหัวเราะลั่น

ooooooo

ยงยุทธไม่เชื่อที่ขุนเดชรับรองจำเริญ คืนนี้จึงดักตามขุนเดชไป แต่ขุนเดชรู้ตัว ตลบหลังยงยุทธแล้วหายตัวไป

สัมฤทธิ์มาเล่นงานจำเริญที่กุฏิ มันยิงใส่ พระจำเริญหนีกระเซอะกระเซิงไปเจอขุนเดช ขอให้ขุนเดช ลงโทษตน ขุนเดชไม่ทำ บอกว่า

“ข้าไม่ได้มาเอาชีวิตเอ็ง ข้ามาอโหสิกรรมให้เอ็งต่างหาก เมื่อเอ็งสำนึกต่อบาป ข้าก็ควรอภัยให้”

จำเริญขอบใจ แต่ไม่มีใครหนีบาปกรรมพ้น พูดจบก็กระอักเลือดแน่นิ่งไปต่อหน้าขุนเดชทั้งที่ตายังค้างอยู่ ขุนเดชลูบปิดเปลือกตาจำเริญให้หายห่วง แล้วฉีกจีวรเปื้อนเลือดของพระจำเริญมาพันดาบดำ แววตาดุดัน

สัมฤทธิ์ตามหาจำเริญมาเจอวีรบุรุษบาป มันใช้โหงพรายเล่นงานแต่โหงพรายไม่ออก ขณะที่วีรบุรุษบาปชักดาบดำออกมาจะเล่นงานสัมฤทธิ์นั่นเอง เสือเพิกก็ตามมายิงสกัดวีรบุรุษบาปแล้วพาสัมฤทธิ์หนีไป

สัมฤทธิ์บอกให้เสือเพิกไปกำจัดวีรบุรุษบาป เสือเพิกฉุนขาดเข้าไปตบสัมฤทธิ์ไม่ยั้ง ตะคอกใส่

“นี่เอ็งใช้ข้าเหรอ ไอ้เด็กเวร...ข้าเหลืออดกับเอ็งเต็มทนแล้ว ถ้าพ่อกำนันเอ็งไม่ใช่เพื่อนข้าละก็ เอ็งโดนข้าจับส่งให้ไอ้วีรบุรุษบาปมันตัดคอไปแล้ว”

สัมฤทธิ์สามหาวก้าวร้าวเสือเพิกหาว่ากลัววีรบุรุษบาป เสือเพิกกระชากดาบออกมาบอกว่า ถ้าตนไม่สั่งสอนต่อไปจะไม่มีใครกำราบได้ แต่พอเสือเพิกเดินเข้าหาก็ถูกสัมฤทธิ์ยิงพรุนทรุดฮวบ ทั้งยังเยาะเย้ยว่า บอกแล้วว่าที่แท้เสือเพิกก็แค่ไอ้เสือแก่ไร้นํ้ายา ถีบเสือเพิกแล้วแย่งหุ่นโหงพรายมา ประกาศอย่างผยองว่า

“ถ้าข้าฆ่าไอ้วีรบุรุษบาปได้ ชื่อเสียงของข้าก็จะดังกระฉ่อน แม้แต่พ่อข้าก็จะต้องยอมรับว่าข้าคือคนที่เก่งที่สุดของสุโขทัย” ว่าแล้วก็เอาหุ่นโหงพรายขึ้นมาจบ ทันใดนั้น หมอกควันของผีโหงพรายก็ลอยออกมาล้อมรอบสัมฤทธิ์ มันระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่ะๆๆ มาเล้ย ไอ้วีรบุรุษบาป คืนนี้แหละ จะเป็นวันตายของแก... ฮ่ะๆๆๆ”

ooooooo

อาจารย์ก้องเกียรติไปถึงคฤหาสน์ของปราชญ์ ถูกต่อว่าที่มาช้า ประดับแก้ต่างว่า เพราะภรรยาของอาจารย์ไม่ค่อยสบาย เลยต้องวุ่นวายพาไปโรงพยาบาล

ปราชญ์เริ่มงานอย่างเร่งด่วน ถามว่าอีกนานไหมกว่าจะหาโลหะศักดิ์สิทธิ์โบราณครบ 7 อย่าง เพื่อทำให้ตนเป็นสัตโลหะบุรุษได้ อาจารย์ก้องเกียรติบอกว่ายังต้องใช้เวลาเลือกโลหะศักดิ์สิทธิ์โบราณที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม

ปราชญ์เร่งให้ทำให้ได้ในวันนี้พรุ่งนี้ เพราะขืนช้าตนก็จะถูกถอนหงอกจนไม่เหลืออะไรแน่ ขู่ว่าถ้าทำไม่ได้ก็จะทำเรื่องย้ายอาจารย์ไปขุดดินขุดหินในป่า อาจารย์ก้องเกียรติจึงตัดสินใจช่วยทำพิธีเสริมบารมีให้ก่อน ซึ่งก็จะทำให้ท่านมีบารมีเหมือนเป็นจอมคน ปราชญ์เร่งให้ลงมือเลย

อาจารย์ก้องเกียรติบอกว่า พิธีนี้อาจมีผลตามมากับท่านได้ แต่ไม่หนักหนานัก ปราชญ์เร่งให้ทำเลย

แต่พออาจารย์ก้องเกียรติทำพิธี ปราชญ์ก็ร้องอย่างเจ็บปวด อาจารย์ก้องเกียรติบอกว่า การทำพิธีที่สมบูรณ์โดยไม่มีของครบจำนวน ถ้าผู้รับไม่พร้อมที่จะเป็นสัตโลหะบุรุษ แทนที่จะส่งผลดี จะเป็นตรงกันข้าม

ปราชญ์ตกใจถามว่า หมายความว่าอย่างไร พลันก็กระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง จนหมดสติไป ประดับตกใจบอกอาจารย์ก้องเกียรติว่า “อาจารย์...ผมบอกไม่ให้ทำให้ท่านตายไง!”

“ใจเย็นๆ ท่านยังไม่ตายหรอก แต่พอท่านฟื้นขึ้นมานี่สิ...จะยิ่งกว่าตายเสียอีก ทีนี้คุณจะทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ”

“ถ้าอาจารย์ยืนยันอย่างนั้น...ก็เท่ากับว่า ธุรกิจครั้งนี้ของเราเป็นอันจบลงด้วยดี” ประดับยื่นมือออกไป อาจารย์ก้องเกียรติมองนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่งจึงจำใจยื่นมือออกไปสัมผัส

ประดับหันมองร่างปราชญ์ที่นอนแน่นิ่งอยู่ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน...

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!!”

ooooooo
ตอนที่ 16

คำปันตกใจมากเมื่อจ่าแท่นมาบอกว่าพระจำเริญถูกฆ่า มีคนพบศพอยู่ที่หลังวัดหลังจากถูกวีรบุรุษบาป โผล่มาขัดขวางการทำงาน บัวทองบอกว่าตนเชื่อว่าเรื่องเลวๆ แบบนี้ไม่ใช่ฝีมือของวีรบุรุษบาปหรอก ต้อง เป็นไอ้สัมฤทธิ์มากกว่า

คำปันปรามบัวทองว่าตัวเองอยู่ตรงนั้นด้วยรึถึงได้รู้ไปหมดทุกอย่าง ดาราพูดแทรกขึ้นว่า

“แต่ฉันเห็นด้วยกับบัวทองนะจ๊ะน้า...วีรบุรุษบาปปกป้องพุทธสถานย่อมต้องปกป้องพุทธศาสนาด้วยเหมือนกัน”

“ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าวีรบุรุษบาปจะลงมือกับพระจำเริญ แต่การที่มันโผล่มาเล่นงานหมวด ฉันว่ามันต้องมีเหตุผลแน่” จ่าแท่นวิเคราะห์ ซึ่งบัวทองเห็นด้วยและเชื่อว่าสัมฤทธิ์ต้องโดนตัดสินบาปด้วยดาบของวีรบุรุษบาปแน่นอน จ่าติงหลานสาวว่า “แต่มันจะไม่ง่ายอย่างนั้นสิบัวทอง หมวดยงยุทธอยู่ที่นั่นด้วย คงไม่ยอมแน่”

ดาราฟังแล้วหนักใจ เป็นห่วงทั้งยงยุทธและขุนเดช...

ooooooo

หลังจากเสือเพิกถูกฆ่าตายแล้ว สัมฤทธิ์ก็ได้เป็นเจ้าของโหงพราย มันใช้โหงพรายมาทำร้ายวีรบุรุษบาป แม้เขาจะมีฝีไม้ลายมือทั้งเชิงดาบและเชิงมวยเก่งกาจเพียงใด แต่สู้โหงพรายด้วยดาบอย่างเดียวไม่ชนะ ถูกควันโหงพรายพุ่งเข้าเล่นงาน สร้างความเจ็บปวดทรมานจนดาบดำหลุดจากมือ

วีรบุรุษบาปถูกโหงพรายใช้อาคมเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้ตกลงมาจุกจนลุกไม่ขึ้น เขาถอดผ้าขาวม้าที่พันหน้าออกมาเช็ดเลือดที่กระอักออกมาอย่างเจ็บปวด โหงพรายรุมล้อมกันเข้ามาหมายเอาให้ตายในคราวนี้

สัมฤทธิ์ที่ใช้โหงพรายเล่นงานวีรบุรุษบาป กำลังผยองเต็มที่ แต่มันก็ถูกยงยุทธตามมาทัน หมวดเอาปืนจ่อสั่งให้ยกมือขึ้น มันเจ้าเล่ห์ตามเคย เสนอว่าให้หมวดปล่อยตนเสียแล้วตนจะเล่นงานวีรบุรุษบาปให้ หมวดจะได้ไม่ต้องเหนื่อย จากนั้นตนก็จะไม่กลับมาเหยียบศรีสัชนาลัยอีกเลย

“อย่างไอ้วีรบุรุษบาป ฉันจับมันได้โดยไม่ต้องพึ่งแกหรอก” ยงยุทธไม่แยแสกับข้อเสนอของสัมฤทธิ์ เตรียมจับมันใส่กุญแจมือ สัมฤทธิ์ฮึดสู้ ศอกใส่ยงยุทธจนปืนกระเด็น มันจะแย่งปืนถูกยงยุทธเตะขวาง เลยตั้งท่าเชิงมวยลุยกัน

แต่สัมฤทธิ์สู้เชิงมวยของยงยุทธไม่ได้ ถูกหมัดฟ้าฟาดกระเด็นไปล้มใกล้หุ่นดินเหนียวที่ตกอยู่ มันหัวเราะสะใจ เอาหุ่นดินเหนียวขึ้นมาว่าคาถาเรียกโหงพรายมาช่วย

วีรบุรุษบาปกำลังเครียดที่ถูกโหงพรายรุมล้อม พลันโหงพรายก็หายวับไป เขาลุกขึ้นไปหยิบดาบดำที่ปักบนพื้นขึ้นมามองจีวรเปื้อนเลือดของพระจำเริญที่พันด้ามดาบ แววตาแข็งกร้าว

ooooooo

สัมฤทธิ์ขู่ยงยุทธว่า ถ้าพ่อตนได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเมื่อไร ทั้งวีรบุรุษบาป และยงยุทธจะต้องร้องขอชีวิตพ่อตนแน่ๆ

“คนที่จะขึ้นมายิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในแผ่นดินได้ต้องได้มาด้วยความดีความชอบไม่ใช่ความเลว!” ยงยุทธพูดใส่หน้า พลันก็ต้องชะงักเมื่อเสียงหัวเราะของผีโหงพรายก้องกังวานไปทั้งป่า สัมฤทธิ์เยาะเย้ยก่อนหนีไปว่า

“อยู่สนุกกับโหงพรายของข้าไปแล้วกันนะไอ้หมวดยงยุทธ...ฮ่าๆๆๆๆ”

ยงยุทธจะตามสัมฤทธิ์ไป ถูกโหงพรายกระโดดเข้าขวาง เขายิงใส่แต่กระสุนก็ทำอะไรมันไม่ได้ ยงยุทธเครียดขึ้นมา...

ขณะสัมฤทธิ์หนีไปนั้น เจอวีรบุรุษบาปเข้าอย่างจัง มันถึงกับผงะหน้าเสีย มันถูกวีรบุรุษบาปซ้อมสั่งสอนจนจุก มันทำท่ายอมแพ้ แต่พอวีรบุรุษบาปจะเข้าไปจับ มันกระชากผ้าขาวม้าที่พันหน้าวีรบุรุษบาปออก แล้วมันก็ตกใจอุทานเสียงหลง

“ไอ้ขุนเดช!! ที่แท้...ก็แก!!”

“เอ็งเห็นหน้าข้าแล้ว แต่ก็เอาไปบอกใครไม่ได้ เพราะคืนนี้...ประตูนรกกำลังเปิดรอรับเอ็งอยู่!!”

ระหว่างนั้น สัมฤทธิ์อ้อนวอนให้อโหสิให้ตนด้วยสัญญาสาบานว่าต่อไปจะเลิกทำลายโบราณสถานจะหันมาทำนุบำรุงศาสนา ขุนเดชอโหสิให้ สัมฤทธิ์รีบขอบใจ

“แต่ข้าจะบอกอะไรเอ็งอย่าง ตอนที่ข้าถูกเอ็งจับฝังทั้งเป็น ข้าเคยเฉียดนรกมาแล้ว เพราะข้าก็คือพวกคนบาปเหมือนอย่างเอ็ง บาปกรรมที่ข้าทำกลายเป็นเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทั้งตัวและวิญญาณให้ต้องทนทุกข์ทรมาน”

“เอ็งถึงอโหสิให้ข้าใช่ไหม เพื่อเอ็งจะได้บุญกุศลไปด้วย งั้นข้าก็จะหันมาเร่งทำบุญเผื่อให้เอ็ง เผื่อให้ข้าด้วย”

“หึ...ไอ้เรื่องทำบุญล้างบาปมันไม่มีหรอก บาป ส่วนบาป บุญก็ส่วนบุญ ทำบาปก็ต้องชดใช้มันลบล้างไม่ได้หรอก”

พูดจบวีรบุรุษบาปโยนคบไฟลงไปบนลานที่เจิ่งไปด้วยน้ำมัน ไฟลุกพรึ่บ เสียงสัมฤทธิ์แผดร้องขอความช่วยเหลือโหยหวนอยู่ในกองไฟ

วีรบุรุษบาปเอาเศษจีวรเปื้อนเลือดของพระจำเริญโยนใส่ในกองไฟไปด้วยใบหน้านิ่งสงบ แล้วหยิบหุ่นโหงพรายของสัมฤทธิ์ที่ตกอยู่หักทิ้ง

กลับถึงกระท่อม ขุนเดชเอาพระพุทธรูปปางประทานอภัยกลับมาวางที่แท่นบูชาแล้วคุกเข่าพนมมือกราบ...

“สาธุ...ข้าน้อยนี้ขอเคารพนบไหว้พระไตรรัตน์ดวงประเสริฐ พระสยามเทวาธิราช พระมหาราชแต่อดีตจนปัจจุบัน ไหว้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ไหว้พ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ข้าน้อยนามขุนเดชไหว้แผ่นดินพระร่วงเจ้า”

ฝ่ายยงยุทธที่ถูกโหงพรายเล่นงานจนสะบักสะบอมจนคิดว่าตัวเองต้องตายแน่แล้ว แต่เมื่อจู่ๆโหง–พรายก็หายวับไป เขามองไปรอบๆอย่างแปลกใจว่า

โหงพรายหายไปได้อย่างไร กระเซอะกระเซิงมาจนถึงโบราณสถานร้าง จึงเห็นศพสัมฤทธิ์ถูกไฟไหม้อยู่ที่ลาน ยงยุทธขบกรามแน่น

“วีรบุรุษบาป แกมันโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ไปแล้ว ฉันจะตามล่าแก ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ฉันก็ต้องจับแกให้ได้”

ooooooo

คืนนี้ กำนันฝันร้ายว่าไปขุดสมบัติแล้วเจองูเห่าเฝ้าสมบัติอยู่มากมายจึงสั่งลูกน้องเอาน้ำมันราดแล้วจุดไฟเผา ถูกงูเห่ายักษ์เลื้อยมาแผ่แม่เบี้ยตรงหน้า กำนันตกใจสะดุ้งตื่นเหงื่อเต็มหน้า

ครู่เดียว ลูกน้องก็มารายงานว่าพบศพสัมฤทธิ์ถูกเผาตายที่หน้าโบราณสถานร้าง เมื่อกำนันไปถึงเจอชาวบ้านมามุงดูศพสัมฤทธิ์กันมากมาย รวมทั้งบัวทองกับดาราด้วย

กำนันแค้นแทบคลั่งไม่เชื่อว่าศพที่คลุมผ้าอยู่นั้นคือสัมฤทธิ์ วิ่งไปเปิดดู เห็นกับตาแล้วก็ยังไม่เชื่อ ฟูมฟายกับศพอยู่พักใหญ่แล้วหันมาอาละวาด ยกปืนกราดไปทั่ว ถามว่าใครฆ่าลูกตน ถ้าไม่มีใครยอมรับก็จะฆ่าเรียงตัว ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน

“อย่าทำอย่างนี้นะกำนัน ถ้าจะมาเรียกหาความยุติธรรมให้สัมฤทธิ์ละก็...” บัวทองชี้ไปที่ศพ “นั่นแหละคือสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดสำหรับลูกชายกำนัน”

“นังบัวทอง...นังเด็กเมื่อวานซืน!” กำนันจิกผมบัวทองลากไปจะเอาเรื่อง ดาราตกใจตะโกนให้ปล่อยบัวทองเดี๋ยวนี้ กำนันด่ากราดว่า “ชีวิตของไอ้สัมฤทธิ์ มีค่ามากกว่าชีวิตสวะๆของพวกเอ็งทุกคน”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะกำนัน!!” ยงยุทธตะโกนและก้าวเข้ามา กำนันหันปืนใส่ยงยุทธทันที ยงยุทธสั่งให้ทิ้งปืนเสีย

“อย่ามายุ่งดีกว่าหมวด ถ้าฉันจับไอ้คนที่มันฆ่าลูกชายฉันไม่ได้ ศรีสัชนาลัยจะต้องลุกเป็นไฟ พวกเอ็งทุกคนจะต้องรับผิดชอบที่ลูกข้าตาย”

“ถ้ากำนันอยากแก้แค้นให้ลูกด้วยชีวิตคนบริสุทธิ์ งั้นฉันก็ต้องส่งกำนันไปอยู่กับไอ้สัมฤทธิ์เดี๋ยวนี้เลย”

ไอ้นะเห็นยงยุทธแตะไกปืน มันรีบเข้าไปบอกว่าหมวดเอาจริงนะ กำนันจึงขู่อาฆาตทุกคน ประกาศว่าสัมฤทธิ์จะต้องไม่ตายฟรี แล้วสั่งให้เอาศพสัมฤทธิ์กลับไป

“ไม่เป็นไรแล้วนะ บัวทอง...ดารา...” ยงยุทธเข้าไปดูสองสาวด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองพยักหน้าอย่างโล่งใจ...

ooooooo

ดาราไปเล่าให้ขุนเดชฟังถึงความบ้าคลั่งของกำนันที่เห็นลูกชายถูกฆ่า ติงๆเขาว่าตนไม่เห็นด้วยเพราะที่เขาทำกับสัมฤทธิ์นั้นเหี้ยมโหดเกินไป ขุนเดชแย้งว่าไม่เกินไปเลยสำหรับบาปกรรมที่พวกนั้นทำไว้กับโบราณสถานและชีวิตคนบริสุทธิ์ที่ถูกมันฆ่า

“แต่เธอทำแบบนี้เท่ากับไปยั่วให้กำนันบุญโกรธแค้น ที่เขาพูดว่าแผ่นดินศรีสัชนาลัยจะต้องลุกเป็นไฟ คงไม่ใช่แค่ขู่”

“ถ้าไอ้กำนันบุญมันกล้าทำให้แผ่นดินของคนดีลุกเป็นไฟได้ มันก็ต้องเจอกับการลงทัณฑ์ที่หนักหนากว่าที่ลูกมันเจอ”

ขณะนั้นเอง ยงยุทธมากับจ่าแท่น ยงยุทธถามขุนเดชทันทีว่าโกหกตนเรื่องพระจำเริญทำไม!

“เพราะพระจำเริญสำนึกผิดต่อบาปและช่วยทำให้คนบาปอย่างไอ้สัมฤทธิ์ได้ชดใช้กรรม”

“งั้นแสดงว่าแกรู้เห็นทุกอย่าง แกรู้ว่าวีรบุรุษบาปจะมาจัดการพระจำเริญกับไอ้สัมฤทธิ์ จ่า! จ่าแท่น!! จับขุนเดชใส่กุญแจมือ”

จ่าแท่นตกใจถามว่าในข้อหาอะไร ยงยุทธบอกว่าข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับฆาตกรอย่างวีรบุรุษบาป ดาราพยายามห้าม ถูกยงยุทธสั่งให้ถอยไป เพราะขุนเดชยอมรับเองแล้วว่าสมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาปจัดการสัมฤทธิ์ ตนต้องทำตามกฎหมาย

ดารายื่นมือออกไปบอกว่าให้จับตนไปด้วย ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องเอาตัวขุนเดชไป ยงยุทธสั่งจ่าให้จับขุนเดชไป ส่วนดาราตนจัดการเอง พลางจับแขนดาราไว้ เมื่อจ่าพาขุนเดชไป ดาราจะตามถูกยงยุทธบีบแขนไว้แน่น เธอมองเขาอย่างไม่พอใจ

เมื่อกลับมาถึงบ้านคำปัน ดาราบอกยงยุทธว่า ตนจะไม่หยุดจนกว่าเขาจะปล่อยขุนเดช คำปันกับบัวทองได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่ามีอะไรกันหรือ ดาราบอกว่ายงยุทธจับขุนเดชไปหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป ยงยุทธชี้แจงว่าตนต้องการเอาตัวไปสอบสวน ถ้าขุนเดชไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยจริงๆก็จะปล่อยตัว บัวทองบอกยงยุทธว่า

“แต่อย่างพี่ขุนเดชคงไม่รู้เรื่องหรอกค่ะหมวด วันๆเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง เคยสนใจใครเสียที่ไหน”

ยงยุทธเสียงแข็งใส่ทั้งสองว่าอย่ายุ่งกับงานของตน ฝากคำปันให้ช่วยดูแลดาราให้ด้วย พูดแล้วเดินออกไป ดาราจะตาม คำปันรั้งไว้ขอร้องว่า น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวางเลยจะพาล่มกันหมด ทำให้ดารานิ่งไปทั้งที่กังวลใจมาก

ooooooo

หลังจากปราชญ์ทำพิธีให้ตนได้เป็นสัตโลหะบุรุษทั้งที่มีโลหะศักดิ์สิทธิ์ไม่ครบ แล้วก็กลายเป็นคนเสียสติ เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็ประกาศตัวว่าเป็นสัตโลหะบุรุษ เป็นหนึ่งในแผ่นดิน ใครขวางตนต้องตาย

ปราชญ์ใช้ดาบแทงพยาบาลที่มาดูแลจนตาย แล้วถือดาบหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกไป เมื่อประดับพยายามเรียกสติ ปราชญ์ก็ใช้ดาบฟันแขนตัวเองจนเลือดสาด ประกาศว่า

“ข้าคือสัตโลหะบุรุษ...ข้าคือบุรุษแห่งแผ่นดิน

ข้าอยู่ยงคงกระพัน ฮ่าๆๆๆ”

แต่ความคลุ้มคลั่งของปราชญ์ ก็ถูกประดับพุ่งเข้าชาร์จแย่งดาบและต่อยหน้าจนสลบเหมือดไป จากนั้นตามหมอมาทำแผลและให้ยาระงับประสาทอย่างแรงเพื่อให้ปราชญ์ได้สงบ หมดฤทธิ์บ้าไปชั่วขณะ

ส่วนพยาบาลที่ถูกฆ่า ประดับสั่งลูกน้องให้จัดการเอาศพไปอำพรางและห้ามทุกคนในบ้านพูดเรื่องนี้เด็ดขาด!

คุณหญิงถามว่าทำไมปราชญ์เป็นถึงขนาดนี้ ประดับบอกว่าเพราะท่านไม่ฟังคำเตือนของตนกับอาจารย์ก้องเกียรติเลยต้องลงเอยแบบนี้ คุณหญิงถามอย่างหวาดหวั่นว่าขาดท่านแล้วตนจะอยู่อย่างไร ประดับจับมือคุณหญิงมองลึกเข้าไปในดวงตาถามว่า

“คุณหญิงจะเครียดไปทำไม ในเมื่อนี่คือสิ่งที่คุณหญิงต้องการมาตลอดไม่ใช่หรือครับ วันที่ผมจะได้โอกาสขึ้นมาทำหน้าที่แทนท่าน...ในทุกๆอย่างและ ทุกๆเรื่อง” ประดับเชยคางคุณหญิงขึ้นมองอย่างเสน่หา

“ประดับ...นั่นสินะ...ฉันก็ลืมนึกไปว่าต้องขอบใจเวรกรรมที่ตามทันเขาแบบติดจรวด” คุณหญิงโน้มคอประดับลงมาจูบอย่างพิศวาสร้อนแรง

ooooooo

ที่ไร่อ้อยของหมอน้อยกลายเป็นขุมสมบัติ เมื่อชาวบ้านรู้ว่ามีเครื่องสังคโลกมากมายจึงพากันมาขุดจนทะเลาะเบาะแว้ง กระทั่งเกือบฆ่ากันตาย หมอน้อยสั่งชื่นคนดูแลไร่อ้อยให้หาทางหยุดชาวบ้านให้ได้ ไม่อย่างนั้นมีหวังฆ่ากันตายแน่ๆ

เมื่อหมอน้อยกลับไปถึงบ้าน เจอดาราอยู่กับมะลิภรรยาและลูกๆของหมอ มะลิบอกว่าดารามารอนานแล้ว หมอน้อยจึงชวนกันไปนั่งคุยในห้องทำงาน

ดาราร้อนใจ มาปรึกษาหมอน้อยว่าต้องหาทางทำอะไรสักอย่างก่อนที่ยงยุทธกับขุนเดชจะปะทะกันจนถึงขั้นแตกหัก หมอน้อยพยักหน้ารับอย่างหนักใจ

ที่โรงพัก จ่าแท่นเองก็กลุ้มใจไม่น้อยที่เห็นเพื่อนรักกำลังขัดแย้งกันอาจถึงขั้นแตกหัก ยงยุทธสั่งจ่าให้ไปเอาตัวขุนเดชออกมาสั่งให้ถอดกุญแจมือด้วย จ่าขอยงยุทธว่าค่อยพูดค่อยจา เพราะยังไงก็เพื่อนกัน พอปล่อยขุนเดชออกมา จ่าภาวนา...

“เจ้าประคู้ณ...ขออย่าให้ถึงกับต้องลงไม้ลงมือกันเลย...”

แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของจ่า เพราะยงยุทธคาดคั้นจะให้ขุนเดชบอกให้ได้ว่าใครคือวีรบุรุษบาป กระทั่งขู่ว่า ถ้าไม่บอกตนจะถือว่าเขาคือวีรบุรุษบาปอย่างที่สงสัยมานาน

ขุนเดชยอมรับอย่างท้าทายว่าตนร่วมมือกับวีรบุรุษบาปอย่างที่เขาสงสัย จะเอาผิดกับตนอย่างไรก็ได้ แต่อย่าหวังว่าตนจะบอกว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ทำให้ยงยุทธโมโหชกหน้าขุนเดชจนเลือดกบปาก ท้าว่า

“เข้ามาเล้ยไอ้ขุนเดช ฉันจะง้างปากให้แกพูดออกมาว่ามันเป็นใคร”

ทั้งคู่ชกกันไปเจรจากันไป แต่จนแล้วจนรอดยงยุทธก็ไม่สามารถทำให้ขุนเดชบอกได้ว่าวีรบุรุษบาปคือใคร สุดท้ายเขากัดฟันบอกขุนเดชว่า “ไปจากศรีสัชนาลัยเสียขุนเดช อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก”

“หึๆ ฉัน ขุนเดช...ลูกหลานพระร่วง บ้านของฉันคือศรีสัชนาลัย เพราะฉะนั้นแกจะไล่เจ้าของบ้านออกจากบ้านตัวเองได้ยังไง แกต่างหากที่ควรไปจากที่นี่”

ยงยุทธเดือดจัดกระชากคอเสื้อง้างหมัดจะชก ทันใดนั้น! มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งเข้าเฉียดหน้ายงยุทธไปปักต้นไม้ฉึก! ทั้งยงยุทธและขุนเดชมองขวับ เห็นวีรบุรุษบาปยืนอยู่เหนือสถูปที่หักพัง วีรบุรุษบาปตะโกนลงมาว่า

“หยุดทำร้ายขุนเดชได้แล้วหมวดยงยุทธ เขาไม่ใช่ไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร ต่อให้ฆ่าขุนเดชตายหมวดก็ไม่มีวันรู้ความจริง”

ยงยุทธปล่อยมือจากขุนเดช วิ่งไล่ตามวีรบุรุษบาปที่กระโดดจากสถูปวิ่งหนีไป ขุนเดชยังยืนงงว่า วีรบุรุษบาปที่เห็นเมื่อครู่ เป็นใคร??

