กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15

รุ่งขึ้น ปกรณ์รีบเอาจี้ดอกลั่นทมไปขาย เจ๊ เจ้าของร้านทองมองอย่างพินิจพิเคราะห์จำได้คลับคล้าย คลับคลาถามดักคอว่า ไม่ได้ขโมยของใครมาใช่ไหม ปกรณ์อ้างว่าลูกสะใภ้ของตนให้มา แล้วรีบตัดบทถามว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้อเขาจะได้เอาไปขายร้านอื่น

"ซื้อๆ รอเดี๋ยว จะไปหยิบเงินให้"

ปกรณ์รับเงินแล้วยกขึ้นจูบ เดินออกไปอย่างลิงโลด เจ๊มองปกรณ์แล้วมองจี้ในมือ สงสัยอย่างมากจนทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว รีบมาหาดารารุ่งถึงบ้าน และเรื่องก็เป็นอย่างที่เจ๊เจ้าของร้านทองคาด จี้ชิ้นนี้เป็นของดารารุ่งจริงๆ

"เจ๊พอจะรู้จักชื่อแซ่คนที่เอามาขาย ไหม"

"ไม่ค่ะ เจ๊ลืมถาม แต่เป็นผู้ชายแก่ๆโทรมๆ กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง ท่าทางน่าเกลียดน่ากลัว"

"งั้นฉันว่าสร้อยเส้น นี้ต้องถูกขโมยมาแล้ว ล่ะ เอางี้...

ถ้าเจ๊เจอไอ้หัวขโมยนั่นอีก รีบโทรศัพท์มาบอกฉัน ส่วนจี้ชิ้นนี้ฉันจะซื้อคืนไว้เอง" ดารารุ่งหยิบเงินให้ มองตามจนเจ๊ออก

ไป พ้นประตูบ้าน อาฆาตแค้นว่า ถ้าเธอรู้ว่าใครขโมยของชาตรีไป เธอเอามันตายแน่...

ในเวลาเดียวกัน คุณน้อยนั่งร้อยพวงมาลัย โดยมี

ยาย แหววนั่งอยู่ใกล้ๆ ยายแหววอดชมไม่ได้ว่าวันนี้คุณน้อยร้อยพวงมาลัยได้สวยมาก

"ก็ น้อยตั้งใจร้อยนี่...ไม่อยากคิดอะไรมาก"

"ดีแล้วล่ะค่ะ คิดมากทุกข์มาก มันก็ใจเราทั้งนั้น สู้ทำใจไม่คิด ไม่ทุกข์ดีกว่า"

มา โนชเดินถือกระเป๋าเอกสารลงมายังห้องโถงพอดี สองสามีภรรยาต่างมองหน้ากัน คุณน้อยวางมือจากการร้อยพวงมาลัย บอกยายแหววว่าขอตัวไปพักผ่อน และไม่ต้องการให้ใครรบกวน ลุกเดินออกไป ไม่ด่า ไม่ตำหนิอะไรสามี มาโนช มองตามไม่สบายใจ

จังหวะนั้น หนูนกพาฤกษ์เข้ามา ไม่เห็นคุณน้อยอยู่ที่นั่น ถามพ่อว่าแม่ไปไหน พอรู้ว่าแม่ขึ้นห้องไปพักผ่อน บ่นเสียดายที่แม่ไม่ได้เจอกับน้าฤกษ์ มาโนชกล่าวทักทายฤกษ์ แล้วขอตัวไปทำงาน ฤกษ์เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของมาโนช ถามหนูนกว่ามีเรื่องอะไรกัน ฤกษ์ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากหนูนก ถึงกับถอนใจ

"ทำไม คุณมาโนชถึงได้ทำเรื่องแบบนี้"

"จะโทษคุณพ่อฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอก ค่ะน้าฤกษ์ เพราะเท่าที่หนูนกคุยกับคุณย่า...คุณแม่ก็มีส่วนผิดเหมือนกัน... คุณแม่ขี้หึงแล้วก็ระแวงมาก เลยทะเลาะกับคุณพ่อทุกวัน"

"คุณมาโนชทน ไม่ไหว ต้องไปหาคนอื่นที่เขาเข้าใจมากกว่า"

"แต่คุณพ่อรับปากกับหนู นกแล้วนะคะว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้น"

"น้าเอาใจช่วยให้เรื่องทุก อย่างจบลงเร็วๆ...เอ่อ...แล้วหนูนาเป็นยังไงบ้าง"

"ก็กลุ้มใจน่ะค่ะ กินอะไรไม่ลง ผอมจะแย่ ไม่รู้เมื่อไหร่จะเจอคุณน้าอนงค์ซักที"

ฤกษ์ คิดว่าเรื่องอรอนงค์คงต้องไปรบกวนให้เมืองใหญ่ช่วย แล้วชวนหนูนกไปหาเมืองใหญ่ด้วยกัน จะได้เยี่ยมน้านิจไปในตัว หนูนกส่ายหน้า

"น้า ฤกษ์ไปคนเดียวเถอะ หนูนกจะโทร.ไปบอกหนูนาว่าน้าฤกษ์เป็นห่วง"

ฤกษ์ ได้แต่ยิ้มเขิน...จากนั้นหนูนกโทร.ไปบอกหนูนาว่าน้าฤกษ์เป็นห่วงเธอมาก หนูนาถามซ้ำเหมือนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หนูนกยืนยันหนักแน่น

"จริง สิ...นี่กำลังไปหาอีตาผู้หมวดเมืองใหญ่ ตามเรื่องน้าอนงค์อยู่เลย...หนูนาต้องเข้มแข็งนะ อย่าคิดมาก เพราะมีคนเป็นห่วงหนูนาตั้งหลายคน"

หนูนายิ้ม รู้สึกดีใจอย่างประหลาดที่ฤกษ์คือหนึ่งในคนที่ห่วงใยเธอ...

ผ่านไป ไม่นาน ฤกษ์มาถึงบ้านบุรีราชกรมเพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องอรอนงค์ พอฤกษ์รู้ว่าเมืองใหญ่ไหว้วานเพื่อนฝูงช่วยตามหาอรอนงค์ เขาก็เบาใจ และหวังว่าพวกเราคงจะได้เจอเธอในไม่ช้า เมืองใหญ่ก็หวังเช่นนั้น ฤกษ์เห็นสีหน้าไม่สบายใจของเมืองใหญ่ ถามว่ามีเรื่องอะไร

"เรื่องของ เมืองเล็กกับคุณนิจน่ะครับคุณฤกษ์" เมืองใหญ่ ถอนใจเฮือก เล่าเรื่องเมืองเล็กกับคุณนิจที่มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆให้ฟัง ฤกษ์รับปากว่าจะคุยกับคุณนิจเอง จากนั้นเขาเรียกคุณนิจมาเตือนว่าอย่าเอาคำพูดของดารารุ่งมาคิดมากว่าผู้ชาย เลวไปหมดทุกคน คุณนิจหน้าเจื่อน

"นิจรู้ค่ะ ว่าผู้ชายดีๆยังมีคุณฤกษ์อีกคน"

"ไม่ใช่...ยังมีคุณเล็กอีกคนด้วย ...ถ้าคุณนิจรักใคร คุณนิจต้องไว้ใจ ศรัทธาเชื่อมั่นในตัวเขาด้วยสิครับ ไม่อย่างนั้นชีวิตคู่ไม่มีทางรอด คุณนิจต้องมั่นใจในความรักที่คุณเล็กมีให้คุณนิจ และความรักที่คุณนิจมีให้กับคุณเล็ก" ฤกษ์บอกอย่างอ่อนโยน

"นิจเชื่อ หัวใจตัวเอง แล้วนิจก็เชื่อว่าคุณเล็กรักนิจจริงๆ แต่บางทีนิจก็ไม่มั่นใจ นิจกลัว กลัวว่าสุดท้ายคุณเล็กก็เปลี่ยนใจเหมือนผู้ชายทั่วไป นิจกลัวจริงๆค่ะคุณฤกษ์" คุณนิจผวากอดฤกษ์แน่น ฤกษ์สงสารน้องสาวต่างมารดามาก สิ่งที่ดารารุ่งปลูกฝังให้คุณนิจมันหยั่งรากลึกเกินจะถอน

ooooooo

ทันที ที่เมืองใหญ่ถึงสถานีตำรวจ จ่าเวรเข้ามารายงานว่า  มีชาวบ้านมาแจ้งว่าเจอคนที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายอรอนงค์นอนสลบอยู่ท้ายป่า เมืองใหญ่ทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น รีบขึ้นรถขับออกไปยังที่เกิดเหตุ...

ใน เวลาไล่เลี่ยกัน ฤกษ์ขับรถผ่านมาตามทาง เห็นชาวบ้านกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่เต็มถนน ด้วยความมีน้ำใจ เขาเบนรถจอดข้างทาง เดินลงมาถามพวกชาวบ้านว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า

"ผู้หญิง ที่ไหนไม่รู้คุณ ถูกทำร้ายมานอนหมดสติอยู่แถวนี้"

"คงจะอดข้าวอดน้ำ มาหลายวันแล้วล่ะ...โทรมเชียว" ชาวบ้านอีกคนเสริม

ฤกษ์แหวกกลุ่มชาว บ้านเข้าไปดู ระหว่างนั้นอรอนงค์ ฟื้นได้สติ เงยหน้าขึ้นมา ฤกษ์ตกใจที่เห็นอรอนงค์ ส่วนอรอนงค์ เห็นผู้คนมากมาย แถมชาวบ้านที่อยู่รอบๆตัวเธอส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย หน้าตื่นร้องลั่น

"อย่า...อย่า ทำฉัน...ฉันกลัว" อรอนงค์จะวิ่งหนี ฤกษ์คว้าตัวเอาไว้ อรอนงค์ทั้งกรีดร้องทั้งดิ้นรน

"ผมเองครับ คุณอนงค์...ฤกษ์ครับ"

แต่ อรอนงค์จำไม่ได้ผลักฤกษ์เต็มแรง  วิ่งหนี  เป็นจังหวะเดียวกับเมืองใหญ่ขับรถมาพอดี  ทุกคนตกใจตะโกนลั่นว่าระวัง อรอนงค์หันมาเห็นรถอยู่ตรงหน้ากรีดร้องสุดเสียง ตกใจสุดขีด เป็นลมล้มพับไป เมืองใหญ่เหยียบเบรกได้ทัน รีบวิ่งลงมาช่วยกันกับฤกษ์ประคองอรอนงค์ขึ้นรถ พาไปบ้านของฤกษ์...

คืนวันเดียวกัน สลวยจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้อรอนงค์ซึ่งยังคงนอน สลบไสลไม่ได้สติ เธอเห็นสภาพอรอนงค์แล้วอดสงสารไม่ได้ ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ถึงได้เป็นแบบนี้

"นั่นสิครับ ผมเห็นทีแรกแทบจำไม่ได้เลย" ฤกษ์มองอรอนงค์อย่างเวทนา

"บอกตรงๆ ผมเห็นคุณน้าอรอนงค์เป็นแบบนี้ไม่กล้าบอกหนูนาเลย" เมืองใหญ่หนักใจ

"เรา พาคุณอนงค์ไปหาหมอ รอให้เธอหายดีแล้วค่อยบอกหนูนา ดีมั้ยครับแม่"

"แม่ ว่าไม่ดีหรอก ครอบครัวคุณอรอนงค์ย่อมรักและดูแลเธอได้ดีที่สุด  ถ้ากลับไปอยู่ที่บ้าน  คุณอรอนงค์อาจจะหายเร็วขึ้นก็ได้นะ"

เมือง ใหญ่กับฤกษ์มองหน้ากัน เห็นด้วยกับความคิดของสลวย

ooooooo

วัน ถัดมา เมืองใหญ่โทร.หาหนูนาแต่เช้า ไกรเดินมาด้านหลังได้ยินเสียงหนูนาคุยโทรศัพท์พอดี

"อะไรนะคะพี่ใหญ่ เจอคุณแม่แล้ว ค่ะๆ หนูนาจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"

หนูนาดีใจมากวาง สาย หันมาเจอพ่อยืนตะลึงอยู่รีบวิ่งเข้ามากอด ละล่ำละลักบอกว่าเมืองใหญ่ตามหาแม่เจอแล้ว พอนึกขึ้นได้หน้าหงิก รีบปล่อยมือ

"ขอโทษทีค่ะ  หนูนาลืมไปว่าคุณพ่อไม่ได้อยากให้คุณแม่กลับบ้าน เอาเป็นว่าหนูนาจะพาคุณแม่ไปอยู่ที่อื่นแล้วกัน" หนูนาเดินลิ่วออกไปไม่สนใจเสียงร้องของพ่อ ไกรได้แต่ถอนใจหนักใจ...

ไม่ นาน หนูนาขับรถมาถึงบ้านของฤกษ์ เห็นอรอนงค์นั่งอยู่กับสลวย ฤกษ์และเมืองใหญ่ หนูนาร้องไห้โฮด้วยความดีใจวิ่งเข้ามากอดอรอนงค์

"หนู นาคิดถึงคุณแม่ เป็นห่วงคุณแม่แทบขาดใจ คุณแม่ไปอยู่ที่ไหนมาคะ"

อร อนงค์เงียบ มองหนูนางงๆ หนูนามองแม่งงๆเช่นกัน ทำไมแม่ถึงไม่ดีใจที่เจอเธอ อรอนงค์ถามว่าหนูนาเป็นใคร หนูนาชักใจไม่ดีบอกว่าเธอเป็นลูกของแม่อนงค์ อรอนงค์ถามเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองมีลูกด้วยหรือ หนูนาใจสลายกรีดร้องลั่นดึงแม่มากอด อรอนงค์ตกใจ ดิ้นหนี แล้ววิ่งเข้าบ้าน สลวยวิ่งตาม

"คุณฤกษ์ขา พี่ใหญ่ขา เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่คะ เกิดอะไรขึ้น" หนูนาร้องไห้โฮแทบขาดใจ เมืองใหญ่กับฤกษ์มองหนูนาด้วยความสงสารและเห็นใจ...

ในที่สุด สลวยปลอบอรอนงค์จนหลับลงได้ หนูนา ฤกษ์กับเมืองใหญ่จึงตามเข้ามาสมทบ หนูนานั่งลงจับมือแม่ ร้องไห้น้ำตาไหลพราก

"หนูนาสงสารคุณแม่จังค่ะ ปกติคุณพ่อก็รังเกียจคุณแม่ อยู่แล้ว ถ้าคุณพ่อเห็นคุณแม่ในสภาพนี้...หนูนาไม่อยากจะคิดเลย"

"คุณไกรไม่ ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้นหรอกค่ะคุณหนูนา ก็คงแค่จะเคืองๆ" สลวยปลอบ

"ไม่ จริงหรอกค่ะ  คุณพ่อไม่ได้รักคุณแม่  คุณพ่อ

เคยบอกหนูนาอีกด้วยนะคะ ว่า  ถ้าไม่ใช่แม่หนูนา  คุณพ่อไม่มีวันตามคุณแม่กลับเด็ดขาด"

ทุกคน ต่างมองหน้ากัน ยิ่งสลดใจไปใหญ่ หนูนาอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมพ่อถึงได้จงเกลียดจงชังแม่เหลือเกิน ฤกษ์ปลอบว่าอะไรที่คิดแล้วทำให้ไม่สบายใจ หนูนาก็อย่าไปคิดถึงมันเลย

"ใช่...มา คิดกันดีกว่า ว่าจะทำยังไงต่อไป" เมืองใหญ่เสนอ

"ถ้าไม่อยากกลับบ้าน คุณหนูนากับคุณอรอนงค์จะอยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ"

"หนูนาเกรงใจคุณ ฤกษ์"

"งั้นไปอยู่บ้านพี่...บ้านพี่มีคนอยู่หลายคน จะได้ช่วยกันดูแลน้าอนงค์"

"ขอบคุณมากค่ะพี่ใหญ่" หนูนายกมือไหว้ แล้วหันมามองแม่น้ำตาซึมด้วยความสงสาร...

หลังจากนั้น ฤกษ์ เมืองใหญ่ และหนูนา พาอรอนงค์มาบ้านบุรีราชกรม เมืองใหญ่บอกกับครอบครัวของเขาว่าอรอนงค์ จะมาพักอยู่กับเราที่นี่ อรอนงค์กวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ทำท่าหวาดกลัว หนูนากอดปลอบแม่ น้ำตาซึม
"ที่นี่ไม่มีใครทำอะไรคุณแม่ได้ค่ะ...ไม่ต้อง กลัว"

"พาคุณแม่ขึ้นไปพักบนห้องดีกว่าหนูนา" ฟองจันทร์แนะ

อร อนงค์ร้องลั่นว่าไม่ไปๆ ลุกพรวดพราดวิ่งออกมานอกบ้านแบบตื่นกลัว หนูนารีบวิ่งตาม เมืองเล็กบ่นสงสารอรอนงค์มาก ไม่รู้เวรกรรมอะไรถึงทำให้เธอต้องเป็นอย่างนี้ คุณนิจได้แต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ส่วนฤกษ์ขอตัวออกไปข้างนอก เผื่อหนูนามีอะไรให้ช่วย...

