กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15

เมื่อเห็นยอดชายออกมาให้ข่าวว่าเปิดธุรกิจใหญ่โต ชาญยุทธ์คาดว่ายอดชายคงสร้างภาพดึงความสนใจให้บอสหันมามองเพื่อให้ได้ชิง เป็นตัวแทนแอตแลนติสในไทย แต่เขาไม่มีวันยอม

เผอิญเอกภาพมาแวะซื้อ ดอกไม้เพื่อจะไปง้อปัทมา ยอดชายกับนทีเดินออกมาจากโรงแรม ถูกลอบยิงล้มลง นทีหลบหนีไปได้ ผู้คนแตกตื่น เอกภาพรีบเอาดอกไม้ใส่ในเสื้อแจ็กเกตวิ่งตามล่ามือปืน เอกภาพร้องให้มือปืนหยุด แต่มันกลับยิงใส่ เอกภาพร้องบอกผู้คนให้หลบแล้วตัดสินใจยิงใส่มือปืนกลางหลังล้มคว่ำลง ดาวดำกระจายเกลื่อน เอกภาพ เข้าไปหยิบดาวดำขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ

มือ ปืนถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ข่าวมือปืนพญายมถูกจับได้แพร่สะพัด นักข่าวกรูมาที่โรงพยาบาล สิริมาศเข้ามาสัมภาษณ์เอกภาพ "จับมือปืนพญายมได้แล้วเหรอคะรองเอกภาพ"

"เป็นการสันนิษฐานเบื้องต้นจากหลักฐานที่เจอครับ ยังไงต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้วสรุปสำนวนอีกที" เอกภาพพยายามพูดแบบกลางๆ

สิริ มาศยังถามอีกว่าคนที่ถูกยิงใช่ยอดชายหรือเปล่า เอกภาพรับว่าใช่ อาการสาหัสยังให้ปากคำไม่ได้ แล้วเขาขอตัวรีบเดินไป สิริมาศจึงหันมารายงานข่าวสดออกไปตามสไตล์ของเธอ กรกชเห็นข่าวในทีวี พูดกับลุงสิงห์ว่า "ถ้ามันใช่มือปืนพญายมจริงๆมันก็เป็นคนที่ฆ่าพ่อน่ะสิคะ"

"ทางตำรวจเขายังไม่ยืนยันไม่ใช่เหรอครับคุณหนู"

แต่ กรกชอยากไปดูให้เห็นจริงเพราะที่ตัวมือปืนมีดาวดำสัญลักษณ์มือปืนพญายม ลุงสิงห์จึงให้สุพจน์ตามไปคุ้มครองกรกช...ที่ห้องคนไข้ ดาวดูข่าวทีวีอยู่กับนักรบและวันวิสาข์

"อาเอกเก่งจังเลยนะคะคุณพ่อ คุณหมอ ต่อไปนี้มือปืนพญายมก็ไปทำร้ายคนอื่นไม่ได้แล้วใช่มั้ยคะ" ดาวถามขึ้นมา

นักรบหน้าเจื่อนสบตาวันวิสาข์ เธอจึงเข้าไปลูบหัวดาวเบาๆแล้วพูดว่า "หมอก็อยากให้มือปืนพญายมหยุดทำร้ายคนอื่นสักทีเหมือนกันจ้ะ"

นัก รบรู้สึกถึงคำพูดและสายตาของวันวิสาข์ที่มองเขา เธอคงรู้อะไรบางอย่างและสื่อกับเขา ทำให้เขาต้องหลบสายตา... เมื่อมีโอกาสออกมาอยู่ตามลำพัง วันวิสาข์หยิบดาวดำที่เธอเก็บได้ที่บ้านนักรบวันที่ไปเยี่ยมดาวออกมาดูอย่าง ครุ่นคิด นักรบเข้ามาทัก  เธอจึงรีบเก็บดาวดำใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์  แล้วหันมายิ้มบอกเขาว่าเธอคิดอะไรเพลินๆเท่านั้น

"บอกได้มั้ยครับว่าคุณหมอคิดอะไรอยู่" นักรบถามอย่างจริงจัง

"ฉันอยากให้คนที่ถูกจับมาเป็นมือปืนพญายมตัวจริง ถ้าเป็นแบบนั้นได้คงจะมีหลายคนที่มีความสุขมาก" วันวิสาข์ มองหน้านักรบ

"คุณหมอคือคนนึงในนั้นด้วยหรือเปล่าครับ"

"ใช่ค่ะ"

"ทำไมล่ะครับ"

"เพราะมีคนบางคนที่ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นมือปืนพญายมตัวจริง"

"คุณหมอรังเกียจหรือว่ากลัวมือปืนพญายมเหรอครับ" นักรบถามแบบกลัวคำตอบ

"ไม่ ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ แต่เป็นเพราะฉันคิดว่าจุดจบของมือปืนพญายมคงจะไม่สวยแน่ๆ ฉันไม่อยากให้ใครคนนั้นเป็นแบบนั้นค่ะ" วันวิสาข์จ้องตาด้วยแววตาเป็นห่วงและจริงใจ

นักรบถึงกับอึ้งพูดอะไร ไม่ออกได้แต่หลบตาเฉมองไปทางอื่น แล้วต่างก็นิ่งเงียบกันไป...ปัทมากับโข่งมาถึงโรงพยาบาล เห็นเอกภาพจึงเข้าไปขอสัมภาษณ์มือปืน เอกภาพพูดอย่างสุภาพ

"ผมให้คุณ หรือนักข่าวคนไหนเข้าไปสัมภาษณ์ไม่ได้ หรอก ตอนนี้ทั้งมือปืนทั้งคุณยอดชายยังไม่ฟื้นเลย แต่ถึงจะฟื้นแล้วผมก็คงอนุญาตไม่ได้อยู่ดี มันเกี่ยวกับรูปคดี คุณก็น่าจะรู้นี่นา"

ปัทมาฮึดฮัดขัดใจเพราะเคืองเรื่องที่กรกชเกาะ แขนกันไปวันก่อน ทันใด ธัญญะพากรกชเข้ามาแล้วพาเข้าไปในห้องคนไข้ ปัทมาโวยเอกภาพทันที "นี่มันอะไรกันคุณ ทีฉันไม่ยอมให้เข้าไป แต่คุณกรกชลูกน้องคุณแทบจะอุ้มกันเข้าไปเลย"

โข่งกระตุกให้ปัทมาใจเย็น ปัทมากลับต่อว่าเอกภาพเลือกปฏิบัติ เอกภาพอธิบาย "คุณกรกชน่ะเขาอยู่ในฐานะผู้เสียหาย คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อของเขาถูกมือปืนพญายมยิงตาย เขาเป็นเจ้าทุกข์ที่เคยแจ้งความเอาไว้แล้ว เขาก็ต้องมีสิทธิ์ดูตัวผู้ต้องหา คุณไปอารมณ์เสียอะไรมาจากไหนเนี่ยถามจริง"

"ทำอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจทำมาเป็นถาม" ปัทมาบ่นกระปอดกระแปดแล้วเดินหนีไป

โข่งวิ่งตาม เอกภาพมองตามด้วยความงงกับอารมณ์ของปัทมา...

พอ กรกชได้เห็นหน้ามือปืนที่นอนอยู่บนเตียงก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่พุ่งเข้าตบหน้า ธัญญะรีบดึงกรกชออกและเตือนว่าไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาปล่อยเป็น หน้าที่ของกฎหมายดีกว่า กรกชเดินออกจากห้องพร้อมธัญญะ เจอกับชาญยุทธ์ที่มาขอดูหน้ามือปืนเช่นกัน สิริมาศปรี่มาขอสัมภาษณ์ "ไม่ทราบว่าวันนี้คุณกรกชกับคุณชาญยุทธ์มาพร้อมกันที่นี่เพราะอะไรคะ"

ทั้ง สองตอบเหมือนกันว่าอยากมาเห็นหน้ามือปืนที่ฆ่าพ่อ สิริมาศยังถามกรกชว่าเห็นหน้ามือปืนแล้วรู้สึกอย่างไร กรกชพูดกระทบชาญยุทธ์ว่าดีใจและอยากให้คนที่อยู่เบื้องหลังชดใช้กรรม ด้วย...ชาญยุทธ์ไม่สะทกสะท้าน   เขาเข้าไปดูหน้ามือปืน   ขณะออกมาสวนกับพยาบาลที่มีผ้าปิดปากมาขอเช็ดตัวคนไข้ ธัญญะจึงอนุญาตให้เข้าไป

ooooooo

ยังอารมณ์เสียไม่หาย แม้โข่งจะปลอบอย่างไร ปัทมาก็ยังหงุดหงิด จนโข่งเห็นเอกภาพเดินมาจึงรีบปลีกตัวออกไป เอกภาพเข้ามาพูดกับปัทมา "ยังคุยกันไม่ทันรู้เรื่องเลยคุณก็เดินหนีมาซะแล้ว"

"ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว ไปดูแลคุณกรกชคนพิเศษของคุณโน่น" ปัทมางอน

เอกภาพดึงดอกไม้จากในเสื้อมาส่งให้ "ผมซื้อมาให้คุณ แต่เจอเรื่องซะก่อนเลยต้องรีบปฏิบัติหน้าที่"

"ซื้อมาให้ฉันทำไม นี่คุณให้ผิดคนหรือเปล่า เอาไปให้ คนโน้นโน่นถึงจะถูก"

"ไม่ ผิดคนหรอก ผมมีคนที่จะให้ดอกไม้แค่คนเดียวเท่านั้น แต่ถ้าคนที่อยากให้เขาไม่อยากได้ก็ไม่เป็นไร ผมคงต้องเอาทิ้งขยะไป น่าสงสารดอกไม้ไม่มีคนสนใจ"

"คุณมีสิทธิ์อะไรมาเอาดอกไม้ของฉันไปทิ้งขยะ" ปัทมาโวยก่อนที่เอกภาพจะทิ้งดอกไม้

เอกภาพยิ้มดีใจ...ปัทมาถามว่าเขามีธุระอะไรกับเธอ เอกภาพฟังน้ำเสียงยังขุ่นๆจึงบ่นว่ายังไม่หายงอนอีก ปัทมาโต้ว่าใครงอน

"ก็ คุณนั่นแหละ ไอ้ที่ทำอยู่นี่นะเขาเรียกว่างอน เรื่องที่ผมพาคุณกรกชไปทานข้าววันก่อนนะไม่มีอะไรจริงๆ คุณกรกชยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องที่นายยอดชายฟ้องผม แล้วเขาขอให้

เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน ผมก็ต้องทำตามมารยาทเท่านั้นเอง"

"ฉันก็มีหลักฐานว่าคุณไม่ได้ทำผิด แต่ช่างเถอะมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ"

"ผม ดีใจจังที่รู้ว่าคุณเป็นห่วงผมจนต้องหาหลักฐานมาช่วย ขอบคุณมากนะครับ...ส่วนเรื่องวันนี้ ผมอนุญาตให้คุณเข้าไปไม่ได้จริงๆ มันเป็นหน้าที่คุณคงเข้าใจนะ"

"ถ้าวันหลังฉันจะทำหน้าที่นักข่าวแบบไม่มีข้อแม้ ให้ใครบ้าง คุณอย่ามาว่าฉันก็แล้วกัน"

"เอางี้ดีกว่า เพื่อเป็นการขอโทษคุณ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ยกเว้นให้คุณเข้าไปหามือปืนกับนายยอดชาย" เอกภาพเสนอทางเลือกให้

แต่ ปัทมากลับย้อนถามว่าเชื่อหรือว่าคนที่จับมาได้เป็นมือปืนพญายมตัวจริง เอกภาพนิ่ง ปัทมาจึงขอให้เขาถอดหมวกตำรวจออกแล้วคุยกันในฐานะประชาชนคุยกันหรือเพื่อนก็ ได้ เอกภาพอมยิ้มหยอดให้เบี่ยงประเด็น "ขอเป็นมากกว่าเพื่อนได้มั้ย แบบคนที่รู้สึกดีๆให้กันน่ะ"

ปัทมาตัดบทว่าจะฐานะอะไรก็ได้ที่เขาจะ ไม่บ่ายเบี่ยงไม่ตอบ เอกภาพจึงย้อนถามว่าเธอคิดอย่างไร ปัทมาจึงบอกว่าเธอคิดว่าไม่ใช่ตัวจริง เอกภาพยิ้มแล้วพูดว่า "คุณเชื่อความคิดของตัวเองน่ะถูกที่สุดแล้ว   ตำรวจน่ะจะใส่หมวกหรือถอดเครื่องแบบก็ยังเป็นตำรวจวันยังค่ำแหละ เพราะมันเป็นกันที่จิตวิญญาณ"

ปัทมาสรุปว่าก็คงเหมือนนักข่าวที่ อย่างไรก็ทิ้งวิญญาณนักข่าวไม่ได้...วีระชัยวิ่งมาตามเอกภาพว่าเกิดเรื่อง แล้ว ปัทมารีบเรียกโข่งให้ตามเอกภาพไป...ชาญยุทธ์รออยู่ที่รถ ลินดาเดินเข้ามารายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อย ชาญยุทธ์ยิ้มอย่างพอใจ

เอกภาพมาถึงห้องคนไข้ ธัญญะรายงาน "มีนักฆ่าปลอมตัวเป็นพยาบาลเข้าไปสังหารมือปืนครับรอง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรกันแน่ ต้องรอผลพิสูจน์อีกทีหนึ่ง"

ไม่มี ใครจำหน้าพยาบาลได้เพราะมีผ้าปิดปาก เอกภาพหันมาเห็นโข่งกับปัทมาถ่ายภาพทุกซอกทุกมุมจึงห้าม ปัทมาชิงพูดก่อนว่า "ขอโทษนะคะ นี่มันหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ต้องนำเสนอเรื่องที่เกิดขึ้น หวังว่าคงจะไม่ใช่ความลับอะไรอีกนะคะ"

เอกภาพเถียงไม่ออก พลัน สิริมาศปรี่เข้ามาตัดหน้าปัทมา จึงเกิดการเถียงกันขึ้น ปัทมาพูดทิ้งท้ายใส่สิริมาศว่าให้วิเคราะห์ข่าวเก่งเหมือนปาก ข่าวคงน่าดูกว่านี้แล้วเดินไป สิริมาศยืนโกรธตัวสั่น...มุมหนึ่งในโรงพยาบาล นักรบคุยกับเอกภาพ เขาถามขึ้นว่า

"แกคิดว่ามือปืนพญายมที่ถูกเก็บนี่เป็นตัวจริงหรือเปล่า"

"ฉัน บอกไม่ได้หรอก ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาของมือปืนพญายมชัดๆสักที แต่ถ้านี่ไม่ใช่มือปืนพญายมแล้วตัวจริงจะถือโอกาสล้างชีวิตซะใหม่ เรื่องมันก็คงจะจบไปพร้อมกับมือปืนที่ตายไป ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม" เอกภาพวางดาวดำลงข้างตัวนักรบก่อนจะเดินไป...

