กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
ตอนที่ 15

หมวดโอมนำทีมตำรวจไล่ล่าอำพันที่ตกอยู่ในสภาพเสือลำบากลากสังขารหนี ตาย แต่หัวใจสิงห์ ทำให้เธอไม่ยอมจำนน ยิงสกัดตำรวจพลางถอยหาที่กำบัง แม้เสียงหมวดโอมจะตะโกนให้ยอมมอบตัวเสียก็ตาม คำตอบคือเสียงปืนยิงสกัดจากเธอ

เวลาเดียวกัน แพ็ตพารณภพวิ่งมาจนถึงชายหาดท้ายเกาะ เธอพาเขาไปที่เรือยางซึ่งซ่อนไว้อย่างดี ดึงกิ่งไม้ที่คลุมอยู่ออกรื้อผ้าใบตลบขึ้น แล้วช่วยกันเข็นเรือลงน้ำ

เมื่อ เรือลงน้ำ นั่นหมายถึงเวลาที่ต้องจากกันมาถึงแล้ว ทั้งสองมองหน้ากันอย่างอาวรณ์ รณภพถามว่าเราจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ แพ็ตยิ้มเศร้าๆบอกว่าอย่าถามแบบนั้น เพราะเขาเป็นตำรวจและตนเป็นคนร้ายที่เขาต้องตามไล่ล่าจนเจอต่อไป

"แพ็ต...ถ้า คุณมอบตัว ผมจะเป็นพยานให้คุณเองว่า ที่คุณทำไปทั้งหมดเป็นเพราะคุณไม่มีทางเลือก"

"ไม่จริงหรอกค่ะ ทุกคนมีทางเลือกและฉันก็เลือกที่จะแก้แค้นให้พ่อกับแม่ มันถึงได้เป็นแบบนี้"

"เอสเค 7 มันล่มสลายไปแล้วนะแพ็ต ตอนนี้คุณเป็นอิสระแล้ว"

"บางส่วนต่างหากที่ล่มสลาย แต่ยังมีเอสเค 7 อีกมากมายทั่วโลกที่จะเดินทางมาที่นี่ เพื่อสืบหาว่าเกิดอะไรขึ้น คุณต้องระวังตัวนะคะรณภพ"

"คุณก็เหมือนกัน" รณภพมองหน้าแพ็ตราวกับจะจารึกไว้ในความทรงจำของชีวิต แพ็ตดึงเขาเข้าไปกอดเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า

"ขอบคุณนะคะสำหรับ ทุกอย่าง"

หนุ่มสาวมองกันด้วยความอาวรณ์ก่อนจะตัดใจเดินจากกัน แพ็ตเดินไปลงเรือ ส่วนรณภพยังยืนอยู่ที่เดิมเขามองเธอจนเรือแล่นไปลับสายตา...

ooooooo

โท นี่มายืนมองลุ้นเรือยางที่กำลังแล่นเข้ามาที่เกาะเจ้าเวียงวรรณอย่างร้อนใจ จนเมื่อเรือยางของตำรวจเข้าถึงเกาะเขาถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมมาช้านักมัวทำ อะไรอยู่

จ่าฉิมเป็นคนนำกำลังตำรวจฝ่ายพิสูจน์หลักฐานมาที่นี่ บอกโทนี่ว่าฝ่ายพิสูจน์หลักฐานฝีมือดีที่สุดตามที่โทนี่ต้องการนั้นไม่ใช่จะ หาได้ง่าย กว่าจะหามาได้นี่ก็ต้องจองคิวกันยาวเหยียด

"เอาล่ะๆ อย่าเสียเวลาเลย รีบทำงานดีกว่า" โทนี่ตัดบททั้งที่ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อน

ที่ ห้องทำงานของเจ้าเวียงวรรณ รอนกำลังพิมพ์รหัสผ่านใส่คอมฯตรงหน้าแต่ทำครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่สำเร็จ จนลองพิมพ์ครั้งสุดท้าย ปรากฏว่าเครื่องยอมทำงาน รอนรีบล้วงเอาฮาร์ดไดรฟ์แบบพกพาออกมาเสียบกับเครื่องแล้วป้อนคำสั่งโหลด ข้อมูลทั้งหมดทันที

หลังจากดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จเรียบร้อย  รอนถอดฮาร์ดไดรฟ์ออกจากตัวเครื่องแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกง จากนั้นหยิบทัมไดรฟ์อีกตัวมาเสียบลงไป ปรากฏว่าถูกโปรแกรมไวรัสจากทัมไดรฟ์เล่นงานข้อมูลกำลังถูกลบ

จ่าฉิม ผลักประตูเข้ามาพอดี มองปราดไปที่รอนถามว่าทำอะไร รอนตีหน้าตายว่าเปล่าไม่มีอะไร จ่ามองที่จอคอม พิวเตอร์โวยวายว่า "นี่คุณลบข้อมูลในเครื่องทิ้งงั้นเหรอ"

รอนเถียงว่าเปล่า เครื่องมีไวรัสมันสั่งลบของมันเอง จ่าฉุนขาดมองที่ปลั๊กไฟแล้วทำท่าจะถอดสายทิ้งเพื่อหยุดการลบข้อมูล ถูกรอนคว้าแขนไว้ถามว่าจะทำอะไร

"ก็ถอดปลั๊กออก ไม่งั้นข้อมูลถูกลบหมดแน่"

"ข้อมูลพวกนี้เป็นของตำรวจสากล พวกคุณไม่มีสิทธิ์" รอนเสียงแข็ง

จ่าฉิมมองหน้ารอน รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติแล้ว

ooooooo

หมวดโอมกับ ทีมตำรวจยังตามไล่ล่าอำพันไปจนถึงชายหาดอีกด้านหนึ่งของเกาะ อำพันยิงต้านพลางหนีพลาง แม้หมวดโอมจะตะโกนให้ยอมมอบตัวเสียก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ก็ไม่ทำให้อำพันสะทกสะท้านแม้แต่น้อย

ระหว่างนั้นจู่ๆก็มีเสียง ระเบิดตูมขึ้นที่บริเวณใกล้ๆ กับที่หมวดโอมยืนตะโกนอยู่ อำพันหันมองไปทางทะเลงงๆ เธอดีใจสุดชีวิตเมื่อเห็นมิสเตอร์เหว่งกำลังขับเรือเร็วพุ่งเข้ามา บนบ่าเขามีเครื่องยิงระเบิดประทับอยู่ เขายังยิงใส่กลุ่มหมวดโอมอีก

เมื่อ เรือแล่นเข้ามาห่างจากหาดเล็กน้อย มิสเตอร์เหว่ง ยิงสกัดแล้วตะโกนให้อำพันรีบมาลงเรือ พวกหมวดโอมมัวแต่หลบกระสุนปืนกลที่เหว่งยิงมา เงยหน้าอีกทีเห็นเรือของมิสเตอร์เหว่งแล่นไปไกลแล้ว เขาลุกขึ้นสบถอย่างหัวเสีย

"โธ่เว้ย..."

ooooooo

ส่วน ที่ชายทะเลละแวกบ้านพักเจ้าเวียงวรรณ ที่นั่นค่อนข้างวุ่นวาย โทนี่กำลังคุมงานพวกตำรวจดูแลเรื่องการขนย้ายศพอยู่ เขาเหลือบเห็นหมวดโอมประคองรณภพเข้ามาพร้อมทีมงาน ถามขำๆเยาะๆว่า ถึงกับเดี้ยงเลยหรือ

รณภพตอบปลงๆว่ารอดมาได้ก็บุญแล้ว โทนี่แดกดันว่าชอบทำอะไรนอกลู่นอกทางก็อย่างนี้แหละ หมวดโอมเลยขัดคอว่า

"เขา เรียกว่าคิดนอกกรอบครับสารวัตร ไม่งั้นเราก็คงจัดการกับพวกเอสเค 7 ไม่ได้"

"มัน ก็จริง" โทนี่พยักหน้าพูดเสียงยานคาง "ถึงยังไงพวกคุณก็มีความดีความชอบ ผมต้องขอชมเชย พวกคุณทำได้ดีมาก"

ฟังแล้วทั้งหมวดโอมและรณภพมองหน้า กันอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าโทนี่จะชมพวกตน เมื่อโทนี่บอกให้หมวดพาผู้กองกลับไปก่อนจะได้รีบไปให้หมอทำแผล บอกกับรณภพว่าแล้วเจอกันนะผู้กอง จากนั้นปลีกตัวไปดูงานต่อ

"นี่ผมหู ฝาดไปหรือเปล่า...ผมไม่อยากจะเชื่อ อยู่ๆก็เกิดใจดีขึ้นมา" หมวดยังไม่หายงง

"สาว วัตรโทนี่ ความจริงก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกผู้หมวด เขาแค่เจ้ายศเจ้าอย่างไปหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าเราทำดี เขาก็ไม่มีปัญหา" รณภพพูดจากใจจริง

ooooooo

รับอำพันขึ้นรถแล้วเดินทางกลับ กรุงเทพฯทันที อำพันถามมิสเตอร์เหว่งว่ารู้ได้อย่างไรว่าตำรวจบุกเกาะ เหว่งคุยโวว่าเส้นสายตนมีเยอะแยะ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เงินซื้อไม่ได้

อำพัน ประชดนิดๆว่าเส้นเขาคงไม่ใหญ่พอกระมังถึงได้มาช้าแบบนี้ เหว่งตัดบทว่าช่วยเธอรอดมาได้ก็ดีแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทะเลาะกัน เพราะมีใครคนหนึ่งคอยเธออยู่ที่กรุงเทพฯ

อำพันสงสัยแต่พอถาม เหว่งก็ทำอมพะนำทำให้ยิ่งอยากรู้

จนเข้ากรุงเทพฯ ปรากฏว่ามิสเตอร์เหว่งพาอำพันไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ บอกว่าต่อไปเราจะย้ายมาอยู่ที่นี่ อำพันถามว่าอยู่กับศัตรูเก่าหรือ

"ทำ ไงได้ ในเมื่อศัตรูเก่าของเรา ตอนนี้กลายเป็นเจ้านายคนใหม่ไปแล้ว แถมยังเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญอีกต่างหาก"

"แล้วคุณแน่ใจได้ยังไง ว่าเราจะไม่ถูกหักหลัง" อำพันระแวง

"อย่างน้อยๆก็คงไม่ใช่ตอนนี้ ตราบใดที่เรายังมีผลประโยชน์หยิบยื่นให้กับพวกมัน"

ฟังมิสเตอร์เหว่ งแล้วอำพันมั่นใจขึ้น และเมื่อสมุนของเสี่ยพาเธอเข้าห้องพัก ก็ทำให้เธอถึงกับลืมทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อเห็นกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งวางอยู่กับกล่องเล็กๆอีกใบ เธอ ไปเปิดดู เห็นเงินอัดเต็มอยู่ในกระเป๋า อำพันยิ้มออกอย่างพอใจเป็นครั้งแรกหลังจากเสี่ยงชีวิตรอดตายมาได้ พึมพำ...

"ต้อง แบบนี้สิ ถึงจะคุ้มค่าเหนื่อย"

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารค่ำนี้ พิชิตมานั่งโต๊ะก่อนเพื่อนเขาหงุดหงิดเมื่อเห็นมิสเตอร์เหว่งกับอำพันเดินลง มาร่วมโต๊ะ ความไม่พอใจเลยแขวะลอยๆว่า ถ้าไม่มีพี่ชายตนสักคนก็คงไม่มีวันนี้ของพวกกาฝากหรอก

อำพันมองขวับ อย่างเอาเรื่อง มิสเตอร์เหว่งรีบหย่าศึกว่าเราพวกเดียวกัน แต่พิชิตไม่เล่นด้วย ถามอย่างเหยียดหยันว่า

"ใครเป็นพวกแก ฉันเป็นรองหัวหน้าของที่นี่ ส่วนแกเป็นแค่ลูกกระจ๊อก ฉะนั้นอย่าสะเออะมาตีสนิทกับฉัน"

อำพันระเบิดหัวเราะเยาะออกมาว่านึก ว่าโกรธเรื่องอะไรที่แท้ก็พวกไม่มีน้ำยาพาลหาเรื่อง พิชิตตวาดถามว่า "แกว่าใคร"

"จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ไอ้คนขี้แพ้ ที่เก่งแต่คอยประจบพี่ชาย" อำพันไม่ลดราวาศอก

พิชิตฉุนขาดชักปืนจ่อ อำพัน โชคดีที่เสี่ยเข้ามาพอดีสั่งน้องชายให้เก็บปืนเดี๋ยวนี้ ด่าว่า

"แก เป็นบ้าอะไรของแก เก็บปืนซะ อย่าเสียมารยาทกับแขกของเราเด็ดขาด" เมื่อพิชิตยอมลดปืนลง เสี่ยถามเหว่งว่า "นี่มันเรื่องอะไรกัน"

มิสเตอร์ เหว่งกลบเกลื่อนว่าแค่หนุ่มสาวเลือดร้อนทักทายกันเท่านั้น เสี่ยจึงหันไปทักอำพันว่าเป็นอย่างไรบ้างไม่ได้เจอกันเสียนาน อำพันตอบอ่อนหวานว่ายินดีมากที่มีโอกาสรับใช้ เสี่ยจับมืออำพันอย่างเป็นมิตรแล้วหันมองพิชิต ด่าต่ออีก

"ไอ้ชิต แกนี่มันแย่จริงๆ กล้าดียังไงถึงหาเรื่องกับผู้หญิงสวยๆอย่างคุณอำพัน"

พิชิต สะบัดหน้าเคืองๆแต่ไม่กล้าเถียง มิสเตอร์เหว่งหางตามองอย่างสะใจ

ooooooo

ที่ ชายหาดหมู่บ้านชาวประมง ดาหวันมานอนหมดสติอยู่ข้างเรือประมงจนผัวเมียชาวประมงมาเจอ ลุงชาวประมงกับป้า พากันช่วยเหลือและหาอาหารมาให้กิน ดาหวันกินอย่างหิวโหยกลืนเอา...กลืนเอาจนข้าวติดคอ ต้องรีบคว้าน้ำมาดื่ม

ลุงชาวประมงถามว่าบ้านช่องอยู่ไหนแล้วมาทำอะไรแถวนี้  เมื่อดาหวันเอาแต่กินข้าวไม่ตอบ ลุงถามอีกว่าเป็นพวกเดียวกับคนกรุงเทพฯที่มีเรื่องกันเมื่อหลายวันก่อนหรือ เปล่า

ดาหวันชะงักกึกทันที ถามว่าแล้วพวกนั้นเป็นยังไงบ้าง

"ก็ เห็นว่าฆ่ากันตายเป็นเบือ แล้วคนเขาลือว่าลูกสาวเจ้าของเกาะที่ชื่อดาหวันก็หายตัวไปด้วย ตำรวจกำลังตามจับอยู่ เห็นบอกว่าเป็นพวกองค์กรผิดกฎหมายอะไรนี่แหละ"

ดา หวันหยุดกินถอดแหวนเพชรออกมาดู บอกว่าตนต้องการใช้เงินพอจะรู้ไหมว่าแถวนี้มีที่ไหนรับปล่อยของบ้าง ลุงถามว่าโรงรับจำนำหรือ   ดาหวันบอกตามตรงว่าตนไม่มีบัตร ประชาชน ลุงมองหน้ากับป้าแล้วบอก

"ถ้างั้น เอ็งต้องไปที่ร้านของไอ้โกเส็งแล้วล่ะ"

ooooooo

บรรดาตำรวจ ทั้งหลายกลับถึงกองปราบแล้ว ทั้งหมดมาสรุปรายงานการปฏิบัติการ โดยมีรอนเป็นผู้รายงานแก่สารวัตรชลิต

"จากเบาะแสที่พบในที่เกิดเหตุ ทำให้เรามั่นใจว่าเจ้าเวียงวรรณได้ใช้เกาะส่วนตัวของเขาเป็นฐานซ่องสุมกำลัง ให้กับพวกเอสเค 7 โทนี่ ผู้กองรณภพ และหมวดโอม เดินทางไปสืบหาความจริงที่นั่น ก็เลยถูกพวกมันล่อลวงไปเพื่อฆ่าปิดปาก โชคดีที่ทุกคนรอดมาได้"

"แล้วพวกมือที่สามที่บุกไปถล่มเอสเค 7 ก่อนหน้าเราล่ะเป็นใคร" สารวัตรชลิตถาม

"น่าจะเป็นพวกแก๊งค้ายาเสพ ติดที่เคยมีความแค้นกับพวกเอสเค 7 พวกมันอาศัยสมาชิกเอสเค 7 บางคนที่แปรพักตร์มาเป็นหัวหอก ฐานของเอสเค 7 จึงถูกทำลายอย่างรวดเร็ว" หมวดโอมเสริม

"เรื่องนี้เราคงต้องสืบกันต่อไปครับสารวัตร ซึ่งผมเห็นว่าคนที่เหมาะกับคดีนี้มากที่สุดก็คือ...ผู้กองรณภพ" โทนี่เสนอ ทำเอารณภพมองอย่างแปลกใจ  สารวัตรชลิตแย้งว่าเขาเคยระแวงรณภพไม่ใช่หรือ แถมคราวนี้ยังปฏิบัติงานโดยไม่ได้ขอ อนุญาตอีก โทนี่ชี้แจงว่า

"แต่ ถึงยังไงผู้กองรณภพก็มีความดีความชอบที่เปิดโปงฐานะของพวกคนร้ายได้ แล้วที่สำคัญผู้กองก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับมัน"

สาร วัตรชลิตบอกรณภพว่าถ้าเช่นนั้นหากเขาพร้อมก็กลับมารับใช้ชาติได้ รณภพรับคำทันทีว่าตนพร้อมเสมอ

รอนจับตาดูการเจรจานี้เขาหันมองรณภพ อย่างไม่พอใจนัก

เมื่อออกจากห้องประชุม รณภพเดินตามมาขอบคุณโทนี่ที่เชื่อใจตน โทนี่ตอบอย่างมั่นใจตัวเองว่า

"ถึง ผมจะไม่ชอบหน้าคุณ แต่ผมแยกแยะออกว่าเรื่องไหนเป็นงาน เรื่องไหนเป็นเรื่องส่วนตัว"

พูดเสร็จโทนี่ยื่นมือออกไปจับกับรณภพ ผู้กองจับมือด้วยความรู้สึกโล่งใจ

เลิกประชุมแล้ว รอนจะออกไปทำธุระข้างนอก เขาถูกจ่าฉิมย่องตามอย่างสงสัย โดยไม่รู้ว่าตัวเองถูกหมวดโอมตามมาอีกต่อหนึ่ง จนเมื่อหมวดปรากฏตัว จ่าฉิมจึงยอมบอกว่า

"ผมว่าหมอนี่มันมีพิรุธนะครับหมวด วันที่เข้าไปเก็บหลักฐานในบ้านเจ้าเวียงวรรณบนเกาะนั่น ผมเห็นมันลบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทิ้งด้วยครับ ท่าทางเหมือนจะอำพรางความลับอะไรบางอย่าง"

หมวดถามจ่าว่าแน่ใจหรือ จ่าพยักหน้าอย่างมั่นใจ หมวดเลยมองตามรอนไปอย่างใคร่ครวญ

ooooooo

ดา หวันไปถามหาโกเส็งที่ร้านอาหารที่จัดเป็นร้านเหล้าคาราโอเกะแบบบ้านๆ ปลูกเป็นกระต๊อบที่ริมชายหาด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านแถวนั้น

เมื่อ เจอตัวโกเส็งเจ้าของร้าน ดาหวันเอาแหวนเพชรให้ดู โกเส็งรับไปดูแล้วตีราคาให้หนึ่งหมื่นบาท ดาหวันมองดุๆ บอกว่านี่แหวนเพชรไม่ใช่พลาสติก

"งั้นสองหมื่นก็แล้วกัน เต็มที่แล้ว ห้ามต่อรอง ไม่งั้นไม่ซื้อ" โกเส็งตอบอย่างไม่แยแส

ดาหวันพยักหน้า ตกลง เมื่อรับเงินใส่กระเป๋าเดินออกไป โดยไม่รู้ว่าถูกเมฆที่หนีคดีมาจับตาดูอยู่ เมื่อดาหวันเดินออกไปมันจึงตามไปใช้มีดจี้ขอแบ่งใช้บ้าง

ดาหวันมอง หน้ามันเหมือนมองแมลงสาบ เมื่อถูกเมฆจู่โจมเข้าเล่นงาน ดาหวันรับมือมันอย่างมีชั้นเชิง ครู่เดียวเมฆก็ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำจนต้องร้องขอชีวิต

ขณะที่มันร้องขอ ชีวิตนั่นเอง มันเห็นหน้าดาหวันชัดๆ มันจำได้บอกว่าเคยเห็นเธอไปกับเจ้าเวียงวรรณที่บาร์กุหลาบขาว ทำให้ดาหวันชะงัก สนใจ ถามว่ามันชื่ออะไร

"เมฆครับ ผมชื่อนายเมฆ ผมมีเรื่องกับนังโนรีก็เลยถูกไล่ออก เอ่อ...ผมว่าเราน่าจะเป็นฝ่ายเดียวกันนะครับ" เมฆยิ้มประจบ

"แกอยาก ได้เงินใช่ไหมนายเมฆ" ดาหวันถาม พอเมฆพยักหน้าลนลาน เธอบอกว่า "ก็ได้ ถ้าแกยอมช่วยฉันแก้แค้น ฉันรับรองว่าแกรวยแน่"

ooooooo

แพ็ต ตัดสินใจไปหาพระกรณ์ที่วัด พระกรณ์ ต้อนรับด้วยความยินดี บอกแพ็ตขณะนั่งสนทนากันในโบสถ์ว่า

"อาตมาดีใจที่เห็นโยมรอดชีวิตกลับ มา และยังถอนตัวจากองค์กรนักฆ่าได้สำเร็จ มันคงถึงเวลาแล้วที่โยมจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่"

"แพ็ตเองก็อยากจะ ให้มันเป็นอย่างนั้นค่ะหลวงพ่อ แต่ว่าพวกศัตรูคงไม่ยอมรามือง่ายๆ"

พระ กรณ์มีเมตตาให้แพ็ตมาอยู่กับแม่ชีที่วัด แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่งว่า

"ระหว่าง พักอยู่ที่นี่ อาตมาอยากให้โยมถือศีลแปด แล้วก็เจริญสติภาวนาทุกวัน เพื่อชำระล้างจิตใจของโยมให้กลับมาบริสุทธิ์ดังเดิม และเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปด้วยน้ำมือของโยม"

เมื่อ แพ็ตนุ่งขาวห่มขาวถือศีลตามคำของพระกรณ์ เธอรู้สึกชีวิตสงบร่มเย็นอย่างที่ไม่เคยมีในรอบหลายปีที่ผ่านไป

ooooooo

ดา หวันพาเมฆไปที่คอนโดฯหรูที่เจ้าเวียงวรรณเตรียมไว้เป็นเซฟเฮาส์เผื่อ สถานการณ์ฉุกเฉิน บอกเมฆว่าตนต้องการล้างแค้นให้พ่อ หลังจากนั้นก็จะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ ว่าแล้วโยนเงินให้เมฆปึกหนึ่ง เมฆถามว่าเป้าหมายของเราเป็นใคร ดาหวันตอบด้วยแววตาแค้นจัดว่า

"ทุกคน! ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของพ่อฉัน โดยเฉพาะไอ้เหว่ง!"

ต่อมา ดาหวันเริ่มงานด้วยการไปที่สนามกอล์ฟ เจอพนักงานคนหนึ่งเดินออกจากออฟฟิศ ดาหวันถามว่าทราบไหมว่าเสี่ยพิพัฒน์จะมาเล่นกอล์ฟวันไหน เมื่อพนักงานมองอย่างสงสัย เธอปดว่าเคยเล่นกอล์ฟก๊วนเดียวกับเสี่ย พนักงานจึงบอกว่าเสี่ยจองไว้วันศุกร์นี้

พอรู้ว่าเสี่ยจะมาวันไหน ดาหวันกลับออกไปพบกับเมฆที่นั่งรออยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์บอกเบาๆว่า

"เสี่ย พิพัฒน์จะมาเล่นกอล์ฟวันศุกร์นี้ ไอ้เหว่งต้องมาด้วยแน่" เมฆแย้งว่าเสี่ยกับเหว่งอยู่คนละพวกกันไม่ใช่หรือ ดาหวันบอกข่าวล่าสุดว่า "ฉันเพิ่งได้ข่าวว่าตอนนี้มันกลายเป็นหุ้นส่วนกันแล้ว ถ้าเดาไม่ผิดคนที่หนุนหลังไอ้เหว่งเล่นงานเอสเค 7 ก็คงจะเป็นเสี่ยพิพัฒน์"

เมฆ ท้วงติงว่าถ้าคิดจะเล่นงานพวกนั้น ลำพังเราสองคนคงทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ๆอยู่ว่าพวกนั้นมีบอดี้การ์ดคุมแจ

"นายอยู่ เฉยๆ คอยฟังคำสั่งฉันก็แล้วกัน ส่วนเรื่องอื่น ฉันจัดการเอง" ดาหวันตัดบท

เมฆ พยักหน้าอย่างหนักใจ

ooooooo

เสี่ยพิพัฒน์ดำเนินแผนการของตน ต่อด้วยการเรียกมิสเตอร์เหว่งมาถามว่าจำมิสเตอร์นิโคลัสได้ไหม เหว่งจำได้ว่าเป็นลูกค้าเก่าของตนแต่ปัจจุบันกลายเป็นลูกค้าขาประจำของเสี่ย ไปแล้ว

"แกเข้าใจผิดแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้ค้าขายกับนิโคลัสมานานแล้วเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เรามีเรื่องกัน ไอ้หมอนั่นมันก็เลยหันไปซื้อสินค้าจากผู้ผลิตรายอื่น ทั้งๆที่แพงกว่าของเราเกือบสองเท่า"

"แล้วเสี่ยจะให้ผมทำยังไง"

"ง่ายๆ ก็แค่พิสูจน์ให้มันเห็นว่าเราคืนดีกันแล้ว มันจะได้กลับมาซื้อสินค้าของเราตามเดิม"

"ได้...สบายมาก คุณเหว่งจัดการเอง" เหว่งกระเหี้ยนกระหือรือ มองว่าแค่งานกล้วยๆ

จาก นั้น เสี่ยก็ให้เหว่งไปรับนิโคลัสที่สนามบินโดยมี อำพันทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ขับรถตู้  เหว่งทักทายอย่างเป็นมิตรว่าไม่ได้เจอกันนานเลย นิโคลัสถามว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

"สถานการณ์เปลี่ยนไป มาก เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจนแทบไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เอสเค 7 โดนล้างบางไปหมดแล้ว และผมกับเสี่ยพิพัฒน์ก็ยังกลายเป็นหุ้นส่วนกันอีกต่างหาก รับรองว่าต่อไปการค้าของเราจะต้องราบรื่นแน่"

"ดีมาก ผมรอคอยวันนี้มานานแล้ว ว่าแต่เอสเค 7 ถูกทำลายยังไง" นิโคลัสถาม

"งาน นี้ต้องขอบใจอดีตสมาชิกของเอสเค 7 บางคนที่แปรพักตร์มาอยู่กับเรา" พูดพลางเหว่งบุ้ยหน้าไปที่อำพัน

นิโคลัสหุบยิ้มทันที ถามอำพันว่า

"เธอ เคยเป็นพวกเอสเค 7 งั้นเหรอสาวน้อย"

อำพันเหลือบมองนิโคลัสจากกระจก ส่องหลัง ดูออกว่าท่าทางเขาไม่ชอบตนนัก

ooooooo

ดาหวันกับเมฆ เริ่มแผนการของตนทันที ด้วยการที่ดาหวันเข้าไปในสนามกอล์ฟ เจอพนักงานสาวที่ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว พอเข้าไปถามรู้ว่าเป็นคนทำหน้าที่ดูแลเครื่องดื่มให้พวกแขกวีไอพี ดาหวันก็ใช้สันมือฟันคอพนักงานคนนั้นจนหมดสติไปทันที

เวลาใกล้เคียงกัน เสี่ยพิพัฒน์กำลังจะออกจากบ้าน พิชิตถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าพี่ชายมีนัดกับลูกค้าก็ขอตามไปด้วย แต่เสี่ยไม่ให้ไป บอกว่าอยู่เฝ้าบ้านดีแล้วไม่อยากให้ไปทำลายบรรยากาศของลูกค้า

"แล้ว ทำไมไอ้เหว่งกับนังอำพันมันไปได้ หรือว่าเดี๋ยวนี้พี่ไว้ใจคนอื่นมากกว่าฉัน"

พิชิตถามอย่างโมโห แต่พอถูกพี่ชายถลึงตาปรามก็จ๋อยไปตามระเบียบ เสี่ยพูดทิ้งท้ายก่อนขึ้นรถไปว่า

"ก็เพราะแกมันวู่วามแบบนี้ไงไอ้ชิต ฉันถึงไม่ไว้ใจแก"

ที่หน้าทางเข้าสนามกอล์ฟ อำพันมายืนรอรับเสี่ยอยู่แล้ว บอกเสี่ยทันทีที่พบกันว่ามิสเตอร์นิโคลัสรออยู่บริเวณด้านนอกคลับเฮาส์แล้ว เสี่ยถามว่าแล้วเธอไม่เข้าไปด้วยกันหรือ

"ฉันเคยเป็นพวกเอสเค 7 ฉันคิดว่าอยู่ห่างๆมิสเตอร์ นิโคลัสจะดีกว่า"

เสี่ยพิพัฒน์ยิ้มรับ อย่างเข้าใจแล้วหันเดินเข้าไป

ooooooo

ดาหวันลอกคราบพนักงาน ที่ถูกเธอเอาสันมือฟันจนสลบ ปลอมตัวเป็นพนักงานแทน เมื่อพนักงาน

คน นั้นฟื้นขึ้นมา ดาหวันเอาบัตรประชาชนของพนัก-งานคนนั้นขึ้นมาชูบอกว่า ตนรู้ชื่อนามสกุลและที่อยู่ หมดแล้วขู่ว่า

"อย่าส่งเสียงเด็ดขาด แล้วก็ห้ามปากโป้ง ไม่อย่างนั้น ฉันตามไปถึงบ้านเธอแน่ เข้าใจไหม"

พนักงาน คนนั้นพยักหน้ากลัวๆ พอดีเมฆเข้ามาบอกว่า เมื่อกี้นี้ตนเห็นเหว่งเข้ามาในสนามกอล์ฟและเสี่ยพิพัฒน์ก็มาถึงแล้ว ดาหวันพยักหน้ารับรู้ สั่งก่อนแยกไปว่า

"แกไปรอฉันที่รถ ถ้าได้ยินเสียงปืนเมื่อไหร่ให้สตาร์ตเครื่องได้ทันที"

แล้วดาหวันก็ ทำมั่วๆเข้าไปในบริเวณแผนกเครื่องดื่ม ถามพนักงานที่กำลังจัดเครื่องดื่มใส่ถาดว่าเป็นของลูกค้าวีไอพีหรือเปล่า พนักงานคนนั้นมองหน้าดาหวันอย่างแปลกตาถามว่าเป็นพนักงานใหม่หรือ

"ค่ะ เพิ่งมาทำงานวันแรก" ดาหวันตอบหลบๆหน้า แล้วถือถาดเครื่องดื่มออกไป เดินผ่านอำพันที่นั่งจิบเครื่องดื่มอยู่ อำพันสะดุดตา พึมพำกับตัวเอง "รูปร่างคุ้นๆ..." คิดแล้วควักเงินมาวางก่อนรีบลุกเดินตามดาหวันไป

ooooooo

ที่ ระเบียงคลับเฮาส์ เสี่ยพิพัฒน์กับนิโคลัสและเหว่งนั่งคุยกันอยู่ นิโคลัสเป็นฝ่ายแสดงความยินดีว่า

"บอกตามตรง ผมดีใจมากที่พวกคุณจับมือกันได้ เพราะการที่ผู้ขายอย่างคุณทะเลาะกัน คนที่เดือดร้อนก็คือผู้ซื้ออย่างผม ที่ต้องเสียเวลาไปซื้อของผ่านนายหน้า ซึ่งผมต้อง จ่ายแพงกว่าเกือบเท่าตัว"

"ไม่ต้องห่วงคุณนิโคลัส ต่อไปคุณจะไม่เจอกับปัญหาเดิมอีก แถมยังไม่มีเอสเค 7 มาคอยขัดขวางอีกต่างหาก" เสี่ยยืนยันมั่นใจ มิสเตอร์เหว่งถามแทรกขึ้นว่าสินค้าลอตต่อไปต้องการเท่าไร

"ของใน สต๊อกของผมหมดเกลี้ยงแล้ว ผมต้องการสินค้ามากที่สุดเท่าที่จะมากได้"

"ถ้า งั้นคุณให้รายละเอียดกับคุณเหว่ง เพราะต่อไปเขาจะเป็นตัวแทนของผม" เสี่ยผายมือไปทางเหว่ง มิสเตอร์เหว่ง ตะเบ๊ะรับกวนๆ นิโคลัสมองแล้วหัวเราะพอใจที่เห็นว่าทั้งสอง คืนดีกันแล้วจริงๆ

ดา หวันถือถาดเครื่องดื่มเข้ามาพอดี เธอก้มหน้าก้มตาเข้ามา มือหนึ่งถือถาดอีกมือก็แอบจับปืนที่ซ่อนไว้

วินาทีนั้นเองอำพันตามมา ถึง เธอร้องเรียก "ดาหวัน" ทำให้ทุกคนในที่นั้นหันมองดาหวันเป็นตาเดียว ดาหวันจึงตัดสินใจชักปืนออกมายิงกราดใส่กลุ่มที่นั่งกันอยู่ เหว่งตะโกนให้นิโคลัสระวังพร้อมกับพุ่งเข้ารวบตัวเขาหลบกระสุน ในขณะที่ องครักษ์ของเสี่ยก็ดาหน้าเข้ามาพิทักษ์เจ้านายจนรับกระสุนแทนไป

"ไอ้ เหว่ง ไอ้ชาติชั่ว แกตายซะเถอะ" ดาหวันตะโกนจะยิงซ้ำแต่อำพันยิงสกัดไว้เสียก่อน ทำให้ดาหวันต้องหันมายิง ตอบโต้ก่อนตัดสินใจวิ่งหนีไป

"ตามมันไป ล่าตัวมันมาให้ได้" เสี่ยตะโกนสั่งอย่างโกรธจัด

นิโคลัสถามว่าไหนบอกว่าเอสเค 7 ถูกเก็บไปหมดแล้วไง แล้วนี่พวกไหนอีก

"นังนี่มันไม่ใช่เอสเค 7 ธรรมดา แต่มันเป็นลูกสาวของเจ้าเวียงวรรณ" มิสเตอร์เหว่งบอก

ทุกคน มองตามดาหวันไปอย่างตื่นตะลึง

อำพันไล่ล่าดาหวันไปทันที แต่พอวิ่งตามไปถึงที่เมฆจอดรถมอเตอร์ไซค์ซุ่มอยู่ ก็เห็นดาหวันกระโดดขึ้นซ้อนท้ายหนีไปต่อหน้าต่อตา อำพันหันกลับมาที่รถตัวเองขึ้นขับตามไปอย่างไม่ลดละ

ooooooo

เมฆ บิดมอเตอร์ไซค์ไปราวกับเหาะ ดาหวันหันหลังมองเป็นระยะ จนกระทั่งไม่เห็นรถของอำพันแล้ว เธอบอกเมฆว่าเราปลอดภัยแล้ว

เมฆหัน มองเพื่อความแน่ใจ แต่พอหันกลับมาอีกทีก็ตกใจผงะเมื่อรถของอำพันพุ่งออกมาจากข้างทางชนรถ มอเตอร์ไซค์ของเมฆล้ม ทั้งเมฆและดาหวันกระเด็นไปคนละทิศละทาง อำพันก้าวลงจากรถพร้อมปืนในมือ พูดเยาะใส่ดาหวันว่า

"ดาหวัน คุณนี่มันโง่จริงๆ รอดจากเกาะนรกมาได้ยังอุตส่าห์รนมาหาที่ตายถึงในกรุงเทพฯ"

"แก! นังทรยศ ฉันไม่มีทางปล่อยแกไปแน่"

"สภาพแบบนี้ยังมีหน้ามาขู่ฉันอีก เหรอคุณดาหวัน คนที่ต้องตายคือคุณต่างหาก!"

ดาหวันไม่พรั่นพรึงเธอยก ปืนจะยิงอำพัน แต่ถูกอำพันยิงปืนกระเด็นแล้วจะตามซ้ำ

ทันใดนั้นมีรถ คันหนึ่งพุ่งเข้ามามีมือถือปืนโผล่มาทางหน้าต่างเหนี่ยวไกใส่อำพันไม่ยั้งจน เธอต้องกระโจนหลบเข้าที่กำบัง

มือปืนคนนั้นคือรอนนั่นเอง! เขาตะโกนบอกดาหวันให้รีบขึ้นรถ ดาหวันลังเลแต่เห็นเมฆวิ่งพรวดไปขึ้นรถก่อนเธอจึงตามไป จากนั้นรอนขับรถออกไปอย่างเร็ว อำพันโผล่จากที่กำบังมองตามรถไปอย่างโกรธแค้น

ooooooo

วันนี้   ขณะที่ชาลีมาหาหมวดโอมที่ออฟฟิศกองปราบเพื่อตามข่าวพวกเอสเค 7 ว่าทางตำรวจได้ ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมบ้างหรือเปล่า ถูกหมวดโอมดักคอว่าตามข่าวดาหวันด้วยใช่ไหม ชาลีเตือนความจำหมวดว่า อย่าลืมว่าตนเคยเป็นคู่หมั้นของดาหวันมาก่อน

ระหว่างนั้น จ่าฉิมเข้ามาสมทบ บอกชาลีว่ากำลังคิดถึงพอดีเลย ตนมีเรื่องอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับรอน ชาลีมองหน้าหมวดเชิงถาม หมวดพยักหน้าเครียดๆเชิงรับว่าจริง

จากนั้นทั้งสามก็ไปนั่งคุยกันที่ ร้านอาหาร หลังจากฟังจ่าเล่าเรื่องข้อสงสัยต่อรอนหมดแล้ว  ชาลีมีความเห็นเช่นเดียวกับจ่าว่า ถ้าจริงอย่างนั้นก็แสดงว่ารอนปิดบังอะไรพวกเราอยู่

"ใช่ครับ และผมแน่ใจครับหมวดว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุแน่ คุณรอนจงใจทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ชัดๆ" จ่ายืนยันขึงขัง พอหมวดถามว่าจ่ารู้ได้ยังไง จ่าก็เล่าเป็นตุเป็นตะว่า

"ถ้าตอนนั้น เขาไม่ขวางผมไว้ ก็ยังพอจะเซฟข้อมูลทันนะครับผู้หมวด แล้วที่สำคัญไอ้ไวรัสตัวที่มันลบข้อมูลทิ้งไปมันก็มาจากทัมไดรฟ์ของเขาที่ เสียบเข้าไปในเครื่อง"

ชาลีถามว่าแล้วทำไมจ่าไม่รายงานเรื่องนี้กับ โทนี่ จ่าตอบตรงๆว่าตนไม่แน่ใจว่าโทนี่จะมีเอี่ยวกับรอนด้วยหรือเปล่า

หมวด โอมนิ่งคิดครู่หนึ่ง ถามว่า "พอมีทางตรวจสอบประวัติของนายรอนไหมคุณชาลี ผมอยากรู้ว่าตอนที่อยู่เมืองนอก มันเคยก่อเรื่องแบบนี้บ้างรึเปล่า"

"นั่น แปลว่าเราต้องโจรกรรมข้อมูลของตำรวจสากลนะหมวด" ชาลีแย้งยิ้มๆ

"ถึง มันจะเสี่ยง แต่เราต้องหาความจริงให้ได้" หมวดจริงจัง มองหน้าจ่าเชิงขอความเห็นก่อนจะพยักหน้ากับชาลี ทั้งๆที่จ่าถามหมวดด้วยสายตาว่าจะทำจริงๆเหรอ...

ooooooo

หลัง จากที่รอนไปฉกเมฆกับดาหวันมาแล้วก็พาไปพักที่คอนโดฯของดาหวันเอง จนเธอสงสัยว่ารู้ได้อย่างไรว่าตนพักอยู่ที่นี่ รอนตอบอย่างยโสโอหังว่า มีอะไรเกี่ยวกับเจ้าเวียงวรรณบ้างที่ตนไม่รู้

"งั้นคุณก็เป็นพวก ตำรวจสิ จะบอกให้นะ ถ้าคิดว่าจะช่วยฉันเพื่อสอบถามเรื่องเอสเค 7 ละก็เปล่าประโยชน์ เพราะฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"

รอนพูดอย่าง ดูแคลนว่าสมองกลวงอย่างเธอจะไปรู้อะไร ทำให้ดาหวันโมโหตวาดถามว่าแล้วเขาต้องการอะไร พลางเดินไปหยิบเครื่องดื่มในตู้เย็น

"ใจเย็นๆคุณดาหวัน ถ้าผมจะจับคุณ คงพาไปที่กองปราบนานแล้ว ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว...ความจริงผมเป็นคนของเอสเค 7" รอนเผยตัวเองมองหน้าดาหวันอย่างหยั่งเชิง

"คุณคิดว่าฉันโง่เหรอ ตำรวจอย่างคุณเนี่ยนะจะเป็นพวกเดียวกับเอสเค 7" ดาหวันเย้ย

"แล้วคุณ รู้ได้ยังไงว่าผมเป็นตำรวจจริงๆ" รอนย้อน จ้องดาหวันกับเมฆที่หูผึ่งขึ้นมาทันที

ooooooo

เมื่อปรึกษา ตกลงกันแล้ว ชาลีกับหมวดและจ่าพากันมาที่รถของชาลี จากนั้นชาลีใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของเขาเจาะเข้าฐานข้อมูลของตำรวจกองปราบ

ระหว่าง ที่ชาลีกำลังเจาะหาข้อมูลอยู่นั้น เขาบอกหมวดที่เข้ามาถามว่าได้เรื่องไหมว่า ระบบป้องกันแน่นหนามากคงต้องเสียเวลากันหน่อย

จ่ายังกังวลเตือนหมวดว่าทำอย่างนี้มันผิดกฎหมาย หมวดเชื่อว่าเราเป็นตำรวจ เราทำเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม จ่าจะแย้งแต่ถูกชาลีปรามให้เงียบเพราะตนต้องการสมาธิ

แต่แล้วชาลีก็ ชะงักเมื่อมีสัญญาณกะพริบเตือนบางอย่างปรากฏขึ้น เขาร้องบอกหมวดกับจ่าว่างานเข้าแล้ว ทางฐานข้อมูลของตำรวจสากลรู้ตัวแล้วและกำลังตามสัญญาณมาหาเราที่นี่ จ่าตกใจบอกให้รีบปิดเครื่องก่อนที่พวกนั้นจะหาเราเจอ

"ผมว่าเราสลาย ตัวกันเถอะหมวด" ชาลีเสนอ

หมวดโอมพยักหน้าเห็นด้วยต่างเตรียมจะ กระจายกันออกไป แต่พอหมวดเปิดประตูลงจากรถก็ชะงักกึกหน้าเสียเมื่อเห็นโทนี่นำตำรวจนอก เครื่องแบบกลุ่มหนึ่งเดินออกจากประตูฉุกเฉินมองมาพอดี

"พวกคุณ...นี่ พวกคุณเองเหรอ" โทนี่มองคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กในมือชาลีแบบจับได้คาหนังคาเขากันเลยทีเดียว

เมื่อพากันไป คุยที่ห้องประชุมที่กองปราบ โทนี่ถามอย่างดุดันว่า

"พวกคุณบ้ารึ เปล่า ถ้าล้วงข้อมูลตำรวจสากลได้ง่ายๆ ป่านนี้พวกผู้ร้ายมันสบายบรื๋อกันหมดแล้ว พวกคุณรู้ไหมว่าผมมีอำนาจจะสั่งฟ้องพวกคุณได้ทุกคน"

สารวัตรชลิตถาม หมวดว่าเรื่องมันไปยังไงมายังไงกันแน่ หมวดบอกตามตรงว่าพวกเราสงสัยว่ารอนอาจเป็นสายของคนร้าย ฟังแล้วโทนี่กับสารวัตรชลิตมองหน้ากันอย่างสนใจ จ่าจึงเล่ารูปธรรมว่า

"คือ...ผม เห็นว่าคุณรอนแกทำลายข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ของเจ้าเวียงวรรณครับสารวัตร ผมก็เลยคิดว่าแก..."