ด้านอรอนงค์เดินมาที่ริมรั้ว หยุดกึก เมื่อเห็นดอกลั่นทมบ้านดารารุ่งที่อยู่ใกล้กัน แล้วกรีดร้องลั่นตื่นตระหนกที่เห็นดารารุ่งกับป้าพริ้งเดินออกมาจากบ้าน ดารารุ่งได้ยินเสียงร้องหันขวับไปมองตามเสียง ตกใจที่เห็นอรอนงค์ ทุกคนในบ้านบุรีราชกรมได้ยินเสียงร้องเช่นกัน ตกใจรีบกรูกันออกมาดู

หนู นารีบวิ่งเข้ามากอดแม่ซึ่งยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีด โดยมีฤกษ์ตามมาติดๆ ดารารุ่งกับป้าพริ้งรีบผลุบหายเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับเมืองใหญ่ เมืองเล็ก คุณนิจ ฟองจันทร์กับศักดิ์กายออกมาเห็นท่าทางหวาดกลัวของอรอนงค์ที่มีต่อดารารุ่ง เมืองเล็กอดทักไม่ได้ว่า

"ทำไมคุณน้าอนงค์ถึงต้องกลัวคุณรุ่งด้วย"

คุณ นิจนิ่วหน้า ขณะที่เมืองใหญ่กระตุกมือน้องชาย ส่งสายตาดุใส่เป็นเชิงว่าพูดอะไรเกรงใจคุณนิจบ้าง

ooooooo

ศักดิ์ กายมองหน้าตาตื่นกลัวของอรอนงค์แล้ว ชวนทุกคนกลับเข้าบ้าน เมืองเล็กเห็นคุณนิจหน้าซีดเลยขอตัวพาเธอขึ้นห้องพัก ฟองจันทร์กับหนูนาช่วยกันพาอรอนงค์ซึ่งตัวสั่นเทาขึ้นไปพักผ่อนเช่นกัน

"เดี๋ยว ผมจะไปรับคุณหนูนกมาอยู่เป็นเพื่อนนะครับ"

ฤกษ์ร้องบอกหนูนา ก่อนหันมาพูดกับเมืองใหญ่และศักดิ์กายว่าถ้าดารารุ่งมีส่วนผิดที่ทำให้อร อนงค์เป็นแบบนี้ เขารับรองว่าเธอจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย แล้วค้อมหัว เดินออกไป...

ฝ่ายดารารุ่งกับป้าพริ้งพากันมานั่งหลบมุม ท่าทางตื่นตระหนก คาดไม่ถึงว่าจะเจออรอนงค์ ป้าพริ้งตัวสั่นอย่างระงับไม่อยู่ ดารารุ่งต้องปลอบ โดยพยายามข่มไม่ให้เสียงตัวเองสั่นว่าไม่ต้องกลัว อรอนงค์เป็นบ้าไปแล้ว พูดอะไรไปคงไม่มีใครเชื่อ และที่สำคัญเราไม่ได้ทำอะไรผิด อรอนงค์ รนหาที่เองต่างหาก...

ตกเย็น คุณนิจนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องพัก นึกรู้ว่าที่อรอนงค์เป็นอย่างนี้ต้องเกี่ยวกับดารารุ่งแน่ๆ แต่เธอก็ไม่ต้องการให้ใครมองพี่สาวของเธอว่าทำผิด ทันใดนั้น เมืองเล็กเปิดประตูห้องเข้ามาหา คุณนิจถึงกับสะดุ้งเฮือก เมืองเล็กเป็นห่วง ถามว่าคิดมากเรื่องดารารุ่งกับอรอนงค์ใช่ไหม

"นิจรู้ว่าตอนนี้ทุกคน กำลังสงสัยเรื่องคุณรุ่งกับคุณอรอนงค์ แต่คุณรุ่งไม่เกี่ยวนะคะ คุณรุ่งไม่เกี่ยว คุณเล็กก็รู้ว่า คุณรุ่งไม่ได้สุงสิงกับใคร"

"ผม รู้ครับว่าคุณรุ่งไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่สุงสิงกับใคร แต่น้าอนงค์อาจจะมายุ่งกับคุณรุ่งเอง"

"งั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้น มันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณรุ่ง"

"คุณนิจพูดเหมือนรู้ว่าคุณรุ่งทำ อะไร" เมืองเล็กนิ่วหน้า

"นิจไม่รู้หรอกค่ะ แต่นิจอยากให้ทุกคนยุติธรรมกับคุณรุ่งบ้าง แต่ไหนแต่ไรเธอก็อยู่ของเธอดีๆ ทุกคนไปยุ่งกับ เธอเองทั้งนั้น รวมทั้งคุณอรอนงค์" คุณนิจพรวดพราดออกไป เมืองเล็กได้แต่มองตาม สงสัย...

คืนเดียวกัน ฤกษ์พาหนูนกมาที่บ้านบุรีราชกรม แต่แทนที่หนูนกจะมาอยู่เป็นเพื่อนหนูนา กลับชักชวนหนูนาให้พาอรอนงค์ไปหาดารารุ่ง เพื่อพิสูจน์ให้รู้แล้วรู้รอดไปว่า อรอนงค์กลัวดารารุ่งจริงหรือเปล่า หนูนาคัดค้าน เพราะเธอเอง ก็กลัวดารารุ่งเช่นกัน

"ไม่ต้องกลัวหรอก หนูนกเป็นหลาน คุณป้ารุ่งไม่กล้าทำอะไรหรอก"

หนูนกคะยั้นคะยอจนหนู นายอมทำตาม พาแม่ไปที่บ้านดารารุ่ง คุณนิจมองลงมาเห็นหนูนากับหนูนกพาอรอนงค์ ตรงไปบ้านดารารุ่ง ยืนลังเลอยู่อึดใจ  ก่อนตัดสินใจตามไป...

อรอนงค์แค่เห็นบ้านดารา รุ่งก็ตัวสั่นงันงกไม่ยอมก้าวเท้า ร้องลั่นว่าไม่ๆ หนูนาเห็นแม่กลัวเลยชวนกลับ หนูนกรั้นไม่ยอม

"กลัวเพราะว่ามันมืดน่ะ สิ...เถอะน่า...เข้าไปข้างในเราค่อยเปิดไฟก็ได้...เร็ว"

สองสาวช่วย กันพาอรอนงค์เปิดประตูรั้วเข้าไป ยังไม่ทันไปถึงไหน ก็เจอดารารุ่งกับป้าพริ้งออกมาไล่ อรอนงค์เห็นสองเจ้านายกับบ่าวถึงกับกรีดร้องลั่นอย่างหวาดผวา  ดารารุ่งตรงเข้าผลักอรอนงค์จนล้มตึง หนูนารีบเข้ามาประคองให้ลุกขึ้น ดารารุ่ง เข้ามาผลักอีก  คุณนิจวิ่งเข้ามาห้ามพี่สาวไว้ ดารารุ่งโมโห

"กลับ มาทำไมนังน้องไม่รักดี พาญาติโกโหติกาของแกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้...ไป๊"

ดารา รุ่งผลักคุณนิจเต็มแรงจนเธอล้ม ป้าพริ้งไม่รอช้าตามมาลากทุกคนออกไป เสียงเอะอะดังไปถึงบ้านบุรีราชกรม ป้าน้อมได้ยินเสียงวิ่งมาดู เป็นจังหวะเดียวกับเมืองเล็กเดินออกมา ป้าน้อมรีบรายงานว่า ที่บ้านดารารุ่งเกิดเรื่องอะไรไม่รู้ เสียงโวยวายลั่น เมืองเล็กเอะใจรีบตามไปดู...

ที่บ้านดารารุ่ง เกิดการชุลมุนย่อยๆขึ้น เพราะหนูนกดื้อดึงจะอยู่ให้ได้ เลยโดนดารารุ่งตบจนเซถลา คุณนิจปราดเข้ามา พยุงหนูนก ขอร้องว่าอย่าทำร้ายหลาน อรอนงค์เห็นการทำร้ายกัน ยิ่งกลัวหนัก ร้องกรี๊ดๆตัวสั่นเทา ดารารุ่งหมดความอดทนตรงเข้าผลักคุณนิจอีก เมืองเล็กเข้ามารับคุณนิจไว้ได้ทัน

ดารารุ่งเห็นหน้าเมืองเล็ก ยิ่งคลั่งคว้าเสียมที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาขู่พร้อมกับไล่ทุกคนออกไป เมืองเล็กเห็นท่าไม่ดีรีบพาทุกคนกลับ ครู่ต่อมาพวกเมืองเล็กกลับถึงบ้านบุรีราชกรม เจอเมืองใหญ่กับฤกษ์ยืนรออยู่ เมืองใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่าหนูนกต้องเป็นต้นคิดเรื่องยุ่งๆเหล่านี้แน่ หนูนกอ้าปากจะพูด

"หยุดเลยนะ จะอ้าปากเถียงไปถึงไหน รู้ว่าอะไรเป็นอะไรยังจะพาคุณน้าอนงค์ไปหาคุณรุ่งอีก"

หนูนกลอยหน้า ลอยตาเถียงเมืองใหญ่ไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่เลยต่อปากต่อคำกันไปมา หนูนกหมั่นไส้เมืองใหญ่ที่ว่าเธอหน้าแก่ แกล้งดึงจมูกเขา แล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน...ส่วนภายในบ้านบุรีราชกรม คุณนิจกำลังตำหนิหนูนาว่าไม่น่าพาอรอนงค์เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับดารารุ่ง หนูนาหน้าจ๋อย รีบขอโทษ

ฤกษ์ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่า หนูนาคิดว่าดารารุ่งเป็น ต้นเหตุที่ทำให้อรอนงค์เป็นอย่างนี้ใช่ไหม หนูนาเกรงใจฤกษ์ อึกๆอักๆปฏิเสธว่าเปล่า จังหวะนั้น หนูนกเดินเข้ามาพอดี ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนผิด

เมืองใหญ่เดินตามหนูนกมาอีกทอด ถึงกับออกปาก "ว่าแล้วเชียว"

"แต่ก็ทำให้ทุกคนรู้นี่คะ...ว่าคุณน้า อนงค์กลัวทั้งคุณป้ารุ่งและคุณยายพริ้ง...ซึ่งก็หมายความว่าคุณน้าอนงค์ยัง ไม่เป็นปกติและคุณป้ารุ่งอาจไม่ได้เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็ได้"

"มัน ก็จริงอย่างที่หนูนกว่านะคะ คุณแม่ยังไม่ปกติ เลยตกใจอะไรง่ายๆ"

"ลุง ว่าหนูนาทำใจให้สบายก่อนดีกว่านะ ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าเรื่องจะเป็นยังไงมันต้องว่ากันไปตามถูกผิด...จริงมั้ยคุณฤกษ์" ศักดิ์กายว่าตบท้าย ฤกษ์พยักหน้ารับคำเสียงอ่อย หนูนามองฤกษ์อย่างสงสาร

จาก นั้น หนูนาเดินมาส่งฤกษ์ที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน ปลอบว่าอย่าคิดอะไรมาก และหวังว่าพวกเราจะพบสาเหตุที่ทำให้แม่ของเธอป่วย ดารารุ่งจะได้พ้นมลทินเสียที ฤกษ์ขอบใจสำหรับกำลังใจที่เธอให้ หนูนกแอบมองอยู่ด้านหลังทั้งคู่ อมยิ้ม เมืองใหญ่ย่องเข้ามาใกล้ๆหนูนก

"ขบวน การสอดรู้สอดเห็นไม่มีใครเกิน"

"ขบวนการปากปีจอก็ไม่มีใครเกินผู้ หมวดเหมือนกัน...ฮึ" หนูนกสะบัดหน้าเดินไปขึ้นรถฤกษ์ เมืองใหญ่กับหนูนากลับเข้าบ้าน ดารารุ่งแอบมองอยู่ เห็นฤกษ์กับหนูนกไปแล้ว ถอนใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

ooooooo

ผ่านมาหลายวัน  ดารารุ่งในคราบของคุณทิพย์ หลอกให้ชาตรีพาไปร้านทอง โดยเธอทำทีเป็นเข้ามาซื้อทอง แต่แอบส่งสายตาให้เจ๊เจ้าของร้าน พยักพเยิดไปทางชาตรี หันไปชวนชาตรีคุย

"หลายวันก่อนมีชายคนหนึ่งหน้า ตาเหมือนเธอมาก แต่ไม่ได้มาซื้อทองหรอกนะเขาเอาของมาขาย"

ชาตรีทำหน้างง ขณะที่คุณทิพย์ลอบมองอย่างสังเกต... ระหว่างทางไปบ้านคุณทิพย์ ชาตรีสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก พอถึงบ้าน คุณทิพย์ชวนเข้าบ้านก่อน แต่ชาตรีปฏิเสธหน้าเครียดว่าไม่เข้า คุณทิพย์ปลอบว่าเจ๊เจ้าของร้านทองชอบพูดจาเรื่อยเปื่อย ชาตรีอย่าไปถือสาเลย

"แต่ผมไม่สบายใจยังไงไม่รู้...ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า...คุณทิพย์...อย่าลืม กินยาที่หมอสั่งนะครับ"

ชาตรีเดินหน้าเครียดออกไป ป้าน้อมบังเอิญกำลังทำงานอยู่หน้าบ้านบุรีราชกรม สายตาสอดส่ายมองตามชาตรี หันกลับมาอีกทีเห็นดารารุ่งถลึงตาใส่ ป้าน้อมไม่กล้าสบตา รีบหลบทันที...

ที่บ้านเช่าของคุณรัตน์ ปกรณ์เมาแอ๋กลับเข้ามา คุณรัตน์ นึกสงสัยว่าเขาเอาเงินจากไหนไปซื้อเหล้า รอจนปกรณ์เมาหลับกรนครอกๆ เธอย่องเข้าไปค้นตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงของเขา เจอเงินจำนวนมาก จังหวะนั้น ชาตรีกลับมาถึงพอดี คุณรัตน์เอาเงินให้ลูกดู

"พ่อไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะก็ไม่รู้ลูก"

ชาตรีนึกถึงคำพูดของเจ๊ร้านทอง รีบวิ่งเข้าห้อง ค้นในตู้เสื้อผ้าตัวเอง แต่ไม่เจอจี้ดอกลั่นทม คุณรัตน์ตามเข้ามาถามว่าหาอะไร ชาตรีละล่ำละลักบอกว่าจี้ดอกลั่นทมหาย คุณรัตน์รู้ทันทีว่าเงินจำนวนนั้นปกรณ์ได้มาอย่างไร โกรธมากวิ่งกลับไปหาปกรณ์ เขย่าตัวปลุกให้ตื่น ปกรณ์โวยวายลั่นว่าปลุกทำไม คุณรัตน์ถามคาดคั้นว่า เขาขโมยจี้ดอกลั่นทมของลูกไปขายใช่ไหม ปกรณ์รีบปฏิเสธว่าเปล่า

"เจ๊ร้านทองบอกผมแล้วครับว่าพ่อเอาจี้ไปขาย...พ่อทำกับผมยังงี้ได้ยังไง" ชาตรีผิดหวังในตัวพ่อมาก เดินลิ่วๆออกไป ปกรณ์รีบวิ่งตามมาง้อว่าแค่จี้เล็กๆชิ้นเดียวทำไมต้องโกรธขนาดนี้

"แต่ผมรักของผม และที่สำคัญก่อนที่พ่อจะกลับมา พ่อสัญญาแล้วว่าจะเป็นคนดี"

แทนที่ปกรณ์จะยอมรับผิด กลับโทษว่าที่พวกเราต้องยากจนดักดานอย่างนี้ เพราะคุณรัตน์ไม่ขอแบ่งสมบัติจากป้าดารารุ่งของชาตรี คุณรัตน์ชิงพูดว่าเธอไม่มีญาติ ปกรณ์ยอมเงียบไม่พูดถึงดารารุ่ง

"แต่สำหรับคุณทิพย์ พ่อไม่ยอมนะชาตรี แกต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คุณทิพย์แต่งงานกับแกให้ได้"

"พ่ออย่าพูดอย่างนี้นะครับ คุณทิพย์คือผู้มีพระคุณของผม"

ปกรณ์อ้างว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่านังทิพย์อยากได้ชาตรี คุณรัตน์ไม่อยากให้ลูกได้ยิน รีบดึงเขาออกมา ปกรณ์ยังตะโกนไล่หลังว่าทั้งคู่มัวแต่โง่ เลยไม่ทันสังเกตเห็น คุณรัตน์ขอร้องว่าอย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของพ่อ ส่วนเรื่องจี้ดอกลั่นทม พรุ่งนี้เธอจะไปขอโทษคุณทิพย์ด้วยตัวเอง ชาตรีไม่ต้องกังวล...

ดึกคืนเดียวกัน ดารารุ่งบ่นกับป้าพริ้งว่าไม่สบายใจมากที่อรอนงค์ยังอยู่ที่บ้านบุรีราชกรม ป้าพริ้งเองก็เป็นกังวลไม่ต่างกัน เกรงว่าวันใดที่อรอนงค์ได้สติขึ้นมา เราสองคนอาจเดือดร้อน ดารารุ่งนิ่งคิดอึดใจ

"งั้นเราหลบไปอยู่หัวหินสักพักดีมั้ยคะป้าพริ้ง รอให้อรอนงค์กลับไปอยู่ที่บ้านเขาก่อน ค่อยกลับมา"

ดารารุ่งขอไปบอกลาชาตรีก่อน อ้างว่าถ้าหายไปเฉยๆ เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วง ป้าพริ้งมองดารารุ่งสายตาเป็นกังวลไม่อยากให้เธอฝากความหวังไว้กับผู้ชาย หน้าไหนอีก

ooooooo

หลังจากนอนคิดเรื่องอรอนงค์มาทั้งคืน ไกรลุกขึ้นแต่เช้า คว้ารูปถ่ายของอรอนงค์กับหนูนาขึ้นมาดู

"พ่อจะทำเพื่อลูก...หนูนา" ไกรตัดสินใจจะไปรับลูกเมียกลับบ้าน...