การตายของมือปืนทำให้ กรกชสงสัยว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า แต่น่าเสียดายที่ยิงยอดชายไม่ตาย ลุงสิงห์จึงบอกว่า "ใครเริ่มเอาไว้เราไม่รู้ แต่ถ้าอยากให้มันจบเราก็จัดการเองซะก็สิ้นเรื่อง"

วันต่อมา สิริมาศถือกระเช้ามาเยี่ยมยอดชายในฐานะคนคุ้นเคยไม่ใช่ฐานะนักข่าว วีระชัยจึงอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมได้ ไม่นานก็ได้ยินเสียงสิริมาศร้องให้ช่วยด้วย   วีระชัยกับตำรวจสองนายวิ่งเข้ามา เห็นสิริมาศยืนหน้าตื่นเล่าว่า

"มี คนร้ายเข้ามาในนี้ค่ะผู้กอง ฉันทำธุระในห้องน้ำ พอออกมาก็เห็นคนร้ายมันป้วนเปี้ยนอยู่แถวเตียง พอฉันร้องขอความช่วยเหลือมันก็เข้ามาตบหน้าฉันก่อนจะหลบออกไปทางประตูนั้น ค่ะ" สิริมาศชี้ไปที่ประตูระเบียงที่เปิดอยู่

วีระชัยให้ตำรวจตามไป ดูตรงประตูระเบียง เขามาดูยอดชายพบว่าเสียชีวิตแล้วเพราะถูกดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ ออก...เอกภาพหน้าเครียดเดินจะออกจากโรงพยาบาล สิริมาศและนักข่าวรุมถาม ปัทมากับโข่งมาถึงก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เอกภาพจึงพูดให้นักข่าวเบนความสนใจไปว่า

"คุณยอดชายเสียชีวิตแล้ว คุณสิริมาศเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ทุกอย่างครับ"

นัก ข่าวทุกคนจึงหันมาหาสิริมาศ เธอหน้าเหลอหลาแล้วรีบเล่าเหตุการณ์พร้อมกับเอียงแก้มให้ดูรอยถูกคนร้ายตบ โข่งสะกิดปัทมาพูดขำๆว่านักข่าวตกเป็นข่าวเสียเอง แต่ปัทมาสงสัย

"ยัยสิริมาศนี่ทำตัวน่าสงสัยขึ้นทุกวัน...ฉันไม่อยากเชื่ออะไรคนแบบนี้เลยนะพี่โข่ง..."

คม สันต์ได้รับรายงานจากลูกน้องรีบมารายงานต่อชาญยุทธ์ และถามด้วยความแปลกใจว่า คนของเราไม่ได้ฆ่ายอดชายแล้วเป็นคนของใคร แต่ชาญยุทธ์ไม่สนใจ...ส่วนกรกชพอรู้ข่าวจากลุงสิงห์ก็ดีใจ ทีนี้ก็เหลือเสี้ยนหนามแค่ชาญยุทธ์เท่านั้น...

เมื่อยอดชายตาย นทีก็หันมาขอซบ พล.ต.ท.ชาลี แต่ดูท่า พล.ต.ท.ชาลี จะเอาไว้หลอกใช้เท่านั้น แล้วค่อยเขี่ยทิ้งทีหลัง...

และในวันหนึ่ง นักรบมาพบลุงสิงห์ที่บ้าน นักรบเคยเป็น

เด็กวัดที่ลุงสิงห์ไปพบและขอมาอุปการะจากหลวงตา โดยรับปากหลวงตาว่าจะเลี้ยงเหมือนลูกเพื่อจะได้ฝากผีฝากไข้ยามแก่...

"ผม อยากขอหยุดงานเอาไว้ก่อน ตอนนี้เอกภาพเริ่มระแคะระคายเรื่องมือปืนพญายมแล้ว แต่คงยังไม่มีหลักฐานแน่นหนาก็เลยยังไม่ทำอะไร อีกอย่างตอนนี้น้องดาวก็อาการไม่ค่อยจะดี ผมอยากจะดูแลแกอย่างใกล้ชิด"

"ไม่ มีปัญหาหรอกเรื่องนั้น ไอ้น้องดาวมันก็หลานฉัน ฉันก็เป็นห่วงมันเหมือนกัน แกจะพักฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามีงานที่ต้องใช้แกล่ะก็ แกคงไม่ปฏิเสธนะ แกคงไม่ลืมหรอกนะว่าเราเคยตกลงอะไรกันไว้"

"ผมไม่ลืมหรอกครับ ไม่ต้องห่วง ผมรับปากว่าถ้าสิ่งที่พ่อให้ทำมันไม่เกินความสามารถของผมล่ะก็ ผมจะทำให้"

"มันต้องให้ได้แบบนี้สิวะ ไอ้ลูกชาย" ลุงสิงห์จับไหล่นักรบเขย่าด้วยความพอใจ...

พอนักรบเดินออกจากบ้านลุงสิงห์ เขาสวนกับสิริมาศ ทั้งคู่สบตากันอย่างสงสัยก่อนจะเดินผ่านกันไป...

ooooooo
ตอนที่ 16

ร้านอาหารริมถนน ซึ่งปัทมากับโข่งนั่งทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ พลันปัทมาเห็น พล.ต.ท.ชาลีออกมาจากร้านหรูตรงข้ามกับลุงสิงห์ ก็รีบสะกิดโข่งให้ถ่ายภาพเก็บไว้ แถมยังจะสะกดรอยตามว่าทั้งสองจะไปที่ไหน โข่งแย้ง "ฉันว่าเราไปปรึกษารองเอกภาพก่อนดีกว่าว่ะไอ้ปัด ขืนทะเล่อทะล่าตามเข้าไป อาจจะเสียเรื่องได้...ไปเร็ว"

รถมอเตอร์ ไซค์โข่งมาจอดหน้าหน่วยพิเศษ เอกภาพกับลูกน้องเดินออกมาพอดี เขาปรี่เข้าไปหาพูดแหย่ทันที "ใจตรงกันเลยนะครับ ผมว่ากำลังจะไปหาพอดีเลย"

"ฉัน มีอะไรมาให้ดู" ปัทมาเอากล้องวีดิโอมาเปิดให้ดู พอเอกภาพเห็นภาพก็ตกใจ ปัทมารีบถาม "สองคนนี่ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันนะ นอกจากเรื่องผลประโยชน์ คุณว่ามั้ย"

เอกภาพครุ่นคิด พลันมีสายโทร.มาแจ้งข่าว เอกภาพรีบหันไปบอกลูกน้อง "พวกแอตแลนติสจะมีการประชุมใหญ่... สายแจ้งว่าบอสมาเมืองไทยแล้ว จะมีการประชุมที่ปากช่อง เราต้องรีบไปด่วนเลย หมวดมากับผม ผู้กองกับดาบไปอีกคัน บอกจ่าน้ำหวานให้คอยประสานงานที่หน่วย"

ปัทมา วิ่งตามเอกภาพขอไปด้วยแล้วหันไปบอกโข่งให้ไปอีกคันและไม่ลืมกำชับให้ถ่ายภาพ เก็บไว้มากๆ...ขณะที่เอกภาพขับรถมุ่งหน้าขึ้นเขาใหญ่ มือถือดังขึ้น เขาจึงเปิดสปีกเกอร์โฟน เสียงนักรบถาม "นี่แกอยู่ไหนวะเอก หลานสาวสุดที่รักของแกน่ะสิ งอแงอยากเจออาเอก"

"ไหนขอฉันคุยกับน้องดาวหน่อยสิ...ไงคะน้องดาว คุณพ่อบอกว่างอแงเหรอเรา"

"ก็น้องดาวคิดถึงอาเอกนี่คะ อาเอกไม่มาหาน้องดาวเลย"

เอกภาพ บอกไปว่าเขามีงาน เสร็จงานแล้วจะรีบไปหา ดาวจึงอ้อนขอตุ๊กตาหมี ขนม และให้พาพี่ปัทมาคนสวยมาด้วย เอกภาพหันมองปัทมาที่ยิ้มเขินๆ เอกภาพรับปากดาว นักรบพูดแทรกเอ็ดดาวไม่ให้รบกวนเอกภาพ แล้วพูดกับเอกภาพว่าไม่ต้องห่วง ดาวงอแงไปตามประสาและก็เตือนให้ระวังตัว เอกภาพขอบใจก่อนจะวางสาย

"น้องดาวท่าทางจะรักคุณมากเหมือนกันนะคะ" ปัทมาพูดขึ้น

"ผม เห็นแกมาตั้งแต่เกิดเลยครับ ตอนที่แม่น้องดาวเสียไปแล้ว เวลานักรบไม่ว่าง ผมก็ไปเป็นผู้ปกครองให้ จนเผลอนึกว่าตัวเองเป็นพ่อน้องดาวไปเหมือนกัน"

"น่า เสียดายนะครับรอง ถ้าสารวัตรนักรบยังรับราชการคงช่วยงานเราได้เยอะ" ธัญญะพูดแทรกขึ้นมา วรัญญาก็เห็นด้วยว่าฝีมืออย่างนักรบจัดการพวกมือปืนได้สบาย

มาถึง บ้านกลางป่า เอกภาพกับทีมบุกเข้าไปในบ้านพบสายของเขานอนสิ้นใจอยู่ ปัทมาเห็นมีดาวดำตกอยู่จึงเรียกเอกภาพมาดู วรัญญาเข้ามาเก็บไปเป็นหลักฐานและถามงงๆว่าตกลงมือปืนพญายมมีกี่คนกันแน่ เอกภาพไม่ทันจะตอบ มีเสียงปืนดังขึ้น เขารีบดึงตัวปัทมาหลบข้างหลังพร้อมกับบอกลูกน้องให้หลบ ธัญญะ วรัญญา และทองใบช่วยกันยิงสู้ ธัญญะเห็นว่าถ้าอยู่แบบนี้จะเป็นเป้านิ่ง แต่เอกภาพเห็นว่า

"เราไม่รู้ว่าข้างนอกมันมีกันเท่าไหร่ ถ้าจะออกไปปะทะผมว่ามันจะเสี่ยงไป"

"รถเราจอดอยู่ไม่ไกล ผมจะออกไปเอารถมารับพวกเรา รองช่วยยิงคุ้มกันให้ด้วย" ธัญญะพูดจบไม่รอฟังว่าเอกภาพจะห้ามอย่างไร รีบออกไปทันที

เอกภาพ ร้องห้ามแต่ธัญญะไม่หยุดจึงบอกลูกน้องให้ช่วยกันยิงคุ้มกันให้ธัญญะแล้วหัน มาบอกปัทมาให้หมอบต่ำๆ...ธัญญะฝ่าออกมาจนถึงรถ พอเปิดประตูจะขึ้นก็มีเสียงทักจากด้านหลัง "จะรีบไปไหนเหรอคะสารวัตรธัญญะ"

ธัญ ญะหันมาเห็นสิริมาศกับทีมงาน ในมือเธอถือปืนเล็งมาที่เขา แล้วลั่นกระสุนใส่เต็มๆ ธัญญะยังมีสติกระโจนขึ้นรถขับฝ่าเข้าไปจอดหน้าบ้าน โข่งรีบบอกทุกคนว่ารอดตายแล้ว

"ทุกคนรีบไปขึ้นรถ เดี๋ยวผมจะระวังหลังให้" เอกภาพร้องบอก

"ฉันจะรอไปพร้อมคุณค่ะ" ปัทมาไม่ยอมไป

แม้ จะซึ้งใจแต่เอกภาพก็ขอร้องให้ปัทมาไปก่อน โข่งต้องเตือนปัทมาว่าอย่าเป็นตัวถ่วงให้เอกภาพต้องห่วง ปัทมาจึงยอมไป เอกภาพยิงคุ้มกันให้ทุกคนขึ้นรถหมดแล้วตัวเองจึงตามไป ธัญญะขับรถพาทุกคนหนีออกมาถึงกลางป่า พอเห็นว่าไม่มีใครตามแล้ว เขาก็เริ่มทรุดจนรถเสียหลักตกข้างทาง เขาฟุบลงกับพวงมาลัย ทุกคนตกใจ

"สารวัตร สารวัตรเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" วรัญญานั่งอยู่ ข้างรีบเขย่าตัวธัญญะถาม พลันเห็นเลือดไหลท่วมตัว จึงร้องบอก "สารวัตรโดนยิง ช่วยกันเอาตัวลงจากรถก่อนฉันจะดูอาการ"

