กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15


ขณะเดียวกัน ระหว่างทางไปโรงพิมพ์ อภิชาติราวกับรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับจักจั่นได้ อยู่ๆก็ปวดหัวจี๊ดจนต้องเอามือกุมขมับ สินชัยแปลกใจว่าเป็นอะไรไป อภิชาติซึ่งสวมบทนายยูเว่สะบัดหัวเล็กน้อย ทำฟอร์มขรึม

"ปวดหัวนิดหน่อย...ไม่มีอะไร"

สินชัยมองสงสัย แต่ไม่ติดใจอะไร ในสมองของเขาตอนนี้คิดแต่เรื่องแบงก์พันดอลลาร์ที่มีปัญหา...

ดาวกำลังต่อสู้อยู่กับอาจารย์เฉินก็รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับจักจั่นได้เช่นกัน ถึงกับเสียจังหวะ พลาดท่าถูกอาจารย์เฉินกระแทกหมัดใส่กระเด็นอัดต้นไม้โครม ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อาจารย์เฉินไม่รอช้า ชักดาบปราดเข้าหาหมายจะจัดการดาวขั้นเด็ดขาด ขณะอาจารย์เฉินเงื้อดาบขึ้นสุดแขน มีเสียงปืนดังปัง ดาบในมือกระเด็นไปปักต้นไม้ใกล้ๆ อาจารย์เฉินหันขวับไปมองเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนจ้องปืนมายังเขา

"คนนั้นแฟนผม...ห้ามแตะ" ฤทธิชัยตะโกนขู่อย่างเอาเรื่อง
"ถ้าท่านไม่ลอบกัด...ท่านไม่สามารถทำร้ายเราได้"

"อย่างนั้นเอาใหม่...เชิญ" ฤทธิชัยยิ้มกวน สาดกระสุนใส่ยอดฝีมือฝ่ายศัตรูไม่ยั้ง

อาจารย์เฉินดีดตัวหลบคมกระสุนไปมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วถีบตัวกับต้นไม้ต้นหนึ่งพุ่งเข้าหาฤทธิชัย ก่อนที่เท้าจะถีบเข้ายอดอกผู้กองหนุ่ม ดาวโดดขวาง ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกัน ต้านไว้ได้ทัน แล้วผลักร่างของเขาลอยไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง แต่ด้วยฝีมือล้ำเลิศ อาจารย์เฉินลงมายืนกับพื้นได้โดยไม่ล้ม

ดาวตั้งท่าเตรียมต่อสู้ขณะที่ฤทธิชัยจ้องปืนพร้อมจะยิง อาจารย์เฉินเห็นท่าไม่ดี ดีดตัวหายเข้าไปในพงไม้ทึบ ดาวเกรงจะเกิดเหตุร้ายกับจักจั่น ชวนฤทธิชัยไปยังถ้ำที่เก็บร่างของจักจั่นทันที

ooooooo

ลินจงยิ้มสะใจ งานที่เธอได้รับมอบหมายจากอาจารย์เฉินสำเร็จด้วยดี ร่างทั้งสองร่างของจักจั่นถูก กำจัดในเวลาเดียวกัน พออาจารย์เฉินซึ่งตามมาสมทบกับลินจงทราบข่าวดีนี้ สั่งให้ทุกคนสลายตัว...

ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยมาถึงลานหน้าถ้ำเก็บร่างจักจั่น ซึ่งขณะนี้ปากถ้ำถูกก้อนหินถล่มปิดจนมิดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดาวปราดเข้าไปหาร่างแน่นิ่งของจักจั่นที่อยู่ในอ้อมกอดของแสง

"จักจั่นจะเข้าไปเอาร่างเดิมออกมา พ่อห้ามไม่ทัน" แสงพูดเสียงเครือ ดาวพลอยใจเสียไปด้วย

"คุณดาว...อาจจะเป็นอย่างคราวที่แล้วก็ได้...ที่วิญญาณของจักจั่นแค่ออกจากร่าง" ฤทธิชัยพูดปลอบใจ แสงเงยหน้ามองดาวอย่างมีความหวัง    ดาวหลับตาทำสมาธิ    อึดใจก็ลืมตาขึ้น ส่ายหน้าช้าๆ

"ดาวไม่รู้สึกว่ามีดวงวิญญาณล่องลอยอยู่เลย ไม่เหมือนคราวที่แล้ว"

แสงสีหน้าผิดหวัง เช่นเดียวกับเหล่าสมาชิกโจรที่รายล้อมอยู่รอบๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าทุกคนต่างนิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก ทันใดนั้น ร่างของจักจั่นในอ้อมกอดของพ่อเกิดแสงเรืองรองขึ้นคลุมไว้จนมิด แล้วค่อยๆรวมกันเป็นกลุ่มลอยออกจากร่างของจักจั่น ดาวน้ำตาซึม

"ลาก่อน...จักจั่น"

แสงมองตามน้ำตาคลอ แสงสีทองกลายสภาพเป็นนกสีทองโผขึ้นสู่ท้องฟ้า บินวนเคียงข้างเหยี่ยวสายลมอยู่เหนือถ้ำ ดาวจ้องมองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ฤทธิชัยเดินเข้ามาโอบเธอไว้เพื่อปลอบใจ พลันเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว หินจากปากถ้ำกระเด็นออกไปทุกทิศทุกทาง ทุกคนต่างหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

ปรากฏร่างเดิมของจักจั่นเดินฝ่าม่านฝุ่นออกมา ดาวปราดเข้าไปกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ จักจั่นยังเบลอเพราะแรงระเบิดเลยไม่รู้ว่าวิญญาณตัวเองกลับเข้าร่างเดิม ทันใดนั้น มีเสียงสายลมร้องดังขึ้น จักจั่นเงยหน้ามอง เห็นสายลมกำลังบินเคียงคู่อยู่กับนกสีทอง

"เอะ...พี่ดาวดูสิ นกสีทองมาจากไหน"

"นกสีทองคือยายบ๊อง...กำลังไปสวรรค์"

จักจั่นถึงได้รู้ว่าวิญญาณตัวเองกลับเข้าร่างเดิมได้แล้ว ดีใจมาก โผกอดพ่อแน่น ทุกคนต่างดีใจไปตามๆกัน จากนั้น สมาชิกโจร แสง จักจั่น ดาวกับฤทธิชัยเดินทางกลับค่ายโจรชั่วคราว สมพรเห็นจักจั่นปรากฏตัวในร่างเดิมก็ดีใจมาก สองแม่ลูกกอดกันกลม...

ที่ค่ายอาสาฯ นายไชยกับพวกกรูเข้าทำร้ายไผ่ แต่ ไผ่ฝีมือเหนือกว่าประเคนทั้งหมัดและเข่าใส่สมุนนายไชย กระเด็นไปคนละทิศละทาง นายไชยสู้ไม่ได้ชักปืนขึ้นมายิงกระหน่ำใส่ไผ่กระสุนไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า นายไชยกับสมุนถึงกับตาเหลือกพากันเผ่นหนีไม่คิดชีวิต ไผ่ได้ยินเสียงร้องเตือนจากสายลมเรื่องจักจั่น รีบโดดขึ้นรถจีป ขับตรงไปยังค่ายโจรชั่วคราวกลางป่าลึกด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ขณะฤทธิชัยให้จันจิราตรวจอาการบาดเจ็บของเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ดาวหลบไปคุยกับลุงเดชถึงเรื่องยอดฝีมือที่ฝ่ายตรงข้ามดึงตัวมาช่วยงาน ไผ่มาถึงพอดี ลุงเดช ถามว่าค่ายอาสาฯเป็นอย่างไรบ้าง

"ผมไล่พวกไอ้ไชยกลับไปแล้ว...แต่ผมได้รับสัญญาณจากสายลม...ผมรู้สึกว่าจักจั่น..."

ไผ่พูดยังไม่ทันขาดคำ จักจั่นโผล่เข้ามาด้านหลัง ไผ่หันขวับไปมอง ถึงกับตะลึงที่เห็นน้องสาวกลับร่างเดิมและไม่ได้รับอันตรายอะไร สองพี่น้องโผกอดกันแน่น ดาวมองอย่างตื้นตันใจ

ooooooo

ณ ค่ายของลินจง อาจารย์เฉินหลับตาทำสมาธิ ตรงหน้ามีหุ่นผ้าสามตัววางบนผ้ายันต์ผืนหนึ่ง หุ่นพวกนั้นเป็นเหมือนตัวแทนดาว จักจั่น และไผ่ อาจารย์เฉิน สัมผัสได้ว่าจักจั่นยังไม่ตาย ลินจงเห็นกับตาว่าจักจั่นถูกถ้ำถล่มใส่ฝังทั้งเป็น เป็นไปไม่ได้ที่จะรอด อาจารย์เฉินคาดว่าพวกนี้ต้องมีพลังพิเศษบางอย่างคุ้มครองอยู่

"อย่างนี้เราก็ทำลายพวกมันไม่ได้สิคะอาจารย์"

"มีทางเดียวเท่านั้น ต้องให้พวกมันยอมแต่โดยดีเพื่อแลกชีวิตกับคนที่มันรัก"

ลินจงตาแววโรจน์ รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร...

ลุงเดชฟังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด สรุปว่ายอดฝีมือฝ่ายศัตรูจงใจแยกดาว จักจั่นกับไผ่ออกจากกัน เพราะรู้ดีว่าถ้าทั้งสามรวมกันต่อสู้ เขาไม่มีทางสู้ได้

"ลุงรู้ว่าพวกเธอมีศักดิ์ศรี...ไม่อยากรุมทำร้ายใคร แต่ศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง...แต่เพื่อความสงบสุขของส่วนรวม...ดังนั้น...ลุงอยากให้เธอทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะศัตรู...จำไว้"

ดาว จักจั่น และไผ่พยักหน้ารับคำ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน...

ครู่ต่อมา ดาวชวนฤทธิชัยไปเดินเล่นในป่าใกล้ค่ายโจร เธออดแปลกใจไม่ได้ที่ฤทธิชัยหายเป็นปกติ แถมตามไปช่วยเธอจากอาจารย์เฒ่าได้ทันท่วงที ฤทธิชัยเล่าว่าฝันเห็นเสือกับเหยี่ยวเมื่อคืนก่อน พอตกใจตื่นก็รู้สึกว่าตัวเองหายดี แถมยังสามารถเข้าใจเสียงร้องเตือนภัยของเสือกับเหยี่ยวได้ด้วย

ดาวมองอย่างคาดไม่ถึง "แสดงว่าป่าต้อนรับผู้กองแล้วค่ะ"

"อย่างนั้นผมก็อยู่ป่ากับคุณดาวได้น่ะสิ" ฤทธิชัยดึงร่างหญิงสาวเข้ามาใกล้โอบเอวเธอไว้ "...เอ้อ...คุณดาวยังจำที่ผมบอกคุณดาวได้ไหมครับว่า ถ้าหายแล้ว ผมจะพาคุณอาหญิงมาขอคุณดาว"

"ดาวคิดว่า...ผู้กอง...เอ่อ...เมายา"

"ผมไม่เคยเมายาหรอกครับ...เมาคุณดาวไม่ว่า..." ฤทธิชัยกอดดาวแน่นขึ้น "ว่าไงครับ ตกลงหรือเปล่า"

ดาวอยากให้เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ทั้งเรื่องสินชัย เงินปลอมและเรื่องนางเสือ ฤทธิชัยเชยคางดาวขึ้นมามองสบตา รับปากว่าจะรีบกลับกรุงเทพฯ และจะเปิดโปงเรื่องนางเสือปลอมที่สินชัยเป็นคนจัดฉากขึ้น

"แล้วนางเสือจริงล่ะคะ"

"ผมจะพยายามติดตามขอให้มอบตัว..."

"และถ้านางเสือไม่ยอม"

ฤทธิชัยรู้ดีว่านางเสือทำลายคนชั่วช่วยเหลือคนดี และยังเคยช่วยชีวิตเขาด้วย แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เขาจะเลือกปฏิบัติไม่ได้ ดาวเข้าใจดี แต่อดเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

นกสีทองที่เกิดจากการรวมกันของร่างกายและวิญญาณยายบ๊อง กลับถูกอาจารย์เฉินใช้วิชามารฉกไป จักจั่นรับสัมผัสนี้ได้ ผลุนผลันออกไปช่วยยายบ๊อง ใครห้ามก็ไม่ฟัง ดาวรีบชวนฤทธิชัยขึ้นรถจี๊ปออกตามจนทันกันที่ลานเล็กๆกลางป่า ดาวดีดตัวขวางหน้าจักจั่นไว้

"ใจเย็นๆก่อนจักจั่น อย่าวู่วาม"

"แต่เราต้องช่วยยายบ๊อง" จักจั่นร้อนใจมาก

"แน่นอน...แต่อย่างมีสติ...มันใช้วิชาขโมยวิญญาณแสดงว่ามันมีฝีมือสูงทีเดียว ถ้าเราไม่รอบคอบ นอกจากเราช่วยยายบ๊องไม่ได้แล้ว เราอาจตกเป็นเหยื่อของมัน...เราไปหาผู้กองกันดีกว่าอยู่ทางด้านโน้น"

จักจั่นใจเย็นลงพยักหน้ารับ สองสาวเดินมาขึ้นรถจี๊ปที่ฤทธิชัยนั่งรออยู่ บ่ายหน้าไปยังทิศทางที่สัมผัสยายบ๊องได้...

พอไผ่รู้เรื่องจะตามไปช่วยดาวกับจักจั่น ลุงเดชคัดค้าน เพราะดาว จักจั่นกับฤทธิชัยมีฝีมือพอรับมือพวกศัตรูได้ เขาอยากให้ไผ่กลับไปดูแลค่ายอาสาฯมากกว่า ไผ่อ้าปากจะค้านแสงเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาๆ

"ไผ่เชื่อลุงเดชดีกว่า พวกมันเริ่มลงมือแล้ว...พาหนูจัน กลับไปด้วย จะได้ไปช่วยป้าเนียน"

ไผ่ไม่อยากขัดใจพ่อ พยักหน้ารับคำ แต่อดเป็นห่วงดาว จักจั่นกับฤทธิชัยไม่ได้...

ขณะที่ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยขับรถไปตามเส้นทางในป่า อยู่ๆท้องฟ้าจากกลางวันแดดเปรี้ยง ค่อยๆกลายเป็นมืดครึ้ม ดาวจอดรถ เตือนทุกคนระวังตัวให้ดี มีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวมาทางนี้ แล้วดีดตัวลงจากรถกระชากปืนขึ้นมากระชับไว้ในมือ จักจั่นกับฤทธิชัยทำตาม กวาดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

พลันมีเงาดำพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งสามคนสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกนั้นกระเด็นหงายหลังตามแรงกระสุน แต่กลับลุกขึ้นเดินดุ่มๆเข้ามาอีก พอดาวเห็นหน้าชัดๆถึงได้รู้ว่าพวกมันเป็นผีดิบ บ่นพึมพำว่า

"ที่แท้มันเรียกวิญญาณเร่ร่อนมาเข้าร่างคนตาย แล้วส่งมาเล่นงานพวกเรา"

ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยต่างเตรียมพร้อมรับมือ จังหวะนั้น ท้องฟ้าที่มืดมิดกลับสว่างขึ้นอีก พวกผีดิบชะงักนิดหนึ่ง จักจั่นยิ้มดีใจ คิดว่าพวกมันกลัวแดด แต่ต้องหุบยิ้ม พวกผีดิบดาหน้าเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง

ooooooo

ขณะเดียวกัน จงชือเห็นรถตู้ของสินชัยเลี้ยวเข้าไปจอดในตึกร้างแห่งหนึ่ง สินชัยกับอภิชาติลงจากรถตู้เดินเข้าไปในตัวตึก มือปืนสี่คนกรูตามลงมา ยืนเฝ้าระวังโดยรอบ จงชือเกรงพวกนั้นจะผิดสังเกตรีบสั่งการ

"เราถอยก่อน โรงพิมพ์ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญ...ไอ้ยูเว่ ต่างหากคือคนที่เราต้องการ"

คนขับรถพยักหน้ารับคำ ค่อยๆถอยรถหลบ...

ภายในตึกร้างแห่งนั้น มีแท่นพิมพ์แบงก์ปลอมตั้งอยู่เต็มและมีมือปืนยืนคุมอยู่ทุกจุด หัวหน้ามือปืนเห็นสินชัยรีบเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรเร่งด่วน สินชัยไม่พูดพล่ามสั่งให้หยุดการพิมพ์ทั้งหมดทันที อภิชาติคว้าแม่พิมพ์ไปที่โต๊ะทำงาน เลื่อนโคมไฟที่มีแว่นขยายติดอยู่มาส่องดู สินชัยมองตามหน้าเครียด

"เจอแล้ว...ตรงนี้เอง...เส้นบางไปหน่อย" อภิชาติว่าแล้วเอาเครื่องมือมาแต่งแม่พิมพ์แบงก์พันดอลลาร์อยู่อึดใจ "เรียบร้อย...เข้าแท่นพิมพ์ต่อได้เลย"

"แค่นี้เองหรือ"

"ครับ แค่นี้เอง...คราวนี้เราก็ไปดูที่คอมพิวเตอร์อีกครั้งถ้าทุกอย่างออกมาตามแม่พิมพ์ก็เป็นอันว่าจบ"

สินชัยพยักหน้าพอใจ อภิชาติลอบสังเกตบริเวณรอบๆโรงพิมพ์เพื่อจดจำทุกรายละเอียด...

ครู่ต่อมา จงชือเห็นรถตู้ของสินชัยออกจากตึกร้าง รีบ โทร.สั่งให้ลูกน้องจัดกำลังเสริมให้พร้อม รถเป้าหมายกำลังมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของนายยูเว่แล้ว...รถของจงชือตามรถตู้ของสินชัยมาถึงโกดังเก็บของ ทันทีที่สินชัยกับอภิชาติลงจากรถ มือปืนนับสิบคนกรูออกจากที่ซ่อนล้อมอภิชาติไว้ สินชัยยกมือขึ้นห้าม

"ถอยไปให้หมด...ทำเป็นตกใจไปได้คุณยูเว่..."



สินชัยหันไปยิ้มให้อภิชาติ แล้วเดินนำไปยังประตูทางเข้าโกดัง ร้องสั่งให้เปิดประตู สมุนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่มองหน้าอภิชาติเขม็ง อภิชาติยืนนิ่งเตรียมพร้อม มือค่อยๆขยับมาใกล้เอวซึ่งเหน็บปืนไว้

"แต่ท่านยูเว่ไม่อยู่" สมุนพูดกับสินชัยแต่สายตากลับจับจ้องอภิชาติไม่วางตา

"ไม่เป็นอะไร...ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น...เปิดประตู"

สมุนไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบเปิดประตูให้ เผยให้เห็นภายในโกดังมีสมุนสองคน คนหนึ่งนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนอีกคนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ สินชัยเดินเข้าไปหาคนคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ ขอตรวจงาน

"ไม่รอคุณยูเว่ก่อนหรือครับ"

สินชัยนิ่วหน้าสงสัย "ท่านยูเว่ไปไหน"

"ไปพักหาอะไรดื่มที่บาร์ครับ เพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เองครับ"

กว่าสินชัยจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็เป็นตอนที่อภิชาติเอาปืนจ่อหัวเขาไว้ แถมขอบคุณที่สินชัยอุตส่าห์พามาที่นี่ สินชัยกัดฟันกรอดๆเจ็บใจที่ถูกอภิชาติเล่นละครตบตา อภิชาติสั่งให้สินชัยส่งคนไปตามนายยูเว่

"ถ้าผมรู้ว่านายยูเว่เป็นใคร...ผมคงไม่ถูกคุณหลอก ยิ่งไอ้พวกนี้ด้วย มันยิ่งไม่รู้ใหญ่...ตั้งแต่คราวนั้นที่คุณบุกมา นายยูเว่มีเพิ่มขึ้นเป็น 5 คน" สินชัยยิ้มแสยะ ขณะที่อภิชาติตีหน้าเครียด

ooooooo

ดาว จักจั่นและฤทธิชัยใช้ทั้งหมด ทั้งเข่าและปืนแต่ก็ทำอะไรพวกผีดิบไม่ได้ จังหวะหนึ่งฤทธิชัยเสียทีถูกผีดิบตัวหนึ่งฟาดฝ่ามือใส่ กระเด็นกระแทกต้นไม้สลบเหมือด ดาวกับจักจั่นสู้ติดพันเข้ามาดูแลผู้กองหนุ่มไม่ได้ ดาวเลยเรียกสายฟ้ามาช่วยดูให้ พวกผีดิบไม่กล้าแหยมกับสายฟ้า หันไปเล่นงานสองสาวแทน

จักจั่นกับดาวชักมีดขึ้นมาต่อสู้ ดาวปักมีดเข้ากลางอก ผีดิบร้องโหยหวนก่อนจะสลายกลายเป็นฝุ่น ดาวร้องบอกจักจั่นทันทีว่าจุดอ่อนของพวกมันอยู่ที่อก จักจั่นถีบผีดิบตัวหนึ่งออกไป

"เหมือนตอกลิ่มเข้าหัวใจพวกผีดิบแวมไพร์เหรอพี่ดาว"

"ใช่" ดาวว่าแล้วโดดตัวลอยเข้าใส่ผีดิบ เอามีดเสียบกลางหัวใจอย่างเหมาะเจาะ ผีดิบตัวนั้นกลายเป็นฝุ่น พอรู้วิธีกำราบแล้วก็เป็นการง่ายที่สองสาวจะจัดการส่งพวกผีดิบไปเกิดใหม่...

ที่โกดังเก็บของ อภิชาติใช้ปืนจี้บังคับสินชัยให้พาไปยังห้องพักผ่อนซึ่งจัดไว้สำหรับนายยูเว่โดยเฉพาะ อภิชาติถึงกับอึ้งเมื่อพบชายชาวต่างชาติ 5 คน นั่งอยู่คนละมุมห้อง โดยมีสมุนคนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่

สินชัยยิ้มกวนประสาท "เชิญเลือกเอาได้เลยครับคุณอภิชาติ"

อภิชาติกวาดตามองชายต่างชาติทั้ง 5 คน แล้วตะโกนขึ้นว่า "เอาล่ะ...ใครไม่ใช่นายยูเว่ออกไปได้...ถ้าไม่รีบออกไป โดนข้อหาติดคุกหัวโตไม่รู้ด้วย"

พวกนั้นต่างมองหน้ากัน มีฝรั่งคนหนึ่งลุกขึ้นเดินผ่านหน้าอภิชาติไป อีกคนหนึ่งขยับตัวลุกขึ้น ขณะเดินผ่านหน้าทนายหนุ่ม สร้อยตรวจจับไทเทเนียมที่อภิชาติห้อยคออยู่เริ่มสั่นและมีไฟกะพริบ

"เดี๋ยวก่อน...มร.ยูเว่ อยู่ก่อน"

อภิชาติยิ้ม กดเหรียญที่สร้อยให้ไฟดับ สมุนของสินชัย เห็นอภิชาติมัวแต่สนใจนายยูเว่ ฉวยโอกาสพุ่งใส่ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบแล้วตบด้วยด้ามปืนหน้าคะมำ สินชัยอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว นายยูเว่ขยับจะตาม อภิชาติยิงปืนขึ้นเพดานเปรี้ยง นายยูเว่หยุดกึก

"นายสินชัยไปได้ แต่นายต้องอยู่ก่อน" อภิชาติสั่งให้นายยูเว่กลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ

เสียงสินชัยตะโกนบอกอภิชาติให้ยอมแพ้ได้แล้ว ถึงอย่างไรก็หนีไปจากที่นี่ไม่ได้ อภิชาติค่อยๆแง้มประตูห้องดู เห็นสมุนของสินชัยนับสิบจ้องปืนใส่โดยมีสินชัยยืนสั่งการอยู่ด้านหลัง อภิชาติรีบโดดหลบเป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงปืนดังหูดับตับไหม้ ข้าวของในห้องพักผ่อนกระจุยกระจาย

ทุกคนต่างหลบเข้าที่กำบังกันโกลาหล พลันมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น อภิชาติยิ้มออก รู้ทันทีว่าจงชือกับพวกบุกมาช่วย สมุนของสินชัยเห็นท่าไม่ดีบอกให้เจ้านายรีบหนี ด้วยความเคียดแค้นก่อนไปสินชัยสั่งให้สมุนบุกเข้าไปฆ่าพวกนั้นให้หมด อภิชาติตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ดีที่พวกของจงชือมาช่วยไว้ได้ทัน จัดการสังหารสมุนของสินชัยตายเรียบ และจับกุมตัวนายยู่เว่ได้ในที่สุด
ไม่นานนัก กู่หลินตามมาที่โกดัง ขอบคุณอภิชาติที่ช่วยตามตัวนายยูเว่จนเจอ อภิชาติถอดสร้อยคอคืนให้ กู่หลินขอร้องให้เขาเก็บไว้ อภิชาติรับไว้ด้วยความเต็มใจและอวยพร ให้เธอเดินทางโดยปลอดภัย ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน อภิชาติกับจงชือมองตามรถของกู่หลินแล่นไปจนลับสายตา จงชือหันมาชี้เหรียญในมืออภิชาติ

"ผมไม่ได้บอกว่ามีเครื่องส่งวิทยุอยู่ในเหรียญด้วย"

"เท่ากับว่าคุณรู้ว่าผมอยู่ที่ไหนตลอดเวลา...ที่แท้คุณก็ไม่ไว้ใจผมเหมือนกัน" อภิชาติยิ้มสบายอารมณ์ "...ผมขอถามหน่อย ทำไมคุณถึงเคลียร์พวกแก๊งมังกรออกจากโรงพิมพ์ ได้รวดเร็วทันใจ"

ที่จงชือทำได้รวดเร็วเพราะแก๊งมังกรคือคนของเขาเอง อภิชาติอยากรู้อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้โรงพิมพ์แบงก์ปลอมเป็นอย่างไรบ้าง จงชือโทร.แจ้งทางการไทยไปแล้ว ป่านนี้คงไม่เหลือซาก ทั้งสองต่างขอบคุณซึ่งกันและกัน แล้วจับมือลากันด้วยไมตรีจิต

ooooooo

ฤทธิชัยไม่ได้เป็นอะไรมาก พักเดียวก็รู้สึกตัว แต่เนื่องจากตะวันลับทิวเขาไปแล้ว ดาวตกลงใจว่าคืนนี้คงต้องค้างแรมในป่า พรุ่งนี้ค่อยตามรอยกันต่อ ฤทธิชัยพยักหน้าเห็นด้วย เนื่องจากฤทธิชัยเพิ่งฟื้น ดาวขอให้เขาหลับพักผ่อนก่อน เธอจะอยู่เฝ้าระวังเป็นผลัดแรกเอง ส่วนจักจั่นจะอยู่ต่อจากเธอ

"เอาล่ะ ผมยอมรับความจริงว่าผมอ่อนเชิงกว่าคุณสองคนในเรื่องป่า ปลุกผมเมื่อถึงเวลาแล้วกัน" ฤทธิชัยว่าแล้วเอนหลังพิงต้นไม้...