โทนี่ตัดบทว่าข้อมูลพวกนั้นตนได้มาหมดแล้ว รอนไม่ได้เอาไปซ่อน พอหมวดถามว่าแล้วทำไมรอนต้องลบข้อมูลเหล่านั้นทิ้งด้วย โทนี่ย้อนถามว่า

"ก็ขนาดพวกคุณยังระแวงว่าเขาเป็นสายลับได้ ทำไมเขาจะระแวงพวกคุณบ้างไม่ได้"

"ถ้างั้นก็สรุปว่าเป็นเรื่องเข้าใจ ผิด" ชาลีสรุปแล้วคว้ากระเป๋า "ผมกลับบ้านได้รึยัง"

โทนี่อนุญาตแต่ ชาลีต้องรับปากก่อนว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ทำให้หมวดออกรับแทนว่าอย่าโทษชาลีเลย ตนเป็นคนขอร้องเขาเอง

"ไม่ต้อง ห่วงหมวดโอม ผมต้องทำรายงานเรื่องของคุณส่งไปให้เบื้องบนทราบแน่" โทนี่ตัดบท มองทั้งหมดด้วยแววตาแข็งกร้าว

ooooooo

หมวดโอม เดินออกจากห้องทำงานเจอผู้กองรณภพเดินสวนมาพอดี รณภพทักว่าได้ข่าวว่าไปลองของกับตำรวจสากลมาเหรอ  หมวดทำหน้าสยองบอกว่างานเกือบเข้า

รณภพถามว่าแล้วโทนี่ว่ายังไง หมวดเล่าเซ็งๆว่าก็ด่า ไปตามเรื่องตามราวแต่โชคดีที่แกไม่เอาเรื่องไม่งั้นพวกตนติดคุกกันยกทีมแน่ รณภพเตือนให้ระวังตัวหน่อยก็แล้วกันตนยังมีงานอีกมากที่ต้องอาศัยเขา หมวดรับคำแล้วจะเดินไป

"เอ่อ เดี๋ยวก่อนโอม" รณภพเรียกไว้ แล้วลดเสียงลง "เรื่องแพ็ตผมขอบใจมากนะ"

"ไม่เป็นไรครับผู้กอง เพื่อนต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว จริงไหมครับ" หมวดยิ้มล้อๆแล้วถาม "คุณแพ็ตส่งข่าวมาบ้างหรือเปล่า"

"คุณแพ็ตยังไม่ติดต่อมาเลย" รณภพตอบสีหน้าครุ่นคิด แล้วเขาก็ตรงไปที่บาร์กุหลาบขาว เห็นสภาพของบาร์รกร้าง มี ป้ายแขวนไว้ว่า "ปิดปรับปรุง" เขาถอนใจกำลังจะกลับไปที่รถ ก็เห็นชายคนหนึ่งเดินหอบข้าวของส่วนตัวออกจากบาร์ รณภพ ดีใจมากเมื่อเห็นว่าเป็นคริสนั่นเอง

หลังจากทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุก ดิบกันแล้ว รณภพ ถามว่าได้ข่าวแพ็ตบ้างไหม

"ไม่ได้ติดต่อมาเลยครับ ผู้กอง คุณโรเบิร์ตมาตายแบบนี้ ผมว่าคุณแพ็ตเธอคงต้องไปหาที่สงบจิตสงบใจที่ไหนสักแห่งแน่"

ฟังคริ สแล้วรณภพฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าไม่มีที่ไหนเหมาะ แก่การสงบจิตสงบใจได้ดีเท่าที่วัด...

ooooooo

ดังนั้น เมื่อออกจากหน้าบาร์กุหลาบขาว  รณภพ ตรงไปที่วัดพระกรณ์ทันที ถามท่านว่าพอจะทราบไหม ว่าแพ็ตพักอยู่ที่ไหน ท่านตอบว่า ท่านเป็นพระมุสา ไม่ได้ รณภพดีใจรีบขอร้องท่านว่า ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าท่านทราบ บอกตนได้ไหมรับรองว่าตนไม่จับเธอตอนนี้แน่

"อาตมาลืมบอกไปว่าถึงเป็น พระก็ต้องรักษาสัจจะนะโยม อาตมารับปากคุณแพ็ตเธอไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร"

"โธ่...หลวง พ่อ กรุณาเถอะครับ" รณภพอ้อนสุดฤทธิ์

แล้วรณภพก็ได้เจอแพ็ตในชุดขาว ที่กำลังเดินจงกรมอยู่ เขาดีใจมากรีบเข้าไปทักทาย แพ็ตบอกว่าตนไม่ได้บวชชีแค่มาถือศีลเฉยๆ รณภพดีใจถามว่าอย่างนี้ก็แสดงว่าจับมือถือแขนกันแบบเพื่อนสนิทได้ใช่ไหม ไม่พูดเปล่ายังเอื้อมมือไปด้วย ทำเอาแพ็ตชักมือหนีแทบไม่ทัน

แพ็ต เตือนสติว่าอยู่ในวัดต้องสำรวม แม้รณภพจะอ้อนขอความเห็นใจสักนิดที่ตนอุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกล แพ็ตก็ยังใจแข็ง จนกระทั่งพากันเดินเข้าไปในสวนหย่อมในวัด รณภพ ทนไม่ได้โอบเอวแพ็ตไว้ พอเธอปรามเขาก็อ้อนว่าแค่โอบเฉยๆ เท่านั้นเอง

แพ็ต ถามถึงแผลของเขาว่าหายดีหรือยัง  ชายหนุ่มอ้อนว่าแผลตัวหายแล้วแต่แผลใจยังไม่หาย แล้วถามว่าเธอวางมือแล้วจริงรึเปล่า แพ็ตบอกว่าตนไม่อยากฆ่าใครอีกแล้ว

"ถ้า งั้นคุณหนีไปกับผมนะแพ็ต  ผมจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วพาคุณไปอยู่ที่อื่นให้ไกลแสนไกล คุณจะได้ไม่ต้องฆ่าใครอีก"

แพ็ตมองหน้าเขาอย่างซาบซึ้งใจ แต่ปฏิเสธเพราะไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อนอีก

"ก็ไหนคุณบอกว่าจะไม่ฆ่า ใครแล้วไงล่ะ"

"แพ็ตไม่ แต่ศัตรูของแพ็ตคงไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะ"

ทั้ง สองคุยกันจนได้ข้อสรุป จากนั้นรณภพขอตัวกลับบอกเธอว่าถ้ามีอะไรให้โทร.หาได้ตลอดเวลา แพ็ตตอบอย่างมั่นใจว่า ตนอยู่ในนี้พวกนั้นไม่มีวันตามเจอแน่ไม่ต้องห่วง

แต่ หารู้ไม่ว่าเหว่งส่งลูกน้องออกสืบเสาะหาแพ็ต มันมาซุ่มที่วัดและได้เห็นแพ็ตกับตา มันรีบโทรศัพท์แจ้งเหว่งทันทีว่าเจอแพ็ตแล้ว

ooooooo

เมื่อ กลับไปรายงานเหว่งที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ อำพันฟังอยู่ด้วย พอรู้ว่าแพ็ตอยู่ที่ไหนเธอผลุนผลันจะออกไปทันที เหว่งถามว่าจะไปไหน เธอตอบเสียงเข้มว่า "ฉันจะไปฆ่ามัน"

"ห้ามใครแตะต้องคุณแพ็ตเด็ดขาด" เสียงเสี่ยพิพัฒน์ แข็งกร้าวเข้ามา พออำพันถามว่าทำไม เสี่ยบอกว่า "ฉันต้องการจับเป็นแล้วพาตัวกลับมาที่นี่"

อำพันเถียงอย่างไม่พอใจ ว่าคิดว่าแพ็ตจะยอมง่ายๆ หรือ เหว่งเลยปรามเสียงเข้มอีกคนว่า

"อำพัน เธอต้องทำตามคำสั่งของเสี่ย"

อำพันมองเหว่งฉุนๆแล้วเดินปึงปังออกไป เหว่งตามมาปลอบใจว่า ถ้าเธออยากเป็นใหญ่ก็ต้องใจเย็นกว่านี้

"เป็น คุณ คุณจะยอมงั้นเหรอ นังนั่นมันเป็นมารชีวิตของฉัน มันทำลายชีวิตฉัน ฉันเสียตาไปข้างหนึ่งก็เพราะมัน จะให้ฉันปล่อยมันไปได้ไง"

"อำพัน ฉันไม่ได้ห้ามเธอแก้แค้นเพียงแต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้เสี่ยพิพัฒน์มันเป็นเจ้านายของเรา เราจำเป็นต้องเชื่อฟังคำสั่งของมัน" เหว่งเตือนสติ พออำพันถามว่าแล้วอีกนานเท่าใด เหว่งตอบด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ว่า "ทนต่อไป จนกว่าเราจะโค่นมันได้"

"นี่คุณพูดจริงหรือ" อำพันอึ้ง

"ฉัน เตรียมแผนเอาไว้แล้ว เธออย่าทำเสียเรื่องก็แล้วกัน"

ฟังแล้วอำพัน ทึ่งกับความลึกของเหว่ง

ooooooo

คืนนี้เอง ขณะที่แพ็ตออกมาเดินเล่นสงบสติอารมณ์ อยู่ที่สวนหย่อมภายในวัดก็ถูกอำพันแอบมายิงลูกดอกยาสลบใส่ ขณะแพ็ตยังงงๆอยู่นั้น อำพันโผล่พรวดออกมาพร้อมปืนบอกว่าคราวนี้จะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกแน่

ขณะ แพ็ตเริ่มมึนงงนั่นเอง อำพันก็พุ่งเข้าใส่ แพ็ตมึนงงจนอ่อนแรงสู้อำพันไม่ได้ถูกมีดสั้นอำพันเฉือนเป็นแผล เห็นท่าไม่ดีเลยตัดสินใจวิ่งหนี

ระหว่างนั้นสอนเด็กวัดมาเห็นเข้า รีบวิ่งกลับไปที่กุฏิพระกรณ์

อำพันวิ่งไล่แพ็ตที่ล้มลุกคลุกคลานจน ทัน จับตัวแพ็ตพลิกขึ้นพลางเงื้อมีดสุดแขนพูดอย่างเหี้ยมเกรียม

"หวัง ว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีกชาติหน้า"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะอำพัน!" เสียงเสี่ยพิพัฒน์ทำให้อำพันชะงักมือที่เงื้อจะแทงแพ็ตกลางอากาศ เธอมองไปเห็นเสี่ยพิพัฒน์พาเหว่งกับสมุนเข้ามาล้อมเธอไว้หมดแล้ว เสี่ยสั่งเข้ม "ปล่อยคุณแพ็ตเดี๋ยวนี้อำพันไม่งั้นเธอตายก่อน"

"ฉัน เตือนเธอแล้วนะอำพัน เธอมันแส่หาเรื่อง" เหว่งแทรกขึ้น ทำให้อำพันต้องลดมีดในมือลง

เหว่งเห็นเสี่ยมองอำพันอย่างไม่พอใจเลย เล่นบทเอาใจนาย ตรงเข้าไปตบหน้าอำพันอย่างแรง

"ลูกน้องที่ขัดคำสั่ง ของเจ้านาย จะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรของเรา เธอจะต้องถูกลงโทษอำพัน" เหว่งกล่าวโทษ แทนที่อำพันจะสำนึกกลับจ้องหน้าทั้งเหว่งและเสี่ยอย่างไม่พอใจก่อนสะบัดหน้า ผลุนผลันไปจากที่นั่น

เสี่ยพิพัฒน์รีบเข้าไปดูอาการของแพ็ต เขาพยายามเรียกเธอให้ได้สติ เมื่อแพ็ตยังไม่รู้สึกตัวเสี่ยตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นรถไป

เป็นเวลาที่ สอนเพิ่งขึ้นไปถึงกุฏิพระกรณ์ละล่ำละลักบอกว่าแพ็ตถูกพวกนั้น...มากันเยอะ แยะ ครั้นพระกรณ์ถามว่าพวกไหน สอนตอบไม่ได้บอกได้แต่เพียงว่าท่าทางพวกนั้นไม่มาดีแน่ พระกรณ์จึงให้สอนรีบพาไป สอนพาไปถึงที่เกิดเหตุ ไม่พบอะไรตรงนั้นแล้ว

พระ กรณ์กลับเข้ามาในโบสถ์ กราบพระประธานอธิษฐาน

"ขอบารมีสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองหนูแพ็ตด้วยเถอะครับหลวงพ่อ หลานสาวผมพยายามกลับตัวแล้ว แต่ยังมีไอ้พวกมารร้ายมาผจญ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงปัดเป่า อย่าให้หนูแพ็ตได้รับอันตรายใดๆเลย ไม่งั้นผ้าเหลืองผมร้อนแน่..."

ooooooo

แพ็ตถูกพาตัวไปที่ บ้านเสี่ยพิพัฒน์ จนเช้าวันรุ่งขึ้นเธอลืมตาขึ้นมางงๆว่าตัวเองอยู่ที่ไหน พยายามลุกเดินดู ไปถึงโต๊ะเครื่องแป้งเห็นรูปถ่ายเก่าๆของเสี่ยพิพัฒน์กับภรรยาที่มีหน้า ละม้ายตนมาก แพ็ตมองภาพนั้นอย่างประหลาดใจ ครั้นเลื่อนสายตาไปก็เห็นชุดเดรสตัวหนึ่งแขวนอยู่ เธอไปเอาชุดเดรสนั้นเดินออกจากห้องลงไปที่ห้องอาหาร เจอเสี่ยพิพัฒน์นั่งอยู่ เสี่ยมองเธอเหมือน
ตะลึงตกในภวังค์


เสี่ย บอกว่าเธอหมดสติไปทั้งวัน คิดว่าต้องหิวมากเลยให้เด็กเตรียมอาหารเอาไว้ให้แล้ว แพ็ตทบทวนความจำได้ว่าถูกลูกดอกยาสลบของอำพัน เสี่ยบอกว่าอำพันคิดทำร้ายเธอ โชคดีที่ตนตามไปช่วยเสียก่อน

แล้วแพ็ตก็ต้องตกใจ เมื่อเสี่ยบอกว่ารู้ว่าเธอเป็นพวกเอสเค 7 ตั้งแต่แรกที่เจอกันแล้ว แต่ก็เต็มใจให้เธอหลอกเพราะหน้าเธอเหมือนภรรยาของเขา จากนั้นหว่านล้อมว่า

"ตอน นี้ไม่มีเอสเค 7 อีกแล้ว คุณมีอิสระเต็มที่ที่จะทำอะไรก็ได้ และผมเองก็ไม่คิดจะฝืนใจคุณ ผมไม่ได้ต้องการให้คุณรักผม ไม่ได้ต้องการให้คุณมาทำงานให้ผม แต่ผมแค่อยากเห็นคุณอยู่ใกล้ๆแล้วก็ได้ปกป้องคุณอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้"

"จะ ให้แพ็ตเชื่อแบบนั้นจริงๆเหรอคะเสี่ย"

"ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนแพ็ต อยู่ที่นี่ต่อไป แล้วคุณจะรู้เองว่า ผมพูดจริง"

สีหน้า น้ำเสียง และแววตาของเสี่ยจริงใจ อ่อนโยน จนแพ็ตมองอย่างกังขา...

ooooooo
ตอนที่ 16

พิชิตระแวงว่าเหว่งหาผู้หญิงใหม่มาให้พี่ชาย ผลุนผลันจะเข้าไปเอาเรื่อง ถูกเหว่งขวางไว้พูดอย่างวางเขื่องว่าเสี่ยสั่งไว้ห้ามใครไปรบกวนเด็ดขาด

"ฉัน ได้ข่าวว่าแกหานางบำเรอคนนึงมาให้พี่ชายฉัน แต่ว่ามันเป็นอดีตนักฆ่าขนตางอน"

เหว่งตัดบทว่าเอาไว้ให้เขาถามพี่ ชายตัวเองดีกว่า ทำให้ พิชิตโมโหมากต่างจ้องหน้ากันอย่างอาฆาตว่าจะได้ลองดีกันสักวัน

หัว เสียที่ถูกเหว่งวางเขื่องใส่ พิชิตไปนั่งดื่มในบาร์ฝรั่ง จู่ๆอำพันก็เข้ามาแจม พิชิตทักอย่างเหยียดหยามว่า "นี่เธอเองเหรอยัยบอด" อำพันไม่ยอมแพ้ย้อนไปว่า "นึกว่าใครไอ้ขี้แพ้นี่เอง"

เลยเกิดเขม่น เข่นเขี้ยวกันต่างจะให้อีกฝ่ายขอโทษ ความห้าวของอำพันทำเอาพิชิตทึ่ง และเมื่อต่างยอมขอโทษกันแล้ว อำพันเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แสดงความเห็นใจพิชิตว่า เรามีลูกพี่ห่วยแตกด้วยกันทั้งคู่

พิชิตดีใจ คิดว่าอำพันแตกคอกับเหว่ง อำพันยุแยงว่า

"ถ้าเป็นเมื่อก่อนป่านนี้ ฉันฆ่ามันไปแล้ว ไม่ยอมทู่ซี้ให้ มันจิกหัวใช้แบบนี้หรอก แล้วคุณล่ะ จะเป็นเบี้ยล่างให้พี่ชายคุณไปถึงเมื่อไหร่" ครั้นพิชิตบอกว่าเขาไม่มีทางเลือก อำพันยุทันทีว่า "แล้วไม่คิดจะปฏิวัติบ้างเหรอ"

พิชิตถามว่าเธอมายุให้ตนหักหลังพี่ ชายหรือ อำพันหัวเราะตอบสบายๆ

"ใครว่า กำลังแนะนำให้คุณเห็นทางสว่างต่างหาก ไม่อยากเป็นนายใหญ่กับเขาบ้างเหรอคุณพิชิต" อำพันทิ้งทุ่น พิชิตฟังแล้วนิ่งไปอย่างสนใจข้อเสนอของอำพัน

ooooooo

รณภพรู้ จากพระกรณ์ว่าเด็กวัดเห็นการลักพาตัวแพ็ตไปจริงๆ เมื่อรณภพรู้ทะเบียนรถที่ใช้ก็ให้จ่าฉิมตรวจสอบเลขทะเบียน ปรากฏว่าเป็นรถของเสี่ยพิพัฒน์ หมวดโอมไม่อยากเชื่อว่าเสี่ยจะลดตัวลงมาทำแบบนี้เอง รณภพคาดว่าถ้าเสี่ยจะทำจริงๆเขาคงไม่โผล่ไปที่นั่นเด็ดขาด มั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ

จ่าฉิมเสนอให้เรียกตัวมาสอบ ปากคำดีไหม รณภพบอกว่าไม่ต้อง เขาจะไปเยี่ยมเสี่ยถึงที่เลยดีกว่า บางทีเราอาจจะได้เบาะแสเกี่ยวกับแพ็ตด้วยก็ได้

หมวดโอมท้วงติงรณภพ ว่า แม้ว่าแพ็ตจะเป็นคนดีและช่วยเราไว้หลายครั้งก็จริง แต่ตำรวจกับคนร้ายก็ไม่ควรจะใกล้ชิดกัน รณภพได้แต่ฟัง ตบบ่าหมวดอย่างเข้าใจ แต่ก็ยังไปตามความตั้งใจ

ooooooo

เสี่ยพิพัฒน์สั่งสมุนให้ดู แลแพ็ตเหมือนคนในบ้าน  เพื่อเธอจะได้รู้สึกสบายๆเหมือนอยู่บ้านตัวเอง ทำให้แพ็ตรู้สึกสบายใจขึ้น

แต่แล้วเธอก็ได้เจอกับมิสเตอร์เหว่งคู่ อาฆาต เหว่งพยายามญาติดีด้วย  แต่แพ็ตบอกเขาว่าอยู่ใกล้กันแบบนี้ดีแล้ว จะได้ฆ่าเขาได้ง่ายขึ้น แพ็ตถามว่า คนที่ออกทุนให้เหว่งถล่มเอสเค 7 คือเสี่ยพิพัฒน์ใช่ไหม

"แน่นอน พ่อค้ายาทุกคนอยากทำลายเอสเค 7 กันทั้งนั้น ความจริงคุณน่าจะขอบใจผมมากกว่านะคุณแพ็ต ที่ผมช่วยให้คุณเป็นอิสระ" พูดพลางเหว่งส่งแก้วไวน์ให้ "เห็นได้ข่าวว่าคุณกำลังจะถอนตัวจากเอสเค 7 อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

แพ็ต พูดประชดว่ารู้ลึกดีนี่ เหว่งคุยโวว่าอำพันบอกตนหมดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ เสนอว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้ ถูกแพ็ตสาดไวน์ใส่หน้าก่อนพูดเย้ยว่า

"ยัง มีอีกหลายเรื่องที่อำพันไม่ได้เล่าให้แกฟังไอ้เหว่ง ไม่งั้นแกคงไม่ทะเล่อทะล่ามาคุยกับฉันแบบนี้แน่!"

แพ็ตระงับโทสะเดิน กลับไปที่ห้องตัวเอง เหว่งงงๆไม่เข้าใจ ว่าทำไมแพ็ตโมโหถึงขนาดนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเสี่ยพิพัฒน์หลบมุมแอบฟังการสนทนาของทั้งคู่อยู่นานแล้ว

เมื่อ ได้คุยกับอำพันแล้ว เหว่งจึงรู้ว่าที่แท้แพ็ตคือแพร-เพชร ลูกสาวของสารวัตรเพิ่มพลนั่นเอง พอรู้แล้วเหว่งบอกอำพันว่าแบบนี้ญาติดีกันไม่ได้แล้ว อำพันยิ้มรับความเปลี่ยนแปลงของเหว่งอย่างพอใจ

ooooooo

รณภพ หมวดโอม และจ่าฉิม พากันไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ รณภพบอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการพบแพ็ต เสี่ยยังถ่วงเวลาแต่พอหมวดกับจ่าจะเข้าไปในบ้าน ก็ถูกเสี่ยชี้นิ้วสั่งห้ามเข้าถามขึงขังว่ามีหมายค้นหรือเปล่า

"ไม่ จำเป็น นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะต้องตรวจค้น" หมวดแข็งกร้าว

"แต่ ผมถือว่าเป็นการบุกรุก" เสี่ยเฉียบขาดแล้วดีดนิ้วเปาะ ทันใดนั้นสมุนจำนวนมากก็กรูกันมาล้อมพวกรณภพไว้ เสี่ยบอกรณภพว่าเมื่อเขาไม่ให้เกียรติตน ตนก็ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติเขาเหมือนกัน

ระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลัง เผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด นั่นเอง แพ็ตก็ออกมาหย่าศึก รณภพดีใจมากถามว่าเธอปลอดภัยดีหรือเปล่า

"แน่นอนค่ะ แพ็ตมาอยู่ที่นี่ในฐานะแขกของเสี่ยพิพัฒน์ เพราะว่าเรามีธุรกิจต้องหารือกัน"

รณภพพยายามชวนแพ็ตออกไปคุยกันข้าง นอกดีกว่า แต่เธอยืนยันว่าตนไม่มีปัญหาอะไรตนอยากอยู่ที่นี่ ทำเอารณภพแปลกใจ ส่วนหมวดกับจ่ามองหน้ากันงงๆ เสี่ยพิพัฒน์ได้ทีเชิญตำรวจทั้งหมดกลับไปได้แล้ว

รณภพมองแพ็ตอย่าง ไม่เข้าใจ เมื่อออกมาแล้วเขาปรารภกับหมวดและจ่าว่าทำไมแพ็ตต้องปกป้องเสี่ยด้วย หมวดตั้งข้อสังเกตว่าเสี่ยอาจไม่ได้ลักพาตัวแพ็ต แต่เธออาจตามเขามาเองก็ได้ จ่าฉิมเห็นด้วยเพราะสุภาษิตฝรั่งว่าไว้ว่า

"ผู้หญิงชอบคนดี รักคนเลว แล้วก็แต่งงานกับคนรวย เป็นธรรมชาติที่คล้ายกันของผู้หญิงทั่วโลก"

ฟัง แล้วรณภพคิดหนัก กลัวแพ็ตจะเป็นอย่างที่จ่าพูด

ooooooo

เสี่ย พิพัฒน์ซึ้งใจมากที่แพ็ตปกป้องเขาจากข้อกล่าวหาของตำรวจ อยากให้เธออยู่กับเขาที่นี่ตลอดไปไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม แพ็ตอ้อนว่าเวลานี้ตนถูกพวกเอสเค 7 ตามล้างแค้นอยู่ มีแต่เสี่ยคนเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องตนได้ เสี่ยดีใจมากให้ความมั่นใจว่า ขอแต่ให้ เธอยอมอยู่ด้วยเท่านั้น ตนจะไม่ปล่อยให้ใครมาแตะ ต้องเธอได้เป็นอันขาด

อำพันแอบดูแอบฟังการสนทนาทั้งหมดอยู่ด้วยใจ ร้อนรุ่มดั่งไฟ เธอปลีกตัวไปและนัดพบกับเหว่งที่บาร์ฝรั่งแห่งหนึ่งบอกว่าเวลานี้แพ็ตกลาย เป็นคนโปรดของเสี่ยพิพัฒน์ไปแล้วเราจะเล่นงานได้อย่างไร เหว่งเห็นว่าขืนมีเรื่องกับแพ็ตตอนนี้ มีหวังถูกเสี่ยเล่นงานตายแน่

อำพัน บอกว่าตนมีวิธี พอดีเห็นพิชิตเดินเข้ามาเธอขอตัวไปหาพิชิต จากนั้นใส่ไฟแพ็ตว่า เคยทอดตัวให้ใครต่อใครมานับไม่ถ้วนแล้ว ตนกลัวเสี่ยจะถูกหลอกอีกคน พิชิตถูกเป่าหูจนประกาศจะกระชากหน้ากากแพ็ตออกมาให้ได้

ส่วนพวกรณภพ เมื่อกลับมาที่ห้องพักเขายังคิดไม่ตกว่าทำไมแพ็ตจึงปกป้องเสี่ยพิพัฒน์ จ่าฉิมยุว่าถ้าจะให้รู้ความจริงก็ต้องไปถามเจ้าตัวดู หมวดโอมแนะให้แอบเข้าไปเพราะเราไม่มีหมายค้น

ไวเท่าความคิด ตำรวจทั้งสามแอบไปที่รั้วบ้านเสี่ยพิพัฒน์ จ่ากับหมวดให้ผู้กองเหยียบบ่าต่อตัวปีนกำแพงเข้าไป แล้วจ่ากับหมวดก็ไปซุ่มรอฟังผลที่รถ

รณภพย่องกริบเข้าไปเห็นแพ็ตเดิน ออกมาส่งเสี่ยที่หน้าห้องพอดี พอแพ็ตย้อนกลับเข้าห้องก็เจอรณภพคอยอยู่แล้ว เธอตกใจจะโวยวายแต่ถูกรณภพดึงเข้าไปจูบปิดปากเสียก่อน เขาบอกว่ามาเพราะเป็นห่วงเธอ ถามว่ายังรักตนอยู่หรือเปล่า ถ้ารักแล้วมาอยู่กับเสี่ยนี่ทำไม

แพ็ตตัดสินใจบอกเขาว่าตอนแรกไม่คิด จะอยู่ที่นี่แต่เห็นว่าเสี่ยจริงใจกับตนมากเลยวางใจ กอปรกับรู้ว่าเขาเป็นคนรักเมียที่ตายไปแล้วมากด้วย รณภพถามประชดว่าเธอจะอยู่ปลอบใจเสี่ยไปถึงเมื่อไร

แพ็ตบอกว่าตอนนี้ เหว่งกับอำพันทำงานให้เสี่ยอยู่ อำพันเป็นคนบอกเสี่ยเรื่องตนแปรพักตร์จากองค์กร ฟังแล้วรณภพยิ่งงงถามว่าตกลงเธอมีแผนยังไงกันแน่

"ฉันต้องกำจัดไอ้ เหว่งกับอำพันให้ได้ ฉันไม่ฆ่ามันเองแต่ฉันจะร่วมมือกับตำรวจเพื่อกวาดล้างพวกมัน เพราะถ้าเหว่งกับเสี่ยพิพัฒน์ร่วมมือกันสำเร็จเมื่อไร ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของการค้ายาเสพติดแน่ๆ ดังนั้นเราต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม"

รณภพทักท้วงว่าการเป็นนกต่อนั้น เสี่ยงมาก เธอทำได้หรือ

"ได้ค่ะ เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง" แพ็ตตอบอย่างเด็ดเดี่ยวจนรณภพอึ้ง

ooooooo

วันต่อมาเสี่ย เรียกประชุมคนที่อยู่ในบ้าน ทั้งพิชิต มิสเตอร์เหว่ง อำพัน และลูกน้องอีกหลายคน ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ต่อจากนี้แพ็ตจะมาร่วมงานกับพวกเราในฐานะคนสนิทของตน และสั่งทุกคนเคารพเธอ ห้ามใครคิดปองร้ายเธออีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกลงโทษอย่างหนัก

คำ สั่งของเสี่ยยังความไม่พอใจแก่อำพัน พิชิต และ

เหว่งมาก จนเมื่ออำพันออกมาเจอแพ็ตที่ทางเดินเธอพูดอย่างแค้นใจว่าไปอ่อยอีท่าไหน เสี่ยถึงได้ชูหางให้ถึงขนาดนี้

"อย่าคิดสกปรกสิอำพัน คนอื่นเขาไม่ได้เป็นแบบเธอทุกคนหรอก" แพ็ตย้อนอย่างเจ็บแสบ ทำให้อำพันจะเข้าไปลุย ถูกเหว่งโผล่มาคว้าแขนไว้ เตือนสติอำพันประชดแพ็ตว่า

"ใจ เย็นๆอำพัน คุณแพ็ตเธอเป็นถึงคนสนิทของนายใหญ่ เราต้องให้เกียรติเธอ"

พอ แพ็ตเชิดหน้าไปอย่างรู้ว่าถูกแดกดัน อำพันก็บอกกับเหว่งว่าขอสาบานยังไงก็ต้องฆ่าแพ็ตให้ได้ เหว่งตบบ่าเตือนว่าไม่ใช่ตอนนี้และไม่ใช่ที่นี่ อำพันมองหน้าเหว่งอย่างเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้อย่างที่คิด

ส่วนเสี่ย รู้ว่าน้องชายไม่พอใจก็ขอว่าตนอายุมากแล้วก่อนตายขอมีความสุขบ้าง บอกเหตุผลลึกๆว่าที่ต้องแต่งตั้งให้แพ็ตเป็นคนสนิทเพราะมีคนปองร้ายเธออยู่ พิชิตเดาว่าอำพันใช่ไหม เสี่ยบอกว่าสองคนนี้เคยมีเรื่องกันตั้งแต่สมัยอยู่เอสเค 7

จากท่าที ของพิชิตที่พอใจอำพันมากกว่าแพ็ต ทำให้เสี่ยเตือนสติน้องชายว่า อำพันมาตีสนิทด้วยใช่ไหม ย้ำว่า

"อย่าประมาทนะไอ้น้องชาย คนอย่างแกตามเกมผู้หญิงไม่ทันหรอก โดยเฉพาะคนอย่างอำพัน"

คำเตือนของ พี่ชายทำให้พิชิตฉุกคิด แต่พอตกกลางคืนไปเที่ยวบาร์ถูกอำพันเข้ามากระแซะยุยงว่านับวันเหว่งมีอำนาจ มากขึ้นเขาอาจทรยศต่อเสี่ยเมื่อไหร่ก็ได้ พิชิตพูดอย่างครุ่นคิดว่ากำจัดเหว่งไม่ใช่เรื่องง่าย อำพันเสนอทันทีว่าตนมีวิธี แต่เขาต้องทำตามแผนของตนเท่านั้น พิชิตก็พยักหน้าหลงกลทันที

ooooooo

ฝ่ายตำรวจกำลังกังวลว่า เมื่อเหว่งกับอำพันไปทำงานให้เสี่ยก็จะทำให้องค์กรของเสี่ยมีศักยภาพมากขึ้น สารวัตรชลิตสั่งการให้ต้องรีบหาทางกำจัดโดยเร็วอย่าปล่อยให้พวกนั้นเข้มแข็ง กว่านี้

ผ่านการปรึกษาหารือกัน รณภพเสนอว่าตนมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งพร้อมที่จะทำงานให้เราแบบฝังตัวเข้าไปใน ฝ่ายโน้น เมื่อสารวัตรถามว่าเป็นใคร รณภพมองหน้าโทนี่กับรอนแล้วบอกว่ายังไม่สะดวกที่จะเปิดเผยตอนนี้ เพราะเรื่องนี้ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น

แต่ เมื่อคุยกันตามลำพัง รณภพบอกสารวัตรว่าเธอคือแพ็ต เอสเค 7 ที่ร่วมกับโนรีแปรพักตร์ช่วยพวกตนตอนอยู่ที่เกาะ เธออยากทำเพื่อไถ่โทษ เชื่อว่าเธอทำได้เพราะตอนนี้เสี่ยไว้ใจเธอมาก ยืนยันกับสารวัตรว่า ตนจะไม่ต่อรองใดๆเพื่อเธอเด็ดขาด เพียงแต่อยากให้โอกาสคนผิดได้กลับตัวเท่านั้น

"ก็ได้" สารวัตรชลิตพยักหน้าอนุญาต

รอนยังติดใจมาดักพบรณภพที่มุมหนึ่ง เมื่อเขาออกจากห้องสารวัตรก็ตรงเข้าไปต่อว่าที่เขาปิดบังข้อมูลกับตำรวจสากล อ้างว่าตนต้องการประสานงานกับสายข่าวคนนั้นโดยตรง เมื่อรณภพไม่บอกทำให้รอนแค้นใจถึงกับกล่าวอาฆาตว่าแล้วเราจะได้เห็นดีกัน

หมวด โอมกับจ่าฉิมเห็นรอนมาดักพบเจรจากับรณภพ ทั้งสองมีความเห็นตรงกันว่าเราต้องระวังรอนเอาไว้เชื่อว่าหมอนี่ต้องมีปัญหา แน่ๆ

พอดีโนรีมาเคาะประตู เมื่อได้รับอนุญาตเธอเข้าไปทักทายทุกคนแล้วบอกว่ามีข่าวร้ายมาบอกรณภพว่า เพื่อนของเขากำลังประสบปัญหา

เพื่อนคนนั้นคือชาลีนั่นเอง เพราะเมื่อธวัชพ่อของเขาต้องคดีค้ายาเสพติด ทรัพย์สินถูกอายัดแม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่แล้วจึงมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อน เก่า รณภพจึงแนะนำให้ไปเช่าคอนโดฯที่เขาอยู่เพราะมีห้องว่างพอดีโดยจะช่วยออกค่า มัดจำให้ ทำให้ชาลีกับโนรีซึ่งอยู่ด้วยกันแล้วพากันโล่งอกที่มีที่อยู่แล้ว

ooooooo

หลัง จากขนของเข้าไปอยู่และจัดห้องเสร็จแล้ว โนรีกับชาลีพากันออกไปนั่งกินบะหมี่ข้างถนน ชาลีกินอย่างหิวโหยจนอิ่มแปล้ มีคนขี่มอเตอร์ไซค์เอาจดหมายเล็กๆมายื่นให้ เมื่อเปิดอ่านเป็นจดหมายนัดพบของใครคนหนึ่งตามจุดที่บอกไว้ในจดหมาย ชาลีจึงให้โนรีกลับไปรอที่ห้องก่อน ย้ำว่าถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงตนยังไม่กลับก็ให้โทร.ไปบอกรณภพด้วย

เมื่อ ไปถึงที่นัดหมาย คนที่มาพบคือมิสเตอร์เหว่งกับเทพนั่นเอง เหว่งเอาเงินมาให้ชาลีปึกหนึ่ง บอกว่าให้ถือว่าเป็นการใช้หนี้ธวัชพ่อของเขาก็แล้วกัน เพราะที่ผ่านมาธวัชช่วยตนไว้มาก

ชาลีผลักเงินคืนให้ไม่ยอมรับเงิน สกปรกนี้ เหว่งพยายามเกลี้ยกล่อมแสดงความเห็นใจหนุ่มไฮโซตกยากแล้วย้ำว่าถ้าชาลียอมทำ งานให้ตนก็จะช่วยได้มากกว่านี้ พอชาลีสนใจเหว่งยุยงทันทีว่า

"คนที่ ฆ่าพ่อแกยังมีชีวิตอยู่ ไอ้รณภพเพื่อนแกเป็นคนช่วยมันเอาไว้"

"ทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนรณภพเขาก็ทำตามหน้าที่" ชาลีไม่อยากโทษแพ็ต

"งั้นเหรอ...พ่อแกที่ตายไปคงสะอื้นน่าดู ถ้ารู้ว่าแกพูดแบบนี้"

ฟังเหว่งแล้วชาลีรู้สึกละอายใจไม่น้อย เมื่อเทพขับรถมาส่งชาลีที่คอนโดฯ เขาบอกเทพว่าต่อไปอย่าพาเหว่งมาพบตนอีก พูดแล้วเดินขึ้นคอนโดฯไปเลย เทพฟังแล้วได้แต่มองตามเอือมๆ

เมื่อ กล่อมชาลีไม่สำเร็จ เหว่งถามเทพว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเทพบอกว่าตั้งแต่ธวัชตายพวกตนก็ย่ำแย่แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง เหว่งเสนอให้เทพรวบรวมพรรคพวกกลับมาตนต้องการใช้คนแล้วส่งเงินให้เทพปึก หนึ่ง เทพรับเงินไปอย่างมีความหวัง

ooooooo

ดาหวันรอวันล้าง แค้น แต่รอนที่ช่วยเธอไว้ก็ไม่มีทีท่าจะเริ่มแผนขอให้เธอรออย่างสงบ เวลานี้อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเสี่ยพิพัฒน์ เหว่ง หรือแพ็ต เพราะเราต้องใช้ประโยชน์จากพวกนั้น ดาหวันบอกเมฆที่เฝ้าอยู่ว่าเมื่อตนเล่นงานแพ็ตไม่ได้ก็ต้องเล่นงานคนอื่นแทน สะกิดความคิดเมฆว่าไม่คิดถึงโนรีบ้างหรือ ทำให้เมฆตื่นตัวขึ้นมาทันที

ฝ่าย เสี่ยพิพัฒน์เร่งดำเนินแผนงานของตน วันนี้เขานัดนิโคลัสมาพบที่บ้านแนะนำให้รู้จักกับแพ็ตและอำพัน นิโคลัสไม่วางใจที่มีอดีตเอสเค 7 ถึงสองคนมาร่วมงานด้วย แต่เสี่ยขอร้องให้นิโคลัสให้เกียรติตนสักครั้ง รับรองว่าแพ็ตไม่ก่อปัญหาให้เขาเด็ดขาด ยอมเอาชีวิตตนเป็นประกันได้เลย ทำให้นิโคลัสต้องยอมอ่อนข้อให้

จากนั้นรณภพก็ได้รับนัดจากแพ็ตไปพบ กันที่ห้องสมุดสาธารณะแห่งหนึ่งโดยจ่าฉิมคอยสังเกตการณ์อยู่ข้างนอก แต่นั่งรออึดใจเดียวจ่าก็หลับกรนครอกๆเสียแล้ว เลยไม่เห็นรอนขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดแล้วเข้าไปในห้องสมุดเช่นกัน

รอน เข้าไปนั่งเอาหนังสือบังหน้าทำเป็นอ่านหนังสือแต่ที่แท้แอบดูรณภพกับแพ็ตคุย กัน มันอ่านคำพูดจากปากของทั้งสองอย่างชำนาญ

แพ็ตมาส่งข่าวรณภพว่า เสี่ยนัดส่งสินค้าลอตใหญ่กันแต่สถานที่ยังไม่แน่นอน แพ็ตบอกเขาว่า

"ถ้า คุณจับได้ละก็ รับรองเป็นข่าวใหญ่แน่ ที่สำคัญงานนี้เสี่ยพิพัฒน์ต้องการให้นิโคลัสไว้ใจก็เลยต้องไปส่งมอบสินค้า ด้วยตัวเอง"

แต่งานนี้รณภพเป็นห่วงความปลอดภัยของแพ็ตจึงเว้นเสียไม่ อยากเสี่ยง ขณะทั้งสองคุยกันรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างมองไปที่รอนนั่งอยู่เก่า ปรากฏว่ารอนหายไปแล้วเหลือแต่หนังสือแนวโหดที่วางไว้บนโต๊ะแทน

รอนกลับ ไปรายงานโทนี่ว่าคืนนี้เสี่ยพิพัฒน์จะส่งมอบสินค้าให้พวกฝรั่งกลุ่มยุโรป และเสี่ยจะไปส่งมอบด้วยตัวเอง โทนี่ฟังแล้วสบถอย่างหัวเสียว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมรณภพไม่รายงานตน

"สาย ข่าวของผู้กองคือคุณแพ็ตครับ ถ้าผมเดาไม่ผิดเธอคงเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้กอง"

ฟังรอนรายงานแล้ว โทนี่ถามว่าแพ็ตเป็นอดีตสมาชิกของเอสเค 7 ไม่ใช่หรือ รอนพยักหน้ารับว่าใช่

ooooooo

อำพันเอาร่างเข้าล่อเพื่อแลกกับการหลอกใช้พิชิต ทั้งคู่พากันไปหาความสำราญกันในห้องพักที่รีสอร์ตกลางกรุง พิชิตบอกอำพันว่างานนี้พี่ชายตนจะไปพบลูกค้าล่วงหน้า ส่วนเหว่งกับเธอมีหน้าที่ขนสินค้าตามไปทีหลัง อำพันถามว่าแล้วตัวเขาเล่า พิชิตตอบเซ็งๆ ว่าเสี่ยให้รอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน ส่วนบอดี้การ์ดของเสี่ยคือแพ็ตนั่นเอง

พิชิตถูกหลอกถามความลับจนหมด แล้ว เขาถามอำพันว่าเธอมีแผนอย่างไร อำพันบอกว่าเราจะปล้นสินค้า ทำเอาพิชิตตกใจ ถ้าพี่ชายจับได้ตนตายแน่

"ไม่มีทาง เพราะงานนี้คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือนายเหว่ง ส่วนคุณ ฉันจะสร้างสถานการณ์ว่าเป็นคนไปตามสินค้ากลับมาได้ เท่านี้ทุกคนรวมทั้งพี่ชายคุณก็จะเห็นคุณเป็นฮีโร่"

พิชิตฟังแล้ว เคลิ้มบอกว่าแผนแบบนี้ตนชอบ อำพันมองแล้วแอบยิ้มสมเพช

แต่พอกลับไป ที่บ้านพักเสี่ย อำพันคุยกับเหว่งว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน  ไอ้โง่นั่นเสร็จตนแน่ๆ

จากนั้นเหว่งก็ได้รับโทรศัพท์จากเทพบอกว่า เตรียมกำลังไว้พร้อมแล้วจะให้ทำอย่างไร เหว่งบอกว่าให้รอก่อนเดี๋ยวก็รู้

ooooooo

ก่อน เสี่ยจะออกไปกับแพ็ต เหว่งเสนอขอเปลี่ยนให้อำพันอยู่กับพิชิตเพราะกลัวพิชิตที่เป็นคนใจร้อนหุน หันจะก่อเรื่องอีก ส่วนเรื่องสินค้าตนจะจัดการเอง เสี่ยเห็นด้วย อำพันรับทราบอย่างเต็มใจ

แพ็ตสังเกตอยู่ นึกระแวงขึ้นมาว่าเหว่งกับอำพันอาจมีแผนการอะไรซ่อนอยู่

เมื่อเสี่ย กับแพ็ตออกไปแล้ว อำพันบอกพิชิตว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ต่อไปนี้เป็นแผนขั้นต่อไป พิชิตยิ้มแล้วคว้าโทรศัพท์มือถือออกมากดโทร.ออก โทร.ไปแจ้งสารวัตรโทนี่ว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดจะแจ้ง

เมื่อ โทนี่รับแจ้งก็เตรียมกำลังจะออกไปกับรอน อ้างว่าไม่ต้องบอกรณภพเดี๋ยวจะทำเสียแผนอีก

ระหว่างที่เสี่ยกับแพ็ต นั่งรถไปนั้น เสี่ยปลอบใจเธอว่าไม่ต้องห่วง รับรองว่าคืนนี้ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี และที่พาเธอมาด้วยเพราะเชื่อฝีมือนักฆ่าขนตางอนอย่างเธอว่าสู้กับฝ่าย ตรงข้ามได้แบบหนึ่งต่อสิบได้สบายๆ แพ็ตบอกว่าตนไม่มีอาวุธเลย เสี่ยเชยคางเธอบอกว่าแค่ความสวยของเธอก็น่ากลัวพอแล้ว

แพ็ตได้แต่ ยิ้มรับอย่างอึดอัดใจ คอยเหลือบดูนาฬิกาข้อมือที่สวมอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าที่แท้มันคือนาฬิกาที่ติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมเอาไว้ มันจะเก็บภาพหลักฐานทุกอย่างไว้ ซึ่งรณภพมอบให้เธอขณะพบกันวันก่อน

นอก จากนาฬิกาแล้วยังมีแหวนอีกวงหนึ่ง ซึ่งเป็นแหวนที่จะบอกตำแหน่งที่อยู่ของเธอได้ตลอดเวลา   ซึ่งงานนี้เธอติดตัวมาทั้งสองอย่าง

เสี่ยคอยลอบชำเลืองแพ็ตอย่างจับ พิรุธเป็นระยะ

ooooooo

เมื่อรณภพรู้ว่าโทนี่จะออกไปจับคนร้าย ค้ายาเสพติด เขาต่อว่าโทนี่ว่านี่เป็นงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ โทนี่อ้างว่ากลัวเขาจะปล่อยให้คนร้ายหนีลอยนวลไปได้อีก รณภพทักท้วงอย่างกังวลว่า

"แต่ผมเห็นว่าการค้ายาของเสี่ยพิพัฒน์ ครั้งนี้มันไม่ชอบมาพากล เขาวางแผนหละหลวมเกินไป และมันอาจจะเป็นกับดักก็ได้"

"ถ้างั้นผมจะพิสูจน์ให้คุณดู ว่ามันเป็นอย่างที่คุณคิดรึเปล่า" โทนี่พูดอย่างท้าทายแล้วขึ้นรถไปเลย หมวดโอมหันมองหน้ารณภพถามว่าเอาไงดี รณภพสั่งให้ตามไปเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันแก้ไข

แต่เมื่อไปถึงหน้า โกดังร้างที่นัดหมายรณภพพบแต่รอนถามว่าสารวัตรโทนี่ไม่มาด้วยหรือ รอนบอกว่าสารวัตรมีคำสั่งด่วนให้ตนมาปฏิบัติแทน รณภพถามว่าแล้วมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือยัง

"เสี่ยพิพัฒน์กับพวก มันเข้าไปในโรงงานแล้ว พวกมันคงต้องค้าขายกันอยู่ข้างใน พวกเราบุกเข้าไปได้เลย" รอนออกความเห็น พิภพเตือนว่าอย่าบุ่มบ่าม รอนโต้ว่า "ผมจำเป็นต้องเสี่ยงผู้กอง ผมได้รับคำสั่งให้บุกทันทีที่พวกมันมาถึง ถ้าคุณไม่กล้าก็รออยู่ที่นี่" พูดแล้วรอนสั่ง "พวกเราเตรียมบุกเข้าไป"

ใน โกดัง เสี่ยพาแพ็ตกับสมุนเดินมายังระเบียงด้านบนที่นิโคลัสมารออยู่แล้ว  บนนี้สามารถมองเห็นโถงข้างล่างได้อย่างถนัดชัดเจน นิโคลัสพูดกับเสี่ยว่า คืนนี้คงจะมีโชว์ดีๆให้ดูใช่ไหม เสี่ยตอบสั้นๆว่าเดี๋ยวก็รู้

ทั้ง คู่จับจ้องไปที่เบื้องล่างอย่างไม่มีทีท่าว่าจะมีการเจรจาค้าขายอะไรกันเลย

ooooooo

เมื่อ เหว่งนำรถขนสินค้ามากลางทางก็ถูกเทพที่รับคำสั่งจากเหว่งดักปล้น สมุนของเสี่ยถูกยิงร่วงไปเกือบหมด เหว่งนั่งอยู่กับคนขับเขาชักปืนยิงคนขับตาย แล้วสั่งเทพให้ขนของขึ้นรถรีบไปจากที่นี่เสียและก่อนที่เทพจะหนีไป   เหว่งบังคับให้เทพยิงตนถูกเสื้อเกราะเป็นรอย มันบอกเทพว่าจะตบตาคนอย่างเสี่ยต้องทำให้เนียน

เวลาเดียวกัน ตำรวจที่นำโดยรอนบุกเข้าไปในโกดังร้าง ปรากฏว่าติดกับพวกเสี่ยจริงๆ ตำรวจถูกยิงและถูกระเบิดที่พวกเสี่ยวางดักไว้แล้ว แพ็ตดูเหตุการณ์ด้วยความเวทนาพวกตำรวจที่ล้มตาย

เสี่ยคอยชำเลืองจับ สังเกตแพ็ต  ครู่หนึ่งส่งปืนให้ สั่งให้เธอยิงตำรวจข้างล่างที่เหลือ แพ็ตทำไม่ลงจับปืนลังเลอยู่นาน

รณภพรู้ว่าตำรวจมาติดกับดักจริงๆ ตะโกนให้หมวดตามตนอ้อมไปด้านหลัง เพื่อขึ้นไปชั้นบนของโกดัง

แพ็ต กำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อเสี่ยบอกว่าถ้าเธอต้องการร่วมงานกับตนก็ต้อง พิสูจน์ให้ลูกค้าของตนเห็นว่าเธอเชื่อใจได้ ย้ำกับแพ็ตว่านี่เป็นไอเดียของนิโคลัส เมื่อแพ็ตยังลังเล เสี่ยเอาปืนจากสมุนจ่อแพ็ต

"ยิงมันเดี๋ยวนี้แพตริเซีย ถ้าคุณไม่กล้ายิงนิโคลัสต้องฆ่าคุณแน่"

พริบตานั้นเอง เสียงรณภพกึกก้องขึ้น "นี่ตำรวจ ทุกคนวางอาวุธ" วินาทีเดียวเสียงนิโคลัสก็ตะโกนให้สมุนฆ่าตำรวจให้หมด จึงเกิดการยิงถล่มกันสนั่นโกดัง

รอนบอกพวกว่ามีคนมาช่วยเราแล้วให้ ฝ่าวงล้อมออกไปก่อน ส่วนเสี่ยเห็นท่าไม่ดีสั่งสมุนของตัวเองให้ถอยเช่นกัน พลางเสี่ยก็คว้าตัวแพ็ตวิ่งไปทางหนึ่ง ส่วนนิโคลัสโกยแน่บไปอีกทางอย่างหนีตาย

ooooooo
ตอนที่ 17

เมื่อกลับมาเจอกันที่กองปราบ รณภพตรงเข้ากระชากคอเสื้อโทนี่ที่ดันทุรังดื้อรั้นจนเกิดความเสียหาย ตำรวจเสียชีวิตไปถึง 5 คน ดีที่ไม่ได้ลงไม้ลงมือกัน เพราะหมวดโอมกับจ่าเข้าขวางไว้

โทนี่พูดอย่างจับผิดรณภพว่า รอนตามเขาไปที่นัดพบกับแพ็ตและได้ยินที่เขาพูดกันทุกอย่าง รณภพเหลือบมองรอนก่อนบอกโทนี่ว่า ตนบอกแล้วว่าอาจจะเป็นกับดักทำไมไม่ฟัง และตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าพิพัฒน์จัดฉากทุกอย่างขึ้นเพื่อเล่นงานพวกเรา แล้วรณภพก็ผละไปหารอนพูดใส่หน้าว่า

"ผมไม่สนหรอกว่าตอนอยู่เมืองนอก คุณจะเก่งกล้าสามารถแค่ไหน แต่ที่นี่เมืองไทย คุณไม่มีสิทธิมาข้ามหัวคนอื่นแบบนี้ และที่สำคัญ ผมกับพวกของผมทุกคนไม่มีใครไว้ใจคุณ"

โทนี่รับรองว่ารอนเป็นตำรวจ ตงฉินเหมือนพวกเราทุกคน หมวดย้อนถามว่ารู้ได้ยังไง เคยสอบประวัติของรอนบ้างรึยัง ทำให้โทนี่ชะงักมองรอนอย่างนึกระแวง ซึ่งรอนอ่านแววตานั้นออกชัดเจน

เมื่อแยกจากโทนี่และรอนแล้ว หมวดโอมปรารภว่าเป็นห่วงก็แต่แพ็ตไม่รู้จะถูกเสี่ยจับได้หรือเปล่าว่าเธอ เป็นสายให้พวกเรา

ใช่ว่าเสี่ยพิพัฒน์จะไม่ระแวง รุ่งขึ้นเสี่ยเรียกประชุมเพื่อจะจับพิรุธคนของตนว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้แจ้ง ตำรวจ เมื่อคืนนี้ บอกทุกคนว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นการจัดฉากกันระหว่างตนกับนิโคลัสเพื่อหาความ จริงบางอย่าง