พอธัญญะถูกอุ้มลงมา เอกภาพถามอาการด้วยความเป็นห่วง วรัญญาพยายามห้ามเลือด ธัญญะพยายามพูดว่าเขาไม่ไหวแล้ว วรัญญาร้องไห้ "ไม่นะสารวัตร อดทนไว้นะคะ ฉันไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปหรอก"

ธัญญะกำมือวรัญญาแน่นยิ้มให้ก่อนจะ แน่นิ่งไป วรัญญาร้องไห้โฮ เอกภาพแตะบ่าปลอบ ทันใดมีเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังขึ้นพร้อมเสียงปืน วีระชัยร้องบอกว่าพวกมันตามมาเล่นงาน เอกภาพบอกทุกคนให้รีบหลบ วรัญญาไม่ยอมทิ้งร่างธัญญะ วีระชัยดึงเธอออกมาและบอกว่า

"เอาตัวให้รอดก่อน เดี๋ยวค่อยหาทางกลับมาเอาศพสารวัตรกลับไป"

เสียง ฮ.ดังใกล้เข้ามา วีระชัยดึงวรัญญาหนีไปด้วยกัน เอกภาพไปกับปัทมา และโข่งเกาะไปกับทองใบ ทั้งสามคู่แยกกันหนีเพื่อให้ ฮ.ตามยาก...สิริมาศนำทีมปริญญาและเก่งลูกน้องที่เป็นทีมนักข่าวด้วยกันนั่ง ฮ.ตามไล่ล่าพวกเอกภาพ เธอสั่งนักบิน "ไม่ต้องตาม พวกมันหนีเข้าป่าเราตามไปก็ไม่มีทางเก็บพวกมันได้หมด"

ปริญญาถามว่า จะปล่อยไปหรือ สิริมาศยิ้มแล้วให้นักบินบินกลับไปรับนักฆ่า 4-5 คนมาโรยตัวลงในป่าตามไล่ล่าพวกเอกภาพแทน นักฆ่าสองคนตามจนเจอเอกภาพกับปัทมา เกิดการต่อสู้กันดุเดือด เอกภาพจัดการนักฆ่าทั้งสองได้ราบคาบ อีกสองตามล่าวีระชัยและวรัญญา แต่ชั้นเชิงทั้งสองเหนือกว่าจึงตลบหลังนักฆ่าได้ไม่ยาก...อีกหนึ่งตามทองใบ กับโข่ง แต่ ทองใบรับมือได้อย่างสบาย

ooooooo

เต็นท์บัญชาการ ตั้งอยู่ชายป่าใหญ่ ลุงสิงห์กับกรกชและสุพจน์รอฟังผลงานของสิริมาศ กรกชแปลกใจ ที่สิริมาศซึ่งเป็นนักข่าวเดินเข้ามา  สิริมาศกับพวกมาถึงก็รายงานกับลุงสิงห์ว่า

"พวกตำรวจเหล็กหนีเข้าป่าไปได้ แต่ทีมสังหารของเราตามไปล่าแล้วค่ะ"

"นี่มันอะไรกันคะลุงสิงห์"

"คุณหนูจำที่ลุงเคยบอกได้มั้ยว่าเรามีนักฆ่าฝีมือดีที่ไปจัดการยอดชายให้"

กรกช นึกถึงตอนที่ลุงสิงห์บอกว่าจะจัดการยอดชายให้ และนั่นก็คือสิริมาศเองที่เข้าไปเยี่ยมยอดชาย แล้วดึงปลั๊กออกซิเจนออก จากนั้นก็ตบหน้าตัวเองให้มีรอยนิ้วมือ จากนั้น ก็สร้างสถานการณ์ว่าคนร้ายหนีออกไปทางประตูระเบียง...สิริมาศ เล่าจบก็ยิ้มพร้อมกับก้มหัวให้กรกช

"ก็ดี ถ้าทางเรามีมือดีมาเสริมกำลังแบบนี้ งานก็คงสำเร็จง่ายขึ้น ขออย่างเดียวอย่าโผไปข้างโน้นทีข้างนี้ทีก็แล้วกัน" กรกชพูดดักคอ

"คุณ กรกชไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันทำงานกับนายมานาน ฉันไม่จำเป็นต้องเลือกข้างเพราะว่าฉันทำงานให้นายคนเดียว" สิริมาศพูดอย่างหนักแน่น แล้วหันไปสั่งปริญญาให้ส่งกำลังเสริมไปช่วยนักฆ่า เพราะฝีมือเอกภาพกับพวกประมาทไม่ได้

ลุงสิงห์กับกรกชมองการทำงานของ สิริมาศด้วยความ พอใจ...ปริญญานำทีมนักฆ่าไปอีก 8 คน เข้าไปในป่าเพื่อล่าพวกเอกภาพ นักรบแอบซุ่มดูอยู่มุมหนึ่ง ปริญญาสั่งนักฆ่าแบ่งเป็นสี่ทีม ออกตามรอยพวกเอกภาพ นักรบบิดมอเตอร์ไซค์ล่อทีมนักฆ่าให้ตามแล้วจัดการเชือดไปได้ทีมหนึ่ง ปริญญานำอีกทีมมาเจอวีระชัยและวรัญญา ทั้งสองจัดการนักฆ่าได้ ไม่ยาก ระหว่างต่อสู้วรัญญาเห็นหน้าปริญญา เขารีบหลบวิ่งหนีเข้าป่าไป วรัญญาสงสัยว่าเคยเห็นหน้าที่ไหน

ด้านปัทมากับเอกภาพเดินมาถึงริมน้ำ ปัทมาจะข้ามน้ำ เอกภาพดึงแขนไว้แล้วชี้ให้ดูว่ามีจระเข้ ปัทมาตกใจโผกอดเขาแน่น เอกภาพได้ทีกอดตอบพึมพำ "แบบนี้มากันทั้งฝูงยิ่งดี"

ปัทมารู้ตัวรีบถอยแล้วทุบเขาดังอึ้ก "หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะมาเล่นอยู่อีกคุณนี่"

เอก ภาพดึงปัทมามากอดอีก เธอโวยว่าเขาพูดไม่รู้เรื่อง แต่เอกภาพเอามือปิดปากเธอแล้วกระซิบ "มีมารความสุขซะแล้ว คุณล่อมันก่อนนะ เดี๋ยวผมจะอ้อมไปจัดการมันทางโน้น"

ว่าแล้วเอกภาพก็พูดเสียงดังขึ้นว่า "ผมขอยิงกระต่ายก่อน อย่าแอบดูล่ะ"

"จะบ้าเหรอ ใครจะไปแอบดูคุณ" ปัทมาพูดแล้วทำทีเป็นเดินไปทางอื่น

เอกภาพ หลบอ้อมไปตลบหลังนักฆ่าที่ตามมาซุ่มดูอยู่ เขาสู้จนลงกันไปในน้ำ  เอกภาพคอยชำเลืองมองจระเข้  พลันพลาดท่าโดนแทงเข้าที่ขา กลิ่นคาวเลือดทำให้จระเข้เคลื่อนตัวมา เขารู้แกวรีบกระเสือกกระสนขึ้นจากน้ำ  ทำให้นักฆ่าทั้งสองถูกจระเข้ดึงลากไปกิน ปัทมารีบประคองเอกภาพมาหาที่นั่งพัก...

จนมืด  ปัทมาก่อกองไฟเพื่อให้เขาอบอุ่น  และปฐมพยาบาลห้ามเลือดที่แผลให้ เอกภาพยังมีอารมณ์แหย่ว่ากลัวเขาแบกเธอออกจากป่าไม่ไหวหรือ

"ยังจะทำมาเป็นพูดดีอีก ตัวเองน่ะหน้าซีดจนเหมือนคนป่วยอยู่แล้ว"

เอกภาพ ยิ้มปลื้มทั้งที่ตัวเองแทบจะหมดแรงอยู่แล้ว...อีกด้าน ทองใบกับโข่งเดินอย่างอ่อนล้ามาปะทะกับนักฆ่าสองคน ทองใบรับมือสองคนแทบไม่ไหว โชคดีที่นักรบมาช่วยทันนักรบถามหาเอกภาพ ทองใบบอกว่าเขากำลังตามไปสมทบ แต่โข่งไปไม่ไหว นักรบจึงล่วงหน้าไปก่อนและให้ทั้งสองตามรอยที่เขาจะทำทิ้งไว้

คืน นั้น เอกภาพมีไข้ตัวร้อนจัดเพ้อว่าหนาว ปัทมาควานหาผ้าเช็ดหน้าจะมาเช็ดตัวให้ในกระเป๋าสะพายของเธอ เจอปืนก็นึกได้ว่าวิทยาให้เธอไว้ป้องกันตัวก็ใจชื้นขึ้น ปัทมาเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตาให้เอกภาพ แต่เขายังเพ้อว่าหนาว เธอจึงสวมกอดเพื่อให้เขาอบอุ่น...จนฟ้าเริ่มสว่าง ปัทมาตื่นมาพบว่าตัวเองนั่งพิงต้นไม้ ส่วนเอกภาพนอนหนุนตักเธออยู่ เธอลองแตะหน้าผากเอกภาพรู้สึกว่ายังร้อนๆอยู่ จึงเอากระเป๋ามารองให้เขาหนุนแทน แล้วเอาผ้าจะไปชุบน้ำมาใหม่ พอดีนักฆ่าโผล่มาจับตัวเธอ

"แกจะทำอะไรฉัน อย่านะ ช่วยด้วย" ปัทมาทั้งดิ้นทั้งร้องลั่น

เอกภาพ รู้สึกตัวเห็นปัทมาถูกจับก็ตกใจ   เห็นปืนของปัทมาวางอยู่ก็คว้ามายิงใส่นักฆ่าตายไปหนึ่ง   ปัทมาโผเข้ามากอดเอกภาพ เสียงปืนทำให้ทั้งนักรบได้ยินและนักฆ่าตามมาอีกหลายคน เอกภาพดึงปัทมาหลบหลัง ตั้งรับมือกับพวกนั้นทั้งที่ตัวเองยังอ่อนแรง ไม่ทันไรนักรบโผล่มาช่วย ทั้งสองหันหลังชนกันจัดการนักฆ่าได้จนหมด แล้วเอกภาพก็ทรุดฮวบลง

ในขณะที่ทองใบและโข่งมาเจอกับวีระชัยและวรัญญา ทั้งสี่คนมาถึงพอดีเห็นเอกภาพ วรัญญาก็รีบเข้ามาถาม "รองเป็นอะไรไปคะ"

ปัท มาบอกว่าเป็นไข้มาทั้งคืน วรัญญาตรวจดูอาการพบว่าแผลที่ถูกแทงอักเสบมาก ต้องรีบส่งโรงพยาบาล นักรบจึงบอกว่า "ผมผ่านมาทางโน้น เห็นรถของหน่วยกับศพสารวัตรธัญญะ แต่ไม่มีเวลาเอาขึ้นไว้บนรถ รีบตามมาช่วยทางนี้ก่อน เดี๋ยวผมจะกลับไปดูสักหน่อย"

"งั้นทางผมจะรีบพารองเอกภาพไปหาหมอ ฝากดูแลสารวัตรด้วยนะ" วีระชัยบอกนักรบ

โข่ง กับทองใบช่วยกันโบกรถที่ผ่านถนนใหญ่ชายป่า แต่ไม่มีคันไหนจอด พอมีรถกระบะผ่านมาอีกคัน วรัญญาตัดสินใจออกไปยืนขวางบนถนนพร้อมกับเล็งปืนใส่หน้ารถคนขับรีบเบรกตัว โก่ง ปัทมารีบเข้าไปพูดขอโทษแล้วบอกว่ามีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บต้องไปโรงพยาบาลด่วน คนขับบอกให้ขึ้นมาได้เลย...