ท่ามกลางแสงสลัวของกองไฟ มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม ดาวระวังภัยเต็มที่ สายตากราดไปในความมืดเบื้องหน้า จักจั่นเดินมายืนข้างๆมองไปยังทิศทางเดียวกัน

"บางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอก...พี่ดาวคิดอย่างจักจั่นหรือเปล่า"

"อืม...พี่ว่าอย่าให้มันเห็นผู้กองจะดีกว่า"

ดาวค่อยๆเดินไปหาฤทธิชัยซึ่งกำลังนอนหลับสนิท แล้วหลับตาทำสมาธิ ขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาช่วยปกป้องอำพรางร่างของเขาให้พ้นจากสิ่งชั่วร้าย สิ้นเสียงอธิษฐานของดาว มีแสงรางๆมาคลุมร่างของฤทธิชัยไว้มิด ดาวยิ้มพอใจที่ไม่มีฤทธิชัยมาคอยเกะกะ เธอกับจักจั่นจะได้ใช้พลังต่อสู้กับศัตรูได้เต็มที่หน่อย

ทันใดนั้น มีเสียงกรีดร้องอย่างน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น ร่างๆหนึ่งพุ่งเข้าใส่ดาวกับจักจั่น สองสาวดีดตัวหลบกรงเล็บแหลมของมันพุ่งเข้าหาคอของดาวกับจักจั่นพร้อมกัน ทั้งคู่เบี่ยงตัวเล็กน้อย คว้าข้อมือมันไว้ได้ มืออีกข้างหนึ่งของทั้งคู่ตวัดมีดสั้นขึ้นมาเงื้อ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเป็นยายบ๊องหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว

ยายบ๊องบุกตะลุยเข้าใส่ สองสาวได้แต่ปัดป้องไม่กล้าลงมือทำร้าย ยายบ๊องได้ทีลุกไล่อย่างหนัก สองสาวพลาดท่าถูกยายบ๊องบีบคอ ดาวพยายามแกะมือออกแต่สู้มือของยายบ๊องไม่ได้ จักจั่นทนต่อไปไม่ไหว เงื้อมีดสั้นหมายจะแทง พลันมีเสียงปืนดังปังกระสุนถูกร่างยายบ๊องเต็มๆถึงกับกรีดร้องลั่น

พุ่งหายไปในความมืด

ฤทธิชัยวิ่งเข้ามาหาสองสาว "ผมตกใจตื่นขึ้นมาเห็นคุณจักจั่นถือมีดอยู่ แต่ไม่เห็นทำอะไรก็เลยตัดสินใจยิง"

"แปลก...ทำไมปืนของผู้กองถึงไล่ยายบ๊องไปได้" ดาวนิ่วหน้าสงสัย

"เอ่อ...คือผมยกมือไหว้ขอเจ้าป่าก่อนแล้วถึงยิง นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้ผล...เดี๋ยว...เมื่อกี้คุณพูดว่ายายบ๊องหรือ" ฤทธิชัยงง มองหน้าดาวกับจักจั่นสลับกันไปมา ดาวตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่ายอดฝีมือของฝ่ายศัตรู เรียกวิญญาณเร่ร่อนมาเข้าร่างยายบ๊อง แล้วสั่งให้มาจัดการกับพวกเรา ฤทธิชัยถอนใจเฮือก

"นี่ถ้าผมเล่าให้นายชาติฟัง มันต้องหัวเราะเยาะผมแน่"

จักจั่นรับปากว่าถ้าอภิชาติหัวเราะเยาะเขา เธอจะหยิก ให้เนื้อเขียวเอง ทั้งสามคนต่างยิ้มขำ...

คืนเดียวกันนั้น ลินจงส่งชายในชุดดำแยกกำลังเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งล่อไผ่กับจันจิราไว้ อีกส่วนหนึ่งลอบเข้าไปทำร้ายป้าเนียนถึงในห้องนอนของเธอ ยังโชคดีที่ไผ่ไหวตัวทันกลับมาช่วยป้าเนียนไว้ได้ แต่เธออาการสาหัส หมอต้องเก็บตัวไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด...

อภิชาติก็ถูกชายหญิงชาวต่างชาติคู่หนึ่งใช้ปืนจี้ลักพาตัวไปจากหน้าคลับหรูที่เที่ยวประจำของเขา จี้บังคับให้ขึ้นรถของอภิชาติเอง ขับหายไปท่ามกลางแสงสียามค่ำคืนอย่างไม่รู้ชะกรรม

ooooooo

ดึกคืนนั้น ฤทธิชัยอาสาจะเฝ้ายามให้เพราะเห็นว่าจักจั่นกับดาวบู๊กับพวกศัตรูมาตั้งแต่ตอนเย็นยันค่ำ ดาวอ้าปากจะค้าน ฤทธิชัยชิงพูดขึ้นก่อนว่า ถ้าเขาได้ยินหรือเห็นอะไรผิดสังเกต เขาจะปลุกทั้งคู่ ทันที ดาวตกลงตามนั้น แล้วสองสาวพากันไปนอนใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กองไฟ

ขณะฤทธิชัยกำลังยืนเฝ้าระวังอยู่นั้น ยายบ๊องห้อยหัวลงจากต้นไม้มือสองข้างเอื้อมไปที่คอของดาว ฤทธิชัยตวัดปืนเล็งไปยังยายบ๊อง แต่ก่อนจะลั่นไก ดาวดีดตัวขึ้นคว้าร่างยายบ๊องไว้อย่างรวดเร็ว จักจั่นก็เช่นกัน ดาวล็อกคอยายบ๊องแน่นไม่ยอมปล่อย ยายบ๊องพยายามสะบัดจนดาวกระเด็นลงไปคลุกฝุ่น

ฤทธิชัยตวัดปืนในมือขึ้นเล็งอีกครั้ง ดาวร้องห้ามเสียงหลง เขาได้แต่จ้องปืนค้างอยู่อย่างนั้น ยายบ๊องดีดตัวเข้าหาดาว ฟาดฝ่ามือใส่อุตลุด ดาวได้แต่ปัดป้องไม่ได้โต้ตอบ แล้วตะโกนถามจักจั่นว่าพร้อมไหม ทันทีที่จักจั่นตอบกลับมาว่าพร้อม ดาวกระแทกฝ่ามือออกไป ยายบ๊องลงไปคลุกฝุ่นบ้าง

จังหวะนั้น จักจั่นสะบัดตาข่ายพรานออกจากมือ พุ่งครอบร่างยายบ๊องไว้อย่างรวดเร็ว ยายบ๊องดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งยิ่งดิ้นตาข่ายยิ่งรัดแน่น ดาวเข้ามายืนข้างจักจั่น

"แน่ใจนะว่าตาข่ายพรานของจักจั่นเอายายบ๊องอยู่"

จักจั่นรับรองว่าเอาอยู่แน่นอน ดาวพยักหน้ารับรู้ แล้วดีดตัวไปยังทิศทางที่อาจารย์เฉินอยู่ เธอรู้ดีว่าเขาต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ถึงควบคุมวิญญาณที่เข้าร่างยายบ๊องได้ ดาวต้องตัดการควบคุมวิญญาณของอาจารย์เฉินให้ได้ ก่อนที่ร่างของยายบ๊องจะบอบช้ำไปมากกว่านี้...

อภิชาติถูกชายชาวต่างชาติบังคับให้โยนปืนทิ้ง แต่เขาอิดออด ชายคนร้ายรำคาญคว้าปืนของอภิชาติโยนไปให้คู่หูของเขาที่นั่งอยู่เบาะหลัง หญิงคนร้ายชาวต่างชาติมีข้อความจากสินชัยฝากมาบอกอภิชาติด้วยว่ากู๊ดบาย สองคนร้ายพากันหัวเราะคิกคัก อยู่ๆรถค่อยๆลดความเร็วจนหยุดสนิท หญิงคนร้ายสงสัยว่าจอดทำไม

"ไม่ได้จอด...อยู่ดีๆเครื่องก็ดับ"

"อ้อ...ลืมบอกไป รถผมมีปัญหาว่าจะส่งไปซ่อมพรุ่งนี้"

"ไม่ต้องเสียเวลา คุณไม่ต้องใช้อีกแล้ว" ชายคนร้ายหัวเราะอีก อภิชาติหัวเราะบ้าง เพราะเคยได้ยินมาว่าถ้าใครได้หัวเราะก่อนตาย วิญญาณจะได้ขึ้นสวรรค์

"เอาเลย...หัวเราะได้เต็มที่" ชายคนร้ายเชิญชวน

"ผมหมายถึงพวกคุณต่างหาก"

ชายคนร้ายหยุดหัวเราะ สั่งให้อภิชาติลงจากรถ หญิงคนร้ายลงไปยืนเอาปืนจ่อเขาไว้ ชายคนร้ายจึงตามลงมา อภิชาติ เจ้าเล่ห์อ้างว่าไม่อยากตายข้างถนน ขยับเดินห่างจากรถไปหลายก้าว ชายคนร้ายอารมณ์เสีย ยิงที่พื้นข้างเท้าอภิชาติดินกระจุย เขาถึงกับหยุดกึก

"คุณสินชัยอยากรู้ว่าคุณเอานายยูเว่ไปไว้ไหน ถ้าบอกก็จะรอด"

"ถึงบอกก็ไม่รอด...ไม่บอกดีกว่า" อภิชาติไม่ได้หมายถึงตัวเอง

"อย่างนั้นก็กู๊ดบาย"

"เดี๋ยว นับหนึ่งถึงสิบแล้วค่อยยิงได้หรือเปล่าเพื่อน...จะได้มีเวลาทำใจ"



ชายคนร้ายยินยอม ถือว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้าย แล้วเริ่มนับหนึ่ง สอง สามไปเรื่อย พอนับถึงเก้าอภิชาติพุ่งตัวนอนราบกับพื้นเอามือกุมหัวไว้ ทันใดนั้น รถทั้งคันระเบิดตูมไฟลุกท่วม เศษดินเศษหญ้ากระเด็นตกมาที่ร่างของอภิชาติ ส่วนปืนในมือชายคนร้ายตกลงมาตรงหน้า ควันโขมง

ooooooo

อาจารย์เฉินนั่งหลับตาสวดมนต์อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ต้นหนึ่ง ตรงหน้ามีหุ่นดินปั้นตัวเล็กๆเป็นตัวแทนของยายบ๊องวางอยู่ มีเชือกสีดำจากมือของเขาคล้องคอหุ่นไว้ สมุนของลินจงนับสิบยืนหันหลังให้อาจารย์เฉินล้อมบริเวณนั้นโดยรอบ เฝ้าระวังไม่ให้ใครผ่านเข้ามา ส่วนลินจงนั่งเฝ้าระวังอยู่หน้ากระโปรงรถจี๊ป

พลันมีเงาดำผ่านแวบไปทางด้านหลัง ลินจงโบกมือให้สมุนสองคนตามไปดู ดาวจัดการทั้งคู่อย่างง่ายดายมีแต่เสียงร้องโหยหวนดังฝ่าความเงียบเข้ามา ลินจงเหลียวมองอาจารย์เฉินซึ่งขณะนี้ลืมตาขึ้นมอง

"มีคนบุกเข้ามา...เราต้องรีบไป"

"ยังไปไม่ได้...ต้องรอให้ร่างกลับมาก่อน" อาจารย์เฉินว่าแล้ว หลับตาสวดมนต์อีกครั้ง

ดาวซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าจ้องมองอาจารย์เฉินเขม็ง ก่อนยกมือขึ้นพนมสวดพึมพำ ร่างของดาวค่อยๆจางหายไป ลินจงตวัดปืนขึ้นมา เดินไปสำรวจใกล้พงไม้ สายตาจับจ้องฝ่าความมืดไปเบื้องหน้า ดาวปรากฏตัวห้อยหัวลงมาจากต้นไม้เหนืออาจารย์เฉินโดยไม่มีใครเห็น ตวัดมีดสั้นตัดเชือกสีดำในมือเขาอย่างเงียบกริบ

ลินจงสัมผัสได้ถึงสิงผิดปกติแต่ก็สายไปแล้ว ดาวขโมยหุ่นดินปั้นไปเรียบร้อย ทิ้งกิ่งไม้เล็กๆไว้ให้แทน อาจารย์เฉินโกรธจัดที่โดนลูบคม ลินจงอาสาจะตามไปจัดการให้

"ไม่ต้อง...ตอนนี้กลับเป็นมันที่สามารถควบคุมร่างได้ ตามไปรังแต่จะตายเปล่า"

ลินจงกราดมองด้วยความแค้นใจ ยิงสมุนที่ทำงานพลาดระบายแค้น ดาวซุ่มดูจนแน่ใจว่าลินจงกับพวกเคลื่อนขบวนออกจากป่าไปแล้ว จึงดีดตัวกลับมาหาจักจั่นกับฤทธิชัย เอาหุ่นดินปั้นยื่นตรงหน้าร่างของยายบ๊อง ดาวพนมมือสวดมนต์ ยายบ๊องดิ้นทุรนทุรายก่อนจะฟุบลงกับพื้น หุ่นดินปั้นสลายเป็นแสงหายไป
"แน่ใจหรือว่าจะสงบจริง" ฤทธิชัยมองอย่างขยาด

จักจั่นตอบไม่ได้เหมือนกัน สะบัดมือไปยังตาข่ายพราน ตาข่ายหายไป ฤทธิชัยจ้องร่างของยายบ๊องตาไม่กะพริบ ดาวพลิกร่างของยายบ๊องขึ้นมา เห็นยายบ๊องหน้าตาสวยเหมือนเดิม จักจั่นถอนใจโล่งอก

"วิญญาณร้ายที่สิงอยู่มอดไปแล้ว" ดาวยิ้มกับจักจั่นอย่างสบายใจ พลันร่างของยายบ๊องสลายกลายเป็นจุดสีทอง แล้วรวมตัวเป็นนกสีทองตัวเล็กๆอีกครั้ง โผขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงสายลมร้องดังขึ้น บินเข้ามาพานกสีทองบินหายไปในท้องฟ้า จักจั่นบอกลายายบ๊องอีกครั้ง

"เรากลับไปเล่นงานพวกมันบ้างดีกว่า" ฤทธิชัยเสนอแนะ

"ได้เลย...แต่ขอกินก่อนได้หรือเปล่า จักจั่นหิว" จักจั่นยิ้มหน้าเป็น พลอยทำให้ดาวกับฤทธิชัยยิ้มไปด้วย

ooooooo

อภิชาติกำลังจะเข้านอนตอนที่ท่านรองฯก้อง-เกียรติโทร.มาสอบถามว่าทำไมเขาถึงรอดจากการถูกลักพาตัวมาได้ อภิชาติเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า

"คือผมตั้งเวลาไว้ 3 นาที ถ้าไม่กดปุ่มตัดวงจร รถก็จะหยุดวิ่งแล้วหลังจากนั้น 5 นาทีก็จะระเบิดครับ"

"นี่คุณติดระเบิดไว้ในรถเลยเหรอ...คุณนี่เว่อร์จริงๆ"

"ผมเบื่อไอ้พวกขโมยรถครับ ระเบิดทิ้งดีกว่าที่จะให้มันเอาไป แต่ผมให้โอกาสหนีตั้ง 5 นาทีแล้วนะครับ"

"ก็ดี...ไม่ต้องตามจับให้เสียเวลา" ท่านรองฯก้องเกียรติว่าแล้ววางสาย อภิชาติยิ้มขำ ปิดไฟเข้านอน...

ทันทีที่หมอแจ้งว่าป้าเนียนปลอดภัย ไผ่รีบเดินทางมายังค่ายโจร รายงานเรื่องนี้ให้ลุงเดชทราบ

ooooooo

ที่โกดังเก็บของอีกแห่งหนึ่งของสินชัย ขณะสินชัยกำลังตำหนิลินจงที่ทำงานพลาด มีเสียงปืนดังขึ้นติดๆกันหลายนัด สมุนสองคนของสินชัยซึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าประตูกระเด็นเข้ามานอนตายในห้อง ลินจงชักปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชายฉกรรจ์นับสิบคนวิ่งพรวดเข้ามาจ้องปืนใส่ลินจงกับสินชัย

"คุณคิดจะเล่นตลกอะไร" ลินจงว่าแล้วตวัดปืนจ่อสินชัย

พลันมีเสียงพูดแปร่งหูดังขึ้นด้านหลัง "ใจเย็นไว้ทั้งสองคน"

ลินจงกับสินชัยหันมองตามเสียง เห็นชายต่างชาติคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่หน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ เขาแนะนำตัวว่าชื่อเยซิน เป็นคนที่นายใหญ่ส่งมา สินชัยกับลินจงต่างมองหน้ากัน

"คุณสินชัย...เราเสียหายหนักเพราะคุณ...คุณโชคดีที่เราต้องการตัวแทนคนไทยที่ขายชาติอย่างคุณ...ไม่อย่างนั้นคุณจบไปแล้ว"

"ผมกำลังแก้ไข..." สินชัยพูดไม่ทันจบประโยค เยซิน ตวัดปืนยิงเฉียดแก้มเขาเลือดซิบ สินชัยเงียบทันที

"ผมไม่รู้ว่าคุณจัดการกับคุณทอมได้อย่างไร แต่คุณจัดการกับผมไม่ได้ง่ายๆ...ส่วนคุณลินจง ถือว่ายังมีผลงานที่กำจัดผู้กองฤทธิชัยได้...แต่ถ้าพลาดอีก..." เยซินยิ้มเหี้ยม ลินจงรู้งานรีบพยักหน้ารับคำ เยซินสั่งห้ามใครทำอะไรทั้งนั้น จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากเขา สินชัยเจ็บแค้นใจเยซินมาก แต่ต้องเก็บอาการไว้...

ขณะอภิชาติกำลังจะเดินเข้าสำนักงานทนายความของเขา ถูกมือปืนของสินชัยลอบทำร้าย แต่อภิชาติไหวตัวทัน พุ่งหลบแล้วยิงสวนกลับถูกมือปืนตาย ควันปืนยังไม่จาง เสียงมือถือของอภิชาติดังขึ้น พอเห็นเป็นเบอร์ของฤทธิชัย ถึงกับยิ้มออก แต่สายตายังมองกราดไปรอบๆอย่างระแวด
ระวัง

"อย่าบอกนะว่านายเป็นวิญญาณโทร.มาหาฉัน...ครั้งสุดท้ายที่เห็นนาย...ฉันนึกว่านายเดี้ยงแน่"

"ขอบใจที่เป็นห่วงนะเพื่อน...เรื่องไอ้ยูเว่ไปถึงไหนแล้ว"

"กำลังเดินทางไปคุกฮ่องกง เรื่องเงินปลอมก็จบเพราะฉันทำเครื่องหมายที่แม่พิมพ์ไว้แล้ว ส่วนโรงพิมพ์ ท่านรองฯสั่งคนบุกทลายไปเรียบร้อย" อภิชาติอุบเรื่องถูกลอบทำร้ายไว้ ยังไม่อยากบอกอะไรตอนนี้

"นายสินชัยคงอยากสับนายให้แหลกเป็นชิ้นๆ...แล้วคุณอาหญิงล่ะเป็นอย่างไรบ้าง"

"ท่านรองฯส่งคนไปคอยดูแลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง...ฉันขอตัวก่อนแล้วพรุ่งนี้จะรีบไปหา"

"โอเคเพื่อน" ฤทธิชัยวางสาย หันไปยิ้มให้ดาวซึ่งกำลังขับรถเลี้ยวเข้าเขตป่า ครู่ต่อมา ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยมาถึงค่ายโจรชั่วคราว ฤทธิชัยอดแปลกใจไม่ได้ว่าตลอดเส้นทางผ่านป่าไม่เห็นร่องรอยพวกสินชัยเลย หรือว่าย้ายไปตั้งฐานที่อื่น ดาวไม่คิดเช่นนั้น ถ้าพวกนั้นย้ายที่เธอต้องรู้แน่นอน ฤทธิชัยมองดาวอย่างสงสัย

หญิงสาวรีบพูดกลบเกลื่อน "ดาวหมายถึง...ป่าต้องช่วยเราให้เห็นรอยของพวกมัน"

ฤทธิชัยพยักหน้าเห็นด้วย แล้วกราดสายตามองไปรอบๆ "บอกตามตรง ผมไม่ชอบเลย มันเงียบผิดปกติเหมือนกับว่าทุกอย่างสงบก่อนพายุจะมา"

ดาวมองตามสายตาของฤทธิชัย รู้สึกเป็นกังวลเช่นกัน "ผู้กองต้องพักอยู่ที่นี่ก่อน เพื่อไม่ให้พวกมันเห็น ดาวกับจักจั่นต้องกลับไปดูค่ายอาสาฯ"

ฤทธิชัยก้าวลงจากรถจี๊ปโบกมือให้สองสาว ยืนส่งจนรถของพวกเธอแล่นลับสายตา...จากนั้นไม่นาน ดาวกับจักจั่นมาถึงค่ายอาสาฯ พบว่ามีนักข่าวชื่อกำจรมารอพบดาว กำจรพยายามซักถามความคืบหน้าการหายตัวไปของฤทธิชัย ดาวโกหกว่าส่งคนออกตามหาทุกวัน แต่ยังไม่ได้ร่องรอยอะไร

"ผมเป็นเพื่อนผู้กอง...ถ้าได้ข่าว ช่วยแจ้งให้ผมทราบจะขอบคุณมาก...นี่ครับ นามบัตรผม"

กำจรยื่นนามบัตรให้แล้วผละจากไป ดาวกำนามบัตรไว้ในมือ อึดใจก็คลายมือออก นามบัตรกลายเป็นผงปลิวไปกับสายลมที่พัดมา...

ในเวลาเดียวกัน ไผ่ไม่พอใจที่นายไชยกับพวกเที่ยวใช้กำลังขู่บังคับชาวบ้านให้ยกที่ดินทำกินให้ จึงตรงไปยังโรงเลื่อยซึ่งเคยเป็นของเสี่ยม้งแต่ตอนนี้นายไชยดูแลกิจการแทน นายไชยกับพวกสมุนพร้อมอาวุธครบมือกระจายกำลังกันล้อมไผ่ไว้ ไผ่ไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับขู่นายไชยว่า

"ข้าให้เวลา 3 วัน คืนที่ดินให้ชาวบ้าน"

สมุนของนายไชยคนหนึ่งอยากลองของยิงปืนใส่ ไผ่เบี่ยงตัวหลบ กระสุนเลยไปโดนพวกเดียวกันเองที่ยืนรายล้อมอยู่ด้านหลังล้มคว่ำ พวกนั้นอ้าปากค้าง ไผ่ตวัดปืนในมือขึ้นมาจ้องไปยังนายไชยสีหน้าเอาเรื่อง

"ข้าบอกแล้วว่าให้เวลา 3 วัน หรือเอ็งอยากจบวันนี้"

นายไชยเจ็บแค้นใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้ จำใจโบกมือให้สมุนเปิดทางให้ไผ่กลับออกไป รอจนไผ่คล้อยหลัง จึงสั่งให้สมุนออกไปยึดที่ดินของชาวบ้านมาอีก

ooooooo

ณ โรงแรมหรูกลางกรุง คุณหญิงรัตนาเชิญอภิชาติมากินข้าวเย็นด้วยกัน และถือโอกาสถามไถ่เรื่องฤทธิชัยไปในตัว อภิชาติโกหกว่ายังไม่ได้ข่าวคืบหน้า พรุ่งนี้เขาจะไปบ้านดอนเสือ จะไปตามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

"แล้วเรื่องนางเสือล่ะจ๊ะ"

"ก็มีข่าวไม่สู้ดี...แต่ผมคิดว่าเป็นนางเสือปลอมมากกว่า...ทำไมหรือครับ"

คุณหญิงรัตนาอึกๆอักๆ "...คือ...ตอนหนูพฤกษาเป็นเด็ก มีเสือเจ้าป่ามาเล่นกับหนูพฤกษา เอ้อ...อาได้ยินว่านางเสือมีเสือคอยติดตามอยู่ด้วย...อาคิดว่าถ้าเป็นเสือตัวเดียวกันนางเสือก็คือหนูพฤกษา"

อภิชาติไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ถ้าเป็นเสือตัวเดียวกันป่านนี้น่าจะแก่ตายไปแล้ว แต่เท่าที่คุณหญิงรัตนาทราบมา ถ้าเป็นเสือของเจ้าป่าเจ้าเขาจริงๆ ย่อมไม่มีวันแก่ไม่มีวันตาย อภิชาติถึงกับอึ้ง...

ดึกแล้ว แต่ดาวยังนอนไม่หลับเฝ้าคิดถึงแต่คำพูดของฤทธิชัยที่จะให้คุณหญิงรัตนามาสู่ขอ มีเสียงสายฟ้าคำรามแว่วเข้ามา ดาวอยากปรับทุกข์กับสายฟ้า รีบดีดตัวหายเข้าป่า สักพักเธอก็มาถึงลานเล็กๆกลางป่า สายฟ้าเดินเข้ามาหา ดาวเล่าเรื่องที่ฤทธิชัยจะมาสู่ขอให้ฟัง สายฟ้าคำรามเบาๆราวกับรับรู้

"แต่ดาวรักป่า ดาวอยากอยู่ที่นี่...ดาวคงเลิกเป็นนางเสือไม่ได้...ดาวจะทำอย่างไรดี"

สายฟ้าคำรามอีก ดาวถอนใจ เหม่อมองท้องฟ้าที่มีแต่ดาวระยิบระยับ...ไม่น่าเชื่อว่าอีกด้านหนึ่งของป่า ฤทธิชัยก็นั่งเหม่อลอยมองท้องฟ้าอยู่เช่นกัน หวนคิดถึงวันนั้น ตอนที่เขาได้กอดดาวไว้ในอ้อมแขน พลันมีเสียงดังขึ้นในพุ่มไม้ใกล้ๆ เขาตื่นจากภวังค์หันไปมองตามเสียง เห็นเงาใครบางคนวิ่งผ่าน เหมือนจะล่อให้เขาออกห่างจากค่ายโจร ชายหนุ่มวิ่งตามมาถึงลานเล็กๆกลางป่า เห็นดาวในคราบนางเสือยืนหันหลังให้

"ดีใจที่ผู้กองแข็งแรงเป็นปกติ"

"เป็นเพราะคุณช่วยผมไว้...ผมรู้ตัวนางเสือปลอมแล้ว..."