พิชิตกินปูนร้อนท้องถามว่าหมายความว่าอย่างไร เสี่ยจึงบอกว่าสินค้าที่ขนไปเมื่อคืนนี้เป็นของปลอมทั้งสิ้น เหว่งถึงกับหน้าถอดสีหันไปสบตากับอำพัน ซึ่งแพ็ตเห็นเข้าพอดี

พิชิต แก้ตัวลนลานว่าเมื่อคืนตนอยู่บ้านทั้งคืนไม่เชื่อถามอำพันดูก็ได้ ฝ่ายอำพันก็ออกมารับรองว่าพิชิตไม่ได้ออกไปไหน พิชิตเลยหันไปถามเหว่งว่า เมื่อคืนถูกปล้นจริงหรือเปล่า เหว่งทำเสียงเข้มใส่ว่าถามแบบนี้มันไม่ไว้ใจกันชัดๆ

ทั้งสองทำท่าจะ เถียงกัน เสี่ยตัดบทว่าเลิกเถียงกันได้แล้ว เพราะตนมีวิธีตรวจสอบว่าใครคือหนอนบ่อนไส้ รับรองว่าอีกไม่นานตนต้องรู้แน่ พูดเสร็จมองจิกไล่ไปทีละคนทำเอาทุกคนหนาวเยือก

เมื่อแพ็ตกลับไปที่ ห้องนอน เสี่ยตามไปถามว่าคิดอะไรอยู่หรือ แพ็ตพูดอ้อนๆว่ากำลังสงสัยว่าเสี่ยระแวงตนอยู่ ถ้าเช่นนั้นตนยินดีไปจากที่นี่

"อย่าพูดแบบนี้สิ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะทรยศผมในเมื่อผมอุตส่าห์ทำดีกับคุณขนาดนี้"

"แต่ ว่าเมื่อคืนเสี่ยทดสอบแพ็ต เสี่ยสั่งให้แพ็ตยิงตำรวจ"

"ก็บอกแล้วไง ว่านิโคลัสเป็นเจ้าของไอเดียไม่ใช่ผม เอาเถอะ ผมสาบานก็ได้นะแพ็ต ต่อให้คุณเป็นสายจริงๆ ผมก็จะไม่ทำร้ายคุณเด็ดขาด คุณโอเคนะ"

แพ็ต ฟังแล้วอึ้งไปที่เห็นเสี่ยดีกับตนมากมายเหลือเกิน...

ooooooo

อำพัน กับพิชิตโต้เถียงกัน เมื่อพิชิตโทษว่าอำพันให้ตนทำแบบนี้ ถ้าพี่ชายจับได้ตนตายแน่ แต่พอ อำพันย้อนว่าเขาเป็นคนยืนยันเองว่าจะทำตามแผนนี้ พิชิตก็หงอถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไปช่วยคิดที

อำพันบอกให้พิชิตหุบปากอย่าทำตัวให้มีพิรุธส่วนเรื่องอื่นตนจัดการเอง เรื่องแค่นี้เคลียร์สบายมาก ทำให้พิชิตสบายใจย่องออกจากห้องอำพัน แต่พอพิชิตคล้อยหลัง เหว่งก็ผลุบเข้าไปแทน ถามอำพันว่าพิชิตว่ายังไงบ้าง

"จะ ว่าไง ก็สติแตกน่ะสิ มันกลัวพี่ชายยิ่งกว่ากลัวผีเสียอีก ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนแผนแล้ว ถ้าสินค้าพวกนั้นเป็นของปลอม เราเอาไปปล่อยไม่ได้แน่ๆ"

เหว่งพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่าของปลอมก็ยังใช้ ทำประโยชน์ ให้เราได้ เมื่ออำพันถามว่าจะใช้ทำอะไรได้ เหว่งตอบตาเจ้าเล่ห์ว่า "ก็โยนให้คนอื่นมันรับผิดแทนเราสิ"

ooooooo

ที่ กองปราบมีการเปลี่ยนแปลง  เมื่อสารวัตรชลิตเรียกประชุมแจ้งว่าทางตำรวจสากลเรียกตัวสารวัตรโทนี่กลับ เพราะการสืบสวนคดีเอสเค  7  ไม่คืบหน้า และมีปัญหาเรื่องการประสานงานกับทางกองปราบเราบ่อยครั้ง ส่วนคนที่จะมาแทนโทนี่คือ สารวัตรไมเคิล

ทุกคนรับทราบ  รณภพแสดงท่าทีว่าตนไม่มีปัญหา

ขอแต่ให้พูดจากันรู้เรื่อง   อย่าให้เหมือนสารวัตรโทนี่ก็พอ สารวัตรชลิตฟังแล้วพยักหน้าอย่างโล่งใจที่ไม่ต้องมีเรื่องให้ปวดหัวอีก

แต่ การมาของสารวัตรไมเคิล ไม่ธรรมดาจนน่าสงสัย เขาไม่ให้คนไปรับที่สนามบิน แต่นัดมาพบและรับที่ร้านกาแฟละแวกสนามบินแทน

ก่อนพบกับผู้กองและหมวด ที่ไปรับ ไมเคิลได้รับโทรศัพท์จากรอน ถามเยาะเย้ยว่านัดพบกันที่อื่นแบบนี้กลัวถูกฆ่าใช่ไหม ไมเคิลถามว่าเขาเป็นพวกเอสเค 7 ใช่ไหมถึงได้รู้การเคลื่อนไหวของตน

"ผม รู้ทุกความเคลื่อนไหวของคุณสารวัตร ถ้าคิดจะฆ่าคุณละก็ ผมจะลงมือเมื่อไรก็ได้"

"อย่ามาขู่เสียให้ยาก ฉันเองก็รู้เหมือนกันว่าในองค์กรตำรวจสากลมีสายของพวกแกแฝงตัวอยู่  สักวันหนึ่งฉันต้องเจอตัวมันแน่"

"แล้วเราจะได้เห็นดีกันสารวัตร" รอนพูดแล้ววางสายทันที ไมเคิลยืนคิดอย่างระแวง

พอดีรณภพและหมวดโอมมา ถึง ต่างมองตาและส่งสัญญาณให้กัน ก่อนตรงเข้าไปจับมือแสดงความยินดีต่อกัน แต่พอรณภพจะดึงมือกลับ ถูกไมเคิลจับค้างไว้ จ้องตาพูด

"ผมไม่เหมือน กับโทนี่ ผมเคยทำงานที่เมืองไทยมาก่อน ดังนั้นไม่ใช่แค่พูดภาษาไทยได้ แต่ผมเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี อะไรจริงเท็จแค่ไหน ผมแยกออก" ไมเคิลอวดศักดา พอรณภพถามว่ากำลังจะบอกอะไรตนหรือ ไมเคิลบอกทันทีว่า "โทนี่เคยตั้งข้อสงสัยว่าที่คดีล่าช้าเป็นเพราะตำรวจบางนายพัวพันกับคนร้าย หวังว่านี่คงเป็นข่าวลือนะผู้กอง" ไมเคิลยิ้มเป็นนัย แววตาเจ้าเล่ห์
เย้ย หยัน และจับผิด จนหมวดไม่พอใจ

ooooooo
เพียงออกจากร้านกาแฟก็เกิด เหตุร้าย  เมื่อมีคนขี่มอเตอร์ไซค์มาเทียบแล้วคนร้ายลงมายิงใส่กลุ่มรณภพไม่ยั้ง รณภพบอกให้จ่าคุ้มกันสารวัตรไมเคิลทางนี้ตนกับหมวดจัดการเอง แต่พอจ่าพาไมเคิลเลี่ยงไปไมเคิลสั่งให้ส่งปืนให้ตน จ่าไม่ยอมก็ถูกแย่งไป แล้วไมเคิลก็ยิงใส่คนร้ายที่กำลังจะหนีจนตกรถ

ไมเคิลตามไปเอาปืนจี้ ถามว่าใครสั่งมา คนร้ายบอกว่าไม่รู้ เขาถามซ้ำอีกครั้ง เมื่อคนร้ายชักมีดออกมาแทงก็ถูกไมเคิลยิงเข้ากลางแสกหน้าตายไม่ได้ดิ้นอยู่ ตรงนั้น

รณภพท้วงติงว่าระยะใกล้แค่นี้ยิงขาก็ได้ ทำไมต้อง ฆ่าด้วย ไมเคิลตอบอย่างเลือดเย็นว่า

"พวกเดนนรกมันสมควรตายแล้ว" พูดแล้วขยับเสื้อปัดฝุ่นบอกว่า "ผมจะไปรอที่รถ"

ไมเคิลเดินไปแล้ว หมวดพูดกับรณภพ ท่าทางจะหนักกว่าสารวัตรโทนี่เสียอีก จ่าพูดแทรกว่า

"นั่น สิครับ  ทั้งโหดทั้งหยิ่งแบบนี้  สงสัยคงร่วมงานกันยาก"

ooooooo

เมื่อ ไมเคิลเจอกับรอนที่ทางเดินในกองปราบ รอนแนะนำตัวเองว่าเป็นอดีตผู้ช่วยของโทนี่ ไมเคิลจับมือแสดงความยินดีทั้งที่สวมถุงมืออยู่ เมื่อเข้าไปในห้องทำงาน ไมเคิลถอดถุงมือที่ติดลายนิ้วมือของรอนไปสแกนลงคอมพิวเตอร์ทันที

เหตุ เพราะเขาได้รับคำสั่งจากหัวหน้าตำรวจสากลก่อนเดินทางมาเมืองไทยว่างานของโท นี่ไม่มีปัญหา แต่ทางเราสงสัยคนคนหนึ่งคือผู้หมวดรอน รู้สึกประวัติของเขาไม่ชอบมาพากล สงสัยจะเป็นสายของคนร้าย แล้วสั่งไมเคิลว่า

"ตรวจสอบเขา ถ้าแน่ใจเมื่อไหร่ ก็จับกุมได้ทันที"

นี่ เอง ไมเคิลจึงลงมือค้นหาประวัติของรอนจากลายนิ้วมือที่ได้มา ปรากฏว่าไม่ใช่ลายนิ้วมือคนเดียวกับรูปถ่ายที่เป็นใบหน้าของรอนปัจจุบัน พอตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ปรากฏว่าหมวดรอนตัวจริงเป็นคนผิวดำ ไมเคิลสบถอย่างหงุดหงิดก่อนรีบเซฟทุกอย่างลงในทัมไดรฟ์ว่า

"ไอ้เลว เอ๊ย ไอ้ตัวปลอม มันแปลงฐานข้อมูลนี่หว่า!"

จากนั้น ไมเคิลโทรศัพท์ทางไกลถึงจอห์นทันที แจ้งว่า อยากได้ประวัติย้อนหลังของรอนจนถึงสมัยเรียนในมหาวิทยาลัย เพราะรอนที่ตนรู้จักเวลานี้เป็นคนเอเชีย แต่รอนที่เพื่อนๆรู้จักเป็นคนผิวดำ ขอให้ช่วยเช็กให้ด้วยว่าเข้าใจผิดหรือเปล่า

โทรศัพท์เสร็จ ไมเคิลเดินครุ่นคิดไปยังรถของตัวเอง แต่พอขึ้นรถก็ตกใจ เห็นรอนนั่งอยู่ที่เบาะหลังแล้ว ไมเคิลถามว่ามาขึ้นรถตนทำไม รอนแสยะยิ้มแล้วใช้เชือกที่เตรียมไว้ตวัดรัดคอไมเคิลในพริบตา!

ขณะไม เคิลดิ้นรนสุดแรงนั้น ได้ยินเสียงรอนคำรามกรอกหูว่า

"ผมว่าสารวัตร รู้อะไรมากเกินไปแล้ว อดทนอีกนิดแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย" พูดแล้วรัดคอไมเคิลแน่นเข้าไปอีก ไมเคิลดิ้นสุดฤทธิ์ ทำให้รถโคลงไปเคลงมาตามแรงดิ้น

ooooooo

รณภพมาหาไมเคิลที่ ห้องทำงานเพื่อปรับความเข้าใจกันเรื่องแพ็ต หมวดโอมบอกว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปรับความเข้าใจกับคนไม่มีเหตุผลแบบนั้น รณภพก็ยังอยากอธิบายเพื่อความสามัคคีกันของตำรวจ

เป็นเวลาที่รอนรัด คอไมเคิลจนเกือบสิ้นใจแล้ว ไมเคิลฉุกคิดได้ชักปืนออกมายิงทะลุพนักพิงไปทางด้านหลังที่รอนนั่งอยู่ เสียงปืนทำให้รอนปล่อยมือรีบลงจากรถวิ่งหนี ไมเคิลยังยิงตามไปอีกหลายนัด

รณ ภพกับหมวดโอมได้ยินเสียงปืนวิ่งไปที่ลานจอดรถ

ไมเคิลถือปืนออกมาไล่ ยิงพลางตะโกนให้รอนยอมมอบตัวเสียเพราะตอนนี้ตนรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่รอนตัว จริง รอนไม่ยอมจำนนประกาศว่าใครก็ตามที่มาขวางตนมันต้องตาย! รอนชักมีดออกมาตลบหลังพุ่งเข้าแทงไมเคิล รอนจ้วงมีดเข้าที่ท้องไมเคิลจนมิดด้าม ไมเคิลตาค้างถามว่า "แกเป็นใครกันแน่"

"จะบอกให้เอาบุญก็ได้สารวัตร ผมเป็นสมาชิกระดับแกนนำของเอสเค 7 ไอ้พวกที่คุณตามอยู่ไง"

รอนดึงมีด ออกมาจะแทงซ้ำ แต่มีดถูกปืนของรณภพที่วิ่งมาถึงยิงกระเด็น มันจึงวิ่งหนีไป รณภพไล่ยิงพลางสั่งหมวดให้เรียกรถพยาบาลมา ตนจะตามคนร้ายเอง

รณภพไล่ ยิงรอนไป เห็นจะจะว่ากระสุนถูกที่บ่าหนึ่งนัด เมื่อเข้าประชิดตัว รอนตัดสินใจใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้ใส่รณภพจนเขาหมดสติแล้วตัวมันเองก็วิ่ง หนีไป

ไมเคิลอาการสาหัสจนหมอห้ามเยี่ยม สารวัตรชลิตถามจ่าฉิมว่าจับตัวคนร้ายได้หรือยัง จ่าบอกว่ามันหนีไปได้ แต่ ดูเหมือนหมวดโอมกับผู้กองรณภพจะเจอเงื่อนงำอะไรบางอย่างแล้ว

รณภพกับ หมวดผิดสังเกตว่าขณะเกิดเหตุกล้องวรจรปิดในกองปราบเสียพร้อมกันหมด ทั้งสองวิเคราะห์ว่าอาจเป็นฝีมือของพวกหนอนบ่อนไส้ หรือไม่ก็พวกเราเป็นคนร้ายเสียเอง

"ผมว่าสารวัตรไมเคิลต้องรู้เรื่อง นี้ครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้" หมวดโอมตั้งข้อสงสัย และรณภพก็เห็นพ้องด้วย

เหตุนี้เอง ทั้งสองจึงไปที่ห้องทำงานของไมเคิลเพื่อหาข้อมูลจากไฟล์ในคอมพิวเตอร์

เกิด เรื่องตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อรณภพไปนั่งที่เก้าอี้ของไมเคิลซึ่งมีระเบิดซี โฟร์เป็นมัดติดอยู่ จะลุกก็ไม่ได้เพราะระเบิดตั้งเวลาไว้ หมวดก้มดูเห็นเหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีเท่านั้น ครั้นจะเรียกหน่วยกู้ระเบิดก็ยังเช้า รณภพบอกให้หมวดออกไปก่อนทางนี้ตนจัดการเอง

พอหมวดละล้าละลังรณภพก็ ออกคำสั่งให้ออกไป                           

จากนั้นเขา โทร.ปรึกษาแพ็ต เมื่อแพ็ตรู้ว่าเป็นระเบิดซีโฟร์ เธอแนะนำเขาอย่างใจเย็นให้ทำตามขั้นตอนที่บอก

หมวดโอมรีบไปรายงานสาร วัตรชลิตที่ห้อง สารวัตรบอกว่าตนพอรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้างเดี๋ยวจัดการเองแล้วรีบพากันไปที่ ห้องทำงานของไมเคิล

โชคดีที่รณภพทำตามที่แพ็ตแนะนำจนเหลือเวลาเพียง สองวินาที เขาก็วิ่งหนีจากห้องทำงานนั้นได้ พอเขาวิ่งออกไปเจอกับสารวัตรชลิต หมวดโอม และจ่าฉิม ระเบิดก็ทำงานทันที!

ooooooo

เมื่อ พากันไปนั่งที่ห้องทำงานกลาง สารวัตรชลิตเชื่อว่าคนร้ายต้องเป็นพวกมืออาชีพแน่ๆ รณภพเกรงว่าจะเป็นคนใน หมวดโอมเห็นด้วยเพราะการลอบสังหารไมเคิลเป็นเวลาเดียวกับที่กล้องวงจรปิดไม่ ทำงานทั้งหมด สารวัตรถามว่าพวกเขาสงสัยใคร รณภพไม่ทันบอกก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

รอนนั่นเอง รอนบอกว่ารู้เรื่องไมเคิลแล้ว และอยากมาขอเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้เอง โดยยอมทิ้งคดีใหญ่ๆ ที่รับผิดชอบอยู่ เพื่อมาสะสางคดีที่ลูกพี่ตนถูกทำร้ายด้วยตัวเอง

หมวดโอมกับรณภพสบตา กันด้วยความรู้สึกไม่ชอบมา พากล ต่างรู้สึกว่ารอนต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ รณภพจึงแกล้งไปจับบ่ารอนบีบแสดงความเสียใจเรื่องไมเคิล เพราะรู้ว่าคนร้ายถูกยิงที่บ่า แต่รอนก็ตีสีหน้าสนิทจนรณภพบอกหมวดว่าท่าทางเหมือนไม่มีพิรุธอะไรเลย

"ถึง จะมี เราก็ใช้เป็นหลักฐานเล่นงานเขาไม่ได้หรอกผู้กอง ของแบบนี้มันต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา" หมวดโอมพูดพลางมองตามรอนที่รีบไปขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่าง ทาง รอนเจ็บแผลจนครางออกมา เปิดดูเห็นเลือดซึมออกมาจากผ้าพันแผล รอนกัดฟันพูดด้วยความอาฆาตแค้น "เจ้าเล่ห์นักนะผู้กอง ระวังเงาหัวของแกให้ดีเหอะ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!"

ooooooo

โนรี รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน ชาลีบอกให้เธอไปหาหมอเสียแล้วเขาก็ไปทำงาน โดยโนรีเดินลงมาส่งที่ข้างล่าง ถูกเมฆที่ตามหาอยู่เห็นเข้าพอดี แต่พอกลับไปพบดาหวันมันบอกว่ายังตามหาสองคนนั้นไม่เจอ ขอเวลาอีกวันเดียวจะทำให้สำเร็จ ดาหวันหลงเชื่อย้ำว่าถ้าสืบได้ว่าพักอยู่ที่ไหนกันก็ให้รีบโทร.มาบอกตนด้วย

ขณะ นั้นเอง รอนมาเคาะประตูในสภาพบาดเจ็บที่หัวไหล่ ดาหวันยิ้มเยาะว่าไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างรอนจะทำงานพลาด รอนพูดอย่างเจ็บใจว่าถ้ารณภพกับหมวดไม่มาขวางตนก็เก็บสารวัตรไมเคิลสำเร็จไป แล้ว

ดาหวันถามว่าทำไมต้องรีบเก็บไมเคิล รอนบอกว่าเพราะไมเคิลรู้ฐานะที่แท้จริงของมัน ดาหวันได้จังหวะให้รอนไปเก็บไมเคิลและของานปลาซิวปลาสร้อยอย่างชาลีกับโนรี มาให้ตนจัดการเอง รอนพยักหน้าให้

ดาหวันยิ้มโล่งใจที่จะได้แก้แค้น ด้วยมือตัวเองให้สะใจเสียที

ooooooo

หลังเกิดเหตุไม่นาน สารวัตรชลิตได้รับแจ้งจากตำรวจสากลว่า เพื่อนร่วมงานของไมเคิลที่เมืองนอกเสียชีวิตวันเดียวกับที่ไมเคิลถูกลอบ สังหาร สารวัตรเรียกรณภพมาหารือ บอกว่าก่อนหน้านี้ไมเคิลเพิ่งติดต่อเพื่อนของเขาให้ช่วยสืบข้อมูลสำคัญ บางอย่าง รณภพถามว่าพอทราบไหมว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับอะไร คำตอบคือ...

"ออฟฟิศ ของเขาถูกวางเพลิงแบบเดียวกับออฟฟิศของสารวัตรไมเคิลถูกวางระเบิด ตอนนี้เลยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

รณภพเชื่อว่าเรื่องนี้ คงไม่เกี่ยวกับเสี่ยพิพัฒน์ เพราะเสี่ยคงไม่กล้าลงมือข้ามถิ่นแบบนี้แน่

"ถ้า งั้นคุณสงสัยใคร..." สารวัตรชลิตถาม รณภพไม่ตอบแต่เหม่อมองไปทางอื่นอย่างใช้ความคิด

จากนั้นรณภพนัดพบกับ แพ็ตที่ห้องสมุดที่เดิม เสี่ยจะให้คนขับรถไปส่ง แต่แพ็ตขอขับไปเอง ส่วนเหว่งพอรู้ว่าแพ็ตออกไปก็โทร.สั่งให้เทพสะกดรอยตามทันที

หลังจาก คุยกันแล้วทั้งสองมีความเห็นพ้องกันว่าเรื่องการลอบสังหารไมเคิลนั้นเสี่ย ไม่น่าเกี่ยวข้อง เพราะทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แต่แพ็ตเชื่อว่าเรื่องนี้มีเอสเค 7 อยู่เบื้องหลังเพราะระเบิดซีโฟร์ที่ใต้เก้าอี้ทำงานของไมเคิลนั้น เป็นแบบที่เอสเค 7 นิยมใช้ คาดว่าคงเป็นฝีมือของคนทรยศต่อเอสเค 7

"แพ็ต คิดว่าเรื่องนี้คงมีแต่สารวัตรไมเคิลเท่านั้นที่รู้"

แพ็ตสรุปหลัง จากคิดอยู่นาน รณภพพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาพรรณนาความคิดถึงและเป็นห่วงเธอ ทำท่าจะเข้าไปจูบถูกแพ็ตเอาหนังสือธรรมะกั้นไว้เขาเลยเก้อ

ทั้งสอง แยกกันไปแล้ว โดยไม่รู้ว่าการพบปะพูดคุยกันทั้งหมดถูกเทพแอบถ่ายรูปไว้แล้ว

จาก นั้นเหว่งเอารูปที่เทพถ่ายไปให้เสี่ยดู เสี่ยพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า เพื่อนฝูงกันจะพบปะกันเป็นเรื่องธรรมดาตัดบทบอกเหว่งว่าเรื่องแพ็ตตนจัดการ เอง ให้เหว่งเร่งไปสืบมาให้เร็วว่าใครปล้นสินค้าของตนไป

เหว่งหนักใจ ไปปรึกษาอำพันบอกว่าเรื่องอื่นๆพักไว้ก่อนดีกว่า ให้มาช่วยกันหาข้อสรุปให้ได้เรื่องสินค้าของเสี่ยที่ถูกปล้นไป ไม่อย่างนั้นตนต้องถูกสงสัยแน่ๆ

ooooooo

แพ็ตกลับถึงบ้านเอา เกือบดึกถูกเสี่ยทักและชวนดื่มกันก่อน แพ็ตขอตัวอ้างว่าดึกและตนอยากพักผ่อน เสี่ยถามว่าจะไม่เล่าหน่อยหรือว่าไปเปิดหู เปิดตาที่ไหนมา แพ็ตอ้างเรื่อยเปื่อยว่าไปดูของตามประสาผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่มีหมดแล้วเพราะเหมือนกับที่เสี่ยซื้อมาให้

"แต่คุณก็รู้ นี่ว่าที่ผมปรนเปรอคุณก็เพราะอยากชดเชยโอกาสที่ผมไม่เคยดูแลเมียตัวเอง"

เสี่ย เศร้าจนแพ็ตต้องย้อนกลับมาปลอบใจให้เข้านอนเสีย เพราะพรุ่งนี้ยังมีอีกหลายอย่างต้องทำ และเมื่อกลับเข้าห้อง แพ็ตก็ไม่สบายใจว่าตนจะทรยศกับเสี่ยอีกหรือทั้งที่เขาดีกับตนเหลือเกิน

วันต่อมาโนรีตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์เธอดีใจมากรีบโทร.ไปบอกแพ็ต แล้วนัดฉลองกันโดยยังไม่บอกชาลีเพราะอยากเซอร์ไพรส์เขา

วันนี้เมฆเอา ปืนของดาหวันติดตัวไป บอกว่าจะไปสืบหาโนรีกับชาลี มันไปถามห้องพักของโนรีแล้วจัดการยามก่อนขึ้นไปเคาะประตูห้องร้องบอกว่ามีคน ส่งดอกไม้มาให้

พอโนรีเปิดประตูกลายเป็นเมฆ มันจู่โจมเข้ามาเล่นงานเธอทันที

ส่วนชาลีไปหาข่าวที่กองปราบเจอจ่า ฉิม แต่จ่าไม่กล้าให้ข่าวกลัวถูกเล่นงาน ชาลีบอกว่าตนจะไม่ระบุแหล่งข่าวแต่จะบอกว่าเป็นข่าวจากผู้ไม่ประสงค์จะออก นาม จ่านึกสนุกถามว่าไม่ถ่ายรูปตนไปสักใบหรือ ชาลีถ่ายรูปจ่าไว้หลายใบแล้วรีบกลับ บอกว่าโนรีโทร.มาบอกว่ามีข่าวดีจะบอก

ooooooo

ชา ลีกลับไปเจอโนรีกำลังถูกเมฆทำร้าย มันยิงถูกโนรีหลายนัดแต่เธอก็สู้ตายไม่ยอมแพ้มัน เมื่อชาลีเข้ามาก็ถูกเมฆเล็งปืนใส่ โนรีพุ่งเข้าหาเมฆเลยถูกมันยิงซ้ำ แต่มันก็ถูกโนรีใช้มีดแทงเข้าอกจนมิดด้ามมันดิ้นหลุด ชาลีพุ่งเข้าหา มันถอยไปที่ระเบียงถูกชาลีชกจนหงายตกระเบียงไปข้างล่าง

แพ็ตกับรณภพ มาถึงพอดี เห็นคนมุงดูกันอยู่จึงเข้าไปดูบ้าง แพ็ตจำเมฆได้ เป็นห่วงโนรีขึ้นมาทันที ทั้งสองรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องโนรี เจอชาลีกำลังประคองร่างโชกเลือดของโนรีขึ้นมา พอเห็นรถภพชาลีตะโกนให้เขารีบเรียกรถพยาบาลให้ด้วย

หลังจากไปถึงโรง พยาบาล หมอแจ้งว่าโนรีถูกกระสุนที่สันหลัง ถึงแม้จะรักษารอดชีวิตไปได้ แต่ก็คงต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต ทำให้ชาลีเสียใจมาก พานโกรธแพ็ตที่เป็นคนชักนำโนรีไปเป็นเอสเค 7 ทำให้เขาต้องสูญเสียพ่อ แล้วยังต้องมาเสียโนรีกับลูกไปอีก ประกาศจะเอาคืนให้ได้

แพ็ตเสียใจ ตัวเองที่ทำให้โนรีต้องเป็นแบบนี้ เธอบอกรณภพว่าเคยคิดว่าจะให้โนรีมาแทนที่แพรพลอย แต่สุดท้ายก็ปกป้องโนรีไม่ได้ ซ้ำทำให้เธอต้องพิการไปตลอดชีวิตด้วย รถภพได้แต่กอดปลอบใจว่า

"อย่าคิดมากเพียงแต่หมอคาดคะเนเท่านั้น โนรีอาจจะไม่เป็นอะไรก็ได้"

ooooooo

แต่จากเหตุการณ์นี้ ชาลีแค้นใจบอกกับโนรีว่า ตนจะหาทางตอบโต้พวกที่ทำร้ายเธอจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่เขายังไม่ทันจะทำอะไร ก็ต้องเผชิญปัญหาหนักหน่วง เมื่อทาง บก.สั่งไม่ให้เขาทำข่าวเกี่ยวกับเอสเค 7 อีก ทำให้ชาลีตัดสินใจลาออก เมื่อไปเยี่ยมโนรี เขาก็ได้รับบิลค่ารักษาพยาบาลงวดแรก

ชาลีมืดมนไป หมดเงินก็ไม่มี ซ้ำมาลาออกจากงานอีก เขาคิดถึงคำชวนของเหว่งที่ว่า ถ้ายอมทำงานให้มันก็จะได้รับการช่วยเหลือมากกว่าที่ให้ครั้งนั้นมากมาย คิดแล้วชาลีกุมมือโนรีร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นกับความอดทนและคุณธรรมของ เขาที่มาถึงขีดสุดแล้ว...

เป็นเวลาที่เหว่งถูกเสี่ยกดดันให้หาสินค้า ที่หายไปและตามตัวคนปล้นมาให้ได้ วันนี้เสี่ยให้เหว่งตามพิชิตไปพบที่ห้องทำงาน ซึ่งที่นั่นมีทั้งอำพันและแพ็ตรออยู่แล้ว

เมื่อเสี่ยแจ้งว่าได้ข่าว สินค้าที่หายและคนปล้นแล้ว พิชิตก็รีบพูดว่าของหายไปตั้งหลายวันแล้วทำไมถึงบอกว่าได้ข่าวแล้วสงสัยจะ เป็นแพะเสียมากกว่า ถูกเหว่งขัดคอว่าเรื่องแค่นี้มืออาชีพระดับตนมันเรื่องขี้ผง

"ถ้า งั้นใครเป็นคนปล้นสินค้าไป" พิชิตรุกเหว่ง

"อีกเดี๋ยวก็รู้ เพราะตอนนี้ผมจับไอ้โจรปล้นสินค้าของเราได้คนนึง คนของผมกำลังรีดความลับจากมันอยู่ รับรองว่าอีกไม่นาน มันต้องสารภาพความจริงออกมาแน่" เหว่งคุยโวขู่ในทีทำเอาพิชิตหน้าเสีย

"ทุก คนในห้องนี้ล้วนเป็นคนสนิทที่ฉันไว้ใจ ดังนั้น ฉันจึงอยากให้พวกเราคอยจับตาดูสมุนที่เหลือเอาไว้ ถ้าใครมีท่าทีพิรุธให้รีบรายงานฉัน" เสี่ยสรุป

ooooooo

เมื่อ ได้คุยกับอำพันตามลำพัง พิชิตถามว่าที่เหว่งพูดเป็นความจริงหรือเปล่า อำพันบอกว่าคนของตนหายไปคนหนึ่ง บางทีอาจจะถูกเหว่งอุ้มไปก็ได้ พิชิตหน้าเสียถามว่า แล้วคนนั้นรู้ไหมว่าตนอยู่เบื้องหลัง

พออำพัน พยักหน้า พิชิตก็แทบจะคลั่งด่าอำพันว่าตนไม่น่าไว้ใจเธอเลย นึกแล้วว่าทุกอย่างต้องลงเอยแบบนี้ พิชิตคิดหนัก เสนอว่ามีทางเดียวคือเราต้องปิดปากคนของเธอคนนั้นก่อนที่มันจะมาแฉเรา

"ฉัน รู้ที่ซ่อนของมันว่าอยู่ที่ไหน" อำพันล่อพิชิตอีกครั้ง แล้วพาพิชิตไปที่โกดังร้างโกหกว่าคนนั้นอยู่ในนี้ พิชิตบอกให้เธอรอดูต้นทางตนจะจัดการเอง พอพิชิตเข้าไปในโกดังร้าง อำพันก็หนีไปทันที
ปรากฏว่า พิชิตถูกล่อไปให้เสี่ยพิพัฒน์จับได้ว่าทรยศต่อตน พิชิตโทษว่าเหว่งหลอกตนมา พอถูกเหว่งโต้กลับ พิชิตก็ลนลานจนเสี่ยพิพัฒน์สั่งให้กลับบ้านด้วยกันเดี๋ยวนี้ พิชิตไม่ยอมกลับเพราะรู้ดีว่าโทษของการทรยศมีแต่ตายสถานเดียว ทั้งยังด่าพี่ชายว่าเพราะคบกับแพ็ตถึงได้ทำให้พี่ชายกับตนแตกคอกัน

พิชิต คุมสติไม่อยู่ชักปืนออกมาจ่อไปทางแพ็ต เมื่อเสี่ยตวาดให้วางปืนก็กลับหันปากกระบอกไปทางพี่ชาย เสี่ยท้าให้ยิง พยายามพูดถึงชีวิตในอดีตที่หลังจากแม่ตาย ตนช่วยน้องชายมาอย่างไรหมายจะให้สะเทือนใจ แต่แล้วบอกให้ส่งปืนให้ตน แต่พิชิตสติแตกเสียแล้วตกใจลนลานจนทำปืนลั่นใส่เสี่ยที่ท้อง

พิชิต หนีเตลิดไปแล้ว เหว่งฉวยโอกาสสั่งลูกน้องให้ตามไป เสี่ยห้ามไว้บอกเหว่งว่า

"ฉัน รู้นิสัยไอ้ชิตดี ตอนนี้มันกำลังสติแตก ขืนตามไปมีหวังได้ฆ่ากันตายเปล่าๆ รอให้มันได้สติก่อน เดี๋ยวมันก็โทร.มาหาฉันเอง"

เหว่งจำต้องหยุด เจ็บใจนักที่พลาดโอกาสทองครั้งนี้

ooooooo
ตอนที่ 18

หลังจากพิชิตหนีไปแล้ว เสี่ยบอกทุกคนว่า พิชิตไม่ใช่คนมีเหตุผล แต่เขาไม่มีทางที่จะทรยศตน ถ้าไม่มีคนยุให้ใจแตก พูดพลางชำเลืองไปทางอำพันแวบหนึ่ง เหว่งรีบตัดบทเบี่ยงเบนถามว่าแล้วเสี่ยจะเอาอย่างไร

"สั่งลูกน้องของ เราทุกคน ห้ามใครทำร้ายไอ้ชิตเด็ดขาด ต้องจับเป็นอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไอ้ชิตเป็นอะไรไปละก็ ทุกคน ที่อยู่ในที่นี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน"

แพ็ต สะกิดความคิดของเสี่ยว่าเรื่องพิชิตนั้นดูแปลกๆ วันนี้อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายพิชิตก็ได้ เสี่ยเห็นด้วย พอแพ็ตจี้ลงไปอีกว่าตนสงสัยเหว่ง เสี่ยเพิ่มอำพันเข้าไปด้วย บอกว่าทั้งสองคนนี้เป็นหอกข้างแคร่ทั้งนั้น แพ็ตถามว่ารู้อย่างนี้แล้วทำไมไม่เก็บเสีย

"ผมแค่อยากให้แก๊งแมงป่อง ดำกลับมาเป็นปึกแผ่นเหมือนเมื่อก่อน ความจริงผมกะว่าถ้าตักตวงผลประโยชน์จาก ไอ้เหว่งได้มากพอเมื่อไหร่ผมก็จะจัดการกับมัน แต่คิดไม่ถึงว่าผมเองจะเป็นฝ่ายพลาดท่า"

แต่เสี่ยก็บอกกับแพ็ตว่ามัน คงถึงเวลาที่ต้องจัดการกับอสรพิษตัวนี้เสียแล้ว

เสี่ยเพิ่งคิดวางแผน จัดการกับเหว่ง แต่หารู้ไม่ว่าเหว่ง ดำเนินการแล้ว เมื่อชาลีนัดพบและขอแก้แค้นให้โนรี ระบุว่า อยากจัดการพวกเอสเค 7

เหว่ งมองสารรูปของชาลีแล้ว สมเพชว่าแบบนี้จะไปทำอะไรได้ เขาส่งชาลีให้ไปฝึกวิทยายุทธ์กับอำพัน อำพันต้องฝึกอย่างหนักเพราะชาลีไม่มีพื้นฐานอะไรมาก่อนเลย เธอตั้งหน้าตั้งตาฝึกให้ชาลี จนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ได้ยิน

เป็นสายจาก พิชิตนั่นเอง พิชิตสบถอย่างหัวเสียว่า

"โธ่เว้ย...นังอำพัน นี่มันคิดจะถีบหัวส่งกันรึไงวะ!"

ooooooo

ส่วนรอนก็ซุ่มสร้าง ดาหวันให้เป็นนักฆ่า เขาเอารูปของแพ็ต รณภพ เหว่ง พิพัฒน์ อำพัน และชาลีมาวางเรียงให้ดาหวันดูบอกเธอว่าพวกนี้คือศัตรูของเอสเค 7 ทั้งนั้น ตอกย้ำกับเธอว่า

"ผมรู้ว่าคุณอยากล้างแค้น แต่ในระหว่างนี้ห้ามคุณแตะต้องพวกมันเด็ดขาด เพราะผมต้องการยืมมือพวกมันให้ฆ่ากันเอง"

รอนย้ำแล้วย้ำอีกว่าถ้าพวก มันตายคนหนึ่ง แผนการของตนก็จะล้มเหลวทั้งหมด แต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ตนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว

รอนยังตีสอง หน้ากลับไปที่กองปราบตามปกติเมื่อหมวดกับจ่าถามว่าหายไปไหนไม่เห็นไปเยี่ยม ลูกพี่ มันก็อ้างว่าลูกพี่ไม่รู้สึกตัวเยี่ยมไปก็เท่านั้น สู้เอาเวลานี้ไปล่าคนร้ายดีกว่า แต่พอจ่ากับรณภพบอกว่าตอนนี้ไมเคิลใกล้ฟื้นแล้วอีกไม่นานเราก็จะได้รู้เสีย ทีว่าใครคือฆาตกร รอนฟังแล้วถึงกับหน้าเครียดทันที

ooooooo

พิชิต ดักพบอำพันจนได้ เขาตามไปขึ้นนั่งที่เบาะหลังรถเอาปืนจี้อำพันหาว่าเธอหักหลัง อำพันปากแข็งว่าตนไม่ได้ทรยศ แต่พี่ชายเขาบุกมาแบบนั้นตนก็จำเป็นต้องเผ่นก่อน ซ้ำโยนกลองว่าแผนการทั้งหมดนี้เป็นของเหว่งที่จงใจเล่นละครหลอกให้ตนกับเขา ไปติดกับเสี่ย

พิชิตบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะกลับไปบอกความจริงกับพี่ ชาย อำพันตกใจใส่ไฟว่าตอนนี้เสี่ยไม่เชื่อเขาหรอกเพราะแพ็ตเข้าข้างเหว่ง ทั้งยังสาดโคลนว่าแพ็ตมีอะไรกับเหว่ง จึงยุให้เสี่ยเก็บเขาแล้วเลื่อนเหว่งขึ้นมาแทน เพื่อใช้เหว่งมาช่วยปอกลอกเสี่ย

พิชิตถูกเป่าหูจนโกรธแค้น ด่า "นังแพ็ต นังอสรพิษ!"

อำพันยิ้มสะใจที่เป่าหูปั่นหัวพิชิตได้ง่ายดาย เหลือเชื่อ

ooooooo

แพ็ตนัดพบกับรณภพที่ห้องสมุดสาธารณะอีก ครั้ง แพ็ตถามถึงอาการของโนรี รณภพบอกว่ายังไม่รู้สึกตัว บ่นว่าชาลีก็มาหายเข้ากลีบเมฆไปด้วย ตนกลัวจะไปทำอะไรโง่ๆขึ้นมา แพ็ตถามว่ากลัวชาลีจะคิดสั้นหรือ

"ชาลีไม่ใช่พวกขี้แพ้ งานนี้ผมว่าเขาต้องหาทางเอาคืนแน่"

"ด้วยการแก้แค้นพวกเอสเค 7 งั้นเหรอคะ"

รณภพพยักหน้า ทำให้แพ็ตคิดหนัก จากนั้นเธอรีบไปเยี่ยมโนรี พูดกับโนรีทั้งที่ไม่รู้สึกตัว ขอให้มีกำลังใจต้องเข้มแข็ง มองหน้าโนรีแล้วพึมพำ

"โนรี  ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันคงทนไม่ได้ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น กับแพรพลอยต้องมาเกิดขึ้นกับเธออีกคน"
พอดีชาลีผลักประตูเข้ามา  แพ็ตดีใจร้องเรียกเขา  แต่ชาลีกลับหันหลังเดินหนีไปเสียเฉยๆ

แพ็ตตาม ไปจนคว้าตัวชาลีไว้ทันถามว่าจะหนีหน้าทุกคนไปอีกนานแค่ไหน  พวกเราทุกคนเป็นห่วงเขา  อย่างน้อยเขาก็น่าจะติดต่อผู้กองรณภพบ้าง ผู้กองจะได้ไม่ต้องเที่ยวตามหาอีก

ชาลีฟังอย่างเย็นชา ถามว่าหมดเรื่องแล้วใช่ไหม สะบัดแขนหลุดจะเดินต่อ

"ชาลี ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีนะ เลิกคิดเรื่องแก้แค้น เสียเถอะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้"

"เก็บความหวังดีเอาไว้เถอะคุณแพ็ต ไม่ว่าจะยังไงผมจะกวาดล้างพวกเอสเค 7 ให้ได้ แล้วถ้าจำเป็นผมอาจจะฆ่าคุณด้วย!" ชาลีพูดใส่หน้าแพ็ตแล้วเดินไปไม่เหลียวหลัง

แพ็ตมองตามชาลีไปอย่างใจ หาย   ในขณะที่พิชิตซุ่มดูอยู่ที่หลังพุ่มไม้มองแพ็ตอย่างแค้นใจ   ก่อนจะล้วงมือไปกุมด้ามปืนที่ซ่อนเอาไว้  พอแพ็ตเดินมาที่รถ  พิชิตก็ถือปืนเข้าไปแต่ถูกแพ็ตจับปลดปืนเอาง่ายๆ

พิชิตหันมาใช้หมัด แทนก็ถูกแพ็ตจับล็อกตัวกดไว้กับรถอีก

พิชิตด่าแพ็ตว่าหลอกพี่ชายตน   แพ็ตถามว่าตนไปหลอกเสี่ยตั้งแต่เมื่อไร   พิชิตอ้างว่าอำพันเป็นคนบอกขู่ว่าผู้หญิงลวงโลกอย่างเธอไม่ตายดีแน่

"อำพัน อีกแล้วเหรอ" แพ็ตกระชากพิชิตหันมา "คุณพิชิต ถ้าคุณยังรักพี่ชายคุณอยู่คุณต้องฟังฉัน อำพันต่างหากที่หลอกใช้คุณ"

พิชิต อึ้ง มองแพ็ตอย่างคลางแคลงใจแทนความโกรธแค้น

ooooooo

หมวดโอม กับจ่าฉิมได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าไมเคิลออกจากห้องไอซียูแล้ว  อีกไม่นานคงพร้อมที่จะให้ปากคำ  รณภพหนักใจว่าถ้าคนร้ายรู้ข่าวต้องมีการเคลื่อนไหวแน่ จ่าเสนอให้หาเซฟเฮาส์ ผู้กองถามว่ากะทันหันแบบนี้จะไปหาที่ไหนทัน

"มีอยู่ที่นึงครับ ผมว่าคนร้ายมันต้องคิดไม่ถึงแน่" หมวดเสนอท่าทางตื่นเต้น

เวลาเฉียด กันเส้นยาแดงเดียว ดาหวันก็ไปปรากฏตัวที่โรงพยาบาล  บอกกับตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายว่ามาเยี่ยมสารวัตรไมเคิล  อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน

หนึ่งในตำรวจนอกเครื่องแบบบอกว่าสารวัตร ยังไม่รู้สึกตัว และที่สำคัญมีคำสั่งห้ามใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ดาหวันในคราบสาวเปรี้ยวบ่นว่าแย่จัง มาเสียเที่ยว แต่พริบตาเดียวเธอก็ชักปืนเก็บเสียงเก็บตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองทันที

เก็บ ตำรวจแล้วดาหวันพรวดเข้าไปในห้อง เล็งปืนไปที่เตียงคนไข้ แล้วก็ต้องหัวเสียเป็นครั้งที่สองเมื่อพบว่ามีแต่เตียงที่ว่างเปล่า   พอรู้ว่าเสียท่าตำรวจ ดาหวันรีบลงไปพบรอนที่รออยู่ในรถบอกว่าเรามาช้าไป ไมเคิลถูกย้ายไปซ่อนที่อื่นแล้ว

"ไอ้ผู้กองรณภพ" รอนคำรามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เซฟเฮาส์ที่หมวดโอมเสนอคือห้อง รับแขกในคอนโดฯของรณภพนั่นเอง! รณภพยอมรับว่าเป็นเรื่องคิดไม่ถึงจริงๆที่หมวดเล่นเอาคอนโดฯตนเป็นเซฟเฮาส์ หมวดพูดอย่างมั่นใจว่า

"เชื่อผมเถอะครับ รับรองไอ้คนร้ายมันต้องติดกับเราแน่"

ขณะนั้นเองจ่าฉิมเข้ามารายงาน ว่า  ทางกองปราบแจ้งว่าเมื่อครู่นี้มีคนบุกเข้าไปที่โรงพยาบาลและยิงเจ้าหน้าที่ ที่อารักขาไมเคิลเสียชีวิตไปสองนาย หมวดฟังแล้วอึ้งที่เวลามันฉิวเฉียดจริงๆ ถ้าเราไหวตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียวก็มีหวังเสร็จมันแน่

"แสดงว่าสาร วัตรไมเคิลต้องรู้ความลับอะไรของมันสักอย่าง มันถึงได้กัดไม่ปล่อยขนาดนี้" รณภพวิเคราะห์แล้วสั่งลูกน้อง "พวกเราต้องเข้มงวดกันมากกว่านี้ งานนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด"

รอนตีหน้าตายเข้าไปรายงานสารวัตรชลิต ว่า เมื่อครู่ได้

ข่าวว่าไมเคิลถูกลอบทำร้าย สารวัตรชลิตบอกว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปฆ่าปิดปากเขาที่โรงพยาบาล  แต่ไม่ต้องห่วง  ตอนนี้ลูกพี่ของเขาอยู่ในความดูแลของผู้กองรณภพ รับรองว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ อีกไม่นานเราก็จะได้รู้กันว่าคนร้ายเป็นใคร

รอนพยายาม ถามว่าเซฟเฮาส์ของรณภพอยู่ที่ไหน สารวัตรตอบเรียบๆว่านี่เป็นความลับสุดยอด  ทำให้รอนฉุกกึกถามว่าไม่เชื่อใจตนหรือ

"เปล่า แต่ผมแค่ทำตามขั้นตอน" สารวัตรชลิตตอบ มองหน้ารอนนิ่งจนรอนรู้สึกอึดอัดใจ

ooooooo

รอนกลับ ไปเล่าให้ดาหวันฟังอย่างหัวเสียที่ตนถูกกีดกัน  แบบนี้แสดงว่าพวกนั้นต้องสงสัยตนแน่ๆ ดาหวันเตือนว่าเราต้องเร่งมือแล้ว   ถ้าไมเคิลฟื้นขึ้นเมื่อไรเขาต้องถูกเปิดโปงแน่ รอนเสนอว่าเธอต้องช่วยเขาอีกครั้ง เมื่อดาหวันไม่อยากเข้าไปวุ่นวายด้วย รอนก็ขู่ว่าเธอเป็นเอสเค 7 เหมือนเขา ดาหวันจึงตัดสินใจรับงาน แต่ถ้าหลังจากเสร็จงานชิ้นนี้แล้วตนขอถอนตัวจากเอสเค 7 ด้วยเหตุผลว่า

"ฉัน แค่อยากล้างแค้นให้พ่อ ฉันไม่ต้องการเป็นลูกน้องของใคร"

รอนตบหน้าดา หวันฉาดใหญ่ ตะคอกอย่างเหี้ยมเกรียม

"จำไว้คุณดาหวัน คนที่จะถอนตัวจากเอสเค 7 ได้ ต้องเป็นคนที่หมดลมหายใจแล้วเท่านั้น"

ดา หวันทั้งตกใจและแค้นใจนัก เมื่อกลับเข้าห้องนอน เธอพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า

"ไอ้ บ้า ฉันไม่ยอมเป็นทาสแกไปตลอดชีวิตหรอก ไอ้รอน คอยดูเถอะฉันต้องเล่นงานแกให้ได้"

ooooooo

พิชิตเชื่อตามที่ แพ็ตบอกเขา ยิ่งเมื่อเธอยืนยันว่าเป้าหมายของเธอมีแค่เหว่งกับอำพันสองคนเท่านั้น แต่ที่ยังไม่ลงมือตอนนี้เพราะพี่ชายเขามีแผนเดียวกับตน เพียงแต่กำลังรอให้เสร็จเรื่องค้าขายกับนิโคลัสก่อนค่อยคิดบัญชีกับสองคน นั้น

พิชิตยังระแวง   แพ็ตบอกว่าเรื่องนี้คนที่ยืนยันได้ดีที่สุดคืออำพันกับเหว่ง  ขอให้เขาจับตาสองคนนี้ไว้แล้วจะรู้เอง

อำพันกับเหว่งนัดพบกับนิโคลัส ก่อนแล้ว เหว่งเอารูปในโทรศัพท์มือถือที่แอบถ่ายแพ็ตกับรณภพที่ห้องสมุดให้ นิโคลัสดู  บอกว่าแพ็ตอดีตเอสเค  7  ความจริงเป็นสายตำรวจ แต่เสี่ยพิพัฒน์กำลังหลงแพ็ตขนาดเอารูปถ่ายนี้ให้ดูก็ยังเฉยๆ

นิโค ลัสร้อนใจว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรามีหวังพังกันหมดแน่ เหว่งเสนอทันทีว่ายกเว้นแต่ว่าเราจะหาผู้นำคนใหม่ที่ไว้ใจได้มากกว่าเสี่ย พิพัฒน์ เมื่อนิโคลัสสนใจ เหว่งเสนอว่า ถ้าเขายอมช่วย ตนต้องตอบแทนเขาแน่

"คุณ จะให้ผมหักหลังเสี่ยพิพัฒน์งั้นเหรอ แล้วลูกน้องของเขาล่ะ คุณจะทำยังไง"

"ไม่ มีปัญหา ผมเตรียมแพะรับบาปเอาไว้แล้ว ส่วนคุณแค่เป็นพยานให้ผมก็พอ แล้วหลังจากนั้นสินค้าลอตนี้ทั้งหมดผมจะยกให้คุณฟรีๆ"

นิโคลัสคิดอึด ใจเดียวก็ตอบตกลงทันที อำพันยิ้มสะใจ เหี้ยมเกรียมที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ooooooo

รอน เช็กสัญญาณมือถือของรณภพรู้ว่าเขาไม่ได้ ออกจากคอนโดฯมาสองวันแล้ว   ซ้ำสัญญาณมือถือของหมวดโอมก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาบอกดาหวันให้ไปเป็นนกต่อทันที

ดาหวันปลอมตัวเป็นบริกรชายไปเคาะ ประตูเอาอาหารไปส่ง  โกหกว่ารณภพเป็นคนสั่ง  จ่ารับอาหารสามกล่องกลับไปในห้อง เปิดดูแล้วอุทานตาโต

"โอ้โห ข้าวผัดปูจริงๆด้วยเว้ย น่ากินเป็นบ้า" ว่าแล้วตะโกนชวนหมวดมากินด้วยกัน แต่เอะใจว่าตนอยู่กันสองคนทำไมถึงสั่งมาสามกล่อง พอแกะกล่องที่สามออก กลายเป็นระเบิดควัน จ่าถูกแก๊สพิษเข้าเต็มๆ หมดสติไปในพริบตา

หลัง จากดาหวันเอาข้าวกล่องมาส่งแล้วไปบอกรอนที่คอยอยู่ในรถ รอนบอกให้เธอคอยดูต้นทาง  ที่เหลือตนจะจัดการเอง แล้วรอนก็เอาหน้ากากกันแก๊สพิษออกมาก่อนเดินลงจากรถไป

รอนเข้าไปใน ห้อง  เขาสวมหน้ากากออกซิเจนอย่างดี เดินผ่านจ่าที่นอนหมดสติอยู่บนโซฟา ตรงไปที่ห้องนอนรณภพเปิดประตูเล็งปืนเข้าไป พูดอย่างสะใจว่า

"อโหสิ ด้วยนะสารวัตร แต่คุณรู้ความลับของเอสเค 7 มากเกินไป"

รอนเหนี่ยวไก ยิงไปทันทีสองนัดซ้อนแต่ยังไม่ไวพอ

เพราะคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงพลิก ตัวหลบกระสุนไปอย่างเร็ว

ที่แท้คือหมวดโอมนั่นเอง หมวดสวมหน้ากากออกซิเจนเช่นกัน รอนรู้ว่าตัวเองมาติดกับดักแล้วกระหน่ำยิงหมวดอีกแล้ววิ่งหาที่กำบัง หมวดคว้าปืนลูกซองยาวที่ซ่อนอยู่ยิงสวนไป ตะโกนท้าว่าแน่จริงอย่าหนี ถึงจะแน่แค่ไหนแต่นาทีนี้รอนก็ต้องหนี แต่พอหนีออกจากห้องก็เจอรณภพเข้าอย่างจัง หมวดโอมตามมาตะโกนให้รอนมอบตัวเสีย

รอนยังข้องใจถามว่าแล้วสารวัตรไมเคิลอยู่ที่ไหน

รณภพตอบเย้ยหยันว่า

"ยัง อยู่ที่โรงพยาบาล เพียงแต่ว่าย้ายไปอยู่อีกห้องเท่านั้นเอง"

แม้จะ อยู่ในภาวะจนตรอกแต่รอนก็ไม่ยอมจำนน ต้องต่อสู้กันแบบหนึ่งต่อสองมันก็ไม่หวั่น และด้วยความสามารถที่ฝึกมาอย่างดี รอนหาจังหวะฉวยเอาหมวดโอมมาเป็นโล่กำบัง ท้ารณภพว่ากล้าดีก็ยิงเลย ดูซิว่าชีวิตตนกับลูกน้องตัวเองอย่างไหนจะสำคัญกว่า

หมวดบอกรณภพว่า ไม่ต้องห่วงตนยิงมันเลย แต่รณภพไม่ยิง บอกรอนว่ากำลังเสริมใกล้มาถึงแล้ว ไม่ทันสิ้นเสียงรณภพ เสียงไซเรนก็แว่วมาแล้ว

รอนสู้อย่างจนตรอก ลากหมวดเป็นตัวประกันเข้าลิฟต์กดปิดแล้วผลักหมวดกระแทกใส่รณภพ พอรณภพตั้งตัวได้รอนก็หนีลงลิฟต์ไปแล้ว ทั้งหมวดและผู้กองพากันวิ่งตามไปทางบันไดหนีไฟ

ooooooo

ดา หวันยังรออยู่ในรถ เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อได้ยินเสียงไซเรนใกล้เข้ามา อึดใจเดียวรอนก็โทร.เข้ามือถือเธอบอกให้รีบไปรับที่หน้าอาคารเดี๋ยวนี้

ดา หวันขยับจะออกรถ แต่แล้วก็ชะงักยิ้มออกมาอย่างเลือดเย็นก่อนออกรถ รอนวิ่งมาเห็นรถดาหวันพอดีมันวิ่งจะไปขึ้นรถ แต่ดาหวันขับรถหนีไปอย่างไม่แยแส ขณะรอนกำลังละล้าละลังนั่นเอง ตำรวจหลายนายก็กรูกันเข้ามาล้อมไว้แล้ว

ในที่สุด รอนก็ถูกจับใส่กุญแจมือ แต่ยังไม่วายปากเก่งพูดอาฆาตว่า "ถ้าฉันหลุดไปได้เมื่อไหร่ แกตายแน่!"