ด้านดารารุ่งหรือคุณทิพย์กับป้าพริ้งหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ ขับออกไป คล้อยหลังไม่นาน ชาตรีถีบสามล้อพาคุณรัตน์มาถึงหน้าบ้านคุณทิพย์ คุณรัตน์ทักว่าทำไมบ้านเงียบ ชาตรีส่งเสียงเรียกคุณทิพย์แต่ไม่มีเสียงตอบ เป็นกังวลว่าคุณทิพย์อาจรู้เรื่องจี้ดอกลั่นทมเลยโกรธ จนไม่ยอมออกมาพบตน

คุณรัตน์ปลอบว่าคุณทิพย์คงออกไปซื้อของ ชวนชาตรีรอที่นี่ก่อน เดี๋ยวเธอคงกลับ ขณะสองแม่ลูกกำลังยืนรออยู่นั้น คุณรัตน์หันไปเห็นไกรขับรถมาจอดหน้าบ้านบุรีราชกรม ตกใจ รีบขยับผ้าคลุมหน้ามาปิด ชวนชาตรีกลับดื้อๆ ก้าวขึ้นรถสามล้ออย่างลุกลี้ลุกลน เร่งชาตรีให้รีบไป ชาตรีถีบสามล้อมาได้สักพัก อดใจไม่ไหวถามแม่ว่ารู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยหรือ คุณรัตน์ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่า

"แล้วทำไมแม่ต้องทำเหมือนหลบหน้าหลบตาเขาด้วย"

คุณรัตน์อ้างว่า หน้าตาเธอน่ากลัวเลยไม่อยากให้ใครเห็น เกรงเขาจะตกใจ แล้วรีบตัดบท เร่งชาตรีให้ถีบรถไวๆ เธอจะกลับไปทำขนม ชาตรีรับคำได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ...

ในเวลาเดียวกัน หนูนาดีใจมากที่พ่อมารับเธอกับแม่กลับบ้าน ไกรมองอรอนงค์ที่สติฟั่นเฟือนอย่างสลดใจ แล้วหันมาขอบคุณศักดิ์กายกับฟองจันทร์ที่ช่วยดูแลทั้งคู่อย่างดี ศักดิ์กายเดินเข้ามากระซิบไกร

"ไกรต้องเข้มแข็งนะ เพราะการที่คุณอนงค์จะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับไกรเหมือนกัน"

ไกรรับคำ พาอรอนงค์และหนูนากลับ คุณนิจกับเมืองเล็กมองตามสามพ่อแม่ลูกอย่างเวทนา...

จากนั้น เมืองเล็กพาคุณนิจออกมานั่งที่โต๊ะสนาม บอกว่าอรอนงค์ไปแล้ว ต่อจากนี้คุณนิจคงไม่มีอะไรให้กังวลใจอีก ป้าน้อมพาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามา เสียงทักทายเมืองเล็กลั่น สองหนุ่มสาวหันไปมองตามเสียง คุณนิจเห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักเดินมาหา เมืองเล็กทักตอบ เรียกผู้หญิงคนนั้นว่า "น้องชมพู"

ทั้งเมืองเล็กและชมพูต่างพูดคุยกระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างสนิทสนม ทำให้คุณนิจหน้าบูดบึ้ง ยิ่งเห็นชมพูเข้ามากอดแขนเมืองเล็กทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เธอยิ่งหึงหนัก แต่ ต้องเก็บอาการเอาไว้ ชมพูชวนเมืองเล็กเข้าบ้านไปกินคุกกี้รูปหัวใจที่เธอเอามาฝากเขาเป็นพิเศษ เมืองเล็กปฏิเสธว่าไม่ว่าง

"ก็ได้ค่ะ...รอให้แขกกลับไปก่อนก็ได้...ชมพูจะรอ"

"คุณนิจไม่ใช่แขก แต่เป็นคนรักของพี่" เมืองเล็กบอกสีหน้าจริงจัง

ชมพูปรายตามองคุณนิจอย่างไม่ชอบใจ ขอตัวเข้าบ้าน เดินหน้าเชิดไปกับป้าน้อม เมืองเล็กหันมาบอกคุณนิจว่าชมพูเป็นลูกของเพื่อนพ่อกับแม่ของเขา คุณนิจพยักหน้ารับรู้ มองตามชมพูไม่วางตา...

ระหว่างทางกลับบ้าน คุณรัตน์บอกชาตรีส่งเธอที่บ้านป้าผ่องก่อน ป้าผ่องจะสั่งขนมไว้ทำบุญ ชาตรีจะอยู่รอแม่ แต่คุณรัตน์บอกว่าไม่ต้องรอ แล้ววานชาตรีแวะเอาของที่ตลาดให้เธอก่อนเข้าบ้าน...

ขณะเดียวกัน ดารารุ่งขับรถมาจอดหน้าปากซอยบ้านคุณรัตน์ สั่งป้าพริ้งรอที่นี่ ก่อนเดินเข้าซอย สักพักป้าพริ้งเอามือกุมท้อง บ่นอุบว่ามาปวดท้องอะไรตอนนี้ กวาดตามองบ้านชาวบ้าน ก่อนเดินลงไป

ooooooo

ครู่ต่อมา ดารารุ่งในคราบของคุณทิพย์มาถึงบ้านพักของชาตรี พอมาลัยเด็กสาวข้างบ้านรู้ว่าคุณทิพย์มาหาชาตรี รีบเสนอหน้าเข้ามาบอกว่าเขาไม่อยู่ออกไปตั้งแต่เช้า มีธุระอะไรฝากเธอไว้ก็ได้ คุณทิพย์หมั่นไส้ ทำไมต้องบอกเธอด้วย มาลัยอ้างว่าเธอกับชาตรีเจอกันบ่อย และค่ำนี้ก็จะกินข้าวด้วยกัน

"แล้วพ่อแม่ไม่ว่าเอาหรือ ตัวเท่าเมี่ยง ตะลอนๆมาหาผู้ชายถึงบ้าน"

มาลัยลอยหน้าลอยตาบอกว่าพ่อแม่ไม่ว่า เพราะอยากได้ชาตรีเป็นเขยใจแทบขาด คุณทิพย์เคืองมาก ตำหนิว่าเป็นสาวเป็นแส้ พูดจาไม่รู้จักอาย มาลัยชะงักที่โดนด่า ชาตรีถีบสามล้อมาถึงพอดี ดีใจมากที่เห็นคุณทิพย์ ถามว่ามีธุระอะไรกับเขาหรือ คุณทิพย์งอนเรื่องมาลัย พาลบอกว่าไม่มี สะบัดหน้าเดินหนี ชาตรีรีบตาม มาลัยยอมไม่ได้ถ้าต้องเสียชาตรีให้สาวแก่ ทำมารยาทิ้งตัวเองเข่ากระแทกพื้น ร้องลั่น

คุณทิพย์กับชาตรีหันขวับมามอง มาลัยอ้อนชาตรีให้ช่วย ชาตรีรีบวิ่งกลับมาดู เห็นเข่าเธอแตกเลือดไหล บอกให้รอสักครู่ เดี๋ยวจะทำแผลให้ แล้ววิ่งเข้าบ้าน คุณทิพย์รู้ทัน เดินมากระชากแขนมาลัย ลากถูลู่ถูกัง ผลักให้นั่งลงบนแคร่ มาลัยร้องโอดโอย มองคุณทิพย์อย่างหวั่นๆ...

ในเวลาเดียวกัน คุณรัตน์เดินมาถึงปากซอย เห็นรถดารารุ่งจอดอยู่จำได้ ดีใจคิดว่าพี่สาวมาตามเธอกลับ ขยับจะเดินเข้าซอย แต่ปกรณ์กระชากแขนไว้ ลากออกไป คุณรัตน์ดิ้นรนไม่ยอม ปกรณ์เสียงเข้มบอกว่าเธอต้องไปล้างจานใช้หนี้ให้เขาก่อน คุณรัตน์ขัดไม่ได้ จำต้องตามเขาไป...

ระหว่างรอชาตรีขึ้นไปหยิบล่วมยา คุณทิพย์ด่าว่ามาลัยเสียๆหายๆ มาลัยก็ใช่ย่อย เถียงฉอดๆไม่ยอมแพ้ ชาตรีเดินถือล่วมยาลงมาจะทำแผลให้มาลัย คุณทิพย์อาสาทำแทน วานชาตรีไปหยิบผ้าพันแผลมาให้ เรียกคะแนนชื่นชมจากชาตรีได้มากมาย แต่พอชาตรีไปพ้นสายตา

คุณทิพย์มองมาลัยตาเขียว กระชากขาเธอไว้ เอาทิงเจอร์ ราดลงบนแผล มาลัยร้องลั่น แต่ยังไม่หนำใจ คุณทิพย์เอาสำลี กดแผลอย่างแรง มาลัยทั้งเจ็บทั้งกลัว ผลักคุณทิพย์ออก วิ่งขากะเผลกกลับบ้าน คุณทิพย์ยืนหัวเราะสะใจ ชาตรีลงมาไม่เห็นมาลัย จึงถามหา คุณทิพย์โกหกว่าทำแผลเสร็จแล้ว เธอเลยขอตัวกลับ ย้อนถามว่าชาตรีอยากให้มาลัยอยู่หรือ ชาตรีส่ายหน้า เปลี่ยนเรื่องพูดว่าดีใจที่คุณทิพย์มาหา

"ขอบใจมาก แต่ตอนนี้ ฉันไม่ไว้ใจเธอ ถือซะว่าฉันไม่ได้มาแล้วกัน"

คุณทิพย์ผละจากไป โดยไม่สนใจเสียงเรียกของชาตรีและไม่ได้บอกเขาเรื่องที่เธอจะไปพักผ่อนที่ หัวหิน ขณะที่ชาตรีคิดว่าเธอโกรธเรื่องจี้ดอกลั่นทม...

ตกค่ำ ไกรเข้ามาหาอรอนงค์กับหนูนาที่ห้องนอน ถามหนูนาว่าแม่เป็นอะไร หนูนาบอกตามที่หมอวินิจฉัยว่า แม่ความจำเสื่อม แต่สาเหตุจากอะไรไม่รู้ ออดอ้อนพ่อว่า แม่ป่วยหนักขนาดนี้ พ่อโปรดให้อภัยแม่ด้วย ไกรพยักหน้า ดึงลูกมากอด อรอนงค์มองไกร แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่เธอไม่ได้กลัวเขาเลย

ooooooo

รุ่งขึ้น หนูนาบอกข่าวดีกับหนูนกว่าพ่อของเธอหายโกรธแม่แล้ว แทนที่หนูนาจะยิ้มแย้มกลับหน้าสลด ห่วงความรู้สึกของฤกษ์ที่อุตส่าห์ช่วยแม่ของเธอไว้ แต่เธอกลับหาว่าดารารุ่งเป็นคนทำร้ายแม่ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี หนูนกแนะว่าควรไปขอโทษเขา หนูนาเห็นด้วย ชวนหนูนกไปเป็นเพื่อน แล้วนึกขึ้นได้

"เราชวนพี่ใหญ่ไปด้วยดีกว่า เราเป็นผู้หญิง ไปหาผู้ชายสองคนมันจะน่าเกลียด"

"แล้วหนูนาไปหาอีตาผู้หมวดเมืองใหญ่ ทำยังกับไม่น่าเกลียดงั้นล่ะ" หนูนกบ่นอุบ แต่ยอมให้หนูนาจูงมือไปแต่โดยดี...

ขณะเดียวกัน เมืองเล็กกับคุณนิจกำลังคุยกันกะหนุง กะหนิงมีความสุข แต่คุณนิจกลับต้องอารมณ์บูดเมื่อชมพูโผล่เข้ามาออดอ้อนเมืองเล็กช่วยสอนวิชา คณิตศาสตร์ให้ เมืองเล็กพยายามปฏิเสธ แต่ชมพูตรงเข้ามากอดแขนเขาไว้ ตื๊อไม่เลิก

"สอนคุณชมพูเถอะค่ะคุณเล็ก ไม่ต้องห่วงนิจ" คุณนิจ ไม่อยากทะเลาะด้วยเดินเลี่ยงออกไป

เมืองเล็กตำหนิชมพูทันทีที่คุณนิจ ไปพ้นสายตา ว่าเขากับคุณนิจเป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน และเรียนจบเมื่อไหร่เราสองคนจะแต่งงานกัน เพราะฉะนั้น เธอไม่ควรมายุ่งวุ่นวายกับเขา ชมพูตะลึง คาดไม่ถึงว่าจะโดนว่า แทบจะร้องกรี๊ดๆ เดินกระแทกเท้าออกไปอย่างโกรธจัด ป้าน้อมแอบอมยิ้ม เดินตาม

แต่ แทนที่ชมพูจะสำนึก กลับมาพูดยุแยงคุณนิจจนเธอโกรธ ต่อว่าชมพูว่าไม่รู้หรือว่าเธอกับเมืองเล็กเป็นคู่รักกัน ชมพูตอบอย่างหน้าไม่มียางว่าถึงจะรู้เธอก็ไม่สนใจ ต่อให้แต่งงานกันก็หย่าได้ นับประสาอะไรกับเป็นแค่คนรัก คุณนิจทนไม่ไหว ด่าว่าหน้าด้าน ชมพูด่ากลับว่าคุณนิจนั่นแหละหน้าด้าน

"รู้ทั้งรู้ ว่าพี่เล็กแค่สงสาร ยังจะทำหน้าเป็นปลาขาดน้ำ อ้อนผู้ชายอยู่ได้ ถ้าชมพูเป็นคุณ ชมพูไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ" ชมพูสะบัดหน้าเดินออกไป คุณนิจกำมือแน่น โกรธเมืองเล็ก กระแทกเท้าเข้าบ้าน

ป้าน้อมไม่พอใจ ชมพู ตามมาเตือนด้วยความหวังดีว่าไปยุ่งกับผู้ชายที่มีคู่อยู่แล้วมันไม่ดี  หนูนากับหนูนกมาทันได้ยิน หนูนกถึงกับหัวเราะคิกคัก ชมพูหันมาแว้ดใส่ ถามอย่างเอาเรื่องว่าหัวเราะอะไร

"หัวเราะขำ คนอยากมีคนรัก แต่ไม่ดูตาม้าตาเรือมาหลงรักคนมีเจ้าของ"

ชมพูโกรธ ไม่สนใจว่าใครจะมีเจ้าของ ถึงพี่เล็กจะแต่งงานแต่ก็มีสิทธิ์หย่าได้ ว่าแล้วเดินพรวดๆขึ้นรถขับออกไปอย่างไม่ อารมณ์เสีย...

คำพูดของชมพู ทำให้คุณนิจกับเมืองเล็กทะเลาะกันใหญ่โต เมืองเล็กพยายามอธิบาย แต่เธอไม่ฟังเดินหนีขึ้นห้อง หนูนกแนะเมืองเล็กขึ้นไปง้อคุณนิจ เมืองเล็กออกปากว่าขืนขึ้นไปตอนนี้มีหวังเขาต้องแหลกไม่มีชิ้นดี เพราะเวลาคุณนิจโกรธ เชื้อดารารุ่งจะแล่นพล่านไปทั่วตัว

"พูดอย่าง นี้ไม่ดีเลยนะนายเล็ก อย่าลืมสิว่าเล็กรับปากกับคุณนิจแล้วว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ฉะนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น นายต้องดูแลหัวใจคุณนิจให้ดี" เมืองใหญ่โกรธ เดินออกไปไม่ยอมมองหน้าใคร

เมืองเล็กมองขึ้นไปข้างบน ถอนใจ ตัดสินใจไปง้อคุณนิจ หนูนาอดถามป้าน้อมไม่ได้ว่าทำไมเมืองใหญ่ต้องโกรธเมืองเล็ก ขนาดนั้น  พอได้รู้ว่าเมืองใหญ่หลงรักคุณนิจมาก่อน  หนูนกใจหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่มแอบผิดหวังไม่น้อย สองสาวเพื่อนสนิท เลยต้องล้มเลิกแผนการไปหาฤกษ์

ooooooo
ตอนที่ 16

กว่าคุณรัตน์จะกลับบ้านก็มืดแล้ว ชาตรีนั่งรออยู่ ด้วยความเป็นห่วงถามว่าหายไปไหนมา ตนไปตามหา ที่ป้าผ่องก็ไม่เจอ คุณรัตน์บ่นอย่างเหนื่อยใจว่า ปกรณ์ ลากเธอไปทำงานใช้หนี้ให้เขา

"พ่อ ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว" ชาตรีเอือมระอา

"ช่างเขาเถอะ แม่ปลงแล้ว ก็คงต้องทนไปจนกว่าจะตายจากกันนั่นแหละ สำคัญก็แต่เราต้องระวังอย่าให้พ่อไปรบกวนคุณทิพย์ก็แล้วกัน"

"วันนี้ คุณทิพย์มาที่นี่ ผมกลัวว่าเธอจะรู้เรื่องจี้ดอกลั่นทมแล้ว   และเธอก็คงจะโกรธผม   เกลียดผม   ผมไม่รู้จะทำยังไงดีครับแม่   ผมกลัวคุณทิพย์เกลียดผมจริงๆ"   ชาตรีสีหน้าวิตกกังวล...

ขณะเดียว กัน ดารารุ่งขับรถใจลอยจนเกือบจะขับข้ามไปอีกฝั่งของถนน ป้าพริ้งร้องเตือนให้ระวัง เธอจึงได้สติ รีบหักพวงมาลัยหลบ รถไถลเสียหลักจอดนิ่งข้างทาง หัวป้าพริ้งกระแทกกับคอนโซลรถถึงกับร้องลั่น ดารารุ่งขอโทษ ถามว่าเจ็บมากไหม

"ป้าไม่เป็นไรค่ะ...คุณรุ่งหนักใจ อะไรชาตรีรึเปล่าคะ" ป้าพริ้งถามแทงใจดำ

ดารารุ่งหน้าเครียดขึ้นมา ทันที "รุ่งไปที่บ้านชาตรี แต่เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่กับเขา ท่าทางสนิทสนมคุ้นเคยกันดี"

"เป็นคนรักของเขารึเปล่าคะ...เพราะอายุ อานามของชาตรีก็น่าจะมีคนรักได้แล้ว" ป้าพริ้งพูดให้สติ

"ชาตรีจะมี ใครอื่นนอกจากรุ่งได้อีกหรือคะ" ดารารุ่งน้ำตาคลอ เสียงสั่นพร่า

"ได้ สิคะ   เพราะชาตรีรักและเทิดทูนคุณรุ่งดุจผู้มีพระคุณ แต่ผู้หญิงคนนั้น อาจจะเป็นคนรักที่ชาตรีอยากจะสร้างครอบครัวด้วย"

ดารารุ่งร้องไห้โฮ เธอไม่อยากให้ชาตรีมีคนอื่น อยากให้ มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ป้าพริ้งติงว่าเป็นไปไม่ได้ ชาตรีก็เหมือนคนทั่วไปที่ต้องมีคู่ครอง และมีครอบครัวของตัวเอง

"เหมือนคุณนิจใช่มั้ยค่ะ   พอคุณนิจมีไอ้เมืองเล็ก คุณนิจก็ทิ้งรุ่งไปแล้วก็ไม่มีใครอยู่กับรุ่งสักคน"

ดารา รุ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ความอ่อนแอหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่ ป้าพริ้งดึงเธอมากอด

"มีสิคะ...คุณรุ่งยังมีป้า จนตายป้าก็จะไม่มีวันทอดทิ้งคุณรุ่งไปไหน"

"ป้าพริ้งสัญญานะคะ...ป้า พริ้งสัญญานะ"

ป้าพริ้งสัญญาแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น   ดารารุ่งกอดป้าพริ้งตอบ เหมือนเป็นที่พักพิงสุดท้าย...