"ผู้กองจะทำอย่างไรกับนางเสือจริง"

ฤทธิชัยหวังจะให้เธอมอบตัว หรือไม่ก็หายตัวไป ดาวหันมาเผชิญหน้าต่อรองว่าถ้าเขาสามารถทำให้พวกตัดไม้ทำลายป่า หรือพวกคนชั่วขายชาติหายตัวไปได้ เธอก็จะหายตัวไปเช่นกัน ฤทธิชัยถึงกับใบ้กิน

"แต่ถ้าผู้กองทำไม่ได้...เราก็อาจได้พบกันอีก...แต่ ไม่ใช่การมอบตัวแน่นอน" ดาวดีดตัวหายไป

ooooooo

เกือบเที่ยงวันแล้วกว่าอภิชาติจะมาถึงค่ายอาสาฯ พอรู้จากดาวว่าจักจั่นยังไม่ยอมให้พบหน้าจนกว่าจะหนึ่งทุ่มคืนนี้ที่สวนหลังบ้านป้าเนียน อภิชาติเลยขอฆ่าเวลาด้วยการไปเยี่ยมฤทธิชัย ดาวให้สมาชิกโจรในคราบชาวอาสาฯขับรถจี๊ปไปส่ง ส่วนเธอจะขอตรวจพื้นที่แถวนี้ก่อน ตอนนี้พวกสินชัยดูจะเงียบผิดปกติ

"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวค่อยเจอกันนะครับ" อภิชาติว่าแล้วโดดขึ้นรถจี๊ป ไม่นานนัก เขามาถึงค่ายโจร ทันทีที่เจอหน้าเพื่อนรักโผกอดด้วยความดีใจที่เขาปลอดภัย หวังว่าการเจ็บตัวครั้งนี้ของเพื่อนคงได้อะไรคืบหน้าบ้าง

ฤทธิชัยพยักหน้า "บอดี้การ์ดหญิงของนายสินชัยที่อยู่บนเวทีในงานประมูลเพชร คือนางเสือปลอม"

"ฉันก็คิดอยู่แล้ว...พูดถึงนางเสือ เมื่อวานนี้ ฉันไปกินข้าวกับคุณอาหญิงมา ท่านคิดว่าน้องพฤกษาเป็นนางเสือ เพราะมี เสือมาคอยปกป้องเหมือนกัน จากรูปภาพ เราสงสัยว่าน้องพฤกษาคือคุณดาว ที่เราไม่บอกคุณอาหญิงก็เพราะคิดว่าคุณดาว..."

"คือนางเสือ" ฤทธิชัยช่วยพูดต่อจนจบประโยค

"เริ่มเข้าเค้าแล้วเพื่อน...ฉันคิดว่าคุณดาว นางเสือ น้องพฤกษามีแนวโน้มว่าจะเป็นคนคนเดียวกัน...ถ้าเป็นจริง...นายปวดหัวแน่ๆเพื่อน" อภิชาติยิ้มสีหน้ามั่นใจ ขณะที่ฤทธิชัยถอนใจ หนักใจ

ooooooo
ตอนที่ 16


ดาวขับรถจี๊ปตระเวนไปตามเส้นทางคดเคี้ยวในป่าดอนเสือ สักพัก เบนรถจอดข้างทาง กราดสายตาไปทั่วบริเวณ แล้วแหงนหน้ามองฟ้าที่ว่างเปล่า แปลกใจที่ทุกอย่างเงียบสงบ ดาวลงจากรถจี๊ป เดินสำรวจรอบๆ

"เงียบเกินไปอย่างที่ผู้กองว่าจริงๆ...พวกมันคิดจะทำอะไร"

ขาดคำของดาว เสียงปืนดังสนั่น ดาวล้มคว่ำหายไปหลังรถจี๊ป มือซุ่มยิงโผล่ออกจากที่ซ่อน กระหยิ่มยิ้มย่อง นางเสือปลอมลุกขึ้นมายืนข้างๆ สั่งการให้สมุนตามไปดู พวกสมุนพากันออกจากพุ่มไม้ข้างทางตรงไปยังรถจี๊ป แต่ไม่เจอใครสักคน มือซุ่มยิงมองหน้าสมุนงงๆ

"ก็ข้ายิงถูกมันฟุบไปข้างรถนี่หว่า"

สมุนหันไปโบกมือให้นางเสือปลอมที่ยืนอยู่ในราวป่าเป็นเชิงว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้ นางเสือปลอมโบกมือให้พวกสมุนสลายตัว โดยที่ไม่รู้ว่าดาวยืนอยู่ข้างหลัง

"นึกว่าหายไปไหนหมด...ที่แท้คอยลอบกัดนี่เอง"

นางเสือปลอมหันขวับพร้อมปืนในมือ แต่ดาวไวกว่ายิงเปรี้ยงกลางแสกหน้า นางเสือปลอมหงายหลังตึง พวกสมุนได้ยินเสียงปืนกรูเข้าหา ดาวสาดกระสุนใส่เป็นชุด พวกนั้นตายเรียบ...

ถึงเวลาหนึ่งทุ่มตามนัด อภิชาติเดินตามคบไฟที่ปักเรียงรายมาถึงสวนหลังบ้านป้าเนียน ทั้งดีใจและแปลกใจในคราวเดียวกันที่เห็นจักจั่นในร่างเดิมยืนรออยู่ อภิชาติไม่พูดพล่ามขอหมั้นจักจั่นทันที จักจั่นทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินไปเดินมาสีหน้าครุ่นคิด ถามอภิชาติว่าแน่ใจแล้วหรือ

"แน่ใจที่สุดเลยครับ...เพราะถ้าผมเปลี่ยนใจ ผมถูกคุณดาว คุณไผ่ ลุงเดช รวมทั้งไอ้ผู้กองอัดเละแน่"

"จริงด้วย...ถ้าอย่างนั้นก็โอเคค่ะ" จักจั่นว่าพลางยื่นนิ้วนางให้

"เอ่อ...คือว่าผมแค่ถาม..."  อภิชาติพูดยังไม่ทันจบประโยค จักจั่นแหวใส่ทันที

"อะไร...แค่ถามก่อน ไม่ได้เตรียมแหวนมา แสดงว่าไม่จริงใจน่ะสิ"

"คือ...คือ...ผมไม่ทราบว่าจะมาเจอจักจั่นตัวจริงเสียงจริง พอเจอปุ๊บผมก็ตัดสินใจปั๊บ"  อภิชาติเห็นจักจั่นหน้าหงิกหน้างอ นึกอะไรขึ้นมาได้ ถอดสร้อยคอที่กู่หลินให้เขาไว้เป็นที่ระลึก ทำตาละห้อยยื่นให้จักจั่น

"ถ้าไม่รังเกียจผมขอใช้สร้อยเส้นนี้หมั้นก่อนได้ไหมครับ"

จักจั่นฉีกยิ้มกว้าง  จักจั่นล้อเล่นน่ะค่ะ ไม่ต้องมีแหวนหรืออะไรหรอกค่ะ จักจั่นรู้ว่าคุณอภิชาติจริงใจ"

อภิชาติถอนใจโล่งอก แต่ถึงอย่างไรเขาก็อยากให้จักจั่นเก็บสร้อยคอเส้นนี้ไว้ แล้วบรรจงสวมสร้อยให้ อภิชาติโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ขณะที่จักจั่นซบอกชายคนรักอย่างมีความสุข

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน เยซินเรียกสินชัยกับลินจงมาพบที่ออฟฟิศหรูของสินชัย แจ้งให้ทั้งคู่รู้ว่าภายในวันถึงสองวันข้างหน้าจะมีเฮโรอีนจำนวนมหาศาลเข้ามาพักในเขตป่าดอนเสือ ลูกค้าจะมารอรับพร้อมโอนเงินให้เราก่อนที่จะส่งสินค้าต่อไปยังประเทศคู่ค้าของตน เยซิน หยุดพูด กราดตามองสินชัยกับลินจง

"ดังนั้น...จะต้องไม่มีการผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นอันขาด... เพราะเราสูญเสียไปมากแล้ว" เยซินชำเลืองมองสินชัยอย่างเหยียดๆ "คุณสินชัย...เรื่องสัมปทานอนุญาตสำรวจป่าไปถึงไหนแล้ว"

"ได้มาเรียบร้อยแล้ว" สินชัยพยายามข่มอารมณ์ไว้

"ดีมาก...ใช้สิทธิเคลื่อนคนเข้าไปในป่าดอนเสือให้เร็วที่สุด...งานเร่งด่วนที่สำคัญต่อไปคือ จัดการกับศัตรูที่ขวางทางทุกคน...ใครมีประโยชน์เก็บไว้ก่อนจนกว่างานจะเสร็จ...นอกเหนือจากนั้น...กำจัดให้หมด" เยซินว่าแล้วมองสินชัยอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นออกจากห้อง สินชัยรีบสาวเท้าตามจนทัน

"ท่านเยซิน...ผมอยากจะจัดการแผนเกี่ยวกับคณะกรรมการดูแลภาวะโลกร้อน"

เยซินหยุดเดินหันมาจ้องสินชัยอึดใจ "ผมจะให้โอกาสคุณจัดการเรื่องนี้อีกครั้ง หวังว่าคุณคงไม่พลาดอีก เราต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อมาดำเนินการแทนเงินที่คุณผลาญไป"

สินชัยมองตามเยซินเดินจากไปพร้อมมือปืนคุ้มกันสองคนอย่างไม่พอใจ...

หลังจากตระเวนดูลาดเลาในป่าจนค่ำมืด ดาวแวะหาฤทธิชัยที่ค่ายโจรชั่วคราว เห็นเขากำลังต่อสู้กับสมาชิกโจรสองคนอยู่ที่ลานกว้างกลางค่าย ดาวรีบเดินเข้าไปถามลุงเดชว่าเกิดอะไรขึ้น

"ผู้กองแกเบื่อ เลยขอออกกำลัง"

"สองรุมหนึ่งเลยหรือคะ"

"เด็กมันอยากลอง ผู้กองแกยอม ลุงก็เลยจัดให้" ลุงเดชพูดไปยิ้มไป

ฤทธิชัยอัดสมาชิกโจรคนหนึ่งกระเด็น ดาวส่งเสียงเชียร์ เขาลั่น ฤทธิชัยเผลอตัวหันมาส่งยิ้มให้ เลยเจอหมัดฮุกเข้าเต็มคาง เซถลาเป็นนกปีกหัก ดาวทำหน้าเบ้ เจ็บแทน ฤทธิชัยตั้งหลักได้ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ เสียงกองเชียร์ของแต่ละฝ่ายดังแข่งกันอย่างสนุกสนาน...

ในเวลาต่อมา ดาวกลับถึงบ้านป้าเนียน เจอไผ่เดินตรวจตราอยู่หน้าบ้าน แต่ไม่เห็นจักจั่นอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความว่า ตั้งแต่อภิชาติกลับไป จักจั่นก็เอาแต่ยิ้มหน้าบานอยู่ในห้องนอน

"อืม...เดี๋ยวดาวไปดูสักหน่อย"

ดาวจ้ำพรวดๆขึ้นบ้าน พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไป จักจั่นพุ่งชนเธอลงไปกองบนเตียงด้วยกัน นอนหัวเราะคิดคักสีหน้ามีความสุข ดาวถามว่าเกิดอะไรขึ้น จักจั่นก็เอาแต่หัวเราะแล้วลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น เข้ามากระซิบกระซาบว่าอภิชาติขอเธอหมั้น ดาวยิ้ม ดีใจที่เห็นจักจั่นมีความสุข

ooooooo

หน้าค่ายอาสาฯ บ้านดอนเสือ ขณะดาวกับจักจั่นเดินออกมาส่งอภิชาติที่รถของเขาเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.เข้ามือถืออภิชาติ แจ้งเหตุร้ายว่า ประธานคณะกรรมการกลุ่มดูแลภาวะโลกร้อนถูกพวกสินชัยจับตัวไปเรียกค่าไถ่หนึ่งพันล้านบาท   อภิชาติหน้าเครียดขึ้นมาทันที

"งานนี้มันกะทำลายชื่อเสียงของประเทศเลยทีเดียว"

"พวกไม่รู้คุณแผ่นดิน เอาแต่ประโยชน์ของตัวเอง คอยดูนะจักจั่นจะ..."

ดาวเห็นจักจั่นของขึ้นเลยต้องปรามให้ใจเย็นลง จักจั่นรู้สึกตัวหัวเราะแฮ่ๆ อภิชาติจะเดินทางล่วงหน้าไปเตรียมความพร้อมไว้ก่อน แล้วพวกเธอค่อยตามไปทีหลัง ดาวกับจักจั่นพยักหน้ารับรู้ จากนั้น สองสาวรีบบึ่งรถกลับบ้านป้าเนียนเก็บของใช้จำเป็นใส่เป้สัมภาระหิ้วออกมาใส่รถจี๊ป ดาวหยุดมองหน้าจักจั่น

"พี่ว่าต่อไปนี้ จักจั่นต้องระวังตัวให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ พี่อยากให้จักจั่นอยู่เฉยๆที่ค่ายอาสาฯมากกว่า"

จักจั่นจ้องดาวสีหน้าจริงจัง "พี่ดาว คุณอภิชาติบอกว่าที่ขอหมั้นจักจั่น เพราะจักจั่นมีอุดมการณ์บู๊สะใจดี จักจั่นไม่นั่งหน่อมแน้มอยู่บ้าน นั่งสมาธิหาสันติวิธีกับไอ้คนพวกนี้หรอก...ไม่มีทาง...พี่ดาวไม่ต้องห่วงน่า...เราคนดีพระต้องคุ้มครอง อีกอย่าง ใครก็หนีความตายไม่พ้น ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอก"

"โห...พอหมั้นปุ๊บก็พบแสงสว่างปั๊บเลยนะ" ดาวยิ้มขำ ระหว่างนั้น รถของไผ่แล่นพรวดเข้ามาจอดเทียบ ฤทธิชัยคว้าเป้สัมภาระโดดลงจากรถ

"อภิชาติเตรียมทุกอย่างพร้อมรออยู่แล้ว"

"ผู้กองแน่ใจหรือคะว่าจะลุยงานนี้ด้วย" ดาวทักท้วงด้วยความเป็นห่วง

"เท่ากับเป็นการเปิดตัวเลยนะผู้กอง" จักจั่นพูดเสริม

"ลุย...แต่ไม่ได้เปิดตัว"

"อย่างนั้นเราก็พร้อมแล้วค่ะ" ดาวยิ้มให้ แล้วชวนจักจั่นกับฤทธิชัยออกเดินทาง ไผ่เตือนให้ทุกคนระวังตัวและไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ มองตามรถของดาวแล่นออกไปสีหน้าเป็นกังวล จันจิราตามมาสมทบ

"พี่ไผ่คงอยากไปช่วยจัดการกับพวกมัน"

"พวกนั้นจัดการได้อยู่แล้ว พี่ต้องดูแลที่นี่ ทั้งจัน ป้าเนียน ชาวอาสาฯ ลุงเดช พ่อแสง แม่สมพร ทุกๆคน" ไผ่ว่าแล้วโอบเอวจันจิราไว้ จันจิรานึกเป็นห่วงป้าเนียนขึ้นมา ชวนไผ่ไปเยี่ยม

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ตึกร้างแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราวของพวกฤทธิชัย ดาว จักจั่น ฤทธิชัยและอภิชาติต่างตรวจอาวุธประจำกายเตรียมพร้อมออกลุย อภิชาติแจ้งกับทุกคนว่าทางผู้ใหญ่ต้องการจ่ายเงินค่าไถ่ให้พวกคนร้าย แต่ท่านรองฯก้องเกียรติคิดว่าคนร้ายจะเชิดเงินแล้วฆ่าเหยื่อทิ้งมากกว่า

"แปลว่างานนี้ เราต้องทำกันเอง ไม่ให้มีผลกระทบถึงทางการไทย"

"ถูกต้อง เราต้องช่วยท่านประธานฯกลับมาให้ได้ก่อนบ่ายพรุ่งนี้...ตามที่พวกมันกำหนด"

จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของฤทธิชัยดังขึ้น ผู้กองหนุ่มแปลกใจที่เป็นเบอร์ของท่านรองฯก้องเกียรติ

"ฉันบอกท่านรองฯแล้วว่า นายยังอยู่ ไม่ได้เดี้ยงตามข่าวลือ" อภิชาติรีบไขข้อข้องใจ

ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาแจ้งว่า รถบรรทุกอาวุธของสหรัฐฯที่มาร่วมทำการซ้อมรบ หายสาบสูญไประหว่างเดินทางกลับค่าย นายทหารของสหรัฐฯที่รับผิดชอบสารภาพว่า ได้รับเงินก้อนใหญ่จากคนกลุ่มหนึ่ง และทุกคนที่มีเอี่ยวด้วยถูกคุมตัวส่งกลับสหรัฐฯไปเรียบร้อย

"นายสินชัยฉลาดมาก...มันคิดเอาอาวุธพวกนั้นมาถล่มทางการโดยไม่ต้องลงทุน" ดาวตั้งข้อสังเกต

"ท่านรองฯต้องการให้พวกเราติดตามอาวุธพวกนั้นกลับมาให้เร็วที่สุด หรือไม่ก็ทำลายให้หมด"

อภิชาติเร่งฤทธิชัยกับดาวรีบไปจัดการเรื่องอาวุธที่หายไป ส่วนเขากับจักจั่นจะอยู่ช่วยท่านประธานฯเอง แต่พอฤทธิชัยบอกตำแหน่งสุดท้ายที่รถบรรทุกอาวุธถูกพบเห็นว่าเป็นบ้านดอนเสือ จักจั่นแนะให้โทร.บอกไผ่จัดการเรื่องนี้ให้ ดาวกับฤทธิชัยจะได้ไม่ต้องไปเอง ดาวพยักหน้าเห็นด้วย

"ใช่เลย...พี่ไผ่จัดการได้แน่นอน ดาวมั่นใจค่ะว่าพี่ไผ่ ทำได้...พี่ไผ่ชำนาญป่า ไม่ต้องใช้เครื่องมือสมัยใหม่ก็สามารถหารถขนอาวุธได้อย่างแน่นอน"

"แล้วยังมีกำลังเสริมจากลุงเดชอีกด้วย" จักจั่นพูดเสริม

"ถ้าอย่างนั้นผมต้องรบกวนแล้วครับ"

ดาวคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาไผ่ทันที ฤทธิชัยคลายกังวลเรื่องอาวุธไปได้เปลาะหนึ่ง...

ระหว่างรอสายข่าวของอภิชาติสืบหาที่อยู่พวกลักพาตัว ฤทธิชัยเปิดทีวีดู เห็นกำจรกำลังรายงานข่าวพร้อมเสนอรูปภาพของท่านประธานคณะกรรมการกลุ่มดูแลภาวะโลกร้อนที่ถูกนางเสือลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ระหว่างแวะพักในประเทศไทยก่อนจะเดินทางไปประชุมต่อที่นครปักกิ่ง

"นางเสือปลอมของนายสินชัยอีกแล้ว" ฤทธิชัยบ่นพึมพำ คว้ารีโมตทีวีมากดปิด ดาวมองยิ้มๆ

อภิชาติกลับเข้ามาในห้องบัญชาการ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก ข่าวดีคือเราพบตึกที่คาดว่าจะเป็นสถานที่กักขังท่านประธานฯแล้ว ส่วนข่าวร้ายก็คือพวกคนร้ายคุมเข้มตึกเป้าหมายตั้งแต่ชั้นล่างสุดยันชั้นบน โดยท่านประธานฯถูกควบคุมตัวไว้ที่ชั้นบนสุด แค่เราบุกผ่านชั้นล่างเข้าไป พวกนั้นคงสังหารท่านประธานฯทันที ฤทธิชัยสีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิด

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่ป่าดอนเสือ ขบวนรถของเจ้าหน้าที่พยายามจะสะกดรอยตามรถบรรทุกอาวุธที่หายไปมาถึงเส้นทางกลางป่า แต่ถูกระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้ใต้ถนนระเบิดใส่ รถเสียหายหลายคัน เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บนับสิบคน จึงต้องล่าถอยกลับไป ลุงเดช ไผ่กับแสงเห็นเหตุการณ์แต่ทำอะไรไม่ได้

ลุงเดชถอนใจเฮือก "เจ้าหน้าที่ถูกระเบิดอีกแล้ว...ไผ่...หาแหล่งทำระเบิดของพวกมันให้ได้ ลุงกับพ่อแสงจะเตรียมพร้อม เราจะเก็บกวาดพวกมันให้หมด และตามหาอาวุธที่หายไป"

"ผมกลัวว่าไผ่จะไม่เหลืออะไรให้เราเก็บกวาดนะสิลุงเดช เออ...ไผ่ออกมานี่แล้วหนูจันกับป้าเนียนล่ะ"

"ผมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยดูแลอยู่แล้วครับพ่อ...ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ"

ลุงเดชกับแสงเตือนไผ่ระวังตัวด้วย สองผู้อาวุโสแห่งค่ายโจรมองตามไผ่สีหน้าเป็นกังวล...

ดาว จักจั่น อภิชาติ และฤทธิชัยระดมสมองช่วยกันคิดแผนชิงตัวท่านประธานฯได้หลายแผน ทั้งโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ ทั้งบุกจากชั้นล่างขึ้นไป แต่ไม่ว่าจะเป็นแผนไหน พวกคนร้ายก็จะรู้ตัวก่อน และมีเวลาพอจะจัดการกับท่านประธานฯ ดาวนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะบอกแผนการกับทุกคน



"ดาวจะชิงตัวท่านประธานฯจากพวกมัน แต่จะพาลงมาถึงชั้นล่างคงยาก"

ฤทธิชัยมองหน้าดาวเขม็ง "ถึงเวลานี้ ผมจะไม่ถามว่าคุณดาวจะทำอย่างไร แต่เราจะคอยติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา คุณดาวได้ตัวท่านประธานฯเมื่อไหร่...เราลุยเมื่อนั้น...พบกันที่รถอีก 5 นาทีครับ"

ดาวกับจักจั่นรับคำ อภิชาติกับฤทธิชัยออกจากห้องไปก่อน ทิ้งสองสาวไว้ลำพัง จักจั่นอดถามไม่ได้ว่าดาวจะบุกจากข้างบนตึกเข้าไปได้อย่างไรโดยไม่เปิดเผยตัว ดาวพอมีวิธีแต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า

"แค่นี้ผู้กองก็สงสัยจะแย่อยู่แล้ว"

"เอาน่าจักจั่น...สงสัยได้สงสัยไป...ไม่มีหลักฐานก็แล้วกัน"

จักจั่นพยักหน้าหงึกๆ คว้าเป้สัมภาระสะพายไหล่ เดินออกไป ครู่ต่อมา จักจั่นตามมาสมทบกับอภิชาติและฤทธิชัยซึ่งยืนรออยู่ที่รถ ฤทธิชัยไม่เห็นดาวมาด้วยก็ถามหา

"พี่ดาวบอกว่าเจอกันที่จุดเป้าหมาย" จักจั่นว่าแล้วก้าวขึ้นรถ ขณะที่ฤทธิชัยกับอภิชาติต่างมองหน้ากัน

ooooooo

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัย อภิชาติกับจักจั่นในชุดปฏิบัติการ เอาสีดำป้ายหน้าอำพรางใบหน้าที่แท้จริงนำรถไปจอดฝั่งตรงข้ามกับตึกเป้าหมาย ฤทธิชัยเช็กสัญญาณวิทยุติดต่อแบบไร้สายเสียบหูของทุกคนว่าใช้ได้ดีหรือเปล่า จักจั่นกับอภิชาติโอเค แต่สัญญาณวิทยุจากดาวกลับเงียบ ฤทธิชัยหน้าเครียดขึ้นมาทันที

"ใจเย็นน่าเพื่อน เดี๋ยวคุณดาวก็มา..." อภิชาติตบไหล่ เพื่อนเบาๆ

ฤทธิชัย อภิชาติ และจักจั่นลงจากรถอย่างระมัดระวัง จักจั่นแหงนมองขึ้นไปบนตึกเป้าหมายซึ่งยังสร้างไม่เสร็จ เห็นสายลมบินวนพลางส่งเสียงร้องไปด้วย คนร้ายที่ยืนเฝ้าระวังอยู่บนดาดฟ้าตึกเป้าหมาย มองสายลมอย่างสงสัย ยิ่งสายลมบินเข้าใกล้ดาดฟ้ามากเท่าไหร่ ร่างของมันยิ่งขยายใหญ่ขึ้นๆ

พอได้ระยะร่างของดาวแยกตัวออกจากสายลมแล้วตีลังกาลงมายืนเป็นสง่า ขณะที่สายลมบินแยกไปอีกทาง ดาวหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาสะบัดมีดสั้นหลายสิบเล่มใส่พวกคนร้ายที่ยืนเฝ้าระวังไม่ทันตั้งตัวถูกฆ่าตายเรียบ หญิงสาวปราดไปที่บันไดค่อยๆจดปลายเท้าลงไป

พบว่าชั้นถัดมาเป็นห้องโล่ง มีแต่ลังใส่ของใบใหญ่ๆและอุปกรณ์ก่อสร้างวางระเกะระกะ ดาวค่อยๆโผล่หน้าออกไปดู เห็นคนร้ายสี่คนยืนคุมท่านประธานฯ ซึ่งถูกมัดติดกับเก้าอี้นั่งหันหลังให้

ดาวรอจังหวะก่อนจะพุ่งเข้าจัดการคนร้ายทั้งสี่คนได้ อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แต่แล้วคนร้ายชุดใหญ่กรูออกจากที่ซ่อนสาดกระสุนใส่ดาวเสียงดังสนั่น กระสุนไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้าของเธอ พวกคนร้ายถึงกับชะงัก ดาวตวัดปืนยิงใส่พวกนั้นล้มคว่ำตายหมด ดาวแจ้งฤทธิชัยผ่านทางวิทยุสื่อสารเล็กๆที่เหน็บหูว่า

"ได้ตัวท่านประธานฯแล้ว เปิดทางด้วย"

"เยส...พี่ดาวมาแล้ว" จักจั่นพูดจบ ดีดตัวออกไปสาดกระสุนใส่พวกคนร้ายยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าตึก ก่อนจะพุ่งเข้าไปข้างใน ฤทธิชัยกับอภิชาติเห็นจักจั่นตะลุยเดี่ยวก็ตกใจ รีบไล่ตามไปติดๆ...

