กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

[ช่อง 3] สืบสวนป่วนกำลัง 3





สืบสวนป่วนกำลัง 3  


ออกอากาศ : ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3
บทประพันธ์โดย : สนุกคิด สนิทเขียน
บทโทรทัศน์โดย : สนุกคิด สนิทเขียน
กำกับการแสดงโดย : ผิน  เกรียงไกรสกุล


รายชื่อนักแสดง


อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน รับบทเป็น ลายเมฆ         

แดน วรเวช ดานุวงศ์ รับบทเป็น ปีแสง         

โทนี่ รากแก่น รับบทเป็น องศา         

จีจี้-จอมขวัญ ลีละพงศ์ประสูต รับบทเป็น ฟ้าคราม         

น้ำฝน กุลณัฐ  รับบทเป็น จอมใจชนก        

เจสัน ยัง  รับบทเป็น สกั๊ต         

โบวี่ อัฐิมา  รับบทเป็น เอเชีย         

ยิ่งยง ยอดบัวงาม รับบทเป็น  เฮียหลง         

แจ๊ค เฉลิมพล ( แฟนฉัน) รับบทเป็น เอกมันต์         

กิก-ดนัย จารุจินดา รับบทเป็น กระทิง         

เรื่องย่อ สืบสวนป่วนกำลัง 3

           ภารกิจใหม่ของหน่วยสืบสวนที่ตามสืบคดีผลิตแบงค์ปลอม  โดยสายลับรุ่นแรกยังอยู่กันพร้อมหน้าไม่ว่าจะเป็น ลายเมฆ (อ่ำ-อัมรินทร์) ปีแสง (แดน-วรเวช) เฮียหลง(ยิ่งยง) ผู้กำกับมนัส(ตู้-จรัสพงษ์)   จ่าพยศ (ทุเรียน) ดาบตุ๊(เขาทราย) ดาบต๊ะ(เขาค้อ) ซึ่งภาค2 นี้ ได้เพิ่มสายลับสาวเท่ห์ อย่าง จอมใจชนก (น้ำฝน-กุลณัฐ)ตำรวจรุ่นน้องที่แอบปิ๊งลายเมฆสมัยเรียน และหนุ่มสุดแนวอย่าง โทนี่ รากแก่น มาร่วมทีมสืบสวนโดยรับบท องศา เป็นคนซื่อ และอ่อนน้อม แค่องศาปฎิบัติงานร่วมกับปีแสงครั้งแรกก็เละเทะ ร้อนถึงลายเมฆต้องกลับมาร่วมทีมป่วนกันอีกครั้ง ทั้ง ฟ้าคราม(จีจี้-จอมขวัญ) และลายเมฆ ถูกชะตากับองศาเป็นพิเศษ   จนปีแสงเริ่มกลัวว่าจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ต้องเรียกคะแนนให้ตัวเองก่อนที่จะเสียฟ้าครามไป  
            แผนการครั้งนี้เริ่มที่ลายเมฆต้องไปตีซี้กับ สกั๊ต(เจสัน ยัง) เจ้าของกิจการรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ยี่ห้อดัง  ส่วนปีแสงต้องไปตีสนิทกับ เอเชีย (โบวี่-อัฐมา)น้องสาวสกั๊ตที่ทั้งสวย เซ็กซี่            ปีแสงสืบรู้ว่าสกั๊ตได้มีการติดต่อกับ จักรวาล(สมเล็ก)  นักธุรกิจส่งออกระดับแถวหน้าและมีธุรกิจเรือขนส่งสินค้า โดยมีมือขวาอย่าง กระทิง (กิก-ดนัย) ออกหน้ารับแทนทุกครั้ง ปีแสงเริ่มหลงเสน่ห์ของเอเชียจนฟ้าครามน้อยใจองศาปลอบใจทำให้ฟ้าครามเริ่มหวั่นไหว ลายเมฆเริ่มสงสัยว่าในทีมสายลับต้องมีเกลือเป็นหนอน เฮียหลงแกล้งสร้างเครื่องแปลงร่างออกมาหลอกทุกคนให้หน่วยสายลับ ลายเมฆ เป็นผู้ถูกเลือกให้เข้าเครื่องแปลงร่างออกมาเป็น เอกมันต์ (แจ็ค แฟนฉัน) สายลับอีกคนในทีม เพื่อที่ลายเมฆตัวจริงจะได้ไปตามสืบอย่างลับๆ ว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้ของทีม เอกมันต์ต้องแสดงละครหลอกทุกคนว่าเป็นลายเมฆ แม้แต่ ฟ้าคราม ปีแสงสนิทกับสกั๊ตจนแน่ใจว่าสกั๊ตไม่มีส่วนรู้เห็นกับการผลิตธนบัตรปลอม สกั๊ตเริ่มสงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนถูกกลั่นแกล้ง และเริ่มสงสัยเอเชีย   จักรวาลส่งคนตามเก็บสกั๊ต
                 ลายเมฆไม่อยากเชื่อว่าองศาคือหนอนที่จักรวาลส่งมาอยู่ในทีม ปีแสงให้ข่าวเท็จกับองศาเพื่อส่งต่อไปถึงจักรวาล องศาแอบซ่อนระเบิดไว้ที่หน่วยสายลับหวังที่จะฆ่าทุกคน โชคดีที่ลายเมฆมาเห็นเสียก่อน  เมื่อความจริงปรากฏองศาหนีไปอยู่กับจักรวาล แต่ได้พบหลักฐานว่าแท้จริงแล้วจักรวาลหลอกใช้เค้ามาตลอด องศาตัดสินใจหนีไปหาลายเมฆ กับปีแสง และเล่าความจริงทั้งหมดรวมถึงสารภาพทุกอย่างพร้อมกับบอกแหล่งผลิตธนบัตรปลอม   ลายเมฆ ปีแสง และองศาพร้อมหน่วยสืบสวนจัดกำลังตามไป โดยหารู้ไม่ว่าเป็นแผนของจักรวาลที่ปล่อยข้อมูลผิดพลาดให้องศา เพื่อล่อตำรวจเข้ามาติดกับ   จนทีมสายลับเกือบเอาตัวไม่รอด

            ภารกิจป่วนๆ ครั้งนี้ของเหล่าสายลับอย่าง ลายเมฆ ปีแสง และองศา จะโหด มันส์ ฮา ขนาดไหน ต้องติดตามลุ้นพวกเค้าต่อไปได้ใน ละคร “สืบสวนป่วนกำลัง3”


ที่มา :

เรื่องย่อโดยละเอียด ละคร สืบสวนป่วนกำลัง 3

ที่มา :

ตอนที่ 1


ใน​การ​สืบ​เรื่อง​แก๊ง​มาเฟีย​ข้าม​ชาติ​คืน​นี้ ผู้​กำกับ ​มนัส​คุม​ทีม​ไป​เอง โดย​ผู้​กำกับ​อยู่​ใน​รถ​ปฏิบัติการ​กับ​เฮีย​หลง​ ส่วน​หมวด​ปีแสง​กับ​หมวด​อง​ศา​หมวด​หนุ่ม​ผู้​ได้​รับ​เกียรตินิยม​ทำ​คะแนน​ได้​เทียบเท่า​ปีแสง เข้าไป​สืบ​ใน​โกดัง

ผู้​กำกับ​มนัส​นั่ง​อยู่​หน้า​จอ​คอมพิวเตอร์ จอ​เรดาร์​และ​เครื่องมือ​ที่​ใช้​ใน​การ​ติดต่อ​ระหว่าง​ปฏิบัติ​ภารกิจ​สืบสวน​พยายาม​ติดต่อ​กับ​ปีแสง แต่​ไม่ได้​ยิน​เสียง​ตอบ​รับ จน​เฮีย​หลง​มอง​ด้วย​ความ​กังวล​ใจ

ปีแสง​กับ​องศา​อยู่​ที่​โกดัง​เก็บ​ของ ปีแสง​ใช้​สลิง​โรย​ตัว​ลง​ไป​จาก​หลังคา องศา​คอย​ผ่อน​เชือก​สลิง​อยู่​บน​หลังคา ปีแสง​ทิ้ง​ตัว​ลง​มา​ค้าง​ห้อย​ต่องแต่ง​อยู่​กลาง​อากาศ เขา​โวยวาย​ใส่​หู​ฟัง​กับ​องศา​เบาๆ

“เฮ้ย...ช้าๆสิ แล้ว​มา​ค้าง​อยู่​ตรง​นี้​ทำไม​เล่า ลง​ไป​อีก”

เวลา​เดียวกัน​นี้ กลุ่ม​มาเฟีย​กำลัง​เจรจา​ส่ง​ของ​กัน​อยู่​ด้านน​อก​โกดัง โดย​ไม่​รู้​ว่า​มี​คน​จู่โจม​เข้า​มา​ใน​โกดัง​แล้ว

ฝ่าย​ผู้​กำกับ​มนัส​ร้อน​ใจ​ที่​ติดต่อ​ปีแสง​ไม่ได้​เร่ง​เฮีย​หลง​ว่า​ให้​ติดต่อ​องศา​เร็วๆ

องศา​กำลัง​หย่อน​เชือก​สลิง​ให้​ปีแสง​อยู่ ตอบ​เฮีย​หลง​เพียง​แค่​ว่า “องศา​ทราบ​แล้ว​เปลี่ยน” ทำให้​เฮีย​หลง​ดีใจ บอก​ผู้​กำกับ​ว่า​หมวด​องศา​ติดต่อ​กลับ​มา​แล้ว ผู้​กำกับ​จึง​ขอ​พูด​เอง ถาม​ไป​อย่าง​ร้อน​ใจ​ว่า

“เป็น​ไง​องศา ปีแสง​ทำ​อะไร​อยู่ ทำไม​ไม่​ติดต่อ”

องศา​ที่​กำลัง​หย่อน​สลิง​ให้​ปีแสง​เลย​ต้อง​หยุด​เพื่อ​คุย​กับ​ผู้​กำกับ​ว่า

“คือ​ตอน​นี้​หมวด​ปีแสงคง​ไม่​อยู่​ใน​ภาวะ​ที่​จะ​พูด​อะไร​ได้​น่ะ​ครับ คือ​เรา​กำลัง​อยู่​ใน​ช่วง​เข้า​ด้าย​เข้า​เข็ม​กัน​น่ะ​ครับ”

“เข้า​ด้าย​เข้า​เข็ม​กัน​สอง​คน​เนี่ย​นะ” ผู้​กำกับ​มนัส​ย้อน​ถาม​เหมือน​ถูก​ผีหลอก

ปีแสง​ห้อย​ต่องแต่ง​อยู่​กลาง​อากาศ ร้อง​บอก​องศา​อย่าง​หงุดหงิด​ว่า​มัว​ทำ​อะไร​อยู่​หย่อน​ลง​ไป​สิ ก็​พอดี​ที่​ประตู​โกดัง​มี​กลุ่ม​มาเฟีย​เข้า​มา​สอง​คน​ถือ​ปืน​เอ็ม 16 ทั้ง​คู่ ปีแสง​ตกใจ​รีบ​เงียบ​มอง​ลง​ไป​ตาเหลือก

ชาย​ทั้ง​สอง​เดิน​เข้า​มา​เปิด​ลัง​ไม้​ดู ปีแสง​พยายาม​มอง​ลง​มา​แต่​ไม่​เห็น​ของ​ใน​ลัง ไม่​กล้า​แม้แต่​จะ​ขยับเขยื้อน

องศา​ยัง​มัว​วุ่น​อยู่​กับ​การ​ชี้แจง​คำ​ว่า “เข้า​ด้าย​เข้า​เข็ม” กับ​ผู้​กำกับ​ว่า หมาย​ถึง​เหตุการณ์​กำลัง​อยู่​ใน​ช่วง​คับขัน​ ไม่ได้​หมายความ​อย่าง​ที่​ผู้​กำกับ​คิด พอ​ถูก​ผู้​กำกับ​ย้อน​ถาม​ว่า​แล้ว​คิด​ว่า​ตน​คิด​อะไร องศา​ชี้แจง​เหนียมๆตาม​ที่​ตัว​เอง​เข้าใจ เขิน​จน​มือ​ไป​ปัด​รอก​ที่​ใช้​ยึด​เชือก​สลิง ทำให้​ปีแสง​หล่น​ลง​ข้าง​ล่าง​แบบ​ทิ้ง​ดิ่ง​ลง​ไป​เลย แต่​ก็​ยัง​ไม่​ถึง​พื้น​อยู่ดี

ปีแสง​หู​ตาเหลือก โชค​ดี​ที่​ชาย​สอง​คน​นั้น​เดิน​ออก​ไป​พอดี​เลย​ไม่​เห็น​เขา

องศา​คว้า​เชือก​สลิง​ไว้​ทัน ปีแสง​เลย​ยัง​ค้างเติ่ง​ทั้งที่​เกือบ​จะ​ถึง​พื้น​อยู่​แล้ว เขา​เงย​หน้า​ขึ้น​ไป​ส่ง​สัญญาณ​ให้​องศา​ค่อยๆหย่อน​เขา​ลง​ไป​อีก​ช้าๆ

ขณะ​องศา​พยายาม​ค่อยๆหย่อน​ปีแสง​ลง​ไป​นั้น ผู้​กำกับ​ยัง​ไม่​เลิก​ติดต่อ​ร้อง​ถาม​องศา​ว่า​ทำไม​เงียบ​ไป มี​อะไร​หรือ​เปล่า องศา​ตอบ​ไป​ด้วย​เสียง​เหนื่อย​หอบ​ว่า

“เฮ้อ...เฮ้อ...ผู้​กำกับ​ครับ แค่​นี้​ก่อน​นะ​ครับ ผม​จะ​ไม่​ไหว​แล้ว​ครับ เฮ้อ...ตอน​นี้​กำลัง​เข้า​ด้าย​เข้า​เข็ม​จริงๆแล้ว​ครับ” องศา​พยายาม​ค่อยๆหย่อน​ตัว​ปีแสง​ลง​ไป​ขืน​ตัว​ดึงสลิง​ไว้​จน​ตัว​โก่ง เพราะ​ปลาย​เชือก​อีก​ข้าง​ผูก​เอว​เขา​อยู่

โชค​ดี​ที่​ปีแสง​ลง​ถึง​พื้น​อย่าง​ปลอดภัย แต่​โชค​ร้าย​ที่​ชาย​สอง​คน​นั้น​กลับ​เข้า​มา​พอดี มัน​ทั้ง​สอง​ยก​ปืน​ยิง​ใส่​ปีแสง​ทันที แต่​ปีแสง​ก็​ไวทายาด​กระโดด​หลบ​ขึ้น​ไป​บน​ลัง​ไม้​ที่​

ซ้อน​ไว้​เป็น​ชั้นๆ แล้ว​ยิง​ใส่​มัน​ทันที ทำเอา​มัน​ทั้ง​สอง​วิ่ง​กระเจิง​ไป​กัน​คน​ละ​ทาง

ระหว่าง​ที่​ปีแสง​วิ่ง​หนี​กระสุน​นั้น เชือก​สลิง​ที่​ผูก​เอว​องศา​ไว้​ก็​ดึง​ร่าง​เขา​ร่วง​ลง​จาก​หลังคา เชือก​พาด​คาน​เหล็ก​พอดี เลย​กลาย​เป็น​ร่าง​ของ​ปีแสง​กับ​องศา​ดึง​ถ่วง​กัน​เป็น​ลูกตุ้ม​อยู่​กลาง​อากาศ

กลุ่ม​มาเฟีย​ที่​อยู่​นอก​โกดังได้ยิน​เสียง​ปืน​ก็​พา​กัน​วิ่ง​เข้า​มา แม้​ปีแสง​กับ​องศา​จะ​ห้อย​ต่องแต่ง​อยู่ ทั้ง​คู่​ก็​ชัก​ปืน​ออก​ยิง​สกัด​มัน แต่​ขืน​สู้​กัน​อยู่​อย่าง​นี้​มี​หวัง​ตาย​ทั้ง​คู่ ปีแสง​แกว่ง​ตัว​ไป​ถีบ​องศา​จน​แกว่ง​แล้ว​ตัว​เอง​ก็​ไหล​ต่ำ​ลง​มา องศา​โวยวาย​ว่า​แบบ​นี้​ตน​ก็​ห้อย​อยู่​คน​เดียว​สิ

ไม่ทัน​ที่​ปีแสง​จะ​หัน​ไป​ช่วย​องศา​ลง​มา พวก​มาเฟีย​ก็​กลุ้มรุม​กัน​เข้า​มา ทำให้​ปีแสง​ต้อง​หัน​ไป​สู้​กับ​พวก​มัน พลาง​ก็​คว้า​เชือก​แถว​นั้น​มา​มัด​เอว​ตัว​เอง​ต่อ​สาย​ยาว​ขึ้น​แล้ว​ปลด​ออก มือ​ถือ​เชือก​ไว้​แต่​สุดท้ายเชือก​หลุดมือ​เพราะ​มัว​หัน​ไป​ต่อสู้​กับ​พวก​มาเฟีย ดี​ที่​ปีแสง​คว้า​ปลาย​เชือก​ไว้​ทัน องศา​เลย​ไม่ได้​ดิ่ง​ลง​มา​โหม่ง​พื้น

เมื่อ​ลง​มา​ถึง​พื้น​ได้​โดย​ปลอดภัย​แล้ว ทั้ง​คู่​ต่าง​ถอน​ใจ​โล่ง​อก เพราะ​มัว​แต่​โล่ง​อก​กัน​อยู่ เลย​ถูก​พวก​มาเฟีย​จู่โจม​เข้า​มา​ล้อม​ไว้ คราว​นี้​เลย​ตะลึง​อึ้ง​ไป​ทั้ง​สอง​คน

ooooooo

ใน​รถ​ปฏิบัติการ...ผู้​กำกับ​มนัส​กับ​เฮีย​หลง​ต่าง​หน้า​เครียด​จัด​เมื่อ​ขาด​การ​ติดต่อ​กับ​ปีแสง​และ​องศา​ผู้​กำกับ​ถาม​เฮีย​หลง​ว่า​หน่วย​เรา​มี​ใคร​เหลือ​บ้าง เฮีย​บอก​ว่า​ตอน​นี้​ติด​ภารกิจ​กัน​หมด​เหลือ​แต่​ผู้​กำกับกับ​ตน​เท่านั้น ถาม​ว่า​จะ​ลุย​ไหม

“คง​ต้อง​เป่า​ยิง​ฉุ​บ​กัน​ละ​มั้ง​หลง จะ​ได้​เหลือ​ใคร​ไว้​จอง​วัด​คน​นึง อย่าง​เรา​เนี่ย​มัน​ระดับ​สมอง จะ​ออก​ไป​ลุย​อย่าง​นั้น​มี​หวัง​ตาย​เปล่า” แต่​ผู้​กำกับ​ก็​มุ่ง​มั่น​ว่า​เรา​ต้องหา​คน​เข้าไป​ช่วย​สอง​คน​นั้น ถาม​ว่า “หลง​พอ​นึกออก​ไหม​ว่า​ใคร​จะ​ทำ​งาน​นี้​ได้​มั่ง”

“โอ้​โห ระดับ​มันสมอง​อย่าง​ผู้​กำกับ​มา​ถาม​มันสมอง​อย่าง​ผม ผม​จะ​ไป​รู้จัก​ใคร​ล่ะ​ครับ ที่​อยู่​ใน​หัว​ตอน​นี้​ก็​มี​อยู่​แค่​คน​เดียว​เท่านั้น”

ผู้​กำกับ​มอง​หน้า​เฮีย​หลง​เชิง​ถาม​อย่าง​ร้อน​ใจ​ว่า​คน​นั้น...ใคร​หรือ?

ผู้​นั้น​คือ​ผู้​กอง​ลาย​เมฆ​นั่นเอง...

ooooooo

ที่​ลาน​ดิน​หน้า​บ้านทรงไทย​หลัง​หนึ่ง ตำรวจ​นอก​เครื่องแบบ​ห้า​หก​คน​หน้าตา​บ้านๆ ถือ​ปืน​เดิน​อย่าง​ระมัดระวัง​กระจาย​กำลัง​ไป​ตาม​มุม​ต่างๆของ​บ้าน​หลัง​นั้น

ผู้​กำกับ​ใน​ชุด​สนาม​เต็มยศ วิ่ง​เข้า​มา​หลบ​หลัง​มุม​เสา​ท่าทาง​ตึงเครียด ชี้​มือ​ส่ง​สัญญาณ​ให้​พวก​ตำรวจ​กระจาย​กำลัง​กัน​ออก​ไป สถานการณ์​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ตึงเครียด​ราวกับ​กำลัง​รบ​ทัพ​จับ​ศึก​ใหญ่

ที่​มุม​หนึ่ง​ผู้​กอง​ลาย​เมฆ​เดิน​เข้า​มา​ช้าๆราวกับ​มา​เดิน​กินลม​ชม​วิว เข้าไป​ยืน​ซด​เครื่อง​ดื่ม​ชู​กำลัง​ข้าง​ผู้​กำกับ​ผู้​กำกับ​แห​งะ​มา​เห็น​ถึง​กับ​ผงะ​ตกใจ ถาม​ว่าทำไม​มา​ยืน​ล่อ​เป้า​อย่าง​นี้ ไม่​หลบๆหน่อย​หรือ

“ไม่​ต้อง​ขนาด​นั้น​มั้ง​ครับ” ลาย​เมฆ​ตอบ​สบายๆเลย​ถูก​ผู้​กำกับ​หัน​ไป​พูด​กับ​ลูกน้อง​แบบ​ประชดๆว่า

“ลืม​ไป ผู้​กอง​ลาย​เมฆ​เขา​เก๋า​อยู่​แล้ว เรื่อง​แค่​นี้​จิ๊บๆสำหรับ​เขา” พูด​แล้ว​ก็​หัวเราะ​กับ​ลูกน้อง ทำให้​ลาย​เมฆ ​เริ่ม​หงุดหงิด​แต่​ก็​พยายาม​เก็บ​อาการ​ชวน​ว่า เรา​รีบ​จัดการ​ให้​เสร็จ​เรื่อง​ดี​กว่า

ผู้​กำกับ​ส่ง​สัญญาณ​สั่ง​ลูกน้อง​ให้​บุก กำลัง​ตำรวจ​ที่​ซุ่ม​อยู่​วิ่ง​กรู​กัน​เข้าไป​ใน​บ้าน​อย่าง​เร็ว

เด็ก​หนุ่ม​ที่​เฝ้า​ดู​ต้นทาง​อยู่​ตรง​ประตู​เจอ​ตำรวจ​กรู​เข้า​มา​ก็​ตกใจ​ร้อง​ตะโกน “เฮ้ย...ตำรวจ”

เท่านั้น​เอง​วง​ไพ่​ใน​ห้อง​โถง​บ้าน​ก็​แตก​ฮือ​กัน ผู้คน​วิ่ง​กัน​กระจัดกระจาย ​มี​ทั้ง​คุณ​ย่า​คุณ​ยาย​คุณ​ป้า​คุณ​ลุง​และ​คน​ท้อง  ​แตก​หนี​กัน​ไป​คน​ละ​ทิศ​ละ​ทาง แต่​พอ​บาง​คน​ไต่​บันได​ไม้​ไผ่​จาก​หน้าต่าง​ลง​มา​ก็​เจอ​ลาย​เมฆ​ยืน​ดัก​อยู่​อย่าง​ใจเย็น ทุก​คน​แย่ง​กัน​หนี​ราวกับ​หนี​ตาย จน​ลาย​เมฆ​ต้อง​ตะโกน​บอก​ว่า

“เบาๆกัน​หน่อย ไม่ได้​ทำ​ผิด​ร้ายแรง​อะไร​ขนาด​นั้น”

“เป็น​ไง​ครับ ผล​งาน​วัน​นี้ รวบ​ได้​ครบ​ทั้งคน​ทั้ง​หลักฐาน ถูกใจ​อดีต​สายลับ​มือหนึ่ง​ไหม​ครับ” ผู้​กำกับ​ถาม​ประชด

“คร้าบบบบ น่า​ภูมิใจ​มาก​เลย​ครับ” ลาย​เมฆ​ทำ​เสียง​ประชด​บ้าง

“เดี๋ยว​เรา​ไป​ฉลอง​ผล​งาน​กัน​หน่อย​ไหม ผม​เลี้ยง​เอง จะ​ได้​คุย​เรื่อง​ล้อม​จับ​หวย​ใต้ดิน​กัน​ด้วย” ผู้​กำกับ​ชวน



“เชิญ​ตาม​สะดวก​ครับ คือ​ผม...” ลาย​เมฆ​ชะงัก​เมื่อ​มีเสียง​โทร.​เข้า​มือ​ถือ เขา​รับ​สาย​ฟัง​ครู่​หนึ่ง​จึง​บอก​ผู้​กำกับ​ว่า “ผม​มี​งาน​เข้า​น่ะ​ครับ” ฉวย​โอกาส​ชิ่ง​ไป​เนียนๆ

ooooooo

เป็น​สาย​จาก​เฮีย​หลง​โทร.​มา​ขอ​ให้​ช่วย​หน่อย​เพราะ​ตอน​นี้​ปีแสง​เข้าไป​สืบ​เรื่อง​แก๊ง​มาเฟีย​ข้าม​ชาติ แต่​ตอน​นี้​ติดต่อ​ไม่ได้​ไม่​รู้​เป็น​อย่างไร​บ้าง

ลาย​เมฆ​ฟัง​แล้ว​ตกใจ​แต่​พยายาม​เก็บ​อาการ​พูด​ยอ​ว่า​ปีแสง​เก่ง​อยู่​แล้ว​จะ​ห่วง​ไป​ทำไม แต่​อด​ถาม​ไม่ได้​ว่า​แล้ว​ปีแสง​หาย​ไป​ไหน พอ​เฮีย​หลง​บอก​ว่าที่​อู่​เก็บ​เรือ​ตรง​โกดัง​สินค้า แล้ว​ถาม​อ่อย​ว่า “เอ็ง​ไม่​ห่วง​ว่าที่​ลูกเขย​เอ็ง​เหรอ”

ลาย​เมฆ​ทำ​เป็น​ด่า​เฮีย​หลง​ว่า​เป็น​พวก​ปลา​หมอ​ตาย​เพราะ​ปาก​แล้ว​ปฏิเสธ อ้าง​ว่า​ตน​วางมือ​แล้ว​ไม่​อยาก​กลับ​ไป​อีก ตอน​นี้​มี​ความ​สุข​กับ​งาน​ที่​ทำ​อยู่ ให้หา​คน​อื่น​ก็​แล้วกัน

“ใจดำ​นะ​ไอ้​เมฆ คน​กันเอง​แท้ๆไม่​คิด​ช่วย​กัน​บ้าง

รึ​ไง​วะ” เฮีย​หลง​ด่า​อย่าง​ผิดหวัง

“แล้ว​เอ็ง​จะ​ให้​ข้า​ช่วย​ทุก​ครั้ง​ได้​ยัง​ไง งาน​ของ​หน่วย​มัน​ก็​ต้อง​จัดการ​กันเอง​ให้​ได้​สิ​วะ”

เฮีย​หลง​โมโห​เลย​วาง​สาย​ทันที ทำเอา​ลาย​เมฆ​ไม่สบาย​ใจ​เหมือน​กัน เผลอ​หยิบ​ปืน​ออก​มา​ดู​ยิ้ม​ให้​มัน​เหมือน​จะ​บอก​ว่า​คง​ได้​ไป​ลุย​กัน​อีก​ครั้ง ไม่ทัน​ไร​ก็​สะดุ้ง​โหยง​เมื่อ​มีเสียง​ขลุกขลัก​อยู่​ใน​ตุ่ม​ที่​ยืน​พิง​อยู่ ลาย​เมฆ​รีบ​เก็บ​ปืน​ชะโงก​ดู​เห็น​ยาย​แก่​คน​หนึ่ง​โผล่​ขึ้น​มา​ใน​สภาพ​เปียก​โชก แก​รีบ​ยกมือ​ไหว้​ขอร้อง​อย่า​ทำ​อะไร​ยาย​เลย

“โถ​ยาย...ปูน​นี้​แล้ว​ยก​ขา​ลง​ไป​ได้​ก็​เก่ง​แล้ว ยัง​คิด​จะ​ดำ​น้ำ​หนี​อีก​เหรอ ขึ้น​มา...ขึ้น​มา...” ลาย​เมฆ​ส่าย​หน้า​อย่าง​ระอา​ใจ​พลาง​ส่ง​มือ​ให้​ยาย​แก่​จับ​ช่วย​ดึง​ขึ้น​มา​จาก​ตุ่ม

ช่วย​ยาย​แก่​ขึ้น​จาก​ตุ่ม​น้ำ​แล้ว ลาย​เมฆ​คิดถึง​เรื่อง​ปีแสง​ขึ้น​มา​อีก เขา​ยิ้ม​ที่​มุม​ปาก​ทั้ง​นึก​สนุก​ทั้ง​นึก​ขำ

ooooooo

ที่​อู่​ซ่อม​เรือ ทั้ง​ปีแสง​และ​องศา ถูก​แก๊ง​มาเฟีย​จับ​มัดมือ​ไพล่หลัง​ห้อย​อยู่​กับ​ขื่อ แล้ว​พวก​มัน​ก็​พา​กัน​ออก​ไป

ทั้ง​สอง​ปรึกษา​กัน​ว่า​ขืน​ห้อย​อยู่​อย่าง​นี้​มัน​ฆ่า​เรา​แน่ ปีแสง​เสนอ​ว่า​เรา​ต้อง​หลุด​จาก​เชือก​นี่​ให้​ได้​ก่อน​ที่​พวก​มัน​จะ​กลับ​มา

ปีแสง​ใช้​ความ​รู้ความ​สามารถ​โดยเฉพาะ​ประสบการณ์ ทำให้​เตรียมพร้อม​ทุก​อย่าง เขา​ให้​องศา​ดึง​มีด​ที่​ซ่อน​อยู่​ที่​ส้น​รองเท้า​ที่​พอ​กด​ปุ่ม​มีด​พับ​ก็​ยืด​ยาว​ออก​มา​ที่​ปลาย​มีด​มี​ไฟ​แดงๆคล้าย​ที่​จุด​บุหรี่​ใน​รถ​ ใช้​ไฟ​จี้​เชือก​ที่​มัน​อยู่​เพื่อ​ตัดเชือก

พอ​ตัดเชือก​ที่​มือ​ปีแสง​ขาด​เขา​หัว​ทิ่ม​ห้อย​ลง​มา​เพราะ​ขา​ยัง​ถูก​ผูก​ติด​อยู่​กับ​แขน​ของ​องศา เขา​ให้​องศา​ส่ง​มีด​ให้พลาง​ตัว​เอง​ก็​ดึง​หัว​เข็ม​ขัด​ออก​มา​กด​ปุ่ม​ยิง มี​ลวด​สลิง​เส้น​เล็กๆ พุ่ง​ออก​ไป​พัน​กับ​คาน​เหล็ก จาก​นั้น​ก็​เอา​มีด​จี้​เชือก​ที่​มัด​องศา

ขณะ​ไฟ​กำลัง​ตัดเชือก​มัด​องศา​นั่นเอง พวก​มาเฟียที่​สุมหัว​กัน​อยู่​ข้าง​นอกก็​พา​กระทิง​ที่​เป็น​หัวหน้า​เข้า​มา เป็นจังหวะ​ที่​ไฟ​ตัดเชือก​ที่​มัด​องศา​ขาด​  ทั้ง​สอง​จึง​ทิ้ง​ตัว​ลง​ถึง​พื้น กระทิง​ที่​ตาม​พวก​ลูกน้อง​เข้า​มา​เห็น​ดังนั้น มัน​สั่ง​ให้​ฆ่า​ทิ้ง​ทันที

ปีแสง​กับ​องศา​ที่​มือ​ยัง​ถูก​มัด​ไพล่หลัง​อยู่​พา​กัน​วิ่ง​หนี​กระสุนปืน​ที่​สาด​มา​ราวกับ​ห่า​ฝน

ขณะ​ที่​ปีแสง​กับ​องศา​กำลัง​เข้าตาจน​นั่นเอง ลาย​เมฆ​ก็​โหน​เชือก​ลอย​ละ​ลิ่ว​เข้า​มา​ถีบ​พวก​มาเฟีย​กระเด็น​เป็น​ระนาว ปีแสง​มอง​ตะลึง​อย่าง​คาด​ไม่​ถึง ลาย​เมฆ​ยัง​อุตส่าห์​หัน​มา​ยัก​คิ้ว​ให้ พูด​อย่าง​กระหยิ่ม​ว่า

“ได้​เวลา​เปิด​ตัว​สวยๆสัก​ที”

เมื่อ​พวก​มาเฟีย​ตั้งตัว​ได้​ก็​กรู​กัน​เข้า​เล่น​งาน​ทั้ง​สาม​ทันที ทั้ง​สาม​หลบ​ไป​อยู่​ใน​ที่​เดียวกัน ปีแสง​ยัง​อด​ถาม​ไม่ได้​ว่า​ผู้​กอง​มา​ทำ​อะไร​ที่​นี่ ลาย​เมฆ​พูด​ประชด​ว่า​ถ้า​ตน​ไม่​มา​ปีแสง​ก็​คง​ตาย​ไป​แล้ว

“พูด​อย่าง​นี้​มัน​ดูถูก​กัน​นี่ ผู้​กอง​ไม่​มา​ผม​ก็​เอา​ตัว​รอด​ได้​อยู่​แล้ว”

“ปาก​ดี​นะ​ไอ้​ปีแสง” ลาย​เมฆ​ปราม​แล้ว​หัน​มอง​องศา​ถาม “แล้ว​นี่​ใคร” ปีแสง​บอก​ว่า​อดีต​คู่หู​ของ​ตน

ทันใดนั้น​กระทิง​ถือ​ปืน​ยิง​ลูก​ระเบิด​เข้า​มา ลาย​เมฆ

หัน​ไป​เห็น​เขา​บอก​ปีแสง​กับ​องศา​ให้​รีบ​ไป​เร็ว แล้ว​พา​ทั้ง​สอง​วิ่ง​ไป​ที่​สะพาน หัน​ไป​เห็น​กระทิง​เอา​ปืน​ประทับ​บ่า เล็ง​ตรง​มา​ที่​พวก​ตน ลาย​เมฆ​ผลัก​ทั้ง​ปีแสง​และ​องศา​ลง​น้ำ​แล้ว​ตัว​เอง​ก็​กระโดด​ตาม

พอ​ร่าง​ทั้ง​สาม​ลง​น้ำ​ตูม เสียง​ระเบิด​ก็​กัมปนาท​ขึ้น​ตรง​ที่​พวก​เขา​ยืน​อยู่ ไฟ​ลุก​ท่วม​แดง​ฉาน ใน​ขณะ​ที่​ทั้ง​สาม​ดำ​อยู่​ใต้​น้ำ รอด​ตาย​หวุดหวิด

“ถ้า​ยัง​ไม่​เจอ​ศพ​พวก​มัน​ไม่​ต้อง​เลิก หา​ต่อ​ไป” กระทิง​สั่ง​ลูกน้อง​ที่​กำลัง​ค้น​หา​ศพ​ของ​ทั้ง​สาม

ooooooo

หนี​รอด​จาก​การ​ตาม​ล่า​ของ​กระทิง​แล้ว ปีแสง ลาย​เมฆ และ​องศา ก็​พา​กัน​ตะกาย​ขึ้น​ฝั่ง​เอา​ตอนใกล้จะ​ เช้า​ ปีแสง​กับ​องศา​ยัง​ไม่​หาย​ตึงเครียด​กับ​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​แต่​ลาย​เมฆ​กลับ​ดู​คึกคัก​ผิด​ปกติ จน​ปีแสงถาม​ว่า​ดีใจ​ที่​ได้​กลับ​มา​ลง​สนาม​อีก​ครั้ง​ใช่​ไหม ถามหยันๆว่า

“ว่า​แต่​คดี​หวย​ปิงปอง​นี่​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง​ครับ คง​ไม่​เสียชื่อ​ผู้​กอง​ลาย​เมฆ ตำนาน​หน่วย​สืบสวน​หรอก​นะ​ครับ”

องศา​มอง​ขวับ​ไป​ที่​ลาย​เมฆ พูด​อย่าง​ตื่นเต้น​ดีใจ​ว่า “พี่​คือ​ผู้​กอง​ลาย​เมฆ​ที่​บรรดา​สาย​สืบ​ชอบ​ยก​เป็น​ตัวอย่าง​นะ​เหรอ​ครับ ผม​ไม่​อยาก​จะ​เชื่อ​เลย​ครับ​ที่​ได้​เจอ​ตัว​จริง​เสียง​จริง​ที่​นี่ ผม​ชื่นชม​ผู้​กอง​มาก​เลย​นะ​ครับ”

องศา​แสดง​ความ​ชื่นชม​ศรัทธา​ใน​ตัว​ลาย​เมฆ​มาก จน​ปีแสง​เริ่ม​รู้สึก​หมั่นไส้​ขึ้น​มา​ตงิดๆ ลาย​เมฆ​เตือน​ปีแสง​ว่า​ทำไม​ไม่​แก้​มัด​ให้​องศา​เสียที แต่​พอ​ปีแสง​จะ​ไป​แก้​มัด​ให้ เรือ​ตา​ล่า​ของ​พวก​ระทิง​ก็​แล่น​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว ทำให้​ทั้งหมด​ต้อง​รีบ​พา​กัน​หนี​ต่อ​ทั้งที่​องศา​ยัง​ถูก​มัด​มือ​ไพล่หลัง​อยู่

กระทิง​พา​ลูกน้อง​ขับ​เรือ​ไล่​ล่า​ปีแสง ลาย​เมฆ ​และ​องศา มัน​สั่ง​ลูกน้อง​ว่า​ต้อง “เก็บ​มัน​ให้​หมด​ทุก​คน”

พวก​มัน​ไล่​ตาม​ไป​จนถึง​ลาน​เก็บ​คอน​เทน​เนอร์ ปีแสง ลาย​เมฆ และ​องศา​เห็น​รถ​บรรทุก​รถยนต์​คัน​หนึ่ง​วิ่ง​เข้า​มา ด้าน​บน​บรรทุก​รถ​ซุปเปอร์​คาร์​อยู่ ลาย​เมฆ​กับ​ปีแสง​กระโดด​ขึ้น​รถ​แล้ว​หัน​มา​ช่วยกัน​ดึง​องศา​ขึ้น​ไป​ด้วย

“ตาม​มัน​ไป...อย่า​ให้​รอด​ไป​ได้” กระทิง​ตะโกน​สั่ง​ลูกน้อง​อย่าง​แค้น​ใจ

ooooooo

ลาย​เมฆ ปีแสง และ​องศา​ที่​มือ​ยัง​ไม่ได้​แก้​มัด นั่ง​มา​ใน​รถ​บรรทุก​รถยนต์​กัน​อย่าง​โล่ง​ใจ​ที่​รอด​มา​ได้​อีก​ครั้ง ลาย​เมฆ​ยัง​ติดใจ​ถาม​ว่า​ตกลง​เรื่อง​มัน​เป็น​ยัง​ไง​กัน​แน่

“เรา​ได้​ข่าว​ว่า​พวก​มาเฟีย​ผลิต​แบงก์​ปลอม​มา​ป้วนเปี้ยน​อยู่​แถว​นี้ ผู้​กำกับ​เลย​ส่ง​พวก​เรา​มา​ดู” องศา​ชี้แจง

ปีแสง​แทรก​ขึ้น​ว่า​แล้ว​ก็​เกือบ​ตาย​เพราะ​เขา​คน​เดียว ทำเอา​องศา​หน้าเสีย ลาย​เมฆ​เห็น​ดังนั้น​รีบ​แก้​สถานการณ์​ว่าแต่​ตน​ก็​ทำให้​พวก​เขา​รอด​มา​ได้ พูด​หยอก​ว่า​จะ​ขอบคุณ​สัก​คำ​ไหม​เนี่ย แล้ว​เมื่อ​ไร​จะ​แก้​มัด​ให้​องศา​เสียที

ปีแสง​มี​อาการ​หงุดหงิด​มาก​ยิ่ง​ขึ้น เมื่อ​เห็น​ลาย​เมฆ​ใส่ใจ​กับ​องศา​เป็น​พิเศษ ฝืน​ใจ​จะ​ไป​แก้​เชือก​ให้​องศา แต่​ทันใด​ก็​มี​กระสุนปืน​พุ่ง​เข้า​มา ทั้ง​สาม​ก้ม​หลบ​อย่าง​เร็ว​ตาม​สัญชาต​ญาณ พอ​มอง​ลง​ไป​ก็​เห็น​รถ​ของ​กระทิง​กับ​ลูกน้อง​วิ่ง​ตาม​มา​ยิง​ใส่

กระทิง​สั่ง​ลูกน้อง​ให้​เบียด​รถ​เข้าไป​แล้ว​กระหน่ำ​ยิง องศา​เสนอ​ให้​พา​กัน​ขึ้น​ด้าน​บน​ดี​กว่า อย่าง​น้อย​ก็​อยู่​เหนือ​กว่า​มัน ลาย​เมฆ​เห็น​ด้วย แต่​พอ​จะ​ปีน​ขึ้น​ไป องศา​บอก​ว่า​เชือก​ตน​ยัง​ไม่ได้​แกะ​ออก​เลย ลาย​เมฆ​หัน​ไป​จี้​ปีแสง แต่​พอ​ปีแสง​จะ​แก้​เชือก​ก็​ถูก​กระทิง​ยิง​ขึ้น​มา​เลย​ต้อง​หลบ ไม่ได้​แก้​เชือก​ให้​องศา​อีก​ตามเคย

กระทิง​โหน​ตัว​ขึ้น​มา​บน​รถ​บรรทุก​รถยนต์​จะ​ตาม​ไป​ยิง​ปีแสง ถูก​ลาย​เมฆ​โหน​ตัว​กระโดด​เตะ​ปืน​ใน​มือ ทำให้​ปืน​ลั่น​ไป​ถูก​ตัว​ล็อก​ล้อ​ด้าน​บน​ของ​รถยนต์​คัน​ท้าย​สุด​จน​หลุด ลาย​เมฆ​กระโดด​เข้า​เตะ​ซ้ำ​จน​กระทิง​เซ ปีแสง​อาศัย​จังหวะ​นั้น​รีบ​เข้าไป​แก้​เชือก​ให้​องศา

ลาย​เมฆ​กระโดด​จะ​เข้าไป​ซ้ำ​กระทิง แต่​ถูก​ยิง​สวน​มา​จน​เซ​จะ​ตก​จาก​รถ ทันใดนั้น มี​รถ​มอเตอร์ไซค์​สี่​สูบ​คัน​หนึ่งพุ่ง​เข้า​มา​เทียบ คน​ขับ​เป็น​ผู้หญิง​ผม​ยาว​ใส่​หมวกกันน็อก​ตะโกน​บอก

“โดด​ลง​มา...” เธอ​คือ​จอมใจ​ชนก​นั่นเอง


ลาย​เมฆ​กระโดด​ลง​ไป​ซ้อน​ท้าย​พอดี แต่​เสียหลัก​ถลำ​ไป​กอด​จอม​ใจ​ชนก​จน​แนบ​ชิด​หน้า​ซุก​ไป​ที่​ปอย​ผม​ได้​กลิ่น​หอม​ชื่น​ใจ ทำเอา​แทบ​เคลิ้ม​พึมพำ “ผู้หญิง​นี่”

ปีแสง​กับ​องศา​ที่​มือ​แก้​มัด​แล้ว ช่วย​กัน​เล่น​งาน​กระทิง จับ​มัน​เหวี่ยง​ไป​กระแทก​ตัว​ถัง​รถ​จน​เลือด​กบ​ปาก​ฟัน​ร่วง ทำให้​มัน​ยิ่ง​บ้าเลือด เห็น​ปืน​หล่น​อยู่​ก็​คว้า​จะ​ยิง​ปีแสง​กับ​องศา จอมใจ​ชนก​ที่​มี​ลาย​เมฆ​ซ้อน​ท้าย​อยู่ ปาด​รถ​เข้าไป​ตะโกน​เรียก​ลาย​เมฆ​พลาง​ส่ง​ปืน​ให้ ลาย​เมฆ​รับ​ปืน​กระหน่ำ​ยิง​กระทิง แต่​มัน​กลิ้ง​ตัว​หลบ​ได้​ทัน​ถูก​ปีแสง​กระโดด​เข้า​แย่ง​ปืน

ระหว่าง​นั้น​คน​ขับ​รถ​บรรทุก​รถยนต์​ตกใจ​หัก​รถ​เลี้ยว​อย่าง​แรง ทำให้​ปีแสง​กับ​องศา​เสียหลัก​ตก​จาก​รถ​ลง​มา​กอง​ที่​พื้น​ถนน เป็น​จังหวะ​ที่​รถยนต์​คัน​สุดท้าย​ที่​ถูก​ยิง​ปลด​ล็อก​หลุด​ร่วง​ลง​มา​กระแทก​พื้น กระโปรง​ท้าย​รถ​เปิด เงิน​ที่​ซ่อน​ที่​ท้าย​รถ​กระเด็น​ออก​มา​กระจาย​ว่อน

ลาย​เมฆ​ตะลึง​กับ​ภาพ​ที่​เห็น จอมใจ​ชนก​รีบ​ขับ​มอเตอร์ไซค์​เข้าไป​จอด​ข้างๆปีแสง​กับ​องศา

กระทิง​ยัง​อยู่​บน​รถ​บรรทุก​รถยนต์​ที่​ขับ​พุ่ง​ไป​มอง​ดู​ลาย​เมฆ ปีแสง และ​องศา​ด้วย​ความ​แค้น ยกมือ​ปาด​เลือด​ที่​ปาก​ที่​ยัง​ไหล​ไม่​หยุด

ลาย​เมฆ​รีบ​ไป​ประคอง​ปีแสง​กับ​องศา​ขึ้น​มา​ถาม​ว่า​เป็น​อย่างไร​บ้าง แต่​พอ​หัน​มา​อีก​ที​จอมใจ​ชนก​ก็​ขับ​รถ​มอเตอร์ไซค์​บิด​ไป​แล้ว ลาย​เมฆ​มอง​ตาม​ร้อง​อย่าง​แปลก​ใจ

“เฮ้ย...แล้ว​ผู้หญิง​คน​นั้น...อ้าว...เฮ้ย...คุณ...คุณ​ณณณ...”

ooooooo

เมื่อ​พา​กัน​กลับ​มา​คุย​กัน​ที่​ร้าน​หลง​ของ​เก่า โดย​มี​ผู้​กำกับ​มนัส​ร่วม​ด้วย ปีแสง​ขอ​ถอน​ตัว​จาก​งาน​นี้​อ้าง​ว่า​ตน​กับ​องศา​คง​ไม่​เหมาะ​ที่​จะ​ทำ​งาน​ร่วม​กัน แม้​ว่า​ลาย​เมฆ​จะ​มา​ร่วม​พูดคุย​ด้วย​แต่​ก็​นั่ง​ห่างๆ นอก​วง​เหมือน​เป็น​คนนอก ใคร​ถาม​อะไร​ก็​บอก​ว่า​งาน​นี้​ตน​ไม่​เกี่ยว​ด้วย​ให้​คุย​กันเอง จน​ผู้​กำกับ​มนัส​สรุป​ว่า

“เอา​เถอะ เดี๋ยว​พี่​ตัดสินใจ​เรื่อง​นี้​เอง ตอน​นี้​สิ่ง​ที่​สำคัญ​มาก​กว่า​คือ เรา​จะ​เริ่ม​คดีนี้​ต่อ​ไป​ยัง​ไง ตอน​นี้​ผู้ใหญ่​ค่อนข้าง​คาด​หวัง​ใน​หน่วย​เรา เขา​อยาก​ให้​เรา​สร้าง​ทีม​งาน​ที่​แข็งแกร่ง​กว่า​เดิม พี่​ถึง​ต้อง​ปั้น​เด็ก​ใหม่​อย่าง​องศา​ไง แต่​ก็​เข้าใจ​นะ​ว่า​มัน​ต้อง​ใช้​เวลา แล้ว​มัน​ก็​ต้อง​มี​การ​ฝึกฝน​ด้วย​จริง​ไหม​เมฆ”

ถูก​ผู้​กำกับ​วก​มา​ถาม​เช่น​นี้ ลาย​เมฆ​บอก​ว่า​ตน​ไม่​เกี่ยว เลย​ถูก​เฮีย​หลง​ดักคอ​ว่า​แน่ใจ​หรือ ถ้า​อย่าง​นั้น​แล้ว​ถ่อ​ไป​ช่วย​ปีแสง​กับ​องศา​ทำไม​แถม​ยัง​เสนอ​หน้า​มา​นั่ง​ตรง​นี้​อีก ถาม​ว่า​ปาก​กับ​ใจ​ตรง​กัน​หรือ​เปล่า

“อ้าว​ไอ้​เฮีย​หลง พูด​อย่าง​นี้​กู​กลับ​เลย​ละ​กัน”ลาย​เมฆ​ทำท่า​ลุก​ขึ้น​จะ​กลับ​จริงๆ ผู้​กำกับ​รีบ​ห้าม​ว่า

“เดี๋ยว​ใจเย็น​เมฆ พี่​ว่า​เรา​มา​นั่ง​คุย​กัน​สัก​หน่อย​ดี​ไหม”แล้ว​ผู้​กำกับ​ก็​ชวน​ไป​คุย​กัน​ตัวต่อตัว

ผู้​กำกับ​มนัส​พา​ลาย​เมฆ​ไป​นั่ง​เก้าอี้​นวด​ไฟฟ้า​ปรับ​ให้​กระตุ้น​แรงๆ จน​เขา​รู้สึก​สบาย​ตัว​ขึ้น จึง​เริ่ม​เรื่อง​ว่า

“ตอน​นี้​ไอ้​ตัว​เล็ก​มัน​ก็​เรียน​จบ​แล้ว แล้ว​มัน​ก็​เข้าใจ​อะไรๆมาก​ขึ้น เมฆ​เองก็​คง​เบื่อ​หน่าย​กับ​การ​วิ่ง​ไล่​จับ​น้ำเต้า​ปู​ปลา​อะไร​พวก​นั้น​แล้ว”

ลาย​เมฆ​บอก​ว่า​ตน​กำลัง​สนุก​กับ​งาน​ต่างหาก​เพราะ​ทำ​งาน​นี้​แล้ว​มี​เวลา​อยู่​ใกล้​ชิด​ลูก ผู้​กำกับ​ติง​ว่า​เรา​รู้จัก​กัน​มา​เป็น​สิบ​ปี​แล้ว เคย​ได้ยิน​เขา​พูด​กัน​ว่า

“งาน​อะไร​ก็ตาม​ที่​เรา​อยู่​กับ​มัน​เกิน​สิบ​ปี​ขึ้น​ไป เรา​จะ​เลิก​มัน​ไม่ได้​เพราะ​มัน​จะ​ซึม​ลึก​เข้าไป​ใน​เลือด​ของ​เรา” แล้ว​เสนอ​เป้าหมาย​ว่า​อยาก​ให้​เขา​มา​ช่วย​คดี​นี้และ​อยาก​ให้​ช่วยเท​รน​องศา​ด้วย

“แล้ว​ทำไม​ต้อง​เป็น​ผม​ล่ะ พี่​ก็​หา​คน​อื่น​มา​ช่วย​สิ ยิ่ง​ผู้ใหญ่​เขา​อยาก​ให้​เรา​ขยาย​ทีม เขา​ก็​พร้อม​จะ​ส่ง​คน​เก่งๆมา​ให้​อยู่​แล้ว” ลาย​เมฆ​เล่นตัว​เล่น​แง่ แต่​แล้ว​ก็​อึ้ง​พูด​ไม่​ออก เมื่อ​ผู้​กำกับ​ตบ​ท้าย​แทงใจดำ​ว่า

“ก็​เพราะ​พี่​รู้​ว่า​เมฆ​อยาก​ทำ​ไง”

ooooooo

ฝ่าย​ปีแสง​กับ​องศา​และ​เฮีย​หลง ต่าง​เริ่ม​สงสัย​ว่า​ผู้​กำกับ​ลาย​เมฆ​คุย​อะไร​กัน​เนิ่นนาน ปีแสง​เสนอ​ว่า​วัน​นี้​ไม่​มี​ประชุม​อะไร เดี๋ยว​ตน​ขอตัว​ไป​ธุระ​ก่อน​พอดี​มี​นัด ​แล้ว​นี่​ก็​สาย​มาก​แล้วด้วย ถ้า​มี​อะไร​ก็​ให้​โทร.​ตาม​ก็​แล้วกัน

ธุระ​ของ​ปีแสง​คือ นัด​ฟ้า​คราม​ไว้ เขา​ขี่​ชอปเ​ปอ​ร์​ตาม​หา​จน​เจอ​เธอ​ใน​สวนสาธารณะ พอ​เจอ​ตัว​ก็​เข้าไป​ปากหวาน​กะล่อน​ว่า ถึง​ฟ้า​จะ​ไม่​รับ​โทรศัพท์​ตน​ก็​รู้​ใจ​และ​ตาม​หา​จน​เจอ​ได้ ถาม​ว่า “จะ​มี​ใคร​รู้​ใจ​ฟ้า​เท่า​พี่​ปีแสง​อีก​ไหม​เนี่ย”

ฟ้า​คราม​ดักคอ​อย่าง​รู้ทัน​ความ​กะล่อน​ด้วย​คำ​พูด​ซ้ำซาก​ที่​เขา​พูด​จน​เธอ​จำ​ได้ ฝ่าย​หนึ่ง​งอน​อีก​ฝ่าย​​ง้อ ตัดพ้อ​ต่อว่า​กัน จน​ปีแสง​เอาใจ​ถาม​ว่า​อยาก​ไป​ไหน​ให้​บอก​จะ​พา​ไป​ทุก​ที่ พอ​เธอ​บอก​ว่า​อยาก​กลับ​บ้าน ปีแสง​ถาม​ว่า​จะ​รีบ​กลับ​ไป​ทำไม พลาง​คว้า​มือ​ไป​กุม​มอง​อย่าง​เว้าวอน​บอก​ว่า​กลับ​ไป​ตอน​นี้​พ่อ​ก็​ไม่​อยู่​หรอก

ไม่ทัน​ที่​ทั้ง​คู่​จะ​คุย​กัน​ต่อ เสียง​ลาย​เมฆ​ก็​คำราม​ขึ้น

“เฮ้ย...ไอ้​ปีแสง ปล่อย​มือ​เดี๋ยวนี้​เลย มา​ยืน​จับ​มือ​ถือ​แขน​อะไร​กัน”

ปีแสง​สะดุ้ง​รีบ​ปล่อย​มือ​ฟ้า​คราม เธอ​ผละ​ไป​หา​พ่อ​ทันที ส่วน​ปีแสง​มอง​ลาย​เมฆ​เลย​ไป​ข้าง​หลัง​เขา อุทาน

“ผู้​กอง...องศา...”

ooooooo

เมื่อ​พา​กัน​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ลาย​เมฆ ปีแสง​จึง​รู้​ว่า​องศา​จะ​มา​อยู่​ที่​บ้าน​ลาย​เมฆ เขา​ถาม​ว่า​อยู่​เพื่อ​อะไร ลาย​เมฆ​ย้อน​ถาม​ว่า​แล้ว​เมื่อ​ก่อน​เขา​มา​อยู่​บ้าน​ตน​เพื่อ​อะไร ปีแสง​มอง​องศา​อย่าง​คาด​ไม่​ถึง ใน​ขณะที่​องศา​บอก​ว่า

“ครับ ผม​รู้สึก​เป็น​เกียรติ​อย่าง​สูง​เลย​ครับ​ที่​จะ​ได้​รับ​การ​ฝึกฝน​จาก​ตำนาน​อย่าง​ผู้​กอง​ลาย​เมฆ ผม​พร้อม​ที่​จะ​เชื่อฟัง​คำสั่ง​ของ​ผู้​กอง​ทุก​ประการ​เลย​ครับ”

พอ​รู้​เช่น​นั้น ปีแสง​โวยวาย​อย่าง​ไม่​เห็น​ด้วย ถูก​ลาย​เมฆ​ปราม​ว่า​จะ​โวยวาย​ทำไม มัน​ผิด​ตรง​ไหน พลาง​ก็​หัน​ไป​แนะนำ​กับ​ฟ้า​คราม​ว่า

“เอ่อ...ฟ้า​จ๊ะ นี่​พี่​องศา​สาย​สืบ​คน​ใหม่​ของ​หน่วย ลุง​นัส​เขา​ฝาก​ให้​พ่อ​ช่วย​เท​รน​น่ะ”

ฟ้า​คราม​ยกมือ​ไหว้ องศา​รับไหว้​เขินๆ เอ่ย​กับ​ลาย​เมฆ​ว่า​ไม่​สงสัย​เลย​ว่า​จะ​เป็น​ลูก​สาว​ผู้​กอง​เพราะ​ผู้​กอง​หล่อ​ขนาด​นี้​ก็​ไม่​แปลก​ที่​จะ​มี​ลูก​สาว​สวย​อย่าง​นี้ ทั้ง​ฟ้า​คราม​และ​ลาย​เมฆ​ต่าง​ยิ้ม​ปลื้ม​ใน​คำ​ชม​นี้ มี​แต่​ปีแสง​เท่านั้น​ที่​ออก​อาการ​รับ​ไม่ได้ บอก​ลาย​เมฆ​ว่า​ตน​ไม่​เห็น​ด้วย​ที่​จะ​ให้​ผู้ชาย​ที่ไหน​ก็​ไม่​รู้​มา​อยู่​บ้าน​ที่​มี​สาวๆสวยๆอย่าง​ฟ้า​คราม ไม่​น่า​ไว้ใจ​เลย

“แล้ว​ตอน​ที่​เอ็ง​มา  มัน​ยิ่ง​ไม่​น่า​ไว้ใจ​กว่า​เหรอ  ถ้า​ไอ้​กะ​ล่อน​อย่าง​เอ็ง​มา​อยู่​ได้ คน​อื่น​ฉัน​ก็​ไม่​ต้อง​กลัว​แล้ว​ไม่​ต้อง​ห่วง​นะ​ฟ้า พี่​องศา​เขา​ไว้ใจ​ได้ ไม่​เหมือน​ไอ้​พวก​ปากว่าตาขยิบ ปั้น​น้ำ​เป็น​ตัว จับ​แพะ​ชน​แกะ​จับ​แป๊ะ​ชน​ซิ้ม”

“พอ​เถอะ​พ่อ ไม่​เห็น​ต้อง​ว่า​พี่​ปีแสง​เขา​อย่าง​นั้น​เลย ถึง​พี่​ปีแสง​เขา​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น แต่​เขา​ก็​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ไม่​ดี​ไม่​ใช่​เหรอ”

ฟ้า​คราม​ติง​พ่อ ที​แรก​ปีแสง​ก็​ยิ้ม​หน้าบาน​แต่​พอ​ฟัง​ตอน​ท้าย​ก็​หน้า​หุบ​ถาม​ตัด​พ่้อ​ว่า​ฟ้า​คิด​อย่าง​นั้น​กับ​ตน​หรือ พอ​ฟ้า​คราม​ย้อน​ถาม​ว่า​หรือ​ว่า​ไม่​จริง ปีแสง​ก็​หน้าจ๋อย นั่ง​ก้มหน้า​ตา​ปริบๆ

ลาย​เมฆ​จัด​ห้อง​ให้​องศา​อยู่​บอก​ว่า​ให้​ทำ​ความ​สะอาด​เอง​ เพราะ​เพิ่ง​ย้าย​บ้าน​มา​ไม่​นาน​เลย​ยัง​ไม่ได้​จัดการ​อะไร

“ไม่​เป็นไร​ครับ ให้​ผม​อยู่​ที่ไหน​ก็ได้ ผม​เป็น​พวก​กิน​ง่าย นอน​ง่าย ถ่าย​คล่อง ไม่​บกพร่อง​ทาง​อารมณ์”

“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน​ผู้​กอง เรื่อง​นี้​ผม​ไม่​ยอม​นะ​ครับ ถ้า​จะ​ให้​องศา​อยู่ ผมก็ต้องอยู่​ด้วย” ปีแสง​แทรก​ขึ้น

“แล้ว​เอ็ง​จะ​มา​อยู่​ทำไม​วะ​ไอ้​ปีแสง เอ็ง​มา​อยู่​มัน​น่า​กลัว​ยิ่ง​กว่า​องศา​มัน​อีก บ้าน​เอ็ง​ก็​หลัง​เบ้อเริ่ม​จะ​มา​อยู่​ที่​นี่​เอ็ง​จะ​นอน​ตรง​ไหน” ลาย​เมฆ​ถาม​กันท่า แต่​ปีแสง​ยืนยัน​ว่า​ตน​อยู่​ได้ ตน​กิน​ง่าย​นอน​ง่าย​เหมือน​กัน

ooooooo

คืน​นี้ ปีแสง​นอน​กับ​องศา ทั้ง​คู่​นอน​หัน​หน้า​เข้าหา​กัน ปีแสง​พูด​กันท่า​ว่า คง​รู้​ใช่​ไหม​ว่า​ฟ้า​คราม​เป็น​แฟน​ตน ​องศา​ถาม​ว่า​แล้ว​ผู้​กอง​เขา​ยอม​หรือ ตน​เอง​ยัง​ดู​ไม่​ออก​เลย องศา​ถาม​ซื่อๆเสีย​จน​ปีแสง​หงุดหงิด ย้ำ​แล้ว​ย้ำ​อีก​ว่า

“ฉัน​เป็น​แฟน​กับ​ฟ้า​คราม เพราะฉะนั้น​นาย​คง​ไม่​คิด​จะ​ยุ่ง​กับ​คน​ที่​มี​แฟน​แล้ว​หรอก​นะ”

“ผม​ก็​ยัง​ไม่ได้​คิด​อะไร​กับ​น้อง​ฟ้า​คราม​เลย​นี่​ครับ”

“เปลี่ยน​คำ​พูด​ใหม่ ไม่​ใช่​ยัง​ไม่​คิด ต้อง​ใช้​คำ​ว่า ไม่​เคย​คิด​และ​ไม่​คิด​จะ​คิด ฉัน​เตือน​นาย​แค่​นี้​แหละ”

พูด​แล้ว​ปีแสง​นอน​หัน​หลัง​ให้ องศา​นอน​หัน​หลัง​ให้​เช่น​กัน ต่าง​นอน​นิ่ง​เงียบ ปล่อยใจ​ไป​ตาม​ความ​คิด​ของ​ตัว​เอง...

ooooooo
ตอนที่ 2


ปีแสง​กับ​องศา​นอน​หัน​หลัง​ให้​กัน ต่าง​คนต่างคิด​ จน​หลับ​ผล็อย​ไป​ทั้ง​คู่

ท่ามกลาง​ความ​เงียบ​สงัด​ประมาณ​ตี 3 ตี 4 ของวัน​รุ่ง​ขึ้น มี​ชาย​ลึกลับ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ครัว ทำ​แก้ว​ตก​แตก​เสียง​ดัง​เพล้ง จน​ลาย​เมฆ​กับ​ปีแสง​สะดุ้ง​ตื่น ทั้ง​คู่​ลุก​พรวด​จาก​ที่นอน ลาย​เมฆ​ย่อง​ลง​บันได ส่วน​ปีแสง​สไลด์​ลง​ทาง​ราว​บันได

เมื่อ​มา​ถึง​หน้า​ห้อง​ครัว ทั้ง​สอง​ร่วม​กัน​วาง​แผน​จับขโมย​ใน​ครัว

ชาย​ลึกลับ​ที่​เข้า​ครัว​ใน​ยาม​วิกาล เปิด​เตา​แก​๊ส​เตรียมจุด​ไม้ขีด​ไฟ ทันใดนั้น​ไฟ​ห้อง​ครัว​ดับ​พึ่บ ใน​ความ​มืด มีเสียงต่อสู้​กัน​โครมคราม​ล้วน​เป็น​เสียง​หม้อ​ชาม​ราม​ไห​กระทบ​กัน ดังไป​ถึง​หู​ฟ้า​คราม​จน​สะดุ้ง​ตื่น เธอ​รีบ​ย่อง​ลง​มา​ตาม​เสียง

พอ​มา​ถึง​หน้า​ห้อง​ครัว เธอ​เปิด​ไฟ​สว่าง​พึ่บ ภาพที่​เห็น​คือ ลาย​เมฆ​เอา​หม้อ​ครอบ​หัว​ชาย​ลึกลับ​และ​ปีแสง​กำลัง​เอา​สาก​กระ​เบือ​กระหน่ำ​หม้อ​อย่าง​เมามัน
ฟ้า​คราม​ถาม​พ่อ​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ลาย​เมฆ​พูด​อย่าง​แค้น​ใจ​ว่า​พวก​หัวขโมย​ที่​ตาม​มา​หยาม​กัน​ถึง​นี่

“เจอ​ฤทธิ์​สาก​ตะบัน​หม้อ​เข้าไป​มัน​คง​มึน​ได้ที่​แล้วล่ะ เอา​ไง​ต่อ​ดี​ผู้​กอง” ปีแสง​ถาม ลาย​เมฆ​บอก​ให้​ลาก​คอไปเข้า​ คุก​เสีย ว่า​แล้ว​ทั้ง​สอง​ก็​ช่วย​กัน​หิ้ว​ปีก​ชาย​ลึกลับ​จะ​พา​ออก​ไป

“เดี๋ยว​พ่อ” ฟ้า​คราม​ตาม​มา “เอา​ไป​แต่​คน​ก็​พอ หม้อ​ไม่​ต้อง” ว่า​แล้ว​ก็​เข้าไป​เอา​หม้อ​ออก​จาก​หัว​ชาย​ลึกลับ

“เฮ้ย!” ทั้ง​สาม​ร้อง​พร้อม​กัน ลาย​เมฆ​กับ​ปีแสง​ปล่อย​มือ​ที่​หิ้วปีก​ชาย​คน​นั้น ส่วน​ฟ้า​คราม​ปล่อย​หม้อ​หลุด​จากมือ​ทุก​คน​มอง​กัน​อึ้ง เมื่อ​เห็น​กัน​เต็มตา​ว่า​เขา​คน​นั้น คือ​องศานั่นเอง

องศา​ถูก​ปล่อย​มือ​ก็​ยืน​ซวนเซ​ถลา​ไป​ทาง​ฟ้า​คราม ชน​ฟ้า​คราม​จน​ล้ม​ลง​ไป​แต่​ร่าง​องศา​กลับ​แห​งะ​ชะงัก​กลาง​อากาศ​เพราะ​ถูก​ปีแสง​ดึง​แขน​ไว้​ทั้ง​สอง​ข้าง​ไม่​ให้​ล้ม​ทับ​ฟ้า​คราม

อึดใจ​เดียว องศา​ก็​หลับ​ไป​กลาง​อากาศ​อย่าง​อ่อน​ล้า ฟ้า​คราม​ตบ​หน้า​เบาๆเรียก​สติ​ก็​ไม่​รู้สึก​ตัว แต่​มี​เลือด​ไหล​เป็น​ทางออก​มา​ตาม​ไร​ผม​ที่​หน้าผาก

ooooooo

เมื่อ​พา​องศา​มา​ทำ​แผล​ที่​ห้อง​รับแขก ฟ้า​คราม​ปฐมพยาบาล​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง จน​ปีแสง​มอง​ตาขวาง บ่น​กับ​ลาย​เมฆ​ว่า “แฟน​ผม​แทนที่จะ​ทำ​แผล​ให้​ผม กลับ​ไป​ทำให้​ผู้ชาย​คน​อื่น” พลาง​ก็​เช็ด​เลือด​ซิบๆ ที่​แขน​ตัว​เอง

ลาย​เมฆ​หมั่นไส้​เลย​อาสา​ทำ​แผล​ให้ คว้า​แอลกอฮอล์​มา​เท​ราด​ใส่​จน​ปีแสง​ร้อง​จ๊าก

พอดี​ฟ้า​คราม​ทำ​แผล​เสร็จ องศา​ขอบคุณ​เธอ​และ​ขอโทษ​ลาย​เมฆ​ที่​ตน​ทำให้​วุ่นวาย​กัน​ไป​หมด ปีแสง​ถาม​อย่าง​ขุ่นใจ​ว่า นึก​ยัง​ไง​ถึง​ได้​ลุก​ขึ้น​มา​ทำ​กับข้าว​ตั้งแต่​ตี​สาม​ตี​สี่ องศา​หน้าเสีย​ก่อน​เล่า​เศร้าๆว่า

“ผม​ผิด​เอง​ครับ ที่​ทำ​อะไร​บ้า​บอ​แบบ​นี้ มัน​เคย​ชินน่ะ​ครับ ตอน​อยู่​บ้านนอก ผม​ต้อง​ลุก​ขึ้น​มา​ทำ​กับข้าว​ตั้งแต่​ตอน​นี้​เพราะ​จะ​ได้​เอา​ใส่​ปิ่นโต​ให้​พ่อ​กับ​แม่​พก​ไป​กิน​ตอน​กรีดยาง แต่​ตั้งแต่​พ่อ​แม่​ถูก​ฆ่า​ตาย ผม​ก็​ไม่​มี​โอกาส​เข้า​ครัว​อีก​เลย...”

ลาย​เมฆ​กับ​ฟ้า​คราม​ฟัง​แล้ว​อึ้ง​กับ​เรื่อง​ที่​องศา​เล่า ส่วน​ปีแสง​ฟัง​นิ่งๆ

“แต่​พอได้​เข้า​มา​อยู่​ใน​บ้าน​นี้ ทำให้​ผม​รู้สึก​ถึง​ความ​เป็น​ครอบครัว​อีก​ครั้ง ก็​เลย​ลุก​ขึ้น​มา​ทำ​กับข้าว ผม​อยาก​ตอบแทน​บุญคุณ​ผู้​กอง​ที่​อุตส่าห์​ให้​ผม​มา​อยู่​ด้วย แต่​ถ้า​สิ่ง​ที่​ผมทำ​ไป​มัน​เป็น​การ​รบกวน​ทุก​คน​ก็​ขอโทษ​จริงๆ ครับ” องศา​น้ำตา​คลอ

ลาย​เมฆ​ปลอบใจ​ว่า​ไม่​ต้อง​ขอโทษ​เพราะ​องศา​ไม่ได้​ทำ​ผิด​อะไร ทั้ง​ยัง​บอก​ว่า​อย่า​ไป​ถือสา​คำ​พูด​ของ​ปีแสง​เลยเพราะ​เขา​พูด​โดย​ไม่​ผ่าน​สมอง ปีแสง​ตัดพ้อ​ว่า​ผู้​กอง​พูด​เกินไป ลายเมฆ ​เลย​ถาม​ว่า​ไม่​เคย​รู้สึก​ตัว​ใช่​ไหม​ว่า​คำ​พูด​ของ​ตัว​เอง​ทำให้​องศา​รู้สึก​แย่​ขนาด​ไหน แล้ว​พูด​กับ​องศา​อย่าง​เอ็นดู​ว่า​ให้​นึก​เสีย​ว่า​บ้าน​นี้​เป็น​บ้าน​ของ​ตัว​เอง​ทำ​อะไร​แล้ว​สบายใจ​ก็​ทำไป​เถิด พูด​หยอก​ว่า​แต่​กับข้าว​ไม่​ต้อง​รีบ​ทำ​แต่​ดึก​เพราะ​ตน​ไม่ได้​ไป​กรีด​ยาง แล้ว​บอก​ให้​ทุก​คน​กลับ​ไป​นอน​เสีย

ooooooo

ความ​ไม่​พอใจ​น้อยใจ​ที่​ลาย​เมฆ​กับ​ฟ้า​คราม​ต่าง​เอาใจ​องศา​จน​ตัว​เอง​โดดเดี่ยว ทำให้​ปีแสง​เก็บ​ไป​นอน​ฝัน​เห็น​ภาพ​ฟ้า​คราม​กับ​องศา​ช่วย​กัน​ทำ​กับข้าว​กะหนุงกะหนิง​อย่าง​ถูก​คอ​เข้าขา​กัน​ดี พอ​สะดุ้ง​ตื่น​ก็​นึก​แค้น​ว่า องศา​ตาม​มา​หลอกหลอน​ตน​ถึง​ใน​ฝัน​กัน​เลย​ทีเดียว แต่​พอ​มอง​ไป​ข้าง​ตัว​ไม่​เห็น​องศา​แล้ว ปีแสง​ลุก​พรวด​ไป​ที่​ห้อง​ครัว​ร้อง​เรียก​ฟ้า​คราม​เสียงอ่อน​เสียง​หวาน​แต่​ก็​ไม่​มีเสียง​ตอบ​รับ

นึก​สงสัย​จึง​เดิน​ไป​ที่​ห้อง​อาหาร เห็น​ฝาชี​ครอบ​อยู่บน​โต๊ะ​เปิด​ดู​ก็​ไม่​มี​อาหาร พอดี​ลาย​เมฆ​เดิน​ผิวปาก​ลง​มา​บอก​ว่า​ฟ้า​คราม​กับ​องศา​กำลัง​ช่วย​กัน​จัด​โต๊ะ​อาหาร​อยู่​ที่​หน้า​บ้าน ปีแสง​ก็​จ้ำ​อ้าว​ไป​ทันที

พอ​ปีแสง​ไป​ถึง​หน้า​บ้าน เห็น​ฟ้า​คราม​กับ​องศา​กำลัง​ช่วย​กัน​จัด​โต๊ะ ทั้ง​บรรยากาศ อากัปกิริยา เสื้อ​ผ้า​หน้า​ผมของ​ทั้ง​คู่​เหมือนกับ​ใน​ฝัน​เด๊ะ!

ปีแสง​ยืน​มอง​ตา​เขียว​ปั้ด จนกระทั่ง​เห็น​องศา​ยก​เท้า​ดู​เพราะ​ฟ้า​คราม​หลอก​ว่า​เขา​เหยียบ​อึ​ของ​หลิน​จือ เขา​ยก​เท้า​เอี้ยว​หน้า​เอี้ยว​หลัง​สนุก​เสีย​จน​เซ​ล้ม​ไป​ทาง​ฟ้า​คราม ปีแสง​วิ่ง​พรวด​เข้าไป​ตะโกน

“อย่า...”