ทางฝ่ายเมือง เล็กพยายามง้อคุณนิจเต็มที่ แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรคุณนิจก็ไม่ฟังเชื่อแต่เรื่องที่ชมพูพูดเป่าหู จนเมืองเล็กระอา บอกเสียงเข้มว่า

"ถ้าคุณนิจเชื่อคำพูดของคนอื่น มากกว่าผม เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน" เมืองเล็กผละจากไป

คุณนิจหน้า เสีย รีบวิ่งตาม เมืองเล็กเดินลิ่วๆออกจากบ้าน  เมืองใหญ่เดินสวนเข้ามา  ถามว่าจะไปไหน  เมืองเล็กหงุดหงิดมาก

"ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่ นี่...เบื่อ"

คุณนิจได้ยินถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจเสียใจ ดึกคืนนั้นเธอหนีออกจากบ้านบุรีราชกรมโดยไม่มีใครรู้

ooooooo

เช้า วันถัดมา สลวยเปิดประตูบ้านพักออกมาตกใจที่เห็นคุณนิจนั่งหลับตัวขดตัวงออยู่หน้าบ้าน ฤกษ์เดินตามมารีบประคองเข้าบ้าน  ถามไถ่ก็ได้ความว่าคุณนิจหนีออกจากบ้านเมืองเล็กตั้งแต่เมื่อคืน ฤกษ์ตำหนิว่าไม่น่าใจร้อนหนีออกมาดื้อๆอย่างนี้

"ทำไมล่ะคะ   ในเมื่อคุณเล็กเบื่อนิจ   คุณเล็ก ไม่ต้องการนิจ"

"ผัวเมียกันมันก็ เหมือนลิ้นกับฟันอย่างนี้ล่ะค่ะ" สลวยปลอบ

"นิจกับคุณเล็กไม่ได้เป็น อะไรกันนะคะ...นิจก็เลยคิดว่า ถ้าคุณเล็กมีคนอื่น นิจจะหลีกทางให้"

"พี่ ว่า   คุณนิจใจเย็นๆก่อนนะ   แล้วพี่จะคุยกับคุณเล็กให้"

"ไม่ ค่ะ...ที่นิจมาที่นี่เพราะนิจไม่อยากอยู่กับคุณเล็ก อีกแล้ว นิจไม่อยากช้ำใจเสียใจอีก"

"แต่คุณเล็กรักคุณนิจมากเลยนะคะ" สลวยติง

"นิจ ไม่เชื่อค่ะ...ถ้าน้าสลวยกับคุณฤกษ์จะกรุณา ขอนิจอยู่ด้วยคนนะคะ แล้วก็อย่าบอกใครที่บ้านบุรีราชกรมว่านิจอยู่ที่นี่ เพราะนิจอยากอยู่คนเดียวจริงๆค่ะ" คุณนิจ พูดราวกับจะตัดใจจากเมืองเล็กได้ สลวยกับฤกษ์มองคุณนิจอย่างเห็นใจ...

ในเวลาเดียวกันที่บ้านบุรี ราชกรม ศักดิ์กาย ฟองจันทร์ กับเมืองใหญ่กำลังกินอาหารเช้ากันอยู่   ศักดิ์กายไม่เห็นเมืองเล็กกับคุณนิจลงมาร่วมโต๊ะอาหาร หันไปถามป้าน้อมว่าทั้งคู่ไปไหน   ป้าน้อมรายงานว่าขึ้นไปตามแล้วแต่ไม่เห็น ไม่รู้ว่าหายไปไหนกัน

"นายเล็กไม่อยู่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ"

"อ้าว...แล้ว นายเล็กไปไหน"

"ไม่ทราบครับคุณพ่อ...ผมรู้แค่ว่าเมื่อคืนนายเล็กกับ คุณนิจทะเลาะกัน"

ศักดิ์กายกับฟองจันทร์ร้องขึ้นพร้อมกันโดยมิได้ นัดหมายว่า "อีกแล้วหรือ"

"แล้วคุณนิจอยู่ไหน" ฟองจันทร์ชักเป็นห่วง

เมือง ใหญ่กับป้าน้อมส่ายหน้า   ศักดิ์กายถอนหายใจบ่นว่าคงจะงอนเมืองเล็กเช่นเคย   หายงอนเมื่อไหร่คงจะกลับมาเอง...ด้านเมืองใหญ่เป็นห่วงคุณนิจมากจึงออกไป ตามหาที่บ้านคุณน้อย แต่คุณนิจไม่ได้ไปที่นั่น คุณน้อยแนะเมืองใหญ่ ลองไปตามที่บ้านฤกษ์

"จริงสิ...ผมลืมคุณฤกษ์ไปได้ยังไง"

"ผู้ หมวดคงจะเป็นห่วงคุณน้านิจมากน่ะค่ะ เลยทำให้ลืมอะไรๆไปหมด" หนูนกแอบเหน็บ

"คง จะจริง...งั้นผมขอตัวไปตามคุณนิจก่อนนะครับ"

"หนูนก...ไปกับผู้หมวด หน่อยลูก แม่เป็นห่วงคุณนิจ"

ยายแหววเห็นหนูนกลังเลเลยช่วยคะยั้น คะยออีกแรง อ้างว่าคุณน้อยไม่ค่อยสบาย ไม่อย่างนั้นคงไปตามคุณนิจด้วยตัวเองแล้ว หนูนกหนีไม่ออก จำต้องรับคำ เมืองใหญ่แอบยิ้มดีใจโดยไม่รู้ตัวที่หนูนกยอมไปด้วย ยายแหววมองตามสองหนุ่มสาว ก่อนหันมาบอกคุณน้อย

"ท่าทางคุณผู้หมวด แปลกๆนะคะ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องมาตามคุณนิจที่นี่ก็ไม่รู้ แหววว่าคุณผู้หมวดต้องสนใจคุณหนูนกแน่ๆเลยค่ะ คุณน้อย"

"แต่น้อยไม่ อยากให้หนูนกสนใจผู้หมวดหรอกค่ะ"

"ทำไมล่ะคะ"

"น้อยชักเชื่อ ที่คุณรุ่งพูดแล้วสิคะว่าความรักมันทำให้ คนเราต้องทนทุกข์ และผู้ชายก็ไม่มีดีสักคน" คุณน้อยลุกขึ้น ปรายตามองรูปถ่ายมาโนชน้ำตาคลอ...

ooooooo

ขณะ ที่เมืองใหญ่กำลังขับรถไปบ้านฤกษ์ เห็นหนูนกนั่งเงียบผิดปกติ กระเซ้าว่าวันนี้ เธอคงลืมเอาปากมาจากบ้าน ไม่อย่างนั้นจะต้องพูดฉอดๆตลอดเวลา หนูนกหมั่นไส้ แกล้งถามเมืองใหญ่ว่าอยากให้เธอพูดมากใช่ไหม เมืองใหญ่ยิ้ม พยักหน้า หนูนกได้ทีว่า "ไอ้บ้า"

"เฮ้ย...มาด่าผมทำไม"

"ก็หนูนกไม่ อยากคุยแล้วผู้หมวดมาเซ้าซี้ทำไม นี่ถ้าคุณแม่ไม่ขอร้อง จ้างให้หนูนกก็ไม่มา"

แทนที่จะโกรธเมืองใหญ่กลับเบนรถจอดข้างทาง ถามอย่างอาทรว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ถ้ามีบอกเขาได้ หนูนกใจอ่อนยวบกับท่าทีของเขา แต่เมื่อคิดถึงที่ป้าน้อมบอกว่าเมืองใหญ่แอบมีใจให้คุณนิจ หนูนกเศร้าใจได้แต่ขอบคุณ แล้วเร่งเขาให้รีบไปบ้านฤกษ์ เดี๋ยวคุณนิจจะรอ

ooooooo

ใน เวลาเดียวกัน หนูนาเอาข้าวของเครื่องใช้มาให้แม่ดู เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ แต่เธอยังคงจำอะไรไม่ได้ ไกรเดินถือถาดอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงามเข้ามา หนูนาบอกเสียงอ่อยว่าแม่ยังจำอะไรไม่ได้เลย

"คงต้องใช้เวลาหน่อยน่ะ ลูก...อนงค์ พี่ทำข้าวต้มกุ้งของโปรดมาให้ อนงค์กินหน่อยนะ"

ไกรตัก ข้าวต้มป้อน อรอนงค์อ้าปากอย่างว่าง่าย แต่พอเหลือบเห็นดอกลั่นทมสีขาววางอยู่ในถาดอาหารเธอถึงกับสติแตก ร้องลั่นว่าเกลียดดารารุ่งๆ คว้าถาดอาหารทุ่มพื้น วิ่งหนีออกไป ไกรบอกหนูนาให้หยิบยาระงับประสาทมาให้ ก่อนวิ่งตามอรอนงค์...

หนูนา ใจเสียที่แม่อาละวาดหนัก รีบโทร.หาหนูนกที่บ้าน แต่หนูนกไม่อยู่ คุณน้อยมารับสายแทนบอกว่าหนูนกไปบ้านฤกษ์ มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า

"คุณ แม่อาละวาดค่ะ หนูนากลุ้มใจเลยอยากหาเพื่อนคุย ถ้าหนูนกไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ขอบคุณมากค่ะคุณน้า ขอโทษที่รบกวน"

"ไม่เป็นไรจ้ะ น้าเอาใจช่วยให้คุณแม่หนูนาหายเร็วๆนะจ๊ะ"

"ขอบคุณค่ะ" หนูนกวางสายหน้าจ๋อย ขณะที่คุณน้อยวางสายแล้วถอนใจ

"นี่ล่ะที่เขา เรียกว่าฟ้ามีตา คุณอรอนงค์ทำเวรทำกรรมกับคุณรุ่งเอาไว้ สุดท้ายตัวเองก็ต้องทุกข์ทรมาน...น่าสงสารลูกผัว...โทร.ไปบอกหนูนกด้วยแล้ว กันยายแหวว   ฉันสงสารหนูนา"

ยายแหววรับคำ รีบหมุนโทรศัพท์ไปบ้านฤกษ์ทันที ฤกษ์รับสายบอกว่าถ้าหนูนกมาถึงเมื่อไหร่ เขาจะบอกให้ ไม่นานนักเมืองใหญ่กับหนูนกขับรถมาจอดหน้าบ้านฤกษ์ คุณนิจขอร้องฤกษ์ อย่าบอกเมืองใหญ่ว่าเธออยู่ที่นี่

"น้าว่ามีอะไร หันหน้าคุยกันดีกว่านะคะคุณนิจ เรื่องเล็ก มันจะได้ไม่บานปลายเป็นเรื่องใหญ่"

"ไม่ค่ะ นิจไม่อยากเสียใจอีกแล้ว นิจไม่อยากหวาดระแวงแล้วนิจก็ไม่อยากเป็นบ้าเพราะความรัก" คุณนิจรอจนฤกษ์รับคำ จึงรีบหลบเข้าห้อง...

พอหนูนกรู้ว่าคุณนิจไม่ ได้อยู่บ้านฤกษ์ถึงกับร้องเอะอะเป็นห่วงว่าคุณนิจหายไปอยู่ไหนกันแน่ ฤกษ์แต่งเรื่องว่าเธออาจจะไปพักอยู่บ้านเพื่อน เมืองใหญ่เอ่ยชื่อ "ปรางเชย" ขึ้นมาทันที

ฤกษ์พลอยเออออไปด้วย "งั้น...คุณนิจคงไปอยู่กับปรางเชย เหมือนผู้หมวดว่า"

สลวยรู้งานรีบเปลี่ยนเรื่องพูด "ยายแหววโทร.มาค่ะ...บอกว่าตอนนี้คุณอรอนงค์อาละวาดหนัก คุณหนูนากำลังเสียขวัญมาก"

"งั้นเราไปหาหนูนากันนะคะคุณน้าฤกษ์"

ฤกษ์ พยักหน้ารับคำ แล้วหนูนกกับฤกษ์ขึ้นรถเมืองใหญ่ บ่ายหน้าไปบ้านไกร

ooooooo

ไกร กับหนูนาถึงกับเหนื่อยหอบ กว่าจะทำให้อรอนงค์หยุดอาละวาด นอนหลับตานิ่งๆอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน หนูนาชะโงกมองที่หน้าต่าง

"หนู นก พี่ใหญ่แล้วก็คุณฤกษ์มาค่ะคุณพ่อ" หนูนาพูดถึงฤกษ์ ดวงตาเป็นประกายสดใส

สัก พัก หนูนก ฤกษ์กับเมืองใหญ่เข้ามาในบ้าน ไกรบอกว่าอรอนงค์หลับไปแล้ว และขอบใจทุกคนที่เป็นห่วง ฤกษ์ขอโทษอรอนงค์กับหนูนาแทนดารารุ่งที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

"อย่า ไปโทษคุณรุ่งเลย...ทุกอย่างมันมีเหตุและมีผลทั้งนั้น" ไกรพูดอย่างปลงๆ

"แต่ ผมว่ายังไงหนูนกก็ไม่ควรพาหนูนากับคุณน้าอนงค์ เข้าไปหาคุณรุ่งอยู่ดี" เมืองใหญ่เหน็บหนูนก

"เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าไปรื้อฟื้นเลยครับ...ผมขอตัวเข้าห้องน้ำเดี๋ยว"

อรอนงค์ตาปรือๆ แอบได้ยินทุกอย่าง มองตามฤกษ์ออกไปโดยเขาไม่รู้ตัว...

ระหว่างที่ ฤกษ์ออกไปเดินทอดอารมณ์อยู่ใต้ต้นลั่นทมที่สวนหน้าบ้านไกร ก้มเก็บดอกลั่นทมที่หล่นเกลื่อนพื้นขึ้นมา หนึ่งดอก   ทันใดนั้น   อรอนงค์ซึ่งถือท่อนไม้ขนาดย่อมอยู่ ด้านหลัง ฟาดไม้เข้าที่หัวฤกษ์อย่างแรง เขาร้อง "โอ๊ย" สุดเสียง หันขวับมามอง เห็นอรอนงค์จ้องตาขวาง ตะโกนก้องว่า

"ลั่นทม...ลั่นทม " อรอนงค์เงื้อไม้ขึ้นจะฟาดใส่ฤกษ์อีก

ฤกษ์ร้องห้าม พร้อมกับยกมือขึ้นกัน เสียงเอะอะดังเข้าไปในบ้าน ไกร หนูนากับหนูนก และเมืองใหญ่ได้ยินเสียง กรูกันออกมาดู เห็นฤกษ์กำลังยื้อยุดไม้ในมืออรอนงค์ ไกรรีบวิ่งมาดึงตัวอรอนงค์ออก

"หยุด...อนงค์ "

หนูนากับหนูนกวิ่งเข้าไปถามฤกษ์ว่าเจ็บตรงไหนบ้างไหม ฤกษ์บอกว่าไม่เป็นอะไร เมืองใหญ่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฤกษ์ยังไม่ทันตอบ อรอนงค์ชิงตะโกนขึ้นก่อน

"ลั่นทม ดอกไม้ของนังดารารุ่ง ฉันเกลียดดอกลั่นทม... เกลียดๆๆ" อรอนงค์เอาท่อนไม้ทุบดอกลั่นทมที่เกลื่อนพื้นอย่างบ้าคลั่ง ไกรคว้าตัวอรอนงค์ไว้ ดุเสียงดัง

"หยุดได้แล้วอนงค์...ไปนอน...ขอโทษ นะคุณฤกษ์" ไกรรีบพาอรอนงค์เข้าบ้าน ขณะที่เมืองใหญ่มองตามสองผัวเมีย สีหน้าครุ่นคิด...