ดาวปราดเข้าไปหาท่านประธานฯ แต่พอเห็นหน้าชัดๆก็รู้ทันทีว่าถูกหลอก ชายตัวใหญ่ในคราบท่านประธานฯสะบัดมือหลุดจากเครื่องพันธนาการแล้วพุ่งปัดปืนในมือเธอกระเด็น ดาวร้องเตือนทุกคนลั่น

"ท่านประธานไม่อยู่ที่นี่...เราถูกหลอก"

ฤทธิชัย อภิชาติ จักจั่นต่างมองหน้ากัน พลันมีเสียงร้องของสายลมดังก้อง ดาวเห็นภาพท่านประธานถูกมัดมือมัดปากอยู่ในรถตู้ ที่ตัวติดระเบิดไว้มีไฟกะพริบเป็นสัญญาณเตือนว่าระเบิดกำลังทำงาน

"ท่านประธานถูกมัดอยู่ในรถตู้..." ดาวพูดได้แค่นั้น ก็ถูกชายร่างยักษ์พุ่งเข้าใส่

เธอดีดตัวหลบแล้วเตะสวน เขากระเด็นกระแทกพื้นโครมเบ้อเริ่ม มึนตึ้บ ดาวได้โอกาสหลับตาทำสมาธิเพื่อหาที่อยู่ของรถตู้คันนั้น จักจั่นก็ตั้งสมาธิช่วยดูอีกแรง เห็นภาพรถตู้ จอดอยู่ในลานจอดรถของตึกฝั่งตรงข้าม

"รถตู้จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม" จักจั่นร้องบอกฤทธิชัยกับอภิชาติแล้วดีดตัวออกไป โดยมีสองหนุ่มตามติด

เสียงดาวจากวิทยุสื่อสารเตือนให้ระวังในรถตู้มีระเบิด สิ้นเสียงพูด ร่างของดาวถูกชายร่างยักษ์จับเหวี่ยงไถลไปกับพื้น เขาตามเข้าไปหมายจะซ้ำ ดาวตั้งหลักได้สะบัดมีดสั้นปักเหนือเข่าทั้งสองข้างของเขาอย่างแม่นยำถึงกับทรุดฮวบ แล้วตวัดเท้าเตะปลายคาง ชายร่างยักษ์หงายหลังตึงหลับสนิท ดาวยังไม่ทันหายเหนื่อย อาจารย์เฉินกับลินจงก็ปรากฏตัวขึ้น

"ฉันมารอนายอภิชาติ นึกไม่ถึงว่าจะได้แกแทน"

ลินจงยิ้มพอใจ

"ใครได้ใครเดี๋ยวก็รู้" ดาวยิ้มยั่ว ทั้งสามต่างจ้องหน้ากันเตรียมพร้อมจะเข้าห้ำหั่น...

ฝ่ายจักจั่นวิ่งไปถึงลานจอดรถก่อนใคร ตามติดมาด้วย

อภิชาติและฤทธิชัย ต่างแยกย้ายกันโอบล้อมรถตู้เป้าหมาย ภายในรถตู้มีร่างของท่านประธานถูกมัดมือมัดปากที่ตัวมีระเบิดแขวนอยู่ ฤทธิชัยยกมือขึ้นเป็นเชิงเตือนให้ทุกคนหยุด จักจั่นกลับพรวดเข้าไปในรถ แกะผ้ามัดปากท่านประธานออก

"ทุกคนรีบหนีไปเถอะครับ" ท่านประธานละล่ำละลัก

"เราไม่ไปไหนหรอกค่ะ...เรามาช่วย"

นาฬิกาดิจิตอลซึ่งติดอยู่กับระเบิดนับถอยหลังเหลือเวลาแค่ 2 นาที ฤทธิชัยหน้าเครียดคิดหาทางออก

ooooooo

ชั้นบนสุดของตึกเป้าหมาย ดาวปะทะฝีมือกับอาจารย์เฒ่าได้สองกระบวนท่าก็รู้ทันทีว่าลำพังเธอคนเดียวสู้เขาไม่ได้อยู่แล้ว นี่ยังมีลินจงมาเป็นตัวช่วย อีก เธอต้องหาทางหนี คิดได้อย่างนั้นแล้วดีดตัวขึ้นไปบนดาดฟ้า  อาจารย์เฉินไล่ตามติดพวกคนร้ายขยับจะตาม แต่ลินจงห้ามไว้

"ทุกคนหยุด...เราจะจัดการมันเอง พวกท่านรออยู่ที่นี่"

ลินจงพุ่งตัวตามอาจารย์เฉิน ดาวถูกสองศิษย์กับอาจารย์ล้อมไว้ ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ลินจงยิ้มแสยะ ชูรีโมตบังคับระเบิดในมือให้ดาวดู

"ก่อนที่แกจะตาย รู้ไว้ด้วยว่า...รีโมตบังคับระเบิดอยู่ที่นี่...ไม่ช้าเพื่อนแกก็จะเป็นผงไปด้วย"

ดาวมองหน้าลินจงอย่างเคียดแค้น ก่อนจะตะโกนเรียกสายลม ลินจงกับอาจารย์เฉินมองอย่างงงๆ พลันสายลมก็ปรากฏตัวขึ้นบินโฉบเอารีโมตบังคับระเบิดไปจากมือลินจง แล้วโผเข้าหาดาวด้วยร่างที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดาวยิ้มอย่างผู้ชนะให้ลินจงแล้วกระโดดเข้าใส่ร่างของสายลมกลายเป็นเงาเกาะติดบินหายไปต่อหน้าต่อตาอาจารย์เฉินกับลินจง อาจารย์เฉินมองตามคาดไม่ถึง พึมพำว่า "วิชาถอดวิญญาณ"

เสียงสายลมร้องขึ้นอีกครั้ง แล้วร่อนไปยังดาดฟ้าของตึกถัดไป ดาวตีลังกาแยกร่างออกจากร่างของสายลมลงมายืนบนดาดฟ้า ยกรีโมตบังคับระเบิดขึ้นมาดู...

ระเบิดที่แขวนอยู่บนตัวท่านประธาน เหลือเวลานับถอยหลังแค่ 30 วินาที อภิชาติเร่งให้ฤทธิชัยดึงสายไฟเส้นไหนออกก็ได้ ฤทธิชัยหน้าเครียดสั่งอภิชาติพาจักจั่นออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้

"ไม่มีใครต้องไปไหนหรอกค่ะ...ดูนั่น...พี่ดาว" จักจั่นชี้มือไปยังตึกถัดไป

ตัวเลขบอกเวลาที่ระเบิดหยุดอยู่ที่ 03 วินาที ทุกคนต่างถอนใจเฮือก...รีโมตบังคับระเบิดในมือดาวตอนนี้เปลี่ยนสัญญาณจากไฟสีแดงเป็นสีเขียว...

ไม่นานนัก หน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ท่านรองฯก้องเกียรติสั่งให้ตำรวจคุ้มกันท่านประธานไปส่งยังห้องพัก  ซึ่งตอนนี้มีกำลังตำรวจคอยดูแลตลอด  24  ชั่วโมง ท่านรองฯก้องเกียรติขอบใจฤทธิชัย อภิชาติ และจักจั่นมากที่

ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศชาติไว้ได้ พอไม่เห็นดาวอยู่ที่นั่น ด้วย ท่านรองฯก็ถามหา

"อ๋อ...ป่านนี้คงกลับไปรอที่ตึกบัญชาการแล้วค่ะ"

ทุกคนต่างมองหน้ากัน จักจั่นได้แต่ยิ้มๆ ท่านรองฯ เตือนฤทธิชัยระวังตัวให้มากๆ พวกสินชัยยังไม่รู้ว่าเขายังหายใจอยู่ ฤทธิชัยพยักหน้ารับคำ...

ลินจงยังงงไม่หาย ถามอาจารย์เฉินว่าดาวทำแบบนั้นได้อย่างไร ได้ความว่านี่คือวิชาถอดวิญญาณ ผู้หญิงที่เราเห็นไม่ใช่ตัวจริง  เป็นวิญญาณที่ถอดออกจากร่างมาเล่นงานพวกเรา ลินจงพยักหน้ารับรู้

"เหมือนกับที่เราส่งวิญญาณไปเข้าร่างผู้หญิงคนนั้นแล้วส่งไปเล่นงานพวกมันน่ะหรือคะ"

"ก็คล้ายๆแบบนั้น แต่มันไม่ต้องอาศัยร่างใคร...หรือว่ามันได้รับพรจากสวรรค์" อาจารย์เฉินพึมพำ...

เป็นจริงอย่างอาจารย์เฉินว่า วิญญาณของดาวที่ออกไปต่อสู้กับพวกสินชัยและอาจารย์เฉิน กลับเข้าร่างตัวเอง ซึ่งนั่งสมาธิอยู่บนเตียงในห้องพักที่ตึกบัญชาการชั่วคราวของฤทธิชัย...

ขณะเดียวกัน สายลมที่กำลังบินอยู่เหนือกรุงเทพฯ ก็หายวับไปปรากฏตัวอยู่เหนือป่าดอนเสือ ส่งเสียงร้องดังก้อง ไผ่เห็นภาพเต็นท์ของพวกคนร้ายที่ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ผ่านทางสายตาของสายลม รีบดีดตัวไปตามยอดไม้ตรงไปยังเป้าหมาย  ภายในเต็นท์หลังนั้น พวกคนร้ายกำลังประกอบระเบิดกันอยู่

"มันจริงๆ ตอนที่รถพวกมันแล่นผ่านมาแล้วระเบิดตูม"

พวกคนร้ายต่างหัวเราะชอบใจ  ไผ่ดีดตัวลงมาหน้าเต็นท์ อย่างเงียบกริบ อัดยามเฝ้าระวังสองคนสลบเหมือด ผูกระเบิดติดตัวยามทั้งคู่ไว้   แล้วโยนเข้าไปในเต็นท์ที่เต็มไปด้วยดิน ระเบิดและสารติดไฟ พริบตาเดียว เต็นท์ทั้งหลังระเบิดตูมไฟลุกท่วม  ไผ่ยืนดูผลงานตัวเองสักพัก แล้วดีดตัวหายไปในยอดไม้หนาทึบ...เสียงระเบิดดังสนั่นไปถึงจุดที่แสงกับสมาชิกโจรตั้งแคมป์อยู่ ทั้งหมดหันไปยังทิศทางที่ไฟลุกท่วม

"บอกแล้ว...ไผ่ไม่เหลืออะไรให้พวกเราได้เก็บกวาดหรอก" แสงว่าแล้วยิ้มพอใจ

ooooooo

เยซินไม่พอใจมากที่แผนลักพาตัวควํ่าไม่เป็นท่า สินชัยโทษว่าเป็นเพราะอาจารย์เฉินประเมินศัตรูผิดพลาด อาจารย์เฉินรู้ทันว่าสินชัยจะหาแพะ และนี่เป็นความผิดพลาดครั้งแรกของตน จึงยอมรับผิดแต่โดยดี

"เป็นความผิดของข้า...ข้าประมาทฝีมือพวกมัน"

"เอาคนมีฝีมือมาเพิ่มอีก...แล้วรีบจัดการพวกมันซะ" เยซินว่าแล้วมองกราดทุกคนอย่างเสียอารมณ์...

รถของฤทธิชัยเลี้ยวเข้ามาจอดใต้ตึกบัญชาการชั่วคราว อภิชาติชวนจักจั่นรออยู่ตรงนี้ก่อน  ปล่อยให้ฤทธิชัยขึ้นไปหาดาวคนเดียว เขาไม่อยากไปกับคนหน้าเครียด แล้วหันมาหัวเราะคิกคักกับจักจั่น ฤทธิชัยเดินหน้าตึงเข้าไปข้างใน พอเจอดาวต่อว่าต่อขานเสียงเข้มว่าทีหน้าทีหลังอย่าฉายเดี่ยวแบบนี้อีก ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ดาวตรงเข้ามาจุ๊บเขาเสียก่อน ฤทธิชัยหยุดพูด โอบเอวเธอไว้ นํ้าเสียงนุ่มนวลขึ้นทันที

"ผมเป็นห่วงคุณดาว"

"ดาวขอโทษค่ะ...เหตุการณ์พาไปจริงๆค่ะ" ดาวยิ้มหวาน หัวใจฤทธิชัยแทบละลาย

อภิชาติกับจักจั่นตามเข้ามาสมทบ ดาวกับฤทธิชัยรีบคลายวงแขนออกจากกัน จักจั่นเข้ามาหาดาวกระซิบกระซาบว่าเก่งมาก ทำแบบนั้นได้อย่างไร  ดาวขอติดไว้ก่อน วันหลังจะเล่าให้ฟัง  จังหวะนั้นท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาบอกอภิชาติว่า เพื่อความปลอดภัย ตอนนี้เขาส่งคุณหญิงรัตนาไปต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว จักจั่นบ่นเสียดายที่อดได้เจอคุณอาหญิง

"พี่ว่าดีแล้วจ๊ะ...พวกนายสินชัยมันเริ่มบ้าขึ้นทุกวัน"

"ผมว่าอย่าไปสนใจมันเลยครับ มันบ้ามาเราก็บ้าไป... ตอนนี้ผมว่าเราออกไปฉลองกันดีกว่า"

ฤทธิชัยไม่เห็นด้วย เพราะสินชัยอาจส่งคนตามมาแก้แค้นพวกเรา  และที่สำคัญเขาจะยังเปิดเผยตัวไม่ได้ อภิชาติเสนอให้ไปงานเลี้ยงใส่หน้ากากจะได้ไม่มีใครจำได้  ฤทธิชัยนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะตอบตกลง จักจั่นส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ...

หลังจากสนุกสุดเหวี่ยงกับปาร์ตี้ใส่หน้ากาก อภิชาติ ฤทธิชัย  ดาว กับจักจั่นบ่ายหน้ากลับที่พัก ดึกมากแล้วรถบนถนนแทบไม่มีให้เห็น อภิชาติสะกิดฤทธิชัยให้ดูรถตู้ที่แล่นตามหลัง  แล้วขับรถชะลอให้รถตู้แซงขึ้นหน้าไปก่อน รถตู้ค่อยๆแซงเลยไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนพากันโล่งอก

ทันใดนั้น รถตู้หักพวงมาลัยรถขวางถนนไว้ อภิชาติเบรกเอี๊ยด ทุกคนพากันคว้าปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ชายสองคนลงจากรถตู้เหมือนคอยคุ้มกัน จากนั้นหญิงสาวคนหนึ่งลงจากรถตรงมายังรถของอภิชาติ


"แกไปทำให้สาวที่ไหนอกหักหรือเปล่าวะ...นายชาติ" ฤทธิชัยกระเซ้า

"ว่าไงคุณอภิชาติ" จักจั่นเสียงเขียว

อภิชาติงานเข้าถึงกับหน้าเจื่อน หญิงสาวเดินมาหยุดยืนหน้ารถ พออภิชาติเห็นหน้าเธอชัดๆ จำได้ว่าเป็นกู่หลิน รีบลงจากรถเดินเข้าไปหา กู่หลินโผซบอกเขาทันที

"โห...สงสัยแฟนเก่าตามมาจริงๆด้วย" จักจั่นจ้องภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ

ooooooo

ที่ห้องโถงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง กู่หลินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อภิชาติฟังว่า  ระหว่างคณะของเธอเดินทางไปสนามบิน คนของจงซือคนหนึ่งคิดคดทรยศ  พานายยูเว่หนีเพื่อเอาไปขายให้ใครก็ได้ที่ต้องการซื้อตัว  ฤทธิชัยเดาออกว่าสินชัยต้องเป็นหนึ่งผู้ซื้อแน่ๆ  กู่หลินเล่าเพิ่มเติมว่า

"คุณจงซือเป็นหัวหน้าทีมถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เราถึงต้องการความช่วยเหลือจากคุณอภิชาติอีกครั้ง"

ดาวถึงบางอ้อทันที "ที่แท้...เรื่องเป็นแบบนี้เอง"

จังหวะนั้นมีชายคนหนึ่งออกจากห้องพักฟื้นของจงซือ ตรงมาหาอภิชาติ "คุณจงซือรู้สึกตัวแล้วครับ อยากพบคุณอภิชาติ"

อภิชาติพยักหน้า ลุกขึ้นเดินตามชายคนนั้นเข้าไปในห้องพักฟื้น กู่หลินขยับมานั่งใกล้ๆจักจั่น

"คุณจักจั่นอย่าโกรธคุณอภิชาตินะคะ...กู่หลินไม่ได้เป็นแฟนคุณอภิชาตินะคะ"

"โห...จักจั่นออกอาการขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย...จักจั่นขอโทษคุณกู่หลินนะคะ"

"กู่หลินเข้าใจค่ะ...คุณอภิชาติเป็นสุภาพบุรุษ สาวๆชอบเยอะค่ะ"

จักจั่นทำหน้าไม่ถูก  ดาวกับฤทธิชัยต่างยิ้มขำ ขณะที่กู่หลินงง  ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิด...

ฝ่ายอภิชาติเข้ามาในห้องพักฟื้น เห็นจงซือนอนซม อยู่บนเตียง มีสายระโยงระยางจากถุงนํ้าเกลือกับถุงเลือดมายังแขนทั้งสองข้างของเขา อภิชาติเดินเข้าไปใกล้ๆ จงซือลืมตาขึ้นมอง พูดด้วยเสียงอ่อนแรง

"คุณอภิชาติ...ช่วยเอาตัวไอ้ยูเว่กลับมาให้คุณกู่หลิน แล้วจัดการไอ้คนทรยศให้ผมด้วย"

อภิชาติรับปากจะจัดการให้ จงซือหมดแรงหลับตาลงอีกครั้ง...

หลังจากผจญภัยกันมาทั้งวัน ดาวกับจักจั่นก็กลับถึงห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง จักจั่นไม่รอช้าซักถามดาวว่าทำอย่างไรถึงได้ไปโผล่บนดาดฟ้าของตึกเป้าหมายแล้วกลับมาโผล่ที่ห้องบัญชาการได้

"จำตอนที่จักจั่นอยู่ในร่างของยายบ๊องแล้วออกมาจัดการกับพวกมันตอนที่เราถูกพวกมันใช้ตาข่ายคลุมได้หรือเปล่า" ดาวเท้าความ จักจั่นตาโตขึ้นมาทันที

"อย่าบอกนะว่าพี่ดาวออกจากร่างไปจัดการกับพวกมัน"

ดาวยิ้มพยักหน้า จักจั่นมองเธอสีหน้าตื่นเต้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น  อภิชาติขับรถไปตามเส้นทางที่ปรากฏเป็นจุดเล็กๆ พร้อมสัญญาณไฟกะพริบบนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยมีฤทธิชัยนั่งควบคุมเครื่องอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ ขณะที่ดาวกับจักจั่นนั่งอยู่เบาะหลัง จักจั่นยื่นหน้ามาดูภาพในจอคอมพิวเตอร์ ด้วยสีหน้าชื่นชม

"คุณกู่หลินเก่งจริงๆที่ทำเครื่องติดตัวไอ้ยูเว่ไว้ก่อนโดยที่พวกมันคาดไม่ถึง"

"สัญญาณบอกตำแหน่งอยู่ที่โกดังแถวท่าเรือ" ฤทธิชัยจ้องมองจอคอมพิวเตอร์เขม็ง

"มันกะว่าขายได้เงินแล้วเผ่นหนีลงเรือสินค้าไปเลย" อภิชาติตั้งข้อสังเกต

ดาวแนะให้ตรวจกำหนดการเดินเรือดูไล่ไปตามลำดับทีละลำน่าจะได้เรื่องอะไรบ้าง ฤทธิชัยเห็นดีด้วย ครู่ต่อมา รถของอภิชาติแล่นมาจอดบริเวณท่าเรือ สัญญาณที่จอคอมพิวเตอร์กะพริบถี่ๆแสดงว่าถึงจุดหมายแล้ว แต่อยู่ๆสัญญาณไฟกะพริบก็ดับวูบ

"สัญญาณหายไปแล้ว พวกมันเจอวิทยุที่ติดตามตัวนายยูเว่จนได้" ฤทธิชัยสีหน้าเป็นกังวล

"คุณกู่หลินบอกว่ามันจะขายตัวนายยูเว่ให้กับคนซื้อที่ให้ราคาสูงสุด...งั้นเรารอจนกว่าคนซื้อจะมา"

ทุกคนพยักหน้าตกลงทำตามอภิชาติว่า แต่รออยู่นาน สองนานยังไม่มีวี่แววของกลุ่มผู้ซื้อ ฤทธิชัยถอนใจออกอาการเบื่อหน่าย ยกนาฬิกาขึ้นดูเป็นระยะๆ อภิชาติเริ่มเซ็ง

"สามชั่วโมงแล้ว...ยังไม่เห็นคนซื้อ หรือว่าเกี่ยงราคา กันอยู่...ไอ้พวกนี้มีเงินเป็นหมื่นๆล้าน แต่บาทเดียวไม่ยอมให้หลุด" อภิชาติพูดขาดคำ มีรถเก๋งคันใหญ่สองคันแล่นผ่านรถของอภิชาติซึ่งจอดซุ่มดูอยู่เลยเข้าไปจอดในโกดังเก็บสินค้าหลังสุดท้ายของท่าเทียบเรือ

"น่าจะใช่...พวกมัน" อภิชาติพูดจบสตาร์ตรถ แล่นตามไปช้าๆพยายามจอดรถใกล้จุดหมายที่สุด จากนั้นดาว ฤทธิชัย จักจั่น และอภิชาติ ค่อยๆคืบคลานไปถึงหน้าโกดังเป้าหมายอย่างเงียบกริบใช้ลังใส่สินค้าที่วางเกะกะแถวนั้นเป็นที่ซ่อนตัว ลอบมองเข้าไปด้านใน พบคนร้าย 4 คนพร้อมอาวุธครบมือยืนเฝ้าระวังอยู่

"พวกมันเฝ้าอย่างนี้ ฉันว่าบุกเข้าไปดื้อๆเลยดีกว่าหมดเรื่องหมดราว" อภิชาติเสนอ

"เดี๋ยวพวกมันตกใจยิงไอ้ยูเว่ทิ้ง...นายจะทำอย่างไร...เอาอย่างนี้...ฉันกับคุณดาวจะล่อให้พวกมันสนใจทางนี้ นายกับคุณจักจั่นบุกเข้าไปเอาตัวไอ้ยูเว่"

อภิชาติพยักหน้า "กู๊ดไอเดีย"

"จักจั่นพร้อมแล้วค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้น...เอาเลย" ดาวไม่รอช้าดีดออกไป ฤทธิชัยรีบตามติด...

ในเวลาเดียวกันไผ่หลับตาทำสมาธิเห็นภาพขบวนรถขนอาวุธของสหรัฐฯที่หายไปผ่านสายตาของสายลม กำลังแล่นไปตามทางคดเคี้ยวในป่าทึบ แล้วหันมาบอกลุงเดชกับพ่อแสง

"พวกมันอยู่ทางเหนือของป่าดอนเสือ"

"แถวนั้นมีถ้ำให้มันหลบซ่อนได้หลายแห่ง...เราต้องรีบไปก่อนที่มันจะหลบเข้าไปในถ้ำพวกนั้น"

ลุงเดชว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้แสงกับสมาชิกโจร ทุกคนรีบขึ้นรถกระบะ ขณะที่ไผ่โดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง วิ่งนำขบวนรถของลุงเดชและสมาชิกโจรมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นทันที

ooooooo

ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับดาวโผล่มาอีกด้านหนึ่งของหน้าโกดังเป้าหมายใช้ลังเปล่าหน้าโกดังเป็นที่กำบังตัว ฤทธิชัยบอกแผนเบี่ยงเบนความสนใจพวกคนร้ายให้ดาวฟัง

"สาดกระสุนแล้ววิ่งไปที่ตรงโน้น" ฤทธิชัยชี้มือไปยังโกดังอีกหลังหนึ่งไกลออกไป

ดาวพยักหน้ารับรู้ ทั้งคู่ตวัดปืนสาดกระสุนใส่พวกนั้นล้มคว่ำไปสองคน แล้ววิ่งหนีไปยังทิศทางที่วางแผนกันไว้ คนร้ายที่เหลืออีกสองคนไล่ตามดาวกับฤทธิชัยไปติดๆ แผนเบี่ยงเบนความสนใจได้ผลดีเกินคาด พวกคนร้ายจากด้านในโกดังอีกสามคนออกไล่ล่าดาวกับฤทธิชัยด้วย เหลือคนเฝ้าโกดังไว้เพียงคนเดียว

"ถึงคิวเราแล้ว" อภิชาติหันมาพยักพเยิดกับจักจั่น

"โอเค..." จักจั่นพูดแค่นั้นแล้วดีดตัวออกจากที่ซ่อน ตรงเข้าจัดการคนร้ายที่เหลือ

ทั้งสองคนยังไม่ทันจะเข้าไปในโกดัง รถของคนร้ายคันหนึ่งแล่นสวนออกมา อภิชาติไวทายาดตวัดปืนยิงใส่คนขับ รถเสียหลักพุ่งเข้าหาลังไม้ที่กองระเกะระกะอยู่หน้าโกดัง รถหยุดสนิท เขาปราดเข้าไปที่รถ ขณะที่จักจั่นวิ่งถือปืนตามเข้ามาคอยคุ้มกันให้...