ปีแสง​วิ่ง​เข้าไป​ตะครุบ​ร่าง​องศา​จน​ล้ม​ลง​ไป​ค​ร่อ​ม​กัน​ที่​พื้น ตา​ต่อตา​มอง​กัน​ตะลึง​จน​ปีแสง​แทบ​เคลิ้ม พอดี​ลาย​เมฆ​ออก​มา​เห็น​ร้อง​เสียงหลง ด่า​ปีแสง​ว่า​บ้า​ไป​แล้ว​หรือ​ช่าง​ไม่​อาย​ผี​สาง​เทวดา​บ้าง​เลย ปีแสง​รีบ​ลุก​ขึ้น​พูด​แก้เกี้ยว​ว่า​ตน​เห็น​องศา​ล้ม​เลย​เข้า​มา​ช่วย​มัน​ผิด​ตรง​ไหน​หรือ

“หมวด​ปีแสง​คง​ตั้งใจ​จะ​ช่วย​ผม​จริงๆน่ะ​แหละ​ครับ​ผู้​กอง ขอบคุณ​มาก​นะ​ครับ​หมวด” องศา​ช่วย​แก้หน้า​ให้​ปีแสง

เมื่อ​ฟ้า​คราม​เห็น​ว่า​ไม่​มี​อะไร​แล้ว​จึง​ชวน​ทุก​คน​ลงมือ​ทาน​ข้าว​กัน​ดี​กว่า​ พูด​ประชด​ว่า​เผื่อ​อิ่ม​แล้ว​มี​แรง​ ปีแสง​กับ​องศา​จะ​ได้​ทะเลาะ​กัน​ต่อ

ooooooo

ขณะ​ทุก​คน​กำลัง​ทาน​ข้าว​นั่นเอง เฮีย​หลง​ก็พา​พจมาน​ภรรยา​ของ​ตัว​เอง​เข้า​มา องศา​เพิ่ง​เห็น​พจมาน​ทัก​ว่า​ต้อง​เป็น​ภรรยา​เฮีย​หลง​แน่ๆ เฮีย​หลง​จึง​บอกพจมาน​ว่า องศา​เป็น​สมาชิก​ใหม่​ของ​ทีม​ที่​ตน​เล่า​ให้​ฟัง​ก่อนมา​ที่​นี่ พจมาน​ทัก​อย่าง​ตื่นเต้น​ว่า องศา​หน้าตา​ดีจนไม่​ น่า​จะมา​เป็น​ตำรวจ

เฮีย​หลง​บอก​ลาย​เมฆ​ว่า พา​พจมาน​มา​เพราะ​มี​ธุระ​ด่วน​อยาก​ปรึกษา เมื่อ​พา​กัน​ไป​นั่ง​คุย​ใน​บ้าน ลาย​เมฆ​จึง​รู้​ว่า​พจมาน​อยาก​เป็น​สายลับ​ขอ​ให้​เขา​ช่วย​เพราะ​เคย​คุย​กับ​ผู้​กำกับ​มนัส​แล้ว​เห็น​เงียบๆอยู่

“ความ​จริง​เรื่อง​นี้​ก็​พูด​ยาก​นะ​ครับ งาน​สายลับ​น่ะ​มัน​ลึกลับ​ซับซ้อน​กว่า​ที่​คิด​เยอะ ฝ่าย​พระเอก​อย่าง​ผม​น่ะ​ไม่ได้​ชนะ​ทุก​ครั้ง​เหมือน​ใน​หนัง​ที่​คุณ​พจมาน​ดู​นะ​ครับ” ลาย​เมฆ​พูด​อย่าง​หนักใจ

ปีแสง​ช่วย​เสริม​ว่า เกิด​พลาด​พลั้ง​ขึ้น​มา นางเอก​อย่าง​พจมาน​อาจ​ตาย​ศพ​ไม่​สวย​ก็ได้ ทำให้​พจมาน​โกรธ​จี๊ด​หา​ว่า​มา​แช่ง​กัน เลย​คว้า​ขนม​ชิ้น​เ​บ่อ​เริ่ม​ยัด​ใส่​ปาก​เฮีย​หลง​ห้ามไม่ทัน บ่น​ว่า เครียด​ที​ไร​หา​ของ​เข้า​ปาก​ทุกที เฮีย​พูดไม่ทัน​ขาดคำ พจมาน​ก็​อ้วก​ใส่​เสีย​เต็ม​หน้า องศา​รีบ​เข้าไป​ช่วย​เช็ด​ให้​อย่าง​มี​น้ำใจ

ขณะ​นั้น​เอง ลาย​เมฆ​มี​โทรศัพท์​เข้า เขา​จึง​ลุก​เดิน​ห่าง​ออก​ไป​คุย​โทรศัพท์ เป็น​สาย​จาก​ผู้​กำกับ​มนัส​เรียก​ไป​ทำ​งาน​ด่วน ครู่​เดียว ลาย​เมฆ ปีแสง และ​องศา ก็​พา​กัน​นั่ง​รถ​ไป​ตาม​ถนน​ข​รุ​ข​ระ​ฝุ่น​ฟุ้ง​จน​แทบ​มอง​ไม่​เห็น​ทาง ปีแสง​ประชด​ว่า

“แหม...รู้สึก​เ​เหมือน​ตัว​เอง​อยู่​บน​เครื่องบิน​ยัง​ไง​ไม่​รู้ ข้าง​นอก​ฝุ่น​ตลบ​เหมือน​กำลัง​บิน​ผ่าน​ก้อน​เมฆ แถม​มี​ตก​หลุมอากาศ​อีก​เป็น​ระยะ”

ปีแสง​พูด​อย่าง​คะนอง​ปาก​ทั้ง​ประชด​เสียดสี จน​ลาย​เมฆ​หมั่นไส้​ไล่​ให้​ลง​จาก​รถ​เสีย บอก​ว่า​ตน​ไป​กับ​องศา​ก็​พอ​แล้ว​ไม่​จำเป็นต้อง​มี​เขา​อีก ปีแสง​พูด​อย่าง​ขัดใจ​ว่าผู้​กอง​เห็น​ขี้​ดี​กว่า​ไส้ ได้หน้าลืมหลัง ได้​ใหม่ลืม​เก่า

ลาย​เมฆ​รำคาญ​มาก​ไล่​ก็​ไม่​ยอม​ลง​จาก​รถ​เลย​ลง​ไป​ฉุด​ลาก​เอง แต่​ขณะ​กำลัง​ยื้อยุด​กัน​นั่นเอง มี​รถ​สอง​คัน​มา​จอด​ประกบ​หน้า​ประกบ​หลัง จาก​นั้น​ชาย​ฉกรรจ์​ใน​รถ​ก็​กรู​กัน​ลง​มา เอา​ปืน​จี้​ทั้งหมด​พา​ไป​ที่​โกดัง​ร้าง

ปีแสง​กับ​องศา​ถูก​มัด​อยู่​ใกล้​กัน แต่​ลาย​เมฆ​แยก​ไป​ต่างหาก ชาย​ฉกรรจ์​ล่ำ​บ้ึก 5-6 คน​เดิน​วางก้าม​ข่มขู่​ทั้ง​สอง​ให้​บอก​ว่า​ใคร​คือ​นาย​ของ​เขา ปีแสง​ที่​เป็น​คง​โผงผาง​ตอบ​กวน​ประสาท​จน​ถูก​มัน​กระทืบ​เสียหลาย​ที องศา​ขอร้อง​อย่า​ทำร้าย​เพื่อน​ตน​เลย แล้ว​ทำ​ที​เป็น​ยอม​บอก​ว่า



“นาย​ผม...คือ​ผู้​กำกับ...” พูด​ได้​แค่​นั้น​ปีแสง​ก็​ร้อง​ห้ามไม่​ให้​บอก ถูก​ชาย​ฉกรรจ์​ตบ​จน​เลือด​กบ​ปาก องศา​พูด​ต่อหน้า​ตา​เฉย​ว่า “ตอน​นี้​ผม​รับคำ​สั่ง​จาก​ผู้​กำกับ...การ​แสดง​อยู่​ครับ”

ผล​คือ​องศา​ถูก​ชาย​ฉกรรจ์​ตบ​หน้า​อย่าง​แรง พลาง​ก็​หิ้วปีก​ลาย​เมฆ​ใน​สภาพ​สะบักสะบอม​มา​ขู่​ว่า ถ้า​ไม่​บอก​ความ​จริง​จะ​ฆ่า​ลาย​เมฆ​ให้​ดู ปีแสง​ฮึด​ขึ้น​มา​ท้า​ว่า​ถ้า​จะ​ตาย​ก็​ขอ​ตาย​พร้อม​กัน พลาง​ก็​เข้าไป​ยืน​เรียง​หน้ากระดาน​ทั้ง​สาม​คน​รอ​ตายพร้อม​กัน​นั้น ทั้ง​ปีแสง​และ​องศา​ก็​ช่วย​กัน​กวน​ประสาท​ป่วน​พวก​ชาย​ฉกรรจ์​ให้​งง​แล้ว​แย่ง​ปืน​มัน​มา​ได้​ไม่​ยาก​นัก

พอได้ปืนมา​ทั้ง​สอง​ก็ยิงก​ราด​ใส่​ชาย​ฉกรรจ์​เหล่า​นั้น พวก​มัน​วิ่ง​กัน​กรี๊ด​กร๊าดแต๋ว​แตก​ทันที พอ​ทั้ง​สอง​คน​มอง​งงๆ มัน​ก็​เฉลย​ว่า นั่น​มัน​เป็น​ปืน​ลม

ความ​แตก​เมื่อ​ปีแสง​กับ​องศา​วิ่ง​ไป​หลัง​กอง​ลัง เจอ​กับ​ผู้​กำกับ​มนัส​นั่ง​แทะ​ถั่วแระ​อยู่ นอก​นั้น​ก็​มี​ทั้ง​เฮีย​หลง​และ​ดาบ​กับ​จ่า​อีก​สอง​คน เลย​รู้​ว่า ทั้งหมด​นี้​เป็น​แผน​ทดสอบ​องศา ซึ่ง​ผู้​กำกับ​ก็​ให้​ผ่าน​เพราะ​มี​คุณสมบัติ​ที่​ดี​ของ​สายลับ

ผู้​กำกับ​แสดง​ความ​ยินดี​กับ​องศา​ที่การ​ทดสอบ​ผ่าน​ไป​ด้วย​ดี บอก​ปีแสง​ที่​โดน​กระทืบ​ไป​หลาย​ที​ว่า​เดี๋ยว​จะ​พา​ไป​กิน​น้ำ​ใบ​บัวบก​แก้​ช้ำ​ใน

ooooooo

ที่​ร้าน​หลง​ของ​เก่า​นี่เอง ผู้​กำกับ​มนัส​ยัง​เรียก​ประชุม​เป็น​กรณี​พิเศษ​กับ​ลาย​เมฆ​และ​เฮีย​หลง​เพราะ​เป็น​เรื่อง​ที่​ต้องการ​ให้​รู้​กัน​แค่​สาม​คน นั่น​คือ การ​รับ จอมใจชนก​เข้า​มา​ร่วม​ทีม เพราะ​จอมใจชนก​เคย​ทดสอบ​ตัว​เอง​มา​แล้ว​จาก​การ​ที่​เคย​ขี่​มอเตอร์ไซค์​ไป​ช่วย​ลาย​เมฆ ปีแสง กับ​องศา​ไว้​คราว​ก่อน

แต่​ที่​ทำให้​ลาย​เมฆ​กระอักกระอ่วน​ใจ​มาก​คือ ใน​การ​ทำ​งาน​ครั้ง​นี้ จอมใจชนก​จะ​ต้อง​มา​ใน​ฐานะ​แฟน​ของ​เขา โดย​ให้​เธอ​ทำตัว​เป็น​เมีย​ที่​ติดตาม​คุม​ผัว​แจ​ทุก​ฝี​ก้าว เวลา​ไป​ไหน​มา​ไหน​ด้วย​กัน​จะ​ได้​ดู​สมจริง

เท่านั้น​ไม่​พอ ยัง​สร้าง​ภาพ​จอมใจชนก​ให้​เป็น​เจ้าของ​โมเดล​ลิ่ง แต่​เบื้องหลัง​คือ​แม่เล้า​ที่​มี​สาวๆพริตตี้​ใน​สังกัด

ลาย​เมฆ​ปวด​หัว​กับ​ละคร​ฉาก​นี้​มาก ผู้​กำกับ​ต้อง​หว่านล้อม​อยู่​นานเ​ขา​จึง​เงียบ​ไป จอมใจ​ชนก​ถาม​ว่า​งาน​นี้​เป้าหมาย​ของ​เรา​คือ​ใคร

“เขา​ชื่อ​สกั๊ต” ผู้​กำกับ​บอก​หน้า​เครียด

ooooooo

สกั๊ต เป็น​ชาย​หนุ่ม​ผม​ทองหล่อ​เท่​ทันสมัย เป็น​นักธุรกิจ​ระดับ​สากล หลังจาก​ผู้​กำกับ​ระบุ​เป้าหมาย​แล้ว ยัง​ให้​รายละเอียด​กับ​ลาย​เมฆ เฮีย​หลงและ​จอมใจ​ชนก​ว่า

“สกั๊ต...​เป็น​ตัวแทนจำหน่าย​รถ​สปอร์ต​ยี่ห้อ​ดัง​ที่​มี​ยอด​ขาย​อันดับ​ต้นๆของ​ประเทศ แล้ว​รถ​ที่​เรา​เจอ​แบ​งก์์​ปลอม​ก็​มา​จาก​บริษัท​ของ​นา​ยส​กั๊ต​นี่​ล่ะ นาย​นี่​ครบ​เครื่อง หล่อ รวย ฉลาด ทำ​งาน​เก่ง แถม​ยัง​ติด​อันดับ​ท็อป​เทน​ของ​หนุ่มสังคม​เจ้าสำราญ​ที่​น่า​จับตา​มอง​ที่สุด อ้อ...แต่​ถ้า​หา​ตัว​นาย​นี่​ที่ไหน​ไม่​เจอ​ละ​ก็ ไป​ตาม​ที่​นี่​ได้​เลย...สนาม​แข่ง​รถ”

ผู้​กำกับ​มนัส​ให้​รายละเอียด​ว่า สกั๊​ตจะ​จัด​แข่ง​รถ​ซุปเปอร์​คาร์​เพื่อ​กระตุ้น​ยอด​ขาย​ให้​บริษัท​อยู่​เป็น​ประจำ ทั้งยัง​ทุ่ม​สุด​ตัว​ลง​แข่ง​ขัน​แทบ​ทุก​นัด แถม​ฝีเท้า​แรง​ไม่​แพ้​ฝีมือบริหาร​งาน​เลย แล้ว​ผู้​กำกับ​ก็​ย้ำ​ประเด็น​เด็ด​ว่า

“แต่​สิ่ง​สำคัญ​ที่สุด​เกี่ยว​กับ​นาย​นี่​ก็​คือ มี​น้อง​สาว​สวย​ม้า​กก​กก” เมื่อ​ลาย​เมฆ​กับ​เฮีย​หลง​อยาก​รู้​ว่า​สวย​ขนาดไหน​ผู้​กำกับ​ก็​เอา​รูป​มาให้​ดู “น้อง​เขา​ชื่อ เอ​เ​ชี​ย กำลัง​ฮอต​จัดๆ ในแวดวง​ไฮโซ ถ้า​เรา​ตาม​ประกบ​เอ​เ​ชีย​ได้​อีก​ทาง ก็​เพิ่ม​โอกาส​ในการ​ได้​ข้อมูล​เชิง​ลึก​เกี่ยว​กับ​สกั๊ต​มาก​ขึ้น”

พอ​เห็น​รูป​ของ​เอ​เ​ชีย​และ​ความ​ฮอต​ของ​เธอ เฮีย​หลง​ขอ​อาสา​เป็น​คน​ประกบ​เธอ​เอง  ถูกผู้​กำกับ​ตัดบท​ว่า​ให้​เขาดูแล​เมีย​ตัว​เอง​ให้​ดี​เถอะ เพราะ​งาน​นี้​มอบ​ให้​ปีแสง​ไป​แล้ว แม้แต่​ลาย​เมฆ​เอง​ก็​อด​บ่น​ไม่ได้​ว่า​ที​สาวๆละ​ส่ง​ไป​ให้​ปีแสง

“ก็​เพราะ​พี่​จะ​ให้​เมฆ​ประกบ​สกั๊ต​ไง ​ถ้า​ไม่​ใช้​อดีต​แชมป์​นัก​ด​ริ​ฟท์​รถ​มือ​ฉมัง​อย่าง​เมฆ พี่​ก็​ไม่​เห็น​ใคร​แล้ว​ล่ะ”

กิน​ลูกยอ​เข้าไป​เต็มๆ ลาย​เมฆ​ก็​ยอม แต่​จอมใจ​ชนก​ยัง​ไม่​แล้ว​ใจ​ถาม​ว่า​ทำไม​ตน​ต้อง​เป็น​แม่เล้า​โมเดล​ลิ่ง​ด้วย

“อัน​นี้​ล่ะ​หัวใจ​เลย จอม​รู้​ไหม​ว่า​แก๊ง​ไอ้​สกั๊ต​น่ะ​มันบ้า​พริตตี้​เอา​มากๆ แข่ง​รถ​แต่ละ​ที​ต้อง​มี​สาวๆล้อม​หน้า​ล้อม​หลัง แล้ว​สาวๆ พวก​นี้​นี่​ล่ะที่​สามารถ​ชอนไช​เข้าไป​ได้​ใน​เกือบทุกที่​ที่​เป็น​ส่วนตัว​ของ​มัน”

เมื่อ​หว่านล้อม​กล่อ​ม​เกลา​จน​ทุก​คน​รับ​ได้​เข้าใจ​หน้าที่​ของ​ตัว​เอง​แล้ว ผู้​กำกับ​มนัส​สรุป​ว่า

“เอา​นะ...ถ้า​เข้าใจ​ตรง​กัน​แล้ว ก็​เตรียมพร้อม​สำหรับ​ปฏิบัติการ​หมายเลข​หนึ่ง​ของ​เรา​ได้​เลย”

ooooooo

ที่​สนาม​แข่ง​รถ...บรรยากาศ​คึกคัก​เร้าใจ​ทั้งเสียง​ลอง​เครื่อง​รถ เสียง​ดนตรี เสียง​เพลง​เชียร์ จน​เมื่อเจ้าหน้าที่​ประกาศ​ให้​รถ​ทุก​คัน​เข้า​ประจำ​ตำแหน่ง​ที่​จุด​สตาร์ต ผู้​กำกับ​มนัส​ก็​บอก​เฮีย​หลง​ให้​เช็ก​ทีม​งาน​ของ​ตน

เฮีย​หลง​กด​เช็ก​ที่​แผน​วงจร​ไล่​ดู​อึดใจ​เดียว​ก็​เจอ รายงาน​ผู้​กำกับ​อย่าง​ตื่นเต้น​ว่า

“เจอ​แล้ว​ครับ แหม...ดู​แต่ละ​คน​ซิ ท่า​เดิน​งี้​เท่​โคตรๆ”

ภาพ​ที่​เห็น​ใน​จอ​คือ ลาย​เมฆ ปีแสง และ​องศาในชุด​ทีม​แข่ง​ต่าง​เดิน​เท่ เดิน​หล่อ​อยู่​ท่ามกลาง​ความ​คึกคัก​ของ​งาน​โดย​ลาย​เมฆ​แต่ง​ชุด​ลาย​สี​แดง ปีแสง​สีน้ำเงิน และ​องศา​สี​ขาว

แต่​เ​ก๊กเท่​กัน​อยู่​ไม่​นาน​ทั้ง​สาม​ก็​สะดุ้ง​แทบ​หมด​ฟอร์ม​เมื่อ​ได้ยิน​แตร​รถ​แสบ​แก้วหู​จาก​ข้าง​หลัง​พร้อม​กับ​เสียง​เบรก​รถ​เอี๊ยด​ใน​ระยะ​หวาดเสียว ทั้ง​สาม​เกือบ​จะ​ทิ้ง​มาด​นัก​แข่งรถ​มา​เป็น​นัก​มวย แต่​พอ​เห็น​คน​ขับ​รถ​คัน​นั้น​ลง​มา​ต่าง​ก็​มองตะลึง ใน​ความ​สวย เซ็กซี่ เพราะ​เธอ​คือ​เอ​เ​ชี​ย เธอ​อยู่​ใน​ชุดนักแข่งรถ

เอ​เ​ชี​ยล​ง​มา​ว่า​สาม​หนุ่ม​ฉุนๆที่มา​เดิน​ขวาง​ทางรถ ลายเมฆ​รีบ​ขอโทษ ปีแสง​ทำ​กะลิ้มกะเหลี่ย​ถาม​ว่า​เธอ​ไม่​เป็น​อะไรใช่ไหม องศา​ก็​ช่วย​พูด​ว่า

“แหม...โชค​ดี​นะ​ครับ​ที่​เรา​เดิน​ตัดหน้า​รถ​น้อง​สาวนักแข่ง​มือ​รางวัล ไม่​งั้น​คง​เหลือ​แต่​ชื่อ”

เอเชีย​มอง​ขวับ​ถาม​ว่า​รู้จัก​ตน​ด้วย​หรือ ปีแสง​รีบ​แซง​ขึ้น​ไป​ทำ​คะแนน​ปะเหลาะ​ว่า

“โถ...ใคร​จะ​ไม่รู้จัก​คุณ​เอเชีย​น้อง​คุณ​สกั๊ต​คน​ดัง​ล่ะ​ครับ คุณ​คง​ไม่​รู้​ว่า​คุณ​สกั๊ต​เนี่ย​ไอ​ดอล​ของ​ผม​เลย​นะ ไม่​ว่า​จะ​เรื่อง​ชีวิต...เรื่อง​งาน...เรื่อง​รถ”

เอเชีย​ทำ​หน้า​รำคาญ แต่​เพราะ​กังวล​เรื่อง​แข่ง​รถ ตัดบท​ว่า​ถ้า​ไม่​มี​อะไร​แล้ว​ตน​ขอตัว แล้ว​เดิน​กลับ​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป

“สวย เผ็ด ดุ จับ​ผัด​พริก​ซะ​ดี​ไหม...เกือบไป​แล้ว​ไหม​ล่ะ​องศา” ลาย​เมฆ​มอง​ตาม​รถ​ของ​เอเชีย​แล้ว​หัน​มอง​องศา หมวด​หนุ่ม​รีบ​ขอโทษ​อย่าง​รู้สึก​ผิด แล้ว​ทุก​คน​ก็​หัน​มอง​ไป​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​กรี๊ด​ลั่น​ขึ้น​มา เห็น​กลุ่ม​พริตตี้​และ​นักข่าว​กำลัง​กรู​กัน​เข้า​รุมล้อม​ใคร​อยู่

สกั๊ต​นั่นเอง นักข่าว​กับ​สาว​พริตตี้​กำลัง​กรี๊ด​รอบ​ตัว​เขา​สัมภาษณ์​เรื่อง​การ​แข่ง​รถ แต่​ผิดหวัง​เมื่อ​เขา​บอก​ว่า วัน​นี้​ให้​เอเชีย​น้อง​สาว​ลง​แข่ง​เชื่อ​ว่า​จะ​ต้อง​เอา​ชัยชนะ​มา​ให้​ทีม​แบบ​ขาดลอย ส่วนตัว​เอง​นั้น  สกั๊ตบ​อก​ว่า

“ดู​จาก​ราย​ชื่อ​ผู้​เข้า​ร่วม​แข่ง​แล้ว คง​ไม่​ต้อง​ให้​ถึง​มือ​ผม​หรอก​ครับ”

ooooooo

พริบตาเดียว ​สกั๊ต​ก็​หลุด​ไป​จาก​ความ​สนใจ​ใน​สนาม  เมื่อ​ขบวน​สาว​เซ็กซี่​นำ​โดย​จอมใจ​ชนก​วิ่ง​กรู​ไป​ที่​ลาย​เมฆ ปีแสง และ​องศา เสียง​กรี๊ด ​เสียง​เพลง​เชียร์​ประกอบ​ลีลา​เร้าใจ  ทำให้​คน​ดู​ร้อง​วี๊ด...วิ้ว ตาม​ไป​ด้วย​อย่าง​มี​อารมณ์​ร่วม  ตัว​จอมใจชนก​เอง​ก็​ทำตัว​ดี๊ด๊า​สนิท​สนม​กับ​ลาย​เมฆ​เป็น​พิเศษ

ปีแสง​เป็น​คน​ลง​แข่ง​ขัน เขา​ขอ​เสียง​เชียร์​จาก​พวก​สาวๆเซ็กซี่​เหล่า​นั้น จอมใจชนก​ถาม​ว่า​ลาย​เมฆ​ไม่ได้​ลง​แข่ง​ด้วย​หรือ เขา​ตอบ​อย่าง​ไว้​ท่า​ว่า

“โธ่...จอม ​นี่​มัน​สนาม​เด็ก​เล่น ผู้ใหญ่​อย่าง​ฉัน เอ๊ย...อย่าง​เค้า​น่ะ​แค่​นั่ง​ดู​ก็​พอ” พูด​แล้ว​หัน​มอง​ไป​ทาง​สกั๊ต​ ประสาน​สายตา​เข้า​พอดี ลาย​เมฆ​ทำ​เป็น​เฟ​รน​ด์ลี่​ยกมือ​ทักทาย​ส่ง​ยิ้ม​ให้ แต่​ฝ่าย​นั้น​ทำ​เฉย ลาย​เมฆ​เลย​ยิ้ม​เจื่อน​ไป


รถ​ที่​เข้า​แข่ง​ขัน​เคลื่อน​ตัว​เข้า​ประจำ​ตำแหน่ง​ที่​จุด​สตาร์ต ปีแสง​กับ​เอเชีย​อยู่​เคียง​กัน ปีแสง​ยกมือ​ทักทาย​อ่อยๆ แต่​เอเชีย​ทำ​เชิด​ใส่​เลย​แหย​ไป​นิดหนึ่ง
พอ​กรรมการ​เป่า​นกหวีด สะบัด​ธง รถ​ทุก​คัน​ก็​พุ่ง​ออก​จาก​จุด​สตาร์ต​ทันที เอเชีย​ขับเคี่ยว​กับ​ปีแสง​เอาเป็นเอาตาย เมื่อ​กลุ่ม​รถ​ที่​ตาม​มา​จะ​แซง​ก็​ถูก​ปีแสง​กับ​เอเชีย​ร่วม​กัน​ขับ​ฉวัดเฉวียน​กัน​จน​รถ​คัน​นั้น​เสียหลัก​พุ่ง​ชน​รถ​คัน​อื่น ปีแสง​กับ​เอเชีย​จึง​หัน​มา​ขับเคี่ยว​กันเอง​ต่อ

พริบตา​ต่อ​มา​​ รถ​คัน​ที่​เสียหลัก​ก็​พุ่ง​ขึ้น​ชน​รถ​ของ​ปีแสง​จน​เสียหลัก​รถ​หมุน​ติ้ว ทำให้​รถ​ของ​เอเชีย​ขับ​ฉลุย​เข้า​เส้น​ชัย​ ท่ามกลาง​เสียง​เฮ​ของ​พวก​สกั๊ต และ​เสียง​สบถ​อย่าง​เสียดาย​ของ​ผู้​กำกับ​มนัส​กับ​เฮีย​หลง​ที่​อยู่​ใน​รถ​ปฏิบัติการ

สกั๊ต​เดิน​มา​พูด​กับ​ลาย​เมฆ​ว่า เอา​ไว้​แก้ตัว​ใหม่​ก็​แล้วกัน ลาย​เมฆ​ยอม​รับ​ว่า​เด็ก​ของ​ตน​อ่อน​จริงๆ นัด​หน้า​ตน​คง​ต้อง​ลง​เอง หวัง​ว่า​จะ​ได้​ลับ​ฝีมือ​กับ​เขา​เป็น​การ​ส่วนตัว สกั๊ต​ฟัง​แล้ว​เหมือน​ถูก​ลูบคม​ถาม​ว่า รู้​ไหม​ว่า​กำลัง​ท้า​ใคร​อยู่

ก่อน​แยก​กัน สกั๊​ตม​อบ​นามบัตร​ของ​ตน​ให้​ลาย​เมฆ พูด​ท้า​ใน​ที​ว่า

“ถ้า​คุณ​พร้อม​จะ​ประเดิม​กัน​กับ​เกม​นอก​สนาม​ครั้ง​นี้​ด้วย​ชีวิต​ ก็​นัด​มา”

เมื่อ​สกั๊​ตก​ลับ​เข้าไป​ใน​ห้อง​รับรอง เขา​ยื่น​ซอง​ค่า​จ้าง​ให้​คน​ขับ​รถ​ที่​ทำให้​ปีแสง​เสียหลัก พอดี​เอเชีย​ถือ​ถ้วยรางวัล​เข้า​มา​เห็น รู้​ว่า​พี่​ชาย​จ้าง​คน​ขับ​คน​นั้น​ให้​กำจัด​คู่แข่ง​ของ​ตน เธอ​ต่อว่า​พี่​ชาย​ว่า ทำให้​ตน​ไม่​มี​ศักดิ์ศรี ถาม​ว่า​พี่​ใช้​วิธี​นี้​มา​ตลอด​ใช่​ไหม

“ไม่​ใช่​นะ​เอเชีย พี่​ไม่​เคย​ทำ​แบบ​นี้​มา​ก่อน แต่​สถานการณ์​เมื่อกี้​มัน​จำเป็น​ต้อง​จัดการ​จริงๆ พี่​จะ​ปล่อย​ให้​ไอ้​คน​แปลก​หน้าที่​ไหน​ก็​ไม่​รู้​มา​ชนะ​การ​แข่ง​ขัน​ที่​เรา​จัด​ขึ้น​ไม่ได้ ที่​สำคัญ​ถ้า​พี่​ปล่อย​ให้​รถ​ยี่ห้อ​อะไร​ก็​ไม่​รู้​มา​ได้ที่​หนึ่ง​ไป เอเชีย​คิด​บ้าง​ไหม​ว่า มัน​ส่ง​ผล​ยัง​ไง​กับ​ภาพ​ลักษณ์​ของ​บริษัท​​เรา”

ฟัง​สกั๊ต​ชี้แจง​แล้ว เอเชีย​นิ่ง​ไป​อย่าง​จำ​ใจ​จำนน​กับ​เหตุผล​ของ​พี่​ชาย

ooooooo

ปีแสง​อ่าน​เกม​ใน​สนาม​ไม่​ออก แต่​ลาย​เมฆ​มอง​ทะลุ บอก​เขา​ว่า รถ​คัน​นั้น​จงใจ​กำจัด​เขา ปีแสง​ถึง​ได้​นึกออก ลาย​เมฆ​พูด​ปลอบ​ใจ​ว่า ปล่อย​ให้​สาว​สวย​ชนะ​น้อง​เขา​จะ​ได้​ดีใจ ปีแสง​ติง​ว่า​ไม่​แน่ใจ​ว่า​เขา​จะ​รู้สึก​อย่าง​ผู้​กอง​ว่า​หรือ​เปล่า เลย​ถูก​ลาย​เมฆ​แหย่​ว่า

“เจอ​กัน​ไม่ทัน​ไร ดู​จะ​เข้า​อก​เข้าใจ​เขา​ดี​เหลือเกิน​นะ”

“เรื่อง​ผู้หญิง​น่ะ​ผม​ไม่​ช่ำชอง​เหมือน​ผู้​กอง​หรอก​ครับ แฟน​เก่า​ไป​เมืองนอก​ไม่ทัน​ไร แอบ​ไป​ซุ่ม​มี​แฟน​ใหม่​ตั้งแต่​เมื่อ​ไหร่​ก็​ไม่​รู้ ร้าย​จริงๆ”

ลาย​เมฆ​อึ้ง​ไป​อย่าง​น้ำ​ท่วม​ปาก แต่​แล้ว​ก็​หา​แง่​แว้ง​เอา​จน​ได้​ว่า

“เรื่อง​ความ​รัก​มัน​ไม่เข้าใครออกใคร​หรอก​เว้ย นาย​ก็​ระวัง​ตัว​ให้​ดี​เถอะ  ดู​ซิ​ว่า​จะ​มั่นคง​กับ​ลูก​สาว​ฉัน​ไป​ได้​กี่​น้ำ พอได้​ตาม​ประกบ​สาว​ร้อน​อย่าง​เอเชีย”
ก่อน​ที่​ทั้ง​คู่​จะ​สะกิด​แผล​ของ​กันและกัน​ต่อ องศา​ก็​เอา​น้ำ​มา​แจก ทำให้​ทั้ง​คู่​หยุด​จิก​แผล​กัน

ooooooo

ฝ่าย​ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​เพื่อน​สนิท ต่าง​ดีใจ​เมื่อ​หัวหน้า​แผนก​ที่​ทั้ง​สอง​ไป​สมัคร​งาน​ไว้​รับไว้​ให้​ฝึกงาน​กับ​ช่อง

“ใน​ที่สุด​ฝัน​ก็​เป็น​จริง​สัก​ที” ฟ้า​คราม​ยิ้มแย้ม​ดีใจ

ขณะ​ไป​นั่ง​กิน​กาแฟ​กัน​กับ​แบ​ม

“นั่น​สิ ไม่​เสีย​แรง​ที่​เรา​สอง​คน​ตะลอน​ไป​ถ่าย​ทำ​นั่น​นี่​แทบ​ตาย นี่​ถ้า​ครู​พลอย​รู้​จะ​ต้อง​ภูมิใจ​ใน​ตัว​เรา​มาก​แน่ๆ”

ฟ้า​ครามบ​อก​ว่า​คืน​นี้​ต้อง​ส​ไก​ป์​ส่งข่าว​อัพเดท​ให้​ครู​พลอย​สัก​หน่อย แบม​เลย​ฝาก​ความ​คิดถึง​มากๆไป​ด้วย ฟ้า​คราม​ถาม​ว่า ​เรา​มัว​แต่​คิดถึง​ครู​พลอย แล้ว​แบ​ม​โทร.​หา​พ่อ​ที่​อเมริกา​บ้าง​หรือ​ยัง​ว่า​จะ​กลับ​มา​เมื่อ​ไร

“ไม่​เป็นไร​หรอก ให้​พ่อ​หยุด​พักผ่อน​สัก​เดือน​สอง​เดือน  พ่อ​น่ะ​ทำ​งาน​มา​เยอะ​แล้ว  ที่​สำคัญ...ช่วง​นี้​ฉัน​จะ​ได้​ถือโอกาส​ใช้​ชีวิต​แบบ​ไม่​ต้อง​มี​พ่อ​มา​คอย​อุ้มชู​บ้าง เอ้​อ...

ว่า​แต่​พ่อ​เธอ​ล่ะ​เป็น​ยัง​ไง ไหน​ว่า​กลับ​มา​เป็น​สายลับ​อีก​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ”

ฟ้า​คราม​พูด​อย่าง​เข้าใจ​พ่อ​ว่า ตน​เอง​ไล่​ตาม​ความ​ฝัน พ่อ​ก็​เหมือน​กัน เพราะ​ชีวิต​คน​เรา​จะ​มี​ค่า​ก็​เพราะว่า​ได้​ทำ

ใน​สิ่ง​ที่รัก แบ​ม​เลย​ถาม​ถึง​ปีแสง​ว่า​เป็น​อย่างไร​บ้าง หมู่​นี้​ไม่ค่อย​ได้​เจอ​กัน​เลย

“ฉัน​ก็​ไม่ได้​เจอ​เขา​ไป​มาก​กว่า​เธอ​สัก​เท่า​ไหร่​หรอก” ฟ้า​คราม​ทำ​หน้า​เซ็ง​ขึ้น​ทันที

ooooooo
เมื่อ​เสร็จ​จาก​ภารกิจ​ที่​สนาม​แข่ง​รถ​แล้ว ลาย​เมฆ​ชวน​องศา​ไป​ซื้อ​อาหาร​ทะเล​สดๆที่​สะพานปลา​เพื่อ​ทำ​อาหารโปรด​ให้​ฟ้า​คราม องศา​ขอ​เป็น​ลูกมือ​และ​อาสา​ขับ​รถ​ให้

ส่วน​ผู้​กำกับ​มนัส​กับ​เฮีย​หลง เมื่อ​เสร็จ​สิ้น​ภารกิจ​แล้ว ผู้​กำกับ​อยาก​ไป​ตลาด​หนอง​มน และ​ชม​พิพิธภัณฑ์​ใต้​น้ำ แต่​เฮีย​หลง​ต้อง​รีบ​กลับ​กรุงเทพฯ เพราะ​พจมาน​ส่ง​ข้อความ​มา​ห้า​สิบ​กว่า​ครั้ง​แล้ว​ว่า อ้วก​หนัก​ให้​รีบ​พา​ไป​โรงพยาบาล

เฮีย​หลง​กลับ​ไป​แล้ว ทิ้ง​ให้​ผู้​กำกับ​​มนัส​ยืน​หัว​โด่​คิด​หา​ทาง​กลับ​เอง โชค​ดี​ที่​จอมใจชนก​พา​พวก​พริตตี้​มา​เต็ม​คันรถ เจอ​เข้า​เลย​เก็บ​ไป​ด้วย ให้​นั่ง​เบียด​ไป​กับ​พวก​พริตตี้ ผู้​กำกับ​เลย​ซู่ซ่า​ซาบซ่านไป​กับ​พวก​สาวๆจน​ลืม​วัย

มี​แต่​ปีแสง​เท่านั้น​ที่​ภารกิจ​ยัง​ไม่​เสร็จ​สิ้น   เขา​ต้อง​

ขับ​รถ​ตาม​เอเชีย​ไป​เพื่อ​จะ​ได้​เข้า​ให้​ถึง​ตัว​เธอ  ทั้ง​สอง​ขับ​รถ​ฉวัดเฉวียน​แกล้ง​กัน​ไป​มา  ปีแสง​แกล้ง​ขับ​รถ​แซง​ไป​ยั่ว​ให้​เอเชีย​ตาม เมื่อ​เธอ​ตาม​ไป​เจอ​เขา​ยืน​ชม​วิว​ทำ​เท่อ​ยู่​บน​ถนน

ริม​ทะเล เธอ​ขับ​รถ​เหมือน​จะ​พุ่ง​เข้า​ชน แต่​แล้ว​ก็​ต้อง​เบรก​เอง เพราะ​ปีแสง​ยืน​นิ่ง​อย่าง​ท้า​ความ​ตาย

พอ​เบรก​รถ​แล้ว​เธอ​ลง​ไป​ถาม​ว่า  ทำไม​ไม่​หลบ  เขา​ตอบ​อย่าง​มั่นใจ​ว่า ​รู้​ว่า​เธอ​ไม่​ชน​แน่ เพราะ​ถ้า​ชน​ก็​คง​ชน​ไป​แล้ว เอเชีย​ยิ้ม​ใน​หน้า​อย่าง​หมั่นไส้​แล้ว​ขึ้น​รถ​ขับ​ออก​ไป

ปีแสง​ถอน​ใจ​โล่ง​อก ก้ม​มอง​ประตู​รถ​ที่​หนีบ​ชาย​เสื้อ​ตัว​เอง​ไว้​แน่น ยิ้ม​พอใจ​ที่​เอา​ตัว​รอด​ได้​อย่าง​เท่​ได้​อีก​ครั้ง

ooooooo

ทั้ง​สอง​หา​รู้​ไม่​ว่า ถูก​กระทิง​มาเฟีย​ที่​เคย​ปะทะ​กับ​ปีแสง​มา​แล้ว สะกด​รอย​ตามอย่าง​อาฆาตมาดร้าย เมื่อ​ได้​จังหวะ​เหมาะ​มัน​ยิง​ใส่​ทั้ง​คู่​ที่​ยืน​ชม​วิว​อยู่​อีก​จุด​หนึ่ง

ปีแสง​ปกป้อง​เอเชีย​คว้า​เธอ​หมอบ​ลง​ข้าง​รถ ปลอบ​ใจ​ว่า​ไม่​ต้อง​กลัว ให้​เธอ​หลบ​ไป​อยู่​หลัง​ต้นไม้ ตน​จะ​ล่อ​มัน​ไป​อีก​ทาง แล้ว​ปีแสง​ก็​วิ่ง​สไลด์​ไป​ตาม​ทาง​ลาด​หน้า​ผา กระทิง​เห็น​ดังนั้น​ไล่​ยิง​ตาม​ไป​ทันที

ปีแสง​วิ่ง​ไป​ดัก​อยู่​ เมื่อ​กระทิง​วิ่ง​ตาม​ไป​ถูก​เขา​โถม​เข้าใส่​จน​ล้ม​กอง​กับ​พื้น​ปืน​หลุด​จาก​มือ ปีแสง​คร่อม​กระทิง​ไว้ พอ​เห็น​หน้า​ชัดๆเขา​พึมพำ “ที่แท้​ก็​แก​นั่นเอง”

“คราว​ก่อน​ทำ​กู​ไว้​แสบ วัน​นี้​มึง​โดน​คิด​บัญชี​รวบ​ยอด​แน่” กระทิง​พูด ทำให้​ปีแสง​เห็น​ฟัน​เหล็ก​มัน​เต็มปาก เขาถามเย้ย

“ถูก​ฉัน​เล่น​งาน​จน​ต้อง​กลาย​เป็น​ไอ้​ฟัน​เหล็ก​แบบ​นี้ ยัง​ไม่​เข็ด​ใช่​ไหม”

ทั้ง​สอง​ต่อสู้​กัน​ด้วย​ฝีมือ​ที่​ไม่​มี​ใคร​ด้อย​กว่า​กัน จังหวะ​หนึ่ง​ปีแสง​พลาดท่า​ถูก​กระทิง​คว้า​ปืน​ขึ้น​จ่อ​หมาย​ยิง​เผาขน แต่​มัน​ไม่ทัน​เหนี่ยว​ไก ก็​ถูก​เอเชีย​คว้า​ไม้​ฟาด​คอ​จน​เซ​ล้ม​กับ​พื้น

ปีแสง​ฉวย​โอกาส​นั้น​พา​เอเชีย​หนี​ไป​ท่ามกลาง​ห่า​กระสุน​ที่​กระทิง​สาด​ตาม​หลัง​มา

พา​กัน​หนี​ไป​จน​เสียง​ปืน​เงียบ​ลง คิด​ว่า​รอด​แล้ว แต่ที่แท้​กระทิง​ยืน​จังก้า​อยู่​โขด​หิน​เหนือ​หัว​พวก​เขา ทั้ง​สอง​พา​กันถอย​กอด​กัน​กลิ้ง​ไป​ตาม​ทาง​ลาด​ชัน จนกระทั่ง​เอเชีย​พลัด​ตกลงไป​ใน​ทาง​ชัน ปีแสง​เอง​ก็​ลื่น​ไหล​ไป​ตาม​เนิน​ดิน พอ​เขา​ชะโงกไป​เห็น​เอเชีย​ที่​คว้า​กิ่ง​ไม้​ไว้​ห้อย​ต่องแต่ง เขา​รีบ​คว้า​ร่างเธอไว้ใช้​ กำลัง​ทั้งหมด​ดึง​เธอ​ขึ้น​มา

แรงเหวี่ยง​ทำให้​เอเชีย​ขึ้น​มา​ทับ​อยู่​บน​ร่าง​ของ​ปีแสง ทั้ง​คู่​กอด​กัน​แน่น​หลัง​ผ่าน​ความ​เป็น​ความ​ตาย​ร่วม​กัน​มา ต่าง​จ้อง​ตา​กัน​นิ่ง​ด้วย​แวว​ตา​ที่​มี​ความรู้สึก​บาง​อย่าง​ต่อ​กัน โดยเฉพาะ​ปีแสง​นั้น​แวว​ตา​เขา​เปลี่ยน​ไป​อย่าง​เห็น​ได้​ชัด...

ooooooo

เฮีย​หลง​รีบ​กลับ​มา​พา​พจมาน​ไป​หา​หมอ ปรากฏ​ว่า​เธอ​ท้อง​ได้​สอง​เดือน​แล้ว พจมาน​ถึง​กับ​ร้องไห้โฮ เฮีย​หลง​ถาม​ว่า ​ไม่​ดีใจ​หรือ​ที่​เรา​จะ​มี​ลูก เธอ​ร้องไห้ไป พูด​ไป​ว่า

“จะ​ให้​พจ​ดีใจ​เหรอ ถ้า​พจ​เกิด​ท้องขึ้น​มา​ตอน​นี้​แล้ว​ภารกิจ​สายลับ​ที่​พ​จอ​ยาก​ทำ​มัน​จะ​เป็นไปได้​ยัง​ไง หมด...หมดกัน​ความ​ฝัน​อัน​สูง​สุด​ของ​พจ”

เฮีย​หลง​ปลอบ​ให้​กำลังใจ​ว่า ภารกิจ​ความ​เป็น​แม่​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​อะไร​ทั้งหมด ถึง​วัน​นี้​เธอ​จะ​เป็น​สายลับ​ไม่ได้ แต่เธอ​ก็​ทำให้​ลูก​โต​ขึ้น​มา​เป็น​สายลับ​ได้ ทำให้​พจมาน​เคลิ้ม​หายเศร้า บอก​เฮีย​หลง​ด้วย​รอย​ยิ้ม​ทั้ง​น้ำตา​ว่า

“จริง​ด้วย​ซิ​นะ ลูก​เรา​คง​โต​ขึ้น​มา​เป็น​สุด​ยอด​สายลับ​เพราะ​มี​แม่​เก่ง​ขนาด​นี้”

“แถม​ได้​ดี​เอ็น​เอ​ตำรวจ​ไฟ​แรง​จาก​พ่อ​อีก ลูก​เรา​ต้อง​เชื้อ​ไม่​ทิ้ง​แถว เ​อ้า...ฉลอง” เฮีย​หลง​กอด​พจมาน​ไว้​แน่น ดีใจ​ที่​กล่อม​เมีย​ได้​สำเร็จ

ooooooo
ตอนที่ 3


ที่​ห้อง​อาหาร​บ้าน​ลาย​เมฆ ค่ำ​นี้​เป็น​อาหาร​มื้อ​พิเศษ​ที่​ลาย​เมฆ​จัด​ฉลอง​ให้​ฟ้า​คราม​ที่​ได้​งาน​ทำ​แต่เจ้าตัว​เอ​งก​ลับไม่​สดชื่น​เท่า​ที่​ควร ลาย​เมฆ​เดา​ใจ​ลูก​ออก​บอก​ว่า​ปีแสง​ยัง​ไม่​เสร็จ​งาน

“แล้ว​ทำไม​พ่อ​กับ​พี่​องศา​ถึง​ไม่​ต้อง​ไป​ทำ​งาน​นี้ด้วยล่ะ”

องศา​ผู้​มี​ความ​กระตือรือร้น​และ​แคร์​ความรู้สึก​ของคน​รอบ​ข้าง ชี้แจง​ว่า​เพราะ​ปีแสง​ต้อง​ตาม​ไป​สาน​ความ​สัมพันธ์...พูด​แล้ว​ชะงัก​กึก รีบ​แก้​เป็น​ว่า​พยายาม​ไป​ทำให้​แหล่ง​ข่าว​ไว้วางใจ​อยู่ เพราะ​ถ้า​ทำ​สำเร็จ​เรา​จะ​ได้​เบาะแส​ดีๆอีก​เยอะ

ลาย​เมฆ​รีบ​เปลี่ยน​เรื่อง​ชวน​ชิม​อาหาร​พิเศษ​ที่​ตนอุตส่าห์​ไป​กว้าน​ซื้อ​กรรเชียง​ปู​มา​ทำให้ พลาง​ปลอบ​ใจ​ลูก​สาว​ว่าเรื่องที่​ ลูก​ได้​งาน​นั้น​พรุ่งนี้​พ่อ​จะ​บอก​ปีแสง​ให้​เอง​รับรอง​ว่า​ต้องดีใจแน่ๆ

“ทำไม​พี่​ปีแสง​ต้อง​เป็น​คน​สุดท้าย​ที่​รู้​เรื่อง​ของ​ฟ้าทุกที”

“ยัง​ไง​ฟ้า​ก็​ยัง​มี​พ่อ​เป็น​คน​แรก​ที่​รู้​ทุก​เรื่อง​ของ​ลูก​ไม่​ใช่​เหรอ” ลาย​เมฆ​ลูบ​ผม​ลูก​อย่าง​เอาใจ แล้ว​ทำ​กระ​ดี้​กระด้าร่าเริง ​ชวน​ฉลอง​กัน​ดี​กว่า​อย่า​มัว​เศร้า​กัน​อยู่​เลย ว่า​แล้ว​ยก​แก้ว​ชูชน​กับ​ทุก​คน

เวลา​เดียวกัน ที่​ริม​ทะเล ปีแสง​กับ​เอเชีย​พา​กันนั่งที่ฝา ​กระโปรง​รถ​มอง​ไป​ที่​ผืน​ทะเล ด้วย​บรรยากาศ​และ​อารมณ์หนุ่ม​สาว​ที่​มี​สัญญาณ​พิเศษ​ต่อ​กัน แม้​ว่า​เอเชีย​จะ​เป็น​สาว​นักแข่ง​รถ​ที่​เก่ง กร้าว​ใน​สนาม แต่​เมื่อ​อยู่​กับ​ปีแสง​ที่​ฝ่า​ภยันตราย​ถึง​ชีวิต​มา​ด้วย​กัน กอ​ปร์​กับ​ความ​อบอุ่น​จาก​อ้อม​กอด​ที่​ปกป้องตน เอเชีย​ก็​อ่อน​ไหว​เขิน​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​เป็น​มา​ก่อน

ooooooo

ดึก​แล้ว ฟ้า​คราม​ลง​มา​นั่ง​ที่​สนาม​หญ้า​หน้า​บ้าน​คน​เดียว องศา​ลง​มา​เจอ​ถาม​ว่า​คอย​ปีแสง​อยู่​หรือ​เธอ​บอก​ว่า​เบื่อๆเลย​มา​นั่งเล่น​เท่านั้น ย้อน​ถาม​ว่า​แล้ว​เขา​ยัง​ไม่​นอน​หรือ

องศา​บอก​ว่า​ตั้งใจ​ลง​มา​หา​เธอ แล้ว​เขา​ก็​เอา​สร้อย​ข้อ​มือ​ที่​ถัก​อย่าง​สวย​งาม​ให้ บอก​ว่า​ถัก​เอง​ตั้งใจ​จะ​ให้​แม่​แต่​แม่​มา​เสีย​ไป​ก่อน วัน​นี้​จึง​มอบ​เป็น​ของขวัญ​ให้​เธอ​ที่​ได้​งาน​ทำ เพราะ​ตน​คง​ไม่​มี​ปัญญา​ให้​อะไร​ที่​ดี​กว่า

เมื่อ​ฟ้า​คราม​รับ​ไว้​ด้วย​ความ​ขอบคุณ องศา​ขอ​ใส่​ให้ เธอ​ส่ง​มือ​ให้​ด้วย​ความ​ซาบซึ้ง​ใจ

เมื่อ​กลับ​ขึ้น​ห้อง​นอน ฟ้า​คราม​มอง​สร้อย​ข้อ​มือ อด​ที่​จะ​พูด​อย่าง​น้อยใจ​ไม่ได้​ว่า

“ขอบคุณ​ค่ะ​ที่​คิดถึง​ฟ้า ใน​ขณะ​ที่​บาง​คน​เขา​ไม่​เห็นจะ...” ฟ้า​คราม​หยุด​กึก​ก่อน​ที่​ความ​คิด​จะ​ฟุ้งซ่าน​มาก​ไป​กว่า​นี้ ปิด​ไฟ​หัว​เตียง​พยายาม​ข่ม​ตา​ให้​หลับ แต่​ใจ​ก็​ยัง​ไม่​สงบ

ปีแสง​เพิ่ง​กลับ​มา เขา​ย่อง​ขึ้น​บันได​คิดถึง​ฟ้า​คราม​ทันที บ่น​ตัว​เอง​ว่า

“จะ​ตี​หนึ่ง​แล้ว​เหรอ​เนี่ย ยัง​ไม่ได้​คุย​กับ​ฟ้า​สัก​คำ​เลย​วัน​นี้”

คิด​แล้ว​รีบ​ย่อง​ไป​ที่​หน้า​ห้อง​ฟ้า​คราม ยกมือ​จะ​เคาะ​ประตู พลัน​ก็​ชะงัก เมื่อ​เห็น​กระดาษ​เขียน​ข้อความ​ติด​ไว้​ที่​ประตู​ว่า

“ไม่​ต้อง​เคาะ จะ​นอน ถ้า​อยาก​คุย​ก็​กลับ​บ้าน​ให้​เร็ว​กว่า​นี้”

ปีแสง​มือตก​หน้าจ๋อย ค่อยๆหัน​หลัง​เดิน​คอตก​กลับ​ห้อง​ตัว​เอง

ooooooo

วัน​รุ่ง​ขึ้น ทุก​คนใน​ทีม​งาน​ก็​มา​พบ​กัน​ที่​ร้าน​หลง​ของ​เก่า ปีแสง​เล่า​เรื่อง​ที่​เมื่อ​คืน​ถูก​กระทิง​ไล่​ฆ่า​ให้​ฟัง ผู้​กำกับ​ถาม​อย่าง​ทึ่ง​ว่า ทั้ง​โดน​ไล่​ยิง ทั้ง​ตก​หน้าผา​แล้ว​รอด​มา​ได้​ยัง​ไง ปีแสง​โว​หน้าตา​เฉย​ว่า มา​จาก​ความ​สามารถ​ล้วนๆ ลาย​เมฆ​หัน​ไป​บอก​องศา​ที่​ทำ​หน้า​ทึ่ง​อยู่​ว่า

“องศา ดู​ปีแสง​ไว้​เป็น​ตัวอย่าง​นะ” องศา​พาซื่อ​ตอบ​ ครับ ทันที ลาย​เมฆ​พูด​ต่อ​เนิบๆว่า “จะ​ได้​จำ​ไว้​ว่า อย่า​พูดจา​หน้า​ไม่​อาย​แบบ​นี้​ให้​ใคร​ฟัง​เด็ดขาด”

ปีแสง​ร้อนตัว​เถียง​ว่า​ถ้า​ตน​ไม่​เก่ง​จริง​ก็​ไม่​รอด​มา​หรอก ย้อน​ถาม​หยันๆว่า แล้ว​ผู้​กอง​เอง​ล่ะ นอกจาก​ทัวร์​สะพานปลา​แล้ว​เมื่อ​วาน​ได้​อะไร​กลับ​มา​บ้าง

ลาย​เมฆ​คีบ​นามบัตร​ของ​สกั๊ต​จาก​กระเป๋า​ออก​มา​โชว์ ปีแสง​ถาม​ว่า​เขา​จะ​ขาย​รถ​ให้​ผู้​กอง​หรือ องศา​ชิง​ตอบแทน​ลาย​เมฆ​อย่าง​กระตือรือร้น​ตามเคย​ว่า

“ไม่​ใช่​ครับ​หมวด คือ​สกั๊​ตรับ​คำ​ท้า​ผู้​กอง​แข่ง​รถ​ดวล​กัน​นอก​สนาม เลย​ให้​นามบัตร​ไว้​โทร.​ไป​นัด​วัน​แข่ง​น่ะ​ครับ”

เฮีย​หลง​ตื่นเต้น​มาก​ชม​ลาย​เมฆ​ว่า​ไม่​เบา​เลย​ที่​ทำให้​สกั๊​ตรับ​คำ​ท้า​ได้ ลาย​เมฆ​ได้ที​ตอบ​เฮีย​หลง​แขวะ​ปีแสง​ว่า​อย่า​ให้​คุย​เลย ตน​ไม่​ใช่​ไอ้​พวก​ขี้​โม้ แล้ว​นึก​ได้ หยิบ​บิล​ขึ้น​มา​ยื่น​ให้​ผู้​กำกับ​มนัส​ดู ชี้แจง​ว่า

“พี่​มนัส ผม​เอา​อีแก่​ไป​โมดิฟายด์​เตรียม​สู้​กับ​สกั๊ต​แล้ว เบิก​ค่า​ใช้​จ่าย​ด้วย​ครับ”

ผู้​กำกับ​เห็น​ตัวเลข​แล้วแทบ​ช็อก อุทาน “แสน​หก! โอ๊ย นี่​จะ​เบิก​ไป​แต่ง​เมีย​รึ​ยัง​ไง​เมฆ”

ลาย​เมฆ​พูด​โอ่ๆ ว่า​ถ้า​แลก​กับ​ชัยชนะ​ที่​ตน​จะ​เอา​มา​ให้​มัน​ยัง​น้อย​ไป​ด้วย​ซ้ำ ปีแสง​หมั่นไส้​คุย​ทับ​ว่า

“แหม...แต่​สู้​แพ้​แล้ว​ได้ใจ​เอเชีย​มา​อย่าง​ผม​เนี่ย ทำให้​ผู้​กำกับ​ลงทุน​ถูกกว่า​มาก​เลย​นะ​ครับ​ว่า​ไหม”

ขณะ​ที่​ทั้ง​สอง​กำลัง​คุย​ข่ม​กัน​ไป​มา​นั้น จอมใจ​ชนก ที่​พรรคพวก​เรียก​กัน​สั้นๆว่า “จอม” ชื่อ​ดั้งเดิม​ก่อน​ที่​พ่อ​ของ​เธอ​จะ​มา​เติม​คำ​ว่า “ใจ​ชนก” ให้​สม​กับ​เป็น​ลูก​รัก​ของ​พ่อ ก็​หิ้ว​ปิ่นโต​เข้า​มา ทัก​กราด​ทุก​คน​รวมๆแล้ว​ตรง​รี่​ไป​ดี๊ด๊า​กับ​ลาย​เมฆ​ทำเอา​ผู้​กอง​เขิน แต่​พอ​ลาย​เมฆ​ตั้ง​หลัก​ได้​ร่วม​เล่น​ด้วย เธอ​กลับ​เป็น​ฝ่าย​เขิน​เสีย​เอง

ปีแสง​กับ​องศา​ไม่​อยาก​เป็น​ก้างขวางคอ เลย​พา​กัน​ขอตัว​ออก​ไป ส่วน​ผู้​กำกับ​กับ​เฮีย​หลง​แยก​ไป​โซ้ย​บะหมี่​สำเร็จรูป​รส​ต่างๆที่​จอม​เอา​มา​กัน​อย่าง​เอร็ดอร่อย ปาก​มัน​แผล็บ

ooooooo

อิ่มหมีพีมัน​กัน​แล้ว ผู้​กำกับ​ถาม​จอม​ว่า​เมื่อ​วาน​ได้​ข้อมูล​อะไร​เกี่ยว​กับ​สกั๊ต​บ้าง ลาย​เมฆ​ดักคอ​ว่า​คง​ไม่ได้​อะไร​มาก​หรอก เพราะ​เห็น​เที่ยว​วิ่ง​ถ่ายรูป​กับ​หนุ่ม​หล่อ​ไป​ทั่ว แทนที่จะ​หา​จังหวะ​เข้าไป​สี​สกั๊ต

“ขืน​จู่โจม​ไป​สุ่มสี่สุ่มห้า ไก่​ได้​ตื่น​ก่อน​พอดี แล้ว​ที่​เห็น​ว่า​ดี๊ด๊า​ถ่ายรูป​น่ะ เพราะ​ฉัน​จะ​เอา​แบ​็กกราว​ด์​ที่​มี​สกั๊ต​ต่างหาก” พลาง​จอม​ก็​เอา​รูป​มา​ให้​ดู ทุก​รูป​มี​สกั๊ต​ชัดเจน​มาก ส่วน​คน​อื่นๆนั้น​พร่าๆ มัวๆ ทำให้​ลาย​เมฆ​พูด​ไม่​ออก

จอม​บอก​ผู้​กำกับ​ว่า​ไป​เช็ก​ดู​ก็​แล้วกัน ว่า​คนใน​รูป​กับ​สกั๊ต​นั้น​มี​ใคร​เข้า​ข่าย​น่า​สงสัย​บ้าง ผู้​กำกับ​ชม​ว่า​ดี​มาก แล้ว

หัน​ไป​ถาม​เฮีย​หลง​ว่า​เมื่อ​วาน​พา​เมีย​ไป​โรงพยาบาล​แล้ว​ผล​เป็น​อย่างไร​บ้าง ลาย​เมฆ​ถาม​ต่อว่า​พจมาน​เป็น​อะไร​มาก​ไหม

เฮีย​หลง​ตอบ​เขินๆว่า “ไม่ได้​เป็น​อะไร​มาก​หรอก แค่​กำลัง​จะ​เป็น​แม่​คน​เท่านั้น​ล่ะ”

“หา!” ทุก​คน​อุทาน​พร้อม​กัน แล้ว​ต่าง​ก็​เงียบ อึ้งทึ่ง ไป​ตาม​กัน

ooooooo

ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​ดีใจ​มาก​ที่​งาน​แรก​ที่​ได้​ทำ​คือ​งาน​ไป​สัมภาษณ์​คน​ดัง เพราะ​พี่​ทีม​งาน​เจ้าของ​งาน​ติด​งาน​สำคัญ​กว่า แบ​ม​บอก​เพื่อน​รัก​ว่า​ดีแล้ว​จะ​ได้​ถือโอกาส​พิสูจน์​ฝีมือ​ของ​เรา​อีก​ระดับ​หนึ่ง

เมื่อ​พา​กัน​ไป​ถึง​บริษัท​ที่​นัด​คน​ดัง​สัมภาษณ์ ฟ้า​คราม​เข้าไป​แจ้ง​วัตถุประสงค์​กับ​ประชาสัมพันธ์ ครู่​เดียว​เลขาฯ​ของ​คน​ดัง​ก็​มา​เชิญ​ไป​ที่​ห้อง​ทำ​งาน

สอง​สาว​เดิน​เข้าไป​ใน​ห้อง เห็น​ชาย​หนุ่ม​ยืน​หัน​หลัง​ให้​มอง​ออก​ไป​นอก​หน้าต่าง แค่​มอง​ข้าง​หลัง​ก็​เห็น​ความ​เท่​ของ​เขา​จน​มอง​อึ้ง เมื่อ​เขา​หัน​กลับ​มา​สอง​สาว​ยิ่ง​อึ้ง​เมื่อ​เห็น​ความ​หล่อ​ขั้น​เทพ​ของ​เขา...สกั๊ต​นั่นเอง...

สกั๊ต​ทำ​กรุ้มกริ่ม​กับ​สอง​สาว เขา​เอา​แฟ้ม​โปร​ไฟล์​ของ​ตัว​เอง​ให้​ฟ้า​คราม บอก​ว่า​ถ้า​ต้องการ​ข้อมูล​อะไร​เพิ่มเติม​ก่อน​ถ่าย​ทำให้​บอก​ได้​เลย แบ​ม​พลิก​ดู​บอก​เขา​ว่า​แค่​นี้​คง​จะ​พอ​แล้ว



สกั๊ต​ไม่​สนใจ​แบ​ม​แต่​กลับ​บอก​ฟ้า​คราม​ว่า ถ้า​ได้​เจอ​กัน​นอก​รอบ​สัก​ครั้ง​สอง​ครั้ง​ก็​อาจจะ​ทำให้​เข้าใจ​คน​อย่าง​ตน​มาก​ขึ้น ฟ้า​คราม​พูด​อย่าง​เกรงใจ​ว่า​ไม่​รบกวน​ดี​กว่า เอา​ไว้​ตน​รวบรวม​คำ​ถาม​ทั้งหมด​ส่ง​มา​ให้​ลอง​เช็ก​ดู ถ้า​มี​อะไร​เพิ่มเติม​ค่อย​ว่า​กัน

สกั๊ต​ยัง​ไม่​ยอม​เลิก ส่ง​นามบัตร​ให้​บอก​ว่า ถ้า​มี​อะไร​ติดต่อ​ได้​ยี่สิบ​สี่​ชั่วโมง แต่​พอ​ฟ้า​คราม​รับ​นามบัตร เขา​กลับ​ไม่​ยอม​ปล่อย ลูกเล่น​แพรวพราว​ของ​สกั๊ต​ทำให้​ฟ้า​คราม​เริ่ม​รู้สึก​ไม่​ปกติ​เป็น​จังหวะ​ที่​เอเชีย​เข้า​มา​พอดี สอง​สาว​เลย​ฉวย​โอกาส​ลาก​ลับ

พอ​ออก​มา​พ้น​ห้อง แบ​ม​บ่น​กับ​ฟ้า​คราม​ว่า​ซวย​จริงๆ เจอ​คน​แซ่​หลี​จน​ได้ เตือน​เพื่อน​ว่า​ระวัง​ตัว​ไว้​ให้​ดี แล้ว​รีบ​พา​กัน​ออก​ไป

ส่วน​สกั๊ต​กับ​เอเชีย ต่าง​มอง​กัน​อย่าง​จับผิด เอเชีย​จับผิด​พี่​ชาย​เรื่อง​ทำ​กรุ้มกริ่ม​กับ​สอง​สาว ส่วน​สกั๊ต​ก็​จับผิด​เอเชีย​ว่า​ไม่ทัน​ไร​ก็​ดู​ท่า​จะ​สนิทสนม​กับ​ปีแสง​เกินไป​แล้ว เตือน​ว่า ปีแสง​ต้อง​มี​จุด​มุ่งหมาย​อะไร​กับ​เธอ​มาก​กว่า​การ​เป็น​เพื่อน​นัก​แข่ง​รถ​ด้วย​กัน เมื่อ​เอเชีย​ไม่​เชื่อ เขา​เตือน​ว่า

“เอเชีย ถึง​เรา​จะ​ลูก​คน​ละ​แม่​กัน แต่​พี่​ก็​รัก​เราเหมือน​น้อง​แท้ๆนะ ที่​พี่​พยายาม​ดูแล​เรา​ให้​ดี​ที่สุด​ทุก​วัน​นี้​ก็​เพราะ​คุณ​พ่อ​สั่ง​ไว้ ท่าน​รู้สึก​ผิด​มาก​ที่​ทอดทิ้ง​เอเชีย​กับ​แม่ เลย​อยาก​ให้​พี่​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​ชดเชย​เวลา​ที่​หาย​ไป แล้ว​พี่​ก็​ไม่​เคย​ผิด​สัญญา​คุณ​พ่อ​เลย”

“นั่น​ไง...แล้ว​พี่​ก็​ทวง​บุญคุณ​จน​ได้ ที่​เอเชีย​ทำ​งาน​หามรุ่งหามค่ำ​ให้​พี่​อยู่​ทุก​วัน​นี้​มัน​ยัง​ไม่​พอ​ใช่​ไหม”

สกั๊ต​บ่น​อย่าง​หงุดหงิด​ว่า​เอเชีย​ไม่​เคย​เข้าใจ​อะไรตน​บ้าง​เลย เอเชีย​ก็​ย้อน​เอา​ว่า​ตน​ก็​ไม่​เคย​ทำ​อะไร​ดี​ใน​สายตา​ของ​เขา​เหมือน​กัน แล้ว​เดิน​งอนๆออก​ไป สกั๊​ตม​อง​ตามอย่าง​อ่อนใจ

พอก​ลับ​ถึง​ห้อง​ทำ​งาน​ตัว​เอง เอเชีย​มอง​รูป​แม่​ที่​ตั้ง​อยู่​บน​โต๊ะ​ทำ​งาน พูด​กับ​แม่​เศร้าๆ

“แม่​จ๋า...ลูก​เหนื่อย​จัง​เลย แต่​แม่​ไม่​ต้อง​ห่วง​นะ ถึง​วัน​นี้​แม่​จะ​ไม่​อยู่​แล้ว ลูก​ก็​จะ​เข้มแข็ง คิดถึง​แม่​ที่สุด​เลย​นะ” เอเชีย​หยิบ​รูป​แม่​ขึ้น​มาก​อด​ไว้​แนบ​อก​อย่าง​โหย​หาความ​อบอุ่น...

ooooooo

ฟ้า​คราม​กลับ​ถึง​บ้าน​ก็​ต้อง​หงุดหงิด​อย่าง​มาก​เมื่อเห็น​ประตู​รั้ว​เปิด​แง้ม​ไว้ เธอ​บ่น​ทั้ง​พ่อ​และ​ปีแสงว่า​บอก​หลายครั้ง​แล้ว​ไม่​รู้จัก​จำ พอ​เข้า​บ้าน​ก็​ปิด​ประตู​รั้ว​ล็อก​ไว้

เข้า​บ้าน​แล้ว​จึง​รู้​ว่า​หลิน​จือ​หาย​ไป เธอ​เดิน​ตาม​หาทั่ว​บ้าน​ก็​ไม่​เจอ เดิน​ไป​หลัง​บ้าน​เห็น​ประตู​เปิด​แง้ม​ไว้​เหมือนกัน​ยิ่ง​ฉุน คิด​ว่า​หลิน​จือ​คง​ออก​ไป​ทาง​หลัง​บ้าน​แน่ๆ เธอ​รีบเดิน​ออก​ตาม​หา​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง

เดิน​ไป​ถึง​กลาง​ซอย​เจอ​หมา​ตัว​โต​แยกเขี้ยว​จะ​กัด เธอ​วิ่ง​หนี​ไป​ชน​เข้า​กับ​องศา​จน​ตัว​เอง​เกือบ​ล้ม   ดี​ที่​องศา​ประคอง​ไว้​ ทัน พอ​รู้​ว่าเธอ​ออก​ตาม​หา​หลิน​จือ  องศา​ปลอบ​ใจ​ว่า​หลิน​จือ​อาจจะ​แค่​ออก​มา​เดิน​เล่น​ก็ได้ ถาม​ว่า​เธอ​เคย​พา​หลิน​จือ​ไป​ที่ไหน​บ้าง พอ​รู้​ว่า​เคย​พา​ไป​ที่​สวนสาธารณะ ฟ้า​คราม​เชื่อ​ว่า​หลินจือ​คง​ไป​ที่​นั่น

“งั้น​เรา​ไป​เริ่ม​จาก​ที่​นั่น​นะ​ครับ ไม่​ต้อง​ห่วง​ครับ ไม่ว่าจะ​ยัง​ไง​พี่​รับปาก​ว่า​จะ​พา​หลิน​จื​อก​ลับ​มา​หา​น้อง​ฟ้า​ให้​ได้พี่สัญญา”

ฟ้า​คราม​อุ่น​ใจ​ขึ้น​เมื่อ​เห็น​ท่าทาง​จริงจัง​และ​คำ​สัญญา​อย่าง​มั่นเหมาะ​ของ​องศา

จาก​การ​ช่วย​กัน​ตาม​หา​หลิน​จือ​จน​พบ​มัน​เดิน​อยู่​กลาง​ถนน องศา​วิ่ง​เข้าไป​หา ถูก​รถ​ที่​ขับ​มา​อย่าง​เร็ว​เกือบ​ชน ฟ้าคราม​วิ่ง​ตาม​ไป​เห็น​เขา​กอด​หลิน​จือ​ไว้​ใน​อ้อมอก​ด้วย​ความ​ดีใจ​ไม่มี​วี่แวว​ของ​ความ​ตกใจ​จาก​การ​ที่​เกือบ​ถูก​รถ​ชน​เลย

นี่เอง ทำให้​ฟ้า​คราม​ซึ้ง​ใจ​กับ​การ​รักษา​คำมั่น​สัญญา​ของ​องศา ซึ่ง​ผิด​กับ​ลาย​เมฆ​และ​ปีแสง​ที่​สัญญา​ไม่​เป็น​สัญญา​ตลอด​มา

ooooooo                                 

ปีแสง​ติดตาม​การ​เคลื่อนไหว​ของ​เอเชีย​ทั้ง​โดย​หน้าที่​และ​แวบๆของ​หัวใจ ความ​ปากหวาน​และกะล่อน​ของ​เขา​ทำให้​เอเชีย​พลอย​เคลิ้ม​ไป​กับ​เขา

จาก​การ​คุย​เชิง​หา​ข่าว​ของ​ปีแสง ทำให้​เขา​รู้​ว่า​เอเชีย​ยัง​ไม่​มี​บ้าน​เป็น​ของ​ตัว​เอง และ​เธอ​ก็​กำลัง​มอง​หา​บ้าน​ทั้งเรียนรู้​การ​ตกแต่ง​บ้าน​จาก​หนังสือ เอเชีย​ถาม​ปีแสง​หยั่ง​เชิง​เช่น​กัน​ว่า ทำไม​เขา​ถึง​ชอบ​หนังสือ​เกี่ยว​กับ​การ​ตกแต่ง​บ้าน หรือกำลัง​จะ​ปลูก​เรือนหอ

“ก็​แหม...รอ​เจ้าสาว​มา​นาน​แล้ว​ไม่​เจอ​สัก​ที เลย​กะจะ​สร้าง​เรือนหอ​ไว้​เป็น​มงคล​เผื่อ​เจ้าสาว​จะ​ตาม​มา​บ้าง” พูดแล้ว​เห็น​เอเชีย​ยิ้ม เขา​อ่อย​ต่อ “เอ...ความ​จริง​ไหนๆคุณ​ก็​กำลังหา​บ้าน ไม่​ทราบ​ว่า​สนใจ​มา​เป็น​เจ้าของ​บ้าน​แบบ​ไม่​ต้อง​ควักสตางค์​ไหม​ล่ะ​ครับ”

“อย่า​ดี​กว่า​ค่ะ ฉัน​กลัว​ว่าจะ​เสีย​อย่าง​อื่น​แพง​กว่าราคา​บ้าน” เอเชีย​ตอบ​ยิ้มๆอย่าง​รู้ทัน

ooooooo

เมื่อ​ลาย​เมฆ​กับ​ปีแสง​กลับ​มา ฟ้า​คราม​ยังไม่หาย​โกรธ​ไม่​ยอม​พูด​ด้วย แต่​ท่าที​ต่อ​องศา​กลับ​ต่าง​กัน จน​เมื่อ​ทั้ง​สอง​สอบ​ถาม​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น  องศา​จึง​เล่า​เรื่อง​หลิน​จือ​ให้​ฟัง​ด้วย​เจตนา​ดี​ที่​จะ​ให้​สอง​ฝ่าย​เข้าใจ​กัน แต่​กลับ​ถูก​ปีแสง​เขม่น​ว่า องศา​ทำตัว​เป็น​ฮีโร่​ของฟ้าคราม​จน​เธอ​มึนตึง​กับ​ตน​และ​ลาย​เมฆ

เมื่อ​ไป​คุย​กับ​ลาย​เมฆ​ที่​ระเบียง ปีแสง​ตั้ง​ข้อ​สังเกตว่า​องศา​ชัก​จะ​ยัง​ไง​กับ​ฟ้า​คราม​เสีย​แล้ว เชื่อ​ว่า​องศา​ต้อง​มี​แผน​อะไร​อยู่​แน่ๆ  ลาย​เมฆ​เชื่อ​ว่า​องศา​ทำ​ไป​อย่าง​คน​มี​น้ำใจ  ​ฉะนั้น​อย่า​ไป​ริษยา​เลย แล้ว​ตัดบทถาม​ปีแสง​ว่า​แล้ว​งาน​ของ​ตัว​เอง​คืบ​หน้า​ไป​ถึง​ไหน​แล้ว

“เรื่อง​นั้น​ไม่​มี​ปัญหา​หรอก​ครับ ฝีมือ​บวก​เสน่ห์​ระดับ​ผม​ไม่​มี​พลาด​เชื่อ​ว่า​อีก​ไม่​นาน​ผม​ต้อง​เจาะ​ความ​ลับ​จากเอเชีย​ ได้​แน่” ปีแสง​คุย​โว​ตามเคย พอ​ลาย​เมฆ​เตือน​ว่า​ระวัง​อย่ากลาย ​เป็น​เหยื่อ​ของ​เขา​ก็​แล้วกัน ปีแสง​สวน​อย่าง​มั่นใจ​ว่า “โห...​คน​อย่าง​ผม​ไม่​ตาย​นํ้า​ตื้น​แบบ​นั้น​หรอก​ครับ อีกอย่าง​ผม​จะ​ไป​ทำ​อย่าง​นั้น​ได้​ยัง​ไง ใน​เมื่อ​ผม​เป็น​แฟน​กับ​น้อง​ฟ้า​อยู่​แล้ว”

“เฮ้ยๆ แฟน​เฟิน​อะไร นี่​ฉัน​ยัง​ไม่ได้​ยอม​รับ​นายให้​ เป็น​แฟน​ลูก​สาว​ฉัน​เลย​นะ เพ้อเจ้อ” ด่า​แล้ว​ลาย​เมฆ​เดิน​เลี่ยง​ไป ปีแสง​คิด​ไม่​ตก​ตาม​ไป​ถาม​ว่า​ ทำไม​ถึง​พูด​อย่าง​นี้​ทั้งที่​รู้ว่า ​ตน​กับ​ฟ้า​คราม​คบ​กัน​อยู่

ลาย​เมฆ​ยัง​ไม่​ยอมรับ  บอก​ว่า​ปีแสง​ยัง​ไม่ได้​มาตรฐาน ปีแสง​ถาม​ประชด​ว่าที่​พูด​แบบ​นี้ เพราะ​กำลัง​พิจารณาองศา​ อยู่​ใช่​ไหม ลาย​เมฆ​ตัดบท​ว่า​ถ้า​ตัว​เอง​เจ๋ง​จริง​แล้ว​จะ​มากลัว ​อะไร ปี​แสง​ทำ​สะบัด​หน้า​งอน​ตุปัดตุป่อง ลาย​เมฆ​เลยแกล้ง ​เอา​มือ​เชย​คาง​จับ​หัน​มา

องศา​มา​เห็น​พอดี เขา​ตกใจ​รีบ​ขอโทษ​ที่มา​ขัดจังหวะ ลาย​เมฆ​ปล่อย​มือ​จาก​ปี​แสง​เขินๆ บอก​องศา​ว่า​มา​พอดี​ตน​มี​เรื่อง​จะ​คุย​ด้วย

ooooooo

เมื่อ​พา​กัน​ไป​นั่ง​ที่​มุม​หนึ่ง​ใน​บ้าน ลาย​เมฆ​กับ​ปี​แสง​ยัง​ไม่​วาย​จิก​กัด​แขวะ​กัน​ไป​มา จน​สุดท้าย​ลาย-​เมฆ​ตัดบท​ว่า​คุย​งาน​กัน​เสียที เพราะ​เวลา​นี้​เรา​จะ​ต้อง​เข้า​คลุก​วงใน​สกั๊ต​กัน​แล้ว นั่น​คือ​สาน​ต่อ​เรื่อง​ที่​เคย​ท้า​แข่ง​รถ​กับ​สกั๊ต​ไว้ พูด​โอ่ๆว่า

“คน​อย่าง​สกั๊ต​ไม่​ใช่​คน​ที่​แพ้​ไม่​เป็น แต่​มัน​ชอบ​คนที่​ ชนะ​มัน​ได้​ต่างหาก ซึ่ง​มัน​ก็​มี​ไม่​กี่​คน​หรอก”

องศา​ดีใจ​มาก​ที่​จะ​ได้​เริ่ม​งาน​ที่​ท้าทาย​ถาม​ว่า​เรา​จะ​ลงมือ​กัน​เมื่อ​ไร

เมื่อ​วาง​แผน​แล้ว​ก็​ไม่​รอ​ช้า ทั้ง​ลาย​เมฆ ปีแสง และ​องศา ใน​ชุด​นัก​แข่ง​รถ​ก็​พา​กัน​ไป​ที่​สนาม​ซ้อม​รถ​เพราะ​เชื่อว่า ​สกั๊ต​ต้อง​อยู่​ที่​นั่น

จริง​ดัง​คาด สกั๊​ตอ​ยู่​ที่​นั่น​กับ​เอเชีย เมื่อ​สาม​นัก​แข่งรถ​ จำเป็น​เดิน​เข้าไป​หา การ​แข่ง​รถ​จึง​ถูก​กำหนด​ขึ้น ​โดยองศา​ เป็น​คน​เอา​แผนที่​นัดหมาย​ให้ แล้ว​นัด​เจอ​กัน​ที่​นั่น