ขุนเดชเดินโซเซจากโบราณสถานมาถึงถนนลูกรัง เจอดาราขับรถมาจอดเทียบ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าเมื่อกี้เจอวีรบุรุษบาป ดาราบอกว่ารู้แล้ว ทำเอาขุนเดชงง เธอบอกว่าขึ้นรถมาก่อนแล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

กลับมาถึงกระท่อมดาราจึงบอกว่า วีรบุรุษบาปที่ขุนเดชเห็นนั้น ที่แท้คือหมอน้อยปลอมตัวไปเพื่อช่วยเขา ขุนเดชขอบใจอาหมอที่ต้องมาพลอยเสี่ยงไปด้วย พูดยิ้มๆว่า “งานนี้ ยงยุทธคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงน่าดู”

ooooooo

กำนันบุญถูกประดับเรียกตัวไปพบที่คฤหาสน์ของปราชญ์ คุณหญิงมองกำนันอย่างดูถูกจนประดับต้องบอกว่า ตนกับกำนันทำงานให้ท่านมานานจึงต้องเรียกให้มาช่วยในยามที่ท่านอยู่ในสภาพนี้ เพื่อช่วยให้ตนได้ขึ้นแทนที่ท่านโดยเร็ว ส่วนคุณหญิงก็มีหน้าที่กระจายข่าวเรื่องท่านไม่สบายเพื่อเตรียมให้ตนได้ขึ้นแทนที่ท่านโดยเร็ว

“ไม่ต้องห่วงหรอก...สังคมวงไพ่ของฉันเรื่องปากต่อปากเนี่ยไวยิ่งกว่าหนังสือพิมพ์เสียอีก” พูดแล้วเดินเชิดออกไป

ประดับบอกกำนันว่าตนต้องจัดการกับท่านเร็วกว่ากำหนด แต่ก็ดีที่จะได้ใช้อำนาจให้เต็มที่กว่าเดิม กำนันไม่ขัดข้องแต่มีข้อเรียกร้องประดับเรื่องการตายของสัมฤทธิ์ว่าตนไม่ยอมให้ลูกชายตายฟรีแน่ ประดับรับปากว่าจะดูแลให้แต่ก่อนอื่นกำนันต้องช่วยให้ตนได้ขึ้นแทนที่ท่านอย่างสมบูรณ์ก่อน

แผนของประดับคือ ให้กำนันไปหาเครื่องสังคโลกที่สมบูรณ์มาเพื่อตนจะได้นำไปมอบให้ผู้ใหญ่ที่จะช่วยให้ตนขึ้นแทนที่ท่านได้ เพราะผู้ใหญ่คนนี้หลงใหลเครื่องสังคโลกมาก

“ได้ครับคุณประดับ...แผ่นดินสุโขทัยออกจะกว้างขวาง สมบัติยังมีให้ขุดกันอีกเยอะ มันต้องมีสักที่ ที่ผมจะไปหาสังคโลกดีๆกลับมาให้คุณได้แน่นอน” กำนันรับคำแข็งขันแล้วกลับไป
หมอน้อยเองก็คิดหนักกังวลเรื่องการขุดพบเตาเผาสังคโลกในไร่อ้อยของตนจะทำให้มะลิกับลูกวุ่นวายไปด้วย เพราะเครื่องสังคโลกที่พบนั้น สมบูรณ์มาก ถ้าเรื่องแพร่งพรายไปจะเป็นที่หมายตาของพวกนักสะสม

“คุณหมอไม่ต้องห่วงมะลิกับลูกหรอกค่ะ ศรีสัชนาลัยได้ชื่อว่าเป็นเมืองคนดี มะลิเชื่อว่าวีรบุรุษบาปกับเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือคุณหมอให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้”

แม้จะเบาใจลง แต่หมอน้อยก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี...

ooooooo

จากการไปสำรวจเตาเผาสังคโลกในไร่ของหมอน้อย ทั้งอาจารย์ดำรงและดาราต่างมีความเห็นพ้องกันว่า ตั้งแต่ขุดพบเตาเผาสังคโลกมายังไม่มีที่ไหนที่สวยและสมบูรณ์มากขนาดนี้เลย และโชคดีที่เตานี้อยู่ในไร่ของหมอน้อย ถ้าอยู่ที่อื่นคงถูกขุดทำเสียหายไปแล้วเพราะเครื่องสังคโลกมีราคาสูงมากในหมู่พวกนักสะสม

ที่บ้านกำนัน ไอ้นะบอกกำนันว่ามีชาวบ้านเอาเครื่องสังคโลกมาขายให้จะเอาไหม กำนันพยักหน้าให้เอามาดู บอกว่าเป็นเครื่องสังคโลกที่ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่แต่จัดว่าดีกว่าทุกชิ้นที่เคยเห็น ถามว่าขุดมาจากไหน จึงรู้ว่าได้จากไร่ของหมอน้อย แต่เวลานี้พวกนักโบราณคดีกำลังปิดพื้นที่เข้าไปสำรวจอยู่

“ไอ้พวกโบราณคดีน่ะเรอะ แผ่นดินสุโขทัยไม่ใช่ที่ของพวกมัน...แต่เป็นของข้าต่างหาก” กำนันยิ้มเหี้ยม

ที่ไร่ของหมอน้อย อาจารย์ดำรง ดารา ขุนเดช และบัวทอง กำลังศึกษาเกี่ยวกับความขึ้นชื่อลือเลื่องของเครื่องสังคโลก จู่ๆยงยุทธก็เข้ามา เขาจ้องเขม็งไปที่ขุนเดชอย่างระแวง

เมื่อมาพบหมอน้อยที่บ้าน ยงยุทธเสนอจะเอาตำรวจมาดูแลไร่และความปลอดภัยของหมอน้อยกับครอบครัว หมอน้อยบอกว่าแค่ตนกับชื่นสองคนก็พอแล้วไม่อยากรบกวนขุนเดชกับหมวดเพราะมีงานต้องสะสางอีกมาก แล้วหมอน้อยก็ให้นายชื่นพายงยุทธไปดูเตาเผาในไร่ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง

ยงยุทธเดินสวนกับขุนเดชและบัวทองที่กลับมาบ้านหมอน้อยพอดี ต่างมองหน้ากันผ่านๆ ขณะเดินสวนกัน

ขุนเดชเป็นห่วงหมอน้อยกับครอบครัวเพราะกว่าทางคณะโบราณคดีจะสำรวจเสร็จคงอีกนาน เสนอให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนดีไหม หมอน้อยจะย้ายมะลิกับลูกไปอยู่ลำปาง ส่วนตัวเองไม่อาจทิ้งหน้าที่ดูแลชาวบ้านแถวนี้ไปได้

ระหว่างขุนเดชคุยกับหมอน้อยนั้น บัวทองเข้าไปช่วยมะลิเลี้ยงลูก เธอกล่อมเด็กน้อยจนหายโยเย ขุนเดชมองด้วยแววตาอ่อนโยน ดาราเห็นแววตาของขุนเดชก็อ่านความรู้สึกออก แต่พอขุนเดชเห็นดารามองอยู่ก็ตีหน้าขรึมแล้วเดินหนีไป

ooooooo

ขุนเดชเดินเลี่ยงออกไป ดาราตามมาถามว่าจะไปไหน ขุนเดชบอกว่าจะไปสืบดูว่าสังคโลกที่ ชาวบ้านขุดไปวันก่อนเอาไปขายให้ใครบ้างเผื่อจะตามกลับคืนมาได้

“อย่าทำร้ายชาวบ้านนะขุนเดช พวกเขาทำไปเพราะความจนและความไม่รู้” ดาราขอร้อง

“ถ้าเพราะความจนและความไม่รู้จริงๆ ผมอภัยให้ได้ แต่ถ้าไม่ใช่...” ขุนเดชหน้าเครียดเข้มขึ้นจนน่ากลัว

“ขุนเดช...ลำพังเธอคนเดียว ยังไงก็คงจัดการกับคนบาปทั้งแผ่นดินไม่ได้หรอก ฉันเห็นนะ สายตาที่เธอมองบัวทองเมื่อกี้ เธอคงรู้สึกเหนื่อย อยากจะพักเพื่อมีชีวิตอย่างคนปกติทั่วไปแล้วใช่ไหม”

“ผมมีชีวิตปกติอย่างคนทั่วไปไม่ได้หรอก เพราะคนอย่างผมมีแต่จะทำให้คนที่รักผมต้องนอนร้องไห้ ทุกคืน” พูดแล้วขุนเดชบิดมอเตอร์ไซค์ไปเลย ดาราได้แต่ มองตามอย่างเป็นห่วง

ooooooo

เมื่อปราชญ์เสียสติไปแล้ว ประดับก็เร่งที่จะขึ้นมาแทนที่เร็วๆ ส่วนคุณหญิงก็ว้าวุ่น เพราะผัวก็เป็นบ้า ลูกก็นอนป่วยเป็นผักเน่าอยู่ ประดับก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวไม่ปรนเปรอเอาใจเหมือนเคยโดยอ้างว่าเขาต้องรีบหาเครื่องสังคโลกไปไหว้ท่านประธาน

คุณหญิงติงว่ากว่าจะหาได้คนอื่นมิเสียบแทนแล้วหรือ เสนอให้เอารูปปั้นนางรำทองคำไปแทนก็แล้วกันเพราะราคาก็คงไม่ต่างกัน ถูกประดับบีบแขนแน่นจ้องด้วยแววตาดุร้าย สั่งห้ามแตะต้องของพวกนี้เด็ดขาด

แล้วคุณหญิงก็แทบช็อก เมื่อบอกประดับว่าของพวกนี้ก็เหมือนของของตน แล้วถูกประดับสวนไปทันทีว่า “มันเป็นของผม!” พลางขยับเข้าใกล้คุณหญิงจ้องเขม็งขณะพูดลอดไรฟันว่า

“ถ้าคุณหญิงยังอยากมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ยังอยากให้คนนับหน้าถือตาอยู่ในวงสังคมอยู่อีก ต่อไปนี้ห้าม คุณหญิงมาออกคำสั่งกับผมและห้ามเข้าไปในห้องนี้เด็ดขาด ถ้าคุณหญิงไม่ฟัง สิ่งที่คุณหญิงสูญเสีย จะไม่ใช่แค่ท่านกับลูกแน่ ทุกอย่างที่คุณหญิงมีจะหายไปในพริบตา!”

คุณหญิงตะลึงหน้าถอดสีกับความเหี้ยมของประดับ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยอะไรบางอย่าง...

ooooooo

วันนี้ บัวทองมีเรื่องน่าตกใจมาเล่าให้ดาราฟัง แล้วพาดาราไปดูให้เห็นกับตาที่ไร่หมอน้อยที่นั่น กำนันเอาเครื่องสังคโลกมาให้อาจารย์ดำรงกับยงยุทธดูถามว่าเป็นของแท้จากเตาเดียวกับในไร่หมอน้อย กำนันบอกว่าตนเองเอามาคืนเพราะเป็นสมบัติของชาติ แต่ก็มีข้อเรียกร้องว่า

“ผมอยากให้หมวดรีบเร่งจัดการตามล่าไอ้วีรบุรุษบาปมารับโทษที่มันทำไว้กับลูกชายผม เพราะถ้าพลเมืองดีอย่างผมยังไม่ได้รับความยุติธรรม ผมจะถือว่าหมวดบกพร่องในหน้าที่...ถ้าผู้ใหญ่รู้เรื่องเข้า...หมวดก็เตรียมย้ายไปจากศรีสัชฯได้เลย”

กำนันพาลูกน้องกลับไปแล้ว ยงยุทธมองตามอย่างเจ็บใจ

ระหว่างเดินทางกลับ ไอ้เนกับไอ้นะพากันหัวเราะที่กำนันขู่ยงยุทธได้สะใจ กำนันบอกว่าตนไม่ได้ขู่แต่จะทำจริง

“ข้าจะเล่นงานพวกมันให้สาสมกับที่ลูกข้าต้องตาย อย่างไร้เกียรติ ทั้งไอ้วีรบุรุษบาป ทั้งไอ้หมวดยงยุทธ เตรียมตัวรับกับมือสังหารที่ข้าสั่งมาจัดการกับพวกแกไว้ให้ดีเถอะ”

ooooooo

ขุนเดชเตือนพวกเราทุกคนต้องระวังตัวให้มากขึ้น เพราะกำนันมาสร้างภาพตัวเองแบบนี้คงไม่พ้นคิดเรื่องชั่วๆอยู่แน่

“กำนันบุญเป็นยิ่งกว่าอสรพิษ ยิ่งลูกชายมาถูกวีรบุรุษบาปฆ่าตายแบบนี้ อาเป็นห่วงเธอมากนะขุนเดช แผนการครั้งนี้ของมันเป้าหมายอยู่ที่เธอ”

“ถ้ากำนันคิดจะเจอกับผมจริงๆ ก็ดีสิครับอาหมอ ดาบดำของผมจะได้ตัดสินโทษประหารมันเสียที”

ส่วนมะลิไม่ยอมไปอยู่ลำปางเพราะเป็นห่วงหมอน้อย หมอน้อยบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่มีทั้งหมวดยงยุทธ มีขุนเดช และมีชื่นดูแลอยู่ เธอเลยย้อนไปว่าเมื่อไม่น่าห่วงแบบนี้ ตนกับลูกก็อยู่ได้ใช่ไหม

“มะลิ...อย่าทำให้อาหมอหนักใจเลย” ขุนเดชเอ่ยขึ้น

“ขุนเดช...เธอใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด เธอไม่เข้าใจหรอกว่า การไม่ได้อยู่กับคนที่เรารักมันทรมานแค่ไหน”

ขุนเดชชะงักกับคำพูดของมะลิที่แทงใจดำเขาอย่างจัง บัวทองมองหน้าขุนเดชอย่างเข้าใจ ในที่สุดหมอน้อยบอกว่า

“เอาล่ะ ถ้ามะลิยืนยันว่าไม่ยอมไปก็ไม่เป็นไร ฉันจะปกป้องมะลิกับลูกเอง”

มะลิดีใจโผเข้ากอดหมอน้อย บัวทองเห็นสีหน้าขุนเดชที่มองภาพตรงหน้าแล้วก็อดสงสารไม่ได้...

ooooooo

บัวทองเดินผ่านกำแพงวัด เห็นเด็กๆมีไอ้ด่างเป็นหัวโจกกำลังเล่นอะไรกันอยู่อย่างสนุกสนาน แวะ ไปถามว่าเล่นอะไรกัน ไอ้ด่างสวนมาทันทีว่าแก่แล้วไม่ให้เล่นด้วยหรอก ทำเอาบัวทองอึ้ง ด่าว่าปากเสียเดี๋ยวจะตบเสียให้ปากแตกเลย

ไอ้ด่างวิ่งพลางหันมาแลบลิ้นหลอก บัวทองเสียหน้าเลยเดินเชิดผ่านขุนเดช แต่ดั๊น...เดินสะดุดหินที่พื้นเกือบล้ม

โชคดีที่ขุนเดชรับไว้ได้ พวกไอ้ด่างเลยกรูกันมามุงดูขุนเดชกอดบัวทองล้อกันเย้วๆ ทำให้บัวทองอายมากบอกให้รีบปล่อย เพราะพวกเด็กพากันแซวตนใหญ่แล้ว

“ถ้าพี่ไม่ช่วยบัวทองไว้ บัวทองล้มก้นจ้ำเบ้า พวกไอ้ด่างจะยิ่งล้อบัวทองมากกว่านี้อีกนะ”

พวกเด็กๆยังพากันล้อบัวทอง ขุนเดชบอกว่าตนห้ามเด็กพวกนี้ไม่ได้แล้วล่ะ บัวทองบอกว่าทีหลังก็ให้อยู่ห่างๆตนไปเลย ขุนเดชพูดยิ้มๆว่า

“อยู่ห่างบัวทองพี่คงทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าทำให้พวกนั้นเลิกล้อบัวทองพี่พอช่วยได้” ว่าแล้วขุนเดชเรียกพวกเด็กๆมาบอกว่า ถ้าใครเอาบัวทองไปล้อละก็...อดได้ของเล่นแน่ พวกเด็กๆเลยพากันเฮ บอกว่าไม่ล้อ แต่ขุนเดช ต้องให้ของเล่นตอนนี้เลยนะ ขุนเดชจึงพาไปที่รถเข็นขายของเล่นเด็กของจีนเปียที่เข็นผ่านมาพอดี

บัวทองมองๆทั้งขำทั้งเคือง พึมพำ “เชอะ...ติดสินบนเด็ก”

ooooooo

ที่แท้ จีนเปียคนนี้เข้ามาในศรีสัชนาลัยแบบคนเข็นรถขายของเด็กเล่น แต่ที่แท้เป็นพวกลักลอบขุดและขโมยโบราณวัตถุ จีนเปียมาทำงานให้กำนันบุญ มีมีดสั้นเป็นอาวุธประจำกาย ใช้มีดสั้นได้คล่องแคล่วและปามีดได้แม่นฉมังนัก

หลังจากเข็นรถขายของเด็กเล่นวันนี้ จีนเปียได้เห็นบัวทองก็ไปเล่าให้กำนันฟัง กำนันบอกว่าบัวทองนี่แหละจะเป็นตัวล่อให้วีรบุรุษบาปออกมา จีนเปียตั้งข้อสังเกตว่า ขุนเดชที่อยู่กับบัวทองนั้น ตนรู้สึกว่าเป็นคนไม่ธรรมดา

กำนันยอมรับว่าฝีมือขุนเดชไม่ธรรมดา แต่ถ้ามาเกะกะขวางทางจีนเปียก็ให้จัดการได้ตามสบาย จะฆ่าสักกี่ศพก็เรื่องของจีนเปีย เพราะทุกคนที่ศรีสัชนาลัยต้องรับผิดชอบต่อการตายของสัมฤทธิ์

ระหว่างนั้นเอง ไอ้นะมาบอกกำนันว่ามีโทรเลขมา กำนันรับโทรเลขไปอ่าน บอกไอ้นะว่า เราต้องเร่งมือเอา เครื่องสังคโลกไปส่งให้ประดับ ไอ้นะบอกว่าที่ไร่หมอน้อยมีทั้งนักโบราณคดีและคนของหมอน้อยเฝ้าอยู่

จีนเปียบอกว่างานง่ายๆแบบนี้ให้ตนเหมาทำให้ก็ได้ แค่เพิ่มเงินให้ตนอีกสักเท่าหนึ่ง และให้ยืมคนของกำนันไป แค่นี้กำนันก็นอนกกเมียที่บ้านได้สบายแล้ว กำนันมองจีนเปียอย่างสนใจ

ooooooo

คืนนี้ ดารายังง่วนอยู่กับการทำงานที่บริเวณเตาเผาโบราณ โดยมีนายชื่นนั่งเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ๆ ยงยุทธกับจ่าแท่นมาถึงทักว่ายังไม่เลิกอีกหรือ ดาราบอกว่ากำลังติดลม เพราะนานๆจะได้เจอเครื่องสังคโลกที่สวยงามและสมบูรณ์แบบนี้เลยตื่นเต้น

ยงยุทธอาสาจะช่วย ดารากลัวว่ามือหนักแบบนี้เดี๋ยวเครื่องสังคโลกพัง หมวดหันไปบอกจ่าแท่นกับนายชื่นให้ไปสำรวจพื้นที่ ทั้งสองพากันเดินออกไปอย่างรู้กัน

พอสองคนไปแล้ว ยงยุทธขอช่วยดารา เธอส่งให้เขาช่วยทำความสะอาด แต่เขาเงอะงะเสียจนเครื่องสังคโลกเกือบตก ดาราเลยไม่ให้ทำ หมวดหนุ่มถอยไปยืนจ๋อยห่างๆ หงอยๆ อย่างรู้สึกผิด จนดาราเห็นแล้วอดขำไม่ได้

ดารายังทำอยู่จนดึก ยงยุทธเตือนว่าน้ำค้างเริ่มลงแล้ว ยิ่งดึกอากาศก็จะยิ่งหนาว เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้าน ดาราบอกว่าตนยังทำงานไม่เสร็จ ยงยุทธเลยเสนอให้สอนเพราะตนอยากช่วยจริงๆ

ดารายอมสอนแต่ขู่ว่าถ้าเขาทำเครื่องสังคโลกเสียหายตนจะโกรธเขาไปจนตายเลย ชายหนุ่มทำเสียงอ้อนว่า

“ไม่ต้องห่วง...ผมอยู่ไม่ได้หรอกถ้าคุณจะโกรธผมไปจนตาย” ว่าพลางเอาแปรงปัดฝุ่นเศษดินออกจาก เครื่องสังคโลกอย่างละเมียดละไม จนดาราบอกว่าทำแบบ นั้นเบาไป แค่ชิ้นเดียวถึงพรุ่งนี้เช้าก็คงไม่เสร็จ

“อ้าว...แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะ แรงไปก็แตก เบาไปก็ไม่เสร็จ”

“ก็เธอเป็นคนสุดโต่งไง ถ้าไม่มากเกินไปก็น้อยไปตลอด...เอาใหม่ คราวนี้ให้เธอรู้สึกว่าอยากทะนุถนอม อยากรักษาสิ่งดีๆเอาไว้ แค่นั้นแหละ ลองทำดู”

ยงยุทธทำตามคำแนะนำ ดาราดูแล้วชมว่า “เห็นไหมแค่นี้ก็ทำได้แล้ว”

“ไม่ยากเลยนะดารา แค่ผมนึกว่าเครื่องสังคโลกชิ้นนี้เป็นคุณ ผมก็รู้สึกอยากทะนุถนอม อยากรักษาเอาไว้กับตัว”

หมวดหนุ่มหวานเสียจนดาราเขินใจเต้นตึกตัก ยงยุทธนึกได้ เอ่ยเสียงอ่อยๆ ว่า

“ดารา...ผมขอโทษ...ผมลืมไปว่าคุณเลือกขุนเดชแล้ว...”

ดาราไม่พูดแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ยงยุทธเห็นแล้วยิ่งเศร้า...สงสารตัวเอง...

ooooooo

คืนนี้ บัวทองมารำแก้บนที่วัด ขุนเดชมายืน รวมๆกับกลุ่มชาวบ้านดูบัวทองรำ เธอยังงอนเขาไม่หายเลยเมินไปทางอื่น ระหว่างนั้นขุนเดชได้ยินเสียงป๋องแป๋งขายของเด็กเล่นของจีนเปีย หันมองเห็นจีนเปียกำลังขายของเด็กเล่นให้ชาวบ้าน

ครู่หนึ่งจีนเปียเข็นรถขายของออกไปในทาง เปลี่ยวมืด ขุนเดชตามไปห่างๆ นึกว่าจีนเปียไม่รู้ตัว แต่ที่ แท้จีนเปียรู้ตัวตลอดเวลา และหาทางแก้เผ็ดขุนเดช เมื่อถึง ที่มืดเปลี่ยวตัวจีนเปียก็หายไปเหลือแต่รถเข็นขายของทิ้งไว้ ขุนเดชรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เขาชักดาบดำออกมาเตรียมพร้อม แล้วออกเดินหาจีนเปีย

ขุนเดชถูกจีนเปียซุ่มเล่นงานด้วยมีดสั้นอาวุธประจำกายที่ถนัด มีดสั้นถูกปาเฉียดขุนเดชไปปักที่ต้นไม้ จีนเปียยังปามีดสั้นพุ่งใส่ขุนเดชไม่ยั้ง แต่ขุนเดชก็ยกดาบดำรับทั้งฝักได้อย่างปลอดภัย จีนเปียจึงเดินออกมาชมว่าฝีมือดีใช้ได้

“ฝีมือแกก็ไม่ธรรมดาไอ้จีนเปีย อย่างแกคงไม่ได้มา ขายของเล่นในศรีสัชฯอย่างเดียว”

“ฮ่าๆๆ ลื้ออย่าสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นให้มาก ไม่อย่างนั้นจะหาว่าอั๊วไม่เตือน” ว่าแล้วจีนเปียตั้งท่ามวยจีน ขุนเดชวางดาบดำแล้วตั้งท่ามวยไทย ต่างย่างสามขุมเข้าใส่กันด้วยลีลาของตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครเอาใครลงได้ จนต้องหยุดคุมเชิงกัน

พอได้จังหวะขุนเดชพุ่งเข้าใส่กระชากคอเสื้อจีนเปียถามว่า “ฝีมืออย่างแกมาทำอะไรที่นี่”

จีนเปียยิ้มกวนๆ แล้วอาศัยจังหวะเผลอของขุนเดช เอามีดสั้นปาดถูกแขนขุนเดชจนได้เลือด มันตวัดมีดกลับอีกครั้งแต่ขุนเดชหลบทัน มันอาศัยจังหวะนั้นหนีหายไป ขุนเดชกัดฟันทั้งเจ็บตัว ทั้งเจ็บใจ

เมื่อบัวทองรำแก้บนเสร็จ คำปันเอาเงินที่เจ้าของงานให้พิเศษส่งให้บัวทอง บอกว่าเอาไว้ใช้จ่ายที่จำเป็น อย่า เอาไปซื้อของสุรุ่ยสุร่าย บัวทองไม่เอา บอกแม่ว่าตนกินใช้อยู่กับแม่แล้วไม่เปลืองกระเป๋าสตางค์ดี

แต่พอคำปันชวนกลับ บัวทองนึกได้ว่าลืมของไว้ข้างใน ให้แม่ไปรอที่หน้าวัดเดี๋ยวมา ว่าแล้วก็รีบเดินไปเอาย่ามที่ลืมไว้ที่หน้าโบสถ์ ทันใดนั้น ได้ยินเสียงป๋องแป๋งสัญลักษณ์ของจีนเปียดังขึ้น บัวทองทักทายประสาคนมีอัธยาศัยดีว่ายังไม่กลับอีกหรือ จีนเปียเดินเข้าหาพูดเป็นนัยว่าตนยังทำธุระไม่เสร็จ

คำปันยังรอบัวทองอยู่ที่หน้าวัด รู้สึกนานผิดปกติบ่นไปตามประสาว่าไม่รู้เถลไถลไปไหนอีก พอดีขุนเดช เดินเข้ามาหน้าตามีรอยฟกช้ำถามว่าไปทำอะไรมา ขุนเดชบอกว่าไม่มีอะไร เจอนักเลงแถวนี้เลยสั่งสอนไปนิดหน่อย

ขุนเดชถามว่าแล้วบัวทองไปไหน พอรู้ว่าบัวทองกลับไปเอาของที่ลืมไว้ในวัด ไปนานแล้วยังไม่ออกมาสักที ขุนเดชก็สังหรณ์ใจขึ้นมารีบเดินย้อนกลับไปในวัด เดินหาพลางร้องเรียกบัวทอง ไม่เจอตัว เจอแต่ย่ามของบัวทองหล่นอยู่ ขุนเดชจำได้รีบหยิบขึ้นมาดู พบว่าในย่ามมีป๋องแป๋ง อยู่อันหนึ่งและมีกระดาษอยู่ด้วย เขารีบหยิบมาดู

“เขียนว่าอะไรหรือขุนเดช” คำปันถามอย่างร้อนใจ

“บัวทองถูกจับตัวไป มันต้องการให้วีรบุรุษบาปปรากฏตัวออกมา”

คำปันใจหายวาบ ส่วนขุนเดชกำป๋องแป๋งอันนั้นบีบจนหักคามือ!

ooooooo

ยงยุทธยังอยู่ช่วยดาราจนดึก จ่าแท่นกับนายชื่นกลับมารายงานว่าเดินสำรวจทั่วบริเวณนี้แล้ว ไม่มีอะไร แต่ไม่ทันไร หมอน้อยก็เข้ามาอย่างรีบร้อนบอกยงยุทธว่า เกิดเรื่องแล้ว

เมื่อพากันกลับมาที่บ้านหมอน้อย หมอน้อยบอกยงยุทธขณะกำลังจะขึ้นรถจี๊ปที่จอดอยู่หน้าบ้านว่า รีบไปช่วยขุนเดชตามหาบัวทองเถิด ไม่ต้องห่วงทางนี้ ยงยุทธยังเป็นห่วง นายชื่นเองก็รับรองว่า ตนเพิ่งไปเดินสำรวจกับจ่าแท่นมาไม่พบอะไรผิดปกติเลย

แต่พอยงยุทธกับจ่าแท่นขึ้นรถขับออกไป ไอ้นะกับไอ้เนและลูกน้องที่มาซุ่มอยู่ก็จิกตามองเข้าไปในบ้านหมอน้อย พลางเอาผ้าขึ้นมาคาดหน้าพร้อมปล้น

เมื่อยงยุทธกับจ่าแท่นและดาราไปเจอคำปันที่วัด จ่าแท่นบอกคำปันว่าให้เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น หมวดจะได้ไปตามหาบัวทองได้ถูก

“ขุนเดชกับน้าเจอจดหมายของไอ้คนที่มันจับ บัวทองไป มันบอกว่าต้องการให้วีรบุรุษบาปปรากฏตัว”

จ่าถามว่าตอนนี้ขุนเดชอยู่ที่ไหน คำปันบอกว่า ขุนเดชรู้ว่าคนที่จับบัวทองไปเป็นใครเลยตามไปช่วย ดาราถามว่าขุนเดชรู้หรือว่ามันเป็นใคร

“ค่ะ อาจารย์” คำปันตอบพลางยื่นป๋องแป๋งให้ดู “ขุนเดชบอกว่าเป็นของไอ้จีนเปีย เจ๊กขายของเล่น”

“จีนเปีย...จ่า...เราต้องรีบตามขุนเดชไปแล้ว ผมฝากน้าคำปันด้วยนะดารา” ยงยุทธพูดอย่างร้อนใจแล้วรีบขึ้นรถออกไปพร้อมกับจ่าแท่น

ooooooo

จีนเปียเอาบัวทองที่สลบอยู่ไปไว้ที่โรงสีร้าง ขณะนั่งรอวีรบุรุษบาป มันเอาลิงตีฉาบขึ้นมาไขลานให้ลิงตีฉาบฆ่าเวลารอ ไม่นานนัก ขุนเดชก็ก้าวเข้ามาจีนเปียยิ้มทักอย่างสมใจว่า

“ในที่สุด ลื้อก็มาตามคำท้าของอั๊ว...ไอ้วีรบุรุษบาป” แต่แล้วมันก็แปลกใจเมื่อคนที่มาคือขุนเดช

“คนอย่างแกไม่จำเป็นต้องถึงมือของวีรบุรุษบาปหรอก” ขุนเดชจ้องหน้ามันเขม็ง

จีนเปียพูดสำเนียงจีนว่า แสดงว่าขุนเดชไม่เข็ด ขู่ว่าถ้าไม่อยากตายก็ไสหัวออกไป ตนไม่มีธุระกับเขา พลางมันถอดเสื้อออกโชว์มีดสั้นที่เสียบอยู่รอบตัวมากมายหลายสิบเล่ม วางก้ามขู่ว่า

“คราวนี้อั๊วจะไม่ออมมือ...ลื้อไม่มีทางหลบมีดบินของอั๊วได้หรอก” สิ้นเสียงมันชักมีดออกมาปาใส่ขุนเดช เขายกด้ามดาบดำขึ้นปัดป้อง มีดสั้นกระเด็นไปปักที่เสาดังฉึก แล้วทั้งสองก็จดๆจ้องๆอย่างพร้อมจะเข้าห้ำหั่นกัน

จีนเปียเปิดฉากรุกด้วยมีดสั้น มันซัดมีดสั้นใส่จนขุนเดชต้องใช้ดาบดำปัดป้องแล้วหลบไป จีนเปียได้ใจเอามีดสั้นออกมา 4 เล่ม ถือมือละสองเล่มแล้วมันก็ซัดออกไปอย่างแรง

“โอ๊ย!” เสียงขุนเดชร้องออกมา จีนเปียหัวเราะสะใจคุยโวว่าไม่มีใครหลบมีดสั้นของตนพ้นหรอก มันเดินเข้าไปดูแล้วก็ต้องผงะ เพราะมีดที่มันปาปักไปนั้น เป็นเพียงหุ่นที่ขุนเดชถอดเสื้อตัวนอกคลุมไว้หลอกตาเท่านั้นเอง

ขุนเดชเปิดฉากรุกทันที เขาใช้ด้ามดาบดำกระแทกหน้าจีนเปียจนทรุดเลือดกบปาก ขุนเดชตามซ้ำ กระหน่ำด้วยหมัดเท้าเข่าศอกจนมันสะบักสะบอม

“ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย...ใครจ้างแกมาเล่นงานวีรบุรุษบาป”

จีนเปียยังอวดดี ถามท้าทายว่าถ้าไม่บอกจะทำอะไรตน ขุนเดชชักดาบดำจากฝักช้าๆ พอจีนเปียเห็นดาบดำเท่านั้นเอง มันร้องอย่างตระหนก

“ดาบ...ดาบ...ดาบดำ...หรือว่าลื้อ??”

ขุนเดชกำลังจะชักดาบดำออกจากฝักทั้งหมด ก็พอดีจ่าแท่นร้องบอกยงยุทธว่า “ทางนี้ครับหมวด” ขุนเดชรีบเสียบดาบดำคืนฝัก แล้วใช้ด้ามดาบกระแทกหน้าจีนเปียอีกทีก็สลบเหมือด
ยงยุทธมาถึงพอดี มองสภาพจีนเปียแล้วถามขุนเดชว่า “นั่นฝีมือแกหรือ?”

“ใช่...ฉันตามรอยมันมา บัวทองสลบอยู่ตรงโน้น” ขุนเดชชี้ให้ดู จ่าแท่นรีบไปดูบัวทอง แต่ยงยุทธเดินไปพลิกหน้าจีนเปียขึ้นมาดูพบว่ายังไม่ตาย

“ฝีมือแกคนเดียว หรือว่า...”