ในที่สุด สารวัตรชลิตก็สั่งตำรวจให้เอาตัวรอนไป

ooooooo

เสี่ยพิพัฒน์ ยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกหักหลัง เมื่อแพ็ต

บอกว่า บ่ายนี้ตนเจอกับพิชิต เสี่ยถามว่าน้องชายตนเป็นอย่างไรบ้าง แพ็ตเชื่อว่าพิชิตถูกอำพันหลอกใช้ สะกิดเตือนเสี่ยว่าถ้าเสี่ยคิดจะจัดการอำพันกับเหว่งก็ต้องรีบลงมือก่อนที่ ทุกอย่างจะสายเกินไป

"ไม่ต้องห่วงแพตริเซีย หลังจากที่ผมส่งสินค้าให้กับนิโคลัสเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมจะปิดฉากสองคนนั่นทันที"

นี่เอง ทำให้แพ็ตรู้ข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลย

ด้วยความเป็น ห่วงพี่ชาย พิชิตแอบเข้าไปในบ้านผ่านห้องของอำพันได้ยินเสียงอำพันคุยกับเหว่งแอบฟังจึง รู้ว่าเหว่งเตรียมเก็บเสี่ยหลังจากส่งสินค้าให้นิโคลัสแล้ว โดยจะให้ชาลีเป็นคนลงมือ

"ทำไมต้องเป็นเขา" อำพันถาม

"ก็ เพราะนายธวัชพ่อของชาลีกับไอ้เสี่ยพิพัฒน์มันเคยเป็นคู่แข่งกัน ดังนั้น ถ้าไอ้ชาลีเป็นมือสังหารต้องไม่มีใครสงสัยว่าเราคุมเกมอยู่เบื้องหลัง"

ทัน ใดนั้นเอง สมุนของเสี่ยผ่านมาเห็นพิชิตแอบฟังอยู่ พอตะโกนถาม อำพันรู้ทันทีว่ามีคนมาแอบฟังอยู่ข้างนอก

เหว่งออกไปถามว่ามีเรื่อง อะไร สมุนรายงานว่าเมื่อกี้เห็นคน

ซุ่มอยู่หน้าห้องอำพัน ตนจะจับแต่พอคนนั้นหันมาจึงรู้ว่าเป็นพิชิต

อำพันบอกเหว่งว่าตนจะ จัดการพิชิตเอง เธอเดาทางพิชิตออกว่าต้องหลบซ่อนตัวอยู่แถวนั้น จึงร้องบอกให้ออกมาเสียเขากำลังเข้าใจผิดตนอยู่ ที่ตนคุยกับเหว่งก็เพื่อล้วงความลับเท่านั้น ถ้าพิชิตไม่เชื่อจะให้ตนพิสูจน์อย่างไรก็ได้

พิชิตหลงกลออกจากที่ ซ่อน บอกอำพันว่าถ้าอยากให้ตนเชื่อก็ต้องฆ่าเหว่งให้ดูเดี๋ยวนี้ ปรากฏว่าอำพันปฏิเสธ พิชิตเล็งปืนใส่อำพันสั่งเหี้ยม "เธอต้องทำ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอ"

เมื่ออำพันไม่ยอมทำตามคำสั่ง พิชิตหันมาถามเหว่งว่าทั้งหมดเป็นฝีมือเขาใช่ไหม ต้องการเล่นงานตนเพื่อตัดกำลังของเสี่ยใช่ไหม แล้วก็เล็งปืนไปทางเหว่ง แต่ไม่ทันที่พิชิตจะเหนี่ยวไก ก็ถูกอำพันใช้มีดพกซัดใส่จนล้ม

เหว่ งชักปืนยิงใส่พิชิต ถูกพิชิตยิงตอบโต้จนกระสุนหมดและหนีไป เหว่งตะโกนบอกอำพันให้รีบตามไปเร็วๆ

"หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เหว่ง" เสียงเสี่ยพิพัฒน์เฉียบขาด พอเหว่งกับอำพันชะงักมองก็เห็นเสี่ยกับแพ็ตเดินนำสมุนตรงดิ่งเข้ามา เสี่ยถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

เหว่งใส่ความว่าพิชิตบุกมาพยายามทำร้าย ตนกับอำพัน ตนจึงต้องป้องกันตัว เสี่ยสั่งให้ทุกคนหยุด หันไปพูดกับเหว่งว่า

"เอา ไว้ส่งมอบสินค้าเสร็จเมื่อไหร่ เรื่องนี้เราต้องกลับมาคิดบัญชีกันแน่เหว่ง"

"ย่อม ได้ครับเสี่ย ผมเต็มใจเสมอ" เหว่งตอบด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยในที

ooooooo

รอน ถูกรณภพสอบปากคำด้วยตัวเอง รอนยังผยองนัก ขู่รณภพว่า ศัตรูที่ทำลายเอสเค 7 จะต้องพินาศเพราะพวกเดียวกัน ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน

เมื่อรณภพ รายงานผลการสอบปากคำแก่สารวัตรชลิต ทั้งสารวัตรและหมวดโอมต่างเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่รณภพกลับวิเคราะห์ว่า

"แต่ ก็เป็นไปได้นะหมวด คนที่ทำลายเอสเค 7 ก็คือเสี่ยพิพัฒน์กับนายเหว่ง ถึงตอนนี้มันจะเป็นพันธมิตรกันก็จริง แต่ว่ามันเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน" แล้วบอกสารวัตรว่า "ผมจะลองสืบข่าวเรื่องนี้จากแพตริเซีย บางทีเธออาจจะมีเบาะแสก็ได้ครับ"

ระหว่างถูกกักตัวอยู่ในห้องสอบสวน นั้น รอนเหลือบเห็นคลิปหนีบกระดาษบนโต๊ะที่รณภพวางทิ้งไว้ มันเหลือบมองสำรวจอย่างระวังก่อนขโมยคลิปซ่อนไว้ที่ซอกนิ้ว

ooooooo

ชา ลียังถูกอำพันฝึกอย่างหนัก จนเขาเบื่อถามว่าเมื่อไรจะให้ตนลงมือแก้แค้นเสียที เหว่งจึงรับแคปซูลยาเม็ดหนึ่งจากอำพันให้ชาลีกิน บอกว่ามันเป็นยาวิเศษที่จะเพิ่มขีดความสามารถให้กับเขา ต่อไปจะไม่มีใครสู้เขาได้ต้านเขาอยู่

เมื่อชาลีกินยาเข้าไปก็ตกอยู่ ในอาการมึนงงแล้วสติก็ขาดวูบไป หลังจากนั้นเขาถูกส่งตัวไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ บรรดาสมุนของเสี่ยที่จะมารุมจับ ก็ถูกชาลีเล่นงานหมดสภาพไปคนแล้วคนเล่า จนคนต่อๆมาไม่กล้าลุยเข้าไป แม้ชาลีจะถูกยิงเข้าที่ไหล่แต่เขาก็ไม่มีอาการเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ประกาศกร้าวว่า

"กลับไปบอกเจ้านายของแก ว่านี่คือการล้างแค้นของเอสเค 7" พูดแล้วกราดปืนใส่สมุนของเสี่ยอย่างบ้าคลั่งอีกรอบ พวกสมุนมุดหัวหลบกันพัลวัน พอเงยหน้าอีกทีชาลีก็หายไปแล้ว

นิโคลัส โวยวายกับเสี่ยว่าไหนบอกว่าจัดการพวก

เอสเค 7 หมดแล้ว ขนาดถิ่นของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะรับประกันความปลอดภัยของตนได้อย่างไร เสี่ยบอกว่านั่นอาจไม่ใช่เอสเค 7 ตัวจริงก็ได้

นิโคลัสเร่งเสี่ยให้รีบจัดส่งสินค้าให้ตน ไม่อย่างนั้นก็จะไปติดต่อกับผู้ค้ารายอื่น

"ก็ได้คุณนิโคลัส แต่ว่าผมมีเงื่อนไข นั่นคือ ผมต้องเป็นคนกำหนดเวลา สถานที่ และก็วิธีการส่งสินค้าด้วยตัวเอง"

นิโคลัสพยักหน้าอย่างไม่มีปัญหา และเมื่อออกจากบ้านเสี่ยผ่านเหว่งที่มาดักอยู่ นิโคลัสพยักหน้าให้สัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยขณะเดินผ่าน เหว่งยิ้มอย่างสะใจที่แผนการหักหลังเสี่ยเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

เมื่อนิ โคลัสไปแล้ว เสี่ยบอกแพ็ตว่าสภาพการณ์ตอนนี้เลวร้ายกว่าที่ตนคิดมาก บอกแพ็ตให้รีบเก็บของไปจากที่นี่เสีย ส่วนเรื่องความแค้นของเธอกับเหว่งตนจะจัดการให้เอง เร่งให้รีบไปก่อนที่ตนจะเปลี่ยนใจ แพ็ตได้แต่ขอบคุณเสี่ยด้วยความซาบซึ้งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาก่อน จากไปอย่างเศร้าใจ

ooooooo

ชาลีกลับไปนั่งเหม่อทื่ออยู่ที่ ห้องรับแขกของตัวเอง อำพันทำแผลให้ชาลีที่หัวไหล่ ครู่หนึ่งเหว่งตามมาสมทบ อำพันถามว่าได้ผลรึเปล่า

"เยี่ยมมาก ไอ้เสี่ยพิพัฒน์มันเชื่อสนิทว่าถูกเอสเค 7 โจมตี มันจะรีบส่งมอบสินค้าให้นิโคลัสเร็วๆนี้" อำพันตื่นเต้นดีใจมาก ถามว่าแล้วขั้นต่อไปจะทำอย่างไร "จัดการไอ้เสี่ยพิพัฒน์ ป้ายความผิดให้กับพวกเอสเค 7 ส่วนเราก็ขึ้นครองอำนาจ" เหว่งพูดอย่างผยองนัก

อำพัน ยิ้มอย่างสะใจ หันมองชาลีที่ยังนั่งเหม่อทื่อเป็นผีดิบอยู่ พูดเหมือนคุยกับชาลีว่า

"งานนี้ต้องขอบคุณคุณชาลี ถ้าไม่ได้เขา แผนการของเราก็คงไม่สำเร็จง่ายดายแบบนี้ ใช่ไหมชาลี..."

ooooooo

ก่อน หน้านี้ เมื่ออำพันเอายาให้ชาลีกินแล้วเขานั่งทื่อเป็นผีดิบนั้น เหว่งถามว่าแน่ใจหรือว่ายานี้จะได้ผล

"ไม่ต้องห่วง ต่อให้ใจแข็งขนาดไหน ลองเจอยากล่อมประสาทเข้าไป รับรองเสร็จฉันแน่" พูดแล้วอำพันเอานกหวีดโลหะออกมาชูตรงหน้าชาลี บอกเขา "มองดูนี่สิคุณชาลี มองดูให้ดี สิ่งนี้คือตัวแทนของชีวิตคุณ ชีวิตคุณเต็มไปด้วยความแค้น คุณกำลังรอเวลาที่จะล้างแค้น"

ชาลีมองนกหวีดเหมือนถูกสะกดจิต ความคิดเขาหวนกลับไปสู่อดีต ภาพในอดีตที่ธวัชพ่อของเขาถูกฆ่าและโนรีถูกทำร้ายแทรกเขามาในความนึกคิดภาพ แล้วภาพเล่า จนเขาเพ้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง

"แค้น...ผมต้องล้างแค้น"

เหว่งแสยะยิ้มเฝ้าดูขั้นตอนการสะกดจิตของ อำพันอย่างใจเย็น

"ทันทีที่นกหวีดนี่ส่งสัญญาณ ก็แปลว่าเวลาของคุณได้มาถึงแล้ว คุณต้องฆ่า ฆ่าทุกคนให้หมด"

"ทุกคน ต้องตาย ฆ่าทุกคนให้หมด" ชาลีทวนเหมือนเพ้อ

"ดีมาก ทีนี้จำเสียงของมันเอาไว้นะชาลี สัญญาณของการฆ่า" ว่าแล้วอำพันเป่านกหวีด

ทันที ที่เสียงนกหวีดดังขึ้น ดวงตาของชาลีก็เบิกโพลงอย่างเหี้ยมโหด สีหน้าเหมือนผีดิบกระหายเลือด

เหว่งลองเอามือโบกผ่านหน้าชาลีไปมา อย่างทดสอบ ถามอำพันว่า

"วิชาสะกดจิตของพวกเอสเค 7 นี่ร้ายกาจจริงๆ ว่าแต่ว่า เขาจะตกอยู่ในอำนาจของมันไปอีกนานแค่ไหน"

"ถ้าไม่ทำการถอน อย่างถูกวิธี เขาก็ต้องเป็นแบบนี้ไปชั่วชีวิต" เหว่งถามว่าเคยมีใครที่ได้สติเองบ้างไหม อำพันส่ายหน้าตอบอย่างมั่นใจว่า "มีแค่หนึ่งในร้อยเท่านั้น แต่ไม่ต้องเป็นห่วง หล่อๆแบบนี้ ฉันไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด" พลางอำพันเอามือลูบไล้ใบหน้าชาลีอย่างพอใจ

ooooooo

หลังจาก เสี่ยบอกให้แพ็ตเก็บของออกจากบ้านไป เพราะสภาพการณ์ไม่ดีแล้ว เธอกลับเข้าไปนั่งซึมที่เตียงนอนในห้อง ครู่เดียวพิชิตก็โทร.เข้ามือถือ ขอให้ออกไปพบตนหน่อย มีเรื่องสำคัญอยากจะบอก

แพ็ตขับรถไปที่จุดนัด หมาย พิชิตที่ซุ่มรออยู่รีบเปิดประตูรถขึ้นมานั่งเล่าอย่างไม่หายตระหนกว่า

"วันนี้ ผมแอบเข้าไปในบ้าน ผมได้ยินไอ้เหว่งมันคุยกับอำพันว่าจะส่งมือสังหารมาฆ่าพี่ชายผม" แพ็ตถามว่าทำไมเขาไม่บอกตนแต่แรก พิชิตยอมรับว่าทีแรกนึกว่าไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ว่า ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะเกี่ยวแล้ว แพ็ตถามว่าเกี่ยวยังไง

"ไอ้ เหว่งบอกว่ามือสังหารชื่อชาลี ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูกของนายธวัชก็ใช้ชื่อนี้"

"ชาลี.." แพ็ตตกใจ เธอรีบโทร.ไปหารณภพทันที บอกเขาว่าตอนนี้ชาลีกำลังมีปัญหา เขาต้องคุมตัวชาลีไว้ให้ได้ รณภพถามงงๆ ว่าชาลีมีปัญหาอะไรหรือ

"เชื่อ ฉันเถอะค่ะผู้กอง ฉันได้ข่าวมาว่า ไอ้เหว่งจะใช้ชาลีเป็นเครื่องมือจัดการกับเสี่ยพิพัฒน์"

รณภพตกใจมาก เขาไปหาชาลีที่ห้องในคืนนี้เลย เคาะประตู ส่งเสียงบอกว่า

"ชาลี นี่ฉันเองนะรณภพ แกอยู่ในห้องรึเปล่าชาลี..." รณภพเงี่ยหูฟังพึมพำอย่างสงสัย "อะไรของมันวะ รปภ.ก็บอกว่ามันขึ้นห้องมาแล้วนี่"

รณภพจำได้ว่าตัวเองมีกุญแจห้อง ของชาลี เขาควานหาในกระเป๋าครู่หนึ่งก็เจอรีบไขเข้าไป ปรากฏว่าภายในห้องมืดมิด ร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบจึงเดินเข้าไปในห้อง แล้วเปิดไฟ

ปรากฏว่าชาลียืนทื่ออยู่ที่มุมห้อง รณภพหยอกว่าทำไมยืนเงียบๆ ตนนึกว่าผีเสียอีก ชาลีมองหน้ารณภพดวงตาไร้แวว พึมพำ "รณภพ" แล้วถามว่ามาทำไม

"เผอิญฉันได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับแก ก็เลยเป็นห่วง เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันอยู่เป็นเพื่อนแกก็แล้วกันนะ เมาหัวราน้ำกันหน่อยดีไหม ไอ้เสือ!"

รณภพเข้าไปตบบ่าชาลี ถูกชาลีตะปบมือไว้หมับ รณภพตกใจทักว่าท่าทางชาลีแปลกๆ ชาลีตวาดสวนไปทันที

"ไส หัวไปให้พ้น ฉันอยากอยู่คนเดียว"

รณภพยิ่งแปลกใจในสายตา เห็นเงาคนแว่บๆอยู่ในห้องน้ำที่ประตูเปิดแง้มๆอยู่ พอถามว่าเขาอยู่กับใคร ชาลีตอบอย่างฉุนเฉียวว่า "ไม่เกี่ยวกับแก" ทำให้รณภพตัดสินใจผลักชาลีไปทางห้องน้ำ

ทันใดนั้นเอง อำพันก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับเป่านกหวีดวี้ดดด สั่ง "ชาลีฆ่ามัน!"

รณ ภพไม่ทันตั้งหลัก ถูกชาลีชักปืนออกมาเล็งใส่ทันที เขาพุ่งเข้ายื้อปืนไว้ร้องถามว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมา แต่ชาลีเหมือนไม่รับรู้อะไร เมื่อยิงไม่ได้ก็ต่อยแทน ยิ่งเมื่อรณภพปลดปืนได้ ชาลีก็ทั้งชกทั้งถีบจนรณภพกระเด็นไป อำพันเป่านกหวีดอีกครั้ง สั่งให้ชาลีถอย แล้วก็วิ่งนำชาลีไป

"ชา ลี..ชาลี..โธ่เว้ย.." รณภพตะโกนเรียกแล้วรีบวิ่งตามไป วิ่งลงไปจนถึงหน้าคอนโดฯ เจอแพ็ตขับรถมาพอดี เธอถามว่าแล้วชาลีไปไหน พอรณภพบอกว่าอำพันพาหนีไปแล้ว แพ็ตเรียกเขาให้รีบขึ้นรถแล้วขับไล่ตามรถของอำพันไป

ooooooo

อำพัน ขับรถพาชาลีหนีจากรณภพ พลางโทรศัพท์ ขอให้เหว่งรีบส่งคนมาช่วยเพราะตนกำลังถูกแพ็ตกับรณภพตามล่าอยู่ เธอนิ่งฟังปลายสายแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะไปรอที่นั่น  พลางมองกระจกส่องหลัง  สบถอย่างแค้นใจ

"ไอ้พวกบ้า รนหาที่ตาย!"

ที่รถของแพ็ต เมื่อรับรณภพขึ้นรถขับตามอำพันไปแล้ว แพ็ตอธิบายสถานการณ์ให้รณภพฟังอย่างละเอียด เมื่อรณภพถามว่าทำไมชาลีถึงดูแปลกๆไป แพ็ตชี้แจ้งว่า

"ถ้าฉันเดาไม่ ผิด อำพันคงใช้วิชาสะกดจิตของเอสเค 7 เล่นงานชาลี ฉันได้ข่าวจากเสี่ยพิชิตว่า ไอ้เหว่งจะใช้ชาลีไปฆ่าเสี่ยพิพัฒน์"

รณ ภพถามทึ่งๆว่าด้วยวิธีการสะกดจิตนี่หรือ เป็นไปไม่ได้ แพ็ตยืนยันว่ามันเป็นไปแล้ว มันเหมือนกับที่ตนเคยสะกดจิตล้วงความลับจากพวกนักค้ายา และเจ้าเวียงวรรณก็เคยสะกดจิตโนรีให้ทำร้ายชาลีมาก่อน

"แล้วตอนนี้ เสี่ยพิชิตอยู่ไหน"

"เขากำลังหาทางช่วยพี่ชายเขาอยู่ค่ะ เราเองก็ต้องรีบขัดขวางชาลีเอาไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้"

ooooooo

อำพัน ขับรถล่อแพ็ตกับรณภพไปที่โครงการ ก่อสร้างร้างแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างสลับซับซ้อน แพ็ตตามไปจอดรถใกล้ๆรถของอำพัน รณภพทำท่าจะลงไป เธอเตือนว่าให้ระวังด้วย นี่อาจเป็นกับดักของอำพันก็ได้ ทำให้รณภพชะงัก

ในโครงการก่อสร้าง ร้างนั้น สายตาคู่หนึ่งจ้องจับการเคลื่อนไหวของรณภพไม่วางตา

รณภพมอง เข้าไปข้างในและเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง โดยมีแพ็ตถือปืนเดินตามหลัง

ทัน ใดนั้น เสียงนกหวีดดังขึ้น แล้วเสียงอำพันก็สั่งเหี้ยม "ชาลี ฆ่าพวกมัน!"

ชา ลีชักปืนออกมายิงกระหน่ำใส่แพ็ตและรณภพทันที ทำให้ทั้งสองต้องหาที่กำบัง รณภพพยายามร้องบอกชาลีว่าตนเอง รณภพ แพ็ตเตือนเขาว่าไม่มีประโยชน์เพราะชาลีควบคุมตัวเองไม่ได้

รณภพถาม เคืองๆว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร ฆ่าชาลีหรือ  แพ็ตย้อนถามว่าหรือเขาจะยอมถูกฆ่า ทำให้รณภพนิ่งอึ้งไป ก่อนจะบอกว่า

"ไม่..ผม ต้องหาทางหยุดชาลีให้ได้" แล้วบอกแพ็ต "คุณล่อพวกมันไว้ก่อนนะแพ็ต ผมจะอ้อมไปด้านหลัง"

ชาลีได้รับคำสั่งให้ฆ่าก็ยิงกระหน่ำจนกระสุนหมด อำพันเป่านกหวีดสั่งให้พอ แล้วตวาดถามแพ็ตว่ามุดหัวอยู่ไหน แน่จริงก็ให้ออกมา

แพ็ตเห็นรณภพอ้อมไปด้านหลังสำเร็จแล้ว เธอจึงโผล่มาเบนความสนใจทำเป็นชูมือยอมแพ้ บอกอำพันว่าจะทำอะไรตนก็ได้ แต่ให้ปล่อยชาลีไปเสียเพราะเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

"ทำไมจะไม่ เกี่ยว ถ้าไม่ใช่เพราะมันอยากแก้แค้น มันจะมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ไง โทษฉันไม่ได้หรอกนะนังแพ็ต ต้องโทษตัวเขาเองที่ดันแส่หาเรื่อง"

พริบ ตานั้น รณภพโผล่ออกมาเอาปืนจ่อด้านหลังอำพัน สั่งให้หยุด ทิ้งปืนเดี๋ยวนี้

อำพัน จำต้องทิ้งปืน แพ็ตจึงลดมือลง บอกรณภพว่าให้เอานกหวีดของอำพันให้ตนเพราะอำพันใช้นกหวีดควบคุมชาลี รณภพกระชากนกหวีดจากคออำพันส่งให้แพ็ตแล้วหันไปชวนชาลี ว่าเราไปกันเถอะ

ชา ลียืนนิ่ง อำพันบอกให้รณภพเป่านกหวีด รณภพเป่านกหวีด แพ็ตร้องห้ามไม่ทัน พอเสียงนกหวีดดัง อำพันก็ตะโกนสั่ง

"ชาลี ฆ่ามัน!"

ooooooo
ตอนที่ 19

หลังจากพิชิตหนีไปแล้ว เสี่ยบอกทุกคนว่า พิชิตไม่ใช่คนมีเหตุผล แต่เขาไม่มีทางที่จะทรยศตน ถ้าไม่มีคนยุให้ใจแตก พูดพลางชำเลืองไปทางอำพันแวบหนึ่ง เหว่งรีบตัดบทเบี่ยงเบนถามว่าแล้วเสี่ยจะเอาอย่างไร

"สั่งลูกน้องของ เราทุกคน ห้ามใครทำร้ายไอ้ชิตเด็ดขาด ต้องจับเป็นอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไอ้ชิตเป็นอะไรไปละก็ ทุกคน ที่อยู่ในที่นี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน"

แพ็ต สะกิดความคิดของเสี่ยว่าเรื่องพิชิตนั้นดูแปลกๆ วันนี้อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายพิชิตก็ได้ เสี่ยเห็นด้วย พอแพ็ตจี้ลงไปอีกว่าตนสงสัยเหว่ง เสี่ยเพิ่มอำพันเข้าไปด้วย บอกว่าทั้งสองคนนี้เป็นหอกข้างแคร่ทั้งนั้น แพ็ตถามว่ารู้อย่างนี้แล้วทำไมไม่เก็บเสีย

"ผมแค่อยากให้แก๊งแมงป่อง ดำกลับมาเป็นปึกแผ่นเหมือนเมื่อก่อน ความจริงผมกะว่าถ้าตักตวงผลประโยชน์จาก ไอ้เหว่งได้มากพอเมื่อไหร่ผมก็จะจัดการกับมัน แต่คิดไม่ถึงว่าผมเองจะเป็นฝ่ายพลาดท่า"

แต่เสี่ยก็บอกกับแพ็ตว่ามัน คงถึงเวลาที่ต้องจัดการกับอสรพิษตัวนี้เสียแล้ว

เสี่ยเพิ่งคิดวางแผน จัดการกับเหว่ง แต่หารู้ไม่ว่าเหว่ง ดำเนินการแล้ว เมื่อชาลีนัดพบและขอแก้แค้นให้โนรี ระบุว่า อยากจัดการพวกเอสเค 7

เหว่ งมองสารรูปของชาลีแล้ว สมเพชว่าแบบนี้จะไปทำอะไรได้ เขาส่งชาลีให้ไปฝึกวิทยายุทธ์กับอำพัน อำพันต้องฝึกอย่างหนักเพราะชาลีไม่มีพื้นฐานอะไรมาก่อนเลย เธอตั้งหน้าตั้งตาฝึกให้ชาลี จนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ได้ยิน

เป็นสายจาก พิชิตนั่นเอง พิชิตสบถอย่างหัวเสียว่า

"โธ่เว้ย...นังอำพัน นี่มันคิดจะถีบหัวส่งกันรึไงวะ!"

ooooooo

ส่วนรอนก็ซุ่มสร้าง ดาหวันให้เป็นนักฆ่า เขาเอารูปของแพ็ต รณภพ เหว่ง พิพัฒน์ อำพัน และชาลีมาวางเรียงให้ดาหวันดูบอกเธอว่าพวกนี้คือศัตรูของเอสเค 7 ทั้งนั้น ตอกย้ำกับเธอว่า

"ผมรู้ว่าคุณอยากล้างแค้น แต่ในระหว่างนี้ห้ามคุณแตะต้องพวกมันเด็ดขาด เพราะผมต้องการยืมมือพวกมันให้ฆ่ากันเอง"

รอนย้ำแล้วย้ำอีกว่าถ้าพวก มันตายคนหนึ่ง แผนการของตนก็จะล้มเหลวทั้งหมด แต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ตนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว

รอนยังตีสอง หน้ากลับไปที่กองปราบตามปกติเมื่อหมวดกับจ่าถามว่าหายไปไหนไม่เห็นไปเยี่ยม ลูกพี่ มันก็อ้างว่าลูกพี่ไม่รู้สึกตัวเยี่ยมไปก็เท่านั้น สู้เอาเวลานี้ไปล่าคนร้ายดีกว่า แต่พอจ่ากับรณภพบอกว่าตอนนี้ไมเคิลใกล้ฟื้นแล้วอีกไม่นานเราก็จะได้รู้เสีย ทีว่าใครคือฆาตกร รอนฟังแล้วถึงกับหน้าเครียดทันที

ooooooo

พิชิต ดักพบอำพันจนได้ เขาตามไปขึ้นนั่งที่เบาะหลังรถเอาปืนจี้อำพันหาว่าเธอหักหลัง อำพันปากแข็งว่าตนไม่ได้ทรยศ แต่พี่ชายเขาบุกมาแบบนั้นตนก็จำเป็นต้องเผ่นก่อน ซ้ำโยนกลองว่าแผนการทั้งหมดนี้เป็นของเหว่งที่จงใจเล่นละครหลอกให้ตนกับเขา ไปติดกับเสี่ย

พิชิตบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะกลับไปบอกความจริงกับพี่ ชาย อำพันตกใจใส่ไฟว่าตอนนี้เสี่ยไม่เชื่อเขาหรอกเพราะแพ็ตเข้าข้างเหว่ง ทั้งยังสาดโคลนว่าแพ็ตมีอะไรกับเหว่ง จึงยุให้เสี่ยเก็บเขาแล้วเลื่อนเหว่งขึ้นมาแทน เพื่อใช้เหว่งมาช่วยปอกลอกเสี่ย

พิชิตถูกเป่าหูจนโกรธแค้น ด่า "นังแพ็ต นังอสรพิษ!"

อำพันยิ้มสะใจที่เป่าหูปั่นหัวพิชิตได้ง่ายดาย เหลือเชื่อ

ooooooo

แพ็ตนัดพบกับรณภพที่ห้องสมุดสาธารณะอีก ครั้ง แพ็ตถามถึงอาการของโนรี รณภพบอกว่ายังไม่รู้สึกตัว บ่นว่าชาลีก็มาหายเข้ากลีบเมฆไปด้วย ตนกลัวจะไปทำอะไรโง่ๆขึ้นมา แพ็ตถามว่ากลัวชาลีจะคิดสั้นหรือ

"ชาลีไม่ใช่พวกขี้แพ้ งานนี้ผมว่าเขาต้องหาทางเอาคืนแน่"

"ด้วยการแก้แค้นพวกเอสเค 7 งั้นเหรอคะ"

รณภพพยักหน้า ทำให้แพ็ตคิดหนัก จากนั้นเธอรีบไปเยี่ยมโนรี พูดกับโนรีทั้งที่ไม่รู้สึกตัว ขอให้มีกำลังใจต้องเข้มแข็ง มองหน้าโนรีแล้วพึมพำ

"โนรี  ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันคงทนไม่ได้ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น กับแพรพลอยต้องมาเกิดขึ้นกับเธออีกคน"
พอดีชาลีผลักประตูเข้ามา  แพ็ตดีใจร้องเรียกเขา  แต่ชาลีกลับหันหลังเดินหนีไปเสียเฉยๆ

แพ็ตตาม ไปจนคว้าตัวชาลีไว้ทันถามว่าจะหนีหน้าทุกคนไปอีกนานแค่ไหน  พวกเราทุกคนเป็นห่วงเขา  อย่างน้อยเขาก็น่าจะติดต่อผู้กองรณภพบ้าง ผู้กองจะได้ไม่ต้องเที่ยวตามหาอีก

ชาลีฟังอย่างเย็นชา ถามว่าหมดเรื่องแล้วใช่ไหม สะบัดแขนหลุดจะเดินต่อ

"ชาลี ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีนะ เลิกคิดเรื่องแก้แค้น เสียเถอะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้"

"เก็บความหวังดีเอาไว้เถอะคุณแพ็ต ไม่ว่าจะยังไงผมจะกวาดล้างพวกเอสเค 7 ให้ได้ แล้วถ้าจำเป็นผมอาจจะฆ่าคุณด้วย!" ชาลีพูดใส่หน้าแพ็ตแล้วเดินไปไม่เหลียวหลัง

แพ็ตมองตามชาลีไปอย่างใจ หาย   ในขณะที่พิชิตซุ่มดูอยู่ที่หลังพุ่มไม้มองแพ็ตอย่างแค้นใจ   ก่อนจะล้วงมือไปกุมด้ามปืนที่ซ่อนเอาไว้  พอแพ็ตเดินมาที่รถ  พิชิตก็ถือปืนเข้าไปแต่ถูกแพ็ตจับปลดปืนเอาง่ายๆ

พิชิตหันมาใช้หมัด แทนก็ถูกแพ็ตจับล็อกตัวกดไว้กับรถอีก

พิชิตด่าแพ็ตว่าหลอกพี่ชายตน   แพ็ตถามว่าตนไปหลอกเสี่ยตั้งแต่เมื่อไร   พิชิตอ้างว่าอำพันเป็นคนบอกขู่ว่าผู้หญิงลวงโลกอย่างเธอไม่ตายดีแน่

"อำพัน อีกแล้วเหรอ" แพ็ตกระชากพิชิตหันมา "คุณพิชิต ถ้าคุณยังรักพี่ชายคุณอยู่คุณต้องฟังฉัน อำพันต่างหากที่หลอกใช้คุณ"

พิชิต อึ้ง มองแพ็ตอย่างคลางแคลงใจแทนความโกรธแค้น

ooooooo

หมวดโอม กับจ่าฉิมได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าไมเคิลออกจากห้องไอซียูแล้ว  อีกไม่นานคงพร้อมที่จะให้ปากคำ  รณภพหนักใจว่าถ้าคนร้ายรู้ข่าวต้องมีการเคลื่อนไหวแน่ จ่าเสนอให้หาเซฟเฮาส์ ผู้กองถามว่ากะทันหันแบบนี้จะไปหาที่ไหนทัน

"มีอยู่ที่นึงครับ ผมว่าคนร้ายมันต้องคิดไม่ถึงแน่" หมวดเสนอท่าทางตื่นเต้น

เวลาเฉียด กันเส้นยาแดงเดียว ดาหวันก็ไปปรากฏตัวที่โรงพยาบาล  บอกกับตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายว่ามาเยี่ยมสารวัตรไมเคิล  อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน

หนึ่งในตำรวจนอกเครื่องแบบบอกว่าสารวัตร ยังไม่รู้สึกตัว และที่สำคัญมีคำสั่งห้ามใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ดาหวันในคราบสาวเปรี้ยวบ่นว่าแย่จัง มาเสียเที่ยว แต่พริบตาเดียวเธอก็ชักปืนเก็บเสียงเก็บตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองทันที

เก็บ ตำรวจแล้วดาหวันพรวดเข้าไปในห้อง เล็งปืนไปที่เตียงคนไข้ แล้วก็ต้องหัวเสียเป็นครั้งที่สองเมื่อพบว่ามีแต่เตียงที่ว่างเปล่า   พอรู้ว่าเสียท่าตำรวจ ดาหวันรีบลงไปพบรอนที่รออยู่ในรถบอกว่าเรามาช้าไป ไมเคิลถูกย้ายไปซ่อนที่อื่นแล้ว

"ไอ้ผู้กองรณภพ" รอนคำรามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เซฟเฮาส์ที่หมวดโอมเสนอคือห้อง รับแขกในคอนโดฯของรณภพนั่นเอง! รณภพยอมรับว่าเป็นเรื่องคิดไม่ถึงจริงๆที่หมวดเล่นเอาคอนโดฯตนเป็นเซฟเฮาส์ หมวดพูดอย่างมั่นใจว่า

"เชื่อผมเถอะครับ รับรองไอ้คนร้ายมันต้องติดกับเราแน่"

ขณะนั้นเองจ่าฉิมเข้ามารายงาน ว่า  ทางกองปราบแจ้งว่าเมื่อครู่นี้มีคนบุกเข้าไปที่โรงพยาบาลและยิงเจ้าหน้าที่ ที่อารักขาไมเคิลเสียชีวิตไปสองนาย หมวดฟังแล้วอึ้งที่เวลามันฉิวเฉียดจริงๆ ถ้าเราไหวตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียวก็มีหวังเสร็จมันแน่

"แสดงว่าสาร วัตรไมเคิลต้องรู้ความลับอะไรของมันสักอย่าง มันถึงได้กัดไม่ปล่อยขนาดนี้" รณภพวิเคราะห์แล้วสั่งลูกน้อง "พวกเราต้องเข้มงวดกันมากกว่านี้ งานนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด"

รอนตีหน้าตายเข้าไปรายงานสารวัตรชลิต ว่า เมื่อครู่ได้

ข่าวว่าไมเคิลถูกลอบทำร้าย สารวัตรชลิตบอกว่ามีคนร้ายบุกเข้าไปฆ่าปิดปากเขาที่โรงพยาบาล  แต่ไม่ต้องห่วง  ตอนนี้ลูกพี่ของเขาอยู่ในความดูแลของผู้กองรณภพ รับรองว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ อีกไม่นานเราก็จะได้รู้กันว่าคนร้ายเป็นใคร

รอนพยายาม ถามว่าเซฟเฮาส์ของรณภพอยู่ที่ไหน สารวัตรตอบเรียบๆว่านี่เป็นความลับสุดยอด  ทำให้รอนฉุกกึกถามว่าไม่เชื่อใจตนหรือ

"เปล่า แต่ผมแค่ทำตามขั้นตอน" สารวัตรชลิตตอบ มองหน้ารอนนิ่งจนรอนรู้สึกอึดอัดใจ

ooooooo

รอนกลับ ไปเล่าให้ดาหวันฟังอย่างหัวเสียที่ตนถูกกีดกัน  แบบนี้แสดงว่าพวกนั้นต้องสงสัยตนแน่ๆ ดาหวันเตือนว่าเราต้องเร่งมือแล้ว   ถ้าไมเคิลฟื้นขึ้นเมื่อไรเขาต้องถูกเปิดโปงแน่ รอนเสนอว่าเธอต้องช่วยเขาอีกครั้ง เมื่อดาหวันไม่อยากเข้าไปวุ่นวายด้วย รอนก็ขู่ว่าเธอเป็นเอสเค 7 เหมือนเขา ดาหวันจึงตัดสินใจรับงาน แต่ถ้าหลังจากเสร็จงานชิ้นนี้แล้วตนขอถอนตัวจากเอสเค 7 ด้วยเหตุผลว่า

"ฉัน แค่อยากล้างแค้นให้พ่อ ฉันไม่ต้องการเป็นลูกน้องของใคร"

รอนตบหน้าดา หวันฉาดใหญ่ ตะคอกอย่างเหี้ยมเกรียม

"จำไว้คุณดาหวัน คนที่จะถอนตัวจากเอสเค 7 ได้ ต้องเป็นคนที่หมดลมหายใจแล้วเท่านั้น"

ดา หวันทั้งตกใจและแค้นใจนัก เมื่อกลับเข้าห้องนอน เธอพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า

"ไอ้ บ้า ฉันไม่ยอมเป็นทาสแกไปตลอดชีวิตหรอก ไอ้รอน คอยดูเถอะฉันต้องเล่นงานแกให้ได้"

ooooooo

พิชิตเชื่อตามที่ แพ็ตบอกเขา ยิ่งเมื่อเธอยืนยันว่าเป้าหมายของเธอมีแค่เหว่งกับอำพันสองคนเท่านั้น แต่ที่ยังไม่ลงมือตอนนี้เพราะพี่ชายเขามีแผนเดียวกับตน เพียงแต่กำลังรอให้เสร็จเรื่องค้าขายกับนิโคลัสก่อนค่อยคิดบัญชีกับสองคน นั้น

พิชิตยังระแวง   แพ็ตบอกว่าเรื่องนี้คนที่ยืนยันได้ดีที่สุดคืออำพันกับเหว่ง  ขอให้เขาจับตาสองคนนี้ไว้แล้วจะรู้เอง

อำพันกับเหว่งนัดพบกับนิโคลัส ก่อนแล้ว เหว่งเอารูปในโทรศัพท์มือถือที่แอบถ่ายแพ็ตกับรณภพที่ห้องสมุดให้ นิโคลัสดู  บอกว่าแพ็ตอดีตเอสเค  7  ความจริงเป็นสายตำรวจ แต่เสี่ยพิพัฒน์กำลังหลงแพ็ตขนาดเอารูปถ่ายนี้ให้ดูก็ยังเฉยๆ

นิโค ลัสร้อนใจว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรามีหวังพังกันหมดแน่ เหว่งเสนอทันทีว่ายกเว้นแต่ว่าเราจะหาผู้นำคนใหม่ที่ไว้ใจได้มากกว่าเสี่ย พิพัฒน์ เมื่อนิโคลัสสนใจ เหว่งเสนอว่า ถ้าเขายอมช่วย ตนต้องตอบแทนเขาแน่

"คุณ จะให้ผมหักหลังเสี่ยพิพัฒน์งั้นเหรอ แล้วลูกน้องของเขาล่ะ คุณจะทำยังไง"

"ไม่ มีปัญหา ผมเตรียมแพะรับบาปเอาไว้แล้ว ส่วนคุณแค่เป็นพยานให้ผมก็พอ แล้วหลังจากนั้นสินค้าลอตนี้ทั้งหมดผมจะยกให้คุณฟรีๆ"

นิโคลัสคิดอึด ใจเดียวก็ตอบตกลงทันที อำพันยิ้มสะใจ เหี้ยมเกรียมที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ooooooo

รอน เช็กสัญญาณมือถือของรณภพรู้ว่าเขาไม่ได้ ออกจากคอนโดฯมาสองวันแล้ว   ซ้ำสัญญาณมือถือของหมวดโอมก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาบอกดาหวันให้ไปเป็นนกต่อทันที

ดาหวันปลอมตัวเป็นบริกรชายไปเคาะ ประตูเอาอาหารไปส่ง  โกหกว่ารณภพเป็นคนสั่ง  จ่ารับอาหารสามกล่องกลับไปในห้อง เปิดดูแล้วอุทานตาโต

"โอ้โห ข้าวผัดปูจริงๆด้วยเว้ย น่ากินเป็นบ้า" ว่าแล้วตะโกนชวนหมวดมากินด้วยกัน แต่เอะใจว่าตนอยู่กันสองคนทำไมถึงสั่งมาสามกล่อง พอแกะกล่องที่สามออก กลายเป็นระเบิดควัน จ่าถูกแก๊สพิษเข้าเต็มๆ หมดสติไปในพริบตา

หลัง จากดาหวันเอาข้าวกล่องมาส่งแล้วไปบอกรอนที่คอยอยู่ในรถ รอนบอกให้เธอคอยดูต้นทาง  ที่เหลือตนจะจัดการเอง แล้วรอนก็เอาหน้ากากกันแก๊สพิษออกมาก่อนเดินลงจากรถไป

รอนเข้าไปใน ห้อง  เขาสวมหน้ากากออกซิเจนอย่างดี เดินผ่านจ่าที่นอนหมดสติอยู่บนโซฟา ตรงไปที่ห้องนอนรณภพเปิดประตูเล็งปืนเข้าไป พูดอย่างสะใจว่า

"อโหสิ ด้วยนะสารวัตร แต่คุณรู้ความลับของเอสเค 7 มากเกินไป"

รอนเหนี่ยวไก ยิงไปทันทีสองนัดซ้อนแต่ยังไม่ไวพอ

เพราะคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงพลิก ตัวหลบกระสุนไปอย่างเร็ว

ที่แท้คือหมวดโอมนั่นเอง หมวดสวมหน้ากากออกซิเจนเช่นกัน รอนรู้ว่าตัวเองมาติดกับดักแล้วกระหน่ำยิงหมวดอีกแล้ววิ่งหาที่กำบัง หมวดคว้าปืนลูกซองยาวที่ซ่อนอยู่ยิงสวนไป ตะโกนท้าว่าแน่จริงอย่าหนี ถึงจะแน่แค่ไหนแต่นาทีนี้รอนก็ต้องหนี แต่พอหนีออกจากห้องก็เจอรณภพเข้าอย่างจัง หมวดโอมตามมาตะโกนให้รอนมอบตัวเสีย

รอนยังข้องใจถามว่าแล้วสารวัตรไมเคิลอยู่ที่ไหน

รณภพตอบเย้ยหยันว่า

"ยัง อยู่ที่โรงพยาบาล เพียงแต่ว่าย้ายไปอยู่อีกห้องเท่านั้นเอง"

แม้จะ อยู่ในภาวะจนตรอกแต่รอนก็ไม่ยอมจำนน ต้องต่อสู้กันแบบหนึ่งต่อสองมันก็ไม่หวั่น และด้วยความสามารถที่ฝึกมาอย่างดี รอนหาจังหวะฉวยเอาหมวดโอมมาเป็นโล่กำบัง ท้ารณภพว่ากล้าดีก็ยิงเลย ดูซิว่าชีวิตตนกับลูกน้องตัวเองอย่างไหนจะสำคัญกว่า

หมวดบอกรณภพว่า ไม่ต้องห่วงตนยิงมันเลย แต่รณภพไม่ยิง บอกรอนว่ากำลังเสริมใกล้มาถึงแล้ว ไม่ทันสิ้นเสียงรณภพ เสียงไซเรนก็แว่วมาแล้ว

รอนสู้อย่างจนตรอก ลากหมวดเป็นตัวประกันเข้าลิฟต์กดปิดแล้วผลักหมวดกระแทกใส่รณภพ พอรณภพตั้งตัวได้รอนก็หนีลงลิฟต์ไปแล้ว ทั้งหมวดและผู้กองพากันวิ่งตามไปทางบันไดหนีไฟ

ooooooo

ดา หวันยังรออยู่ในรถ เธอใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อได้ยินเสียงไซเรนใกล้เข้ามา อึดใจเดียวรอนก็โทร.เข้ามือถือเธอบอกให้รีบไปรับที่หน้าอาคารเดี๋ยวนี้

ดา หวันขยับจะออกรถ แต่แล้วก็ชะงักยิ้มออกมาอย่างเลือดเย็นก่อนออกรถ รอนวิ่งมาเห็นรถดาหวันพอดีมันวิ่งจะไปขึ้นรถ แต่ดาหวันขับรถหนีไปอย่างไม่แยแส ขณะรอนกำลังละล้าละลังนั่นเอง ตำรวจหลายนายก็กรูกันเข้ามาล้อมไว้แล้ว

ในที่สุด รอนก็ถูกจับใส่กุญแจมือ แต่ยังไม่วายปากเก่งพูดอาฆาตว่า "ถ้าฉันหลุดไปได้เมื่อไหร่ แกตายแน่!"