ที่​นั่น​เป็น​ลาน​คอน​เทน​เนอร์ มี​คอน​เทน​เนอร์​วางกระจัด-กระจาย​อยู่​ตาม​จุด​ต่างๆ เหมือน​เป็น​จุด​บังคับ​ด​ริ​ฟท์​รถ​ไป​ใน​ตัว ก่อน​เริ่ม​แข่ง ทั้ง​ลาย​เมฆ​และ​สกั๊ต​ต่าง​พูด​ข่ม​กัน​ไป​มา​จนถึง​เวลา​แข่ง โดย​มี​เอเชีย​เป็น​คน​ปล่อย​รถ

การ​แข่ง​รถ​ใน​ลาน​คอน​เทน​เนอร์​ดำเนิน​ไป​อย่าง​ดุเด็ด​ เผ็ด​มัน ต่าง​แสดง​ฝีมือ​กัน​อย่าง​ท้าทาย จน​เมื่อ​สกั๊ต​พยายาม​ขวาง​ไม่​ให้​ลาย​เมฆ​แซง ก็​ถูก​ลาย​เมฆ​วาด​ลวดลาย​โชว์​อย่าง​สวย​งาม​แซง​สกั๊ต​เข้า​เส้น​ชัย​ได้​แบบ​เส้น​ยาแดง​ผ่า​แปด

เมื่อ​รถ​จอด​สนิท สกั๊ต​ลง​จาก​รถ​เดิน​เข้าหา​ลาย​เมฆด้วย ​สีหน้า​จริงจัง จน​ลาย​เมฆ​คิด​ว่า​มี​เรื่อง​แน่ แต่​สกั๊​ตก​ลับ​แสดง​ความ​ยินดี​ที่​ได้​เจอ​ยอด​ฝีมือ​อย่าง​เขา และ​หวัง​ว่า​เรา​คง​เป็น​เพื่อน​กัน​ได้ จาก​นั้น​ขอ​เป็น​เจ้ามือ​เลี้ยง​ฉลอง​เพื่อน​ใหม่​ทุกคน โดย​พา​กัน​ไป​เลี้ยง​ที่​อู่​เก็บ​รถ​ของ​เขา​เอง

นัก​แข่ง​รถ​จำเป็น​ทั้ง​สาม​ตื่นตาตื่นใจ​กับ​รถ​แข่ง​ของ​สกั๊ต​ที่​จอด​เรียงราย​กัน​อยู่ ลาย​เมฆ​ถาม​องศา​ว่า​ชอบ​รถ​พวก​นี้​ไม่​ใช่​หรือ แล้ว​ให้​ปี​แสง​ไป​ช่วย​ถ่ายรูป​องศา​คู่​กับ​รถไว้ ทั้ง​สอง​รู้​ว่า​นี่​เป็น​คำสั่ง​จึง​ไป​ถ่ายรูป​คู่​กับ​รถ​แข่ง จน​สกั๊​ตบ​อก​ว่า​เรียก​พวก​เขา​มา​ดื่ม​เครื่อง​ดื่ม​เย็นๆกัน​ดี​กว่า​  รถ​พวก​นี้​จะ​ถ่าย​เมื่อ​ไร​ก็ได้

“ผม​ถือว่า​เป็น​คำ​เชิญ​นะ​ครับ ไว้​คราว​หน้า​ผม​จะ​ต้อง​ขอ​แวะ​มา​บ่อยๆ” ลาย​เมฆ​ฉวย​โอกาส​สรุป แล้ว​ร้อง​บอก “เฮ้ย เลิก​ถ่าย​กัน​ได้​แล้ว ไว้​คราว​หน้า​ค่อย​มา​ถ่าย​กัน​ต่อ พี่​สกั๊ต​เขา​ใจดี​อยู่​แล้ว”

กลุ่ม​สาว​พริตตี้​พา​กัน​มา​เสิร์ฟ​เครื่อง​ดื่ม ปีแสง​กรุ้มกริ่ม​กับ​พริตตี้​เหล่า​นั้น​จน​เอเชีย​หมั่นไส้​ขอตัว​ออก​ไป​เดิน​เล่น​ข้าง​นอก ครู่​หนึ่ง​ปี​แสง​ก็​ทำ​เป็น​แพ้​ห้อง​แอร์​ขอ​ออก​ไป​เดิน​ข้าง​นอก​บ้าง พูด​แล้ว​ลุก​ไป​เลย สกั๊ตมอง​ตาม​ปี​แสง​ไป​อย่าง​รู้ทัน ใน​ขณะ​ที่​ลาย​เมฆ​หงุดหงิด​กับ​ความ​ขี้​หลี​ของ​ปีแสง แต่​ก็พูด​ ติดตลก​ไป​เสีย​ว่า

“มัน​ก็​เป็น​อย่าง​นี้​แหละ​ครับ ทำบุญ​มา​น้อย​  วาสนาน้อย ​ต้อง​อยู่​กลางแจ้ง ขนาด​นอน​ยัง​ต้อง​กาง​มุ้ง​นอน​ตรง​ระเบียง​เลย​ครับ ดื่ม​กัน​ดี​กว่า​ครับเอ้า...ชน​แก้ว”

ทุก​คน​ยก​แก้ว​ขึ้น​ชน​กัน​อย่าง​อารมณ์​ดี

ooooooo

ระหว่าง​นั่ง​ดื่ม​ฉลอง​กัน​อยู่​นั้น สกั๊ต​มี​โทรศัพท์​เข้า เขา​ขอตัว​ไป​ทำ​ธุระ​สัก​ครู่ ลาย​เมฆ​วาง​แผน​พาองศา ​ที่นั่ง​ตัว​ลีบ ​เพราะ​ถูก​สาว​พริตตี้​หนีบ​จน​เหงื่อ​แตก​ไป​ล้าง​หน้า​ใน​ห้อง​นํ้า แต่​ที่แท้​แอบ​ไป​ดู​ว่า​สกั๊ต​ไป​ทำอะไร

สกั๊ต​เข้าไป​ใน​ห้อง​เก็บ​ของ เปิด​ลัง​ดู​ของ ลาย​เมฆ​พยายาม​ช้อน​ตา​มอง​แต่​ก็​ไม่​เห็น​ของ​ใน​ลัง เห็น​แต่​ท่าทาง​พอใจ ดีใจ ของ​สกั๊ต​ทำให้​ยิ่ง​สงสัย

ระหว่าง​นั้น ปีแสง​ที่นั่ง​ทำ​คะแนน​อยู่​กับ​เอเชีย​ข้างนอก ​เห็น​รถ​บรรทุก​เข้า​มา​จึง​โทร.​บอก​ลาย​เมฆ ปรากฏ​ว่า​ลาย​เมฆ​รู้เห็น​เหตุการณ์​แล้ว ปีแสง​จึง​ย้อน​กลับ​ไป​หา เอเชีย​ยิ้มระรื่น​ บอก​ว่า​โทร.​เคลียร์​ธุระ​ที่​ร้าน​เรียบร้อย​แล้ว

สกั๊ต​สะดุ้ง​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​เหมือน​ของ​หล่น​ตรง​จุด​ที่​องศา​ซ่อน​ตัว​อยู่ ร้อง​ถาม​ลูกน้อง​ว่า​เสียง​อะไร ลูกน้อง​บอกว่า ​คง​ไม่​ใช่​แมว แต่​พอ​สกั๊ต​เดิน​ไป​ดู เจอ​แมว​จริงๆ แต่​เป็นสาว​ พริตตี้​ที่​ชื่อ​แมว เธอ​โผ​เข้า​กอด​เขา​อ้อน​ว่า​เมื่อ​คืน​ตอน​เข้า​มา​ด้วย​กัน​ตน​ทำ​ตุ้มหู​หล่น​แถว​นี้​เลย​เข้า​มา​หา

ผล​คือ​ถูก​สกั๊ต​ตบ​หน้า​หัน​ซํ้า​ยัง​เข้า​ขยุ้ม​คอ​ไม่​พอใจ​ที่​ขัด​คำสั่ง​เข้า​มา​ใน​เขต​หวงห้าม แล้ว​ไล่​ออก​ไป

ลาย​เมฆ​เห็น​ความ​ตึงเครียด​ของ​สกั๊ต​ก็​ยิ่ง​มั่นใจ​ว่า​ในนี้​ ต้อง​มี​อะไร​แน่ๆ องศา​ย่อง​มา​หา​พร้อม​กับ​แบงก์​ปลอม​ที่​เก็บ​ได้​ใบ​หนึ่ง ลาย​เมฆ​รีบ​เอา​ใส่​กระเป๋า​ แล้ว​​ชวนรีบ​ออก​ไปกัน​ ดี​กว่า ขณะ​ถอย​จะ​ออก​ไป​องศา​ไป​เฉี่ยว​ประแจ​ที่​ลาย​เมฆ​วาง​ไว้​ตก​เสียง​ดัง เขาถาม​องศา​ว่า​มี​กระดาษ​ไหม องศา​ควัก​กระดาษ​ทิชชูออกมาให้

สกั๊​ตม​อง​ขวับ​ย่อง​มา​ตาม​เสียง เจอ​กระดาษ​ทิชชู​วาง​อยู่​มี​ประแจ​ทับ​ไว้ หยิบ​อ่าน​มี​ข้อความ​ว่า

“แมว​แค่​อยาก​บอก​ว่า ขอโทษ​ค่ะ”

สกั๊​ตม​อ​งก​ระ​ดา​ษ​แผ่น​นั้น​อย่าง​เสีย​อารมณ์ เดิน​ออก​ไป​อย่าง​หมด​ความ​สงสัย

ooooooo

เมื่อ​ออก​มา​พบ​กัน​ที่​ห้อง​รับแขก​ใน​อู่​เก็บ​รถ​ต่าง​ก็​ทำ​สนุกสนาน​เนียนๆกัน พัก​หนึ่ง​ลาย​เมฆ​จึงขอตัว ​กลับ​อ้าง​ว่า​มี​นัด พูด​อ่อย​ไว้​ว่า​หวัง​ว่า​เรา​จะ​ได้​เจอ​กันอีก ปีแสง​แอบ​ทิ้ง​สายตา​ละห้อย​ให้​เอเชีย​เธอมอง​ตาม​เขา​ไป​อย่าง​อาวรณ์ ถูก​สกั๊ต​จ้อง​อย่าง​จับพิรุธ จน​เอเชีย​เดิน​เลี่ยง​ไป

สกั๊ต​ตาม​ไป​จับผิด​ว่า​ท่าทาง​แบบ​นี้​คง​จะ​หลง​เสน่ห์​ปีแสง​จริงจัง​เสีย​แล้ว เอเชีย​บอก​ว่า​เป็น​แค่​เพื่อน​กัน สกั๊ต​เปิด​โอกาส​ให้​ว่า จะ​ให้​ปีแสง​พิสูจน์​ตัว​เอง​ก็​แล้วกัน เพราะ​ปีแสง​กับ​พวก​ลาย​เมฆ​ก็​ไม่ได้​เลว​ร้าย​อย่าง​ที่​คิด แต่​อย่างไร​เสีย​ก็​ขอ​ให้​น้อง​ดู​ให้​ดี​เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​น้อง​ต้อง​เสียใจ

ooooooo

ทำ​งาน​แล้ว​ก็​กลับ​มา​สรุป​กัน​ที่​ร้าน​หลง​ของ​เก่า​ตามเคย ผู้​กำกับ​มนัส​ชมอง​ศา​ว่า​เก่งที่​ได้​แบงก์​ปลอม​มา นี่​แสดง​ว่า​งาน​เรา​คลำ​มา​ถูก​ทาง​แล้ว ถาม​ลาย​เมฆ​ว่า​สัมพันธภาพ​กับ​สกั๊ต​เป็น​อย่างไร

“ไม่​ต้อง​ห่วง​ครับ ตอน​นี้​เรา​สนิท​กัน​ยิ่ง​กว่า​พี่น้อง​คลาน​ตาม​กัน​มา​เสีย​อีก”

เฮีย​หลง​ติง​ว่า​ไหน​ตอน​แรก​ว่า​ไม่ค่อย​ถูก​ชะตา​กัน องศา​ช่วย​ชี้แจง​ตามเคย​ว่า เพราะ​ลาย​เมฆ​ขับ​รถ​ชนะ​สกั๊ต ทุก​อย่าง​ก็​เปลี่ยน​จาก​หน้า​มือ​เป็น​หลัง​เท้า​ทันที

ปีแสง​หมั่นไส้​ตงิดๆ ถาม​ว่า​คน​เรา​จะ​เปลี่ยนแปลง​อะไร​ได้​เร็ว​ขนาด​นี้ ลาย​เมฆ​ตู่​ไป​เอง​รึ​เปล่า ลาย​เมฆ​เลย​สวน​เอา​แบบ​ทำให้​ปีแสง​พูด​ไม่​ออก​ว่า

“เอ็ง​จะ​ไป​รู้​อะไร​ปีแสง มัว​ตัด​ช่อง​น้อย​แต่​พอตัว คอย​ตาม​คั่ว​เอเชีย​ไม่​ปล่อย​แบบ​นั้น”

ปีแสง​โต้​ว่า​ตน​ก็​แค่​เอเชีย​คน​เดียว แต่​ผู้​กอง​คึก​จน​เป็น​ม้า​วิ่ง​ไล่​สาวๆ อย่างกับพวกบ้ากาม องศาแก้ต่างให้อีกตามเคย ว่าผู้กองทำคึกให้ดูกลมกลืนกับสกั๊ตเท่านั้น จริงๆแล้ว​มี​จอม​คน​เดียว​เท่านั้น

ไม่ทัน​สิ้น​เสียง​องศา​ดี จอม​ก็​ส่งเสียง​แจ๋​เข้า​มา​ถาม​ว่า​กำลัง​สนุก​กัน​อยู่​หรือ ทุก​คน​เลย​เงียบกริบ​ไป​ทันที จอม​ถือ​ของกิน​เข้า​มา​เต็ม​สอง​มือ คุย​อวด​ว่า​แหนม​เนือง​เจ้า​นี้​อร่อย​มาก ตน​ยืน​รอ​อยู่​สาม​สี่​ชั่วโมง​ถึง​ได้​ซื้อ

จัด​แหนม​เนือง​แล้ว จอม​ก็​ป้อน​ลาย​เมฆ​อย่าง​เอาใจ ปาก​เปื้อน​ก็​เอา​ทิชชู​เช็ด​ให้ เช็ด​ปาก​ลาย​เมฆ​แล้ว​ก็​เช็ด​ปาก​ตัว​เอง ทำ​เหมือน​ส่ง​จูบ​กัน จน​พวก​ที่​ดู​อยู่​พา​กัน​มอง​ตา​ค้าง ปีแสง​คัน​ปาก​แซว​ก่อน​เพื่อน​เลียนแบบ​จอม​จัด​แหนม​เนือง​ป้อน​ผู้​กำกับ​ดัด​เสียง​อ้อน​ว่า

“ลอง​หน่อย​ซิ​ครับ​ผู้​กำกับ แหม...มัน​อร่อย​สม​กับ​ที่​พี่​จอม​ยืน​รอ​ซื้อ​มา​ให้​ผู้​กอง​ยอด​รัก​เขา​จริงๆ”

ผู้​กำกับ​ก็​พลอย​ไป​กับ​ปีแสง​ด้วย ผสมโรง​แซว​ลาย​เมฆ สุดท้าย​ลาย​เมฆ​เลย​ชวน​จอม​ไป​นั่ง​กิน​กัน​ที่​อื่น​เพื่อ​ความ​เป็น​ส่วนตัว แต่​พอ​พ้น​สายตา​ทุก​คน ลาย​เมฆ​ก็​ติติง​เธอ​ว่า​คราว​หลัง​ไม่​ต้อง​เล่น​ให้​สม​บทบาท​ขนาด​นี้​ก็ได้

จอม​งอน​บอก​ว่า​ถ้า​ลำบาก​ใจ​ก็​ยกเลิก​แผน​เสีย ​เดี๋ยว ตน​จะ​ไป​บอก​ผู้​กำกับ​เอง ลาย​เมฆ​ร้อง​ห้าม​แทบ​ไม่ทัน คว้า​ตัว​เธอ​ไว้​ทำให้​เสียหลัก​ล้ม​ลง​ใน​อ้อม​แขน ตา​ต่อตา มอง​กัน​อย่าง​ตะลึง

ooooooo

พรรคพวก​ที่​แอบ​ดู​อยู่​ย่อง​กลับ​ไป​สุมหัว​กัน​นินทา ปีแสง​ปรารภ​ว่า​สงสัย​ลาย​เมฆ​จะ​ลืม​ครู​พลอย​เสีย​แล้ว ไม่​น่า​เชื่อ​ว่า​จะ​ลืม​กัน​ได้​เร็ว​ขนาด​นี้

“ความ​จริง​สอง​คน​นี้​เขา​รู้จัก​กัน​ตั้งแต่​ฟ้า​คราม​ยัง​ไม่​เป็น​วุ้น​ด้วย​ซํ้า” ผู้​กำกับ​พูด​อย่าง​รู้​เบื้อง​ลึก​ดี พอ​องศา​ถาม​ว่า​แล้ว​ตอน​นั้น​จอม​หาย​ไป​ไหน​ตั้ง​นาน “ก็...พอ​เมฆ​มัน​เลือก​แม่​ฟ้า​คราม จอม​ก็​เลย​หลบ​ไป​เลีย​แผล​ใจ​อยู่​ที่​ต่าง​จังหวัด”

“แล้ว​คู่​นี้​เขา​ไป​พบ​รัก​กัน​ได้​ยัง​ไง​ครับ” ปีแสง​สนใจ​มาก

ผู้​กำกับ​มนัส​กับ​เฮีย​หลง​มอง​หน้า​กัน​เชิง​ปรึกษา​ว่า​เอา​ไง​ดี พอ​เฮีย​หลง​เห็น​ผู้​กำกับ​พยัก​หน้า​โยนกลอง​ให้​จัดการ เฮีย​หลง​ก็​กระแอม นั่ง​ยืด เล่า​เป็นตุเป็นตะ

ooooooo
ตอนที่ 4


เฮีย​หลง​ทำท่า​นึก​ไป​เล่า​ไป ทำ​เหมือน​ทบทวน​ความ​จำ แต่​ที่แท้​กำลัง​ปั้น​นํ้า​เป็น​ตัว

เฮีย​เล่า​ว่า วัน​หนึ่ง​ลาย​เมฆ​จะ​ไป​ตัด​ผม บังเอิญ​ร้าน​ผู้ชาย​ปิด​หมด​จึง​เข้า​ร้าน​เสริมสวย​แทน เจอ​จอม​นั่ง​อ่าน​นิตยสาร​แก้​เซ็ง​อยู่ พอ​เห็น​ลาย​เมฆ​เข้า​มา​ก็​รีบ​ตะครุบ​เหมือน​เจอ​เหยื่อ​อัน​โอชะ จัดแจง​แต่ง​ผม​อบ​ไอ​นํ้า นวด​เท้า​ตัด​เล็บ นวด​หน้า​ต่อ​ขน​ตา​กัน​คิ้ว ทำ​ครบ​ชุด

ที​แรก​ลาย​เมฆ​ก็​กระอักกระอ่วน​ใจ แต่​พอ​ทำ​เสร็จ​ดู​ตัว​เอง​ใน​กระจก​ก็​โผ​เข้า​กอด​จอม​ด้วย​ความ​ขอบคุณ​และ​เสน่หา เฮีย​หลง​เล่า​จบ​ก็​ตบ​ท้าย​ว่า

“ตั้งแต่​นั้น​เป็นต้น​มา เมฆ​มัน​ก็​ไม่​เข้า​ร้าน​ตัด​ผม​ผู้ชาย​อีก​เลย”

“เดี๋ยว ตกลง​พี่​จอม​เขา​ตัด​ผม​หรือ​ทำ​โมเดล​ลิ่ง​กัน​แน่” ปีแสง​จับ​เท็จ ผู้​กำกับ​ชิง​เล่า​แทน​ว่า

“ก็...พอ​ทำ​ร้าน​เสริมสวย​เลย​ได้​รู้จัก​คน​หน้าตา​ดี​เยอะ จอม​เขา​ก็​เลย​ลอง​ทำ​โมเดล​ลิ่ง​ดู​ไง แต่​พอ​งาน​มาก​ขึ้น​ก็​ต้อง​เลิก​ทำ​ร้าน​เสริมสวย​ไป”

ปีแสง​ยัง​แซะ​อีก​ว่า แล้ว​ทำไม​ลาย​เมฆ​ถึง​ยอม​ให้​จอม​รู้​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​ตำรวจ เฮียหลง​เล่า​ว่า​มัน​เป็น​เรื่อง​สุดวิสัย ความ​แตก​ตอน​ลาย​เมฆ​ถูก​ยิง​ขณะ​ปฏิบัติ​หน้าที่ แต่​จอม​ก็​เก็บ​ไว้​เป็น​ความ​ลับ แถม​ยัง​ช่วย​งาน​ด้วย

ปีแสง​ทำท่า​จะ​สงสัย​อีก ถูก​ผู้​กำกับ​ตัดบท​ว่า ถ้า​สงสัย​ขนาด​นี้​ให้​ถาม​สอง​คน​นั้น​เอง​ดี​กว่า ปีแสง​บอก​ว่า​สอง​คน​นั้น​ไม่​รู้​เรื่อง​หรอก​เพราะ​ตน​จะ​ถาม​ว่า ใครๆ เขา​มี​คู่​กัน​หมด​แล้ว เมื่อ​ไร​ผู้​กำกับ​จะ​มี​กับ​เขา​บ้าง

“คง​อีก​นาน” ผู้​กำกับ​ตอบ​เขินๆ แล้ว​ปากหวาน​เลี่ยง​ไป​ว่า เท่า​ที่​ได้​อยู่​กับ​พวก​เรา​ตน​ก็​มี​ความ​สุข​ดี​อยู่​แล้ว จะ​หา​ใคร​มา​ทำไม​อีก เพราะ “พวก​เรา​นี่​ล่ะ​คือ​ครอบครัว​ที่แท้​จริง​ของ​พี่”

คำ​ตอบ​ของ​ผู้​กำกับ​ทำเอา​ทุก​คน​ซาบซึ้ง​ไป​ตาม​กัน

ooooooo

วัน​นี้​ฟ้า​คราม​นั่ง​ดู​ทีวีเซ็งๆอยู่​คน​เดียว  ลาย​เมฆ​กับ​ปีแสง​ลง​มา​เจอ​ต่าง​เข้าไป​พูด​ปะเหลาะ​ พูด​ไป​พูด​มาก​ลาย​เป็น​หัน​มา​แขวะ​จิก​กันเอง จน​ฟ้า​คราม​รำคาญ​ปิด​ทีวี ลุก​เดิน​ออก​ไป

ไป​เจอ​เรื่อง​เสีย​อารมณ์​ยิ่ง​กว่า เมื่อ​เห็น​ประตู​รั้ว​เปิด​แง้ม​ไว้ และ​หลิน​จือ​กำลัง​วิ่ง​ควบ​จะ​ออก​ไป ​ฟ้า​คราม​วิ่ง​ไล่​ตาม แต่​พอ​ออก​ไป​จึง​เห็น​องศา​กำลัง​เอา​ลูก​บอล​ล่อ​หลิน​จื​ออ​ยู่ พอ​เห็น​ฟ้า​คราม​ออก​มา​เขา​เลย​แกล้ง​หลิน​จือ ขว้าง​บอล​ไป​ให้​เธอ หลิน​จือ​ถูก​หลอก​วิ่งรอก​ระหว่าง​สอง​คน​จน​เวียนหัว​ท่ามกลาง​เสียง​หัวเราะ​ของ​ทั้ง​สอง

ลาย​เมฆ​ออก​มา​เห็น​ฟ้า​คราม​หัวเราะ​ได้​ก็ดี​ใจ แต่​ปีแสง​เห็น​เธอ​หัวเราะ​ร่า​อยู่​กับ​องศา​ก็​หน้า​หงิก​แทรก​เข้าไป​ขอ​เล่น​ด้วย​คน เพื่อ​เอาใจ​ลูก​สาว ลาย​เมฆ​ชวน​ออก​ไป​หา​อะไร​อร่อยๆ กิน​กัน​แถว​ชานเมือง​ดี​กว่า พูด​ไม่ทัน​ขาดคำ โทรศัพท์​มือ​ถือ​ของ​เขา​ก็​ดัง​ขึ้น ลาย​เมฆ​เห็น​ฟ้า​คราม​ชัก​สีหน้า​ใส่​ก็​รีบ​พูด​เอาใจ​ว่า ถ้า​เป็น​ลุง​นัส​พ่อ​จะ​บอก​ว่า​วัน​นี้​ไม่​ว่าง แต่​พอดู​หน้า​จอ​เป็น​ชื่อ​สกั๊ต ลาย​เมฆ​ก็​หน้า​เจื่อน​เลี่ยง​ไป​คุย​เบาๆ

ปรากฏ​ว่า  สกั๊ต​โทร.​มา​ชวน​ว่า  วัน​เสาร์​นี้​บริษัท​ของ​เขา​จะ​จัด​ปาร์ตี้​ริม​หาด  จึง​ชวน​เขา​กับ​เพื่อนๆไป​ร่วม​งาน​ด้วย
ไม่​ทราบ​สนใจ​ไหม

สุดท้าย​ลาย​เมฆ​ก็​ต้อง​เดิน​หน้าจ๋อย​ไป​ขอโทษ​ฟ้า​คราม เพราะ​มี​งาน​ประชุม​ด่วน​ต้อง​รีบ​ไป

“งาน​ของ​พ่อ​มัน​ก็​สำคัญ​กว่า​ฟ้า​ประจำ​ล่ะ” ฟ้า​คราม​พูด​ประชด​แล้วเดิน​เลี่ยง​ไป​งอนๆตามเคย

ooooooo

ผู้​กำกับ​มนัส​เรียก​ประชุม​ด่วน​เตรียม​ทำ​งานใน​ปาร์ตี้​ที่​สกั๊ต​เชิญ​มา ผู้​กำกับ​เชื่อ​ว่า​งาน​นี้​เรา​ต้อง​ได้เบาะแส​อะไร​ดีๆแน่ ชวน​ประชุม​เสร็จ​ไป​หา​ซื้อ​ชุด​ใหม่​ใส่​ไป​งาน​กัน​ดี​กว่า ​จะ​ได้​ดู​กลมกลืน​กับ​สาวๆแถว​นั้น

ระหว่าง​ประชุม​มี​การ​พูด​ดักคอ​กัน​ไป​มา​ระหว่าง​ปีแสง​กับ​ลาย​เมฆ เรื่อง​ขี้​หลี​ชอบ​สี​ผู้หญิง​ของ​ปีแสง แต่​พอ​ปีแสง​เถียง​ไม่ทัน​ขาดคำ​ว่า​ตน​ทำตาม​หน้าที่  ​เอเชีย​ไม่​ใช่​สเปก ใคร​ก็สู้ฟ้าคราม​ไม่ได้ เอเชีย​ก็​โทร.​เข้า​มา​ ปีแสง​เลี่ยง​ไป​รับ​สาย​เสียงอ่อน​เสียงหวาน

ไม่ทัน​ไร​พจมาน​ก็​โทร​.มา​เช็ก​เฮีย​หลง เฮีย​บอก​ว่า​ทำ​งาน​อยู่​ที่​ร้าน​ขาย​ของ​เก่า แล้ว​ยื่น​โทรศัพท์​ออก​ไป​ให้​พรรคพวก​ส่งเสียง​เป็น​พยาน ทุก​คน​ช่วย​กัน​ทักทาย​เสียง​ขรม “สวัสดี​คร้าบบบ” เฮีย​เลย​รอดตัว​ไป

วัน​เดียวกัน ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​พา​กัน​ไป​ทาน​อาหาร​ใน​ช็อป​ปิ้ง​มอ​ลล์ วัน​นี้​ฟ้า​คราม​พา​หลิน​จือ​แต่งตัว​หล่อ​ไป​เที่ยว​ด้วย ระหว่าง​นั่ง​ทาน​อาหาร​กัน​อยู่ หลิน​จื​อก​ระ​โดด​ลงพื้น ฟ้า​คราม​สงสัย​จะ​ปวด​ชิ้งฉ่อง​เลย​พา​กัน​ลุก​ไป​ห้องน้ำ

ปีแสง​กับ​เอเชีย​ชวน​กัน​มา​ที่​นี่​เหมือน​กัน พอ​หลิน​จือ​เข้า​ห้องน้ำ​เสร็จ​ออก​มา​ก็​วิ่ง​รี่​ไป​หา​ปีแสง เขา​มอง​อย่าง​เอ็นดู​ว่า​หมา​ที่ไหน​เหมือน​หลิน​จือ​จริงๆ เลย​อุ้ม​ขึ้น พลาง​มอง​ไป​รอบๆ เจอ​ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​กำลัง​เดิน​มา​พอดี เขา​รีบ​ปล่อย​หลิน​จือ​แล้ว​รีบ​เดิน​หนี​ไป​จาก​ตรง​นั้น ทั้งที่​เอเชีย​กำลัง​ไป​รอ​ซื้อ​น้ำ​อยู่

ฟ้า​คราม​เอง​ก็​เห็น​ปีแสง สะกิด​บอก​แบ​ม​ว่า​คน​นั้น​เหมือน​ปีแสง​จัง แต่​พอ​มอง​ไป​อีก​ที​ปรากฏ​ว่า​หาย​ไป​แล้ว ปีแสง​เดิน​หลบ​ไป​เจอ​หุ่น​โชว์​เสื้อ​ผ้า​ผู้ชาย​หน้า​ร้าน​ขาย​เสื้อ​ผ้า ไว​เท่า​ความ​คิด ​เขา​ถอด​หมวก​ไหม​พรม​จาก​หุ่น​และ​เสื้อ​แจ็กเกต เอา​มา​แต่งตัว​เอง​แล้ว​ยืน​เต๊ะ​เป็น​หุ่น​อีก​ตัว

เจ้ากรรม! หลิน​จือ​จำ​ได้​มา​ยืน​เห่า​อยู่​ตรง​หน้า ฟ้า​คราม​รีบ​ตาม​มา ขณะ​กำลัง​มอง​ดู​หุ่น​ปีแสง​อย่าง​สงสัย​นั้น ก็​พอดี รปภ.​มา​แจ้ง​ว่าที่​นี่​ห้าม​นำ​สุนัข​เข้า​มา เป็น​จังหวะ​ที่​หลิน​จือ​งับ​ถุงมือ​ของ​ปีแสง​ลง​มา รปภ.​เลย​เชิญ​ให้​ไป​เคลียร์​ค่า​ใช้​จ่าย​กับ​เจ้าของ​ร้าน เป็น​โอกาส​ให้​ปีแสง​รีบ​เปลี่ยน​ชุด​จ้ำ​อ้าว​จาก​ตรง​นั้น​ทันที

เอเชีย​เดิน​มา​เจอ​ถาม​ว่า​เข้า​ห้องน้ำ​เสร็จ​แล้ว​หรือ เขา​บอก​ลนๆว่า​เสร็จ​แล้ว​ รีบ​ไป​กัน​เถอะ

ส่วน​ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​ต่าง​ก็​สงสัย​สายตาตัว​เอง ที่​มอง​ชาย​คน​นั้น​เหมือน​ปีแสง​เหลือเกิน แต่​ก็​คิด​โทษ​ตัว​เองว่า​คง​คิดถึง​ปีแสง​มาก​เกินไป​เลย​มอง​ผิด

ooooooo

พจมาน​อ้อน​แกม​บังคับ​เฮีย​หลง​จะ​ตาม​ไป​ทำ​งาน​กับ​เขา​ด้วย เฮีย​บอก​ว่า​ตน​ก็​แค่​ไป​นั่ง​ใน​รถ​เฉยๆไม่​สนุก​หรอก พจมาน​งอน​ตุปัดตุป่อง​คว้า​ดอกไม้​ใน​แจกัน​ยัด​ใส่​ปาก​เคี้ยว​ตุ้ยๆ จน​เฮีย​หลง​ต้อง​ขอร้อง​ให้​พอ

เมื่อ​พจมาน​ตื๊อ​จะ​ไป​งาน​ด้วย​ให้​ได้ เฮีย​เลย​ต้อง​แก้​ด้วย​การ​สัญญา​ว่า​จะ​ส​ไก​ป์​ถ่ายทอด​สด​มา​ให้​ดู​ว่า​ตน​นั่ง​ทำ​งาน​ตลอด​เวลา​จริงๆ พจมาน​จึง​ยอม

ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​ได้​รับคำ​ชวน​ให้​ไป​ร่วม​งาน​ปาร์ตี้​ริม​หาด​นี้​ด้วย แบ​ม​แต่งตัว​อย่าง​พิถีพิถัน​ลอง​ชุด​เปลี่ยน​ชุด​เป็น​ชั่วโมง จน​ฟ้า​คราม​โทร.​มา​เร่ง ทั้ง​ยัง​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​กับ​เพื่อน​รัก​ว่า

“ไม่​เข้าใจ​เลย​จริงๆ นัด​ไป​ทำไม​ดึกๆ แล้ว​อย่าง​นี้​จะ​ได้​สัมภาษณ์​หรือ​เปล่า​ก็​ไม่​รู้”

“ก็​เขาเป็น​คน​โทร.​มา​นัด​เอง​ก็​ต้อง​ได้​อยู่​แล้ว ไม่​ต้อง​ห่วง​หรอก แล้ว​พ่อ​กับ​พี่​ปีแสง​เธอ​เขา​รู้​รึ​ยัง”

“ออก​ไป​ทำ​งาน​กัน​หมด​แล้ว ฉัน​ไม่ได้​บอก​เขา​ด้วย​ล่ะ ไม่​อยาก​มี​ปัญหา รีบๆหน่อย​ละ​กัน​นะ ฉัน​ไม่​อยาก​กลับ​ดึก ไม่​มี​คน​อยู่​บ้าน”



แบ​ม​รับปาก​แต่​ให้​รอ​อีก​แป๊บ จาก​นั้น​ก็​ลอง​ชุด​ต่อ เปลี่ยน​แล้ว​เปลี่ยน​อีกจน​ชุด​กอง​เต็ม​เตียง

ooooooo

งาน​ปาร์ตี้​ริม​หาด​ครั้ง​นี้มี​การ​พบปะ​กัน​โดย​ไม่ได้​นัดหมาย ไม่​ว่า​จอม​ที่มา​ฉอเลาะ​ลาย​เมฆ ​ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​ที่มา​เจอ​องศา​โดย​บังเอิญ แล้ว​ยัง​มี​เรื่อง​ที่​เฮีย​หลง​โกหก​เมีย​ไว้​อีก จน​ต้อง​มาขอร้อง​ผู้​กำกับ​มนัส​ให้​ช่วย​เล่น​ละคร​ตบ​ตา​พจมาน​ด้วย ผู้​กำกับ​เลย​ต้อง​เปลี่ยน​ชุด​ซาบ​ซ่า​มา​เป็น​ชุด​คน​งาน​ผม​เผ้า​ยุ่งเหยิง​นั่ง​หง่าว​หาว​หวอด​อยู่​ใน​รถ​ปฏิบัติการ

เมื่อ​เฮีย​หลง​ส่ง​ส​ไก​ป์​ไป​ให้​พจมาน​ดู​เธอ​จึง​เชื่อ จาก​นั้น​ทั้ง​เฮีย​และ​ผู้​กำกับ​ก็​แปลง​โฉม​เป็น​วัยรุ่น​ออก​ไป​เริงร่าซาบซ่า​ใน​งาน​กัน

ฟ้า​คราม​กับ​แบ​ม​ตาม​หา​จน​เจอ​สกั๊ต สอง​สาว​รีบ​เข้า​ไป​ขอ​ถ่ายรูป​สัมภาษณ์ สกั๊ต​ถ่วงเวลา​จะ​ให้​อยู่ร่วม​งาน​กัน​ก่อน จน​ฟ้า​คราม​อ้าง​ว่า​ต้อง​รีบ​กลับ​ไป​ทำ​งาน​ส่ง​เทป​ภายใน​คืน​นี้ สกั๊ต​จึง​ชวน​ไป​ถ่าย​ทำ​กัน​ที่​ชาย​หาด

ที่ริมหาดอีกมุมหนึ่ง ปีแสงกับเอเชียพากันแยกตัวไปเดินเล่นกันประสาหนุ่มสาวที่ต้องการอยู่กันตามลำพัง ที่นี่เองปีแสงเห็นมีการขนถ่ายสินค้าจากเรือกัน เขาถามเอเชียว่าเป็นของพี่ชายเธอหรือเปล่า

“ไม่ทราบสิคะ ส่วนใหญ่พี่สกั๊ตเขาทำอะไรเขาไม่ค่อยจะบอกฉันหรอก แต่อาจจะเป็นของทะเลมาส่งก็ได้นะคะ อย่าไปสนใจเลย”
ปีแสงติดใจสงสัยมาก คิดหาทางเก็บหลักฐานไว้ให้ได้ พลันก็นึกได้เอ่ยกับเอเชียว่า

“เกือบลืมไป ถ้าไม่รังเกียจผมอยากจะขอถ่ายรูปคุณเก็บไว้ได้ไหมครับ”

เอเชียถามหยอกว่าถ่ายเก็บไว้ทำอะไร ปีแสงหยอกกลับไปว่าคงไม่ไปทำเสน่ห์หรอก เพราะแค่นี้เธอก็มีมากพออยู่แล้ว ปากหวานให้เอเชียตายใจแล้ว เขาก็เอากล้องมาถ่ายรูป ปีแสงพยายามถ่ายให้ติดเรือขนสินค้าไว้ด้วย

ส่วนองศาเมื่อเจอฟ้าครามแล้วเขากลับไปบอกลายเมฆ ลายเมฆตกใจกลัวฟ้าครามมาเห็นปีแสงกับเอเชียเข้า มีหวังแผนเราแตกแน่ ถามองศาว่าแล้วตอนนี้ฟ้าครามอยู่ไหน พอรู้ว่าไปที่ริมหาดกับสกั๊ต ลายเมฆรีบชวนองศาตามไปกันทันที

ooooooo

ระหว่างที่ฟ้าครามเริ่มถ่ายทำการสัมภาษณ์ที่ริมหาดนั้น เอเชียกับปีแสงกำลังบ่ายหน้ามาทางนี้พอดี เอเชียชวนปีแสงไปดูการถ่ายทำ ทีแรกปีแสงก็จะไป แต่พอมองไปเห็นเป็นฟ้าคราม เขาหยุดแทบไม่ทัน แกล้งทำเป็นทรายเข้าตาถ่วงเวลาหาทางหลบ
เอเชียหลงเชื่อรีบเข้ามาช่วยเป่าผงออกจากตาให้ ทำเอาปีแสงเคลิ้มกับความใกล้ชิดนี้ ระหว่างนั้นฟ้าครามหันมาเห็นเอเชียเธอจำเอเชียได้สะกิดบอกแบม ส่วนผู้ชายก็ดูละม้ายปีแสงเหลือเกิน

ขณะสองสาวกำลังมองอย่างสงสัยอยู่นั้น สกั๊ตเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรหรือ

“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ เดี๋ยวเราเบรกแค่นี้แล้วเปลี่ยนมุมดีกว่านะคะ” ฟ้าครามรีบแก้สถานการณ์

ที่อีกด้านหนึ่งของทะเล จอมที่มาเจ๊าะแจ๊ะลายเมฆในงาน ถูกเขาถามอย่างรับไม่ได้กับการแต่งตัวจนเว่อร์ แถมยังใส่จริตสาวกระชากวัยจนแทบทนดูไม่ได้ ทำให้จอมงอนเดินหนีไปทางชายหาด เลยกลายเป็นโชคดี เพราะไปเห็นการขนถ่ายสินค้าจากเรือขึ้นมาที่ห้องเก็บของแถวนั้น จอมลงมือทำงานทันที

ฝ่ายลายเมฆกับเฮียหลงเดินตามไปเห็นฟ้าครามแบม และสกั๊ตเดินกันอยู่ริมหาดก็ใจร้อนผะผ่าว กลัวลูกสาวจะเสียท่าเสือผู้หญิงอย่างสกั๊ต ครั้นจะเข้าไปขวางเองก็กลัวสกั๊ตรู้ว่าฟ้าครามเป็นลูกสาว เลยลืมตัวสั่งผู้กำกับกับเฮียหลงให้เข้าไปขวางแทนตน แล้วตัวเองก็หลบกลับเข้าไปในงาน

แม้ปีแสงจะขี้หลี แต่ก็ยังดีที่ไม่หลงหญิงจนลืมงาน เขาบอกเอเชียว่ายังระคายเคืองตาอยู่ ขอเข้าไปล้างข้างใน แล้วรีบแวบมาบอกลายเมฆว่า เห็นคนขนของขึ้นจากเรือตรงริมหาดด้านโน้นท่าทางน่าสงสัย

“แล้วทำไมไม่ตามไปดูวะ” ลายเมฆถามเสียงขุ่น ปีแสงโยนกลองให้เขาไปดูเอง เพราะตนอยู่กับเอเชีย ลายเมฆเสียงเขียวใส่ว่า

“ดูอะไรได้ ลูกสาวฉันอยู่กับไอ้สกั๊ต ขืนปล่อยไว้มีหวังโดนมันงาบแน่”

“เอาอย่างนี้ไหมครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้เอง หมวดกับผู้กองอยู่รับหน้ากันไปก่อนนะครับ” องศาอาสา ลายเมฆถามว่าแน่ใจหรือว่าทำได้ “มั่นใจสิครับ มีอะไรผมจะรีบรายงานทันทีเลยครับ”

พอองศาวิ่งไป ปีแสงก็หมั่นไส้ถามลายเมฆว่าแน่ใจหรือที่ปล่อยองศาไปคนเดียว ลายเมฆตัดบทว่า

“แล้วทำไมจะไม่ได้ หรือนายจะไปด้วย ฉันว่าตอนนี้รีบไปกันฟ้าจากไอ้สกั๊ตก่อนดีกว่า”

ooooooo

จอมสวมวิญญาณนักสืบเล็ดลอดเข้าไปในห้องเก็บของ ครู่เดียวองศาก็แอบเข้าไป แต่อยู่คนละมุมกับจอม และต่างไม่รู้กัน
สถานการณ์ในห้องเก็บของเวลานี้ กลายเป็นพวกเดียวกันที่เข้ามาสืบแต่ไม่รู้กัน จึงระแวงระวังกัน พอจอมพลาดทำเสียงดัง องศาก็ตึงเครียดพร้อมสู้ ซ่อนตัวเงียบกริบ

จู่ๆก็มีชายสองคนเดินคุยกันเข้ามา จอมเบียดตัวแรงเกินไปทำให้ลังหล่นลง พอพวกมันรู้ตัว จอมก็ตัดสินใจกระโดดเตะคนหนึ่งล้มแล้วพลิกตัวจับอีกคนกดลงกับพื้น จอมอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีออกไป

คนงานที่อยู่ข้างนอกสองคนได้ยินเสียงพากันวิ่งเข้ามาเห็นสองคนแรกนอนกองอยู่กับพื้น จึงวิ่งเข้าไปช่วย จังหวะนั้นมีลมพัดเข้ามาอย่างแรง องศาที่คว้าผ้ามากางซ่อนตัวอยู่ ผ้าปลิวออกทำให้พวกมันเห็นองศา แต่พอมันจะเข้าเล่นงาน องศาก็รวบผ้าม้วนเป็นอาวุธฟาดใส่มันทั้งสองอย่างคล่องแคล่ว

เมื่อเล่นงานจนชายทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทางแล้ว องศาก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

มุมที่จัดงานปาร์ตี้ที่ริมหาด กำลังจะมีการเล่นเกมดับไฟใส่หน้ากากตามหาคู่กัน ฟ้าครามกับแบมจะขอตัวกลับ ถูกสกั๊ตคะยั้นคะยอให้อยู่เล่นเกมกันก่อน ส่วนลายเมฆรีบส่งสัญญาณให้ผู้กำกับมนัสกับเฮียหลงเตรียมทำงาน

ขณะที่ไฟดับมืดให้ผู้ร่วมงานควานหาคู่กันนั้นเอง สกั๊ตถูกมือลึกลับชกท้องจนลงไปกองกับพื้น ส่วนฟ้าครามกับแบมก็ถูกมือลึกลับลากออกไปจากงานแล้วสองสาวก็รีบพากันหนีกลับ

พอไฟสว่างขึ้น จอมกับองศาก็กลับเข้ามาในงานพอดี

“รีบกลับเถอะครับ ผมมีข่าวจะบอก” องศาเร่งทีมงาน ทุกคนมองอย่างสนใจแล้วเร้นกายไปทันที

เมื่อกลับมารวมตัวกันที่ร้านหลงของเก่าแล้ว ปีแสงเลี่ยงไปโทรศัพท์ขอโทษเอเชียที่กลับโดยไม่ได้บอก ขอแก้ตัวด้วยการพาไปเลี้ยงในโอกาสหน้า ส่วนองศาก็เอารูปที่แอบถ่ายมาให้ทุกคนดู เล่าว่า

“นี่คือสิ่งที่ได้มา เพื่อเป็นการยืนยันว่าสกั๊ตเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดที่เราตามหา”

ระหว่างนั้นปีแสงเห็นพรรคพวกกำลังมุงดูอะไรกันอยู่ รีบวางสายจากเอเชียมาสมทบ

รูปที่องศาถ่ายมานั้นเป็นลังพลาสติกที่มีอาหารทะเลอยู่ใต้น้ำแข็ง ลึกลงไปมีห่อพลาสติกซุกใต้ลัง พอเปิดห่อออกดูในนั้นมีแบงก์เป็นมัดๆ ลายเมฆดูแล้วชมว่าไม่ผิดหวังจริงๆที่ส่งองศาไปทำงานนี้

ระหว่างนั้นผู้กำกับสังเกตเห็นจอมหน้าตาเครียดๆ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า แหย่ว่าอย่าบอกนะว่าท้องตามเมียเฮียหลง แต่ไม่ทันได้พูดอะไรกัน พจมานก็โทร.มาหาเฮียหลง ทำให้เฮียหลงต้องเดินออกไปคุยรายงานตัวด่วน

ลายเมฆกับผู้กำกับมนัสช่วยกันหว่านล้อมถามจอมว่าเป็นอะไรหรือเปล่า จอมจึงเล่าว่า ตนเองก็เข้าไปในห้องเก็บของนี่เหมือนกัน ตนคุ้ยดูในลังไม่เจออะไรอย่างที่องศาถ่ายรูปมาเลย ที่น่าสงสัยมากคือตนโกยน้ำแข็งออกมาหมดทุกลัง แต่ในรูปน้ำแข็งไม่ได้ถูกโกยออกมา

“แล้วลังที่เธอไม่ได้เปิดดูล่ะ” ลายเมฆถาม ทำให้จอมฉุนขึ้นมาหาว่าเขาตั้งแง่ว่าตัวเองชุ่ย ทำอะไรเขาก็ดูแย่ไปหมด จอมเดินหนีไปงอนๆ ลายเมฆมองตามไปอย่างอ่อนใจ

ผู้กำกับเชื่อว่าจอมไม่พูดอะไรส่งเดช ครั้นลายเมฆถามว่าแสดงว่าองศามั่วรูปมาให้เราหรือ


“มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น องศาเขาจะไปทำอะไรอย่างนั้นทำไม บางทีมันอาจจะอยู่ในลังที่จอมยังไม่ได้ดูก็ได้” ผู้กำกับชี้แจง

“หรือจะให้ผมลองถามองศาดูเลย” ลายเมฆเสนอ และเมื่อไปถามองศา ความจริงก็ปรากฏว่าของที่ถ่ายมานี้มีอยู่ในสองลังสุดท้ายเท่านั้น ส่วนรูปที่ไม่ได้คุ้ยน้ำแข็งออกกับที่คุ้ยออกแล้วนั้น ตนถ่ายไว้ทั้งก่อนและหลังการคุ้ยน้ำแข็ง เล่าแล้วถามว่าเขาสงสัยอะไรตนหรือ นึกๆแล้วเล่าอีกว่า

“แต่ลังอื่นๆที่ผมเปิดดูมันก็มีรอยถูกโกยน้ำแข็งอยู่ก่อนหน้านะครับ หรือว่าจะมีใครเข้าไปตรวจดูก่อนผม”

ฟังแล้วลายเมฆเดาเรื่องออก เขานึกโมโหจอมที่คิดมากเกินไป เดินไปเรียกจอมออกไปคุยกันในที่ลับตาคน จอมยังไม่หายงอนหาว่าเขาคอยจับผิดและระแวงตนตลอดเวลา

จอมงอนจะเดินหนี ลายเมฆเอามือกั้นยันกำแพงไว้ พอเธอจะเบี่ยงตัวไปอีกทาง เขาก็เอาอีกมือกั้นไว้ เลยกลายเป็นสองมือคร่อมเธอไว้กับกำแพง ความใกล้ชิดทำให้ต่างรู้สึกหวั่นไหววูบวาบขึ้นมา

เป็นเรื่องทันที เมื่อปีแสงมาเห็นภาพนั้น ทำเป็นรีบขอโทษที่มาขัดจังหวะ ทำหน้าล้อๆแล้วจะออกไป ทำให้ลายเมฆทั้งโกรธทั้งเขิน ทั้งคู่จิกกัดกันตามเคย จนปีแสงเตือนลายเมฆว่า เรามีเรื่องต้องรีบกลับไปคุยกับฟ้าครามไม่ใช่หรือ พูดแล้วแกล้งฮัมเพลงยั่วเดินกวนประสาทออกไป

ooooooo

ลายเมฆกับปีแสงและองศาเดินตามกันมาถึงห้องรับแขกที่บ้าน ฟ้าครามนอนอ่านแมกกาซีนหน้าปกสกั๊ต พึมพำอย่างหมั่นไส้ว่า

“กล้าประกาศให้โลกรู้เลยเนอะว่าตัวเองเจ้าชู้ เท่ตายล่ะ” มองปกอีกแวบรู้สึกง่วงเลยเอานิตยสารนั้นปิดหน้านอน

ลายเมฆ ปีแสง และองศาเดินเข้ามาเห็นฟ้าครามเอานิตยสารปกรูปสกั๊ตปิดหน้าก็ฉุนกึกหาว่าหลงใหลขนาดนี้เลยหรือ ลายเมฆตรงเข้าไปดึงนิตยสารออกเรียกฟ้าครามให้ลุกขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้

ทั้งลายเมฆและปีแสงรุมกันถามว่าเมื่อคืนไปไหนมา พอฟ้าครามบอกว่าไปทำงาน ก็ซักอีกว่าที่ไหน ทั้งสองเสียงดังใส่จนฟ้าครามโมโห ถามว่าทำไมต้องทำเสียงแบบนี้กันด้วย

“คือ...ผู้กองกับหมวดปีแสง เขารู้มาว่าน้องฟ้าไปงานปาร์ตี้ริมหาดของสกั๊ตน่ะครับ” องศาช่วยพูด

ฟ้าครามชี้แจงว่าตนไปทำงานไม่ได้ทำอะไรเสียหาย องศาช่วยยืนยันก็ถูกปีแสงหาว่าชิงทำคะแนนกับฟ้าคราม ส่วนลายเมฆเคืองจัดขัดขึ้นว่า

“ลืมเรื่องไอ้ปีแสงไปก่อนเลย แล้วฟังพ่อ ยังไงพ่อก็ไม่ชอบให้ฟ้าไปรู้จักสนิทสนมกับไอ้คนแบบนั้น รู้ไหมว่าไอ้สกั๊ตมันตัวอันตรายแค่ไหน เสือผู้หญิงชัดๆ ฟ้าไม่มีทางทันมันหรอก”

ทั้งปีแสงและลายเมฆช่วยกันชี้ให้เห็นถึงอันตรายในการไปทำงานกับสกั๊ต สุดท้ายลายเมฆยื่นคำขาดว่า ถ้าฟ้าครามต้องทำงานเสี่ยงแบบนี้ก็ไม่ต้องไปทำมัน

“โอ๊ย...พ่อกับพี่ปีแสงเป็นอะไร คิดอะไรกันเนี่ย เห็นฟ้าเป็นคนยังไงถึงได้มาจงใจคิดแต่เรื่องแบบนี้ น่าเกลียดที่สุด” ฟ้าครามรับไม่ได้ ลุกเดินออกไป หนีไปนั่งที่สวนสาธารณะอย่างอารมณ์เสีย

ปีแสงตามไปง้อ เอาตุ๊กตาหมีไปแหย่เว้าวอน ยอมรับว่าตนพูดแรงไปหน่อยแต่ทำไปด้วยความรักและเป็นห่วงและหวงเธอ พอฟ้าครามเริ่มใจอ่อนก็รุกอ้อนว่า “ไม่โกรธพี่แล้วนะ นะ...นะจ๊ะ...” พลางยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยว ฟ้าครามเลยเกี่ยวก้อยบิดเสียจนปีแสงร้องลั่น ทำท่าเจ็บปวดราวกับจะขาดใจ

“เป็นอะไรพี่ปีแสง เจ็บมากเลยเหรอ ฟ้าขอโทษนะ ไหนขอดูหน่อยสิว่าเป็นไงบ้าง”

ปีแสงหน้าระรื่นขึ้นมาทันที ฟ้าครามเลยรู้ว่าถูกหลอก งอนใส่แล้วลุกเดินหนีไป ปีแสงตามไปอีก

ooooooo

ลายเมฆไม่สบายใจที่ลูกงอนใส่และเดินหนี บ่นปีแสงว่าเสนอตัวไปจัดการเรื่องนี้ให้ไม่รู้เป็นไง เพราะเห็นออกลายมากขึ้นทุกวัน

“งั้นเดี๋ยวผมไปดูให้นะครับ ผู้กองนั่งรออยู่บ้านให้สบายใจเถอะนะครับ” องศาอาสาอย่างเต็มใจ

แต่พอไปที่สวนสาธารณะเห็นปีแสงกำลังกุมมือฟ้าครามอ้อนให้หายโกรธอยู่องศาก็ไม่กล้าเข้าไป ได้แต่ยืนมองอย่างเจ็บปวด
แม้องศาจะเจ็บปวดแต่ก็เก็บกลั้นความรู้สึกไว้ เห็นคนในบ้านหายโกรธกันก็สบายใจวันนี้จึงเข้าครัวทำอาหารกับฟ้าครามตามปกติฟ้าครามทำสเต๊กให้ปีแสงแต่ทำข้าวกล้องกับผัดผักรวมให้พ่อ อ้างว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ลายเมฆไม่อยากกินข้าวกล้อง คว้าจานสเต๊กของปีแสงไปกิน พอดีปีแสงลงมาได้กลิ่นร้องอย่างดีใจว่า วันนี้กินสเต๊กหรือ พลางเข้ามานั่ง

พอดีองศาถือจานสเต๊กจัดแต่งอย่างสวยงามออกมา เขาตั้งใจทำให้ฟ้าครามเป็นพิเศษ แต่พอมาถึง ฟ้าครามก็รับจานสเต๊กไปให้ปีแสง องศาเลยได้แต่มองตาละห้อย เศร้าอีกตามเคย

กินอาหารกันไม่ทันเสร็จดี ลายเมฆก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้กำกับเรียกประชุมด่วน ทั้งสามเลยต้องรีบไป ฟ้าครามผิดหวังตามเคยเพราะวันนี้ปีแสงสัญญาว่าจะออกไปซื้อต้นไม้ด้วยกัน สุดท้ายก็อีหรอบเดิม

ooooooo

งานด่วนที่ผู้กำกับต้องเรียกประชุมทันที คือ เรื่องแบงก์ปลอมที่ทีมงานพวกตนรู้เบาะแส แต่ข่าวจากเมืองนอกแจ้งมาว่า แบงก์ปลอมลอตใหญ่ส่งไปถึงเมืองนอกแล้ว พร้อมทั้งส่งรูปคนน่าสงสัยมาให้ด้วย เป็นการตำหนิในทีว่าทำงานประสาอะไรกัน

“ที่เราทำงานกันมา มันก็ต้องเป็นตามขั้นตอนแบบนี้ ไม่ใช่เหรอครับ แล้วเราก็มาถูกทางแล้วด้วย หลักฐานก็เพิ่งเจอ มันจะไปจับอะไรกันได้เลยเดี๋ยวนั้น” ลายเมฆอ้างเหตุผลที่เป็นจริง

“พี่เข้าใจเมฆ ไอ้ขั้นตอนพวกนี้มันเป็นกระบวนการตามหน้าที่ของเรา แต่คนที่อยากได้ผลของงานเขาไม่มาฟังขั้นตอนอะไรพวกนี้หรอก จับได้คนทำมาให้เห็น พร้อมหลักฐานชัดเจน แค่นั้นก็ยิ้มกันได้แล้ว”

ฟังคำชี้แจงของผู้กำกับแล้ว ปีแสงถามว่าคนที่น่าสงสัยที่ว่านั้นไม่ใช่สกั๊ตหรือ ถ้าเช่นนั้นที่เราตามกันอยู่นี่มันอะไร

ผู้กำกับสั่งเฮียหลงให้ปิดไฟ แล้วฉายสไลด์รูปสกั๊ตยืนคุยอยู่กับชายอีกคน พลางผู้กำกับบรรยายว่า

“ส่งตรงจากต่างประเทศ ไอ้สกั๊ตไม่ต้องพูดถึง แต่ไอ้คนที่นึกไม่ถึงนี่สิ...” ผู้กำกับพูดจบ ไฟในห้องก็สว่างขึ้น ผู้กำกับบอกทุกคนว่า “พี่ก็แค่อยากให้เห็นหน้ามันชัดๆ เดี๋ยวที่เหลือพี่เล่าเอง”

องศาถามว่าคนคนนี้เป็นใครหรือ เฮียหลงบอกว่านี่แหละตัวสำคัญเลยล่ะ ผู้กำกับรู้จักมันดี

“ใช่...พี่รู้จักมันดีเลย ไอ้จักรวาล!” ผู้กำกับเอ่ยชื่อมันด้วยเสียงแค้นในลำคอ

ooooooo

จากนั้นผู้กำกับเล่าย้อนหลังตั้งแต่ตัวเองยังเป็นหมวดใหม่ๆว่า

“จักรวาลมันเคยค้ายาสมัยที่พี่ยังเป็นหมวดใหม่ๆ ปัญหาคือมันเจ้าเล่ห์ แล้วชอบเล่นเกมกับเรา ทำให้พี่ต้องเสียหน้าในงานแรก แล้วมันก็เปลี่ยนไปทำอาชีพทุจริตมากมาย แล้วทุกครั้งที่พี่ตามจับมัน มันก็จะเอาตัวรอดได้เรื่อย เหมือนกับว่ามันไม่ได้ทำผิดอะไร”

ผู้กำกับเล่าอย่างไม่หายแค้นว่า ครั้งหนึ่งตามจับได้ค้นเจอหลักฐาน มีแต่ชุดชั้นในผู้หญิง อีกครั้งจับได้ค้นเจองูเหลือมจนตัวเองต้องถอยหนีแทบไม่ทัน เล่าแล้วเหยียดยิ้มก่อนบอกว่า

“แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือฟ้าก็ยังมีจักรวาล แต่เหนือกว่าจักรวาลยังมีพี่ แต่ที่เหนือกว่าพี่คงไม่มีใคร เพราะฉะนั้น ไม่ต้องสงสัย ถ้าพี่จะเป็นคนลากคอมันเข้าคุกในครั้งที่มันหันมาค้าอาวุธเถื่อน”

ผู้กำกับเล่าถึงครั้งที่จับจักรวาลเข้าคุกได้อย่างสะใจว่า หลังจากการต่อสู้กันครั้งนั้น จักรวาลถูกยิงเข้าจุดสำคัญตรงเป้าจนต้องกลายเป็นคนไร้สมรรถภาพ จากเพลย์บอยกลายมาเป็นเพลย์เกิร์ลอยู่ในคุก

ผู้กำกับเล่าเพลินจนพรรคพวกหลับกันหมด พอยิงปืนปลุกขึ้นมาก็มอบหมายหน้าที่การงานทันที แต่ให้เฮียหลงเป็นคนพูดแทน

“จากที่คุยกับผู้กำกับไว้ ก็ให้เมฆกับองศาคอยตามดูสกั๊ตว่ามันไปทำอะไรที่ไหน และเกี่ยวข้องกับจักรวาลหรือเปล่า ส่วนปีแสงก็ทำงานที่รักต่อไป ตีสนิทกับเอเชีย หาข้อมูลของสกั๊ตให้มากที่สุด”

จ่าพยศถามว่าแล้วจะให้ตนทำอะไร เฮียบอกว่าตอนนี้ยังไม่มี แต่เดี๋ยวจะมีอะไรให้ทำแน่ๆ

“เอ้า...รู้หน้าที่ของตัวเองแล้วก็แยกย้ายกันไปทำ สำคัญที่เป้าหมาย ต้องเร็ว ข้ามขั้นได้ข้าม เราต้องการผลงานให้เร็วที่สุด โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว จะมาลำดับขั้นตอนหนึ่งสองสามแบบเดิมมันไม่ทันกิน เริ่มงานได้” ผู้กำกับสั่งการเข้มแข็ง

ooooooo
ตอนที่ 5


เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่เดิมเช่นนี้ ปีแสงทำต่อเนื่องทันที นัดเอเชียไปทานข้าวขอโทษที่วันนั้น กลับโดยไม่ได้บอกตามสัญญา พอเจอกันเขาก็ปากหวานกับเธอเสียจนเธอถามว่าปากหวานกับทุกคนอย่างนี้รึเปล่า

ปีแสงเลียบเคียงถามว่าคืนที่เขากลับก่อนโดยไม่ได้บอกนั้นสกั๊ตโกรธหรือเปล่า

“ไม่หรอกค่ะ วันนั้นพี่สกั๊ตเขากำลังโมโหที่มีคนแอบต่อยท้องเขา ส่งพรรคพวกตามหาตัวคนทำใหญ่ แต่ก็ไม่เจอ” พอปีแสงบ่นว่าใครนะช่างกล้าทำเอเชียตอบยิ้มๆว่า “ก็ตอบยากค่ะ จริงๆคนไม่ชอบพี่สกั๊ตก็มีเยอะแยะ ด้วยความที่เขาเป็นคนโผงผางแบบนี้น่ะแหละค่ะ”

ปีแสงชมว่าตนชอบที่สกั๊ตเป็นคนตรงดี แล้วขอเข้าไปดูรถในอู่อีกได้ไหม เอเชียบอกว่าแค่ดูรถไม่เห็นต้องบอกผ่านตน ไปเลย ปีแสงปากหวานกลบเกลื่อนว่า

“ก็แค่อยากให้คุณอยู่ด้วยเท่านั้นล่ะครับ”

ส่วนฟ้าคราม เพราะว่าทั้งพ่อและปีแสงไม่ว่าง เธอจึงโทร.นัดแบมไปทานอาหารด้วยกันแทน บังเอิญไปร้านเดียวกับปีแสงและเอเชีย ฟ้าครามเห็นทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันเธอถึงกับตะลึงงัน บอกแบมที่กำลังคุยโทรศัพท์กันว่าขอไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วตรงรี่ไปหาปีแสงทันที เป็นจังหวะที่เอเชียขอไปเข้าห้องน้ำพอดี

ปีแสงตกใจแทบช็อก  ถามว่ามาได้ยังไง ฟ้าครามไม่ตอบแต่ย้อนถามว่า

“ฟ้าน่าจะถามพี่มากกว่านะว่าพี่มาได้ยังไง นี่น่ะเหรองานด่วนของพี่”

ปีแสงเห็นท่าไม่ดีรีบพาเธอไปคุยกันที่อื่น เขาทำขึงขังบอกเธอว่าตอนนี้กำลังทำงานที่สำคัญมากๆ คืองานที่กำลังพยายามเข้าถึงเป้าหมาย ซึ่งมีความจำเป็นต้องผ่านผู้หญิงคนนี้ ฟ้าครามคิดว่าเขากะล่อนเอาตัวรอดบอกว่าไม่อยากเชื่ออะไรอีกแล้ว ที่ผ่านมารู้สึกตัวเองเหมือนคนโง่ต้องมาฟังคำแก้ตัวทั้งของพ่อและของเขา

ปีแสงคว้ามือเธอไปจับไว้อย่างปลอบใจและขอความเห็นใจ พอดีเอเชียกลับมาเห็นเข้า ปีแสงตกใจรีบปล่อยมือฟ้าคราม พอเอเชียเดินเข้ามามองทั้งสองอย่างสงสัย ปีแสงรีบแนะนำ

“เอ่อ...คุณเอเชียครับ ผมยังไม่ได้แนะนำให้รู้จัก นี่ฟ้าครามเป็นลูกพี่ลูกน้องของผม”

เอเชียมองฟ้าครามบอกว่ารู้สึกคุ้นหน้า แล้วนึกได้ว่าเป็นพิธีกรสัมภาษณ์พี่ชายตนคืนนั้นเอง ถามปีแสงว่าในเมื่อฟ้าครามเป็นลูกพี่ลูกน้องแล้วทำไมคืนนั้นถึงไม่ไปทักทาย ปีแสงแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของน้อง เพราะปกติก็เจอกันบ่อยอยู่แล้ว

“ถ้าพี่สกั๊ตรู้นี่คงดีใจแน่ๆ แล้วนี่รู้จักคุณลายเมฆด้วยหรือเปล่าค่ะ” เอเชียถามต่อ

“อ๋อ...พี่เมฆเขาเป็นอาห่างๆของฟ้าน่ะครับ พอดีพ่อน้องเขาเสีย พี่เมฆก็เลยรับมาอุปการะ”

ฟ้าครามทนฟังความกะล่อนของปีแสงไม่ไหว ขอตัวกลับก่อน ปีแสงจะไปส่ง เธอตอบประชดว่า

“ไม่ต้อง อยู่คุยกับแฟนพี่ไปเถอะ” แล้วเดินไปเลย ปีแสงยืนหน้าเสียอยู่ เอเชียมองทั้งสองคนอย่างเอะใจสงสัย เปรยๆกับปีแสงว่าดูท่าน้องเขาไม่ค่อยชอบตน ปีแสงรีบชี้แจงว่า “โอ๊ย...ทำไมจะไม่ชอบล่ะครับ ชอบมากสิไม่ว่า น้อง ผมคนนี้นี่เวลาชอบใครก็มักจะแสดงออกตรงกันข้าม เราไป กันดีกว่าครับ”

ปีแสงรีบตัดบทชวนเอเชียไปอู่รถแข่งของสกั๊ตกันดีกว่า

ooooooo

ฝ่ายลายเมฆกับองศาพากันไปซุ่มหน้าอู่เก็บรถของสกั๊ต ครู่ใหญ่เห็นสกั๊ตขับรถออกไป ทั้งสองรีบตามไป องศาถามว่า คิดว่าสกั๊ตจะไปไหน

“ถ้ารู้ฉันคงไปดักมันแล้วล่ะ ไม่มานั่งรออยู่อย่างนี้หรอก จำไว้นะ งานของเราคือต้องรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้และไม่มีใครรู้”

ตามรถของสกั๊ตไปจึงรู้ว่าเขาไปที่โรงพิมพ์เก่าแห่งหนึ่ง แต่แทนที่จะเข้าด้านหน้าสกั๊ตกลับเข้าทางด้านหลังโรงพิมพ์ ลายเมฆจึงถ่ายรูปโรงพิมพ์ไว้เป็นหลักฐาน แล้วชวนกันเข้าไปดู องศาถามว่าเสี่ยงไปรึเปล่า

“อะไรล่ะองศา มากลัวเสี่ยง คิดจะเป็นสายลับ ความเสี่ยงมันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ไป...” ว่าแล้วก็ชวนองศาลงจากรถวิ่งไปด้านหลังของโรงพิมพ์

ถ้าเข้าทางประตูก็ต้องเจอยาม ลายเมฆจึงปีนลังกระโดดเกาะขอบปูนรั้วแล้วโยนตัวขึ้นไปที่ระเบียงเหวี่ยงตัวไปเกาะขอบหน้าต่างอย่างเท่องศามองตะลึงกับฝีมือของลายเมฆ แต่พอตัวเองทำตามบ้างกลับพลาดทำลังไม้ล้มเสียงดัง

ลายเมฆมองจากหน้าต่างลงไป เห็นสกั๊ตกับกระทิงชัดเจน แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่ถูกไม้บังมองไม่ชัด แต่พอเกิดเสียงดังสกั๊ตให้กระทิงออกไปดู ลายเมฆจึงเห็นชายอีกคนว่า ที่แท้คือจักรวาลนั่นเอง!

พอเห็นกระทิงออกมาดูลายเมฆก็กระโดดลงจากชั้นสองทันที รีบพาองศาที่ล้มลงมาเจ็บขาไปหาที่ซ่อนตัวใต้ผ้าใบที่กองอยู่กระทิงเดินออกมาดูเห็นลังไม้ล้มแต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกติจึงเดินกลับไป

เมื่อเห็นปลอดภัยดีแล้ว ลายเมฆจึงประคององศาที่เจ็บขาพากลับทันที

ooooooo

ปีแสงกับเอเชียพากันไปที่อู่เก็บรถของสกั๊ต พอมาถึงเอเชียคาดว่าสกั๊ตคงไม่อยู่ ถามเขาว่าจะลองเข้าไปดูไหม บอกเขาว่า

“แต่คงได้แค่ดู ถ้าจะลองเครื่องคงต้องรอพี่สกั๊ต”

“ไหนๆก็มาแล้วขอเข้าไปดูละกันนะครับ”

เอเชียจึงพาปีแสงเข้าไปดูรถที่จอดอยู่เรียงราย แต่มีบางคันมีผ้าคลุมไว้ ปีแสงเลียบเคียงหาข่าวว่า “คันนี้คงเป็นคันโปรดของคุณสกั๊ตหรือเปล่าครับ ถึงได้คลุมผ้ามิดชิดอย่างนี้”

“ค่ะ พี่สกั๊ตเขาหวงมากเลยค่ะ คันนี้ จะได้เห็นก็เฉพาะช่วงซ้อมลองเครื่องแล้วก็ตอนแข่ง”

พอเดินดูรอบรถเห็นลังใส่ของวางอยู่ ปีแสงหาข่าวอีกถามว่าอุปกรณ์เยอะท่าทางจะอิมพอร์ตมา เขาจึงรู้อีกว่าส่วนใหญ่อุปกรณ์เหล่านี้ส่งมาจากเมืองนอก ส่งมาทางเรือแล้วมาประกอบ แต่ก็ย้ำกับปีแสงว่า

“แต่ฉันไม่ค่อยได้เห็นหรอกค่ะ พี่เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งตอนแต่งรถ” แล้วเอเชียเล่าเพิ่มเติมว่า อุปกรณ์ส่วนใหญ่เพื่อนๆของสกั๊ตส่งมาจากเมืองนอก เป็นเพื่อนที่รู้จักกันตอนเขาไปเรียนเมืองนอก และตอนนี้สกั๊ตก็ยังไปๆมาๆอยู่บ่อยๆ

ได้ข้อมูลพอสมควรแล้ว ปีแสงเปรยๆว่าอยากลองนั่งดูได้ไหม พลางเปิดประตูรถคันหนึ่งออกเมื่อได้รับอนุญาตเขาจึงเข้าไปนั่ง เอเชียให้ลองเครื่องเสียง พลางเอื้อมผ่านตัวเขาไปเปิดเครื่องเสียงกลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวสาวทำเอาปีแสงใจระทึก

ความใกล้ชิดกอปรกับบรรยากาศและเสียงเพลง ทำให้ทั้งคู่ต่างหวั่นไหวในอารมณ์

ชมรถจนพอใจแล้วปีแสงขอบคุณที่เธอพามาชมรถและขอตัวกลับ ชวนว่า

“พรุ่งนี้ผมจะชวนคุณไปทานอาหารริมทะเลจะสะดวกไหมครับ เผื่อเราจะได้ขับรถชมวิว แบบที่คุณชอบ”

“คงไม่ได้หรอก ฉันต้องรอต้อนรับลูกค้าวีไอพีแทนพี่สกั๊ตน่ะค่ะ ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะคะ”

ก่อนปีแสงกลับ เอเชียยังฝากความคิดถึงน้องสาวเขาด้วย ทำเอาปีแสงอึกอัก

ooooooo

เมื่อทำงานกันแล้วก็กลับมาสรุปกันที่ร้านหลงของเก่าตามเคย โดยมีผู้กำกับมนัสร่วมฟังด้วย



ลายเมฆรายงานว่า ตนไปเห็นจักรวาลสกั๊ตกับลูกน้องอยู่กันพร้อมหน้าคงวางแผนทำอะไรกันอยู่แน่ๆ จ่าพยศก็รายงานว่า ตนให้ดาบตุ๊กับดาบต๊ะเฝ้าที่โรงพิมพ์ไว้แล้ว ถ้ามีอะไรคืบหน้าคงรายงานมาเป็นระยะ

“แล้วที่ผมรู้มา พรุ่งนี้สกั๊ตมันติดธุระด่วน ไม่รู้ว่าธุระอะไรของมัน จะเป็นเรื่องเดียวกับที่เราตามหาหรือเปล่า” ปีแสงตั้งข้อสังเกต

“ยังไงเราก็ต้องวางแผนไว้เลย ถ้ามีข่าวแน่ชัดก็เข้าชาร์จได้เลย จำไว้...ตอนนี้จะช้าอะไรไม่ได้แม้แต่ขั้นตอนเดียว”

ลายเมฆถามว่าแผนของเราคืออะไร ผู้กำกับบอกว่าให้รอสถานที่เวลาชัดเจนก่อนแล้วจะบอกอีกที งานนี้ต้องไม่พลาด เฮียหลงย้ำว่าเพราะต้องเจอซี้เก่าผู้กำกับเลยไม่อยากพลาดปีแสงเลยถามลายเมฆแซวๆว่า แล้วซี้ใหม่ของผู้กองไปไหนเสียเล่า

“องศามันเจ็บขาน่ะ เลยให้มันกลับบ้านไปก่อน” ลายเมฆบอกแค่นั้น ถูกปีแสงพูดกระทบกระเทียบว่าทีตอนตนทำงานด้วย ถูกยิงแทบตายยังต้องสะพายแล่งทำงานเลย นี่แค่เจ็บขาก็ได้กลับบ้านแล้ว พูดแล้วนึกถึงฟ้าครามขึ้นมา ปีแสงรีบกลับบ้านทันที

ooooooo

องศากลับไปนั่งมืดๆที่บ้าน จนฟ้าครามกลับมา เธอตกใจถามว่าทำไมนั่งมืดๆ เขาบอกว่าไม่อยากเปิดไฟให้มันเปลือง พอฟ้าครามถามว่าแล้วพ่อไปไหน เขาบอกว่าไปประชุม ตนเจ็บขา ท่านเลยให้กลับมาก่อน แต่พอจะบอกเรื่องปีแสง ฟ้าครามก็ตัดบทว่าตนไม่อยากรู้เรื่องของเขา

เห็นองศาลุกเดินกะเผลก เธอรีบเข้าประคองถามว่าเจ็บมากไหม แล้วพาไปนั่งเพื่อทายาและนวดให้ ระหว่างนั้นเจ้าหลินจือก็มานัวเนียไม่ห่าง เลยเกิดอุบัติเหตุองศานั่งพลาดตกเก้าอี้ ทำให้ฟ้าครามยิ่งรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาเจ็บซ้ำอีก

ขณะฟ้าครามลงมือทายาและนวดขาให้องศา โดยยกขาเขาขึ้นมาพาดบนตักตน ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ต่างเขินกันนิดๆ แต่แล้วก็ตกใจเมื่อปีแสงกลับมาเห็น ถามเสียงดังอย่างไม่พอใจมากว่า

“ฟ้า ทำอะไรกันน่ะ!”