“ถ้าแกคิดว่าเป็นไอ้หมอนั่นละก็...ป่านนี้ไอ้จีนเปียคนนี้คงถูกฆ่าตายไปแล้ว”

ยงยุทธดูสภาพจีนเปียอีกครั้ง สั่งตำรวจให้เอาไปโรงพัก มันฟื้นเมื่อไรตนจะสอบปากคำด้วยตัวเอง แล้วจะใช้จีนเปียล่อวีรบุรุษบาปออกมา ขุนเดชฟังแล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันนึกว่าที่ตามมาเพราะต้องการช่วยบัวทอง”

“ฉันมาเพื่อช่วยบัวทอง และจับวีรบุรุษบาปด้วย” ยงยุทธตอบ จ้องหน้ากับขุนเดชเขม็ง

ooooooo

ที่บ้านหมอน้อย...นายชื่นยังนั่งอยู่ที่กองไฟ ได้ยินเสียงผิดปกติบางอย่าง ร้องถามว่าใครพลางยก ปืนเล็งไป

หมอน้อยได้ยินเสียงออกมาถามว่ามีอะไรหรือ นายชื่นบอกว่าได้ยินเสียงอะไรแปลกๆทางโน้นพลางชี้ให้ดู หมอน้อยบอกว่าคงเป็นหมาแมวเดินผ่านกระมัง ดึกแล้วให้นายชื่นไปนอนเสีย ไม่ต้องเฝ้าทั้งคืนหรอก นายชื่นจะนอนแถวนี้ หมอน้อยไม่เห็นด้วย จึงต่อรองว่าเดี๋ยวไฟมอดแล้วจะไปนอน หมอน้อยจึงกลับเข้าไปในบ้าน

พอหมอน้อยกลับเข้าบ้านเท่านั้น ไอ้นะ ไอ้เนและลูกน้องก็โผล่มาเล่นงานนายชื่น มันปัดปืนนายชื่นกระเด็นแล้วรุมกันชกต่อย สุดท้ายมันเอามีดกะซวกกลางอกจนนายชื่นสะดุ้งสุดตัวฟุบลง จากนั้นพวกมันก็พากันบุกเข้าไปในบ้าน

คืนนี้ ตาหนูลูกของหมอน้อยโยเยผิดปกติ หมอน้อยต้องอุ้มขึ้นมากล่อม ระหว่างนั้นได้ยินเสียงข้าวของหล่นแตกดังจากอีกห้องหนึ่ง หมอน้อยกับมะลิตกใจ รู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นแน่แล้ว หมอน้อยบอกมะลิให้พาลูกเข้าห้องแล้วไม่ต้องออกมาจนกว่าตนจะเรียก

“อย่าเลยพี่หมอ...ฉันว่าเรารีบไปจากที่นี่เถอะ”

“ไม่ได้หรอกมะลิ สมบัติของชาติอยู่ที่นี่...พี่ต้องรักษาเอาไว้ เข้าไปอยู่ในห้องแล้วห้ามออกมาเด็ดขาด”

ความตึงเครียดของหมอน้อยทำให้มะลิจำต้องทำตาม หมอน้อยคว้าปืนที่ผนังจ้องไปทางห้องที่มีเสียงดังแววตาแข็งกร้าว

ooooooo

หมอน้อยถือปืนเดินไปยังห้องนั้น เจอลูกน้องกำนันกำลังรื้อข้าวของกระจุยกระจาย หมอน้อยยกปืนขู่ไล่พวกมันออกไป ไม่อย่างนั้นตนยิงเรียงตัวแน่

ทันใดนั้น กำนันบุญโผล่มาเอาปืนจ่อหมอน้อย จากข้างหลัง สั่งเหี้ยม

“ทิ้งปืนไปเถอะคุณหมอ...มือหมอควรจะจับผ้า พันแผลไว้รักษาคนไข้ ไม่ใช่มาจับปืนผาหน้าไม้แบบนี้”

มันด่าหมอว่าเป็นหมอรักษาคนไข้อยู่ดีๆ ไม่ชอบ ดันหาเรื่องมาปกป้องสมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเอง หมอไม่น่ามาแส่หาเรื่องใส่ตัวเลย

“ฉันไม่ยอมให้แกเอาสมบัติของชาติไปแม้แต่ชิ้นเดียว” หมอน้อยประกาศ กำนันถามท้าว่าถ้าเอาไปแล้วจะทำอะไรตน หมอน้อยตอบอย่างดุดันว่า “ฉันจะฆ่าแก!”

“ฮ่าๆๆ คืนนี้หมอกับลูกเมียจะมีชีวิตรอดไปถึงพรุ่งนี้เช้ารึเปล่ายังไม่รู้เลย แล้วหมอจะทำอะไรฉันได้”

“ถ้าแกแตะต้องลูกเมียฉัน แตะต้องสมบัติของแผ่นดิน เมื่อไหร่...แกตาย!!” หมอน้อยพยายามขัดขืนแต่ถูกไอ้นะกับไอ้เนล็อกตัวไว้ กำนันยังพูดต่ออย่างเย้ยหยันว่า

“ไอ้พวกเครื่องสังคโลกที่หมอขุดเจอในที่ของหมอ เจ้าของเขาตายไปเป็นร้อยๆปีแล้ว เขายังไม่มา เรียกร้องเอาคืน แล้วหมอจะเอาชีวิตตัวเองมาปกป้องทำไม”

“เพราะมันเป็นของแผ่นดิน เป็นของลูกหลานคนไทยทุกคน วิญญาณของบรรพบุรุษจะต้องมาเล่นงานแก”

กำนันบุญหัวเราะพูดอย่างผยองว่า ถ้าตนกลัวก็คงไม่รวยและมีอำนาจวาสนาจนใครๆก็เรียกว่า กำนันบุญสุโขทัยหรอก พูดจบ กำนันบุญแทงหมอน้อยจนมิดด้าม หมอน้อยสะดุ้งเฮือก เลือดทะลักออกจากปาก แต่ยังแข็งใจสาปแช่งว่า...

“บาป...บาปกรรมจะตามทันแก...แกจะต้องถูก วี ...วีรบุรุษบาปตัดสินลงโทษให้ตกนรกหมกไหม้ด้วย... ด้วย...ดาบดำ!”

“ไอ้วีรบุรุษบาปกับพวกแกทุกคนในศรีสัชฯต่าง หากที่ต้องชดใช้ความตายให้ลูกชายฉัน”

“แล้วลูกเมียของไอ้หมอน้อยล่ะครับกำนัน” ไอ้นะถามอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

กำนันหันมองด้วยสีหน้าแววตาร้ายกาจ เลือดเย็น

ooooooo
ตอนที่ 17

วันรุ่งขึ้น ขุนเดชไปนั่งรอบัวทองที่ใต้ถุนเรือน ครู่หนึ่ง ดาราพาบัวทองลงมาพบ บัวทองขอบใจขุนเดชที่ช่วยตนไว้ ขุนเดชจึงเล่าว่า ตอนนี้จีนเปียถูกยงยุทธควบคุมตัวไว้สอบสวนอยู่ว่าใครเป็นคนจ้างมันมา

“เห็นอาจารย์ดาราบอกว่า หมวดตั้งใจจะใช้จีนเปียล่อให้วีรบุรุษบาปออกมาด้วย” บัวทองพูดอย่างกังวล เห็นขุนเดชนิ่งไป เธอลุกไปจับแขนเขา “เราต้องไปห้ามหมวดนะจ๊ะพี่ขุนเดช วีรบุรุษบาปช่วยชีวิตบัวทองมาหลายครั้งแล้ว ถ้าเขารู้ว่าพวกมันเล่นงานบัวทองอีก คราวนี้เขาต้องปรากฏตัวออกมา”

ขุนเดชยังคงนิ่ง บัวทองร้อนใจหันไปขอร้องดาราอีกคน

“อาจารย์คะ ช่วยไปห้ามหมวดด้วยนะคะ บัวทอง ไม่อยากเห็นวีรบุรุษบาปถูกหมวดจับกุม...นะคะ...อาจารย์”

บัวทองร้อนใจเป็นห่วงวีรบุรุษบาปมาก ทันใดนั้นเอง คำปันเสียงเข้มเข้ามาว่า

“แม่ห้ามเราไปทำแบบนั้นเด็ดขาดนะบัวทอง”

คำปันเสียงเข้ม สีหน้าไม่พอใจมาก จนทุกคนสงสัย แล้วคำปันก็จูงมือบัวทองไปนั่ง ขุนเดชกับดาราตามไปนั่งด้วย

“แม่พูดกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้บัวทองไปยุ่งกับวีรบุรุษบาป” บัวทองบอกว่าหลายครั้งแล้ว “นั่นไง...พูดไปหลายครั้ง แต่บัวทองก็ไม่เคยฟังแม่ แล้วสุดท้ายเป็นยังไง ลูกแม่ต้องกลายเป็นเป้าให้พวกศัตรูของหมอนั่นคอยตามเล่นงาน”

ดาราเห็นอารมณ์รุนแรงของคำปัน จึงขอว่าเอาไว้ใจเย็นๆค่อยคุยกันดีกว่าไหม คำปันบอกว่าครั้งนี้จะไม่ยอมอีกแล้ว ถ้าเมื่อคืนขุนเดชไม่ไปช่วยชีวิตไว้ ตนคงต้องสูญเสียลูกไปเพราะวีรบุรุษบาปแน่ บัวทองทนไม่ได้ลุกขึ้นเถียง

“แม่ไปว่าเขาไม่ได้นะ เขาปกป้องสมบัติของแผ่นดิน เขาช่วยกำจัดคนบาปให้หมดไปจากสุโขทัย ถ้าเราเกลียดเขาแล้ว เขาจะมีกำลังใจทำดีได้ยังไง”

สิ้นเสียงของบัวทอง คำปันตบหน้าลูกเพียะ! บัวทองมองแม่ตะลึงอึ้ง ส่วนคำปันพูดทั้งน้ำตาว่า

“วีรบุรุษบาปอยากจะฆ่าโจรอีกกี่ศพก็ทำไป แต่ห้ามเอาลูกแม่ไปเกี่ยวข้องด้วย และถ้าบัวทองยังไม่ฟังแม่อีก แม่จะไม่ให้เราอยู่ที่ศรีสัชฯนี่อีกแล้ว”

“แม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น...ฉันจะไม่ทิ้งศรีสัชนาลัย!” บัวทองร้องไห้วิ่งขึ้นเรือนไป ดารามองตามอย่างเป็นห่วงเช่นเดียวกับขุนเดช

ทั้งดาราและขุนเดชตามไปเคาะประตูเรียกบัวทอง เธอตอบออกมาด้วยเสียงที่ยังร้องไห้ว่าอยากอยู่คนเดียว...ขออยู่คนเดียว จนทั้งสองเห็นว่าควรปล่อยเธอให้อยู่กับตัวเองก่อนดีกว่า จึงพากันกลับด้วยความเป็นห่วง...สะเทือนใจ

ooooooo

ยงยุทธเริ่มสอบสวนจีนเปีย แต่จนแล้วจนรอดก็ง้างปากจีนเปียไม่ออก สุดท้ายยงยุทธก็ต้องสั่งเอาตัวจีนเปียไปขังไว้ก่อน พูดอย่างหมายมาดว่า

“แกคิดผิดแล้วที่ท้าทายคนอย่างฉัน ฉันจะหาวิธีให้แกเปิดปากพูดให้ได้”

จ่าแท่นฮึดฮัดอารมณ์เสียกับท่าทีดื้อรั้นของจีนเปีย ยงยุทธเตือนให้ใจเย็นๆ จะจัดการกับคนเจ้าเล่ห์พวกนี้เราต้องไม่ตกอยู่ในเกมของมัน เราต่างหากที่ต้องให้มันเล่นตามเกมของเรา

“แต่ผมกลัวว่าถ้าเรากักมันไว้นานๆ วีรบุรุษบาปอาจจะบุกมาถึงที่นี่”

“ถ้ามันกล้าบุกมาจริงๆก็ดีสิจ่า คราวนี้ผมจะได้วัดกันไปเลย” ยงยุทธสีหน้ามาดมั่น

ขณะนั้นเอง ตำรวจนายหนึ่งมารายงานว่าเกิดเรื่องที่บ้านหมอน้อย ยงยุทธจึงรีบนำกำลังไปทันที

ที่บ้านหมอน้อย ทุกคนพบภาพสะเทือนใจเมื่อเห็นร่างหมอน้อยถูกฆ่าตายกลางบ้าน หมวดนึกถึงลูกเมียหมอทันที พอเปิดห้องนอนเข้าไป ทุกคนถึงกับเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นมะลิกอดลูกไว้ในอก ถูกฆ่าตายทั้งแม่ทั้งลูก...

ยงยุทธถึงกับน้ำตาคลอ เอาผ้าคลุมร่างแม่ลูกไว้ จ่าแท่นคำรามเสียงสั่นน้ำตาไหลพรากด้วยความแค้นว่า

“แม้แต่ผู้หญิงกับเด็กมันก็ไม่เว้น...ไอ้สารเลว... ไอ้พวกชิงนรกมาเกิด!!”

เมื่อขุนเดชได้ข่าว เขาเดินอ้าวไปที่บ้านหมอน้อย หน้าตาถมึงทึง ดาราวิ่งตามบอกให้รอด้วย ก็พอดีเจอยงยุทธกับจ่าแท่นเดินออกมา ทั้งสองพยายามไม่ให้ขุนเดชเข้าไปเห็นภาพสะเทือนใจนั้น ถูกขุนเดชผลักกระเด็นแล้วตรงดิ่งเข้าบ้านไป ยงยุทธพยายามจะห้าม ดารารั้งแขนไว้บอกเขาว่า

“เธอห้ามขุนเดชไม่ได้หรอกยงยุทธ...ขุนเดชรักอาหมอเหมือนพ่อ ให้ขุนเดชได้อยู่กับอาหมอเถอะ...”

ooooooo

พอเข้าไปเห็นศพหมอน้อย ขุนเดชถลาเข้าประคองร่างผู้มีพระคุณน้ำตาไหลพราก พร่ำเรียก...

“อาหมอ...อาหมอ...อาหมอครับ!!”

ขุนเดชพร่ำเรียกอาหมอ ภาพที่หมอน้อยเคยช่วยชีวิตตน...เคยเตือนใจและสนับสนุนร่วมมือกับวีรบุรุษบาป ผุดพรายขึ้นในความทรงจำ ขุนเดชกอดร่างหมอน้อยร้องไห้อย่างเจ็บปวด จนยงยุทธกับดาราตามเข้ามา ดารากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ไปกับขุนเดชด้วย

ขุนเดชค่อยๆเอามือลูบปิดเปลือกตาหมอน้อยลง ยงยุทธเข้ามาจับบ่าปลอบใจว่า

“ไม่ต้องห่วงนะขุนเดช ฉันจะไม่ยอมให้หมอน้อยกับครอบครัวต้องตายฟรี ไอ้พวกที่ฆ่าหมอน้อย จะต้องได้รับการลงโทษ”

ขุนเดชนิ่งไปชั่วขณะ พลันก็ลุกพรวดขึ้น ปัดมือยงยุทธที่จับไหล่ตนอย่างแรง จ้องหน้าเขม็ง จนยงยุทธแปลกใจ

อึดใจเดียวยงยุทธก็กระเด็นออกจากบ้านหมอน้อยด้วยหมัดของขุนเดช ดาราถลาเข้าห้าม ขุนเดชยังตามมา ต่อยไม่ยั้งอย่างบ้าคลั่ง จนยงยุทธตะโกนถามว่า “นี่แกเป็นบ้าอะไรของแกวะ”

ขุนเดชชี้หน้าด่า “ฉันเบื่อเต็มทีแล้วกับไอ้การรักษากฎหมายของแก ถ้ากฎหมายที่แกเคารพมันศักดิ์สิทธิ์จริง อาหมอก็คงไม่ถูกพวกมันฆ่าตาย”

“ฉันเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าแกหรอกนะเว้ยขุนเดช แต่แกจะมาโทษกฎหมายที่พวกเราเคารพไม่ได้ ถ้าแกอยากให้มีคนรับผิดชอบเรื่องนี้ มันควรเป็นวีรบุรุษบาป เพราะมันต่างหากหมอน้อยถึงได้ตาย”

เป็นคำพูดที่เหมือนสาดน้ำมันใส่ไฟแค้นในใจ ขุนเดชกำหมัดปรี่เข้าชกยงยุทธอย่างบ้าดีเดือดจนยงยุทธรับมือไม่ไหว ดาราพยายามเข้าห้าม จ่าแท่นเองก็รีบเข้าไปแยก แต่ตัวเองกลับถูกผลักกระเด็นออกมา ยงยุทธถูกกระหน่ำเสียจนโงนเงน

ดาราตัดสินใจแย่งปืนจากเอวจ่าแท่นยิงขึ้นฟ้า ทำให้ขุนเดชชะงักหันมอง ดาราจ่อปืนใส่เขา พูดน้ำตาคลอ

“ปล่อยยงยุทธเดี๋ยวนี้นะขุนเดช...อย่าให้ฉันต้องยิงเธอ”

ขุนเดชมองดาราอย่างเจ็บปวด หน้าเครียด เห็นนิ้วดาราค่อยๆเหนี่ยวไก เขาตัดสินใจปล่อยยงยุทธ แล้วเดินจากไป

ดาราถลาเข้าประคองยงยุทธ พร่ำเรียกอย่างเป็นห่วง...

ooooooo

ที่บ้านกำนันบุญ...กำนันส่งจานสังคโลกให้ประดับ บอกว่านี่คือชิ้นสวยงามที่สุดที่มีการค้นพบมาแล้ว รับประกันได้ว่า เห็นแล้วท่านต้องชอบ ต้องยอมสนับสนุนให้เขาขึ้นแทนที่ปราชญ์แน่ๆ

ประดับรับจานสังคโลกหันไปส่งสัญญาณให้เบิ้มเอากระเป๋าที่ใส่เงินมาเปิดให้กำนันดูและส่งให้ แต่กำนันกลับไม่รับ ประดับบอกให้รับไปเป็นสินน้ำใจที่ท่านปราชญ์ไม่เคยให้มากเท่านี้มาก่อน กำนันบอกว่า “คุณก็รู้ หรือว่าทำเป็นลืม”

“ฉันไม่ได้ลืมหรอกน่ากำนัน ฉันได้เป็นสัตโลหะบุรุษ เป็นหนึ่งในแผ่นดินนี้เมื่อไหร่ กำนันจะต้องขึ้นมาเป็นมือขวาของฉัน แล้วเขตอิทธิพลแถบภาคเหนือทั้งหมด ฉันจะให้กำนันดูแล”

“ถ้าคุณยืนยันข้อตกลงของเราว่ายังเหมือนเดิม...ผมก็ต้องขอบคุณมาก” กำนันตอบแล้วรับกระเป๋าเงินไป มองเงินในกระเป๋าด้วยแววตาเป็นประกายอย่างพอใจ

กำนันบุญผยองพองขนเหิมเกริมนัก บอกประดับว่าถ้าอาจารย์ก้องเกียรติพร้อมให้ค้นหาโลหะวัตถุโบราณชิ้นที่ 6 เมื่อไรให้บอก ประดับถามว่า กว่าจะได้สังคโลกชิ้นนี้กำนันถึงกับต้องฆ่าหมอที่ชาวบ้านเคารพศรัทธาใช่ไหม

“ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องฆ่าล้างโคตรไอ้หมอคนนั้นก็ได้ แต่ผมอยากสั่งสอนพวกมันทุกคนในศรีสัชนาลัยให้รู้ว่า ถึงเวลาที่พวกมันต้องรับผิดชอบการตายของไอ้สัมฤทธิ์”

“กำนันอยากประกาศศักดายังไง ฉันคงไปห้าม ไม่ได้ แต่ระวังก็แล้วกัน...ไปแหย่รังแตนมันโกรธ มันจะมารุมกำนันได้”

“พวกมันทำอะไรผมไม่ได้หรอก...เพราะคนของผมเตรียมจัดการพวกมันอยู่แล้ว” กำนันยิ้มร้ายอย่างสุดผยอง

ooooooo

ขุนเดชพกความแค้นแน่นอกกลับไปที่กระท่อม หยิบดาบดำที่ซ่อนเอาไว้ ใบหน้าดุดัน ถมึงทึง คำราม...

“ในเมื่อกฎหมายไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวของอาหมอได้ ก็มีแต่วีรบุรุษบาปเท่านั้นที่จะตัดสินลงโทษพวกมัน!!”

ขุนเดชกำดาบดำเดินออกไปอย่างพร้อมปฏิบัติการเพชฌฆาต!

ที่โรงพัก...จีนเปียจอมเจ้าเล่ห์กำลังวางแผนหนี มันทำทีปวดท้อง พอตำรวจไขกุญแจเข้าไปดู ถูกมันใช้มีดจี้เป็นตัวประกันไปที่รถจี๊ปที่หน้าโรงพัก โดยที่ตำรวจสองสามคนไม่กล้าขัดขวางเพราะมีดมันจ่อคอเพื่อนที่เป็นตัวประกันอยู่

ทันใดนั้น วีรบุรุษบาปโผล่มายืนจังก้าจ้องเขม็ง พวกตำรวจปล่อยจีนเปียขับรถหนีไป เปลี่ยนเป็นจ่อปืนไปที่วีรบุรุษบาป แต่แล้วก็พากันลดปืนลงปล่อยให้วีรบุรุษ– บาปตามไปจัดการจีนเปีย

จีนเปียกลับรังของมันที่โรงสีร้าง มันรื้อที่รถเข็นขายของ เอามีดสั้นที่ซ่อนไว้มากมายออกมา

ooooooo

ยงยุทธโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อรู้ว่าตำรวจปล่อยวีรบุรุษบาปไป ตำหนิว่านี่เป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จ่าแท่นทนไม่ได้ ตัดสินใจพูดกับยงยุทธแบบเป็นไงเป็นกันว่า

“หมวดครับ ครั้งนี้ ผมขอล่ะครับ ถ้าหมวดอยากลงโทษพวกเราทุกคนก็ลงโทษมาเลย ผมขอรับผิดด้วย” เห็นยงยุทธชะงัก จ่าแท่นพูดอย่างอัดอั้นว่า “ตอนนี้ แผ่นดินศรีสัชนาลัยกำลังจะลุกเป็นไฟ กฎหมายผมก็ยังเคารพรักอยู่ แต่ถ้าเวลานี้เราไม่มีคนอย่างวีรบุรุษบาปมาช่วย คนดีๆอย่างหมอน้อยจะต้องตายอีกไม่รู้เท่าไหร่”

“จ่า!” ยงยุทธกระชากคอเสื้อจ่าเข้าไปจ้องหน้า แต่จ่าไม่สะทกสะท้าน ยังคงพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“แผ่นดินศรีสัชนาลัย ยังต้องได้ชื่อว่า เป็นแผ่นดินของคนดีครับหมวด”

ยงยุทธปล่อยมือจากคอเสื้อของจ่า หน้าเครียด... คิดหนัก...

กลับถึงโรงพักแล้ว จ่ายังหว่านล้อมหมวดให้ปล่อยพวกเขาจัดการกันเองเถอะ ถูกหมวดขู่ว่าถ้าพูดอีกคำเดียวตนจะไม่ยกโทษให้อีก บอกว่าที่ทุกคนทำไปเมื่อครู่นี้ ตนจะถือว่าไม่รู้ไม่เห็นแต่มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

“หมายความว่ายังไงหมวดก็ต้องจับวีรบุรุษบาปมาลงโทษ” จ่าถามอย่างทำใจไม่ได้

“ที่จ่าพูดมามันถูกต้องแล้ว ศรีสัชนาลัยต้องได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินของคนดีเหมือนอย่างที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้เรา แต่ผมจะปกป้องศรีสัชนาลัยด้วยวิธีการที่ถูกต้อง” พูดแล้วยงยุทธขับรถออกไปคนเดียวพร้อมปืนลูกซองยาว

ooooooo

จีนเปียกับวีรบุรุษบาป เปิดฉากต่อสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ฝ่ายหนึ่งใช้ดาบดำ อีกฝ่ายใช้มีดสั้น แต่เป็นการต่อสู้ในโรงสีร้างที่จีนเปียเป็นเจ้าของสมรภูมิ มันจึงมีความได้เปรียบที่จะหลอกล่อและลวงทิศขุนเดชได้ตามใจชอบ

ขุนเดชถูกจีนเปียปามีดปักที่หัวไหล่อย่างจัง แต่เขาก็กัดฟันดึงมีดออกหมายใช้มีดมันฆ่ามันเอง ปามีดกลับไปปักที่หัวไหล่จีนเปียเช่นกัน พอมันร้องออกมาขุนเดชจับทิศทางมันได้ เขาพุ่งเข้าไปพร้อมดาบดำ จนจีนเปียต้องหนีเอาตัวรอด

จีนเปียหนีออกไปเจอยงยุทธมาถึงพอดี มันในสภาพบาดเจ็บยกมือยอมแพ้ขอให้ปล่อยมันไปเถิด

“ปล่อยเหรอ! แกไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรกับฉันทั้งนั้น ถ้าแกไม่บอกมาว่าใครจ้างแกมา ฉันจะปล่อยให้ไอ้วีรบุรุษบาปฆ่าแก”

จีนเปียต่อรองว่าตนไม่บอกว่าใครจ้างมา แต่จะบอกว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ยงยุทธไม่สนใจบอกว่าถ้าตนอยากรู้ว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ตนมีวิธีที่จะรู้ได้ แล้วยิงปืนลูกซองใส่ลูกแตกกระจายถูกขาข้างหนึ่งของจีนเปีย มันร้องราวกับควายถูกเชือด

“ตอนนี้แกพิการไปข้างหนึ่งแล้ว ส่วนอีกข้างถ้ายังไม่บอกมาว่าไอ้วีรบุรุษบาปมันเป็นใครแล้วแกทำงานให้ใคร แกจะได้เป็นไอ้ด้วนเดินไม่ได้ตลอดชีวิตแน่”

จีนเปียยอมแพ้ มันกำลังจะบอกว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ก็ถูกมีดสั้นของมันเองปามาปักกลางหลังจนสะดุ้งเฮือก ทันใดนั้น วีรบุรุษบาปก้าวออกมา ยงยุทธสะอึกอึ้ง ยิงใส่ทันที แต่วีรบุรุษบาปกระโจนหลบทัน จีนเปียฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป

“อย่าหนีนะไอ้จีนเปีย” ยงยุทธตวาด พลางจะวิ่งตาม ถูกวีรบุรุษบาปปามีดสั้นขวางไว้ ทำให้ยงยุทธต้องหันมาเผชิญหน้ากับวีรบุรุษบาปแทน

ooooooo

จีนเปียซมซานเข้าไปในโรงสีอีก วีรบุรุษบาปตามเข้ามาจะเด็ดชีวิตมัน ถูกยงยุทธยิงขวางไว้ วีรบุรุษบาปกระโดดหลบยงยุทธยิงจนกระสุนหมด วีรบุรุษบาปจึงใช้ดาบดำเข้าต่อสู้ ยงยุทธต้องยกปืนรับดาบดำแทน ทั้งคู่ต่อสู้และตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อนรุนแรง

“มันทำผิด มันต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ยงยุทธประกาศกร้าว

“แต่ความผิดของมันต้องลงโทษด้วยความตาย”

“แกไม่ใช่ศาล แกตัดสินใครไม่ได้”

“ถ้าต้องรอให้ศาลตัดสินตามกฎหมาย...แผ่นดินศรีสัชนาลัยของข้า คงมีแต่คนที่นอนตายเกลื่อน” วีรบุรุษบาปเสียงสะท้านด้วยความแค้น ความสะเทือนใจ ผลัก ยงยุทธกระเด็นแล้วเปิดฉากสู้กันต่อ

ทั้งสองไม่รู้ว่า จีนเปียกระเสือกกระสนไปที่รถเข็นของมัน ค้นเอาระเบิดมือออกมา คำรามอย่างสะใจว่า

“พวกลื้อนั่นแหละ ที่ต้องตายไปด้วยกันทั้งคู่”

จีนเปียดึงสลักระเบิดโยนใส่ทั้งสองที่กำลังต่อสู้กัน ทั้งคู่ชะงัก พอสิ้นเสียงระเบิด ยงยุทธกระเด็นไปทางหนึ่ง วีรบุรุษบาปกระเด็นไปอีกทาง แต่ทั้งสองได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดตามเนื้อตัวเท่านั้น...

ยงยุทธยังฟุบอยู่ไม่รู้สึกตัว ส่วนวีรบุรุษบาปค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นแต่หูยังอื้อ หัวยังมึนเพราะแรงกระแทก...

ooooooo

จีนเปียถูกวีรบุรุษบาปเล่นงานจนร้องซี้เลี้ยว...ซี้เลียว กระเสือกกระสนหนีออกไปจะขึ้นรถจี๊ปหนี ถูกวีรบุรุษบาปตามไปเอาดาบดำจี้สั่ง

“วันนี้แกหนีความตายไปไม่พ้นหรอกไอ้จีนเปีย ทีนี้แกก็ต้องสารภาพความจริงกับฉันมา แกใช้บัวทองล่อให้ทุกคนสนใจเพื่อให้พวกของแกบุกไปฆ่าหมอน้อยใช่ไหม”

ทีแรกมันก็ยังปากแข็งแต่พอเห็นวีรบุรุษบาปเอาจริงก็ยอมสารภาพว่ามันใช้บัวทองล่อพวกวีรบุรุษบาปออกมา แต่พอวีรบุรุษบาปถามว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าหมอน้อย ไม่ทันที่จีนเปียจะพูดอะไร ยงยุทธก็เข้ามาขวาง

“หยุดนะวีรบุรุษบาป...แกไม่มีสิทธิ์ตัดสินมัน”

วีรบุรุษบาปรู้ว่ายงยุทธกำลังมาขัดขวางการทำงานของตน จึงถอยไปสองก้าว พลันก็ควงดาบตะโกนก้อง

“ฟ้า...ดิน...เป็นพยาน ดาบเดือนดับ” สิ้นเสียงดาบดำก็บั่นคอจีนเปียขาดกระเด็น

“แก...แกมันไม่ใช่วีรบุรุษ แกเป็นได้แค่ไอ้ฆาตกร...ไอ้ฆาตกร...ไอ้ฆาตกร” ยงยุทธแผดสุดเสียง

“ใช่ ผมคือฆาตกร...แต่ถ้าไม่มีฆาตกรอย่างผม คนบาปก็คงไม่มีวันหมดไปจากแผ่นดิน เพราะความอ่อนแอของกฎหมายในมือหมวด ที่แม้แต่ชีวิตคนดีๆอย่างหมอน้อยก็ยังรักษาไว้ไม่ได้” วีรบุรุษบาปตะโกนใส่หน้ายงยุทธแล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส

“โธ่เว้ย!” ยงยุทธสบถออกมา เขาบาดเจ็บจนไม่มีแม้แต่แรงที่จะตามวีรบุรุษบาปไป ได้แต่ทุบดินอย่างคับแค้นใจ

ooooooo

วีรบุรุษบาปเข้าไปที่ถ้ำศิลา ถอดผ้าขาวม้าพันหน้าออก กลับมาเป็นขุนเดชเดินตรงไปที่พระศิลาที่ไร้เศียรพนมมือน้ำตาคลอ เอ่ยอย่างสะท้านสะเทือนใจ...

“อาหมอครับ...เป็นเพราะผมเลยทำให้อาหมอต้องตาย...บาปกรรมครั้งนี้มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ผมจะให้อาหมอยกโทษให้ผม”

ดาราเข้ามาเห็นขุนเดชกำลังน้ำตาไหลพรากๆ เธออุทานเรียกเขาอย่างสะเทือนใจ ขุนเดชหันมองด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วหันกลับอธิษฐานต่ออย่างแน่วแน่...

“ถ้าเวรกรรมมันทดแทนกันได้ ผมก็จะขอแบกรับกรรมของอาหมอไว้ที่ผมคนเดียว เพื่อให้อาหมอกับครอบครัวได้ไปอยู่ในภพภูมิแดนสวรรค์ ส่วนผม...ขุนเดช ขอชดใช้กรรมทั้งปวงในขุมนรกอเวจี”

ดารารีบเข้าไปขอร้องอย่าพูดอย่างนั้น ถูกขุนเดชบอกให้หลบไป เธอห้ามตนไม่ได้หรอก ดาราย้ำว่าได้ ถ้าเขาจะหยุดเสียตั้งแต่วันนี้

“ผมหยุดไม่ได้ จนกว่าคนบาปอย่างพวกมันจะหมดจากแผ่นดิน”

“งั้นเธอก็ต้องสูญเสียทุกอย่าง...พ่อของเธอ อาหมอ ยงยุทธ แล้วยังบัวทองอีก”

ขุนเดชชะงัก นิ่งไปอึดใจก่อนที่จะหัวเราะออกมาพูดอย่างสมเพชตัวเองว่า

“แสดงว่าคำอธิษฐานของผมเป็นจริงแล้ว ผมได้อยู่ในนรกตั้งแต่ยังไม่ตาย นรกบนดินที่ไร้ซึ่งคนรัก มีแต่คนชัง มีแต่เลือดและความตายอยู่รอบตัว” พูดแล้วก้มกราบพระศิลาก่อนลุกขึ้น บอกกับดาราที่ยังอึ้งอยู่ว่า “กลับไปดูแลยงยุทธเถอะดารา ปล่อยให้ผมมีชีวิตอยู่ในนรกบนดินคนเดียวดีกว่า”

ขุนเดชเดินออกไปอย่างมาดมั่นพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดทั้งปวงไว้แต่เพียงผู้เดียว...

ooooooo

คุณหญิงอยู่ในภาวะโดดเดี่ยว สับสน ผัวอยู่ในสภาพเสียสติ ลูกนอนซมเหมือนซากศพ ตัวเองดื่มไวน์ต่างน้ำรอประดับอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำ ดื่มหมดเหยือกก็เรียกคนใช้ให้เอามาเติม ถามว่าประดับยังไม่กลับอีกหรือ สาวใช้บอกว่าเมื่อครู่นี้เพิ่งโทร.มาบอกว่าจะไม่กลับเพราะต้องอยู่ร่วมงานเลี้ยงกับท่าน

“หา! ว่าไงนะ เขาเข้าไปพบท่านประธานโดยไม่เรียกฉันไปด้วยเหรอ...ไอ้ประดับ! ไอ้กินบนเรือนขี้บนหลังคา ฉันไม่ใช่กะหรี่ของแกนะ” คุณหญิงคำราม ปาแก้วไวน์แตกกระจาย จิกตาร้าย!