ในที่สุด สารวัตรชลิตก็สั่งตำรวจให้เอาตัวรอนไป

ooooooo

เสี่ยพิพัฒน์ ยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกหักหลัง เมื่อแพ็ต

บอกว่า บ่ายนี้ตนเจอกับพิชิต เสี่ยถามว่าน้องชายตนเป็นอย่างไรบ้าง แพ็ตเชื่อว่าพิชิตถูกอำพันหลอกใช้ สะกิดเตือนเสี่ยว่าถ้าเสี่ยคิดจะจัดการอำพันกับเหว่งก็ต้องรีบลงมือก่อนที่ ทุกอย่างจะสายเกินไป

"ไม่ต้องห่วงแพตริเซีย หลังจากที่ผมส่งสินค้าให้กับนิโคลัสเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมจะปิดฉากสองคนนั่นทันที"

นี่เอง ทำให้แพ็ตรู้ข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลย

ด้วยความเป็น ห่วงพี่ชาย พิชิตแอบเข้าไปในบ้านผ่านห้องของอำพันได้ยินเสียงอำพันคุยกับเหว่งแอบฟังจึง รู้ว่าเหว่งเตรียมเก็บเสี่ยหลังจากส่งสินค้าให้นิโคลัสแล้ว โดยจะให้ชาลีเป็นคนลงมือ

"ทำไมต้องเป็นเขา" อำพันถาม

"ก็ เพราะนายธวัชพ่อของชาลีกับไอ้เสี่ยพิพัฒน์มันเคยเป็นคู่แข่งกัน ดังนั้น ถ้าไอ้ชาลีเป็นมือสังหารต้องไม่มีใครสงสัยว่าเราคุมเกมอยู่เบื้องหลัง"

ทัน ใดนั้นเอง สมุนของเสี่ยผ่านมาเห็นพิชิตแอบฟังอยู่ พอตะโกนถาม อำพันรู้ทันทีว่ามีคนมาแอบฟังอยู่ข้างนอก

เหว่งออกไปถามว่ามีเรื่อง อะไร สมุนรายงานว่าเมื่อกี้เห็นคน

ซุ่มอยู่หน้าห้องอำพัน ตนจะจับแต่พอคนนั้นหันมาจึงรู้ว่าเป็นพิชิต

อำพันบอกเหว่งว่าตนจะ จัดการพิชิตเอง เธอเดาทางพิชิตออกว่าต้องหลบซ่อนตัวอยู่แถวนั้น จึงร้องบอกให้ออกมาเสียเขากำลังเข้าใจผิดตนอยู่ ที่ตนคุยกับเหว่งก็เพื่อล้วงความลับเท่านั้น ถ้าพิชิตไม่เชื่อจะให้ตนพิสูจน์อย่างไรก็ได้

พิชิตหลงกลออกจากที่ ซ่อน บอกอำพันว่าถ้าอยากให้ตนเชื่อก็ต้องฆ่าเหว่งให้ดูเดี๋ยวนี้ ปรากฏว่าอำพันปฏิเสธ พิชิตเล็งปืนใส่อำพันสั่งเหี้ยม "เธอต้องทำ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอ"

เมื่ออำพันไม่ยอมทำตามคำสั่ง พิชิตหันมาถามเหว่งว่าทั้งหมดเป็นฝีมือเขาใช่ไหม ต้องการเล่นงานตนเพื่อตัดกำลังของเสี่ยใช่ไหม แล้วก็เล็งปืนไปทางเหว่ง แต่ไม่ทันที่พิชิตจะเหนี่ยวไก ก็ถูกอำพันใช้มีดพกซัดใส่จนล้ม

เหว่ งชักปืนยิงใส่พิชิต ถูกพิชิตยิงตอบโต้จนกระสุนหมดและหนีไป เหว่งตะโกนบอกอำพันให้รีบตามไปเร็วๆ

"หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เหว่ง" เสียงเสี่ยพิพัฒน์เฉียบขาด พอเหว่งกับอำพันชะงักมองก็เห็นเสี่ยกับแพ็ตเดินนำสมุนตรงดิ่งเข้ามา เสี่ยถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

เหว่งใส่ความว่าพิชิตบุกมาพยายามทำร้าย ตนกับอำพัน ตนจึงต้องป้องกันตัว เสี่ยสั่งให้ทุกคนหยุด หันไปพูดกับเหว่งว่า

"เอา ไว้ส่งมอบสินค้าเสร็จเมื่อไหร่ เรื่องนี้เราต้องกลับมาคิดบัญชีกันแน่เหว่ง"

"ย่อม ได้ครับเสี่ย ผมเต็มใจเสมอ" เหว่งตอบด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยในที

ooooooo

รอน ถูกรณภพสอบปากคำด้วยตัวเอง รอนยังผยองนัก ขู่รณภพว่า ศัตรูที่ทำลายเอสเค 7 จะต้องพินาศเพราะพวกเดียวกัน ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน

เมื่อรณภพ รายงานผลการสอบปากคำแก่สารวัตรชลิต ทั้งสารวัตรและหมวดโอมต่างเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่รณภพกลับวิเคราะห์ว่า

"แต่ ก็เป็นไปได้นะหมวด คนที่ทำลายเอสเค 7 ก็คือเสี่ยพิพัฒน์กับนายเหว่ง ถึงตอนนี้มันจะเป็นพันธมิตรกันก็จริง แต่ว่ามันเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน" แล้วบอกสารวัตรว่า "ผมจะลองสืบข่าวเรื่องนี้จากแพตริเซีย บางทีเธออาจจะมีเบาะแสก็ได้ครับ"

ระหว่างถูกกักตัวอยู่ในห้องสอบสวน นั้น รอนเหลือบเห็นคลิปหนีบกระดาษบนโต๊ะที่รณภพวางทิ้งไว้ มันเหลือบมองสำรวจอย่างระวังก่อนขโมยคลิปซ่อนไว้ที่ซอกนิ้ว

ooooooo

ชา ลียังถูกอำพันฝึกอย่างหนัก จนเขาเบื่อถามว่าเมื่อไรจะให้ตนลงมือแก้แค้นเสียที เหว่งจึงรับแคปซูลยาเม็ดหนึ่งจากอำพันให้ชาลีกิน บอกว่ามันเป็นยาวิเศษที่จะเพิ่มขีดความสามารถให้กับเขา ต่อไปจะไม่มีใครสู้เขาได้ต้านเขาอยู่

เมื่อชาลีกินยาเข้าไปก็ตกอยู่ ในอาการมึนงงแล้วสติก็ขาดวูบไป หลังจากนั้นเขาถูกส่งตัวไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ บรรดาสมุนของเสี่ยที่จะมารุมจับ ก็ถูกชาลีเล่นงานหมดสภาพไปคนแล้วคนเล่า จนคนต่อๆมาไม่กล้าลุยเข้าไป แม้ชาลีจะถูกยิงเข้าที่ไหล่แต่เขาก็ไม่มีอาการเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ประกาศกร้าวว่า

"กลับไปบอกเจ้านายของแก ว่านี่คือการล้างแค้นของเอสเค 7" พูดแล้วกราดปืนใส่สมุนของเสี่ยอย่างบ้าคลั่งอีกรอบ พวกสมุนมุดหัวหลบกันพัลวัน พอเงยหน้าอีกทีชาลีก็หายไปแล้ว

นิโคลัส โวยวายกับเสี่ยว่าไหนบอกว่าจัดการพวก

เอสเค 7 หมดแล้ว ขนาดถิ่นของตัวเองยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะรับประกันความปลอดภัยของตนได้อย่างไร เสี่ยบอกว่านั่นอาจไม่ใช่เอสเค 7 ตัวจริงก็ได้

นิโคลัสเร่งเสี่ยให้รีบจัดส่งสินค้าให้ตน ไม่อย่างนั้นก็จะไปติดต่อกับผู้ค้ารายอื่น

"ก็ได้คุณนิโคลัส แต่ว่าผมมีเงื่อนไข นั่นคือ ผมต้องเป็นคนกำหนดเวลา สถานที่ และก็วิธีการส่งสินค้าด้วยตัวเอง"

นิโคลัสพยักหน้าอย่างไม่มีปัญหา และเมื่อออกจากบ้านเสี่ยผ่านเหว่งที่มาดักอยู่ นิโคลัสพยักหน้าให้สัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยขณะเดินผ่าน เหว่งยิ้มอย่างสะใจที่แผนการหักหลังเสี่ยเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

เมื่อนิ โคลัสไปแล้ว เสี่ยบอกแพ็ตว่าสภาพการณ์ตอนนี้เลวร้ายกว่าที่ตนคิดมาก บอกแพ็ตให้รีบเก็บของไปจากที่นี่เสีย ส่วนเรื่องความแค้นของเธอกับเหว่งตนจะจัดการให้เอง เร่งให้รีบไปก่อนที่ตนจะเปลี่ยนใจ แพ็ตได้แต่ขอบคุณเสี่ยด้วยความซาบซึ้งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาก่อน จากไปอย่างเศร้าใจ

ooooooo

ชาลีกลับไปนั่งเหม่อทื่ออยู่ที่ ห้องรับแขกของตัวเอง อำพันทำแผลให้ชาลีที่หัวไหล่ ครู่หนึ่งเหว่งตามมาสมทบ อำพันถามว่าได้ผลรึเปล่า

"เยี่ยมมาก ไอ้เสี่ยพิพัฒน์มันเชื่อสนิทว่าถูกเอสเค 7 โจมตี มันจะรีบส่งมอบสินค้าให้นิโคลัสเร็วๆนี้" อำพันตื่นเต้นดีใจมาก ถามว่าแล้วขั้นต่อไปจะทำอย่างไร "จัดการไอ้เสี่ยพิพัฒน์ ป้ายความผิดให้กับพวกเอสเค 7 ส่วนเราก็ขึ้นครองอำนาจ" เหว่งพูดอย่างผยองนัก

อำพัน ยิ้มอย่างสะใจ หันมองชาลีที่ยังนั่งเหม่อทื่อเป็นผีดิบอยู่ พูดเหมือนคุยกับชาลีว่า

"งานนี้ต้องขอบคุณคุณชาลี ถ้าไม่ได้เขา แผนการของเราก็คงไม่สำเร็จง่ายดายแบบนี้ ใช่ไหมชาลี..."

ooooooo

ก่อน หน้านี้ เมื่ออำพันเอายาให้ชาลีกินแล้วเขานั่งทื่อเป็นผีดิบนั้น เหว่งถามว่าแน่ใจหรือว่ายานี้จะได้ผล

"ไม่ต้องห่วง ต่อให้ใจแข็งขนาดไหน ลองเจอยากล่อมประสาทเข้าไป รับรองเสร็จฉันแน่" พูดแล้วอำพันเอานกหวีดโลหะออกมาชูตรงหน้าชาลี บอกเขา "มองดูนี่สิคุณชาลี มองดูให้ดี สิ่งนี้คือตัวแทนของชีวิตคุณ ชีวิตคุณเต็มไปด้วยความแค้น คุณกำลังรอเวลาที่จะล้างแค้น"

ชาลีมองนกหวีดเหมือนถูกสะกดจิต ความคิดเขาหวนกลับไปสู่อดีต ภาพในอดีตที่ธวัชพ่อของเขาถูกฆ่าและโนรีถูกทำร้ายแทรกเขามาในความนึกคิดภาพ แล้วภาพเล่า จนเขาเพ้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง

"แค้น...ผมต้องล้างแค้น"

เหว่งแสยะยิ้มเฝ้าดูขั้นตอนการสะกดจิตของ อำพันอย่างใจเย็น

"ทันทีที่นกหวีดนี่ส่งสัญญาณ ก็แปลว่าเวลาของคุณได้มาถึงแล้ว คุณต้องฆ่า ฆ่าทุกคนให้หมด"

"ทุกคน ต้องตาย ฆ่าทุกคนให้หมด" ชาลีทวนเหมือนเพ้อ

"ดีมาก ทีนี้จำเสียงของมันเอาไว้นะชาลี สัญญาณของการฆ่า" ว่าแล้วอำพันเป่านกหวีด

ทันที ที่เสียงนกหวีดดังขึ้น ดวงตาของชาลีก็เบิกโพลงอย่างเหี้ยมโหด สีหน้าเหมือนผีดิบกระหายเลือด

เหว่งลองเอามือโบกผ่านหน้าชาลีไปมา อย่างทดสอบ ถามอำพันว่า

"วิชาสะกดจิตของพวกเอสเค 7 นี่ร้ายกาจจริงๆ ว่าแต่ว่า เขาจะตกอยู่ในอำนาจของมันไปอีกนานแค่ไหน"

"ถ้าไม่ทำการถอน อย่างถูกวิธี เขาก็ต้องเป็นแบบนี้ไปชั่วชีวิต" เหว่งถามว่าเคยมีใครที่ได้สติเองบ้างไหม อำพันส่ายหน้าตอบอย่างมั่นใจว่า "มีแค่หนึ่งในร้อยเท่านั้น แต่ไม่ต้องเป็นห่วง หล่อๆแบบนี้ ฉันไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด" พลางอำพันเอามือลูบไล้ใบหน้าชาลีอย่างพอใจ

ooooooo

หลังจาก เสี่ยบอกให้แพ็ตเก็บของออกจากบ้านไป เพราะสภาพการณ์ไม่ดีแล้ว เธอกลับเข้าไปนั่งซึมที่เตียงนอนในห้อง ครู่เดียวพิชิตก็โทร.เข้ามือถือ ขอให้ออกไปพบตนหน่อย มีเรื่องสำคัญอยากจะบอก

แพ็ตขับรถไปที่จุดนัด หมาย พิชิตที่ซุ่มรออยู่รีบเปิดประตูรถขึ้นมานั่งเล่าอย่างไม่หายตระหนกว่า

"วันนี้ ผมแอบเข้าไปในบ้าน ผมได้ยินไอ้เหว่งมันคุยกับอำพันว่าจะส่งมือสังหารมาฆ่าพี่ชายผม" แพ็ตถามว่าทำไมเขาไม่บอกตนแต่แรก พิชิตยอมรับว่าทีแรกนึกว่าไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ว่า ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะเกี่ยวแล้ว แพ็ตถามว่าเกี่ยวยังไง

"ไอ้ เหว่งบอกว่ามือสังหารชื่อชาลี ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูกของนายธวัชก็ใช้ชื่อนี้"

"ชาลี.." แพ็ตตกใจ เธอรีบโทร.ไปหารณภพทันที บอกเขาว่าตอนนี้ชาลีกำลังมีปัญหา เขาต้องคุมตัวชาลีไว้ให้ได้ รณภพถามงงๆ ว่าชาลีมีปัญหาอะไรหรือ

"เชื่อ ฉันเถอะค่ะผู้กอง ฉันได้ข่าวมาว่า ไอ้เหว่งจะใช้ชาลีเป็นเครื่องมือจัดการกับเสี่ยพิพัฒน์"

รณภพตกใจมาก เขาไปหาชาลีที่ห้องในคืนนี้เลย เคาะประตู ส่งเสียงบอกว่า

"ชาลี นี่ฉันเองนะรณภพ แกอยู่ในห้องรึเปล่าชาลี..." รณภพเงี่ยหูฟังพึมพำอย่างสงสัย "อะไรของมันวะ รปภ.ก็บอกว่ามันขึ้นห้องมาแล้วนี่"

รณภพจำได้ว่าตัวเองมีกุญแจห้อง ของชาลี เขาควานหาในกระเป๋าครู่หนึ่งก็เจอรีบไขเข้าไป ปรากฏว่าภายในห้องมืดมิด ร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบจึงเดินเข้าไปในห้อง แล้วเปิดไฟ

ปรากฏว่าชาลียืนทื่ออยู่ที่มุมห้อง รณภพหยอกว่าทำไมยืนเงียบๆ ตนนึกว่าผีเสียอีก ชาลีมองหน้ารณภพดวงตาไร้แวว พึมพำ "รณภพ" แล้วถามว่ามาทำไม

"เผอิญฉันได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับแก ก็เลยเป็นห่วง เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันอยู่เป็นเพื่อนแกก็แล้วกันนะ เมาหัวราน้ำกันหน่อยดีไหม ไอ้เสือ!"

รณภพเข้าไปตบบ่าชาลี ถูกชาลีตะปบมือไว้หมับ รณภพตกใจทักว่าท่าทางชาลีแปลกๆ ชาลีตวาดสวนไปทันที

"ไส หัวไปให้พ้น ฉันอยากอยู่คนเดียว"

รณภพยิ่งแปลกใจในสายตา เห็นเงาคนแว่บๆอยู่ในห้องน้ำที่ประตูเปิดแง้มๆอยู่ พอถามว่าเขาอยู่กับใคร ชาลีตอบอย่างฉุนเฉียวว่า "ไม่เกี่ยวกับแก" ทำให้รณภพตัดสินใจผลักชาลีไปทางห้องน้ำ

ทันใดนั้นเอง อำพันก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับเป่านกหวีดวี้ดดด สั่ง "ชาลีฆ่ามัน!"

รณ ภพไม่ทันตั้งหลัก ถูกชาลีชักปืนออกมาเล็งใส่ทันที เขาพุ่งเข้ายื้อปืนไว้ร้องถามว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมา แต่ชาลีเหมือนไม่รับรู้อะไร เมื่อยิงไม่ได้ก็ต่อยแทน ยิ่งเมื่อรณภพปลดปืนได้ ชาลีก็ทั้งชกทั้งถีบจนรณภพกระเด็นไป อำพันเป่านกหวีดอีกครั้ง สั่งให้ชาลีถอย แล้วก็วิ่งนำชาลีไป

"ชา ลี..ชาลี..โธ่เว้ย.." รณภพตะโกนเรียกแล้วรีบวิ่งตามไป วิ่งลงไปจนถึงหน้าคอนโดฯ เจอแพ็ตขับรถมาพอดี เธอถามว่าแล้วชาลีไปไหน พอรณภพบอกว่าอำพันพาหนีไปแล้ว แพ็ตเรียกเขาให้รีบขึ้นรถแล้วขับไล่ตามรถของอำพันไป

ooooooo

อำพัน ขับรถพาชาลีหนีจากรณภพ พลางโทรศัพท์ ขอให้เหว่งรีบส่งคนมาช่วยเพราะตนกำลังถูกแพ็ตกับรณภพตามล่าอยู่ เธอนิ่งฟังปลายสายแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะไปรอที่นั่น  พลางมองกระจกส่องหลัง  สบถอย่างแค้นใจ

"ไอ้พวกบ้า รนหาที่ตาย!"

ที่รถของแพ็ต เมื่อรับรณภพขึ้นรถขับตามอำพันไปแล้ว แพ็ตอธิบายสถานการณ์ให้รณภพฟังอย่างละเอียด เมื่อรณภพถามว่าทำไมชาลีถึงดูแปลกๆไป แพ็ตชี้แจ้งว่า

"ถ้าฉันเดาไม่ ผิด อำพันคงใช้วิชาสะกดจิตของเอสเค 7 เล่นงานชาลี ฉันได้ข่าวจากเสี่ยพิชิตว่า ไอ้เหว่งจะใช้ชาลีไปฆ่าเสี่ยพิพัฒน์"

รณ ภพถามทึ่งๆว่าด้วยวิธีการสะกดจิตนี่หรือ เป็นไปไม่ได้ แพ็ตยืนยันว่ามันเป็นไปแล้ว มันเหมือนกับที่ตนเคยสะกดจิตล้วงความลับจากพวกนักค้ายา และเจ้าเวียงวรรณก็เคยสะกดจิตโนรีให้ทำร้ายชาลีมาก่อน

"แล้วตอนนี้ เสี่ยพิชิตอยู่ไหน"

"เขากำลังหาทางช่วยพี่ชายเขาอยู่ค่ะ เราเองก็ต้องรีบขัดขวางชาลีเอาไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้"

ooooooo

อำพัน ขับรถล่อแพ็ตกับรณภพไปที่โครงการ ก่อสร้างร้างแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างสลับซับซ้อน แพ็ตตามไปจอดรถใกล้ๆรถของอำพัน รณภพทำท่าจะลงไป เธอเตือนว่าให้ระวังด้วย นี่อาจเป็นกับดักของอำพันก็ได้ ทำให้รณภพชะงัก

ในโครงการก่อสร้าง ร้างนั้น สายตาคู่หนึ่งจ้องจับการเคลื่อนไหวของรณภพไม่วางตา

รณภพมอง เข้าไปข้างในและเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง โดยมีแพ็ตถือปืนเดินตามหลัง

ทัน ใดนั้น เสียงนกหวีดดังขึ้น แล้วเสียงอำพันก็สั่งเหี้ยม "ชาลี ฆ่าพวกมัน!"

ชา ลีชักปืนออกมายิงกระหน่ำใส่แพ็ตและรณภพทันที ทำให้ทั้งสองต้องหาที่กำบัง รณภพพยายามร้องบอกชาลีว่าตนเอง รณภพ แพ็ตเตือนเขาว่าไม่มีประโยชน์เพราะชาลีควบคุมตัวเองไม่ได้

รณภพถาม เคืองๆว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร ฆ่าชาลีหรือ  แพ็ตย้อนถามว่าหรือเขาจะยอมถูกฆ่า ทำให้รณภพนิ่งอึ้งไป ก่อนจะบอกว่า

"ไม่..ผม ต้องหาทางหยุดชาลีให้ได้" แล้วบอกแพ็ต "คุณล่อพวกมันไว้ก่อนนะแพ็ต ผมจะอ้อมไปด้านหลัง"

ชาลีได้รับคำสั่งให้ฆ่าก็ยิงกระหน่ำจนกระสุนหมด อำพันเป่านกหวีดสั่งให้พอ แล้วตวาดถามแพ็ตว่ามุดหัวอยู่ไหน แน่จริงก็ให้ออกมา

แพ็ตเห็นรณภพอ้อมไปด้านหลังสำเร็จแล้ว เธอจึงโผล่มาเบนความสนใจทำเป็นชูมือยอมแพ้ บอกอำพันว่าจะทำอะไรตนก็ได้ แต่ให้ปล่อยชาลีไปเสียเพราะเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

"ทำไมจะไม่ เกี่ยว ถ้าไม่ใช่เพราะมันอยากแก้แค้น มันจะมีสภาพเป็นอย่างนี้ได้ไง โทษฉันไม่ได้หรอกนะนังแพ็ต ต้องโทษตัวเขาเองที่ดันแส่หาเรื่อง"

พริบ ตานั้น รณภพโผล่ออกมาเอาปืนจ่อด้านหลังอำพัน สั่งให้หยุด ทิ้งปืนเดี๋ยวนี้

อำพัน จำต้องทิ้งปืน แพ็ตจึงลดมือลง บอกรณภพว่าให้เอานกหวีดของอำพันให้ตนเพราะอำพันใช้นกหวีดควบคุมชาลี รณภพกระชากนกหวีดจากคออำพันส่งให้แพ็ตแล้วหันไปชวนชาลี ว่าเราไปกันเถอะ

ชา ลียืนนิ่ง อำพันบอกให้รณภพเป่านกหวีด รณภพเป่านกหวีด แพ็ตร้องห้ามไม่ทัน พอเสียงนกหวีดดัง อำพันก็ตะโกนสั่ง

"ชาลี ฆ่ามัน!"

ooooooo

ที่แท้ เสี่ยนัดพบกับนิโคลัสที่อาคารจอดรถแห่งหนึ่ง เมื่อพบกันเสี่ยบอกว่าสินค้าเตรียมไว้พร้อมแล้ว ส่วนวิธีการส่งที่นิโคลัสถามนั้น เสี่ยแจกแจงอย่างละเอียดว่า

"แยก เป็นสองฝั่งเพื่อความปลอดภัย ให้คนสนิทของคุณรอรับสินค้าอยู่ที่โรงแรม คนของผมจะเอาไปส่ง ส่วนคุณไปหาอะไรดื่มที่บ้านผม พอได้สินค้าเมื่อไหร่ค่อยโอนเงินเข้าบัญชีลับของผมที่ต่างประเทศ"

"เยี่ยม ใช้แผนแบบนี้ตำรวจเล่นงานเราไม่ได้แน่" นิโคลัส พอใจมาก

"พรุ่งนี้ เจอกัน" เสี่ยนัดแล้วออกรถไปทันที

ระหว่างนั้นเสี่ยได้รับโทรศัพท์ จากพิชิตเตือนเรื่องที่เหว่งจะใช้ชาลีฆ่าเสี่ยบอกพี่ชายให้ระวังตัวด้วย เสี่ยปลอบใจน้องชายว่าตนไม่เคยอาฆาตเรื่องที่ผ่านมาเลย บอกให้พิชิตไปกบดานอีกสักระยะเสร็จเรื่องแล้วค่อยกลับมาเคลียร์กัน

ตัด สายจากพิชิตแล้ว เสี่ยพึมพำออกมาอย่างแค้นใจ

"ไอ้เหว่ง ก็ให้มันรู้ไปสิวะ ว่าแกจะดวงแข็งกว่าฉัน!"

ooooooo

รณภพกับ แพ็ตถูกอำพันกับเหว่งจับมัดและ

ผูกตาเอาไปขังไว้ในห้องเก็บของที่ บ้านพักตากอากาศของนิโคลัส เมื่อจับทั้งสองมัดกับเก้าอี้แล้วอำพันดึงผ้าผูกตาของทั้งคู่ออก รณภพถามว่านี่ที่ไหน

"ที่ไหนไม่สำคัญ รู้แค่ว่าเป็นที่ตายของพวกแกก็พอ" อำพันเยาะเย้ยถามแพ็ตว่าโกรธจนพูดไม่ออก หรือว่ากลัวตาย แพ็ตพยายามหว่านล้อมว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรณภพ ปล่อยเขาไปเสีย

"ฮึ รักกันเหลือเกิน ไม่ต้องห่วงหรอกคุณแพ็ต เอาเป็นว่าพอเสร็จงานนี้เมื่อไหร่ ผมจะส่งคุณสองคนไปครองรักกันในนรกชั่วนิรันดรดีไหม" เหว่งสอดขึ้นอย่างเย้ยหยันแล้วหัวเราะกวนประสาทก่อนเดินออกจากห้อง

แม้ จะรู้ว่าความตายอาจมาเยือนได้ทุกเมื่อ แต่ทั้งแพ็ตและรณภพก็ไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึง แพ็ตขอโทษรณภพที่ตัวเองทำให้เขาต้องมาเดือดร้อนไปด้วย เพราะเสี่ยพิพัฒน์ เป็นแค่พ่อค้ายาเสพติดคนหนึ่ง เขาไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงเพื่อปกป้องชีวิตเขา

"อย่า พูดแบบนั้นสิแพ็ต งานนี้มันเป็นหน้าที่ของตำรวจ ผมคิดว่าตัวเองกำลังปกป้องความยุติธรรมในสังคม ถ้าปล่อยให้ทุกคนตั้งศาลเตี้ย จะฆ่าใครก็ได้เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป บ้านเมืองจะอยู่ได้ยังไงล่ะ กฎหมายก็คือกฎหมาย"

แพ็ตหยอกว่าเขาพูด ได้ประทับใจมากอยากจะหอมแก้มเป็นรางวัลสักฟอด รณภพขอติดไว้ก่อน เพราะอีกไม่นานเราก็คงหลุดไปจากที่นี่ได้แล้ว แพ็ตนิ่งไปก่อนถามเขาว่า "คุณมีวิธีเหรอคะผู้กอง"

รณภพไม่ตอบแต่มองไปรอบๆอย่างสำรวจและ ประเมินสถานการณ์...

ooooooo

ก่อนถึงวันลงมือทำงาน เสี่ยพิพัฒน์เรียกสองสมุน มือดีคือทิวกับไม้มาพบ สอบถามจนแน่ใจว่าทั้งสองซื่อสัตย์จงรักภักดีถึงขั้นยอมตายแทนตนได้แล้ว เสี่ยมอบหมายหน้าที่สำคัญให้ว่า

"พรุ่งนี้ฉันจะให้เหว่งกับอำพันเป็น คนเอาสินค้าไปส่งให้ลูกค้า ขากลับฉันอยากให้พวกแกเก็บมันสองคนเสีย" ทิวถามว่าเหว่งทรยศหรือ "มันกำลังเลื่อยขาเก้าอี้ฉัน งานนี้พวกแกห้ามพลาดเด็ดขาด"

ทั้งทิวและไม้ต่างรับคำแข็งขันขึงขัง

คืน เดียวกัน นิโคลัสกลับมาเจอชาลียืนทื่อเป็นผีดิบอยู่ เขาถามอย่างไม่พอใจว่าเป็นใคร เข้ามาในบ้านตนได้อย่างไร ชาลียังยืนเฉยเหมือนหุ่น นิโคลัสโมโหเข้าไปกระชากคอเสื้อถามว่าไม่ได้ยินรึไง

เหว่งกับอำพัน เดินเข้ามาด้วยกันบอกนิโคลัสว่าใจเย็นๆ ชาลีตอบคำถามของเขาไม่ได้หรอกแล้วแจ้งข่าวดีว่า ตอนนี้พวกตนจับแพ็ตกับรณภพไว้แล้ว เอาตัวไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ กำจัดเสี่ยพิพัฒน์ได้เมื่อไรพวกนั้นก็หมดประโยชน์

นิโคลัสย้อนถามว่า แล้วหมอนี่เป็นใคร เหว่งชี้แจงว่า

"คุณจำนายชาลี ลูกชายของนายธวัชไม่ได้หรือ" นิโคลัส มองชาลีถามว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ อำพันเป็นฝ่ายชี้แจงว่า

"เวลานี้เขาเป็นเหมือนหุ่นยนต์ซึ่งเราจะ บังคับให้ทำอะไรก็ได้ และพรุ่งนี้เขาจะเป็นคนลงมือสังหารเสี่ยพิพัฒน์ให้เรา"

ฟังแล้วนิโค ลัสมองชาลีอย่างประหลาดใจกับสภาพของเขา

ooooooo

รุ่งขึ้นอัน เป็นวันทำงาน เมื่อเสี่ยพิพัฒน์เรียกเหว่งกับอำพันเข้าไปมอบหมายหน้าที่ให้ไปส่งของโดยมี ทิวกับไม้ตามไปด้วย ส่วนตนกับนิโคลัสจะอยู่กันตามลำพังที่บ้าน

อำพัน กับเหว่งพยายามทักท้วง แต่เมื่อเสี่ยยืนยันวิธีนี้กอปรกับทิวเข้ามารายงานว่าสินค้าพร้อมแล้ว ทั้งเหว่งและอำพันจึงจำต้องไปตามแผนของเสี่ย แต่ก็อดระแวงไม่ได้ว่าทำไมเสี่ยต้องให้ทิวกับไม้ซึ่งเป็นมือปืนฝีมือดีที่ สุดของเสี่ยตามไปด้วย เหว่งบอกอำพันว่า

"ฉันว่ามันไม่ได้แค่จะพาเรา ไปส่งสินค้าหรอกอำพัน แต่จะไปทัวร์นรกด้วยมากกว่า"

"ฮึ...ฉันไม่ ปล่อยให้พวกมันมีโอกาสแบบนั้นเด็ดขาด" อำพันแสยะยิ้มอย่างไม่พรั่นพรึง

เมื่อ อำพันกับเหว่งไปแล้ว ชาลีถูกสมุนของนิโคลัสหิ้วปีกมาขึ้นรถที่นิโคลัสรออยู่ พอชาลีมาถึงนิโคลัสดึงสร้อยนกหวีดของอำพันที่ตนเอามาห้อยคอขึ้นมาดู ทบทวนความจำว่า

"อำพันบอกว่า ทันทีที่คุณได้ยินเสียงนกหวีดนี่เมื่อไหร่ คุณจะเริ่มลงมือฆ่าไอ้เสี่ยพิพัฒน์และทุกคนที่ขวางทางคุณทันที หวังว่าคุณคงไม่เล่นงานผมกับลูกน้องใช่ไหม"

ชาลีนั่งทื่อเหมือนไม่ รับรู้ คนขับรถถามนิโคลัสว่าให้ไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์เลยใช่ไหม นิโคลัสบอกว่าไม่ใช่ เราเปลี่ยนที่นัดพบแล้ว ส่วนจะเป็นที่ไหนเดี๋ยวจะบอกทางให้เอง

ooooooo

ที่ห้องเก็บ ของบ้านนิโคลัส แพ็ตกับรณภพปรึกษาหาทางช่วยตัวเองกัน ทั้งสองถูกมัดหันหลังชนกันบนเก้าอี้ ที่มือและเท้ายังถูกล่ามด้วยโซ่เส้นโต ยากที่จะสลัดจากพันธนาการได้

แพ็ตอาสาจะเป็นคนจัดการเอง เธอส่งเสียงโหวกเหวกเรียกคนที่อยู่ข้างนอกขอไปเข้าห้องน้ำ สมุนของนิโคลัสมามองอย่างไม่ไว้ใจ แพ็ตต่อรองว่าถ้าช่วยพาตนไปห้องน้ำได้ อยากได้อะไรตนยินดีตอบแทนทุกอย่าง

สมุนวัยฉกรรจ์มองแพ็ตหื่นๆ เอามือลูบแก้มขอจูบมัดจำสักฟอดได้ไหม แต่มันพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกแพ็ตกระโดดเตะผ่าหมากป้าบใหญ่ มันทรุดสลบไปทันที แพ็ตคว้ากุญแจจากมันรีบไขปลดโซ่แล้วพากันหนีออกจากห้องเก็บของ

แพ็ต ให้รณภพรีบไปช่วยเสี่ยพิพัฒน์ก่อน ทางนี้ตนจัดการเองเพราะเชื่อว่าเหว่งกับอำพันจะต้องย้อนกลับมาที่นี่แน่ ตนจะรับมือเอง รณภพทักท้วงว่าเขาไม่อยากให้เธอฆ่าใครอีก

"มันจำเป็น ค่ะผู้กอง ถ้าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ ผู้บริสุทธิ์ ต้องตายอีกมาก" แพ็ตเด็ดเดี่ยว รณภพได้แต่เตือนให้เธอระวังตัวด้วย แล้วเขาก็ย่องหนีไป แพ็ตยังมองตามไปด้วยความเป็นห่วง

รณภพย่องออกไปเห็นรถจอดอยู่คัน หนึ่ง แอบไปดูใกล้ๆเห็นกุญแจรถวางอยู่ที่คอนโซล เขารีบขึ้นรถไปสตาร์ตทันที เสียงเครื่องยนต์ทำให้สมุนที่ยืนอยู่แถวนั้นหันมอง พวกมันตะโกนกันลั่น

"เฮ้ย เชลยหนี...สกัดเร็ว"

พวกสมุนกรูกันออกมา รณภพชักปืนยิงสกัดพลาง

พุ่ง รถออกไปอย่างเร็ว พริบตานั้น สมุนของนิโคลัสคนหนึ่ง โผล่พรวดออกมาขวางหน้ารถ ยิงใส่รณภพทันที

รณภพหลบทันเหยียบคันเร่ง พุ่งชนสมุนคนนั้นกระเด็นแล้วตะบึงหนีไป พวกสมุนที่เหลือพากันวิ่งมาแต่สายไปแล้ว พวกมันได้แต่ชะเง้อมองตามรถไป ส่วนแพ็ตแอบดูเหตุการณ์อยู่ พอรณภพปลอดภัยแล้วเธอจึงเร้นตัวหายไป

"ไอ้ ชาลี ทำไมต้องเป็นแกด้วยวะ" รณภพพึมพำอย่างคิดไม่ตกขณะตะบึงรถหนี

จาก นั้นไม่นานหมวดโอมก็เข้าไปรายงานสารวัตรชลิตว่าผู้กองรณภพโทร.มาบอกว่านิโค ลัสกับเหว่งจะเก็บเสี่ยพิพัฒน์ สารวัตรเช็กจนแน่ใจแล้วถามว่าตอนนี้ผู้กองอยู่ที่ไหน

ooooooo

ไม้ เป็นคนขับรถให้อำพันกับเหว่ง ส่วนทิวนั่งคู่ กับไม้ ทิวตื่นเต้นตึงเครียดจนเหงื่อแตกพลั่ก ทำให้เหว่ง กับอำพันยิ่งสงสัย  ทั้งสองแน่ใจว่าทิวกับไม้ต้องไม่มาดีแน่ อำพันบอกเหว่งว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง

ครู่ เดียว อำพันก็บอกไม้ให้แวะปั๊มตนจะเข้าห้องน้ำ พออำพันเดินไปเข้าห้องน้ำ เหว่งก็เดินไปเข้ามินิมาร์ทในปั๊ม ทิวกับไม้ปรึกษากันว่าท่าทางสองคนนั้นจะสงสัยเราสองคน วางแผนจะจัดการแต่จะเชือดใครก่อนดี ไม้บุ้ยหน้าไปทางห้องน้ำหญิงที่อำพันเข้าไป แล้วเดินไปด้วยกัน

เหว่ งซุ่มดูอยู่ในร้านมินิมาร์ทโทร.บอกอำพันว่าสองคนนั้นไปที่ห้องน้ำหญิงแล้ว อำพันเตรียมพร้อมเล่นงาน ซุ่มเงียบอยู่ในห้องน้ำ พอไม้เดินไปเปิดประตูหาทีละห้อง ไม่ทันที่มันจะเปิดครบ ก็ถูกอำพันโผล่พรวดมาหักคอกร๊อบตายไม่ได้ร้องสักแอะ เสร็จแล้วอำพันเอาร่างไม้ไปจัดท่าเหมือนนั่งหลับที่เก้าอี้

ทิวเห็น ไม้หายไปก็เข้าไปตามมันระวังตัวแจ เอาปืนส่องเข้าไปในห้องน้ำ พริบตานั้นเอง อำพันถามว่ามองหาตนอยู่หรือ พอทิวหันมา เธอก็จับมือที่ถือปืนหันปากกระบอกใส่ตัวทิวแล้วเหนี่ยวไก กลายเป็นทิวยิงตัวเองตายคาแทบเท้าอำพัน

จัดการทิวกับไม้เสร็จ อำพันกับเหว่งรีบไปจัดการงานต่อก่อนจะค่ำ

ooooooo

นิโคลัสพาชาลีในสภาพถูกสะกดจิตไปจนถึงที่นัดหมายที่เสี่ยพิพัฒน์เปลี่ยนแปลง กะทันหัน นิโคลัส บอกเสี่ยว่านอกจากคนขับรถแล้วตนไม่ได้พาใครมาเลย เสี่ยถามว่าไม่ให้คนขับลงมายืดเส้นยืดสายหน่อยหรือ

"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวมันเมื่อยก็ลงมาเอง" นิโคลัสมองไปที่คนขับในชุดขาวใส่แว่นดำนั่งทื่ออยู่ในที่คนขับ ซึ่งที่แท้ คือชาลีนั่นเอง!

เวลาเดียวกันนั้น รณภพจะไปบ้านเสี่ยพิพัฒน์ ผ่านตึกร้างเห็นเทพกับสมุนหลายคนกำลังยืนรออะไรอยู่ รณภพเอะใจว่าเทพพาคนมาทำอะไรแถวนี้ เลยแกล้งขับรถแฉลบไปช้าๆ ได้ยินเสียงเทพสั่งการ

"เฮ้ย พวกเอ็งเตรียมตัวให้พร้อมนะ พอคุณเหว่งให้สัญญาณเมื่อไหร่ต้องรีบลงมือทันที เข้าใจไหม!!"

ooooooo

เมื่อ เหว่งกับอำพันกลับมาถึงบ้านพักตากอากาศ ของนิโคลัส สมุนที่เฝ้าอยู่ก็วิ่งหน้าตื่นมารายงานว่า

รณภพหนีไปแล้ว อำพันถามถึงแพ็ตทันที สมุนอีกคนบอกว่าไม่เห็น แต่คิดว่าอาจซ่อนตัวอยู่แถวๆ นี้

เหว่งให้อำพันไปตามแพ็ต ส่วนทางนิโคลัสมันจะจัดการเอง พอแยกจากอำพันมันก็กดโทรศัพท์ทันที

ที่บ้านของเสี่ยพิพัฒน์ที่นัดพบ กับนิโคลัสนั้น ทั้งสองกำลังชนแก้วเพื่อความสำเร็จของกันและกัน ทันใดนิโคลัสก็มีโทรศัพท์เข้ามือถือ เขากดรับแล้วตอบสั้นๆ

"ดี มาก..ตกลงตามนี้"

เสี่ยพิพัฒน์รีบถามว่าเรียบร้อยทุกอย่างใช่ไหม นิโคลัส

บอกว่าคนของตนรับสินค้าแล้วเดี๋ยวจะรีบโอนเงินให้ แล้วทำท่ากดโทรศัพท์ แต่แล้วกลับชะงักบอกเสี่ยว่าตนขอคุยกับฝ่ายบัญชีเป็นการส่วนตัวหน่อย ว่าแล้วขอตัวลุกออกไป เสี่ยสั่งสมุนให้ไปดูแลเขาด้วย

เทพอยู่แถวหน้า ตึกร้าง ส่วนเหว่งอยู่ที่บ้านพักตากอากาศ เทพได้รับโทรศัพท์จากเหว่งสั่งว่า

"ถ้า แกได้ยินเสียงปืนเมื่อไหร่สั่งให้คนบุกไปจัดการ ไอ้พิพัฒน์ทันที ฆ่าทุกคน ยกเว้นมือสังหารชุดขาวกับมิสเตอร์

นิโคลัส ห้ามทำอันตรายสองคนนี้เด็ดขาด"

เทพรับคำสั่งแต่สงสัยว่ามือสังหารชุด ขาวเป็นใคร เหว่งตัดบทว่า แล้วจะรู้เอง

ฝ่ายนิโคลัสเดินตามสมุนเสี่ย ไปที่ห้องทำงาน บอกมันว่าให้ออกไปก่อนเสร็จธุระแล้วจะเรียก พอสมุนเสี่ยพิพัฒน์ออกไป นิโคลัสก็หยิบนกหวีดขึ้นมาถือ พูดเหมือนขออโหสิว่า

"โทษ ทีนะเสี่ยพิพัฒน์ ธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้แหละ"

นิโคลัสเป่านกหวีดสุด แรง เสียงหวีดหวิวชำแรกแหวกอากาศไปทั่วบริเวณ ชาลีที่นั่งทื่ออยู่ในรถได้ยินเสียงนกหวีดก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา ลุกขึ้นถอดแว่นดำผลักประตูรถพรวดลงมา

สมุนเสี่ยพิพัฒน์สองคนที่แอบมา ส่องดูอยู่ผงะตกใจ คนหนึ่งจำได้ว่าชาลีคือคนที่เคยบุกมายิงพวกเรา อีกคนแค้นขึ้นมา ต่างชักปืนจะยิง แต่ช้าไปแล้ว ชาลีในคราบเหมือนผีดิบ ชักปืนกลเล็กขึ้นมาก่อน ยิงกราดใส่สมุนเสี่ยสองคนนั้นหงายผลึ่งดับดิ้นไปทันที

เทพได้ยิน เสียงปืนก็ชักปืนหันไปสั่งสมุน

"ไปเว้ยพวกเรา จำไว้ต้องพามิสเตอร์นิโคลัสออกมาให้ได้ แล้วก็ห้ามใครขวางทางมือปืนชุดขาวเด็ดขาด ไป!"

เทพพาสมุนขึ้นรถตู้ บ่ายหน้าไปที่บ้านเสี่ยพิพัฒน์ พอพวกมันลับไปเท่านั้น รณภพก็ปรากฏตัว เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูบ่นอุบอิบ

"ทำไมกำลังเสริมถึงยังไม่มาอีกวะ"

รณ ภพมองไปรอบๆ ร้อนใจรอไม่ไหวเลยเดินกลับไปที่รถตัวเอง

ooooooo

เสี่ย พิพัฒน์ได้ยินเสียงปืนวิ่งออกจากห้องไปดู เห็นลูกน้องสองคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เสี่ยถามว่า เสียงปืนอะไร

สมุน คนหนึ่งร้องบอกว่าคนขับรถของนิโคลัส จู่ๆก็เกิดคลั่งขึ้นมาไล่ยิงพวกเราตายไปสองคน เสี่ยตกใจถามว่าเป็นไปได้ยังไง สมุนอีกคนที่วิ่งตามมาบอกเสี่ยอย่างตระหนกว่า

"ผมว่าเสี่ยรีบไปตาม คุณนิโคลัสมาห้ามมันเถอะครับ ก่อนที่พวกเราจะตายมากไปกว่านี้"

เสี่ย ยังไม่หายงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

สมุนเสี่ยที่เหลือพากันมาสกัด ชาลี เห็นชาลีถูกยิงจนเซแต่พริบตาเดียวก็ตั้งหลักได้เดินทื่อต่อ สมุนคนนั้นตะโกนบอกว่ามันใส่เสื้อเกราะ ให้ยิงหัวมันเลย แต่พวกมันไม่ทันยกปืน ก็ถูกชาลียิงกราดล้มตายไม่ได้ดิ้น

ทันใดนั้น รถของเทพกับสมุนมาถึง มันสั่งลั่น

"เอาเว้ยพวกเราถล่มมันให้ราบไปเลย แล้วห้ามใครยิงมือปืนชุดขาวกับคุณนิโคลัสเด็ดขาด พวกเดียวกัน!"