ปีแสงติติงฟ้าครามที่ใกล้ชิดกับองศามากเกินไป ทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างมีแง่งอนต่อกัน องศาไม่สบายใจมาแอบฟัง ก็ถูกปีแสงจับได้เรียกออกไปด่าว่าแอบฟังคนคุยกันอย่างนี้มันไม่แมนเลย

“ผมก็แค่กังวลกลัวว่าผมจะเป็นต้นเหตุให้หมวดกับน้องฟ้าทะเลาะกัน” องศาเสียงอ่อย

ฟ้าครามบอกองศาว่าไม่ใช่ และไม่ต้องกังวล ทั้งปรามปีแสงว่าถ้าไม่เลิกพูดเรื่องนี้อีกตนจะไม่คุยด้วย องศาชี้แจงกับปีแสงอย่างชัดเจนอีกว่า

“อย่าว่าผมยุ่งเลยนะครับ ผมยืนยันเลยว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับน้องฟ้าอย่างที่หมวดคิดเด็ดขาด แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธนะครับว่าน้องฟ้าเป็นคนน่ารัก อบอุ่น ในแบบที่ผู้หญิงคนนึงควรจะเป็น แล้วผมก็ดีใจที่ได้มีน้องสาวแบบนี้”

ฟ้าครามฟังแล้วยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดี ส่วนปีแสงกลับหน้าตึงไม่พอใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไรอีกเกรงตัวเองจะดูเป็นผู้ร้ายในสายตาฟ้าคราม ได้แต่พูดปรามๆ ขู่ๆ องศาว่าให้มันจริงอย่างที่พูดก็แล้วกัน

ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ปีแสงรีบรับด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ครับ ผู้กอง ได้เรื่องแล้วเหรอครับ ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” แล้วหันไปทางองศา “นายไปกับฉัน”

พากันออกมาขึ้นรถแล้ว ปีแสงก็ยังไม่วายพูดเรื่องนี้อีก พูดดักคอไว้ว่า ยังไงเสียตนก็เชื่อที่องศาพูด เพราะเราได้คุยกันตรงๆ แบบลูกผู้ชายกันแล้ว แต่พอองศาถามเขาว่าเรื่องเขากับเอเชียเป็นยังไงบ้าง ปีแสงก็กินปูนร้อนท้องขึ้นมา ถามเสียงขุ่นว่า หมายความว่ายังไง

“ก็หมวดไปหาข้อมูลจากคุณเอเชีย ผมก็ต้องถามถึงคุณเอเชียน่ะสิ...ผมพูดผิดอะไรหรือครับ”

น้ำเสียงซื่อๆ ขององศา ทำให้ปีแสงเงียบไป

ooooooo

ทีมงานทุกคนไปพบกันที่ห้องประชุมร้านหลงของเก่าตามเคย ผู้กำกับแจ้งว่า ได้ข่าวชัดเจนว่าคืนพรุ่งนี้จะมีการส่งของกันและสถานที่ก็คือศาลเจ้าจีน เพื่อความมั่นใจไม่ผิดแผน ให้ทุกคนปลอมตัวเข้าไปรออยู่ในศาลเจ้า

ดังนั้น วันต่อมา ที่ศาลเจ้าจึงคึกคักเป็นพิเศษ มีการเชิดสิงโตตะลุ่งตุ้งแช่ มีแป๊ะยิ้มและซิ้มหัวเราะ นอกจากนั้นก็ยังมีแป๊ะแก่ๆ เตร่ไปมา ทุกคนปลอมตัวมาทำหน้าที่กันอย่างสุดฝีมือ

ส่วนผู้กำกับมนัสกับองศานั่งอยู่ในรถปฏิบัติการคอยสั่งการ เห็นทุกคนทำหน้าที่กันเต็มที่แล้ว ผู้กำกับเรียกเฮียหลงที่ปลอมเป็นแป๊ะแก่ ถามว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วหรือ

“ทุกอย่างพร้อมเรียบร้อยครับ...แล้วไอ้จักรวาลก็เดินเข้ามาแล้วด้วย” เฮียหลงรายงานตื่นเต้น ผู้กำกับสั่งให้จับตาดูให้ดี ให้ทุกคนเช็กตามจุดต่างๆ ว่ามีคนน่าสงสัยเข้ามาบ้างหรือเปล่า

“แล้วสกั๊ตกับไอ้ซาดิสต์นั่นมันมาด้วยหรือเปล่า” ลายเมฆที่ถือหัวสิงโตอยู่ถาม ผู้กำกับสั่งทุกหน่วยเช็กดูแต่ไม่รู้ชื่อของกระทิงเลยเรียกตามลายเมฆว่าไอ้ซาดิสต์ไปก่อน

เมื่อเช็กไปทางเฮียหลงว่าจักรวาลทำอะไรอยู่ พอรู้ว่ากำลังไหว้พระก็บอกให้คอยดูต่อไป แต่จักรวาลไหว้พระนานมาก เสร็จแล้วเดินออกไป เฮียหลงรีบรายงานว่า จักรวาลทิ้งกระเป๋าไว้ใบหนึ่ง

ผู้กำกับสั่งคณะเชิดสิงโตให้ถ่วงไว้อย่าให้จักรวาลออกไป จักรวาลถูกสิงโตดักหน้าดักหลังเลยเอาใบละร้อยยัดใส่ปาก แต่ก็ยังออกไปไม่ได้ตะคอกใส่อย่างรำคาญว่า

“ไอ้สิงโตนี่ไม่เลิกเว้ย เดี๋ยวก็บริจาคลูกปืนซะเลยนี่”

ooooooo

ด้านในศาลเจ้าที่จักรวาลทิ้งกระเป๋าเอาไว้นั้น ครู่หนึ่งมีอาแปะคนหนึ่งมาหยิบไป พอเฮียหลงรายงาน ผู้กำกับสั่งให้รวบตัวเลยและให้กันไว้อย่าให้จักรวาลออกไป ลายเมฆเลยเชิดสิงโตดักหน้าดักหลังจักรวาลถ่วงเวลา

ส่วนด้านใน เฮียหลงแย่งกระเป๋าจากอาแปะเปิดดู พลันก็ตาลุกบอกผู้กำกับว่าแบงก์ทั้งนั้นเลย

“แบงก์ปลอมเหรอ งั้นรวบตัวไอ้จักรวาลเลย” ผู้กำกับตื่นเต้นมาก

“ใช่ครับแบงก์ปลอมครับ แต่เป็นแบงก์กงเต๊กครับ” เฮียหลงรายงาน มีเสียงอาแปะโวยวายลอดไปถึงรถปฏิบัติการว่า มีคนบอกว่าเอามาทำบุญให้ตนเอาไปได้แล้วมาจับตนทำไม

“ไอ้จักรวาล!” ผู้กำกับคำรามเมื่อรู้ว่าเสียท่าจักรวาลอีกแล้ว

เมื่อพลาดจากที่ศาลเจ้า ผู้กำกับตามจักรวาลไปที่โรงพิมพ์ ซึ่งกำลังถูกตำรวจเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด จักรวาลมองดูอย่างหัวเสียขู่ว่า หาให้เจอก็แล้วกัน ถ้าไม่เจอจะฟ้องกลับมันทั้งกรมเลย พูดแล้วเบี่ยงหน้าถ่มถุยอย่างหงุดหงิด

ผู้กำกับเดินเข้ามาพอดี หลบน้ำลายจักรวาลราวกับหลบลูกปืน แต่พอทั้งคู่หันมองกันก็ตะลึงอึ้งจ้องกันราวกับเสือผจญสิงห์

ทั้งคู่ขึ้นไปเคลียร์กันบนดาดฟ้าโรงพิมพ์ ลมแรงบนดาดฟ้าทำเอาผมเผ้าของทั้งคู่กระเซิงหน้าตามอมแมมราวกับตะลุมบอนกันอย่างสาหัสสากรรจ์ แต่ที่แท้แค่ไปท้าทายและเย้ยหยันกันแบบหนังจีนแล้วพากันไต่บันไดไม้ไผ่ลงมาอย่างทุลักทุเล

ooooooo

เมื่อจักรวาลลงมาเจอกระทิง กระทิงถามว่าตำรวจรู้เรื่องของเราได้ยังไง โชคดีที่เขาแก้เกมทันไม่อย่างนั้นคงยุ่งแน่

“ไม่ต้องกลัว ตำรวจรู้อะไร เราก็รู้ด้วยเหมือนกัน” จักรวาลพูดอย่างมั่นใจ


สกั๊ตเองก็เครียดไม่น้อย คุยโทรศัพท์ในห้องทำงานอย่างตึงเครียด ขู่ปลายสายว่า “ถ้าตำรวจสาวเรื่องมาถึงฉันเมื่อไร พวกแกตายแน่!” พูดแล้วขว้างโทรศัพท์ทิ้งอย่างหงุดหงิด

ฝ่ายตำรวจก็พากันเซ็งไปตามกันที่ปฏิบัติการใหญ่ครั้งนี้คว้าน้ำเหลวอย่างไม่เป็นท่า และที่สำคัญคือผู้กำกับแจ้งว่า เบื้องบนแจ้งมาว่ามีการส่งของกันเรียบร้อยไปแล้ว ตนเลยถูกผู้การเรียกไปด่าแหลกลาญ

ลายเมฆตั้งข้อสังเกตว่าหรือเป็นเพราะแผนเรารั่ว ผู้กำกับไม่เชื่อเพราะพวกเราทุกคนไว้ใจได้ทั้งนั้น แล้วตัดบทว่าอย่าไปสนใจเรื่องเก่าเลย  พลางเอาซองสีน้ำตาลมาวางไว้บนโต๊ะ บอกทุกคนว่า

“นี่เป็นข้อมูลลับเฉพาะที่ผู้การเพิ่งให้พี่มาสดๆ ร้อนๆ เดี๋ยวขอเวลาพี่ศึกษาหน่อย แล้วจะบอกว่าเราจะทำอะไรกันต่อไป”

ขณะผู้กำกับกำลังจะเปิดซองนั่นเอง เสียงพจมานก็แจ๋เข้ามาตะโกนเรียกเฮียหลง เพราะจับได้ว่าที่เสื้อมีรอยลิปสติกหลายรอยหลายสี พุ่งเข้าไปตบหน้าเฮียหลงฉาด...ฉาด...

ปีแสงหวังดีช่วยพูดแก้ให้ว่าอาจเป็นผู้หญิงคนเดียวแต่เปลี่ยนลิปสติกหลายสี หมายให้พจมานใจเย็นลง คราวนี้เลยเปลี่ยนจากไล่ตบกลายเป็นชักปืนออกมาไล่ยิง ทุกคนในนั้นเลยแตกตื่นหลบกระสุนกันพัลวัน

ผู้กำกับหนีตาย จนลืมซองเอกสารลับเฉพาะไว้บนโต๊ะ...

ooooooo

ไม่ทันข้ามวัน ก็เกิดเหตุลึกลับขึ้นที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง มีไอ้โม่งหลายคนโผล่มุมโน้น มุมนี้ มุมนั้น ต่างมากันอย่างระแวดระวัง  เมื่อมีเสียงผิดปกติก็หลบกันอย่างมีชั้นเชิง ดูแล้วล้วนผ่านการฝึกปรือมาอย่างดี

ทุกคนมีเป้าหมายที่กระเป๋าใบใหญ่ในตึกร้างนั้น  เมื่อเจอก็จับบุคคลเป้าหมายใส่กุญแจมือ แล้วเปิดกระเป๋าใบใหญ่อย่างระมัดระวัง ปรากฏว่าในกระเป๋าไม่มีอะไร นอกจากกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนว่า

“กูนึกแล้วมึงต้องอ่าน”

ทันใดนั้น เป้าหมายที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่ เอื้อมมือมาดึงหมวกไอ้โม่งจากชายลึกลับทั้ง 6 คนออก กลายเป็น ลายเมฆ ปีแสง เฮียหลง ดาบตุ๊ ดาบต๊ะ จ่าพยศ!

ที่แท้เป็นแผนของผู้กำกับจับตัวการที่ทำข่าวรั่วนั่นเอง! ลายเมฆติงผู้กำกับว่าหาคนทำข่าวรั่วด้วยวิธีนี้ไม่ถูก

“ไม่ถูกยังไง แค่นี้ก็ชี้ชัดแล้วว่าทุกคนไม่น่าไว้ใจแค่ไหน”

ทุกคนแก้ต่างว่า ทำไปด้วยความรับผิดชอบต่องาน เมื่อรู้เบาะแสก็ไม่นิ่งดูดาย และเมื่อรู้แล้วจะปล่อยให้ผู้กำกับมาเสี่ยงอยู่คนเดียวได้ยังไง  เพราะผู้กำกับเคยบอกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ

ดาบต๊ะพูดประชดว่าผู้กำกับคงคิดมีครอบครัวใหม่แล้วก็ได้ จ่าพยศเลยแทรกขึ้นอย่างน้อยใจว่า

“ถ้าผู้กำกับเขาไม่ไว้ใจเราแล้ว ก็ไปกันเถอะพวกเรา”

พวกตำรวจพากันหันหลังเดินออกไป ผู้กำกับรีบห้าม พวกนั้นหันกลับมายิ้มแฉ่งกันทุกคน  คิดว่าผู้กำกับคงง้อพวกตนแน่ๆ แต่ที่ไหนได้ ผู้กำกับพูดหน้าตาเฉยว่า

“สิ้นเดือนอย่าลืมเคลียร์หนี้ให้พี่ด้วย”

ทุกคนพากันเซ็งสุดขีด ลายเมฆพูดขึ้นก่อนว่า ถ้าอย่างนั้นตนขอทำงานต่อจนกว่าจะใช้หนี้หมด ผู้กำกับตกลงทันที ทุกคนพากันงง ปีแสงถามว่า ที่จริงผู้กำกับไม่ได้โกรธพวกตนขนาดนั้นใช่ไหม

“ก็...สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นักสืบก็เหมือนกัน...ก็ต้องมีพลาดๆ พลั้งๆ” แล้วผู้กำกับก็ปรับสีหน้าน้ำเสียงเข้มขรึมขึ้นว่า

“แต่ก็จำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกันว่า อย่าทำอะไรโดยพลการอีก ต่อไปนี้...ไม่ว่าเป็นความห่วง ความรัก ความหวังดีอะไรก็เอามาอ้างในงานไม่ได้ทั้งนั้น ระบบทีมเป็นหัวใจสำคัญที่สุดสำหรับสายลับ สำคัญยิ่งกว่าความเก่ง ความมั่นใจว่าไม่พลาดซ้ำ เพราะฉะนั้น ต้องถือคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นสูงสุด เข้าใจไหม”

พอทุกคนตอบรับว่าเข้าใจ ผู้กำกับถึงนึกได้ว่าขาดใครไปคนหนึ่ง...

ooooooo

องศานั่นเอง เพราะเมื่อกลับมาถึงร้านหลงของเก่า องศาที่ไม่ได้ไปกับเขา ก็ออกมารับสารภาพว่าตัวเองแอบอ่านเอกสารลับเฉพาะของผู้กำกับ พวกที่ออกไปปฏิบัติการลับเลยรู้ว่าทุกคนแอบอ่านเอกสารลับ เพียงแต่องศาไม่ได้ออกไปปฏิบัติการเท่านั้น

“แสดงว่าผมเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ออกไปช่วยอะไรเลย” องศารู้สึกตัวเองผิด

“ใจเย็น...มันเป็นแค่แบบทดสอบวัดใจของพี่ แล้วมันก็ทำให้พี่เห็นว่า คนที่น่าไว้ใจที่สุดกลับเป็นน้องใหม่ของทีม ในขณะที่...” ผู้กำกับหยุดทอดจังหวะนิดหนึ่ง กวาดตามองไปยังทุกคน พวกนั้นพากันหลบหน้าแว้บ เห็นองศายังเครียดอยู่ ผู้กำกับจับบ่าปลอบใจว่า

“ยังไงก็ขอบใจนะที่หมวดอุตส่าห์มาสารภาพ แต่จำไว้ก็แล้วกันว่า อย่าทำอีก”

“ครับ...” องศารับคำอย่างรู้สึกผิดมาก

ooooooo

นับวันฟ้าครามก็ยิ่งระแวงปีแสง เธอเศร้าหมองจนแบมให้กำลังใจและอาสาจะช่วยสืบปีแสงให้

แล้วก็ได้ทำงาน เมื่อวันนี้ขณะทั้งสองเลิกงานเดินออกจากตึกมาลานจอดรถ ฟ้าครามก็ได้รับโทรศัพท์จากปีแสง ถามว่าเลิกงานหรือยัง พอรู้ว่าเลิกงานแล้วก็บอกให้ลงมาข้างล่างเลยตนรออยู่หน้าตึกแล้ว

ฟ้าครามถามว่ามารับตนหรือ แบมได้ยินก็รีบหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนว่า “บอกไปว่าออกมากับฉันแล้ว” พอฟ้าครามบอกไปตามที่แบมเขียน ปีแสงแสดงความเสียดายแต่ขอตามไปรับได้ไหม

“เออ...ไม่เป็นไรหรอกพี่ปีแสง คือฟ้ากับแบมนัดเพื่อนๆไว้น่ะค่ะ” ฟ้าครามตอบเสร็จก็รีบขึ้นรถแบม แต่ปีแสงยังแสดงความเสียดาย ฟ้าครามเลยปลอบใจว่า “งั้นเจอกันที่บ้านก็แล้วกันนะคะ”

ทั้งสองแอบดูปีแสงอยู่ พอเขาออกรถแบมก็ขับรถตามไปทันที ฟ้าครามถามว่าทำไมต้องให้ตนโกหกปีแสงด้วย

“อ้าว...เธอจะได้พิสูจน์ไงว่าพี่ปีแสงเขาแอบไปทำอะไรลับหลังเธอบ้างรึเปล่า” แบมพูดกับเพื่อน แต่ตาจ้องรถปีแสงไม่กะพริบ

ปรากฏว่า ปีแสงได้รับโทรศัพท์จากเอเชีย ฟังปลายสายแล้วเขานิ่งไปนิดหนึ่งก่อนถามว่า

“ได้ครับได้...ที่ไหนครับ”

ooooooo

เอเชียนัดปีแสงให้ไปช่วยเลือกเฟอร์นิเจอร์ บอกว่าตนจะซื้อไปแต่งห้องใหม่ให้สกั๊ต และขอให้เขามาช่วยเลือก เพราะเห็นมีรสนิยมคล้ายๆกับพี่ชายตน

ฟ้าครามกับแบมมองทั้งสองที่ช่วยกันเลือกเฟอร์นิเจอร์ตาร้อนผ่าว แบมพึมพำว่า

“แหม...ยังกะมาซื้อของแต่งเรือนหอด้วยกัน ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ย่อย ทั้งเสื้อผ้าท่าทาง นี่มันตั้งใจหยอดผู้ชายชัดๆ”

“ผู้ชายก็ธรรมดาเสียที่ไหนล่ะ” ฟ้าครามพูดอย่างมีอารมณ์ แล้วสะกดรอยตามดูทั้งสองต่อไป

ตามไปจนถึงอีกร้านหนึ่ง เห็นเอเชียไปนั่งชิงช้าแล้วให้ปีแสงถ่ายรูปให้กันกระหนุงกระหนิง ฟ้าครามทนไม่ได้โทร.เข้ามือถือเขา ปีแสงรีบเลี่ยงจากเอเชียออกมารับสาย พูดหยอกฟ้าครามว่า นึกว่าจะให้ไปรับกลับ ฟ้าครามเลยบอกว่าให้มารับได้เลย

ปีแสงอึกอัก เพราะยังติดช่วยเอเชียเลือกเฟอร์นิเจอร์อยู่ โกหกฟ้าครามว่าตนกำลังเคลียร์งานอยู่ท่าทางจะยืดเยื้อด้วย

ฟ้าครามโทร.ไปแอบดูปีแสงไป เธอถามฉุนๆว่าแล้วมันจะยืดเยื้อแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ปีแสงตกใจกับน้ำเสียงของเธอถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” พูดเสร็จฟ้าครามตัดสายทันที เธอยืนพิงผนังห้องอย่างเจ็บปวดสับสน จนแบมถามว่าจะกลับเลยไหม ฟ้าครามฮึดขึ้นมาบอกเพื่อนอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ไม่เป็นไร ฉันยังไม่กลับ”

ฟ้าครามตัดสินใจที่จะต้องรู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุดให้ได้

ooooooo
ตอนที่ 6


เมื่อคว้าน้ำเหลวในงานสำคัญและถูกผู้การตำหนิอย่างรุนแรง ผู้กำกับมนัส ลายเมฆ จอม และเฮียหลง ไปนั่งวิเคราะห์กันที่ร้านอาหารชานเมืองอย่างตึงเครียด

เฮียหลงตั้งข้อสังเกตว่า ถึงจักรวาลจะคร่ำหวอดอยู่หลายวงการแต่ก็ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับแบงก์ปลอม ผู้กำกับเองก็ไม่มีหลักฐาน เมื่อไม่สามารถอธิบายความเชื่อของตนได้ก็อ้างไปข้างๆคูๆว่า

“มันเป็นความรู้สึกตงิดๆเหมือนมีพรายกระซิบ

น่ะเข้าใจไหม พี่ว่าไม่มีใครรู้จักจักรวาลดีเท่าพี่แล้ว”

คุยไปคุยมาลายเมฆตั้งข้อสังเกตว่า หรือสกั๊ตจะทำแบงก์ปลอมแต่ค้ายากับจักรวาล เฮียหลงมองไปอีกแง่ว่า

“หรือว่าสองคนนี่กำลังร่วมกันทำอะไรบางอย่างที่เรานึกไม่ถึง”

สุดท้ายผู้กำกับตัดบทว่า ให้เราจับตาดูสองคนนี้ต่อไป แล้วหันไปกำชับลายเมฆว่าต้องใช้ประโยชน์จากการตีซี้สกั๊ตเพื่อเข้าถึงข้อมูล มากที่สุด วกมาถามว่าความสัมพันธ์ของปีแสงกับเอเชียยังรุกคืบหน้าไปได้ดีใช่ไหม

“โอ๊ย...อย่าเรียกว่ารุกคืบเลยครับพี่ ผมว่า มันรุกฆาตไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” ลายเมฆฟันธง

คุยกันเสร็จ ผู้กำกับนัดอัพเดทความคืบหน้ากันอีกที แล้วบอกให้ใครช่วยไปส่งจอมด้วย เพราะตนต้องแวะไปปรึกษาเรื่องคดีกับเพื่อน เฮียหลงเสนอให้ลายเมฆไปส่งเพราะเป็นแฟนกัน

จอมสะบัดหน้าบอกว่าตนจะไปแท็กซี่เอง แต่พอถูกลายเมฆพูดขู่เรื่องแท็กซี่หื่นกามเข้าหน่อยก็ยอมกลับไปกับลายเมฆ แต่นั่งเงียบกริบมาตลอดทาง ลายเมฆถามว่าผีสิงหรือ จอมหันถามกวนๆว่าจะให้ตนร้องเพลงรึไง

ลายเมฆร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ต้องร้อง เพราะร้องทีไรเกิดอาเพศทุกที คราวก่อนที่ขึ้นฮอฯไปฝึกโดดร่มก็ร้องจนฮอฯตกมาแล้ว ต่อมาไปร้องเพลงกล่อมคนบ้าที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ก็ทำให้คนบ้าปาดคอตัวเองตายไปอีก ลายเมฆบอกว่าเธอร้องเพลงทีไรซวยทุกที จอมเลยท้าให้ร้องพร้อมกันดูว่าใครจะเป็นตัวซวย

แต่พอร้องพร้อมกันมัวแต่แหย่กันไปตามเนื้อเพลงจนเกือบชนรถมอเตอร์ไซค์ที่ โผล่มาจากข้างทาง ดีที่เขาหักพวงมาลัยหลบทัน แต่เครื่องก็กระตุกแล้วดับไปเลย เป็นปัญหาว่าต้องลงไปเข็นเพื่อกระตุกรถ เกี่ยงกันไปมา สุดท้ายจอมก็ต้องไปเข็น แต่ก่อนไปเข็นอดด่าทิ้งท้ายไม่ได้ว่า

“ไอ้ผู้ชายซังกาบ๊วย” แล้วเดินตุปัดตุป่องลงไปเข็นรถจนตัวโก่ง

ooooooo

เมื่อฟ้าครามฮึดสู้ขึ้นมา จึงชวนแบมตามปีแสงกับเอเชียไปที่ร้านอาหารอีก เห็นทั้งคู่กะหนุงกะหนิงกินอาหารกัน ฟ้าครามก็ขบกรามแน่น แบมชวนเข้าไปหาอะไรกินกันดีกว่าอย่ามัวโมโหอยู่เลย ฟ้าครามเลยเดินนำลิ่วไปที่โต๊ะปีแสงกับเอเชีย

ปีแสงตกใจที่เห็นฟ้าครามย้อนกลับมา เขารีบยกเมนูขึ้นปิดหน้า ฟ้าครามแกล้งเดินชนแล้วดึงเมนูออกเพื่อขอโทษ แล้วทำเป็นตกใจที่เจอทั้งสองคนอีก

เอเชียชวนทานข้าวด้วยกัน ฟ้าครามตอบรับทันที แบมเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร สั่งไปมองหน้าปีแสงไป ปีแสงฟังแล้วสะดุ้งไปทุกรายการ เช่น ยำระริกระรี้หอยขม ปลากระพงสองใจ และผัดรวมมิตรคิดไม่ซื่อ สั่งแล้วแกล้งถามปีแสงว่าจะเพิ่มอะไรอีกไหม

“เอ่อ...แค่นี้ก็เกินพอแล้วจ้ะ” ปีแสงทำหน้าสยอง

ระหว่างทานข้าว ฟ้าครามทำเป็นดูแลปีแสงจนเอเชียชมว่าดูแลพี่ชายดีจัง แบมพูดแทรกทันทีว่า

“ก็เพราะแบบนี้ไงคะ พี่ปีแสงถึงไม่กระตือรือร้นมีแฟนอะไรกับเขา พี่ปีแสงเคยบอกว่า ถ้ามีแฟนดีเหมือนฟ้าไม่ได้ก็ไม่มีดีกว่า”

“พี่เคยพูดเหรอแบม” ปีแสงถามงงๆ แต่พอเจอสายตาเพชฌฆาตของฟ้าครามเข้าก็รีบเออออ “ใช่ๆๆๆพี่เคยพูดว่าไม่มีใครน่ารักเท่าน้องสาวคนนี้ของพี่อีกแล้ว” พลางก็ขยี้หัวฟ้าครามโยกไปมาอย่างเอ็นดู แต่กลับหันไปถามเอเชียว่า “ว่าแต่อาหารถูกปากคุณเอเชียไหมครับ”

เอเชียกล้อมแกล้มตอบว่าแม้เมนูจะแปลกๆแต่รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว

“เราจะดูแต่ชื่อไม่ได้หรอกค่ะคุณเอเชีย เพราะมันไม่ได้มาตัดสินรสชาติ ก็เหมือนเวลาเราเห็นคนหน้าตา

แย่ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่ดี หรือคนหน้าตาดีบางทีก็นิสัยแย่ ว่าไหมคะ” แบมจิกกัดไม่เลิก

เอเชียเริ่มฉุกคิดว่าแบมมีเลศนัยอะไรในคำพูด พอดีฟ้าครามพูดขึ้นลอยๆว่า

“เอ...แล้วหน้าตาอย่างพี่ปีแสงนี่ถือว่าดีหรือไม่ดีคะ” ปีแสงทำเป็นพูดติดตลกว่าไม่รู้จริงๆหรือว่าตนหน้าตาดีรึเปล่า ฟ้าครามย้ำว่า “ฟ้าหมายถึงนิสัยค่ะ”

เอเชียฟังแล้วแกล้งทำเป็นพูดยิ้มๆ ว่า “น้องฟ้าแกล้งถามไปอย่างนั้นใช่ไหมคะ พี่เดาเอานะคะว่าน้องฟ้าคงยังไม่มีแฟน”

“แล้วมันเกี่ยวกับคำถามฟ้าด้วยเหรอคะ” ฟ้าครามงง

“เกี่ยวสิคะ น้องฟ้าก็คงไม่ต่างกับคุณปีแสง ที่ยังไม่ยอมมีใคร ก็เพราะเห็นว่ายังไม่มีผู้ชายคนไหนดีเท่าพี่ปีแสงไงคะ” พูดแล้วเอเชียก็ยิ้มแจ่มใส่เหมือนไม่มีอะไร แต่บรรยากาศกรุ่นๆขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

ขณะออกมาที่ลานจอดรถนั้น เอเชียปรารภกับปีแสงว่าท่าทางน้องสาวเขาจะหวงเขาน่าดู ปีแสงพูดเป็นตุเป็นตะว่า ฟ้าครามติดตนมาตั้งแต่เด็กแล้ว บางทีไม่เห็นพ่อยังไม่เป็นไรแต่ถ้าไม่เห็นตนเป็นร้องไห้บ้านแตกทุกที

“คุณก็คงติดน้องสาวไม่แพ้กันมังคะ เห็นเวลาที่คุณมองน้องฟ้าครามทีไรดูรักดูห่วงใยจนฉันอิจฉา”

ปีแสงรู้ตัวว่าถูกเอเชียจับความรู้สึกได้ แก้ตัวลนๆทำเป็นถามว่า “นี่แสดงว่าความรู้สึกตั้งมากมายที่ผมส่งไปให้นี่คุณไม่ได้รู้เลย น่าน้อยใจจัง”

“สงสัยมันจะน้อยกว่าที่คุณส่งให้ฟ้าครามมังคะ ฉันถึงรู้สึกว่ายังไม่พอ” เอเชียพูดยิ้มๆแต่ทำเอาปีแสงนิ่งอึ้ง เดาไม่ออกว่าเธอพูดจริงหรือพูดเล่น

พอดีฟ้าครามกับแบมเดินตามมาถึง ฟ้าครามขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ปีแสงรีบบอกว่า เดี๋ยวแวะไปส่งเอเชียที่ออฟฟิศกันก่อน แบมถามดักคอทันทีว่า ออฟฟิศเอเชียอยู่ไหน พอเอเชียบอกว่าอยู่แถวรัชดา แบมบอกว่าอยู่แถวบ้านตนพอดี แล้วชวนไปกับตนดีกว่า เอเชียจำต้องยอมแต่ก็ทำเป็นพูดว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องลำบากปีแสง

ปากเอเชียพูดอย่างนั้น แต่ไม่วายหันมองปีแสงอย่างอาวรณ์ ฟ้าครามเลยรีบคว้ามือเขาลากขึ้นรถ

ooooooo

ลายเมฆแกล้งให้จอมลงไปเข็นรถทั้งที่ตัวเองโทร.เรียกรถยกแล้ว จอมโมโหที่หลอกให้ตนเข็นรถเสียเอวแทบเคล็ดกระแทกตัวลงนั่ง  กระเป๋าสตางค์หล่นลงมาอ้าออก ลายเมฆเลยเห็นรูปตัวเองอยู่ในกระเป๋าสตางค์ทั้งยังเป็นรูปเก่าตั้งแต่สมัย ยังหนุ่มฟ้อด้วย เลยแหย่จอมว่าแสดงว่าแอบชอบตนมาตั้งนานแล้ว

ทั้งคู่หยอกแหย่จิกกัดกันเจ็บๆคันๆเขินๆ ลายเมฆสนุกกับการแหย่ ส่วนจอมทั้งเขินทั้งงอน แต่ก็มีความสุข

เวลาเดียวกัน ปีแสงที่พาฟ้าครามกลับบ้าน เขาง้อเธอสุดฤทธิ์พยายามชี้แจงว่า ความสัมพันธ์ของตนกับเอเชียนั้นเป็นเรื่องงาน งานที่ตนต้องทำให้เอเชียเชื่อว่าตนรู้สึกกับเธออย่างไรจึงต้องทำให้สมจริง ที่สุด แล้วขอเวลาฟ้าครามอีกนิดหนึ่ง ตนจะทำให้ทุกอย่างจบลงให้เร็วที่สุด ฟ้าครามจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง

แต่เมื่อลายเมฆกลับมา เธอก็โผเข้าหาพ่อร้องไห้สะอึก สะอื้น จนลายเมฆเดาออกว่าเธอรู้เรื่องปีแสงกับเอเชียแล้ว ช่วยชี้แจงอีกคนว่านั่นคืองาน ปีแสงต้องทำตามหน้าที่

“ตกลงตำรวจทุกคนต้องยอมเสียสละทุกอย่างในชีวิตเพื่อหน้าที่เหมือนกับที่พ่อเป็นใช่ไหมคะ”

“หนูถามตัวเองดีกว่าลูก ว่าถ้าพ่อ...ถ้าพี่ปีแสง...เห็นเรื่องของตัวเองสำคัญกว่าเรื่องชาติบ้าน เมืองเมื่อไหร่แล้วหนูจะรู้สึกยังไง” เห็นฟ้าครามเงียบไป ลายเมฆถามว่า “ฟ้าเองก็ทนไม่ได้ใช่ไหมลูก ถ้าคนที่ลูกรักจะเป็นแบบนั้น” พูดแล้วดึงลูกเข้าไปกอดอย่างปลอบใจ

“แล้วมันต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนคะพ่อ”

“ถ้าฟ้ากับปีแสงยังมั่นใจในกันและกัน จะนานแค่ไหนมันก็ไม่สำคัญไม่ใช่เหรอลูก”

ฟ้าครามสบายใจขึ้นแต่ลึกๆก็ยังอดหวั่นไม่ได้ ส่วนลายเมฆเมื่อคิดถึงความไม่แน่นอนในอนาคตแล้วก็อดหนักใจไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

รุ่งขึ้น ปีแสงง้อฟ้าคราม ทำคะแนนด้วยการทำแซนด์วิชมาให้ อ้อนจนน่าหมั่นไส้ว่าแซนด์วิชนี้ทำมาด้วยหัวใจทีเดียวแต่พอฟ้าครามเปิดฝาก ล่องดู เธอหน้าเจื่อนกับแซนด์วิชหน้าตาแห้งๆไหม้กระดำกระด่างโปะด้วยมะเขือเทศรูป หัวใจเหี่ยวๆ

แม้จะอึ้งๆกับแซนด์วิชหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ฟ้าครามก็ขอบคุณด้วยความซึ้งใจที่เขาอุตส่าห์ลงมือทำให้

ทันใดนั้น องศาก็ส่งเสียงกระตือรือร้นเข้ามาพร้อมแซนด์วิชในมือ บอกฟ้าครามว่าเมื่อคืนดูทีวี เห็นเธอบอกว่าชอบทานแซนด์วิช เช้านี้ตนเลยลองทำสูตรพิเศษให้ทานดู พลางเปิดฝากล่องแซนด์วิชให้ดู เป็นแซนด์วิชที่หน้าตาดีมาก ปีแสงชะโงกมาดูถึงกับอึ้งปล่อยกล่องแซนด์วิชตัวเองหลุดมือ องศารีบช่วยเก็บถามซื่อๆว่า

“นี่ของหลินจือเหรอครับ” ปีแสงเงียบแต่ถลึงตาใส่ “งั้นเดี๋ยวพี่เอาไปให้มันกินก็แล้วกัน” องศาบอกฟ้าคราม ฟ้าครามรีบดึงกล่องไว้ พูดเขินๆว่านี่เป็นของตนไม่ใช่ของหลินจือ

ปีแสงหน้าบานเป็นกระด้งที่ฟ้าครามยอมรับแซนด์วิชของตน ก็พอดีลายเมฆเดินเข้ามาบอกฟ้าครามว่า วันนี้พอดีมีเวลาเลยตั้งใจจะไปส่งลูกที่ออฟฟิศ ฟ้าครามโผเข้ากอดพ่อด้วยความดีใจ

ระหว่างนั่งในรถ ปีแสงก็พยายามกันท่าองศา รับอาสาจะขับรถให้ลายเมฆหมายจะได้นั่งคู่กับฟ้าคราม แต่ลายเมฆรู้ทัน  สุดท้ายปีแสงก็เลยต้องนั่งหลังคู่กับองศาไปอย่างหงุดหงิดตามเดิม

แบมเห็นวันนี้เพื่อนรักหน้าตาอิ่มเอิบ พอทักฟ้าครามบอกว่าเพราะวันนี้พ่อมาส่งที่ออฟฟิศ แบมไม่เชื่อ ฟ้าครามบอกเขินๆว่าวันนี้ปีแสงทำแซนด์วิชให้มากินที่ออฟฟิศด้วย แบมตื่นเต้นขอดูและขอกินด้วยคน แต่พอเห็นแซนด์วิชก็ทำหน้าเหยเกถามว่าทำไมหน้าตาน่าเกลียดอย่างนี้

“จะน่าเกลียดยังไงก็เป็นแซนด์วิชที่อร่อยที่สุดในโลกก็แล้วกันน่ะ”

“โห...ยามรักแซนด์วิชอัปลักษณ์ก็ว่าอร่อย” แบมทำหน้าแบบ...เชื่อเขาเลย...

ooooooo

ดาบตุ๊และดาบต๊ะกับจ่าพยศที่ได้รับหน้าที่ให้ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าอู่ เก็บรถของสกั๊ต เห็นสกั๊ตกับลูกน้องสี่ห้าคนเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยของอาวุธปืนแล้ว ลำเลียงขึ้นรถตู้ จึงรีบโทร.รายงานผู้กำกับ

พอรับรายงานจากพวกดาบตุ๊ ผู้กำกับก็เรียกลายเมฆ ปีแสง และองศามารับงานด่วน ทั้งสามรีบไปยังที่หมายทันที พอไปถึงดาบตุ๊บอกว่าพวกมันอยู่ในอู่เก็บรถ ลายเมฆวางแผนจัดกำลังทันทีว่า

“งั้นดาบตุ๊ ดาบต๊ะกับจ่าพยศดูลาดเลาอยู่ข้างหน้านะ

เดี๋ยวผมกับสองคนนี้จะเข้าไปข้างในเอง” ว่าแล้วพยักหน้าเรียกปีแสงกับองศาให้ตามไป

เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณซากตึกร้าง ลายเมฆเห็นพวกสกั๊ตอาวุธพร้อมมือกำลังย่องหลบฝ่ายตรงข้ามไปมาแบบสั่งการเป็น ทีมอย่างมืออาชีพ เขาบอกทีมงานว่า

“ท่าทางพวกมันจะได้รับการฝึกฝนมาไม่ใช่เล่น แก๊งนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว เดี๋ยวแยกย้ายกันไป ปีแสงไปทางนั้น องศาไปทางนี้อย่าทำอะไรจนกว่าฉันจะสั่ง”สั่งการแล้วทุกคนแยกย้ายกันไป

ขณะสถานการณ์กำลังตึงเครียดนั่นเอง องศาเดินตกหลุมที่มีหญ้าปกคลุมจนร้องโอ๊ย พวกสกั๊ตได้ยินหันขวับมาทันที ลายเมฆบ่นหน้าเครียด “กูว่าแล้ว...” แต่ก็รีบเข้าไปช่วยองศาขึ้นจากหลุม ปีแสงมาช่วยอีกคนจึงหิ้วปีกองศาหนีออกมา

แต่แล้วทั้งสามก็ช็อกเมื่อเจอพวกสกั๊ตมาสกัดพร้อมอาวุธครบมือ แต่พอเห็นหน้ากันจะจะรู้ว่าใครเป็นใคร สกั๊ตถามลายเมฆว่ามาทำอะไรแถวนี้ ลายเมฆโกหกได้อย่างลื่นไหลว่ามาดูที่ เพราะตนมีอาชีพเป็นนายหน้าขายที่ด้วย ลายเมฆชี้แจงเสียจนสกั๊ตเชื่อ ทันใดก็มีเสียงปืนจากอีกฟากหนึ่งดังขึ้น สกั๊ตหันขวับร้องถาม

“เฮ้ย...สงสัยฝ่ายนั้นมันมากันแล้ว ตกลงพวกไอ้คล้าวมันจะมาไหม จะรบกันอยู่แล้วทหารยังไม่ครบเลย” สกั๊ตหน้าเครียด สุดท้ายหันมองลายเมฆเอ่ยขอ “คุณลายเมฆ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม”

สถานการณ์เปลี่ยนเป็นพวกลายเมฆร่วมมือกับพวกสกั๊ตต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอย่าง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจนสองดาบกับหนึ่งจ่าที่คอยสังเกตการณ์อยู่ถามกันว่า “เป็นอย่างนี้ได้ไงเนี่ย”

ooooooo

ลายเมฆกับพวกช่วยสกั๊ตสู้รบตบมือกับฝ่ายตรงข้ามราวกับเป็นงานของตัวเอง จนสกั๊ตถามว่าทำไมทุกคนถึงเก่งกล้าสามารถลีลาเหมือนคนในเครื่องแบบเลย

ลายเมฆบอกว่าตอนหนุ่มๆเคยเป็นทหารกองหนุนรบอยู่ชายแดนเลยได้อะไรติดตัวมาบ้าง

ปีแสงอึกอักนิดหนึ่งแล้วบอกว่าตอนเรียน รด.ที่เขาชนไก่เลยได้วิชามา

องศาคิดไม่ได้เลยโมเมว่า เคยเห็นแต่ไก่ชนเลยดับเครื่องชนตามไก่

“เอาอย่างนี้ดีกว่า เพื่อเป็นการขอบคุณ วันนี้ต้องไปฉลองกันหน่อยนะครับ” สกั๊ตชวน แต่ไม่ทันไรโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น พอเห็นชื่อคนโทร.เข้ามาเขาก็เปลี่ยนสีหน้า แล้วบอกปลายสายไปว่า “ได้...งั้นฉันจะรอ”

วางสายแล้วสกั๊ตกลับมาบอกพวกลายเมฆว่าคงไปฉลองกันไม่ได้แล้ว เพราะตนมีธุระด่วน ลายเมฆบอกว่าไม่เป็นไร ติดไว้ก่อน โอกาสหน้ายังมี ถือว่าติดหนี้ตนก็แล้วกัน

“ได้เลยครับ เอาเป็นว่าคราวหน้าผมจะใช้หนี้พร้อมดอกเบี้ย ดีไหม” สกั๊ตหยอก เลยเรียกเสียงหัวเราะเฮฮาจากทุกคนอย่างสนุกสนาน

ooooooo

ระหว่างที่ลายเมฆ ปีแสง และองศาขับรถกลับจนถึงถนนเปลี่ยวในซอย เจอกันเข้ากับกระทิงที่ขับรถสวนมา

กระทิงจำปีแสงได้ ชะลอรถชักปืนออกมาจะยิง องศาเห็นก่อนร้องเตือนปีแสงที่ขับรถอยู่ให้ระวังขวา ปีแสงขับรถหลบกระสุน ดาบตุ๊มองไปจำได้ว่าเป็นกระทิง เป็นจังหวะที่กระทิงกลับรถมาประกบยิงซ้ำอีก

เมื่อคู่แค้นเจอกัน  มีหรือจะปล่อยให้ลอยนวลไป  กระทิงมากับลูกน้อง  6-7  คน  ปีแสงกับลายเมฆมากับทีมงาน

6-7  คนเช่นกัน  กระทิงพาลูกน้องกระโดดลงจากรถ  ลายเมฆกลัวอีแก่ของตนจะพัง บอกปีแสงให้ถอย ปีแสงถอยรถลงทุ่งใกล้กระต๊อบ ได้ยินเสียงกระทิงตะโกน

“ฆ่ามันให้ได้!”

สองฝ่ายไล่ยิงกันลั่นทุ่ง ปีแสงกับกระทิงไล่ล่ากันตัวต่อตัว ผลัดกันรุกผลัดกันรับ องศาสู้กับลูกน้องของกระทิง ดาบตุ๊กับดาบต๊ะวิ่งเข้าไปช่วย ดาบต๊ะเงื้อไม้ฟาดใส่ลูกน้องกระทิงแต่พลาดไปถูกองศาร่วงแต่ดาบต๊ะไม่รู้เพราะกำลังชุลมุน

ลายเมฆยิงสู้กับลูกน้องกระทิงจนกระสุนหมด ตะโกนบอกพรรคพวกให้ถอยก่อน ทุกคนเตรียมถอย องศาได้สติขึ้นมาพยายามร้องเรียกพรรคพวกให้รอด้วยแต่ไม่มีใครได้ยิน

ปีแสงยังสู้อยู่กับกระทิงอย่างไม่มีใครยอมใคร ปีแสงถูกกระทิงชักมีดพกจะแทงแต่เขาก็จับบิดจนมีดกรีดหน้ากระทิงเต็มๆ ขณะกระทิงกำลังพลาดท่าปีแสงฉวยโอกาสรีบถอยไปคว้าปืนของตัวเองที่ทำตก แต่หยิบไม่ทันเพราะกระทิงกระโจนมาแย่ง ยื้อยุดกันอยู่จนปืนลั่นขึ้นฟ้าหมดแม็ก

ลายเมฆตะโกนบอกปีแสงให้ถอยก่อน พอปีแสงถอยก็ถูกกระทิงสั่งลูกน้องให้ตามไป มันไล่ตามไปเกือบทันกันที่ถนน กระทิงหยิบระเบิดที่เหน็บเอวอยู่มาชูตะโกนก้อง

“พวกมึงนึกว่าจะหนีพ้นเหรอ...”

พวกลายเมฆต่างมองกันช็อก พอได้สติก็พากันกระโดดหลบ แต่ไม่มีเสียงระเบิด พากันเงยหน้าขึ้นดู จึงเห็นว่า องศากำลังยื้อแย่งระเบิดอยู่กับกระทิง พลางก็ตะโกนบอกพวกลายเมฆ “หนีไป!”

องศาแย่งลูกระเบิดกับกระทิงกลิ้งกันไปที่พื้น ลูกน้องกระทิงเข้ามาเอาปืนจ่อองศา กระทิงได้ทีขู่องศาว่าจะปล่อย

ระเบิดไหม องศาตอบอย่างไม่พรั่นพรึงว่า

“ถ้าจะตายก็ตายพร้อมกันตรงนี้ล่ะ” พลางหันมองลูกน้องกระทิง “ถ้าพวกแกอยากตายด้วยก็เอา”

องศาชูระเบิดที่ยื้อกันอยู่ขึ้นทำท่าจะขว้าง พวกลูกน้องกระทิงหนีกันกระเจิง องศาจึงหันมาสู้กับกระทิง แม้จะถูกกระทิงทำร้ายอย่างหนัก แต่องศาก็ไม่ยอมปล่อยระเบิด

“หยุดนะ!” ลายเมฆเข้ามาพร้อมพรรคพวก กระทิงตัวคนเดียวเห็นท่าไม่ดี ชักปืนออกมาเล็งใส่ลายเมฆกับพวก แต่ไม่มีใครสะทกสะท้าน ทำให้มันยิ่งกลัว สุดท้ายตัดสินใจปล่อยมือจากระเบิดค่อยๆ ก้าวถอยหลังทั้งที่ปืนยังจ้องไปที่ลายเมฆกับพวก

กระทิงถอยไปจนเห็นเป็นระยะปลอดภัย มันหันหลังโกยแน่บ ท่ามกลางเสียงเฮด้วยความสะใจของพวกลายเมฆ องศามองระเบิดในมือแล้วขว้างลงคูน้ำที่อยู่ห่างออกไป พอระเบิดตูม เขาหันมายิ้มกับทุกคน พูดก่อนร่วงลงไปหมดแรงกับพื้น

“เรียบร้อยแล้วครับ...”

ooooooo

พากันกลับมาถึงร้านหลงของเก่า ลายเมฆใส่ปลอกคอเพราะเอี้ยวจนคอเคล็ดขณะต่อสู้ องศามีปลาสเตอร์ปิดที่มุมปาก และจ่าพยศมีผ้าพันแขนเพราะถูกยิง ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า รวมทั้งผู้กำกับที่ชนแก้วกับเฮียหลงฉลองชัยชนะที่ทุกคนรอดกลับมาสู่อ้อมอกของตนได้ครบถ้วน

“ถ้าไม่ได้หมวดองศา ผู้กำกับคงต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลอาหารมื้อนี้ไปให้พวกเราแล้วล่ะครับ” ดาบตุ๊เอ่ยขึ้น ดาบต๊ะกับจ่าพยศเห็นด้วย จ่าพูดอย่างชื่นชมว่า

“ขนาดตอนนั้นแขนผมเลือดอาบ ผมยังลืมเจ็บเลย ไม่คิดไม่ฝันว่าหมวดจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อพวกเราขนาดนี้”

“งั้นจอกนี้ดื่มให้กับหมวดองศา...วีรบุรุษของเรา เอ้า... ฉลอง” เฮียหลงชูแก้วชวนชนกับทุกคน

วันรุ่งขึ้น ผู้กำกับเรียกประชุมที่ร้านหลงของเก่า กว่าจะประชุมได้ก็ทุลักทุเล เพราะลายเมฆกับจอมก็เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงประชดประชันกันประสาคนเคยชอบกัน ส่วนเฮียหลงก็ตั้งหน้าตั้งตาอุ้มตุ๊กตาเด็กอ่อนกล่อมซ้อมมือไว้ก่อน จนผู้กำกับต้องสั่งทุกคนหยุด เริ่มประชุมกันเสียที

“ตอนนี้พี่ให้ปีแสงเข้าประกบสกั๊ตไว้แล้ว แล้วที่พี่เรียกประชุมแค่นี้เพื่อจะให้ทุกอย่างรัดกุมที่สุด”

ลายเมฆทักว่างานนี้ดูเขาทุ่มสุดตัวจริงๆ ไม่เคยเห็นซีเรียสขนาดนี้มาก่อน ผู้กำกับชี้แจงว่า เพราะจักรวาลชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก พูดแล้วย้ำกับทุกคนว่า

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันโง่นะ เพราะไอ้เรื่องยากๆ มันทำให้เราเข้าถึงมันไม่ได้ง่ายๆ เราตามมันไม่ทันแน่ เพราะฉะนั้น เราต้องเป็นฝ่ายเดินหน้าขึ้นนำมัน ต้องเป็นฝ่ายรุกไม่ใช่ฝ่ายรับ”

แล้วผู้กำกับก็แจ้งข่าวดีว่า เราต้องใช้แผนที่แยบยลเข้าถึงตัวมัน แล้วโอกาสก็มาถึงอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อจักรวาลติดต่อให้หาพริตตี้ไปงานเลี้ยงฉลองแท่นพิมพ์ใหม่ ตนขอมอบงานนี้ให้จอมรับผิดชอบ

“ไม่ต้องห่วงพี่มนัส จอมจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง” จอมรับรองแข็งขัน

“เป็นคำตอบที่ประทับใจที่สุด จำไว้ ปฏิบัติการต่อจากนี้ เราจะรู้กันแค่สี่คนเท่านั้น” ผู้กำกับย้ำ

ooooooo

ปีแสงทำงานอย่างเอาการเอางาน วันนี้นัดเอเชีย ไปดูรถที่อู่เก็บรถของสกั๊ต พอดีสกั๊ตอยู่ข้างใน เอเชียจึงชวนเข้าไปกันเลย

สกั๊ตกำลังคุยโทรศัพท์อยู่อย่างหงุดหงิด เขาตะคอกไปอย่างไม่พอใจว่า

“เลื่อนเวลาแต่ไม่เลื่อนวัน อะไรอีกวะเนี่ย แล้วเวลาไหนก็ยังบอกไม่ได้ ทำไมมันถึงได้วุ่นวายขึ้นทุกที แน่ใจนะว่าไม่มีปัญหา ได้! ตกลงตามนั้น”

พอเขาวางสาย ก็พอดีเอเชียพาปีแสงเข้ามาบอกว่าปีแสงอยากมาคุยเรื่องรถ สกั๊ตตัดบทอย่างหงุดหงิดว่าเอาไว้ก่อนไม่มีอารมณ์

ปีแสงรู้สึกถึงความผิดปกติของสกั๊ต เข้าไปทักทาย สกั๊ตบอกทันทีว่าวันนี้ตนไม่ว่าง อยากดูอะไรก็ดูไปเลย ไว้วันหลังค่อยคุยกันอีกที ขอโทษด้วยถ้าเสียมารยาท พูดแล้วเดินออกไปเลย ปีแสงกับเอเชียได้แต่ยืนงง ครู่หนึ่งปีแสงพูดออกตัวว่า ตนคงไม่ใช่ต้นเหตุให้เธอหนักใจใช่ไหม

“ไม่หรอกค่ะ พี่สกั๊ตเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนอย่างนี้แหละ ยิ่งตอนนี้มีปัญหาเรื่องส่งของ แถมยังมีตำรวจมาเกี่ยวข้องก็เลยอารมณ์เสียบ่อย” ปีแสงเลียบเคียงถามว่าทำไม ตำรวจมาเกี่ยวอะไรด้วย “เรื่องนี้ฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอกค่ะ แล้วนี่อีกสองวันบอกจะต้องออกไปรับของอะไรสักอย่าง ก็ยังเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”

ปีแสงนิ่งไปกับข้อมูลที่ได้รับ กลับไปรายงานแก่ทีมงาน

ที่ร้านหลงของเก่า ผู้กำกับพูดอย่างมั่นใจว่า ครั้งนี้เราจะไม่มี คำว่าพลาดอีก องศาถามถึงแผนการครั้งนี้ ผู้กำกับตอบแบบ กำปั้นทุบดินว่า แผนก็คือไม่มีแผนคอยฟังคำสั่งตนอย่างเดียว

แต่ก่อนจะแยกย้ายกันไป ผู้กำกับขอให้ทำอะไรสักอย่าง

ก่อนเริ่มแผน พาทีมงานไปยืนจับมือกันเป็นวงกลม หลับตา แล้วพูดตามตนทีละประโยค

“ขอให้เราทุกคนกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว...เหมือนกับมือที่จับประสานกันแน่น...เราจะรักและเสียสละเพื่อหน้าที่ เพื่อพวกพ้อง เพื่อสังคมและเพื่อประเทศชาติ”

เมื่อกล่าวปฏิญาณพร้อมกันเสร็จ ผู้กำกับสั่งเหมือนอยู่กลางสนามรบ

“พร้อมแล้วก็ลุย โก...โก...โก!!”

ทุกคนเปล่งเสียงตามอย่างพร้อมเพรียง เข้มแข็ง ดูขึงขังยิ่งนัก

ooooooo

ที่โรงพิมพ์ของจักรวาล กำลังมีการฉลองแท่น พิมพ์ใหม่ โดยมีพริตตี้ภายใต้การคุมของจอมมาบริการ อย่างเร้าใจ เห็นพริตตี้เต้นกันเมามัน จักรวาลก็คึกโยกตัวตามไปด้วย

ครู่หนึ่งกระทิงในสภาพหน้ามีปลาสเตอร์ปิดแผลที่ถูกมีดกรีดเดินอาดๆเข้ามา จักรวาลเห็นก็ชักสีหน้าใส่ลุกขึ้นโวยวายว่า

“คนกำลังคึกๆ เจอหน้าถึกๆ ของแกนี่ชีวิตเศร้าเลยว่ะ” จักรวาลถามกระทิงว่ายิ้มเป็นบ้างไหม พอกระทิงแถกเหงือกฝืนยิ้มให้ จักรวาลทนดูไม่ได้บอกให้พอ แล้วสั่งให้ตามไป

จอมจับตาดูตลอดเวลา พอจักรวาลพากระทิงไปที่ห้องส่วนตัว จอมก็แอบหย่อนเครื่องดักฟังเล็กๆ ผ่านช่องประตูเข้าไป

จักรวาลถามกระทิงอย่างไม่พอใจว่า ทำไมต้องกระหายการศึกถึงเพียงนี้ ทุกอย่างจะพังเพราะความใจร้อนแบบนี้ ตนไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ เพราะพวกนั้นกัดไม่ปล่อยอยู่แล้ว

กระทิงถามว่าแล้วจะปล่อยไว้ให้มันตามกัดทำไม จักรวาลตะโกนใส่ว่ามันสะใจ คนอย่างตนทำอะไรชั้นเดียวไม่เป็น ตอนนี้พวกตำรวจคงตามจับตาเราอยู่

“หมายความว่าคุณจักรวาลจะเลื่อนวันส่งของ แต่มันเลื่อนไม่ได้นะครับ พวกฝรั่งมันไม่ยอมแน่”

“แล้วจะเลื่อนทำไม ฉันไม่เคยหนีใครอยู่แล้ว แกมีหน้าที่ทำตามที่ฉันสั่ง รับรองว่าพวกมันไล่เราไม่ทันแน่” จักรวาลยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหัวเราะออกมาลั่นห้อง กระทิงยิ้มบ้างแต่พอจักรวาลหันมองก็เบือนหน้าหนี

แต่ที่หน้าห้องส่วนตัวนั้น จอมใส่หูฟังแอบฟังอยู่ เธอยิ้มอย่างสะใจไม่ต่างกับจักรวาลและกระทิง

ooooooo
ตอนที่ 7


วันต่อมา ผู้กำกับสั่งการตามแผนแบบไม่มีแผน โดยให้ดาบตุ๊กับดาบต๊ะพากำลังเสริมตามสกั๊ตไป ส่วนเฮียหลงกับจ่าพยศให้เฝ้าจักรวาลไว้คอยติดตามการเคลื่อนไหวทุกระยะและทุกคนให้ติดต่อกันฟังคำสั่งจากตนคนเดียว

ลายเมฆอยู่กับผู้กำกับบนรถปฏิบัติการ บ่นกับผู้กำกับว่าตนไม่ชินกับการที่ต้องมานั่งอยู่แบบนี้

“เอาน่าเมฆ อีกหน่อยพี่วางมือไป เมฆจะได้มาสานต่อ เดี๋ยวเมฆก็รู้ว่าการนั่งตรงนี้มันดีกว่าที่เมฆคิด”

องศากับปีแสงจับคู่อยู่ด้วยกัน ทั้งสองเดินไปมาหน้าเครียดเพราะยังไม่ได้รับคำสั่งให้ทำอะไรสักที ซ้ำยังต้องมาทำงานคู่กับคนที่เข้าขากันไม่ได้ด้วย ปีแสงบ่นว่าวางแผนอะไรกันแบบนี้ไม่บอกให้รู้สักอย่าง

จอมมีหน้าที่สะกดรอยตามกระทิง เห็นกระทิงมาจอดรถที่มุมสะพานริมน้ำ โทรศัพท์คุยกับจักรวาลซึ่งอยู่ที่ทำงาน เร่งว่าใกล้ถึงเวลานัดแล้วจะเอาอย่างไร

“รอไปก่อน ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าตำรวจพวกนั้นมันจะมาไม้ไหน”จักรวาลตอบอย่างใจเย็น รับปากกับกระทิงว่ารับรองไม่มีเลื่อนแต่อาจจะส่งของช้าหน่อยเท่านั้น บอก กระทิงให้รอคำสั่งก็แล้วกัน

กระทิงออกมาขึ้นรถขับออกไปอย่างหงุดหงิด จอมรีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป

ดาบตุ๊กับดาบต๊ะตามสกั๊ตไป เห็นเข้าไปในลานจอดรถที่ห้าง  ดาบต๊ะก็รีบรายงานผู้กำกับ  บอกว่าตอนนี้ดาบตุ๊กำลังตามประกบอยู่

“ดีมาก มีอะไรรายงานพี่เป็นระยะ”ผู้กำกับชมแล้วบอกลายเมฆว่า“ตอนนี้สกั๊ตเริ่มออกอาการแล้ว ไอ้ตัวแสบลูกน้องจักรวาลก็เริ่มเคลื่อนไหว เหลือแต่ตัวพ่ออย่างไอ้จักรวาล ถ้าได้สามสายนี่มาบรรจบกันอย่างที่พี่คิดนะ เราล้มกระดานได้เลย”

เวลาต่อมา เฮียหลงก็รายงานเข้ามาว่าจักรวาลออกแล้ว เดี๋ยวตนจะตามมันไปเลย ผู้กำกับชมว่าดีมากกำชับให้ตามไปอย่าให้คลาดสายตา

สถานการณ์ที่เขม็งเกลียวขึ้นทุกขณะ ทำให้ผู้กำกับ

เริ่มเครียด และเครียดทีไรก็สั่นขาจนรถสะเทือนทุกที ลายเมฆยังไม่คุ้นถามว่า ทำไมรถสั่นหรือหมาที่ไหนมาเกาขี้เรื้อนใต้โต๊ะ พลางเอี้ยวตัวจะดู

“ไม่ต้องก้มเมฆขาพี่เองเดี๋ยวพี่จะพยายามควบคุมนะ”

ทันใดนั้น ปีแสงก็พรวดพราดผลักประตูรถเข้ามาถามว่าจะให้ตนกับองศาอยู่เฉยๆอย่างนี้หรือ คอยมาสองชั่วโมงแล้ว ลายเมฆทำเสียงแข็งใส่ว่า ก็บอกแล้วว่าให้รอฟังคำสั่ง จะร้อนรนไปทำไม

ระหว่างนั้น ผู้กำกับมนัสนั่งฟังหูฟังอยู่เงียบๆก่อนที่จะเปิดจอมอนิเตอร์ เห็นภาพสัญลักษณ์ที่ลานจอดรถของสกั๊ตเป็นจุดศูนย์กลาง อีกสองจุดของกระทิงและจักรวาลกำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน เห็นแล้วผู้กำกับก็เริ่มเครียด รถก็เริ่มสั่นอีก องศาที่ตามปีแสงมายืนมองขาผู้กำกับนิ่ง

“โอเค อยากลุยแล้วใช่ไหม ไปกันเลย”ผู้กำกับออกคำสั่ง

“ไป ปีแสง องศา ขับรถตามมา”ลายเมฆบอก ปีแสงกับองศารีบลงจากรถไปอย่างเร็ว

ooooooo

ระหว่างเคลื่อนรถปฏิบัติการออกไปนั้น ผู้กำกับได้รับรายงานจากดาบตุ๊ว่า สกั๊ตส่งกุญแจรถให้กับใครคนหนึ่ง ผู้กำกับสั่งให้ตามต่อไป ลายเมฆเปรยขึ้นว่า

“เชื่อได้เลยพี่ เดี๋ยวมันต้องเอาของมาใส่ในรถสกั๊ต จากนั้นก็คืนกุญแจให้สกั๊ต แค่นี้สกั๊ตก็ได้ของไปอย่างแนบเนียน”

“ถ้าเป็นอย่างที่เมฆว่า ไอ้จักรวาลกับลูกน้องมันจะไปที่นั่นทำไม” ผู้กำกับเริ่มเครียด แล้วขาก็เริ่มสั่นอีกแล้ว

จักรวาลนั่งฟังหูฟังอยู่ในรถ หยิบโทรศัพท์สั่งกระทิงอย่าเพิ่งเข้าไปในที่จุดนัดพบ เพื่อความชัวร์ให้ขับรถวนไปก่อน กระทิงบอกว่าพวกนั้นมารอกันแล้ว จักรวาลตอบอย่างหงุดหงิดว่า

“ก็ปล่อยมันรอไปสิ รอนิดรอหน่อยจะตายให้รู้ไป” แล้วสั่งคนขับรถ “เลี้ยวซ้ายข้างหน้า”

การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ถูกจักรวาลวางแผนหลอกล่อต้องกระจายกำลังติดตามเป้าหมายกันจนหัวหมุน

ผู้กำกับกับลายเมฆที่อยู่ในรถปฏิบัติการรับฟังรายงานการเคลื่อนไหวของพวกจักรวาลแล้วก็ปวดหัววิเคราะห์ไม่ออกว่ามันจะมาไม้ไหน

สกั๊ตถูกติดตามทุกฝีก้าว ดาบตุ๊รายงานถี่ยิบว่า สกั๊ตได้กุญแจรถแล้ว...กลับมาที่รถแล้ว จะให้ทำอย่างไรดี ผู้กำกับเริ่มเครียดหันมาถามลายเมฆว่าเอาไงดี พอลายเมฆบอกว่าให้ถ่วงเวลาไว้อย่าให้มันออกไป ผู้กำกับก็สั่งต่อ ครู่หนึ่งลายเมฆหันถามผู้กำกับว่า

“มีอีกเรื่องที่ไม่รู้พี่คิดเหมือนผมหรือเปล่า ผมว่าพี่กังวลไอ้จักรวาลมากเกินไป แล้วผมก็ว่ามันรู้ทันพี่ ผมว่ามันพาเรามาขับรถเล่นว่ะ”

ข้อสะกิดของลายเมฆ ทำให้ผู้กำกับรู้ตัวเปลี่ยนเป็นออกคำสั่งใหม่ว่า

“ดาบต๊ะ เปลี่ยนแผนใหม่ สกัดสกั๊ตไว้ แล้วตรวจของในรถ” แล้วหันสั่งคนขับรถ “เลี้ยวรถกลับไปที่สุสานรถเก่า” จากนั้นสั่งเฮียหลงให้เลิกตามจักรวาลแล้วรีบไปที่สุสานรถเก่าเลย

ooooooo

ที่สุสานรถเก่า  กระทิงเข้าไปพบกับฝรั่งสองคนกับล่ามอีกคนหนึ่งที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ฝรั่งเห็นกระทิงก็ถามถึงจักรวาล กระทิงบอกว่าเดี๋ยวมา

เมื่อฝรั่งทวงเงิน กระทิงเอากระเป๋าส่งให้ ล่ามมารับเอาไปเปิดให้ฝรั่งดู มันยังไม่วายบ่นว่าทำไมจักรวาลมาช้านัก

ตนไม่มีเวลารอรู้หรือเปล่า พอล่ามแปลกระทิงก็ยืนยันคำเดิมว่า “เดี๋ยวมา”

จักรวาลจับการเคลื่อนไหวของตำรวจได้ทั้งหมด มันโทรศัพท์บอกกระทิงให้รีบแยกย้ายกันไปเพราะตำรวจไปที่นั่นหมดแล้ว ส่วนฝรั่งที่รอเจอเขาอยู่นั้น ก็ให้บอกว่าตนติดธุระแล้วจะนัดเจออีกที

พอฝรั่งรู้ก็ไม่พอใจถามว่าทำไม มีปัญหาอะไร กระทิงร้อนรนบอกให้รีบเผ่นก่อน แล้วตัวเองก็เดินกลับไปที่รถทันที

ฝ่ายสกั๊ต หลังจากได้รับกุญแจรถแล้วก็เดินมาขึ้นรถที่ลานจอดรถขับออกไป เจอตำรวจตั้งแผงกั้นขอตรวจค้น สกั๊ตหาข้ออ้างที่จะฝ่าผ่านไป แต่ตำรวจขอความร่วมมือจึงจำต้องเปิดท้ายรถให้ตรวจค้น

ระหว่างนั้น สกั๊ตทำใจดีสู้เสือพยายามต่อรองอีก แล้วก็โล่งอกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เมื่อตำรวจค้นเจอแต่กระจกส่องหลังรถอยู่ในกล่องเต็มไปหมด สุดท้ายตำรวจก็หน้าแตก ต้องปล่อยรถของสกั๊ตออกไปพร้อมกับคำขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

สกั๊ตขับรถพุ่งพรวดออกไปอย่างเร็วด้วยความโล่งอก

ooooooo

หลังจากผู้กำกับสั่งทีมงานมุ่งไปที่สุสานรถเก่าแล้ว ปฏิบัติการจู่โจมก็เกิดขึ้น กระทิงหนีไม่พ้นจึงวิ่งกระโดดหนีไปบนซากรถเก่า ปีแสงคู่ปรับเก่าไล่ตามไปติดๆ

พวกฝรั่งเห็นตำรวจมาก็พากันลงจากรถวิ่งหนี ผู้กำกับสั่งปีแสงกับองศาให้ตามฝรั่ง แต่ลายเมฆขอลุยเอง ว่าแล้วก็ถอดปลอกคอวิ่งลงจากรถตามฝรั่งไป โดยมีองศาวิ่งตามไปติดๆ



ฝรั่งวิ่งหนีเข้าไปในคอกที่คอนเทนเนอร์วางเป็นกำแพงกั้นไว้มีทางเข้าออกทางเดียว ลายเมฆสะใจนักที่ฝรั่งวิ่งเข้าตาจน บอกองศาว่าให้รีบจัดการเลยคราวนี้หลักฐานพร้อมดิ้นไม่หลุดแน่

ขณะลายเมฆเดินเข้าหาฝรั่งนั้น องศามองด้วยสีหน้าเลือดเย็นแล้วคว้าไม้ฟาดคอลายเมฆซ้ำแผลเดิมจนล้มลง องศาก้มมองลายเมฆพูดเหี้ยม

“ขอโทษด้วยนะลายเมฆ”

ฝ่ายปีแสงยังสู้อยู่กับกระทิงผลัดกันรุกผลัดกันรับ จนสุดท้ายปีแสงพลาดท่าถูกกระทิงเอาเหล็กแหลมทิ่มเข้าที่หัวไหล่จนทรุด ขณะที่กระทิงกำลังจะซ้ำ รถโฟร์วีลของพวกฝรั่งก็พุ่งเข้ามาบีบแตรเรียก กระทิงจึงหันกระโดดขึ้นรถหนีไป

ปีแสงพยายามจะลุกขึ้น แต่บาดแผลฉกรรจ์เจ็บปวดมากทำให้เขาจำต้องทรุดลงนอนกับพื้น...

เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร จับคนร้ายไม่ได้ซ้ำทีมงานของตัวเองยังบาดเจ็บ ทำให้ผู้กำกับควบคุมสติแทบไม่อยู่ แม้แต่เรียกชื่อทีมงานก็ยังเรียกผิดๆถูกๆมั่วไปหมด สุดท้ายถอดหูฟังวิ่งลงจากรถ

ในสุสานรถเก่า เฮียหลงกำลังให้จ่าพยศช่วยพาปีแสงไปขึ้นรถ ส่วนผู้กำกับวิ่งเข้าไปเจอลายเมฆนอนสลบอยู่ พอวิ่งเข้าไปดูพบองศานอนสลบอยู่อีกคน เห็นหัวองศามีเลือดไหลน่ากลัวก็ยิ่งตกใจ

ooooooo

จักรวาลกลับไปนั่งเล่นหมากรุกฝรั่งที่ห้องทำงานอย่างสบายอารมณ์ครู่หนึ่งสกั๊ตโทร.เข้าไปโวยวายว่า

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ตำรวจแห่มาขนาดนั้น ไหนคุณบอกไม่มีพลาดไง”

“แล้วมันมีอะไรพลาดเหรอ ตำรวจมาแล้วไง มันจับคุณไปหรือเปล่า” จักรวาลใจเย็นอารมณ์ดี

สกั๊ตยังไม่หายโมโหที่จักรวาลให้ตนไปรับของแล้วถูกตำรวจตั้งด่านตรวจหมายความว่ายังไง

“ก็ต้องการให้มันเป็นอย่างนี้ไง ถ้าคุณกลัวว่าตำรวจมันจะสงสัย ก็ให้มันเห็นไปเลยว่าเราไม่มีอะไร” เมื่อสกั๊ตยังไม่เข้าใจ ยังไม่หายโมโห จักรวาลพูดอย่างใจเย็น เป็นต่อ ว่า  “สกั๊ต ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าให้เชื่อใจผม ถ้ามันพลาดขึ้นมา มันก็ซวยกันทั้งคุณทั้งผม ซึ่งผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้ว อยู่เฉยๆแล้วทำตามวิธีของผม แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

เพราะรู้ไม่ทันแผนลึกของจักรวาลที่เหนือชั้นกว่าหลายเท่า ทำให้สกั๊ตเอาแต่โมโหโทโส จนกระทั่งจักรวาลปรามว่าถ้าคิดจะทำธุรกิจกับตนก็ให้หุบปากแล้วอยู่เฉยๆขู่เสียงเข้มว่า

“ขืนคุณพูดมาก ผมก็จะพูดมากด้วย แล้วถ้าผมเป็นฝ่ายพูดมาก คุณจะไม่มีโอกาสพูด” สกั๊ตขึ้นมึงขึ้นกูหาว่าจักรวาลขู่ “คนอย่างผมไม่เคยขู่ใครอยู่แล้ว ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำตามที่ผมบอกเพื่อตัวคุณเอง”

สกั๊ตถามว่าแล้วของของตนล่ะ จักรวาลให้ไปเช็กที่โกดังตัวเองดู พูดให้รู้แผนของตนว่า

“เมื่อตัวคุณไม่อยู่ที่นั่น ของของคุณมันก็เดินทางสะดวก พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหม” พอจักรวาลวางสายจากสกั๊ตก็พึมพำอย่างสมเพช “ไม่ได้รู้สถานะตัวเองเล้ย...เป็นแค่เหยื่อปลา ดันเสนอหน้ามาวัดเบ็ด เดี๋ยวมึงได้เข็ดไปจนตายแน่”

ฝ่ายสกั๊ตเมื่อวางสายจากจักรวาลแล้วก็ถามลูกน้องที่เดินเข้ามาในโกดังว่าของมาส่งหรือเปล่า ลูกน้องตอบพลางชี้ให้ดูว่า มีหนึ่งลังตรงนี้ พอสกั๊ตเปิดลังดูก็พึมพำอย่างทึ่งในแผนการของจักรวาลว่า

“ไอ้นี่มันแสบจริงๆ”

ooooooo

ที่โรงพยาบาล...หลังจากพยาบาลทำแผลให้องศาเสร็จ เขาเล่าเหตุการณ์ให้ผู้กำกับมนัสกับลายเมฆฟังว่า

“ตอนที่ผมเดินตามสารวัตรเข้าไป อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนถูกใครเข้ามาฟาดข้างหลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องเลย”

ลายเมฆเสริมอย่างเจ็บใจว่าพวกมันเล่นข้างหลังเรา ทีเดียวสองคนเลย งานนี้ตนต้องเอาคืนแน่
ลายเมฆถามองศาอย่างเป็นห่วงว่าไม่เป็นอะไรแน่นะ องศาบอกว่าตนไม่เป็นไร ห่วงแต่ปีแสงโดนหนักขนาดนั้นป่านนี้ยังไม่ฟื้นเลย

“ช่างไอ้ปีแสงมัน ทำเป็นบ้าระห่ำ นับวันยิ่งไร้สติ จำไว้เลยนะองศา งานสายลับมันไม่ใช่งานบู๊สู้ยิบตา แต่มันต้องใช้สมอง ประคองปัญญา ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบและแนบเนียนที่สุด” ลายเมฆอบรมแล้วบอกให้องศากลับไปพักผ่อนก่อนจะได้หายเร็วๆ ส่วนทางนี้เดี๋ยวตนเคลียร์เอง

พอองศากลับไป ลายเมฆเสนอผู้กำกับว่า องศาคนนี้ถ้าติวเข้มอีกนิด หน่วยเราก็ได้มือดีอีกคนแน่ๆ

“ก็เอาสิเมฆ จัดเลย พี่ยกให้นายเลย” ผู้กำกับอนุญาตทันที ลายเมฆพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ

องศาไม่ได้กลับทันที แต่แวะไปดูปีแสงที่ห้องคนป่วย มองอย่างสมน้ำหน้าพูดอย่างสมเพชว่า อวดดีจะสั่งสอนตน รอดูต่อไปว่าใครจะได้รับบทเรียนมากกว่ากัน

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของปีแสงดังขึ้น องศาเห็นชื่อเอเชียก็กดรับ บอกเอเชียว่าปีแสงบาดเจ็บอยู่โรงพยาบาลตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย พอได้ยินเสียงเอเชียร้องอย่างตกใจ องศาก็ส่งข้อความถึงฟ้าครามแล้ววางโทรศัพท์ เอ่ยกับร่างไม่ได้สติของปีแสงว่า “โชคดีนะ หมวดปีแสง” แล้วเดินยิ้มเจ้าเล่ห์ออกไป

ooooooo

กระทิงไปหาจักรวาลที่โรงพิมพ์ พอจักรวาลเห็นหน้าเยินๆ ของกระทิงก็ถามถึงพวกฝรั่งว่าเป็นยังไงบ้าง กระทิงบอกว่าด่ากันขรมทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หาว่าเราคุมเกมไม่ได้ทำให้มันเกือบถูกจับไปด้วย ถ้าคราวหน้ามีอีกครั้งก็จะเลิกติดต่อกันถาวรไปเลย

จักรวาลหัวเราะเยาะพวกฝรั่ง แต่ทำหน้าเครียดสั่งกระทิงให้เก็บเนื้อเก็บตัวเสียบ้างจะได้ไม่เจ็บตัว ย้ำกับกระทิงว่า

“ฉันต้องการเดินเกมแบบซึมลึกเข้าคลุกวงในแล้วก็ปิดปากปิดจมูกมันให้ตายช้าๆ...ช้าๆ...”

“คลุกวงในเหรอครับ ถ้าผมเดาไม่ผิดที่คุณจักรวาลรู้ทันแผนของพวกมันตลอดเพราะมีสายของเราแฝงตัวอยู่กับพวกมันใช่ไหม” กระทิงฉลาดหลักแหลมขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ จักรวาลไม่ยอมบอกว่าใช่หรือไม่ แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาเป็นคำตอบที่กระทิงเชื่อว่าสิ่งที่ตนคาดเดานั้นถูกต้อง

เวลาเดียวกัน ที่ห้องพักผู้ป่วย ผู้กำกับ ลายเมฆและเฮียหลง กำลังช่วยกันค้นวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ทำไมจักรวาลถึงป่วนเราได้ขนาดนี้ และเรื่องสกั๊ตก็เป็นหนึ่งในแผนของจักรวาลหรือเปล่า
ผู้กำกับฟันธงว่าใช่ ตอนนี้เรารู้ว่าจักรวาลกำลังท้าทายเราอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันจะเดินเกมยังไงต่อไป ลายเมฆเสนอว่าเกมแบบนี้คนที่พลาดง่ายที่สุดคือคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เฮียหลงถามว่ากระทิงคือจุดอ่อนของมันใช่ไหม

“แต่คนอย่างไอ้จักรวาลมันไม่ยอมให้มีจุดอ่อนเหลืออยู่แน่ ถ้าพี่เดาไม่ผิด ตอนนี้มันน่าจะกำจัดจุดอ่อนแล้วมาเสริมจุดแข็ง” ผู้กำกับพูดพลางมองปีแสงที่นอนเจ็บอยู่ ลายเมฆถามว่าแล้วจุดแข็งของมันคืออะไร ผู้กำกับตอบหน้าตาเฉยว่า “นั่นแหละที่พี่อยากรู้”

ooooooo

คืนนี้...บนสะพานที่ยื่นไปในแม่น้ำของอู่


เทียบเรือริมแม่น้ำ มีเงาร่างของชายคนหนึ่งใส่หมวกปิดใบหน้านั่งตกปลาอยู่ ครู่หนึ่ง รปภ.ถือไฟฉายเดินเข้ามาส่องที่หน้าชายคนนั้น ต่างมองอย่างรู้กัน เพราะรปภ.คือจักรวาล และชายที่นั่งตกปลาคือองศานั่นเอง!