หลังจากอรอนงค์หมดฤทธิ์หมดเดช หนูนาเดินมาส่งฤกษ์ เมืองใหญ่กับหนูนกขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยม แล้วขอโทษฤกษ์ ที่ต้องมาเจ็บตัว หนูนกออกปากว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะดูแลฤกษ์ ให้เอง

"น้าไม่เป็นไร หรอกจ้ะหนูนก...เอาเป็นว่าผมรบกวนผู้หมวดส่งหนูนกกลับบ้านทีแล้วกัน"

หนู นกถึงกลับร้องอ้าว อ้าปากจะค้าน ฤกษ์รู้ทันทีรีบบอกว่าถ้าไม่ให้เมืองใหญ่ไปส่งก็ต้องเดินกลับบ้านเอง เพราะ วันนี้เขาหมดเรี่ยวแรงจะไปส่ง

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน มาโนชทนนั่งทำงานต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจขับรถไปหาอารีที่บ้านพัก เห็นแม่ของอารีนั่งเลี้ยงน้องน้ำหวาน สภาพน่าเวทนายิ่งนัก มาโนชยกมือไหว้ทักทายแม่ของอารี ถามว่าอารีไปไหน ได้ความว่าไปทำงานต่างจังหวัด มาโนชนิ่งอึ้ง

"ไม่รู้มีเรื่องอะไร จู่ๆก็บอกแม่จะไปทำงานต่างจังหวัด ตั้งหลักได้เมื่อไหร่ จะมารับแม่กับน้องน้ำหวานไปอยู่ด้วย...อารีฝากจดหมายให้คุณมาโนชด้วยนะคะ"

แม่ ของอารีหยิบจดหมายยื่นให้ มาโนชมองหน้าสองยายหลานอย่างละอายใจ ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบซองใส่เงินให้ บอกว่าเป็นเงินช่วยค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ

"ไม่ ค่ะ...อารีสั่งแม่ไว้ ห้ามรบกวนคุณมาโนช"

มาโนชต้องคะยั้นคะยอ เธอจึงยอมรับน้ำใจจากเขา จากนั้น มาโนชเดินมาขึ้นรถ เสียงของอารีดังก้องเข้ามาในความคิดคำนึงของเขา

"คุณมาโนชคะ...สิ่ง ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ไม่ใช่ความรัก มันเป็นแค่ความเห็นอกเห็นใจกันเท่านั้น คุณมาโนชกลับไปดูแลครอบครัวแล้วลืมอารีนะคะ...อารีก็จะไปตามทางของอารี... ขอคุณมาโนชจงมีความสุขสวัสดี...อารี"

"ขอบคุณมาก...ขอให้คุณอารีมี แต่ความสุขสวัสดีเช่นกัน" มาโนชพึมพำ ก่อนขับรถออกไป

ooooooo

คุณ น้อยเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าเกือบสองยามแล้ว จึงหันไปบอกยายแหววว่าจะขึ้นไปนอน

"คุณน้อยไม่รอคุณมาโนชก่อนหรือคะ"

"เขา จะกลับมาวันไหนน้อยไม่รู้หรอกค่ะ...ยายแหววรอเปิดประตูให้หนูนกด้วยแล้วกัน"

คุณ น้อยน้ำตาซึม ทันใดนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด ยายแหววชะโงกหน้าไปมอง แปลกใจที่เห็นรถมาโนช ร้องเอะอะว่า คุณมาโนชมา คุณน้อยแอบยิ้มโล่งใจ แต่เลือกที่จะเดินขึ้นบ้าน ยายแหวววิ่งไปเปิดประตูรับมาโนชด้วยความดีใจ...

ระหว่าง ทางขับรถมาส่งหนูนก คราวนี้เมืองใหญ่เป็นฝ่ายนิ่งเงียบบ้าง หนูนกมองหน้าเขา กระเซ้าว่าเห็นปากก็ยังอยู่ดีแต่ ทำไมไม่พูดไม่จา เมืองใหญ่เหน็บว่าคนพูดมากมักจะไม่คิด ส่วนคนที่คิดมักจะไม่พูด หนูนกงอน หาว่าเขาหลอกด่าเธออีกแล้ว

"ไม่ได้ด่า แค่พูดความจริง"

"เอะอะ อะไรก็ความจริงๆ งั้นผู้หมวดช่วยเล่าความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับคุณรุ่งให้หนูนกฟังหน่อยสิ"

"ถ้า เล่าแล้วแน่ใจเหรอจะยอมรับความจริงได้"

"ได้สิ...ผู้หมวดเล่ามาแล้ว กัน" หนูนกบอกสีหน้าจริงจัง...

ooooooo

ดึกมากแล้ว ตอนที่ชาตรีมายืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านคุณทิพย์หรือดารารุ่ง เห็นบ้านทั้งหลังเงียบเชียบ เมืองเล็กกลับมาพอดี เห็นคนยืนอยู่หน้าบ้านดารารุ่ง สงสัยเดินเข้ามาถามว่ามาหาใคร พอรู้ว่าชาตรีมาหาคุณทิพย์ เมืองเล็กสีหน้าหวาดระแวงขึ้นมาทันที บอกว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของคุณทิพย์

"ครับ...ไม่ใช่ของคุณทิพย์ เพราะคุณทิพย์เป็นเพียงผู้ดูแล"

"ไม่ใช่หรอกครับ...คุณจำผิดแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านพี่สาวคนรักของผมเอง และทั้งบ้านก็ไม่มีคนชื่อทิพย์ ผมว่าคุณกลับไปดีกว่า"

ชาตรีเห็นสายตาจับผิดของเมืองเล็ก แล้วรู้ตัว ขอโทษที่มารบกวน ก่อนขี่สามล้อกลับไป เมืองเล็กมองตามยังคาใจไม่หาย...ครู่ต่อมา เมืองเล็กขึ้นไปเคาะประตูห้องเรียกคุณนิจ ไม่มีเสียงตอบ จึงเปิดประตูเข้าไปก็ไม่เจอใคร เดินลงมาตามหาหญิงคนรัก ป้าน้อมได้ยินเสียงเลยเดินออกมาดู

"คุณนิจยังไม่กลับเลยค่ะคุณเล็ก"

"แล้ว คุณนิจไปไหน"

"ไม่ทราบค่ะ คุณใหญ่เพิ่งโทร.มาบอกว่าบ้านคุณฤกษ์

ก็ ไม่อยู่ อาจจะไปอยู่ที่บ้านปรางเชยก็ได้"

"จะเป็นไปได้ยังไง ตั้งนานแล้วที่ผมไม่เห็นคุณนิจคุยกับปรางเชย" เมืองเล็กนิ่วหน้า...

ที่ หลุมฝังศพของปรางเชยภายในสวนหลังบ้านดารารุ่งต้นลั่นทมที่ปลูกไว้เหนือหลุม เติบโต แตกช่อสวยงาม แต่บนหลุม กลับมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยน่าขยะแขยง ราวกับมันกำลังไต่ขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับร่างที่ฝังอยู่ใต้นั้น

ooooooo

หลัง จากคิดทบทวนแล้ว คุณนิจตระหนักว่าไม่อาจอยู่โดยไม่มีเมืองเล็ก จึงตัดสินใจกลับบ้านบุรีราชกรม... ด้านดารารุ่ง   พอสืบทราบว่า   ไกรมารับอรอนงค์กับลูกกลับไปบ้านตัวเองแล้ว    ชักชวนป้าพริ้งกลับกรุงเทพฯทันที...

คืนวันต่อมา ที่บ้านการุณพินิจ ไกรกับหนูนาพาอรอนงค์ ออกมาเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน โดยหวังว่าอรอนงค์จะไม่อาละวาดเมื่อเห็นดอกลั่นทมอีก  แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น ทันทีที่อรอนงค์เหลือบเห็นดอกลั่นทมที่หล่นเกลื่อนพื้น ตรงเข้าไปทำลายแหลกคามือเหมือนเดิม ไกรร้องห้าม

แต่อรอนงค์ไม่ฟัง มองดอกลั่นทมตาขวาง ตะโกนลั่นว่า เกลียดดารารุ่ง ไกรเห็นท่าไม่ดีบอกหนูนาพาแม่ไปนอน หนูนา รีบพาอรอนงค์เข้าบ้าน ไกรมองอรอนงค์สลับกับดอกลั่นทม สีหน้าครุ่นคิด...

ขณะเดียวกัน คุณนิจนอนกระสับกระส่ายอยู่ในห้องพัก ยังค้างคาใจที่อรอนงค์หวาดกลัวดารารุ่งจนผิดสังเกต ตัดสินใจ ออกจากห้องนอน...ส่วนเมืองเล็กนั่งอ่านหนังสืออยู่นาน ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจที่หน้าต่าง เห็นคุณนิจเดินลิ่วตรงไปบ้านดารารุ่ง ตกใจ ผลุนผลันออกจากห้อง...

ทางฝ่ายดารารุ่ง เมื่อกลับมาเจอบรรยากาศเดิมๆของบ้าน ความเครียดเริ่มถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ฉุกคิดถึงวันที่ครูเสรีมาถามหาปรางเชย และเหตุการณ์ที่อรอนงค์เห็นหน้าเธอแล้วกลัวตัวสั่นงันงก คิดมากถึงกับเอามือกุมหน้าผาก ป้าพริ้งเหมือนรู้ทันความคิดของดารารุ่ง เดินเข้ามาถาม

"คุณรุ่ง...กำลังกลัวเหมือนที่ป้ากลัวใช่มั้ยคะ"

ดารา รุ่งสะดุ้งโหยง รีบกลบเกลื่อน "จะเรื่องครูเสรีหรืออรอนงค์ รุ่งไม่กลัวทั้งนั้น...ช่วยไม่ได้ ไม่ว่าปรางเชยหรืออรอนงค์ ล้วนแส่เข้ามาหาเรื่องเอง"

ทันใดนั้น มีเสียงพูดดังขึ้นด้านหลัง "คุณรุ่งทำร้ายคุณอรอนงค์จริงๆด้วย"

ดารารุ่งกับป้าพริ้งตกใจ หันขวับไปมองตามเสียง เห็นคุณนิจยืนจ้องอยู่ ดารารุ่งมองหน้าน้องสาวแล้ว ความโกรธแล่นเข้ามาสุมอก ถามว่าถ้าเธอทำร้ายอรอนงค์ แล้วคุณนิจจะทำอะไรได้ คุณนิจบอกดารารุ่งให้รีบหนีไม่อย่างนั้นจะต้องแย่แน่ๆ ดารารุ่งตวาดใส่

"แก น่ ะสิจะแย่ดารานิจ...ถือดีอย่างไรถึงได้มาไล่ฉันออกจากบ้านตัวเอง"

คุณ นิจปฏิเสธว่าไม่เคยคิดแบบนั้น เธอแค่หวังดี เพราะถ้าทุกคนรู้ว่าดารารุ่งฆ่าปรางเชยและทำร้ายอรอนงค์ ต้องเกิด เรื่องใหญ่โต ดารารุ่งปรี่เข้ามาบีบปากคุณนิจอย่างแรง ขู่ว่าถ้าคุณนิจไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ จังหวะนั้น เมืองเล็กวิ่งเข้ามาเห็นพอดี เดินมากระชากตัวคุณนิจออก

"ผมไม่อยาก ยุ่งกับคุณรุ่งเลยนะครับ ถ้าคุณนิจไม่เข้ามาที่นี่"

"งั้นก็ไสหัว ไป...ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ พาเมียของแกกลับไปด้วย...ไป" ดารารุ่งตาขวาง ก่อนที่เมืองเล็กจะพาคุณนิจกลับ ไม่วายแดกดันว่าตัวดารารุ่งเองเป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนทิ้งเธอไป

"ฉัน บอกให้แกออกไป...นังน้องไม่รักดี พาคนมาเยาะเย้ย ฉัน แกจะได้รับบทเรียนครั้งนี้ดารานิจ" ดารารุ่งโกรธจัด มองตามทั้งคู่ สายตาดุกร้าว...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ขณะครอบครัวบุรีราชกรมกับคุณนิจกำลังนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ ป้าพริ้งเดินหน้าเครียดเข้ามาบอกคุณนิจว่าดารารุ่งไม่สบายมาก เมืองเล็กมอง อย่างไม่ไว้ใจ ถามดักคอว่าดารารุ่งป่วยจริงอย่างที่ป้าว่าหรือ เพราะที่ผ่านมาดารารุ่งโกหกจนเชื่อถืออะไรไม่ได้อีกแล้ว

"ตา เล็ก...คนที่จะพูดอะไรควรเป็นคุณนิจ ไม่ใช่แก" ศักดิ์กายปราม

คุณนิจ ขอตัวไปดูพี่สาวก่อน เมืองเล็กอ้าปากจะค้าน แต่เมืองใหญ่ดุเสียงเข้มให้หยุดพูด บอกคุณนิจรีบไปดูดารารุ่ง คุณนิจเดินออกไปพร้อมกับป้าพริ้ง เมืองเล็กมองตามอย่างไม่สบายใจ...

ครู่ ต่อมา คุณนิจมาดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้ดารารุ่ง ซึ่งนอนซมอยู่บนเตียงท่าทางป่วยหนัก ดารารุ่งเสียงอ่อย พูดเหมือนจะสำนึกได้

"พี่ นั่งคิดนอนคิดอยู่ทั้งคืน มันก็จริงอย่างที่คุณนิจว่า ถ้ามีคนรู้เข้า...พี่คงถูกจับเข้าตะราง พี่กับป้าพริ้งเลยจะไปจากที่นี่ แต่ก่อนไป พี่อยากจะขออะไรคุณนิจหน่อย...ชวนเมืองเล็กมากินข้าวด้วยกันสักมื้อสิคุณ นิจ...พี่อยากฝากเขาให้ดูแลคุณนิจ พี่เป็นห่วงน้อง...คุณนิจชวนเขามากินข้าวกับพี่สักมื้อนะ"

คุณนิจ ยิ้มรับคำด้วยความดีใจ ดารารุ่งยิ้มตอบ ขณะที่ ป้าพริ้งมองอย่างงงๆ...

ทันที ที่เมืองเล็กรู้เรื่องนี้ ตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง เพราะเขาเองก็อยากจะปรับความเข้าใจกับดารารุ่ง คุณนิจร้อนใจถามว่าเราสองคนจะนัดกินข้าวกับดารารุ่งวันไหนดี เมืองเล็กขอเป็นอาทิตย์หน้า หลังสอบเสร็จ กระเซ้าว่าถ้าไปตอนนี้

เกิด ดารารุ่งเปลี่ยนใจเอาไม้ฟาดหัวเขาขึ้นมา เขาจะไปสอบไม่ไหว

"คุณรุ่ง ดีกับเราแล้ว คงไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ"

"ผมพูดเล่นน่ะ...ไม่ว่าคุณ นิจต้องการอะไร ผมพร้อมทำให้เสมอ โดยเฉพาะถ้ามันทำให้คุณรุ่งกับคุณนิจกลับมาเข้าใจกัน รักกันเหมือนเดิม" เมืองเล็กโอบเอวคุณนิจไว้ สองหนุ่มสาวสบตากัน ต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่หารู้ไม่ว่าอันตรายกำลังรอทั้งคู่อยู่...

ในเวลาเดียวกัน ดารารุ่งท่าทางแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ ยืนฟังเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง อารมณ์ดี ป้าพริ้งอดถามไม่ได้ว่าเราสองคนจะไปจากที่นี่จริงๆหรือ ดารารุ่งปฏิเสธเสียงแข็ง ว่าเธอไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่นี่เป็นบ้านของเธอ จนวันตาย เธอก็จะอยู่ที่นี่

"แล้วที่คุณรุ่งบอกคุณนิจล่ะคะ"

"คุณ นิจทำให้รุ่งเสียใจ  เจ็บปวด  วิธีที่รุ่งจะทำให้คุณนิจเสียใจ เจ็บปวดไม่แพ้รุ่งก็คือ ไอ้เมืองเล็กมันต้องตาย" ดารารุ่งหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องขบขัน...

ป้าพริ้งนอนไม่หลับ ไม่สบายใจที่ดารารุ่งวางแผนจะฆ่าเมืองเล็ก เพื่อคุณนิจจะได้กลับมาอยู่กับดารารุ่งเหมือนเดิม ป้าพริ้งบ่นพึมพำว่าไม่อยากให้ดารารุ่งทำร้ายใครอีก นอนพลิกซ้ายพลิกขวาไปมา

"เฮ่อ...สงสัย ต้องพึ่งยานอนหลับแล้วเรา" ป้าพริ้งเดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะกระจก หยิบยานอนหลับขึ้นมา ชะงักเหมือนคิดอะไรได้ จ้องเม็ดยาในมือตัวเองเขม็ง

ooooooo

คืน วันถัดมา ขณะคุณนิจกำลังนั่งร้อยมงกุฎดอกลั่นทมอยู่กับเมืองเล็กที่สนามหน้าบ้าน เมืองใหญ่ เดินเข้ามากระเซ้าว่า ถ้าดารารุ่งเห็นเมืองเล็กนั่งร้อยมงกุฎดอกไม้ให้ เธอจะเป็นอย่างไร

"คง จะคันคะเยอ ผื่นขึ้นตามเนื้อตัวหน้าตาเหมือนเป็นลมพิษ สงสัยเล็กต้องเอายาประดงพระสังข์ทรงช้างไปด้วย จะได้ช่วยบรรเทาอาการคัน" เมืองเล็กทำหน้าทะเล้น

"คุณเล็กก็พูดไปเรื่อย คุณรุ่งคงดีใจสิไม่ว่า"

"เสียดาย พรุ่งนี้พี่ติดราชการไม่งั้นพี่จะไปด้วย เรื่องบาดหมางของสองครอบครัวจะได้จบเสียที" เมืองใหญ่ว่าแล้วเดินออกมา ได้ยินเสียงเมืองเล็กชักชวนคุณนิจว่าเอาดอกนี้สวยกว่า หันกลับไปมองน้องชาย ถึงกับร้องลั่นเมื่อเห็นเมืองเล็กไม่มีเงาหัว ขยี้ตามองอีกครั้งเห็นทุกอย่างเป็นปกติ

เมืองเล็กหันมาแหย่ว่าเห็นผี หรือ ถึงได้ร้องเอะอะขนาดนั้น เมืองใหญ่ปฏิเสธว่าเปล่า เดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก...

ดึกคืนเดียวกัน ดารารุ่งค่อยๆเดินออกมาที่สวนหลังบ้าน ตรงไปยังต้นลั่นทม เอามีดกรีดกิ่งใหญ่ที่สุดของต้นลั่นทม เห็นยางสีขาวข้นไหลย้อยลงมา เธอรีบเอาเหยือกแก้วสีใสรองรับยางของมันด้วยรอยยิ้มสะใจ กว่าเธอจะกรีดเอายางจากต้นลั่นทมได้เต็มเหยือก ตะวันโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าพอดี

ooooooo

เช้า วันรุ่งขึ้น เมืองใหญ่เดินลงมาท่าทางร้อนรน ถามป้าน้อมว่าเมืองเล็กไปไหน ได้ความว่าเมืองเล็กกับคุณนิจออกไปซื้อกระเช้าผลไม้เตรียมให้ดารารุ่ง

"ถ้า นายเล็กกลับมา ป้าน้อมบอกนายเล็กแล้วกันว่าอย่าเพิ่งไปหาคุณรุ่ง รอผมกลับมาจากราชการก่อนแล้วกัน" เมืองใหญ่ เดินหน้าเครียดขึ้นรถ ขับตรงไปที่ทำงาน...