สมุน ของเสี่ยที่วิ่งมาสกัดชาลีถูกยิงตายหมด ชาลีหันมองเทพทำเอาสะดุ้งแต่เขาก็มองเทพอย่างไร้ความรู้สึกก่อนเดินตรงไปที่ บ้าน เทพเพิ่งเห็นหน้าชาลีชัดๆ พึมพำงงๆ

"นี่คุณชาลีกลายมาเป็นมือ ปืนได้ยังไงวะ ไม่อยากจะเชื่อ"

แต่ที่ประตูบ้านเสี่ย รณภพกำลังย่องมาดูสถานการณ์ แล้วเขาก็ตัดสินใจอ้อมไปทางด้านหลังทันที ไปเจอสมุนเสี่ยพิพัฒน์เข้า มันสั่งให้ยกมือขึ้น รณภพทำเซ่อยกมือขึ้น พอมันเดินเข้ามาถามว่าเป็นคนที่มากับมือปืนนั่นใช่ไหม รณภพก็เตะปืนมันทิ้งแล้วประชิดตัวเล่นงานจนมันสลบก่อนรุดเข้าไปในบ้านของ เสี่ย

ooooooo

เสี่ยพิพัฒน์ตรงเข้าไปในห้องทำงานที่นิโคลัส ยืนรออยู่ พอเจอหน้า เสี่ยบอกนิโคลัสว่าสมุนของเขามันบ้าไปแล้ว แต่เสี่ยกลับต้องชะงักกึกเมื่อเห็นนิโคลัสชักปืนเล็งใส่ตนอย่างมาดร้าย

"คุณ กำลังสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นใช่ไหมเสี่ย" นิโคลัสเยาะเย้ย เสี่ยถามว่านิโคลัสสมคบกับเหว่งหักหลังตนใช่ไหม

นิโคลัสระเบิด หัวเราะตอบอย่างไม่ยี่หระว่า "แน่นอน ผลประโยชน์ ต้องมาก่อน"

เสี่ย ตระหนักทันทีว่าสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติแล้ว ส่วนนิโคลัสแสยะยิ้มแล้วง้างนกปืนอย่างใจเย็น แต่สมุนของเสี่ยไวกว่ากระโจนเข้าผลักเสี่ยหลบไปอยู่หลังพวกมันแล้วชักปืนออก มาแต่ทั้งสองคนก็ถูกนิโคลัสยิงตายไปต่อหน้า

"ไอ้นิโคลัส เอ็งตาย!" เสี่ยบ้าดีเดือดขึ้นมาแล้ว กระโจนเข้าแย่งปืนจากนิโคลัสอย่างลืมตาย

รณ ภพวิ่งเข้ามาเจอชาลีอย่างจัง เขาร้องเรียกชาลีแต่กลับถูกเพื่อนรักเล็งปืนใส่และยิงจนกระสุนหมดก็โยนปืน ทิ้งควักปืนพกออกมา เดินทื่อเข้าไปที่ห้องเสี่ยพิพัฒน์

เสี่ยกำลัง ต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับนิโคลัส ชาลีเดินเข้าไปถึงนิโคลัสก็สั่งให้ฆ่าเสี่ยเสีย ชาลียกปืนเล็งไปที่เสี่ย แต่เสี่ยกระโดดหลบไปอยู่หลังโซฟาเสียก่อน ชาลีทำท่าจะลุยเข้าไปพอดี

รณ ภพตามเข้ามารวบเอวชาลีไว้ ตะโกนเตือนสติให้ พอได้แล้ว

"ผู้กองรณภพ" เสี่ยอุทานอึ้งเมื่อเห็นรณภพปรากฏตัวที่นั่น ส่วนนิโคลัสเห็นตำรวจมาก็ตั้งท่าจะหนี

พริบตานั้นเสี่ยผลักเบาะโซฟา ออกคว้าปืนกลกระบอกมหึมาออกมากระชากลูกเลื่อนไล่ตามนิโคลัสไป ทิ้งให้รณภพปล้ำอยู่กับชาลีในห้อง รณภพร้องเรียกเสี่ยอย่าตามนิโคลัสไป แต่เสี่ยไม่ฟังเสียงและชาลีก็ฉวยโอกาสที่รณภพเผลอแทงศอกใส่รณภพจนหน้าหงาย

ooooooo

ที่ หน้าบ้านเสี่ยนั่นเอง เทพกับสมุนยิงต่อสู้กับสมุนของเสี่ยพิพัฒน์ราวกับอยู่ในสนามรบ สมุนของเสี่ยล้มตายเป็นเบือ ขณะนั้นเองนิโคลัสวิ่งพรวดพราดออกมาเกือบถูกลูกปืนสมุนของเทพ

พอรู้ ว่าใครเป็นใคร เทพก็บอกนิโคลัสว่าเหว่งสั่งให้มารับตัวเขาไป แต่ไม่ทันขยับเสี่ยพิพัฒน์ก็แบกปืนกระบอกโตออกมากระหน่ำยิงใส่ทั้งเทพและนิ โคลัสเสียแล้ว พวกนั้นหลบเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่น

เสี่ยแผดเสียงอย่าง บ้าคลั่งยิงไม่ยั้ง จนเทพบอกว่าเสี่ยบ้าไปแล้ว สั่งสมุนให้จัดการ ตะโกนล่อใจว่า

"ใครฆ่าไอ้เสี่ยพิพัฒน์ได้ คุณเหว่งจะตบรางวัลให้"

พวก สมุนตาโตอยากได้รางวัลพากันกระหน่ำยิงเสี่ยถูกท้องจนทรุด แต่เสี่ยก็ยังสู้อย่างบ้าดีเดือด

"มันเสร็จเราแล้วโว้ย ออกไปฆ่ามันเลย ฆ่ามัน!!" เทพตะโกนก้อง

สมุนของเทพกรูกันออกไป แต่ทันใดนั้นพิชิตถือปืน

สองมือเข้ามาพอดีร้องท้าพวกมันและยิงพวก นั้นล้มตายไม่เป็นท่า เสี่ยหันไปเห็นพิชิตก็อุทานเรียก พิชิตตะโกนบอกพี่ชายว่า

"พี่พัฒน์ ฉันมาช่วยพี่แล้ว" พลางกระหน่ำยิงพวกสมุนของเทพจนพวกนั้นต้องล่าถอยหาที่กำบังอีกครั้ง ทำให้พิชิตมีจังหวะวิ่งเข้าไปหาเสี่ย บอกเสี่ยว่า "เราสองคนพี่น้องถ้าจะอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน ฉันไม่ทิ้งพี่เด็ดขาด"

เสี่ยซึ้งใจมาก สองพี่น้องหันหลังพิงกันสู้สุดใจ เจอลูกบ้าเข้าแบบนี้สมุนของเทพก็หมดท่าถูกยิงตายเป็นเบือ เทพเองก็ถูกยิงเข้าที่แขน พวกเทพถูกข่มขวัญอย่างหนัก ในขณะที่เสี่ยพิพัฒน์ และพิชิตสองพี่น้องยิ่งสู้ก็ยิ่งบ้าระห่ำ หันหลังพิงกันสู้ตาย!

ooooooo

รณ ภพยังคงต่อสู้กับชาลี  เขาพยายามร้องเรียก พูดเตือนสติ  แต่ชาลีไม่มีสติที่จะคิดจะฟังอะไรแล้ว เพราะถูกฉีดยากล่อมประสาทและสะกดจิตจนร่างกายแข็งแกร่งผิดปกติและจิตใจก็ผิด มนุษย์ไร้ความรู้สึก

สุดท้ายเมื่อชาลีใช้มีดปาดเข้าที่หัวไหล่รณภพ  เขาจึงต้องล็อกตัวชาลีไว้และเหวี่ยงกำปั้นใส่หน้าจนชาลีสลบไปจึงหยุดเขาได้

เสี่ย พิพัฒน์กับพิชิตหันหลังพิงกันสู้กับนิโคลัสและเทพอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน พิชิตถูกนิโคลัสยิงบาดเจ็บสาหัส เสี่ยประคองน้องชายหาที่กำบัง พวกเทพตีปีกดีใจกันยกใหญ่ที่กำจัดฝ่ายตรงข้ามได้ นิโคลัสบอกพวกเทพว่า ถล่มให้ราบไปเลย

พิชิตรู้ตัวว่าสาหัสคงไม่รอด บอกพี่ชายให้รีบหนีไปก่อน แต่เสี่ยทิ้งน้องชายไม่ได้จะตายก็ขอตายด้วยกัน สองพี่น้องประคองกันลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แต่ถูกพวกนิโคลัสและเทพที่กำลังฮึกเหิมยิงกระหน่ำจนบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่

ใน ที่สุดพิชิตก็สิ้นใจในอ้อมกอดของพี่ชาย พวกเทพเห็นดังนั้นสั่งสมุนเข้าไปเก็บเสี่ย รณภพมาเจอเข้าพอดี

เขา ช่วยยิงต้านพวกเทพไว้

โชคดีเสียงไซเรนแว่วมาแต่ไกล ทำให้นิโคลัส เทพและสมุนจำต้องถอยหนีไป รณภพเข้าไปประคองร่างโชกเลือดของเสี่ย บอกเสี่ยให้ทำใจดีๆเอาไว้

"ผม เป็นผู้ร้ายนะผู้กอง คุณจะห่วงผมไปทำไม" เสี่ยเสียงแผ่วเต็มที รณภพบอกว่าตนต้องการจับเขาไม่อยากให้เขาถูกฆ่า "แต่มันก็สายไปแล้วผู้กอง ถ้าผมคิดได้แต่แรกก็คงไม่พบจุดจบแบบนี้ ผมฝากดูแลแพตริเซียด้วยนะผู้กองอย่าให้เธอต้องเป็นแบบผม อย่าปล่อยให้ความชั่วครอบงำเธอ"

เทพกับนิโคลัสและสมุนมาถึงรถของตัว เองแล้ว แต่ นิโคลัสไม่แล้วใจหันไปเห็นรณภพกับเสี่ยกำลังเผลอตัวก็ย้อนกลับไป แม้เทพจะเตือนว่าตำรวจกำลังมา นิโคลัสก็รั้นจะไป

พอไปถึงนิโคลัสก็ยก มือประกาศ "ไอ้พิพัฒน์แกตาย" เสี่ยเหลือบเห็นช่วยผลักรณภพหลบได้ทัน แต่ตัวเองถูกกระสุนของนิโคลัสเข้าเต็มๆ ก่อนตายเสี่ยยังยิงสวนไปถูกนิโคลัสจน ผงะปืนกระเด็น

รณภพหันไปมอง เห็นนิโคลัสกำลังคว้าปืนจะยิงมา เขาพุ่งเข้าไปเตะปืนกระเด็นแล้วเล็งปืนใส่หน้า ประกาศกร้าว

"แกถูก จับแล้วนิโคลัส"

นิโคลัสหน้าเสีย ในขณะที่พวกเทพเห็นดังนั้น กอปรกับเสียงไซเรนรถตำรวจใกล้เข้ามาทุกทีพวกมันเลยพากันเผ่นแน่บ

พอ พวกเทพหนีไปแล้ว รถตำรวจที่มีหมวดโอมและ

จ่าฉิมนำกำลังเสริมมาก็ปราด เข้ามาจอด หมวดสบตากับรณภพที่อยู่กับศพของเสี่ยพิพัฒน์และพิชิตอย่างสลดใจกับการนอง เลือดที่เกิดขึ้น

ooooooo

อำพันตามล่าแพ็ตไปทั่วบริเวณบ้าน จนกระทั่งทั้งสองออกมาเผชิญหน้ากัน ต่อสู้กันด้วยอาวุธ จนกระทั่งเข้าปลุกปล้ำสู้กันด้วยมือเปล่า แต่เพราะฝีมืออำพันเหนือกว่า แพ็ตเสียท่าถูกอำพันจับเหวี่ยงจนกระเด็น อำพันฉวยโอกาสนั้นหยิบปืนสำรองที่ซองพกที่ข้อเท้าออกมาตะคอกขู่

"นัง แพ็ต คราวนี้แกเสร็จฉันแน่"

แพ็ตมองตะลึง ไม่ทันตั้งหลักจะรับมือก็มีระเบิดควันปาเข้ามา ควันกระจายตลบไปทั่วแต่พอควันจางลง ปรากฏว่าแพ็ตหายไปแล้ว

รอนนั่น เอง...เขาตามมาช่วยแพ็ตได้ทันและเอาตัวเธอไป

เหว่งโมโหมากที่แพ็ตหนี ไปได้อีก ทั้งสองวิเคราะห์กันว่าคนที่มาช่วยแพ็ตฝีมือไม่เบาถึงได้กล้าบุกเดี่ยวเข้า มาและคาดว่าไม่ใช่พวกตำรวจแน่ เหว่งเอะใจว่า หรือจะเป็นเอสเค 7

"ฉัน ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ เราควรย้ายที่กบดาน ซักระยะ แล้วค่อยย้อนกลับมาทีหลัง" อำพันใจไม่ดี เหว่งพยักหน้าเห็นด้วย

เหตุ นี้เอง เมื่อตกเย็นรณภพกับหมวดโอมแอบเข้าไปในบ้านพักตากอากาศของนิโคลัสจึงไม่พบใคร เลย รณภพเชื่อว่าเหว่งคงรู้ตัวเลยพาลูกน้องหนีไปแล้ว หมวดถามว่าแล้วแพ็ตล่ะ ตอนนี้อยู่ไหน

รณภพได้แต่มองหน้ากันอย่างหนักใจ

ooooooo

แพ็ต ถูกรอนชิงตัวไป ระหว่างนั่งในรถเธอถามว่าตกลงเขาอยู่ฝ่ายไหน ทำไมถึงมาช่วยตน ทีแรกรอนก็เล่นลิ้นไม่บอก แต่พอแพ็ตบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนก็ขอแยกทางกันตรงนี้ รอนเลยบอกว่า

"เอา งั้นก็ได้ ผมเป็นตัวแทนเอสเค 7 สาขาใหญ่ ถูกส่งมาที่นี่เพื่อกวาดล้างคนทรยศ"

รอนพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกแพ็ตชิง ลงมือเล่นงานด้วยการตะปบที่ต้นคอมัน แต่แล้วตัวเองกลับถูกลูกดอกอาบยาพิษเจือจางเข้าที่หน้าอก มันพูดอย่างเป็นต่อว่า เธอจะเป็นอัมพาตไปชั่วขณะแต่ไม่ถึงตาย

แพ็ต รู้สึกตัวอีกครั้งพบว่าตัวเองอยู่กับดาหวันที่ถูกล่ามกุญแจมือล็อกไว้กับ เตียง ดาหวันทักทายแพ็ตอย่างเย็นชา ว่ารู้สึกตัวแล้วหรือ แพ็ตมองตัวเองพบว่าถูกล่ามกุญแจมือล็อกไว้กับเตียงเหมือนดาหวัน เธอพยายามดิ้นรนจนเตียงโยก ดาหวันบอกว่า

"ไม่ได้ผลหรอกน่า ฉันลองมาหมดแล้ว กุญแจมือรุ่นนี้ถ้าไม่มีลูกกุญแจ อย่าหวังเลยว่าจะหลุด"

ครู่ เดียว รอนก็เข้ามาพร้อมกล่องในมือใบหนึ่ง มันทักทายอย่างร่าเริง แต่แพ็ตไม่สนุกด้วย ถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม

รอนหัวเราะเยาะบอกว่าคน ทรยศอย่างพวกเธอสมควรถูกลงโทษอยู่แล้วไม่ใช่หรือ พลางมันชูกล่องให้ดูบอกว่านี่คือสิ่งที่ทางสาขาใหญ่ส่งมาให้ ถามว่าอยากรู้ไหมว่าอะไร

รอนเปิดกล่องให้ดู บอกสองสาวว่านี่คือปลอกคอสำหรับพวกสัตว์ที่เลี้ยงไม่เชื่อง แพ็ตเดาได้ว่าห่วงเหล็กสองอันนั้นต้องมีระเบิดซ่อนอยู่ด้วย

"ถูก ต้อง! มันควบคุมการทำงานด้วยคลื่นวิทยุสื่อสาร แถมยังมีระบบติดตามแบบจีพีเอสอีกต่างหาก แต่ไม่ต้องห่วง เพราะฉันติดตั้งรหัสเอาไว้ ถ้าไม่ใช่สัญญาณจากรีโมตอันนี้รับรองว่าระเบิดจะไม่ทำงาน" พลางมันชูรีโมตแบบมีเสาให้สองสาวดู

แพ็ตมีความรู้เรื่องนี้ดี ถามรอนว่าแล้วจะเอาอย่างไรกับพวกตน

"พวกเธอสองคนต้องทำงานให้ฉัน แล้วหลังจากนั้น ทางสาขาใหญ่ก็ปล่อยพวกเธอเป็นอิสระ" ดาหวันถามว่าจะเชื่อได้ยังไงว่าเขาจะรักษาคำพูด รอนพูดอย่างอันธพาลว่า "คำตอบง่ายๆ พวกเธอไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำก็ต้องตายเดี๋ยวนี้"

รอนชู รีโมตขึ้น ดาหวันหลับตาอย่างหวาดเสียว ส่วนแพ็ตจ้องหน้ารอนอย่างไม่หวาดหวั่น

ooooooo

เมื่อนิโคลัส ถูกจับตัวไป เหว่งก็ปลอมตัวเป็นมิสเตอร์สเตฟาน หยาง ทนายของนิโคลัสขอเข้าเยี่ยมเพื่อปรึกษาคดีความ หมวดบอกทนายว่าให้ช่วยอธิบายให้ลูกความของเขาด้วยว่าถ้าขืนยังดื้อไม่ให้ ความร่วมมือกับตำรวจต่อไปมีหวังถูกขังลืมแน่

เหว่งที่ปลอมตัวอย่าง แนบเนียนได้รับการเข้าเยี่ยมนิโคลัสอย่างง่ายดาย โดยตำรวจปล่อยให้ทั้งสองคุยกันตามลำพัง เหว่งรู้ว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่ จึงพยายามหาทางคุยไม่ให้กล้องจับได้

นิโคลัสจำเหว่งได้ถามว่าจะปล่อย ให้ตนถูกขังไปถึงเมื่อไหร่ เหว่งขอให้ใจเย็นๆ ตนกับลูกน้องต้องหาทางช่วยเขาแน่ๆ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งบอกอะไรกับตำรวจก็แล้วกัน

"ได้ แต่อย่าช้าล่ะ ไม่อย่างนั้น ต้นสังกัดผมต้องเอาเรื่องคุณแน่" นิโคลัสขู่จ้องหน้าเหว่งเขม็ง

เหว่งมองตอบด้วยแววตานิ่งๆ แต่ในใจนั้นอึดอัด

ooooooo
ตอนที่ 20

เมื่อเหว่งลงมาหาอำพันที่ลานจอดรถ อำพันถามว่านิโคลัสเป็นอย่างไรบ้าง เหว่งบอกว่าตอนนี้ยังเชื่องอยู่ แต่อีกไม่นานคงฟาดหัวฟาดหางแน่ อำพันแสยะยิ้มบอกว่าอย่างมากก็แค่ฆ่าปิดปากมัน

เหว่งแย้งว่าทำแบบ นั้นไม่ได้เพราะนิโคลัสเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา ถ้ามันตายไปทางแก๊งกลุ่มยุโรปต้องไม่พอใจเราแน่ มีทางเดียวคือต้องชิงตัวผู้ต้องหา เราต้องพานิโคลัสหนีไปให้ได้

ส่วน รณภพพาชาลีไปพักฟื้นที่โรงพยาบาล พอชาลีรู้สึกตัวเขาก็กลับมีสติสัมปชัญญะเหมือนเดิม ถามรณภพจึงรู้ว่าตัวเองถูกวางยาและโดนสะกดจิตให้ไปฆ่าเสี่ยพิพัฒน์ รณภพปลอบใจชาลีที่ตกใจว่าตัวเองฆ่าคนว่า

"ไม่ต้องห่วง ฉันจะเป็นพยานให้แกเอง แกวางใจเถอะ" ชี้แจงกับชาลีว่าที่เหว่งต้องใช้เขาทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้เพราะว่า "พ่อแกเป็นศัตรูเก่าของเสี่ยพิพัฒน์ ถ้าแกฆ่าเสี่ยพิพัฒน์เมื่อไหร่ แกก็จะกลายเป็นแพะรับบาปไปทันที แต่ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่ว่าต่อไปแกอย่าเชื่อไอ้เหว่งอีกก็แล้วกัน"

พอดีจ่าเข้ามาบอกรณภพ ว่าทางกองปราบเรียกประชุมด่วน รณภพจึงฝากจ่าให้ช่วยไขกุญแจมือที่ล่ามชาลีไว้กับเตียง บอกจ่าว่าตอนนี้ชาลีไม่มีอันตรายแล้ว พลางยกมือลาชาลี ชาลีอวยพรให้เพื่อนโชคดี

ooooooo

เมื่อไปประชุมที่กองปราบ มีการเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านโน้ตบุ๊กให้ดูกัน ทุกคนเห็นเหว่งปลอมตัวเป็นทนายความเข้าไปเยี่ยมนิโคลัส ชลิตถามรณภพว่าใช่เหว่งหรือเปล่า รณภพรับรองว่าไม่ผิดตัวแน่

สารวัตร ชลิตวิเคราะห์ว่าพวกนี้ต้องมีแผนร้ายแน่ๆ ถึงได้อุตส่าห์บุกมาถึงที่นี่ เสนอว่าเราควรรีบย้ายนิโคลัสออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย แนะให้เอาไปฝากขังไว้ที่เรือนจำ

"ผมเห็นด้วยครับ แต่ว่างานนี้เราควรจะใช้คนให้น้อยที่สุด เพราะยิ่งรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น"

รณภพเสนอ

หมวด โอมเห็นด้วยเพราะคนน้อยเคลื่อนที่เร็วเหว่งไหวตัวไม่ทันแน่ สารวัตรตกลงให้ลงมือคืนนี้เลย

ooooooo

ดาหวันกับแพ็ตตกอยู่ใน ชะตากรรมเดียวกัน เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว แพ็ตเสนอว่าเราต้องร่วมมือกันต่อสู้กับรอน ดาหวันถามว่าเธอมีแผนอะไรหรือ แพ็ต มองไปรอบตัวเห็นลิ้นชักโต๊ะหัวเตียงจึงพยายามเปิดดู พบในนั้นมีของจุกจิกอยู่หลายอย่าง ทั้งหวี ปากกา ลูกลื่น สมุดโน้ตจนกระทั่งยาแก้วปวด

แพ็ตพยายามหยิบปากกาออกมา ยิ้มอย่างมั่นใจกับแผนการของตน

เหว่งอยู่ในห้องรับแขกที่คอนโดของดา หวัน มันกำลังดักฟังคลื่นวิทยุตำรวจผ่านทางหูฟัง รู้การเคลื่อนไหวของตำรวจที่จะส่งตัวผู้ต้องหาสำคัญไปฝากขังที่เรือนจำ นัดเวลาออกจากกองปราบและเวลาถึงเรือนจำอย่างเป็นรูปธรรม กำชับให้ทุกหน่วยอำนวยความสะดวกและช่วยเคลียร์เส้นทางในเวลานั้นๆด้วย

รอน รีบจดโน้ตและพลิกแผนที่เช็กเส้นทางตามที่ดักฟังมา มันดูนาฬิกาก่อนยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ แต่ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนทะเลาะกันแว่วออกมาจากในห้อง จึงลุกไปดู

ดาหวันกับแพ็ตกำลังด่าทอกันหน้าดำหน้าแดง พอรอนเข้ามาดาหวันก็ฟ้องว่า แพ็ตยุตนให้ฆ่าเขา เป่าหูว่ายังไงเขาก็ต้องฆ่าตนอยู่แล้ว รอนด่าแพ็ตว่ามาถึงไม่ทันไรก็เสี้ยมให้คนอื่นเล่นงานตนแล้ว พลางมันก็ปราดเข้าไปกระชากคอแพ็ต พริบตานั้นดาหวันตวัดกุญแจมือที่ปลดล็อกแล้วออกเอาไปสวมที่ข้อมือรอนทันที

แพ็ต ทำแบบเดียวกัน ถอดกุญแจมือตัวเองใส่มือรอนล็อกไว้กับเตียง เธอทำสำเร็จ แต่ดาหวันช้าไปเลยถูกรอนซัดจนกระเด็น แพ็ตรีบเข้าช่วย แต่รอนชั้นเชิงเหนือกว่าเหวี่ยงศอกใส่เธอแล้วพุ่งไปคว้ารีโมตขึ้นมาขู่

"หยุด นะ ถ้าใครขืนซ่าอีกละก็ รับรองได้กลายเป็นผีหัวขาดแน่"

แพ็ตกับดา หวันมองหน้ากันอย่างแสนเสียดาย รอนมองสองสาวพูดอย่างเยาะเย้ยชิงชังว่า

"ต่อ ไปนี้ฉันจะถือรีโมตไว้ตลอดเวลา ถ้าใครอยากลองดีอีกละก็ ฉันเอาจริงแน่"

ooooooo

ชา ลีครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียง ทิ้งตัวเองให้จมอยู่กับเรื่องราวที่ผ่านมา เห็นภาพตัวเองฆ่าคนตายเป็นว่าเล่น นึกถึงพ่อตัวเองที่ถูกฆ่าตาย คิดว่าคงทุกข์ทรมานแบบเดียวกัน เขาตัดสินใจจะเลิกหมดทุกอย่าง พึมพำบอกพ่อว่า

"ขอโทษนะครับพ่อ ผมคงล้างแค้นให้พ่อไม่ได้อีกแล้ว อย่าให้ผมต้องทำบาปทำกรรมมากไปกว่านี้เลยนะครับ"

พอดีจ่าฉิมเข้ามา บอกว่ารณภพให้มาอยู่เป็นเพื่อนให้มาคอยดูแลความปลอดภัยให้เขา ชาลีถามว่าแล้วรณภพไปไหน จ่าบอกว่าติดธุระแต่มีคนที่เขาอยากพบมากกว่าผู้กองรออยู่ แล้วพาชาลีไปพบโนรีที่อีกห้องหนึ่ง

ชาลีดีใจมากที่ได้พบโนรีอีกครั้ง บอกเธอว่าเรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่กัน รวบรัดชวนว่า "เราจะแต่งงานกันนะโนรี ฉันรักเธอ ฉันเลิกหมดทุกอย่างแล้ว ฉันจะดูแลเธอ แต่งงานกับฉันนะ"

โนรีพยักหน้าทั้งน้ำตา เธอกอดชาลีไว้ท่ามกลางสายตาจ่าฉิมที่มองอย่างตื้นตันไปกับเขาด้วยแล้วขอ ตัวอย่างรู้ดีว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินไปแล้ว

เมื่อจ่าฉิมโทรศัพท์ เล่าให้รณภพฟัง เขาดีใจมากบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบไปแสดงความยินดีด้วย พอหมวดโอมรู้ก็ทักท้วงว่าโนรียังมีความผิดอยู่

"เคสของโนรีน่ะมัน เข้าข่ายถูกล่อลวงนะหมวด และเราก็ไม่มีหลักฐานว่าเธอฆ่าใคร ไม่เหมือนคุณแพ็ต รายนั้นน่ะ ผมว่าคงดิ้นลำบาก" รณภพชี้แจง

แต่ทั้ง ผู้กองและหมวดต่างหวังว่าแพ็ตช่วยงานราชการคงจะได้รับความเมตตาลดหย่อนผ่อน โทษจากศาลบ้าง

ooooooo

ได้เวลาทำงานแล้ว รณภพกับหมวดไปรับตัวนิโคลัสจากห้องขังบอกว่าได้เวลาย้ายบ้านแล้ว นิโคลัส ระแวงว่าจะพาตนไปไหนแต่ไม่มีสิทธิ์ขัดขืน

เวลาเดียวกัน รอนถือรีโมตสั่งแพ็ตกับดาหวันไปทำงาน มันพาสองสาวไปที่หน้าผับแห่งหนึ่ง ตัวมันเองเข้าไปนั่งดื่มในผับ สั่งสองคนให้ไปดักที่สี่แยกข้างหน้า อีกราวครึ่งชั่วโมงตำรวจจะคุมตัวนิโคลัสผ่านมาทางนั้น ให้เธอสองคนชิงตัวนิโคลัสมาให้ได้ ส่วนอาวุธตนเตรียมไว้ให้แล้วอยู่ที่ท้ายรถ มันปรามก่อนแยกเข้าไปในผับว่า

"แล้วอย่า คิดหนีเด็ดขาด อย่าลืมว่าที่คอของพวกเธอมีระบบจีพีเอสติดตั้งเอาไว้ ถ้าสัญญาณห่างผิดปกติเมื่อไหร่ ฉันจะกดระเบิดเมื่อนั้น หรือถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงพวกเธอยังไม่กลับมา ฉันก็จะกดระเบิดเช่นกัน มีอะไรสงสัยอีกไหม"

เมื่อสองสาวไม่ตอบ รอนยิ้มกริ่มแล้วเดินเข้าไปในผับ

เวลาเดียวกัน เหว่ง อำพันนั่งรถที่เทพขับมาที่หน้ากองปราบ เหว่งใช้กล้องส่องทางไกลที่เป็นระบบไฮเทคสามารถเห็นเงาของรณภพกับหมวดโอมที่ พานิโคลัสนั่งรถออกจากกองปราบอย่างชัดเจน
"นึกอยู่แล้วว่าพวกมันต้องไหว ตัว เฮ้ย ออกรถ" เหว่งพึมพำเสียงเข้มสั่งเทพให้รีบขับรถตามรถของตำรวจที่มีมอเตอร์ไซค์นำหน้า ไป

ooooooo

แพ็ตกับดาหวันรออยู่ที่ทางแยก พอรถตำรวจมาทั้งสองก็เห็นว่ามีรถตู้อีกคันตามมา ดาหวันถามว่าหมายความว่างานนี้มีมือที่สามหรือ แพ็ตไม่ตอบแต่ออกรถตามรถตู้คันนั้นไปอีกทอดหนึ่ง โดยที่รณภพกับหมวดไม่เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อย

เมื่อใกล้ถึงเรือนจำ หมวดบอกรณภพว่าหมดห่วงเสียที แต่ผู้กองเตือนว่าอย่าเพิ่งประมาท พวกมันอาจจะสะกดรอยตามเรามาก็ได้

อำพันร้อนใจจะลงมือเพราะใกล้เรือน จำเต็มทีแล้ว   แต่เหว่งให้รอไปถึงถนนตัดใหม่ก่อนที่นั่นจะปลอดคนกว่า ซึ่งแพ็ตที่ตามหลังมาก็อ่านเกมเดาใจเหว่งออก จึงตามไปอย่างมีแผน

เมื่อ ถึงถนนตัดใหม่ อำพันสั่งเทพให้แซงขึ้นไปตีขนาบรถตำรวจ เหว่งอดเตือนไม่ได้ว่าอย่าให้โดนนิโคลัสเด็ดขาด

หมวดโอมกับรณภพรู้ ตัวก็พอดีรถถูกยิงยางระเบิด รถมอเตอร์ไซค์นำทางย้อนกลับมาช่วยทันที เหว่งบอกอำพันให้ไปช่วยนิโคลัสทางนี้ตนจัดการเอง แล้วเหว่งก็ยิงตำรวจบนรถมอเตอร์ไซค์คว่ำไปทั้งสองคน

พอหมวดโอมกับรณ ภพตั้งหลักได้ก็เห็นอำพันถือปืนกลเดินตรงมาแล้ว รณภพบอกหมวดให้พานิโคลัสหนีไปตนจะคอยระวังให้เอง อำพันเห็นดังนั้นยิงใส่ทันที ตะโกนบอกเหว่งว่าตนจะไปตามล่ารณภพ   ถามเหว่งว่าจะไปด้วยไหม   เหว่ง พยักหน้ารับตะโกนให้เทพอยู่ดูต้นทางแถวนี้มีอะไรให้รีบโทร.รายงานทันที

อำพัน ไล่ไปติดๆยิงใส่พวกรณภพเป็นระยะ ส่วนเหว่งก็ตะโกนให้ส่งตัวนิโคลัสมาเสียจะได้ไม่ต้องมีคนตายมากไปกว่านี้ ทำให้รณภพจำได้ว่าเป็นเสียงเหว่ง

นิโคลัสฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนนั้น วิ่งหนีไป ต่อสู้กับรณภพที่ไล่ตามและแย่งปืนผู้กองไปได้ แต่ขณะกำลังเล็งปืนใส่รณภพนั่นเอง  ปืนในมือนิโคลัสก็ถูกยิงกระเด็น  แล้วแพ็ตก็ปรากฏตัวขึ้น รณภพดีใจแต่แพ็ตไม่มีทีท่าจะญาติดีกับเขาสั่งเขาอย่าเข้ามา ตนต้องการพาตัวนิโคลัสไปจากที่นี่เท่านั้น

"นี่คุณทำงานให้ใครแพ็ต?" รณภพถาม

"ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะผู้กอง ว่าการไปจากเอสเค 7 มันไม่ใช่เรื่องง่าย" แพ็ตเปิดให้ดูปลอกที่คอแล้วลากนิโคลัสหนีไป

ooooooo

ระหว่าง นั้นหมวดโอมยิงสกัดเหว่งกับอำพันไว้สุดความสามารถ เหว่งสั่งฆ่าหมวดเสีย เลยถูกอำพันยิงเสียกระโดดหลบแทบไม่ทัน ขณะที่หมวดถูกกระทำอย่างหนักนั้นเอง  อำพันก็ถูกใครบางคนยิงเข้าที่แขน หมวดโอมหันมองไปตามทิศทางเสียงปืน เขาอุทานอย่างดีใจเมื่อเห็นดาหวันยิงซ้ำใส่อำพัน

"หลบมาทางนี้" ดาหวันร้องบอก เมื่อหมวดขยับเข้าหาที่กำบังเขาถามว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง ดาหวันบอกว่า "ฉันมากับแพ็ต เขาให้ฉันมาคอยสกัดพวกมัน ก็เหมือนคุณนั่นแหละ"

หมวด ถามว่าแล้วตอนนี้แพ็ตอยู่ไหน ดาหวันไม่ทันตอบเสียงไซเรนรถตำรวจก็หวีดหวิวเข้ามา ดาหวันบอกว่า "พวกคุณมาช่วยแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะผู้หมวด" เมื่อโอมพยายามรั้งไว้ เธอยกปืนขู่บอกว่าตนไม่มีเวลาตอบคำถามของเขา ว่าแล้วกระโดดแผล็วหายไป

ส่วน เหว่งกับอำพันพอได้ยินเสียงไซเรนก็รู้ว่าหมดเวลาของตนแล้ว เหว่งเร่งให้เผ่นกันก่อนบอกอำพันว่าวันพระไม่มีหนเดียว แล้วพาอำพันหนีไป

ooooooo

รอน ตื่นเต้นมากเมื่อสัญญาณจากจีพีเอสบอกว่าแพ็ตกับดาหวันกำลังกลับมาที่ผับ เขารีบออกไปรับพอเห็นสองสาวจับนิโคลัสมาด้วยก็สะใจนัก   ชมว่า สองคนเก่งมากสมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป
ส่วนเหว่งกับอำพันกลับมาที่บ้านพัก ตากอากาศของนิโคลัสอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ชิงตัวนิโคลัสไม่สำเร็จ ทั้งสองเชื่อว่าแพ็ตกับดาหวันต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ถึงได้คิดทำการขนาด นี้ได้

ทันใดนั้น โทรศัพท์บ้านดังขึ้น เหว่งให้เทพรับสาย อำพันบอกให้ถามด้วยว่าใครโทร.มา แต่เมื่อเทพรับสายถามว่านั่นใครโทร.มา ปลายสายตัดบทอย่างไม่แยแสว่า

"ฉันอยากคุยกับเจ้านายของแก ฉันเป็นคนที่จับตัวนิโคลัสไป"

พอเหว่งไปพูดสาย รอนก็เสนอเงื่อนไขทันทีว่า ถ้าอยากได้ตัวนิโคลัสคืนให้เตรียมเงินไว้สิบล้าน แล้วจะโทร.มาบอกจุดนัดทีหลัง เหว่งรีบถามว่า "แล้วแกเป็นใคร"

"แก ไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าฉันเป็นคนที่แกไม่อยากมีปัญหาด้วยก็แล้วกัน"

แพ็ต ฟังรอนพูดโทรศัพท์อยู่ พอรอนวางสายเธอถามว่าที่ให้พวกตนทำมาทั้งหมดนี่ต้องการเงินสิบล้านแค่นั้น ใช่ไหม รอนหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์บอกว่า เงินไม่มีความหมายสำหรับตน นั่นเป็นแค่การล่อให้เหว่งกับอำพันออกมาหาที่ตายเท่านั้น

ดาหวันทวง สัญญาว่าไหนบอกว่าจะปล่อย ตอนนี้เสร็จงานแล้วก็ปล่อยพวกตนไปเสีย

"ใจ เย็นก่อนคุณดาหวัน พวกคุณต้องได้เป็นอิสระแน่ แค่รอให้ผมได้เงินแล้วก็จัดการกับไอ้เหว่งได้ก่อน ตกลงไหมหลังจากนั้นคุณก็จะได้เป็นอิสระ" แล้วรอนก็หันไปทางแพ็ต "ส่วนคุณก็จะได้ล้างแค้นไอ้เหว่งสมใจไงล่ะแพ็ต"

ooooooo

วาง สายจากรอนแล้ว เหว่งถามอำพันว่าพอจะรู้ไหมว่าใครบงการเรื่องนี้ อำพันคาดว่าขนาดบังคับให้แพ็ตกับดาหวันทำงานได้ก็คงไม่ใช่พวกระดับปลายแถว แน่ เหว่งคาดว่าพวกมันคงรู้เบื้องหลังเราพอสมควร ถึงกล้าเรียกถึงสิบล้าน

แต่ อำพันคาดว่าอาจเป็นกับดัก ฉะนั้นงานนี้เราต้องใช้ตัวช่วย

ตัวช่วยที่ อำพันหมายตาไว้คือชาลีนั่นเอง!  ดังนั้น  วันนี้ อำพันกับเทพจึงไปที่ห้องพักฟื้นของโนรีที่โรงพยาบาลสับคอจ่าฉิมที่นั่ง สัปหงกอยู่จนสลบแล้วบุกเข้าไปในห้อง ซึ่งชาลีกำลังอยู่กับโนรีพอดี

อำพัน บอกชาลีว่าจะพาไปพบมิสเตอร์เหว่ง  เขามีเรื่องอยากคุยด้วย ชาลีปฏิเสธบอกว่าตนไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีกแล้วไล่อำพันให้กลับไปเสีย

เมื่อ เจรจาไม่เป็นผล อำพันเดินเข้าหาชาลี ถูกเขารวบรวมกำลังจู่โจม แต่เพราะยังไม่แข็งแรงและฝีมือยังอ่อนด้อยจึงถูกอำพันล็อกตัวไว้ เทพเข้าไปช่วยจับอีกแรง ชาลีด่าเทพว่าทรยศ ลืมไปแล้วหรือว่าพ่อตนเป็นคนชุบเลี้ยงมา

"ผมก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอก ครับคุณชาลี แต่อย่าบังคับให้ผมต้องทำอะไรเลย" เทพขึ้นนกทันที
"ได้ยิน แล้วใช่ไหมคุณชาลี ใครๆเขาก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น หรือว่าคุณอยากเห็นโนรีตายไปต่อหน้า"

ชาลีไม่มีทางเลือก ทั้งตัวเขาและโนรีถูกอำพันกับเทพพาตัวออกจากโรงพยาบาลไป

ooooooo

คืน นี้ แพ็ตนอนไม่หลับ เธอทบทวนเรื่องราวนับแต่ลงมือแก้แค้นแทนพ่อมาจนถึงปัจจุบันที่คิดหาทางให้ ตัวเองรอดตายครั้งนี้ ดาหวันเข้ามาสมทบบอกว่ารอนไม่มีวันปล่อยเราแน่ถ้ากำจัดเหว่งกับอำพันสำเร็จ เมื่อไร เราก็เสร็จมันเหมือนกัน

แพ็ตขอโทษดาหวันก่อนที่จะไม่มีโอกาส พูดเรื่องที่ตนทำกับพ่อเธอ ดาหวันไม่ยกโทษให้ แพ็ตพูดปลงๆว่า กรรมได้ตามสนองตนแล้ว ดาหวันถามว่าแล้วตนทำผิดอะไรถึงต้องมาตายกับเธอไปด้วย

"คุณ ฆ่าคนไปแล้วกี่คนคุณดาหวัน คุณคิดว่านั่นมันไม่ผิดงั้นเหรอ รู้ไหม ฉันเองก็เคยคิดแบบคุณ ฉันแค่ต้องการล้างแค้นให้พ่อแม่กับน้องสาวที่ตายไป ฉันทำอะไรผิด? ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฆ่าคนยังไงก็คือความผิด แต่จะผิดมากน้อยแค่ไหนมันก็ขึ้นอยู่กับเจตนาที่เราฆ่า และสุดท้ายเราก็ได้รับผลกรรมที่เราก่อเอาไว้"

"เอสเค 7 ฆ่าแต่คนชั่ว เราผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม" ดาหวันเถียง

แพ็ตเปิดคอเสื้อให้ดาหวัน ดูปลอกคอระเบิดที่รอนใส่ไว้ ถามว่า "จนป่านนี้เธอยังจะบูชาเอสเค 7 อีกเหรอดาหวัน หรือว่าเธอปกป้องมันเพราะมันเป็นอุดมการณ์ของพ่อเธอ มันจบแล้วคุณดาหวัน ชีวิตของเรา เอสเค 7 ไอ้พวกค้ายา ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะลงนรกไปพร้อมกันในอีกไม่ช้า"

ดาหวันนิ่งไป อย่างเริ่มคิดได้เช่นกัน

แล้วคืนนี้แพ็ตก็นอนฝันร้ายว่าตนวิ่งไปขอ ความช่วย เหลือจากพระกรณ์ ในขณะที่ห่วงคอที่คล้องไว้มีไฟกะพริบทำงานแล้ว!

ดึก คืนนี้เอง รณภพไปหาพระกรณ์กราบเรียนท่านว่า คาดว่าแพ็ตกับดาหวันกำลังถูกใครบงการอยู่ถึงได้มาชิงตัวผู้ต้องหา พระกรณ์ฟันธงว่า จะมีใครเสียอีกที่บงการสองสาวได้นอกจากพวกเอสเค 7

"ผม พยายามหาทางช่วยสองคนอยู่ครับหลวงพ่อ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน ถ้าหลวงพ่อได้เบาะแสยังไง ช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ" แล้วรณภพก็กราบลาท่ามกลางความหนักใจของพระกรณ์

ooooooo

ในคืน นี้เอง หมวดโอมก็ได้นำภาพข่าวศพหัวขาดจากต่างประเทศมาให้รณภพดู ที่ศพนั้นมีปลอกคอแบบเดียวกับที่ดาหวันสวมอยู่ รณภพเองก็จำได้ว่าแพ็ตได้เปิดให้เขาดูปลอกคอแบบเดียวกันนี้ขณะเข้าไปชิงตัว นิโคลัส เขาสรุปได้ทันทีว่า

"ผมพอจะเข้าใจแล้วโอมว่าพวกเอสเค 7 บังคับคุณแพ็ต กับคุณดาหวันด้วยวิธีไหน"

"ถ้าเอสเค 7 อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จริงๆ ผมว่าคนบงการต้องเป็นไอ้รอนแน่ๆเลยครับ"

รณ ภพพยักหน้า บอกหมวดว่าถ้าเจอรอนเมื่อไรเราก็จะรู้ทันทีว่าแพ็ตกับดาหวันและนิโคลัสอยู่ ที่ไหน

คืนเดียวกันนี้ พระกรณ์ที่รณภพไปถามเรื่องแพ็ตก็ตัดสินใจเอากล่องที่บรรจุปืนและเครื่อง กระสุนที่เก็บไว้ออกมาพร้อมกับเครื่องแบบตำรวจที่พับเก็บรวมอยู่ด้วยกัน พระกรณ์ พูดราวกับมีคนฟังอยู่ว่า

"ไงวะไอ้เพื่อนยาก ไม่เจอกันตั้งสามปี คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้"

เป็นคืนที่พระกรณ์ ตัดสินใจไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าพระ ประธานในโบสถ์ พนมมือสารภาพกับพระประธานตรงหน้าว่า

"หลวงพ่อครับ ผมรู้ว่าผมทำไม่ถูก แต่ผมปล่อยให้ หลานผมต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตไม่ได้ ถ้าตำรวจคนนั้นไปช่วยหนูแพ็ตไม่ทัน ยกโทษให้ผมด้วยเถอะครับหลวงพ่อ"

พระ กรณ์ก้มกราบพระประธาน...