จักรวาลทักว่าไปทำอะไรมาถึงกับต้องพันหัวขนาดนี้เลยหรือ องศาเล่าว่าทำเพื่อความสมจริงแล้วก็เล่าให้จักรวาลฟังว่า เขาเอาไม้ฟาดคอลายเมฆจนสลบ และเพื่อให้สมจริง ตัวเองก็เอาหัวโขกกระจกจนกระจกแตกแล้วแกล้งนอนสลบอยู่ใกล้ๆนั้น

“ดีมากไอ้ลูกชาย อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าตัวจริง เจ็บแค่นี้จิ๊บๆถ้าเทียบกับสิ่งที่เราจะได้กลับคืนมา”

องศาบอกว่าตนทราบดีว่าเป้าหมายของเราคืออะไร

“ฉันไม่ผิดหวังในตัวนายเลยนะ ตั้งแต่เล็กจนโตนายไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง อย่าลืมว่าตำรวจคือศัตรูของเรา ไม่อย่างนั้นนายกับพ่อคงได้อยู่กันพร้อมหน้า มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น ไม่ต้องมาระเหเร่ร่อนแบบที่เคยเป็น”จักรวาลตอกย้ำให้องศาจำความแค้นให้ดี

องศานึกถึงอดีตของตัวเองสมัยเด็ก ที่พ่อของเขาอยากเป็นตำรวจแต่เป็นไม่ได้เพราะไม่มีความรู้ จึงยอมเป็นสายลับปะปนอยู่กับพวกแก๊งต่างๆ เมื่อถูกตำรวจไล่จับ พ่อของเขาก็จะวิ่งหนีปะปนไปกับพวกคนร้าย จนกระทั่งลายเมฆตามทันเอาปืนจ่อพ่อเขา ซึ่งตอนนั้นองศาก็ยังอยู่กับพ่อ
จู่ๆก็มีกระสุนพุ่งเข้าที่หน้าอกพ่อ คนร้ายช่วยกัน

แบกพ่อหนีไป ลายเมฆกับมนัสเวลานั้นพากันวิ่งไล่ตาม ทิ้งองศาให้ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น

จนกระทั่งจักรวาลไปเจอองศานั่งซุกตัวอยู่ใต้สะพาน เขาพาไปกินข้าวด้วยความสงสาร

องศาน้ำตารื้นเมื่อนึกถึงอดีตของตัวเอง...

ooooooo

จักรวาลเดินเข้ามาตบไหล่องศาเบาๆพูดปลอบใจ ให้กำลังใจเขาว่า

“ถึงฉันจะไม่รู้จักพ่อนายเป็นการส่วนตัว แต่ฉันรู้จักสันดานของพวกนั้นดี พวกมันทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลงาน ให้ได้หน้า ได้บำเหน็จความชอบ แต่ไม่ได้สนใจเลยว่าลูกน้องจะเป็นจะตายยังไง กี่คนแล้วที่ต้องเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขามีเกียรติ มีศักดิ์ศรีแค่ไหน”

องศาพยายามเก็บกลั้นความสะเทือนใจเรื่องพ่อของตัวเอง

“ถึงฉันจะไม่ใช่คนดีอะไรนักหนา แต่ฉันก็รับไม่ได้กับ ความอยุติธรรมบนโลก คนทุกคนที่ทำงานให้เราถือว่ามีบุญคุณกับเรา เราก็ควรจะตอบแทนเขาอย่างดี นายก็เปรียบเหมือนผู้มีพระคุณของฉัน ฉันถึงทำงานใหญ่มาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น ฉันก็ต้องตอบแทนนายอย่างดี อยากได้อะไรก็บอก”

“ผมไม่หวังอะไรหรอกครับ แค่เรียกร้องความยุติธรรมให้พ่อ ให้คนพวกนั้นได้รู้ว่าความสูญเสียมันเจ็บปวดแค่ไหน” องศาพูดเสียงสะท้าน
“นายได้ทำอย่างนั้นแน่องศา แต่ตอนนี้เรามาพูดถึงเรื่องวิธีง่ายๆ แต่ตายกันมานักต่อนักก่อนดีกว่า” เมื่อองศาสนใจ จักรวาลบอกว่า “ก็แผนแทรกกลางทำลายความสัมพันธ์ของลายเมฆกับปีแสงผ่านฟ้าครามไง ตกลงคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”

“ผมว่าผมซื้อใจสองพ่อลูกนั่นไว้ได้ไม่น้อยแล้วล่ะครับ แต่ว่ามันต้องมากกว่านี้ ที่เหลือก็แค่ทำให้ไอ้ปีแสงกลายเป็นหมาหัวเน่าของบ้านนี้ให้ได้จริงๆเท่านั้น”

“แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ เฆี่ยนมันเลยสิ แหม...นึกภาพแล้วฉันอยากหยิบข้าวโพดคั่วมานั่งรอหน้าจอทีวี ไอ้เรื่อง

น้ำเน่าแบบนี้ล่ะ ที่โค่นอะไรๆให้พังครืนมาเยอะแล้ว” จักรวาลยิ้มร่าที่ทุกอย่างเข้าทางตนหมด

ooooooo

แผนทำให้ปีแสงเป็นหมาหัวเน่าในบ้านเริ่มแล้วจริงๆ เมื่อองศาหลอกล่อฟ้าครามกับเอเชียมาเจอกันที่ห้องพักผู้ป่วยของปีแสง เอเชียมาถึงก่อน เธอปรนนิบัติปีแสงด้วยความรักความห่วงใย

ครู่ใหญ่ฟ้าครามก็ตามมาพร้อมถุงขนมและดอกไม้ เห็นภาพเอเชียกำลังป้อนน้ำให้ปีแสงพอดี ปีแสงตกใจถึงกับสำลักน้ำ ฟ้าครามพยายามเก็บความรู้สึกอย่างรักษามารยาท แต่ก็อดพูดแขวะกันไปมากับเอเชียไม่ได้ สุดท้ายฟ้าครามก็ขอตัวกลับก่อน

พอออกจากห้องก็เจอลายเมฆมาถึงพอดี ลายเมฆทักเสียงดังว่า

“อ้าวฟ้า...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก พ่อกะว่าจะโทร.บอกลูกอยู่พอดี”

เอเชียเอาดอกไม้ไปจัดเข้าแจกันออกมาได้ยินพอดี เธอนิ่งไปอย่างแปลกใจ ลายเมฆตกใจเมื่อเข้ามาเห็นเอเชียอยู่ในห้อง

ปีแสงรีบอธิบายแก้ตัวว่า ฟ้าครามเป็นลูกของเพื่อนรักลายเมฆ พ่อฟ้าครามเสียชีวิตลายเมฆจึงเลี้ยงเธอและให้เรียกพ่อจนติดปาก ลายเมฆฟังแล้วผสมโรงรับรองว่าจริง ฟ้าครามรับไม่ได้แต่ก็พูดประชดว่า

“ก็ต้องขอบคุณอาลายเมฆด้วยนะคะ ที่ดูแลและห่วงใยความรู้สึกฟ้ามาตลอด ให้ความสำคัญว่าฟ้าจะคิดยังไงรู้สึกยังไง จะเสียใจหรือน้อยใจยังไง อบอุ่นมากเลยค่ะ” พูดแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างน้อยใจ

เรื่องราวบานปลายไปใหญ่โต ลายเมฆรีบตามมาปลอบโยนฟ้าครามแก้ต่างให้ปีแสงและตัวเองว่าที่จำเป็นต้องพูดแบบนั้นเพราะเป็นงานที่จะต้องทำให้แนบเนียน แม้ฟ้าครามจะรับไม่ได้สนิทใจแต่ก็รู้สึกดีขึ้น

แต่แล้วจอมก็โผล่มาทักทายลายเมฆฉันคนรัก ทั้งยังแนะนำตัวเองกับฟ้าครามว่าตนเป็นแฟนเขา ถามลายเมฆว่าแล้วฟ้าครามเป็นใคร ระแวงว่าลายเมฆหลอกเด็ก ทำตัวเป็นเฒ่าหัวงู

เรื่องสะเทือนใจถั่งโถมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า พอมารู้ว่าจอมเป็นแฟนพ่อ ฟ้าครามรับไม่ได้เดินหนีไป ลายเมฆหันมาด่าจอมแล้ววิ่งตามฟ้าครามพลางร้องเรียก

“ให้มันได้อย่างนี้สิ เดี๋ยวเธอกับฉันต้องมีเรื่องคุยกันยาวแน่ ฟ้า...ฟ้า เดี๋ยวก่อน รอพ่อด้วย”

“งานเข้าแล้วไง จอมใจชนก” จอมหน้าซีดถามตัวเองว่าทำไมมันซวยอย่างนี้...

ooooooo
ลายเมฆตามไปชี้แจงกับฟ้าคราม โดยอ้างงานอีกตามเคย แต่กำชับว่านี่เป็นความลับที่ต้องรักษาไว้ให้ดี รู้แล้วเหยียบไว้ตรงนี้เลย

ด้วยการชี้แจงและขอความเห็นใจถึงความจำเป็นในเรื่องงาน ทำให้ฟ้าครามใจอ่อนบอกพ่อว่าจะพยายามทำใจกับเรื่องทั้งหมด ทั้งเรื่องพ่อ เรื่องปีแสง แต่ก็เตือนความจำพ่อว่าอย่าลืมว่าเคยสัญญาว่าจะรอครูพลอย

“พ่อไม่เคยลืมอยู่แล้ว ตั้งแต่แม่ของลูกจากไป พ่อก็ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้อีกเลย ฟ้าเชื่อใจพ่อได้เลยเรื่องนี้”

“ฟ้าบอกแล้วไงคะว่าไม่ขอเชื่อคำพูด การกระทำเท่านั้นที่เป็นเครื่องพิสูจน์”

“งั้นพ่อก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วล่ะ ทั้งตอนนี้และในอนาคต” ลายเมฆพูดอย่างมั่นใจ

จอมแอบฟังอยู่ เธอเศร้าห่อเหี่ยวจนบอกไม่ถูก...

ชี้แจงกับลูกจนคลายเครียดแล้ว ลายเมฆไปที่ร้านหลงของเก่า จัดการกับจอมตำหนิเธออย่างรุนแรงที่เที่ยวป่าวร้องว่าเป็นแฟนตนทั้งที่มันเป็นแค่งานที่จำเป็นต้องทำ แต่จอมรับไม่ได้เพราะตัวเองมีใจกับเขาจริงๆและนานมาแล้ว เธอพูดอย่างน้อยใจว่า

“ถ้าฉันทำให้เธอทุกข์ทรมานใจมากนัก ก็ยกเลิกภารกิจไปเลย ฉันจะบอกพี่มนัสว่าขอถอนตัวจะได้ไปให้พ้นหูพ้นตาไม่เสนอหน้ามาให้รำคาญใจ” พูดแล้วเดินตุปัดตุป่องไป

“นี่ฉันพูดกับเธอด้วยเหตุผล อย่ามาใช้อารมณ์ตัดสินอย่างนี้นะ” ลายเมฆตะโกนตามหลัง

จอมไปยืนร้องไห้อย่างน้อยใจที่มุมหนึ่งในร้านหลงของเก่า พึมพำปนสะอื้น

“ไอ้คนไม่มีหัวใจ...”

ooooooo
ตอนที่ 8


ฟ้าครามกลับมาเจอองศานอนอยู่ที่โซฟา เธอรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง องศาเลียบเคียงถามว่าปีแสงเป็นอย่างไรบ้าง เลยรู้ว่าฟ้าครามกำลังงอนเขาอยู่ แต่พอถามว่ามีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าฟ้าครามกลับตัดบทว่าไม่มี

เมื่อรู้ว่าองศายังไม่ได้กินอะไร เธอจะเข้าไปทำอาหาร ให้ แต่ไม่มีอาหารสำรองไว้เลยองศาจึงชวนออกไปกินข้างนอก กันดีกว่า

จากไปกินอาหารด้วยกันนี่เอง องศาได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลายเมฆชอบพออยู่กับครูพลอย ครูสอนการแสดงของเธอ ตอนนี้ไปเรียนต่อที่อังกฤษแต่ก็ยังคุยสไกป์กับเธอและพ่ออยู่

“อ้าว...เหรอครับ แล้วอย่างนี้เรื่องคุณจอมกับสารวัตร...” องศาทั้งอยากรู้อยากยุให้แตกคอกัน พอฟ้าครามถามว่าผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนพ่อน่ะหรือ องศาถามงงๆว่า “อ้างตัว... ตกลงฟ้าไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอครับ”

“รู้ค่ะ แต่ไม่อยากจะรับรู้ ปากก็บอกว่าเป็นห่วงจะรอครูพลอย สุดท้ายก็แอบไปคบคนอื่น นิสัยผู้ชายเหมือนกันหมด ต่อหน้าพูดกับเราอย่างนึง แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นเหมือนที่พูด”

ฟ้าครามว่าเลยไปถึงปีแสงด้วย แล้วหันพูดกับองศาว่า “แต่ พี่องศาคงไม่เป็นแบบนั้นหรอกนะคะ”

เห็นองศาอึกอักเธอเลยตัดบทว่าเลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า แล้วชวนให้เขากินเยอะๆพลางตักให้

กินอาหารเสร็จพากันไปยืนดูสายน้ำที่สะพาน ฟ้าครามบอกว่าเวลาตนเหงาก็มักชอบมายืนดูสายน้ำเพราะแม่ชื่อน้ำ ดูสายน้ำแล้วทำให้รู้สึกเหมือนแม่อยู่ใกล้ๆ องศาพลอยเศร้าไปกับเธอด้วยเพราะตัวเองก็ขาดทั้งพ่อทั้งแม่

ที่ใกล้ๆสะพานนั้นมีร้านขายดอกไม้ไฟ ฟ้าครามชี้ให้ดู องศาถามว่าอยากเล่นหรือ แล้วไปซื้อให้ เขาจุดดอกไม้ไฟเล่นจนสุดท้ายเขาบอกว่าอันนี้ตั้งใจจุดให้เธอ

แต่พอจุดพลุโอ่งที่วางเรียงกันอยู่สามสี่ใบ เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น ทั้งสองมองไปเห็นตำรวจวิ่งมาสั่งห้ามจุดพลุ ก็พากันวิ่งหนี หัวเราะกันอย่างมีความสุขเหมือนเด็กเล่นโปลิศจับขโมย

ooooooo

เพราะได้รับอนุญาตจากผู้กำกับให้เป็นคนฝึกสอนองศา เมื่อลายเมฆกลับมาเห็นองศาพยายามทำแผลให้ตัวเองเก้ๆ กังๆจึงเข้าไปช่วยท่าทางอบอุ่นนุ่มนวลราวกับพ่อดูแลลูก

ปีแสงมาเห็นภาพนั้นมองด้วยความรู้สึกที่ทั้งอิจฉาและน้อยใจ ที่สำคัญรับรู้ถึงความไม่ธรรมดาในความสัมพันธ์ นั้น ครั้นเห็นฟ้าครามเดินออกจากห้อง ปีแสงก็มารยาเรียกร้องความสนใจทำเป็นเจ็บแผลร้องโอดโอย ฟ้าครามตกใจรีบไปหายาจะมาล้างแผลให้

“จะไปฟังอะไรกับพวกสำออยล่ะลูกเอ๊ย เจ็บสิบแต่เรียกร้องความสนใจซะร้อย หัวองศามันแตกเป็นแผลยาวยังไม่เห็นครวญครางสักแอะ” ลายเมฆพูดอย่างหมั่นไส้เต็มที

ปีแสงมาชี้แจงแกมประชดว่าตนไม่ใช่พวกเก็บกดอย่างองศา แต่ระวังเอาไว้ให้ดีถ้าพวกเก็บกดแผลงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไหร่ได้แตกกระเจิงกันเป็นแถว ก็ถูกลายเมฆหาว่าเถียง

ขณะนั้นเองมีเสียงกริ่งดังขึ้น ทุกคนมองไปอย่างสงสัย องศารีบรับอาสาจะไปดูให้

เอเชียนั่นเอง เธอมาเยี่ยมปีแสง องศาแอบสะใจที่เดี๋ยวคงมีเรื่องสนุกแน่ ทำเป็นถามว่า

“มาเยี่ยมพี่ปีแสงใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ เมื่อกี้พี่ปีแสงยังบ่นถึงคุณอยู่เลย”

เอเชียดีใจจะรีบเข้าไป องศารับของไปช่วยถือ เดินยิ้มเจ้าเล่ห์ตามหลังเอเชียเข้าไป

ooooooo

ฟ้าครามกำลังทำแผลให้ปีแสง ถูกปีแสงอ้อนและฉวยโอกาสจับมือ โดนลายเมฆดีดมือปรามจนร้องโอ๊ย ก็พอดีองศาพาเอเชียเข้ามา ร้องบอกว่ามีแขกมาหา

“คุณเอเชีย...” ปีแสงครางเบาๆ ฟ้าครามหมั่นไส้เลยกดแรงๆที่แผลจนปีแสงร้องโอ๊ย จากนั้นพากันไปนั่งคุยที่ห้องรับแขก

ระหว่างนั้นฟ้าครามกันท่าเอเชียเต็มที่ อาหารที่เธอเอามาฟ้าครามก็บอกว่าเราอิ่มกันแล้ว พอไปนั่งที่ห้องรับแขกก็แทรกกลางระหว่างปีแสงกับเอเชีย และเมื่อมีโอกาสคุยกันสองคน ฟ้าครามก็พูดกันท่าให้รู้ว่าครอบครัวตนนั้นรักกันมาก เพราะทุกคนถือความรู้สึกของคนในบ้านเป็นสำคัญ อะไรๆเลยแทรกเข้ามาลำบากหน่อย

เอเชียรู้ถึงเจตนาของฟ้าคราม แต่ยังไม่แน่ใจบางอย่างและรักษามารยาทจึงพยายามนิ่งไว้

องศาที่หาจังหวะยุแหย่ให้เกิดความแตกแยกภายในครอบครัวอยู่แล้ว ทำทีเกรงใจเอเชียที่มาเยี่ยมปีแสงแต่ไม่ได้คุยกันตามลำพังเลย เอ่ยชวนฟ้าครามกับลายเมฆออกช่วยหาเห็บให้หลินจือดีกว่า

แต่พอออกจากห้อง ฟ้าครามก็ไปนั่งร้องไห้ในห้องนอนตัวเอง ลายเมฆตามเข้าไปปลอบว่าอย่าปล่อยให้เรื่องที่คิดเป็นตุเป็นตะไปเองทำร้ายตัวเองแบบนี้ แล้วหว่านล้อมกล่อมลูกไปตามเคยว่าปีแสงจำเป็นต้องเล่นละครไปแบบนั้นเพื่องาน เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ถามลองใจลูกว่า

“ฟ้าจะยอมเล่นด้วยไหมล่ะลูก”

ฟ้าครามใจอ่อนอีกตามเคย

ooooooo

องศายังจ้องทำให้ครอบครัวร้าวฉานกันทุกวิธี เมื่อเห็นลายเมฆกับฟ้าครามกำลังเดินออกมาและอีกมุมหนึ่งปีแสงกับเอเชียเดินคุยกันอยู่ องศาแกล้งไปกระชากสายยางรดน้ำต้นไม้สะบัดไปพันขาปีแสงกับเอเชียทำให้ทั้งคู่ล้มทับกันจนเหมือนกอดกันอยู่

“เราต้องเล่นละครให้แนบเนียนขนาดนี้ใช่ไหมคะ”

ฟ้าครามถามประชดลายเมฆแล้ววิ่งเตลิดออกไปนอกประตูรั้ว ปีแสงตกใจรีบลุกขึ้นร้องเรียกฟ้าคราม ส่วนเอเชียมองงงๆว่าฟ้าครามวิ่งไปไหน

ลายเมฆแกล้งตะโกนบอกฟ้าครามให้วิ่งตามรถไอติมไป องศาผสมโรงเล่นด้วย หันไปบอกลายเมฆอย่างรู้กันว่า

“เดี๋ยวผมไปซื้อไอติมกับน้องฟ้านะครับ”

ลายเมฆหันไปยิ้มให้เอเชียกลบเกลื่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แอบจิกตามองปีแสงแข็งกร้าว

ooooooo

องศาวิ่งตามไปทำคะแนนกับฟ้าคราม บอกว่าไม่อยากให้เธอจมอยู่กับความทุกข์เพราะนั่นจะทำให้เธอไม่มีโอกาสเห็นอะไรดีๆที่รอให้เห็นอยู่ พูดเป็นนัย เสนอตัวให้ฟ้าครามพิจารณาตนบ้าง แต่ฟ้าครามไม่มี แก่ใจจะมองใครอีกแล้ว เพราะทั้งหัวใจมีแต่ปีแสงเท่านั้น

เมื่อปีแสงส่งเอเชียกลับและเข้าบ้าน ก็เจอลายเมฆยืนตีหน้ายักษ์ดักด่าที่ปีแสงทำเกินเลยกับเอเชียมากไป ทั้งยัง ทำต่อหน้าตนและฟ้าครามด้วย แม้ปีแสงจะพยายามอธิบาย แต่ถูกลายเมฆตัดบทว่า

“อย่าพูดให้ฉันรู้สึกแย่กับนายมากไปกว่านี้เลยปีแสง”

ooooooo

เอเชียกลับไปที่อู่เก็บรถของสกั๊ต เจอสกั๊ตกำลังด่าลูกน้องที่ทำงานหละหลวม เธอตกใจรีบหลบแอบฟังเพราะไม่เคยเห็นพี่ชายอารมณ์เสียขนาดนี้

ฟังสกั๊ตแล้ว เอเชียรู้ว่าเขากำลังทำธุรกิจผิดกฎหมาย เข้าไปถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำอะไร สกั๊ตไม่ยอมบอก พอถูก คาดคั้นหนักเข้าก็ตะคอกใส่หน้าว่า

“หยุดพล่ามเสียที ที่บริษัทรุ่งเรือง ที่เธออยู่ดีกินดีมีเงินใช้ก็เพราะไอ้ที่พี่ทำนี่ล่ะ”



“นี่น่ะเหรอลูกที่พ่อเลี้ยงมาเองกับมือตั้งแต่เกิด หรือว่าพ่อสอนให้พี่เป็นแบบนี้ น่าขายหน้าแทนตระกูลยิ่งใหญ่ของพี่จริงๆที่มีเบื้องหลังสกปรก”

สกั๊ตตบหน้าเพียะ! ปรามดุร้ายว่า “จำไว้...อย่าพูดอย่างนี้กับฉันอีก!”

เอเชียช็อกเพราะไม่เคยโดนอย่างนี้ เธอร้องไห้วิ่งเตลิด ออกจากอู่เก็บรถไป สกั๊ตเองก็ใจหายที่ตัวเองรุนแรงกับน้อง
ขณะปีแสงกำลังนั่งเครียดคิดหนักเรื่องฟ้าครามอยู่นั่นเอง เอเชียก็โทร.หาเขา องศากับฟ้าครามและลายเมฆเข้ามา พอดี องศาอยู่ใกล้โทรศัพท์จึงหยิบดูบอกเขาว่าเอเชียโทร.มา ฟ้าครามกับลายเมฆมองขวับทันที ปีแสงหน้าเจื่อนๆ แต่ก็ต้องรับสาย

เอเชียเล่าว่าพี่ชายตนทำเรื่องไม่ดีบางอย่างแต่ไม่ยอมบอกว่าทำอะไรครั้นซักถามก็ถูกทำร้ายเธอร้องไห้หนัก ปีแสงจึงนัดพบกันก่อนออกไปเขาบอกลายเมฆจงใจให้ฟ้าครามได้ยินว่า

“คุณเอเชียระแคะระคายอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องสกั๊ตแล้วล่ะครับ ผมจะลองไปคุยดูเผื่อจะได้เบาะแสเพิ่มเติมบ้าง”

เมื่อลายเมฆเห็นด้วย ปีแสงเดินไปบอกฟ้าครามว่า “ฟ้า...ฟ้าเข้าใจพี่นะ” แล้วเดินออกไป

ลายเมฆเห็นฟ้าครามมองตามปีแสงไปตาไม่กะพริบ จึงเปลี่ยนบรรยากาศชวนไปข้างนอกกัน จะได้ไปดูอะไรที่เจริญหูเจริญตาบ้าง ถามองศาว่ามีที่ไหนแนะนำบ้างไหม

องศาบอกว่าพอมี และเมื่อขับรถพาสองพ่อลูกไป จึงบอกว่าจะพาไปทะเล แต่ทะเลที่ว่านี้คือทะเลเทียมที่สวนสยามนั่นเอง กระนั้นทั้งลายเมฆและฟ้าครามก็ตื่นเต้นเพราะไม่เคยมาเที่ยวแบบนี้เลย

องศาพาสองพ่อลูกไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆทั้งที่สนุกสนานสบายๆและที่โลดโผนหวาดเสียว เช่น รถไฟเหาะตีลังกา ลายเมฆทั้งเหนื่อยทั้งหวาดเสียวจนเหงื่อแตก สุดท้ายให้หนุ่มสาวไปเล่นกันเอง ตนขอนอนพักดีกว่า ฝากองศาช่วยดูแลน้องด้วยเพราะน้องว่ายน้ำไม่เป็น

ตลอดเวลาที่เล่นกันอยู่ที่สวนสยามนั้น องศาถ่ายรูปสองพ่อลูกไว้แทบทุกอิริยาบถ จนสุดท้ายถ่ายรูปรวมกันสามคน ดูเป็นครอบครัวที่มีความสุขอบอุ่นมากๆ

ooooooo

ฝ่ายปีแสง เมื่อไปพบเอเชียตามนัดที่ริมทะเลสาบสวยงามร่มรื่น เอเชียโผเข้ากอดเขาร้องไห้โฮเหมือนเป็นที่พึ่ง เมื่อปีแสงปลอบโยนจนผ่อนคลายลง เธอเล่าสิ่งที่รับรู้มาแล้วถามเขาว่าจะทำอย่างไรดี จะปล่อยให้สกั๊ตถลำลึกหรือจะหยุดเขาในฐานะน้องคนหนึ่ง

ปีแสงถามว่า คิดว่าเธอจะทำให้สกั๊ตกลับใจได้หรือ เอเชียย้อนถามว่าต่อให้หยุดเขาไม่ได้ก็ไม่ควรจะเป็นเหตุผลให้ตนไม่เลือกทำไม่ใช่หรือ

“ไม่ใช่ครับ ผมกลับดีใจด้วยซํ้ากับสิ่งที่คุณเลือกจะทำ ที่ถามก็เพราะอยากให้คุณแน่ใจกับตัวเองมากกว่าว่าพร้อมจะสู้กับเรื่องยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นไหม”

เอเชียถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะขอให้เขายืนเคียงข้างกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ปีแสงตอบไม่ลังเลว่า เขาจะทำทุกอย่างที่ช่วยเธอได้ พลางกุมมือเธอไว้อย่างอบอุ่น

“ขอบคุณมากนะคะ” เอเชียมองหน้าเขาด้วยความซาบซึ้งใจ

ooooooo

เมื่อเอเชียมีกำลังใจดีขึ้นแล้ว ปีแสงเดินมาส่งเธอที่รถ เธอถามว่า ตนควรทำอะไรต่อไปดี

“ตอนนี้คุณก็แค่จับตามองพี่ชายคุณให้ดีแล้วกันครับ ถ้าเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ หรือน่าสงสัยให้โทร.บอกผมทันที”

“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะปีแสงที่ช่วยเหลือฉัน ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”

“คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแน่นอนครับ” ปีแสงกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น เมื่อคลายแขนออก บอกเธอว่า “รีบกลับบ้านดีกว่านะครับ จะได้พักผ่อน”

ระหว่างขับรถกลับนั้น ปีแสงนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เผชิญมากับเอเชีย บางครั้งแทบเอาชีวิตไม่รอด บางครั้งก็อ่อนหวานหวั่นไหว และสุดท้ายเธอโผเข้ากอดร้องไห้โฮอย่างหวังเป็นที่พึ่งเมื่อครู่นี้...

ปีแสงพยายามสลัดความรู้สึกที่มีต่อเอเชียเหล่านั้น หันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด...

เขาโทร.ถึงฟ้าครามนั่นเอง เธอกำลังเล่นเรือใบกับองศาอยู่ พอเห็นชื่อคนโทร.มาเธอเมินไม่รับ บอกองศาว่าไม่อยากติดต่อโลกภายนอก เพราะนานๆจะได้อยู่กับบรรยากาศดีๆแบบนี้สักที

ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ใจฟ้าครามกลับสับสนว้าวุ่นขึ้นมา แล้วจู่ๆก็บอกองศาว่าอยากกลับ เพราะรู้สึกเพลียๆ องศาเสียดายโอกาสทอง วางแผนทำเรือล่มทั้งสองตกนํ้าไปทันที

ลายเมฆนอนเล่นอยู่ได้ยินเสียงเอะอะ มองไปเห็นเรือล่ม ครั้นจะไปช่วยก็ไกลเกินไป วิ่งหาคนช่วยก็ไม่มีใครอยู่แถวนั้น จนครู่ใหญ่องศาอุ้มร่างไร้สติของฟ้าครามขึ้นเรือและพาเข้าฝั่ง

ooooooo

องศาใช้ปากผายปอดให้ฟ้าคราม ลายเมฆกลับมาเห็นแม้จะไม่พอใจแต่เป็นห่วงลูกมากกว่า เมื่อองศาผายปอดจนฟ้าครามรู้สึกตัว เห็นว่ามีเลือดออกจากหัวเขา เพราะขณะดำนํ้าช่วยชีวิตเธอนั้น หัวไปโขกเข้ากับเรือ ทำให้แผลเก่าแตกปริเลือดออกอีก

งานนี้องศาทำคะแนนไปมากมาย ที่เสี่ยงชีวิตช่วยฟ้าครามไว้โดยไม่คำนึงถึงตัวเอง จนลายเมฆเอ่ยปากว่า เหตุการณ์นี้ทำให้รู้ว่า ตนสามารถฝากฝังฟ้าครามไว้กับคนอย่างเขาได้จริงๆ

แม้จะเหนื่อย จะเจ็บ แต่องศาก็แอบยิ้มอย่างสะใจ เมื่อทุกอย่างเข้าทางตามแผนตนหมด

ooooooo

ปีแสงกลับบ้านด้วยความรู้สึกดีที่มีผลงานใหม่ แต่แล้วก็หงุดหงิดเมื่อเห็นลายเมฆ ฟ้าคราม และองศานั่งดูรูปที่ไปเที่ยวกันมา พอเห็นปีแสงลายเมฆก็ถามเหมือนจะเบนความสนใจของเขาว่า ตกลงเรื่องสกั๊ตเป็นยังไงบ้าง

“ก็ยังไม่ได้ข้อมูลแน่ชัดครับ แต่คุณเอเชียแน่ใจว่าต้องเป็นเรื่องผิดกฎหมายแน่” ปีแสงตอบเซ็งๆ ฟ้าครามยังไม่หายงอน ชวนพ่อดูรูปที่ถ่ายกันสามคนอย่างสดชื่น จนปีแสงรู้สึกตัวเองเหมือนส่วนเกินเลยเลี่ยงไป

ทนอัดอั้นกับความรู้สึกที่ตัวเองเหมือนเป็นส่วนเกินของครอบครัวลายเมฆ ทำให้ปีแสงดักพบองศาที่ลงไปคุยกับฟ้าครามที่สนาม ถามกันอย่างลูกผู้ชายว่าจะเอายังไงกับฟ้าครามกันแน่

องศาทำหน้าซื่อย้อนถามว่ายังไม่เลิกระแวงตนหรือ สิ่งที่ตนทำก็แค่ถือว่าทำให้กับลูกสาวผู้มีพระคุณเท่านั้น เพราะใครๆก็อยากเอาชนะใจคนรอบข้างตัวเอง หยอดตบท้ายว่า

“ทุกวันนี้ผมก็รออยู่ว่า เมื่อไหร่จะเอาชนะใจหมวดได้บ้าง”

“ยากหน่อยนะองศา คนอย่างนายน่ะมันมีอะไรเคลือบแฝงหลายอย่างจนฉันไม่ไว้ใจ”

องศาบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ปีแสงไม่รอให้ถึงเวลานั้น ถ้าอยากจบปัญหากับตนก็แค่เลิกวอแวกับฟ้าครามเท่านั้นเอง

“ว่ากันตรงๆเลยนะครับ จริงๆแล้วปัญหาเรื่องน้องฟ้าน่ะมันไม่ได้อยู่ที่ตัวผมหรือใครทั้งนั้น แต่มันอยู่ที่ตัวหมวดมากกว่า”

ปีแสงนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก เมื่อถูกองศาพูดแทงใจดำเรื่องเอเชีย

ooooooo


หลังจากคุยกับปีแสงแล้ว เอเชียมีความพยายามที่จะโน้มน้าวสกั๊ตให้เลิกทำสิ่งผิดกฎหมาย ถูกสกั๊ตตัดบทอย่างหงุดหงิดว่า เราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า เอเชียเลยขอตัว แต่นึกได้หันบอกว่ามีคนโทร.มานัดเรื่องส่งของว่าต้องเปลี่ยนที่นัด
สกั๊ตฉุนกึกถามว่าทำไมเขาไม่โทร.เข้ามือถือตน เอเชียชี้แจงว่า เขาบอกว่าโทร.แล้วไม่ติด แต่ต้องรีบไปประชุมจึงโทร.มาบอกที่นี่ก่อน และจะส่งแฟกซ์สถานที่นัดหมายมาให้ สกั๊ตรีบเดินไปที่เครื่องแฟกซ์ฉีกออกมาก่อนที่เอเชียจะไปถึง

เอเชียแอบตามสกั๊ตไป ระหว่างทางก็โทร.บอกปีแสง เมื่อปีแสงตามมาจึงรับช่วงต่อเพราะไม่อยากให้เธอต้องเสี่ยงอันตราย

ฝ่ายผู้กำกับมนัส ลายเมฆ เฮียหลงและจอม พากันไปประชุมที่ร้านอาหาร วิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่สุสานรถเก่าที่ลายเมฆกับองศาถูกตีจนหัวแตกคอเคล็ดหมดสติทั้งคู่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนตี

เพื่อการวิเคราะห์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งหมดจึงไปที่สุสานรถเก่า ดูสถานที่จริงกัน

จากการตรวจสถานที่อย่างละเอียด พบรอยเท้าปนกันหลายรอย แต่รอยที่เดินตามลายเมฆถูกเกลี่ยจนหาหลักฐานไม่ได้ ลายเมฆตั้งข้อสังเกตว่า จากน้ำหนักที่ตีและดูรูปถ่ายรอยช้ำที่คอ เขาวิเคราะห์ว่า

“คนนี้มันไม่น่าจะตัวสูงกว่าผม น่าจะไซส์ประมาณปีแสง องศาราวๆนั้น”

ทันใดนั้น จอมเหลือบเห็นรอยเลือดที่กระจกรถ ทุกคนเลยเดินตามไปดูอย่างสนใจ

ooooooo

ปีแสงแอบเข้าไปดูสกั๊ตในโรงงานเล็กๆที่เขาเข้าไปเห็นคนงานช่วยกันยกกล่องใหญ่ใส่หลังรถ แล้วสกั๊ตก็ขับรถออกมา ปีแสงขับตามพร้อมกับรายงานผู้กำกับตลอดเวลา ทั้งยังเสนอว่าให้เรียกตรวจเผื่อไว้ก่อนดีกว่า อย่างมากก็แค่หน้าแตก

ดังนั้น เมื่อสกั๊ตขับออกมาครู่ใหญ่ก็ถูกตำรวจเรียกตรวจ คราวนี้เจอของจริง คือแบงก์ปลอมลังใหญ่ สกั๊ตโวยวายว่าตนไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อมีหลักฐานคาตาเช่นนี้เขาจึงถูกจับไปเข้าห้องขังที่สถานีตำรวจ

แต่เพียงอึดใจใหญ่เท่านั้น เอเชียก็มาประกันตัวออกไป สกั๊ตบอกเอเชียว่าตนไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องแบงก์ปลอมเลย เอเชียถามว่าแล้วที่ทำลับๆล่อๆตลอดมาคืออะไร

“ถึงพี่จะทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่พี่ก็ไม่บ้าพอที่จะทำเรื่องร้ายแรงขนาดนี้แน่ มันต้องมีคนแกล้งพี่ มันรู้ว่าพี่ต้องไปรับของก็เลยสวมรอยจัดการ”

เอเชียถามว่าแล้วที่เมื่อเช้าบอกว่าจะไปรับของ เป็นของอะไร สกั๊ตเกี่ยงว่ายังไม่ใช่เวลาที่เธอควรรู้

แล้วคืนนี้เอง เอเชียก็แปลกใจเมื่อเข้าห้องมาเห็นรูปตัวเองสมัยเด็กๆติดอยู่ที่ข้างฝา สกั๊ตเข้ามาบอกว่านี่คือของที่นัดรับเมื่อเช้านี้ ที่ตนบ่ายเบี่ยงไม่บอกตอนนั้นก็เพราะอยากให้เธอมาเห็นตอนที่มันติดไว้ที่ข้างฝาแล้ว สกั๊ตเล่าให้ฟังว่า

“นี่เป็นรูปที่พ่อถ่ายไว้ก่อนที่เอเชียกับแม่จะออกจากบ้านไป เอเชียรู้ไหมว่าพ่อเก็บฟิล์มไว้อย่างดี วันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีที่เอเชียกลับมาอยู่บ้าน พี่ก็เลยตั้งใจทำให้เป็นของขวัญ”

เอเชียขอบคุณพี่ชายด้วยความซาบซึ้งใจ สกั๊ตโอบกอดเธอไว้ด้วยความรัก

ooooooo

การจับแบงก์ปลอมได้ครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงหลังจากหน้าแตกมาหลายครั้ง แต่แล้วทีมงานก็ต้องแปลกใจแกมงงงันเมื่อรู้ว่าสกั๊ตได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว

ผู้กำกับพูดอย่างเจ็บใจว่า เราต้องรีบล้วงหลักฐานที่จะมัดมันให้แน่นหนาผ่านทางเอเชียให้ได้ ปีแสงติงว่าคงไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ตนจะพยายาม

เวลาเดียวกัน องศาไปพบจักรวาลที่สวนสาธารณะ ถามว่าทำไมถึงรีบโยนหลักฐานให้สกั๊ตตั้งแต่ตอนนี้ แบบนี้เราจะใช้ใครเป็นแพะต่อไป

“ฉันกำลังจะส่งของลอตใหญ่ในไม่ช้า ก็เลยต้องบูชายัญแพะล่อตำรวจตั้งแต่ตอนนี้ มันจะได้พุ่งเป้าไปที่สกั๊ตจนไม่ลืมหูลืมตาดูอย่างอื่น” จักรวาลพูดอย่างย่ามใจ ทั้งยังวางแผนหลอกใช้สกั๊ตต่อไป กว่าสกั๊ตจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว...

ooooooo

วันนี้ ทีมงานของผู้กำกับมนัสถูกเรียกตัวมาพบกันที่ร้านหลงของเก่าแต่เช้า เพื่อดูสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เพิ่งได้มา มันคือเครื่องแปลงโฉมที่เรียกว่า บีฟอร์แอนด์อาฟเตอร์ ที่จะช่วยให้พวกเราทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้น

แล้วผู้กำกับก็สาธิตให้ดูว่ามันแปลงโฉมได้อย่างน่าอัศจรรย์อย่างไร โดยเอาลูกทับทิมใส่เข้าไปในเครื่อง ป้อนข้อมูลแล้วกดปุ่ม เครื่องทำงานครู่เดียว ลูกทับทิมก็ออกมา

กลายเป็นเม็ดทับทิมส่งประกายสวยงาม จนทุกคนมองอึ้ง ทึ่งไปตามกัน

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนเชื่อ ผู้กำกับเอาลูกทับทิมใส่เข้าไปอีกแล้วป้อนข้อมูล กดปุ่ม คราวนี้ออกมาเป็นกระดาษเพียงแผ่นเดียว จากนั้นเอาปลาทองในโหลใส่อีก บอกทีมงานว่าลองเดาดูมันจะออกมาเป็นปลาอะไร ดาบตุ๊ ดาบต๊ะ จ่าพยส ทายกันว่า เป็นปลาทู ปลาหมึก และปลากระป๋อง ตามลำดับ

“ไม่ใช่” ผู้กำกับอมยิ้มแล้วเปิดฝาเครื่องหยิบออกมา กลายเป็นปาท่องโก๋ไปฉิบ...

ลายเมฆท้าว่า ถ้าเครื่องแน่จริงลองเปลี่ยนคนหนึ่ง เป็นอีกคนหนึ่งให้ดูหน่อย ผู้กำกับเรียกเฮียหลงให้ไปพาตำรวจหญิงรูปร่างตุ๊ต๊ะมา จับใส่เครื่อง ป้อนข้อมูล แล้วกดปุ่ม

คราวนี้ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อออกมากลายเป็นแพตตี้ตำรวจหญิงอ้อนแอ้นสวยเปรี้ยว นุ่งกระโปรงสั้นจู๋ เธอยิ้มหวานให้ทุกคนแล้วขอตัวไปปฏิบัติภารกิจต่อ

ทุกคนนึกสนุกขึ้นมา ลายเมฆเสนอว่าตนอยากพิสูจน์เครื่องนี้ให้แน่ใจด้วยตัวเอง องศาถามว่าจะดีหรือ ลายเมฆยืนยันความตั้งใจอยากจะรู้ว่าตัวเองออกมาแล้วจะดูดีกว่าเก่าสักเท่าไร

“เดี๋ยวพี่จัดให้ เชิญ...” ผู้กำกับพูดอย่างมั่นใจ แต่พอจะป้อนข้อมูล เฮียหลงเข้ามาถามว่าผู้กำกับอยากเห็น

ลายเมฆในเวอร์ชั่นเตี้ย ล่ำ ดำ อ้วนไหม “เออ...ดีเหมือนกัน ที่จริงพี่หมั่นไส้มันเรื่องหน้าตามานานแล้ว”

เฮียหลงป้อนข้อมูลเองแล้วกดปุ่ม พอเปิดฝาออก เห็นลายเมฆออกมาในรูปลักษณ์ อ้วน เตี้ย ล่ำ ดำ จนทุกคนมองตะลึง ลายเมฆออกมาในนามแจ็ค ถามพรรคพวกว่าตนหล่อจนตะลึงกันเลยหรือ เห็นทุกคนยังเงียบ แจ็คก้มมองตัวเองแล้วแทบช็อก ร้องลั่นว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น

“คือปกติเอ็งมันหล่อมากอยู่แล้วไงไอ้เมฆ เครื่องมันเลยไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้”

ฟังผู้กำกับแล้ว แจ็คหันไปเล่นงานเฮียหลง ถามว่าฝีมือเขาใช่ไหม สั่งให้ทำกลับเข้าที่เดิมเดี๋ยวนี้ ผู้กำกับเลยแสดงให้ดูอีกครั้ง บอกทุกคนว่า

“แล้วนี่ก็จะเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ถ้าเราอยากกลับมาสภาพเดิมเมื่อไรก็ย่อมได้ทุกเมื่อ” พลันก็กดปุ่ม แต่จู่ๆ ไฟดับพรึ่บ เครื่องดับเงียบสนิท

ขณะทุกคนกำลังตกใจ ไฟก็มาตามปกติ พริบตาเดียวก็มีเสียงระเบิดออกจากเครื่อง ผู้กำกับตกใจร้องบอกให้ช่วยกันเอาลายเมฆออกมาเร็วๆ เฮียหลงพยายามงัดก็ไม่ออก องศามาช่วยงัดจนสำเร็จ ทุกคนกรูกันชะโงกดูลายเมฆในเครื่อง เห็นนอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่ เลยช่วยกันดึงขึ้นมา

ปรากฏว่า เครื่องยังไม่ทันแปลงโฉม ลายเมฆจึงออกมาในสภาพที่ อ้วน เตี้ย ล่ำ ดำเป็นเหนี่ยง!

ooooooo
ตอนที่ 9


พรรคพวกช่วยกันปฐมพยาบาลจนลายเมฆในร่างแจ็คฟื้นขึ้นมา แจ็คถามผู้กำกับที่เฝ้าดูอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเมื่อกี้ตนรู้สึกเหมือนวูบไปเฉยๆ

ผู้กำกับบอกว่าไฟดับ เครื่องเลยช็อต แจ็คพูดอย่างโล่งอกว่าโชคดีที่ตนออกมาได้

“ใช่...เอ็งออกมาได้ แต่...แต่ยังไม่ทันได้แปลงร่าง กลับน่ะ” เฮียหลงบอก

แจ็คตกใจก้มมองตัวเอง พบว่ายังอยู่ในร่างอ้วนล่ำดำเตี้ย โวยวายถามว่าเครื่องอยู่ไหน ไฟมาแล้วก็ให้เอาร่างตนกลับเข้าไปแปลงคืนเหมือนเดิมเดี๋ยวนี้

ทุกคนมองหน้ากันอึกอัก เฮียหลงจำต้องบอกว่าเครื่องเจ๊งไปแล้ว ส่วนเรื่องซ่อมนั้นผู้กำกับชี้แจงว่าต้องส่งไปซ่อมที่อังกฤษ ใช้เวลาอย่างเร็วหนึ่งเดือน อย่างช้าหนึ่งปีหรือดีไม่ดีอาจซ่อมไม่ได้

แจ็คขอให้ไปใช้เครื่องอื่นแทน ก็ไม่ได้อีกเพราะข้อมูลอยู่ในเครื่องนี้

“ไม่!!” แจ็คตะโกนลั่น วิ่งเตลิดออกไปเหมือนสติแตก กระโดดลงบันได เข้าไปชกผนัง เอาน้ำราดตัว จนสุดท้ายวิ่งขึ้นไปบนกล่องไม้ที่ซ้อนเรียงกันสูงลิ่วที่ดาดฟ้า ตะโกนเหมือนจะฟ้องฟ้าดิน...

“ไม่...”

ทันใดนั้นกล่องที่ซ้อนกันอยู่พังครืนลง ทุกคนที่วิ่งตามมากรูกันเข้าไปช่วยด้วยความตกใจ

ooooooo

เมื่อช่วยกันพาร่างที่ฟกช้ำดำเขียวเต็มไปด้วยรอยแผลกลับมาที่ห้อง ทุกคนช่วยกันปลอบใจแจ็คว่าอย่ากังวลกับรูปร่างอ้วนล่ำดำเตี้ยนั่นเลย มันก็แค่เปลือกนอก ปลงๆเสียเถอะ

“ถ้าคิดอีกแง่ สารวัตรมีชีวิตรอดอยู่ในสภาพนี้ก็ยังดีกว่าตายอยู่ในเครื่องนะครับ” องศาเอ่ย

“ช่วยได้เยอะเลยองศา” แจ็คประชดแล้วโวยวายต่อ “ไม่จริง ถ้าต้องอยู่ในสภาพนี้ให้ฉันตายไปเสียยังดีกว่า”

“นี่...ถ้าเมฆตายแล้วฟ้าครามจะทำยังไง” ผู้กำกับเตือนสติ ทำให้แจ็คสงบลง

เมื่อเริ่มสงบ แจ็คนิ่งคิด ถามปีแสงว่าตนจะไปเกาหลีดีไหม เพราะถ้าทำศัลยกรรมแล้วดูดีขึ้นก็จะได้ทำ แต่แล้วก็ยิ่งเซ็งเมื่อได้รับคำตอบจากปีแสงว่า สภาพแบบนี้มีแต่ต้องตายแล้วเกิดใหม่เท่านั้นถึงจะช่วยได้

แจ็คตัวสั้นม่อต้อ เดินหงุดหงิดออกไปที่รถ ปีแสงแกล้งถามว่า ขาเหยียบคลัชถึงหรือ

“จะให้ตวัดขึ้นไปเหยียบหน้าเอ็งตอนนี้ก็ยังไหว!” แจ็คตอบฉุนๆพอปีแสงส่งกุญแจรถให้ ปรากฏว่าแจ็คขับได้อย่างคล่องแคล่ว ฉวัดเฉวียนไม่ผิดกับตอนที่เป็นลายเมฆเลย ทุกคนพากันมองทึ่ง

ปีแสงแกล้งแหย่แจ็คอีกว่า รูปร่างแบบนี้จะกระทบ กระเทือนถึงสมองหรือเปล่า องศาแทรกขึ้นแบบเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยว่า เรื่องความฉลาดเราใช้อาหารการกินบำรุงได้

“ตกลงฉันจะเอ๋อจริงๆใช่ไหมเนี่ย” แจ็คชักหวั่นไหว ปีแสงเลยเสนอว่าเดี๋ยวเราแวะตลาดซื้ออาหารบำรุงสมองกันเลย ดีกว่า จะได้เริ่มกันตั้งแต่มื้อนี้เลย

ooooooo

เมื่อเข้าไปซื้อของในตลาดก็พิสูจน์ได้ว่า สมองของแจ็คยังเป็นลายเมฆคนเดิม เพราะยังปากตะไกรกับแม่ค้าขายปลาจนเกือบถูกรุมเลาะฟัน ยังต่อราคาผักได้ราวกับได้เปล่า ยังช่วยหญิงสาวไล่จับนักวิ่งราวได้ด้วยบทบู๊ที่เท่เหมือนเดิม

สรุปคือ แม้รูปร่างจะอัปลักษณ์อ้วนล่ำดำเตี้ยเป็นแจ็คแต่สมองยังเฉียบเป็นลายเมฆคนเดิม จึงชวนกันกลับบ้าน แจ็คยังไม่อยากกลับกลัวฟ้าครามเห็นสารรูปแบบนี้จะรับไม่ได้ ปีแสงนิ่งไปนิดหนึ่งบอกแจ็คว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตนมีวิธีจัดการให้ แล้วก็พากันลั้นลากลับบ้าน

วิธีของปีแสงคือ  โกหกฟ้าครามว่าลายเมฆไปปฏิบัติ ภารกิจที่ซับซ้อนยังไม่กลับ แนะนำแจ็คแก่ฟ้าครามว่าเขาคือ “หมวดลายไหม ใจสั่งมา” จะมาช่วยงานตนกับองศาช่วงที่ลายเมฆไม่อยู่

ฟ้าครามงอนพ่อที่ไปไหนมาไหนไม่เคยบอกล่วงหน้า ปีแสงฉวยโอกาสตำหนิลายเมฆว่าคิดจะทำอะไรก็ทำ ไม่ได้สนใจหรอกว่าอะไรเป็นยังไง ทำไปตามใจตัวเอง แจ็คร้อนตัวด่ากลับทันทีว่า

“น้อยๆหน่อยปีแสง ไอ้นี่เอาใหญ่เลยนะ” แล้วหันไปแก้ต่างกับฟ้าครามว่า “คือ...พ่อฟ้าเขาก็ต้องเสียสละตัวเองน่ะนะ ก็คนบางคนมันไม่ได้เรื่องน่ะ เกี่ยงกันไปมาต้องให้สุภาพบุรุษอย่างพ่อของฟ้าออกหน้าตลอด”

ทั้งคู่แอบด่ากันไปด่ากันมา จนองศาต้องออกมาหย่าศึก ฟ้าครามเองก็พูดอย่างทนไม่ไหวว่า

“พอกันสักทีเถอะน่า นี่มาเถียงอะไรกันไม่ได้เป็นสาระอะไรเลย”

“ใช่ ฟ้าพูดถูก ไอ้ประเด็นไร้สาระแบบนี้ คนบางคนมันถนัดอยู่แล้ว” แจ็คได้ทีถล่มปีแสง เลยทำท่าจะต่อปากต่อคำกันอีก

ฟ้าครามมองทุกคนอย่างเบื่อหน่าย มองแจ็คอย่างไม่ชอบใจที่ทำตัวสนิทสนมกับตนทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ลุกเดินหนีเข้าบ้าน ทิ้งให้แจ็ค ปีแสง และองศามองกันจ๋อยๆ

ooooooo

เมื่อมานั่งคุยกันในห้องรับแขก องศาเสนอว่า ให้แจ็คทำตัวห่างๆจากฟ้าครามหน่อย เพราะดูท่าทางเธอไม่ชอบให้ตีสนิท เพราะไม่เคยรู้จักกัน
แจ็คยอมรับว่าบางทีตนก็ทำไปตามความเคยชิน องศาหมั่นไส้เลยถล่มว่าตนเคยบอกแล้วแต่ไม่ฟัง ทั้งคู่เลยเถียงกันอีก จนองศาขอร้องว่าเรากำลังผิดประเด็นกัน ตอนนี้เราควรมาหาเหตุผลการหายตัวไปของสารวัตรลายเมฆมาชี้แจงให้ฟ้าครามรับได้ดีกว่า

แต่จนแล้วจนรอด แจ็คก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกของพ่อที่รักและเป็นห่วงลูกไปได้ เวลากินอาหารก็ตักแกงเขียวหวานให้ฟ้าครามบอกว่านี่เป็นของโปรดเธอ ฟ้าครามถามว่ารู้ได้ไง แจ็คอึกอัก องศาเลยชี้แจงว่า

“ก็สารวัตรเขาพูดถึงเรื่องฟ้ากับเพื่อนบ่อยๆ ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าฟ้าชอบกินแกงเขียวหวาน”

ปีแสงกลัวน้อยหน้า เรียกความสนใจจากฟ้าคราม บอกว่าแจ็คจะอยู่ที่นี่พักหนึ่งจนกว่าพ่อเธอจะกลับมา ฟ้าครามเอะใจถามว่าแล้วพ่อไปกับใคร ไปกับจอม ผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม

“โอ๊ย...ไม่มีทาง” แจ็คชิงชี้แจง “เรื่องนี้รับประกันเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ พี่บอกฟ้าไว้ชัดๆเลยว่าสองคนนั่น ไม่มีอะไรที่ฟ้าต้องเป็นห่วง”

พอถูกฟ้าครามดักคอว่าดูๆแจ็คจะรู้เรื่องพ่อของตนดีจัง แจ็คเอาตัวรอด คุยโวว่า

“พ่อฟ้าเล่าเรื่องฟ้าให้พี่ฟังบ่อยๆ แล้วพี่ก็นับถือพ่อฟ้าด้วย เพราะเขาเป็นคนเก่ง มีความสามารถรอบด้าน เสียสละเพื่อส่วนรวม แล้วก็รักลูกสาวเป็นที่สุด”

แม้จะเชื่อตามหมวดลายไหมว่าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ แต่ฟ้าครามรับไม่ได้เมื่อเห็นหมวดไปนอนห้องพ่อ เธอโวยวายและไล่ให้ออกจากห้องพ่อตนไปเดี๋ยวนี้

ooooooo

คืนนี้ลายเมฆ หรือแจ็ค หรือหมวดลายไหม เลยต้องไปนอนกับองศา เขาปรารภกับองศาว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ไหว เพราะทำให้ตนกลายเป็นคนแปลกหน้าของลูกไปแล้ว พูดไปพูดมาก็โทษว่าเป็นเพราะผู้กำกับมนัสกับเฮียหลงแท้ๆที่เอาเครื่องบ้านั่นมา

“ถ้าฉันกลับคืนร่างเดิมไม่ได้นะ ฉันจะจับสองคนนั่นยัดเข้าไปในเครื่องแทน” แจ็คพูดอย่างเจ็บใจเมื่อไปดูตัวเองในกระจกก็ยิ่งรับไม่ได้บ่นว่า แบบนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาจะมามอง ตัดสินใจพรุ่งนี้จะต้องไปหาเฮียหลงให้เร่งซ่อมเครื่องบ้านั่นเร็วๆ



เมื่อพากันไปหาเฮียหลงที่บ้าน พบเฮียใส่หน้ากาก เคน ธีรเดช ถามไถ่จึงรู้ว่า พจมานแพ้ท้องเกิดอาการเบื่อหน้าผัว เลยต้องเอาหน้ากากเคนมาใส่ให้เธอชื่นอกชื่นใจ

แจ็คบอกเฮียหลงว่าตนทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวแล้ว ให้รีบหาทางเร่งช่างให้ซ่อมเครื่องเร็วๆ เฮียบอกว่าคงยาก เพราะเครื่องนี้อยู่ในระหว่างทดลอง มันยังต้องมีอะไรแก้ไขอีกเยอะ ทำเอาแจ็คเซ็ง

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ ที่ห้องสอบสวน ผู้กำกับมนัสกำลังฟังเจ้าหน้าที่สอบปากคำเอเชียกับสกั๊ตอยู่ เจ้าหน้าที่ถามเอเชียว่าไม่เคยรู้หรือว่านอกจากนำเข้ารถแล้วสกั๊ตทำอย่างอื่นด้วย

อีกห้องหนึ่ง สกั๊ตกำลังถูกสอบปากคำเช่นกัน สกั๊ตยืนยันเสียงแข็งว่าชีวิตตนไม่เคยทำอย่างอื่นนอกจากธุรกิจนำเข้ารถ

ส่วนเรื่องโทรศัพท์นัดหมายให้ไปรับของกับแฟกซ์แผนที่จุดนัดพบนั้น เอเชียยอมรับว่าตนเป็นคนรับโทรศัพท์แต่พอโทร.กลับก็ไม่มีเลขหมาย แฟกซ์ก็กลายเป็นสัญญาณว่างเปล่า ตนให้เบอร์กับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เช็กดูกันเองก็แล้วกัน

ผู้กำกับฟังอยู่หลังกระจก พึมพำ “อ้างว่าตัวเองเป็นแพะเหรอ แต่ถ้าอยากรอดไปได้ ก็ต้องหาแพะมารับบาปแทนตัวเองด้วย”

สกั๊ตยังปากแข็งโยนกลองให้ตำรวจว่า

“อย่างที่บอก เบอร์พวกนั้นมันเช็กอะไรไม่ได้ แล้วคนที่นัดส่งของผม เขาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย นี่มันควรเป็นหน้าที่ของพวกคุณมากกว่าที่จะต้องติดตามค้นหาว่าใครที่มันมาทำอย่างนี้กับผม”

ooooooo

ที่ร้านหลงของเก่า นอกจากแจ็ค ปีแสง และองศาแล้ว ไม่นาน ดาบตุ๊ ตาบต๊ะ กับจ่าพยศก็มาถึงเพราะผู้กำกับนัดประชุมที่นี่ พวกปีแสงเข้าไปในห้องใหญ่เจอสองดาบกับหนึ่งจ่า องศาถามว่าผู้กำกับยังไม่มาหรือ

จ่าพยศบอกว่ายังไม่มา พวกตนรอกันจนหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว เพราะผู้กำกับบอกว่าจะมีอาหารมาเลี้ยง

แจ็คอาสาไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างนอกมารองท้องก่อน ออกไปเจอจอมหิ้วอาหารมาพอดี แจ็คเข้าไปทักอย่างคนคุ้นเคย แต่จอมไม่คุ้นมองอย่างรังเกียจรูปร่างอัปลักษณ์ แจ็คเลยอ่อยว่ารู้ว่าเธอเป็นแฟนสารวัตรลายเมฆ ทำให้จอมสนใจขึ้นมา หันมาคุยด้วย

จอมคุยฟุ้งถึงความหล่อเก๋เท่เก่งของสารวัตร ทั้งยังรำพึงถึงความรักที่มีต่อเขา

ผู้กำกับมาถึงพอดี ทักทั้งสองว่าเจอกันแล้วหรือ แล้วรู้ความจริงหรือยัง จอมถามว่าความจริงอะไร เมื่อผู้กำกับเล่าให้ฟัง จอมถึงกับหน้าเสีย มองหน้าแจ็คราวกับสัตว์ประหลาด ปฏิเสธเสียงหลงว่า

“ลายเมฆเข้าเครื่องแปลงร่างแล้วกลายเป็นแบบนี้ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”

“แต่มันก็เป็นไปแล้ว เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะเชื่อหรอกนะ แต่มันก็ต้องเชื่อ” ผู้กำกับย้ำ

แม้จอมยังทำใจรับไม่ได้ แต่เมื่อผู้กำกับย้ำว่ายังไงเธอก็ต้องเชื่อ เพราะไม่ว่าตอนนี้ลายเมฆจะเป็นยังไง ละครที่เธอเล่นเป็นแฟนเขาก็ยังต้องเล่นต่อไป

ดังนั้น เมื่อเข้าไปในร้านหลงของเก่า เจอพรรคพวก จอมจึงต้องกล้ำกลืนฝืนใจทำเป็นรักมั่นคงกับลายเมฆที่กลายเป็นแจ็คตอนนี้ จนพรรคพวกพากันขนลุกขนพองกับความหวานเลี่ยนๆนั้น

ooooooo
ผู้กำกับเริ่มประชุม แจ้งแก่ทุกคนว่า เพิ่งไปฟังคำให้การของสกั๊ตกับเอเชียมา สกั๊ตไม่ยอมปริปากอะไร พูดเหมือนกับติดต่อจักรวาลเรื่องอื่นไม่รู้เรื่องเงิน

ปีแสงถามว่าแล้วเอเชียว่ายังไง ผู้กำกับบอกว่าพี่น้องกันมันจะมาเปิดโปงทำไม

“แต่เท่าที่ผมคุยด้วย เอเชียเขาเหมือนจะไม่รู้จริงๆ นะครับ แล้วเท่าที่ผมเห็น เหมือนเอเชียกับสกั๊ตจะมีปัญหากันบ่อยๆด้วย”

“งั้นมันก็เป็นอุปสรรคน่ะซิครับ ถ้าเราจะใช้เอเชียเป็นสะพานไปหาสกั๊ต” องศาหยั่งเชิง

“แต่ฉันมองอีกแบบ” ปีแสงแย้ง แล้วหันไปพูดกับผู้กำกับ “ถ้าสองคนนี้มีปัญหากัน ผมก็จะใช้โอกาสตรงนี้เข้าไปเชื่อมความสัมพันธ์ มันก็น่าจะทำอะไรกับสกั๊ตได้มากขึ้น เพราะสภาพสารวัตรลายเมฆตอนนี้คงไปทำอะไรแบบเดิมไม่ได้แล้ว”

แจ็คดักคอว่าปีแสงฉวยโอกาสทำคะแนนให้ตัวเอง ปีแสงฟ้องทันทีว่า เห็นไหมว่าตนไม่ได้เริ่มก่อน

“เอาน่า...เอาน่า งั้นเรื่องเอเชียสกั๊ตนี่ ปีแสงก็รับต่อไปเหมือนเดิม ส่วนเรื่องจักรวาล พี่จะให้องศากับลายเมฆ... เฮ้อ...หน้ามันไม่เข้ากับชื่อเลยนะ” ผู้กำกับบ่น ปีแสงเลยเสนอ ให้เรียกลายไหม “เออ ลายไหมก็พอได้ องศากับลายไหมติดตามจักรวาลและรายงานความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าว พี่เชื่อว่ามันต้องมีการติดต่อกับฝรั่งพวกนั้นอีกแน่ๆ ตอนนี้พี่มีรูปของพวกมันตอนส่งของอยู่แล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ตำรวจสากลช่วยจัดการ”

องศาสนใจจี๋ ถามว่าผู้กำกับได้รูปมายังไง ผู้กำกับไม่ยอมบอก อ้างแต่ว่าตนมีเทคนิคพิเศษก็แล้วกัน ทำให้องศายิ่งสงสัย

ooooooo

ต่อมาองศาแอบไปพบจักรวาลที่ตลาดสด ในสภาพที่จักรวาลปลอมตัวเป็นคนเข็นผัก องศารายงานว่า ตอนนี้ผู้กำกับมีรูปตอนที่ลูกค้าส่งของกับกระทิง ตนไม่รู้ว่าได้มายังไง เพราะตอนที่ตนเข้าไปไม่มีใครอยู่ที่นั่น

จักรวาลบอกองศาว่า กระทิงรายงานว่ามีคนขวางมันไว้ฝีมือไม่เบา แต่ดูไปไม่น่าจะเป็นผู้ชาย องศาบอกว่าเท่าที่ตนเห็นหน่วยนี้ไม่มีกะเทย เลยไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย แต่ที่แน่ๆคือมีใครอีกคนที่ซุ่มปฏิบัติภารกิจนี้ ที่องศาไม่รู้

องศาทบทวนความจำแล้วนึกถึงจอม แต่จอมก็แค่คอยส่งข้าวปลาอาหารไม่เคยเห็นร่วมประชุมสักครั้ง

“แล้วสายลับมันจำเป็นต้องมานั่งประชุมตลอดเวลาเหรอ จับตาผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ดีด้วย เพราะอีกไม่นานเราต้องส่งของครั้งใหญ่” องศาถามว่าแล้วพวกที่ถูกถ่ายรูปไว้ล่ะ “พวกนั้นมันก็แค่แขนขา ระดับหัวหน้ามันเป็นจิ้งจก ที่พร้อมจะสลัดหางทิ้งเพื่อให้ตัวเองรอดอยู่แล้ว แล้วอีกแป๊บเดียวมันก็งอกหางใหม่ออกมาได้ง่ายๆ”

จักรวาลยิ้มเจ้าเล่ห์ ในขณะที่องศารู้สึกตัวเองโง่จังที่ไม่เคยคิดสงสัยระแวงจอมเลย

ooooooo

ขณะปีแสงรับโทรศัพท์คุยกับเอเชียที่ร้านหลงของเก่านั้น แจ็คเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ จนเมื่อเขาบอกเอเชียว่าเดี๋ยวจะรีบไปหา แล้วถามแจ็คว่าจะกลับบ้านเลยไหม แจ็คไม่ไปไหนทั้งนั้นไม่ว่าบ้านตัวเอง บ้านจอมหรือบ้านเฮียหลงแต่จะไปกับเขา เพราะระแวงเรื่องเอเชีย

ปีแสงถามว่าแล้วจะให้ไปในฐานะอะไร แจ็คยอมเป็น ได้ทุกฐานะขอแต่ได้ไปด้วยก็พอ

“เอ่อ...ก็ได้ พี่อยากไปด้วยก็ไป ผมไม่มีอะไรต้องปิดอยู่แล้ว”

ปีแสงไปหาเอเชียที่ดื่มจนเมามายอยู่ที่ผับแอนด์เรส–โตรองท์ ระหว่างจะเดินเข้าแจ็คได้รับโทรศัพท์ของจอม เขาถามอย่างหงุดหงิดว่าโทร.มาทำไมมีใครจะตายเหรอ

“ฉันติดต่อพี่มนัสกับเฮียหลงไม่ได้ก็เลยจะถามว่าเขาไปไหน” แจ็คตอบอย่างรำคาญว่าก็ไปคุยธุระเรื่องคดีกันนั่นแหละ ถามว่าตอนนี้เธออยู่ไหน อยู่ที่ร้านหลงของเก่าหรือ “ก็ใช่น่ะสิ ไม่เป็นไร ไหนๆก็มาแล้วเดี๋ยวฉันค้นเอกสารมาอ่านหน่อยก็ได้”

วางสายจากจอมแล้วแจ็คเดินเข้าไปในผับ



เอเชียดื่มไวน์อย่างคนกลัดกลุ้ม จนปีแสงถามว่ามีเรื่องอะไรแย่ขนาดไหนถึงต้องดื่มขนาดนี้

“มีซิคะ...พี่ชายฉันไง” เอเชียหยิบแบงก์ปึกหนึ่งออกมาให้เขาดู “มันเป็นแบงก์ปลอม คุณรู้ไหมฉันเกือบจะเชื่อคำแก้ตัวของพี่สกั๊ตอยู่แล้ว เพราะมันคือสิ่งที่ฉันอยากได้ยิน แต่วันนี้ฉันไปเจอไอ้นี่อยู่ในสูทที่แขวนอยู่ในห้องทำงานเขา ฉันไม่คิดเลยว่าพี่ชายฉันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสกปรกนี่จริงๆ”

ปีแสงปลอบว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตนจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ก็พอดีแจ็คเดินยิ้มร่าเข้ามาทักมองเอเชียแล้วเดาว่า “นี่คงเป็นคุณเอเชียใช่ไหมครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ปีแสงมองตาขวางแอบเหยียบเท้าปรามแจ็คแล้วแนะนำว่า นี่คือลายไหม เป็นคนขับรถของบริษัท ทั้งยังเล่ากลบเกลื่อนว่าลายไหมเพิ่งเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ ยังงงๆอยู่ตนเลยต้องพาไปไหนมาไหนด้วยเพื่อให้รู้เส้นทาง แล้วพูดออกตัวว่า

“ถึงน้องเขาหน้าตาน่าเกลียด แต่คุณเอเชียคงไม่รังเกียจใช่ไหมครับ”

เอเชียบอกว่าไม่รังเกียจเลย แล้วบอกให้แจ็คสั่งอาหารได้ตามสบาย แจ็คเอาเมนูมาดูแล้วสั่งอาหารยาวเป็นหางว่าว จนปีแสงนึกอายเอเชีย

ระหว่างกินอาหารกันนั้น ปีแสงเอาอกเอาใจเอเชีย จนแจ็คหวงแทนฟ้าคราม พูดประชดประชันกระแนะกระแหน จนปีแสงรู้สึกว่าขืนนั่งกันอยู่ต่อไปมีหวังความแตกแน่ เลยชวนเอเชียออกไปเต้นรำกัน

ระหว่างเต้นรำ ปีแสงบอกเอเชียว่าลายไหมเป็นคนไม่เต็มบาทนัก ฉะนั้นอยู่ห่างๆไว้ก็ดี ทำให้เอเชียนึกกลัวขึ้นมา ดังนั้น เมื่อเห็นแจ็คโบกไม้โบกมือทักทายเธอจึงมองอย่างสยองผิดกับทีแรกพบกัน

ooooooo

จอมเข้าไปในห้องทำงานค้นหาเอกสารเอาจริงเอาจัง หารู้ไม่ว่าองศาย่องตามมาถามว่าทำอะไร จอมแก้ตัวว่าตนสงสัยว่าลายเมฆจะนอกใจ เลยมาค้นดูเผื่อเจอหลักฐาน

องศาพยายามจับโกหกแต่จนแล้วจนรอดก็จับผิดจอมไม่ได้ จนถูกจอมถามเอาบ้างว่ามาทำอะไรดึกๆดื่นๆ องศาโกหกว่าลืมของไว้เลยกลับมาเอา แล้วขอตัวไปเอาของ แต่ที่แท้แอบโทรศัพท์บอกจักรวาลว่าเค้นอะไรจากจอมไม่ได้เลย จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ถามอะไรไปก็ไม่จนมุม

“องศาเอ๊ย...สายลับระดับป้า ต่อให้ถูกฆ่าก็อย่าคิดว่ามันจะคายความจริงออกมาง่ายๆเลย พวกนี้น่ะมันเป็นพวกอีแอบ แต่ถึงมันจะแอบเรามิดแค่ไหน ก็ยังมีอยู่อย่างที่มันแอบเราไม่ได้ สัญชาตญาณของมันไง”

“คุณจักรวาลจะทำอะไรครับ” องศายังนึกไม่ออก

จักรวาลวางแผนใช้สมุนสองคนไปดักทำร้ายจอมขณะจะกลับ ทีแรกจอมก็สู้สุดฤทธิ์อย่างคนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี แต่พอเหลือบเห็นเงาองศาแอบดูอยู่ เธอก็แกล้งทำเป็นไม่สู้ ยอมเจ็บให้พวกมันทำร้าย สุดท้ายองศาจึงออกมาช่วย แอบส่งสัญญาณให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองหนีไป

องศาเล่นบทพระเอก ช่วยจอมแล้วอาสาจะไปส่ง ตื๊ออย่างมีแผนจนจอมต้องยอม เมื่อไปถึงคอนโดฯแห่งหนึ่ง เขายังจะขอขึ้นไปส่งถึงห้องอีก

จอมหาทางเอาตัวรอด เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินมาเธอรีบเข้าไปทักทายราวกับเป็นเพื่อนร่วมห้อง องศาเห็นดังนั้นจึงกลับไป

ที่แท้หญิงสาวคนนั้นไม่รู้จักกันเลย จอมทำเป็นตกใจบอกว่าทักคนผิดรีบขอโทษแล้วเดินย้อนกลับออกมา เห็นองศาขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว เธอเป่าปากอย่างโล่งใจ

ขณะองศานั่งแท็กซี่กลับนั้น เขาโทร.รายงานจักรวาลว่า

“จอมอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราสงสัยก็ได้นะครับ เมื่อกี้โดนพวกเราจัดการจนเกือบแย่ ผมเพิ่งตามประกบไปส่งเขาที่คอนโดฯก็ไม่มีพิรุธอะไร”

“อย่าเพิ่งวางใจองศา มันเป็นไปได้ทั้งสองทาง ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่เราคิดจริงๆผู้หญิงคนนี้ก็ต้องไม่ธรรมดา” จักรวาลเตือนอย่างผู้มีประสบการณ์ช่ำชอง

ooooooo

แจ็คทำตัวเป็น กขค เต็มที่ ยิ่งเห็นปีแสงเต้นรำกับเอเชียอย่างอิงแอบแนบชิดก็หาทางแกล้ง หยิบดอกกุหลาบที่โต๊ะเอาไปให้หญิงสาวที่ผ่านมา บอกว่าผู้ชายที่กำลังเต้นรำนั่นฝากมาขอเต้นรำด้วย แต่เขาไม่ กล้าตนเลยทำแทน หญิงสาวรับดอกกุหลาบแล้วไปเต้นรำกับปีแสง แจ็คฉวยโอกาสนั้นเต้นกับเอเชีย

เอเชียอึดอัดใจมากพอเพลงจบเธอผละไปหาปีแสงบอกว่าปวดหัวมากอยากกลับไปพัก แต่ไม่อยากกลับไปเจอคนหลอกลวงพูดแล้วก็ฟุบไปกับอกเขา ปีแสงตัดสินใจพากลับไปที่บ้านลายเมฆ อุ้มเธอไปนอนที่โซฟา

ครู่หนึ่ง เอเชียรู้สึกตัวถามว่าตนอยู่ที่ไหน ปีแสงบอกว่าอยู่บ้านลายเมฆ เธอพยายามลุกขึ้นด้วยความเกรงใจว่ามารบกวน แต่ลุกไม่ขึ้นเลยคล้องคอปีแสงไว้ ทำให้ล้มลงทับร่างเธอ

ความใกล้ชิดทำให้ปีแสงเคลิ้ม เผลอก้มลงจะจูบแต่เอเชียหลับกลางอากาศไปเสียก่อน

ทันใดนั้นฟ้าครามเดินเข้ามา เธอยืนช็อกกับภาพที่เห็น แจ็คตามมาติดๆ องศาเดินรั้งท้าย ฟ้าครามรับไม่ได้ เธอหันหลังวิ่งกลับห้องทันที

ปีแสงตกใจวิ่งตามไป แจ็คมองตามอย่างโกรธจัด ส่วน องศายิ้มในหน้าอย่างสะใจ

ooooooo

ปีแสงตามไปขอชี้แจงกับฟ้าคราม เธอทำใจไม่ได้ บอกว่าที่เห็นเมื่อกี้นี้คือคำยืนยันแล้วว่าที่ตนคิดนั้นถูกตั้งแต่แรก พูดอย่างเจ็บปวดว่า

“ไม่รักฟ้ายังไม่พอ แต่ยังพาผู้หญิงอื่นมาทำเรื่องเลวร้ายในบ้านของฟ้าอีก” ปีแสงอ้างว่าเอเชียเมา “ผู้หญิงคนนั้นจะเมามันก็เรื่องของเขา แต่พี่ไม่ได้เมาเข้าใจไหม พี่ทำเรื่องน่าทุเรศลงไปทั้งที่ไม่ได้ขาดสติได้ยังไง”

“ตกลงพี่ผิดใช่ไหม ที่อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจกับฟ้าด้วยการพาคุณเอเชียมาที่นี่ มันจะดีกว่าใช่ไหมถ้าจะให้พี่พาเขาไปนอนค้างด้วยกันที่อื่น” ปีแสงถามอย่างเริ่มมีอารมณ์

ผลคือ ถูกฟ้าครามตบหน้าเพียะ! องศาแอบดูอยู่ยิ่งสะใจ

“ถ้าพี่ยอมรับผิด มันยังไม่แย่เท่ากับการที่พี่แก้ตัวด้วยเหตุผลน่าอายแบบนี้ ออกไปให้พ้นๆหน้าฟ้าได้แล้ว ฟ้าบอกให้ออกไปจากที่นี่ไง” ฟ้าครามตะโกนใส่ จนปีแสงต้องก้มหน้าเดินออกไป

ปีแสงออกมาเจอองศาที่รีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่แอบฟังอยู่ เขาตรงไปอุ้มเอเชียที่โซฟา แจ็คถามว่าจะทำอะไร ปีแสงบอกว่าเมื่ออยู่ที่นี่ไม่ได้ต้องพาเอเชียไปที่อื่น

“แล้วแกก็ทิ้งฟ้าไว้แบบนี้นะเหรอ”

“ฟ้าเป็นคนไล่ผมเองนะครับ” ปีแสงสวนไปอย่างไม่เกรงใจแล้วอุ้มเอเชียออกไปเลย

ทันใดนั้นมีเสียงข้าวของและเสียงแก้วแตกดังมาจากห้องฟ้าคราม แจ็คกับองศารีบขึ้นไปทันที

ความตกใจเป็นห่วงลูกทำให้แจ็คโผเข้ากอดฟ้าครามปลอบโยนว่าอย่าทำอย่างนี้ ฟ้าครามไม่ฟังเสียงตะโกนให้ปล่อย ใครไม่เป็นอย่างตนไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนี้หรอก

“ทำไม​พ่อ​จะ​ไม่​เข้าใจ ไม่​มี​อะไร​ทรมาน​มาก​ไป​กว่า​การ​ที่​ต้อง​เห็น​ลูก​ตัว​เอง​เจ็บปวด​อีก​แล้ว” แจ็ค​สะเทือนใจ​จน​ลืมตัว พอ​ฟ้า​คราม​ชะงัก​ถาม​ว่า​พูด​อะไร แจ็ค​ยิ่ง​ตกใจ รีบ​กลบเกลื่อน​ว่า​ช่าง​มัน​เถอะ แต่​ฟ้า​คราม​ไม่​ยอม คาดคั้น​ถาม​ว่า ตกลง​เขา​เป็น​ใคร​กัน​แน่

ความ​ตกใจ​ทำให้​แจ็ค​อึกอัก​พูด​ไม่​ออก จน​ฟ้า​คราม ​ตวาด​ถาม​จับ​แจ็ค​สั่น​จน​หัว​คลอน

“ฟ้า​กำลัง​ทำให้​พ่อ​เจ็บ​นะ” องศา​เข้าไป​ดึง​แจ็​คอ​อก​มา ฟ้า​คราม​มอง​ตะลึง จ้อง​หน้า​องศา​เชิง​ถาม​ว่า​นี่​พ่อ​หรือ องศา​ตัดสินใจ​บอก​ความ​จริง​ว่า

“ใช่...ลาย​ไหม​คือ​สารวัตร”

แจ็ค​รู้​สึ​กแย่​มาก​กลัว​ลูก​จะ​รับ​ความ​จริง​นี้​ไม่ได้...
ตอนที่ 10


เมื่อ​ความ​แดง​ออก​มา​เช่น​นี้ องศา​เล่า​เรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​ลาย​เมฆ​ให้​ฟ้า​คราม​ฟัง เธอ​ฟัง​แล้ว​ท้อ​กับ​เรื่องราว​ที่​ถาโถม​เข้า​มา​ใน​ชีวิต แจ็ค​ค่อยๆเดิน​เข้า​​หา​ลูก​อย่าง​เกรงใจ พูด​อย่าง​ไม่​มั่นใจ​ตัว​เอง​ว่า

“พ่อ​รู้​นะ​ว่า​หนู​รู้สึก​แย่​แล้ว​ก็​สับสน​แค่​ไหน แต่​ฟ้า​ไม่​ต้อง​ห่วง​นะ​ลูก พ่อ​ไม่​เร่งรัด​ให้​หนู​ยอม​รับ​พ่อ​ตอน​นี้​หรอก เอา​ไว้​พร้อม​เมื่อ​ไหร่​ค่อย​บอก​พ่อ​ก็​แล้วกัน” พูด​แล้ว​แจ็ค​หัน​กลับ​เดิน​คอตก​ไป

“เดี๋ยว​ค่ะ” ฟ้า​คราม​เรียก​ไว้ แล้ว​เดิน​เข้าไป​จับ​มือ​แจ็ค “ถึง​พ่อ​จะ​เป็น​ยัง​ไง พ่อ​ก็​ยัง​เป็น​พ่อ​ฟ้า” แจ็​คดี​ใจ​โผ​เข้า​กอด​ลูก ฟ้า​คราม​หลบ​วูบ​จน​แจ็ค​หน้าเสีย “แต่​ขอ​เวลา​ให้​ฟ้า​ทำใจ​อีก​หน่อย​แล้วกัน​นะ​พ่อ”

แจ็ค​พยัก​หน้า​หัน​เดิน​คอตก​ไป ฟ้า​คราม​เรียก​ไว้​อีก บอก​ว่า​คืน​นี้​ให้​พ่อ​กลับ​ไป​นอน​ที่​ห้อง​พ่อ​ได้​แล้ว แจ็​คดี​ใจ​มาก​ละล่ำละลัก​ขอบใจ​ลูก​แล้ว​เดิน​เข้า​ห้อง​ตัว​เอง​ไป​อย่าง​มี​ความ​สุข

“พี่​ดีใจ​นะ​ที่​ฟ้า​ทำ​แบบ​นี้ เพราะ​สุดท้าย​ก็​ไม่​มี​ใคร​ที่​จะ​รัก​ฟ้า​ได้​เท่ากับ​พ่อ​อีก​แล้ว” องศา​พูด​เหมือน​ให้​กำลังใจ​แต่​แอบ​จิก​ไป​ถึง​ปีแสง​ใน​ที

ooooooo

ปีแสง​พา​เอเชีย​ไป​พัก​ที่​โรงแรม เขา​พา​เธอ​ไป​นอน​ที่​เตียง ห่ม​ผ้า​ให้ อารมณ์​เริ่ม​หวั่นไหว​กับ​การ​ใกล้​ชิด แต่​แล้ว​ก็​ตัดใจ​หัน​เดิน​ออก​ไป เอเชีย​มอง​อย่าง​ไม่​เข้าใจ เรียก​เขา​ไว้ ถาม​ว่า​คิด​อย่างไร​กับ​ตน

“หรือ​ว่า​แค่​รู้สึก​หวั่นไหว​แบบ​ที่​ผู้ชาย​คน​อื่น​เขา​เป็น​กัน” เธอ​ถาม มอง​หน้า​เขา​อย่าง​ค้น​หา

“มัน​ไม่​ใช่​อย่าง​นั้น​นะ​ครับ” ปีแสง​เข้า​มา​นั่ง​ข้างๆจับ​มือ​เธอ​กุม​ไว้​อย่าง​ทะนุถนอม “ผม​ยอม​รับ​ว่า​คุณ​เป็น​ผู้หญิง​ที่​มี​เสน่ห์​มาก​ที่สุด​คน​หนึ่ง มาก​จน​ผม​หรือ​ว่าใคร​ก็​คง​ห้าม​ใจ​ไม่ได้​ด้วย​ซ้ำ​ถ้า​มี​โอกาสได้​ใกล้​ชิด​คุณ​ถึง​ขนาด​นี้ แต่​ถ้า​ผม​ห้าม​ใจ​ตัว​เอง​ไม่ได้เพียงเพราะ​หลง​เสน่ห์​ของ​คุณ คุณ​คง​ไม่​รู้สึก​ดี​ ใช่​ไหม​ครับ”

เป็น​คำ​ตอบ​ที่​ทำให้​เอ​เชียซึ้ง​ใจ ประทับใจ และ​เชื่อใจ​เขา​อย่าง​ไม่​มี​ข้อ​เคลือบแคลง

เมื่อ​ปีแสง​ออก​จาก​ห้อง​ไป​แล้ว เขา​ทิ้ง​ตัว​ลง​นั่ง​ที่​โซฟา​ด้วย​ความรู้สึก​ที่​สับสน เหนื่อย​ล้า พึมพำ...