ฝ่ายดาวกับฤทธิชัยวิ่งหลบกระสุนตรงมุมตึกรอจังหวะที่พวกคนร้ายพรวดพราดเข้ามา จึงสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกนั้นพุ่งหาที่กำบัง ยิงโต้กลับ ดาวโดดออกจากที่ซ่อนดวลปืนกับพวกคนร้ายไม่สนใจคมกระสุนที่สาดเข้าหา เธอฆ่าพวกนั้นตายเกลี้ยง ฤทธิชัยรีบวิ่งเข้าไปถามดาวด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

"ดาวไม่เป็นอะไรค่ะ...โชคดีที่พวกมันฝีมือห่วย...เรารีบไปดูคุณอภิชาติดีกว่าค่ะ"

ฤทธิชัยมองหญิงคนรักอย่างสงสัย แต่ไม่ได้ซักถามอะไร รีบวิ่งกลับไปที่โกดัง ดาวมองตาม แล้วก้มมองในอุ้งมือตัวเองเห็นหัวกระสุนของคนร้ายนับสิบๆนัดที่คว้าเอาไว้ได้ตอนดวลกัน เธอโยนมันทิ้งก่อนจะวิ่งตามฤทธิชัย...ด้านอภิชาติเปิดประตูรถออกดูไม่พบนายยูเว่อยู่ข้างใน กวาดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

"ไอ้ยูเว่ไม่อยู่...เราโดนหลอก"

ขาดคำพูดของอภิชาติ รถอีกคันหนึ่งพุ่งออกจากโกดัง จักจั่นโดดเข้าสาดกระสุนใส่เป็นชุด อภิชาติตวัดปืนยิงกระหน่ำใส่รถคันนั้นเช่นกัน ทันใดนั้น มีรถคันที่สามโผล่มาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้าใส่จักจั่นทางด้านหลัง อภิชาติโดดรวบตัวเธอหลบได้อย่างหวุดหวิด
รถทั้งสองคันแล่นตะบึงไปตามทิศทางที่ดาวกับฤทธิชัยวิ่งสวนเข้ามา ทั้งคู่หยุดกึกตวัดปืนขึ้นเล็ง ฤทธิชัยต้องการตัวนายยูเว่เป็นๆ ดาวพยักหน้ารับรู้ สายตาจับจ้องไปยังรถทั้งสองคน

"ไอ้ยูเว่อยู่คันขวามือ" ดาวว่าแล้วยิงปืนใส่กระจกหน้าของรถคันซ้ายมือ ขณะที่ฤทธิชัยยิงยางรถคันขวามือกระจุย รถคันซ้ายมือหักพวกมาลัยหลบแล้วเหยียบคันเร่งเผ่น แน่บ แต่รถคันขวามือยางแบนเสียหลักชนลังเปล่าที่กองสุมกัน ก่อนจะสิ้นฤทธิ์อยู่ตรงนั้น

คนร้ายเปิดประตูรถก้าวออกมาพร้อมกับล็อกคอนายยูเว่ เอาปืนจ่อหัวไว้ ขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้จะยิงนายยูเว่ทิ้ง คนร้ายคนนั้นคือลูกน้องที่ทรยศของจงซือนั่นเอง อภิชาติกับจักจั่นตามมาสมทบ

"ใจเย็นเพื่อน ฉันสัญญากับคุณกู่หลินว่าจะเอาตัวไอ้ยูเว่ไปส่งให้" อภิชาติร้องบอก

"พวกแกขยับ ไอ้ยูเว่ดับ"

ดาวก้าวเข้าไปหาลูกน้องเก่าของจงซือหนึ่งก้าว จ้องตาเขาเขม็ง "ฉันว่าแกไม่อยากตายมากกว่า"

ชายคนนั้นตาเริ่มลอยๆราวกับถูกสะกดจิต "ใช่...ฉันไม่อยากตาย"

"ฉันว่าแกอยากปล่อยตัวนายยูเว่"

ชายคนนั้นพูดตามที่ดาวสะกดจิต "ใช่...ฉันอยากปล่อยตัวนายยูเว่"

ดาวสั่งให้เขาทิ้งปืนถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ชายคนนั้นโยนปืนทิ้งอย่างว่าง่าย แล้วยืนนิ่งเป็นหุ่น ฤทธิชัยกับอภิชาติมองสบตากันสงสัย ฤทธิชัยเข้าไปล็อกตัวชายคนนั้นไว้ แล้วหันมาพูดแหย่ดาว

"อย่าบอกนะว่าคุณใช้เสน่ห์กล่อมมัน"

ดาวไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้ม ขณะที่อภิชาติเดินเข้าไปคุมตัวนายยูเว่ไว้

ooooooo

หลังจากได้ตัวนายยูเว่แล้ว กู่หลิน จงซือและคณะก็เตรียมเดินทางกลับโดยมีอภิชาติ ฤทธิชัย ดาวกับจักจั่นมารอส่ง กู่หลินเข้ามาซบอกอภิชาติขอบคุณเขาอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือ อภิชาติทำตัวไม่ถูกได้แต่ ยิ้มๆ กู่หลินหันมาขอบคุณฤทธิชัย ดาว และจักจั่นเช่นกัน แล้วขึ้นไปนั่งรอในรถตู้ จงซือเข้ามาจับมือกับอภิชาติ

"ขอบคุณมากคุณอภิชาติ"

"คราวหน้าถ้าปล่อยให้นายยูเว่หลุดมาอีกล่ะก็...ผมต้องคิดเงินแล้วนะ" อภิชาติยิ้มอารมณ์ดี

ลูกน้องสองคนของจงซือดันตัวนายยูเว่ซึ่งถูกใส่กุญแจมือขึ้นรถ แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นประกบ จงซือขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย อภิชาติมองตามรถของจงซือ จักจั่นเข้ามายืนจ้องหน้าอภิชาติเขม็ง

"คือ...ผม...คือคุณ...กู่หลิน..." อภิชาติอึกๆอักๆไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

"ลูกผู้ชายที่รักษาคำพูด...จักจั่นปลื้มมากๆ" จักจั่นยิ้มหน้าบาน ทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย มีเสียงมือถือของอภิชาติดังขึ้น อภิชาติรีบรับสาย

"ครับ...ได้ครับ...ยินดีครับ" อภิชาติวางสายแล้วหันมาเห็นฤทธิชัย ดาวกับจักจั่นจ้องเขาเป็นตาเดียวกัน

"อย่าบอกนะว่ามีเรื่องอีก" จักจั่นเหล่

"ไม่มีนี่ครับ...แค่ทางมูลนิธิเด็กโทร.มาขอบคุณที่ผมบริจาคเงินเท่านั้นเอง" อภิชาติยิ้มหน้าเป็น ทุกคนพาโล่งใจ ในเมื่อไม่มีเหตุร้ายอะไรอีกแล้ว ดาว กับจักจั่นเลยขอตัวกลับบ้านดอนเสือ...

ขณะเดียวกัน ที่ป่าดอนเสือ ไผ่ ลุงเดช แสง และสมาชิกโจรแอบซุ่มอยู่บนโขดหิน มองลงไปเบื้องล่างเห็นคนร้ายสี่คนยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าถ้ำขนาดใหญ่ มีรถบรรทุกอาวุธจอดอยู่สองคัน สักพัก มีรถกระบะอีกสองคันขนพวกคนร้ายนับสิบคนมาจอดเทียบ ก่อนจะเดินหายเข้าไปข้างใน

ไผ่มองสำรวจรอบๆแล้วลงความเห็นว่าถ้าเราผลีผลามบุกเข้าไป ต้องเสียเปรียบแน่ๆ พวกคนร้ายมีที่กำบังทางธรรมชาติอย่างดี ด้านหลังเป็นเนินสูง ส่วนด้านหน้ามีโขดหินให้ซุ่มตัว ลุงเดชก็คิดเช่นเดียวกันกับไผ่ แสงแนะให้รอพวกคนร้ายเคลื่อนกำลังออกจากถ้ำแล้วค่อยโจมตีจะดีกว่า

"หรือไม่ผมก็บุกเข้าไประเบิดรถขนอาวุธให้เรียบ พอพวกมันแตกตื่นออกมาจากถ้ำ..."

ไผ่พูดยังไม่ทันจบประโยค ลุงเดชพูดเติมให้ว่า "ก็เข้าทางพวกเราพอดี"

"จัดการส่งพวกมันลงนรกให้หมด" แสงพูดแล้วโบกมือให้สมาชิกโจรสองคนวิ่งเอาเป้มาให้ "ในเป้มีระเบิดตั้งเวลา... ระวังตัวด้วยนะไผ่" ถึงแสงจะรู้ดีว่าลูกชายมีฝีมือล้ำเลิศ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo
ตอนที่ 17


ไผ่จัดการคนร้ายที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าถ้ำทั้งสี่คนด้วยมีดสั้นอย่างเงียบกริบ จากนั้น ตรงไปที่รถบรรทุกอาวุธเอาระเบิดเวลาติดไว้ใต้ท้องรถอย่างว่องไว มีคนร้ายคนหนึ่งเดินออกมาจากถ้ำ เห็นพรรคพวกของตนนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด เขารู้ทันทีว่าเกิดเหตุร้าย ตะโกนลั่น

"มีคนบุกรุก"

ไผ่ยิงเปรี้ยงเดียวส่งคนร้ายไปเฝ้ายมบาล แล้วดีดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับรถบรรทุกอาวุธระเบิดตูม เสียงดังสนั่นหวั่นไหว รถพังพินาศทั้งสองคัน พวกคนร้ายแห่ออกจากถ้ำไล่ยิงไผ่อุตลุดไผ่วิ่งล่อให้พวกนั้นตามมา พอถึงจุดนัดหมาย แสง ลุงเดช และเหล่าสมาชิกโจร สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกคนร้ายตายเรียบ ไผ่ ลุงเดช กับแสงเข้ามาดูศพพวกนั้นด้วยความสมเพช

"ไอ้พวกทำลายแผ่นดิน...ขอให้มันอย่าได้เกิดมาอีกเลย" ลุงเดชสาปส่ง...

ฤทธิชัย ดาว และจักจั่นเดินทางมาถึงค่ายโจรชั่วคราวตอนเที่ยงวันพอดี พอฤทธิชัยรู้ข่าวอาวุธที่โดนปล้นไปถูกทำลายหมดแล้ว เขาขอบคุณลุงเดช แสง ไผ่ และทุกๆคนมาก

ลุงเดชยิ้มรับคำขอบคุณแล้วถามว่า "ผู้กองคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปครับ"

"เรายังทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้มันพลาดแล้วเหยียบมันให้จม...แต่ตอนนี้ พวกมันเจ็บหนัก สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ พวกมันจะต้องตอบโต้กลับอย่างรุนแรงแน่นอน"

"เราพร้อมอยู่แล้วครับ" ไผ่พูดอย่างมั่นใจ

"ใช่...มาเมื่อไหร่เจอเมื่อนั้น" จักจั่นพยักพเยิดกับพี่ชายตัวเอง

"ผมคงต้องรบกวนขอกบดานอยู่ที่ค่ายลุงเดชสักพักหนึ่งก่อนนะครับ พวกมันยังคิดว่าผมตายหรือหายสาบสูญไปแล้ว"

ลุงเดชเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง ฤทธิชัยจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ก็ได้ ดาวอยู่คุยกับฤทธิชัยอีกสักพักก็ขอตัวกลับไปดูค่ายอาสาฯ พร้อมกับจักจั่น

ooooooo

ในขณะเดียวกัน อภิชาติเปิดประตูสำนักงานทนายความของเขาเข้ามา ถึงกับชะงักเมื่อพบเลขาฯของตัวเองถูกชายฉกรรจ์สองคนคุมตัวอยู่ หนึ่งในพวกนั้นเล็งปืนมาที่เขา ทันใดนั้น มีเสียงพูดดังขึ้น

"เรากำลังรอคุณอยู่...คุณอภิชาติ"

อภิชาติหันมองตามเสียง เห็นลินจงยืนจ้องอยู่ เขาตวัดปืนที่เหน็บเอวขึ้นมา ถามเลขาฯว่าพนักงานคนอื่นๆไปไหนหมด ได้ความว่าออกไปหาลูกความ อภิชาติโล่งอก ลินจงขู่ไม่ให้อภิชาติขยับถ้าไม่อยากหาเลขาฯใหม่ อภิชาติยักไหล่ ทำเหมือนยอมแพ้ ปล่อยปืนในมือให้แขวนอยู่ตรงนิ้วชี้ สมุนที่คุมตัวเลขาฯรู้สึกผ่อนคลาย

ลินจงยิ้มอย่างผู้ชนะ "เพราะคุณยังมีประโยชน์กับเรา...เราจะเชิญคุณไปกับเราสักวันสองวัน"

"ถ้ามีห้องพักดีมีแอร์ อาหารอร่อย...แล้วมีคุณคอยดูแล ผมก็ไม่รังเกียจ" อภิชาติยิ้มกวน

ลินจงหุบยิ้มหน้าตึงขึ้นมาทันที สั่งให้อภิชาติทิ้งปืน อภิชาติเจ้าเล่ห์ค่อยๆปล่อยให้ปืนหล่นจากมือ ก่อนปืนจะตกถึงพื้น เขาตวัดขาเตะปืนเต็มแรง มันพุ่งใส่สมุนของลินจงที่คุมตัวเลขาฯอยู่ โดนเข้าเต็มหน้าหงายหลังตึง เลขาฯกรีดร้องด้วยความตกใจ วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ลินจงคาดไม่ถึงได้แต่ยืนมอง

อภิชาติตวัดมือซ้ายไปด้านหลังชักปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมายิงใส่สมุนอีกคนล้มคว่ำ แต่พอหันมาจะเล่นงานนักฆ่าสาว เธอก็หายตัวไปแล้ว เลขาฯกลับเข้ามาในสภาพหัวฟู หน้าซีดตัวยังไม่หายสั่น อภิชาติเห็นแล้วสงสาร ปลอบขวัญลูกน้องด้วยการสั่งให้เลิกงานได้ แล้วไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่สักสองสามชุด ให้ลงบัญชีเขาไว้ เลขาฯยังช็อกอยู่ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ขยับจะออกไป

"เดี๋ยว...หยุดไปเลยอาทิตย์หนึ่ง พาทุกคนไปเที่ยว พักบ้านผมที่หัวหิน ประสานงานกับลูกค้าที่นั่น ทุกอย่างลงบัญชีผม" อภิชาติพูดขาดคำ เลขาฯถึงกับกรี๊ดสนั่นดีใจสุดๆยกมือไหว้ปลกๆแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป อภิชาติอดขำกับท่าทางของเลขาฯไม่ได้ จากนั้น เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์

"ท่านรองฯหรือครับ...ท่านระวังตัวด้วยนะครับ มันเพิ่งส่งคนมาเล่นงานผม ผมว่ามันประกาศสงครามกับเราแล้วครับท่าน"


หลังจากแคล้วคลาดกันมาหลายครั้ง ในที่สุดนายไชยก็เจอตัวลุงหงวนจนได้ บังคับให้บอกว่าลุงเดชเป็นใครและเกี่ยวข้องกับท่านอิทธิอย่างไร ลุงหงวนปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น นายไชยไม่เชื่อ พยักหน้าให้สมุนลากเด็กสาวลูกของเพื่อนบ้านลุงหงวน เข้ามา ขู่ว่าถ้าไม่บอกความจริงเขาจะฆ่าเด็กทิ้ง

"เด็กคนนี้...ไม่ได้เป็นอะไรกับข้า"

"ข้ารู้...แต่เอ็งรู้จักมัน...เอ็งจะให้เด็กคนนี้ตายก็ตามใจ" นายไชยพยักหน้า สมุนยกปืนจ่อหัวเด็กไว้

"อย่าทำฉัน...ลุงหงวนช่วยฉันด้วย"

ลุงหงวนจนแต้ม ต่อรองให้ปล่อยเด็กไปก่อน ถึงจะบอกเรื่องลุงเดช นายไชยสั่งให้สมุนปล่อยเด็กไป เด็กหนีออกจากบ้านลุงหงวนอย่างไม่คิดชีวิต ตรงไปยังค่ายอาสาฯ เจอจันจิราอยู่ที่นั่น ละล่ำละลักเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง จันจิรารีบสั่งให้ชายชาวอาสาฯไป

ตามไผ่มาที่นี่ทันที...

ไผ่ไม่รอช้า รีบไปบ้านลุงหงวน แต่ไม่เจอพวกนายไชย พบลุงหงวนในสภาพโดนซ้อมสะบักสะบอม หน้าตาเละแทบจำไม่ได้ เขารีบประคองลุงหงวนขึ้นรถ พามาให้จันจิรารักษา จันจิราทำแผลแล้วฉีดยาฆ่าเชื้อให้ สักพักลุงหงวนรู้สึกตัว เรียกหาลุงเดชอย่างยากลำบาก ไผ่เข้ามาห้าม

"ลุงหงวน...พักก่อนอย่าเพิ่งพูด"

ลุงหงวนส่ายหน้า ยกมือโบกไปมาไม่ยอม เรียกหาลุงเดชอีกครั้งก่อนจะหมดสติไป จันจิรารีบเข้ามาดูอาการไผ่มองลุงหงวนพลางถอนใจ หนักใจ

"พี่จะไปตามลุงเดชมา...ท่าทางจะเป็นเรื่องสำคัญ" ไผ่ว่าแล้ว รีบตรงไปที่รถ เจอดาวกับจักจั่นขับรถเข้ามาจอดพอดี ดาวร้องถามว่าจะไปไหน

"ลุงหงวนถูกพวกไอ้ไชยซ้อมหนัก อยากเจอลุงเดช"

สองสาวตกใจ วิ่งพรวดไปที่ห้องพยาบาล พอเห็นสภาพของลุงหงวน ดาวตาลุกวาวด้วยความแค้นกลับมาที่รถจี๊ปกะจะตามไปแก้แค้นนายไชย จักจั่นขอไปด้วยแต่ดาวบอกให้เธอเฝ้าระวังอยู่ที่นี่จะดีกว่า จักจั่นไม่กล้าขัด ได้แต่มองตามดาวขับรถออกไป...

นายไชยรีบโทร.รายงานสินชัยทันทีที่กลับถึงโรงเลื่อยเก่าของเสี่ยม้งว่าลุงเดชเป็นคนสนิทของท่านอิทธิ และเป็นคน พาลูกสาวของท่านอิทธิหนีไป สินชัยฉุนขาดแทบอยากจะฆ่านายไชยที่ดันจำลุงเดชไม่ได้

"โธ่ท่าน...ตั้งสิบห้าปี ตอนที่ผมเจอมันก็มัวแต่ยิงกันอยู่ใครจะจำได้"

"ถ้าอย่างนั้น ลูกสาวไอ้อิทธิก็ยังอยู่"

"ครับท่าน...ต้องเป็นคนใดคนหนึ่ง ระหว่างนังเด็กสองคนนั่น"

เท่ากับว่ามีเพียงลุงเดชเท่านั้นที่รู้ว่าคนไหนคือลูกสาวของท่านอิทธิ นายไชยอาสาจะไปลากคอลุงเดชมาให้ สินชัยรู้ดีว่าอย่างนายไชยไม่มีปัญญา สั่งให้รอคำสั่งจากเขาก่อนแล้วกระแทกหูโทรศัพท์โครม...

ไม่นานนัก ดาวขับรถมาถึงโรงเลื่อยเก่าของเสี่ยม้ง สมุนของนายไชยห้าคนพร้อมอาวุธครบมือปรี่เข้ามาล้อมรถไว้ ดาวไม่พูดพล่าม กระชากปืนออกจากซอง ยิงใส่ขาและไหล่ของพวกสมุนบาดเจ็บกันระนาว

"ไอ้ไชยอยู่ไหน" ดาวตะคอกสีหน้าเอาเรื่อง พวกนั้นกลัวลนลาน รีบบอกว่านายไชยเข้าไปตรวจงานในป่า ดาวเก็บปืนแล้วขับรถบ่ายหน้าไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว...

ในเวลาต่อมา ลุงเดชเดินหน้าเครียดเข้ามายืนข้างเตียงลุงหงวน จันจิรารายงานอาการของลุงหงวนให้ฟังว่า ตอนนี้

พ้นขีดอันตรายแล้ว พอพูดได้ ลุงหงวนค่อยๆลืมตาขึ้นมองเห็นลุงเดชยืนอยู่

"ข้า...มี...เรื่องสำคัญ..."

ลุงเดชสั่งให้จักจั่น จันจิรากับไผ่ออกไปรอข้างนอกก่อน แม้เด็กๆจะพากันสงสัยแต่ก็รีบทำตามคำสั่ง

พอลุงหงวนเห็นปลอดคนจึงเล่าให้ลุงเดชฟัง "ข้า... บอกมัน...ว่าเอ็ง...อยู่กับท่านอิทธิ...วันที่...ท่านถูกยิงตาย...ข้าขอโทษ...

ถ้า...ข้าไม่บอก...มันจะยิงเด็กทิ้ง..." ลุงหงวนสลบไปอีกครั้ง ลุงเดชสีหน้าเคียดแค้น

ooooooo

ดาวรู้ที่อยู่ของนายไชยด้วยความช่วยเหลือของสายลมและสายฟ้าเช่นเคย สมุนของนายไชยซึ่งดูต้นทางเห็นรถของดาววิ่งฝุ่นตลบตรงมาทางนี้ รีบรายงานลูกพี่ว่าศัตรูมาคนเดียว นายไชยยิ้มแสยะ

"ทุกคนพร้อม...ทำตามแผน" นายไชยสั่งการอย่างย่ามใจ...

ไผ่เห็นลุงเดชเดินหน้าบอกบุญไม่รับออกมาหน้าค่ายอาสาฯ อดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ลุงเดชส่ายหน้า ไม่มีอะไรลุงหงวนแค่อยากจะสั่งเสียบางอย่างเท่านั้น แล้วถามว่าดาวไปไหน ได้ความจากจักจั่นว่าไปเล่นงานนายไชย ลุงเดชหน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

"ลุงว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว...ลุงจะกลับไปที่ค่ายก่อน เธอสองคนระวังค่ายอาสาฯให้ดี"

ไผ่กับจักจั่นพยักหน้ารับคำ ลุงเดชขึ้นรถขับออกไป พลันมีเสียงสายลมร้องเตือนภัยดังขึ้น ไผ่สัมผัสถึงศัตรูผู้มีฝีมือกำลังวางกับดักเล่นงานดาว  เขาไม่แน่ใจจะใช่คนเดียวกับที่ลุงเดชบอกให้พวกเราสามคนร่วมมือกันจัดการหรือเปล่า  จะใช่หรือไม่จักจั่นไม่สน  แต่เราสองคนพี่น้องต้องรีบไปช่วยดาวเดี๋ยวนี้

ไผ่ไม่อยากทิ้งค่ายอาสาฯ แต่อดเป็นห่วงดาวไม่ได้ ตัดสินใจโดดขึ้นรถจี๊ปออกไปกับจักจั่น...

ทางฝ่ายดาวไม่สนใจเสียงคำรามเตือนภัยของสายฟ้า ร่อนลงกลางวงล้อมสมุนของนายไชยที่ซุ่มรออยู่มีเสียงปืนดังสนั่น กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งใส่ร่างดาวแต่ไม่มีนัดไหนระคายผิว พวกสมุนตะลึงที่ยิงเธอไม่เข้า ดาวได้ทีหมุนตัวเตะด้วยท่าจระเข้ฟาดหางพวกนั้นล้มระเนระนาด พุ่งคว้าคอเสื้อนายไชยเหวี่ยงใส่ต้นไม้โครม

พวกสมุนตั้งหลักได้ หันปืนเข้าหาดาว แต่เธอไวกว่าตวัดปืนยิงพวกนั้นบาดเจ็บไปตามๆกัน แล้วย่างสามขุมเข้าหานายไชย ประเคนทั้งหมัดอัดทั้งเข่าจนล้มกลิ้งล้มหงาย

นายไชยเหลียวมองเลิ่กลั่กหาคนช่วย ทันใดนั้น มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้นอีก ดาวสัมผัสถึงอันตรายได้พุ่งตัวออกไปด้านข้าง หลบมีดสั้นที่บินผ่านหน้าไปปักต้นไม้เหนือหัว

นายไชยพอดี ดาวม้วนตัวกลับมาถึงได้เห็นลินจงกับอาจารย์เฉินยืนอยู่



"พวกเอ็งยังไม่รีบไปอีก" ลินจงตวาดนายไชยเสียงเขียว

นายไชยกับสมุนสะดุ้งเฮือกพากันเดินกะโผลกกะเผลกออกไป ดาวถูกลินจงกับอาจารย์เฉินรุมแต่ก็ต้านรับได้หลายกระบวนท่า ขณะที่ดาวกำลังเพลี่ยงพล้ำ อาจารย์เฉินกลับหยุดต่อสู้ดื้อๆ ลินจงพลอยชะงักไปด้วย อาจารย์เฉินสัมผัสได้ว่าพวกของดาวกำลังใกล้เข้ามา สั่งลินจงถอยก่อน

"แต่เรากำลังได้เปรียบนะคะอาจารย์ น่าจะจัดการกับคนนี้ก่อน"

"ถึงจะได้เปรียบใช่ว่าจะจัดการกับมันได้ง่ายๆ พวกมัน

ใกล้เข้ามาแล้ว...รีบไป" อาจารย์เฉินพุ่งตัวหายไปในยอดไม้ ลินจงมองดาวอย่างแค้นใจ ก่อนจะดีดตัวตาม ดาวถอนใจเฮือก อึดใจเดียว ไผ่กับจักจั่นพุ่งตัวลงจากยอดไม้มายืนข้างดาว ถามหาพวกคนร้าย

"ไปแล้ว...พี่ไผ่กับจักจั่นมาทันเวลาพอดี...ฝีมือมันร้ายกาจจริงๆ"

มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้นตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม ดาวรู้ทันทีว่าจะเกิดเหตุร้ายที่ค่ายอาสาฯ รีบชวนไผ่กับจักจั่นกลับ

ooooooo

ขณะเดียวกัน เยซินกับสมุนเต็มรถกระบะสามคันระดมยิงสมาชิกโจรในคราบชาวค่ายอาสาฯ ซึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าค่ายตายเรียบ แล้วกระจายกำลังเข้ายึดค่าย เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงกรีดร้อง ชาวค่ายอาสาฯที่มากางเต็นท์หลบภัย ต่างแตกตื่นวิ่งหนีตายกันโกลาหล

จันจิรากำลังตรวจเด็กๆอยู่ในอาคารพยาบาลถึงกับสะดุ้ง เด็กๆตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เยซินกับสมุนอีกกลุ่มหนึ่งบุกพรวดเข้ามา สั่งทุกคนออกไปให้หมด

"ที่นี่ห้องพยาบาล...พวกแกโง่หรือไง ขนาดสงครามโลกเขายังละเว้น...มีแต่พวกป่าเถื่อนเท่านั้นที่คิดบุกโรงพยาบาล...ทำร้ายคนเจ็บ" จันจิรามองเยซินอย่างเอาเรื่อง

"ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็ตามใจ...แต่บอกให้รู้ ค่ายอาสาฯ กำลังจะถูกเผา...พาพวกนี้ออกไป" เยซินสั่งเสียงเฉียบ พวกสมุนไล่ต้อนทุกคนออกจากอาคาร จันจิรากลับยืนนิ่งไม่ยอมขยับ สมุนใช้ด้ามปืนดันเธอ

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด สมุนของเยซิน

คนหนึ่งล้มคว่ำ เยซินหันขวับไปมอง เห็นลุงหงวนยิงปืนใส่

สมุนอีกคนร่วง เขาไม่รอช้าตวัดปืนกราดยิงไม่ยั้ง ลุงหงวนฟุบจมกองเลือด จันจิราขยับจะเข้าไปหาลุงหงวนแต่เยซินหันปืนเล็งใส่

"เอาซิ...แกคิดจะยิงผู้หญิงก็เอาซิ" จันจิราท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว

"ลากตัวพวกมันออกไปให้หมด"

พวกสมุนคุมตัวจันจิรากับเด็กๆออกไปที่ลานหน้าค่าย เห็นเต็นท์ที่พักของชาวค่ายอาสาฯบางส่วนถูกไฟเผาผลาญ จันจิราหันไปด่าเยซินด้วยความเจ็บแค้นใจ แต่เขาไม่สะทกสะท้านกลับยิ้มเยือกเย็น

"พวกแกจ้างไอมาเผา...ต้องโทษพวกแกเอง"

"แกต้องไม่ตายดี" จันจิราสาปแช่ง

เยซินไม่สนใจ สั่งสมุนเผาทุกอย่างให้ราบ เด็กๆที่เดินอยู่กับจันจิรา เจอแม่ของตัวเองต่างโผกอดกันร้องไห้ระงม จันจิราหันกลับไปมอง เห็นอาคารทุกหลังในค่ายอาสาฯถูกไฟลุกท่วมควันโขมง...