ค่ำคืนนี้เอง นายกรณ์ก็สะพายกระเป๋าใส่ของจำเป็นพร้อมกับกล่องบรรจุปืนและกระสุนเดินออก จากโบสถ์...

ooooooo

ที่คอนโดฯของดาหวัน รอนนั่งจิบเครื่องดื่มดูทีวีสบายๆอยู่ที่โซฟา หันมองนิโคลัสที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ที่เก้าอี้ที่กำลังพยายามส่งเสียงแต่ พูดไม่ได้เพราะถูกเทปปิดปากไว้ รอนพูดอย่างเลือดเย็นว่า

"อดทนหน่อย เพื่อนฝูง พรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ฉันรับรองว่าแกกับพวกค้ายาได้ไปลงนรกพร้อมกันแน่"

ที่ห้องนอนดาหวัน แพ็ตกับดาหวันยังคิดหาทางช่วยชีวิตตัวเอง ดาหวันย่องไปแอบดูเห็นรอนดูทีวีอยู่ กลับมาบอกแพ็ต เห็นแพ็ตกำลังจับปลอกคอตัวเองหมุนไปรอบๆอย่างสำรวจ

แพ็ตบอกดาหวันว่า มิสเตอร์โรเบิร์ตเคยบอกว่าปลอกคอนี้มีไว้สำหรับสมาชิกเอสเค 7 ที่ทรยศหรือมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้ใจและไม่เคยมีใครรอดตายจากห่วงนรกนี้มา ก่อน แต่มีอยู่เคสหนึ่งที่น่าสนใจ

ดาหวันจ้องหน้าแพ็ตอย่างตื่นเต้น แต่พอฟังวิธีการที่แพ็ตเล่าแล้วทั้งสองก็ห่อเหี่ยว  เพราะจะทำให้ห่วงนี้หยุดทำงาน ก็ต้องใช้กระแสไฟที่มากพอที่จะทำลายวงจรของปลอกคอนี้ได้ แต่มันก็มากเกินไปสำหรับร่างกายมนุษย์ แม้จะอันตรายแต่นั่นก็เป็นทางรอดสุดท้าย

เป็นเวลาที่เหว่งกับอำพัน กำลังหาทางแก้เกมของรอนอยู่ด้วยการจับชาลีกับโนรีไป  แล้วอำพันก็เป่านกหวีดทำให้ชาลี ชะงักตาค้างตกอยู่ในอำนาจของการสะกดจิตอีกครั้งต่อหน้าโนรี

โนรีตกใจ ที่เห็นชาลีอยู่ในสภาพเหมือนผีดิบ เธอพยายามเรียกสติชาลี เหว่งเยาะเย้ยว่า

"เรียก ไปก็เท่านั้นสาวน้อย เพราะตอนนี้เขาตกเป็นทาสของอำพันไปแล้ว"

"การ สะกดจิตของเอสเค 7 ถ้าไม่ถอนให้ถูกวิธี คนที่ถูกสะกดจิตก็จะตกอยู่ในอำนาจชั่วชีวิต  ต่อให้หลุดจากภวังค์ ไปได้ แต่พอถูกกระตุ้นด้วยเสียงนกหวีดเมื่อไหร่ ก็จะกลับเป็นแบบเดิม" อำพันพูดต่ออย่างสะใจ

โนรีด่าทั้งสองถามว่าต้องการอะไรกันแน่ เหว่งบอกว่าต้องการแค่ให้ชาลีไปจัดการดาหวันกับแพ็ตแทนพวกตนเท่านั้น

โนรี ตกใจที่แพ็ตจะได้รับอันตราย  และชาลีก็ตกอยู่ในอำนาจการสะกดจิตของอำพัน เธอประณามพวกมัน แต่ทั้งสองก็หาสะทกสะท้านไม่ กลับหัวเราะอย่างสะใจในสภาพของชาลี...

ooooooo

รอนนั่งดื่ม อย่างสบายอารมณ์ แล้วมันก็ส่งโทรศัพท์ ที่ติดต่อกับเหว่งให้นิโคลัสพูดแทน เหว่งรับสายถามอย่างหัวเสียว่า "มีอะไรว่ามา"

"ฉันนิโคลัสนะ มันให้ไอบอกยูว่าคืนนี้ตีห้า มันจะพาไอไปรออยู่ที่สนามกีฬาแถวคลองจั่น ให้ยูกับอำพันแล้วเอาคนติดตามไปได้แค่คนเดียวเท่านั้น"

พอนิโคลัสพูด เสร็จ รอนพยักหน้ารับโทรศัพท์ไปกดปุ่มวางสาย ชมว่าทำได้ดีมาก นิโคลัสพยายามต่อรองขอชีวิตโดยจะยอมจ่ายเงินทั้งหมดแทนเหว่ง แต่ถูกรอนเอาเทปปิดปากเสียก่อน พอนิโคลัสยังพยายามจะขอร้องอีก ถูกรอนชกโครมเดียวก็คอตกสลบไปทันที

พอเหว่งวางโทรศัพท์ลง อำพันถามว่าใครโทร.มา เหว่ง บอกว่า

"ไอ้ตัวแสบ มันนัดให้เราไปจ่ายค่าไถ่ตัวนิโคลัสที่สนามกีฬา...มันต้องซ้อนแผนเราแน่"

ระหว่าง นั้น เทพซึ่งเคยขอร้องเหว่งให้ใช้คนอื่นแทนชาลี เพราะยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ธวัชพ่อของชาลีเป็นคนชุบเลี้ยงตนมา แต่พอถูกเหว่งถามว่าคิดจะช่วยชาลีหรือ เทพก็หุบปากไม่กล้าแอะอีกเลย  ยิ่งเมื่อได้ยินเหว่งกับอำพันคุยกันว่าพวกมันอาจถูกซ้อนแผน เทพก็ยิ่งอึดอัดใจ ความรู้สึกที่ไม่อยากรับใช้ทั้งสองยิ่งมากขึ้น เขาไม่อยากทำร้ายชาลีที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก

ooooooo

ดาหวัน ตัดสินใจยอมเอาตัวเข้าแลกหวังจะให้รอนใจอ่อนยอมปล่อยตนไป ออกไปอ่อยรอนว่า

"ถ้า คุณยอมปล่อยฉันไปตอนนี้ ฉันจะยอมตามใจคุณทุกอย่าง"

พูดแค่นั้นรอนก็ รู้แกว มันไม่รอช้าเข้าโลมเล้าทันที ครู่เดียวก็ถอดเสื้อเหวี่ยงไปคลุมหัวนิโคลัสที่คอพับหมดสติอยู่ที่เก้าอี้ ประคองดาหวันไปที่โซฟาอย่างกระสัน

แพ็ตเห็นดาหวันหายไปจึงย่องมาดู เห็นภาพที่โซฟาก็พึมพำอย่างสมเพช

"คิดเหรอว่ารอนจะปล่อยคุณไปเพราะ เรื่องแค่นี้"

ooooooo
ตอนที่ 21

หลังจากพลีกายปรนเปรอแล้ว ดาหวันถามว่าจะปล่อยตนไปได้หรือยัง แล้วเธอก็ต้องแค้นใจแทบกระอักเลือด เมื่อรอนเยาะเย้ยว่าตนไม่ได้รับปากเธอพูดเองต่างหาก อยากโง่เอาของฟรีมาให้เอง ก็ดียังพอแก้ขัดไปได้

"ไอ้นรก! ฉันจะฆ่าแก!" ดาหวันกรี๊ดลั่น พุ่งเข้าไปจะเล่นงานรอน แต่ถูกมันจับเหวี่ยงปลิวไปไม่เป็นท่า แพ็ตรีบ เปิดประตูออกมา มันคว้ารีโมตทันที

แพ็ตขู่มันว่าถ้ากดรีโมตเมื่อไรรับรองมันเองก็ไม่ เหลือ ต่อรองอีกครั้งว่าให้ปล่อยดาหวันเสีย ไม่ว่ามันต้องการอะไรตนจะทำให้ทุกอย่าง

"ไว้ชีวิตน่ะพอได้ แต่ปล่อยไปคงเห็นจะยาก" รอนเย้ยหยัน ดูนาฬิกาแล้วสั่ง "เสียใจด้วยนะแพ็ต เราไม่มีเวลาเปลี่ยนแผนแล้ว เราต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้"

เป็นเวลา ที่โนรีกำลังพยายามพูดเพื่อเรียกสติชาลีคืนมา บอกเขาว่ากำลังถูกอำพันกับเหว่งหลอกใช้ให้ไปฆ่าแพ็ต บอกเขาให้ต้องเข้มแข็ง ต้องสู้กับมัน เห็นชาลียังยืนทื่ออยู่ เธอคว้ามือเขาไว้พร่ำบอก

"ฉัน รักคุณ คุณเคยบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน ทำเพื่อ ฉันนะชาลี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทำร้ายคุณแพ็ตเด็ดขาด"

เหว่งกับอำพันเดิน เข้ามาพอดี โนรีตกใจรีบผละจาก ชาลี เหว่งบอกโนรีว่าขอยืมตัวแฟนไปก่อนแล้วอำพันก็สั่งชาลี ให้ลุกขึ้นพาออกไป โนรีพยายามรั้งชาลีไว้ เหว่งบุ้ยใบ้ให้เทพดึงโนรีไว้ แล้วมันกับอำพันก็พาชาลีออกจากห้อง เทพผลักโนรีไปกลางห้องแล้วรีบตามออกไปพร้อมกับปิดประตูล็อกแน่นหนา

เมื่อ ออกมาถึงหน้าบ้าน อำพันเอารูปของนิโคลัสออกมาให้ชาลีดู จ้องตาพูดย้ำว่า

"จำ ไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แกต้องพาคนคนนี้กลับมาให้ได้ ใครก็ตามที่ขัดขวาง แกต้องฆ่ามันให้หมด"

เทพกับสมุนอีกสองคนหิ้วกระเป๋าเอกสารมาส่งให้ เทพบอกว่าเงินทั้งหมดอยู่ในนี้ สมุนเปิดกระเป๋าให้เหว่งดูเงิน เทพถามว่าแน่ใจหรือว่าจะใช้เงินปลอมไถ่ตัวนิโคลัส

"ไหนๆ ก็จะหักหลังกันทั้งที จะใช้เงินจริงทำซากอะไรวะ" เหว่งตะคอกแล้วถามอำพัน "พร้อมหรือยัง" เมื่ออำพันพยักหน้า เหว่งหันมาสั่งเทพให้แบ่งคนส่วนหนึ่งเฝ้าทางนี้ อีกส่วนให้ตามไปช่วยตนที่สนามกีฬา

เหว่งขึ้นรถขับไปเอง เทพมองตามอย่างไม่สบายใจกลัวชาลีจะไม่ปลอดภัย

ooooooo

รณภพ กับหมวดโอม เอารูปของรอน แพ็ต และดาหวัน ไปตระเวนถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์-ไซค์ ตลอดจนคนกวาดถนนเพื่อหาเบาะแส แต่ทุกคนส่ายหน้าไม่เคยเห็น

จน กระทั่งพนักงานในร้านมินิมาร์ทเอาถุงขยะมาทิ้งถัง หมวดรีบเข้าไปถาม พนักงานคนนั้นมองผ่านๆแล้วชะงักหันกลับมาบอกว่ารู้สึกคุ้นๆเหมือนกัน นึกๆครู่หนึ่งก็ร้องบอกว่า

"อ๋อ...จำได้แล้ว ถึงว่าทำไมคุ้นๆ" พนักงานคนนั้นชี้ที่รูปรอน "ไอ้หมอนี่มันชอบใส่แว่นดำครับ แล้วก็ลงมาซื้อเสบียงทีเยอะๆ เหมือนกับว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แต่ไม่เคยเห็นคนอื่นมาซื้อของกับมันเลยนะครับ"

เมื่อรู้เบาะแสทั้ง สองรีบขึ้นไปที่ห้องดาหวันทันที...

ที่ใต้ถุนคอนโดฯนั่นเอง รอนยืนกอดอกดูดาหวันกับแพ็ตช่วยกันหิ้วปีกนิโคลัสไปที่ท้ายรถ นิโคลัสถูกมัดมือปิดปากซ้ำยังมีผ้าคลุมหัวไว้ด้วย เดินตามไปขึ้นรถ จากนั้นรอนสั่งสองสาว

"คราวนี้เธอไปกันสองคน ส่วนฉันจะขับมอเตอร์ไซค์ ตามไปห่างๆ กติกาเหมือนเดิม" พูดพร้อมกับหยิบรีโมตชูขู่ เมื่อแพ็ตขึ้นรถขับออกไปแล้ว รอนจึงขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป

ooooooo

รณภพกับรอนชะงักกึกเมื่อ ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวอยู่ในห้องดาหวัน ยกปืนเล็งตะโกนบอกว่านี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใครอยู่ข้างในให้วางอาวุธเดี๋ยวนี้ แต่แล้วทั้งสองก็ตะลึงอึ้งเมื่อลุงกรณ์โผล่มาทัก

เมื่อซักถามกันจึง รู้ว่าพระกรณ์สึกมาแล้วเพื่อมาช่วยแพ็ต ไม่อยากเห็นแพ็ตจบชีวิตเหมือนพ่อเธอ เพราะสารวัตรเพิ่มพลกับตนนั้นสนิทกันมาก

รณภพถามว่าแล้วคุณลุงตามมา ถึงที่นี่ได้อย่างไร ลุงกรณ์พูดอย่างมีดีว่าถึงจะบวชมาสามสี่พรรษาแต่วิญญาณตำรวจเก่ายังมีครบ คุยว่าตนนั้นเป็นตำรวจชั้นเทพทีเดียว

จึงรู้ว่า ลุงกรณ์เก็บเศษกระดาษจากถังขยะในห้องได้ มันเป็นแผนที่ไปสนามกีฬาดูเส้นทางที่เขียนไว้ก็พอเดาได้ว่าสนามกีฬาที่มีถนน ตัดกับสี่แยกแบบนี้มันควรจะเป็นที่ไหน

"ผมก็พอจะเดาได้ รีบไปกันเถอะครับ" รณภพเดินนำหมวดโอมกับลุงกรณ์ไปขึ้นรถทันที

ooooooo

ระ หว่างที่แพ็ตขับรถไปโดยมีรอนขี่มอเตอร์ไซค์ ตามหลังนั้น ดาหวันบอกแพ็ตว่าตนจะขอแลกชีวิตกับมัน แพ็ตติงว่าไม่มีประโยชน์และไม่คุ้ม เชื่อว่ารอนจะไม่ฆ่าเราจนกว่าเราจะทำงานให้มันเรียบร้อย

"ฉันมีแผน แล้วว่าจะจัดการกับมันยังไง" แพ็ตบอกแต่มีข้อแม้ว่า "งานนี้ต้องมีตัวช่วย ฉันกำลังมองหาอยู่" พลางแพ็ตก็กวาดตามองไปสองข้างทาง พลันก็บอกว่าเจอแล้ว ว่าแล้วหักพวงมาลัยเปลี่ยนเส้นทางทันที

"นังบ้า มันคิดจะทำอะไรของมัน" รอนสบถบิดรถตามไปอย่างเร็ว

แพ็ตจอดรถที่หน้า โกดังวัตถุไวไฟแล้วพากันวิ่งเข้าไปในโกดัง รอนตามมาเจอแต่รถมันรีบตามเข้าไปโดยไม่ทันสังเกตว่าเป็นโกดังเก็บวัตถุไวไฟ

รอน เข้าไปตะโกนล่อสองสาวว่าได้เวลาทำงานแล้ว เหว่ง กับอำพันกำลังเอาเงินมาไถ่ตัวนิโคลัสที่สนามกีฬา ถ้าพวกเธอฆ่ามันได้เมื่อไรตนจะปล่อยให้เป็นอิสระทันที

"เลิกโกหกได้ แล้ว ไอ้ชาติชั่ว" ดาหวันตะโกนออกมา พริบตานั้นถังบรรจุสารเคมีที่เป็นวัตถุไวไฟถูกผลักล้มลงสารเคมีไหลนองพื้น เต็มไปหมด รอนได้กลิ่นถึงกับผงะถอยอย่างหวาดผวา

ดาหวันกับแพ็ตโหน เชือกโรยตัวลงมาจากข้างบน รอนหยิบรีโมตออกมาขู่ แต่ถูกแพ็ตขู่กลับว่า

"เอา สิรอน ถ้าแกอยากถูกเผาไปพร้อมกับพวกเรา"

รอนชะงักตกใจตาเหลือก แพ็ตตะโกนบอกว่าถ้าเกิดสะเก็ดไฟเมื่อไรรับรองต้องถูกเผาไปพร้อมๆกันแน่ พลางแพ็ตเดินเข้าหาอย่างท้าทาย ดาหวันรีบตามมาเพื่อช่วยกันเล่นงานรอน รอนไม่ยี่หระ ร้องท้าว่าบุกเข้ามาพร้อมๆกันเลย สองสาวแผดเสียงตามแบบฉบับนักฆ่าแล้วกระโจนเข้าเล่นงานรอนทันที

ooooooo

สอง สาวกับหนึ่งชาย ต่อสู้กันอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน รอนสู้ไปก็เหลือบดูนาฬิกาไปเพราะจวนได้เวลานัดเต็มทีแล้ว

รอนดวลมีด กับสองสาว แพ็ตพลาดถูกมันเฉือนเข้า

ที่ไหล่ แต่สองสาวก็ยังกระโจนเข้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้ รอนมัวแต่หันมองแพ็ตเลยถูกดาหวันปามีดเข้ากลางหลัง ทำให้รีโมตในมือมันหล่น ส่วนดาหวันก็ถูกมันจ้วงเข้าที่ท้องมิดด้ามเช่นกัน รอนจับดาหวันเป็นตัวประกันทันที!

แพ็ตถูกสั่งให้ทิ้งมีดและคุกเข่าลง กับพื้น   ดาหวัน

ร้องห้ามถูกรอนเสียบมีดเข้าที่ข้างหลังอีกแผล  เธอร้องอย่างเจ็บปวด รอนสั่งแพ็ตให้ทิ้งมีดอีกพลางบิดมีดที่ปักคากลางหลังดาหวันจนเธอร้องลั่น

ดา หวันร้องห้ามแพ็ตอย่ายอมมัน แต่แพ็ตตัดสินใจ

ปามีดปักเข้าที่ข้างฝา รอนระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง พอดีดาหวันเห็นรีโมตที่พื้น เธอตะโกนให้แพ็ตหนีพลางเหวี่ยงรอนแล้วพุ่งเข้าตะครุบรีโมตไว้

ดาหวัน ใช้รีโมตบังคับให้แพ็ตวิ่งหนี ทำให้แพ็ตไม่มีทางเลือก พอเธอออกวิ่งรอนก็จะตาม แต่ก็ต้องชะงักเมื่อดาหวันเอารีโมตจ่อที่คอตัวเอง ทำให้รอนก้าวขาไม่ออก

ooooooo

เหว่งขับรถมาใกล้ถึงจุดนัดพบ แล้ว ระหว่างนั้นชาลีคิดถึงคำพูดของโนรี คิดถึงคำขู่ของอำพัน ทำให้เขาปวดหัวจนต้องเอามือกุมขมับไว้แน่น อำพันกับเหว่งสังเกตเห็น เหว่งกังวล แต่อำพันยืนยันว่า

"ไม่ต้องห่วง วิชาสะกดจิตของเอสเค 7 ไม่เคยมีใครหลุดพ้นไปได้"

อำพันยังนั่งประกบชาลี   ในขณะที่ชาลีมีอาการ

ปวดหัวรุนแรงขึ้นทุกที...จนออกอาการทุรนทุราย

ฝ่าย ตำรวจ ลุงกรณ์นั่งกระวนกระวายใจที่หมวดโอมขับรถไม่ทันใจ บอกว่าถ้าขืนขับแบบนี้ตนไปรถเมล์ดีกว่า รณภพเลยหยิบไซเรนมาติดหลังคารถ แล้วหมวดโอมก็แล่นตะบึงไปอย่างเร็วทันที

ooooooo

แพ็ตวิ่งมา ถึงรถนึกขึ้นได้ กุมปลอกคอเดินไปเปิดท้ายรถเห็นนิโคลัสยังสลบอยู่ เธอคว้าสายไฟออกมาต่อกับแบตเตอรี่ เสร็จก็ลองสปาร์กดู เห็นสะเก็ดไฟแปล๊บๆเธอแหงนมองท้องฟ้าตั้งจิตอธิษฐานอย่างพร้อมจะเผชิญ ทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น

"ลูกจะขอกลับตัวเป็นคนดี ลูกจะไม่ฆ่าใครเพื่อสังเวยความแค้นอีก ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ได้โปรดคุ้มครองลูกด้วย"

แพ็ตจ่อปากคีบใส่ปลอกคอที่สวมอยู่ กระแสไฟแล่นเข้าร่างจนเธอกระตุกตาค้างก่อนจะฟุบไป

เป็นเวลาเดียวกับ ที่ดาหวันกดรีโมตใส่ช่องรับสัญญาณที่คอตัวเอง รอนเห็นดังนั้นกระโจนหลบหาที่กำบังทันที แรงระเบิดทำให้ฝาประตูเหล็กลอยละลิ่วข้ามไปหล่นใกล้ๆแพ็ตซึ่งบัดนี้โดนไฟ ช็อตจนตาค้าง เนื้อกระตุกเหมือนจะตายอยู่รอมร่อ และโกดังก็กำลังมอดไหม้อยู่ในทะเลเพลิง

ooooooo

ที่สนามกีฬา เหว่งกับอำพันพาชาลีมาถึงแล้ว ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบนาที อำพันถามว่าถ้าฝ่ายโน้นไม่มาจะทำอย่างไร เหว่งมั่นใจว่ามันต้องมาแน่ แล้วสั่งสมุนทางวิทยุที่ซ่อนอยู่ตรงข้อมือ

"ทุกคนฟังให้ดี รีบวางกำลังไว้ให้พร้อมก่อนที่พวกเอสเค 7 จะมา"

แพ็ตฟื้นแล้วเธอเห็น โกดังถูกไหม้เป็นจุณ ก็คิดถึงดาหวัน เอ่ยขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตตน บุญคุณนี้ตนจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต พยายามลุกขึ้นดูนาฬิกาเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่า แพ็ตฮึดขึ้นมา

"เหว่ง อำพัน ฉันต้องกำจัดพวกค้ายาอย่างแกให้ได้ ไม่ใช่เพื่อล้างแค้น ไม่ใช่เพื่อเอสเค 7 แต่เพื่อให้แผ่นดินมันสูงขึ้น"

แพ็ตกระชากปลอกคอ ที่รอนสวมไว้ออกมองเหมือนนึกอะไรได้ เธอไปหยิบปืนที่คอนโซลรถจากนั้นเดินไปเปิดท้ายรถกระชากร่างนิโคลัสขึ้นมาปลด ถุงคลุมหัว เงื้อด้ามปืนฟาดหางคิ้วนิโคลัสแตกจนสลบไปอีก

เมื่อจัดการ กับนิโคลัสแล้วแพ็ตขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็วปานพายุ

เลยเวลานัดไปห้า นาทีแล้ว ขณะอำพันกำลังหงุดหงิดเหว่งก็ได้รับรายงานผ่านวิทยุติดต่อแจ้งว่าพวกเอสเค 7 มาถึงแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งกับนิโคลัสเท่านั้น

พริบตาเดียวแพ็ตก็ถือ ปืนคุมตัวนิโคลัสเข้ามาแม้จะมีถุงคลุมหัวแต่ก็เห็นมีเลือดไหลมาจากหางคิ้ว พออำพันเห็นแพ็ตเท่านั้นก็เอะใจ ส่วนแพ็ตถามว่าพวกเขาคุมตัวชาลีมาทำไม

ถ้า ชาลีเป็นอะไรขึ้นมาตำรวจต้องเล่นงานพวกเขาแน่

"อย่าเสียเวลาดีกว่า รีบส่งตัวนิโคลัสมาให้เราซะ แล้วฉันสัญญาว่านายชาลีจะต้องปลอดภัย" อำพันเร่งรัด แพ็ต ตกลงถ้าอำพันเอาเงินมาให้ตนก็จะส่งตัวนิโคลัสให้ไปทันที

การ ยื่นหมูยื่นแมวเกิดขึ้น ระหว่างนั้นเหว่งก็แอบคุยกับสมุนผ่านวิทยุให้จับตาไว้ให้ดีถ้าตนส่งสัญญาณ เมื่อไหร่ลงมือได้เลย

ทันทีที่แพ็ตรับกระเป๋าใส่เงินและอำพันรับนิโค ลัสไป เหว่งก็ส่งสัญญาณให้ลงมือทันที แพ็ตถูกสมุนของเหว่งที่ซุ่มอยู่

ระดม ยิงจนหาที่หลบแทบไม่ทัน ส่วนอำพันรู้แกวอยู่แล้วพา

นิโคลัสหาที่ กำบังไม่ยากนัก

เมื่อพานิโคลัสหาที่หลบปลอดภัยแล้วเหว่งดึงเทปปิดปาก เขาออกถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง นิโคลัสโทษว่าตนต้องซวยแบบนี้เพราะเหว่งฉะนั้นต้องแก้แค้นให้ตน ฆ่าแพ็ตให้ได้

ooooooo

ขณะแพ็ตตกอยู่ในภาวะคับขันนั่นเอง รณภพ หมวดโอม  และลุงกรณ์ก็มาช่วยไว้ได้ทัน อำพันเป่านกหวีดสั่งชาลีฆ่าให้หมด ชาลีในสภาพถูกสะกดจิตชักปืนยิงใส่แพ็ตทันที ลุงกรณ์ยกปืนจะยิงชาลี หมวดโอมรีบห้ามบอกว่าชาลีเป็นเพื่อนรณภพตอนนี้เขาถูกสะกดจิตอยู่

ชา ลียังคงระดมยิงใส่แพ็ตไม่หยุด แพ็ตหลบแล้วโผล่มา อีกทางพุ่งเข้าเล่นงานชาลี  ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่า  ในขณะที่รณภพ หมวดโอม และลุงกรณ์ช่วยกันยิงพวกสมุนของเหว่งกับอำพันตายเป็นเบือ

เหว่ งบอกอำพันว่าเดี๋ยวตำรวจคงแห่มาเป็นโขยง เรารีบพานิโคลัสหนีไปก่อนดีกว่า อำพันเห็นด้วยทั้งสามพากันหนีไปทิ้งชาลีไว้สู้กับพวกแพ็ตตามลำพัง

แพ็ต มีชั้นเชิงการต่อสู้ที่เหนือกว่าเล่นงานชาลีจนหงายล้มลง เธอพุ่งเข้าเอาสองนิ้วจ่อหว่างคิ้วชาลี สั่งเข้ม "มองตาชั้นคุณชาลี มองตาฉัน!"

เมื่อไม่มีเสียงนกหวีด ชาลีค่อยๆหลุดพ้นจากการถูกสะกดจิต กอปรกับแพ็ตพยายามเรียกและพูดกรอกหูเตือนสติ ทำให้ชาลียกมือกุมหัวแผดเสียงร้องอย่างโหยหวนก่อนหมดสติ ในขณะที่แพ็ตซึ่งถูกชาลีบีบคออยู่ก็สลบไปเช่นกัน

ooooooo

เหว่ ง อำพัน และนิโคลัสกลับถึงบ้านพักตาก อากาศของนิโคลัสก็เช้าพอดี นิโคลัสไม่พอใจเหว่ง มากประกาศว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องบ้าๆของเขาอีกแล้ว ตอนนี้ให้รีบส่งสินค้าแล้วตนจะไปโดยเร็วที่สุด

อำพันกับเหว่งมองกัน อย่างลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายเหว่งพูดอย่างใจนักเลงว่า

"ก็ได้คุณนิโค ลัส เพื่อเป็นการยืนยันในมิตรภาพระหว่างเรา ผมจะส่งมอบสินค้าให้คุณโดยเร็วที่สุด" เมื่อ นิโคลัสชี้นิ้วย้ำว่าตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เหว่งตอบรับ "ใช่ ลอตแรกฟรี!!"

จากนั้นอำพันไปดูโนรีที่ห้องขังในบ้านพัก ทักอย่างแปลกใจว่านึกว่าจะเห็นเธอร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วเสียอีก แล้วก็ตอบเองว่าใช่สิ เพราะเดี๋ยวนี้เธอไม่ใช่นักร้องขี้แย แต่เป็นพวกเอสเค 7ไปแล้ว

"ฉันไม่ได้อยากเป็นเอสเค 7 แต่ฉันแค่อยากจัดการพวกค้ายาอย่างแกให้หมดไปจากโลกนี้ต่างหาก" โนรีเข้มแข็งจริงจัง เมื่ออำพันเยาะเย้ยว่าพูดโดยไม่ดูสภาพตัวเองตอนนี้เลย โนรีตอบอย่างมั่นใจว่า "คุณแพ็ตต้องมาช่วยฉันแน่ แกเตรียมตัวตายได้เลยอำพัน ฉันมั่นใจ คนอย่างแกต้องตายอย่างทรมานที่สุด"

อำพันยืนอึ้งนิดหนึ่ง ก่อนปรี่เข้าไปจะฟาดหลังมือตบ พอเห็นโนรีเชิดหน้าอย่างท้าทายอำพันกลับเป็นฝ่ายชะงักมองโนรีทึ่งที่เธอกล้า ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

ooooooo

สารวัตรชลิตเข้ามาที่ออฟฟิศ กองปราบเมื่อรู้ว่าพวกรณภพกลับมาแล้ว เจอลุงกรณ์ทักอย่างคุ้นเคย

"ว่า ไงจ่า ไม่ได้เจอกันซะนานเลย เบื่อทางธรรมแล้วหรือไงถึงได้ยอมสึกออกมา" เมื่อลุงกรณ์บอกว่าสึกออกมาเพราะอยากช่วยทางการปราบปรามพวกมารเหล่านั้น สารวัตรก็ย้ำเหมือนรู้กันว่า "รู้ใช่ไหมว่าห้ามล้ำเส้น"

"แน่นอน ครับ" ลุงกรณ์ตอบมั่นใจ

หมวดโอมรายงานสารวัตรว่าตอนนี้ได้ตัวแพ็ตมา แล้วอยากสอบปากคำพร้อมกับพวกตนรึเปล่า สารวัตรมองหน้ารณภพถามว่าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม

"ผมอยากให้คดีนี้โปร่ง ใสครับสารวัตร จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง" รณภพตอบอย่างผ่าเผย

เมื่อไปพบ แพ็ตที่ห้องประชุม สารวัตรทักทายอย่างรู้ความเป็นมาของเธออย่างดี แล้วบอกว่าได้อ่านบันทึกคำให้การของเธอแล้วน่าสนใจมาก คิดไม่ถึงว่าจากเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งจะกลายมาเป็นนักฆ่ามือฉกาจได้เพราะความ แค้น

พอเห็นแพ็ตก้มหน้าอย่างรู้ชะตากรรมตัวเอง สารวัตรพูดต่อไปว่า

"ผม เองก็อยากให้โอกาสคุณนะคุณแพ็ต แต่เกรงว่า ความผิดของคุณมันมากมายเกินกว่าที่ผมจะลดหย่อนโทษให้"

แพ็ตตอบอย่าง ยอมรับสภาพว่าทราบดี แต่ตนก็มีข้อต่อรองบางอย่าง ด้วยการสร้างผลงานเพราะตนรู้วิธีที่จะกำจัดพวกนายเหว่งให้สิ้นซากได้อย่างไร ทำให้ทุกคนสนใจขึ้นมาทันที

ooooooo

จากนั้น สารวัตรชลิตเอาแฟ้มเอกสารไปรายงาน ผบ.ตร.ที่ออฟฟิศ หลังจาก ผบ.ตร.ดูแฟ้มเอกสารแล้วเงยหน้าถามสารวัตรว่า

"ผมขอถามคำถามนึง เราจะรู้ได้ยังไงว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นสมาชิกของพวกเอสเค 7"

"สิ่งที่แพตริเซียทำมาทั้ง หมด น่าจะใช้ยืนยันได้นะครับว่าเธอแปรพักตร์แล้ว" สารวัตรตอบอย่างนอบน้อม เมื่อ ผบ.ตร. ถามอีกว่าคิดว่างานนี้คุ้มกับค่าเสี่ยงหรือเปล่า สารวัตรชี้แจงว่า   "ตอนนี้แก๊งแมงป่องดำของนายเหว่งถือว่าเป็นแก๊งค้ายารายใหญ่ ที่สุดในภูมิภาคนี้   ถ้าเรากำจัดมันได้รับรองว่าทุกฝ่ายจะต้องชื่นชมแน่นอนครับ"

หมวดโอม เห็น ผบ.ตร.ลังเลก็ขออนุญาตออกความเห็น เมื่อได้รับอนุญาต หมวดชี้แจงว่า

"ตอน แรกผมก็เคยระแวงคุณแพ็ตเหมือนกัน แต่ว่าเธอกับเพื่อนของเธอเคยช่วยเรามาแล้วตั้งหลายครั้งนะครับ อย่างตอนที่ถล่มรังของพวกเอสเค 7 บนเกาะของเจ้าเวียงวรรณ ถ้าไม่ได้เธอ ป่านนี้พวกเราคงตายไปแล้ว"

"จริงด้วยครับ เรื่องนั้นพวกเราเป็นหนี้เธอด้วยซ้ำ" สารวัตรช่วยยืนยัน

ผบ.ตร.พยัก หน้า นิ่งคิดตรึกตรองอีกนิดหนึ่งก่อนจะถามว่า

"เอาล่ะ คำถามสุดท้าย ข้อต่อรองของเธอคืออะไร"

ooooooo

เมื่อทุกอย่างลงเอยด้วยดี แล้ว   รณภพเป็นคนกลับไปปลดล็อกกุญแจมือให้แพ็ต   เธอมองเขาอย่างตื้นตัน   โผเข้ากอดเขาด้วยความดีใจ   รณภพพูดอย่างปลื้มปีติว่า

"คุณทำสำเร็จ แล้วนะแพ็ต ทางผู้ใหญ่รับปากว่าจะช่วยเหลือคุณ ถ้างานนี้สำเร็จเมื่อไหร่ คุณจะไม่..."

"แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะพ้นผิดใช่ไหมคะ" แพ็ตแทรกขัดขึ้นอย่างเดาผลออก รณภพหน้าสลดลงก่อนจะตอบเธอว่ากฎหมายก็คือกฎหมาย เราทำได้แค่นี้ แพ็ตจึงตอบอย่างทำใจได้แล้วว่า "ก็ยังดีค่ะ อย่างน้อยแพ็ตก็ยังมีชีวิต ได้เห็นหน้าคุณต่อไป"

รณภพรวบมือเธอไว้  ทั้งเห็นใจ  ปลื้มใจกับคำพูดดีๆของเธอ แล้วก็สะดุ้งเมื่อเสียงลุงกรณ์กระแอมกระไอขึ้น แพ็ตเห็นลุงกรณ์ก็รีบโผเข้าไปกราบด้วยความรู้สึกผิดที่ตนเป็นคนทำให้ท่าน ต้องสึกออกมา

"อย่าโทษตัวเองเลยหนูแพ็ต มันเป็นกรรมเก่าของลุง ลุงเป็นคนตัดสินใจสึกออกมาเองไม่เกี่ยวกับหนูหรอก ลุกขึ้นเถอะ" ลุงกรณ์ประคองแพ็ตลุกขึ้นยืน "ไหนๆลุงก็สึกออกมาแล้ว ลุงตั้งใจจะทำความดีให้ถึงที่สุดด้วยการกำจัดพวกไอ้เหว่งกับสมุนของมันให้ สิ้นซาก สังคมจะได้สงบสุขเสียที"

รณภพฟังแล้วพยักหน้าให้แพ็ตอย่าง ปลอบใจ แพ็ตเองก็รู้สึกดีขึ้น

ooooooo

เหมือนโชคเข้าข้างฝ่าย บ้านเมือง เมื่อหมวดโอมไปค้นที่ห้องรับแขกคอนโดฯของดาหวัน เขาเจอเป้ของรอนวางอยู่   เปิดดูพบว่าภายในมีคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กอยู่เครื่องหนึ่ง

เมื่อเอาออกมาเปิดดู   แพ็ตพบว่ามันได้แจ้งพิกัดของบางสิ่งเอาไว้   รณภพเข้ามาชะโงกถามแพ็ตว่าเรากำลัง

ค้นหาอะไรอยู่หรือ แพ็ตตอบอย่างมั่นใจว่า "ที่อยู่ของนิโคลัส"

หมวดโอมถามขำๆว่าอยู่ดีๆ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมันจะไปรู้ตำแหน่งของนิโคลัสได้ยังไง  ลุงกรณ์ก็เห็นด้วย กระเซ้าแพ็ตว่านี่มันคอมพิวเตอร์นะ ไม่ใช่กุมารทอง แพ็ตยิ้มให้ทุกคน ชี้แจงอย่างใจเย็นว่าตนวางแผนเอาไว้แต่แรกแล้ว

แล้ว แพ็ตก็เล่าแผนลึกซึ้งของตนที่เอาไฟฟ้าช็อตปลอกคอจนตัวเองหมดสติไปว่า

"ถึง ตัวรับสัญญาณรีโมตกับตัวเซนเซอร์ของระเบิดที่ปลอกคอจะเสียหายไปเพราะถูกช็อต ด้วยไฟฟ้า แต่ตัวส่งสัญญาณจีพีเอสยังทำงานอยู่"

เธอเล่าว่าพอฉุกคิด ได้ก็กระชากปลอกคอออกมาดู

"พอรู้เข้า แพ็ตก็วางแผนแอบฝังเครื่องส่งจีพีเอสไปในตัวของนิโคลัสด้วยการ..." เธอเอาด้ามปืนตีหัวนิโคลัสแตกแล้วถอดจีพีเอสจากปลอกคอฝังลงในแผลที่หางคิ้ว ของนิโคลัสแทน

ฟังแพ็ตเล่าแล้วหมวดพูดอย่างทึ่งว่า "แบบนี้เราก็รู้ความเคลื่อนไหวของมันได้ตลอดเวลาเลยสิครับ"

"คราวนี้ พวกไอ้เหว่งมันต้องเสร็จเราแน่" ลุงกรณ์ลูบหัวแพ็ตชมเปาะว่า  "ต้องให้มันได้อย่างนี้สิหนูแพ็ต  ไม่เสียแรงที่ลุงสึกออกมาช่วย"

แพ็ต ดูจออีกทีแล้วหันบอกรณภพว่าดูจากทำเลแล้วตอนนี้นิโคลัสยังอยู่ที่บ้านพัก หลังเดิมที่เคยจับเขาไปขังไว้

"ถ้างั้นผมจะส่งกำลังบุกไปคืนนี้เลย   จะได้ช่วยโนรีออกมา" รณภพตัดสินใจทันที แพ็ตพยักหน้าเห็นด้วยเพราะเธอก็เป็นห่วงโนรีไม่น้อย

เมื่อจ่าฉิมไป บอกข่าวนี้แก่ชาลีที่พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เขาจะไปด้วย จ่าบอกว่าไม่ได้ ภารกิจนี้อันตราย และมันเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ใช่พลเรือน ชาลีเลยหน้าจ๋อยไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่อยากเถียง

ooooooo

เมื่อ ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี บรรยากาศก็คลายความตึงเครียด โดยเฉพาะรณภพกับแพ็ตรู้สึกเหมือนม่านที่เคยกั้นไว้บางๆได้มลายหายไปแล้ว ทั้งสองมองกันด้วยความรักความเข้าใจกัน

ลุงกรณ์ไม่อยากอยู่เป็นส่วน เกิน จึงชวนหมวดโอมลงไปหาอะไรกินกัน แท้ที่จริงต้องการเปิดโอกาสให้แพ็ตกับรณภพได้อยู่กันตามลำพัง เพราะเสร็จภารกิจนี้แล้วแพ็ตก็คงต้องไปรับโทษตามกฎหมาย

เมื่อได้อยู่ กันตามลำพังในห้องคอนโดฯของรณภพ แพ็ตไปยืนเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง รำพึงอย่างเศร้าสร้อยว่า

"อีกไม่นาน เรื่องทุกอย่างก็คงจะจบสิ้นลง"

รณ ภพถามว่าเธอวางแผนไว้รึยังว่าจะทำอะไรต่อไป แพ็ตหันมาถามชายหนุ่มที่เดินมากอดจากข้างหลังว่า "หมายถึง ในคุกน่ะเหรอ"

"คุณ อาจจะไม่ติดคุกก็ได้นะแพ็ต" รณภพบอก แต่พอแพ็ตท้วงติงว่าเขาเป็นคนพูดเองว่าเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของ กฎหมาย รณภพพูดเหมือนให้กำลังใจว่า "ใช่ ผมเคยพูด แต่ผมว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้...ผมอยากช่วยคุณนะ แพ็ต...ผม..."

แพ็ตรีบเอามือปิดปากเขาไว้ไม่อยากให้เขาพูดอะไร มากกว่านั้น เธอหันมาหอมเขาอย่างปลอบใจ ตาต่อตามองกันในความสลัว แต่ต่างเห็นถึงความรู้สึกที่เผยในดวงตา

"แพ็ตดีใจค่ะที่โลกนี้ยังมี ผู้ชายดีๆอย่างคุณ แล้วก็ภูมิใจที่ประเทศนี้มีคุณเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถ้าตำรวจทุกคนซื่อสัตย์ ต่อหน้าที่เหมือนคุณ แพ็ตก็คงไม่ต้องมาเป็นคนเลวแบบนี้"

รณภพกอดแพ็ตไว้แน่น ต่างเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะบอกกับเธอว่า

"ผมจะกวาดล้างพวก ค้ายาให้สิ้นซาก แต่คุณต้องสัญญากับผมนะแพ็ตว่าคุณจะต้องไม่จากผมไป คุณจะต้องอยู่กับผมตลอดไป"

"ค่ะ รณภพ ฉันจะอยู่กับคุณ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป..."

หนุ่มสาวกอดกันเหมือนยืนยันคำมั่นสัญญา ท่ามกลางบรรยากาศที่เหงาเศร้า...

ooooooo

แม้จะถูกคุมขัง อย่างแน่นหนา  แต่โนรีก็ไม่ยอมแพ้แก่ศัตรู  เธอหาทางที่จะช่วยตัวเองให้พ้นจากชะตากรรม ที่ถูกกำหนด ดังนั้น เมื่อสมุนของเหว่งเอาอาหารมาให้ วันนี้ เธอจึงแกล้งทำเป็นนิ่งไม่รู้เรื่อง เมื่อสมุนของเหว่ง เข้ามาพลิกตัวเธอดู ก็ถูกเธอลุกขึ้นตะบันหน้ามันและแย่งปืนไป

สมุนอีกคนที่ตามเข้ามาดู ด้วยความสงสัยก็ถูกโนรีฟาดด้วยด้ามปืนจนสลบ จากนั้นเธอหนีออกจากห้อง สมุนอีกคน ที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกกันให้จับตัวไว้ ตะโกนบอกเหว่งที่คุยอยู่กับนิโคลัสว่าเชลยหนี

แม้จะมีใจฮึดสู้ แต่ในที่สุดโนรีก็ถูกสมุนของเหว่งจับตัวได้ เหว่งแค้นใจจ่อปืนจะยิงทิ้ง นิโคลัสรีบห้ามไว้ บอกว่า สวยๆอย่างนี้เสียดายของ เหว่งเดาใจนิโคลัสออกจึงยกโนรีให้แก้ตัวที่ทำให้เขาเดือดร้อนมามาก

"ขอบ ใจมากคุณเหว่ง โปรโมชั่นของคุณถึงใจผมจริงๆ" นิโคลัสมองโนรีด้วยสายตาหื่นจัด

ooooooo

เมื่อตกลงจะส่งของ ให้นิโคลัสตามสัญญาแล้ว วันนี้อำพันกับเทพและสมุนอีกหลายคนก็พากันลักลอบ เข้าไปในสุสานแห่งหนึ่ง พวกมันช่วยกันขุดหลุมฝังศพ งัดฝาโลงออก ยกศพขึ้น ข้างใต้ศพเต็มไปด้วยยาเสพติด เป็นมัดๆ

"มีโลงศพแบบนี้ทั้งหมดกี่โลง" อำพันถาม

"สี่โลงครับ เห็นคนเก่าคนแก่ของเสี่ยพิพัฒน์มันบอกว่าเสี่ยพิพัฒน์ใช้โรงพยาบาลเอกชนแห่ง หนึ่งเป็นสถานที่ผลิตยาแล้วก็ขนย้ายโดยการใช้ศพบังหน้า" เทพเล่าอย่างรู้ดี

อำพัน สั่งให้ขนโลงศพพวกนี้ขึ้นรถให้หมด ให้เอาไปทั้งโลงทั้งศพเผื่อเจอตำรวจกลางทางจะได้ไม่ผิดสังเกต เทพสั่งสมุนให้ขนโลงศพที่เหลือขึ้นรถให้หมด

"หึๆๆ นางอำพัน คราวนี้แกรวยเละแน่" อำพันบอกกับตัวเองอย่างสะใจ

ooooooo

เมื่อ วางแผนการกันแล้ว   วันนี้บรรดาตำรวจทีม ที่จะไปบุกรังของเหว่งก็เตรียมพร้อม โดยมีสารวัตรไมเคิลไปด้วย รณภพให้เกียรติเขานำทีม แต่เขาขอตัวบอกว่ารณภพเหมาะกว่า

"ครับ ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" รณภพแข็งขัน แพ็ตชวนรีบออกเดินทางกันดีกว่า

ไม เคิลหันมาถามหมวดโอมว่าแพตริเซียย้ายมาอยู่ข้างเราเต็มตัวแล้วหรือ หมวดบอกว่าภารกิจครั้งนี้เป็นแผนของเธอ ไมเคิลพยักหน้าบุ้ยไปทางลุงกรณ์ถามว่า "ลุงหัวโล้นนั่นเป็นใคร"

"อดีต พระครับ เพิ่งสึกมาหมาดๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจครั้งนี้โดยเฉพาะ" จ่าฉิมตอบ

ไม เคิลมองตามลุงกรณ์ไปอย่างประหลาดใจ

ooooooo

แม้ชาลีจะถูกจ่า ฉิมปฏิเสธอ้างว่ารณภพไม่ให้เขาไปทำงานด้วย แต่เขาไม่ยอมหยุด อย่างไรเสียก็ต้องไปช่วยโนรีให้ได้  ดังนั้น  เมื่อทีมงานเริ่มออกเดินทาง ชาลี ก็แอบลากเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราชคนสุดท้ายไปลอกคราบแล้วผสมโรงเดินตามไป

ก่อน ออกเดินทาง สารวัตรชลิตย้ำภาระหน้าที่แก่หน่วยอรินทราชทุกคนว่า

"ขอ ให้ทุกคนจำไว้ว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นนักค้ายาเสพติดมืออาชีพ   พวกมันเคยผ่านการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว   ดังนั้น   ถ้าเห็นพวกมันขัดขืนการจับกุมละก็ ให้ลงมือสังหารได้ทันที  ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่ง  เอาล่ะ  ทั้งหมดออกเดินทางได้"

ระหว่างนั้น รณภพเห็นเจ้าหน้าที่คนสุดท้ายที่ตามเข้าไปในแถวของอรินทราชก็สะดุดตา บอกแพ็ตว่ารูปร่างเจ้าหน้าที่คนนั้นคุ้นๆ แพ็ตบอกว่าคงไม่มีอะไรหรอก เรารีบเดินทางกันดีกว่า รณภพจึงตัดใจเดินตามแพ็ตไปขึ้นรถ

ooooooo

หลัง จากขุดโลงศพทั้งสี่ขึ้นรถเสร็จแล้ว อำพันโทร.หาเหว่ง

"ฮัลโหลเหว่ง ตอนนี้สินค้าพร้อมขนส่งแล้ว จะให้ขนไปลงที่บ้านหรือว่าที่ท่าเรือ...ได้...แล้วเจอกัน"  วางสายจากเหว่งแล้ว อำพันขึ้นรถบอกเทพว่า  "ไปท่าเรือ  เรือของนิโคลัสจะออกคืนนี้ ตอนสามทุ่ม"

เทพถามว่าแล้วพวกเด็กๆซึ่ง หมายถึงบรรดาสมุนที่มาด้วยกัน อำพันบอกให้แยกย้ายกันไป ส่วนเทพเองให้ไปกับตนแค่สองคนพอ ตำรวจจะได้ไม่สงสัย

เมื่อตกลงกับ อำพันเรียบร้อยแล้ว เหว่งไปเคาะประตูห้องพักของนิโคลัส   ซึ่งกำลังพยายามลวนลามโนรีอยู่   แต่ยังไม่สำเร็จเพราะโนรีขัดขืน

เหว่ งมาบอกว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินทางกันเดี๋ยวนี้ นิโคลัสยังอารมณ์ค้างขอเอาตัวโนรีไปด้วย เหว่งไม่ขัดข้องแต่อย่าเพิ่งฆ่า เพราะตนขี้เกียจมาเก็บกวาดหลักฐานทีหลัง

"ไม่ต้องห่วงสาวน้อย พอลงเรือเมื่อไหร่ เราได้คิดบัญชีกันแน่" นิโคลัสมองโนรีอย่างหื่นไม่หาย

ooooooo

ระหว่าง เดินทางนั้นเอง แพ็ตจับความเคลื่อนไหวของนิโคลัสผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้  เธอบอกรณภพว่าดูเหมือนนิโคลัสจะมีความเคลื่อนไหว

"อะไรนะ" รณภพแปลกใจ

"ท่าทางมันกำลังจะออกจากบ้าน ดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปทางท่าเรือ" แพ็ตบอก

หมวดโอมสงสัยว่ามันคงกำลัง เตรียมเผ่น ลุงกรณ์เชื่อว่าคนอย่างมันคงไม่ไปมือเปล่าแน่ๆ

รณภพเห็น ด้วย เขาคว้าโทรศัพท์กดสายหาไมเคิลที่อยู่บนรถของหน่วยอรินทราชทันที แจ้งด่วนว่า

"นิโคลัสย้ายตำแหน่งไปที่ท่าเรือครับสารวัตร คงมีแผนจะขนสินค้าหนีไปพร้อมกับมัน เราคงต้องเร่งมือแล้วครับ"

"ได้ คุณนำไปก่อนเลยผู้กอง ผมกับทีมจู่โจมจะรีบ

ตามไป" แล้วไมเคิลก็บอกจ่าฉิมที่ทำหน้าที่พลขับว่า "เป้าหมายย้ายตำแหน่งไปที่ท่าเรือ รีบหน่อยนะ ท่าทางมันกำลังจะหลบหนี"

จ่า ฉิมรับคำแล้วบ่ายหน้าไปที่ท่าเรือ ไม่มีใครเอะใจว่า ที่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่อรินทราชคนหนึ่งนั้นคือชาลี เขานั่งหลบหน้าหลบตาอยู่ พอได้ยินไมเคิลบอกจ่าฉิม ชาลีคิดเป็นห่วงโนรีขึ้นมา นึกในใจว่า

"อด ทนหน่อยนะโนรี ฉันกำลังจะไปช่วยแล้ว"

ooooooo

เหว่งกับนิโค ลัสที่ฉุดโนรีมาด้วยไปถึงท่าเรือก่อน เหว่งบอกนิโคลัสว่าอำพันคงใกล้จะมาถึงแล้ว    ให้เขาขึ้นไปรอบนเรือก่อนก็ได้   นิโคลัสขอเช็กสินค้าเพื่อความแน่ใจก่อน ก็พอดีอำพันมาถึง

พอรถบรรทุกเข้ามาจอด  อำพันกระโดดลงจากรถ ส่งสัญญาณให้เทพกดปุ่มเปิดท้ายรถ เหว่งพานิโคลัสไปดูทันที อำพันบอกนิโคลัสว่า

"สองชุดแรกเป็นของคุณ อีกสองชุดเราจะเก็บไว้เป็นสแปร์"

นิโคลัสพยักหน้าผลักโนรีให้สมุนคน หนึ่งคุมตัวไว้แล้วตัวเองเดินไปดูของบนรถพร้อมกับเหว่ง อำพันบอกว่าโลงซ้ายมือไม่มีศพ เปิดเช็กดูได้เลย แต่ขณะที่สมุนของเหว่งกำลังจะเปิดฝาโลงนั่นเอง ก็มีเสียงประกาศกึกก้องขึ้นพร้อมกับสปอตไลต์หลายดวงส่องสว่างจ้ามาที่กลุ่ม ของเหว่ง

"ทุกคนยกมือขึ้น นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้เราล้อมไว้หมดแล้ว"

เหว่งตกใจตะโกนบอกให้ทุกคนรีบหลบหาที่ กำบัง แต่ช้าไปแล้ว  พวกมันถูกล้อมไว้หมดแล้ว  รณภพประกาศอีกว่า

"เรา จะให้เวลาคุณหกสิบวินาที ถ้าไม่มอบตัวเราจะจู่โจมทันที"

พวกเหว่งหา ที่กำบังกันจ้าละหวั่น นิโคลัสลากโนรีติดมือไปด้วยเอาเป็นตัวประกัน อำพันพึมพำว่าไม่น่าเชื่อว่าพวกตำรวจจะรู้ความเคลื่อนไหวของเรา   หรือว่ามีหนอนบ่อนไส้ เหว่งตะคอกว่าตอนนี้ต้องหาทางหนีให้ได้ก่อน นิโคลัสย้ำเตือนว่าต้องเอาสินค้าไปด้วย เราจะทิ้งสินค้าไว้ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด

"เอาไปให้หมดเลย   มันจะได้ลงนรกไปพร้อมๆกับพวกแกไงล่ะ" โนรีพูดอย่างสะใจ

ทันใดนั้น เสียงรณภพประกาศอีกว่า "ใกล้หมดเวลาแล้วเหว่ง นิโคลัส ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าบังคับให้เราต้องใช้กำลัง คราวนี้พวกแกหนีไม่รอดแน่"

เหว่ งหันไปกระชากโนรีออกไปปรากฏตัวขู่ว่าถ้าขืนตำรวจบุกเข้ามารับรองโนรีตายแน่

ทุก คนตกใจที่โนรีถูกเอาเป็นตัวประกัน ชาลีที่แฝงตัวมาด้วยยิ่งแค้นใจแต่ยังคอยจังหวะอยู่ ส่วนโนรีหาหวาดกลัวไม่ เธอตะโกนบอกทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงตน จัดการพวกมันเลยอย่าปล่อยให้มันหนีไป ตะโกนย้ำบอกว่า

"มียาเสพติดอยู่บนรถบรรทุก!"