นักรบขี่มอเตอร์ไซค์ของตัวเองมาเอาศพของ ธัญญะ ซ้อนเกาะหลังพากลับไป...เอกภาพหนาวสั่นเพ้อเพราะพิษไข้ ปัทมาเป็นห่วงจับใจ เธอพร่ำพูดกับเขาว่าอย่าเป็นอะไรนะ อดทนหน่อยและจับมือเขามาถูให้รู้สึกอบอุ่น จนมาถึงโรงพยาบาล เอกภาพถูกนำเข้าห้องฉุกเฉิน

ooooooo

ผ่านไปสองวัน เอกภาพถึงฟื้นขึ้นมา พบปัทมาเฝ้าเขาอยู่ เธอท่าทางดีใจและต่อว่าที่เขาทำให้เป็นห่วงแทบแย่ เอกภาพถามคำแรกว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า

"ฉันไม่เป็นอะไรเลยเพราะมีคุณช่วยดูแล ขอบคุณนะคะ" ปัทมาขอบคุณอย่างจริงใจ

เอกภาพยิ้มพยายามยันตัวจะลุกขึ้น ปัทมารีบบอก "คุณยังเพลียอยู่เลย นอนพักดีกว่า"

"คุณบอกเองว่าผมนอนมาตั้งสองวันแล้ว ขอขยับนั่งหน่อยก็ยังดีครับ" เอกภาพท้วงแล้วถามถึงคนอื่นๆมีใครเป็นอะไรกันบ้าง

ปัท มาสลดลง "สารวัตรธัญญะสิ้นใจตั้งแต่ถูกยิงในป่า แต่คุณนักรบช่วยเอาศพกลับมาให้แล้ว ส่วนคนอื่นๆไม่มีใครเป็นอะไร...ฉันเสียใจด้วยนะคะเรื่องสารวัตรธัญญะ"

"สารวัตรธัญญะเขาเป็นทั้งอาจารย์ทั้งลูกทีมผม เขาสอนให้ผมกับนักรบยิงปืน ไม่น่าเชื่อว่าจะต้องมาตายเพราะโดนมือสังหารลอบยิงเอาแบบนี้"

พอดีนักรบกับวันวิสาข์เดินเข้ามา นักรบทัก "อ้าว...ฟื้นแล้วเหรอวะไอ้เอก ฉันนึกว่าแกจะนอนยาวจนหนวดหงอกซะอีก"

"ตอนแรกก็กะจะนอนไปเรื่อยๆ แต่กลัวคนแถวนี้เขาจะเป็นห่วงน่ะ" เอกภาพมองปัทมา

ปัท มาปรับความรู้สึกแทบไม่ทันหน้าตาเหลอหลา วันวิสาข์จึงพูดขึ้นว่า "ฉันคุยกับหมอเจ้าของไข้แล้ว อาการของคุณเอกภาพไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนอกจากอ่อนเพลียเพราะพิษไข้ป่า ยังไงต้องนอนพักอีกสองวันนะคะให้แน่ใจว่าไม่มีอาการแทรกซ้อนแล้วค่อยกลับไป ทำงาน"

"ผมขอแค่วันเดียวนะครับคุณหมอ ตราบใดที่พวกคนร้ายมันไม่หยุดพัก ผมจะมามัวนอนอยู่ไม่ได้หรอกครับ"

วันวิสาข์จึงบอกว่าจะไปถามหมอเจ้าของไข้ให้ ปัทมา พูดขึ้นมาว่า "ฉันมานึกๆดูแล้ว ทั้งหมดนี่ต้องเป็นฝีมือของมือปืนพญายมแน่นอนเลย"

วัน วิสาข์ตกใจมองหน้านักรบเพราะวันเกิดเหตุนักรบอยู่กับลูกสาวตลอด ปัทมาพูดอีกว่าในป่าเธอเจอดาวดำเกลื่อนไปหมด"...แสดงว่ามือปืนที่ถูกเก็บที่ โรงพยาบาลเป็นตัวปลอม แต่ก็น่าแปลกใจอีกอย่างนะ เพราะเท่าที่ทำข่าวมา มือปืนพญายมไม่เคยทิ้งดาวดำในที่เกิดเหตุมากกว่าหนึ่งดวงเลย สักครั้ง หรือคุณว่าไงคะ"

"ผมคิดว่ามือปืนพญายมถูกยืมชื่อมาจัดฉากมากกว่า" เอกภาพเหลือบมองนักรบ

นักรบใช้ความคิดแล้วถามเอกภาพว่า "มือสังหารที่ตามล่าแกมีผู้หญิงด้วยใช่มั้ยเอก"

"แกรู้จักใช่มั้ย?" เอกภาพไม่ได้ตอบแต่ถามกลับ

"นัก แม่นปืนหญิงฝ•มือระดับเป“นมืออาชีพเป“นมือสังหารมีอยู่แค่สามคน แกเคยเจอแล้วคนหนึ่ง แต่อีกสองคนนี่สิเป“นใครไม่รู้ ขอฉันลองสืบให้ชัดเจนก่อน ถ้าได้เรื่องแล้วจะบอก"

วันวิสาข์เหลือบตามองนักรบ แต่มือทำเป“นจัดโน่นนี่อยู่ข้างเตียงคนไข้...

ใน ห้องประชุมหน่วยพิเศษ เอกภาพกับทีมนั่งฟัง พล.ต.ท.วิชัยกล่าวแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของธัญญะ และจะจัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติ วีระชัยพูดด้วยความแค้นใจว่าพวกคนร้ายคงฮึกเหิมกันใหญ่ที่รู้ว่าสารวัตร ตำรวจมือดีตายไปอีกคน

"เราต้องยอมรับความจริงว่าตอนนี้เหมือนเราจะทำ งานตามหลังคนร้าย แล้วพวกมันก็เสริมกำลังกันแข็งแกร่งขึ้นทุกที ในฐานะคุณเป“นหัวหน้าทีม จะเอายังไงต่อไปคุณเอกภาพ"

เอกภาพรับรองว่าเขากับทีมจะแข็งแกร่งและจัดการขบวนการแอตแลนติสให้ได้...

ooooooo
ตอนที่ 17

มีคนโทร.มาหาชาญยุทธ์ เจนจิราทำเป็นจัดเอกสารบนโต๊ะทำงานเพื่อแอบฟังชาญยุทธ์คุยโทรศัพท์ว่าให้เขา ไปพบคนของบอสที่ที่หนึ่ง เจนจิรารีบจดชื่อสถานที่

ขณะที่เอกภาพกับ ทีมกำลังยืนส่งพล.ต.ท.วิชัยขึ้นรถ โข่งขี่มอเตอร์ไซค์พาปัทเข้ามาจอด เอกภาพแปลกใจรีบถาม "มีอะไรด่วนรึเปล่าคุณ หน้าตื่นมาเชียว"

"มีเรื่องด่วนมากแต่ฉันติดต่อคุณทางโทรศัพท์ไม่ได้เลย"

"โทรศัพท์ผมเสียตั้งแต่ตกน้ำในป่ายังไม่มีเวลาไปซ่อมเลย คุณบอกว่ามีเรื่องด่วนอะไร"

"สายแจ้งมาว่าพวกนั้นกำลังประชุมกับคนของบอส"

เอกภาพ มองหน้าวรัญญา "เราต้องเตรียมรับมือด่วนที่สุดเลย...คุณตามไปทำข่าวได้แต่ต้องอยู่ใต้การ ดูแลของผม" เขายังไม่ลืมที่จะพูดดักคอปัทมาไว้ก่อน

เอกภาพประชุมด่วน จัดแจงให้ทองใบกับปัทมาปลอมตัวเป็นคนจัดดอกไม้ห้องประชุมแล้วใส่เครื่อง ดักฟังเอาไว้...วีระชัยปลอมเป็นช่างไฟของโรงแรมไปซ่อนกล้องรูเข็มที่เพดาน ให้น้ำหวานปลอมเป็นบริกรโดยติดกล้องกระดุมไว้ด้วยและเก็บภาพต่างเอาไว้เป็น หลักฐาน ส่วนทองใบกับเขาจะปลอมเป็นพนักงานทำความสะอาด สังเกตการณ์อยู่ในห้องข้างๆ ถ้ามีอะไรจะได้ช่วยเหลือทัน

ทุกคนทำตาม หน้าที่ที่เอกภาพวางไว้ และแล้วในห้องที่จัดการประชุม กรกชกับชาญยุทธ์ต้องมานั่งเผชิญหน้ากัน ต่อหน้าซัน ลูกน้องที่บอสส่งมา ต่างฝ่ายต่างเคร่งเครียด น้ำหวานเข้ามาเสิร์ฟน้ำ เธอขยับหูกระต่ายให้เห็นหน้าทุกคนอย่างชัดเจน พลันคมสันต์สั่งให้น้ำหวานหยุด แล้วเขาเดินเข้ามาหาเธอ ด้านเอกภาพที่ดูอยู่ห้องข้างๆ ขยับตัวเตรียมจะเข้าไปช่วย น้ำหวานเองก็ใจระทึกกลัวถูกจับได้ แต่แล้วคมสันต์กลับเข้ามาดึงถาดที่เธอถือและบอกว่า

"เอามานี่ เดี๋ยวฉันจัดการเอง เธอออกไปได้แล้ว ถ้าไม่มีคำสั่งห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด"

น้ำ หวานก้มหัวให้แล้วพยายามส่ายกล้องที่หูกระต่ายให้เห็นหน้าผู้ร่วมประชุมทุก คนก่อนจะถอยออกไป เอกภาพโล่งอก...ซันเริ่มกล่าว "ตอนนี้ทางพวกคุณดูเหมือนจะมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งทางเราไม่อยากยุ่งถือว่าเป็นเรื่องภายใน แต่บอสเห็นว่าถ้าพวกคุณยังทำงานเป็นทีมไม่ได้แบบนี้ มันจะเกิดปัญหา งานใหญ่ที่รออยู่จะเสียได้ บอสเลยสั่งให้มาบอกว่า ถ้าพวกคุณยังตกลงกันไม่ได้ บอสคงต้องย้ายฐานการทำงานไปประเทศใกล้เคียง พวกคุณตัดสินใจเอาก็แล้วกัน"

ชาญยุทธ์กับกรกชมองหน้ากันอย่างใช้ความ คิด ทองใบพยายามปรับสภาพกล้องที่ติดบนเพดานและเสียงให้ชัดเจน วีระชัยกับปัทมาลุ้นดูภาพ น้ำหวานเข้ามาสมทบ เอกภาพหันหาปัทมา

"ผมยังไม่อยากให้คุณเสนอข่าวนี้นะ เดี๋ยวพวกมันจะไหวตัวย้ายฐานกันไปจริงๆ จะทำให้การกวาดล้างยากขึ้นไปอีก"

"ฉัน รู้ล่ะน่า แต่ฉันมีข้อแม้ว่าคุณจะต้องให้ฉันตามไปเก็บภาพด้วยทุกที่ ฉันจะได้ทำสกู๊ปพิเศษเจาะลึก...ตอนคดีของคุณเสร็จแล้ว" ปัทมาเน้นประโยคหลัง

"ที่แท้ก็อยากอยู่ใกล้ๆผมก็ไม่บอก" เอกภาพกระซิบเย้า

ปัท มาแอบหยิกจนเอกภาพหน้าเหยด้วยความเจ็บ แต่พอหันมาเห็นหน้าลูกน้องก็ทำเป็นสั่งงานแก้เก้อ ให้น้ำหวานเอาหลักฐานทั้งหมดกลับไปที่หน่วย ที่เหลือไปกับเขา สะกดรอยตามซันเผื่อจะพบบอสใหญ่...

เสร็จจากการประชุม กรกชกับชาญยุทธ์มานั่งร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อปรึกษากันเรื่องคำพูดที่บอสฝากมา กรกชพูดขึ้นว่า "ถ้าเป็นคำสั่งของบอสฉันก็ยินดีทำตาม"


"ดีเหมือนกัน ถ้าเรามัวแต่ขัดแข้งขัดขากันแบบนี้ สักวันงานใหญ่อาจจะพัง สู้มาจับมือกันแล้วให้งานเสร็จ ได้ผลประโยชน์กันคนละครึ่งแบบวินๆก็ยังดี"

กรกช ตกลงตามนั้นแล้วลุกจะกลับ ชาญยุทธ์ดึงมือไว้ถามถึงเรื่องความสัมพันธ์ กรกชตอบว่า เรื่องของเธอกับเขาสัมพันธ์กันแค่งาน ชาญยุทธ์ท้วง "เราเคยรักกันไม่ใช่เหรอเกรซ"

"ค่ะ เราเคยรักกัน...ปล่อยให้ความรักมันอยู่ของมันตรงนั้นเถอะค่ะ อย่าไปดึงมันมาเกลือกกลั้วกับสิ่งที่เรากำลังจะทำเลย คุณชาญยุทธ์" กรกชดึงมือออกแล้วหันหลังเดินน้ำตาไหลพรากจากไป...ชาญยุทธ์เองก็สะท้อนใจไม่ แพ้กัน

ในขณะที่นักรบถือผลไม้กำลังเดินเข้าโรงพยาบาล มือถือเขาดังขึ้น พอนักรบกดรับ

"พ่อมีงานด่วนจัดการให้ด้วย พ่อส่งรายละเอียดเข้าเครื่องไปแล้ว ฝากด้วยนะลูก" เสียงลุงสิงห์พูดมาตามสาย

นัก รบวางสายแล้วเปิดดูข้อมูลที่ส่งมา...เขาเข้ามาที่ล็อบบีเจอวันวิสาข์ที่ยืน มองอยู่ก่อน จึงเข้าไปฝากผลไม้ให้ดาว เขามีธุระด่วนต้องไปทำ วันวิสาข์พูดสวนขึ้นว่า "ฉันไม่มีเจตนาจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่อยากจะเตือนคุณว่า ให้คิดให้ดี จะทำอะไรก็นึกถึงน้องดาวด้วยนะคะ ถ้าน้องดาวหายดีแล้วคุณ...เป็นอะไรไปใครจะดูแลน้องดาว"

"ผมมั่นใจว่าคุณหมอคงไม่ทิ้งน้องดาว"

"ฉันรับปากไม่ได้หรอกค่ะ อีกอย่างจะใครที่ไหนสักกี่คนก็แทนคนที่เป็นพ่อเป็นแม่จริงไม่ได้หรอกค่ะ คนที่น้องดาวต้องการคือคุณไม่ใช่ฉัน"

"ชีวิตผมมันไม่มีทางให้เลือกเดินมากนักหรอกครับคุณหมอ" นักรบพูดแล้วจะเดินไป

วัน วิสาข์ดึงมือไว้ "ระวังตัวด้วยนะคะ นอกจากน้องดาว แล้วยังมีฉันอีกคนที่รอการกลับมาของคุณ"...นักรบยิ้มเมื่อรู้ ว่าวันวิสาข์เป็นห่วงเขา

ooooooo

ทีมของเอกภาพตามมาจับซันกับ ลูกน้องก่อนที่จะกลับขึ้นเครื่องบิน จึงเกิดการยิงต่อสู้กันดุเดือด นักรบได้รับคำสั่งให้มาดูแล เมื่อเขาเห็นว่าซันจวนตัวจะถูกเอกภาพจับ จึงตัดสินใจยิงตัดขั้วหัวใจซันตาย ปัทมาซึ่งหลบอยู่หลังเอกภาพ ถ่ายภาพนักรบไว้ได้ถึงแม้จะอยู่ไกลมาก นักรบหลบหนีไปได้ สิริมาศกับทีมข่าวมาทำข่าวในที่เกิดเหตุ ปัทมากับโข่งแปลกใจทำไม รู้ข่าวรวดเร็ว