คุณหญิงเข้าไปที่ห้องปารมี เห็นสภาพของลูกแล้วตกใจถามว่าทำไมเป็นถึงขนาดนี้ แล้วเอากระจกให้ปารมีดูสภาพตัวเอง ปารมีร้องโวยวายว่าทำไมตนดูแย่แบบนี้ คุณหญิงบอกว่าแม่ก็ไม่รู้ เลยถูกปารมีอาละวาดด่าว่าแม่มีแต่สนใจตัวเอง ตะโกนว่าตนไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่กับประดับ ชีวิตนี้มีแต่ประดับเท่านั้นที่รักตน

ในที่สุด ปารมีก็เปิดเผยว่าลูกที่แท้งไปนั้นเป็นลูกของประดับ ด่าและไล่คุณหญิงอย่ามายุ่งกับตน จะไปมั่วผู้ชายที่ไหนก็ไป ตนไม่ขออยู่กับ “อีบ้าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว” ปารมีระเบิดความอัดอั้นกระเซอะกระเซิงออกจากห้องบอกว่า ตนรู้ตลอดว่าแม่นอกใจพ่อซุกผู้ชายไว้ ถูกคุณหญิงตบหน้าฉาดใหญ่ จนเลือดกบปาก

ปารมีดิ้นรนจนตัวเองหมดแรงหมดสติ เมื่อคนใช้พาไปนอนที่เตียง คุณหญิงมองลูกแล้วฉุกคิดถามคนใช้ว่ายาที่ปารมีกินอยู่ที่ไหน

“ไม่อยู่ที่นี่ค่ะคุณหญิง...คือ...คุณประดับสั่งไว้ว่า เวลาที่คุณหนูต้องทานยา คุณประดับจะเป็นคนเข้ามาจัดการเองค่ะ”

คุณหญิงคิดทบทวนปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วจิกตาหน้าเครียดเมื่อเริ่มได้เค้าลางบางอย่าง

ooooooo

ที่หน้าเมรุเผาศพหมอน้อยและครอบครัว... ขุนเดชและทุกคนยืนมองควันที่ลอยจากปล่องเมรุอย่างแสนอาลัยรัก...

ขณะนั้นเอง กำนันบุญกับลูกน้องเดินเข้ามา จ่าแท่นเดินออกไปสั่งให้กำนันหยุดแค่นั้น กำนันอ้างว่าจะมาเคารพศพหมอน้อย บัวทองทนไม่ได้เดินไปด่ากำนันที่หน้าไหว้หลังหลอก เลยถูกกำนันด่าว่า พูดแบบนี้ใครมาได้ยินจะด่าเอาได้ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน คำปันก้าวออกมาเผชิญหน้ากำนันอย่างไม่เคยทำมาก่อน พูดอย่างคับแค้นใจว่า

“พ่อนังบัวทองมันตายไปนานแล้วเลยไม่ได้อยู่สั่งสอน ก็มีแต่ฉันนี่แหละที่สอนมันอยู่ แล้วก็สอนมันทุกวันด้วยว่าถ้าผู้ใหญ่คนไหนที่น่าเคารพก็ให้ยกมือไหว้ ถ้าคนไหนไม่น่าเคารพก็ให้อยู่ห่างๆ”

ยงยุทธเข้ามาจับแขนคำปันบอกให้พาบัวทองกลับไปก่อนเถอะ พลางหันไปบอกจ่าแท่นให้พาคำปันกับบัวทองไปตรงนั้น จึงเหลือแต่ยงยุทธ ดารา ขุนเดช และกำนันบุญเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด

จ่าพาบัวทองกับคำปันออกมาถึงหน้าวัด บัวทองอิดออดขอกลับไปไล่ตะเพิดกำนันก่อน เพราะคนเลวอย่างนี้ไม่ควรมางานศพหมอน้อย ถูกคำปันหยิกแขนปราม “นี่แน่ะ...พูดให้แม่ได้ยินอีกทีซิบัวทอง”

บัวทองเถียงว่าเมื่อกี้แม่ก็เห็นด้วยกับตนไม่ใช่หรือ แม่ถึงกล้าไปต่อปากต่อคำกับกำนัน

“แม่ก็เกลียดพวกคนเลวเหมือนกับคนอื่นเขานั่นแหละ แต่แม่ไม่ใช่พวกชอบหาเรื่อง”

“แม่ก็เป็นเสียอย่างนี้แหละ รู้ว่ามีคนเลวอยู่แต่ไม่ยอมทำอะไร พวกคนเลวมันถึงได้ครองเมือง”

“บัวทอง!! ไม่ต้องมาสั่งสอนแม่ แกไม่รู้หรอกว่าตอนพี่เดื่องตาย แม่เสียใจมากแค่ไหน” พูดได้แค่นี้คำปันก็น้ำตาคลอจนบัวทองเห็นแล้วไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย จ่าแท่นบอกคำปันว่าเรื่องผ่านไปแล้ว เรากลับบ้านกัน ปล่อยกำนันให้เป็นธุระของขุนเดชไปเถอะ

“พี่จ่า...ฉันกลัวจริงๆนะ ก่อนที่พี่เดื่องจะตายก็เป็นแบบนี้ มีแต่คนดีๆที่ต้องตายก่อนเหลือแต่คนเลวๆให้เต็มถนนหรือว่าฉันต้องไปจากที่นี่ ตอนนั้นฉันกับลูกถึงจะรอด”

“เรื่องนั้นเอ็งอย่าเพิ่งไปคิดมากเลย กลับบ้านเถอะ ไปบัวทอง อย่าทำให้แม่เขาต้องเสียใจมากไปกว่านี้เลย”

จ่าแท่นพาคำปันเดินไป บัวทองมองและเดินตามแม่ไปด้วยความสงสาร

ooooooo

กำนันบุญทำทีถามว่าทางตำรวจได้เบาะแสคนฆ่าหมอน้อยและครอบครัวได้หรือยัง ยงยุทธตอบสวนไปว่า

“ถึงคนร้ายจะไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ แต่เครื่องสังคโลกที่ถูกขโมยไปจะเป็นร่องรอยให้ผมสืบตามจับพวกมัน”

กำนันพูดหยันในทีว่า งานนี้หมวดคงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะเท่าที่ตนรู้ เครื่องสังคโลกที่สวยสมบูรณ์แบบอย่างนั้น ถ้าหลุดไปได้แล้วก็ยากที่จะตามกลับคืนมาได้

“ถ้าตามเอาคืนกลับมาไม่ได้ แต่แค่รู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง วีรบุรุษบาปจะทำหน้าที่ตัดสินมันเอง” ขุนเดชสวนไปอย่างแข็งกร้าว

กำนันบุญโต้เถียงกับขุนเดชอย่างตึงเครียด ขุนเดชแค้นจนชักดาบดำหักของพ่อออกมากดคอกำนัน ถูกยงยุทธปรามให้เก็บดาบเสีย ดาราก็ขอร้องว่าให้หยุดเถอะ

“พ่อฉันเสียสละชีวิตเพื่อรักษาสมบัติของแผ่นดิน ถึงแม้พ่อจะตายด้วยน้ำมือโจร ถึงดาบของพ่อจะกลายเป็นดาบหักใช้ฆ่าใครไม่ได้อีก แต่หน้าที่ทหารพระร่วงของพ่อก็มีคนสานต่อ วีรบุรุษบาปจะตามฆ่าพวกคนบาป เหมือนอย่างที่ไอ้สัมฤทธิ์โดน”

ยงยุทธบอกให้ขุนเดชเก็บดาบเสีย ขุนเดชเก็บดาบถอยออกมา กำนันจึงต้องสั่งลูกน้องให้เก็บปืน ไม่วายพูดลองเชิงอย่างท้าทายว่า

“ที่นี่มันงานศพหมอน้อย ฉันไม่ถือสาเอาความใครหรอก เรื่องนายเดื่อง อาจจะมีคนเอาไปร่ำลือว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าฉันผิดจริง ป่านนี้ฉันคงถูกจับติดคุกไปนานแล้ว...ใช่ไหมครับหมวด”

“ถ้ากำนันหมดธุระกับงานศพหมอน้อยแล้ว...ผมเชิญ” ยงยุทธผายมือทำนองว่ากำนันมาทางไหนก็ไปทางนั้นเลย กำนันยิ้มเยาะก่อนพาลูกน้องกลับไป

ยงยุทธหันมองขุนเดชอย่างไม่พอใจ เมื่อขุนเดชเดินไป เขาตามไปตำหนิว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตน ขุนเดชถามว่า คิดว่าตนจะฆ่ากำนันต่อหน้าเขาหรือ ดาบหักของพ่อเล่มนี้ แม้แต่ดายหญ้ายังไม่ได้เลย

“คมดาบของแกอาจจะใช้ฆ่าคนไม่ได้ แต่ความแค้นของแกต่างหากที่ฉันกลัว”

“ฉันอาจจะยังแค้นที่พ่อฉันถูกโจรฆ่าตาย แต่คนอย่างขุนเดชไม่ฆ่าใคร หน้าที่นั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวีรบุรุษบาปไป” พูดแล้วมองดาราที่ยืนอยู่ข้างยงยุทธก่อนเดินออกไป

ยงยุทธเห็นสายตาที่ขุนเดชกับดารามองกันก็สงสัยว่า เธอกับขุนเดชมีอะไรกันหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรหรอก ขุนเดชเขายังเสียใจเรื่องหมอน้อยอยู่ เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน ฉันขอตัวจัดการเรื่องสังคโลกที่เหลืออยู่ในไร่หมอน้อยนะ” ดาราปลีกตัวไปอีกคน ทิ้งยงยุทธให้อยู่กับความแปลกใจในท่าทีของทั้งสอง

ooooooo

คุณหญิงนับวันก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน ทั้งเรื่องผัว เรื่องลูก และเรื่องชู้ที่ถูกประดับหมางเมินมองข้ามและทิ้งขว้าง อ้างว่าต้องวุ่นวายกับตำแหน่งใหม่

วันนี้ประดับกลับมา ถามคุณหญิงว่าไม่ไปเล่นไพ่สังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือ คุณหญิงตอบหน้าตึงว่า

“ไม่ล่ะ ผัวฉันนอนเป็นบ้าอยู่ ส่วนลูกก็ป่วยจะตายมิตายแหล่ ฉันไม่อยากทิ้งให้พวกเขาอยู่กับคนที่ฉันไว้ใจไม่ได้”

“คุณหญิงพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”

“เธอเป็นคนฉลาดมากนะประดับ เรื่องง่ายๆที่ฉันพูดแค่นี้ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ ไอ้คนที่ฉันไว้ใจไม่ได้มันจะเป็นใครได้ล่ะ...ถ้าไม่ใช่ไอ้สารเลวอย่างเธอ”

“คุณหญิง!!” ประดับเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน เหี้ยม! ตรงเข้าจับแขนคุณหญิงบีบอย่างแรงและลากเข้าไปในห้อง คุณหญิงวิ่งไปคว้ากรรไกรขู่ว่าถ้าเข้ามาอีก ตนจะตัดส่วนที่เลวที่สุดของเขาที่ใช้หลอกตนกับลูกสาวสับเป็นชิ้นๆ

แต่คุณหญิงก็ทำอะไรประดับไม่ได้ เพียงเขาจับข้อมือบิดคุณหญิงก็หมดสภาพแล้ว แต่คุณหญิงก็ยังพูดอย่างอาฆาตว่า

“แกอย่าชะล่าใจไปไอ้ประดับ ฉันให้หมอมาเจาะเลือดยัยปาไปตรวจแล้ว ผลเลือดยัยปาออกมาว่ามียาพิษอยู่ ถ้าแกทำให้ฉันเป็นอะไร ความเลวของแกจะถูกเปิดโปง”

ประดับชะงัก จำต้องปล่อยมือ คุณหญิงตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง พูดอย่างเป็นต่อว่า “ต่อไปนี้ แกต่างหากที่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งฉัน...หึๆ พวกผู้ชาย ต่อให้มันยิ่งใหญ่ได้เป็นมหาบุรุษหนึ่งในแผ่นดิน แต่สุดท้ายก็ผู้หญิงต่างหากที่อยู่เหนือผู้ชาย!”

คุณหญิงหัวเราะใส่หน้าประดับก่อนเดินออกไป ประดับจิกตามองตามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

อาจารย์ดำรงไปสืบมาได้ว่าเครื่องสังคโลกที่ถูกขโมยไปนั้นตกอยู่ในมือของผู้มีอิทธิพลระดับชาติเพราะของดีราคาสูงขนาดนั้น ลำพังแค่รวยอย่างเดียวก็มีไว้ครอบครองไม่ได้ แต่สืบอย่างไรก็ไม่อาจเจาะลงไปได้ว่าอยู่ในมือใคร ทุกคนต่างปิดปากเงียบเพราะกลัวอิทธิพล

ระหว่างนั้นเอง จ่าแท่นเอาหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้มาให้ดู เป็นฉบับเดียวกับที่ผกากำลังอ่านให้กำนันบุญฟังความว่า

“นายประดับ เรืองไกรฤกษ์ นักการเมืองหนุ่มไฟแรง เลขาคนสนิทท่านปราชญ์ บุญหล่นทับ ถูกดันให้ขึ้นมารับตำแหน่งแทนเพราะท่านปราชญ์ต้องการวางมือหรือเพราะป่วยอย่างเป็นปริศนา”

ประดับยืนฟังอยู่ด้วย บอกผกาว่าหยุดอ่านได้แล้ว ด่าว่ามีแต่พวกอิจฉาหาว่าตนขึ้นมารับตำแหน่งอย่างไม่เหมาะสม กำนันบุญบอกว่าปล่อยให้คุ้ยกันไปเดี๋ยวก็เงียบไปเอง เพราะยังไงพวกนักข่าวก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาทำอะไรกับท่าน

“นักข่าวไม่รู้ แต่นังนั่นมันรู้!!” ประดับจิกตาอย่างแค้นใจ

ระหว่างที่ประดับไม่อยู่นั้น คุณหญิงพยายามบอกปารมีว่า เราสองแม่ลูกใช้ผู้ชายคนเดียวกัน แต่ปารมีไม่เชื่อ ยิ่งเมื่อคุณหญิงบอกว่าที่ปารมีนอนป่วยทุกวันนี้เพราะถูกประดับวางยา ปารมีก็หาว่าแม่ใส่ความประดับไล่แม่ให้ออกจากห้องไป

“นังเด็กโง่เอ๊ย...ฉันอุตส่าห์หวังดีกับแก อยากโง่ให้มันหลอกก็ตามใจ แต่ฉันคนนึงล่ะที่จะไม่ยอมให้มันยึดทุกอย่างในบ้านนี้ไป” คุณหญิงออกจากห้องมาด้วยสีหน้าร้ายกาจ

ส่วนผกาเมื่อรู้เรื่องคุณหญิงจากประดับแล้ว ก็ยุให้จัดการสองแม่ลูกนั่นเสียจะได้ไม่มีใครมาขวางทางเขาอีก กำนันกับประดับติงว่าทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะถ้าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณหญิงและปารมีอีก เขาจะต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยแน่ๆ

“แต่ถ้าคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง...ก็เท่ากับว่าแผนการที่วางไว้ทั้งหมดต้องจบเห่” กำนันท้วงติง

“สัตตะโลหะบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่มีวันซุกอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิงเด็ดขาด” ประดับยิ้มอย่างผยองนัก!

ooooooo

เมื่อได้อ่านข่าวประดับจากหนังสือพิมพ์แล้ว ดาราปรารภอย่างสังเวชว่า น่าใจหายอำนาจไปอยู่ในมือของคนเลวแบบนี้ได้ยังไง ทั้งยังเป็นห่วงกังวลว่า คนที่จะถูกเล่นงานก่อนใครกลัวจะเป็นยงยุทธกับขุนเดชเพราะประดับเคยพูดไว้ว่า ถ้าเขามีอำนาจเมื่อไหร่จะแก้แค้นสองคนนี้ให้สาสม

“ถ้ามันอยากแก้แค้นก็บอกให้มันมาได้เลย ฉันอยากเห็นมันตายบนแผ่นดินที่มันลบหลู่” เสียงขุนเดชแทรกเข้ามา ถูกยงยุทธขัดคอทันทีว่า อย่าบอกนะว่าจะฆ่ามันด้วยมือตัวเอง “ฉันเป็นประชาชนคนธรรมดา จะไปเที่ยวไล่ฆ่าคนได้ยังไง วีรบุรุษบาปต่างหากที่จะลงมือฆ่ามันแทนฉัน”

เป็นปัญหากันขึ้นมาทันทีระหว่างขุนเดชกับยงยุทธ เมื่อยงยุทธบอกว่าจะไม่ให้ใครฆ่ามันเด็ดขาด โทษของมันต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่ขุนเดชเห็นว่า รอถึงวันนั้นคนดีๆที่จะเป็นศพต่อไปจะเป็นใคร แกล้งแหย่ว่าหรือจะเป็นอาจ่า ทำเอาจ่าแท่นสะดุ้งโหยง ขุนเดชชี้แจงว่า

“ผมพูดความจริงครับอาจ่า อาจจะเป็นอา เป็นอาจารย์ประทีป เป็นผม หรือไม่ก็...ดารา” พูดแล้วเดินออกไปเลย ดาราหน้าเสีย ในขณะที่ยงยุทธมองตามขุนเดชไปอย่างโกรธมาก

ยงยุทธตามไปชกหน้าขุนเดชบอกว่าจะปล่อยให้เขาพล่ามต่อไปไม่ได้แล้ว ปรามาสว่าดาราเป็นคนรักของขุนเดช แต่ถ้าเขาปกป้องคนรักไม่ได้ก็ไม่ควรได้เธอไป ขุนเดชถามเย้ยว่าที่ตามมาพูดนี่หมายความว่าอยากได้เธอคืนไปใช่ไหม

เมื่อพูดกันไม่เข้าหู ก็ลงเอยด้วยการชกต่อยจนจุกไปด้วยกันทั้งคู่

ดาราตามออกมาห้ามปราม ยงยุทธจงใจยั่วขุนเดชด้วยการดึงดาราเข้าไปจูบเย้ย ขุนเดชยืนดูเฉยแต่ดาราตบหน้ายงยุทธฉาดใหญ่ด่าว่าทำแบบนี้ได้ยังไง ยงยุทธบอกว่าต้องการทำให้ขุนเดชรู้ว่าตนจะแย่งเธอคืนมาเป็นของตัวเอง

ดาราน้ำตาอาบแก้มไม่กล้าสบตาขุนเดช ในขณะที่ ขุนเดชได้เห็นได้ฟังแล้วหันหลังวิ่งเตลิดไปอีกทาง

ooooooo

ขุนเดชไปเจอคำปันมาไหว้พระกลางคืนถามว่าเป็นอะไร คำปันบอกว่ากลุ้มใจ ตนอยากย้ายไปจากศรีสัชนาลัยแต่บัวทองไม่ยอมไป ขอร้องขุนเดชให้ช่วยคุยกับบัวทองให้ด้วย

รุ่งขึ้น คำปันใช้บัวทองเอาปิ่นโตไปส่งขุนเดชตามปกติ แต่ทำอาหารมากเป็นพิเศษ เจตนาให้บัวทองกินด้วยกันเพื่อขุนเดชจะได้หว่านล้อมบัวทองให้ยอมไปจากศรีสัชนาลัย

แต่เมื่อขุนเดชเอ่ยปากเท่านั้น ก็ได้รับคำปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวจากบัวทองว่า ถ้าจะคุยเรื่องนี้ก็หยุดได้เลย เพราะเป็นตายอย่างไรตนก็จะไม่ทิ้งศรีสัชนาลัยไปเด็ดขาด

เมื่อขุนเดชพูดแล้วบัวทองไม่ฟัง ครู่หนึ่ง วีรบุรุษบาปก็ปรากฏตัวขึ้น หว่านล้อมบัวทองแบบเดียวกัน บัวทองตอบไปว่า

“จะเป็นคำพูดของใครฉันก็ไม่ฟังทั้งนั้น เลือดเนื้อ เชื้อไขของฉันคือคนศรีสัชนาลัย เพราะฉะนั้น ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดที่จะทิ้งบ้านเกิดเอาตัวรอดเวลาที่กำลังมีภัย ก็เหมือนคุณที่ยอมตายเพื่อรักษาสมบัติของบรรพบุรุษ”

บัวทองยังบอกวีรบุรุษบาปว่า “พี่ขุนเดชเคยสอนให้ฉันสู้คนมาแล้ว ถ้าฉันแย่งดาบจากคุณมาได้ คุณต้องกลับไปบอกพี่ขุนเดชว่าคุณก็รั้งฉันไว้ไม่ได้”

แล้วบัวทองก็ปรี่เข้าแย่งดาบจากวีรบุรุษบาป ทั้งคู่ ยื้อแย่งดาบกัน ต่างหมายเอาชนะกันให้ได้

บัวทองเล่นเล่ห์ทำเป็นเจ็บเมื่อถูกวีรบุรุษบาปผลักล้ม พอวีรบุรุษบาปเข้าไปดูจึงแย่งดาบแต่ถูกวีรบุรุษบาปแย่งคืนไปได้ วีรบุรุษบาปยังหว่านล้อม บอกบัวทองว่าถ้าเธอรู้จักความรัก เธอจะยอมทำตามที่ขุนเดชกับแม่เธอขอ

“อย่ามาดูถูกว่าฉันไม่รู้จักความรักนะวีรบุรุษบาป เพราะฉันมีความรักต่างหากฉันถึงไม่ยอมทิ้งเขาไป”

ในที่สุดบัวทองสารภาพว่าเพราะตนรักวีรบุรุษบาปจึงไม่อาจทิ้งให้เขาอยู่ที่นี่ตามลำพัง บอกว่า แม้เขาจะทำบาปด้วยการฆ่าคนตาย แต่ตนเห็นความงามในจิตใจของเขา ตนไม่คิดว่าเขาเป็นคนเลว

“ขอบใจบัวทอง ถ้าเธอมั่นใจว่าฉันเป็นคนดี ฉันอยากให้เธอหลับตา ทำเพื่อฉันได้ไหม”

บัวทองพิสูจน์ความรักยอมหลับตา ถูกวีรบุรุษบาปเอาผ้าผูกตาแล้วกดหน้าลงกับดินกระชากเสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยปลุกปล้ำเธออย่างระห่ำ จนบัวทองตกใจ วีรบุรุษบาปจึงให้บทเรียนว่า

“เธอเลือกรักคนผิดแล้ว คนบาปอย่างฉันไม่มีวันเป็นคนดีได้ จำไว้...บัวทอง อย่าเที่ยวบอกรักโจรเลวๆ อีก ไม่อย่างนั้น เธอก็หนีไม่พ้นต้องโดนแบบนี้”

พูดแล้ววีรบุรุษบาปเดินหนีไป ทิ้งให้บัวทองกอดตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ประดับเริ่มแผนร้ายของตน เมื่อดาราจับชาวบ้านที่แอบขุดกรุได้ของกลางคืนมา เธออบรมแล้วปล่อยไป แต่ระหว่างทางถูกประดับฆ่าตัดคออย่างเหี้ยมโหด สร้างสถานการณ์ว่าเป็นฝีมือของวีรบุรุษบาป

ส่วนตัวมันเองไปใช้อำนาจที่เหนือกว่า ยั่วยุท้าทายยงยุทธจนยงยุทธเกือบฆ่ามัน ดีแต่ดาราห้ามไว้ เตือนสติยงยุทธว่าถ้าเขาฆ่าประดับ เขาก็จะกลายเป็นฆาตกรและต้องเป็นเหมือนวีรบุรุษบาปไปอีกคน

ระหว่างนั้นเอง จ่าแท่นวิ่งมารายงานว่าพบศพชาวบ้านสองคนถูกฆ่าตัดคอ ยงยุทธรีบไปดู เขาฟันธงว่า ฆ่าพวกลักลอบขุดกรุอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้ต้องเป็นวีรบุรุษบาปแน่ๆ

การฆ่าชาวบ้านสองคนอย่างเหี้ยมโหดครั้งนี้ ไม่เพียงได้ป้ายสีวีรบุรุษบาปเท่านั้น หากยังสร้างความหวาดกลัวในหมู่ชาวบ้าน เท่านั้นไม่พอ ประดับยังอาศัยอำนาจที่เหนือกว่า สั่งยงยุทธให้หาตัวฆาตกรมาให้ได้ สั่งให้จับตัววีรบุรุษบาปมาให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง มิเช่นนั้น จะถือว่าไร้ความสามารถ ขู่สำทับก่อนไปว่า

“48 ชั่วโมง!! จำไว้นะยงยุทธ คนที่ควบคุมเกมคือคนที่มีอำนาจอยู่ในมือ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู” พูดแล้วเดินหัวเราะเยาะออกไป ยงยุทธกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ

ooooooo

บัวทองกลับบ้านในสภาพบอบช้ำยับเยิน คำปันตกใจมากถามว่าถูกใครทำอะไรมา บัวทองเอาแต่ร้องไห้บอกว่าไม่มีอะไร จนคำปันบอกว่าถ้ายังถือว่าตนเป็นแม่อยู่ก็ให้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น

“วี...วีรบุรุษบาปจ้ะแม่”

คำปันแทบช็อก บัวทองร้องไห้วิ่งขึ้นเรือนไป พอดีดารากลับมาถึงถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ คำปันละลํ่าละลักพูดได้แค่ว่า “อาจารย์...บัวทอง...บัวทอง...” แล้วน้ำตาก็ทะลักจนพูดไม่ออก

ดารารีบขึ้นไปหาบัวทองบนห้องถามว่าเรื่องเป็นยังไง บัวทองจึงเล่าไปร้องไห้ไปว่า

“พี่ขุนเดชขอให้วีรบุรุษบาปมาพูดให้บัวทองไปจากศรีสัชนาลัย แต่บัวทองไม่ไปเพราะจะอยู่ช่วยเขาที่นี่...”

“แล้วยังไงบัวทอง...ทำไมเขาถึงทำร้ายเธอ”

“บัวทองรักเขาค่ะอาจารย์...แต่เขากลับทำร้ายบัวทอง ถ้าบัวทองไม่ขอร้องไว้ เขาก็คง...” บัวทองร้องไห้จนพูดไม่ออก

ดาราโกรธมากคิดไม่ถึงว่าขุนเดชจะตัดสินใจทำอะไรเลวร้ายแบบนี้ รีบลงมาหาคำปัน แต่คำปันไม่อยู่แล้ว ทำให้ดาราใจไม่ดี

ที่แท้คำปันไปหาจ่าแท่น ขอให้ช่วยจัดการกับวีรบุรุษบาปที่ยํ่ายีบัวทองให้ ยงยุทธเข้ามาพอดีบอกคำ–ปันให้ใจเย็นๆ คำปันบอกว่าคราวนี้จะไม่ใจเย็นอีกแล้ว ถ้าหมวดจัดการกับวีรบุรุษบาปไม่ได้ ก็ให้ยกศรีสัชนาลัยให้โจรไปเลย

ยงยุทธบอกว่าตนไม่เคยละเลยหน้าที่ ถ้ามีโอกาสจับได้จะเล่นงานให้หนัก จะเรียกศักดิ์ศรีบัวทองคืนมาให้ได้

ยงยุทธให้จ่าแท่นพาคำปันกลับไปพักผ่อนก่อน แล้วจะเรียกบัวทองมาสอบปากคำอีกที แต่ดาราที่ตามมาท้วงติงว่า

“บัวทองกำลังเสียใจมาก ไม่อยู่ในสภาพที่จะให้ปากคำอะไรตอนนี้ได้หรอกค่ะ ถ้าอยากรู้อะไรถามฉันได้ เพราะฉันเพิ่งคุยกับบัวทองมา”

หลังจากยงยุทธคุยกับดาราแล้วก็เบาใจขึ้น เมื่อรู้ว่าวีรบุรุษบาปแค่ลวนลามบัวทองเท่านั้น แต่นั่นก็ถือว่าทำผิดอยู่ดี ตนจะไม่ปล่อยให้วีรบุรุษบาปทำเรื่องชั่วๆในพื้นที่ของตนได้อีกแล้ว

“แต่ฉันว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกตินะยงยุทธ” ดาราติงให้คิด ชี้ให้เห็นว่า “เธอลองคิดดูสิ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่วีรบุรุษบาปจะฆ่าชาวบ้านพร้อมกับข่มเหงบัวทอง ในเวลาเดียวกัน”

“ดารา...อย่าลืมนะว่าบัวทองเคยขวางทางไม่ให้ผมจับวีรบุรุษบาปมาแล้ว”

“ยงยุทธ!! ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่จะยอมเอาศักดิ์ศรีของตัวเองไปให้ผู้ชายดูถูกเล่น เหมือนกับที่เธอไม่เคยให้เกียรติฉันเหมือนกัน” ดาราผลักยงยุทธให้ออกห่างแล้วเดินจากไป ยงยุทธได้แต่มองตามอย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

วันนี้ ดาราไปหาขุนเดชที่กระท่อม เห็นขุนเดชนั่งนิ่งเหมือนหุ่นอยู่อย่างนั้นก็ทนไม่ได้ ตรงเข้าไปถามว่าทำแบบนั้นกับบัวทองได้ยังไง กล้าทำลงไปได้ยังไง

ดาราพูดอย่างคนรู้กันว่า ถึงเขาจะให้วีรบุรุษบาปเป็นคนทำแต่ก็คือคนเดียวกับเขา เมื่อคนหนึ่งทำเรื่องเลวอีกคนก็ต้องเลวเหมือนกัน เธอทุบเขาอย่างรับไม่ได้ จนขุนเดชต้องจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ พูดขรึมๆว่า

“ใช่...ผมตั้งใจทำตัวเลวเยี่ยงสัตว์ เพราะถ้าผมไม่เลวสุดๆ บัวทองก็จะไม่ไปจากชีวิตผม” พูดแล้วหันหลังให้ดาราน้ำตาคลอเบ้าขณะเล่าต่อ “บัวทองบอกว่ารักวีรบุรุษบาปและจะอยู่สู้กับเขาที่นี่ แล้วคุณคิดว่าผมจะยอมให้คนที่ผมรักตายอยู่ที่นี่กับผมได้เหรอดารา”

ดาราอึ้งไปนาน จึงเอ่ยขอโทษด้วยความสะเทือนใจ ขุนเดชบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องขอโทษตน ตนทำให้บัวทองเสียใจ ตนดูถูกคนที่ตัวเองรัก มันก็สาสมแล้ว ที่ตนจะต้องใช้ชีวิตเดียวดาย บนนรกบนดินที่สร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง

ดาราบอกว่าถ้าเขาไม่อยากเสียบัวทองไปก็ควรบอกความจริงแก่เธอ ขุนเดชไม่ยอมทำเด็ดขาด ยืนยันว่า ตนจะไม่ฉุดบัวทองลงมาอยู่กับคนเลว แต่ดาราจะไปบอกบัวทองให้ได้ เลยถูกขุนเดชตวาด

“หยุดนะดารา ความรักจะทำให้เราทำเรื่องผิดๆ ทั้งๆที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ ยิ่งรักมากเรื่องผิดก็จะกลายเป็นถูก ผมทำสิ่งที่ถูกต้องลงไปแล้ว”

“แล้วเธอไม่คิดบ้างหรือว่าบัวทองจะต้องอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต ฉันต้องให้บัวทองรู้” ดาราจะไปให้ได้

ขุนเดชตัดสินใจทุบท้ายทอยเธอทีเดียวก็หมดสติ เขาประคองเธอไว้ เอ่ยอย่างเสียใจ “ผมขอโทษนะดารา...”

ooooooo

เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้คำปันตัดสินใจย้ายไปอยู่จันทบุรี บอกจ่าแท่นว่ามีข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับการจับวีรบุรุษบาปอย่างไรให้บอกด้วย ส่วนบัวทองอยู่ในห้องนอน เธอกอดผ้าขาวม้าของวีรบุรุษบาปไว้ก่อนโยนทิ้งไปอย่างเจ็บปวด

ขณะที่คำปันเก็บของเตรียมย้ายบ้านนั้น เจอสร้อยคอพระเครื่องที่นายเดื่องให้ไว้ จึงเอามาให้ขุนเดช จ่าแท่นเล่าอย่างตื่นเต้นว่า ตนจำได้ นี่คือพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำที่พี่เดื่องเคยบูชาติดตัวตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงมาได้ตลอด ทำให้คำปันเสียใจโทษว่าเพราะพระเครื่องอยู่ที่ตนทำให้นายเดื่องถูกฆ่าตาย ร้อนถึงจ่าแท่นต้องปลอบโยนอยู่นานกว่าคำปันจะทำใจได้

แม้ขุนเดชจะรักและเห็นคุณค่าของพระเครื่องเพราะเป็นของพ่อ แต่เขาไม่รับ บอกคำปันว่าเอาไว้คุ้มครองตัวเองอย่างที่พ่อตั้งใจไว้

เมื่อขุนเดชลากลับ ออกจากบ้านแล้วหันมองไปที่หน้าต่างห้องนอนบัวทอง เห็นบัวทองยืนเศร้าอยู่ ทั้งสองสบตากันเงียบๆ บัวทองคาดว่าขุนเดชคงรู้เรื่องวีรบุรุษบาปจากแม่และดาราแล้ว เธอค่อยๆปิดหน้าต่าง ขุนเดชมองเศร้า ถอนใจยาวพึมพำอย่างเจ็บปวด...