ที่ศาลาในสวน ดารารุ่งกำลังหั่นผักสำหรับทำกับข้าวอย่างสบายใจ ป้าพริ้งเข้ามาพร้อมชุดน้ำชา บอกเธอให้ดื่มน้ำชาสักนิดจะได้สดชื่น ป้าพริ้งมองอย่างลุ้นๆ ขณะที่ดารารุ่งยกกาน้ำชารินใส่ถ้วย

"ป้าพริ้ง คะ...รบกวนเอาเหยือกนมมาให้รุ่งหน่อยค่ะ"

ป้าพริ้งหน้าเสีย "คุณรุ่งจะดื่มนมหรือคะ"

"เปล่าค่ะ...รุ่งจะดื่มชาป้าพริ้งนี่แหละ ...รุ่งเพียงแต่จะเอานมมาทำอาหารฝรั่งให้คุณนิจกินน่ะค่ะ"

ป้าพริ้ง รีบไปทำตามคำสั่ง ดารารุ่งวางถ้วยชาลง หันไปเตรียมเครื่องปรุงต่อ ป้าพริ้งไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกแก้วใสใส่นม จะเดินออกไป เกิดวิงเวียนจะเป็นลม ป้าพริ้งแข็งใจเดินไปหยิบยามากิน อาการเวียนหัวกำเริบอีก เข่าอ่อนรีบคว้าเหยือกนมมารินใส่แก้ว

เอายา เข้าปาก แล้วกรอกนมตาม เพียงอึกแรก ป้าพริ้งรู้ทันว่านั่นไม่ใช่นมแต่เป็นยางต้นลั่นทม พยายามจะขย้อนออก ตะกายหยิบถาดไข่ไก่สดที่วางอยู่บนชั้นวางของ แต่กระจายหลุดมือ ไข่ตกกระจายเกลื่อนพื้น ร่างของป้าพริ้งกระตุกเกร็ง และขาดใจตายในที่สุด...

ดารา รุ่งเห็นป้าพริ้งหายไปนานผิดสังเกตจึงเข้ามาตาม แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเจอป้าพริ้งนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นครัวที่เต็มไปด้วย คราบอาเจียน เธอถลาเข้ามาพลิกร่างที่นอนแน่นิ่งของป้าพริ้งขึ้นมา

"ป้า พริ้งๆ...เป็นอะไรไปคะ ลุกขึ้นมาสิคะ...ป้าพริ้ง ลุกขึ้นมาคุยกับรุ่ง...ป้าพริ้ง"

ดารารุ่งเห็นคราบขาวที่ริมฝีปากป้า พริ้งกับเหยือกใส่ยางลั่นทมวางอยู่รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ เมื่อมัจจุราชที่เธอตั้งใจจะยื่นให้เมืองเล็กกลับเป็นป้าพริ้งที่รับเคราะห์ แทน...

พอเมืองใหญ่ทราบว่าเจ้านายของเขา สั่งเลื่อนการเดินทางไปตรวจราชการเป็นตอนเย็นแทน  รีบผลุนผลันออกจากสถานีตำรวจ ตรงกลับบ้าน อารามรีบร้อนเมืองใหญ่เกือบขับรถชนกับรถของหนูนกซึ่งกำลังบ่ายหน้าไปบ้าน ดารารุ่ง เมืองใหญ่ลงจากรถมาโวยใส่หนูนกเป็นชุด หนูนกรีบลงมาขอโทษ อ้างว่ามีธุระด่วนต้องไปทำ เมืองใหญ่ถามเสียงเข้มว่าธุระอะไร

"หนูนก ทนไม่ไหวแล้ว คุณแม่เอาแต่เอะอะอาละวาด หนูนกจะไปตามคุณป้ารุ่งให้มาอบรมคุณแม่ คุณป้ารุ่งเป็นคนเดียวที่ปรามคุณแม่อยู่ ถ้าเจอคุณป้ารุ่งเอ็ดสักคำสองคำ คุณแม่ต้องหยุดอาละวาดแน่ๆ"

หนูนกจะก้าวขึ้นรถ เหลือบเห็นยางรถตัวเองบี้แบน เลยขอติดรถเมืองใหญ่ไปบ้านดารารุ่ง...

ooooooo

ทาง ฝ่ายดารารุ่งจัดการเก็บกวาดครัวจนสะอาดเรียบร้อย จับร่างป้าพริ้งนั่งคออ่อนคอพับบนเก้าอี้ บอกกับร่างไร้วิญญาณนั้นด้วยน้ำตานองหน้า

"ป้าพริ้งรออีกเดี๋ยวนะ คะ...รุ่งจะส่งไอ้เมืองเล็กไปเป็นทาสรับใช้ป้าพริ้ง"

ดารารุ่งคว้า แก้วเปล่ามาสองใบ รินนมใส่แก้วใบหนึ่งจนเต็ม ส่วนอีกใบรินนมใส่ค่อนแก้วแล้วเทยางลั่นทมตามจนเต็ม ยกออกไปตั้งที่โต๊ะอาหาร ดูความเรียบร้อยบนโต๊ะอย่างพอใจ...ไม่นานนัก เมืองเล็กกับคุณนิจพร้อมกับกระเช้าผลไม้มาถึงตามนัด ดารารุ่งเชิญทั้งคู่นั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วตักอาหารให้

"เช้าๆกินสลัด กับไข่คนแล้วกันนะ"

ดารารุ่งเลื่อนจานสลัดไปตรงหน้าเมืองเล็กกับคุณ นิจ ทำทีเจ็บหน้าอก ขอตัวไปกินยา คุณนิจเป็นห่วงจะตามไปด้วย แต่ดารารุ่งบอกว่าไม่ต้อง ครู่ต่อมา ดารารุ่งกลับมาในครัว พูดเบาๆกับศพป้าพริ้ง

"ยางลั่นทมเจือจาง อาจจะไม่ทำให้เมืองเล็กตาย แต่..." ดารารุ่งหยิบขวดใส่น้ำมันก๊าดกับไม้ขีดไฟขึ้นมา"...ถ้ารวมกับไม้ขีดกลัก นี้    ไอ้เมืองเล็กมันตายแน่ค่ะ...ป้าพริ้งไม่ต้องห่วงคุณนิจนะคะ...น้องไม่ได้กิน ยางลั่นทม น้องจะไม่เป็นอะไร รุ่งจะพาน้องหนีออกมาเอง" แล้วราดน้ำมันลงพื้นจนทั่ว

เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผนที่ดารารุ่งวาง ไว้ คุณนิจเห็นเมืองเล็กจิบนมในแก้ว แล้วทำหน้าชอบกล แถมบอกว่ารสชาติขื่นๆจะไม่ยอมดื่ม

"ไม่ดื่ม เดี๋ยวคุณรุ่งก็โกรธหรอกค่ะ...เอาเป็นว่าคุณเล็กดื่มแก้วของนิจแล้วกันนะคะ แก้วนั้นเดี๋ยวนิจดื่มเอง" คุณนิจแลกแก้วนมกับเมืองเล็ก พอยกขึ้นดื่ม คุณนิจทำท่าจะแหวะ

เมืองเล็กเลยดึงแก้วนมคืนกลั้นใจดื่มเอง ทันใดนั้น คุณนิจอาเจียนพรวดพร้อมๆกับร่างเมืองเล็กกระตุก ก่อนขย้อนนมออกมาแล้วล้มตึง คุณนิจพยายามจะเข้ามาช่วย แต่ตัวเองกลับหมดสติเช่นกัน...

ดารารุ่งจุดไม้ขีดไฟโยนใส่น้ำมัน ไฟลุกพรึ่บ ยังไม่ทันจะหนี เธอเกิดเจ็บหน้าอกขึ้นมากะทันหัน แข็งใจคว้ายามากิน เทน้ำชาจากชุดน้ำชาที่ป้าพริ้งเตรียมให้มาดื่ม รู้สึกดีขึ้น ขยับจะหนี แต่แล้วทุกอย่างกลับพร่าเลือน ก่อนล้มคว่ำด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ ขณะที่ไฟลามอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ที่ บ้านของไกร อรอนงค์คลุ้มคลั่งขึ้นมา คว้ามีดมาฟันต้นลั่นทมที่ปลูกไว้หน้าบ้าน หนูนารีบวิ่งเข้ามาดึงมือ ร้องห้ามลั่น อรอนงค์สะบัดมือแล้วผลักหนูนาออก

"ปล่อย ฉัน...ฉันจะฆ่าดอกลั่นทม ฉันจะฆ่านังดารารุ่ง"

หนูนาเซจะล้ม ไกรวิ่งมารับทัน แล้วตรงเข้าห้ามปรามอรอนงค์ แต่เธอไม่ฟัง จะเอามีดสับต้นลั่นทมให้ได้ ไกรแย่งพร้าได้ บอกหนูนารีบพาแม่ไปหาหมอ แล้วช่วยกันลากอรอนงค์ ที่ร้องกรี๊ดๆขึ้นรถ...

ขณะป้าน้อมกำลังรดน้ำ ต้นไม้อย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าบ้าน แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นควันและไฟพวยพุ่งออกจากบ้านดารารุ่ง ตะโกนลั่น

"ไฟ ไหม้ๆๆ...ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย"

ศักดิ์กายกับฟองจันทร์วิ่งออกมา จากบ้าน หน้าตาตื่นถามป้าน้อมว่าไฟไหม้ที่ไหน พอรู้ว่าไหม้บ้านดารารุ่ง ทั้งสามคนรีบวิ่งตรงไปที่นั่น เมืองใหญ่กับหนูนกขับรถมาจอดหน้าบ้านพอดี เห็นไฟไหม้รีบลงจากรถวิ่งตามพวกของศักดิ์กาย...

ด้านในบ้านดารารุ่ง ควันไฟลอยมาถึงบริเวณที่เมืองเล็กกับคุณนิจนอนอยู่ เมืองเล็กสะลึมสะลือพยายามจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว คุณนิจได้สติตะเกียกตะกายเอื้อมมือมาหาเมืองเล็ก เรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบา เมืองเล็กจับมือเธอไว้ ก่อนหมดสติไปอีกครั้ง คุณนิจน้ำตาไหลพรากจับมือเมืองเล็กไว้แน่น

เมืองใหญ่วิ่งมาถึงตัว บ้านดารารุ่ง ตะโกนเรียกเมืองเล็กกับคุณนิจแต่ไม่มีเสียงตอบ หนูนกเพ่งมองฝ่ากลุ่มควันเข้าไปเห็นคุณนิจนอนฟุบอยู่

"คุณน้านิจอยู่ นั่นค่ะ" หนูนกวิ่งนำหน้าเข้าไป โดยมีเมืองใหญ่ตามติด

ศักดิ์กาย สั่ง ฟองจันทร์โทร.เรียกรถดับเพลิง แล้วเร่งป้าน้อมหาน้ำมาช่วยกันดับไฟ เมืองใหญ่กับหนูนกเห็นเมืองเล็กและคุณนิจนอนแน่นิ่งกุมมือกันแน่น รีบเข้าไปช่วยพยุงทั้งคู่ออกมา ศักดิ์กายกับป้าน้อมวางมือจากการดับไฟ รีบเข้าไปช่วยเมืองใหญ่กับหนูนกพาเมืองเล็กและคุณนิจกลับบ้านบุรีราชกรม

ด้าน นายบรรเจิดเพิ่งขับรถกลับจากตลาด เห็นเปลวไฟที่บ้านดารารุ่งก็ตกใจ แต่ยังไม่ทันทำอะไร ศักดิ์กายสั่งให้เอารถออก พาเมืองเล็กกับคุณนิจไปส่งโรงหมอ หนูนกนึกขึ้นได้ว่าดารารุ่งยังอยู่ในบ้านหลังนั้น รีบวิ่งกลับไปดู เมืองใหญ่ตะโกนห้ามแต่ไม่ทัน

"คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมไปตามหนูนกก่อนนะครับ"

เมืองใหญ่วิ่งตามหนูนกไปอย่างรวดเร็ว ฟองจันทร์เป็นห่วงลูก ตะโกนไล่หลังว่าระวังตัวด้วย ส่วนหนูนกวิ่งเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง ตะโกนเรียกดารารุ่งกับป้าพริ้งลั่น เงียบไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจวิ่งฝ่าควันไฟเข้าไปค้นหา เมืองใหญ่ตามมาทัน ร้องห้ามว่าอย่าเข้าไปอันตราย แต่หนูนกไม่ฟัง

"ไม่...คุณป้ารุ่ง ...คุณป้ารุ่งต้องอยู่ในนี้"

หนูนกเปิดประตูเข้าไปค้นตามห้องต่างๆ ไม่เห็นทั้งป้าพริ้งและดารารุ่ง ชักใจคอไม่ดี สุดท้ายวิ่งมาหาที่ห้องครัว เธอถึงกับกรีดร้องลั่นเมื่อเจอสภาพดารารุ่งตามเนื้อตัวถูกเพลิงไหม้น่า สยดสยอง นอนฟุบหายใจรวยรินอยู่กับพื้น เมืองใหญ่รีบเอาผ้าชุบน้ำห่อร่างดารารุ่ง อุ้มออกมา

ooooooo

เช้า วันถัดมา ชาตรีมาหาคุณทิพย์หรือดารารุ่งที่บ้าน แต่ต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นไฟไหม้บ้านส่วนที่เป็นครัวเสียหายแทบทั้งหมด ด้วยความเป็นห่วงจะวิ่งเข้าไปหาคุณทิพย์ แต่ป้าน้อมตะโกนห้าม

"อย่า เข้าไปพ่อหนุ่ม มันอันตราย...ไม่มีใครอยู่หรอก ไปโรงหมอหมดแล้ว"

ชาตรี ได้ฟัง วิ่งกลับไปทันที...

ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักคนไข้ ดารารุ่งนอนเอาผ้าคลุมโปง ร้องกรี๊ดๆอาละวาดลั่นห้องว่าอย่ามายุ่งกับเธอ คุณน้อยเตือนว่าอย่าดิ้นมาก เดี๋ยวแผลจะยิ่งอักเสบไปกันใหญ่

"เรื่อง ของฉัน ไม่ต้องมายุ่ง...ออกไป...ไป"

"คุณป้ารุ่งขา...พวกเรารักและ เป็นห่วงคุณป้ารุ่งจริงๆนะคะ" หนูนกร้องไห้สงสารดารารุ่ง

"ฉันไม่ เชื่อ...ไม่เคยมีใครหวังดีกับฉันสักคน"

"ไม่จริงค่ะ...ที่ผ่านมามี แต่คุณที่ทำร้ายคนอื่น แล้วที่คุณต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะการกระทำของคุณเอง...แต่เสียใจด้วยนะคะ ที่เมืองเล็กกับคุณนิจไม่เป็นอะไร มีแต่คุณ...คุณคนเดียวเท่านั้น ที่จะต้องอยู่กับบาดแผลแห่งความชั่วร้ายไปตลอดชีวิตคุณ" ฟองจันทร์ว่าอย่างเหลืออด

ดารารุ่งทั้งเจ็บทั้งแค้นใจมาก ตะคอกใส่ "ออกไป พวกแกออกไป...ไป"

"คุณรุ่งอาจจะอยากอยู่คนเดียว พวกเราออกไปก่อนดีกว่าครับ" เมืองใหญ่แนะ

"พวกเราทุกคนรักคุณรุ่งนะ คะ"

ดารารุ่งไม่ต้องการคำปลอบใจหรือเห็นใจจากคุณน้อย ตะโกนไล่ทุกคนอีก ทุกคนมองหน้ากันพยักพเยิดให้ออกไป ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นปิด ดารารุ่งที่อยู่ในผ้าห่มร้องไห้โฮ

"ทำไม ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...ทำไม...ป้าพริ้ง   รุ่งขอโทษๆ...ชาตรีเธออยู่ที่ไหน ทำไมเธอไม่มาหาฉัน...ชาตรี" ดารารุ่งคร่ำครวญน้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

ในเวลาต่อมา ชาตรีมาถึงโรงหมอ เจอพยาบาลรุ่นพี่คนหนึ่ง ทักว่ารู้เรื่องคุณทิพย์แล้วใช่ไหม ชาตรีใจคอไม่ดี ถามว่าคุณทิพย์เป็นอะไรมากไหม

"ชาตรีไปดูเธอเองเถอะ"

คำตอบ ของรุ่นพี่ ทำให้ชาตรีหน้าถอดสี รีบวิ่งเข้าไปที่ห้องพักคุณทิพย์ทันที

ooooooo

ภาย ใน ห้องพักฟื้น   คุณทิพย์นอนตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่ม  คร่ำครวญว่าทำไมคนที่ทุกข์ทรมานถึงไม่เป็นพวกนั้น ทำไมต้องเป็นเธอ ทันใดนั้น มีเสียงใครบางคน เปิดประตูห้องเข้ามา  คุณทิพย์หยุดสั่นทันทีไม่ อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ ถามเสียงเข้มว่าใคร

"ผมเองครับ...คุณ ทิพย์"

"ชาตรี...เธอมาหาฉันแล้ว...ชาตรี"

คุณทิพย์เอื้อมมือ ออกมาจากผ้าห่ม ไขว่คว้าหาชาตรี มือที่โผล่ออกมาเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ ชาตรีมองอย่างเวทนา ค่อยๆจับมือเธอกุมไว้ ถามว่าเจ็บมากไหม คุณทิพย์ ร้องไห้สะอึกสะอื้น บ่นว่าทั้งเจ็บทั้งปวดจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป ชาตรีปลอบให้เข้มแข็งเข้าไว้

"ฉันเข้มแข็งไม่ไหวแล้วชาตรี...ไม่ไหว แล้ว"

"ทำไมล่ะครับ"

"ทำไมนะรึ" คุณทิพย์ว่าแล้วเลิกผ้าห่มออก เผยให้ เห็นสภาพร่างกายที่ถูกไฟไหม้ ผมหงิกงอติดหนังหัว หน้าตาบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยแผลพุพองน่าอเนจอนาถ

"หน้า ตาฉันมันอัปลักษณ์เป็นผีอย่างนี้ เธอจะให้ฉันอยู่ไปทำไมชาตรี...เธอจะให้ฉันอยู่ทำไม"

ชาตรีตะลึงงัน น้ำตาซึม คุณทิพย์น้ำตาไหลพราก เสียใจ หาว่าเขารังเกียจเธอเหมือนคนอื่น หันหน้าหนี ขยับจะเอาผ้าห่ม คลุมตัว ชาตรีจับผ้าไว้ บอกเสียงเครือว่าเขาไม่มีวันรังเกียจเธอ

"เธอพูดจริงๆรึชาตรี" คุณทิพย์ปลื้ม

"ครับ...ถึงไม่มีใครอยู่กับคุณทิพย์ แต่ผมจะอยู่ดูแลนางฟ้าของผมเอง ผมจะอยู่ดูแลคุณ นางฟ้าของผมไปจนตาย" ชาตรีดึงคุณทิพย์เข้ามากอด ร้องไห้สงสารเธอจับใจ คุณทิพย์ กอดเขาตอบ

"อย่า ทิ้งฉันนะชาตรี...อย่าทิ้งฉัน"

"แต่งงานกับผมนะครับคุณทิพย์ ผมรักคุณทิพย์...รักและเทิดทูนมาตลอด ไม่ว่าสิ่งใดผมก็พร้อมทำให้คุณทิพย์ได้ ขอเพียงแต่คุณทิพย์อย่าได้คิดสั้น จากผมไปนะครับ" ชาตรีคุกเข่าลงกับพื้น จับมือคุณทิพย์ไว้ "คุณทิพย์...ได้โปรดแต่งงานกับผมนะครับ"

"จ้ะ...ชาตรี...เด็กดีของ ฉัน ฉันจะแต่งงานกับเธอ" คุณทิพย์ จับมือชาตรีไว้ ร้องไห้ปลื้มใจ...