"คุณรู้มั้ยว่าทำไมยัยสิริมาศนี่ถึงได้รู้ข่าวเร็วแบบนี้ทุกครั้งเลย" ปัทมาหันไปถามเอกภาพ

"เรื่อง นี้คุณคงต้องเป็นคนบอกผมแล้วล่ะ เมื่อก่อนคุณก็ทำให้ผมประหลาดใจแบบนี้บ่อยๆเหมือนกัน จำไม่ได้ เหรอ" เอกภาพถามกลับทำให้ปัทมาถึงกับนิ่งอึ้ง

สิริมาศเดินเข้ามาพูดยั่วปัทมา "เดี๋ยวนี้ใช้วิธีหาข่าวแบบจับแหล่งข่าวแล้วเหรอ"

"ถ้า หมายถึงเกาะติดแหล่งข่าวล่ะก็ใช่ แต่ถ้าจะหมายถึงจับอย่างที่เธอคุ้นเคยล่ะก็ คงไม่ใช่ฉันหรอกที่ใช้วิธีนั้นน่ะ" ปัทมาพูดกระทบเพราะเคยเห็นสิริมาศควงคู่ไปกับชาญยุทธ์

สิริมาศข่ม อารมณ์แล้วยิ้มเหยียดๆ ปัดว่าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยเพราะคนละชั้นกัน ปัทมาสวนกลับว่าใช่ เธอไม่อยากลดชั้นมาวุ่นวายด้วย พูดแล้วก็เดินไป เอกภาพถอนใจก่อนจะเดินตามปัทมาไป วรัญญาเข้าทักสิริมาศอย่าง หยั่งเชิง เพราะเธอเห็นหน้าคนที่ไล่ยิงบน ฮ.เหมือนสิริมาศ และยังเห็นปริญญาอีกคนตอนสู้กันในป่า

"สวัสดีค่ะ คุณสิริมาศ ที่จริงเราก็เจอกันบ่อยนะคะ แต่ครั้งนี้ฉันรู้สึกคุ้นตายังไงพิกล ลักษณะแบบคุณนี่ถ้าจับปืน คงทะมัดทะแมงดีเหมือนกันนะคะ"

สิริมาศ ชะงักอ้างว่าเธอชอบถือไมค์มากกว่า แล้วรีบขอตัวไปทำงาน ปริญญาเดินตามกระซิบสิริมาศว่าเหมือนหมวดจะสงสัย สิริมาศบอกว่าก็แค่สงสัยแต่ไม่มีหลักฐาน...

พล.ต.ท.วิชัยไม่พอใจที่ จับซันไม่ได้ ทั้งที่มีพร้อมทั้งพยานปากเอกและหลักฐานสำคัญ เอกภาพรับรองว่าจะไม่ให้มีการแลกอาวุธสงครามเกิดขึ้นได้เด็ดขาด แต่เขาขออนุญาตนำยาเสพติดของกลางมาเป็นตัวล่อขบวนการแอตแลนติส พล.ต.ท.วิชัยเห็นว่ามันเสี่ยงมาก แต่ท่าทางเอกภาพมุ่งมั่นจึงยอม แต่คราวนี้ ถ้าผิดพลาดอีกเขาคงปกป้องทีมตำรวจเหล็กไม่ได้อีก

พอ พล.ต.ท.ชาลีรู้เรื่องก็โวยวายที่เพื่อนเซ็นอนุมัติออกไป พล.ต.ท.วิชัยพูดอย่างใจเย็นว่า "อั๊วเป็นคนเซ็นอั๊วก็เป็นคนรับผิดชอบเอง จริงๆลื้อน่าจะชอบใจนะเพราะถ้าทีมตำรวจเหล็กจับคนร้ายได้ ลื้อก็ได้หน้าไปด้วย แต่ถ้าพลาด อั๊วก็รับคนเดียวเต็มๆ"

พล.ต.ท.ชาลี ทำอะไรไม่ได้หงุดหงิดกลับออกไป พล.ต.ท.วิชัยโทร.บอกเอกภาพว่าเขาเซ็นอนุมัติของกลางให้แล้ว แต่เอกภาพรู้สึกสังหรณ์ใจว่า พล.ต.ท.ชาลีต้องไม่อยู่เฉยแน่

ooooooo

เอก ภาพกับปัทมาซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ผมสลวยจะเอามาฝากดาว เผอิญได้ยินนักรบคุยกับดาวอยู่ ดาวถามว่าอีกหน่อยเธอหัวโล้นเหมือนพี่ห้องข้างๆ คงจะ
น่าเกลียด   ไม่มีคนรักใช่ไหม   นักรบปลอบลูกสาวว่า "ไม่หรอกลูก ไม่มีใครเกลียดเจ้าหญิงของพ่อได้หรอก"

ปัท มาได้ยินก็เอาตุ๊กตามาตัดผมจนหัวโล้น แล้วเอา ผ้าเช็ดหน้ามาโพกหัวไว้ เดินเข้ามาทักดาวกับนักรบ เอกภาพแปลกใจว่าเธอทำอะไร แต่พอได้ยินปัทมาชมว่าดาวคนสวยแล้วดาวตอบว่าอีกหน่อยเธอก็ไม่สวยแล้วเพราะ หัวโล้น

"ใครบอกล่ะคะ คนไม่มีผมก็สวยได้ ดูอย่างตุ๊กตาตัวนี้สิ ก็ไม่มีผม แต่กำลังฮิตเลยนะ"

พอดาวเห็นตุ๊กตาบาร์บี้หน้าตาสวยมีผ้าคลุมผมก็ดีใจ เอกภาพเพิ่งเข้าใจช่วยพูดเสริมว่า "หลานอาเอกน่ะทันสมัยที่สุดเลยรู้เปล่าคะ"

พอ วันวิสาข์เดินเข้ามา ดาวก็รีบอวดตุ๊กตาว่าหัวโล้นเหมือนเธอแต่ก็ยังสวยอยู่และกำลังฮิต วันวิสาข์ยิ้มดีใจที่ดาวไม่เสียใจอีก และบอกว่าอีกไม่นานดาวก็จะมีผมสวยเหมือนเดิม แต่ดาวกลับบอกว่าเธอไม่มีผมก็มีพ่อกับอาเอกและพี่ปัทมารัก วันวิสาข์สวมกอดดาว "โถ...ลูก..."

นักรบดีใจที่ได้ยินวันวิสาข์เรียก ดาวว่าลูก...ระหว่างที่ ปัทมากับวันวิสาข์เล่นอยู่กับดาว นักรบกับเอกภาพแยกมาคุยกัน เอกภาพบอกนักรบว่า "มือปืนพญายมทำงานอีกแล้ว คราวนี้ยิงพยานสำคัญตาย ฉันหลงคิดว่าเขาจะคว้าโอกาสกักตัวไว้ซะอีก"

"ทำไมนายคิดว่าเป็นตัวจริงล่ะ" นักรบถามหยั่งเชิง

"เพราะฉันมั่นใจว่ารู้จักวิธีการทำงานของมือปืนพญายม ดีน่ะสิ หรือนายว่ายังไง คิดว่าเป็นตัวปลอมเหรอ" เอกภาพย้อนถาม

นักรบรีบกลบเกลื่อนว่าไม่รู้เพราะเขาไม่ใช่มือปืน เอกภาพมองเพื่อนแต่ไม่เห็นพิรุธอะไร จากนั้นเอกภาพก็มาส่งปัทมาที่คอนโดฯ ท่าทางเขาเพลียจนเธอต้องชวนขึ้นไปทานกาแฟบนห้อง แต่ระหว่างที่เธอไปชงกาแฟ เอกภาพก็ผล็อยหลับไปแล้ว เธอจึงเอาผ้าห่มมาห่มให้ แล้วนั่งพินิจใบหน้าของเขา นึกในใจว่า... ผู้ชายอะไรขนตางอน พลันมือถือเอกภาพดังขึ้น เขาสะดุ้งลุกขึ้น ปัทมาจะหงายเขารีบคว้าตัวกลับมา ปากประกบกันเข้าพอดี ปัทมาตกใจผลักเขาออกจะโวย เอกภาพทำท่าขอเวลารับโทรศัพท์ก่อน

"ว่าไงผู้กองมีข่าวอะไรด่วน สองแก๊งนั่นรวมตัวกันติดต่อพ่อค้ายาเหรอ ได้ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้...ผมต้องไปแล้วมีงานด่วน ขอบคุณมากสำหรับ...กาแฟ" เอกภาพทำหน้ายิ้มกริ่มก่อนจะลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินไป ปัทมาเข้ามาขวางหน้า เอกภาพนึกได้ "โอเค เข้าใจล่ะ"

ว่าแล้วเอกภาพก็จูงมือปัทมาออกไปด้วยกัน...

ชาญ ยุทธ์กับกรกชยอมจับมือกัน เอาทองกับดอลลาร์ที่มีกันคนละอย่างออกมา  ไปแลกกับยาแล้วจัดการเก็บพ่อค้ายาเสีย  เอกภาพประชุมทีม มีข้อความส่งเข้ามือถือปัทมา เธออ่านแล้วส่งให้เอกภาพ พอเขาอ่านแล้วบอกทุกคน

"พวกขบวนการแอตแลนติสจะแลกของกันพรุ่งนี้ สายระบุทั้งสถานที่และเวลามาตรงกับที่เรารู้มา แสดงว่างานนี้ไม่มีตัวหลอก ทุกคนเตรียมพร้อม พรุ่งนี้เราจะเดินทางกันตั้งแต่เช้า"

ปัทมาขอไป ด้วย เอกภาพห่วงไม่อยากให้ไปเสี่ยง จึงท้วงว่าตากล้องไม่มีจะไปทำข่าวอย่างไร ทันใด โข่งถืออุปกรณ์ เข้ามา "ไม่ต้องห่วงครับรอง ผมมาแล้วครับ"

"ทีนี้คุณคงไม่มีอะไรขัดข้องแล้วใช่มั้ยคะ"

"คุณนี่มันนักข่าวอาชีพจริงๆ ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน" เอกภาพไม่รู้จะหาคำไหนมาห้ามอีก

พอ มาถึงจุดนัดพบ ชาญยุทธ์กับกรกชทำการแลกของกับยา แล้วตลบหลังยิงใส่พ่อค้ายาและพวก ทีมเอกภาพมาถึงเข้าสกัดกั้น ชาญยุทธ์กับกรกชขึ้นรถขับพาของหนีไป รถเอกภาพกับทีมถูกรถบรรทุกคันหนึ่งมาขวางหน้าทำให้ตามชาญยุทธ์ไม่ทัน ปัทมาโวยเอกภาพ

"นี่ใจคอคุณจะปล่อยให้พวกนั้นขนของหนีไปง่ายๆแบบนี้เหรอ"

ยิ่ง เห็นเอกภาพนิ่งเฉย ปัทมายิ่งโมโห แต่แล้วคนขับรถบรรทุกลงมาทำความเคารพเอกภาพ ทุกอย่างเป็นแผนที่เอกภาพวางไว้ ทำเป็นปล่อยชาญยุทธ์กับกรกชไป และปัทมายิ่งงงมากขึ้นเมื่อเห็นพ่อค้ายากับพวกที่ถูกยิงตายลุกขึ้นมาทำความ เคารพเอกภาพกันหมด

"ทุกคนปลอดภัยดีครับ มีบาดเจ็บโดนกระสุนเฉี่ยวแขนขาบ้างนิดหน่อย แต่ถ้ารองไม่สั่งให้ใส่เสื้อเกราะอ่อนกันเอาไว้ก็คงไปกันหลายคนเหมือนกัน ครับ" พ่อค้ายากล่าว

ปัทมาถามเอกภาพว่าเขามีแผนอะไร เอกภาพตอบ "เอาน่า รับรองเดี๋ยวคุณต้องรู้แน่นอนเพราะคุณเองก็อยู่ในแผนที่ต้องช่วยงานราชการเหมือนกัน"

ทองใบเข้ามารายงานว่าตามสัญญาณได้แล้ว เอกภาพสั่งทุกคนเตรียมลุย...