“พี่​ฝืน​ใจ​ตัว​เอง​ได้​ขนาด​นี้ แค่​นี้​พี่​รัก​ฟ้า​มาก​พอ​ไหม”

เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น ปีแสง​พา​เอเชีย​ไป​ส่ง​ที่​บ้าน สกั๊ต​กำลัง​หงุดหงิด​ที่​โทร.​หา​จักรวาล​แล้ว​ไม่​ยอม​รับ​สาย เห็น​น้อง​มา​กับ​ปีแสง​ก็​ระเบิด​อารมณ์​ใส่ ตำหนิ​ว่า​ทำ​งามหน้า​หาย​ไป​กับ​ผู้ชาย​ทั้ง​คืน

ปีแสง​ชี้แจง​ว่า​ตน​กับ​เอเชีย​ไม่ได้​ทำ​อะไร​เสียหาย แม้​จะ​รู้​ว่า​ไม่​ใช่​เรื่อง​ดี​แต่​ก็​อยาก​ให้​รู้​ว่า​ตน​กับ​เอเชีย​ไม่ได้​ตั้งใจ​ทำ​แบบ​นี้ เอเชีย​ก็​บอก​พี่​ชาย​ว่า​ตน​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ผิด

สกั๊ต​โมโห​เรียก​ปีแสง​ไป​คุย​กัน​ตัวต่อตัว ถาม​ว่า​จริงใจ​กับ​น้อง​สาว​ตน​แค่​ไหน ปีแสง​รับรอง​ว่าที่​ผ่าน​มา​ไม่​เคย​ทำให้​เอเชีย​เสียใจ​เลย และ​ขอ​ให้​เวลา​เป็น​ตัว​พิสูจน์​ทุก​อย่าง​ได้​ไหม พูด​อย่าง​หนักแน่น​ว่า

“ผม​ว่า​ถ้า​คุณ​รู้จัก​ผม​ดี​กว่า​นี้ บางที​ผม​อาจจะ​เป็น​เพื่อน​ที่​ดี​ของ​คุณ​คน​นึง​ก็ได้”

พอดี​มี​โทรศัพท์​เข้า​ สกั๊ต​ดู​เบอร์​แล้ว​รับ​ด้วย​ความ​ตื่นเต้น ถาม​ย้ำ​​กับ​ปลาย​สาย​ว่า

“ตกลง​ว่า​ไง...แน่ใจ​นะ​ว่า​จักรวาล​มัน​จะ​ไป​ที่​นั่น...ได้...ฉัน​จะ​ไป​เดี๋ยวนี้”​ พูด​แล้ว​กด​เลิก​สาย​หัน​มา​พูด​กับ​ปีแสง​ต่อ “เรา​คง​ต้อง​คุย​กัน​ยาว ​เรื่อง​นี้​ไว้​ค่อย​ว่า​อีก​ที ผม​มี​ธุระ​ต้อง​รีบ​ไป​แล้ว”

“ครับ” ปีแสง​รับคำ มอง​สกั๊ต​ที่​ออก​ไป​อย่าง​รีบ​ร้อน​แล้ว​ตัดสินใจ​ตาม​ไป

ooooooo

วัน​นี้ แจ็ค​ไม่​อยู่ จึง​ฝาก​องศา​ให้​ดูแล​ฟ้า​คราม​ให้​ด้วย องศา​ทำ​หน้าที่​อย่าง​ดี เมื่อ​ไป​หา​ฟ้า​ครามที่ห้อง​เธอ​ไม่​เจอ ไป​หา​ที่​ห้อง​ลาย​เมฆ​ก็​ไม่​เจอ เขา​ตกใจ​รีบ​ลง​ไป เห็น​เธอ​ถือ​กรรไกร​แหลม​อยู่​ใกล้ๆคอ

องศา​ตกใจ​วิ่ง​ไป​คว้า​กรรไกร​ไว้​ถาม​ว่า​จะ​ทำ​อะไร แค่​หมวด​ปีแสง​คน​เดียว​ก็​ประชด​เขา​ด้วย​วิธี​นี้​หรือ ฟ้า​คราม​ชี้แจง​ว่า​ตน​กำลัง​จะ​ตัด​ผม​ไม่​ทำ​เรื่อง​โง่ๆเพื่อ​ประชด​ผู้ชาย​แบบ​นั้น​หรอก

องศา​ถาม​ว่า​ตัด​เอง​เป็น​หรือ เธอ​บอก​ว่า​ไม่​เป็น​แต่​เห็น​คน​อื่น​ตัด​กัน​ได้ เลย​จะ​ลอง​ดู

“พี่​ตัด​ให้​เอา​ไหม” องศา​ถาม ฟ้า​คราม​ถาม​ว่า​ตัด​เป็น​หรือ เขา​คุย​อวด​อย่าง​ภูมิใจ​ว่า “พี่​น่ะ​ตัด​ผม​หา​ค่า​เทอม​ตั้งแต่​เด็ก​แล้ว​ครับ จะ​หัว​เด็ก หัว​ผู้ใหญ่ หัว​ผู้หญิง​ผู้ชาย​ผ่าน​มือ​พี่​มา​หมด โดยเฉพาะ​ลูกค้า​ผู้หญิง​นี่​ วันๆเรียก​หาแต่​ช่าง​องศา​กัน​ทั้งนั้น​เลย​นะ​ครับ”

องศา​โฆษณา​ตัว​เอง​จน​ฟ้า​คราม​ยอม​ให้​ตัด​ผม​ให้ องศา​ควง​กรรไกร​ตัด​ด้วย​ลีลา​สุด​เท่ ตัด​ผม​กัน​อย่าง​ใกล้​ชิด พา​กัน​เพลิน​มือ​เพลิน​ตา​เพลิน​ใจ​และ​เพลิน​อารมณ์​ไป​ทั้ง​สอง​คน สุดท้าย​ตัด​แต่ง​เสร็จ ​องศา​ยัง​เด็ด​ดอกไม้​แถว​นั้น​ทัด​หู​ให้​ อย่าง​สวย​งาม​ด้วย

องศา​ปลด​ผ้า​คลุม​ออก​มาส​ลัด​ผม แล้ว​ทำ​เป็น​ร้อง​เสียง​ดัง​บอก​ว่า​ผม​เข้า​ตา ฟ้า​คราม​รีบ​มา​ช่วย​ดู​ให้​ปรากฏ​ว่า​ไม่​มี​เศษ​ผม​ใน​ตา เขา​แก้เกี้ยว​ว่า​
คง​หลุด​ไป​ตอน​ตน​ขยี้​แล้ว

ฟ้า​คราม​เห็น​ผม​ติด​หน้า​เขา​เต็ม​ไป​หมด​ก็​หัวเราะ​ขำ แล้ว​อาสา​ปัด​ออก​ให้ ความ​ใกล้​ชิด​ทำให้​ต่าง​มอง​กัน​เขินๆ จน​เมื่อ​ฟ้า​คราม​ปัด​ผม​ออก​หมด องศา​เอ่ย

“ขอบ​คุณ​ครับ เดี๋ยว​เรา​ไป​ทาน​ข้าว​กัน​ดี​กว่า​นะ​ครับ สารวัตร​ทำ​ไว้​ให้​ฟ้า​ตั้งแต่​เช้า​แล้ว” ฟ้า​คราม​ถาม​ว่า​เขา​ไป​ไหน องศา​บอก​ว่า “เฮีย​หลง​มา​รับ​ไป​แต่​เช้า​แล้ว​ล่ะ​ครับ สารวัตร​เลย​ฝาก​ให้​พี่​ดูแล​ฟ้า​ด้วย”

“พ่อ​ไม่​เห็น​ต้อง​ฝาก​ให้​ใคร​ดูแล​ฟ้า​เลย ฟ้า​ไม่​ใช่​เด็ก​แล้ว​นะ​คะ ลำบาก​คน​อื่น​เปล่าๆ”

“แล้ว​ถ้า​พี่​เต็มใจ​จะ​ดูแล​ฟ้า​ล่ะ​ครับ” องศา​หยอด​คำ​หวาน ทำเอา​ฟ้า​คราม​เขิน อึ้ง​ไป​พัก​หนึ่ง​แล้ว​แก้เกี้ยว​ชวน​ไป​กิน​ข้าว​กัน​ดี​กว่า ว่า​แล้ว​เดิน​นำ​ไป องศา​เดิน​ตาม​ยิ้มกริ่ม​ที่​รู้สึก​ว่า​ได้ใจ​เธอ​บ้าง​แล้ว

ooooooo

สกั๊ต​ไป​ที่​ห้อง​ส่วนตัว​ที่​ร้าน​อาหาร​แห่ง​หนึ่ง พนักงาน​ขวาง​ไม่​ให้​เข้า แต่​เขา​ก็​ดันทุรัง​เข้าไป​จน​ได้​เจอ​จักรวาล​นั่ง​กิน​อาหาร​อย่าง​เอร็ดอร่อย มี​ลูกน้อง​ยืน​คอย​ระวัง​อยู่​ไม่​ไกล

สกั๊ต​เข้าไป​ต่อว่า​จักรวาล​ที่​ไม่​ยอม​รับ​สาย​ตน จักรวาล​บอก​ว่า​เขา​น่า​จะ​รู้​เพราะ​เขา​กำลัง​มี​เรื่อง​แปดเปื้อน​จะ​ทำให้​ตน​ด่างพร้อย​ไป​ด้วย​ถ้า​ตำรวจ​สาว​มา​ถึง​ธุรกิจ​ที่​เรา​ทำ มิ​พัง​กัน​ไป​หมด​หรือ

“นี่​คง​ได้​เวลา​ถีบ​หัว​ผม​ส่ง​แล้ว​ซิ​นะ ไหนๆจะ​ปิด​จ็​อบ​แล้ว​นี่ ถ้า​จะ​โยน​ขี้​ให้​ผม​อีก​สัก​ก้อน​ใหญ่​ก็​คง​เป็น​การ​จบ​แบบ​แฮปปี้​เอน​ดิ้ง​สำหรับ​คุณ แต่​มัน​กำลัง​ทำให้​ผม​ฉิบหาย​เข้าใจ​ไหม” สกั๊ต​ตะโกน​ใส่​หน้า

จักรวาล​ทำ​ไขสือ​ถาม​ว่า​พูด​เรื่อง​อะไร สกั๊ต​ถาม​ว่า​แบ​งก์​ปลอม​พวก​นั้น​มา​อยู่​กับ​ตน​ได้​ยัง​ไง ถูก​จักรวาล​ด่า​ว่า​อย่า​มา​ดึง​ตน​พลอย​ติดร่างแห​ไป​ด้วย

“คุณ​จะ​ไป​ติด​อยู่​ใน​แห​ได้​ยัง​ไง ใน​เมื่อ​คุณ​เป็น​คน​สาว​มัน​อยู่” สกั๊ต​ย้อน​เอาอย่าง​เห็น​ธาตุ​แท้ แล้ว​สาวไส้​ว่า “คราว​ก่อน​ที่​รถ​ผม​ถูก​ตำรวจ​เรียก​ตรวจ มัน​ไม่​ใช่​เพราะ​ความ​เจ้าเล่ห์​เพทุบาย​ของ​คุณ​เหรอ”



“แล้ว​ตอน​นั้น​คุณ​โดน​จับ​ไหม​ล่ะ แต่​ครั้ง​ล่า​สุดนี่คุณ​ ไป​ทำ​อะไร​ของ​คุณ​ไว้​แล้ว​ผม​จะ​รู้​ได้​ยัง​ไง ตอน​ได้​เงิน​ไม่​เห็น​เรียก​ไป​แบ่ง แต่​พอ​พลาด​ก็​จะ​ลาก​ผม​เข้าไป​ซวย​ด้วย​ทันที”

สกั๊ต​จับ​ไม่​มั่น​คั้น​ไม่​ตาย เลย​ได้​แต่​ขู่​อาฆาต​ว่า ถ้า​รู้​ว่า​เขา​เล่น​สกปรก​ลับหลัง​เมื่อ​ไร​ตน​เอาตาย​แน่​ พูด​แล้ว​เดิน​ออก​ไป จักรวาล​คำราม​ตาม​หลัง​ก่อน​หัน​ไป​สั่ง​ลูกน้อง​ว่า

“ไอ้​สกั๊ต เมื่อ​เช้า​มึง​คง​ไม่ได้​ส่อง​กระจก เลย​ไม่​เห็น​ว่า​เงา​หัว​ไม่​มี ส่ง​คน​ไป​สั่งสอน​มัน​หน่อย​ซิ​ มัน​จะ​ได้​รู้​เสียที​ว่ากู​สำคัญ​กว่า​พ่อ​ของ​พ่อ​มัน​ยัง​ไง!”
สกั๊ต​ถูก​ลูกน้อง​จัก​วา​ล​ตาม​มา​เล่น​งาน​ระหว่าง​ทาง ปีแสง​ที่​สะกด​รอย​ตาม​มา​เข้า​ช่วยเหลือ​เขา​ไว้​ แต่​พวก​มัน​มาก​กว่า ปีแสง​แกล้ง​ร้อง​บอก​สกั๊ต​ให้​มัน​ได้ยิน​ว่า

“กลั้นใจ​หน่อย​ครับ​คุณ​สกั๊ต ผม​โทร.​แจ้ง​ตำรวจ​ไป​แล้ว เดี๋ยว​คง​มา”

ลูกน้อง​จักรวาล​หัน​มา​รุม​ยำ​ทั้ง​สอง​ก่อน​แยกย้าย​กัน​หนี​ไป ปีแสง​ลุก​ไป​ดู​สกั๊ต​ถาม​ว่า​เป็น​ไง​บ้าง สกั๊ต​ถาม​ว่า​ตำรวจ​มา​หรือ​ยัง พวก​มัน​หนี​ไป​แล้ว​เห็น​ไหม

“ไม่​มี​ตำรวจ​หรอก​ครับ ผม​แค่​พูด​หลอก​พวก​มัน​ไป​งั้น​เอง”

สกั๊ต​ชะงัก​ไป​นิดหนึ่ง ถึง​ไม่​มี​ตำรวจ​มา​แต่​ก็​ทำให้​พวก​นั้น​หนี​ไป​ได้ แล้ว​เอะใจ​ถาม​ปีแสง​ว่า

“เอ๊ะ...ว่า​แต่​คุณ​มา​ที่​นี่​ได้​ยัง​ไง...อย่า​บอก​นะ​ว่า​คุณ...”

ปีแสง​ยอม​รับ​ว่า​ตาม​เขา​มา  ​แต่​อ้าง​ว่า​เอเชีย​เป็น​ห่วง​เขา ​ตน​จึง​อาสา​ตาม​มา​เอง เลียบเคียง​ถาม​ว่า​แล้ว​พวก​นั้น​เป็น​ใคร สกั๊ต​ยัง​ไม่​ยอม​บอก ​พูด​แต่​ว่า​จะ​ต้อง​เอา​คืนให้​ได้ ปีแสง​ติง​ว่า​ถ้า​พวก​มัน​ยก​มา​มาก​กว่า​เดิม แต่​เรา​มี​กัน​สอง​คน เกิด​พลาด​พลั้ง​เรา​จะ​ไม่​มี​โอกาส​แก้แค้น สกั๊ต​จึง​ใจเย็น​ลง​แต่​ยัง​ฮึดฮัด​โกรธ​แค้น​ไม่​หาย
ปีแสง​กับ​สกั๊​ตก​ลับ​มา​ถึง​หน้า​โกดัง​เก็บ​รถ ผิด สังเกต​เมื่อ​เห็น​ตำรวจ​เดิน​กัน​ขวักไขว่ พอดี​เอเชีย​โทร.​เข้า​มือ​ถือ​บอก​พี่​ชาย​ว่า​อย่า​มา​ที่​โกดัง ตำรวจ​กำลังตาม ​จับ​ตัว​เขา เพราะ​พบ​หลักฐาน​การ​พิมพ์​ธนบัตร​ปลอม​อยู่​ใน​รถ​ส่ง​ของ เอเชีย​รีบ​พูด​แล้ว​ตัด​สาย​เลย

สกั๊ต​ยัง​งงๆอยู่ เล่า​ให้​ปีแสง​ฟัง ปีแสง​เสนอ​ว่า​เรา​รีบ​ไป​กัน​ก่อน​ดี​กว่า

ปีแสง​เชื่อ​ว่า​ตำรวจ​เห็น​เรา​และ​คง​กำลัง​ตาม​รถ​เรา​มา​แน่ เสนอ​ให้​จอด​รถ​แล้ว​เดิน​หนี​ดี​กว่า ทั้ง​คู่​ลง​จาก​รถ​เอา​หมวก​เอา​หนังสือพิมพ์​อำพราง​ใบหน้า​เดิน​หนี แล้ว​ก็​ต้อง​สะดุ้ง​สุด​ตัว​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ตำรวจ​เรียก ปีแสง​หัน​ไป​ก่อน ตำรวจ​สั่ง​ให้​สกั๊ต​หัน​หน้า​มา

สกั๊ต​ทำใจ​ดี​สู้​เสือ​ค่อยๆหัน​ไป ถูก​ตำรวจ​ดุ​ว่า “ทิ้ง​ขยะ​ไม่​เป็น​ที่ ปรับ​สอง​พัน​นะ​ครับ” พลาง​ก้ม​หยิบ​หนังสือพิมพ์​ขึ้น​มา สกั๊​ตรี​บ​ขอโทษ ปีแสง​สัญญา​ว่า​ต่อ​ไป​ตน​จะ​อบรม​เพื่อน​ให้​เอง​แล้ว​รีบ​พา​กัน​เดิน​ผละ​ไป

ปีแสง​เสนอ​ว่า​ต้องหา​ที่​หลบ​ที่​ปลอดภัย​หน่อย ถาม​สกั๊ต​ว่า​มี​ที่ไหน​ไหม สกั๊​ตบ​อก​ว่า​มี​แล้ว​พา​กัน​ไป​ที่​คอน​โดฯ​ของ​เขา

ที่​คอน​โดฯ​นี่เอง ปีแสง​เลียบเคียง​หลอกล่อ​ถาม​สกั๊ต​จน​รู้​ว่า สกั๊ต​มี​ปัญหา​กับ​จักรวาล ทำ​ธุรกิจ​กับ​จักรวาล​แต่​เป็น​แค่​ชิ้น​ส่วน​รถยนต์​หนี​ภาษี​เท่านั้น ไม่​เคย​รู้​เรื่อง​เงิน​ปลอม​บ้า​บอ​อะไร​นั่น​เลย ตน​ไม่​เกี่ยว

ปีแสง​ตั้งใจ​ฟัง​เก็บ​ข้อมูล​อย่าง​ละเอียด สืบ​ลึก​ด้วย​การ​ถาม​ว่า​จักรวาล​ทำ​แบบ​นั้น​เพื่อ​อะไร

“ไอ้​เรื่อง​ผล​ประโยชน์​นี่​คง​ไม่​มี​แน่ เพราะ​ผม​ไม่​เคย​มี​ปัญหา​กับ​มัน​เรื่อง​นี้ แต่​ถ้า​มัน​เกี่ยวข้อง​กับ​แบงก์​ปลอม​นั่น​จริงๆมัน​คง​ต้องการ​หา​ใคร​สัก​คน​เป็น​เป้า​ล่อ แล้ว​ถ้า​เป็น​ผม​คง​จะ​ดึง​ความ​สนใจ​ได้​มาก​กว่า ไอ้​นี่​มัน​เลว​บัดซบจริงๆ”

ปีแสง​ถาม​ว่า​แล้ว​จะ​ทำ​อย่างไร​ต่อ สกั๊ต​พูด​อย่าง​อาฆาต​แค้น​ว่า เมื่อ​แรง​มา​ก็​ต้อง​เล่น​กลับ​บ้าง ปีแสง​ติง​ว่า​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่​ช่วย​ให้​เขา​พ้น​ผิด​เลย

“แล้ว​ต้อง​ทำ​ยัง​ไง​ล่ะ”

“ถ้า​คุณ​มั่นใจ​ว่า​เป็น​การ​โยน​ความ​ผิด คุณ​ก็​หา​หลักฐาน​แล้ว​โยนก​ลับ​ไป​ให้​มัน นอกจาก​คุณ​จะ​เคลียร์​ตัว​เอง​ได้​แล้ว คุณ​ก็ได้​จัดการ​กับ​มัน​อย่าง​สะใจ”

ฟัง​ปีแสง​แล้ว​สกั๊ตนิ่ง​ไป​อย่าง​เริ่ม​นึก​แผน​ออก

ooooooo

ที่​ร้าน​หลง​ของ​เก่า ผู้​กำกับ​มนัส เฮีย​หลง แจ็ค และ​องศา กำลัง​ติดตาม​ข่า​วก​ันอ​ย่าง​ตึงเครียด ​ผู้​กำกับ​แจ้ง​ว่า​ตอน​นี้​ตำรวจ​ไป​ค้น​โกดัง​รถ​ของ​สกั๊​ตอ​ยู่​ เจอ​หลักฐาน​เกี่ยว​กับ​แบงก์​ปลอม​มากมาย ดู​ท่า​จะ​รอด​ยาก

องศา​หูผึ่ง​ถาม​ว่า​ถ้า​อย่าง​นี้​ที่​เรา​สงสัย​จักรวาล​ก็​ไม่​จริง​ใช่​ไหม ผู้​กำกับ​ยัง​ไม่​เชื่อ เฮีย​หลง​สงสัย​ว่า​ใครเอาข้อมูล​ พวก​นี้​ไป​บอก​ตำรวจ ​ทั้งที่​มัน​เป็น​งาน​ของ​เรา

“สาย​ปราบปราม​เขา​ก็​มี​เส้นทาง​ของ​เขา หน้าที่​ของ​เรา​มัน​ก็​คือ​ขยาย​ผล​ต่อ​ไป ต้อง​เดิน​หน้า​ตาม​ที่​เรา​เชื่อ” ผู้​กำกับ​พูด​เหมือน​ปลอบ​ใจ

“นี่​ถือ​เป็น​การ​กดดัน​อย่าง​รุนแรง​เลย​นะ​เนี่ย ทาง​นั้น​เขา​ได้​ผล​งาน​ไป​แล้ว ถ้า​เรา​ยัง​ช้า​อีก​มี​หวัง​ได้​กลับ​ไป​จับ​ไพ่​กัน​ยก​ทีม​แน่” แจ็ค​บ่น​เซ็งๆ

องศา​ถาม​อีก​ว่า​แล้ว​ตำรวจ​จับ​ตัว​สกั๊ต​ได้​หรือ​ยัง  ผู้​กำกับ​บอก​ว่า​สกั๊ต​ยัง​ไม่​กลับ​มา​ที่​โกดัง คิด​ว่า​คง​จะ​รู้ตัว​แล้ว ตอน​นี้​ตำรวจ​กำลัง​ตาม​ล่า​ตัว​อยู่ เอเชีย​ก็​บอก​ไม่​รู้​เรื่อง​ของ​พี่​ชาย

“ไอ้​ปีแสง​ล่ะ​พี่ มัน​หายหัว​ไป​ไหน” แจ็ค​ถาม​โพล่ง​ขึ้น​อย่าง​ไม่​พอใจ แล้ว​โทร.​เข้า​มือ​ถือ​แต่​ไม่​มี​คน​รับ​ทำให้​แจ็ค​ยิ่ง​โมโห

ขณะ​ที่​ทุก​คน​กำลัง​ร้อน​ใจ​หงุดหงิด​กัน​อยู่​นั่นเอง ปีแสง​ก็​กลับ​มา​อย่าง​อารมณ์​ดี​เพราะ​มี​ผล​งา​นมา​เยอะ ​แต่​พอ​เจอ​แจ็ค ​ยืน​อยู่​ก็​ชะงัก ทำ​เสียง​ทัก​อารมณ์​ดี​ว่า​กำลัง​คุย​อะไร​กัน​อยู่​หรือ แจ็คโว​ยวาย​ใส่​ทันที​ว่า

“หายหัว​ไป​เลย​นะ​ไอ้​ปีแสง ทำไม...มัว​แต่​หลงใหล​แม่​สาว​นั่น​จน​ไม่​เป็นอันทำ​งาน​เลย​รึ​ไง”

“พี่​เมฆ ทำไม​พี่​ไม่​เข้าใจ​สัก​ที ผม​ไม่ได้​ไป​ทำ​อะไร​เกินเลย​แบบ​นั้น​เลย​นะ ผม​ไป​ทำ​งาน​แล้ว​ก็ได้​งาน​ด้วย” ปีแสง​โต้​ไป​อย่าง​เสีย​ความรู้สึก​มาก

ooooooo

ปีแสง​เล่า​ถึง​งาน​ที่​ตน​สืบ​มา​ได้​ให้​ที่​ประชุม​ฟัง ทั้ง​ยัง​เชื่อ​ว่า​สกั๊ต​ไม่​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​นี้ เขา​ถูก​จักรวาล​ใส่ร้าย พอ​ไป​โวยวาย​ก็​ถูก​ลูกน้อง​จักรวาล​เล่น​งาน เฮีย​หลง​ถาม​ว่า​จักรวาล​ใส่ร้าย​สกั๊ต​เพื่อ​อะไร

ปีแสง​อธิบาย​ว่า“ก็​เพื่อ​ดึง​ความ​สนใจ​ของ​พวก​เรา​ไป​ที่​สกั๊ต ส่วนตัว​มัน​ก็​ดำเนิน​แผนการ​ต่อ​ไป” องศา​ท้วงติง​ว่า

เรา​ไม่​มี​หลักฐาน นั่น​เป็น​แค่​คำ​พูด​ของ​สกั๊ต​เท่านั้น “ใช่ มัน​อาจจะ​ไม่​มี​หลักฐาน​ชี้​ชัด แต่​มัน​มี​อะไร​ที่​น่า​สนใจ​กว่า​นั้น สกั๊ต​กำลัง​จะ​วาง​แผน​เข้าถึง​ตัว​จักรวาล​แล้ว​หาความ​จริง​มา​พิสูจน์​ความ​บริสุทธิ์​ของ​ตัว​เอง​เท่ากับ​ว่า​เรา​มี​สายลับ​ที่​มี​ข้อมูล​เบื้อง​ลึก​ของ​จักรวาล​อยู่​ใน​มือ ถ้า​เป็น​อย่าง​นี้ คุ้มค่า​พอ​ที่​จะ​เสี่ยง​ไหม​ครับ”

ทุก​คน​ฟัง​อย่าง​ขบคิด มี​แต่​องศา​ที่​แอบ​ยิ้ม​อย่างมีเลศนัย กับ​ข้อมูล​ใหม่​ที่​ได้​มา แล้วเขาก็​รีบ​ไป​บอก​จักรวาล​ที่​ปลอม​ตัว​เป็น​คน​ขับ​แท็กซี่​นั่ง​คุย​กัน​ใน​รถ​เล่า​ข่าว​ที่​ได้​มา​ให้​ฟัง แต่​จักรวาล​ไม่​สะทกสะท้าน​พูด​ท้า​ว่า​ก็​ให้​สกั๊ต​มา ดู​ซิ​ว่า​จะ​มี​ปัญญา​แค่​ไหน

องศา​เห็น​ท่าที​ของ​จักรวาล​ก็ได้​แต่​งง​ว่า​เขา​คิด​จะ​ทำ​อะไร​ต่อ​ไป

ooooooo

งาน​ที่​ปีแสง​ไป​ทำ​นั้น คืบ​หน้า​ไป​อย่าง​น่า​พอใจ แต่​ความ​สัมพันธ์​ระหว่าง​เขา​กับ​ฟ้า​คราม​นับ​วัน​ก็​ยิ่ง​ห่าง เมื่อ​เขา​คุย​กับ​แจ็คก็​ถูก​ด่า หา​ว่า​เขา​ไป​หลง​เสน่ห์​ของ​เอเชียเข้า​แล้ว ปีแสง​ยืนยัน​ว่า​นั่น​คือ​งาน ตน​ทำ​ตาม​หน้าที่​เท่านั้น



“ไป​เคลียร์​ตัว​เอง​ให้​ชัด หา​คำ​ตอบ​ให้​ได้​แล้ว​ค่อย​มา​พูด​กัน”แจ็ค​ตัดบท​แล้ว​เดิน​ไป​เลย

แจ็ค​ปลอบใจ​ลูก​ด้วย​การ​ทำ​ของ​โปรด​ให้​กิน พยายามใกล้​ชิด​สนิทสนม แต่​ฟ้า​คราม​ยัง​ไม่​คุ้น​กับ​หน้าตา​ใหม่​ของ​พ่อ ยัง ตะขิดตะขวง​ใจ จึง​ค่อนข้าง​ไว้ตัว ซึ่ง​แจ็ค​ก็​เข้าใจ​ให้​เวลา​ลูก​ทำใจ

ขณะ​ที่​บ้าน​ลาย​เมฆ​กิน​ข้าว​กัน​อย่าง​อบอุ่น มี​แจ็ค ฟ้าคราม และ​องศา​นั้น...ที่​คอน​โดฯ​ของ​สกั๊ต ​เอเชีย​ก็​ไป​ทำ​อาหาร​ให้​พี่​ชาย​กิน​แก้​เหงา สกั๊ต​แปลก​ใจ​ที่​เอเชีย​ทำ​อาหารเป็น ดักคอ​น้อง​ว่า​ไป​หัด​ทำ​อาหาร​มา​ใช่​ไหม พูดเป็นนัย​ว่า​เตรียม​เป็น​แม่บ้าน​หรือ กระเซ้า​จน​เอเชีย​เขิน​หน้า​แดง

ปีแสง​พลอย​รู้สึก​ดี​ไป​ด้วย ทั้ง​ยัง​เอ่ย​ปาก​ขอ​ฝากท้อง​หลายๆมื้อ​ได้​ไหม​เพราะ​ติดใจ​ฝีมือ​ของ​เธอ​แล้ว เอเชีย​พูด​เขินๆว่า​ถ้า​ไม่​เลี่ยน​ฝีมือ​ตน​เสีย​ก่อน​ก็​ยินดี

“ว่า​ไง​ปีแสง จะ​เลี่ยน​ฝีมือ​น้อง​สาว​ผม​ไหม”สกั๊ต​รุก

“คง​ไม่​หรอก​ครับ ผม​เป็น​คน​ชอบ​ทาน​รส​หวาน คิด​ว่า​คง​จะ​ถูก​ทาง​กัน” ปีแสง​อ่อย​เต็มที่

สกั๊​ตม​อง​น้อง​และ​ปีแสง​แล้ว​รู้สึก​อบอุ่น​อย่าง​ประหลาด บอก​ทั้ง​สอง​ว่า​อยู่​มา​จน​ป่านนี้​ตน​ยัง​ไม่​เคย​รู้สึก​แบบ​นี้​เลย ถ้า​คิด​ใน​แง่​ดี​แบบ​สุดๆ มัน​ก็ดี อย่าง​น้อย​ก็ได้​สัมผัส​ถึง​ความรู้สึก​แบบ​ครอบครัว

ปีแสง​เอง​ก็​อด​คิดถึง​วัน​ที่​ตัว​เขา ฟ้า​คราม และ​ลายเมฆ​กับ​ครู​พลอย​กิน​เค้ก​ด้วย​กัน​ไม่ได้ เป็น​ความ​อบอุ่น​แบบ​ครอบครัว​ที่​ขาด​หาย​ไป​นาน​เหลือเกิน

ooooooo

รุ่งเช้า องศา​ตื่น​มา​ใส่​บาตร ฟ้า​คราม​เดิน​มาทัก เขา​จึง​ชวน​ใส่​บาตร​ด้วย​กัน​เพราะ​ยัง​เหลือ​อีก​ชุด​หนึ่ง ใส่​บาตร​เสร็จ ฟ้า​คราม​ทัก​ว่า​ปกติ​ไม่​เคย​เห็น​เขา​ใส่​บาตร

“อ๋อ...คือ​วัน​นี้​เป็น​วัน...”

องศา​พูด​ไม่ทัน​จบ แจ็ค​ก็​มา​ตาม​ฟ้า​คราม​เพื่อ​จะ​ขับ​รถ​ไป​ส่ง​ที่​ทำ​งาน บอก​องศา​ว่า​แล้ว​เจอ​กัน​ที่​ประชุม

หลังจาก​แจ็ค​กับ​ฟ้า​คราม​ไป​แล้ว องศา​กรวดน้ำ​ที่​โคน​ต้นไม้ พึมพำ​ด้วย​ความ​คิดถึง​พ่อ...

“วัน​นี้​เป็น​วัน​เกิด​อีก​ปี​ของ​ผม ถ้า​พ่อ​อยู่​ด้วย​เรา​คง​ได้​ฉลอง​กัน​เหมือน​ตอน​เด็กๆ ตั้งแต่​พ่อ​ไม่​อยู่ ผม​ไม่​เคย​ได้​เลี้ยง​วัน​เกิด​เลย​สัก​ครั้ง...ทั้งหมด​นี่​เป็น​เพราะ​ตำรวจ​พวก​นั้น”

องศา​เริ่ม​แค้น​กรุ่น​ขึ้น​มา​อีก...

ooooooo

ส่ง​ฟ้า​คราม​แล้ว แจ็ค​ไป​ที่​ร้าน​หลง​ของ​เก่า​ซึ่ง​มี​นัด​ประชุม​กัน ใครๆมา​กัน​หมด​แล้ว ขาด​แต่​ปีแสง​คน​เดียว เมื่อ​เขา​ไป​ถึง ผู้​กำกับ​ถาม​ว่า​ไป​อยู่​ไหน​ ทำไม​ถึง​มา​ช้า เขา​บอก​ตามตรง​ว่า อยู่​ที่​คอน​โด​ฯของสกั๊ต

แจ็ค​ถาม​ประชด​ว่า แล้ว​เสื้อ​ผ้า​ที่​บ้าน​ทำไม​ไม่​ขน​ไป​ด้วย​ล่ะ ปีแสง​เสียงแข็ง​ว่า​ตน​ไป​ทำ​งาน​นะ ทำท่า​จะ​ทะเลาะ​กัน​อีก ผู้​กำกับ​บอก​ให้​พอได้​แล้ว เมื่อ​มา​ครบ​แล้ว​ก็​เริ่ม​ประชุม​เลย

“พี่​ได้​สรุป​การ​ทำ​งาน​ที่​ผ่าน​มา แผนการ​เรา​ผิด​พลาด​มา​ตลอด โดยเฉพาะ​ครั้ง​ล่า​สุด พี่​ไป​ประชุม​กับ​ผู้ใหญ่​มา​แล้ว ได้​หลักฐาน​สำคัญ​บาง​อย่าง​ที่​จะ​ชี้​ชัด​ว่า มี​ใคร​บาง​คนใน​ทีม​ของ​เรา​คิด​ไม่​ซื่อ” แจ็ค​ถาม​ว่า​หมายความ​ว่า​ยัง​ไง “พี่​พูดตรงๆ เลย​นะ พี่​กำลัง​สงสัย​ว่า​ใคร​บาง​คนใน​ที่​นี้​กำลัง​เป็น​หนอน”

ทุก​คน​มอง​หน้า​กัน​งงๆ องศา​สีหน้า​ไม่​ดี​แอบ​มอง​คน​อื่น​อย่าง​ระแวง

ดาบ​ตุ๊ ดาบ​ต๊ะ กับ​จ่า​พยศ​ต่าง​อำ​กัน​ไป​มา อำ​กัน​ที​เล่น​ที​จริง ดาบ​ตุ๊​หน้า​ซีด​เหงื่อ​แตก แต่​ไม่​ใช่​ตกใจ หาก​แต่เพราะ​ ท้องเสีย เลย​ถูก​ไล่​ให้​ไป​ห้องน้ำ​เสีย ผู้​กำกับ​เห็น​เสีย​บรรยากาศ​เลย​สั่ง​ย้าย​ห้อง​ประชุม​ด่วน

ที่แท้​เป็น​แผน​ของ​ผู้​กำกับ​ที่​จะ​เซอร์ไพรส์​ฉลอง​วัน​เกิด​ให้​องศา​ด้วย​ขนม​เค้ก​กล่อง​ใหญ่ เพื่อนๆพี่ๆก็​มี​ของขวัญ​มา​ให้​ตาม​แต่​ใคร​จะ​หา​ได้​และ​เตรียม​มา ดาบ​ตุ๊​กับ​ดาบ​ต๊ะ​ให้​ตั๋ว​หนัง​สอง​ใบ พูด​เป็น​ปริศนา​ว่า
“เป็นตั๋วหนังรอบพิเศษสองใบ มีพวกเราแสดงอยู่ด้วยนะครับ เผื่อหมวดจะมีคนพิเศษจูงมือกันไปดู”

แจ็คถามปีแสงว่ามีอะไรมาให้องศา เขาบอกว่าไม่รู้เลยไม่ได้เตรียมมา ผู้กำกับเลยยกตำแหน่งเจ้ามือเลี้ยงฉลองวันนี้ให้ แจ็คได้ทีขอถล่มให้ราบเลย ปีแสงบอกเซ็งๆ ว่าตามสบายเลยครับ...

จู่ๆฟ้าครามก็เอาของขวัญมาให้ อวยพร “สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่องศา” หนุ่มสาวมองกันเขินๆ ทำเอาปีแสงมองตาขวาง พอดีผู้กำกับตัดบทถามองศาว่ามีอะไรจะกล่าวเป็นการขอบคุณพี่ๆเขาไหม

“คงจะพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่าคำว่าขอบคุณ ขอบคุณทุกคนมาก ผมไม่คิดเลยว่าจะได้เป่าเค้ก กินเลี้ยงวันเกิด

แบบนี้ ผมซาบซึ้งทุกๆคนจากใจจริงเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ”

ทุกคนปรบมือให้องศาพากันส่งเสียงเฮฮา ยกเว้นปีแสงที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียว

ปีแสงสบโอกาสเมื่อพบฟ้าครามยืนอยู่คนเดียว เข้าไปต่อว่าเธอที่แสดงกับองศาแบบนั้นทั้งที่มีตนเป็นแฟนอยู่ ถูกฟ้าครามประชดว่าถ้าเขาไม่พูดตนก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแฟน นึกว่าเป็นแค่ลูกสาวหัวหน้าเขาเท่านั้น ปีแสงดักคอว่าเธอเลยประชดด้วยการแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษกับองศาใช่ไหม

“ไม่ได้ประชด แต่รู้สึกแล้วก็ตั้งใจทำอย่างนั้นจริงๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่พี่ล่ะเคยแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ฟ้าเห็นบ้างไหม มีแต่ปฏิเสธแล้วพูดแก้ตัวอย่างเดียว ถ้าทำได้แค่นี้อย่ามาว่าใครเขาเลย”

ฟ้าครามเดินหนีไปแล้วแต่ปีแสงยังยืนอึ้งอยู่ ครู่หนึ่งก็พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ได้...พี่จะพิสูจน์ให้ฟ้าและทุกคนเห็นว่า สิ่งที่พี่ทุ่มเทไปมันได้อะไรกลับคืนมา!”

ooooooo

ปีแสงไปหาสกั๊ตที่คอนโดฯ เขากำลังจะไปแก้แค้นจักรวาล  เขาขอบใจปีแสงที่ช่วยแต่ยังเปลี่ยนใจได้ ปีแสงบอกว่าตนไม่มีวันเปลี่ยนใจ

“ถ้างานนี้สำเร็จ ผมจะไม่ขอบคุณคุณแค่คำพูดแน่ๆ”

“แล้วคุณรู้แล้วใช่ไหมว่าจักรวาลมันจะไปที่ไหน” ปีแสงหาข่าวอีก สกั๊ตพาเขาไปที่สปาแห่งหนึ่ง บอกว่าเป็นที่ที่จักรวาลมาบ่อยมาก มักจะแอบมาคุยงานเรื่องสำคัญกันที่นี่ รู้กระทั่งว่าจักรวาลมีห้องประจำของตัวเอง บอกปีแสงว่า “ตามผมมาเถอะ ผมมีวิธี”

สกั๊ตพาปีแสงไปนอนที่เตียงนวดแล้วตัวเองก็เลี่ยงออกไปยังห้องที่จักรวาลนวดประจำ เขาเข้าไปตีขลุมช่วยพนักงานที่นวดอยู่ก่อนแล้ว ปรากฏว่านวดได้ถูกอกถูกใจจักรวาลมาก แต่นวดไปนวดมาเริ่มรู้สึกแรงขึ้น...แรงขึ้น จนถามว่ากะจะหักคอกันเลยรึไง

ขณะนั้นเอง มีโทรศัพท์เข้ามือถือของจักรวาล เขาบอกให้ทั้งสองออกไปก่อน ขอพักครึ่งเวลา หมอนวดเดินออกไป แต่สกั๊ตเข้าไปแอบอยู่หลังม่าน

ครู่เดียวกระทิงในสภาพทาน้ำมันเลื่อมไปทั้งตัวก็เดินเบ่งกล้ามเข้ามา จักรวาลบอกให้ไปใส่เสื้อก่อนดีกว่า กระทิงยังอดพูดไม่ได้ว่า “ผมจำได้เรื่องที่คุณจักรวาลเคยติดคุก แล้ว...”

“เฮ้ย...คิดบ้าอะไรวะ ฉันทุเรศคราบน้ำมันแกเว้ย”

กระทิงเลยเดินไปเปิดม่านหยิบเสื้อมาใส่ ทำเอาสกั๊ตเอี้ยวตัวหลบแทบไม่ทัน

ooooooo

ระหว่างจักรวาลคุยกับกระทิงนั้น สกั๊ตเงี่ยหูฟังใจระทึก จักรวาลบอกกระทิงว่าพวกฝรั่งจะมารับของอีกครั้ง กระทิงรีบบอกว่าครั้งนี้ตนจะไม่ยอมให้พลาดแน่

“ถ้าเราเคลียร์ทางครั้งนี้สะดวก คราวต่อไปงานมันก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอนนี้ประเทศอื่นมันโดนจับกันไป หมดแล้ว ก็เหลือแค่เรากับอีกสองราย ซึ่งโอกาสเสี่ยงมันยิ่งกว่าเรา ถ้าทุกอย่างราบรื่นเป็นไปได้ว่าเราจะได้ผูกขาดงานนี้คนเดียว”

ส่วนสถานที่และวันเวลาส่งของ จักรวาลบอกว่าโกดังที่คลองเตย วันเสาร์ ตอนบ่าย ทุกอย่างคอนเฟิร์มไม่เปลี่ยนแปลง

สกั๊ตคำรามในใจ “ใช่มึงจริงๆด้วย กูจะเปิดโปงมึงให้หมด”

ขณะนั้นเอง กระทิงเหลือบเห็นอะไรบางอย่างที่ใต้ม่าน มันชักปืนที่เอวลุกขึ้นไปดู จักรวาลถามว่าอะไร

“มีคนแอบอยู่ในนั้น ผมเห็นรองเท้ามันโผล่ออกมา” พลางถือปืนย่องเข้าไป จักรวาลดูแล้วลุกจับบ่ามันไว้พลางรูดผ้าม่านออก

“รองเท้ากูเอง” จักรวาลบอกเซ็งๆ แต่กระทิงมองรองเท้าแล้วเซ็งยิ่งกว่า

ooooooo
ตอนที่ 11


ปีแสงมุ่งหน้าไปที่ห้องนวดของจักรวาล เจอจักรวาลเดินมากับกระทิงก็ยิ่งเจ็บใจ หลบแล้วเหลียวมอง เห็นมีของเด็กเล่นแบบไทยๆวางอยู่ที่โต๊ะก็กวาดตาไปทั่ว เห็นหนังสติ๊กกับลูกข่างลูกหินวางอยู่ด้วย

ปีแสงตาลุกแอบไปเอาหนังสติ๊กหยิบลูกหินใส่ง้างเล็งไปที่หัวกระทิง ยิงทันที

กระทิงตกใจนั่งลงเอามือกุมหัว จักรวาลหมอบลงตามสัญชาตญาณ ถามกระทิงว่าเป็นอะไรรึเปล่า กระทิงเอามือกุมหัวเห็นมีเลือดติดมือ ค่อยๆลุกขึ้นกวาดตามองหาคนยิงอย่างเจ็บใจ

เมื่อไปฟ้องและจะเอาเรื่องกับทางสปา พนักงานพากันออกตามหามือยิง ครู่หนึ่งกลับมาบอกว่าเจอแล้วเห็นวิ่งอยู่ที่สนามหลักฐานยังอยู่ในมือด้วย

แต่พอพามือยิงมากลายเป็นเด็กเล็กๆ คนหนึ่งอายุแค่สามขวบ ในมือมีหนังสติ๊ก ทั้งคู่ต่างอึ้ง จักรวาลถามว่า

จะเอาเรื่องไหม กระทิงตอบหน้านิ่งๆว่า

“ไม่เป็นไร ยกให้ ผมรักเด็ก”

ooooooo

ปีแสงมานั่งรถสกั๊ตกลับกัน ยังอดขำกระทิงไม่ได้ สกั๊ตถามว่าหัวเราะอะไร ปีแสงตอบทั้งที่ยังหัวเราะว่า “ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกครับ ผมหัวเราะเรื่องอื่นน่ะ”

สกั๊ตจึงบอกอย่างสะใจว่า “ผมมีเรื่องจะบอกคุณ มันน่าหัวเราะมากกว่าแน่ๆ คือผมรู้สถานที่ เวลาที่พวกมันจะส่งของแล้ว ไอ้จักรวาลมันเกี่ยวข้องกับไอ้แบงก์ปลอมนี่จริงๆด้วย คราวนี้แหละทุกอย่างจะได้กระจ่างเสียที”

ปีแสงถามอย่างตื่นเต้นว่าจริงหรือ ตนจะรับช่วงต่อเอง ถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นจริงรับรองเขาได้ลอยตัวแน่ สกั๊ตยืนยันอย่างม่ันใจเกินร้อยว่า ได้ยินเต็มสองหูแบบนี้ไม่จริงก็ให้มันรู้ไป

ooooooo

ที่ร้านของเฮียหลง แจ็คนั่งกินข้าว จอมยืนมองอยู่อย่างไม่คุ้นตา แจ็ครู้ว่าถูกมองบอกว่ามายืนมองตรงๆก็ได้ถ้าอยากเห็นหน้าเต็มๆ

จอมเบ้ปากกับสารรูปของแจ็ค กระนั้นแจ็คก็ยังยั่วว่าขอบใจที่คอยเป็นห่วง  ไม่ว่าตนจะอยู่ในสภาพไหนก็ตามเธอก็ไม่เคยทอดทิ้ง

“ฉันก็แค่เล่นไปตามบทที่ต้องเล่นเท่านั้นแหละ” จอมสะบัดเสียง

“ไม่ว่าจะเป็นบทสมมติหรือเรื่องจริง มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีกับที่เป็นอยู่ ขอบใจนะที่ไม่เคยรังเกียจฉัน”

แจ็คลุกไปแล้ว จอมยืนยิ้มอย่างพอใจกับคำพูด

ของแจ็ค แม้สารรูปของเขาจะเปลี่ยนไป แต่หัวใจของจอมก็ ยังไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นจอมไปเติมหน้าทาปากอย่างอิ่มอกอิ่มใจ

ผู้กำกับกับเฮียหลงมาเห็นเข้ากระเซ้าว่าอารมณ์ดีอะไรมาหรือ จอมตอบแก้เกี้ยวว่าก็แค่ซ้อมไว้เผื่อเวลาทำงานจะได้แนบเนียน ผู้กำกับกระเซ้าว่าท่าทางเหมือนคนกำลังมีความรัก

“ตลกน่ะพี่มนัส จนป่านนี้แล้วจะมีใครมารักอีกล่ะ” จอมทำเสียงเซ็ง เฮียหลงแซวว่าก็จนป่านนี้เธอยังแอบรักเมฆอยู่เลย “ฉันเลิกคิดเรื่องนี้ไปนานแล้ว คนไร้หัวใจอย่างนั้นใครจะรักลง” จอมปากแข็ง

“แต่ก็ยอมทนมาตั้งเกือบยี่สิบปี ไม่ยอมมีแฟน เพราะฝังใจกับรักครั้งแรก อยากรู้จริงๆ ถ้าเมฆมันรู้ว่าจอมรักมาราธอนขนาดนี้มันจะเป็นยังไง”

ผู้กำกับพูดอย่างคนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังกันดี ขณะนั้นเองเกิดมีเสียงและสั่นไหวที่ตู้ใบหนึ่ง ทุกคนหันมองพอทุกอย่างนิ่งสงบ เฮียหลงบอกว่าคงเป็นเสียงไม้ลั่น บ่นว่าไม้เก่าก็เป็นแบบนี้แหละ ผู้กำกับจึงชวนไปทำงานกันดีกว่า

ผู้กำกับและเฮียหลงเดินไปแล้ว จอมยังหันมาส่องกระจกสำรวจความงามอีกครั้ง

ooooooo

เมื่อเข้าประชุม ปีแสงเล่าสิ่งที่ตนได้ยินจากสกั๊ตแก่ที่ประชุมอย่างมั่นใจ แจ็คท้วงติงว่าจะเชื่อได้หรือเพราะจักรวาลเจ้าเล่ห์มาก ผู้กำกับก็สงสัยเพราะถูกจักรวาลปั่นหัวมาหลายครั้งแล้ว

องศาเชื่อว่า การที่จักรวาลคุยกับกระทิงในห้องที่เป็นส่วนตัวแบบนี้ น่าจะเชื่อถือได้ ปีแสงสนับสนุนทันทีว่าองศาพูดถูก

ผู้กำกับตัดสินใจให้ลองเสี่ยง เพราะเราก็ถูกเบื้องบนจับจ้องอยู่ มีข้อแม้กับทุกคนว่า

“จะลองเชื่อปีแสงดู แต่ถ้าจะมีคำสั่งอะไรที่มันแปลกประหลาดไปบ้าง ก็ต้องเข้าใจพี่ด้วย เพราะพี่ต้องทำทุกอย่างให้มันรัดกุมรอบคอบที่สุดเพื่อหน่วยของเรา เข้าใจนะปีแสง”

เมื่อตกลงกันแล้ว ผู้กำกับสั่งเดินหน้าลุยกันเลย

ออกจากที่ประชุมไม่นาน องศาก็นั่งรถแท็กซี่ของจักรวาลรายงานว่า ตอนนี้ผู้กำกับมนัสกำลังเตรียมวางแผนอยู่ ตนจับตาดูทั้งลายเมฆและคนอื่นๆ ไม่มีใครเล็ดลอดสายตาไปไหนเลย



จักรวาลพูดอย่างย่ามใจว่า ตำรวจพวกนี้คิดได้แต่แผนน้ำเน่าโบราณเท่านั้น ยังห่างกับตนอีกหลายขุม แล้วสั่งองศาให้จับตาดูต่อไป บอกองศาว่า
“งั้นนายก็จับตาดูต่อไปก็แล้วกัน ในเมื่อมันเดินตามเกมของมัน ฉันก็ต้องเดินตามเกมของฉันให้มันมันส์กันไปข้างนึง” จักรวาลหัวเราะสะใจ

เมื่อไปถึงจุดหนึ่ง จักรวาลปล่อยองศาลงจากรถ องศารู้สึกเหมือนมีใครสะกดรอยตาม หันขวับไปดูก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ หารู้ไม่ว่ากำลังถูกแจ็คนักสืบชั้นครูสะกดรอยตามอยู่

องศากลับถึงบ้านเจอฟ้าครามนั่งเศร้าอยู่ก็เข้าไปทักทาย คุยกันประสาหนุ่มสาวที่เริ่มหวั่นไหวต่อกัน ลมพัดผมฟ้าครามปลิวมาปรกหน้า องศาช่วยเกลี่ยให้ พลันก็ถูกก้อนหินลึกลับปามาที่มือ ครั้นมองหาก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ องศาได้แต่เก็บความสงสัยไว้

ที่แท้แจ็คแอบดูอยู่ ทนดูองศาใกล้ชิดฟ้าครามเกินไปไม่ได้เลยปาหินใส่

ooooooo

ปีแสงบอกสกั๊ตว่าตนได้แจ้งข่าวที่สกั๊ตได้ยินมาแก่ตำรวจแล้ว ทางนั้นกำลังวางแผนจับกุมตามข้อมูลที่สกั๊ตบอก ครั้นสกั๊ตถามว่าแบบนี้ตนก็พ้นมลทิน ออกไปข้างนอกได้แล้วใช่ไหม ปีแสงให้รอจนกว่าจะจับจักรวาลได้ก่อน ทำให้สกั๊ตเซ็งมาก

ปีแสงบอกสกั๊ตว่า เขาโชคดีที่มีแหล่งหลบซ่อนที่ดี แต่พูดไม่ทันขาดคำ มองลงไปข้างล่างเห็นตำรวจมากมายมาที่คอนโดฯ ปีแสงจึงช่วยพาสกั๊ตหนี โดยตัวเองปลอมเป็นพนักงานเก็บขยะเข็นถังขยะที่สกั๊ตซ่อนอยู่พากันหลบออกไปได้

หนีออกจากคอนโดฯแล้ว ปีแสงพาสกั๊ตไปอยู่บ้านไม้เก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง สกั๊ตยิ่งเซ็งที่คนอย่างตนต้องมาซ่อนตัวในถังขยะ แล้วยังต้องมาอยู่บ้านไม้ซอมซ่ออีก แต่ก็ขอบใจปีแสงที่ช่วยตน ให้สัญญาปีแสงว่า

“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ผมยอมรับคุณเป็นน้องเขยแน่”

“ผมไม่ได้ทำเพื่อหวังคะแนน ผมทำเพื่อช่วยคุณ เพื่อความถูกต้อง ถ้าจักรวาลมันทำอย่างที่คุณพูดมันก็ต้องได้รับผลของมันแน่” คำพูดของปีแสงทำให้สกั๊ตยิ่งเชื่อใจเขา

ooooooo

วันต่อมา ณ มุมลึกลับแห่งหนึ่ง จักรวาลบัญชาลูกน้องให้เอาเงินเป็นมัดๆยัดใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สองใบ แล้วให้กระทิงเดินทางล่วงหน้าไปพบฝรั่งก่อน กระทิงฝืนใจมากเพราะพูดภาษาฝรั่งไม่เป็น จักรวาลบอกว่าให้ไปก่อน แล้วตนจะตามไปทีหลัง

ฝ่ายทีมของผู้กำกับ เมื่อประชุมวางแผนและวางกฎการทำงานกันแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานอย่างเร่งรีบ ผู้กำกับมนัสกับเฮียหลงอยู่ในรถปฏิบัติการตามเคย

“ทุกคนเตรียมพร้อม ดำเนินการตามแผนนะ ปีแสง องศา ล่วงหน้าขึ้นรถไปก่อนเลย ที่เหลือตามรถพี่มารอฟังคำสั่ง” ผู้กำกับสั่งการ

ปีแสงอึดอัดใจที่ต้องจับคู่กับองศา ซํ้าให้ล่วงหน้าไปก่อนด้วย ถูกแจ็คปรามว่าสายลับต้องทำงานโดยไม่มีเงื่อนไข อย่าเรื่องมากเลือกโน่นเลือกนี่ ถามองศาว่าไง องศาบอกว่าตนไม่มีปัญหา ปีแสงเลยพูดไม่ออก

ระหว่างปีแสงขับรถไปนั้น องศานั่งกดบีบีเล่นอย่างสบายใจ ปีแสงเห็นแล้วยิ่งหงุดหงิด

จุดที่ปีแสงกับองศาต้องไปเฝ้าสังเกตการณ์นั้น เป็นที่โล่งแจ้งแดดเปรี้ยง องศาเอาครีมกันแดดออกมาทายิ่งขวางหูขวางตาปีแสงหนักเข้าไปอีก ระหว่างนั้นก็ยังอดที่จะพูดกระทบกระแทกกันเรื่องฟ้าครามไม่ได้ แม้องศาจะยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าตนไม่มีอะไรกับฟ้าคราม ปีแสงก็ยังปรามว่าถ้ามีอะไรจริงก็ระวังจะเดี้ยงไว้ด้วยก็แล้วกัน ตนไม่ได้ขู่แต่จะทำจริง แล้วทั้งคู่ก็นั่งซุ่มกันกลางแดดเปรี้ยง

ooooooo

รถกระทิงเข้ามาจอดที่หน้าโรงนํ้าแข็ง ครู่หนึ่งลูกน้องลงจากรถเอากระเป๋าเดินทางใหญ่สองใบเข้าไปข้างใน

เวลาเดียวกัน แจ็คกับจ่าพยศเอารถมาจอดที่ลานกว้างใกล้โรงนํ้าแข็ง แจ็คสั่งให้จอดรถตรงนี้ แล้วเดินอ้อมไปด้านหลัง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงผู้กำกับบัญชามาว่า

“ทุกคนเฝ้าไว้ อย่าเพิ่งทำอะไรจนกว่าจักรวาลจะมา”

จนเวลาผ่านไปนานมาก ปีแสงบ่นว่าเลยเวลานัดไปนานแล้ว ทำไมไม่มากันสักที องศาถ่วงเวลายกนาฬิกาข้อมือที่เป็นวิทยุสื่อสารขึ้นพูด ถามว่าทุกคนพร้อมประจำที่หรือยัง ถามยํ้าอีกก็ไม่มีเสียงตอบรับ

ปีแสงเริ่มหงุดหงิดที่ถูกแดดเผาจนตัวเกรียมแต่ยังไม่มีวี่แววอะไร ซ้ำยังติดต่อใครไม่ได้ด้วย องศาเลยเสนอให้ลองโทรศัพท์ถามเลยดีกว่า

เวลาเดียวกันนั้น จักรวาลมาทางด้านหลังโรงน้ำแข็งเข้าไปในโรงน้ำแข็งอย่างอารมณ์ดี ทักทายพวกฝรั่งที่รออยู่ บอกว่าของเอามาอยู่ที่นี่แล้ว ฝรั่งถามว่าแน่ใจนะว่าทุกอย่างปลอดภัย

“ชัวร์ ผมเลือกนัดที่นี่เพราะเย็นสบายและไม่มีใครรู้จัก จะกินอะไรเย็นๆ ให้ชื่นใจหน่อยไหม กระทิง...ช่วยจัดการหน่อย” จักรวาลหันไปสั่งกระทิง

ครู่หนึ่ง กระทิงเอาน้ำแข็งไสราดน้ำแดงน้ำเขียวมาให้ ฝรั่งรับไปกินอย่างตื่นเต้นเพราะบ้านมันไม่มี

ooooooo

องศาใช้มือถือโทร.ติดต่อแจ็คกับจ่าพยศ จึงรู้ว่าไปรอกันคนละที่ องศาหันบอกปีแสงว่า

“เขาไม่ได้อยู่กันที่นี่ แต่อยู่กันที่โรงน้ำแข็ง”

“โรงน้ำแข็ง หมายความว่ายังไง นี่มันอะไรกัน หลอกให้เรามาที่นี่กันสองคนเหรอ พี่มนัสนะพี่มนัส ทำอย่างนี้เพื่ออะไร” ปีแสงบ่นอย่างหัวเสีย หันมาเห็นองศานั่งกดบีบีเล่นอยู่ยิ่งโมโหถามเสียงดัง “เวลาอย่างนี้ยังมีหน้ามากดบีบีอีกเหรอวะ”

องศามองหน้าเครียดแต่ไม่พูดอะไร

พวกจักรวาลที่อยู่ในโรงน้ำแข็ง ได้รับรายงานจากข้อความในโทรศัพท์ก็เปลี่ยนใจไม่มอบกระเป๋าเงินให้ฝรั่ง จักรวาลกระซิบอะไรบางอย่างกับฝรั่งจนฝ่ายนั้นหน้าตาตื่น ท่าทางลุกลี้ลุกลนขึ้นมา

แจ็คกับทีมปฏิบัติการดูสถานการณ์ออก แจ็คบอกผู้กำกับว่ามันรู้ตัวแล้วและกำลังจะหนี ว่าแล้วไม่รอคำสั่งวิ่งออกไปลุย จ่าพยศเห็นดังนั้นวิ่งตามไปด้วย

“พวกเราลุยได้เลย” ผู้กำกับตัดสินใจสั่งการ

จากนั้นการตะลุมบอนกันในโรงน้ำแข็งก็ปะทุขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างลุยกันด้วยฝีมือที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ต่างใช้ก้อนน้ำแข็งให้เป็นประโยชน์ถีบใส่ฝ่ายตรงข้าม นั่งก้อนน้ำแข็งไถลเข้าหาคู่ต่อสู้

ที่หน้าโรงน้ำแข็ง จักรวาลกับลูกน้องวิ่งออกไปจะขึ้นรถ เจอจอมในชุดหนังใส่หมวกกันน็อกกระโดดขวางถีบจักรวาลจนล้ม ลูกน้องจักรวาลพุ่งเข้าช่วยนาย เลยกลายเป็นจอมต่อสู้กับมันแบบหนึ่งต่อสอง จักรวาลสั่งลูกน้อง “ฆ่ามันให้ได้นะเว้ย”

จังหวะที่จอมกระโดดเตะลูกน้องจักรวาลนั้น รองเท้าหลุดลอยผ่านหน้าจักรวาลไปเฉียดฉิว จักรวาลวิ่งไปขึ้นรถ ตะโกนสั่งลูกน้องให้ฆ่าจอมให้ได้

จอมเห็นดังนั้นพุ่งไปกระโดดเกาะรถ เมื่อลูกน้องจักรวาลขับออกไป เขาสั่งให้สะบัดให้หลุด แต่จอมเกาะแน่นมากสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด สุดท้ายจักรวาลโผล่ออกมาทางหน้าต่างยิงใส่จอมและให้ลูกน้องขับสะบัดแรงๆจอมเห็นท่าไม่ดีทิ้งตัวจากรถตกลงมากลิ้งกลางถนนหลายตลบ

ในโรงน้ำแข็ง พวกฝรั่งถูกผู้กำกับและเฮียหลงถีบน้ำแข็งก้อนใหญ่ไหลลื่นทับจนกลิ้งกันไม่เป็นท่า ฝ่ายจ่าพยศกับดาบตุ๊ดาบต๊ะ ก็เล่นงานพวกสมุนของจักรวาลด้วยก้อนน้ำแข็งจนล้มกันระเนระนาด

ooooooo

ปีแสงกับองศามาถึงหน้าโรงน้ำแข็ง เห็นฝรั่งกับล่ามและลูกน้องกระทิงถูกจับขึ้นรถอยู่ ก็ยิ่งโมโหผู้กำกับที่ทำให้ตนพลาดโอกาสสร้างผลงาน

ผู้กำกับบ่นเสียดายที่จักรวาลกับกระทิงหนีรอดไปได้ คาดว่าพวกมันคงกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้แล้ว เพราะหลักฐานเรามีมากพอที่จะเล่นงานมัน เวลานี้มันคงต้องหาที่ซ่อนตัวแล้วหาโอกาสเอาคืนเราแน่ เตือนว่า “ยังไงก็บอกทุกคนว่าอย่าประมาทนะ”

ปีแสงรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อว่าผู้กำกับอย่างรุนแรง แต่ผู้กำกับก็ชี้แจงอย่างมีเหตุผลว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันเพราะข่าวที่ปีแสงได้มานั้นเป็นข่าวปั่นหัวเราเหมือนทุกครั้ง

“แต่พี่ก็ไม่บอกผมสักคำ” ปีแสงรับไม่ได้

“พี่ขอรับผิดเอง ที่ทำงานโดยไม่เคลียร์ให้เข้าใจกันหมด แต่พี่ต้องย้ำอีกทีแบบที่เคยพูดไปแล้วว่าทุกอย่างที่พี่ทำก็เพื่อหน่วยของเรา ก็ขอโทษด้วยนะปีแสง องศา”

แจ็ครับไม่ได้ถามว่าทำไมผู้กำกับต้องขอโทษปีแสงด้วย ปีแสงเองก็ไม่ต้องการคำขอโทษแต่ต้องการคำอธิบาย ปีแสงไม่ยอมลดราวาศอกรุกผู้กำกับอย่างหนักจนแจ็คต้องออกมาปราม บอกปีแสงตามตรงว่า

“ฉันไม่เชื่อข่าวจากสกั๊ต เพราะคนอย่างสกั๊ตมันตามจักรวาลไม่ทันหรอก แล้วพอเราส่งคนไปเจาะข่าวก็ได้ผลลัพธ์อย่างที่เห็น แกกับสกั๊ตเป็นแค่เครื่องมือของมันเหมือนเดิม”

องศาร้อนตัวถามว่าส่งใครไปเจาะข่าวหรือ ผู้กำกับตัดบทว่าเรื่องนี้ขอเก็บไว้ก่อน แต่ตอนนี้ที่เป็นห่วงคือสกั๊ตที่อาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปของจักรวาล ถ้าปีแสงยังพัวพันอยู่จะติดร่างแหไปด้วยก็ได้

“ผมเชื่อมั่นว่า สกั๊ตมันต้องรู้อะไรที่เรายังไม่รู้ ผมไม่ถอนตัว แต่ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าสิ่งที่ผมคิดมันไม่ผิด” พูดแล้วปีแสงเดินผละไปอย่างหัวเสีย ทุกคนมองอย่างไม่สบายใจ มีแต่องศาที่แอบยิ้มอย่างประเมินสถานการณ์ในทีมได้ ทำทีอาสาขอตามไปดูปีแสงให้เอง แล้วรีบผละไป

ooooooo

ออกมาอึดใจเดียว ปีแสงก็ได้รับโทรศัพท์จากเอเชียถามอย่างตกใจว่าพี่ชายตนหายไปไหน ไปดูที่ห้องก็เห็นถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ปีแสงบอกแต่ว่าสกั๊ตไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน

ฟังน้ำเสียงเอเชียที่วิตกกังวล ปีแสงนัดพบกันเพื่อปลอบใจ ทั้งคู่ไปพบกันที่ร้านกาแฟเงียบๆแบบอะเวนิว คุยกันครู่ใหญ่ เอเชียก็ยังรบเร้าจะรู้ที่อยู่ของพี่ชายให้ได้ จนปีแสงจำต้องรับปากจะพาไป

เอเชียดีใจโผเข้ากอดปีแสงด้วยความขอบคุณ

หารู้ไม่ว่า องศาหลอกพาฟ้าครามให้มาช่วยซื้อของเป็นของขวัญให้น้องของเพื่อน พาฟ้าครามไปเห็นภาพบาดตานั้นเข้าพอดี ทำให้ฟ้าครามยิ่งปักใจเชื่อว่าปีแสงกับเอเชียต้องมีอะไรกันแน่ๆ องศาทำเป็นตำหนิตัวเองว่า “พี่ไม่น่าพาฟ้ามาเจออะไรแบบนี้เลย” แต่แอบสะใจที่เห็นฟ้าครามเดินหนีไปอย่างสะเทือนใจ

จากภาพที่เห็นและจากการปลอบโยนแกมยุยงขององศา ทำให้ฟ้าครามฮึดขึ้นมาตัดใจจากปีแสงอย่างจริงจัง เมื่อบรรลุแผนการแล้ว องศาชวนกลับส่วนของที่จะหาซื้อนั้นไว้มาวันหลังก็ได้

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเลวร้ายนั่นมันควรจะต้องไม่มีอิทธิพลกับชีวิตฟ้าตั้งแต่ตอนนี้” ฟ้าครามเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง แล้วเป็นฝ่ายเดินนำไป

ooooooo

ขณะเดินผ่านร้านแหวนแกะสลัก ฟ้าครามชวนองศาเข้าไปดู เธอเลือกแหวนคู่เพื่อให้เพื่อนเขากับน้องสาวใส่คนละวงก็น่ารักดีจะได้เอาไว้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึงกัน

องศาเห็นด้วยและให้เธอลองกับนิ้วตัวเองอ้างว่าขนาดพอๆกับน้องสาวเพื่อน เมื่อฟ้าครามลองแล้วใช้ได้ถอดให้เขาเพื่อห่อด้วยกันกับอีกวง องศากลับไม่ยอมรับ แต่บอกเธอว่า

“ฟ้าอย่าโกรธนะครับ ความจริง...วันนี้พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อของขวัญหรอก พี่แค่อยากจะไปไหนมาไหนกับฟ้าบ้างเท่านั้น”

พอเห็นฟ้าครามอึ้ง เขาสารภาพว่า “ที่ผ่านมา พี่รู้สึกดีกับฟ้าแค่ไหน พี่รู้นะว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะแสดงออกอะไรให้ฟ้ารับรู้ได้ เวลาที่พี่เห็นฟ้าอยู่กับหมวดปีแสง พี่ก็ได้แต่ตั้งคำถามว่า ทำไมพี่ถึงไม่ใช่คนที่ยืนอยู่ข้างๆฟ้า แล้วทุกครั้งที่เขาทำให้ฟ้าเจ็บ พี่ก็ได้แต่คิดว่า เขาทำกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ได้ยังไง เพราะถ้าเป็นพี่ มันจะไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเด็ดขาด”

องศาพูดจนฟ้าครามทั้งเคลิ้มทั้งเขิน เขาขออนุญาตเป็นคนดูแลเธอ ขอให้เธอรับแหวนวงนี้ไว้จนฟ้าครามใจอ่อน องศาบรรจงสวมแหวนให้ที่นิ้วฟ้าคราม

ปีแสงที่เดินแกร่วรอเอเชียที่เดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์
เห็นเข้าเต็มตา ทนไม่ได้จะเข้าไปหาทั้งสองก็พอดีเอเชียเดินกลับมา ปีแสงจึงจำต้องเดินไปกับเอเชีย เพื่อพาเธอไปหาสกั๊ตตามสัญญา

ooooooo

เมื่อพาเอเชียไปหาสกั๊ตที่บ้านไม้เก่าๆหลังนั้น เอเชียสงสารพี่ชายมาก แต่สกั๊ตทำใจได้แล้ว บอกเธอว่าปีแสงหาที่ซุกหัวนอนได้ขนาดนี้ก็บุญมากแล้ว ปีแสงให้กำลังใจว่าอดทนอีกนิด อีกไม่นานเรื่องคงจบ

สกั๊ตแสดงความยินดีกับเอเชียที่ตัดสินใจเลือกผู้ชายดีๆอย่างปีแสง ทำเอาเอเชียเขินเพราะปีแสงยังไม่เคยพูดอะไรเลย พอสกั๊ตถาม ปีแสงเอาตัวรอดว่าเพราะสถานการณ์ตึงเครียดยังไม่อำนวยให้พูดเรื่องโรแมนติกแบบนี้

เอเชียซื้ออาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้า และของใช้มาให้พี่ชายมากมาย บอกว่าไม่อยากให้พี่ชายลำบากเพราะตนเคยลำบากกับแม่ขนาดฝนตกก็ยังไม่มีที่หลบมาแล้ว ความทุกข์ทรมานมันฆ่าคนตายได้ทีเดียว

“เอเชียพี่ขอโทษแทนพ่อด้วยนะ ที่เคยทอดทิ้งเอเชียกับแม่ไป พี่สัญญานะว่าจะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไปให้ได้ เพราะพี่จะไม่ยอมให้เอเชียอยู่อย่างโดดเดี่ยวต่อไปอีกแน่นอน” สกั๊ตกอดน้องไว้ด้วยความรัก

ooooooo

จักรวาลถูกลบเหลี่ยมครั้งนี้ทำให้เจ็บใจมาก เมื่อรู้ความจริงจากองศาว่า ผู้กำกับใช้ใครอีกคนที่ตนไม่รู้ตามประกบเขาตลอดเวลา และเรื่องที่โรงน้ำแข็งก็น่าจะมาจากคนคนนี้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่ามันแอบได้ข่าวไปตอนไหน

ฟังแล้วจักรวาลโมโหมากตำหนิองศาอย่างรุนแรงว่า “ฉันวางนายเป็นหมากตัวสำคัญให้เข้าไปใช้ชีวิตกินนอนอยู่กับพวกมัน แต่สุดท้ายกลายเป็นไอ้ใบ้ที่ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง” แล้วขีดเส้นตายให้องศาต้องสืบมาให้ได้ว่ามันคนนั้นเป็นใคร อย่าให้พวกมันมาเหยียบหน้าตนอีก พูดแล้วโยนรองเท้าของจอมที่เก็บได้ในวันที่ปะทะกันที่โรงน้ำแข็งให้องศาดู

องศาจำได้ว่าเป็นรองเท้าของจอมแต่ไม่อยากเอ่ยชื่อ จักรวาลถามว่าเป็นแฟนของลายเมฆใช่ไหม องศารับรองว่าคราวนี้ไม่พลาดแน่
ทั้งสองวางแผนกันทันที จักรวาลจำได้ว่าจอมสวมรอยมากับพริตตี้ที่ตนใช้งานมาหลายครั้ง

“แสดงว่าข้อมูลเกี่ยวกับเราที่มนัสได้มาก็มาจากจอมทั้งหมด” องศามั่นใจ ถามว่าจะให้ตนจัดการเลยไหม จักรวาลบอกว่าตนมีวิธีจัดการแบบเนียนมาเราก็เนียนไป เขายิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

ooooooo

หลังจากนั้น ล่ามที่เคยแปลให้จักรวาล ก็มาติดต่อจ้างพริตตี้ไปปาร์ตี้ จอมกระหยิ่มที่จะได้เล่นงานจักรวาลอีก แต่ทั้งผู้กำกับ เฮียหลง และแจ็ค ต่างตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจักรวาลไม่ติดต่อเองเหมือนทุกครั้ง ผู้กำกับวางแผนให้ดาบตุ๊ดาบต๊ะและจ่าพยศปลอมตัวไปคอยประกบห่างๆ ไม่ต้องห่วง ถามว่างานจะมีเมื่อไร

“คืนมะรืนนี้ค่ะ” จอมบอก

เมื่อถึงคืนจัดงาน สาวๆพริตตี้ของจอมมากันในชุดเซเลอร์มูนพากันกระดี๊กระด๊าเข้ามานุ่งสั้นเซ็กซี่สุดขีด

จักรวาลอยู่ในชุดซุปเปอร์แมน กระทิงแต่งชุดอินทรีแดง ทั้งสองคึกกันเต็มที่ จักรวาลมอบหมายให้อินทรีแดงพาสาวพริตตี้ไปยังอีกที่หนึ่ง แต่กันไม่ให้จ่าพยศที่แต่งเป็นไอ้มดแดงตามไปด้วย

จ่าพยศทำท่าจะไม่ยอม จอมจึงเข้ามาบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่ยศรออยู่ที่นี่ล่ะ คนที่นี่ก็เหมือนคนในครอบครัวเราทั้งนั้น  ไม่ต้องห่วงนะ” พูดแล้วหันไปชวนกระทิง “ไปค่ะ คุณอินทรีแดง”

จ่าพยศแจ้งดาบตุ๊กับดาบต๊ะที่คอยระวังอยู่ที่รถให้เตรียมพร้อมไว้มีอะไรฉุกเฉินจะได้เรียกได้ทันที สองดาบรับปากแข็งขันแล้วปรับเบาะเอนลง ครู่เดียวก็หลับไปทั้งสองคน

ooooooo

จักรวาลลวงจอมกับพริตตี้ขึ้นไปที่ดาดฟ้าคลับเฮาส์ แล้วเปิดฉากเล่นงานทันที ด่าจอมว่าเป็นสายลับ เมื่อจอมไม่ยอมรับก็ถูกด่า เอารองเท้าของจอมขึ้นมา ชี้หน้าเป็นหลักฐาน บอกว่าถ้าจอมใส่รองเท้านี้ได้พอดี ก็เตรียมตัวเป็นนางเอกเทพนิยายเรื่องเจ้าหญิงนิทราได้เลย

ปรากฏว่าจอมใส่ได้พอดีเป๊ะ จักรวาลสั่ง “ฆ่ามัน” จอมรีบกดกำไลข้อมือเพื่อส่งสัญญาณทันที จ่าพยศได้ยินสัญญาณ รีบวิ่งออกไปด้วยความเป็นห่วงจอม ถูกลูกน้องจักรวาลที่คอยท่าอยู่ฟาดท่อนไม้ที่ท้ายทอยสลบไป ส่วนดาบตุ๊กับดาบต๊ะสะดุ้งตื่น ค่อยๆย่องมาทางขึ้นบันได

ที่ดาดฟ้า แม้ว่าจอมจะมีพริตตี้หลายคน แต่สาวๆเหล่านั้นได้แต่ร้องวี้ดว้ายวิ่งหลบกันวุ่นวาย มีแต่จอมคนเดียวที่ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอย่างยอมตายถวายชีวิต

ครู่หนึ่งดาบตุ๊กับดาบต๊ะก็มาช่วย แต่ทั้งสองดาบก็ถูกลูกน้องของจักรวาลเอาท่อเหล็กแป๊บทั้งฟาดทั้งเสียบเสียจนฟุบไป แต่ดาบตุ๊ที่เจ็บน้อยกว่าบ้าดีเดือดขึ้นมา ลุกพรวดพุ่งเข้า หากระทิงไม่ดูตาม้าตาเรือ ถูกกระทิงฟาดเหล็กเสยคางโครมเดียวก็สลบเหมือด

แม้จะเหลือเพียงคนเดียว แต่จอมก็สู้ไม่ถอย ถูกกระทิงจับบีบคอหิ้วขึ้นไปจนหน้าเขียวทำท่าจะขาดใจอยู่รอมร่อ

พริบตานั้น ชายชุดดำก็โผล่พรวดมาถีบกระทิงจนกลิ้ง ช่วยประคองจอมขึ้นมา แล้วชายลึกลับก็พุ่งเข้าหาจักรวาล ถูกลูกน้องเข้ามาขวางก็เล่นงานจนมันแตกกระเจิง พวกมันกรูกันเข้ามาอีกก็ถูกเล่นงานแตกกระเจิงไปอีก จักรวาลหันไปหยิบปืนกระบอกใหญ่ขึ้นมาคำราม

“แหม...ว่าจะประหยัดกระสุนสักหน่อย ลองแบบนี้ก็ไม่ต้องปล่อยเอาไว้แล้ว”

แต่ไม่ทันที่จักรวาลจะยิง ชายลึกลับก็หยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋าขว้างลงพื้น เกิดประกายไฟ ควันพุ่งโขมง พวกจักรวาลแสบตาไอสำลักกันแทบตาย แต่พอควันจาง ชายลึกลับกับจอมก็หายไปแล้ว

“เฮ้ย...มันหายไปไหน” จักรวาลตะคอกถาม ครั้นชะโงกมองลงไปเห็นชายลึกลับอุ้มจอมโรยตัวลงเกือบถึงพื้นแล้ว “มันหนีไปข้างล่างแล้ว...โธ่เว้ย” จักรวาลสบถอย่างหัวเสีย

ได้แต่ชะโงกมองชายลึกลับเอาร่างจอมขึ้นมอเตอร์ไซค์พาขับหนีไปอย่างเร็ว จักรวาลยิงปืนตาม แต่ทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว

ooooooo

จอมถูกชายชุดดำพาไปยังตึกร้างแห่งหนึ่ง วางร่างเธอไว้แล้วชายลึกลับก็จะขับมอเตอร์ไซค์ไป จอมร้องเรียกไว้อย่างอยากรู้ว่าเป็นใคร และมาช่วยตนทำไม

“เป็นใครไม่สำคัญ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ชายลึกลับตอบเสียงแปลกๆ จอมถามว่าแล้วเขาไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง “ที่ไหนมีเรื่องร้าย ผมก็อยู่ที่นั่นแหละ ไม่มีอะไรแล้วผมไปก่อนนะ”

จอมพยายามถ่วงเวลาเพื่อรู้จักตัวตนเขามากขึ้น ถามว่าแล้วตนจะตอบแทนเขาได้อย่างไร ชายคนนั้นบอกว่าแค่พูดเพราะๆสักครั้งก็พอ ทำให้จอมแปลกใจ ยิ่งอยากรู้มากขึ้น หลอกล่อถ่วงเวลาจนเขาเผลอ เธอกระชากหน้ากากออก พอเห็นหน้าเต็มตา เธออุทานอย่างตระหนก

“ลายเมฆ...”