“บัวทอง...”

ooooooo
ตอนที่ 18

คืนนี้ ผกาเปิดเกมรุกหมายพิฆาตประดับอีกครั้ง เธอคุยกับกำนันทำทีถามว่า คิดว่าหมวดยงยุทธจะพาตัววีรบุรุษบาปมาให้ประดับได้ภายใน 48 ชั่วโมงไหม กำนันบอกว่าประดับใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่ ถ้ายงยุทธ ยังอยากอยู่ที่ศรีสัชนาลัยก็ต้องทำให้ได้

ผกาถามต่อเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตนต้องการ ถามกำนันว่าถ้าประดับจัดการศัตรูที่ขวางทางเขาหมดแล้ว เขาจะทำอย่างไรต่อไป กำนันพูดอย่างกระหยิ่มว่า ประดับก็จะได้เป็นสัตโลหะบุรุษ ส่วนตนก็จะได้เป็นมือขวายึดพื้นที่ผลประโยชน์ภาคเหนือทั้งหมดมาอยู่ในมือ

ผกาฟังแล้วเบ้ปากอย่างไม่เชื่อ กำนันถามว่าเธอไม่ยินดีกับตนหรือ เธอหันมาพูดจริงจังว่า

“อย่าว่าฉันเสี้ยมเลยนะพี่กำนัน ฉันรับใช้ทั้งประดับทั้งพี่กำนันมา ฉันรู้ดีว่าผู้ชายคนไหนเหมาะสมกับการเป็นมหาบุรุษที่มากด้วยอำนาจและบารมี” กำนันตกใจรีบห้ามผกาพูด  เพราะถ้าประดับมาได้ยินเราโดนเล่นงานแน่ แต่ผกายังคงพูดต่ออย่างไม่ยี่หระว่า “ฉันพูดในสิ่งที่ฉันมั่นใจ ผู้ชายอย่างพี่เป็นได้ถึงราชสีห์ไม่ใช่แค่หมารับใช้”

แม้กำนันจะกลัวภัยมาถึงตัว แต่คำพูดของผกาทำให้กำนันสนใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยังกลัวอำนาจบารมีของประดับ ผกาดูออก บอกว่า

“ฉันรักพี่กำนันเพราะพี่ดีกับฉัน เห็นค่าของฉัน เพราะฉะนั้นฉันไม่อยากเห็นพี่คอยกระดิกหางเดินตามแล้วรอคำสั่งจากประดับ...ฉันมีแผนการนะพี่กำนัน  ถึงตอนนี้ ประดับจะมีอำนาจมากกว่าเดิมจนเราทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้โอกาสดีๆพลาดไป”

ยิ่งฟังผกากำนันก็ยิ่งสนใจ ถามว่าโอกาสอะไรหรือ ผกามองหน้ากำนันก่อนเผยแผนของตนว่า

“ก็ตอนนี้ไง ประดับกำลังเล่นงานยงยุทธกับวีรบุรุษบาป โอกาสที่พวกมันจะเผชิญหน้ากันไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าพวกมันตายพร้อมกัน...คิดดูสิว่า ใครจะได้ผลประโยชน์ที่สุด”

“ก็มีแต่ฉันเท่านั้น”

“จ้ะพี่...ถ้าพี่เชื่อฉันรีบคว้าโอกาสนี้ไว้...พี่ก็จะได้เป็นราชสีห์ ไม่ใช่หมารับใช้” ผกาลูบไล้แผ่นอกกำนันอย่างยั่วยวน

กำนันยิ้มอย่างมีความหวัง ผกาเห็นแล้วยิ้มมีความหวังยิ่งกว่าที่แผนกำจัดประดับของตนเริ่มเห็นเค้าลางแล้ว...

ooooooo

ขุนเดชพาร่างไม่ได้สติของดารามาที่กระท่อม ให้เธอนอนพักจนรู้สึกตัว เขาขอโทษที่ทำให้เธอเจ็บ ดาราตัดพ้อว่าแล้วทำไมไม่พูดกับตนดีๆ ขุนเดชบอกว่าพูดแล้วแต่เธอไม่ฟัง บ่นว่านิสัยรั้นไม่ฟังใครของเธอกับบัวทองนี้ไม่รู้ใครติดใครมา

ดาราทั้งโกรธทั้งงอน เอาดาบไม้ที่ขุนเดชทำไว้ซ้อมไล่ตีเขาเอาคืนที่ทำให้ตนเจ็บ ขุนเดชวิ่งหนีพลางหลบหลีกจนดาราเสียหลักเซถลาจะล้ม ยงยุทธเข้ามารับไว้พอดี พอดารารู้ตัวก็รีบผละออก ส่วนยงยุทธมองทั้งสองอย่างระแวงก่อนบอกว่า

“ผมไปบ้านน้าคำปันมา น้าแกบอกว่าคุณไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน”

ดาราอึกอัก ขุนเดชจึงบอกว่าเมื่อคืนดาราค้างที่นี่ แล้วรีบชี้แจงเมื่อเห็นยงยุทธชักสีหน้าว่า เราคุยงานด้วยกันทั้งคืนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

กระนั้นก็ยังถูกยงยุทธตำหนิว่า ตนเชื่อว่าดารารักษาเกียรติของตัวเอง แต่สำหรับเขาควรมีความเป็นสุภาพบุรุษ บอกให้น้าคำปันรู้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

“คนที่อยากรู้ ฉันว่าไม่ใช่น้าคำปันหรอก แต่เป็นแกมากกว่า แล้วก็อย่าเอาคำสุภาพบุรุษมาพูดกับฉัน เพราะถ้าแกเป็นสุภาพบุรุษ คงไม่ดึงแฟนเพื่อนไปจูบต่อหน้าหรอก”

ทั้งสองเชือดเฉือนกันอย่างเจ็บแสบ จนดาราทนไม่ได้ร้องห้ามว่า ถ้าเจอกันแล้วเอาแต่แยกเขี้ยวใส่กันแบบนี้ ทีหลังตนจะพกกระติกน้ำร้อนมาสาดใส่ ขุนเดชกับยงยุทธร้องพร้อมกันว่าพวกตนไม่ใช่หมานะ

“ดี! ถ้าคิดว่าไม่ใช่ ต่อไปก็อย่ากัดกันให้เห็นอีก” พูดแล้วดาราออกไปเลย ยงยุทธหันจ้องหน้าขุนเดชก่อนเดินตามไป

ooooooo

นับวันปารมีก็ต่อต้านคุณหญิงผู้เป็นแม่ร่ำร้องหาแต่ประดับ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาด คุณหญิงเห็นคนใช้ถูกปารมีตะเพิดออกมาก็เข้าไปจัดการเอง สั่งคนใช้ให้ตามเข้าไปด้วยถึง 3 คน

ปารมีเห็นแม่เข้ามาก็ไล่ตะเพิด ถูกคุณหญิงตะคอกถามว่าที่ตนพูดไปนั้นไม่เข้าหูเลยใช่ไหม ปารมีหาว่าแม่พูดเพื่อยุแหย่ให้ตนกับประดับแตกกันแล้วจะแย่งประดับไปจากตน ด่าแม่ว่าประดับไม่สนใจคนแก่เหนียงยานอย่างแม่หรอก แล้วสั่งคนใช้ให้ไปเอายาที่ประดับจัดมาให้ตนเดี๋ยวนี้

คุณหญิงไม่ยอมให้ปารมีกินยานั้น แต่จะให้กินยาที่ตนจัดหามาให้ ถามว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าถูกประดับวางยา ปารมีไม่เชื่อ คุณหญิงจึงสั่งคนใช้สองคนให้จับอีกคนบีบปากแล้วกรอกยาของประดับใส่ปากบังคับให้กลืนยาพิษลงไป

คุณหญิงปฏิบัติการเหี้ยมกับคนใช้จนคนใช้ที่ถูกกรอกยาน้ำลายฟูมปากดิ้นทุรนทุราย ปารมีจึงเชื่อ จากนั้นคุณหญิงสั่งคนใช้อีกสองคนให้พาคนที่ถูกกรอกยาพิษไปให้หมอล้างท้อง

ปฏิบัติการโหดกับคนใช้เพื่อให้ปารมีเชื่อแล้ว คุณหญิง ออกมารินเหล้าดื่มที่เคาน์เตอร์ พึมพำอย่างร้ายกาจว่า

“ไอ้ประดับ...ผู้ชายเลวๆอย่างแกไม่มีทางจะขึ้นไปยิ่งใหญ่ได้หรอก แกจะต้องคอยรับใช้ฉัน เหมือนหมาที่ต้องกระดิกหางเวลาเจ้าของเรียก”

คุณหญิงดื่มเหล้าที่รินรวดเดียวหมดแก้ว พลันก็รู้สึกบ้านหมุน แก้วตกจากมือแตก พร้อมๆกับเบิ้มเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม คุณหญิงยังมีสติ ชี้หน้าเบิ้มว่า “ไอ้...ไอ้เบิ้ม...นี่...นี่ฝีมือแกเหรอ...แกวางยาฉัน! ไอ้ประดับสั่งให้แกฆ่าฉัน”

“เปล่าหรอกครับ คุณประดับทราบดีว่าคุณหญิงจะตายไม่ได้เด็ดขาด” เบิ้มพูดยิ้มในหน้า พอเห็นคุณหญิงหมดสติ มันก็เข้าประคองพาไปยังโรงแรมที่มันเตรียมไว้

มันวางแผนอุบาทว์ พาคุณหญิงเข้าโรงแรม ให้ชายฉกรรจ์สองคนรุมโทรมและถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์...

ooooooo

ส่วนประดับ ยังอยู่ที่ศรีสัชนาลัย มันรุกหนักหมายกำจัดเสี้ยนหนามที่นี่เพื่อก้าวสู่ความเป็นสัตโลหะบุรุษให้ได้ วันนี้ก็ไปหายงยุทธ ถามว่าผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมงหาตัววีรบุรุษบาปมาให้ตนได้หรือยัง ยงยุทธไม่ยอมก้มหัวให้ ตอบไปอย่างไม่แยแสว่า “ได้เมื่อไรก็เมื่อนั้น”

“ฉันไม่ได้มาชวนแกทะเลาะ แต่มาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ในเมื่อแกยังโอหังกล้าอวดดีกับคนที่มีอำนาจมากกว่า เห็นทีฉันคงต้องลงมือเอง” ประดับ แข็งกร้าวขึ้นมา ยงยุทธมองอย่างท้าทาย มันตะคอกใส่หน้ายงยุทธว่า “ไอ้วีรบุรุษบาปมีค่าหัวสำหรับการพาตัวมันมาให้ฉัน และใครที่ให้ความร่วมมือกับมัน รู้จักมันแต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ...ฉันจะจับพวกมันทุกคน!”

เมื่อยงยุทธจะออกไป ลูกน้องประดับไม่ยอมให้ไปไหน ส่วนประดับเองก็บอกเขาว่า เมื่อครู่นี้ตนคุยกับผู้ใหญ่ในกรมแล้ว คดีนี้มีคำสั่งให้เร่งจัดการให้เรียบร้อย แม้แต่ผู้การทรงยศที่เคยสนับสนุนเขาก็เห็นด้วย และกำลังส่งคนมาช่วยตนที่นี่

“ไอ้ประดับ! เส้นสายของแกหยุดฉันไม่ได้หรอก” ยงยุทธขึ้นรถจี๊ปถูกลูกน้องประดับดึงกุญแจรถโยนให้ประดับ

“ถ้าฉันเป็นแก...ฉันจะยอมอยู่เฉยๆ ไม่หาเรื่องให้ต้องเดือดร้อนหรอก” ประดับยิ้มร้ายหรี่ตามองยงยุทธอย่างเป็นต่อ

ยงยุทธขบกรามแน่นอย่างเจ็บใจ

ooooooo

อาจารย์ประทีปที่ไปดูงานบูรณะปราสาทที่บุรีรัมย์กลับมาถึงแคมป์โบราณคดีที่ศรีสัชนาลัยด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่เจอดาราก็ถามเรื่องประดับประกาศตั้งค่าหัววีรบุรุษบาป

“ค่ะอาจารย์ ถึงเขาจะเป็นฆาตกร แต่ที่ผ่านมาถ้าไม่มีเขาคอยช่วยเรา สมบัติของชาติก็คงต้องถูกทำลายไปมากกว่านี้”

อาจารย์เห็นด้วย แต่ติงว่าการสนับสนุนวีรบุรุษบาปเท่ากับเราจงใจทำผิดกฎหมายด้วย ทำให้ดาราเครียดขึ้นมา

ขณะนั้นเอง กบวิ่งเข้ามาบอกว่าตำรวจจะมาพาตัวดาราไปสอบสวน ดาราเดินออกไป เห็นอาจารย์ดำรงกับเปี๊ยะกำลังคุยกับตำรวจว่าดาราเป็นนักวิชาการ

ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย เปี๊ยะถึงกับบอกว่าถ้าจะเอาตัวดาราไปก็ให้เอาพวกตนไปด้วย

ลูกน้องประดับกระชากคอเสื้อเปี๊ยะขู่ว่าขืนยังพล่ามจะได้เข้าไปอยู่ในคุกแน่ ดาราบอกให้ปล่อยลูกศิษย์ตน ถ้าจะสอบปากคำก็ให้สอบตนคนเดียว บอกอาจารย์และลูกศิษย์ที่เป็นห่วงว่า เชื่อว่าความยุติธรรมจะปกป้องตน แล้วไปกับตำรวจ

ตำรวจกับลูกน้องประดับอีกส่วนหนึ่งไปที่บ้านคำปัน จะเอาตัวบัวทองไปสอบปากคำ คำปันตกใจมากบอกว่าไม่รู้ว่าบัวทองอยู่ไหน ลูกน้องประดับแสดงความถ่อยเข้าบีบปากคำปันจะให้บอก จ่าแท่นกลับมาเห็นพอดี จ่าสั่งให้มันปล่อยน้องสาวตน ลูกน้องประดับขู่ว่า นี่เป็นคำสั่งของประดับถ้าขัดขวางถือว่าไม่ให้ความร่วมมือ

“กลับไปบอกเจ้านายแก...ถ้ามันอยากได้ตัวหลานสาวข้า มันต้องข้ามศพข้าไปก่อน” จ่าแท่นแค้นจัดยิงปืนขึ้นฟ้านัดหนึ่ง จนลูกน้องประดับกับตำรวจต้องกลับไป

จ่าบอกคำปันว่าประดับกำลังบ้าอำนาจ ถึงกับประกาศให้รางวัลนำจับวีรบุรุษบาปกับจับคนที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับวีรบุรุษบาปไปสอบสวน คำปันตกใจมากบอกจ่าว่าต้องช่วยหลานอย่าให้พวกมันเอาตัวไป จ่าถามว่าแล้วตอนนี้บัวทองอยู่ไหน คำปันจึงบอกว่าบัวทองขอไปกราบลาพระอจนะ

“งั้นคำปันรอพี่อยู่ที่นี่ พอพี่พาบัวทองกลับมาแล้ว คำปันต้องรีบไปจากศรีสัชนาลัยทันที” พูดแล้วจ่ารีบออกไป

ooooooo

ดาราถูกนำตัวไปโรงพัก เจอยงยุทธที่ถูกประดับสั่งให้มาสอบสวนดารา พอเห็นดาราถูกคุมตัวมา ยงยุทธสั่งให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ ด่าประดับว่ากำลังหาเรื่องแก้แค้นพวกตน

ประดับหัวเราะเยาะ บอกว่าตนกำลังทำหน้าที่แทนเขาต่างหาก ในเมื่อเขาอ่อนปวกเปียกใช้กฎหมายลงโทษคนผิดไม่ได้ ตนจึงต้องลงมาจัดการเอง แล้วสั่งลูกน้องให้เอาตัวดาราไปห้องสอบสวน

“หยุด!! ดาราไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป” ยงยุทธเลือดขึ้นหน้า

“แกปกป้องเธอไม่ได้หรอกยงยุทธ” ประดับเยาะเย้ย พอลูกน้องพาดาราไปห้องสอบสวน มันก็เดินตามไป ยงยุทธจะตามไป ถูกตำรวจของผู้การทรงยศเข้ามาขวางพูดอย่างตึงเครียดว่า

“ขอโทษครับหมวด...ผู้การทรงยศสั่งมา ถ้าหมวดไม่ให้ความร่วมมือ มีคำสั่งให้พักงานหมวดทันที”

ยงยุทธมองตามดาราไปอย่างเป็นห่วง เจ็บใจจนกำหมัดแน่นที่ในภาวะนี้ ตนช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย

ooooooo

อาจารย์ประทีปรีบไปหาขุนเดชที่กระท่อม เล่าเรื่องดาราถูกตำรวจมาเอาตัวไปสอบสวน และกำลังตามจับทุกคนที่มันสงสัยว่าสมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป ขุนเดชบอกว่าประดับไม่ได้คิดจะจับวีรบุรุษบาปอย่างเดียวหรอก แต่มันกำลังใช้อิทธิพลของมันแก้แค้นพวกเราอยู่

“ถ้างั้นมันคงไม่ยอมปล่อยตัวอาจารย์ดาราแน่” อาจารย์ประทีปหนักใจมาก ขุนเดชถามว่าแล้วยงยุทธล่ะ “ยงยุทธถูกคำสั่งจากผู้ใหญ่ห้ามขัดขวางการทำงานของประดับ”

“งั้นมันคงไม่หยุดตามเล่นงานทุกคนที่เกี่ยวข้องแน่...” ขุนเดชพูดอย่างแค้นใจ พลันก็นึกถึงบัวทองขึ้นมา เขาขี่มอเตอร์ไซค์ตะบึงไปด้วยความเป็นห่วงบัวทอง

ระหว่างทางถูกตำรวจมาขวางจะจับ ขุนเดชบิดคันเร่งเสียงดังพุ่งทะยานฝ่าพวกตำรวจไป ลูกน้องประดับขึ้นรถจี๊ปไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด

ooooooo

บัวทองไปไหว้พระอจนะที่วัดศรีชุม สองมือเธอพนมไหว้พระอจนะ เอ่ยน้ำตาคลอ...

“เลือดเนื้อของลูกเป็นศรีสัชนาลัย ลูกไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้ขลาด ทิ้งแผ่นดินเกิดเพื่อเอาตัวรอด แต่หัวใจของลูกถูกทำร้ายจนแหลกลาญ ถ้าลูกยังเห็นหน้าเขาอยู่ ลูกกลัวว่า...ลูก...ลูกจะต้องเกลียดเขาไปตลอดชีวิต”

บัวทองก้มกราบพระอจนะน้ำตาอาบแก้ม

แต่พอเดินออกมายืนดูสถูปสถานเหมือนเป็นการสั่งลานั่นเอง ตำรวจกับลูกน้องของประดับก็เดินดาหน้าเข้ามา เพราะมันสอบถามจากชาวบ้านรู้ว่าบัวทองมาไหว้พระอจนะอยู่วัดศรีชุม พวกมันจึงตามมา

บัวทองรู้โดยสัญชาตญาณถึงความไม่ปลอดภัย เธอถอยหนีไปทันที ลูกน้องประดับและตำรวจเห็นดังนั้นกระจายกำลังกันวิ่งไล่ตาม เจอลูกน้องประดับออกมาขวาง เธอใช้ตะกร้าของถวายพระในมือฟาดมันแล้ววิ่งหนี ถูกมันกระชากแขนไว้ เธอต่อสู้ทั้งชกทั้งศอกกระทืบกระทุ้งมันแล้วหนีไปได้

“จับมันให้ได้!!” ลูกน้องประดับตะโกนบอกกัน

โชคดีที่จ่าแท่นมาดักพบและพาบัวทองหนีออกไปได้ พวกลูกน้องประดับและตำรวจเดินตามหาไม่เจอจึงพากันกลับ

ooooooo

ดาราถูกตำรวจของผู้การทรงยศสอบสวน ข่มขู่ว่าถ้าพิสูจน์ได้ว่าเธอทำผิดกฎหมาย เธอก็จะหมดอนาคตในอาชีพ ดารายืนกรานว่าตนไม่รู้จักวีรบุรุษบาป ประดับพรวดเข้ามาหาว่าเธอปากแข็ง เข้ามาสอบสวนแทน ตำรวจของผู้การอึกอัก มันขู่ว่า

“คดีนี้ผู้ใหญ่ของคุณกับผมมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน”

ตำรวจของผู้การทรงยศจึงจำต้องถอยไป ในห้องเหลือแต่ประดับกับลูกน้อง ดารารู้ถึงความไม่ปลอดภัย แต่ไม่ทันตั้งตัว ประดับก็ใช้วิธีข่มขู่คุกคามกับเธอ ทั้งยังเย้ยว่าตอนนี้ไม่ว่ายงยุทธหรือขุนเดชก็ช่วยเธอไม่ได้

เมื่อดาราไม่ยอมอ่อนข้อให้มัน มันใช้ความรุนแรงบีบปากเธออย่างแรง ทั้งยังแสดงความหื่นคุกคามเธอทำท่าจะจูบ แต่แล้วก็ผลักหน้าดาราออกไป หัวเราะเยาะหยันแล้วสั่งลูกน้องให้ไปเอายงยุทธมา

มันสั่งยงยุทธให้สอบปากคำดารา ยงยุทธบอกว่าดาราไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิด ถูกประดับชี้หน้าขู่ว่าอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน ถ้าขัดขืนคำสั่งจะหลุดจากอาชีพนี้อย่างถาวรแน่นอน ดาราบอกยงยุทธให้ทำตามหน้าที่ของเขาเถิด ยงยุทธเริ่มสอบถามว่า เธอรู้จักวีรบุรุษบาปหรือเปล่า

“ฉันไม่รู้จักเขา” ดาราตอบอย่างหนักแน่นตามเคย ยงยุทธหันไปบอกประดับว่า ไม่ว่าถามกี่ครั้งเธอก็ยืนกรานคำเดิม

ประดับด่ายงยุทธว่าสอบสวนแบบนี้มันสองมาตรฐาน ตนจะทำให้ดูว่าวิธีการที่เขาสอบสวนคนอื่นเป็นอย่างไร มันตรงไปบีบหน้าดารา ตะคอก “บอกความจริงมา เธอสมรู้ร่วมคิดกับมันใช่ไหม”

ดาราไม่ตอบแต่บอกมันให้ปล่อย ตนเจ็บ ยงยุทธทนไม่ได้ตะโกน “ปล่อยเธอ!!”

“พูดออกมาดารา ว่าเธอสมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป เธอเห็นด้วยกับมัน เธอชอบให้มันไล่ฆ่าคน เพราะตำรวจอย่างยงยุทธไร้น้ำยาช่วยเธอปกป้องโบราณสถานไม่ได้”

ดารานิ่ง แต่ยงยุทธจ้องหน้าประดับราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ตะโกน “ปล่อยเธอ ฉันบอกให้ปล่อยเธอ...ไอ้ชาติชั่ว!”

ประดับพูดอย่างสะใจว่า “นี่แหละสิ่งที่ฉันอยากเห็นที่สุด เวลาที่แกอยากจะฆ่าฉันแต่ทำไม่ได้” แล้วสั่งลูกน้อง “เอาตัวอาจารย์ดาราไปขังไว้” สิ้นเสียงสั่งของมัน ลูกน้องก็พากันคุมตัวดาราออกไป

ขณะยงยุทธเดินผ่านห้องขังนั้น เขาจับมือเธอผ่านลูกกรง พูดอย่างเป็นห่วงมากว่า

“ไม่ต้องห่วงนะดารา ผมไม่ยอมให้คุณอยู่ในนี้แน่ ในเมื่อมันอยากเปิดศึกกับผม...ผมก็จะรบกับมันให้ตายไปข้าง!”

ดาราตกใจพยายามห้ามเขา บอกว่าเขากำลังถูกมันบีบให้เลือกเส้นทางผิดเพื่อจะได้จัดการเขาได้ง่ายขึ้น อย่าหลงกลมัน ยงยุทธยังเป็นห่วงเธอ ดาราย้ำว่า

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ตำแหน่งนักวิชาการของฉันพอจะช่วยปกป้องฉันได้อยู่ แต่สำหรับขุนเดช...ฉันเป็นห่วงเขา”

“ผมจะหาทางช่วยขุนเดชให้ได้...ส่วนคุณอดทนอยู่ในนี้ก่อนนะ”

ยงยุทธบีบมือเธอแน่นแล้วจะออกไป ขณะนั้นเอง ตำรวจของผู้การทรงยศเข้ามาขวางถามว่าหมวดจะไปไหน

“อย่ามาขวางทางผม ผู้การทรงยศสนับสนุนความยุติธรรมมาตลอด พวกคุณก็เห็นกับตาว่า ไอ้หมอนั่นมันทำเกินกว่าอำนาจ ถ้าคุณจะรายงานผมให้ผู้การทราบ ก็ช่วยรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ให้ท่านทราบด้วย ท่านจะได้รู้ว่า หน้าที่ของตำรวจนั้นคือ รับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้อำนาจ!!”

ตำรวจนายนั้นฟังแล้วนิ่งไป เพราะสิ่งที่เขาเห็น เป็นจริงอย่างที่ยงยุทธพูด

หลังจากนั้น ประดับเดินเข้ามาหาตำรวจนายนั้น ถามหน้าตาตึงเครียดว่า เขาปล่อยหมวดยงยุทธออกไปหรือ ตำรวจนายนั้นบอกว่า “มีคำสั่งจากผู้การทรงยศให้หมวดยงยุทธดูแลคดีนี้ต่อครับ”

ประดับตวาดว่าตนต่างหากที่ต้องออกคำสั่ง
ไม่ใช่ผู้การ ถูกตำรวจนายนั้นพูดอย่างสุภาพแต่ยืนยันหลักการว่า

“ขอโทษด้วยครับคุณประดับ พวกผมรับคำสั่งจากผู้การ ถ้าผู้การไม่ได้สั่ง พวกผมก็คงปฏิบัติตามไม่ได้”

“หึ! พวกคุณกล้าท้าทายอำนาจแบบนี้...แล้วจะได้เห็นดีกัน” แล้วประดับก็พาลูกน้องเดินออกไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

จ่าแท่นพาบัวทองกลับถึงบ้าน คำปันกอดลูกไว้ด้วยความดีใจ หันไปขอบใจจ่าแท่น จ่าเร่งให้รีบพาบัวทองไปจากที่นี่เลย จะได้พ้นจากอิทธิพลของประดับ บัวทองถามว่าแล้วจ่าล่ะ จ่าบอกว่าตนจะอยู่สู้ต่อไป บัวทองสวนไปทันทีว่า

“งั้นฉันจะอยู่สู้ด้วย” คำปันเรียกปราม บัวทองหันไปบอกแม่ว่า “แม่จ๋า เลือดกับเนื้อของเราเป็นศรีสัชนาลัยนะแม่ เราจะทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนแล้วหนีเอาตัวรอดจริงๆหรือ”

จ่าบอกหลานให้เชื่อแม่เถอะ ตอนนี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วจริงๆ บัวทองทำท่าจะโต้แย้ง จ่าตัดบทว่า

“ไม่ต้องมาเถียงลุง...คราวนี้ลุงจะไม่ใจอ่อนกับเอ็งอีกแล้ว ไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามา ลุงจะไปส่งเอ็งกับแม่”

บัวทองจำต้องขึ้นเรือนไปเอากระเป๋า ส่วนคำปันนั่งเครียด หยิบสร้อยคอพระร่วงนั่งที่นายเดื่องให้ขึ้นมาดู

ooooooo

ลูกน้องประดับขับรถจี๊ปไล่ตามรถมอเตอร์ไซค์ของขุนเดชไปจนถึงโกดังร้าง เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ มันร้องเตือนกันว่า

“เฮ้ย...ระวังด้วย ไอ้นี่มันไม่ธรรมดา”

พวกมันชักปืนออกมาพร้อมยิง พริบตานั้นขุนเดชวิ่งผ่านข้างหลังมันไปอย่างรวดเร็ว มันหันขวับยิงใส่ไม่ยั้ง แต่พอควันปืนจาง ก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้นแล้ว

อึดใจเดียว วีรบุรุษบาปก็โผล่มาข้างหลังพวกมัน ควงดาบดำทั้งปลอกปัดปืนของคนแรกกระเด็นไป พออีกคนหันมาก็ถูกวีรบุรุษบาปวาดเท้าเตะปืนในมือมันกระเด็น จากนั้น วีรบุรุษบาปทิ้งดาบดำแล้วตั้งการ์ดสู้กับพวกมันด้วยมือเปล่า

ชั่วครู่เดียว ชาวบ้าน 4-5 คนก็วิ่งมาที่โบราณสถานกับยงยุทธ ชาวบ้านร้องบอกว่าวีรบุรุษบาปปรากฏตัวแล้ว ยงยุทธรีบกลับเข้าไป เจอวีรบุรุษบาปยืนอยู่บนซากโบราณสถาน ในมือถือดาบดำท่าทางขึงขังดุดัน

“ฉันรู้ว่ามันต้องการเล่นงานฉัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องย้ายไปอยู่ข้างเดียวกับแก” ยงยุทธตะโกน

“ผมรู้ว่าคนอย่างหมวด ต่อให้เอาช้างทั้งโขลงมาฉุด หมวดก็ไม่ยอมร่วมมือกับผม แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน เราจะหยุดไอ้ประดับไม่ได้” เห็นยงยุทธนิ่งไป วีรบุรุษย้ำถาม เสียงเข้ม “ว่ายังไงหมวด!!”