ใน โกดัง ชาญยุทธ์กับกรกชยืนดูลูกน้องขนของเข้ามาเก็บ ชาญยุทธ์ยิ้มกริ่มที่ได้ร่วมงานกับกรกชและงานสำเร็จไปด้วยดี เขาจึงชวนเธอมารวมเป็นทีมเดียวกัน กรกชตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า เธอเห็นด้วยว่าควรมีทีมเดียว ชาญยุทธ์ ดีใจ "ผมนึกแล้วว่าคุณต้องเห็นด้วย ผมอ่านใจคุณไม่เคยผิดเลยจริงๆ"

"แต่ฉันว่าครั้งนี้คงจะไม่ใช่นะ เพราะทีมที่จะเหลือน่ะคือทีมของฉัน ไม่ใช่รวมทีมอย่างที่คุณเข้าใจ" พูดจบกรกชก็ชักปืนออกมาจ่อที่ท้องชาญยุทธ์แล้วเลื่อนมาจ่อหัว

ชาญ ยุทธ์กลับหัวเราะลั่นและว่าเธอคิดว่าเขาจะหลงเชื่อเธอหรือ ทันใด...ลุงสิงห์เดินเข้ามาในมือถือปืนเล็งมาทางกรกช แต่แล้วพอเข้ามาใกล้กลับเบนกระบอกปืนไปยิงชาญยุทธ์ เข้าที่แขน ชาญยุทธ์ร้องลั่นว่าคิดแล้วว่าลุงสิงห์ต้องอยู่เบื้องหลังการตายของวิโรจน์ กรกชยิ่งตกใจ...เรื่องถูกเปิดเผยออกมาว่า ลุงสิงห์ วิโรจน์ และภูมิชาติเคยเป็นเพื่อนกัน ลุงสิงห์วางแผนให้ทั้งสองส่งลูกไปเรียนต่างประเทศเพื่อจะได้ใกล้ชิดกันและ ดองกันเพื่อรวมเป็นแก๊งใหญ่ แต่แล้วลุงสิงห์กลับใช้ให้นักรบฆ่าวิโรจน์ตาย เพราะแท้จริงแล้ว กรกชคือลูกสาวของเขาที่เกิดกับปวีณา

"...พ่อกับแม่ รักกันมาก่อนตั้งนาน แต่วิโรจน์มันแย่งแม่หนูไปจากพ่อ ที่ผ่านมาพ่อต้องทนทำได้แค่เฝ้าดูลูกสาวของพ่อเติบโตอยู่ห่างๆ มันทรมานใจเหลือเกินลูก..."

กรกชนึกย้อนไปตอนเด็กที่แม่มักจะสอนให้ เธอรักและเคารพลุงสิงห์เหมือนพ่อและสอนเสมอว่า ต่อไปข้างหน้าลุงสิงห์จะเป็นคนที่เธอไว้ใจได้มากที่สุด...กรกชหลุดปากเรียก ลุงสิงห์ว่าพ่อออกมา ลุงสิงห์ดีใจรีบให้กรกชจัดการชาญยุทธ์เสีย เจนจิราถือปืนเดินเข้ามา  ชาญยุทธ์รีบบอกให้ช่วยด้วย  แต่ เจนจิรากลับเดินมายืนข้างลุงสิงห์ "นี่แกเป็นพวกเดียวกันหมดเลยเหรอ"

ลุง สิงห์ยุให้กรกชจัดการชาญยุทธ์ กรกชตัดสินใจจะยิง ลินดาโผล่เข้ามาจะยิงกรกช สุพจน์ผลักกรกชหลบแล้วยิงสวนลินดาตาย คนสันต์ตามมาช่วยชาญยุทธ์ แต่กลับโดน ลุงสิงห์ยิงตายอีกคน   กรกชยังคงเล็งปืนไปที่ชาญยุทธ์   เขาพร่ำพูดถึงความหลังให้เธอใจอ่อน กรกชยอมรับว่าเธอยังรักชาญยุทธ์ แต่เธอเดินมาไกลเกินกว่าจะย้อนไปจุดเริ่มต้น กรกชลั่นกระสุนใส่ทั้งน้ำตา ชาญยุทธ์ล้มลงขาดใจตาย กรกชทรุดลงร้องไห้... เอกภาพกับทีมตำรวจบุกเข้ามา กรกชรีบยกปืนยิงใส่ เอกภาพยิงสวนโดนกรกชบาดเจ็บ สิริมาศขับรถออฟโรดเหินเข้ามาช่วยลุงสิงห์ กรกชและสุพจน์ พร้อมคอมมานโดชุดใหญ่ยิงป้องกันให้ ทำให้พวกเอกภาพติดตามไม่ได้ วรัญญาจำได้ว่าเป็นพวกสิริมาศ เอกภาพสั่งลูกน้องตรวจดูของกลางทั้งหมด   คือทองคำแท่ง ดอลล่าร์และยา...

ooooooo
ตอนที่ 18

ขณะที่กำลังตรวจดูของกลาง พล.ต.ท.วิชัยนำตำรวจสามนายเข้ามา เอกภาพรายงานว่าได้ของกลางครบแต่คนร้ายหนีไปได้ จึงสั่งเอกภาพนำทีมไปกวาดล้าง เขากับลูกน้องจะคุมของกลางกลับไปเอง ปัทมาขอไปกับเอกภาพด้วย แต่เอกภาพขอร้อง "คราวนี้ผมคงต้องขอคุณบ้างแล้วล่ะ พวกนั้นมันเสือลำบากคงสู้แบบไม่กลัวอะไรแล้ว ผมเป็นห่วงจะทำงานไม่เต็มที่เปล่าๆ"

ปัทมาจึงเตือนให้เขาระวังตัว เอกภาพยิ้มบอกว่ายิ่งรู้ว่ามีคนเป็นห่วงเขาต้องกลับมา...โข่งจะถ่ายภาพต่อ แต่เทปหมดจึงชวนปัทมาไปเอาเทปใหม่ที่รถเพราะกลัวผี เจนจิราซึ่งแอบอยู่มุมหนึ่งได้ถ่ายทุกอย่างเก็บไว้เป็นหลักฐาน พอเห็นปัทมากับโข่งออกไปแล้วจึงจะเข้าไปหา   พล.ต.ท.วิชัย   แต่แล้ว

ต้อง ชะงักเพราะเห็น พล.ต.ท.ชาลีเดินเข้ามากับนทีและซูซี่ จึงถ่ายวีดิโอเก็บไว้ต่อ พลันเธอต้องตกใจเมื่อเห็น พล.ต.ท. ชาลียิงใส่ พล.ต.ท.วิชัยกับตำรวจอีกสามนายตาย เธอมือไม้สั่นขณะเปลี่ยนเทปที่หมด ม้วนเทปหลุดมือหล่นลงพื้น จึงคว้าเทปวิ่งหนีออกไป

ปัทมากับโข่งกำลัง จะเข้าไปที่โกดัง พอเห็นเจนจิราวิ่งออกมาก็รีบพากันหลบ โข่งรีบถ่ายภาพเก็บไว้ ซูซี่ไล่ตามมายิงเจนจิรา เจนจิราโผไปที่รถของโข่งและโยนเทปที่ถอดออกมาโยนไว้ในรถก่อนจะล้มลงสิ้นใจ ซูซี่เก็บกล้องเจนจิราไป...

ทีมเอกภาพไล่ตามรถลุงสิงห์ที่พากรกชซึ่ง บาดเจ็บหนี มีสิริมาศขับรถ ปริญญาหยิบ RPG เล็งใส่รถเอกภาพ เขาต้องจอดรถแล้วบอกลูกน้องลงจากรถโดยเร็ว ทุกคนจึงปลอดภัย เอกภาพหาทางจะตามรถลุงสิงห์อีก แต่ปัทมาโทร.มาบอกเรื่อง พล.ต.ท.วิชัยเสียชีวิต เขาตกใจรีบพากันกลับ...มาถึงโรงพยาบาล พบ พล.ต.ท.ชาลีซึ่งบาดเจ็บที่หัวไหล่ โวยวายใส่เอกภาพ

"อั๊วเคยเตือน แล้วไงว่าทำอะไรให้คิดให้ดี ไม่ใช่เพราะความอวดดีของนายเหรอที่ไม่พึ่งพาหน่วยกลาง ทำให้เสียทั้งของกลางและชีวิตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ทำงานแบบนี้ไอ้หน่วยพิเศษบ้าบอน่าจะยุบไปซะ ให้รู้แล้วรู้รอด"

เอกภาพ นิ่งเงียบด้วยความเสียใจ นักรบเข้ามาพูดว่า "ถ้างานนี้หน่วยกลางไม่รู้ก็น่าแปลกนะครับ ที่ท่านชาลีกลับมาช่วยคุมของกลางกลับหน่วยจนถูกยิงบาดเจ็บแบบนี้ แล้วถ้าผมเดาไม่ผิด ท่านน่าจะเห็นคนร้ายที่ยิงท่านวิชัยแล้วก็ยิงท่านด้วย"

พล.ต.ท. ชาลีรู้ว่าตัวเองพลาดรีบกลบเกลื่อนว่าเห็นหน้าไม่ชัด แต่ไม่ต้องห่วง เขาต้องตามจับคนร้ายได้แน่ แล้วว่านักรบถูกออกจากราชการแล้วอย่ามายุ่ง นักรบหัวเราะหึๆแล้วหันมาเตือนเอกภาพให้ใจเย็น อย่าไปหลงบ้าจี้ไปเล่นตามเกม จะเจอชะตากรรมแบบเขา...

ในห้องประชุม เอกภาพเปิดเผยกับทีมงานหน่วยพิเศษของเขาว่า ยังมีนายตำรวจอีกคนที่ยอมเสียสละชีวิตให้กับงานครั้งนี้พร้อมกับฉายภาพให้ ทุกคนดู "ร้อยตำรวจโทเจนจิรา รักกานต์ดี  สายลับมือดีที่ยอมเสี่ยงตายเข้าไปแฝงตัวในกลุ่มคนร้าย..."

ทุกคนทึ่ง แล้วหันมาปรึกษากันว่าของกลางถูกขโมยไปอยู่ที่ไหน วรัญญาสงสัย พล.ต.ท.ชาลีมีส่วนเกี่ยวข้อง เอกภาพตอบว่าเขาเคยคุยเรื่องนี้กับ พล.ต.ท.วิชัยแต่ยังหาหลักฐานไม่ได้...ขณะเดียวกัน ปัทมากำลังตัดต่อเทปที่ถ่ายมาทั้งหมด เธอลืมกล้องตัวเล็กไว้ในรถจึงไปค้นและเธอก็ได้เจอเทปที่เจนจิราโยนทิ้งมาใน รถ จึงเอามาเปิดดู...ปัทมารีบนัดเอกภาพออกมาพบ

"ฉันมีอะไรมาให้คุณดู คลื่นลูกนี้ยักษ์ใหญ่ไม่แพ้สึนามิเชียวแหละคุณ"

พอ เอกภาพได้เห็นก็โกรธมาก "ผมไม่คิดเลยว่าท่านชาลีจะเป็นคนยิงท่านวิชัยได้ ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด คนที่ทำเลวมันจะต้องได้รับผลที่ทำเอาไว้"

"ท่าน ชาลีมีอำนาจขนาดไหนคุณน่าจะรู้ดี แล้วเทปนี่มันก็เห็นหน้าไม่ชัดเท่าไร ฉันว่าเดี๋ยวก็ต้องมีการเบี่ยงประเด็นเป็นเรื่องจัดฉากอะไรนั่นอีก"

"ที่คุณพูดมามันก็จริง เมื่อก่อนยังมีท่านวิชัยอยู่คานอำนาจ ตอนนี้กำจัดท่านวิชัยได้แล้วคงอาละวาดได้เต็มที่"

ปัท มาบอกว่าเธอมีวิธีมัด พล.ต.ท.ชาลีให้ดิ้นไม่หลุด พอเอกภาพได้ฟังแผนการของปัทมาเขาไม่เห็นด้วยเลยเพราะมันอันตรายมาก แต่ปัทมากลับบอกว่า ถ้าเธอต้องเป็นอะไรไปแต่จัดการคนชั่วได้ เธอก็ยอม เอกภาพสีหน้ากลัดกลุ้ม...จากนั้นปัทมาก็เริ่มดำเนินการ เธอโทร.นัดพบ พล.ต.ท.ชาลี โข่งเป็นห่วง "แกจะเอาจริงเหรอ นี่แกไม่ใช่แองเจลิน่า โจลี่นะ"

"ฉันจะทำยิ่งกว่าโจลี่อีกพี่โข่ง ฉันจะบุกเข้าไปแล้วกลับออกมาพร้อมกับพ่อเสือ"

"สมกับเป็นว่าที่สะใภ้ตำรวจจริงๆ" เอกภาพบ่นเสียงดังจนทุกคนได้ยิน

ปัท มาหน้าแดงอายทุกคนที่พากันหัวเราะ...เอกภาพกับทีมอยู่ในรถตู้ หน้าตึกสำนักงานตำรวจที่ปัทมาจะเข้าไป เขาย้ำเตือนให้ปัทมาระวังตัว ถ้าไม่ชอบมาพากลให้รีบหนีออกมา ปัทมายิ้มสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินเข้าไป

พอ พล.ต.ท.ชาลีได้พบปัทมา เธอก็พูดเข้าเรื่องเลยว่าเธอมีคลิปที่เขาฆ่า พล.ต.ท.วิชัย พล.ต.ท.ชาลีโกรธมากแต่ทำเป็นไม่เอาเรื่องและให้เธอกลับไป แต่พอเธอย้ำว่าในคลิปเห็นหน้าเขาชัดเจนมาก และส่งภาพที่อัดออกมาให้ดู พล.ต.ท.ชาลี หน้าเสียโพล่งออกมาว่า "วิชัยมันเป็นคนโง่ เที่ยวเอาตำแหน่งตัวเองไปรับประกันการทำงานคนโน้นคนนี้ อย่างไอ้ทีมตำรวจเหล็กนั่นน่ะจะตั้งขึ้นมาทำไมให้มันเปลืองงบประมาณ"

"เปลืองงบประมาณหรือว่าขัดขวางงานพิเศษของท่านกับขบวนการแอตแลนติสกันแน่"

"เธอ นี่รู้มากกว่าที่ฉันคิดเยอะเลยนะ ถ้าเธออยากรู้ ฉันก็จะบอกให้ฟัง ฉันไม่สนใจไอ้ขบวนการแอตแลนติสบ้าบอนั่น หรอก เพราะของที่ได้มานั่นน่ะมันมูลค่ามหาศาล แค่นี้ฉันก็ใช้ไม่หมดแล้ว ถ้าวิชัยมันไม่เถรตรงขนาดนี้ล่ะก็ ฉันก็คงไม่ต้องเก็บมัน เผลอๆฉันอาจจะแบ่งส่วนแบ่งให้มันใช้สบายๆอีกคนก็ได้..."