เมื่อความลับถูกเปิดเผยเช่นนี้ ลายเมฆเล่าความจริงทั้งหมดให้จอมฟังว่า ตนปรึกษากับผู้กำกับว่าจะทำอย่างไรให้ตนหายไปโดยที่ไม่มีใครสงสัย จอมฟังแล้วถามว่า ถ้าอย่างนั้นเครื่องแปลงร่างอะไรนั่นก็ไม่จริงใช่ไหม

“พูดขนาดนี้แล้วยังคิดว่ามันมีอีกเหรอ ถ้ามันมีจริงศัลยกรรมเกาหลีจะดังอย่างนี้ไหม ไม่งั้นป่านนี้เปลี่ยนหัว เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนไส้ในกันหมดแล้ว”

จอมมองหน้าลายเมฆอย่างสนิทตาสนิทใจ ขอให้เขาทำเสียงปกติได้ไหม ลายเมฆจึงเอาเครื่องแปลงเสียงที่ติดไว้ออก พูดติดตลกว่า

“จะว่าไป ไอ้แบบที่ฉันเป็นอยู่นี่มันก็ดีเหมือนกันนะ เหมือนถอดวิญญาณไปไหนมาไหนได้ทุกที่ไม่มีใครรู้”

นี่เอง ทำให้จอมนึกถึงเรื่องที่ตนติดใจสงสัยกับเหตุการณ์และเสียงแปลกๆที่เคยได้ยินหลายครั้ง ถามว่า “ถ้าเธอแอบอยู่ทุกที่ เวลาที่ฉัน...คุยกับเฮียหลงกับพี่มนัส...”

จอมพูดไม่ออก เพราะที่เธอคุยกับเฮียหลงและผู้กำกับมนัสแล้วเกิดมีเสียงแปลกๆนั้น เป็นการพูดอย่างเปิดใจถึงความรักที่ตนมีต่อลายเมฆ ที่ยังมั่นคงเหนียวแน่นมาเป็นสิบปี คิดแล้วระแวงว่าทั้งสองครั้งนั้น คงเป็นแผนของเฮียหลงกับผู้กำกับแน่ๆ บอกว่าแบบนี้ต้องมีเคลียร์กันแล้ว ลายเมฆฟังแล้วอมยิ้มกับอาการเขินและเคืองของเธอ

ooooooo

ที่ร้านของเฮียหลง ผู้กำกับ เฮียหลง และแจ็ค ยืนคุยกันอยู่ แจ็คบ่นอย่างเบื่อหน่ายที่ต้องปลอมตัวเป็นลายเมฆที่ห่ามๆเฮี้ยวๆตลอดเวลาทั้งที่ตัวเองเป็นคนสุภาพเรียบร้อย

ผู้กำกับขอให้อดทนทำเพื่อชาติ ล้างคนพาล อภิบาลคนดีก็แล้วกัน ยังไงพระท่านก็ต้องเข้าใจอย่าคิดอะไรมากเลย

ทันใดนั้น จอมผลักประตูผลัวะเข้ามา แจ็คต้องสวม บทบาทลายเมฆ พูดจาทักทายห่ามเฮี้ยวทันที

จอมไม่เล่นด้วย เข้ามาบอกทุกคนว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว พอทุกคนทำหน้างง จอมบอกว่า “ลายเมฆบอกจอมหมดแล้ว เตรียมตัวตายกันได้!”

จอมสั่งแจ็คให้ไปยืนกลางห้อง ตนอยากถามอะไรหน่อย แล้วตัวเองก็ไปนั่งแทนที่แจ็คสั่งให้แจ็คแนะนำตัว

“ผมร้อยตำรวจตรี เอกมันตร์ วันทรงชัย สังกัดหน่วยสืบราชการลับ หลักสูตรปลอมตัวและเลียนแบบพฤติกรรม” แจ็คจำต้องทำตามคำสั่งของจอม ผู้กำกับเห็นแจ็คอึดอัด เลยตัดบทว่า

“คืองี้จอม พี่อธิบายดีกว่า พี่เป็นคนเรียกตัวเอกมันตร์ มาเอง มันเริ่มจากที่เมฆขอตามสืบข่าวด้วยตัวเอง เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่จะทำยังไงให้เนียนที่สุด เราก็เลยคิดว่าจะให้เมฆเขาหายตัวไป”

“มันสำคัญขนาดบอกกันไม่ได้เลยเหรอคะ แล้วถึงกับ ต้องลงทุนเปลี่ยนตัวลวงโลกกับนาย...นายนี่ด้วยเหรอคะ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น”

“เพราะเป้าหมายของเรามันอยู่ใกล้เกินไปน่ะสิ”เฮียหลงช่วยพูด

“จอมจำวันที่เราหาหลักฐานที่สุสานรถได้ไหม รอยเลือดที่กระจกที่จอมสงสัยน่ะ” ผู้กำกับทบทวนให้ฟัง พอจอมนึกได้ ผู้กำกับเล่าต่อไปว่า “เราเอาเลือดที่ติดอยู่กับเศษกระจกไปตรวจดีเอ็นเอ แล้วผลมันก็ออกมาชัดเจนว่าเป็นคนในหน่วยเรา”

“คนในหน่วยเรา!” จอมตกใจ พยายามคิดทบทวนเหตุการณ์ในวันนั้น จำได้ว่าลายเมฆชี้ไปที่รอยเท้าบนพื้น ถามว่านี่รอยเท้าใคร ผู้กำกับบอกว่าน่าจะเป็นขององศา เพราะองศาสลบอยู่ตรงนี้ ตอนนั้นลายเมฆยังวิเคราะห์ว่า

“แต่ถ้าให้เดาจากน้ำหนักที่ตี แล้วก็ดูจากรูปถ่ายรอยช้ำที่คอ ผมว่าคนตีมันไม่น่าจะสูงกว่าผมแน่ น่าจะไซส์ประมาณปีแสง องศา ราวๆนั้น”

คิดทบทวนแล้ว จอมพึมพำเหมือนได้คำตอบว่า

“องศาเหรอ...”

ooooooo
ตอนที่ 12


ดาบต๊ะถูกพาเข้าห้องไอซียู ดาบตุ๊ จ่าพยศ และองศาคอยอยู่หน้าห้อง ดาบตุ๊ตีโพยตีพายกลัวน้องตาย

“ที่มันต้อง เป็นอย่างนี้เพราะมันโง่ ไม่รู้จะวิ่งมาขวางทำไม ตั้งแต่เล็กจนโตผมด่ามันไม่รู้เท่าไหร่ มันก็ไม่ฉลาดขึ้น มันคิดอะไรเองไม่เป็น”

จ่าพยศปลอบให้ใจเย็นๆ ดาบตุ๊ก็ยังพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ว่าดาบตุ๊นั้นคิดอะไรไม่เป็น ตนทำอะไรก็ทำตามทุกอย่าง แม้แต่ตนไปรักผู้หญิงก็ตามไปรักคนเดียวกันด้วย พูดแล้วร้องไห้บอกว่าไม่ยอมให้น้องตายก่อนตนแน่ พูดอย่างแค้นใจว่า “ถ้าไอ้ต๊ะเป็นอะไรไป ผมจะตามฆ่าพวกไอ้จักรวาลมันด้วยมือผมเอง”

“ผมก็จะช่วยด้วยอีกคน ดาบตุ๊กับดาบต๊ะก็เหมือนกับพี่ชายแท้ๆผม เราร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งนาน ถ้าใครมาทำพี่ชายผม ผมก็สู้ตายเหมือนกัน” จ่าพยศแค้นแทนเพื่อน ดาบตุ๊ตบไหล่อย่างขอบคุณ

องศาดูภาพดาบต๊ะกับจ่าพยศด้วยความรู้สึกผิดหมอเดินออกมาพอดี ทั้งสามกรูกันเข้าไปถามหมอว่าดาบต๊ะเป็นอย่างไรบ้าง หมอมองหน้าแล้วย้อนถามว่าเป็นญาติคนไข้หรือ พอดาบตุ๊รับว่าใช่ หมอบอกว่าเสียใจด้วย ผมพยายามเต็มที่แล้ว

ดาบตุ๊น้ำตาทะลัก เมื่อบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้ออกมาเห็นมีศพนอนใต้ผ้าคลุม ดาบตุ๊ถึงกับเข่าอ่อนโผเข้าไปกอดศพใต้ผ้าคลุม ร้องไห้คร่ำครวญ

“ไอ้ต๊ะ...มึงมาตายก่อนกูได้ยังไง มึงต้องแล้วแต่กูสิ กูยังไม่ให้มึงตาย มึงลุกขึ้นมาเลยไอ้ต๊ะ...ไอ้ต๊ะ มึงเห็นแก่ตัว มึงสบายไปแล้วคนเดียว เอากูไปด้วยสิไอ้ต๊ะ...”

“อยากไปก็ไปสิตุ๊” เสียงคุ้นหูดังจากข้างหลัง ดาบตุ๊ผงะถามว่าจะเอาตนไปจริงๆหรือ เสียงนั้นถามอีกว่า “ก็ตุ๊อยากไปรึเปล่าล่ะ”

ดาบตุ๊เริ่มกลัวถอยออกมาจนชนเข้ากับอีกเตียงหนึ่งที่เข็นออกมา พอหันมองก็เห็นดาบต๊ะนอนอยู่

“ไอ้ต๊ะ มึงไม่ตายเหรอ” ดาบตุ๊ตะลึง

“ก็ตุ๊ไม่อยากให้ต๊ะตาย ต๊ะก็แล้วแต่ตุ๊” ดาบต๊ะตอบแบบเดิม ดาบตุ๊หันมองไปที่เตียงเดิมถามว่าแล้วนี่ใคร พลางเดินไปเปิดผ้าคลุมออก เห็นเป็นคนแก่นอนตายอยู่บนเตียง ดาบตุ๊ถอยกรูด หมอถามว่าตกลงไม่ใช่ญาติใช่ไหม “ไม่ใช่...ใครก็ไม่รู้ น้องผมอยู่นี่ ดูหน้าไม่ออกเหรอหมอ” ดาบตุ๊ต่อว่าหมอกลายๆ

องศามองดาบต๊ะที่นอนอยู่บนเตียงแล้วถอนใจโล่งอกที่เห็นเขาปลอดภัย

ooooooo

ระหว่างที่ผู้กำกับมนัส เฮียหลงมาเยี่ยมดาบต๊ะ มีดาบตุ๊ องศา จ่าพยศ นั่งกันอยู่ก่อนแล้ว องศาเห็นความรักความห่วงใยและความอบอุ่นที่ทีมงานมีต่อกัน ก็รู้สึกดีไปด้วย แต่ก็อดหาข่าวของจักรวาลไม่ได้ถามว่า พวกจักรวาลเป็นยังไงบ้าง

“ตอนนี้มันหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ ยังไงเราก็ต้องตามล่าตัวมันให้ได้ แค่หลักฐานที่เราได้มาก็ทำให้ไอ้จักรวาลเถียงไม่ออกแล้ว” ผู้กำกับตอบรวมๆย้ำๆ อย่างหยั่งเชิง

เฮียหลงบอกว่ากลัวมันไม่เถียงแต่จะกบดานเงียบรอจังหวะซุ่มโจมตีเรา  แล้วถามองศาว่าคิดยังไง  องศากล้อมแกล้มว่าก็คงเป็นอย่างที่เฮียหลงพูด ตนว่าเราก็คงต้องซุ่มเงียบรอจังหวะเหมือนกัน

“แต่พี่คงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ถ้าเราเงียบก็เหมือนเปิดทางให้มันทำชั่ว แค่ทุกวันนี้มันก็มั่วพอแล้ว วางแผนอะไรไปโดนมันไล่ทันหมด” ผู้กำกับพูดเป็นปริศนา

ทั้งเฮียหลงและผู้กำกับวิเคราะห์จักรวาลกัน  ตบท้ายด้วยการถามความเห็นองศาทุกที ทำให้องศายิ่งรู้สึกตัวเองผิดมากขึ้น...มากขึ้น

เมื่อออกจากห้องดาบต๊ะ ผู้กำกับกับเฮียหลงเดินคุยมาด้วยกัน เฮียเอ่ยขึ้นอย่างสะใจว่า

“แหม...เมื่อกี้ผู้กำกับตั้งใจพูดหยอดองศาจังๆเลย
นะครับ”

“อันนี้เป็นตัวอย่างที่สายลับไม่ควรทำนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆน่ะ คิดดูซิ ถ้าดาบต๊ะเกิดเป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะว่ายังไง พี่ล่ะสงสัยจริงๆ ว่าองศาเขาทนเห็นคนกันเองถูกทำร้ายลงคอได้ยังไง”

“จะว่าไปแล้ว เขาก็มาเพื่อการนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ รอบนี้น่ะเป็นคราวซวยของดาบต๊ะรอบหน้าอาจจะเป็นของผู้กำกับหรือผมก็ได้” ฟังเฮียหลงแล้วผู้กำกับบอกว่าตนคงไม่ปล่อยให้ถึงวันซวยของตัวเองหรอก เฮียหลงร้องเสียงหลงว่า “อ้าว...แล้วพวกผมล่ะครับ”

“เออ...ก็หมายถึงพวกเราทุกคนนั่นล่ะ เอ๊ะ...ว่าแต่เอกมันตร์หายไปไหน วันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย”

ooooooo

เอกมันตร์หรือแจ็คผู้สงบเสงี่ยมธัมมะธัมโม เมื่อต้องมาสวมบทบาทเป็นลายเมฆจึงต้องโกหกมดเท็จกะล่อนตบตาทุกคน ทำให้รู้สึกบาป วันนี้จึงมาหาหลวงตานุ่งขาวห่มขาวสวดศีลห้า แต่พอสวดถึงข้อ มุสาวาทา...ก็หยุดกึก

หลวงตาถามว่า เป็นอะไร แจ็คบอกว่าตนละอายเกินกว่าจะว่าศีลข้อนี้ได้ แล้วเริ่มฟูมฟายว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาตนไม่สามารถปฏิบัติศีลข้อนี้ได้เลย ถึงเอาน้ำมนต์มาราดทั้งตัวก็ล้างบาปไม่หมด

หลวงตาถามว่ารู้ตัวแล้วทำไมไม่หยุด แจ็คอ้างว่ามันเป็นหน้าที่ หลวงตาเดาตามอาชีพที่ต้องโกหกว่าเป็นทนายหรือ หรือเซลส์  แจ็คปฏิเสธหมด หลวงตาเลยบอกว่าถ้าไม่อยากบอกตรงๆก็ใบ้หน่อย

“ผมเป็นคนของประชาชนครับ” แจ็คบอกแค่นั้น หลวงตาบอกว่าถ้ายังไม่ไว้ใจหลวงตา ไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นใคร หลวงตาก็ไม่สามารถหาวิธีดับทุกข์ที่เป็นต้นเหตุให้ได้ “งั้นหลวงตาสัญญาได้ไหมครับว่าจะเก็บเรื่องที่ผมบอกเป็นความลับ”

เมื่อหลวงตาให้สัญญา แจ็คกำลังจะบอก ก็ได้ยินเสียงผู้กำกับกระแอมกระไอ แล้วเดินเข้ามากับเฮียหลง แจ็คตกใจรีบกลบเกลื่อน บอกหลวงตาว่า

“ผมเป็น...นักการเมือง”

“โอ้...นรกกินกระบาล” หลวงตายกมือกุมหน้าผาก

ooooooo

ผู้กำกับกับเฮียหลงมาเล่าเรื่องดาบต๊ะถูกพวกจักรวาลเล่นงานเกือบตายให้แจ็คฟัง แจ็คถามว่าแบบนี้เรายังจะปล่อยให้องศาลอยหน้าเดินไปมาอยู่อย่างนี้อีกหรือ

ผู้กำกับบอกว่าถ้าองศาไม่ใช่หมากตัวเดียวที่จะทำให้เราเล่นงานจักรวาลได้ตนก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน แล้วถามแจ็คว่าเสร็จธุระหรือยัง จะได้กลับพร้อมกันเลย

แจ็คบอกว่าตนต้องกวาดใบไม้ที่ลานวัดต่ออีกหน่อย ชวนผู้กำกับไปกวาดด้วยกัน เห็นผู้กำกับลังเล แจ็คสาธยายถึงอาชีพตำรวจที่ต้องฆ่าโจรตลอดมา จนตอนนี้มีเจ้ากรรมนายเวรมากขนาดไหนแล้ว พูดเนิบๆว่า

“ต่อให้ทำบุญปล่อยปลาวาฬ คิดเหรอครับว่ามันจะชดใช้พอ ผมคำนวณให้เล่นๆนะครับ กว่าพี่จะตาย...”

“พอแล้ว ไม้กวาดอยู่ไหน” ผู้กำกับตัดบทแล้วเดินตามแจ็คไปหาไม้กวาดกวาดลานวัดกัน

ระหว่างผู้กำกับกางร่มกวาดลานวัดกับเฮียหลงและแจ็คนั่นเอง ฟ้าครามกับองศาก็เดินคุยกันเข้ามาในวัด แจ็คทนดูไม่ได้ขอทำหน้าที่แทนลายเมฆ เข้าไปคุยกับฟ้าครามและองศา

ooooooo

ทั้งหมดพากันไปนั่งที่โต๊ะใต้ร่มไม้ ฟ้าครามบอกว่าองศาชวนมาทำบุญให้ดาบต๊ะ องศาชี้แจงเพิ่มเติมว่าตอนดาบต๊ะอยู่ในห้องไอซียู ตนสวดมนต์ขอให้ดาบต๊ะรอดพ้นอันตราย เมื่อดาบปลอดภัยแล้วตนเลยแวะมาทำบุญให้

ระหว่างคุยกัน องศาถูกทั้งผู้กำกับ เฮียหลง และแจ็คพูดจิกกัดเป็นระยะ จนเมื่อแจ็คเห็นฟ้าครามใส่แหวนทักว่าพ่อไม่เคยเห็น องศารับว่าตนเป็นคนซื้อให้เอง พลางก็ยกมือขึ้นจับโน่นจับนี่ที่หน้าอย่างเคอะเขิน ทำให้แจ็คเห็นแหวนที่นิ้วองศาเหมือนกันเด๊ะกับฟ้าคราม เขาขอคุยกับฟ้าครามส่วนตัวทันที

แจ็คตะล่อมถามฟ้าครามว่าคิดอย่างไรกับองศาเพราะแหวนแบบนี้มีแต่คนเป็นแฟนกันเท่านั้นที่ใส่ ตอกย้ำกับฟ้าคราม ว่าถ้าเธอใส่คู่กับปีแสงตนก็ไม่มีความเห็นไม่มีคำถาม แต่นี่มันไม่ใช่

“ฟ้าไม่เข้าใจเลย ทีเมื่อก่อนพ่อพยายามกีดกันฟ้ากับพี่ปีแสงนักหนา หาว่าไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ พอฟ้าเลิกยุ่งกับพี่ปีแสงจริงๆพ่อกลับไม่เห็นด้วย” ทั้งยังอ้างคำพูดของพ่อที่เปิดทางให้องศาเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดี แจ็คถามอย่างไม่มีข้อแก้ตัวว่าตกลงฟ้าจะเป็นแฟนกับองศาจริงๆใช่ไหม “ตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่ แต่ต่อไปก็ไม่แน่ค่ะ”

พูดแล้วฟ้าครามลุกไปอย่างไม่อยากถูกซักถามให้หนักใจไปกว่านี้อีก แจ็คกังวลใจรีบตามไปแต่ฟ้าครามไม่คุยด้วยอ้างว่าต้องรีบไปธุระกับองศาต่อ

ขึ้นรถแท็กซี่ไปกับองศา ฟ้าครามนั่งนิ่งขึงจนองศาถามว่าเป็นอะไร เห็นเงียบตั้งแต่ออกจากวัด ถามว่ามีอะไรเกี่ยวกับแหวนที่เราใส่กันอยู่หรือเปล่า

“พี่องศาไม่ต้องกังวลนะคะ สุดท้ายแล้ว แหวนที่เราจะใส่ ก็ควรจะเป็นแหวนที่เราเลือกเอง ไม่ใช่วงไหนๆที่ใครจะมายัดใส่ให้ หรือถ้าจะไม่ใส่ก็ต้องไม่ใช่เพราะใครบอกให้ถอด” พูดแล้วยิ้มให้องศาอย่างมั่นใจ ทำให้องศาสบายใจขึ้น แต่ฟ้าครามเองกลับหน้าเครียดเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

ooooooo

ฝ่ายบรรดาผู้ใหญ่ที่สุมหัวกันอยู่ เฮียหลงโวยวายว่าถ้าลายเมฆรู้ว่าลูกสาวกำลังเลือกโจรแทนตำรวจละก็เป็นเรื่องแน่ ผู้กำกับเสนอว่าเราต้องทำอะไรก่อนที่ ฟ้าครามจะถลำลึกไปกว่านี้ เราต้องหาทางทำให้ปีแสงกับฟ้าครามหันมารักกันเหมือนเดิม

แจ็คโทษว่าเป็นบาปของผู้กำกับแท้ๆ ที่สั่งให้ปีแสงจีบ เอเชีย ผู้กำกับตัดบทว่าไม่ต้องย้ำ ตนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อลายเมฆเสียสละตัวเองไปทำงานเสี่ยงแทนพวกเรา เราก็ยิ่งต้องช่วยกันดูแลฟ้าครามแทนให้ดี เฮียหลงเสนอว่าต้องถามปีแสงให้แน่ชัดเสียก่อน จะได้ไม่ทำงานเสียเวลาเปล่า

แจ็คถามว่าจะแจ้งเรื่องนี้ให้ลายเมฆทราบหน่อยไหม ผู้กำกับทำท่าปวดหัวบอกว่าไม่ใช่แค่หน่อยเดียว แต่ต้องแจ้งให้ทราบมากเลยล่ะ

เมื่อผู้กำกับไปถามปีแสงว่าคิดอย่างไรกับฟ้าคราม ปีแสงตอบอย่างเศร้าหงอยว่าตนจะทำอะไรได้ในเมื่อฟ้าครามเลือกแบบนั้นแล้ว ผู้กำกับย้ำว่า

“นี่เป็นเวลาที่ต้องพูดความจริงกันแล้วนะ ถ้าพี่คิดจะช่วยปีแสงเรื่องนี้ พี่ต้องมั่นใจว่าความรู้สึกที่ปีแสงมีให้ฟ้ามันยังไม่เปลี่ยนแปลง”

“ต่อให้ผมรู้สึกยังไง มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะครับตอนนี้ ที่จริงพี่มนัสกับทุกคนก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอครับที่ฟ้าจะได้ลงเอยกับองศา คนที่ใครๆก็มองว่าดี”

“แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าคนที่ฟ้ารักคือใคร แล้วนายก็รู้ดี” ผู้กำกับพูดทิ้งท้ายแล้วลุกไป

ooooooo

แผนทดสอบรักพิสูจน์ใจของฟ้าครามกับปีแสงเริ่มในคืนนี้ทันที โดยมีผู้กำกับมนัสเป็นหัวโจก มีความร่วมมือจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นเจ้าของปัญหา คือปีแสง ฟ้าคราม และองศา

จัดฉากเฮียหลงเลี้ยงฉลองลูกในท้องพจมานมีอายุครบ 5 เดือน รอจนฟ้าครามกับองศากลับมาก็เปิดฉากเล่นละครกันทันที

ปีแสงถูกจัดให้ทำบาร์บีคิว แจ็คจัดแจงบอกให้ฟ้าครามไปช่วยปีแสงปิ้งบาร์บีคิว องศาจะตามไปด้วย ถูกพจมานกันท่า ขอร้องให้ช่วยคนท้องอย่างตนปอกผลไม้ดีกว่า ว่าแล้วลากองศาไปเลย

ระหว่างปีแสงกับฟ้าครามช่วยกันปิ้งบาร์บีคิว ปีแสงถามฟ้าครามว่าตกลงจะเป็นแฟนกับองศาจริงๆหรือ เธอไม่ตอบแต่กลับย้อนถามว่ามันผิดตรงไหนถ้าตนจะเลือกคนที่เห็นค่าและคอยห่วงใยตน

ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงตัดพ้อต่อว่ากันประสาคนเคยรักกัน จนเฮียหลงเข้ามาบอกว่า เดี๋ยวทานอะไรกันเสร็จแล้วเรามีอะไรสนุกๆทำกันหน่อย นั่นคือ เปิดฟลอร์ดูดวง คุยอวดว่า ยิ่งคนท้องอย่างพจมานดูด้วยแล้วเชื่อได้ว่าแม่นมากๆ

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฟ้ารู้สึกว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยนอยู่พอดี น้าพจจะได้ช่วยเช็กให้” ฟ้าครามพูดประชดปีแสง มองหน้าเขาอย่างมีเลศนัย

ooooooo

พจมานดูไพ่ให้ฟ้าครามเป็นคนแรก ทำนายทายทักเป็นการเป็นงานท่ามกลางทุกคนที่มุงกันเข้ามาดูมาฟังอย่างใจจดจ่อ

“พจว่าเอาเรื่องที่ไพ่ขึ้นชัดๆก่อนดีกว่าค่ะ อันนี้แจ่มๆเลย” พจมานชี้ไปที่ไพ่ “ตอนนี้น้องฟ้ากำลังมีชีวิตผูกพันนุงนังอยู่กับผู้ชายร่างสันทัดผิวสองสี จิตของน้องฟ้ากับผู้ชายคนนี้ดูจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก แต่ก็เหมือนว่ากำลังมีปัญหาเพราะคลื่นแทรกบางอย่าง”

พอพจมานพูดถึงผู้ชายผิวสองสีร่างสันทัด ทุกคนก็มองไปทางปีแสง ครั้นพูดถึงคลื่นแทรกเกี่ยวกับผู้หญิงร่างเล็กผิวขาว ผู้กำกับ เฮียหลง และแจ็คก็มองหน้ากันทำปากว่า “เอเชีย”

“ส่วนอีกคนจะเป็นชายร่างสันทัดผิวขาวหน้าตาดี” พจมานพูดไม่ทันขาดคำทุกคนก็มองไปทางองศา ปีแสงถามว่าผู้ชายคนนี้จะเข้ามาเป็นปัญหาใช่ไหม พจมานตอบทันทีว่า “ใช่ค่ะ เขาจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างน้องฟ้ากับผู้ชายที่ผูกพันกัน”

ปีแสงชมประชดฟ้าครามว่าท่าจะแม่นจริงๆ ฟ้าครามเลยถามแดกดันปีแสงบ้างว่า แล้วผู้หญิงร่างเล็กผิวขาวเขาทำอะไร พจมานฟันธงว่านี่แหละคือต้นเหตุที่เข้ามาตัดสัมพันธ์ของน้องฟ้ากับผู้ชายผิวสองสี ฟ้าครามหันไปเสียดสีปีแสงว่า “แหม...แม่นอย่างที่พี่ว่าจริงๆด้วยค่ะ”

“แต่เดี๋ยวนะคะ” พจมานขัดขึ้น “ดูๆไปแล้วผู้หญิงคนนี้จะไม่เท่าไหร่ แต่ให้ระวังไอ้ผู้ชายผิวขาวหน้าตาดีคนนี้ให้ดีเลยค่ะ เขาจะไม่ใช่แค่เข้ามาทำลายความผูกพันของน้องฟ้ากับผู้ชายคนแรก แต่เขาจะทำให้หลายคนที่น้องฟ้ารักได้รับอันตรายจากเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก”

องศารู้ว่าตัวเองกำลังถูกรุมเล่นงาน พูดแทรกขึ้นว่ายังไงไพ่ก็คือไพ่ เฮียหลงแย้งว่าไพ่ยิปซีนี่แม่นมากโดยเฉพาะพจมานดูให้ยิ่งแม่นใหญ่เพราะเธอเป็นลูกศิษย์เจ้าพ่อสมิง เลยใช้ดวงตาสมิงมองไพ่

“แหม...แต่เจ้าพ่อสมิงไม่น่าจะดูไพ่ยิบซีได้นะครับ ถ้าไพ่ตองก็ว่าไปอย่าง” องศาเย้ยในที

ได้เรื่องทันที! ไฟในบ้านดับวูบ ลมพัดซู่ซ่าเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ข้าวของปลิวว่อน พจมานที่อยู่ๆก็ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ทุกคนกลัวกันลนลาน แจ็คหาว่าองศาดูถูกเจ้าพ่อสมิงเลยเกิดเรื่อง

แล้วจู่ๆพจมานก็ลุกขึ้นยืนด้วยอาการของคนแก่ แม้แต่เสียงพูดก็เปลี่ยนไปเป็นคนแก่ ตวาดถามว่าใครมาพูดจาจาบจ้วง ทุกคนหลบกันหมด องศาเองก็ไปหลบอยู่มุมหนึ่ง พจมานก็ยังอุตส่าห์เห็นชี้หน้ากระทืบเท้า

“ท่ามึงจะไม่ตายดีเสียแล้ว” พลันก็หันไปทางแจ็ค มนัส เฮียหลง ฟ้าคราม และปีแสง “พวกมึงก็จะตายไม่ดีเหมือนกัน เพราะไอ้นี่จะนำหายนะมาให้”

ปรากฏว่าทุกคนถูกด่าว่าโง่ ไม่รู้ตัวว่าอยู่ใกล้อสรพิษ หัวหน้าโง่ลูกน้องก็โง่แบบนี้จะไปตามเกมผู้ร้ายทันได้ยังไง สงสารประเทศชาติจริงๆ

“อ้าวๆๆตัวท่านก็เป็นถึงเจ้า มีอิทธิฤทธิ์มากมาย ทำไมไม่ช่วยคุ้มครองคนดีกำจัดคนชั่วบ้างล่ะครับ ดีแต่พูดปัดสวะให้พ้นตัว ถ้าบ้านเมืองไม่เจริญมันก็เป็นเพราะคนเอ๊ย...ผีอย่างท่านล่ะนะ”

“สามหาว หาว่าเจ้าเป็นผี พวกมึง...ตาย!”

พจมานทำท่าผลักฝ่ามือไปข้างหน้า พลันก็มีลมพัดแรงจนทุกคนเซ แล้วเจ้าพ่อก็คำราม

“แล้วมึงจะรู้จักเจ้าพ่อสมิงดีกว่านี้ ฮ่าๆๆ” แล้วลมก็พัดแรงขึ้นจนน่ากลัว

ที่นอกหน้าต่างซึ่งไม่มีใครเห็น ลายเมฆมือหนึ่งถือไมโครโฟน อีกมือบังคับพัดลมขนาดใหญ่ 3-4 ตัว ให้พัดเข้ามาในบ้าน

ทุกคนพากันวิ่งหนีออกจากห้องหัวซุกหัวซุน เฮียหลงถูกของตกใส่หัวเลยแกล้งทำเป็นสลบ เมื่อทุกคนหนีออกไปหมดแล้ว แจ็คไปร้องบอกเบาๆ ที่หน้าต่างว่า “ออกกันไปหมดแล้ว” ครู่เดียวลายเมฆก็ปีนหน้าต่างเข้ามา เข้ามาดึงผ้าดำที่ปูอยู่คลุมร่างแล้วให้พจมานขึ้นขี่ เอาไฟฉายส่องทำให้ดูเหมือนพจมานเหาะได้ พวกที่หนีออกไปนอกบ้านมองเข้ามาพากันตกใจหูตาเหลือก

กว่าจะเล่นละครฉากนี้จบ ลายเมฆก็แบกพจมานเสียจนลิ้นห้อย

ooooooo

เมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว พจมานทำเป็นเพิ่งได้สติถามว่าเจ้าพ่อสมิงมาประทับทรงตนจริงหรือ ทุกคนบอกว่าจริง โดยเฉพาะฟ้าครามยืนยันอย่างตื่นเต้นว่าถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองคิดว่าตาฝาดแน่ๆ

พจมานถามว่าแล้วท่านว่ายังไงบ้าง แจ็คฉวยโอกาสด่าองศาอีกรอบว่า “อยู่ๆท่านก็บอกว่าองศาจะนำหายนะมาให้พวกเราครับ” ทำเอาองศาเหวอถามว่าทุกคนเชื่อเจ้าพ่อจริงๆหรือ

องศาหันไปเห็นเฮียหลงกำลังเอาผ้าเช็ดหน้ามาแปะที่หน้าผาก เลยถามเบี่ยงประเด็นว่าเฮียหลงเป็นอะไร พอเห็นว่าเฮียหลงหัวแตก ปีแสงอาสาจะไปซื้อยาปากซอยมาให้ แจ็คบอกฟ้าครามให้ออกไปด้วย จะได้ซื้อของกินมาเพิ่ม ฟ้าครามไม่อาจปฏิเสธได้จำต้องไปกับปีแสง องศามองตามไปตาละห้อย

ระหว่างรอปีแสงกับฟ้าครามไปซื้อยาและของกินมาเพิ่ม พวกที่อยู่ก็กินพลางรอพลาง แต่ทุกคนก็จงใจพูดจิก กัด ด่า กระทบ กระแทกองศาจนองศาหน้าจ๋อยเหมือนตกเป็นจำเลยของทุกคน

ooooooo

ระหว่างไปซื้อยาและของกิน ปีแสงกับฟ้าครามยังระหองระแหงกัน แต่ต่างก็จำได้ว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไรไม่ลืมซื้อให้กัน ฟ้าครามซื้อน้ำซาสี่ให้ปีแสงส่วนปีแสงก็ซื้อชาเขียวเลมอนของชอบเธอให้ แต่ก็ยังไม่วายทำปั้นปึ่งใส่กัน

ลายเมฆเล่นละครฉากนี้อย่างเหน็ดเหนื่อย คนอื่นเล่นเสร็จก็นั่งดื่มกินกันสบายๆที่บ้าน แต่เขาต้องออกไปหาซื้อน้ำกินเองข้างนอก บังเอิญฟ้าครามเห็นเข้า จำได้ว่าเป็นพ่อ ลายเมฆรู้ตัวรีบเดินหนี ฟ้าครามตามไม่ทัน ปีแสงเลยชวนกลับกันดีกว่า

เดินกลับมาครู่เดียวฟ้าครามรู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์หล่นหาย พากันเดินย้อนกลับไปหา เห็นลายเมฆเดินอยู่ไกลๆ ฟ้าครามตัดสินใจตะโกนเรียก

“พ่อ...”

ลายเมฆชะงักกึกแล้วตัดสินใจวิ่งหนีเอาดื้อๆ ฟ้าครามวิ่งไล่ตามทำให้ปีแสงต้องวิ่งตามไปด้วย

ขณะวิ่งไล่กันไปถึงสี่แยก ฟ้าครามไม่ทันระวังตัว ถูกรถคันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เธอตกใจยืนช็อก ปีแสงที่วิ่งตามมาพุ่งเข้าไปผลักฟ้าครามออก แต่ตัวเองถูกรถเฉี่ยวจนล้มสลบ

“พี่ปีแสง” ฟ้าครามร้องสุดเสียงแล้ววิ่งเข้าไปหา

“ปีแสง” ลายเมฆหันมองตกใจไม่น้อยกว่ากันกับภาพที่เห็น เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.ออกทันที

ฟ้าครามโผเข้ากอดปีแสงพร่ำเรียก บอกรักไม่ขาดปาก จนกระทั่งปีแสงยิ้มออกมาทั้งที่บาดเจ็บหนักบอกเธอว่า “พี่ได้ยินแล้ว” ฟ้าครามกอดปีแสงไว้แน่นด้วยความดีใจที่เขารู้สึกตัวแล้ว

เมื่อพากลับบ้าน ฟ้าครามจะพาไปหาหมอเพื่อเช็กสมอง ปีแสงไม่ยอมไปบอกว่าแค่นี้ไม่เป็นไร เมื่อพจมานเอาน้ำมาจะเช็ดตัวให้ ฟ้าครามขอเช็ดให้เขาเอง เฮียหลงพูดแซวลอยๆว่า

“มีคนคอยดูแลเอาใจใส่แบบนี้ ท่าทางปีแสงจะไม่อยากหายง่ายๆแล้วมั้ง”

ส่วนคนที่รู้สึกแย่ที่สุดคือองศา เขามองฟ้าครามที่ดูแลปีแสงอย่างห่วงใยด้วยความรู้สึกตัวเองโดดเดี่ยวอย่างที่สุด เขาค่อยๆเดินเลี่ยงออกไปหงอยๆ

ooooooo

ครู่ใหญ่ เอเชียก็ขับรถมาถึง เห็นฟ้าครามกำลังทายาให้ปีแสง เธอเข้าไปแทรกถามปีแสงว่าเป็นอะไร พอรู้ว่าถูกรถเฉี่ยวเธอบอกให้ไปหาหมอเช็กสมอง เดี๋ยวตนจะพาไปเอง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเอเชีย ถ้ามีอะไรหนักหนาพวกเราพาปีแสงไปกันเองได้” ฟ้าครามบอก เอเชียถามว่าทำไมต้องรอให้อาการหนักก่อน ทำไมเราไม่กันไว้ดีกว่าแก้ ฟ้าครามตอบอย่างเหลืออดว่า

“ขอโทษนะคะ ยังไงก็คงไม่มีใครห่วงพี่ปีแสงเท่ากับคนที่นี่หรอกค่ะ”

“เมื่อก่อนอาจจะใช่นะคะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้รับรองว่าพี่ไม่มีทางห่วงคุณปีแสงน้อยไปกว่าใครแน่นอน ใช่ไหมคะ คุณปีแสง”

เอเชียถามปีแสงจนเขาอึกอักจำต้องตอบว่าใช่เอเชียจึงเข้าพยุงเขาจะพาไปโรงพยาบาล ปีแสงพยายามบอกว่าตนเดินเองได้ ทั้งคู่จึงเดินออกไปด้วยกัน ปีแสงหันมองฟ้าครามอย่างไม่สบายใจ ส่วนองศายิ้มดีใจจนออกนอกหน้า บอกทุกคนว่า

“ดีนะครับที่คุณเอเชียมา ไม่งั้นหมวดไม่ยอมไปหาหมอแน่ๆ”

ผลการตรวจของหมอปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติอะไร แต่หมอก็ย้ำเตือนว่าถ้าพบว่าตัวเองรู้สึกมีอะไรที่ไม่ปกติก็ให้รีบมาหาหมอทันที

ปีแสงขอนั่งแท็กซี่กลับเองจะได้ไม่ต้องรบกวนเธอ ต่อรองกันอยู่นาน สุดท้ายเอเชียมีข้อแม้ว่าถ้าอย่างนั้นเขาต้องแวะไปดื่มอะไรอุ่นๆที่บ้านและช่วยชิมขนมที่ตนลองทำด้วย พูดแล้วคุมปีแสงไปขึ้นรถจนเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ฝ่ายองศา เมื่อกันปีแสงออกไปได้แล้ว ก็รุกฟ้าครามอยากให้เธอเปิดตัวกับตน ฟ้าครามขอเวลา เพราะตอนนี้ยังไม่พร้อมจริงๆ องศาทั้งทวงทั้งรบเร้า จนฟ้าครามตัดสินใจถอดแหวนคืนให้ บอกว่าถ้าวันไหนตนพร้อมจะขอคืนเอง พูดแล้วลุกเดินหนีไป องศามองแหวนในมือ มองฟ้าคราม ครางออกมาเบาๆ

“ฟ้า...”

โทรศัพท์มือถือขององศาดังขึ้น เขาหยิบมาดูแล้วหน้าเครียดจัด เพราะเป็นสายจากจักรวาล สั่งให้เขาเก็บพวกผู้กำกับ เพราะตอนนี้ตนถูกบีบจนไม่มีที่จะยืนแล้ว เมื่อองศาลังเล จักรวาลก็เอาเรื่องพ่อของเขามาปลุกความแค้น จบลงด้วยคำสั่ง “จัดการในส่วนของนาย ที่เหลือฉันจัดการเอง”

ooooooo

เอเชียพาปีแสงไปชิมขนมที่ตนทำและชงเครื่องดื่มให้ เธออ่อยเขาทั้งด้วยวาจาและเรือนร่าง จนปีแสงเกือบเผลอใจ แต่วินาทีเดียวเขาก็รู้สึกตัวเมื่อนึกถึงคำรำพันของฟ้าครามที่พร่ำบอก ขณะที่เขาบาดเจ็บว่า “ฟ้ารักพี่นะ...ฟ้ารักพี่ได้ยินไหม” ปีแสงก็ชะงัก

“เอ่อ...ผมขอโทษนะครับ” ปีแสงถอยห่างออกมา แล้วเดินออกไป ทิ้งให้เอเชียอารมณ์ค้างขุ่นมัวอยู่คนเดียว

ออกมาถึงหน้าบ้าน ปีแสงก็ได้รับโทรศัพท์จากสกั๊ตระบายความเหงา ความอึดอัดที่ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเก่าๆ ปีแสงจึงบอกให้เขารอเดี๋ยวตนจะไปหา

ขณะที่สกั๊ตรอปีแสงอยู่นั้น ที่หน้าบ้านมีชายลึกลับสองคนมาด้อมๆมองๆ คนหนึ่งดูดบุหรี่เต็มที่แล้วทิ้งที่พื้น ส่งสัญญาณให้อีกคนเตรียมพร้อมจะเล่นงานสกั๊ต

พอดีปีแสงนั่งแท็กซี่มาถึงทำให้มันต้องรีบหลบ ปีแสงเดินมาที่หน้าบ้าน เขาชะงักเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่าง ทำเป็นก้มผูกเชือกรองเท้าแล้วเดินไปเคาะประตู รีบเข้าห้องทำเหมือนไม่รู้สึกผิดสังเกตอะไร

ชายลึกลับสองคนเห็นปีแสงเข้าไปแล้ว ก็ส่งสัญญาณพากันออกมา กระชับปืนยาวเดินไปที่ประตู

ปีแสงกับสกั๊ตคุยกันไม่กี่คำ เสียงปืนก็รัวกระหน่ำเข้าไปในบ้าน ข้าวของถูกยิงกระจุยกระจาย เห็นทุกอย่างภายในบ้านเงียบ มันพากันบุกเข้าไป มองไปที่หน้าต่างเห็นเปิดอยู่ คนหนึ่งบอกว่า “มันหนีไปแล้ว” พลางพากันวิ่งไล่ล่า

ปีแสงกับสกั๊ตหลบอยู่หลังประตู พอมันเดินมาก็ถูกถีบ ต่อย จนล้มแล้วเข้ากระหน่ำซ้ำจนสลบไปทั้งคู่

สกั๊ตคิดว่าพวกมันตามปีแสงมา ปีแสงบอกว่าไม่ใช่ แต่เขารู้ตัว ผิดสังเกตเพราะได้กลิ่นบุหรี่ที่หน้าบ้านทำให้รับมือมันทัน บอกสกั๊ตว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตนจะจัดการกับมันเอง รอให้มันฟื้นก่อน คราวนี้เราต้องได้รู้อะไรดีๆแน่

รอจนมันฟื้น มันยอมรับว่าจักรวาลเป็นคนสั่งให้มาฆ่า สกั๊ตเกือบยิงมันทิ้งอยู่แล้ว ปีแสงขอให้ใจเย็นๆ สกั๊ตจึง “รีด” จากมันอีก จนมันทนไม่ได้ยอมสารภาพ พาทั้งสองไปที่โรงงานร้าง

ที่นั่นมีรถและตู้คอนเทรนเนอร์ที่มีคนเดินเข้าออก แต่มันทั้งสองคนไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน ปีแสงจะเข้าไปดู ให้สกั๊ตเฝ้าสองคนนี้ไว้ สกั๊ตจะขอเข้าไปด้วย ปีแสงถามว่าแล้วสองคนนี้จะทำอย่างไร

สกั๊ตมองชายทั้งสองแล้วจับหัวมันโขกกันจนสลบ ทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วพากันเข้าไปข้างใน

ooooooo

องศาจำต้องทำตามแผนของจักรวาล เอาระเบิดใส่กระเป๋าไปซ่อนไว้ในร้านของเฮียหลง แล้วปล่อยข่าวว่าถูกลอตเตอรี่ จัดเลี้ยงสุกี้ชุดใหญ่ ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้น องศาทำไม่รู้ไม่ชี้ขอตัวกับทุกคนไปเข้าห้องน้ำ

เมื่อพ้นสายตาใครๆแล้ว องศาหยิบโทรศัพท์มาเปิดอ่านข้อความ “ยังอีก...ยังลังเลอยู่อีก นี่เป็นงานที่นายรอคอยมาเป็นสิบปี จัดการได้แล้ว”

องศาหน้าเครียด เริ่มรู้สึกสับสน ครู่หนึ่งตัดสินใจไปหยิบกระเป๋าสะพายที่เอามาซ่อนไว้มาเปิดดูระเบิดเวลาที่อยู่ในนั้นหลายลูก... สุดท้ายตัดสินใจหยิบระเบิดออกมากดสวิตช์เปิดแล้ววางไว้ตามมุมร้าน พึมพำด้วยความรู้สึกผิดว่า

“ขอโทษด้วยนะทุกคน ผมก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ผมจำเป็นต้องทำ เราเดินกันคนละเส้นทางตั้งแต่แรกแล้ว”

เขาหยิบถังแก๊สเล็กๆ มาวางไว้ข้างหน้า แล้วมองดูด้วยความเจ็บปวด...หลับตาเห็นพวกเฮียหลงกำลังกินสุกี้กันอย่างมีความสุข ก่อนสลัดภาพเหล่านั้นทิ้งบิดวาล์วถังแก๊สออก เห็นไอแก๊สพุ่งออกมา!

ooooooo

ปีแสงกับสกั๊ตแอบเข้าไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าที่นี่เป็นแหล่งผลิตแบงก์ปลอมหลายสกุล  เหตุที่มันใช้รถและตู้คอนเทนเนอร์เพราะเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆง่ายทำให้ยากแก่การติดตามจับกุม

ขณะที่ทั้งสองกำลังหาทางที่จะเล่นงานมันอยู่นั้นเอง สกั๊ตก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ ปีแสงถามว่ามีอะไรหรือ สกั๊ตชี้ไปที่เป้าหมาย เห็นเอเชียยืนอยู่กับจักรวาล!

สกั๊ตคิดว่าจักรวาลจับเอเชียมา จะวิ่งเข้าไปช่วยน้อง ปีแสงรั้งไว้เตือนสติว่าขืนใจร้อนแบบนี้จะพากันแย่หมด บอกสกั๊ตว่า “เดี๋ยวผมจะไปล่อพวกมันไปอีกทาง แล้วคุณอ้อมเข้าไปช่วยคุณเอเชีย แล้วเจอกันด้านหลัง  ทำให้เงียบที่สุดนะ ถ้าพวกมันจับคุณได้ ทุกอย่างเป็นอันจบ ตกลงตามนี้นะ”

เมื่อสกั๊ตพยักหน้า ทั้งคู่จึงแยกย้ายกันปฏิบัติการ

ปีแสงไปเตะถังน้ำมันก๊าดล้มแล้วจุดไฟ กระทิงหันไปเห็นบอกจักรวาลว่า “ไอ้ตำรวจนั่น”

“มันมาที่นี่ได้ยังไง  ตามไปจัดการมันให้ได้ เก็บมันให้ได้นะเว้ย” จักรวาลสั่งเหี้ยม

กระทิงวิ่งไป นึกได้หันมาบอกจักรวาลว่าอย่าลืมดับไฟด้วย จักรวาลเปิดน้ำฉีดดับไฟอย่างทุลักทุเล เอเชียเห็นดังนั้นจะเดินไปดู ถูกสกั๊ตพุ่งเข้าไปด้านหลังเอามือปิดปากบอกให้ใจเย็นๆ ตนมาช่วยแล้ว

เอเชียพยักหน้าเดินตามสกั๊ตไป จักรวาลหันมาเห็นพอดีร้องลั่น “เฮ้ย...ไอ้สกั๊ต”

เมื่อเจอคู่แค้น สกั๊ตบอกเอเชียให้หนีไป ตนจะจัดการจักรวาลก่อน  พลางยกปืนจะเหนี่ยวไก ถูกเอเชียใช้สันมือสับข้อมือสกั๊ตจนปืนหล่นแล้วพลิกตัวตีศอกใช้มือสับคออีกทีจนสกั๊ตร่วงลงไปกับพื้น จุกจนพูดไม่ออก

“ดีมากเอเชีย” จักรวาลหัวเราะร่า  ถามสกั๊ตว่า “ทำไม งงเลยเหรอ นึกว่าหนังเหนียวเคี่ยวไม่เปื่อย สุดท้ายก็ต้องมายุ่ยที่นี่”

สกั๊ตมองเอเชียงงๆ พูดอะไรไม่ออก ในขณะที่เอเชียมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

ooooooo

องศาหายไปนานจนแจ็คสงสัย ทันใดนั้นเขาได้กลิ่นแก๊ส ร้องบอกเพื่อนๆ และเดินตามกลิ่นไป

องศากำรีโมตแน่น  หน้าเครียดจัด  นึกถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนๆในหน่วยสืบแล้ว เขาเอ่ย...

“ผมขอโทษนะครับทุกคน”

แจ็คเดินตามกลิ่นมาจนเจอถังแก๊สวางอยู่ เขาเดินเข้าไปพลางบ่นว่าใครมาเปิดถังแก๊สทิ้งไว้ เป็นเวลาที่องศากำลังจะกดระเบิด แต่พอนิ้วมือกดลงที่ปุ่มก็มีอีกมือหนึ่งมากำมือเขาไว้แน่น ถามเครียด

“นายกล้าทำอย่างนี้จริงๆเหรอ”

องศาตกใจหันไปเห็นเป็นลายเมฆก็ตกใจ ถามว่าเขาคืนร่างเดิมแล้วหรือ ลายเมฆไม่ตอบแต่ถามว่าเขากล้าทำอย่างนี้ได้ยังไง เสียแรงที่ตนไว้เนื้อเชื่อใจ องศาถามว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดแล้วหรือ

“รู้ตั้งแต่ตอนที่นายตีหัวฉัน  แต่งเรื่องหลอกฉัน  ทรยศต่อความไว้ใจของฉันของทุกคน ตอนที่ฉันหายไป ฉันคอยติดตามนายไปทุกที่...จนมาถึงตอนนี้  ตอนที่นายกำลังจะฆ่าทุกคน”

องศาอ้างว่าตนมีเหตุผลของตัวเอง ครั้นลายเมฆถาม เขาบอกว่าเพราะลายเมฆฆ่าพ่อเขา ยิงพ่อเขาที่เป็นพวกเดียวกันเมื่อยี่สิบปีก่อน

องศาเล่าความแค้นของตัวเองให้ฟัง เล่าบุญคุณของจักรวาลที่ชุบเลี้ยงตนให้ฟัง ทันใดนั้น พวกผู้กำกับและเฮียหลงกับพวกก็วิ่งกรูกันเข้ามา  ทุกคนเห็นลายเมฆต่างพากันตะลึงอึ้ง ดาบตุ๊ถามว่าทำไมสารวัตรถึงมีสองคน

จนเมื่อพากันมานั่งคุยที่ห้องโถงร้านเฮียหลง  ผู้กำกับฟังเรื่องที่องศาเล่าแล้วไม่เชื่อว่าลายเมฆฆ่าพ่อเขา  และยิ่งงงเมื่อองศาบอกว่าผู้กำกับเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ฟังองศาและทบทวนความจำแล้ว ผู้กำกับบอกว่าเหมือนจะคุ้นๆกับเรื่องนี้ แต่ก็ติงองศาว่าฟังความข้างเดียวโดยไม่หาข้อมูลมาหักล้าง เกรงว่าองศาจะถูกจักรวาลหลอกใช้อยู่ แต่องศาปักใจเชื่อจนไม่อาจเปลี่ยนความคิดได้ สุดท้ายลายเมฆสรุปว่า

“แต่ฉันก็ยังไม่หายข้องใจในสิ่งที่นายกล่าวหา  บอกข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับพ่อนายมา ฉันจะพิสูจน์ทุกอย่างให้เห็นเอง”

ลายเมฆจ้องหน้าองศาทั้งสงสารทั้งผิดหวังเสียใจกับความรู้สึกดีๆที่มีให้เขาตลอดมา

ooooooo
ตอนที่ 13


เมื่อ​ตัดสินใจ​ค้น​หา​ข้อมูล​เพื่อ​พิสูจน์​ความ​จริง​กัน​แล้ว ผู้​กำกับ​และ​เฮีย​หลง​เข้าไป​ค้น​จาก​คอมพิวเตอร์​ใน​ส่วน​ข้อมูล​ลับ​สุด​ยอด

ส่วน​ลาย​เมฆ จอม และ​องศา นั่ง​คอย​ฟัง​ผล​อยู่​ที่​ห้องหนึ่ง​ใน​ร้าน​ของ​เฮีย​หลง ลาย​เมฆ​มอง​องศา​อย่าง​เห็นใจ บอก​เขา​ว่า

“เดี๋ยว​ถ้า​ความ​จริง​ปรากฏ​นาย​จะ​ได้​รู้​ว่าชีวิต​ที่​ผ่าน​มา​ของ​นาย มัน​น่า​สงสาร​ยิ่ง​กว่า​ตอน​ที่​นาย​เสีย​พ่อ​ไป​เสีย​อีก”

องศา​ฟัง​หน้า​นิ่งๆอย่าง​สงวน​ท่าที

ooooooo

สกั๊ต​ถูก​จับ​ไป​มัด​ไว้​กับ​เก้าอี้​ใน​ห้อง​หนึ่ง​ของ​โกดัง​ร้าง เขา​ถาม​เอเชีย​อย่าง​อ่อน​แรง​ว่าเรื่อง​ทั้งหมด​ที่​เกิด​ขึ้น​เป็น​ฝีมือ​เธอ​ใช่​ไหม เอเชีย​ตอบ​อย่าง​เลือดเย็น​ว่า “เข้าใจ​ถูก​แล้ว”

“นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน ทำไม​เธอ​ถึง​มา​อยู่​กับ​จักรวาล แล้ว​ทำ​อย่าง​นี้​เพื่อ​อะไร”

“แค่​นี้​มัน​ยัง​ไม่​เท่ากับ​ที่​พี่​กับ​พ่อทำ​กับ​แม่​ฉัน” เสียง​เอเชีย​เย็น​เ​ยี​ยบ เมื่อ​สกั๊ต​ถาม​ว่า​ตน​ทำ​อะไร ​เธอ​สวน​ไป​ทันที “ยัง​กล้า​มา​ถาม​คำ​นี้​อีก​เหรอ พี่​ก็​รู้​มา​ตลอด​ว่า​ฉัน​กับ​แม่​ต้อง​เป็น​ยัง​ไง ต้อง​ใช้​ชีวิต​ยัง​ไง แต่​สิ่ง​ที่​พี่​ไม่​มี​วัน​รู้​ก็​คือแม่​ฉัน​ตาย​ยัง​ไง”

เอเชีย​หยุด​กลืน​ก้อน​สะอื้น​ที่​แล่น​ขึ้น​มา ก่อน​พูด​ด้วย​น้ำเสียง​แค้น​จน​สะท้าน​ว่า

“ตั้งแต่​วัน​ที่​พ่อ​ไล่​แม่​ฉัน​ออก​จาก​บ้าน ฉัน​กับ​แม่​ก็​ไม่​ต่าง​จาก​คนจร​จัด ทั้งที่​แม่​ฉัน​ไม่ได้​ทำ​ความ​ผิด​อะไร​เลย...”

เอเชีย​บรรยาย​ถึง​ชีวิต​ที่​ทุกข์​ยาก​แสน​สาหัส​ที่​แม่​กับ​เธอ​ต้อง​เผชิญ สอง​แม่​ลูก​ต้อง​กอด​คอ​กัน​ท่ามกลางฝน​ที่​ตก​หนัก​โดย​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ไป​ไหน ครั้น​หา​บ้าน​เช่า​เก่าๆได้​ก็​ต้อง​นั่ง​เบียด​กัน​ใน​มุม​ที่​หลังคา​ไม่​รั่ว  ไม่ได้​นอน ไม่ได้​กิน หนาว​จน​สั่น​สะท้าน

“เมื่อ​แม่​ฉัน​ทน​เห็น​ฉัน​ลำบาก​ไม่ได้ จะ​ไป​ทำ​งาน​อะไร​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​รับ​เพราะ​กลัว​อิทธิพล​ของ​พ่อ ​จน​ใน​ที่สุด​แม่​ก็​ไม่​มี​ทาง​เลือก...”

เอเชีย​หยุด​กลืน​ก้อน​สะอื้น เมื่อ​เล่า​ถึง​วัน​ที่​แม่​ตัดสินใจ​ที่​จะ​หาเงิน​กับ​เสี่ย แต่​พอ​เสี่ย​พา​เข้า​ห้อง​จริงๆแม่​ก็​ทนไม่ได้​วิ่ง​ร้องไห้​ออก​มา โชค​ร้าย​เจอ​พ่อ​ของสกั๊ต​เข้า​อย่าง​จัง ถูก​พ่อ​เขา​ไล่​ตาม​แม่​มา​จนถึง​ล็อบบี้​ที่​เธอ​นั่ง​รอ​แม่​อยู่ พ่อ​ตบ​หน้า​แม่​จน​ล้ม​ไป​กับ​พื้น เอเชีย​วิ่ง​เข้าไป​กอด​แม่ เอา​ตัว​บัง​แม่​ไว้ จ้อง​หน้า​พ่อ​สกั๊ต​ด้วย​ความ​แค้น

ด้วย​ความ​ทุกข์​ยาก​แสน​สาหัส ใน​ที่สุด​แม่​ล้ม​ป่วยลง แม้​เอเชีย​จะ​พยายาม​ดูแล​แม่​อย่าง​สุด​ความ​สามารถ แต่​ใน​ที่สุด​แม่​ก็​จาก​เธอ​ไป...

“แต่​พ่อ​ก็​รู้สึก​เสียใจ​กับ​เรื่อง​นี้​มา​ตลอด ถึง​สั่ง​ให้​ฉัน​ตาม​หา​แล้ว​ก็​ดูแล​เธอ​ให้​ดี” สกั๊ต​แก้ต่าง​ให้​พ่อ

“แล้ว​มัน​จะ​มี​ประโยชน์​อะไร ต่อ​ให้​ดูแล​ฉัน​ดี​แค่​ไหนมัน​ก็​ไม่ได้​ช่วย​ให้​แม่​ฉัน​ฟื้น​กลับ​มา​ได้ พี่​ก็ได้​แต่ผลาญ​สมบัติ​พ่อ ใช้​ชีวิต​เสเพล​มา​ตลอด ใน​ขณะ​ที่​ฉัน​ต้อง​อยู่​โดดเดี่ยว​ด้วย​ความ​เจ็บปวด จน​คุณ​จักรวาล​มา​ช่วย​ฉัน​ไว้ ฉัน​ถึง​มี​ชีวิต​รอด​มาจน​ถึง​วัน​นี้ วัน​ที่​จะ​กลับ​มา​ทวง​ความ​ยุติธรรม​ให้​กับ​แม่”

เล่า​ความ​จริง​ให้​สกั๊ต​ฟัง​แล้ว เอเชีย​จ้อง​หน้า​เขา​อย่าง​เย็น​ชา สกั๊ต​นิ่ง​ไป​ด้วย​ความรู้สึก​แย่​กับ​สิ่ง​ที่​ได้​ฟัง

หลังจาก​นั้น สกั๊ต​ถูก​พา​ไป​ที่​รถ​คอน​เทน​เนอร์​ที่​มี​เครื่อง​พิมพ์​แบ​งก์​อยู่ เขา​ถาม​เอเชีย​ที่​เดิน​ตาม​มา​ว่า​จะ​พา​ไป​ไหน เอเชีย​บอก​ว่า​ตน​ไม่​ฆ่า​เขา​หรอก แต่​จะ​ให้​เขา​ใช้​ชีวิต​แบบ​ยากลำ​บาก​ดู​บ้าง​เผื่อ​จะ​เข้าใจ​ความรู้สึก​ของ​ตน​กับ​แม่​มาก​ขึ้น

เมื่อ​พา​กัน​ขึ้น​รถ​บรรทุก​คอน​เทน​เนอร์​และ​ลูกน้อง​จักรวาล​ปิด​ประตู​รถ​แล้ว รถ​เคลื่อน​ออก​ไป​โดยที่​สกั๊ต​ไม่​รู้​จุดหมาย​ปลายทาง...

ooooooo

เมื่อ​ค้น​ได้​ข้อมูล​แล้ว ผู้​กำ​กับ​และ​เฮีย​หลง​เดิน​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ที่​ลาย​เมฆ องศา และ​จอม​นั่ง​รอ​อยู่ ​ลาย​เมฆ​ถาม​อย่าง​ร้อน​ใจ​ว่า​ตกลง​เรา​ได้​ข้อมูล​อะไร​คืบ​หน้า​ไหม

“ชัดเจน”เฮีย​หลง​ตอบ​อย่าง​มั่นใจ“จ่า​สิบ​เอก​อาวุธ เริ่ม​งาน​จาก​การ​เป็น​สาย​ให้​ตำรวจ ใช้​ประสบ​การณ์​และ​ผล​งาน​สมัคร​เข้า​เป็น​สายลับ​ให้​กับ​หน่วย​ปราบปราม ก่อน​จะ​ย้าย​ตัว​เอง​มา​หน่วย​สืบสวน”

องศาถามอย่างตื่นเต้นว่ารู้กันแล้วใช่ไหมว่าพ่อตนเป็นตำรวจ

“รู้...รู้ชัดเลย” ผู้กำกับบอก “แล้วพี่ก็จำเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นได้แล้วด้วย ตอนนั้น พี่ได้รับคำสั่งจากหน่วย

ปราบปรามให้ประสานงานกับอาวุธในภารกิจครั้งนั้น  ซึ่งก็

ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขา”

แล้วเหตุการณ์ตอนนั้นก็ถูกเล่าอย่างละเอียด โดยผู้กำกับมนัสและลายเมฆซึ่งร่วมในเหตุการณ์ด้วย

เวลานั้นคนร้ายรู้ตัวว่าตำรวจกำลังจะลงมือ อาวุธซึ่งฝังตัวอยู่ในกลุ่มคนร้าย วิ่งไปคว้ากระเป๋าแล้วยัดเทปคาสเซตที่บันทึกข้อมูลหลักฐานของจักรวาลใส่กระเป๋า คนร้ายคนหนึ่งเข้ามาดึงตัวอาวุธให้วิ่งออกไป

ขณะที่อาวุธแบกกระเป๋าวิ่งหนีตำรวจที่ตามไล่ล่านั้น องศาซึ่งยังเด็กมากออกไปมองด้านนอก ถูกลายเมฆกับมนัสวิ่งชนล้ม ลายเมฆรีบขอโทษ ประคองหนูน้อยลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อ องศารีบวิ่งตามไป

ลายเมฆวิ่งตามไป เห็นตำรวจยกปืนจะยิงอาวุธที่แบกกระเป๋าวิ่งอยู่ ลายเมฆยกมือส่งสัญญาณให้ตำรวจ แล้วยกปืนจ่อไปที่กลุ่มคนร้ายซึ่งมีพ่อขององศาวิ่งปะปนอยู่ด้วย

ทันใดนั้น กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าที่หน้าอกของอาวุธต่อหน้าต่อตาองศา แล้วพวกคนร้ายก็ช่วยกันแบกร่างอาวุธหนีหายไป

“กระสุนมาจากด้านหลัง ใครยิงวะ” ลายเมฆถามมนัสที่หมอบหลบกระสุนด้วยกัน

มนัสกวาดตามองหาเห็นหลังจักรวาลวิ่งออกไปอยู่ไวๆ มนัสสั่งทันที

“ไอ้จักรวาล ไอ้สันดานดิบ เมฆตามสายของเราไปก่อน หลักฐานอยู่ที่เขา” แล้วทั้งคู่ก็วิ่งตามพ่อขององศาไป ส่วนองศายืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

เล่าเหตุการณ์เวลานั้นให้องศาฟังอย่างละเอียดแล้ว องศาถามว่าจะให้ตนเชื่อได้อย่างไรว่ามันเป็นเรื่องจริง

“สิ่งที่นายไม่เคยรู้เลยก็คือ เป้าหมายที่พ่อนายเข้าไปสืบความลับก็คือจักรวาล” ผู้กำกับยืนยัน

จอมสรุปว่าเหตุที่จักรวาลต้องฆ่าอาวุธก็เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกถึงมือเจ้าหน้าที่แล้วสาวมาถึงตัวเอง ลายเมฆบอกองศาว่า พวกตนพยายามตามหาพ่อของเขาแต่ไม่เจอ พวกนั้นพาหลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“แล้วบทสรุปที่พี่แน่ใจที่สุดตอนนี้ก็คือ จักรวาลเป็นคนยิงพ่อองศา แล้วโยนความผิดให้พวกเราเพื่อใช้องศาเป็นเครื่องมือในการจัดการตำรวจ” ผู้กำกับสรุป

“การที่มันเลือกคนที่เกลียดตำรวจให้จัดการกับตำรวจ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คนคนนั้นจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการแก้แค้น” ลายเมฆพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกขององศา จากนั้นเฮียหลงเอารูปของอาวุธในชุดตำรวจพร้อมเหรียญกล้าหาญที่ได้รับ แต่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้รับเอง ให้องศาดู องศารับมาดูน้ำตาคลอ...