“ฉันไม่ร่วมมือกับโจร” ยงยุทธชักปืนออกมาเล็งไปที่วีรบุรุษบาปทันที

“งั้นผมก็ต้องจัดการหมวดก่อน แล้วค่อยไปจัดการกับไอ้ประดับ”

ไม่ทันสิ้นเสียงวีรบุรุษบาป ยงยุทธก็ลั่นไกไม่ยั้ง แต่วีรบุรุษบาปกระโจนหลบกระสุนหายตัวไปแล้ว ยงยุทธไล่ตามทันที

ooooooo

ฝ่ายกำนันบุญ ติดต่อให้ซ้อน พนมเพลิง มาทำงานให้ตน ผกาเห็นซ้อนก็พูดอย่างดูถูกว่าแน่ใจหรือว่าคนนี้จะทำงานให้เราได้สำเร็จ ซ้อนมองผกาอย่างไม่พอใจ บอกกำนันว่าถ้าคุณผู้หญิงไม่ไว้ใจตนก็ไม่รับทำงานนี้ให้

กำนันรีบบอกว่าผกายังไม่รู้จักเขา ซ้อนจึงเสนอจะทดสอบฝีมือให้ดู กำนันตกใจพยายามห้ามแต่ซ้อนพูดอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองว่า “ฉันรับทำงานให้ใครแล้ว คนที่จ้างฉันก็ต้องมั่นใจว่าจ้างแล้วคุ้ม”

“ให้เขาลองดูหน่อยเถอะพี่กำนัน...ฉันไม่ชอบพวกเก่งแต่ปาก”

“เธอหาเรื่องไอ้ซ้อนมันเองนะผกา” กำนันพูดอย่างรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่ซ้อนลองให้ผกาดูคือ เอาส้มวางไว้บนหัวผกาให้ยืนเป็นเป้านิ่ง กำนันใจไม่ดีพยายามขอเปลี่ยนเป็นให้ลูกน้องไปยืนแทน ซ้อนไม่เอาอ้างว่าลูกน้องกำนันรู้จักฝีมือตนดี เลยต้องลองกับคนขี้สงสัยเท่านั้น

ซ้อนชักปืนออกมายิงโดยไม่หันมอง ได้ยินเสียงผการ้องกรี๊ดแล้วหมดสติไป ซ้อนหันมาถามกำนันว่า ฝีมือของไอ้ซ้อน พนมเพลิง ยังถูกใจกำนันอยู่ไหม

“งั้นข้าก็คงวางใจฝากฝังอนาคตของข้าไว้กับเอ็งได้” กำนันพูดอย่างพอใจ แต่ซ้อนกลับบอกว่าสำหรับกำนันตนไม่มีปัญหาแต่กับเมียใหม่ของกำนันตนไม่ไว้ใจ กำนันโกรธมากกระชากคอเสื้อซ้อนไปตะคอก “ไอ้ซ้อน...เห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องกันมา เอ็งต้องไม่ก้าวก่ายเรื่องของข้า”

“ฉันห่วงพี่ต่างหาก แต่ถ้าพี่มั่นใจว่าจะไม่ถูกหักหลัง ฉันก็พร้อมทำให้พี่ทุกอย่าง”

“ขอบใจ” กำนันปล่อยมือ “ทำหน้าที่ของเอ็งให้ดีที่สุดก็พอ งานนี้ข้าเดิมพันสูง”

“จ้ะพี่” ซ้อน พนมเพลิง รับคำกำนันอย่างนับถือกันแล้วเดินออกไป กำนันหันมองผกาที่ยังนอนสลบอยู่อย่างครุ่นคิด

ooooooo

ยงยุทธไล่ตามวีรบุรุษบาปเข้าไปในป่า เห็นแต่ดาบดำปักอยู่ที่พื้น วีรบุรุษบาปอาศัยช่วงที่ยงยุทธเผลอกระโจนเข้าจากข้างหลัง ยงยุทธหันกระบอกปืนใส่ทันทีแต่ถูกวีรบุรุษบาปจับปืนไว้ ต่างจ้องหน้างัดแรงใส่กันสุดฤทธิ์ ยงยุทธแย่งปืนไปได้ยกจ่อหน้าวีรบุรุษบาปทันที

ยงยุทธพูดใส่หน้าวีรบุรุษบาปว่า ถึงเวลาที่จะต้องรับโทษแล้ว วีรบุรุษบาปถามอย่างไม่สะทกสะท้านว่าคิดหรือว่ากำจัดตนไปแล้วประดับจะเลิกรา เพราะลำพังหมวดคนเดียวไม่มีทางหยุดแผนชั่วของมันได้

“แต่ฉันจะหยุดมัน...ถึงแม้สุดท้ายต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม”

“ถ้าหมวดเลือกจะตาย แล้วคนรักของหมวดล่ะ จะทำยังไง” ยงยุทธชะงัก วีรบุรุษบาปพูดต่อว่า “ถ้าต้องแลกด้วยชีวิตใครสักคนเพื่อให้คนเลวอย่างมันได้ลงนรก... คนนั้นควรเป็นผม”

ยงยุทธไม่สนใจ สั่งวีรบุรุษบาปให้ยกมือขึ้น แต่ ระหว่างนั้นเอง ประดับกับลูกน้องก็เอารถจี๊ปเข้ามาจอด วีรบุรุษบาปพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“พวกมันมาแล้ว ตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้เถอะหมวด ร่วมมือกันหรือจะตายด้วยกันทั้งคู่”

ประดับก้าวลงจากรถ จ้องเขม็งมาที่ทั้งสอง ยงยุทธหน้าเครียดจัดกับภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานนี้

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ จ่าแท่นกับคำปันกำลังรอบัวทองขึ้นไปเอากระเป๋าเพื่อไปจากศรีสัชนาลัย ระหว่างนั้นเอง อาจารย์ประทีปพาดาราเข้ามา อาจารย์บอกจ่าแท่นกับคำปันว่าตนใช้ตำแหน่งตัวเองรับรองความบริสุทธิ์ของดารา เล่าให้ทั้งสองฟังว่า

“โชคดีที่ทางผู้การทรงยศได้รับรายงานจากลูกน้องว่าประดับกำลังทำเกินกว่าอำนาจ เลยมีคำสั่งด่วนให้ปล่อยตัว”

เมื่อดารารู้ว่าจ่ากำลังจะพาคำปันกับบัวทองไปอยู่ที่อื่น เธอเร่งให้รีบไปเสียเพราะประดับยังมีอำนาจอยู่ ถ้าไม่ได้ตัววีรบุรุษบาปมันคงไม่หยุดแน่ ฟังแล้วจ่าปรารภอย่างกังวลว่า

“ถ้างั้น งานนี้วีรบุรุษบาปก็คงต้องเจอศึกหนักสองด้าน เพราะหมวดก็ต้องการได้ตัวหมอนั่นเพื่อพิสูจน์ให้ผู้ใหญ่เห็น นายประดับจะได้ไม่กล้าเบ่งอำนาจกับหมวดอีก”

“หมายความว่า นี่จะเป็นวันสิ้นชื่อของวีรบุรุษบาปแล้วใช่ไหมจ๊ะลุง” บัวทองถาม เมื่อจ่าพยักหน้า เธอหน้าเครียดด้วยความเป็นห่วงวีรบุรุษบาป...

ooooooo

ประดับนำลูกน้องล้อมยงยุทธกับวีรบุรุษบาปไว้ ชมยงยุทธว่าทำได้ดีมาก ให้ส่งตัววีรบุรุษบาปมาเลย ส่วนตัวหมวดตนจะรายงานความดีความชอบให้

วีรบุรุษบาปถามยงยุทธว่าเชื่อมันหรือ ถ้าเขาส่งตนให้มัน มันจะฆ่าเราทั้งสองคนแล้วบอกทุกคนว่าเขาตายในหน้าที่ เพราะถูกตนฆ่า ทำให้ยงยุทธนิ่งไป ส่วน ประดับก็เร่งรัดยงยุทธแบบไม่ให้ตั้งตัวได้ ยงยุทธเอาปืนจ่อหลังวีรบุรุษบาปสั่งให้เดินไปหาประดับ ซึ่งตรงนั้นมีดาบดำของวีรบุรุษบาปปักอยู่ที่พื้น

ระหว่างนั้น ประดับสั่งลูกน้องเบาๆว่า “พวกมันเข้ามาเมื่อไหร่ จัดการส่งมันไปนรกพร้อมกันเลย”

วีรบุรุษบาปคิดว่ายงยุทธเล่นงานตนแน่แล้ว แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าว ยงยุทธก็พูดเบาๆว่า

“ฉันนับถึง 3 เมื่อไหร่ ฉันจะยิงเปิดทางให้ แกรีบไปเอาดาบของแกแล้วแยกออกไปจัดการกับคนของมัน”

วีรบุรุษบาปอึ้งไปนิดหนึ่ง ยงยุทธบอกว่าไม่ต้องถามอะไร ทำตามที่ตนสั่ง แล้วนับ หนึ่ง...สอง...สาม!!

พอนับถึงสาม ยงยุทธผลักวีรบุรุษบาปไปที่ดาบดำ กระหน่ำยิงเปิดทางให้

กว่าพวกประดับจะรู้ตัว วีรบุรุษบาปก็คว้าดาบดำหายไปแล้ว ส่วนยงยุทธก็แยกไปอีกทางหนึ่ง ประดับสบถลั่น

“ไอ้ยงยุทธ...ตามไปฆ่ามันให้หมด อย่าให้มันรอดออกไปจากที่นี่ได้...ไป!!”

ooooooo

ลูกน้องประดับแยกกันเป็นสองทาง ทางละสองคน ตามวีรบุรุษบาปไปทางหนึ่งและตามยงยุทธไปอีกทางหนึ่ง สองคนที่ตามยงยุทธไปนั้น ถูกยงยุทธกระแทกหน้ามันด้วยหมัดลุ่นๆ จนหน้าแตก พอมันชักมีดออกมาก็ยื้อกันอย่างกินกันไม่ลง

ซ้อน พนมเพลิงใช้ปืนยาวติดลำกล้องเล็งไปที่ยงยุทธในจังหวะที่เขาเสียเปรียบ แต่พอมันลั่นไก ยงยุทธก็พลิกกลับมาเป็นต่อ ลูกน้องประดับเลยรับลูกปืนไปเต็มๆ ตายคาที่ ยงยุทธรีบวิ่งหนีกระสุน ซ้อนสบถที่ยิงพลาดแล้ววิ่งไล่ตามไป

ส่วนวีรบุรุษบาปสู้กับลูกน้องประดับสองคน คนหนึ่งถูกแทงแล้วเอามาเป็นโล่รับกระสุนที่อีกคนระดมยิงมาตายสนิท มันชักดาบออกมาสู้กับวีรบุรุษบาป ถูกปัดจนดาบหลุดกระเด็น มันเลยวิ่งหนี ถูกวีรบุรุษบาปใช้ดาบของมันพุ่งใส่กลางหลังตายคาที่ไปอีกคน

ขณะที่วีรบุรุษบาปเสียบดาบดำเข้าฝัก ได้ยินเสียงปืนจากอีกด้านหนึ่ง เขาเป็นห่วงยงยุทธขึ้นมาทันที

ooooooo

ที่แคมป์โบราณคดี ดาราเดินอ้าวเข้ามาในแคมป์ คว้าปืนจะออกไป อาจารย์ประทีปทักท้วงว่า ถ้าจะไปช่วยยงยุทธละก็อย่าเสี่ยงดีกว่า ดาราตอบอย่างไม่ลังเลว่าตนจำเป็นต้องเสี่ยง เพราะตนจะปล่อยให้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเราถูกจับไม่ได้

อาจารย์ประทีปตกใจถามว่า จะไปช่วยวีรบุรุษบาปหรือ ดาราขอโทษอาจารย์ประทีปที่ท่านยอมเอาตำแหน่งประกันตนออกมาเพราะคิดว่าตนอยู่ข้างกฎหมาย บอกอาจารย์อย่างไม่ปิดบังว่า

“เปล่าเลยค่ะอาจารย์ ฉันสนับสนุนให้วีรบุรุษบาปฆ่าคนที่มาทำลายสมบัติของชาติมาตลอด”

อาจารย์ประทีปหว่านล้อมดาราว่าตัวเองเป็นนักวิชาการอย่าทำอย่างนั้นเลย ดาราชี้แจงอย่างคับแค้นใจว่า

“ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะอาจารย์ประทีป ฉันไม่ควรสนับสนุนคนทำผิดกฎหมาย แต่กี่ครั้งแล้วคะที่ความพยายามปกป้องโบราณสถานของเราต้องล้มเหลวเพราะแพ้อิทธิพล...วีรบุรุษบาปอาจจะเป็นฆาตกรในสายตาทุกคน แต่เขาก็ฆ่าคนบาปเพื่อรักษารากเหง้าของพวกเราเอาไว้... อาจารย์ยังจำคำสอนของอาจารย์ที่สอนฉันสมัยเรียนได้ไหมคะ”

“ผมจำได้ไม่ลืมหรอก...ถ้าไม่มีราก ไม่มีเหง้าก็ไม่มีเรา คำพูดนี้เป็นคำที่นายเดื่องพูดไว้กับผมก่อนที่เขาจะถูกพวกโจรฆ่าตาย”

“อาจารย์คะ เพราะฉะนั้นเราทุกคนคงเรียกตัวเองว่าไทยไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะรากเหง้าที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้ ขอให้ฉันได้ไปทำหน้าที่คนไทยเถอะค่ะอาจารย์”

อาจารย์ประทีปนิ่งไปครู่หนึ่งจึงถอยเปิดทางให้ ดาราขอบคุณอาจารย์แล้วเดินออกไปอย่างกล้าหาญ

เช่นเดียวกับบัวทอง ระหว่างที่จ่าแท่นขับรถพาบัวทองกับคำปันออกจากศรีสัชนาลัยนั้น รถเกิดเครื่องดับจ่าลงไปตรวจพบว่าหัวเทียนดับ จ่าเอาหัวเทียนไปเปลี่ยน จึงถอดเข็มขัดปืนวางไว้ แต่พอกลับมาจะเดินทางต่อ ปรากฏว่าบัวทองหายไป จ่าฉุกคิดหันไปดูเข็มขัดปืน เหลือแต่เข็มขัดทิ้งไว้ส่วนปืนหายไปแล้ว ทั้งคำปันและจ่าตกใจ เป็นห่วงบัวทองมาก

ooooooo

วีรบุรุษบาปวิ่งไปตามเสียงปืนที่ซ้อนไล่ยิงยงยุทธ เขาหลบหลีกวิ่งไปหายงยุทธที่หลบอยู่หลังต้นไม้ ยงยุทธบอกเขาว่ามันมีปืนซุ่มยิง เราติดกับมันแล้ว วีรบุรุษบาปบอกว่าตนจะช่วยหมวดเอง ยงยุทธห้ามไว้บอกว่าฝีมือมันไม่ธรรมดา

“แต่มันไม่มีทางอื่น ผมมั่นใจว่าความแม่นยำของหมวดมีไม่น้อยกว่านี้” พูดแล้วเห็นยงยุทธเงียบ วีรบุรุษบาปถาม “ว่าไงหมวด...ถ้าคุณไม่อยากให้ผมถูกคนอื่นฆ่าตาย คุณก็ต้องแม่นกว่ามัน”

“งั้นแกก็ต้องวิ่งให้สุดชีวิต”

“ชีวิตผมฝากไว้ที่หมวดแล้ว” สิ้นเสียง ยงยุทธส่งสัญญาณมือ วีรบุรุษบาปพุ่งออกไปจากหลังต้นไม้ทันที

ด้วยการเสียสละเอาตัวล่อซ้อนให้ไล่ยิงตนของวีรบุรุษบาป ทำให้ยงยุทธหลบออกจากหลังต้นไม้หนีไปได้ แต่วีรบุรุษบาปถูกมันยิงเฉี่ยวที่แขน นัดต่อไปมันหมายเจาะกะโหลกให้ได้ แต่ไม่ง่าย เพราะยงยุทธวิ่งตามเสียงปืนมาช่วยวีรบุรุษบาป ซ้อนถูกยิงที่หัวไหล่เลือดไหลโกรก มันจึงรีบเก็บปืนหนีไป

พอซ้อนหนีไปแล้ว ยงยุทธหันมองหาวีรบุรุษบาป แต่เขาหายไปแล้ว เขาได้แต่สบถอย่างหัวเสีย

“วีรบุรุษบาป! ไอ้เจ้าเล่ห์เอ๊ย...”

แต่วีรบุรุษบาปไม่ได้หายไปไหน เขาตามล่าประดับไปในป่า เจอมันกำลังหัวเสียที่ลูกน้องถูกวีรบุรุษบาปฆ่าตาย มันตั้งค่าหัวว่าใครฆ่าวีรบุรุษบาปได้จะให้รางวัลอย่างงาม

ช้าไปแล้ว! ลูกน้องที่เหลือเงียบกริบ เพราะถูกวีรบุรุษบาปจับตัวเอาคมดาบวางที่คอมัน พอประดับหันไปเห็นมันด่า

“ฝีมือโจรสถุลอย่างแก ฉันไม่อยากลงมือเองต่างหากหรอกเว้ย”

ทั้งสองต่อสู้กันทั้งด้วยเชิงดาบและเชิงมวย จังหวะหนึ่ง ประดับถูกวีรบุรุษบาปถีบยอดอกจนกระเด็น วีรบุรุษบาปพูดใส่หน้ามันว่า

“ผู้ที่จะเป็นสัตโลหะบุรุษได้นอกจากอำนาจและบารมีแล้วต้องมีคุณธรรม แผ่นดินถึงจะสงบร่มเย็น เพราะฉะนั้นคนบาปอย่างแก...ไม่คู่ควร!!” วีรบุรุษบาป ตะโกน

“ฟ้า...ดิน...เป็นพยาน...ดาบเดือนดับ”

ขณะที่วีรบุรุษบาปกำลังเป็นต่อนั่นเอง ยงยุทธก็เข้ามาขวางสั่งให้วีรบุรุษบาปถอยไปเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใคร วีรบุรุษบาปไม่ยอมถอย บอกว่าถ้าประดับตายตนถึงจะยอมมอบตัว

“ถ้าแกไม่หยุด ฉันจะยิงแกเดี๋ยวนี้” ยงยุทธตะโกนก้องยกปืนเล็งใส่ ประดับฉวยโอกาสนั้นถีบวีรบุรุษบาปเซแล้วไล่ฟันอย่างบ้าคลั่ง ยงยุทธเล็งจะยิงวีรบุรุษบาปแต่การต่อสู้ติดพันจนยิงไม่ได้ จึงวางปืนคว้าดาบเข้าไปร่วมฟันด้วย กลายเป็นสามคนไล่ฟันกันชุลมุน

ระหว่างทั้งสามกำลังฟาดฟันกันชุลมุนนั่นเอง ซ้อนก็แอบเข้ามาพร้อมปืนสังหาร เป็นจังหวะที่ทั้งสามต่างถือดาบจ่อคอกัน ยงยุทธจ่อคอประดับ ประดับจ่อคอวีรบุรุษบาป และวีรบุรุษบาปจ่อที่คอยงยุทธ กลายเป็นเป้านิ่งให้ซ้อนเลือกยิงได้ตามใจชอบ มันตัดสินใจยิงประดับก่อน

ประดับถูกยิงที่ท้องเลือดทะลัก วีรบุรุษบาปมองไปเห็นซ้อนกำลังเล็งมาที่ยงยุทธ เขาตะโกน “ยงยุทธ... ระวัง!!” แล้วผลักยงยุทธพ้นวิถีกระสุนแต่ตัวเองถูกกระสุนเฉี่ยวที่แขน ยงยุทธม้วนตัวออกไป คว้าปืนยิงไปทางซ้อน เฉี่ยวหัวมันไปเส้นยาแดงเดียว มันตกใจรีบเก็บปืนหนีไป

ส่วนประดับถูกยิงที่ท้องตกไปในแอ่งน้ำตก ยงยุทธมองหาก็ไม่เห็น ระหว่างนั้น วีรบุรุษบาปถือโอกาสวิ่งหนี ยงยุทธตัดสินใจไล่ตามวีรบุรุษบาปไป

ooooooo

จ่าแท่นกับคำปันออกตามหาบัวทอง ไปเจอดาราเข้าพอดี ดาราเสนอว่าเราน่าจะแยกกันออกตามหา จ่าจึงให้คำปันไปกับดารา ส่วนจ่าเองแยกไปอีกทาง

คำปันกับดาราไปเจอบัวทองกำลังตามหาวีรบุรุษบาป ทั้งสองหว่านล้อมให้บัวทองรีบออกจากที่นี่เสีย

บัวทองไม่ยอมไปไหน ตนจะไม่ยอมให้วีรบุรุษบาปถูกจับเด็ดขาด ทำให้คำปันทั้งดุและตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า บัวทองไม่เชื่อฟังแม่แล้วใช่ไหม

“ไม่นะจ๊ะแม่ ฉันแค่อยากช่วยเขา ไม่อยากให้เขาต้องมีจุดจบอย่างลุงเดื่อง แล้วถ้าลุงเดื่องทำแบบนี้เหมือนวีรบุรุษบาป แม่ก็คงทำเหมือนกับฉัน...ใช่ไหมจ๊ะ”

คำปันสะเทือนใจเมื่อลูกพูดถึงนายเดื่อง ดาราเสนอให้กลับไปคุยกันที่บ้าน บัวทองไม่ยอมกลับหันหลังเดินเข้าป่าไป คำปันวิ่งตาม สะดุดล้มข้อเท้าเจ็บ จึงร้องบอกดาราว่าไม่ต้องห่วงตน ให้ไปพาบัวทองกลับมาให้ได้

คำปันเดินกะเผลกตามไป แต่เดินไม่ไหว นึกขึ้นได้ว่ามีพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำห้อยคออยู่ รีบกำขึ้นอธิษฐาน

“พี่เดื่องจ๊ะ...ถ้าวิญญาณของพี่เดื่องยังอยู่ใกล้ๆ ฉันขอให้พี่ปกป้องลูกหลานของเราให้ปลอดภัยด้วยเถอะ”

คำปันพยายามเดินต่อ แล้วเธอก็เจอรอยเลือดหยดเป็นทางที่พื้น คำปันตามไปด้วยความสงสัย เจอวีรบุรุษบาปกำลังห้ามเลือดให้ตัวเองอยู่ คำปันตกใจจะร้อง เขารีบเข้าไปปิดปากไว้ บอกว่าตอนนี้ยงยุทธกำลังตามล่าตน บอกคำปันว่า

“ช่วยผม แล้วผมจะไม่ทำร้ายคุณ” คำปันบอกให้เขามอบตัวเสีย วีรบุรุษบาปพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ยัง...ผมยังมอบตัวไม่ได้ จนกว่าผมจะทำลายแผนการชั่วของพวกใจบาปได้”

คำปันขอร้องว่าบาปกรรมที่เขาทำมันจะทำให้เขาไม่ได้ตายดี และจะพาบัวทองตกนรกไปกับเขาด้วย

วีรบุรุษบาปบอกว่าตนสั่งให้บัวทองไปจากที่นี่แล้ว คำปันจึงบอกว่าบัวทองไม่เชื่อ ขอให้เขามอบตัวเพื่อบัวทองจะได้ตาสว่างเสียที

“ผมเห็นใจและเข้าใจดี แต่ผมทำให้ไม่ได้...จนกว่า...”

“จนกว่าคนบาปจะถูกจัดการหมด” คำปันสวนไปทันที แล้วรำพันอย่างเจ็บปวดว่า “ฉันฟังคำพูดนี้มาตลอดชีวิตแล้ว ฉันไม่อยากฟังอีกแล้ว คนที่ฉันรักก็ต้องมาตายเพราะคิดเหมือนเธอ แล้วฉันจะต้องมานั่งทนดูลูกสาวฉันเป็นแบบเดียวกับฉันเหรอ”

แม้วีรบุรุษบาปจะรู้สึกเศร้าไปกับคำปัน แต่เขาก็ยังยืนยันว่า “ผมยอมมอบตัวตอนนี้ให้คุณไม่ได้ แต่ผมรับปากคุณว่า บัวทองจะไม่ได้เจอหน้าผมอีก” วีรบุรุษบาปตัดสินใจยื่นดาบดำไปที่คำปัน คำปันตกใจแต่ฮึดท้าว่า

“มอบตัวเสียเถอะ...เพื่อเห็นแก่บัวทอง...ถ้าเธอคิดจะฆ่าฉันก็ลงมือเลย ลูกสาวฉันจะได้ตาสว่างเสียที ได้เลิกหลงรักคนที่ฆ่าแม่ตัวเอง...”

วีรบุรุษบาปตัดสินใจเปิดเผยตัวเองว่าเป็นขุนเดช คำปันแทบช็อกปฏิเสธไม่เชื่อเด็ดขาด ขุนเดชพูดอย่างเยือกเย็นว่า

“นี่คือความจริงครับน้า...ขุนเดชกับวีรบุรุษบาปคือคนเดียวกัน...ผมคือทหารของพระร่วง ผู้สาบานตนว่าจะปกป้องรากเหง้าของบรรพชนและตัดสินคนบาปด้วยความตาย”

คำปันหัวใจแทบสลายกับคนที่อยู่ตรงหน้า รับไม่ได้ เชื่อไม่ลง ขุนเดชกุมมือคำปันน้ำตาคลอเบ้า ขอโทษและคุกเข่ากราบคำปันอย่างสำนึกผิด ก้อนสะอื้นแน่นอกจนคำปันเนื้อตัวสั่นสะท้าน กุมสร้อยคอพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำแน่น

ooooooo

ยงยุทธออกตามไล่ล่าวีรบุรุษบาปเอาเป็นเอาตาย เมื่อมาเจอรอยเลือดจึงตามไปจนถึงจุดที่คำปันกับวีรบุรุษบาปเจอกัน แต่พอยงยุทธยกปืนเดินเข้าไป ก็เหลือแต่คำปันยืนอยู่คนเดียวแล้ว เขาถามคำปันว่ามาทำอะไรที่นี่

คำปันอึกอัก ยงยุทธคาดคั้นว่า วีรบุรุษบาปอยู่แถวนี้ ใช่ไหม ตนตามรอยเลือดมา ถามว่า “น้าเจอมันใช่ไหม”

คำปันพยักหน้ารับว่าเจอ ยงยุทธถามว่าแล้วตอนนี้ วีรบุรุษบาปหนีไปไหนแล้ว คำปันร้องไห้น้ำตาไหลพราก ชี้ไปทางหนึ่ง ยงยุทธขอบคุณแล้ววิ่งไปทันที คำปันยืนตัวแข็ง ครางออกมาน้ำตาไหลอาบหน้า...

“พี่เดื่อง...ฮือๆๆๆๆ”

ooooooo

ดาราหว่านล้อมบัวทองให้กลับไปเสีย เพราะคำปันเป็นห่วงมาก บัวทองถามอย่างเจ็บปวดว่าเราจะปล่อยให้คนดีๆอย่างวีรบุรุษบาปถูกตัดสินโทษโดยไม่มีใครยืนอยู่ข้างเขาเลยหรือ

ดาราได้แต่บอกว่ามีคนที่ยืนอยู่ข้างวีรบุรุษบาปมากมาย มีคนที่คอยให้ความช่วยเหลือวีรบุรุษบาปไม่ให้เขาถูกจับอยู่ แต่พอบัวทองถามว่าใคร ดาราไม่ทันตอบยงยุทธก็มาเจอพอดี ถามว่าสองคนมาทำอะไรกันที่นี่

ดาราบอกว่าเป็นห่วงเขาเลยตามมาช่วย เขาปลอดภัยก็ดีแล้ว ถามว่าแล้ววีรบุรุษบาปกับประดับเป็นอย่างไรบ้าง

“ประดับถูกมือปืนซุ่มยิงเล่นงานไปแล้ว ส่วนผมกำลังตามล่าตัววีรบุรุษบาปอยู่ น้าคำปันเจอมันที่ด้านโน้น บอกว่ามันหนีมาแถวนี้ แต่ผมตามมาแล้วไม่พบร่องรอยของมัน คิดว่ามันคงหนีไปได้แล้ว”

บัวทองแอบดีใจกับคำบอกเล่าของยงยุทธ

ooooooo

กำนันบุญเบาใจเมื่อรู้ว่าซ้อนจัดการประดับไปเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อซ้อนทวงถามส่วนแบ่งที่เหลือ ผกาก็แทรกขึ้นว่า ซ้อนยังทำงานไม่สำเร็จตามข้อตกลง เพราะตกลงกันว่าต้องจัดการทั้งสามคนให้ได้ ทำให้ซ้อนไม่พอใจมาก แต่กำนันก็ปกป้องเธอ บอกให้ซ้อนไปรักษาตัวก่อน เรื่องค่าจ้างไม่ต้องห่วง พี่น้องกันตนไม่เบี้ยวแน่

ประดับถูกเก็บไปแล้ว ยังเหลือเบิ้มที่เป็นคนสนิท ไอ้นะกับไอ้เนจะจัดการมัน กำนันห้ามไว้บอกลูกน้องทั้งสองว่า

“ไอ้ประดับมันตายไปแล้ว แต่ข้ายังต้องการโลหะศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือมาทำพิธี เลี้ยงลูกน้องมันไว้เผื่อจะใช้ประโยชน์มันได้อีก” พูดแล้วกำนันหัวเราะอย่างสะใจกับแผนร้ายลึกของตัวเอง

ooooooo

ยงยุทธไปหาขุนเดชที่กระท่อม ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เล่าว่า พวกตนถูกมือปืนลอบยิง แต่วีรบุรุษบาปช่วยชีวิตตนไว้ ส่วนมือปืนที่ลอบยิงพวกตนนั้น ยังไงก็ต้องสืบให้ได้ คิดว่าไม่น่าใช่นักฆ่าที่มาล่าค่าหัววีรบุรุษบาปอย่างที่ชาวบ้านลือกัน

“แต่ถึงจะเป็นฝีมือใคร การที่ไอ้ประดับถูกเล่นงานไปแบบนี้ อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ทุกคนที่นี่ไม่ต้องหวาดกลัวอิทธิพล” ยงยุทธสรุป ขุนเดชถามว่าถ้าเช่นนั้นดารากับบัวทองก็คงปลอดภัยใช่ไหม “ใช่...แกก็ด้วยนะขุนเดช...เห็นแกปลอดภัยฉันก็ดีใจ ความแค้นของไอ้ประดับกับพวกเรามันจะได้จบกันไปเสียที”

แต่แล้วสีหน้าของยงยุทธก็ขึ้งเครียดขึ้นเมื่อบอกว่า เรื่องของตนกับวีรบุรุษบาปยังไม่จบ ถึงวีรบุรุษบาปจะช่วยชีวิตตนไว้แต่ตนไม่ปล่อยไว้แน่ จะต้องเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของวีรบุรุษบาปออกมาให้ทุกคนรู้ให้ได้

ส่วนคำปันก็เก็บความอัดอั้นไว้ จนเมื่อเจอจ่าแท่นจึงถามถึงเรื่องเกี่ยวกับนายเดื่องว่า

“พี่เคยสงสัยรึเปล่าว่า พี่เดื่องเป็นทหารพระร่วง เป็นพวกตัดสินคนบาปด้วยความตาย” จ่าแท่นบอกว่าตนไม่เคยเห็นนายเดื่องฆ่าใคร นอกจากช่วยตนตามจับโจรลักตัดเศียรพระ ทำลายโบราณสถาน

“พี่ไม่เห็นพี่เดื่องทำ เพราะพี่เป็นตำรวจ แต่ฉันสิ...หลายครั้งที่ฉันเห็นพี่เดื่องหายไปตอนกลางคืน พอรุ่งเช้าก็มีข่าวพบศพพวกลักตัดเศียรถูกฆ่าตาย”

“เป็นไปไม่ได้หรอกคำปัน พี่เดื่องแกเป็นคนดี คนรักทั้งศรีสัชนาลัย ก็เหมือนกับไอ้ขุนเดชไง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเป็นที่รักของทุกคน ข้าว่าเอ็งเลิกคิดฟุ้งซ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องเถอะ อีกไม่นาน หมวดเขาก็จะจับตัววีรบุรุษบาปได้ ถึงเวลานั้นเราจะได้รู้กันเสียทีว่า มันเป็นใคร”

จ่าแท่นเดินออกไปแล้ว คำปันยังยืนหนักใจ อัดอั้น เฝ้าถามตัวเองอย่างว้าวุ่นใจ...