พล.ต.ท.ชา ลีชะงัก ลุกเดินมาใกล้ปัทมาแล้วดึงเข็มกลัดติดเสื้อเธอออก เห็นสายไฟต่ออยู่ก็โวย "นี่แกหลอกฉันเหรอ แกเป็นสายให้ใคร แกมาจับฉันใช่มั้ย"

ปัทมาหน้าซีดตกใจมาก ด้านเอกภาพได้ยินก็เป็นห่วงปัทมา รีบนำทีมวิ่งเข้าไปในตึกจะไปช่วย แต่พอวิ่งมาใกล้ หน้าห้อง พล.ต.ท.ชาลี ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เขาตกใจมากผลักประตูเข้าไปทันที เห็นปัทมายืนหน้าตื่นตกใจ และที่โต๊ะทำงานมีศพ พล.ต.ท.ชาลียิงตัวตายเลือดสาด...

ooooooo

และ แล้ว กรกชซึ่งบาดเจ็บจากการถูกตำรวจยิง และไม่ได้รับการรักษา เธอจึงหมดลมไปอย่างทุรนทุรายต่อหน้าลุงสิงห์ ด้วยความแค้น ลุงสิงห์เรียกนักรบมารับงานครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระไปอยู่กับ ลูก นักรบตกใจมากเมื่อรู้ว่า งานนั้นคือให้เขาฆ่า...เอกภาพ

"เพื่อน รักของแกแต่มันคือศัตรูของฉัน แกเก็บไปคิดให้ดีก่อนก็ได้ ถ้าแกคิดว่าบุญคุณที่ฉันมีต่อแกมันตอบแทนไม่หมด...จบงานนี้ฉันจะถือว่าไม่มี อะไรติดค้างกัน อีกอย่างแกกำลังหาสเต็มเซลล์ที่เข้ากับน้องดาวได้อยู่ไม่ใช่เหรอ เรื่องนั้นฉันจะจัดการให้เอง ยังไงน้องดาวมันก็หลานฉันเหมือนกัน" ลุงสิงห์พูดให้นักรบต้องคิดอย่างหนัก...

นักรบครุ่นคิดถึงวันที่เอกภาพเคยถามเขาว่า ระหว่างมิตรภาพกับหน้าที่จะเลือกอะไร แล้วเขาตอบว่าเขาเลือกทั้งสองอย่าง จะรักษาหน้าที่แต่ไม่ให้เสียมิตรภาพ...นักรบเข้ามายืนมองดาวซึ่งหลับอยู่ เขาพึมพำถามดาวว่าเขาควรทำอย่างไรดี วันวิสาข์เข้ามาได้ยิน  เธอรู้สึกว่านักรบคงลำบากใจ อะไรบางอย่าง จึงคุยให้เขาฟังว่า อาการของดาว ถ้าไม่ได้ปลูกถ่ายไขกระดูก คงมีชีวิตอยู่ได้อย่างมากก็หนึ่งเดือน แต่ถ้าเขามีปัญหาเรื่องค่ารักษาเธอยินดีช่วย นักรบใจหายเขาถามกับ

วันวิสาข์เป็นนัยๆว่า "...ถ้าคุณต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับมิตรภาพ คุณจะเลือกอะไร"

"ฉัน คงต้องหาทางทำให้ทั้งสองอย่างมันไปด้วยกันได้ หน้าที่คือความรับผิดชอบต่อผู้อื่นแต่มิตรภาพมันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควร ละทิ้งเหมือนกันค่ะ"

นักรบยิ่งต้องคิดอย่างหนักว่าเขาควรตัดสินใจ อย่างไร และแล้วเขาก็ตัดสินใจโทร.ไปหาลุงสิงห์ "ผมตกลงทำงานชิ้นสุดท้าย แต่พ่ออย่าลืมเรื่องสเต็มเซลล์รักษาน้องดาวที่สัญญากับผม"

"แกไม่ต้องห่วง เมื่อแกทำงานเรียบร้อย สเต็มเซลล์จะถึงมือหมอทันที ฉันรับปาก..."

พอ วางสายจากนักรบ ลุงสิงห์หันมาบอกสิริมาศ เธอติงว่าอย่าไว้ใจนักรบมากเพราะเป็นตำรวจตงฉินมาก่อน ลุงสิงห์ ตอบว่าเขามีวิธีบีบนักรบให้ทำงานตามที่รับปาก...

ไม่ทันไร เอกภาพได้รับเมลจากตำรวจสากลว่า บอสของขบวนการแอตแลนติสหลบเข้ามาอยู่ในเมืองไทยหลายปีแล้ว และส่งรูปมาให้ด้วย เอกภาพกับทุกคนจึงรู้ว่าบอสใหญ่คือลุงสิงห์ นั่นเอง...นักรบมาลาลูก เขาบอกดาวว่าเขาต้องไปทำงานให้ดาวเป็นเด็กดีเชื่อฟังอาเอกกับหมอ

"อ๋อ...คุณ พ่อต้องไปจับคนร้ายเหรอคะ งั้นน้องดาวอยู่กับอาเอก คุณหมอ แล้วก็พี่ปัดก็ได้ค่ะ น้องดาวจะเป็นเด็กดี จะไม่ดื้อ น้องดาวจะรอคุณพ่อมารับนะคะ" ดาวพูดจ๋อยๆตามประสา

นักรบกอดดาวน้ำตา ริน เพราะเขารู้ว่าครั้งนี้เขาคงไม่ได้ กลับมาหาลูกอีกแล้ว...วันวิสาข์เห็นอากัปกิริยาของนักรบแล้วสงสัย จึงถามว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า นักรบกลับฝากดาวกับเธอขอให้เธอรักเหมือนลูก วันวิสาข์ยิ่งแปลกใจ

"คุณจะมาฝากฉันทำไม คุณเองก็ดูแลน้องดาวได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว   ฉันสังเกตดูน้องดาวไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไรเลยเพราะความรักที่แกได้จากคุณก็ มากพอแล้ว...หรือว่าคุณคิดจะทำอะไร"

"ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรมันจะเกิดกับเราเมื่อไหร่" นักรบตัดบท

ไม่ ทันไร...ลุงสิงห์มาหาดาวขณะที่นักรบออกไปคุยกับวันวิสาข์ เขาแอบพาดาวออกไป ดาวรู้จักลุงสิงห์ว่าเป็นปู่จึงยอมไปด้วยแต่โดยดี ปัทมากับโข่งมาโรงพยาบาลพอดีจึงเห็นดาวขึ้นรถไปกับลุงสิงห์ก็ตกใจรีบเข้าไป ขวางจึงถูกจับตัวไปด้วย ลุงสิงห์ตะโกนสั่งโข่ง


"แกไปบอกไอ้เอกภาพนะว่าอยากได้ตัวนังนักข่าวนี่คืน ก็ให้ไปเจอกันที่โรงไฟฟ้าสุพรรณบุรี" พูดจบ รถลุงสิงห์ก็แล่นออกไป

นัก รบกับวันวิสาข์กลับมาที่ห้องไม่พบดาวก็ตกใจ พยาบาลแถวนั้นบอกว่าดาวออกไปเดินเล่นกับปู่ นักรบใจหาย พลันเห็นจดหมายวางอยู่ หยิบมาอ่าน "น้องดาวอยู่กับพ่อ แกทำงานให้เรียบร้อยแล้วค่อยรับน้องดาวกลับไป ที่ที่แกต้องไปทำงานคือโรงไฟฟ้าสุพรรณบุรี"

นักรบอ่านแล้วขยำทิ้งไม่ บอกอะไรวันวิสาข์ เขาจะรีบไป วันวิสาข์ขอไปด้วย นักรบชะงักหันมาบอกเธอว่า...มันอันตราย แต่เธอกลับบอกว่าเธอจะเตรียมยาให้พร้อมไปช่วยเพราะอาการดาวไม่ค่อยดีอาจช็อก เมื่อไหร่ก็ได้ ในขณะเดียวกัน โข่งรีบมาบอกข่าวเอกภาพ...

ทุกคนมาถึง พร้อมกันที่หน้าโรงไฟฟ้าสุพรรณบุรี เอกภาพสบตากับนักรบแล้วพากันเดินเข้าไป ก็ได้รับการต้อนรับด้วยกระสุนปืนจากลูกน้องลุงสิงห์ทันที เอกภาพกับพวกรีบหลบ เสียงลุงสิงห์ดังกังวานผ่านเครื่องขยายเสียง "สวัสดีทุกคน...คงรู้แล้วสินะว่าฉันคือบอสใหญ่แห่งขบวนการแอตแลนติส คิดจะจับฉันมันคงไม่ง่ายนักหรอก ก่อนอื่นพวกแกหาทางช่วยชีวิตตัวประกันให้ได้เสียก่อนเถอะ ฉันมีเวลาให้ไม่นาน ก่อนที่ระเบิดจะทำงานรีบๆหาให้เจอ"

เอกภาพรีบ สั่ง "ทุกคนเรามีเวลาจำกัด แยกย้ายกันหาตัวน้องดาวกับคุณปัดให้เจอโดยเร็วที่สุด ขอให้ทุกคนระวังตัวให้ดี เพราะอาจจะถูกซุ่มเล่นงานได้ตลอดเวลา"


เอกภาพ ไปกับนักรบ วันวิสาข์แยกไปกับวรัญญา...เกิดการต่อสู้ทุกด้าน นักรบกับเอกภาพบุกเข้ามาด้านใน ได้ยินเสียงดาวร้องเรียก "คุณพ่อขา ช่วยน้องดาวด้วย น้องดาวกลัว"

"ให้พ่อทำงานให้เรียบร้อยก่อนสิลูก เดี๋ยวน้องดาวค่อยกลับไปกับคุณพ่อ" ลุงสิงห์พูดแล้วจูงดาวออกมาให้นักรบกับเอกภาพเห็น

เอกภาพ รีบถามหาปัทมา สิริมาศ สุพจน์ และเก่งถือปืนตามหลังปริญญาที่จับตัวปัทมาออกมา เอกภาพพูดให้ลุงสิงห์กับพวกมอบตัว ลุงสิงห์ชูรีโมตที่ใช้ควบคุมระเบิดให้ดูและบอกว่าระเบิดจะถูกผูกติดกับตัว ดาวและปัทมา สิริมาศ และเก่งเอาตัวปัทมากับดาวออกไป เอกภาพกระซิบสั่งวีระชัยนำพวกไปช่วยปัทมากับดาว เขากับนักรบจะตามจับลุงสิงห์

วันวิสาข์ วรัญญา วีระชัย ทองใบ น้ำหวาน และโข่งตามมาช่วยปัทมากับดาว พบทั้งสองถูกมัดกับเก้าอี้ มีระเบิดติดตามตัว แยกกันคนละด้าน วันวิสาข์กับวรัญญาช่วยกันสู้กับสิริมาศ เก่ง และซูซี่...ให้วีระชัยจัดการกู้ระเบิด ทองใบ น้ำหวาน และโข่งคอยคุ้มกัน ปัทมารีบบอกให้ช่วยดาวก่อน ระหว่างที่วีระชัยสำรวจว่าจะตัดสายไฟเส้นไหนก่อน ท่าทางดาวเริ่มเหนื่อยอ่อน โข่งรีบไปตามวันวิสาข์มา เธอเข้าไปโอบปลอบให้ดาวคลายเครียด

"น้องดาว ทำใจดีๆนะลูก หนูต้องเข้มแข็งนะ"

"คุณ...หมอ...แม่จ๋า...ดาวเหนื่อยจัง แม่...แม่จ๋า" ดาวเริ่มเพ้อ

"แม่อยู่นี่แล้วลูก เข้มแข็งไว้ หนูเป็นลูกตำรวจต้องเข้มแข็ง อีกเดี๋ยวก็หายแล้ว"

"พ่อจ๋า...พ่ออยู่ไหน"

"พ่อกำลังจับคนร้าย เดี๋ยวก็มาหาน้องดาวแล้ว"

ดาว เพ้อเรียกหาพ่อ วันวิสาข์ปลอบ ดาวพร่ำพูดว่าพ่อของเธอเก่งที่สุดในโลกจนหมดสติไป วันวิสาข์รีบเอายาที่เตรียมมาฉีดให้ดาวแล้วบอกน้ำหวานเรียกรถพยาบาลมาเตรียม พร้อมไว้ ไม่นานวีระชัยก็ตัดสายไฟของดาวได้ เป็นจังหวะที่ลุงสิงห์กดระเบิดพอดี ชนวนระเบิดของดาวดับแต่ที่ปัทมาไฟกะพริบทำงาน โข่งตกใจร้องบอกวีระชัย เขารีบมากู้ระเบิดที่ตัวปัทมาทันที ระหว่างนั้น เอกภาพกับนักรบเข้าถึงตัวลุงสิงห์ ตำรวจท้องที่นำกำลังมาช่วย จับสิริมาศกับพวกใส่กุญแจ ปัทมารอดพ้นจากระเบิด วันวิสาข์ได้รับโทรศัพท์ จากโรงพยาบาลว่าสเต็มเซลล์ของเอกภาพเข้ากับดาวได้ เธอดีใจมากสั่งเตรียมห้องผ่าตัดด่วน แล้วหันมาถามวรัญญาว่าทางนักรบกับเอกภาพเป็นอย่างไรบ้าง วรัญญาตอบว่าขาดการติดต่อ วันวิสาข์สังหรณ์ใจบางอย่างจึงขอร้องวรัญญา