ไผ่ ดาวกับจักจั่นกำลังนั่งอยู่บนรถจี๊ปมุ่งหน้ากลับค่ายอาสาฯเห็นกลุ่มควันดำทะมึนลอยอยู่ไกลๆรู้ทันทีว่าค่ายอาสาฯถูกเผา ไผ่ถามดาวว่าจะเอาอย่างไรดี จะกลับค่ายอาสาฯ หรือตามล่าพวกมัน

ดาวจ้องไปข้างหน้า ตาวาวด้วยความเคียดแค้น "พี่ไผ่... ตามล่าพวกมัน อย่าให้มันหนีรอดไปได้"

ไผ่ร้องเรียกสายลมให้ช่วยนำทาง สายลมส่งเสียงร้องดังก้องแล้วบินวกกลับไปทางป่าลึก ไผ่เห็นพวกคนร้ายผ่านทางสายตาของสายลม "พวกมันหนีเข้าป่าแทนที่จะออกถนนสายหลัก"

"พวกมันต้องมีแผนรอเราอยู่" จักจั่นตั้งข้อสังเกต ดาวพยักหน้าเห็นด้วย เตือนไผ่กับจักจั่นให้ระวังตัว

รถของไผ่แล่นมาตามทางได้สักระยะ ทุกคนในรถพากันแปลกใจที่เห็นด่านตรวจตั้งอยู่เบื้องหน้า    มีเจ้าหน้าที่ยืนรักษาการณ์อยู่นับสิบนาย ด้านหลังด่านตรวจมีเต็นท์ตั้งอยู่หลายหลัง ในนั้นเต็มไปด้วยลังใส่สินค้า พอรถของไผ่แล่นเข้าไปใกล้ เจ้าหน้าที่โบกมือเป็นเชิงห้ามผ่าน ดาวยื่นหน้ามาพูดกับเจ้าหน้าที่

"เราตามพวกคนร้ายมา...รอยรถเข้าไปข้างใน"

"เสียใจด้วยครับ ที่นี่เป็นที่ของบริษัทสำรวจป่า ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย...บุคคลภายนอกห้ามเข้า"

"ไอ้พวกคนร้ายเข้าได้ แต่เราเข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ" จักจั่นโวยลั่น

"เสียใจด้วยครับ...ต้องมีหมาย"

ดาวมองหน้าเจ้าหน้าที่แล้วหันมองสบตาไผ่กับจักจั่น จังหวะนั้น รถจี๊ปคันหนึ่งวิ่งฝุ่นตลบออกมาหน้าด่าน เยซินกับ เหล่าสมุนพร้อมอาวุธครบมือนั่งมาเต็มคันรถ เยซินจ้องหน้าพวกดาวเขม็ง

"พวกแกเป็นใคร...คิดจะบุกรุกหรือ"

ดาวไม่อยากมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ จึงชวนไผ่กลับ ไผ่ถอยรถแล้วตีวงเลี้ยวกลับ เยซินมองตามสะใจ

"มันว่าพวกเราบุกรุก...เราจะกลับมาบุกรุกให้พวกมันดู" แววตาของดาวขณะพูดดูดุดันน่ากลัว

ooooooo

บ้านของป้าเนียนตอนนี้กลายสภาพเป็นที่พักพิงชั่วคราวของชาวค่ายอาสาฯ มีชาวค่ายอาสาฯเข้าแถวรอรับอาหารจากป้าเนียนแถวยาวเหยียด ระหว่างนั้น รถตู้ของคุณหญิงรัตนากับรถคุ้มกันอีกคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้าน คนของท่านรองฯก้องเกียรติสองคน ปราดลงจากรถมายืนเฝ้าระวังให้คุณหญิงรัตนา

ป้าเนียนเหลือบเห็นคุณหญิงรัตนาเดินเข้ามา รีบวางมือจากทัพพีตักอาหาร ตรงเข้ามาไหว้ทักทาย คุณหญิงรัตนาร้อนใจ ได้ข่าวเรื่องค่ายอาสาฯถูกเผาก็เลยรีบมา

"หนูดาวกับทุกคนออกไปตามล่าพวกมันค่ะ...พวกมัน เลวจริงๆ"

คุณหญิงรัตนาเห็นป้าเนียนมีงานล้นมือ ไม่อยากรบกวนขอตัวกลับก่อน วานป้าเนียนช่วยบอกหนูดาวด้วยว่าเธออยู่บ้านพักที่บ้านดอนเสือ...

ครู่ต่อมา ดาว ไผ่กับจักจั่นมาถึงบ้านป้าเนียน เห็นชาวค่ายอาสาฯที่ต้องอยู่กันอย่างยากลำบากยิ่งพากันแค้นใจ ทั้งสามคนเข้ามาซักถามป้าเนียนว่ามีใครเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า ป้าเนียนพยักหน้าน้ำตาซึม ลุงหงวนคิดสู้พวกมันเลยยิงเขาตาย ไผ่แค้นจัดขบกรามแน่น ขณะที่จักจั่นกับดาวพยายามข่มอารมณ์ไว้

ป้าเนียนนึกได้ "...อ้อ...คุณหญิงรัตนามาจ้ะหนูดาว ท่่านบอกว่าได้ข่าวว่าค่ายถูกเผา ติดต่อใครไม่ได้ ก็เลยรีบมา ตอนนี้ท่านอยู่ที่บ้านพัก"

"ดาวกับจักจั่นรีบไปหาคุณหญิงเถอะ...พี่จะอยู่ที่นี่เองไม่ต้องห่วง"

ดาวพยักหน้าให้ไผ่แล้วคว้ามือจักจั่นดึงออกไป จันจิราเห็นไผ่กลับมาก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา ไผ่กอดเธอไว้ในอ้อมแขนปลอบขวัญ ป้าเนียนมองทั้งคู่ยิ้มๆ...

จักจั่นกับดาวมาถึงหน้าบ้านพักของคุณหญิงรัตนา แปลกใจที่เห็นบ้านเงียบผิดปกติ บอดี้การ์ดที่ท่านรองฯก้องเกียรติส่งมาคุ้มกันคุณหญิงรัตนาก็ไม่เห็นอยู่แถวนั้น ดาวไม่ค่อยวางใจนักเตือนจักจั่นให้ระวังตัว สองสาวชักปืนมากระชับไว้ในมือ ค่อยๆเปิดประตูบ้านอย่างระมัดระวัง

เจอคุณหญิงรัตนายืนยิ้มอยู่ ชวนสองสาวเข้ามาข้างในกันก่อน ดาวเบาใจที่เห็นคุณอาหญิงไม่เป็นอะไร แต่ทันทีที่สองสาวเข้าไปในตัวบ้าน คนร้ายห้าคนพร้อมอาวุธตรงเข้ามาล้อมพวกเธอไว้ ลินจงสั่งให้ดาวกับจักจั่นยอมจำนน สองสาวยื่นปืนของตัวเองมาด้านหน้า สมุนสองคนดึงปืนของทั้งคู่ไป

"อาเสียใจ...มันจับคนของท่านรองฯไว้    ไม่อย่างนั้น

อาไม่ยอมพวกมันหรอก"

ดาวกราดสายตาไปที่มุมห้อง เห็นชายสองคนถูกมัดมือมัดปาก มีชายฉกรรจ์สองคนถือปืนเฝ้าระวังอยู่ ลินจงสั่งสมุนคุมตัวทั้งสามคนออกไป ดาวต่อรองในเมื่อลินจงได้ตัวพวกเธอ แล้วก็ควรปล่อยคุณอาหญิงไป

"ความจริงฉันต้องการแค่คุณหญิง แต่แกสองคนมาเป็นโบนัส...ฉันก็ไม่ขัดข้อง"

"โลภมากเดี๋ยวก็ไม่ได้ตายดีหรอก" จักจั่นแดกดัน

"จะบอกให้เอาบุญ เรากำลังกวาดล้างพวกแกทุกคน แกคงเห็นค่ายอาสาฯราบไปแล้ว ต่อไปก็ท่านรองฯ นายอภิชาติ พวกชุมโจรของพวกแก" ลินจงเห็นสีหน้าคาดไม่ถึงของดาวกับจักจั่นก็ยิ้มสะใจ "ใช่...พวกชุมโจรของพวกแก ดาวเทียมของเราหาตำแหน่งของพวกแกได้ทุกจุด...ทุกคนจะได้พบจุดจบเช่นเดียวกับผู้กองฤทธิชัย แม้กระทั่งนางเสือ" ลินจงพยักหน้าให้พวกสมุนพาดาว จักจั่น และคุณหญิงรัตนาไปขึ้นรถ

ooooooo

ขณะไผ่กำลังช่วยป้าเนียนกับจันจิราดูแลพวกชาวค่ายอาสาฯ มีเสียงร้องเตือนของสายลมดังขึ้น ไผ่จับสัญญาณได้ว่าดาวกับจักจั่นกำลังเดือดร้อน รีบบอกป้าเนียนกับจันจิรา แล้วขอตัวไปช่วยสองสาวก่อน

"อ้าว...พี่ไผ่ไม่อยู่พวกเราจะทำอย่างไร" จันจิราสีหน้าหวั่นๆ

"พวกมันไม่สนจันแล้วก็พวกชาวบ้านหรอก รับรองได้ว่าพวกมันไม่มาแน่นอน"

จันจิราฟังแล้วสบายใจขึ้น ไผ่ยิ้มให้แล้ววิ่งไปขึ้นรถจี๊ปขับออกไป ระหว่างขับรถตามรอยรถของคนร้ายที่จับตัวดาวกับจักจั่นไป ไผ่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมสองสาวถึงพลาดท่าเสียทีให้พวกคนร้าย แต่พอตั้งสมาธิก็เห็นรถอีกคันหนึ่งของคนร้ายมีคุณหญิงรัตนาถูกคุมตัวอยู่ ไผ่ถึงบางอ้อทันที...

ดาวไม่กล้าผลีผลามลงมือเกรงคุณหญิงรัตนาจะเป็นอันตราย ส่งพลังจิตบอกให้จักจั่นอยู่เฉยไว้ก่อน จังหวะนั้น มี เสียงร้องของสายลมดังขึ้น ดาวสัมผัสได้ว่าไผ่ตามมาแล้ว รีบส่งพลังจิตไปบอก

"พี่ไผ่...พวกมันกำลังบุกไปที่ค่ายโจร...รีบไปช่วยพ่อแสงกับแม่สมพรแล้วก็ลุงเดชเร็วที่สุด"

ไผ่ได้ยินชัดเต็มสองหู หักพวงมาลัยรถกลับ บ่ายหน้าไปยังค่ายโจรใหญ่กลางป่าลึก สายลมส่งเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง ลินจงสังเกตเห็นดาวกับจักจั่นพยักพเยิดให้กัน เธอแหงนมองท้องฟ้าสีหน้าเริ่มสงสัย...

เยซินกับเหล่าสมุนกระจายกำลังโอบล้อมค่ายโจรใหญ่ มีเสียงคำรามเตือนภัยของสายฟ้าดังขึ้น แสงลุกพรวด ตะโกนลั่นว่ามีผู้บุกรุก ขาดคำก็มีเสียงปืนดังสนั่นจากทุกทิศทุกทาง สมาชิกโจรที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ตามจุดต่างๆในค่าย ล้มคว่ำไปทีละคน แสงคว้าปืนยิงใส่สมุนเยซินที่ดาหน้าเข้ามาล้มฟุบไปหลายคน

"ทุกคนถอยเข้าแนวป่าเร็วเข้า"


แสงตะโกนพลางยิงโต้กลับไปด้วย สมุนคนหนึ่งโผล่มาทางด้านหลัง ยกปืนเล็งไปยังแสง สมพรร้องเตือนให้ระวัง แล้วรีบวิ่งมาบังร่างของแสงไว้ เสียงปืนดังปัง สมพรทรุดฮวบ แสงหันมารับเมียรักไว้ได้ทัน พวกสมุนได้ทีกรูกันเข้าหา สายฟ้าปรากฏตัวขึ้น ตรงเข้าขย้ำพวกนั้นจมเขี้ยว

แสงตั้งหลักได้ ประคองร่างหมดสติของสมพรพยายามยิงฝ่าวงล้อมพวกนั้นออกไป สมุนคนหนึ่งยิงถูกหัวไหล่ของแสงถึงกับทรุดปืนกระเด็นหลุดมือ แสงไม่ยอมแพ้ กระชากปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมายิงสวนเปรี้ยง สมุนหงายท้องตึง สมุนของเยซินยังรุกไล่เข้ามาไม่หยุด

ก่อนที่แสงจะเสียทีให้พวกมัน ไผ่พุ่งจากต้นไม้ลงมาตรงหน้าพ่อกับแม่ ยิงเปิดทางให้สมาชิกโจรเข้ามาประคองร่างของแสงกับสมพรหนีเข้าไปในดงไม้หนาทึบ ไผ่กราดยิงพวกสมุนตายเกลื่อน แต่อยู่ๆก็หยุดยิง จ้องหน้าเยซินซึ่งกำลังจ้องเขาอยู่

"แล้วเจอกัน" ไผ่ว่าแล้วดีดตัวหายเข้าป่าทึบ เยซิน มองตามด้วยความแค้น...

ในเวลาเดียวกัน ที่ค่ายโจรชั่วคราว ลุงเดชแหงนหน้ามองสายลมที่กำลังบินวนส่งเสียงร้องเตือนภัยอยู่เหนือหัว สมาชิกโจรคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่า มีพวกเราบางคนได้ยินเสียงปืนแว่วเข้ามา

"บอกพวกเราเตรียมตัวให้พร้อม" ลุงเดชสั่งเสียงเฉียบ

สมาชิกโจรรับคำแล้วรีบไปปฏิบัติตาม ลุงเดชกราดสายตาไปรอบๆเห็นสมาชิกโจรยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆเดินเข้าไปหาคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด "เหตุการณ์ผิดปกติ ระวังให้ดี... ข้าจะออกไปตรวจดูรอบๆ"

ooooooo

ไผ่สีหน้าไม่สู้ดีนักที่เห็นพ่อกับแม่นอนไม่ได้สติอยู่ภายในเต็นท์ชั่วคราวที่สมาชิกโจรจัดเตรียมไว้ แต่พอ สมาชิกโจรซึ่งมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้รายงานว่าทั้งคู่ปลอดภัยแล้ว กระสุนไม่ถูกที่สำคัญ ไผ่ถอนใจ โล่งอก

"ส่งคนไปรับคุณจันจิราที่บ้านป้าเนียนให้มาดูพ่อแสงกับแม่สมพรเร็วที่สุด แล้วจัดคนคอยระวังพวกมันให้ดี...ถ้าพ่อแสงกับแม่สมพรฟื้น บอกว่าผมต้องรีบไปเตือนลุงเดช"

"คุณไผ่ไม่ต้องห่วงที่นี่ครับ"

ไผ่พยักหน้า แล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

ขณะที่ลุงเดชกำลังเดินสำรวจรอบๆค่ายรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง เขาหันขวับ เจออาจารย์เฉินยืนอยู่ตรงหน้า ลุงเดชไม่รอช้าตวัดพานท้ายปืนใส่ อาจารย์เฉินเบี่ยงตัวหลบ แล้วสาดผงสีขาวเข้าเต็มหน้า ลุงเดชตาพร่าเข่าอ่อน รีบเหนี่ยวไกปืนเปรี้ยงๆๆๆก่อนจะล้มลงหมดสติ

เสียงปืนดังกึกก้อง ผู้กองฤทธิชัยกำลังยืนเฝ้าระวังอยู่กับสมาชิกโจรสองคนหลังค่ายถึงกับชะงัก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น สมาชิกโจรรู้ดีว่านี่คือสัญญาณภัยจากปืนของลุงเดช เตือนให้ทุกคนถอย

"ถ้าอย่างนั้น ทุกคนถอยไปก่อน...เร็วเข้า" ฤทธิชัยรีบสั่งการ

เหล่าสมาชิกโจรต่างคว้าปืนประจำกายรีบมุ่งหน้าเข้าป่าลึก แต่ฤทธิชัยเองกลับเดินสวนทางคนอื่นๆตามเสียงปืนของลุงเดชมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของค่าย เจอปืนของลุงเดชตกอยู่ เขาชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม กราดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง พลันอาจารย์เฉินโผล่มาจากด้านหลัง

ฤทธิชัยรู้ทัน ตวัดปืนจ่อหน้าสั่งให้คืนลุงเดชมา นอกจากไม่คืนลุงเดชให้ อาจารย์เฉินจะเอาฤทธิชัยไปเป็นของแถมด้วย ผู้กองหนุ่มไม่ยอม ยิงกราดไม่ยั้ง แต่อาจารย์เฉินมีฝีมือดีดตัวหลบกระสุนได้หมด ก่อนจะอัดฤทธิชัยกระเด็นแล้วตามเข้าไปสะบัดผงสีขาวใส่หน้า ดีที่ไผ่โฉบเข้ามาดึงร่างฤทธิชัยออกไปได้ทัน

"เล่นผงยาสลบหรือเพื่อน" ไผ่ยิ้มเหยียด กระชากปืนขึ้นมากระหน่ำยิงไม่เลี้ยง อาจารย์เฉินเห็นท่าไม่ดีพุ่งตัวหายเข้าไปในดงไม้ ไผ่ยิงไล่หลังจนกระสุนหมดแต่ไร้ประโยชน์ ฤทธิชัยตามเข้ามาสมทบ

"มันจับลุงเดชไป"

"ไม่ใช่แค่ลุงเดช พวกมันเผาค่ายอาสาฯ บุกไปเล่นงานพ่อแสงกับแม่สมพร คุณหญิงรัตนา ดาวกับจักจั่นถูกพวกมันเอาตัวไปแล้ว"

ฤทธิชัยถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึงว่าดาวจะเสียท่าให้พวกนั้น "แล้วป้าเนียนกับจันจิราล่ะ"

"พวกมันไม่สนใจสองคนนั่น...มันแค่ต้องการทำลายขุมกำลังของพวกเรา"

"พวกมันคิดกำจัดทุกคน" ฤทธิชัยพึมพำหน้าเครียด

ooooooo

หลังจากเกิดเรื่องที่สำนักงานทนายความของตัวเอง อภิชาติหวั่นใจว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นที่บ้านดอนเสือรีบเคลียร์งานแล้วเดินทางมาทันที เป็นจริงอย่างที่อภิชาติหวั่นใจ สินชัยโทร.มาเย้ยว่า ตอนนี้คุณหญิงรัตนา ดาว และจักจั่น รวมทั้งลุงเดชตกอยู่ในกำมือของเขาเรียบร้อยแล้ว อภิชาติข่มอารมณ์แทบไม่อยู่

"ถ้าคนพวกนั้นเป็นอะไรแม้แต่รอยข่วน...ผมจะตามล่าคุณไปตลอดชีวิต"

"ถ้าเห็นแม้แต่เงาของพวกคุณเข้าใกล้สถานีสำรวจของผม...ทุกคนจบ...จำไว้" สินชัยขู่กลับ

"ให้มันรู้ไปว่าใครจะจบ" อภิชาติแค้นจัดโยนมือถือไปบนที่นั่งข้างคนขับ แล้วเหยียบคันเร่งมิด...

ลินจงนำตัวคุณหญิงรัตนา  ดาวกับจักจั่นไปกักขังไว้ในถ้ำลึกลับแห่งหนึ่งกลางหุบเขา  ตราบใดที่พวกของดาวที่เหลือ ไม่ขัดขวางการทำงานของพวกเธอ ทุกคนก็จะปลอดภัย

"ถ้าฉันหลุดออกไปได้ พวกแกเจอดีแน่" จักจั่นเข่นเขี้ยว

ลินจงไม่สนใจคำขู่ สั่งเข้มให้พวกสมุนเฝ้าหน้าถ้ำไว้ให้ดี ถ้าใครคิดหนียิงได้เลย พอพวกลิงจงไปกันหมด ดาว จักจั่นและคุณหญิงรัตนาโผกอดกันกลม...

สมาชิกโจรที่รอดจากถูกพวกสินชัยโจมตี ถอยร่นลึกเข้าไปในป่าตั้งเต็นท์ฉุกเฉินไว้รักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสองหลัง และอีกหนึ่งหลังไว้เป็นกองบัญชาการ พวกสมาชิกโจรที่ยังแข็งแรง กระจายกำลังกันเฝ้าระวังโดยรอบ ไม่นานนัก ไผ่ขับรถพาอภิชาติมาถึง ทั้งคู่ตรงดิ่งไปหาฤทธิชัยที่เต็นท์บัญชาการ อภิชาติเล่าเรื่องที่สินชัยโทร.มาขู่จะฆ่าดาวกับพวก ถ้าเราเข้าใกล้สถานีสำรวจป่าของเขาให้ฤทธิชัยกับไผ่ฟัง

"เราต้องช่วยคุณอาหญิง คุณดาว คุณจักจั่นกับลุงเดชกลับมาก่อน แล้วค่อยบุกสถานีสำรวจ จัดการพวกมันไม่ให้เหลือซาก... ไผ่คิดว่าไง...พอจะมีทางหาพวกมันเจอไหม" ฤทธิชัยมองหน้าไผ่

"ไม่ว่าพวกมันจะไปอยู่ที่ไหน ย่อมหนีไม่พ้นสายตาของป่า" ไผ่ยังอุบเงียบเรื่องสายลมกับสายฟ้า

อภิชาตินึกอะไรขึ้นมาได้ ถามไผ่ว่ามีเครื่องรับส่งวิทยุหรือเปล่า ถ้ามีเอาติดไปด้วย เผื่อพวกมันมีการสื่อสารกัน เราอาจจะจับคลื่นของพวกมันได้ ไผ่พยักหน้ารับคำ

ooooooo

ที่ถ้ำลึกลับกลางหุบเขา สินชัยแวะมาทักทายคุณหญิงรัตนา โดยมีลินจงกับสมุนในชุดดำยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ คุณหญิงรัตนาไม่สนใจสินชัย เมินหน้าหนี

"อันที่จริงคุณหญิงน่าจะขอบใจผมมากกว่า..." สินชัยหยุดพูด  มองคุณหญิงรัตนาเขม็ง  "ผมจะบอกให้เอาบุญ...ลูกสาวคุณหญิงยังมีชีวิตอยู่"

คราวนี้คุณหญิงรัตนาหันขวับ จ้องหน้าสินชัยสีหน้าตื่นเต้น สินชัยเห็นคุณหญิงรัตนาสนใจ ทำลีลาท่ามาก อ้างว่ามีคนรู้เรื่องนี้ดีกว่าตัวเขา แล้วหันไปพยักพเยิดให้นายไชย กับสมุนหิ้วปืนลุงเดชเข้ามา ก่อนจะผลักลงไปคลุกฝุ่นกับพื้น ดาวกับจักจั่นปราดเข้าไปประคองให้เขาลุกขึ้น

"ลุงเดชเป็นคนที่อยู่กับคุณอิทธิในวันที่เกิดเหตุและเอาตัวลูกสาวท่านไป" สินชัยยิ้มแสยะ

คุณหญิงรัตนา ดาวกับจักจั่นต่างมองหน้าลุงเดชเป็นตาเดียวกัน ลุงเดชจ้องหน้าสินชัยอย่างเกลียดชัง

"เอ็งควรจะบอกได้ดีกว่าข้า เพราะไอ้คนที่ลอบทำร้ายท่านอิทธิยืนอยู่ข้างๆเอ็ง"

"ใช่...ไอ้อิทธิมันฆ่าน้องชายข้า" นายไชยสมองกลวง รับสารภาพหน้าตาเฉย

สินชัยถลึงตามองนายไชย ฉุนขาดแทบอยากจะยิงทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด "เอ็งมีเรื่องจะพล่ามอีกไหม"

นายไชยเงียบ สีหน้าไม่พอใจ สินชัยรีบพูดกลบเกลื่อน ใครจะเป็นลูกสาวของใครเขาไม่สน แต่ถ้าใครขวางทางเขาต้องตายสถานเดียว คุณหญิงรัตนามองตามสินชัยเดินจากไปอย่างเคียดแค้น ลินจงกับนายไชยและชายชุดดำรีบเดินตามเจ้านายใหญ่

พอพวกนั้นคล้อยหลัง ความลับทั้งหลายก็พรั่งพรูออกจากปากลุงเดช พร้อมกับคำขออภัยต่อคุณหญิงรัตนาที่ไม่ได้เรียนเรื่องนี้ให้ทราบ เพราะเป็นความต้องการของท่านอิทธิ คุณหญิงรัตนาพยักหน้าเข้าใจ

"ท่านอิทธิต้องการให้หนูพฤกษาคอยปกป้องป่าเหมือนท่าน"

"ฉันรู้อยู่เสมอว่าท่านอิทธิต้องการเช่นนั้น ฉันเองก็เช่นกัน...ฉันสบายใจแล้ว"

"แต่...คุณอาหญิงตามหาน้องพฤกษามาถึง 15 ปีแล้วนะคะ" จักจั่นทักท้วง

"อารู้ความจริงแล้ว อาเต็มใจและยินดีจ้ะ อาคิดว่าลูกพฤกษาต้องเข้าใจ เพราะลูกพฤกษาเองก็รักป่าเหมือนพ่อของแก" คุณหญิงรัตนายิ้มกว้าง ดาวกับจักจั่นต่างมองลุงเดช แต่ไม่กล้าถามอะไร

"ผมทราบอยู่แล้วว่าท่านอิทธิมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เสียสละเพื่อป่า เพื่อชาติ แต่เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่าคุณหญิงก็มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่เห็นชาติเหนือความรักของตัวเองที่มีต่อลูก" ลุงเดชมองคุณหญิงรัตนาอย่างยกย่อง แล้วหันไปทางดาวซึ่งนั่งฟังอย่างตื่นเต้น "หนูดาว...กราบแม่ของหนูสิ"

ดาวถึงกับตะลึง ได้แต่จ้องหน้าคุณหญิงรัตนาที่กำลังน้ำตาไหลดีใจจนพูดไม่ออก...

ขณะเดียวกัน ไผ่ขับรถตามเสียงร้องของสายลมลึกเข้าไปในป่า ฤทธิชัยชักไม่แน่ใจว่าไผ่พามาถูกทางหรือเปล่า ไผ่มั่นใจว่าถูกทาง แต่เป็นเพราะพวกคนร้ายล่วงหน้าเราไปนานแล้ว คงต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะตามทัน อภิชาติลอบสบตากับเพื่อนซี้ แล้วแกล้งถามไผ่ว่าเคยเจอนางเสือไหม ไผ่ส่ายหน้า"

"แล้วจริงหรือเปล่าที่นางเสือมีเสือเจ้าป่ามาคอยคุ้มกัน"

"เห็นลือกันว่าอย่างนั้นครับ ก็น่าจะใช่...ทำไมหรือครับ"

อภิชาติแค่อยากรู้เท่านั้นไม่มีอะไร ไผ่เลี้ยวรถเข้าทางขรุขระ ทันใดนั้น เสียงสายลมร้องเตือนภัยดังขึ้น ไผ่รีบหักรถหลบหลังต้นไม้ใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงปืนดังสนั่น ทั้งสามคนพุ่งลงจากรถ ตวัดปืนขึ้นมายิงโต้กลับ ชายในชุดดำนับสิบคนตีวงล้อมเข้ามา ฤทธิชัยเห็นท่าไม่ดี ขืนพวกเราติดอยู่ที่นี่คงตามพวกดาวไม่ทันแน่

"ถ้าอย่างนั้น แยกกันไป...จัดการกับพวกมัน" อภิชาติ เสนอแนะ

ไผ่กับฤทธิชัยพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสามคนต่างแยกกันไปคนละทาง หัวหน้าชายชุดดำโบกมือให้คนของตน

ตามไปเก็บฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก ไผ่ ฤทธิชัย และอภิชาติต่างหากที่เป็นฝ่ายจัดการกับพวกชายชุดดำได้อย่างราบคาบและรวดเร็ว

ooooooo
ตอนที่ 18


ดาวกับคุณหญิงรัตนาต่างโผกอดกันแน่น ราวกับจะทดแทนความรักความผูกพันที่หายไป 15 ปี จักจั่นกับลุงเดชพลอยดีใจไปกับสองแม่ลูก ช่วงเวลาแห่งความสุขกลับต้องจบลงเมื่อลินจงกับสมุนในชุดดำห้าคนเข้ามาคุมตัวคุณหญิงรัตนาไว้ ดาวกับจักจั่นโดดเข้าขวาง ลินจงชักปืนยิงพื้นเปรี้ยง

"แกอยากให้คุณหญิงตายหรือไง...ถอยไปให้หมด อย่างที่บอกเราต้องการตัวคุณหญิงเท่านั้น"

สองสาวต้องถอยมายืนกับลุงเดช สมุนเอาพานท้ายปืนดันตัวคุณหญิงรัตนาให้ก้าวเท้า แต่อยู่ๆจักจั่นวิ่งเข้าไปกอดคุณหญิงไว้แน่น แอบเอาสร้อยคอที่อภิชาติให้ยัดใส่มือ

"แกจะเอาคุณหญิงไปไม่ได้" จักจั่นแกล้งร้องไห้ คร่ำครวญ ดาวมองจักจั่นงงๆ

พวกสมุนเข้ามาดึงจักจั่นออก ผลักกระเด็นก้นจ้ำเบ้า ดาวกับลุงเดชขยับตัว แต่ลินจงจ้องปืนใส่

"คุณหญิงจะปลอดภัยถ้าพวกแกอยู่อย่างสงบที่นี่ และเราจะไปจากบ้านดอนเสือทันทีที่ภารกิจของพวกเราจบเรียบร้อย... จำไว้...ถ้าใครคิดหนีหรือออกไปจากถ้ำ คุณหญิงตาย"

ดาว จักจั่น และลุงเดชจำต้องปล่อยให้ลินจงเอาตัวคุณหญิงรัตนาไป ลุงเดชมองแผนของลินจงออก ที่เธอต้องแยกคุณหญิงรัตนาไปเป็นตัวประกัน เพราะรู้ว่าอภิชาติกับไผ่และพวกสมาชิกโจรที่เหลือต้องตามมาที่นี่แน่ๆ ดาวกราดสายตาไปรอบถ้ำ คิดหาทางออกจากถ้ำนี้ให้เร็วที่สุด...