“ขุนเดช...น้าจะทำยังไงดี...”

ooooooo
ตอนที่ 19

ที่ถ้ำศิลา ดาราไปยืนดูขุนเดชอยู่เงียบๆจนขุนเดชกราบพระศิลาไร้เศียรเสร็จ หันมาชักดาบดำออกจากฝัก มองดาบในมือแน่วนิ่ง ดาราเห็นขุนเดชเครียดมากก็อดนึกสงสารไม่ได้ เอ่ยขึ้นว่า

“ฉันจะช่วยเธออธิบายให้น้าคำปันเข้าใจ”

“คงไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกดารา ถึงจะรู้ความจริงว่าหมอนั่นคือผม แต่ความเกลียดชังที่น้าคำปันมีต่อวีรบุรุษบาปก็ไม่ได้ลดลงเลย”

ดาราจะลองไปคุยดู เพราะห่วงว่าคำปันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกยงยุทธ ขุนเดชบอกว่าไม่ต้อง ถ้าคำปันอยากเปิดเผยเรื่องของตนก็ปล่อยไป ดาราถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “ทำไมล่ะ ขุนเดช”

“ตอนนี้ประดับถูกฆ่าตายไปแล้ว ก็เหลือแค่กำนันบุญคนเดียว ภารกิจหยุดสัตโลหะบุรุษของผมก็คงจะใกล้จบ”

“ขุนเดช...เธอคิดจะมอบตัวแล้วปล่อยให้ยงยุทธจัดการกับกำนันบุญไปคนเดียว?!”

“ยงยุทธเคยรับปากผมไว้ว่า จะเรียกร้องความยุติธรรมให้พ่อผม บางทีอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ ที่ผมควรจะปล่อยให้เพื่อนรักได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้”

“ขุนเดช...” ดาราครางออกมาด้วยความเสียใจ...

ooooooo

เช้านี้ ดารารีบไปเคาะประตูห้องนอนคำปัน บัวทองเดินมาบอกว่าแม่ไม่อยู่ออกไปแต่เช้ามืดแล้ว ตนไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ไปไหน ถามดาราที่ท่าทางร้อนใจว่ามีอะไรหรือเปล่า ดาราบอกว่าไม่มีอะไร ยิ้มกลบเกลื่อนแล้วรีบออกไป

ออกจากบ้านก็ตรงไปหายงยุทธที่โรงพัก ยงยุทธถามว่ามาหาใครหรือ ดาราตอบอึกๆอักๆว่า แวะมาดูว่าคำปันมาที่นี่หรือเปล่าเท่านั้น ยงยุทธถามหยั่งเชิงว่าแล้วทำไมถึงคิดว่าคำปันจะมาที่นี่

“ไม่มีอะไรหรอกยงยุทธ...ฉันไปทำงานนะ”

“อย่าเพิ่งไป” ยงยุทธคว้าแขนไว้ “น้าคำปันแวะมาหาผมที่นี่ แต่เพิ่งกลับไปเมื่อสักครู่นี่เอง”

สีหน้าดาราตกใจอย่างเห็นได้ชัดจนยงยุทธแปลกใจ

ooooooo

ออกจากโรงพัก คำปันไปหาขุนเดชที่วัดเกาะ-น้อย ขุนเดชกำลังไปไหว้พระพุทธรูปอยู่ในโบสถ์ คำปันไปยืนมองขุนเดชอย่างหนักใจ จนขุนเดชเรียกให้เข้ามา ตนกำลังรออยู่

ขุนเดชบอกว่า รู้ว่าคำปันต้องการให้ตนไปมอบตัว คำปันรวบรัดว่าเมื่อรู้แล้วตนก็ไม่ต้องขอร้อง เขาควรไปมอบตัวเสีย พูดแล้วเห็นขุนเดชนิ่ง คำปันหว่านล้อมว่า

“ขุนเดช...น้าเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ยังแบเบาะ น้ารู้จักนิสัยของเธอดี เธอเป็นเด็กอ่อนโยน ขี้สงสาร ยุงสักตัวเธอยังไม่กล้าตบเลย แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กดีคนนั้นของน้า”

“มันเป็นลิขิตของฟ้าที่ผมไม่อาจเลี่ยงได้ครับ”

“ไม่จริง!! น้าไม่เชื่อเรื่องลิขิตฟ้า ขุนเดชเป็นคนดีเหมือนพี่เดื่องเป็น”

“น้าคำปันครับ...น้าอยู่กับพ่อผมมานาน น้าก็คงทราบว่าไม่มีใครที่สาบานตนเป็นทหารของพระร่วงแล้วไม่ลงมือฆ่าพวกใจบาปหรอกครับ”

คำปันชะงัก น้ำตาคลอกับความจริงที่ตนไม่กล้ายอมรับตลอดมา ขุนเดชชูดาบดำขึ้น ชักดาบหักของพ่อออกมาดู

“หลังจากที่พ่อถูกพวกโจรฆ่าตาย ผมสูญเสียความทรงจำ หลวงพ่อสุขพาผมไปเลี้ยงที่วัด ใช้หลักธรรมกล่อมจิตใจเพื่อป้องกันไม่ให้ผมเดินตามรอยเพชฌฆาตอย่างพ่อ แต่สุดท้าย...เมื่อผมได้จับดาบดำของพ่อ...ความพยายามของหลวงพ่อสุขก็ไม่เป็น ผล วิญญาณของเพชฌฆาตและของเหล่าทหารพระร่วงที่ล่วงลับทุกคน ต่างก็เข้ามาสิงสู่ในตัวผม”

ขุนเดชหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดออกมาราวกับรับประกาศิตว่า

“มันคือลิขิตฟ้าที่กำหนดให้ผมเกิดมาเพื่อเป็นเพชฌฆาตเข่นฆ่าศัตรูของแผ่นดิน”

คำปันน้ำตาไหลพราก ทรุดนั่งร้องไห้เหมือนสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ขุนเดชได้แต่มองคำปันอย่างเจ็บปวดไปด้วย...

ขุนเดชรู้สึกผิดที่ทำให้คำปันเสียใจมากแต่มันเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจแก้ไขได้ เขาเดินไปคุกเข่าก้มกราบแทบเท้าคำปัน ขอโทษที่ทำให้น้าคำปันผิดหวัง คำปันร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น กอดขุนเดช รำพันอย่างเจ็บปวด...

“เธอไม่น่าทำอย่างนี้กับน้าเลยฮือๆๆ ถ้าน้ารู้ว่าโตขึ้นเธอจะต้องมาเป็นเพชฌฆาต น้าจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาแม้แต่นิดเดียว ฮือๆๆ เด็กดื้อ...เด็กไม่ดี...ฮือๆๆๆ” คำปันร้องไห้โฮๆตีขุนเดชอย่างขัดใจ

ขุนเดชได้แต่นิ่ง น้ำตาคลอ ปล่อยให้คำปันตีจนหยุดไปเอง เอาแต่ร้องไห้รำพัน...

“น้ารักเธอนะขุนเดช น้าไม่อยากเสียเธอไปเหมือนที่น้าต้องเสียพี่เดื่อง ถ้าเธอยังสำนึกบุญคุณน้า เธอต้องเลิกเป็นวีรบุรุษบาป แล้วกลับเนื้อกลับตัวเสียตอนนี้” คำปันมองเข้าไปในดวงตาขุนเดชอย่างอ้อนวอนถามว่า “เธอจะทำให้น้าได้ไหมขุนเดช”

ส่วนยงยุทธก็บอกดาราว่า คำปันมาบอกตนว่าวีรบุรุษบาปจะมามอบตัว เพราะคำปันเจอวีรบุรุษบาปในป่า ขอร้องให้มามอบตัว ให้หยุดการเข่นฆ่า หยุดทำบาป ซึ่งวีรบุรุษบาปก็รับปาก ยงยุทธบอกดาราอย่างมั่นใจว่า

“ซึ่งก็ตรงกับที่มันบอกผมว่าถ้าไอ้ประดับตายมันจะยอมวางมือ”

ดาราถามอย่างกังวลว่าถ้าวีรบุรุษบาปมอบตัวแล้วเขาจะทำอะไรรึเปล่า ก็พอดีจ่าแท่นเข้ามาบอกว่าเตรียมกำลังคนไว้เรียบร้อยแล้ว ยงยุทธบอกจ่าว่า เสร็จธุระกับดาราแล้วจะตามไป แล้วพูดกับดาราก่อนตามจ่าแท่นไปว่า

“คำพูดของโจรผมคงเชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอก ถ้ามันคิดวางแผนอะไรอยู่...มันไม่มีทางรอดออกไปจากที่นี่แน่”

ดาราฟังและเห็นการเตรียมกำลังของยงยุทธแล้วยิ่งใจไม่ดี...

ooooooo

เบิ้มที่จงรักภักดีกับประดับแบบยอมตายถวายหัว กะเกณฑ์ลูกน้องออกตามหาประดับบอกว่ายังไงก็ต้องเอาศพกลับไปทำพิธีให้ได้ พวกลูกน้องพากันลงแอ่งน้ำตกดำหาศพประดับทุกซอกหลืบหิน

ครู่เดียวก็มีลูกน้องคนหนึ่งมารายงานว่าพบรอยเท้าย่ำเต็มไปหมดอยู่อีกด้าน หนึ่ง มีรอยเดินสะเปะสะปะเข้าป่าไป เบิ้มสั่งให้พาไปดูเดี๋ยวนี้

ระหว่างนั้น พวกมันได้ยินเสียงผิดปกติ ตามไปดูพบประดับอยู่ในสภาพสาหัสจะตายมิตายแหล่ แต่พอเห็นพวกเบิ้มก็ยังพยายามบอกให้ช่วย เบิ้มปราดเข้าประคองบอกให้แข็งใจไว้ แล้วสั่งลูกน้องให้ช่วยกันหิ้วปีกประดับกลับไป

ooooooo

คำปันยังพยายามหว่านล้อมขุนเดชให้มอบตัว ให้กำลังใจว่า เชื่อว่ายงยุทธต้องพยายามช่วยเขา แต่ขุนเดชไม่เชื่อเพราะความเป็นเพื่อนกับยงยุทธของตนจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ คำปันบอกว่าเคยได้ยินจ่าแท่นบอกว่าโทษของเขาหนักมาก

“ผมทราบครับ ไม่ว่าโทษของผมจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ผมก็พร้อมยอมรับตั้งแต่วันที่ผมยอมถวายตัวเป็นทหารพระร่วงแล้ว ผมเองก็รับปากกับยงยุทธไว้ว่า ถ้าไอ้ประดับตาย...ผมจะยอมมอบตัว...เพื่อน้า เพื่อบัวทอง และเพื่อคนที่ผมรักทุกคนในศรีสัชนาลัย หน้าที่จัดการกับคนบาปที่เหลือ ผมจะไว้ใจให้ยงยุทธจัดการสานต่อครับ”

“ขุนเดช...ขุนเดชของน้า...” คำปันกอดขุนเดชไว้ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความดีใจ

ข่าววีรบุรุษบาปแพร่ไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง บัวทองแบ่งผักจากสวนไปให้สาลี่กิน ได้ยินอาฮวดกับสาลี่เกี่ยงกันว่าใครจะอยู่เฝ้าร้าน เพราะต่างก็อยากไปดูหน้าวีรบุรุษบาป ในที่สุดก็ไปกันทั้งสองคนเพราะลูกค้าพากันเฮโลไปดูหน้าวีรบุรุษบาปที่จะ มอบตัวกันหมดแล้ว

“วีรบุรุษบาป...” บัวทองพึมพำออกมาด้วยความตกใจ

ส่วนคำปัน หลังจากขุนเดชรับปากจะมอบตัวแล้ว ก็พากันกลับไปที่กระท่อม ระหว่างขุนเดชหายเข้าไปในกระท่อมนั้น คำปันเอาพระร่วงนั่งเหล็กดำออกมากำไว้แน่น บอกกล่าวแก่นายเดื่องว่า

“พี่เดื่องจ๊ะ ฉันรับปากพี่ว่าจะดูแลขุนเดชให้ แต่วันนี้ฉันจำเป็นต้องขอให้ขุนเดชไปติดคุกติดตะราง ฉันขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ฉันดูแลลูกพี่ไม่ได้ดี”

พอดีขุนเดชออกมาในชุดวีรบุรุษบาปบอกคำปันว่าตนพร้อมแล้ว เห็นคำปันมองอย่างหนักใจ เขาบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนเตรียมใจไว้แล้วว่าจะช้าหรือเร็ววันนี้ก็ต้องมาถึง คำปันบอกว่าจะช่วยขอร้องหมวดให้ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

“ยงยุทธต้องยึดมั่นในกฎหมาย เพราะถ้าผมได้รับการละเว้น มันจะเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีกับคนอื่น”

คำปันน้ำตาคลอ จับมือขุนเดชขึ้นมา วางสร้อยคอพระร่วงนั่งเหล็กดำไว้ในมือขุนเดช ขอร้องว่า...

“รับไว้เถอะนะขุนเดช ท่านควรจะปกป้องเธอไม่ใช่ปกป้องน้า” เมื่อขุนเดชรับไว้ คำปันบอกเขาว่า “น้าจะไปส่งเธอที่โรงพักด้วย”

ooooooo

เมื่อคิดว่ากำจัดประดับได้แล้ว ผกาก็เริ่มแข็งข้อกับกำนันบุญไม่ยอมปรนเปรอเหมือนเคย ทั้งยังลำเลิกว่าถ้าไม่ใช่เพราะมันสมองของตนป่านนี้กำนันก็ยังเป็นได้แค่หมา รับใช้ของประดับ ผลคือถูกกำนันตบหน้าหาว่าบังอาจลำเลิก

พอเจอไม้แข็งของกำนันผกาก็กลัว อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย กำนันขู่ว่า ถ้าอยากมีอำนาจเหนือตนละก็...หาเรื่องตายแท้ๆ พูดอย่างรู้ทันว่า คิดว่าตนไม่รู้หรือว่าที่ผ่านมาเธอพยายามใช้ตนเป็นเครื่องมือเล่นงานประดับ

ทั้งตบทั้งขู่จนผกาอกสั่นขวัญกระเจิงแล้ว กำนันถามว่าตนเมื่อยมากพร้อมจะปรนเปรอตนหรือยัง

ไม่ทันที่ผกาจะทำอะไร ไอ้นะก็กระหืดกระหอบมาบอกว่าประดับยังไม่ตาย เบิ้มตามเจอพาไปโรงพยาบาลและตอนนี้ก็กลับมาพักที่บ้านแล้ว กำนันหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง รีบไปดูประดับที่ห้อง ถามเบิ้มว่าประดับรอดมาได้ยังไง

“คุณประดับเป็นคนดวงแข็งครับกำนัน ถึงจะถูกยิงแต่ก็ยังโชคดีที่กระสุนทะลุออกไปหมด หมอบอกว่าถ้าผมตามไปเจอช้ากว่านี้อีกนิดเดียว คุณประดับก็คงไม่รอด”

ระหว่างนั้น ประดับรู้สึกตัว พยายามพูดกับกำนันว่า

“พวก...พวกมัน...ต้อง...เจ็บปวดมากกว่าฉัน แผ่นดินของมัน...ต้องลุกเป็นไฟ...”

กำนันถามว่าจะให้ตนทำอะไรหรือ เบิ้มพูดแทนอย่างรู้ใจเจ้านายว่า

“คุณประดับต้องการให้กำนันสั่งสอนไอ้พวกศรีสัชนาลัยทุกคน อย่าให้มันมีเสียงโห่ร้องดีใจเพราะคิดว่าคุณประดับตายแล้ว”

กำนันติงว่าตอนนี้อย่าเพิ่งทำอะไรเลยดีกว่า ถูกประดับตวาดทั้งที่ไม่มีแรงว่า “ฉันสั่ง!! แกมีหน้าที่ต้องทำตาม!”

กำนันจำต้องรับคำสั่ง เบิ้มสำทับว่าคนของตนพร้อมแล้วเหลือแต่คนของกำนันเท่านั้น กำนันรีบตอบลนลานว่า จะรีบไปจัดให้

พอกำนันออกไป ผกามองไปที่ประดับ เจอสายตาดุร้ายของเขาที่มองอย่างระแวง ผกาไม่กล้าสู้ตารีบตามกำนันไป

เมื่อกลับถึงห้อง ผกาบอกกำนันว่าเห็นสายตาประดับมองเมื่อครู่นี้เหมือนกำลังสงสัยตน กำนันบอกว่าต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะประดับไม่ใช่คนโง่

ผกากลัวถูกประดับเล่นงาน กำนันบอกว่าสภาพของประดับตอนนี้ไม่น่ากลัวสำหรับเธอ สั่งว่า ระหว่างที่ตนออกไปทำตามคำสั่งของประดับ เธอต้องอยู่ที่นี่และ “ช่วยฉันจัดการปิดปากมันเสีย!”

ผกาส่ายหัวดิกไม่กล้าทำ กำนันตรงเข้าบีบแขนพูดเหี้ยม “ถ้าเธอทำไม่ได้ก็เตรียมตัวถูกมันฆ่าได้เลยผกา”

ooooooo

อาฮวดกับสาลี่และชาวบ้านพากันมามุงอยู่หน้าโรงพักรอดูหน้าวีรบุรุษบาป ถูกยงยุทธไล่กลับไปให้หมด เรื่องวีรบุรุษบาปจะเป็นใคร เอาไว้ตนสอบสวนเสร็จจะบอกทุกคนเอง ตอนนี้ให้กลับไปกันก่อน

ชาวบ้านโดยมีสาลี่เป็นหัวหอก ยืนกรานไม่กลับจะอยู่ดูหน้าวีรบุรุษบาปให้ได้ จ่าบอกหมวดว่า เมื่อชาวบ้านอยากรู้ขนาดนี้อะไรก็ฉุดไม่อยู่หรอก พวกเขาไม่ยอมกลับไปแน่

ระหว่างนั้นบัวทองตามมาถึง เมื่อได้ยินยงยุทธพูดเรื่องวีรบุรุษบาปจะมอบตัวอีกคน ก็ยิ่งหนักใจ เป็นห่วงวีรบุรุษบาป ตัดสินใจเดินขึ้นไปหาดารากับยงยุทธบนโรงพัก ดาราตกใจถามว่ามาที่นี่ทำไม

“บัวทองรู้เรื่องที่วีรบุรุษบาปจะมามอบตัว เขามารึยังคะอาจารย์” ดาราบอกว่ายัง ยงยุทธกำลังรออยู่ บัวทองถามหยั่งอีกว่า “แล้วอาจารย์พอจะทราบไหมคะว่าเขาตั้งใจจะมาจริงๆ หรือว่าเป็นแค่แผนการหลอกผู้หมวด”

ดาราเชื่อว่าวีรบุรุษบาปจะมามอบตัวจริง ยงยุทธขัดขึ้นเหมือนดักคอบัวทองว่า ถ้าคิดจะไปห้ามวีรบุรุษบาปมอบตัวแล้วละก็เห็นทีตนจะต้องให้เธออยู่ที่นี่ก่อน

“หมวดคะ...ปล่อยวีรบุรุษบาปไปเถอะค่ะ บัวทองขอร้อง”

จ่าแท่นบอกหลานสาวว่าขอร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะคนผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย ถูกบัวทองย้อนถามว่า

“แล้วทีไอ้พวกกำนันบุญล่ะลุงจ่า ทำไมหมวดไม่ไปจับมัน ทำไมต้องจ้องแต่จะจับวีรบุรุษบาป”

“หมวดเขาไม่ได้ละเลยที่จะจับไอ้พวกกำนันบุญนะบัวทอง แต่ไอ้พวกนั้นมันมีอิทธิพลคุ้มกะลาหัวอยู่ สุ่มสี่สุ่มห้าไปจับมันมาโดยไม่มีหลักฐานดีๆไปเล่นงานมัน พวกเรานี่แหละที่จะซวย”

“จ่า...พอได้แล้ว...มาสิบัวทอง ฉันจะอธิบายให้เธอฟัง” ยงยุทธขัดขึ้น แล้วพาบัวทองไปยืนดูชาวบ้านที่ยืนออกันอยู่หน้าโรงพักเพื่อดูหน้าวีรบุรุษบาป ตำรวจกันชาวบ้านให้ออกไป เลยยื้อยุดกันวุ่นวาย

“ฉันเข้าใจทั้งบัวทองทั้งชาวบ้านทุกคนที่ต่างก็เชิดชูวีรกรรมของไอ้หมอนั่น แต่ที่ฉันต้องไล่ล่ามันอยู่ตลอดเวลาจนเหมือนว่าไม่สนใจพวกคนเลวคนอื่นๆนั่นเป็นเพราะว่า...ถ้าปล่อยให้วีรบุรุษบาปไล่ฆ่าคนเลวต่อไปเรื่อยๆ กฎหมู่ก็จะขึ้นมาแทนกฎหมาย จะมีคนเลียนแบบพฤติกรรม ออกมาอาละวาดไล่ฆ่าคนที่เห็นต่าง คนไหนไม่ใช่พวกก็คือศัตรู” ยงยุทธชี้แจง

“ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนั้น บ้านเมืองก็คงต้องเกิดกลียุค คงน่าเศร้าถ้าพวกเราต้องเห็นคนไทยไม่รักกันมุ่งแต่จะเข่นฆ่ากันเอง เพียงเพราะเชิดชูกฎหมู่ให้อยู่เหนือกฎหมาย” จ่าแท่นเสริม

“ดารา...บัวทอง...ผมยอมให้พวกคุณและพวกชาวบ้านเกลียดผมได้ แต่ผมยอมให้กฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้”

บัวทองกับดารานิ่งไปกับคำชี้แจงของยงยุทธ

ที่โบราณสถาน อาจารย์ประทีป อาจารย์ดำรง และนักศึกษาที่มาบูรณะโบราณสถาน ต่างไม่มีสมาธิทำงานเมื่อมีข่าวว่าวีรบุรุษบาปจะมอบตัว อาจารย์ประทีปบอกว่าข่าวนี้ทำให้ชาวศรีสัชนาลัยแทบหยุดหายใจไปกันหมด ถามอาจารย์ดำรงว่าคิดอย่างไรกับข่าวนี้

“จะว่าไป เขาก็ช่วยพวกเรารักษาสมบัติมาไว้ได้มากมายนะครับอาจารย์”

“อาจารย์ดาราก็พูดกับผมแบบนี้ จนผมอดคิดไม่ได้ว่า ทั้งๆที่พวกเรามีกันเป็นสิบเป็นร้อย แต่ก็ยังรักษา สมบัติของแผ่นดินไว้ไม่ได้เท่ากับวีรบุรุษบาปคนเดียว”

ทันใดนั้นเอง มีเสียงปืนและเสียงหวีดร้องอย่างตื่นตระหนกของพวกนักศึกษาและชาวบ้านที่มาช่วยงาน

“เกิดอะไรขึ้น!” อาจารย์ประทีปรีบออกไปดู เห็นนักศึกษาและชาวบ้านกำลังหนีตายกันอลหม่าน มีคนเอาผ้าคาดหน้าหลายคนวิ่งไล่ยิงมาอย่างบ้าคลั่ง

อาจารย์ประทีปให้อาจารย์ดำรงพานักศึกษาหลบไปก่อน พลางชูปืนขึ้นบอกว่าตนจะไม่ยอมให้พวกมันทำลายสมบัติของแผ่นดินเด็ดขาด อาจารย์ดำรงจะอยู่สู้ด้วย อาจารย์ประทีปไม่ยอมบอกว่าต้องรักษาชีวิตนักศึกษาเอาไว้ อาจารย์ดำรงจึงจำต้องบอกนักศึกษาทุกคนให้ตามตนไป

ooooooo

ขณะที่ไอ้เน ไอ้นะ และลูกน้องกำนันที่เอาผ้าคาดหน้ากำลังยิงปืนขึ้นฟ้าไล่จับชาวบ้านไปซ้อมอย่างบ้าคลั่ง และสั่งลูกน้องขุดให้ทั่วเจออะไรดีก็เอากลับไปให้หมดนั้น อาจารย์ประทีปออกไปสั่งให้หยุด ห้ามแตะต้องสมบัติของชาติเด็ดขาด

ไอ้นะด่าและไล่อาจารย์ให้กลับไปจับชอล์กดีกว่า อาจารย์ประทีปจึงยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ ไอ้เนด่าอย่างผยองว่า

“ไอ้แก่...เอาจริงเหรอเนี่ย กูตกใจนะเว้ย” แล้วมันก็ปรี่เข้าจับมืออาจารย์ประทีปบิดจนปืนหลุดมือ ซ้อมจนอาจารย์ทรุดไปกองกับพื้น ไอ้นะเข้ามาบอกให้พอได้แล้วเสียเวลา สั่งลูกน้องว่าตรงไหนขุดยากก็ให้ระเบิดเลย

อาจารย์ประทีปพยายามห้ามทั้งที่ตัวเองถูกซ้อมจนบอบช้ำหนัก ถูกไอ้เนจิกผมขึ้นมาให้ดูซากของโบราณสถานตรงหน้า อาจารย์มองอย่างเจ็บปวด หัวใจแทบสลายกับโบราณสถานที่ย่อยยับอยู่ตรงหน้า...

เวลาเดียวกัน เบิ้มก็นำพรรคพวกออกปล้นแล้วเผาชาวบ้าน มันตะโกนว่า อยากได้อะไรเอาไปให้หมดแล้วเผา ใครขัดขืนก็ฆ่าทิ้งเสีย มันพูดอย่างบ้าเลือดว่า

“แค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับที่พวกเอ็งต้องชดใช้ให้คุณประดับ” มันตะโกนสั่งลูกน้อง “เฮ้ย...เร่งมือเข้า ยังมีงานใหญ่ที่ข้าต้องไปจัดการอีก”

ooooooo

ขุนเดชในคราบวีรบุรุษบาปกำลังเดินมากับคำปัน เมื่อใกล้ถึงโรงพัก เขาบอกคำปันว่าส่งแค่นี้ก็พอ ให้กลับไปเสียตนจะเข้าไปมอบตัวเอง

“ไม่เป็นไรหรอก น้าอยากจะเป็นกำลังใจให้ขุนเดช ให้น้าได้ทำหน้าที่ดูแลขุนเดชตามที่น้ารับปากพี่เดื่องไว้เถอะนะ”

ขุนเดชนิ่งไปจนคำปันถามว่าเป็นอะไรหรือ ขุนเดชบอกว่าอยากขอโทษเรื่องบัวทอง เพราะถ้าตนมอบตัวแล้วคงไม่มีโอกาสอธิบายให้บัวทองฟัง

ทันใดนั้นเอง ทั้งสองได้ยินเสียงอาจารย์ประทีปครวญครางอย่างเจ็บปวดเดินโซซัดโซเซมา ทั้งสองรีบเข้าประคองถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำร้ายอาจารย์

“วี...วีรบุรุษบาป...ชะ...ช่วยพวกเราด้วย...” อาจารย์พูดกระท่อนกระแท่น ขุนเดชประคองให้นั่งบอกให้ค่อยๆเล่าให้พวกตนฟัง

ฟังอาจารย์แล้ว ขุนเดชบอกว่า คำปันจะดูแลอาจารย์ส่วนพวกมันตนจะไปจัดการเอง แต่พอขุนเดชจะผละไป คำปันร้องเรียกถามว่า แล้วเรื่องที่เขาจะมอบตัวล่ะ?

ขุนเดชชะงัก ประกายตาของวีรบุรุษบาปวาบขึ้น ก่อนที่จะหันมาบอกคำปันว่า

“หน้าที่ของผมยังไม่จบ ตราบใดที่คนบาปยังไม่ถูกตัดสินประหารชีวิต!”

“วีรบุรุษบาป...” คำปันครางออกมาอย่างเจ็บปวด...

ooooooo

ที่โรงพัก ดารา บัวทองกับยงยุทธ และจ่าแท่น ยังคอยการมามอบตัวของวีรบุรุษบาปอยู่ จนเวลาล่วงเลยไป บัวทองถามว่า หรือวีรบุรุษบาปจะเปลี่ยนใจแล้ว

“ถ้ามันไม่โผล่หัวมาตามที่มันพูด ต่อไปนี้ก็อย่าไปเรียกมันว่าวีรบุรุษ เพราะมันก็เป็นได้แค่ไอ้ฆาตกรเจ้าเล่ห์”

ขณะนั้นเอง จ่าแท่นเข้ามารายงานว่า เมื่อครู่ได้รับแจ้งว่ามีโจรเข้าปล้นที่หมู่ 3 และยังมีพวกที่บุกไปขุดทำลายโบราณสถานที่คณะของอาจารย์ประทีปกำลังบูรณะอยู่ด้วย

ดาราถามว่าแล้วอาจารย์กับนักศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง จ่าบอกว่าอาจารย์ดำรงพานักศึกษาไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่อาจารย์ประทีปยังไม่รู้ชะตากรรม

ทันใดนั้น เสียงหวีดร้องของชาวบ้านและเสียงปืนยิงสนั่นหวั่นไหวก็ดังเข้ามา ทุกคนตื่นตัวพากันออกมาดู

ที่หน้าโรงพัก มือปืนที่มีผ้าคาดหน้าขับรถจี๊ปไล่ยิงชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ยงยุทธกับจ่าชักปืนยิงช่วยชาวบ้าน พลางหมวดก็ตะโกนบอกดาราให้พาบัวทองหลบเข้าข้างในไปก่อน แต่ดาราเห็นชาวบ้านถูกไล่ยิงเลยวิ่งออกไป ยงยุทธสั่งจ่าให้ยิงคุ้มกัน พอจ่ายิงเปิดทางให้เขาวิ่งตามดาราออกไป

ดาราวิ่งไปพาสาลี่กับอาฮวดและชาวบ้านที่กำลังชุลมุนให้ตามตนมา พลางหันไปขอบใจยงยุทธที่มาช่วย

ooooooo

ที่อนามัย คำปันพาอาจารย์ประทีปไปทำบาดแผล อาจารย์ดำรงและนักศึกษาต่างไปดูแลด้วยความเป็นห่วง อาจารย์ประทีปเล่าว่า

“โชคดีที่พวกมันไม่ฆ่าผม แต่โบราณสถานที่พวกเราทุ่มเทบูรณะกันกำลังถูกพวกมันรุมทำลาย ถ้าวีรบุรุษบาปตามไปรักษาไว้ไม่ได้ ก็คงย่อยยับไม่มีเหลือ”

“อาจารย์เจอวีรบุรุษบาปด้วยเหรอครับ” อาจารย์ดำรงถามอย่างตื่นเต้น อาจารย์ประทีปพยักหน้า พวกนักศึกษารีบเข้ามาให้กำลังใจ เปี๊ยะพูดอย่างมีความหวังว่า

“ถ้าวีรบุรุษบาปรู้เรื่องนี้แล้ว ผมว่าเขาต้องช่วยพวกเราปกป้องโบราณสถานไว้ได้แน่ ใช่ไหมพวกเรา”

พวกนักศึกษาพากันพยักหน้าอย่างมั่นใจที่จะฝากฝังโบราณสถานไว้ในมือของวีรบุรุษบาป คำปันเห็นทุกคนเชื่อมั่นต่อวีรบุรุษบาปเช่นนั้น ก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจกับการที่ตนขอให้วีรบุรุษบาปมอบตัว...

ooooooo

ที่โบราณสถาน ขณะที่ลูกน้องกำนันกำลังช่วยกันตัดเศียรพระพุทธรูปอยู่นั้น วีรบุรุษบาปก้าวเข้ามา พร้อมดาบดำยืนจ้องการกระทำของพวกมันเขม็ง

“เฮ้ย...มัน...มันมาแล้ว” ลูกน้องกำนันร้องบอกพรรคพวก

วีรบุรุษบาปถือดาบดำเดินเข้าหาพวกมันอย่างน่ากลัว พวกมันสองคนชักดาบออกมาแล้ววิ่งทะเล่อทะล่าเข้าหา เพียงวีรบุรุษบาปตวัดดาบครั้งเดียวคอมันก็เกือบขาด อีกคนหน้าเสียจะบุกก็ไม่กล้าจะถอยก็กลัวเลยถือดาบยืนร้องตัวสั่น

“อย่า...อย่าเข้ามานะเว้ย...” แต่เสียงร้องของมันก็ถูกเสียงควงดาบเควี้ยวๆ!ของวีรบุรุษบาปกลบเสียสิ้น

อีกมุมหนึ่ง ไอ้นะกับไอ้เนกำลังขุดเอาไหพระเครื่องออกมาจากซากปรักหักพังของสถูปที่พวกมันเพิ่งระเบิด มันยื้อไหกันไปมา ไอ้เนอ้างว่าเป็นคนขุดเจอไม่ยอมแบ่งให้ไอ้นะ

“งั้นเอ็งก็ต้องมาวัดกับข้าแล้วว่าใครจะได้ไป” ไอ้นะกระชากคอเสื้อไอ้เนจะเอาเรื่อง

ขณะนั้นเอง ลูกน้องมันคนหนึ่งก็เซถลาเข้ามาล้มตายตรงหน้า มันทั้งสองมีดาบของมันเองปักอยู่กลางหลัง พริบตานั้น วีรบุรุษบาปก้าวเข้ามา จ้องไอ้นะกับไอ้เนบอกมันทั้งสองว่า

“พวกเอ็งไม่ต้องแย่งกันหรอก ยังไงพวกเอ็งก็ได้ตายชดใช้บาปอยู่ที่นี่ด้วยกันแน่”

“ไอ้วีรบุรุษบาป” ไอ้นะชักปืนยิงใส่ทันที วีรบุรุษบาปควงดาบดำปัดกระสุนแล้วฉากหลบหายไป มันทั้งสองรีบตาม

ooooooo

ที่โรงพัก ยงยุทธกับจ่าแท่นช่วยกันยิงสู้กับเบิ้มและลูกน้องเสียงปืนสนั่นหวั่นไหว จนครู่ใหญ่เบิ้มสั่งลูกน้องให้พอ เพราะแค่นี้ก็ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่าศรีสัชนาลัยไม่มีคำว่าสงบสุขต่อไป แล้วพวกมันก็พากันขับรถจี๊ปออกไป

ยงยุทธกับจ่าแท่นถือปืนไล่ยิงพวกมันจนกระสุนหมด ยงยุทธฝากจ่าให้ดูแลคนเจ็บทางนี้ ส่วนเขาจะตามไปดูให้รู้ว่ามันเป็นใคร แล้วยงยุทธก็ขึ้นรถจี๊ปขับไล่ตามพวกมันไป จ่าได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

เบิ้มกับลูกน้องขับรถมาถึงถนนลูกรัง เจอรถของยงยุทธจอดขวางถนนอยู่ เบิ้มสั่งลูกน้องให้พุ่งชนเลย

นาทีนี้ เหมือนวัดใจกันว่าใครจะแน่กว่าใคร ยงยุทธไม่สะทกสะท้าน ปล่อยให้รถของมันพุ่งเข้ามา พอถึงระยะแม่นยำก็ลั่นไกเปรี้ยง! กระสุนเจาะแสกหน้าคนขับตายคาพวงมาลัย รถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง

แม้จะมาคนเดียว แต่ยงยุทธอยู่ในฐานะเป็นฝ่ายกระทำ เขายิงอีกคนที่วิ่งลงจากรถล้มลง แล้วหันไปยิงขู่เบิ้มกับลูกน้องที่กำลังจะวิ่งหนี จึงรู้ว่าที่แท้โจรกลุ่มนี้คือพวกไอ้เบิ้มนั่นเอง!