"ฮึ่ย...นังบ้า เอ๊ย!!" เหว่งโมโหตกใจเอาด้ามปืนทุบโนรีจนสลบแล้วลากตัวหลบเข้าที่กำบัง

ไม เคิลเข้าไปถามรณภพว่าจะเอาอย่างไร รณภพบอกว่ามันมีตัวประกัน สงสัยต้องใช้หน่วยแม่นปืน แต่สภาพภูมิประเทศทึบมากหน่วยแม่นปืนคงทำงานลำบาก

พริบ ตานั้น แพ็ตซึ่งเป็นห่วงโนรีมากผลุนผลันออกไปใครก็ห้ามไม่ทัน   ชาลีเห็นดังนั้นแอบตามไปอีกคน...จ่าฉิมเห็นตะโกนถามว่าจะไปไหน  ชาลีบอกว่าปวดฉี่แล้วผละไปดื้อๆ จ่าได้แต่มองตามบ่นงงๆ

"อะไรวะมาปวด ตอนนี้..."

เมื่อสถานการณ์พลิกผันอย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้ นิโคลัสถามเหว่งกับอำพันว่าจะทำอย่างไร ขืนรออยู่แบบนี้มีหวังเสร็จพวกนั้นแน่

เหว่งบอกว่าทางที่ดีเราควรขน สินค้าฝ่าออกไป อำพันถามว่าแล้วสมุนคนอื่นล่ะ เหว่งพูดอย่างเลือดเย็นว่า "ของแบบนี้มันต้องเสียสละกันบ้าง ช่วยไม่ได้"

ooooooo

ระหว่าง ที่พวกเหว่งกำลังปรึกษากันนั่นเอง แพ็ตย่องมาถึงข้างหลังมันแล้วโดยชาลีตามมาติดๆ พอแพ็ตหันไปเห็นถามว่า มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ชาลีพูดอย่างน่าเห็นใจว่า "ผมอยากช่วยโนรี"

"ก็ ได้ แต่ว่าคุณต้องทำตามแผนของฉัน" แพ็ตกำชับ เห็นระเบิดควันที่ชาลีเหน็บติดที่เครื่องแบบ เธอคิดแผนการบางอย่างได้ หันมองไปทางพวกเหว่งอีกที

เหว่งบอกพรรคพวกว่า พอถึงเวลาเมื่อไรเราจะฝ่าออกไปพร้อมกัน บอกนิโคลัสว่าให้ดูแลโนรีไว้อย่าให้หลุดมือเป็นอันขาด เทพฟังอยู่ถามว่าแล้วพวกตนเล่าจะทำอย่างไร

"ก็แยกย้ายกันหนีเองสิวะ หรือต้องให้พาไปส่ง" เหว่งตะคอก เทพหน้าจ๋อย เหว่งหันไปถามพรรคพวก "ทุกคนพร้อมหรือยัง"

พริบตานั้นระเบิดควันลูกหนึ่งกลิ้งมาตรงหน้า ระเบิดตูม ควันกระจายตลบไปทั่วบริเวณ...

ooooooo
ตอนที่ 22

พริบตานั้น แพ็ตแหวกม่านควันออกมาพร้อมมีดคู่ในมือ เธอตวัดมีดฆ่าสมุนของเหว่งอย่างรวดเร็วโดยมีชาลีตามมาคอยระวังหลังและยิง สมุนของเหว่งตายไปหลายคน

พออำพันเห็นแพ็ตก็ปราดออกมาต่อกรด้วยทันที ไมเคิลเห็นการต่อสู้ก็ถามรณภพว่าจะลงมือได้หรือยัง รณภพขอให้รอตัวประกันปลอดภัยก่อน หมวดโอมพูดต่ออย่างรู้เชิงกันว่า ไม่ต้องห่วง อีกสักครู่แพ็ตต้องส่งสัญญาณมาแน่

ขณะที่อำพันกำลังต่อ สู้กับแพ็ตอยู่นั้น เหว่งนำนิโคลัสที่อุ้มโนรีมาด้วยตรงไปที่รถ แต่นิโคลัสหันมาเห็นชาลีกำลัง

ยิงสมุนของมันก็แค้นใจด่าไอ้หมาลอบกัด แล้ววางร่างโนรีลงชักปืนยิงใส่ชาลี แพ็ตเห็นเข้าพอดี เธอปามีดปักคอนิโคลัสอย่างแม่นฉมัง นิโคลัสล้มลงขาดใจทันที

"คุณชาลี รีบพาโนรีหนีไป" แพ็ตตะโกนบอก ชาลีรีบวิ่งไปอุ้มโนรีหนี ส่วนแพ็ตก็ส่งสัญญาณให้รณภพรู้ว่าโนรีปลอดภัยแล้ว รณภพตะโกนบอกพรรคพวกทันที

"ตัว ประกันปลอดภัยแล้ว พวกเราบุก!"

เมื่อตำรวจกรูกันเข้ามา อำพันกับแพ็ตต่างแยกย้ายกันเพราะเกรงถูกลูกหลง เหว่งวิ่งไปสตาร์ตรถตะโกนเรียกอำพันให้รีบขึ้นรถหนี แพ็ตเห็นดังนั้นหันไปดึงมีดจากศพนิโคลัสวิ่งตามรถเหว่งไปและกระโดดเกาะท้าย รถอย่างมืออาชีพ

ลุงกรณ์เห็นแพ็ตกระโดดเกาะท้ายรถคนร้ายก็วิ่งไป สตาร์ตรถตำรวจขับตามไป ไมเคิลบอกรณภพให้รีบตามเหว่งไป ทางนี้ตนจัดการเอง รณภพบอกหมวดโอมให้ไปกับตน

จึงกลายเป็นการต่อสู้สองกลุ่ม โดยกำลังสำคัญอันมี

รณภพ หมวดโอม แพ็ต ลุงกรณ์ไล่ตามเหว่งกับอำพันไป ส่วนที่ท่าเรือ ไมเคิล จ่าฉิม ชาลีอยู่สู้กับเทพและสมุนที่ถูกเหว่งทิ้งไว้

แต่ เพราะสมุนของเหว่งถูกยิงตายเป็นเบือ เทพถอดใจบอกสมุนที่เหลืออีกสองคนว่า ตนยอมติดคุกดีกว่าตายโหง ตัดสินใจตะโกนยอมแพ้ พวกมันจึงถูกจับใส่กุญแจมือทั้งหมด

โนรีรู้สึกตัวพอดี ลืมตาขึ้นเห็นชาลี เธอร้องเรียกเขาด้วยความดีใจสุดขีด ชาลีปลอบเธอว่าปลอดภัยแล้ว ทุกอย่างใกล้จบแล้ว โนรีโผกอดชาลีไว้แน่น แต่พอนึกได้ก็ถามอย่าง เป็นห่วงว่า

"แล้วคุณแพ็ตล่ะคะ ตอนนี้คุณแพ็ตอยู่ไหน"

ooooooo

แพ็ตกระโดดเกาะท้ายรถของเหว่ งไป อำพันเห็นเงาของเธอทาบที่ถนนบอกเหว่งว่า

"นังแพ็ตมันอยู่บน หลังคา เหวี่ยงมันให้ตกถนนเลย"

แพ็ตถูกรถเหวี่ยงจะตกมิตกแหล่แต่มือ เธอเหนียวยังเกาะรถไว้แน่น ตัดสินใจชักปืนยิงล้อข้างหนึ่งระเบิดทำให้รถเสียหลัก เธอเองถูกเหวี่ยงจนปืนหลุดจากมือ เหว่งเห็นดังนั้นขับรถเบียดเข้าใส่ต้นไม้ แพ็ตกระโดดหลบ กลิ้งตกลงบนถนน


รถของลุงกรณ์ไล่บี้รถเหว่งมาเห็น แพ็ตตกลงมาแกเบรกรถแทบไม่ทัน รถจอดอยู่ห่างแพ็ตแค่ฝ่ามือกั้นเท่านั้น!

แพ็ต ลุกพรวดขึ้นโดยสัญชาตญาณ พอดีรณภพกระโดดลงไปประคองเธอถามว่าปลอดภัยใช่ไหม แพ็ตพยักหน้ารับบอกเขาว่า "รีบตามพวกไอ้เหว่งไปเถอะค่ะผู้กอง"

"ขึ้น รถเร็ว งานนี้ลุงไม่ปล่อยพวกมันแน่ ขอไว้ลายตำรวจเก่าหน่อยเถอะวะ" ลุงกรณ์เข้าเกียร์ห้อตามรถเหว่งไปราวกับเหาะ

ooooooo

รถของ เหว่งถูกแพ็ตยิงยางระเบิดไปเส้นหนึ่ง มันขับบดต่อไปจนแหลกขับต่อไปไม่ได้ เหว่งเสนอว่าเราคงต้องทิ้งยาไว้ก่อน อำพันเสียดายเพราะราคาหลาย ร้อยล้านและมันเป็นทุกอย่างที่เรามีอยู่ตอนนี้

"จะกี่ร้อยล้านก็แลก กับชีวิตของเราไม่ได้หรอกอำพัน รีบเผ่นก่อนเถอะก่อนที่ตำรวจจะตามมา"

ครู่ ใหญ่ รณภพ แพ็ต หมวดโอม และลุงกรณ์ตามมาเจอรถของเหว่ง ทุกคนลงไปดูอย่างระแวดระวังไม่พบใครเลยนอกจากซากรถ ลุงกรณ์เชื่อว่าพวกมันต้องอยู่ในป่าข้างทางนี่แน่ๆ รณภพเห็นด้วย ร้องบอก

"โอม วิทยุเรียกกำลังเสริม ผมจะเข้าไปตรวจค้นข้างใน"

แพ็ตท้วงติงว่าไม่ รอคนอื่นก่อนหรือ รณภพส่ายหน้าพูดอย่างมุ่งมั่นว่าวันนี้เป็นตายอย่างไรตนก็ต้องจับเหว่งให้ ได้ ว่าแล้วเดินนำไป แพ็ตได้แต่มองด้วยความเป็นห่วง


เหว่งกับ อำพันหลบอยู่แถวนั้นจริงๆ เหว่งเสนอว่าเราคงต้องแยกกันแล้ว เขาแสดงความเสียใจที่ทำให้เธอผิดหวัง อำพันยิ้มรับ แต่ขอเขาเรื่องหนึ่งอยากให้เหว่งรับปาก เมื่อเหว่งตั้งใจฟัง เธอบอกเขาว่า

"ถ้า ฉันตายก่อน นายต้องล้างแค้นให้ฉัน"

"ย่อมได้ และหวังว่าเธอคงทำแบบเดียวกับที่ให้ฉันทำ"

สองวายร้ายจับมือมองหน้า และยิ้มเหี้ยมให้กันก่อนที่อำพันจะพูดเป็นคำสุดท้ายว่า

"แล้วเจอกัน ในนรก"

เหว่งผละไปแล้ว อำพันยังยืนคิดอยู่ว่าจะรับมือกับพวกแพ็ต อย่างไร ซึ่งก็เป็นเวลาที่รณภพตัดสินใจเสนอว่าเราต้องแยกกันออกค้นหา เพราะขืนไปด้วยกันแบบนี้พวกเหว่งต้องรู้ตัวแน่

"ถ้างั้นผู้กองไปกับ แพ็ต หมวดโอมกับลุงกรณ์แยกไปอีกทาง" แพ็ตเสนอ เมื่อตกลงกันแล้วลุงกรณ์กำชับรณภพ ก่อนแยกกันว่า

"ฝากหลานผมด้วยนะ ครับผู้กอง ถ้าหลานผมเป็นอะไรไปละก็...ผมเอาเรื่องผู้กองแน่"

หนุ่ม สาวเดินไปด้วยกัน ด้วยบรรยากาศที่มีทั้งความรักความห่วงใยที่มีต่อกันและความตึงเครียดที่ กำลังไปเผชิญกับความเป็นความตาย โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่าเหว่งซุ่มอยู่แถวนั้นมันรอจังหวะที่จะเล่นงานอยู่ ตลอดเวลา!

ooooooo

ที่ป่าอีกด้านหนึ่ง หมวดโอมกับลุงกรณ์เดินไปด้วยกัน ทั้งสองมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ลุงกรณ์ ระวังจนดูเครียด หมวดโอมหยอกว่าผ่อนคลายหน่อยก็ได้ ลุงกรณ์พูดขึงขังว่าถ้าเจอตัวคนร้ายเมื่อไรรับรองมันต้องเสร็จตนแน่ หมวดถามว่าลุงมีดีอะไรหรือ ลุงกรณ์ตบกระเป๋ากางเกงทำนองว่ามีของดีอยู่ในนี้

ระหว่าง นั้นเอง อำพันซึ่งซุ่มอยู่พอได้จังหวะก็กระโจนออกมาพร้อมมีดจะพุ่งเข้าแทงลุงกรณ์ ดีที่หมวดโอมเห็นก่อนร้องตะโกนบอก ลุงกรณ์หันขวับส่องปืนใส่อำพันแต่อยู่ในระยะประชิดตัวเลยถูกอำพันคว้า ปากกระบอกปืนเบนออก อีกมือที่ถือมีดก็จ้วงเข้าที่ท้องลุงกรณ์ แต่ก็ถูกลุงกรณ์เหวี่ยงศอกใส่จนผงะหงายแล้วยิงใส่ หมวดโอมช่วยยิงอีกแรง แต่อำพัน ก็ไวทายาดกลิ้งตัวหลบไปหลังต้นไม้ใหญ่ได้ทัน

แพ็ตได้ยิน เสียงปืนบอกรณภพว่าน่าจะมาจากทางนี้พลางชี้ให้ดูแล้วจะพากันไป เหว่งฉวยโอกาสนั้นพรวดออกมายิงใส่ รณภพผลักแพ็ตหลบกระสุนได้ทัน แล้วหันไปกระหน่ำใส่เหว่งยิงถูกมันที่ท้อง ส่วนรณภพก็ถูกยิงที่หน้าอก แต่เพราะเขาใส่เสื้อเกราะจึงแค่ทำให้จุกเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อ ประจันหน้ากันอยู่เช่นนี้ รณภพบอกแพ็ตว่าเขาจะยิงเปิดทางให้ แพ็ตรับทราบบอกว่าค่อยเจอกันใหม่ พอรณภพยิงตอบโต้ไปทางเหว่ง แพ็ตก็วิ่งบ่ายหน้าไปช่วยหมวดโอมกับลุงกรณ์

ooooooo

ลุงกรณ์ ปวดแผลที่ถูกอำพันแทงจนทรุดลง หมวดโอมเข้าประคองถามว่าเป็นอย่างไร ลุงกรณ์ตอบอย่างเข้มแข็งว่าแผลแค่นี้เล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อหมวดโอม เตือนว่าต้องระวังเชื่อว่าอำพันยังอยู่ แถวนี้ ลุงกรณ์จึงล้วงของดีในกระเป๋ากางเกงออกมา มันคือระเบิดที่แกเก็บไว้ตั้งแต่ยังบวชอยู่ ลุงกรณ์เอาระเบิดมาเตรียมใช้งาน พริบตานั้นมีการเคลื่อนไหวอยู่ในพงไม้ ลุงกรณ์ปาระเบิดเข้าไปทันที

ลุง กรณ์กับหมวดโอมพากันหลบ เห็นพุ่มไม้ปลิวกระจุยเพราะแรงระเบิด แพ็ตกำลังวิ่งมาทางนี้ เสียงระเบิดทำให้เธอตกใจเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก

สิ้น เสียงระเบิด ลุงกรณ์กับหมวดโอมก็มองหาอำพัน ลุงกรณ์ล้วงระเบิดลูกที่สองมาเตรียมพร้อม แต่ไม่ทันทำอะไร อำพันก็พรวดเข้ามาทางด้านหลัง ใช้ดาบฟันมือหมวดที่ถือปืนอยู่จนปืนหลุด ลุงกรณ์ยิงใส่ก็แค่ถากอำพันไป เธอหันขวับฟันลุงกรณ์จนคว่ำระเบิดในมือหลุดกลิ้งไปที่พื้น

"นังอำพัน แกอย่าอยู่เลย!" หมวดคำรามคว้าท่อนไม้ ฟาดอำพันแต่เธอไวราวกับปรอทปัดป้องแล้วใช้ดาบฟันโอมจนได้อีกแผล ซ้ำยังเยาะเย้ยว่า

"ฝีมืออย่างพวกแกยังไม่คู่ควรกับฉันหรอก เตรียมตัวตายได้แล้ว!" สิ้นเสียงอำพันพุ่งเข้าแทงหมวดโอม แพ็ตมาถึงพอดีใช้ มีดคู่มือปัดป้องเอาไว้ทัน แล้วตะโกนบอกหมวดโอมให้พาลุงกรณ์ หลบไปก่อนทางนี้ตนจัดการเอง หมวดห่วงแพ็ต เธอจึงย้ำว่า

"ทำตามที่ฉัน บอกเถอะค่ะผู้หมวด ฉันอยากดวลกับอำพันอย่างยุติธรรม"

ดังนั้นหมวดโอม จึงประคองลุงกรณ์หลบไป แพ็ตกับอำพันหันจ้องหน้ากันเยี่ยงนางสิงห์ร้าย!

ที่ พื้นใกล้ๆนั่นเอง ระเบิดของลุงกรณ์ที่หลุดจากมือ ยังสงบนิ่งอยู่ เหมือนรอเวลาที่จะทำงาน

ooooooo

อีกมุมหนึ่งที่ป่าข้างทาง    รณภพเผชิญหน้ากับเหว่ง ต่างยิงใส่กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน รณภพฉวยโอกาสที่เหว่งหยุดบรรจุกระสุน ย่องไปข้างหลังมัน เอาปืนจ่อสั่งให้มันทิ้งปืน

ในภาวะเช่นนี้เหว่งจำต้องทิ้งปืนค่อยๆ หันมาเผชิญ หน้ารณภพ แต่ยังไว้ลาย มันแสยะยิ้มพูดดักคอว่าถึงอย่างไรรณภพก็ไม่ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้หรอก รณภพตอบด้วยความแค้นที่ฝังลึกในอดีตว่า

"ใช่ ไม่เหมือนกับตอนที่แกฆ่าพ่อแม่ของฉัน" เหว่ง อ้างว่ามันทำตามคำสั่งอโหสิให้ด้วย รณภพหัวเราะเยาะถามว่า "งั้นเหรอ แล้วเรื่องครอบครัวของคุณแพ็ตล่ะ แกคิดว่านานพอรึยัง แล้วไหนคนที่ต้องตายเพราะยาเสพติดของแกอีกเป็นร้อยเป็นพันคน เขาต้องอโหสิให้แกด้วยใช่ไหมไอ้เหว่ง!"

เหว่งต่อรองว่าให้ปล่อยตนเสียแล้วจะยกยาเสพติดที่อยู่บนรถให้ทั้งหมด

"ฉัน ไม่ฆ่าแกหรอกนายเหว่ง แกต้องไปชดใช้กรรมในคุก แต่ว่า...ของกลางมากขนาดนี้ ฉันว่าโทษของแกคงไม่พ้นประหารชีวิต"

เมื่อเข้าตาจน เหว่งชักปืนสำรองจากข้อเท้ายิงใส่รณภพทันที ขณะรณภพผงะล้มนั้นมันทิ้งปืนสำรองคว้าปืนที่วางไว้ เมื่อครู่มายิงซ้ำ ต่างยิงกระหน่ำใส่กันหูดับตับไหม้ จนรณภพ กระสุดหมดเขากลิ้งตัวหลบหลังต้นไม้ แต่ยังถูกเหว่งระดมยิงมาไม่หยุด

ทั้ง สองยิงกันในระยะประชิดกระสุนถูกที่สำคัญทั้งสองฝ่าย แต่ต่างก็ปลอดภัยเพราะมีเสื้อเกราะกันกระสุน เมื่อรณภพบรรจุกระสุนเสร็จจึงเปิดฉากดวลกันอีกครั้ง คราวนี้เขาถูกเหว่งยิงที่ขา ส่วนเหว่งถูกกระสุนของรณภพเจาะเข้าที่คอ มันหงายหลังส่งเสียงคร่อก...ดิ้นอย่างทุรนทุราย

"คิดถึงนรกเอาไว้นาย เหว่ง คนชั่วอย่างแกไม่มีทางได้ผุดได้เกิดแน่" รณภพเดินเข้าไปดูเตะปืนมันทิ้งแต่ยังถูกเหว่งดิ้นเฮือกสุดท้ายด้วยการกระชาก ขารณภพไว้ก่อนจะขาดใจตาย

ooooooo

ที่ป่าข้างทางอีกจุดหนึ่ง แพ็ตกับอำพันยังต่อสู้ กันเอาเป็นเอาตายต่างได้แผลเลือดโกรก ทั้งสองต่างมุ่งที่จะเอาชีวิตของอีกฝ่าย จังหวะหนึ่งแพ็ตพลาดถูกอำพันตวัดดาบใส่จนต้องปล่อยอาวุธตัวเองทิ้ง

กระ นั้นแพ็ตยังใช้มือเปล่าต่อสู้สุดฤทธิ์จนถูกอำพันแทงเข้าที่หน้าอกเกือบตัด ขั้วหัวใจ แต่เธอก็ยังสู้

"อย่าขัดขืนอีกเลยแพตริเซีย อย่า...เพราะฉันรอวันนี้มานานแล้ว วันนี้จะได้เห็นแกตายเสียที"

"ไม่ มีทางหรอกอำพัน ฉันไม่ตายก่อนแกเด็ดขาด" แพ็ตกัดฟันสู้ แต่เหมือนโชคเข้าข้างเมื่อเธอถอยไปเท้าเขี่ยถูกระเบิดของลุงกรณ์ที่พื้น แพ็ตเขี่ยระเบิดเข้ากองไฟแถวนั้น บอกอำพันที่ยังจ้วงแทงไม่ยั้งว่า "พอได้แล้วอำพัน ทุกอย่างมันจบแล้ว"

"แกพูดอะไรของแก เกมนี้ยังไม่จบ" อำพันที่กำลังเป็นต่อรุกไม่รามือ แต่พอมองตามสายตาแพ็ตก็พบว่าตัวเองเข้าใกล้กองไฟที่มีลูกระเบิดอยู่

อำพัน พลิกตัวหลบทันที แต่ช้าไปแล้ว เสียงระเบิดตูม! ม่านควันกลบไปทั่วบริเวณ พอม่านฝุ่นจางลง รณภพมาถึงพอดีเขารีบเข้าประคองแพ็ตที่บาดเจ็บเลือดโซมกายไว้อย่างตกใจเป็น ห่วง

อำพันยังไม่ตายแต่ตาอีกข้างที่เหลือบอดสนิท เธอร้องโหยหวนเกลือกกลิ้งด้วยความเจ็บปวด แต่ปากก็ยังด่าแพ็ต จะฆ่าแพ็ตให้ได้ แพ็ตมองอำพันอย่างเวทนาถือปืนเดินเข้าไปเรียก "อำพัน" พริบตานั้น อำพันหันขวับเงื้อดาบแทงมาตามเสียง แต่ถูกแพ็ตกระดิกนิ้วเหนี่ยวไกยิงแสกหน้าอำพันนัดเดียวก็ทำให้อำพันหลุดพ้น จากความทรมาน!

แพ็ตลดปืนลงอย่างปวดร้าวที่ต้องทำกับเพื่อนที่เธอรัก มากคนหนึ่ง รณภพเข้าไปค่อยๆ ปลดปืนออกจากมือเธอ บอกเธอว่า

"มันจบ แล้วแพตริเซีย ต่อไปนี้คุณไม่จำเป็นต้องจับอาวุธฆ่าใครอีกแล้ว"

ooooooo

ทันที ที่พากันกลับถึงกองปราบ  รณภพก็ตะลึงอึ้ง  เมื่อสารวัตรชลิตลงมาที่รถสั่งรณภพว่าให้คุมตัวแพ็ตไว้   รณภพพยายามชี้แจงว่าแพ็ตเป็นพวกเดียวกับเรา  สารวัตรชลิตอ้างว่า

"เมื่อ สักครู่สารวัตรไมเคิลได้ติดต่อผ่านทางผู้ใหญ่ เขาขอให้ทางเราคุมตัวแพตริเซียเอาไว้" รณภพยังพยายามจะแย้ง ถูกสารวัตรตัดบทว่า "มันเป็นไปตามกฎหมายนะผู้กอง ถึงยังไงแพตริเซียก็เคยเป็นคนร้าย"

รณภพได้แต่กำหมัดกัดฟันด้วยความ รู้สึกกดดันอย่างที่สุด แต่แพ็ตกลับเอื้อมมือมาแตะมือเขาเบาๆ เหมือนเตือนสติ ให้กำลังใจและพยักหน้าให้เขาทำตามคำสั่ง

เมื่อสาร วัตรชลิตเข้าไปหารือกับสารวัตรไมเคิลเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานที่กองปราบ ไมเคิลบอกว่าทางตำรวจสากลอยากให้เขาปิดเรื่องของแพตริเซียไว้เป็นความลับ เมื่อสารวัตรชลิตแย้งว่าตอนนี้ข้างนอกนักข่าวเป็นโขยงทุกคนรู้หมดแล้วว่านัก ฆ่าขนตางอนช่วยพวกเราปราบแก๊งค้ายา

"แค่ทำเฉยเข้าไว้ ทุกอย่างก็จะกลายเป็นแค่ข่าวลือ ถือว่านี่เป็นคำขอร้องก็แล้วกันครับสารวัตร แล้วผมจะอธิบายเหตุผลให้ทราบทีหลัง"

สารวัตรชลิตนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดกับไมเคิลว่า

"ผมไม่ชอบพูดโกหก ถ้าไงคุณก็แถลงข่าวเองละกัน"

ไม เคิลพยักหน้าทันที สารวัตรชลิตลอบมองเขาอย่างนึกระแวงในใจ

ooooooo

ใน ที่สุด แพ็ตก็ถูกคุมขัง หมวดโอมทำใจไม่ได้ ส่วนรณภพหวังว่าความดีของแพ็ตคงจะทำให้ทางการลดหย่อนผ่อนโทษให้แน่

แพ็ต ยังเป็นห่วงลุงกรณ์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หมวดโอมบอกว่าปลอดภัย ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล แพ็ตยิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนแยกกัน รณภพบอกแพ็ตด้วยความเห็นใจ ห่วงใยว่า

"รอหน่อยนะแพ็ต ผมจะรีบเคลียร์ให้คุณโดยเร็วที่สุด"

เวลาเดียวกัน ไมเคิลออกไปให้สัมภาษณ์นักข่าวที่มารอทำข่าวอยู่ การตอบคำถามนักข่าวของไมเคิลก่อผลทางลบแก่แพ็ต ในทำนองว่าเธอไม่เกี่ยวกับคดีนี้ ถ้าจะเกี่ยวก็คงอยู่ข้างฝ่ายคนร้ายมากกว่าโดยให้เหตุผลว่า

"เพราะว่า มีผู้ต้องหารายหนึ่ง เป็นอดีตสมาชิกของเอสเค 7 ผมคิดว่าคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดข่าวลือขึ้นมา"

"สรุปว่าตำรวจกับ นักฆ่าขนตางอนไม่เคยมีข้อตกลงอะไรกันใช่ไหมครับ"

"ถูกต้องครับ เป็นไปไม่ได้ที่ทางตำรวจจะขอรับความร่วมมือจากคนร้าย โดยเฉพาะพวกนักฆ่า"

หลัง การให้สัมภาษณ์ของไมเคิล เมื่อเข้าไปในห้องทำงาน รณภพกับไมเคิลโต้เถียงกันอย่างรุนแรง รณภพไม่พอใจที่เขาสั่งขังแพ็ตทั้งที่เธอช่วยพวกเราเต็มที่ และการให้สัมภาษณ์ นักข่าวแบบนั้นเป็นการโกหกและปิดบังความดีของแพ็ต

ไม เคิลโต้ตอบอย่างวางเขื่องว่าแพ็ตเป็นคนร้ายถ้าไม่ให้นอนคุกแล้วจะให้นอนที่ บ้านหรือ ส่วนที่ให้สัมภาษณ์ นักข่าวไปอย่างนั้น เป็นการช่วยพวกตำรวจต่างหาก แล้วหันมองสารวัตรชลิต หมวดโอมและจ่าฉิมที่ยืนฟังอยู่ พูดกับพวกเขาว่า

"ถ้าสื่อมวลชนรู้ว่า ตำรวจต้องอาศัยพวกนอกกฎหมายมาช่วยจับคนร้าย หน่วยงานของคุณจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

รณภพยังไม่พอใจ สารวัตรชลิตจึงเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยว่าไมเคิลพูดก็มีเหตุผล เพราะถึงอย่างไรเสียแพ็ตก็ต้องขึ้นศาลตามกฎหมาย บอกให้เขาใจเย็นๆ

"ผม ไม่เชื่อหรอกว่าเขาต้องการแค่นี้จริงๆ" รณภพขึงขัง หันมองไมเคิลพูดตรงๆว่า "ผมต้องรู้ให้ได้ว่าคุณมีแผนอะไรกันแน่"

ไมเคิลฟังแล้วยิ้มที่มุม ปากอย่างเย็นชา

ooooooo

ที่ห้องโถงตึกร้างแห่งหนึ่ง รอนในสภาพผิวหนังถูกไหม้เป็นแผลหลายแห่ง ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่นั่น มันติดต่อทางโทรศัพท์กับเครือข่ายที่ต่างประเทศ ขอพูดกับหัวหน้า แต่ถูกเอสเค 7 ที่รับสายกีดกันอ้างว่าหัวหน้าไม่ว่างจะคุยด้วย

รอน โวยวายว่าตนกำลังเจอปัญหา ถูกตำรวจตามล่าต้องรีบกลับสาขาใหญ่

"เสียใจ ด้วย ทางสาขาใหญ่ไม่ต้อนรับคนที่ทำงานพลาด" ปลายสายตอบอย่างเลือดเย็น เมื่อรอนถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร เสียงตอบมาว่า "จัดการนังแพตริเซียคนทรยศซะ แล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อย"

แม้จะไม่พอ ใจแต่รอนก็ไม่มีทางเลือก เพื่อความรอดของตัวเองมันต้องกำจัดแพตริเซียเท่านั้น!

วันต่อมารอน ปลอมตัวเป็นช่างตรงไปถึงห้องขังของแพ็ต มันวางระเบิดในถังขยะหน้าห้องทำงานของรณภพก่อนล่อหมวดโอมไปทางนั้น แล้วมันกำจัดสิบเวรที่เฝ้าหน้าห้อง แพ็ตตกใจที่รอนยังไม่ตาย มันแสยะยิ้มพูดใส่หน้าว่า

"มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกแพตริเซีย ฉันยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะกำจัดคนทรยศอย่างเธอ"

หมวดโอมย้อน กลับมาที่ห้องขังแพ็ต เห็นรอนกำลังย่างสามขุมเล็งปืนใส่แพ็ตพอดี เขาตะโกนให้แพ็ตหมอบลงแล้วตัวเองพุ่งเข้าต่อสู้ตะลุมบอนกับรอน หมวดสู้นักฆ่ามืออาชีพอย่างรอนไม่ได้ ตัดสินใจเหวี่ยงศอกเข้าที่ปุ่มสัญญาณเตือนไฟไหม้ แล้วเตะปืนที่พื้นให้ไถลไปทางแพ็ตตรงหน้าห้องขัง แพ็ตคว้าปืนยิงใส่รอน มันวิ่งออกจากห้อง หมวดโอมตามไปท่ามกลางเสียงร้องห้ามของแพ็ต

ooooooo

หมวด โอมไล่ตามรอนเข้าไปในห้องเก็บเอกสารในกองปราบ ทั้งสองต่อสู้กันท่ามกลางตู้เก็บเอกสารที่ถูกใช้เป็นเครื่องกีดขวางและอาวุธ ต่อสู้กับอีกฝ่าย รอนผลักตู้เอกสารล้มหนีบหมวดโอมไว้จนคอแทบหัก แล้วมันก็ถือปืนจ่อเข้ามา

"จนแต้มแล้วเหรอผู้หมวดคนเก่ง รู้ไหมว่าผมเกลียดขี้หน้าคุณมาตั้งแต่แรกเห็น...ความจริงผู้หมวดน่าจะตายไป นานแล้วแต่ผมไม่มีโอกาส แต่วันนี้นรกเปิดโอกาสให้ผมแล้ว"

แพ็ตถูกขัง อยู่ ได้ยินเสียงร้องอย่างโหยหวนทรมานของหมวดดังแว่วมา  เธอยิงกลอนประตูกระจุยแล้ววิ่งไปตามเสียงร้องนั้น

หมวดโอมยังร้อง อย่างโหยหวน รอบตัวมีเลือดกระเซ็นไปทั่ว สีหน้ารอนเหี้ยมอำมหิตสองมือกวัดแกว่งไปมาท่ามกลางเลือดหมวดที่สาดกระเซ็น!

"ผู้ หมวด" แพ็ตวิ่งเข้ามาถึงหน้าห้อง ร้องสุดเสียง

ooooooo

รณภพเป็นคนพาชาลี โนรี และลุงกรณ์ไปเก็บตัวที่เซฟเฮาส์ในฐานะพยาน เขาสังหรณ์ใจเมื่อชาลีทักว่า

"แกมาส่งฉันแบบนี้แล้วใครจะอยู่คุ้มกัน คุณแพ็ตที่กองปราบวะ ไม่ห่วงบ้างรึไง"

"ไม่มีปัญหาหรอก ตอนนี้โอมดูแลอยู่" ตอบชาลีไปอย่างนั้น แต่ก็ใจไม่ดีจึงรีบกลับมาที่กองปราบ พอมาถึงเขาพรวดลงจากรถไม่มีแก่ใจแม้แต่จะปิดประตูรถ วิ่งอ้าวไปเจอ ไมเคิลกับสารวัตรชลิตที่หน้าห้องเก็บเอกสาร ทั้งสองกำลังยืนดูเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานอยู่

ไมเคิลเหม็นคาวเลือดจน ต้องเอาผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก รณภพตกใจจะพรวดเข้าไปในห้องถูกไมเคิลออกมาขวางไว้บอกว่าอย่าเพิ่งเข้าไปดี กว่า แต่รณภพไม่ฟังเสียงเหวี่ยงไมเคิลพ้นทางชี้หน้าไมเคิลบอกว่า

"โอม เป็นลูกน้องผม ผมจัดการเองได้"

ไมเคิลไม่พูดอะไร แต่สารวัตรชลิตปรามว่า "ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่เข้าไปดูสภาพของโอมตอนนี้" ไมเคิลพูดแทรกย้ำว่าพวกเราหวังดีกับคุณ ทำให้รณภพหยุดชั่งใจนิดหนึ่งก่อนตัดสินใจโผล่เข้าไปดู แล้วเขาก็ต้องหลับตาลงอย่างสยองกับภาพที่เห็น

"แพตริเซียยืนยันว่าคน ร้ายคือนายรอน มันอำมหิตมาก เจ้าหน้าที่เชื่อว่าหมวดโอมถูกมันชำแหละทั้งที่ยังมีชีวิต" สารวัตรชลิตบอก

"โอม..." รณภพพึมพำน้ำตาคลอ เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นร้องไห้สาบานว่า "ผมจะลากคอไอ้นรกตัวนั้นมารับโทษให้ได้ ผมขอสาบาน ได้ยินไหมโอม ผมขอสาบาน!!"

ooooooo

แพ็ตต้องกลับเข้าไปอยู่ในห้องขังที่กอง ปราบตามเดิม เธอนั่งกอดเข่าด้วยความสะเทือนใจจนรณภพเข้ามา เธอแสดงความเสียใจกับเขาเรื่องหมวดโอม

"มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก แพ็ต คนผิดคือไอ้รอนจอมวายร้ายนั่นต่างหาก" รณภพพูดอย่างแค้นใจ เมื่อแพ็ต

ถาม ว่าได้เบาะแสมันหรือยัง เขาส่ายหน้าพึมพำ "ถ้ามันพรางตัวเป็นตำรวจสากลได้ แล้วทำไมมันจะพรางเป็นคนอื่นไม่ได้"

รณภพพูดเหมือนบ่นว่าจนป่านนี้ตน ยังไม่ได้ข่าวมันเลย แพ็ตรำพึงว่านั่นเป็นกลยุทธ์ของแบบเอสเค 7 เป็นกลยุทธ์แบบผู้ก่อการร้าย รณภพถามว่ารู้ไม่ว่าตนจะหาตัวมันได้ยังไง เมื่อแพ็ตมองเขาอย่างลังเล รณภพย้ำว่า

"เราต้องรีบกำจัดมัน ก่อนที่จะมีคนตายมากไปกว่านี้"

เมื่อกลับมานั่งนึกตรึกตรองที่กอง ปราบ รณภพหนาวเยือกขึ้นมาเมื่อจำได้ว่า แพ็ตเคยพูดว่า

"เชื่อแพ็ต เถอะค่ะผู้กอง สำหรับเอสเค 7 โลกนี้ไม่เคยมีความลับ"

ความห่วงกังวล ความปลอดภัยของพวกที่เซฟเฮาส์ ทำให้รณภพขับรถไปที่นั่นอย่างร้อนใจ

แต่ ก็ช้าไปกว่ารอนจนได้ เมื่อจ่าฉิมลงมาซื้อเครื่องกินของใช้สำหรับพวกที่เซฟเฮาส์แล้วเงินสดไม่พอ จึงใช้บัตรเครดิตแทน และรอนก็เช็กที่อยู่ของพวกจ่าได้จากการแฮ็กเข้าฐานข้อมูลของบัตรเครดิตนี่ เอง มันพึมพำอย่างสะใจว่า

"ไอ้จ่าฉิม อยู่ที่ปราณบุรีนี่เอง!"

ooooooo

หลัง จากจ่าออกมาซื้อของแล้ว โนรีลงมือเข้าครัวทำอาหารสำหรับทุกคน ระหว่างนั้นลุงกรณ์ปลีกตัวไปนั่งคิดอะไรอยู่ที่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน ชาลีเดินมาทักว่าปล่อยให้หาอยู่ตั้งนานแล้วชวนไปทานข้าวกัน เขาถามว่าแผลของลุงหายดีแล้วหรือ ถึงได้ออกมาเดินจงกรม

ลุงกรณ์ยอม รับว่าแผลยังไม่หาย แต่รู้สึกใจคอร้อนรุ่มชอบกลเลยอยากจะมาทำสมาธิ ชาลีชื่นชมว่าคนเคยบวชอย่างลุงนี่ดีมีอะไรเกิดขึ้นก็รับมือได้ทุกสถานการณ์ ผิดกับตนที่มีปัญหาก็เอาแต่กินเหล้า

"คุณก็ลองบวชดูบ้างสิครับ คนมีจิตใจดีงามอย่างคุณน่าจะเข้าถึงธรรมะง่ายกว่าคนทั่วไปนะ"

"ฮืม...ก็ เข้าท่าเหมือนกันนะลุง ก่อนแต่งงานผมก็ว่าจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่ออยู่เหมือนกัน"

"ผมว่า ท่านต้องดีใจแน่ๆเลยครับที่คุณคิดแบบนั้น" ลุงกรณ์สนับสนุนเต็มที่

เมื่อ เข้าไปทานอาหารฝีมือโนรี ทุกคนชมว่าฝีมือไม่เลว และที่โต๊ะอาหารนี่เอง ชาลีบอกโนรีว่าลุงกรณ์ชวนบวช ถามโนรีว่าดีไหม โนรีหันไปถามลุงกรณ์ว่าจริงหรือ

"จริงสิ เสร็จเรื่องนี้เมื่อไหร่ลุงก็ว่าจะกลับไปบวชตามเดิม ถ้าหนูโนรีไม่รังเกียจ ลุงจะพาคุณชาลีไปด้วย"

โนรีหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งถามว่าแล้วเรื่อง แต่งงานของเราล่ะ ชาลียิ้มปลอบใจ พูดปลอบโยนว่า

"อย่าห่วงเลยน่า แค่บวชศึกษาพระธรรมจะได้เป็นมงคลกับชีวิต แล้วอีกอย่างฉันอยากจะทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรด้วย ต่อไปเราจะได้มีความสุขกับเขาเสียที"

ฟังความตั้งใจของชาลีแล้ว โนรีมองหน้าเขานิ่งอย่างไตร่ตรองในใจ

ooooooo

แม้จะพาชาลี โนรี และลุงกรณ์ไปอยู่เซฟเฮาส์ถึงปราณบุรี แต่รอนก็ตามเจอจนได้ มันบุกเดี่ยวไปที่นั่น จัดการกับตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าบ้าน จ่าฉิมออกมาเห็นพอดี มันยิงใส่จ่า จ่าหลบได้ฉิวเฉียดแล้วรีบเข้าไปบอกพวกที่อยู่ในบ้าน

เมื่อซักถามจ่า จนแน่ใจว่ารอนมาคนเดียว ลุงกรณ์เสนอให้ใครคนใดคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนโนรี แล้วอีกคนกับจ่าไปตามล่ารอน ชาลีให้ลุงกรณ์อยู่ ตนกับจ่าจะไปตามล่ามันเอง

เมื่อ ทั้งสองออกไปตามหาอย่างระแวดระวัง ก็เจอรอยเลือดสดๆบนใบไม้จึงตามรอยเลือดไป ปรากฏว่าเป็นแผนลวงของรอน มันเชือดไก่ไปแขวนไว้ ล่อให้จ่ากับชาลีไปทางนั้นแล้วมันก็วกมาเล่นงานลุงกรณ์กับโนรีที่บ้านพัก

ตำรวจ เก่าอย่างลุงกรณ์ไม่อาจสู้กับนักฆ่ามือฉมังอย่างรอนได้ ลุงกรณ์ถูกมันยิงกระดอนจมกองเลือดโดยที่ไม่ทันตั้งหลักสู้ ส่วนโนรีแม้จะฮึดสู้แต่ฝีมือคนละชั้นกัน พริบตาเดียวเธอก็ถูกรอนซัดจนเลือดอาบหน้าล้มลงข้างๆลุงกรณ์

ooooooo

รณ ภพมาถึงเจอแต่ร่างลุงกรณ์นอนจมกองเลือดอยู่ ลุงพยายามบอกรณภพว่า

"คน ร้ายมันจับตัวโนรีไปแล้ว มันบอกว่าให้คุณพาหนูแพ็ตไปหามันก่อนที่มันจะฆ่าคนอื่นอีก" ลุงกรณ์อาการสาหัสมาก แต่ยังพยายามฝากรณภพไปบอกแพ็ตว่า "ฝากบอกหนูแพ็ตด้วยว่าลุง...ขอโทษ...ลุงคงช่วยได้แค่นี้..."

รณภพกอด ร่างลุงกรณ์ เขย่าเรียกสุดเสียง "ลุงกรณ์... ลุงกรณ์..."

ชาลีกับจ่า ฉิมเพิ่งกลับมาถึง พอชาลีรู้ว่าโนรีถูกรอนจับตัวไป เขาคำรามออกมาด้วยความแค้น

"ไอ้สารเลว ฉันจะต้องล่าตัวมันมาให้ได้!!"

รอนพาโนรีไปถึงตึกร้างที่มันซ่อนตัว อยู่ มันจับโนรีมัดไว้กับเสาพูดอย่างสะใจว่า

"โทษฉันไม่ได้นะสาวน้อย ต้องโทษลูกพี่ของเธอที่ทำให้เธอต้องเคราะห์ร้ายแบบนี้"

โนรีหลอกล่อ มันว่าถึงตนเป็นอะไรไปแพ็ตก็ไม่สนใจ แต่รอนรู้ลึกกว่านั้น มันเชยคางเธอขึ้นบอกว่า

"อย่าทำไก๋ไปหน่อยเลย ฉันรู้นะว่าหน้าตาเธอเหมือนกับน้องสาวของนังแพ็ตที่ตายไป รับรองว่ามันทิ้งเธอไม่ลงแน่"

ขณะนั้นเองเสียงมือถือของรอนดังขึ้น มันอ่านข้อความ เอสเอ็มเอสด้วยความแปลกใจ ครู่หนึ่งรอนออกไปที่หน้าตึกร้าง เจอทีมสังหารเอสเค 7 กลุ่มหนึ่ง แต่งตัวไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนกันคือทุกคนสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า หัวหน้าทีมเดินมาเปิดคอเสื้อให้รอนดูปลอกคอแบบเดียวกับที่รอนเคยใส่ให้แพ็ต กับดาหวัน

หัวหน้าทีมบอกรอนว่า "หัวหน้าส่งพวกเรามาช่วยคุณ หน้าที่ของเราคือกำจัดนังแพ็ตคนทรยศ"

"ดีมาก!" รอนยิ้มเหี้ยมอย่างสะใจที่สุด!

ooooooo

จู่ๆจ่าฉิมก็หน้าตา ตื่นไปบอกแพ็ตที่ห้องขังว่าให้รีบไปที่ห้องประชุมเพราะผู้กองรณภพกับชาลีรอ เธออยู่ แพ็ตแปลกใจที่จ่าฉิมมาที่นี่เพราะรู้ว่าจ่าไปเฝ้าพยานอยู่ที่เซฟเฮาส์ ถูกจ่าตัดบทเร่งให้รีบไปเร็วๆ

พอเจอหน้าแพ็ต ชาลีก็ต่อว่าด่าทอเธอเป็นการใหญ่ หาว่าเธอเป็นตัวการทำให้โนรีต้องเดือดร้อน ซึ่งแพ็ตก็ยอมรับ คำตำหนิด่าทอนั้นด้วยความรู้สึกผิดเช่นกัน เมื่อชาลีถามอย่างโกรธจัดว่าถ้าโนรีเป็นอะไรไปเธอจะรับผิดชอบยังไง

"ฉัน ยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของฉันก็ตาม" แพ็ตจริงจัง

จ่า ฉิมขอร้องว่าอย่าเถียงกันเลยเอาเวลามาคิดหาทางช่วยโนรีดีกว่า รณภพเห็นด้วยย้ำว่าอีกสักพักรอนต้องติดต่อมาแน่เพราะเป้าหมายของมันคือแพ็ต ไม่ใช่โนรี ดังนั้นตอนนี้ โนรีก็น่าจะปลอดภัย

คำพูดของรณภพทำให้ชาลี ได้คิด เขานิ่งไปครู่หนึ่งเสนอว่าตนมีทางช่วยโนรี แต่ทุกคนต้องทำตามแผนของตน พริบตานั้นชาลีก็แย่งปืนของจ่าฉิมจ่อไปที่แพ็ตซึ่งนั่งตะลึงอยู่

ชา ลีเอาแพ็ตเป็นตัวประกันพาออกไป ไมเคิลมาเจอก็ ชักปืนจะยิงชาลีไม่ยอมให้เอาตัวผู้ต้องหาไป จนรณภพต้องขอร้องว่าตนจะกล่อมชาลีเองขอให้สารวัตรเก็บปืนเสีย ไมเคิลเก็บปืนถามชาลีว่าต้องการอะไร ชาลีบอกว่าจะเอาตัวแพ็ตไปแลกกับโนรี เขาเชื่อว่าคนร้ายต้องติดต่อผ่านมาทางรณภพ จึงขอโทรศัพท์กับกุญแจรถจากรณภพ ผู้กองตัดสินใจขอขับรถไปให้เอง

ภาพทั้งหมดถูกกล้องวงจรปิดที่กองปราบ เก็บไว้ทั้งหมด เมื่อรณภพขับรถออกไป ไมเคิลสั่งจ่าฉิมให้แจ้งทุกหน่วยจับตาพวกรณภพให้ดี และถ้าภายในครึ่งชั่วโมงรณภพไม่ส่งข่าวมาก็ให้ตั้งด่านสกัดได้เลย

ooooooo
กลับไปยังรายบอร์ด