ขณะที่ทุกคนจุดธูปไหว้รูปของอาวุธแสดงความคารวะอยู่นั้น จักรวาลโทร.เข้ามือถือขององศา ลายเมฆเสนอให้ผู้กำกับรับสายแล้วคุยเองเลยดีกว่า ผู้กำกับจึงรับเอาโทรศัพท์ขององศามาพูดแทน

พูดกันไม่กี่คำจักรวาลก็จำเสียงผู้กำกับได้ จักรวาลถามว่าองศาอยู่ไหน ผู้กำกับปดว่าเพิ่งโดนอัดสลบไปเมื่อกี้ยังไม่ฟื้น ถามว่าจะให้ปลุกไหม จักรวาลถามแบบนักเลงว่า “จะเอายังไง”

“นั่นสิจะเอายังไง  เพราะตอนนี้ไพ่ของวาลมันถูกหงายออกแล้ว”

จักรวาลพูดอย่างท้าทายว่าแค่หงายไพ่ใบเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ แล้วนัดผู้กำกับไปจิบน้ำชายามบ่ายคุยกันแบบส่วนตัวด้วยภาษาของเพื่อนเก่าดีไหม เมื่อผู้กำกับตอบตกลง จักรวาลวางสายยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะพึมพำ

“คิดว่าแบไต๋ฉันแล้วจะชนะกันง่ายๆ เหรอ เซอร์ไพรส์มันไม่ได้อยู่ที่ไพ่ใบเดียวหรอกเว้ย...”

ooooooo

คุยโทรศัพท์กับผู้กำกับแล้ว จักรวาลไปที่ห้องหนึ่งในโกดังร้าง ที่กระทิงเอาปีแสงมามัดกับเก้าอี้ขังเขาไว้ในนั้น ปีแสงพยายามถามว่า เอาเอเชียกับสกั๊ตไปไว้ที่ไหน

จักรวาลทำเป็นไม่รู้เรื่อง ย้อนว่าตนน่าจะเป็นฝ่ายถามมากกว่าว่าสองคนนั้นหนีไปอยู่ไหน ปีแสงโล่งใจนึกว่าสองคนนั้นหนีไปได้จริงๆ แกล้งพูดกวนประสาทไปว่า ตนถูกจับตั้งแต่สองคนนั้นยังอยู่ ตอนนี้มาถามว่าสองคนนั้นอยู่ไหน ตนจะตอบได้ไหมเนี่ย เลยถูกกระทิงต่อยจนหงายไปทั้งเก้าอี้



จักรวาลห้ามกระทิงไว้เพราะยังต้องใช้ประโยชน์อยู่ แล้วบอกให้กระทิงออกไปธุระกับตน ปีแสงโวยวายว่าให้มายกตนขึ้นก่อน กระทิงหันไปแทนที่จะยกปีแสงขึ้นมา มันกลับอัดเสียจนเขาแน่นิ่งก่อนออกไป

ooooooo

จุดนัดพบของผู้กำกับและจักรวาลคือ ลานกว้างริมแม่น้ำ ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันแบบตัวต่อตัวแต่ข้างหลังจักรวาลมีกระทิงคอยคุมเชิงอยู่ห่างๆ

แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน แต่ทั้งคู่ก็หยอกล้ออย่างต่างก็รู้ทางของกันและกันดี หลังจากพูดกระแนะกระแหนกันพอเรียกน้ำย่อยแล้ว ผู้กำกับถามจักรวาลว่าทำไมถึงอยากได้องศาคืน

“ก็เพราะวาลรักลูกน้องไง ถึงได้มาขอกันตรงๆ เพราะถ้านัสเป็นคนรักลูกน้อง นัสก็ต้องทำแบบเดียวกับวาล ไม่สงสัยเหรอว่าทีมนัสน่ะมีใครหายไปหนึ่งคน”

“ปีแสง...” ผู้กำกับเริ่มเอะใจ

“คราวนี้เหตุผลของวาลมีน้ำหนักพอหรือยัง ขอพูดสุภาษิตสอนใจกับนัสสักบทนะ อย่าไปหาเหตุถ้าอยู่กับผลของมันแล้ว”

“ได้วาล...ในเมื่อวาลตั้งใจนัดให้นัสมา เพื่อการนี้ ที่ไหน เมื่อไหร่”

“คืนนี้ ที่นี่”

“เจอกัน”

พูดแค่นั้นแล้วต่างก็หันหลังแยกกันไปคนละทาง

ooooooo

ที่ร้านของเฮียหลง ทั้งตัวเฮียหลง ลายเมฆ และจอม กำลังนั่งฟังองศาเล่าเรื่องของจักรวาลอยู่

“นอกจากผมแล้วก็ยังมีเด็กที่คุณจักรวาลอุปการะอยู่อีกหลายคน ต่างคนก็มีปัญหาจากการสูญเสียพ่อแม่ คุณจักรวาลดูแลและใส่ใจเราเหมือนลูก คุณจักรวาลจะปลูกฝังให้เราแก้แค้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม”

นอกจากนี้ องศายังเล่าว่า จักรวาลจะให้ทุกคนเรียนการต่อสู้ ศิลปะป้องกันตัวและฝึกความอดทนย้ำว่า “โดยเฉพาะสูตรสายลับต่างๆ จากกลุ่มทหารพราน   คุณจักรวาลจ่ายเงินว่าจ้างคนเหล่านั้นมาด้วยเงินจำนวนมาก”

“คนอื่นๆ ก็คงถูกจักรวาลหลอกใช้เหมือนกัน ทำตัวเป็นพ่อพระ แล้วปั่นหัวตอกย้ำความแค้นให้เด็กพวกนี้ โดยใช้ความเสียใจและความแค้นเป็นชนวน   มันนี่เลวจริงๆ” จอมสรุปแล้วด่าอย่างแค้นใจ

องศาหน้าเศร้ากับความจริงที่จอมพูด

เวลาเดียวกันนี้ ปีแสงที่ถูกกระทิงอัดจนแน่นิ่งเริ่มรู้สึกตัว เขาใช้มีดที่มีไฟตัดเชือกมัดมือและมัดเท้าหนีออกจากห้อง เจอเด็กหนุ่มหน้าตาดีสองคนเฝ้าอยู่ เขาถูกทั้งสองรุมกันเล่นงานจนเกือบแย่ แต่สุดท้ายปีแสงก็สามารถเล่นงานจนมันหมดสติไปทั้งคู่

จากนั้น ปีแสงลุกยืนอย่างสะบักสะบอม ค่อยๆ เดินออกไป...

ระหว่างที่จักรวาลกับกระทิงนั่งรถกลับนั่นเอง เขาก็ได้รับรายงานว่าปีแสงหนีไปแล้ว กลับไปถึงโรงงานร้างจักรวาลดุด่าลูกน้องทั้งสองคน ทำท่าคันไม้คันมือแต่ไม่ทำอะไร ทั้งสองคนขอให้เขาลงโทษ เขาก็ไม่ทำ จนทั้งสองคนเดินไปตบหน้ากันเอง จักรวาลเลยเดินไปตบผัวะ! ผัวะ! แล้วเดินกลับมา

กระทิงถามว่าไปตบมันทำไม จักรวาลตอบง่ายๆ ว่า “ลองมันทำอะไรโง่ๆ กันได้ ก็จะปล่อยมันไว้ให้โง่เหรอ” กระทิงฟังแล้วบ่นงึมงำว่าตนเดาใจเขาไม่ออกเลยจริงๆ

“ก็ดีแล้ว อย่าคาดเดา ทำตามที่บอกอย่างเดียว” พูดแล้วนิ่งไป ครุ่นคิดเรื่องปีแสงหนีไปได้ อึดใจเดียวก็บอกกระทิง “ฉันไม่ยอมพลาดด้วยเรื่องแค่นี้แน่  ยังไงฉันก็ต้องเอาตัวองศากลับมาให้ได้”

ooooooo

ผู้กำกับมนัสกลับมาถึงร้านของเฮียหลงก็เรียกประชุมทีมงาน อธิบายภาระหน้าที่แก่องศาว่า

“ถ้าองศารู้สึกผิดแล้วอยากจะชดใช้สิ่งที่ทำให้ได้ดีที่สุดก็คือ กลับเข้าไปที่นั่นแล้วส่งข้อมูลทุกอย่างให้กับเรา” เมื่อองศายินดีเต็มใจ ผู้กำกับย้ำว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้จักรวาลมันยังไม่รู้ว่าองศารู้ความลับทั้งหมด แต่ก็อยู่ที่องศาเองด้วยว่า จะจัดการตัวเองยังไง”

“ครับ ผมขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น ผมจะสานต่อสิ่งที่พ่อผมทำไว้ไม่สำเร็จ ผมจะเปิดเผยทุกอย่างด้วยตัวเอง” องศาดูรูปพ่อเหมือนให้คำมั่นสัญญา

เมื่อผู้กำกับ และลายเมฆพาองศาขึ้นรถปฏิบัติการ ก็ยังกำชับว่า

“องศาต้องหาทางบอกข้อมูลกับเราด้วยตัวเอง จะไม่มีเครื่องมือสื่อสารอะไรทั้งสิ้น เพื่อความปลอดภัยขององศาเอง เพราะพี่เชื่อว่าจักรวาลมันต้องตรวจเช็กแน่ๆ”


เมื่อพูดกันเป็นที่ม่ันใจ เข้าใจแล้ว ลายเมฆเอากุญแจมือใส่มือองศาเมื่อเข้าใกล้จุดนัดพบ เมื่อรถของผู้กำกับแล่นเข้าสู่ลานกว้าง รถของจักรวาลก็ปราดเข้ามาจากอีกทางหนึ่งพอดี
เมื่อถึงเวลาแลกตัวกัน องศาในสภาพถูกใส่กุญแจมือยืนอยู่ข้างหลัง แต่ปีแสงที่จักรวาลพามามีผ้าคลุมหน้ามิดชิด ผู้กำกับขอให้แสดงความจริงใจเปิดผ้าคลุมหน้าออก จักรวาลเล่นแง่ให้องศาเดินมาหาตนก่อนแล้วจะเปิดหน้าปีแสงให้ดู ลายเมฆไม่ยอม ยื่นคำขาดว่าต้องมากันคนละครึ่งทาง

ระหว่างที่กำลังต่อรองเล่นแง่กันอยู่นั้น ปรากฏว่าปีแสงกลับไปถึงร้านของเฮียหลงแล้ว เฮียหลงตกใจถามว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ ไหนผู้กำกับบอกว่ากำลังไปเปลี่ยนตัวประกันกับจักรวาลอยู่

“หมายความว่าไงครับ” ปีแสงถาม พอนึกได้ก็รีบไปทันที

เป็นจังหวะที่กำลังจะแลกตัวประกันพอดี องศาเดินไป ชายคลุมหน้าก็เดินมาช้าๆ

ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์รถดังเข้ามา ปีแสงชะโงกหน้าออกจากหน้าต่างรถตะโกนลั่น

“อย่าเชื่อมัน ผมอยู่นี่”

พริบตานั้นจักรวาลเข้ากระชากตัวองศาพาไปฝั่งตน และคนที่คลุมหน้าก็กระชากผ้าออก มันคือกระทิงนั่นเอง มันชักปืนออกมายิงสกัดพวกผู้กำกับ เท่านั้นไม่พอ ปาระเบิดควันแล้วพากันหนีไป

ปีแสงจะตามไป เฮียหลงที่ขับรถพามาตะโกนบอกไม่ต้องตาม ลายเมฆก็บอกให้ปล่อยมันไป ปีแสงหันมาเห็นลายเมฆตัวจริงก็ตะลึงอึ้ง แต่ปัญหาเฉพาะหน้าสำคัญกว่า ถามลายเมฆว่าทำไมไม่ตามมันไป

“บอกไม่ต้องก็ไม่ต้องสิวะ” ลายเมฆตัดบทกวนๆตามเคย แม้ปีแสงจะไม่เข้าใจแต่ก็ทำตาม

ooooooo

เมื่อพากันกลับมาที่ห้องประชุมร้านของเฮียหลง ปีแสงฟังแผนการที่ผู้กำกับเล่าแล้วโวยวาย

“ส่งองศาเข้าไปสืบข่าวจากพวกมัน? เพราะองศาเคยเป็นพวกมัน? แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว? พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว”

ปีแสงระบายความอัดอั้นที่สั่งสมมานานว่า ตนงงไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่ลายเมฆสลับตัว เรื่ององศา เรื่องแผนการซับซ้อนที่ตนไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ระเบิดระบายอารมณ์ถามว่า

“บอกตามตรงนะครับผู้กำกับ งานนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นกระบอกที่ถูกผู้กำกับกับพี่เมฆรวมถึงเฮียหลงเชิดไปมาอยู่ ช่วยบอกผมบ้างสิครับว่า ผมต้องแสดงอะไรบ้าง”

เฮียหลงบอกว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อให้แผนแนบเนียน ปีแสงยิ่งหงุดหงิดที่ทุกคนไว้ใจองศาแต่ไม่ไว้ใจตน เห็นตนเป็นอะไร คำตัดพ้อต่อว่าและระบายความอัดอั้นของปีแสง ทำให้ผู้กำกับรู้สึกผิด ลายเมฆพยายามแก้สถานการณ์ ชี้แจงอย่างเข้าใจความรู้สึกของปีแสงดีว่า

“ฟังนะไอ้ปีแสง ที่ผ่านมา ฉันก็ถือว่านายเป็นสายลับที่ดีที่ฉันฝากความหวังไว้ แต่งานสายลับมันมีอะไรมากกว่าที่นายคิด ซึ่งเป็นเรื่องที่นายต้องเรียนรู้ต่อไป ไม่งั้นฉันจะลงทุนสลับตัวกับเอกมันตร์ทำไม”

“พี่ก็รู้ว่าพี่ผิดที่ปิดบังปีแสง แต่ปีแสงต้องเข้าใจพี่ เข้าใจสถานะพี่ที่ต้องมองภาพรวมทั้งหมด พี่เคยพูดอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆอะไรก็ตาม สุดท้ายเป้าหมายมันก็คือจับคนร้ายให้ได้โดยที่ทีมของเราทุกคนอยู่รอด ปีแสงเป็นหนึ่งในทีม หลงก็เป็นหนึ่งในทีม เมฆก็เป็นหนึ่งในทีม

พี่เองก็เป็นหนึ่งในทีม ไม่มีใครสำคัญมากกว่าใคร แล้วตอนนี้องศาก็ถือเป็นหนึ่งในทีมเราด้วย” ผู้กำกับร่ายยาวลดอารมณ์ของปีแสง

“แล้วถ้าองศาทำสำเร็จ ผลลัพธ์ทั้งหมดมันก็จะตกอยู่กับ...” เฮียหลงพูดต่อแล้วผายมือไปทางผู้กำกับ ผู้กำกับรับลูกทันทีว่า “ทีม...”

ooooooo

องศาถูกพาตัวไปที่เซฟเฮาส์ ถูกถอดเสื้อผ้าตรวจอย่างละเอียดว่ามีอุปกรณ์อะไรติดตัวมาหรือเปล่า ตรวจแล้วกระทิงรายงานจักรวาลว่าเรียบร้อย ไม่มีอะไรแปลกปลอมติดมาด้วย

ส่วนองศาก็แสดงความซื่อสัตย์กตัญญูต่อจักรวาล กล่าวอาฆาตลายเมฆว่าเป็นคนวางแผนหลอกตนตลอดมา ตนจะต้องเอาคืนแน่ๆ จักรวาลถามว่ามีอะไรมาการันตีไหม

“คุณจักรวาลสอนผมมาตลอดเรื่องบุญคุณกับหนี้แค้น บุญคุณผมต้องทดแทนแน่ แต่หนี้แค้นผมก็ต้องชำระ ใครทำเราไว้ยังไง เราก็คืนกลับไปอย่างนั้น”

จักรวาลชมว่าดีมาก ถามว่าแล้วพวกนั้นบอกอะไรองศาไว้บ้าง

“มันบอกไม่ให้ผมเชื่อใจคุณจักรวาล เพราะคุณจักรวาลกำลังหลอกใช้ผม” องศาบอก ครั้นจักรวาลถามว่าแล้วเชื่อไหม องศาพูดอย่างสำนึกว่า “คุณจักรวาลเลี้ยงดูปลูกฝังผมมาตั้งแต่พ่อผมตาย ผมถือว่าเป็นบุญคุณที่ผมไม่มีวันลืมแน่ๆ”

จักรวาลพอใจมาก ในขณะที่องศาแอบรู้สึกผิด แม้จะสำนึกบุญคุณกันก็จริงแต่หนี้แค้นที่จักรวาลทำไว้ก็ยังอยู่เช่นกัน

ooooooo

ที่ห้องประชุมร้านของเฮียหลง ผู้กำกับมนัสกำลังเคลียร์ปัญหาต่างๆที่ค้างคาใจกันในทีม แบปัญหาทั้งหมดออกมาต่อหน้าทุกคน ทั้งคนที่ร่วมคบคิดและคนที่ถูกหลอก ถูกต้มจนเปื่อย

ผู้กำกับเผยถึงการเปลี่ยนตัวลายเมฆกับหมวดเอกมันตร์ เผยถึงเครื่องบีฟอร์แอนด์อาฟเตอร์ที่เป็นความคิดของพจมาน ตลอดทั้งเรื่องที่ให้จอมเป็นแฟนกับลายเมฆ เมื่อผู้กำกับและลายเมฆกับเฮียหลงช่วยกันเล่าจบ ปีแสงพูดกับลายเมฆ ขณะเดินกลับเข้าบ้านพร้อมกันว่า

“บอกตรงๆ นะพี่เมฆ ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าเรื่องไหนมันจริง เรื่องไหนมันหลอก”

ทันใดนั้นเอง ฟ้าครามเดินมาเจอ เธอมองลายเมฆถามว่า “นี่พ่อกลับคืนร่างเดิมแล้วเหรอ แล้วไอ้เครื่องนั่นมันซ่อมเสร็จแล้วเหรอพ่อ พ่อถึงได้กลับมาร่างเดิมแบบนี้ แล้ว...”

ฟ้าครามยังพูดไม่ทันจบ ก็ชะงักเมื่อเห็นแจ็คมายืนอยู่ใกล้ๆ ลายเมฆมองตามเห็นแจ็คมายืนเจ๋ออยู่ เขาถามว่า “เอกมันตร์ มาทำไมวะเนี่ย”

เอกมันตร์ที่ยังคุ้นกับการเป็นแจ็คสารภาพว่าตั้งแต่ปฏิบัติภารกิจตนก็พักที่นี่ตลอด ตอนนี้จะให้ตนอยู่ที่ไหน ลายเมฆดักคอว่า “อย่าบอกนะว่าจะอยู่ที่นี่อีก”

“ก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ” แจ็คหรือเอกมันตร์ตอบเสียงอ่อย หน้าจ๋อย

“นี่โกหกอะไรฟ้ากันอีกเนี่ย บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” ฟ้าครามโวยวาย ทำเอาลายเมฆ ปีแสง และแจ็คยืนทำตาปริบๆ เงียบเป็นเป่าสากกันทุกคน

ooooooo

เมื่อตั้งหลักได้ลายเมฆบอกความจริงกับฟ้าครามด้วยสีหน้าสำนึกผิด ขอให้ลูกเข้าใจงานของตนว่าบางอย่างก็ต้องเป็นความลับ

ฟ้าครามยิ่งงอนที่พ่อมีความลับกับตนแต่ทีกับแจ็คพ่อกลับบอกข้อมูลของตนจนหมด ทำให้แจ็คสวมรอยเป็นพ่อได้อย่างแนบเนียน แจ็คเลยบอกความจริงว่า ทุกเรื่องที่เขาพูดกับเธอนั้น ลายเมฆเป็นคนบอกบทเพราะเขาซ่อนตัวอยู่ในบ้านตลอดเวลา ยิ่งช่วงที่องศาอยู่กับเธอ ลายเมฆก็จะคอยจับตาเป็นพิเศษ

ฟังแจ็คแล้วฟ้าครามถามว่าองศาเกี่ยวอะไรด้วย แจ็คเกือบพลั้งปากบอกเรื่องที่องศามาแทรกตัวเป็นสายสืบอยู่แล้ว ดีแต่ปีแสงกับลายเมฆเบรกไว้ก่อน

เมื่อฟ้าครามจะให้แจ็คพูดให้ได้ ลายเมฆบอกเธอว่าตอนนี้ทุกอย่างเป็นปกติแล้ว เราก็ใช้ชีวิตทุกอย่างตามปกติเหมือนเดิมก็แล้วกัน

เมื่อถึงเวลานอน  แจ็คทำหน้าตาเฉยเดินตามลายเมฆเข้าไปในห้องนอน ถูกลายเมฆไล่ตะเพิดว่าไม่ได้ ตนไม่ชอบนอนกับใคร

แจ็คเลยไปนอนกับปีแสง แม้ปีแสงจะเคยนอนกับองศา แต่ก็ทนเสียงกรนและกลิ่นตดของแจ็คไม่ไหวลุกเดินออกไปหายใจข้างนอก เห็นฟ้าครามนั่งเหม่ออยู่ที่เก้าอี้สนาม เขารีบลงไปหา

“ดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน มานั่งคิดถึงใครอยู่เหรอจ๊ะน้องสาว” ปีแสงทำเสียงหล่อ ฟ้าครามตอบโดยไม่หันมองว่า ไม่ใช่พี่ก็แล้วกัน ปีแสงทำเสียงแข็งถาม “หมายความว่าไง ไม่ใช่พี่ ฟ้าคิดถึงใครอยู่”

“ฟ้าจะไปนอนแล้ว” ฟ้าครามทั้งรำคาญทั้งฉุนจะลุกไป ปีแสงดึงแขนไว้หาเรื่องอีกว่า นั่งคิดถึงใครอยู่ได้ตั้งนานพอตนมาก็จะเดินหนี ฟ้าครามตวัดเสียงว่า “ก็พูดจาแบบนี้ ใครจะอยากอยู่”

ปีแสงถามว่าถ้าตนพูดดีๆ แล้วจะอยู่หรือ ฟ้าครามให้ลองพูดดูก่อน ปีแสงเก๊กเสียงหล่อกว่าเดิม

“พี่รักฟ้านะ”

ฟ้าครามถึงกับอึ้งเขิน แต่ก็อดแขวะเขาเรื่องเอเชียไม่ได้ ปีแสงชี้แจงว่านั่นเป็นงานที่ต้องทำ และตอนนี้งานก็ใกล้เสร็จแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ถามว่า “ฟ้าเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ”

“เคยอยากให้เป็น แต่ตอนนี้เฉยๆ” ฟ้าครามตอบอย่างเย็นชาจนปีแสงถามว่าหมายความว่าไง “ฟ้าจะไปทำอะไรได้ ปัญหามันไม่ได้เกิดจากฟ้า ทุกอย่างมันอยู่ที่พี่ว่าจะทำให้เป็นแบบไหน ฟ้าง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ” พูดแล้วลุกเดินไป ทิ้งให้ปีแสงยืนอยู่คนเดียว อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปีแสงตะโกนมาว่า

“งั้นฟ้าก็คอยดูอยู่เฉยๆละกันว่าพี่จะทำให้ทุกอย่างมันลงเอยแบบไหน”

“จะมาแหกปากอะไรค่ำมืดวะไอ้ปีแสง เดี๋ยวก็ได้รู้หรอกว่าเอ็งจะลงเอยแบบไหน” ลายเมฆตะโกนด่ามาอีกต่อหนึ่ง ปีแสงเลยจ๋อยแต่ก็ยังมองตามฟ้าครามไปด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ปีแสงตื่นมาตักบาตร ฟ้าครามถามอย่างแปลกใจว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นทำบุญกับใครเขาเลย วันนี้นึกยังไงถึงได้มาตักบาตร ปีแสงหยอดว่ากลัวปีหน้าจะไม่ได้อยู่ใกล้เธออีก เลยขอสร้างบุญสักหน่อย ชวนมาตักบาตรด้วยกัน

ฟ้าครามลังเล ปีแสงอาศัยจังหวะที่พระมาถึง เร่งฟ้าครามว่าอย่าให้พระรอ เธอเกรงใจพระเลยต้องมาตักบาตรด้วย ปีแสงฉวยโอกาสจับทัพพีตักข้าวด้วยกัน ฟ้าครามไม่กล้าขัดขืนปล่อยเลยตามเลย

ตักบาตรเสร็จไปกรวดน้ำ เสร็จแล้วปีแสงชวนไปเดินสูดอากาศที่สวนสาธารณะด้วยกัน เพราะไม่ได้เดินแบบนี้มานานแล้ว

ไม่ทันไร ลายเมฆก็ตามมาขัดจังหวะบอกปีแสงว่ามีงานต้องคุยกัน ฟ้าครามเลยขอตัวกลับ ปีแสงเซ็งมากที่ถูกขัดจังหวะแต่ก็ขัดไม่ได้

เมื่อกลับไปถึงห้องประชุมที่ร้านเฮียหลง ซึ่งมีทั้งผู้กำกับ เฮียหลง แจ็ค และจอมคอยอยู่แล้ว

ผู้กำกับแจ้งภารกิจว่าเป้าหมายของงานคือ จะต้องจับหลักฐานการพิมพ์แบงก์ปลอมให้ได้ นั่นคือตู้คอนเทนเนอร์ แต่เป็นการยากมากเพราะตู้คอนเทนเนอร์นี้เคลื่อนที่ไปได้ตลอดเวลา จะตั้งด่านสกัดผู้กำกับก็ไม่กล้าไว้ใจกลัวจะมีพวกจักรวาลแทรกตัวอยู่

“ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ ส่งคนสะกดรอยจักรวาลหรือไม่ก็ไอ้ซอมบี้ แต่ตอนนี้มันคงเก็บตัวไม่ออกมาให้เราเห็น” เฮียหลงเสนอ

จอมเสนอให้รอข่าวจากองศา ผู้กำกับเห็นด้วย แล้วถามปีแสงว่าเคยเห็นสกั๊ตสั่งซื้อรถแข่งก็ใช้รถพวกนี้บรรทุกมาใช่ไหม ปีแสงยอมรับว่าตอนนี้ตนก็ไม่รู้ว่าสกั๊ตกับเอเชียหนีรอดแล้วไปหลบอยู่ที่ไหน

“งั้นนายก็ติดตามข่าวสองคนนี้ว่าอยู่ที่ไหน ฉัน เอกมันตร์แล้วก็จอมจะรอเช็กข่าวจากองศาแล้วติดตามจักรวาลกับไอ้ซอมบี้” ลายเมฆวางแผนและจัดกำลัง

เป็นเวลาเดียวกับที่เอเชียคุมสกั๊ตไปเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ขังเขาไว้ในนั้นแล้วตัวเองก็กลับไป

ooooooo

องศารับใช้จักรวาลอย่างใกล้ชิด ถือกาแฟเข้ามาได้ยินเขาคุยโทรศัพท์อยู่ก็ทำเป็นไม่สนใจ พอคุยเสร็จ จักรวาลบอกองศาว่ามาก็ดีแล้ว มะรืนนี้ตนจะประชุมเครือข่ายของเราก่อนส่งของ ให้เป็นธุระจัดเตรียมงานให้ด้วย

องศาถามว่าเราจะแอบประชุมกันที่ไหน ลำพังจะหาที่ซ่อนตัวก็ยากอยู่แล้ว

“ไม่ต้องแอบหรอกองศา นายเคยได้ยินคำพูดคลาสสิกนี่ไหม...ที่ที่อันตรายคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”

เมื่อได้ข่าวเช่นนี้ องศาแอบโทรศัพท์แจ้งผู้กำกับทันที ผู้กำกับเรียกประชุมทีมงาน มอบหมายให้ลายเมฆกับจอมปลอมตัวเป็นสามีภรรยาชาวต่างชาติเข้าไปสอดแนม

ฝ่ายจักรวาลก็เรียกเอเชียมาพบ ให้เธอรีบกลับไปหาปีแสงจะได้อัพเดตความเคลื่อนไหวของพวกตำรวจให้ตน เพราะตอนนี้คนที่ทำอยู่ทำหน้าที่นี้ไม่ได้แล้ว เอเชียจึงรู้ว่าที่แท้องศาก็เป็นสายให้จักรวาล

เอเชียไม่มั่นใจว่าตนจะทำงานนี้ได้ดี เพราะจนถึงขนาดนี้ปีแสงก็ยังปิดปากตัวเองสนิทไม่เคยหลุดปากบอกตนเลยว่าตัวเองเป็นใคร

“นี่ไม่ใช่พูดจากปากลูกสาวฉันแน่ๆเอเชีย...ฉันสอนหลายทีแล้วไงว่า มันไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหา ถ้าเรารู้จักใช้ปัญญา เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันฝากเธอให้คิดแทนละกัน เพราะฉันมีเรื่องใหญ่กว่ารออยู่”

ooooooo

เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่แล้ว จอมกับลาย-เมฆปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลายเมฆทำผมสีน้ำตาล ส่วนจอมผมสีบลอนด์นั่งแอบอิงกันอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมหรู

ครู่หนึ่งองศาในคราบหนุ่มเคป๊อปก็นำกลุ่มเครือข่ายออกจากลิฟต์ทุกคนมาแบบนักท่องเที่ยว องศาแอบส่งสัญญาณให้จอมกับลายเมฆ ทั้งสองมองหาจักรวาล แล้วก็แทบหัวเราะออกมาเมื่อเห็นจักรวาลในมาดหนุ่มเรกเก้ กำลังคุยฟุ้งอยู่ในกลุ่มเครือข่าย

จอมทำทีเอาตลับแป้งมาเติมหน้า ที่แท้ตลับแป้งนั้นคือเครื่องบันทึกวีดิโอ ส่วนลายเมฆก็ทำทีถ่ายรูปจอมโดยมีกลุ่มของจักรวาลอยู่เบื้องหลัง จักรวาลเห็นลายเมฆถ่ายรูปไม่หยุดก็พูดขำๆว่า

“บ้านเมืองมันไม่มีห้องอาหารรึไง ถึงต้องมาถ่ายไกล
ถึงนี่ เห็นรัวชัตเตอร์ไม่หยุด”

“ท่าจะเป็นคู่รักมาฮันนีมูนมังครับ ข้าวใหม่ปลามัน
ก็แบบนี้แหละครับ  เห็นอะไรก็สวยงามไปหมด”  องศาผสมโรงไปด้วยอย่างแบบเนียน

เมื่อแก๊งเครือข่ายผู้หญิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเอาของใส่ล็อกเกอร์เพื่อไปว่ายน้ำ จอมก็ฉวยโอกาสนั้นเข้าไปรื้อและถ่ายรูปพาสปอร์ตกับบัตรไอดีไว้เห็นหลักฐาน รวดเร็วฉับไวอย่างมืออาชีพจริงๆ

ส่วนลายเมฆก็ผสมกลมกลืนไปกับพวกจักรวาลเข้าไปในห้องอบเซาน่า หมอกควันทำให้เดินมะงุมมะงาหราไปนั่งตักจักรวาลเข้าอย่างจัง ลายเมฆรีบขอโทษแล้วถอยออกจากห้องไป

“ไอ้ฝรั่ง...ไหนว่ามาฮันนีมูนกับเมีย นี่คิดจะล่อเฮียซะแล้ว” จักรวาลค้อนใส่อย่างมีจริต

จอมหาข้อมูลเสร็จรีบวิ่งออกมาชนเข้ากับลายเมฆที่พรวดออกจากห้องอบเซาน่าจนต่างกอดกันเนื้อแนบเนื้อ ทำเอาสะท้านหวิวไปครู่หนึ่ง  แล้วก็ทำเป็นโวยวายใส่กันกลบเกลื่อนอารมณ์เผลอของตัวเอง

ลายเมฆทำเป็นถามขู่ๆ  จอมว่าทำงานเสร็จแล้วหรือ จอมยกกล้องให้ดูบอกว่าทุกอย่างอยู่ในนี้  แต่พอถามเขาบ้าง ลายเมฆอึกอักแล้วทำเฉไฉชี้ที่หัวบอกว่า “ทุกอย่างอยู่ในนี้เหมือนกัน...”

ooooooo
ตอนที่ 14


วันนี้ ปีแสงสานต่อความสัมพันธ์กับฟ้าคราม ชวนเธอออกไปเดินเล่นกัน แต่ไม่ทันออกจากบ้านก็เจอเอเชียมาหาในสภาพสะบักสะบอม

เอเชียขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสาร บอกว่าตนกับสกั๊ตถูกจักรวาลจับไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ ต่อมาก็เอาตนมาปล่อยไว้ข้างถนนใหญ่ส่วนสกั๊ตยังถูกขังอยู่

“ทำไมมันถึงปล่อยคุณคนเดียว” แจ็คสงสัย

“เพราะมันต้องการให้ฉันออกมาบอกกับตำรวจว่าอย่าไปยุ่งกับมันอีก ไม่อย่างนั้นมันจะส่งศพพี่สกั๊ตตามมา” เอเชียฟูมฟายอย่างตระหนกบอกว่าตนกลัว ยังไม่กล้ากลับบ้าน

ปีแสงบอกให้เธอพักที่นี่ก็ได้จะได้สบายใจ เอเชียรีบขอบคุณ ปีแสงสังเกตเห็นฟ้าครามไม่สบายใจนัก พอเธอเดินออกไปปีแสงก็ตามไปคุย สัญญาว่ามันจะไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรอย่างที่เธอกลัว โดยตนจะบอกเรื่องของเราให้เอเชียรู้เสียที

ดังนั้น เมื่อเอเชียอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยใส่ของฟ้าครามไปพลางก่อน ปีแสงจึงชวนเธอออกไปคุยกันที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน

แต่พอบอกความสัมพันธ์ของตนกับฟ้าครามแก่เอเชียเท่านั้น  เธอทำท่าผิดหวัง  เสียใจ  หาว่าเขาทำให้ตนรักแล้วจึงมาบอกความจริง ทำเป็นสงสัยว่า

“หรือว่าที่คุณพยายามเข้ามาพัวพันกับฉัน กับพี่สกั๊ตเพราะคุณต้องการอะไรบางอย่าง หรือว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับจักรวาล” แล้วดักคอว่า “ที่แท้คุณก็เป็นพวกเดียวกับไอ้จักรวาลใช่ไหม”

เอเชียลุกเดินหนีอย่างหวาดกลัว ปีแสงเดินตามไปจับแขนไว้ ชี้แจงว่า

“มันไม่ใช่ ผมเป็นคนที่จะมาช่วยพี่ชายคุณจากไอ้จักรวาลต่างหากเข้าใจไหม  เพียงแต่ผมยังบอกอะไรคุณทั้งหมดตอนนี้ไม่ได้ มองหน้าผมให้ดีสิ คุณคิดว่าคนอย่างผมเนี่ยเหรอที่จะทำร้ายคุณ”

“แต่คุณก็ทำร้ายหัวใจฉันไปแล้ว นอกจากหลอกฉันแล้ว จนวันนี้คุณก็ยังมีเรื่องปิดบังที่อ้างว่าบอกฉันไม่ได้อีก ทั้งที่มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของฉันกับพี่ ฉันคงจะอยู่กับคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณทำตัวเป็นคนแปลกหน้า คุณทำให้ฉันไม่ไว้ใจ” เอเชียตีโพยตีพาย ดิ้นจะหนีไปให้ได้ ปีแสงรีบพูดอย่างเป็นห่วงว่า

“คุณจะไว้ใจใครได้อีกนอกจากตำรวจอย่างผม”

เอเชียสะใจที่ทุกอย่างเข้าทางตน แต่ก็ช็อกเมื่อรู้ความจริงจากปากปีแสงเองว่า เขาเป็นตำรวจ! แกล้งทำเป็นซาบซึ้งใจที่ปีแสงพยายามช่วยตนกับพี่ชายอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอด

เอเชียเล่นละครตบตาปีแสงกับฟ้าครามจนทั้งคู่เชื่อสนิทใจ ต่างให้ความรักความอบอุ่นกับเธอเสมือนหนึ่งคนในครอบครัว มีแต่แจ็คเท่านั้นที่ยังมองทุกอย่างด้วยความเคลือบแคลงใจ

แต่เมื่อแจ็คพูดสะกิดเตือนปีแสง กลับได้รับคำยืนยันว่า เอเชียน่าสงสารมาก เราจะช่วยปล่อยให้เธอถูกจักรวาลลากไปขย้ำเล่นอีกไม่ได้ แจ็คเลยบอกว่าก็ขอให้สิ่งที่ตนคิดตงิด...ตงิดนั้นเป็นเพราะคิดมากไปเองก็แล้วกัน

ooooooo

พวกจักรวาลพากันเข้าไปที่ห้องคาราโอเกะร้องและเต้นกันอย่างเมามัน พอจบเพลงจักรวาลก็ตบมือเป็นสัญญาณแล้วเปลี่ยนบุคลิกเป็นจริงจังขึ้นมาทันที

จักรวาลเริ่มคุยเรื่องงาน โดยมีองศาคอยแปลให้อย่างชำนาญ  ระหว่างนั้นองศาเอื้อมมือไปปิดล็อกห้อง  พวกเครือข่ายทุกคนต่างมีสีหน้าจริงจังขึ้น  ยกไอแพดของตัวเองขึ้นมาวางตรงหน้า

จักรวาลใช้ไฟแสงแดงๆชี้ไปที่แผนผังบนจอทีวี  บอกเครือข่ายว่า “นี่คือลำดับขั้นตอนโดยคร่าวๆเกือบจะละเอียดเกี่ยวกับวันส่งของของเรา” พอจักรวาลพูดจบองศาก็แปลอย่างช่ำชอง

จนถึงช่วงสุดท้าย จักรวาลบอกแก่เครือข่ายว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่บอกกล่าวทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในวันสำคัญของเรา  ถามว่ามีใครสงสัยอะไรอีกไหม

เมื่อองศาแปลจบ ไม่มีใครสงสัย จักรวาลจึงขอปิดประชุม อวยพรให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพและแยกย้ายไปกันคนละทิศละทางให้เร็วที่สุด

เมื่อทุกคนพากันออกจากห้องด้วยท่าทางที่ร่าเริงสุดๆ เหมือนนักท่องเที่ยวที่ได้รับความสำราญมาเต็มอิ่ม จักรวาลกับองศาออกจากห้องเป็นชุดสุดท้าย

แต่พอทั้งสองพ้นไปไม่ไกล ก็มีพนักงานเสิร์ฟชายหญิงใส่หน้ากากอนามัยถือถาดเข้ามาเพื่อเก็บจานชาม แท้ที่จริงทั้งสองคือลายเมฆกับจอมนั่นเอง

ooooooo

ลายเมฆกับจอมรีบช่วยกันแกะเครื่องดักฟังที่ติดซ่อนไว้ตามจุดต่างๆอย่างรวดเร็ว

เจ้ากรรม!  จักรวาลเกิดลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องคาราโอเกะ จะกลับมาเอา องศารีบอาสามาเอาไว้ จักรวาลบอกว่าตนไปเอาเองดีกว่า เพราะมีคลิปเยอะ

องศาพยายามถ่วงเวลาของจักรวาล เมื่ออาสาไปเอาโทรศัพท์ให้ไม่สำเร็จ ก็เดินแซงขึ้นมาทำเป็นเอาใจ เปิดประตูให้จนจักรวาลสงสัยว่าทำไมบริการดีขนาดนี้

เพียงจักรวาลโผล่เข้าไปในห้อง ก็เห็นลายเมฆถือโทรศัพท์อยู่พอดี  ลายเมฆตั้งหลักแทบไม่ทัน แต่ไหวพริบดีรีบบอกว่า

“ของท่านหรือเปล่าครับ ผมกำลังจะเอาออกไปให้พอดีเลยครับ”

“ดีมาก...ซื่อสัตย์ ขยัน อดทนเป็นเครื่องหมายของคนดี” จักรวาลชมเปาะ องศาชวนรีบไปกัน จักรวาลขยับจะไป แต่แล้วก็ชะงักหันกลับมายื่นแบงก์พันให้ลายเมฆ  แล้วทำยึกยักลีลา สุดท้ายควักใบละพันออกมาอีกใบ ส่งให้ลายเมฆกับจอมคนละใบ

ทันใดนั้นเอง  พนักงานตัวจริงเข้ามาเห็นกำลังส่งเงินให้กันก็โวยวายว่า สองคนนี้เป็นใคร ไม่ใช่พนักงานของที่นี่

ความแตกทันที  จักรวาลจ้องหน้าลายเมฆกับจอม กระชากหน้ากากอนามัยออกเห็นเป็นลายเมฆ

“แกอีกแล้วเหรอ” จักรวาลคำราม  ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบปืนออกมาทันที  องศาตกใจทำเป็นเซไปชนจักรวาลแล้วล้มทับกัน  พลางทำปากบอกลายเมฆกับจอมให้รีบหนีไป ทั้งสองจึงรีบออกจากห้อง

“เฮ้ย จะไปไหน!!” จักรวาลดิ้นสุดแรง  ตะโกนบอกองศาให้ลุกขึ้น แล้วตัวเองก็ถือปืนไล่ตามไป  องศาลุกขึ้นวิ่งตามไปด้วย

จักรวาลชูปืนวิ่งไล่ตามจอมกับลายเมฆ ทำเอาคนในโรงแรมแตกตื่นหลบกันจ้าละหวั่น

ลายเมฆลากจอมวิ่งไปที่ระเบียง ตัดสนิทใจจับมือจอมกระโดดลงไปที่รถบรรทุกของโรงแรมที่จอดอยู่ ทั้งคู่กลิ้งกอดกันกลม แม้จะอยู่ในภาวะคับขันแต่ทั้งสองก็อดที่รู้สึกหวั่นไหวในสัมผัสกันไม่ได้

จักรวาลวิ่งตามมาง้างไกปืนจะยิงลงไปที่รถ องศาห้ามไว้อ้างว่าเสียงปืนจะทำให้กำลังสมทบของฝ่ายนั้นแห่กันมา บอกให้เรารีบหนีไปก่อนดีกว่า ว่าแล้วฉุดมือจักรวาลวิ่งไปแบบไม่ให้ตั้งตัวทัน

ooooooo

เมื่อกลับถึงเซฟเฮาส์ จักรวาลสบถอย่างเจ็บใจว่า จนถึงขนาดนี้ทำไมพวกนั้นถึงเข้ามาแส่ได้ หรือว่ามีข่าวรั่วออกไป

องศาชักใจไม่ดี กระทิงถามว่าจะรั่วได้ยังไงก็มีแค่เราสามคนเท่านั้นที่รู้ จักรวาลหันขวับจ้ององศา ทำให้องศารีบออกตัวว่า ตอนที่ตนกลับมากระทิงก็ตรวจละเอียดถี่ถ้วนแล้ว พลันก็ทำเป็นเอะใจ หยิบโทรศัพท์มือถือมาแกะดูด้านหลัง

“จริงๆด้วย” องศาทำเป็นตกใจ ขว้างโทรศัพท์แล้วชักปืนยิงจนกระจุยทันที จักรวาลกับกระทิงจะดูว่ามีอะไรก็ไม่ทัน องศาทำเป็นตำหนิตัวเองว่า “ผมนี่ชุ่ยจริงๆเห็นเป็นมือถือของตัวเองเลยไม่เอะใจ”

กระทิงถามจักรวาลว่าจะเอาอย่างไร ยกเลิกงานส่งของก่อนดีไหม

“ไม่! พวกมันทำให้ฉันแคนเซิลลูกค้ามาหลายทีแล้ว ถ้าคิดจะเปลี่ยนอะไรตอนนี้ฉันว่าเราเปลี่ยนอาชีพกันไปเลยดีกว่า” จักรวาลแข็งกร้าว องศาติงว่าตำรวจรู้แผนเราแล้ว “ต่อให้มันรู้มากแค่ไหนฉันมีวิธีที่จะทำให้พวกมันไม่กล้าทำอะไรเราเด็ดขาด”

“วิธีไหนครับ” องศาเริ่มกลัว ยิ่งเมื่อจักรวาลบอกว่าเดี๋ยวก็รู้ ทำให้องศายิ่งระแวง...

ooooooo

ลายเมฆกับจอมหนีรอดมาได้แล้ว ลายเมฆจะไปส่งจอมที่คอนโดฯ จอมบอกว่าตนกลับเองได้

“เฮ้ย...ไม่ได้ ถ้าไม่เห็นเธอกลับบ้านปลอดภัย เธอจะทำให้ฉันนอนไม่หลับนะคืนนี้”

แม้จะเป็นคำพูดแข็งๆห้าวๆ แต่ก็ทำเอาจอมหันมองหน้าเขาแปลกๆ

ขึ้นไปส่งจอมที่ห้องแล้ว ลายเมฆเกิดปวดฉี่ขอเข้าห้องน้ำ ทีแรกจอมชี้ไปที่ห้องน้ำข้างนอก นึกได้ว่าชักโครกเสีย เลยให้ไปเข้าในห้องนอน ตัวเองเดินไปรินน้ำดื่ม

พอนึกอะไรได้จอมแทบสำลักน้ำ เพราะในห้องนอนเธอนั้น เต็มไปด้วยรูปของลายเมฆทั้งที่ถ่ายเดี่ยวถ่ายหมู่ทั้งรูปเก่ารูปใหม่ติดไว้เต็มไปหมด จอมรีบตามเข้าไปในห้องนอน ถามเขินๆว่า

“มันน่าอายใช่ไหม”

“ความจริงฉันรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่ฉันหายตัวไปแล้วล่ะ” ลายเมฆพูดให้เธอหายเขิน แล้วเล่าว่าตนได้ยินตอนที่ผู้กำกับเฮียหลงแซวเธอ จอมถามว่าเขาเห็นว่าตนเป็นตัวตลกใช่ไหม “ฉันจะเห็นความรู้สึกดีๆที่เธอมีให้ฉันเป็นเรื่องตลกไปได้ยังไงกันจอม” ลายเมฆดูรูปเก่าที่ถ่ายคู่กับจอมถามว่า “บอกได้ไหมว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็...ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเจอเธอน่ะแหละ...” จอมก้มหน้าเขินอย่างไม่อาจปกปิดได้

แล้วภาพในอดีตตั้งแต่ที่ได้เจอกัน ก็กลับมาสู่ความทรงจำอีกครั้ง...

ooooooo

เมื่อสิบกว่าปีก่อน...

จอมใจชนกในวัยแรกรุ่น แบกกระเป๋าเป้ใบโตเดินมะงุมมะงาหราหาตึกที่จะเข้าไปรายงานตัว เธอเดินข้ามถนนโดยไม่ดูรถ  ทำให้รถเบรกกันสนั่น  บางคันก็ชนกันโครมๆ เธอตกใจรีบขอโทษแล้วถอยออกมา

เจ้ากรรม! เกือบถูกรถจักรยานยนต์ที่กำลังพุ่งมาจะชนเข้าอีก เลยโดดหลบอีกที ไปชนเอากับชายหนุ่มที่เดินอยู่จนเซตกลงไปในคูน้ำข้างๆ พอชายหนุ่มคนนั้นโผล่ขึ้นมาหน้าเต็มไปด้วยโคลน



ด้วยความตกใจ รู้สึกผิด จอมรีบเอาน้ำที่มีอยู่ล้างหน้าให้เขา  เมื่อโคลนถูกชำระออก  จอมเห็นใบหน้าหล่อเท่ของเขาก็ถึงกับอึ้งราวกับพบชายในฝัน

แล้วความประทับใจก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้มาเป็นสมาชิกใหม่ในทีมฝึกกับลายเมฆและเฮียหลง

“ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ทำได้แค่เก็บความรู้สึกที่มีไว้เป็นความลับ  เพราะกลัวว่ามันจะทำลายความเป็นเพื่อนระหว่างเรา” จอมเล่าเขินๆ

ระหว่างฝึกในที่ต่างๆ จอมยังเฝ้าดูแลและใกล้ชิดกับลายเมฆ กระทั่งแอบถ่ายรูปเท่ๆของเขา เมื่อลายเมฆมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น เธอก็ช่วยด้วยการปากิ่งไม้ใส่คู่ต่อสู้ เวลานั้นลายเมฆได้แต่งงว่าใครทำ

จนกระทั่งในสถานการณ์จริง ที่ลายเมฆเพลี่ยงพล้ำถูกคนร้ายยิง จอมก็เข้าไปช่วยได้หวุดหวิด เธอกระโจนเข้าเตะเสยคางคนร้ายจนสลบ  ลายเมฆเข้าจับมือเธอไว้ด้วยความขอบคุณ จอมเขินมากแต่ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกกับการกระทำของตัวเองและคำขอบคุณกับสัมผัสจากเขา...

แต่เรื่องก็มาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ  เมื่อจอมรู้ว่าลายเมฆมีคนรักอยู่แล้ว วันนั้นจอมเดินอยู่มองไปเห็นลายเมฆโบกมือมาทางตนยิ้มแย้มดีใจ เธอโบกตอบด้วยหัวใจพองโต แต่พอเขาเดินมาใกล้ เขากลับเดินเลยไป ไปหาหญิงสาวอีกคน โผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง เวลานั้น เธอได้แต่วิ่ง หนีไปแอบร้องไห้ด้วยความเสียใจ

“ตั้งแต่วันนั้น” จอมเล่าถึงการตัดสินใจ “ฉันก็ตัดสินใจย้ายตัวเองไปทำงานที่อื่น แต่ก็ประหลาดนะ ต่อให้ฉันหนีเธอไปไกลแสนไกลแค่ไหน แต่ภาพเธอมันก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้มาจนถึงทุกวันนี้”

ลายเมฆพูดอย่างรู้สึกผิดว่าตนคงทำให้เธอเจ็บปวดมาก จอมบอกทันทีว่าเขาไม่ได้ทำอะไร ตนเองต่างหากที่ทำตัวเอง

“ถึงฉันจะพูดจากวนเธอมาตลอด แต่ฉันก็รู้นะว่าเธอดีกับฉันมากแค่ไหน  เธออาจจะดีไปสำหรับคนอย่างฉันด้วยซ้ำ”

“เมฆ...บางทีคนเราก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่เรา...ช่างมันเถอะ เธอคงไม่เข้าใจหรอก”

“ทำไมฉันจะไม่เข้าใจล่ะ” ลายเมฆเอื้อมไปจับมือจอม “ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง แล้วก็อยากจะมีเธอเป็น...เออะ...เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดอย่างนี้ตลอดไปนะ”

จอมรู้ใจว่าเขาจะพูดอะไร แต่แล้วกลับน้ำตาคลอบอกเขาว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกเมฆ ฉันจะเป็นเพื่อนเธออย่างนี้ตลอดไปแน่ๆ”

ooooooo

เอเชียเล่นละครตบตาจนปีแสงกับฟ้าครามตายใจ วันนี้ขณะที่อยู่กันสองคนเพราะปีแสงไปประชุม เอเชียทำทีได้รับโทรศัพท์จากญาติ บอกฟ้าครามว่า พวกญาติจะให้ตนไปเคลียร์เรื่องเงินทองกันเพราะเชื่อว่า สกั๊ตตายไปแล้วแต่ตนไม่กล้าออกไปไหน

ฟ้าครามเห็นใจจึงอาสาไปเป็นเพื่อน หารู้ไม่ว่าเป็นแผนลวงฟ้าครามไปลักพาตัวระหว่างทาง เมื่อฟ้าครามถูกลักพาตัวไปแล้ว เอเชียทำเป็นตกใจรีบโทร.บอกปีแสงที่กำลังประชุมกันอยู่ที่ร้านของเฮียหลง

“มันต้องเป็นพวกไอ้จักรวาลแน่ๆ ไอ้เลวชาติ ไอ้หมาลอบกัด” ลายเมฆด่าอย่างแค้นใจ

อึดใจเดียวมือถือของผู้กำกับก็ดังขึ้น เป็นสายจากจักรวาล เยาะเย้ยว่าเพิ่งได้ยินข่าวดีใช่ไหม แล้วยื่นเงื่อนไขว่า

“ฟังให้ดีนะ ถ้าไม่อยากให้ลูกสาวไอ้ลายเมฆเป็นอะไรก็อย่าได้แส่เข้ามาขวางงานสำคัญครั้งนี้ของฉันเด็ดขาด เพราะถ้าฉันเห็นแม้แต่แมงหวี่แมงวันที่มาจากแกในวันส่งของละก็...เตรียมรับศพฟ้าครามได้เลย”

พูดเสร็จจักรวาลตัดสายทันที ลายเมฆถามอย่างร้อนใจว่า “มันว่ายังไงบ้างพี่”

“มันยืนยันจะส่งของโดยใช้ฟ้าเป็นตัวประกัน!”

ลายเมฆเตะเก้าอี้จนกระเด็น แล้วรีบโทร.หาองศาเพื่อถามข่าว แต่ไม่มีคนรับสาย ผู้กำกับปลอบใจว่า ถ้ามันจะใช้ฟ้าครามเป็นตัวประกันมันก็คงไม่กล้าทำอะไร และถ้าองศาได้เจอฟ้าครามก็คงไม่ปล่อยให้เป็นอะไรแน่

“นี่นอกจากองศาแล้ว เราไม่มีหนทางอื่นอีกหรือไง ยังไงฉันก็ไม่ยอมมานั่งจมปลักอยู่ตรงนี้” ลายเมฆฮึดฮัด ปีแสงก็ไม่ยอมเหมือนกัน บอกว่าตอนนี้จ่าพยศกำลังไปรับเอเชียเดี๋ยวคงรู้รายละเอียด

“ทั้งคู่ใจเย็นๆนะ เพราะพี่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ถ้า คืนนี้มันมีการส่งของจริงๆ องศาต้องติดต่อเราแน่ๆ” ผู้กำกับพูดอย่างมั่นใจ แล้วทุกคนก็นั่งหน้าเครียดเพราะมีแต่ต้องรอข่าวจากองศาเท่านั้น

ooooooo

ฟ้าครามถูกโปะยาสลบ มารู้สึกตัวเมื่ออยู่ในห้องขังแล้ว ลืมตาเห็นองศาก็โผเข้าขอความช่วยเหลือ จักรวาลเยาะเย้ยว่า นี่ยังเห็นองศาเป็นพี่ชายที่แสนดีอยู่หรือ แล้วให้องศาแนะนำตนให้ฟ้าครามรู้จัก

องศาแนะนำว่านี่คือคุณจักรวาล ฟ้าครามมองตะลึงถามว่าแล้วองศาเกี่ยวอะไรด้วย พอจักรวาลบอกว่าองศาคือคนที่ตนส่งเข้าไปสวมรอยเป็นพวกเดียวกับลายเมฆ เสียดายความแตกเสียก่อนไม่อย่างนั้นก็หลอกเธอมาทำเมียไปแล้ว พูดแล้วเดินไปตบบ่าองศา พูดกลั้วหัวเราะว่า

“แต่ไม่เป็นไรนะองศา ยังไงก็ยังทัน ช่วงวันสองวันนี้ฉันอนุญาตให้นายปู้ยี่ปู้ยำแม่นี่เป็นรางวัลสำหรับความซื่อสัตย์ที่มีให้ฉันมาตลอด”

เมื่อจักรวาลออกไปแล้ว ฟ้าครามด่าองศาที่หลอกพวกตน องศาบอกเธอว่า มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด แต่ตอนนี้ตนอธิบายอะไรไม่ได้เพราะกำลังทำเรื่องสำคัญอยู่ แล้วช่วยแก้เชือกที่มัดมือเธอออกบอกว่าจะหาทางช่วยต่อไป

เสียงเอะอะข้างในทำให้จักรวาลส่งกระทิงให้เข้าไปช่วยองศาจัดการ แต่พอกระทิงเปิดประตู องศาได้ยินเสียงรีบโถมเข้ากอดฟ้าครามซุกไซ้ซอกคออย่างหื่นกระหาย จนกระทิงเบาใจถอยออกไป

เมื่อฟ้าครามสะบัดจนองศาปล่อย เธอไล่ตะเพิดเขาให้ออกไปอย่างเกลียดแค้นชิงชัง

องศาออกไปยืนเจ็บชํ้าใจอยู่ข้างนอก กระทิงเข้ามามอง อย่างจับผิด แล้วจึงบอกคืนนี้จะมีการส่งของให้พาฟ้าครามไปด้วย

ooooooo

สกั๊ตถูกขังอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ร้อนจนแทบจะคลั่งคว้าท่อนเหล็กขึ้นมาฟาดอย่างระห่ำจนเสียงดังถึงข้างนอก ลูกน้องของจักรวาลสองคนที่เฝ้าอยู่มาเปิดดูก็ถูกสกั๊ตจัดการจนสลบแล้วหนีออกไป

แต่พอออกไปได้แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตัดสินใจโทร.หาปีแสงบอกว่า ตนถูกจักรวาลจับขังอยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณนี้มีตู้คอนเทนเนอร์มากมายแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน

ระหว่างโทรศัพท์ลูกน้องจักรวาลฟื้นขึ้นมาตรงเข้าปัดโทรศัพท์ทิ้งแล้วลากตัวเข้าไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ตามเดิม ปีแสงได้ยินเสียงสกั๊ตโต้เถียงกับลูกน้องจักรวาล บอกผู้กำกับว่าโทรศัพท์ยังไม่ถูกตัด จอมจึงเสนอให้เช็กสัญญาณว่าโทร.มาจากไหน

“ได้ ได้ เอาโทรศัพท์มาปีแสง” เฮียหลงรีบเอาโทรศัพท์จากปีแสงไปต่อกับคอมพิวเตอร์ ปีแสงคาดหวังว่า ถ้าเช็กได้คราวนี้เราเจอเครื่องพิมพ์มันแน่

ครู่เดียว เฮียหลงก็เช็กได้ บอกทุกคนด้วยความดีใจว่า “เรียบร้อย ตำแหน่งชัดเจน”

“เอกมันตร์ บอกพวกเราทุกคนเตรียมพร้อม แล้วติดต่อหน่วยปราบปรามเตรียมกำลังไว้ รอฟังคำสั่งอีกที” ผู้กำกับสั่งการทันที แจ็ครับคำแล้วไปดำเนินการ

ขณะนั้น จ่าพยศมาบอกปีแสงว่าเอเชียมาถึงแล้ว ให้รออยู่ข้างล่าง ปีแสงบอกเดี๋ยวจะลงไปหา

ooooooo

ที่ลับแห่งหนึ่ง จักรวาลแต่งตัวหล่อเดินมาบอกองศาให้เตรียมออกเดินทางกันได้แล้ว องศาถามว่าจะไปไหนกัน จักรวาลไม่บอกแต่ให้เตรียมเดินทางเลย

จักรวาล องศา กระทิงพากันมาขึ้นรถตู้หรู ฟ้าครามถูกเอาไปเป็นตัวประกัน ถ้าใครเล่นตุกติกขึ้นมาก็จะเชือดทันที

ระหว่างนั่งในรถตู้หรู องศานั่งประกบฟ้าคราม เธอเมินหน้าไปนอกหน้าต่างอย่างชิงชัง องศานั่งนิ่งๆ แต่สมองเครียดคิดหาทางส่งข่าวให้ลายเมฆ  มีแต่จักรวาลเท่านั้นที่นั่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

พากันมาถึงด้านหน้าลานตู้คอนเทนเนอร์ มีรถลูกค้าต่างชาติของจักรวาลเลี้ยวเข้ามาจอดหลายคัน  ลูกน้องจักรวาลยืนเฝ้าอยู่อย่างเข้มงวด

“ไปรับแขกหน่อยสิกระทิง” จักรวาลสั่ง กระทิง

ทำหน้าเหลอบ่นว่าฝรั่งทั้งนั้นเลย จักรวาลทำหน้าเบื่อหน่ายบอกว่า “เสร็จงานนี้แกไปเรียนภาษาอังกฤษเลย เดี๋ยวฉันออกเงินให้”

ด่ากระทิงแล้วจักรวาลสั่งองศาให้พาฟ้าครามไปอยู่ในกระโจม แล้วคอยฟังคำสั่ง หันไปกำชับลูกน้องว่า “ดูแลให้ดีด้วยนะ”

ooooooo

เมื่อผู้กำกับ ลายเมฆ และปีแสงฟังเอเชียเล่าตอนที่ตัวเองถูกจับไปว่าเห็นเป็นรถตู้สีขาว จากนั้นตนก็สลบไป ทุกคนพากันหนักใจว่าข้อมูลแค่นี้จะไปหาเจอได้ยังไง ปีแสงได้แต่หวังว่าถ้าได้เจอมันทุกอย่างก็จะได้จบทีเดียวเลย

“ลองไอ้จักรวาลมันขู่มาอย่างนี้  มันเอาไอ้ตัวเล็กไปที่นั่นแน่ แล้วถ้าที่นั่นเป็นที่นัดส่งของจริง มันก็จบอย่างที่ปีแสงว่า” ผู้กำกับคาดคะเน

เอเชียเห็นสามคนคุยกัน เข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอปีแสงบอกว่าสกั๊ตติดต่อมาและเรารู้ที่อยู่เขาแล้ว เอเชียตกใจ พอถูกมองก็ทำเป็นดีใจถามว่าสกั๊ตได้บอกอะไรหรือเปล่า

“ยังไม่ได้พูดอะไรกันมากเลยครับ คุณสกั๊ตเขาโดนจับไปก่อน เราเช็กตำแหน่งจากโทรศัพท์เอา” ปีแสงพาซื่อ ลายเมฆเร่งให้รีบไปกันเลยดีกว่า เอเชีย ขอตามไปด้วยอ้างว่า เป็นห่วงพี่ชาย

ปีแสงกับลายเมฆนั่งอยู่ด้านหน้า เอเชียกับแจ็คนั่งข้างหลัง เอเชียถือโทรศัพท์ในมือแต่หาโอกาสโทร.แจ้งจักรวาลไม่ได้เพราะแจ็คนั่งอยู่ด้วย

ผู้กำกับอยู่ในรถปฏิบัติการกับเฮียหลง เข้าไปใกล้ลานคอนเทนเนอร์ แต่มืดจนมองไม่เห็นอะไร ผู้กำกับบอกเฮียหลงให้เข้าไปใกล้กว่านี้  เฮียหลงบอกว่าตนเห็นมีคนเฝ้าอยู่ถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้มีหวังโดนค้น


ผู้กำกับตัดสินใจนำกำลังเดินเท้าไปแล้วล้อมไว้ให้ทั่ว เฮียหลงสั่งการทางวิทยุทันที

“จากรถปฏิบัติการ กระจายกำลังล้อมไว้ รอฟังคำสั่ง ระวังตัวด้วย มีคนสังเกตการณ์อยู่”

ooooooo

องศาหาทางยืมโทรศัพท์ลูกน้องจักรวาลที่กระโจมโทร.บอกลายเมฆถึงแผนการของจักรวาลและที่อยู่ของพวกตนกับฟ้าคราม เอเชียแอบฟังอยู่ เมื่อพวกลายเมฆลงไปปฏิบัติการ จึงรีบโทร.แจ้งจักรวาลสั้นๆว่า

“ตำรวจกำลังจะบุกเข้าไป  องศาเป็นพวกเดียวกับมัน”

เมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตรเช่นนี้ ลานคอนเทนเนอร์แห่งนี้จึงเปลี่ยนเป็นสมรภูมิไปทันที

พวกฝรั่งที่มาซื้อแบงก์ปลอมถูกจ่าพยศต้อนเข้าไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ร้องกันโวยวาย

ลายเมฆไปช่วยฟ้าครามที่อยู่กับองศา แม้องศาจะถูกกระทิงถือปืนเข้าไปจะยิงทิ้ง แต่เขาก็เอาตัวปกป้องฟ้าครามและพาหนี โชคดีที่ลายเมฆเข้าไปช่วยทัน องศาให้ลายเมฆพาฟ้าครามหนี  ส่วนตัวเข้าล่อพวกมันไปอีกทางหนึ่ง เมื่อพาฟ้าครามไปซ่อนในโกดังเก็บของปลอดภัยแล้ว ลายเมฆวิ่งย้อนกลับไปช่วยองศาสู้กับพวกมัน

ผู้กำกับและเฮียหลงทนอยู่ในรถบัญชาการไม่ไหว พากันถือปืนวิ่งลงมาร่วมต่อสู้ด้วย ผู้กำกับ และเฮียหลงวิ่งมาหยุดหน้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ขังสกั๊ตอยู่ ได้ยินเสียงข้างในจึงพังประตูเข้าไปช่วยสกั๊ตออกมา

ปีแสงวิ่งไล่ล่าจักรวาล จนจักรวาลไปเจอเอเชีย มันแกล้งทำเป็นจับเอเชียเป็นตัวประกันสั่งให้ปีแสงทิ้งปืน ขณะปีแสงกำลังจะทิ้งปืนนั่นเอง สกั๊ตวิ่งมาตะโกนบอกเขาว่า

“ปีแสง อย่า สองคนนั่นพวกเดียวกัน เอเชียเป็นพวกไอ้จักรวาล” ปีแสงกระโดดหลบ สกั๊ตวิ่งเข้ามาบอกว่า “ทุกเรื่องที่เกิดกับผม ฝีมือเอเชียทั้งนั้น” บอกแล้วเห็นปีแสงยังงง สกั๊ตเร่ง “รีบตามพวกมันไป งานนี้ผมคิดบัญชีแน่”

สกั๊ตวิ่งไล่ตามจักรวาลกับเอเชียไป ปีแสงได้สติวิ่งตามไปทันที

ลายเมฆไปช่วยองศาต่อสู้กับกระทิง องศาพลาดถูกกระทิงเอาเหล็กแทง จอมพุ่งเข้ามาช่วย องศาลุกขึ้นเห็นลูกน้องจักรวาลสองคนถือปืนวิ่งหนีจึงรีบวิ่งตาม ปล่อยให้ลายเมฆกับจอมสู้กับกระทิงที่นั่น

จังหวะหนึ่ง จอมเห็นกระทิงจะยิงลายเมฆพุ่งเอาตัวเข้าขวาง เธอถูกยิงเข้าที่หน้าอก  ลายเมฆทั้งตกใจทั้งเป็นห่วง จอมบอกว่าตนไม่เป็นไรไม่ต้องห่วงให้รีบไปจัดการมันอย่าให้ตนโดนยิงฟรี ลายเมฆจึงไล่ตามกระทิงไป

ooooooo

ลายเมฆไล่ตามกระทิง เขาเห็นเชือกม้วนอยู่ที่เท้ากระทิงจึงรีบวิ่งไปกดสวิตช์ทำให้ตัวรอกหมุนดึงตัวกระทิงขึ้นไปห้อยหัวต่องแต่ง กระนั้นกระทิงก็ยังจะ ยิงลายเมฆ ถูกลายเมฆยิงสวนขึ้นไปถูกหน้าอกกระทิงสะดุ้งเฮือกแล้วตายสนิททั้งที่ยังห้อยหัวอยู่กลางอากาศ

“เธอไม่ถูกยิงฟรีแล้วจอม” ลายเมฆเอ่ยเบาๆ

อีกมุมหนึ่งที่โกดังเก็บของ เอเชียวิ่งหนีมาเจอฟ้าครามที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้น ฟ้าครามดีใจรีบเรียกเข้าไปหลบด้วยกัน เลยถูกเอเชียจับมัดเอาไปเป็นตัวประกันขณะหนี

ปีแสงไล่ตามมาเจอ บอกเอเชียให้หยุดเดี๋ยวนี้ เอเชียหันมามองเขาอย่างอาฆาต ทั้งคู่ต่อรองกัน ปีแสงเสนอว่าให้เธอปล่อยฟ้าครามแล้วเขาจะช่วยเธอเรื่องคดี เอเชียปฏิเสธและคุมฟ้าครามหนี

ปีแสงวิ่งไปคว้าตัวเอเชียไว้ แต่ตัวเองกลับถูกเธอแย่งปืนจ่อหน้าอกเขาทันที ทั้งคู่ต่อรองกันอีก เอเชียแค้นใจหาว่าปีแสงหลอกให้ตนรักเพื่อล้วงความลับ ปีแสงพยายามหว่านล้อม แต่เอเชียรู้ทันไม่หลงกลและทำท่าจะเดินหนี ขู่ปีแสงห้ามตามตนไป

“ผมปล่อยให้คุณไปไม่ได้” ปีแสงตะโกนคว้ามือเอเชียไว้ เธอจ่อปืนใส่เขา แต่จังหวะนั้นเองมีเสียงปืนดังขึ้น เอเชียล้มฮวบลง ปีแสงรีบประคองเธอไว้ มองไปทางเสียงปืนเห็นสกั๊ตถือปืนเดินเข้ามาประคองเอเชียอีกคน ถามด้วยความสงสารว่า

“เอเชียเป็นไงบ้าง” เอเชียถามว่าเขายิงตนหรือ “พี่ก็ไม่อยากทำแต่ที่พี่ต้องทำเพราะไม่อยากให้เธอทำผิดมากไปกว่านี้” สกั๊ตพูดอย่างสะเทือนใจ

“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย รีบพาไปโรงพยาบาลเร็ว” ปีแสงตัดบท แล้วนึกห่วงฟ้าครามหันมองและแก้มัดให้ ถามฟ้าครามว่าไม่เป็นอะไรนะ ฟ้าครามไม่ตอบ แต่เดินไปโดยไม่มองหน้าปีแสงเลยแม้แต่แว่บเดียว

ooooooo

จักรวาลกับองศาเผชิญหน้ากัน ต่างเอาปืนจ่อใส่กัน จักรวาลมององศาด้วยความผิดหวัง พร่ำพูดถึงความรักและการชุบเลี้ยงดูแลมาราวกับลูก

องศาบอกว่าตนไม่เคยลืมคำที่เขาสอน บุญคุณต้องทดแทนแน่ แต่...จักรวาลพูดแทรกขึ้นว่า

“แต่หนี้แค้นก็ต้องชำระใช่ไหม นายแค้นฉันมากเหรอองศา ถึงตอนนี้ความแค้นของนายมันมากกว่าบุญคุณที่ฉันมีใช่ไหม ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้นายจะทำอะไรกับฉัน จะชำระหนี้แค้นหรือจะทดแทนบุญคุณ”

องศาหว่านล้อมให้จักรวาลยอมมอบตัวเสียเพราะถึงหนีก็ไม่รอด จักรวาลสวนไปโดยไม่มองหน้าว่าองศาทำทุกอย่างของตนพินาศหมด ตนควรจะยิงทิ้งด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ทำ

ทันใดนั้นรถของจักรวาลพุ่งเข้ามาจอด จักรวาลเปิดประตูรถขึ้นไป รถขับพุ่งไปอย่างเร็ว

“ผมได้ทดแทนบุญคุณคุณแล้วนะ” องศามองตามพึมพำอย่างรู้สึกผิด

ที่แท้คนขับรถคันนั้นคือผู้กำกับมนัสนั่นเอง! จักรวาลจนแต้มแต่ก็หาทางออกท้ามนัสดวลปืนไว้ลายให้มีลุ้นกันหน่อยไม่ดีหรือ พูดยั่วพูดเย้ยจนมนัสรับท้าด้วยความแค้น

ทั้งคู่ไปดวลกันที่ลานกว้าง หันหลังเดินคนละสิบก้าว แล้วมนัสก็เริ่มนับ หนึ่ง...สอง...พอนับสองมนัสก็หันยิงทันที จักรวาลถูกกระสุนเข้าที่หน้าอกอย่างจัง ถามเสียงขาดๆ หายๆ “ทำไม...ทำไม...”

“ที่นัสไม่อยากรับคำท้าเพราะนัสรู้จักรวาลดี และเหตุผลที่นัสรับคำท้าเพราะรู้จักวาลดีเหมือนกัน คนอย่างวาลไม่ยอมให้นับถึงสามแน่ๆ”

จักรวาลมองหน้าผู้กำกับมนัสนิ่งก่อนที่จะทรุดตัวลงไป ทันใดนั้นรถพยาบาลและรถปฏิบัติการก็ขับเข้ามาหามนัสอย่างเร็ว...

รถพยาบาลอีกคันขับไปตามถนนอย่างเร็ว มีลายเมฆนั่งเฝ้าร่างของจอมที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงด้วยความซาบซึ้งใจ ที่เธอเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนตนได้โดยไม่ลังเล...

ที่รถพยาบาลอีกคัน เอเชียนอนนิ่งอยู่ในรถ สกั๊ตนั่งมองเอเชียด้วยความสงสารและรู้สึกผิด

ooooooo

ที่บ้านลายเมฆ...

เมื่อปราบแก๊งวายร้ายที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาเกือบครึ่งชีวิตได้แล้ว บรรดามือปราบทั้งหลายก็มาฉลองกัน ผู้กำกับประกาศให้ทุกคนเตรียมรับคนละหนึ่งขั้นได้เลย ทุกคนเฮกันอย่างดีอกดีใจ

เฮียหลง ผู้กำกับมนัส ดาบตุ๊ ดาบต๊ะ จ่าพยศ นั่งเฮฮากันอยู่ในห้องรับแขกเล็กๆที่นั่งกันไม่กี่คนก็เต็ม ส่วนองศา ฟ้าคราม และปีแสง พากันเข้าครัวทำอาหารฉลอง พจมานเจ้าของความคิดเครื่องแปลงโฉมที่กำลังท้องกินตั้งแต่ดอกไม้ใบหญ้าจนวันนี้ไปกินดินปลูกต้นไม้ จนเฮียหลงเดาหน้าลูกไม่ถูกว่าออกมาจะเป็นยังไง

เมื่อทุกอย่างกระจ่างแล้ว ฟ้าครามขอโทษปีแสงที่เข้าใจเขาผิดตลอดมา องศาก็ขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิดเช่นกัน แต่ก็บอกฟ้าครามว่าถึงเวลาเธอต้องตอบใจตัวเองแล้วพูดแล้วขอยกอาหารออกไป ปล่อยให้ปีแสงอยู่กับฟ้าครามตามลำพัง

หนุ่มสาวแง่งอนกันตามประสา แต่เพราะหัวใจตรงกัน เมื่อปีแสงบอกรัก จึงไม่ถูกประชดประชันปฏิเสธเช่นที่ผ่านมา
ส่วนเอเชีย ด้วยการช่วยเหลือของสกั๊ต เธอปลอมตัวเป็นพยาบาลหนีไปได้ สกั๊ตเอาปืนของเธอมาส่งมอบให้ปีแสง ตรวจแล้วเป็นปืนที่ไม่มีลูก ทำให้ทั้งคู่เข้าใจเอเชียจากคำอธิบายของแจ็คที่ว่า

“ถ้าใครสักคนจะเอาปืนมายิงเรา แล้วไม่ยอมใส่กระสุน คนคนนั้นเขาคงไม่อยากให้เราตายมั้ง”

เอเชียขับรถสปอร์ตคันหรูจากไปแล้ว จอมก็ขอย้ายตัวเองกลับไปที่หน่วยเดิม เพราะค้นพบแล้วว่า ระหว่างเธอกับลายเมฆนั้นเหมาะที่จะทะเลาะกันแบบที่เป็นมามากกว่าความห่วงใยเอาใจใส่กันแบบอื่น

ooooooo

ลายเมฆกลับบ้าน เจอฟ้าครามนั่งอยู่คนเดียว เขาถามถึงคนอื่นๆ ฟ้าครามบอกว่าไปคอยอยู่ที่ตลาดโต้รุ่งปากซอยกันแล้ว เมื่อตามออกไปจึงเจอทั้งปีแสง องศา และแจ็ค อยู่ที่นั่น กำลังนั่งกินกาแฟขนมปังสังขยากันอยู่ ลายเมฆนั่งดูคนทำชาชักอย่างสนใจ ปีแสงคันปากแซวว่า

“ทำไม พี่เมฆอยากลองมั่งเหรอ  หรือว่าคิดจะลาออกไปขายชาชัก”

“ชาตินี้ฉันคงไปทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว นอกจากงานนี้ ฉันมาคิดดูนะ ไม่ใช่แค่พวกเราตรงนี้ที่ทุ่มเทชีวิตให้งาน ยังมีอีกหลายคนที่คิดเหมือนเรา แล้วก็มุ่งมั่นเหมือนเรา” ลายเมฆยังพูดเป็นการเป็นงานว่า “ฉันเห็นคนทำชาชักนั่นแล้วก็เห็นสัจธรรมบางอย่าง...”

ลายเมฆหันมองคนทำชาชัก บอกว่าลองคิดดูว่ากว่าเขาจะชักได้ขนาดนี้ เขาต้องชักแล้วชักอีก ต้องชักผิดชักพลาดไปเท่าไหร่ ชีวิตเราจะประสบความสำเร็จได้ก็วัดกันแค่ว่าใครจะชักต่อหรือว่าจะหยุดชัก”

สี่ชายคือ ลายเมฆ แจ็ค ปีแสง และองศา คุยกันเรื่องชาชัก จากที่คุยกันจริงจังค่อยๆ กลายเป็นเรื่องครึกครื้น เพราะทุกคนมุ่งมั่นที่จะชักกันไปเรื่อยๆ ลายเมฆมองหน้าปีแสงถามว่าพูดอะไร เพราะหน้าตาเขาไม่น่าไว้ใจ

“อ้าว...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหน้าผมล่ะ เห็นผมอย่างนี้ ผมก็ไม่เคยคิดจะหยุดชักนะครับ หรือพี่เมฆอยากจะให้ผมเลิกชัก”

“ไอ้ปีแสง เอ็งไม่ได้คิดเรื่องงานใช่ไหม” ลายเมฆมองหน้าเห็นแววตาปีแสงแล้วรู้สึกจะเขวกันไปใหญ่ ลุกขึ้นคว้าตัวหมับ ปีแสงรีบลุกหนี แต่ปากก็ยังไม่ยอมหยุดพูด

“อะไรครับ ผมก็พูดไปตามน้ำ”

แจ็คกับองศาลุกขึ้นเพื่อห้ามลายเมฆ ปีแสงหลบไปหลบมาไปชนกับชาที่กำลังชักอยู่หกรดใส่ทุกคน กลายเป็นว่า ไม่ทันได้ชักชา ก็อาบชาชักกันถ้วนหน้า...

ooooooo

–อวสาน–
กลับไปยังรายบอร์ด