"ฉัน รบกวนช่วยพาน้องดาวกลับไปที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ แต่ต้องหาคนที่น่าจะช่วยดูแลแกได้ระหว่างการเดินทาง... ฉันมีเรื่องที่ต้องทำด่วนเลยค่ะ แล้วฉันจะรีบตามไป" วันวิสาข์ชวนปัทมาไปหาเอกภาพกับนักรบ

ขณะนั้น นักรบกับเอกภาพกำลังประจันหน้ากับสุพจน์และปริญญา และทำให้นักรบได้รู้ว่า คนที่ฆ่านุดีเมียของเขาคือปริญญานั่นเอง นักรบแค้นจัด เขาตะบันหน้าปริญญาอย่างดุเดือดจนปริญญาตายคามือ เอกภาพเองก็จัดการสุพจน์ได้ ลุงสิงห์หนีขึ้นไปบนดาดฟ้า เอกภาพกับนักรบตามขึ้นไป ลุงสิงห์โทษเอกภาพทำให้กรกชตาย

"ฉันรู้ดี ว่าคุณกรกชไม่ได้โดนยิงถูกจุดสำคัญถึงขนาดจะตายทันที นายสิงห์ลองคิดดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่ทำให้คุณกรกชต้องตาย ไม่ใช่เพราะการกลัวความผิดของนายสิงห์จนไม่กล้าพาลูกสาวส่งโรงพยาบาลหรอก เหรอ"

ลุงสิงห์โกรธหันมาบีบคั้นนักรบ "นักรบ...เวลาของน้องดาวเหลือไม่มากแล้วนะ ตอนนี้สเต็มเซลล์รออยู่แล้ว ขอแค่แกทำงานให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง"

เอกภาพหันมองนักรบก่อนจะถามลุงสิงห์ "ถ้าแกอยากฆ่าฉันนัก ทำไมไม่ฆ่าฉันเองล่ะ"

"เพราะมันจะขาดรสชาติ แกต้องตายด้วยน้ำมือของคนที่แกคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันทำร้ายแกได้ มันถึงจะสาสมกับการที่แกพรากลูกไปจากฉัน"

"พ่อ..." นักรบเรียกเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเจ็บช้ำ

เอกภาพ เข้าใจความรู้สึกเพื่อน จึงถามกลับ "แกเคยคิดถึงเขามั้ย คนที่เรียกแกว่าพ่อ คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันผิด แต่เขาก็ทำเพื่อคำคำเดียว คำว่าหนี้บุญคุณ ที่แกเอามาวางไว้บนหัวเขา"

"ช่วย ไม่ได้ นักรบมันดวงซวยเองที่มาเจอฉัน คนอย่างฉันยอมที่จะทรยศทั้งโลกเพื่ออำนาจและความยิ่งใหญ่ แต่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมันหักหลังฉันแม้แต่คนเดียว...นักรบถ้าขืนแกยังชัก ช้าจนฉันรำคาญ ฉันจะฆ่าไอ้ คนที่มีสเต็มเซลล์นั่นซะ"

เอกภาพแอบปลด แม็กปืนออก เห็นนักรบเล็งปืนมาที่เขา สายตาที่มองเต็มไปด้วยไมตรีและความเศร้าเหลือกำลัง เขาจึงยกปืนเล็งใส่นักรบเช่นกัน ก่อนจะยิง นักรบขอถามอีกอย่าง

"พ่อ...ผมขอถามอะไรสักข้อได้ไหม"

"คิดจะถ่วงเวลาอีกหรือไง"

"ถ้าเกิดผมพลาด ถ้าตายจะได้นอนตายตาหลับ"

นัก รบถามว่าลุงสิงห์เป็นคนสั่งฆ่านุดีใช่ไหม ลุงสิงห์ โวยเมื่ออยากรู้ เขาจะเล่าให้ฟัง...เพราะนุดีมาแอบได้ยินความลับของเขา จึงจำเป็นต้องเก็บเธอ...นักรบน้ำตาไหลรินเมื่อรู้ว่าคนที่ทำลายครอบครัวเขา คือคนที่เขาเรียกว่าพ่อ...

"แก...นรกส่งมาเกิดจริงๆ แกทำได้ยังไง" เอกภาพโกรธแค้นแทนนักรบ

"ช่วย ไม่ได้ คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ฉันส่งสัญญาณไปแล้ว ภายใน 10 นาทีนี้ หากไม่มีเสียงจากฉัน คนที่มีสเต็มเซลล์ตรงกับลูกแกจะถูกฆ่าทันที    เวลานี้ถึงแกจะเกลียดฉัน อยากฆ่าฉัน แกก็ทำไม่ได้แล้ว จัดการฆ่าไอ้เอกภาพซะ" ลุงสิงห์สั่งเสียงเฉียบขาด

นักรบจำต้องลั่นไก ใส่เอกภาพ เอกภาพก็ยิงใส่นักรบแต่ต่างฝ่ายต่างไม่มีกระสุน ทั้งสองมองหน้าเข้าใจในมิตรภาพของกันและกัน ลุงสิงห์โกรธมากชักปืนยิงใส่เอกภาพ นักรบกระโดดเข้ารับกระสุนแทน

เอกภาพปราดเข้าประคองนักรบ "ไอ้รบ แกขวางลูกปืนฉันทำไม ไอ้บ้า"

ปัทมากับวันวิสาข์มาถึงพอดีรีบเข้ามาดูอาการนักรบ นักรบรีบบอกวันวิสาข์ว่าได้สเต็มเซลล์แล้ว วันวิสาข์ แปลกใจ

"คุณรู้เรื่องแล้วเหรอว่าสเต็มเซลล์ของคุณเอกภาพเข้ากับน้องดาวได้"

เหมือนสายฟ้าฟาด นักรบเจ็บใจที่โดนหลอกอีกครั้งให้ฆ่าเพื่อนรัก จึงดึงปืนจากเอกภาพมายิงใส่ลุงสิงห์ตัดขั้วหัวใจตายคาที่

"ที่ผ่านมาผมทำหน้าที่ของลูกให้กับพ่อตามที่สัญญาไว้หมดแล้ว ตอนนี้ผมขอทำหน้าที่สุดท้ายให้แผ่นดิน... คือกำจัดคนชั่ว"

"คุณเอกภาพคะ รีบพาคุณนักรบไปโรงพยาบาลเร็วเถอะค่ะ" วันวิสาข์บอกอย่างร้อนรน

นักรบจับมือวันวิสาข์ "อย่าเลยครับ ผมรู้ตัวดีว่าคงไม่รอด"

"แกทำแบบนี้ทำไมไอ้รบ ปืนแกไม่มีกระสุนทำไมไม่ บอกฉัน"

"แกจำได้มั้ยไอ้เอก ที่แกเคยถามฉันว่าระหว่างหน้าที่กับมิตรภาพ ฉันจะเลือกอะไร..."

"แกบอกฉันว่า แกจะเลือกทั้งสองอย่าง"

"นี่ ไง ฉันรักษาทั้งสองอย่างเอาไว้ได้แล้วไง ฉันรักษาหน้าที่ของความเป็นลูกและรักษามิตรภาพระหว่างเราเอาไว้ได้ ขอบใจแกมากนะ แกดีกับฉันกับนุดีแล้วก็น้องดาวมาตลอด ฉันฝากน้องดาวด้วยนะไอ้เอก"

เอกภาพรับปากว่าจะดูแลดาว นักรบเรียกหาวันวิสาข์ เธอกุมมือเขา

"คุณ หมอครับ ผมมีเรื่องอยากบอก...ผมรักคุณหมอ รักตั้งแต่วันแรกที่หมอมาดูแลน้องดาว ผมรู้ว่าหมอเป็นคนจิตใจดีและจะดูแลน้องดาวได้...ผมรักหมอนะครับ"

"ฉันรู้ค่ะว่าคุณรู้สึกยังไง ฉันก็รักคุณเหมือนกันคุณนักรบ" วันวิสาข์น้ำตานองหน้า

"ผมดีใจครับที่รู้ว่าคุณหมอก็รู้สึกเหมือนผม...ผมฝากน้องดาวด้วยนะครับ"

"คุณไม่ต้องห่วงน้องดาวนะคะ ฉันสัญญาค่ะว่าฉันจะดูแลน้องดาวอย่างดี ฉันจะเป็นแม่ให้น้องดาวเองค่ะ"

"ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริงๆ...ผมรักคุณครับ สา..." เสียงนักรบแผ่วหายไป

"ฉันรักคุณค่ะนักรบ หลับให้สบายนะคะ" วันวิสาข์ กอดนักรบร้องไห้

ปัทมาสะอื้น เอกภาพดึงเธอเข้ามากอดปลอบ...

ooooooo

ทุก คนตามมาที่โรงพยาบาล วันวิสาข์รีบเข้าห้องผ่าตัด เอกภาพกับปัทมารออย่างกระวนกระวายหน้าห้องผ่าตัด จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง วันวิสาข์ เดินออกมาบอก

"การผ่าตัดได้ผล น้องดาวปลอดภัยดีค่ะ"

ปัทมาโผกอดเอกภาพด้วยความดีใจ เขาเองก็โล่งอก...

หลายวันผ่านไป ร่างกายดาวเริ่มแข็งแรงขึ้นแต่จิตใจยังซึมเศร้า เอกภาพกับปัทมามาเยี่ยม เอกภาพทัก

"ไงครับ หลานสาวคนเก่ง วันนี้เป็นไงบ้างเอ่ย"

"น้อง ดาวไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ พี่ปัดตามแม่สาให้เอามั้ย...นั่นไง  พูดถึงก็มาพอดีเลย  แม่สามาดูลูกสาวหน่อยสิ ไม่รู้ว่าไม่สบายหรือจะงอแง" ปัทมาบอกวันวิสาข์

"เป็นอะไรไปลูก ดาวปวดหัวหรือเปล่าคะ"

"น้องดาวคิดถึงคุณพ่อ ทำไมคุณพ่อไม่มาหาน้องดาวสักทีล่ะคะแม่สา" ดาวมองวันวิสาข์ด้วยสายตาน่าเวทนา

ทุกคนมองหน้ากันเศร้าๆ เอกภาพตัดสินใจเป็นคนพูด

"น้อง ดาวฟังอาเอกนะคะ คุณพ่อเป็นตำรวจที่ทั้งเก่งและดี คุณพ่อรักน้องดาวมาก แต่คุณพ่อก็ต้องดูแลคนอื่นๆด้วยเพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจ น้องดาวรู้ใช่มั้ยคะ ตอนที่น้องดาวไม่สบายอยู่ คุณพ่อออกไปช่วยอาเอกจับคนร้าย แล้วคุณพ่อก็เสียสละเพื่อช่วยอาเอกเอาไว้"

"คุณพ่อตายแล้วใช่มั้ยคะ คุณพ่อทิ้งน้องดาวไปหาคุณแม่แล้วใช่มั้ยคะ" ดาวถามทั้งน้ำตา

"คุณพ่อไม่ได้ทิ้งน้องดาว คุณพ่อรักและห่วงน้องดาวมากรู้มั้ยคะ น้องดาวยังจำที่คุณพ่อสอนอยู่เสมอได้หรือเปล่า"

"จำได้ค่ะ คุณพ่อบอกว่าน้องดาวเป็นลูกตำรวจต้องเข้มแข็งไม่ต้องร้องไห้"

เอกภาพเห็นดาวพยายามกลั้นน้ำตาก็อดที่เข้าไปกอดไม่ได้...

ooooooo

หลายวันผ่านไป    ดาวกำลังจะกลับบ้าน เธอลาวัน-

วิสาข์ "แม่สาต้องไปหาดาวทุกวันนะคะ"

"ค่ะ ว่างเมื่อไหร่รับรองแม่สารีบไปหาน้องดาวทันทีเลย"

ดาวสบตาเอกภาพ เขาพยักหน้ายิ้ม ดาวจึงพูดขึ้นว่า "ดาวขอเรียกพี่ปัดว่าแม่ได้มั้ยคะ"

"น้องดาวก็มีแม่สาแล้วไงคะ"

"ก็น้องดาวอยากมีแม่อีกคนนี่คะ อยากให้พี่ปัดเป็นแม่น้องดาวอีกคน" ดาวอ้อนปัทมา

"ได้ค่ะ แม่ก็แม่"

ดาวกระโดดดีใจหันไปตีมือกับเอกภาพ "สำเร็จแล้วค่ะพ่อเอก แม่ปัดยอมเป็นแม่น้องดาวแล้ว"

"พ่อเอก...นี่แอบไปตกลงกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ร้ายนักนะทั้งพ่อทั้งลูกเลย เธอดูลูกสาวเธอสิสา...นี่อย่าบอกว่าก็รู้กะเขาด้วยนะยัยสา"

ปัทมางอนที่โดนรุมจึงเดินหนีไป เอกภาพตามง้อ

"โกรธผมเหรอ"

"เปล่า..." ปัทมาตอบห้วนๆหน้าแดงด้วยความเขินอาย

"ไม่โกรธก็แสดงว่ารักผม"

"ใครรักคุณกัน พูดเองเออเองก็ได้"

"ใคร รักผมไม่รู้ รู้แต่ว่าผมรักคุณก็พอ ผมอยากให้คุณเป็นแม่ให้น้องดาวจริงๆนะ แล้วเดี๋ยวเราก็มาช่วยกันทำน้องให้มาเป็นเพื่อนน้องดาวอีกสักสองสามคน คุณว่าดีมั้ย"

ปัทมาไม่ตอบแต่หน้าแดงอย่างเขินจัด เอกภาพฉวยโอกาสหอมแก้มเธออีกฟอด วันวิสาข์อุ้มดาวมายืนมองยิ้มชอบใจ...

ooooooo

-อวสาน-
กลับไปยังรายบอร์ด