คืน วันเดียวกัน ชาตรีบอกเรื่องนี้กับพ่อและแม่ ปกรณ์ ดีใจจนออกนอกหน้า ชมเขาว่าทำดีมากที่ตัดสินใจแต่งงานกับคุณทิพย์ แต่คุณรัตน์ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะคุณทิพย์มีบุญคุณกับเรา และอีกอย่างที่สำคัญ เธอแก่กว่าชาตรีมาก

"เรื่องอายุมันจะไปสำคัญ อะไร...เพียงแค่ใจเรารักกันก็พอ...ใช่ไหมลูก"

"คุณทิพย์คือผู้มีพระ คุณของผม แล้วผมก็อยากจะดูแลเธอจนตาย"

"จะให้แม่ไปสู่ขอเธอเมื่อไหร่ ก็ว่ามา"

"ทันทีที่หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ครับแม่"

"ชาตรี ไม่ต้องห่วงนะลูก ถึงเราจะเป็นคนจนต่ำต้อย แต่แม่จะรวบรวมเงินทองข้าวของทุกอย่าง ไปสู่ขอคุณทิพย์ให้ สมเกียรติของเธอ"

"เธอ บอกไม่ต้องการอะไรหรอกครับแม่ แค่พิธีผูกข้อไม้ ข้อมือก็พอ"

ปกรณ์ หัวเราะร่วน "จะต้องการอะไร...ก็นังคุณทิพย์มันอยากแต่งงานกับลูกของพ่อจนตัวสั่นนี่ แหงล่ะ แก่ชราหงำเหงือกหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนั้น ใครอยากจะอยู่ด้วย"

"หยุด พูดได้แล้วคุณปกรณ์" คุณรัตน์ปราม

"จะหยุดทำไม ก็ฉันพูดความจริง...นี่ถ้านังคุณทิพย์มันไม่มีเงิน พ่อไม่ให้ชาตรีแต่งงานกับมันหรอก" ปกรณ์เดินร้องเพลงออกไปอย่างอารมณ์ดี สองแม่ลูกมองหน้ากันไม่สบายใจ

"ขอบคุณนะครับแม่ ที่เข้าใจผม"

"คุณ ทิพย์คือผู้มีพระคุณ สิ่งที่ลูกทำถูกต้องที่สุดแล้วจ้ะ"

ชาตรีกอดแม่ แน่น คุณรัตน์กอดตอบ แต่สีหน้าของเธอไม่สบายใจนักที่ลูกตัดสินใจแต่งงานกับหญิงที่แก่คราวแม่

ooooooo
ตอนที่ 17

ผ่านมาหลายวัน กว่าคุณนิจกับเมืองเล็กจะหายเป็นปกติและกลับบ้านได้ สิ่งแรกที่คุณนิจถามเมื่อกลับถึงบ้านบุรีราชกรมก็คือดารารุ่งเป็นอย่างไร บ้าง ศักดิ์กาย ฟองจันทร์กับเมืองใหญ่ต่างเงียบกริบ ป้าน้อมตอบ
คำถามแทน ว่า

"เธอไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ...คุณนิจไม่ต้องห่วง"

เมืองใหญ่ เตือน "แต่พี่ว่า...ต่อไป คุณนิจอยู่ห่างๆคุณรุ่งก็ดีนะ"

ฟองจันทร์ เห็นคุณนิจท่าทางลำบากใจ พูดเสริมว่า "แม่รู้... ว่าคุณนิจรักและเป็นห่วงคุณรุ่ง แต่สิ่งที่คุณรุ่งทำกับเราสองคน มันหมายถึงชีวิต"

"คุณรุ่งเธอไปไกลเกินกว่าคนธรรมดาอย่างเราจะเข้า ใกล้แล้วล่ะลูก ยิ่งไม่มีป้าพริ้ง พ่อว่า คุณรุ่งคงจะกลับมาอยู่ กับเรายากแล้วล่ะ" ศักดิ์กายมองคุณนิจที่หน้าหม่นหมองอย่างเห็นใจ...

ตก ค่ำ ในบ้านดารารุ่งที่อึมครึมและเงียบเหงา เห็นแต่ เพียงแสงสว่างจากไฟถนนสาดส่องเข้ามา มีเงาตะคุ่มๆของดารารุ่งที่เอาผ้าคลุมตั้งแต่หัวจดเท้าเดินวนไปเวียนมา ก่อนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดสวยที่สุด เป็นผ้าลูกไม้สีขาวดุจดั่งชุดแต่งงาน เธอ
ลูบคลำชุดนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง

"ฉันจะลืมน้องเลวๆของฉันทุกคน ฉันจะลืมอดีตที่ขมขื่นทุกอย่าง ต่อไปชีวิตของฉันจะมีความสุขแต่กับชาตรี"

ดารา รุ่งหัวเราะลั่น แต่แล้วเสียงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องแทน เมื่อเห็นเงาในกระจกสะท้อนภาพผู้หญิงแสนอัปลักษณ์ คนหนึ่ง

ooooooo

เช้า วันงานแต่งงาน คุณรัตน์อยู่ในชุดสีหวานเป็นผ้าชิ้นเดียวกับที่คุณทิพย์ซื้อให้ ชาตรีในชุดเจ้าบ่าวและปกรณ์ พร้อมด้วยสินสอดทองหมั้นมาถึงบ้านคุณทิพย์ แม้บ้านจะไฟไหม้ไปบางส่วน แต่ก็ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยดอกลั่นทมอย่างสวยงาม คุณ
รัตน์เห็นดอก ลั่นทม ชะงักฝีเท้า ปกรณ์หัวเราะร่วน

"โอ้โห มีแต่ดอกลั่นทมเต็มบ้านเลย ท่าทางนังคุณทิพย์จะเป็นคนแก่โรคจิตหมือนนังดารารุ่งพี่สาวแกเลยนะ
นัง ร่วง"

คุณรัตน์เอ็ดปกรณ์ว่าอย่าพูดมาก ชาตรีขอตัวเข้าไปตามคุณทิพย์ ไม่นานนัก คุณทิพย์กุลีกุจอออกมาหน้าบ้าน ร้องทักว่าที่พ่อแม่สามีซึ่งกำลังยืนหันหลังให้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

"คุณ พ่อ คุณแม่ของชาตรีใช่มั้ยคะ"

คุณรัตน์กับปกรณ์หยุดกึก จำเสียงนั้นได้ ทั้งสองคนหันขวับไปมอง เห็นดารารุ่งในสภาพอัปลักษณ์สวมชุดเจ้าสาว คุณรัตน์หัวใจแทบหยุดเต้น ชาตรีเดินออกมายืนประกบข้างดารารุ่ง

"คุณทิพย์ครับ...นี่พ่อแม่ของผม ครับ"

"คุณทิพย์...นี่มันคุณทิพย์อะไรชาตรี นี่มันนังดารารุ่งป้าของแก" ปกรณ์โวยวายลั่น

ชาตรียืนงง คุณรัตน์พูดย้ำอีกครั้งว่าผู้หญิงคนนี้คือดารารุ่ง ป้าแท้ๆของชาตรี ดารารุ่งมองหน้าทุกคนเลิ่กลั่ก สติใกล้จะแตก กรีดร้องลั่นว่าไม่จริง ไม่เชื่อ เอามือปิดหูราวกับไม่อยากได้ยินสรรพเสียงใดๆ ชาตรีรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ได้ วิ่งหนีออก
จากบ้านอย่างรวด เร็ว คุณรัตน์วิ่งตามลูกด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ดารารุ่งเอามือปิดหู ร้องลั่นว่าไม่จริง วิ่งกลับเข้าบ้าน ปกรณ์วิ่งตามเธอทัน คว้าข้อมือไว้

"โถ...นัง ผู้ดีเอ๊ย ทำตัวสูงส่งเกลียดผู้ชาย เอาเข้าจริงจะเอาหลานทำผัว แกงกสมบัติใช่ไหม...แกกลัวสมบัติมันจะหมดใช่ไหม...อย่าหวังเลย...เอาสมบัติ ลูกเมียของฉันคืนมา...เอามา"

ปกรณ์กระชากเครื่องประดับมีค่าจากตัว ดารารุ่ง เธอขัดขืนปัดป้องสุดฤทธิ์ คว้าไม้ตะพดซึ่งวางอยู่แถวนั้น ฟาดหัวของปกรณ์ไม่ยั้ง จนร่างเขาแน่นิ่ง เลือดนองพื้น

"ไม่...ชาตรี ไม่ใช่หลานฉัน ฉันไม่เชื่อ...ไม่จริง" ดารารุ่งกรีดร้องสุดเสียง แล้วล้มลงหมดสติ...

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่บ้านการุณพินิจ ไกรกับหนูนาพาอรอนงค์ลงจากรถจะเข้าบ้าน  อรอนงค์เหลือบเห็นต้นลั่นทม  สะบัดมือหลุดจากหนูนา   คว้าไม้ท่อนเขื่องฟาดใส่ต้นลั่นทมอย่างบ้าคลั่ง   ไกรปราดเข้าไปห้ามกระชากไม้จากมือ อรอนงค์เสียหลัก หัวโขก
กับต้น ลั่นทมอย่างแรง หนูนาตกใจวิ่งเข้ามาประคองแม่

"โค่นต้นลั่นทมทิ้ง เถอะค่ะคุณพ่อ หนูนาขอร้องโค่นมันทิ้งเถอะ"

ไกรยืนหน้าเครียด ก่อนตัดใจหยิบมีดพร้าขึ้นมาฟันต้นลั่นทม เสียงพร้ากระทบต้นไม้แต่ละครั้ง ราวกับฟันลงตรงหัวใจของเขา อรอนงค์มองนิ่ง เรียกชื่อ "ไกร" ออกมาเบาๆ...

ค่ำ วันเดียวกัน ดารารุ่งในชุดเจ้าสาวยับยู่ยี่ เดินอย่างเลื่อนลอยมาทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นลั่นทม ดอกลั่นทมดอกหนึ่งร่วงลงมา เธอหยิบขึ้นมาดม น้ำตาไหลพราก ก่อนเอาใส่ปากเคี้ยว คว้าดอกลั่นทมที่หล่นเกลื่อนพื้นยัดใส่ปากราวกับคนวิกลจริต แล้วตามด้วย
กิ่ง ลั่นทม เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ยางสีขาวไหลย้อยออกจากปาก จากนั้นไม่นาน ร่างของเธอกระตุก เกร็ง สิ้นใจตรงนั้นอย่างเดียวดาย

ooooooo

ใน เวลาเดียวกัน ที่บ้านบุรีราชกรม เมืองเล็กกับคุณนิจขับรถกลับจากพักผ่อนที่หัวหิน ป้าน้อมและเมืองใหญ่ออกมารอรับสีหน้ายิ้มแย้ม เมืองใหญ่ถามสองหนุ่มสาว

"เป็น ไง...สบายใจขึ้นไหม"

เมืองเล็กกับคุณนิจยังไม่ทันพูดอะไร ครูเสรีเดินหน้าเครียด เข้ามาถามคุณนิจว่าปรางเชยอยู่ไหน คุณนิจถึงกับหน้าถอดสี เมืองใหญ่ตอบคำถามแทนว่าปรางเชยไม่ได้อยู่ที่นี่

"เป็น ไปได้ยังไง" ครูเสรีนิ่วหน้า

"ปรางเชยกับคุณนิจไม่ได้ติดต่อกันนาน แล้วนะครับ" เมืองเล็กเสริม

"แล้วทำไมคุณรุ่งบอกว่าปรางเชยไปเที่ยว ต่างจังหวัดกับคุณนิจ...ตกลง ปรางเชยอยู่ที่ไหนคุณนิจ"

คุณนิจอ้ำๆ อึ้งๆไม่กล้าตอบ ครูเสรีเห็นท่าทางมีพิรุธ ผลุนผลันตรงไปบ้านดารารุ่ง โดยไม่รีรอใดๆ เขาเปิดประตูรั้วบ้านดารารุ่งเข้าไป ตะโกนลั่น

"คุณ รุ่ง...บอกมาเดี๋ยวนี้ คุณเอาลูกผมไปไว้ที่ไหน...คุณดารารุ่ง"

เมือง ใหญ่ เมืองเล็กกับคุณนิจตามมาติดๆ ครูเสรีต้องชะงักเมื่อเห็นร่างดารารุ่งนอนอยู่ใต้ต้นลั่นทม คุณนิจมองตามสายตาครูเสรี เห็นสภาพของพี่สาวแล้วตกใจร้องสุดเสียง วิ่งเข้าไปหา

"ไม่นะคุณรุ่ง...ไม่...คุณรุ่งลุกขึ้นมาคุยกับนิจ... ลุกขึ้นมา"

เมืองใหญ่มองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นข้าวของกระจัด กระจายเกลื่อน บอกเมืองเล็กว่าเดี๋ยวมา แล้วเดินเข้าไปดู ครูเสรีเดินตาม เมืองเล็กมองคุณนิจที่ร้องไห้ กอดร่างไร้วิญญาณของดารารุ่งอย่างสงสาร...

ทาง ด้านเมืองใหญ่กับครูเสรีหยุดกึก เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งบ้าน เหลือบเห็นร่างของปกรณ์นอนจมกองเลือด เมืองใหญ่เดินไปดูศพปกรณ์ใกล้ๆ ครูเสรีใจคอไม่ดี เดินสำรวจไปทั่วบ้านพลางตะโกนเรียกปรางเชยไปด้วย เดินเลยมาถึงสวนหลังบ้าน เห็น
มีหลุมศพอยู่หลายหลุม

"ผู้ หมวด...ในสวนมีหลุมฝังศพๆ" ครูเสรีร้องเอะอะแทบไม่เป็นภาษามนุษย์

ooooooo

เช้า วันใหม่ อรอนงค์ซึ่งความทรงจำกลับคืนมาแล้ว เล่าเรื่องเฉียดตายให้สามีกับลูกฟัง ไกรถามย้ำอย่างไม่เชื่อหูว่าคนที่ทำร้ายอรอนงค์คือดารารุ่งจริงๆหรือ

"ไม่ ใช่ดารารุ่งคนเดียวค่ะ แต่เป็นป้าพริ้งด้วย มันสองคนฝังศพคนไว้ในบ้าน แล้วครั้งนี้บอกได้เลยว่าอนงค์ ไม่ยอม...อนงค์จะเอานังดารารุ่งกับป้าพริ้งเข้าคุกให้ได้"

ทันใดนั้น มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ไกรเดินไปรับ "ว่าไงใหญ่...อะไรนะ...คุณรุ่งตายแล้ว"

ไกรหมดสิ้นเรี่ยวแรง หูโทรศัพท์หลุดจากมือ อรอนงค์ กับหนูนาต่างตกตะลึงคาดไม่ถึง...