พอสินชัยเห็นลินจงคุมตัวคุณหญิงรัตนามาถึงหน้าถ้ำ

สั่งให้นายไชยไปเตรียมงานตามที่วางแผนไว้และสั่งให้ลินจงพาคุณหญิงรัตนาไปที่จุดนัดพบเคลื่อนย้ายกำลังทั้งหมดไปสมทบกับเยซินแล้วระเบิดถ้ำให้ราบ

คุณหญิงรัตนาแค้นใจมาก "แก...ไอ้คนโกหกหลอกลวง... แกจะต้องไม่ตายดี กรรมจะต้องสนอง"

"ไอ้พวกขายชาติที่เสนอหน้าอยู่ในสังคมทุกวันนี้ไม่ เห็นกรรมสนองมันสักที...ยังลอยนวลเดินช็อปปิ้งเสวยสุขกันอยู่เลย แล้วทำไมผมต้องกลัวด้วย" สินชัยหัวเราะชอบใจ แล้วหันไปกระซิบกระซาบกับลินจง เสร็จงานเมื่อไหร่ ฆ่าคุณหญิงรัตนาได้เลย ลินจงพยักหน้ารับคำ...

จักจั่นใจร้อนรอต่อไปไม่ไหว ชวนดาวออกจากถ้ำ ทั้งสามคนค่อยๆเดินออกมาอย่างระมัดระวังจนใกล้ถึงปากถ้ำ แปลกใจที่ไม่เห็นคนร้ายแม้แต่คนเดียว ทันใดนั้นระเบิดมือนับสิบลูกกลิ้งเข้ามาจากด้านนอก ดาวกับจักจั่นต่างรีบยกมือสองข้างประสานกันที่อกตนเอง แล้วใช้พลังผลักระเบิดมือออกไปทางเดิม แต่ยังไม่ทันพ้นปากถ้ำเกิดระเบิดตูม หินถล่มลงมาปิดปากถ้ำมิด...

ขณะไผ่ขับรถมาตามเส้นทางในป่า มีเสียงสายลมร้องก้อง ไผ่จอดรถตั้งสมาธิ ในที่สุดก็เห็นจุดหมาย ฤทธิชัยสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของไผ่ ถามว่าจับสัญญาณอะไรได้ไหม ไผ่พอจับสัญญาณบางอย่างได้

"ดี...ไผ่จับสัญญาณป่า...ผมจับสัญญาณหาคลื่นวิทยุของพวกมัน" อภิชาติว่าพลางหมุนคลื่นเครื่องรับส่งวิทยุไปมา พลันมีเสียงสัญญาณดังตี๊ดๆๆ เขายิ้มหน้าบาน ดีใจ ฤทธิชัยอดถามไม่ได้ว่ามีอะไร

"ฉันให้สร้อยคอคุณจักจั่นไว้...มีวิทยุตามตัวอยู่"

ไผ่รู้ที่อยู่จักจั่นอยู่แล้ว แต่ทำทีขับรถตามคลื่นวิทยุเพื่อกลบเกลื่อน ขณะที่ฤทธิชัยมองเพื่อนซี้อย่างสงสัย

ooooooo

รถของไผ่เข้าใกล้จุดที่พบสัญญาณวิทยุเข้าไปทุกขณะ แต่อยู่ๆสัญญาณถูกรบกวน จอเครื่องรับส่งวิทยุดับวูบ อภิชาติพยายามหมุนหาคลื่น ไผ่เกรงจะไม่ทันการ ปล่อยให้อภิชาติกับฤทธิชัยอยู่ตามคลื่นวิทยุกันเอง ส่วนเขาจะล่วงหน้าตามรอยพวกดาวไปก่อน และจะทำเครื่องหมายกากบาทไว้ให้ ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้

"พบตำแหน่งแล้วอย่าเพิ่งลงมือ...รอก่อน เราจะบุกพร้อมกัน"

ไผ่รับคำแล้วรีบดีดตัวออกไป ฤทธิชัยจ้องหน้าอภิชาติ สงสัยไม่หายว่าทำไมถึงให้สร้อยติดวิทยุกับจักจั่น    อภิชาติอ้ำๆอึ้งๆตอบคำถามอย่างมีพิรุธ ฤทธิชัยนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะฉีกยิ้ม

"ที่แท้นายใช้สร้อยหมั้นคุณจักจั่นนี่เอง...เก็บเงียบไม่บอกกันเลยนะเพื่อน"

อภิชาติแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่ายังไม่มีโอกาส แล้วทำเฉไฉตบเครื่องรับส่งวิทยุ   ฤทธิชัยเห็นทีจะไม่ได้เรื่อง   รีบเดินตามไผ่   อภิชาติตบเครื่องรับส่งวิทยุอีกสองสามครั้ง   แต่มันยังเงียบ เลยคว้าเครื่องส่งวิทยุขึ้นสะพายบ่าแล้วรีบวิ่งตามฤทธิชัย ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับอภิชาติตามไผ่ทันตรงโขดหินใกล้ถ้ำเป้าหมาย

เห็นพวกสมุนของสินชัยนับสิบคนแอบหลังรถจี๊ปสองคันที่จอดอยู่หน้าถ้ำพร้อมอาวุธครบมือรอต้อนรับพวกเขา ฤทธิชัยแนะให้ลองอ้อมไปด้านหลัง ทันใดนั้น หินที่ปิดปากถ้ำระเบิดออก พวกสมุนหลบเศษหินที่กระเด็นใส่กันชุลมุน ดาว ลุงเดชกับจักจั่นออกมาจากม่านฝุ่น พุ่งเข้าจัดการพวกนั้นล้มคว่ำ

สมุนของสินชัยอีกส่วนหนึ่งซึ่งแอบซุ่มอยู่รอบๆต่างสาดกระสุนใส่พวกดาวอุตลุด อภิชาติ ไผ่ และฤทธิชัยเปิดฉากระดมยิงใส่พวกที่ซุ่มอยู่ตายเรียบ ฤทธิชัยโล่งใจที่เห็นดาว จักจั่นกับลุงเดชไม่เป็นอะไร พอไม่เห็นคุณอาหญิงอยู่ด้วยก็ถามหา จักจั่นอ้าปากจะบอกเรื่องคุณหญิงรัตนากับดาวเป็นแม่ลูกกัน ดาวรู้ทันชิงพูดขึ้นก่อน

"มันเอาตัวคุณอาหญิงไปแล้วค่ะ" ดาวสบตาจักจั่นเป็นเชิงไม่ให้พูดเรื่องนี้ จักจั่นหุบปากเงียบ

"เรารีบตามไปดีกว่า" ฤทธิชัยว่าแล้วขยับตัว

ลุงเดชอยากให้พวกเราแบ่งเป็นสองกลุ่ม ดาว จักจั่น ฤทธิชัย  และอภิชาติตามรอยคุณหญิงรัตนาต่อ  ส่วนเขากับไผ่จะกลับไปเตรียมคนรอไว้ ได้ตัวคุณหญิงรัตนากลับมาเมื่อใด พวกเราจะบุกถล่มค่ายสำรวจป่าของสินชัยให้ราบ ทุกคนตกลงทำตามลุงเดชว่า สองกลุ่มต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง...

ระหว่างที่ขบวนรถของลินจงมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบ คุณหญิงรัตนาซึ่งนั่งรถคันเดียวกับลินจงค่อยๆเอาสร้อยที่จักจั่นให้ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ทันใดนั้น ลินจงสั่งให้หยุดรถ ทำสัญญาณมือให้พวกสมุนเตรียมพร้อม แต่กลายเป็นอาจารย์เฉินที่ดีดตัวจากยอดไม้ลงมายังรถคันที่ลินจงนั่ง

"พวกมันกำลังตามมา...และที่สำคัญ คนที่เป็นผู้กอง...ยังมีชีวิตอยู่"

ลินจงฟังด้วยความแค้นใจ ขณะที่คุณหญิงรัตนายิ้ม โล่งใจ

ooooooo

ดาวแปลกใจมากที่ไม่พบร่องรอยของคุณหญิงรัตนา ทั้งที่ขับรถตามแกะรอยอยู่ในป่ามาพักใหญ่แล้ว เธอตัดสินใจลงจากรถเดินสำรวจรอบๆ ฤทธิชัยกับอภิชาติพากันเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง จักจั่นปราดเข้ามาถามดาวว่าเกิดอะไรขึ้น สายลมมองไม่เห็นที่อยู่ของคุณหญิงรัตนาหรือ

"ไม่เห็น...แต่จะลองดูอีกครั้ง" ดาวหลับตาตั้งสมาธิ เห็นภาพป่าผ่านทางสายตาของสายลม แต่แล้วทุกอย่างกลับ

มืดมิด ดาวมั่นใจว่านี่ต้องเป็นฝีมืออาจารย์เฒ่าคนนั้นแน่ๆ...

เป็นอย่างที่ดาวคิด อาจารย์เฉินใช้ผ้าลงมนต์คาถาสีดำแขวนไว้บนหัวเต็นท์หน้าค่ายของลินจง แล้วแหงนหน้ามองเหยี่ยวสายลมที่บินวนอยู่บนท้องฟ้า

"ถ้าเป็นจริงอย่างที่เจ้าสงสัย ผ้ามนต์ผืนนี้จะช่วยบังตาไม่ให้พวกมันมองเห็นค่ายของพวกเราได้"

"พวกมันนึกว่าพวกมันแน่" ลินจงแหงนมองท้องฟ้า แล้วยิ้มสะใจ...

จักจั่นเห็นดาวสีหน้าเคร่งเครียด ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเธอมีแผนสำรองไว้แล้ว ดาวมองหน้าจักจั่นงงๆ จังหวะนั้น อภิชาติกับฤทธิชัยกลับเข้ามา สีหน้าผิดหวัง ไม่เจอร่องรอยอะไรสักอย่าง

"ไม่เป็นไรค่ะ...คุณอภิชาติให้สร้อยติดสัญญาณวิทยุจักจั่นไว้ จักจั่นให้คุณอาหญิงไปแล้วค่ะ"

ฤทธิชัย อภิชาติกับดาวต่างมองหน้ากันตื่นเต้น อภิชาติ รีบเอาเครื่องรับส่งวิทยุที่สะพายบ่าตัวเอง มาเปิดหาสัญญาณ อึดใจ ปรากฏจุดสีแดงบนจอเครื่องพร้อมเสียงสัญญาณดังตื๊ดๆๆ ทุกคนต่างดีใจ รีบโดดขึ้นรถขับตามสัญญาณไป อภิชาติอดแปลกใจไม่ได้ว่าจักจั่นรู้ได้อย่างไรว่าสร้อยที่เขาให้มีวิทยุตามตัว

"มือชั้นนี้แล้ว" จักจั่นยิ้มยืด อภิชาติพลอยยิ้มไปด้วย...

ครู่ต่อมา ดาว ฤทธิชัย อภิชาติกับจักจั่นมาถึงค่ายของลินจงกลางป่า มีเต็นท์หลายหลังตั้งเรียงรายอยู่รอบค่ายมีพวกสมุนยืนเฝ้าระวังเพียบ เสียงสัญญาณจากเครื่องรับส่งวิทยุดังถี่ๆ แสดงให้รู้ว่าถึงเป้าหมายแล้ว ฤทธิชัยปิดปุ่มเสียง กวาดสายตา

ไปตามเต็นท์ต่างๆอย่างพิจารณา ก่อนจะชี้ไปที่เต็นท์หลังหนึ่ง

"ผมว่าเต็นท์หลังนั้น น่าจะเป็นที่ที่พวกมันคุมตัวคุณอาหญิงไว้"

ดาวดูจากที่มียามสองคนยืนเฝ้าระวังหน้าเต็นท์แล้ว น่าจะเป็นอย่างฤทธิชัยว่า จักจั่นชวนลุยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อภิชาติค้านทันที ถ้าขืนบุกเข้าไปตอนนี้ คุณอาหญิงอาจจะเป็นอันตรายได้

"ดาวจะเข้าไปก่อนดีกว่า พอดาวถึงเต็นท์และคุณอาหญิงปลอดภัยแล้ว ทุกคนค่อยบุกเข้าไป"

จากนั้น ดาวค่อยๆเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง พอพ้นสายตาของฤทธิชัย เธอดีดตัวขึ้นไปบนยอดไม้ตรงไปยังเต็นท์เป้าหมาย พริบตาเดียวมาโผล่ด้านหลังสมุนยืนเฝ้าระวังหน้าเต็นท์ จัดการทั้งสองคนรวดเดียวจอด ดาวพุ่งตัวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นระเบิดขนาดย่อมๆวางอยู่ บนเก้าอี้ สัญญาณไฟสีแดงที่ระเบิดกะพริบถี่ขึ้นๆ
ดาวรู้ทันทีว่านี่เป็นกับดัก รีบดีดตัวทะลุเต็นท์ขึ้นไปหลบบนต้นไม้

เป็นจังหวะเดียวกับระเบิดทำงานพอดี เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  พวกสมุนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุกระเด็นไป

คนละทิศละทาง  แรงระเบิดทำให้ดาวถึงกับมึนงง  พวกสมุนตั้งหลักได้ กราดกระสุนใส่ ดาวหายมึนเป็นปลิดทิ้ง ดีดตัวหลบไปตามยอดไม้อย่างว่องไว

จักจั่นเห็นดาวตกอยู่วงล้อมของศัตรู รีบพุ่งตัวเข้าไปช่วย ตามด้วยฤทธิชัยกับอภิชาติ ทั้งสี่คนเปิดฉากยิงต่อสู้กับสมุนของลินจงอย่างดุเดือด เหล่าคนชั่วสู้ดาวกับพวกไม่ได้ถูกยิงตายเรียบ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ลุงเดชกับไผ่รวบรวมสมาชิกโจรได้เพียง 20 คน แต่ถึงจะมีจำนวนน้อยแต่ทุกคนก็พร้อมต่อสู้ ยิ่งเห็นแสงในสภาพมีผ้าพันแผลที่หัวไหล่ขอร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกคน สมาชิกโจรต่างยิ่งฮึกเหิมมีกำลังใจ ลุงเดชยิ้มพอใจ บอกแผนการให้ทุกคนฟัง

"เราจะไปซุ่มกำลังใกล้ๆกับสถานีสำรวจป่าจอมปลอมของพวกมัน ทันทีที่หนูดาวช่วยคุณหญิงรัตนากลับมาได้อย่างปลอดภัย เราจะบุกทำลายให้ราบ" สิ้นเสียงพูดของลุงเดช สมาชิกโจรต่างส่งเสียงเฮกึกก้อง...

ตอนนี้สร้อยติดวิทยุพังพินาศไปเรียบร้อย ดาวยังคิดไม่ออกว่าจะตามหาคุณอาหญิงได้ที่ไหน  ยิ่งตะวันใกล้หมดแสงลงเรื่อยๆเธอยิ่งเป็นกังวล  ความมืดจะทำให้ตามรอยพวกนั้นได้ยาก...

อีกด้านหนึ่งของป่า ขบวนรถของลินจงมาถึงจุดนัดพบ

ซึ่งมีรถบรรทุกคอนเทนเนอร์คันหนึ่งจอดอยู่ประกบสองข้างด้วยรถจี๊ปของนายไชยกับสมุน  ลินจงส่งต่อคุณหญิงรัตนาให้เป็นหน้าที่ของนายไชยกับพวก  นายไชยพยักหน้าให้สมุนคุมตัวประกันไปไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุก  ทันทีที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์ปิด อาจารย์เฉินเอาผ้าดำลงคาถามาแปะที่ตัวถังรถ ลินจงสั่งห้ามใครดึงผ้าผืนนี้ออกเด็ดขาด นายไชย หัวเราะคิก

"อย่าบอกนะว่าพวกมันสามารถมองเห็นมาถึงนี่ได้"

"ไม่ต้องถาม...ทำตามคำสั่ง ถ้าพลาดท่านดับแน่" ลินจงตวาดลั่น



นายไชยหุบปาก  แล้วหันไปโบกมือให้สมุนเคลื่อนขบวนรถออกไป  ส่วนขบวนรถของลินจงกับอาจารย์เฉินแยกไปอีกทางหนึ่ง มุ่งหน้าสู่สถานีสำรวจป่า ลินจงเห็นอาจารย์เฉินนั่งหน้าเครียดถามว่ามีอะไร

"งานครั้งนี้มีเส้นชะตาคั่นอยู่ ถ้าสำเร็จก็จะยิ่งใหญ่ แต่ถ้าพลิกผันก็จะถึงจุดจบ"

ooooooo

ป่ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถจี๊ปของดาวที่ส่องสว่าง  ดาวขับรถมาจอดใต้ต้นไม้ใหญ่  คืนนี้พวกเราคงต้องค้างแรมที่นี่  อภิชาติกับฤทธิชัยช่วยกันก่อกองไฟ สักพัก  ดาวกับจักจั่นทำทีขอไปปลดทุกข์  พอพ้นสายตาของสองหนุ่ม  ดาวหลับตาทำสมาธิ  กลับไม่เห็นหรือสัมผัสอะไรได้เลย เธอส่ายหน้าอย่างหมดหวัง

จักจั่นพนมมือ "สาธุ...ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่าเจ้าเขาช่วยนำทางไปหาคุณอาหญิงด้วยเถอะ"

ดาวถอนใจสีหน้าเป็นกังวล...อีกด้านหนึ่งของป่า ลุงเดชกำลังพนมมืออธิษฐานอยู่เช่นกัน

"ท่านครับ...หนูดาวทราบแล้วครับว่าคุณหญิงเป็นแม่ ศัตรูมีพลังฝีมือจับตัวคุณหญิงไป ขอให้ท่านช่วยคุ้มครองหนูดาวให้ช่วยคุณหญิงกลับมาได้โดยปลอดภัยด้วยครับ" สิ้นเสียงพูดของลุงเดช เกิดลมพัดแรง ต้นไม้โอนเอนใบไม้ปลิวว่อน ลุงเดชมองตะลึง เกิดอัศจรรย์ แรงลมพัดข้ามฟากมาถึงป่าด้านที่ดาวอยู่

ทันใดนั้น เงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ดงไม้ ดาวตวัดปืนพร้อมกับสาดไฟฉายใส่ สั่งให้คนคนนั้นออกมาถ้าไม่อยากโดนยิง ชายสวมเสื้อผ้าเก่าๆสะพายย่ามแต่งตัวคล้ายพรานใส่หมวกมีปีกสีเขียวลายพรางซีดๆหลุบต่ำ ทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัด เดินออกจากเงามืดเข้ามาใกล้

"ผมเป็นพรานกำลังจะกลับบ้าน"

จักจั่นกับดาวมองสบตากัน ลมที่พัดแรงเมื่อกี้กลับเบาลงๆ และหยุดนิ่งในที่สุด...

ครู่ต่อมา ดาวกับจักจั่นพานายพรานมายังจุดตั้งแคมป์ สองสาวแปลกใจที่ไม่เคยเห็นนายพรานคนนี้มาก่อน ทั้งที่ผ่านเข้าออกป่าแถวนี้บ่อยๆ แต่พวกเธอก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จักจั่นเห็นว่านายพรานชำนาญพื้นที่แถวนี้ อยากให้ช่วยนำทางให้หน่อย นายพรานยินดีจะให้นำทางตอนนี้เลยก็ได้ถ้าต้องการ

"กลางคืนเนี่ยนะ...จะเห็นรอยหรือ" ฤทธิชัยร้องเอะอะ

"ที่นี่ถิ่นผม หลับตาเดินยังได้" นายพรานคุย

"ได้...ถ้าอย่างนั้น พรานนำได้เลย"

นายพรานพยักหน้าให้ดาว  แสงจากกองไฟสะท้อนไปใต้หมวกปีกที่หลุบอยู่  เห็นหน้าเขาแวบหนึ่ง  ใบหน้านั้นคือวิญญาณของท่านอิทธินั่นเอง  จากนั้น  ทุกคนออกเดินเท้า

ตามนายพรานลึกเข้าไปกลางป่า  ดาว  จักจั่น  ฤทธิชัยกับอภิชาติเดินทิ้งระยะห่างจากเขาพอสมควร  อภิชาติกับฤทธิชัยไม่ไว้วางใจนายพรานคนนี้สักเท่าใด  เกรงจะเป็นพวกศัตรูหลอกให้พวกเราออกนอกเส้นทาง

"เราไม่มีทางเลือก เราต้องเสี่ยง" ดาวมัวแต่คุย มองไปอีกที นายพรานหายไปแล้ว

ทุกคนช่วยกันกวาดตามองหา  เห็นหลังนายพรานโผล่

ออกมาไวๆจากดงไม้ เดินนำทางต่อ แต่ดูๆแล้วเหมือนลอยไปบนพื้นมากกว่า อภิชาติแปลกใจทำไมนายพรานถึงเดินได้เร็วนัก ทั้งสี่คนพากันเร่งฝีเท้าตาม...

ในที่สุด นายพรานนำทางมาถึงพุ่มไม้หนาใกล้ค่ายของนายไชย ดาวกับทุกคนแอบซุ่มดู เห็นนายไชยกับพวกนั่งดื่มเหล้ากันอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งรถบรรทุกคอนเทนเนอร์

ให้สมุนสองคนเฝ้าไว้ อภิชาติพิจารณาดูแล้ว คุณอาหญิงน่าจะถูกขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ท้ายรถบรรทุกคันนั้น ดาวจ้อง

รถบรรทุกเขม็ง แต่พอหันมาทางนายพรานเพื่อจะขอบใจ เขาหายตัวไปแล้ว เธอไม่ได้สนใจ รีบแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนนำ

"ผู้กองกับคุณอภิชาติอยู่ที่นี่เบี่ยงความสนใจของพวกมัน ดาวกับจักจั่นจะเข้าไปช่วยคุณอาหญิง"

ดาวว่าแล้วดีดตัวหายเข้าไปในความมืดพร้อมจักจั่น ฤทธิชัยกับอภิชาติรออยู่อึดใจ ก่อนจะช่วยกันดึงพุ่มไม้ตรงนั้น ให้ไหวไปมา เสียงใบไม้กระทบกันดังไปถึงหูนายไชยกับพวก นายไชยหันขวับมามอง

"เฮ้ย...พวกเอ็งไปดูตรงนั้นซิ"

สมุนส่วนหนึ่งพร้อมไฟฉายค่อยๆย่องไปที่พุ่มไม้อย่างระมัดระวัง อภิชาติกับฤทธิชัยรีบหลบออกไปอีกทาง พวกสมุนโผล่พรวดเข้าไปเจอแต่ความว่างเปล่า ร้องบอกลูกพี่ว่าไม่เห็นมีอะไร นายไชยเห็นเงาตะคุ่มๆของนายพรานยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ตะโกนลั่น

"นั่นไง"

พวกสมุนหันไปมองตามทิศทางที่นายไชยชี้ เห็นเงาของพรานยังยืนอยู่ที่เดิม พวกนั้นพรวดเข้าหานายพรานกลับหนีไปอย่างรวดเร็ว พวกสมุนเร่งฝีเท้าตาม ดาวกับจักจั่นซุ่มอยู่บนยอดไม้สบโอกาสดีดตัวลงบนหลังคารถบรรทุกอย่างเงียบกริบ พวกสมุนไล่ล่านายพรานได้สักพัก ชักเอะใจ

"เฮ้ย...เราถูกมันล่อให้ออกมา...รีบกลับค่ายเว้ย"

ooooooo

นายไชยเห็นไม่ชอบมาพากล ตะโกนสั่งให้สมุนลากตัวคุณหญิงรัตนาออกมา สมุนสองคนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ที่รถบรรทุก เคาะประตูตู้คอนเทนเนอร์เรียกพรรคพวกที่อยู่ข้างใน ทันทีที่ประตูตู้เปิด ดาวกับจักจั่นพุ่งจากหลังคาใช้มีดปาดคอสมุนสองคนที่อยู่ด้านนอก แล้วตามเข้าไปจัดการสมุนอีกสองคนที่เฝ้าอยู่ด้านใน

ดาวสังหารได้เพียงคนเดียว อีกคนหนึ่งหนีรอดออกมาได้ ตะโกนโหวกเหวกลั่น นายไชยหันไปมองตามเสียง เห็นจักจั่นไล่ตามสมุนคนนั้นออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์

"เฮ้ย...พวกมันอยู่นั่น"

พวกสมุนไม่รอช้าตวัดปืนยิงจักจั่นไม่ยั้ง กระสุนถูกเข้าเต็มๆ เธอกลับไม่สะทกสะท้าน ยิงตอบโต้พวกนั้นล้มคว่ำ นายไชยหน้าตื่นที่จักจั่นปืนยิงไม่เข้า เหลียวมองเลิ่กลั่กหาทางหนี ฤทธิชัยกับอภิชาติออกมาจากราวป่า เปิดฉากยิงต่อสู้กับพวกสมุนอย่างดุเดือด พวกนั้นสู้ไม่ได้เริ่มถอยร่น นายไชยเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ดาวตัดเชือกมัดมือคุณหญิงรัตนาออก พามาที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์ ตะโกนบอกให้จักจั่นไปเอารถมารับ

จักจั่นสาดกระสุนใส่พวกสมุนแล้ววิ่งไปที่รถจี๊ปของคนร้าย ถอยพรวดไปที่ตู้คอนเทนเนอร์ อภิชาติกับฤทธิชัยปราดเข้ามายิงคุ้มกันอยู่ข้างรถจี๊ป รอจนดาวกับคุณหญิงรัตนาขึ้นรถเรียบร้อย ทั้งคู่ขึ้นตาม รถจี๊ปพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านนายไชยวิ่งหนีเอาตัวรอดเข้ามาถึงป่าทึบ แต่ต้องชะงักมือเห็นเงาใครบางคนยืนอยู่เบื้องหน้า เขาสาดไฟฉายส่องดู เห็นชายในชุดนายพรานสวมหมวกปีกหลุบต่ำปิดบังใบหน้า

"เอ็งเป็นใคร...ถอยไป....ไม่อย่างนั้นกินลูกตะกั่วแน่"

นายพรานเฉย นายไชยฉุนจัด กราดปืนใส่เปรี้ยงๆๆเขายืนนิ่งไม่สะดุ้งสะเทือน พลันมีลมพัดวูบเข้ามาหมวกของนายพรานปลิว ที่แท้นายพรานก็คือท่านอิทธินั่นเอง นายไชย จำได้ถึงกับตาเหลือก สาดกระสุนใส่พลางถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว กระทั่งตกลงไปในหลุมดักสัตว์ เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดังก้องไปทั้งป่า ไม้แหลมในหลุมดักสัตว์เสียบทะลุร่างของเขาตายอนาถ...