เบิ้มยังอวดดีบอกว่าหมวดทำอะไรตนไม่ได้หรอกสั่งให้วางปืนเสีย

“เจ้านายแกตายแล้ว...ฉันจะล้างบางพวกแกให้หมด” ยงยุทธประกาศ

นี่เอง ยงยุทธจึงรู้จากเบิ้มว่าประดับยังไม่ตาย ระหว่างนั้น ลูกน้องเบิ้มที่ถูกยิงนอนอยู่ที่พื้น มันยิงใส่ยงยุทธ เขากระโดดหลบทัน แต่พอตั้งหลักได้ พวกมันก็หายไปหมดแล้ว

ooooooo

ผกาถูกกำนันสั่งให้อยู่เฝ้าประดับและจัดการเสีย ประดับทำเป็นนอนไม่รู้สึกตัว ผกาทำทีเข้าไปเช็ดตัวให้ พอแน่ใจว่าประดับหลับไม่รู้สึกตัวก็เตรียมลงมือ ดึงมีดพกคมกริบจากเอวเงื้อสุดแขน

พริบตานั้น ประดับลืมตาจับมือที่กำมีดของผกาตรึงไว้กลางอากาศ ทั้งสองต่างเผยตัวเป็นศัตรูกัน ประดับดันตัวขึ้นมาทั้งที่ยังบาดเจ็บ แย่งมีดจากมือผกาหมายฆ่าให้ตาย แต่ผกาสลัดหลุดวิ่งหนีออกจากห้องไปได้ ประดับไล่ตามไปจะจ้วงแทง เป็นจังหวะที่เบิ้มกลับมาพอดี มันตกใจร้องเรียก “คุณประดับ!!”

ประดับหันมองทำให้เสียจังหวะ ถูกผกาตวัดมีดถูกมือแล้ววิ่งหนีไป เบิ้มจะดูแผลให้แต่ประดับไล่ให้รีบไล่ตามผกาสั่งให้ลากตัวมาให้ได้ เบิ้มวิ่งไปที่รถจี๊ปจะขับไล่ตามผกา ปรากฏว่า ยางรถถูกผกาเอามีดปักไว้จนยางแบน

“นังผกา! นังตัวแสบ!” เบิ้มสบถอย่างแค้นใจ

ooooooo

ที่โรงพัก สาลี่กับอาฮวด และชาวบ้านยังตั้งหลักรอดูวีรบุรุษบาปมามอบตัวอยู่ พากันวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเรื่องวีรบุรุษบาปจะมอบตัวและเรื่องที่มีโจรปล้น เผา และฆ่าชาวบ้าน บัวทองออกมาบอกชาวบ้านเหล่านั้นว่า ถ้าหายตกใจกันแล้วก็กลับบ้านกันดีกว่าเพราะอยู่ที่นี่เกะกะตำรวจเปล่าๆ

สาลี่ไม่ยอมกลับจะรอดูวีรบุรุษบาปมามอบตัว จ่าแท่นเลยบอกว่า หมอนั่นไม่มาแล้ว ใครมาทางไหนก็ไปทางนั้นเลย

“ตกลงเขาไม่มามอบตัวแล้วเหรอจ๊ะลุง” บัวทองประกายตาตื่นเต้น

“เออ...ข้าเพิ่งได้รับแจ้งมาจากทางอนามัยว่า อาจารย์ประทีปปลอดภัยแล้ว อาจารย์ประทีปยังบอกว่า ตอนนี้วีรบุรุษบาปกำลังตามไปจัดการกับพวกที่กำลังทำลายโบราณสถาน”

ชาวบ้านพากันเฮลั่น สาลี่ตะโกนขึ้น “ไชโย...ในที่สุดวีรบุรุษบาปก็ไม่มามอบตัวแล้ว มันต้องแบบนี้สิ หน้าที่จัดการไอ้พวกบาปหนาหนักแผ่นดินมันต้องเป็นของวีรบุรุษบาปเท่านั้น” ชาวบ้านพากันปรบมือเห็นด้วยกับสาลี่

บัวทองนิ่งเงียบ สีหน้าคิดอะไรบางอย่าง จนดาราหันมองอย่างสงสัย

ครู่หนึ่ง ดาราแปลกใจเมื่อบัวทองหายไป เธอออกเดินตามหา เจอยงยุทธขับรถกลับมาพอดี เขาเล่าให้เธอฟังอย่างเจ็บใจว่า โจรพวกนั้นคือลูกน้องประดับ มันออกมาอาละวาดเพื่อประกาศศักดาเตือนให้พวกเรารู้ว่าอิทธิพลยังอยู่ในมือมัน

ที่แท้ บัวทองหนีไปหมายจะช่วยวีรบุรุษบาปต่อสู้กับพวกโจรใจบาป แต่ระหว่างทางถูกกำนันจับเป็นตัวประกันเอาไปต่อรองกับวีรบุรุษบาป

ooooooo

ไอ้นะกับไอ้เนไล่ตามวีรบุรุษบาปไป แล้วมันก็ยืนเคว้งเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของวีรบุรุษบาป

หารู้ไม่ว่า วีรบุรุษบาปขึ้นไปยืนมองสองคนบนสถูปเหนือหัวพวกมันนั่นเอง!

พริบตานั้น วีรบุรุษบาปกระโดดลงมาเล่นงานมัน เพราะกระสุนหมดแล้วมันจึงใช้สนับมีดคมกริบเป็นอาวุธ รุมกันเข้าเล่นงานจนวีรบุรุษบาปได้ไปหลายแผล พวกมันหัวเราะสะใจที่ได้เห็นเลือดวีรบุรุษบาป พูดยั่วเยาะเย้ยต่างๆนานา แล้วไอ้เนก็พุ่งเข้าเล่นงานวีรบุรุษบาป แต่ถูกฟันที่แขนจนได้เลือดไปเหมือนกัน

ด้วยความย่ามใจของไอ้นะกับไอ้เน มันเลยถูก วีรบุรุษบาปถีบกระเด็นไปกองอยู่ด้วยกัน แล้ววีรบุรุษบาปก็ควงเพลงดาบเดือนดับพร้อมจะจัดการมันขั้นเด็ดขาด

“หยุดนะเว้ยไอ้วีรบุรุษบาป!!” เสียงกำนันตวาด ทำให้วีรบุรุษบาปชะงักหันไปเห็นกำนันจับบัวทองมาเป็นตัวประกัน วีรบุรุษบาปมองอึ้ง อุทาน...

“บัวทอง...”

ooooooo

อาจารย์ประทีปและดารายังอยู่ที่อนามัย อาจารย์ประทีปบอกว่า ได้ให้อาจารย์ดำรงพานักศึกษากลับไปที่บ้านพักแล้ว บอกให้หยุดพักการเรียนการสอนไว้ก่อน แต่พวกนักศึกษาไม่ยอม จะขออยู่ช่วยงานต่อ

“ค่ะ...ฉันก็เคยบอกพวกเขาแล้วว่า การอยู่ที่นี่มีแต่เสี่ยงอันตราย แต่พวกเขาก็ยืนกรานที่จะอยู่ต่อ เพราะอยากเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษบาปสู้เพื่อรักษารากเหง้าของเราเอาไว้”

คำปันได้ยินสองอาจารย์สนทนากันเรื่องวีรบุรุษบาปก็ฟังอย่างใจจดจ่อ

“ตอนที่พวกมันทำลายสมบัติของชาติต่อหน้าต่อตา หัวใจผมเหมือนถูกควักออกมาจากอกทั้งเป็น ตอนนั้นผมคิดเพียงแต่ขอให้วีรบุรุษบาปอยู่ที่นั่น พวกมันจะได้เกรงกลัว”

“ค่ะอาจารย์...แม้จะรู้ว่ามันผิด แต่ก็ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆว่าถ้ากฎหมายยังตามไปจัดการพวกมันไม่ได้ บางทีพวกเราก็ยังจำเป็นต้องพึ่งวีรบุรุษบาป”

คำปันฟังแล้วยิ่งหนักใจ...

ooooooo

กำนันบุญจับบัวทองเป็นตัวประกันไปต่อรองกับวีรบุรุษบาป สั่งให้เขาเผยตัวตนออกมา มิฉะนั้นจะหักแขนบัวทองให้พิการจนรำไม่ได้ไปตลอดชีวิต

วีรบุรุษบาปแค้นใจมาก จำต้องปักดาบลงพื้น บัวทองถูกกำนันบิดแขนจนแทบหัก เธอร้องอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยังตะโกนบอกวีรบุรุษบาปว่าอย่ายอมพวกมัน

กำนันอยู่ในฐานะเป็นต่อ ทั้งขู่ทั้งทำร้ายบัวทองบีบวีรบุรุษบาปให้ยอมเผยตัวออกมา แล้วจะปล่อยให้เขาไปประกาศกับชาวบ้านว่าวีรบุรุษบาปถูกกำนันฆ่าตายไปแล้ว ตายเหมือนหมาข้างถนน

“ไม่!! ฉันจะปกป้องคุณเอง...วีรบุรุษบาป” บัวทองตะโกนกระทุ้งศอกใส่กำนันจนหลุดแล้ววิ่งไปหาวีรบุรุษบาป แต่ถูกกำนันยิงจนล้มลงก่อนถึงตัววีรบุรุษบาปไม่ถึงก้าว

“บัวทอง!!” วีรบุรุษบาปร้องเรียกสุดเสียง ถลาเข้าประคองบัวทองไว้ในอ้อมกอด

บัวทองบาดเจ็บสาหัส แต่ยังพยายามบอกว่า...

“วี...วีรบุรุษบาป ไม่...ไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะ หน้า ...หน้าที่ของคุณคือประหารคนบาป...ฉันเอาใจช่วยคุณตลอดไป”

พูดได้แค่นั้นบัวทองก็หมดสติไป วีรบุรุษบาปกอดบัวทองไว้เงยหน้ามองกำนันที่เล็งปืนมา เขาบอกกำนันอย่างท้าทายว่า

“ถ้าคิดจะฆ่าฉัน...แกต้องยิงให้ตายในนัดเดียว เพราะถ้าฉันมีลมหายใจอยู่ แกจะไม่มีโอกาสได้เหนี่ยวไกใส่ฉันอีก...ไอ้กำนันบุญ!!”

กำนันบุญยิ้มเหี้ยมบอกว่านัดนี้ไม่พลาดแน่ แต่พอเหนี่ยวไกก็มีแต่เสียงแชะ! กำนันชะงักขึ้นลำกล้องอีกครั้ง ก็ยังยิงไม่ออกอยู่ดี

ไอ้เนกับไอ้นะวิ่งมาบอกว่า สงสัยตำรวจจะแห่กันมาแล้ว กำนันคำรามอย่างเจ็บใจว่า

“ครั้งนี้เอ็งโชคดีที่พกของดีติดตัวมา แต่คราวหน้าเจอกันอีกครั้ง ของดีอะไรของเอ็งก็ช่วยเอ็งไม่ได้แน่” แล้วพวกมันก็พากันรีบหนีไป

วีรบุรุษบาปเป็นห่วงบัวทองจึงไม่ได้ตามไป เขาอุ้มบัวทองลุกขึ้น พร่ำบอกเธอไม่ขาดปาก...

“อย่าตายนะ...บัวทองต้องอยู่กับพี่...”

ooooooo

ที่อนามัย ดาราและคำปันยังดูแลคนป่วยอยู่ มีเสียงเอะอะที่หน้าอนามัย ครู่หนึ่ง ดาราเข้ามาหาคำปัน เธอตกใจจนพูดได้แค่ว่า “บัวทอง...บัวทอง...”

วีรบุรุษบาปอุ้มร่างบัวทองที่ไม่ได้สติเข้ามาพอดี คำปันแทบหัวใจสลายด้วยความเป็นห่วงลูก แต่เมื่อบัวทองถึงมือหมอแล้ว ดาราออกมาบอกว่า บัวทองเสียเลือดมาก หมอพยายามช่วยอยู่

ดาราบอกวีรบุรุษบาปว่า ตนเชื่อว่าบัวทองต้องรอด แต่ตัวเขาควรรีบไปจากที่นี่ก่อนที่ยงยุทธจะมาพบแล้วเป็นเรื่องขึ้นมา วีรบุรุษบาปบอกเธอว่า

“ผมรอดจากกำนันบุญมาได้เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครอง ผมฝากให้บัวทองด้วยนะ เธอจะได้ปลอดภัย”

วีรบุรุษบาปมอบพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำฝากไว้ให้บัวทอง ดารารับไว้ เร่งเขาให้รีบไปได้แล้ว วีรบุรุษบาปจึงจำต้องไปทั้งที่เป็นห่วงบัวทองมาก

ooooooo

ปัญหาระหว่างกำนันกับประดับเหมือนคลื่นใต้น้ำที่กำลังปะทุขึ้น เมื่อกำนันกลับมาแล้วสั่งไอ้นะให้ไปตามผกามาฟังข่าวดีจากตน เบิ้มออกมาเผชิญหน้ากำนัน บอกว่า ผกาไม่อยู่ให้กำนันเจอแล้ว พริบตานั้นลูกน้องเบิ้มก็ชักปืนออกมาจ่อหัวกำนันกับไอ้เน

ไอ้เนจะชักปืน ถูกเบิ้มใช้ด้ามปืนตบหัวผัวะ ปรามว่า “อย่าแม้แต่จะคิด...ไม่งั้นเอ็งตายกันหมดนี่แน่”

ความขัดแย้งเผยออกมาอย่างเป็นปฏิปักษ์กันเช่นนี้ เบิ้มบอกกำนันว่า ถ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นให้ไปคุยกับประดับเอง เมื่อกำนันเข้าไปต่อว่าประดับที่ปล่อยลูกน้องเอาปืนมาจ่อหัวตน ก็ถูกประดับตะคอกถามว่าผกาอยู่ไหน

กำนันทำไขสือบอกว่า ผกาก็ดูแลเขาอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ เลยถูกประดับเอาด้ามปืนทุบต้นคอจนทรุด กำนันยังปากแข็งว่าตนไม่รู้เรื่องว่าผกาทำอะไรบ้าง ประดับบอกว่าตนจะให้โอกาสกำนัน จะนับถึงสาม แล้วเริ่มนับ หนึ่ง...

กำนันใช้เวลาที่เหลือรีบพูด ทำปากกล้าท้าให้ประดับยิงเลย แต่ก็เร่งชี้แจงว่าตนไม่ใช้ผู้หญิงมาเล่นงานเขาแน่ พอประดับนับ...สอง...กำนันรีบพูดอีกว่า

“ผมไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคิดหักหลังคุณ...

แก่ๆอย่างผมจะอยู่ได้อีกกี่ปีกัน สู้สนับสนุนให้คุณได้เป็นสัตโลหะบุรุษแล้วใช้ชีวิตสุขสบายตอนแก่เพราะความเมตตาจากคุณมันไม่ดีกว่าหรือ”

เห็นประดับชะลอที่จะนับ สาม กำนันอาสาจะช่วยตามล่าผกา สัญญาว่าจะไม่มีคำว่าปรานีเลย

ประดับสั่งเบิ้มกับลูกน้องให้เก็บปืน บอกกำนันว่า “ครั้งนี้ฉันจะยอมเชื่อกำนันดู...แต่ถ้าฉันพบว่าที่กำนันพูดมาทั้งหมดเป็นแค่คำโกหกเพื่อเอาตัวรอด กำนันได้ตายทรมานตอนแก่แน่...ไป!!”

ออกจากประดับแล้ว กำนันบอกไอ้นะกับไอ้เนลูกน้องคู่ใจว่า ตนไม่น่าไว้ใจผกาให้ทำงานสำคัญเลย ครั้งนี้ถึงตนจะกล่อมประดับให้เชื่อได้ แต่ก็ยังวางใจอะไรไม่ได้จนกว่าจะปิดปากผกาไม่ให้มาแว้งกัดตนอีก

“ถ้าพี่ซ้อนรู้ ฉันว่างานนี้พี่ซ้อนต้องอาสาจัดการให้พ่อกำนันแน่” ไอ้เนเอ่ยขึ้น ทำให้กำนันคิดถึงซ้อนขึ้นมา

ooooooo

คืนนี้ กำนันจึงไปหาซ้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า บอกให้ช่วยจัดการผกา ซ้อนแค้นผกาที่ดูถูกตนอยู่แล้วรับรองกับกำนันว่าผกาจะต้องได้ตายอย่างทรมานแน่

แต่แล้วกำนันก็ระแวงซ้อนขึ้นมา กลัวว่าคนฉลาดเป็นกรดอย่างประดับต้องสืบรู้แน่ว่าใครเป็นคนยิงมัน ซ้อนรับรองว่าตนหลบซ่อนตัวเก่ง ประดับตามไม่เจอแน่ กำนันพยักหน้าแต่ก็ยังกังวล ซ้อนถามว่ากำนันกังวลอะไรหรือ กำนันชักมีดสั้นที่เหน็บเอวออกมาเสียบพุงซ้อนทันที ซ้อนสะดุ้งเฮือก เลือดทะลักออกมาเป็นลิ่มๆ กำนันคำรามเหี้ยม

“สันดานเอ็งมันทำทุกอย่างเพื่อเงิน ข้าจะปล่อยให้เงินของไอ้ประดับมาทำให้เอ็งปากโป้งเรื่องข้าไม้ได้หรอกเว้ย!”

กำนันกะซวกซ้ำอีกหลายครั้งไม่แยแสกับเสียงร้องของซ้อน จนมันตายคามีดแล้วกำนันมองศพซ้อนพึมพำ...

“ทีนี้ก็เหลือเธอคนเดียวแล้วผกา...”

ooooooo

ผกาหนีกระเซอะกระเซิงไปยืนโบกรถขอความช่วยเหลือที่ถนนเปลี่ยว เจออ๊อดกับอ่ำขับรถส่ายมาเป็นงูเลื้อยชนผกาล้มหมดสติ มันรีบพาผกาไปที่กระท่อมก่อนที่ใครจะมาเห็น

พอมาถึงกระท่อม อ่ำทำหน้าหื่นเข้าหาผกา พอดีผการู้สึกตัวถามว่ามันเป็นใคร และตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

อ่ำถามผกาว่าหนีใครมาหรือ ผกาตวาดว่าตนจะหนีใครมาก็ไม่เกี่ยวกับมัน ตะเพิดให้มันถอยไป

ทันใดนั้น อ๊อดก็มาร้องเรียกอ่ำบอกว่า ได้เวลาทำงานแล้ว

“รู้แล้ว...” อ่ำตอบอย่างขัดใจ บอกผกาว่า “อยู่

ที่นี่เถอะนะจ๊ะคนสวย รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน แต่ถ้าคนสวยรู้สึกไม่ปลอดภัยละก็...” มันยื่นมีดพกให้ “เก็บเอาไว้ป้องกันตัวนะจ๊ะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อนล่ะ”

อ่ำออกไปแล้ว ผกามองตามอย่างสงสัยว่ามันเป็นใครและไปทำอะไร?

ooooooo

เมื่อวีรบุรุษบาปไปแล้ว ดาราเอาพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำมอบให้คำปัน บอกว่าวีรบุรุษบาปฝากไว้ปกป้องคุ้มครองบัวทอง คำปันรับไปด้วยสีหน้าหนักใจ ทำให้ดาราตัดสินใจพูดความจริงว่า

“น้าคำปันคะ ไม่ใช่น้าคนเดียวหรอกค่ะ ที่รู้ความจริงว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร” คำปันมองอึ้งถามว่าอาจารย์รู้ด้วยหรือ “ดาราเคยพยายามขอร้องให้เขามอบตัวแล้วค่ะ แต่ไม่เคยสำเร็จเลย เพราะเขาย้ำอยู่ตลอดเวลาว่า ทางเดียวที่จะหยุดวีรบุรุษบาปได้ก็คือ...ความตาย”

คำปันตกใจมาก คืนนี้จึงไปหาขุนเดชที่โบสถ์

วัดเกาะน้อย ถามว่าเขาโกหกใช่ไหมที่ว่าจะไปมอบตัวกับยงยุทธ ที่แท้เขาไม่ได้คิดจะไปเข้าคุก แต่จะไปสู้กับยงยุทธเพื่อให้ถูกฆ่า

ขุนเดชยอมรับ บอกว่าแค่ติดคุกยังน้อยไป ในเมื่อตนก็เหมือนคนบาปที่ตัวเองฆ่า เมื่อตนวางมือ ความตายเท่านั้นจึงจะเหมาะสม ทั้งยังบอกว่า ตนเป็นต้นเหตุให้บัวทองถูกยิง ทำให้บัวทองต้องเดือดร้อนหลายครั้งแล้ว บอกคำปันอย่างสงบว่า

“ผมไม่ใช่วีรบุรุษอย่างที่เขาสรรเสริญ แต่ผมคือคนบาป...หนทางข้างหน้าของผมมีแต่ความตายเท่านั้น”

คำปันร้องไห้ด้วยความกดดันอัดอั้น ทรุดนั่งอย่างหมดแรง ขุนเดชประคองคำปันไว้ เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

“ผมขอโทษนะครับ ผมอยากจะกตัญญูตอบแทนบุญคุณน้า แต่ผมคงไม่มีโอกาส เพราะผมคงต้องตอบแทนบุญคุณกตัญญูต่อบรรพบุรุษก่อน”

ooooooo

แล้วประดับก็รู้จริงๆว่าซ้อนเป็นคนยิงตน สั่งเบิ้มให้ไปลากคอมาเดี๋ยวนี้ เบิ้มบอกว่าไม่ทันแล้ว เพราะซ้อนถูกเก็บไปเมื่อวานนี้เอง

ระหว่างนั้น กำนันบุญเข้ามารายงานว่าให้ลูกน้องแกะรอยผกาอยู่ อีกไม่นานได้รู้แน่ว่าผกาอยู่ไหน ประดับกำชับว่าอย่าให้นานนัก แล้วเอาโทรเลขของอาจารย์ก้องเกียรติให้ดู บอกว่านี่คือโลหะวัตถุโบราณศักดิ์สิทธิ์ชิ้นต่อไปที่ต้องตามหา ให้กำนันไปจัดการมาให้ด้วย กำนันรับโทรเลขไปดูอย่างสนใจ พึมพำ

“ธรรมจักรสัมฤทธิ์...”

ooooooo

ผกาแอบตามไปดูอ๊อดกับอ่ำทำงาน จึงรู้ว่าพวกมันหลอกชาวบ้านมาแก้กรรม โดยใช้ธรรมจักรสัมฤทธิ์เป็นเครื่องมือ ชาวบ้านที่หลงเชื่อพากันแก้กรรมเพราะกลัวตกนรก ต่างพากันทำบุญหวังได้ขึ้นสวรรค์ เอาทั้งเงินที่ติดตัวมา ถอดทองที่ใส่มาวางลงในขันทองคำทำบุญ ท่ามกลางใบหน้าที่ยิ้มแย้มพอใจของอ่ำกับอ๊อด

ผกาจำได้ว่า ธรรมจักรสัมฤทธิ์นี้ พวกชาวบ้านเคยเอามาขายให้กำนัน แต่กำนันไล่กลับไป บอกผกาที่นั่งดูอยู่ด้วยว่า

“ไอ้พวกขุดกรุกิ๊กก๊อกเอาของไม่มีราคามาขาย”

พอกำนันรู้ว่าอาจารย์ก้องเกียรติให้หาธรรมจักรสัมฤทธิ์ก็จำได้นึกเสียดาย เพราะตอนนั้นคิดว่าเป็นของไม่มีค่า เมื่อเล่าให้ประดับฟัง ประดับกำชับว่า

“งั้นกำนันก็ต้องรีบไปตามเอากลับมา ระหว่างที่ฉันต้องกลับไปจัดการธุระที่กรุงเทพฯ” จากนั้นสั่งเบิ้มให้คอยช่วยกำนันอยู่ที่นี่ ได้ธรรมจักรสัมฤทธิ์มาเมื่อไรรีบเอาไปให้ตนทันที

ooooooo

ยงยุทธยังเดินหน้าสืบรู้ให้ได้ว่าวีรบุรุษบาปคือใคร ไปหาคำปันที่อนามัยถามว่า ตอนที่วีรบุรุษบาปพาบัวทองมาที่นี่ได้พูดอะไรหรือเปล่า คำปันอึกอักมีพิรุธจนยงยุทธดูออก

ดารากับขุนเดชมาเยี่ยมบัวทอง พอรู้จากจ่าแท่นว่ายงยุทธคุยกับคำปันอยู่ข้างบน ดารากังวลว่าถ้าบัวทองถูกยงยุทธสอบปากคำเรื่องขุนเดช คำปันจะต้องบอกความจริงว่าขุนเดชคือวีรบุรุษบาปแน่ เร่งให้เขารีบหนีไปเสีย ตนจะถ่วงเวลายงยุทธไว้ที่นี่เอง

“ไม่...ผมไม่ไป เพราะผมได้พูดกับน้าคำปันไปหมดแล้วว่าหน้าที่ของผมคืออะไร ที่เหลือก็อยู่ที่น้าคำปันคนเดียวว่าจะเห็นด้วยกับผมรึเปล่า”

ยงยุทธออกมาพอดี เขาเรียกขุนเดชไว้บอกว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน ขุนเดชกำลังจะชี้แจง ยงยุทธก็ตัดบทว่าเรื่องนี้ตนไม่อยากให้เขามายุ่งด้วย ขุนเดชรับคำแล้วเดินออกไปด้วยกัน ดาราได้แต่มองตามไปด้วยความกังวล...

ขุนเดชพายงยุทธไปคุยกันที่กระท่อมของเขา ถามยงยุทธว่า สงสัยว่าคำปันรู้จักตัวตนที่แท้จริงของวีรบุรุษบาปใช่ไหม ยงยุทธบอกว่าใช่ แต่คำปันไม่ยอมพูด ขุนเดชถามว่าทำไมคำปันถึงไม่พูด ยงยุทธก็นิ่งไป

ที่แท้แล้ว คำปันไม่ได้บอกยงยุทธว่าใครคือวีรบุรุษบาป แต่ความเสียใจเมื่อพูดถึงวีรบุรุษบาปและปณิธานของวีรบุรุษบาปที่ไม่ยอมติดคุกเด็ดขาด แต่จะขอสู้กับคนใจ บาปจนตายหรือไม่ก็สู้กับหมวดจนตาย คำปันร้องไห้อย่างหนัก ย้ำกับยงยุทธว่าใครก็เปลี่ยนความคิดของเขาไม่ได้

นี่เอง ยงยุทธจึงปักใจเชื่อว่าขุนเดชคือวีรบุรุษ บาป บอกขุนเดชว่า วันนี้ตนจะพิสูจน์ความจริงว่าเขาคือ วีรบุรุษบาป!

“ถ้าฉันเป็นวีรบุรุษบาปจริงอย่างที่แกสงสัย งั้นแกก็ฆ่าฉันให้ตายไปเลยดีกว่า เพราะน้าคำปันก็บอกแล้วว่า วีรบุรุษบาปไม่ยอมติดคุก แต่จะยอมตายสถานเดียว”

เมื่อคาดคั้นเอาความจริงจากขุนเดชไม่ได้ ยงยุทธกระชากคอเสื้อขุนเดชเหวี่ยงเขากระเด็นไป แล้วเข้าไปค้นหาอาวุธที่วีรบุรุษบาปใช้ฆ่าคนบาป แต่ไม่เจอ เขาออกมามองขุนเดชที่ถูกทำร้ายจนเลือดกบปาก ชี้หน้าบอกว่า

“ถ้าวีรบุรุษบาปอยากให้ฉันฆ่ามันให้ตายแทนโทษติดคุก และถ้าฉันพิสูจน์ได้ว่ามันคือแก...ฉันจะฆ่ามัน!!”

“ดี...เพราะถ้าฉันเป็นวีรบุรุษบาปจริง ฉันก็คงดีใจมากที่ได้ตายด้วยน้ำมือแกมากกว่าน้ำมือโจร”

ยงยุทธกลับไปอย่างหัวเสียโกรธแค้น ขุนเดชเดินไปที่ริมธาร วักน้ำล้างเลือดที่กบปาก มองเงาตัวเองในน้ำ แล้วล้วงมือลงไปในน้ำ หยิบดาบดำขึ้นจากใต้ผืนน้ำ...ชักดาบดำออกมามอง พูดอย่างมุ่งมั่น...

“ฉันจะรอวันที่ได้ตายด้วยน้ำมือของแก...ไอ้เพื่อนรัก...”

ooooooo
กลับไปยังรายบอร์ด