งาน เผาศพดารารุ่งมีเพียงน้องสาวทั้งสามคนกับเพื่อนสนิทของครอบครัวราชศักดิ์ มนตรีธรรมเพียงไม่กี่คน บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า คุณน้อยกับคุณรัตน์และคุณนิจกอดกันกลมร้องไห้ ไกรน้ำตาคลอด้วยความรักและอาลัยอย่างยิ่ง
อีกมุมหนึ่งของศาลาสวดศพ ชาตรีซึ่งบวชเป็นภิกษุ ยืนมองควันที่ลอยขึ้นจากเมรุสีหน้าเศร้าหมอง...

ooooooo

คืน เดียวกัน อรอนงค์นั่งดื่มเหล้าเคล้าเสียงเพลงรอไกรกลับจากงานศพดารารุ่งอย่างสบาย อารมณ์ พอเห็นไกรเดินเข้ามาพร้อมกับหนูนา อรอนงค์พูดจาแดกดันขึ้นทันทีว่า

"จริงๆ ดารารุ่งไม่น่าด่วนตายไปเลยนะคะ หล่อนน่าจะอยู่ในสภาพพิกลพิการอัปลักษณ์ จะได้ชดใช้ความผิดที่หล่อนทำ"

"คุณรุ่งชดใช้ในสิ่งที่เธอทำด้วย ชีวิต" ไกรน้ำเสียงราบเรียบ

"จนป่านนี้พี่ไกรยังเข้าข้างมันอีกเหรอ คะ พี่ไกรยังเห็นว่ามันดีงาม ทั้งๆที่มันทำร้ายอนงค์จนเป็นบ้า"

"แล้ว อนงค์ไปทำอะไรที่บ้านคุณรุ่ง เพราะพี่มั่นใจว่าคุณรุ่งไม่มีทางมาหาเรื่องอนงค์ถึงบ้านแน่"

อร อนงค์ได้แต่นิ่งเงียบ ไกรตัดสินใจแน่วแน่ บอกว่าในเมื่ออรอนงค์หายดีแล้ว เขาจะได้ไปตามทางเสียที อรอนงค์ ไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร

"คืน อิสระให้พี่เถอะนะอนงค์ หย่าให้พี่ ปล่อยให้พี่ได้ใช้ชีวิตช่วงที่เหลืออย่างที่พี่อยากเป็น อยากทำ...หนูนา...พ่อขอโทษ"

ไกรวางซองเอกสารซึ่งข้างในเป็นใบหย่าลง ตรงหน้าอรอนงค์ แล้วผละจากไป อรอนงค์มองตามน้ำตาซึม สายตาของไกรเย็นชาเกินกว่าที่เธอจะร้องขอให้เขากลับมา

ooooooo

เช้า วันต่อมา ที่บ้านดารารุ่ง  สามสาวพี่น้อง คุณรัตน์ คุณน้อยและคุณนิจยืนมองสภาพบ้านที่ปราศจากดารารุ่งด้วยหัวใจที่เจ็บปวด แทบแหลกสลาย

"เราจะทำอย่างไรกับบ้านหลังนี้ดีคะ" คุณน้อยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

"จะทำอย่างไรก็ทำเถอะค่ะ...บอก ตรงๆตอนนี้พี่คิดอะไรไม่ออก หัวใจของพี่แทบไม่มีความรู้สึกอะไรอีกแล้ว" คุณรัตน์น้ำตาไหลพราก คุณน้อยจับมือพี่สาวไว้

"หยุดร้องไห้เถอะค่ะ คุณรัตน์ เดี๋ยวคุณรุ่งเธอจะนอนตายตาไม่หลับ"

"นิจอยากเก็บบ้านหลัง นี้เอาไว้ค่ะ...นิจจะได้รู้สึกว่าคุณรุ่งยังอยู่ใกล้ๆเราตลอดไป"

"แต่ พี่ว่าตกแต่งเสียใหม่แล้วขายไปดีกว่านะคะ เรือนซ่อนรัก มีแต่เรื่องอัปมงคลแบบนี้ อย่าเก็บไว้อีกเลยค่ะ มันแสลงใจ"

คุณน้อย กวาดตามองไปรอบบ้าน พลางถอนใจ

ooooooo

วันถัดมา ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินผ่านหน้าบ้านดารารุ่ง มองป้ายประกาศขายติดไว้หน้าบ้านแล้วพากันซุบซิบนินทาว่าบ้านผีเฮี้ยนขนาดนี้ ใครจะกล้าซื้อ

"นั่นน่ะสิ เขาว่าวิญญาณคุณดารารุ่งเฮี้ยนจะตาย ตกกลางคืนเธอยังเดินมาเก็บดอกลั่นทมอยู่เลย"

"เฮ้ย...เฮี้ยนขนาดนั้น เลยหรือ"

"เรือนซ่อนศพไม่เฮี้ยนได้ยังไง...บางคืนยังมีคนได้ยินเสียง ทะเลาะกันดังออกมาเลยนะ"

ทันใดนั้น มีเสียงโครมดังออกมาจากในบ้าน ชาวบ้านกลุ่มนั้นพากันเผ่นแน่บอย่างไม่คิดชีวิต...

ตกค่ำ ภายในบ้านดารารุ่ง บรรยากาศเงียบสงัดวังเวง มีเสียงเก้าอี้โยกตัวโปรดของดารารุ่งดังขึ้น วิญญาณดารารุ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น หมุนดอกลั่นทมในมือเล่นอย่างเดียวดาย พลันประตูหน้าบ้านเปิดออก ดารารุ่งหันไปมอง เห็นไกรเดินเข้ามาพร้อมกับดอกลั่นทมช่อใหญ่ในมือ  โดยที่เขามองไม่เห็นดารารุ่ง

เธอลุกจากเก้าอี้โยก มองเขาอย่างไม่พอใจ ไกรสีหน้าหม่นหมอง พึมพำว่าคิดถึงดารารุ่งมาก ดารารุ่งชะงัก มองไกรอย่างไม่เชื่อสายตา ไกรเดินสำรวจไปทั่วบ้านช้าๆ ราวกับจะจดจำภาพทุกอย่างเอาไว้ในความทรงจำ

"ไม่ ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน โปรดรับรู้ว่าผมรักคุณ รักด้วยจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และไม่ว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติผมก็จะขอเป็นทาส รักคุณตลอดไป ขอเพียงคุณรุ่งรับรู้ความรักความปรารถนาดีที่จริงใจของผมก็พอ"

"ความ รักที่เราไม่เคยเชื่อถือศรัทธา มันมีอยู่จริง...คุณไกร ฉันขอโทษๆ"

ดารา รุ่งยืนมองไกรน้ำตานองหน้า ไกรเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวโปรดของดารารุ่ง หลับตาลง โยกเก้าอี้ช้าๆ ลมหายใจของเขาค่อยๆแผ่วลงๆ ดารารุ่งมองเขาอย่างตกใจ

ในที่สุด เก้าอี้หยุดโยกและดอกลั่นทมในมือไกรร่วงสู่พื้น ก่อนที่มือของเขาจะตกลงข้างตัว สิ้นลมหายใจ

ooooooo

หลัง เสร็จงานเผาศพไกร อรอนงค์เซ็นใบหย่า ยื่นให้หนูนาซึ่งทำหน้างงว่าแม่เซ็นทำไม อรอนงค์บอกเสียงเศร้าว่า ไกรรักดารารุ่งมากจนตรอมใจตายตาม จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะรั้งเขาไว้ แล้ววานหนูนาเผาใบหย่าส่งไปให้ไกรตอนทำบุญร้อยวันด้วย หนูนารับเอกสารเดินออกไป

"เหมือนอย่างที่เรไรว่า จนตายอนงค์ก็ไม่มีวันได้หัวใจพี่ไกร ชาติหน้าอนงค์ขอให้พี่ไกรสมรักสมหวังกับคุณดารารุ่งนะคะ ส่วนอนงค์ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน อนงค์ก็จะรักพี่ไกรเพียงคนเดียวค่ะ"

อร อนงค์มองรูปภาพของไกร เพื่อจะจดจำใบหน้านี้ไว้ชั่วชีวิต...

ด้านหนู นาเดินมาหาฤกษ์ เมืองใหญ่กับหนูนก ขอบคุณฤกษ์ที่ช่วยเหลือเป็นธุระทุกอย่างให้เธอกับแม่

"ไม่มีคุณพ่อ แล้ว ต่อไป หนูนาคงต้องอยู่กับแม่เพียงแค่สองคน"

"ลืมไปแล้วหรือว่า คุณหนูนายังมีผมอยู่ ผมอาจจะไม่มีอะไรเทียบเท่าคุณไกร แต่ผมสัญญาว่าจะอยู่ดูแลหนูนาไปชั่วชีวิต"

หนูนามองฤกษ์นิ่ง ดีใจมาก หนูนกที่ยืนข้างๆเมืองใหญ่ สะกิดเขาให้เดินเลี่ยงออกมา ทั้งคู่เดินมายังรถของเมืองใหญ่ หนูนกถามว่าเมื่อกี้ฤกษ์สารภาพรักหนูนาใช่ไหม เมืองใหญ่กระเซ้าว่าไม่รู้จริงๆหรือ หนูนกค้อนขวับ เธอจะรู้ได้อย่างไร ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครบอกรัก

เมืองใหญ่เอียงหน้ากระซิบข้าง หูหนูนก "รักนะ...ถ้าหน้าไม่แก่จะให้แม่ไปขอ"

หนูนกเขินเงื้อมือทุบ เมืองใหญ่หลายที  เขาจับมือไว้ ดึงตัวเธอเข้ามากระซิบว่ารักอีกครั้ง...

ด้าน พระชาตรีกับพระรูปอื่นๆ และคุณรัตน์ในชุดนุ่งขาวห่มขาวนั่งหลับตาภาวนาอยู่ในวัด

"กรรมหนัก ที่ทำ ผู้กระทำย่อมได้รับผลนั้น แม้ไม่สามารถ แบ่งเบาได้ แต่ขอส่งอานิสงส์ในการบำเพ็ญภาวนา รับรู้แล้วอนุโมทนา รับบุญด้วยนะ คุณดารารุ่ง"

วิญญาณดารารุ่งนั่งหลบมุมอยู่ใกล้ๆยกมือไหว้ รับผลบุญที่พระชาตรีกับคุณรัตน์ส่งมาให้

ooooooo

ผ่านไปเกือบ ยี่สิบปี ศักดิ์กายซึ่งแก่ชราไปตามกาลเวลา บ่นอุบว่าเมืองเล็กกับคุณนิจไม่มีหลานให้อุ้มสักที สู้เมืองใหญ่ไม่ได้ มีลูกกับหนูนก ป่านนี้ลูกของทั้งคู่คงมีอายุสิบห้าหยกๆสิบหกหย่อนๆแล้ว ฟองจันทร์ เสริมว่าลูกของฤกษ์กับหนูนาก็วัยไล่เลี่ยกับลูกของเมืองใหญ่เช่นกัน

"ก็ เขาแต่งงานพร้อมกัน ไม่เหมือนผม แต่งก่อนใคร จนป่านนี้ลูกเทวดาไม่ยอมมาเกิดซักคน"

"เป็นลูกคนก็พอมั้งคะ ขืนเป็นลูกเทวดา พ่อแม่ปู่ย่าได้ปวดหัวตาย"

ทุกคนหัวเราะกับคำ กระเซ้าเย้าแหย่ของป้าน้อม ทันใดนั้น คุณนิจทำท่าพะอืดพะอมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอาเจียนยกใหญ่ เมืองเล็กเป็นห่วงวิ่งตามไปช่วยลูบหลังให้

"หรือว่าคุณนิจจะท้อง" เมืองเล็กมองลุ้นๆ

"สงสัยจะใช่ค่ะ รอบเดือนนิจไม่มาสองเดือนแล้ว"

เมือง เล็กโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ส่งเสียงไชโยลั่นว่าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว ศักดิ์กาย ฟองจันทร์กับป้าน้อมได้ยินเสียงตะโกนของเมืองเล็กพลอยดีใจไปด้วย เมืองเล็กไม่วายคุยว่าถึงเขาจะแก่แต่ก็ยังมีไฟอยู่ ศักดิ์กายพูดติดตลกว่ากว่าหลานจะโต ปู่กับย่าคงแก่หงำเหงือก ฟองจันทร์ปลอบ

"ไม่ หรอกค่ะคุณ เด็กสมัยนี้โตเร็วจะตาย เผลอแป๊บๆก็เป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมด ไม่เชื่อรอดูสิ"

ooooooo

ปี พ.ศ.2553...บ้านบุรีราชกรม ป้าน้อมกับนายบรรเจิดซึ่งบัดนี้แก่มาก เดินไปเปิดประตูรั้ว รถยนต์สีสดใสคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด หญิงสาววัยประมาณยี่สิบห้าปีก้าวลงจากรถ เธอมีรูปร่างหน้าตาเหมือนดารารุ่งไม่ผิดเพี้ยน จะต่างก็ตรงหญิงสาวคนนี้ช่างสดใส อารมณ์ดีทั้งวัน เธอชื่อ "ดาราทิพย์"

คุณ นิจกับเมืองเล็กซึ่งรอการกลับมาของลูกสาว รีบออกมาต้อนรับ

"คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีค่ะ"

ดาราทิพย์วิ่งมากอดเมืองเล็กกับคุณนิจ ในมือถือช่อดอกคูนสีเหลืองกำใหญ่มาด้วย คุณนิจทักว่าดอกคูนสวยมาก ดาราทิพย์บอกว่าเอามาจากขอนแก่น หน้านี้ถ้าใครได้ไปที่นั่นจะได้เห็นดอกคูนบานสะพรั่งทั้งเมือง แล้วถามหาดารายาหยี พร้อมกับตะโกนเรียก หมาตัวเล็กสีขาววิ่งกระดิกหางมาหา

"ดารา ยาหยีของแม่ แม่คิดถึงหนูจังเลย" ดาราทิพย์ตรงเข้าไปกอดและหอมอย่างชื่นใจ

สาม คนพ่อแม่ลูกพากันเข้าบ้าน คุณนิจถามลูกว่าไปทำงานที่ขอนแก่นสนุกไหม ดาราทิพย์เป็นปลื้มกับเมืองนี้มาก ชมไม่หยุดปากว่าผู้คนน่ารัก มีอัธยาศัยดี อาหารก็อร่อย เธอซื้อของกินขึ้นชื่อจากขอนแก่นมาฝากพ่อกับแม่หลายอย่าง

"ชอบ ขอนแก่นขนาดนี้ แล้วทิพย์ได้ไปลอดขอนไม้ที่หน้าสถานีรถไฟหรือยัง เขาบอกว่าถ้าลอดแล้วจะได้อยู่ขอนแก่นเลยนะลูก" เมืองเล็กเย้า

ดารา ทิพย์พยักหน้ายินดีมากถ้าเธอจะได้ไปอยู่ที่นั่นจริงๆ คุณนิจกระเซ้าว่าท่าทางลูกจะถูกโฉลกกับเมืองนี้ เพราะมีคนมาขอซื้อบ้านดารารุ่งก็เป็นเศรษฐีจากขอนแก่นเช่นกัน วันนี้ลูกชายของเขา "เกริกเกรียงไกร" จะมาขอดูบ้าน ดาราทิพย์ ใจหาย ขอตัวไปดูบ้านดารารุ่ง แล้วอุ้มหมาตัวโปรดออกไป

"กลับมาเร็วๆนะลูก วันนี้หลวงพี่ชาตรีจะมาฉันกลางวันด้วย" คุณนิจตะโกนไล่หลัง...

ooooooo

ครู่ ต่อมา ดาราทิพย์เข้ามาในบ้านดารารุ่ง บ้านถูกซ่อมแซมจนสวยเหมือนเดิม ต้นลั่นทมอายุหลายสิบปียังยืนต้นตระหง่าน ดาราทิพย์อุ้มน้องหมาเข้าไปกวาดตามองในบ้าน เห็นรูปภาพของดารารุ่งแขวนอยู่ตามผนังห้อง แต่ภาพเหล่านั้นเก่าแก่ตามกาลเวลา

"ทิพย์คิดถึงคุณป้ารุ่งจังเลยค่ะ แล้วก็อยากเจอคุณป้ารุ่งมาก คุณแม่บอกว่าคุณป้ารุ่งสวยที่สุดแล้วก็รักคุณแม่ที่สุดด้วย ถ้าคุณป้ารุ่งยังอยู่ จะรักทิพย์ที่สุดใช่ไหมคะ เพราะเราหน้าเหมือนกัน"

ทัน ใด นั้น กรอบรูปภาพของดารารุ่งหล่นพื้น ดาราทิพย์ สะดุ้งโหยง ร้องลั่น ดารายาหยีพลอยตกใจไปด้วย โดดจากอ้อมแขนเธอวิ่งเตลิดออกมา ดาราทิพย์วิ่งตาม ขณะดารายาหยีกำลังจะวิ่งพ้นประตูรั้วมีมือของใครคนหนึ่งคว้าเอาไว้ทัน

ดารา ทิพย์วิ่งหน้าตื่นออกมา เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างหน้าตาเหมือนไกรราวกับเป็นคนคนเดียวกันยืนอุ้ม ดารายาหยีอยู่ ชมว่าเจ้าตัวเล็กน่ารักมาก ดาราทิพย์รับน้องหมาคืน บอกว่าชื่อ "ดารายาหยี" ชายหนุ่มทำหน้าพิกลราวกับจะถามว่านั่นชื่อคนหรือชื่อหมา ดาราทิพย์ยิ้มอย่างรู้ทัน บอกว่าไม่ใช่ชื่อเธอ เธอชื่อ "ดาราทิพย์" ชายหนุ่มแนะนำตัวเองว่าชื่อ "เกริกเกรียงไกร"

"คุณจะมาดูบ้านคุณป้า รุ่ง"

ดาราทิพย์หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ก่อนเดินนำเขาชมสถานที่ เกริกเกรียงไกรถูกใจบ้านหลังนี้ทันทีและรู้สึกผูกพันกับที่นี่อย่างประหลาด ดาราทิพย์สรุปว่าดารารุ่งเจ้าของบ้านคงอยากให้เขามาอยู่ที่นี่เพราะรายก่อนๆ ที่เคยมา ยังไม่ทันดูทั่วบ้าน ต้องเผ่นหนีไปทุกราย

"จริงหรือ ครับ...แสดงว่าชาติก่อนผมคงเคยทำบุญร่วมชาติกับคุณป้าของคุณ"

สอง หนุ่มสาวรู้สึกถูกชะตากันมาก แม้แต่เรื่องดอกลั่นทมก็ยังชอบเหมือนกัน เกริกเกรียงไกรอดถามไม่ได้ว่าเธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม ตัวเขาเองเชื่อ ดาราทิพย์ยิ้มเขิน ทำทีก้มลงเล่นกับน้องหมา ถามดารายาหยีกลบเกลื่อนว่า เชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม ชายหนุ่มมองคุ้น ดาราทิพย์ดัดเสียงเป็นน้องหมา

"เชื่อ ค่ะ"

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กัน ดวงตาเป็นประกายสดใส พระชาตรีเดินผ่านหน้าบ้านพอดี เห็นร่างดารารุ่งซ้อนกับร่างดาราทิพย์ ดวงหน้าของดารารุ่งวันนี้ยิ้มแย้ม ปราศจากความทุกข์ใดๆพระชาตรียิ้มตอบ...

"การ ให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ การให้อภัย"

ooooooo


-อวสาน-
กลับไปยังรายบอร์ด