จักจั่นขับรถหนีมาได้สักระยะ ดาวแนะให้จอดรถพักค้างแรมในป่าแถวนี้ก่อน ตอนเช้าค่อยเดินทางต่อ ทุกคนเห็นด้วย ช่วยกันก่อกองไฟแล้วนั่งล้อมวงคุยกัน คุณหญิงรัตนาดีใจที่เห็นฤทธิชัยไม่เป็นอะไร ฤทธิชัยโชคดีที่ได้นางเสือช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะแย่ คุยกันไปคุยกันมา ในที่สุด คุณหญิงรัตนาเปิดเผยเรื่องที่เธอรับดาวกับจักจั่นเป็นลูกให้อภิชาติกับฤทธิชัยรู้ อภิชาติถามทันทีว่าลุงเดชไม่ว่าอะไรหรือ

"ลุงเดชเป็นคนบอกเองว่าหนูดาวคือลูกของอา คือลูกพฤกษา"

ฤทธิชัยกับอภิชาติถึงกับอึ้ง ทันใดนั้น ดาวตวัดปืนไป ทางพุ่มไม้ ทุกคนมองตามเห็นนายพรานยืนอยู่ จักจั่นบอกคุณหญิงรัตนาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นนายพรานที่พาพวกเราไปช่วยเธอเอาไว้ คุณหญิงรัตนาจ้องมองนายพรานเขม็ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหา พอเธอเห็นหน้านายพรานชัดๆถึงกับน้ำตาซึม พึมพำว่า "คุณอิทธิ"

นายพรานเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ ถามไถ่คุณหญิงสบายดีไหม คุณหญิงพยักหน้าแทนคำตอบ

"ผมเป็นคนให้ลุงเดชดูแลลูกเราอยู่ในป่า ผมรู้ว่าคุณหญิงทุกข์ใจ...หวังว่าคุณหญิงคงไม่โกรธผม" คุณหญิงได้แต่ส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก ท่านอิทธิพูดอีกว่า "ผมดีใจที่คุณหญิงได้พบลูกแล้ว"

ดาวมองคุณหญิงรัตนากับนายพรานคุยกันสักพัก ตัดสินใจเดินมาหา คุณหญิงรัตนาหันมองเธอด้วยน้ำตานองหน้า แล้วพยักหน้าให้ ดาวเข้าใจทันที หันมองนายพรานน้ำตาคลอเบ้า "คุณพ่อ..."

"พ่อรู้ว่าลูกทุกข์ใจที่ไม่ได้พบแม่...ยกโทษให้พ่อด้วย"

ดาวพยักหน้ายิ้ม "ดาวดีใจและเต็มใจทำหน้าที่ของคุณพ่อค่ะ"

ท่านอิทธิยิ้มตอบ ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป ดาวโผกอดคุณหญิงรัตนาแน่น สองแม่ลูกต่างร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ จักจั่นพลอยน้ำตาซึมไปด้วย

ooooooo

เช้าวันถัดมา ไผ่ แสงกับลุงเดชและสมาชิกโจรอีกราว 20 คน กระจายกำลังกันแอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ หนาทึบ หน้าสถานีสำรวจป่าของสินชัย ไม่นานนัก มีรถบรรทุกของสินชัยสองคัน พร้อมด้วยรถจี๊ปคุ้มกันอีกสองคันวิ่งเข้าไปในสถานีสำรวจป่า สักพักก็มีรถตู้อีกคันหนึ่งวิ่งเข้ามาในระยะไกล

"คงเป็นลูกค้าของมัน" ไผ่ตั้งข้อสังเกต

ลุงเดชสั่งให้แสงพาสมาชิกโจรส่วนหนึ่งอ้อมไปอีกด้าน รอฟังสัญญาณจากเขา ส่วนไผ่คอยประสานงานช่วยเหลือทั้งสองกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มของแสง และถ้าเรารู้ข่าวจากดาวว่าคุณหญิงรัตนาปลอดภัยเมื่อใด ให้สายลมส่งสัญญาณบอกทันที ไผ่พยักหน้ารับคำแล้วดีดตัวออกไป...

ในเวลาเดียวกัน ดาวพาคุณหญิงรัตนามาส่งที่สถานีตำรวจบ้านดอนเสือซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของท่านรองฯก้องเกียรติมารอรับคุณหญิงรัตนากลับกรุงเทพฯ จากนั้น ดาว จักจั่น อภิชาติ และฤทธิชัย พร้อมด้วยขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคัน บ่ายหน้าไปยังสถานีสำรวจป่า...

ไผ่ซุ่มตัวอยู่บนยอดไม้ สายตาจับจ้องไปที่สถานีสำรวจป่า เห็นรถตู้แล่นเข้าไปจอด สินชัย เยซิน ลินจง กับอาจารย์เฉินยืนรอต้อนรับลูกค้าชาวต่างชาติสองคน ผิวดำกับผิวขาว เยซินเดินนำลูกค้าทั้งสองคนเข้าไปในเต็นท์บัญชาการ สินชัย ลินจงกับอาจารย์เฉินเดินตาม เยซินเป็นหัวหน้าในการเจรจาธุรกิจครั้งนี้

"ของเรียบร้อยแล้วไม้ที่สั่งพร้อมส่งให้ท่านภายในหนึ่งเดือน แค่ท่านโอนเงินก็ถือว่าตกลงรับของไปได้ทันที" เยซินพูดขาดคำ ฝรั่งผิวขาวเดินไปที่โน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงาน เริ่มทำการโอนเงิน

มีเสียงสายลมร้องดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกให้ไผ่กับลุงเดชรู้ว่าคุณหญิงรัตนาปลอดภัยแล้ว ลุงเดชสั่งให้สมาชิกโจรทุกคนบุก เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว ฝรั่งผิวขาวได้ยินเสียงปืนหยุดการโอนเงินทันที

"ขอโทษ...ท่านมีปัญหา...ถือว่าการซื้อขายยุติ"

เยซินไม่ยอม ตวัดปืนขึ้นมาขู่ให้โอนเงินเดี๋ยวนี้ ลูกค้าฝรั่งทั้งสองคนขัดขืน เลยถูกเยซินยิงทิ้ง แล้วหันปืนจ้องใส่สินชัย ลินจงกับอาจารย์เฉินสีหน้าเอาเรื่อง

"พวกท่านทำงานพลาด...โทษถึงตาย"

ลินจงไม่รอช้าเตะปืนในมือเยซินกระเด็น อาจารย์เฉินสะบัดฝ่ามือพิฆาตใส่ลูกน้องของเยซินที่วิ่งเข้ามาล้มคว่ำไม่เป็นท่า เยซินอาศัยช่วงชุลมุนเผ่นหนีออกจากเต็นท์ สินชัยเห็นท่าไม่ดี ชวนลินจงหนี ลินจงวิ่งนำสินชัยออกมาด้านหลังสถานีสำรวจป่าซึ่งรถของเธอจอดอยู่...


ลุงเดชกับสมาชิกโจรบุกตะลุยเข้าทางด้านหน้าสถานีสำรวจ ส่วนแสงกับสมาชิกโจรอีกจำนวนหนึ่งบุกโจมตีจากด้านข้าง ชายในชุดดำยิงต้านไว้ ขบวนรถของดาววิ่งมาถึงสถานีสำรวจป่า  รู้ว่าลุงเดชกับพวกบุกเข้าไปก่อนแล้ว  รีบบึ่งรถเข้าไป พลันมีเสียงสายฟ้าคำราม ตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม ฤทธิชัยแหงนหน้าขึ้นมอง เห็นสายลมบินวนอยู่ ร้องบอกทุกคนว่า

"เร็วเข้าพวกมันกำลังจะหนี"

"นี่แกฟังเสียงเหยี่ยวกับเสียงเสือรู้เรื่องแล้วหรือ" อภิชาติ มองหน้าเพื่อนรักงงๆ ฤทธิชัยตอบไม่ถูก ขณะที่ดาวกับจักจั่นต่างมองหน้ากันอย่างแปลกใจ...

ลินจงวิ่งนำสินชัยมาที่รถของเธอ แล้วโดดขึ้นสตาร์ตเครื่อง อาจารย์เฉินขยับจะขึ้นตาม แต่ถูกดาวโดดถีบกระเด็นตกรถ จักจั่นดีดตัวตามมายืนข้างดาวหน้าตาเอาเรื่อง สินชัยคิดเอาตัวรอดคนเดียว ชักปืนจ่อหัวลินจงสั่งให้ออกรถเดี๋ยวนี้ ลินจงแค้นจัดแต่ทำอะไรไม่ได้จำต้องทำตามคำสั่งของสินชัยทิ้งอาจารย์เฉินไว้

อาจารย์เฉินตั้งหลักได้ชี้หน้าสองสาว "วันนี้ฉันจะส่งพวกแกไปนรกเสียที"

"ดูสิว่าใครจะไปก่อน" ดาวว่าแล้วตั้งท่าเตรียมต่อสู้

"แกสองคนไม่พอมือข้าหรอก" อาจารย์เฉินดีดตัวเข้าหาฟาดฝ่ามือใส่ สองสาวยกมือขึ้นต้าน แต่สู้พลังฝีมืออาจารย์ไม่ไหว กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว อาจารย์เฒ่าพุ่งตามหมายจะซ้ำ แต่ไผ่ร่อนลงมาขวางหน้า

"แล้วถ้าสามคนล่ะ...ไหวไหม" ไผ่พูดจบโดดเตะอาจารย์เฉิน ดาวกับจักจั่นพุ่งตาม อาจารย์เฉินรับหมัดของสองสาวไว้ได้ แต่เจอลูกถีบของไผ่เข้าเต็มอก เซถลาเป็นนกปีกหักลงไปคลุกฝุ่น แต่ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อ

ooooooo

ฤทธิชัยกับอภิชาติเห็นรถของลินจงกำลังจะแล่นหนี รีบโดดขึ้นรถจี๊ปไล่ตาม ชายในชุดดำสองคนโผล่ออกมาจากที่ซ่อน เล็งปืนไปยังรถของฤทธิชัย ลุงเดชมาช่วยไว้ได้ทัน ยิงชายในชุดดำทั้งสองคนตายสนิท รถของฤทธิชัยไล่จี้รถของลินจงไปติดๆ สินชัยหันมายิงใส่ ถูกกระจกรถฤทธิชัยแตก

อภิชาติยิงโต้กลับถูกยางรถลินจงกระจุย รถเสียหลักพลิกคว่ำ ฤทธิชัยกับอภิชาติรีบจอดรถลงไปดู เห็นสินชัยติดอยู่ในรถ มีน้ำมันไหลออกมาจากถังน้ำมันนองพื้น ร้องขอความช่วยเหลือลั่น

"จับไปมันก็หลุดออกมาอีก"

ฤทธิชัยไม่เห็นด้วยกับเพื่อน ขยับจะเข้าไปช่วย มีเสียงตะโกนสั่งให้หยุดอยู่ตรงนั้น สองหนุ่มหันไปมองตามเสียง เห็นลินจงในสภาพสะบักสะบอมเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลถือปืนเล็งใส่

"ปล่อยให้มันตายไป...มันไม่เคยนึกถึงใครนอกจากตัวเอง" ลินจงมองสินชัยอย่างเกลียดชัง

"คุณเองก็บาดเจ็บ ต้องรีบไปโรงพยาบาล"

"คุณเป็นสุภาพบุรุษเสมอ...ผู้กอง"

สินชัยฉวยโอกาสที่ลินจงเผลอคว้าปืนยิงใส่ เธอถึงกับเข่าทรุดเลือดไหลเต็มอก จ้องมองสินชัยด้วยความแค้น หันปืนยิงใส่รถคันนั้น เกิดประกายไฟขึ้นก่อนจะระเบิดดังกึกก้อง ฤทธิชัยกับอภิชาติโดดหลบแทบไม่ทัน ผู้กองหนุ่มตั้งหลักได้ปราดเข้าไปประคองลินจงไว้ นักฆ่าสาวค่อยๆหยิบหน้ากากนางเสือออกมา

"นางเสือตามฆ่า...นายสินชัยๆ...ฆ่านางเสือเรื่องจบ... ผู้กอง...จะได้ไม่ต้อง...ล่านางเสือ...ของผู้กอง"

ลินจงเอาหน้ากากนางเสือมาสวมก่อนจะสิ้นใจ เป็นจังหวะเดียวกับขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยของท่านรองฯก้องเกียรติสามคันแล่นมาจอด ตำรวจต่างโดดลงจากรถลงมาตรวจที่เกิดเหตุ หนึ่งในนั้นมีกำจรรวมอยู่ด้วย กำจรวิ่งเข้ามาหาฤทธิชัย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฤทธิชัยไม่ตอบลุกหนี เขาจึงหันไปถามอภิชาติแทน อภิชาติก็ไม่ตอบเช่นกัน กำจรรีบถ่ายรูปเก็บไว้...

ลุงเดชพลาดท่าถูกเยซินไล่ยิงจนต้องพุ่งหลบหลังลังไม้ที่วางซ้อนกัน เยซินตามเข้าไปหมายจะซ้ำแต่แสงโผล่เข้ามาด้านหลังพร้อมปืนลูกซอง ตะโกนเรียกให้เยซินหันมาแล้วยิงใส่ไม่ยั้ง เยซินกระเด็นหงายหลัง

"โทษฐานทำเมียข้าเจ็บ" แสงมองร่างไร้วิญญาณของเยซินอย่างสะใจ...

ด้านดาว จักจั่นกับไผ่ต้องรวมพลังกันจึงสามารถโค่นอาจารย์เฉินลงได้ ลุงเดชกับแสงเข้ามาสมทบ แจ้งให้ทั้งสามคนรู้เรื่องที่พวกคนร้ายยอมแพ้หมดแล้ว ดาว จักจั่นและไผ่ต่างรู้ดีว่าคนเลวไม่หมดแค่นี้ แต่ถ้าพวกมันปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ ทุกคนก็พร้อมจะจัดการ...

ข่าวการตายของสินชัยและนางเสือเป็นข่าวร้อนประจำวัน สถานีโทรทัศน์ทุกช่องต่างรายงานข่าวไปในทางเดียวกันว่า สินชัยตายด้วยน้ำมือของนางเสือ และนางเสือเองก็จบชีวิตแล้วเช่นกัน

ooooooo

ไม่กี่วันถัดมา คุณหญิงรัตนาจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของดาวที่บ้านของท่านในกรุงเทพฯ มีเพียงญาติกับเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนมาร่วมงาน อภิชาติชวนฤทธิชัยปลีกตัวออกจากงานมาเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ทั้งคู่ยังคลายปมปริศนาเรื่องดาวใช่คนคนเดียวกับนางเสือยังไม่ได้ จนกระทั่งจักจั่นเดินเข้ามาทัก

"คืนนี้ ผู้กองทั้งหล่อทั้งเท่ แต่ทำไมตอนพี่ดาวเจอผู้กองครั้งแรกถึงเรียกผู้กองว่าตาทึ่มก็ไม่รู้"

ฤทธิชัยชะงัก มีแต่นางเสือเท่านั้นที่เรียกเขาว่า "นายทึ่ม" ปริศนาเรื่องดาวกับนางเสือก็คลี่คลายในที่สุด จังหวะนั้น ดาวตามเข้ามาสมทบ อภิชาติกับจักจั่นรู้งานรีบชิ่งออกมาทิ้งดาวกับฤทธิชัยให้อยู่กันตามลำพัง ฤทธิชัยจะขอทำตามสัญญาที่เคยให้เธอไว้ เสร็จเรื่องนางเสือเมื่อไหร่ เขาจะให้พ่อมาสู่ขอ

"ผู้กองก็รู้อยู่ว่านางเสือที่เป็นข่าวครึกโครมว่าตายไปแล้วเป็นนางเสือปลอม"

"ถ้าอย่างนั้นคุณดาวคิดว่าเมื่อไหร่เรื่องนางเสือจะจบล่ะครับ"

"ดาวคิดว่าคงไม่จบง่ายๆหรอกค่ะ ตราบใดที่มีพวกลักลอบตัดไม้...ตราบนั้นก็ยังต้องมีนางเสือ"

ฤทธิชัยดึงดาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด "เราแต่งงานกัน... แล้วคุณดาวก็ช่วยผมจับนางเสือ"

ดาวได้แต่ยิ้ม ยังไม่ทันตอบอะไร คุณหญิงรัตนาให้เด็กรับใช้มาเชิญเธอกลับเข้างานเสียก่อน ฤทธิชัยยืนมองตามหญิงคนรักพลางถอนใจเมื่อคิดถึงคำพูดเมื่อกี้ของเธอ

"ดาวคิดว่าคงไม่จบง่ายๆหรอกค่ะ ตราบใดที่มีพวกลักลอบตัดไม้...ตราบนั้นก็ยังต้องมีนางเสือ"

ooooooo

ดาวตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเตรียมกลับบ้านดอนเสือเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อ คือทำหน้าที่ปกป้องป่า  คุณหญิงรัตนาเข้าใจและภูมิใจในตัวลูกสาวของเธอมาก ไม่คิดขัดขวาง เมื่อไหร่ที่คิดถึงลูกเธอก็จะไปหา ดาวเข้ามากอดแม่ไว้

"ดาวคิดถึงคุณแม่...ดาวก็จะมาหาคุณแม่ค่ะ"

"จักจั่นด้วยค่ะ" ทั้งสามยิ้มให้กัน

ระหว่างนั้น ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาแจ้งคุณหญิงรัตนาว่า ฤทธิชัยแถลงข่าวลาออก ให้เปิดทีวีดู จักจั่นรีบกดรีโมตเปิดทีวี เห็นข่าวฤทธิชัยประกาศลาออกจากราชการ ดาวจ้องมองทีวีอย่างคาดไม่ถึง...

สายวันเดียวกัน ขณะอภิชาติขับรถพาฤทธิชัยตรงไปยังบ้านดอนเสือ เขาอดเป็นห่วงแทนเพื่อนไม่ได้ที่วางเดิมพันสูงถึงขั้นยอมลาออกจากราชการเพื่อจะได้ไม่ต้องตามจับนางเสือ ถ้าเกิดดาวไม่อยากให้ฤทธิชัยรู้เรื่องที่เธอเป็นนางเสือแล้วตอบปฏิเสธแต่งงานด้วย เขาอาจจะชวดทั้งงานและความรัก ฤทธิชัยขอเสี่ยงสักครั้ง

"แล้วความตั้งใจที่จะเป็นมือกฎหมายปราบเหล่าอธรรมให้หมดไปจากแผ่นดินล่ะ  แกจะทิ้งไปง่ายๆเลยหรือ"

"ถึงไม่เป็นมือกฎหมายก็ปราบอธรรมได้"ฤทธิชัยยิ้มเครียด อภิชาติตบไหล่เพื่อนเบาๆให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก รถของอภิชาติมาถึงบ้านป้าเนียน จักจั่นวิ่งออกมาต้อนรับ บอกให้ฤทธิชัยไปหาดาวที่สวนหลังบ้าน แล้วหันมาทวงของฝากที่อภิชาติคุยว่าจะซื้อมาให้ อภิชาติหยิบกล่องใส่แหวนหมั้นออกมา ดึงมือจักจั่นมาสวมแหวนให้แทนสร้อยคอที่ถูกระเบิด จักจั่นหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข คู่ของไผ่กับจันจิราก็ลงเอยด้วยดีเช่นกัน สมพรสั่งให้ไผ่พาจันจิราไปหา มีแหวนหมั้นจะให้ว่าที่ลูกสะใภ้...

ที่ลานหลังบ้านป้าเนียน ฤทธิชัยมาทวงคำตอบที่ถามดาวไว้เมื่อคืนก่อน ดาวอ้างว่าเรื่องนางเสือยังไม่จบ ถ้าเขาแต่งงานกับเธออาจทำให้ยุ่งยากต่อการตามล่านางเสือ ฤทธิชัยไม่ได้เป็นผู้กองอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเรื่องนางเสือสำหรับเขา ถือว่าจบ  ดาวยังใช้สรรพนามเรียกฤทธิชัยว่าผู้กองอีก  เขา ทักท้วงทันที

"อ๊ะๆ...ผมคุณหนึ่งครับ"

"...คุณหนึ่งมั่นใจหรือคะว่าจะปล่อยให้นางเสืออาละวาดโดยที่ไม่ทำอะไรเลย"

"ผมมั่นใจครับ...อีกอย่างผมรักคุณดาว ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณดาว และหวังว่าคุณดาวมองเห็นความจริงใจของผม"

ดาวพยายามจะสารภาพเรื่องตัวเองคือนางเสือ แต่ฤทธิชัย ไม่เปิดช่องให้รีบตัดบท ไม่อยากฟังเรื่องอะไรทั้งนั้น ขอแค่ ตอบตกลงแต่งงานกับเขาเท่านั้นก็พอ ดาวยิ้มเขิน พยักหน้า ฤทธิชัยดีใจ ดึงเธอเข้ามากอด

"เอ่อ...ผมอยากจะถามคุณดาวอย่างหนึ่งได้ไหมครับ... ทำไมถึงเรียกผมว่าตาทึ่มครับ"

ดาวถึงกับตาโต คาดไม่ถึง เขาจะรู้เรื่องที่เธอคือนางเสือ ฤทธิชัยยิ้ม มีแต่นางเสือเท่านั้นที่เรียกเขาว่า "ตาทึ่ม" ดาวซบอกเขาอย่างมีความสุข มีเสียงสายฟ้าคำรามก้องตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม

"อย่างนี้เรียกว่าป่าต้อนรับผมหรือเปล่าครับ" ทั้งสองคนมองสบตากันลึกซึ้ง

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างดาวกับฤทธิชัยจัดขึ้น ณ สวนสวยภายในค่ายโจรกลางป่า บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความสุข คุณหญิงรัตนาน้ำตาซึมกอดดาวไว้แน่น

"ลูกษาของแม่...พ่อของลูกคงมีความสุขที่ลูกษาเลือกป่าเป็นบ้าน"

"โอ๋ๆๆนะคะ ถึงอย่างไรดาวต้องไปเยี่ยมคุณแม่ แล้วคุณแม่ก็มาเยี่ยมดาวได้อยู่แล้ว"

คุณหญิงรัตนายิ้ม หันมาฝากฤทธิชัยช่วยดูแลดาวแทนเธอด้วย ฤทธิชัยรับคำอย่างแข็งขัน คู่บ่าวสาวเดินทักทายแขกเหรื่อตามโต๊ะต่างๆ ลุงเดช ป้าเนียน แสง และแม่สมพรซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ดาวรักเคารพและนับถือ ต่างอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข เสียงอภิชาติตะโกนเรียก

"ไหว้ผู้ใหญ่เสร็จก็มาทางนี้ได้แล้วเพื่อน"

ดาวกับฤทธิชัยหันไปมองเห็นอภิชาติ จักจั่น ไผ่กับจันจิราต่างเฮโลกันเข้ามาโปรยกลีบดอกไม้ใส่คู่บ่าวสาว ทุกคนต่างมีแต่รอยยิ้ม

"ขอต้อนรับสู่ชมรมคนแต่งงานสักที...คู่นายช้าที่สุด...ขอเชิญดื่มอวยพรให้คู่บ่าวสาวครับ"

อภิชาติประกาศ แขกเหรื่อในงานต่างลุกขึ้นยืนพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ ทันใดนั้น มีเสียงสายลมร้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของสายฟ้า ทุกคนต่างหยุดฟังแล้วมองหน้ากัน ลุงเดชก้าวเข้ามาหาดาว

"พวกลักลอบตัดไม้มันเข้ามาอีกแล้ว"

"เชิญทุกคนตามสบายนะคะ...ดาวกับคุณหนึ่งขอเวลาแป๊บหนึ่งค่ะ"

พวกผู้ใหญ่ต่างยิ้ม พยักหน้ารับรู้ อภิชาติ จักจั่น ไผ่ ปราดเข้ามาขอไปด้วย ดาวร้องห้ามลั่น

"เดี๋ยวก่อน...ทุกคนไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เป็นแขกมาในงานแต่งงานของเรา ดังนั้น...ห้ามยุ่ง เราตกลงกันแล้วว่า...ป่าเป็นหน้าที่ของดาวกับผู้กอง...เอ๊ย...ษากับคุณหนึ่งเท่านั้น"

"โอเค..." อภิชาติพยักหน้าจำยอม เช่นเดียวกับไผ่และจักจั่น

"เชิญดื่มกินกันตามสบายก่อนนะครับ ผมกับน้องษาจะรีบกลับมาครับ" ฤทธิชัยว่าแล้วดีดตัวตามดาวหายไปในดงไม้ อภิชาติ จักจั่กกับไผ่มองตามตาละห้อย

"ทำไงได้...สัญญาต้องเป็นสัญญา เราไม่ควรยุ่ง" อภิชาติพูดจบ กระดกเหล้าเข้าปาก ก่อนกวักมือเรียกบริกรเข้ามาหา เขาวางแก้วลงบนถาดใส่เครื่องดื่ม แล้วดีดตัวตามคู่ของดาวกับฤทธิชัย

จักจั่นกับไผ่ไม่รอช้ารีบตามไปติดๆ สักพัก ทั้งสามคนก็ตามคู่บ่าวสาวทัน เสียงร้องของสายลมและสายฟ้าดังประสานกับเสียงประกาศก้องของดาว

"ป่าของพ่อ...ใครอย่าแตะ"

ooooooo

- อวสาน -
กลับไปยังรายบอร์ด